unknown · · 538 lines

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้ขึ้นบัลลังก์เวลา ๑๓.๕๕ นาฬิกา)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้หารือ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยจะให้ปรึกษาหารือ ตามลำดับรายชื่อ ท่านละ ๒ นาทีนะครับ เชิญท่านธนพัฒน์ ศรีชนะ อยู่ไหมครับ เชิญครับ🔗

นายธนพัฒน์ ศรีชนะ ยโสธร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธนพัฒน์ ศรีชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย กระผมมีเรื่องหารือกับท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องดังนี้🔗

เรื่องที่ ๑ ถนนบ้านนาสะแบงไปบ้านดอนหวายและบ้านกุดปลาดุก ตำบลโนนเปือย อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ถนนเส้นนี้ได้รับการดูแลโดยองค์การบริหาร ส่วนตำบลโนนเปือยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายธนพัฒน์ ศรีชนะ ยโสธร

จากภาพที่เห็นถนนเส้นนี้เดิมที เป็นถนนลาดยาง แต่ไม่ได้รับการดูแลการแก้ไขปรับปรุงเป็นระยะเวลานาน ทำให้ถนนเส้นนี้ ชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อเกิดการเสียหาย ชาวบ้านที่เดินทางสัญจรไปมาเกิดความลำบากยิ่งนัก ผมได้สอบถามไปทางองค์การบริหารส่วนตำบลโนนเปือยแล้วว่า ไม่มีงบประมาณที่เพียงพอ ในการซ่อมแซมแก้ไขปรับปรุงถนนเส้นนี้ จึงอยากฝากท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทย ให้ช่วยผลักดันงบประมาณสู่ท้องที่ท้องถิ่น เพื่อพัฒนาถนนเส้นนี้ต่อไปด้วยนะครับ🔗

๒. ทางหลวงหมายเลข ๒๑๑๖ เป็นทางหลวงเชื่อมระหว่างอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร และไปอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร โดยเฉพาะบ้านหนองเลิงคำ ตำบลบุ่งคล้า อำเภอเลิงนกทา ชาวบ้านได้ร้องเรียนผมมาว่าถนนเส้นนี้มีรถบรรทุกหนัก วิ่งผ่านเป็นจำนวนมาก ทำให้ถนนทรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ เกิดน้ำท่วมขัง ไม่มีคลองระบายน้ำ และเวลากลางคืนไม่มีไฟส่องสว่างถนน จึงอยากฝากท่านประธานไปยังแขวงทางหลวง มุกดาหารและกระทรวงคมนาคมให้เร่งผลักดันงบประมาณซ่อมแซมปรับปรุงแก้ไข ถนนเส้นนี้ด้วยนะครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประภาพร เชิญครับ🔗

นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สุโขทัย

ขอบคุณค่ะท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุโขทัย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่า จังหวัดสุโขทัยได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นวงกว้าง จากการสำรวจจนถึงวันที่ ๒๙ สิงหาคมที่ผ่านมานี้ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ ๖ อำเภอ ๓๕ ตำบล ๑๖๓ หมู่บ้าน ๖,๕๔๓ ครัวเรือน พื้นที่ทางการเกษตรประสบภัยกว่า ๓๒,๐๓๗ ไร่ และปัจจุบันสถานการณ์ยังไม่มีทีท่า ว่าจะสิ้นสุดค่ะ วันนี้ดิฉันจึงมีข้อหารือฝากท่านประธานผ่านไปยัง ๔ กระทรวง ดังนี้ค่ะ🔗

๑. กระทรวงมหาดไทย ขอให้เร่งเยียวยาบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และเร่งจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานท้องถิ่น กรมโยธาธิการและผังเมือง รีบดำเนินการ ซ่อมแซม ถนน กำแพงกันดิน สะพาน เขื่อนเรียงหิน🔗

๒. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้ท่านเร่งเยียวยาชดเชยพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกข้าว พืชไร่ ไม้ผล ตลอดจนกล้วยตานี โดยในส่วนหลักเกณฑ์การเยียวยา ไม้ผลและกล้วยตานี ดิฉันได้เคยหารือถึงปัญหาในการเยียวยาในสภาแห่งนี้ไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เนื่องจากไม้ผลและกล้วยตานีเมื่อน้ำท่วมจะไม่ตายโดยสิ้นเชิง แต่ไม่มีผลผลิตนานกว่า ๘ เดือนค่ะ และมีค่าฟื้นฟูลำต้นด้วยค่ะท่านประธาน ดังนั้นที่ผ่านมา เกษตรกรในกลุ่มนี้จึงไม่ได้รับค่าเยียวยา🔗

กรมชลประทานขอให้ท่านเร่งจัดสรรงบประมาณลงมาซ่อมแซมคลองยม-น่าน และจุดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ ตลอดจนจัดสรรงบประมาณลงมาแก้ไขปัญหา ที่กักเก็บน้ำและขยายแหล่งน้ำยมให้กว้างขึ้น เพื่อลดผลกระทบในระยะยาว🔗

๓. กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ขอให้ท่านเร่งรัด การจัดสรรงบประมาณและการซ่อมแซมปรับปรุงผิวจราจรให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ🔗

๔. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคขอให้ท่านเร่งดำเนินการซ่อมแซมเสาไฟฟ้าที่หัก และโค่นจากผลกระทบในครั้งนี้🔗

สุดท้ายนี้ ดิฉันในนามตัวแทนของคนสุโขทัย ขอขอบคุณทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน วัด มูลนิธิ กู้ภัย ตลอดจนพี่น้องประชาชนจากทุกที่ ในประเทศไทยที่เข้ามาช่วยเหลือคนสุโขทัยและแบ่งปันถุงยังชีพให้กับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ เชิญครับ🔗

นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธาน ดิฉัน ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ เขตสายไหม พรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ ประเด็นด้วยกัน ในเขตสายไหมของดิฉันนะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร

เรื่องแรก เป็นปัญหา เรื่องเขตแนวที่ดินไม่ชัดเจนบริเวณบ้านมั่นคง ๘ ซอยสายไหม ๔๖ ในบ้านมั่นคง ๘ แห่งนี้ มีผู้อาศัยอยู่ประมาณ ๓๐๐ กว่าคน ประมาณ ๑๑๒ หลังคาเรือน ภายใต้การดูแลของ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือว่า พอช. ของเราตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ มีชาวบ้านร้องเรียนว่า เรื่องแนวเขตที่ไม่ชัดเจน แนวเขตในโฉนดกับแนวเขตจริงมันไม่ตรงกัน แล้วก็ที่ดินข้างเคียง มีการรุกล้ำเข้ามา เรื่องนี้มีการประสานทางกรมที่ดินเข้ามาตรวจรังวัดหลายครั้งมาก ชาวบ้านบอกว่าเสียเงินในการไปรังวัดหลายครั้งมาก แต่สุดท้ายจะเกิดอภินิหารคือว่า พอเช้าขึ้นมาหมุดกลับไปอยู่ที่เดิมบ้าง หรือว่าอยู่ดี ๆ ก็มีการยกเลิกแนวเขตบ้าง ส่งผลให้ บริเวณบ้านที่แนวเขตไม่ชัดเจนได้รับผลกระทบในเขตพื้นที่ของตัวเอง อยากฝากหารือ ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คือ พอช. และกรมที่ดิน ถ้าได้ฟังอยู่ให้แก้ปัญหา เรื่องนี้ด้วยนะคะ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของสะพานข้ามคลอง เป็นคลองลำผักชีบริเวณ ซอยพหลโยธิน ๕๒ แยก ๘ เป็นสะพานคอนกรีต สะพานนี้เป็นเอกชนขออนุญาตสร้าง แต่พอสร้างเสร็จแล้วก็มีไหล่สะพานพาดไปยังฝั่งของเขตสายไหม ไม่มีความลาดเอียง ที่ได้มาตรฐานทำให้เป็นบันไดกีดขวางการเข้า-ออกของรถยนต์ใน Apartment ข้างเคียง เรื่องนี้แจ้งใน Traffy Fondue ไปแล้วประมาณปีกว่า ๆ ไม่ได้รับการแก้ไข แม้ดิฉันทำหนังสือ ไปแล้ว ๑ ครั้ง เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๗ ถึงสำนักงานโยธาธิการก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข จนชาวบ้านบอกกันไว้ว่าตรงนี้เป็นสะพานเส้นใหญ่หรือเปล่า ขออนุญาตง่ายจังเลย แต่เวลา จะแก้ไขให้เป็นมาตรฐานนี้ทำได้ยากเหลือเกิน อยากฝากท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้ามารับผิดชอบ แล้วก็ดำเนินการแก้ไขเรื่องดังกล่าวอย่างเร่งด่วนด้วยนะคะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ เชิญครับ🔗

นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ อุบลราชธานี

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธาน จำนวน ๓ เรื่องด้วยกัน🔗

เรื่องแรกครับ ฝากถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตอนนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีการก่อสร้างโครงการไฟฟ้าลงดินในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี ได้ทำ MOU กับเทศบาล นครอุบลราชธานีว่า ๑. การขุดถนนเสร็จแล้วจะคืนผิวจราจรให้ทางเทศบาลนคร อุบลราชธานี คืนครับ แต่แย่มาก ๒. ขุดถนน เมื่อไม่เสร็จให้เอาแผ่นเหล็กมาปรกไว้ แต่แผ่นเหล็ก ดังกล่าวฝั่งหนึ่งตกลงไปในหลุม อีกฝั่งหนึ่งกระดกขึ้นมาครับ ทำให้พี่น้องประชาชน เกิดอุบัติเหตุอย่างสาหัส และพี่น้องประชาชนไม่รู้จะไปร้องเรียนที่ไหน ๓. ตกลงว่า จะทำการก่อสร้างในช่วงเวลาที่ไม่ใช่จราจรคับคั่ง แต่ก็ทำครับ ทำให้การจราจรในเทศบาลนคร อุบลราชธานีติดหลายกิโลเมตร ซึ่งการก่อสร้างในครั้งนี้มีระยะเวลา ๓๐๐ วัน จะเสร็จสิ้น ในวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๗ กราบเรียนท่านประธานถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้เร่งทำ ให้แล้วเสร็จตามกำหนด และให้พี่น้องประชาชนเกิดความปลอดภัยด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นถนนกรมทางหลวงชนบท ถนนกรมทางหลวงชนบทเส้นนี้ ชื่อซอยขุนโอ๊ต เป็นที่ตั้งของโรงพยาบาล ๕๐ พรรษา ตำบลไร่น้อย อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อสมัยที่แล้วผมได้ขอขยายถนนและไฟฟ้าแสงสว่างไปครับ วันนี้ได้เริ่ม มีการก่อสร้างติดไฟฟ้าแสงสว่างแล้ว แต่ว่ายังไม่เพียงพอครับ ถึงแค่บ้านนางิ้ว กราบเรียน ท่านประธานถึงทางหลวงชนบทครับ เพื่อให้ทำเพิ่มเติม ทำไฟฟ้าแสงสว่างถึงบ้านบ่อหวาย ขยายถนนและเพิ่มไฟฟ้า เพื่อให้พี่น้องประชาชนเดินทางในเวลากลางคืนสะดวกขึ้นครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ถนนทางหลวงสาย ๔๐๐๕ ถนนสมเด็จ มีพี่น้องประชาชน จากหลายอำเภอสัญจร พิบูล โขงเจียม ดอนมดแดง ตาลสุม บางส่วนแค่ ๔ เมตรแค่นั้นครับ ขอให้ขยายเป็นทางจราจร ๔ ช่องทางด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิทวัส ติชะวาณิชย์ เชิญครับ🔗

นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๕ ตัวแทนพี่น้องชาวคันนายาว บึงกุ่ม เฉพาะแขวงคลองกุ่มจากพรรคประชาชนครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกัน🔗

ขออนุญาตเริ่มจากเรื่องแรกนะครับ ปัญหาไฟส่องสว่าง ซอยนวมินทร์ ๒๖ แยก ๑ หมู่บ้านธารทิพย์ จำนวนบ้านเรือน ๓๐๐ กว่าหลังคาเรือน ปัจจุบันไม่มีไฟฟ้า ส่องสว่างทั้งซอย และยังมีนวมินทร์ ๒๔ ซอยอุเทน นวมินทร์ ๖๘ หมู่บ้านธนะสิน นวมินทร์ ๗๒ ตั้งแต่แยก ๑-๒ ถึง ๑-๘ เสรีไทย ๗๙ เลิศอุบล ๕ เรือนทองนิเวศน์ และชุมชนคลองลำนุ่น สถานที่ดังกล่าวเป็นหมู่บ้านที่เจ้าของทิ้งรกร้าง ไม่บำรุงสาธารณูปโภคมานานหลายสิบปี ผมทราบดีครับว่าซอยดังกล่าวนั้นยังไม่ถูกยกให้เป็นที่สาธารณะ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถ เข้ามาให้ความช่วยเหลือได้ แต่ท่านประธานครับ สภาแห่งนี้จะไม่มีวิธีช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนดังกล่าวจริง ๆ หรือครับ แสงสว่างคือสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่ประชาชนคนไทย พึงได้รับ พวกเขาเหล่านี้ไม่ได้ซื้อบ้านที่รู้ว่าจะถูกทิ้งร้าง ผมจึงขอฝากท่านประธานไปถึง ท่านผู้ว่าให้พิจารณาแก้ไขเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจังเสียทีครับ โปรดคืนแสงสว่างเพื่อเพิ่ม ความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชน กทม. เขต ๑๕ ด้วยครับ🔗

