unknown · · 740 lines

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๐๔ นาฬิกา)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านสมาชิก ทุกท่านครับ ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ ปรึกษาหารือตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยจะให้ท่านหารือเรียงตามลำดับรายชื่อซึ่งได้ส่งมาให้ผมแล้ว ขอให้ท่านใช้เวลาท่านละ ๒ นาทีนะครับ ท่านแรก ขอเชิญคุณศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ เชิญครับ🔗

นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ เขตสายไหม แขวงคลองถนน แขวงสายไหม พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธาน จากเรื่อง ร้องเรียนที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่แจ้งเข้ามาทั้งหมด ๓ เรื่องด้วยกันค่ะ🔗

เรื่องแรกค่ะ เป็นเรื่องที่เป็นปัญหาทั่วกรุงเทพมหานคร ถนนพัง น้ำท่วมขัง แต่ไม่เคยได้รับการปรับปรุงหรือพัฒนาเลย ทั้งที่เป็นถนนสาธารณะและมีการใช้สัญจร เป็นจำนวนมาก ซึ่งในพื้นที่เขตสายไหมมีเคสลักษณะนี้ร้องเรียนผ่านดิฉันแล้วก็ทีมงาน ก้าวไกลสายไหมมาหลายรอบ หลายซอยค่ะ ซึ่งเราได้มีการลงพื้นที่สำรวจแล้วก็พูดคุยกับ พี่น้องประชาชนผู้เดือดร้อน ทำหนังสือประสานเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตแล้วก็ยังไม่ได้รับ การแก้ไขค่ะ มีเคสแบบนี้ประมาณ ๕ จุดด้วยกัน จุดแรกคือ ซอยสายไหม ๗๐ ๗๒ จุดที่ ๒ ซอยสายไหม ๖๐ จุดที่ ๓ ซอยเพิ่มสิน ๒๖ จุดที่ ๔ วัชรพล ซอย ๔ ถนนปลายนา จุดสุดท้าย จุดที่ ๕ ซอยพหลโยธิน ๕๔/๑ แยก ๔-๒๖ ค่ะ ปัญหาหลักของทั้ง ๕ จุดนี้ คือถนนชำรุด เป็นหลุม เป็นบ่อ ไม่มีท่อระบายน้ำ ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยไปแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นความเดือดร้อนในซอยพหลโยธิน ๕๘ หรือว่าซอยแอนเน็กซ์ บริเวณปากซอยซึ่งติดกับถนนพหลโยธิน ในชั่วโมงเร่งด่วนมีจราจรหนาแน่น มีรถแท็กซี่ ชอบมาจอดตรงบริเวณปากซอย ร้องเรียนไปหลายครั้งมาก ๆ ก็ไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้ผู้โดยสารต้องออกมาข้างนอกนะคะ มีความไม่ปลอดภัย จราจรก็ติดขัดช่วงเช้าค่ะ ก็ฝากท่านประธานไปยังสถานีตำรวจนครบาลดอนเมืองให้ช่วยมากวดขันด้วยนะคะ แจ้งไป หลายครั้งค่ะ ก็หวังว่าจะได้มากวดขันให้บ่อยยิ่งขึ้นนะคะ🔗

เรื่องสุดท้ายค่ะ เรื่องไฟฟ้าส่องสว่าง อันนี้สายไหม ซอย ๒ ชำรุดใช้การไม่ได้ กว่า ๑ ปี ได้แจ้งเรื่องนี้ผ่าน Traffy Fondue ไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๖ แล้วก็ทำหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานเขตสายไหมอีกครั้ง เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ มาถึงตอนนี้รวม ๆ แล้วประมาณเกือบจะ ๑ ปีแล้วนะคะ ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขค่ะ ทำให้ เวลากลางคืนมืดมาก ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ครับ🔗

นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร ผม วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอุบลราชธานี เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธาน จำนวน ๓ เรื่องด้วยกันครับ🔗

เรื่องแรก เรื่องอ่างเก็บน้ำกุดโง้ง บ้านมะเขือ ตำบลหนองบ่อ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ผมได้ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎรไปเมื่อสมัยที่แล้ว แต่ไม่ได้รับ การตอบรับจากสำนักงานกรมชลประทานที่ ๗ ของอุบลราชธานีครับ งบประมาณดังกล่าว ผ่าน สทนช. เรียบร้อยแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้มีการเอางบประมาณลงมาแก้ไขครับ ซึ่งพี่น้อง ประชาชนโดนร้องเรียนมาจากท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบ่อครับ ท่านได้เก็บ เงินเรี่ยไรกับพี่น้องประชาชน จำนวน ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท ได้ไปถมดินชั่วคราว แต่พนังดิน ก็ยังพังอยู่เหมือนเดิม พอฝนมาครับ ซึ่งอ่างเก็บน้ำตัวนี้ใช้สอยอยู่ประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าไร่ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้อุปโภค บริโภค แล้วก็ใช้ในด้านการเกษตรครับ🔗

เรื่องที่ ๒ แยกบ้านกุดลาด ทางหลวง ทล. ๒๓๑ ตัดกับ ทช. ๔๐๐๕ ครับ แปลกครับท่านประธาน ถนนหลายสายในอุบลราชธานีไม่พังครับ แต่กลับไปซ่อมแซมครับ อย่างเช่น หน้า Central อุบลราชธานี ทางหลวง ๒๓๑ แต่แยกของตำบลกุดลาดวันนี้พังมา ๕ ปีแล้วครับ คนท้องขี่ผ่านก็แท้งครับ วันนี้รถล้มทุกวันครับท่านประธาน ฝากเรื่องไปถึง ทางหลวงแผ่นดินให้รีบทำแยกกุดลาดด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ครับ พี่น้องประชาชนกีดขวางทางจราจรบริเวณทางหลวง ๒๐๕ ที่ตลาดสันติสุข ตำบลไร่น้อย อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งทางหลวงนี้มีทั้งหมด ๖ เลนครับ พี่น้องประชาชนไปจอดหน้าตลาด ทำให้เหลือแค่เลนเดียว กราบเรียน ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนชาวตำบลไร่น้อยตายทุกวัน ตายทุกวันจริง ๆ ครับ ลองไป ดูก็ได้ครับ ฝากเรียนท่านประธานถึงตำรวจให้ไปดูแลจราจรให้พี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณภูริวรรธก์ ใจสำราญ ครับ🔗

นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ภูริวรรธก์ ใจสำราญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๒ พรรคก้าวไกล บางเขน ท่าแร้ง สายไหม ออเงิน และลาดพร้าว จรเข้บัว ดีใจที่ได้กลับมาสภา ในวันนี้นะครับ Season ๓ แล้วครับ นี่น่าจะเป็นการปรึกษาหารือครั้งที่ ๖ นะครับ เป็นที่ น่าสังเกตคือว่า หน่วยงานที่เราประสานกันไปค่อนข้างใช้เวลา แล้วก็ติดต่อกันนานมาก บางทีติดต่อมาแล้วการแก้ไขก็ไม่ถึงไหน บางที่ก็หายไปเลย ปัญหาแบบเดิมครับ วันนี้ เลยเรื่องไม่เยอะครับ กลัวว่าถ้าเยอะแล้วจะไม่ติดต่อกลับมา มันก็จะทำให้เรา Hurt นะครับ🔗

เรื่องแรก คือไฟแสงสว่างในยามค่ำคืนบนถนนที่มืดมิด เส้นคู่ขนาน กาญจนาภิเษก ซึ่งถนนนี้ประกอบไปด้วยเจ้าภาพ ๒ ราย คือ กรมทางหลวงและการทางพิเศษ แห่งประเทศไทย ก็มีทางคู่ขนาน ในช่วงที่มีไฟดับนั้นระยะยาวมากกว่า ๗๐๐-๘๐๐ เมตร เอาจริง ๆ แล้วเคยปรึกษาหารือเอาไว้ในวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๖ ท่านลองดูครับ ตอนนี้ วันนี้ก็ยังไม่มีอะไรแก้ไขนะครับ ท่านลองมาดูสภาพครับ บนถนนนี้มืดสนิท มีเสาไฟ ตามระยะที่เห็นนะครับ แต่ว่ามีแต่เสา ไม่มีหลอดกว่า ๖๐ ดวง บางจุดนั้นสมควรที่จะต้องมี ก็ไม่มีครับ ได้รับข้อเสนอแนะจากหน่วยงานว่าอย่างไรรู้ไหมครับ ท่านเห็นไฟ ๒ ดวงนั้น หรือไม่ครับ ขนาดใหญ่ ๆ นะครับ เขาบอกให้ใช้ตรงนั้นครับ แต่ว่าพื้นที่มันห่างจากตรงที่ จุดมืดเป็น ๑๐๐ เมตรครับ เขาบอกให้ไปตัดต้นไม้ออกเสีย ตัดยอดไม้ออก เดี๋ยวไฟมันจะ มาถึงเอง มันจะถึงได้อย่างไร มันห่างกันเป็น ๑๐๐ เมตรนะครับ ขอฝากกรมทางหลวง และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย รวมถึงสำนักงานเขตด้วย จัดการปัญหาที่ทิ้งไว้ อย่างน้อยเอาค่าทางด่วนที่ประชาชนจ่าย เอากำไร เอาภาษีต่าง ๆ มาบริการประชาชน ก็ลูกค้าของหน่วยงานท่านเองนะครับ🔗

เรื่องต่อมา เป็นการเผาไหม้บนที่ดินว่างเปล่าครับ คล้าย ๆ กับเรื่องที่ตรง ลาดพร้าว-จรเข้บัว ที่เคยพูดไปในวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๖ และ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๗ ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้มีหน่วยงานเข้ามาติดต่อในการแก้ไข คราวนี้ย้ายมาครับ มาอยู่ที่ สายไหม-ออเงินบ้าง บริเวณท้ายวัชรพล ๓ เป็นที่ดินของการท่าเรือ แล้วมีการเคหะแห่งชาติ เข้ามาจัดการ ตรงที่นี้มีคนลักลอบเอาขยะชิ้นใหญ่มาทิ้งครับ วันดีคืนดีก็มีการจุดไฟเผา เสียอย่างนั้น ชาวบ้านก็ต้องกลัวเพลิงลาม สูดควันเข้าไป เขียนป้ายแจ้งอย่างไรก็ไม่ช่วยครับ แจ้งตำรวจกว่าจะมาเพลิงก็หมด คนจุดก็หายวับ วน ๆ ซ้ำ ๆ กันแบบนี้ จึงฝากท่านประธาน ประสานการท่าเรือแห่งประเทศไทยผู้เป็นเจ้าของที่ดินมาทำรั้วรอบขอบชิด เพื่อไม่ให้คนที่ เข้าไปทิ้งขยะ แล้วก็เข้าไปเผาได้นะครับ ก็อยากให้เวทีนี้ศักดิ์สิทธิ์ครับท่าน ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ครับ🔗

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ปัตตานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวิทย์ บารู พรรคประชาชาติ เขต ๑ ปัตตานี ขอหารือ ๑ เรื่อง ในวันนี้จะเป็นเรื่องที่ ค่อนข้างใหญ่นะครับ ก็คือเกี่ยวกับเศรษฐกิจปากท้องประชาชน แล้วก็เป็นเศรษฐกิจหลักของ ประเทศไทยก็ว่าได้ นั่นก็คือต้องการจะหารือการขุดลอกแม่น้ำ คลองที่ปัตตานีนะครับ ซึ่งนำไปสู่ทะเลเพื่อการทำประมง ขณะนี้เรือที่จะเข้ามาในแม่น้ำปัตตานีต้องดับเครื่อง ต้องใช้ เรือลาก เพราะว่าเรือใหญ่ที่ทำการประมงไม่สามารถที่จะติดเครื่องเพื่อแล่นเข้ามาในแม่น้ำ ปัตตานีได้ เพราะว่าตื้นเขิน หากไปติดเครื่องเข้ามามันก็จะทำให้ใบพัดเสียหาย หลายปีแล้ว ที่เป็นอย่างนี้ เพราะว่าทางกรมเจ้าท่าของบประมาณเพื่อขุดลอกที่ตรงนี้ ซึ่งเป็นสาย เศรษฐกิจหลัก เหมือนกับเส้นชีวิตของพี่น้องประชาชนที่นั่น แล้วก็ของประเทศไทยด้วย ก็ทำให้เรือขาดไป ตอนนี้เรือในปัตตานีมีอยู่ ๓๒๐-๓๕๐ ลำ จากต่างจังหวัดอีกประมาณ ๕๐๐ ลำ ที่เข้ามาประมาณ ๓๕-๕๐ ลำที่ใช้เส้นทาง ซึ่งจะต้องปิดเครื่องครับ เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ถ้าหากว่าสามารถที่จะแก้ไขได้ มันหมายถึงว่าอนาคตของประเทศ อนาคตของ พี่น้องประชาชน เพราะว่าสายของการที่จะทำให้การค้าขายในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ทางด้านอาหาร ร้านโทรศัพท์มือถือ หรือว่าพวกผักอะไรต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในการอุปโภคบริโภค จะฟื้นขึ้นมา ประกอบกับที่ได้ทราบข่าวว่าทางรัฐบาลเองก็ต้องการที่จะฟื้นฟูการประมงที่ ปัตตานีเป็นตลาดกลางสินค้า ซึ่งเหล่านี้น่าจะลงทุน ซึ่งลงทุนประมาณ ๓๗๐-๔๐๐ ล้านบาท ในการขุดลอกจากสนามศักดิ์เสนีย์ สะพานศักดิ์เสนีย์ไปถึงปากอ่าวนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณเชตวัน เตือประโคน ครับ🔗

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี พื้นที่เทศบาลเมืองคูคต เมืองลำสามแก้ว และเมืองลาดสวายนะครับ วันนี้ผมมีปัญหาเรื่องการคมนาคม มาปรึกษาหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่อง คมนาคมล้วน ๆ เลยครับ🔗

๑. การทดลองเปิดไฟแดงตรงคลอง ๔ จุดที่ถนนไสวประชาราษฎร์เชื่อม กับถนนลำลูกกาครับ ไฟแดงบริเวณนี้มีการก่อสร้างมานานแล้วครับท่านประธาน แต่ว่า เปิดใช้แป๊บเดียวแล้วก็ปิดไป ทำให้ประชาชนต้องไปกลับรถไกล แต่ปัจจุบันนี้ทาง สภ. คูคตเองก็ได้ทดลองเปิดครับ ทดลองเปิดซึ่งก็ปรากฏว่ามีทั้ง ๒ กระแสเสียงเข้ามาครับ คือทำให้รถติดมากขึ้น แล้วก็ทำให้รถคล่องขึ้น คืออย่างไรกันแน่ครับ ตอนนี้ผมก็คิดว่าเรื่องนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะกระทรวงคมนาคม หรือไม่ว่าจะ สภ. คูคตนะครับ ต้องไป พิสูจน์ทราบอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ครับท่านประธาน ย้ำนะครับ อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ คือต้องมีการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ มีตัวเลขทางสถิติบ่งชี้ว่าแบบไหนดีกว่ากัน และต้อง เปิดเผยตัวเลขนี้ให้ประชาชนรับทราบด้วยครับ ก่อนที่จะดำเนินการต่อไปว่าจะปิดหรือเปิด🔗

เรื่องที่ ๒ ถนนเสมาฟ้าครามไร้การเหลียวแล พูดกันมาทุกยุคทุกสมัย ถนนเส้นนี้ครับ แต่ก็ยังไม่มีคำตอบ ยังไม่รับรู้ความคืบหน้าสักที ฝากไปถึงกระทรวงคมนาคม และ ๓ อปท. ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นนครรังสิต เมืองคูคต เมืองลำสามแก้วที่ถนนเส้นนี้ พาดผ่าน คุยกันหน่อยครับ โครงการขยายถนนจาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร มีตั้งแต่ ปี ๒๕๖๐ แล้วครับ ๗ ปีผ่านไปยังไม่คืบหน้าไปไหนเลย จนวันนี้ไม่มีการดำเนินการ เปิดดู เอกสาร พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ สส. ต้องพิจารณากันทุกปี ไม่รู้ว่าจะมากี่โมง เกิดอะไรขึ้นกับถนนเสมาฟ้าคราม หรือท่านจะเก็บเสาไฟฟ้าที่มีเยอะแยะแบบนี้เอาไว้เป็น Soft Power ให้คนไปถ่ายรูปเหมือนกับที่ลิซ่าไปถ่ายรูปที่เยาวราชหรือครับ🔗

สุดท้ายครับ ปัญหาขนส่งสาธารณะที่มีไม่เพียงพอ เอาแค่ฝั่งถนนลำลูกกา เราดีใจที่มีรถไฟฟ้าสายสีเขียวไปถึง แต่ที่จอดรถก็ไม่เพียงพอแล้ว และที่สำคัญก็คือคนจะ เดินทางมาที่รถไฟฟ้าแบบนี้อย่างไรครับ เพราะขนส่งสาธารณะมีไม่เพียงพอ เช้าเย็น เบียดเสียดกันแน่น คนทนไม่ไหว ก็เลยซื้อรถขับเอง แต่ว่าครับท่านประธานซื้อรถขับเอง เมื่อบ้านจัดสรรก็ขึ้น คอนโดมิเนียมก็โผล่นะครับ ขนส่งสาธารณะมีไม่เพียงพอทำให้ทุกหลัง ทุก Unit ก็ต้องซื้อรถมาขับอยู่ดี ทำให้รถติด ปัญหารถติดไสวประชาราษฎร์ ลำลูกกา ชลมาร์คพิจารณ์ หรือแม้แต่เลยไปถึงหทัยราษฎร์ก็เลยเกิดขึ้น ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปแก้ไขเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณเกษม อุประ ครับ🔗

นายเกษม อุประ สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม อุประ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้🔗

เรื่องที่ ๑ ถึงท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่องปัญหายาเสพติดซึ่งระบาดอย่างหนักในขณะนี้อย่างที่เป็นข่าว มีข่าวลูกฆ่าพ่อฆ่าแม่ เกือบทุกวัน ผมจึงอยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้มามองเรื่องนี้ เพราะว่าเป็นการทำลาย ชีวิต ทำลายอนาคต ทำลายเศรษฐกิจ และทำลายประเทศชาติ อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะและได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด ได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้กำกับได้ดำเนินการเรื่องนี้ อย่างที่จังหวัดบึงกาฬ สส. นิพนธ์ คนขยัน ได้ทำศูนย์บำบัด ยาเสพติด ซึ่งเอาผู้ป่วยจากยาเสพติดถ้าป่วยหนักก็เอาเข้าโรงพยาบาล ถ้าผู้เสพยาก็ทำ ศูนย์บำบัด ก็รู้สึกว่าดีขึ้น จึงอยากจะฝากท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้ตั้งศูนย์บำบัดทั่วประเทศทุกอำเภอนะครับ ทุกอำเภอให้มีนายอำเภอ เป็นประธานศูนย์ มีผู้กำกับ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผมคิดว่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้ อยากจะให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อที่จะแก้ไขปัญหานี้ให้ประเทศชาติ ให้เอานรก ออกจากหัวอกของคนที่เป็นผู้ปกครอง เอานรกออกจากอกของสังคมนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นั่นก็คือปัญหาเรื่องของค่าชดเชย ค่าช่วยเหลือเกษตรกรทำนา ซึ่งเงิน ๑,๐๐๐ บาทนั้น ไม่ทราบว่าตอนนี้จะได้หรือไม่ เพราะตอนนี้ฤดูการทำนาก็เข้ามาใหม่แล้ว ต้องซื้อปุ๋ย ค่าไถหว่าน ค่าจ้างอะไรต่าง ๆ เป็นเงินจำนวนที่ชาวบ้านเขาถือว่าเดือดร้อน อยากจะฝากถึงท่าน ให้แก้ไขปัญหาเรื่องนี้โดยเร่งด่วนด้วยครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ครับ🔗

นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สมุทรสาคร

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต จังหวัด สมุทรสาคร พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขออนุญาตใช้เวลาปรึกษาหารือในเรื่องระบบขนส่ง สาธารณะครับ เรื่องคมนาคมล้วน ๆ เหมือนกันของจังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เราเองติดกับพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่ระบบขนส่งสาธารณะมีไม่เพียงพอและทางเลือก ให้กับประชาชนน้อยเกินไป ท่านประธานครับ เราสามารถเข้ากรุงเทพฯ ได้โดยรถไฟ มหาชัย-วงเวียนใหญ่ ก็มีสภาพเก่าอายุเป็น ๑๐๐ ปี มีรถเมล์ สาย ปอ.๖๘ ไปที่บางลำพู มีสาย ๔-๑๘ ไปที่ BTS กรุงธนบุรี แล้วก็มี ปอ.๗ ไปหัวลำโพง ท่านประธานครับ แต่ผมไป ลงพื้นที่ดูรถเมล์ที่ว่ามาทั้ง ๓ สายนะครับ หลาย ๆ สายมีจำนวนรถที่ไม่เพียงพอ แล้วก็มา ไม่เป็นเวลานะครับ ท่านประธานเชื่อไหมครับ คนสมุทรสาครกว่าจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ในแต่ละวันต้องเผื่อเวลา ๒-๓ ชั่วโมงนะครับ หรือถ้าเกิดไปรถไฟวงเวียนใหญ่ก็ ๑ ชั่วโมง ซึ่งใช้เวลานานมาก เวลาเป็นสิ่งมีค่านะครับ อย่างไรก็อยากจะให้ประเด็นนี้เป็นส่วนสำคัญ ในการพิจารณาแก้ไขด้วยนะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธานครับ ผมกลับไปใช้รถไฟ มหาชัย-วงเวียนใหญ่ เมื่อประมาณ ๑๕ ปีก่อนผมก็ใช้ แล้ววันนี้กลับไป สภาพยังไม่ต่างจากเดิมเลยครับ แต่มีดี ขึ้นมาหน่อยก็คือเปลี่ยนเบาะ แต่สภาพห้องน้ำสุขลักษณะไม่ได้เลยนะครับ แล้วก็สถานี บางสถานีที่รอคอยก็ชำรุดนะครับ เช่น สถานีบางน้ำจืด ศาลาพักคอยประชาชนพังนะครับ หรือแม้แต่ข้างทางที่มันเป็นสัญญาณไฟเวลารถข้ามผ่านไปก็มีสัญญาณไฟที่เสียนะครับ สร้างความอันตรายให้กับประชาชนในพื้นที่มากนะครับ รวมถึงเวลาลงจากรถไฟกลิ่นน้ำมัน ดีเซลติดตัว ไม่นับว่าบางสถานีทางลาดชันก็สูงเกินไป คนพิการก็ใช้ลำบากนะครับ อย่าว่าแต่ คนแก่ คนพิการก็ลำบากมากนะครับ อย่างไรก็ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อย่าทิ้งคนสมุทรสาครนะครับ ช่วยสั่งการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนให้มีระบบขนส่ง สาธารณะที่เป็นทางเลือกและมีคุณภาพดีด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณปิยชาติ รุจิพรวศิน ครับ🔗

นายปิยชาติ รุจิพรวศิน นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ปิยชาติ รุจิพรวศิน ผู้แทนราษฎรนครราชสีมา เขต ๒ พรรคก้าวไกล ขอหารือท่านประธานครับ ตอนนี้ประเทศไทยอยู่ในฤดูฝนและ La Nina ก็กำลังจะมาครับ ช่วงนี้ฝนก็ตกอยู่บ่อยครั้ง ล่าสุดก็เกิดฝนตกและน้ำท่วมขังหลายพื้นที่ในอำเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะใน พื้นที่โคราช เขต ๒ พี่น้องประชาชนมีความกังวลใจเป็นอย่างมาก ผมจึงอยากฝาก ท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง ทางหลวงชนบท กรมชลประทาน ปภ. จังหวัดนครราชสีมา อบต. จอหอ อบต. มะเริง อบต. บ้านเกาะ อบต. หนองบัวศาลา เทศบาลจอหอ เทศบาลหัวทะเล และเทศบาลโคกสูง ๒ ข้อ🔗

๑. ขอความอนุเคราะห์ท่านช่วยประสานการดำเนินการขุดลอกเพื่อกำจัด เศษขยะและวัชพืชแหล่งน้ำในพื้นที่ตำบลดังกล่าว เพื่อป้องกันและบรรเทาภัยปัญหาน้ำท่วม ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่โคราช เขต ๒ ครับ🔗

๒. โครงการและแผนงานการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนของจังหวัด ขณะนี้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว ประชาชนอยากทราบครับ โดยเฉพาะเขต อบต. จอหอ ช่วงบึงทับช้าง-บ้านปูน เขตเทศบาลจอหอ บริเวณสระครก หมู่บ้านธัญญธานี เขตตำบลโคกสูง หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๑๐ และหมู่ที่ ๕ บ้านพันดุง ซึ่งจุดนี้คาบเกี่ยว ๒ ตำบล คือโคกสูงกับ จอหอ เขตตำบลตลาด หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๗ ถนนโยธาธิการ และหมู่ที่ ๘ เส้นของทางหลวง ที่มักท่วมหนัก เขตตำบลหัวทะเล โดยเฉพาะหมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๑๑ ซึ่งมีบ้านจัดสรรกว่า ๓๐๐ หลังคาเรือน และสี่แยกหัวทะเลไปจักราชต้องเจอกับปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำ จนประชาชนตัดพ้อว่าชินและท้อแล้วครับ🔗

๓. ชาวบ้านหมู่ที่ ๑ ตำบลบ้านเกาะ นครราชสีมา บางท่านอยู่มาตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นย่ากว่า ๓๐ ปีแต่บ้านกลับไม่มีโฉนด บางบ้านก็เป็นพื้นที่ตกสำรวจทั้ง ๆ ที่อยู่ใน อำเภอเมืองแท้ ๆ จึงอยากท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทย กรมที่ดิน ช่วยดำเนินการ แก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านตำบลบ้านเกาะด้วยครับ🔗

สุดท้ายครับ ข้อ ๔ ประชาชนตำบลหนองไข่น้ำ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ฝากผมมาหารือว่า หลังจากผลการประเมินพื้นที่ความเป็นไปได้ในการพัฒนาท่าเรือบก ปี ๒๕๖๕ ผลการศึกษาของ มทร. ตำบลหนองไข่น้ำได้คะแนนสูงสุด แต่หลังจากนั้น เรื่องก็เงียบไป ซึ่งหากมีการพัฒนาท่าเรือบกที่หนองไข่น้ำ นอกจากจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจ ของประเทศแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของจังหวัดนครราชสีมา อีกทั้งยังจะช่วย ส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานให้กับชาวตำบลหนองไข่น้ำและใกล้เคียงด้วยนะครับ ผมจึงขอฝาก ท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยากทราบถึงความคืบหน้า ของเรื่องท่าเรือบกของตำบลหนองไข่น้ำครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณศักดิ์ ซารัมย์ ครับ🔗

นายศักดิ์ ซารัมย์ บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดิ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดบุรีรัมย์ครับ กราบเรียนท่านประธาน ปัญหาของพี่น้องประชาชนที่เกิดขึ้นซ้ำซากในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ คือปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตรของพี่น้องเกษตรกร ทั้งที่ ปริมาณน้ำฝนในฤดูน้ำหลากมีจำนวนมากมาย แต่ไม่มีพื้นที่เก็บกักน้ำ เพื่อเป็นการแก้ปัญหา การขาดแคลนน้ำในพื้นที่ตำบลพรสำราญ อำเภอคูเมือง ซึ่งมีพื้นที่การเกษตรอยู่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าไร่ มีจำนวนครัวเรือนอยู่ ๗๐๐-๘๐๐ ครัวเรือน เช่นลำห้วยลึก ลำห้วยขมิ้น ที่มีสภาพตื้นเขิน ฝายกั้นน้ำชำรุดทรุดโทรม ไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ ฉะนั้นจึงกราบเรียน ไปยังท่านประธาน ผ่านไปยังชลประทานจังหวัดบุรีรัมย์ ได้สำรวจตรวจสอบเพื่อแก้ไขปัญหา ต่อไปครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งครับ ได้รับการหารือจากท่านนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบล ทะเมนชัย อำเภอลำปลายมาศ นายทวีเกียรติ ปรีชาพานิชพัฒนา ว่าการประปาของเทศบาลนั้น ขาดแคลนน้ำดิบ ไม่สามารถที่จะผลิตน้ำดิบได้ งบประมาณเทศบาลเองก็ไม่เพียงพอ จึงเรียนผ่านท่านประธานไปยังการประปาส่วนภูมิภาคได้เขาตรวจสอบและได้เร่งรัดจัดสรร งบประมาณเพื่อทำระบบส่งน้ำแบบท่อ เพื่อที่จะดึงน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยขี้หนู ในพื้นที่ อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อให้ประชาชนในเขตพื้นที่เทศบาลทะเมนชัย จำนวน ๑,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ได้มีน้ำกินน้ำใช้อย่างพอเพียง กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณการณิก จันทดา ครับ🔗

นางสาวการณิก จันทดา เชียงใหม่

เรียนประธานสภาที่เคารพนะคะ ดิฉัน การณิก จันทดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคก้าวไกล เขต ๒ วันนี้ขอหารือต่อท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันนะคะ🔗

เรื่องแรก ฝากผ่านท่านประธานไปยังกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลังว่า สามารถพิจารณาหลักเกณฑ์การกำหนดอัตราค่าเช่าให้ลดลงในส่วนของกิจการสาธารณะ ถึงแม้ว่ากิจการนั้นจะมีรายได้ก็ตามนะคะ เพราะว่าดิฉันได้รับเสียงสะท้อนจากคณะกรรมการ น้ำประปาหมู่บ้านถึงเรื่องของการจัดเก็บรายได้ค่าน้ำประปาไม่สอดคล้องกับภาระค่าใช้จ่าย ในการดำเนินงานค่ะ หากลดค่าเช่าที่ราชพัสดุเพื่อกิจการสาธารณะลงได้ ดิฉันเชื่อว่าประปา หมู่บ้านหลายแห่งก็จะมีสภาพคล่องในการบริหารจัดการ และแน่นอนคุณภาพน้ำของ พี่น้องประชาชนก็จะดีตามค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวการณิก จันทดา เชียงใหม่

เรื่องที่ ๒ ขอหารือผ่านท่าน ประธานสภาไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องฝายชำรุดทรุดโทรม ฝายแห่งนี้ในภาพชื่อว่า ฝายท่ามะโก๋ ตั้งอยู่ในลำน้ำแม่ปิง พื้นที่ตำบลสันทราย อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันคอนกรีตหน้าฝายทรุดตัวลง รอยต่อของฝายและตลิ่งเริ่มแยกห่าง ออกจากกัน ทำให้ประสิทธิภาพในการผันน้ำ ในการกักเก็บน้ำของฝายแทบไม่เหลือค่ะ แน่นอนว่าการซ่อมแซมมันก็เกินศักยภาพของท้องถิ่น ชาวบ้านบริเวณ ๒ ฝั่งลำน้ำปิง ๓๐ กว่าหมู่บ้านใช้ประโยชน์จากน้ำของฝายนี้ ก็เลยมีความกังวลว่าถ้าไม่รีบดำเนินการ ซ่อมแซม ฝายอาจจะพังทลายลงมา ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรเสียหายได้ค่ะ🔗

เรื่องสุดท้ายค่ะ ฝากถึงกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ขอให้มีการพิจารณาการก่อสร้างพนังกั้นแม่น้ำปิง ตั้งแต่บริเวณหัวฝายเหมืองหนองผึ้ง ตลอดแนวยาวลงมาเลียบน้ำปิงไปจนสุดเขตใต้สะพานข้ามแม่น้ำปิง บริเวณสำนักงาน ตำรวจภูธร ภาค ๕ แขวงกาวิละ เพราะว่าน้ำมาทีไรก็จะทะลักเข้าทางนี้ทุกที ระยะทางแค่ ประมาณ ๗๐๐ เมตร เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนระยะยาวนะคะ ไม่ต้องทำให้น้ำท่วม บ่อย ๆ แก่พี่น้องชาวชุมชนหนองหอย ชาวเทศบาลตำบลหนองหอย รวมไปถึงคนในพื้นที่ อำเภอสารภีด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณกิตติ กิตติธรกุล ครับ🔗

นายกิตติ กิตติธรกุล กระบี่

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกิตติ กิตติธรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ มีเรื่องหารือที่สำคัญอย่างยิ่งกับท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ เรื่องภัยแล้งที่เกิดขึ้นในช่วงปิดสมัยประชุมสภาที่ผ่านมา ได้เกิด ผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ โดยในพื้นที่ จังหวัดกระบี่นั้นได้รับผลกระทบอย่างมากมาย ทั้งภาคการเกษตร พืชผลการผลิตต่าง ๆ ภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ เสียหาย แต่อย่างไรก็ตามพี่น้องชาวกระบี่ทุกคนขอขอบคุณกรมฝนหลวง โครงการ พระราชดำริที่ได้ทำฝนเทียมในพื้นที่จังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติ ภัยแล้งเบื้องต้น ส่วนการแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้านั้น กระผมและเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ สส. ถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ สส. สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง พรรคภูมิใจไทย ได้บูรณาการแก้ไขปัญหาร่วมกันกับผู้ว่าราชการจังหวัด การประปา ส่วนภูมิภาค ชลประทาน องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ท้องที่ ท้องถิ่น และหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง วางแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง จังหวัดกระบี่ ตามสไลด์ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายกิตติ กิตติธรกุล กระบี่

แผนแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วน ๑๑ โครงการ รวมวงเงินงบประมาณ ๖๐๐ กว่าล้านบาท แผนแก้ไขปัญหาระยะกลาง ๔ โครงการ รวมวงเงินงบประมาณ ๑,๖๐๐ กว่าล้านบาท และแผนแก้ไขปัญหาระยะยาว จำนวน ๖ โครงการ วงเงินงบประมาณ ๑,๙๐๐ กว่าล้านบาท จึงขอฝากท่านประธานสภาผ่านไปยัง กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งพิจารณาและจัดสรรงบประมาณ แก้ไขปัญหาภัยแล้งโดยเร่งด่วนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ครับ เรื่องท่าเทียบเรือเกาะพีพีและเขื่อนป้องกันการกัดเซาะริมตลิ่ง ที่ชำรุดทรุดโทรมเสียหายอย่างมาก ใกล้จะพังก็ว่าได้ครับท่านประธาน เกาะพีพีเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงลำดับต้น ๆ ของประเทศและขึ้นชื่อระดับโลก ทำรายได้อย่างมหาศาล ให้กับประเทศในด้านของการท่องเที่ยว แต่อย่างไรก็ตามกลับน่าเวทนาที่ไม่ได้รับการเหลียวแล ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น หากวันใดวันหนึ่งได้เกิดอุบัติเหตุ สิ่งที่ไม่คาดคิด นักท่องเที่ยว ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวของประเทศจะเป็นอย่างไร หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขาดการดูแลแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระผมจึงขอฝากท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาเรื่องนี้โดยเร่งด่วน ก่อนที่ภาพลักษณ์ด้านการ ท่องเที่ยวจะเสียหายไปมากกว่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณปวิตรา จิตตกิจ ครับ🔗

นางสาวปวิตรา จิตตกิจ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ลูกเกด ปวิตรา จิตตกิจ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกลค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวปวิตรา จิตตกิจ กรุงเทพมหานคร

เรื่องแรกค่ะท่านประธาน ทางเดินเลียบริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สำนักเทศกิจไปจนถึงวัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร เลียบริมแม่น้ำเจ้าพระยาสวยงามมากค่ะ ด้านซ้ายนะคะ อยากให้มีคนไปท่องเที่ยวค่ะ แต่ถ้าว่าข้อเท็จจริงเป็นสนามรบค่ะ ในช่วงค่ำคืนมีปัญหาวัยรุ่นมั่วสุมสูบกัญชา ดื่มเหล้า ดื่มน้ำกระท่อม ไปจนถึงทะเลาะวิวาทค่ะ ขี่มอเตอร์ไซค์บนทางเลียบนี้แล้วก็บาดเจ็บสาหัส วิ่งเข้าไปในบ้านประชาชนแถวนั้น จนตอนนี้ประชาชนแถวนั้นหลับนอนไม่ได้ค่ะ แล้วก็ไม่มี หน่วยงานไหนเข้าไปดูแลพื้นที่นี้ค่ะ เนื่องจากอยู่ในระหว่างการส่งมอบค่ะ จึงขอฝาก ท่านประธานช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ให้ด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ค่ะ ดิฉันขอชื่นชมท่านผู้อำนวยการเขตบางกอกใหญ่ คุณวรชล ถาวรพงษ์ ที่ดำเนินการตรวจสอบดำเนินคดีกับผู้ค้าต่างด้าวที่มาลักลอบขายของในพื้นที่ วังหลัง ศิริราชค่ะ ทางสำนักงานเขตบางกอกน้อยก็ได้ทำงานกันอย่างเต็มที่แล้วนะคะ แต่ว่ายังพบถึงการกระทำความผิดซ้ำ ๆ อยู่ค่ะ จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ และ สน. บางกอกน้อยด้วยค่ะ ให้ช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว🔗

เรื่องที่ ๓ พระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินขยายถนนเพชรเกษม ที่ประกาศใน ปี ๒๕๖๖ และพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินรถไฟฟ้าสายสีส้มในพื้นที่ ๑๑ เขต ๒๙ แขวง ตามภาพนี้นะคะ ช่วงต้นเดือนที่แล้ว พื้นที่เป็นแผนที่แบบนี้นะคะ ประชาชนสงสัยค่ะ จะโดนบ้านตัวเองหรือเปล่า มีความชัดเจนอย่างไรบ้างว่ากระทบพื้นที่ตรงไหน แล้วก็อยู่ใน ขั้นตอนใด และหน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบค่ะท่านประธาน🔗

เรื่องสุดท้ายค่ะ ประชาชนในพื้นที่ ๕ เขตของดิฉันนะคะ บางกอกใหญ่ ธนบุรี ภาษีเจริญ ศิริราช และบางเชือกหนัง รวมถึงเพื่อน ๆ สส. กรุงเทพมหานครฝากมาค่ะว่า มีปัญหาหมา แมวจร มาขับถ่ายเรี่ยราด แล้วก็แพร่เชื้อโรคให้แก่คนในชุมชนค่ะ จึงอยากฝาก ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยแก้ไขทั้งระบบค่ะ ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณจำลอง ภูนวนทา ครับ🔗

นายจำลอง ภูนวนทา กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายจำลอง ภูนวนทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ เขตเลือกตั้งที่ ๓ จังหวัดกาฬสินธุ์ ห้วยเม็ก หนองกุงศรี ท่าคันโท ผมมีเรื่องที่หารือ ท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องนะครับ🔗

เรื่องแรก เป็นเรื่องถนนเชื่อมระหว่างตำบลโคกเครือกับตำบลดงมูล ผมได้รับ การร้องเรียนจากนายกเทศมนตรีเด็ด แก้วมาลุน ขอภาพด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายจำลอง ภูนวนทา กาฬสินธุ์

ท่านประธานจะเห็นว่าภาพตรงนี้ พอหน้าฝนทีก็จะเป็นอย่างนี้ เด็กนักเรียนทรมานมาก ราษฎรประมาณ ๒๐๐ ครัวเรือน ต้องสัญจรผ่านถนนเส้นนี้เป็นประจำทุกวัน ทุกเวลา ที่ต้องไปประกอบภารกิจ ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณท่านนายกเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ท่านนายก อบจ. กาฬสินธุ์ ที่สนับสนุน งบประมาณมาบรรเทา ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทำถนนคอนกรีตได้ระยะ ๑๖๗ เมตรครับ จิ๊บจ๊อยมากครับ แต่ว่าก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลยเหมือนกรมส่งเสริม ท่านประธานครับ เงินเหลือจ่ายอันได้จากถนนเส้นอื่นที่มีการ Bidding แล้วเงินเหลือจ่าย นายกเด็ด แก้วมาลุน ได้แก้ปัญหาโดยการขอใช้งบประมาณเหลือจ่ายตรงนี้ จำนวน ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ รวมเบ็ดเสร็จแล้วงบประมาณเส้นนี้ที่ผมเคยหารือกับท่านประธานแล้วว่า ต้องใช้เงินอยู่ประมาณ ๘ ล้านบาทเศษ ตอนนี้ยังเหลืองบประมาณอยู่ ๖ ล้านบาท เมื่อไร ถนนเส้นนี้จะเสร็จครับท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่ผมหารือและเป็นเรื่องที่กระทบกับตัวผมเอง กระทบกับ คนบ้านนอกแบบผมที่สัญจรไปมาทางสนามบินของประเทศไทยนะครับ ขอภาพหน่อยครับ นี่ครับ ไม่ต่างอะไรจากขนส่งหมอชิตที่ผมเคยใช้เมื่อก่อนนั้น รถแท็กซี่ห้ามเข้า แม้ส่ง และรับ ผู้โดยสารต้องเดินออกจากสนามบินแล้วลากกระเป๋าลงมาข้างล่าง มาชั้น ๒ ท่านประธานครับ ปัญหาของผมมีอยู่แค่นี้ครับ มีอยู่เรื่องเดียว นี่คือประตูทางเข้านะครับ ห้ามออกจากสนามบิน ถ้าจะกรุณานะครับท่านประธาน ควรจะทำทางออกจากสนามบิน ให้ด้วย จะเป็นพระคุณกับพี่น้องประชาชนผู้สัญจรไปมาโดยการใช้การเดินทางทางอากาศ หรือว่าเครื่องบิน จะเป็นพระคุณและเป็นคุณูปการแก่พี่น้องประชาชนผู้สัญจร ผมได้รับการ ร้องเรียนจากชาวบ้านที่ลากกระเป๋าเดินออกมาด้วยกัน เราคุยกันมาบอกว่ามันเหมือนเป็น Mafia แห่งหนึ่งท่านประธานครับ ประเทศไทยวันนี้เดินมาถึงจุดที่ว่า Civilize แล้วในสายตา ผมนะครับ เรื่องเหล่านี้ไม่ควรจะมีในสังคมไทย ขอกราบขอบคุณท่านประธานด้วยความ เคารพครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สนามบินที่ไหน ที่ท่านพูดถึง สนามบินดอนเมืองหรือที่ไหน🔗

นายจำลอง ภูนวนทา กาฬสินธุ์

สนามบินทั้ง ๒ แห่งเลยครับ ท่านประธาน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ แต่ภาพเมื่อครู่นี้เป็นสนามบินดอนเมือง ซึ่งผมเจอด้วย ตัวผมเองนะครับ ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ จะได้ทราบ คือทั้ง ๒ สนามบินนะครับ ขอให้ผู้รับผิดชอบแก้ไขด้วย เพราะว่าเป็นหน้าตาของประเทศ ต่อไปขอเชิญคุณนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ ครับ🔗

นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทน ราษฎรที่เคารพ กระผม นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต จังหวัดนนทบุรี พรรคก้าวไกล วันนี้ขออนุญาตนำเรื่องมาหารือผ่านสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ๓ เรื่องด้วยกัน ที่เกี่ยวกับอำเภอบางบัวทองและอำเภอไทรน้อยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ นนทบุรี

เรื่องที่ ๑ นี่คือจังหวัดนนทบุรี เมืองน่าอยู่ ทันสมัยมาก ณ ปัจจุบันก็จะมีทั้งห้าง แล้วก็มีโครงการขึ้นมาใหม่คือ Motorway หมายเลข ๘๑ ซึ่งมูลค่าโครงการมากกว่า ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่นำมาลงจังหวัดนนทบุรี ขอสไลด์ต่อไปครับ จากนั้นผมก็ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑๕ ท่านผู้ใหญ่ เกษม นุชเดื่อ แล้วก็คุณหนิง กนกพร สุวรรณโชติ เป็นประชาชนในพื้นที่ที่อาศัยอยู่หมู่บ้าน บริเวณนั้น ได้นำความเดือดร้อนมาหารือผม ขออนุญาตสไลด์ถัดไปครับ นี่ครับเมื่อสักครู่ ตอนที่รับหนังสือเรายืนอยู่หน้าสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง พอหันหลังมาเท่านั้นละครับ ท่านจะ เห็นว่าทางซ้ายนี่คือที่รอรถเมล์ของพี่น้องประชาชนบางบัวทอง เป็นเพิงสังกะสีเก่า ๆ แล้วก็ สภาพค่อนข้างจะแย่ ตรงนี้มันอยู่ในพื้นที่ของแขวงทางหลวง ดูทางด้านขวามือ นี่คือของ มาตรฐานที่เขามีกัน นี่คือสิ่งที่ท่านจัดให้คนบางบัวทอง แต่ด้านขวานี่คือคนทุกที่เขา ได้นะครับ ขอสไลด์ถัดไปด้วยครับ ต่อไปก็คืออยู่ใกล้กันอีกก็จะมีป้ายรถเมล์ ทางด้านซ้าย ท่านเห็นไหมครับว่าเป็นป้ายรถเมล์ที่มีลักษณะไม่เหมือนป้ายรถเมล์ที่เป็นมาตรฐาน ทำให้ ผู้โดยสารบางส่วนที่จะมาลงป้ายนี้ พอกดออดแล้วคนขับรถเมล์บอกไม่จอด เพราะว่าป้ายนี้ เป็นป้ายเถื่อน ไม่ถูกต้อง ก็จะไปลงป้ายถัดไป แล้วต้องทำให้เดินเท้ามาเป็นระยะทาง ค่อนข้างไกล ก็เลยฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ของเถื่อนกับของมาตรฐานไม่ต้องจัดมา จังหวัดนนทบุรีนะครับ ขอสไลด์ถัดไปครับท่านประธาน อันนี้ผมขอพูดในนามของคนจังหวัด นนทบุรีนะครับ เห็นไหมครับว่าสิ่งที่จังหวัดนนทบุรีได้เป็นอย่างไรทางซ้ายครับ สิ่งที่ คนกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างไรทางขวา นี่คือป้ายรถเมล์ของคนจังหวัดนนทบุรี ส่วนทาง ด้านขวาเป็นป้ายรถเมล์ของคนกรุงเทพฯ อย่างไรฝากท่านรัฐมนตรีทำเพื่อคนนนทบุรี ให้เหมือนคนกรุงเทพฯ บ้างนะครับ🔗

ต่อไปเรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ใช้เวลาไม่มากครับ อันนี้จะเป็นความ เดือดร้อนของพี่น้องชาวอำเภอไทรน้อย ตำบลไทรใหญ่ ตรงนี้อยู่ ๆ ก็มีแขวงทางหลวงครับ เอา Barrier มาตั้งกั้นบริเวณตลาดหน้าวัดสโมสร ทางหลวงหมายเลข ๓๔๖ เห็นไหมครับว่า พอตั้งเสร็จ รถจะต้องชะลอ แล้วคิดดูถ้าชะลอท่านเห็นไหมครับว่ารถบรรทุกนี่กล้องยัง จับความเร็วไม่ทันก็ชนตูม เรียบร้อยครับ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อย่างไรฝากให้รีบนำออก แล้วก็ทำความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนให้มันคลี่คลายได้โดยเร็วนะครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ ครับ🔗

นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๙ จังหวัดเชียงใหม่ พรรคพลังประชารัฐ ในวันนี้ผมใคร่ขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง แขวงการทางเชียงใหม่ที่ ๑ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ เชียงใหม่

เพื่อขอเร่งรัดจัดสรรงบประมาณ ในการก่อสร้างซ่อมแซมทางหลวงหมายเลข ๑๐๘๘ ตอนสะพานห้วยเม็ง-แม่ซา กม. ที่ ๗๗+ ๔๙๐ ถึง กม. ที่ ๗๗+๖๔๐ อำเภอแม่แจ่ม ซึ่งเกิดความเสียหายจากการชะล้างพังทลาย และการเคลื่อนตัวเชิงลาดของที่ดิน ซึ่งเกิดความเสียหายตั้งแต่วันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๕ ปัจจุบันยังไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากว่าพื้นที่ดังกล่าว สะพานดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ขนส่งสินค้าการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอำเภอแม่แจ่ม เป็นเรื่องของข้าวโพด ซึ่งต้องใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบันรถบรรทุกขนาดใหญ่ซึ่งเกิน ๒๑ ตัน ไม่สามารถที่จะผ่านได้ ทำให้ต้นทุนในการขนส่ง ต้นทุนสินค้าก็เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับ เส้นทางสายดังกล่าวเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อเป็นทางลัด ระหว่างอำเภอแม่แจ่ม โดยเฉพาะ จังหวัดเชียงใหม่ไปจนถึงอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทำให้ชาวบ้านได้รับ ความเดือดร้อน จึงขอฝากท่านประธานช่วยกรุณาเร่งรัดกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ในการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดแม่ฮ่องสอนด้วยนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณกฤษฏิ์ ชีวะธรรมานนท์🔗

นางสาวกฤษฏิ์ ชีวะธรรมานนท์ ชลบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ กฤษฏิ์ ชีวะธรรมานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดชลบุรี เขต ๖ ศรีราชา วันนี้ ข้าพเจ้าอยากจะขอปรึกษาหารือท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า ท่านมีแนวทาง หรือข้อเสนอใดที่จะชี้ชวนนักลงทุนชาวต่างชาติให้มาลงทุนในประเทศไทยและทำอย่างไรให้ นักลงทุนไทยไม่ไหลออกไปลงทุนยังต่างชาติ เพราะในวันนี้นักลงทุนไทยไปลงทุนในประเทศ เวียดนามถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของนักลงทุนทั้งหมดในเวียดนาม ซ้ำร้ายโรงงานในไทยยัง ปิดกิจการไปกว่า ๓๐๐ กว่าโรงงาน ในระยะเวลาเพียง ๖ เดือนแรกของปีนี้ ทำให้แรงงาน ถูกเลิกจ้างกว่าหมื่นอัตราด้วยสาเหตุจากการขึ้นค่าแรง ข้าพเจ้าได้ไปเยือนเวียดนามอย่าง เป็นทางการในฐานะกลุ่มมิตรภาพรัฐสภาไทย-เวียดนาม กลับมาจึงมีข้อเสนอท่านนายกดังนี้🔗

๑. ในการพิจารณาขึ้นค่าแรง ควรให้ตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน ต้องมี มาตรการชดเชยให้กับโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเหมาะสม และลดค่าครองชีพโดยการ ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ลดค่าน้ำมันเชื้อเพลิง อีกทั้งส่งเสริมสวัสดิการให้กับ ประชาชน🔗

๒. ขอให้ตรวจสอบวิธีการกำหนดสีผังเมือง เร่งรัดประกาศให้มีความชัดเจน อย่างเร่งด่วน เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจของนักลงทุน และควรมีพื้นที่สีม่วงให้มากขึ้น🔗

๓. ลดขั้นตอนและเงื่อนไขการพิจารณาใบอนุญาตต่าง ๆ กำหนด ค่าธรรมเนียมให้ชัดเจน เพื่อขจัดปัญหาการคอร์รัปชันและกำหนดบทลงโทษให้หนักขึ้น🔗

๔. การให้สิทธิประโยชน์ BOI ต้องไม่เสียเปรียบให้แก่ต่างชาติมากจนเกินไป🔗

๕. สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณภาพของแรงงาน เราต้องปฏิวัติระบบการศึกษา ใช้ครูที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในแต่ละสาขา ยกเลิกการทำวิทยฐานะเพื่อคืนครูให้กับ นักเรียนและขอให้ทุ่มงบประมาณไปยังการศึกษาชั้นประถม ระดับ ปวช. และ ปวส. ให้มากขึ้น🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวกฤษฏิ์ ชีวะธรรมานนท์ ชลบุรี

สุดท้ายนี้เหนือสิ่งอื่นใด คุณภาพ ของเยาวชนสะท้อนเศรษฐกิจของชาติ อยากจะขอให้ท่านนายกกำหนดวาระเรื่องการปฏิวัติ การศึกษาให้เป็นวาระแห่งชาติอันดับ ๑ เพื่อลูกหลานไทย และเพื่อเศรษฐกิจไทยที่ยั่งยืน ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณธีระชัย แสนแก้ว ครับ🔗

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผม ขออนุญาตที่จะขอปรึกษาหารือเรื่องที่มีความจำเป็นเร่งด่วนให้กับพี่น้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ด้วยเหตุว่าท่านนายกวิชัย พลนิกรกิจ พร้อมพี่น้อง ประชาชนที่พักอาศัยอยู่บริเวณลำห้วยน้ำพอง ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลพันดอน อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ประสบปัญหาน้ำซัดเซาะตลิ่งรุนแรงทำให้ที่ดินพัง และเป็นที่ดินที่อุ้มน้ำ อย่างมากมาย และต่อมาทางกรมโยธาธิการได้ไปดำเนินการในการเรียงหิน แต่ก็ใช้ได้ใน ระดับหนึ่ง แต่ปัญหาของกรมโยธาธิการที่ได้ไปดำเนินการนั้น ก็ไม่ได้วางท่อในการระบายน้ำ ถ้าฝนตกลงมาทุกวัน ปกติแล้วยังไม่ทำตรงนี้ น้ำก็ท่วมอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว แล้วถ้าหากว่า ไม่แก้ไขแบบแปลน ซึ่งถ้าหากว่ากรมโยธาธิการสามารถแก้ไขแบบแปลนสักนิดสักน้อย ก็สามารถทำให้น้ำไหลโล่งเข้าไป ผมจึงขอฝากให้ทางกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ กรมโยธาธิการซึ่งไปดูแล้วดูอีก พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลพันดอน อำเภอกุมภวาปี ได้มีการจัดชุมนุมกัน แล้วมีการเสนอแนะไปยังโยธาธิการจังหวัดก็หลายครั้งหลายหน รับปาก แต่ไม่ทำ รับปากแต่ไม่ทำ ไปเป็นขี้ข้าผู้รับเหมาครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ท่านได้ช่วย ดำเนินการในการสั่งการไปยังกระทรวงมหาดไทย โดยให้กระทรวงมหาดไทยได้ช่วย ดำเนินการในเรื่องนี้ เรื่องเล็ก ๆ ทำไม่ได้ เรื่องใหญ่ ๆ มันจะทำได้อย่างไรครับท่านประธาน ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ครับ🔗

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลลำไพลของอำเภอเทพา ท่านประธานครับ ปิดสมัยประชุม หลายเดือน พี่น้องประชาชนถามผมว่า สส. ตกลงถนนเลี่ยงเมืองนาทวีจะเกิดหรือไม่เกิด ท่านประธานครับ ผมอภิปรายปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ กรมทางหลวงชนบทเริ่มสำรวจเบื้องต้น และปี ๒๕๖๖ รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณ ๓๐ ล้านบาท วันนี้กระบวนการทั้งหมดออกแบบ เรียบร้อยแล้วครับท่านประธาน ขั้นตอนต่อไปก็คือการประกาศพระราชกฤษฎีกาในการที่จะ เวนคืน ใช้เวลาไม่เกิน ๑ ปีครับ ในขั้นตอนต่อไปเมื่อประกาศพระราชกฤษฎีกาแล้ว ก็จะมี การชดเชยค่าเสียหายเวนคืนในเวลาไม่เกิน ๒ ปี🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

หลังจากได้รับงบประมาณครับ ท่านประธาน ในการก่อสร้างถนน ๒๐ กิโลเมตร รอบเมืองนาทวี ตามภาพที่ท่านเห็นครับ ใช้เวลา ๓ ปี แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเรากังวลมากก็คือ วันนี้กระทรวงคมนาคมตั้งใจจะให้โครงการนี้เกิด ติดตรงไหนครับ สำนักงบประมาณ คนที่จะอนุมัติ เพราะว่าการออกพระราชกฤษฎีกาครับ ต้องมีแหล่งที่มาของงบประมาณถึงจะประกาศพระราชกฤษฎีกาได้ เพราะมิเช่นนั้น ถ้าเราประกาศพระราชกฤษฎีกาไม่มีการเวนคืน จะโดนประชาชนฟ้องร้องภายหลังได้ เพราะฉะนั้นผมเองเรียกร้องให้กรมทางหลวงชนบทที่ตั้งใจอยู่แล้ว กระทรวงคมนาคมฝากไปยัง สำนักงบประมาณ ถ้าการอนุมัติช้าหรือลากโครงการไป ก็ได้เจอกันในการอภิปรายในหลาย เหตุการณ์ข้างหน้าครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย ครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย นครสวรรค์

กราบเรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องจากผมได้ลงพื้นที่ ได้รับการประสานงาน จากท่านณรงค์ พนมวัน ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ ท่านพิทักษ์ ตั้งแต่ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแก่ง นางสาวดลยา ลิ้มสุวรรณ นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลหนองกระโดน นายมาโนช ชาวสวน ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงที่ ๑ นครสวรรค์ นายธีรพัฒน์ สุภา หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ ๑ โครงการชลประทานนครสวรรค์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดไทรย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาดิน ขออภัยที่ไม่ได้ เอ่ยนามอีกหลายท่าน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย นครสวรรค์

ท่านประธานครับ ปัญหาน้ำท่วม พื้นที่ทำการเกษตรและหมู่บ้าน ที่อยู่อาศัย น้ำที่ไหลจากวัดโบสถ์ อำเภอบรรพตพิสัย ลงมา อำเภอเก้าเลี้ยว ถึงคลองท่าขนมจีน บ้านแก่ง ระยะทาง ๙๒ กิโลเมตร ไม่มีทางระบายน้ำ ตามภาพ และน้ำจากตะวันตก อำเภอแม่วงก์ อำเภอลาดยาว ไหลมารวมที่ตำบล หนองกระโดน ระยะทาง ๑๐๐ กิโลเมตร ไม่มีทางระบายน้ำ ตามภาพเช่นกันครับ น้ำจาก คลองท่าขนมจีน บวกกับน้ำที่ไหลมารวมกันที่ตำบลหนองกระโดน น้ำจะล้นท่วมคันคลอง ตามภาพครับ ไหลมารวมที่คลองโพธิ์ ตำบลวัดไทรย์ ไม่มีทางระบายน้ำ กรมชลประทาน กรมทางหลวงได้สำรวจแล้ว ต้องขุดลอกเร่งน้ำข้างทางเส้นสีแดงตามภาพ เพื่อให้น้ำไหลลงสู่ แม่น้ำปิง ระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร งบประมาณทั้งชลประทานและกรมทางหลวง ประมาณการ ๔๐ ล้านบาท สามารถแก้ปัญหาได้ แต่ถ้าไม่แก้ปัญหาพื้นที่ทั้ง ๕ อำเภอที่ถูก น้ำท่วมนาข้าวประมาณ ๕๐,๐๐๐ ไร่ ที่อยู่อาศัยและบ้านเรือนของประชาชน รัฐบาลเคยต้อง จ่ายเงินชดเชยน้ำท่วม ปี ๒๕๖๕ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตามภาพที่ขึ้นสไลด์ ฝากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ปัญหานี้ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม เพื่อเตรียมรองรับที่จะ เข้าสู่ฤดูฝน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง นครสวรรค์และอำเภอโกรกพระที่รับน้ำ กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่เคารพครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณชัชวาล แพทยาไทย ครับ🔗

นายชัชวาล แพทยาไทย ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๗ พรรคไทยสร้างไทย ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เพื่อสอบถามถึงความไม่ชัดเจนในมาตรการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ชาวนาทั้งประเทศ มีประเด็นที่อยู่ในความสนใจด้วยกัน ๒ ประเด็นดังนี้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายชัชวาล แพทยาไทย ร้อยเอ็ด

ประเด็นแรก ผมต้องขอคำตอบที่ ชัดเจนจากรัฐบาลครับว่า ในฤดูการผลิตปีนี้ รัฐบาลจะยังมีมาตรการช่วยเหลือพี่น้อง เกษตรกรชาวนาเหมือนปีที่ผ่านมาอยู่หรือไม่ อย่างโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี หรือที่เรียกว่า จำนำยุ้งฉาง โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าว และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบัน เกษตรกร เพื่อพยุงราคาข้าวเปลือกในตลาด และสุดท้ายโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการ และพัฒนาคุณภาพข้าว หรือที่เรียกกันว่า เงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๐ ไร่ ทั้ง ๓ โครงการนี้จะยังมีอยู่หรือไม่ และจะดำเนินการเมื่อไร🔗

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ขอให้รัฐบาลเร่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ในหลักเกณฑ์ต่าง ๆ แก่พี่น้องเกษตรกรชาวนา และแนวทางปฏิบัติ แก่เจ้าหน้าที่ให้มีความชัดเจน เพราะตอนนี้มีข้อสงสัยต่าง ๆ มากมาย เกิดความเข้าใจ ที่คลาดเคลื่อน ผมเกรงว่าพี่น้องจะเสียโอกาสจากโครงการดังกล่าว ตอนนี้ครับท่านประธาน พี่น้องเกษตรกรชาวนามีคำถามต่าง ๆ มากมาย เช่นว่า ผู้แทนบิ๊ก เงินค่าปุ๋ยคนละครึ่ง รัฐบาลออกให้ อีกครึ่งหนึ่งชาวนาออกเอง คั่นเฮาบ่มีเงิน เฮาสิได้ปุ๋ยไสไปใส่นา ปัญหาอย่างนี้ จะแก้ไขอย่างไรท่านประธานครับ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรชาวนาได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ มากที่สุด ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการด้วยครับ🔗

สุดท้ายท่านประธานครับ รัฐบาลเอ๋ย ปุ๋ยคนละครึ่ง จังได๋แท้สิมีแน่จริงหรือบ่ ข้าวแตกกอไปนา สิมาแท้บ่หนอปุ๋ย บัดเฮาลุยเกี่ยวข้าว ไร่ละพันมีจริงบ่ อย่าอึมครึมตั๋วล่อ ให้ขอเว้าว่ามา ท่าเด่อ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณศรีญาดา ปาลิมาพันธ์🔗

นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธาน ยกเคสจังหวัดภูเก็ตที่ได้รับผลกระทบ จากปรากฏการณ์ La Nina ที่เกิดจากสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงของโลก ทำให้มี ปริมาณน้ำฝนที่สูงมากผิดปกติในช่วงหน้าฝน ซึ่งเกิดขึ้นทั่วพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กรณีจังหวัดภูเก็ต เมื่อ ๒ วันที่ผ่านมามีก้อนฝนขนาดใหญ่มากจากมหาสมุทรอันดามันพาดผ่านเกาะภูเก็ต ทำให้เกิดฝนตกหนัก มีปริมาณน้ำฝนที่มีปริมาณมากกว่าปกติ ซึ่งโดยปกติปริมาณน้ำฝน จะอยู่ที่ ๑๔๐ มิลลิเมตร ซึ่งถือว่ามากแล้ว ในวันนั้นมีปริมาณน้ำฝน ๓๐๐ มิลลิเมตร ทำให้ เกิดน้ำหลากจากภูเขา ซึ่งบริเวณเทือกเขากมลาที่เราได้เห็นในสื่อมวลชนที่ออกไปนะคะ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง พื้นที่ที่น้ำระบายไม่ทันหลายพื้นที่จำนวนมาก ด้วยข้อสั่งการ ของนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน ดิฉันได้สอบถามไปยังท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านโสภณ สุวรรณรัฐ ได้มีการเตรียมการรับมือกับสภาพอากาศ La Nina ไว้ล่วงหน้า มีการ ติดตั้งจุดปั๊มน้ำ สูบน้ำ ดันน้ำไว้ ๒๔ ชั่วโมง ซึ่งถือว่าต้องขอชื่นชม ทำให้บริเวณเทศบาลเมือง จังหวัดภูเก็ต เทศบาลตำบลกะรน ป่าตอง น้ำไม่ท่วมค่ะ การใช้เครื่องสูบน้ำจากทุกภาคส่วน เครื่องดันน้ำจากกรมชลประทาน ทำให้ถนน ๔๐๒ เส้นทางไปสนามบิน น้ำได้ลดภายใน ๔-๕ ชั่วโมง และสามารถจัดการน้ำในจังหวัดภูเก็ตได้ภายใน ๒ วัน การบริหารจัดการน้ำ เป็น Keyword ที่สำคัญ การพร่องน้ำล่วงหน้าก่อนปริมาณน้ำจะมา การ Forecast ทำนาย ปริมาณน้ำ เราสามารถใช้ AI เทคโนโลยีมาช่วยได้ สิ่งเหล่านี้ถ้ามีการจัดการที่ดี มีการ เตรียมการ ซึ่งแน่นอนต้องมีอุปกรณ์ เช่น เครื่องสูบน้ำ เครื่องดันน้ำ ต้องมีเพียงพอต่อสภาวะ La Nina ที่จะเกิดขึ้นในฤดูฝนนี้ ดิฉันกราบเรียนฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลนะคะ ให้เตรียมการในเรื่องของอุปกรณ์ในการสูบน้ำและดันน้ำ แล้วเอาภูเก็ตเป็น Model ที่จะใช้ ในการป้องกันน้ำท่วมในฤดูฝนที่จะถึงนี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณพิทักษ์เดช เดชเดโช ครับ🔗

นายพิทักษ์เดช เดชเดโช นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากนายครรชิต เหมรักษ์ นายกสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทยและเกษตรกร ผู้เลี้ยงกุ้ง เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันราคากุ้งขาว Vannamei ได้มีราคาตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ขาดการเหลียวแลจากภาครัฐ ทั้งที่เกิดปัญหาขึ้นทุกปี ซึ่งไม่เหมือนสินค้าเกษตรอื่น ๆ ทั้งที่สินค้าผลผลิตจากกุ้งสร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจได้ปีละไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ฝากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เร่งเข้าไปดำเนินการแก้ไขดูแลเรื่องปัญหาราคา กุ้งขาวตกต่ำ🔗

เรื่องที่ ๒ สืบเนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูก ปาล์มน้ำมัน เนื่องจากปาล์มน้ำมันมีราคาลดลง ทำให้ผลกระทบกับความคุ้มทุนของพี่น้อง เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ทำให้เกิดปัญหาในการครองชีพของเกษตรกร เนื่องจากราคา ต้นทุนของการผลิตกับราคาขายมีความแตกต่างกัน ทำให้พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ได้รับความเดือดร้อน และทราบว่าช่วงนี้โรงงานมีการปิดอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เกิดความ เดือดร้อนกับพี่น้องเกษตรกร ฝากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าไป ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน🔗

ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายขวัญชัย รอดมณี นายกเทศบาลเมืองปากพนัง นายพีรพงศ์ ปรีชานนท์ ส.อบจ. เขตอำเภอปากพนัง เนื่องจากมีการใช้รถใช้ถนนการสัญจร เพิ่มมากขึ้น และถนนเส้นเก่ามีความคับแคบ จึงขอฝากกรมทางหลวงแผ่นดิน กระทรวง คมนาคม ขยายก่อสร้างถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๑๓ สายนครศรีธรรมราช บ้านหัวไทร ตอนบ้านศรีสมบูรณ์ถึงอำเภอปากพนัง ระยะทางประมาณ ๖ กิโลเมตร เป็นการเร่งด่วนด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณวันนิวัติ สมบูรณ์ ครับ ถ้ายังไม่พร้อมผมขอข้ามไปก่อน เดี๋ยวเอาไว้ตอนท้ายนะครับ ต่อไปขอเชิญคุณประสาท ตันประเสริฐ ครับ🔗

นายประสาท ตันประเสริฐ นครสวรรค์

ท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติพัฒนากล้า ท่านประธานครับ ในพื้นที่ของกระผมประกอบด้วย อำเภอลาดยาว อำเภอแม่วงก์ อำเภอชุมตาบง อำเภอแม่เปิน ท่านประธานครับ ในพื้นที่ อำเภอแม่เปินผมได้รับการร้องเรียนจากกำนันเจษฎากร นิมนามะ แล้วก็ผู้ใหญ่บ้านทุก ๆ ท่าน จากนโยบายของรัฐบาลในเรื่องของการศึกษา แล้วก็นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ได้มีนโยบายว่า เรียนดี มีความสุข จะให้โอกาสกับการศึกษาได้เป็นรูปธรรม ท่านประธานครับ ผมเรียนว่า จากคำร้องเรียนที่ได้รับ อำเภอแม่เปินเกิดมาแล้ว ๒๘ ปี ปรากฏว่าไม่มีโรงเรียนมัธยม ประจำอำเภอ เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการผ่าน ท่านประธานถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ทุกฝ่ายไปจนถึง สพม. นครสวรรค์ ทำไม ๑ โรงเรียน ๑ อำเภอ เขาถึงไม่ได้ วันนี้จากการสำรวจปรากฏว่าเด็ก เยาวชน เด็กนักเรียนที่มีภูมิลำเนา อยู่ในอำเภอแม่เปิน จำนวน ๑,๔๐๐ คน ต้องไปเรียนต่างอำเภอ ๕๐๐ คน อีก ๘๐๐ คน เรียนอยู่ในโรงเรียนประถมซึ่งขยายโอกาสนะครับ เพราะฉะนั้นเพื่อให้พี่น้องประชาชน เยาวชนชาวอำเภอแม่เปินได้มีสถานที่ศึกษา โรงเรียนมัธยมประจำอำเภอของเขา ความรู้ พัฒนาชาติ เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานถึงกระทรวงศึกษาธิการ และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ได้โปรดกรุณาดำเนินการจัดการให้การศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมให้กับเยาวชนชาวอำเภอแม่เปิน ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะอาจารย์และนักศึกษา คณะนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย Handong Global สาธารณรัฐเกาหลี และนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเข้ามาฟัง การประชุมของสภาผู้แทนราษฎรอยู่ข้างบนครับ ต่อไปขอเชิญคุณรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ครับ🔗

นางสาวรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ลำปาง

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน รภัสสรณ์ นิยะโมสถ ผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง พรรคก้าวไกล วันนี้ขอนำ ปัญหาของพี่น้องอำเภอแม่พริกเข้ามาหารือ คือปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากค่ะ อำเภอแม่พริกมีด้วยกัน ๔ ตำบล ๓ ตำบลนี้ท่วมหนักทุกปี🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ลำปาง

ตำบลแรกคือ ตำบลแม่ปุ บ้านต้นธง เป็นพื้นที่ที่รับน้ำจากห้วยผาปัง และไหลมาบรรจบกับแม่น้ำวัง แต่กลับไม่มีที่ระบายน้ำ จึงส่งผลให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน และท่วมพื้นที่เกษตรกรรม🔗

ตำบลต่อไปเป็นตำบลพระบาทวังตวง บ้านแม่ตั๋งและบ้านดอยคำ ได้รับมวลน้ำ ต่อมาจากตำบลแม่ปุ แต่ก็ด้วยพื้นที่ไม่ได้มีการขุดลอกมาเป็นเวลานาน น้ำจึงเข้าท่วมบ้านเรือน อีกเช่นกัน🔗

ตำบลสุดท้ายค่ะ ตำบลแม่พริก บ้านแม่เชียงรายลุ่ม เป็นหมู่บ้านสุดท้าย ที่เป็นพื้นที่รับน้ำจากแม่น้ำวัง ตรงนี้ก็จะท่วมต่อไปยังอำเภอสามเงา จังหวัดตาก ดิฉันจึง ขอหารือผ่านท่านประธานสภาไปยังสำนักโยธาธิการและผังเมืองลำปาง สำนักงาน ชลประทานที่ ๒ จังหวัดลำปาง และกรมเจ้าท่าให้เร่งเตรียมการป้องกันแก้ไข เพื่อไม่ให้พี่น้อง อำเภอแม่พริกได้รับผลกระทบน้ำท่วมเหมือนในปีที่ผ่านมา ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ ครับ🔗

ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ยุทธการ รัตนมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือท่านประธานเรื่องปาล์มครับ เมื่อสักครู่ท่าน สส. พิทักษ์เดช เดชเดโช ได้หารือเบื้องต้นกับท่านประธานไปแล้วนะครับ ผมได้รับ ข้อร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรปลูกปาล์มในพื้นที่อำเภอชะอวด และพื้นที่ ๕ อำเภอ ในเขต ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้รับซื้อปาล์มหรือ เรียกว่า ลานเทปาล์ม ๒ ลานเท ลานเทที่ ๑ จากคุณสัมฤทธิ์ เพชรทอง ชื่อเพชรทองปาล์ม อยู่ในตำบลบ้านตูล อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช และอีกลานเทหนึ่งชื่อ ลานเท ทวนรุ่งเรือง จากคุณอรุณและคุณเบญจพร พรหมช่วย จากเขตตำบลเขาพระบาท อำเภอ เชียรใหญ่ เนื่องจากลานเทรับซื้อปาล์มไม่สามารถรับซื้อปาล์มได้ เพราะว่าโรงงานที่รับซื้อ ปาล์มในเขตลุ่มน้ำปากพนัง ณ เวลานี้ได้ทำการปิดรับซื้อตั้งแต่วันที่ ๖-๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ทำให้พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อนเป็นอย่างมากครับ ไม่รู้จะไปขายให้ใคร หรือขายที่ไหน เพราะลานเทปาล์มไม่รับซื้อปาล์ม ด้วยเหตุผลอะไรผมก็ไม่ทราบ ทำให้เกษตรกรสวนปาล์ม เดือดร้อนอย่างหนัก ผมจึงขอฝากท่านประธานส่งหนังสือไปยัง ๒ หน่วยงาน ๑. นายกรัฐมนตรี ๒. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แก้ไขปัญหานี้โดยด่วน ก่อนที่พี่น้องประชาชน จะประท้วงเรียกร้องจากรัฐบาลครับ🔗

ข้อที่ ๒ ขอให้นายกรัฐมนตรีเห็นชอบ พ.ร.บ. ปาล์มน้ำมันและผลิตภัณฑ์ ปาล์มน้ำมัน ซึ่งเสนอโดยผมเองในฉบับนี้ครับ ซึ่งได้เสนอไปเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๗ ท่านนายกรัฐมนตรีตอบกลับมาว่าได้รับคำร้องเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่สามารถอนุมัติเห็นชอบตามข้อบังคับได้ สุดท้ายนี้ผมได้รับแจ้งจากท่าน สส. ประมวล พงศ์ถาวราเดช ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา แล้วก็ในฐานะของสมาชิกสภาผู้แทนของพรรคประชาธิปัตย์ จะลงพื้นที่ตรวจสอบกรณี โรงงานปิดการรับซื้อปาล์มจากเกษตรกร ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณรวี เล็กอุทัย🔗

นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีประเด็นปรึกษาหารือในประเด็นปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วน ของพี่น้องประชาชน ๒ ประเด็นดังนี้🔗

ประเด็นแรกครับท่านประธาน เดี๋ยวขอสไลด์ ขึ้นด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ผมได้รับแจ้งจากท่านนายกสมอาจ แก้วคต สไลด์ต่อไปเลยครับ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไผ่ล้อม ถึงประเด็นปัญหาการก่อสร้างใน โครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก ซึ่งได้มีการก่อสร้างคลองส่งน้ำ ๔ สาย บริเวณคลองชลประทาน ที่ ๑-๔ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของตำบลไผ่ล้อมและตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล ท่านประธานครับ ในส่วนของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผาจุกนั้น ขณะนี้ได้มีการถมดินปิดกั้นเส้นทาง เดินน้ำเพื่อก่อสร้างในบริเวณคลองชลประทานทั้ง ๔ สายนี้พร้อมกันเลย และทำให้เกิด ปัญหามีความล่าช้าในการดำเนินงานก่อสร้างของผู้รับเหมา อีกทั้งตอนนี้เป็นช่วงหน้าฝน ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมอีกด้วย นี่เป็นปัญหาใหญ่ครับท่านประธาน เพราะพี่น้อง เกษตรกรในพื้นที่นี้ต้องประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี ๆ และประสบปัญหานี้มาเป็น ระยะเวลาที่นานมาก ซึ่งโครงการนี้ควรจะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วเสียที เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้แก่พี่น้องประชาชน เพราะพวกเขาควรจะมีรายได้ที่ดีและมั่นคง จากผลผลิตของพวกเขาเอง ไม่ใช่มีรายได้จากเงินเยียวยาและถุงยังชีพครับท่านประธาน ดังนั้นผมจึงขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังกรมชลประทาน และสำนักงานก่อสร้าง ชลประทานขนาดใหญ่ที่ ๓ สำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ โปรดช่วยกำกับดูแลให้การ ดำเนินการก่อสร้างเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิด กับพี่น้องประชาชน และโปรดพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อขุดลอกและขยายคลองตาบู่ เพื่อเพิ่มศักยภาพเส้นทางการระบายน้ำให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ทางท่านนายกวุฒิศักดิ์ นาคบัว นายกองค์การบริหารส่วนตำบล บ้านหม้อ ได้แจ้งถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในตำบลบ้านหม้อ อำเภอพิชัย ที่ต้องสัญจรผ่านสะพานข้ามคลองไม้แดง หมู่ที่ ๑ ซึ่งมีสภาพชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก เนื่องจากสะพานข้ามคลองนี้เป็นสะพานสำคัญที่เชื่อมต่อถนนสาย อต.ถ. ๕๘-๐๔๑ บ้านหม้อ-ฟักท่า และเป็นเส้นทางที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลบ้านหม้อ ตำบลบ้านโคน และตำบลนาอินใช้สัญจรอยู่เป็นจำนวนมากครับ และเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งผลผลิตทาง การเกษตร จึงขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังจังหวัดอุตรดิตถ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โปรดช่วยจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามคลองไม้แดง หมู่ที่ ๑ ตำบลบ้านหม้อ อำเภอพิชัย เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีเส้นทางคมนาคมที่สะดวก และปลอดภัยด้วย ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณวัชระ ยาวอหะซัน🔗

นายวัชระ ยาวอหะซัน นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชระ ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ คนเมืองมะนารอ อำเภอยี่งอ วันนี้ผมขอ หารือ ๒ เรื่องใหญ่ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวัชระ ยาวอหะซัน นราธิวาส

เรื่องแรก ก็คือเรื่องเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายนที่ผ่านมา มีชาวบ้านเกือบ ๕,๐๐๐ คน ได้บุกศาลากลางนราธิวาสประท้วงขอถาม ค่าเยียวยาที่ล่าช้าและไม่เป็นธรรม ซึ่งผมได้พบปะแกนนำบางคน สาเหตุก็คือมี ๒ กลุ่ม ใหญ่ ๆ กลุ่มแรกก็คือ กลุ่มที่ไม่ได้รับเงินเยียวยา หรือกลุ่มที่ตกหล่นจากการสำรวจนะครับ อย่างที่ผมทราบในพื้นที่ก็คือหนังสือสั่งการถึงอำเภอ อำเภอก็ส่งไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สำรวจบ้านที่น้ำท่วม ข้าวของเสียหาย สัตว์ทั้งหลายนะครับ แล้วก็ปรากฏว่าต้องไปส่ง อบต. หรือเทศบาล ท้องถิ่นในพื้นที่ ผมว่าไม่ใช่ มันจะล่าช้า ทำไมไม่ส่งจังหวัดหรืออำเภอเลย ทำให้ มันมีปัญหาเป็นอย่างมาก แล้วก็กลุ่มที่ ๒ คือกลุ่มที่ได้รับการเยียวยา แต่ให้เงินช่วยเหลือ เยียวยาที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ที่ผ่านมาเงินเยียวยาหมู่บ้านหนึ่งนะครับ บางบ้านได้ตั้ง ๗๐,๐๐๐ บาท แต่บางบ้านได้แค่ ๑๐๐ บาท มันไม่เป็นธรรมจริง ๆ ครับ ที่ผ่านมาสมัยที่แล้ว น้ำท่วมหนักก็ได้ทุกบ้าน อย่างเช่น บ้านละ ๕,๐๐๐ บาท หรือว่า ๑๐,๐๐๐ บาท ก็ไม่มี ปัญหา ผ่านไปด้วยดี แต่ปีนี้มีปัญหามาก แล้วที่ผ่านมาก็เป็นงบน้ำท่วม ปีที่แล้วที่น้ำท่วมหนัก ตั้งแต่วันที่ ๒๕-๒๘ ธันวาคม แล้วปีใหม่นี้น้ำท่วมก็มาอีกแล้ว ๒-๓ วันที่ภูเก็ตนะครับ ก็ต้องฝากผู้ว่ากำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ภาพผนังเรียงหินที่คลองตันหยงมัสครับท่านประธาน ดูสร้าง ผนังเรียงหินนะครับ ขอภาพครับ สะพานกว้าง ๘๐ เมตร แต่ไปสร้างกลางคลองครับ แล้วคลองนี้รองรับน้ำ เหนือสะพาน ทั้งจะแนะ ระแงะ สุคิริน แล้วน้ำก็ท่วมครับ ข้างล่าง มีทั้งตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ มะนังตายอ ตำบลบางปอ ตำบลลำภูของอำเภอเมือง น้ำไหลไม่ทัน บ่าถนนเสียหายครับ ต้องตรวจสอบครับ ฝากหน่วยงานรับผิดชอบ น่าจะเป็น ของ ปภ. หรือของกรมโยธาธิการ อย่างไรก็ฝากหน่วยงานรับผิดชอบด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ครับ🔗

นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ เพชรบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต ๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ดิฉันขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องชาวเพชรบุรี มาหารือต่อท่านประธาน ขออนุญาตนำเรียนดังต่อไปนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ เพชรบุรี

