รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๑๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพุธที่ ๑๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
-------------------------------
ก่อนที่เราจะเปิดประชุมนะครับ ผมก็ให้โอกาสท่านสมาชิกได้หารือก่อนที่เราจะมี การประชุมนะครับ ท่านแรกท่านสุขสมรวย วันทนียกุล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสุขสมรวย วันทนียกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๑ จังหวัดอำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทยค่ะ ท่านประธานคะ จากการลงพื้นที่ของดิฉันที่จังหวัดอำนาจเจริญ พบว่ายังมีอีกหลายพื้นที่ที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค และทำการเกษตรค่ะ🔗
การลงพื้นที่จุดที่ ๑ บ้านป่าติ้ว ตำบลกุดปลาดุก อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมที่จะทำการเกษตร เนื่องจากอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำ ซึ่งได้แก่ลำน้ำสาขาห้วยไผ่และลำเซบาย แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะ นำน้ำในลำห้วยนี้ขึ้นมาใช้ได้ เพราะยังไม่มีการพัฒนาระบบการนำน้ำขึ้นมายังแหล่งเก็บกักน้ำ เพื่อกระจายน้ำไปยังพื้นที่ทำการเกษตรให้ได้ประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยที่ผ่านมา ต้องอาศัยเพียงน้ำฝน และน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติเป็นหลัก ทำให้พืชผลทางเกษตรไม่ได้ รับน้ำเพียงพอตามที่ต้องการ ปัญหานี้โครงการชลประทานจังหวัดอำนาจเจริญได้ลงพื้นที่ ศึกษาความเหมาะสมของโครงการ และเสนองบกลางปี ๒๕๖๗ เพื่อก่อสร้างอาคารบังคับน้ำ วงเงิน ๑๒ ล้านบาทค่ะ🔗
การลงพื้นที่จุดที่ ๒ ที่ตำบลนาหมอม้า อำเภอเมือง เป็นโครงการเพิ่ม ประสิทธิภาพสถานีสูบน้ำบ้านนาหมอม้า พร้อมระบบกระจายน้ำ จะช่วยประชาชนในเขต พื้นที่ดังกล่าวได้มากค่ะ🔗
การลงพื้นที่จุดที่ ๓ ตำบลดอนเมย อำเภอเมือง เป็นโครงการเพิ่ม ประสิทธิภาพสถานีสูบน้ำบ้านหนองปลิง ระยะที่ ๒ พร้อมระบบกระจายน้ำ จะช่วย ประชาชนในเขตพื้นที่ดอนเมย และตำบลใกล้เคียงในเขตอำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ ได้เป็นอย่างมากเช่นกันค่ะ🔗
การดำเนินการเพื่อแก้ไขทั้ง ๓ โครงการนี้ มีความจำเป็นที่จะช่วยเหลือ ประชาชนชาวจังหวัดอำนาจเจริญให้ได้น้ำอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตรต่อไป ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเร่งรัดงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวต่อไปด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิพนธ์ คนขยัน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือผ่านท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน ครับ เรื่องปัญหายาเสพติด (ยาบ้า) วันนี้ต้องขอบคุณท่านนายกครับ ท่านสั่งการไป ๒๕ จังหวัดนำร่อง จะครบ ๓ เดือน คือเดือนนี้ละครับ แต่บึงกาฬก็ดีขึ้น ท่านประธานครับ ยังมีข้าราชการ ที่ปล่อยเกียร์ว่างพอสมควรครับ แต่ไม่เป็นไรผมได้ทราบข่าวจากท่านเลขา ป.ป.ส. ว่า ท่านนายกให้ดาบอาญาสิทธิ์ ๒ (๖) ถ้าข้าราชการท่านใดไม่สนับสนุนนโยบายปราบปราม ยาเสพติด ๒ (๖) คือ ข้าราชการไม่ทำงาน เอาไปไว้ที่ชอบ ที่ชอบ ส่วนข้าราชการที่ดี ทำงานดี มีรางวัลครับ สำคัญเจ้าหน้าที่ตำรวจครับ หากไม่มีการซื้อขายตำแหน่งมั่นใจว่า ยาเสพติด หมดแน่ท่านประธาน🔗
อันที่ ๒ วันนี้ค่ายบำบัดยาเสพติด ซึ่งนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน จะไปดู บึงกาฬนำร่องที่ค่าย ตชด. คืนคนดีครับ อยากฝากท่านประธานผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรีว่า ทุกจังหวัดต้องเปิดค่ายบำบัดยาเสพติด หรือจังหวัดใดไม่มียาก็ไม่ต้องไปเปิดครับ แต่ผม เชื่อมั่นว่ามีทุกจังหวัด โดยเฉพาะวันนี้บึงกาฬบ้านผมไม่อายครับท่านประธาน ลงข่าวฟ่อนไปเลย สุภาพสตรีติดยาบ้าคนหนึ่งแล้วไม่มีที่บำบัด ผมก็ถามสาธารณสุขอำเภอ ไปถามนายแพทย์ไปว่าเอาเข้าค่ายอยู่ เอามาโรงพยาบาล แต่ ๑๕ วันออกไป ไม่มีคนกำกับ ดูแล ยายป่วย ยายแก่ ๆ ดังนั้นวันนี้ฝากสะท้อนว่า ค่ายผู้หญิงก็ต้องมีทุกจังหวัดเหมือนกันครับ ผู้หญิงก็เป็นเพศที่น่าสงสาร ดังนั้นฝากท่านประธานว่า ๒ (๖) ท่านนายกต้องลงดาบจริงจัง ข้าราชการดีสนับสนุนส่งเสริม ข้าราชการไม่ดีจัดการให้เรียบครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านท่านอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม อดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๖ อุดรธานี ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องถนนเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นมากในเขต ของผมครับ ซึ่งวันนี้เป็นฤดูฝนถนนภายในหมู่บ้านกุดนาค้อถึงบ้านนาเรียง ระยะทาง ประมาณ ๑ กิโลเมตรครับ มีการชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก ทำให้การสัญจรไปมาลำบาก มากครับ เส้นที่ ๒ ก็เส้นบ้านเพียปู่ไปบ้านคำ อำเภอไชยวาน อยู่ในเทศบาลหนองแวงแก้มหอม เส้นที่ ๓ บ้านคำโคกสูงถึงบ้านดงง่ามนางาม อยู่ในเขตขององค์การบริหารส่วนตำบลคำโคกสูง ตำบลคำโคกสูง อำเภอวังสามหมอ ส่วนเส้นที่ ๔ เป็นเส้นบ้านเหล่าสวนกล้วย มาเทศบาล ตำบลบ้านจีด เทศบาลตำบลกู่แก้ว และอีกหลายเส้น วันนี้มีการแบ่งปันงบประมาณจาก ส่วนของท้องถิ่น คือองค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลที่รับผิดชอบ ซึ่งงบประมาณนั้น ไม่พอในการจะปรับปรุงแก้ไข ส่วนบางเส้นทางเป็นขององค์การบริหารส่วนจังหวัดก็ยังไม่ได้ รับการดูแลอีกหลายเส้น และฝากไปยังอีกส่วนหนึ่งเส้นทางสัญจรในระหว่างหมู่บ้านและ ภายในหมู่บ้าน เป็นเส้นทางของทางหลวงชนบทครับ ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ลงไป แก้ไข ถ้างบประมาณไม่พอฝากไปยังผู้ว่าด้วยครับ ที่จะใช้งบประมาณที่เร่งด่วนอุดหนุนลงไป ให้ท้องถิ่นได้ให้การแก้ไขให้พี่น้องประชาชน แก้ปัญหาในช่วงระยะนี้ก่อนนะครับ ฝากไปยัง ผู้เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านภัณฑิล น่วมเจิม เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย พรรคประชาชน ขอปรึกษาหารือ ๕ ประเด็นนะครับ🔗
ประเด็นแรก ขอให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยซ่อมแซมเปลี่ยนท่อระบายน้ำ ชุมชนตลาดคลองเตยนะครับ ผมเองก็ได้เข้าพบทั้งผู้อำนวยการนะครับ แล้วก็ทำเรื่องหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรครับ ลอกท่อยังไม่มาลอกเลยครับ ท่านเก็บค่าเช่าจากอาคาร พาณิชย์นะครับ แต่ท่านไม่เคยดูแลสาธารณูปโภค ไม่เคยดูแลทรัพย์สินของตัวเองเลยนะครับ ขั้นต่อไปผมคงต้องเสนอเป็นญัตติหรือต้องทำเรื่องให้มันใหญ่กว่านี้ถ้าเผื่อปรึกษาหารือครั้งนี้ ยังไม่ได้ผลนะครับ🔗
เรื่องต่อไปครับ ขอให้กวดขันการจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายบนทางเท้า ย่านอโศกนานา อันนี้ผมก็เคยหารือไปหลายครั้ง เป็นต่างด้าวด้วยนะครับ เทศกิจก็ถูกครหา เยอะนะครับ เทศกิจเขตวัฒนาว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ ปล่อยให้มีการขายได้อย่างไร ผมเองเคยไปเดินในพื้นที่หลายครั้งก็ผักชีโรยหน้าครับ ไปกับตำรวจ ไปกับเทศกิจ ไปกับ พม. ไปกับ ตม. ไปกับ ปส. ผมไปมาหมดแล้วครับ ครึ่งชั่วโมง ชั่วโมงหนึ่งหาย ผ่านไปอีก ๒ ชั่วโมงก็มาใหม่นะครับ เหมือนรู้กันนะครับ อันนี้ก็ฝากติดตามอีกทีหนึ่ง ไม่อย่างนั้น ผมก็ต้องไปอย่างนี้ทุก ๆ ๒ อาทิตย์ ทุก ๆ เดือนครับ🔗
กวดขันจราจรนะครับ อันนี้ก็เป็นปัญหา สน. ทั้งหลายที่อยู่ในเขตทั้งย่าน อโศกนานา แล้วก็สี่แยกคลองเตย สน. ลุมพินี สน. ท่าเรือ สน. ทองหล่อ ปล่อยให้มีการจอด กีดขวางการจราจร เพื่อโหลดสินค้าบริเวณตลาดคลองเตย ๒ เลน บล็อกจราจรตั้งแต่ ๓-๔ ทุ่ม เพื่อโหลดไก่นะครับ ซึ่งก็ผิดอยู่แล้วนะครับ เพราะว่าอันนี้มันส่งผลกระทบ ต่อความสะอาด แล้วก็เรื่องจราจรด้วยครับ ย่านอโศกนานาก็เหมือนกันครับ แท็กซี่ป้ายดำ ก็เกลื่อน ขนส่งก็ไม่มาทำอะไร จอดขวางตลอดเวลา เราต้องบังคับใช้กฎหมายสิครับ🔗
ต่อไปนะครับ สายสื่อสารหย่อนต่ำ พันกัน มีเหตุเพลิงไหม้หลายครั้ง ซอยสุขุมวิท ๔๙ ก็ขอให้ทาง กสท. กับ NT มาจัดการนะครับ🔗
ประเด็นสุดท้ายครับ ถนนอาจณรงค์ สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร เคยร้องไปหลายครั้งก็ยังไม่คืบหน้า บริเวณคุณภาพของพื้นผิวจราจรก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ย่านถนนอาจณรงค์ ชุมชนน้องใหม่และล็อก ๑ ๒ ๓ ให้สำนักการโยธา กทม. เร่งมาปรับปรุง ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านประมวล พงศ์ถาวราเดช ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประจวบคีรีขันธ์ เขต ๓ พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธานไปถึงกรมชลประทานกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สืบเนื่องจากอ่างเก็บน้ำบ้านไทรทอง หมู่ที่ ๖ ตำบลทองมงคล อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นโครงการแก้ปัญหา อุทกภัยน้ำท่วมเนื่องจากพระราชดำริของรัชกาลที่ ๙ เพราะฉะนั้นโครงการนี้เป็นโครงการที่ แก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอบางสะพานในฤดูฝน และป้องกันภัยแล้งในหน้าแล้ง ซึ่งเริ่มดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ จะแล้วเสร็จภายในปี ๒๕๖๗ ซึ่งมีความจุ ประมาณ ๑๓ ล้านลูกบาศก์เมตร ก็อยากให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการก่อสร้าง ให้แล้วเสร็จตามกำหนดระยะเวลาที่กำหนด เพื่อจะได้ระบบท่อส่งน้ำในการผลิตประปา และเพื่อการเกษตร เพราะฉะนั้นสิ่งที่กรมชลประทานรีบดำเนินการโดยร่วมกับกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอให้ดำเนินการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ เป็นการเร่งด่วน🔗
โครงการที่ ๒ โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านคลองลอยล่าง ซึ่งมีความจุประมาณ ๑๔ ล้านลูกบาศก์เมตร ก็เป็นโครงการอีกโครงการหนึ่งที่แก้อุทกภัยในพื้นที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอยู่ในหมู่ที่ ๘ ตำบลร่อนทอง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งกรมชลประทานได้ดำเนินการสำรวจออกแบบและเวนคืน ที่บางส่วน เพราะฉะนั้นอยากให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการหางบประมาณเพื่อไปก่อสร้าง โครงการดังกล่าวให้เสร็จโดยเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยและปัญหาภัยแล้งให้พี่น้อง เกษตรกรและพี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว ผมกราบเรียนท่านประธานสภา ไปถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทาน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฤกษ์ อยู่ดี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายฤกษ์ อยู่ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย ผมขอหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับการสร้างฝายชะลอน้ำในเขตพื้นที่ป่าสงวนเขาถ้ำเสือ ถึงบ้านโป่งแย้ บริเวณหมู่บ้านรางจิก ตำบลไร่ใหม่พัฒนา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ผมได้รับหนังสือจากท่านผู้ใหญ่ธีรนันท์ สังข์ศิริ ขอความอนุเคราะห์โครงการสร้างฝายชะลอน้ำ เนื่องจากพื้นที่ส่วนหนึ่งของหมู่บ้านเป็นพื้นที่ป่าไม้เขตป่าสงวน ในพื้นที่ดังกล่าวซึ่งในช่วงฤดูฝน หากฝนตกหนักจะทำให้เกิดน้ำไหลหลากชะล้างหน้าดินและตะกอนดิน รวมทั้งดินทราย ไหลลงสู่พื้นที่เพาะปลูกของพี่น้องเกษตรกร อีกทั้งน้ำป่ายังไหลเข้าท่วมบ้านเรือนทำให้พี่น้อง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมาโดยตลอด หากโครงการสร้างฝายชะลอน้ำดังกล่าว ได้รับการดำเนินการ พี่น้องประชาชนจะยังสามารถกักเก็บน้ำไว้สำหรับใช้ในช่วงฤดูแล้ง ได้อีกด้วยครับ ผมจึงขออนุญาตผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยดำเนินการ ประสานงานกับพื้นที่ป่าไม้ในการจัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการสร้างฝายชะลอน้ำ ของหมู่บ้านรางจิก ในพื้นที่เขตป่าสงวนเขาถ้ำเสือถึงบ้านโป่งแย้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนจะเป็นพระคุณอย่างสูง กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านภูริวรรธก์ ใจสำราญ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ภูริวรรธก์ ใจสำราญ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๒ บางเขน ท่าแร้ง สายไหม ออเงิน ลาดพร้าว จรเข้บัวครับ อดีตก้าวไกล อนาคตพรรคประชาชน ก่อนอื่นเลยครับต้องขอขอบคุณหน่วยงานอย่างสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร กรณีการจราจรบริเวณแยกจตุโชติ-สายใหม่ แล้วก็ขอขอบคุณการเคหะแห่งชาติ รวมถึง เจ้าของที่ดินอย่างการท่าเรือแห่งประเทศไทย กรณีที่ดินเผาไหม้ที่ปรึกษาท่านประธานสภาไป ก็ประสานเข้ามา พูดคุยกับเรากับ สส. ในพื้นที่เพื่อหาทางแก้ไขร่วมกันให้ประชาชนเป็นหลัก มาเริ่มประเด็นปรึกษาหารือในครั้งนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เคหะชุมชนพรพระร่วงพัฒนา พื้นที่เป็นแอ่งระบบท่อระบายน้ำ ในชุมชนมันเก่า ปรับปรุงไม่ได้เพราะว่าไม่ใช่พื้นที่ของ กทม. แต่เป็นพื้นที่ของการเคหะแห่งชาติ ปัญหาค้างคามา ๑๐ ปี ชุมชนแบบนี้ในสายไหมก็มีชุมชนรัชดาออเงิน ชุมชนวัดหนองใหญ่ เรามีการประชุมเพื่อเร่งโอนให้เป็นสาธารณะ แต่ก็มีข้อติดขัดนะครับ การเคหะแห่งชาติ เร่งจัดการให้ด้วยนิดหนึ่งนะครับ🔗
เรื่องต่อไปเป็น Plant ปูนครับ ที่กลายพันธุ์เป็นกองดินครับ จำนวนเยอะมาก ในบางเขน ท่าแร้ง สายไหมและออเงินนะครับ บางโรงปูนนั้นหมดอายุบ้าง แล้วก็ไม่ได้รับ อนุญาตอย่างถูกกฎหมายบ้าง ดีหน่อยก็ทยอยกันออกไปแล้วครับ แต่ว่าจะมีการสร้างใหม่ เกิดขึ้นด้วย ชาวบ้านไม่เคยได้รับการสอบถามความเห็นแต่อย่างใด บางที่ย้ายออกมา เปลี่ยนเป็น Site กองดินแทนครับ รถบรรทุกเข้าออกกันตอนตี ๑ ตี ๓ ชาวบ้านนอนไม่หลับ ทิ้งเศษดินตามถนนตลอดเวลา ฝากสำนักงานเขตและเจ้าหน้าที่ตำรวจครับ🔗
เรื่องต่อไปเป็นโครงการปรับปรุงถนนในหลายพื้นที่ครับ เช่น ซอยรามอินทรา ๓๔ หรือซอยรามอินทรา ๓๙ พบว่าความล่าช้านั้นผู้รับเหมาบอกว่าเป็นเพราะว่าการประปา ย้ายท่อที่ช้านะครับ ฝากการประปานครหลวงอาจจะต้องลงมาตรวจสอบผู้รับเหมาของท่าน หรือไม่ว่าก็ดูสิว่ามาจากสาเหตุด้านใด🔗
เรื่องต่อไปครับ เป็นปัญหาซากรถข้างทางครับ หลายเขตก็เจอชาวบ้านบ้าง ร้านซ่อมรถบ้าง เอาซากรถมาจอดทิ้งบนที่สาธารณะเป็นเวลานาน ทำให้ช่องทางการจราจร ไม่สมบูรณ์ ประชาชนใช้ถนนร่วมลำบากมาก ยกตัวอย่างเช่น ในซอยลาดปลาเค้า ๒๔ หรือซอยสุขาภิบาล ๕ แยก ๑๕ นะครับ สถานีตำรวจ แล้วก็จราจรดูแลกันอย่างจริงจังนะครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ น้ำท่วมหมู่บ้านเนียมกล่ำสามัคคีครับ ฝนตกติดต่อกัน ระบายน้ำไม่ทันครับ จากการลงพื้นที่มาการแก้ปัญหาก็คือเปลี่ยนท่อตรงปากทางให้กว้างขึ้น ขยายบ่อพักน้ำให้สัมพันธ์กับเครื่องสูบน้ำ ความเร็วในการระบายน้ำ ฝากสำนักงานเขต และสำนักการระบายน้ำ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุวรรณา กุมภิโร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสุวรรณา กุมภิโร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บึงกาฬ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวบึงกาฬเรื่องการออกโฉนดที่ดิน ที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน ซึ่งจากที่ผมเคยหารือไปแล้วนั้นตอนนี้ได้รับการแก้ไขแค่เพียงไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน เพราะเราใช้เจ้าหน้าที่ที่ดินจากส่วนกลางเป็นผู้ออกสำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่มีน้อย งบประมาณมีจำกัด ทำให้การทำงานล่าช้า ทำให้พี่น้องบึงกาฬของเรา กว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ หลายหมื่นครอบครัวตอนนี้เป็นคดีความกับหน่วยงานราชการ ผมจึงขอเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อการออกโฉนดที่รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเสนอให้ หน่วยงานหลัก คือ กรมที่ดิน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง ทำงานร่วมกัน แบบบูรณาการเพื่อความสะดวกรวดเร็ว ซึ่งมี ๓ แนวทางที่ผมจะนำเสนอนะครับ คือ ๑. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะเขามีข้อมูลแผนที่ภาษีควบคุมทุกตารางนิ้ว ของแต่ละหมู่บ้าน และมีกองช่างที่มีความพร้อม มีความชำนาญในพื้นที่ สามารถประสานกับ ฝ่ายปกครองในการสำรวจและลดภาระค่าใช้จ่าย รวมทั้งประหยัดเวลาในการทำงาน ๒. ใช้เทคโนโลยีครับท่านประธาน ให้เจ้าหน้าที่ที่ดินส่งพิกัดแนวเขตของที่ดินให้เจ้าหน้าที่ ส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ออกสำรวจแทนเจ้าหน้าที่ที่ดินจากส่วนกลาง ๓. สำคัญมากคือรัฐบาล ต้องให้ความสำคัญเร่งรัดจัดสรรงบประมาณในการออกโฉนดให้เป็นวาระเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ทั่วถึง จากที่กล่าวมาทั้งหมดเราสามารถแก้ปัญหา การออกโฉนดที่ดินได้ภายใน ๓ เดือนครับท่านประธาน ขอฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลให้เร่งรัดการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องของเราด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กระผมขอหารือปัญหา เรื่องหนี้สินของข้าราชการและพี่น้องประชาชนที่กู้เงินดอกเบี้ยแพง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ ของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เพราะว่าคณะครูอาจารย์ ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนที่กระผมว่า การผ่อนเงินกู้ดอกเบี้ยสูงมากของสหกรณ์ออมทรัพย์ครู จังหวัดนครพนม ดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ ๖.๖๐ บาท แต่ต้องผ่อนจ่ายดอกเบี้ยสูงถึง ๖.๖๐ บาทสูงมาก ขอลดดอกเบี้ยลงเหลือ ๔.๗๕ บาท เพราะข้าราชการทุกหน่วยงานเสีย ดอกเบี้ยแพงมาก ขอลดดอกเบี้ย เพราะว่าธนาคารหรือสหกรณ์ต่าง ๆ ของหน่วยงานราชการ ที่ได้ไปกู้ยืมเงินดอกเบี้ยสูง แล้วก็กำไรปีละ ๕๐๐-๖๐๐ ล้านบาทต่อปี แต่ละธนาคารกำไรปีละ หลายหมื่นล้านบาท จึงขอให้รัฐบาลหรือกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ช่วยต่อรองหรือขอลด ดอกเบี้ยให้กับข้าราชการและพี่น้องประชาชน และต้องขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน ที่ท่านได้ใส่ใจเป็นห่วงพี่น้องประชาชนเป็นพิเศษ เรื่องหนี้สินนอกระบบ และท่านพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มอบให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ดอกเตอร์มนพร เจริญศรี เป็นประธานเปิดงานมหกรรมแก้หนี้ ที่จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคมที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ข้าราชการ ที่เป็นหนี้ธนาคาร หนี้ กยศ. หนี้นอกระบบ ไกล่เกลี่ยหนี้ได้ถึง ๑๐๐ ล้านบาท ผู้ค้ำ ผู้กู้ไม่ต้อง ถูกฟ้องดำเนินคดี ยึดทรัพย์ ประชาชนได้ผ่อนจ่ายน้อยลง บางคนผ่อนจ่ายเดือนละ ๕๐๐ บาท ประชาชนดีใจมากเพราะผ่อนได้สบาย ขอให้ได้จัดงานมหกรรมแก้หนี้ทุกเขต ทุกอำเภอ เพื่อที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนหน่วยงานราชการ ผู้พิพากษา อัยการ ตำรวจและธนาคาร ก็ไม่ต้องเสียเวลาในการฟ้องร้องเสียเงินงบประมาณของแผ่นดิน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชริน วงศ์พันธ์เที่ยง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต ๒ อำเภอนครหลวง อำเภอบางปะหัน อำเภอมหาราช อำเภอบ้านแพรก และอำเภอท่าเรือ พรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกล🔗
วันนี้ผมมีปัญหาความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชน มาหารือกับท่าน ๔ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องที่ ๑ พื้นผิวจราจรบนสะพานข้ามแม่น้ำลพบุรีบริเวณตรงสี่แยกเจ้าปลุก ถนนสาย ๓๒๖๗ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับความเสียหายเป็นหลุม เป็นบ่อเหมือนลูกคลื่นในทะเล รถต้องเบี่ยงและชะลอความเร็ว เกิดปัญหาจราจรติดขัด และเป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน ขอให้ดำเนินการซ่อมแซม โดยด่วนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ตามที่รัฐบาลประกาศให้ประชาชนในกลุ่มเสี่ยงมารับการฉีดวัคซีน ป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่สถานีอนามัยใกล้บ้าน แต่ปรากฏว่าไม่มีวัคซีนเพียงพอ ผมได้เข้าไป สอบถามกับเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยตำบลบางเดื่อ และสถานีอนามัยตำบลบางปะหัน ซึ่งมีประชาชนกลุ่มเสี่ยงเกือบ ๑,๐๐๐ คน แต่ได้รับวัคซีนมาเพียง ๒๐๐ ชุด ทั้ง ๆ ที่ ในรัฐสภาของเรามีวัคซีนเหลือเฟือฉีดให้กับทุกคนแม้ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง ซึ่งนับว่าไม่เป็นธรรม อย่างยิ่ง🔗
เรื่องที่ ๓ ถนนท้องถิ่นบริเวณหมู่ ๓ ตำบลสองห้อง อำเภอบ้านแพรก ที่เชื่อม ต่อไปอย่างประตูน้ำบางวัว ซึ่งเดิม อบต. คลองน้อย ได้ทำการก่อสร้างไว้ได้รับความเสียหาย และ อบต. คลองน้อยจะทำการซ่อมแซม แต่เจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด พระนครศรีอยุธยาได้แจ้งว่า ถนนดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของ อบจ. และห้าม อบต. คลองน้อย ซ่อมแซม โดยทาง อบจ. จะมาทำการซ่อมแซมเอง จนปัจจุบันยังไม่ได้ รับการซ่อมแซมแต่อย่างใด จึงขอฝากไปยังนายก อบจ. ที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งช่วยมาดูแล ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๔ สะพานไม้ข้ามคลองชลประทานบนถนนสาย ๕๐๒๖ บริเวณหมู่ ๔ และหมู่ ๕ ท่ากรวด ตำบลบ้านชุ้ง อำเภอนครหลวง ได้หักพังลงไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้ประชาชนและเด็กนักเรียนได้รับความเดือดร้อน ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ซ่อมแซมด่วน ส่วนรายละเอียดทั้งหมดผมจะส่งเป็นเอกสารไปยังท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๙ พรรคพลังประชารัฐครับ ในวันนี้ผมใคร่ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงชนบท เนื่องจากผมได้รับการร้องขอจากเทศบาลตำบลแม่วาง และองค์การบริหารส่วนตำบล บ้านกาด อำเภอแม่วาง เพื่อขอเข้าแก้ไขปัญหาน้ำท่วมถนนทางหลวงชนบท ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
เลขที่ ๔๐๑๖ เชื่อมต่อทางหลวง ๑๐๑๓ บ้านกาด-แม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ กม. ที่ ๑-๖ เนื่องจากสภาพปัญหาช่วง หน้าฝน น้ำจะท่วมขังนะครับ และทางหลวงชนบท หมายเลข ๔๐๑๖ เป็นเส้นทางหลักของ อำเภอแม่วางที่จะเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว ไม่ว่าโครงการหลวง ปางช้าง ตลอดจนถึงเป็นเส้นทาง ที่เชื่อมต่อไปยังอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ฉะนั้นตรงนี้ก็จะขอหารือท่านประธานผ่านไป ทางหลวงชนบทนะครับ ให้ช่วยเข้าสำรวจและเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก่อนก็ได้ครับ เนื่องจากว่าตอนนี้เข้าหน้าฝนแล้ว สภาพปัญหาดังที่ท่านประธานเห็นในสไลด์ที่ขึ้นบนจอ ก็เป็นอยู่ตลอดที่น้ำท่วมจากฝนนะครับ ก็จะเกิดน้ำท่วมขังในลักษณะนี้มาโดยตลอด จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง ขอเร่งรัดแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้พี่น้อง ประชาชนอำเภอแม่วางด้วยครับ ขอกราบขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศิริโรจน์ ธนิกกุล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ศิริโรจน์ ธนิกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๒ อดีตพรรค ก้าวไกล วันนี้สังกัดพรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องอยากจะ ปรึกษาหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนโดยด่วนครับ🔗
เรื่องแรก ปัญหาโรงหลอมพลาสติก ณ หมู่ ๓ ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เนื่องด้วยผมได้รับเรื่องร้องเรียนอยู่บ่อยครั้งเกี่ยวกับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ ที่มักจะปล่อยออกมา ทั้งชุมชนและหมู่บ้านบริเวณนั้นได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เด็กเล็ก ๆ ต้องเป็นภูมิแพ้ไปหลายราย วันไหนกลิ่นแรง ๆ นี่แทบทนไม่ไหวเลยทีเดียวครับ ท่านประธาน ล่าสุดแนวทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ได้มีการส่งหนังสือ ไปยังโรงงานดังกล่าวตั้งแต่วันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๗ แล้ว แต่โรงงานก็ยังมีการลักลอบหลอมอยู่ โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน จึงอยากจะฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลายให้เร่งแก้ไข ปัญหา แล้วก็เอาผิดกับโรงงานนี้อย่างจริงจังและเข้มงวดครับ🔗
๒. ปัญหาน้ำเน่าเสีย ณ คลองกระทุ่มแบน ต้องบอกว่าคลองกระทุ่มแบน เป็นคลองสาขาที่อยู่ในโซนอำเภอกระทุ่มแบน ซึ่งจะไหลผ่านไม่ว่าจะเป็นตำบลตลาดกระทุ่มแบน ตำบลดอนไก่ดี หรือว่าตำบลคลองมะเดื่อ ปัจจุบันนี้สภาพน้ำเป็นอย่างที่เห็นครับ ท่านประธาน เน่า ดำ แล้วก็เหม็นนะครับ นี่ผมเพิ่งลงไปดูพื้นที่ ไปพายเรือดูให้เห็นกับตาเลย สภาพมันแย่มาก ๆ มันสุดจะทนครับ เวียนหัวมากเลยนะครับ ผมไปแป๊บเดียว แต่ชาวบ้าน ที่เขาอาศัยอยู่บริเวณนั้น เขาต้องทนทุกข์ทรมานอยู่แบบนี้มานานมาก ๆ บางบ้านทนอยู่ กันไม่ไหวแล้ว ต้องย้ายบ้านหนีแล้วนะครับ ก็รู้อยู่แล้วว่าต้นตอของปัญหานี้ก็คือโรงงาน อุตสาหกรรมที่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวมนะครับ ก็ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหลายช่วยเร่งแก้ไขปัญหานี้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวีรนันท์ ฮวดศรี เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วีรนันท์ ฮวดศรี ผู้แทนราษฎรคนขอนแก่น เขต ๑ พรรคประชาชน วันนี้ผมนำปัญหาพี่น้องในพื้นที่ มาหารือกับท่านประธานดังนี้ครับ ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
เรื่องแรก ปัญหาพื้นผิวถนนในชุมชน เหล่านาดี ๑๒ โดยเฉพาะบริเวณรอยโค้งกับชุมชนรอบเมือง ๑ จุดดังกล่าวเป็นหลุมเป็นบ่อ มีลักษณะลึกเหมือนอยู่บนดวงจันทร์นะครับ นึกว่าเอาไว้แข่งขันวิบากครับ อีกทั้งถนนเส้นนี้ มีรถสัญจรตลอดทั้งวัน รถใหญ่ก็ใช้เส้นทางนี้ทำให้ถนนชำรุด เนื่องจากภาระของน้ำหนัก ที่น่ากังวล คือจุดนี้เป็นจุดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายนะครับ โดยเฉพาะรถยนต์ขนาดเล็ก รถจักรยานยนต์ ผมจึงเรียนผ่านท่านประธานไปยังเทศบาลนครขอนแก่น การรถไฟ แห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาพื้นผิวถนนและเพิ่มความปลอดภัย ให้กับพี่น้องประชาชนในบริเวณนี้ด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ฝาปิดท่อระบายน้ำที่ไม่ปลอดภัยระหว่างชุมชนเทพารักษ์ ๑ ไปจนถึงชุมชนเทพารักษ์ ๕ จุดดังกล่าวมีการออกแบบที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ปลอดภัย ไม่มีที่รองรับบริเวณขอบท่อ เมื่อวางฝาปิดท่อระบายน้ำตามรูปก็จะเป็นหลุมนะครับ ปิดไม่สนิท อันตรายต่อผู้ที่อยู่อาศัยในชุมชนเป็นอย่างมากนะครับ หากไม่แก้ไขอาจเกิดความเสียหายต่อ ทรัพย์สินหรือความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเด็กเล็ก ๆ ในชุมชนนะครับ อาจเกิดอันตรายได้รับอุบัติเหตุได้ครับ ผมจึงเรียนผ่านท่านประธานไปยังเทศบาล นครขอนแก่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วนด้วย ขอบคุณครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ประชาชนมีความต้องการให้ติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่มเติมบริเวณถนน หน้าหมู่บ้านพิมานศิลป์ ตำบลในเมือง จุดนี้มีบ้านพักอาศัยและมีรถสัญจรเป็นจำนวนมาก แต่ไฟส่องสว่างไม่เพียงพอ ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมากนะครับ ในเรื่อง ดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เกิดความไม่ปลอดภัยต่อผู้พักอาศัยในบริเวณรอบนะครับ ผมจึงเรียนผ่านท่านประธานไปยังเทศบาลนครขอนแก่นนำเรื่องนี้ไปพิจารณานะครับ เรื่องไฟส่องสว่างในจุดนี้ด้วยนะครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ท่านประธานครับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อาศัย อยู่บริเวณรอบหนองอีเลิงครับ จากกรณีน้ำเสียที่ปล่อยลงหนองอีเลิง เนื่องจากชุมชนในเขต เทศบาลนครขอนแก่น และเขตเทศบาลตำบลพระลับ ไม่มีที่ดักพักกรองหรือจุดฟื้นฟู น้ำเสียก่อนปล่อยลงหนองอีเลิง ทำให้เกิดน้ำเน่าเสีย ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของน้ำ และชุมชนโดยรอบ รวมถึงปลาในหนองก็ตายเป็นจำนวนมากครับ ทราบจากชาวบ้านที่หา ปลารอบหนองอีเลิงครับว่า บางช่วงไม่สามารถหาปลาได้ เพราะน้ำเน่าเสียครับ จึงเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังเทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลตำบลพระลับ สำนักงานทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ปัญหาตามอำนาจหน้าที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านวุฒิพงศ์ ทองเหลา ครับ🔗
สวัสดีครับ ท่านประธานครับ กระผม วุฒิพงศ์ ทองเหลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคชาติพัฒนาครับ ต้องขอโทษด้วยครับ มีการสลับคิวเล็กน้อยครับ วันนี้ผมมีคิวหารือความเดือดร้อน ท่านประธาน ๑ เรื่องด้วยกันดังนี้ครับ🔗
จากประเด็นปัญหาน้ำท่วมหลากใน พื้นที่ ๔ ตำบล อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ประกอบไปด้วยตำบลบุฝ้าย ตำบลหนองแสง ตำบลประจันตคาม และตำบลเกาะลอยครับ ในช่วงที่เกิดปัญหาน้ำหลาก ในพื้นที่อำเภอมักจะมีเกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายนของทุกปี มวลน้ำจะไหลลงมา จากอุทยานเขาใหญ่ ไหลเข้าผ่านตำบลบุฝ้าย และต่อไปคือตำบลหนองแก้ว และตำบลประจันตคาม แล้วไปหยุดขังรวมอยู่ที่ตำบลเกาะลอย ไหลผ่านมาครับ ระดับความสูงของพื้นที่ปราจีนบุรี จะเป็นภูเขาไล่ระดับลงมานะครับ ในขณะนี้ชาวนาในพื้นที่ตอนล่างของอำเภอ เช่น ตำบลเกาะลอยที่ได้รับผลกระทบซ้ำซากทุกปี ชาวนาท่านหนึ่งครับ ชื่อชาวนาว่าซิม ปลูกข้าวประมาณ ๔๐ ไร่ ปัจจุบันยังโดนน้ำท่วมขังอยู่ หากนับรวมชาวนาในพื้นที่ในบริเวณนั้น ก็จะกินพื้นที่หลายพันไร่ครับท่านประธาน ปัญหานี้เป็นปัญหาที่เหมือนงาน Routine หรือเรียกว่ากิจกรรมประจำปีของจังหวัดปราจีนบุรีในพื้นที่ประจันตคาม ท่านประธานครับ จากปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ผมได้รับคำตอบว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นทุกครั้งทุกปี แต่ผมมี แนวคิดครับท่านประธานว่า ถ้าหากว่าเราแก้ปัญหาดังกล่าว เช่น ในหน้าแล้งมันแล้งมาก เราสร้างจุดที่เป็นแก้มลิงกักเก็บน้ำสัก ๒ จุด อย่างไรแล้วผมฝากถึงหน่วยงานนะครับ กรมทรัพยากรน้ำหรือสำนักงานชลประทานในจังหวัด ช่วยทำแผนในการปรับปรุงเรื่องของ การรับมวลน้ำในจังหวัดปราจีนบุรีในพื้นที่ประจันตคาม ให้ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รับ ความเดือดร้อน และในหน้าแล้งเราคิดมองไกลไปอย่างหนึ่ง เราสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ ในหน้าแล้งได้ด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านปกรณ์ จีนาคำ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปกรณ์ จีนาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคมที่ผ่านมานะครับ ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้นได้เกิดอุทกภัยที่รุนแรง หลาย ๆ พื้นที่นั้นถูกน้ำป่าไหลหลากท่วมและดินสไลด์ทำให้พื้นที่บ้านเรือน พื้นที่การเกษตร สะพานถนนต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้นได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก เบื้องต้น ผมต้องขอขอบคุณทางหน่วยงานของจังหวัดนะครับ โดยการนำของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนายอำเภอ อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ได้เร่งเข้าไปในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วนะครับ แล้วก็ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ท่านได้แจ้งผมโดยตรงให้ช่วยจัดหาสิ่งจำเป็น เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนนะครับ พื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย เป็นอย่างมากนั้น เช่น อำเภอขุนยวม อำเภอปางมะผ้า อำเภอเมือง และอำเภอแม่ลาน้อย บ้านเรือนส่วนใหญ่ ที่เสียหายนั้นกว่า ๔๐๐ หลังคาเรือน มีผู้เสียชีวิต ๑ คน และมีพื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า ๒,๐๐๐ ไร่ และเครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพอีกจำนวนมากมาย ณ วันนี้ เวลานี้ ก็ยังไม่สามารถที่จะประเมินความเสียหายได้ทั้งหมด ส่วนในเรื่องของสะพาน ถนนนั้นที่อำเภอ ขุนยวม ตำบลแม่ยวมน้อย บ้านแม่โกปี่ และบ้านแม่สะเป่ใต้ สะพานถนนถูกตัดขาดนะครับ ณ วันนี้ก็ยังไม่สามารถที่จะเข้าถึงได้ ต้องใช้วิธีการเดินเท้า ก็ใช้เวลาประมาณ ๒-๓ ชั่วโมง ที่จะเข้าถึงหมู่บ้านต่าง ๆ นะครับ🔗
ในส่วนของสะพานที่สำคัญอีกอันหนึ่งนะครับ ก็คือสะพานบ้านห้วยผา ตำบลห้วยผา อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน บนถนนเลขที่ ๑๐๙๕ สะพานแห่งนี้ เคยถูกอุทกภัยมาครั้งหนึ่งเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๖๖ แล้วก็ตั้งแต่นั้นมาก็เป็นสะพานชั่วคราว มาโดยตลอด วันนี้ก็เจออุทกภัยอีกรอบหนึ่ง ผมได้หารือในสภาแห่งนี้มา ๒ ครั้ง ในเรื่องของ สะพาน ๑๐๙๕ นี้ แต่ ณ วันนี้ก็ยังไม่มีการปรับปรุงหรือแก้ไขให้เป็นสะพานที่เป็นมาตรฐาน ถาวร และมีความปลอดภัยแต่อย่างไร และเท่าที่ทราบนะครับ ก็ไม่เห็นในงบประมาณ ปี ๒๕๖๗ และ ๒๕๖๘ ที่กำลังเกิดขึ้นนี้นะครับ ผมก็ไม่เข้าใจนะครับว่าเกิดอะไรขึ้น หรือว่า จะต้องรอให้เกิดความเสียหายมากกว่านี้ถึงจะดำเนินการแก้ไขนะครับ ผมก็ฝากท่านประธาน ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน จังหวัดชลบุรี เขต ๖ วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานดังนี้ค่ะ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้ศุลกากรติดตาม ป้องกัน ผลักดันสินค้าที่มาจากประเทศแอลเบเนีย ซึ่งเข้าถึงไทยในวันที่ ๒๐ สิงหาคมนี้ จำนวน ๔๐ ตู้ ที่มาจากเรือ MSC สินค้าเป็นของเสียปนเปื้อนสารพิษประเภทฝุ่น ตามคำเตือนจากองค์กรระหว่างประเทศ Basel Action Network : BAN และ เอ็นจีโอไทย ไม่ให้เข้ามายังผืนแผ่นดินไทย🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตั้งคณะทบทวนการออก ผังเมืองรวมอำเภอศรีราชา เนื่องจากการออกผังเมืองรวมปัจจุบันนั้นเอื้อต่อทุนใหญ่ ทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ปัญหารถติดและอุบัติเหตุนั้น มาเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาเป็นปัญหาฝุ่นควัน ซึ่งก่อให้เกิดโรคปอดตามมา รายละเอียดนั้น สส. ยินดีชี้แจงต่อคณะอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอนำเรียนปัญหาหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัด มหาสารคาม ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ปัญหาการกัดเซาะ และการพังทลายของตลิ่งริมแม่น้ำชีและลำห้วยคะคางในอำเภอเมืองมหาสารคาม ซึ่งผมได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในตำบลท่าสองคอน ตำบลเกิ้ง ตำบลลาดพัฒนา อำเภอเมือง มหาสารคาม แม่น้ำชีเป็นแม่น้ำสำคัญที่ไหลพาดผ่านอำเภอเมือง มีตำบลท่าสองคอน ตำบลเกิ้ง ตำบลลาดพัฒนาที่ติดแม่น้ำชี ในช่วงหน้าฝนน้ำจากจังหวัดชัยภูมิและน้ำจาก อำเภออุบลรัตน์จะมาบรรจบกันที่มหาสารคาม ทำให้มีปัญหาน้ำไหลแรงมาก แล้วก็มี การกัดเซาะตลิ่ง ซึ่งปัญหานี้ได้เกิดทำให้ตลิ่งมีการกัดเซาะ แล้วก็พังนะครับ ในหลายจุดที่ยัง ไม่ได้รับการแก้ไข ๑. ตำบลท่าสองคอนคือบ้านสว่าง หมู่ ๑๑ ช่วงต้นน้ำต่อจากโครงการเดิม ๒. ตำบลเกิ้ง บ้านโนนสมบูรณ์ หมู่ ๘ และบ้านโนนตูม หมู่ ๒ เป็นบ้านแฝดนะครับ แล้วก็บ้านโขงกุดหวาย หมู่ ๑๗ บ้านเกิ้งเหนือ หมู่ ๖ บ้านเกิ้งพัฒนา หมู่ ๑๓ ๓. ตำบลลาดพัฒนา บ้านท่าค้อ ซึ่งน้ำท่วมทุกปีนะครับ บ้านม่วง หมู่ ๑๑ หมู่ ๑๐ บ้านคุยโพธิ์ หมู่ ๑๓ ซึ่งเป็นบ้านแฝด ๕. โครงการเขื่อนป้องกันริมตลิ่งและป้องกันน้ำท่วมลำห้วยคะคาง ฝั่งตำบลเกิ้ง บ้านวังน้ำเย็น หมู่ ๑๔ ซึ่งมีน้ำท่วมในหมู่บ้านชิดชล บ้านวังน้ำเย็น ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และเสียหาย จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยได้เร่งรัดนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ การขยายเขตให้บริการไฟฟ้าเพื่อการเกษตรในอำเภอเมือง มหาสารคามนะครับ ซึ่งผมจะนำเรื่องยื่นต่อท่านประธานสภาในรายละเอียดต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกัลยพัชร รจิตโรจน์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน กัลยพัชร รจิตโรจน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้มี เรื่องปรึกษากรณีขอให้แพทยสภา กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และท้องถิ่น ร่วมกันหารือแนวทางการทำใบความเห็นแพทย์ประกอบการออกใบรับรองการตายของ ผู้ป่วย ปัจจุบันมีผู้ป่วยระยะสุดท้ายมีความประสงค์ที่จะเสียชีวิตที่บ้านมากขึ้นเรื่อย ๆ นะคะ แต่ครอบครัวก็อาจมีความกังวลว่า ถ้าเสียชีวิตที่บ้านอาจมีความยุ่งยากในการติดต่อธุรการ เกี่ยวกับการออกใบมรณบัตร เกรงว่าศพของผู้เสียชีวิตจะถูกนำไปชันสูตรที่โรงพยาบาล โดยไม่จำเป็นทำให้ยุ่งยากในการจัดการศพ ความกังวลดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้ป่วยและ ครอบครัวจำนวนหนึ่งตัดสินใจเลือกที่จะไม่เสียชีวิตที่บ้าน และขอให้ผู้ป่วยเสียชีวิต ที่โรงพยาบาล เพื่อลดขั้นตอนและความยุ่งยากข้างต้น แต่ก็แลกมากับการเสียชีวิต ในบรรยากาศที่แสนจะวุ่นวายสับสนไม่ได้เสียชีวิตในบ้านที่ผู้ป่วยอุตส่าห์เพียรสร้าง รายล้อมไปด้วยคนคุ้นเคย เสี่ยงต่อการจากไปอย่างไม่สงบ ปัญหาดังกล่าวมีการแก้ไขบ้างแล้ว ในบางพื้นที่ หากแพทย์เจ้าของไข้ออกใบความเห็นแพทย์ว่าผู้ป่วยอยู่ในขั้นสุดท้ายของชีวิต และผู้ป่วยกำลังจะเสียชีวิตตามธรรมชาติ กรณีดังกล่าวตำรวจหรือแพทย์นิติเวช ก็จะลง ความเห็นว่าเป็นการเสียชีวิตตามปกติ และการออกใบมรณบัตรได้โดยไม่ยุ่งยากค่ะ แต่ท่านประธานคะ ยังมีอีกหลายที่หลายโรงพยาบาล โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครที่แพทย์ ประจำคนไข้เองก็ไม่ได้เตรียมเอกสารความเห็นแพทย์รับรองการเสียชีวิตที่บ้านให้กับ ครอบครัวผู้ป่วยไว้ใช้สื่อสารกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์นิติเวช ส่งผลให้ครอบครัวประสบ ความยุ่งยากในการจัดการการเสียชีวิตที่บ้าน ไม่ได้รับความสะดวกในการขอใบมรณบัตร กับหน่วยงานท้องถิ่น ส่งผลให้ครอบครัวจัดพิธีศพได้ล่าช้า และกังวลที่จะอนุญาตให้ผู้ป่วยได้ เสียชีวิตที่บ้านอย่างสงบตามที่ผู้ป่วยต้องการค่ะ ดิฉันจึงขอเสนอแนะดังนี้นะคะ🔗
ข้อ ๑ ขอให้แพทยสภาและสมาคมแพทย์นิติเวชศึกษาประกาศแนวทาง ในการเขียนใบความเห็นแพทย์ เพื่อใช้ประกอบการออกใบรับรองการเสียชีวิตที่บ้านค่ะ🔗
ข้อ ๒ ขอให้กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย จัดประชุมซักซ้อมความเข้าใจแนวทางปฏิบัติการออกใบรับรองการตาย เพื่อให้ผู้ป่วยมี ใบความเห็นแพทย์ข้างต้นค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านบุญแก้ว สมวงศ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร ผมขอหารือท่านประธานผ่านไป ยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ผมได้รับร้องเรียนจากท่าน สจ. ประยูร ปั้นทอง เรื่องการขยายเขต ไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ระหว่างบ้านโชคชัยพรถึงบ้านโนนป่าข่า ตำบลน้ำคำ อำเภอไทยเจริญ ซึ่งขยายเขตเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้ทำการเกษตร ซึ่งฤดูแล้งพี่น้องประชาชนได้เจาะ น้ำบาดาลเพื่อจะทำการเกษตร แล้วก็บ้านหนองแข้ บ้านใหม่สามัคคีธรรม ตำบลโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้มาขยายเขตไฟฟ้า เพื่อการเกษตรให้กับพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอขยายถนน ๔ เลน สาย ๒๐๘๓ ระหว่างอำเภอมหาชนะชัย อำเภอพนมไพร ซึ่งถนนสายนี้เป็นถนน ๒ ช่องจราจร เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้สัญจรไปมา สะดวกสบายนะครับ และ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ขอให้กรมที่ดินจัดหาเจ้าหน้าที่ที่ดินมาประจำที่ที่ดิน อำเภอป่าติ้ว ซึ่งพี่น้องประชาชนได้ไปทำธุรกรรมเรื่องที่ดินก็ต้องเข้าสู่จังหวัดยโสธรนะครับ เพราะว่าระยะทางประมาณ ๒๕ กิโลเมตร ไป-กลับ ๕๐ กิโลเมตร ก็อยากให้กรมที่ดินได้จัดหา แล้วก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ของจังหวัดยโสธรด้วยครับ ขอกราบสวัสดีครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชนแบบแบ่งเขตนะครับ ผู้แทนของชาวอำเภอบางบัวทอง ชาวอำเภอไทรน้อยนะครับ วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานทั้งหมด ๒ เรื่อง แล้วก็ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางนี้ ๑ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรกนะครับ ก็คือเรื่อง การทำพื้นที่สร้างสรรค์ อันนี้อยากจะฝากไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ท่านสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ว่าอยากให้ท่านช่วยฟื้นฟูตลาด Art Market ก็คือเป็น ตลาดที่ศิลปินนั้น ไม่ว่าจะเป็นศิลปินแขนงไหนก็สามารถนำเสนอขายงานศิลปะผ่านตลาด ที่ทางภาครัฐสนับสนุน โดยที่อันนี้เห็นไหมครับว่าสถานีรถไฟฟ้าเลียบคลองบางไผ่ จะเป็นสถานีรถไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่มาก แต่แทบจะไม่มีคนใช้งานเลย แล้วก็เป็นสถานี ที่จะเรียกว่าเกือบจะร้างก็ได้นะครับ ก็จึงอยากฝากท่านรัฐมนตรี เห็นไหมครับว่า Bayswater Road อันนี้อยู่ที่ลอนดอนนะครับ สวน Hyde Park นี่คือเขาไม่ได้ใช้พื้นที่อะไรเลย ก็คือใช้พื้นที่ ของภาครัฐเดิม เพื่อนำเสนอขายงานศิลปะก็แค่เอารูปไปแขวนเห็นไหมครับพี่น้องประชาชน ที่สนใจก็เดินมาดู เดินมาซื้อ เพื่อให้ศิลปินได้มีพื้นที่ในการนำเสนอผลงานและสามารถทำเป็น อาชีพได้นะครับ🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ ฝากไปยังกรมเจ้าท่า ด้วยการปรับปรุงโป๊ะรอเรือที่ไม่ได้ มีการใช้งานแล้วให้อยู่ในสภาพที่สวยงาม แล้วก็พร้อมให้บริการ เนื่องจากจุดนี้อยู่ตรง ตำบลบางรักใหญ่ ติดกับร้านก๋วยเตี๋ยวตาเซี้ยะนะครับ ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นจุดชมวิว ทิวทัศน์ ในการชมคลองอ้อมนนท์เห็นไหมครับ สวยงาม น้ำสะอาด ก็คืออยากฝากเรื่องนี้ไปยัง กรมเจ้าท่า🔗
อีกเรื่องสุดท้ายครับ ขออนุญาตประชาสัมพันธ์ที่ตำบลบางรักใหญ่ ตอนนี้ มีการทำงาน Street Art โดยศิลปินมากกว่า ๑๐ ท่าน อันนี้เป็นของโรงเรียนไทรน้อย ถัดไปครับ ก็คืออยากฝากพี่น้องประชาชนที่อยู่ตำบลบางรักใหญ่ หรือเป็นคนจังหวัดนนทบุรี ไปเที่ยวที่วัดบางรักใหญ่ แล้วก็อยู่ตรงข้ามก็จะเจอ Street Art อันนี้ ฝากประชาสัมพันธ์ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษดิ์ บุตรเนียร สส. นักพัฒนา แก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทยครับ🔗
วันนี้ผมขอมีเรื่องปรึกษาหารือ เรื่องติดตามการสนับสนุนงบประมาณ การสร้างสะพานลอยหน้าวิทยาลัยการอาชีพกบินทร์บุรี ตำบลลาดตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี ซึ่งผมได้อภิปรายของบประมาณนี้มาตั้งแต่ วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๗ แล้วครับ จากความเดือดร้อนซึ่งบริเวณดังกล่าว มีประชาชน และนักเรียนโดยเฉพาะตอนเช้า ตอนเย็น ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ คนที่จะข้ามถนนหนทางดังกล่าว ก่อให้เกิดอันตราย อุบัติเหตุบ่อยครั้ง ซึ่งเป็นทาง ๔ เลนจราจร มีร่องกลาง รถขับเร็วมาก ซึ่งขอความเมตตาจากท่านแขวงการทาง และรัฐบาลผ่านไปยังท่านประธานสภาไปยังรัฐบาล ได้เห็นความเดือดร้อนของประชาชน และความปลอดภัยของนักเรียนด้วยครับ ที่เกิดอุบัติเหตุเดือดร้อน🔗
เรื่องที่ ๒ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณทางกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งได้สร้าง เขื่อนป้องกันตลิ่งของตำบลนาแขน หมู่ ๑ หมู่ ๒ เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนไปแล้วครับ อีกอันหนึ่งครับ ในเรื่องงบประมาณในการก่อสร้างตลิ่งป้องกันน้ำกัดเซาะ ที่คลองพระปรง หมู่ ๑ หมู่ ๒ หมู่ ๓ ตำบลย่านรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีครับ เนื่องจากว่า คลองพระปรงที่น้ำกัดเซาะถนน แล้วก็สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนและทรัพย์สิน ที่จะเดือดร้อนในบริเวณดังกล่าวครับ จึงอยากกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ได้โปรดแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนบริเวณดังกล่าว ซึ่งจะแก้ไขที่น้ำจะกัดเซาะและเกิดความเดือดร้อนของประชาชนอย่างยิ่งครับ ขอกราบ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศักดินัย นุ่มหนู เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคประชาชน ท่านประธานครับ เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จังหวัดตราดเกิดน้ำท่วมใหญ่ทั้งในพื้นที่ตัวเมืองชั้นใน แล้วก็บริเวณพื้นที่อำเภอรอบนอกนะครับ ไม่ว่าจะเป็นตำบลสะตอ อำเภอเขาสมิง หรือที่ตำบลห้วยแร้งนะครับ ก็มีน้ำท่วมอย่างหนัก แล้วก็ได้สร้างความเสียหายให้กับ พี่น้องประชาชน ทั้งเรื่องของทรัพย์สิน ทั้งในเรื่องของพืชผลทางการเกษตร แล้วก็ทั้งสัตว์เลี้ยง ด้วยครับ ผมได้มีเวทีย่อย ๆ ในการที่ได้พูดคุยกับพี่น้องประชาชน และผู้นำท้องถิ่น ในการที่ จะมีมาตรการใด ๆ บ้างในการที่จะมาแก้ไขปัญหา ก็มีข้อสรุป ๓ ประการด้วยกัน ดังนี้🔗
ข้อแรก ขอให้มีการเร่งดำเนินการขุดลอก คลองบางพระที่อยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง เพื่อที่จะเป็นการได้ช่วยพี่น้องชาวเมืองนั้น ให้น้ำมีการระบายออกไปอย่างรวดเร็ว🔗
ประการที่ ๒ ที่มีการสรุปกันของพี่น้องประชาชนก็คือว่า ให้มีการขุดลอก คลองสะตอ ที่ตำบลสะตอนี้มีพื้นที่ทั้งหมด ๙ หมู่บ้าน รอบนี้ท่วมไปทั้งหมด ๘ หมู่บ้าน ชาวจังหวัดตราดเองก็ฝากขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ท่านได้ลงไปในพื้นที่ แล้วก็บอกกับพี่น้องประชาชนว่า จะได้เร่งรัดโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอให้เร็วขึ้น เพียงแต่ว่าอ่างนี้กว่าจะสร้างเสร็จได้ ก็ต้องใช้เวลา ๔-๕ ปีเป็นอย่างน้อย ไม่ให้มีการท่วมซ้ำซากและสร้างความเดือดร้อนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็อยากให้มีการขุดลอกคลองสะตอโดยเร่งด่วนนะครับ🔗