เรื่องถัดมาครับท่านประธาน คือเรื่องสถานีดับเพลิงไม่เพียงพอ เป็นเรื่อง ที่น่าตกใจครับท่านประธาน ท่านทราบไหมครับว่าเขตคันนายาวและเขตบึงกุ่มนั้น ไม่มีสถานี ดับเพลิง ซึ่งสถานีดับเพลิงที่อยู่ใกล้ที่สุดคือดับเพลิงบางชันและบางเขน เมืองขยายตัว ประชากรเพิ่มขึ้น แต่จำนวนสถานีดับเพลิงเราไม่เพิ่มตาม ผมขออนุญาตลองตีวงรัศมี ๕ กิโลเมตรตามเส้นแดง ให้ท่านได้เห็นภาพ ตามมาตรฐานสากล เพื่อให้รถดับเพลิงนั้น สามารถเดินทางไปจุดเกิดเหตุได้ทันทีภายใน ๘ นาที ท่านประธานลองคิดดูครับ หากไฟไหม้ ซอยคู้บอนหรือถนนนวมินทร์ เราต้องรอรถดับเพลิงกี่นาที ผมจึงขอฝากท่านประธาน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเพิ่มสถานีดับเพลิงในพื้นที่ กทม. เขต ๑๕ และกำหนด มาตรการการป้องกันสาธารณภัยให้ดีกว่าเดิมเสียทีครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านอภิชา เลิศพชรกมล เชิญครับ🔗

นายอภิชา เลิศพชรกมล นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ อภิชา เลิศพชรกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับพี่น้องชาวภาคเหนือที่ประสบอุทกภัย แต่ในจังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะอำเภอโชคชัยก็ประสบอุทกภัยเช่นกันครับท่านประธาน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอภิชา เลิศพชรกมล นครราชสีมา

ภาพนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนะครับ ท่านประธานครับ น้ำท่วมที่ตำบลด่านเกวียน พี่น้องประชาชนประมาณ ๔๐๐ ครอบครัว ท่วมถนนสาย ๒๒๔ โชคชัย-นครราชสีมา เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ วันนี้เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ ๒ ตั้งแต่มีการก่อสร้างถนนสาย ๒๙๐ แต่ก็ไม่เป็นไรครับท่านประธาน ในเมื่อมันเกิดเหตุตรงนี้แล้วแนวทางการแก้ไขจะต้องอาศัยทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ กรมชลประทาน ซึ่งบริเวณที่ท่วมนั้นอยู่ฝั่งตะวันตกของถนนสาย ๒๒๔ แนวทางการแก้ไข ก็คือคลองชลประทานจะต้องมีการระบายน้ำข้ามไปฝั่งตะวันออก เพราะฉะนั้นต้องอาศัย ชลประทานลำพระเพลิง ส่วนหนึ่งก็คือถนนสาย ๒๒๔ ต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไข โดยจะต้องให้กรมทางหลวงได้สนับสนุนงบประมาณในการที่จะทำท่อลอดข้ามฝั่งจากฝั่ง ตะวันตกไปฝั่งตะวันออก แนวทางการแก้ไขอันที่ ๓ ก็คือเรื่องของการต้องทำแก้มลิงบริเวณ เขาเรียกว่าโคกนะครับ ทางทิศตะวันตกที่จะต้องทำแก้มลิงไม่ให้น้ำไหลจากที่สูงลงมาที่ต่ำ เพราะว่าบริเวณตำบลด่านเกวียนนั้นเป็นแอ่งกระทะในการที่จะรองรับน้ำ ดังนั้นแล้วจึงอยากจะให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทานก็ดี กรมทางหลวงก็ดี แล้วก็งบกลางจากท่านนายกรัฐมนตรี ผมก็เชื่อว่าทั้งหมดนี้จะเป็นการแก้ปัญหาให้กับ พี่น้องชาวตำบลด่านเกวียน อำเภอโชคชัย หวังเป็นอย่างยิ่งนะครับว่าในเร็ววันนี้เมื่อมี นายกรัฐมนตรีแล้วเงินงบกลางจะได้ช่วยบรรเทาพี่น้องชาวอำเภอโชคชัย ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสรพัช ศรีปราชญ์ เชิญครับ🔗

นายสรพัช ศรีปราชญ์ สระบุรี

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม สรพัช ศรีปราชญ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี อำเภอเมือง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอแก่งคอย เฉพาะตำบลห้วยแห้ง จากพรรคประชาชนครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายสรพัช ศรีปราชญ์ สระบุรี

ท่านประธานครับ ย้อนไปเมื่อ ๑ ปีที่ผ่านมา ผมได้นำปัญหาน้ำเน่าเสียที่สร้างผลกระทบเรื่องกลิ่นแก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามลำคลอง ในตำบลหนองปลาไหล และตำบลกุดนกเปล้า มาหารือในสภาแห่งนี้แล้ว แต่ที่ผ่านมา ไม่ได้รับการแก้ไขจากหน่วยงานใด ๆ การนิ่งเฉยของพวกท่านทำให้น้ำเน่าเสียได้เดินทาง ไปเพิ่มความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนทั่วทั้งเทศบาลเมืองสระบุรี เนื่องจาก คลองที่มีน้ำเน่าเสียเหล่านี้เป็นน้ำต้นสายที่จะไหลไปที่อ่างเก็บน้ำคลองเพรียว และหลังจากนั้น อ่างเก็บน้ำคลองเพรียวจะปล่อยไปที่แม่น้ำป่าสัก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบผลิตน้ำประปา ของเทศบาลเมืองสระบุรี ทำให้ประชาชนได้รับน้ำประปาของเทศบาลเมืองสระบุรี ก็คือได้รับ น้ำที่เน่าขุ่นและเป็นปัญหา ก็คือทำให้มีผื่นตามผิวหนัง ตาแดง แล้วก็มีโรคต่าง ๆ ตามมา จำนวนมาก แม้ว่าขณะนี้สถานการณ์จะคลี่คลายแล้ว เทศบาลเมืองสระบุรีมีการปรับปรุง ระบบทำให้น้ำประปาสามารถใช้งานได้ปกติ แต่ก็ยังมีการปิดจ่ายน้ำในช่วงเวลากลางคืนอยู่ ผมได้นำปัญหานี้มาปรึกษาในสภาไปแล้วเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา แต่ก็ยังไร้การตอบกลับครับ และนี่คือสภาพน้ำในคลองที่เน่าเสียที่ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณลำคลอง ต้องใช้ ชีวิตประจำวันร่วมกับคุณภาพดี ๆ ที่รัฐบาลนี้มอบให้ หากเปิดขวดออกมาผมเชื่อเหลือเกิน ว่ากลิ่นมันทำให้นั่งกันตรงนี้ไม่ได้เลยครับ แม้ว่าปัจจุบันได้มีการเก็บตัวอย่างสภาพน้ำไปแล้ว แต่ตอนนี้ผ่านไปเกือบ ๑ เดือนแล้ว ก็ยังไม่มีท่าทีเลยครับว่าจะเอาผลทดสอบน้ำมาชี้แจง ต่อประชาชน วันนี้ผมไม่ขอร้องไปที่หน่วยงานไหนแล้วครับท่านประธาน เพราะทุกหน่วยงาน เงียบกันหมด ผมขอแจ้งท่านประธานผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรีคนใหม่ครับ ให้มีการสั่งการ ให้แก้ไขปัญหานี้ให้ชาวสระบุรี สุดท้ายท่านจะแก้หรือไม่แก้ปัญหานี้ก็ขอให้มีการตอบกลับ ให้ชาวสระบุรีรับทราบด้วย อย่าปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไร้การตอบกลับแบบที่ผ่านมาครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านศิริวรรณ ปราศจากศัตรู🔗

นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ดิฉันขอหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในภาคเหนือ ที่ประสบอุทกภัย ตั้งแต่จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน และแพร่ ซึ่งประสบความเดือดร้อน อย่างมาก โดยเฉพาะน้ำที่ไหลจากพะเยาลงสู่แม่น้ำยมที่จังหวัดแพร่ ดิฉันขอเรียน ท่านประธานกรุณาประสานไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมชลประทานที่จะต้อง แก้ปัญหาให้แก่ประชาชนทั้งระยะเร่งด่วน ระยะกลาง ระยะยาว โดยที่กรมชลประทาน ต้องเร่งผู้รับเหมาที่กำลังก่อสร้างอ่างเก็บน้ำที่กักน้ำเพื่อส่งต่อลงแม่น้ำยม คือเร่งสร้างอ่างเก็บน้ำ น้ำปี้ อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา เร่งสร้างอ่างแม่แคม อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ เร่งสร้าง อ่างแม่คำมี อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ ซึ่งอ่างเหล่านี้ได้รับงบประมาณแล้วนะคะ ให้ก่อสร้างเสร็จเร็วขึ้น ซึ่งขณะนี้กำลังก่อสร้างอยู่ แผนระยะต่อไปรีบออกแบบสำรวจ และก่อสร้าง สร้างคันกันดินหน้าฝายแม่ยม อำเภอสอง จังหวัดแพร่ สร้างอ่างเก็บน้ำในลำน้ำล่าง ของแม่น้ำยม สร้างอ่างห้วยสะกึ๋น ๒ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ อ่างแม่ก๋อน อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ อ่างแม่พวก อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ในส่วนของแผนระยะยาว กรมชลประทานจะต้องทำประตูระบายน้ำในลำน้ำยม ประตูระบายน้ำบ้านวังเย็น อำเภอลอง จังหวัดแพร่ ประตูระบายน้ำบ้านหาดอ้อน อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ อ่างเก็บน้ำห้วยแม่สูง ตอนบน อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ เพื่อชะลอน้ำไม่ให้ไหลบ่าไปยังจังหวัดสุโขทัย พิจิตร และภาคกลาง ดิฉันขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญในการแก้ปัญหา และทำงานเพื่อประชาชน อย่างแท้จริง ไม่ต้องไปสนใจในการกล่าวหาที่ไม่เป็นจริงใน Social Media ซึ่งจะทำให้ คนที่ตั้งใจทำงานเสียขวัญกำลังใจ คนที่ด้อยค่าเจ้าหน้าที่อาสาสมัครและผู้ปฏิบัติงานที่กำลัง ช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยจิตสาธารณะ ดิฉันขอเป็นตัวแทนพี่น้องชาวจังหวัดแพร่ และภาคเหนือทุกคน กราบขอบพระคุณ ขอบคุณทุกหน่วยงาน ทุกท่านที่เข้าไปช่วย ในการแก้ปัญหาให้กับพวกเราในครั้งนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิตยา มีศรี เชิญครับ🔗

นางสาวนิตยา มีศรี สมุทรปราการ

เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นิตยา มีศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๕ พรรคประชาชน ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีปัญหาที่พี่น้องประชาชนผู้ใช้ถนนวัดศรีวารีน้อยมาเล่าให้กับ ท่านประธานฟังค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวนิตยา มีศรี สมุทรปราการ

ถนนวัดศรีวารีน้อยมีด้านหนึ่ง เชื่อมกับถนนบางนา-ตราด อีกด้านหนึ่งเชื่อมกับซอยลาดกระบัง ๕๔ เอาปัญหาช่วงเชื่อมกับ ถนนบางนา-ตราดก่อนนะคะ ทั้งปัญหารถพ่วง รถบรรทุก รวมถึงลานตู้ Container ที่มีอยู่ มากมายบนถนนเส้นนี้ สร้างความเดือดร้อนต่าง ๆ นานา อย่างเช่น วิ่งนอกเวลา จอดริมทาง จนกินเลน รวมทั้งลานตู้ Container เองที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อผู้ใช้ถนนค่ะ แล้วก็ทำให้ รถพ่วงที่จะไปเข้ารับส่งตู้ที่ลานด้วยนะคะ ปัญหาเหล่านี้มีมานานแล้วค่ะท่านประธาน ระยะเวลากว่า ๑ ปีที่ผ่านมามีคนตายจากปัญหาเหล่านี้ไม่ต่ำกว่า ๑๐ รายนะคะ วันนี้ดิฉัน อยากจะขอร้องผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หน่วยงาน ที่มีอำนาจดูแลเข้ามาดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจังเสียทีนะคะ ที่จริงแล้วปัญหาเหล่านี้ ถ้ามีการบูรณาการหรือบริหารจัดการร่วมกันระหว่างทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ดิฉันเชื่อว่า สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ค่ะ แต่วันนี้มีหน่วยงานไหนยืดอกรับเป็นเจ้าภาพก็ยิ่งดีนะคะ เพราะพี่น้องประชาชนเดือดร้อนกันมากเลยค่ะท่านประธาน อีกด้านหนึ่งของถนน วัดศรีวารีน้อยที่เชื่อมกับซอยลาดกระบัง ๕๔ ค่ะท่านประธาน จุดนั้นเป็นคอขวด มีโครงการขยายคอขวดนี้มานานแล้ว ปัจจุบันการเวนคืนที่ดินก็เรียบร้อยแล้ว มีพี่น้อง ประชาชนผู้รอใช้ถนนฝากคำถามไปยังสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ว่าจะเริ่มทำเมื่อไร แล้วจะได้ใช้เมื่อไร🔗

ท่านประธานคะ อีกหนึ่งปัญหาเลยก็คือบริเวณริมคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ ที่สวยงามที่ดิฉันนำภาพมาให้ท่านประธานดูเมื่อการปรึกษาหารือครั้งก่อน วันนี้พื้นที่ริมคลอง ส่งน้ำสุวรรณภูมิน้อง ๆ บ่อขยะแพรกษาใหม่แล้วนะคะ ขยะเต็ม ๒ ข้างทางแล้วนะคะ ฝากท่านประธานไปยังกรมชลประทานเจ้าของพื้นที่ด้วยนะคะ โปรดหามาตรการเข้ามาจัดการ ดูแล และฝากถึงผู้ที่นำขยะมาทิ้งด้วยอย่ามักง่ายกันเลยค่ะ เห็นใจหน่วยงานต่าง ๆ ที่ต้อง มาตามเก็บด้วยนะคะ จุดบริการช่องทางการทิ้งขยะมีมากมาย อย่าเอางบประมาณมาใช้แก้ไข จากการมักง่ายของท่านเพียงไม่กี่คนเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรำพูล ตันติวณิชชานนท์ เชิญครับ🔗

นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๙ ซึ่งประกอบด้วยอำเภอนาจะหลวย อำเภอบุณฑริก อำเภอสิรินธร ตำบลโนนก่อ พรรคไทยสร้างไทยค่ะ ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานดังนี้ค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ อุบลราชธานี

ดิฉันลงพื้นที่พบปะพี่น้อง ประชาชนในงานสังฆทานทำบุญ หลายหมู่บ้าน ชาวบ้านฝากถามถึงรัฐบาลค่ะ เรื่องเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาทค่ะท่านประธาน เป็นเงินงบประมาณแผ่นดิน เป็นเงินภาษีของพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศ รัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ชาวบ้านของดิฉันค่ะ ไม่รู้จักคำว่า Blockchain ไม่รู้จักคำว่าเป็นเงิน Crypto ไม่รู้จักเหรียญดิจิทัลมีมูลค่าเท่ากับเงินบาท ชาวบ้านรู้จักแต่เงินสด เงินสด และเงินสดค่ะท่านประธาน ชาวบ้านต้องการเงินสด ได้เงินสดมา ก็จะนำไปจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมันรถ ค่าเช่าบ้าน ค่าอาหารการกิน ค่าขนมให้ลูกหลาน ไปโรงเรียนนะคะท่านประธาน เงินสดก็จะหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ที่สำคัญที่สุดก็คือเงิน สดจะช่วยแก้ไขปัญหาความยากลำบากของประชาชนได้อย่างแน่นอนค่ะ ชาวบ้านต้องการ เงินสด ๑๐,๐๐๐ บาทค่ะท่านประธาน ไม่อยากได้เงินดิจิทัลหรือว่าเงินแห้ง เพื่อตัดปัญหา การโจมตีรัฐบาลว่า เงินดิจิทัลเป็นการเอื้อนายทุน เอื้อโรงงาน เอื้อไปแลกเป็นเงินสด จาก ๑๐,๐๐๐ บาท เหลือ ๘,๐๐๐ บาทค่ะ เงินทั้งหมดล้วนเป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชน ชาวบ้านฝากมาค่ะท่านประธาน ขอคลิปด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ อุบลราชธานี

อยากให้ทบทวนแจกเป็น เงินสดค่ะท่านประธาน ชาวบ้านอยากได้เงินสดเพื่อนำไปจ่ายในชีวิตประจำวัน พี่น้อง ทั่วประเทศคงดีใจถ้าได้เงินสดกันถ้วนหน้าค่ะ ขอเสียงด้วยค่ะ คือเสียงสะท้อนจากพี่น้อง ประชาชนต้องการเงินสดค่ะ เพื่อนำไปใช้จ่ายในครัวเรือน ถ้าพี่น้องทั่วประเทศได้เงินสด คนละ ๑๐,๐๐๐ บาท คงดีใจกันถ้วนหน้านะคะ ขอขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมสัมมนา การมีส่วนร่วม ของประชาชนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตตามระบอบประชาธิปไตย จัดโดย คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๑๒๐ ท่านนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไปท่านณกร ชารีพันธ์ เชิญครับ🔗

นายณกร ชารีพันธ์ มุกดาหาร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณกร ชารีพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคประชาชน วันนี้ขอปรึกษาหารือ ท่านประธานทั้งหมด ๓ เรื่องครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายณกร ชารีพันธ์ มุกดาหาร

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับข้อร้องเรียนจาก ผอ. โรงเรียนบ้านนาอุดม ตำบลนาอุดม อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหารนะครับว่า เนื่องจากอาคารโรงอาหารของโรงเรียนได้ทรุดโทรมเป็นอย่างมากนะครับ เห็นว่าหลังคา แทบจะไม่เป็นสภาพโรงอาหารแล้วครับท่านประธาน จึงอยากขอให้สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานจังหวัดมุกดาหารและกระทรวงศึกษาธิการสนับสนุนงบประมาณ ในการแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยครับ ปัจจุบัน ผอ. โรงเรียนพยายามทำผ้าป่าในการขอบริจาค ผมอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวนะครับ เป็นความรับผิดชอบของ กระทรวงศึกษาธิการโดยตรงครับท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๒ สภาพปัญหาถนนพังเป็นหลุมเป็นบ่อ ในบริเวณถนนบ้านน้ำเที่ยง บ้านดอนป่าแคน บ้านหนองหญ้าปล้อง อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัดมุกดาหาร อีกเส้นก็จะเป็นห้วยลำโมง บ้านโคกป่งเปือยนะครับ ตำบลนาโสก ก็เป็นความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหารเช่นกันนะครับ แล้วก็อีกเส้นครับ บ้านหนองสระพัง บ้านคำแฮดน้อย เป็นความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เช่นเดียวกันนะครับ จึงอยากให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเร่งผลักดันงบประมาณ รวมไปถึง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยครับ ผลักดันงบประมาณในการแก้ปัญหาดังกล่าวให้พี่น้อง ประชาชนด้วยครับ🔗

เรื่องสุดท้าย เป็นการขออนุญาตก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมนะครับ ในพื้นที่ ตำบลนาโสก เนื่องจากมีผู้คัดค้านนะครับ แต่ทางบริษัทไม่ได้ทำประชาคมอย่างถูกต้อง ไม่ได้ให้ผู้คัดค้านเข้าไปมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นครับ และกรมป่าไม้บอกว่าพื้นที่ ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม แต่แท้จริงแล้วผมไปดูพื้นที่มีต้นไม้ใหญ่อยู่เยอะนะครับ จึงอยากร้องเรียนไปยังกรมป่าไม้และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งตรวจสอบปัญหาดังกล่าวด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ เชิญครับ🔗

นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ พิษณุโลก

ดิฉันขอเสนอปัญหา ความเดือดร้อนผ่านท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนค่ะ ไปยังกรมชลประทาน กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ปัญหาอุทกภัยในเขตอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ พิษณุโลก

ท่านประธานคะ อำเภอบางระกำเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำค่ะ เป็นต่ำที่สุดของแม่น้ำยม และแม่น้ำที่ผ่านอำเภอบางระกำ ก็เป็นจุดที่แคบที่สุดทำให้เกิดอุทกภัยเป็นประจำค่ะ ปัจจุบันมีโครงการบางระกำ Model ซึ่งมีพื้นที่เกษตรอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานประมาณ ๒๖๕,๐๐๐ ไร่ เป็นพื้นที่เกษตร ของลุ่มน้ำยมฝั่งซ้ายของอำเภอบางระกำที่ทำนาก่อนฤดูกาลและเก็บเกี่ยวก่อนฤดูกาล น้ำหลากค่ะ หลังจากนั้นเกษตรกรต้องเสียสละพื้นที่การเกษตรเป็นพื้นที่รับหน่วงน้ำ ที่เกิดอุทกภัยในทุก ๆ ปี ซึ่งสามารถหน่วงน้ำได้ถึง ๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรค่ะ ในขณะที่ พื้นที่ลุ่มน้ำยมฝั่งขวาก็เป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมพร้อมกันค่ะ แต่อยู่นอกเขตชลประทาน มีพื้นที่กว่า ๒๕๐,๐๐๐ ไร่ แต่เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพและสามารถรับได้จากน้ำปิง น้ำน่าน แล้วก็น้ำยมนะคะ หากได้พัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำยมฝั่งขวาให้อยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานได้ก็จะสามารถใช้เป็นพื้นที่ หน่วงน้ำค่ะ ได้เพิ่มอีกถึง ๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร รวม ๒ พื้นที่ของแม่น้ำยมจะสามารถ รับน้ำได้สูงสุดถึง ๘๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อบรรเทาอุทกภัยแม่น้ำยมที่เกิดวิกฤติรุนแรง และลดผลกระทบขณะที่มวลน้ำปริมาณมากกำลังไหลเข้าสู่พื้นที่การเกษตรที่ยังไม่เก็บเกี่ยว ของอำเภอบางระกำ ดิฉันจึงขอให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งรัด ดำเนินการศึกษาพื้นที่แม่น้ำยมฝั่งขวาเป็นพื้นที่ชลประทาน พร้อมทั้งพัฒนาประตูระบายน้ำ แก้มลิง คันดินกั้นน้ำและขุดลอกคู คลอง โดยด่วนที่สุด เพื่อให้เป็นพื้นที่รับน้ำและทุ่งหน่วงน้ำ เพื่อลดผลกระทบก่อนที่มวลน้ำก้อนใหญ่จะไหลเข้าสู่กรุงเทพมหานคร และในฤดูแล้งเกษตรกร จะได้มีน้ำใช้ในการทำนา เกิดรายได้และเกิดความมั่นคง มีความยั่งยืนต่อไป🔗

ประการสุดท้ายค่ะ ขอให้ภาครัฐมีมาตรการเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกร ที่เก็บเกี่ยวผลผลิตหนีน้ำก่อนกำหนด และขายสินค้าได้ในราคาตกต่ำด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิติพล ผิวเหมาะ ครับ🔗

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

นิติพล ผิวเหมาะ บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธานเรื่องเดียวครับ เกี่ยวกับปัญหา เรื่องน้ำท่วมนะครับ ผมไปลงพื้นที่กับทางหัวหน้าพรรคประชาชน แล้วก็เพื่อนสมาชิก พรรคประชาชนหลายท่านที่ภาคเหนือ ไล่มาตั้งแต่จังหวัดเชียงราย แพร่ น่าน แล้วก็ปัญหา ที่หนักหน่วงที่สุดครับท่านประธาน ตอนนี้หลายจุดนั้นน้ำลดแล้ว แต่สิ่งที่ยังไม่ลดไปเลยก็คือ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะครับ โคลนต่าง ๆ ความต้องการเร่งด่วนที่สุดเลยก็คือ การใช้รถฉีดน้ำครับท่านประธาน ช่วยกันไปฉีดน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ อาจจะเริ่มตั้งแต่โรงเรียน แล้วก็บ้านเรือน รวมถึงเครื่องสูบน้ำขนาดเล็กนะครับ เพราะว่าในพื้นที่ต่างจังหวัด ท่านประธานก็จะทราบดีว่าลักษณะเขาจะเป็นดินเป็นอะไรเสียมากกว่า แล้วน้ำไม่สามารถ ระบายไปได้แล้วนะครับ ก็ขอให้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนโดยการสูบน้ำออกในบ้านเรือนต่าง ๆ และโรคที่ตามมาที่อันตรายเลยก็คือโรคฉี่หนู ก็ขอให้มียาต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ในการแช่น้ำต่าง ๆ อันตรายมากจริง ๆ นะครับ🔗

ในส่วนเรื่องที่สำคัญที่ต้องฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีนะครับ คือตอนนี้ ท่านต้องตัดเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลออกไป เอาปัญหามาเป็นตัวตั้งก่อน และผมก็มั่นใจว่าไม่ว่าเป็น รัฐบาลชุดไหนก็อยู่ไม่ยืนยาวแน่นอน แต่สิ่งที่อยู่และเป็นปัญหาที่กระทบมากที่สุดก็คือปัญหา เกี่ยวกับโลกร้อนในตอนนี้ ซึ่งตามกฎหมายนี้มี พ.ร.บ. ส่งเสริมรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม แห่งชาติ ที่กำหนดให้นายกรัฐมนตรีท่านมีหน้าที่ในการจัดการเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยตรง เมื่อตอนต้นปีครับ เรามีปัญหาเรื่องภัยแล้งและมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา เรื่องภัยแล้ง นั่นก็เกิดจากปัญหาเรื่อง El Nino และผลกระทบก็คือเกี่ยวกับเรื่องโลกร้อน แล้วก็ประเมินกันว่าจะแล้งยาวไปจนกระทั่งถึงสิ้นปี แต่แล้วไม่ใช่แบบนั้นครับ ตอนนี้ มันกลายเป็นภาวะที่มีน้ำเยอะมากเข้าสู่ภาวะ La Nina ผลกระทบเหล่านี้มันเกิดโดยตรง จากปัญหาเรื่องโลกร้อน หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงนะครับ มีกรมการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมนะครับ แต่สิ่งที่โดยตรงมากที่สุดคือนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาเรื่องเหล่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชนก จันทาทอง เชิญครับ🔗

นางสาวชนก จันทาทอง หนองคาย

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉันนางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ จากพรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่หารือด้วยกัน ๒ เรื่องค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวชนก จันทาทอง หนองคาย

เรื่องแรก แม่น้ำโขงล้นตลิ่งค่ะ ดิฉันขอส่งกำลังใจความรักความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดหนองคายทุกท่านค่ะ ที่ตอนนี้เป็นผู้ประสบภัยน้ำท่วม แล้วก็ขอให้กำลังใจท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้า ส่วนราชการที่ต้องทำงานกันอย่างหนัก ในการเตรียมการป้องกันให้กับพี่น้องประชาชนค่ะ ตอนนี้แม่น้ำโขงนั้นล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ต่ำ ท่วมพื้นที่ทำเกษตร แล้วก็เอ่อล้นไปยัง บ้านพักของพี่น้องประชาชนค่ะ ดิฉันขอนำเรียนท่านประธานสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทยค่ะ ให้ช่วยมีมาตรการเยียวยา เมื่อน้ำลดแล้ว จะได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างทันท่วงทีด้วยค่ะ อันนี้เป็นภาพบรรยากาศในตอนนี้นะคะ ที่แม่น้ำโขงนั้นล้นตลิ่ง แล้วก็ท่วมพื้นที่ต่ำของจังหวัดหนองคายไปแล้วค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ตลิ่งกันทรุดของแม่น้ำโขงนั้นชำรุดแล้วก็เสียหาย เรื่องนี้ดิฉัน ได้นำเข้าหารือในสภาผู้แทนราษฎรแล้วครั้งหนึ่งในวันที่ ๑ สิงหาคมที่ผ่านมาค่ะ เป็นการร้องขอ ความช่วยเหลือจากท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลรัตนวาปี ตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ แล้วก็ วันที่ ๑ ดิฉันนำเข้ามาหารือ เพราะว่าจากปี ๒๕๖๕ จนถึงปี ๒๕๖๗ ความช่วยเหลือ ก็ยังมาไม่ถึง ในวันนี้แม่น้ำโขงนั้นล้นตลิ่ง ขยายความเสียหายเพิ่มมากขึ้น ดิฉันจึงนำเรียน ผ่านท่านประธานสภาไปยังสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดหนองคายค่ะว่า ให้เข้าไป ช่วยเหลือซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน ก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้นกับบ้านเรือนของพี่น้อง ประชาชน ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเฉลิมพงศ์ แสงดี เชิญครับ🔗