ดิฉันลงพื้นที่รับทราบปัญหาและได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องชาวประมง เรื่อง ขอให้ติดตามรับซื้อเรือประมงออกนอกระบบ ซึ่งได้ลงทะเบียนไว้แล้ว สืบเนื่องจากรัฐบาลที่แล้วได้มีนโยบายจัดให้มีการแก้ไขปัญหา เรื่องเรือประมงที่มีมาก ที่ไม่ได้มาตรฐาน และไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมีนโยบายรับซื้อ เรือประมงคืน แต่ตอนนี้ชาวประมงจำนวนมากที่เข้าร่วมโครงการนี้ยังไม่ได้รับการจ่ายเงิน จากรัฐบาลตามนโยบายดังกล่าว ดิฉันจึงขอหารือต่อท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเร่งรัดเรื่องเรือประมง งบประมาณในการซื้อเรือประมง ที่ลงทะเบียนไว้แล้วกับภาครัฐด้วย เพราะตอนนี้ชาวประมงเดือดร้อนมาก🔗

อีกเรื่องหนึ่งนะคะ ชาวกีฬาวัวลานของกลุ่มภาคกลาง จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัด กาญจนบุรี ขอฝากขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน และคณะ ครม. ที่แก้ไขกฎระเบียบ เรื่องการแข่งขันกีฬาวัวลานทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นการ ส่งเสริมอาชีพของชาวบ้านชุมชน ให้ชาวบ้านได้มีรายได้ในการเลี้ยงครอบครัว ส่งเสริม การท่องเที่ยว ส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนาน ตามที่ท่านได้ลงพื้นที่ ครม. สัญจรจังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ที่ผ่านมา ขอขอบคุณท่านอีกครั้งนะคะ ที่เห็นความสำคัญของประเพณีวัวลานในครั้งนี้ด้วยค่ะ ขอขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ครับ🔗

นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต ๓ อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน พรรคภูมิใจไทย🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

ท่านประธานครับ เมื่อช่วง ปิดสมัยประชุมที่ผ่านมา ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านปุณยวีร์ โพธิพิพิธ ซึ่งเป็น นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่นว่า พ่อแม่พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขต ของการรถไฟแห่งประเทศที่เช่าอยู่มาไม่ต่ำกว่า ๕๐ ปี ได้รับการร้องเรียนว่า ตอนนี้ในส่วน ของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้มีการปรับเปลี่ยนค่าเช่า ซึ่งทำให้พ่อแม่พี่น้องนั้นไม่มีเงิน เพียงพอกับอัตราใหม่ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยนำเสนอมา ในอดีตที่ผ่านมาการเช่านั้นเพียง หลักพัน แต่วันนี้ครับ เช่าหลักหมื่นต่อปี และขั้นต่ำหลาย ๆ ท่านที่ได้รับการปรับย้อนหลัง นับเป็นแสนบาทต่อราย เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก้ไข เรื่องนี้ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคมที่ผ่านมา ผมเองได้รับการร้องเรียนจาก ท่านกำนันอานนท์ ทองสุข ท่านผู้ใหญ่เอนก มาบุญ หมู่ที่ ๙ บ้านบ่อหว้า ตำบลดอนตาเพชร อำเภอพนมทวนนะครับว่า มีหนอนระบาดชื่อว่า หนอนกระทู้หอม ซึ่งเดิมทีหนอนระบาด ตัวนี้มักจะเกิดขึ้นในไร่ข้าวโพด แต่วันนี้ครับ เกิดในส่วนของเกษตรกรที่ทำมันสำปะหลัง จนทำให้มีการเสียหายไม่ต่ำกว่า ๘,๐๐๐ ไร่ ที่ผมเช็คข้อมูลมาวันนี้จังหวัดกาญจนบุรีได้รับ ผลกระทบถึง ๓ อำเภอครับท่านประธาน ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวง เกษตรและสหกรณ์เข้าไปดูแล แล้วถ้าเป็นไปได้ครับ มีหลายเจ้าถึงกับหมดตัว เพราะว่าสิ่งที่ ลงทุนไปมันเป็นศูนย์ครับ ถ้าเยียวยาได้ ชดเชยได้ ฝากท่านประธานไปยังกระทรวง และรัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ🔗

เรื่องสุดท้ายนะครับ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ครม. ขอขอบคุณท่าน นายกรัฐมนตรีที่เมื่อวานนี้คณะ ครม. ได้มีการอนุมัติโครงการจ่ายเงินลงทุนเพื่อใช้จ่ายเงินกู้ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โครงการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขของสำนักงาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้อนุมัติอาคารผู้ป่วย ๘ ชั้น ๓๐๐ เตียง ที่ทำและติดตามมา ตั้งแต่สมัยที่แล้ว โดยสมัยของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขครับ วันนี้ผมเองในนามตัวแทนของคนท่ามะกา คนจังหวัดกาญจนบุรี ต้องกราบ ขอบพระคุณทาง ครม. เป็นอย่างยิ่ง กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ วันนี้ผมมี ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี มากราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร เพื่อประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการแก้ไขให้พี่น้อง ประชาชนชาวจังหวัดราชบุรี ๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก ปัญหาที่จอดรถของโรงพยาบาลบ้านโป่งซึ่งไม่เพียงพอครับ โดยปัจจุบันนี้อาคาร ๙ ชั้น หรือชื่ออาคารนิราพาธพิธาน ซึ่งเป็นอาคาร ๙ ชั้น ที่กำลังจะ ก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยผมเป็น สส. สมัยที่แล้วนะครับ ได้ผลักดัน และได้เป็นกรรมาธิการ งบประมาณในการอนุมัติงบประมาณในการก่อสร้างอาคาร ๙ ชั้นดังกล่าว ซึ่งอาคารดังกล่าว ต้องให้บริการพี่น้องประชาชน แล้วก็จะต้องมีพี่น้องประชาชนมาใช้บริการกันเป็น จำนวนมาก แต่ปัจจุบันท่านประธานครับ มีปัญหาเรื่องที่จอดรถ ซึ่งปัจจุบันนี้ที่จอดรถของ โรงพยาบาลบ้านโป่งนั้นไม่เพียงพอ จึงขอให้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้พิจารณาสร้าง อาคารจอดรถขนาด ๓๐๐ คัน ให้กับโรงพยาบาลบ้านโป่ง เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนที่มา รักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลบ้านโป่งด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ได้รับการร้องเรียนจากทางพี่น้องประชาชนที่ ตำบลท่าผาว่า เส้นเลียบคลองชลประทานคลอง ๑ ขวา ๕ ซ้าย ในพื้นที่หมู่ที่ ๑๒ ตำบลท่าผา ซึ่งเป็นถนนเลียบคลองฝั่งขวา เข้าหมู่บ้านหลัก ๖ ปัจจุบันนี้มีไฟส่องสว่างดี แต่ฝั่งซ้ายยังไม่มี ไฟส่องสว่าง ซึ่งเป็นถนนที่เข้าหมู่บ้านโพธิ์ทอง ในพื้นที่หมู่ที่ ๑๒ และหมู่ที่ ๙ ของตำบลท่าผา จึงขอให้ท่านประธานได้ประสานกับกระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณาดำเนินการติดไฟ ส่องสว่างให้พี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ปัจจุบันนี้สะพานบ้านโป่ง ซึ่งเป็นสะพานหลักในการข้ามแม่น้ำ แม่กลอง เชื่อมระหว่างบ้านโป่งฝั่งตะวันตกกับฝั่งตะวันออก ปัจจุบันนี้ได้ปิดเพื่อก่อสร้าง สะพานจาก ๒ ช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจร เพื่อรองรับถนน ๔ เลน ที่กำลังก่อสร้างเช่นกัน จากหนองปลาหมอไปที่เบิกไพร ทีนี้พี่น้องประชาชนก็ต้องใช้สะพานวัดโกสินารายณ์เชื่อมกับ สะพานวัดลาดบัวขาว ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง ปัจจุบันถนนที่เชื่อมจากสะพานนี้ ไปถึงที่เบิกไพร หมู่ที่ ๑๑ ที่บ้านโป่งลานนั้นชำรุดเสียหาย จึงขอให้ท่านประธานได้เร่งให้ กรมป่าไม้พิจารณาอนุญาตให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรีได้เร่งปรับปรุงพื้นผิว การจราจรด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ครับ🔗

-๑๘/๑🔗

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ จังหวัดชัยภูมิ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย กระผมขอหารือผ่านท่านประธาน ไปยังกระทรวงมหาดไทย ในเรื่องการแก้ปัญหาการเลือกตั้งของสมาชิกและผู้บริหารท้องถิ่น ที่ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณครับ ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิก สภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ ในมาตรา ๑๑ ได้กำหนดประเด็นการลาออก ของผู้บริหารท้องถิ่นไว้เพียงจะต้องเลือกตั้งภายใน ๖๐ วัน โดยไม่มีมาตรการควบคุมใด ๆ ทำให้ท้องถิ่นที่ผู้บริหารลาออกก่อนครบวาระเพียงไม่กี่เดือน ต้องเลือกตั้งเป็น ๒ ครั้ง ทำให้ สิ้นเปลืองงบประมาณเป็น ๒ เท่า ผมขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนครับ ผู้บริหาร อบจ. ชัยภูมิได้ลาออกเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา อบจ. ชัยภูมิจะต้องจัดให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งกำหนดให้ เลือกตั้งในวันที่ ๑๑ สิงหาคม ทั้งที่อีกประมาณ ๕-๖ เดือนจะมีการเลือกตั้งอยู่แล้ว เพราะเป็นการครบวาระของสมาชิกและนายก และการเลือกตั้งครั้งนี้ อบจ. ชัยภูมิได้ จัดเตรียมงบประมาณไว้เลือกตั้ง จำนวน ๗๔ ล้านบาท ซึ่งอีกไม่กี่เดือนก็จะต้องเลือกตั้ง อีกครั้งหนึ่ง และคาดว่าจะใช้งบประมาณไม่น้อยกว่าเดิม ท่านประธานครับ เงิน ๗๔ ล้านบาท ควรถูกนำไปใช้กับการซ่อมถนนของ อบจ. ที่มันชำรุดทรุดโทรม เป็นหลุมเป็นบ่อ ทั่วจังหวัด ในขณะนี้ครับ เงิน ๗๔ ล้านบาท ควรนำไปดูแลผู้สูงอายุ เด็ก เยาวชน คนพิการ หรือไป ส่งเสริม อสม. รพ.สต. โรงเรียนในสังกัดให้เขามาดูแลประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เงิน ๗๔ ล้านบาทนี้ไม่ควรถูกละเลงทิ้งไปกับการตัดสินใจของคนใดคนหนึ่งเพียงคนเดียว มันเป็นเงินของประชาชนครับ กระผมจะขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ แก้ไขปัญหาเรื่องนี้เป็นการเร่งด่วน เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะในต้นปีหน้าจะมีเทศบาล ครบวาระอีกจำนวน ๒,๔๖๙ แห่ง และในปลายปีหน้าจะมีองค์การบริหารส่วนตำบล ครบวาระอีกจำนวน ๕,๓๐๓ แห่ง หากผู้บริหารคิดเหมือนกัน ทำเหมือนกันประเทศเราจะ สูญเสียงบประมาณเป็นหมื่นล้านครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณญาณธิชา บัวเผื่อน ครับ🔗

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีปัญหาในเรื่องของภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำใช้เพื่อการเกษตร และการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับปัญหาภัยแล้งในฤดูกาลหน้าของอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรีค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

ซึ่งอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เป็นเขตพื้นที่เงาฝน ฝนตกน้อยกว่าในเขตพื้นที่อื่น ๆ ในฤดูแล้งที่ผ่านมาในช่วงเดือนมกราคม ถึงเมษายนที่ผ่านมาชาวสวนลำไยและชาวสวนทุเรียนต้องซื้อน้ำรดต้นไม้ประมาณวันละ ๒๐,๐๐๐ บาท ๒ วันก็เท่ากับทอง ๑ บาทแล้วนะคะ สังเกตจากในคลิปนะคะว่า ดิฉัน ขับรถไปจะสวนทางกับรถขนน้ำเป็นร้อยคันเลยทีเดียวค่ะท่านประธาน และนอกจากนี้ ชาวสวนยังต้องตัดลูกทุเรียนทิ้งเพื่อรักษาต้นไม้เอาไว้ เนื่องจากว่าขาดแคลนน้ำ ดังนั้น อ่างเก็บน้ำคลองเครือหวายจึงเป็นความหวังที่สำคัญของชาวอำเภอโป่งน้ำร้อนเป็นอย่างมาก แต่ว่าในปีนี้ ในปีงบประมาณปี ๒๕๖๘ อ่างเก็บน้ำคลองเครือหวายไม่ได้รับงบประมาณค่ะ ดิฉันคิดว่าจริง ๆ แล้วการเวนคืนที่ดินและการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำสามารถทำไปพร้อม ๆ กันได้ เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที ดิฉันจึงขอ หารือเรื่องนี้ไปยังกรมชลประทาน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยค่ะ🔗

ประเด็นถัดไปเป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกันค่ะ เป็นประเด็นที่เมื่ออ่างเก็บน้ำ คลองเครือหวายไม่ได้รับงบประมาณใช่ไหมคะ ดังนั้นพี่น้องประชาชนจึงต้องขุดสระเอง แต่ว่าในพื้นที่ของอำเภอโป่งน้ำร้อนนั้นการขุดสระยากลำบากมากเหลือเกินค่ะ เพราะว่า เป็นพื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่มติ ครม. ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ และเป็นพื้นที่ของความมั่นคงด้วย การอนุญาตให้ขุดสระเป็นไปตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่นั้น ๆ ดิฉันจึงอยากจะขอ ความอนุโลมไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีและรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ครับ🔗

นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอพนัสนิคม เขตอำเภอเกาะจันทร์ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขอหารือท่านประธานสภา ๒ เรื่องด้วยกัน ก็คือเรื่องซ้ำ ๆ ซาก ๆ คือเรื่องน้ำท่วมกับภัยแล้ง เนื่องจากสมัยประชุมที่ผ่านมานั้น ตอนต้น สมัยประชุมนั้นเราได้เจอปัญหาน้ำท่วมทุก ๆ พื้นที่ ทุก ๆ จังหวัด พอปิดสมัยประชุมนั้น เราก็เจอปัญหาเรื่องภัยแล้ง ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปถึงรัฐบาล ผมขอ เสนอแนะให้พื้นที่ต่อละ ๑ ตำบล เป็น ๑ แหล่งน้ำ หรือ ๒ ตำบล เป็น ๑ แหล่งน้ำ โดยที่ รัฐบาลหรือท้องถิ่นนั้นหาที่ดินประมาณ ๑๐๐-๒๐๐ ไร่ แล้วขุดสระเพื่อซับน้ำในจังหวะ น้ำท่วม แล้วพอหน้าแล้งตรงนี้นั้นสามารถดูดเอาไปใช้ให้กับพี่น้องประชาชนได้ ผมขอ ยกตัวอย่างคืออำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ตำบลไร่หลักทองนั้นมีเนื้อที่ประมาณ ๔๐๐ ไร่ เป็นเนื้อที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เราขุดสระเพียง ๑๐๐ ไร่เท่านั้น คราวที่แล้ว ภัยแล้งนั้นพี่น้องประชาชนนั้นสามารถดูดน้ำไปรดพืชผักสวนครัว ตลอดจนชาวนาได้อย่าง เห็นผล อยากจะฝากรัฐบาลต้องแก้ปัญหาด้วยความจริงใจ ไม่อยากจะเห็นรัฐบาลนี้แก้ปัญหา ด้วยข้าวกล่อง ไม่อยากจะเห็นรัฐบาลนี้แก้ปัญหาด้วยถุงยังชีพ🔗

ประการที่ ๒ ผมได้รับร้องเรียนจากท่านนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปรกฟ้า ท่านนายกสุทิน สุดถิ่น และพี่น้องประชาชนชาวอำเภอเกาะจันทร์ ในอำเภอเกาะจันทร์นั้น มีอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชโลทร อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ แล้วก็จะขุดท่อน้ำผันไปยัง ๓ สระด้วยกัน เนื่องจากกรมชลประทานนั้นได้ใช้งบประมาณจำนวน ๖๐-๗๐ ล้านบาท ทำท่อน้ำส่งไป ๓ อ่างนี้แล้ว แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ อยากจะฝากท่านประธาน ทำหนังสือถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ดูแลกรมชลประทานให้รีบดำเนินการเร่งด่วน เพื่อพี่น้องประชาชนในยามที่เกิดวิกฤติภัยแล้งและน้ำท่วมโดยเร่งด่วนครับ ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณเทียบจุฑา ขาวขำ ครับ🔗

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือกับท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้นะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

ดิฉันได้รับหนังสือร้องเรียนจากนางพิมพ์พกานต์ ชาวค้อ นายก อบต. บ้านค้อ ได้ทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ของบประมาณเพื่อขุดลอก หนองอีเลิง ตำบลบ้านค้อ ในวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๖ ซึ่งหนองน้ำแห่งนี้เป็นหนองน้ำ เก็บน้ำดิบเพื่อทำน้ำประปาให้กับหมู่บ้าน จำนวน ๖ หมู่บ้าน จนป่านนี้ได้หารือได้ติดตามไป หลายครั้งแล้วก็ยังไม่มีความคืบหน้า ประสานงานไปก็รับทราบ ๆ จะดำเนินการให้ จึงขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานช่วยดำเนินการแก้ปัญหาแหล่งน้ำตรงนี้ ขณะนี้พี่น้อง ประชาชนก็ช่วยกันเอาถุงทรายมากั้นเพื่อไม่ให้น้ำไหลออกนะคะ ดังนั้นก็ขอฝาก กรมชลประทานว่า น้ำตื้นเขินมาขุดลอกให้มีน้ำอุปโภคบริโภคเยอะ ๆ นะคะ🔗

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายก อบต. เมืองพาน นายเอกพล ศรีทอง นายธีระพงษ์ นายก อบต. บ้านก้อง อำเภอนายูง นายชัยยา นายกเทศมนตรี อำเภอนายูงว่า ขณะนี้น้ำประปาหมู่บ้านตอนนี้ประสบปัญหาความเดือดร้อน คือน้ำประปาหมู่บ้าน ไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคยังไม่พอ ยังเป็นสภาพประปาหมู่บ้านเก่าทรุดโทรมมานานแล้ว จึงอยากจะเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาซ่อมบำรุง หรือดำเนินการแก้ปัญหาใหม่ โดยเฉพาะ จัดตั้งประปาระบบใหม่ในพื้นที่บ้านนาชมภู ตำบลบ้านก้อง แล้วก็บ้านโนนทอง บ้านสมประสงค์ ตำบลโนนทอง แล้วก็ขอแก้ปัญหาทำประปาหมู่บ้านให้บ้านไผ่ล้อม บ้านหนองกาลึม บ้านติ้ว ซึ่งมีประชากรหนาแน่น จึงขอฝากกับท่านประธานผ่านไปยัง สทนช. และกระทรวงมหาดไทยด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์🔗

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอปรึกษาหารือ ท่านประธาน ๓ เรื่อง ดังต่อไปนี้ครับ🔗

เรื่องที่ ๑ คือการทำให้รัฐสภาไทยก้าวหน้า โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีประสิทธิภาพ และเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง🔗

เรื่องที่ ๒ คือความคืบหน้าการนิรโทษกรรมคดีการเมืองเพื่อความยุติธรรม นิติรัฐ นิติธรรม แก้วิกฤติทางการเมือง และพี่น้องคนไทยที่เห็นต่างไม่ต้องติดคุก ไม่ต้องลี้ภัย🔗

เรื่องที่ ๓ คือการแก้ไขกฎหมายเพื่อปฏิรูปกองทัพ อันได้แก่ ร่าง พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมที่พรรคก้าวไกลได้ยื่นและได้บรรจุในร่างวาระของสภาแล้ว ร่าง พ.ร.บ. กฎอัยการศึกและร่าง พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งติดอยู่ที่นายกรัฐมนตรี เพราะถูกตีความว่าเป็น พ.ร.บ. การเงิน ทั้งหมดนี้เพื่อปฏิรูป กองทัพให้ทันสมัย เป็นของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง🔗

ทั้งหมด ๓ ประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นนั้นไม่ใช่เรื่องอื่นไกล แต่เป็นเนื้อหา ในบันทึกความเข้าใจหรือ MOU ที่พวกเราพรรคการเมืองต่าง ๆ เคยทำร่วมกัน เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๖ หรือวันนี้เมื่อ ๑ ปีที่แล้วพอดิบพอดี โดย MOU ฉบับที่ผมกล่าวนี้ไม่ใช่ MOU จัดตั้งรัฐบาลที่เราทำได้ไม่สำเร็จ ซึ่งก็ไม่เป็นไรครับ แต่เป็น MOU ฉบับที่เกี่ยวกับการ ร่วมเสนอชื่อบุคคล เพื่อดำรงตำแหน่งประธานสภาและรองประธานสภาทั้ง ๒ ท่าน ที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน พร้อมกับสัญญาในการผลักดันวาระที่ก้าวหน้าเพื่อ ประชาชนตาม ๓ ประเด็นที่ผมได้กล่าวไปข้างต้น ดังนั้นกระผมขอปรึกษาหารือท่านประธาน เพื่อฝากไปยังนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ผู้แทนราษฎร รวมทั้งพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมด ให้ร่วมผลักดันตามที่เคยสัญญาไว้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับผลประโยชน์ สูงสุดด้วย ขอความกรุณาท่านประธานด้วยครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปเหลืออีก ๒ ท่านที่ผมข้ามมาก่อนครับ ท่านแรกคือคุณอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ เชิญครับ🔗

นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๗ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ อย่างที่เราทราบงบประมาณปี ๒๕๖๗ เกิดปัญหา ความล่าช้า และหลายท้องถิ่นต้องขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าก่อสร้างโครงการ เช่น ถนนท้องถิ่น แหล่งน้ำ หรือโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่สำคัญต่อชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ซึ่งอาจ ส่งผลให้ท้องถิ่นใช้งบประมาณไม่ทันในปีงบประมาณ ผมจึงอยากขอหารือท่านประธานผ่าน ไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและทางรัฐบาล ให้ช่วยพิจารณานำมติ ครม. ปี ๒๕๖๓ มาใช้ นั่นก็คือเห็นชอบมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหากรณีที่ส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ก่อนได้รับอนุญาต ซึ่งจะสามารถทำให้ หลายท้องถิ่นใช้งบประมาณเบิกจ่ายได้เร็วขึ้น หลายโครงการจะเริ่มก่อสร้างได้ไวขึ้น ถนนหนทางต่าง ๆ รวมถึงแหล่งน้ำจะสามารถได้รับการบูรณะได้ไวขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ ต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ฟื้นความเชื่อมั่นรัฐบาล ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุดท้ายนะครับ เชิญคุณวันนิวัติ สมบูรณ์ ครับ🔗

นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วันนิวัติ สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต ปรึกษาหารือเป็นคนสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ช่วงปิดสมัยประชุมที่ผ่านมา ผมมีโอกาส ได้ลงพื้นที่ไปพบความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน วันนี้ขออนุญาตปรึกษาหารือเพียง เรื่องเดียว แต่เป็นถนนทั้ง ๘ เส้นครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ขอนแก่น

ท่านประธานครับ เส้นแรกเป็นถนนทางหลวง ตั้งแต่แยกทางหลวงจนไปถึงบ้านซับบอน ตำบลซับสมบูรณ์ อำเภอโคกโพธิ์ไชย ระยะทาง ๑ กิโลเมตร แต่ว่าชำรุดเสียหาย ๕๐๐ เมตร เส้นที่ ๒ ตั้งแต่สามแยกบ้านกุดหว้าจนไปถึง บ้านหนองไผ่น้อย อำเภอหนองสองห้อง ระยะทาง ๔.๙ กิโลเมตร พังเสียหาย ๓ กิโลเมตร เส้นที่ ๓ บ้านกุดหว้าเช่นกันครับ ไปยังบ้านห้วยตะกั่ว แล้วก็บ้านโนนสะอาด เสียหายจริง ๆ ๑.๘ กิโลเมตร เส้นที่ ๔ บ้านโสกนาคไปยังบ้านห้วยโป่ง ตำบลวังม่วง อำเภอเปือยน้อย ๑ กิโลเมตรที่เสียหาย และเส้นที่ ๕ บ้านห้วยโป่งเช่นกันครับ ไปยังบ้านหนองคลองดอนแดง อำเภอหนองสองห้อง ๑.๔ กิโลเมตร เส้นที่ ๖ เส้นหนองแวงตอตั้งไปถึงบ้านปอแดง ตำบลคึมชาด เส้นนี้พังเสียหายจริง ๆ ๑ กิโลเมตร แล้วก็เส้นบ้านหนองศาลา ซึ่งอยู่ที่ ตำบลวังหิน อำเภอหนองสองห้อง เชื่อมไปอำเภอโนนศิลา หมู่บ้านหนองน้ำขุ่นเหนือ และข้อสุดท้ายครับ บ้านหนองน้ำขุ่นเหนือเชื่อมไปยังบ้านหลักด่าน อำเภอหนองสองห้อง พังเสียหาย หลายเส้นทางที่ผมได้กล่าวมานี้พังเสียหายมาหลายปี ในสมัยการประชุมที่แล้ว ผมทั้งยื่นกระทู้ ทั้งหารือ ไม่มีอะไรคืบหน้า ครั้งนี้ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่นให้ได้กรุณาจัดสรรงบประมาณ เพื่อดูแลถนนท้องถิ่นเหล่านี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๗๐ คน
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านสมาชิก ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อเข้าประชุมจำนวน ๓๔๑ ท่านแล้วนะครับ ครบองค์ประชุม ผมขอ เปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม วันนี้ไม่มีนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗

๑. รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียก ประชุมรัฐสภาสมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. ๒๕๖๗🔗

ด้วยได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุม รัฐสภา (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) พ.ศ. ๒๕๖๗ แล้วนะครับ🔗

จึงขอเชิญท่านสมาชิกทุกท่านโปรดยืนขึ้นเพื่อรับฟังพระบรมราชโองการ และขอเชิญท่านเลขาธิการอ่านพระบรมราชโองการครับ🔗

(สมาชิกและผู้ที่อยู่ในที่ประชุมได้ยืนขึ้นเพื่อรับฟังพระบรมราชโองการ)
ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

พระบรมราชโองการ🔗

“พระราชกฤษฎีกา🔗

เรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง🔗

พ.ศ. ๒๕๖๗🔗

___________🔗

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ🔗

พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว🔗

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗🔗

เป็นปีที่ ๙ ในรัชกาลปัจจุบัน🔗

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า🔗

โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้บัญญัติให้ในปีหนึ่งให้มี สมัยประชุมสามัญของรัฐสภาสองสมัย ๆ ให้มีกำหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวัน โดยให้ถือวันที่ มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรกเป็นวันเริ่มสมัยประชุม สามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง และเนื่องจากได้มีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๖๖ กำหนดให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก โดยให้ถือเป็น วันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ตั้งแต่วันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ สมควรที่ จะให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่งสำหรับปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ตั้งแต่วันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ตามความในมาตรา ๑๒๑ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย🔗

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๒๑ มาตรา ๑๒๒ และมาตรา ๑๗๕ ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ตั้งแต่วันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ🔗

เศรษฐา ทวีสิน🔗

นายกรัฐมนตรี”🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ท่านประธานครับ ผมในนามของวิปฝ่ายค้าน อยากจะขอหารือเกี่ยวกับการประชุมของ พวกเราในสมัยประชุมนี้สักเล็กน้อยครับ ขอความกรุณาท่านประธานได้กรุณาอนุญาตด้วยครับ ท่านประธานครับ ผมนำเรียนแบบนี้ว่า ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณท่านประธานนะครับว่า เราใช้กรอบการจัดวาระการประชุมเป็นความต่อเนื่องจากสมัยประชุมที่ผ่านมา ก็คือว่า มีการพิจารณาประชุมกันสัปดาห์ละ ๒ วันด้วยกัน วันพุธเป็นการพิจารณาเรื่องของกฎหมาย แล้วก็วันพฤหัสบดีนั้นเป็นการพิจารณาในรายงานของคณะกรรมาธิการ รายงานหน่วยงาน ตลอดจนญัตติต่าง ๆ ครับ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อทางฝ่ายค้านได้ประชุมหารือกัน เราพบว่า ณ ขณะนี้มีร่างกฎหมายไม่ว่าจะเป็นในส่วนของรัฐบาล ของเพื่อนสมาชิก หรือของพี่น้อง ประชาชนที่มีการยื่นเข้ามานะครับ ค้างอยู่ทั้งหมด ๔๑ ฉบับด้วยกันครับ มีรายงาน ของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเข้ามา ณ ขณะนี้นะครับ อาจจะยังมีเข้ามาอีกหลายรายงาน เป็นตั้งแต่ ปี ๒๕๖๕ บางส่วนก็เป็นปี ๒๕๖๖ ทั้งหมด ๑๒ ฉบับด้วยกัน มีรายงานของเพื่อนสมาชิก ในนามของคณะกรรมาธิการที่พิจารณาเสร็จแล้ว ๖ ฉบับนะครับ แต่ที่สำคัญก็คือมีญัตติ ที่ค้างการพิจารณาแล้วบรรจุวาระแล้วทั้งสิ้น ๕๔ ฉบับด้วยกัน แน่นอนครับ คำถามของ เพื่อนสมาชิกก็เป็นลักษณะว่าตกลงแล้วญัตติ ซึ่งหลายเรื่องสำคัญมากนะครับ ผมดูแล้ว ระเบียงเศรษฐกิจ ทุเรียนไทย ปลาหมอ ซึ่งเพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกลเสนอ ถ้าใช้กรอบนี้ เกรงว่าอาจจะพิจารณาไม่ทันในสมัยประชุมนี้ แม้กระทั่งสมัยประชุมหน้านะครับ ฉะนั้น ในเบื้องต้นอยากจะนำเรียนปรึกษาท่านประธานว่า หากจะเป็นไปได้อยากจะให้ท่านประธาน ได้กรุณานัดสักนิดหนึ่ง ซึ่งทางฝ่ายค้านเรายินดี ฝ่ายรัฐบาลที่ประสานงานเบื้องต้นก็ยินดีว่า อาจจะมีการมาพูดคุยกันว่าน่าจะต้องมีการเพิ่มวันประชุมในแต่ละสัปดาห์ แต่อย่างไรก็ตาม เราเข้าใจว่าเดือนนี้เป็นเดือนมหามงคลนะครับ แล้วในหลายจังหวัดจะมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง กับการเฉลิมพระเกียรติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ต่าง ๆ ฉะนั้นผม คิดว่าเป็นการวางแผนไว้ล่วงหน้าดีกว่าครับว่า ถ้ามีการนัดหารือ มีการวางแผนกัน อาจจะ ไปเริ่มสักเดือนหน้าก็ได้ครับ แต่เพื่อนสมาชิกก็อยากได้ความชัดเจนว่าถ้าจะมีการเพิ่ม วันประชุมในแต่ละสัปดาห์ ควรจะเป็นวันไหน อย่างไร ก็จะได้มีการวางแผนตาราง การทำงานต่าง ๆ ได้ถูกต้องครับ ซึ่งฝ่ายค้านนำเรียนว่าเรายินดีให้ความร่วมมือในการ ทำหน้าที่เต็มที่นะครับ เรื่องนับองค์ประชุมส่งเดชเราไม่มีอยู่แล้วนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องนำเรียนว่า ด้วยวาระที่ค้างการพิจารณาเป็นจำนวนมากและเป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชน อยากจะฝากนำเรียนท่านประธานนะครับ ได้กรุณานัดทุกฝ่ายได้มีการหารือกัน เพื่อวางแผนเผื่อไปในอนาคตเรื่องการจัดการสักเล็กน้อยครับ ขออนุญาตนำเรียนเป็น เบื้องต้นครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบคุณ คุณณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ มีท่านผู้ใดจะหารือเรื่องประเด็นเดียวกันนี้บ้างครับ เชิญครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ต่อข้อหารือของท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ทางผมคิดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝั่งรัฐบาลเอง ไม่ได้ติดขัดอะไรในการจะเพิ่มวันประชุมนะครับ เพราะว่าพวกเรามาทำงานให้พี่น้อง ประชาชนอยู่แล้วนะครับ ถ้ากฎหมายที่มันค้างอยู่ถึง ๔๑ ฉบับ ก็มีของผมด้วย แล้วก็เพื่อน สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติอยู่ในนั้นหลายฉบับเช่นกันครับ ก็อยากจะให้ทาง สภาผู้แทนราษฎรของเราได้เร่งออกกฎหมายมาเพื่อให้ทางส่วนราชการที่ทำงานอยู่นะครับ ได้เร่งออกกฎหมายเช่นกันเพื่อมาประกบ แล้วก็ให้สภาผู้แทนราษฎรของเราได้พิจารณา กฎหมายให้พี่น้องประชาชนครับ อันนี้ก็คือประเด็นแรก🔗

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมได้รับการหารือจากเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของพรรครวมไทยสร้างชาติว่า เวลาเรามีการหารือกับท่านประธานใน สมัยที่แล้ว ในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ ๒๕ จดหมายจากท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ติดตามหน่วยงานต่าง ๆ มาให้เพื่อนสมาชิกอาจจะถึงเร็วมาก บางทีเราหารือไปปุ๊บนี่ ประมาณสัก ๒ อาทิตย์ก็จะได้หนังสือตอบจากท่านรองประธานสมัยก่อน ก็คือท่านศุภชัย โพธิ์สุ เร็วมาก แต่ช่วงปีที่ผ่านมา ๒ สมัยประชุมเราหารือกับท่านประธานไป สิ่งที่หารือไป ตอบรับกลับมาที่เป็นจดหมายเพื่อให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไปชี้แจงพี่น้อง ประชาชนนี่แทบจะน้อยมากนะครับ ก็ขอให้ท่านประธานได้เร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ดำเนินการออกจดหมายให้กับเพื่อนสมาชิกด้วยครับ เพื่อจะได้ไปตอบพี่น้องประชาชนในข้อหารือที่ท่านประธานได้ประสานไป ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ เรื่องที่คุณณัฐวุฒิได้หารือนะครับว่าจะเพิ่มวันประชุมเพื่อให้วาระที่ค้าง ๆ จำนวนมาก ที่เป็นประโยชน์กับประชาชนนั้นจะได้นำมาหารือเร็วมากยิ่งขึ้น เมื่อสักครู่ทางวิปฝ่ายรัฐบาล คุณอัครเดชก็บอกว่าไม่ขัดข้อง เดี๋ยวนัดประชุมระหว่างวิปฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล แล้วกำหนดกัน เมื่อสักครู่นี้คุณณัฐวุฒิบอกว่าเดือนนี้เป็นเดือนมหามงคล พวกเราก็มีภารกิจอยู่ อาจจะ เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน เดือนตุลาคมไปก็จะเพิ่มอย่างไร จะเพิ่มเป็น กรณีพิเศษ หรือเพิ่มเป็นสัปดาห์ละ ๓ วันนะครับ นอกจากมีภารกิจเพิ่มเติม อันนี้ขอเรียน ให้ทราบนะครับ ผมเพิ่งกลับจากมาเลเซีย ก็ถามรัฐสภามาเลเซียเขาประชุมสัปดาห์ละกี่วัน เขาบอกว่าประชุมสัปดาห์ละ ๔ วัน พัก ๒ วัน เพื่อให้สมาชิกกลับไปในพื้นที่ ของเราอันนี้ ก็แล้วแต่ครับ เดี๋ยวอาจจะให้วิปทั้ง ๒ ฝ่ายเริ่มหารือในสัปดาห์ต่อไปนะครับ เดี๋ยวให้ท่านรอง พิเชษฐ์นัดหารือในสัปดาห์ต่อไป อาจจะต้องเชิญรัฐบาลคือคณะรัฐมนตรีเข้ามาด้วย เพื่อจะ ได้ตกลงร่วมกันครับ ขอบคุณมากครับ เพื่อประโยชน์ของประชาชนนะครับ ต่อไปนะครับ ระเบียบวาระต่อไป🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม วันนี้ไม่มีนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว วันนี้ไม่มีนะครับ🔗

เรื่องด่วน🔗

๑. ร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗

ด้วยคณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ (๑) นอกจากนี้คณะรัฐมนตรียังได้เสนอรายงาน เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง และรายงานวิเคราะห์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจาก กฎหมายเพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายแล้ว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่วางให้สมาชิกไว้บนโต๊ะที่ประชุมของท่านแล้ว นะครับ🔗

โดยในการนี้คณะรัฐมนตรีได้ขออนุญาตให้ผู้เข้ามาร่วมชี้แจงทั้งหมด ๕ ท่าน ผมจะขออนุญาตผู้ที่มีรายชื่อต่อไปนี้เข้ามาร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมด้วยนะครับ ๑. ท่านสุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ๒. คุณศุภชัย ใจสมุทร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ๓. ท่านศาสตราจารย์ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ๔. คุณพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนและพัฒนาการ อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนา อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ๕. คุณสิริพร พิทยโสภณ นักยุทธศาสตร์ ระดับสูง รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เชิญทั้ง ๕ ท่านนะครับ🔗

ต่อไปขอเชิญท่านรัฐมนตรีได้แถลงหลักการและเหตุผลครับ🔗

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้🔗

หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ดังต่อไปนี้🔗

(๑) เพิ่มบทนิยาม มาตรา ๓ คำว่า “กองทุน” “คณะกรรมการบริหาร กองทุน” “ผู้อำนวยการ” และ “ปลัดกระทรวง” (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓)🔗

(๒) แก้ไขเพิ่มเติมการทำคำขอและการจัดสรรงบประมาณสำหรับ การอุดมศึกษา และยกเลิกการจัดสรรเงินเข้ากองทุนให้กู้ยืมดอกเบี้ยต่ำให้แก่ สถาบันอุดมศึกษาเอกชน (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๕)🔗

(๓) แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา (ยกเลิก มาตรา ๔๗ และเพิ่มส่วนที่ ๓ กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา มาตรา ๕๐/๑ ถึง มาตรา ๕๐/๒๒ ของหมวด ๖ ทรัพยากรอุดมศึกษา)🔗

เหตุผล โดยที่การจัดการอุดมศึกษาเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของ ประเทศ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการสร้างความเป็นเลิศใน สรรพวิทยาการ จำเป็นต้องมีกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาทำหน้าที่จัดสรรเงินกองทุน และกำกับติดตามให้การพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษาและการส่งเสริมการผลิต กำลังคนระดับสูงเฉพาะทางบรรลุวัตถุประสงค์ตามความต้องการของประเทศอย่างแท้จริง สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษาเพื่อให้มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนา การอุดมศึกษาขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมีสาระสำคัญดังนี้🔗

๑. กำหนดให้การจัดสรรงบประมาณสำหรับงบลงทุนและเงินอุดหนุนจาก กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาความเป็นเลิศของ สถาบันอุดมศึกษา และการผลิตกำลังคนระดับสูงเฉพาะทางตามความต้องการของประเทศ และเงินอุดหนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ต้องทำคำรับรอง การปฏิบัติตามเงื่อนไขของการรับทุนอุดหนุนการพัฒนาการอุดมศึกษากับสำนักงาน ปลัดกระทรวง หรือการรับทุนอุดหนุน วิจัยและนวัตกรรมกับ สกสว. แล้วแต่กรณี และยกเลิกการจัดสรรงบประมาณเข้ากองทุนให้กู้ยืมดอกเบี้ยต่ำให้แก่สถาบันอุดมศึกษา เอกชน ซึ่งจะยุบรวมเข้ากับกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาตามร่างพระราชบัญญัตินี้🔗

๒. กำหนดให้มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาขึ้น เป็นทุน หมุนเวียนในสำนักงานปลัดกระทรวง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความเป็นเลิศของ สถาบันอุดมศึกษาตามความต้องการของประเทศ และด้านการผลิตกำลังคนระดับสูง เฉพาะทางตามความต้องการของประเทศ ส่งเสริมสนับสนุนระบบการพัฒนาคณาจารย์ โครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนเงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำแก่สถาบันอุดมศึกษาในกิจการที่ตรงกับ ความต้องการของประเทศ รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถด้านอื่น ๆ ของสถาบันอุดมศึกษา โดยกองทุนประกอบด้วย เงินและทรัพย์สินที่มาจากการยุบรวม เงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จัดตั้งขึ้นตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๗ เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้ เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรเป็นรายปี ตามกรอบวงเงินที่ ครม. กำหนด โดยข้อเสนอของสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค รวมทั้งเงินสมทบที่ สถาบันอุดมศึกษานำส่งกองทุนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา🔗

๓. กำหนดให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุนมีหน้าที่และอำนาจในการ บริหารกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน และระเบียบที่สภานโยบายกำหนด ประกอบด้วย ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ ครม. แต่งตั้ง และกรรมการ โดยตำแหน่งที่มาจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงบประมาณ และการ พัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมถึงกรรมการผู้แทนจาก สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ไม่ได้สังกัดกระทรวง🔗

๔. กำหนดให้มีสำนักงานบริหารกองทุนในสำนักงานปลัดกระทรวง เพื่อรับผิดชอบงานธุรการ และกำหนดวิธีการจัดสรรเงินกองทุนต้องเป็นไปตามคำรับรอง การปฏิบัติตามเงื่อนไขของการรับเงินอุดหนุนการพัฒนาการอุดมศึกษา ระหว่างสำนักงาน ปลัดกระทรวงและสถาบันอุดมศึกษาซึ่งได้รับการจัดสรร และมีคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบการประเมินผลการพัฒนาการอุดมศึกษา เพื่อติดตามตรวจสอบและประเมินผล การพัฒนาการอุดมศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุน โดยคำนึงถึงประเภทและกลุ่มของ สถาบันอุดมศึกษา เพื่อรายงานผลต่อคณะกรรมการบริหารเงินกองทุน คณะกรรมการ อุดมศึกษาและรัฐมนตรี เพื่อเสนอต่อสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรมแห่งชาติต่อไป🔗

ในระหว่างที่ท่านสมาชิกมีคำอภิปรายแล้วก็มีข้อซักถาม ดิฉันและคณะ เจ้าหน้าที่จากกระทรวง อว. พร้อมที่จะรับฟังแล้วก็ชี้แจงเพิ่มเติมในวันนี้ และยินดีที่จะรับ คำแนะนำไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการวิสามัญที่สภาจะเสนอในโอกาสต่อไป ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ขณะนี้มีผู้จะขอร่วมอภิปราย ๙ ท่าน รัฐบาล ๕ ท่าน จากฝ่ายค้าน ๔ ท่าน สำหรับผู้ที่ยังสนใจจะขอร่วมอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอมาลงชื่อข้างหน้า ได้ครับ เราจะให้เวลาอีก ๑๕ นาทีครับ เวลา ๑๑.๑๕ นาฬิกา จะปิดการเสนอชื่อนะครับ ผู้ที่สนใจอภิปรายขอเชิญได้ที่ข้างหน้านี้ครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต หารือท่านประธานเพื่อความเข้าใจต่อการพิจารณาร่างกฎหมายและการลงมติสัก เล็กน้อย เนื่องจากว่าอาจจะยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่า ณ ขณะนี้เรากำลังพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แต่ว่ามีร่างที่ต่อเนื่องในวาระถัดไปอีก ๓ ร่าง ผมคงไม่ได้อ่านชื่อทั้งหมดนะครับ ซึ่งก็เกี่ยวข้องกับการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมทั้งสิ้น ผมอยากจะขออนุญาตปรึกษาท่านประธานเพื่อความชัดเจน แล้วก็เป็นการเตรียมการของวิปทั้งสองฝ่ายครับว่า จะพิจารณาและลงมติทีละร่างใช่หรือไม่ หรือว่าจะพิจารณาทั้งหมด แล้วไปลงมติในตอนท้ายของฉบับที่ ๔ เพื่อประโยชน์ในการ เตรียมการที่จะมีการประสานงาน เพราะเนื่องจากว่าซักซ้อมความเข้าใจแล้วอาจจะมี ความเข้าใจที่ยังไม่ตรงกันอยู่ รวมถึงการอภิปรายว่าจะอภิปรายทีละร่าง หรือจะอภิปรายรวม ด้วยครับ ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้ก็แล้วแต่ ที่ประชุมนะครับ คือมีทั้งหมด ๔ ร่าง เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกัน ก็มีวิธีแรกคือเสนอทีละร่าง อภิปรายทีละร่าง ลงมติทีละร่างก็ได้ วิธีที่ ๒ ที่คุณณัฐวุฒิพูดถึง คือให้เสนอทีเดียวเลยทั้ง ๔ ร่าง เสนอทีละร่าง ๆ แล้วก็อภิปรายรวมกัน แต่ลงมติต้องลงมติทีละร่างว่าจะเห็นชอบกับ หลักการแต่ละร่าง ๆ แล้วตั้งกรรมาธิการ ผมพูดต่อไปเลย จะตั้งกรรมาธิการชุดเดียวกัน พิจารณาทั้ง ๔ ร่าง หรือแยกกรรมาธิการแต่ละชุดก็ได้ทั้งนั้น เพราะว่าข้อบังคับบอกว่า แล้วแต่ที่ประชุม เพราะว่าเป็นเรื่องต่อเนื่องกัน อันนี้ก็แล้วแต่ที่ประชุม คุณณัฐวุฒิจะเสนอ หรือไม่ครับ ทางฝ่ายรัฐบาลจะเสนอ เชิญครับ🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานคะ แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย ในฐานะวิปรัฐบาล ขออนุญาตเสนอ เพราะเมื่อสักครู่ได้ประสานกับท่านณัฐวุฒิเบื้องต้นไว้แล้วว่าขออนุญาตเป็นทีละร่างไป แต่ตอนลงมติ จนสุดท้ายตอนตั้งกรรมาธิการก็คือเป็นชุดเดียว แต่ขออนุญาตเสนอทีละร่าง แล้วก็อภิปรายค่ะ เผื่อสมาชิกบางท่านเตรียมหัวข้อที่อาจจะไม่ได้พ่วงกัน ถึงแม้ว่าอีก ๓ ฉบับ จะเป็นตัวพ่วงกับตัวหลักก็ตามแต่ค่ะท่านประธาน ก็คือลงทีละร่างค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทางวิปฝ่ายรัฐบาล เสนอว่าให้เสนอทีละร่าง แล้วก็ต้องลงมติทีละร่างเหมือนกันใช่ไหมครับ แล้วตั้งกรรมาธิการ อาจจะตั้งกรรมาธิการชุดเดียวกัน อย่างนั้นหรือเปล่าครับ เข้าใจตรงกันนะครับ🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ถูกต้องค่ะท่านประธาน ก็คือทีละร่าง แต่ลงมติใช้กรรมาธิการชุดเดียวกันค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณณัฐวุฒิครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โดยหลักการตรงกันครับ เพียงแต่ว่าในเรื่องของ การอภิปรายนี้นะครับ เนื่องจากว่าจะมีเพื่อนสมาชิกที่ไปใส่ชื่อในร่างแรกค่อนข้างมาก แต่เขาอาจจะพูดเลยไปถึงร่างที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ด้วย อันนี้มันน่าจะสามารถกระทำไปได้ใน คราวเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามก็คงไม่ได้สงวนสิทธิหรือปิดกั้นว่า ถ้ามีเพื่อนสมาชิกบอกว่า อยากจะอภิปรายในร่างที่ ๒ ต่างหาก หรือที่ ๓ หรือที่ ๔ ต่างหาก ก็อาจจะสามารถมาลงชื่อ เพิ่มได้ ฉะนั้นถ้าทำความเข้าใจหรือทวนความเข้าใจที่ตรงกัน ซึ่งเมื่อสักครู่ก็หารือกันก็คือว่า ณ ขณะนี้เราจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ. การอุดมศึกษาจนแล้วเสร็จ สมาชิกอภิปรายตอบคำถาม เสร็จแล้ว จะมีการลงมติ ๑ รอบก่อน แล้วก็มีการตั้งกรรมาธิการในกรณีที่มีการรับหลักการ ๑ ครั้งก่อน อันนี้ก็จะจบร่างแรก แล้วก็เปิดร่างที่ ๒ ถ้าไม่มีผู้อภิปรายก็จะนำไปสู่การลงมติ แต่ถ้ามีผู้อภิปรายก็จะเปิดให้มีการอภิปราย แล้วก็ลงมติในร่างที่ ๒ แล้วก็อาศัยข้อความว่า ให้ใช้กรรมาธิการชุดเดียวกับร่างที่ ๑ ก็จะปฏิบัติแบบนี้ไป ๔ ครั้ง อย่างนี้น่าจะเข้าใจ น่าจะ ตรงกันนะครับท่านประธาน ให้ท่านประธานวินิจฉัยอีกทีหนึ่งครับ เพื่อจะได้ประสานงานกับ เพื่อนสมาชิก ซึ่งวันนี้ก็มีการประชุมกรรมาธิการอยู่ในหลายคณะ แต่กรอบเบื้องต้นหลักการ และวิธีการปฏิบัติน่าจะเข้าใจตรงกันนะครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เข้าใจตรงกัน🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

เข้าใจตรงกันทุกประการค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เสนอทีละร่าง แต่ของ คุณณัฐวุฒิเพิ่มเติมนิดหน่อยว่า ในกรณีที่ท่านสมาชิกไม่อยากจะขึ้นหลายครั้ง ขึ้นทีเดียวอาจจะ อภิปรายเลยไปถึงร่างถัดไปอยู่แล้ว ร่างที่ ๒ ร่างที่ ๓ ร่างที่ ๔ ซึ่งคิดว่าเขาอ่านล่วงหน้ามาแล้ว ผมคิดว่าก็ไม่น่าขัดข้อง เพราะว่าเขาอภิปรายก็จบ ก็จะไม่ต้องเข้ามาอภิปรายอีกที แต่ลงมติต้องลงมติทีละร่าง เข้าใจตรงกันก่อนนะครับ เพียงแต่ว่าสามารถที่จะอภิปรายเลยไป ฉบับที่ยังไม่ได้เสนอ ความจริงก็เสนอแล้ว อยู่ในวาระแล้ว ท่านจะบอกว่านี่อยู่ในวาระถัดไป ขออภิปรายทีเดียวเลยนะครับ ก็เป็นไปตามนี้นะครับ ตอนนี้ได้เสนอร่างฉบับที่ ๑ แล้ว แต่การอภิปรายสามารถจะอภิปรายเลยไปได้ ท่านแรกขอเชิญพรรคก้าวไกลก่อนครับ คุณชุติมา คชพันธ์ ๗ นาทีนะครับ เชิญครับ🔗

นางสาวชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สำหรับร่างพระราชบัญญัติ อุดมศึกษาและร่างอื่น ๆ นะคะ ดิฉันได้อ่านทั้ง ๔ ฉบับนี้แล้ว ต้องบอกว่าดีใจที่ประเทศเรา มาถึงจุดที่เรามีร่างพระราชบัญญัติแบบนี้สักทีนะคะ ซึ่งเป็นประตูบานใหม่ ๆ ดิฉันมองว่า เป็นประตูบานใหม่ ๆ ที่เปิดโอกาสให้การทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและ ผู้ประกอบการ รวมถึงการสร้างนวัตกรรมต่าง ๆ ได้เกิดขึ้นเสียทีนะคะ แต่ก็ยังมีข้อกังวลอยู่ ก็คือว่า จากที่อ่านร่างมาโดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา หลักการดีค่ะ แต่ยัง ไม่ครอบคลุม ยังไม่รอบด้าน ดิฉันจะอธิบายว่ายังไม่ครอบคลุมและไม่รอบด้านอย่างไร ในสไลด์นะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ดิฉันได้ตั้งข้อสังเกตไว้สำหรับ พระราชบัญญัตินี้ก็คือ หลักการดีแต่ไม่ครอบคลุมและไม่รอบด้าน เนื่องจากที่ท่านบอกว่า ท่านจะเปลี่ยนทำคำรับรองการปฏิบัติตามเงื่อนไข ในสไลด์ถัดไปนะคะ คำถามของดิฉันก็คือ เงื่อนไขคืออะไร มีรูปแบบอย่างไร ด้านใดบ้าง อันนี้เป็นสิ่งที่น่ากังวล คือคำว่าเงื่อนไขของ คณะกรรมการเป็นเงื่อนไขที่เป็นสากลหรือไม่ แล้วก็เป็นเงื่อนไขที่ยอมรับได้หรือไม่ และโดยเฉพาะเรื่องของการเน้นหนักไปด้านใดด้านหนึ่ง ดิฉันกังวลว่าจะไปด้านใดด้านหนึ่ง หรือไม่ อย่างเช่นไปด้าน STEM หรือด้านใดด้านหนึ่ง แล้วในโลกของเรานี่เราพัฒนาไว ใช่ไหมคะ อันนี้ฝากเอาไว้ว่าไม่ควรจำกัดแค่ด้านใดด้านหนึ่ง สาขาใดสาขาหนึ่งมากเกินไป และอีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันกังวลก็คือ KPI ชี้วัดคืออะไร หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขนี้ที่ตกลง กันไว้ในภายหลัง จะทำอย่างไร มีบทลงโทษหรือไม่ เพราะจากที่ดิฉันอ่าน ดิฉันก็ไม่เห็นนะคะ ว่ามีบทลงโทษอยู่ตรงไหน อันนี้ก็อยากจะฝากนะคะ ซึ่งคิดว่าในกรรมาธิการคงต้องมาคุยกัน ชัดเจนมากขึ้นสำหรับประเด็นนี้🔗

ในประเด็นถัดไปค่ะ ดิฉันขออภิปรายไปถึงร่างพระราชบัญญัติฉบับอื่น ๆ ด้วย ในคราวเดียวนะคะ โดยเฉพาะส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรมที่อนุญาตให้เกิด การลงทุนร่วมกับภาคเอกชนในงานวิจัยและพัฒนา อันนี้ดิฉันต้องบอกว่าเป็น พ.ร.บ. ในฝันของผู้ประกอบการหลาย ๆ เจ้าเลยก็ว่าได้ จากประสบการณ์ที่ดิฉันลงพื้นที่พบปะ ผู้ประกอบการมาทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย การร่วมลงทุนระหว่าง สถาบันอุดมศึกษา แล้วก็ลงทุนร่วมกับผู้ประกอบการได้นี่คือสิ่งที่ดีมาก ๆ แต่ความฝันนั้น จะเป็นจริงหรือไม่ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติ คำถามของดิฉันก็คือเอกชนระดับใดที่จะได้รับโอกาส ตามร่าง พ.ร.บ. นี้ที่ท่านบอกไว้ คือหลักการดีมากเลยค่ะ แต่ดิฉันกังวลในทางปฏิบัติ ทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดขึ้นในกรณีที่มีการร่วมทุนกัน แล้วสร้าง Product ใหม่ ๆ ขึ้นมา เป็นของเอกชนหรือเป็นของสถาบันอุดมศึกษา🔗

อีกประเด็นหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ ความเท่าเทียมทั่วถึงหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่นวิสาหกิจชุมชนจะได้รับโอกาสมากพอ ๆ กับผู้ประกอบการรายใหญ่หรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น ท่านบอกว่าถ้าจะลงทุนร่วมกันกับวิสาหกิจชุมชนท่านเปิดโอกาสให้ แล้วเขา มีสินค้าดี มีสินค้าเกษตรดี ๆ อยากจะแปรรูป แล้วเขาต้องการลงทุนทำวิจัยร่วมกับ มหาวิทยาลัย เขาจะได้รับโอกาสนั้นมากเท่ากับบริษัท SMEs รายใหญ่หรือไม่นะคะ🔗

อีกประเด็นถัดไปที่ดิฉันอยากจะให้มองก็คือ ในเรื่องของงานวิจัย การลงทุน ร่วมกับเอกชนแล้ว มีการบูรณาการเรื่องการตลาด แหล่งจำหน่ายปลายทางร่วมกับหน่วยงานอื่น หรือไม่ เพื่อไม่ให้เป็นการลงทุนที่สูญเปล่า ปัญหาของประเทศเราที่ผ่านมาเรามีปัญหา เรื่องการทำเฉพาะจุด เราไม่ได้มองทั้ง Eco systems นะคะ เราไม่ได้มองทั้ง Supply chain นี่คือปัญหาที่เราเจอตลอดมา ดิฉันก็กังวลว่าการที่มีพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาเป็นสิ่งที่ดี แต่ท่านได้มองทั้งระบบหรือยัง มีการบูรณาการร่วมกันกับกระทรวงอื่น ๆ หรือไม่ ดิฉัน ไม่อยากให้เป็นแค่ลงทุนร่วมกัน แล้วสุดท้ายก็จบแล้วก็สูญเปล่านะคะ คือเข้าใจว่า ท่านอาจจะบอกว่าไม่ได้เป็นหน้าที่ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่ดิฉันขอฝากเป็นข้อคิดนะคะ เพื่อให้ การดำเนินงานประสบความสำเร็จ ดังนั้นเราอาจจะต้องบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานอื่น ๆ เช่น อ.ต.ก. ในเรื่องการตลาดนะคะ หลังจากที่ท่านลงทุนได้ Product มาแล้ว หรือว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือหน่วยงานอื่น ๆ ต่อไปนะคะ ไม่อยากให้ลงทุน ไปแล้วสุดท้ายเงินก็สูญเปล่านะคะ🔗

ในลำดับต่อไป อีกกองทุนหนึ่งค่ะ คือเรื่องกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา ดิฉันอ่านหลักการแล้วดีมากเลย คือท่านน่าจะช่วยได้ในเรื่องของ Upskill Reskill ในเรื่อง ของ Lifelong learning หลาย ๆ อย่างดีมาก อย่างเมื่อสักครู่ พ.ร.บ. วว. ช่วยในเรื่องของแง่ เศรษฐกิจแล้ว อันนี้ก็ช่วยในเรื่องของการพัฒนาคนนะคะ แต่ดิฉันไปอ่านผลการรับฟังความคิดเห็น ไม่พบเลยค่ะว่าท่านได้รับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ดิฉันเลยบอกว่า ไม่รอบด้าน เพราะว่าท่านรับฟังความคิดเห็นแค่บุคลากรในอุดมศึกษา แต่ท่านอย่าลืมนะคะ พ.ร.บ. ทั้ง ๔ ฉบับที่ท่านบอกมานี้ หรือกองทุนนี้ก็ตามเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการด้วย ถูกไหมคะ และท่านบอกว่าต้องการจะพัฒนากำลังคน ผลิตกำลังคนระดับสูงเฉพาะทางตาม ความต้องการของประเทศ และท่านจะรู้ได้อย่างไรว่าประเทศนี้ต้องการกำลังคนแบบไหน ถ้าเราไม่ได้ถามคนที่ต้องใช้แรงงานเลย เราเก็บข้อมูลแค่จากมหาวิทยาลัย จากอาจารย์ เราก็ จะได้ในมุมหนึ่ง แต่เราจะไม่ได้มุมของผู้ประกอบการ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาต้องการ บุคลากรแบบไหน มันก็เหมือนไม่ตอบโจทย์ถูกหรือไม่ เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะฝาก ประเด็นนี้ว่าเราควรจะต้องเก็บข้อมูลมากขึ้น ดูระยะเวลาที่เก็บข้อมูลก็น้อยเหลือเกินค่ะ แค่ครั้งเดียวที่สอบถามความคิดเห็น และพอไปอยู่ใน Website ก็ประชาสัมพันธ์น้อยอีก ก็ดูจำนวนคนที่เข้ามาตอบ ๑ คนอย่างนี้ค่ะ คือน้อยมาก ดิฉันเลยไม่แน่ใจว่าผลของการรับฟัง ความคิดเห็นได้มาตรฐานเพียงใดนะคะ🔗

ต่อมาที่ดิฉันกังวลค่ะ เรื่องกลไกการตรวจสอบกองทุน มีช่องทางให้รายงาน ต่อสภาผู้แทนราษฎรเช่นเดียวกับกองทุนอื่น ๆ หรือไม่ เรื่องของการตรวจสอบเราจะ ตรวจสอบได้อย่างไร ในนี้ก็ไม่ได้ชัดเจนนะคะ🔗

ประเด็นสุดท้ายค่ะ ดิฉันอยากจะฝากเพราะว่าจากที่ดูแล้วทั้ง ๔ ฉบับ มีความใกล้เคียงกัน มีความแตกต่างกันบ้างในรายละเอียดปลีกย่อย กฎหมายที่ กระจัดกระจาย แต่อาจจะเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติจริงหรือไม่ ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันสนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้แล้วก็สนับสนุนให้มีการหารือพูดคุยกันในกรรมาธิการอีก ครั้งหนึ่ง เพื่อรายละเอียดที่ปลีกย่อยแล้วก็สัมฤทธิ์ผลในการใช้งานในประเทศนี้จริง ๆ นะคะ โดยสรุปก็คือดิฉันดีใจที่มีร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา แล้วก็ดีใจที่ประเทศไทยเราจะได้ ก้าวกระโดดด้านนวัตกรรม ด้านเทคโนโลยีสักที ด้วยการที่มีความร่วมมือกันระหว่าง สถาบันอุดมศึกษา แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ดิฉันก็หวังว่าการที่มี พ.ร.บ. ทั้ง ๔ ฉบับนี้ จะช่วยให้ประเทศเราพัฒนาก้าวหน้ามากขึ้น ทัดเทียมกับประเทศอื่นต่อไป ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไปขอเชิญคุณปทิดา ตันติรัตนานนท์ ครับ🔗

นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ปทิดา ตันติรัตนานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ขออภิปรายการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่มีใจความสำคัญหนึ่งของร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษาฉบับนี้คือ การแก้ไข เพื่อให้มีกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาที่จะเป็นแหล่งทุนเพิ่มเติมให้สถาบันอุดมศึกษา มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการและพัฒนาองค์กรให้สอดคล้องกับสภาพการศึกษา ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วถึงรากฐานในยุคปัจจุบันนี้ค่ะ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่านคะ หลายท่านในที่นี้อาจจะสงสัยว่ากองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษานี้แตกต่าง อย่างไรจากกองทุนหรือแหล่งทุนที่มีอยู่เดิม ทั้งที่เคยมีมาหรือมีอยู่ในปัจจุบันนี้ ทำไมกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ถึงต้องมีกองทุนนี้เพิ่มเติม ขึ้นมาอีก เอามาใช้ทำอะไรบ้างนะคะท่านประธาน มีความจำเป็นแค่ไหน หลายท่านอาจจะ ถึงกับตั้งข้อกังขาว่า กองทุนใหม่นี้จะกลายเป็นช่องทางสร้างเครือข่ายระบบอุปถัมภ์ ในระดับอุดมศึกษาขึ้นมาอีกหรือไม่ ดิฉันเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านในที่นี้ถึงแม้จะเพิ่งจบการศึกษา จากมหาวิทยาลัยมาไม่นาน แต่เมื่อได้กลับไปพูดคุยกับน้อง ๆ นักศึกษาในยุคปัจจุบัน ก็อาจจะตกใจที่องค์ความรู้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน และน่าจะเร็วด้วยความเร่ง ยิ่งกว่าสมัยที่ดิฉันเรียนจบมาใหม่ ๆ หรือเพื่อน ๆ หลาย ๆ คนเรียนจบมาเสียอีกค่ะ ตัวอย่างเช่น ๒ ปีที่แล้ว AI อย่างเช่น Chat GPT ที่ฉลาดแค่ประมาณหนึ่ง แต่วันนี้ AI ไปไกล อย่างรวดเร็วและมีหลากหลาย Model ให้เราเลือกใช้ เราต้องการความเป็นเลิศในทาง วิชาการที่ทันสมัยเพียงพอ และต้องทำอย่างทันท่วงที เพราะโลกวิทยาการวิ่งด้วยความเร็ว และความตรงนั้นก็มากขึ้นทุกวันค่ะ หากไปถามบุคลากรในแวดวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีที่ทำงานวิจัยจริง ๆ อยู่ในปัจจุบันถึงโครงสร้างการให้ทุน และการสนับสนุนระบบอุดมศึกษาที่เป็นอยู่ หรือแม้แต่เปิดอ่านในบัญชี Social Media ของ นักวิทยาศาสตร์หลาย ๆ ท่านที่ทำงานจริง ๆ แล้ว เราจะได้เห็นถึงข้อจำกัดในระบบกองทุน การให้ทุนวิจัยของประเทศไทยเราของกระทรวง อว. อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่ายัง ไม่ตอบโจทย์การพัฒนาบุคลากร การสร้างเสริมแรงจูงใจให้เกิดพัฒนาองค์ความรู้และสร้าง สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมของการอุดมศึกษาได้เท่าที่ควรค่ะ กองทุนเดิมที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ววน. เป็นกองทุนที่มุ่งเน้นการพัฒนาในสาขา เป้าหมายหรือสาขาขาดแคลน การวิจัยและพัฒนาเชิงการผลิต การประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ และการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น ซึ่งเป็นกองทุนที่ดี แต่ก็ยังมีบางจุดที่ต้องการ การปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นได้อีก แต่งานวิทยาศาสตร์ วิจัยและการสร้างนวัตกรรมยังต้องการ สภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการทำงานให้แก่บุคลากรที่พร้อมจะทำงานในสถานที่ที่ทำงาน ได้ดีที่สุดด้วยค่ะ กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาจะเข้ามาอุดช่องโหว่ด้านสภาพแวดล้อม และการส่งต่อถ่ายทอดความรู้ที่ได้จากการวิจัย สร้างเสริมชีวิตของนักวิทยาศาสตร์ นักสังคมศาสตร์ นักวิจัยไว้ในสถาบันอุดมศึกษา ไม่ใช่แค่อยู่ได้ในโลกแห่งความรู้ที่ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ อาจารย์มหาวิทยาลัยหลาย ๆ ท่านเคยบ่นให้ดิฉันฟังว่า มหาวิทยาลัยต้องการงานวิจัย Paper ตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติที่มี Impact Factor สูง เพื่อยกระดับ Ranking ของมหาวิทยาลัย เป็นเงื่อนไขการต่อสัญญาหรือการทำผลงานเพื่อ ขอตำแหน่งทางวิชาการ แต่มหาวิทยาลัยกลับไม่ซื้อฐานข้อมูลวารสารวิชาการเหล่านี้ ไว้บริการ เมื่อค้นหาข้อมูลแล้วต้องให้ลูกศิษย์ที่เรียนอยู่ต่างประเทศในมหาวิทยาลัย ต่างประเทศ Download ข้อมูลให้ หรือจำเป็นจะต้องละเมิดลิขสิทธิ์เพื่ออ่าน Paper วารสารนั้น จากช่องทางที่ผิดกฎหมาย ฟังแล้วก็น่าเศร้าใจนะคะ แต่กองทุนนี้ทำได้เพื่อทำวิจัย ก็ไม่ครอบคลุมการเบิกจ่ายในการซื้อวารสารเหล่านี้ด้วยค่ะ หรือแม้กระทั่งการส่ง Paper ไปตีพิมพ์ในวารสาร การทำ Peer Review ที่ต้องมีค่าใช้จ่าย อาจารย์เหล่านั้นต้องควัก กระเป๋าตัวเองให้ได้ตีพิมพ์ เพื่อให้มหาวิทยาลัยและประเทศได้ลำดับที่ดีขึ้นเมื่อมีการวัดระดับ ทางวิชาการค่ะ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้คืออุปสรรคในการพัฒนาสภาพแวดล้อมและโครงสร้าง พื้นฐานของการทำงานทางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งกองทุนพัฒนาการ อุดมศึกษาจะช่วยเหลือได้ในรูปแบบเงินอุดหนุนให้แก่สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หรือเงินกู้ ดอกเบี้ยต่ำให้แก่สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ไม่ได้ระบุเฉพาะสาขาที่เป็นเป้าหมายหรือสาขาที่ ขาดแคลนเท่านั้น เรื่องเหล่านี้เป็นแค่ตัวอย่างเล็ก ๆ แต่กองทุนพัฒนาการอุดมศึกษายัง ครอบคลุมถึงการส่งเสริม พัฒนาหลักสูตรใหม่ ๆ ที่จะทำให้สถาบันอุดมศึกษาเปลี่ยนจาก การรับนักศึกษาที่จบมัธยมปลายซึ่งนับวันจะมีน้อยลง เป็นการรับคนในวัยทำงานหรือ คนว่างงานเข้ามาศึกษาเพื่อจะปรับพื้นฐานความรู้ Upskill Reskill ให้เข้ากับตำแหน่งงาน ที่จะเกิดขึ้นใหม่ ๆ ในอนาคต ที่จะไม่ถูก AI มาแทนที่ หรือเป็นผู้ที่ใช้ AI ไปด้วยตัวเองได้ ซึ่งหากการใช้เงินทุนจัดสรรหรือรายได้ของแต่ละสถาบันอาจไม่เพียงพอต่อการปรับหรือสร้าง ระบบใหม่นี้ โดยทั้งหมดนี้จะถูกบริหารโดยคณะกรรมการกองทุนที่เป็นอิสระและมีส่วนร่วม จากสถาบันอุดมศึกษาทั้งรัฐและเอกชน ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานราชการที่เป็นผู้ดูแล งบประมาณ มีความยืดหยุ่นแต่ก็โปร่งใสไปพร้อมกันค่ะ นอกจากนี้กองทุนยังจะส่งเสริม ความเป็นเลิศเฉพาะด้านของแต่ละสถาบันให้ตอบโจทย์การรับใช้สังคม ทั้งในด้าน การส่งเสริม สนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ การดึง บุคลากรที่มีศักยภาพเข้ามาทำงาน การพัฒนาสถาบันให้เข้ากับชุมชนท้องถิ่นรอบข้างที่ตั้งอยู่ สร้างความร่วมมือกับองค์กรของภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมไปพร้อมกัน ตอบสนอง ความต้องการของหน่วยงานเฉพาะทาง ตลอดจนการสร้างทักษะการเป็นผู้ประกอบการ ให้กับนักศึกษาและบุคลากรมากกว่าการเรียนจบแล้วไปทำงานเป็นลูกจ้างในระบบ แบบเดิมค่ะท่านประธาน กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาที่จะเกิดขึ้นตามการแก้ไข พ.ร.บ. การอุดมศึกษานี้ จึงจำเป็นต้องมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้เกิดขึ้น และสำเร็จอย่างเร็วที่สุด เพื่อเตรียม สถาบันอุดมศึกษาให้รับมือการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร โครงสร้างเทคโนโลยี ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และสังคมการเรียนรู้แบบใหม่ไปพร้อมกันท่านประธาน ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณเอกราช อุดมอำนวย ครับ🔗

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมืองจาก พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ การอุดมศึกษา แล้วก็ร่างที่เสนอมาแก้ไขไปในพร้อมกัน แต่ผมคงจะไม่ได้กล่าวชื่อร่างทั้งหมด ท่านประธานครับ ผมดูคร่าว ๆ แล้วก็จะมีเรื่องที่อยากจะอภิปรายแล้วก็ฝากกรรมาธิการที่จะ ได้ตั้งขึ้นพิจารณากฎหมาย โดยเฉพาะในเรื่องของการดูกองทุนเพื่อการพัฒนาการอุดมศึกษา เข้าใจว่าเป็นลักษณะของทุนหมุนเวียน แล้วก็ยุบทุนที่ให้กับสถานศึกษาเอกชนในการกู้ยืม และกองทุนนี้ประสบปัญหา ไม่ใช่ประสบปัญหาอะไร ก็คือสถานศึกษาเอกชนที่จะเกิดขึ้น ใหม่แล้วก็จะมาขอกู้ยืมเงินนี่มีจำกัด แล้วก็แทบจะไม่ได้ปล่อยออกไปเลย ก็เลยมีการพัฒนา Upgrade เป็นร่างพระราชบัญญัตินี้นะครับ แล้วก็ไปล้อกับสภานโยบายการศึกษา ผมก็ เป็นห่วงเรื่องกระบวนการในเรื่องของการถ่ายโอนบรรดาหนี้สิน บรรดากิจการต่าง ๆ เพราะว่าแน่นอนว่ากองทุนโดยเฉพาะทุนหมุนเวียนตอนนี้ก็ประสบปัญหาเยอะ หลายกองทุน ก็มีปัญหาแล้วก็ถูกประเมินต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน อะไรที่จะเป็นหลักการ หลัก Guarantee ว่าทุนชื่อใหม่นี้จะไม่ล้มเหลวแบบเดิม ๆ นะครับ🔗

อันที่ ๒ ครับท่านประธาน ก็คือเรื่องของการที่มีการรายงานต่อสภา ผู้แทนราษฎร ปกตินี่รายงานของกองทุนนี้ก็จะเข้าเหมือนในวันพรุ่งนี้ ระเบียบวาระก็จะเห็น ก็จะมี ๒-๓ กองทุน แล้วก็รายงานขององค์กรต่าง ๆ ใช่ไหมครับ ผมคิดว่าเป็นการตรวจสอบ ถ่วงดุล นอกจากจะมีสภาในการตรวจสอบแล้ว สภานโยบายก็ให้สภาผู้แทนราษฎรรับรู้ รับทราบก็จะเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น แล้วก็ในมาตรา ๕๐/๕ เรื่องของการจัดสรรเงินกองทุน ในการรับรองการปฏิบัติตามเงื่อนไขในการรับนะครับ โดยสำนักปลัดฯ เขาก็จะดู แล้วก็ สำนักนโยบายก็จะดู คือเดิมในการทำคำขอก็จะไปที่สำนักงบประมาณ ที่จะเป็นในการออก คำขอแต่ละปีนะครับ แต่ว่าเขา Upgrade ใหม่ ก็คือเพื่อความสะดวกรวดเร็ว แล้วก็ทำเป็น ลักษณะของการที่จะให้กับหน่วยงาน ก็คือสภาด้านวิจัยเป็นผู้ดูแล แล้วเราไปดูโครงสร้าง ก็จะเห็นว่าจะมีนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี แล้วก็ผู้ทรงคุณวุฒิในการออกแบบนโยบาย ตรงนี้ ก็มีความกังวลนิดหนึ่งครับท่านประธานว่าในเรื่องของการออกแบบนโยบายทิศทางของ การศึกษาในอนาคตจะเป็นอย่างไร ก็อยากจะฝากเอาไว้ว่า อย่างไรก็ดีกองทุนกับตัวสภา ซึ่งมันก็จะเปลี่ยนไปตามวาระของรัฐมนตรี วาระต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้บางครั้งก็อาจจะทำให้ แนวทาง หรือ Trend ของงานวิจัย ซึ่งบางครั้งก็อาจจะไปติดขัดนะครับ จะต้องแก้ปัญหา ส่วนนี้อย่างไรดีที่ไม่ให้มีลักษณะของการที่การเมืองเข้าไปแทรกแซง หรือว่าไปตาม Trend ที่ทำให้เกิดลักษณะของการเป็นผลประโยชน์ทางการเมือง ก็ฝากไว้ประมาณเท่านี้ครับ แล้วก็ อย่าลืมนะครับว่ากองทุนที่ตั้งขึ้นมามีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร สุดท้ายนะครับ อยากจะให้ กองทุนนี้ประสบความสำเร็จแล้วก็ไม่ล้มเหลวเหมือนที่ผ่านมา ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณซาการียา สะอิ เชิญครับ🔗

นายซาการียา สะอิ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ประกอบไปด้วยอำเภอระแงะ อำเภอจะแนะ อำเภอสุคิริน พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออภิปรายเรื่อง การแก้ไขพระราชบัญญัติอุดมศึกษารวมทั้ง ๔ ฉบับ ก็คือ🔗

๑. ร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗

๒. ร่างพระราชบัญญัติการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗

๓. ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗

๔. ร่างพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗

การแก้ไข พ.ร.บ. ทั้ง ๔ ฉบับนี้เพื่อให้มีการจัดตั้งกองทุน เพื่อพัฒนา การอุดมศึกษา หัวใจหลัก ๆ ก็คือ เพื่อส่งเสริมให้มีการพัฒนาคนสู่ความเป็นเลิศ ซึ่งถ้าถามว่า อว. หรือกระทรวง อว. มีการส่งเสริมเรื่องนี้แล้วหรือยัง ผมตอบได้จากประสบการณ์ตัวเอง เลยครับท่านประธาน ผมเป็นคนหนึ่งที่เป็นผลผลิตมาจากทุน อว. หรือกระทรวงวิทยาศาสตร์เดิม ที่ส่งผมไปเรียนปริญญาเอก สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ที่ University of Southampton วันนี้ ผมถือว่าเป็นเด็กบ้าน ๆ คนหนึ่ง มาจากตำบลกาลิซา มีโอกาสได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ ได้มี โอกาสได้มีประสบการณ์จากต่างประเทศจากทุน อว. วันนี้ถือโอกาสขอบคุณกระทรวง อว. และมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ที่มอบโอกาสเด็กบ้าน ๆ อย่างผมได้มีโอกาสได้ เรียนรู้ และมีประสบการณ์จากต่างประเทศ อย่างไรก็ตามนะครับท่านประธาน ถามว่า เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ แล้ว เรื่องของการพัฒนาคนสู่ความเป็นเลิศ บ้านเรา ถ้าเทียบกับที่อื่นนี่มันเป็นอย่างไรบ้าง จากประสบการณ์โดยตรง ผมไม่ต้องไปเปรียบเทียบ กับประเทศที่มันไกล ๆ ครับ ประเทศใกล้ ๆ เรา ประเทศมาเลเซีย ซึ่งถือว่าระบบการศึกษาดี ประเทศหนึ่ง เขามีการส่งเสริมการพัฒนาคนสู่ความเป็นเลิศไม่ได้แต่เฉพาะคนที่เป็น ข้าราชการ ไม่ได้แต่เฉพาะคนที่เป็นรัฐวิสาหกิจ หรือรัฐบาลเท่านั้น แต่เขายังส่งเสริมให้ มีศักยภาพของประชาชนของเขาสู่ความเป็นเลิศในทุกมิติ ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเอกชน ไม่ว่าจะเป็นรัฐวิสาหกิจ ทุกด้าน เพราะฉะนั้นถามว่าวันนี้ถ้าเราปรับกองทุนตรงนี้ให้เป็น กองทุนเพื่อพัฒนาอุดมศึกษาแล้วเราได้อะไรบ้าง มันจะเป็นเหมือนเดิมหรือไม่ อันนี้เป็นคำถาม ที่ตัวเราเองก็ต้องมีคำตอบให้กับประชาชน ให้กับคนที่ต้องการที่จะเข้าสู่ความเป็นเลิศนั้น ๆ ท่านประธานครับ มีมหาวิทยาลัยในไทยหลายมหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพสูง ที่มีความเป็นเลิศ ในแต่ละสาขาวิชา แต่ยังขาดทุนทรัพย์ ขาดเงินทุนในการอุดหนุน เราปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ ว่าวันนี้มันมีการ Disrupt มาจากหลาย ๆ ปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น AI ไม่ว่าจะเป็นทาง IT หรืออะไรก็แล้วแต่ ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญที่เราเองจะอยู่นิ่งไม่ได้ครับ เราเองต้องพัฒนา ตัวเองให้มีศักยภาพเทียบเท่าไปกับคนอื่นด้วยครับ ถ้าเรายังอยู่นิ่ง เราก็ไม่พัฒนา เราก็ ไม่สามารถที่จะยกระดับตัวเองไปสู่ระดับสากลได้ ถามว่าสำคัญไหม สำคัญมากครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมถือว่าการทำกองทุนนี้เป็นคุณูปการต่อคน ต่อบุคลากร ทางการศึกษา ต่อบุคลากรในทุกภาคส่วน ทุกมิติในประเทศไทยนะครับ ตอนนี้ก็จะมีคำถาม นิดหนึ่งครับท่านประธานว่า เมื่อมหาวิทยาลัยของไทยมีศักยภาพอยู่ไม่กี่มหาวิทยาลัย เราทราบกันดี เราปฏิเสธไม่ได้นะครับว่ามหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัยดีกันหมดเลย โรงเรียน ทุกโรงเรียนมีคุณภาพเทียบเท่ากันหมดเลย เป็นไปไม่ได้ครับ ประเทศอื่นเขาก็ไม่เป็นแบบนี้ เหมือนกัน แต่ถามว่ามหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่มีมาตรฐานต่ำกว่า ที่ไม่มีเงินทุน ที่เป็นมหาวิทยาลัยภูธร เขาจะทำอย่างไรครับ เขาจะได้ประโยชน์อย่างไรจากกองทุนดังกล่าวนี้ ท่านประธานครับ แม้ว่าการพัฒนาคนสู่ความเป็นเลิศเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศ ปฏิเสธไม่ได้เลย แต่ถ้า ไม่มีแรงจูงใจในการพัฒนาตัวเองสู่ความเป็นเลิศ ท่านคิดว่าใครจะพัฒนาตัวเองครับ ถ้าพัฒนาแล้วเงินเดือนก็ไม่ได้มากขึ้น ถ้าพัฒนาแล้วความเป็นอยู่ไม่ได้ดีขึ้น ถ้าพัฒนาแล้ว อะไร ๆ ไม่ได้ดีขึ้น ถามว่าใครเขาจะพัฒนาครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมจะยกตัวอย่าง เปรียบเทียบเลยนะครับ พอดีผมเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมาก่อน อยู่ในมหาวิทยาลัยมา ๑๕ ปี ทราบดีกับปัญหาทางมหาวิทยาลัย หรือ อว. ผมขอเปรียบเทียบนิดหนึ่งโดยที่อาจจะ ไม่ขึ้นสไลด์นะครับ เปรียบเทียบเงินเดือนครู คศ. ครูผู้ช่วย ครู คศ. ๑ คศ. ๒ คศ. ๓ กับเงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัยครับ อันนี้คือแรงจูงใจครับ ถ้าเงินเดือน คศ. ๒ หรือเทียบ กับอาจารย์มหาวิทยาลัย คศ. ๒ มีเงินเดือนมากกว่าอาจารย์มหาวิทยาลัย ๑๐,๐๐๐ บาท ถ้าเปรียบเทียบครู คศ. ๓ กับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ครูจะมีเงินเดือนมากกว่าอาจารย์ มหาวิทยาลัย ๕,๖๐๐ บาท ถ้าครู คศ. ๔ จะมีอัตราเงินเดือนมากกว่าอาจารย์มหาวิทยาลัย หรือรองศาสตราจารย์ประมาณ ๒,๐๐๐ บาท ผมถามว่าเราเองได้รับทุน ๔ ปีครับ ไปเรียนต่างประเทศ เงินเดือนถูก Freeze ครับ เงินเดือนไม่ขึ้น ถามว่าเราพยายามพัฒนา ศักยภาพตัวเองไหม พยายามไม่อย่างนั้นจะจบมาได้อย่างไรครับท่านประธาน ผมถามว่า เงินเดือนถูก Freeze แทนที่ประเทศอื่น ๆ มีเงินเดือนเพิ่มขึ้นจากการพัฒนาตัวเอง จากการ เรียนถึงปริญญาเอก ผมถามว่าแล้วใครจะพัฒนาศักยภาพตัวเองครับท่านประธาน🔗