เรื่องสุดท้าย พี่น้องประชาชนขอเรื่องของการเยียวยา มีการชดเชยเยียวยา ความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งทรัพย์สิน ทั้งเรื่องของรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ เครื่องใช้ไฟฟ้า แล้วก็พืชผลทางการเกษตร ตลอดจนสัตว์เลี้ยงให้มีการเยียวยาที่รวดเร็ว แล้วก็มีความ สอดคล้องกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันนี้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเฉลิมพงศ์ เเสงดี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๒ พรรคประชาชน ผมขอนำเรื่อง ความเดือดร้อนของประชาชนมาหารือต่อรัฐสภาเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขดังต่อไปนี้🔗
เรื่องแรก ปั๊มน้ำสูบน้ำโรงเหล้าจังหวัดภูเก็ต ภายใต้การรับผิดชอบของ กรมชลประทานเกิดการชำรุดเสียหาย โดยปั๊มสูบน้ำ ๒ ใน ๔ เครื่อง ไม่สามารถใช้งานได้ ส่งผลให้กำลังสูบน้ำลดลงครึ่งหนึ่ง สาเหตุมาจากขาดการซ่อมแซมบำรุงรักษาที่มี ประสิทธิภาพ ประกอบกับนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างไม่ควบคุมในการดูแลรักษาในระยะยาว เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม เนื่องจากไม่สามารถสูบน้ำได้ทันท่วงที อีกทั้งยังส่งผลต่อการสำรองน้ำ สำหรับใช้ฤดูแล้งอีกด้วย ดังนั้น จึงขอความร่วมมือในการเร่งรัดซ่อมแซมปั๊มสูบน้ำที่ชำรุด โดยด่วน ฝากท่านประธานหารือไปยังกรมชลประทาน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
เรื่องที่ ๒ ชุมชนในเหมือง ตำบลฉลองและชุมชนมะขามคู่ ตำบลวิชิต จังหวัดภูเก็ต กำลังเกิดวิกฤตขาดแคลนน้ำประปาและต้องพ่วงไฟฟ้าใช้กัน มีค่าใช้จ่ายสูง แม้ทั้ง ๒ ชุมชนเข้าโครงการจัดสรรที่ดินทำกินในชุมชน คทช. แล้ว แต่ยังคงดำเนินการอยู่ โดยชุมชนในเหมืองอยู่ระหว่างการรอใบอนุญาตจากกรม ทช. ขณะที่ชุมชนมะขามคู่ อยู่ในช่วงการเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาความเห็นชอบ ดังนั้น จึงขอความกรุณาให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดกระบวนการดังกล่าวและเพื่อบรรเทาภัยความเดือดร้อน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่โดยเร็วที่สุด ฝากท่านประธานหารือไปยัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก บริเวณสามแยกในหาน ตำบลราไวย์ สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เทศบาลตำบลราไวย์เคยขออนุญาต แขวงทางหลวงในการก่อสร้างคูระบายน้ำแต่ไม่ได้รับการอนุมัติ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเมื่อฝน ตกหนัก กระทบการสัญจรและสร้างความไม่ปลอดภัยต่อประชาชน จึงขอให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องและประสานงานและทบทวนการอนุญาตก่อสร้างคูระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาอย่าง ยั่งยืน โดยคำนึงประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนครับ ฝากท่านประธานหารือไปยังแขวง ทางหลวงและกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อาจารย์วรวิทย์ บารู พรรคประชาชาติ เขต ๑ ปัตตานีครับ วันนี้ได้รับการปรึกษาหารือ จากบรรดาโต๊ะครูที่สอนอยู่ในโรงเรียนในสถาบันปอเนาะ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาอิสลาม ในลักษณะของ Traditional ในจังหวัดปัตตานี แล้วก็เข้าใจว่าในจังหวัดข้างเคียงด้วย เมื่อ ๒ วันที่ผ่านมาก็ได้พบกับนักศึกษาต่างชาติในอาเซียนที่มาศึกษาในเรื่องนี้ ในปัญหาที่มี ก็คือว่า ในเรื่องของ Visa ก็ยาก จริง ๆ แล้วในสถาบันปอเนาะของปัตตานีเป็นศูนย์กลางการศึกษา ฝรั่งหรืออะไรเขาเรียกจังหวัดปัตตานีว่า Cradle of Islam เป็นแหล่งของการศึกษา ได้รับความนิยมจากประเทศข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็นประเทศกัมพูชา ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ และประเทศบรูไนมาศึกษา จำนวนมาก แต่ปัญหาก็คือว่าเรื่องการ Visa นี่ลำบากมาก ท่านบรรดาโต๊ะครูเหล่านั้นก็มา หารือกันว่าจะทำอย่างไร จะหาช่องทางอย่างไร เพราะว่านี่คือเพชรเม็ดงามของประเทศไทย ในการที่จะให้ประชาชนในอาเซียนได้มาเรียนรู้รับการศึกษา และเป็นโอกาสของประเทศ ในเรื่องของ Soft Power ด้วย เพียงแต่ว่าเรื่องนี้ถ้าหากว่าเราให้ทาง ศอ.บต. ประสานกับ ทางกระทรวงการต่างประเทศสิ่งเหล่านี้ก็จะสามารถแก้ไขได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คือถ้า Visa ไม่ได้เขาจะต้องกลับไปทุกเดือน ซึ่งมีปัญหาในเรื่องค่าใช้จ่าย ในเรื่องของการ เดินทางเข้าออก มันอยู่ไกล อย่างทางกัมพูชานี่ก็อยู่ไกล จำนวนไม่น้อยที่มาศึกษาอยู่ใน จังหวัดปัตตานี เพราะฉะนั้นฝากหน่วยที่เกี่ยวข้องให้ความสะดวกและพิจารณาในเรื่องนี้ด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิยม วิวรรธนดิฐกุล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นิยม วิวรรธนดิฐกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดแพร่ครับ ขอหารือกระทรวงพาณิชย์เรื่องข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในภาคเหนือ โดยรับข้อมูลจากทาง สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ ๑ และที่ ๒ โดยดูที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ ๒ ก่อน จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดตาก จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน จังหวัดตากมีพื้นที่ปลูก ๕.๕ แสนไร่ จังหวัดแพร่มีประมาณ ๒.๕ แสนไร่ จังหวัดน่านมีประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งทั้ง ๖ จังหวัดนี้ก็จะมีพื้นที่ปลูกประมาณ ๑.๘ ล้านไร่ ส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง และจังหวัดแม่ฮ่องสอน นี่ก็มี ๑.๒ ล้านไร่ ซึ่งผลผลิตปีนี้คาดว่าจะออกประมาณ ๒.๘ ล้านตัน ช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่ ข้าวโพดกำลังเติบโต และจะเก็บเกี่ยวในเดือนตุลาคมและเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ แต่สิ่งที่ น่าเป็นห่วงที่สุดแล้วก็คงต้องฝากทางกระทรวงพาณิชย์ และกรมการค้าภายในให้เตรียม การระบายผลผลิตให้เหมาะสม ไม่เช่นนั้นเกษตรกรก็จะถูกกดราคาเช่นปีก่อน ๆ ซึ่งปีนี้ ตัวอย่างของที่ทางกระทรวงพาณิชย์ และกรมการค้าภายในได้เตรียมการ ก็คือการดูแล เรื่องลำไย ซึ่งได้ดำเนินการเตรียมการที่เหมาะสมทำให้ราคาลำไยพุ่งขึ้นถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เช่นเดียวกันปีนี้ก็คิดว่าเกษตรกรชาวไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ก็คงจะได้ราคาที่ดีกว่าปีก่อน ๆ เพราะราคาพืชผลการเกษตร ก็คือหัวใจของคนรากหญ้า🔗
เรื่องฝากจากประชาชนอีกนะครับ ก็ขอฝากทางกรมทางหลวงชนบทไปติดตั้ง ไฟสัญญาณจราจรที่สามแยกบ้านหนองน้ำรัด ตำบลน้ำรัด อำเภอหนองม่วงไข่ จังหวัดแพร่ เพราะว่าเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง🔗
อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องร้องเรียนของประชาชน เป็นเรื่องของสนามบินดอนเมือง และสถานีขนส่งหมอชิตที่เกี่ยวกับการรอแท็กซี่คิวนานมาก บางครั้งนานถึง ๑-๒ ชั่วโมง โดยเฉพาะตอนที่คนเดินทางกันมาก ๆ เช่น ช่วงเช้า ช่วงกลางคืน ซึ่งมีจำนวนแท็กซี่ที่มี ปริมาณน้อย ก็ได้โปรดแก้ไขให้ประชาชนผู้เดินทางได้รับสะดวก กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รภัสสรณ์ นิยะโมสถ ผู้แทนประชาชน คนลำปาง วันนี้มีเรื่องมาหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องแรก คือเรื่องที่เคยหารือไปแล้วเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ตอนนี้ก็วนครบปี พอดี แต่ปัญหาของพี่น้องก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข นั่นก็คือเรื่องของไฟฟ้าตก ไฟฟ้าดับบ่อยจน เครื่องใช้ไฟฟ้าของพี่น้องประชาชนพังหมดแล้ว จากการเก็บข้อมูลในห้อง Line ของไฟฟ้า ดิฉันเข้าไปสิงตัวอยู่ในนั้นนานมากค่ะท่านประธาน เดือนเมษายนไฟดับทั้งหมด ๖๗ ครั้ง เดือนพฤษภาคมไฟดับทั้งหมด ๗๕ ครั้ง รวม ๒ เดือนแล้ว ๑๔๒ ครั้ง เป็นไปได้อย่างไรคะ กับจังหวัดที่มีโรงผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่างโรงไฟฟ้าแม่เมาะ แต่ไฟฟ้าในจังหวัด กลับขาดเสถียรภาพ ไม่มีความมั่นคงแบบนี้ จึงขอหารือผ่านท่านประธานไปยังผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ให้เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนอำเภอแม่พริก ที่ปัจจุบันมีการขยายถนนทางหลวง หมายเลข ๑๑๐๒ ดอนพระบาทถึงบ้านเหล่า ทางเข้า อำเภอแม่พริก แต่โครงการนี้ต้องล่าช้า เนื่องจากต้องมีการขออนุญาตผ่านอธิบดีกรมป่าไม้ไป มีการต้องขออนุญาตตัดต้นสัก จึงทำให้พี่น้องประชาชนสัญจรไปมาไม่ได้ กระทบ ต่อการสัญจรของพี่น้องประชาชน จึงขอให้เร่งแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด้วย ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธนาธร โล่ห์สุนทร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ธนาธร โล่ห์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องจะหารือ กับท่านประธาน ๔ เรื่องนะครับ ๓ เรื่องแรกผมได้รับการร้องเรียนจากท่านกำนันธีรพงษ์ ชัยวุฒิ กำนันตำบลบ้านโป่ง อำเภองาว นะครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือสวนสาธารณะที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ที่ ๙ ติดกับด่านชั่งน้ำหนัก ปัจจุบันนี้ก็มีการทรุดโทรมอย่างมาก ไม่ได้รับการ ดูแล ก็ฝากท่านประธานไปยังกรมทางหลวงที่จะเข้ามาปรับปรุง เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ เข้าไปใช้ได้ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือแนวเขตระหว่างตำบลบ้านโป่งกับตำบลแม่ตีบ ซึ่งมันเกิด ความลักลั่นที่ไม่ชัดเจน มีการทับซ้อนกัน ทำให้การแก้ปัญหาต่าง ๆ ของผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชนก็เกิดปัญหา แล้วก็ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างชาวบ้าน ก็ฝากท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะเข้าไปแก้ปัญหานี้ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ฝายทุ่งข้าวหล่อ ซึ่งอยู่ที่หมู่ที่ ๓ ตำบลบ้านโป่ง สร้างเสร็จมานานแล้ว แต่ว่าตัวระบบส่งน้ำระยะทาง ๑,๑๐๐ เมตร ก็ยังไม่ได้สร้าง ซึ่งก็ทำให้ราษฎรหลาย ๆ หมู่บ้าน ตรงนั้นยังไม่ได้รับการที่จะใช้งานน้ำตรงนั้นได้ ก็ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่จะให้ดำเนินการเร่งรัดในการสร้างระบบส่งน้ำให้เสร็จด้วยนะครับ🔗
ส่วนเรื่องสุดท้าย ผมได้รับการแจ้งจากท่านนายกบุญมา ทีเก่ง นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลแม่สุก ตำบลแม่สุก อำเภอแจ้ห่ม โดยบริเวณทางหลวง หมายเลข ๑๐๓๕ ช่วงบ้านสบสุก ตำบลแม่สุก ถึงบ้านกองหิน ตำบลวิเชตนคร ยังขาดไฟส่องสว่างทำให้ การสัญจรไปมาไม่มีความปลอดภัย ก็ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คือ กรมทางหลวง ที่จะเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการติดตั้งไฟส่องสว่างด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรำพูล ตันติวณิชชานนท์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๙ จังหวัด อุบลราชธานี ซึ่งประกอบด้วยอำเภอนาจะหลวย อำเภอบุณฑริก อำเภอสิรินธร เฉพาะตำบล โนนก่อ พรรคไทยสร้างไทย ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานดังนี้ค่ะ🔗
ได้รับการร้องเรียนจาก นายวรพจน์ บุตรมาตย์ นายกเทศมนตรีตำบลบุณฑริกและทีมผู้บริหาร นางกัณหา โพธารินทร์ ประธานสภา และสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบุณฑริก นายบุญลือ ศักดิ์นาม ผู้ใหญ่บ้านโพนงาม นายแดง คูณทอง ผู้ใหญ่บ้านโพนสุขสันต์ นายอุทัย การถาง ผู้ใหญ่บ้าน โนนท่าช้าง นายวิชัย ปัดถา ผู้ใหญ่บ้านโนนสวรรค์ นางสาววริศรา ยาประกัน ผู้ใหญ่บ้าน บุณฑริก นางใจศรี งาในเมือง สจ. เขตอำเภอบุณฑริก ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ทั้งอำเภอบุณฑริกและอำเภอนาจะหลวย ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากการสัญจรไปมา บนถนนทางหลวง สาย ๒๑๘๒ ช่วง กม. ๔๑-๔๓ เป็นเขตชุมชนในเขตเทศบาลตำบลบุณฑริก ทุก ๆ วันจะมีรถสัญจรไปมาจำนวนมาก รถบรรทุก ๑๘ ล้อ บรรทุกสินค้าการเกษตร จาก สปป. ลาว ผ่านอำเภอบุณฑริกไปอำเภอน้ำยืนรถทัวร์ ๕ บริษัทวิ่งรับผู้โดยสาร เข้ากรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ วันจันทร์ วันพุธ วันศุกร์ ซึ่งเป็นวันที่เปิดด่านค้าขายระหว่าง ไทยกับลาว จะมีพี่น้องนำรถมาวิ่งหลายพันคันค่ะ รถก็เยอะ คนก็เยอะ อุบัติเหตุเกิดทุกวัน รถเฉี่ยวชนสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินหลายราย เป็นแยกอันตรายตายบ่อย แยกอันตราย แยกวัดใจค่ะ มี ๔ จุดด้วยกันค่ะท่านประธาน ๑. แยกโนนสวรรค์ไปอำเภอนาจะหลวย ๒. แยกธนาคารกรุงไทยไปอำเภอนาจะหลวยถึงอำเภอน้ำยืน ๓. แยกตลาดสดบุณฑริก ไปโรงพยาบาลและที่ว่าการอำเภอ ๔. แยกสาธารณสุขอำเภอบุณฑริกไปอำเภอสิรินธรค่ะ ชาวบ้านต้องการสัญญาณไฟจราจรค่ะท่านประธาน ชาวบ้านต้องการไฟเขียว ไฟแดง ต้องการด่วนด้วยค่ะท่านประธาน ทั้ง ๔ จุด ดิฉันขอขอบคุณท่าน ผอ. แขวงทางหลวง อุบลราชธานีที่ ๒ ขออนุญาตเอ่ยนามค่ะ นายวินัย ราชบุตร ได้ส่งช่างมาสำรวจ แต่ขาด งบประมาณที่จะก่อสร้างค่ะท่านประธาน ดิฉันขอฝากเรื่องหารือนี้กับท่านประธานไปถึงท่าน อธิบดีกรมทางหลวง นายสราวุธ ทรงศิวิไล ฯพณฯ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนายวรโชติ สุคนธ์ขจร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม วรโชติ สุคนธ์ขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๔ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานสภาฝากไปถึงหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ ๑๐ ที่ผ่านมา เป็นวันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีประชาชนตัวแทนของพี่น้อง เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดของจังหวัดเพชรบูรณ์ได้เอาหนังสือมายื่นให้กับผม ร้องเรียนเรื่อง ข้าวโพดที่มีการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน มันเป็นปัญหาใหญ่ครับท่านประธานสภาครับ เดือนสิงหาคม กันยายน จะเป็นฤดูที่เก็บเกี่ยวข้าวโพดของจังหวัดเพชรบูรณ์ แล้วผมคิดว่า ภาคเหนืออย่างที่ท่าน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสมาชิกจังหวัดแพร่ได้พูดเมื่อสักครู่ เพชรบูรณ์ ก็เช่นเดียวกันมันเป็นฤดูที่จะมีการเก็บเกี่ยวข้าวโพด ราคาตอนนี้ก็ยังถือว่าไปได้นะครับ แต่ว่าปัญหาใหญ่ ๆ เลย ก็คือมีการนำเข้าข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาซึ่งมีจำนวนเยอะ นั้นมันเกิดอะไรครับ ปัญหาก็คือลานรับซื้อข้าวโพดก็จะไม่ค่อยซื้อข้าวโพดจากชาวบ้าน เพราะว่ามีการรับซื้อข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามา แล้วปัญหาที่น่าห่วงอีกประการหนึ่ง ที่ทางพี่น้องเกษตรกรฝากแล้วฝากอีก คือโควตาการนำเข้า ๓ ต่อ ๑ ผมไม่ทราบว่าเขาไปรู้มา จากไหนนะครับว่า ในเร็ว ๆ นี้จะมีการลดโควตาการนำเข้าจาก ๓ ต่อ ๑ จะไม่ใช่แบบนั้นแล้ว ถ้ามีการลดโควตาตรงนี้ ท่านประธานครับ พี่น้องเกษตรกรแย่แน่นะครับ เพราะว่าข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ที่มันจะออกมา ๓ ต่อ ๑ ส่วน ใช้ข้าวโพดภายในประเทศ ๓ ส่วน แล้วนำเข้า ๑ ส่วน ถ้าเกิดไปลดโควตา ๓ ส่วนของเกษตรกรแล้วเขาจะอยู่อย่างไร วันนี้ราคาปุ๋ย ราคายา ราคาพันธุ์ข้าวโพด ก็แพงอยู่แล้ว ไร่หนึ่งตกค่าเฉลี่ยแล้ว ๖,๐๐๐ กว่าบาทค่าใช้จ่ายนะครับ แล้ววันนี้จะไปลดโควตาเขาอีก แล้วเขาจะอยู่อย่างไรพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วันนี้ต้องฝากกราบท่านประธานสภาไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูเรื่องนี้ แล้วก็อยากให้ คงโควตา ๓ ต่อ ๑ อัตราส่วนนี้ไว้ แล้ววันนี้ผมจะขออนุญาตยื่นหนังสือที่ทางพี่น้องเกษตรกร ฝากมาให้ท่าน ฝากท่านประธานสภาถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ กราบขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๕ จังหวัดปทุมธานี พรรคเพื่อไทย วันนี้กระผมมีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานเพียง ๓ เรื่องดังนี้ครับ🔗
เรื่องแรก ฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวง ชนบท จังหวัดปทุมธานี ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลคลองเจ็ด อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ถนนสาย ปท. ๔๐๐๑ บริเวณสี่แยก อบต. คลองเจ็ด อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกวัน ซึ่งถนนเส้นนี้ ถือว่าเป็นทางแยกวัดใจสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งแยกแห่งนี้ไม่มี สัญญาณไฟจราจร กระผมจึงอยากฝากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ดำเนินการติดตั้ง ไฟแดง ไฟเขียว เพื่อยกระดับความปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนในเขตพื้นที่คลอง ๑๑ ตำบลบึงกาสาม อำเภอหนองเสือ ประชาชนผู้ใช้รถ ใช้ถนนเส้นนี้ เนื่องจากบริเวณสามแยก ปท. ๕๐๒๑ และ ปท. ๓๐๒๓ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง กระผมจึงขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่ เร่งรัดดำเนินการแก้ไขติดตั้งป้ายจราจร ไฟกระพริบ เตือนให้ลดความเร็วที่สามแยกแห่งนี้ เพื่อยกระดับความปลอดภัยกับผู้ใช้รถใช้ถนนครับ🔗
เรื่องสุดท้าย เรื่องที่ ๓ กรณีประชาชนผู้ใช้น้ำประปาในเขตพื้นที่ความ รับผิดชอบของกระผม ได้รับความเดือดร้อนเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากประสบ ปัญหาประปาไหลอ่อน มีสีเหลืองขุ่น ตามภาพครับ จากการที่ผมได้ลงพื้นที่ฟังความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอำเภอธัญบุรี พบว่าบางวันน้ำขุ่นมาก บางวันน้ำขุ่นน้อย สลับกันไป วันไหนขุ่นมาก ๆ ก็ไม่สามารถนำมาอาบหรือซักล้างได้ กรณีน้ำประปาไหลอ่อน ก็เช่นเดียวกัน บางวันไหลแรง บางวันแทบจะไม่ไหลเลย กระผมจึงอยากขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาดังกล่าวนี้โดยเร็ว เนื่องจากประชาชนได้รับความเดือดร้อนกับปัญหานี้ มาเป็นระยะเวลานานแล้วครับท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านยุทธการ รัตนมาศ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผม ยุทธการ รัตนมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เขตเลือกตั้งที่ ๔ อำเภอชะอวด อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ วันนี้ผมขอหารือท่านประธาน ขอให้กรมทางหลวงติดตั้ง สัญญาณไฟจราจรก่อสร้างสะพานลอย สัญญาณเตือนและป้ายเตือน ณ จุดกลับรถ ถนน ๔ เลน สาย ๔๐๘ นครศรีธรรมราช-สงขลา กิโลเมตรที่ ๒๓ ทางเข้าศูนย์ราชการ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่าน สจ. เสน่ห์ แก้วจันทร์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช เขตอำเภอ เฉลิมพระเกียรติ เนื่องจากเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับ วันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประจำปี ๒๕๖๗ จุดกลับรถถนน ๔ เลน ทางเข้าศูนย์ราชการ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนระหว่างรถยนต์กับรถจักรยานยนต์ ทำให้เยาวชนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิต จำนวน ๒ คน เป็นเหตุการณ์ที่เศร้าสลด เนื่องจากผู้เสียชีวิตอายุยังน้อย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า บ่อยครั้งที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตมาแล้วจำนวนมาก และที่สำคัญจุดกลับรถดังกล่าว อยู่ใกล้ทางเข้าโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ นครศรีธรรมราช ท่านประธาน ที่เคารพครับ เรื่องนี้ผมได้หารือท่านประธานสภามาแล้วเมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๖ เมื่อครั้งสมัยประชุมที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขสนับสนุนงบประมาณติดตั้งไฟ สัญญาณจราจร ก่อสร้างสะพานลอย ติดไฟสัญญาณเตือนและป้ายเตือน ผมจึงเรียน ท่านประธานสภาส่งหนังสือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมผ่านไปยังกรมทางหลวง ขอให้ใช้งบฉุกเฉินหรืองบกลางติดตั้งสัญญาณไฟจราจร ก่อสร้างสะพานลอย สัญญาณเตือน และป้ายเตือน ณ จุดกลับรถถนน ๔ เลน สาย ๔๐๘ นครศรีธรรมราช-สงขลา กิโลเมตรที่ ๒๓ ทางเข้าศูนย์ราชการ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ โดยผมจะส่งหนังสือให้ท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หลังจากที่ผมหารือกับท่านประธานเสร็จสิ้นโดยเร่งด่วน ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ต่อไปท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมมีความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอบ้านโป่งมากราบเรียนท่านประธาน เพื่อประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการแก้ไขให้พี่น้องประชาชน จำนวน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ขอให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเร่งดำเนินการก่อสร้างเขื่อนริมตลิ่ง บริเวณหมู่ ๘ และหมู่ ๑๐ ตำบลนครชุมน์ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เนื่องจากปัจจุบันนี้ ฝั่งตรงข้ามนั้นเป็นตำบลคุ้งพยอมได้มีการสร้างเขื่อนริมตลิ่งทำให้กระแสน้ำในแม่น้ำแม่กลองนั้น เปลี่ยนทิศทาง ทำให้ตลิ่งนั้นถูกกัดเซาะ แล้วถนนริมตลิ่งนั้นได้มีการทรุดตัว จึงขอให้ทาง กรมโยธาธิการและผังเมืองได้เร่งไปดำเนินการก่อสร้างเขื่อนริมตลิ่งด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมทางหลวงได้พิจารณาเร่งดำเนินการก่อสร้างอุโมงค์ลอดใต้ ถนนเพชรเกษมบริเวณหน้าวัดอริยวงศาราม หรือวัดหนองน้ำขาว ที่บริเวณหมู่ที่ ๓ ตำบล ดอนกระเบื้อง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เนื่องจากโครงการดังกล่าวนั้นเคยมีโครงการ ที่จะทำแล้วเมื่อปี ๒๕๖๕ แต่เนื่องด้วยในขณะนั้นกรมทางหลวงได้แจ้งว่าจะมีโครงการขยาย ถนนจาก ๔ เลน เป็น ๖ เลน และ ๘ เลน จากนครปฐมผ่านที่บ้านโป่งไปยังอำเภอโพธาราม แต่ปัจจุบันนี้โครงการขยายถนนดังกล่าวยังไม่ดำเนินการทำให้อุโมงค์ดังกล่าวนั้นยัง ไม่สามารถก่อสร้างได้ จึงขอให้กรมทางหลวงได้เร่งดำเนินการขยายถนนจากหน้าห้างแม็คโคร นครปฐม ผ่านตำบลสระกระเทียมมายังอำเภอบ้านโป่งไปที่อำเภอโพธาราม เพื่อเป็นถนน ที่อำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนจาก ๔ ช่องจราจร เป็น ๖ ช่องจราจรจะได้ก่อสร้าง อุโมงค์ที่บริเวณหน้าวัดอริยวงศารามที่ผมได้ขอท่านประธานมาแล้วด้วย🔗
สุดท้ายครับ ขอขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ได้ลงไปเร่งดำเนินการ กวาดล้างอาชญากรรมในอำเภอบ้านโป่งในช่วงที่ผ่านมานะครับ กองบังคับการตำรวจภูธร จังหวัดราชบุรี โดยท่านผู้การได้ลงไปปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรม ไม่ว่าจะเป็น ยาเสพติด เงินกู้นอกระบบ ปัญหาจี้ปล้น แล้วก็อำนวยความสะดวกทางด้านการจราจร ก็ขอขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธาน ดังนี้ค่ะ🔗
ในนโยบายคลองสวย น้ำใส ของท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน เพื่อที่จะให้ทุก ๆ คนได้มามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์แม่น้ำลำคลองที่ตอนนี้ถือเป็นจุดสำคัญ ของแหล่งท่องเที่ยว ยกตัวอย่างเช่น ในพื้นที่เขตลาดกระบังเรามีคลองเป็นจำนวนมาก ถ้าหากว่าเราพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำได้จะสามารถสร้างเม็ดเงินจำนวนมหาศาล เสริมสร้างศักยภาพอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี แต่ว่าวันนี้ มีปัญหาค่ะ มีการลักลอบปล่อยน้ำเสีย รวมถึงอาจจะมีการสูบน้ำจากนาที่มีสารพิษปนเปื้อน ลงแม่น้ำลำคลองค่ะ เมื่อช่วงวันแม่ที่ผ่านมาดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนว่า ช่วงหนึ่งสัปดาห์นี้ มีลักษณะน้ำสีดำและมีกลิ่นเหม็นเกิดขึ้นในลำคลองหลายสายค่ะ ไล่มาตั้งแต่คลองลำปลาทิว คลองประเวศบุรีรมย์ คลองหนึ่ง คลองสามประเวศ คลองสองต้นนุ่น ดิฉันก็ได้ลงเรือไปดู ข้อเท็จจริงค่ะ พบว่ามีการปล่อยน้ำเสียเป็นสีดำมากและมีกลิ่นเหม็นมาจากแถว ๆ ถนนสุวินทวงศ์ลงมาถึงคลองลำปลาทิว ดิฉันจึงขอประสานให้ทางเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะเป็น เจ้าหน้าที่สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร กระทรวงอุตสาหกรรม รวมถึงกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ให้ทำการตรวจสอบมาตรฐาน การบำบัดน้ำเสียของโรงงาน หมู่บ้าน รวมถึงบ้านเรือนต่าง ๆ ว่าได้มาตรฐานหรือไม่ เพื่อที่จะ ป้องกันไม่ให้ปล่อยน้ำเสียที่มีสารพิษลงแม่น้ำลำคลองที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของพี่น้อง ประชาชน และเป็นการลดทอนทัศนียภาพที่สวยงามของการท่องเที่ยวด้วยค่ะ ขอบคุณ ท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน สุภาพร สลับศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดยโสธร ซึ่งประกอบไปด้วยอำเภอเมือง อำเภอทรายมูล ตำบลศรีฐาน ตำบลกระจาย และตำบลทุ่งมน วันนี้มีเรื่องหารือท่านประธาน ๑ เรื่อง นั่นก็คือการดูแลพระภิกษุสงฆ์ที่อาพาธ และพุทธศาสนิกชนที่เจ็บป่วย โดยการสนับสนุน ส่งเสริมการตั้งศูนย์ชีวาภิบาลในชุมชน Care Giver จำนวน ๑,๕๑๒ คน คิดเป็นอัตราส่วนในการดูแลของ CG ต่อผู้มีภาวะ พึ่งพิง ๑ : ๕.๘ คน เนื่องจากปัญหานี้เป็นเรื่องใหญ่ กระทรวงสาธารณสุขทำได้ดี แล้วก็เป็น โครงการดี ๆ แต่ยังขาดงบประมาณ แล้วก็งบประมาณมีจำกัด จึงกราบขอความเมตตาจาก รัฐบาลช่วยจัดสรรงบประมาณสนับสนุน นั่นก็คือการจัดหาเครื่องตรวจจอประสาทตา อุปกรณ์สำหรับการตั้งกุฏิชีวาภิบาล พวกถังออกซิเจน เครื่องวัดความดันโลหิต ชุดค่าตรวจ น้ำตาล เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว ปรอทวัดไข้แบบดิจิทัล รวมถึงกระเป๋าชุดตรวจ คัดกรองสุขภาพเบื้องต้นสำหรับ CG และผู้ดูแลผู้สูงวัยนะคะ ก็ฝากท่านประธานไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โครงการนี้เป็นโครงการดี ๆ นะคะ ก็ฝากให้ท่านดูแล เรื่องงบประมาณด้วยค่ะ กราบขอบคุณท่านประธานมากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสิริน สงวนสิน เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สิริน สงวนสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมมีปัญหาเกี่ยวกับ เรื่องน้ำท่วมนะครับ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงน่าฝนนะครับ🔗
จุดแรก เป็นจุดที่อยู่ข้างโรงเรียนโพธิสาร จุดนี้เป็นซอยเล็ก ๆ ซึ่งมีนักเรียน เดินผ่านกว่าพันราย น้ำท่วมเพราะว่าถนนในซอยนี้ต่ำกว่าถนนใหญ่เป็นอย่างมาก จึงอยากจะ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลด้วยนะครับ🔗
จุดที่ ๒ เป็นซอยบรมราชชนนี ๗๙ ปัญหาเดียวกันครับ ซอยต่ำกว่า ถนนใหญ่นะครับ น้ำท่วมตลอดเวลา ยิ่งช่วงนี้ยิ่งฝนตกหนักน้ำยิ่งท่วมนะครับ🔗
จุดที่ ๓ เป็นเรื่องน้ำท่วมเช่นเดียวกันนะครับ คือซอยราชพฤกษ์ ๒๓ จุดนี้ เป็นจุดที่อาการหนักที่สุดนะครับ ถึงฝนไม่ตกน้ำท่วมก็ท่วมแล้ว ประชาชนต้องเอาแผ่นไม้เข้า มาปูกันเองนะครับ ทำให้ไม่ต้องเหยียบโดนน้ำนะครับ🔗
แล้วก็มาอีกเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องไฟดับนะครับ ปัญหาเดิม ๆ ของคน กรุงเทพมหานคร ตรงจุดนี้อยู่ที่ถนนพุทธมณฑล สาย ๑ จากทางเข้าวัดประดู่มืดตลอดทั้งทาง จนถึงจุดกลับรถนะครับ🔗
ผมก็มีอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ไหน ๆ ก็มีโอกาสได้พูดนะครับ จะฝากให้ ท่านประธานและเพื่อน ๆ สมาชิกช่วยกันเป็นหูเป็นตานะครับ เพราะว่าตอนนี้เหมือนว่า เวลาเรา Search หากระทรวงสาธารณสุขหรือว่ากระทรวงต่าง ๆ ของหน่วยงานราชการนะครับ เราจะเจอ Link พนันแปะไว้ตามเว็บไซต์ราชการเยอะแยะเต็มไปหมดเลยครับ นั่นหมายความว่าเว็บไซต์ราชการของพวกเรามี Fallibility สูงมากนะครับ ทำให้แฮ็กเกอร์ เขาสามารถมาใส่ Link เข้าไปตามเว็บไซต์ของราชการนะครับ ผมจึงมีความเป็นห่วงมาก ถ้าสมมุติว่าโครงการ Digital Wallet ที่เรากำลังจะทำอยู่นี้ ถ้ามันมีแฮ็กเกอร์เขามาทำอย่างนี้ แอบไปแปะ Link ตาม Link ที่เราจะให้โหลด Application นะครับ มันอาจจะมีผู้เสียหาย เกิดขึ้นเยอะก็ได้นะครับ ฝากท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพิพิธ รัตนรักษ์ เชิญครับ🔗
ด้วยความเคารพท่านประธานสภาครับ กระผม นายพิพิธ รัตนรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติครับ ด้วยความเคารพท่านประธานสภา กระผมขอหารือ ท่านประธานสภาสัก ๒ เรื่อง ขอสไลด์ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ นั้นเป็นเรื่องของโรงพยาบาล อำเภอกาญจนดิษฐ์ครับ ต้องยอมรับว่าโรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์เป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก มีผู้ใช้บริการในเรื่องของการเจ็บไข้ได้ป่วยประมาณ ๑๕๙ เตียงต่อวัน แต่ด้วยสภาพ โรงพยาบาลนั้นสามารถรับผู้ป่วยได้ประมาณ ๑๒๐ เตียง พื้นที่ประชากรที่จะต้องดูแล ในส่วนของอำเภอกาญจนดิษฐ์นั้นประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ กว่าคน แต่ด้วยสภาพประชาชน ที่มาใช้บริการ ตลอดจนบริเวณข้างเคียงประมาณ ๖๐,๐๐๐ คน ปัจจุบันโรงพยาบาล รับผู้ป่วยแต่ละเดือนนั้นไม่ต่ำกว่า ๑๖๐,๐๐๐ กว่าคน ทำให้โรงพยาบาลไม่สามารถรองรับ กับการเจ็บป่วยของผู้ป่วยได้ กระผมขอความอนุเคราะห์ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสาธารณสุขจังหวัด ตลอดจนกระทรวงสาธารณสุข ผู้ที่มีหน้าที่ เกี่ยวข้องกรุณาให้ความสำคัญกับการเจ็บป่วยของพี่น้องอำเภอกาญจนดิษฐ์ด้วยครับ สะพานบุญเที่ยวนี้ผมถือว่าเป็นสะพานบุญยิ่งใหญ่ที่ให้ความช่วยเหลือในเรื่องของชีวิตกับ พี่น้องชาวอำเภอกาญจนดิษฐ์และบริเวณข้างเคียงครับท่านประธาน🔗
ประการที่ ๒ นั้น เป็นเรื่องของถนนหนทางที่เกิดขึ้นในอำเภอเกาะสมุย ต้องยอมรับว่าอำเภอเกาะสมุยนั้นมีถนนสายหลักสายรอบเกาะนะครับ ซึ่งเป็นสายหลัก ที่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติใช้สัญจรไปมาในเวลายามค่ำคืน แต่ด้วยสภาพของ ถนนนั้นตอนกลางคืนไฟฟ้าดับ ทำให้การคมนาคมสัญจรไปมาผู้ที่ใช้บริการเกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง ทำให้ถึงขั้นเสียชีวิต เป็นความเดือดร้อนร้ายแรง เป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีกับ การท่องเที่ยว กระผมจึงขอนำเรียนกับกระทรวงคมนาคม ตลอดจนกรมทางหลวงแผ่นดิน ระดับจังหวัดกรุณาช่วยให้ความสำคัญ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยวอำเภอเกาะสมุย ด้วยครับ เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิต เป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและ นักท่องเที่ยวครับ กระผมในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขอฝากเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า ไว้ในอ้อมอกของพี่น้องชาวไทยด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสันต์ แซ่ตั้ง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสันต์ แซ่ตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดชุมพร มีเรื่องจะหารือท่านประธาน เรื่องงานบริการของโรงพยาบาลของจังหวัดชุมพร อาทิเช่น โรงพยาบาลอำเภอท่าแซะ ได้มีพี่น้องประชาชนได้มาร้องเรียนกับกระผมครับว่า ได้มาหาหมอที่โรงพยาบาลท่าแซะ ก็ได้รับบริการล่าช้า เพราะว่าหมอมีอยู่ ๕ ห้อง หมอมาวันละห้อง หรือว่า ๒ ห้อง กว่าพี่น้อง ประชาชนได้ตรวจก็เวลาสายถึงบ่าย ก่อนหน้านี้อาทิตย์ที่แล้วได้มีพี่น้องประชาชนมารอ หมอตรวจ แล้วก็ได้เป็นลมชัก เกิดอุบัติเหตุ ผมเองที่ได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ก็วิตกกังวลนะครับ เห็นพี่น้องประชาชนนั้นรอด้วยความลำบากนะครับ แล้วก็ต้องเอาเสื่อ เอาที่นั่งมานั่งรออยู่ที่โรงพยาบาลนะครับ ถ้าหมอมาครบทั้ง ๕ ห้อง วันหนึ่งก็จะได้ตรวจ ประมาณ ๓๐๐ คนนะครับ แต่สืบเนื่องจากวันหนึ่งน่าจะมาแค่คน ๒ คน สาเหตุน่าจะเป็น หมออาจจะน้อย อาจจะไม่มีหมอ ก็ฝากกระทรวงสาธารณสุขช่วยส่งหมอไปให้บริการให้กับ พี่น้องประชาชนของโรงพยาบาลท่าแซะด้วยนะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ถึงสำนักงานชลประทานที่ ๑๔ น้ำล้นถนนเขตตำบลหงษ์เจริญ กับตำบลทรัพย์อนันต์ มีอยู่ช่วงหนึ่งน้ำจะล้นถนนของชลประทาน ทำให้พี่น้องประชาชน สัญจรไปมา รถวันหนึ่งอย่างน้อยก็ ๑,๐๐๐ คัน แล้วก็ได้ลงน้ำก็เกิดความเสียหายให้กับพี่น้อง ประชาชนมากมายนะครับ ก็ฝากสำนักงานชลประทานที่ ๑๔ ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกเข้าชื่อมาประชุม จำนวน ๒๙๙ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุมนะครับ แล้วก็ดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มีนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มีนะครับ🔗
ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วน ด้วยในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑ วันพุธที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้เลื่อน การพิจารณาระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๑ และเรื่องด่วนที่ ๒ ออกไปก่อน เพื่อรอพิจารณา พร้อมกับร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีเสนอมายัง สภาผู้แทนราษฎร ดังนั้น ผมขอดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ🔗
ท่านประธานขออนุญาตครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับ เรียนท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน คนจังหวัดระยอง ในฐานะวิปฝ่ายค้าน ขออนุญาตหารือกับท่านประธานครับ เพราะว่าตัวร่างในเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ การจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แล้วก็ ร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กับคณะ ที่ได้มีการเลื่อนออกไปนะครับ ตอนนี้ผมเข้าใจว่าน่าจะประมาณ ๖ สัปดาห์เข้าไปแล้ว ที่มีการเลื่อนออกไป ทีนี้ผมก็เลยต้องขออนุญาตจริง ๆ ครับ เพื่อจะเรียนสอบถามถึง ความคืบหน้าว่าตอนนี้กระบวนการอยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว เพราะว่ามันกินเวลาค่อนข้าง ยาวนานครับท่านประธาน รวมถึงว่าตอนนี้เราจะต้องเลื่อนไปอีกถึงเมื่อไร ก็เลยอาจจะต้อง ขอทราบ อย่างที่ ๑ คือขอทราบความชัดเจนในกระบวนการว่าตอนนี้ถึงกระบวนการไหนแล้ว ซึ่งก็ต้องขอถามผ่านทางท่านประธานรวมถึงถามไปยังทางวิปรัฐบาลด้วย แล้วก็อย่างที่ ๒ ก็คือตอนนี้อยากจะให้มีการให้คำมั่นว่า ถ้าเกิดมันไม่ได้ติดขัดในกระบวนการอะไรแล้วครับ ท่านประธาน ก็อยากจะให้สัปดาห์หน้านี้ให้คำมั่นกันว่าจะได้เอาพระราชบัญญัติฉบับนี้ กลับเข้ามาพิจารณาในสภาของเรา เนื่องจากมันนานแล้วครับ ก็เลยต้องขออนุญาตถาม ท่านประธาน ว่าจริง ๆ แล้วตอนนี้มันอยู่ในขั้นตอนไหนในเรื่องด่วนที่ ๑ และ เรื่องด่วนที่ ๒ ครับ🔗
เรื่องด่วนที่ ๑ เรื่องด่วนที่ ๒ นี้ถามใครดีครับ ท่านเลขาธิการ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะวิปของคณะรัฐมนตรีนะคะ ขออนุญาตรายงานความคืบหน้าของร่าง พ.ร.บ. จัดสรรที่ดินค่ะ ว่าขณะนี้อยู่ในช่วงของรับฟังความคิดเห็นของหน่วยงาน จะครบกำหนดในวันที่ ๑๕ สิงหาคมนี้ เมื่อครบกำหนดกลับมาก็จะผ่าน ครม. แล้วก็จะนำส่งให้สภาในโอกาสต่อไป เข้าใจว่าพรุ่งนี้ จะครบกำหนดค่ะ ขออนุญาตนำเรียนว่าเรื่องนี้เองทางคณะรัฐมนตรีก็ได้ติดตาม เพราะมัน จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนค่ะ ขออนุญาตว่าถ้าครบกำหนด ๑๕ สิงหาคม อาทิตย์หน้าก็จะนำเข้า ครม. แล้วก็ส่งกลับมาให้สภาโดยเร็วค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ตามนี้นะครับ🔗
ครับท่านประธาน เรียนท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ในฐานะวิปฝ่ายค้าน ก็ขอกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังทางวิปของ ครม. ทางท่านมนพร เจริญศรี ที่กรุณาลุกขึ้นตอบคำถาม ขอบคุณมากครับ สัปดาห์หน้าจะได้นำเรื่องนี้กลับเข้ามาในที่ประชุมเดี๋ยวผมจะไป เรียนประสานทางพรรคร่วมฝ่ายค้าน แล้วขอขอบคุณไปยัง ครม. อีกครั้งนะครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นการพิจารณา🔗
เรื่องด่วน เรื่องที่ ๑ ร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
เรื่องที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
เรื่องที่ ๓ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีการพิจารณาคดี ภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗
ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ นะครับ ขอเชิญท่านพรภัทร์ ตันติกุลานันท์ รองเลขานุการศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษา ศาลชั้นต้น ประจำสำนักประธานศาลฎีกา สำนักงานศาลยุติธรรม เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุมครับ เชิญท่านเข้าประจำที่ ต่อไปขอเชิญผู้เสนอแถลงหลักการและเหตุผล ได้เลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ดิฉัน ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี จึงมาขอเสนอร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและ วิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้ค่ะท่านประธาน หลักการ คือมีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดี ภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๒๘ ดังต่อไปนี้ค่ะ🔗
ข้อ ๑ กำหนดให้มีศาลภาษีอากรมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญา ตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร ได้แก่ความผิดตามประมวลรัษฎากร ตามกฎหมายว่าด้วย ศุลกากรและตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต รวมถึงอาจออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อ กำหนดความผิดอาญาตามกฎหมายอื่น ๆ ให้ด้วย🔗
ข้อ ๒ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการทราบ กำหนดการนัด ของศาลให้ครอบคลุมเฉพาะคดีในส่วนแพ่ง โดยไม่บังคับใช้กับคดีในส่วนของอาญา ตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร เนื่องจากการพิจารณาคดีอาญาต้องกระทำต่อหน้าจำเลย ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาค่ะ🔗
ข้อ ๓ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ในการอุทธรณ์ ฎีกา และกระบวนการ พิจารณาในชั้นอุทธรณ์ ฎีกา ในส่วนของคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลฎีกาภาษีอากร ในคดีอาญา โดยกำหนดให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาบังคับใช้ต่อไปค่ะ🔗
เหตุผลของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะคะ ด้วยปัจจุบันศาลภาษีอากร ซึ่งเป็นหนึ่งในศาลชำนัญพิเศษของศาลยุติธรรม มีพันธกิจในการพิจารณาพิพากษาข้อพิพาท ตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรเฉพาะในส่วนของแพ่ง ทำให้ข้อพิพาทในส่วนของอาญา ตามกฎหมายที่เกี่ยวกับภาษีอากรนั้น จึงต้องอาศัยผู้พิพากษาที่มีความรู้ความชำนาญ เกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร ไปอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมอื่น คือศาลจังหวัดหรือศาลแขวงแล้วแต่กรณีค่ะท่านประธาน ซึ่งไม่ใช่ศาลชำนัญพิเศษทำให้ ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการพิจารณาพิพากษาคดีในส่วนของอาญา เนื่องจาก ต้องเดินทางไปศาลหลายแห่ง ประกอบกับทำให้ดุลยพินิจในการกำหนดโทษสำหรับ การกระทำความผิดเดียวกันที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่าง ๆ มีความแตกต่างกันไปด้วย ดังนั้นศาลภาษีอากรจึงควรมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญา ตามกฎหมายเกี่ยวกับ ภาษีอากร เพื่อแก้ไขข้อขัดข้องดังกล่าวเพื่อกำหนดให้ศาลภาษีอากร ซึ่งเป็นหนึ่งในศาล ซึ่งมีความชำนาญพิเศษของศาลยุติธรรม สามารถอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนผู้มีอรรถคดี โดยมีการเพิ่มภารกิจในการพิจารณาพิพากษาคดีอาญาตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร จึงจำเป็นจะต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้🔗
จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาไปยังสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่าน เพื่อได้พิจารณารับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ถ้ามีการรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่ ๑ ก็จะเสนอให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณาในวาระที่ ๒ และวาระที่ ๓ ต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปท่านสมาชิกที่ลงชื่อขออภิปรายนะครับ ท่านแรก ท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ โดยเจตนารมณ์ของร่างพระราชบัญญัตินี้ ผมเห็นว่าเป็นเจตนารมณ์ที่ดีนะครับ สำหรับหลักการที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ กำหนดให้ ศาลภาษีอากรมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาตามกฎหมายเกี่ยวกับคดีภาษีอากร และให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้โดยอนุโลม แต่ว่าหลักการนี้น่าจะ เป็นหลักการที่ดีและถูกต้อง แต่ถ้าหากว่าเราดูภายในเนื้อในกฎหมายอาจจะไม่ได้ ตรงกับหลักการเท่าที่ควรนะครับ สาเหตุที่ผมกล่าวเช่นนั้นก็เนื่องจากว่าพอผมมาดู ในมาตรา ๑๗ เขียนว่า กระบวนการพิจารณาคดีในศาลภาษีอากร ให้เป็นไปตามบทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัตินี้และข้อกำหนดตามมาตรา ๒๐ ในกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติและข้อกำหนด ดังกล่าว ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา หรือกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงมาใช้บังคับโดยอนุโลม ความหมายของการตรากฎหมายลักษณะนี้ก็คือว่า ถ้าหากว่าในข้อกำหนดตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากร มีข้อกำหนดเอาไว้ ข้อกำหนดอันนั้นจะเป็นวิธีการ พิจารณาที่ศาลจะต้องใช้บังคับ และถ้าหากว่าข้อกำหนดนั้น ขัดหรือแย้งกับประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาก็จะต้องใช้ข้อกำหนดแทน อันนั้นคือข้อแตกต่างเล็กน้อย เพราะฉะนั้นหลักการบอกว่า ในการพิจารณาคดีอาญาจะใช้ ป.วิ.อาญามาบังคับใช้ โดยอนุโลม แต่ในมาตรา ๑๗ ที่เขียน ประกอบกับมาตรา ๒๐ ของพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลภาษีอากรเดิม ซึ่งผมขออนุญาตอ่านก็แล้วกัน เพื่อเกิดความชัดเจนนะครับ ในมาตรา ๒๐ ของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรเดิมนี่นะครับ เขียนว่า ให้การดำเนินกระบวนการ พิจารณาเป็นไปโดยสะดวก รวดเร็ว และเที่ยงธรรม อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาษีอากรกลาง โดยอนุมัติประธานศาลฎีกา มีอำนาจออกข้อกำหนดใด ๆ เกี่ยวกับการดำเนินกระบวนการ พิจารณาและการรับฟังพยานหลักฐาน ให้บังคับใช้ในศาลภาษีอากรกลางได้นะครับ ซึ่งกล่าว โดยสรุปเพื่อให้เกิดความเข้าใจ เจตนารมณ์ของหลักการของกฎหมาย ประสงค์ที่จะให้ใช้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีอยู่แล้ว มาบังคับใช้ ในการดำเนินกระบวนการเกี่ยวกับคดีอาญาในศาลภาษีอากรกลาง แต่พอเราไปร่างใน มาตรา ๑๗ ในทำนองนั้นนะครับ ประกอบกับมาตรา ๒๐ เดิมในพระราชบัญญัติที่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานไปแล้วนะครับ ผลที่ได้ก็คือข้อกำหนดที่ผมเชื่อว่าในที่สุด อธิบดีผู้พิพากษา ศาลภาษีอากรกลางนี่ ท่านก็จะเป็นคนออกข้อกำหนดใหม่ โดยอนุมัติของประธานศาลฎีกาและ ข้อกำหนดนั้นก็จะ Supersede หรือว่ามีผลบังคับใช้มากกว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญาเดิม จึงเป็นประเด็นหนึ่งที่ผมมีความกังวลนะครับ แล้วก็ขออนุญาตเรียนถาม ไปยังทางรัฐบาลที่เป็นผู้เสนอนะครับว่า จะยังคงหลักการที่ว่า วิธีการพิจารณาในศาลภาษีอากร กลางในส่วนที่เกี่ยวกับคดีอาญานั้นจะใช้ข้อกำหนดของอธิบดีผู้พิพากษาศาลภาษีอากรกลาง ที่จะมีการตราหรือกำหนดขึ้นมาใหม่ หรือจะใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ตามหลักการครับ เป็นประเด็นหนึ่งที่ผมเห็นความไม่สอดคล้องกันระหว่างหลักการกับวิธีการ ตรากฎหมายที่ออกมานะครับ ซึ่งวิธีการแก้ไขก็มีอยู่แล้วนะครับ เราก็สามารถที่จะปรับปรุง แก้ไขมาตราได้ แต่ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ผมมีความกังวลครับท่านประธาน🔗
ส่วนอีกประเด็นหนึ่ง ที่ผมมีความกังวลเช่นเดียวกันนะครับ ก็คือเรื่องของ หลักการที่ว่าให้เอาคดีอาญามารวมกับคดีภาษีอากรเพื่อให้เกิดความสะดวก ไม่ต้องไปฟ้อง หลาย ๆ ศาล แล้วก็เริ่มต้นใหม่นะครับ อันนี้ก็เป็นหลักการที่ดี แต่ผมไม่แน่ใจว่าถ้าดูจาก มาตรา ๗/๑ มาตรา ๗/๒ มาตรา ๗/๓ ไม่แน่ใจว่าครอบคลุมกรณีพิพาททั้งหมดแล้วหรือไม่ ไม่แน่ใจนะครับ ตัวนี้ก็อาจจะรบกวนทางรัฐบาลได้ชี้แจงให้ความกระจ่างกับพวกเราด้วยนะครับว่า จริง ๆ แล้วมันครอบคลุมคดีทั้งหมดหรือไม่นะครับ เพราะว่ามันมีคดีอาญาอีกส่วนหนึ่งครับ คือนอกจากว่าจะมีประชาชนทำผิดตามประมวลรัษฎากรแล้วต้องถูกฟ้องเป็นคดีนะครับ แล้วก็อาจจะมีคดีอาญา อย่างเช่น ในเรื่องของคดีที่เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีมูลค่าเพิ่ม มีการทำเอกสารภาษีมูลค่าเพิ่มปลอมทำให้เป็นคดีอาญา ส่วนนี้ผมคิดว่าเหมาะสม และถูกต้องครับ แต่มีอีกกรณีหนึ่งครับท่านประธาน ในอีกส่วนหนึ่งก็คือในกรณีที่ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในการประเมินภาษีอากรอาจจะเป็นผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย อาญาเองนะครับ ซึ่งถ้าหากว่าเกิดเหตุการณ์ทำนองนั้นขึ้นมา ผมไม่แน่ใจว่า มาตรา ๗/๑ มาตรา ๗/๒ มาตรา ๗/๓ ที่เขียนนี้นะครับ ครอบคลุมการให้โอกาสประชาชนจะฟ้อง เจ้าหน้าที่ของรัฐในการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๕๗ หรือมาตราอื่น ๆ ใด ๆ ตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่นะครับ อันนี้ผมไม่แน่ใจนะครับ ก็จะรบกวนขอความ ชัดเจนจากทางรัฐบาลนะครับว่า ตัวนี้ครอบคลุมถึงการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่กระทำผิดตามกฎหมายอาญาอื่น ๆ หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๑๕๗ หรือมาตราใด ๆ ก็ตามนะครับ เพราะว่าถ้าหากว่ามันครอบคลุมการฟ้องแย้งหรืออะไรต่าง ๆ นี่สามารถ พิจารณาในศาลเดียวได้เลยนี่นะครับ มันก็จะทำให้เกิดความสะดวกนะครับ ก็คือถ้าหากว่า เจ้าหน้าที่บ้านเมืองฟ้องร้องประชาชนหรือนิติบุคคลที่กระทำความผิดตามกฎหมายอาญา หรือประมวลรัษฎากรก็ฟ้องที่ศาลนี้ และถ้าหากว่าประชาชนเห็นว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำ ผิดตามประมวลรัษฎากรหรือผิดประมวลกฎหมายอาญาก็สามารถฟ้องได้ที่ศาลเดียวกัน มันก็จะทำให้คดีเกิดความสมบูรณ์นะครับ ก็เป็นประเด็นที่ผมขออนุญาตฝากความกังวล แล้วก็ขอให้ทางรัฐบาลได้ชี้แจงนะครับ ซึ่งผมก็คิดว่าเรื่องนี้สามารถที่จะแก้ไขในชั้น กรรมาธิการได้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านเอกราช อุดมอำนวย มาหรือยังครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง จากพรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ สำหรับศาลภาษีอากรนะครับ ก็มีข้อกังวล อยู่เล็กน้อยนะครับ ก็คือเรื่องของการที่มาตรา ๕ โดยเขียนบัญญัติ มาตรา ๗/๑ ให้มีอำนาจ ในการพิพากษาคดีอาญา ๑. ก็คือความผิดตามประมวลรัษฎากร ๒. ก็คือเป็นเรื่องของว่าด้วยศุลกากร ๓. ภาษีสรรพสามิต ๔. กฎหมายอื่นในพระราชกฤษฎีกา ซึ่งไม่ติดใจนะครับ แต่ไม่แน่ใจว่ากรรมาธิการที่จะได้ ตั้งขึ้นอาจจะเสนอแนะให้มีการดึงเรื่องของภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเข้ามาสู่ การพิจารณาด้วยหรือไม่ เนื่องจากว่าก็เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องเหมือนกัน จริง ๆ ภาษี มันก็จะมีทั้งภาษีทางตรง ภาษีทางอ้อม แล้วก็การที่มีอรรถคดีไปถึงศาล ระบบจริง ๆ ภาษี ศาลภาษีอากรมันอยู่ใน Subset ของคดีปกครอง แต่ว่าพอย้ายจากคดีอาญามาอยู่ด้วยกัน ตามร่างพระราชบัญญัตินี้ ผมก็มีความกังวล โดยที่เราจะทราบดีอยู่แล้วว่าในระบบของ ศาลปกครองนี้จะใช้วิธีการไต่สวน แต่ว่าในระบบของศาลภาษีอากรนี้ก็จะเป็นลักษณะ ของระบบกล่าวหาในคดีอาญา ดังนั้น กระบวนวิธีพิจารณาความก็เป็นเรื่องที่อาจจะต้องดู ให้ละเอียดรอบคอบนะครับ🔗