นายเฉลิมพงศ์ เเสงดี ภูเก็ต

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๒ พรรคประชาชน ผมขอนำเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนมาหารือต่อรัฐสภาเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก้ไข ๓ เรื่องดังนี้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเฉลิมพงศ์ เเสงดี ภูเก็ต

เรื่องแรกครับ จากเหตุการณ์อุทกภัยดินถล่ม ในตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ได้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง โดยมี ผู้เสียชีวิตถึง ๑๓ ราย ประชาชนจำนวนมากได้รับบาดเจ็บและบ้านเรือนได้รับความเสียหาย อย่างหนัก จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือเยียวยา ผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน พร้อมกันนี้ครับ ขอให้หน่วยงานรัฐเร่งศึกษาและดำเนินการ มาตรการป้องกันการเกิดดินถล่มอย่างเป็นระบบ เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการสูญเสีย ชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ฝากท่านประธานหารือไปยังกระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ครับ🔗

เรื่องที่ ๒ พ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวตำบลกมลา ร้องเรียนการบริหารงาน ของ อบต. กมลาและคณะผู้บริหาร ระบุปัญหาสำคัญหลายประการ ได้แก่ การละเลยการบุกรุก ที่ดินสาธารณะ การจัดการน้ำเสียและขยะที่ไร้ประสิทธิภาพ การบริหารบุคลากรที่ไม่เป็นระบบ การจัดเก็บภาษีบ้านเรือนที่สูงเกินจริง และการจัดการน้ำท่วมที่ล่าช้า ปัญหาเหล่านี้ ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนและคุณภาพชีวิต สะท้อนถึงปัญหาความบกพร่อง ในการบริหารการจัดการ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการกำกับดูแลตรวจสอบ การดำเนินงานของ อบต. กมลาอย่างเข้มงวด และพร้อมติดตามผลการแก้ไขปัญหา อย่างต่อเนื่อง ฝากท่านประธานหารือไปยังกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่น และผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตครับ🔗

เรื่องสุดท้ายครับ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพบพะยูน ๓ ตัว เข้ามาหากินบริเวณ หาดราไวย์ สร้างความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของสัตว์สงวนชนิดนี้ แม้กรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่งร่วมกับกรมเจ้าท่าได้ออกมาตรการบางส่วนแล้ว แต่ยังมีความเสี่ยง จากปัญหาน้ำเสีย ขยะ การเดินเรือและเครื่องมือประมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งยิ่งใกล้ฤดู การท่องเที่ยวจะมีการสัญจรทางน้ำคับคั่ง จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่ม ความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย และเพิ่มมาตรการความปลอดภัย เพื่อสร้างสมดุล และอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลของจังหวัดภูเก็ตครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพชร จันทรรวงทอง เชิญครับ🔗

นายพชร จันทรรวงทอง นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพชร จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้กระผมมีประเด็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งหมด ๓ เรื่อง ดังนี้ครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ขอความอนุเคราะห์กระทรวงศึกษาธิการจัดสรรงบประมาณ การก่อสร้างโรงอาหารให้กับโรงเรียนไทยวัฒนาประชารัฐที่อำเภอสีคิ้ว เนื่องจากปัจจุบัน ทางโรงเรียนมีโรงอาหารที่เก่า ชำรุด แล้วก็ทรุดโทรม ซึ่งไม่เพียงพอต่อปริมาณนักเรียน ในโรงเรียนนะครับ นักเรียนหลายคนต้องผลัดกะกันมารับประทานอาหารนะครับ ซึ่งกระทบ ต่อเวลาเรียนเป็นอย่างมากนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอความอนุเคราะห์กรมชลประทานหรือสำนักงานชลประทานที่ ๘ นครราชสีมา ขอให้จัดสรรงบประมาณโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ม. ๔๐๐ นะครับ เนื่องจากผมได้รับร้องทุกข์จากผู้ใหญ่พงษ์ ผู้ใหญ่บ้านในตำบลวังกะทะนะครับ บริเวณ บ้านดอนปอ-โนนสว่าง หมู่ ๑๔ และบ้านคลองป่าหมู หมู่ ๗ ตำบลวังกระทะ อำเภอปากช่อง เป็นพื้นที่ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ม. ๔๐๐ นะครับ เนื่องจากปัจจุบันมีสภาวะแห้งแล้ง พี่น้อง ประชาชนไม่มีน้ำใช้ ต้องพึ่งพารถน้ำจาก อบต. ซึ่งไม่เพียงพอ ซึ่งถ้าแก้ปัญหานี้ได้ ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้กับพี่น้องประชาชนได้นะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ขอความอนุเคราะห์กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ จัดสรรงบประมาณก่อสร้างถนนจราจรสายบ้านคลองมะค่าหิน หมู่ ๓ เชื่อมกับบ้านโป่งกระทิง หมู่ ๑๒ ตำบลวังกระทะ อำเภอปากช่อง เนื่องจากปัจจุบันถนนได้ชำรุดเสียหายมาเป็น เวลานานนับปี เนื่องจากน้ำป่าไหลหลาก กัดเซาะผิวถนนชำรุดเสียหาย และเส้นนี้ถือว่า เป็นเส้นหลักที่พี่น้องประชาชนใช้สัญจรไปมาครับ🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน ปัญหาทั้ง ๓ เรื่องที่ผมได้หารือผ่านท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นั่นก็เพียงเพื่อคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนที่ดีขึ้นครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านแอนศิริ วลัยกนก เชิญครับ🔗

นางสาวแอนศิริ วลัยกนก กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวแอนศิริ วลัยกนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะ แขวงราษฎร์บูรณะ พรรคประชาชน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวแอนศิริ วลัยกนก กรุงเทพมหานคร

วันนี้ดิฉันมีเรื่องจะหารือ ทั้งหมด ๔ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ เนื่องจากเขตทุ่งครุ มีมัสยิด ๑๑ มัสยิด มีพี่น้องชาวมุสลิม เป็นจำนวนมาก เมื่อพี่น้องชาวมุสลิมเสียชีวิต ปัญหาการชันสูตรพลิกศพของชาวมุสลิม ตามข้อบังคับของศาสนาอิสลามจะต้องมีพิธีและฝังศพภายใน ๒๔ ชั่วโมง แต่เนื่องจาก ปัจจุบันสามารถส่งชันสูตรได้เพียงโรงพยาบาลเดียวคือโรงพยาบาลศิริราช ทำให้เกิดการล่าช้า ในการส่งศพมาชันสูตรและกลับมาทำพิธีกรรมทางศาสนา จึงอยากให้มีการพิจารณาเพิ่ม โรงพยาบาลด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่อาคารสงเคราะห์ ประชาอุทิศ ๗๖ เนื่องจาก สภาพพื้นที่อยู่ต่ำกว่าพื้นถนน ทุกครั้งที่ฝนตกจึงเกิดปัญหาน้ำท่วม ทำให้สัญจรไม่สะดวก ต้องวางไม้เพื่อเป็นทางเดินเข้าอาคาร จึงอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยนะคะ🔗

เรื่องที่ ๓ ปัญหาวินมอเตอร์ไซค์เถื่อน ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนเป็นจำนวนมาก ถึงประชาชนในพื้นที่และวินมอเตอร์ไซค์ เนื่องจากประสบปัญหาวินไม่มีเสื้อหรือใส่เสื้อกั๊กอื่น มาวิ่งรับผู้โดยสาร โดยมีพฤติกรรมขับรถหวาดเสียวและพูดจาไม่ดีต่อลูกค้า มีการเก็บ ราคาที่สูงกว่าปกติ บางครั้งเมื่อผู้โดยสารปฏิเสธการจ่ายราคาที่สูงกว่าก็จะมีการข่มขู่ สร้างความเดือดร้อนค่ะ🔗

เรื่องที่ ๔ ปัญหาคลองแจงร้อนไม่ได้รับการลอกคลองมีขยะสะสม เป็นจำนวนมาก เรือที่สัญจรไปมาในคลองแจงร้อนไม่สามารถสัญจรได้ปกติ เพราะเกิด คลองตื้นเขินจากดินสไลด์ ขยะสะสมใต้ท้องคลองในช่วงบริเวณชุมชนรุ่งเรือง ซึ่งมีโครงการ หมู่บ้านที่กำลังก่อสร้างเกิดปัญหาดินสไลด์มาขวางทางน้ำ ทำให้ชุมชนมีน้ำกักขัง และน้ำเริ่มเน่าเหม็น และไม่มีน้ำสำรองไว้ใช้ในเหตุฉุกเฉิน ดิฉันขอเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการ การก่อสร้างที่ไม่มีการป้องกันเรื่องของความปลอดภัย ดังตัวอย่างในภาพ ไม่มีการกั้นเขต ก่อสร้าง ขณะที่มีการตอกเสาเข็มก็จะมีประชาชนเดินผ่าน ไม่มีการป้องกัน เกรงว่า จะมีอันตรายแก่ผู้ที่สัญจรไปมา ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสยาม เพ็งทอง เชิญครับ🔗

นายสยาม เพ็งทอง บึงกาฬ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพและเพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม สยาม เพ็งทอง ผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ปัญหาที่จะขอหารือกับท่านประธานวันนี้เป็นเรื่องของการใช้ไฟฟ้า ในพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดบึงกาฬครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสยาม เพ็งทอง บึงกาฬ

โดยผมได้รับแจ้งจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ถึงความเดือดร้อนในเรื่องของกระแสไฟฟ้าในหมู่บ้านและตำบลต่าง ๆ ที่ไม่เพียงพอ ต่อการใช้งานครับ ไฟดับบ่อย ไฟตกบ่อย ทำให้กระทบโดยตรงต่อการดำรงชีวิตของพี่น้อง ประชาชน เครื่องใช้ไฟฟ้าต้องชำรุดเสียหายจากไฟดับ และรวมถึงไฟส่องสว่างบนท้องถนน ที่ดับ ก็อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้เช่นกันครับ เนื่องจากปัจจุบันนั้นการใช้ไฟฟ้ามีสูงขึ้นครับ ด้วยเทคโนโลยีที่เพิ่มมากขึ้นและใช้ไฟค่อนข้างสูง การขยายตัวของชุมชน และรวมไปถึง จำนวนของประชากรที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ความต้องการในการใช้ไฟฟ้ามีสูงขึ้น จึงไม่เพียงพอ ต่อการใช้งานครับ โดยพื้นที่ที่ได้รับการสะท้อนปัญหามีดังนี้ครับ ๑. บ้านชัยบาดาล ตำบลโนนสว่าง อำเภอบึงกาฬ ๒. บ้านหนองเข็ง ตำบลหอคำ อำเภอบึงกาฬ ๓. บ้านดอนอุดม ตำบลโนนสมบูรณ์ อำเภอบึงกาฬ ๔. บ้านแสนประเสริฐ ตำบลบึงกาฬ อำเภอบึงกาฬ ๕. บ้านโนนสมบูรณ์ ตำบลโนนสมบูรณ์ อำเภอบึงกาฬ ๖. บ้านหนองนาแซง ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอบึงกาฬ ๗. บ้านโคกสว่าง ตำบลนาสวรรค์ อำเภอบึงกาฬ ๘. บ้านศรีวิไล ตำบลศรีวิไล อำเภอศรีวิไล ๙. บ้านใหม่พัฒนา ตำบลศรีวิไล อำเภอศรีวิไล และ ๑๐. พื้นที่ ตำบลนาดงทั้งตำบลของอำเภอปากคาดครับ จึงอยากฝากท่านประธานไปยังการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคให้ช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยการขยายและเพิ่มกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอ ต่อการใช้งานและการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชนจังหวัดบึงกาฬด้วยครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องด่วนครับท่านประธาน คือเรื่องสถานการณ์อุทกภัย ในปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบในหลายจังหวัด จังหวัดบึงกาฬก็เช่นกันครับ พี่น้องประชาชน มีความกังวลใจเกี่ยวกับระดับน้ำของแม่น้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้น จึงอยากฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด และรายงานสถานการณ์ให้พี่น้อง ประชาชนได้รับทราบเป็นระยะ รวมถึงเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมด้วยครับ ด้วยความเคารพครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอนุสรณ์ แก้ววิเชียร🔗

นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร นนทบุรี

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร ผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขต ๓ อำเภอบางกรวย ตำบลบางไผ่ พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องมาหารือท่านประธานอยู่ ๔ เรื่อง ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร นนทบุรี

เรื่องแรกนะครับท่านประธาน เป็นปัญหาการบำรุงทาง ถนน ทช. ๑๐๑๑ ตำบลศาลากลาง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี จากรูปนะครับท่านประธาน จะเห็นสภาพของสายสื่อสารที่ระเกะระกะ ระโยงระยาง บางส่วนห้อยลงมาในคลอง นอกจากนั้นยังมีกอหญ้าขึ้นอยู่เต็มพื้นที่นะครับ และมีป้ายโฆษณา ของหมู่บ้านจัดสรรติดอยู่แทบทุกเสาไฟ จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงชนบท เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยนะครับ🔗