อีกเรื่องหนึ่ง ขออีกนิดหนึ่งครับท่านประธาน อีกเรื่องหนึ่งก็คือเกี่ยวกับ ตำแหน่งวิชาการครับ ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ๓,๕๐๐ หรือ ๕,๖๐๐ ตำแหน่ง รองศาสตราจารย์ ซึ่งเทียบเท่ากับ คศ. น่าจะเป็น คศ. ๔ ตำแหน่งศาสตราจารย์ ท่านลอง ไปดูครับ ผมฝากทางกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูครับ มีบางมหาวิทยาลัยเป็น พนักงานมหาวิทยาลัย เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ได้เงินเดือนขาเดียวครับ เป็นผู้ช่วย ศาสตราจารย์ได้เงินเดือน ๕,๖๐๐ ไม่ได้คูณ ๒ ถ้าเป็นครู คศ. ๓ ได้เงินเดือนเท่าไรครับ ๕,๖๐๐ คูณ ๒ ถามว่าอันนี้ก็เป็นข้อเปรียบเทียบชัดเจนว่าใครที่อยากไปทำงานใน มหาวิทยาลัย คนที่มีศักยภาพเขาก็มีความรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนล้ากับการที่ไม่ Balance กัน อย่างนี้นะครับท่านประธาน🔗

ท้ายที่สุดผมก็ฝากทางกระทรวง อว. นะครับ ฝากกองทุนนี้เพื่อให้พัฒนา ศักยภาพคนสู่ความเป็นเลิศ เพื่อที่จะมาพัฒนาประเทศในทุกมิตินะครับ ซึ่งเราทราบดี อยู่แล้วว่าการพัฒนาคนมันสามารถพัฒนาประเทศในหลายด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นสังคม ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าคน มีความรู้ความสามารถ ถ้าคนมีความเป็นเลิศ ทุกอย่างมันจะดีครับท่านประธาน ขอบคุณมาก ครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ ครับ🔗

นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อ. เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรี สะพานสูง พรรคก้าวไกล ในวันนี้ขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา ทั้ง ๔ ฉบับเลยนะครับ คือประเด็นหลัก ๆ ของทั้ง ๔ ฉบับ มีอยู่ ๒ ด้านด้วยกันนะครับ ด้านแรกก็คือ ด้านการของบประมาณจากหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานของอุดมศึกษา กับอีก เรื่องหนึ่งจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการสร้างกองทุนนะครับ เป็นกองทุนเพื่อพัฒนาการ อุดมศึกษา นี่คือ ๒ ประเด็นหลัก ๆ นะครับ ซึ่งทั้ง ๒ ประเด็นครับท่านประธาน มันคือการ ให้ทุน อ. เอท ก็เลยใช้ Model วันนี้ในการที่จะอภิปรายคำว่า FUND ๔ ตัวอักษรครับ เป็นการให้ทุนในวันนี้นะครับ🔗

F แรก คือคำว่า Fact แปลว่าความจริงนะครับ อ. เอทก็เป็นคุณครูกว่า ๒๐ ปี อยู่ในหลายมหาวิทยาลัย ซึ่งเราได้ดูการทำวิจัยของอาจารย์ต่าง ๆ จะพบว่าประเทศ ของเรามีความท้าทายอยู่ ๔ ด้านด้วยกัน🔗

ด้านแรกก็คือ ด้านของนักเรียนที่ยังขาดทุนการศึกษา ขาดเรื่องของ ในสาขาวิชาต่าง ๆ ที่ยังไม่ค่อยมีเด็กไปเรียนนะครับ โดยเฉพาะสาขาที่เกี่ยวข้องกับการ ให้บริการต่าง ๆ แพทย์ พยาบาล เรื่องของการขาด Skill เมื่อสักครู่นี้หลายท่านพูดแล้วครับ Upskill Reskill นี่ก็ยังขาดกันเยอะ และที่สำคัญนักเรียนที่เรียนดีควรจะมีทุนการศึกษาให้ ซึ่งตรงนี้เขาก็เรียกว่า Excellent ถูกไหมครับ Excellent Student ต่าง ๆ นี่เราเองก็ยังขาด ตรงนี้น้อยไป หรืออาจจะมีวิธีการเพิ่มเติมอย่างไร เดี๋ยวเราไปคุยกันในชั้นของกรรมาธิการ นะครับ นี่คือประเด็นปัจจัยแรก🔗

ปัจจัยที่ ๒ คืออาจารย์ เมื่อสักครู่นี้เพื่อน ๆ ได้พูดแล้วครับ อาจารย์นี่ทำ หลายด้านมากครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสอน การทำวิจัย การบริการวิชาการ หรือแม้กระทั่ง การทำนุบำรุงเรื่องของศิลปวัฒนธรรม เขาทำอยู่ ๔ ด้านครับ เวลาเขามีน้อยมาก แถมเรื่อง ของสวัสดิการแทบจะน้อยจริง ๆ เมื่อเทียบกับราชการ ซึ่งตอนนี้เราทราบดีครับว่าอาจารย์ ในมหาวิทยาลัยตอนนี้เป็นพนักงานกันหมดแล้ว ไม่มีราชการเลย เพราะฉะนั้นเขาเจ็บปวด มากครับ เราควรจะมีการทำอย่างไร เพราะฉะนั้นกองทุนนี้หวังว่าจะช่วยได้นะครับ🔗

ต่อมาเป็นเรื่องงานวิจัยครับ เราเห็นชัดเจนงานวิจัยกว่า ๕๔๐,๐๐๐ ฉบับ ขึ้นหิ้ง ก็คือมาจากการที่เรามีนโยบายต่าง ๆ ที่มาจากส่วนใดส่วนหนึ่งทำให้งานวิจัยนั้นไม่ได้ ตอบสนองกับคนทั้งประเทศ อันนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่อยากจะฝากประเด็นนี้ไว้นะครับว่า กองทุนนี้จะช่วยได้ไหมนะครับ🔗

อีกส่วนหนึ่งครับ คือทุนของเด็กเมื่อสักครู่นี้ อ.เอทก็เป็นศิษย์เก่าของ กยศ. ก็คือขอกู้มาเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราทราบดีครับว่าคนกู้มีอยู่ ๕ ล้านคน แล้วก็งบประมาณ ที่ใช้กว่า ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ซึ่งก็มีใน ๕ ล้านคน หรือ ๕ ล้านฉบับ หรือ ๕ ล้าน ที่เป็น Contract มีกว่าแสนครับที่ขึ้นโรงขึ้นศาล นี่มันสร้างความเหลื่อมล้ำไหมตรงนี้นะครับ อยากจะให้แบบเรามาคิดกันให้ครบด้านนะครับ นี่คือปัจจัยของความท้าทายในการที่จะ พัฒนาการอุดมศึกษานะครับ🔗

ตัว U ที่ ๒ ครับ U ก็คือคำว่า Uncertainty ครับ Uncertainty แปลว่า ความไม่แน่ใจ ความไม่แน่ใจของ อ. เอท คือตอนนี้เรามี ๒ อย่างถูกไหมครับ คือเรื่องการขอ งบประมาณ การของบประมาณก็ต้องผ่าน สกสว. ถูกไหมครับ ซึ่งเมื่อก่อนนี้ถ้าเป็นหน่วยงาน ที่เป็นเกี่ยวกับอุดมศึกษาก็ขอโดยตรงได้เลย ตอนนี้ครับ เราเปลี่ยนนโยบายใหม่แล้ว เราเปลี่ยนมาตรการใหม่เป็นต้องทำตามหรือปฏิบัติตามระเบียบวาระต่าง ๆ ซึ่ง อ. เอท ก็ไม่แน่ใจนะครับว่าการที่เราทำตามความต้องการของใครบางคนมันจะเป็นการตอบสนอง หรือเป็นการทำให้มันมีความจำเป็นของคนทั้งประเทศได้ไหม นี่คือสิ่งที่ อ. เอทเป็นห่วง และกลัวมากนะครับ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ การทำ Research บางครั้งพอเอาตามประเด็น ต่าง ๆ ของนโยบายรัฐมาหรือของใครมาบางคน มันทำให้ไม่ทั่วถึง เราจะช่วยกันพัฒนา ตรงนี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิมนะครับ🔗

ต่อมาเป็นเรื่องของกองทุนครับ เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกพูดไปเยอะมากครับ กองทุนเพื่อการพัฒนาถามจริง ๆ ครับว่าเราสามารถที่จะมีวาง Scope หรือโฟกัสให้มัน แคบลงได้ไหม เพราะตอนนี้โฟกัสเรากว้างมากครับ ก็คือเป็นการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อให้มีการทำวิจัยให้ดีขึ้น คือมันดูออกเป็นแนวเชิงแบบว่าจับต้องยากนิดหนึ่ง อยากจะให้ เรามีคำว่า Concrete จับต้องได้นะครับ นี่คือตัว U ที่ ๒ คือ Uncertainty ครับ🔗

ต่อมาเป็นตัว N ครับ N คืออะไรครับ N คือ New Normal New Normal คือวิถีชีวิตใหม่ ๆ ที่ อ. เอทอยากจะยกคำว่า KPI วันนี้เข้ามา คือเป็นตัวชี้วัดนะครับ นั่นเป็น Key Performance Indicator ซึ่งเอาเลยครับ ตรงนี้เรามาวัดกันใหม่เลยครับ เด็ก ๆ นักเรียนได้รับทุนมากขึ้นไหม เด็กเรียนดีได้รับทุนที่เป็นอย่างไร เรียนฟรีไปเลยหรือเปล่า หรือสาขาไหนที่ยังขาดนักเรียนเพิ่มเข้าไปกี่คน กี่อัตรา คือสิ่งเหล่านี้มันควรที่จะเป็น KPI ชัดเจน ไม่ใช่เรามาดู KPI ว่ามีใครใช้หนี้บ้างหรือยัง ใช้หนี้ไม่ครบ ต้องเก็บเงินเท่าไร คือรัฐบาลต้องเป็นการให้บริการประชาชนนะครับ ไม่ได้เอามาคิดถึงเรื่องของการค้าการขาย หรือผลกำไรนะครับ นี่คือสิ่งที่อยากจะให้กองทุนนี้มีประโยชน์ด้านนี้มากขึ้น เพราะ อ. เอท ก็เป็นคุณครูเช่นกัน🔗

ต่อมาครับ ถ้าเป็นเรื่องของอาจารย์ก็เช่นกัน การที่จะวัดผลอาจารย์เขาทำอยู่ ๔ ด้าน เมื่อสักครู่นี้ อ. เอทได้บอกไปใช่ไหมครับ ถ้าเกิดว่าเขาเก่งด้านสอน แต่ต้องไปวัด สมรรถภาพเขาด้านการทำวิจัย แล้วเขาไม่เคยทำวิจัยเลยครับ มันก็ยาก เพราะฉะนั้นการให้ Weight ในแต่ละ Weight ควรจะมีความเขาเรียกว่าเที่ยงธรรมหรือ Fair สำหรับอาจารย์ เพราะเขาจะได้มีขวัญกำลังใจ และที่สำคัญตอนนี้เป็นพนักงานอาจารย์นะครับ เขาต่อเป็น รายปี สูงสุดก็เป็นราย ๒ ปี ซึ่งเขาขาดกำลังใจ เขาเรียกว่าการที่เราจะผลักดันให้คนให้ อาจารย์เขามีความสุข เรื่องสิ่งเหล่านี้ความมั่นคงในชีวิตต้องมาก่อนนะครับ และการทำ Research ก็เช่นเดียวกันครับ การทำ Research ที่มันขึ้นหิ้งเพราะอะไรครับ เพราะเรายัง ขาดการ เขาเรียกว่า การตอบสนองต่อประชาชนอย่างแท้จริง เราเห็นบอกว่ามีการตั้ง RU นะครับ RU คือ Research Utility ซึ่งมีงบประมาณอยู่ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ล้านบาท อ. เอท ก็อยากจะเห็นว่าตรงนี้มันสร้างความแตกต่างให้กับการทำ Research ได้จริง ๆ หรือเปล่า และนี่คือสิ่งที่เราต้องการเห็นว่าเอา Research ออกมาตอบสนองกับความต้องการของพี่น้อง ประชาชน ไม่ใช่ตอบสนองกับนายทุนใครบางคน นี่คือสิ่งที่อยากเห็นมาก ๆ ครับ และการ ก่อสร้างก็เช่นกันครับ บางที อ. เอทเห็นในบางมหาวิทยาลัยครับ สร้างโน่นสร้างนี่ คือสร้าง หลายตึก แต่ก็ไม่มีคนใช้เลยนะครับ อ. เอทอยากจะให้เรามาสร้าง เราสร้างตึกที่มันเกี่ยวกับ Lifelong Leaning การเรียนที่ตลอดชีวิต หรือจะเป็นการสร้าง Research Center ให้คนที่เป็นนักวิจัยได้เข้ามาใช้พื้นที่ เข้ามาหา ข้อมูลสร้างเป็น Database เอา Research ของแต่ละที่ทั่วโลกมารวมกันเพื่อให้คนที่เขา อยากทำวิจัยจริง ๆ เอาสิ่งที่สร้างตรงนี้ขึ้นมาทำประโยชน์ได้ จะเป็น KPI ที่ดีมหาศาล นี่อยากที่จะช่วยกันคิดในขั้นตอนต่อไปนะครับ เพราะประเทศของเราการพัฒนาเรื่อง การศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดนะครับ🔗

ต่อมาครับคือตัว D D คืออะไรครับ D ในที่นี้คือ Disparity Disparity แปลว่าเหลื่อมล้ำ แต่เราอยากจะพูดว่าประเทศเราต้องลดความเหลื่อมล้ำครับ ลดอย่างไร เพราะรัฐบาลต้องทำหน้าที่ในการบริการประชาชน และที่สำคัญเรื่องของเราต้องทำตาม รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญก็มีบอกนะครับว่าต้องเสริมสร้างความเสมอภาค เสมอภาคที่ดี ต้องทำอย่างไรครับ จะต้องมีการให้บริการด้านการศึกษาครับ ฉะนั้นการศึกษาก็ลงมาถึง กองทุน ฉะนั้นกองทุนต้องไปถึงพี่น้องประชาชน ต้องไปถึงอาจารย์ ต้องไปถึงแหล่งที่เป็น อุดมศึกษาครับ และนี่ละครับคือบทสรุป🔗

สุดท้ายครับ อ. เอทอยากเห็นคำว่า ฟัน คือ ฟันธง การลดความเหลื่อมล้ำ และฟันทิ้งในการหาประโยชน์ของกลุ่มใครบางคน ขอบพระคุณครับท่านประธาน Respect🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เชิญครับ🔗

รองศาสตราจารย์พิเศษดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม รองศาสตราจารย์ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติครับ วันนี้ผมจะขออภิปรายสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา ซึ่งในสาระสำคัญของเรื่องนี้คือการจัดตั้งให้มีกองทุน เพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา โดยที่ผมศึกษามาเรื่องนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน เกิดประโยชน์ต่อสถาบันการศึกษา และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาของ ประเทศ โดยวัตถุประสงค์ของกองทุนนี้ก็จะมีส่วนช่วยในการพัฒนาให้คนมีทักษะที่ทันสมัย โดยผ่านมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นในระบบ Degree หรือ Non-Degree ซึ่งปัจจุบันหลักสูตร ต่าง ๆ ก็จะต้องมีความทันสมัยให้ทันต่อสังคมโลก เราอยากเห็นกองทุนนี้เป็นกลไกที่สำคัญ ในการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ ตอบโจทย์ความต้องการ ของผู้เรียน ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ และทำให้ประชาชนในพื้นที่ ได้มีโอกาสปรับตัวเพื่อรองรับงานใหม่ ๆ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของสังคม ซึ่งก็ตรงกับ นโยบายของรัฐบาลในหลายด้าน เช่น นโยบาย Ignite Thailand ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ การเป็นศูนย์กลางของเมืองท่องเที่ยว โดยการที่จะเป็นศูนย์กลางของเมืองท่องเที่ยวเราก็ต้อง มีกำลังคนที่มีความรู้ มีความสามารถในเรื่องของการท่องเที่ยว ในเรื่องของงานบริการ อีกทั้ง ยังต้องมีความรู้ในด้านของภาษา ซึ่งกองทุนนี้ละครับจะสามารถ Upskill Reskill ทำให้ คนของเราทำงานได้ตอบโจทย์ความต้องการได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้กองทุนยังสามารถช่วย ส่งเสริมพัฒนาคนให้สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้าน สิ่งแวดล้อมและปัญหาของแต่ละพื้นที่ที่แตกต่างกัน และที่สำคัญกองทุนนี้ยังสามารถส่งเสริม และสนับสนุนความเป็นเลิศให้กับมหาวิทยาลัย เพื่อตอบโจทย์การแก้ปัญหาในพื้นที่ ไม่ว่า จะเป็นการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก หรือปัญหาทางด้านการเกษตร ปัญหาทางด้าน การท่องเที่ยว สุดท้ายนี้พวกเราก็หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นกลไกที่สำคัญในการที่จะใช้องค์ความรู้ มาพัฒนากำลังคน สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประเทศของเรา ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุรวาท ทองบุ เชิญครับ🔗

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลจากมหาสารคาม ท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียนเบื้องต้นว่าผมเห็นชอบ ในร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และอีก ๓ ฉบับที่เกี่ยวข้องครับ🔗

ท่านประธานครับ ผมเห็นชอบเนื่องจากว่าบรรดาสถาบันอุดมศึกษา รวมทั้ง คณาจารย์ทั้งหลายได้ฝากมาว่า ได้โปรดกรุณาเห็นชอบด้วยเพื่อนผมที่เป็นอดีตเลขาธิการ คณะกรรมการการอุดมศึกษา ท่านดอกเตอร์สัมพันธ์ ฤทธิเดช ก็ฝากมาว่าให้เห็นชอบด้วย แต่ว่าอย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาแล้วร่างนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการจัดการศึกษา ของประเทศอย่างยิ่งทั้ง ๓ ร่างนะครับ แต่ผมมีข้อสังเกตและข้อห่วงใยจากที่เพื่อนคณาจารย์ ทั้งหลายรวมทั้งสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ มีความตื่นเต้นดีใจที่จะเห็นตรงนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ผมเป็นห่วงเหลือเกินว่า โครงการอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ที่เกิดขึ้นใน อว. หรือ ศก. ในอดีตก็ตาม ผู้ที่จะได้รับประโยชน์ก็คือมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศเป็นส่วนใหญ่ ผมเป็นห่วง มหาวิทยาลัยที่เรียกว่า มหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการ วันนี้ที่เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ๙ แห่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏ ๓๘ แห่ง ราชมงคล ๙ แห่ง มหาวิทยาลัยและสถาบันวิทยาลัย ชุมชน ท่านประธานครับ มหาวิทยาลัยไทยก็จะมีกลุ่มนี้ที่เป็นส่วนราชการ แล้วมี มหาวิทยาลัยที่เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ๒๕ แห่ง เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำและเป็น มหาวิทยาลัยเก่าแก่ เราจะเห็นว่ามหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการนี้มีความยุ่งยากในการ บริหารจัดการ มีความขาดแคลนและขัดสนไปทุกเรื่อง ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีว่าการคงทราบ ข้อมูลดีว่ามีปัญหาอะไรบ้าง อันที่ ๑ คือเขาได้รับงบประมาณน้อยนิดโดยเป็นหลักแค่ ร้อยล้าน ในขณะที่มหาวิทยาลัยในกำกับหลักหมื่นล้านในขณะที่มีรายได้ของมหาวิทยาลัย ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท สูงสุดนะครับ แต่มหาวิทยาลัยเล็ก ๆ เหล่านี้ซึ่งรับจำนวนผู้เรียนมากกว่า มหาวิทยาลัยในกำกับ และได้รับงบประมาณน้อยกว่าเกือบ ๑๐ เท่า มีความยุ่งยาก เพราะฉะนั้นได้รับงบประมาณน้อยก็ยุ่งยากไปในเรื่องอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกรอบ อัตรากำลัง เรื่องของการบริหารจัดการ มีความขัดแย้งกันมากในมหาวิทยาลัย ไม่สามารถ แต่งตั้งอธิการบดีได้มากกว่า ๑๐ แห่ง มีการรักษาการมากกว่าโปรดเกล้าฯ ให้ ๔ ปี แต่ว่า รักษาการนี้ ๕-๖ ปีก็มีในหลายมหาวิทยาลัย ครู คณาจารย์ในมหาวิทยาลัยนี้ได้รับเงินเดือน น้อยอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้กราบเรียนไปนะครับ ข้าราชการในสถาบันอุดมศึกษามีเงินเดือน น้อยกว่าครู ๘ เปอร์เซ็นต์มาแล้ว ๑๒-๑๓ ปี ทั้งนี้มหาวิทยาลัยมีอาจารย์ที่เป็นพนักงาน ในขณะที่มหาวิทยาลัยส่วนราชการ มหาวิทยาลัยเป็นราชการ แต่อาจารย์เป็นประชาชน เป็นเอกชน ไม่ได้เป็นราชการ ไม่มีกฎหมายคุ้มครอง ผมจึงเป็นห่วงเหลือเกิน วันนี้มี การฟ้องร้องกันนับพัน นับหมื่นคดีในมหาวิทยาลัยเหล่านี้ แล้วยังจะประสบปัญหานักเรียน ลดลง รายได้ก็ลดลง เขายังต้องเอาเงินรายได้ไปจ้าง คณาจารย์ จ้างอาจารย์ เพราะว่าเขา ไม่สามารถที่จะสร้างหลักสูตรใหม่ ๆ ได้ ก็รับเด็กไม่ได้ ทีนี้ร่างพระราชบัญญัตินี้มี การเปลี่ยนแปลงการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งการจัดสรรงบประมาณตามปกติธรรมดา คือ มาตรา ๔๕ (๑) (๒) ก็เป็นปกติธรรมดา แต่ว่าใน (๓) นั้น มหาวิทยาลัยเหล่านี้ผมคิดว่า เป็นโอกาสอันดีที่จะได้พัฒนากับเขา ได้รับงบประมาณมากขึ้น (๓) นี่คืองบประมาณที่ Advance ขึ้นจากกองทุน ซึ่งมี ๒ กองทุน แท้จริงแล้วคือกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา และกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ท่านประธานครับมหาวิทยาลัยที่ ผมกล่าวถึงคือมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการจะต้องมาจัดทำคำรับรองการปฏิบัติ ตามเงื่อนไข เพื่อนำเงินนี้ไปทำอะไรครับ ไปพัฒนาสถาบันให้มีความเป็นเลิศ เพื่อผลิต กำลังคนระดับสูงเฉพาะทาง วันนี้ผมกราบเรียนว่ามหาวิทยาลัยเหล่านี้ก็ยังติดลบอยู่ แต่ถ้าท่านไปถามอธิการบดีว่ามีปัญหาหรือไม่ อธิการบดีจะรักษาเก้าอี้เขา เขาจะบอกว่า ไม่มีปัญหาทั้งสิ้น ท่านต้องแอบไปถามอาจารย์ คณาจารย์ทั้งหลาย พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือนักศึกษานั้น การจัดสรรงบประมาณ สำนักงบประมาณก็ตัดจังนะครับ ได้งบประมาณ หลักร้อยล้าน ยังไม่เท่าหลักร้อยของมหาวิทยาลัยที่ได้มากที่สุดเลย ๑๓,๘๐๐ กว่าล้านบาท เห็นไหมครับ แต่มหาวิทยาลัยเหล่านี้ได้ ๒๐๐-๓๐๐ ล้านบาท จะทำอะไรได้ แล้วบอกว่า ให้เขามาทำคำรับรองเพื่อมีความเป็นเลิศและผลิตกำลังคนระดับสูงเฉพาะทางด้วย ผมจึงเป็น กังวลว่ากองทุนนี้จะเกื้อกูลเขาจริงไหม จะเอื้อเฟื้อโอบรับเขาจริงไหมนะครับ ที่สุดเงื่อนไข ทั้งหลายก็จะบอกว่า มหาวิทยาลัยต้องมีความพร้อมที่จะมาท้าทาย ที่จะมารับการรับรอง ที่จะมารับเงื่อนไขที่กำหนดนี้ จึงเป็นไปได้ยาก ท่านไปดูเลยครับ โครงการที่ผ่านมาว่า ที่ Advance ขึ้นมานี้ใครคือคนที่ได้รับงบประมาณบ้าง เหมือนกับบริษัทเล็ก ๆ จะไปเขียน เพื่อขอโครงการใหญ่ ๆ ได้อย่างไร ครูบาอาจารย์ก็ขาดแคลน ขัดสนเครื่องไม้เครื่องมือ งบประมาณแต่ละปีตัดแล้วตัดอีก🔗

ท่านประธานครับ ผมก็ยังมีข้อกังวล ขออนุญาตนิดหนึ่งนะครับว่า ในร่าง พระราชบัญญัตินี้ ในส่วนที่มีความสงสัยว่าในมาตรา ๕๐/๑ ได้เขียนหลักการไว้ แล้วก็มีส่วน ที่บอกว่าจะให้กู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ อันนี้ผมก็กังวลว่ามหาวิทยาลัยที่ไม่สามารถที่จะเสนอตัวเอง เพื่อรับคำท้าทายจะต้องไปกู้ยืมเงินไหม จากที่ได้รับเงินน้อย รายได้น้อยอยู่แล้ว แล้วก็มี มาตรา ๕๐/๒ (๗) ที่บอกว่า มหาวิทยาลัยจะต้องสมทบหรือนำส่งเงินเข้ากองทุนด้วยหรือไม่ ผมเกรงว่าเงื่อนไขทั้งหลายว่ามหาวิทยาลัยจะต้องสมทบ หรือมหาวิทยาลัยจะต้องไปทำอะไร เพื่อให้ได้กำไรเพื่อกลับมาสมทบ ในที่สุดมหาวิทยาลัยที่ยากแค้นแสนเข็ญนั้นจะรับเงื่อนไข ได้ไหมนะครับ มีมาตรา ๕๐/๖ ที่เขียนไว้ คณะกรรมการบริหารกองทุน ที่บอกว่ามีบุคคล ต่าง ๆ มาเป็นคณะกรรมการนะครับ ผมเห็นว่าผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาของรัฐทำไมไม่ได้ เป็นกรรมการ แต่ (๔) ผู้แทนของสถาบันอุดมศึกษาที่ไม่อยู่ใน อว. ได้เป็นกรรมการ รวมทั้ง ผู้แทนจากสถาบันอุดมศึกษาเอกชนได้เป็นกรรมการด้วย แต่ว่าผู้แทนจากมหาวิทยาลัย ของรัฐที่สังกัด อว. ไม่ได้เป็น เป็นเพราะเหตุอะไร จึงเป็นข้อสงสัยนะครับ เพราะฉะนั้นจึง ขอกราบเรียนนะครับว่า ร่างนี้เป็นความหวังนะครับ กองทุนทั้งหลายนี้เป็นความหวัง แต่ว่า มีประเด็นปัญหาในเรื่องของเงื่อนไข กองทุนนี้จะช่วยสร้างความเข้มแข็ง ยกระดับศักยภาพ ของมหาวิทยาลัยที่ผมกราบเรียนนี้ว่ายังมีความอ่อนแอ จะมาทำงานเพื่อท้าทาย เพื่อความ เป็นเลิศ และที่สำคัญคือช่วยส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นมหาวิทยาลัยทางสังคมศาสตร์ เปิดรับทางสังคมศาสตร์มาก โอกาสน้อยมาก ที่จะได้รับกองทุนนี้ ซึ่งเขาโอบรับผู้เรียนที่เป็นลูกชาวบ้าน เป็นผู้เสียภาษีอากรมากที่สุด แล้วก็มีจำนวนนักศึกษามากที่สุด แต่เขาก็ยังอยากได้มหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ไม่ใช่ว่าเพราะเขาสอบไม่เก่ง เขาเก่งนะครับ แต่ว่าเขาสอบไม่เก่ง จากต้นทุนการศึกษาที่เขา ขาดแคลนขัดสนตั้งแต่ประถมศึกษามาแล้วนะครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนฝากไปถึงท่าน กรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นพิจารณาว่า จะเขียนในข้อบัญญัติอย่างไร เพื่อให้โอบรับ ไม่ใช่ เพียงต่อยอดเพื่อความเป็นเลิศเท่านั้น แต่จะทำอย่างไรเพื่อฟื้นฟู ยกระดับศักยภาพของ มหาวิทยาลัยเหล่านั้นขึ้นมาเท่าเทียมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร เชิญครับ🔗

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษดิ์ บุตรเนียร สส. นักพัฒนา แก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายการแก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และกฎหมายในแนวเดียวกันก็คือ พระราชบัญญัติส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ..... รวมอีก ๓ ฉบับ เป็น ๔ ฉบับครับ จากวัตถุประสงค์ซึ่งเราบอกกันว่าเรื่องกองทุนนี้เพื่อจะพัฒนา การอุดมศึกษานะครับ โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยวันนี้เราก็เน้นเรื่องการศึกษา และเชื่อว่า การศึกษาจะแก้ไขปัญหาทั้งปากท้องประชาชน ความเข้มแข็ง การเจริญรุ่งเรืองของ ประเทศชาติได้ ทุกคนคือกำลังของชาติครับ การที่จะพัฒนาความเป็นเลิศของ สถาบันอุดมศึกษาตามความต้องการของประเทศ และพัฒนาการเรียนการสอน การวิจัย การสร้างนวัตกรรม การร่วมมือกับนักวิชาการ สถาบันวิชาการ และองค์กรชั้นนำระดับโลก จากวัตถุประสงค์ที่เราบอกกัน เพื่อที่จะให้มีการวิจัยสร้างความร่วมมือกับสถานประกอบการ ทั้งรัฐและเอกชน ทั้งภาคประชาชน แล้วยังมีการจัดสรรเงินเพื่อส่งเสริมสถาบันอุดมศึกษา ตามที่ทางรัฐมนตรีได้แบ่ง Group ของมหาวิทยาลัยไว้เป็น ๕ กลุ่มอยู่แล้วนี่นะครับ ไม่ว่าจะ เป็นมหาวิทยาลัยอันดับที่มีความพร้อมในเรื่องของ Hi-end ไปแล้ว เรื่องของกลุ่ม มหาวิทยาลัยที่มี Innovation หรือสร้างนวัตกรรม วันนี้ผมอยากจะมีส่วนร่วมในการ อภิปรายในกลุ่มที่เป็น Area Based หรือมหาวิทยาลัยที่พัฒนาบุคลากรในท้องถิ่น โดยเฉพาะ วัตถุประสงค์ก็บอกอยู่แล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อจะผลิตบัณฑิต กำลังคนที่มีสมรรถนะและ ศักยภาพสูงเพียงพอต่อความต้องการของภาคส่วนต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนการเจริญเติบโต ของประเทศชาติ อันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ เป็นวัตถุประสงค์และเป้าหมายของเราอยู่แล้ว ในการที่จะสร้างอุดมศึกษาที่จะผลิตคนเพื่อจะไปพัฒนาคนและพัฒนาประเทศชาติต่อไป วัตถุประสงค์และประโยชน์ที่จะได้รับก็เป็นกองทุนนี้ที่บอกว่าจะช่วยบริหารจัดการ เงินงบประมาณ สถาบันอุดมศึกษาให้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดประสิทธิผล ก่อให้เกิด ประโยชน์กับประชาชนทั้งส่วนของการพัฒนาระบบการเรียนรู้สู่การเรียน ตอบสนองต่อ การพัฒนาศักยภาพของคนทุกช่วงชีวิต ควบคุมทุกกลุ่มให้เกิดการเข้าถึงอุดมศึกษาอย่าง มีคุณภาพทุกที่ทุกเวลาด้วยค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษา พัฒนาบุคลากรในระดับอุดมศึกษาให้มีคุณภาพเพื่อทันต่อการเปลี่ยนแปลงโดยฉับพลัน และส่งเสริมให้มีการผลิตคนในระดับสูง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ โดยอาศัยสถาบันอุดมศึกษานี่ละครับ ที่จะเป็นกลไกในการผลักดัน พัฒนาอุดมศึกษากับ องค์กรภาครัฐ เอกชน และภาคสังคม ให้มีการสร้างความเป็นเลิศในสรรพวิทยาการให้เกิด บุคลากรของประเทศชาติ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก อันจะส่งผลให้ ประเทศชาติมีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม ไม่ว่าจะเป็น วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และประโยชน์ที่จะได้รับ ผมเชื่อเหลือเกินว่าถ้ากองทุน โดยเฉพาะ กองทุนการอุดมศึกษาปฏิบัติตามวัตถุประสงค์เป้าหมายและประโยชน์ มันจะบรรลุผลในการ จะสร้างประเทศชาติจริง ๆ ครับ ด้วยดั้งเดิมอยู่แล้วเราได้ยกเลิกการจัดสรรเงินเข้ากองทุน ให้กู้ยืมดอกเบี้ยต่ำแก่สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ก็ ๒๐ ปีผ่านไปแล้ว วันนี้ก็ถึงกาลเวลาแล้วที่จะมีการปรับปรุงแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นวัตถุประสงค์ ไม่ว่าจะเป็น เป้าหมายหรือประโยชน์ที่จะได้รับ แน่นอนครับ ถ้ากองทุนนี้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ผมเชื่อเหลือเกินว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล โดยเฉพาะวันนี้ในด้านมหาวิทยาลัย ในเขต Area Based มหาวิทยาลัยท้องถิ่นนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากกราบเรียน ไปยังท่านคณะกรรมการโดยเฉพาะสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้มาอยู่ในที่นี้แล้ว ผมอยากฝากกราบเรียนครับว่า ถ้าท่านให้ความสำคัญกับการพัฒนา ที่แท้จริง ท่านควรจะมองไปยังท้องถิ่นครับ วันนี้เรามีจุดเด่นที่บอกว่าจะพัฒนาความเป็นเลิศ เรามีความเป็นเลิศครับ แล้วถ้ามีปัญหาแฝงอยู่ในความเป็นเลิศด้วย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ การเกษตรเรื่องของอาหารเราควรจะพัฒนาครับ แต่ขณะเดียวกันประเทศเรายังขาด การเสริมสร้างทางด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม อันนี้ท่านควรจะส่งเสริมให้กองทุนส่งทั้งหมดให้ มหาวิทยาลัยราชภัฏต่าง ๆ ทั้ง ๓๐ กว่าแห่งมีความเป็นเลิศเฉพาะทางสิครับ แต่ทุกวันนี้ ทั้ง ๓๐ กว่าแห่งได้พัฒนาไปในทางเดียวกันหมด เหมือน ๆ กันหมด โดยไม่ได้มองถึงศักยภาพ และความจำเป็นเลย วันนี้เราเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ท่านก็บอกอยู่แล้วว่าประโยชน์ที่จะได้รับคือ ทุกช่วงวัยควรจะได้เข้าถึงหลักการของอุดมศึกษาอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะทุกเวลา ทุกสถานที่ วันนี้เทคโนโลยีช่วยทุกอย่างแล้วครับ ทำไมไม่เอาเรื่องของกองทุนเหล่านี้มาพัฒนาคน โดยที่ การผลิตครูให้ตรงตามความต้องการ เรามีโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมาก ปัญหาเกิดขึ้น พร้อมกันกับการพัฒนาประเทศ วันนี้กองทุนถือว่าเป็นความสำคัญอย่างมากที่ต้องเร่ง แต่ท่านครับขอให้ยึดมั่นในวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ เป้าหมายที่ท่านต้องการ และประโยชน์ที่ เขียนไว้อย่างสวยงามว่าประชาชนควรจะได้รับ เพื่อให้เกิดประเทศชาติความเป็นเลิศ วันนี้ เรามีความเป็นเลิศหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเกษตร ไม่ว่าจะเรื่องสุขภาพ อนามัย เรามี Medical Hub มีบริการสุขภาพอนามัยที่ถือว่ามีความพร้อมในด้านสุขภาพอย่างดีงาม เรามี พื้นที่โดยเฉพาะวันนี้ประเทศชาติทั่วโลกเราเน้นกันในเรื่องของ Digital แต่การ Digital วันนี้ เราพัฒนาทั่วกันไปหมด ไม่ส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพและความสามารถที่จะพัฒนา ให้ตรงกับศักยภาพ Digital ที่เราต้องการในการที่จะมาพัฒนาสังคมอย่างแท้จริง เรามีแหล่ง เรียนรู้ เรามีสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีเป็นจำนวนมากในประเทศไทย ดังนั้นกองทุนเพื่อพัฒนา การอุดมศึกษาผมถือว่ามีความจำเป็นอย่างมาก และขอสนับสนุนที่จะให้ผ่านวาระที่ ๑ เพื่อเข้าสู่วาระที่ ๒ วาระที่ ๓ ที่จะเพิ่มข้อปลีกย่อยและกำหนดเงื่อนไข หรือข้อตกลงที่จะ ร่วมมือกันระหว่างทุกภาคส่วนครับ ขอฝากกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษานี้ให้พยายามที่จะผลักดันกองทุนเหล่านี้ไปพัฒนา ชนบท โดยเฉพาะทุกภาคส่วน การศึกษาเด็ก เยาวชนของชาติวันนี้มีความเหลื่อมล้ำ ขาดความเสมอภาค ไม่มีการใช้ทวิเท่าที่ควรในการจะแก้ไขโรงเรียนขนาดเล็ก จะรวม ก็ไม่รวม จะแยกก็ไม่แยก จะยุบก็ไม่ยุบ หรือจะทำอย่างใดอย่างหนึ่ง วันนี้สิครับกองทุน ของมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะการผลิตบัณฑิตที่จะไปพัฒนาสังคมชนบทอย่างแท้จริงครับ ขอกราบขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ เชิญครับ🔗

นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี เขต ๗ อำเภอลำลูกกา อำเภอธัญบุรี และอำเภอหนองเสือครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอ ร่วมอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. การอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เนื่องจากว่าผมเข้าใจ ว่าเงินทุนหมุนเวียนซึ่งเรามีอยู่ตอนนี้มันมีปัญหาหลายด้านอยู่นะครับ อย่างเช่น ปัญหา ของการปล่อยกู้ การปล่อยกู้นี่ก็จะต้องมีเงื่อนไขว่า สถาบันเอกชนเมื่อได้รับอนุมัติวงเงินแล้ว สมมุติรับการอนุมัติ ๑๐๐ ล้านบาท เอกชนจะต้องไปลงทุนให้มันเกิน ๑๐๐ ล้านบาทก่อน ถึงจะได้รับเงินกู้ตรงนี้จากเงินทุน เพราะฉะนั้นปัญหาก็คือว่ามันจะใช้เวลานาน มันก็เลย ทำให้เงินกู้ตรงนี้ข้ามปีงบประมาณ ทำให้การประเมินมีปัญหานะครับ การประเมินผลงาน ที่ประเมินปีต่อปีนี้มีปัญหา เพราะปล่อยกู้ไม่ทันปีงบประมาณนะครับ เรื่องที่ ๒ ก็คือว่า สถาบันเอกชนขนาดเล็ก เขาไม่สามารถที่จะเอาหลักทรัพย์ไปค้ำประกันได้ ก็ทำให้เขา กู้ได้ยากหรือกู้ไม่ได้เลย อันนี้คือปัญหาของเงินทุนที่เรามีอยู่นะครับ ร่างฉบับนี้ก็ออกมาเพื่อ แก้ปัญหาเหล่านี้ แล้วก็เป้าหมายของสถาบันเอกชนที่มี ๗๐ สถาบันนี้ก็จะเพิ่มขึ้นนะครับ เงินกองทุนนี้ก็จะปล่อยกู้ให้หลายด้าน วัตถุประสงค์ก็เพิ่มขึ้น แล้วก็จะลดปัญหาที่เราได้ กล่าวมา ๒ ข้อ สิ่งเหล่านี้ก็เลยทำให้ผมคิดว่าอย่างไรมีกองทุนตรงนี้นะครับ ตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็จะดีกว่าเงินทุนที่เรามีอยู่ตอนนี้นะครับ🔗

เรื่องต่อไปนะครับ การที่มีกองทุนนี้ผมก็อยากจะได้สไลด์นิดหนึ่งก่อนที่ จะพูดต่อ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี

ผมมีสไลด์แผ่นเดียวนะครับท่าน อันนี้ผมได้ทำ Poll อยู่ใน Platform X นะครับทำ Poll เล่น ๆ ไว้เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ที่ผ่านมานี้เอง ประมาณ ๓๐ วันที่ผ่านมาว่า ถ้าท่านมีโอกาสที่จะย้อนกลับไปเรียนใหม่ได้ ท่านจะเรียนอะไร คำตอบน่าสนใจมาก ๒ ประเด็น🔗

ประเด็นแรกคือ คนเน้นไปเรียนเมืองนอก ๔๔ เปอร์เซ็นต์ จาก Comment ที่ได้รับมาก็คือว่า โอกาสทางการศึกษาดีกว่า สถาบันดีกว่า แล้วก็มีโอกาสในการหางานดี ๆ ได้ดีกว่า แล้วหลายคนก็บอกว่า ถ้าได้ไปเรียนเมืองนอกก็จะไม่กลับเมืองไทย อันนี้เป็น ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ🔗

อีกประเด็นหนึ่งคือ หมอกับวิศวะนะครับ คนสนใจเรียนน้อยมาก เมื่อไปอ่าน Comment เพิ่มเติม ไปดูใน Platform X ของผมก็ได้นะครับ เมื่ออ่าน Comment เพิ่มเติม ก็คือเขาบอกว่าเรียนหนัก ทำงานหนัก รายได้น้อย ซึ่งทำให้คนไม่อยากเรียนหมอ วิศวะ อีกต่อไปนะครับ แต่คนก็หันไปเรียน IT กับ AI อยู่พอสมควร อันนี้คือจะให้ดูคร่าว ๆ ก่อนว่า คนใน Twitter Platform X เกือบ ๔๐๐ คน ผมทำ Poll วันเดียวได้ประมาณ ๔๐๐ คน ก็มีความคิดเห็นประมาณนี้นะครับ อาจจะไม่ใช่ Reference ทางวิชาการสักเท่าไรนะครับ แต่พอจะได้ Idea ว่าสถาบันของเราต้องได้รับการพัฒนาปรับปรุง ซึ่งมันก็ตรงกับรายงาน ต่าง ๆ ที่ออกมาเรื่อย ๆ นะครับว่า ระดับการศึกษาของไทยนี่ตกต่ำลงเรื่อย ๆ แล้วเราก็ถึง จุดต่ำสุดในรอบ ๒๐ ปี ซึ่งนี่ก็เป็นปัญหาว่าเราไม่มีการพัฒนา กองทุนตรงนี้ก็จะมาช่วย หลาย ๆ เรื่อง อย่างเช่น การพัฒนาบุคลากร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของการศึกษา ซึ่งก็จะบอกว่ามีการปฏิรูป มีการพัฒนาการเรียนการสอน มีการพัฒนาบุคลากร แต่จริง ๆ แล้วเราต้องการการปฏิวัติมากกว่านะครับ ไม่ใช่การปฏิรูป มันจะต้องมีการ Revolution มันต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เรื่องอื่น ๆ ที่เราจะทำได้เพื่อการ เปลี่ยนแปลงของการเรียนการสอน เราไม่จำเป็นต้องเรียนสอนแบบเดิม ๆ อีกแล้วนะครับ หลักสูตรปริญญาตรี ๔ ปี ปริญญาโท ๒ ปี ลดเวลาลงได้ไหมครับ ปริญญาตรีเหลือ ๓ ปี ปริญญาโทเหลือ ๑ ปี เหมือนที่เมืองนอกเขาทำกัน ซึ่งตรงนี้เราจะต้องปรับตัวตามโลก ยุคใหม่นะครับ โลกยุคใหม่ตอนนี้ไปเร็วมาก ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ต จนสมัยนี้เป็น AI แล้วนะครับ เราจะเห็นว่า AI ก็มีการปรับตัวได้เร็วมาก ถ้าเรายังพัฒนาช้า ๆ แบบนี้ มันคง ไปได้ไม่เท่าเทียมกับประเทศเพื่อนบ้าน ตอนนี้หลายประเทศแซงเราไปหมดแล้วนะครับ อันนี้ คือสิ่งต่าง ๆ ที่ผมคิดว่าการศึกษาเราก็ควรจะพัฒนานะครับ นอกจากกองทุนตรงนี้ กองทุน ตรงนี้ก็ไม่ได้มีข้อสงสัยอยู่แล้วว่าจะไม่ดีนะครับ ผมก็สนับสนุนเต็มที่อยู่แล้ว เพียงแต่ ด้านอื่น ๆ ที่เราควรจะทำ ผมเห็นว่ากองทุนนี้มันช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่ว่าไม่ได้ช่วยอะไร มากมาย แต่ถ้าเกิดเราจะปฏิรูปจริง ๆ ประเทศไทยมีเรื่องให้ต้องทำอีกเยอะในด้านการศึกษา คนที่อยากเรียนปริญญาตรีควรจะได้เรียนด้วย กองทุน กยศ. หลาย ๆ คนต้องไปหาคน ค้ำประกันแล้วก็มีปัญหาเรื่องการค้ำประกันเงินกู้ตลอดเวลานะครับ เรียนจบแล้วไม่มีงานทำ ไม่สามารถจ่ายเงินได้ ทีนี้ก็ต้องไปฟ้องร้องเอากับคนที่ค้ำประกัน ไปฟ้องร้องกับครูที่เขาใจดี มาค้ำประกันให้ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผิดหมดเลยที่เราทำกันมานะครับ นโยบายของ ก้าวไกลเรา ทุกคนที่อยากจะกู้ กยศ. ต้องได้กู้ ทุกคนต้องได้กู้ ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน แล้วเมื่อ เรียนจบแล้วคุณหางานทำไม่ได้ ไม่ต้องจ่ายคืน เพราะหมายถึงว่ารัฐลงทุนไปพร้อมกับคน ถ้าคนสามารถเรียนไปแล้วหางานทำได้ก็มาผ่อนคืน ถ้าหางานทำไม่ได้นี่คือความล้มเหลวของ รัฐนะครับ รัฐต้องรับผิดชอบด้วย สิ่งเหล่านี้น่าจะดีกว่าการที่เราจะมาทำเงินกองทุนแค่นั้น ควรจะมีนโยบายของภาครัฐสนับสนุนด้วย และข้อกังวลต่าง ๆ ของกองทุนนี้ก็อาจจะเป็น เรื่องที่ผมอ่านวัตถุประสงค์ผมก็พอใจระดับหนึ่ง ก็ถือว่าดีนะครับ ดีกว่าเดิม เป็นการ ต่อยอดจากเงินทุนในอดีตที่ผ่านมา ก็มีเรื่องการพัฒนาด้านการศึกษา ปฏิรูปการอุดมศึกษา ส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรม สิ่งเหล่านี้ก็เห็นว่าท่านพยายามจะปรับให้มันทันกับโลก ยุคปัจจุบันอยู่แล้วนะครับ แต่ข้อน่ากังวลก็คือว่าสุดท้ายแล้ววัตถุประสงค์เราจะได้ตรงตามนี้ หรือเปล่า เราจะปล่อยกู้ให้แบบเดิม ๆ หรือเปล่า ปล่อยกู้แบบว่าไม่ได้มีผลงานอะไรเพิ่มเติม ไม่ได้เกี่ยวกับงานวิจัยหรือนวัตกรรมเพิ่มเติมอะไรอย่างนี้นะครับ อันนี้ก็เป็นข้อกังวลนะครับ ควรจะแบ่งเปอร์เซ็นต์ไหมว่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ไปทางด้านวิจัยนวัตกรรม อีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ไปทางด้านพัฒนาด้านการศึกษาอะไรอย่างนี้นะครับ ควรจะแบ่ง เปอร์เซ็นต์แบบนี้ไหม เพื่อเราจะได้รู้ว่าเราไปทิศทางไหน เพราะผมก็อยากจะให้ท่านลง ด้านวิจัยนวัตกรรมมากกว่าด้านอื่น ส่วนตัวนะครับ เพราะว่าปัจจุบันนี้เราไม่มีผลงานทางด้าน นวัตกรรมใด ๆ เลย ประเทศไทยของเราก็ตามเขาตลอด อันนี้คือสิ่งที่ผมกังวลใจแค่นั้น นะครับ แล้วก็การส่งเสริมที่ท่านแบ่งกลุ่มมา ๔ กลุ่ม กลุ่มแรกก็คือจะส่งเสริมพัฒนาด้านวิจัย แนวหน้าระดับโลก อันนี้ก็เป็นวัตถุประสงค์ที่น่าสนใจมาก ๆ เพราะว่ามันไม่ง่ายเลย แล้วก็ กลุ่มที่ท่านยังไม่ลืมก็คือท้องถิ่นและชุมชน และอีกกลุ่มหนึ่งก็คือบุคลากรทางวิชาชีพ สาขาจำเพาะ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าจำเพาะด้านไหน เพราะมันแบ่งแยกเยอะมาก อยากจะได้เห็น ข้อสรุปตรงนี้ด้วย อย่างไรก็ฝากด้วยครับข้อกังวลต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปท่านผกามาศ เจริญพันธ์ เชิญครับ🔗

นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๓ จังหวัดสุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย ดิฉันขอมีส่วนร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา กระทรวงการอุดมศึกษา หรือ อว. มีขอบเขตความรับผิดชอบอยู่ ๒ ส่วน ซึ่งมาจากการควบรวม หน่วยงานด้านอุดมศึกษา ด้านวิจัยและนวัตกรรม ซึ่ง อว. นั้นก่อตั้งมาไม่ใช่เพื่อแก้ปัญหา เฉพาะหน้า แต่ อว. มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานของประเทศสู่อนาคต ให้ประชาชน มีความพร้อมในการรับมือกับโลกอนาคต ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเราถูก Disrupt จากกระแส โลกาภิวัตน์ของการก้าวหน้าของเทคโนโลยี การปูพื้นฐานให้กับประชาชนจึงไม่ใช่แค่ กลุ่มเยาวชนเท่านั้น แต่รวมถึงคนทุกช่วงวัย และคนที่ยังเข้าไม่ถึงระบบการศึกษาค่ะ เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาการเกิดชะลอตัวลง การเข้าสู่สังคมคนโสด โดยอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี ๒๕๖๖ พบว่าคนไทยช่วงวัยเจริญพันธุ์อายุ ๑๕-๔๙ ปีนั้น มีคนโสดอยู่ที่ ๔๐.๕ เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าภาพรวมประเทศที่ ๒๓.๙ เปอร์เซ็นต์ เกือบเท่าตัว สังคมคนโสดสัมพันธ์กับสังคมเมืองที่ขยายตัวอย่างมีนัยสัมพันธ์ เนื่องจาก การหลั่งไหลเข้ามาหางานทำในพื้นที่เศรษฐกิจ จึงทำให้เกิดการกระจุกตัวของกลุ่มคน ส่งผลให้ค่าครองชีพสูง ยิ่งในปัจจุบันที่สังคมเปลี่ยนเป็นครอบครัวเชิงเดี่ยว การเลี้ยงเด็กคนหนึ่ง ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพจึงมีค่าใช้จ่ายสูง ฉะนั้นจึงมีความหมายว่าในอนาคตบุคลากร จะไม่พอเพียงต่อตลาดแรงงาน เราจึงต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีในตลาดแรงงานอยู่แล้ว ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะท่านประธาน ด้วยการสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดทุกช่วงวัย ทุกที่ทุกเวลา เพื่อให้คนทุกช่วงวัยนั้นมีทักษะ และสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ซึ่งจากที่ดิฉันได้กล่าวว่ากระทรวง อว. นั้นรับผิดชอบอยู่ ๒ เรื่องหลัก ก็คือเรื่องวิจัยนวัตกรรม ซึ่งหน่วยงานนี้มีกองทุนของตัวเองคือ กสว. เป็นกองทุนที่โฟกัสไปที่การพัฒนา วิจัย ซึ่งในปีงบประมาณที่แล้วได้รับการจัดสรรงบประมาณไป ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท โดยกองทุนนี้ ไม่ได้โฟกัสไปที่การพัฒนาบุคคล แต่เน้นไปที่การวิจัยเพื่อเร่งสร้างองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ โดยหากสามารถนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ในเชิงเศรษฐกิจได้นั้น จะเป็นการเพิ่มคุณค่า สินค้าและบริการ ไม่ใช่เพียงแค่เป็นประเทศผู้ผลิตวัตถุดิบอีกต่อไป ยกตัวอย่างง่าย ๆ การใช้เทคโนโลยีซีออส คือนวัตกรรมที่ใช้น้ำยางพาราไปใช้ในการกันตลิ่งพัง ซึ่งได้ช่วย ส่งเสริมสินค้าการเกษตร อุตสาหกรรมก่อสร้าง และการสร้างงานสร้างอาชีพ เพียงแต่เป็น ที่น่าเสียดายค่ะท่านประธานว่านวัตกรรมนี้ยังไม่ทราบเป็นที่แพร่หลาย แต่ท่านประธานคะ เราจะไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้เลย หากเราไม่ได้พัฒนาทรัพยากรบุคคลควบคู่ไปด้วย ซึ่งภารกิจของ อว. นั้นปกติจะมีงบอุดหนุนให้กับทางมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นองค์กรที่สร้างบุคลากร อยู่แล้ว แต่ในปีนี้ทาง อว. มีการผลักดันให้มีการตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาที่มุ่งเน้น การพัฒนากำลังคนในสาขาที่ขาดแคลน เพื่อความเป็นเลิศและสนองต่อ Demand ของ ตลาดแรงงานให้ทันเวลา สำหรับเป้าหมายการจัดตั้งกองทุน อาทิ ผลิตบัณฑิตและกำลังคน ที่มีสมรรถนะและศักยภาพสูง เพียงพอต่อความต้องการของภาคส่วนต่าง ๆ ในการขับเคลื่อน การเติบโตทางเศรษฐกิจสาขาใหม่ เช่น บุคลากรด้านรถยนต์ไฟฟ้า แต่ดิฉันมีข้อห่วงใยว่า ในช่วงที่ดิฉันได้มีโอกาสเป็นที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ และได้พิจารณางบทุนวิจัยนั้น ดิฉันได้สังเกตว่าหัวข้อของการวิจัยนั้นมีความซ้ำซ้อน และผู้ที่ได้รับทุนนั้นก็มักจะเป็นนักวิจัย ท่านเดิม โดยนักวิจัยท่านใหม่นั้นมีโอกาสที่ได้รับทุนน้อยมาก ถึงแม้ว่าบอร์ดการพิจารณาทุน จะมาจากตัวแทน ๓ หน่วยงาน ก็คือผู้ทรงคุณวุฒินอกกระทรวง อว. ผู้ทรงคุณวุฒิ ในกระทรวง และผู้แทนจากมหาวิทยาลัย ซึ่งทำให้ดิฉันอดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่าการพิจารณา รับทุนนั้นกระจุกตัวอยู่ที่กลุ่มเดิมหรือไม่ อย่างไรก็ดีค่ะท่านประธาน จากวัตถุประสงค์ของ กองทุนพัฒนาอุดมศึกษา ดิฉันเห็นดีด้วยกับหลักการจัดตั้งของกองทุนเพื่อส่งเสริมศักยภาพ ทางการศึกษา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ตอบโจทย์กับ Demand ตลาดแรงงานส่งเสริมเศรษฐกิจสาขาใหม่ ๆ แต่ดิฉันฝากข้อห่วงใยว่าอยากให้เป้าหมาย ของกองทุนนั้นมีความชัดเจน เป็นรูปธรรม ไม่เป็นนามธรรมจนเกินไป เพื่อไม่ให้ทับซ้อนกับ สิ่งที่มหาวิทยาลัยได้ทำอยู่แล้ว เช่น โครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เป็นโครงการที่มีอยู่แล้วค่ะ และเป็นโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อสร้างกำลังคนที่มีสมรรถนะสูง สำหรับอุตสาหกรรม New Growth Engine ตามนโยบาย Thailand 4.0 นอกจากนี้กองทุน สถาบันอุดมศึกษาควรวิเคราะห์จัดลำดับความสำคัญว่า ควรนำกองทุนไปดำเนินการเรื่อง อะไรก่อนหลัง ต้องชัดเจน ตรงเป้าหมาย ไม่สะเปะสะปะ หรือเปิดวงกว้างจนเกินไป เพื่อให้ เกิดการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน เช่น การส่งเสริมพัฒนาศักยภาพบุคคลของประเทศด้าน AI ซึ่งเทคโนโลยีนี้เป็น Trend และมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงภาคส่วนต่าง ๆ และความสามารถในการปรับปรุง ประสิทธิภาพ ผลผลิตและคุณภาพชีวิตของคนในสังคมเป็นต้น สุดท้ายนี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันอยากฝากไปที่ทางกระทรวง อว. ว่าดิฉันเห็นด้วยกับหลักการของกองทุนนี้ เพียงแต่ อยากให้ใช้กองทุนนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และตรงเป้าหมายของกองทุน เพราะเราควร Disrupt ตัวเราให้เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีก่อนที่ AI จะมา Disrupt เราค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์🔗

นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ กรุงเทพมหานคร

เรียน ท่านประธาน เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และประชาชนผู้ทรงอำนาจที่กำลังติดตาม การทำงานของสภาผู้แทนราษฎรอยู่ ณ ขณะนี้ ดิฉัน พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล กรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา ท่านประธานคะ เป็นที่ ทราบกันอยู่แล้วว่าระบบการศึกษาของไทยนั้นโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์อย่างมากในเรื่องของ การส่งเสริมความเป็นเลิศ การสนับสนุนให้คนที่เก่งอยู่แล้วนั้นเก่งยิ่งขึ้นอีก ในขณะเดียวกัน เราก็กลับละเลยส่วนที่ยังต้องการการสนับสนุนอยู่ โดยหวังว่าพวกเขาจะสามารถพัฒนา ตัวเองได้ ตรัสรู้ได้เอง แล้วเมื่อเขาประสบความสำเร็จด้านใดด้านหนึ่งเองแล้ว การสนับสนุน ก็จะลอยไปหาพวกเขาเองอย่างล้นหลาม แม้ว่า ณ ตอนนั้นอาจจะไม่ต้องการการสนับสนุน มากขนาดนั้นแล้วก็ตาม เมื่อเป็นเช่นนี้ค่ะ ภาพในฝันของการสร้างสังคมไทยที่มีความ เท่าเทียมกันทางด้านการศึกษา ไม่ว่าเรียนที่ไหน สถาบันใดก็เหมือนกัน การเรียนรู้แบบนั้น ไม่เคยเกิดขึ้นจริง บัณฑิตของเรานะคะท่านประธาน เมื่อจบออกมาจากการศึกษา สิ่งที่ เกิดขึ้นกับพวกเขาก็คือ พวกเขาต้องเข้าไปในโลกแห่งการทำงาน เข้าไปสู่สนามแรงงาน ยื่นใบสมัครงาน และปัจจัยแรก ๆ ที่ใช้ในการพิจารณาการสมัครงานเหล่านั้นก็คือ เกรดเฉลี่ย จบมาจากคณะใด แล้วจบมาจากสถาบันอุดมศึกษาใด สิ่งเหล่านี้ สภาวการณ์เหล่านี้ไม่มีทาง แก้ได้เลยค่ะ ถ้าเกิดว่าเรายังคงกระจายทรัพยากรเพื่อการลงทุนพัฒนาสถาบันการศึกษาไทย ในลักษณะเดิมอยู่ โดยหลักการแล้วนะคะ พ.ร.บ. อุดมศึกษา มาตรา ๔๕ ระบุไว้ชัดว่า มหาวิทยาลัยทุกแห่งสามารถที่จะส่งคำของบประมาณโดยตรงไปยังสำนักงบประมาณได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงก็คืองบประมาณส่วนใหญ่ที่ได้รับการตอบรับก็คือ งบประมาณบุคลากร งบรายจ่ายประจำ ในขณะที่งบประมาณของโครงการเพื่อสนับสนุนความเป็นเลิศทาง การศึกษา งบประมาณในเรื่องการจัดทำงานวิจัยเพื่อยกระดับมาตรฐานความเป็นสากลของ มหาวิทยาลัยมันจะกระจุกตัวอยู่ที่มหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ ใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ ด้วยเวลา ที่จำกัดนะคะ ดิฉันขอสไลด์เพื่อให้เห็นภาพคร่าว ๆ นะคะ ถัดไปเลยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ กรุงเทพมหานคร

อันนี้เป็นตัวอย่าง คำของบประมาณจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในคำของบประมาณที่ผ่านมา ซึ่งจริง ๆ แล้ว มีโครงการที่น่าสนใจหลายโครงการเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นโครงการพัฒนาเพื่อต่อยอดรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกสำหรับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งมีตัวชี้วัดเป็นการได้มา ซึ่งต้นแบบของผลิตภัณฑ์ มีตัวชี้วัดเป็นการที่ผู้ประกอบการจะได้มีความรู้ในเรื่องของการคิด เชิงวิชาการออกแบบสินค้าที่มีต้นทุนทางวัฒนธรรม รวมถึงการจดทะเบียนทรัพย์สิน ทางปัญญา ซึ่งของบประมาณ ๑.๖ ล้านบาท ไม่ได้รับงบประมาณ และโครงการที่กำลังขึ้นอยู่ ในขณะนี้เป็นโครงการนวัตกรรมและ Technology Digital เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับ เด็กที่มีความต้องการพิเศษ มีตัวชี้วัดเป็นการสร้าง Platform ในการส่งเสริมการเรียนรู้ สำหรับเด็กที่มีความบกพร่อง ในการอ่าน การได้ยิน และด้านอื่น ๆ ในระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้นนะคะ ซึ่งในช่วงนี้เป็น ช่วงชั้นที่สำคัญในการพัฒนาการอย่างยิ่ง โครงการแบบนี้ค่ะทางมหาวิทยาลัยขอมา ๓.๑ ล้านบาท ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ปิดสไลด์เลยค่ะ🔗

เราเห็นภาพคร่าว ๆ แล้วว่าระบบการจัดสรรงบประมาณในบ้านเรามันเป็น ประมาณไหน และเมื่อเป็นเช่นนี้มหาวิทยาลัยที่โดนจัดลำดับว่าเป็นมหาวิทยาลัยลำดับรอง จะเติบโตและมอบผลที่เป็นนวัตกรรมทางสังคมได้วันไหน ในเมื่อเขาขาดแร่ธาตุ ขาดสิ่งที่ เรียกว่างบประมาณแบบนี้ ดิฉันไม่ได้ต่อว่าการจัดสรรงบประมาณของสำนักงบประมาณ เพราะว่าสำนักงบประมาณเองก็มีหลักเกณฑ์และตัวชี้วัดที่ค่อนข้างจะสมเหตุสมผล อยู่ประมาณหนึ่งแล้ว เพียงแต่ พ.ร.บ. ๔ ฉบับที่เรากำลังจะพิจารณากันวันนี้จะมีประโยชน์ อย่างมาก ในการเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบนิเวศทางการศึกษาที่จะมอบความเสมอภาค ในการกระจายทรัพยากรเหล่านี้ไปให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ แล้วจะทำให้เกิดนวัตกรรม ที่จะกลับคืนไปสู่สังคม ชุมชน และกลุ่มวิชาชีพที่ต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐ นี่จะเป็น การทุบทำลายศาลาคนเศร้าของอธิการบดี มหาวิทยาลัยที่โดนจัดลำดับว่าเป็นมหาวิทยาลัย ลำดับรอง ที่เคยสิ้นหวังแล้วสิ้นหวังอีกกับการเขียนคำของบประมาณในแต่ละปี ให้เขา กลับมามีความหวังในการคิดริเริ่มสร้างสรรค์โครงการใหม่ ๆ ที่จะแก้ปัญหาและสนับสนุน ความเป็นเลิศทางวิชาการของตนเองได้ กองทุนนี้จะเป็นเครื่องมือที่ดีในการส่งเสริม การอุดมศึกษาของประเทศให้มันสอดคล้องไปกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาคน จนเราสามารถที่จะหลุดพ้นจากการเป็นประเทศ รายได้ปานกลางได้ ข้อห่วงกังวลที่ดิฉันมีเล็กน้อยสำหรับ พ.ร.บ. ชุดนี้ เนื่องจาก พ.ร.บ. ก็เป็นการกำหนดในหลักการกว้าง ๆ สิ่งที่เราทำได้ สิ่งที่เราทำไม่ได้ แต่วิธีการปฏิบัติ หลักเกณฑ์ต่าง ๆ มันจะอยู่ในส่วนของกฎหมายลำดับรองอย่างพระราชกฤษฎีกา ระเบียบกระทรวง แล้วก็ข้อบังคับต่าง ๆ ดังนั้นจะต้องมีการจัดทำกฎหมายลำดับรอง ต่อไปอีกค่ะ ซึ่งมันจะมีอยู่ ๒ ฉบับที่สำคัญมาก ๑. ก็คือการจัดทำพระราชกฤษฎีกาเกี่ยวกับ การสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถด้านอื่น ๆ ของสถาบันอุดมศึกษาที่จะต้องกำหนด กฎเกณฑ์ วิธีการ เอกสารสำหรับการจัดทำคำของบประมาณ และวิธีการพิจารณา คำขอที่ชัดเจน และเป็นแนวทางให้กับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ได้ รวมถึงเมื่อได้รับการตอบรับ คำขอแล้ว คณะกรรมการพิจารณาคำของบก็ควร Support ทำหน้าที่เป็น Commentator ระหว่างทางที่มีการจัดทำโครงการ เพื่อให้คำของบประมาณแต่ละอย่างนั้นสามารถบรรลุ เป้าหมายได้มากที่สุดด้วย ๒. ก็คือการจัดทำพระราชกฤษฎีกาเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขของเงินสมทบกองทุน ที่จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนของรายได้ที่มหาวิทยาลัย จะต้องส่งงบประมาณกลับมาสนับสนุนกองทุน แล้วเมื่อมหาวิทยาลัยจัดทำโครงการเสร็จสิ้น แล้วนะคะ ก็ให้กำหนดสัดส่วนจำนวนเงินที่จะต้องส่งกลับไปที่กองทุนด้วย เพื่อที่จะให้เกิด การหมุนเวียนเงินในกองทุนให้กับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ต่อไปค่ะ🔗

สุดท้ายนี้นะคะ ดิฉันคาดหวังว่าการผลักดันกฎหมายฉบับนี้จะเป็นไป เพื่อส่งเสริมสนับสนุนระบบการพัฒนาศักยภาพ รวมถึงสมรรถนะในการถ่ายทอดความรู้ ของคณาจารย์ในชั้นระดับอุดมศึกษาของเราให้ทันความเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคมไทย จนสามารถที่จะดึงศักยภาพของมนุษย์ที่แท้จริงออกมาได้ ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนันทนา สงฆ์ประชา เชิญครับ🔗

นางนันทนา สงฆ์ประชา แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางนันทนา สงฆ์ประชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ดิฉันจะขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา และฉบับที่เกี่ยวข้องทั้ง ๔ ฉบับ ก่อนอื่นดิฉันต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ท่านศุภมาส อิศรภักดี ตลอดจนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ได้นำเสนอการจัดตั้งกองทุนขึ้นมา เพราะการปฏิวัติการศึกษาก็คือการแก้ไขปัญหาของ ประเทศไทย แล้วก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะพัฒนาการเรียนการสอน และอีกทั้งจะได้ พัฒนาคนให้เกิดความเป็นเลิศในวิชาชีพต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ตลอดจน ความเจริญและนวัตกรรมให้ตรงกับการพัฒนาทั้งทางด้านอุตสาหกรรม และทุก ๆ ด้าน ในโลกยุคปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตามแต่นะคะ ดิฉันต้องการความชัดเจน หรือผู้ฟังทางบ้าน ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนี้ให้ทำความเข้าใจกับ พ.ร.บ. ทั้ง ๔ ฉบับนะคะว่า ดิฉันอยากจะ ตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อกฎหมายนี้มีการบังคับใช้แล้ว หน่วยที่จะขอรับงบประมาณท่านต้องศึกษา โครงการที่ไม่ซ้ำซ้อน เน้นนะคะ ที่ไม่ซ้ำซ้อนกับการของบประมาณในโครงการของกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ที่ขอกับสำนักงบประมาณ ตลอดจนต้องไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรมที่กระทรวงได้กำหนด หรือข้อกำหนด ในกระทรวงที่มีเงินงบประมาณอยู่เดิมแล้ว เป็นที่ชัดเจนว่าต้องไม่ซ้ำซ้อนท่านถึงจะได้รับ เงินกองทุนที่จะเป็นตาม พ.ร.บ. นี้ และจะต้องกำหนด Top Down Policy ที่ชัดเจน แต่อย่างไรก็ตามดิฉันก็อยากจะฝากข้อห่วงใยว่า เรื่องการสนับสนุนเงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำให้กับ สถาบันอุดมศึกษาที่เป็นของรัฐ ตลอดจนเอกชนต่าง ๆ ว่าท่านต้องเสนอโครงการที่มี ความต้องการหรือการพัฒนาให้ตรงกับสายงานของประเทศในด้านต่าง ๆ ในโลกยุคปัจจุบัน ด้วยนะคะ ตลอดจนสนับสนุนบุคลากร ตลอดจนนักศึกษาให้พัฒนาตามโครงการโดยกำหนด จำนวนที่ชัดเจนด้วย เพราะดิฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าการกำหนดเงื่อนไขการชำระเงินคืนเกี่ยวกับ เงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำนี้จะต้องมีบทลงโทษ ดิฉันอยากจะยกตัวอย่างว่า ถ้าโครงการ ๆ หนึ่ง ท่านบอกว่าท่านจะสนับสนุนนักศึกษาตลอดจนบุคคลหรือบุคลากรทางด้าน EV จำนวน ๑๐๐ คน ของเงิน ๕๐ ล้านบาท แต่พอผลิตออกมาจริง ๆ ผลสัมฤทธิ์หรือการสอบผ่าน ได้น้อย หรือผลสัมฤทธิ์ได้น้อยกว่าเงินที่ไม่สมเหตุสมผล ก็ต้องมีบทลงโทษเพื่อที่จะทำให้ เงินที่ท่านจะกู้ยืมในส่วนของดอกเบี้ยต่ำมันมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพที่ดี อย่างไรก็ตาม ดิฉันขอฝากด้วยค่ะ เพราะดิฉันรู้สึกว่าห่วงใย เพราะมันจะมีเงินอยู่ ๒ กอง เหมือนกองหนึ่ง เป็นกองทุนที่ให้ฟรี ๆ นะคะ อีกกองหนึ่งก็จะเป็นเงินที่ให้กู้ยืมในดอกเบี้ยต่ำ อย่างไรก็ฝาก เรื่องผลสัมฤทธิ์ด้วย กราบขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านนันทนาครับ ต่อไปท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ เชิญครับ🔗

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตมีส่วนร่วม ในการอภิปรายร่างแก้ไขกฎหมายทั้งหมด ๔ ฉบับ เกี่ยวกับอุดมศึกษาที่กำลังถูกพิจารณา ในสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ท่านประธานครับ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการอุดมศึกษาในประเทศเรานั้น กำลังเผชิญความท้าทายใหม่ ๆ แล้วก็ปัญหาเดิม ๆ ปัจจุบัน ๒ ใน ๓ ของเยาวชนเราไม่ได้ มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ในขณะที่อีก ๑ ใน ๓ ที่เข้าถึงนั้นก็กำลังเข้าถึง ระบบการอุดมศึกษาที่ตามหลังโลก แล้วก็มีคุณภาพที่ถดถอยลงอย่างต่อเนื่อง หากจะ ยกตัวอย่างครับท่านประธาน ในการจัดอันดับคุณภาพของระบบอุดมศึกษาครั้งล่าสุด โดยเครือข่าย Universitas 21 ประเทศไทยเข้าเป็นอันดับที่ ๕ ครับ แต่เป็นอันดับที่ ๕ จากท้ายตาราง นั่นก็คืออันดับที่ ๔๖ จากทั้งหมด ๕๐ ประเทศที่มีการวัดผล ในขณะที่อันดับ ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในประเทศไทยในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลกโดย QS นั้น ก็ลดลงเป็นส่วนใหญ่ตลอด ๑๐ ปีที่ผ่านมา ดังนั้นผมเลยเข้าใจถึงเจตนาของการเสนอร่าง แก้ไขกฎหมาย ๔ ฉบับในวันนี้ที่มีเจตนาที่พยายามจะปรับเปลี่ยนวิธีการจัดสรรงบประมาณ รวมถึงการตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา ด้วยความหวังว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะนำมาสู่ประโยชน์ในหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการพยายามจะขยายขอบเขตให้ สถาบันอุดมศึกษาที่มีสิทธิในการได้รับงบประมาณจากกองทุนนั้น ครอบคลุมทั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน แล้วก็สถาบันอุดมศึกษาที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ของรัฐ หรือไม่ว่าจะเป็นการพยายามจะขยายกลไกในการเข้าไปกำกับดูแล หรือว่าจูงใจให้ สถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศนั้นสามารถพัฒนาหรือว่าต่อยอดในลักษณะที่สอดคล้องกับ แนวนโยบายของรัฐ หรือว่าความต้องการของตลาดได้ หรือไม่ว่าจะเป็นการพยายามในการ ใช้กลไกของกองทุนนั้นในการขยายบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาให้มุ่งเน้นแล้วก็พัฒนามา เป็นแหล่งเรียนรู้ แล้วก็แหล่งพัฒนาทักษะของคนทุกช่วงวัย ดังนั้นผมไม่ติดใจถึงเจตนาของ การพยายามจะแก้ไขกฎหมาย ๔ ฉบับในวันนี้ แต่หากร่างกฎหมาย ๔ ฉบับในวันนี้จะผ่าน ความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ ๑ ไปได้ ผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไป ยังคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นมานั้นให้ทบทวนเพิ่มเติมอีกสัก ๔ ประเด็น ที่ผม อยากจะเสนอว่าจะทำให้กองทุนนั้นสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น🔗

ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ คือผมอยากจะเห็นกฎหมายนั้นเขียนถึง หลักเกณฑ์ให้มันชัดเจนขึ้นว่า กองทุนนั้นควรจะจัดสรรงบประมาณให้กับสถาบันอุดมศึกษา โดยคำนึงถึงหลักการอะไร ผมเห็นถึงความพยายามนี้อยู่ครับ เพราะว่าในมาตรา ๕๐/๕ ในร่างแก้ไขนั้นก็มีการเขียนไว้ว่าทุกการจัดสรรนั้น จะต้องมีผลสัมฤทธิ์และตัวชี้วัดที่ ตรวจสอบได้ แต่ผมอยากเห็นหลักการที่ชัดเจนขึ้นในอีกหลายมิติด้วยกัน ผมยกตัวอย่างแค่ ตัวอย่างเดียว คือหลักเกณฑ์ในเรื่องของความเสมอภาค ความเสมอภาคในที่นี้ไม่ได้หมายถึง แค่ความเสมอภาคในมิติของการสนับสนุนนักศึกษาที่อาจจะมาจากครอบครัวรายได้น้อย ไม่ได้หมายถึงแค่ความเสมอภาคในการจัดสรรงบประมาณระหว่างภูมิภาคเพียงเท่านั้น แต่ยัง หมายถึงความเสมอภาคในการจัดสรรงบประมาณระหว่างสถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่ง เพราะหากเราไปเปิดดูงบประมาณปี ๒๕๖๘ จะมีงบอยู่ ๑๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ที่มีการจัดสรร ให้กับสถาบันอุดมศึกษา ครึ่งหนึ่งครับ ถูกจัดสรรให้กับมหาวิทยาลัยทั้งหมด ๑๐ แห่ง ในขณะที่อีกครึ่งหนึ่งต้องแบ่งกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษาถึง ๗๐ กว่าแห่งด้วยกัน เป็นต้น🔗

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่อยากจะเสนอ ก็คือผมอยากเห็นกฎหมายนั้น เพิ่มความเป็นไปได้ของกองทุนทุกกองทุนที่เกี่ยวข้องกับอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เกี่ยวกับเรื่องการจัดสรรงบประมาณแบบหลายปี หรือที่เรียกว่า Multi Year Budgeting หรือ Multi Year Funding ในเมื่อหลายโครงการที่คาบเกี่ยวกับพันธกิจของ กระทรวง อว. นั้นเกี่ยวกับการพัฒนาคน หรือการพัฒนานวัตกรรมซึ่งเป็นโครงการระยะยาว ที่อาจจะต้องทำต่อเนื่องหลายปีก่อนจะเห็นผล การที่เราไปปลดล็อกให้เราสามารถวางแผน แล้วก็จัดสรรงบประมาณไปล่วงหน้าหลายปีได้ก็น่าจะเป็นประโยชน์ในการทำให้หลาย โครงการที่เป็นประโยชน์ต่อการอุดมศึกษานั้นสามารถเกิดขึ้นได้ด้วยเช่นกัน ผมเข้าใจดีครับ ว่าหากเราไปดูมาตรา ๑๘ ของพระราชบัญญัติการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัยและ นวัตกรรมที่มีการแก้ไขในรอบนี้ด้วยเช่นกันนี่ ก็ได้ปลดล็อกอยู่แล้ว ให้กองทุนส่งเสริม วิทยาศาสตร์สามารถจัดสรรงบแบบหลายปีข้ามปีให้กับโครงการที่มาขอรับงบประมาณได้ แต่สิ่งที่เราอยากเห็นเพิ่มเติมคือการไปแก้ หรือว่าการไปทบทวนมาตรา ๑๖ ของ พ.ร.บ. ดังกล่าวด้วยเช่นกันเพื่อให้มันมีความชัดเจนขึ้นในการปลดล็อกให้รัฐนั้นสามารถจัดสรร งบประมาณให้กับกองทุนแบบข้ามปีหลายปี แบบ Multi Year Funding Multi Year Budgeting ได้ด้วยเช่นกัน เพราะหากกองทุนมีหลักประกันเขาเห็นภาพชัดว่าในอนาคตจะมี งบประมาณที่ถูกจัดสรรมาเท่าไร ก็จะทำให้เขาสามารถวางแผนแล้วก็จัดสรรงบประมาณ แบบต่อเนื่อง แบบหลายปี แบบข้ามปีให้กับโครงการของสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ด้วยได้ เช่นกัน🔗

ประเด็นที่ ๓ คือผมอยากจะเห็นการมีส่วนร่วม และตัวแทนที่มีความ หลากหลายมากขึ้นในคณะกรรมการบริหารกองทุน แม้ผมคิดว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่พอไปดู สัดส่วนที่ร่างแก้ไขกฎหมายที่มีการเสนอนั้น เราจะเห็นว่าสัดส่วนของคณะกรรมการที่เป็น คนนอกนั้น ปัจจุบันมีมากกว่ากรรมการที่มาโดยตำแหน่ง หากผมลองนับดูนะครับ เรามี กรรมการที่เป็นคนนอกนั้นอยู่ทั้งหมด ๑๐ คน ก็คือผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ๒ คน แล้วก็ ผู้ทรงคุณวุฒิที่ ครม. แต่งตั้งเป็นกรรมการ ๗ คน บวกกับแต่งตั้งเป็นประธานอีก ๑ คน รวมกันเป็น ๑๐ คน ซึ่งก็มากกว่า ๘ คนที่เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง แต่ผมคิดว่าเราไปได้ ไกลกว่านั้นอีก ๒ มิติด้วยกัน🔗

มิติที่ ๑ ผมอยากเห็นคณะกรรมการบริหารกองทุนนั้นมีส่วนร่วมของ สถาบันอุดมศึกษามากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสัดส่วน หรือว่าจำนวนกรรมการที่ถูก เสนอชื่อโดยสถาบันอุดมศึกษา หรืออาจจะเป็นการเปิดให้สถาบันอุดมศึกษานั้นมีส่วนร่วม มากขึ้นในการให้ความเห็นว่าคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ทาง ครม. นั้นพิจารณา แล้วก็แต่งตั้ง🔗