ผมมีประเด็นอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน คือบุคคลที่อยู่ในอำนาจของ ศาลทหาร ต่อให้ทำผิดในคดีอาญา ก็ต้องไปขึ้นศาลทหาร ดังนั้นผมคิดว่าถึงเวลาแล้ว ซึ่งจริง ๆ คณะกรรมาธิการน่าจะมีการใส่ลงไปด้วย เพื่อการยกเว้นว่าไม่ว่าบุคคลนั้นจะอยู่ใน เขตอำนาจศาลใด ให้มาอยู่รวมกันในศาลชำนัญนี้โดยเฉพาะพิเศษไปเลย นอกจากนี้ครับ ท่านประธาน ก็คือลักษณะของการที่มีระบบการฟ้องในคดีอาญา ผมก็จะพูดถึงเรื่องของ การตั้งงบประมาณสำหรับศาลขึ้นมานิดหนึ่ง ก็จะเห็นว่ามีการประเมินทั้งเรื่องรถประจำตำแหน่ง ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าฐานการคิดคำนวณตรงนี้มาอย่างไร เพราะว่าเท่าที่ทราบ ในระบบของคดี ไม่ว่าจะคดีแพ่งหรือคดีอาญาในศาลแขวง หรือว่าศาลยุติธรรมอื่น ๆ ก็จะมีคน แล้วก็มีงบประมาณอยู่น่าจะเพียงพออยู่แล้ว การที่เพิ่มคดีอาญาเข้ามา จริง ๆ จะเป็นคดี เลขทับเดียวกัน มันไม่น่าจะต้องมีการที่จะใช้งบประมาณที่สูงจนเกินไป ก็อยากจะฝากทาง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือทางรัฐบาล ก็ลองดูต้นทุนที่จะเพิ่มขึ้นนะครับ ผมคิดว่าจริง ๆ ไม่น่าจะสูงไปมากกว่านี้ ผมคิดว่าประมาณนี้น่าจะดี🔗
ทีนี้อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ก็คือว่าในคณะกรรมการของตุลาการนะครับ ที่จะมาอยู่ในศาลภาษีอากรจะไปกระทบกระเทือนกับโครงสร้างหรือตำแหน่งที่จะต้องไปเพิ่ม ในคณะกรรมการตุลาการหรือไม่ ในเมื่อมีการตั้งศาลภาษีอากรขึ้นมา แล้วดึงคดีอาญา เข้ามาให้ศาลภาษีอากรทำทั้งระบบ ก็ไม่แน่ใจว่าตรงนี้ Manpower จะไปกระทบกับ โครงสร้างของคณะกรรมการตุลาการหรือไม่นะครับ🔗
แล้วก็ประเด็นสุดท้ายก็คือคดีอาญาที่การค้างพิจารณาอยู่ในศาลใดก่อน ทั้งหมด ก็ให้คงค้างอยู่จนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จนะครับ มาตรา ๙ ตรงนี้ก็ไม่ติดใจ แต่ว่าผมก็ตั้งข้อสังเกตนิดหนึ่งครับว่าระยะเวลา Timeline ของคดี จริง ๆ น่าจะกำหนด ไปเลยว่าคดีในช่วงระยะเวลาใดที่จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จ เพราะว่ามันก็จะมีการ คาบเกี่ยวกันของปีงบประมาณ เพราะว่าเรื่องของศาลภาษีอากรนี้ก็เกี่ยวข้องกับเงินรายได้ ที่จะมีค่าปรับ การดำเนินคดีอาญาต่าง ๆ ฝากกรรมาธิการวิสามัญที่จะได้ตั้งขึ้นพิจารณา ในประเด็นที่ผมได้อภิปรายด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครูนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนวัดเศวตฉัตร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร จำนวน ๔๙ ท่าน สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไป ท่านเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ผม นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังสังคมใหม่ ผมขอเป็นส่วนหนึ่งในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณา คดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมเห็นด้วยที่จะให้มีการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะคดีภาษีอากรมีความรับผิดที่กำหนดไว้ทั้งทางแพ่งและทางอาญา โดยในส่วนทางแพ่ง กำหนดให้ดำเนินการกระบวนพิจารณาในศาลภาษีอากร แต่ในส่วนคดีอาญาที่เกี่ยวกับ ภาษีอากรอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมอื่น ๆ เช่น ศาลจังหวัด ซึ่งไม่ใช่ ศาลภาษีอากรที่เป็นศาลชำนัญพิเศษด้านภาษีอากร อาจจะทำให้เกิดความยุ่งยาก ในการดำเนินการกระบวนการพิจารณา ตั้งแต่ขั้นตอนยื่นฟ้อง หากโจทก์ต้องการจะ ดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา อาจจะต้องยื่นฟ้อง ๒ ศาล หรือขั้นตอนการสืบพยาน ในชั้นพิจารณา รวมถึงอาจทำให้ดุลยพินิจในการกำหนดโทษในคดีอาญาระหว่างศาลภาษีอากร กับศาลยุติธรรมอื่น ๆ แตกต่างกันได้ การแก้ไขร่างพระราชบัญญัตินี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ ศาลภาษีอากรซึ่งเป็นศาลชำนัญพิเศษด้านภาษีอากร และมีผู้พิพากษาที่มีความรู้ ความชำนาญในด้านกฎหมายภาษีอากร โดยเฉพาะเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาพิพากษา คดีอาญาที่เกี่ยวกับภาษีอากร ซึ่งส่งผลให้ดำเนินการกระบวนพิจารณาพิพากษาคดีภาษีอากร เป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรมอย่างยิ่งขึ้น ในส่วนของการพิจารณาหากนำ ต้นแบบการพิจารณาทางออนไลน์ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ หรือศาลล้มละลายมาปรับใช้จะทำให้ตัวโจทก์ จำเลยที่อยู่ในศาลจังหวัดอื่น ๆ ไม่ต้องเดินทาง มาที่ศาลภาษีอากร จึงทำให้เกิดความสะดวก ช่วยประหยัดเวลาการเดินทาง และลด ค่าใช้จ่ายให้แก่พี่น้องประชาชนได้ แต่อย่างไรก็ตาม ผมมีข้อสังเกตและข้อกังวล คือ เรื่องของ จำนวนและความพร้อมของบุคลากรทางศาล ตามวัตถุประสงค์ในการแก้ไขร่างพระราชบัญญัตินี้ ก็เพราะต้องการให้ผู้พิพากษาที่มีความชำนาญในด้านภาษีอากรเป็นผู้พิจารณาและพิพากษาคดี เพื่อให้เกิดความถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรมยิ่งขึ้น ซึ่งแน่นอนครับว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่มุมกลับกัน ปัจจุบันประเทศไทยมีศาลภาษีอากรเพียง ๑ แห่งเท่านั้น หมายความว่า จำนวนบุคลากรของเจ้าหน้าที่ศาล และผู้จำนวนผู้พิพากษามีความชำนาญด้านภาษีอากร มีอยู่จำกัดครับ และอ้างอิงตามจำนวนสถิติของคดีอาญาที่เกี่ยวกับภาษีอากร มีจำนวนคดี เป็นหลักร้อยถึงหลักพันคดีต่อปี หากให้ทุกคดีมาพิจารณาที่ศาลภาษีอากร ด้วยจำนวนคดี ที่มากมายเป็นร้อยเป็นพันคดี จะก่อให้เกิดภาระแก่ผู้พิพากษา และบุคลากรศาลมากเกินไป หรือไม่ อีกทั้งที่ทุกคดีมาพิจารณาที่ศาลเดียวจะพิจารณารวดเร็วขึ้นจริงหรือไม่ และในกรณี ที่ผู้พิพากษาในศาลภาษีอากรมีไม่เพียงพอ จะต้องขอให้ผู้พิพากษาที่อยู่ศาลจังหวัดต่าง ๆ ที่พอมีความชำนาญด้านภาษีอากรเข้ามาช่วยพิจารณาคดีภาษีอากร การดำเนินนี้จะส่งผล กระทบต่อคดีอื่น ๆ เช่น คดีแพ่ง คดีอาญาที่ไม่เกี่ยวกับภาษีอากร จะทำให้มีการพิจารณาคดี ศาลอื่น ๆ ล่าช้าหรือไม่ เนื่องจากจำนวนผู้พิพากษาที่มีทั้งหมดอาจจะไม่เพียงพอ หากเทียบกับจำนวนคดีความที่มี ปัจจุบัน ข้อสังเกตข้อนี้จึงเกิดจากความเป็นห่วงและความกังวลต่อภาระหน้าที่การงาน ต่อสุขภาพอนามัยทั้งกายและจิตใจ ของผู้พิพากษาและบุคลากรศาลทุกท่านที่อาจจะต้องรับ ภาระหน้าที่หนักยิ่งขึ้น ทั้งที่ปกติหนักมากพออยู่แล้ว ดังนั้น ผมจึงอยากจะขอให้ผู้เกี่ยวข้อง พิจารณาในส่วนของจำนวนบุคลากรและความพร้อมของบุคลากรศาลเพิ่มเติมด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกฤดิทัช แสงธนโยธิน เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน สส. บัญชีรายชื่อ พรรคใหม่ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ด้วย เนื่องจากว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายสำคัญที่จะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือให้รัฐบาลนะครับ ใช้เป็นเครื่องไม้เครื่องมือในการที่จะทำให้ข้อพิพาทเกี่ยวกับเรื่องภาษี ซึ่งมีความสำคัญ ในการจัดสรรงบประมาณก็ดี รายได้ต่าง ๆ ก็ดีที่มีข้อพิพาท ซึ่งปัจจุบันนี้พระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลภาษีอากรฉบับเดิมมีความล้าหลัง เพราะฉะนั้นถ้ามีการแก้ไขให้มันทันสมัย แล้วก็ให้มีความรัดกุมขึ้น ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งและที่สำคัญครับ ในส่วนของการแก้ไข ให้เพิ่มเติม มาตรา ๗/๑ ขอบเขตของศาลภาษีอากรมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญา ตามกฎหมายที่เกี่ยวกับภาษีอากร ดังต่อไปนี้ ๑. ความผิดตามประมวลรัษฎากร ๒. ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ๓. ความผิดกฎหมายเกี่ยวกับสรรพสามิต ๔. ความผิดตามกฎหมายอื่นที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ซึ่งตรงนี้ผมก็มองว่ามันเป็นเรื่องที่ ดีครับ เพราะว่าวันนี้โลกไร้พรมแดนครับ การค้าขาย การมีข้อพิพาทเรื่องภาษี วันนี้เรามี ปัญหาเรื่องการขาดดุลเกี่ยวกับค้าขายกับต่างประเทศเป็นจำนวนมากครับ ต่างชาติเข้ามา ค้าขายมีปัญหาเรื่องภาษี เรื่องการนำเข้าอะไรต่าง ๆ เยอะแยะ เพราะฉะนั้นถ้ามีการแก้ไข ให้มันมีความชัดเจน รวมทั้งการเอาคดีอาญาที่มีโทษทางอาญามารวมไว้ในศาลภาษีอากร มันก็จะทำให้การพิจารณาเป็นไปด้วยความรวดเร็วแล้วก็ครอบคลุมยิ่งขึ้น และที่สำคัญครับ มันทำให้ระยะเวลาในการดำเนินคดีรวดเร็ว ทำให้การพิจารณาคดีของศาลที่มีความชำนาญ ในเรื่องภาษีอากร จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างถูกต้องเป็นธรรม รวดเร็ว นั่นคือเป้าหมาย ผมเห็นด้วยครับในหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างที่มีการแก้ไข แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะขอ เสนอแนะ แล้วก็อยากจะเสนอแนะเป็นแนวทางก็คือว่า การที่ผู้พิพากษาก็ดี เจ้าหน้าที่ก็ดี ที่อยู่ในหน่วยงานตรงจุดนี้จะต้องมีการให้ความสำคัญ การโยกย้าย การอะไรต่าง ๆ คือ คดีภาษีมันเป็นเรื่องยากอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นคนที่อยู่ในจุดนี้ก็จะต้องดู จะต้องให้ ความสำคัญกับเจ้าหน้าที่ รวมทั้งท่านผู้พิพากษาที่จะทำหน้าที่ในการพิจารณาคดี ท่านก็จะ เติบโตเฉพาะในส่วนของท่านไป แล้วก็จะมีความชำนาญ ตรงนี้มันก็จะเป็นความก้าวหน้า เพราะคน ๆ หนึ่งไม่สามารถรู้ได้ทุกเรื่อง ถ้าเกิดมีการพิจารณาคดีและมีความชำนาญท่านก็ จะมีความก้าวหน้าในส่วนของท่านไป เจ้าหน้าที่ก็เช่นกันครับ เจ้าหน้าที่นิติกรหรือคนที่มี ส่วนเกี่ยวข้องในการพิจารณาในส่วนนี้นะครับ เกี่ยวกับคดีภาษีก็เช่นกัน เพราะฉะนั้น ก็จะต้องดูแลสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ให้ครอบคลุม ให้ครบถ้วนนะครับ อันนี้ก็ฝากไว้ ส่วนงบประมาณการเพิ่มในการจัดตั้งศาลภาษีอากรกลางขึ้นมา ตรงนี้มันก็เป็นไปตามกลไก ตรงนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะครับ เพราะถือว่าทำให้เกิดประโยชน์ตามมาอย่างมากมาย การเสียงบประมาณส่วนนี้ไป ผมมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยนะครับ ถ้าเทียบกับสิ่งที่ได้มา เพราะปัจจุบันนี้อย่างที่บอกมันมีข้อพิพาทเรื่องสรรพสามิต เรื่องศุลกากร เรื่องอะไรต่าง ๆ ที่มันเป็นเรื่องระหว่างประเทศ ผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกอะไรต่าง ๆ ทำให้ได้รับการพิจารณา แล้วก็ทำให้คดีที่มันมีการพิจารณาอย่างรวดเร็ว ก็จะทำให้รัฐไม่เสียเปรียบกับเอกชน หรือบริษัทต่างชาติที่อาศัยประเทศไทยมาเป็นเครื่องไม้เครื่องมือในการแสวงหาผลกำไร โดยที่มีการหลีกเลี่ยงภาษี เพราะฉะนั้นอยากให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านไป แล้วก็ให้ได้ดำเนินการ อย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะทำให้ประเทศเราไม่เสียเปรียบดุลการค้า เพราะทุกวันนี้สินค้า ต่างประเทศทะลักเข้ามาและไม่เสียภาษี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราจะต้องจัดการให้รวดเร็ว ทันทีทันใด ประเทศไทยเราเสียดุลการค้ากับต่างประเทศมากมายนะครับ ประเทศ อินโดนีเซียเองทุกวันนี้ก็ขึ้นภาษีจากการหลั่งไหลของสินค้าต่างชาติเข้าไป เขาก็มีวิธีการ แก้ปัญหา การที่ประเทศไทยเราเองยังไม่มีการจัดเก็บภาษีหรือไม่มีการทำเรื่องภาษีให้ชัดเจน ให้ถูกต้อง ให้รวดเร็ว ทำให้เราเสียประโยชน์ ประเทศไทยตอนนี้คนที่เสียภาษีอย่างเต็มเม็ด เต็มหน่วย คือ ประชาชนที่มีรายได้น้อย แต่กับนักธุรกิจต่างชาติที่อาศัยประเทศไทย เป็นการค้าขาย รวมทั้งช่องทางต่าง ๆ นี้นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมอยากให้ดำเนินการ เรื่องนี้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว และผมก็เห็นด้วยกับแนวทางในการที่จะแก้ไขกฎหมาย ให้ทันสมัยเหนือสิ่งอื่นใดครับ อยากให้ประเทศไทยไม่เสียเปรียบดุลการค้า และที่สำคัญ ฝากนิดหนึ่งครับ ในส่วนของข้าราชการที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องให้คำแนะนำหรือชี้ช่องให้กับ ต่างชาติ หรือผู้ประกอบธุรกิจที่เอาเปรียบรัฐ เอาเปรียบประชาชนที่ทำมาหากินอยู่ ท่านไม่ควร จะไปชี้ช่องหรือทำให้บุคคลเหล่านั้นหรือคนที่ประกอบธุรกิจได้ประโยชน์จากการชี้ช่อง เอาความรู้ความสามารถของข้าราชการที่มีอยู่ไปชี้ช่องให้กับผู้ประกอบการที่เอาเปรียบรัฐ ให้เสียภาษีน้อยลงหรือหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าทำได้มันก็จะเป็นเรื่องที่ดี อันนี้ก็ฝากไว้ครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนพดล ปัทมะ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นพดล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออภิปราย สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. การเพิ่มอำนาจให้ศาลภาษีอากรที่มีอำนาจพิจารณาคดีอาญา แล้วก็ต้องขอบคุณทางคณะรัฐมนตรีซึ่งเสนอโดยท่านรัฐมนตรีมนพร เจริญศรี เพิ่งทราบว่า ท่านก็เชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายด้วย นอกจากเรื่องคมนาคมนะครับ ท่านประธานครับ คือโดยหลักแล้วปัจจุบันเรามีศาลภาษีอากรที่เราเรียกสั้น ๆ ว่าศาลภาษี ท่านมีอำนาจพิจารณา เฉพาะคดีแพ่ง ทีนี้ปัญหาของกฎหมายประมวลรัษฎากร พ.ร.บ. ศุลกากร แล้วก็กฎหมาย ภาษีสรรพสามิตจะมีความผิดที่เกี่ยวเนื่อง นอกจากจะเป็นคดีแพ่งแล้วยังมีคดีอาญา ซึ่งปัจจุบันในการพิจารณาคดีเข้าใจตามหลักกฎหมายก็คือว่า ถ้ามีคดีอาญาที่เกี่ยวกับคดีภาษี ก็จะต้องไปฟ้องที่ศาลอาญา ซึ่งศาลอาญานั้นเป็นศาลยุติธรรมทั่วไป ไม่ใช่เป็นศาลชำนัญพิเศษ ไม่ใช่ชำนาญพิเศษนะครับ ชำนัญพิเศษก็คือศาลภาษีอากรเป็นต้น หรือศาลแรงงาน เป็นต้น เพราะฉะนั้นแนวคิดของคณะรัฐมนตรีหรือจะตั้งเรื่องมาจากสำนักงานเลขาธิการศาลยุติธรรม ก็แล้วแต่ ก็เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมและน่าสนับสนุน เพราะว่าอะไรครับ ท่านประธานครับ คดีอาญาในลักษณะที่เป็นเกี่ยวเนื่องกับภาษีจะต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญ แล้วก็เข้าใจ ประเด็นทางด้านภาษี หลักการในการพิจารณาคดีในศาลมันมีอยู่ ๒ แนวคิด ก็คือ ๑. ต้องอิสระ ๒. ต้องมีความ ชำนาญ ก็เหมือนเราตัดสินกีฬา ถ้าจะตัดสิน Taekwondo คนที่ตัดสินก็ต้องรู้เรื่อง Taekwondo ไม่ใช่เอาผู้ตัดสินบาสเกตบอลมาตัดสิน เป็นต้น เพราะฉะนั้นแนวคิดที่จะให้ศาลภาษีพิจารณา ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาไปพร้อมกัน จึงเป็นแนวคิดที่ถูกต้อง ผมจะติติงก็เรื่องเดียวเท่านั้น ก็คือช้าเกินไปนะครับ แต่อย่างไรก็ตามมาช้า ดีกว่าไม่มานะครับ ประโยชน์ที่พี่น้องประชาชน จะได้รับอย่างชัดเจน ก็คือว่าส่วนใหญ่จะเป็นจำเลยประชาชนในกรณีนี้ ก็คือพี่น้องประชาชน ก็สะดวกในแง่ของ ๑. ใช้ศาลเดียวกันพิจารณาทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ๒. ก็คือไม่เปลือง เวลาท่านผู้พิพากษาถึง ๒ ศาล เหมือนแต่ก่อนเราอาจจะอาบน้ำที่ห้องห้องหนึ่ง จะไปสระผม อีกห้องหนึ่ง ตอนนี้ก็ทั้งอาบน้ำและสระผมอยู่ในห้องเดียวกัน ก็เสร็จไปในกระบวนการ เดียวกัน ท่านผู้พิพากษาก็ประหยัดเวลา ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องไปดูสำนวน ไต่สวน สืบพยาน ซ้อนอีกครั้งหนึ่ง ก็คือทำทีเดียวแล้วจบทั้งเรื่องแพ่ง แล้วก็จบทั้งเรื่องคดีอาญา เพราะฉะนั้น ผมถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ความจริงศาลชำนัญพิเศษอื่น ๆ มีการพิจารณาทำนองนี้มาแล้ว หลายศาล เช่น ศาลการค้าระหว่างประเทศ หรืออีกหลาย ๆ ศาลที่มีทั้งแพ่งและอาญาอยู่ใน ศาลเดียว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าสนับสนุน เพราะว่าเขาบอกว่ามนุษย์เกิดมานี่ มันมีอยู่ ๒ หน้าที่ คือเสียภาษีกับเกณฑ์ทหารนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นคดีภาษี มันไม่ใช่คดี Tax Evasion มันไม่ใช่คดีหนีภาษีอย่างเดียว แต่มันเป็นคดีที่เกี่ยวกับ อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเรื่องที่กว้างขวางไปกว่านั้น เพราะฉะนั้นอย่างที่ทาง รัฐบาลได้นำเสนอและเหตุผลที่อยู่ในเอกสารที่แจกสมาชิกรัฐสภา ความผิดทางกฎหมายภาษี ส่วนใหญ่เป็นความผิดที่เกิดขึ้นเพราะกฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิด ไม่ใช่ความผิด ที่ในตัวของมันเป็นความผิด อย่างเช่น คดีข่มขืน คดีฆ่า คดีชิงทรัพย์ มันเป็นคดีที่ผิดในตัวของ มันเอง ที่เรียกว่า Mala in se แต่ความผิดทางกฎหมายประมวลรัษฎากรเป็นความผิด ที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิด ภาษาลาตินก็ใช้ Mala Prohibita เพราะฉะนั้นผมก็เลย ขอโอกาสยืนขึ้นสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ที่คณะรัฐมนตรียื่นในวันนี้ แล้วก็อยากจะกราบเรียน ฝากไปยังสำนักงานเลขาธิการศาลยุติธรรม และฝากไปยังคณะรัฐมนตรีว่าการปฏิรูป กระบวนการยุติธรรมในหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะกระบวนพิจารณาและอำนาจหน้าที่ของศาล ผมคิดว่าถ้ามีเพิ่ม สภาผู้แทนราษฎรน่าจะพร้อมที่จะสนับสนุน และจะทำให้การอำนวยความ ยุติธรรมของประเทศไทยมีความรวดเร็วมากขึ้น คำกล่าวที่บอกว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความยุติธรรมที่ถูกปฏิเสธ มันไม่ใช่เฉพาะเรื่องของการดำเนินคดีอาญาที่ล่าช้าอย่างเดียว แต่มันเป็นเรื่องของการอำนวยความยุติธรรมทั่ว ๆ ไปด้วย เพราะฉะนั้นผมก็หวังว่า หลังจากที่ ให้อำนาจศาลภาษีอากรที่จะพิจารณาคดีอาญาไปพร้อมกัน จะทำให้เราอำนวยความยุติธรรม ให้กับพี่น้องประชาชน และจะผลักดันการจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น แล้วคนก็จะเกรงกลัว กฎหมายมากขึ้น ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณท่านนพดลมากครับ ต่อไปท่านฐากร ตัณฑสิทธิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทยครับ ผมขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายเกี่ยวกับร่างปรับปรุง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลภาษีและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในนามของพรรคไทยสร้างไทย ขอเรียนว่าเราเห็นชอบเป็นอย่างยิ่ง และชื่นชมรัฐบาลว่าได้เสนอเรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วน เข้ามาเพื่อที่จะให้พิจารณาเกี่ยวกับเรื่อง การปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของศาลภาษีอากรในวันนี้ ท่านประธานครับ ศาลชำนัญพิเศษมีหลายศาล เขามีขอบเขตอำนาจหน้าที่ในการพิจารณา คดีอาญาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ศาลล้มละลาย แต่ผมไม่แน่ใจว่าศาลแรงงานมีหรือเปล่า กฎหมายภาษีจัดตั้งขึ้นตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ผมไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงไม่ให้อำนาจของศาลภาษีอากรกลางมีอำนาจ ในการพิจารณาคดีอาญา ซึ่งไปแตกต่างกับศาลชำนัญพิเศษอย่างอื่นของเขาในการพิจารณา ในขณะนี้ กระบวนการในการทำนะครับ มันทำให้กระบวนการในการพิจารณาคดี ๓ เรื่องใหญ่ ๆ ครับท่านประธาน ที่จะเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล เรื่องแรก กฎหมายประมวลรัษฎากรที่เราเรียกกันว่าของกรมสรรพากรที่เราจัดเก็บภาษี อยู่ปัจจุบันนี้ละครับท่านประธาน เรื่องที่ ๒ ความผิดเกี่ยวกับกฎหมายศุลกากร อันนี้ก็เป็น เรื่องที่มีความสำคัญที่เป็นรายได้หลักของประเทศในขณะนี้ครับท่านประธาน เรื่องที่ ๓ กฎหมายภาษีสรรพสามิตครับ เป็นกฎหมายหลักจริง ๆ ครับ ในการจัดเก็บภาษี สุดท้ายครับ ไปกำหนดไว้ว่าคดีความผิดตามกฎหมายอื่นที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาอันนี้ก็ว่ากันไปครับ แต่ ๓ รายได้หลักที่เป็นรายได้ในการที่จะจัดเก็บภาษีเข้ามาเป็นรายได้ของรัฐบาลในขณะนี้ การดำเนินคดีไม่ว่าจะเป็นการดำเนินคดีในทางแพ่งและการดำเนินคดีอาญามันจะต้องจบ ที่ศาลเดียวนี่ละครับท่านประธาน เราจะเป็นการป้องปราม ในการที่จะจัดเก็บเงินรายได้ ที่จะต้องเกิดขึ้นให้รวดเร็วและจะต้องมีรายได้ ในการที่จะจัดตั้งงบประมาณปี ๒๕๖๙ จะเข้ามาอีกแล้วครับท่านประธาน อย่าตั้งงบขาดดุลให้มันเยอะเลยครับ จัดเก็บภาษี ๓ รายได้ในส่วนนี้ให้มันรวดเร็วครับท่านประธาน ผมสนับสนุนมีการปรับปรุงร่างไม่กี่มาตรา อ่านแล้วก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก เพราะฉะนั้นผมเสนออย่างนี้ครับ เห็นชอบในหลักการ ที่รัฐบาลเสนอเข้ามาเป็นวาระเร่งด่วน ๒. ถ้าเป็นวาระเร่งด่วน เรียนเสนอรัฐบาลด้วยครับ ทำให้เสร็จภายในวาระการประชุมเดือนตุลาคมทั้งหมด ทั้ง สส. และวุฒิสภา ประกาศใช้ แล้วก็มีผลบังคับใช้ มันจะได้จัดเก็บภาษีในปี ๒๕๖๙ ที่จะมีการจัดตั้งงบประมาณปี ๒๕๖๙ ที่จะเข้าสู่การประชุมของรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง ผมเชียร์และสนับสนุนเป็นอย่างยิ่งครับ ท่านประธาน ชื่นชมรัฐบาลครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธีรัจชัย พันธุมาศ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง พรรคประชาชน พรรคผู้ต้องการให้ประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุด ท่านประธานครับ ในส่วนของ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีคดีภาษีอากรนั้น เคยเสนอมาแล้ว ในสมัยที่ ๒๕ แต่ว่าพิจารณาวาระที่ ๒ ก็ตกไปไม่ทันเสร็จ แล้วรัฐบาลชุดนี้ก็นำมาเข้าใหม่ ในเชิงของหลักการเบื้องต้น ผมไม่ได้ขัดข้อง เห็นพ้องในระดับพอสมควร แต่มีข้อสังเกต ที่จะต้องอภิปรายไว้ เพื่อให้กรรมาธิการวิสามัญและในส่วนของการร่างกฎหมายของรัฐบาล จะต้องพิจารณาเพิ่มขึ้น เพื่อให้ความยุติธรรมมันเกิดขึ้นอย่างแท้จริง สิ่งที่ ๑. ในคดีภาษีอากร คดีภาษีอากรตามร่างฉบับนี้ คือไม่ใช่ศาลภาษีอากรที่จะพิจารณาคดีแพ่งอย่างเดียว แต่ให้ พิจารณาคดีอาญาได้ เนื้อแท้ของคดีภาษีอากรนั้น เป็นคดีปกครองนะครับ แต่เนื่องจากว่า ศาลภาษีอากรนั้นตั้งก่อนที่จะมีศาลปกครอง และเดิมนั้นศาลยุติธรรมเป็นผู้ที่จะตั้งเป็น ศาลอำนวยความยุติธรรมพิจารณาคดีทั้งปวง โดยแยกศาลภาษีอากรเป็นศาลชำนัญพิเศษ แต่วิธีมันไม่เท่ากันของทั่วไปครับ คดีปกครองก็คือรัฐพิพาทกับเอกชนในเรื่องการไม่จ่ายภาษี การเก็บภาษีต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ ข้อมูลทุกอย่างอยู่ที่รัฐหมด เอกชนไม่ค่อยมี การต่อสู้ ๒ ฝ่าย ไม่เท่ากัน โดยหลักแล้วอยู่ที่ศาลปกครองนะครับ เยอรมนี ฝรั่งเศส จะใช้ให้ศาลปกครอง เป็นการวินิจฉัยชี้ขาด แต่ของเรามาอยู่คดีในส่วนของศาลยุติธรรม จะต้องสู้กันในระบบกล่าวหา ระบบกล่าวหาหมายถึงว่าศาลต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่ใช้ระบบ ไต่สวน ระบบไต่สวนคือศาลต้องลงไปล้วงหาความจริงทั้งหมด ระบบกล่าวหาไม่เป็นกลางปั๊บ ทำให้ทั้งสองฝ่ายสู้กัน ถ้าฐานะเท่ากันไม่เป็นไรครับในการต่อสู้คดีอาญา นั่นหมายความว่า ทุกอย่างสู้เมื่อพิสูจน์ไม่ได้ก็ยกฟ้องไป แต่คดีอาญาซึ่งเป็นคดีภาษีอากร เป็นคดีไม่ใช่ความผิด ที่มันเกิดขึ้นโดยแท้แล้วผิดอาญา แต่คดีที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิด กลไกสิ่งที่ให้ผิด เช่น ศุลกากร กระบวนการนำเข้าสินค้าต่าง ๆ มันอยู่ในกลไกของรัฐ ระบบเสียภาษีอยู่ใน กลไกของรัฐ คนที่เป็นเอกชนที่ตกเป็นจำเลยไม่สามารถพิสูจน์ได้โดยแท้ โดยง่าย นี่คือความ ไม่เท่าเทียมกัน ดังนั้นข้อเสนอนะครับ เป็นไปได้หรือไม่ จะเพิ่มระบบให้ศาลมีอำนาจกึ่งไต่สวน เพราะร่างนี้มาไม่ใช่ไต่สวนนะ ระบบกล่าวหาอยู่แล้ว ให้ศาลมีอำนาจที่จะไม่ใช่เป็นกลาง อย่างแท้จริง แต่ว่าสามารถแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มขึ้นได้มากกว่าเดิม แต่ร่างฉบับนี้ไม่มี มิฉะนั้นฝ่ายเอกชนหรือฝ่ายประชาชนจะเสียเปรียบ แต่ข้อดีของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็คือย้าย จากศาลอาญาทั่วไป เช่น ศาลแขวงและศาลอาญาในคดีอาญาภาษีมาอยู่ศาลภาษีอากร ซึ่งชำนาญเฉพาะ อันนี้ดี อันนี้เห็นด้วย แต่ระบบโครงสร้างในการพิจารณาคดีนั้นอาจจะยัง ไม่ได้อำนวยความยุติธรรมอย่างแท้จริงเท่าไรนัก ทำให้ฝ่ายประชาชนนั้นยังเสียเปรียบอยู่🔗
ประเด็นที่ ๒ การแก้กฎหมายฉบับนี้ มันยังแก้ไม่สุด นั่นคือแก้เพียงตัว พ.ร.บ. ในส่วนศาลอย่างเดียว แต่ไม่ได้แก้ที่ต้นน้ำด้วย กระบวนการยุติธรรมมันมีทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ต้นน้ำคือในส่วนของการสอบสวน ตำรวจ อัยการ แล้วก็ศาล อัยการอยู่ตรงกลาง ศาลอยู่ปลาย ที่แก้ที่ปลายให้ศาลไปอยู่ชำนัญพิเศษ แต่ต้นน้ำไม่ใช่นะครับ ตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา การสอบสวนคดีภาษีจะต้องขึ้นอยู่กับฝ่ายพนักงาน สอบสวน ซึ่งมีตำรวจหรือพนักงานปกครอง แต่มีข้อโต้แย้งนะครับ เดี๋ยวท่านจุลพงศ์จะมาพูด ถึงเรื่องว่ามีอำนาจสอบสวนในคดีภาษีอะไรหรือไม่ ซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเขาได้ตัดสินไว้แล้ว แต่ผมจะลงตรงนี้ไปก่อนปูไปก่อนว่า พนักงานศุลกากร สรรพากร สรรพสามิต ผู้ที่มี ความเชี่ยวชาญจริง ๆ ในชั้นต้นน้ำไม่มีอำนาจสอบสวนเอง จะต้องไปแจ้งตำรวจ หรืออาจจะ เป็นคดีพิเศษก็ได้ DSI ก็ได้นะครับ แล้วตำรวจก็ไม่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ ทำไมต้นน้ำไม่แก้เสียทีเดียว ละครับ ให้มีอำนาจสอบสวนให้เสร็จเลย แล้วก็ส่งฟ้องคดีอาญาหรือคดีแพ่งได้เลย ตรงนี้ยังมี ความลักลั่นอยู่ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ ขอฝากด้วยตรงนี้ไม่ได้แก้ขึ้นมานะครับ แต่ว่าเรื่องนี้ มีความสำคัญมากนะครับ เพราะมิฉะนั้นแล้วกระบวนการยุติธรรมก็อาจจะเป็นในเชิงรูปแบบ แต่เนื้อหาอาจจะไม่ยุติธรรมเท่าไรนัก เพราะชำนาญต้องชำนาญให้ตลอดสาย ไม่ใช่ชำนาญ เฉพาะตัวปลาย แล้วปลายก็ยังมีปัญหาเรื่องของระบบการไต่สวนกับระบบกล่าวหาด้วย อันที่ ๒🔗
อันที่ ๓ ที่ผมอยากจะเรียนก็คือในส่วนของมาตรา ๒๒ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับอาญา เท่าไรนัก มาตรา ๒๒ บัญญัติไว้ว่าในคดีภาษีอากรที่มิใช่คดีอาญา เมื่อศาลภาษีอากรแจ้งกำหนด นัดพิจารณาให้คู่ความฝ่ายใดทราบแล้ว คู่ความฝ่ายนั้นไม่มาศาลภาษีอากรตามกำหนดนัด ให้เป็นหน้าที่ของคู่ความฝ่ายนั้นมารับทราบข้อกำหนดนัดต่อไปจากศาลภาษีอากรเอง หากไม่มารับทราบให้ถือว่าคู่ความฝ่ายนั้นได้รับทราบกำหนดนัดต่อไปแล้ว โอ้ อันนี้เป็นเรื่อง ที่เกี่ยวกับความยุติธรรมโดยแท้ กระบวนการส่งหมาย ผมเคยเป็นทนายความมานะครับ การส่งหมายของศาลบางทีไปปิดหมาย แต่ปิดหมายบางทีบ้านนั้นเขาไม่ได้อยู่นะครับ เป็นบ้านตามทะเบียนบ้าน แต่บ้านเขาไม่ได้อยู่ เขาไปอยู่บ้านอื่นทำงานต่างที่ไม่อยู่ ไม่รับทราบ เมื่อมาศาลในนัดนี้แล้วศาลกำหนดนัดในตอนนั้นเขาไม่รู้ แล้วถือว่าทราบเลย แล้วตรงนี้เขาจะ ทราบเขาจะต่อสู้คดีได้อย่างไร จะทราบนัดในการต่อสู้คดี อันนี้คือใช้กฎหมายระดับ พระราชบัญญัติมาปิดปากคนนะ เรื่องนี้กระทบต่อความชอบธรรมอย่างยิ่ง ผมไม่เห็นด้วย การแจ้งกำหนดนัดจะต้องแจ้งสม่ำเสมอ ถ้าไม่เจอให้เขามีโอกาส บทแก้ไม่มีนะครับ ถ้าจะแก้ ถ้าเขาไม่มา เขาจะแก้อย่างไรครับ พิจารณาคดีฝ่ายเดียวไปเลยใช่ไหม วิธีพิจารณาความแพ่ง ให้พิจารณาฝ่ายเดียวนะครับ เมื่อจำเลยไม่มาก็ขอขาดนัดยื่นคำให้การ ขาดนัดพิจารณา พิจารณาฝ่ายเดียวไป แล้วเขาจะสู้คดีได้อย่างไร ปิดปากมัดขึ้นมานี่คือความไม่ยุติธรรม ที่ฝ่ายรัฐบาลไม่รอบคอบ เป็นข้อเสนอฝ่ายตุลาการอย่างเดียว ทำไมไม่กลั่นกรองมา ผมไม่เห็นด้วยนะครับ เพราะอย่างไร เขาไม่ได้อยู่บ้านตลอด แล้วบางทีเกิดไปไม่แปะจริง แปะแล้วมันหลุดแล้วมันปลิวหายไป แล้วเขาไม่ได้มานัดนั้น นัดอื่นไม่มีสิทธิสู้เลยหรือครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากกรรมาธิการวิสามัญไปแก้ รัฐบาลควรจะแก้ตรงนี้ให้ด้วย และผม เชื่อว่าความยุติธรรมไม่ใช่เป็นเพียงรูปแบบ แต่เนื้อหาต้องยุติธรรมด้วย และกระบวนการ ไม่ใช่ฟังแต่เฉพาะทางฝ่ายศาลส่งมาแล้วก็ต้องประทับตราแล้วส่งสภา แต่ผมไม่เห็นด้วยครับ อันนี้ ขอให้ทางกรรมาธิการวิสามัญช่วยแก้ด้วยครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทยครับ ผมขออนุญาตท่านประธานขออนุญาตอภิปรายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล ภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวันนี้ด้วยนะครับ มีข้อสังเกต อย่างนี้ครับท่านประธานครับ เนื่องจากว่าคดีศาลภาษีอากรที่เกี่ยวข้องกับในคดีอาญา ปกติในปัจจุบันยังมีการแยกฟ้อง ถ้าในกรณีผู้กระทำความผิดภาษีอากรแล้วก็มีคดีอาญา พ่วงมาด้วยก็จะมีการฟ้องกันที่ศาลจังหวัดนะครับ แต่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อที่จะ ให้เกิดความสะดวกนะครับ ใช้คำว่าเพื่อที่จะให้เกิดความสะดวก และเพื่อที่จะให้เกิดความ เป็นธรรมกับผู้ถูกฟ้อง โดยกล่าวอ้างว่าผู้พิพากษามีความชำนัญพิเศษ ชำนาญหรือชำนัญ ศาลชำนัญการพิเศษก็คือมีความเชี่ยวชาญพิเศษในเรื่องของคดีภาษีอากร เพื่อก่อให้เกิด ความเป็นธรรมในคดีในกรณีที่จะต้องมีความจำเป็นฟ้องที่ศาลจังหวัดทั่วประเทศก็ให้มารวม ศูนย์ที่ศาลภาษีอากรกลาง ในส่วนข้อสังเกตผมในวันนี้ครับ สถิติคดีที่เกิดขึ้นในกรณีฟ้อง ในคดีอาญาในศาลจังหวัด เวลาจะรวมเข้ามาหรือว่าจะเข้ามาใหม่ ซึ่งมันมีบทเฉพาะกาล ในมาตรา ๙ ว่าให้ศาลจังหวัดในกรณีคดีค้างอยู่ ก็ให้ศาลจังหวัดดำเนินการพิจารณาจน เสร็จสิ้นกระบวนความนะครับ แต่มันจะมีเรื่องหนึ่งครับว่า ในกรณีถ้ามันมีคดีอาญา ซึ่งไม่ว่า จะเกิดขึ้นจากกรมศุลกากร กรมสรรพากร หรือกรมสรรพสามิต หรือในคดีที่มันเป็นคดีอาญา เกิดขึ้นมาแล้วนั้น ผมเป็นห่วงว่าในกรณีจำนวนผู้พิพากษาในศาลภาษีอากรกลางนี่ครับ จะมีเพียงพอหรือไม่ ในส่วนของการเดินทางระหว่างผู้ถูกฟ้องคดีในพี่น้องทั่วประเทศ จะไหลเข้ามาในศาลภาษีอากรกลางในกรุงเทพมหานครมันจะมีความสะดวก แล้วก็มี ความลำบากอย่างไรบ้าง เรามีการเตรียมการในเรื่องของการเพิ่มจำนวนผู้พิพากษาอย่างไร แล้วก็การบริการอย่างไร แม้กระทั่งวันนี้เรามีการพิจารณาผ่านออนไลน์ในกรณีการสืบพยาน ก็จริงนะครับ แต่ว่าด้วยความเป็นห่วงในเรื่องของงบประมาณ ในเรื่องของบุคลากรของด้าน ผู้พิพากษา อันนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็เห็นด้วยครับ ในกรณี ทำเรื่องให้เสร็จเร็วขึ้น แล้วก็มีผู้พิพากษาที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ เราเรียกว่า ศาลชำนัญการพิเศษ ซึ่งศาลในระบบของประเทศไทยนั้นก็มีหลายแบบนะครับ เช่น กรณีนี้ มีศาลท่องเที่ยวด้วยนะครับ ศาลเวลาคดีเกิดจากนักท่องเที่ยวก็มีการสืบพยานแล้วก็ ให้นักท่องเที่ยวกลับไปบ้านเกิดเมืองนอนได้ แล้วก็มาพิจารณาในส่วนของคดีต่อ ในกรณี ศาลแรงงานก็เช่นกัน แล้วก็ศาลอื่น ๆ ก็มีหลายศาลด้วยกันนะครับ ประเด็นที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ถ้าในกรณีคดีระหว่างยังไม่ถึงที่สุด ถ้าคู่ความหรือจำเลย ต้องการที่จะโอนคดีเข้ามาสู่ศาลภาษีอากรกลางที่กรุงเทพมหานคร โดยอ้างเหตุผลเดียวกัน ว่าผู้พิพากษาไม่มีความชำนาญการพิเศษนะครับ เพราะว่าการจัดตั้งการรวมคดีของศาล มาศาลชำนาญการพิเศษนี่ก็อ้างว่าเพื่อให้เกิดผู้พิพากษาในการพิจารณาคดีมีความเชี่ยวชาญพิเศษ เพราะฉะนั้นในคดีระหว่างที่ยังไม่ถึงที่สุดนะครับ คู่ความในตัวจำเลยขออ้างในการโอน สำนวนมาที่ศาลภาษีอากรกลางพิเศษได้หรือไม่ แล้วก็หลักเกณฑ์ในการโอนจะเป็นอย่างไร และการใช้ดุลยพินิจของผู้พิพากษาแต่ละศาลก็อาจจะไม่เหมือนกัน ซึ่งตรงนี้ก็ขอฝากในกรณี ของคณะกรรมาธิการ แล้วก็ในส่วนของท่านที่จะไปแก้ไขในร่างพระบัญญัติฉบับนี้ด้วยนะครับ แต่ว่าสุดท้ายนี้ผมก็ยังเห็นด้วยมีความจำเป็นในเบื้องต้นว่าในการรวมเอาคดีอาญาในปัจจุบันนี้ มาสู่ศาลภาษีอากรกลางนั้นก็เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากกว่าเสียประโยชน์ครับ เสียหายครับ ก็ขอสนับสนุนครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนนะครับ ผมขอใช้เวลาสั้น ๆ ครับท่านประธานครับ ไม่เกิน ๕ นาที ในประเด็นข้อกฎหมาย ๒ เรื่อง คือ🔗
ประเด็นเรื่องอายุความการดำเนินคดีอาญาในศาลภาษีอากรและระบบ อำนาจการสอบสวนในคดีภาษีอากร ท่านประธานที่เคารพครับ นักกฎหมายเรื่องภาษีอากร จะทราบดีว่าอายุความภาษีอากรมีกำหนดระยะเวลา ๑๐ ปี แต่ในประมวลรัษฎากร กรณีที่มี ความผิดอาญาหลายเรื่อง ผมยกตัวอย่างเช่น มาตรา ๓๗ ผู้ใดแจ้งข้อความเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยง การเสียภาษีอากรต้องระวางโทษสูงสุด ๗ ปี ซึ่งหากเรามาดูประมวลกฎหมายอาญาแล้วจะมี อายุความอาญาเพียง ๕ ปี เพราะฉะนั้นความซ้ำซ้อนกฎหมายเรื่องอายุความ ๑๐ ปี ของภาษีอากรและคดีอาญา ๕ ปีนี้ เป็นสิ่งที่ผมขอฝากคณะอนุกรรมาธิการที่พิจารณา กฎหมายฉบับนี้ยกขึ้นมาพิจารณาด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องอำนาจสอบสวนคดีภาษีอากร ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงยุติธรรมได้ออกกฎกระทรวงเมื่อปี ๒๕๔๓ กำหนดว่าความผิดอาญาเกี่ยวกับ ภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร กฎหมายว่าด้วยศุลกากร ภาษีสรรพสามิต สุรา ยาสูบ เป็นคดีพิเศษตาม พ.ร.บ. การสอบสวนคดีพิเศษ ปี ๒๕๔๑ อย่างไรก็ตามครับ มีคำพิพากษา ศาลฎีกาในที่ประชุมใหญ่ เมื่อปี ๒๕๒๕ วินิจฉัยว่าข้อห้ามที่มิให้ตำรวจดำเนินคดีอาญา เกี่ยวกับภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๘ ลงวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๒๐ หมายถึงการดำเนินคดีอาญาด้วย และเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งเป็น พนักงานสอบสวนย่อมไม่มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา การสอบสวนนี้ได้กระทำโดยไม่ชอบ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ ผมเลยฝากขอให้คณะกรรมาธิการที่จะพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ได้ให้คิดรอบคอบถึงอำนาจการสอบสวนด้วย ไม่ใช่เพียงแต่กำหนดว่าให้ศาลภาษีอากร มีอำนาจในการพิจารณาคดีอาญาเท่านั้น เพราะถ้าเรื่องแบบนี้การสอบสวนไม่ชอบ เวลาไปถึง ศาลภาษีอากรก็ตามในคดีอาญาในศาลจะยกฟ้อง🔗
ปัญหาอีกเรื่องหนึ่งนะครับ แต่ปัญหาทางเทคนิคทางกฎหมายก็คือ มันเป็น คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาหรือไม่ อันนี้ผมฝากให้เฉย ๆ กับคณะอนุกรรมาธิการ ที่พิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ แต่โดยภาพรวมนะครับท่านประธานครับ ผมเห็นด้วย ที่จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายนี้ เพราะว่าประเทศไทยเราเป็นระบบศาลเดี่ยว คือศาลใด ก็พิจารณาในเรื่องนั้น จะทำให้การดำเนินคดีซ้ำซ้อน ต้องนำพยานมาสืบพยานหลายครั้ง ในศาลต่างกันนะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสุดท้ายนะครับท่านอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณา คดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยในการอภิปรายของผมจะแบ่งออกเป็น ๕ หัวข้อ ดังนี้ ส่วนที่ ๑ สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ส่วนที่ ๒ ความแตกต่างของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กับกฎหมายเดิม ซึ่งตั้งตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ ส่วนที่ ๓ ประโยชน์ของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ส่วนที่ ๔ ข้อเสนอแนะ และสุดท้ายคือข้อสรุป🔗
ในส่วนที่ ๑ สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธี พิจารณาคดีภาษีอากร แบ่งออกเป็น ๔ หัวข้อย่อย คือ ส่วนที่ ๑ การปรับปรุงโครงสร้าง ศาลภาษีอากร ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีการปรับปรุงโครงสร้างของศาลภาษีอากร ให้มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยกำหนดอำนาจหน้าที่ของศาลภาษีอากร ในการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากรทุกประเภท ครอบคลุมทั้งการอุทธรณ์ คำวินิจฉัย ของเจ้าพนักงานภาษีอากร การขอคืนภาษี และข้อพิพาทอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษี🔗
ส่วนที่ ๒ การระบุอำนาจและขอบเขตของศาล ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้ระบุอำนาจของศาลภาษีอากรในการพิจารณาคดีต่าง ๆ อย่างชัดเจน โดยให้ศาลภาษีอากร มีอำนาจตัดสินคดีที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากรทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา รวมถึงการพิจารณาอุทธรณ์ คำวินิจฉัยจากเจ้าพนักงานภาษี ทำให้ประชาชนมีช่องทาง ในการต่อสู้ทางกฎหมายที่ชัดเจนและเป็นธรรมมากขึ้น🔗
ส่วนที่ ๓ การกำหนดกระบวนการพิจารณาคดี ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้กำหนดกระบวนการพิจารณาคดีภาษีอากรให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการกำหนดขั้นตอนที่ชัดเจนในการยื่นอุทธรณ์และดำเนินคดี ซึ่งจะช่วยลดปัญหา ความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรม และมีการเพิ่มจำนวนผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ ร่างพระราชบัญญัตินี้ได้มีการระบุจำนวนผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ในศาลภาษีอากรอย่าง ชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการพิจารณาคดี สามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและ ลดปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่อาจจะเกิดขึ้น ความแตกต่างระหว่างร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้กับกฎหมายเดิม ซึ่งตราตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ มีทั้งหมด ๓ ข้อ ส่วนที่ ๑ โครงสร้างศาลภาษี อากร ในพระราชบัญญัติฉบับเดิม การจัดตั้งศาลภาษีอากรมีการเน้นที่การตั้งศาลภาษีอากรกลาง ที่กรุงเทพมหานครเพียงอย่างเดียว ทำให้เกิดปัญหาความล่าช้าและความแออัดในการ พิจารณาคดี แต่ในร่างฉบับใหม่มีการปรับปรุง โดยกำหนดให้มีศาลภาษีอากรที่สามารถ พิจารณาคดีได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยอาจมีการพิจารณาจัดตั้งศาล เพิ่มเติมในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งศาลในส่วนของภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก แม้กระทั่งภาคใต้ เพื่อรองรับคดีที่มีจำนวนมากขึ้น การพิจารณาคดี ในพระราชบัญญัติ พ.ศ. ๒๕๒๘ กระบวนการพิจารณาคดีมีความล่าช้า เนื่องจากการขาดแคลน ผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จากเอกสารสถิติของศาลภาษี อากรกลาง พ.ศ. ๒๕๖๕ จะพบว่ามีคดีที่ค้างเก่ามา ๑๙๔ คดี และมีคดีรับใหม่ในปี ๒๕๖๕ ๑๙๖ คดี รวมทั้งหมด ๓๙๐ คดี แต่ในปี ๒๕๖๕ นี้สามารถพิจารณาพิพากษาเสร็จไปเพียงแค่ ๒๑๘ คดี เหลือคดีค้างอีก ๑๗๒ คดี ซึ่งจะทบไปในปี ๒๕๖๖ ที่ผมยกตัวอย่างมานี้เป็นข้อมูล จากศาลภาษีอากรกลาง โดยในร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่นี้ได้มีการกำหนดจำนวน ผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่มากขึ้น เพื่อปรับปรุงขั้นตอนการพิจารณาคดีให้รวดเร็ว ลดคดีค้าง ไม่ให้มีเยอะเหมือนในปัจจุบัน อำนาจศาลมีการขยายขอบเขตอำนาจของศาลภาษีอากร ให้ครอบคลุมทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากรทุกประเภท ระบุขั้นตอนการดำเนินคดี อย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจในกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น🔗
ประโยชน์ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ การปรับปรุงและพัฒนากฎหมาย ภาษีอากรในร่างพระราชบัญญัตินี้ ส่งผลให้การพิจารณาคดีภาษีอากรเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรม ประชาชนจะได้รับ ความยุติธรรมที่รวดเร็วและสะดวกขึ้น ขณะเดียวกันก็จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของประชาชน ในระบบยุติธรรมและกฎหมายภาษีอากร ลดปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษีและเพิ่มรายได้ให้กับรัฐ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว🔗
อย่างไรก็ตามนะครับ ผมเองฝากข้อเสนอแนะ ๓ ข้อไปยังคณะกรรมาธิการ ที่จะตั้งขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ดังนี้ครับ🔗
ข้อเสนอแนะข้อที่ ๑ การเพิ่มทรัพยากรและบุคลากรที่เพียงพอ เพื่อให้ศาล ภาษีอากรสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีการจัดสรรทรัพยากร ที่เพียงพอ รวมถึงการเพิ่มจำนวนผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ด้านภาษีอากรอย่างเหมาะสม เพื่อรองรับจำนวนคดีที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต🔗
ข้อเสนอแนะข้อที่ ๒ การเพิ่มศักยภาพของบุคลากรศาล ควรจัดให้มีการ อบรมและพัฒนาศักยภาพของผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกฎหมายและกระบวนการพิจารณาคดีภาษีอากรที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้การตัดสินคดีเป็นไปอย่างถูกต้องและยุติธรรม🔗
ข้อเสนอแนะข้อที่ ๓ ควรส่งเสริมความโปร่งใสและความเป็นธรรม ในกระบวนการยุติธรรม ปรับปรุงกระบวนการพิจารณาคดีให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรม มากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในระบบยุติธรรมและกฎหมายภาษีอากร เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในระบบยุติธรรมและกฎหมายภาษีอากร ซึ่งจะเป็นพื้นฐาน สำคัญในการสร้างสังคมที่ยุติธรรมและมีเสถียรภาพ🔗
สุดท้ายข้อสรุปร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณา คดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายภาษีอากรให้มี ประสิทธิภาพและทันสมัยมากขึ้น การแก้ไขข้อบกพร่องของกฎหมายเดิมจะช่วยให้ประชาชน ได้รับความยุติธรรมที่รวดเร็วและสะดวกขึ้น รวมทั้งส่งเสริมความเชื่อมั่นในระบบภาษีอากร นอกจากนี้หากเรามีศาลภาษีอากรที่มีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพแล้ว จะทำให้ประเทศไทย ได้รับความเชื่อมั่นจากนานาชาติมากขึ้น ในหลายประเทศที่พัฒนาแล้วไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา แคนาดาและเยอรมนี ต่างมีศาลภาษีอากรที่ทำหน้าที่พิจารณาคดีภาษีอากร อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นคงให้กับ ระบบภาษีของประเทศ การมีศาลภาษีอากรที่มีประสิทธิภาพในประเทศไทยจะไม่เพียงแค่ ส่งผลดีต่อประชาชนในประเทศ แต่ยังช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นคงให้กับ ประเทศไทยในสายตาของนานาชาติ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมของประเทศไทยในระยะยาวต่อไป🔗
ด้วยเหตุนี้ผมและสมาชิกพรรคภูมิใจไทย จึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัตินี้ อย่างเต็มที่ เนื่องจากเห็นว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศชาติ เศรษฐกิจ และสังคมของเราในอนาคต ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ นะครับ ท่านผู้เสนอมีสิทธิที่จะสรุปได้อีก ๑ ครั้ง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภานะครับ กระผม พรภัทร์ ตันติกุลานันท์ รองเลขานุการ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ประจำสำนักประธานศาลฎีกาครับ ผมขออนุญาตเรียนดังนี้ สำหรับประเด็นที่ท่านสมาชิก อภิปรายนะครับ🔗
ในประเด็นที่ ๑ เรื่องเกี่ยวกับกระบวนพิจารณานะครับ ซึ่งเป็นการอภิปราย ถึงเรื่องของข้อกำหนดตามมาตรา ๒๐ ที่อยู่ในมาตรา ๑๗ ของร่างมาตรา ๖ จะเรียนอย่างนี้ว่า ข้อกำหนดดังกล่าวจะมีอยู่ในกฎหมายปัจจุบันอยู่แล้วนะครับ แล้วก็มีการเขียนไว้ เพื่อใช้กับคดีแพ่ง สำหรับการแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้ก็คือมีการบัญญัติเพิ่มขึ้นมาเพื่อให้ เอามาใช้กับคดีอาญาได้นะครับ ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าข้อกำหนดคดีภาษีอากรดังกล่าวนี้ จะมีลักษณะคล้ายกับข้อกำหนดคดีทรัพย์สินทางปัญญาที่ออกตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลทรัพย์สินทางปัญญา แล้วก็วิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาโดยข้อกำหนดของคดี ทรัพย์สินทางปัญญาก็จะมีการบัญญัติถึงกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องของทางอาญาเช่นกันนะครับ ดังนั้นในตัวของมาตรา ๑๗ ที่มีการกำหนดดังกล่าวนี้ จึงไม่ใช่เรื่องที่ขัดหรือแย้งไปจาก กฎหมายเดิมแต่อย่างใดนะครับ แล้วก็เป็นรูปแบบของกฎหมายโดยปกติอยู่แล้ว🔗
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่มีการพูดถึงมาตรา ๒๒ ซึ่งอยู่ในร่างของมาตรา ๗ ที่บอกว่าเรื่องของการแจ้งกำหนดวันนัดพิจารณาที่มีท่านสมาชิกอภิปรายถึงข้อกังวลนะครับว่า การแจ้งกำหนดวันนัดพิจารณาอาจจะทำให้คู่ความเสียเปรียบได้ ในกรณีที่เขาไม่ได้มาศาล ในวันนัด จะขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่า ในมาตรา ๒๒ ซึ่งอยู่ในร่างของมาตรา ๗ เป็นตัวบทนะครับ เนื้อหาที่มีอยู่แล้วเดิม ส่วนที่อยู่ในร่างพระราชบัญญัติปัจจุบันเพียงแต่ กำหนดขึ้นมาว่าไม่ให้เอามาใช้กับคดีอาญาเท่านั้น เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน🔗