ขอสไลด์ต่อไปครับ ภาพที่ท่านประธานเห็น เราทราบกันอยู่แล้วว่าตอนนี้ พี่น้องประชาชนทางภาคเหนือประสบอุทกภัยอยู่ แล้วก็น้ำมันต้องไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ ตอนนี้พี่น้องประชาชนในอำเภอบางกรวยของผม โดยเฉพาะทางฝั่งด้านตะวันออกที่อยู่ติดกับ แม่น้ำเจ้าพระยา มีความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก ผมเคยหารือท่านประธานในสภาแห่งนี้ ไปแล้วเรื่องเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่พังและทรุดตัวลง ปัจจุบันกรมชลประทานได้ทำเขื่อน ชั่วคราวไว้แล้วนะครับ แต่ปัญหาของผมคือ คลองบางกรวยที่ไม่ได้รับการขุดลอกมาเป็น เวลานาน ตอนนี้อยู่ในลักษณะที่ตื้นเขิน ถ้าน้ำเข้ามามันจะมีปัญหาก็คือน้ำมันจะเอ่อล้น ผมได้ยินผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครยืนยันว่าน้ำจะไม่ท่วม แต่ผมยังไม่เคยได้ยิน ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรียืนยันว่าน้ำจะไม่ท่วม จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง กรมชลประทานและผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เพื่อให้ความมั่นใจกับชาวบางกรวยด้วยนะครับ🔗

ขอสไลด์ต่อไปครับ สไลด์นี้เป็นภาพถนน Local Road ที่อยู่บริเวณริมทาง รถไฟของอำเภอบางกรวยครับ ผมหารือในสภาแห่งนี้ไป ๔-๕ รอบแล้วนะครับ ปัจจุบัน ยังได้ไม่มีการแก้ไข จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังการไฟฟ้านครหลวง การรถไฟ แห่งประเทศไทย และกรมทางหลวงชนบท ช่วยลงมาดูด้วยนะครับ ท่านไม่ต้องเกี่ยงกัน เท่าที่ผ่านมาท่านก็โยนไปโยนกันมาเต็มที่อยู่แล้วนะครับ🔗

ขอสไลด์สุดท้ายครับ เป็นปัญหาคอขวดบริเวณหน้าปากซอยต่าง ๆ ที่เชื่อมกับ ถนนกาญจนาภิเษก มีซอยวัดศรีประวัติ ซอยวัดส้มเกลี้ยง ซอยวัดพระเงิน บริเวณ ปากซอยมีรถสวนเข้าใช้ ๒ เลน ถ้าเกิดมีการปาดบริเวณ Footpath และย้ายเสาไฟฟ้า จะทำให้พี่น้องประชาชนสัญจรได้สะดวกขึ้น จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังการไฟฟ้า นครหลวง กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท เพื่อให้พิจารณาแก้ไขด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ คณะนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ และครูผู้ควบคุม โรงเรียนธัญบุรี อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ นะครับ ต่อไปท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เชิญครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดังนี้🔗

ท่านประธานคะ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครตะวันออก ประกอบไปด้วย เขตลาดกระบัง เขตมีนบุรี เขตคลองสามวา เขตหนองจอก ตอนนี้พื้นที่เราเต็มไปด้วย ลานจอดรถ Container ที่อยู่นอกพื้นที่ที่ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดสรรไว้ให้ ดิฉันกำลังพูดถึงลานบรรจุสินค้าและขนส่งสินค้า ICD ที่เป็นความดูแลของการรถไฟ แห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม ที่เป็นลานจอดสำหรับตู้ Container รถพ่วง ๑๘ ล้อ ขนาดใหญ่ต่าง ๆ สำหรับการขนส่งสินค้าที่มารอพักอยู่ แล้วเพื่อที่จะส่งต่อไป แต่ปัญหา ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ค่ะ ลานจอดรถตู้เหล่านั้นกลับไปสร้างอยู่ในพื้นที่ที่เป็นชุมชนที่พี่น้อง ประชาชนอาศัยกันอยู่ ท่านประธานทราบไหมคะว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อสัปดาห์ที่แล้วค่ะ มีผู้ที่ต้องเสียชีวิตจากการที่คนขับรถตู้ Container จอดรถโดยประมาท จอดรถบนถนน ที่เป็นพื้นที่ในการเดินทางของพี่น้องประชาชน จอดแล้วก็ทิ้งหางของตู้ Container ไว้แล้วก็ เอาหัวออกไป พี่น้องประชาชนขับมอเตอร์ไซค์มาชนแล้วก็เสียชีวิตทันที นี่คือความสูญเสีย ที่ไม่ควรเกิดขึ้น ฉะนั้นแล้วดิฉันจึงขอประสานท่านประธานได้โปรดดำเนินการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงาน ร่วมกันค่ะ ทั้งกระทรวงคมนาคม ทั้งกรุงเทพมหานคร แล้วก็ในส่วนของสำนักงานสิ่งแวดล้อม ที่จะต้องลงไปในพื้นที่ตรวจสอบว่าผู้ประกอบการเหล่านั้นได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย หรือไม่ เพราะว่าพอมีปัญหาเรื่องลานจอดรถเข้ามานะคะ ถนนเสีย ถนนชำรุด เพราะว่า ไม่ได้สร้างไว้เพื่อสำหรับรับน้ำหนักขนาดใหญ่ ฉะนั้นแล้วกฎหมายที่ใช้ได้ในขณะนี้เลยไม่ต้อง รออะไรเลยค่ะ พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อม พ.ร.บ. รักษาความสะอาด พ.ร.บ. อาคาร ที่ทางสำนักงานเขต ทุก ๆ สำนักงานสามารถใช้เพื่อที่จะบังคับให้ผู้ประกอบการนั้นทำให้กฎหมายเป็นกฎหมาย จริง ๆ แล้วก็ให้ทางการทำงานร่วมกันดังที่ดิฉันได้กล่าวไปแล้ว ให้ตู้ Container เหล่านี้ ไปอยู่ในส่วนของ ICD อย่ามาปะปนกับพื้นที่ของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในชุมชนต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ดิฉันขอให้ทุกหน่วยงานดำเนินการโดยด่วนค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านองค์การ ชัยบุตร เชิญครับ🔗

นายองค์การ ชัยบุตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชน คนมุกดาหารท่านประธาน วันนี้ขออนุญาตหารือท่านประธานดังนี้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายองค์การ ชัยบุตร แบบบัญชีรายชื่อ

กระผมได้รับข้อร้องเรียน ข้อร้องทุกข์จาก ร้อยตำรวจตรี ธนสิทธิ์ นาโสก นายกเทศบาลตำบลนาโสก อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร กรณีถนนบ้านนาบอน หมู่ ๕ ไปบ้านโคกป่งเปือย หมู่ ๗ ตำบลนาโสก อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นะครับ ถนนเส้นนี้ไม่ได้รับการดูแลมาเกือบประมาณ ๒๐ ปีแล้วท่านประธาน ตั้งแต่ผมยังเป็นรุ่น ๆ อยู่ มาถึงปัจจุบันนี้ไม่รู้ว่าขอบถนนอยู่ตรงไหน ชาวบ้านเดือดร้อนมากท่านประธาน โดยเฉพาะหน้าฝนขนสินค้าออกจากที่ไร่ที่นาก็ลำบากนะครับ ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดจัดสรรงบประมาณโดยเร่งด่วนมาแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องในพื้นที่ด้วย ตอนนี้เขาลำบากมากเลยนะครับ🔗

เรื่องต่อมาเป็นเรื่องติดตามการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างถนนสายนิคมคำสร้อย ไปอำเภอหนองสูงนะครับ ช่วงบ้านคำแฮดน้อย หมู่ ๔ ตำบลกกแดง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร อันนี้ผู้ใหญ่ธงชัย วังคำ ก็ฝากมาท่านประธาน ผมตามเรื่องตั้งนานแล้ว ท่านประธาน แต่ไม่เห็นหน่วยงาน ไม่ทราบว่าได้แก้ปัญหาให้กับชาวบ้านไปถึงไหนอย่างไร ตรงนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครับท่านประธาน เวลาค่ำคืนไฟมันมืด เป็นถนนหลวงนะครับ ไฟมืด โดยเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์ก็ชนกันแล้วมีคนเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า ๕ ศพ ท่านประธาน ขอบคุณมากครับ ฝากท่านประธานด้วยนะครับ ช่วยเร่งรัดให้ผมด้วยนะครับ🔗

เรื่องต่อมาผมอยากขอบคุณหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ไม่ว่าจะเป็น โยธาธิการจังหวัดมุกดาหาร แขวงทางหลวงมุกดาหาร ชลประทานจังหวัดมุกดาหารที่ได้รับ การเอาใจใส่ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี คือการประสานงาน เป็นมิตร อยากจะช่วยชาวบ้าน แต่เขาก็บอกว่าบางทีงบประมาณก็ต้องรอท่านประธาน ก็ถือว่าเป็นหน่วยงานที่อยากจะช่วยชาวบ้านจริง ๆ ในพื้นที่ที่ผมสัมผัสมา เป็น สส. สมัยที่ ๒ ก็เห็น ๒-๓ หน่วยงานนี้เข้าไปทีไรเอาผู้ช่วยเข้าไปหรือตัวผมเข้าไปเองก็ได้รับการตอบรับว่า จะนำเรียนผู้หลักผู้ใหญ่ ในเรื่องส่วนต่าง ๆ ที่พี่น้องเดือดร้อนนะครับ ขอบคุณมาก ท่านประธาน และขออนุญาตส่งเอกสารหารือด้วยครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฐิติมา ฉายแสง เชิญครับ🔗

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ขอหารือเรื่องความเดือดร้อนของกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้รับผลกระทบ โดยตรงจากปลาหมอคางดำนะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ท่านประธานคะ ดิฉันและ สส. จาตุรนต์ ฉายแสง ขอภาพด้วยนะคะได้ลงพื้นที่ดูปัญหาปลาหมอคางดำที่ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ตำบลสองคลอง ตำบลบางเกลือ อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งอยู่ในละแวกใกล้เคียงกันนะคะ มีทั้งน้ำเค็ม น้ำจืด ปลาหมอคางดำได้ระบาดไปทั่ว หมดแล้ว วันนั้นดิฉันได้พูดคุยกับคุณจำปี พรหมงาม เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งกุลาและปูทะเล ในพื้นที่ ๖๐ ไร่ พอถึงเวลา ๖ เดือนพร้อมจับนะคะปรากฏว่าในบ่อมีแต่ปลาหมอคางดำ จำนวนมากถึง ๓ ตัน แล้วกุ้งที่ลงไว้ ๔๐๐,๐๐๐ ตัว ก็จับได้ ๒ กิโลกรัม ปล่อยปูทะเลไป ๙,๐๐๐ ตัว ก็จับได้แค่ ๒๐ กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งราคาปลาหมอคางดำตอนนั้นเขาก็เอาไปขาย ได้ราคาแค่ ๓ บาทเท่านั้น แต่ในขณะที่ทางการมาประกาศต่อมาว่าเป็นกิโลกรัมละ ๑๕ บาท ดังนั้นดิฉันจึงขอหารือข้อร้องเรียนของกลุ่มเกษตรกร เรื่องค่าชดเชยความเสียหายในธุรกิจ ของเขานะคะ ไม่ใช่แค่ค่าส่วนต่างของราคาปลาหมอคางดำ ๑๒ บาทตรงนั้นเท่านั้น แต่เป็นค่าเสียหายของสินค้าประมงที่เขาเลี้ยงมาตลอด และเมื่อจบการหารือนี้ดิฉันขอนำส่ง หนังสือพร้อมกับรายชื่อเกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อนด้วยนะคะ🔗

เรื่องต่อไปท่านประธานคะ คือ ส.อบต. มงคล ตาดทรัพย์ ร้องเรียนมาว่า ประชาชนในหมู่ ๖ ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ต้องการให้การไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคช่วยย้ายมิเตอร์ไฟฟ้าที่อยู่ริมคลองขึ้นบนถนน ซึ่งปัจจุบันนี้ไฟฟ้าในพื้นที่ ดับบ่อยมาก เดือดร้อนกันมาก และพอบอกช่างไฟฟ้าเขาก็จะบอกว่าขอรอให้เช้าก่อน ถึงจะแก้ไขได้ เพราะว่าเสาไฟมันปักอยู่ในคลองก็ไม่สะดวกในการแก้ไข🔗

เรื่องสุดท้ายค่ะท่านประธาน ถนนเลียบทางรถไฟหมู่ ๑ ตำบลบางเตย เชื่อมหมู่ ๑๐ ตำบลวังตะเคียน อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ยาวประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นถนนที่ชาวบ้านร้องเรียนกับดิฉันเป็นประจำทุกปี ขอให้เอาหินคลุกมาลงเพื่อไม่ให้ถนนนั้น เป็นหลุมเป็นบ่อ ปรากฏว่าปีนี้ อบต. วังตะเคียน ภาพทางขวามือนะคะ สามารถหาหินคลุก มาลงให้กับพื้นที่ในเขตของเขาได้ ดิฉันจึงเห็นว่า อบต. วังตะเคียนมีความสามารถทำได้ ทำไม อบต. บางเตยซึ่งอยู่พื้นที่ติดกัน ถนนหน้าตาเหมือนกัน เชื่อมต่อกัน ทำไมจึงทำไม่ได้ จึงขอเรียนท่านประธานได้โปรดมีหนังสือไปถึง อบต. บางเตย ได้ช่วยหาหนทางแก้ไขปัญหา ให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้ถนน เพราะขณะนี้เป็นหน้าฝน ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะกรรมการสมาคมศิษย์เขมะสิริอนุสสรณ์ รุ่น ๑๘ และสมาชิกจำนวน ๒๐ ท่านนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไป ท่านจีรเดช ศรีวิราช เชิญครับ🔗