ส่วนมิติที่ ๒ คือผมอยากเห็นคณะกรรมการบริหารกองทุนนั้นมีตัวแทนนิสิต นักศึกษา หรือว่าเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับสถาบันอุดมศึกษาที่มาจากการเลือกของนิสิต นักศึกษาและเยาวชนกันเอง ในฐานะผู้บริโภคบริการอุดมศึกษา หลักการนี้ก็จะคล้ายกับ หลักการที่พรรคก้าวไกลเสนอในส่วนการศึกษาขั้นพื้นฐาน แล้วก็ในร่าง พ.ร.บ. การศึกษาที่ เราจะยืนเข้าสู่สภาเร็ว ๆ นี้ที่เสนอให้มีตัวแทนนักเรียนที่มาจากการเลือกของนักเรียนนั้น ไปอยู่ในคณะกรรมการสถานศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานแต่ละแห่งด้วยเช่นกัน🔗

ส่วนประการสุดท้ายครับ ประการที่ ๔ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง กรรมาธิการครับว่า ผมอยากเห็นกลไกตรวจสอบถ่วงดุลการบริหารกองทุนนั้นมีประสิทธิภาพ มากขึ้น แล้วก็ปราศจากปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน หรือว่า Conflict of Interest ปัจจุบันเราจะเห็นว่าทางร่างแก้ไขกฎหมายที่สภากำลังพิจารณาอยู่นี้มีการเสนอตั้ง คณะกรรมการขึ้นมา ๒ ชุดครับ ที่ดูแล้วน่าจะมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบแล้วก็ ประเมินผลงานของการบริหารกองทุน ชุดที่ ๑ คือคณะกรรมการติดตามและประเมินผล กองทุน อันนี้ตามมาตรา ๕๐/๒๑ ส่วนชุดที่ ๒ คือคณะกรรมการตรวจสอบกองทุน อันนี้ตาม มาตรา ๕๐/๒๐ ในร่างแก้ไข แต่มันเป็นที่น่าสังเกตครับท่านประธานว่า ในขณะที่กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการติดตามและประเมินผลถูกแต่งตั้งโดยสภานโยบาย การอุดมศึกษา แต่พอเรามาดูในส่วนของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการตรวจสอบ กองทุน ผู้ทรงคุณวุฒิเหล่านี้กลับถูกแต่งตั้งโดยคณะกรรมการบริหารกองทุนเอง ดังนั้นผมคิดว่า เพื่อจะให้เราหลุดออกจากกับดักของผลประโยชน์ทับซ้อน และทำให้กลไกถ่วงดุลมันมี ประสิทธิภาพมากขึ้น ก็เลยอยากจะเสนอให้ทางกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นมานั้นพิจารณาแก้ไข เพื่อทำให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของทั้ง ๒ คณะนั้นมาจากการแต่งตั้งจากสภานโยบาย ไม่ได้มาจากการแต่งตั้งของคณะกรรมการบริหารที่แต่งตั้งคนมาตรวจสอบตัวเอง ดังนั้นครับ ท่านประธาน หากกล่าวโดยสรุป หากสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ให้ความเห็นชอบกับร่างแก้ไข กฎหมาย ๔ ฉบับนี้ ผมก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะ ตั้งขึ้นมาให้พิจารณาข้อเสนอของผม ๔ ประการด้วยกัน ที่จะทำให้กองทุนนั้นสามารถทำงาน ด้วยหลักเกณฑ์ที่มีความชัดเจนมากขึ้น สามารถจัดสรรงบประมาณให้กับโครงการอย่าง ต่อเนื่องมากขึ้น สามารถบริหารโดยมีตัวแทนที่มีความหลากหลายมากขึ้น แล้วก็มีกลไก ถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเช่นกันครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญครับ🔗

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผม ขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ ที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน ตามที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ กระผมอยากจะขออภิปราย ๒ ประการครับท่านประธาน🔗

ประการแรก ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวง อว. มีภารกิจสำคัญในการ พัฒนากำลังคนในระดับอุดมศึกษาและส่งเสริมด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้ แก้ปัญหาและพัฒนาของประเทศชาติ ซึ่งผลงานผลสำเร็จที่พี่น้องประชาชนคาดหวังจาก กระทรวง อว. และร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษาฉบับนี้ก็คือ ต้องการให้ลูกให้หลานของ พวกเรา เรียนดีมีความสุข และต้องมีผลทำให้มีรายได้ด้วย ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับ ความจริงอย่างหนึ่งนะครับว่า ที่ผ่านมาในอดีตนั้นในสังคมของเรามีความเหลื่อมล้ำทางด้าน การศึกษาอย่างมากมาย ก็คือพูดง่าย ๆ นะครับว่า พ่อแม่ไม่มีสตางค์ ลูกก็แทบจะไม่มีโอกาส ได้เล่าเรียนในระดับอุดมศึกษาและมหาวิทยาลัยดัง ๆ ท่านประธานครับ แม้จะมีนโยบาย เรียนฟรี ๑๕ ปี แต่ความเป็นจริงยังพบว่าโรงเรียนยังมีการเก็บค่าใช้จ่ายที่เรียกว่า ค่าบำรุง การศึกษา หรือค่าธรรมเนียม เรื่องนี้ไม่แตกต่างจากมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษา เลยครับท่านประธาน ที่บอกว่าเรียนฟรี แต่ก็ใช้คำเลี่ยงบาลีในการเก็บค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ท่านประธานครับ มีผลงานวิจัยที่บ่งบอกประเภทเด็กด้อยโอกาสทางด้านการศึกษาที่พบมาก ที่สุด ๓ อันดับครับท่านประธาน ก็คืออันดับ ๑ เด็กยากจน อันดับ ๒ เด็กประเภทอื่น ๆ และอันดับ ๓ เด็กถูกปล่อยปละละเลย ในส่วนภูมิภาคและสาเหตุของความด้อยโอกาสที่พบ มากที่สุดก็คือภาคตะวันออกเฉียงเหนือครับท่านประธาน ก็คือภาคอีสานนี่แหละครับ งานวิจัยบ่งบอกอีกแล้วครับว่าปัญหาความด้อยโอกาสของเด็กในภาคอีสานบางส่วนเกิดจาก ความขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีอินเทอร์เน็ต ขาดโอกาส และเข้าถึงพื้นฐานของรัฐ ทั้งคมนาคมไม่สะดวก ความเจริญเข้าไปไม่ถึง แล้วมหาวิทยาลัย ก็อยู่ห่างไกลด้วย ท่านประธานครับ สำหรับเด็กยากจนทีมีทรัพยากรไม่พร้อมเหมือนเด็กที่ เกิดในตระกูลร่ำรวย ในฐานะปานกลาง การเข้ารับการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยถือเป็น ก้าวใหญ่นะครับท่านประธาน แต่เป็นก้าวที่เดินข้ามผ่านไปได้ยากเหลือเกินสำหรับเด็ก ยากจนในชนบทบางส่วน ทำให้เด็กเหล่านี้ไม่สามารถที่จะพัฒนาตัวเอง ไม่สามารถที่จะดึง ครอบครัวของพวกเขาให้หลุดพ้นจากความยากจนได้ ท่านประธานครับ ยังมีข้อมูลจาก สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติชี้วัดว่า เด็กที่ร่ำรวยที่สุดร้อยละ ๑๐ ของประชากรทั้งหมด มีโอกาสได้เข้าเรียนปริญญาตรีถึงร้อยละ ๖๔ ซึ่งโอกาสมากกว่า เด็กยากจนถึง ๖ เท่าเลยนะครับ ท่านประธานที่เคารพ การที่เด็กอีกกว่าร้อยละ ๙๐ ของประเทศ ไม่ได้เข้าเรียนในระดับปริญญาตรีหรือระดับอุดมศึกษา กระผมถือว่าเป็น ความสูญเสียของมหาวิทยาลัยและสูญเสียถึงระดับประเทศ และเป็นความบกพร่อง ในประเทศที่ต้องมีการพัฒนาคน นอกจากนี้ครับท่านประธาน ปัญหาของการศึกษาอีก เรื่องหนึ่งคือการผลิตนักศึกษาบางสาขาวิชาออกมามากมาย แต่กลับไม่ตรงกับความต้องการ ของนายจ้างมากนัก นั่นคือทำให้ลูกหลานของเราจำนวนมากตกงาน ไม่มีรายได้และบางคน อาจจะมีรายได้ครับ แต่ก็ไม่เพียงพอ เกิดความรู้สึกว่าไม่คุ้มค่าต่อการที่จะไปเรียน ๔ ปีนะครับ ปัญหาทุกวันนี้จะเห็นได้ว่าลูกหลานของเราจำนวนมากยอมที่จะหลุดพ้นจาก มหาวิทยาลัย เนื่องจากฐานะทางบ้านของเด็ก ความเหลื่อมล้ำของสังคม และเกิดจากปัญหา เรื่องค่านิยมที่บางคนที่เป็น Net Idol หรือ Influencer ดัง ๆ ก็หาเงินได้มากมาย เช่นเดียวกัน แต่โอกาสอย่างนี้คือไม่ต้องการปริญญาก็ได้ ไม่ต้องเรียนก็ได้ แต่เนื่องจาก กระผมก็มีความเป็นห่วงนะครับว่า อยากจะกล่าวว่าลูกหลานของพวกเราไม่ได้มีความถนัด กันทุกเรื่อง มันไม่เก่งทุกเรื่อง มันมีความจำเป็นจะต้องเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย จริง ๆ แล้วมีคำเขาบอกว่า คนจะมีความรู้ความสามารถได้นั้นไม่จำเป็นจะต้องข้ามรั้ว มหาวิทยาลัยเสมอไป แต่ของเราเดี๋ยวนี้มหาวิทยาลัยเต็มบ้านเต็มเมือง แต่มหาวิทยาลัยที่ ต้องมีคุณภาพจะต้องทำอย่างไรต่อ🔗

ท่านประธานครับ ประเด็นที่ ๒ เข้าเรื่องแล้วครับ มันก็เข้าเรื่องทั้งหมด นะครับท่านประธาน ร่างพระบัญญัติการอุดมศึกษาที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม มีการจัดตั้งกองทุน เพื่อการพัฒนาอุดมศึกษา กระผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีต่ออนาคตของลูกหลานของเราอย่าง มากมายเลยครับท่านประธาน เพราะการจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนาอุดมศึกษา มีแนวความคิด มีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา ในการผลิตกำลังคน ให้มีคุณภาพ สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เพราะฉะนั้นการลงทุนมี ความจำเป็นในการที่จะต้องมีการพัฒนาให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้สามารถที่จะ ตอบสนองความต้องการของทุกช่วงวัยให้มีการเข้าถึงการศึกษาตามความต้องการของผู้เรียน ได้ครับ การจัดตั้งกองทุนจะช่วยสนับสนุนภารกิจในด้านการพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบัน อุดมศึกษา และช่วยให้ผลิตกำลังคนระดับสูง มีความเชี่ยวชาญ ให้เป็นไปตามความต้องการ ของประเทศได้ แล้วยังจะสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบเศรษฐกิจและสังคมตามมาอีกด้วย ท่านประธานครับ กองทุนพัฒนาการอุดมศึกษาตามมาตรา ๔๕ (๓) จะใช้แหล่งงบประมาณ จากกองทุนและงบอุดหนุน เพื่อนำมาพัฒนาความเป็นเลิศและผลิตกำลังคนในระดับสูง และวัตถุประสงค์ของกองทุนตามมาตรา ๕๐/๑ (๘) คือการสนับสนุนงบประมาณให้กู้ยืม ดอกเบี้ยต่ำให้แก่สถาบันอุดมศึกษา และผลิตบัณฑิตกำลังคน และมีสมรรถภาพให้สูงยิ่งขึ้น เพียงพอต่อความต้องการของต่าง ๆ นะครับ นี่ละความเหลื่อมล้ำ ในเมื่อความเหลื่อมล้ำทาง มหาวิทยาลัยแล้วยังมีความเหลื่อมล้ำทางบุคคลที่จะเข้าไปเรียนตามมหาวิทยาลัยด้วยนะครับ มีการด้อยค่า มีการอย่างนั้นอย่างนี้ ต้องมหาวิทยาลัยอย่างนั้นอย่างนี้อันดับหนึ่ง มันไม่เรียน ได้ทั้งหมดหรอกครับ เพราะฉะนั้นเด็กในชนบทเขาก็ต้องการเรียน เขาจบในชนบท เขาสามารถประสบความสำเร็จเป็น สส. เต็มสภาก็มีครับ จบมาจากบ้านนอกทั้งนั้น มาออก กฎหมายนี่นะครับ เพราะฉะนั้นผมไม่อยากจะให้มีการบอกว่าคนนี้จบมหาวิทยาลัยดัง ๆ อันดับหนึ่งของประเทศ คนนี้อันดับ ๒ อันดับ ๓ อันดับ ๙ ของประเทศนะครับ แล้วอยู่ต่างจังหวัดล่ะ อย่างภาค อีสานของผมยังติดอันดับหน่อยครับ มหาวิทยาลัยขอนแก่นต้องยกตัวอย่างครับ นั่นก็ยัง พอติดอันดับหน่อย แต่ในขณะเดียวกันการคัดสรรการดูแลมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มันไม่จำเป็น คนเก่ง ๆ เด็กบ้านนอกสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ยากจนสอบหมอได้ สอบวิศวะได้ ลงข่าว YouTube ออกมาไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือคนพวกนี้ทำอย่างไรถึงจะได้เรียนครับ นี่ละครับ ท่านต้องไปคิดดูนะครับ ดังนั้นไม่ว่าลูกหลานของเราจะจบการศึกษามหาวิทยาลัยไหนก็มี ความสำคัญ มหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศเท่า ๆ กันครับ นี่ท่านทำออกมากองทุนมันดีแล้ว มันจะได้ทัดเทียมกัน ไม่มีก็กู้นะครับ ก็กู้ไป ตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็กู้ไป มีการพัฒนา ศักยภาพ แต่อย่ากู้ไปโกงก็แล้วกันนะครับ กู้ไปพัฒนาศักยภาพ กู้ไปทำะไรก็แล้วแต่ แล้วกองทุนตรงนี้สนับสนุนให้กองทุนมันเยอะ ๆ ขึ้นไปนะครับ กองทุนนี้จะช่วยพัฒนา การเรียนรู้และสามารถตอบสนองพัฒนาศักยภาพของพวกเราในช่วงชีวิตของพวกเรา สามารถครอบคลุมทุกกลุ่ม และให้เข้าถึงระบบอุดมศึกษาอย่างมีคุณภาพครับท่านประธาน ได้ทุกที่ทุกเวลา และสำคัญก็สามารถเข้าสู่ระบบการศึกษาให้ต้นทุนเข้าถึงได้ง่ายด้วย ดังนั้น กระผมจึงขอสนับสนุนรับหลักการร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับ ทั้ง ๔ ฉบับนะครับ ผมจะ พูดฉบับเดียวนั่นละ แต่มันรวมกันทั้งหมด เพราะนอกนั้นก็เป็นลูกคู่ของฉบับนี้ครับ ขอขอบพระคุณครับ เพื่ออนาคตที่ดีของลูกของหลานต่อไปครับ กราบขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล🔗

นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมเข้าใจว่าในพระราชบัญญัติ การอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เหตุที่รัฐบาลเสนอคงมาจาก Pain Point เดิมของ มหาวิทยาลัย อย่างที่เราได้ทราบอยู่แล้วว่าในระบบการศึกษาอุดมศึกษาของเรามันถดถอยลง ตั้งแต่เรื่อง QS Star Rating ไม่ว่าจะเป็นการสอบ ไม่ว่าจะเป็นการจัดลำดับใน PISA ก็ดี เราก็ถดถอยลง แล้วเมื่อ ๔-๕ ปีที่แล้ว อว. เองก็มีโครงการที่เราเรียกว่า Reinventing มหาวิทยาลัยเพื่อทำให้การปรับการสู้ความเป็นมหาวิทยาลัยเลิศของโลกเพิ่มเติมแล้วก็ สู้กับเขาได้ แต่ท้ายที่สุดโครงการ Reinventing มหาวิทยาลัยก็ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากว่าเงินงบประมาณที่ได้ในการจัดการทำเรื่องนี้แต่ละมหาวิทยาลัยต่ำมาก เพราะฉะนั้นการที่จะไป Reinventing ที่จะไปสู้กับระดับโลกก็ทำไม่ได้ก็เลยเกิดโครงการนี้ ก็เชื่อว่าโครงการนี้ในแหล่งเงินเดิมที่ขอโดยระบบงบประมาณก็ทำอยู่ แล้วก็ตั้งกองทุนขึ้นมา ใหม่อีก ๑ กองทุน คือกองทุนเพื่อการพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษานี้ขึ้นมาอีก ๑ กองทุน โดยเฉพาะในเจตนาที่ดีของตัวพระราชบัญญัตินี้ก็คือเป็น Shortcut ก็คือทำแล้วก็โฟกัส เฉพาะเรื่อง เพราะเนื่องจากว่าในวัตถุประสงค์ของตัวกองทุนก็บอกไว้ว่าต้องการที่จะพัฒนา ความเป็นเลิศ การผลิตกำลังคน แล้วก็ความต้องการของประเทศ โดยการอุดหนุนเงินต่าง ๆ ที่อาจจะเป็นนโยบายของรัฐบาลเอง หรือเป็นสภาพแวดล้อมของโลกที่บีบบังคับ เช่น การศึกษาทางด้าน EV หรือ AI หรือเรื่อง New Enable Energy ทั้งหลาย แล้วก็เงื่อนไข ก็เปิดกว้าง เพราะแต่เดิมใน Reinventing ให้เฉพาะโดยไปเอาเงินจากงานวิจัยมา ทำให้ ไม่สามารถไปพัฒนาในเรื่องอื่นได้ แต่ในครั้งนี้เปิดขยายการใช้เงินที่กว้างขวางขึ้น คือไม่ว่า จะเป็นงบบุคลากร งบดำเนินงาน งบอุดหนุนในเงินอื่น ๆ ก็ตามที ซึ่งผมก็เห็นด้วยว่า เป็นเรื่องดีที่ขยายวัตถุประสงค์การใช้เงินที่กว้างขวางขึ้น และสิ่งสำคัญในเรื่องนี้ก็คือเรื่อง การทำข้อตกลงว่าในโครงการต่าง ๆ ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือโฟกัสกับปัญหา กับโครงการที่เสนอมานี้ก็ต้องทำข้อตกลงในการทำ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา การวิจัย หรือขอ เงินอุดหนุน โดยในข้อตกลงนี้ผมก็เข้าใจว่าคงเป็นสัญญากันว่าในเรื่องนี้จะเห็นผลผลิต อะไรบ้าง จะดำเนินการด้วยวิธีอะไรบ้าง หรือแม้ว่าเป็นการกู้ยืมเงินก็คงจะมาพูดรายละเอียด กันว่าจะจัดการกับปัญหาเหล่านี้ด้วยวิธีการอะไร แล้วก็สิ่งสำคัญในเรื่องนี้เราก็จะเห็นว่า ก็มี Regulator อยู่ ๓ ระดับ🔗

Regulator อันแรกก็คือคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อการพัฒนา การศึกษาในระดับอุดมศึกษา ผมคิดว่าอันนี้เป็นคณะกรรมการสำคัญนะครับ เพราะฉะนั้น อยากฝากให้ท่านกรรมาธิการที่จะพิจารณาเรื่องนี้ช่วยดูที่มาของคณะกรรมการในการบริหาร กองทุน เพื่อทำให้การใช้จ่ายเงินซึ่งอีกระบบหนึ่งในเงินงบประมาณมันมีประสิทธิภาพมากขึ้น🔗

อันที่ ๒ ก็คือคณะกรรมการติดตามและการประเมินผล การพัฒนาการ อุดมศึกษา ผมว่าคณะนี้ก็เป็นคณะสำคัญอีกคณะหนึ่ง ซึ่งในตัว พ.ร.บ. อุดมศึกษาก็บอกว่า จะมีคณะมานั่งกำกับว่ามหาวิทยาลัยที่เสนอโครงการสามารถทำงานได้ตรงตามเงื่อนไข ต่าง ๆ หรือตามข้อตกลงได้ไหม เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นคณะกรรมการที่สำคัญที่ท่าน กรรมาธิการต้องพิจารณารายละเอียดการได้มาอำนาจ สัดส่วนของคนที่เข้ามาเป็น คณะกรรมการ🔗

ตัวสุดท้ายก็คือการออก พ.ร.ฎ. หรือกฎกระทรวง หรือข้อบังคับ เพื่อให้การ ปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ไม่อย่างนั้นแล้วเราก็จะได้เพียงแค่โครงการใหม่ กับแหล่งเงินใหม่ แต่เราไม่ได้ผลผลิตใหม่ ๆ ตามที่เราอยากได้ หรือตามเจตนาของการร่าง ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ ผมฝากด้วยว่าในปัญหาของ อว. เอง เนื่องจากผลเป็นทั้งผลผลิต ของ อว. เคยทำงานอยู่ใน อว. เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยมาก่อนนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ Pain point ของมหาวิทยาลัยไทย ก็คือเรื่องในงบประมาณซึ่งเราก็เห็นว่ามันต่ำลง ๆ ไปเรื่อย ๆ เนื่องจากว่าจำนวนของนักศึกษาผู้เข้าเรียนลดน้อยลง ซึ่งหลายมหาวิทยาลัย ก็คาดการณ์ถึงวิกฤติทางด้านการเงินของมหาวิทยาลัย และการทำหลักสูตรใหม่ ๆ การเข้าถึง โอกาสทางการศึกษา ความเหลื่อมล้ำในหลักสูตรใหม่ที่มีต้นทุนค่าธรรมเนียมสูงมากขึ้น ปัญหาเรื่องคุณภาพของบุคลากรที่มีคุณภาพ เราต้องการคนที่มีคุณภาพสูง เพราะฉะนั้น เกณฑ์ต่าง ๆ ที่ อว. เคยวางไว้ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรกับอาจารย์ที่มีอยู่แล้ว หรือการ พัฒนาอาจารย์ใหม่ที่จะเข้ามาเราต้องการคนที่มีคุณภาพสูงขึ้น🔗

อันสุดท้ายก็คือ ผมทราบว่าในการที่จะได้มหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพระดับสูงนี่ เราจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือ มีบุคลากรที่มีคุณภาพสูง อาจจะต้องไปปรับเปลี่ยน เรื่องระบบการจัดซื้อจัดจ้างใน พ.ร.บ. ของการจัดซื้อจัดจ้างของกรมบัญชีกลาง เพื่อให้ได้รับ ความเป็นเลิศตรงกับกลุ่มมหาวิทยาลัยที่ได้รับเรื่องนี้ไว้นะครับ🔗

สุดท้ายผมขอฝากถึงสภานโยบายที่มีท่านรัฐมนตรี อว. นะครับ ฝากถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเรื่องนโยบาย Offset Policy ที่จะจัดการถ่ายทอด ความรู้เพื่อใช้กับสถาบันการศึกษาในสภานโยบาย ซึ่งเราจะต่อเชื่อมกับระบบในการถ่ายทอด เทคโนโลยีการจัดการศึกษาที่เป็นหน่วยงานของเอกชนในต่างประเทศที่เราได้จัดซื้อ ยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ให้ได้ครบถ้วนนะครับ🔗

สุดท้ายนี้ผมฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วยนะครับว่า ในระบบ Offset การขาดความรู้นี้ก็เป็นเรื่องสำคัญอีกภารกิจหนึ่ง แล้วก็ขอให้โครงการตาม พ.ร.บ. การอุดมศึกษาได้เห็นประสิทธิผลของการใช้เงิน ของการตั้ง พ.ร.บ. ขึ้นมา ไม่ใช่ เพียงแค่ว่าเป็นการเพิ่มแหล่งเงินทุนใหม่ให้กับมหาวิทยาลัยการศึกษาไทย ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวรวิทย์ บารู เชิญครับ🔗

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ปัตตานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวิทย์ บารู พรรคประชาชาติ เขต ๑ ปัตตานีครับ จะขอร่วมแสดงความเห็นในเรื่องของ พ.ร.บ. จริง ๆ แล้วต้องขอขอบคุณ อาจารย์มหาวิทยาลัยรุ่นใหม่ที่ได้พูดในตอนต้นก็คือ ดอกเตอร์ซาการียากับท่านกันต์พงษ์ ได้พูดถึงเรื่องของค่าตอบแทนที่เป็นข้อเท็จจริงที่ขมขื่น สำหรับอาจารย์ในมหาวิทยาลัย แต่ไม่ค่อยได้พูดเท่าไรนัก อย่างหนึ่งที่เป็นเรื่องที่ไม่ได้รับ การแก้ไขตลอดเวลามาก็คือเรื่องนี้ เรื่องค่าตอบแทน ช่วงหนึ่งที่อยู่ในมหาวิทยาลัยผมแทบจะ หาผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าภาคไม่ได้เลย เพราะงานกับค่าตอบแทนมันเหลื่อมกันมาก ทีเดียว ไม่มี หายาก หายากเหลือเกิน เพราะฉะนั้นมันถึงขั้นนั้น เพราะฉะนั้นการที่ได้พิจารณาแก้ไขจัดตั้งกองทุนขึ้นมา อีกด้านหนึ่งก็คือมหาวิทยาลัยที่สร้าง คุณประโยชน์แก่ประเทศชาตินี้ภายใต้การเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน มหาวิทยาลัยเอกชนที่ ประเทศไทยเป็นที่ต้องการมาศึกษาของคนต่าง ๆ เพราะว่าความเป็นเลิศทางด้านเฉพาะตัวที่ เขามี อย่างเช่น มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ที่ปัตตานี เป็นมหาวิทยาลัยอิสลามที่สอนทางด้านนี้ แต่ก่อนนั้นคนในประเทศไทยต้องรับทุนจากเขา แล้วก็ไปศึกษาที่ประเทศเขา วันนี้ระดับ บัณฑิตวิทยาลัยไม่ว่ามหาบัณฑิตหรือว่าดุษฎีบัณฑิต ปริญญาโท ปริญญาเอกก็ได้กลับเข้ามา เป็นที่พึ่งของโลกทางตะวันออกกลาง อันนี้เป็นเพราะ Ranking ของมหาวิทยาลัยนี้จะอยู่ใน ระดับต้นของอาเซียน และถ้าในประเภทเดียวกันที่เป็นมหาวิทยาลัยในลักษณะเดียวกันนั้น ก็จะอยู่ข้างหน้า แต่ดำเนินการไปด้วยคือจุดประสงค์ของมหาวิทยาลัยต้องการที่จะเป็น มหาวิทยาลัยเปิดที่ไม่มีค่าเล่าเรียน ไม่เก็บค่าเล่าเรียน ซึ่งขณะนี้ได้ทำเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ว่าสิ่งเหล่านี้เราจะช่วยเหลือโดยผ่านกองทุนเพื่อการพัฒนานี้อย่างไร อีกด้านหนึ่งนะครับ เราเห็นว่าระเบียบต่าง ๆ ของการที่รับนักศึกษาเข้า เราต้องการนักศึกษามาก แต่ระบบ ไม่เอื้อนะครับ ระบบไม่เอื้อเลย เราต้องการที่จะให้นักศึกษาได้มีที่เรียน แล้วยิ่งเฉพาะใน ช่วงหลัง ๆ เราต้องการมาก แต่ระบบต่าง ๆ ระเบียบต่าง ๆ ที่การรับเข้าของมหาวิทยาลัย มันไม่เอื้อต่อการรับนักศึกษาเข้าไป เด็กถึงต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา อีกด้านหนึ่ง กองทุนพัฒนานักศึกษาเพื่อไป Mobility ในระดับนานาชาติเพื่อความเป็นเลิศก็ต้อง คำนึงด้วย นักศึกษาเรามีมากที่มีความสามารถ อาจารย์เรามีมากจากในซีกหนึ่งของ มหาวิทยาลัยที่อยู่ในต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยรัฐ หรือมหาวิทยาลัยเอกชน ก็สามารถที่จะสร้างผลงานทางด้านการวิจัย ในสาขาวิชาที่ในระดับประเทศไม่ค่อยมีกัน อันนี้ เราจะเห็นได้จากรางวัลของนักวิจัยของอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ได้มานี้ก็มาจากทาง ต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือว่าเอกชน เพราะฉะนั้นในกองทุนอันนี้ การที่ในมาตรา ๔๕ ที่ได้ให้โอกาสในการที่จะของบประมาณโดยตรง แล้วก็มีข้อผูกมัดข้อสัญญาอะไรต่าง ๆ เป็นแนวทางที่ถูกต้อง ผมขอสนับสนุนทั้ง ๔ ฉบับนะครับ แต่ว่าสิ่งที่จะอภิปรายตรงนี้ก็คือ ๑. ก็คือบุคลากรนะครับ บุคลากรของเรามีอีกจำนวนมากที่ต้องการที่จะไปเพิ่มพูนความรู้ แก่ตนเอง เพื่อมาพัฒนาสถาบันการศึกษา พัฒนาสาขาวิชาที่ตัวเองเรียนรู้อยู่ แต่ว่า มีข้อจำกัดทางด้านเงินทุน แม้ว่าในระยะหลังนี้จะมีทุน อว. ในการให้แก่ผู้คนที่เป็น ครูบาอาจารย์ไปต่อ อีกอย่างหนึ่งในโลกปัจจุบันนี้การส่งนักศึกษา ให้ทุนนักศึกษาไปในระดับ นานาชาติ เพื่อไปเรียนต่อ เพื่อไป Take Credit ในบางวิชาที่มหาวิทยาลัยมี MOU อยู่ ก็จะ ทำให้เด็กเหล่านี้เมื่อจบออกไปแล้วเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เพราะฉะนั้นในเรื่องของ เงินทุนเพื่อพัฒนาความเป็นเลิศของนักศึกษาก็น่าที่จะครอบคลุมในเรื่องของเงินทุน อันนั้นด้วยนะครับ อีกอย่างหนึ่งกองทุนหมุนเวียนเพื่อการพัฒนาอุดมศึกษาเอกชนก็เป็น อีกเรื่องหนึ่งที่น่าจะได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง มหาวิทยาลัยเอกชนที่เป็นในลักษณะที่เป็น เฉพาะที่ดีเลิศ จะสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย อย่างที่ผมกล่าวเมื่อสักครู่นี้ ซึ่งมีแห่งเดียว ในประเทศนี้ แล้วก็ความสามารถของครูบาอาจารย์เป็นที่ยอมรับในระดับที่เป็นเจ้าของเดิม ไม่ว่าจะเป็นอียิปต์ ไม่ว่าจะเป็นซาอุดีอาระเบีย ไม่ว่าจะเป็นคูเวต ไม่ว่าจะเป็นกาตาร์ เหล่านี้ แสดงถึงการยอมรับของเจ้าของสาขาวิชานี้ต่อประเทศไทยเรา เพราะฉะนั้นควรที่จะให้ การดูแลอย่างมาก ยิ่งถ้าเราดู Ranking ของมหาวิทยาลัยนี้นะครับ ก็จะอยู่ในระดับประเทศ ไม่ว่าจะรวมเอาเอกชนหรือว่ารัฐก็อยู่ในระดับที่ดี ในระดับ ASEAN ก็เช่นเดียวกัน แต่ในลักษณะเดียวกันนะครับ Ranking มหาวิทยาลัยในลักษณะเดียวกันทั่วโลกก็อยู่ในระดับ Top ๕๐ เพราะฉะนั้นจึงเห็นว่ามหาวิทยาลัยเอกชนที่มีความสามารถสร้างบุคลากร สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติ เป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้สำหรับครูบาอาจารย์ที่ในระดับ นานาชาติก็ควรที่จะได้รับการสนับสนุนจากกองทุนอันนี้ด้วย🔗

สุดท้ายนี้ก็อยากที่จะย้ำตรงที่ในเรื่องของค่าตอบแทนของอาจารย์ ในมหาวิทยาลัยด้วย เพราะว่าถ้าหากว่าเดิมนั้นผมทราบจากดอกเตอร์ซาการียาว่า ยังอยู่ที่ ๕,๖๐๐ บาท สำหรับค่าตอบแทนในระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์หรือว่าระดับหัวหน้าภาค จึงหาคนที่ยากเหลือเกิน และจะหาเวลาเพื่อที่จะทั้งสอนทั้งวิจัยก็ยิ่งยากด้วย จึงทำให้ ขาดโอกาสต่อการพัฒนาประเทศชาติด้วย ขอขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเชิดชัย ตันติศิรินทร์ เชิญครับ🔗

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม รองศาสตราจารย์ นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ นะครับ ขอร่วมอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. อุดมศึกษาและ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งหมด ๔ ฉบับนะครับ ท่านประธานครับ การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ทำให้เกิดความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่าง ๆ โดยเฉพาะปัจจุบันนี้นะครับ ตั้งแต่เรื่อง Digital ขึ้นมานะครับ ก็ว่าไปแล้ว Disrupt แต่ที่มี Database Big Data เยอะ ๆ ก็ทำให้เกิด AI ขึ้นมา เพราะฉะนั้นมันจะทำให้การศึกษา มันเปลี่ยนไปเยอะเลยนะครับ แล้วเราอยู่ในเวทีโลกเราต้องมีการแข่งขันนะครับ ไม่แข่งขัน ก็ไม่ได้หรอกครับ เพราะว่ามันเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ เขา Ranking ๑,๕๐๐ แห่ง ๑๐๔ ประเทศ ปี ๒๕๖๗ ประเทศไทยติดอันดับอยู่ ๑๓ แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อันดับที่ ๒๑๑ ขอนแก่นที่ท่านธีระชัยพูดก็ติดกับเขา แล้วก็สิงคโปร์ อันดับ ๘ เป็นอย่างไร เขาเอาการศึกษานี้มาเป็นพื้นฐานที่จะพัฒนามนุษย์ร่วมกับเรื่องสุขภาพที่ดีด้วยนะครับ เพื่อผลิตคนออกมาพัฒนาด้านต่าง ๆ การอุดมศึกษานี่เป็นส่วนปลายของการศึกษานะครับ แต่ก็อย่าลืมพื้นฐานขึ้นมาถึงมัธยมศึกษา อาชีพต่าง ๆ ครับ มีเด็กหลุดออกจากการศึกษาไป ๑,๐๒๐,๐๐๐ คน เห็นไหมครับ เนื่องจากยากจน ท่านประธานครับ อุดมศึกษาที่เรียกว่า เป็นมหาวิทยาลัยต่าง ๆ นี้เขาต้องมีความเก่งนะครับ ต้องมีความชำนาญที่เขาเรียกว่า เป็นเลิศครับ ผมเป็นอาจารย์อยู่ก็มี Excellence อยู่เรื่อย ไม่รู้จะ Excellence อะไรครับ จนปัจจุบันนี้ก็ยัง Excellence อยู่เหมือนเดิม แต่จำเป็นครับ เพราะ Excellence นี้ มันทำให้ มีชื่อเสียงแล้วก็สามารถนำเงินเข้าประเทศได้ด้วย แล้วก็ถ้า Excellence ก็คือเอาปัญหา ในเชิงวิจัยและพัฒนามาแก้ไขปัญหาของประเทศต่าง ๆ เหมือนอารยประเทศเขาทำกัน ไม่ใช่ คิดไปเอง มโนไปเอง เพราะฉะนั้นกลไกต่าง ๆ ที่มาต่าง ๆ ก็ต้องมีการปฏิรูป เนื่องจากผม ไปอ่านที่ทาง อว. เสนอมาครับ เนื่องจากเรา International Institute for Management Development ปี ๒๕๖๒ เราอยู่อันดับ ๕๐ ไม่สูงมาก เขาเลยบอกว่าจำเป็น เราเคยมีกลไก ที่จะให้พวกนี้ก็คือเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาตั้งแต่สมัยปี ๒๕๔๗ พรรคไทยรักไทยนะครับ ท่านทักษิณมองการณ์ไกลแล้วครับ ให้เอกชนแต่การประเมินผลมัน ต่ำกว่าเกณฑ์ ๓ ปี ครม. เลยเห็นชอบว่าควรจะยุบเสีย ท่านประธานที่เคารพ มหาวิทยาลัย เอกชนอยู่อเมริกานะครับ อันดับ ๑ ๒ ๓ เอกชนทั้งนั้นนะครับ ไม่ว่าจะเป็น MIT Stanford อะไรต่าง ๆ พวกนี้ เอกชนนะครับ แต่เสียดายของเรานี้ทำไมเอกชนถูกทอดทิ้ง มหาวิทยาลัย ก็ออกนอกระบบก็ด้วยที่ว่าอยากจะให้มีความคล่องตัวในการพัฒนา เป็นมหาวิทยาลัย ในกำกับ ช่วยตัวเองครับ แล้วงบวิจัยก็ควรจะเพิ่มขึ้น ก็ยังโชคดีประเทศไทย ผมไปอ่านดู นะครับ เห็นจะเพิ่มงบประมาณจาก ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๒ เปอร์เซ็นต์ในปี ๒๕๗๐ นี่ก็เป็น ข่าวที่ดี แต่ผมเสียดายนะครับ ที่ผ่านมาต่าง ๆ เราอย่าไปแยกแยะว่าพรรคนั่น พรรคนี่ เอาการศึกษามานำนะครับ ปัจจุบันนี้ความเจริญก้าวหน้าของวิชาการรายได้มหาวิทยาลัย ดึงดูดคนมาเรียนนะครับ ผมเป็นหมอมีต่างชาติมาเรียนในเมืองไทยก็มี แล้วก็มีทุนจาก ต่างประเทศนั้นเขาส่งคนมาเรียน ก็เพิ่มรายได้ให้กับประเทศเหมือนกัน แล้วปัจจุบันนี้ การเรียนก็เปลี่ยนเป็น Online ครับ ก็เป็นเหตุให้มหาวิทยาลัย เขาเรียกว่าปิดไปเยอะแยะเลย เมื่อสักครู่ท่านธีระชัยบอกแล้ว ไม่จำเป็นต้องเรียนมหาวิทยาลัยก็ได้ ไปทำที่ตัวเองถนัด ไปทำวิชาชีพ ซึ่งอันนั้นจำเป็นครับ แต่อุดมศึกษาก็จำเป็นต้องมี Excellence อยู่ดีครับ เพื่อเป็นหน้าเป็นตา เพราะฉะนั้นกองทุนที่จะตั้งขึ้นมาก็เป็นการเสริมเข้าไปว่าขยายโอกาส เข้าไปอีก ท่านประธานครับ กองทุนนี้ดีนะครับ ในมาตรา ๕๐/๑ ก็เน้นความเป็นเลิศที่จะผลิตกำลังคน เน้นผลิตกำลังคนระดับสูงเฉพาะด้าน ร่วมมือกับองค์กรชั้นนำของต่างประเทศมาร่วมกันผลิต สิงคโปร์ที่เขาเป็นผู้นำด้านการศึกษา Education Hub ไปอยู่ที่เขาหมดเลย รายได้นำเข้า ประเทศเขาก็เยอะ หมอไทยยังต้องไปประชุมที่นั่นเลยนะครับ ตอนหลังพวกเราก็ดีขึ้น จัดแข่งกับเขาได้ ท่านประธานครับ ผมจะพูดเฉพาะเรื่องแพทย์ให้ฟัง การที่เรามี Medical Hub ขึ้นมาที่นำรายได้เข้าประเทศ ก็อยู่ที่ความเก่งของคุณหมอ ต้องเก่ง ต้องชำนาญ มันถึงจะสร้างชื่อ พอสร้างชื่อเราเก็บเขาไม่แพง เขาก็มาหา นำรายได้เข้าประเทศอีก ท่านประธานครับ ในมหาวิทยาลัยอาจารย์เขามีความเก่งหลาย ๆ ด้าน ซึ่งผมก็ทราบว่า ทาง อว. ก็พยายามแบ่งไปอย่างนั้นและพยายามจะให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งไปตามที่ตัวเอง ถนัด เก่งสอน เก่งปฏิบัติ เก่งวิจัย การวิจัยนี้จำเป็นต้องปลูกเป็นพื้นฐานนะครับ เราอบรม แพทย์ คุณหมอ ตอนที่เรียนต้องทำการวิจัยพอจบมาเป็นระดับปริญญาโท ปริญญาเอก ก็ต้องทำวิจัยประกอบการเรียนการสอนด้วย เพราะฉะนั้น Paper ต่าง ๆ ก็ออกมาเป็นระยะ ๆ แล้วก็มีชื่อเสียงด้วยนะครับ แล้วในกองทุนนี้ ผมชอบนะครับ ก็คือให้เป็น Block Grant ดอกเบี้ยถูกแล้วก็รายได้ของกองทุนนี้ไม่ต้องส่งคลังครับ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวแล้วก็ยังชอบ ด้วยครับ ผมเชื่อว่าการร่างมานี้ใช้ได้นะครับ มีการจัดสรรกองทุนซึ่งต้องทำข้อตกลงกับ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่จะทำกับปลัดกระทรวงเรื่องคนและเรื่องวิจัยก็ทำตามสภานโยบายของ อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และยังมีการตรวจสอบต่าง ๆ ติดตาม ประเมินผล ซึ่งก็มีท่านสมาชิกได้อภิปรายไปเยอะนะครับ ท่านประธานครับ การรักษาคนให้ อยู่ในมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องจำเป็นครับ ก็มีสมาชิกอภิปรายแล้วว่าเงินเดือนต้องพอสมควร นะครับ แล้วบรรยากาศก็ให้น่าอยู่ด้วย ทีนี้ผมขอพูดนิดหนึ่งเรื่อง Demand Side จริง ๆ การศึกษานี้น่าจะเปลี่ยนเป็น Demand Side ก็คือ Demand Side ความจริงต้องให้คนไป เรียนนะครับ ไปเลือก แต่ทีนี้บังเอิญว่าเขาใช้คำว่า Demand Side นี่เป็นมหาวิทยาลัย ที่ต้องการจะทำ Quality forum ที่ต้องการผลิตอย่างที่ท่านต้องการก็ใช้ได้ แต่มันจะไม่ตรง เท่าไร เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงคราวนี้เป็นกำลังใจนะครับ ประเทศเราจะได้ก้าวข้ามไป เสียทีนะครับ เราจะได้มีองค์ความรู้ที่แท้จริง ผมขอให้กำลังใจและหวังว่าคณะกรรมาธิการ วิสามัญจะเติมเต็มให้สมบูรณ์ ดังนั้นผมขอรับหลักการทั้ง ๔ ฉบับครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้บริหาร สมาชิกสภากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แกนนำทุกหมู่บ้าน และบุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบลวังใหญ่ อำเภอเทพา จังหวัด สงขลา สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับครับ ต่อไปท่านแนน บุณย์ธิดา สมชัย เชิญครับ🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดอุบลราชธานี ก่อนที่ดิฉันจะได้อภิปรายใน พ.ร.บ. อุดมศึกษา ในการแก้ไข พ.ร.บ. ในครั้งนี้ ก่อนอื่นต้องบอกว่าต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี เพราะว่าท่านนั่งฟังตั้งแต่ ผู้อภิปรายท่านแรกจนถึงดิฉันก็ประมาณเกือบ ๆ ๒๐ ท่านแล้วนะคะ ซึ่งจริง ๆ แล้วตัวแก้ไข ท่านรัฐมนตรีได้เสนอกับสภาผู้แทนราษฎรมานั้นนะคะท่านประธาน สิ่งหนึ่งที่ต้องบอกเลยว่า ฟัง ๆ ท่านสมาชิกหลายท่าน ทุก ๆ ท่านเห็นด้วยค่ะ ซึ่งดิฉันเองก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่ต้อง บอกว่าเห็นด้วยกับการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาอุดมศึกษาขึ้นมา แต่อาจจะมีมุมมองที่ต่าง ออกไปสักนิดหนึ่งในประเด็นที่ว่า ในการจัดตั้งกองทุนนี้ เสียดายนิดหนึ่งค่ะ ช้าไปหน่อย ทำไมถึงบอกว่าช้าไปหน่อย เพราะว่าจากที่ดูเนื้อหาทั้งหมดแล้วก็วัตถุประสงค์ต่าง ๆ ในการ จัดตั้งกองทุนนี้เข้าใจว่าเพราะมีเพื่อนสมาชิกหลายท่านอภิปราย ไม่ว่าจะเป็นท่านปทิดาได้ พูดถึงว่า การตั้งต้นของกองทุนนี้มาจากอะไรก็ตามแต่นะคะ แต่ประเด็นก็คือว่าสิ่งหนึ่งที่ น่าเป็นห่วงค่ะ เพราะว่ากองทุนนี้ความตั้งใจคือ ต้องการพัฒนาความเป็นเลิศของ สถาบันอุดมศึกษา แต่สิ่งหนึ่งที่ได้รับการชี้แจงก็คือว่า เราต้องการจะสร้างบุคลากรหรือสร้างคน ขึ้นมา แต่เท่าที่ทราบปัญหาในปัจจุบันนี้ค่ะ การที่เราเป็นลักษณะ Top-down Policy ลงไป ก็คือว่ารัฐบาลตั้งโจทย์หรือ อว. หรือคณะกรรมการกองทุนนี้ตั้งโจทย์ขึ้นมาเพื่อให้ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ หรือหน่วยต่าง ๆ เข้ามา Pick งานเพื่อขอรับทุนตัวนี้ สิ่งหนึ่งที่ต้อง เป็นห่วงค่ะ เป็นห่วงในประเด็นไหน เป็นห่วงในประเด็นที่ว่า ในขณะนี้โลกแห่งการเรียนรู้ เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างเร็วพอสมควร แล้วต้องบอกว่าเมื่อดูเนื้องานของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในการขอรับงบประมาณเมื่อตอนงบประมาณปี ๒๕๖๗ เราจะเห็นได้ว่าหลาย ๆ มหาวิทยาลัย มีหลักสูตรการเรียนการสอนเรื่อง AI เรื่อง Semiconductor ค่อนข้าง หลากหลายที่นะคะ ที่มีการเพิ่มสาขาวิชาการเรียนนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้นประเด็นหนึ่งที่สำคัญ คือว่าการที่เราจะเป็นผู้กำหนดในการให้หน่วยงานเข้ามาเพื่อขอรับทุน เราต้องบอกว่า กลายเป็นว่ามันไม่ได้มองแค่ว่าโลกปีนี้เราเป็นอย่างไร กลายเป็นว่าหน่วยงานนี้ กองทุนนี้ คณะกรรมการชุดนี้จะต้องมองไปข้างหน้ามากกว่า ๕ ปีเพื่อที่จะไปเข้าสู่ระบบการผลิต บุคลากรออกมา เพื่อที่จะเป็นตลาดแรงงานต่าง ๆ ให้เราได้ใช้ แต่ปัญหาหนึ่งที่พบ ๆ กัน แล้วก็ท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร ได้พูดถึงการขาดบุคลากรในการเป็นคุณครูในการศึกษาขั้นต้น และสิ่งหนึ่งที่เราทราบกันดีว่าขณะนี้นักเรียนจบใหม่ กว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์จบจากสายสังคม แต่ดูจากที่ท่านนี่ความต้องการของเราน่าจะไปเน้นทางสายวิทยาศาสตร์เสียเยอะ ปัญหาหนึ่ง ที่ดิฉันกลัวค่ะ เรามีทั้งกองทุนวิจัย แล้วเราจะเพิ่มกองทุนตัวนี้มาอีกอันหนึ่งเพื่อพัฒนา บุคลากรคนนั้น สิ่งหนึ่งที่ต้องถามกลับไปว่าเมื่อท่านให้เงินกองทุนแก่สถาบันศึกษาไปแล้วนั้น ไปสร้างสภาพสิ่งแวดล้อม ไปสร้างบุคลากรเพื่อการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาคนขึ้นมา ต้องถามต่อว่าเราจะเอานักเรียนที่ไหนขึ้นมาเรียน ถ้าการศึกษาขั้นต้นของเรานี่ แน่นอนค่ะ ขณะนี้นักเรียนเราลดลง ประชากรโลกลดลง มหาวิทยาลัยเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วเราส่งเสริมให้ มีมหาวิทยาลัยเอกชนมากขึ้น แต่ผ่านมา ๒๐ ปี กลายเป็นว่าปัญหาไม่ได้เกิดแก่ มหาวิทยาลัยเอกชนค่ะ เกิดกับมหาวิทยาลัยรัฐบาลด้วย ก็คือนักศึกษาลดลง เมื่อนักศึกษาลดลงแล้วท่านเพิ่งมาตั้งกองทุนนี้ในปีนี้ ก็ต้องบอกว่า ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย แต่การมาตั้งกองทุนในปีนี้ต้องบอกว่าท่านอาจจะต้องมองล่วงหน้า ไม่ต่ำกว่า ๕ ปีว่าท่านจะวางตลาดของประเทศไทยเพื่อเป็นเชี่ยวชาญด้านไหน ถ้าจะบอกว่า เราจะมาพัฒนาบุคลากรในด้านของ Semiconductor หรือว่า AI หรืออะไรก็ตามแต่ อาจจะ ช้าไปเสียแล้ว เพราะว่าหลัก ๆ ก็คือหลาย ๆ มหาวิทยาลัยเขามีตรงนี้อยู่แล้วส่วนหนึ่ง เข้าใจว่าตรงนี้จะเป็นตัวเสริมเองก็ตามแต่ แต่ถามว่าสุดท้ายแล้วเมื่อไม่มีคนเรียน เราจะ สามารถพัฒนาได้อย่างไร ถ้าเราไม่อยากให้ อว. มุ่งเน้นแค่เฉพาะในส่วนของมหาวิทยาลัยค่ะ อยากให้ อว. ได้ประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อทุนตัวนี้ค่ะ เพื่อให้ต่อเนื่องกับ การศึกษาขั้นต้น เพราะเราจะได้ผลิตบุคลากรขึ้นมา ผลิตสายนักเรียนขึ้นมาเพื่อให้เรียน สายวิทยาศาสตร์เพิ่มมากขึ้น เพราะไม่อย่างนั้นเด็กก็จะบอกว่าเราสนใจแต่สายด้านนี้ เราจะไปด้านนี้สายสังคม เพราะว่าด้วยโลกปัจจุบันเมื่อสักครู่ก็มีท่านสมาชิกได้กล่าวถึงว่า แบบอย่างในโลก Social ขณะนี้หลายท่านก็เป็น Influencer ได้เงินมาเยอะแยะมากมาย โดยที่ไม่ต้องเรียนอะไรเลยก็มี เพราะฉะนั้นต้องบอกค่ะว่าจะไปเน้นตอนปลายทางแล้ว อาจจะบอกว่ามันอาจจะสายไปสักนิดหนึ่งค่ะ ท่านอาจจะมองว่ากองทุนตัวนี้ตั้งขึ้นมาอาจจะ มองไกลกว่านี้นิดหนึ่งค่ะ อาจจะไม่ใช่แค่เฉพาะมหาวิทยาลัย แต่ท่านอาจจะต้องครอบคลุม ไปถึงระดับมัธยมศึกษาเพื่อให้เขาได้มีโอกาสสร้างคนตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อที่ท่านจะไม่ต้อง ไปควานหาตอนสุดท้ายแล้วกลายเป็นว่า ท่านอยากต้องการผลิตบุคลากรให้มีความเป็นเลิศ ด้านวิทยาศาสตร์ด้านต่าง ๆ ที่เราต้องต่อสู้กับเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มา Disrupt กันมากมาย ที่เราพูดกันมาตลอดในสภานี้ค่ะ กลายเป็นว่าเมื่อเราไปควานหา เราจะเจอเด็กที่จบจาก สายศิลป์เสียส่วนมาก ไปต่ออุดมศึกษาก็ไปต่อสายสังคม แล้วเมื่อจำนวนเด็กลดลง มันก็จะ เป็นปัญหาว่ากองทุนตัวนี้ท่านให้เงินสนับสนุนไปกับมหาวิทยาลัย ไปสร้างสภาพแวดล้อม ไปสร้าง Facility เพื่อรองรับการผลิตบุคคลเพื่อให้เป็นเลิศด้านต่าง ๆ แต่กลายเป็นว่า นักเรียนน้อยลง เพราะฉะนั้นอยากให้ อว. ถ้าเป็นไปได้ในอนาคต ท่านอาจจะแก้ไข ตัวของกองทุนตัวนี้ หรือว่าท่านอาจจะเพิ่มตัวหลักการเข้าไปหรือว่าท่านอาจจะมีมุมที่บอกว่า นอกเหนือจากมหาวิทยาลัยที่มาขอทุนของท่านที่มารับรองตัวกองทุนตัวนี้ เพิ่มไปยังหน่วย ขั้นต้น และอีกอย่างหนึ่งท่านมีตัวนี้เพื่อกองทุนในการสร้างบุคคลเป็นเลิศแล้ว อีกส่วนหนึ่ง ก็คือกองทุนวิจัยของ กสว. เอง ตัวนี้ก็คงเป็นประเด็นที่อยากให้ท่านได้มองทั้ง ๒ กองทุนนี้ และเชื่อมเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อที่เราจะได้ทำประเทศให้ไปในทิศทางเดียวกันค่ะ เพราะไม่อย่างนั้นเราก็จะพบการวิจัยขึ้นหิ้งหลาย ๆ อย่าง และการวิจัยไม่สามารถเอามา ผลิตบุคลากรเพิ่มมากขึ้นอีกนะคะ เพราะฉะนั้นในเรื่องประเด็นของ พ.ร.บ. ตัวนี้ ดิฉันเข้าใจ และมั่นใจว่าไม่มีสมาชิกท่านใดขัดข้องค่ะ เพียงแต่ว่าขอฝากเอาไว้ คงจะฝากไม่ว่าจะเป็นทาง กระทรวงเองหรือว่าจะเป็นคณะกรรมาธิการที่เข้าไป อาจจะต้องเพิ่มเป็นบทสังเกต เป็นข้อสังเกตต่อไปว่า ถ้าเราไปเล็งขั้นสุดท้ายที่ขั้นอุดมศึกษาอาจจะไม่ทันการณ์กับการ เรียนรู้กับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในแต่ละปีค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับผู้ช่วยของท่าน สส. จุลพงศ์ อยู่เกษ พรรคก้าวไกล ที่เข้ามาชมการประชุม จำนวน ๒ ท่าน ต่อไปครับ ท่านเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชิญครับ🔗

นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทยครับ วันนี้ ขออนุญาตอภิปรายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่ คณะรัฐมนตรีได้เสนอ รวมถึงอีก ๓ ฉบับที่เสนอด้วยนะครับ ทั้งหมดนี้เบื้องต้นขอกราบเรียนว่า ผมขอสนับสนุนในร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๔ ฉบับ แต่อย่างไรก็ตามครับ ทั้ง ๔ ฉบับนี้เป็น พระราชบัญญัติที่สำคัญ จริง ๆ แล้วผมอยากเห็น พ.ร.บ. อุดมศึกษา ที่เกี่ยวข้องกับระบบ และวิธีการบริหารจัดการศึกษาทั้งหมด แต่วันนี้ทาง ครม. ได้เสนอเรื่องของ พ.ร.บ. เกี่ยวกับกองทุน และ พ.ร.บ. อีก ๒-๓ ฉบับที่เป็น องค์ประกอบของการจัดการศึกษา แต่ไม่ใช่ภารกิจหลักของการจัดการศึกษา ทั้งหมดนี้ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นเรื่องสำคัญครับ ในทุกระดับของช่วงวัยที่ต้องได้รับการพัฒนานั้น ถือว่าเป็นการปูพื้นฐานสำคัญในการพัฒนา และยกระดับคุณภาพของประเทศ ฉะนั้นพี่น้อง ประชาชนครับ ผมอยากกราบเรียนให้พี่น้องได้เข้าใจว่าการจัดการอุดมศึกษานั้นเป็นอีก ระดับหนึ่งที่ปลายยอด การศึกษานั้นจะมีตั้งแต่ก่อนวัยเรียน การศึกษาภาคบังคับ การศึกษา ขั้นพื้นฐาน การอาชีวศึกษา และการศึกษาระดับอุดมศึกษา ทั้งหมดนี้การศึกษานี้จะเป็น ระบบใหญ่ จริง ๆ แล้วระบบทั้งหมดนี้ควรอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งต้อง Cover การจัดการศึกษาทั้งหมด เราจะเห็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยและ ศักยภาพของคนไทยที่ต่อเนื่องตลอดแนว ไม่เป็นการพัฒนาแบบแยกส่วน ๆ แต่อย่างไรก็ตามครับ วันนี้อุดมศึกษาได้เสนอพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องมา การอุดมศึกษาจึงไปเกี่ยวข้องกับ มหาวิทยาลัย วิทยาลัย และสถาบันอื่น ๆ ที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา ในระดับอุดมศึกษา นั้นมีกระทรวงที่เกี่ยวข้องครับพี่น้อง คือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม ที่เราเรียกย่อ ๆ ว่า อว. กระทรวงนี้มีหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุน และกำกับการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ การวิจัย และการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อการพัฒนา ประเทศให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก นี่คือเรื่องใหญ่ เพราะฉะนั้นประเทศเราจะมี สภาพที่แข่งขันกับนานาอารยประเทศได้ หรือมีความเป็นเลิศ หรือมีนวัตกรรมในการที่จะ พัฒนาเกี่ยวกับอาชีพ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ก็อยู่ตรงนี้ละครับ เพราะฉะนั้น สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษาที่เสนอเข้ามานี้ มาตรา ๔๕ พูดถึงเรื่องของ งบประมาณ ๓ ส่วน ส่วนแรกเป็นเรื่องของงบบุคลากรที่ไปเกี่ยวข้องกับเงินเดือน ค่าจ้าง และสิทธิประโยชน์ของบุคลากร ส่วนที่ ๒ เกี่ยวข้องกับงบดำเนินงานและงบรายจ่ายอื่นที่ ไม่ใช่งบลงทุน ทั้งสองส่วนนี้สถาบันอุดมศึกษาสามารถทำคำขอเสนอต่อสำนักงบประมาณ โดยตรงได้ ในส่วนที่ ๓ นั้น งบลงทุนและงบอุดหนุนอื่นเพื่อพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบัน และการผลิตกำลังคนนั้น ต้องทำคำรับรองกับหน่วยงานต้นสังกัด หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เพราะฉะนั้นข้อเสนอการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาตามมาตรา ๕๐/๑ จนถึง มาตรา ๕๐/๒๒ ของหมวด ๖ ทรัพยากรอุดมศึกษานั้น ประเด็นก็คือเห็นด้วยครับ เพื่อความ เป็นอิสระและอำนาจในการบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดความเป็นเลิศด้านการผลิตกำลังคน ในระดับสูง แต่ข้อสังเกตก็คือ กองทุนฉบับนี้ใครได้ประโยชน์ สถาบันให้กู้ยืมเงินเป็น ส่วนสมทบในการจัดหาเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การศึกษาและก่อสร้างอาคารเรียน ตรงนี้นักเรียน หรือผู้เรียน หรือเป้าหมายสำคัญที่เราต้องการผลิตนั้นอาจจะได้ประโยชน์อยู่บ้าง เกี่ยวข้อง กับวัสดุอุปกรณ์และสื่อในการจัดการเรียนการสอน โดยเฉพาะสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลที่เป็น เรื่องจำเป็นมาก ๆ กับสังคมโลกปัจจุบันและอนาคต เพราะการสร้างคนนั้นสร้างเพื่ออนาคต ไม่ได้สร้างเพื่อปัจจุบันและอดีต ฉะนั้นอันนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ไม่ได้บอกถึงสิทธิของผู้เรียน หรือเป้าหมายที่ได้รับอย่างไร ส่วนที่ ๒ ก็คือให้สถาบันกู้ยืมเพื่อพัฒนาครูอาจารย์ เพื่อต่อปริญญาโท ปริญญาเอก อันนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะครูอาจารย์มีหน้าที่ในการผลิตกำลังคนในการพัฒนา ประเทศ ผลิตผู้เรียนซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญ ผมอยากเห็นกองทุนนี้ให้โอกาสเขาในการที่จะสร้าง ความก้าวหน้าทางวิชาชีพ ได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน ที่สมกับภาระงานหน้าที่ ในการพัฒนาคน แต่ก็มีหลายปัญหาครับ อย่างเช่น การที่จะให้มีผลงานทางวิชาการ เขาบอกว่าไปติดอยู่ที่สำนักงานปลัดกระทรวง การอุดมศึกษา อันนี้อาจจะต้องมีรายละเอียดที่ต้องคุยกัน ระบบตรงนี้ก็ฝากท่านรัฐมนตรีครับ ได้เข้าไปดูว่าผู้ที่มีหน้าที่อ่านผลงานทางวิชาการและความก้าวหน้าของอาจารย์ต่าง ๆ ที่จะต้องให้มีการเลื่อนความก้าวหน้าทางวิชาชีพให้สูงขึ้นในงานวิชาการของครูอาจารย์นั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นข้อสังเกตก็คือ กองทุนนี้จำเป็นไหมที่จะต้องอยู่ใน สำนักปลัดกระทรวงอุดมศึกษา ซึ่งยังเป็นระบบบริหารจัดการ อาจจะไม่คล่องในการบริหาร จัดการ และบริหารจัดการแบบภาครัฐ จะทำให้เกิดเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการทำงานของ บุคลากร🔗

ประการที่ ๒ ก็คือการบริหารจัดการกองทุนจึงจำเป็นจะต้องมีหลัก ธรรมาภิบาล ซึ่งก็มีอยู่ส่วนหนึ่งใน พ.ร.บ. เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ🔗

ประการที่ ๓ กองทุนนั้น คำว่า กองทุน ทุกกองทุนไม่ว่ากองทุนของใครก็ตาม การเข้าถึง ความทั่วถึงของบุคลากรอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ไม่เหลื่อมล้ำจึงเป็น เรื่องสำคัญ คำเหล่านี้มันไม่ใช่แค่วาทกรรมหรือคำพูด แต่มันอยู่ที่เงื่อนไขของโอกาสที่จะให้ เขาเหล่านั้นได้เข้าถึงกองทุน เพื่อจะสร้างโอกาสในการพัฒนาตนเองและวิชาชีพได้อย่าง แท้จริง เพราะฉะนั้นปัญหาของความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียม การขาดระบบการส่งเสริม ความก้าวหน้าของอาจารย์หรือครูจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ต้องขจัดสิ่งเหล่านี้ ให้หมด ถ้าเรามีกองทุนการอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาครูอาจารย์ สิ่งที่คาดหวังก็คือ เราอยากเห็น การอุดมศึกษาเป็นสถาบัน เป็นหน่วยงานที่ส่งเสริมสถาบันอุดมศึกษาให้มีการพัฒนาวิชาการ เพื่อความเป็นเลิศอย่างแท้จริง เราอยากเห็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เช่น ชาวนาต้องมีเทคโนโลยีดิจิทัลต่าง ๆ ในการพัฒนา นวัตกรรมการสร้างการผลิต การพัฒนา การขาย การตลาด ต่าง ๆ เหล่านี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งหมด หรือเรื่องของผักผลไม้ต่าง ๆ ในพื้นที่ วันนี้เราเอาจากประเทศจีนเข้ามา เราเอง สู้ไม่ได้ เพราะเราไม่มีเทคโนโลยีในการผลิต ในการพัฒนาอย่างเป็นเลิศ ที่จะเข้าถึงและเป็น โอกาสในการเทียบเคียงกับประเทศอื่นได้ คือศักยภาพเราสู้ยังไม่ได้ แต่เราจำเป็นต้องพัฒนา ศักยภาพเหล่านี้ให้ไปสู่ปลายยอดของการพัฒนาให้ได้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญครับ ที่จำเป็นจะต้องให้มีกองทุนขึ้น แต่กองทุนนั้นจะต้องให้เป้าหมายคือผู้เรียนได้รับผลประโยชน์ อย่างแท้จริง โดยผ่านการพัฒนาครู อาจารย์ และการลงทุนต่าง ๆ ผมขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา และพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องอีก ๓ ฉบับครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะประชาชนอำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน ๑๔ ท่าน ยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไปท่านอดิศร เพียงเกษ เชิญครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อดิศร เพียงเกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่เคยอยู่ในแวดวง การศึกษามาตั้งแต่ปี ๒๕๓๕-๒๕๓๗ ที่กระทรวงศึกษาธิการ ขออนุญาตที่จะแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา ท่านประธานครับ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล หรือสมาชิก วุฒิสภาที่จะพึงมีต่อไป เรียกว่ารัฐสภา เป็นฝ่ายการเมืองของประเทศนี้เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ แต่กฎหมายฉบับนี้มีส่วนดีก็เยอะครับ เมื่อพิจารณาโดยละเอียดรอบคอบรัฐมนตรีซึ่งไปจาก ฝ่ายการเมือง ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านศุภมาส อิศรภักดี ก่อนอื่นต้องขอแสดงความดีใจ และชื่นชม ที่ท่านรัฐมนตรีได้ประสบความสำเร็จในทางการเมือง เป็นรัฐมนตรี อว. แต่ไม่ทราบว่าอำนาจหน้าที่ของท่านได้ทำอะไรบ้างในแต่ละวัน ๆ รัฐมนตรีฝ่ายการเมือง กำกับดูแลสถาบันอุดมศึกษา นอกจากกำกับดูแลแล้วท่านเข้าไปรู้เรื่องอะไรของเขาในการ ตั้งต้นงบประมาณหรือเปล่า เพราะในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในมาตรา ๔๕ งบบุคลากรก็ดี งบดำเนินงาน งบรายจ่ายอื่น เขาของบประมาณผ่านสำนักงบประมาณโดยตรง ไม่ผ่าน หรือไม่ให้รัฐมนตรีที่กำกับดูแลได้มีโอกาสพินิจพิเคราะห์ พิจารณาร่วมกับสถาบันอุดมศึกษา ต่าง ๆ ปัจจุบันนี้สถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ จะกลายเป็นรัฐราชการหรือเปล่า ผมจึงบอกว่า วัน ๆ หนึ่งท่านทำอะไร มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็เชิญท่านไปเปิดงานผมก็เห็นอยู่ ตอนผมอยู่ กระทรวงศึกษาธิการเขาก็เชิญไปเปิดงานก็ดีใจครับ แต่เวลาของบประมาณเขาไป ขอผ่านสำนักงบประมาณโดยตรง น่าเห็นใจคุณศุภมาสครับ แต่งตัว ทาแป้ง ลิปสติก ไปเปิดงาน งบประมาณเขาไม่ให้ดูแล เพราะสำนักงบประมาณผูกขาดเป็นรัฐราชการต่อไป มิหนำซ้ำครับ เขาไม่ไว้ใจฝ่ายการเมืองเลย ดูมาตรา ๕๐/๕ สิครับ ในวรรคสอง การดำเนินการตามวรรคหนึ่งต้องคำนึงถึงความคล่องตัว มีความโปร่งใส ไม่มีการขัดกัน ระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม และปราศจากการแทรกแซง ทางการเมือง ท่านไปอยู่ทำไมละครับ เขาไม่ให้ฝ่ายการเมืองแทรกแซงเลย ไปทำอะไรก็ไม่ได้ รัฐมนตรีคือฝ่ายการเมือง สส. นั่งตัวนี้คือฝ่ายการเมือง เวลาเขาอยากมีอำนาจ เขาก็มาขอฝ่ายการเมือง แต่เวลาได้อำนาจไปเขาไม่ให้ฝ่ายการเมืองไปยุ่งเลย สถาบัน การศึกษาจึงเป็นดาวฤกษ์ ไม่ใช่ดาวนพเคราะห์หมุนรอบรัฐธรรมนูญ หรือหมุนรอบ วิธีการงบประมาณ ผมจึงตั้งข้อสังเกตว่า เดี๋ยวนี้เราออกกฎหมายเพื่อใส่กุญแจมือ ฝ่ายการเมืองด้วยกันเองหรือเปล่า ใครไปเป็นรัฐมนตรี อว. ต่อไป ถ้าเป็นคิวผม ผมไม่เอา ไม่เอาจริง ๆ ครับ ขี้เกียจเปิดงานครับ ฝ่ายการเมืองมันเลวทรามถึงขนาดนั้นหรือครับ ท่านประธานครับ ปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง การเมืองมันเลวร้าย ไม่ควรมี การเมืองใช่ไหม ต้องการรัฐประหารใช่ไหม ต้องแก้นะครับกรรมาธิการ คำ ๆ นี้มันเสียดแทง เหลือเกิน ถ้าไม่อยากให้เขาไปยุ่งก็ไม่ต้องมายุ่ง คุณก็ตั้งเป็นกระทรวงอิสระเอาปลัดกระทรวง หรือใครมาเป็น ไม่ต้องมายุ่งกับรัฐมนตรี หรือ สส. หรือ สว. ผมไม่โกรธนะครับ แต่ว่า ฝ่ายการเมืองกว่าจะได้ดำเนินการตามวิธีการ สส. เลือกตั้ง สว. ก็เลือกตั้ง แม้จะเลือกตั้ง แบบมหัศจรรย์เขาวงกต เขาก็ถือว่าเป็นการสรรหาเลือกตั้งอยู่ดี จึงขออภิปรายด้วยความ ไม่สบายใจเป็นข้อสังเกต ผมอยากให้น้องผมได้มีอำนาจหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีครับ ทราบไหมว่าจุฬา มหาวิทยาลัยขอนแก่น สถาบันราชภัฏ หรือทุก ๆ ที่เขาเริ่มต้นงบประมาณ อย่างไร เพราะเขาล็อกแล้วว่าต้องเสนองบประมาณผ่านไปสำนักงบประมาณโดยตรง แล้วรัฐมนตรีก็นั่งหัวโด่ ๆ เด่ ๆ ไป เขาไม่ให้เกียรติครับ กฎหมายอย่างนี้จะผ่าน ความเห็นชอบของเราได้อย่างไรครับ ในเมื่อเขาก็ปรามาสดูถูกฝ่ายการเมือง ไม่ว่าฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล ห้ามแทรกแซง ทั้ง ๆ ที่การพัฒนาทางการศึกษามันเป็นนโยบายของรัฐบาล เป็นนโยบายของประเทศ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ กำหนดได้ไหมล่ะครับ มีความเชี่ยวชาญกัน คนละด้าน รัฐบาลคือความต้องการของพี่น้องประชาชน ใครจะมาเป็นต้องกำหนดวิธีการ ในการศึกษา ในการจัดงบประมาณ ผมจึงขอโดยสาร ความจริงจะไม่พูดหรอกครับ ท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ท่านอยู่กระทรวงศึกษาธิการมาก่อน ท่านบอกมันเสียดแทงนะ อ่านว่า ปราศจากการแทรกแซง จึงขออนุญาต ไม่ทราบว่าใครจะเป็นประธานหรือ กรรมาธิการชุดนี้ ถ้ายังมีคำ ๆ นี้อยู่นะครับ กลับมาผมเผาตำราเลยนะ ผมเผาเลยครับ อย่ามาอาศัยอำนาจของพวกผมสิ พวกผมมันเลวทรามไม่ควรที่จะไปแทรกแซงการศึกษา อะไรเลยใช่ไหม ไปพูดเรื่องนั้นเรื่องนี้ในการศึกษาไม่ได้เลยใช่ไหม ไม่มีความรู้เลยใช่ไหม เรียนจบปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอกจะเดินชนกันตายอยู่ในสภาแห่งนี้ อยู่ ๆ ไปเป็น รัฐมนตรี ไม่มีอำนาจอะไรนอกจากเชิญประธานขึ้นสู่ยอดเสาอย่างเดียว จึงขออนุญาตที่จะพูดเพื่อเป็นต้นในการที่จะแก้ไขคำ ๆ นี้ ออกจากกฎหมายฉบับนี้เสีย การเมืองไม่ได้เลวร้ายหรอกครับ การเมืองแทรกแซงก็เป็นไปตามวิถีทางของระบอบ ประชาธิปไตย จึงขออนุญาตโดยสารว่าผมยังอยู่ ผมกลับมาแล้วครับ เสียงดังฟังชัดครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรเป็นที่ที่พิจารณากฎหมาย แล้วก็เป็นที่พิจารณางบประมาณ ของประเทศด้วย กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นเอาความเห็นของท่านอดิศรไปพิจารณาใน กรรมาธิการด้วยนะครับ ต่อไปท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ครับ เชิญครับ🔗

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ การตั้งกองทุนอุดมศึกษาเป็นเรื่องที่ดี เป็นการทำให้การบริหารงานกระชับขึ้นเป็นการทำให้ มีความคล่องตัวขึ้น เป็นการที่น่าจะสามารถบูรณาการงานต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ท่านประธานครับ ผมมีความเห็นมีข้อสังเกตมีมุมมองของกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา ในนี้เราบอกว่า เรามีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษาตามความต้องการ ของประเทศ แต่เมื่อสักครู่ท่านอดิศรก็บอกไปแล้วนะครับ ประเทศนี้ไม่รู้ใคร เพราะห้าม ฝ่ายการเมือง ห้ามรัฐมนตรี ห้ามนิติบัญญัติเข้าไปยุ่งเกี่ยวเลย ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า จะพัฒนาไปทางไหน แต่ที่สำคัญถ้าเราไม่ลืมเราจะจำได้ว่าน้อง ๆ นักเรียน นิสิต นักศึกษา กำลังถามว่าอนาคตของเขาอยู่ไหน ภายใน พ.ร.บ. ฉบับนี้พูดถึงแต่สถาบันอุดมศึกษา การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศอยู่ไหน การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม อยู่ตรงไหน การพัฒนาน้องนักเรียน นิสิต นักศึกษา อยู่ตรงไหน หรือว่าวันนี้เพราะแยกกระทรวงไปแล้วนี่ กระทรวงการอุดมศึกษาก็จะพัฒนาแต่สถาบัน อุดมศึกษา แต่ลืมนิสิตนักศึกษา ลืม สพฐ. ลืมอาชีวศึกษา ลืม กศน. ลืมคนที่อยู่ในระบบ การศึกษาทั้งหมดเลย แต่ว่าจะพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษาเท่านั้น ผมว่ามัน น่าจะไม่ใช่ อยากให้ทบทวนมุมมองของการมอง ผมคิดว่ามันต้องมองให้เปิดกว้างและ มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ ก็คือผู้เรียนจะต้องสามารถทำงานสามารถเพิ่มขีดความสามารถ การแข่งขัน สามารถพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศ ถ้าเรามุ่งเน้นแค่ สถาบันอุดมศึกษาผลิตบุคลากรออกมาถามว่าวันนี้ตกงานเท่าไร มีความรู้ความสามารถไหม ทำไมต้องมา Upskill Reskill ทำไมต้องมาเปิดการศึกษาตลอดชีวิตขึ้นมา นั่นเพราะว่าตรงนี้ มีจุดอ่อนเพราะเราไปมองแค่สถาบันอุดมศึกษาเท่านั้น เพราะฉะนั้นขอฝากไปถึง คณะกรรมาธิการด้วยว่าขอให้เปิดกว้างของการทำงาน อยากให้มีความคล่องตัวมากกว่านี้ ด้วยซ้ำไป แต่ว่าเป้าประสงค์สุดท้ายขอให้ไปดูที่ประเทศ ดูที่ประชาชน ดูที่การเพิ่มขีด ความสามารถการแข่งขันของประเทศด้วย อย่าไปปิดกั้นอยู่เพียงเท่านี้เท่านั้นเอง ในนี้มี หลายส่วนที่พูดถึงเรื่องของอุดมศึกษาเท่านั้น แต่ขอให้เพิ่มในทุกส่วนที่มองถึงอนาคตของ น้องนักเรียนนิสิตนักศึกษา ตามคำเรียกร้องของน้อง ๆ นิสิตนักศึกษาที่เรียกร้องมาโดยตลอด ว่าเขาต้องการการพัฒนาที่แท้จริง ก็ขอฝากคณะกรรมาธิการได้แก้ไขปรับความสำคัญของ เนื้อหาสาระและทิศทางของการพัฒนาในส่วนนี้ออกไปด้วย แล้วอย่าลืมอย่าไปตัดเฉพาะ อุดมศึกษา มันควรจะต้องพูดถึงว่าการพัฒนาระบบการศึกษา อย่าไปเอาว่าอุดมศึกษาแล้ว มัธยมทิ้งเลย ถ้าจะตั้งกองทุนทั้งทีกองทุนนี้จะต้องเชื่อมไปจนถึงระดับมัธยมได้ เวลามหาวิทยาลัยพูดก็บอกว่าระดับอุดมศึกษาผลิตคนมาไม่ตรงกับที่เขาอยากจะได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้เองในเมื่อท่านต้องการบุคลากรที่ตรงสาขาแล้ว ก็ควรจะเริ่มมีการพัฒนา มาตั้งแต่อยู่ในระดับเด็กนักเรียนก่อนเข้าสู่สถาบันอุดมศึกษา ก็ขอให้มองแล้วเปิดกว้างตรงนี้ ไปด้วย ฝากคณะกรรมาธิการเพื่อดำเนินการด้วย ขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อีก ๒ ท่านนะครับ ท่านแรกท่านปรเมษฐ์ จินา แล้วตามด้วยท่านสุดท้ายท่านนิพนธ์ คนขยัน จากนั้นท่านรัฐมนตรีจะสรุปนะครับ ท่านสมาชิกก็เตรียมตัวนะครับ เชิญท่านปรเมษฐ์ จินา เชิญครับ🔗

นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี อีกบทบาทหนึ่งก็เป็น คณะกรรมาธิการสามัญสถาบันอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมครับ ขออนุญาต แลกเปลี่ยนในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งก็เห็นด้วย เพราะว่าจากการที่เข้าไปร่วมประชุม คณะกรรมาธิการมาหลายครั้งหลายรอบนะครับ ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เราก็ยัง พบว่ายังมีอีกหลายส่วนที่จะพัฒนาในส่วนของเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากว่า เราต้องการพัฒนาต่อยอดในส่วนของระดับอุดมศึกษา ซึ่งจากการที่ได้ไปดูข้อมูลรอบด้าน แล้วก็จากสถานการณ์รอบโลกก็พบว่ามีหลายส่วนที่เราน่าจะมีกองทุนในเรื่องของการที่จะ ส่งเสริมการต่อยอดคนที่จบอุดมศึกษาแล้ว ไปทำหน้าที่ที่จะเรียนรู้ในส่วนที่เป็นเรื่องที่ ทันยุคทันโลก ยกตัวอย่าง ณ ปัจจุบันตั้งแต่สถานการณ์โควิด-๑๙ เป็นต้นมา ถ้าเราสามารถ ที่จะให้คนของเรานั้นไปต่อยอดในด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องโควิด-๑๙ หรือ ณ วันนี้ที่เรา พูดคุยกันในเรื่องของโลกเดือด โลกร้อน Climate Change หรือว่าคาร์บอนเครดิตต่าง ๆ พวกนี้มันก็เป็นสถานการณ์ที่เราจะต้องเตรียมคนไว้ เพื่อที่จะส่งเสริมให้บุคลากรของเราไป ต่อยอดเพื่อกลับมาพัฒนาประเทศซึ่งก็เป็นส่วนที่จำเป็นนะครับ เมื่อดูในส่วนของตัวบท กฎหมายแม้ว่าจะมีเพียง ๑๓ มาตรา แต่พบว่าในส่วนของมาตรา ๕๐ เราก็แตกแขนงออกมาถึง ๒๒ ประเด็น อันนั้นก็เป็น อีกส่วนหนึ่ง ถ้าเปรียบเทียบในเรื่องของการที่จะออกกฎหมายใหม่ มันก็สามารถจะไล่ได้ถึง ๒๒ มาตรานะครับ แต่ว่าด้วยข้อจำกัดของกฎหมายมันก็ต้องใช้คำว่า ๕๐/๑ ๕๐/๒ จนถึง ๕๐/๒๒ อันนี้ก็เป็นส่วนที่เป็นปัจจัยหลักที่ขยายเพิ่มเติมขึ้นมา เพื่อเวลาเกิดปัญหา มันไม่ต้อง มาตีความ หรือว่าวินิจฉัย ซึ่งก็เป็นส่วนที่ดีนะครับ แล้วก็อีกส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องโดยตรง สำหรับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็ในเรื่องของเงินกองทุน ซึ่งเดิมทีเราก็เปลี่ยนมาจากกองทุนเดิมที่ดูแล เฉพาะเอกชนนะครับ ซึ่งจากมติ ครม. ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมา ก็พบว่ามีการประเมินแล้ว มันก็ยังไม่ครอบคลุม แล้วก็อาจจะไม่ตอบโจทย์เท่าไร ก็เลยปรับเปลี่ยนมาเป็นกองทุน ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งแน่นอนครับว่า ในส่วนของกองทุนที่สำคัญที่สุด ก็คือในเรื่อง ของการกำหนดที่มาของบอร์ดในการบริหาร ซึ่งในร่างก็ได้กำหนดไว้มากพอสมควรนะครับ แล้วก็มีสมาชิกหลายท่านก็ได้ให้ข้อมูล แล้วอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญ ก็มองดูในส่วนของผู้ที่จะมา เป็นบอร์ด ซึ่งเป็นต้นทางในเรื่องของการที่จะบริหารกองทุนให้มีประสิทธิภาพ ที่มาของ บอร์ดมันต้องชัดเจน แล้วก็สามารถที่จะตอบสังคมได้ ยกตัวอย่างที่เราเป็นปัญหาอยู่ใน ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น อบจ. ไม่ว่าจะเป็น สว. ที่มาตอบโจทย์สังคมยาก มันก็จะเป็นเรื่องที่จะ ประสบผลในโอกาสต่อไปในอนาคตนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเราจะปรับปรุงกฎหมายใหม่ ก็คงจะต้องมีการให้ความสำคัญกับที่มาของบอร์ดนี้ให้ชัดเจน แล้วก็ให้ครอบคลุมทุกด้าน ประเมินแบบ ๓๖๐ องศา ไม่ว่าจะเป็นผู้แทนกลุ่มไหน ๆ ก็ตาม แล้วก็ผู้แทนที่ยังตกหล่นอยู่ ในส่วนของผู้ที่เป็น Stakeholder ส่วนสำคัญก็คือตัวผู้ที่จะมาขอรับเงินกองทุนนี้ ก็คงจะให้ เขาเข้ามามีส่วนด้วย อันนี้เรากำหนดเฉพาะในส่วนของอุดมศึกษา ในส่วนของนอกกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือว่าในส่วนของเอกชนนะครับ อันนี้ก็เป็น เรื่องที่สำคัญที่อาจจะต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสมัชชาการศึกษา หรือว่ากลุ่มเด็ก หรือว่ากลุ่มที่อยู่ในส่วนของอุดมศึกษา เข้ามาเป็นบอร์ดชุดนี้ด้วยนะครับ ท่านก็ลงไปดูว่า สามารถที่จะปรับเปลี่ยนได้หรือไม่ เพราะว่าค่อนข้างที่จะกำหนดมาชัดเจน แต่ส่วนที่สำคัญ ที่สามารถเพิ่มเติมได้ ก็ในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน ๗ คน ตรงนี้ท่านก็ลองดูว่าสามารถที่ จะทำให้มันครอบคลุมทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง อาจเป็นทั้งในส่วนขององค์กรระหว่างประเทศด้วย เท่าที่เกี่ยวข้อง ยกตัวอย่าง ตอนนี้เรามีนักศึกษาเราที่ไปต่อระดับอุดมศึกษา ระดับ ปริญญาโท แล้วก็ปริญญาเอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งขออนุญาตเอ่ยนาม ในส่วนของ ประเทศอังกฤษ ส่วนมากคนไทยเราไปเรียนที่ประเทศอังกฤษเยอะ โดยเฉพาะปริญญาโท ๑ ปี จบแน่นอน ถ้าไปดูข้อมูลก็พบว่ามีนักเรียนทุนถึง ๗๐๐ คน แล้วก็มีคนที่ใช้ทุนเอง เกือบประมาณ ๕,๐๐๐ คน อันนี้มีการทำข้อตกลง แล้วเอามาจับมือร่วมกับมหาวิทยาลัยดัง ๆ ในประเทศไทย แล้วก็ขนอาจารย์จากที่โน่นมาเปิดเป็นคล้าย ๆ กับสาขาวิทยาเขตที่เมืองไทย อาจจะลดค่าใช้จ่ายให้นักเรียนเราที่ไปที่เสียค่าใช้จ่ายด้านที่พัก ด้านอาหารการกิน เยอะแยะมาก ที่ส่งเข้ามาที่กรรมาธิการ ก็ขออนุญาตนำเรียนเพิ่มเติมในส่วนที่จะให้ คณะกรรมาธิการ หรือว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับการร่างเจตนารมณ์ของกฎหมายได้เพิ่มเติมให้มีความครอบคลุม มากยิ่งขึ้นครับ ก็เห็นด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุดท้ายนะครับ ท่านนิพนธ์ คนขยัน เชิญครับ🔗