สำหรับอีกประเด็นหนึ่งที่พูดถึงเรื่องของเขตอำนาจศาล แล้วก็ประเภทคดีต่าง ๆ ขออนุญาตเรียนว่าตามร่างกฎหมายของมาตรา ๗/๑ เรากำหนดว่า คดีที่จะนำขึ้นสู่ศาลภาษี อากรได้ตามกฎหมายฉบับนี้ก็คือคดีอาญาตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร ซึ่งก็ได้แก่ ความผิดตามประมวลรัษฎากร คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร คดีความผิด ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิตและคดีความผิดตามกฎหมายอื่นที่กำหนด ในพระราชกฤษฎีกานะครับ จะขออนุญาตเรียนว่าถ้าเกิดเป็นคดีความผิดอื่นซึ่งไม่ใช่คดีอาญา ตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร จะไม่สามารถขึ้นสู่ศาลภาษีอากรได้นะครับ ดังนั้นที่มี ท่านสมาชิกอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องกรณีของเจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริตต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องของ ภาษีอากร เราจะมีศาลที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว นั่นก็คือศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ คดีดังกล่าวก็จะไปที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ส่วนที่มีการอภิปรายต่อไปนะครับว่า เหตุใดจึงไม่มีการบัญญัติไว้นะครับว่า คดีความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรเรื่องอื่น ๆ อีก เช่น พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ต้องขออนุญาตเรียนครับว่าในชั้นนี้ตามร่างกฎหมาย ของสำนักงานศาลยุติธรรมที่เสนอมาในตอนต้นมีการบรรจุความผิดตามกฎหมายอื่นไว้อีก หลายฉบับนะครับ แต่ต่อมาได้มีการพิจารณาอีกครั้งหนึ่งในชั้นกฤษฎีกา และเราก็คิดว่า ในเบื้องต้นเราจำกัดไว้ที่ตัว ๓ พระราชบัญญัติ ตามร่างมาตรา ๗/๑ ก่อนนะครับ ส่วนในอนาคตหากจะมีการเพิ่มกฎหมายอื่นเข้ามาอีกก็สามารถออกเป็นพระราชกฤษฎีกาได้🔗
สำหรับประเด็นสุดท้ายที่มีการพูดถึงเรื่องของงบประมาณและบุคลากร ต้องขออนุญาตเรียนว่าอย่างนี้นะครับ ในการออกกฎหมายเกี่ยวกับ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลนะครับ หรือว่ามีการเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาล เราจะมีคณะกรรมการในการพิจารณาเสียก่อนว่า ในการจัดตั้งศาลขึ้นมาใหม่ หรือว่ามีการเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลจะต้องมีการใช้ ผู้พิพากษาทั้งหมดกี่คน โดยดูจากจำนวนสถิติคดีในแต่ละปีย้อนหลังและนำมาพิจารณา เปรียบเทียบ พอมาพิจารณาเปรียบเทียบเสร็จแล้วถึงกำหนดขึ้นมาว่าอัตราบุคลากรที่จะ เกิดขึ้นมีเท่าไร ยกตัวอย่างเช่นตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ เรามีการเปรียบเทียบ ออกมาแล้วว่า สถิติคดีเฉลี่ยตาม ๓ พ.ร.บ. ทั้งหมดนี้จะอยู่ที่ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าคดีต่อปี จำนวนผู้พิพากษาที่ต้องใช้มีอยู่ทั้งหมด ๑๐ คน นอกจากนี้ตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะไม่มีการจัดตั้งศาลภาษีอากรขึ้นมาใหม่ หรือมีการปลูกสร้างอาคารขึ้นใหม่ เพราะฉะนั้น งบประมาณที่ใช้ในช่วง ๓ ปีแรกนี้จะอยู่ที่ ๓๐ ล้านบาทเท่านั้น ผมขออนุญาตเรียนชี้แจง เท่านี้ครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณท่านผู้ชี้แจงนะครับ พอแล้วกระมังครับ นิดหน่อยนะครับ เพราะเดี๋ยวจะโหวตแล้ว เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดศรีสะเกษครับ ที่ผมต้องขออนุญาตท่านประธานขึ้นมาอภิปราย ก็เนื่องจากว่าอาจจะมีความเข้าใจผิดเล็กน้อยนะครับ โดยทางท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้นะครับ ก็คือสิ่งที่ผมอภิปรายไว้ผมบอกว่า หลักการของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดว่า ในเรื่องของวิธีพิจารณาคดีอาญาในศาลภาษีอากรนี้ ในหลักการข้อที่ ๑ เขียนไว้ชัดเจน ครับว่า ให้เอาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาบังคับใช้โดยอนุโลมใช่ไหมครับ แต่คราวนี้พอไปดูในร่างที่แก้ไขในมาตรา ๑๗ ประกอบกับมาตรา ๒๐ เดิมที่อยู่ในร่าง พระราชบัญญัติเดิมนี้ มีผลทำให้ข้อกำหนดที่อธิบดีศาลภาษีอากรกลาง โดยอนุมัติของ ประธานศาลฎีกาจะมีผลเป็นการ Overwrite หรือมีผลเป็นการแก้ไขประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาที่จะใช้ในศาลภาษีอากรกลาง คือข้อกำหนดที่ออกมานี้ถ้าหากว่า เทียบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ถ้าขัดแย้งกันก็ต้องเอาตามข้อกำหนดนะครับ ถ้าดูตามพระราชบัญญัตินี้ ดังนั้นจึงเป็นประเด็นที่ผมขออนุญาตฝากเป็นข้อสังเกตไว้นะครับว่า ในเมื่อเรามีหลักการว่าจะเอาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานี้มาใช้ในการ พิจารณา เพราะฉะนั้นส่วนนี้อาจจะต้องมีการปรับแก้ในชั้นกรรมาธิการครับ โดยสรุปก็คือ ผมก็เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ว่าในส่วนนี้ยังมีประเด็นที่ขออนุญาตฝาก ความกังวลไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เดี๋ยวเอาข้อสังเกตไปพูดกันในกรรมาธิการนะครับ ก่อนลงมตินะครับ ขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนนะครับ🔗
ท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้วเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนได้เลยนะครับ🔗
เรียนท่านประธานค่ะ ๓๘๒ แสดงตนค่ะ🔗
๓๘๒ แสดงตนครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ๒๑ กิตติ แสดงตนครับ🔗
๒๑ แสดงตนครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ๑๙๕ แสดงตนครับ🔗
๑๙๕ แสดงตนครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๘๕ แสดงตนครับ🔗
๔๘๕ แสดงตนนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๓๒๗ วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ แสดงตนครับ🔗
๓๒๗🔗
ท่านประธานคะ ๓๔๘ แสดงตนค่ะ🔗
๓๔๘ แสดงตนครับ🔗
ท่านประธานครับ ๒๓๕ แสดงตนครับ🔗
๒๓๕ แสดงตนครับ🔗
ท่านประธานคะ ๐๑๙ แสดงตนค่ะ🔗
๐๑๙ แสดงนะครับ🔗
ท่านประธานคะ ๔๗๘ แสดงตนค่ะ🔗
๔๗๘ แสดงตนครับ🔗
ท่านประธานครับ รชตะ ด่านกุล ๒๙๓ แสดงตนครับ🔗
๒๙๓ แสดงตนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ ๔๔๒ ขอแสดงตนครับ🔗
๔๔๒ แสดงตนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปรีดา บุญเพลิง ๒๒๑ แสดงตนครับ🔗
๒๒๑ แสดงตน🔗
ท่านประธานคะ ๔๐๓ แสดงตนค่ะ🔗
๔๐๓ นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๓๗๗ แสดงตนครับ🔗
๓๗๗ แสดงตนนะครับ แสดงตนเรียบร้อยหรือยังครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ๓๘๓ ท่าน บวก ๑๕ ท่าน เป็น ๓๙๘ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปผมขอถามมติจากที่ประชุมว่า จะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากร และวิธีการพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่นะครับ เชิญท่านสมาชิกออก เสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นว่าควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควร รับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกลงคะแนนได้เลยครับ🔗
ท่านประธานครับ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ๖๐ ครับ เห็นชอบครับ🔗
๖๐ เห็นชอบนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ๒๑ เห็นด้วยครับ🔗
๒๑ เห็นด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ สิริน ๔๒๐ เห็นชอบครับ🔗
๔๒๐ เห็นชอบครับ🔗
ท่านประธานคะ ๓๔๘ เห็นชอบค่ะ🔗
๓๔๘ เห็นชอบนะครับ🔗
ท่านประธานคะ ๓๘๒ เห็นชอบค่ะ🔗
๓๘๒ เห็นชอบครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๓๒ เห็นชอบครับ🔗
๔๓๒ เห็นชอบครับ🔗
ท่านประธานคะ ๐๑๙ เห็นชอบค่ะ🔗
๐๑๙ เห็นชอบนะครับ หมดแล้วนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๙๕ ท่านนะครับเห็นด้วย ๓๙๓ ท่าน บวก ๗ ท่าน เป็น ๔๐๐ ท่านนะครับ ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่านครับ🔗
เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและ วิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เชิญเสนอคณะกรรมาธิการครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจำนวนกรรมาธิการ ทั้งสิ้น ๓๑ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุมมีมติให้ตั้ง กรรมาธิการ จำนวน ๓๑ ท่านนะครับ🔗
ตามที่ประชุมได้มีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ร่างพระบัญญัติซึ่งข้อบังคับ ข้อ ๙๑ วรรคสอง กำหนดให้การเสนอรายชื่อสัดส่วนของ สภาผู้แทนราษฎร ให้เลือกจากรายชื่อที่สมาชิกเสนอโดยให้มีจำนวนตาม หรือใกล้เคียง กับอัตราส่วนของจำนวนสมาชิกของแต่ละพรรคการเมืองที่มีอยู่ในสภา เนื่องจากขณะนี้ มีสมาชิกจำนวน ๑๔๓ ท่านนะครับ ยังไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองนะครับ จึงไม่สามารถนำมา คำนวณเป็นอัตราส่วนในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ ดังนั้น ผมจึงขอให้ที่ประชุม ได้พิจารณากำหนดอัตราส่วน ในกรณีที่มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติในการประชุมในวันนี้นะครับว่า จะดำเนินการอย่างไรนะครับ เชิญท่าน สมาชิกเสนอความเห็นครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตครับท่านประธาน เพื่อนสมาชิกแจ้งว่าเสียงไม่ค่อยได้ยิน แต่เดี๋ยวขออนุญาตพูดอีกครั้งครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย เนื่องจากตามที่ท่านประธานได้แจ้งต่อ ที่ประชุมครับว่าข้อบังคับ ข้อ ๙๑ ทำให้เราไม่สามารถตั้งกรรมาธิการตามสัดส่วนได้ เนื่องจาก มีเพื่อนสมาชิก ๑๔๓ ท่าน ที่ยังไม่มีสังกัดพรรค ผมจึงขอเสนออย่างนี้ครับว่า ให้เรางดการใช้ ข้อบังคับ ข้อ ๙๑ เพื่อที่เราจะได้สามารถตั้งกรรมาธิการตามสัดส่วนที่เราเคยได้ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ เนื่องจากสมาชิกได้เสนอญัตติขอให้งดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๙๑ วรรคสอง ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๘๔ เป็นการชั่วคราว เฉพาะกรณีที่มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติในการประชุมวันนี้นะครับ ซึ่งหากที่ประชุมอนุมัติด้วย คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกในที่ประชุม จึงจะให้งดใช้ข้อบังคับดังกล่าวได้ ๒ ใน ๓ นะครับ ดังนั้นผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะอนุมัติให้งดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๙๑ วรรคสองหรือไม่ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ🔗
เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมนะครับ แล้วก็เสียบบัตรแสดงตนครับ🔗
๐๑๙ แสดงตนค่ะ🔗
๐๑๙ นะครับ🔗
๓๔๘ แสดงตนค่ะ🔗
๓๔๘ แสดงตนครับ🔗
๒๙๓ แสดงตนครับ🔗
๒๙๓ แสดงตนครับ🔗
๓๘๒ แสดงตนค่ะ🔗
๓๘๒ แสดงตนครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ๓๒๗ วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ แสดงตนครับ🔗
๓๒๗ แสดงตนครับ🔗
ท่านประธานคะ ๗๐ แสดงตนค่ะ🔗
๗๐ แสดงตนนะครับ🔗
๔๓๒ แสดงตนครับ🔗
๔๓๒ ครับ🔗
๒๐๗ แสดงตนครับ🔗
๒๐๗ แสดงตนนะครับ เชิญครับ แสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๙๒ ท่าน บวก ๘ ท่าน เป็น ๔๐๐ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะอนุมัติให้งดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๙๑ วรรคสองหรือไม่ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นว่าควรอนุมัติโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรอนุมัติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียงครับ เชิญท่านสมาชิกลงคะแนนครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม อดิศร เพียงเกษ ครับ ขอปรึกษานิดหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ ผมอยากทราบว่าการรับรองเกี่ยวกับ การที่เป็นพรรคประชาชน ขออนุญาตเอ่ยนามครับ จะมาเมื่อไร อย่างไร เพราะความเป็นจริง เราก็ทราบทั้งสังคมอยู่แล้ว เรามาทำในลักษณะอย่างนี้ เมื่อไรจะได้สมบูรณ์แบบ จะต้องทำ วิธีอย่างไร ถึงอย่างนี้เราจะต้องงดใช้ข้อบังคับไปเรื่อย ๆ มันจะไม่ดีครับ เพราะความเป็นจริง เรารู้กันไปทั่วแล้ว ก็อยากให้ความสะดวกแก่ทุกฝ่ายที่ทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ติดขัดกับระเบียบแบบแผน ซึ่งล้าหลังกว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นครับ🔗
ในทางเอกสารยังไม่เรียบร้อยนะครับ ก็คิดว่าในเวลาอันใกล้นี้ก็คงจะเรียบร้อยนะครับ วันนี้เราทำตามระเบียบก่อนนะครับ🔗
ท่านประธานคะ ๓๘๒ เห็นด้วยค่ะ🔗
๓๘๒ เห็นด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานคะ ๐๑๙ เห็นด้วยค่ะ🔗
๐๑๙ เห็นด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๐๖๐ จุลพันธ์ เห็นด้วยครับ🔗
เห็นด้วยนะครับ ๖๐ มีท่านอดิศรมาช่วยชีวิตนะครับ เชิญแสดงผลครับ🔗
๒๐๘ เห็นชอบค่ะ🔗
๒๐๘ เห็นชอบนะครับ🔗
ท่านประธานคะ ๐๐๑ เห็นด้วยค่ะ🔗
๐๐๑ เห็นด้วย บันทึกไว้นะครับ🔗
๒๐๗ เห็นด้วยครับ🔗
๐๕๗ เห็นชอบครับท่านประธาน🔗
เอาใหม่ดีไหมครับ เอาใหม่นะครับ🔗
๒๔๕ เห็นด้วยครับ🔗
เอาใหม่นะครับ ล้างก่อนนะครับ🔗
ท่านประธานคะ ๒๖๐ เห็นด้วยค่ะ🔗
เดี๋ยวก่อนนะครับ ขอล้างแล้วขอลงมติใหม่นะครับ เจ้าหน้าที่ล้างใหม่ครับ เชิญท่านสมาชิก ลงคะแนนใหม่นะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ขอหารือท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมขอหารือท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้น่าจะมีสมาชิกผมว่าเกือบ ๆ ๒๐ ท่าน ที่ออกเสียงทางไมโครโฟน ผมขอให้ท่านประธานแจ้งให้สมาชิกไปรับบัตรสำรองดีไหมครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะสับสน เดี๋ยวตัวเลขจะไม่ถูกต้องครับท่านประธาน🔗
ก็อาจจะลืมเอามานะครับ ไม่เป็นไรนะครับ เอาเลยนะครับ ผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะ อนุมัติให้งดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๙๑ ตามวรรคสอง หรือไม่นะครับ เชิญท่านสมาชิกลงคะแนน อีกครั้งหนึ่งนะครับ ผู้ใดเห็นว่าควรอนุมัติโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรอนุมัติ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนน ได้เลยครับ🔗
ท่านประธาน ๓๘๒ เห็นด้วยค่ะ🔗
๓๘๒ นะครับ ท่านอื่นมีไหมครับ🔗
๐๑๙ เห็นด้วยค่ะ🔗
๐๑๙ ด้วยนะครับ ลงคะแนนเรียบร้อยหรือยังครับ เรียบร้อยแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผล จำนวนผู้ลงมติ ๓๙๙ ท่าน เห็นด้วย ๓๙๘ ท่าน บวก ๒ ท่าน เป็น ๔๐๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี🔗
เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับคะแนนเสียงซึ่งเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของสมาชิก ในที่ประชุมนะครับ ดังนั้น เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติอนุมัติให้งดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๙๑ วรรคสอง เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณีที่มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติในการประชุมในวันนี้นะครับ เชิญกำหนดจำนวนกรรมาธิการนะครับ เชิญกำหนดใหม่เลยครับ จำนวนครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจำนวนกรรมาธิการ ๓๑ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
จำนวน ๓๑ ท่านนะครับ ดังนั้น สัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๗ ท่าน สัดส่วนกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎรก็มี ๒๔ ท่านนะครับ เชิญคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้แทนของคณะรัฐมนตรี ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร ในสัดส่วนของ คณะรัฐมนตรี จำนวน ๗ ท่านดังนี้ค่ะ ๑. นายสุรสิทธิ์ แสงวิโรจนพัฒน์ ๒. นายเผ่าพันธ์ ชอบน้ำตาล ๓. นายพลภัทร์ ตันติกุลานันท์ ๔. นายคณิต มีปิด ๕. นายวรชาต เรืองรุจิระ ๖. นายวรกร โอภาสนันท์ ๗. นางสาวตวงทิพย์ จินตะเวช ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ดังนั้น สัดส่วนกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรเป็นดังนี้นะครับ พรรคเพื่อไทย ๗ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๒ ท่าน พรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็สมาชิกรอสังกัดพรรคการเมือง จำนวน ๘ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคประชาชาติ ๑ ท่าน เชิญพรรคเพื่อไทยเสนอรายชื่อ สมาชิกครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เพ็ญชิสา หงษ์อุปถัมภ์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในสัดส่วนของ พรรคเพื่อไทย จำนวน ๗ ท่าน ดังนี้ ๑. นายธนาธร โล่ห์สุนทร ๒. นายวิศิษย์ศักดิ์ อรุณสุรัตน์ภักดี ๓. นายเศกสรรค์ ลีลาทิพย์กุล ๔. นายสราวุธ ไกรลาศศิริ ๕. นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ ๖. นายวศิน เลิศวไลพงศ์ ๗. นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธนพัฒน์ ศรีชนะ จังหวัดยโสธร พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน ดังนี้นะครับ ๑. สส. พิชัย ชมภูพล ๒. สส. ล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ ๓. สส. กมล กิจกสิวัฒน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๒ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอัคร ทองใจสด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ขอเสนอชื่อกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๒ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. คุณพัฒนา พร้อมพัฒน์ ๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์พัสกร องอาจ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่าน เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดี ภาษีอากร ในสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ขอเสนอรายชื่อ ๒ ท่าน ดังนี้ ๑. นายวิทยา แก้วภราดัย ๒. นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ และสมาชิกรอสังกัดพรรคการเมือง จำนวน ๘ ท่าน เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ขออนุญาตเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล ภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคร่วม ฝ่ายค้าน และสมาชิกรอสังกัดพรรค จำนวน ๘ ท่าน ๑. นายบุญสม ทองศรีพราย ๒. นายจุลพงศ์ อยู่เกษ ๓. นายฉกาจนิตย์ จุณณะภาต ๔. นายกีระเกียรติ พระทัย ๕. นางสาวสุภกัญญ์ญา เกษชุมพล ๖. นายระพีพัฒน์ พัฒนกุลชัย ๗. นายหัสพันธ์ เสมเถื่อน ๘. นายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ นายโกไสย เดชรุ่งเรือง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาชาติ ๑ ท่าน เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สุไลมาน บือแนปีแน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดยะลา ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ ๑ ท่านด้วยกัน นั่นก็คือ ท่านวิทยา พานิชพงศ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๓๑ ท่าน ๑. นายสุรสิทธิ์ แสงวิโรจนพัฒน์ ๒. นายเผ่าพันธ์ ชอบน้ำตาล ๓. นายพรภัทร์ ตันติกุลานันท์ ๔. นายคณิต มีปิด ๕. นายวรชาต เรืองรุจิระ ๖. นายวรกร โอภาสนันท์ ๗. นางสาวตวงทิพย์ จินตะเวช ๘. นายธนาธร โล่ห์สุนทร ๙. นายวิศิษย์ศักดิ์ อรุณสุรัตน์ภักดี ๑๐. นายเศกสรรค์ ลีลาทิพย์กุล ๑๑. นายสราวุธ ไกรลาศศิริ ๑๒. นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ ๑๓. นายวศิน เลิศวไลพงศ์ ๑๔. นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ ๑๕. นายพิชัย ชมภูพล ๑๖. นายล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ ๑๗. นายกมล กิจกสิวัฒน์ ๑๘. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ ๑๙. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พัสกร องอาจ ๒๐. นายวิทยา แก้วภราดัย ๒๑. นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ ๒๒. นายบุญสม ทองศรีพราย ๒๓. นายจุลพงศ์ อยู่เกษ ๒๔. นายฉกาจนิตย์ จุณณะภาต ๒๕. นายกีระเกียรติ พระทัย ๒๖. นางสาวสุภกัญญ์ญา เกษชุมพล ๒๗. นายระพีพัฒน์ พัฒนกุลชัย ๒๘. นายหัสพันธ์ เสมเถื่อน ๒๙. นายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ ๓๐. นายโกไสย เดชรุ่งเรือง และ ๓๑. นายวิทยา พานิชพงศ์🔗
ต่อไปเชิญกำหนดระยะเวลาแปรญัตติครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
๑๕ วันนะครับ เป็นอันว่าจบนะครับ🔗
ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วนที่ ๔ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติบางฉบับที่หมด ความจำเป็นและไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗
เนื่องจากมีทำนองเดียวกันอีก ๔ ร่าง ได้แก่ ร่างที่ ๑ พระราชบัญญัติยกเลิก คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔/๒๕๕๙ เรื่อง การยกเว้นการใช้ข้อบังคับ กฎกระทรวง ให้ใช้ข้อบังคับผังเมืองรวมสำหรับการประกอบกิจการบางประเภท ลงวันที่ ๒๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ พ.ศ. .... (ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
ร่างที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติประกาศยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ฉบับที่ ๙๘/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ และคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๗/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๑๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ พ.ศ. .... (นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
ร่างที่ ๓ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและ ประชาธิปไตย พ.ศ. .... (นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
ร่างที่ ๔ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พ.ศ. .... (นายรังสิมันต์ โรม กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
ซึ่งผมเห็นว่าสามารถรวมระเบียบวาระการประชุมเพื่อนำมาพิจารณา พร้อมกันและลงมติในวาระที่ ๑ ร่วมกัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) และข้อ ๑๑๗ วรรคสาม จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ผมขอดำเนินการ ตามนี้นะครับ🔗
ด้วยผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับ ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติมายัง สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ (๑) และ (๒) โดยคณะรัฐมนตรี ได้เสนอรายงานการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากกฎหมาย เพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายแล้ว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ วรรคสอง🔗
ส่วนร่างของนายกมลศักดิ์กับคณะ ร่างของนายอนุทินกับคณะ ร่างของ นายรังสิมันต์กับคณะ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น และรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติเสร็จแล้วนะครับ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่วางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้ว🔗
สำหรับร่างของ ว่าที่ร้อยตรี สมชาติกับคณะ เป็นร่างที่มีหลักการทำนอง เดียวกัน สำนักงาน จึงไม่ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นอีก โดยให้นำร่างที่ได้ดำเนินการ รับฟังความคิดเห็นแล้วมาประกอบการพิจารณาแทน ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ วรรคสอง และประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติ ที่เสนอโดย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ ในการนี้ผมได้อนุญาต ให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ขอเชิญผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุมดังนี้ ๑. นายกิตติศักดิ์ จุลสำรวล กรรมการร่างกฎหมายประจำ ๒. นายอภิวัฒน์ จิระศิริโสภณ ผู้อำนวยการกองหลักนิติบัญญัติ ต่อไปเชิญผู้เสนอได้แถลงหลักการและเหตุผลตามลำดับครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้รับ มอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะรักษา ความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติบางฉบับที่หมด ความจำเป็นและไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้🔗
หลักการ นั่นก็คือยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติบางฉบับที่หมดความจำเป็น แล้วก็ไม่เหมาะสมกับ สถานการณ์ปัจจุบัน🔗
เหตุผล เนื่องจากบรรดาประกาศและคำสั่งที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ประกาศใช้นั้น เป็นไปเพื่อประโยชน์ในการ บริหารราชการแผ่นดิน และการปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ สำหรับช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันการดำเนินการตามประกาศและคำสั่งบางฉบับ ได้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ มุ่งหมายไว้ของคณะปฏิรูปประเทศ หรือสถานการณ์ที่ทำให้มีความจำเป็นต้องประกาศใช้ บังคับ หรือคำสั่งดังกล่าวได้ล่วงพ้นไปเรียบร้อยแล้ว ประกอบกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ หรือที่เกี่ยวข้องกับการประกาศ หรือว่าคำสั่งต่าง ๆ เห็นว่าประกาศและคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติบางฉบับ ได้หมด ความจำเป็น แล้วก็ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน สมควรยกเลิกเพื่อให้บทบัญญัติของ กฎหมายมีความสอดคล้องเหมาะสมกับบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยที่เป็นการสมควร ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ บางฉบับที่หน่วยงานรับผิดชอบเห็นว่าหมดความจำเป็นและไม่เหมาะสม จึงจำเป็นจะต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้🔗
จึงขอกราบเรียนท่านประธานสภาไปยังสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ขอความ กรุณาในการพิจารณาในชั้นรับหลักการในวาระที่ ๑ ต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ ผู้เสนออีกท่านหนึ่งครับ ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดภูเก็ต เขต ๑ พรรคประชาชน ผมในฐานะผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๔/๒๕๕๙ ขอนำเสนอหลักการ การยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๔/๒๕๕๙ เรื่อง การยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้ผังเมืองรวม สำหรับการประกอบกิจการบางประเภท ลงวันที่ ๒๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ พ.ศ. .... ด้วยเหตุผลดังจะกราบเรียนท่านประธานดังต่อไปนี้ครับ🔗
โดยที่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔/๒๕๕๙ เรื่อง การยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้ผังเมืองรวมสำหรับการประกอบกิจการบางประเภท ลงวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๙ ออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พ.ศ. ๒๕๕๗ เพื่อระงับและแก้ไขข้อขัดข้องทาง กฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการพยายามในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน เรื่อง ความมั่นคงในการ จัดหาพลังงานของประเทศไทยและปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการจัดการปัญหาขยะ ล้นเมือง โดยให้ยกเว้นการบังคับใช้กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมตามกฎหมายว่าด้วย ผังเมืองในทุกพื้นที่ทั่วทั้งประเทศ สำหรับการอนุมัติ อนุญาตให้ประกอบกิจการคลังน้ำมัน ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง โรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าตามที่กำหนดไว้ ในแผนกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย และแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงาน ทางเลือก แผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงและแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘ ถึง พ.ศ. ๒๕๗๙ และกิจการอื่นที่เป็นส่วนหนึ่งของการผลิต การขนส่ง และระบบจำหน่ายพลังงานตามแผนดังกล่าว รวมถึงกรณีที่มีการแก้ไขหรือปรับปรุงแผน ในภายหลังด้วย โรงงานผลิตก๊าซซึ่งไม่ใช่ก๊าซธรรมชาติ และโรงงานส่งหรือจำหน่ายก๊าซ แต่ไม่รวมถึงโรงงานส่งหรือจำหน่ายก๊าซที่เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วย การควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง โรงงานปรับคุณภาพของเสียรวม โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับ การคัดแยกหรือฝังกลบสิ่งปฏิกูล หรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ที่มีลักษณะและคุณสมบัติตามที่ กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ พุทธศักราช ๒๕๓๕ และโรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการนำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่ใช้แล้ว หรือของเสีย จากโรงงานมาผลิตเป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยผ่านกรรมวิธีทางอุตสาหกรรม หรือเรียกง่าย ๆ ว่า โรงงานขยะ Recycle นั่นเอง ที่ผมกล่าวนำเรียนท่านประธานก็คือ ประเภทของโรงงาน กิจการของโรงงานที่ส่งผลให้หน่วยงานของรัฐ สามารถอนุญาตให้ ประกอบกิจการดังกล่าวได้โดยที่ไม่ต้องพิจารณาข้อห้ามตามกฎหมายผังเมือง ซึ่งเป็น มาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมเชิงพื้นที่ที่สำคัญอีกต่อไป อันเป็นการทำลายหลักประกัน ในการคุ้มครองสิทธิชุมชนด้านสิ่งแวดล้อม และเป็นการทำลายกลไกผังเมืองของประเทศ ทั้งยังอาจสร้างปัญหาในการตีความประเภทของกิจการบางประเภทที่ไม่มีความชัดเจน อันเป็นการเปิดโอกาสให้นายทุนสามารถเปิดกิจการที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างโรงงานในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องคำนึงถึงข้อจำกัดทางด้านสถานที่ตั้ง หรือกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ซึ่งขัดต่อหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน และขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายผังเมือง ที่กำหนดให้รัฐต้องรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชน และนำไปประกอบการพิจารณากำหนดประเภทและจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ ในที่ดิน ให้สอดคล้องกับเจตจำนงของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ สวัสดิการทางสังคมด้วย จึงเห็นสมควรให้มีการยกเลิกคำสั่งดังกล่าว และจำเป็นต้องตราร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้🔗
ผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ปัจจุบันมีโรงงานตาม ประเภทภายใต้คำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการรอเข้าทำสัญญากับภาครัฐ ได้แก่ สัญญากำจัดขยะกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสัญญาสำหรับซื้อไฟฟ้า โดยทั้ง ๒ สัญญา มีมาตรฐานอายุสัญญาอยู่ที่ ๒๐ ปี ตอบรับไปแล้วปลายปี ๒๕๖๖ มี ๒๙ โครงการ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการขยะชุมชน ซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงมหาดไทย และ ๑๖ โครงการที่ยังคงต้องทำ COP หากยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ให้มีบทเฉพาะกาล เพื่อไม่ให้มีผลย้อนหลัง ผลของการยกเลิกก็เพื่อให้โรงงานเหล่านี้กลับไปใช้กฎหมายเดิม ซึ่งก็คือพระราชบัญญัติผังเมือง พุทธศักราช ๒๕๖๒ นั่นเอง ตามจังหวัดอื่น ๆ ก็จะมี กฎกระทรวงผังเมืองประจำจังหวัด หรือประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม เพื่อให้โรงงานได้อยู่ภายใต้การออกแบบผังเมืองให้เข้ากับบริบทในพื้นที่ของ แต่ละจังหวัด ถัดมาครับท่านประธาน การยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ จะเป็นการคืนสิทธิ การมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นในพื้นที่ของตนเองว่า ต้องการโรงงานเหล่านั้นหรือไม่ที่จะมาตั้งอยู่ในชุมชนของตนเอง หรือคิดว่ามันดีหรือไม่ ที่โรงงานเหล่านั้นจะมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ หากเทียบกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับ สิ่งแวดล้อม ซึ่งก็เป็นไปตามสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๘ ประกอบกับ พระราชบัญญัติผังเมือง มาตรา ๙ เปิดรับฟังความคิดเห็นการปรึกษาหารือ การมีส่วนร่วม ของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำ EIA หรือ EHIAก็ดี🔗
ถัดมาครับท่านประธาน สิ่งที่มันเป็นปัญหาในปัจจุบันนี้ก็คืออะไรครับ จากคำสั่งนี้ทุนจีนสีเทานั่นเองครับ เดิมคำสั่งนี้ต้องการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในการจัดหา พลังงานและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เลยเป็นเหตุผลที่ต้อง อาศัยอำนาจตามมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว ๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๙ จวบจนถึงทุกวันนี้ครับท่านประธาน สถานการณ์ในปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงไปมาก ปัญหาที่เกิดขึ้นจากคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ก็คือทุนจีนสีเทาที่เป็น ต้นเหตุในการเข้ามาประกอบกิจการโรงงานภายใต้คำสั่งนี้ สร้างปัญหาด้วยการปล่อยสารพิษ รั่วไหล ก็คือกากแคดเมียมนั่นเอง จนกลายเป็นปัญหาระดับชาติทำให้การปนเปื้อนออกไป ในวงกว้างกระทบกับสุขภาพของพี่น้องประชาชน เป็นปัญหาที่นายทุนต่างชาติหรือนายทุน จีนสีเทาเข้ามาประกอบกิจการและสบโอกาสในการใช้ช่องว่างทางกฎหมายในการลักลอบ นำสิ่งผิดกฎหมายมาคัดแยกและหลอมในชุมชน จนทำให้เกิดมลภาวะอย่างรุนแรง ตัวอย่าง ที่เห็นได้ชัดครับท่านประธาน ตัวอย่างที่ ๑ ก็คือ การยกเว้นผังเมืองในพื้นที่ EEC ในการตั้ง โรงงานลำดับที่ ๑๐๑ ๑๐๕ และ ๑๐๖ ซึ่งเดี๋ยวจะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัด ระยอง พรรคประชาชน มาอธิบายในรายละเอียดครับ🔗
ตัวอย่างที่ ๒ ปัญหาโครงการโรงไฟฟ้าขยะตำบลพระอาจารย์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก โครงการโรงไฟฟ้าขยะแห่งนี้ท่านประธานทราบหรือไม่ครับว่า ตั้งอยู่ ในพื้นที่สีเขียว ก็คือพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เพื่อชนบทและเกษตรกรรม ห้ามสร้างโรงไฟฟ้าทุกชนิด แต่ด้วยคำสั่งนี้เองไปยกเว้น ทำให้เกิดโรงไฟฟ้ากำจัดขยะขึ้นในพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่ประชาชนใช้ปลูกข้าว โดยเฉพาะข้าวไรซ์เบอร์รี่ปลอดสารพิษ มีลำคลองที่มีทัศนียภาพ สวยงาม ชาวบ้านต้องการที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงชุมชนมากกว่าที่จะมีโรงงานครับ ท่านประธาน🔗
ตัวอย่างที่ ๓ โครงการไฟฟ้าชีวมวลหมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๑๒ ตำบลวังใหม่ อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว ก็เช่นเดียวกันครับ เป็นพื้นที่สีเขียวชนบทและเกษตรกรรม แต่กลับปล่อยให้มีโรงไฟฟ้าก็เพราะด้วยคำสั่ง คสช. ฉบับนี้ละครับท่านประธาน🔗
ตัวอย่างที่ ๔ ปัญหาในจังหวัดสมุทรสาครมีโรงงานคัดแยกและโรงงานหลอม ขนาดเล็กจำนวนมากซึ่งเป็นประเด็นในสื่อมาอย่างต่อเนื่อง เดี๋ยวจะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคประชาชนมาร่วมอภิปรายรายละเอียดในส่วนนี้นะครับ🔗
ตัวอย่างที่ ๕ ครับท่านประธาน ผลจากคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ที่ต้องการ สนับสนุนแต่ภาคอุตสาหกรรม โดยพยายามผลักดัน Model BCG อย่างไม่มีทิศทาง และให้ กลุ่มธุรกิจ Recycle สามารถที่จะสร้างโรงงานขยะ Recycle ในพื้นที่ใดก็ได้ด้วยการยกเว้น ผังเมือง ผลกระทบที่เป็นข่าวคืออะไรครับ แวกซ์ กาเบ็จ วิน โพรเสส เอกอุทัย และมีอีก หลายแห่งที่เป็นเหมือนระเบิดเวลาที่พร้อมจะปะทุพร้อมจะระเบิดความรุนแรงออกมาได้ครับ ที่ผมอภิปรายไปนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของปัญหาในบางพื้นที่ที่เกิดขึ้นจากคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ จากนี้ผมเชื่อว่าจะมีเพื่อนสมาชิกจากทางฝั่งรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน และจากพรรคประชาชนมาร่วมอภิปราย ผมจึงขอจบการอภิปรายในฐานะผู้เสนอร่างไว้ แต่เพียงเท่านี้แล้วจะมากล่าวปิดในตอนท้ายครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปก็เป็นร่าง ของคุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ กับคณะ ขอเชิญเสนอครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ นราธิวาส ประกอบด้วย อำเภอบาเจาะ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ท่านประธานครับ ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับทราบ รับรู้ปัญหาสถานการณ์ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มายาวนาน พรรคประชาชาติ แล้วก็ผมเองเห็นว่า ส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ผลพวง จากการปฏิวัติ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ โดยคณะ คสช. นี่นะครับ มีการไปออกคำสั่ง ๓ ฉบับด้วยกัน ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในมุมมองของ คสช. คิดว่าสถานการณ์จะดีขึ้น แต่ทางพรรคประชาชาติเราแลเห็นว่า ปัจจุบันนี้ได้พิสูจน์หลาย ๆ อย่างว่าคำสั่ง คสช. ๓ ฉบับ ก็คือคำสั่ง ที่ ๙๘/๒๕๕๗ คำสั่ง ที่ ๑๔/๒๕๕๙ และคำสั่ง คสช. ที่ ๕๗/๒๕๕๙ สมควรที่จะมีการยกเลิกคำสั่งนะครับ จึงได้มีการยื่นญัตติเพื่อแก้ไขกฎหมาย ยกเลิกคำสั่งทั้ง ๓ ฉบับ ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๙ ต่อสภาแห่งนี้ ตั้งแต่ เปิดสมัยประชุมสภาใหม่ ๆ แล้วก็ลุ้นมาโดยตลอดนะครับว่า สภาเราจะมีการยื่นญัตติเข้าสู่ ระเบียบวาระพิจารณาเรื่องนี้เมื่อไร อย่างไร เดี๋ยวผมจะลงรายละเอียด แต่ขออนุญาต อภิปรายในส่วนของหลักการและเหตุผลในการยกเลิกคำสั่งทั้ง ๓ ฉบับที่ผมได้พูดถึง เมื่อสักครู่นะครับ โดยหลักการก็คือต้องการให้มีการยกเลิกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๙๘/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๙🔗
และฉบับสุดท้ายก็คือ ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๗/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๑๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ จำนวน ๓ ฉบับ เหตุผลที่ต้องการ ยกเลิก อย่างที่ผมได้กล่าวกับท่านประธานเมื่อสักครู่ เกี่ยวกับสถานการณ์การแก้ปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่มีมาหลายรัฐบาล สถานการณ์ความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหา คณะ คสช. ตอนที่ปฏิวัติใหม่ ๆ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ หลังจากนั้นก็ได้หันมามองการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเห็นว่าแนวทาง ที่จะแก้ไขปัญหาก็คือไปออกคำสั่ง คสช. ๓ ฉบับนะครับ แต่ระยะเวลาผ่านไปพอสมควรแล้ว ผมและพรรคประชาชาติเรามองว่า คำสั่ง คสช. ทั้ง ๓ ฉบับไปทำลายหลักนิติรัฐ ไปทำลาย โครงสร้างการแก้ปัญหาที่มีอยู่ก่อนนี้หลายประเด็น หลายเรื่อง จึงเป็นที่มาที่จะต้องให้มี การยกเลิกคำสั่ง คสช. ทั้ง ๓ ฉบับที่ผมพูดถึงเมื่อสักครู่ แต่ท่านประธานครับ บังเอิญ พรรคประชาชาติเรายื่น ๓ ฉบับให้ยกเลิก แต่ปรากฏว่าก่อนหน้านี้หนึ่งในคำสั่งที่ทางพรรค และผมเป็นคนยื่น เจ้าของญัตติยื่นเข้าไปนะครับ ทางสภาได้มีการพิจารณาผ่านไปแล้ว ๑ ฉบับ ก็คือคำสั่ง คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๗ ยังคงเหลือคำสั่ง ที่ ๙๘/๒๕๕๗ และ ที่ ๕๗/๒๕๕๙ ที่ยังไม่ได้รับการพิจารณา แล้วก็คำสั่ง คสช. ที่ ๑๔ ที่ผมยื่นเข้าไปก่อนหน้านี้ สภาของเราผ่าน วาระที่ ๑ ตั้งกรรมาธิการ ผ่านวาระที่ ๒ วาระที่ ๓ เป็นเอกฉันท์ ดึงสภาที่ปรึกษาของ ศอ.บต. กลับคืนมาภายใต้มาตรา ๑๙ ของ พ.ร.บ. ศอ.บต. ปี ๒๕๕๓ เมื่อวานติดตามข่าว ทาง สว. ก็ลงมติ ๓ วาระรวดผ่านกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็จะให้มีการนำสภาที่ปรึกษาตาม มาตรา ๑๙ ของ พ.ร.บ. ศอ.บต. กลับมาใหม่ โดยให้มีการแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน นั่นคือคำสั่ง ที่ ๑๔ ที่ผ่านสภาไปแล้ว ทีนี้ถามว่า แล้ว ๒ คำสั่งที่ผมยื่นเข้าไปแล้ว ทำไมไม่พิจารณา ไม่บรรจุระเบียบวาระก่อนหน้านี้ เพราะทางสภามีหนังสือแจ้งว่า คำสั่ง ที่ ๙๘/๒๕๕๗ กับคำสั่ง ที่ ๕๗/๒๕๕๙ มันเกี่ยวข้องกับการเงิน ก่อนหน้านี้ ทีนี้ถ้ามา พิจารณาดูแล้วนะครับ กับญัตติของฝ่ายรัฐบาลที่ยื่นเข้ามาถึงแม้ว่าจะไม่มีหนึ่งในคำสั่ง ที่ทางฝ่ายผมค้างอีก ๒ ฉบับนี้ แต่ทางพรรคและผมเชื่อมั่นว่าในชั้นกรรมาธิการ ทางฝ่ายกรรมาธิการหากผ่านวาระที่ ๑ แล้วจะดึงมาพิจารณาอีก ๒ คำสั่ง เพราะเป็นกฎหมาย ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ทางฝ่ายรัฐบาลหรือ ครม. เป็นผู้เสนอ โดยไม่จำเป็นต้องให้ทางนายกรัฐมนตรี รับรองตามกฎหมาย ท่านประธานครับ ถามว่าเหตุผลทำไมนอกจากยกเลิกคำสั่ง ที่ ๑๔ ไปแล้ว อีก ๒ คำสั่งทำไมต้องยกเลิก ผมขออนุญาตไล่คำสั่ง ตอนปี ๒๕๕๗ ใหม่ ๆ นะครับท่านประธาน ที่ทาง คสช. ปฏิวัติ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ และไปออกคำสั่ง ที่ ๙๘/๒๕๕๗ เป็นเรื่องของ การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในขณะนั้นนะครับ ก่อนหน้านี้ กอ.รมน. ว่าไป ในเรื่องของมิติในเรื่องของความมั่นคงในการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. ก็ว่าเน้นในเรื่องของการพัฒนาการแก้ปัญหามีอยู่ ๓ ระดับนะครับ ก็คือระดับนโยบาย ระดับ การนำนโยบายแปลงไปสู่การปฏิบัติ และระดับภาคไปสู่การปฏิบัติงานในพื้นที่จริง คำสั่ง คสช. ที่ ๙๘/๒๕๕๗ นี้ ปรากฏว่าอย่างไรครับท่านประธาน สมัยก่อน ศอ.บต. ภายใต้ พ.ร.บ. ศอ.บต. ๒๕๕๓ ศอ.บต. มีนโยบายอะไร ก็มี สมช. เป็นสภาที่ปรึกษา ไม่ต้องผ่าน ประธานคณะกรรมการ คปต. ซึ่งมี กอ.รมน. อยู่ในนั้น แต่ปรากฏว่า คสช. ในขณะนั้น พอปฏิวัติกลับไปออกคำสั่งมีคณะกรรมการ คปต. มาพิจารณาระดับนโยบายแปลงไปสู่ การปฏิบัติ ต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ คปต. ก่อน ซึ่งคณะกรรมการ คปต. ในขณะนั้นที่คำสั่ง คสช. ก็คือทางฝ่าย คสช. เป็นคนแต่งตั้ง ประกอบด้วย ประธาน กรรมการ อนุกรรมการ ผมไม่อยากลงรายละเอียดว่าประกอบด้วยใครบ้าง แต่โครงสร้าง การนำนโยบายแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เท่ากับว่า คปต. เป็นคนคุมอีกครั้ง ศอ.บต. ไม่มีอิสระ🔗
อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือว่าตามคำสั่ง คสช. ที่ ๙๘/๒๕๕๗ ในรายละเอียดคำสั่ง ยังระบุอีกว่าในระดับนโยบายไปสู่การปฏิบัติแบ่งเป็น ๒ ส่วน ท่านประธานครับ ส่วนที่ ๑ ก็คือให้ กอ.รมน. เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการแผนปฏิบัติงานและแผนงาน อย่างที่ ผมบอกตั้งแต่ต้นว่าก่อนหน้านี้ ศอ.บต. เขามี พ.ร.บ. ศอ.บต. ๒๕๕๓ เป็นอิสระในการทำงาน โดยมี สมช. เป็นที่ปรึกษา คำสั่ง คสช. นี้กลับกลายเป็นว่าให้ กอ.รมน. อยู่เหนือ ศอ.บต. อีกทอดหนึ่งจนถึงทุกวันนี้ นั่นคือส่วนหนึ่งว่ามันไปทำลายระบบนิติรัฐ มันไปทำลาย โครงสร้างการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนหนึ่งการแก้ปัญหาไม่เฉพาะแต่มิติ ความมั่นคงอย่างเดียว แต่ ศอ.บต. ในฐานะที่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ. ศอ.บต. เน้นในเรื่องของ การพัฒนา มีสภาที่ปรึกษา ตอนนั้นก็ไปยกเลิกสภาที่ปรึกษา แล้วให้ กอ.รมน. คุม ศอ.บต. พูดง่าย ๆ ใช้คำง่าย ๆ ให้เข้าใจง่าย ๆ อย่างนี้ นั่นก็คือเหตุผลหนึ่งว่าทำไมถึงเวลาที่ต้องให้ โครงสร้างเดิมของ ศอ.บต. กลับไปเป็นคนเดิม ตาม พ.ร.บ. ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. ศอ.บต. ๒๕๕๓ จริง ๆ มันมีหลายข้อ หลายประเด็น แต่ว่าอย่างที่ผมบอกท่านประธานครับ คำสั่งนี้ในระดับปฏิบัติงานก็เหมือนกัน กอ.รมน. อยู่ส่วนหน้าเป็นหน่วยงานหลัก สรุปแล้ว ง่าย ๆ ก็คือหลังจากปฏิวัติ ๒๕๕๗ ออกคำสั่งฉบับนี้ขึ้นมาในการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ กอ.รมน. ก็คือเป็นหน่วยงานหลัก หน่วยงานแม่ในการที่จะทำงาน หน่วยงานอื่น อยู่ภายใต้ต้องฟัง กอ.รมน. นั่นคือคำสั่ง ที่ ๙๘/๒๕๕๗ ส่วนคำสั่ง ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ผมไม่ลง รายละเอียด เพราะสภาเราผ่านไปแล้ว สภาที่ปรึกษา ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนภาคประชาชน กำลังจะกลับคืนมา พี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัดต่อไปเดือดร้อนก็สามารถที่จะร้อง สภาที่ปรึกษานี้ ตามคำสั่ง ที่ ๑๔ ที่มีการยกเลิกไปก่อนหน้านี้ ตามญัตติที่ผมยื่นไป ภายใน ๑๒๐ วัน ท่านประธานครับ เพราะว่า สว. เพิ่งพิจารณาเสร็จเมื่อวาน คำสั่งอีกฉบับหนึ่ง ที่จำเป็นต้องมีการยกเลิกให้สอดคล้องกับคำสั่ง ที่ ๙๘/๒๕๕๗ ก็คือคำสั่ง ที่ ๕๗/๒๕๕๙ คำสั่งนี้มันล้อ หรือสอดคล้องกับคำสั่งเดิม ก็คือ ๙๘/๒๕๕๗ คือไประบุอำนาจของ คปต. ไปตั้งตัวแทนพิเศษ มีการตั้งตัวแทนพิเศษของรัฐบาลในขณะนั้น ถ้าท่านประธานจำได้ หลังจากปฏิวัติ ปรากฏว่าหลังจากที่คำสั่ง ที่ ๕๗/๒๕๕๙ เรื่อง การปรับปรุงการบริหารแก้ไข ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของ คสช. ที่ออกมานี้ ในคำสั่งฉบับนี้ ก็คือให้นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิประสบการณ์ในการแก้ปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ถ้าติดตามข่าวย้อนหลังตอนนั้น คนที่เป็น ผู้แทนพิเศษที่ได้รับการแต่งตั้งกับนายกรัฐมนตรีที่มาจาก คสช. ตอนนั้น ส่วนใหญ่เป็นทหาร เกษียณราชการ เป็นผู้แทนพิเศษ บอกว่าจะมาปรับปรุงการแก้ไขปัญหา แล้วก็ให้อำนาจ อย่างไร ผู้แทนพิเศษนี้นะครับ ผู้แทนพิเศษนี้เป็นกรรมการ คปต. ซึ่งอย่างที่ผมบอกว่า คณะกรรมการ คปต. ตั้งขึ้นตามคำสั่ง ที่ ๙๘/๒๕๕๗ และคณะกรรมการ คปต. นี้ ก็มาจาก ผู้แทนพิเศษ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการเกษียณที่เคยอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วส่วนใหญ่ก็จะเป็นนายทหาร แล้วคณะกรรมการผู้แทนพิเศษนี้ ยังมีอำนาจได้รับ ค่าตอบแทนสิทธิประโยชน์ เขายังระบุด้วยว่าตำแหน่งลักษณะเดียวกัน เช่น ผู้แทนการค้า หรือกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีขนาดนั้นเลยครับ ที่บอกว่าจะเข้าไปแก้ไขปัญหาในพื้นที่ มันกลายเป็นโครงสร้างอำนาจซับซ้อนหลายโครงสร้าง ไหน กอ.รมน. ก็มีแล้ว มาเป็นผู้แทน พิเศษของรัฐบาลอีก นี่กำลังบอกว่าการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ตอนนี้มันมี หน่วยงานหรือโครงสร้างซับซ้อนหลายโครงสร้าง เรากำลังยกเลิกให้กลับไปสู่โครงสร้าง ที่มันไม่ซับซ้อน ที่ชาวบ้านสามารถเข้าถึงได้ง่าย แล้วก็ไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ ประเด็นที่ ๑🔗