นายจีรเดช ศรีวิราช พะเยา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ ขออนุญาตหารือ ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีน้ำป่าไหลหลากเข้าพัดบ้านเรือนเสียหายอย่างหนัก รวม ๖๑ ตำบล ๕๓๙ หมู่บ้าน ใน ๙ อำเภอ ของจังหวัดพะเยา เรือกสวน ไร่นา เสียหายไปกว่า ๖๐,๐๐๐ ไร่ และเหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่า หนักที่สุดในรอบหลายสิบปี สร้างความยากลำบากให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก เส้นทางสัญจรสะพานหลายแห่งถูกน้ำกัดเซาะจนพังเสียหาย พวกสัตว์เลี้ยงหมูหมากาไก่ จมน้ำตายเป็นจำนวนมาก ขอฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งหน่วยงานอื่น ๆ ที่รับผิดชอบ ได้รีบเร่งดำเนินการ เยียวยาแก้ไขอย่างเร่งด่วน ท่านประธานครับ ปัญหาท่วมซ้ำซ้อน แล้งซ้ำซากมักเกิดขึ้น ประจำทุกปี สาเหตุใหญ่ก็เนื่องมาจากเราไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำที่เพียงพอ จึงไม่อาจรองรับ ปริมาณน้ำเป็นจำนวนมากได้ ทำให้น้ำไหลลงสู่แม่น้ำล้นฝั่งไปยังที่พักอาศัย เข้าไปทำลายพื้นที่ ทางการเกษตรของพี่น้องชาวบ้าน สร้างความเสียหายก่อนที่จะไหลลงสู่ทะเลอย่างน่าเสียดาย ผมได้ติดตามทวงถามไปยังกรมชลประทาน ว่าการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำหลายแห่งทำไมถึงได้ล่าช้า หรือติดปัญหาเรื่องงบประมาณ ก็ได้รับคำตอบว่า งบประมาณก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ที่ล่าช้าส่วนใหญ่ คือการขอใช้พื้นที่กับสารพัดกรมที่อยู่ภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนถึงขั้นตอนการขอสำรวจผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ซึ่งต้องใช้เวลาที่ยาวนานมาก ท่านประธานครับ หากรัฐบาลยังรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง รวมทุกอย่างไว้ที่กรุงเทพมหานคร หากเป็นเช่นนี้อีก ๑๐๐ ปี เราก็แก้ปัญหานี้ไม่ได้ ทำไมไม่รีบกระจายอำนาจการตัดสินใจ ไปยังหน่วยงานระดับจังหวัด ในระดับท้องถิ่น ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อยู่ใกล้ชิดติดกับปัญหา ที่สำคัญจะทำให้กระบวนการต่าง ๆ สามารถทำได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ขอฝากไปยังรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รีบเร่งดำเนินการด้วยครับ🔗

สุดท้ายในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนคนพะเยา ขอฝากขอบคุณ ไปยังท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้ให้กำลังใจมอบถุงยังชีพไปให้พี่น้องที่ได้รับผลกระทบในทุกพื้นที่ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านญาณธิชา บัวเผื่อน เชิญครับ🔗

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ อดีตพรรคก้าวไกล ปัจจุบันพรรคประชาชนค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาปรึกษาหารือ ในสภาแห่งนี้ ๑ เรื่องค่ะ เป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน หมู่ที่ ๓ บ้านเซ และหมู่ที่ ๔ บ้านโชคดี ตำบลบ่อเวฬุ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรีค่ะ ซึ่งไม่มีไฟฟ้าใช้มานานกว่า ๓๐ ปีแล้ว ๒ หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่อยู่บริเวณรอบเขื่อนคีรีธาร ซึ่งเป็นเขื่อนที่นำน้ำมาใช้ ผลิตกระแสไฟฟ้าค่ะ แต่ว่าชาวบ้านที่อยู่บริเวณรอบ ๆ เขื่อนหลายร้อยหลังคาเรือนยังไม่มี ไฟฟ้าใช้ ได้รับผลกระทบต่อความเป็นอยู่ และการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก เด็ก ๆ ก็ขาดไฟฟ้า ตกเย็นต้องใช้ไฟในการทำการบ้านก็ไม่มีนะคะ บางบ้านที่มีสตางค์หน่อยก็สามารถที่จะใช้ โซลาร์เซลล์ได้ บ้านไหนที่ไม่มีสตางค์ก็ต้องจุดตะเกียงใช้แทน ดิฉันคงไม่ต้องอธิบาย ถึงความยากลำบากในการใช้ชีวิตจากการไม่มีไฟฟ้าใช้ พวกเราก็คงรู้กันดีอยู่แล้วในเรื่องนี้นะคะ ดิฉันได้เคยนำเรื่องความเดือดร้อนนี้ปรึกษาหารือในสภาแห่งนี้ไปแล้วเมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ ตอนนี้ผ่านมาแล้วเป็นเวลาเกือบ ๓ ปี ความเดือดร้อนนี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขค่ะ ดิฉันจึงอยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งรัด ช่วยขยายเขตไฟฟ้าให้ชาวบ้านที่หมู่บ้านเซ หมู่ที่ ๓ กับหมู่บ้านโชคดี หมู่ที่ ๔ ตำบลบ่อเวฬุ อำเภอขลุง จันทบุรี ขอหารือไปยังการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคสาขาขลุง และกระทรวงมหาดไทยด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุวรรณา กุมภิโร เชิญครับ🔗

นายสุวรรณา กุมภิโร บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุวรรณา กุมภิโร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต ๒ ขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันครับ ท่านประธานครับ วันนี้พี่น้องตำบลป่งไฮได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จากถนน ๒ สาย ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสุวรรณา กุมภิโร บึงกาฬ

นี่นะครับท่านประธาน ถนนจากหมู่บ้าน โนนตาผา ตำบลป่งไฮ อำเภอเซกา ไปบ้านปรารถนาดี ตำบลป่าแฝก อำเภอพรเจริญ ชาวบ้านเดือดร้อนมากในการสัญจร ในขณะเดียวกันถนนอีกเส้นหนึ่งจากหมู่บ้านโนนตาผา เช่นเดียวกันนะครับ ไปบ้านป่าก่อ ตำบลท่าสะอาด อำเภอเซกา ทำให้หมู่บ้านนี้สัญจร ไปหาหมอหรือว่าขนถ่ายสินค้าทางการเกษตรด้วยความยากลำบาก โดยที่หน่วยงานรัฐ ขาดการดูแลตลอดระยะเวลาหลายสิบปีมาแล้วครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ สี่แยกวัดใจมีเกิดขึ้นอีกแล้วในอำเภอเซกาของผม สี่แยกนี้จะเป็นถนนทางหลวงสาย ๒๐๙๔ จากอำเภอเซกาไปอำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร ชาวบ้านได้สอบถามมานะครับว่า ถนนสร้างมาเพื่อความปลอดภัย ความสะดวก หรือสร้างขึ้นเพื่อลดจำนวนประชากรครับ เพราะว่ามันเกิดอุบัติเหตุเกือบแทบ ทุกอาทิตย์ แล้วก็เสียชีวิตในทุก ๆ เดือนนะครับ ทำให้พี่น้องเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ขอความกรุณาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงตรวจสอบให้โดยเร่งด่วน ติดไฟแดงให้ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ครับท่านประธาน โรงเรียนประจำอำเภอที่มีจำนวนนักเรียน หลายพัน ๔,๐๐๐ คน ๕,๐๐๐ คนนะครับ ที่ผมหารือไปแล้วหลายรอบ หลายครั้ง เรื่องขอสะพานลอยข้ามถนน เพราะว่าเป็นถนน ๔ เลน แต่เรายังไม่ได้รับการอนุมัติ งบประมาณไปจำนวน ๕ โรงเรียนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนอนุบาลเซกา โรงเรียนเซกา โรงเรียนประจำอำเภอพรเจริญ โรงเรียนประจำอำเภอศรีวิไล โรงเรียนประจำอำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ ดังนั้นก็ขอฝากวิงวอนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งรัด แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้พี่น้องจังหวัดบึงกาฬของผมด้วยครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ เชิญครับ🔗

นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ตาก

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม รัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก เขต ๒ พรรคประชาชน วันนี้ขอหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ถนนสายอุ้มผาง-คลองลาน ที่ชาวบ้านร้องขอมาหลายสิบปี ให้เปิดสัญจรเพราะจะได้เดินทางขึ้นลงสะดวก ไม่ต้องลำบากขับรถ ๓-๔ ชั่วโมง ๑,๒๐๐ กว่าโค้ง เพื่อเข้าเมือง หรืออย่างน้อยเปิดเพื่อรถพยาบาล รถฉุกเฉิน หรือรถครอบครัว ขนาดไม่เกิน ๔ ล้อก็ยังดีครับ ทราบว่าสมัยรัฐบาลท่านประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี มีการเจรจาระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายข้าราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมไว้บ้างแล้ว วันนี้เงียบไป ชาวบ้านถามหาความคืบหน้าครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ไฟฟ้าบ้านแม่กลองน้อย แม่กลองใหญ่ ตำบลโมโกร อำเภออุ้มผาง มีการทำ MOU ระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับป่าไม้ว่าจะสร้างสำนักงานป่าไม้ เพื่ออนุญาตให้มีไฟฟ้าเข้าไปในหมู่บ้าน ซึ่งหมู่บ้านนี้ติดถนนใหญ่ครับ แต่กลับไม่มีไฟฟ้าใช้ ตอนนี้ก็เงียบหายไปอีก ชาวบ้านฝากถามหาครับ🔗

ท่านประธานครับ อำเภออุ้มผางเป็นอำเภอที่ห่างไกลที่สุดไม่พอ ยังเป็นอำเภอที่ถูกทอดทิ้งมานานได้รับการพัฒนาแต่ละอย่างก็ล่าช้า ทั้งที่อำเภอนี้เป็นอำเภอ ที่มีเนื้อที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ติดกับ ๔ จังหวัด ๑ ประเทศ มีแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก อย่างน้ำตกทีลอซู น้ำตกรูปหัวใจปิตุ๊โกร มีมรดกโลก มีอุทยานแห่งชาติที่อุดมสมบูรณ์ แต่คุณภาพชีวิตคนบนนั้นกลับต้องลำบากครับ บางหมู่บ้านเหมือนไม่ได้อยู่ในประเทศนี้ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเห็นใจและเห็นความสำคัญของคนอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ🔗

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๕ นราธิวาส พรรคประชาชาติ ประกอบด้วยอำเภอบาเจาะ และอำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นหารือ เกี่ยวกับเรื่องด่านที่ตั้งอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๒ ประเด็นด้วยกันนะครับ พูดอยู่บ่อยครั้ง สมาชิกท่านอื่นก็พูดอยู่ตลอดเวลา🔗

ประเด็นที่ ๑ เกี่ยวกับด่านนี้นะครับ อยากให้ทาง กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า ทบทวนด่านที่ตั้งอยู่ในที่ชุมชน และที่อยู่ใกล้กับโรงเรียนตามภาพถ่ายสไลด์ที่ผมให้ดู นี่นะครับเป็นด่านหลาย ๆ ด่านที่ตั้งอยู่บริเวณชุมชนและก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัย กับพี่น้องประชาชน ตามภาพถ่ายสไลด์ที่ผมได้ดูนี้เป็นด่านที่ตั้งอยู่ถนนเพชรเกษม เทศบาลตำบลต้นไทร มุ่งหน้าไปนราธิวาส ด่านนี้เกิดเหตุมาแล้วประมาณไม่น้อยกว่า ๗ ครั้ง ทิศตะวันออกติดกับบ้านชาวบ้าน ทิศตะวันตกติดกับโรงเรียน ล่าสุดเดือนที่แล้วมีคนร้าย ขว้างระเบิดที่ด่านนี้ ปรากฏว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ในบริเวณนั้นหลายครัวเรือนเกิดอาการ หวาดผวา นอนไม่หลับ แล้วลูกเล็กเด็กแดงก็ร้องไห้ได้ยินเสียงระเบิด อยากให้ กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้าได้โปรดเถอะครับ โปรดทบทวนย้ายออกให้ไกลจากที่ชุมชนที่บ้าน ที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชนให้ห่างไปสักนิดนะครับ เพราะว่าพี่น้องตอนนี้นอนหวาดผวา กันไปหมดเลยครับ ไม่รู้วันไหนจะมีการมาถล่มด่านอีก🔗

ประเด็นที่ ๒ เกี่ยวกับด่านครับท่านประธาน ผมพูดอยู่หลายรอบหลายครั้ง ว่าด่านในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเข้าใจว่าท่านต้องตั้งด่านเพื่อความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน แต่ในขณะเดียวกันท่านต้องไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ผมพูดครั้งก่อนแล้วว่า ท่านมีสิทธิเพียงตรวจบัตรประชาชนของพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา แต่เจ้าหน้าที่ไม่มีสิทธิ ที่จะถ่ายบัตรประชาชนของพี่น้องประชาชน เพราะว่าการถ่ายบัตรประชาชนถือว่า เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล บัตรประชาชนถือว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลของคน ๆ นั้น ท่านกำลังละเมิด พ.ร.บ. PDPA ท่านประธานครับ การถ่ายบัตร เจ้าหน้าที่นำโทรศัพท์ ของตนเองนะครับถ่าย ผมเข้าใจว่าเพื่อต้องการทำยอดรายงานผู้บังคับบัญชา หาวิธีอื่นเถอะครับ อย่าใช้วิธีการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลโดยถ่ายบัตรประชาชนของพี่น้องประชาชนที่เดินทาง สัญจรไปมา ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ เชิญครับ🔗

นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปูอัด ไชยามพวาน ผู้แทนราษฎรคนจอมทอง ท่าข้าม บางขุนเทียน พรรคไทยก้าวหน้าครับ ท่านประธานครับ วันนี้มาปรึกษาหารือ ๑ เรื่อง เป็นเรื่องวาระสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องของพระราม ๒ ขอสไลด์หน่อยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ กรุงเทพมหานคร

โครงการก่อสร้าง พิเศษ สายพระราม ๓ ดาวคะนอง วงแหวนรอบนอกปล่อยน้ำลงถนนพระราม ๒ บริเวณ ปากซอยพุทธบูชา ท่านประธานอาจจะไม่รู้มองแค่ภาพ เอ๊ะ ปูอัด น้ำมันแค่หยด ๆ หรือเปล่า ผมมีคลิปสไลด์ต่อไปให้ดู ท่านประธานดูเป็นเพื่อนกับผมนะครับ ดูคลิปนี้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ กรุงเทพมหานคร

นี่นะครับท่านประธาน เทลงมาอย่าว่าปล่อย อันนี้เรียกว่าเทน้ำลงมา แล้วประเด็นคือ นี่คือถนนชั้นในนะครับ มอเตอร์ไซค์เขาก็หลบกันแบบนึกว่า Motor Expo คือเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาหลบ แล้วสุดท้าย ท่านประธานทราบไหมครับ พี่น้องรถเมล์ก็โดน ใครก็โดน โครงสร้างพื้นฐานท่านประธาน โอเคครับ ปิดสไลด์ได้เลยครับ ท่านประธานครับ พอผมไปอยู่ที่หน้างานตรงนั้นถามว่า ทีมงานที่ Site ก่อสร้างผู้รับเหมาเขาลงมาเขาตอบผมว่าอย่างไรรู้ไหมครับท่านประธาน ผมขอฟ้องเลย เขาบอกว่า สส. ครับก็ต้องปล่อยน้ำลงมาจะให้ทำอย่างไร เขาพูดกับผมแบบนี้ แล้วผมจะตอบประชาชนอย่างไร หันซ้ายบอก อ๋อ เขาก็ต้องปล่อย นี่คือ โครงสร้าง ขนาดหมื่นล้านนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นท้ายที่สุดนะครับ โครงสร้างพระราม ๒ ที่ปล่อยน้ำแบบนี้ เขาบอกว่าจะปิดตำนาน ปี ๒๕๖๘ นี่ยังไม่ปี ๒๕๖๘ เลย ยังไม่ถึงปีหน้าปีนี้ เราเละเทะขนาดนี้แล้ว แล้วไม่ใช่แค่ส่วนผมนะครับท่านประธาน เชื่อมไปถึงสมุทรสาคร ก็มีแบบนี้อีก ก็ฝากท่านประธานครับ ฝากไปถึงรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม สุดท้าย ท่านจะปิดตำนานหรือจะเปิดตำนานใหม่กันแน่เอาอย่างไร ก็ฝากไปถึงรัฐมนตรีคมนาคม คนต่อไปด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ เชิญครับ🔗

นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ระนอง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย วันนี้กระผมขอหารือต่อท่านประธานเกี่ยวกับการพัฒนาท่าเรือและการค้าระหว่างประเทศ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ระนอง

ท่านประธานที่เคารพครับ จังหวัดระนอง ถือว่าเป็นจังหวัดแรกของภาคใต้ฝั่งอันดามัน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการขนส่งสินค้า ฝั่งอันดามันไปยังฝั่งอ่าวไทย ปัจจุบันนี้มีผู้ประกอบการการขนส่งสินค้า ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติได้มาใช้บริการของการท่าเรือเพิ่มเป็นจำนวนมาก ทำให้มีพื้นที่ไม่เพียงพอ ในการขนส่งสินค้า ในการรองรับรถบรรทุกที่จอดรอขนส่งสินค้าขึ้นเรือได้ ซึ่งเป็นปัญหา ที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่จังหวัดระนองมาก่อนเลยครับ เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคมที่ผ่านมาครับ ท่านประธาน ผมได้ลงพื้นที่ร่วมกับท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ท่านรองราชัน มีน้อย ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านพาณิชย์จังหวัดระนอง หอการค้า หัวหน้าส่วนราชการ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่าเรือของจังหวัดระนองที่เกี่ยวข้อง ได้หารือ แนวทางการยกระดับการพัฒนาท่าเรือระนอง รองรับการส่งออกสินค้านำเข้าระหว่างประเทศ ในการที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน จากการประชุมหารือที่ผ่านมาครับ ได้ข้อสรุปว่า คงจะต้องฝากถึงรัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาในระยะสั้นที่เกิดขึ้นดังนี้🔗

๑. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือ ถนน ลานจอดรถ จุดพักวางตู้ Container Bonded Warehouse และสิ่งอำนวยความสะดวกในการนำเข้า-ส่งออกของสินค้า🔗

๒. การพัฒนาพื้นที่ในการรองรับการขยายตัวของการขนส่งสินค้า🔗

๓. การส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในกลุ่ม BIMSTEC🔗

๔. การเปลี่ยนถ่ายตู้สินค้าที่จังหวัดระนอง สำหรับสินค้าข้ามแดน🔗

วันนี้จะเห็นได้ว่าจังหวัดระนองถือว่ามีศักยภาพในการพัฒนาและเป็นศูนย์กลาง ของการขนส่งสินค้าทางฝั่งทะเลอันดามันในอนาคต กระผมจึงขอฝากท่านประธานสภา ไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านแพทองธาร ชินวัตร และ ครม. ชุดใหม่ที่จะเกิดขึ้น รวมถึง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ที่จะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นและผลักดันในการค้าและการขนส่งระหว่างประเทศ ในกลุ่ม BIMSTEC ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน หรือ SEC และยังมีโครงการแลนด์บริดจ์เป็นส่วนหนึ่งที่จะพัฒนาเศรษฐกิจระนองของพ่อแม่ พี่น้องภาคใต้ และรวมถึงประเทศไทยต่อไป ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน (รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง) ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุพัชรี ธรรมเพชร เชิญครับ🔗

นางสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉัน ขออนุญาตหารือเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจำนวน ๓ เรื่องด้วยกัน🔗

เรื่องแรก ขอให้ทางกระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงชนบทช่วยเร่ง ดำเนินการในการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองพัทลุง ถนนบายพาส ซึ่งเป็นฝั่งด้านเหนือในส่วนของ พื้นที่อำเภอควนขนุนต่อเชื่อมกันกับอำเภอเมือง เพื่อแก้ไขปัญหารถติดในชุมชนเมือง และรองรับการคมนาคมขนส่งในอนาคตด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง เร่งสำรวจและออกแบบในการ ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งในพื้นที่หมู่ที่ ๕ ตำบลควนขนุน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง เพราะพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ที่รองรับน้ำ ช่วงน้ำท่วมก็จะเป็นการทำลายแปลงเกษตรของพี่น้อง ประชาชนค่ะ🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้อุดหนุนสมทบ การก่อสร้างปรับปรุงเตาเผาศพปลอดมลพิษของวัดหัวหมอน ตำบลนาโหนด อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เพราะในบริเวณรอบ ๆ ของวัดเป็นแหล่งชุมชน พี่น้องอยู่กันหนาแน่น ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องของควันมลพิษในการเผาศพเป็นอย่างยิ่งค่ะ🔗

เรื่องสุดท้ายค่ะท่านประธาน ขอให้กรมสรรพสามิตช่วยดูแลควบคุมกำกับ และออกมาตรการในการผลิตสุราเถื่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบ จากการผสมสุราเถื่อนที่มีส่วนผสมเมทานอลอยู่ แล้วก็กระทบต่อการเสียชีวิตของพี่น้อง ประชาชนได้ค่ะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมโครงการสร้างบ้านเมืองสุจริต ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ กิจกรรมเสริมสร้างบ้านเมืองสุจริต หัวใจของการพัฒนาประชาธิปไตย จำนวน ๑๗๕ ท่าน สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไปท่านศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง เชิญครับ🔗

นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สงขลา

ผมขอหารือต่อท่านประธานถึงการพัฒนา ที่มีผลต่อเศรษฐกิจระดับประเทศ สร้างเม็ดเงินมากกว่า ๑ ล้านล้านบาทให้กับประเทศไทย นั่นคือการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนและการขยายด่านพรมแดน ซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะโครงสร้างทางเชื่อม ที่เชื่อมเขตเมืองเศรษฐกิจหาดใหญ่ และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงท่าเรือน้ำลึกสงขลา ปัจจุบันนี้เส้นทางเดิมมีการจราจรแน่นหนารถติดสาหัส ทั้งรถนักท่องเที่ยว รถของพี่น้องประชาชน รถบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ เหตุเพราะถนนแคบ มีแยกอีกจำนวนมาก เกิดผลกระทบและเป็นอุปสรรค ในการจราจร นับวันอุบัติเหตุ มีแต่มากขึ้น ๆ และเส้นทางที่ผมนำเสนอนี้เป็นเส้นทางที่มีการก่อสร้างใหม่ มีระยะทาง รวมกว่า ๔๖ กิโลเมตร มีจุดตัดข้ามแยกที่ยกระดับเป็นสะพานต่างระดับ ๗ แห่ง โดยกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ได้ทำการสำรวจศึกษา มีแบบก่อสร้างไว้ เรียบร้อยแล้ว นั่นคือโครงการก่อสร้างโครงข่ายทางสนับสนุนเชื่อมต่อระบบขนส่งหลักของ ประเทศ ในช่วงอำเภอหาดใหญ่ถึงด่านพรมแดน อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งปัจจุบัน โครงข่ายขนส่งที่มีผลต่อเนื่องในรูปหลายแบบ ทั้งจากอากาศสู่ทางบก เชื่อมต่อสนามบิน นานาชาติหาดใหญ่ นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้สู่ด่านพรมแดนเพื่อเสริมศักยภาพในการรองรับ นักท่องเที่ยวและนักลงทุน สามารถเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจของภาคใต้ตอนล่างได้ดีขึ้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ยิ่งในปัจจุบันจังหวัดสงขลามีด่านถึง ๒ ด่าน กับอีก ๑ ท่าเรือน้ำลึก หากจำแนกให้ชัดครับท่านประธาน🔗

๑. ด่านพรมแดนสะเดา มีมูลค่าเศรษฐกิจต่อปีเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ กว่า ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท🔗

๒. ด่านพรมแดนปาดังเบซาร์ ด่านนี้ก็มีมูลค่าเศรษฐกิจมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท🔗

๓. ท่าเรือน้ำลึก จังหวัดสงขลา ที่มีมูลค่าเศรษฐกิจเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีกเช่นกัน สามารถนำพาเม็ดเงินเข้าสู่จังหวัดสงขลา ภูมิภาค และสู่ประเทศชาติได้อย่างมหาศาล🔗

ผมเชื่อครับว่านี่ควรเป็นเส้นเลือดใหญ่ดี ๆ สักเส้นที่ไว้เชื่อมต่อระหว่าง ท่าเรือน้ำลึกและด่านเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของทั้งสอง ขอฝากเรื่องนี้ผ่านทางท่านประธานสภา ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่จะแต่งตั้งเร็ว ๆ นี้ให้เห็นถึงความสำคัญ และควรให้ นายกรัฐมนตรีพิจารณาอย่างเร่งด่วนให้ทันท่วงที เพื่อเป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธัญธารีย์ สันตพันธุ์ เชิญครับ🔗

นางสาวธัญธารีย์ สันตพันธุ์ อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๖ พรรคเพื่อไทย ขอหารือปัญหาในพื้นที่อำเภอเขมราฐ อำเภอนาตาล อำเภอโพธิ์ไทร ผ่านท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับแจ้งปัญหาจากการใช้น้ำประปา หมู่บ้าน จากประชาชนในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละพื้นที่ก็มีปัญหาและความเดือดร้อน ที่แตกต่างกันออกไป และเพื่อความสะดวกในการแจ้งดิฉันจึงขอแยกเป็นรายปัญหาพร้อมกับ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อนำเรียนท่านประธานดังต่อไปนี้ค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวธัญธารีย์ สันตพันธุ์ อุบลราชธานี

ปัญหาน้ำประปาหมู่บ้าน ไม่พอใช้ ไหลเบา มีกลิ่นและสีขุ่น อำเภอเขมราฐ จำนวน ๓ ตำบล ตำบลแก้งเหนือ บ้านแก้งเหนือ ตำบลนาแวง บ้านลาดหญ้าคา บ้านลาดเจริญ ตำบลหนองสิม บ้านอุดมสิม บ้านหนองโพน บ้านทุ่งเจริญ🔗

ปัญหาน้ำประปาหมู่บ้านไม่พอใช้และไหลเบา อำเภอเขมราฐ จำนวน ๖ ตำบล ตำบลแก้งเหนือ บ้านสนมหมากหญ้า บ้านนาน้ำคำ บ้านโนนสมบูรณ์ ตำบลเขมราฐ บ้านไทรย้อย บ้านบุ่งซวย ตำบลเจียด บ้านม่วงเจียด ตำบลนาแวง บ้านนาแวง บ้านนาแวงใหม่ บ้านโบกม่วงน้อย บ้านโบกม่วง ตำบลหนองนกทา บ้านป่าติ้ว บ้านนาสะแบง ตำบลหัวนา บ้านดาวคะนอง บ้านหัวนา บ้านบาก บ้านตาแหลว🔗

อำเภอโพธิ์ไทร จำนวน ๕ ตำบล ตำบลม่วงใหญ่ บ้านม่วงใหญ่ บ้านม่วงส้ม บ้านนานางวาน ตำบลสองคอน บ้านนาพะเนียงออ ตำบลสารภี บ้านพะลอง บ้านไพรสวรรค์ บ้านภูเวียง ตำบลสำโรง บ้านร่องคันแยงน้อย บ้านโนนเจริญ ตำบลเหล่างาม บ้านคำเจ้า บ้านปากห้วยม่วง บ้านโป่งเป้า🔗