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษาที่ ครม. และเพื่อนสมาชิกเสนอทั้ง ๔ ฉบับ ท่านประธานครับ ผมจะพูดใน ๒-๓ ประเด็น เพราะว่า เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดครบแล้ว ผมอ่านดูแล้วครับ ส่วนที่ ๓ กองทุนเพื่อพัฒนา อุดมศึกษา (๓) ส่งเสริมพัฒนามาตรฐานอุดมศึกษาให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ อ่านแล้วชื่นใจครับ เพียงแต่หาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่านแล้ว ฝากท่านกรรมาธิการยังไม่ไปถึง ผ่านนะครับ กรรมาธิการไปกลั่นกรองว่าจะทำอย่างไรจะให้ทัดเทียมนานาประเทศ วันนี้ แม้แต่วงการการศึกษาหลาย ๆ ท่านก็คงจะเห็นข่าวว่า การศึกษาไทยนั้นด้อยกว่าเพื่อนบ้าน หลาย ๆ ประเทศแล้ว ดังนั้นวันนี้เห็นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว อ่านแล้วชื่นใจเพียงแต่ ว่าจะทำอย่างไร ให้ไปตามตัวบทตัวหนังสือที่เขียนไว้นะครับ (๔) พัฒนาระบบการเรียนรู้ไปสู่ การเรียนรู้ที่ตอบสนองการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ครอบคลุมทุกคน ทุกกลุ่ม ให้เข้าถึงอุดมศึกษาที่มีคุณภาพทุกที่ทุกเวลาในค่าใช้จ่ายที่เข้าถึง อ่านตรงนี้แล้วยิ่งประทับใจ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้หากพัฒนาคนให้มีศักยภาพทุกช่วงชีวิต หากคนมีคุณภาพแล้ว หากคนมีการศึกษาดีแล้ว ผมเชื่อมั่นว่าการพัฒนาประเทศนั้นจะเจริญรุ่งเรือง ดังนั้นวันนี้ อ่านแล้วก็ดีใจนะครับ (๘) สนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้สถาบันอุดมศึกษาในกิจการที่ตรงกับ ความต้องการของประเทศ อันนี้ยิ่งชัด วันนี้หลาย ๆ ท่านเห็นแล้วว่าการศึกษาไทยวันนี้ ใบปริญญาบัตรมากมายตั้งแต่ปริญญาตรี โท เอก ดังที่เราเห็นครับ แต่วันนี้มันตรงประเด็น ตรงเป้าไหมที่จะพัฒนาคนให้ตรงจุด แล้วเอามาพัฒนาประเทศ ถ้าไม่ตรงใบประกาศ ใบปริญญาบัตรก็ทำอะไรไม่ได้ครับท่านประธาน ดังนั้นวันนี้ฝากคณะกรรมาธิการที่จะไป กลั่นกรองร่างกฎหมายที่สภาเราจะรับวันนี้ ฟังทุกท่านเห็นว่าคงเห็นพ้องต้องกัน แต่อย่าง ท่านอดิศร เพียงเกษ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านว่าดีมาก แต่นี่ก็เป็นข้อคิด ข้อคิด ว่าถ้าเป็นไปแล้วมันทำได้ตามกฎหมายที่ออกมาไหม ถ้าทำไม่ได้ก็เหมือนเดิม ดังนั้นวันนี้ฝาก ทุกท่านครับ โดยเฉพาะผมเชื่อมั่นว่าวันนี้หากการศึกษาส่งเสริมให้ถูกจุด ถูกเป้า โดยเฉพาะ เด็กชนบท หากเขามีโอกาส หากให้โอกาสเขาได้เข้าถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพราะคนเรา เกิดมาสถานภาพมันต่างกัน บางท่านก็อย่างที่เราเห็นครับ ไม่ว่ากัน มันเลือกเกิดไม่ได้ ใครไม่อยากรวย โดยเฉพาะชนบท เกษตรกร ชาวไร่ชาวนา เขาก็อยากมีการศึกษาที่ดี แต่พ่อแม่เงินเขาไม่มี ทุนเขาน้อย เพราะอะไรครับ เพราะเศรษฐกิจ ครอบครัวที่เป็นอยู่ รายได้มันน้อยแต่ลูกอยากเรียน วันนี้กองทุนดอกเบี้ยต่ำชื่นใจครับท่านประธาน ลูกหลาน ถ้าเรามีโอกาส ลูกหลานเรามีความสามารถ ก็จะได้เข้าถึงแหล่งทุนตรงนี้ที่ดอกเบี้ยต่ำ โอกาส ที่จะให้เขาตรงนี้ก็จะได้ลืมตาอ้าปาก เพื่อพัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองต่อไป ท้ายที่สุดนี้ ฝากท่านคณะกรรมาธิการทุกท่านที่จะไปพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษาฉบับนี้ ทั้ง ครม. ทั้งเพื่อนสมาชิกเสนอมาอีก ๓ ฉบับ รวมแล้วเป็น ๔ ฉบับ เห็นด้วยครับ หลักการ รับอยู่แล้ว เห็นด้วย แต่สิ่งไหนมันดีเติมเต็มไปอีก สิ่งไหนไม่ดีเอาออกไป เอาแต่สิ่งดี ๆ มาใช้ เพื่อการศึกษาจะได้เจริญ ลูกหลานเราจะมีอนาคตที่สดใส ก็ขอเห็นด้วยนะครับ พร้อมที่ สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับครับ ท่านประธานกราบขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอมีสิทธิสรุปอภิปรายได้อีกครั้งหนึ่งก่อนที่ที่ประชุม จะลงมตินะครับ ท่านรัฐมนตรีจะสรุป เชิญครับ🔗

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพและท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรตินะคะ ดิฉันขออนุญาตชี้แจงประเด็นคำถามของท่านสมาชิกดังต่อไปนี้🔗

เรื่องแรก เรื่องของประเด็นข้อสอบถามเรื่องของการยกเลิกกองทุนหมุนเวียน เพื่อการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเอกชน และการนำมาควบรวมอยู่ในกองทุนอุดมศึกษานี้ ดิฉันต้องขอกราบเรียนอย่างนี้ว่าในครั้งแรกของการมีกองทุนหมุนเวียนเพื่อการพัฒนา สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จัดตั้งเมื่อปี ๒๕๔๗ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ใช้คำว่ามหาวิทยาลัย เอกชนแล้วกันนะคะง่าย ๆ กู้ยืมดอกเบี้ยต่ำเพื่อนำไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนา บุคลากร พูดง่าย ๆ ก็คือว่า กองทุนนี้มีในครั้งแรกเพื่อให้มหาวิทยาลัยเอกชนเขาได้กู้ไป สร้างตึก สร้างห้อง Lab สร้างสิ่งที่เป็นสิ่งปลูกสร้างทันสมัยแล้วก็เอาไปพัฒนาครู อาจารย์ แต่ว่าพวกเราเองก็ทราบดีว่าช่วงนั้นมันเกิดวิกฤติการขาดแคลนหลาย ๆ อาชีพ ทำให้ มหาวิทยาลัยของรัฐบาลไม่สามารถที่จะผลิตนิสิต นักศึกษา ผลิตบัณฑิตได้ทันพอกับ ความต้องการของตลาด เราจึงได้เห็นว่าช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมามีคณะที่ขาดแคลนในหลาย คณะเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยเอกชน อย่างเช่น คณะที่เกี่ยวกับแพทย์ เกี่ยวกับวิศวะ เราก็ เห็นว่าเมื่อก่อนไม่เคยมีในมหาวิทยาลัยเอกชนตอนนั้นก็มีการผลิตเกิดขึ้นมากมาย ส่วนหนึ่ง มาจากกองทุนตัวนี้นะคะ แต่ว่ากลับมาถึง ณ ปัจจุบันนี้เราก็ได้เห็นว่าบริบทในการศึกษานี้ ได้เปลี่ยนแปลงไป ความจำเป็นในการที่มหาวิทยาลัยเอกชนจะต้องกู้ยืมเพื่อที่จะนำไป สร้างตึกหรือว่าไปพัฒนาบุคลากรแทบไม่มีเลยนะคะ ๒ ปีที่ผ่านมากองทุนนี้แทบไม่มีคำขอ ใหม่ ๆ เลย เพราะฉะนั้นเราก็ทราบว่าเทคโนโลยีในการเรียนการสอนปัจจุบันนี้ได้ เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ได้มีการใช้เครื่องมือต่าง ๆ เข้ามาช่วย ได้มีระบบการเรียนการสอน แบบ Onsite แบบ Online แบบ University in Campus ไปเรียนในสถานศึกษาเลยก็มี มากมาย เพราะฉะนั้นการสร้างตึกรามบ้านช่อง การสร้างห้อง Lab ก็แทบไม่มีความจำเป็น เพราะฉะนั้นเราจึงเห็นควรว่านำมารวมไว้ในกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา แต่ว่า วัตถุประสงค์ในการให้สถาบันอุดมศึกษาเอกชนกู้ยืมในดอกเบี้ยต่ำนี้ยังคงอยู่ในหนึ่ง วัตถุประสงค์ของกองทุนนะคะ เพราะฉะนั้นสรุปง่าย ๆ ว่ากองทุนเพื่อการพัฒนาอุดมศึกษา ตัวนี้จึงประกอบด้วย ๒ ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกก็คือเราจะเป็นแหล่งทุนเพื่อการกู้ยืม ดอกเบี้ยต่ำตามวัตถุประสงค์เดิมของกองทุนหมุนเวียนเพื่อการพัฒนาอุดมศึกษาเอกชน ส่วนอีกวัตถุประสงค์หนึ่งก็คือเป็นแหล่งทุนเพื่อการพัฒนากำลังคนทักษะสูง ย้ำว่าทักษะสูง แรงงานทักษะสูง และความเป็นเลิศซึ่งจะไม่ใช่การให้เงินกู้ยืม อันนี้ก็ตอบคำถามประเด็นแรก ในการรวมกองทุนเอกชนเข้ามาที่กองทุนใหม่อันนี้นะคะ🔗

คำถามถัดมาก็คือประเด็นการจัดสรร อันนี้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติถาม กันเยอะมากก็คือว่า ประเด็นการจัดสรรงบประมาณของกองทุนจะมีการจัดสรรอย่างไร จะลดความเหลื่อมล้ำของสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ได้อย่างไร ต้องขอเรียนชี้แจงว่า การจัดสรรเงินกองทุนนี้เป็นลักษณะของการจัดสรรแบบ Top Down ก็คือเราจัดสรรมาจาก หลัก ๆ เลยก็คือแผนชาติ มาจากนโยบายรัฐบาล มาจากความต้องการเร่งด่วนของประเทศ แล้วก็ของโลก จัดสรรตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรมหรือว่าภาคเอกชน ในการ พัฒนากำลังคนทักษะสูง และการพัฒนาความเป็นเลิศของนิสิตในด้านต่าง ๆ ซึ่งการกำหนด ทิศทางและนโยบายนั้นจะอยู่ภายใต้สภานโยบายอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่มี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีรัฐมนตรี ๑๐ กระทรวงเป็นคณะกรรมการ แล้วก็การจัดสรรที่หลาย ๆ ท่านถามว่าแต่ละมหาวิทยาลัย บางท่านก็ใช้คำว่ามหาวิทยาลัย เล็ก ใหญ่ ก็ได้การจัดสรรไม่เท่ากัน ต้องกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าเราได้แบ่งกลุ่ม มหาวิทยาลัยตามภารกิจนะคะ ต้องเรียนว่ามหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัยเขาได้ให้คำจำกัดความของตัวเอง แล้วก็มาเข้าอยู่ ในกลุ่มภารกิจต่าง ๆ ที่ อว. ได้จัดไว้ เป็น ๕ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ ชื่ออย่างเป็นทางการเลยนะคะ ในกฎหมาย ใน พ.ร.บ. ก็คือ กลุ่มพัฒนาการวิจัยระดับแนวหน้าของโลก ซึ่งมีทั้งหมด ๑๗ แห่ง ก็คือเป็นมหาวิทยาลัยรัฐบาลที่เน้นหนักในเรื่องของการวิจัยเทคโนโลยีที่ยาก ๆ เทคโนโลยีระดับสูง อันนี้ก็คือเป็นมหาวิทยาลัยที่พุ่งเป้ามุ่งเน้นเพื่อความเป็นเลิศ กลุ่มที่ ๒ ก็คือกลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม มีทั้งหมด ๑๙ แห่ง กลุ่มนี้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็น ถ้าท่านนึกภาพก็คือ เช่นลาดกระบัง เช่นมหาวิทยาลัยราชมงคล ซึ่งจะเน้น เรื่องของเทคโนโลยี เรื่องของนวัตกรรมการทำหุ่นยนต์ การทำ AI สิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ต่าง ๆ กลุ่มที่ ๓ ก็ชื่อว่ากลุ่มพัฒนาชุมชนท้องถิ่นหรือชุมชนอื่น ซึ่งกลุ่มนี้จะเยอะที่สุด ๔๘ แห่งนะคะ ซึ่งกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ก็คือเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ดูแล พื้นที่ ดูแลท้องถิ่นของท่าน เป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนโดยส่วนใหญ่นะคะ กลุ่มต่อมากลุ่ม ที่ ๔ ก็คือ กลุ่มพัฒนาปัญญาและคุณธรรมด้วยหลักศาสนา จะมี ๒ มหาวิทยาลัยด้วยกันก็คือ ถ้าให้ท่านเดาท่านก็น่าจะเดาถูกนะคะ ก็คือมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง ๒ ที่ และกลุ่มสุดท้ายกลุ่มที่ ๕ คือกลุ่มผลิตและพัฒนาบุคลากรวิชาชีพและสาขาจำเพาะ ๑๘ แห่ง เช่น มหาวิทยาลัย เกี่ยวกับกีฬา มหาวิทยาลัยเกี่ยวกับดนตรี เป็นต้น แล้วก็ยังมีอีกหลาย ๆ มหาวิทยาลัยที่เขา ยังสมัครเข้ามาแล้วก็อยู่ในระหว่างการจัดกลุ่ม เพราะฉะนั้นจึงตอบคำถามท่านสมาชิกว่า การจัดสรรงบประมาณนี้เราจัดสรรไปตามภารกิจของแต่ละกลุ่มนะคะ ซึ่งแต่ละกลุ่ม เขามีภารกิจแตกต่างกันก็ย่อมจะใช้ก้อนงบประมาณแตกต่างกันนะคะ เพราะฉะนั้นการ ครอบคลุมนี้จึงได้ถือว่าจัดตามกลุ่มแล้วก็ครอบคลุมได้ทุก ๆ มหาวิทยาลัยตามภารกิจนะคะ🔗

ประเด็นสุดท้ายที่ท่านสมาชิกมีการสอบถามกันเยอะมากก็คือ กองทุนนี้ จะเป็นประโยชน์ในวงกว้างต่อประชาชนอย่างไร นอกเหนือจากเป็นประโยชน์ต่อ สถาบันอุดมศึกษานะคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องเรียนชี้แจงว่าเราคงมีความเข้าใจกันว่า คำว่า มหาวิทยาลัยในสมัยเรา ก็คือเป็นมหาวิทยาลัยสำหรับคนอายุ ๑๘-๒๕ หรือว่าเป็น มหาวิทยาลัยสำหรับเรียนปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกเท่านั้นนะคะ แต่ทุกวันนี้ เมื่อสักครู่ก็มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่านได้กรุณาเอ่ยคำว่า Lifelong Learning ขึ้นมานะคะ ซึ่งท่านหลาย ๆ ท่านก็อาจจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ถ้าท่านอยู่ในวงการ แต่หลาย ๆ ท่านอาจจะแค่เคยได้ยินแต่ก็ยังไม่เข้าใจนะคะ คำว่า Lifelong Learning ที่ดิฉันพูดเชื่อมโยง กับกองทุนนี้นะคะ ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่าทางกระทรวง อว. เราได้ให้นโยบายกับทาง ทุก ๆ มหาวิทยาลัยไปว่า บทบาทของมหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัยเดี๋ยวนี้ต้องเปลี่ยนไป มหาวิทยาลัยต้องเป็นมหาวิทยาลัยของคนทุกช่วงวัย ไม่ใช่แค่คนอายุ ๑๘-๒๕ แล้ว เพราะว่า เนื่องจาก ๑. ประเทศไทยเรามีอัตราการเกิดของเด็กน้อยลงนะคะ เพราะฉะนั้นมหาวิทยาลัย ตอนนี้หลาย ๆ ที่ประสบปัญหาในการที่นิสิตนักศึกษาเข้ามาสมัครเรียนน้อยลงนะคะ ขณะเดียวกันประเทศไทยเราก็ทราบดีว่ากำลังก้าวเข้าสู่ Ageing Society หรือว่าสังคม ผู้สูงวัย สังคมผู้สูงอายุ เพราะฉะนั้นถ้าเราคิดภาพว่าสมัยเราคุณพ่อคุณแม่ ๑ บ้าน มีลูก ๒ คน ๓ คน ๔ คน ๕ คน รุ่นพ่อรุ่นแม่เรามีเป็นสิบ แต่ท่านมาดูสมัยนี้ท่านคงเห็นนะคะ ลูกหลานของท่านไม่แต่งงาน แต่งงานแล้วไม่ยอมมีลูก แต่งงานแล้วไม่อยากมีลูก ไม่กล้า มีลูกนะคะ เพราะฉะนั้นความหมายคืออะไรคะ คือถ้าอีกสัก ๒๐ หรือ ๓๐ ปี ท่านจินตนาการ ตามดิฉันนะคะ ในบ้าน ๑ หลังที่มีคุณพ่อคุณแม่ แต่ไม่มีลูกแล้วพ่อแม่ที่เคยได้รับเงินส่งเสีย จากลูกหลานจะอยู่อย่างไร เพราะฉะนั้นจึงเกิดเรื่องของ Lifelong Learning ถ้าท่านเคยไป ต่างประเทศซึ่งทุกท่านคงเคยเห็นในหลายประเทศ เช่น ประเทศญี่ปุ่นหรือประเทศทางยุโรปเองก็ดี แรงงานผู้สูงวัยยังถูกจ้างงานกันเป็นจำนวน มาก ท่านจะเห็นว่าพนักงานขายของ พนักงานทำความสะอาด พนักงานกดลิฟต์ พนักงาน Call center อายุ ๔๐ ๕๐ ๖๐ ๗๐ ก็ยังทำได้ ในขณะที่ประเทศไทยเองเด็กอายุ ๘ ขวบ ๙ ขวบ ๑๐ ขวบ ก็เริ่มทำงานได้แล้วเหมือนกัน Live สดขายของได้ รับเขียน Coding ได้ ใช้ AI แต่งนิทาน ใช้ AI วาดรูปประกอบนิทาน แล้วเอาเข้าไปขายในเว็บได้เงินเป็นล้านเราก็ เห็นข่าวมาแล้ว เพราะฉะนั้นความหมายก็คือว่า บทบาทของมหาวิทยาลัยเปลี่ยนแปลงไป เป็นมหาวิทยาลัยที่ต้องเปิดกว้างให้กับทุกคน ทุกช่วงวัย และเนื่องจากปัญหาการขาดแคลน แรงงานทักษะสูงแล้วก็ขาดแคลนความเป็นเลิศ เพราะฉะนั้นหลาย ๆ อุตสาหกรรมใน ต่างประเทศที่อยากจะมาลงทุนในประเทศไทย เช่น อุตสาหกรรม Semiconductor หรือว่า Advance Electronic พอจะเข้ามาในเมืองไทย หรือแม้แต่กระทั่งอุตสาหกรรม EV พอจะ เข้ามาก็จะได้ยินข้อจำกัดว่า เมืองไทยไม่มี Semiconductor Engineering เมืองไทยไม่มี แรงงานทักษะสูงที่จะรองรับนักลงทุนเหล่านี้ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้จึงเกิดเรื่องของ Non-Degree ขึ้นมา เพราะว่าบางวิชาชีพไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ปริญญา หรือว่าจะต้องรอจนจบ ๔ ปี เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่กองทุนเหล่านี้จะนำเข้าไปช่วยในระบบการศึกษาได้ เมื่อพูดถึง เรื่องการเรียนจบ ๔ ปี เมื่อสักครู่ดิฉันก็ได้ยินท่านสมาชิกบางท่าน ท่านถามว่ามันจะเป็นไป ได้ไหมที่เดี๋ยวนี้ปริญญาตรีไม่ต้องจบ ๔ ปี หรือว่าปริญญาโทไม่ต้องจบ ๒ ปี ต้องกราบเรียน ว่าจริง ๆ ในเรื่องของการเรียนปริญญาตรีที่ไม่ต้องจบ ๔ ปี มีมานานพอสมควรแล้วนะคะ ในหลายมหาวิทยาลัยตอนนี้ก็ไม่ถึง ๔ ปี แต่ว่าถ้าเป็นรุ่นของพวกเรา ใช้คำว่า พวกเรา แล้วกันนะคะ รุ่นของพวกเราอาจจะจบได้เร็วสุดก็อาจจะเป็น ๓ ปีครึ่ง แต่ว่าจริง ๆ แล้วต้อง กราบเรียนว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ ทางกระทรวง อว. เราได้แก้ระเบียบให้เด็กหลุดจากระเบียบ เดิมที่ว่า เรียนปริญญาตรีจะต้องจบ ๔ ปี เด็กสามารถลงทะเบียนเรียนวิชา General Education ได้ตั้งแต่อยู่ในสมัยเรียนโรงเรียนหรือว่าเรียนมัธยมอยู่ เพราะฉะนั้นเด็กที่ลง General Education ตั้งแต่เรียน ม.๔ ม.๕ ม.๖ เขาสามารถเก็บหน่วยกิต Credit Bank ได้นะคะ Credit Bank คืออะไร Credit Bank ก็คือนึกภาพเหมือนแบงก์ชาติเอาเงินไปฝากไว้ อันนี้ก็เหมือนเรียนแล้วก็เอาเครดิตไปใส่ไว้ พอเขาเรียนจบ ม.๖ เข้ามหาวิทยาลัย ก็สามารถจะเบิกเครดิตเหล่านี้ไปนับต่อได้เลยกับวิชาเรียนที่เขาเรียนในมหาวิทยาลัยปี ๑ เพราะฉะนั้นเด็กเดี๋ยวนี้ ถ้าจบได้เร็วที่สุดตอนนี้นะคะที่เรา Design หลักสูตรไว้คือ ๒ ปี ซึ่งก็มีในหลาย ๆ มหาวิทยาลัยที่เริ่มทำเรื่องเหล่านี้แล้วนะคะ ในขณะเดียวกันเงินกองทุน เหล่านี้สามารถให้ทางมหาวิทยาลัยไปช่วยในเรื่องของการพัฒนาแรงงานทักษะสูง เพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาลเรื่อง Ignite Thailand ทั้ง ๘ ด้าน ซึ่งยกตัวอย่างนะคะ Semiconductor EV และ AI เป็นเรื่องเร่งด่วนที่เราไม่สามารถจะรอผลิตบัณฑิต ๔ ปีได้แล้ว เราก็ได้ทำหลักสูตรเป็นหลักสูตร Sandbox ทุก ๆ ท่านคงพอเข้าใจเรื่องของ Sandbox ก็คือเป็นการเรียนการสอนที่ไม่ได้อยู่ในกรอบการเรียนการสอนเดิม ไม่ต้องถูกจำกัดด้วย จำนวนหน่วยกิต ด้วยวุฒิของอาจารย์ผู้สอน ด้วยวิธีการทำวิทยานิพนธ์หรืออะไรก็ดี หลักสูตร Sandbox เป็นระเบียบที่ทางกระทรวง อว. เราเซตขึ้นมาเพื่อที่จะผลิตกำลังคนที่ตลาด ต้องการอย่างเร่งด่วน ตอนนี้เราก็ได้ทำ Sandbox ทั้งหมด ๑๔ Sandbox แล้ว ซึ่งทั้ง ๑๔ Sandbox ก็ตอบโจทย์ Ignite Thailand ของรัฐบาลทั้ง ๘ ด้าน นักลงทุนได้ติดต่อ เข้ามาเยอะมาก หลังจากที่เขารู้ว่าประเทศไทยเรานี้เรามีการเริ่มผลิตหลักสูตรเพื่อที่จะมีวิศวกรด้าน Semiconductor วิศวกรหรือว่าช่างเทคนิคที่จะมาดูเรื่องรถ EV นะคะ เพราะว่าทุกวันนี้รถ EV เขามาขาย เขามาตั้งโรงงานจริงนะคะ แต่ว่าวันหนึ่งก็ต้องถึงเวลาที่ต้อง Maintenance ถึงเวลาที่รถเสียรถต้องซ่อมนะคะ รวมทั้งเรื่องของการติดตั้งสถานี Charge เป็นต้นนะคะ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องการความเร่งด่วน เทคโนโลยีสมัยก่อนนี้ ๕ ปี ๑๐ ปีถึงจะมีความ เปลี่ยนแปลงพวกเราสามารถที่จะปรับตัวทันได้ แต่วันนี้เทคโนโลยีเปลี่ยนในชั่วข้ามคืน เพราะฉะนั้นทางกระทรวง อว. เองเราก็มีการปรับตัวเพื่อผลิตบัณฑิตให้ทันต่อเทคโนโลยีที่มัน เปลี่ยนแปลงไปแล้วก็ทันต่อความต้องการของตลาดอุตสาหกรรมนะคะ🔗

แล้วก็สุดท้ายทุกอย่างก็จะนำไปสู่ Carbon Neutrality ตามประชาคมโลก ที่เราจะต้องเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของคนในประเทศให้สามารถที่จะเข้าไปสู่ ความเป็นกลางทางคาร์บอนได้นะคะ ในส่วนของกองทุนทั้งหมดที่ได้พูดมานี้ ก็คือเพื่อที่จะ รองรับสิ่งที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ เพื่อที่จะให้ประเทศไทยของเรามีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น เพราะฉะนั้นกองทุนนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ ให้ดีขึ้นค่ะ ตัวดิฉันเองก็ต้องขอฝากขอบพระคุณท่านสมาชิกทุก ๆ ท่านนะคะ เท่าที่นั่งฟังดู ๒๐ กว่าท่านนี้นะคะ ทุก ๆ ท่านก็ได้กรุณาอภิปรายให้ความเห็นในเชิงทั้งสนับสนุนทางตรง และสนับสนุนทางอ้อมให้กฎหมายฉบับนี้ได้เกิดขึ้นมาโดยเร็วค่ะ ก็ต้องขอบคุณทุก ๆ ท่าน นะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครู เจ้าหน้าที่และนักเรียน โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ ท่านสมาชิกครับ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ🔗

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมแล้วก็เสียบบัตรแสดงตนเลยนะครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ขออนุญาตครับ เนื่องจากว่ามีเพื่อนสมาชิกประชุมอยู่ในห้อง กรรมาธิการอีกหลายท่าน ขออนุญาตรอสักครู่ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เห็นด้วยนะครับ ตอนนี้สมาชิกทยอยลงมาได้เลยนะครับ แล้วก็เพื่อนสมาชิกจากห้อง กรรมาธิการงบประมาณนะครับ เดี๋ยวเราจะรอสักครู่หนึ่งนะครับ แล้วเราจะลงมติหลายฉบับ ก็อยากให้ที่ประชุมได้อยู่กันยาว ๆ เลยนะครับ เชิญครับ🔗

นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ กรุงเทพมหานคร

ปารเมศ ๒๒๖ แสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สมาชิกครับ ช่วยไปรับบัตรดีกว่านะครับ เพราะเดี๋ยวเราจะลงมติกันใน พ.ร.บ. ๔ ฉบับ เลยนะครับ เชิญสมาชิกรับบัตรแล้วก็กดปุ่มแสดงตนครับ เมื่อสักครู่มีท่านปารเมศนะครับ ๒๒๖ แสดงตนครับ🔗

นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ชลบุรี

ท่านประธานครับ ๔๖๓ แสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๔๖๓ ครับ ขอเชิญสมาชิกแล้วนะครับ เรายังไม่รีบนะครับ เพราะเดี๋ยวองค์ประชุมนี้เราใช้ยาวเลย🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม ๑๓๒ แสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑๓๒ ครับ🔗

นายธนกร วังบุญคงชนะ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ธนกร วังบุญคงชนะ ๑๕๗ แสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑๕๗ ครับ🔗

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

ท่านประธานคะ ๒๘๕ แสดงตนค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๘๕ ครับ🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานครับ กรวีร์ ปริศนานันทกุล ๐๐๓ แสดงตนครับ🔗

นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ สิทธิพล ๔๑๘ แสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยว ท่านกรวีร์ก่อนนะครับ ท่านกรวีร์เบอร์อะไรนะครับ🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

กรวีร์ ปริศนานันทกุล ๐๐๓ แสดงตนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๐๐๓ นะครับ ท่านสิทธิพล🔗

นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล แบบบัญชีรายชื่อ

๔๑๘ แสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๔๑๘ นะครับ🔗

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ เอกราช ๔๙๘ แสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๔๙๘ ครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

วิทยา ๓๓๙ แสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๓๙ ครับ🔗

นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ๒๖๖ พูนศักดิ์ จันทร์จำปี แสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๖๖ ครับ🔗

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ปัตตานี

ท่านประธานครับ ๓๒๕ แสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๒๕ นะครับ เพื่อความชัดเจนอีกครั้งหนึ่งนะครับ เราจะมีการลงมติในร่างที่ ๑ และมี การเสนอ รายชื่อกรรมาธิการก่อนนะครับ หลังจากนั้นเราจะโหวตในร่างที่ ๒ ที่ ๓ ตามลำดับ โดยใช้กรรมาธิการที่ตั้งขึ้นในร่างที่ ๑ เป็นผู้พิจารณาร่างกฎหมายทั้งหมดนะครับ อันนี้เท่าที่ ผมติดตามการประชุมและการหารือกันระหว่างวิปนะครับ ท่านสมาชิกเข้าใจตามนี้นะครับ แล้วก่อนการลงมติในแต่ละครั้งจะมีการ Check องค์ประชุมใหม่ทุกครั้ง ทั้งหมด ๔ ครั้ง นะครับ ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิในการ Check องค์ประชุมหรือไม่ครับ แสดงตนหรือไม่ครับ ครบถ้วนนะครับ ผมขอปิดการแสดงตนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๓๐ นะครับ บวก ๑๑ ครับ เป็น ๔๔๑ นะครับ ครบองค์ประชุมครับ🔗

ต่อไป ขอถามมติจากที่ประชุมนะครับ ขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่ง ร่างพระราชบัญญัติการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นควรว่ารับหลักการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญสมาชิกลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ปารเมศ ๒๒๖ เห็นชอบครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๒๖ เห็นชอบครับ🔗

นายธนกร วังบุญคงชนะ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ๑๕๗ เห็นชอบครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑๕๗ เห็นชอบครับ🔗

นายยอดชาย พึ่งพร ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานครับ ยอดชาย ๒๙๐ เห็นด้วยครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๙๐ เห็นด้วยครับ ท่านใดยังไม่ได้ลงคะแนนหรือไม่ครับ ครบถ้วนนะครับ🔗

นายนพดล ปัทมะ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ๑๗๗ เห็นด้วยครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑๗๗ นะครับ เห็นด้วยครับ ถ้าลงคะแนนครบถ้วนแล้ว ขอปิดการลงคะแนนครับ เชิญเจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๓๕ บวก ๔ นะครับ เห็นด้วย ๔๓๔ บวก ๔ เป็น ๔๓๘ ครับ ไม่เห็นด้วย ๐ งดออกเสียง ๑ ไม่ลงคะแนนเสียง ๐ ครับ เป็นอันว่าที่ประชุม มีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗

ขอเชิญเสนอคณะกรรมาธิการ เชิญทางวิปรัฐบาลครับ เสนอจำนวน กรรมาธิการก่อนครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจำนวนกรรมาธิการ ๓๓ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๓ ท่านนะครับ มีผู้เสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมมีมติให้กรรมาธิการ ๓๓ ท่านนะครับ ต่อไปเป็นการเสนอสัดส่วนของกรรมาธิการในแต่ละคณะนะครับ ขอเชิญ ทางคณะรัฐมนตรีครับ🔗

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๘ ท่านดังนี้ค่ะ ๑. ศาสตราจารย์กิตติคุณ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ๒. ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ๓. ศาสตราจารย์ศุภชัย ปทุมนากุล ๔. นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ๕. นางสาวสิริพร พิทยโสภณ ๖. นางสาวนิศาชล โรจน์สัตตรัตน์ ๗. นางสาวณหทัย ทิวไผ่งาม ๘. นายวิโชติ วัณโณ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญสัดส่วนกรรมาธิการแต่ละพรรคการเมือง เชิญพรรคก้าวไกลครับ🔗

นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เชียงใหม่

เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดเชียงใหม่ค่ะ ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สัดส่วน พรรคก้าวไกล จำนวน ๗ ท่านดังนี้ค่ะ ๑. รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ๒. นางสาวชุติมา คชพันธ์ ๓. นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ๔. นายเดชรัต สุขกำเนิด ๕. นายอำนาจ ชุณหะนันทน์ ๖. รองศาสตราจารย์พิภพ อุดร ๗. ศาสตราจารย์วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย ขอผู้รับรองค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคเพื่อไทยครับ🔗

นางสาวปิยะนุช ยินดีสุข นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปิยะนุช ยินดีสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๗ พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๗ ท่านดังนี้ค่ะ ๑. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๒. นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ ๓. รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ๔. ศาสตราจารย์วิทยา จันทร์ศิลา ๕. นายขจิตร ชัยนิคม ๖. รองศาสตราจารย์อำไพวรรณ ภราดร์นุวัฒน์ และ ๗. นายกฤดิกร วงศ์สว่างพาณิช ขอผู้รับรองค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ผู้รับรองถูกต้องนะครับ สมาชิกครับเมื่อสักครู่ผมอ่านชื่อพระราชบัญญัติสลับกันนะครับ เราลงมติในร่างพระราชบัญญัติที่ ๑ การอุดมศึกษาครับ ที่ผมอ่านเป็นลำดับที่ ๒ ส่งเสริม วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรมครับ เดี๋ยวผมขอถามฝ่ายเลขานิดหนึ่งครับ จำเป็นต้อง ลงมติใหม่ไหมครับ หรือสามารถแก้ไขตอนนี้ได้ครับ สักครู่นะครับท่านสมาชิกครับ ผมอ่าน อีกครั้งนะครับ เมื่อสักครู่เราเป็นการลงมติในร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา ผมขออภัยนะครับ แล้วก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมติบันทึกตามนี้นะครับ แล้วก็สามารถเสนอชื่อ กรรมาธิการต่อได้เลยครับ ขอเชิญพรรคภูมิใจไทยครับ🔗

นายสังคม แดงโชติ ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทยครับ ผมขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๔ ท่านครับ ท่าน สส. นันทนา สงฆ์ประชา ๒. ท่าน สส. ซาการียา สะอิ ๓. นายศุภชัย ใจสมุทร ๔. รองศาสตราจารย์ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญท่านวรวัจน์ครับ🔗

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย จะขออนุญาต ท่านประธานอย่างนี้ครับ คือตอนที่ท่านประธานถามเรื่องของร่างนะครับ แล้วท่านประธาน ไปอ่านเป็นอีกร่างหนึ่ง ผมอยากขอท่านประธานว่าเพื่อทำให้ถูกต้อง ไม่ต้องมีใครมาโต้แย้ง อะไรใหม่ ขอท่านประธานดำเนินการตามระเบียบวาระครับ เริ่มต้นเอาใหม่ก็คือว่า ไปลงมติ ของร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษาก่อน คือเราจะไปใช้เมื่อท่านประธานไปขานว่า เป็นพระราชบัญญัติการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม แล้วเราไปลงมติตรงนั้น เดี๋ยวมันจะเกิดใครร้องเรียน หรือจะเกิดความวุ่นวาย จะขอความกรุณาท่านประธานว่า เราอยู่ที่นี่กันหมดแล้ว ท่านประธานได้ดำเนินการใหม่ให้ถูกต้อง ผมว่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่าครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ คือผมอ่านสลับนี่ผมเข้าใจว่าอ่านครั้งสุดท้าย แต่เพื่อไม่ให้มีความผิดพลาด ที่ประชุมเห็นด้วยไหมครับ เราลงมติใหม่นะครับ ขอบคุณท่านวรวัจน์นะครับ ผมวินิจฉัย ตามนี้นะครับ ที่ประชุมครับ ผมขอถามมติใหม่อีกครั้งหนึ่งนะครับ จะเป็นการถามมติใน ร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษาครับ ร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษานะครับ ผมขอ ตรวจสอบองค์ประชุมใหม่อีกครั้งนะครับ🔗

(นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญสมาชิกใช้สิทธิในการแสดงตนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ปารเมศ ๒๒๖ แสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๒๖ ครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานครับ ท่านประธานขออนุญาตครับ พอดีมีเพื่อนสมาชิกกลับไปห้องประชุมกรรมาธิการงบประมาณแล้วครับ เดี๋ยวขอให้ ท่านประธานรอสักครู่ครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ สมาชิกใช้สิทธิในการแสดงตนนะครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานด้วยความเคารพ ณัฐวุฒิ ครับ ท่านประธาน ๑. ก็คือว่าเสียงออดตามห้องต่าง ๆ ดังนะครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่า รอบนี้ดังหรือไม่ จะได้ให้ท่านประธานได้ตรวจสอบอีกรอบหนึ่งนะครับ กับอย่างที่ ๒ ท่านประธาน อยากให้ท่านย้ำครับว่า หากกรณีมีการรับหลักการในฉบับที่ ๑ มันก็จะนำไปสู่ การต้องลงมติอีก ๓ ครั้ง ซึ่งพอจะบอกเบื้องต้นได้ไหมครับว่า มันไม่ได้ลงต่อเนื่องกันทันที อาจจะต้องเว้นวรรคให้มีการนำเสนอหรือมีผู้อภิปรายหรือไม่ใด ๆ ก่อน เพื่อจะได้เตรียมตัว ได้ถูกต้อง เนื่องจากว่าเมื่อเช้านี้มีความสับสนเรื่องนี้อยู่สักนิดหนึ่งท่านประธานครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขอบคุณท่านณัฐวุฒินะครับ🔗

ประการแรก เดี๋ยวตรวจสอบเรื่องของสัญญาณในห้องประชุมต่าง ๆ นะครับ แต่ตอนนี้จำนวนตัวเลขที่ลงแสดงตนก็คิดว่าน่าจะมากันเกือบครบแล้วนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ความชัดเจนในการลงมตินะครับ ก็คือเมื่อเราลงมติใน ฉบับแรกแล้ว ร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษาและเราตั้งกรรมาธิการ ต่อไปจะเป็น ร่างพระราชบัญญัติที่ ๒ ตามวาระ ก็คือร่างพระราชบัญญัติการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรม ซึ่งยังเป็นสิทธิของสมาชิกที่จะมีการอภิปราย แล้วก็เป็นการนำเสนอต่อเนื่อง เพราะเข้าใจว่าเมื่อเช้ามีการคุยกันว่าจะอภิปรายในทุกฉบับรวมกันหรือไม่ หรืออธิบาย แยกฉบับ แต่นี่เป็นความชัดเจนแล้วครับ เราจำเป็นต้องลงมติในรายฉบับนะครับ และสมาชิก ยังมีสิทธิที่จะอภิปรายในแต่ละฉบับด้วยครับ สมาชิกใช้สิทธิครบถ้วนแล้วนะครับ ผมขอ ปิดการแสดงตนครับ เชิญเจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๒๗ บวก ๑ เป็น ๔๒๘ ครับ🔗

ต่อไป จะขอถามมติจากที่ประชุมนะครับ ที่ประชุมครับ จะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ การอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นไม่ควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ปารเมศ ๒๒๖ เห็นด้วยครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๒๖ เห็นด้วยครับ มีท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนไหมครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการลงคะแนนครับ เชิญเจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๓๕ บวก ๑ นะครับ เห็นด้วย ๔๓๒ บวก ๑ ไม่เห็นด้วย ๐ งดออกเสียง ๑ ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ครับ เป็นว่าที่ประชุมมีมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษาครับ🔗

ต่อไป ขอเชิญเสนอคณะกรรมาธิการครับ รบกวนอีกสักรอบนะครับ เชิญเสนอจำนวนกรรมาธิการครับ เมื่อสักครู่ ๓๓ ท่านนะครับ ขอเสนออีกครั้งได้ไหมครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจำนวนกรรมาธิการ ๓๓ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ สัดส่วนกรรมาธิการของคณะรัฐมนตรี ๘ ท่าน และพรรคการเมือง ๒๕ ท่านครับ ขอเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๘ ท่านดังนี้ ๑. ศาสตราจารย์กิตติคุณ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ๒. ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ๓. ศาสตราจารย์ศุภชัย ปทุมนากุล ๔. นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ๕. นางสาวสิริพร พิทยโสภณ ๖. นางสาวนิศาชล โรจน์สัตตรัตน์ ๗. นางสาวณหทัย ทิวไผ่งาม ๘. นายวิโชติ วัณโณ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคการเมืองแต่ละพรรคครับ เชิญพรรคก้าวไกล จำนวน ๗ ท่านครับ🔗

นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เชียงใหม่

เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดเชียงใหม่ ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สัดส่วน พรรคก้าวไกล จำนวน ๗ ท่านดังนี้ค่ะ ๑. รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ๒. นางสาวชุติมา คชพันธ์ ๓. นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ๔. นายเดชรัต สุขกำเนิด ๕. นายอำนาจ ชุณหะนันทน์ ๖. รองศาสตราจารย์พิภพ อุดร ๗. ศาสตราจารย์วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย ขอผู้รับรองค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถูกต้องนะครับ ขอเชิญพรรคเพื่อไทย จำนวน ๗ ท่านครับ🔗

นางสาวปิยะนุช ยินดีสุข นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวปิยะนุช ยินดีสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๗ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวนทั้งสิ้น ๗ ท่านดังนี้ค่ะ ๑. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๒. นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ ๓. รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ๔. ศาสตราจารย์วิทยา จันทร์ศิลา ๕. นางสาวสกุณา สาระนันท์ ๖. รองศาสตราจารย์อำไพวรรณ ภราดร์นุวัฒน์ และ ๗. นายกฤดิกร วงศ์สว่างพานิช ขอผู้รับรองค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ขอเชิญพรรคภูมิใจไทยครับ🔗

นายสังคม แดงโชติ ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา ในสัดส่วน ของพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๔ ท่านครับ ๑. ท่าน สส. นันทนา สงฆ์ประชา ๒. ท่าน สส. ซาการียา สะอิ ๓. นายศุภชัย ใจสมุทร ๔. รองศาสตราจารย์ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ขอเชิญพรรคพลังประชารัฐครับ🔗

นายอัคร ทองใจสด เพชรบูรณ์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอัคร ทองใจสด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ วิสามัญร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษาในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๒ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. รองศาสตราจารย์วรวุฒิ เทพทอง ๒. คุณปกรณ์ จีนาคำ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ขอเชิญพรรครวมไทยสร้างชาติครับ🔗

นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต ๕ ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วน ของพรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวน ๒ ท่านครับ ท่านแรก รองศาสตราจารย์พิเศษดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ลำดับที่ ๒ นายนนทิวรรธน์ นนทภักดิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ขอเชิญพรรคประชาธิปัตย์ครับ🔗

นายยูนัยดี วาบา ปัตตานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายยูนัยดี วาบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน คือศาสตราจารย์สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ขอเชิญพรรคชาติไทยพัฒนาครับ🔗

นายสรชัด สุจิตต์ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์กนก วงษ์ตระหง่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ สุดท้ายนะครับ พรรคประชาชาติครับ🔗

นายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส ปัตตานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชาติ ขอเสนอ นายสุไลมาน บือแนปีแน เป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา ในสัดส่วนพรรคประชาชาติครับ ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ขอเชิญเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗

นายกฤษณะ จ้วงสินธุ์ ที่ปรึกษาด้านระบบงานนิติบัญญัติ ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๓๓ คน ๑. ศาสตราจารย์กิตติคุณ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ๒. ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ๓. ศาสตราจารย์ศุภชัย ปทุมนากุล ๔. นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ๕. นางสาวสิริพร พิทยโสภณ ๖. นางสาวนิศาชล โรจน์สัตตรัตน์ ๗. นางสาวณหทัย ทิวไผ่งาม ๘. นายวิโชติ วัณโณ ๙. รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ๑๐. นางสาวชุติมา คชพันธ์ ๑๑. นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ๑๒. นายเดชรัต สุขกำเนิด ๑๓. นายอำนาจ ชุณหะนันท์ ๑๔. รองศาสตราจารย์พิภพ อุดร ๑๕. ศาสตราจารย์วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย ๑๖. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๑๗. นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ ๑๘. รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ๑๙. ศาสตราจารย์วิทยา จันทร์ศิลา ๒๐. นางสาวสกุณา สาระนันท์ ๒๑. รองศาสตราจารย์อำไพวรรณ ภราดร์นุวัฒน์ ๒๒. นายกฤดิกร วงศ์สว่างพานิช ๒๓. นางนันทนา สงฆ์ประชา ๒๔. นายซาการียา สะอิ ๒๕. นายศุภชัย ใจสมุทร ๒๖. รองศาสตราจารย์ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ ๒๗. รองศาสตราจารย์วรวุฒิ เทพทอง ๒๘. นายปกรณ์ จีนาคำ ๒๙. รองศาสตราจารย์พิเศษดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ๓๐. นายนนทิวรรธน์ นนทภักดิ์ ๓๑. ศาสตราจารย์สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ๓๒. ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน และ ๓๓. นายสุไลมาน บือแนปีแน🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญกำหนดระยะเวลาแปรญัตติครับ สมาชิกครับ ขอเสนอระยะเวลาแปรญัตติครับ🔗

นางสาววิภาณี ภูคำวงศ์ ขอนแก่น

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิภาณี ภูคำวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอระยะเวลาพิจารณา ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เป็นอันเสร็จในร่างที่ ๑🔗

ต่อไปผมขอเข้าสู่ร่างพระราชบัญญัติการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นผู้ชี้แจงในชุดเดียวกับระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๑ เข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุม ด้วยนะครับ ขอเชิญผู้เสนอนะครับ คณะรัฐมนตรีเสนอแถลงหลักการและเหตุผลครับ🔗

นายวรวงศ์ วรปัญญา ลพบุรี

ขออนุญาตครับท่านประธาน ขอโทษ ท่านรัฐมนตรีด้วยครับ เมื่อสักครู่ ผม วรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทยครับ เมื่อสักครู่ต้องขอแก้ไขเป็นขอเสนอระยะเวลาแปรญัตติ จำนวน ๑๕ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

โอเคครับ ตามข้อบังคับคือ ๗ วันนะครับ ตอนนี้ขอเสนอใหม่เป็น ๑๕ วัน ผู้รับรองถูกต้อง ไม่มีใครเสนอเป็นอย่างอื่นนะครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีแถลงหลักการและเหตุผลครับ🔗

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติการส่งเสริมวิทยาศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้🔗

หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัยและ นวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยแก้ไขข้อความว่า ข้อตกลงให้ดำเนินโครงการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีหรือโครงการวิจัยและนวัตกรรมเป็น คำรับรองการปฏิบัติตามเงื่อนไขของการรับ เงินอุดหนุน ให้ดำเนินโครงการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีหรือโครงการวิจัยและ นวัตกรรม (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๘)🔗

เหตุผล โดยที่กฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษากำหนดให้มีการจัดตั้งกองทุน เพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาขึ้น โดยกำหนดให้ใช้คำรับรองการปฏิบัติตามเงื่อนไขของการ รับเงินอุดหนุนการพัฒนาการอุดมศึกษาแทนการทำข้อตกลง สมควรแก้ไขข้อความว่า ข้อตกลง ให้ดำเนินโครงการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีหรือโครงการวิจัยและนวัตกรรม เป็น คำรับรองการปฏิบัติตามเงื่อนไขของการรับเงินอุดหนุน ให้ดำเนินโครงการพัฒนา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีหรือโครงการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายว่า ด้วยการอุดมศึกษา จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ร่างพระราชบัญญัตินี้ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม คำว่า ข้อตกลง ให้ดำเนินโครงการ พัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีหรือโครงการวิจัยและนวัตกรรมเป็นคำว่า คำรับรองการปฏิบัติ ตามเงื่อนไขของการรับเงินอุดหนุนให้ดำเนินโครงการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี หรือโครงการวิจัยและนวัตกรรม ขอบคุณค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สมาชิกครับตอนนี้ยังไม่มีผู้ลงชื่อเพื่อจะอภิปรายในร่างนี้นะครับ มีท่านใดจะใช้ สิทธิในการอภิปรายไหมครับ ถ้าไม่มีแล้วก็จะเป็นสิทธิของผู้เสนออภิปรายสรุป ท่านรัฐมนตรี ใช้ไหมครับ ต่อไปจะเป็นการลงมตินะครับ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗

(นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนครับ เดี๋ยวขอฝ่ายเลขาขึ้นชื่อร่างที่หน้าจอด้วยดีไหมครับ เดี๋ยวสมาชิกที่เข้าออกในห้องประชุมจะได้ทราบว่าเราโหวตในร่างพระราชบัญญัติใดอยู่ ขอฝ่ายเลขาช่วยขึ้นชื่อร่างพระราชบัญญัติที่หน้าจอด้วยครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนไหมครับ ไม่มี ผมขอปิดการแสดงตนครับ🔗

นางสาวกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ระยอง

ท่านประธานคะ ๐๐๑ แสดงตนค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมปิดแล้วนะครับ ขอโทษทีนะครับ บันทึกไว้ได้นะครับ ๐๐๑ นะครับ🔗

นางสาวชนก จันทาทอง หนองคาย

ท่านประธานคะ ขอบันทึกที่ประชุมค่ะ ดิฉัน ๐๗๑ ขออนุญาตแสดงตนค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๐๗๑ ครับ ขอปิดนะครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๐๐ บวก ๒ ที่บันทึกไว้ครบองค์ประชุมครับ🔗

ต่อไป ขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนน ผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิก ใช้สิทธิลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนไหมครับ ด้านหลังครบแล้วนะครับ ขอปิด การลงคะแนนเจ้าหน้าที่แสดงผล จำนวนผู้ลงมติ ๔๒๐ ท่าน เห็นด้วย ๔๑๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่านครับ🔗

เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอเชิญเสนอกรรมาธิการครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอให้ใช้กรรมาธิการชุดเดียวกับ กรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องครับ มีผู้เสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีก็ใช้เป็นกรรมาธิการชุดเดียว กับร่างที่ ๑ นะครับ ไม่มีการแก้ไขรายชื่อคณะกรรมาธิการใช่ไหมครับ ฉะนั้นผมขอไปที่เสนอ กำหนดระยะเวลาแปรญัตติเลยครับ เชิญสมาชิกเสนอเวลาแปรญัตติครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขอเสนอ ระยะเวลาการแปรญัตติเป็นระยะเวลา ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้อง เป็นอันว่าที่ประชุมเสร็จแล้วในร่างที่ ๒ ขอเข้าสู่ร่างที่ ๓ ร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗

ในการนี้ผู้ชี้แจงแล้วก็ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นชุดเดียวกับ ระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๑ ผมจะไม่อ่านรายชื่อซ้ำ ขอเชิญผู้เสนอแถลงหลักการและ เหตุผลครับ🔗

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้🔗

หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยแก้ไขข้อความว่า ข้อตกลงให้ดำเนินโครงการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีหรือโครงการวิจัยและนวัตกรรม เป็น คำรับรองการปฏิบัติตามเงื่อนไขของการรับ เงินอุดหนุน ให้ดำเนินโครงการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีหรือโครงการวิจัยและ นวัตกรรม (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๘)🔗

เหตุผล โดยที่กฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษากำหนดให้มีการจัดตั้งกองทุน เพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาขึ้น โดยกำหนดให้ใช้คำรับรองการปฏิบัติตามเงื่อนไขของการรับ เงินอุดหนุนการพัฒนาการอุดมศึกษา แทนการทำข้อตกลง สมควรแก้ไขข้อความว่า ข้อตกลง ให้ดำเนินโครงการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี หรือโครงการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี หรือโครงการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษา จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ร่างพระราชบัญญัตินี้เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมีสาระสำคัญ เป็นการ แก้ไขเพิ่มเติมคำว่า ข้อตกลงการพัฒนาการอุดมศึกษา เป็นคำว่า คำรับรองการปฏิบัติตาม เงื่อนไขของการรับเงินอุดหนุนการพัฒนาการอุดมศึกษา ขอบคุณค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นสมาชิกในการอภิปราย ตอนนี้ยังไม่มีรายชื่อเข้ามา มีท่านสมาชิก ท่านใดจะใช้สิทธิในการอภิปรายไหมครับ ถ้าไม่มี ผมขอไปสู่การลงมตินะครับ ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗

(นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนไหมครับ ถ้าไม่มีแล้วขอปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๒๒ คน ครบองค์ประชุมครับ🔗

ต่อไป ขอถามมติจากที่ประชุมครับว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นว่าควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สมาชิกท่านใดยังไม่ใช้สิทธิไหมครับ ถ้าไม่มีแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๒๕ ครับ เห็นด้วย ๔๒๒ ไม่เห็นด้วย ๐ งดออกเสียง ๑ ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ครับ เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗

ขอเชิญเสนอคณะกรรมาธิการครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอให้ใช้กรรมาธิการชุดเดียว กับกรรมาธิการที่พิจารณาร่างอุดมศึกษาครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องครับ มีผู้เสนอเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มี ที่ประชุมถือเป็นมติตามนี้ นะครับ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อคณะกรรมาธิการนะครับ ขอเชิญกำหนดระยะเวลา แปรญัตติครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจำนวนวันแปรญัตติ ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เป็นอันเสร็จสิ้นร่างที่ ๓ นะครับ🔗

ต่อไปจะเป็นร่างที่ ๔ ในเรื่องด่วนครับ ร่างพระราชบัญญัติสภานโยบาย การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ชี้แจงชุดเดียวกับ ระเบียบวาระที่ ๑ นะครับ ขอเชิญผู้เสนอแถลงหลักการและเหตุผลครับ🔗

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้🔗

หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ในส่วนที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจ ของคณะกรรมการพิจารณางบประมาณด้านการอุดมศึกษา ในการพิจารณาคำขอ งบประมาณของกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๒ (๑)🔗

เหตุผล โดยที่กฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษา กำหนดให้มีการจัดตั้งกองทุน เพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาขึ้น สมควรแก้ไขหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการพิจารณา งบประมาณด้านการอุดมศึกษา เกี่ยวกับการพิจารณาคำของบประมาณของกองทุน เพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษา จึงจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและสมาชิกผู้ทรงเกียรติคะ ร่างพระราชบัญญัตินี้ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขหน้าที่ และอำนาจของคณะกรรมการพิจารณางบประมาณด้านการอุดมศึกษา ในการพิจารณา คำของบประมาณของกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา ขอบคุณค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นสิทธิของสมาชิกในการอภิปรายครับ ยังไม่มีการเสนอรายชื่อ เข้ามานะครับ มีท่านใดจะได้สิทธิอภิปรายหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีแล้ว จะเป็นการลงมติครับ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗

(นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีขอปิดการแสดงตนครับ เชิญเจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๒๐ ครับ องค์ประชุมครบครับ🔗

ต่อไป ขอถามมติจากที่ประชุมครับว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติสภานโยบายการ อุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นควรว่าควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนไหมครับ ถ้าไม่มีแล้วขอปิดการลงคะแนนครับ เชิญเจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๒๖ ครับ เห็นด้วย ๔๒๔ ไม่เห็นด้วย ๐ งดออกเสียง ๑ ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ครับ เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่ง ร่างพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗

นายกัณตภณ ดวงอัมพร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ๐๑๒ เมื่อสักครู่กดไม่ทันครับ เห็นด้วยครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

บันทึกไว้นะครับ🔗

นายกัณตภณ ดวงอัมพร กรุงเทพมหานคร

กัณตภณ ครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญเสนอกรรมาธิการครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอกรรมาธิการให้ใช้กรรมาธิการ ชุดเดียวกับร่างของการอุดมศึกษาในการพิจารณาครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีผู้เสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมมีมติตามนี้ นะครับ ใช้กรรมาธิการชุดเดียวกับร่างที่ ๑ ครับ ขอเชิญเสนอระยะเวลาแปรญัตติครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจำนวนวันแปรญัตติ ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ที่ประชุมครับ ผมขอเข้าสู่เรื่องที่ ๕ ในเรื่องด่วนเลยนะครับ🔗

ต่อไปเป็นการพิจารณาในร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหาร ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นเรื่องที่วุฒิสภาแก้ไข เพิ่มเติมและได้ส่งคืนสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามข้อบังคับการประชุมสภา ผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๓๗ ครับ🔗

ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑ (สมัยวิสามัญ) วันอังคารที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๗ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติให้ แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหาร ในการป้องกันและปราบปราม การทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และให้ส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินการ🔗

ทั้งนี้ ถ้าสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติม ก็จะเป็นการ ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ ต่อไป แต่ในกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นชอบ แต่ละสภาจะต้องตั้งบุคคลประกอบเป็นคณะกรรมาธิการร่วม เพื่อพิจารณาและเสนอรายงาน ต่อสภาทั้งสองเพื่อพิจารณาอีกครั้ง โดยถ้าสภาทั้งสองต่างเห็นชอบแล้วจะดำเนินการตาม รัฐธรรมนูญมาตรา ๘๑ แต่ถ้าสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบก็จะยับยั้งร่างพระราชบัญญัตินั้นไว้ ก่อน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๗ (๓) ครับ🔗

ขอเชิญท่านสมาชิกอภิปรายนะครับ ตอนนี้มีผู้ส่งรายชื่ออภิปรายทั้งหมด ๔ ท่านนะครับ สมาชิกยังสามารถมาลงชื่อในการอภิปรายเพิ่มเติมได้ ส่วนสมาชิกที่แยกกัน เข้าห้องกรรมาธิการนะครับ เราก็จะมีการลงมติ ถ้าสมาชิกตามนี้ก็จะประมาณครึ่งชั่วโมง เราก็จะลงมติแล้วนะครับ ตอนนี้ท่านที่เสนอรายชื่อเข้ามาผมขอเรียกเลยนะครับ เชิญท่านแรกครับ ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิก ตลอดจนท่านประธาน ในฐานะที่เราอยู่ใน สภาล่างหรือสภาผู้แทนราษฎรเรารู้ดีครับว่าเป็นกฎหมายสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือที่เราเรียกกันว่า ป.ป.ท. ประเด็นสำคัญ คือวุฒิสภามีความเห็นที่แตกต่างจากสภาผู้แทนราษฎร ผมต้องย้ำคำว่า ผู้แทนราษฎร โดยวุฒิสภาเห็นด้วยกับกรรมาธิการ โดยวุฒิสภาเห็นต่างจากสภาผู้แทนราษฎร และเห็นต่างจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยจุดแตกต่างที่ สำคัญอยู่ที่มาตรา ๔๕ โดยวุฒิสภาแก้ไขให้กลับไปเป็นร่างเดิมของคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนที่ผมจะวิพากษ์วิจารณ์ความคิดเห็นในการพิจารณาของวุฒิสภา ผมขออธิบายอย่างนี้ ก่อนว่า แนวคิดของคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณากฎหมาย ฉบับนี้ ซึ่งผมเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญด้วยนะครับ และรวมถึงการพิจารณา ในวาระที่ ๒ และวาระที่ ๓ ของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา ในมาตรา ๔๕ ถามว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญกับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราคิดถึงอะไรครับ ในการ พิจารณา เราคิดถึงความยุติธรรมที่พวกเราในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรสามารถอธิบายกับ สาธารณชนหรือประชาชนได้ครับ ดังนั้นในคณะกรรมาธิการวิสามัญเราก็เห็นพ้องต้องกันที่ จะแก้ไขมาตรา ๔๕ ครับ และเพื่อนสมาชิก สส. ทุกคนจากทุกพรรคก็เห็นพ้องต้องกันที่จะ เห็นชอบกับกรรมาธิการเสียงข้างมากในการแก้ไขมาตรา ๔๕ จากร่างเดิมของคณะกรรมการ กฤษฎีกาเป็นร่างของสภาผู้แทนราษฎร ถามว่าแต่เดิมมาตรา ๔๕ ของคณะกรรมการ กฤษฎีการะบุไว้ว่าอะไรครับ โดยสังเขปครับ คือในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาว่าประพฤติมิชอบ อยู่ในอำนาจศาลทหาร ซึ่งก็คือทหารนั่นเองครับ และคณะกรรมการ ป.ป.ท. เห็นควรสั่งฟ้อง แต่อัยการทหารเห็นต่างออกไปมีคำสั่งไม่ฟ้อง ร่างกฤษฎีกาบอกว่าให้เจ้ากรมพระธรรมนูญ เป็นผู้ชี้ขาด ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญในขณะนั้นและเพื่อน สส. จากทุกพรรคที่อภิปราย ก็มีความเห็นตรงกันว่าจะให้เจ้ากรมพระธรรมนูญซึ่งอยู่ในฐานะผู้บังคับบัญชาของ อัยการทหารเป็นผู้ชี้ขาดคงจะไม่เหมาะสม และอธิบายให้สังคมยอมรับถึงกระบวนการ ยุติธรรมได้ยาก และต้องยอมรับครับว่าในหลายกรณีของการประพฤติมิชอบของทหารนั้น ส่งผลเชิงลบต่อพลเรือน มีการรีดนาทาเร้น รีดไถ ข่มขู่ หลายครั้งกระทบกระเทือนถึงชีวิต และทรัพย์สินของพลเรือน สร้างความคับแค้นในจิตใจของประชาชนและครอบครัวของเขา ดังนั้นเพื่อธำรงหลักการตรวจสอบและถ่วงดุลและธำรงรักษาไว้ซึ่งความยุติธรรมที่ต้อง มอบให้กับพลเรือนและราษฎรทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในสถานะหรือประกอบอาชีพใด ดังนั้น ทั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ และเพื่อน สส. ในการโหวตวาระที่ ๒ วาระที่ ๓ จึงแก้ไขให้ ผู้ที่ควรจะชี้ขาดว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องอยู่ที่อัยการสูงสุด จึงจะทำให้สังคมมีความมั่นใจ ในกระบวนการยุติธรรม และยังเป็นการทำให้เจ้ากรมพระธรรมนูญสง่างามอีกด้วย ถ้าหาก ตามสถิติจะรู้เลยครับว่า อัยการทหารและเจ้ากรมพระธรรมนูญมีความเห็นไปในทางเดียวกัน แทบจะตลอด และเป็นเหตุให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่อยมา และเหตุนี้จึงเป็นเหตุสำคัญที่ คณะกรรมาธิการวิสามัญแล้วก็สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จึงมีความเห็นที่ถูกต้องตรงกันมา โดยตลอดในการแก้ไขมาตรา ๔๕ ให้อำนาจชี้ขาดอยู่ที่อัยการสูงสุด การแก้ไขดังกล่าวไม่ต้อง กังวลครับว่าจะขัดกับรัฐธรรมนูญ เพราะยังคงสอดคล้องกับมาตรา ๑๙๙ ของรัฐธรรมนูญ อยู่ครับ ที่ระบุถึงอำนาจของศาลทหาร เพราะอัยการสูงสุดนั้นมีอำนาจชี้ขาดเท่านั้นว่าจะ สั่งฟ้อง ไม่ฟ้อง ถ้าสั่งฟ้องก็ยังฟ้องที่ศาลทหารเหมือนเดิมครับ ดังนั้นท่านประธานขอให้สบายใจว่าการแก้ไข มาตรา ๔๕ โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญ และที่ผ่านการรับรองของสภาผู้แทนราษฎร ในวาระที่ ๒ และวาระที่ ๓ นั้นสอดคล้องถูกต้องตามรัฐธรรมนูญทุกประการ สาเหตุที่ วุฒิสภาแก้ไขให้มาตรา ๔๕ กลับไปเป็นร่างของคณะกรรมการกฤษฎีกา ผมอ่านดูแล้วครับ เป็นเรื่องที่รู้สึกตลกร้ายแล้วนึกขำอยู่ในใจ และอธิบายกับประชาชนไม่ได้เลยครับ เพราะอะไรครับท่านประธาน ผู้แทนของกระทรวงกลาโหมมาชี้แจงให้กับคณะกรรมาธิการ วิสามัญของวุฒิสภาด้วยเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น โดยระบุเอาไว้ว่าอะไรรู้ไหมครับท่านประธาน ระบุว่าหากต้องส่งไปยังอัยการสูงสุดอาจจะไม่ได้รับความสะดวกในการพิจารณาคดี เนื่องจากอัยการสูงสุดไม่ได้ดำเนินการด้านสำนวนมาตั้งแต่แรก ผมถามท่านประธานและถาม เพื่อนสมาชิกในฐานะที่เราเป็นผู้แทนราษฎรทุกคนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดของกระบวนการ ยุติธรรมคือความสะดวกหรือครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความยุติธรรมครับ การให้เหตุผลเช่นนี้ นอกจากจะเป็นการจัดลำดับความสำคัญที่ผิดแล้วยังเป็นการดูแคลนอัยการสูงสุดอย่างมาก เพราะสำนักงานอัยการสูงสุดก็มีเจ้าหน้าที่อัยการ มีระบบงาน มีกระบวนการในการพิจารณา สำนวนอย่างรอบคอบอยู่แล้ว สรุปคือจะเอาความสะดวกโดยไม่สนใจความยุติธรรม จะเอา อย่างนั้นหรือครับ และหากจะแก้กลับไปเป็นร่างของคณะกรรมการกฤษฎีกา ผลเสียที่เกิดขึ้น ก็คืออะไรครับ จะทำให้ประชาชนเกิดคำถามว่า ต่อไปจากนี้กระบวนการยุติธรรมต่อ การประพฤติมิชอบของทหารจะถูกปฏิบัติในมาตรฐานที่แตกต่างจากข้าราชการพลเรือน ใช่หรือไม่ ผมต้องย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าการประพฤติมิชอบของทหารหลายกรณีนั้นเกี่ยวข้องกับ การกดขี่ รีดไถ ข่มขู่ สร้างความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินต่อพลเรือน แล้วอย่างนี้จะให้ ประชาชนเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมได้อย่างไร แล้วภาพลักษณ์ของกองทัพจะเป็น อย่างไร กระบวนการยุติธรรมที่เป็นสองมาตรฐานแบบนี้จะบั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่าง กองทัพและประชาชนไปเรื่อย ๆ สรุปแล้วครับท่านประธาน ผมต้องขอชื่นชมเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านจากทุกพรรคที่เห็นประเด็นสำคัญในมาตรา ๔๕ ตรงกัน และมีความเห็นไปในแนวทางเดียวกันตั้งแต่ชั้นกรรมาธิการวิสามัญ เพราะพวกเรา ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาจากประชาชน เอาง่าย ๆ ครับ บุพการีที่ทำคลอด พวกเราออกมาก็คือการเลือกของประชาชน ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องมีหน้าที่ เพื่อธำรงความยุติธรรมให้กับบุพการีของเรา คือประชาชนครับ และทำให้เราเกิดการ ตั้งคำถามกลับไปยังวุฒิสภา ๒๕๐ ชุดนี้ด้วยว่า ตกลงแล้วใครเป็นคนทำคลอดวุฒิสมาชิก ชุด ๒๕๐ นี้กันแน่ หรือ ๒๕๐ ไม่พออยากจะคูณ ๒ เป็น ๕๐๐ กันไปเลย นี่ครับผมจึง ไม่แปลกใจว่าอะไรมาดลจิตดลใจให้วุฒิสภามีมติแก้กลับไปให้เจ้ากรมพระธรรมนูญเป็น ผู้ชี้ขาด แล้วตีกลับมายังสภาผู้แทนราษฎร เหมือนท้าทายอำนาจของราษฎร ผมจึงขอวิงวอน ให้เพื่อนสมาชิกผู้แทนราษฎรยืนยันร่วมกันที่จะปกป้องความยุติธรรมของประชาชนร่วมกัน โดยให้คงร่างของสภาผู้แทนราษฎรเอาไว้ โดยในมาตรา ๔๕ อำนาจในการชี้ขาดว่าควร สั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องกรณีทหารเป็นผู้ประพฤติมิชอบ ควรจะต้องเป็นหน้าที่ของอัยการสูงสุด ไม่ใช่เจ้ากรมพระธรรมนูญ และนี่จะเป็นการยืนยันในศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และส่งสัญญาณกลับไปยังวุฒิสภาว่าเรามีหน้าที่ที่ต้องปกป้อง ความยุติธรรมให้กับราษฎรซึ่งเป็นบุพการีของพวกเรา ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านชูศักดิ์ ศิรินิล🔗

รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ชูศักดิ์ ศิรินิล พรรคเพื่อไทย แบบบัญชีรายชื่อ ผมขออนุญาตที่จะ อภิปรายร่างบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างฉบับนี้เป็นเรื่องที่สภาผู้แทนราษฎรได้ มีมติรับหลักการ แล้วก็ตั้งกรรมาธิการในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร กรรมาธิการได้ไปพิจารณาแล้วก็มีการแก้ไขจากร่างเดิมที่สภาผู้แทนราษฎรได้รับหลักการไป ซึ่งเป็นร่างที่นำเสนอมาจากฝ่ายรัฐบาล เมื่อผ่านสภาผู้แทนราษฎร ผ่านกรรมาธิการแล้วเราก็ มีมติอนุมัติในวาระที่ ๓ ส่งไปวุฒิสภา วุฒิสภาก็ตั้งกรรมาธิการดังที่ทราบกันอยู่ ผมได้ตรวจดู แล้วผมคิดว่าวุฒิสภาก็ได้แก้ไขบ้างเล็กน้อยบางเรื่อง ตัวอย่างเช่น แก้ไขจากเดิมการจัดทำ รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีเสนอต่อคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร ท่านวุฒิสภา ก็ไปเพิ่มว่าให้เสนอต่อวุฒิสภาด้วย ซึ่งกระผมเองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร บางเรื่องก็เพิ่มเติมขึ้นมา เช่น การเพิ่มเติมกรณีที่การไต่สวนคณะกรรมการ ป.ป.ท. คณะอนุกรรมการต้องทำให้เสร็จ ภายในระยะเวลาที่กำหนด เขาก็ไปเพิ่มเติมว่าถ้าการไต่สวน การพิจารณาวินิจฉัย พ้นระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง อันนี้มาตรา ๒๓ หรือมาตราอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็ให้ ป.ป.ท. นั้น พิจารณาสอบสวนดำเนินการเพื่อลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องที่กระทำโดยจงใจประมาทเลินเล่อ หรือประมาทเลินเล่อโดยเร็ว อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เอาผิดเอาโทษกับเจ้าหน้าที่ อนุกรรมการ ใครต่อใครที่ไต่สวนไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งผมเองก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ รับได้ แล้วก็เป็นประโยชน์ในแง่ของการแก้ไขตรงนี้ เพื่อที่จะทำให้เจ้าหน้าที่นั้นเร่งรัด ดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ที่เหลือนอกจากนั้นก็เป็นการแก้ไขถ้อยคำบ้างเล็กน้อย เช่น แก้ถ้อยคำที่เราทราบกันดีว่า บางคนก็ใช้คำนี้ บางคนก็ใช้คำนั้นอย่างนี้เป็นต้น ผมคิดว่า เป็นเรื่องปกติ ซึ่งไม่ได้ขัดข้องอะไรเรื่องการ เรื่องโน่น เรื่องนี่ อะไรอย่างนี้เป็นต้น แต่ที่สำคัญ ที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าคิดมากก็คือเรื่องของมาตรา ๔๕ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิก ท่านวิโรจน์ได้หยิบยกขึ้นมาอภิปรายไปแล้ว ผมขออนุญาตที่จะอธิบายเพิ่มเติมเล็กน้อยว่า สาระสำคัญของมาตรา ๔๕ เป็นเรื่องกรณีที่มีเรื่องขึ้นมาแล้ว และท้ายที่สุดอัยการสั่งไม่ฟ้อง พออัยการสั่งไม่ฟ้องแล้วเขาก็ให้ส่งเรื่องมาที่ ป.ป.ท. ป.ป.ท. สั่งฟ้อง ความเห็นไม่ตรงกัน ระบบกฎหมายเดิมของ ป.ป.ท. เขาก็ให้อัยการสูงสุดชี้ขาด สาระเป็นประมาณนี้ ทีนี้ปัญหาใหญ่มันอยู่ที่ว่ากรณีที่ผู้ต้องหา ผู้ถูกกล่าวหาเป็นทหาร เราก็ทราบดีว่ามีธรรมนูญ ศาลทหาร มีอัยการศาลทหารว่าไป ร่างเดิมในชั้นวาระที่ ๑ ของสภาผู้แทนราษฎร เขียนว่า กรณีที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง ป.ป.ท. เห็นควรสั่งฟ้องและผู้ต้องหาเป็นทหาร ให้เจ้ากรมพระธรรมนูญ ชี้ขาด อันนี้เป็นร่างดั้งเดิมที่ส่งมาจากคณะรัฐมนตรีเป็นอย่างนั้นครับ พูดง่าย ๆ คนที่จะ ชี้ขาดว่าจะฟ้อง ไม่ฟ้อง เป็นเจ้ากรมพระธรรมนูญ ผมก็นั่งดูแล้วผมคิดว่ากรรมาธิการของ สภาผู้แทนราษฎร กรรมาธิการวิสามัญที่แต่งตั้งไปทำหน้าที่ เขาแก้ไขครับ ท่านประธานที่เคารพ เขาแก้ไขว่าในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นทหาร ถ้าอัยการสั่งไม่ฟ้อง ป.ป.ท. เห็นควรสั่งฟ้อง ถ้าอัยการศาลทหารสั่งไม่ฟ้อง แต่ ป.ป.ท. เห็นควรสั่งฟ้อง เขาแก้เป็นว่าให้อัยการสูงสุด ทำหน้าที่เป็นอัยการศาลทหารเป็นผู้ชี้ขาด ไม่ให้เจ้ากรมพระธรรมนูญมาชี้ขาด ผมพิจารณาไตร่ตรองด้วยความรอบคอบดูแล้ว ผมคิดว่ากรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณา เรื่องนี้เขารอบคอบพอสมควร เขาคิดมีเหตุมีผลพอสมควร อย่างน้อยที่สุดก็คือว่า เป็นการคานกันในแง่ของระบบกระบวนการยุติธรรม ถ้าอัยการศาลทหารสั่งไม่ฟ้องแล้ว เจ้ากรมพระธรรมนูญชี้ขาด พูดง่าย ๆ มันก็อาจจะมีข้อครหาได้ว่ามันก็พวกเดียวกัน และท้ายที่สุดมันก็อาจจะเป็นประเด็นในแง่ของความยุติธรรมทั้งหลาย แต่เขาให้อัยการสูงสุด มาทำหน้าที่อัยการศาลทหารชี้ขาดในประเด็นนี้ ผมดูแล้วว่ามันสมเหตุสมผลตามหลักการ คานกัน ดุลกัน ในการใช้อำนาจทั้งหลาย และจะเป็นการอำนวยความยุติธรรมได้ดีกว่า ผมจึง คิดว่าสิ่งที่กรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรได้แก้ไขไปนั้น น่าจะเป็นประโยชน์กว่า น่าจะเป็นเรื่องของการอำนวยความยุติธรรมได้ดีกว่า ขณะเดียวกันก็หมายความว่าวุฒิสภา ก็แก้กลับไปเป็นร่างเดิมในชั้นวาระที่ ๑ ก็คือให้เจ้ากรมพระธรรมนูญชี้ขาดอย่างนี้เป็นต้น ผมว่าเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องที่เราเห็นว่าของสภาผู้แทนราษฎรน่าจะถูกต้อง น่าจะเป็นธรรม น่าจะเป็นประโยชน์ในแง่ของการอำนวยความยุติธรรมมากกว่า ผมก็กราบเรียนท่านประธาน ว่าเรื่องนี้น่าจะต้องนำไปสู่การตั้งกรรมาธิการร่วมกันเพื่อไปพิจารณาเรื่องนี้ และเราก็คง จะต้องยืนยันว่าความเห็นของกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรน่าจะถูกต้อง ชอบธรรม และยุติธรรมมากกว่า กราบเรียนท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ เชิญท่านผู้อภิปรายต่อไปนะครับ ท่านเอกราช อุดมอำนวย ครับ🔗