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ คณะกรรมการ คปต. นี้ นอกจากจะมี สิทธิประโยชน์ได้รับค่าตอบแทนแล้ว ตอนท้ายของคำสั่งนี้ผมอ่านดูแล้ว ทำไมถึงต้องยกเลิก เพราะว่ามันไปเกี่ยวข้องกับงบประมาณ มันเกี่ยวข้องกับงบประมาณตรงไหนครับ ผมไม่แน่ใจว่า ทำไมถึงต้องไประบุอย่างนี้ เขาบอกว่าในข้อ ๓ ของคำสั่งนี้ตอนท้าย ข้อ ๓ วรรคสอง การโอนงบประมาณส่วนราชการเดียวกันจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปดำเนินการในพื้นที่อื่น ต้องได้รับความเห็นชอบจาก คปต. หรือตามระเบียบที่ คปต. กำหนด รายละเอียดตรงนี้ ผมถึงเข้าใจ ทำไมต้องตั้งประธานคณะกรรมการ คปต. มันไปอยู่ตอนท้าย แล้วมันไป เกี่ยวข้องกับงบประมาณ ไประบุย้ำอีกครั้งนะครับว่ามีเจตนารมณ์เช่นใด ผมไม่ทราบคำสั่งนี้ แต่มันเกี่ยวข้องกับงบประมาณ พูดภาษาชาวบ้านก็คือว่า งบประมาณส่วนราชการในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าจะเอาไปทำในพื้นที่อื่น แสดงว่าทำได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบ จาก คปต. หรือตามระเบียบที่ คปต. กำหนด คปต. ก็เป็นคนกำหนดระเบียบเอง เพื่อดำเนินการต่อไปตามข้อนี้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เหตุผลส่วนหนึ่ง ผมเกรงใจเวลาของสภาแห่งนี้ ถ้าจะพูดถึงในเรื่องของเหตุผลอีกนานัปการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ตอนนี้ ผมว่าถึงเวลาแล้วนะครับ ที่วิธีการ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือการแก้ กฎหมาย การออกคำสั่งต่าง ๆ ถึงตอนนี้สถานการณ์หลาย ๆ อย่าง เรามีคำสั่งของ นายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพกำลังเดินหน้าอยู่ อะไรต่าง ๆ ที่มันไปทำลาย โครงสร้างระบบนิติรัฐ หลักนิติธรรม ที่มีผลกระทบ หรือสร้างให้เกิดเงื่อนไขใหม่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พอเถอะครับ แล้วมาทบทวนใหม่ สถานการณ์ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้มันอาจจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ถึงอาจจะไม่สำเร็จลุล่วงไปในวันสองวัน แต่ผมเชื่อว่าเราจะทำอย่างไร ต้องคิดจะทำอย่างไรไม่ให้เงื่อนไขใหม่เกิดขึ้น แล้วก็เงื่อนไข โครงสร้างเดิมของคำสั่ง คสช. พิสูจน์แล้วนะครับว่า มันมีอะไรแอบแฝง แล้วก็มันไม่สามารถ แก้ไขปัญหาได้เสียทีเดียว ทางที่ดีให้ ศอ.บต. กลับไปเป็น ศอ.บต. คนเดิม ภายใต้เจตนารมณ์ ของ พ.ร.บ. ศอ.บต. ปี ๒๕๕๓ และมีสภาที่ปรึกษาเป็นตัวแทนของประชาชนให้กับพี่น้อง ประชาชนได้มีที่พึ่งต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปเป็นร่างที่ ๔ ของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ ซึ่งได้มอบหมายให้คุณธนา กิจไพบูลย์ชัย เป็นผู้เสนอแทน ขอเชิญคุณธนาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนา กิจไพบูลย์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย วันนี้กระผมได้รับมอบหมายจากท่านอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย พ.ศ. ....🔗
หลักการ ให้ยกเลิกประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติบางฉบับที่มีเนื้อหาจำกัดสิทธิเสรีภาพ สิทธิพลเมือง สิทธิทางการเมือง สิทธิชุมชนของประชาชน และกำหนดสถานะทางกฎหมาย ของคดีความของบุคคลพลเรือนที่เคยพิจารณาโดยศาลทหาร ตามประกาศคณะรักษา ความสงบแห่งชาติครับ🔗
เหตุผล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ทำการยึดอำนาจล้มล้างการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย พร้อมทั้งยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ และได้ออกประกาศและคำสั่งคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติหลายฉบับ ที่มีเนื้อหา เป็นการจำกัดสิทธิของประชาชน โดยอ้างความจำเป็นเพื่อควบคุมสถานการณ์และ ความเรียบร้อยในระหว่างการเปลี่ยนแปลงอำนาจทางการเมือง โดยสิทธิเสรีภาพที่ถูกจำกัด ได้แก่ เสรีภาพในการชุมนุม หรือสมาคม เสรีภาพสื่อมวลชนที่จะนำเสนอข่าวสารอย่างเป็น อิสระ สิทธิในร่างกายและเสรีภาพในการเดินทางที่ถูกจำกัด ด้วยการเรียกไปรายงานตัว การกักตัว และทำให้ข้อตกลงที่จะงดเว้นการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง รวมทั้งสิทธิในที่ดิน ทำกิน สิทธิชุมนุมที่จะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของรัฐ และสิทธิในการอาศัยในสิ่งแวดล้อมที่ดี เป็นต้น🔗
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้มีผลบังคับใช้แล้ว และประเทศกำลังกลับสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่บรรดาประกาศของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ใช้ช่วงเวลาของการยึดอำนาจที่ยังคงมีผลใช้บังคับอยู่ ทั้งในเวลาต่อมาหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติยังอาศัย มาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติอีกจำนวนมาก ซึ่งบางฉบับมีเนื้อหาในการจำกัดสิทธิของประชาชน ที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันรับรองไว้แล้ว ประกาศและคำสั่งจึงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน เพื่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์บ้านเมืองให้เป็นไปในทางที่ดีและ สอดคล้องกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จึงสมควรยกเลิกประกาศและคำสั่ง ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ รวมทั้งคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติฉบับ ที่มีเนื้อหาจำกัดสิทธิเสรีภาพ สิทธิพลเมือง สิทธิทางการเมือง สิทธิชุมชนของประชาชน และสิทธิเสรีภาพของประชาชน ได้รับการรับรองและถูกจำกัดเพียงเท่าที่จำเป็น และเป็นไป ตามกฎหมายในสถานการณ์ปกติ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปฉบับสุดท้าย ของคุณรังสิมันต์ โรม กับคณะ ขอเชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งมีหลักการที่กำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยการยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่มีเนื้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชนและขัดกับ หลักนิติธรรม🔗
สำหรับเหตุผลในการเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้นั้น ผมต้องเรียนต่อ ท่านประธานว่าตลอดช่วงเวลาของการครองอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ นำโดย หัวหน้าคณะรัฐประหาร พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้กระทำการยึดอำนาจไปจาก ประชาชน เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ได้มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยจำนวนมากนั้น มีเนื้อหาที่ละเมิดต่อสิทธิมนุษยชน ขัดต่อหลักนิติธรรม ขัดต่อหลัก ความยุติธรรม หรือขัดต่อรัฐธรรมนูญโดยตัวมันเอง แต่ประกาศและคำสั่งเหล่านี้ ไม่มีทาง ที่จะขัดต่อกฎหมายและขัดต่อรัฐธรรมนูญได้เลย เพราะรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗๙ ได้รับรองความชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ไว้ทั้งหมด แม้ว่าคณะรัฐประหาร คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะได้ยกเลิกประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติไปแล้วหลายฉบับ แต่ก็ยังคงหลงเหลือประกาศ และคำสั่ง อีกจำนวนมากที่ยังมีเนื้อหาละเมิดต่อสิทธิมนุษยชน ขัดกับหลักนิติธรรม และปราศจากการมี ส่วนร่วมของประชาชน ทั้งในด้านเสรีภาพ เศรษฐกิจ สังคม และชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ประกาศและคำสั่งเหล่านี้ ยังไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ขัดกับหลักประชาธิปไตย ในขณะที่ประเทศไทยของเราครับท่านประธาน กำลังทยอยกลับเข้าสู่ระบบปกติ จึงไม่มี ความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องคงประกาศและคำสั่งเหล่านี้ไว้ เพื่อให้ประเทศไทยได้เริ่มต้น กลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย และยึดมั่นในหลักนิติธรรมอย่างแท้จริง ท่านประธานครับ เพื่อทำความเข้าใจถึงสภาพปัญหาของบรรดาคำสั่งประกาศของ คสช. นั้น ผมจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องอรรถาธิบายให้เข้าใจถึงสภาพปัญหาของระบบกฎหมายไทยตั้งแต่เริ่มต้น กล่าวคือ ระบบกฎหมายของเรานั้น โดยเฉพาะศาลได้ยอมรับประกาศหรือคำสั่งของคณะรัฐประหาร เสมอมา ตัวอย่างเช่น คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ ๔๕/๒๔๙๖ ข้อเท็จจริงได้ความว่า พ.ศ. ๒๔๙๐ คณะรัฐประหารได้ยึดอำนาจการปกครองประเทศได้เป็นผลสำเร็จ การบริหารประเทศชาติ ในลักษณะเช่นนี้ คณะรัฐประหารย่อมมีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลง แก้ไข ยกเลิก และออก กฎหมายตามระบบแห่งการปฏิวัติ เพื่อบริหารประเทศชาติต่อไป มิฉะนั้นประเทศชาติ จะตั้งด้วยความสงบไม่ได้ ดังนั้น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. ๒๔๙๐ จึงเป็นกฎหมายอันสมบูรณ์ หรือคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ ๑๖๖๒/๒๕๐๕ ที่วินิจฉัยว่า เมื่อคณะปฏิวัติได้ทำการยึดอำนาจปกครองประเทศได้เป็นผลสำเร็จ หัวหน้าคณะปฏิวัติย่อมเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบ้านเมือง ข้อความใดที่หัวหน้าคณะปฏิวัติ สั่งบังคับประชาชน ก็ต้องถือว่าเป็นกฎหมาย แม้พระมหากษัตริย์จะมิได้ทรงตราออกมา ด้วยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร สภานิติบัญญัติ ก็ถือเป็นกฎหมายที่ใช้ บังคับในการปกครองในลักษณะเช่นนั้นได้ หรือใหม่ ๆ เลยครับท่านประธาน คำพิพากษาที่ อ. ๑๘๐๕/๒๕๕๘ เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินจาก รัฐบาลรักษาการไปอย่างเบ็ดเสร็จ และประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ คณะรัฐมนตรีและวุฒิสภาสิ้นสุดลง ประเทศไทยในขณะนั้นจึงไม่มี หน่วยงานใดที่จะทำหน้าที่ในทางนิติบัญญัติ แต่มีคณะรักษาความสงบแห่งชาติเข้ามาใช้ อำนาจรัฏฐาธิปัตย์แทน ซึ่งแม้การได้มาซึ่งอำนาจนั้นเป็นวิธีการที่ไม่เป็นไปตามครรลองของ ระบอบประชาธิปไตย ดังที่โจทก์ทั้ง ๑๕ กล่าวอ้าง และจะมีความชอบธรรมในการได้มา ซึ่งอำนาจหรือไม่ ก็เป็นกรณีที่ต้องไปว่ากล่าวกันในด้านอื่น แต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ยังมีอำนาจในเชิงข้อเท็จจริงว่าเป็นคณะบุคคลที่ใช้อำนาจบริหารนิติบัญญัติ โดยควบคุม กลไกและหน่วยงานของรัฐได้ ดังนั้นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ที่บัญญัติโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีสภาพเป็นกฎหมาย🔗
ท่านประธานครับ ผมหยิบยกคำพิพากษาของศาลฎีกามานำเรียนต่อ ท่านประธาน ก็เพื่อจะบอกว่า ระบบกฎหมายไทยของเรายอมรับให้คณะรัฐประหารเป็น รัฏฐาธิปัตย์ เป็นการทำลายรากฐานที่สำคัญของระบอบประชาธิปไตย ที่เรายอมรับกันว่า อำนาจสูงสุดนั้นเป็นของประชาชน เพราะการรัฐประหารตั้งอยู่บนพื้นฐานของการยึดอำนาจ รวบอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ เอาไว้แต่เพียงผู้เดียว นอกจากนี้ การรัฐประหารเป็น การกระทำความผิดทางอาญาที่ร้ายแรง มีความผิดฐานกบฏ มีโทษทางอาญาสูงสุด คือการประหารชีวิต ท่านประธานครับ พวกเราสภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรีที่ทำหน้าที่ บนความไว้วางใจของสภาผู้แทนราษฎร ได้รับการเลือกตั้งโดยประชาชน เรามีพันธกิจ ๒ กรณี คือ ๑. ต้องป้องกันไม่ให้มีการรัฐประหารอีกต่อไป และ ๒. คือการขจัดมรดกของ คณะรัฐประหารออกไปจากระบบกฎหมายไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ ก็เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือ คณะรัฐประหารจะไม่ถูกรับรองให้มีความชอบธรรมใด ๆ ทางกฎหมายอีกต่อไปท่านประธานที่เคารพครับ หากเรามาพิจารณาในส่วนของเนื้อหา ของประกาศ หรือคำสั่งของ คสช. กันบ้าง เราจะพบว่าในช่วงที่ คสช. นั้นเรืองอำนาจ ได้มี การใช้อำนาจของ คสช. อย่างแพร่หลายและรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. คำสั่งหัวหน้า คสช. สิ่งเหล่านี้ได้นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเรียก รายงาน หรือควบคุมตัวนักการเมืองในค่ายทหาร ไม่ว่าจะเป็นท่านประธานเอง คือท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา ก็เคยถูกเรียกตัว ท่านสุทิน คลังแสง ซึ่งปัจจุบันเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และมีอีกหลายท่านในสภาแห่งนี้ ก็เคยถูกเรียกตัว หรือควบคุมตัวไปในค่ายทหารทั้งสิ้น นอกจากนั้นครับ แม้กระทั่งสื่อมวลชน อย่างกรณีของ คุณประวิตร โรจนะพฤกษ์ นักข่าวอาวุโส ก็ถูกเรียกรายงานตัวไปยังกองทัพภาคที่ ๑ หรือกรณีของนักธุรกิจครับ นักธุรกิจก็ไม่เว้นนะครับ ก็มีการเรียกรายงานตัว หรือควบคุมตัว ในค่ายทหารเช่นเดียวกัน ก็คือนายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งปัจจุบันเป็นนายกรัฐมนตรี และแน่นอน ท่านประธานครับ นักกิจกรรมทางการเมือง นักวิชาการ ล้วนได้รับผลกระทบจาก คสช. ทั้งสิ้น นอกจากนี้ การใช้อำนาจของ คสช. ยังได้รวมไปถึงการระงับการทำธุรกรรมทางการ เงินของบุคคลที่ไม่ไปรายงานตัวตามที่กำหนด การห้ามชุมนุมทางการเมือง การดำเนินคดี ทางการเมืองต่อบุคคลต่าง ๆ ในศาลทหาร หลายรายตัดสินใจขอลี้ภัยยังต่างประเทศ การดำเนินคดีต่อชาวบ้านในประเด็นปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนไป ถึงผลกระทบจากคำสั่งหัวหน้า คสช. ต่อผังเมือง เหล่านี้ล้วนเป็นผลกระทบที่ใหญ่หลวง และมากมาย จนยากที่จะคะเนได้ ยังไม่นับว่าในช่วงเวลาดังกล่าว การใช้อำนาจของ คสช. ในรูปแบบต่าง ๆ ได้อยู่เหนือการตรวจสอบทางกฎหมาย นับเป็นการใช้อำนาจที่เบ็ดเสร็จ เด็ดขาดอย่างไม่น่าเชื่อ แต่แม้ว่าอำนาจที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดของ คสช. จะมากล้น จนเชื่อได้ว่า สามารถเสกสรรทุกสิ่งให้ปรากฏอย่างไรตามใจปรารถนาก็ได้นั้น ก็ปรากฏว่าในยุคของ คสช. นี้เอง กลับมีนักกิจกรรมทางการเมือง ผู้ลี้ภัยทางการเมืองถูกฆาตกรรมอย่างโหดร้าย ถูกรัดคอ ถูกทุบใบหน้าจนเละ คว้านท้องและยัดเอาเสาปูนเข้าไป แล้วนำศพไปทิ้งน้ำลอยมา ติดอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำโขง เช่น นายชัชชาญ บุปผาวัลย์ หรือสหายภูชนะ นายไกรเดช ลือเลิศ หรือสหายกาสะลอง และยังรวมไปอีกหลายรายครับ นักกิจกรรมทางการเมือง ผู้ลี้ภัยทาง การเมืองที่ได้หายสาบสูญไปในระหว่างยุคที่ คสช. มีอำนาจ เช่น นายสุรชัย แซ่ด่าน นายอิทธิพล สุขแป้น หรือ DJ ซุนโฮ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ นายชูชีพ ชีวสุทธิ์ หรือลุง สนามหลวง นายกฤษณะ ทัพไทย หรือสหาย Young Blood นายสยาม ธีรวุฒิ หรือสหาย ข้าวเหนียวมะม่วง และยังมีกรณีของคุณต้าร์ วันเฉลิม ที่ถึงแม้ว่าการสูญหายจะเกิดขึ้น หลังจากที่ยุค คสช. ได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่คุณต้าร์ วันเฉลิม ต้องหนีไปที่ต่างประเทศ ต่อสู้กับ อำนาจเผด็จการ ก็เพราะ คสช. เรืองอำนาจ ยึดอำนาจไปจากประชาชน ท่านประธานครับ การกระทำของ คสช. เหล่านี้ เป็นเครื่องหมายของอำนาจอันแสนอุจาด ที่เราจะปล่อยเอาไว้ต่อไปในระบบของกฎหมาย ของประเทศที่เป็นประชาธิปไตยไม่ได้ บรรดาการใช้อำนาจเหล่านี้ คือเครื่องที่บ่งชี้ว่าครั้งหนึ่งรัฏฐาธิปัตย์ โดยการยอมรับของศาล ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวางเพียงไร นำพลเรือนขึ้นศาลทหาร เพียงเพราะเขา ยืนหยัดต่อสู้เพื่อระบอบประชาธิปไตยที่เป็นของพวกเราทุกคน ครั้งหนึ่งรัฏฐาธิปัตย์โดยการ ยอมรับของศาล ได้เรียกรายงานตัวคนจำนวนมาก หากไม่ปฏิบัติตามก็อาจจะเผชิญกับโทษ จำคุก และครั้งหนึ่งรัฏฐาธิปัตย์โดยการยอมรับของศาล ได้ใช้อำนาจด้วยคำพูดสวยหรูว่า ทวงคืนผืนป่า แต่กลับกลายเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนทั่วไป อย่างมโหฬาร ท่านประธานครับ ผมทราบดีครับว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. นั้น ได้ครองอำนาจมาเป็นเวลายาวนาน ตั้งแต่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ถึง ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒ คิดเป็นเวลา ๕ ปี ๕๕ วัน มีการออกคำสั่งและประกาศมากมาย ซึ่งรวมไปถึงการใช้อำนาจทั่วไป เพื่อบริหารราชการแผ่นดิน หากมีการรื้อบรรดาการกระทำใด ๆ ของคณะรัฐประหารเสียทั้งหมด ย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะเกี่ยวพันกับคนจำนวนมาก และหลายเรื่องก็เป็นเรื่องทั่วไปของขั้นตอนทางราชการ ด้วยเหตุนี้ ในการเสนอร่างกฎหมาย ฉบับนี้จึงมุ่งเน้นไปที่เรื่องสำคัญ ๆ ซึ่งผมมีความเห็นว่าเรื่องดังกล่าวสมควรที่จะเป็นฉันทามติ ของนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน เช่น ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๗/๒๕๕๗ เรื่อง ห้ามชุมนุมทางการเมือง คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓/๒๕๕๘ เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงแห่งชาติ ที่ให้อำนาจ ข้าราชการทหารอย่างกว้างขวาง อันนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ ซึ่งน่าเสียดาย ทั้งสองคำสั่งที่ผมพูดมา แม้จะประจักษ์อย่างชัดเจนว่าเลวร้ายเพียงใดต่อระบบกฎหมาย ของประเทศเรา กลับไม่อยู่ในร่างของคณะรัฐมนตรีที่ถูกเสนอเข้ามา ซึ่งท่านประธานครับ ผมเองได้สอบถามเรื่องนี้ไปที่กฤษฎีกา ในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านเมื่อวานว่า เพราะเหตุใด ถึงไม่มีคำสั่ง ๒ ฉบับนี้อยู่ในร่างกฎหมายของ ครม. คำตอบที่ผมได้สั้น กระชับ แต่เข้าใจ คือส่งไปถามแล้ว ไปถามหน่วยงานแล้ว แต่เขาไม่ตอบกลับมา แล้วก็จบแค่นี้ ท่านประธานครับ ไม่เป็นไร ผมพยายามมองในแง่ดีว่าทาง ครม. ในฐานะผู้รับผิดชอบกฎหมายฉบับนี้ อาจจะเห็นว่าร่างของนายรังสิมันต์ มันมีคำสั่งฉบับนี้อยู่แล้ว จึงอาจจะไม่จำเป็นต้องใส่มาก็ได้ นี่ผมแก้ตัวให้กับท่าน อย่างไรก็ดี ร่างของ ครม. และร่างของผมก็มีหลายส่วนที่เห็นตรงกัน เช่น สมควรยกเลิกประกาศ คสช. ที่ ๒๖/๒๕๕๗ เรื่อง การดูแลและสอดส่องการใช้สื่อสังคม ออนไลน์ หรือประกาศ คสช. ที่ ๔๑/๒๕๕๗ เรื่อง การกำหนดให้การฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติ ตามคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัวเป็นความผิด เป็นต้น นอกจากนี้ท่านประธานครับ ผมยังมีความเห็นว่า หากเรารับหลักการในวาระนี้เรียบร้อยแล้ว เรายังสามารถที่จะใช้ โอกาสนี้ในการที่จะเพิ่มบรรดาคำสั่งประกาศของ คสช. อื่น ๆ เข้าไปอีก ในวาระที่มีการตั้ง กรรมาธิการแล้ว เพื่อทำให้การขจัดมรดกของ คสช. ออกไปให้มากที่สุด บรรดาการกระทำใด ที่ได้ริเริ่มเอาไว้เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ยึดอำนาจสูงสุดไปจากปวงชนชาวไทยมาเป็นของตนเอง ถึงเวลาที่จะได้สะสางกันเสียที อย่างน้อยนี่ก็จะเป็นก้าวแรก ก้าวสำคัญของประชาชนในการที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับ อำนาจสูงสุดที่เป็นของประชาชน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปก็จะเป็น การอภิปรายของท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกเข้ามาลงชื่อเพื่อจะขออภิปรายทั้งหมด ๒๓ ท่านนะครับ จากฝ่ายค้าน ๑๗ ท่าน จากฝ่ายรัฐบาล ๔ ท่าน ฉะนั้นผมจะขอดำเนินการ ประชุมโดยจะให้ผู้ที่มีรายชื่อเพื่อให้ได้สัดส่วนกันนะครับ ฝ่ายค้านสัก ๓ ท่าน รัฐบาล ๑ ท่าน สลับกันไป ขณะนี้รายชื่อก็ยังไม่ปิดนะครับ ท่านสมาชิกที่อยากจะขออภิปรายเพิ่มเติม ก็ขอให้มาลงชื่อที่หน้าบัลลังก์นี้ จนถึงเวลาบ่ายโมงครึ่ง อีก ๒๐ นาทีนะครับ ท่านที่จะลงชื่อ ก็มาลงชื่อได้ หลังจากนั้นเราก็จะปิดการลงชื่ออภิปรายครับ ท่านแรกขอเชิญคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ซึ่งขอเวลามา ๑๐ นาที เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตพรรค ก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ ยกเลิกประกาศและคำสั่งของ คสช. ซึ่งพอนับรวมกันแล้วทุกฉบับนั้น ก็มีการเสนอให้มี การยกเลิกประกาศคำสั่งอยู่ที่ประมาณเกือบ ๘๐ ฉบับด้วยกัน ท่านประธานครับ ในมุมหนึ่งวันนี้ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะมาพิจารณาเดินหน้า ยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. แบบยกชุด ซึ่งนับว่าเป็นก้าวสำคัญในการรื้อมรดก ประเภทหนึ่งของคณะรัฐประหาร และเป็นการยืนยันหลักการที่สำคัญว่าไม่ควรมีกฎหมาย ฉบับไหนที่บังคับใช้กับพี่น้องประชาชน ที่พี่น้องประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการออกแบบ ผ่านตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่ในอีกมุมหนึ่งครับท่านประธาน วันนี้ ผมก็ต้องยอมรับว่าผมรู้สึกเสียดายที่เราได้ใช้เวลาถึง ๓๕๘ วัน นับตั้งแต่วันที่อดีตผู้ก่อ รัฐประหารและหัวหน้า คสช. ได้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กว่าร่าง พ.ร.บ. ยกเลิก ประกาศและคำสั่ง คสช. แบบยกชุดเหล่านี้จะเข้าสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้น วันนี้ผมอยากจะใช้เวลาในการอภิปรายให้ท่านประธานได้เห็นว่าความล่าช้าที่ผ่านมานั้น มันเกิดขึ้นเพราะสาเหตุอะไร และเราควรจะมีบทเรียนอย่างไร สำหรับสภาและรัฐบาล ในการปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงาน เพื่อทำให้การผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์สำหรับ พี่น้องประชาชนนั้นมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม ท่านประธานครับ หากเราย้อนไปดูเส้นทางการเดินทางของร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. ที่ถูกเสนอ โดยเพื่อนสมาชิก คุณรังสิมันต์ โรม และ สส. จากอดีตพรรคก้าวไกล ท่านประธานจะสังเกต เห็นครับว่าเราได้เสนอร่างดังกล่าวสู่ท่านประธานตั้งแต่วันที่ ๑๘ กรกฎาคม ปี ๒๕๖๖ แต่ร่าง ดังกล่าวก็ต้องเผชิญกับวิบากกรรมในหลายขั้นตอน ที่ทำให้ร่างนั้นถูกบรรจุเข้าสู่ ระเบียบวาระการประชุมสภาเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ แล้วทำให้เรามีบทเรียน ๓ บทเรียน สำคัญด้วยกัน🔗
บทเรียนที่ ๑ ที่เราได้จากวิบากกรรมของการเดินทางร่างของคุณรังสิมันต์นั้น ก็คือบทเรียนที่ว่าทางประธานสภาและสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนั้น ในมุมมอง ของผมควรจะมีความคงเส้นคงวากว่านี้ ในการตีความและวินิจฉัยเรื่องของร่างกฎหมาย การเงิน ท่านประธานครับ ที่ผมพูดแบบนี้ท่านประธานจะสังเกตเห็นว่า เมื่อเราได้เสนอร่าง ของคุณรังสิมันต์ไปที่ท่านประธาน วิบากกรรมแรกที่เราต้องเผชิญครับ คือการที่ร่างดังกล่าวนั้น ถูกท่านประธานวินิจฉัยว่าเป็นร่างเกี่ยวด้วยการเงิน ซึ่งแน่นอนครับตามขั้นตอนของ รัฐธรรมนูญนั้น ก็จะทำให้ร่างดังกล่าวยังไม่สามารถถูกบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม สภาได้ จนกว่าจะมีคำรับรอง หรือว่าลายเซ็นของนายกรัฐมนตรี ผมเข้าใจครับว่าทุกขั้นตอนนั้น ก็เป็นไปตามมาตรา ๑๓๓ ของรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่ผมเข้าใจไม่ค่อยจะได้ครับ ก็คือเหตุใด ร่างดังกล่าวที่ถูกเสนอโดยคุณรังสิมันต์ และ สส. พรรคก้าวไกล ณ เวลานั้นถึงถูกตีความว่า เป็นร่างเกี่ยวด้วยการเงิน ทั้ง ๆ ที่ร่างที่ถูกเสนอโดยอาจารย์ปิยบุตร และ สส. พรรคอนาคตใหม่ ในสภาชุดที่แล้ว ชุดที่ ๒๕ ซึ่งมีเนื้อหาที่เหมือนกันในทุกมาตราและทุกคำพูด ทุกประการ กลับไม่ได้ถูกตีความว่าเป็นร่างการเงิน และในที่สุดถูกบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรจะมีมติไม่เห็นชอบในชั้นรับหลักการเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ปี ๒๕๖๔🔗
บทเรียนที่ ๒ ที่เราได้จากวิบากกรรมของร่างของคุณรังสิมันต์ในวันนี้ ก็คือบทเรียนที่ว่าทางนายกรัฐมนตรีนั้นควรจะใจกว้างกว่านี้ ในการรับรองกฎหมายการเงิน ที่ถูกเสนอโดย สส. พรรคฝ่ายค้าน โดยที่ยังไม่มีร่างของรัฐบาลนั้นเข้ามาประกบ ในเชิงหลักการครับ แม้ร่างของคุณรังสิมันต์อาจจะถูกตีความในรอบนี้ว่าเป็นร่างเกี่ยวด้วย การเงิน แต่ความล่าช้าทั้งหมดนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเลยครับ หากท่านนายกรัฐมนตรีนั้น ลงนามรับรองให้กับร่างดังกล่าวได้ถูกบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาโดยเร็ว แต่ในความเป็นจริงครับท่านประธาน เราจะเห็นว่าแม้ร่างของคุณรังสิมันต์จะถูกส่งไปที่ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ ๓๑ ตุลาคม ปี ๒๕๖๖ แต่ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้ดองร่างดังกล่าวไว้ถึง ๙ เดือน กว่าจะเซ็นรับรองให้ร่างดังกล่าวได้เข้าสู่สภาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งก็บังเอิญครับตรงกับห้วงเวลาที่ร่างของคณะรัฐมนตรีในหัวข้อเดียวกันถูกจัดทำเสร็จ เรียบร้อยพอดี ถ้าท่านจะอ้างว่าต้องใช้เวลาไปกว่า ๙ เดือน เพื่อจะศึกษาผลกระทบร่างของ คุณรังสิมันต์ต่องบประมาณแผ่นดิน ผมก็คิดว่าฟังไม่ค่อยขึ้น เพราะภาระงบประมาณเดียว ที่อาจจะเกิดขึ้นนั้น ที่เรากำลังพูดถึงนี้ ก็คือเรื่องของการชดเชยค่าเสียหายต่าง ๆ ที่ก็คงไม่ได้สูง อะไรมากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณแผ่นดินในภาพรวม ถ้าท่านจะอ้างว่าต้องใช้ เวลา ๙ เดือน เพื่อศึกษาว่าร่างของคุณรังสิมันต์นั้น สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ ผมก็คิดว่าฟังไม่ขึ้นเช่นกันครับ เพราะว่ารัฐบาลก็ได้ประกาศเรื่องนโยบายของการยกเลิก ประกาศและคำสั่ง คสช. ตั้งแต่วันแรกที่ท่านโฆษกรัฐบาลนั้นแถลงข่าวต่อพี่น้องสื่อมวลชน หรือถ้าท่านจะอ้างว่าต้องใช้เวลาไปกว่า ๙ เดือน เพื่อให้ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการยกเลิก คำสั่งประกาศ คสช. นั้นได้เข้าสภาพร้อมกันทุกฉบับ ก็ฟังดูจะไม่ค่อยขึ้นเช่นกันครับ ท่านประธาน เพราะสภาแห่งนี้ ชุดนี้ชุดที่ ๒๖ เราก็ได้เดินหน้าพิจารณาร่างกฎหมายเกี่ยวกับ การยกเลิกคำสั่ง คสช. ไปก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นฉบับที่ ๑๔/๒๕๕๙ เกี่ยวกับการบริหาร ชายแดนใต้ หรือฉบับที่ ๘/๒๕๖๐ เกี่ยวกับการคัดเลือกบุคลากรท้องถิ่น มันเลยอดคิดไม่ได้ ครับท่านประธานว่า เหตุผลหลักที่ร่างกฎหมายของคุณรังสิมันต์นั้นถูกดองไว้เป็นเวลา ๙ เดือน ก็เป็นเพียงเพราะนายกรัฐมนตรีนั้น จะไม่ยอมเซ็นรับรองร่างกฎหมายของฝ่ายค้านให้เข้าสู่ การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร หากไม่มีร่างของ ครม. หรือร่างของพรรครัฐบาลประกบ ซึ่งข้อสันนิษฐานนี้ก็ดูจะมีมูล เพราะพอเราไปดูข้อมูลที่ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้รวบรวมมา เราจะเห็นครับว่า ในบรรดาร่างกฎหมายการเงิน ๓ ฉบับ นับถึงวันนี้ที่พรรค ก้าวไกล หรือพรรคแกนนำฝ่ายค้านเสนอ และนายกรัฐมนตรีให้คำรับรองนั้น ไม่มีฉบับไหน เลยครับที่ไม่มีร่างของ ครม. หรือของพรรครัฐบาลเข้ามาประกบ🔗
ส่วนบทเรียนสุดท้ายครับ บทเรียนที่ ๓ ที่เราได้จากวิบากกรรมในเรื่องนี้ นั่นก็คือบทเรียนที่ว่ารัฐบาลควรจะมีความหนักแน่นมากขึ้น ในการเสนอและผลักดัน กฎหมายที่มีเนื้อหาสาระที่เพิ่มเติม และนอกเหนือจากเนื้อหาสาระที่หน่วยงานราชการนั้น เสนอขึ้นไป เพราะแม้รัฐบาลจะไม่ยอมให้กฎหมายการเงินของพรรคฝ่ายค้านได้เข้าสภา โดยไม่มีร่างของ ครม. หรือร่างของพรรครัฐบาลเข้ามาประกบ แต่ในเชิงหลักการครับ กระบวนการในการยกร่างของ ครม. นั้น ก็ไม่ควรจะต้องใช้เวลาถึง ๙ เดือน หากรัฐบาล มีธงหรือแนวทางที่ชัดเจนตั้งแต่ต้นว่าต้องการจะยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. ประเภท ไหนบ้าง ใช้เกณฑ์อะไรบ้าง แต่ในความเป็นจริงครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิก คุณรังสิมันต์ ได้อภิปรายไว้เมื่อสักครู่ และอย่างที่เราได้ทราบจากการพูดคุยกับทางตัวแทนหน่วยงาน และตัวแทนกฤษฎีกา ในการประชุมวิปฝ่ายค้านเมื่อวาน ทาง ครม. กลับไม่ได้มี Idea หรือแนวทางอะไรอยู่ในมือเลย แต่กลับใช้วิธีการในการขอให้หน่วยงานในแต่ละกระทรวงนั้น เขียนความเห็นกลับมาครับว่า ประกาศคำสั่ง คสช. ฉบับไหนบ้าง ที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป หน่วยงานไหนตอบกลับมา ท่านก็เอารายชื่อประกาศคำสั่งดังกล่าวไปอยู่ในบัญชีแนบท้าย ของร่างกฎหมาย หน่วยงานไหนไม่ตอบกลับมาท่านก็ปล่อยผ่านไปเลย แล้วพอรวบรวม ทุกประกาศคำสั่ง คสช. ที่หน่วยงานตอบกลับมาแล้ว ผมก็ทราบจากทางตัวแทนกฤษฎีกา ว่าทาง ครม. นั้น ก็ไม่ได้เพิ่มประกาศคำสั่งอะไรเข้าไปเพิ่มเติมอีกเลย มันเลยไม่น่า แปลกใจครับท่านประธาน เพราะนอกจากจะใช้เวลาหลายเดือนในการทำกระบวนการนี้แล้ว แต่ประกาศคำสั่งหลายฉบับที่อยู่ในร่างของ ครม. ในวันนี้นั้น จึงเป็นเพียงประกาศคำสั่ง ที่หน่วยงานเสนอให้ยกเลิก เพราะเหตุผลทางธุรการ หรือเป็นเพียงประกาศคำสั่งที่สิ้นสภาพไป โดยปริยายอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคำสั่ง ที่ ๑๑/๒๕๕๗ เกี่ยวกับเรื่องการสิ้นสุดของรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๗ หรือคำสั่ง ที่ ๑๖/๒๕๖๑ เรื่อง การแบ่งเขตเลือกตั้งและการสรรหาผู้สมัครในการ เลือกตั้ง ๒๕๖๒ ที่เกิดขึ้นไปแล้ว ค่อนข้างแตกต่างจากประกาศคำสั่ง คสช. ที่อยู่ในร่าง กฎหมายที่ถูกเสนอโดย สส. แม้กระทั่ง สส. จากพรรคร่วมรัฐบาล อย่างพรรคภูมิใจไทยที่มี หลายฉบับที่เป็นเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งและประกาศที่เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ของประชาชนจริง ๆ ดังนั้น แม้เวลาที่เราได้สูญเสียไปจากความล่าช้าที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ทำให้เราได้มาซึ่งร่างกฎหมาย เรื่องการยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. ที่มีเนื้อหาที่มากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับร่าง ต่าง ๆ ที่ถูกเสนอโดย สส. มาก่อนหน้านี้ แต่อย่างน้อยวันนี้ครับ ก็จะเป็นก้าวสำคัญในการ ร่วมมือกันเดินหน้ารื้อมรดกของคณะรัฐประหาร ในส่วนของประกาศคำสั่ง คสช. ซึ่งผมหวังว่า จะถูกต่อยอดด้วยการร่วมมือกันเดินหน้า ยกเลิกมาตรา ๒๗๙ ของรัฐธรรมนูญ ในที่ประชุม ร่วมกันของรัฐสภาในเร็ว ๆ นี้ เพื่อปลดล็อกให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากประกาศ และคำสั่งอื่น ๆ ที่อาจจะยังไม่ได้ถูกยกเลิกผ่านกฎหมายฉบับนี้ มีโอกาสได้โต้แย้งถึง ความชอบด้วยกฎหมาย และความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของประกาศและคำสั่งดังกล่าว โดยเฉพาะในกรณีที่ประกาศและคำสั่งดังกล่าวนั้นเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ของพี่น้องประชาชนทุกคนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญคุณเชตวัน เตือประโคน ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน ตัวแทนประชาชนชาวเทศบาล เมืองคูคต ลำสามแก้ว และลาดสวาย ที่อย่างไรวันนี้ผมก็ต้องขอร่วมอภิปรายสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกประกาศ คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. ครับท่านประธาน ด้วยหลักการ และเหตุผลง่าย ๆ ที่ผมคิดขึ้นมาเองเมื่อสักครู่นี้เลยครับ หลักการครับท่านประธาน อำนาจ อธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย นี่คือสิ่งที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย และประชาชนผู้ทรง อำนาจนี้ก็เลือกพวกเราเข้ามาทำหน้าที่ผู้แทน ออกกฎหมายในการอยู่ร่วมกันในสังคม เหตุผลครับ คสช. คือ เผด็จการ กฎหมายที่มาจากกระบอกปืนไม่ควรเกิดขึ้นและไม่ควรดำรง อยู่อีกต่อไป ซึ่งกฎหมายที่ออกโดยคำสั่ง คสช. คำสั่งหัวหน้า คสช. ไม่มีความชอบธรรม ในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ สภาผู้แทนราษฎร ของเราชุดนี้ ผ่านมาจนถึงวันนี้ก็เป็นระยะเวลา ๑ ปีกว่าแล้วนะครับ กว่าจะผ่านร่างกฎหมาย ได้แต่ละฉบับ กว่าจะแก้ไขกฎหมายได้แต่ละฉบับ ยากเย็นมากครับ เพราะอะไรครับ เพราะกว่าที่จะออกมาเป็นกฎหมายบังคับใช้ พวกเราต้องมาพิจารณากันแบบนี้ ในวาระที่ ๑ แบบนี้ ถกเถียงอภิปรายกันหน้าดำคร่ำเคร่งไม่รู้กี่คนต่อกี่คน แล้วก็ลงมติว่าจะรับหลักการ วาระนี้หรือไม่ ท่านประธานกดออดเรียกให้มาลงมติ มาแสดงตน วิ่งกันขาขวิด ขาแข็งกันหมด แล้วเราก็โหวต หากไม่รับหลักการร่างกฎหมายฉบับนั้นก็ตกไป หากรับหลักการ ก็เข้าสู่การ ตั้งกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อพิจารณากฎหมาย วาระอาจจะ ๑ สัปดาห์ อาจจะ ๑ เดือน อาจจะ ๓ เดือน นั่นก็แล้วแต่ความยืดยาว ยาก ของกฎหมายนั้นใช่ไหมครับ ผ่านชั้น กรรมาธิการแล้วก็ยังต้องกลับมาให้สภาผู้แทนราษฎรของเราอีก คราวนี้ไม่ใช่แค่วิ่งขาขวิด แล้วครับ กดออดเรียกทีสมาชิกเราวิ่งกันขาเปลี้ยเพลียแรงหมดสภาพกันเลยทีเดียว เพื่อมาโหวต แล้วก็กว่าจะจบแต่ละรายมาตรา กว่าจะจบวาระที่ ๓ อีก จบแล้วไม่พอ ต้องส่งให้พี่ ๆ สว. ของเราไปพิจารณาต่อด้วย กว่าจะออกเป็นกฎหมายได้ ใช้ระยะเวลา ใช้เงิน ใช้ทองไม่รู้เท่าไร หมดไปเยอะแยะมากมาย แต่กับคำสั่ง คสช. กับคำสั่งของหัวหน้า คสช. ที่พวกเราก็รู้ว่าชื่ออะไร พูดพล่อย ๆ ออกมาแป๊บเดียวก็เป็นกฎหมายแล้วครับ ปัดโธ่ คำสั่งของ คสช. หรือคำสั่งหัวหน้า คสช. ในยุคที่มีการยึดอำนาจปกครองด้วยผู้เผด็จการ หรือ Dictator สิ่งที่คนเหล่านี้พูด สิ่งที่คนเหล่านี้เขียนเป็นกฎหมาย เมื่อเกิดขึ้นแล้วใช้บังคับ กับทุกคน ในช่วงที่บรรดาลิ่วล้อ บรรดาพวกเชลียร์ต่าง ๆ มาบอกว่ามันเป็นสิ่งที่เขาเรียกว่า สภาวะยกเว้น หรือ State of Exception บ้านเมืองจะมีปัญหา บ้านเมืองจะวิกฤติ ปล่อยไป จะล่มสลาย ต้องให้คนดีเข้ามาจัดการ บลา บลา บลา ปัดโธ่ ล่มจมมาเยอะก็เพราะคำว่า คนดีนั่นละครับ ท่านประธานครับ อาจารย์ของผมเอ่ยชื่อได้ครับ ปิยบุตร แสงกนกกุล เคยตั้งข้อสังเกตถึงลักษณะร่วมกันของสภาวะยกเว้นตรงนี้ไว้ ๓ ข้อ คือ ๑. ยกเว้นกฎเกณฑ์ ในสภาวะปกติ คือกฎหมายปกติ การออกกฎหมายแบบปกติมันก็มีอยู่ครับ แต่พอมีสภาวะ ยกเว้นเกิดขึ้น วิธีการกระบวนการในระบบปกติก็ถูกยกเว้นไป ๒. รวบอำนาจให้กับ ผู้ปกครองหรือผู้เผด็จการ คือให้อำนาจฝ่ายบริหารในการใช้อำนาจจัดการแก้ไขสิ่งที่เขา เรียกว่าวิกฤติ และ ๓. อนุญาตให้มีการละเมิดสิทธิประชาชนได้มากกว่าปกติ ผมถามพวกเราในที่นี้หน่อยครับ พวกเราในที่นี้ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราในที่นี้ มีใครชอบ ๓ ลักษณะนี้ไหมครับ ท่านชอบให้มีการยกเว้นกระบวนการการออกข้อบังคับ ต่าง ๆ หรือครับ ท่านชอบให้มีการรวบอำนาจไปไว้ที่คนใดคนหนึ่งหรือครับ หรือท่านเห็นดี เห็นงามกับการออกกฎเกณฑ์ที่ละเมิดเสรีภาพประชาชน ผมเชื่อว่าผู้แทนทุก ๆ ท่านในที่นี้ ไม่ยอมรับกับสิ่งนี้แน่ ๆ ครับ และผมก็เชื่อว่าผู้แทนทุก ๆ ท่านในที่นี้ก็เห็นตรงกันว่าเหตุ ที่ทำให้ คสช. ยึดอำนาจจนทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า สภาวะยกเว้น นั้น ก็ไม่ได้เป็นสถานการณ์ ที่เป็นวิกฤติจนจำเป็นต้องเข้ามามีอำนาจพิเศษนี้อย่างแน่นอนครับ เพื่อนสมาชิกจากพรรค เพื่อไทยน่าจะเห็นด้วยกับผมในเรื่องนี้นะครับ ท่านประธานครับ ความยากเย็นแสนเข็ญ ที่กว่าพวกเราจะออกกฎหมายได้แต่ละฉบับ สภาวะยกเว้นที่อนุญาตให้ผู้เผด็จการเอ่ยปาก เป็นกฎหมาย ทีนี้พอมาสู่สภาวะปกติแบบนี้ พอพวกเราจะยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. แบบที่ กำลังจะทำอยู่ ก็ต้องมาทำเป็นร่างกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติแบบนี้ มีการอภิปราย มีการลงมติ ตั้งกรรมาธิการ วาระที่ ๒ วาระที่ ๓ ส่งไป สว. อีกขั้นหนึ่ง คือพวกเราพูดพล่อย ๆ แล้วไม่เป็นกฎหมายเหมือนกับพวกเขา ท่านประธานครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมอภิปรายมีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ ผมพูดทั้งหมดก็เพื่อจะบอกว่านอกเหนือจากคำสั่ง คสช. ที่อยู่ในรายงานที่มี การเสนอกันมาเยอะแยะมากมายนี้แล้ว มันยังมีอีกเยอะแยะมากมายกว่านี้ครับ ที่อาจต้อง รวมเข้าไปด้วย ต้องยกเลิกด้วย อย่างที่กระผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่เลยนะครับท่านประธาน นั่นก็คือเกี่ยวกับ EEC หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งคงต้องตั้งคำถามว่ามันพิเศษ สำหรับใคร ๓/๒๕๕๙ ยกเว้นผังเมืองในเขตพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ๑๐ จังหวัด ๔/๒๕๕๙ ยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสำหรับประกอบกิจการ ประเภทโรงไฟฟ้าขยะ โรงงาน Recycle ไปตั้งตรงไหนก็ได้ นี่ใช่ไหมครับที่ทำให้ภาคตะวันออก มีโรงงานขยะเต็มไปหมดเลย เดี๋ยวจะมีเรือบรรทุกสินค้า ไม่ใช่ครับ เรือบรรทุกขยะเข้ามาอีก เพื่อน สส. ในภาคตะวันออกของผมก็กำลังต่อสู้เรื่องนี้อยู่ นี่แค่เป็นต้นนะครับท่านประธาน ยังมีอีกเยอะแยะมากมายสำหรับประกาศคำสั่ง คสช. ที่ควรจะไปยกเลิก พูดง่าย ๆ ครับ เพราะอะไรครับ พูดง่าย ๆ สรุปจบในประโยคเดียวก็คือว่า คำสั่งของ คสช. คำสั่งของหัวหน้า คสช. ไม่เห็นหัวประชาชน ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับร่างกฎหมายทุกร่างที่เพื่อน สมาชิกเสนอมา และอภิปรายมาทั้งหมดนี้ ก็เพื่อที่จะชวนเพื่อนสมาชิกร่วมกันช่วยกัน ปิดสวิตช์ คสช. ปิดสวิตช์ ๓ ป เห็นหัวประชาชนไปพร้อม ๆ กันครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณร่มธรรม ขำนุรักษ์ แล้วก็จะไปที่พรรคร่วมรัฐบาล คุณธีระชัย แสนแก้ว เตรียมตัวได้ครับ เชิญคุณร่มธรรมครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่เข้าพิจารณาพร้อมกันทุกฉบับในวันนี้ ท่านประธานครับ หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ทำการยึดอำนาจ การปกครอง เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ประเทศของเราก็ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่าง มากมาย จวบจนวันนี้ก็ ๑๐ ปีแล้วครับ ผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว ๒ ครั้ง แต่มรดกตกทอดของ คสช. หลายส่วนก็ยังเป็นผลอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ครับ และกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้อง ที่หลายส่วนมองว่ามีปัญหาทั้งที่มา กระบวนการ และเนื้อหา สาระ มี สว. แต่งตั้งที่สามารถโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ และมี สว. แบบเลือกกันเอง ที่กติกาแปลกประหลาดจนทั้งโลกต้องตะลึง นอกจากนี้ยังมีกฎหมายพระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่ออกมาในช่วงดังกล่าว ที่ผ่านการพิจารณาโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ถูกแต่งตั้งขึ้นมา ที่หลายส่วนมองว่าเป็นการเพิ่มอำนาจรัฐ จำกัดสิทธิของประชาชน ไปจนถึงเรามีแผน ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ที่ประชาชนอาจไม่มีส่วนร่วมเท่าที่ควร แต่จะมีผลไปถึงปี ๒๕๘๐ และประเด็นสำคัญที่เรากำลังพิจารณาในวันนี้ครับ คือการใช้อำนาจในการออกประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. รวมกันแล้วหลายร้อยฉบับ ในช่วงระยะเวลา ๕ ปี โดยคำสั่งและประกาศของ คสช. หลายส่วนส่งผลกระทบต่อ การบริหารการปกครอง ส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ขัดต่อหลักสิทธิ มนุษยชน และส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนจวบจนถึงปัจจุบันครับ ท่านประธาน และแม้ว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาจะมีการยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. ไปแล้วบางส่วน แต่ปัจจุบันก็มีประกาศและคำสั่งอีกหลายฉบับที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่ใน ปัจจุบัน โดยหากประกาศหรือคำสั่งนั้น ๆ เป็นลักษณะการใช้อำนาจทางการบริหาร ก็สามารถยกเลิกโดยใช้มติ ครม. หรือคำสั่งนายกรัฐมนตรีก็ได้นะครับ อย่างไรก็ตามครับ หากประกาศหรือคำสั่งนั้น ๆ เป็นลักษณะในการใช้อำนาจทางนิติบัญญัติ หรือมีลักษณะ เป็นกฎหมาย การยกเลิกจะต้องทำเป็นพระราชบัญญัติ หรือการออกกฎหมายแทนที่จะต้อง ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จึงเป็นที่มาของการพิจารณาในวันนี้ครับ ในร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งมีทั้งร่างที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี และร่างที่เสนอโดย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งวันนี้ผมเองก็จะร่วมลงมติเห็นชอบรับหลักการทุก ๆ ร่างที่มี การเสนอเข้ามา อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน แต่ละร่างก็ยังมีความแตกต่างในจำนวนฉบับ ที่จะยกเลิกค่อนข้างมากครับ โดยร่างที่ ครม. เสนอมีการยกเลิกประกาศและคำสั่งจำนวน ๒๓ ฉบับ ร่างที่ท่านกมลศักดิ์เสนอ มีการยกเลิก ๓ ฉบับ ร่างที่ท่านอนุทินเสนอ มีการยกเลิก ๗๑ ฉบับ และร่างที่ท่านรังสิมันต์เสนอ มีการยกเลิกประกาศ จำนวน ๑๗ ฉบับด้วยกัน จะเห็นว่ามีความแตกต่างในจำนวนฉบับที่ต้องการยกเลิก แต่จุดประสงค์ผมคิดว่ามีความ คล้ายคลึงกัน คือการยกเลิกคำสั่งที่ไม่เหมาะสมกับในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นผมจึงขอฝากให้ คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นมาได้พิจารณากันอย่างรอบคอบครับ โดยวันนี้เราต้องมอง ถึงความจำเป็นที่จะต้องยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. ที่ไม่มีความจำเป็นและไม่เหมาะสม กับปัจจุบัน เราจำเป็นต้องยกเลิกประกาศและคำสั่งที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและขัดต่อ หลักประชาธิปไตย หรือจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในด้านต่าง ๆ จนเกินควร ไม่ว่าจะเป็นเสรีภาพทางการชุมนุม เสรีภาพของสื่อมวลชน ไปจนถึงสิทธิของประชาชน ในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของรัฐ สิทธิในที่ดินทำกิน และสิทธิในการอาศัยอยู่ใน สิ่งแวดล้อมที่ดี ท่านประธานที่เคารพครับ การรัฐประหารยึดอำนาจการปกครองของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ผ่านมาแล้วเป็นเวลา ๑๐ ปี แต่เราจะเห็นได้ว่า มรดกตกทอดแล้วก็ผลพวงหลายอย่าง ยังคงเป็นผลมาจนถึงปัจจุบัน และจะเป็นผลต่อไป ในอนาคต การรัฐประหารยึดอำนาจหลายครั้งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นความสูญเสีย เป็นความเสียหาย และเป็นบทเรียนที่สำคัญของประเทศไทย หลังจากนี้เราต้องร่วมกันคิด ว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีก เพื่อที่เราจะไม่ต้องมาคอยแก้ไขผลกระทบ ที่ตามมามากมายเช่นนี้ เมื่อวานนี้ถือเป็นจุดที่สำคัญครับ ที่ทางวุฒิสภาได้ผ่านพระราชบัญญัติ ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ เรื่อง คณะกรรมการที่ปรึกษาบริหารและพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ที่เสนอโดยท่านยูนัยดี วาบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งการยกเลิกคำสั่ง คสช. ดังกล่าว ทำให้มีสภาที่ปรึกษาการบริหาร และพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เพื่อสะท้อน ปัญหา เสนอแนะแนวทางพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ต่อไปครับ แล้ววันนี้เองก็เป็นจุดสำคัญ อย่างยิ่งอีกครั้งครับ ที่เราจะร่วมกันยืนยันว่าเราจะคืนความปกติสุขมาสู่ประเทศไทย และหลังจากนี้เราจำเป็นต้องร่วมกันยกเลิก แก้ไข และปรับปรุงอีกหลาย ๆ เรื่อง ในด้าน การเมือง การปกครอง และการคืนสิทธิเสรีภาพให้กับพี่น้องประชาชน หลังจากนี้เราต้อง เดินหน้าเพื่อปกป้อง ฟื้นฟู พัฒนา และสร้างประชาธิปไตยที่เข้มแข็งให้กับประเทศของเรา เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของพี่น้องประชาชนทุกคน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะทำงานและทีมงานประจำตัวในพื้นที่เขตบางแค เขตภาษีเจริญ ของคุณธัญธร ธนินวัฒนาธร ซึ่งกำลังนั่งฟังการประชุมอยู่ชั้น ๔ ขณะนี้นะครับ ต่อไปขอเชิญคุณธีระชัย แสนแก้ว ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตในการที่จะร่วมอภิปรายสนับสนุนรับหลักการร่างพระราชบัญญัติยกเลิก ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ บางฉบับที่หมดความจำเป็นและไม่เหมาะสมในปัจจุบัน ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่ผม จะเข้าเนื้อหา ผมมีนิดหนึ่งนะครับ เพื่อที่จะให้ได้รับทราบว่ากระบวนการในการยึดอำนาจ มันมีมานาน แต่ช่วงที่ผมเกิดเขาจะมีชื่อคณะต่าง ๆ ขึ้นมา ชื่อให้พี่น้องประชาชนชอบ แต่ในขณะเดียวกันมันก็ไม่พ้นเอารถถัง รถ GMC เอาทหารออกมาแถว ๆ ถนนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นคณะปฏิรูปปกครองแผ่นดิน จำได้ว่าเมื่อปี ๒๕๑๙ คณะ รสช. จำได้ว่าปี ๒๕๓๔ คณะ คมช. จำได้ว่าเมื่อปี ๒๕๔๙ และคณะ รสช. ปัจจุบันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นการยกเลิกประกาศของ คสช. รวมทั้ง ๒๓ ฉบับ ซึ่งเนื้อหาและคำสั่งพวกนี้เป็นการใช้อำนาจของ คสช. ที่ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจของ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ แต่ถ้าเขายึดอำนาจสำเร็จ เขาก็เป็นพระเอก แต่ถ้ายึดอำนาจไม่สำเร็จก็กบฏครับ การใช้อำนาจเผด็จการในการจัดการ นักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยและฝ่ายตรงกันข้าม เป็นการใช้อำนาจเผด็จการควบคุม จัดการกับพี่น้องประชาชนที่มีแนวความคิดอุดมการณ์ที่เป็นประชาธิปไตย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ประกาศคำสั่งเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชน โดยไม่สนใจรัฐธรรมนูญ ไม่สนใจกฎหมาย ไม่สนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ ก็คือฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งละครับ ท่านประธานครับ ในบัญชีแนบท้ายของร่างพระราชบัญญัติ กระผมขอพูดถึงฉบับที่ ๗ ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๔๑ กำหนดให้ การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัวเป็นความผิด ลงวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ปฏิวัติได้ ๔ วัน ก็ออกประกาศฉบับนี้ขึ้นมา ประกาศฉบับที่ ๔๑ กระผมเห็นว่า เป็นการใช้อำนาจลงโทษบุคคลตามคำสั่งเรียก เขาเรียกว่าเป็นพวกเผด็จการครับ เป็นการใช้ อำนาจลิดรอนสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนมากเหลือเกินครับท่านประธาน และซ้ำร้าย อำนาจที่พวกเผด็จการต้องการนำมาใช้กับขั้วตรงกันข้าม นั่นก็คือนำมาใช้ปิดหู ปิดตา ปิดปาก ฝ่ายประชาธิปไตย โดยเฉพาะนักการเมืองพรรคเพื่อไทยครับ และกลุ่มแกนนำ เสื้อแดงที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำรัฐประหาร ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ รัฐประหาร แม้แต่กระทั่งวิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญ ก็เชิญไปปรับทัศนคติ ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนหลายคนถูกเจ้าหน้าที่ทหารตามไปถึงบ้าน กลุ่มนักกิจกรรม นักวิชาการ สื่อมวลชน นักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวจัดเสวนา ออกแถลงการณ์ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจของรัฐบาลเผด็จการ ต่างถูกเจ้าหน้าที่คุกคามวิธีการต่าง ๆ นานา ประกาศยึดอำนาจวันแรกผมก็เจอด้วยครับ ทหารอ้ายเณรทั้งหลายประมาณ ๕-๖ คน ไปยึดสถานีวิทยุเอากุญแจใส่เลยครับ ปิดปากมาจนทุกวันนี้ ผมก็เลยเลิกทำสถานีวิทยุเลยครับ ท่านประธาน