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง จากพรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมก็จะบอกว่าที่ สว. แก้ไขมานี้ผมไม่เห็นด้วย อย่างยิ่งที่สุด มาตรา ๔๕ นะครับ โดยเฉพาะการแก้ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา นี้นะครับ มันอ่านดูแล้ว ผมก็ตรวจรายงานการประชุมแล้วก็พยายามทำความเข้าใจนะครับ ดูแล้วนี่ ท่านอ่อนน้อมกับทหารเกินไปนะครับ ทำไมหรือครับ ท่าน สว. เกรงใจทหารที่ตั้ง ท่านมาหรือครับ ท่านประธานครับ มันตอบพี่น้องประชาชนไม่ได้เลยนะครับว่าใช้หลักการ และเหตุผลอะไรในการที่จะให้นายทหารพระธรรมนูญเป็นคนชี้ขาด แค่ชี้ขาดเองนะครับ ท่านประธาน โดยหลักการมาตรา ๑๒ ที่แก้ไขมาตรา ๔๕ ก็คืออย่างที่เพื่อนสมาชิก ทั้งท่านวิโรจน์และสมาชิกจากพรรคเพื่อไทยได้อภิปรายไป ก็คือบุคคลในอำนาจของ ศาลทหารเป็นหน้าที่ที่อยู่ในเขตอำนาจศาลทหารอยู่แล้ว อันนี้คือหลักทั่วไปนะครับ แต่ว่ามาตรานี้เฉพาะคดีที่เป็นทุจริตอย่างไรก็ต้องขึ้นศาลทหาร นี่คือสิ่งที่เพื่อนสมาชิก ก็ยังเห็นด้วยอยู่นะครับ แต่ว่าการให้อำนาจถ่วงดุลก็ต้องมีการแก้ให้อัยการสูงสุดชี้ขาด แค่ชี้ขาดเท่านั้นเอง คราวนี้ครับท่านประธาน สำหรับคดีทุจริต แน่นอนว่าถ้ากลับไปให้ พระธรรมนูญศาลทหารเป็นผู้ชี้ขาดก็จะถูกข้อครหา จะถูกครหาอะไรบ้างครับ เผอิญที่ คณะกรรมาธิการการทหารก็มีการตั้งอนุกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขกฎหมายอันเกี่ยวเนื่อง กับศาลทหาร ก็ได้นำพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหารมากางดูเลย ก็ปรากฏว่าพบ ข้อบกพร่องนะครับ นั่นก็คือเรื่องของโครงสร้าง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงมาเป็นกรมพระธรรมนูญ ในกรมพระธรรมนูญนี้ประกอบด้วยอะไรบ้างครับ ประกอบด้วย พระธรรมนูญศาลทหารที่เป็นอัยการทหารนี้ครับ ประกอบด้วยทนายจำเลย ประกอบด้วย ตุลาการที่เป็นองค์คณะ ทั้งหมดอยู่ในภายใต้เจ้ากรมพระธรรมนูญ ซึ่งโอเคละครับ แม้ว่ารัฐธรรมนูญเขียนไว้แบบนี้ ให้ศาลทหารอยู่ภายใต้แบบนี้ แต่โดยหลักสากลทั่วไป ไม่มีใครเขาทำแบบนี้ครับ ดูตัวอย่างของคณะกรรมการตุลาการนะครับ ก.ต. เขาก็แยก ออกไปเป็นอิสระ อัยการสูงสุดก็เป็นอิสระ ดังนั้นเพื่อป้องกันการครหานะครับ จึงคิดว่าต่อไปเราจะต้องยืนยันในหลักการนี้ครับว่า ถ้าหากว่าจะมีการพิจารณาคดีที่ทุจริต และประพฤติมิชอบนี่นะครับ ซึ่งคดีทุจริต แน่นอนว่า ป.ป.ช. ก็เป็นผู้ดำเนินการอยู่แล้ว และอัยการสูงสุดดำเนินการอยู่แล้ว แต่กรณีของ ป.ป.ท. ซึ่งในร่างมาตรการนี้ก็ให้อำนาจ ป.ป.ท. แต่ว่าถ้าเห็นไม่ตรงกันนะครับ ยืนยันในหลักการว่าควรจะให้อัยการสูงสุดทำหน้าที่ ล้อกันไปกับคดีที่เป็นคดีประเภททุจริต ท่านประธานครับ นอกจากนี้ผมยังรณรงค์ เพื่อนสมาชิกนะครับว่าเมื่อเราเห็นข้อบกพร่องแล้วในอนาคตต่อไปเดี๋ยวกำลังจะมีร่าง ที่เสนอเข้ามาในการแก้ไข เพราะว่าคดีอาญาทุจริตทุกวันนี้ที่ไปขึ้นศาลทหารก็มีข้อที่ดูแล้ว ไม่สบายใจ อย่างเช่น กรณีผู้ที่เป็นจำเลยในคดีไม่ว่าจะเป็น GT 200 หรือว่าคดี Alpha 6 หลังจากที่บอร์ด ป.ป.ช. ก็ได้ไต่สวนมา ๒๕ สำนวน มีผู้ถูกกล่าวหา ๑๐๐ ราย ส่วนใหญ่ก็เป็น คดีอาญาวินัยนะครับ แล้วก็เป็นคณะกรรมการตรวจรับงานจ้างอะไรต่าง ๆ ก็ต้องไปฟ้องใน ศาลทหาร แต่ปรากฏว่าคดีที่มียศนะครับ ทหารยศนายพลขึ้นไป แต่ปรากฏว่าในขณะเดียวกัน ไม่มีตุลาการที่ยศสูงกว่าผู้ที่ถูกดำเนินคดีก็ต้องไปหานายทหารนอกราชการที่เกษียณไปแล้ว มาทำหน้าที่ตัดสินนะครับ โดยที่เป็นอำนาจ กฎหมายให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมเอาไว้ ผมถามว่ามีที่ไหนครับ ที่ไปดึงตุลาการมาถึงก็มาตัดสินได้เลย นี่คือความรับไม่ได้ในเรื่องของการที่นักกฎหมายต่าง ๆ ก็พยายามจะถ่วงดุลให้อำนาจของ ผู้พิพากษาของตุลาการมีความเป็นอิสระ ดังนั้นเพื่อให้ล้อกันไปทั้งระบบครับ วันนี้ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนจึงช่วยกันผลักดันในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญร่วม เพื่อให้ต่อสู้ในประเด็นมาตรา ๔๕ สุดท้ายนะครับ หวังว่าเพื่อนสมาชิกจะโหวตด้วยกันนะครับ เพื่อยืนยันศักดิ์และศรีของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ เกี่ยวกับกฎหมาย ป.ป.ท. ฉบับนี้มันมีข้อที่น่าสังเกต เนื่องจากว่าในส่วนวุฒิสภาได้มีการแก้ไข จุดสำคัญที่มีการโต้แย้งกันหนักก็คือมาตรา ๔๕ มาตรา ๔๕ ร่างเดิมของคณะรัฐมนตรีนั้น คือให้กรมพระธรรมนูญเป็นผู้พิจารณาในกรณี มีความเห็นชี้ขาดเกี่ยวกับคดีที่ทุจริตประพฤติมิชอบ แต่สภาผู้แทนราษฎรนั้นเราแก้ได้ โดยเป็นมติเด็ดขาดเสียงข้างมากนะครับ ก็ยืนยันว่าจะให้อัยการสูงสุด เหตุผลที่ผมเรียน ตรงนี้ว่าสภาผู้แทนราษฎรที่เราต้องการที่จะเปลี่ยน เนื่องจากว่าหลัก ๆ หนึ่งก็คือหลัก ความเสมอภาค รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ ระบุไว้ว่าบุคคลย่อมเสมอกันในทางกฎหมาย มีสิทธิเสรีภาพในการรับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน บุคคลผู้เป็นทหาร ตำรวจ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ และพนักงานหรือลูกจ้างขององค์กรของรัฐย่อมมีสิทธิเสรีภาพ เช่นเดียวกับคนทั่วไป ตรงนี้ละครับ รัฐธรรมนูญกับพระธรรมนูญ กฎหมายศาลทหารนี่ครับ ยังมีความลักลั่นอยู่เลย ในการสั่งฟ้องข้าราชการทั่วไป อัยการเป็นคนสั่งฟ้อง อัยการสูงสุด เป็นคนสั่งฟ้อง แต่ทหารยังได้อภิสิทธิ์ชนนั่นคือทหารต้องดูแลกันเอง มีอัยการทหาร มีตุลาการทหาร และมีพนักงานสอบสวน มีการฟ้องคดีโดยทหาร หลักในการที่ทหารนั้น เขาจำเป็นต้องมีทหารในการตัดสินใจ มันก็สืบเนื่องจากในเวลาที่ไม่ปกติ มันจะต้อง มีเอกภาพในการบังคับบัญชา ทหารต้องอยู่ในบังคับบัญชา ดังนั้นทหารควรตัดสินทหาร กันเอง แต่ในเวลาปกติมันไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น โดยเฉพาะคดีทุจริต ถ้าปล่อยให้คนที่ เป็นทหารด้วยกันตัดสินกันเองในคดีทุจริตประพฤติมิชอบ เป็นอัยการชงฟ้องเองนะครับ เป็นการต่อสู้กันเองในหมู่ทหาร เอาตั้งแต่ชั้นสอบสวนเลยก็ได้ครับ ถามว่าจะไม่ช่วยกันหรือ แล้วมาดูลึกไปอีกนิดหนึ่งนะครับ ตุลาการศาลทหารจริง ๆ แล้วคุณสมบัติจบก็คือนิติศาสตร์ และเป็นสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภา แต่ไม่ระบุว่าเป็นสมาชิกแบบไหน มีหลายประเภทถ้าสามัญก็คือจะต้องสอบไล่ได้ เนติบัณฑิตด้วย แต่อันนี้คือวิสามัญก็ได้ ไม่ต้องสอบได้เนติบัณฑิตก็สามารถเป็นตุลาการได้ อัยการทหารก็เช่นกันครับ ไม่ต้องสอบไล่ได้เนติบัณฑิต ถามว่าในส่วนความเชี่ยวชาญ ทางกฎหมายนั้น จะสู้กับอัยการและตุลาการหรือศาลในศาลยุติธรรมได้หรือไม่ ดังนั้น เราจำเป็นต้องให้ความเชี่ยวชาญในการพิจารณากฎหมาย พิจารณาการสั่งฟ้อง ไม่ฟ้อง กรณีต่อมาเจ้ากรมพระธรรมนูญที่ทางวุฒิสภาแก้มา เขาบอกบางครั้งก็ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ คดีมาตลอด อาจไปทำหน่วยงานอื่นแล้วย้ายกลับมาเป็นเจ้ากรม ทำให้ขาดความเชี่ยวชาญ เฉพาะด้านอันจะวิเคราะห์วินิจฉัยได้ เขาไม่ได้เป็นตุลาการอาชีพ เขาไม่ได้เป็นอัยการอาชีพ เขาไม่ได้เป็นทนายอาชีพ อาจจะสับไปยังตำแหน่งอื่นได้ นี่คือกลไกของศาลทหารแล้วก็กลไก กระบวนการยุติธรรมของศาลทหารนะครับ ตรงนี้มันจะทำให้ได้รับความเป็นธรรมได้อย่างไร แล้วจะมีหลักประกันอะไรในคดีทุจริตจะไม่ช่วยกัน🔗

ถัดมาครับ การพิจารณาภายในของศาลทหารนั้น ระบบค่อนข้างปิดครับ เพราะเป็นบุคคลอาชีพเดียวกันกับผู้ต้องหา ความสัมพันธ์กว้างขวางในฐานะรู้จักกัน เคยทำงานที่เดียวกันหรือเกี่ยวข้องกัน ควรเป็นบุคคลภายนอก ได้แก่ อัยการสูงเป็นผู้ชี้ขาด โต้แย้งระหว่าง ป.ป.ท. กับอัยการศาลทหาร จะก่อให้เกิดความเป็นธรรมและประโยชน์ ต่อประเทศชาติมากกว่า หลักสำคัญทำไมถึงคดีทุจริตในค่ายทหารของทหารทำไมถึงจับอะไร ไม่ค่อยได้ ผมตั้งข้อสังเกตว่าเพราะเหตุนี้หรือไม่ครับ ให้คนในองค์กรเดียวกันสับตำแหน่ง หน้าที่กันมาเป็นทั้งอัยการทหาร เป็นตุลาการ เป็นอะไรฟ้องอยู่ที่เดียวกัน ถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะเปิดโอกาสให้อัยการซึ่งเทียบเท่ากับข้าราชการอื่นได้ผ่านอัยการสูงสุดในการ ชี้ขาด🔗

ถัดมาอีกอันหนึ่งครับ สำนักงานอัยการสูงสุดมีข้อโต้แย้งว่า เป็นองค์กร ภายนอกอาจจะไม่รู้ แต่อัยการสูงสุดแม้จะเป็นอำนาจของอัยการสูงสุด แต่ภายในได้ออก ระเบียบในการชี้ขาดโดยก่อนจะมีความเห็นเสนออัยการสูงสุดนั้น จะมีคณะทำงานที่ พิจารณาพยานหลักฐานในสำนวน ความเห็นอัยการที่ขัดแย้งกัน ข้อเท็จจริงข้อกฎหมายก่อน เสนอความเห็นให้อัยการสูงสุดวินิจฉัยอีกครั้ง คณะกรรมการนี้มีรองอัยการสูงสุดที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้บังคับบัญชาและควบคุมความเห็น จึงมีความรอบคอบมากกว่ากรมพระธรรมนูญ ซึ่งแม้กระทั่งเนติบัณฑิตก็ยังไม่จบนะครับ🔗

ถัดมาครับ บุคลากรทางกฎหมายที่มีคุณภาพ ในเมื่อองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ที่ทำเฉพาะด้านในการสั่ง ในการวินิจฉัยว่า อันไหนถูกต้อง อันไหนผิด คดีอาญาไหน ความเชี่ยวชาญคนที่ทำงานเป็นอาชีพอัยการโดยเฉพาะ เขาก็ย่อมมีความเชี่ยวชาญมากกว่า อัยการทหารนะครับ หรือเจ้ากรมพระธรรมนูญซึ่งไม่ได้ทำเฉพาะ เดี๋ยวย้ายไปย้ายมาในส่วนนี้ ดังนั้นเราต้องการมืออาชีพและที่สำคัญเขาเป็นกลาง เขาไม่รู้จักทหารในกรมกอง ไม่เป็นพวก ไม่เป็นลูกน้อง ไม่เป็นเจ้านายมาก่อน เมื่อไม่เป็นดุลยพินิจจะเกิดความยุติธรรมมากขึ้น และจะเที่ยงตรงมากขึ้น แล้วถ้าเป็นอย่างนี้เปิดเผยขึ้นมาอาจจะมีคดีทุจริตในค่ายทหาร ในกรณีของทหารได้มีการลงมาตรการลงโทษกันมากมาย ไม่ถูกปิดลับเหมือนในขณะปัจจุบันนี้ ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเรื่องความสัมพันธ์ ความเชี่ยวชาญ โครงสร้างภายในของ กรมพระธรรมนูญซึ่งไม่ชัดเจนอย่างนั้น ผมจึงเห็นว่าความเห็นของกรรมาธิการในชั้น สภาผู้แทนราษฎรที่มีมติไปนั้นถูกต้อง และในฐานะที่เราเป็น สส. เป็นองค์กรที่มาจาก ประชาชน วุฒิสมาชิกชุดที่ผ่านมาที่มีความเห็นขัดแย้งตรงนี้ เขาอาจจะไม่ได้มาจาก ประชาชนโดยตรง เขาจึงมีความเห็นที่อาจจะเป็นห่วงในองค์กรที่มาจากการรัฐประหาร และมันเกี่ยวข้องกับทหาร ซึ่งผมเข้าใจนะครับ แต่มันไม่มีประโยชน์ต่อประชาชน และไม่มี ความเสมอภาคทางกฎหมายตามหลักรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ ดังนั้นจึงขอให้ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังท่านประธานนะครับ ได้โปรดยืนหลักการของ สส. ของสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ตั้งกรรมาธิการร่วมและพิจารณายืนยันตามร่างของเราครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านอดิศร เพียงเกษ ครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย มาจากจังหวัดขอนแก่น เรากำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปราม การทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นเรื่องที่วุฒิสมาชิกแก้ไขเพิ่มเติม และได้ส่งคืนมา สภาผู้แทนราษฎร ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๓๗ นี่เป็นมรดกของ สว. ชุด ๒๕๐ คน ซึ่งหมดอายุไขไป ผมเห็นธรรมชาติที่เขาส่งคืนมาและแก้ไขเพิ่มเติม โดยเฉพาะ มาตรา ๔๕ แล้ว ผมไม่แปลกใจที่วุฒิสมาชิกซึ่งเกิดจากมดลูกของอะไรก็ไม่รู้นะครับ คลอดมาอย่างนี้ เพราะทหารเขาก็ต้องเชียร์ทหาร ผมจะไม่เอ่ยไปมากกว่านี้ครับ อายุขัยเขาก็ สิ้นไปแล้ว ผมว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎร เรามาจากการเลือกตั้ง ๕๐๐ คน ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล มีความรอบคอบในการจะถ่วงดุล ให้เกิดความยุติธรรม มากที่สุดเป็นความเห็นที่ถูกต้องครับ จะได้อธิบายให้ประชาชนได้ทราบว่า ระบบสองสภานั้น ระหว่างสภาผู้แทนราษฎรกับสมาชิกวุฒิสภานั้น ในที่สุดเขาจะถือเอาความเห็นของสภาไหน ตัดสินในการออกกฎหมาย ผมเห็นด้วยที่จะตั้งกรรมาธิการร่วม เพื่อพิจารณาให้กฎหมาย ฉบับนี้คล้อยตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้ส่งกฎหมายนี้ไปที่วุฒิสภา และต้องการพิสูจน์ว่า สมาชิกวุฒิสภา ๒๐๐ คน ที่เกิดจากเขาวงกต สิ่งมหัศจรรย์อันดับ ๘ ของโลก ๒๐๐ คน เขาจะได้ตั้งกรรมาธิการมาร่วมกันพิจารณา ผมเชื่อมั่นว่า สว. ชุดใหม่เขาวงกต สิ่งมหัศจรรย์ ดังกล่าวคงจะดีกว่า สว. ๒๕๐ คน ซึ่งเกิดจากมดลูกของใครก็ไม่ทราบในการจัดตั้ง คณะกรรมาธิการมาพิจารณากัน สภาผู้แทนราษฎรใหญ่กว่าอย่างแน่นอนครับ ผมเคย เปรียบเทียบว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สภาของเราส่งกางเกงขายาวเป็นกฎหมายไปให้ สมาชิกวุฒิสภาพิจารณา มีบางครั้งวุฒิสภาไปตัดจากขายาวเป็นขาสั้น ซึ่งเขาไม่มีอำนาจ นี่เอาอำนาจในการวินิจฉัยไปให้เจ้ากรมพระธรรมนูญก็คือทหารครับ วินิจฉัยทหาร ก็ย่อม Yes ย่อม No ตามคำสั่งของทหาร อิสระของอัยการ ผมยังเชื่อมั่นว่าอัยการสูงสุดของประเทศนี้ มีความยุติธรรมมากกว่า จึงอยากจะพิสูจน์ สว. ชุดใหม่ครับ เราตั้งกรรมาธิการร่วมกันสิว่า ท่านจะมีความเห็นแบบ สว. ๒๕๐ คน บทเฉพาะกาล ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ หรือไม่ จึงขอสนับสนุนทั้งคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อาจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล และหลายต่อหลายคน ที่จะต้องยืนยันความเห็นของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ประชาชนทราบว่า ๕๐๐ คนนี้จะ ชี้เป็นชี้ตายกฎหมายต่าง ๆ ของประเทศชาติ ไม่ใช่ สว. ไส้ติ่ง ๒๕๐ คน จะมาวินิจฉัย หรือ สว. ที่มาจากเขาวงกตจะมาวินิจฉัยในการเป็นใหญ่ของกฎหมายครับ จึงขออนุญาต โดยสารอภิปรายสนับสนุนกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ถัดไปเชิญท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ นะครับ ขอใช้เวลา ๑๐ นาทีครับ🔗

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมมีความประสงค์ จะอภิปราย ๒ มาตรา คือมาตรา ๒๓ และมาตรา ๔๕ แต่ว่าผมขออนุญาตอภิปรายถึง มาตรา ๔๕ ก่อน ถ้ามีเวลาเหลือก็จะอภิปรายมาตรา ๒๓ สั้น ๆ จริง ๆ มาตรา ๔๕ นี้ ผมขอ เรียกว่าเป็นการจับโกงในค่ายทหารนะครับ และแหล่งที่เป็นข้อมูลในการโกงในค่ายทหารก็คือ ตัวทหารเอง ท่านประธานครับ ท่านประธานเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับสิบเอกอาร์มไหมครับ หรือหมู่อาร์ม ผมจะเล่าให้ฟังนะครับ สิบเอกอาร์มหรือหมู่อาร์มนี้เข้ารับราชการเมื่อ ปี ๒๕๕๔ ในตำแหน่งเสมียนงบประมาณ แผนกโครงการและงบประมาณ กรมสรรพาวุธ ทหารบก เริ่มเรื่องท่านก็คงพอเห็นเงาแล้วใช่ไหมครับ ในปี ๒๕๖๒ สิบเอกอาร์มได้ร้องเรียน กับผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ในช่วงปี ๒๕๕๔-๒๕๖๐ มีการทุจริตในกรมสรรพาวุธทหารบก โดยมีการให้สิบเอกอาร์มเองและทหารคนอื่นลงชื่อในเอกสารเพื่อเงินเบี้ยเลี้ยงค่าเดินทาง โดยไม่มีการเดินทาง หรือบางครั้งไม่มีโครงการตามเอกสาร ผู้ตรวจการแผ่นดินเมื่อได้รับ คำร้องเรียนจากสิบเอกอาร์มแล้ว นอกจากจะตรวจสอบแล้วก็ส่งกลับมาให้กรมสรรพาวุธ ทหารบกตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ผลเป็นอย่างไรครับ สิบเอกอาร์มถูกกลั่นแกล้ง และมี ข้อพิพาทกับผู้บังคับบัญชา มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยในความผิดของ สิบเอกอาร์มฐานไม่เชื่อฟังผู้บังคับบัญชา ลงโทษจับกักขัง ๗ วัน ตามพระราชบัญญัติวินัยทหาร หลังจากนั้นสิบเอกอาร์มร้องไปยัง Call Center ชื่อว่าสายตรง ผบ.ทบ. ที่มีอดีต ผบ.ทบ. เสื้อคับเป็นคนตั้ง หลังจากนั้นก็มีการข่มขู่เอาชีวิตสิบเอกอาร์ม แล้วก็ได้รับโทรศัพท์จาก หัวหน้าแผนกมาบอกว่าให้ไปขอขมาผู้บังคับบัญชา สิบเอกอาร์มจึงตัดสินใจหนีออกมาจาก ค่ายทหาร และไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ต่อมาสิบเอกอาร์มถูกย้ายไปสังกัดหน่วยอื่น และถูก ปลดจากราชการฐานหนีทหารเกิน ๑๕ วัน ซ้ำถูกดำเนินคดีในศาลทหารฐานละเลยไม่ปฏิบัติ ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาและหนีทหาร ที่ผมยกตัวอย่างมานี้มันเกี่ยวกับมาตรา ๔๕ อย่างไร การที่เราจะเข้าใจมาตรา ๔๕ นี้มันต้องโยงไปถึงมาตรา ๔๔ ก่อน มาตรา ๔๔ บอกว่า หากมี การกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้พนักงานอัยการสอบสวน และถ้าเห็นว่าการสอบสวน ยังไม่สมบูรณ์ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ท. ร่วมกับอัยการสูงสุดตั้งคณะทำงานสอบสวนเพิ่มเติม🔗

กรณีที่ ๒ ในกรณีที่พนักงานอัยการเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง และหาก คณะกรรมการ ป.ป.ท. ยืนยันที่จะสั่งฟ้อง ให้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดวินิจฉัย และคำวินิจฉัย ของอัยการสูงสุดเป็นที่สุด มาตรา ๔๕ มาตรานี้ครับ เป็นสาเหตุของการแก้ไข มาตรา ๔๕ นี้ บอกว่าในกรณีผู้กล่าวหาอยู่ในอำนาจศาลทหาร ให้อัยการศาลทหารเป็นผู้ดำเนินการ แล้วก็ สว. ได้ไปแก้ว่า ในการดำเนินคดีอาญาตามมาตรา ๔๔ ให้อำนาจอัยการสูงสุดเป็นอำนาจของ เจ้ากรมพระธรรมนูญ อำนาจของอัยการสูงสุดตามมาตรา ๔๔ ผมขอย้ำนะครับ คืออำนาจในการ ตั้งคณะไต่สวนเพิ่มเติม และอำนาจในการชี้ขาดว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องซึ่งเป็นที่สุด ท่านประธานครับ ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ ตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหารนี้กำหนดไว้ว่า ตุลาการทหาร อัยการทหาร แต่งตั้งในระดับผู้บังคับบัญชา ก็คือเป็นการรวมศูนย์อำนาจอยู่ใน ผู้บังคับบัญชา แปลว่าอัยการทหารก็อยู่ใต้บังคับบัญชาเจ้ากรมพระธรรมนูญ อันนี้ถ้าเราไป แก้ไขลักษณะแบบนั้นเพื่อให้อำนาจชี้ขาดหรืออำนาจไต่สวนเพิ่มเติมไปอยู่อำนาจของ เจ้ากรมพระธรรมนูญนี้ มันจะเรียกว่ากระบวนยุติธรรมลายพรางได้หรือไม่ กรณีของหมู่อาร์ม เป็นตัวอย่างให้เห็นได้ชัดเจนว่า ในการตรวจสอบการโกงในหน่วยทหาร โดยเฉพาะในมาตรา ๔๕ นี้ จำเป็นจะต้องมีการถ่วงดุลโดยอัยการสูงสุด นอกจากนี้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๔๘ ได้ให้ ชี้ชัดว่าอำนาจของอัยการเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีความเป็นอิสระ แต่ขณะเดียวกันอำนาจของเจ้ากรมพระธรรมนูญนี่มีอำนาจบังคับบัญชาอัยการศาลทหาร เพราะฉะนั้นหากมีการจับโกงในศาลทหาร แล้วชี้ขาดโดยเจ้ากรมพระธรรมนูญ ผมเรียนได้เลยว่า มาตรา ๔๕ นี้แทบจะไม่มีผลการใช้บังคับ อันนั้นคือมาตรา ๔๕ นะครับ🔗

อันนี้ผมขอเนื่องจากมีเวลาเหลืออยู่เล็กน้อย ผมขออภิปรายถึงมาตรา ๒๓ ความจริงนี่เป็นเรื่องที่ไม่ได้จำเป็นเลยที่จะใส่เข้ามา มาตรา ๒๓ นี้ทาง สว. หรือวุฒิสมาชิกได้ เพิ่มว่า ในกรณีการไต่สวนและพิจารณาวินิจฉัยพ้นระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๓๑ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้คณะกรรมการ ป.ป.ท. พิจารณาสอบสวนและดำเนินการ เพื่อลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งกระทำโดยจงใจปล่อยปละละเลย หรือประมาทเลินเล่อ โดยเร็ว ท่านประธานที่เคารพ วรรคนี้ไม่มีความจำเป็นเลยครับ เพราะอะไรครับ เพราะ ป.ป.ท. เอง มีระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐว่าด้วยหลักเกณฑ์และ วิธีการเกี่ยวกับการไต่สวนข้อเท็จจริง พ.ศ. ๒๕๕๔ ระบุเรื่องนี้ไว้แล้วครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใส่เข้ามาเลย ผมเกรงว่าจะทำให้ สว. โดยเฉพาะ สว. ชุดใหม่นี้เกิด ความสับสนยิ่งขึ้น สรุปนะครับ ผมขอเรียกร้องให้สมาชิกแห่งนี้ยืนยันในร่างของ สส. ที่ได้ ผ่านเอาไว้ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประยุทธ์ครับ🔗

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่า การที่วุฒิสภามีการแก้ไขในหลายมาตราที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ไปแล้วนั้น แล้วเกือบทุกมาตราที่ทำการแก้ไข กระผมในฐานะกรรมาธิการเกือบจะไม่ติดใจ ท่านประธานครับ สภาผู้แทนราษฎรของเราผ่านวาระที่ ๑ วาระที่ ๒ วาระที่ ๓ ไปอย่าง มีความรอบคอบ พิถีพิถัน ผมเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการและได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธาน คณะกรรมาธิการกฎหมายฉบับนี้ของสภาผู้แทนราษฎร ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า ได้รับความร่วมมือระหว่างฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เราตั้งใจทำงานเพื่อความรอบคอบกันจริง ๆ หลายมาตรามีการถกกันแบบเรียกว่า เอาเป็นเอาตายกันพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรา ๔๕ ท่านประธานครับ เรามีการชั่งน้ำหนัก เราไม่มีการเลือกข้าง เราหวังว่าอยากให้ กฎหมายฉบับนี้ออกไปโดยที่มีผลในการที่จะบังคับใช้ให้บริสุทธิ์ยุติธรรม ท่านประธานครับ การชี้ขาดในมาตรา ๔๕ เราชั่งน้ำหนักระหว่างเจ้ากรมพระธรรมนูญกับอัยการสูงสุด ผมจะ ทำการประชุมในเรื่องนี้ค่อนข้างจะใช้เวลายืดยาวหลายวัน หลายวาระที่เราจะต้องถกกัน ด้วยเหตุด้วยผล เคารพซึ่งกันและกันในการที่แสดงความคิดเห็นอย่างท่านสมาชิกในฝั่ง พรรคก้าวไกลหลายท่านก็เป็นกรรมาธิการ ท่านก็ต่อสู้ในเรื่องนี้มา รวมทั้งฝั่งฟากรัฐบาล ก็เช่นกัน เรามีความเห็นตรงกันว่าการชี้ขาดในมาตรา ๔๕ นั้น น่าจะต้องเป็นอำนาจของ อัยการสูงสุด เพราะมีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมที่มีเหลืออยู่มากพอสมควรตรงนี้ กระผมจะไม่พูดพาดพิงไปถึงว่า ตรงไหนเสีย ใครทำเสีย ใครทำไม่ดีไม่งาม แต่เราเลือกเอา สิ่งที่ดีที่สุดในเวลานี้ ที่จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อบ้านต่อเมืองในการออกกฎหมายฉบับนี้ เช่นกัน ท่านประธานครับ ผมไม่อยากให้เสียเวลามาก การที่เราจะเลือกใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๗ (๓) ในช่วงต้น ๆ ถ้าสภาเห็นชอบกับวุฒิสภาแก้ไขก็นำขึ้นทูลเกล้าฯ ตามมาตรา ๘๑ แต่ก็คง ทำไม่ได้เช่นกัน ผมเป็นคนหนึ่งที่จะต้องยืนยันว่า การที่กรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ได้ทำการแก้ไขในมาตรา ๔๕ นั้นเป็นสิ่งที่จะต้องทำ จะต้องทำให้ได้ และเป็นสิ่งที่สง่างาม ที่สุด เราจึงเลือกเอามาตรา ๑๓๗ ของรัฐธรรมนูญใน (๓) ช่วงสุดท้ายว่า เรายินดีที่จะตั้ง กรรมาธิการร่วมฝ่ายละเท่ากัน เพื่อไปทำการถกในเรื่องนี้ต่อไปครับท่านประธาน🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านสุดท้ายแล้วก็สมาชิกเตรียมตัวเข้าสู่การลงมติ เชิญท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ครับ🔗

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ การส่งกฎหมายร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปราม การทุจริตของวุฒิสภากลับมาให้เราสภาผู้แทนราษฎร จริง ๆ แล้วมันก็ไม่เหมาะสมเท่าไร อยู่แล้วนะครับ แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมหนักเข้าไปอีก ท่านประธานเคยได้ยินคำนี้ไหมครับ ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน คำขวัญนี้ท่องกันเช้าเย็น เช้าเย็นในกองทัพ แล้วนี่ก็จะ ดึงกลับไปให้ตกลงกันในกองทัพอีก สว. ที่แก้มติของสภาผู้แทนราษฎรเรา คือ สว. กลุ่มที่ บรรดานายทหารที่ทำรัฐประหารยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เมื่อปี ๒๕๕๗ เป็นคนจิ้มเลือกมา หรือจะเรียก สว. พริกเกลือก็ได้นะครับ สว. ชุดนี้เพราะเขา จิ้มกันมา นี่คือคนที่ทำผิดกฎหมายนะครับ เรียกคนเหล่านี้มา แล้วมีทหารถึง ๙๐ คน ใน สว. ๒๕๐ คน อย่างที่บอกว่าท่องเช้าท่องเย็น ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน สภาเราแก้กฎหมายฉบับนี้ แก้ตรงนี้เพราะมันคือหลักการที่ต้องแก้ พ.ร.บ. ที่เราแก้ของ ปี ๒๕๕๑ คณะรัฐประหารเหมือนกันครับ ตอนนั้นเป็นกบฏปี ๒๕๔๙ เป็นคนตรากฎหมายนี้ ขึ้นมา เพื่อ Safe น้อง Safe นาย Safe เพื่อนตัวเอง ให้มาตกลงกันในค่ายทหาร เราก็ พยายามแก้ตรงนี้ นี่คือหลักการ หลักการไม่ควรจะแก้ไขส่งกลับมาแบบนี้ ปี ๒๕๕๑ เจ้ากรมพระธรรมนูญเป็นคนชี้ขาด เราพยายามที่จะเปลี่ยนให้เป็นอัยการสูงสุด สว. พริกเกลือชุดนี้ที่มีทหารถึง ๙๐ จาก ๒๕๐ คน ก็ยังจะดึงกลับไปให้อยู่ในค่ายทหารอีก ที่เราพยายามทำกันไม่ใช่เรื่องแปลกนะครับ นานาอารยะประเทศอื่น ๆ เขาก็ทำกัน หลังสงครามโลกทุกประเทศก็พยายามดึงเรื่องออกมาจากกองทัพ ดึงเรื่องออกมาจาก แดนสนธยา จะได้ไม่มีการพ้นผิดลอยนวล ก็ยังจะดึงประเทศเราถอยหลังไปจนได้ ถ้ามันจะมี การเอาผิดทหารในระบบยุติธรรมของกองทัพ มันก็มีแต่บรรดาทหารชั้นผู้น้อยทั้งนั้นเลย นายทหารคนดีกันทั้งนั้นเลยครับ ไม่เคยต้องกระทำความผิดเลย ไม่เคยถูกฟ้องด้วยซ้ำ นี่คือระบบยุติธรรมของกองทัพที่มันเป็นอยู่ทุกวันนี้ หน้าที่หลักเดียวของการมีอยู่ของ ศาลทหารคือเป็นเครื่องมือที่เอาไว้ลงโทษประชาชนในช่วงรัฐประหาร ด้วยกฎหมายพิเศษ เท่านั้นเอง ลองย้อนไปดูเหตุการณ์การทำทุจริต การทำผิดในกองทัพในช่วงที่ผ่านมาเลยครับ ย้อนไปการสังหารประชาชนใจกลางเมืองเป็น ๑๐๐ คน ศาลทหารทำอะไรครับ ระบบ ยุติธรรมกองทัพทำอะไร เอาใกล้ ๆ ก็ได้ครับ น้ำมันหาย ๒๐๐,๐๐๐ ลิตรในค่ายทหาร เรือหลวงล่ม ทำปืนลั่นใส่เรือตัวเอง หักค่าดูดส้วมทหารเกณฑ์ เอาทหารเกณฑ์ไปรับใช้ตาม บ้านพักสวัสดิการนายทหารที่มีอยู่เป็นร้อย ๆ หลังในค่ายทหารทั้งหลาย พอหลุดเป็นข่าว ออกมาอย่างนี้ ระบบยุติธรรมในกองทัพทำอะไรได้ ไม่ได้ทำอะไรครับ เขาตั้งกรรมการสอบ แล้วก็จบทุกเคส แล้วต่อให้เรื่องมันถึงศาลทหารจริง กรมพระธรรมนูญก็เป็นหน่วยเหนือ ทั้งอัยการทหาร ทั้งทนายทหาร คือพูดง่าย ๆ เป็นทั้งฝั่งแดง ฝั่งน้ำเงิน คุมทั้งสองฝั่ง บางวัน ก็สวมบทเป็นอัยการทหารไปสั่งฟ้องเขา บางวันก็สวมบทเป็นทนายทหารไปซักค้านเขา มั่วไปหมด นี่คือระบบยุติธรรมที่ สว . ๒๕๐ คนชุดเก่านั้นกำลังจะดึงกลับไป ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน อย่างไรครับ ท่านประธานครับ หากมีการกระทำผิดในค่ายทหารจริง ๆ แล้วให้เจ้ากรม พระธรรมนูญเป็นคนชี้ขาด แล้วถ้าเกิดว่าคนกระทำความผิดดันเป็นน้อง เป็นนาย หรือว่า เป็นเพื่อนที่เรียนมารุ่นเดียวกันจะทำอย่างไรครับ ผมว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะปล่อยให้มันเป็นไป อย่างไรการตั้งกรรมาธิการร่วม คือมันก็ต้องตั้ง กรรมาธิการร่วมอยู่แล้วครับ มันไม่มีทางอื่น เพราะว่าสภาเราตัดสินไปแล้ว นี่คือหลักการครับ เพราะฉะนั้นก็อยากให้กรรมาธิการที่เข้าไปต่อสู้เรื่องนี้ว่ามันเป็นหลักการของ สภาผู้แทนราษฎรที่เราพยายามแก้ตรงนี้ครับ นี่คือหัวใจในการแก้ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น อย่ามาแก้กลับแบบนี้ไม่ได้ ไม่ถูกต้องนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สมาชิกที่ขอใช้สิทธิในการอภิปราย อภิปรายอย่างครบถ้วนแล้วนะครับ ต่อไปจะเป็นการลงมติครับ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องเพื่อแสดงตนในองค์ประชุมนะครับ เชิญสมาชิกใช้สิทธิในการแสดงตนครับ🔗

(นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับท่านศรัณย์🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตรอสักครู่นะครับ เพื่อนสมาชิก หลายท่านครับ ทั้งกรรมาธิการงบเองและกรรมาธิการห้องอื่น ๆ ด้วยกำลังลงมาครับ แล้วก็อยากรบกวนท่านประธานกดออดอีกสักครั้งครับ บางครั้งบางทีมันไม่ค่อยได้ยิน ถ้าอยู่ภายนอกครับ ขออนุญาตรออีกสักพักหนึ่งครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับท่านศรัณย์ครับ เชิญท่านสมาชิกแสดงตนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ชลบุรี

ท่านประธาน ๔๖๓ อนันต์ แสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๔๖๓ ท่านอนันต์ครับ อันนี้รอได้เลยนะครับ คิดว่าสมาชิกหลายท่านอยากลงคะแนนมตินี้ครับ🔗

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ๒๙๘ แสดงตนค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๙๘ ครับ🔗

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา ๑๑๒ แสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑๑๒ ครับ🔗

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

ท่านประธาน เทียบจุฑา ๑๕๖ แสดงตนค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑๕๖ ครับ🔗

นายเซีย จำปาทอง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ๑๑๓ แสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑๑๓ ครับ🔗

นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สุโขทัย

ท่านประธานครับ นายจักรวาล ๐๔๖ แสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๐๔๖ ครับ🔗

นายนพดล ปัทมะ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ๑๗๗ แสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑๗๗ ครับ🔗

นายองอาจ ฉัตรชัยรัตน์ ขอนแก่น

ท่านประธานครับ ๔๕๘ แสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๔๕๘ ครับ🔗

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ๔๒๖ แสดงตนครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๔๒๖ ครับ ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิไหมครับ ถ้าไม่มีแล้วผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๐๒ บวก ๔ เป็น ๔๐๖ ครับ ครบองค์ประชุมครับ🔗

ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าที่ประชุมจะเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา หรือไม่ครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบด้วยกับการแก้ไข เพิ่มเติมของวุฒิสภา โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของ วุฒิสภา โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ณัฐวุฒิ บัวประทุม ๑๓๒ ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านณัฐวุฒิ ไม่เห็นด้วยนะครับ🔗

นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน แบบบัญชีรายขื่อ

ท่านประธานครับ ผม ๐๐๘ ผมกดผิดครับ เป็น ไม่เห็นด้วย นะครับ ผมกดผิดครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กดผิด ยังกดใหม่ได้ครับ ยังไม่ได้ปิดการลงคะแนน รบกวนท่านกดใหม่เลยนะครับ มีท่านใดยังไม่ได้ ใช้สิทธิลงคะแนนไหมครับ ถ้าไม่มีแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนน เชิญเจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๒๑ บวก ๑ เห็นด้วย ๔ ไม่เห็นด้วย ๔๑๗ บวก ๑ งดออกเสียง ๐ ไม่ลงคะแนนเสียง ๐ เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๗ (๓) ครับ🔗

ที่ประชุมครับ เนื่องจากที่ประชุมมีมติไม่เห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาจึงต้องให้ สภาผู้แทนราษฎรกำหนดจำนวนและตั้งกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ขอเชิญกำหนดจำนวนกรรมาธิการร่วมกันครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจำนวนกรรมาธิการ ๒๐ ท่าน ฝั่งละ ๑๐ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ จะเป็นสัดส่วนวุฒิสภา ๑๐ ท่าน และสัดส่วนของสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๑๐ ท่าน สัดส่วนกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมืองเป็นดังนี้ครับ พรรคก้าวไกล ๓ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๓ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน พรรครวมไทยสร้างชาติ ๑ ท่าน และพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน ขอเชิญพรรคก้าวไกลครับ🔗

นายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ ผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดนครราชสีมา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ๓ ท่านดังนี้ ๑. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ๒. นายธีรัจชัย พันธุมาศ ๓. นายเอกราช อุดมอำนวย ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคเพื่อไทยครับ🔗

นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี อุบลราชธานี

ดิฉัน กิตติ์ธัญญา วาจาดี ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๓ ท่านค่ะ ๑. นายมนตรี ตั้งเจริญถาวร ๒. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ๓. นายสิงหภณ ดีนาง ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคภูมิใจไทยครับ🔗

นายธนา กิจไพบูลย์ชัย ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนา กิจไพบูลย์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย กระผมขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน ได้แก่ ท่าน สส. อลงกต มณีกาศ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคพลังประชารัฐครับ🔗

นายอัคร ทองใจสด เพชรบูรณ์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอัคร ทองใจสด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ขอเสนอกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๑ ท่าน คือคุณคอซีย์ มามุ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ขอพรรครวมไทยสร้างชาติครับ🔗

นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอเสนอกรรมาธิการ ๑ ท่าน คือ ท่านวิทยา แก้วภราดัย ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ขอเชิญพรรคประชาธิปัตย์ครับ🔗

นายชาตรี หล้าพรหม สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชาตรี หล้าพรหม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอ ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ขอเชิญเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗

นายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๑๐ คน ๑. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ๒. นายธีรัจชัย พันธุมาศ ๓. นายเอกราช อุดมอำนวย ๔. นายมนตรี ตั้งเจริญถาวร ๕. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ๖. นายสิงหภณ ดีนาง ๗. นายอลงกต มณีกาศ ๘. นายคอซีย์ มามุ ๙. นายวิทยา แก้วภราดัย ๑๐. ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

รายชื่อ กรรมาธิการถูกต้องนะครับ เป็นอันเสร็จสิ้นในวาระนี้นะครับ🔗

ต่อไปจะเข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๖ ในเรื่องด่วนครับ ร่างพระราชบัญญัติการ จัดสรรที่ดินครับ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เชิญท่านอนุสรณ์ครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... ตามระเบียบวาระเรื่องด่วน ที่ ๖ ซึ่งท่าน สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กับคณะ เป็นผู้เสนอ และตามระเบียบวาระ เรื่องเร่งด่วนที่ ๗ ซึ่งท่าน สส. ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ นั้น คณะรัฐมนตรี ได้กำลังดำเนินการเพื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภา ผู้แทนราษฎรด้วยเช่นกัน ดังนั้น เพื่อให้การแก้ไขกฎหมายมีเนื้อหาที่ครอบคลุม การแก้ไข ปัญหาในทุกเรื่องอย่างครบถ้วนรอบด้านและมีประสิทธิภาพ จึงเห็นควรรอการพิจารณา ระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๖ และเรื่องด่วนที่ ๗ เพื่อให้สภาได้พิจารณาไปในคราวเดียวกัน ดังนั้นผมจึงขอเสนอญัตติขอให้เลื่อนการพิจารณาเรื่องด่วนที่ ๖ และเรื่องด่วนที่ ๗ ออกไปก่อน ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๕) ขอผู้รับรองครับ ขอบคุณครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้เสนอญัตติให้เลื่อนร่างพระราชบัญญัติเรื่องด่วนที่ ๖ และเรื่องด่วนที่ ๗ ออกไปก่อนนะครับ มีสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ เชิญท่านณัฐพงษ์ครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะที่เป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดินครับ ผมเข้าใจว่า ได้มีการพูดคุยกันภายในวิปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นการที่ผมมาอภิปรายครั้งนี้จะไม่ได้ เป็นการไม่เห็นด้วยกับญัตตินะครับ แต่จริง ๆ อยากจะฝากข้อสังเกตบางอย่างผ่าน ท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับ ใช้เวลาสักครู่ครับท่านประธาน ผมเข้าใจว่าวาระวันนี้เกิดขึ้นจากการใช้ตามข้อบังคับที่ทาง ครม. ได้เสนอในการขอเอา ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ กลับไปพิจารณา ๖๐ วัน เพราะฉะนั้นตามข้อบังคับจริง ๆ ถ้าตามหลักปฏิบัติวันนี้ไม่ควรจะต้องถูกเลื่อนนะครับ แต่ว่าเข้าใจว่าเป็นเหตุผลความจำเป็น บางอย่างที่ส่วนราชการเองนะครับ โดยเฉพาะกรมที่ดินที่เขาเป็นเจ้าของร่างที่เป็นคนยกร่าง ให้กับทางคณะรัฐมนตรี อาจจะมีความไม่พร้อมบางอย่างที่ทำให้วันนี้ร่างของคณะรัฐมนตรี ยังไม่สามารถถูกเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรได้ ซึ่งต้องย้ำอีกครั้งนะครับว่า วันนี้เรามี ร่างจัดสรรที่ดินไม่ใช่เฉพาะจากฝั่งพรรคฝ่ายค้าน แต่ยังมีร่างจากฝั่งรัฐบาลด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นอันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องของการให้ความสำคัญของร่างพระราชบัญญัติที่เสนอมา จาก สส. ไม่ได้ว่ามาจากฝ่ายบริหารอย่างเดียวเท่านั้น ผมอยากจะเรียกร้องอย่างเดียวครับ ท่านประธาน ถ้าอยากให้วิปเราดำเนินการตามที่เราตกลงกันเป็นไปได้ด้วยกันทุกฝ่าย ผมอยากจะให้ตัวแทนจากฝั่งรัฐบาลได้ขึ้นมาให้คำยืนยันเป็นบันทึกในที่ประชุมนิดหนึ่งครับว่า สรุปแล้วร่างจากคณะรัฐมนตรีจะมีความพร้อมเสนอกลับมาในสภาเมื่อไร แล้วเมื่อร่างของ ครม. เข้ามาแล้ว ก็พร้อมที่จะรับหลักการไปด้วยกันทั้ง ๓ ร่าง เพื่อให้ความสำคัญของ ร่าง สส. เช่นเดียวกันครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือท่านณัฐพงษ์ไม่ใช่เสนอญัตติว่าไม่เห็นด้วยใช่ไหมครับ แต่ว่าขอคำชี้แจงเพิ่มเติมจาก ฝ่ายรัฐบาล🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

ใช่ครับ เพื่อให้วิป สามารถดำเนินการไปได้ ก็อยากจะให้ตัวแทนจากฝั่งของรัฐบาลได้ขึ้นมาให้คำยืนยัน ๒ ข้อครับ ข้อแรก ก็คือกลับมาภายในกี่วัน ข้อที่ ๒ ก็คือเมื่อกลับมาแล้วทั้ง ๓ ร่างจะถูก รับหลักการในวาระที่ ๑ เช่นเดียวกันครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านธีรรัตน์ครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันเองเป็นหนึ่งในผู้ที่เสนอร่าง พ.ร.บ. จัดสรรที่ดินนี้นะคะ ก็มีความคิดเห็นที่สอดคล้องกับ ทางท่าน สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ด้วยเช่นเดียวกันนะคะ ที่อยากจะได้รับคำมั่นสัญญา จากทางฝ่ายรัฐบาล ในการที่จะให้เราได้ทราบถึงความคืบหน้าว่า ขณะนี้ในการที่ทางรัฐบาล ได้รับไปศึกษาแล้ว ๖๐ วัน และนำกลับส่งมาที่สภาผู้แทนราษฎร ดิฉันเองในอีกฐานะหนึ่ง ก็คือเป็นส่วนของวิปรัฐบาลด้วยนะคะ เมื่อวานนี้เราได้มีการเชิญกระทรวงมหาดไทย กรมที่ดิน เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึง พ.ร.บ. ฉบับนี้ค่ะ เราได้รับการชี้แจงว่าในหลักการของ ทั้ง ๒ ฉบับเองนั้น มีความเหมือนแล้วก็มีความต่างกัน รวมถึงรายละเอียดปลีกย่อยที่ทาง กรมที่ดินนั้นนำเสนอเพิ่มเติมเข้ามาว่า ถ้าหากว่ามีการนำเสนอร่างของกระทรวงมหาดไทย กรมที่ดินเองนั้นจะสามารถที่จะเพิ่มเติมนำ ๒ ฉบับมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อที่จะได้ข้อความ รวมถึงได้กฎหมายที่มีความสมบูรณ์มากที่สุด และเราเองในฐานะวิปก็ได้นำเรียนไปถึง ตัวแทนนะคะ ว่าของรัฐบาลเองว่าอยากที่จะให้ทางรัฐมนตรีของกระทรวงมหาดไทย ที่ดูแล ในเรื่องนี้อยู่ได้ให้เข้ามาที่สภาผู้แทนราษฎร ในการที่จะให้คำมั่นสัญญาว่าจะมีความชัดเจน ในเรื่องของวัน เวลา วันที่เท่าไร อย่างไร ซึ่งเราก็ได้รับการตอบกลับมาจากตัวแทนของ รัฐบาลในที่ประชุมวิปรัฐบาลเมื่อวานนี้ว่า ในส่วนของร่างที่จะกำหนดเสร็จนั้นก็จะเป็นภายใน เดือนกรกฎาคมนี้ หลังจากนั้นก็จะมีขั้นตอนในเรื่องของส่งไปที่กฤษฎีกา ส่งกลับมาที่ ครม. แล้วก็จะกลับมาที่สภาผู้แทนราษฎรนั้น ก็น่าที่จะไม่เกินระยะเวลาประมาณ ๒ เดือน หรือ ๖๐ วัน ไม่เกินจากนี้ ในมติของวิปที่พิจารณาแล้วร่วมกันก็เห็นว่า ถ้าหากว่าจะทำให้ เกิดความสมบูรณ์ของกฎหมายมากที่สุด ก็เป็นเวลาที่เราสามารถที่จะรับได้นะคะ ก็ขอให้ เป็นไปตามที่ทางตัวแทนของรัฐบาลที่เข้ามาให้ข้อมูลกับทางวิปรัฐบาลนั้นได้ดำเนินการไป ตามนี้ต่อไปค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านณัฐพงษ์คำตอบก็คือ ๖๐ วันนะครับ จากการประสานงานกับทางตัวแทน ของฝ่ายรัฐบาล เชิญท่านณัฐวุฒิครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทองครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตสอบถามแล้วก็หารือเพิ่มเติมนะครับ เพื่อความเป็นธรรมกับรัฐบาลด้วยนะครับ แล้วก็เพื่อความเป็นธรรมกับเพื่อนสมาชิกที่มีการ เสนอร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ผมเข้าใจว่าความชัดเจนก็คือว่าร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนั้น คณะรัฐมนตรีได้รับไปเพื่อพิจารณาว่าเห็นควรที่จะรับหรือไม่รับหลักการนะครับ ฉะนั้นสิ่งที่ เราได้รับการประสานงานก็คือว่าคณะรัฐมนตรีได้มีการพิจารณาตรงนั้นแล้วเสร็จแล้วนะครับ มิเช่นนั้นเดี๋ยวถ้าสื่อสารไม่ครบถ้วนก็จะเสียความว่าคณะรัฐมนตรีอุ้มไปเกิน ๖๐ วันอีกแล้ว จริง ๆ ไม่ใช่นะครับ ก็คือรับไปแล้วมีการพิจารณาแล้วเสร็จแล้ว แล้วก็ส่งกลับมาให้เรา เราถึง มีการบรรจุวาระได้ ผมคิดว่านี่ต้องเป็นความเป็นธรรมให้กับรัฐบาลนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ผมเข้าใจว่าสิ่งที่พวกเราได้รับการประสานงานก็คือว่าทางคณะรัฐมนตรีเองเห็นถึงความจำเป็นครับ และอยากจะมีร่างที่เสนอเข้ามาร่วมกันในการพิจารณา อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาจากกรอบ ก่อนหน้านี้ที่เราเคยพิจารณาแล้วมีการรับไปศึกษาก่อน แล้วก็มีการยกร่างผมเองก็ต้อง ขออนุญาตที่จะเรียนสอบถามกันอย่างตรงไปตรงมานะครับว่า มันพอจะขยับขยายระยะเวลา ได้หรือไม่ เพราะว่าแน่นอนครับเวลาถึงแม้ว่าเรื่องกลับมาอาจจะเป็นเรื่องด่วนนะครับ แต่เรา ไม่มั่นใจว่ายังมีเรื่องด่วนอีกกี่เรื่อง อาจจะมีเรื่องที่แล้วเสร็จจากกรรมาธิการในเรื่องกฎหมาย ต่าง ๆ ครับ เมื่อสักครู่ทางท่านผู้แทนที่มีการประสานงานกับทางรัฐบาลก็บอกว่า ๒ เดือน ๒ เดือนกับ ๖๐ วันไม่เท่ากันนะครับท่านประธาน ๖๐ วันอาจจะไม่เต็ม ๒ เดือนก็ได้ แต่ ๒ เดือนอาจจะไป ๖๒ วันนะครับ กรกฎาคม สิงหาคม ฉะนั้นพอจะเป็นไปได้ไหมครับว่า เอากันง่าย ๆ ว่าถ้าพอจะรับปากกันได้ว่า ในท้ายที่สุดนี้ทางคณะรัฐมนตรีน่าจะนำเรื่องนี้เข้า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว หากจะมีการส่งให้กฤษฎีกาก็ขอให้กระบวนการนั้นอยู่สัก ไม่เกิน ๓๐ วัน แบบนี้พวกผมคิดว่าท่านเตรียมมาแล้วครับ ก็ติดค้างอาจจะเป็นเชิงเทคนิค นิด ๆ หน่อย ๆ แบบนี้เราก็น่าจะเดินหน้าได้ นั่นเป็นประการที่ ๑ ที่อยากจะขอความกรุณา ในการประสานงานเพิ่มเติมกับท่านผู้แทนที่มีการประสานงานกับทางรัฐบาลอยู่🔗

ประเด็นที่ ๒ อันนี้ต้องขออนุญาตเรียนสอบถามท่านประธานเพื่อ ประกอบการพิจารณาครับว่า ปกติเราเคยเลื่อนแต่กฎหมายขึ้นมาต่อนะครับ ทีนี้เวลาเรา เลื่อนวาระกฎหมายขึ้นมาต่อปุ๊บ เราไม่สามารถพิจารณาวาระอื่นต่อได้นะครับ เพราะว่า ต้องไปพิจารณาในการประชุมครั้งถัดไป แต่วันนี้เรากำลังเสนอญัตติว่าจะขอเลื่อนกฎหมายนี้ ออกไป พูดง่าย ๆ ก็คือมีญัตติด้วยนะครับ ขอให้เลื่อนการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ออกไปก่อน ก็ต้องขอความชัดเจนจากท่านประธานว่าหากเรามีการเลื่อนวาระเรื่องด่วนที่ ๖ และ ๗ ออกไปก่อน โดยที่พวกผมก็เห็นพ้องด้วยเหตุและผลนะครับ แต่ไม่กระทบกับวาระ การพิจารณาเรื่องถัดไปก็คือ เรื่องค้างพิจารณาที่ ๕.๑ ๕.๒ ๕.๓ ๕.๔ ใช่หรือไม่ครับ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นได้พวกผมคิดว่าขอความชัดเจนเรื่องกรอบเวลาสักนิดหนึ่ง แล้วก็ถ้าเลื่อนได้ ไม่กระทบกับกฎหมายที่ค้างอยู่พวกเราก็ไม่ได้คัดค้านอย่างไร เห็นตรงกันว่ากฎหมายจัดสรร ที่ดินเป็นประโยชน์ แต่ถ้าเกิดว่าบังเอิญว่า ๓๐ วันก็ไม่ค่อยได้ เอา ๒ เดือนค่อนข้างนานไป นิดหนึ่ง แล้วติดอีกว่าถ้าเลื่อนปุ๊บเดี๋ยวจะไปกระทบ ๕.๑ ซึ่งท่านอภิชาติก็เตรียมแล้ว ๕.๒ ที่ท่านวิโรจน์ก็เตรียมไว้แล้ว แบบนี้ก็ต้องคุยกันยาวนิดหนึ่ง ก็ต้องขอความชัดเจน ขอความกรุณาอนุเคราะห์จากทางฝั่งรัฐบาล แล้วก็ขอความชัดเจนจากท่านประธานด้วยครับ สัก ๓๐ วันผมเชื่อมั่นฝีมือ วันนี้ท่านได้อาจารย์วิษณุ เครืองาม มาแล้วไม่ต้องถึง ๖๐ วัน หรอกครับ ๗ วันก็เสกได้ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขอ เป็นประเด็นที่ ๒ ก่อนนะครับ🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานคะ ขออนุญาต นิดหนึ่งค่ะท่านประธาน🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานคะ แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ในฐานะวิปรัฐบาล ท่านประธานคะ วันนั้นที่วิปรัฐบาลคุยกันเราได้เชิญกรมที่ดินเข้ามาชี้แจง เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ ขออนุญาต ที่เอ่ยนาม ทางท่านณัฐวุฒิเองก็ขอความชัดเจนเรื่องระยะเวลา ดิฉันก็นั่งประชุมอยู่ในวิป รัฐบาลในวันนั้น เราทราบกันดีว่าก่อนปิดสมัยประชุมนั้นทางตัวแทนคณะรัฐมนตรี โดยท่าน รัฐมนตรีชาดาได้มารับร่างเพื่อให้ ครม. ไปพิจารณา ก็คือเราก็รอร่างจากกรมที่ดิน ซึ่งวันนั้น เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานี้เองทางกรมที่ดินก็เข้ามายืนยันกันในวิปว่า ตัวร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ขณะนี้เหลือทำการส่งไปให้กฤษฎีกา ซึ่งทางท่านรองอธิบดีเองที่มาชี้แจงท่านก็ชี้แจง ไว้แล้วว่าระยะเวลาท่านจะใช้ให้สั้นที่สุดให้เร็วที่สุดท่านก็ขอกับวิปเองว่าเราใช้ระยะเวลา ประมาณ ๓๐ วัน ซึ่งตัวนี้ก็เป็นที่ทราบกันในฝ่ายวิปรัฐบาลทั้งหมด เพราะฉะนั้นข้อความนี้ ก็คงจะชัดเจนว่าทางฝ่ายค้านเองก็คงได้รับการชี้แจงจากทางกรมที่ดินเช่นเดียวกันในลักษณะ ระยะเวลาในขณะนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องที่ว่าใครให้คำยืนยันอย่างไรพวกเราในวิปทุกคน ประชุมกัน และได้ยินชัดเจนจากท่านรองอธิบดีว่าท่านยืนยันว่าทุกอย่างกระบวนการ จะแล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เอาประเด็นที่ ๒ ก่อนนะครับ ประเด็นที่ ๒ คือถ้าเรามีมติเห็นชอบกับการเลื่อนเรื่องด่วนที่ ๖ เรื่องด่วนที่ ๗ ออกไปก่อน จะไม่กระทบต่อวาระที่ ๕.๑ นะครับ วาระที่ ๕.๑ เรื่องค้าง พิจารณา คือร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เสนอโดย ท่านอภิชาติ ศิริสุนทร กับคณะ จะเข้าพิจารณาต่อได้นะครับ ถ้ามีการเลื่อนญัตตินะครับ🔗

ประเด็นต่อมานะครับ คือฝ่ายค้านจะเห็นด้วยกับรัฐบาลหรือไม่ก็มีตัวเลข อยู่ ๒ ตัวเลขนะครับ ทางท่านธีรรัตน์แจ้งว่าจะอยู่ภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนะครับ ส่วนทาง ตัวแทนของพรรคภูมิใจไทยบอกว่า ๓๐ วัน ทีนี้ถ้าตัวเลขเป็นอย่างไรทางรัฐบาลตกลงกัน ได้ไหมครับ ทางฝ่ายค้านจะได้ตัดสินใจได้ว่าจะต้องลงมติหรือไม่ อย่างไร แต่ว่าสภาเรา กำหนดวันไม่ได้นะครับ เพียงแต่ว่าท่านต้องเป็นข้อมูลพิจารณา เชิญครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะวิป รัฐบาล ท่านประธานครับ ต้องขอขอบคุณทางพรรคฝ่ายค้าน พรรคก้าวไกลด้วยนะครับ ก็คือท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เจ้าของร่างที่ได้เข้าใจถึงกลไกในการออกกฎหมายเพื่อให้ เกิดความรอบคอบในการบังคับใช้กฎหมายให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ซึ่งเป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทย ก็ได้ขึ้นมาอภิปรายแล้วว่าการเลื่อนนี่ เพื่อให้เกิดความรอบคอบ ทั้งสองฝ่ายก็เห็นตรงกัน ทีนี้ท่านประธานก็จับประเด็นว่า ๖๐ วัน หรือ ๓๐ วัน ผมเองในฐานะวิปรัฐบาลก็ยืนยันกับท่านประธานครับว่า ทางตัวแทน ของกรมที่ดินยืนยันว่า ๓๐ วันจะแล้วเสร็จ อันนี้ก็ให้การยืนยันในฐานะวิปรัฐบาลนะครับ จะได้จบประเด็นนี้เพื่อจะได้เดินหน้าพิจารณาในลำดับต่อไปได้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านปกรณ์วุฒิครับ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ ประธานวิปฝ่ายค้าน ก็ขออนุญาตขึ้นมายืนยันข้อมูลที่ทางวิปรัฐบาลแจ้งว่าเมื่อวานนี้ หน่วยงานนี้ก็ได้เข้ามาชี้แจงในวิปฝ่ายค้านเช่นเดียวกันนะครับ ในวิปฝ่ายค้านนี้ทางหน่วยงาน ทางกรมที่ดินได้ชี้แจงว่า ณ ตอนนี้ร่างนี้อยู่ในช่วงระหว่างรับฟังความเห็นนะครับ แล้วทาง หน่วยงานบอกว่าแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนะครับ ซึ่งก็คงจะเป็น ๓๐ วัน ตามที่วิปรัฐบาลแจ้งนะครับ อย่างไรก็ดีผมคิดว่าคงจะเป็นการดี แล้วก็คงจะเป็นความราบรื่น ในการทำงานร่วมกัน หากในสัปดาห์หน้าจะได้รับการยืนยันอีกครั้งหนึ่งนะครับ เพราะว่า สัปดาห์หน้าผมคิดว่ากระบวนการต่าง ๆ น่าจะมีความคืบหน้าไปแล้ว ถ้ามีการยืนยันใน สัปดาห์หน้าอีกครั้งหนึ่งว่าน่าจะเข้าได้ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ก็น่าจะเป็นที่น่ายินดี แล้วทางฝ่ายค้านก็ยินดีให้ความร่วมมือครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ก็เป็นอันชัดเจนนะครับ ทีนี้ก็จะอยู่ที่ ๒ ท่านแล้วนะครับ ท่านธีรรัตน์ กับท่านณัฐพงษ์นะครับ ประเด็นแรกก็คือ ๕.๑ เข้าแน่นอนนะครับ ส่วนเราจะสามารถยุติ เรื่องนี้ได้หรือไม่ก็อยู่ที่ความชัดเจนของทั้ง ๒ ท่านด้วยนะครับว่าพอใจในคำตอบของการ หารือหรือไม่ เชิญท่านธีรรัตน์ก่อนครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

ขอขอบคุณ ท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ในความเข้าใจที่ตรงกันนะคะว่าร่างนี้ก็จะเสร็จ เร็วที่สุดภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งดิฉันเองในฐานะที่เป็นผู้ยื่นด้วยก็มีความสบายใจค่ะว่า ถ้าหากว่าสามารถที่จะเข้าภายในเดือนกรกฎาคมได้ก็จะถือว่าเป็นประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนอย่างสูงสุดนะคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่างที่ดิฉันเรียนไป เราได้เผื่อเวลานะคะว่า หากมี กระบวนการที่เพิ่มเติมขึ้นมานั้น เราก็จะขอคำมั่นสัญญานะคะว่า ขอให้เป็นไปตามที่เรา ได้พูด แล้วก็ทางท่านรองอธิบดีกรมที่ดินได้เข้ามาให้ข้อมูลก็จะเป็นสิ่งที่ดีมาก แล้วก็ทาง ดิฉันเองไม่ขัดข้องที่จะให้เลื่อนไปก่อนค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านณัฐพงษ์ครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ณัฐพงษ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในกรอบ ระยะเวลาไม่ติดใจครับ ขอฝากสุดท้ายประเด็นเดียวครับท่านประธาน อยากจะฝาก เพื่อนสมาชิกทุกท่านว่าเมื่อร่าง ครม. กลับมาแล้ว อยากจะให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านช่วยโหวต รับทั้ง ๓ ร่าง เพื่อยืนยันหลักการว่าร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดย สส. นั้นมีความสำคัญ ไม่แพ้กับร่างของฝ่ายบริหารครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ถ้าจากการหารือนี้เราเห็นด้วยกับญัตติของท่านอนุสรณ์นะครับ ก็คือมีการ จะขอเลื่อนญัตติที่ ๖ ที่ ๗ ของเรื่องด่วนออกไปก่อนนะครับ โดยรายละเอียดที่มีการตกลง ยอมรับกันก็คือ ร่างของ ครม. จะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนะครับ ผมขออนุญาต ไม่ใช้ ๓๐ วันนะครับ วันนี้วันที่ ๓ และเดี๋ยวบวกลบไม่ตรง ก็เอาเป็นว่าสิ้นเดือนกรกฎาคม แล้วก็ขอทางวิปได้มีการ Update แล้วก็หารือกันเพื่อหาข้อยุติเรื่องนี้แล้วก็สื่อสารกับทาง รัฐบาลให้เรียบร้อยนะครับ คิดว่าไม่จำเป็นต้องลงมตินะครับ ทุกคนเห็นด้วยนะครับกับการ เลื่อนวาระที่ ๖ และ ๗ ออกไปก่อนครับ ตามนี้นะครับ ขอบพระคุณครับ ต่อไปจะเป็น เรื่องค้างพิจารณานะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา🔗

๕.๑ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายอภิชาติ ศิริสุนทร กับคณะ เป็นผู้เสนอ) เป็นการพิจารณาต่อจากการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๓๐ ในวันพุธที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๗ ผู้เสนอได้แถลงหลักการ และเหตุผลแห่งร่างพระราชบัญญัติเสร็จสิ้นแล้วครับ ประธานของที่ประชุมในขณะนั้นคือ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้สั่งปิดการประชุมเพื่อนำมาพิจารณาต่อในวันนี้ครับ ดังนั้น ผมขอดำเนินการต่อนะครับ ตอนนี้มีสมาชิกที่ค้างในการอภิปรายทั้งหมด ๙ ท่านครับ แล้วก็ ยังไม่ปิดในการลงชื่อ สามารถที่จะมาลงชื่อเพิ่มเติมได้ครับ ขอเชิญท่านสมาชิกอภิปราย ต่อเลย ตามลำดับครับ ขอเชิญท่านแรก ท่านร่มธรรม ขำนุรักษ์ ตามด้วยท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ เชิญท่านร่มธรรมครับ🔗

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งท่านอภิชาติ ศิริสุนทร กับคณะ เป็นผู้เสนอ ท่านประธานครับ ปัจจุบันปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและ ที่อยู่อาศัยมีอยู่มากมายหลายประเด็น และยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ เท่าที่ควร ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาการไร้ที่ดินทำกิน ที่ดินทำกินไม่เพียงพอ ปัญหาการออกเอกสารสิทธิ และปัญหา การบุกรุกพื้นที่ อีกปัญหาที่สำคัญครับท่านประธานครับ คือปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างพื้นที่ ของรัฐกับประชาชน ซึ่งกระจายอยู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ปัญหาราชการประกาศเขตทับที่ของ ชาวบ้าน แนวเขตที่ดินของรัฐที่ไม่ชัดเจน บางครั้งเกิดข้อพิพาทระหว่างรัฐกับประชาชน ที่รุนแรงและไม่อาจยุติได้ จนมีปัญหาในเรื่องของการออกเอกสารสิทธิ ทำให้พี่น้องประชาชน ไม่มีความมั่นคงในชีวิต ไปจนถึงปัญหาการใช้ที่ดินที่ไม่คุ้มค่า ไม่เหมาะสม การถือครอง ที่กระจุกตัว เช่น บางคนมีที่ดินคนเดียวเป็นแสนไร่ ในขณะที่หลายคนครับ ไม่มีแม้แต่ที่ดิน ที่จะซุกหัวนอน ทั้งหมดนี้ครับท่านประธานล้วนส่งผลต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน นำไปสู่ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำในสังคมและปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ผมขอยกตัวอย่างในจังหวัดพัทลุง ปัญหาเรื่องที่ดินที่พี่น้องส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อน ก็คือปัญหาการประกาศเขตที่ดิน โดยหน่วยงานของรัฐที่ไม่ชัดเจน หรือไปทับซ้อนกับ ที่ดินของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของเขตป่าสงวน เขตห้ามล่าสัตว์ป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตอุทยานแห่งชาติ ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ และที่ดินสาธารณประโยชน์ เป็นต้น ส่งผลต่อการออกเอกสารสิทธิ แล้วก็ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน รัฐบาลเองก็มีปัญหาเช่นเดียวกันครับ ในการแก้ไขปัญหาที่ดิน ทั้งปัญหาทางกฎหมาย ทางนโยบายของรัฐบาล โครงสร้างหรือระบบราชการที่นำมาใช้ในการแก้ไขปัญหา ขาดแคลนบุคลากร งบประมาณ เครื่องมือและเทคโนโลยีในการนำมาใช้ ทั้งหมดนี้ล้วน ฉุดรั้งทำให้ปัญหาที่ดินสั่งสมมาอย่างยาวนาน ไม่สามารถตอบสนองต่อความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนได้ โดยในพื้นที่จังหวัดของผมครับ ก็มีปัญหาในทุกอำเภอในหลากหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นอำเภอกงหรา บางแก้ว ตะโหมด ป่าบอน แล้วก็ปากพะยูน ในพื้นที่เหล่านี้ครับ พี่น้องประชาชนล้วนประสบปัญหาที่ดินกับแนวเขตที่ดินของรัฐ ไม่ว่ารูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง มาอย่างยาวนาน ท่านประธานครับ เป็นเพียงตัวอย่างที่ผมขอยกตัวอย่างในจังหวัดพัทลุง แต่เท่าที่ผมทราบพี่น้องประชาชนทั่วประเทศก็ได้รับความเดือดร้อนที่คล้าย ๆ กัน รัฐบาล ต้องบริหารจัดการและดำเนินการ เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิในที่ดินที่เขาควรจะได้สิทธิในการ ครอบครองหรือได้ประโยชน์อย่างชอบธรรม ตามหลักทั่วไป และตามหลักกฎหมาย นอกจากนี้ครับรัฐบาลควรดำเนินการให้ชุมชน และท้องถิ่นสามารถใช้ประโยชน์ในที่ดิน และทรัพยากรร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้ผมจึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดินที่ท่านอภิชาติ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ด้วยสาเหตุหลัก ๒ ประการด้วยกันครับ🔗

ประการที่ ๑ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้กำหนดให้ผู้ที่ยื่นคำขอออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินที่มีอาณาเขตติดต่อคาบเกี่ยวหรืออยู่ในเขตที่ดิน ของรัฐสามารถใช้หลักฐานอื่นได้ จากเดิมกำหนดไว้ว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะออกให้ได้ ก็ต่อเมื่อตรวจสอบหรือพิจารณาจากหลักฐานแผนที่รูปถ่ายทางอากาศหรือรูปถ่าย ทางอากาศครับว่าเป็นที่ดินที่สามารถออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้ หรือตรวจสอบด้วยวิธีอื่นได้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด หมายความว่า ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ กำหนดไว้ชัดเจนครับว่า สามารถพิจารณาจากหลักฐานอื่นที่แสดงว่ามีการทำประโยชน์ ในที่ดินดังกล่าวด้วยได้นะครับ หมายความว่าจะเป็นการเปิดกว้างทางกฎหมายครับ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความชอบธรรมต่อประชาชนมากยิ่งขึ้น🔗

ประเด็นต่อมาครับ ในเรื่องของการรับรองสิทธิของชุมชนในการใช้ประโยชน์ ที่ดินตามที่ได้รับอนุญาตให้มีสิทธิในการถือครองและสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดิน ร่วมกันตามวิถีชีวิตของชุมชนอย่างชอบธรรมได้ โดยกำหนดให้ อปท. องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้ ประเด็นนี้จะทำให้ประชาชน และชุมชนได้มีที่ดินทำประโยชน์ร่วมกันในการจัดการด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เศรษฐกิจ สังคม และยังทำให้ชุมชนสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลรักษา แล้วก็อนุรักษ์ และจัดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นไปตามความเหมาะสมได้นะครับ ซึ่งผมเองก็ต้อง ขอชื่นชมทางคณะผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ ท่านอภิชาติ ศิริสุนทร ท่านก็เป็นบุคคลที่เข้าใจ ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนอย่างรอบด้าน แล้วก็ทำงานด้านนี้มา อย่างยาวนานนะครับ อย่างไรก็ตามครับท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่าสภาแห่งนี้ก็คง ยังจะมีความเห็นที่แตกต่างในรายละเอียดของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เช่นเดียวกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นตัวอย่างก็คือ เรื่องของระยะเวลาการสละสิทธิในที่ดิน ในกรณีที่เจ้าของที่ดิน ทอดทิ้งหรือไม่ทำประโยชน์นะครับว่า ระยะเวลาที่มีการปรับในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้สมควร หรือไม่ วันนี้ผมจึงขอเชิญชวนทุกท่านได้ช่วยกันร่วมกันลงมติรับหลักการกับร่างกฎหมาย ฉบับนี้ โดยที่เราจะได้นำความเห็นที่แตกต่างกันไปพิจารณากันต่อในชั้นกรรมาธิการ และวาระอื่น ๆ ต่อไป เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่เป็นธรรมและเกิดประโยชน์ สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนและที่ดินของรัฐต่อไปครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ครับ🔗

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตชื่นชม ท่านอภิชาติ ศิริสุนทร และคณะ ที่เห็นความเดือดร้อนของประชาชนแล้วก็พยายาม ที่จะแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนครับ อย่างไรก็ดีถึงแม้ว่า เจตนาในการที่ท่านจะแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดินนั้นจะเป็นเจตนาที่ดีนะครับ เพื่อประโยชน์ของประชาชน แต่ร่างพระราชบัญญัติที่มีการแก้ไขเข้ามาผมพบปัญหา ๓-๔ ประการ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่จะขออนุญาตฝากให้สภาแห่งนี้ได้ร่วมกันพิจารณาครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องของสิทธิชุมชนครับ สิทธิชุมชนแม้จะมีการรับรอง ในรัฐธรรมนูญนะครับ แต่ก็มิได้มีการรับรองให้ถือครองหรือครอบครองที่ดินแต่อย่างใด มีแต่เพียงสิทธิในการช่วยกันรักษาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กำหนดให้ชุมชนที่ได้รับอนุญาตมีสิทธิในการถือครองที่ดิน ซึ่งก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ผมขออนุญาตฝากเป็นประเด็นปัญหานะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ที่เป็นประเด็นที่เป็นสาระสำคัญเช่นเดียวกัน ก็คือคำว่า ชุมชน ในร่างพระราชบัญญัติแก้ไขฉบับนี้ได้มีการนิยามคำว่า ชุมชน ขึ้นใหม่ครับท่านประธาน โดยผม ขออนุญาตอ่านนะครับ คำว่า ชุมชน ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ท่านเขียนเอาไว้อย่างนี้ครับ ท่านบอกว่ากลุ่มคนที่มีที่อยู่อาศัยร่วมกัน รวมตัวกันโดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน เพื่อประโยชน์ ในการจัดการด้านเศรษฐกิจ สังคม ฯลฯ ความหมายก็คือว่า ถ้ามีกลุ่มบุคคลมาอยู่ร่วมกัน ก็ถือว่าเป็นชุมชนโดยทันที แต่ปัญหา มันเกิดขึ้นครับท่านประธาน คำว่า กลุ่มคน คือ คน ๒ คน หรือ ๓ คน หรือ ๔ คน คำว่า ที่อยู่อาศัยร่วมกัน หมายถึง คนที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน อยู่ตำบลเดียวกัน หรืออยู่อำเภอ เดียวกัน และถ้าหากว่ามีบุคคลเป็นบุคคลที่มีที่อยู่ในหลาย ๆ ที่จะถือว่าเป็นสมาชิกชุมชน และนับรวมทำให้เกิดชุมชนด้วยหรือไม่ และในหมู่บ้านหนึ่งจะถือว่ามีกี่ชุมชน แล้วคน ๆ หนึ่ง จะสามารถเป็นสมาชิกชุมชนได้มากกว่า ๑ ชุมชนหรือไม่ การขออนุญาตเพื่อให้ได้รับอนุญาต จะต้องขออนุญาตจากใคร เป็นประเด็นที่มีปัญหาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขฉบับนี้ พยายามที่จะให้ชุมชนมีสิทธิในการถือครองที่ดิน ซึ่งก็เป็น ประเด็นหนึ่งที่ผมก็มีความสงสัยนะครับ เพราะว่าตามมาตรา ๑ ของประมวลกฎหมายที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นฉบับเดิมหรือฉบับใหม่นะครับ ได้ระบุไว้ชัดเจนครับว่า สิทธิในที่ดินนั้น หมายความถึงกรรมสิทธิ์ และให้หมายถึงสิทธิครอบครองใช้ประโยชน์ มีแค่ ๒ คำนะครับ ก็คือสิทธิในที่ดินมีเพียงเรื่องของกรรมสิทธิ์กับสิทธิครอบครอง เพราะฉะนั้นสิทธิการถือครอง ก็เป็นที่น่าสงสัยครับว่า สิทธิในการถือครองนั้นจะครอบคลุมไปขนาดไหน ดังนั้นถ้า ท่านประธานนึกภาพตามผมนะครับ ก็คงจะเห็นปัญหานะครับว่า ในหมู่บ้านหนึ่ง ถ้าพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกมา ในหมู่บ้านหนึ่งจะมีกี่ชุมชน แล้วถ้าหากว่าในชุมชนเดียวกัน ในหมู่บ้านมี ๗-๘ ชุมชน แล้วก็พยายามที่จะอ้างสิทธิในการถือครองที่ดินแปลงเดียวกัน จะจัดการอย่างไร แล้วในการบริหารจัดการชุมชนนั้น ถ้าหากมีบุคคล ๒ คน ๓ คน หรือ ๔ คน หรือ ๕ คน หรือ ๑๐ คน จะถือได้อย่างไรว่าการกระทำของบุคคลใดเป็นตัวแทน ของชุมชนได้ เนื่องจากในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ได้มีการกำหนดนิยามให้ชัดเจนว่า ชุมชนคืออะไร ชุมชนเป็นนิติบุคคลหรือไม่ การปฏิบัติหน้าที่แทนชุมชนจะต้องทำอย่างไร จึงมีปัญหาค่อนข้าง สำคัญพอสมควรทีเดียวนะครับ การจะไปกำหนดกฎกระทรวง หรือออก อะไรตามหลังเพื่อแก้ไขปัญหาตรงนี้ก็ค่อนข้างที่จะยากพอสมควรครับท่านประธาน🔗

อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ผมขออนุญาตแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับท่านสมาชิก ในสภาแห่งนี้นะครับ ก็คือเรื่องของมาตรา ๖ กล่าวโดยสรุปนะครับ ผมจะไม่อ่านก็แล้วกัน กล่าวโดยสรุปก็คือว่า ถ้าหากมีที่ดินรกร้างว่างเปล่า กฎหมายเดิมบอกว่าถ้าเป็นโฉนดสามารถ ที่จะยึดครองเป็นของรัฐได้ภายใน ๑๐ ปี แต่ถ้าเป็นหนังสือรับรองทำประโยชน์ ถ้าปล่อยให้ รกร้าง ๕ ปี ก็ยึดเป็นของรัฐได้ แต่ในร่างฉบับใหม่ท่านได้แก้ไขจาก ถ้าเป็นโฉนดสามารถ ที่จะยึดเป็นของรัฐได้ภายใน ๕ ปี ถ้าเป็นหนังสือรับรองทำประโยชน์ภายใน ๓ ปี แม้จะ มีเจตนาดีว่าไม่อยากจะให้มีที่ดินรกร้างว่างเปล่า อยากจะให้มีการใช้ประโยชน์ในที่ดิน เพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ แต่การแก้ไขในส่วนนี้มันมีปัญหาในเรื่องของความลักลั่น ความไม่สอดคล้องกันของกฎหมาย เนื่องจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ ในเรื่องของการครอบครองปรปักษ์เขียนไว้ชัดเจนครับว่า การครอบครองปรปักษ์นั้นจะต้อง มีการครอบครอง ๑๐ ปีขึ้นไป การที่แต่เดิมตามประมวลกฎหมายที่ดินสอดคล้องกับประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็คือต้องยึดครอง ๑๐ ปี แต่ถ้าแก้ไขเป็น ๕ ปี ก็จะทำให้กฎหมาย มีความลักลั่นแล้วก็ไม่เหมือนกัน ก็จะมีปัญหาแล้วระยะเวลาสั้น ๆ ท่านประธานก็คง ทราบนะครับว่า ในระยะเวลาไม่กี่ปีในบางครั้งอาจจะเผลอนะครับ เพราะว่าอาจจะมีคนแอบ ไปสร้างกระท่อมเล็ก ๆ ในที่ดินของประชาชน ผมขออนุญาตขอเวลานิดหน่อยนะครับ เนื่องจากฝ่ายรัฐบาลน่าจะมีคนอภิปรายแค่ ๑ ท่าน เนื่องจากการครอบครองปรปักษ์นะครับ ท่านประธานก็คงทราบว่ามีปัญหาที่ค่อนข้างมาก ปัจจุบันนี้มีการแอบไปสร้างกระท่อมเล็ก ๆ ในที่ดินเพื่อที่จะใช้สิทธิครอบครองปรปักษ์ มีการ พยายามที่จะขยายพื้นที่โดยการขยายคันนาออกไปเกินขอบเขตของที่ดิน แล้วก็อาศัยว่า ครอบครองปรปักษ์ มีการปลูกต้นกล้วย ปล่อยให้หน่อกล้วยเคลื่อนที่ไปเรื่อย ๆ ทำให้ อาณาเขตที่ดินเพิ่มขึ้น แล้วก็อาศัยการครอบครองปรปักษ์ในการยึดครองที่ดินผู้อื่น หรือการ ขุดคูน้ำติดกับชายพื้นที่ของบุคคลอื่น แล้วก็ค่อย ๆ ขุดคูน้ำรุกล้ำพื้นที่บุคคลอื่นไปเรื่อย ๆ ถ้าหากว่าไม่มีการตรวจสอบโดยละเอียดก็จะเกิดปัญหามีเรื่องฟ้องร้องเรื่องการครอบครอง ปรปักษ์ขึ้นสู่ศาลมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็เป็นประเด็นที่มีปัญหานะครับ ในส่วนนี้ผมไม่อยากจะให้มี การแก้ไขจาก ๑๐ ปีเป็น ๕ ปีครับ ผมว่าอย่างเดิม ๑๐ ปีจริง ๆ แล้วก็น้อยอยู่แล้ว สั้นอยู่แล้ว ผมขอยกตัวอย่าง ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่รัฐเท็กซัสครับท่านประธาน มีกฎหมายเรื่อง Adverse Possession หรือการครอบครองปรปักษ์นี่นะครับ ใช้ระยะเวลา ๒๐ ปีจึงจะสามารถครอบครองปรปักษ์ได้ ของเรา ๑๐ ปีก็มีปัญหามากอยู่แล้ว ถ้าพยายาม ตัดเหลือ ๕ ปี ผมคิดว่าปัญหาจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้นในส่วนนี้ผมจึงไม่เห็นด้วยครับ กล่าวโดยสรุปผมพบปัญหาใหญ่ ๆ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อยู่ ๓ เรื่องครับ อันที่ ๑ ก็คือสิทธิของชุมชนครับ สิทธิชุมชนที่รับรองโดยรัฐธรรมนูญจะเป็นเรื่องของการดูแลรักษา คุณภาพและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่การถือครองหรือครอบครองที่ดินครับท่านประธาน ๒. คำว่า ชุมชนหรือชุมชนได้รับอนุญาต ไม่ได้มีการนิยามให้ชัดเจน ไม่ได้มีการกำหนดให้ถูกต้อง ดังนั้นจะมีปัญหาในการปฏิบัติติดตามมาอย่างแน่นอน รวมถึงเรื่องของการยึดที่ดินที่รกร้าง ว่างเปล่า ที่กำหนดให้ระยะเวลาสั้นลงจาก ๑๐ ปีเป็น ๕ ปีก็จะก่อให้เกิดปัญหาที่รุนแรง เช่นเดียวกัน ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ขออนุญาตฝากประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อให้สภาได้พิจารณาครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชุติมา คชพันธ์ เชิญครับ🔗

นางสาวชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากภาคใต้จังหวัดพัทลุง ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าเรื่องที่ดินนี่เป็นเรื่องที่เราพูดกันมาตลอดยาวนาน แล้วทุกคน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนรู้ดีว่า ปัญหาที่ดินเป็นปัญหาที่เรื้อรัง ซ้ำซ้อน แล้วเรา ก็แก้ปัญหานี้กันมาตลอด เพราะฉะนั้นไม่มีเหตุผลเลยที่เราจะไม่เห็นด้วย หรือไม่แก้ประมวล กฎหมายที่ดิน เพราะไม่เช่นนั้นปัญหานี้ก็จะยังคงอยู่แบบนี้ต่อไปยาวนาน โดยเฉพาะปัญหา ที่ดินที่มีอาณาเขตติดต่อคาบเกี่ยว หรืออยู่ในเขตที่ดินของรัฐ ดิฉันเชื่อว่า สส. ทุกคนล้วนแต่ เจอปัญหานี้มานะคะ เพราะฉะนั้นกฎหมายที่ดินจำเป็นต้องแก้ไข โดยเฉพาะให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจในการบริหารจัดการใช้ประโยชน์จากที่ดินของประชาชน มากขึ้นค่ะ เหตุผล ดิฉันอยากจะให้เหตุผลสนับสนุนว่าเหตุใดเราจะต้องแก้ไขกฎหมายนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

สไลด์ถัดไปค่ะ เนื่องจาก วิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไปกฎหมายต้องเปลี่ยนตาม กฎหมายปัจจุบันนี้ล้าหลังมาก ๆ แล้วนะคะ เราควรต้องให้ชุมชนเป็นผู้มีสิทธิทรงสิทธิในที่ดิน มีสิทธิในการถือครองและใช้ประโยชน์ ร่วมกันตามวิถีชีวิตชุมชนมากขึ้น ท่านจะเห็นว่าเกษตรกรรมทุกวันนี้เราจำเป็นต้องใช้พื้นที่ ซึ่งตอนหลังมีการประกาศพื้นที่ทับซ้อนมากมาย เราก็รับปัญหากัน สส. พวกเราทุกคน รับปัญหากันตลอดมานะคะ ชุมชนที่อยู่อาศัยก็มีการขยาย บางครั้งเป็นพื้นที่ทุ่งเลี้ยงสัตว์ บางครั้งเป็นพื้นที่ที่ไม่ใช่ป่าแล้ว แต่ก็ไม่ได้มีสิทธิในการทำกินตรงนั้นอย่างเต็มที่ หรือแม้กระทั่งบางพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลก็ยังมีปัญหาอยู่เลยค่ะ ไม่สามารถ เจาะบ่อบาดาลได้ ไม่สามารถทำอะไรได้ ปัญหาต่าง ๆ นานามากมายเลยนะคะ เราไม่มีทาง จะแก้ปัญหาได้เลยถ้าเราไม่แก้กฎหมายนะคะ ดิฉันอยากจะยกตัวอย่างให้เห็นกรณีศึกษา ในต่างประเทศในภาพถัดไปค่ะ ประเทศญี่ปุ่นจำนวนที่ดินที่ถือครองเท่ากับอำนาจทาง เศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น นั่นแปลว่าประเทศญี่ปุ่นจะให้เกษตรกรได้ถือครองที่ดินมากที่สุดเท่าที่ จะเป็นไปได้ ประเทศสหรัฐอเมริกาเขาตระหนักในสิทธิของประชาชน ก็จะให้ประชาชน ส่วนใหญ่ได้สิทธิในการถือครองที่ดินเพื่อดำรงชีพ ประเทศต่าง ๆ เขาไม่ได้มีปัญหาที่ดินแบบที่พวกเราเจอกันอยู่ขณะนี้นะคะ ดิฉันไม่เข้าใจว่า เราทนกันอยู่ได้อย่างไร ต่อมาเกาหลีใต้กระจายการถือครองให้ประชาชนเพื่อการพัฒนา เศรษฐกิจ ถ้าเราอยากจะพัฒนาประเทศเราให้ดีขึ้น ปัญหาที่ดินต้องแก้ไขโดยด่วนนะคะ🔗

ในภาพถัดไปนะคะ ดิฉันจะให้ดูกรณีศึกษาว่าทำไมดิฉันถึงจริงจังกับเรื่องนี้ มาก ๆ นี่คือสิ่งที่ดิฉันเจอมากับตัวและดิฉันพยายามแก้ปัญหาอยู่ นี่คือ Timeline การขออนุญาตใช้พื้นที่เพื่อสร้างระบบประปาหมู่บ้าน เทศบาลตำบลโพนทราย จังหวัด มุกดาหาร ดิฉันพยายามที่จะช่วยในการแก้ปัญหาอยู่ดู Timeline นี้เลยค่ะ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ขออนุญาตสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ จังหวัดมุกดาหาร วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๖ ดิฉันนำมาอภิปรายปรึกษาหารือในสภาผู้แทนราษฎร เดือนมีนาคม ๒๕๖๗ ได้รับ อนุมัติโดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติมุกดาหาร โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร แต่สุดท้ายไม่จบค่ะท่านประธาน ยังต้องย้อนกลับไปที่อธิบดีกรมป่าไม้อีก จนถึงตอนนี้ยังค้างคา อยู่เลยค่ะ แล้วเมื่อไรจะได้ใช้ประโยชน์คะ นี่คือต้องการจะสร้างระบบประปาหมู่บ้านของ อบต. ให้กับประชาชน ถ้าเราไม่แก้กฎหมายปัญหานี้ไม่มีทางแก้ได้ และดิฉันเชื่อว่าปัญหานี้ ไม่ใช่ทีเดียวค่ะ ทุกพื้นที่ทั่วประเทศก็ล้วนเจอปัญหานี้เช่นเดียวกัน แล้วพวกเราก็เจอปัญหา กันอยู่แบบนี้แล้วก็ติดกันอยู่แบบนี้ ประชาชนก็รอความหวังจากพวกเราอยู่ ดิฉันเชื่อว่า ผู้แทนราษฎรทุกคนเจอปัญหาเดียวกันค่ะ ดิฉันจะให้ดูอีกภาพหนึ่งนะคะ ดิฉันทราบมาว่า มีนโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ ท่านมีแผนการ เรียบร้อย ปี ๒๕๖๖-๒๕๘๐ เลยทีเดียว โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี สวยหรูมาก ๆ เลยค่ะ แต่แนวทางปฏิบัติตรงนี้ถามว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ดิฉันบอกเลยว่าไม่ ดิฉันให้ดูอีกอันหนึ่งค่ะ ญัตติในสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ เป็นต้นมา เราคุยเรื่องนี้กัน ๑๐๗ ญัตติแล้ว และเป็นอย่างไรคะ แก้ได้ไหม ก็ยังคงเหมือนเดิม เรื่องร้องเรียนที่เข้ากรรมาธิการที่ดิน ดิฉันสอบถามมาจากเจ้าหน้าที่ตั้งแต่กรกฎาคม ๒๕๖๖ จนถึงล่าสุดผ่านไป ๗ เดือน ดิฉันทราบมาว่ามีอยู่ ๑๗๙ เรื่องที่ค้างคาอยู่ ณ ตอนนี้ น่าจะไป ถึง ๒๐๐ เรื่องเรียบร้อยแล้วกระมังคะ แล้วเมื่อไรจะแก้ปัญหาได้ กรรมาธิการก็ไม่สามารถ จะแก้ได้ทั้งหมดนะคะ ถ้ากฎหมายไม่ได้แก้ไข นั่นแปลว่าอะไรคะ เรามีนโยบาย เรามี KPI ที่ดูดี แต่ไม่แก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน เรามีความฝัน แต่ฝันนั้นไม่มีทางเป็นจริงค่ะ จะกลายเป็นฝันที่ไม่เคยเป็นจริง เพราะฉะนั้นดิฉันสนับสนุนเต็มที่ที่จะให้มีการแก้ไขประมวล กฎหมายที่ดิน โดยภาพสุดท้ายดิฉันจะขอสรุปรวบยอดว่า หากเราสามารถที่จะสร้าง เสถียรภาพในด้านที่ดินได้ นั่นแปลว่าเราสามารถสร้างเสถียรภาพให้กับประเทศได้ และจะ เป็นการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลกได้ค่ะท่านประธาน ดิฉันขอสนับสนุนการแก้ไข ประมวลกฎหมายที่ดินอย่างเต็มที่ และขอให้สมาชิกทุกท่านช่วยกันโหวตให้ผ่านด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศนิวาร บัวบาน เชิญครับ🔗

นางสาวศนิวาร บัวบาน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ศนิวาร บัวบาน ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานทราบไหมคะ กว่า ๘ ปีแล้วที่พี่น้องชาวคำป่าหลายจังหวัดมุกดาหารต้องต่อสู้ เพื่อปกป้องที่ดินทำกินและทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่จากการแย่งยึดที่ดินจากรัฐ ส่งผลให้ บางครอบครัวรายได้ลดลงกว่าครึ่ง หนี้สินล้นพ้นตัวเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ ๘๐๐ จากที่มีกินมีใช้ อยู่ดี ๆ ต้องจนฉับพลัน กินรายวัน ผ่อนรายปี บางครอบครัวต้องให้ลูกหยุดเรียนกลางคัน เพราะไม่มีเงินจะส่งเสียต่อ เครียด ซึมเศร้า ติดเหล้า เสพยา จนถึงขั้นพยายามจบชีวิต หนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย นี่เป็นเพียงแค่ ๑ กรณีตัวอย่างในกว่า ๘๐,๐๐๐ คดีที่เกิดขึ้น จากนโยบายทวงคืนผืนป่าของรัฐบาล คสช. เท่านั้นนะคะท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินระหว่างรัฐและชุมชนเป็นปัญหาที่หมักหมมและสั่งสม มายาวนานตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วยืดเยื้อมาจนถึงรัฐบาลชุดนี้ พบได้ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย สาเหตุหลักมาจากโครงสร้างทางความคิดแบบผิด ๆ จึงทำให้ออกแบบนโยบายและกฎหมาย ที่ไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา ผนวกกับกลไกการตรวจสอบที่เป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ จากปมปัญหาเหล่านี้ จึงทำให้ข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินเป็นเงื่อนตายที่ยากต่อการ คลี่คลายปม🔗

ปมปัญหาแรกค่ะท่านประธาน นโยบายภายใต้วาทกรรม ดังเช่นกรณีคำป่าหลาย ตามที่ดิฉันได้ยกตัวอย่างไปเมื่อข้างต้น รัฐอนุญาตให้เอกชนใช้พื้นที่ป่ากว่า ๓๘๐ ไร่ ทำโครงการผลิตไฟฟ้ากังหันลม ทั้ง ๆ ที่ยังเป็นพื้นที่กรณีพิพาทอยู่ระหว่างพิสูจน์สิทธิอยู่เลย แต่รัฐกลับอาศัยวาทกรรมพลังงานสะอาด แล้วก็การเพิ่มพื้นที่ป่าเพื่อชดเชยคาร์บอน ตามแผน Model เศรษฐกิจ BCG เอามาอ้าง ดิฉันเข้าใจว่าพลังงานลมจัดเป็นพลังงานสะอาด ดีต่อโลก ดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ท่านประธานที่เคารพคะ ตามหลักของเศรษฐกิจสีเขียว หรือ Green Economy จะต้องเป็นเศรษฐกิจที่ส่งผลให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีธรรมาภิบาล มีความเท่าเทียม แต่นี่ชุมชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจใด ๆ เลย กลับทำให้ชาวบ้านมีหนี้สินล้นพ้นตัว จากที่เคยมีรายได้ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าบาทต่อปี ตอนนี้ลดลง เหลือ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาทต่อปี แล้วก็มีแนวโน้มที่จะลดลงเรื่อย ๆ จากการโดนแย่งยึดที่ดินไป ชาวบ้านจะต้องเดินทางมายื่นเรื่องเข้ากรรมาธิการพลังงานในวันนี้ ซึ่งท่านณกร ชารีพันธ์ สส. มุกดาหาร พรรคก้าวไกล ก็ได้ลงไปรับเรื่องมา พี่น้องจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการ เดินทางเอง วิ่งขึ้นล่องเดินเรื่องเพื่อเรียกร้องหาความยุติธรรม นี่หรือคะนโยบายการพัฒนา ที่เท่าเทียม🔗

ปมที่ ๒ ค่ะท่านประธาน กฎหมายที่เอื้อหนุนรัฐ ดิฉันไม่เถียงว่าเราจำเป็น ที่จะต้องมีกฎหมายเพื่ออนุรักษ์แล้วก็คุ้มครองพื้นที่ป่า แต่การบังคับใช้กฎหมายที่ผิด ๆ ภายใต้ความคิดที่ว่ารัฐคือผู้พิทักษ์ป่า ขณะที่ประชาชนที่เข้าไปใช้ประโยชน์คือผู้บุกรุก รัฐได้ทำการแย่งยึดที่ดิน ทั้งโดยการเผาทำลาย รื้อเถียงนา ถอนสวนมัน โดยไม่ได้มีการ บอกกล่าวล่วงหน้าตามหลักสิทธิมนุษยชนที่พึงมี ในความเป็นจริงแล้วพื้นที่ป่าอนุรักษ์ มีประชาชนอาศัยอยู่แล้วกว่า ๓๗๐,๐๐๐ ราย เฉพาะในป่าสงวนมีมากถึง ๕๘,๐๐๐ ราย แต่รัฐก็ยังทำการแย่งยึดที่ดินมาเป็นทรัพย์สิน ทั้ง ๆ ที่เกือบ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของที่ดินทั้งประเทศ เป็นของรัฐอยู่แล้ว แล้ว ๔๐ เปอร์เซ็นต์ที่เหลือเป็นของเอกชน ยิ่งไปกว่านั้น ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่เอกชนกระจุกอยู่ที่กลุ่มคนเพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งประเทศ ขณะที่คนอีกกลุ่มไม่มีที่ดินที่จะทำกิน นี่หรือความเท่าเทียม🔗

ปมปัญหาสุดท้ายค่ะท่านประธาน กลไกการพิสูจน์สิทธิ ปัจจุบันใช้ภาพถ่าย ทางอากาศของกรมแผนที่ทหาร สไลด์ต่อไปค่ะ หากไม่มีให้ใช้แผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม แต่ในความเป็นจริงแล้ว ชุมชนอาศัยอยู่ในพื้นที่มานานเป็นร้อยปี มากกว่าเทคโนโลยีเหล่านี้ จะเกิดขึ้นด้วยซ้ำ จึงควรเปิดกว้างให้ใช้หลักฐานอื่น ๆ ที่แสดงให้เห็นว่ามีการครอบครอง และใช้ประโยชน์มาก่อนประกาศเป็นเขตหวงห้าม เช่น ประวัติศาสตร์การใช้ที่ดินของชุมชน พยานบุคคล ร่องรอยการทำประโยชน์ต่าง ๆ ไม้ผล ไม้ยืนต้น รวมถึงเอกสารหลักฐานต่าง ๆ จากทางราชการ ถึงเวลาแล้วค่ะท่านประธานที่เราจะต้องแก้ปัญหาเหล่านี้เสียที ดิฉันก็หวังว่า เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน จะเห็นความสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ และร่วมกันโหวตเห็นชอบ คืนสิทธิให้ชุมชน เพิ่มความเป็นธรรมในการออกโฉนด ที่ดินคือชีวิต อย่าให้พวกเขาต้องมีคุณภาพชีวิตที่ปิดโอกาสแบบนี้อีกเลยค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเชตวัน เตือประโคน เชิญครับ🔗

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี พื้นที่เทศบาลเมืองคูคต เมืองลำสามแก้ว และเมืองลาดสวายครับ ผมขอร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวล กฎหมายที่ดิน ที่ทางท่านอภิชาติ ศิริสุนทร สส. พรรคก้าวไกล เป็นผู้เสนอ ใน ๒ ประเด็น สำคัญครับ นั่นก็คือเรื่องการให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจ และเรื่องสิทธิชุมชน เริ่มต้นที่คำว่าการกระจายอำนาจ ผมอยากเชิญชวนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกรับชม คลิปวิดีโอและรับชมภาพบนสไลด์ต่อไปนี้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่นานนี้เอง ภาพทางซ้ายคือเหตุการณ์ไฟไหม้ที่รกร้าง ที่ริมถนนรังสิต-นครนายก ส่วนภาพทางขวามือ คือบริเวณที่เกิดไฟไหม้ที่รกร้าง และคลิปวิดีโอต่อไปนี้ครับ ผมถ่ายไว้เองในวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ขณะที่กำลังขับรถผ่านตรงจุดที่เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้พอดีครับ จะเห็นว่า อันตรายมากนะครับ ตรงนี้เป็นภาพเคลื่อนไหวเราจะเห็นว่าไฟไหม้นี้เกิดขึ้นตอนกลางวัน และใกล้กับปั๊มน้ำมันด้วยนะครับ ซึ่งก็ยังโชคดีที่ว่าบริเวณนี้อยู่ริมถนนรังสิต-นครนายก แล้วก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดตอนกลางวัน ก็เลยที่จะสามารถเข้าควบคุมเพลิงได้ง่ายหน่อย นะครับ ขณะที่ตกดึกวันเดียวกันของวันนี้ วันเดียวกันกับเหตุการณ์นี้เลย ตอนกลางคืน ปรากฏว่า เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ที่รกร้างอีกแล้ว คราวนี้มาที่เขตของผมเลยครับ บนถนน เสมาฟ้าคราม เทศบาลเมืองลำสามแก้ว ทางซ้ายมือคือภาพเหตุการณ์ไฟไหม้ที่รกร้าง ตรงเทศบาลเมืองลำสามแก้ว บนถนนเสมาฟ้าคราม และทางขวามือคือตำแหน่งที่เป็น Highlight สีส้มนะครับ คือจุดที่เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ จะเห็นว่าบ้านเรือนคนอาศัยอยู่ หนาแน่นมาก และลองดูคลิปต่อไปนี้ครับ ในคลิปจะเห็นว่าเปลวไฟน่ากลัวมากครับ วันนั้น ระดมดับไฟกันจ้าละหวั่น มาจากหลายเทศบาล มาจากหลาย อบต. มาช่วยกันครับ แต่จัดการไฟยากมาก เพราะว่าถนนเสมาฟ้าครามเมื่อเช้าผมหารือไปแล้วว่า มันแคบมาก ควรที่จะขยายและเหตุการณ์เกิดตอนกลางคืนด้วย ก็เลยทำให้บางครอบครัวที่ทนนอนสูด ควันไฟไม่ไหว ผมนอนไม่ได้แน่ ๆ แบบนี้ ต้องไปที่อื่นชั่วคราว ขอบคุณนะครับสำหรับคลิปนี้ จากกลุ่มปทุมธานีที่นี่มีแต่เรื่อง นี่คือเรื่องที่ดินรกร้างว่างเปล่าที่ถูกทอดทิ้ง ไม่ทำประโยชน์ ซึ่งในรังสิต คูคต ลำสามแก้ว ลาดสวาย มีเยอะแยะมากมาย และเกิดเหตุการณ์แบบนี้บ่อย ๆ บ่อยมากเกือบทุกปี ซึ่งผมเห็นว่าแนวทางแก้ไข ก็คือร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ร่างกฎหมายที่ผมกำลัง อภิปรายสนับสนุนอยู่นี้ละครับ ซึ่งเขาให้ความสำคัญกับเรื่องการกระจายอำนาจด้วย เพราะในส่วนที่กำหนดนะครับ ที่บอกว่าที่รกร้างว่างเปล่าถูกทอดทิ้ง ไม่ทำประโยชน์ เกินกำหนดเวลา ให้ถือว่าสละสิทธิ์ที่ดินเฉพาะส่วนทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์หรือปล่อยให้ รกร้างนั้นให้ตกเป็นของรัฐ ส่วนนี้อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูดกันไปแล้วว่าได้ลดจำนวนปีที่มี การปล่อยรกร้างลง จากที่ดินที่เป็นโฉนด ๑๐ ปีเหลือ ๕ ปีติดต่อกัน จากที่ดินที่มีหนังสือ รับรองการทำประโยชน์จาก ๕ ปีเหลือ ๓ ปีติดต่อกัน ถ้าไม่ทำอะไรเลย ถ้าไม่ทำประโยชน์ อะไรเลยตรงนี้ก็จะให้อำนาจกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการเข้ามาตรวจสอบ ในการ เข้ามายื่นคำร้องต่อศาลเพื่อเพิกถอนต่อไป นี่คือการกระจายอำนาจครับ การให้อำนาจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้ที่รู้ปัญหาพื้นที่ดีที่สุด รู้สภาพพื้นที่ดีที่สุด เป็นคนยื่นคำร้องต่อศาล เพราะถ้ารออธิบดีกรมที่ดินแบบที่ผ่านมา ไม่รู้ว่าต้องรออีกนาน แค่ไหนนะครับ และคนจากรัฐ ราชการส่วนกลาง หรือแม้แต่ส่วนภูมิภาค ผมไม่แน่ใจว่าเข้าใจ สภาพปัญหาของท้องถิ่นได้ดีเท่ากับคนในท้องถิ่นหรือไม่ และท่านประธานครับ จากประวัติศาสตร์การใช้กฎหมายนี้ที่ผ่านมา ผมไม่แน่ใจด้วยเหมือนกันนะครับว่า อธิบดีกรมที่ดินเคยยื่นคำร้องต่อศาล แล้วก็ทำให้พื้นที่รกร้างตกเป็นของรัฐหรือไม่ ไม่น่าจะ เคยมีนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ เรื่องสิทธิชุมชน ท่านประธานครับ จากประสบการณ์ส่วนตัว ก่อนมาเป็น สส. ผมเป็นทีมงานเบื้องหลังของพรรคอนาคตใหม่มาก่อน ทำให้มีโอกาส ได้เดินทางไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ได้รับทราบปัญหาข้อพิพาทเรื่องของที่ดินเยอะแยะ มากมายครับ โดยเฉพาะเรื่องของรัฐกับเอกชน ป่าทับที่คน คนทับที่ป่า เรื่องนี้มีอยู่เยอะแยะ มากมาย เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็พูดไปแล้วนะครับ แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งเรื่องสำคัญ นั่นก็คือเรื่องการขาดสิทธิในชุมชน และนี่เองครับที่ทำให้เกิด การบุกรุก ครอบครอง ออกเอกสารสิทธิในที่ดินที่ควรจะเป็นของสมาชิกในชุมชนทุกคน ร่วมกัน ผมพาไปที่นี่ครับ ที่บ้านท่านประธานเลยที่จังหวัดเชียงราย ผมยกตัวอย่างที่ เวียงหนองหล่ม จังหวัดเชียงราย เวียงหนองหล่มเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำนะครับ ในเขตพื้นที่ราบ หุบเขาที่เรียกว่าแอ่งเชียงแสน เป็นที่ตั้งทางประวัติศาสตร์มีผู้คนอยู่อาศัยมาตั้งแต่ก่อน ประวัติศาสตร์ ในตำนานบอกว่าเป็นที่ตั้งของอาณาจักรโยนกนาคพันธุ์สิงหนวัติ ท่านประธาน น่าจะทราบดี แต่ในแง่ของธรณีวิทยาที่ตรงนี้คืออยู่ในบริเวณเขตรอยเลื่อนแม่จันใช่ไหมครับ เกิดแผ่นดินไหว เกิดรอยเลื่อน ทำให้ตรงนี้กลายเป็นหลุม กลายเป็นหล่ม กลายเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ หรือ Wetlands ขนาดใหญ่ ซึ่งก่อนหน้านี้จากการศึกษาของนักวิชาการที่ราชภัฏเชียงราย พบว่าดีกว่า ๓๐,๐๐๐ ไร่ หากแต่ปัจจุบันครับถูกบุกรุก ถูกออกเอกสาร ถูกกว้านซื้อไปเป็น สวนยางพารา สวนป่าของนายทุน พื้นที่ชุ่มน้ำหายไปแล้วเป็นหมื่นไร่ เพราะอะไรครับ นั่นก็เพราะที่ผ่านมาเราขาดแนวคิดเรื่องสิทธิชุมชน นั่นเพราะที่ผ่านมาเราขาดแนวคิด เรื่องการใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งในร่างฉบับนี้ครับ เราเข้ามาแก้ไขโดยเพิ่มคำอย่างที่เพื่อนสมาชิก ได้พูดกันไปแล้วสรุปง่าย ๆ ครับ ต่อไปนี้จะไม่มีแค่ที่ดินของรัฐและที่ดินของเอกชนอีกต่อไป แต่จะมีสิ่งที่เรียกว่าสมบัติร่วมกัน เป็นการบริหารจัดการร่วมกันโดยชุมชน หรือโดยท้องถิ่น ที่ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า Common property ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าถ้ามีการรับรอง ในเรื่องนี้ กรณีอย่างเวียงหนองหล่มที่บ้านท่านประธาน บ้านภรรยาผมเอง สิ่งที่เราจะได้รับ ก็คือ ๓ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ ประชาชนจะได้ใช้ประโยชน์ที่ดินร่วมกัน🔗

เรื่องที่ ๒ สามารถป้องกันบุกรุก กว้านซื้อที่ดินได้🔗

เรื่องที่ ๓ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือทรัพยากรธรรมชาติ พื้นที่สำคัญ ทางประวัติศาสตร์ พื้นที่สำคัญทางธรรมชาติอย่างเวียงหนองหล่มจะไม่ถูกบุกรุกทำลาย🔗

ท่านประธานครับ เพราะการให้ความสำคัญกับเรื่องการกระจายอำนาจ และการให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิชุมชน ผมจึงเห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ และจะขอ การสนับสนุนจากเพื่อน สส. ที่เห็นว่าการกระจายอำนาจ การมีเรื่องสิทธิชุมชนเป็น เรื่องสำคัญ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิพนธ์ คนขยัน พร้อมนะครับ🔗

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ก็ขออนุญาตร่วมอภิปรายร่างพระบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ วันนี้ที่ดิน ขออนุญาตยกตัวอย่างบ้านผม และบ้านเพื่อนสมาชิก หลาย ๆ ท่านก็คงจะไม่แตกต่างกัน โดยเฉพาะในชนบท ปัญหาที่ดินบางที่ก็เป็นที่สาธารณะ แต่ชาวบ้านอยู่กันมาเกือบร้อยปี บางที่ก็เป็นป่าสงวนแห่งชาติอย่างบ้านของกระผมครับ ท่านประธาน หรือแม้แต่หลังที่ว่าการอำเภอพรเจริญ ในเขตเทศบาลพรเจริญ ป่าสงวน แห่งชาติ ดังนั้น พ.ร.บ. ฉบับนี้ผมคิดว่าหากออกเสร็จคณะกรรมาธิการกลั่นกรองเอาปัญหา มาสะท้อนปัญหา และหาแนวทางแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ชุมชนต่าง ๆ ก็จะ เป็นประโยชน์ ดังนั้น วันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่งในพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ เพียงแต่อยาก ยกตัวอย่างว่าในเมื่อที่ดินเป็นเขตป่า แต่ป่าไม่มีหรอกครับท่านประธาน อย่างที่ผมพูด เมื่อสักครู่ว่าเทศบาลพรเจริญมีแต่ตึกรามบ้านช่อง มีแต่บ้านผู้คนไปแล้ว แต่เป็นเขตป่าสงวน ซึ่งไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ นี่คือปัญหาเมื่อออกไม่ได้ อยากมีเอกสารสิทธิเป็น มรดกตกทอดให้ลูกให้หลาน อยากแปลงสินทรัพย์เป็นทุนก็ไม่มีโอกาส อีกประเด็นหนึ่งที่สาธารณะที่ชาวบ้านอยู่กันมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย แต่ก็ยังเป็นสาธารณะ ก็ไม่ปฏิเสธครับ แต่เราจะทำอย่างไรให้ที่สาธารณะแปลงนี้ ให้บุคคลที่เขาอยู่ ให้ชอบ ด้วยกฎหมายโดยวิธีใดก็ฝากกรรมาธิการ ออกโฉนดไม่ได้แต่จะออกใบอะไร เอกสารสิทธิอะไร ให้เขาให้เป็นสิทธิที่เขาสามารถไปครอบครอง จำนอง หรือเอาไปแปลงสินทรัพย์เป็นทุน แม้แต่ ส.ป.ก. วันนี้ยังเอาแปลงเป็นโฉนดแล้ว จะไปกู้สตางค์ได้แล้ว ดังนั้นวันนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพ คนในชาติโดยเฉพาะอยู่ชนบทมีโอกาสน้อยแล้ว วันนี้ถึงมาขอสะท้อน ให้ท่านที่จะเป็นกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมาเพื่อพิจารณา พ.ร.บ. ฉบับนี้ และอีกประการหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ยกตัวอย่าง การจัดสรรที่ดินอยู่ในฉบับนี้เขาอ่านว่า แบ่งที่ เพื่อจัดสรร เป็นบ้านจัดสรรหรือว่าแบ่งที่จัดสรร มันก็มีระเบียบอยู่นะครับ ปัญหาที่ไปที่ดิน จังหวัดสาขาหรือที่ดินจังหวัด เขาบอกว่าที่คุณนี้แบ่งปีหนึ่งสมมุติให้เท่านี้แปลง แต่ที่จริง มันได้มากกว่านั้น แต่ชาวบ้านเขาไม่ทราบหรอกครับท่านประธาน ที่ดินสาขาหรือ ที่ดินจังหวัดบางท่าน บางท่านก็ดีครับแต่บางท่านก็หาสตางค์ แบ่งไม่ได้ที่ของคุณ มันแบ่งเกิน เท่านั้นเท่านี้ อีกปีนั้นปีนี้ถึงแบ่ง ปัญหานี้มีมากและสิ่งสำคัญเวลาไปขอยื่นแบ่งนะครับ แบ่งแยกโฉนด น.ส. ๓ เขาก็จะนัด คิวยาว ๒ เดือน ๓ เดือน แต่ประชาชนต้องการแบ่งให้ลูก ต้องการแบ่งแล้วก็เอาไปเข้าธนาคาร หรือบางรายก็ต้องการแบ่งเพื่อไปขายเอาเงินมาลงทุน นี่คือปัญหาครับ ก็อยากสะท้อนให้เห็นว่า ต่อไปนี้ถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้สมบูรณ์เขียนเป็นระเบียบ กติกาเลย คุณไปติดต่อราชการที่ดิน แบ่งโฉนดยื่นปุ๊บเท่านี้ปั๊บ เท่านั้นวัน เท่านี้วัน จะปิดช่อง ที่ข้าราชการบางคนหากินกับคนจนด้วย ดังนั้น วันนี้ก็เป็นสิ่งดีมากครับท่านประธานที่เคารพ จะได้แก้ปัญหาของชาติบ้านเมืองที่หมักหมมมานาน โดยเฉพาะปัญหาที่ดินผมก็ทราบว่า ทุกจังหวัดก็คล้าย ๆ กัน อย่างที่ผมเรียนว่าวันนี้ทั้งที่สาธารณะ ที่ป่าสงวนแห่งชาติ ที่ไม่มีป่า แต่ถ้ามันมีป่าอยู่ไปบุกรุกไม่ว่ากันครับ อันนี้อย่างบ้านผมก็ป่าสงวนแห่งชาติครับท่านประธาน วันนี้ผมก็จะ ๖๕ ปีแล้วครับ ก็ยังเป็นป่าสงวนต้นไม้มีแต่ปลูกต้นมะม่วงเขาเอง ก็ยังเป็น ป่าสงวนแห่งชาติ นี่คือสิ่งสำคัญบ้านเพื่อนสมาชิกผู้แทนบางท่านก็คงจะคล้ายกันครับ ฉะนั้นวันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพื่อมาแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทั้งหมด ในประเทศไทยให้ได้จบปัญหา ให้พี่น้องประชาชนได้มีความสุข ไม่ยุ่งยากในขั้นตอน ไม่โดนเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่ที่ดินบางคนที่หากินกับพวกนี้ก็จะได้หมดไปครับ ดังนั้น วันนี้ขอสนับสนุนเต็มที่ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี เชิญครับ🔗

นายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี นครสวรรค์

เรียนท่านประธานสภา กระผม กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขตเลือกตั้งที่ ๑ คนปากน้ำโพ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นขอขอบพระคุณ ท่านนิพนธ์ คนขยัน สส. บึงกาฬ ที่พร้อมสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ กระผม กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี ขอเป็นส่วนหนึ่ง ในการอภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดย สส. อภิชาติ ศิริสุนทร ท่านประธานครับ ประเทศไทยมีพื้นที่ดินกว่า ๓๒๐ ล้านไร่ แบ่งที่ดินออกเป็น ๒ ประเภท ก็คือที่ดินเอกชนและที่ดินของรัฐ ถ้าสไลด์พร้อม เรียนเชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี นครสวรรค์

จากปัญหาและที่มานะครับ ผมขออนุญาตสรุป เบื้องต้นต้องขอบคุณข้อมูลจาก สส. อภิชาต สำหรับข้อมูลเรื่องนี้ กระบวนการออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะ เงื่อนของเวลานะครับ การทอดทิ้งหรือไม่ได้ทำประโยชน์ที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์ ซึ่งถือเป็น การสละสิทธิในที่ดินโดยเจตนา ปัจจุบันเงื่อนไขเวลาดังกล่าวค่อนข้างยาวนานก็คือ กว่า ๑๐ ปี รวมถึงปัญหาอื่น ๆ เช่น การรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลางในการดำเนินการ เพื่อให้ที่ดินที่ถูกทิ้งร้างตกเป็นของรัฐ และการจำกัดหลักฐานที่สามารถดำเนินการออกโฉนด ที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินที่อาณาเขตติดต่อคาบเกี่ยว หรืออยู่ในเขต ที่ดินของรัฐ แนวทางการแก้ปัญหาครับ ขอสไลด์ถัดไปครับ ขอเป็น ๓ ข้อ ในแนวทาง แก้ปัญหาของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้🔗

ข้อแรกก็คือเพิ่มนิยามครับ ให้เป็นสิทธิชุมชน กำหนดให้ชุมชนเป็นผู้ทรงสิทธิ ในที่ดินตามที่ได้รับอนุญาต และมีสิทธิในการดูแลรักษาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมในการเข้าถือครองและใช้ประโยชน์ร่วมกันตามวิถีชุมชน🔗

ข้อ ๒ ก็คือเพิ่มประสิทธิภาพในการนำที่ดินรกร้างมาเป็นของรัฐ ลดเงื่อนไข เวลาในการทอดทิ้ง หรือไม่ทำประโยชน์ในที่ดิน ให้กรรมสิทธิ์ให้สั้นลง🔗

ข้อ ๓ คือเพิ่มความเป็นธรรมในการออกโฉนด หรือหนังสือรับรองการทำ ประโยชน์ที่ดินกำหนดให้ใช้หลักฐานอื่นได้นอกจากระวางแผนที่รูปถ่ายทางอากาศในการ พิสูจน์สิทธิการทำประโยชน์ในพื้นที่ แล้วก็กำหนดเวลาให้กรมที่ดินต้องดำเนินการเพิกถอน การออกโฉนด หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด แล้วก็เปิดช่อง ให้สำหรับการออกโฉนดสำหรับผู้มีสิทธิตามกฎหมาย ส.ป.ก. ได้รับการพิสูจน์สิทธิเรียบร้อย แล้วนะครับ แล้วก็ให้กระทรวงยุติธรรมเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการสอบสวนการออกโฉนด หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ โดยออกคลาดเคลื่อนโดยมิชอบตามกฎหมายครับ ผมขอสไลด์แผนที่เลยนะครับ วันนี้ขอยกตัวอย่างของปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน ก็คือ เรื่องของที่ดินทำกินของประชาชนชาวนครสวรรค์ ตำบลบึงเสนาท อำเภอเมือง จังหวัด นครสวรรค์ จากแผนที่นี่เป็น Website ของกรมที่ดินที่พูดถึงตัวหนังสือเอกสาร น.ส.ล. หรือหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงที่มีกว่า ๑๖๒,๓๕๘ แปลง มีประชากรหลายแสนคนอาศัย ทำกินและเป็นที่อยู่อาศัย โดยการครอบครองของรัฐ ปัญหาก็คือนี่เป็นหนังสือ น.ส.ล. เลขที่ นว. ๐๒๐๙ บึงเสนาทเป็นที่สาธารณประโยชน์กว่า ๑,๘๘๒ ไร่ ตรงกลางเป็นพื้นที่รับน้ำ แต่ก็มีความผิดพลาดในอดีต ในเรื่องของการออกนโยบาย การนำสถานที่แห่งนี้ที่เป็นพื้นที่ ลุ่มต่ำน้ำท่วมทุก ๕ ปี มาทำเป็นมหาวิทยาลัย ตอนนั้นหมดเงินกว่าหลายร้อยล้านบาท ในการสร้างอาคาร ตอนนี้อาคารนี้ก็เป็นอาคารที่สมบูรณ์แข็งแรงแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อีกแล้ว เพราะว่ามหาวิทยาลัยมหิดลได้ย้ายไปที่อีกพื้นที่หนึ่งที่เขาทองแล้วนะครับ ผมขอสไลด์ถัดไป เรื่องนี้ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ทั้ง อบต. บึงเสนาท แล้วก็ประชาชนร้องเรียนผ่านผมเข้ามา แล้วก็ พูดถึงการออกโฉนดชุมชนที่ล่าช้า ที่เนิ่นช้า กว่าสิบปีก็ยังไม่สามารถออกโฉนดชุมชนได้ ตัวเจ้าหน้าที่รัฐเองก็กระอักกระอ่วนใจ ในการที่ต้องทำการแปะป้ายออกหมายให้ประชาชน ที่ทำการก่อสร้างให้รื้อถอนอาคารนั้น เพราะว่าก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนประชาชนเอง ก็อยู่มาก่อนอย่างยาวนานหลายพันครัวเรือนในพื้นที่แห่งนี้ที่อยู่มาก่อน แล้วก็ไม่สามารถ สร้างหรือต่อเติมที่อยู่อาศัยที่เขาอยู่ในพื้นที่นี้ได้นะครับ สำหรับเรื่องนี้หากมีการออก กฎหมายฉบับนี้ แก้ไขเพียงไม่กี่มาตราสามารถให้เปลี่ยนแปลงจากกฎกติกาที่หยุมหยิม และเนิ่นช้าจากหน่วยงานของรัฐ จากมหาดไทยเปลี่ยนมาเป็นชุมชนกับท้องถิ่นโดย อบต. ทำประโยชน์ร่วมกัน ในการขออนุญาตในการใช้พื้นที่ หากแก้ไขปัญหาเรื่องนี้แล้ว ประชาชน ก็คงไม่ต้องกังวลครับว่า วันดีคืนดีจะถูกกฎหมายจากท้องถิ่นให้ทุบ รื้ออาคารที่ตนเอง อยู่อาศัย จะไม่ต้องกังวลครับว่าวันดีคืนดีถูกฟ้องร้องขับไล่ให้ออกจากพื้นที่ที่ตนและ ครอบครัวอาศัยอยู่อย่างยาวนาน🔗

ท้ายนี้ครับ ผมขอสนับสนุนการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดย สส. อภิชาติ ศิริสุนทร ในครั้งนี้ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวีรนันท์ ฮวดศรี เชิญครับ🔗

นายวีรนันท์ ฮวดศรี ขอนแก่น

เรียนประธานที่เคารพ ผม วีรนันท์ ฮวดศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนขอนแก่น เขต ๑ พรรคก้าวไกล ขอร่วมอภิปรายสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ เป็นที่ทราบกันดีครับว่าหนึ่งในปัญหาของพี่น้องประชาชนในจังหวัดขอนแก่น พี่น้อง ชาวอีสาน หรือว่าพี่น้องทุก ๆ ภาคทั่วประเทศที่ประสบพบเจอ แล้วก็เป็นปัญหาร่วมนะครับ ก็คือปัญหาเรื่องที่ดินนะครับ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องของการใช้ประโยชน์ในที่ดิน เรื่องของ กรรมสิทธิ์ เรื่องของเกษตร ในส่วนของที่ดินทำกิน หรือว่าพื้นที่ทับซ้อนระหว่างรัฐกับ พี่น้องเกษตรกร หรือว่าปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย หรือปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ในวันนี้ ที่ผมจะขออภิปรายเพื่อสนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ในเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับสิทธิชุมชนครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายวีรนันท์ ฮวดศรี ขอนแก่น

สไลด์ถัดไปครับ ท่านประธานครับ ในเรื่องสิทธิชุมชนตามร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้ ผมต้อง ขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนว่า ในส่วนของสิทธิชุมชนจะมีการเพิ่มอยู่ ๒ ส่วน ก็คือ ๒ มาตราด้วยกัน มาตราแรกก็คือ มาตรา ๑ ที่มีการเพิ่มคำนิยามของคำว่า สิทธิในที่ดิน ให้มีการครอบคลุมและรับรองสิทธิของชุมชน ในการครอบครองใช้ประโยชน์ ดูแลรักษา รวมทั้งอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต่อมาในส่วนที่ ๒ ก็คือ บัญญัติขึ้นมาใหม่ ในคำว่า ชุมชน ขึ้นมาใหม่ในกฎหมายนี้ตามมาตรา ๓/๑ คือรับรองว่า ชุมชนที่ได้รับอนุญาตตามประมวลกฎหมายฉบับนี้ ย่อมมีสิทธิในการถือครองและ ใช้ประโยชน์ที่ดินร่วมกันตามวิถีของชุมชนครับ ท่านประธานครับ การบัญญัติหลักการ สิทธิชุมชนดังกล่าว ถือเป็นเรื่องที่สมควรทำเป็นอย่างยิ่งครับ หรือที่เรียกกันว่าการเพิ่ม สิทธิที่ ๓ รับรองสิทธิของชุมชน เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญในมาตรา ๔๓ ที่ได้บัญญัติไว้ ในเรื่องของการรับรองสิทธิของบุคคลและชุมชน ในการจัดการอนุรักษ์ทรัพยากร แล้วก็ บำรุงรักษาในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งความ หลากหลายทางชีวภาพเพื่อให้สมดุลนะครับ ที่ผ่านมาครับท่านประธาน ปรากฏว่ายัง ไม่มีกฎหมายใด ๆ ออกมารับรองหลักการที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ แม้จะมีนะครับ แต่ก็ไม่ได้อำนวยความสะดวกให้กับชุมชน สามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้อย่างเต็มที่และ ควรจะเป็น นอกจากนั้นในมาตรานี้ยังขยายความของสิทธิชุมชน และรับรองสิทธิชุมชนให้ ครอบคลุมมากขึ้น เปลี่ยนจากการมีส่วนร่วมกับรัฐเป็นชุมชนจัดการตนเอง ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตยกตัวอย่าง ข้อมูลป่าชุมชนในจังหวัดขอนแก่นบ้านผม ข้อมูลจาก ส่วนส่งเสริมการจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้ จังหวัดขอนแก่นมีพื้นที่ป่าชุมชนที่ได้รับอนุมัติ ให้จัดตั้งทั้งหมดเป็นป่าชุมชนอยู่กว่า ๔๒,๐๐๐ ไร่ แบ่งออกเป็นพื้นที่ป่าสงวน จำนวน ๑๓,๐๐๐ ไร่ ตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน จำนวน ๑๓,๐๐๐ ไร่ เกือบ ๑๔,๐๐๐ ไร่ และพื้นที่ น.ส.ล. อีกจำนวนกว่า ๑๔,๐๐๐ ไร่ เกือบ ๑๕,๐๐๐ ไร่ แต่ว่าท่านประธานครับ ปรากฏว่าพื้นที่ในจังหวัดขอนแก่นที่ออกเป็นพื้นที่ชุมชน มีปัญหาคาราคาซังในเรื่องของ การจัดการที่ดินทำกิน การออกโฉนด หลายชุมชน หลายหมู่บ้านมีปัญหากับเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลยังคาราคาซังกันอยู่อีกหลายสิบคดีครับ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่อง ความมั่นคงในที่ดิน ที่ทำกิน ที่อยู่อาศัยและมีพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมากที่ยังอาศัยอยู่ ในเขตป่าชุมชนและรอการไล่รื้อ และรอการพิสูจน์สิทธิอยู่ครับ ท่านประธานครับ แม้ว่า ในปัจจุบันนี้เราจะพบว่ามีกฎหมายตัวหนึ่ง ก็คือ พ.ร.บ. คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ หรือที่เราเรียกสั้น ๆ ว่า คทช. ของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ โดยในมาตรา ๑๐ ของ พ.ร.บ. ของ คทช. ได้บัญญัติให้ คทช. มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนด มาตรการ หรือแนวทางการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมก็ตาม แต่ว่าในวิธีปฏิบัติ หรือว่าการทำงานของ คทช. ปัจจุบันนั้น ยังมีปัญหาและมีข้อจำกัดอยู่หลายประการครับ ที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินให้กับพี่น้องประชาชนได้นะครับ ขอสไลด์ถัดไปครับ ดังที่มีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้พูดถึงข้อจำกัดของ คทช. ไว้ประมาณ ๔ ประการด้วยกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการจัดรูปแบบที่ดินที่บุคคลและชุมชน สามารถใช้สิทธิชุมชนได้อย่างแท้จริง ก็คือเป็นลักษณะต้องขออนุญาตนะครับ🔗

อันที่ ๒ ในการเลือกแปลงที่ดิน รัฐจะจัดสรรตามความสำคัญก็คือ ให้ความสำคัญกับที่ดินแปลงใดแปลงหนึ่งก่อน เรื่องหลักเกณฑ์ก็ยังไม่ได้ชัดเจนมากนะครับ🔗

อันที่ ๓ เรื่องที่ดินที่อยู่ในบริเวณป่าชายเลน มีการจัดให้เฉพาะพื้นที่ ที่เป็นที่อยู่อาศัยเท่านั้น ไม่รวมถึงพื้นที่ทำกินนะครับ🔗

ในส่วนที่ ๔ ก็คือเรื่องสำคัญนะครับ ในเรื่องของการเสียภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสร้างของส่วนที่มีการจัดสรรที่ดินนะครับ แปลงรวมจะมีอัตราที่เพิ่มมากขึ้นครับ คือจากข้อสังเกตข้างต้นส่งผลให้ประชาชน ชุมชนไม่สามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินของชุมชน ได้อย่างมีประโยชน์ มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เพราะว่ารัฐปัจจุบันไม่ได้รับรองสิทธิใช้สอย ให้กับพี่น้องประชาชนนะครับ ทั้ง ๆ ที่ที่ดินดังกล่าวของพี่น้องที่อยู่อาศัย ในพื้นที่ต่าง ๆ อยู่กันมาอย่างช้านานแล้วนะครับ แล้วก็รู้ดีว่าพื้นที่ดังกล่าวจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร และสร้างผลผลิตในชุมชน สร้างรายได้ให้กับชุมชนในระยะยาวได้อย่างไร ท่านประธานครับ หากรัฐยังปล่อยปละละเลยอย่างนี้ต่อไปครับ พร้อมทั้งยังเพิกเฉยแบบนี้ ไม่ฟังเสียงสะท้อน ของประชาชน โดยมุ่งหวังที่จะให้พี่น้องประชาชนนั้นหลุดพ้นจากความยากลำบากอย่าง ยั่งยืนนะครับ การรับรองสิทธิชุมชน การรับรองสิทธิและการถือครองที่ดินทำกินจะช่วย เสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ชุมชน ก่อประโยชน์ให้กับพ่อแม่พี่น้องในชุมชน หลาย ๆ ชุมชนเลยนะครับทั่วประเทศ ด้วยเหตุผลที่ผมได้กล่าวมาข้างต้น ได้อภิปราย มาข้างต้น ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ได้ให้ ความสำคัญในเรื่องของสิทธิชุมชน ซึ่งหากเพื่อนสมาชิกในสภาชุดนี้ของเรารับหลักการ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายฉบับนี้ นั่นเท่ากับว่าจะเป็นการรับรองสิทธิของชุมชน ที่เป็นจุดเชื่อมของการแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อน ปัญหาเรื่องต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชน ในเขตพื้นที่ของเพื่อนสมาชิกได้มากมายหลายพื้นที่ครับ🔗

สุดท้ายนี้ผมขอฝากท่านประธานนะครับว่า ที่ดินสำหรับหลายท่านถือครอง เพื่อแสวงหาความมั่งคั่ง แต่สำหรับใครอีกหลายคนที่ดินคือลมหายใจและความมั่นคง ของชีวิต ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านคำพอง เทพาคำ เชิญครับ🔗

นายคำพอง เทพาคำ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนภาคอีสาน ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะมาเป็นผู้แทนราษฎร ก็ได้คลุกคลีอยู่กับ การแก้ไขปัญหาที่ดิน ที่อยู่อาศัย ที่ทำกินของพี่น้องที่อยู่ในเกือบทุกพื้นที่ ทุกภูมิภาคนะครับ ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ตะวันออก ตะวันตก ภาคอีสานก็เกือบทั้งภาคนะครับ ที่ได้มีการรณรงค์ แก้ไขปัญหา ผลักดันทั้งนโยบาย ผลักดันทั้งการแก้กฎหมายนะครับ จนมาเป็นผู้แทนราษฎร หนังสือร้องเรียนฉบับแรกก็รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาเรื่องที่ดิน ที่ทำกิน เรื่องของ เอกสารสิทธิ ถ้าพ้นวาระไปแล้ว พ้นการเป็นผู้แทนราษฎรไปแล้ว ผมคิดว่าก็ยังจะต้องมี หนังสือร้องเรียนยื่นให้กับผู้แทนรุ่นใหม่ ๆ ต่อไปนะครับ หรือแม้แต่ผมตายไปแล้วก็ยังคง จะต้องมีคนมายื่น พี่น้องประชาชนมายื่นหนังสือร้องเรียนเรื่องแก้ไขปัญหาที่ดิน ถ้าเรา ไม่เห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งคุณอภิชาติ ศิริสุนทร และมิตรสหายได้เสนอให้สภาให้ความเห็นชอบ ท่านประธานครับ เรื่องที่ดิน มันไม่ใช่แค่สินค้าที่จะมีมูลค่า แต่มันเป็นเรื่องของคุณค่าที่สามารถสร้างความมีศักดิ์ศรี ให้กับประชาชน ให้กับราษฎร โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร พี่น้องชาวไร่ชาวนา ประมวล กฎหมายที่ดินได้มีการออกมาเกือบครึ่งร้อยปีแล้ว ตั้งแต่ปี ๒๔๙๗ จนถึงบัดนี้ข้อกฎหมาย ก็ออกมาแบบปิดช่องทาง หลายช่องทางที่จะให้การเข้าถึง การออกเอกสารสิทธิที่เป็นโฉนด อย่างเช่น ที่ดินที่ทับซ้อนกับของทางราชการ ก็ต้องเอาเอกสารของทางราชการที่ทำขึ้นก่อน อย่างนี้ โดยอาศัยภาพถ่ายทางอากาศ ท่านประธานรู้ไหมครับว่าภาพถ่ายทางอากาศ บ้านผมทางอีสานนะครับ เครื่องบินบินไปอีสานครั้งแรกปี ๒๔๖๕ แต่ว่าคนอีสานต้องอยู่ ก่อนหน้านั้นใช่ไหมครับ แล้วภาพถ่าย ถ้าสมมุติว่าชาวบ้านบอกว่าชาวบ้านอยู่ก่อน ๒๔๖๕ มันก็ไม่มีภาพถ่ายทางอากาศ หรือชาวบ้านบอกว่าอยู่ก่อนนประกาศ น.ส.ล. เฉพาะพื้นที่ ที่เรียกว่าประกาศทับที่ของราษฎร หรือเป็นที่ทับซ้อนกันนะครับ อย่างพี่น้องที่ตำบลเปือย อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ ที่ ๒,๐๐๐ กว่าไร่ อยู่ตรงนี้นะครับ ทางราชการเพิ่ง ประกาศเมื่อปี ๒๕๒๕ แต่ชาวบ้านอยู่มาตั้งแต่ปู่ย่าตายายไม่รู้กี่คนแล้ว ก็ยังมีปัญหา ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ ในเรื่องของโฉนดได้นะครับ นอกจากนั้นยังมีประกาศอื่น ๆ ออกมาทับซ้อนให้พี่น้องที่อยู่มาก่อน มีปัญหามากมาย หรือแม้แต่การแก้ไขปัญหาที่ทำกิน ที่ไม่ตรงจุด อย่างกรณีของพระราชบัญญัติเรื่องปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร ปฏิรูปที่ดินเพื่อ การเกษตร หรือ ส.ป.ก. นี้ออกมา พอออกมาเราก็จะเห็นว่าที่บางแปลงที่เป็นโฉนดแล้ว ถ้าอยู่ในเขต ส.ป.ก. ก็จะหมดสภาพไป แล้วก็เป็นที่ ส.ป.ก. เป็นที่รัฐ ไม่มีทางที่จะออก เอกสารสิทธิที่เป็นโฉนดได้ ดังนั้น ในมาตรา ๑๐ ที่ได้มีการแก้ไขบอกว่า ที่ดินที่เป็นที่ปฏิรูป ที่ดินเพื่อการเกษตร หรือ ส.ป.ก. ถ้าพิสูจน์ได้ พิสูจน์เรียบร้อยแล้วว่าเป็นที่ที่เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา เขาทำมาหากินอยู่ก่อนแล้ว หรือที่ ส.ป.ก. ไปทับที่ของชาวบ้าน มันก็สามารถที่จะ ออกเป็นโฉนดได้นะครับ ซึ่งก็ถือว่าโอกาสที่คนส่วนมากของประเทศครับท่านประธาน เกษตรกรชาวไร่ ชาวนา เป็นคนที่อยู่ในที่ ส.ป.ก. ทั้งนั้น ส่วนหน่วยงานราชการหรือที่อื่น ๆ ถือว่าเมืองมันพัฒนาขึ้น มันก็อยู่ในที่ ส.ป.ก. เหมือนกัน ซึ่งถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบ ของสภาผู้แทนราษฎร ผ่านความเห็นชอบไปถึงวาระที่ ๓ นะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้จะเป็น เรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินครั้งใหญ่ เพราะว่าคนที่จะได้ประโยชน์สูงสุดก็คือ ชาวไร่ ชาวนา กลุ่มเกษตรกร หรือผู้ที่อยู่ในชายทะเล อยู่ในชุมชนเมือง อยู่ในเขตป่า เขตเขา ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นกลุ่มคนที่ใช้ประโยชน์มาอย่างต่อเนื่องหลายชั่วอายุคน แล้วประกาศของ ทางราชการเข้าไปทับกฎหมายก็เข้าไปทีหลังนะครับ หรือแม้แต่พิสูจน์ได้ด้วยวิธีการอื่น อย่างต้นไม้ ต้นขนุน ต้นมะม่วง ซึ่งปลูกติดต่อกันมานานตั้งแต่ปู่ย่าตายาย หรือไม่ว่าจะเป็น เรื่องของชุมชนดั้งเดิม ก็จะเป็นเรื่องสามารถนำมาพิสูจน์ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับนี้ เพื่อที่จะออกเอกสารสิทธิที่เป็นโฉนดให้กับพี่น้องได้ครับ อันนั้นเป็นสิ่งที่แก้ไขนะครับ สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาก็คือบทบาทของชุมชน แล้วก็บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะ เข้ามาช่วยในการที่จะให้การพิสูจน์สิทธิของพี่น้องราษฎร ชาวไร่ ชาวนา ผู้ที่อยู่ในที่ดินที่ยัง ไม่มีโฉนดสามารถที่จะออกโฉนดได้ ผมคิดว่าไม่มีเหตุผลใดที่เราจะไม่รับร่างฉบับนี้ จึงขอ เชิญชวนทุกท่านให้ความเห็นชอบ รับร่างในวาระที่ ๑ ในประมวลกฎหมายที่ดินที่เสนอโดย คุณอภิชาติ ศิริสุนทร และคณะ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่าน เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล เชิญครับ🔗

นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนเครือข่ายชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง วันนี้ผมขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยผมจะขอพูดถึงการสนับสนุนให้มีการสถาปนาคำว่า สิทธิชุมชน ไว้ในประมวล กฎหมายที่ดิน ท่านประธานครับ ประมวลกฎหมายที่ดินฉบับแรก เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๗ นับจนถึงตอนนี้ก็ไปแล้ว ๗๐ ปีก็นับว่าเป็นระยะเวลาที่นานพอสมควรครับ อย่างไรก็แล้วแต่ ประมวลกฎหมายที่ดิน ณ ขณะนี้ก็ยังอนุญาตให้เฉพาะบุคคล นิติบุคคล และรัฐเท่านั้น ที่มีสิทธิเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินได้นะครับ หรือแม้กระทั่งสิทธิในการครอบครองที่ดิน ยังไม่มีการอนุญาตให้ชุมชนมีสิทธิในการถือกรรมสิทธิ์หรือครอบครองที่ดินตามกฎหมาย ได้นะครับ ในขณะนี้ในทางปฏิบัติแล้วที่ดินที่จะถูกใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ หรือกิจการของ ชุมชนก็เป็นที่ดินที่อยู่ในการดูแลของรัฐ ซึ่งก็คือที่ราชพัสดุประเภทต่าง ๆ นะครับ ซึ่งก็ดูแลโดยกรมธนารักษ์หรือมอบหมายให้หน่วยงานอื่น ๆ เป็นคนไปดูแลแล้วก็ใช้ประโยชน์ ซึ่งก็มีปัญหากับชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ได้รับเรื่องร้องเรียนในกรณีที่ชุมชนมีปัญหากับที่ราชพัสดุที่สาธารณะเหล่านี้ เต็มไปหมดนะครับ จึงจำเป็นที่จะต้องมีการเพิ่มเติมหลักการที่จะทำให้ชุมชนสามารถมีสิทธิ ในการเป็นเจ้าของที่ดิน ตามประมวลกฎหมายที่ดิน โดยได้กำหนดเอาไว้ในมาตรา ๕ ว่าที่ดิน ที่มิได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลใด ให้ตกเป็นของรัฐหรือชุมชนหนึ่งชุมชนใดที่ได้รับอนุญาต ผมอยากจะเน้นคำนี้นะครับว่า ชุมชนหนึ่งชุมชนใดที่ได้รับอนุญาต ไม่ได้หมายความว่า ทุกชุมชนสามารถที่จะได้สิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินได้ทั้งหมด ชุมชนที่จะมีสิทธิ คุณก็ต้องพิสูจน์ให้รัฐเห็นได้ว่ามีคุณสมบัติ มีความสามารถมากพอที่จะสามารถดูแลจัดการ ที่ดินได้ ถึงจะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานที่ดินนะครับ🔗

ในส่วนต่อไปถามว่าชุมชนที่ว่านี้คืออะไร ความหมายของคำว่าชุมชน ตามกฎหมายก็จะมีมากมาย แต่ตามร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับได้เขียนเอาไว้ว่า ชุมชน ก็คือ กลุ่มคนที่อยู่อาศัยร่วมกัน รวมตัวกันโดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกันเพื่อใช้ประโยชน์ ในการจัดการด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม รวมถึงมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาและจัดการ การใช้ประโยชน์ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในกรณีนี้ไม่ได้หมายความว่า ใครก็แล้วแต่เมื่อรวมกันแล้วจะสามารถที่จะได้สิทธิในการเป็นเจ้าของที่ดิน มันต้อง ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานที่ดิน ซึ่งผมก็อยากจะย้ำในตรงนี้นะครับ ทีนี้ถ้าหากว่ารัฐคิดว่า ให้ชุมชนเอาไปใช้ แล้วไม่เชื่อใจหรือไม่ไว้วางใจในส่วนนี้ ก็ไม่เป็นไรครับ รัฐยังสามารถ ที่จะตามไปออกกฎหมายลำดับรองในการติดตาม กำกับการใช้ที่ดินที่อนุญาตให้กับชุมชน ไปแล้วได้ อันนี้ก็สามารถทำได้โดยไม่ได้มีปัญหาอะไรนะครับ คำว่า สิทธิชุมชน ถูกสถาปนา ไว้ในกฎหมายอย่างเป็นทางการครั้งแรก ก็คือตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ ในมาตรา ๔๖ แล้วก็ต่อเนื่องมาจนถึงปี ๒๕๕๐ และรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คือฉบับปี ๒๕๖๐ ก็ยังได้บัญญัติเอาไว้ในมาตรา ๔๓ ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นคำว่า สิทธิชุมชน ไม่ใช่สิ่งที่ลอย ๆ แต่ถูกสถาปนาเอาไว้ในกฎหมายแม่บทไปแล้วนะครับ ถามว่าชุมชนมีสิทธิอะไรบ้างหลัก ๆ ก็คือสิทธิในการจัดการ การบำรุงรักษาและการ ใช้ประโยชน์ ตามรัฐธรรมนูญยังจำกัดเรื่องของการใช้ประโยชน์ในทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่ได้ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า สิทธิชุมชนหมายความรวมถึงสิทธิ ในการเป็นเจ้าของที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินด้วย เมื่อไม่มีความชัดเจนและรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทก็ได้รับรองคำนี้เอาไว้แล้ว มันก็เลยมีความจำเป็นที่จะต้องสถาปนา เอาไว้ในประมวลกฎหมายที่ดิน โดยเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนนะครับว่า ชุมชนมีสิทธิ ในเรื่องนี้ถามว่ามันมีความแตกต่างกันอย่างไร แม้ว่าที่ดินที่จะถูกใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ แต่ถูกดูแลโดยกรมธนารักษ์อยู่แล้วนะครับ แต่ปัญหาก็คือว่าที่ดินที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ ที่อยู่ในการดูแลของกรมธนารักษ์ กรมธนารักษ์เป็นเจ้าของ แล้วชุมชนเวลาจะไป ขออนุญาตใช้ หรือใครก็แล้วแต่จะไปขออนุญาตใช้พื้นที่สาธารณะ มันไปใช้เลยไม่ได้ต้อง ขออนุญาต แล้วกระบวนการในการอนุญาตให้ใช้มีทั้งล่าช้า แล้วก็มีทั้งการทุจริตด้วย ยกตัวอย่างง่าย ๆ แค่ท้องถิ่นจะขอใช้พื้นที่ในที่ราชพัสดุ สร้างถนนแค่ ๒๐๐ เมตร ต้องขออนุญาต เป็นปี ๆ แล้วในกรณีที่ชุมชนมีความขัดแย้งกับธนารักษ์ หรือหน่วยงานที่ใช้พื้นที่ตรงนั้นอยู่ แทบจะไม่เคยได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ได้นะครับ ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่ท้องถิ่นจะใช้เพื่อ ทำประโยชน์ตรงนั้นมันเพื่อประโยชน์สาธารณะ เพื่อประโยชน์ของชุมชน ไม่ใช่ของบุคคลใด บุคคลหนึ่งนะครับ นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างอื่น ๆ ที่น่าสนใจ อย่างเช่น ที่ดินสาธารณะประเภท ทุ่งเลี้ยงสัตว์ที่เหล่านี้จำนวนมาก ในอดีตถูกประกาศเป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ แต่ปัจจุบันไม่มีคนเลี้ยงสัตว์ แล้วนะครับ กลายเป็นชุมชน กลายเป็นตลาด กลายเป็นเมืองไปแล้วนะครับ แต่สถานะยังเป็น ทุ่งเลี้ยงสัตว์อยู่ อย่างนี้มันก็มีปัญหา ถ้าทำให้ชุมชนสามารถมีสิทธิได้โดยรัฐมอบที่ดินเหล่านี้ ให้ชุมชนเอาไปใช้ประโยชน์ใช่ไหมครับ ชุมชนก็จะสามารถที่จะร่วมกันตัดสินใจได้ว่าจะ เอาไปใช้ทำประโยชน์อะไรได้บ้าง อย่างเช่น อาจจะเอาไปให้เป็นที่อยู่อาศัย จะเอาไปทำ ตลาดชุมชน จะสร้างถนน สร้างแหล่งน้ำสำหรับชุมชน ชุมชนก็สามารถร่วมกันที่จะตัดสินใจ ได้เองภายในชุมชน โดยที่ไม่ต้องไปขออนุญาตจากธนารักษ์ ซึ่งมีปัญหาเป็นอย่างมาก สิ่งเหล่านี้ ถ้าทำให้ชุมชนได้มีสิทธิจริง ๆ การบริหารจัดการหรือว่าการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่าง ชุมชนที่ทับซ้อนกับที่ดินของรัฐที่มีจำนวนมากกว่า ๑๐ ล้านไร่ทั่วประเทศไทย ก็จะสามารถ ที่จะแก้ไขปัญหาส่วนนี้ไปได้ แล้วก็ลดภาระของรัฐในการมาจัดการแทนที่ธนารักษ์จะไป จัดการทุกที่ ก็เพียงมีหน้าที่ในการติดตาม แล้วก็กำกับให้ชุมชนใช้ประโยชน์อยู่ในร่องในรอย ไม่ได้นำไปสู่การทำลายล้าง หรือทำให้การสูญเสียที่ดินเกิดขึ้นแบบนี้มันก็จะเป็นประโยชน์ ด้วยกันทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้งส่วนที่เป็นรัฐกับส่วนที่เป็นชุมชนนะครับ ในกรณีนี้ผมขอเรียนว่าถ้าสภา แห่งนี้สถาปนาคำว่าสิทธิชุมชนไว้ในประมวลกฎหมายที่ดิน นี่ก็จะเป็นเรื่องใหม่ แล้วก็เป็น ครั้งแรกที่ประมวลกฎหมายที่ดินรับรองคำว่า สิทธิชุมชน เอาไว้ ประโยชน์นอกจากที่ผม พูดแล้ว ก็จะเหมือนอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้พูดไปแล้วว่า มันมีแต่ผลประโยชน์ ต่อชุมชน เอาเข้าจริง ๆ แล้วผมยังมองไม่เห็นเลยนะครับว่า มันจะมีปัญหาได้อย่างไร เพราะสาระสำคัญก็คืออนุญาตให้ชุมชนใช้ประโยชน์ รัฐยังคงมีอำนาจในการกำกับอยู่ ไม่ได้มอบแล้วมอบเลย เหมือนอย่างที่ดินที่มอบให้แก่เอกชน เพราะฉะนั้นผมจึงขอสนับสนุน ร่างกฎหมายฉบับนี้ ที่เสนอโดยท่านอภิชาติ ศิริสุนทร เพื่อที่จะช่วยกันสถาปนาคำว่า สิทธิชุมชน ไว้ในประมวลกฎหมายที่ดินครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพงศธร ศรเพชรนรินทร์ เชิญครับ🔗

นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ระยอง

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พงศธร ศรเพชรนรินทร์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง อำเภอแกลง อำเภอเขาชะเมา จากพรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนในที่นี้ทราบกันดีว่าปัญหาที่ดิน เป็นปัญหาใหญ่ พี่น้องประชาชนจำนวนมากที่เป็นผู้บุกเบิก หักร้าง ถางพง จับจองที่ดิน สร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศมาอย่างยาวนาน เวลาผ่านมาเกิดปัญหาพื้นที่ทับซ้อน จากผู้บุกเบิกกลับกลายเป็นผู้บุกรุก ถูกรัฐตีตราว่าบุกรุกที่ของรัฐบาลบ้าง บุกรุกที่เอกชนบ้าง ทั้งที่เขาอยู่กันมาก่อน ในภาพรวมหลายท่านได้พูดไปแล้วครับ ผมในฐานะผู้แทนราษฎร อำเภอแกลง อำเภอเขาชะเมา จะขออนุญาตใช้โอกาสนี้ยกตัวอย่างประกอบให้ท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกได้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าปัญหาที่ดินนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตัวอย่างแรกครับ ผมจะพาไปที่อำเภอเขาชะเมา ที่ตำบลน้ำเป็นพื้นที่ทับซ้อนระหว่างที่ทำกินของชาวบ้าน กับเขตอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง พื้นที่แห่งนี้มีการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติ ในปี ๒๕๕๖ เกิดพื้นที่ทับซ้อนมีการฟ้องร้องพี่น้องประชาชน มีอย่างน้อย ๒ รายครับ ถูกอายัดพื้นที่ ห้ามเข้าทำกินในพื้นที่ ไม่นานมานี้ครับปลายปี ๒๕๖๔ ถ้าใครยังจำภาพข่าวได้ หัวหน้าอุทยานนำเจ้าหน้าที่เข้าไปตัดโค่นต้นทุเรียนของพี่น้องประชาชนที่กำลังจะให้ผล เจ้าของที่ถึงกับเข่าทรุดน้ำตาริน ได้แต่มองต้นทุเรียนที่อุตส่าห์ทำนุบำรุง ถนอมรักษา ปลูกให้ เติบโตและกำลังจะเก็บเกี่ยวได้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ถูกทำลายทิ้งไปต่อหน้าต่อตา จากปัญหาพื้นที่ทับซ้อน พื้นที่ตรงนี้เดิมทีพี่น้องประชาชนก็ปลูกมันสำปะหลังกัน เมื่อมี ปัญหาทับซ้อนกับเขตอุทยาน ปลูกมันแล้วไถพรวนดินไม่ได้ ก็เปลี่ยนไปปลูกยางพารา แต่พอ ปลูกยางพาราแล้วกรีดยางกันแล้วหลายปี ต้นยางหมดอายุต้องการที่จะตัดโค่นเพื่อปลูกใหม่ ก็ทำไม่ได้ครับ เพราะอยู่ในพื้นที่ทับซ้อนอุทยาน เกิดปัญหาตามมาหรือแม้แต่จะปลูกสร้าง อาคารที่พัก ที่อยู่อาศัย เพื่อเฝ้าสวนยางก็ทำไม่ได้ แล้วในพื้นที่นี้มีปัญหาช้างป่าด้วยครับ เข้ามาในพื้นที่สวน พื้นที่ไร่ของพี่น้องประชาชน ปลูกบ้านไม่ได้ก็หลบภัยช้างป่าไม่ได้ มีพี่น้อง ต้องเผชิญหน้ากับอันตรายช้างป่า เป็นปัญหาทับซ้อนเข้ามาอีกนะครับ เมื่อผมคุยลึกเข้าไป ก็ได้ทราบว่าพื้นที่ตรงนี้ พี่น้องประชาชนทำมาหากินอยู่มาก่อน และคนที่เสนอให้มีการออก เขตอุทยานก็เป็นประชาชนเองที่เห็นว่า ขณะนั้นรัฐบาลทำการสัมปทานป่าไม้ ตัดป่ากัน ไปมากจนป่าจะไม่เหลือ ประชาชนเป็นคนเสนอเองให้ออกเขตอุทยาน แต่กลับขีดเส้นเขต แล้วกินพื้นที่ชาวบ้าน เดือดร้อนตามมา พี่น้องประชาชนต่อสู้เรื่องนี้มาโดยตลอดนะครับ จนกระทั่งปี ๒๕๔๑ มีการพิสูจน์สิทธินะครับ โดยมีมติ ครม. ปี ๒๕๔๑ ระบุว่าพี่น้อง ประชาชนอยู่มาก่อน ๙๙ ราย ๑๘๔ แปลง ๘๒๙ ไร่ แต่จากปี ๒๕๔๑ จนถึงวันนี้ ๒๖ ปี ผ่านไป แม้จะมีมติ ครม. ระบุว่าประชาชนอยู่มาก่อนเขตอุทยาน จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับ เอกสารสิทธิใด ๆ🔗

เรื่องถัดมาครับ ปัญหา คทช. ในพื้นที่ตำบลชำฆ้อ อำเภอเขาชะเมา ไปบอก กับชาวบ้านว่าให้เข้าโครงการ คทช. ครับ แล้วจะสามารถขอสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ขอประปา ขอไฟฟ้าได้ แต่ล่าสุดชาวบ้านไปขอไฟฟ้า การไฟฟ้าก็บอกว่าให้ไปขออนุญาต จากป่าไม้ก่อนอยู่ดี พื้นที่ใกล้กันถัดมาครับ พื้นที่ชุมชนเขาบ่อแป้ง ตำบลชำฆ้อ อำเภอเขาชะเมาเช่นกัน มีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างที่ที่ชาวบ้านอยู่อาศัยมานานและ มีการออกเอกสาร น.ส.ล. ทับที่ชาวบ้าน เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างเทศบาล กับประชาชนที่อยู่มาก่อน เป็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชนที่เข้าใจว่าเป็นพื้นที่ น.ส.ล. แล้วเข้ามาใช้ประโยชน์ แล้วก็ไปขัดแย้งกับคนที่อยู่มาก่อน จนเรื่องนี้ชาวบ้านก็ได้ เอาเรื่องมาร้องเรียนที่กรรมาธิการ ป.ป.ช. ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาแก้ไขปัญหา🔗

เรื่องถัดมาครับ ที่ชุมชนเย็นเซ ตำบลชากพง อำเภอแกลง มีประเด็นธนาคาร เอกชนแห่งหนึ่งไปฟ้องร้องประชาชน ๑๔ หลังคาเรือน ว่าบุกรุกที่ของธนาคาร แต่ศาลสั่ง ยกฟ้องครับ เพราะพิสูจน์แล้วว่าประชาชน ๑๔ หลังคาเรือนนี้อยู่มาก่อน ที่ดินก็เลยได้ไป รังวัดพื้นที่ใหม่ เพื่อออกเอกสารสิทธิให้กับธนาคาร แต่ไม่ได้รังวัดจัดสรรที่เพื่อออกเอกสารสิทธิ ให้กับประชาชน ๑๔ หลังคาเรือนนั้น นี่คือตัวอย่างปัญหาในการพิสูจน์สิทธิ ในการออก เอกสารสิทธิให้กับประชาชนที่ควรจะได้รับสิทธิในการถือครองที่ดิน เพื่อความมั่นคง ในการอยู่อาศัย เพื่อความมั่นคงในการทำมาหากินนะครับ ดังนั้น ผมจึงขอสนับสนุน พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้ ซึ่งผมเห็นว่าจะเป็นประตู บานแรก ๆ สู่การปฏิรูปที่ดินทั้งระบบ อย่างน้อยฉบับนี้ได้พูดถึงเรื่องของการรับรอง สิทธิชุมชน เปิดช่องทางในการออกเอกสารสิทธิให้ชุมชนเข้าใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ มีการเปิด ให้ใช้เอกสารอื่น ๆ นอกเหนือจากการใช้คำพิพากษาของศาลเพื่อประกอบการขอโฉนด เพื่อขยายสิทธิให้ประชาชนในการพิสูจน์สิทธิของตัวเองได้มากขึ้น รวมไปจนถึงการพิจารณา ให้ผู้มีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่ได้รับการพิสูจน์สิทธิ เรียบร้อยแล้ว ให้เป็นผู้ซึ่งสามารถที่จะออกเอกสารสิทธิในการจะใช้ประโยชน์ได้ ทั้งหมดนี้ ผมจึงอยากจะขอเชิญชวนเพื่อน ๆ ผู้แทนราษฎรให้ร่วมกันสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อให้การดำเนินการในการจัดสรรที่ดินนั้นเกิดประโยชน์ต่อประเทศ ต่อชุมชน และประชาชน อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ก่อนจะตัดสินใจลงคะแนนใด ๆ ผมอยากเชิญชวนผู้แทนราษฎร ทุกคน หันกลับไปมองตาประชาชนในพื้นที่ว่า พื้นที่ของท่านมีประชาชนที่เดือดร้อน จากกรณีปัญหาการถือครองที่ดิน การพิสูจน์สิทธิที่ดินหรือไม่ ผมเชื่อว่าทุกที่มีปัญหา โปรดอย่าเมินเฉยต่อแววตาของประชาชนในพื้นที่ของท่าน ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกฤช ศิลปชัย เชิญครับ🔗