ซ้ำร้ายกว่านั้นครับท่านประธาน พี่น้องประชาชนที่ออกมาชุมนุมในประเด็นที่ไม่เกี่ยวกับ เรื่องการเมืองในระดับประเทศแม้แต่น้อย ผมจะเล่าให้ฟังครับ เช่น เกี่ยวกับเรื่องป่าไม้ เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ เรื่องปากท้อง พวกเผด็จการดันมองว่าการเคลื่อนไหวพวกนี้เป็นภัย ต่อความมั่นคง พี่น้องเกษตรกรทั้งหลายเวลาเขาเดือดร้อนเขาจะต้องมีการนำเสนอไปยื่นผู้ว่า ไปศูนย์ดำรงธรรม ก็จะถูกพวกนี้กล่าวหาว่าเป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาล เขาเดือดร้อน ก็ไม่สามารถที่จะไปพึ่งพาอาศัยได้ กระผมขอยกตัวอย่าง มีการควบคุมตัวพี่น้องประชาชน ในจังหวัดอุดรธานีครับท่านประธาน ตอนนั้นพวกเผด็จการเรียกชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม จังหวัดอุดรธานี ๑๐๐ คน ไปค่ายทหารมณฑลทหารบก ๒๔ (มทบ. ๒๔) จังหวัดอุดรธานี อ้างว่าไปทำความเข้าใจร่วมกัน เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ซึ่งยึดอำนาจ ไปแล้ว ๒ ปี ชาวบ้านกลุ่มนี้เพียงแต่จัดขบวนแห่ขอพรที่อนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ผู้ที่สร้างเมืองอุดรธานี แล้วก็เพียงแต่มีชาวบ้านคนหนึ่งถือป้ายรณรงค์เรื่องเหมืองแร่โพแทช และประกาศ คำว่า เผด็จการอำนาจนิยมจงพินาศ แค่นั้นเท่านั้นละครับ เป็นเรื่องราวใหญ่โต เลยครับท่านประธาน ทหารควบคุมตัวชาวบ้านที่มาขอพรกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ซึ่งเป็นผู้สร้างบ้านแปลงเมืองของจังหวัดอุดรธานีจนทุกวันนี้ ที่เขาเรียกร้องเกี่ยวกับ เรื่องเหมืองโพแทช ทั้ง ๆ ที่ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ย้ำแล้วนะครับว่า ที่ชาวบ้านต้องการออกมา ต่อสู้ เพราะช่วงนั้นการทำเหมืองแร่โพแทชมันจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องดินทรุด น้ำจะเค็ม ทำเกษตรไม่ได้ ทำนาไม่ได้ อุตสาหกรรมก็จะมาแย่งน้ำของเขา ธรรมดาในการที่เขาไปจัดการ ก็ถูกควบคุมเข้าไป แต่ทหารพวกนั้นไม่ฟังเหตุฟังผลตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ กลับสั่งเขียนชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ พร้อมถ่ายรูปร่วมกัน และกล่าวทีเล่นทีจริงบอกว่าจะได้จับถูก ถ้ามีเหตุ อะไรจะได้ตามตัวถูก จะได้จับถูก นี่ละครับคือพวกเผด็จการคิดอย่างนี้ ท่านประธานที่เคารพ การประกาศ คสช. ฉบับที่ ๔๑ ยังมีการกำหนดโทษทางอาญาอีกนะครับ คิดว่าใครถูกเรียก แล้วไม่มาหรือมาช้า มีโทษจำคุก ๒ ปี ปรับไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท ซึ่งหมายความว่าผู้ที่ไม่ไป รายงานตัวตามวัน เวลา สถานที่ ที่ คสช. กำหนดจะต้องถูกลงโทษจำคุก หรือทั้งปรับ ทั้งจำ และมีโทษระงับการทำธุรกรรมต่าง ๆ ทางการเงินไปด้วย โหดมากครับ ท่านประธานครับ ก่อนที่จะมีการออกประกาศ ฉบับที่ ๔๑ คสช. ได้ประกาศ ฉบับที่ ๒๕ และฉบับที่ ๒๙ ปี ๒๕๕๗ มาก่อนในระยะเวลาเพียง ๓ วันเท่านั้น แล้วเป็นที่น่าสังเกตอีกนะครับว่า ประกาศ ๓ ฉบับนี้มันอาจจะไม่รุนแรงพอ ก็เลยประกาศซ้ำมาอีกครับ ที่กำหนดอัตราโทษที่รุนแรงขึ้น และยกเลิกสิทธิที่จะถูกเรียกและแจ้งเหตุขัดข้องของ คสช. ด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ตามหลักกฎหมายอาญา ผมจะเล่าให้ฟัง จะออกหมายเรียกให้ใครมารายงานตัว จะต้อง เป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อรูปคดีเท่านั้น เช่น เรียกผู้ต้องหามาให้การในสิ่งที่ถูกกล่าวหา หรือเรียกพยานมาให้การกับคดีเท่านั้น ซึ่งกว่าจะออกหมายเรียกได้ต้องมีคดีความเกิดขึ้นก่อน เกิดขึ้นแล้ว นอกจากนี้ครับท่านประธาน กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕๔ ยังกำหนดไว้อีกนะครับว่า ในการกำหนดวันและเวลาที่จะให้ตามเรียกนั้น ให้พึงระลึกถึง ระยะไกล ใกล้ เพื่อให้ผู้ถูกเรียกได้มีโอกาสมาด้วย นี่ครับท่านประธาน มันไม่ให้โอกาส เลยครับ ไม่มาก็ถูกจับ ถูกกล่าวหา ถูกว่า นั่นหมายความว่าไม่ได้คำนึงถึงสิทธิประโยชน์ของ พี่น้องเลยนะครับ สำหรับการเรียกบุคคลมารายงานตัวนั้น คสช. นอกจากจะไม่ต้องมีคดีความ ไม่มีเหตุผล ในการเรียกแล้ว ยังไม่ต้องคำนึงถึงระยะไกล ใกล้ วัน เวลา ที่ผู้ถูกเรียกจะต้องถูกเชิญมา ณ วันนั้น สิ่งที่ผมพูดนี้มันเจอกระทำมาด้วยตัวเอง และคนรอบข้างครับ นี่ปัญหาข้อเท็จจริง ทั้งปัญหาที่ไม่ถูกต้องตามหลักการ กฎหมายและประกาศ คสช. ๔๑ ฉบับนี้ครับท่านประธาน ดังนั้น กระผมถือว่าวันนี้การที่รัฐบาลเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็เพื่อให้พวกเรา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับหลักการ เป็นการกระทำที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๙ คือลบล้างคำสั่ง หรือประกาศ คสช. และพวกเผด็จการได้ถูกต้องครับ กระผมขอให้รับ หลักการร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับนี้นะครับ เพราะไม่ต้องการว่าต่อไปจะเป็นคณะอะไร ก็แล้วแต่ อย่ามายึดอำนาจอีก ขอประกาศเลยนะครับ จะเป็นใครก็แล้วแต่ที่มีอำนาจในบ้าน ในเมืองนี้ ขออย่างเดียว อย่ามายึดอำนาจจากพี่น้องประชาชนอีกครับ ขอขอบพระคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอเชิญ คุณจุลพงศ์ อยู่เกษ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนนะครับ ผมไม่นึกเลยอายุ ๖๐ กว่าปีแล้ว ประเทศไทยเราจะต้องมาอภิปรายเพื่อยกเลิกคำสั่ง คณะปฏิวัติ ผมก็ไม่ทราบว่ารัฐสภาของประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ญี่ปุ่น เขาต้องพิจารณา กฎหมายที่ยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติหรือไม่ ซึ่งผมว่าไม่มีแน่นอนครับ อย่างไรก็ตามนะครับ มาถึงขั้นนี้แล้ว ผมขอร่วมอภิปรายในร่างพระราชบัญญัตินี้ ๑ ข้อสังเกต ๑ ข้อต้องระวัง ๑ ข้อสังเกตอย่างนี้ครับ ผมขอเล่าให้ท่านประธานได้รับทราบ คือตามบัญชีคำสั่งหัวหน้า คสช. ท้ายร่างพระราชบัญญัตินี้ ที่ ๑๔/๒๕๕๙ เรื่อง คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหาร และการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการกำหนดหน้าที่ของกองอำนวยการรักษา ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ผมนั่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ครับ จริง ๆ ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอยกเลิกที่ผ่านมา อย่างที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายไปแล้ว บอกว่าแค่ยกเลิกคำสั่งของ คสช. เอาเข้าจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่แค่ยกเลิกคำสั่งครับ เหตุผล เพราะว่าผมเล่าให้ท่านประธานฟัง คือก่อนจะมีคำสั่ง คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ได้มีการเลือกตั้ง สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไว้เรียบร้อยแล้วนะครับ เพียงแต่ว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านนั้นยังไม่ได้แต่งตั้ง แล้วก็มีคำสั่ง คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ มาหยุดสภาที่ปรึกษาไว้อย่างนั้น แล้วให้มีคณะกรรมการที่ปรึกษาขึ้นมาทำหน้าที่แทน ระหว่างที่เรากำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งนี้ ใช้การพิจารณาเกือบ ๑๕ ครั้ง ปัญหาคือเราจะทำอย่างไร กับสภาที่ปรึกษาที่มีการคัดเลือก มีการเลือกตั้งถูกต้องเรียบร้อยแล้ว แต่คาไว้อย่างนั้น คืออยู่กับพื้นที่ก็ไม่ได้ เดินหน้าไม่ได้ มีการอภิปรายถกเถียงกัน ในคณะกรรมาธิการ ซึ่งท่านกมลศักดิ์ท่านก็นั่งอยู่ด้วย ขออภัยที่เอ่ยนามครับ ในที่สุด คณะกรรมาธิการก็หาข้อสรุป โดยเพิ่มมาตราหนึ่งในร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ นี้ ก็คือให้มีผลเหมือนกับสภาที่ปรึกษาชุดที่เลือกตั้งไว้แล้ว สิ้นสภาพไป แล้วก็ จัดให้มีการเลือกตั้งสภาที่ปรึกษาขึ้นใหม่ภายใน ๑๒๐ วัน ๑ ร่างพระราชบัญญัติที่แก้ไข ๑ คำสั่ง คสช. ต้องเพิ่มมาตราใหม่ ๑ มาตราในตัวกฎหมายที่ยกเลิก ในร่างพระราชบัญญัติ ที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้ครับ มีคำสั่ง คสช. ๘๐ กว่าฉบับ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าฉบับไหนจะมี ผลกระทบกับหน่วยงานไหน หรือองค์กรไหนบ้าง ผมจึงขอตั้งข้อสังเกตให้คณะกรรมาธิการ ที่จะตั้งนี้ คงจะต้องดูคำสั่ง คสช. ทุกฉบับ โดยเทียบเคียงกับร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ อย่างที่ผมยกตัวอย่างแล้วนะครับ ไม่อย่างนั้นจะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติ เป็นอย่างยิ่ง ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นมาพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ คงจะใช้เวลาพิจารณา พอสมควร เพราะขนาดร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ใช้การพิจารณา ร่วม ๑๕ ครั้ง เพราะว่าเราต้องมองทุกมุมว่าผลกระทบนั้นจะเป็นเช่นไร คือไม่ใช่แค่ยกเลิก เฉย ๆ แล้วปล่อยปัญหาทิ้งไว้ จะยกเลิกแล้วต้องดูด้วยปัญหาที่จะตามมามีอย่างไร ถึงจะเรียกว่าเป็นกฎหมายที่ดี🔗
ข้อสังเกตข้อที่ ๒ คณะกรรมาธิการเยอะไปหรือไม่ครับ คือจริง ๆ กว่าจะครบ องค์ประชุมมันลำบากมากเลยครับ แล้วกรณีที่ต้องพิจารณาคำสั่ง คสช. ๘๐ กว่าฉบับ ผมก็ไม่แน่ใจว่าจำนวนกรรมาธิการที่มาก มันจะมีประโยชน์หรือไม่ แต่แน่นอนครับ คงต้องแล้วแต่วิปจะพิจารณากันนะครับ ที่ผมยกตัวอย่างนี้ขึ้นมาเป็นการยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ฉบับเดียว ตอนนี้เรากำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งยกเลิกคำสั่ง คสช. ถึง ๘๐ กว่าฉบับ ผมก็ไม่ได้คาดหวังว่าตัวร่างพระราชบัญญัตินี้จะต้องเพิ่มอีก ๘๐ มาตรา เพื่อที่จะไปแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากยกเลิกคำสั่ง คสช. ดังกล่าวแล้ว🔗
ข้อควรระวัง ในบัญชีท้ายร่างพระราชบัญญัตินี้ มีคำสั่ง คสช. ที่ ๗๒/๒๕๕๙ เรื่อง การแก้ไขผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ นั่นคือการปิดเหมืองอัครา ท่านประธานที่เคารพครับ คดีอนุญาโตตุลาการเหมืองทองคำที่รัฐบาลไทยถูกฟ้อง ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ยังไม่จบ ยังคาอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย ถ้าเราไปยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๗๒/๒๕๕๙ นี้ จะเป็นทางต่อสู้ของผู้ฟ้องได้อีกทางหนึ่ง เพราะมิฉะนั้นทำไมประเทศไทยจะต้องมายกเลิก คำสั่ง คสช. นี้ ทำไมผมถึงทราบครับท่านประธาน ผมเคยทำงานกับสำนักงานกฎหมายที่ฟ้อง รัฐบาลไทยตอนนี้ครับ ในอดีตที่ผ่านมาเมื่อ ๒๐ กว่าปีที่แล้ว เป็นสำนักงานกฎหมายอังกฤษ และผมเชื่อว่าคำสั่ง คสช. ฉบับนี้ถ้าถูกยกเลิกเมื่อไร จะต้องถูกยกขึ้นเป็นข้ออ้างในการที่ให้ รัฐบาลไทยจะต้องรับผิดจากผลของการกระทำของ คสช. ซึ่งผมไม่ทราบว่าใช้เวลากี่วัน แต่มันสร้างความเสียหายให้กับรัฐบาลไทย ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าเราจะต้องแพ้คดี อัครา ไมนิ่ง ที่ออสเตรเลียในขณะนี้ ท่านประธานครับ สุดท้ายนี้ผมขอตั้งข้อสังเกต และข้อระวังไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติบางฉบับที่หมดความจำเป็นและไม่เหมาะสม กับกาลปัจจุบัน ซึ่งก็มีหลายร่างที่ถูกบรรจุเข้ามาพิจารณาพร้อม ๆ กันในวาระวันนี้🔗
ซึ่งตามเอกสาร ประกอบการพิจารณาก็จะมีอยู่ ๕ ร่างด้วยกัน ผมว่าเดี๋ยวเพื่อนสมาชิกท่าทีจากการฟัง ทุกท่านอภิปรายก็คงจะรับทุกร่างทั้ง ๕ ร่าง โดยสิ่งที่ผมคิดว่าควรจะเป็น แน่นอนก็อยากให้ ทั้ง ๕ ร่างถูกเข้าไปพิจารณาว่าฉบับนี้ควรยกเลิก ไม่ควรยกเลิกอะไรลงรายละเอียดกัน แต่ว่าคำถามสำคัญก็คือ แล้วจะเอาร่างไหนเป็นร่างหลัก ร่างหลักพวกผมเข้าใจดีครับ จริง ๆ พรรคผมก็มียื่นเข้าไป แต่ว่าในทางปฏิบัติก็คงจะต้องเป็นร่างของฝ่ายรัฐบาล อย่างไรก็ตาม เมื่อมาดูร่างของฝ่ายรัฐบาลก็จะมี ๓ ร่างด้วยกัน ร่างที่ ๑ ของคณะรัฐมนตรี ร่างที่ ๒ ของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล แล้วก็ร่างที่ ๓ ของท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นะครับ หากพิจารณาจาก ๓ ร่างนี้จริง ๆ ไม่มีของพรรคเพื่อไทยนะครับ มีของคณะรัฐมนตรี หากไปดูเนื้อหากัน ผมว่าร่างของท่านอนุทินจะมีความครอบคลุมสูงที่สุดใน ๓ ร่างของรัฐบาล ก็เป็นข้อเสนอนะครับว่า เดี๋ยวเราคงรับทุกร่างแล้วก็ให้พิจารณากันทั้งหมด แต่อยากให้เอาร่าง ของทางท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นร่างหลัก ทำไมผมถึงพูดอย่างนั้นนะครับ วันนี้เดี๋ยวผมจะ ลงรายละเอียดใน ๑ เรื่องที่สำคัญ นอกจากความครอบคลุมแล้ว ร่างของ ครม. ก็ไม่มีเรื่องนี้ เลยอยากให้เพิ่มเรื่องนี้เข้าไปในการพิจารณา และถ้าเกิดเป็นร่างของท่านอนุทินนี้ ก็จะมี เรื่องนี้อยู่ในการพิจารณา คือเรื่องของสายสีเขียว ในเรื่องของสายสีเขียวก็เป็นเรื่องของคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓/๒๕๖๒ หากเข้าไปดูกัน ดูแบบเผิน ๆ อ่านเผิน ๆ เหมือนจะดูดีนะครับ แต่เรื่องนี้จริง ๆ แล้วมีความซับซ้อน ซ่อนเงื่อน พิสดารอยู่มากนะครับ ผมเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจไปเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ในเรื่องของกระบวนการ ๓ ป (กับปัญหาค่ารถไฟฟ้าแพง) อันนี้ผมก็ให้ QR Code ไป เดี๋ยวถ้าเพื่อน ๆ ว่างลอง Scan QR Code เข้าไป แล้วจะเข้าใจว่าคำสั่งนี้มีความสำคัญ แล้วก็เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์นับแสนล้าน ในการที่จะขยายสัญญาสัมปทานไปในอนาคตอีก ๓๐ ปีนะครับ🔗
สรุปประเด็นปัญหาสั้น ๆ ของคำสั่งนี้ให้ฟังนะครับว่า จริง ๆ เรื่องของรถไฟฟ้า สายสีเขียวนี้ มันเป็นการใช้ระบบที่ใหญ่ลากออกไปยาวเกินจำเป็น ทำให้ส่วนต่อขยายที่ ๑ ทาง กทม. ก็อุดหนุนแบบพอไหว พอกลืน ๆ ฝืนทนไป แต่พอมาเจอส่วนต่อขยายที่ ๒ ที่ลากออกไปยาวมาก ๆ มันอุดหนุนไม่ไหว แล้วก็มีเรื่องของการเลี่ยง พ.ร.บ. ร่วมทุน ที่ ป.ป.ช. ชี้มูลนะครับ แล้วก็มีการออกมาตรา ๔๔ ตามคำสั่ง ที่ ๓/๒๕๖๒ มากลบเกลื่อน ปัญหา แล้วก็ไปมุบมิบเจรจากัน อย่างไรก็ตามผลการเจรจาก็แพง แล้วก็ชี้แจงไม่ได้ แล้วเคย มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญในสภาชุดที่แล้ว เสียงข้างมากในสภาชุดที่แล้วก็เห็นว่าไม่ควร ขยายสัญญาสัมปทานนะครับ ในเรื่องของราคาวันดีคืนดีตั้งมาบอกว่าสูงสุดไม่เกิน ๑๕๘ บาท ต่อมาสังคมกดดันบอก ๑๐๔ บาท ล่าสุดตามมาตรา ๔๔ จะเป็น ๖๕ บาท ก็แพงอยู่ดีนะครับ แล้วก็ตอบคำถามไม่ได้ว่าทำไมเป็น ๖๕ บาท ๓๐ ปี ผู้แทนจาก กทม. แล้วก็ รฟม. ก็ยืนยัน ต่อหน้ากรรมาธิการนะครับว่า ไม่ทราบที่มาที่ไปของมาตรา ๔๔ ลอยมาจากท่านผู้นำ ทั้ง ๆ ที่หน่วยงานก็เตรียมตัวตามขั้นตอนปกติอยู่แล้วนะครับ ความจริงนี่กระจ่างมากครับ เมื่อย้อนดูเอกสารเอามาเทียบกัน Side by Side ระหว่าง พ.ร.บ. ร่วมทุน ปี ๒๕๖๒ ซึ่งออก เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๒ เทียบกับคำสั่ง คสช. ที่ ๓/๒๕๖๒ ที่ผมบอกว่ามีความจำเป็น ต้องยกเลิก สิ่งที่หายไปก็คือโปร่งใสและตรวจสอบได้ คือข้อความนี้แทบจะเหมือน พ.ร.บ. ร่วมทุนนะครับ แต่ว่าในคำสั่ง คสช. เอาคำว่า โปร่งใสและตรวจสอบได้ ออกไป แล้วผล มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ครับ ว่ามันไม่โปร่งใส มันตรวจสอบไม่ได้ แล้วก็แพงเกินจริง มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องอยู่มหาศาลนะครับ แล้วเมื่อวานนี้ วันที่ ๑๓ สิงหาคม เผอิญผมนั่ง อยู่ในกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณ ได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านผู้ว่า กทม. ก็ถามท่านผู้ว่า เรื่องนี้ว่าจริง ๆ แล้วท่านผู้ว่ากับผม แล้วก็พรรคก้าวไกลในอดีต แล้วก็วันนี้พรรคประชาชน ก็เห็นไปในทางเดียวกันว่าไม่ควรขยายสัญญาสัมปทานตามมาตรา ๔๔ ท่านผู้ว่าก็บอกว่า จริง ๆ ท่านเห็นด้วยนะครับ แล้วก็เคยส่งหนังสือไปแล้ว เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน อย่างไร ก็ตามในร่างของ ครม. ไม่รู้มันหายไปอย่างไร แต่หนังสือของท่านผู้ว่าเขียนว่า จึงเห็นควร เพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓/๒๕๖๒ ลงวันที่ ๑๑ เมษายน ในบัญชีแนบท้ายตาราง แต่อย่างที่เรียนนะครับ ร่างของ ครม. ไม่มีเรื่องของยกเลิกคำสั่ง ที่ ๓/๒๕๖๒ แต่ร่างของท่านอนุทินมี เพราะฉะนั้นด้วยข้อจำกัดของพรรคผมโหวตอย่างไร ก็ไม่ชนะ คงต้องเป็นฝั่งรัฐบาล ถ้าจะเป็นฝั่งรัฐบาล ก็ขอให้เอาร่างของท่านอนุทินที่มีความ ครอบคลุมมากกว่า และมีเรื่องของคำสั่ง ที่ ๓/๒๕๖๒ อยู่ในนั้นนะครับ🔗
ส่วนในเรื่องของความผิดพลาด หรือว่าล่าช้าว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมก็ไล่เลียง แต่ด้วยเวลาที่จำกัดเดี๋ยวผมจะเอาลงในเฟซบุ๊กของผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันนะครับ อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาด หรือความ ล่าช้าทางเอกสารทำให้มันไม่มีปรากฏในร่างของ ครม. สภาแห่งนี้ควรพิจารณาโดยเอา ผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ควรจะยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๓/๒๕๖๒ เข้าไปด้วย ฉะนั้นสภาแห่งนี้แก้ได้นะครับ แล้วในหลักการก็เขียนไว้กว้าง ๆ นะครับ มีอยู่แค่ ๓ มาตรา แล้วมันก็เป็นเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมในบัญชีท้ายนะครับ ก็เลยอยากจะเสนอมาช่วยกันแก้ ๑ บรรทัด เพื่อหัก Deal แสนล้านเปิดทางแก้ปัญหาสายสีเขียว โดยการยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓/๒๕๖๒ รถไฟฟ้าสีเขียว ก็คือ Mega Deal ในตำนานของ ประยุทธ์ ๑ ก็ขอให้เพื่อนสมาชิกได้ร่วมกันรับหลักการ ลบล้างผลพวงจากการรัฐประหาร แล้วก็ช่วยกันยกเลิกคำสั่งนี้ แก้เพียง ๑ บรรทัด หัก Deal แสนล้านเปิดทางแก้ไขปัญหาของ รถไฟฟ้าสายสีเขียว ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ แล้วจะต่อไปด้วยฝ่ายรัฐบาล คุณอดิศร เพียงเกษ เตรียมตัวด้วยครับ เชิญคุณกันต์พงษ์ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรี เขตสะพานสูง พรรคประชาชนครับ วันนี้ขออนุญาตมีส่วนร่วมในการอภิปรายยกเลิกคำสั่ง ของ คสช. นะครับ ซึ่ง อ.เอท เคยอภิปรายไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อคราวที่แล้ว แล้วก็มีโอกาส ได้เข้าไปอยู่ในคณะวิสามัญในคำสั่งที่ยกเลิก ๑๔/๒๕๕๙ วันนี้ก็มาอีกแล้วครับ แต่พยายาม ที่จะมาพูดในอีก ๑ ฉบับ หรืออีก ๑ คำสั่ง ก็คือ ๔/๒๕๕๙ ในปีเดียวกันครับ จริง ๆ แล้ว จากหนังสือหรือจากที่ท่านให้มามี ๘๐ ฉบับ วันนี้เราร่วมกันอภิปรายประมาณ ๕ ฉบับ เพราะฉะนั้นวันนี้ ถ้าเกิดว่าเราแยกกันทีละฉบับ อ.เอท ต้องลุกอภิปรายประมาณสัก ๕๐ ครั้ง ๘๐ ครั้ง อันนี้ขอครั้งสุดท้ายก็แล้วกันในการเป็น สส. ในสมัยนี้ ทีนี้ก็เหมือนเดิมครับ Model ของ คสช. ก็ต้อง NCPO ใน Version 2 นะครับ NCPO ย่อมาจากอะไรครับ ก็คือ National Council for Peace and Order ก็เป็นเรื่องของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่ง N ตัวแรกครับ เมื่อคราวที่แล้ว อ.เอท ใช้คำว่า Never หรือจบ พอกันที แต่วันนี้ เนื่องจากว่าเป็นคำสั่ง ที่ ๔/๒๕๕๙ ก็เลยมาเน้นเรื่องของสิ่งแวดล้อมครับ เพราะฉะนั้น N วันนี้คือ Natural Resources ครับ ทำไมนะครับ อ.เอท จะเน้นครับว่า คำสั่ง คสช. นี่ครับ จะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนมากกว่าประชาชนหรือเปล่า นี่คือ Question Mark หรือเป็นสิ่งที่ อ.เอท อยากที่จะตั้งคำถามไว้ ทีนี้เราไปต่อครับ ทำไมถึงต้องเป็น Natural Resources หรือสิ่งแวดล้อม หรือทรัพยากรต่าง ๆ เพราะว่าคำสั่งนี้บอกว่าเป็นการยกเลิก เพื่อที่จะไม่ต้องใช้ข้อบังคับที่เป็นกฎเกี่ยวกับเรื่องของผังเมือง เพื่อที่จะทำกิจกรรมบางอย่างได้ คำว่า กิจกรรมบางอย่างนี่ครับท่านประธาน มันมีหลายอย่างครับ เช่น เรื่องของโรงงานผลิต ไฟฟ้า โรงขยะนะครับ อีกประมาณ ๗-๘ อย่างที่ อ.เอท ได้เห็นในรายงานฉบับนี้ ทุกอย่าง เกี่ยวข้องกับพลังงาน ทุกอย่างเกี่ยวข้องกับเรื่องของการใช้ การกำจัดขยะ ซึ่งเขาบอกครับว่า ถ้ามีคำสั่งอันนี้ คือคำสั่งของ คสช. ฉบับนี้ จะทำให้การทำงานยั่งยืนมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าเกิดดูในพื้นที่ อ.เอท ไม่ว่าจะเป็นโรงงานที่เป็นพื้นที่เก็บขยะอย่างอ่อนนุชยังคงส่งกลิ่น มาถึงถิ่นสะพานสูงของ อ.เอท ซึ่งห่างเป็นรัศมีกว่า ๑๐ กิโลเมตร ก็ยังถึง แสดงว่าหลักการ ที่เราคิดกันว่า ถ้ามีคำสั่งของ คสช. จะใช้งานได้นั้น อ. เอท คิดว่ามันคงจะไม่ใช่แล้ว และนี่คือ ตัวที่ ๑ ก็คือ Natural Resources หรือทรัพยากรธรรมชาติครับ🔗
มาถึงตัวที่ ๒ ตัว C ครับ C ในที่นี้ก็คือ City Plan หรือแปลว่า กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับผังเมืองทั้งหมดเลย ฉบับนี้ชัดเจนครับว่าเขาจะไปทำ ที่ไหนก็ได้ ทำ ๒ อนุ ๑. คือเป็นเรื่องของการอนุมัติและ ๒. คืออนุญาตให้สร้างโรงงานต่าง ๆ ได้อย่างเต็มเลย ไม่ต้องสนใจเรื่องของ City Plan หรือผังเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น ฉะนั้นสมัยก่อน เมื่อสักครู่นี้เพื่อน ๆ สมาชิกพูดไปเยอะครับ แผนผังบางอย่างที่เป็นสีเขียวก็ควรจะเป็นพื้นที่ ที่เป็นชาวนา แต่ก็ไปเปิดโรงงานได้ ทั้ง ๆ ที่โรงงานควรจะอยู่ที่สีม่วงถูกต้องไหมครับ และนี่คือ คำสั่งของ คสช. ฉบับนี้ครับ ที่จะตั้งตรงไหน จะอนุมัติ จะอนุญาตตรงไหน ก็เต็มที่เลย ซึ่งสิ่งแวดล้อมก็มีผลกระทบครับ เรื่องของทรัพยากรต่าง ๆ ที่ถูกใช้ โดยเน้นเอามาเอื้อ ประโยชน์ให้กับนายทุนหรือเปล่า และที่สำคัญครับ สร้างผลกระทบให้กับสังคมอย่างชัดเจน เพราะอะไรครับ🔗
เพราะมาถึงตัวถัดไปครับ NCP ครับ ตัว P ย่อมาจาก People People แปลว่า ประชาชน ทำไมครับ เพราะประชาชนไม่มีโอกาสได้ทำเรื่องของการเข้าไปมีส่วนร่วม เลยครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประชาพิจารณ์ ก็ไม่ต้องมี ไม่ต้องทำนะครับ เรื่องของ การทำไมครับ ขอความคิดเห็น ยิ่งจบ ไม่ต้องสงสัย ไม่ต้องทำอะไรกันเลย พูดง่าย ๆ อยากทำอะไรก็ทำทันที และนี่คือเหตุผลที่ทำไม People หรือประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วม เพราะฉะนั้นเมื่อมีคำสั่งนี้เข้ามา โรงงานขยะหรือโรงงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตกระแสไฟฟ้า ต่าง ๆ เปิดกันอย่างเต็มที่🔗
มันก็เลยสร้างให้เข้ามาสู่ตัวสุดท้าย เอาละครับ เรามาถึงตัวสุดท้าย NCPO National Council for Peace and Order ตัวสุดท้าย คือตัว O O คืออะไรครับ อ.เอท ขอใช้คำว่า Open แล้วกัน อันนี้แบบง่าย ๆ เปิดโอกาสให้กับนายทุน ชัดเจนครับว่าการใช้ คสช. คำสั่งนี้ ทำให้โรงงานผลิตไฟฟ้าที่เป็นโรงงานแบบ IPP IPP คืออะไร ก็คือ Independent เรื่องของ Power Production หรือ Producer เป็นผู้ที่ผลิต เรามีบริษัทที่ไม่ต่ำกว่า ๑๐ ราย มาผลิตไฟฟ้าแบบอิสระ โดยใช้เงื่อนไขแบบอะไรครับ แบบ Take or Pay ก็คือท่านไม่ต้องผลิต รัฐก็สนับสนุน เอาเงินไป ไม่ต้องปิดโรงงานเฉย ๆ หรือไม่ต้องเปิดเครื่อง ก็ยังคงได้เงินได้ทอง ซึ่งเงินเหล่านั้นเป็นเงินภาษีของประชาชน เห็นไหมครับว่า เอ๊ะ คำสั่งเหล่านี้มันชอบธรรม หรือเปล่า และนี่คือตัว O คือเปิดโอกาสให้กับนายทุนนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ อ.เอท เป็นกังวลเสมอว่าสุดท้ายแล้วเราจะทำเพื่อพี่น้องได้ไหมครับ🔗
เอาละครับ มาถึงบทสรุปครับ ไม่อยากที่จะเสียเวลาพี่น้องกันเยอะนะครับ บทสรุปของ อ.เอท ก็คือว่า อยากที่จะเห็นครับว่า เราเลิกที่จะเอื้อนายทุนแล้วมาสนับสนุน ประชาชนอย่างแท้จริงเสียที เพื่อประชาชนผู้มีอำนาจสูงสุดจะได้อยู่กินแบบสบาย ๆ ขอบพระคุณครับ Respect🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏจังหวัดเลย ยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไปท่านอดิศร เพียงเกษ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัด ขอนแก่น วันนี้เป็นวันที่สำคัญครับ เป็นวันที่เราจะทวงคืนเอกราชทางประชาธิปไตย ของพวกเราคืนมา เอกราชในทางประชาธิปไตยก็คือ เราเลือกผู้แทนของพี่น้องประชาชน มาเป็นตัวแทน ๕๐๐ คน ก็มาทำหน้าที่เสนอกฎหมาย อีก ๒๐๐ คน ก็เป็นวุฒิสภาเพื่อจะ บัญญัติกฎหมาย นี่คือระบบออกกฎหมายของประเทศที่เรียกว่า ประเทศประชาธิปไตย ถ้าการออกกฎหมายโดยวิธีอื่น เป็นการออกกฎหมายที่ไม่ใช่วิธีการของประชาธิปไตย บางคน พูดหนักว่า เป็นการออกกฎหมายแบบเผด็จการ บางคนพูดหนักกว่านั้นว่า เป็นการออก กฎหมายของโจราที่ยึดอำนาจของพี่น้องประชาชน ยึดอำนาจนิติบัญญัติไปออกกฎหมาย ผมเป็น สส. มาตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ จิตวิญญาณของผม ผมอยากให้ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับ ของนานาอารยประเทศที่ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย คนทั่วโลกเขาจะดูรัฐธรรมนูญ เขาจะดูกฎหมายว่าประเทศนั้น ๆ เป็นอย่างไร ผมไม่อยากให้มีกฎหมายที่เกิดจากอำนาจนอกระบบ หรืออำนาจเผด็จการ หรือโจราธิปไตย ปรากฏอยู่ในระบบกฎหมายของเมืองไทย เคยคิดจะเสนอกฎหมายเพียงมาตราเดียวว่า ให้ยกเลิกกฎหมายใด ๆ ที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า คำสั่งคณะปฏิวัติ คณะปฏิรูป หรือคณะอื่นใดที่มา โดยมิชอบในทางนิติบัญญัติ ทางประชาธิปไตย ให้ยกเลิกทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะ คสช. ก่อนหน้านั้น คมช. คนขับแท็กซี่ร้อยเอ็ดบ้านผมแปลว่าอย่างไร ให้ไปถามเขาครับ คมช. ก่อนหน้านั้นมีคำสั่งคณะปฏิรูปของ พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ บางสมัยคำสั่งปฏิวัติ ทำลายรัฐธรรมนูญ สมัย จอมพล ถนอม กิตติขจร ขออนุญาตเอ่ยนาม ไม่มีรัฐธรรมนูญอยู่ ๒ ปีเศษ ๆ ครับ ทำให้ต่างประเทศมองเราว่าเป็นประเทศด้อยพัฒนา เป็นประเทศเผด็จการ กึ่งเผด็จการหรือเปล่า ผมเสียใจอธิบายต่อเพื่อนฝูงที่เป็นชาวต่างประเทศไม่รู้กี่ครั้ง ก็นึกว่า จะเป็นไปด้วยดี ประเทศชาติกำลังเจริญรุ่งเรือง สมัยพรรคไทยรักไทย ขออนุญาตเอ่ยนาม เลือกตั้งครั้งสุดท้ายได้ ๓๗๗ คะแนนจาก ๕๐๐ นายกรัฐมนตรี สมัยที่ ๒ ในขณะนั้น ขออนุญาตเอ่ยนาม ยศเป็นพันตำรวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร กำลังทำหน้าที่ที่พี่น้อง ประชาชนชาวไทยเลือกมาเป็นอันดับหนึ่งพรรคเดียวในการบริหารประเทศ แต่ถูกการรัฐประหาร แล้วก็ออกคำสั่งตั้งตุลาการรัฐธรรมนูญ ออกกฎหมายอื่น ๆ เยอะแยะ ที่ไปจากคำสั่ง ท่านครับ ถ้าเป็นเรื่องโจราอย่างเดียว ผมก็ไม่ติดใจอะไร เพราะว่าเป็นเรื่องสันดานของเขา แต่บังเอิญของเรานิติบัญญัติ บังเอิญตุลาการก็ไปเอากับเขาด้วย ในบทสรุปของทางสภา ค้นคว้ามาดีนะครับ ประกาศและคำสั่งของคณะปฏิวัติรัฐประหารในอดีตที่ผ่านมา ศาลฎีกา มีแนวคำวินิจฉัยว่า ประกาศหรือคำสั่งของคณะรัฐประหารได้รับการยอมรับเป็นกฎหมาย คำพิพากษาฎีกา ที่ ๑๖๖๒/๐๕ เมื่อคณะปฏิวัติได้ทำการยึดอำนาจปกครองประเทศ ได้ผลสำเร็จ หัวหน้าคณะปฏิวัติย่อมเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบ้านเมือง ข้อความใดที่หัวหน้า คณะปฏิวัติสั่งบังคับประชาชน ก็ต้องถือว่าเป็นกฎหมาย แม้พระมหากษัตริย์จะมิได้ทรงตรา ออกมาด้วยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร หรือสภานิติบัญญัติของประเทศ ก็ตาม ก็ถือเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในการปกครองในลักษณะเช่นนี้ได้ เป็นไปหมดแล้วนะครับ ถูกยึดอำนาจ ปีนช้างเหยียบปากนกไปหมด แล้วก็ยึดถือเป็นแบบอย่างกันมา วันนี้ผมคิดว่า ไม่สมควรที่จะยกเลิกเฉพาะที่ปรากฏ ๕ ฉบับนี้ครับ ต้องค้นทั้งหมดที่มีคำสั่งที่ผมพูดไป ให้ยกเลิก ให้เปลี่ยนเป็นพระราชบัญญัติ ไปต่างประเทศเราจะได้เดินสง่าผ่าเผย บ้านผมไม่มี คำสั่งคณะปฏิวัติแล้ว มีพระราชบัญญัตินั้น พระราชบัญญัตินี้ ถึงเวลาที่รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร จะมีความสมานสามัคคีครับ ผมว่ากฎหมายฉบับนี้ ทุกพรรคการเมือง ไม่ว่าจะทำหน้าที่ เป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล เห็นตรงกัน และรัฐบาลชุดนี้ก็ยอมเสนอกฎหมายเรื่องยกเลิก กฎหมายที่เป็นคำสั่งคณะปฏิวัติด้วย ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีครับ ผมไม่อยากให้ระบบการออก กฎหมายมันบิดเบี้ยว ผมไม่อยากให้คนยกมือไหว้คนที่ทำรัฐประหาร สังคมเราต้องตราหน้าว่า คน ๆ นี้ไม่ควรยกมือไหว้ ขึ้นบ้านใหม่ก็ไม่ต้องเชิญ ผ้าป่าสามัคคีก็ไม่ต้องเชิญ แต่ประเทศไทย เรากลับยกย่องคนที่ทำรัฐประหาร แปลกไหมครับ จนทำให้สภาแห่งนี้เสียเวลาต้องมายกเลิก กฎที่ไม่ใช่การออกกฎหมายที่ชอบด้วยกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าหมดเวลา ในการรัฐประหารหรือยัง หมดเวลาที่จะมีคำสั่งคณะรัฐประหารในอนาคตหรือยัง มีบางคน ตอบพูดไปเถอะ ถึงเวลาเขาก็จัดการเอง มันจะเป็นวน ๆ เวียน ๆ ซ้ำซากอย่างนี้ครับ ผมจึงคิดว่าประชาธิปไตย วันนี้เราพูดเรื่องประชาธิปไตยกับเผด็จการมันแตกต่างกันอย่างยิ่ง คำสั่งของคณะปฏิวัติ หรือ คสช. ใด ๆ เขาทำโดยคณะบุคคล ไม่มีสภาสูง ไม่มีสภาต่ำ กลั่นกรอง ไม่มีคณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมโดน คสช. ไปอยู่วัง ๗ วัน ไปอยู่วังทั้งทีไปอยู่วังน้อย อยู่ ๗ วัน ไปอยู่บ้านพักทหาร ทหารทั้งหลายนี้ก็เป็นคนอีสานเกือบทั้งหมด เป็นคนซื้อก้อย ซื้อลาบให้ผมนี่ละ เขาก็ไม่รู้เรื่อง อย่าให้สภาพอย่างนี้มาเลยครับ ผมโดนว่า อย่ามาพูดนะ ผมยึดอำนาจพวกท่านแล้วนะ เดี๋ยวนี้ก็เห็นหน้าเห็นตากันครับ พอเถอะ ลูกหลาน ของครอบครัวทุกครอบครัวมีทหาร ตำรวจ ทั้งนั้นครับ ให้ทำกันคนละหน้าที่ เป็นครูสอนหนังสือ เป็นทนายไปว่าความ เป็นตำรวจจับผู้ร้าย เป็นผู้พิพากษาก็ตัดสินคดีความให้มันถูกต้อง ทุกอย่างจะเป็นครรลองในการพัฒนาประเทศของเรา วันนี้ผมขออาสาเป็นกรรมาธิการ วิสามัญด้วยนะครับ จะได้ยกเลิกกันทั้งหมดเสียที ตั้งแต่ สฤษดิ์ ธนะรัชต์ โน่น มีบางเว็บไซต์ บอกว่าทำไมสฤษดิ์ต้องมีภรรยามาก ไปอธิบายยกย่องเสียอีก ผมจึงอยากจะพูดอะไรเยอะครับ แต่เห็นเพื่อนสมาชิกทุกพรรค มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ก็ขอขอบพระคุณ ขอให้คำสั่งของ คณะปฏิวัติ คสช. หรือคณะอื่นใดจงพินาศครับ ขอให้พระราชบัญญัติของสภาผู้แทนราษฎร รัฐสภา จงเจริญครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านผู้อาวุโสนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครู นักเรียน โรงเรียนตาคลี ประชาสรรค์ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ๖๐ ท่าน สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ🔗
ต่อไป ๓ ท่าน ท่านแรก ท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ท่านที่ ๒ ท่านศิรสิทธิ์ สงนุ้ย ท่านที่ ๓ ท่านกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล นะครับ เชิญท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ฟังเสียงประชาชน และรับใช้ประชาชน จังหวัดปทุมธานี เขต ๗ อำเภอลำลูกกา อำเภอธัญบุรี และอำเภอหนองเสือ ผมขอร่วมอภิปรายร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกประกาศ คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. บางฉบับ ที่หมดความจำเป็นและไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน ซึ่งจริง ๆ แล้วควรจะยกเลิก มันทุกประกาศเลยครับ ทุกคำสั่งที่มาจากกลุ่มคนที่ทำรัฐประหาร ยึดอำนาจจากประชาชน ฉีกรัฐธรรมนูญ แล้วก็ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย ทำไมจึงต้องยกเลิกครับ เพราะเราไม่ยอมรับการรัฐประหารนะครับ ระบอบการปกครองประชาธิปไตยเราไม่ควรมี การรัฐประหารอีกต่อไป ตอนเด็ก ๆ ผมก็เชื่อว่าทหารเป็นคนดีนะครับ เราถูกสอนมาแบบนั้น เราถูกสอนว่านักการเมืองขี้โกง ทหารจึงต้องเข้ามาทำรัฐประหาร เพื่อทำให้บ้านเมืองดีขึ้น โตขึ้นเราถึงได้รู้ว่าสิ่งที่เขาสอนเรามามันโกหกหลอกลวงทั้งสิ้น ในตอนเด็ก ๆ นั้นตั้งแต่ รัฐประหาร รสช. ปี ๒๕๓๔ เราไม่มีอินเทอร์เน็ตนะครับ สมัยนั้นเรารับสื่อทางเดียว วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ เวลารัฐประหารเสร็จเขาก็ไปยึดสื่อ แล้วก็ประกาศอยู่ฝ่ายเดียวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรบ้าง พูดอยู่ฝ่ายเดียวไม่มีการโต้ตอบ แล้วก็ประกาศยึดอำนาจ ประกาศใช้ อำนาจของตัวเองนะครับ ทุกประกาศก็ได้รับการรับรองจากศาล ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้คำสั่งของ คสช. ไม่มีความชอบธรรม เพราะไม่ได้มาจากประชาชนเลย มาจากคนแค่คนเดียว หรือคนแค่ กลุ่มเดียว พอโตขึ้นมาอีก รัฐประหาร ปี ๒๕๔๙ เรามีอินเทอร์เน็ต แต่ไม่มีโลก Social ตอนนั้น หลายคนก็ยังคิดว่าทหารเป็นคนดี เข้ามาเพื่อปราบนักการเมืองขี้โกง คนยังเชื่อแบบนั้นอยู่ แต่พอมาปี ๒๕๕๙ เรามีอินเทอร์เน็ต แล้วก็เริ่มมี Social กันแล้ว คนเริ่มเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น คนเริ่มไม่ยอมรับการรัฐประหาร ออกมาต่อต้านกัน จะเห็นได้จากกลุ่มเด็ก ๆ สมัยนี้ที่ได้ เสพสื่อ Social แล้วก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย แต่ละครั้งที่เกิดการรัฐประหารก็จะมีการฉีกรัฐธรรมนูญ แล้วก็ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมา ซึ่งแต่ละครั้งที่ร่างขึ้นมาก็จะลดทอนอำนาจของประชาชน เพิ่มอำนาจให้องคาพยพของ ตัวเอง องค์กรอิสระบ้าง เพิ่มอำนาจให้ สว. บ้าง ที่มาจากคณะ สนช. นะครับ ให้เลือก นายกรัฐมนตรีได้ เพิ่มอำนาจองค์กรอิสระให้สามารถที่จะตัดสิทธินักการเมืองตลอดชีวิต โดยการตัดสิทธิทางด้านจริยธรรม ซึ่งมันกว้างมาก ให้ดุลยพินิจของศาลรัฐธรรมนูญกว้างมาก ปัจจุบันนี้ก็เกิดอะไรขึ้นนะครับ ประชาธิปไตยต้องมีการ Check and Balance ซึ่งหมายถึง ต้องมีการตรวจสอบ แล้วก็มีการถ่วงดุล ถ่วงดุลนี้หมายถึงการถ่วงดุล ๓ ฝ่าย บริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ แต่ทุกวันนี้ตุลาการอำนาจล้นฟ้า นิติบัญญัติไม่สามารถถ่วงดุลได้ ดังที่ท่านเห็นกันอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยของเรา ไม่ต้องอธิบายเยอะนะครับ เพิ่งเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ แล้วก็กำลังเกิดขึ้นอีก ตอนนี้อำนาจของนิติบัญญัติน้อยที่สุดเลย น้อยกว่าฝ่ายบริหาร น้อยกว่าฝ่ายตุลาการ ไม่มีการถ่วงดุลใด ๆ ทั้งสิ้น เราจะมีประชาธิปไตย แบบเอียง ๆ ที่มาจากรัฐธรรมนูญแบบเอียง ๆ ท่านประธานครับ ผมขออ่านสิ่งที่ประชาชน ฝากถึง คสช. ในเฟซบุ๊กของผม ขอให้เอาความดีที่มีอยู่ (ต้องพอมีเหลืออยู่บ้าง) ร่วมมือกันพัฒนา ประเทศในทางที่ถูกต้อง เห็นแก่อนาคตลูกหลานและประเทศชาติ ต่อมานะครับ บอกให้เขา เลิกคายตะขาบใส่ปากกันเสียที รัฐประหารแล้วมีอะไรดีขึ้น ที่อ้างว่าต้องการปกป้อง ต้องการยุติความขัดแย้ง แต่สุดท้ายก็ทิ้งรัฐธรรมนูญที่อัปยศไว้ให้ประชาชน บ้านเมืองเสียหาย และขัดแย้งมากกว่าเดิมเสียอีก รัฐประหารคือการเซาะกร่อนบ่อนทำลายประชาธิปไตย อย่าหาทำ แม้แต่จะชักใยอยู่เบื้องหลัง บอกได้คำเดียวให้เขาออกไป บอกพวกเขาอย่าเอามาใช้ กับประชาชนอีกเลย ต่อมานะครับ คสช. เท่ากับตัวเซาะกร่อนบ่อนทำลายประชาธิปไตย และประเทศชาติที่แท้จริง ระบบ ระบอบในประเทศที่มันบิดเบี้ยวก็ผลพวงจาก คสช. ทั้งสิ้น เมื่อไรจะหยุดความอัปยศอำนาจที่พวกท่านยึดโยงเสียที อย่ามาอ้างรักชาติ ถ้ารักชาติจริง ต้องปล่อยประเทศให้พัฒนา ไม่ใช่เป็นประเทศห้ามพัฒนาแบบนี้ บอกเขาหยุดเถอะ พอได้แล้ว บ้านเมืองไม่ใช่ของ คสช. กลุ่มเดียว ไปพักผ่อนอยู่บ้าน เลี้ยงหลาน ปล่อยให้ ลูกหลานคนรุ่นหลังให้เขาได้ดูแลประเทศต่อไป อย่าบ้าอำนาจ บอกให้ไปเก่งกับทุนต่างชาติ หยุดเก่งกับคนไทย สงสารเด็กไทยที่ทุกวันนี้มันไร้อนาคต นี่คือส่วนหนึ่งของ ๑๔ ล้านเสียง ที่เลือกพวกเรามา นี่คือส่วนหนึ่งเท่านั้น ถ้ารัฐประหารดีนะครับ ประชาชนจะต้องสนับสนุน แต่เกิดอะไรขึ้นครับ เลือกตั้งปี ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา ๒ พรรคที่มาจากการสืบทอดอำนาจ คะแนนรวมกัน ๕ ล้านคะแนน ๒ พรรคที่เป็นฝ่ายประชาธิปไตยคะแนนรวมกัน ๒๕ ล้านคะแนน ห่างกันประมาณ ๕ เท่า ถ้ารัฐประหารดีจริง ถ้าประชาชนสนับสนุนดีจริง ฝ่ายที่มาจาก การสืบทอดอำนาจควรจะมีคะแนนมากกว่านี้ มากกว่าฝ่ายประชาธิปไตย หลาย ๆ เรื่อง ที่ คสช. ทำนะครับ ประกาศอย่างเช่นฉบับที่อัปยศที่สุด คือ ฉบับที่ ๑๑/๒๕๕๗ เรื่อง การสิ้นสุด ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งตรงนี้ก็คือการฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งนั่นเอง ถ้ายกเลิก ตัวนี้ไป ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะนำรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ กลับมาใช้อีกหรือ เพราะเราก็มีรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันอยู่แล้ว อันนี้ผมไม่แน่ใจนะครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เป็นประกาศที่อัปยศที่สุด ประกาศอีกฉบับหนึ่งที่เป็นมหากาพย์ก็คือ ฉบับที่ ๗๒/๒๕๕๙ เรื่อง การแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ หรือคดี เหมืองแร่อัครานั่นเอง เป็นคดีฟ้องร้องกันเป็น ๑๐ ปี ๒๐ ปีเลย จนปัจจุบันนี้ สิ่งเหล่านี้ ตอนนั้นอาจจะดูดี อาจจะช่วยเหลือประชาชน ช่วยเหลือในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ช่วยเหลือ ในด้านผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม แต่จริง ๆ แล้วเรามีกฎหมายหลายฉบับที่สามารถเข้าไป แก้ปัญหาตรงนี้ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้คำสั่งของ คสช. ซึ่งเป็นคำสั่งเผด็จการ แล้วก็ส่งผลให้เรา ถูกฟ้อง ถูกเรียกค่าเสียหายจำนวนมหาศาล สุดท้ายแล้วสิ่งที่เป็นประกาศของ คสช. ที่เป็น ประกาศของเผด็จการนั้น ควรจะถูกยกเลิกทั้งหมดทั้งสิ้นนะครับ สิ่งที่อาจารย์สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ได้พูดไปสักครู่ ขอให้ฉบับของคุณอนุทินเป็นฉบับหลัก ผมก็เห็นด้วยนะครับ เพราะเป็นฉบับที่แก้ไขขอยกเลิกมากที่สุด เราก็สามารถที่จะไล่จากตรงนั้นไปได้เลย แล้วก็ ยกเลิกให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศิรสิทธิ์ สงนุ้ย เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศิรสิทธิ์ สงนุ้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคประชาชน ผมขอร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ เรื่อง การยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสำหรับประกอบกิจการ บางประเภท ซึ่งการประกาศคำสั่งดังกล่าว มีผลเป็นการยกเลิกหลักประกันในการคุ้มครอง สิทธิด้านสิ่งแวดล้อมของชุมชนตามกฎหมายหลายประการ ท่านประธานครับ ท่ามกลาง ฝุ่นตลบของปัญหามลพิษ มลภาวะปัจจุบัน ทั้งกรณีกากแคดเมียมและปัญหาต่อเนื่อง ที่โผล่ขึ้นมารายวัน จนหน่วยงานและกระทรวงที่เกี่ยวข้องต้องวุ่นวายแก้ไขปัญหา ตามล้าง ตามเช็ด ผลพวงการบริหารสมัยรัฐบาล คสช. มานับครั้งไม่ถ้วน ท่านประธานครับ ผมจึงมี ประเด็นและปมปัญหาที่อยากจะแบ่งปันให้กับสังคมได้รับรู้ร่วมกัน รวมถึงข้อเสนอแนวทาง การแก้ปัญหาที่ไม่ใช่การซุกไว้ใต้พรม ท่านประธานครับ สาระสำคัญของการแก้ไข คือการออกกฎหมายคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ เป็นการเปิดทางให้มีการบริหารจัดการในพื้นที่ โดยยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคาร เพื่อให้เกิดการจัดการ พื้นที่โดยละเลยกระบวนการกลั่นกรองที่ถูกต้อง เหมาะสมกับชุมชน ซึ่งเป็นการทำลาย หลักประกันในการคุ้มครองสิทธิชุมชนด้านสิ่งแวดล้อม หนำซ้ำครับท่านประธาน เป้าหมาย ของกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจ กลับกลายเป็นการเปิดโอกาสให้กับนายทุนได้รับสิทธิพิเศษ ต่าง ๆ มากมาย ทั้งคำสั่ง คสช. ยังเปิดทางให้กลุ่มธุรกิจ กลุ่มทุน มีการประกอบกิจการ โดยไม่คำนึงถึงผังเมือง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของคนในชุมชน การดำเนินการดังกล่าว นำไปสู่การลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมาย เข้ามาในประเทศ เช่น ขยะชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ผิดกฎหมาย และเป็นการเปิดช่องให้กับ เจ้าหน้าที่รัฐมีการทุจริต ท่านประธานครับ ผมเองเป็น สส. จังหวัดสมุทรสาคร ปัญหา ด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมมีภาวะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งอำเภอเมือง อำเภอกระทุ่มแบน นี่คือความดำมืดในอดีตที่ส่งผลกระทบมายังปัจจุบัน วันนี้คนจังหวัดสมุทรสาครและ ประชาชนทั้งประเทศ ฝากความหวังมายังสภาผู้แทนราษฎรในการแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายต่อประชาชนมายังพวกเรา ท่านประธานครับ ผมขออ้างอิงงานวิจัยสักเล็กน้อย ของมูลนิธิบูรณะนิเวศ สำรวจการเก็บตัวอย่างในจังหวัดสมุทรสาคร บริเวณที่ประกอบ กิจการ Recycle ขนาดเล็ก และโรงงานหล่อหลอมโลหะ โดยเก็บตัวอย่างในพื้นที่ พบการปนเปื้อนของสาร Dioxin ซึ่งก่อให้เกิดความผิดปกติต่อระบบภูมิคุ้มกันและก่อให้เกิด มะเร็ง รวมถึงพบสารหน่วงการติดไฟ ซึ่งเป็นสารอันตรายที่มีผลต่อระบบประสาท และพัฒนาการของเด็ก นอกจากนี้ยังพบสารอื่น ๆ เป็นจำนวนมากในพื้นที่ ซึ่งการศึกษานี้ บ่งบอกว่าในพื้นที่โรงงานประเภท ๑๐๕ ๑๐๖ ในจังหวัดสมุทรสาครมีปริมาณมากชัดเจน รวมถึงต้องมีการตรวจสอบแหล่งที่มาที่ไปของแหล่งกำเนิดมลพิษ ทั้งนี้ ทั้งนั้นครับ โรงงานบางส่วนก่อตั้งและอาศัยกฎหมายสมัยรัฐบาล คสช. ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ผลพวงสมัยรัฐบาล คสช. ทำให้เกิดสุญญากาศในระบบการบริหาร ย้อนหลังข้อมูลไป ๑๐ ปี ของกระทรวงอุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรสาครนั้น มีโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตประกอบ กิจการขนาดเล็ก ประเภท ๑๐๕ ๑๐๖ เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ ผมจึงขอตั้ง ข้อสังเกตว่ามีการออกใบอนุญาตโดยมิชอบหรือไม่ ท่านประธานครับ ผมขอยกตัวอย่าง สักเล็กน้อย ผมได้ลงพื้นที่ตำบลนาโคก จากการร้องเรียนของพี่น้องประชาชน เขตติดต่อ กับท่านสมาชิก สส. อานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย จังหวัดสมุทรสงคราม ตรวจสอบโรงงาน หล่อหลอมและโรงงานคัดแยกวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหลายแห่งมานานนับปี ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่สีเขียว คาดขาว โรงงานนี้ตั้งอยู่ในแหล่งพื้นที่เกษตรกรรม นาเกลือ และใกล้แหล่งชุมชน โรงเรียน โดยส่วนมากเจ้าของนั้นเป็นทุนจีน ซึ่งผมได้หารือในสภาหลายครั้งหลายคราเกี่ยวกับปัญหานี้ มีทั้งหน่วยงานต่าง ๆ มาตรวจสอบ มีคำสั่งอุตสาหกรรมจังหวัด ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งนับครั้ง ไม่ถ้วน ล่าสุดนั้นทาง บก.ปทส. ได้เข้ามาจับกุมโรงงานทุนจีน แต่เรื่องก็เงียบไป ท่านประธานครับ ปัจจุบันโรงงานก็ยังมีการฝ่าฝืนคำสั่งอยู่ในหลาย ๆ แห่ง ท้าทายกฎหมาย ท้าทายอำนาจ เจ้าหน้าที่รัฐ ผมเคยสอบถามถึงที่มาที่ไปของวัตถุดิบที่นำมาคัดแยกและหล่อหลอมว่า มาจากไหน ก็ยังไม่เคยได้รับคำตอบครับว่ามาจากไหน ซึ่งผมให้ข้อสังเกตว่าการฝ่าฝืนคำสั่ง ของเจ้าหน้าที่รัฐ อาจมีการลักลอบนำชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาคัดแยกและหล่อหลอม ด้วยหรือไม่ รวมถึงกระบวนการการทำลายกากอุตสาหกรรมที่เกิดจากกระบวนการ หล่อหลอมนั้นทำลายถูกต้องหรือไม่ ทั้งหมดนี้ผมก็ยังไม่ได้ข้อมูลที่ชัดเจน ซึ่งที่ผ่านมา ก็มาจากรัฐบาล คสช. ทั้งหมด ทั้งสิ้น🔗
สุดท้ายนี้ที่ผ่านมาประเทศไทยกำลังเดินไปสู่ความล้าหลังด้วยการยกเว้น การบังคับใช้กฎหมายผังเมืองทั่วประเทศ ด้วยการประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ ๔/๒๕๕๙ ผมจึงมีความเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวก่อให้เกิดการใช้อำนาจอิทธิพลเพิ่มขึ้น หลายเท่าตัว ความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับผู้ประกอบการธุรกิจมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึง การลักลอบทำสิ่งผิดกฎหมายนำเข้ามาในประเทศเกินกว่าที่จะควบคุม พวกเราในฐานะ ผู้แทนราษฎรตระหนักร่วมกันกับปัญหาที่เกิดขึ้น และเห็นควรว่าควรต้องยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ทั้งหมด และแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ. โรงงานทั้งฉบับร่วมกันต่อไปในอนาคต ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง เขต ๑ อดีตพรรคก้าวไกล ปัจจุบันพรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขออภิปราย สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติบางฉบับที่หมดความจำเป็นและไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน ท่านประธานคะ ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาล ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีมติ ให้มีการจัดการเศรษฐกิจ Model แบบ BCG เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้ไทยไปสู่เป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นเศรษฐกิจใหม่ที่ผสมผสานหลักการพัฒนาทั้ง ๓ ด้านด้วยกันนะคะ นั่นก็คือ เศรษฐกิจชีวภาพ Bio Economy เศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy และเศรษฐกิจสีเขียว นั่นก็คือ Green Economy ค่ะ โดยคำสั่งที่เอื้อให้เกิดกิจการหมุนเวียน ทรัพยากรแบบนี้ หนึ่งในนั้นก็คือคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ เรื่อง การยกเว้นการบังคับใช้ กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสำหรับประกอบกิจการบางประเภท ขอสไลด์ด้วยนะคะ🔗