นายกฤช ศิลปชัย ระยอง

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม กฤช ศิลปชัย ผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้ ในประเด็นสำคัญ ๆ หลาย ๆ ประเด็นเพื่อนสมาชิกก็ได้พูดกันไปเยอะ ส่วนของผม ก็จะเน้นไปที่ประเด็นเรื่องของการยกเลิกการใช้คำพิพากษาของศาล เพื่อประกอบ การขอออกโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ รวมถึงการใช้หลักฐานอื่น ๆ ในการพิสูจน์สิทธิครับ ท่านประธานครับ ประมวลกฎหมายที่ดินฉบับปัจจุบันที่บังคับใช้ กันอยู่นั้น กำหนดให้ประชาชนที่ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินก่อนวันที่ประมวล กฎหมายที่ดินประกาศใช้ สามารถยื่นขอออกโฉนดได้ก่อนวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ครับ ซึ่งการกำหนดกฎหมายฉบับนี้ เงื่อนไขนี้การประชาสัมพันธ์นั้นไม่ทั่วถึง และความชัดเจน ในการสื่อสารนั้นไม่มากพอครับ ทำให้ประชาชนเสียสิทธิในการออกโฉนดที่ดินตามที่ควร จะเป็น และควรกำหนดให้หน่วยงานภายนอกที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจ ทางปกครองครับ นั่นก็คือกระทรวงยุติธรรม โดยกำหนดให้ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนการออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรอง การทำประโยชน์ โดยมีองค์ประกอบที่หลากหลาย ที่ประกอบไปด้วยเจ้าพนักงาน ฝ่ายปกครอง ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในที่ดินที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ ผู้แทนกรมสอบสวน คดีพิเศษ ผู้แทน ป.ป.ท. ผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญเรื่องที่ดิน และตัวแทนภาคประชาชน ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งจะมีความหลากหลายมากกว่าครับ รวมถึงจะเป็นการวางหลักที่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนได้ว่า คณะกรรมการชุดนี้จะเป็นคณะกรรมการที่สามารถพิจารณาได้อย่างเป็นธรรมและ การใช้หลักฐานอื่น ๆ กำหนดให้ผู้ยื่นคำขอออกโฉนด หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ในที่ดิน ทั้งที่มีอาณาเขตติดต่อคาบเกี่ยวหรืออยู่ในเขตที่ดินของรัฐ สามารถใช้หลักฐานอื่นได้ นอกจากที่กำหนดไว้เพียงว่า ใช้ได้แค่เพียงระวางแผนที่รูปถ่ายทางอากาศ หรือระวางรูปถ่าย ทางอากาศ ท่านประธานที่เคารพครับ ชาวบ้านตาดำ ๆ ยายมียายมา ตาสีตาสาที่ไหน จะไปหาระวางแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศได้ครับ เขาจะไปขอจากไหน จะไปหาจากไหน วัน ๆ แค่ก้มหน้าทำมาหากินอยู่บนที่ดินของตัวเองก็แทบจะไม่มีเวลาแล้ว ยังต้องมายากลำบาก ในการพิสูจน์สิทธิในที่ดินที่ตัวเองอยู่มาก่อน ท่านประธานครับ ผมจะขอยกตัวอย่าง พื้นที่ที่ดินทับซ้อนกับที่ดินของรัฐในพื้นที่เขตเลือกตั้งของผม ก็คือพื้นที่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง ที่เกาะเสม็ด ชาวบ้านบนเกาะเสม็ดนั้นอยู่กันมาตั้งแต่ปี ๒๔๘๖ ซึ่งมีการตั้งบ้านเรือนกระจาย อยู่ทั่วทั้งเกาะ และก่อนที่จะมีการประกาศเขตอุทยาน เจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้เองได้ลง สำรวจพื้นที่เกาะเสม็ด เพื่อจัดตั้งอุทยานก็พบว่า มีชาวบ้านกระจายอยู่อาศัยกันทั่วทั้ง เกาะเสม็ด ต่อมาปี ๒๕๒๔ ก็มีการประกาศอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า หมู่เกาะเสม็ดขึ้น พบว่าการแก้ปัญหาให้ชาวบ้านที่อยู่มาก่อนนั้น ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพราะเกาะเสม็ดนั้น แบ่งพื้นที่เป็นส่วน ๆ ที่มีชาวบ้านอยู่มาก่อนได้แบ่งออกเป็น ๓ ส่วน ส่วนแรกคือ ส่วนทางด้านทิศเหนือของเกาะครับ ส่วนที่ ๒ คือส่วนที่เป็นที่ตั้งของโรงเรียนเกาะแก้วพิสดาร มีป้อมอุทยาน มีหาดทรายแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านอยู่กันอย่างหนาแน่น มีวัด มีโรงเรียน มีสถานีอนามัย สถานีตำรวจ ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงสถานที่ราชการ อื่น ๆ ตั้งอยู่ครับ และส่วนที่ ๓ ก็คือด้านทิศตะวันออกของเกาะเสม็ดยาวไปจนถึงส่วนท้าย กินถึงพื้นที่ส่วนตะวันตกด้วย โดยเฉพาะในพื้นที่ส่วนที่ ๓ นี้ มีชาวบ้านถูกจับกุมข้อหาบุกรุก เขตอุทยาน จำนวน ๔๙ ราย ในปี ๒๕๓๓ ครับ ซึ่งข้อเท็จจริงนั้นชาวบ้านทั้ง ๓ ส่วนนี้ อยู่มาก่อนการประกาศเขตอุทยานทั้งสิ้น แต่การแก้ปัญหาให้ชาวบ้านนั้น ขณะประกาศ เขตอุทยานนั้น กลับมีการกันพื้นที่ออกเพียงเฉพาะส่วนที่ ๑ ก็คือ ส่วนด้านทิศเหนือของเกาะ ส่วนที่ ๒ กับส่วนที่ ๓ ไม่มีการกันออก ทุกอย่างยังคงอยู่ในเขตอุทยานทั้งสิ้น สุดท้ายพื้นที่ ที่ชาวบ้านในส่วนที่ ๒ และส่วนที่ ๓ ก็อยู่ในเขตอุทยาน ทั้งที่อุทยานเองก็ยอมรับและรับรู้ มาตลอดว่าพื้นที่ในส่วนที่ ๒ และส่วนที่ ๓ นั้น มีชาวบ้านอยู่มาก่อน และได้มีข้อตกลงร่วมกัน และให้ความช่วยเหลือกันโดยตลอดระหว่างอุทยานกับชาวบ้าน ดังเช่นข้อตกลงของ ท่านไพโรจน์ สุวรรณากรณ์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ไม่เสียหายอะไร ได้ทำบันทึกข้อตกลงกับชาวบ้าน จำนวน ๘ ข้อครับ ซึ่งหนึ่งในข้อนั้นก็คืออนุญาตให้ชาวบ้าน ปลูกสร้างอาคารในพื้นที่ที่เคยครอบครองที่ดินมาก่อนได้ครับ และให้มีการหมายแนวเขต ของชาวบ้าน จำนวน ๓๔ ครอบครัว และกันแนวเขตที่ดินของชาวบ้าน จำนวน ๑๐๕ ครอบครัว ที่อยู่ทางทิศเหนือออก แต่การดำเนินการยังไม่ลุล่วงครับท่านประธานครับ ทำเสร็จเพียง ส่วนเดียวครับก็คือส่วนที่ ๑ ทางด้านทิศเหนือ ส่วนที่ ๒ ส่วนที่ ๓ นั้น หยุดชะงักโดยไม่ทราบ สาเหตุครับ ต่อมาอีกครับท่านประธานครับปี ๒๕๕๙ นโยบายทวงคืนผืนป่าของ คสช. ที่เรารู้จักกันดีครับ ได้มีการจับกุมชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ส่วนที่ ๑ ทั้งที่เป็นพื้นที่ที่ถูกกันออก โดยกรมอุทยานอ้างว่ามีการถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ มีการรังวัดแนวเขตใหม่ คำถามคือว่า คุณถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่อะไร ทำไมถึงทำให้พี่น้องประชาชนชาวบ้านที่อยู่ในเขต ที่อยู่บนเกาะเสม็ดเดือดร้อนขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่ชาวบ้านอยู่ในหมุดที่อุทยานเป็นคนปักเอง ไม่เคยเลยหมุดออกไปเลยครับท่านประธาน แต่คนออกแผนที่ฉบับใหม่ แผนที่แนบท้าย กฤษฎีกาฉบับใหม่ นั่งอยู่ที่กรุงเทพมหานครครับ ใช้เทคโนโลยีอะไรก็ไม่รู้ วันดีคืนดีลากไป ลากมา ลากเส้นไปลากเส้นมา บอกว่าชาวบ้านบุกรุก จับกุมกันอีกไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร ต่อมายังลามไปจับส่วนที่ ๒ ส่วนที่ ๓ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองมีข้อตกลงกับเขาและยอมรับอยู่แล้ว ว่าเขาอยู่มาก่อนครับ ท่านประธานครับ เหตุการณ์นี้ชาวบ้านไม่สามารถป้องกันตัวเองจาก ข้อกล่าวหาดังกล่าวได้ เนื่องจากปัญหาดังกล่าวคือความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐเอง เป็นความผิดพลาดของหน่วยงานราชการเอง คุณไปปักหมุดไว้ก่อนเมื่อปี ๒๕๒๔ คุณบอกตรงนี้คือที่ที่คุณอยู่ได้ ปรากฏว่าหมุดอยู่ที่เดิมชาวบ้านก็ยึดอันนี้มาตลอด สุดท้าย เทคโนโลยีใหม่มาหมุดเปลี่ยนครับ ดังนั้น การแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้จะเป็น นิมิตหมายใหม่ นิมิตหมายดีที่จะทำให้ชาวบ้านที่เขาอยู่มาก่อนได้ใช้สิทธิอันชอบธรรม เพื่อพิสูจน์สิทธิต่อคณะกรรมการที่จะถูกกำหนดขึ้นใหม่ในกฎหมายฉบับนี้ ผมจึงเห็นด้วยกับ กฎหมายฉบับนี้เป็นอย่างยิ่ง และผมขอวิงวอนไปยังเพื่อนสมาชิกจากทุกพรรคการเมืองครับ หลาย ๆ พรรคการเมืองมีนโยบายด้านที่ดินสอดคล้องกันกับการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน ฉบับนี้ ขอให้โหวตช่วยรับหลักการร่างกฎหมายฉบับนี้ หากมีอะไรติดขัดตรงไหนเราไปว่ากัน ในชั้นกรรมาธิการได้ สุดท้ายแล้วผมเห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้เป็นอย่างยิ่งครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านองค์การ ชัยบุตร เชิญครับ🔗

นายองค์การ ชัยบุตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล สัดส่วน ภาคอีสานครับท่านประธาน ต่อร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านอภิชาติ ศิริสุนทร และคณะ เป็นผู้เสนอ ผมเองพูดง่าย ๆ ก็เห็นด้วย ในหลักการในเบื้องต้นก็ได้อ่านหลายมาตรา ได้อ่านหลายประเด็นที่จะสามารถแก้ไขปัญหา ในอดีตที่ผ่านมาได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ครบถ้วนกระบวนความ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ก็ตาม ท่านประธาน ในอดีตที่ผ่านมาพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรเขาเดือดร้อน เรื่องที่ทำกิน เรื่องที่ทำกินมี ๒ ประเภทท่านประธาน มีที่ทำกินและมีที่อยู่อาศัยด้วย ปัญหาที่อยู่อาศัยไม่มีปัญหาเท่าไร ตารางวาหนึ่ง ๒ งานก็อยู่ได้ แต่ที่ทำกินมันต้องเป็น ๑๐ ไร่ ๓๐ ไร่ขึ้นไปถึงจะสามารถดำรงชีพให้ครอบครัวอยู่ได้นะครับ บ้านผมบอกว่า พออยู่พอกินนะครับ กฎหมายที่ผ่านมาไม่ว่าหลาย ๆ ท่านได้เอ่ยนามมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ๒๔๙๗ ๒๔๘๑ ๒๔๘๗ หรือ พ.ร.บ. ป่าไม้ ที่ออกสมัยโบร่ำโบราณนานมา ก็แล้วแต่นี่นะครับ ล้วนแต่เอาเปรียบชาวบ้าน เพราะว่าสมัยนั้นการคมนาคมขนส่ง ก็ไม่สะดวก เจ้าหน้าที่ที่ดินหรือเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ก็ไม่เพียงพอ ในการกำหนดขอบเขตต่าง ๆ ก็ไม่ได้มีขอบจำกัด เพียงว่าที่ดินตรงนี้ตกหนองนั้น ตกดอนปู่ตาอย่างนี้นะครับ ดอนปู่ตา อยู่ตรงไหน หนองอีเลิงอยู่ตรงไหนล่ะ ไม่ได้มีกำหนดชัดเจน ตัวนี้คือสาเหตุเบื้องต้น ที่ไปบุกรุกที่ชาวบ้านโดยปริยาย แล้วท่านก็มาออกกฎหมายครอบครองปฏิรูปที่ดิน ที่สาธารณประโยชน์ ที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ ที่ป่าสงวน ทับชาวบ้าน ผมถามว่าใครอยู่มาก่อน ชาวบ้านอยู่มาก่อนแต่รัฐใช้กฎหมายพวกนี้ปิดปาก กลายเป็นผู้บุกรุก ผิดกฎหมาย เบื้องต้น ในอดีตที่ผ่านมาจะเป็นอย่างนี้ ชาวบ้านเขาเรียกร้องมาตลอดไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาคเอกชน ที่อยู่ภาคอีสานหรืออยู่ทางเหนือ หรือใต้ก็แล้วแต่ก็มีปัญหาพวกนี้ รัฐเองก็พยายามแก้ปัญหา ในทางกลับกัน แต่แก้ปัญหาขอไปทีแก้ที อย่างเช่น มาเรียกร้องต่อทำเนียบรัฐบาลได้ MOU ไป ข้อตกลง ๓-๔ ข้อไป รัฐจะจัดการให้ รัฐจะออกเอกสารสิทธิ ชาวบ้านก็ดีใจกลับไปถึงบ้าน ไม่ได้ทำอะไรเลย ผมเองก็ผ่านกระบวนการนั้นมา มาเป็นผู้แทนก็ยังเจอกฎหมาย เรื่องนี้อยู่ หลายรัฐบาลเราเคยฝากความหวังไว้กับ สส. ที่เป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยบอกว่า จะทำให้ แต่ท่านมาเข้าสู่สภาแล้วท่านไม่เคยเสนอกฎหมายเรื่องนี้เลยนะครับ พวกผมจำเป็นต้องได้ช่วยกันผลักดัน เพื่อให้สภาแห่งนี้ได้มีความเห็น ได้มีมติ เราไม่เอาพวกเรา เราเอาประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่เดือดร้อน ถึงเวลาแล้วที่สภาแห่งนี้จะช่วยกันลงมติ ให้กับชาวบ้านที่เขาไม่มีที่ทำกินจริง ๆ มีนะครับท่านประธาน ที่บ้านผมก็มี โดยเฉพาะที่ทำเล เลี้ยงสัตว์ ที่สาธารณะต่าง ๆ ที่รัฐสงวนไว้ หรือแม้แต่ที่ราชพัสดุที่มีปัญหามาก เขาอยู่มาก่อน ก็ไปกันเขาออกเป็นที่ราชพัสดุ จ่ายไปไร่ละ ๒๐๐ บาทต่อปี ผมมี ๑๐ ไร่ ผมต้องจ่ายปีละเท่าไร ท่านประธานคิดดูสิ ถ้าท่านไม่จ่ายตามกระบวนการก็ไล่ออก เอาเจ้าอื่นมาแทน นี่คือปัญหา จะให้ผมไปไหน ผมเกิดที่นี่ เพราะกฎหมายคุณออกตั้งแต่ พ.ศ. ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม อันนี้คือความเจ็บปวดท่านประธาน ผมขอระบายนิดหนึ่ง แต่ถ้าอนาคตด้วย พ.ร.บ. ที่ท่าน อภิชาติ ศิริสุนทร เสนอนี้ จะเป็นประโยชน์ให้กับชาวบ้าน ให้เกษตรกรทั่วประเทศจะเป็นผลดี ยิ่งไหม อยากให้ท่านผู้มีความรู้ได้ช่วยกันพิจารณาและช่วยลงมติเห็นชอบด้วยนะครับ ผมเคยไปประกันชาวบ้านในศาล เขาไม่มีที่อยู่ที่ไป เขาร้องไห้นะครับท่านประธาน และโดน ปรับอีกเป็นล้านบาท เอาสตางค์ที่ไหนมาปรับเป็นล้านบาทท่านประธาน ผมมาเป็น สส. สมัยที่ ๒ ผมยังไม่เห็นเงินล้านเลย นับประสาอะไรชาวบ้านจะมีเงินไปจ่ายเป็นล้านบาท นี่คือความ ในใจที่ผมเห็นมา ผมหวังว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่เข้ามาในสภาแล้ว จะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะทำให้ หลายหน่วยงานได้ปรับปรุง ได้อะไรต่าง ๆ ในมุกดาหารบ้านผม หรือภาคอีสานที่ผมไปเจอมา ล้วนแต่มีปัญหาเรื่องที่ทำกิน ล่าสุดป่าสงวนเป็นป่าชุมชน แล้วยกป่าชุมชนให้กับเอกชน ไปสัมปทานเรื่องกังหันลม แล้วทำไมไม่ยกให้ชาวบ้านล่ะ ไม่ออกโฉนดให้ชาวบ้านล่ะ ท่านยกให้กังหันลมเป็นสัมปทาน นี่คือปัญหาหนึ่ง เราต้องช่วยกันดูแล และ พ.ร.บ. ตัวนี้ ถ้าจะให้ดีต้องพูดเรื่องสภาพแวดล้อมที่บริษัทต่าง ๆ ข้ามชาติเข้ามาแล้วมาทำให้ที่ดินเรา มีปัญหา ปล่อยน้ำเสียไปที่ชาวบ้าน นี่กำลังระบาดท่านประธาน โดยเฉพาะบริษัทต่างชาติ ที่กำลังเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย ปัญหานี้เกิดใหม่ล่าสุด ไม่ว่าแต่ในเมือง ต่างจังหวัด มุกดาหาร นครพนม ล้วนแต่มีปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นของสภาพโรงงานที่บำบัดน้ำเสีย ไม่มีการดูแล เพราะสิทธิชุมชนเขาไม่มีท่านประธาน เขาไม่มีปาก ไม่มีเสียง เขาไม่มีอำนาจ คนมีอำนาจ อยู่กรุงเทพมหานคร เมื่อเช้าผมส่งเรื่องหารือเรื่องเทศบาลขอใช้ที่ราชพัสดุ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ ณ วันนี้ยังไม่ได้รับอนุมัติเลย นี่คือเรื่องจริงท่านประธาน ต่อไปต้องให้ชุมชนเขามีสิทธิว่า บริษัทโรงงานไหนจะไปอยู่ในชุมชนต้องให้สิทธิรับรองในชุมชน ต้องให้มีสวัสดิการในชุมชน ชุมชนต้องได้สิทธินั้นทันทีท่านประธาน พ.ร.บ. นี้มีประโยชน์มากมาย ผมหวังว่า หลาย ๆ ท่านที่เป็น สส. ที่มาจากภาคประชาชนจริง ๆ จะเห็นด้วยกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ เชิญครับ🔗

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล ผมได้ฟังเพื่อนสมาชิก หลายท่านได้อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่เสียดายจริง ๆ ครับ ผมยังไม่ได้ยินเหตุผลของการที่จะไม่รับหลักการของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เลยครับ และผมที่ทราบจากวิปรัฐบาลก็คือ จะไม่มีการรับร่างหลักการในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมจึงอยากจะนั่งฟังว่าเหตุผลอะไร ท่านถึงไม่รับหลักการในร่างพระราชบัญญัตินี้ อย่างไรก็ตาม มีเพื่อนสมาชิกนะครับ ต้องขออภัยจากพรรครัฐบาลยกเหตุผล ๒ เหตุผล คือเรื่องคำว่า ชุมชนและสิทธิชุมชนว่าคำจำกัดความไม่ชัดเจน ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ ได้บัญญัติถึงชุมชนและสิทธิชุมชนไว้ โดยไม่จำเป็นต้องมีคำจำกัดความของคำว่า ชุมชน และแม้กระทั่งรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด ยังรับรองเรื่องชุมชนและสิทธิชุมชน แล้วท่านจะมาห่วงอะไรครับในเรื่องนี้ ทำไมท่านไม่รับหลักการไปก่อน ถ้าท่านเห็นว่า คำจำกัดความของชุมชนไม่ชัดเจน ท่านรับหลักการไปก่อนแล้วไปแก้กันในชั้นกรรมาธิการ🔗

เหตุผลที่ ๒ ที่ผมได้ยินเพื่อนสมาชิกก็คือ เรื่องระยะเวลา ท่านยกเรื่อง ครอบครองปรปักษ์ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่า ถ้าเป็นกรรมสิทธิ์ ๑๐ ปี ครอบครอง ๕ ปี ด้วยความเคารพท่านสมาชิกท่านนั้นนะครับ เรื่องครอบครองปรปักษ์กับ เรื่องนี้มันคนละเรื่องกันเลยครับ ครอบครองปรปักษ์ หมายความว่า มีบุคคลที่ ๒ มาแย่ง กรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง แต่ร่างพระราชบัญญัตินี้เป็นเรื่องที่ที่ดินถูกทอดทิ้งรกร้าง ไม่มีใครมาแย่งการครอบครองครับ เพราะฉะนั้นเป็นคนละเรื่องกันเลยนะครับ🔗

เหตุผลที่ ๓ ที่ท่านยกมาคัดค้านเรื่องนี้นะครับ ก็คือกฎหมายเรื่อง Reverse possession ของรัฐเท็กซัส ท่านบอกว่า ๑๐ ปี กฎหมาย Reverse possession ในอเมริกา เป็นกฎหมายระดับมลรัฐ ผมเรียนท่านนะครับ ท่านลองไปศึกษา Reverse possession ของรัฐวอชิงตัน ของรัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งมีระยะเวลาแค่ ๒ ปีเองครับ🔗

สุดท้ายนี้ จริง ๆ แล้วผมขอเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ผมคิดว่า ในประเทศไทยของเราความรู้สึกการอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนนี่นะครับ บ่อยครั้งที่น้อยกว่า ปัจเจกชน และการใช้สิทธิตาม พ.ร.บ. นี้ชุมชนไม่ได้ไปแย่งกรรมสิทธิ์ เพื่อมาเป็นประโยชน์ ส่วนตนของคนใดคนหนึ่งนะครับ ไม่มีการแย่งกรรมสิทธิ์ แต่เป็นเรื่องที่ที่ดินนั้นถูกปล่อย รกร้างว่างเปล่า แล้วก็ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำที่ดินนั้นมาใช้ประโยชน์เพื่อชุมชน ทำไมคนจนมันยากนัก ทำไมการพิสูจน์สิทธิอะไรต่าง ๆ ทำไมสำหรับคนจนมันยากนัก ทำไมนายทุนถึงครอบครองที่ดิน ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของประเทศนี้ได้ครับ โดยไม่กี่ครอบครัว แต่พอแค่ชุมชน ประชาชนจะเรียกร้องขอให้เอาที่ดินที่นายทุนทิ้งไว้รกร้างว่างเปล่ามาใช้ เพื่อประโยชน์ของชุมชน ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของตัวเอง ทำไมท่านถึงไม่รับหลักการเรื่องนี้ครับ ถ้าท่านมีปัญหาเรื่องคำจำกัดความของชุมชน รับหลักการไปก่อนครับ ไปแก้ในชั้น กรรมาธิการ หรือท่านไม่เห็นด้วยกับมาตราอื่น รับหลักการไปก่อน ร่างกฎหมายฉบับนี้ แก้ไม่กี่มาตรา ผมอ่านแล้วผมก็ไม่เห็นว่าจะถึงขั้นที่ไม่รับหลักการอย่างไร ในเรื่องระยะเวลา ก็เหมือนกฎหมายฉบับเดิม เพียงจะแก้จาก ๑๐ ปี เป็น ๕ ปี จาก ๕ ปี เป็น ๓ ปีเท่านั้นเอง ผมเรียนอย่างนี้นะครับ หากรัฐบาลมีนโยบายจะให้เช่าระยะยาว นี่ผมพูดจากประสบการณ์ ต่างประเทศนะครับ ปัญหาอย่างหนึ่งคือ การเช่าแล้วทิ้งที่ดินไว้รกร้างว่างเปล่าโดย คนต่างชาติ แล้วจะทำให้ราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้น ในต่างประเทศเขาทำอย่างไรครับ Reverse procession อย่างเช่น ออสเตรเลีย เขาลดระยะเวลามาเหลือแค่ ๑ ปี ก็คือหมายความว่า ถ้าคุณซื้อที่ดิน คุณเช่าที่ดิน แต่คุณทิ้งไว้ให้หญ้ารก ๑ ปี Council หรือเทศบาลมีสิทธิเข้าไป ใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้นเพื่อชุมชนครับ ผมขอเรียกร้องกับเพื่อนสมาชิกนะครับ เนื่องจาก ผมไม่ได้รับฟังเหตุผลอะไรเลยที่สมเหตุสมผล ในการรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ รับหลักการไปก่อนครับ เพื่อประโยชน์ชุมชนหรือท่านไม่เห็นประโยชน์ชุมชนของท้องถิ่น ของท่านครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณกร ชารีพันธ์ เชิญครับ🔗

นายณกร ชารีพันธ์ มุกดาหาร

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม ณกร ชารีพันธ์ ผู้แทนราษฎรของพี่น้องชาวมุกดาหาร เขต ๒ นิคมคำสร้อย หนองสูง ดงหลวง คำชะอีครับท่านประธาน ผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายที่ดินที่เสนอโดย สส. อภิชาติ ศิริสุนทร และคณะ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอพูดแทนพี่น้องชาวอีสานและชาวมุกดาหาร เรื่องปัญหาที่ดินจังหวัดมุกดาหารครับ การที่ที่ดินทำกินมีเอกสารสิทธิเป็นของตัวเอง เป็นหมุดหมายสำคัญในการมอบโอกาส มอบความมั่นคงให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ท่านประธานครับ ปัจจุบันที่ดิน ในประเทศไทย ๓๐๐ ล้านไร่ เป็นที่ป่าสงวน ๑๔๔ ล้านไร่ คิดเป็น ๔๖ เปอร์เซ็นต์ กรมที่ดิน ๑๓๐ ล้านไร่ คิดเป็น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ส.ป.ก. ๓๔ ล้านไร่ คิดเป็น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ราชพัสดุ ๙ ล้านไร่ คิดเป็น ๓ เปอร์เซ็นต์ รัฐถือครองที่ดินสูงถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของที่ดินทั้งหมด การที่รัฐมีที่ดินมากเกินไป ทำให้ประเทศเราไม่เกิดการพัฒนาใช่หรือไม่ครับท่านประธาน ในพื้นที่ของผมจังหวัดมุกดาหารมีพื้นที่ป่าอนุรักษ์สูงถึง ๘๕๐,๐๐๐ ไร่ คิดเป็น ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ทั้งหมด เป็นพื้นที่ป่าสูงที่สุดในภาคอีสานนะครับท่านประธาน ถามว่าผมภูมิใจไหม ที่มีป่าเยอะขนาดนี้ ผมบอกคำเดียวครับไม่ภูมิใจเลยสักนิด เพราะว่าป่าที่ได้มา มาจากคราบน้ำตา ของพี่น้องประชาชน ที่มาจากการกระทำจากรัฐส่วนกลางครับ ซึ่งไม่เห็นหัวประชาชน ที่อยู่มาก่อนเป็นร้อยปีเลย ท่านประธานครับ การลงพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นภูเขา ผมขอยกตัวอย่างเช่น บ้านมะนาว ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร พี่น้อง ประชาชนไม่มีโฉนดทั้งหมู่บ้าน เพราะเป็นพื้นที่ป่าสงวนและอุทยาน เวลาจะระดมทุน ทำอะไรต้องระดมเงินเองครับ ไม่มีบริการสาธารณะของรัฐ ไม่สามารถสร้างบ้านเป็นหลัก เป็นแหล่งได้ เพราะไม่รู้ว่าจะโดนเวนคืนเมื่อไร หากเราจะอนุรักษ์ป่าไม้ควรอนุรักษ์คุณภาพ ชีวิตของพี่น้องประชาชนด้วย ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถสร้างความมั่นคงได้ อยู่มาเป็น ร้อยปีไม่มีเอกสารสิทธิ ผมเห็นหลายพื้นที่มีโรงแรมบนภูเขา ออกเอกสารสิทธิให้เอกชนได้ แต่ทำไมพี่น้องของผมไม่ทำให้เขาครับท่านประธาน ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารโดยเฉพาะ อำเภอนิคมคำสร้อยเป็นพื้นที่ของนิคมสร้างตนเอง วันนี้เราสร้างนิคมสร้างตนเอง เพื่อจัดสรร ที่ดินให้กับพี่น้องประชาชน นิคมสร้างตนเองจัดสรรที่ดินตั้งแต่ปี ๒๔๙๙ จัดสรรมา ๖๐ ปี แล้วครับท่านประธาน โดยจัดสรรไปเพียง ๕๙๒ ราย คิดเป็น ๖๒๗ แปลง โดยคิดเป็น ๑๒,๐๐๐ ไร่ แค่ ๙ เปอร์เซ็นต์จากพื้นที่ทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ใช้ระยะเวลานานอะไร ขนาดนั้นในการจัดสรรที่ดินหรือออกเอกสารสิทธิให้กับชาวบ้าน ตลกร้ายกว่านั้นครับ ผมขอยกตัวอย่างอีกหนึ่งพื้นที่ คือพื้นที่ตำบลนาโสก อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร กรมป่าไม้บอกเป็นป่าเสื่อมโทรม และอนุญาตให้นายทุนเข้ามาสร้างกังหันลม โดยอ้างว่า เป็นพลังงานสะอาด ๓๘๐ ไร่ในพื้นที่ เชื่อไหมครับท่านประธาน เช่ากับรัฐเพียงไร่ละ ๕๐ บาทต่อปี ๓๐๐ กว่าไร่ ปีหนึ่งเช่าแค่ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท ไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ ทำอย่างนี้ได้อย่างไร ผมไม่เข้าใจว่ารัฐคิดอย่างไร เห็นหัวประชาชนอยู่หรือเปล่า🔗

คำถามสุดท้ายครับ ตกลงประเทศนี้เป็นของนายทุนหรือประชาชนกันแน่ อะไรที่เป็นของนายทุนไวเหลือเกิน ชาวบ้านตาดำ ๆ อยู่มานานแสนนานเป็นร้อยปี ไม่ใช่แค่ มุกดาหารแน่นอนผมเชื่ออย่างนั้น ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตสรุปตรงนี้ว่า การสำรวจพื้นที่ป่าและการขีดเส้นโดยออกมาจากส่วนกลาง ไปขีดอยู่ในกรุงเทพมหานคร ไม่ได้ลงมาดูพื้นที่จริง และทำให้พี่น้องต้องไปขึ้นโรงขึ้นศาล ต้องจำคุกไปแล้วเท่าไร ผมขอฝากว่าประเทศนี้เราอวดอ้างว่าเราจะมีทรัพยากรธรรมชาติที่มากที่สุด แต่อวดอ้าง มาด้วยทรัพยากรที่มาจากคราบเลือด คราบน้ำตาของพี่น้องที่ลำบากเหลือเกิน ผมไม่เห็นด้วย ว่าเราจะมีป่ามากไปทำไม เพราะป่านั้นมันทับหัวของพี่น้องประชาชนเราอยู่ ถึงเวลาแล้วครับ ที่รัฐบาลนี้ที่บอกว่าหัวใจคือประชาชน ที่บอกว่าหัวใจคือประชาชน ที่จะสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้ เร่งพิสูจน์สิทธิและมอบโฉนดครุฑแดง ให้กับพี่น้องคนไทย ไม่ใช่เร่งขายคอนโดให้กับต่างชาติ เพื่อล้างสต็อกของนายทุนอสังหา แล้วอ้างว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ถึงเวลาแล้วที่ผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้แสดงความ จริงใจกับพี่น้องประชาชน โดยสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน ฉบับนี้ เพื่อคืนที่ดิน คืนโอกาส คืนอนาคตให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยอย่างแท้จริง ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ เหลืออีก ๓ ท่านสุดท้าย แล้วก็จะมีการสรุปก็อยู่ตามห้อง ตามที่ห่างไกลก็เชิญนะครับ ต่อไปท่านธีรัจชัย พันธุมาศ เชิญครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง ขออนุญาตอภิปรายพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน ที่ท่านอภิชาติ ศิริสุนทร เป็นผู้เสนอ🔗

ท่านประธานครับ สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๓ ระบุไว้ชัดเจนนะครับว่า บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิ (๒) จัดการ บำรุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืนตามวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ สิทธิของบุคคลและชุมชนตามวรรคหนึ่ง หมายความรวมถึงสิทธิที่ร่วมกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นหรือรัฐในการดำเนินการดังกล่าวด้วย รัฐธรรมนูญกฎหมายแม่บทของประเทศ ระบุไว้ชัดเจนถึงสิทธิชุมชน แต่ประมวลกฎหมายที่ดินของเรานั้น ยังไม่เคยมีระบุถึง สิทธิชุมชนในการที่จะมีสิทธิในที่ดิน ผมเรียนภาพรวมก่อนนะครับว่า ภาพรวมที่ดินของ ประเทศไทยมีทั้งหมด ๓๒๐ ล้านไร่ เป็นที่ของเอกชนประมาณ ๑๒๐ ล้านไร่ เป็นที่ของรัฐ ประมาณ ๒๐๐ ล้านไร่ เท่ากับว่า ๑ ใน ๓ เป็นของเอกชน ๒ ใน ๓ เป็นของรัฐ ที่ดินทั้งหมดนี้ มันอยู่ในการดูแลในหน่วยงานของรัฐ ที่ดินของรัฐ ๒๐๐ ล้านไร่ ที่ป่าไม้มีกรมป่าไม้เป็นผู้ดูแล ที่อุทยานแห่งชาติมีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเป็นผู้ดูแล ที่แม่น้ำมีกรมขนส่ง ทางน้ำและพาณิชยนาวีเป็นผู้ดูแล ที่ทางหลวงมีกรมทางหลวงเป็นผู้มีอำนาจดูแล ที่ราชพัสดุ มีกรมธนารักษ์เป็นผู้มีอำนาจดูแล ที่ ส.ป.ก. มี ส.ป.ก. เป็นผู้มีอำนาจดูแล ที่นิคมสร้างตนเอง มีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการเป็นผู้มีอำนาจดูแล ที่สาธารณประโยชน์มีองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเป็นผู้มีอำนาจดูแล ที่ดินรกร้างว่างเปล่า มีกระทรวงมหาดไทยและองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้มีอำนาจดูแล เป็นต้น ที่ดินของรัฐมี ๙ หน่วยงานเป็นผู้ดูแล แต่ละหน่วยงานนั้น ขีดเส้นที่ดินเป็นอำนาจของตัวเองนั้นต่างคนต่างขีด โดยละเลยถึง การที่ประชาชนนั้นใช้ประโยชน์ในที่ดิน ซึ่งเดิมอาจจะเป็นของรัฐไปขีดที่ทับ ท่านเชื่อไหมครับ ว่าที่ดินของประเทศไทยมี ๓๒๐ ล้านไร่ แต่เวลาเขาขีดกันรวมทุกอย่างแล้ว ๔๐๐ กว่าล้านไร่ มันเกินอีกประมาณ ๑๐๐ ล้านไร่ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ สำคัญอย่างยิ่ง ก็คือว่ามีคดีทั้งหมด ๔๘,๐๐๐ คดีที่รัฐแต่ละหน่วยงาน ๙ หน่วยงานฟ้องประชาชนที่เคย ครอบครองที่ดินก่อน ขับไล่ออก คดีอาญานะครับ ๔๘,๐๐๐ คดี นี่คือข้อพิพาทระหว่างรัฐกับ เอกชนอย่างมากและประชาชนเขาอยู่มาก่อน ผมมีโอกาสไปกับท่านอภิชาติ ศิริสุนทร ท่านมานพ คีรีภูวดล ไปตะลุยป่ามาหลายป่า เยอะเลยนะครับหลายที่ ไปพบที่หนึ่ง ที่เมืองกาญจนบุรีครับ การพิสูจน์สิทธิปัจจุบันใช้ ส.ป.ก. ใช้หลักฐานของรัฐรวมถึงใช้ภาพถ่าย ทางอากาศพิสูจน์สิทธิ แต่ผมไปดูที่เขาอยู่ เขาบอกเป็นเมืองหน้าด่านต่อสู้กับประเทศเพื่อนบ้าน ในอดีตตั้งแต่ ๑๐๐-๒๐๐ ปีที่แล้ว มีหลักฐานคือวัด เจดีย์เก่า ๆ หัก ๆ พัง ๆ เต็มไปหมดเลย แต่รัฐไปขีดที่ภายหลังนะครับ ไม่กี่ปีนี้เองขีดว่าเป็นที่ป่าในส่วนนี้ แล้วไปขับไล่เขาออก มีจำนวนมากที่ชายทะเล พี่น้องที่เป็นชาวเลเคยอยู่มาก่อน แต่ไปขีดแล้วเป็นที่อุทยาน มีหลายที่ ยกตัวอย่างเช่น ที่นางั่ว ที่เพชรบูรณ์ ที่ป่าเลาเพชรบูรณ์ เป็นที่สาธารณประโยชน์ ที่เขามาอยู่ที่หลัง แต่รัฐไปขีดและขยับที่เขาย้ายไปที่อื่นและไปขับไล่ดำเนินคดีเขา เพื่อเอา ติดคุกติดตะราง รวมถึงที่ที่เขาค้อก็มีการไปพยายามที่จะทำ ไม่สำรวจจริงแล้วก็ไปขับไล่เขา ให้เขาไม่มีที่ทำกิน นี่คือกระบวนการของรัฐ ยกตัวอย่างเช่น นโยบายทวงคืนผืนป่าก็ล้วนแต่ ต้องการตั้งเป้าว่าต้องการที่ป่าเท่าไร แล้วไปขีดทับเอา แต่ไม่เคยพิสูจน์ความจริง กฎหมาย ฉบับนี้ที่ท่านอภิชาติเสนอขึ้นมา การพิสูจน์ความจริงนั้นใช้หลักฐานอื่นได้ ถ้าไปใช้หลักฐาน อื่นได้ ประชาชนมีสิทธิต่อสู้ในชั้นศาล ถ้าถูกฟ้องขึ้นมาก็สามารถหลุดคดี ๔๘,๐๐๐ จะเอาคนไปเข้าคุกทำไมนัก นี่คือทางออก ที่สำคัญ แต่ว่าในส่วนรัฐไทยไม่เคยมองส่วนนี้ นอกจากนั้นที่ดินที่เป็นของรัฐทั้งหมด ๒๐๐ ล้านไร่ แล้วก็เอกชนประมาณ ๑๐๐ ล้านไร่ ๒๐ ล้านไร่ เอกชนบางทีนะครับ เศรษฐี ที่มีที่ดินเยอะบางทีลืมไม่มีที่ดิน ทิ้งไว้รกร้างว่างเปล่าเต็มไปหมดครับ กรณีอย่างนี้ ท่านอภิชาติได้เสนอขึ้นไปว่าทิ้งการครอบครอง ๕ ปี หน่วยงานท้องถิ่นเสนอเข้าไปเพื่อจะให้ เป็นที่รัฐกลับมาที่รับประโยชน์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับที่คนจนเลยนะครับ ที่ท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ อภิปรายว่ามันคนละกรณีกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เป็นครอบครองปรปักษ์ นั่นคือ ๑๐ ปี แต่นี่การยึดที่ดินคืนจากเศรษฐี ประชาชนไม่เสียประโยชน์อะไรเลย แล้วทำไม ฝ่ายรัฐบาลบอกว่าจะไม่รับร่างนี้เพื่ออะไรกันนะครับ🔗

ถัดมาอีกประเด็นหนึ่งก็คือ ในเรื่องของการเขาเรียกว่า การยกเลิก คำพิพากษาของศาล เพื่อประกอบการขอออกโฉนดที่ดินหนังสือรับรองประโยชน์ครับ ปกติแล้วการออกโฉนดบางที่ประกาศไปแล้ว ยกตัวอย่างที่ล่าสุดประกาศวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ จะต้องไปแจ้ง แต่มีกำหนดระยะเวลาเขาไปไม่ทัน แล้วหลังจากนั้นคือต้องใช้ คำพิพากษาว่าได้ครอบครองจริง ๆ มันไม่ง่ายสำหรับชาวบ้านครับ บางทีหนังสือยังไม่รู้เลย บางทีประกาศก็ไม่ทั่วถึง ไปถึงบอกว่าเขาต้องเอาคำพิพากษาของศาลมาถึงจะออกโฉนดได้ ทำไมไม่ใช้กลไกวิธีการอื่นให้เขาพิสูจน์สิทธิได้ง่าย ๆ ไม่ต้องใช้ในส่วนของตัวหลักฐานของรัฐ หรือว่าในส่วนของภาพถ่ายทางอากาศ แต่ให้เขาพิสูจน์สิทธิว่าเขาครอบครองอย่างไร เอาความเป็นจริง เขาอยู่เป็นร้อยปีเขาไม่เคยทำร้ายกับป่า อยู่ร่วมกับป่า คนกับป่าควรอยู่ ด้วยกัน ผมไปพบพี่น้องปกาเกอะญอเขาใช้ชีวิตแบบไร่หมุนเวียน ไม่ใช่ไร่เลื่อนลอยที่ถูก เป่าหัวว่าไร่เลื่อนลอย คือ ทำลายป่าไปเรื่อย ทำไร่ไปเรื่อย ๆ ไร่หมุนเวียนคือทำไร่ที่นี่ ๕ ปี แล้วย้ายไป ๕ ปี เพื่อให้ป่านั้นฟื้นฟูขึ้นมาเป็นป่าที่เจริญขึ้นมาและกลับไปทำที่เดิม นั่นหมายความว่าเป็นการคนอยู่ร่วมกับป่า แต่รัฐไทยพยายามไปขีดเส้นทับไว้บอกว่า พวกนี้บุกรุกป่า แล้วก็เอาออกจากพื้นที่มาใช้ให้ปลูกพืชแบบพืชเชิงเดี่ยว เขาก็อยู่ไม่ได้ และเป็นการทำลายป่าโดยแท้ นายทุนเข้ามาไม่ถูกตัด ผมเรียนว่ากฎหมายที่ท่านอภิชาติ เสนอมาฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ก้าวหน้าและดีมาก ถ้ามันจะตกเพราะการพิจารณาในวันนี้ ขอให้ท่านเพื่อนสมาชิกที่เป็นตัวแทนประชาชนได้โปรดดูรายละเอียดก่อนนะครับ ได้โปรด พิจารณาด้วยจิตใจของเป็นผู้แทนประชาชน จิตใจของคนจน ๆ อย่าไปมองถึงจิตใจของคนรวย เพื่อจะเอื้อต่อนโยบายเพื่อเอื้อให้ต่างชาติเข้ามา หรือคนรวยเข้ามาเพื่อจะครองคอนโดมิเนียม ครองอะไรขึ้นมา ๗๐ เปอร์เซ็นต์ อย่าคิดแต่ตรงนั้นนะครับ คิดตรงนี้ดีกว่ามาช่วยกัน ผลักดันเพื่อพี่น้องประชาชนจะได้ไม่ต้องถูกไล่ที่ จะได้มีสิทธิในที่ดิน มีสิทธิชุมชนในการที่ จะทำที่ดินในการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง เชิญครับ🔗

นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ขอนแก่น

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ผู้แทนหน้ามน คนขอนแก่น เขต ๓ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ จริง ๆ วันนี้ผมไม่ได้เตรียมอะไรมาอภิปรายเลยนะครับ แต่ผมมานั่งฟังในห้องประชุมแห่งนี้ เพราะที่ประชุมพรรคของพวกผมเมื่อวานนี้ครับ เรามีการส่งสัญญาณกันว่าร่าง พ.ร.บ. การแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน ฝั่งรัฐบาลจะลงมติไม่รับ วันนี้ผมก็เลยตั้งใจอยากจะเข้ามา นั่งฟังว่า เหตุผลอะไรที่ฝั่งรัฐบาลถึงมีธงว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้จะมีการตีตกไป ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้แทนบ้านนอก ผมเป็นบ้านนอก เป็นผู้แทนมาจากคนบ้านนอกจริง ๆ ปัญหาเรื่อง ที่ดินเกิดอยู่ในพื้นที่ ๔ อำเภอที่ผมดูแลรับผิดชอบ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ที่อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ครึ่งหนึ่งของพื้นที่ของอำเภอครับ พี่น้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกิน ผมไม่เข้าใจว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังจะโฟกัสหรือสิ่งที่รัฐบาลกำลังจะตั้งใจทำอยู่ ณ ขณะนี้ เขาไม่ได้จัดลำดับความสำคัญในเรื่องของกฎหมายที่ดิน หรือการแก้ไขกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กับ พี่น้องประชาชนคนจนเลยหรือครับ ๓ ใน ๔ ของพี่น้องในประเทศนี้ยังไม่มีกรรมสิทธิ์ใน ที่ดินทำกิน แต่รัฐบาลเราขณะนี้กำลังจะพยายามแก้ไขเพิ่มเติมให้ต่างด้าวถือครองกรรมสิทธิ์ ที่ดินได้มากขึ้นและยาวนานมากขึ้น ทั้ง ๆ ที่คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ยังไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินเลย ผมลงไปหาเสียงในแต่ละพื้นที่ พี่น้องประชาชน ผมยกตัวอย่างที่ตำบลดูนสาด อำเภอกระนวน ครับท่านประธาน ถ้าหาก ท่านประธานมีเวลานะครับ ผมอยากจะชวนท่านประธานลงไปดื่มเหล้าสาโทที่ชาวบ้านทำ ดื่มพอกรุ้มกริ่มหน่อยครับท่านประธาน ผมพาท่านประธานเดินรอบหมู่บ้านเลยก็ได้ครับ จิ้มบ้านหลังไหนท่านประธานเชื่อไหมครับ ไม่มีบ้านหลังไหนเลยนะครับที่จะมีเอกสาร ในกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกิน เป็นอย่างนี้ทั้งตำบลครับ ประชาชนเดือดร้อน เนื่องจากว่าเขา ไม่สามารถไปออกแบบความต้องการในชีวิตของพวกเขาเองได้ เขาไม่สามารถไปออกแบบ อนาคตให้กับลูกหลานของพวกเขาเองได้ เพราะมันติดในเรื่องของกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ใครจะไป ปลูกอะไรที่มันคุ้มค่ากับการลงทุน ใครจะไปปลูกอะไรที่มันจำนวนเพียงพอกับที่พวกเขาจะ สามารถต่อยอดดำรงชีวิตอยู่ได้ เขาไม่ทำครับ เพราะเขากลัวว่าวันหนึ่งพอปลูกไปแล้ว ลงทุนไปแล้วรัฐบาลมาเอาคืนนโยบาย คทช. ที่ผ่านมาตำบลแห่งนี้มีผู้นำชุมชนที่แข็งแกร่ง รวมตัวกันปฏิเสธไม่เข้าร่วม เนื่องจากเขามองว่ากรรมสิทธิ์ที่ดินมันไม่ได้ตกเป็นของชาวบ้านจริง ๆ โอกาสที่พวกเขาจะไปต่อยอดมันก็ไม่มีครับ สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ตอนนี้คือไม่มีความจริงใจ ที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินให้กับพี่น้องคนจน ผมมีโอกาสได้คุยกับพ่อสมหมาย กาพล ครับ พ่อสมหมาย กาพล เป็นคนต่อสู้เรื่องที่ดินมากกว่า ๓๐ ปีครับท่านประธาน พ่อสมหมาย กาพล เว้าให้ฟังจั่งซี่ครับว่า สังคมของพี่น้องตำบลดูนสาด อำเภอกระนวนสู่มื้อนี้หลายคน เริ่มท้อครับ หลายคนเริ่มเหมิดแฮง เหมิดแฮงว่าต่อสู้เรื่องที่ดินมาตลอดชีวิต แต่บ่สามารถเอา กรรมสิทธิ์ในที่ดินมาให้ครอบครัว มาให้กับลูกหลานพวกเขาเองได้ พ่อสมหมายกล่าวจั่งซี่ นะครับว่า หลาย ๆ รัฐบาลที่ผ่านมาทุกพรรคการเมืองตอนเลือกตั้งเฮโลกันเข้ามาในตำบล มาโฆษณาหาเสียงว่าเดี๋ยวได้เป็น สส. แล้ว เดี๋ยวพรรคได้เป็นรัฐบาลแล้วสิพากันแก้ไข ข้อกฎหมาย เอากรรมสิทธิ์ที่ดินมาให้กับพี่น้อง พรรคเพื่อไทยนะครับ ผมขออนุญาต ที่เอ่ยนาม ในเขตท่านผมเป็นคนที่ชนะ สส. เขตเดิม ท่านก็ลงไปหาเสียงกับพี่น้องประชาชน แบบนี้เหมือนกัน ในเรื่องของการทวงคืนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กับพี่น้องประชาชน แต่วันนี้สิ่งที่ ผมได้รับทราบคือเหตุผลอะไรละครับ ที่เรามีความจำเป็นที่จะไม่รับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ท่านประธานครับ ที่ตำบลดูนสาดเป็นเหมือนตำบลลูกเมียน้อยจริง ๆ ครับ เพราะปัญหาหลัก ของตำบลแห่งนี้ภูมิประเทศของพวกเขามันอยู่บนเนินครับ ปัญหาสำคัญของที่ดินที่เวลา อยู่บนเนินคือเรื่องอะไรครับท่านประธาน เรื่องน้ำครับ น้ำที่จะใช้อุปโภคบริโภคทุกวันนี้ มาจาก ๒ แหล่ง แหล่งแรกมาจากน้ำใต้ดิน แหล่งที่ ๒ มาจากน้ำภูเขา ฟังดูกันดารนะครับ ท่านประธาน แต่มันคือเรื่องจริง ทุกวันนี้น้ำที่ใช้มีเพียงพอหรือไม่ ไม่พอครับ แต่ถามว่า ท้องถิ่นจะสามารถดำเนินการอะไรให้ได้ไหม ไม่ได้เหมือนกันครับ จะไปขุดเจาะบาดาล โดยพลการก็โดนจับครับ ทั้ง ๆ ที่ปัญหาชาวบ้านนี่ นายกท้องถิ่นก็เห็นกับตา ชาวบ้าน ผู้นำท้องถิ่นก็เห็นกับตา แต่ไม่สามารถดำเนินการอะไรใด ๆ ได้เลย เนื่องจากมันติดในเรื่อง ข้อกฎหมายแบบนี้ ทุกวันนี้จะไปขอขุดเจาะบาดาลก็ต้องผ่านกรม กอง กระทรวงต่าง ๆ ถามจริง ๆ ครับว่า คนดูนสาดจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้ต้องไปรอโอกาสจากกรม กอง กระทรวงต่าง ๆ หรือคนมีอำนาจไม่กี่คนในประเทศนี้จริง ๆ หรือครับ อีกตัวอย่างหนึ่งครับ ที่ชุมชนโนนหนองลาด ตำบลบ้านขาม อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ชุมชนแห่งนี้ก็ไม่มี เอกสารกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกิน มิหนำซ้ำยังเป็นเขตพื้นที่ที่ผมใช้คำว่า เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เป็นพื้นที่ที่รองรับการระบายของน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ ปัญหาคือน้ำท่วมเกือบทุกปี พอน้ำมันท่วมเกือบทุกปีครับ ค่าเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นพืชพันธุ์ธัญญาหารที่เขาปลูกลงทุนไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของน้ำท่วม ค่าเสียหายที่เกิดจากบ้านเรือนอาศัยเขาก็ไม่ได้ครับ สมัยก่อน ดิ้นรนกันแทบเป็นแทบตายเรียกร้องสิทธิในเรื่องนี้ ไม่ได้ครับ ทั้ง ๆ ที่ก็เป็นพื้นที่ที่มีอยู่ ไม่กี่หลังคาเรือน แต่มันติดตรงที่ว่าเขาไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกิน เขาไม่มีเอกสารเหล่านี้ มันเลยทำให้พวกเขาถูกลดไปเป็นเหมือนพลเมืองชั้นสองในประเทศนี้ครับท่านประธาน เรื่องแบบนี้หรือครับ ผู้แทนพวกเราจะปล่อยให้พี่น้องประชาชนถูกยัดเยียดความยากจน ถูกยัดเยียดในกรรมสิทธิ์ที่มันไม่มีความเป็นธรรมแบบนี้จริง ๆ หรือครับ ที่ชุมชนแห่งนี้ ผมมีโอกาสได้คุยกับพ่อสวาท อันนี้เป็นมุกนะครับผมจำได้อยู่ พ่อสวาท อรรคฮาต ครับ พ่อสวาทเป็นคนที่ต่อสู้เรื่องที่ดินมานาน ต่อสู้เรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินมานาน ท่านเขียนจดหมาย ร้องเรียนฝากข้อความมาหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพวกเราทุกคนไว้อย่างนี้ครับ จดหมายเขียนมือ จากพี่น้องคนจนคนหนึ่ง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจดหมายฉบับนี้จะเป็น แสงแยงตาให้กับผู้แทนราษฎรของพวกเฮา ได้รู้เห็นปัญหาของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น วันนี้ครับท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ ผมก็อยากให้เพื่อน ๆ สมาชิกฝั่ง รัฐบาลลองพิจารณาดู โดยเฉพาะเพื่อน ๆ สมาชิกที่เป็น สส. ภาคอีสานครับ ถ้าหากวันนี้ หมู่เจ้าบ่เห็นความสำคัญเรื่องของปัญหาที่ดินของพี่น้อง เลิกประชุมสัปดาห์นี้กลับไป หมู่เจ้าจะไปตอบพี่น้องว่าจั๋งใด๋ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสุดท้ายนะครับ แล้วก็จะมีการสรุป เชิญท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายสนับสนุน พ.ร.บ. ที่ดินที่จะแก้ไขนี้ จริง ๆ ประเด็นอื่นเพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายแทบจะหมดแล้วนะครับว่า ปัญหาที่ดินก็เป็น ปัญหาที่หยั่งรากลึกในประเทศไทย เป็นต้นทุนการผลิตสำคัญนะครับ ต้นทุนเป็นทรัพย์สิน ที่ไปกู้ต่าง ๆ เพื่อมาให้เกิดสภาพคล่องได้นะครับ แล้วก็ปัญหาเรื่องที่ดินหลาย ๆ ที่ก็มีปัญหาอยู่ ผมสนับสนุนนโยบายในการทำ One Map ครับ ในการที่จะมีแผนที่เดียวใช้กันทั่วประเทศ ตอนนี้เรามีดาวเทียม เราส่งคนไปดวงจันทร์ครับ เรื่องนี้ไม่ยากอีกต่อไป ท่านประธานครับ อาจจะไม่ทราบว่าแต่ก่อนผมเองก็เคยอยู่ในแวดวงที่ดินเหมือนกัน คือเป็นนักกฎหมาย ให้บริษัททำกระดาษใหญ่แห่งหนึ่งนะครับ ที่เราใช้กันในสภานี้ แล้วก็ดูเรื่องที่ดินเป็นหลักเลย ก็พอจะมีประสบการณ์มาแบ่งปันได้บ้าง🔗

ในประเด็นของผมนะครับ ผมอยากพูดถึงเรื่องเอกสารสิทธิของที่ดินครับ ถ้าหากมีท่านใดได้ฟังอยู่ อยู่กรมที่ดินหรือรัฐบาล หรือร่าง พ.ร.บ. นี้ผ่านกรรมาธิการก็ฝาก เรื่องเอกสารสิทธิมีปัญหาหลายอย่างครับ เราใช้กระดาษมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ แล้วก็ จะมีเจ้าหน้าที่ไปรังวัดที่ดินต่าง ๆ นานา บางครั้งเก็บไว้ดีเกินครับ ที่ดินเรามาดูไม่มีใคร นอนกอดโฉนดที่ดินครับ ปลวกกินบ้าง อะไรบ้าง ไฟไหม้บ้านบ้าง ไปรังวัดใหม่ โดนเพื่อนย้าย หมุดบ้าง ก็มีปัญหากันออกจะบ่อยครั้ง เอาเข้าไปเข้ามาจะไปเทียบหาสำนักงานที่ดิน ที่ใหญ่เกินครับ สำนักงานที่ดินไฟไหม้มาก็มีหลายเคสแล้ว ผมจึงเสนอเราควรใช้ เทคโนโลยีเป็น Digital Land อะไรก็ได้ครับ Digital โฉนด แต่จริง ๆ อันนี้ใช้ Blockchain จริงนะครับท่านประธาน ผมเสนอว่าเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งมีการตรวจสอบหลายขั้น มีการ Verify เป็น Code เดียว แล้วก็สามารถสืบต่อไปได้ เราสามารถมาใช้ได้ในรูปแบบของ NFT ที่ดินต่าง ๆ ถ้าเกิดการนำมาสู่กลายเป็น NFT แล้ว เราอาจจะใช้เป็นกึ่ง Centralization หรือกึ่ง Decentralization ได้ มันจะเพิ่มความโปร่งใสครับ ขั้นตอนการทุจริตต่าง ๆ นานา ที่เจ้าหน้าที่รังวัดที่ดินไปวัด เจ้าที่ดินเขาเซ็นกว่าจะมารู้อีกทีครับ เจ้าของโฉนดข้างเคียง กลายเป็นว่าเจ้าหน้าที่ดินที่เซ็นอนุมัติโฉนดนี้ไปตายไปแล้ว ก็จะไม่เกิดขึ้นสามารถสืบทราบ กลับมาได้ ป้องกันโฉนดปลอมได้อีกด้วย และปัญหาไฟไหม้บ้านอะไรต่าง ๆ หรือโฉนดหาย ก็จะไม่เกิดขึ้น เพราะว่ามีฐานข้อมูลกลางที่ผูกกับ One Map อย่างชัดเจน🔗

ในประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ปัญหาของการถือสินทรัพย์ที่ดินคือการที่ มีสภาพคล่องน้อยครับ ผมว่าผมอยากเสนอวิธีการหนึ่งที่จะช่วยในการทำให้เศรษฐกิจ ไปได้เร็วขึ้นนะครับ โดยการแบ่งสินทรัพย์ที่ดินที่เป็น NFT ได้นะครับ คือปกติเราจะรู้ว่า NFT เป็นรูปภาพ เราก็เหมือนถือรูปภาพหนึ่งที่ไม่มีใครปลอมได้เป็นทาง Digital แต่มันมีอันหนึ่ง เรียกว่า Fractional NFT ก็คือการแบ่ง NFT เป็นส่วน ๆ ได้ ผมเป็น ๒ ประเด็นครับ ในทาง Blockchain หรือทาง Bitcoin อะไรต่าง ๆ เขาจะเรียกว่า Tokenization ก็คือการทำมา เป็นเหรียญ ซึ่งอันนี้ก็อาจจะไม่ค่อยเข้าเค้าเท่าไร แต่เราสามารถแบ่งได้เป็น ๒ ประเด็นครับ อันแรกคือเป็น Factor เลยก็คือเป็นส่วน ๆ ก็คล้าย ๆ กับการเราถือครองที่ดินครับ เราเป็น กรรมสิทธิ์ร่วมที่เราเป็นส่วน ๆ อย่างเช่น ผมได้ที่ดินอยู่ติดถนน พี่ผมได้ใกล้เข้ามานอกถนนอีก เป็นต้น ส่วนอีกอันหนึ่ง น่าสนใจครับ เข้ากับทาง พ.ร.บ. นี้ที่จะมีพื้นที่ที่เป็นของชุมชน คือการแบ่งเป็นคล้าย ๆ แบบว่าอธิบายง่าย ๆ ก็คือเป็นเปอร์เซ็นต์นะครับ อย่างเช่น ที่ตรงกลางของชุมชนนี้มีที่ ๑ ไร่ มีประชากรอยู่ประมาณ ๔๐๐ คนก็ได้ครับ ก็ได้คนละประมาณ ๑ ตารางวาใช่ไหมครับ อันนี้ก็จะสามารถแบ่งได้ครับ เหมือนทุกคนได้มีที่ดิน ๐.๐๑ ตารางวา เป็นต้น อันนี้ก็จะเป็น สิ่งที่ช่วยในการที่ถือครองกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ข้อดีของมันคืออะไรครับ ถ้าวันหนึ่งผมขาด สภาพคล่องผมสามารถไปหาคนที่ผมสามารถขาย Fractional NFT นี้ให้เขาได้นะครับ ในลักษณะจำนอง อย่างเช่น ผมมีที่ดินบ้านผม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่วันนี้ผมอยากขาย ๒๐ ส่วนของมัน หรือว่าให้จำนองไว้ ๒๐ ส่วนของมัน ผมก็สามารถตกลงและตกลงราคา ไถ่ถอนคืนจากเขาได้ อันนี้ก็จะช่วยในการจัดการกรรมสิทธิ์ของที่ดินชุมชนต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ตาม พ.ร.บ. นี้ในอนาคต การที่ ๑ คน ๒ คน ๓ คนไม่เพียงพอครับ กับการที่จะขายที่ดินให้ นายทุนเข้ามาใช้ประโยชน์ในที่ดินส่วนกลางของชุมชนได้ ถ้านายทุนอยากได้ต้องไปคุยกับคน ๑๐๐ คนแล้วซื้อทีละ ๑ ส่วน เป็นต้น นอกจากนี้ถ้าเกิดขึ้นจริงคนก็บอก โอ้โฮ อย่างนี้มันจะ ๑๐๐ คนได้อย่างไร ไม่เป็นไรครับ เราสามารถออกกฎหมายลูกเพื่อมาทำประโยชน์ในที่ดิน ส่วนรวมได้อาจจะคิดว่า ๕๑ เปอร์เซ็นต์ของที่เป็นของเขา อันนี้มันจะแบ่งแยกรายละเอียด มากกว่าปัจจุบันที่ไม่สามารถทำเช่นนี้ได้ และเกิดการเปลี่ยนมือได้อย่างรวดเร็ว และผมคิดว่า เทคโนโลยี Blockchain คือผมก็เชื่อว่าทุกคนไม่ได้โอนที่ดินกันวันละ ๕ ครั้ง Blockchain อาจจะ ๑ วัน ๒ วัน แต่ถ้าเราถูกต้องแน่นอน ลดการทุจริตในเรื่องของการรังวัดที่ดิน หรือดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ได้ก็จะเป็นผลดีอย่างมากครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ตามข้อบังคับข้อที่ ๗๕ ผู้เสนอมีสิทธิที่จะอภิปรายสรุปได้อีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่เราจะลงมติ ไม่ทราบว่าท่านผู้เสนอจะสรุปไหมครับ เชิญครับ🔗

นายอภิชาติ ศิริสุนทร แบบบัญชีรายชื่อ

สรุปครับท่านประธาน เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผู้เสนอร่างประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ผมคงใช้เวลาไม่มาก แต่จะสรุปให้สั้นให้ได้ใจความ แต่ก่อนที่ผมจะสรุปเนื้อหาของกฎหมาย ผมขอพูดกับเพื่อน สมาชิกด้วยหัวใจลูกผู้ชายสักนิดหนึ่ง ผมได้รับเลือกจากพี่น้องประชาชนให้เป็นผู้แทนราษฎร ก็เป็นสมัยที่ ๒ นี่ก็น่าจะเข้าปีที่ ๖ สมัยแรกที่ผมเข้ามาเพื่อนสมาชิกทั้งหลายแทบทุกเดือน แทบทุกสมัยประชุมล้วนแล้วแต่หารือเรื่องปัญหาที่ดินทำกิน เพื่อนสมาชิกทั้งหลายล้วน เสนอญัตติเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่ดินของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดของ ตัวเองบ่อยมากครับท่านประธาน บ่อยจนผมฟังแล้วแทบจะรู้สึกว่ามันเป็นปัญหาแทบ ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกพื้นที่ของพี่น้องประชาชนในประเทศนี้ แต่ก็ไร้ทางแก้ ไร้ทางออก ผมอยู่ในกรรมาธิการที่ดินก็เช่นเดียวกัน พี่น้องประชาชนก็แห่มาร้องเรียนที่กรรมาธิการ ที่ดินปีละเป็นพันเรื่องครับท่านประธาน เราศึกษาข้อมูลว่าปัญหาต้นตอมันมาจากไหน เราเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงว่าจะแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนอย่างไร ณ วันนี้ ก็ยังแก้ไม่ได้ และสรุปขั้นสุดท้ายมันเป็นปัญหาที่แนวคิดและกฎหมายใช่ไหมครับ ถ้าพี่น้อง ผู้แทนราษฎรที่นั่งอยู่ที่นี้เห็นว่ามันเป็นปัญหาที่กฎหมาย ทำไมผมได้ยินเสียงว่าจะไม่รับ ร่าง พ.ร.บ. ที่ผมเสนอแก้ไขฉบับนี้ ท่านไร้ความรู้สึกต่อการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน หรือครับ อันไหนที่มันเป็นข้อแก้ไขได้ในวาระที่ ๒ ก็ถกเถียงกัน ก็ไปแก้ไขกัน นี่ท่านปิดประตู ในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนท่านพูดพร่ำบ่นอยู่ทุกวัน ๆ ในสภาแห่งนี้หรือครับ ผมยังไม่ได้ยินเสียงและเหตุผลของท่านที่พูดให้ผมฟังว่าร่างฉบับนี้มีข้อบกพร่องตรงไหน ไม่ได้ยินเลยครับ ทำไมท่านไม่บอกผมบ้าง และท่านทำไมไม่อภิปรายในสภาแห่งนี้เพื่อสื่อสาร ให้พี่น้องประชาชนทราบว่า พ.ร.บ. ที่ผมเสนอมามีข้อบกพร่องตรงไหน ควรแก้ตรงไหน ทำไม ท่านไม่เอาประชาชนเป็นที่ตั้งล่ะครับ ถ้าท่านยึดประชาชน ยึดปัญหาพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง ท่านก็ต้องรับหลักการสิครับ แล้วก็ไปถกเถียงแก้ไขกันในวาระที่ ๒ หากความคิดของผมด้อยปัญญา เสนอไม่ถูกต้อง ไม่ถูกจุด ท่านก็ไปเสนอในวาระที่ ๒ สิครับ ถ้าท่านเอาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เป็นที่ตั้ง เรื่องสิทธิชุมชนเป็นเรื่องที่ร่างไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่น้อยกว่า ๒-๓ ฉบับ และฉบับล่าสุดก็คือฉบับ ๒๕๖๐ ก็ได้บัญญัติไว้ เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้วว่า คำว่าสิทธิชุมชน มันไม่ได้หมายความว่าที่ดินนั้นจะเป็นที่ของเอกชน ที่ดินยังเป็นที่ของรัฐ แต่ว่าให้ชุมชน ให้ท้องถิ่นเขาบริหารจัดการสิครับ ที่ผ่านมาท่านรวมศูนย์อำนาจไว้ทั้งหมดที่ส่วนกลาง พี่น้องประชาชนถูกแจ้งความดำเนินคดีกี่เรื่องแล้วครับ มากมายครับ ก็เปิดล็อกให้มี การจัดการบริหารโดยท้องถิ่น โดยชุมชนให้เขาจัดการ บริหารจัดการการใช้ประโยชน์ สถานะที่ดินก็ยังเป็นที่ของรัฐ มันจะแปลกตรงไหนครับต่างชาติประเทศที่เขาเจริญแล้ว เขาก็ทำอย่างนี้ นี่มันจะลดความขัดแย้งระหว่างรัฐกับชุมชน นี่จะเป็นการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดมรรคผลทางเศรษฐกิจของประเทศมหาศาล ท่านลอง พูดอภิปรายมาสิครับว่ามันไม่ดีตรงไหน ไม่ถูกต้องตรงไหน ผมจะน้อมรับ รับฟังแล้วก็เอาไป แก้ไข นี่ก็คือประเด็นที่ ๑🔗

ประเด็นต่อมา เรื่องระยะเวลาการปล่อยที่รกร้างว่างเปล่า ทั่วโลกเขาก็ใช้ ระยะเวลาในการกระตุ้น เพื่อให้ผู้ที่ปล่อยที่รกร้างว่างเปล่านำที่ดินมาใช้ประโยชน์ ให้เกิด มูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ แล้วมันไม่ดีตรงไหน หรือเวลามันน้อยเกินไป ท่านก็ไปพูด ในวาระที่ ๒ ก็ไปคุยกันสิครับ โดยหลักการเขาก็ทำกันทั่วโลกครับ เพื่อนสมาชิกของผม ก็ได้อภิปรายว่าหลายประเทศ หลายมลรัฐเขากำหนดแค่ ๒ ปีเองถูกไหมครับ ของเรา ผมก็เสนอลดมาแค่ ๕ ปี ๓ ปี ถ้าท่านบอกว่ามันน้อยไปเอาเท่าเดิมก็ว่ากันไปสิครับ และเพื่อนสมาชิกท่านธีรัจชัยท่านก็บอกว่า ที่คนจนเขาไม่ปล่อยรกร้างว่างเปล่าหรอกครับ เพราะเขาใช้พื้นที่ดินทำกินทุกตารางนิ้ว หาเลี้ยงชีวิตเขาไปเป็นมื้อ ๆ หลายคนไม่มีที่ดิน ด้วยซ้ำไป มากด้วยซ้ำไปที่ไม่มีที่ดินทำกิน ไม่มีทางที่คนจนเขาจะปล่อยที่รกร้างว่างเปล่า มีแต่คนรวยที่ซื้อที่ดินไว้เก็งกำไรเท่านั้นครับ ไม่ได้เอามาทำการผลิต ท่านก็ต้องมาคุยกันสิครับ ในวาระที่ ๒ ท่านบอกว่าลด ๕ ปีมันน้อยไป หรือมันมากไป หรือไม่พอดีก็มาคุยกัน แต่โดยหลักการที่ทั่วโลกเขาก็ทำอย่างนี้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ผมก็ยังได้เห็นคำอธิบายของท่านที่มันชัดมันเจน ในเรื่องประเด็นคำพิพากษาของศาล พี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อนครับ เขาต้องไปจ้างทนายความ เพื่อที่จะให้ศาลเป็นผู้บอก ว่าที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ของเขา เพราะว่าเขาก็มี ส.ค.๑ เพียงเพราะเขาไม่รู้ข้อมูลข่าวสาร ตามมาตรา ๘ ให้ไปยื่นภายในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เขาต้องไปจ้างทนายความหรือครับ เพราะกระบวนการในการพิสูจน์สิทธิของกรมที่ดิน เขาก็มีขั้นตอนของเขาอยู่แล้ว จะอยากให้ พี่น้องประชาชนเสียสตางค์จ้างทนายความ เหมารถเหมารามาศาลหรือครับ ทำไมรัฐ ไม่เอื้ออำนวยความสะดวกไปออกระเบียบเพิ่ม ไปขีดข้อจำกัดเพิ่ม ทำไม ก็ปลดล็อกสิครับ ก็ขั้นตอนปกติในการพิสูจน์สิทธิของกรมที่ดินเขาก็มีอยู่แล้ว ทำไมต้องไปเพิ่มภาระให้กับ พี่น้องประชาชน อันนี้ผมก็อยากจะเห็นว่าท่านไม่รับหลักการ ท่านจะอภิปรายที่ไม่เห็นด้วย ในประเด็นตรงไหนที่เกิดช่องว่าง อันนี้ผมก็ไม่เข้าใจเช่นเดียวกันครับ อีกประเด็นหนึ่ง ที่ผมเปิดช่องไว้ในประมวลกฎหมายตัวนี้ก็คือ เรื่องของการเพิ่มเรื่องของการออกโฉนด ในกรณีที่ที่ ส.ป.ก. ที่ตรวจสอบสิทธิว่าเป็นเกษตรกรตัวจริงแล้ว สามารถที่จะยื่นเข้ามา เพื่อขอออกโฉนดได้ เพราะเดิมทีใน พ.ร.บ. เดิมเขาจะออกโฉนดให้เฉพาะผู้มี ส.ค.๑ ผู้มีหลักฐานที่ทางราชการออกให้ หรือที่ที่เป็นนิคมสหกรณ์ที่ครองแล้ว ๕ ปีเท่านั้น ไม่ได้เขียนคำว่า ที่ ส.ป.ก. ออกโฉนดได้ เพื่อยกระดับสิทธิ เพื่อเพิ่มมูลค่า เพื่อเพิ่มความ มั่นคงในที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนในกรณี ส.ป.ก. ผมก็เอามาเพิ่มไว้ในแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลฉบับนี้ ที่มันเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ถ้าท่านไม่เห็นด้วยขอฟังคำอภิปราย เหตุผลถกกันมากครับ🔗

นี่เป็นประเด็นสำคัญอีกประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องของการพิสูจน์สิทธิ ที่ผ่านมา พี่น้องหรือแม้กระทั่งเพื่อนสมาชิก สส. ของผมทั้งหลาย บ่นเหลือเกินว่าพี่น้องประชาชน มี ส.ค.๑ จะไปออกโฉนด ทำอย่างไร เพราะเป็นพื้นที่มีความคาบเกี่ยวระหว่างที่ป่าไม้ ที่สาธารณประโยชน์ ที่ดินของรัฐประเภทต่าง ๆ แต่กรมที่ดินออก ส.ค.๑ ให้แล้ว หมู่บ้าน ทั้งหมู่บ้านมีวัดมีวา มีอนามัย กรมการปกครองตั้งหมู่บ้านให้ถูกต้องตามกฎหมายเรียบร้อย มีสถานีอนามัย มีโรงเรียน มีวัด มีใบเสมาตราตั้งเรียบร้อย แล้วพี่น้องที่เป็นเกษตรกร คนชนบท ตั้งหมู่บ้านที่ไหนย่อมจะมีสวน มีนาอยู่แล้วเป็นของธรรมชาติติดไปกับการตั้ง ถิ่นฐาน ดังนั้นกระบวนการในการพิสูจน์สิทธิที่เขียนไว้ในตัวกฎหมายเดิม ที่ให้ใช้เฉพาะ ระวางภาพถ่ายทางอากาศ หรือหลักฐานที่ทางราชการออกให้คือ ส.ค.๑ ใบตราจอง อะไรก็แล้วแต่ ซึ่งสมัยก่อนนี้ผมเชื่อนะครับ ว่าการสื่อสารไม่ทั่วถึงแน่ การเดินทางจากหมู่บ้าน เข้าอำเภอก็ยากเย็นแสนเข็ญ รถสักคันก็ไม่มี หรือมีอยู่เที่ยวเดียว หรือจะมาอำเภอก็ต้องเดิน ผู้ใหญ่บ้านเวลาประชุมไม่มีหอกระจายข่าว เขาเรียกว่าตีเกราะดังโป๊ก ๆ ละครับ แล้วพี่น้อง ประชาชนหากินตามไร่ตามป่า ไม่ได้มาประชุมก็ไม่ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร เขาก็ไม่ได้มาแจ้ง ส.ค.๑ หรือแจ้งการครอบครอง ก็ทำให้เขาหมดสิทธิในการที่จะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เพราะรัฐไปเขียนขีดข้อจำกัดในการพิสูจน์สิทธินั้นไว้ ดังนั้น ผมต้องการที่จะให้การ พิสูจน์สิทธิเหล่านั้นมันง่ายขึ้น มันสะดวกขึ้นไป ก็ไปปลดล็อกสิครับ ไปใช้หลักฐานอื่น ใช้ร่องรอยการทำประโยชน์ ใช้ประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานของชุมชนเข้ามา จะทำให้พี่น้อง ประชาชนนั้นได้ไปสู่สิทธิอย่างเป็นธรรมมากขึ้น ผมก็อยากถามเช่นเดียวกันว่า สิ่งที่ผมคิด มันมีข้อผิดปกติ ผิดวิสัยที่ไม่เอื้อประโยชน์กับพี่น้องประชาชนตรงไหน ที่พี่น้องประชาชน ไม่ได้ประโยชน์ตรงไหน เอาล่ะครับ ผมก็คงจะสรุปประเด็นในร่างที่ผมเสนอคร่าว ๆ เพราะว่า ผมก็ได้เสนอไปแล้วในสมัยประชุมที่แล้ว ก็ไม่อยากจะรบกวนเวลาของท่านประธานและ เพื่อนสมาชิก แต่อย่างนี้ครับสุดท้ายผมขอเพื่อนสมาชิกได้ไหมครับว่า ถ้าท่านเห็นกับผมว่า ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินตอนนี้ ที่มันเกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายที่ดินตัวนี้ ที่กำลังเสนอแก้ ถ้าเห็นตรงกันรับหลักการไปหน่อยครับ อย่างน้อยก็เห็นแก่ประชาชน อย่างน้อยเราก็ได้ ทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรสมรูปสมแบบ เต็มคำว่าพี่น้องประชาชนได้มอบอำนาจให้ อันไหน ที่มันยังขาดตกบกพร่อง หรือยังไม่ละเอียดชัดเจน ก็ไปคุยกันในวาระที่ ๒ สิครับ มันสามารถ แก้ไขได้อยู่ ดังนั้น ผมจึงขอร้องให้เพื่อนถ้าตัดสินใจไม่ได้วันนี้ เลื่อนออกไปก็ยังได้นะครับ ไปลงมติอาทิตย์หน้า แล้วก็หารือกันใหม่ หรือจะให้ผมทำอย่างไรผมยอมละครับ สำหรับหลักการที่แก้ปัญหาที่ดินให้กับพี่น้องประชาชน ดังนั้นก็ขอฝากเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ไว้นะครับ ขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ช่วยกันอภิปรายทุกท่าน ทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย แต่ที่อภิปรายผมว่าเห็นด้วยหมดนะครับ ท่านนิพนธ์ คนขยัน ก็บอกเต็มที่ตกลงพรรคท่าน เห็นด้วยในหลักการไหมครับท่านนิพนธ์ แต่อาจจะมีบางท่านบอกว่าระยะเวลา ๑๐ ปี มันดีแล้วลดลงมา ๕ ปีนะครับ เพื่อนผม พี่ชายผมก็ได้อภิปรายไปแล้วว่าหลักการทั่วโลก เขาก็ทำอย่างนี้นะครับ ก็ขอบคุณเพื่อนสมาชิก ขอบคุณท่านประธานครับ สวัสดีครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุม ท่านสมาชิกโปรดเข้าห้องประชุมนะครับ🔗

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้วโปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายกิตติ สมทรัพย์ ร้อยเอ็ด

ท่านประธานครับ กิตติ สมทรัพย์ ๒๑ แสดงตนครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒๑ แสดงตนครับ🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานคะ ขออนุญาตขอเวลาสักครู่หนึ่ง เพราะว่าเมื่อสักครู่ได้รับการประสานมาจากห้องงบประมาณว่า ให้รอสักครู่หนึ่งค่ะ กำลังลงมากันค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ รอครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกผมนี้เสียบบัตรไปเพื่อเตรียมจะแสดงตน ยังไม่ได้ลงมติเลยนะครับ แต่ระบบนี้ มันไปขึ้นว่างดออกเสียง นี่ครับท่านประธานเห็นต่อหน้านี่ครับ ฉะนั้นผมขออนุญาตครับ เนื่องจากว่าเป็นกฎหมายที่สำคัญ พวกผมก็พร้อมที่จะลงมติเต็มที่ว่าเห็นด้วย อยากจะให้ผ่าน ในขั้นรับหลักการนะครับ อยากจะขอท่านประธานว่ามันมีความผิดพลาดที่เห็นอยู่ จะขอล้างระบบสักรอบหนึ่งได้ไหมครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ฉะเชิงเทรา

ขออนุญาตท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ครับท่านประธาน วันนี้ก็ค่อนข้าง เย็นแล้ว ถ้าเราดำเนินการต่อได้เลยผมคิดว่าน่าจะเป็นการดีครับ เพราะว่าผมว่าตอนนี้ เครื่องก็น่าจะพร้อมแล้ว ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ทั้ง ๒ ท่าน🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานกรุณาวินิจฉัย ของผมก่อนครับว่า ระบบมันผิดพลาดเห็นอยู่กับตาครับท่าน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เจ้าหน้าที่ตกลงมันผิดพลาดจริงหรือเปล่า🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ถ้าอย่างนั้นแค่ขอล้างระบบ แล้วก็เดินหน้าต่อ แค่ขอแสดงตนใหม่เพื่อความถูกต้อง เพราะว่าเราเห็นความผิดพลาด ทางเทคนิคที่เกิดขึ้นอยู่นี้ครับท่านประธาน ผมหารือท่านประธานนะครับ เผื่อท่านประธาน จะกรุณาวินิจฉัย เพื่อความถูกต้อง วันแรกครับ เราไม่อยากให้ระบบมันผิดพลาดครับ ท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าท่านกดปุ่มไหนก็ได้ก็คือแสดงตนหมดนะครับ กดปุ่มไหนก็แสดงตน🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานด้วยความเคารพ จริง ๆ ครับ คือมันเห็นกับตาว่ายังไม่ได้กดปุ่มไหนเลย แต่มันไปขึ้นที่ช่องงดออกเสียงทันทีเลย ซึ่งผมไม่ทราบว่ามีกี่รายที่เกิดแบบนี้ แต่ว่าในเมื่อมันเป็นแบบนี้อย่างน้อยที่สุดก็ขอ Test หรือทดสอบว่าตกลงข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างไรกันแน่ ด้วยการล้างระบบใหม่แค่รอบเดียว ไม่เช่นนั้นเกรงว่ามันจะผิดพลาด แล้วก็จะส่งผลต่อการประชุมตลอดสมัยประชุมนะครับ ท่านประธานครับ🔗

นายวรวงศ์ วรปัญญา ลพบุรี

ท่านประธานครับ ผม วรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ผมว่าท่านประธานได้วินิจฉัยไปแล้ว ขอให้ยืนยันคำวินิจฉัย จะได้ดำเนินการต่อครับ จะทุ่มหนึ่งแล้วครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ขอบคุณครับ ท่านณัฐวุฒิครับ ไม่ผิดหรอกครับ ไม่ผิด ๆ ก็แสดงตนนะครับ ทุกท่านแสดงตน หมดหรือยังครับ ถ้าไม่มี ขอปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๒๐ ท่าน บวก ๑ ครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไปผมจะขอถามมติจากที่ประชุมว่า จะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่นะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ ออกเสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นว่าควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควร รับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกกดปุ่มลงคะแนนได้เลยครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายกิตติ สมทรัพย์ ร้อยเอ็ด

ท่านประธานครับ กิตติ สมทรัพย์ ๒๑ ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒๑ ไม่เห็นด้วยนะครับ บวกไป ๑ นะครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม ๑๓๒ พรรคก้าวไกล เห็นชอบครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑๓๒ เห็นชอบนะครับ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ปกรณ์วุฒิ ๒๐๒ เห็นด้วยครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒๐๒ เห็นด้วยนะครับ ท่านสมาชิกลงคะแนนหมดหรือยังครับ ถ้าลงคะแนนกันหมดแล้ว ขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๙๗ ท่าน เห็นด้วย ๑๔๒ ท่าน บวกอีก ๒ ท่าน เป็น ๑๔๔ ไม่เห็นด้วย ๒๕๕ บวก ๑ เป็น ๒๕๖ นะครับ งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนน ไม่มี ก็เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติไม่รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นะครับ🔗

เนื่องจากสภาลงมติในวาระที่ ๑ ไม่รับหลักการ ดังนั้น ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นอันว่า ตกไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๔ ท่านสมาชิกครับ เราประชุมกันมาพอสมควรแล้ว ขอปิด การประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๙.๐๐ นาฬิกา