ซึ่งในข้อที่ ๑ ของคำสั่ง กล่าวว่า ให้ยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวง ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมตามกฎหมายว่าด้วย การผังเมืองที่มีผลบังคับอยู่ในวันที่มีคำสั่งนี้ หรือที่จะมีผลใช้บังคับภายใน ๑ ปี นับแต่วันที่มี คำสั่งนี้ สำหรับการประกอบกิจการดังต่อไปนี้ (๒) ได้ระบุประเภทกิจการที่ยกเว้นไว้ นั่นก็คือ โรงงานลำดับ ๑๐๑ โรงงานปรับปรุงคุณภาพของเสียรวม โรงงานลำดับที่ ๑๐๕ โรงงานคัดแยกและฝังกลบสิ่งปฏิกูล วัสดุที่ไม่ใช้แล้ว โรงงานลำดับที่ ๑๐๖ เป็นโรงงาน ประกอบกิจการเกี่ยวกับการนำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่ใช้แล้ว หรือของเสียจากโรงงาน มาผลิตเป็นวัตถุดิบ หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยผ่านกรรมวิธีการผลิตทางอุตสาหกรรม รวมไปถึง ประเภทของกิจการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการกำจัดขยะมูลฝอย คำสั่งดังกล่าว ส่งผลให้โรงงานประเภท ๑๐๑ ๑๐๕ และ ๑๐๖ ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดเลยค่ะ แล้วก็แฝงตัว อยู่ในทุกพื้นที่ ไม่สนใจว่าพื้นที่นั้นจะเป็นสีอะไร ที่สำคัญมันทำให้โรงงานประเภทนี้ตั้งอยู่ใน กลางชุมชนได้ เพราะไม่มีข้อจำกัดทางกฎหมายในเรื่องที่ตั้ง ไม่ต้องสนใจว่าใกล้แหล่งน้ำ ใกล้แหล่งเกษตรกรรมชั้นดีหรือไม่ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างร้ายแรงค่ะ ท่านประธาน นอกจากนี้ยังมีการนำเข้าขยะจากต่างประเทศเข้ามา Recycle ในประเทศไทย จนทำให้ หลาย ๆ คนตั้งข้อสังเกตว่าประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นถังขยะของโลกหรือไม่ มีการไหล เข้ามาหาประโยชน์จากธุรกิจโรงงาน Recycle จากนายทุนต่างชาติจำนวนมหาศาลเลยค่ะ จนทุกวันนี้มีโรงงานประเภทดังกล่าวทั่วประเทศมากกว่า ๒,๕๐๐ แห่งไปแล้ว ส่วนใหญ่ ก็จะตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก โดยเฉพาะในจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัด ปราจีนบุรี จังหวัดชลบุรี จังหวัดสระแก้ว จังหวัดระยอง จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัด สมุทรปราการ เพราะว่าเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม แล้วก็ใกล้กับท่าเรือแหลมฉบัง ก็สามารถ ขนเข้าออกประเทศได้อย่างง่ายดาย นี่คือคำถามว่า Model แบบนี้ ส่งผลให้เกิดกิจการ ประเภทแบบนี้ แล้วส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชน กับสิ่งแวดล้อมแบบนี้ อันนี้คือ Bio Circular Economy แบบใด ขยะอุตสาหกรรมเกลื่อนเมือง ประชาชนเดือดร้อนกัน ทุกหย่อมหญ้า ท่านประธานคะ ภาพฝันร้ายที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจการประเภทดังกล่าว เช่น กรณีของบริษัท แวกซ์ กาเบ็จ ที่จังหวัดราชบุรี ที่มีการลักลอบฝังกากอุตสาหกรรม มากกว่า ๑๒,๐๐๐ ตันไว้ใต้ดิน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยรอบ และมีการ ปนเปื้อนสารเคมีอย่างรุนแรง น้ำบนดิน น้ำใต้ดินใช้ไม่ได้ค่ะท่านประธาน แม้จะมี การอนุมัติงบกลางเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไข ปัญหาเท่าที่ควร อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นที่จังหวัดระยองบ้านของดิฉัน มหากาพย์ บริษัท วิน โพรเสส ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า ๑๐ ปี ส่งผลกระทบทางด้านสุขภาพ ด้านวิถีชีวิต กับชุมชนตำบลหนองพะวา อำเภอบ้านค่าย แม้จะมีคำสั่งคำพิพากษาศาลจังหวัดระยอง ให้บริษัทชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ยื่นฟ้องทั้งหมด ๑๕ รายแล้ว แต่ชาวบ้านก็ยังไม่ได้รับ ค่าชดเชยดังกล่าว และหลังจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา การแก้ปัญหามลพิษที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง กากอุตสาหกรรมอันตรายก็ยังคงอยู่ในพื้นที่ ยังไม่ได้เคลื่อนย้ายออกไปกำจัดให้เรียบร้อยเลย นอกจากนี้ยังมีอีกหลาย ๆ พื้นที่ ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นระเบิดเวลารอวันที่จะระเบิด สร้างความเสียหายอีกมากมาย ดิฉันเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้คงไม่มีใครอยากเห็น เหตุการณ์แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากนี้กรมโรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม ควรจะเร่ง ตรวจสอบ แล้วก็ควบคุมกิจการประเภทนี้อย่างใกล้ชิด🔗
สุดท้ายทางออกของปัญหานี้คงหนีไม่พ้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นั่นก็คือ การยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ นี้เสีย และต้องควบคุมตรวจสอบกิจการประเภทกำจัด มูลฝอย โดยเฉพาะขยะอุตสาหกรรมเพื่อส่งเสริมให้เกิด Bio Circular Economy อย่างมี ทิศทาง แล้วก็มีประสิทธิภาพ เพื่อปกป้องสิทธิของชุมชน คืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน และคืนคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นกับประเทศไทย ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปท่านวุฒิพงศ์ ทองเหลา เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วุฒิพงศ์ ทองเหลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคชาติพัฒนา วันนี้ผมขอ ร่วมอภิปรายยกเลิกคำสั่ง คสช. โดยผมขออนุญาตเน้นไปที่คำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ที่เป็น การออกคำสั่งประกาศสร้างปัญหาต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ผมจะไม่กล่าวขึ้นลอย ๆ ในการอภิปรายครั้งนี้ เนื่องจากผมมีข้อมูลและข้อเท็จจริงเป็นตัวเลข นำมาชี้แจงต่อท่านประธานและต่อเพื่อนสมาชิก เป็นข้อสังเกตถึงคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ฉบับนี้ ขออนุญาตสไลด์ครับ🔗
เป็นความกังวลว่าประเทศไทยกำลัง จะเป็นถังขยะโลกหรือไม่ สไลด์ถัดไป ขออนุญาตสไลด์ที่ ๒ แล้วหยุดครับ อย่างที่เพื่อน สมาชิกได้อภิปรายไปถึงปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นเพื่อให้มีการยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ที่เอื้อการนำเข้าขยะจากทุกมุมโลกเข้ามากำจัดในประเทศไทย ขอย้อนไล่เรียงว่ามันเกิดอะไรขึ้นในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ประเทศจีนได้รับผลกระทบในเรื่องนี้ เต็ม ๆ เกิดมลพิษขึ้นจากการเผา การหลอม มลพิษจากการทิ้งกากอุตสาหกรรมโดยตรง ลงบนพื้นดิน ขยะจากหลายประเทศที่ประเทศจีนรับเข้ามากำจัดไหลซึมผ่านชั้นดินสู่ ชั้นน้ำบาดาล กระทบสิ่งแวดล้อม กระทบเป็นวงกว้างในหลายมณฑล ยากต่อการแก้ไข ภาครัฐ รัฐบาลจีนใช้เงินในการฟื้นฟูค่อนข้างมาก เป็นเงินมหาศาล ส่วนประชาชน ก็มีการเจ็บป่วย ทางเดินหายใจเริ่มผิดปกติ ผิวหนังและมะเร็งเป็นอาการที่ตามมา ตรงนี้ สำคัญครับท่านประธาน ในช่วงต้นปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ประเทศจีนยุติการนำเข้าขยะอย่างถาวร แต่ตรงนั้นเองเป็นประตูที่ประเทศไทยประกาศคำสั่ง คสช. ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ คำสั่ง คสช. ชื่อว่า คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ตั้งแต่นั้นมา ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะพลาสติก อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า แผงวงจร เศษขยะ วัสดุปนเปื้อนถูกส่งลงเรือมาจากหลายประเทศ มุ่งตรงมาที่ประเทศไทย ผมอยากให้ท่านประธานได้ชมคลิปสั้น ๆ ครับ ประมาณ ๒๐ วินาที ปัญหาในพื้นที่ปราจีนบุรี ว่ากิจการเหล่านี้ควรส่งเสริมให้เกิดการลงทุนหรือไม่ในประเทศไทย🔗
ขออนุญาตเสียงด้วยนะครับ เบื้องต้น ตัวบริษัทนี้ เดี๋ยวผมบรรยายไปด้วยนะครับ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้ว มีกลุ่มคนจีนเข้ามาประกอบกิจการ โดยเช่าพื้นที่ขนาดประมาณสนามวอลเลย์บอล ๔ สนาม ในพื้นที่อำเภอประจันตคาม ซึ่งจุดที่พยายามก่อตั้งนี้ อย่างที่บอกว่ามันไม่ได้คำนึงถึงเรื่องของ ผังเมืองว่ามันจะอยู่ใกล้ตรงไหน ใกล้ชุมชน หรือในจุดนี้ ห่างโรงพยาบาลของอำเภอ เพียง ๑๕๐ เมตร โรงพยาบาลประจันตคาม เคสนี้แอบเปิดโดยไม่ขออนุญาตจาก อุตสาหกรรมจังหวัด ในภาพจะเห็นเคมีกระปุกเล็ก กระปุกน้อย ถังเคมีที่ใช้หลอม อันนี้เป็น แผ่นแผงวงจรที่นำมาหลอม เอาอะไรครับ เอาทองกลับประเทศ เอาทุกอย่างกลับประเทศ คล้าย ๆ ทัวร์ศูนย์เหรียญนะครับ ทุกอย่างไม่ได้กับประเทศไทยเลย แรงงานที่จ้างก็เป็น คนพม่า เป็นคนเขมรที่เข้าไปทำงาน คนไทยส่วนใหญ่ได้ทำอยู่เพียง ๒ ตำแหน่งครับ รปภ. กับล่าม หากกระทำผิด ง่ายนิดเดียว ปิดหนีครับ ทิ้งมลพิษไว้ให้รัฐบาลรับผิดชอบ อย่างหลาย ๆ ที่ในพื้นที่ประเทศไทย งบในการกำจัดหรือบูรณะให้กลับมามากกว่า ๔๐๐ ล้านบาท หรือบางที่วิเคราะห์แล้วนะครับ จากกรมควบคุมมลพิษ ๘๐๐ ล้านบาท ก็มีมากกว่างบประมาณจังหวัดหลายจังหวัด เสียค่าฟื้นฟูเป็นเงินหลายล้านอย่างที่กล่าวมา ต้องมาฟื้นฟูเรื่องของสภาพแวดล้อม รักษาประชาชนและสิ่งแวดล้อม จากสไลด์นี้เราจะเห็น การเปรียบเทียบตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ว่าขยะในประเทศเองมันไม่ได้มากครับ ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. ๒๕๕๙ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีประกาศ แล้วเราจะเห็นปี ๒๕๖๑ เกิดอะไรขึ้น พุ่งเป็นกราฟเลย ซึ่งพิกัดตัวนี้ผมยกตัวอย่างมาเฉพาะพิกัดตัว HS 3915 คือเศษพลาสติก หรือแผงวงจร ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ไม่สามารถที่จะเอาขยะประเภทอื่นมาจำแนกได้หมด เพราะว่า มันเยอะมากจริง ๆ จากข้อมูลของกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม โรงงานจำพวกที่ ๓ ประเภท ๑๐๑ ๑๐๕ และ ๑๐๖ โรงหลอม บ่อกลบ โรงงาน Recycle ปัจจุบันเพิ่มขึ้น ๑๓๐ เปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่างข้อมูล โรงงานประเภท ๑๐๕ โรงงานประเภทนี้ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ มีเพียงแค่ ๖๐๐ กว่าโรงงาน ปัจจุบันจาก ๖๐๐ โรงงาน เพิ่มเป็น ๑,๗๐๐ โรงงาน Update ข้อมูลที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม🔗
ขอสไลด์ถัดไปครับ ข้อมูลจากตารางนี้เราจะเห็นครับว่า การนำเข้าขยะ จากทั่วโลกที่มีการนำเข้ามา ๒๐๐,๐๐๐ กว่าตัน เฉพาะขยะพลาสติกนะครับ แล้วก็มีที่เราไม่รู้ ที่ตำรวจไปตามจับที่ด่านศุลกากรหน้าตู้ Container อีกมากมาย ทั่วโลกเลยครับ ส่งมากำจัด ที่ประเทศไทย ประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งนั้นที่ส่งมา ตามข้อมูลนี้เลย ผมอาจจะไม่ได้ไล่เรียง แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมคาใจและรู้สึกอายเป็นอย่างมากครับ ประเทศเรายังรับขยะพลาสติก จากเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN ด้วย อย่างมาเลเซีย ๒,๐๐๐ ตัน เวียดนาม ๙๐๐ ตัน สิงคโปร์ ๘๐๐ ตัน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ๖๐๐ ตัน และ ๒๐๐ ตัน คือสุดท้ายเราเป็นถังขยะโลกนะครับ ปัจจุบันนี้🔗
สไลด์ถัดไปครับ และคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ยังทิ้งปัญหาฝากให้รัฐบาลชุดนี้ และ ครม. ได้พิจารณาต่อครับว่า จากบันทึกการประชุม ครม. วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ครม. เคาะมติให้หยุดนำเข้าขยะพลาสติก เพียงแค่พลาสติกนะครับ แต่ปัจจุบันจากกราฟ เมื่อสักครู่ไม่เห็นแนวโน้มครับว่าจะทำได้จริง🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ คำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ นี้ เขียนขึ้นมาเพียง ครึ่งหน้ากระดาษ A4 ครับท่านประธาน เขียนขึ้นมาบนผลประโยชน์ของผู้มีอำนาจ ในขณะนั้น การอภิปรายของผมทั้งหมดนี้ เพื่อขอสนับสนุนให้มีการยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ และรวมถึงคำสั่งอีกทั้ง ๓ ฉบับของ คสช. ที่เข้ามาในวันนี้ ทั้งหมดนี้ครับ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยังดีในประเทศไทย และเพื่อลมหายใจ ที่สะอาดกับพี่น้องประชาชนในชุมชนโดยไม่ต้องเรียกร้องครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้บริหารสมาชิกสภาเทศบาล ผู้นำชุมชน พนักงานเทศบาล และพนักงานจ้าง เทศบาลหนองกี่ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับครับ🔗
ต่อไปอีก ๓ ท่าน ท่านแรก ท่านสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ท่านที่ ๒ ท่านอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ท่านที่ ๓ ท่านชุติพงศ์ พิภพภิญโญ เชิญท่านสกล สุนทรวาณิชย์กิจ เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ จากพรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ เมื่อประมาณช่วงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสอ่านความคิดเห็นต่อร่างแผน PDP หรือแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า ของประเทศ Power Development Plan ปี ๒๐๒๔ ที่ JustPow ซึ่งเป็นองค์กรเอกชน ทางด้านข้อมูล องค์ความรู้ การสื่อสารในด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแพลตฟอร์ม ในการทำการสื่อสารประเด็นเรื่องพลังงานในประเทศไทยได้จัดทำขึ้น และมีความคิดเห็นของ ประชาชนทั้ง ๕ ภาคเลยครับ หนึ่งในความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างแผน PDP ฉบับนี้ ก็คือ ขอให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๓/๒๕๕๙ เรื่อง การยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วย การผังเมืองและกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษที่จะสามารถ สร้างสิ่งปลูกสร้างด้านอุตสาหกรรม และคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ เรื่อง การยกเว้นการใช้ บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม สำหรับการประกอบกิจการบางประเภท ซึ่ง ๒ คำสั่งนี้เป็นผลให้สามารถสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลขึ้นที่ไหนก็ได้ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ บอกนะครับว่าโรงไฟฟ้าชีวมวลไม่ดี อย่างไรก็ดี โรงไฟฟ้าชีวมวลยังมีประโยชน์ในการนำขยะ อินทรีย์ซึ่งเผาแล้วนำมาผลิตไฟฟ้าได้ แต่ก็ควรอยู่ในที่ที่เหมาะสมหรือไม่ เพราะปัจจุบันนี้ โรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กในชุมชนเป็นจำนวนมาก โดยที่ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการ แสดงความคิดเห็นในการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลขึ้นมา ในแหล่งใกล้เคียงกับที่เขาอยู่อาศัยเลย เพราะโรงไฟฟ้าที่เป็น VSPP Very Small Power Producer ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ขนาดเล็กมาก หรือโรงไฟฟ้าที่มีกำลังขนาดไม่เกิน ๑๐ เมกะวัตต์ ไม่ต้องทำรายงาน EIA หรือการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แค่นี้ก็ขัดหลักสิทธิมนุษยชนแล้วครับท่านประธาน แต่อ่านชื่อคำสั่งอาจจะยังสงสัยครับว่า ๒ คำสั่งนี้เป็นคำสั่งเกี่ยวกับผังเมืองไม่ใช่หรือ แล้วไม่เห็นมีตรงไหนบอกเลยว่าสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลตรงไหนก็ได้ ก็จะขอเจาะลึกลงในแต่ละ คำสั่งนะครับ คำสั่ง คสช. ที่ ๓/๒๕๕๙ ข้อที่ ๑ ให้ยกเว้นการบังคับใช้กฎกระทรวง ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม กฎกระทรวง หรือข้อบัญญัติท้องถิ่น โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ (๑๐) บัญญัติว่า กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย และใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร จากมาตรา ๘ (๑๐) จะทำให้เห็นได้ว่าหลักประกันเรื่องความปลอดภัยในเรื่องของการเว้น ระยะห่างจากโรงไฟฟ้าอยู่ตรงไหนครับ จากปกติผังเมืองจะมีสีต่าง ๆ เพื่อจัดวางที่ให้เป็น ระเบียบ ให้โรงไฟฟ้าสามารถอยู่ร่วมกับประชาชนได้ เนื่องจากต้องมีการวางแผนเว้นระยะ จากชุมชนโดยรอบ แต่เมื่อมีคำสั่งนี้ สีของผังเมืองก็ไม่มีความสำคัญอีกต่อไปครับ เพราะฉะนั้นโรงไฟฟ้าชีวมวลก็เลยจะไปสร้างตรงไหนก็ได้ ตรงที่ที่ไม่ควรจะมีโรงไฟฟ้าชีวมวล ตั้งอยู่ใกล้แหล่งชุมชน ที่อยู่อาศัย หรือสถานศึกษา ก็ยังสามารถตั้งได้ครับ หรือเขาจะซื้อที่ดิน ผังเมืองสีเขียว ที่ดินเพื่อการเกษตร ซึ่งราคาก็ถูกกว่ามาก มาตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดใหญ่ ก็ยังได้เลยครับ อีกทั้งยังยกเว้นมาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ แห่ง พ.ร.บ. ควบคุมอาคารด้วย ลดอำนาจท้องถิ่นไปอีกนะครับท่านประธาน คำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ เรื่องของการยกเว้น การใช้บังคับกฎกระทรวง ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม สำหรับการประกอบกิจการบางประเภท สำหรับการประกอบกิจการลำดับที่ ๘๘ โรงผลิตไฟฟ้าอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งข้อ ๒ เป็นโรงไฟฟ้าจากความร้อน ลำดับที่ ๘๙ โรงงานผลิตก๊าซ ลำดับที่ ๑๐๑ โรงงานปรับคุณภาพ ของเสีย ลำดับที่ ๑๐๕ โรงประกอบกิจการคัดแยกฝังกลบสิ่งปฏิกูล และลำดับที่ ๑๐๖ โรงผลิตผลิตภัณฑ์ขยะอุตสาหกรรมที่ไม่ใช้แล้ว มันก็มีหลักการและเหตุผลอีกครับว่า จุดประสงค์ที่ยกเว้นการใช้ข้อบังคับเป็นเพราะว่า ประเทศของเรานั้นประสบปัญหาความ ไม่มั่นคงในการจัดหาพลังงานและปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาขยะล้นเมือง การตั้ง โรงไฟฟ้าชีวมวลก็เป็นหนทางที่ดีนะครับ ตรงจุดประสงค์ด้วย เพราะโรงไฟฟ้าชีวมวลจะใช้ วัสดุที่เป็นชีวมวลในการเผาไหม้ เพื่อนำมาเป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้า แต่ขบวนการเผา วัสดุเหล่านี้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นจำนวนมากครับ และด้วยการยกเว้นการบังคับใช้ กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองแล้ว ก็กลายเป็นว่า ๑. แปลว่ามันจะสร้างตรงไหนก็ได้ ในผังเมืองสีอะไรก็ได้ และ ๒. ส่วนใหญ่โรงไฟฟ้าที่ตั้งในชุมชน หรือโรงไฟฟ้า หรือในโรงงาน อุตสาหกรรมเอง ก็เป็นโรงไฟฟ้าประเภท VSPP หรือโรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่มีพลังงานเข้าระบบ ไม่เกิน ๑ เมกะวัตต์ จึงไม่ต้องทำรายงาน EIA เพราะถ้าทำรายงาน EIA นั้น จะต้องมีการผลิต ไฟฟ้าไม่เกิน ๑๐ เมกะวัตต์ นั่นหมายความว่าก็จะไม่มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของผู้คน ในพื้นที่ คนนอกก็ตรวจสอบไม่ได้นะครับ สิทธิมนุษยชน ไหนครับความโปร่งใส ประชาชน ที่ไม่รู้เรื่องก็รับสารพิษจากโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลในชุมชนของเราอย่างนั้นหรือครับ ท่านประธาน และสุดท้ายก็ยังเป็นผลให้ตรวจสอบไม่ได้ด้วยครับว่า โรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่สร้าง ในชุมชนนั้นเป็นโรงไฟฟ้าประเภทไหน เพราะในปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใกล้ชุมชน โดยไม่ได้มีการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม แค่โรงไฟฟ้าชีวมวลก็เกิดก๊าซเรือนกระจก มากพอแล้วครับ แต่ยังพบว่าโรงไฟฟ้าขนาดเล็กบางแห่งก็มีการนำถ่านหินมาผสมด้วย🔗
สุดท้ายนี้นะครับ ผมก็ขอตั้งข้อสังเกตและหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คำสั่งที่มี ผลกระทบต่อประชาชนอีกหลายคำสั่งของ คสช. จะถูกยกเลิกในคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่กำลังจะตั้งขึ้นต่อจากนี้ไปครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอนุสรณ์ แก้ววิเชียร เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร ผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี อดีตพรรคก้าวไกล ปัจจุบัน พรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พ.ศ. .... ผมเริ่มต้นอย่างนี้นะครับท่านประธาน วันนี้ผมฟังเพื่อนสมาชิกอภิปรายมาหลายท่าน ไม่มีท่านใดชื่นชมยินดีกับคำสั่งของ คสช. หรือประกาศ คสช. ทั้งสิ้น ณ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ก่อการรัฐประหาร อ้างจำเป็น ต้องเข้าควบคุมสถานการณ์และยุติความขัดแย้งของคนในชาติ และขอเวลาการปฏิรูป ประเทศ โดยภายหลังการรัฐประหาร คสช. ได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. ๒๕๕๐ ยึดอำนาจ การปกครองประเทศไว้ ออกประกาศและคำสั่งจำนวนมากที่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพ ไม่ว่าจะเป็นการห้ามชุมนุมทางการเมือง การขอความร่วมมือห้ามจัดเสวนาวิชาการ การเรียก บุคคลจำนวนมากไปรายงานตัว การจับกุม คุมขัง หรือควบคุมตัวประชาชน การกำหนด ให้พลเรือนขึ้นศาลทหาร และมีบุคคลจำนวนมากถูกดำเนินคดี ผลสุดท้ายถูกพิพากษา ให้จำคุก สิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้ ผมอยากเรียนท่านประธานว่า ผมสะอิดสะเอียน ผมรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งสกปรกในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งไม่สมควรจะมาพูดในสภาแห่งนี้ แต่ด้วยความจำเป็นในฐานะผู้แทนราษฎร ผมจำเป็นต้องพูดนะครับ🔗
อันดับแรก ใครหรือหน่วยงานใด ให้การรับรองความสมบูรณ์ หรือความ ชอบธรรมของการรัฐประหาร ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า ศาลของประเทศไทย ได้วินิจฉัยข้อพิพาทที่เกี่ยวกับการรัฐประหารไว้หลายครั้ง โดยปรากฏถึงการรับรอง และความสมบูรณ์ของรัฐประหารทั้งโดยตรงและโดยปริยาย ในคำพิพากษาฎีกาหลายเรื่อง ผมขออนุญาตยกตัวอย่างฎีกาที่ ๑๘๗๔/๒๔๙๒ ฎีกาที่ ๑๑๕๓-๑๑๕๔/๒๔๙๕ ฎีกาที่ ๑๕๑๒-๑๕๑๕/๒๔๙๗ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรัฐประหาร เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ มีฎีกาที่ ๓๕๗๘/๒๕๖๐ รับรองความสมบูรณ์ของรัฐประหารไว้ โดยมีเนื้อความตอนหนึ่งว่า ไม่ปรากฏว่ามีประชาชน หรือหน่วยงานองค์กรของรัฐต่อต้านการยึดอำนาจการปกครอง ในครั้งนี้ จน คสช. ไม่อาจบริหารประเทศได้ คำพิพากษาเหล่านี้มักจะยึดโยงกับความเป็น รัฏฐาธิปัตย์ภายหลังการรัฐประหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งฎีกาที่ ๓๕๗๘/๒๕๖๐ กล่าวอ้าง อีกด้วยว่าไม่มีประชาชนต่อต้าน ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงมีประชาชนคัดค้านจำนวนมาก เพราะฉะนั้นมันเห็นได้อยู่ในตัวว่าใครให้ความชอบธรรม หรือการรับรองกับรัฐประหาร🔗
อันดับต่อไปครับ คำพิพากษาที่เกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของประกาศ หรือคำสั่งของคณะรัฐประหาร สถานะของคำสั่งและประกาศที่ออกโดยคณะรัฐประหารนี้ เป็นประเด็นที่สืบเนื่องมาจากการรับรองความสมบูรณ์ของรัฐประหารว่า เมื่อมีการรัฐประหาร สำเร็จ คณะรัฐประหารมีอำนาจนิติบัญญัติโดยสมบูรณ์ ท่านประธานสังเกตไหมครับ คณะรัฐประหารมีอำนาจนิติบัญญัตินะครับ กรณีดังกล่าวปรากฏในฎีกาที่ ๔๕/๒๔๙๖ ซึ่งเพื่อนสมาชิกผม ท่านรังสิมันต์ โรม ได้อภิปรายไปแล้ว ในฎีกาดังกล่าวทั้งรับรองความสมบูรณ์ ของการรัฐประหาร และรับรองอำนาจในการตรารัฐธรรมนูญ อำนาจนิติบัญญัติ และของ คณะรัฐประหารอีกด้วย มีอีกหลายฎีกาที่เดินตามมา ไม่ว่าจะเป็นฎีกาที่ ๑๖๖๒/๒๕๐๕ ฎีกาที่ ๑๒๓๔/๒๕๒๓ ที่รับรองสถานะของกฎหมาย หรือคำสั่งที่ออกโดยคณะรัฐประหาร แม้ว่าจะมีการใช้รัฐธรรมนูญใหม่ภายหลังที่คณะรัฐประหารไม่ได้มีอำนาจอยู่แล้ว ก็ยังให้มี อำนาจอยู่ต่อไป ดังปรากฏในฎีกาที่ ๑๒๓๔/๒๕๒๓ ว่า แม้จะมีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ออกประกาศใช้แล้วก็ตาม แต่ก็หาได้มีกฎหมายยกเลิกประกาศ หรือคำสั่งคณะปฏิวัติ หรือคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินไม่ ประกาศหรือคำสั่งนั้นจึงยังคงเป็นกฎหมายใช้บังคับอยู่ สิ่งที่ผมอยากจะถามเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ง่าย ๆ เลยว่า ท่านยอมรับอำนาจ คณะรัฐประหารในการเป็นฝ่ายนิติบัญญัติหรือไม่ คำพิพากษาฎีกาต่าง ๆ ที่ผมอ่านมามีสาระ อยู่แค่ ๒ เรื่องครับ คือยอมรับอำนาจรัฐประหารและยอมรับประกาศและคำสั่งของ คณะรัฐประหาร แต่ประเด็นของผมคือวันที่เขาก่อการรัฐประหาร อำนาจของประชาชน มันอยู่ตรงไหน อำนาจของนิติบัญญัติมันสูญหายไปหรือยัง อำนาจของบริหารมันสูญหาย ไปหรือยัง แต่ทำไมอำนาจของตุลาการมันช่างโดดเด่นคู่เคียงกับการรัฐประหารอย่างนี้ ผลสุดท้ายผมเห็นมีเพื่อนสมาชิกหลายคนว่าประกาศและคำสั่งของ คสช. มันไม่ควรที่จะถูก ยกเลิกแค่บางฉบับหรอกครับ มันควรจะถูกยกเลิกทั้งหมด ในความเห็นผม บัญชีแนบท้าย ควรจะไปเป็นประกาศคำสั่งของ คสช. ทั้งหมด ส่วนท่านจะเอาตรงไหนไว้ ท่านไประบุยกเว้นไว้ ผมยกตัวอย่างสิ่งที่เพื่อนสมาชิกร่างมาทั้ง ๘ ฉบับนี้มันเป็นแค่บางส่วน แล้วท่านยกเลิกทั้งฉบับ แต่ความเลวร้ายของประกาศและคำสั่งของ คสช. มันยังแทรกอยู่ใน ประกาศและคำสั่งบางฉบับที่ไปอยู่ในกฎหมายฉบับอื่น ผมยกตัวอย่างคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๔/๒๕๖๐ เรื่อง มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้ กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก คำสั่ง คสช. ฉบับนี้ ที่ออกคำสั่งโดยใช้มาตรา ๔๔ สั่งให้ ประชาชนที่ไม่จ่ายค่าปรับจราจรถูกระงับการต่อภาษี ซึ่งในสภาวะปกติกฤษฎีกาได้เคย วินิจฉัยไว้ในเรื่องเสร็จ ที่ ๑๕๔๓/๒๕๕๘ ว่าไม่สามารถกระทำได้ เหตุผลคือใบสั่งจราจร เป็นโทษทางอาญา เป็นคนละเรื่อง เป็นคนละกรณีกับการต่อภาษี แต่ทำไมในสภาวะที่มี อำนาจตามรัฐประหารท่านใช้อำนาจตามมาตรา ๔๔ มาออกกฎหมายฉบับนี้ แล้วมันก็ยัง ตกทอดตกค้างอยู่จนถึงปัจจุบัน ฉบับนี้ไม่อยู่ในร่างกฎหมายทั้ง ๘ ฉบับที่เพื่อนสมาชิกเสนอ ผมตั้งข้อสังเกตไว้นะครับว่า คำสั่งหรือประกาศ คสช. บางส่วนบางข้อที่มันมีปัญหาอยู่ ควรได้รับการยกเลิกหรือไม่🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน คำถามแรกที่ผมถามในสภาแห่งนี้ ใครรับรอง สถานะทางกฎหมายให้กับคนทำรัฐประหาร ใครรับรองสถานะทางกฎหมายให้กับประกาศ และคำสั่ง คสช. ด้วยความเคารพคำพิพากษาของศาลผูกพันเฉพาะคู่ความในคดีนั้นเท่านั้น ในเมื่อสภาแห่งนี้เป็นสภานิติบัญญัติที่มีหน้าที่ในการออกกฎหมาย ทำไมเราถึงต้องไปฟัง คำพิพากษาที่มีอำนาจผูกพันเฉพาะคู่ความ มายอมรับอำนาจรัฐประหาร ยอมรับประกาศ คำสั่งที่ออกมาจากคณะรัฐประหาร แล้วมาเสียเวลาในสภาแห่งนี้ เพื่อมานั่งแก้เป็นรายฉบับ รายเรื่อง รายข้อ ผมไม่เห็นด้วย แล้วผมคิดว่าควรจะยกเลิกมันทุกฉบับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชุติพงศ์ พิภพภิญโญ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน คนจังหวัดระยอง เขตเลือกตั้งที่ ๔ อำเภอบ้านค่าย ปลวกแดง วังจันทร์ วันนี้ขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ ยกเลิกประกาศคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ บางฉบับที่หมดความจำเป็นและไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน รวมถึงฉบับอื่น ๆ ที่อยู่ใน ร่างฉบับนี้ ท่านประธานครับ สาระสำคัญที่ผมจะขออภิปรายจะว่าด้วยเรื่องของคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน รวมถึงผู้ที่ได้มีการเปิดอภิปรายใน พ.ร.บ. ร่างยกเลิกคำสั่ง คสช. นี้ ได้อภิปรายไปแล้วว่า คำสั่ง คสช. และการรัฐประหารได้ส่งมรดก ตกทอดถึงความเสียหายร้ายแรงต่อทั้งระบอบประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน ซึ่งส่วนที่ ผมจะพูดนี้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมรดก คสช. ที่ยังคงอยู่ในดิน น้ำ อากาศ และอยู่ใน ลมหายใจและในปอดของพี่น้องประชาชนตามชุมชนต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากประกาศ ฉบับที่ ๔/๒๕๕๙ รายละเอียดของประกาศฉบับนี้สั้น ๆ ครับ เป็นประกาศที่ให้งดเว้น และเปิดโอกาสให้โรงงาน ๘ รูปแบบ ดังสไลด์ที่ปรากฏอยู่นี้🔗
ได้มีโอกาสในการเปิดกิจการ ดำเนิน กิจการได้ง่ายมากขึ้น และผลดังกล่าวที่มีประกาศคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ก็ได้ทำให้เกิด โรงงานบางประเภทเพิ่มขึ้นสูง โดยเฉพาะโรงงานที่เกี่ยวกับเรื่องขยะและขยะอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้นถึง ๒,๕๐๐ กว่าโรงงานในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งนำมาสู่ปัญหาถัดมา คือเรื่องของ โรงงานที่ไม่ได้คุณภาพ เรื่องของโรงงานที่เปิดแล้วก็นำเอาขยะมาอ้างว่าจะไปกำจัดตาม ใบอนุญาตที่ได้รับมา แต่ไม่กำจัด รวมถึงมีการนำเข้าขยะจากหลากหลายประเทศเข้ามาสู่ ประเทศของเรา ตัวอย่างที่ผมจะยกก็คือตัวอย่างของโรงงานวินโพรเสสเป็นที่แรกที่จังหวัด ระยอง อำเภอบ้านค่าย ตำบลบางบุตร ที่นี่มีการเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ มีความ พยายามที่จะขอใบอนุญาตอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ที่มีการเริ่ม ประกอบกิจการขอใบอนุญาตโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ก็ยังดำเนินกิจการอยู่ ถูกคัดค้านจาก พี่น้องประชาชนต่อเนื่องยาวนาน จนกระทั่งใน Highlight ที่อยู่ในสไลด์นะครับ คือหลังจาก ประกาศ คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ออกมา โรงงานนี้ก็ได้รับใบอนุญาตประกอบการ ทั้งที่ประกอบการ ผิดกฎหมายและไม่ได้รับอนุญาต ตัวโรงงานไม่ได้อยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม หรืออยู่ใน พื้นที่ที่เหมาะสม แต่ตั้งอยู่ในชุมชนที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรรม หลังจากการสะสม แล้วก็สะสม จนเต็ม แล้วก็เริ่มมีการกระจายขยะอุตสาหกรรมที่ไปตัดราคารับซื้อมา ไปรับมาไปไว้ตาม โรงงานอื่น ๆ หลายจังหวัดทั่วประเทศ หลังจากมีการกดดัน ต่อต้าน ฟ้องร้องจากชาวบ้าน และในที่สุดก็มีการออกคำสั่งโดยอุตสาหกรรมจังหวัด ให้มีการขนย้ายกากสารเคมีที่อยู่ใน โรงงานออกไปกำจัด ปรากฏว่าก็เกิดเพลิงไหม้ เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ที่ผ่านมา ผลของ การไฟไหม้นี้ รวมถึงน้ำใต้ดินที่มีปัญหาจากการลักลอบฝังสารเคมีไว้ด้านใต้ จนถึงบัดนี้ ก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะต้องใช้งบประมาณของพี่น้องประชาชนมากเท่าไร ในการที่จะบำบัด แล้วก็เยียวยา รวมถึงผลกระทบที่ติดค้างอยู่ในร่างกายของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ นี่เป็นหนึ่งในมรดก คสช. ที่ยังคงทิ้งอยู่ในชุมชน นี่คือหนึ่งในอีกหลาย ๆ ที่ที่ได้รับผลกระทบ จากมรดก คสช. ที่เข้ามาทำการออกคำสั่งที่มีศักดิ์เทียบเท่ากฎหมาย สร้างปัญหา สร้างมลพิษ สร้างภาระ ที่เราทุกวันนี้จากหลาย ๆ พื้นที่ต้องมาอภิปรายเพื่อหาทางยกเลิก คำสั่งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นสะสมต่อไปในอนาคต ตัวอย่างที่ผมยกขึ้น มานั้น ในอำเภอบ้านค่ายไม่ได้มีแค่ที่ตำบลบางบุตร ตัวอย่างนี้เป็นตัวอย่างภาพที่เป็นกระแส อยู่ในช่วงที่ผ่านมา อยู่ที่ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านค่าย บ้านผมเองครับ พื้นที่บริเวณนี้ เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านประกอบอาชีพทำสวนยางพาราและสวนผลไม้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม แต่โรงงานผลิตแก๊ส ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวยกเว้นประเภทที่ ๔ ในประกาศ คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ก็มีการงดเว้นให้สามารถตั้งโรงงานนี้ได้โดยไม่ต้องสนใจผังเมือง โรงงานนี้ตอนแรกผมเห็น เป็นป้ายภาษาจีน ตอนผมจะไปลงพื้นที่ดูด้วยตัวเอง ปรากฏว่าป้ายถูกเก็บไปแล้ว แต่โชคดี ที่มีภาพถ่าย ก็ทราบว่าเป็นโรงงานผลิตแก๊สที่มาจากประเทศจีน แล้วก็จะมาตั้งอยู่บริเวณ ชุมชน ป้ายขึ้นมาเป็นภาษาจีน มาตั้งอยู่อย่างนี้ มรดก คสช. ตั้งแต่วันนั้นมาจนวันนี้ ไม่รู้ว่า จะนำอะไรเข้ามาอีก ตอนแรกนำเอาขยะอุตสาหกรรมจากต่างประเทศเข้ามา เอาขยะจาก หลาย ๆ ที่ย้ายที่ไปฝังไว้ตามที่ต่าง ๆ ปล่อยให้ชุมชนกลายเป็นที่รองรับขยะอุตสาหกรรม แล้วตอนนี้กำลังเปิดพื้นที่ให้โรงงานบางประเภทที่ได้รับการยกเว้นจากประเทศอื่น ๆ ผมไป ดูงานที่จีนมาครับ ได้มีการถามในที่ประชุมอยู่ ๑ ครั้งว่า การยกระดับให้โรงงานจีน มีประสิทธิภาพสะอาด แล้วโรงงานเก่า ๆ เขาเอาไปไว้ที่ไหน คำตอบที่มาจากวงประชุมที่ผม ไปลงพื้นที่ดูงานมาบอกว่ามีอีกหลายพื้นที่ที่ต้องการโรงงานแบบนี้ คำถามคือเคยมาถามไหมว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในพื้นที่รองรับโรงงานเหล่านี้ ที่มีโอกาสมาเปิดด้วยคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ หรือไม่ ไม่เคยครับ อบต. ก็ไม่ทราบว่ามาเปิด ผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ทราบว่ามาเปิด คำถามคือ นอกจากที่แบบนี้ ก็คือที่บ้านผมแล้ว ที่อื่น ๆ ในประเทศมีอีกไหม ผมเคยมีการตั้งกระทู้ถาม สดด้วยวาจากับทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งเรื่อง วิน โพรเสส ที่เกิดขึ้น จากคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ทั้งเรื่องนิคมจีนศูนย์เหรียญที่ตอนนี้กำลังเข้ามาอยู่ที่บริเวณ จังหวัดระยองและจังหวัดชลบุรี คำถามคือพื้นที่ที่เปิดโล่ง เปิดรับโดยไม่มีการป้องกัน และถูกต้องตามกฎหมายจากประกาศของคณะรัฐประหารที่เข้ามาทำลายประชาธิปไตย เรื่องพวกนี้จะจบสิ้นลงเมื่อไร ดังนั้นวันนี้ผมในฐานะผู้แทนจากพรรคประชาชน จึงขออภิปราย สนับสนุนยกเลิกประกาศคำสั่งของ คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ และประกาศคำสั่งของ คสช. ทุกฉบับ ที่จำเป็นต้องยกเลิก ได้เวลาคืนความปกติสุข คืนสิทธิเสรีภาพ คืนอำนาจนิติบัญญัติให้กับ ตัวแทนที่มาจากพี่น้องประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดในประเทศนี้ ได้เวลาเอาอำนาจ ในการกำหนดอนาคตของประเทศไทยกลับมาอยู่ในมือของประชาชน ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวรวิทย์ บารู เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวิทย์ บารู พรรคประชาชาติ เขต ๑ ปัตตานี ท่านประธานครับ ประชาชาติ ประชาชน ประชาธิปไตย ถือได้ว่าเป็นการปกครองของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน เพราะฉะนั้นนี่คือ Main หลักของพวกเราที่อยู่ในที่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งใดก็แล้วแต่ที่เป็น เศษเสี้ยวของเผด็จการที่มานี้ เราก็ควรที่จะได้มีการขจัดมันออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ตัวอย่างที่ผมจะยกตรงนี้นะครับ คนที่เชื่อว่าอำนาจเผด็จการ อำนาจคือทำนี่นะครับ เชื่อว่า ถ้าหากว่าใช้กระบวนการที่มีอำนาจเต็มมือแล้ว สามารถที่จะนำพาประเทศนี้ไปสู่ความ รุ่งโรจน์ ความเจริญได้ ผมอยากจะให้พวกเราได้เห็นที่อยู่ใกล้ ๆ รอบ ๆ ประเทศเรา แต่ก่อนนั้นเราก็คงจะรับรู้ว่า ในสมัยหนึ่งอินโดนีเซียถูกปกครองโดยทหาร มีความหวาดผวากลัวกันมาก แต่ว่าประชาชน เขาสำนึก แล้วก็เข้าใจว่าฝ่ายผู้มีอำนาจเอง ก็สำนึกว่าประเทศจะอยู่เช่นนี้ไม่ได้ ซึ่งมันผิดกับ บ้านเราครับ เพราะฉะนั้นในวันนี้เราจึงเห็นว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ที่ผ่านมาไม่กี่ปีเอง โดยยึดมั่นในกระบวนการเป็นตัวแทนของประชาชนโดยแท้จริง มันก็สามารถที่จะสร้างความเจริญ ความงอกงามในเรื่องของการพัฒนาประเทศชาติได้ สร้างความกลมเกลียวให้แก่คนในชาติได้ ตรงกันข้ามของเรานะครับ ยกตัวอย่าง อย่างเช่น ขอเอ่ยนาม คุณกมลศักดิ์ได้ยกตัวอย่างว่าการยกเลิกบางส่วน บางข้อ บางมาตรา ใน พ.ร.บ. การบริหาร ศอ.บต. ปี ๒๕๕๓ โดยความเป็นจริงแล้ว เรากว่าจะได้ตรงนี้มา พี่น้องประชาชนตลอดระยะเวลาของการติดตามการแก้ปัญหานี้ เป็นบทเรียนสำหรับ พี่น้องประชาชนมากว่าอำนาจ ความเด็ดขาดรุนแรงไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาได้ มีนักวิชาการ หลายท่านที่ติดตามทำการศึกษาวิจัยในเรื่องความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ ก็สรุปว่า ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้มันมีอยู่ ๒ ความรุนแรง ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ที่เรียกว่า เป็นความรุนแรงหลักที่ใช้กำลังอาวุธอะไรต่าง ๆ ทั้ง ๒ ฝ่ายเข้ามาโดยตัดสินด้วยกำลังอาวุธ และอีกอันหนึ่ง ก็คือความรุนแรงรอง ซึ่งสิ่งนี้มีความสำคัญอาจจะเป็นในลักษณะของ นามธรรม แต่มันจะเป็นบ่อเกิดของความไม่พอใจของการที่จะนำไปสู่ความรุนแรงหลักได้ สิ่งเหล่านี้ครับท่านประธานที่เคารพ มันสะท้อนภาพความไม่เห็นกระบวนการประชาธิปไตย กระบวนการที่มาจากประชาชนว่ามีความสำคัญ ว่ามีความสามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ ดังนั้น จึงใช้กลยุทธ์ กลวิธีในการแก้ปัญหาใด ๆ ก็แล้วแต่ ใช้วิธีบู๊ยิงมายิงไป ระเบิดมาระเบิดไป แรงมาแรงไป อย่างนี้เป็นต้น ตลอดระยะเวลา ที่เกิดความไม่สงบในทางใต้ ๒๐ ปีมานี้ เราก็คง พอจะสรุปได้ว่าจำนวนงบประมาณที่เทลงไปมันตอบคำถาม ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหา ได้มากน้อยเพียงใด ผมอยากจะเรียนตรงนี้ให้ท่านประธานได้รับทราบนะครับว่า การยอมรับ ในกระบวนการของประชาชนนั่นละคือวิธีการที่จะแก้ปัญหา เพราะประชาชนคือเจ้าของ ประเทศ ไม่ใช่ใครผู้ใดผู้หนึ่ง มาถึงแล้วก็ใช้กระบวนการของความกดหัวประชาชน ให้ประชาชนเกิดความกลัว จึงดำเนินการโดยเชื่อว่าเมื่อเกิดความกลัวแล้ว สงบเงียบแล้ว ประชาชนไม่อาจที่จะมาสร้างความวุ่นวายในสายตาของเขาได้ ด้วยเหตุนี้นะครับ ท่านไม่เคย ที่จะบอกเลยนะครับว่า จะนำพาจังหวัดชายแดนใต้ที่สั่งสมความบอบช้ำมานานในทางเศรษฐกิจ ลงไปจำนวนมาก แต่ว่าเราก็เห็นในการยกเลิกมาตราดังกล่าว เราก็ทราบว่าตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมา มีขั้นตอนของความมั่นคงเต็มร้อยอยู่ที่ตรงนั้น ทั้ง ๆ ที่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ท่านก็ไม่สามารถที่จะแก้ได้ ไม่มีใครนะครับ ไม่มีจากซีกของพลเรือนที่จะไปทำการแก้ไข ความรุนแรง แต่แน่นอน ภารกิจนี้มาเป็นเวลาเนิ่นนานแล้ว ๒๐ ปีแล้ว ก็มอบให้แก่ทางฝ่ายทหาร เราเคย วิเคราะห์ เคยประเมินผลหรือไม่ว่า สิ่งที่เป็น Soft Soft ที่ว่านามธรรม มันกลายเป็นจุดแข็ง ที่จะสามารถแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ การที่บุคคลที่เป็นหัวขบวนในการแก้ปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ทุกครั้งเราเห็นเลยนะครับ รูปแบบของผู้ที่นำพาองค์กรนี้ด้วยการใช้ ความเข้าอกเข้าใจเข้าไปหาประชาชน พูดได้เลยว่าสถิติของการเกิดความรุนแรงลดลง แล้วความรักความเข้าใจในรัฐบาลเกิดมากขึ้น แต่เมื่อใดก็ตาม ถ้าเกิดปัญหาในเรื่องของ การไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ แล้วเกิดปัญหาในเรื่องของการจับผิดจับถูกหลายคน พี่น้องอยู่ด้วยความ ทุกข์ระทม ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ศาลชั้นต้นปล่อย ศาลอุทธรณ์ปล่อย มาศาลฎีกาประหารชีวิต มันเป็นความชอกช้ำ ซึ่งผมเข้าใจว่าพี่น้องที่เป็นนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน ในทาง จังหวัดชายแดนใต้ก็คงตระหนักในเรื่องเหล่านี้ได้ แล้วก็แก้ปัญหากัน ขอขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธิษะณา ชุณหะวัณ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร หรือเขตปทุมวัน สาทร และราชเทวี อดีตพรรคก้าวไกล ปัจจุบันพรรคประชาชนค่ะ วันนี้ดิฉันจะอภิปราย เพื่อช่วยให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิก และพี่น้องประชาชนได้มองเห็นทิศทางและแนวทาง ที่เกี่ยวกับทางด้านสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และเชิงเศรษฐกิจ เรื่องร่างพระราชบัญญัติ ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ บางฉบับที่หมดความจำเป็นและไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน พ.ศ. .... ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นค่ะ ท่านประธานคะ การทำรัฐประหารที่ผ่านมาฝ่ายสนับสนุนการทำรัฐประหารให้เหตุผลว่า เป็นเพราะปัญหาความไม่สงบสุขและข้อบกพร่องที่มาจากรัฐบาลพลเรือนว่าเป็นสาเหตุ ที่พวกท่านชอบพูดกันว่านักการเมืองมาเพื่อจะโกงกิน นักการเมืองเลวอย่างโน้น อย่างนี้นะคะ แต่อย่างน้อยในระบอบประชาธิปไตยที่มีการตรวจสอบถ่วงดุล และประชาชนมีสิทธิ มีเสียง ในการลงสิทธิเลือกตั้ง ก็ยังมีการตรวจสอบถ่วงดุลและคัดกรองคนที่อาจจะเข้ามาไม่มี คุณสมบัติที่เหมาะสม หรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แต่การทำรัฐประหารทุกครั้ง ไม่เพียงแต่เป็นการยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ยังมีการล้มกฎหมายสูงสุด ไปทุกครั้งอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายก่อนหน้านี้ ก็คือการล้มล้างรัฐธรรมนูญค่ะ ดิฉันเห็นว่าฝ่ายที่สนับสนุนรัฐประหารทุกครั้งจะต้องมีการนิรโทษกรรมตัวเองให้พ้นจาก การกระทำผิดกฎหมาย อันเนื่องมาจากการทำรัฐประหาร ซึ่งการทำรัฐประหารและฉีก รัฐธรรมนูญเป็นการล้มล้างการปกครองอย่างชัดเจน แต่คณะรัฐประหารกลับบัญญัติ ในมาตรา ๒๗๙ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ โดยระบุว่า บรรดาประกาศ คำสั่งและการกระทำ ของ คสช. ที่ใช้วันก่อนประกาศรัฐธรรมนูญ หรือบังคับใช้ต่อตามมาตรา ๒๖๕ วรรคสอง ให้ทางรัฐธรรมนูญ ทางนิติบัญญัติ ทางบริหาร และทางตุลาการ ให้ประกาศคำสั่งการกระทำ ตลอดจนการปฏิบัติตามประกาศเป็นที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้ และกฎหมายการยกเลิก หรือแก้ไขเพิ่มเติมประกาศ หรือคำสั่งดังกล่าว ให้กระทำเป็นพระราชบัญญัติ เว้นแต่ประกาศ หรือคำสั่งที่มีลักษณะเป็นการใช้อำนาจทางบริหาร นอกเหนือจากนี้ ยังมีหลายประกาศ และคำสั่งที่สมควรได้รับการตั้งคำถาม อย่างคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคี ปรองดอง ลงวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๐ กฎหมายรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้มีผู้ถูกดำเนินคดี มาตรา ๑๑๒ จำนวนหนึ่ง แต่พอถูกล้ม และเขียนรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ขึ้นมาบังคับใช้แทน กลับมีจำนวนคดีมาตรา ๑๑๒ เพิ่มขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ อย่างในประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๒๙/๒๕๕๗ เรื่อง ความผิดสำหรับการสนับสนุนการชุมนุมทางการเมือง ลงวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ประกาศนี้มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดความผิดสำหรับการสนับสนุนการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งเห็นได้ว่าไม่สอดคล้องกับปัจจุบันแม้แต่นิดเดียว และยังไม่สอดคล้องกับสิทธิเสรีภาพ ในการชุมนุม และสิทธิขั้นพื้นฐานที่สังคมประชาธิปไตยควรจะมีอีกด้วยค่ะท่านประธาน ซึ่งที่กล่าวมาดิฉันยังไม่เห็นว่ามีผลดีกับประชาชน หรือประชาชนที่อยู่ในสมการเลยนะคะ เพราะไม่ได้มีการนิรโทษกรรมให้ประชาชนที่ถูกกล่าวหาว่าด้วยคดีล้มล้างการปกครองแบบที่ คสช. ได้นิรโทษกรรมตนเองและพวกพ้อง แต่พูดถึงการสร้างความสามัคคีปรองดอง แม้แต่ การปฏิรูปก็ดูออกมาอย่างที่พวกเราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ มันก็แปลกนะคะ เพราะคณะ รัฐประหารเริ่มมาก็ทำผิดกฎหมายแล้ว เดิมมาแล้วมาบอกว่าให้คนอื่นเคารพกฎหมาย ที่ตนเองเขียนขึ้นมาด้วยพวกพ้องของตนเอง จะเห็นได้ว่าผลของบรรดาคำสั่งและกฎหมาย ของคณะรัฐประหารก่อให้เกิดปัญหาความไม่สมเหตุสมผลดังที่กล่าวมา และสมควรยกเลิก ทั้งสิ้น วันนี้ดิฉันจึงต้องพูดถึงเนื้อหาสาระที่สำคัญที่จะต้องยกเลิกคำสั่ง คสช. ซึ่งถูกนำมาใช้ บังคับเป็นกฎหมายและไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน ส่งผลให้คนไทยจำนวนมากเดือดร้อนค่ะ ประเด็นสำคัญ นอกจากประเด็นเรื่องประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน สังคม วัฒนธรรม การเมืองแล้ว ยังเป็นประเด็นสำคัญเรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชน หรือนโยบายทางด้าน เศรษฐกิจ นอกจากประเด็นนิรโทษกรรม ยังมีคำถามตามมาว่า ทำไมมาตราอื่น ๆ ในรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ที่เกี่ยวข้องกับประชาชนเป็นวงกว้างจึงได้ถูกเปลี่ยนเนื้อหาตามไปด้วย อย่างที่มาของสมาชิกวุฒิสภาค่ะ ซึ่งแน่นอนเมื่อกฎหมายเปลี่ยนก็มีผู้ได้ ผู้เสียตามกฎหมาย ที่เปลี่ยนไป ระยะเวลาผ่านมาหลายปี นี่คือคำสั่ง หรือกฎหมาย คสช. ที่ได้ถูกบังคับใช้ จึงควรมีการพิจารณาผลที่เกิดขึ้นว่าคนไทยกลุ่มไหนบ้างที่ได้ประโยชน์ และคนไทย กลุ่มใดบ้างที่เสียประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ หาก ครม. ได้มีการออกนโยบายที่ไม่สอดคล้อง กับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี สามารถให้คณะกรรมการและวุฒิสภาเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ และส่งต่อ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อได้ ดังนั้นการยกเลิกกำหนดการดังกล่าว จึงสามารถถูกตีว่า เป็นความผิดแก่ผู้ที่จะมาเป็นรัฐบาลใหม่ จึงต้องดำเนินนโยบายต่างไปจากยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีได้ แต่แนวโน้มที่จะทำให้ธุรกิจที่ไม่ใช่ทุนใหญ่ได้รับการสนับสนุน หรือแก้ไขปัญหา ได้ง่ายขึ้นก็เป็นสิ่งที่ดี นั่นหมายถึงการพัฒนาเศรษฐกิจของแรงงาน หรือพนักงานองค์กร หรือประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เพราะฉะนั้นการยกเลิกจึงไม่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แต่ในทางกลับกันจะเป็นผลดีต่อธุรกิจรายย่อย จากที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เราได้ข่าวว่า เศรษฐกิจของทุนขนาดใหญ่เติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ขณะที่วิสาหกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือที่เรียกว่า SMEs รวมไปถึงผู้ค้าอิสระ ผู้ค้าตามตลาดนัดส่วนใหญ่กำลังอยู่ใน สภาวะปริ่มน้ำค่ะ ส่วนกิจการต่างประเทศในไทยก็มีจำนวนมากพอสมควรที่มีการตั้งราคา ขายที่ต่ำ ซึ่งทุกคนก็น่าจะทราบดีนะคะว่า ต้นทุนการผลิตของสินค้าที่ไทยไม่สามารถผลิต แบบ Mass Production หรือจำนวนมาก ไม่สามารถต่อสู้ในเชิงของ Economy of Scale ได้ อีกส่วนหนึ่งบุคลากรด้าน IT ของไทย ก็ออกไปเป็นแรงงาน IT ที่อยู่กับตลาดโลกจำนวนมาก เรากำลังขาดแคลนบุคลากร หรือที่เรียกว่าอยู่ในสภาวะสมองไหล นอกจากนั้นสถานการณ์ ที่เป็นภาพขัดแย้งกันระหว่างเศรษฐกิจดีของกลุ่มคนจำนวนน้อยมาก ๆ คือกลุ่มทุนใหญ่ คือเศรษฐกิจที่ไม่ดี หรือความเหลื่อมล้ำของคนจำนวนมาก เราเรียกสภาวะนี้ เรียกว่า ความเหลื่อมล้ำรวยกระจุกจนกระจาย สถานการณ์ที่ดิฉันได้กล่าวไปข้างต้น เกิดจากปัจจัย หลายประการ นอกเสียจากว่าภาคส่วนนอกสภาจะปรับตัว จะต้องตื่นตัวและต้องต่อสู้ เรียนรู้ ดังนั้น ด้วยบริบทเหล่านี้ ส่งเสริมให้คนที่มีความรู้ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อเป็น ผู้ประกอบการ คำสั่งหรือกฎหมายของ คสช. ขอสไลด์ที่ ๔ ที่ควรจะยกเลิก คือคำสั่งกฎหมาย ที่กำหนดความผิดแก่ผู้ที่จะมาเป็นรัฐบาล หากไม่ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ทราบข่าวว่าเหตุผลที่ท่านอ้างคือประเทศไทยไม่มีแผนการพัฒนาในระยะยาว แต่ก็ไม่ได้ หมายความว่าจะต้องทอดทิ้งธุรกิจรายย่อย หรือ SMEs นะคะ หากปล่อยสภาวะแวดล้อม เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอาจจะเพิ่มความเสี่ยงกับนักลงทุนค่ะ เพราะเงินงบประมาณสนับสนุน ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ส่งผลให้การใช้งบประมาณเทไปทางธุรกิจขนาดใหญ่ค่ะ ในขณะที่ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมไปถึงอาชีพอิสระได้รับงบประมาณสนับสนุน ไม่พอค่ะ เป็นการจัดสรรงบประมาณที่ไม่สมดุล และหากไม่มีการยกเลิกประกาศ คสช. เหล่านี้ แล้วเกิดเหตุการณ์ที่จำเป็นจะต้องใช้งบประมาณไปแก้ไข หรือสนับสนุนธุรกิจ ที่ไม่ใช่รายใหญ่ จนกระทบกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี รัฐบาลก็ไม่สามารถดำเนินการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือหากดำเนินการ ก็จะไม่ได้แก้ไขปัญหาอะไรเลย นี่จะดูเป็นภาระ งบประมาณไม่น้อยค่ะ บทบาทของรัฐบาลยุคนี้ควรใช้ผ่านกลไกรัฐสภา ผลักดันร่าง พระราชบัญญัตินี้ ให้มีการยกเลิกประกาศและคำสั่งของ คสช. ที่ยังเปรียบเสมือนสารตั้งต้น ของความยากลำบากของพี่น้องประชาชน ในด้านการแสดงออกทางการเมือง รวมไปถึง การที่พวกเขาได้รับส่งเสริมทางธุรกิจที่ยังไม่ใช่ธุรกิจขนาดใหญ่ และให้มีการพัฒนาการดำรงชีพ ของพวกเขาให้มากยิ่งกว่าที่ผ่านมาในช่วงคำสั่งที่มีการบังคับใช้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ปูอัด ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ผู้แทนราษฎร คนจอมทอง ท่าข้าม บางขุนเทียน ในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน ท่านประธานผมพูดตอนนี้ก็คงไม่มีใครดูแล้วครับ เขาไปดูข้างนอกกันอยู่แล้วครับ ไม่รู้ว่าจะรอดหรือร่วงเหมือนกัน ผมก็ไม่รู้ว่าถ้าเกิดร่วงขึ้นมา ผมจะโหวตใคร ก็นึกไม่ออกจริง ๆ เอาเป็นว่ากลับมามาตรา ๔๔ คสช. ก่อนแล้วกันครับ เรื่องนี้ไม่พูดก็ไม่ได้ ไหน ๆ ก็ไปแล้ว ก็ขอไปย้อนความกันดูว่าเมื่ออดีตที่ผ่านมาพวกผม พวกเรา และพวกเขาเจออะไรกันมาบ้าง คือท่านประธานประกาศรักษาความสงบแห่งชาติ คสช. มันเป็นกฎเขาครับ ไม่ใช่กฎเรา นั่นหมายความว่ากฎหมายตัวนี้มันไม่มี ย ครับ พี่น้องประชาชนก็ไปพูดกันเองว่า ถ้าไม่มี ย มันคือกฎอะไร🔗
ท่านประธานครับ ที่ผมให้ดูสไลด์นี่ก็เพื่อที่จะบอกว่า ม. ๔๔ นี้โยกย้ายกันอุตลุด ใช้กันอย่างมันมือ เด้งองค์กร อิสระ คนที่โดนไม่ใช่ใครครับ อาจารย์สมชัย ที่ออกมาพูดเรื่องกฎหมาย กกต. ตอนนั้นถามว่า คสช. บอกว่าอะไร เขาก็บอกว่า อ้างว่าเป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้ง นี่มันใช้กันสนุกขนาดนี้ ท่านประธาน ตอนนั้นเขาใช้มันมือจริง ๆ ไม่พอด้านขวานี่อดีตผู้ว่านะ อดีตผู้ว่าตอนนั้น ถูกอ้างว่าอะไร เขาบอกว่าเพื่อเปิดทางตรวจสอบข้อกล่าวหาต่าง ๆ ในการทำงานให้มี ประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ นี่ ม. ๔๔ โยกย้ายกันมันมือเลย แล้วถามว่าโยกเสร็จแล้ว เราตรวจสอบได้ไหม ไม่ได้ ไม่มีใครตรวจสอบได้เลย แล้วก็มีการทุจริตอย่างที่เราเห็นที่ผ่านมา นั่นละครับท่านประธาน🔗
มาต่อดีกว่าท่านประธาน อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวผมมากที่สุด ในภาพนี้ ไม่ใช่ใครอื่นใดครับ ปูอัดเองที่ยืนอยู่บนรถทีมนนทบุรี เมื่อก่อนก็บู๊กันมาก่อน ถามว่า ม. ๔๔ พ.ร.ก. ฉุกเฉินนี่ก็เฉียดกันมานักต่อนัก คือมันเป็นแบบนี้ท่านประธาน ประกาศ คสช. มันมีความผิดการสนับสนุนทางการเมืองด้วย ฉบับที่ ๔๙/๒๕๕๗ คือถ้าชุมชุมเกิน ๕ คน เอาละออกไปครั้งนี้จะรอด ไม่รอดกันจะทุกคน ก็ต้องพูดกันแบบนี้เลย ท่านประธานครับ ถ้าดูภาพด้านขวา นี่คือการตั้งเต็นท์ของพวกเรา ผมขอเท้าความนิดหนึ่ง ไหน ๆ ก็ได้พูดแล้ว เมื่อก่อนนี้มันยังไม่มีการเข้าชื่อออนไลน์ คำถามคือพวกผมถ้าจะรณรงค์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะทำอย่างไร ประเด็นมันเป็นอย่างนี้ครับ คือเวลาเราจะรณรงค์มันต้องเข้าชื่อด้วยมือถูกต้อง ไหมครับ เราก็ต้องขนเต็นท์ไปตั้ง ขนเต็นท์ไปตั้งไม่พอ ต้องเอาเครื่องปั่นไฟไปด้วย เครื่องปั่นไฟตอนนั้นเป็นสิ่งที่หายบ่อยมาก ถามพี่น้องที่เดินอยู่ในมวลชนได้เลย ช่วงนั้น พอบอกว่าสลายการชุมนุมปุ๊บ เราเก็บเต็นท์ไม่ทันครับ เก็บเต็นท์อะไรไม่ทันเลย ที่ผ่านมา เครื่องปั่นไฟหายไปอันสองอัน วันนี้ก็เลยมาทวงถามในสภา เครื่องปั่นไฟสมัยก่อนตอนนั้น ยังอยู่ไหม หรือว่าขายเศษเหล็กไปแล้ว ตอนนั้นเหนื่อยยากลำบากในการจะรณรงค์อะไร สักอย่างก็ยากลำบากแสนเข็ญ🔗
ท่านประธานมาดูอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งอย่าง ก็คือเรื่องของ การจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อ ท่านประธานครับ อันนี้ต้องพูดกันตรง ๆ ว่า วันนั้นถ้าไม่ได้สื่อมวลชน ที่มีความกล้าหาญ ที่กล้าคลุกวงใน เราคงไม่มีภาพต่าง ๆ มาตีแผ่ เหมือนมีคำหนึ่ง ต้องขอบคุณ ข้อความจาก iLaw นะครับ ข้อความเดี๋ยวผมจะอ่านให้ฟังนะครับ ตอนนั้นผมเข้าไป บันทึกภาพผู้ชุมนุมได้รายหนึ่ง กำลังถูกจับกุมและถูกทำร้ายร่างกาย แล้วผมก็ถูกผลักดัน ออกมาอีกจากตำรวจชุดควบคุมฝูงชน ส่วนสื่อมวลชนที่ถูกกั้นก็ให้อยู่กลุ่มเดียวกันด้านนอก คือผมมองว่า ถ้าผมไม่อยู่ตรงนั้นจะไม่มีใครที่ได้เห็นอะไรเลย เพราะทุก ๆ ช่องก็อยู่ในที่เดียวกัน แล้วแบบนี้ผมจะมาทำไม นี่เป็น Admin นินจา ตอนนั้น ก็ต้องขอบคุณนะครับ มีหลายภาพ ถ้าเราไม่ได้สื่อมวลชนมาตีแผ่ วันนั้นการสลายการชุมนุม ก็มีสิ่งต่าง ๆ มากมายที่พรากทั้งส่วนสำคัญในร่างกาย ทั้งพรากชีวิตมนุษย์พวกเราไป🔗
เพราะฉะนั้นท้ายที่สุดท่านประธาน ม. ๔๔ ที่ผ่านมาเป็นบทเรียนสำคัญของ สมาชิกรัฐสภาทุกคน และเป็นบทเรียนสำคัญของรัฐบาลทุกรัฐบาล ผมหวังว่าบทเรียนชิ้นนี้ ทุกคนจะไม่ลืมในสิ่งที่ถูกกระทำกันมา ไม่ว่าจะพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง เพราะว่าถ้า ม. ๔๔ ดีจริง ตอนนั้นเขาต้องใช้อย่างนี้เลยท่านประธาน ดักอำนาจตุลาการ ดักอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ จำกัดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าทำแบบนี้ผมว่าผมจะตบมือให้ ๑๐ ครั้งเลย แต่วันนั้นเขาก็ไม่ทำ เพราะฉะนั้นนี่คือบทเรียนสำคัญครับว่าไม่ควรจะมี กฎหมายแบบนี้อีกแล้ว และหวังว่าผู้แทนราษฎรต่อไปในอนาคต จะช่วยกันผลักดันให้ ประชาธิปไตยเกิดขึ้นอย่างเต็มใบ แล้วพอกันทีครับกับการรัฐประหาร เพราะว่าถ้าเกิดขึ้นอีก ผมก็จะเป็นอีก ๑ คนที่ไปยืนแถวหน้าท้าทายอำนาจแบบนี้ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปท่านวรายุทธ ทองสุข เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรายุทธ ทองสุข ผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี พรรคประชาชน ที่มาจากประชาชนครับ จากที่ได้ศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกประกาศ คสช. และคำสั่ง หัวหน้า คสช. ที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอมานั้น ผมเห็นว่าร่างฉบับดังกล่าวเป็นร่างกฎหมาย ที่มีหลักการและเหตุผลที่ดีครับ และยังช่วยชี้ให้เห็นถึงผลกระทบ หรือผลพวงของ การรัฐประหารได้เป็นอย่างดี โดยร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มีการระบุให้ยกเลิกประกาศและคำสั่ง หัวหน้า คสช. รวมแล้ว ๒๓ ฉบับ ซึ่งผมพอจะแบ่งบรรดาประกาศและคำสั่งที่ต้องยกเลิก ออกเป็น ๔ ประเภท ดังนี้🔗
๑. ประกาศและคำสั่งที่รับรองการรัฐประหาร และอำนาจคณะรัฐประหาร เช่น ประกาศ คสช. ฉบับที่ ๑๐/๒๕๕๗ ที่กำหนดให้อำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีเป็น อำนาจหน้าที่ของหัวหน้า คสช. หรือหัวหน้าคณะรัฐประหาร ประกาศ คสช. ฉบับที่ ๑๑/๒๕๕๗ ที่กำหนดเกี่ยวกับการสิ้นสุดของรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ หรือการฉีกรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ โดยประกาศทั้ง ๒ ฉบับ เป็นส่วนหนึ่งของประกาศที่ไม่ได้มีความจำเป็นและหมดสภาพ บังคับใช้ไปแล้วตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญชั่วคราว ๒๕๕๗ และเลวร้ายกว่านั้นครับ คือรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ยังคงให้การรับรองการรัฐประหารและอำนาจคณะรัฐประหารไว้ในมาตรา ๒๗๙ ครับ ดังนั้นการยกเลิกประกาศดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดีครับท่านประธาน แต่ไม่ใช่การลบล้างผลพวง ของการรัฐประหาร🔗
๒. ประกาศและคำสั่งที่เพิ่มอำนาจให้กับกองทัพและรัฐราชการ เช่น คำสั่ง หัวหน้า คสช. ที่ ๔/๒๕๕๘ ที่เพิ่มอำนาจทหารให้เข้ามาคุมปัญหารุกที่ป่า ที่สาธารณะ และการกีดขวางจราจร คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๒๓/๒๕๕๘ ที่เพิ่มอำนาจทหารให้เข้ามา เกี่ยวข้องกับการจัดการปัญหายาเสพติดครับ จากหนังสือของสำนักคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่แนบมากับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ได้ชี้ให้เห็นว่าประกาศทั้ง ๒ ฉบับ เป็นกฎหมายที่ให้อำนาจทหารดำเนินการที่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล หรือแม้แต่ ในความเห็นของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็ยังระบุว่าหน่วยงานรัฐ มีมาตรการทางกฎหมายอื่นที่เพียงพออยู่แล้ว ดังนั้นนี่จึงเป็นสิ่งสะท้อนของการใช้อำนาจ ตามอำเภอใจของ คสช.🔗
๓. บรรดาประกาศและคำสั่งที่ละเมิดสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ประกาศ คสช. ที่ ๒๕/๒๕๕๗ ที่ ๒๙/๒๕๕๗ ที่ ๔๑/๒๕๕๗ ที่กำหนดให้บุคคลต้องมา รายงานตัว และกำหนดความผิดของบุคคลที่ไม่มารายงานตัวกับ คสช. ประกาศ คสช. ที่ ๒๖/๒๕๕๗ ที่เพิ่มอำนาจรัฐในการเข้ามาสอดส่องหรือละเมิดความเป็นส่วนตัวของ ประชาชนที่มีแนวคิดต่อต้านรัฐประหาร จากประกาศ คสช. ที่ยกมาครับ จะพบว่ามี ๒ ฉบับ ที่ไม่มีสภาพบังคับใช้แล้วครับท่านประธาน เนื่องจากถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีเนื้อหาที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเป็น กฎหมายที่จำกัดสิทธิเสรีภาพเกินสมควรแก่เหตุครับ และการกำหนดโทษทางอาญาแก่ผู้ที่ ไม่ไปรายงานตัว ก็เป็นการกำหนดโทษย้อนหลัง ดังนั้นการยกเลิกคำสั่งดังกล่าวจึงเป็นเรื่อง ที่ดีครับ เพียงแต่ไม่มีผลในการลบล้าง หรือเยียวยาการละเมิดสิทธิจากประกาศคำสั่งดังกล่าว🔗
๔. บรรดาประกาศและคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบราชการ หรือการปกครองท้องถิ่น ประกาศ คสช. ฉบับที่ ๘๖/๒๕๕๗ ที่ให้งดการเลือกตั้งท้องถิ่น ในกรุงเทพมหานคร ประกาศ คสช. ฉบับนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความพยายามเข้าไป แทรกแซงองค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่น จริง ๆ แล้วมีการศึกษาอย่างมากมายครับ ท่านประธานว่าการใช้อำนาจตามประกาศคำสั่ง คสช. มีผลต่อความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ของรัฐราชการส่วนกลางและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในลักษณะการเอื้อประโยชน์ ซึ่งกันและกัน ดังนั้นจากที่ผมได้ทำความเข้าใจทั้งหมดครับท่านประธาน ผมจึงมีความคิด ที่จะลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ท่านประธานครับ แม้ผมจะเห็นด้วยกับหลักการ ของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่ผมก็เห็นว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็ยังไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นตอครับ เพราะมันไม่ได้นำไปสู่การลบล้างผลพวงของการรัฐประหาร เนื่องจากรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗๙ ยังคงรับรองอำนาจและการกระทำของ คสช. อยู่ หรือพูดง่าย ๆ ว่าต่อให้ ยกเลิกกฎหมาย แต่ก็ไม่สามารถเอาผิดคนทำรัฐประหารได้ เพราะรัฐธรรมนูญได้นิรโทษ ให้ คสช. อยู่ครับ เช่นเดียวกันครับกับการยกเลิกบรรดาประกาศและคำสั่งที่ละเมิด สิทธิมนุษยชนและหลักนิติรัฐ แม้ว่าจะเป็นหลักการที่ดีครับ แต่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ยังไปไม่ถึง สิ่งที่เรียกว่าความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นการคืนความยุติธรรม ให้กับประชาชนที่เคยถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ การค้นหาความจริง และการหามาตรการ เยียวยา รวมถึงการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจรัฐที่นำไปสู่ความไม่เป็นธรรมครับ นอกจากนี้ หากนำร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ไปเทียบกับร่าง พ.ร.บ. ที่อดีต สส. พรรคก้าวไกลเสนอจะพบว่า ยังมีบรรดาประกาศและคำสั่งอีกหลายฉบับที่ไม่ถูกหยิบมาพิจารณาครับท่านประธาน เช่น คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๓/๒๕๕๘ ที่ให้อำนาจทหารในการจับกุมประชาชนจากการ แสดงออกทางการเมือง คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๓/๒๕๕๙ ที่ให้งดเว้นการบังคับใช้ผังเมือง และเปิดทางให้โรงงานอุตสาหกรรม จนละเมิดสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมครับ รวมไปถึง การที่ร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่มีข้อกำหนดในการลบล้างคดีความและคำพิพากษาภายใต้คำสั่ง คสช. ที่ไม่เป็นธรรม🔗
สุดท้ายนี้ครับ ผมเห็นว่าการยกเลิกบรรดาประกาศคำสั่ง คสช. เป็นเพียง ส่วนหนึ่ง แต่ต้นตอของปัญหาที่แท้จริง คือการยกเลิกมาตรา ๒๗๙ ของรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ หรือยกเลิกการนิรโทษกรรมของ คสช. ผมหวังว่าในอนาคตสภาแห่งนี้จะต้องช่วยกันผลักดัน ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อลบล้างผลพวงการรัฐประหาร เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของ การสร้างความยุติธรรม ในระยะเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้ประเทศไทยกลับสู่ความเป็นปกติ ปกครองด้วยหลักนิติรัฐ หลักสิทธิมนุษยชน และหลักประชาธิปไตยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านซูการ์โน มะทา เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ เบื้องต้นผมเห็นด้วย ในหลักการของร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกเลิกในบางฉบับ หรือที่จำเป็น โดยเฉพาะวันนี้ท่านประธานครับ ผมนั่งฟังเพื่อนสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติ แห่งนี้ได้อภิปรายมาหลายท่าน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยในหลักการที่จะรับร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๕ ฉบับ แต่ท่านประธานครับ เราอยู่บนเส้นทางการเมือง เราคือคนการเมือง ฉะนั้นถ้าเราไม่ตระหนักรู้ว่า ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เราจะเห็นได้ว่าทุกครั้งที่ประเทศไทยดูจะมีความเข้มแข็งในการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะมีความก้าวหน้าของระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของประเทศนั้น ก็จะมีเหตุการณ์ต่าง ๆ โดยมีคณะ บุคคลมาทำการปฏิวัติรัฐประหาร แล้วก็ใช้อำนาจของตนเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ในฐานะผู้มี อำนาจ ที่สำคัญก็คือไปยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่ใช้ปกครองประเทศ แล้วก็ มีการตรากฎหมาย หรือมาตรา หรือคำสั่ง เพื่อป้องกันผลกระทบกับองค์กรและคณะของ กลุ่มตนเอง ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเจอกับการปฏิวัติรัฐประหารมา ๒ ครั้ง เจอกับ การถูกยุบพรรค ๒ ครั้ง และที่สำคัญที่สุดครั้งแรกในปี ๒๕๔๙ เข้ามาสู่เส้นทางการเมือง ระดับชาติในนามของพรรคไทยรักไทย ที่มีประชาชน ๑๙ ล้านเสียง ให้ความเห็นชอบ ไว้วางใจให้เข้ามาบริหารประเทศ ก็ถูกคณะ รสช. ตอนนั้นยึดอำนาจ แล้วก็ตรากฎหมาย แต่ช่วงนั้นก็มีการตรากฎหมายไม่กี่ฉบับ แล้วก็อยู่รักษาการเพียงแค่ ๑ ปี แต่ท่านประธานครับ หลังจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ที่มีการปฏิวัติรัฐประหารโดยคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ โดยหัวหน้าคณะปฏิวัติยึดอำนาจตอนนั้นก็เป็นที่ทราบดี ก็คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ ซึ่งการปฏิวัติรัฐประหารครั้งนั้นตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ตรากฎหมายปี ๒๕๖๐ แล้วก็มาจนถึงปัจจุบัน ก็ประมาณ ๘-๙ ปี อย่างที่พวกเราทราบว่า ก็มีการออกกฎหมาย มีออกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีการออกประกาศ คำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติหลายฉบับ ซึ่งหลายฉบับเพื่อนสมาชิกในสภา แห่งนี้ก็ได้ให้เหตุผลอภิปรายกันมากมาย ซึ่งผมเองในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็เคยเสนอ พร้อมกับท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ และคณะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชาติ เราก็มีการยกเลิกประกาศ คำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและ ประกาศของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทั้ง ๓ ฉบับ แต่ในการอภิปรายครั้งที่แล้ว ๓ ฉบับที่เราเสนอไป ก็คือเรามีการเสนอให้ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๙๘/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๔/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๔ เมษายน ซึ่งสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้รับหลักการ แล้วก็ตั้ง กรรมาธิการ แล้วก็มีการพิจารณายกเลิกคำสั่ง ที่ ๑๔/๒๕๕๙ และผ่านการพิจารณาของ สมาชิกวุฒิสภาเป็นที่เรียบร้อย อันนี้ก็คือการฟื้นคืนชีพของสภาที่ปรึกษาของ ศอ.บต. อันนี้ ก็เป็นอันหนึ่ง แต่ที่เราเสนอไป ๒ ฉบับ ก็ยังไม่สามารถ ก็คือเพื่อให้ศูนย์อำนวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. นั้น เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริงตามเจตนารมณ์ ของร่างพระราชบัญญัติศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งผมเอง เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการที่ยกร่างกฎหมายดังกล่าว ว่ามีความจำเป็นที่จะต้องยกเลิก ประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๙๘/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๕๗/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๑๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ ทั้งหมดนี้ เพื่อปลดล็อกพันธนาการที่สร้างขึ้นโดยผู้ที่ทำตนเป็น รัฏฐาธิปัตย์และออกคำสั่งอำนาจของตนเองไปครอบงำกฎหมายที่ออกโดยสภาผู้แทนราษฎร อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายว่าคำสั่ง ที่ ม. ๔๔ หลายฉบับที่ได้อภิปรายทั้งหมดนั้น ผมคิดว่ามันมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนทั่วประเทศอย่างที่เราเห็น แม้ว่าจะมิติในเรื่อง ของสิ่งแวดล้อม มิติของสิทธิเสรีภาพ มิติของการเพิ่มศักยภาพขององค์กรที่จะเข้าไป ช่วยเหลือประชาชน ผมในฐานะที่เป็น ๑ ใน ๕๐๐ ของสมาชิกสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ก็ต้องขอบคุณ ฯพณฯ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล ที่เสนอให้ยกเลิกคำสั่ง ประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ของรัฐบาล ซึ่งเป็นการยกเลิกประกาศทั้งหมด ๒๓ ฉบับ ขอบคุณท่าน สส. กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ และคณะ และผมเองก็ยกเลิกไป ๓ ฉบับ แต่ที่สำคัญที่สุดต้องขอบคุณท่านรอง นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ที่ยกเลิกไปถึง ๗๑ ฉบับ ขอบคุณท่านรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราที่ยกเลิกประกาศ ๑๗ ฉบับ ท่านประธานครับ ผมพยายาม รวบรวมเพียงบางคน บางท่านเท่านั้น ก็สรุปแล้ววันนี้สภาส่วนใหญ่จะมีความเห็นชอบยกเลิก ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติทั้งหมด ๑๑๕ ฉบับด้วยกัน ซึ่งผมเชื่อว่าหลังจากนี้ ก็จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา ก็ยังเชื่อว่า ยังมีคำสั่งอีกหลาย ๆ ฉบับของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและประกาศของหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ต้องการได้รับการแก้ไข และที่สำคัญที่สุด ขอบคุณเพื่อน สมาชิกทุกคนที่เราเห็นพ้องต้องกันว่าเราจะต้องตรากฎหมายเพื่อไปแก้ประกาศดังกล่าว ทั้งหมดด้วยครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปอีก ๓ ท่าน ท่านแรก ท่านภัณฑิล น่วมเจิม ท่านที่ ๒ ท่านปิยรัฐ จงเทพ ท่านที่ ๓ ท่านชวาล พลเมืองดี เชิญท่านภัณฑิล น่วมเจิม ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ก็ขอร่วมอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งของ คสช. บางฉบับ ที่หมดความจำเป็นและไม่เหมาะสมกับเวลาปัจจุบันแล้ว ก็มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ร่วม พิจารณายกเลิกมรดกของคณะรัฐประหารที่ยังเซาะกร่อนบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย ของพวกเรา ที่ทำให้อำนาจสูงสุดก็ยังไม่ใช่ของประชาชน แต่เป็นของใครก็ไม่รู้ คณะอะไรก็ไม่รู้ ที่ฉวยโอกาสเกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชน แล้วก็สถาปนาตน พวกพ้องเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ครองอำนาจมายาวนานต่อเนื่องเป็นเกือบ ๑๐ ปี ท่านประธานครับ ผมได้พิจารณาเนื้อหา ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้อย่างถี่ถ้วนแล้ว ก็เห็นว่าประกาศและคำสั่ง คสช. ที่แนบท้ายตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ มีการยกเลิกไปแล้วจากการประกาศใช้กฎหมายฉบับใหม่ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องแรกที่กระทบ กับทาง กทม. โดยตรง คือประกาศ เรื่อง การได้มาซึ่งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภาเขต ซึ่งในปัจจุบันก็มีการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครครบทั้ง ๕๐ เขตไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๕ อย่างไรก็ตาม ด้วยประกาศอันนี้ ก็ยังส่งผลกระทบทำให้ยังไม่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขต ซึ่งก็ยังเว้นวรรคไปอยู่ ยังถูก Freeze ไว้อยู่ ซึ่งผมในฐานะ สส. และเพื่อนสมาชิกใน กทม. ก็ได้รับเสียงสะท้อนจาก ประชาชน แล้ว สก. บางท่านก็ยังบอกว่าการยกเลิกสมาชิกสภาเขตส่งผลทำให้การดูแล ประชาชนอาจจะไม่ค่อยทั่วถึงมากนัก ในรายงานนี้ก็มีการรับฟังความคิดเห็นมานะครับว่า เห็นควรว่าควรจะยกเลิก เนื่องจากประกาศฉบับนี้ออกมาเพื่อบังคับใช้ในสถานการณ์ที่ไม่ อาจจะจัดการเลือกตั้งได้ ซึ่งหลักการมันก็ขัดกับรัฐธรรมนูญ ม. ๔๙ กระจายอำนาจให้ความ อิสระแก่ท้องถิ่น บริหารจัดการตัวเองได้ตามเจตนารมณ์ ม. ๒๕๒ ของรัฐธรรมนูญก็พูดถึง การคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้ง ซึ่งปัจจุบันก็อย่างที่เรียนไปแล้ว มีการเลือกตั้งทั้งผู้ว่า ทั้ง สก. ไปแล้ว เข้ามาดำรงตำแหน่ง หน้าที่บริหารอะไรกันอยู่แล้ว แล้วการได้มาก็มีข้อบัญญัติอยู่แล้ว ในข้อบัญญัติท้องถิ่นของ กรุงเทพมหานคร เรื่อง การเลือกตั้งสมาชิกสภาเขต พ.ศ. ๒๕๔๙ ประกอบกับระเบียบ กรุงเทพมหานครว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขต พ.ศ. ๒๕๓๖🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ ก็คือเรื่องของผังเมือง คำสั่ง ที่ ๔/๒๕๕๙ ยกเว้น การใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม สำหรับการประกอบกิจการบางประเภท โดยการยกเว้นการใช้บังคับกฎหมายให้ใช้บังคับผังเมืองรวมตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง สำหรับประกอบกิจการคลังน้ำมัน การประกอบกิจการโรงงาน ผมจะพูดถึงเรื่องคลังน้ำมันนะครับ เวลายกเว้นปุ๊บแล้วเปิดได้ ไม่ต้องดูเรื่องผังโซนสีต่าง ๆ พอเปิดแล้ว เขาลงทุนกันไป เป็นร้อยเป็นพันล้าน เวลาจะแก้ไขทีจะเปลี่ยนแปลงตอนหลังนี่มันยากมาก มันแทบเป็นไป ไม่ได้ ยกตัวอย่างในเขตใจกลางเมือง อย่างเขตคลองเตย หรือเขตยานนาวา หรือเขต พระโขนง ซึ่งอยู่ติดถนนสุขุมวิท ถ้าเกิดเหตุขึ้นมาเราจะป้องกันบรรเทาสาธารณภัยอย่างไร เรื่องคลังน้ำมันนี่สำคัญมากนะครับ นี่มายกเลิกไม่ให้มีการบังคับใช้ผังเมือง อันนี้ก็สมควรแล้ว ที่เราควรจะต้องยกเลิกกลับ แล้วก็ให้กลับไปใช้บังคับผังเมืองตามปกตินะครับ โดยภาพรวม ก็อยากจะเห็นว่า หากยังไม่มีการยกเลิกคำสั่ง คสช. อย่างเป็นรูปธรรม ระยะยาวจะส่งผล เสียหายร้ายแรงต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ทำให้เกิดปัญหาข้อกฎหมายตามมาอย่างมากมาย ผมจึงขอสนับสนุนให้มีการยกเลิกประกาศคำสั่งของ คสช. ทั้งหมด แล้วเสนอให้ควรมี การออกกฎหมายยกเลิกประกาศคำสั่งของคณะรัฐประหารที่ยังมีผลใช้บังคับมาจนถึง ปัจจุบันทุกฉบับเลยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปิยรัฐ จงเทพ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปิยรัฐ จงเทพ ผู้แทนราษฎร เขตพระโขนง เขตบางนา พรรคประชาชน ต่อวาระนี้ครับ ท่านประธาน ผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะรักษา ความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดย นายรังสิมันต์ โรม เพื่อนสมาชิก และคณะ นอกจากนี้ยังมีร่างของ ครม. และร่างของเพื่อนสมาชิก อีกหลายฉบับร่วมกันประมาณสัก ๕ ฉบับได้ครับท่านประธาน จากที่เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้อภิปรายไปแล้วนั้น ผมเห็นว่าหลายท่านอภิปรายไปในทิศทางเดียวกันแล้ว เราเห็นตรงกัน ครับว่า กฎหมายหรือคำสั่งที่ออกโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาตินั้น มีปัญหา แต่เมื่อผมได้ ติดตามดูทางการถ่ายทอดสดของวิทยุทีวีรัฐสภาผ่านช่องทางออนไลน์ประชาชนยังสับสน และไม่เข้าใจ ผมขออนุญาตถือโอกาสนี้สื่อสารกับพี่น้องประชาชนผ่านท่านประธานสภาไปยัง พี่น้องประชาชนว่า พี่น้องประชาชนถามมาว่า คสช. ไปแล้ว ประกาศและคำสั่งคณะ คสช. ยังอยู่ หรือยังมีผลบังคับใช้หรือนะครับ อย่างนั้นต้องตอบให้พี่น้องประชาชนเข้าใจด้วยครับ ว่าที่เราอภิปรายกันอยู่ทุกวันนี้ เพราะยังมีผลบังคับใช้ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗๙ ฉะนั้นแล้วการจะยกเลิก หรือการจะเปลี่ยนแปลงคำสั่ง หรือการแก้ไขคำสั่งของประกาศ หรือคำสั่งของหัวหน้า คสช. ก็ตามแต่ ต้องอาศัยเป็นพระราชบัญญัติ ในบรรดาตุลาการ หรือในบรรดานักกฎหมายก็ตามแต่ ก็ยังมีการถกเถียงกันนะครับว่า ตกลงประกาศฉบับใด มีศักดิ์เทียบเท่ารัฐธรรมนูญ ประกาศฉบับใดเทียบเท่าพระราชบัญญัติ เพราะมันก็ดูขัด ๆ กันอยู่ครับท่านประธานว่า พระราชบัญญัติก็มีศักดิ์เพื่อจะแก้ไขหรือยกเลิกพระราชบัญญัติ แต่เมื่อประกาศของคณะ คสช. บางประกาศมีศักดิ์เทียบเท่ากับรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำไป เพราะมีการไปยกเลิกรัฐธรรมนูญ ตามร่างของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ขออนุญาตเอ่ยนาม ก็มีการประกาศยกเลิกคำสั่งนี้ ฉะนั้นผมเลยอยากอธิบายว่าจริง ๆ แล้วมันก็เป็นความลักลั่น ในทางกฎหมายเหมือนกันครับท่านประธานว่า ประกาศคำสั่ง คสช. ดูเหมือนมีศักดิ์เทียบเท่า กับรัฐธรรมนูญ แต่พอมาตรา ๒๗๙ บอกจะแก้ไข ต้องอาศัยพระราชบัญญัติมายกเลิก ฉะนั้นเรื่องนี้ก็คงต้องเป็นเรื่องที่เราต้องดำเนินการกันไป ในฐานะที่เราจะต้องออกเป็น พระราชบัญญัติมาตามข้อแนบท้ายของมาตรา ๒๗๙ นี้ อันนี้เราก็ว่ากันไป เพียงแต่ผมจะ ยกตัวอย่างให้ฟังเฉย ๆ ว่าเรายังมีข้อปัญหาในข้อกฎหมายที่ตกลงว่าประกาศ หรือคำสั่ง คสช. หรือคำสั่งของหัวหน้า คสช. มี ๓ ตัวนะครับ มีประกาศ คสช. แล้วก็คำสั่ง คสช. แล้วก็ คำสั่งของหัวหน้า คสช. มี ๓ คำสั่งนี้ มีเป็นกฎหมายหรือไม่ อย่างที่ท่านรังสิมันต์ โรม หรือหลายท่านยกมาบอกว่า มีแนวคำพิพากษาของศาลฎีกาตั้งแต่ปี ๒๕๐๕ บอกประกาศ ของ คสช. เหล่านี้ หรือประกาศของคณะปฏิวัตินี่เป็นกฎหมายเทียบเท่านะครับ ฉะนั้นก็เลยเป็นเรื่องที่เราต้องมายกเลิกกัน แก้ไขกัน โดยอาศัยสภาแห่งนี้ แล้วเราก็เลยต้อง มาว่ากันเป็นพระราชบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๙ อันนี้เป็นการอรรถาธิบาย ให้ประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านเข้าใจด้วยนะครับว่า ทำไมเราต้องมายกเลิก ทั้ง ๆ ที่ คสช. ไปแล้ว🔗
ฉะนั้นสุดท้ายผมก็คงจะพูดอีกนิดหนึ่งครับว่า บางครั้งประกาศ หรือคำสั่ง คสช. เอง ไม่ได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่เป็นเฉพาะเจาะจง แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถเลือกที่จะ ปฏิบัติได้ อย่างเช่น การรักษาความสงบตามประกาศ ฉบับที่ ๗ ๒๕๕๗ ก็บอกไว้ว่า ต้องรักษาความสงบเรียบร้อย แต่สุดท้ายแล้วบางครั้งเจ้าหน้าที่ก็อาศัยกติกานี้ อย่างผมไม่ได้ ถูกคำสั่งเรียกของ คสช. ไม่เหมือนท่านอดิศร เพียงเกษ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้ เล่าให้ฟังไปแล้ว ท่านก็ถูกคำสั่งเรียกไป ผมไม่ได้ถูกคำสั่งเรียกครับประธาน ในปี ๒๕๕๗ ผมยังเรียนอยู่ชั้นปีที่ ๔ แต่ผมถูกอุ้มไปเลยครับท่านประธาน ประสบการณ์โดยตรงของผม คือโดนอุ้มไปเลย ผมเดินอยู่ในห้างสยามพารากอน ผมโดนอุ้มไปเข้าค่ายอยู่ที่สโมสร กองทัพบก วิภาวดีรังสิต โดยไม่ต้องอาศัยคำสั่งประกาศใด ๆ เลย แค่บอกว่าเราจะไปชุมนุม ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ชุมนุมนะครับ ผมยกตัวอย่างว่าประกาศนี่ให้อำนาจกับ คสช. ในยุคนั้นจริง ๆ ก็เลยต้องเล่าให้ฟังว่าเป็นปัญหาสะสม และยังมีคำสั่งนี้สะสมอยู่ในปัจจุบันหลายฉบับ รวมแล้วยังมีอีกประมาณ ๕๐๐ ฉบับรวมกัน ฉะนั้นก็อยากจะให้ค่อย ๆ ว่ากันไปว่าจะยกเลิก แก้ไข หรือปรับปรุงอย่างไร ก็ขอให้ทางสภาของเราได้ช่วยกันผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชวาล พลเมืองดี เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชวาล พลเมืองดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๓ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ หากใครได้ติดตามการอภิปรายทั่วไปของผม ที่เคยได้พูดถึงมรดกบาป คสช. ที่เปิดทางให้ กลุ่มทุนจีนเถื่อนเข้ามาสร้างอาณาจักรโรงงานขยะผิดกฎหมายที่ตำบลคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นโรงงานเดียวกันกับที่พบข่าวการตรวจพบกากแคดเมียมหลายพันตัน ซุกซ่อนอยู่ในโรงงาน ซึ่งถ้าท่านได้ฟังคำอภิปรายของผม ท่านจะทราบว่ามรดกบาปของ คสช. ชิ้นนี้ที่ผมกล่าวมาก็คือ คำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ฉบับนี้ละครับ คำสั่งนี้ออกมาในปี ๒๕๕๙ โดยมีเนื้อหายกเว้นการบังคับใช้ กฎกระทรวงให้บังคับใช้ผังเมืองรวมสำหรับกิจการบางประเภท เช่น โรงงานผลิตแก๊สชีวภาพ โรงบำบัดน้ำเสีย เตาเผาขยะ โรงงานคัดแยกและฝังกลบสิ่งปฏิกูล หรือหลุมฝังกลบขยะ โรงงาน Recycle โรงงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะมูลฝอย โดยไม่ต้องคำนึงถึงการกำหนด การใช้ประโยชน์บนที่ดินตามกฎหมายผังเมืองแต่อย่างใด นั่นหมายความว่าโรงงานเหล่านี้ ที่ท่านรู้จักในฐานะเป็นโรงงานที่อาจก่ออันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาคำสั่งฉบับนี้เป็นเหมือนใบอนุญาตให้โรงงานอันตรายเหล่านี้ไปอยู่ ข้าง ๆ บ้านของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ตั้งอยู่ในชุมชน หรือว่าตั้งอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรมชั้นดีได้ โดยไม่ต้องสนใจสีผังเมืองแต่อย่างใด ท่านประธานครับ เดิมทีโรงงานอันตรายพวกนี้ ต้องตั้งอยู่ในพื้นที่ผังเมืองสีม่วง ตามกฎหมายผังเมือง ที่ผ่านการสำรวจพื้นที่ที่เหมาะสม ผ่านการประชุมพิจารณาโดยคณะกรรมการผังเมือง หรือแม้กระทั่งผ่านกระบวนการที่สำคัญ ที่สุด คือการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ว่าคนในพื้นที่มีความคิดเห็น อย่างไร ซึ่งเป็นหลักการที่ว่าประชาชนในพื้นที่ควรจะมีสิทธิที่จะกำหนดวิถีชีวิตของเขาเองได้ แต่พอมาถึงยุค คสช. กระบวนการผังเมืองเหล่านี้ก็ถูกยกเว้น โดยคำสั่งฉบับนี้ก็เปิดให้โรงงาน Recycle ทุนจีนเถื่อนที่รัฐบาลของพวกเขาเองยังไม่เอาเลย เขากำลังจะออกนโยบาย Chinese National SWOT หรือ Ban การนำเข้าขยะสู่ประเทศจีน ทำให้โรงงาน Recycle จีนเถื่อนเหล่านี้หลาย ๆ โรงงานต้องย้ายฐานการผลิตใหม่ ซึ่งหวยก็มาออกที่ประเทศไทย ของเรา ทำให้ทุนจีน Recycle เถื่อนพากันเข้ามาในประเทศไทย โดยใช้คำสั่งฉบับนี้เข้ามา เปิดโรงงานในพื้นที่ชุมชนเอย ในพื้นที่เกษตรกรรมเอย หรือแม้แต่ไปตั้งอยู่ใกล้ ๆ อ่างเก็บน้ำ ที่คนทั้งอำเภอ คนทั้งจังหวัดใช้อุปโภคดื่มกินกัน ปัญหาก็คือเมื่อมีการเข้ามาของกลุ่มทุนจีน Recycle เถื่อนเหล่านี้ มักจะมาพร้อมกับ การไร้ความรับผิดชอบต่อสังคม หรือแม้แต่ใช้ช่องทางการติดสินบนเจ้าหน้าที่ในการประกอบ กิจการโรงงานอย่างผิดกฎหมาย ทำการปล่อยมลพิษ กากอุตสาหกรรม ของเสีย และสารเคมี อันตรายออกสู่ชุมชน มลพิษที่ได้จากการหลอมก็ปล่อยสู่อากาศ กากและสารเคมีอันตราย ก็ปล่อยลงสู่ผืนดิน ผืนน้ำ ไหลออกสู่ชุมชน ให้คนในชุมชนบริโภคใช้ดื่มใช้กินกันตลอดมา ท่านประธานครับ ตัวอย่างที่ผมอยากให้ทุกท่านได้เห็นให้ชัดเจนก็คือ อาณาจักรโรงงาน Recycle เถื่อนที่ตำบลคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ที่ผมเคยได้อภิปรายทั่วไป จุดนี้จุดเดียวครบทุกอย่าง โดยเริ่มต้นตั้งแต่การเข้ามา โดยอาศัยคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ มาตั้งโรงงานอยู่ในพื้นที่นอก ๔ ผังเมืองที่กำหนด มีการลักลอบประกอบกิจการ มีการส่อแวว ว่าติดสินบนเจ้าหน้าที่ ลักลอบฝังกลบกากอุตสาหกรรม สารเคมีอันตรายหลายชนิดสู่ผืนดิน ผืนน้ำ ลำธาร ไหลผ่านที่ดินของชาวบ้าน แม้ผลตรวจจากหน่วยงานรัฐจะพบว่าสารเคมี แทบทุกชนิดเกินมาตรฐาน ตั้งแต่หลักสิบจนถึงหลักพันเท่า ทุกวันนี้ยังไม่มีหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานไหน หรือแม้แต่กระทรวงอุตสาหกรรมเข้ามาพูดถึงแนวทางการฟื้นฟูและเยียวยา เลยสักครั้งเดียว อีกที่หนึ่งครับท่านประธาน ที่เป็นตัวอย่างให้ท่านได้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นว่า โรงงานอันตรายเหล่านี้พอใช้คำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ฉบับนี้ ไปตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำ จะส่งผลกระทบขนาดไหน ผมก็จะพาไปดูที่อ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจนที่ ๑๖ อันเนื่องมาจาก โครงการพระราชดำริ ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา โรงงานแห่งนี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่สูง อยู่เหนืออ่างเก็บน้ำราว ๕๐๐ เมตร แล้วประกอบกิจการปล่อยมลพิษ ปล่อยสารเคมีอันตรายสู่พื้นดิน สู่ชั้นน้ำบาดาลและไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำ จนอ่างเก็บน้ำเต็มไปด้วย สารเคมีอันตราย ประชาชนใช้ประโยชน์ไม่ได้ น้ำมีความเป็นกรดสูง เปรี้ยวยิ่งกว่ามะนาวเสียอีก โดยที่ชาวบ้านรวมตัวกันต่อสู้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ มีการฟ้องร้องต่อศาล แล้วก็เพิ่งมี คำพิพากษาให้บริษัททุนจีนบริษัทนี้ต้องชดใช้ความเสียหายกว่า ๑,๗๗๐ ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูดิน ฟื้นฟูน้ำบาดาล ฟื้นฟูอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเงินจำนวนนี้เทียบไม่ได้เลยกับน้ำในอ่างที่ไม่สามารถ ใช้งานได้ พืชพันธุ์ธัญญาหารที่ล้มตายไป หรือแม้กระทั่งเทียบไม่ได้เลยกับสุขภาพชีวิตของ พี่น้องชาวพนมสารคาม ท่านประธานครับ โรงงานเหล่านี้เป็นเพียงไม่กี่ตัวอย่างจากหลาย หมื่นหลายพันโรงงานที่ใช้คำสั่ง คสช. ฉบับนี้ไปตั้งอยู่ทั่วประเทศ โดยตั้งแต่มีคำสั่งฉบับนี้ ออกมาบังคับใช้โรงงานเหล่านี้ผุดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือแม้แต่เราผ่านยุค คสช. ไปแล้ว โรงงานเหล่านี้ก็ยังผุดขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน สร้างผลกระทบมากมายมหาศาลให้กับ สิ่งแวดล้อมและชีวิตของพี่น้องคนไทย ผมก็หวังว่าเพื่อน ๆ สมาชิกจะตระหนักถึงพ่อแม่ พี่น้องประชาชนที่ต้องทนอยู่กับสารพิษอันตรายที่พวกเขาไม่ได้เป็นคนก่อและไม่ได้เป็นคน เลือกเข้ามาอยู่ในพื้นที่ของเขา ตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในอนาคตว่าจะหลงเหลืออยู่เท่าไร ในวันที่ลูกหลานเราเติบโตขึ้นมา อนาคตของลูกหลานเรา อยู่ในมือของทุกท่าน อนาคตของประเทศเราก็อยู่ในมือของทุกท่าน มาร่วมยกเลิกมรดกบาป คสช. ฉบับนี้ด้วยกันครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านบัญชา เดชเจริญศิริกุล🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม บัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคท้องที่ไทย ท่านประธานครับ ผมขอร่วมอภิปรายยกเลิกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติทั้ง ๕ ร่าง แต่ผมดูแล้ว ณ ตอนนี้ผมว่าแค่ ๕ ร่างคงไม่พอ ผมว่าน่าจะเกือบทั้งหมดเลยครับ คงคัดไว้ เฉพาะคำสั่งที่มีประโยชน์จริง ๆ เพราะว่าแต่ละคำสั่งค่อนข้างทำให้ประเทศนี้เสียหาย ไปเยอะมากมายเลยนะครับ ผมจะขอยกตัวอย่างเป็นข้อสังเกตสัก ๓-๔ คำสั่ง คณะรักษา ความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ในคำสั่งที่ ๑๗๒ ๑๗๕ ๑๗๖ ๑๗๗ ๑๗๘ และคำสั่งที่ ๓๙/๒๕๕๘ คำสั่งอันนี้ตรงไปที่โครงการรับจำนำข้าวเลย ในการระบายข้าว ๑๘.๒ ล้านตัน ของ Stock คงค้างของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ณ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ที่ปฏิวัติมา ก็คิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุจริต เดี๋ยวเรามาดูกันครับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันคือการทุจริต ใครกันแน่ที่ทุจริตบ้าง เพราะว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ซับซ้อนนะครับ ผมอธิบายเรื่องคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการระบายข้าวนิดหนึ่งครับ Stock คงค้าง การบริหารจัดการข้าวจากคำสั่ง ๓-๔ คำสั่งที่ผมได้กล่าวไว้เบื้องต้นนี้ โดยเฉพาะการบริหารจัดการข้าว ๑๘.๒ ล้านตัน ก็เกี่ยวกับคำสั่ง คสช. ทั้งสิ้น โดยการระบาย ซึ่งผิดปกตินะครับ เพราะว่าข้าวมันเป็นชนิดแต่ละชนิด มีข้าวขาว ข้าวเหนียว ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมปทุม ราคามันแตกต่างกันไปนะครับ โดยคณะกรรมการเอา Grade ไปจัดเป็น Grade A B C มันไม่ใช่ทำกับข้าวครับ มันคือมะม่วง หรือเงาะ หรือทุเรียน ถ้าจะบอกว่าเป็น Grade A B C อย่างนี้ทำได้ แต่ข้าวมันไม่ใช่ครับ ข้าวมีกระทรวงพาณิชย์ มีคณะกรรมการ บริหาร โดยกลไกของกระทรวงพาณิชย์มีอยู่แล้ว ข้าวมันก็ต้องขายตามยี่ห้อของข้าว แต่ละชนิด แต่ละยี่ห้อ ถึงจะไม่เสียหาย ข้าว ๑๘.๒๕ ล้านตัน ถูกแบ่งเป็น Grade A B C A B คืออะไรครับ ผมฝากถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ แล้วก็พี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วย A B คือข้าวที่ระบุว่าเป็นการบริโภคของคนนะครับ C คือไม่ใช่การบริโภคของคน ให้เป็น อุตสาหกรรม ให้เป็นเอทานอล หรือเอาไปทำปุ๋ย ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็คือข้าวที่ดีทั้งหมดนี่ละ แต่เป็นการสร้างวาทกรรมขึ้นมาเท่านั้นเองว่าเป็นข้าวเสีย ข้าวเสื่อม ข้าวเน่า เพื่อให้ สมประโยชน์ เรื่องนี้มันมีคนได้ประโยชน์ แล้วก็มีคนเสียประโยชน์ แล้วก็มีคนที่ถูกรับกรรม จากเรื่องนี้ไป เช่น ผู้ประกอบการคลังสินค้าทั้งประเทศที่ถูกยัดเยียดคดี ค่าเสียหาย ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จากคำสั่งรักษาความสงบแห่งชาติตรงนี้ ซึ่งตอนนี้ก็ยังต่อสู้ กันในศาล โดยเฉพาะเรื่องคดีอาญาถือว่า ๑๐ ปีที่ผ่านมาที่เขากล่าวหาผู้ประกอบการคลัง ทั้งประเทศไปก็ถือว่าสิ้นสุดแล้ว เพราะว่าผู้ประกอบการคลังทั้งประเทศไม่ได้ผิดตามที่รัฐบาล ที่แล้วกล่าวหาไปนะครับ ซึ่งตอนนี้ก็เหลือคดีอยู่ที่ศาลปกครองชั้นต้นนะครับ บางคดีก็ตัดสิน ไปแล้ว ก็ยังดีครับที่ศาลท่านได้เข้าใจ ศาลท่านได้เมตตา มีหลายคดีที่ผู้ประกอบการคลังได้ชนะ แล้วศาลมีคำสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายคืนให้ผู้ถูกฟ้องไปหลายคดีเหมือนกัน ก็ถือว่ายังมีความโชคดี แต่ตรงนี้เป็นความเสียหายเยอะมาก ไม่น้อยกว่า ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เสียหายจาก การระบายข้าวชุดนี้ ซึ่งมันมีคนที่ได้รับประโยชน์ไปพอสมควร เท่าที่เห็นและเท่าที่คุย หลายคนอาจจะไม่ค่อยเข้าใจครับ เรื่องนี้ผมพอมีความเข้าใจ แล้วก็มีความรู้ในเรื่องนี้ดี พอสมควร เสียหายแค่นี้ยังไม่พอนะครับ ๑๒ ล้านตัน ข้าว A B C สมมุติโกดังหนึ่งมีอยู่ ประมาณ ๑๐ กองข้าว ตรวจเป็น A ๔ กอง เป็น B ๓ กอง เป็น C อีก ๓ กอง ก็ถือว่า C เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ A ๔ กอง กับ B ๓ กอง ก็จะถูกขายเป็น Grade C ตรงนี้ก็เสียหาย กับประเทศเยอะแยะมากมาย ซึ่งไม่ควรมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เพราะว่าข้าวต้องถูกขายไปตาม ชนิดของข้าวแต่ละชนิดนั้น ไม่ใช่มาจัด Grade เป็น A B C เหมือนผลไม้ทั่วไป ซึ่งมันผิด ตรงนี้มันไม่น่าจะเกิดขึ้นนะครับ ผมก็ขออภิปรายสนับสนุนยกเลิกคำสั่งของ คสช. ทั้ง ๕ ร่าง จริง ๆ ไม่พอ ผมอยากให้ยกเลิกทั้งฉบับ หรือเหลือคงไว้เฉพาะฉบับที่คิดว่าเป็นประโยชน์ จริง ๆ เท่านั้นเอง กราบเรียนฝากท่านประธานถึงคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกัณวีร์ สืบแสง🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ผมขออนุญาต ใช้เวลาสั้น ๆ ในการลุกขึ้นมาอภิปรายเห็นชอบในหลักการของร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่านประธานครับ วันนี้เรามีตัวแทนของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาอยู่กับเราด้วย ต้องขอเรียนผ่านท่านประธานไปถึงตัวแทนของกฤษฎีกา ต้องขอขอบคุณท่านมาก ๆ นะครับ ที่เมื่อวานนี้เราขอไปในเรื่องเกี่ยวกับตัวคำสั่งที่เราได้เสนอไปทางหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง และมีหน่วยไหนบ้างที่ส่งกลับมาบอกว่าจะขอยืนยันในการที่จะไม่แก้ไข หน่วยไหนบ้าง ที่ยืนยันออกมาว่ายกเลิกได้ หน่วยไหนบ้างที่ยังไม่มีหนังสือยืนยัน หน่วยที่ยกเลิกได้ มีทั้ง ๒๓ คำสั่ง แล้วก็เห็นชัดเจนครับว่าท่านต้องการอย่างไรบ้าง ส่วนยังไม่ได้มีหนังสือยืนยัน อีก ๑๖ คำสั่ง ๑๖ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกัน โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการรักษาความสงบ เรียบร้อย ความมั่นคงแห่งชาติ และยังคงไว้มีทั้งหมด ๒๖ คำสั่ง ถ้าเรารวมดี ๆ แล้วมีทั้งหมด ๖๕ ฉบับของคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่เราได้เสนอไปยังหน่วยราชการต่าง ๆ แต่ขอเรียนตรง ๆ ว่าวันนี้ก็ได้ยินจากท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ ที่บอกว่าเรามีทั้งหมด ๘๐ กว่าคำสั่ง ขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนามท่าน เห็นชัดเจนครับ ในเรื่องเกี่ยวกับคำสั่งของคณะรักษา ความสงบแห่งชาตินี้ ถ้าเรามองตัวหลักการและเหตุผล การที่ออกคำสั่งมาตั้งแต่แรกนั้น คือการควบคุมสถานการณ์และรักษาความสงบเรียบร้อย ระหว่างการเปลี่ยนแปลงอำนาจ ทางการเมือง เพื่อสั่งการระงับยับยั้ง หรือกระทำการใด ๆ ได้ ไม่ว่าการกระทำนั้นจะมีผล บังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ ท่านประธานครับ เราเห็นครับ มันเป็นแค่ช่วงระหว่างเปลี่ยนผ่านของอำนาจทางการเมืองเท่านั้น จริง ๆ ผมไม่เชื่อหรอกครับ ในเรื่องคำสั่งของ คสช. ตรงนี้ จริง ๆ แล้วไม่อยากจะเอามาเป็นสารัตถะสำคัญในการ พิจารณาในฝ่ายนิติบัญญัติของเรา เพียงแต่ว่าตัวคำสั่งนั้นในตัวหลักการและเหตุผลเพียงใช้ แค่ชั่วคราวเท่านั้น ผมก็เสียใจครับ เราใช้เวลาทั้งหมด ๓๕๐ กว่าวัน เพื่อจะมีการประชุม ในวันนี้ เพื่อจะมาพูดคุยถกแถลงร่างพระราชบัญญัติต่าง ๆ ทั้ง ๕ ร่างที่เข้ามาในสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้ เพิ่งเข้ามา ๓๕๐ กว่าวัน แต่รากเหง้าของปัญหาเราก็ทราบดีว่า คำสั่งของคณะ คสช. นี้ ถ้าเรายังคงไว้ เราจะคงระบบของเผด็จการที่อยู่ในประเทศไทย เราจะคงระบบเผด็จการไว้อยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติของเรา ไม่ว่าคำสั่งใด ๆ จะให้คุณในการ บริหารจัดการใด ๆ ก็ตาม ในประเทศเราตามคำสั่ง คสช. นี้ ผมว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะรับได้ เพราะว่ามันจะเป็นการได้มาซึ่งคำสั่ง มันก็ไม่ถูกต้อง การได้มาจากปลายกระบอกปืน การที่สร้างคำสั่งใด ๆ ต่าง ๆ เข้ามาในประเทศไทย เพื่อจะรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วง เปลี่ยนผ่านนี้จำเป็นต้องจบไป เราได้รัฐบาล เราได้ สส. ที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้อง ประชาชนโดยตรง เราต้องไม่เห็นชอบ และขอขอบคุณทุกท่านที่ได้เสนอตัวร่างพระราชบัญญัติ ตัวนี้ขึ้นมาให้กับพวกเราในการพิจารณา พอไปดูรายละเอียด คำสั่งจริง ๆ แล้ว ผมไม่อยากจะ แค่พิจารณา ก็คือเหมือนกับเพื่อนหลาย ๆ ท่านในที่นี้ได้พูดไว้ว่า จริง ๆ แล้วเราควรยกเลิก คำสั่งทั้งหมด เพราะว่ามันไม่ชอบธรรม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราต้องมีการพิจารณากันอย่างดี ก็ขอสรุปนะครับท่านประธาน ว่าทรราชที่ได้ขโมยอำนาจอันชอบธรรมของพี่น้องประชาชน และใช้อำนาจอย่างไม่ชอบธรรม ไม่ว่าคำสั่งใด ๆ ก็ตาม จะดีหรือไม่ก็ตาม จะดีที่สุดของคำสั่ง ทรราชนั้น ในประเทศเราถือว่าเป็นคำสั่งที่เลวที่สุด เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นชอบในหลักการ ของร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทั้ง ๕ ร่าง ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสรวีย์ ศุภปณิตา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสรวีย์ ศุภปณิตา ผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๑ พรรคประชาชน พรรคก้าวไกลเก่า กระผมเป็นผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย ต่อต้านการปฏิวัติรัฐประหาร ประกาศของคณะปฏิวัติทุก ๆ ฉบับไม่ควรมี ไม่ควรเกิดขึ้นครับ เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน และไม่ได้พัฒนาอะไรให้ดีขึ้นเลยครับ โดยเฉพาะ มาตรา ๒๗๙ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นั้น ได้รับรองคำสั่งของคณะปฏิวัติ คณะรัฐประหารต่าง ๆ นี่เป็นคำสั่งที่ไม่ถูกต้อง ทุกฉบับควรยกเลิกครับ สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ที่ให้ยกเลิกประกาศคณะปฏิวัติทุกฉบับครับ ผมได้เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ยกตัวอย่าง โรงงานอุตสาหกรรมในเขตจังหวัดปทุมธานี เขตเลือกตั้งของกระผมที่ลาดหลุมแก้ว มีโรงงานหนึ่งเป็นโรงงานย่อยขวดแก้วกระจก เกิดจากการละเลยของเจ้าหน้าที่และคำสั่ง ของคณะปฏิวัติเหล่านี้ครับ ฝุ่นละอองกระจายไปตามพื้นที่ไปไกลหลายกิโลเมตร ประชาชนพี่น้องทั่วไปเดือดร้อน เป็นมลภาวะทำลายบรรยากาศต่าง ๆ แล้วไม่มีความสุข ตายผ่อนส่งครับ ฝุ่นละอองที่มีเศษ กระจกเข้าไปในปอด แต่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่จะดำเนินคดีกับทางโรงงานได้ พี่น้อง ประชาชนร้องเรียนไปยังหน่วยงานของรัฐหลายหน่วย ก็ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ว่าป่วยขนาดไหน แต่ทุกคนอยู่ด้วยความไม่มีความสุข ต้องหลบหนีฝุ่นละออง มาร้องเรียนไปยังหน่วยงานของรัฐก็ทำอะไรไม่ได้ ก็เกิดจากประกาศ ของคณะยึดอำนาจเหล่านี้ครับ ประกาศทุกประกาศควรยกเลิกครับ เพื่อให้บ้านเมือง เจริญก้าวหน้าไปเหมือนอารยประเทศที่เจริญแล้ว ไม่ควรมีการรัฐประหารอีกต่อไป จึงสมควรลบล้างประกาศต่าง ๆ ของคณะยึดอำนาจทั้งหลายให้หมดไป และประเทศเจริญแล้ว มีกฎหมาย มีความสามารถในการออกกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอเพียงสั้น ๆ เท่านี้ครับ เพราะเพื่อน ผู้แทนราษฎรทุกท่านที่อภิปรายมา ล้วนแต่เห็นชอบกับการยกเลิกประกาศของคณะรัฐประหาร ทั้งสิ้นครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านสมาชิกครับ เดี๋ยวเชิญวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และตัวแทนของคณะรัฐมนตรี ประชุม ที่ห้อง ๒๐๕ ด้านหลังนี้ เชิญเลยนะครับ เนื่องจากว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้พ้นจากตำแหน่ง แล้วก็เรื่องการพิจารณาพระราชบัญญัติต่าง ๆ เรายังไม่ชัดเจนนะครับ คณะรัฐมนตรี ที่รักษาการสามารถที่จะเป็นกรรมาธิการได้ไหม ตอนนี้กำลังคลุมเครืออยู่หลายเรื่อง เราคิดว่า ให้วิปไปประชุมก่อนนะครับ วันนี้ขอปิดประชุมครับ ขอบคุณครับ🔗