อำเภอนาตาล จำนวน ๓ ตำบล ตำบลนาตาล บ้านนากลาง บ้านนานคร บ้านนาคอม ตำบลพะลาน บ้านพะลาน บ้านทางโค้ง บ้านหนองบัว บ้านโพนแพน ตำบลพังเคน บ้านพังเคน บ้านนาอุดม บ้านโนนวัฒนา🔗

และเพื่อเป็นการหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้กับประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ จึงขอหารือผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ได้รับทราบเพื่อพิจารณาหาแนวทางในการแก้ไขต่อไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านผกามาศ เจริญพันธ์🔗

นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย เขต ๓ จังหวัดสุรินทร์ วันนี้ดิฉันมีประเด็นหารือผ่านท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ สุรินทร์

ดิฉันได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้อง ประชาชนตำบลบุแกรง อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ เรื่องทางสัญจร ๒ เส้นทาง ๑. สายทางบ้านบุแกรงถึงโรงเรียนบ้านบุแกรงวิทยาคม ระยะทาง ๑,๖๐๕ เมตร ๒. สายทาง บ้านบุแกรงเชื่อมบ้านโนนสวายน้อย มีระยะทาง ๒,๗๕๐ เมตร โดยถนนทั้ง ๒ สาย มีความกว้าง ๕ เมตร และมีการของบอุดหนุนเฉพาะกิจในปี ๒๕๖๗ ในการเสริมสร้าง หินคลุกในปีงบประมาณที่ผ่านมา แต่สภาพถนนในปัจจุบันมีสภาพเป็นหลุมบ่อ น้ำท่วมเซาะ ตามไหล่ทาง ทำให้ประชาชนโดยเฉพาะนักเรียนบ้านบุแกรงวิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียน ประจำตำบล มีนักเรียนกว่า ๓๐๐ คน สัญจรไปมาอย่างยากลำบาก โดยเฉพาะในฤดูฝนค่ะ ดิฉันจึงอยากเรียนผ่านทางท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งสำรวจออกแบบ โครงการ พร้อมจัดสรรงบประมาณด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ดิฉันขอหารือผ่านท่านประธานไปยังกรมทรัพยากรน้ำ โดยพื้นที่ บ้านนาดี บ้านปะ ตำบลหนองระฆัง อำเภอสนม ขาดแคลนน้ำอุปโภค โดยในพื้นที่ ตำบลหนองระฆัง พี่น้องประชาชนทั้ง ๒ หมู่บ้านนั้นใช้น้ำจากลำห้วยไผ่และลำห้วย บ้านสะทืดในการผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน โดยบ่อพักน้ำประปาประจำหมู่บ้านนั้น จะไม่มีปริมาณน้ำเพียงพอต่อการใช้ได้ถึงขวบปี ทำให้ทุก ๆ ปีทางองค์การบริหารส่วนตำบล ต้องทำเรื่องยืมเครื่องสูบน้ำและท่อส่งจากชลประทาน ซึ่งจะต้องเดินท่อกว่า ๒ กิโลเมตร จากแหล่งน้ำมาถึงบ่อเก็บน้ำประปาหมู่บ้าน ดิฉันจึงขอขอบคุณทางสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ ๕ ที่เล็งเห็นถึงปัญหา และส่งเจ้าหน้าที่มาสำรวจออกแบบโครงการระบบกระจายน้ำบาดาล โดยระบบแสงอาทิตย์ในปี ๒๕๖๕ แต่ปัจจุบันโครงการนี้ยังไม่ได้บรรจุเข้าแผน ดิฉันจึงใคร่ขอสอบถาม ความคืบหน้าของโครงการ ซึ่งหากโครงการนี้ได้รับการจัดสรรงบประมาณ เชื่อว่าจะสามารถ แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืนค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสมศักดิ์ บุญประชม เชิญครับ🔗

นายสมศักดิ์ บุญประชม อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ บุญประชม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๐ จังหวัดอุบลราชธานี พรรคไทยรวมพลัง มีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสมศักดิ์ บุญประชม อุบลราชธานี

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับเรื่องร้องเรียน จากพี่น้องประชาชน ๓ อำเภอ อำเภอทุ่งศรีอุดม อำเภอน้ำขุ่น และอำเภอน้ำยืน ในเรื่องถนนสาย ๒๒๑๔ ถนนสายนี้มีระยะทางยาว ๔๖ กิโลเมตร ไปถึงอำเภอน้ำยืน ซึ่งอำเภอน้ำยืน เป็นอำเภอที่อุตสาหกรรมเก็บภาษีได้อันดับ ๓ ของจังหวัดอุบลราชธานี จาก ๒๕ อำเภอ มีโรงโม่หินอยู่ ๗ โรง โรงแป้ง ๒ โรง โรงยางแผ่น ๕ โรง โรงสับไม้อีก ๒ โรง และโรงงานผลิต Asphaltic อีก ๓ โรงครับ ทำให้มีรถบรรทุกสัญจรเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ผมขอยกตัวอย่างในช่วงวันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา มีสามแม่ลูกไปยืนรอรถอยู่ข้างถนน รถยนต์วิ่งมาด้วยความเร็วชนสามแม่ลูก เสียชีวิตคาที่ ๒ คน และอีกคนหนึ่งบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากถนนคับแคบครับท่านประธาน และอีกจุดหนึ่งคือ บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านโคกชำแระไปยังสหกรณ์การเกษตร อำเภอทุ่งศรีอุดม มีร้านค้า ปั๊มน้ำมัน ธ.ก.ส. ทำให้การจราจรหนาแน่น เนื่องจากประชาชนต้องจอดรถ ริม ๒ ฝั่งถนน ทำให้ถนนคับแคบถึงทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งเช่นกันครับ กระผมจึงอยากฝาก ท่านประธานไปถึงกระทรวงคมนาคม ช่วยไปทำถนนสาย ๒๒๑๔ จาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจรให้กับพี่น้อง ๓ อำเภอด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอราคาข้าว เนื่องจากใกล้จะถึงฤดูเก็บเกี่ยวของพี่น้องชาวนา กระผมจึงอยากฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ช่วยให้ของขวัญกำลังใจให้กับ พี่น้องประชาชนชาวนาทั่วประเทศด้วยครับ ขอให้ราคาข้าวสูงเหมือนราคาปุ๋ย เพราะช่วงนี้ พี่น้องชาวนาต้องจ่ายค่าปุ๋ยราคาสูงมาก กระผมจึงอยากฝากให้รัฐบาลช่วยผลักดันราคาข้าว ปีนี้ให้สูงเหมือนราคาปุ๋ย ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับพี่น้องชาวนาทั่วประเทศด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพงษ์มนู ทองหนัก เชิญครับ🔗

นายพงษ์มนู ทองหนัก พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พงษ์มนู ทองหนัก พรรครวมไทยสร้างชาติ วังทอง เนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก วันนี้จะขอหารือกับท่านประธานสักเรื่องหนึ่งครับ ปกติแล้วก็จะหารือในเรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องชาววังทองและเนินมะปราง แต่วันนี้จะขอหารือเรื่องความเดือดร้อนของพระกับวัด ในเขตเลือกตั้งของอำเภอวังทองและอำเภอเนินมะปรางครับ ท่านประธานครับ ผมได้รับ การประสานจากหลวงพี่มนัส วัดเนินสว่าง ตำบลบ้านมุง อำเภอเนินมะปราง และหลวงพี่บัวศรี วัดหนองกาดำบำรุงธรรม ตำบลพันชาลี อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ว่าวัดของท่าน ในเขตวังทองและเนินมะปรางหลายวัดจะทำการผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิตนั้น เดี๋ยวนี้ทำไม่ได้ เหมือนสมัยก่อน สมัยก่อนวัดต่าง ๆ มีทะเบียนวัดก็สามารถขออนุญาตผูกพัทธสีมา ฝังลูกนิมิตได้ แต่เดี๋ยวนี้วัดต่าง ๆ ที่มีทะเบียนแล้วต้องมีเอกสารสิทธิเป็นของวัดเองด้วย บังเอิญอำเภอเนินมะปรางของผม มีพื้นที่ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ไร่ มีเอกสารสิทธิ เพียงประมาณ ๖๐,๐๐๐ ไร่ ยังไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจึงเกิดความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นวัด พระ หรือชาวบ้าน ดังนั้นเองการแก้ปัญหา บัดนี้กรมป่าไม้ก็จะให้ทางวัดต่าง ๆ ได้ทำการเช่าเพื่อผูกพัทธสีมาประมาณ ๖ ไร่ ถึง ๑๕ ไร่ต่อ ๑ วัด เป็นเวลา ๓๐ ปี ไร่หนึ่งประมาณ ๑๐,๙๖๐ บาท ซึ่งก็เงินเป็นแสนเหมือนกัน และเมื่อวัดต่าง ๆ มีเงิน แล้วทางกรมป่าไม้ก็ยังไม่ได้อนุญาตอีก บางวัดทำโบสถ์เสร็จมา ๕-๖ ปีแล้ว วันนี้ยังไม่ได้ ผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิตเลย ดังนั้นอยากจะฝากท่านประธานประสานไปยังกรมป่าไม้ว่า วัดต่าง ๆ ของผมในเขตอำเภอวังทองและเนินมะปรางที่ได้ทำการขออนุญาตเช่าที่ จากกรมป่าไม้เพื่อขออนุญาตผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิตนั้น ให้ทางท่านประธานได้ช่วยเร่ง กรมป่าไม้ให้ช่วยทำสัญญาเช่าให้กับวัดต่าง ๆ ในเขตวังทองและเนินมะปรางของกระผมด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ🔗

นายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๕ อำเภอนครไทย อำเภอชาติตระการ อำเภอวัดโบสถ์ อดีตพรรคก้าวไกล ปัจจุบันพรรคประชาชน วันนี้ขอนำปัญหา ที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดพิษณุโลกเข้าหารือกับท่านประธานครับ พี่น้องชาวจังหวัดพิษณุโลก ประสบปัญหาใหญ่ที่สุดระดับจังหวัด ที่ตอนนี้การแก้ปัญหากำลังไร้ทิศทาง และอีกไม่นาน ก็จะไร้ทางออก นั่นก็คือปัญหาขยะล้นเมือง ตอนนี้ปัญหาวิกฤติขยะล้นเมืองพิษณุโลกครับ จังหวัดพิษณุโลกมีบ่อขยะ ๒๗ บ่อ แต่ว่าเป็นบ่อที่ถูกต้อง ใน ๒๗ บ่อมีแค่บ่อเดียวนะครับ แล้วถูกปิดไป ๑๙ อีก ๖ ไม่ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล ปกติพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดพิษณุโลก ก็หาพื้นที่ในการบริหารจัดการขยะยากอยู่แล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็หาพื้นที่ ในการกำจัดขยะยากอยู่แล้ว แล้วตอนนี้บ่อเดียวที่หลงเหลืออยู่ปัจจุบันครับ เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคมที่ผ่านมาเป็นบ่อของเอกชนปรากฏว่าบ่อนั้นประกาศปิดปรับปรุงครับ ประกาศปิดบ่อ และแน่นอนครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดพิษณุโลก ไม่สามารถหาพื้นที่ ในการจัดการขยะได้ ไม่สามารถหาพื้นที่ในการทิ้งขยะให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้ วันที่ ๒๗ สิงหาคม เทศบาลตำบลหัวรอประกาศหยุดการจัดเก็บขยะ และภายในวันเดียวกันนั้นเอง มีอีก ๒๗ อปท. ประกาศงดเก็บขยะ ปัญหาตอนนี้คือขยะล้นเมืองครับ พ่อแม่พี่น้อง ชาวจังหวัดพิษณุโลกที่อยู่ใกล้เคียงกับเขตเทศบาลนครพิษณุโลกก็นำขยะมาทิ้ง ในเขตเทศบาล บาง อบต. บางท้องถิ่นก็นำขยะไปทิ้งที่จังหวัดนครสวรรค์ บาง อปท. ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งประชุมแล้วก็ให้ท้องถิ่นบางท้องถิ่นที่มีบ่อขยะอยู่แล้วให้กลับไปรื้อฟื้น บ่อขยะที่เคยถูกสั่งปิดไป ให้กลับไปแก้ไข ให้กลับมาถูกหลักสุขาภิบาลภายใน ๗ วันครับ ปิดไปตั้งหลายปี แต่ให้ทำภายใน ๗ วัน ให้กลับมาถูกหลักสุขาภิบาล บางส่วนบาง อบต. ก็จัดจุดพื้นที่ในการทิ้งขยะอยู่ในเขตชุมชนนั่นละ แต่ไม่มีพื้นที่ที่ถูกต้อง ถูกสุขลักษณะ บางพื้นที่บาง อบต. ก็บอกให้ประชาชนบริหารจัดการขยะของตัวเองไปก่อน ใช้ประโยชน์จากขยะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ แต่จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคมที่ผ่านมา คุณโฟล์ค ณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ คณะทำงานของพรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกล ได้มีข้อเสนอเรื่องนี้ไปแล้วกับคณะกรรมาธิการทหาร ว่าขอให้มีการเวนคืนพื้นที่รกร้างที่ไม่ได้ ใช้งานของกองทัพภาคที่ ๓ ในค่ายทหารมีพื้นที่รกร้างว่างเปล่าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มากมาย และอยู่ห่างไกลชุมชน ให้นำพื้นที่เหล่านั้นมาเป็นพื้นที่บริหารจัดการขยะของจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ได้ถูกดำเนินการครับ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาประชุม🔗

นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านมีอะไรครับ🔗

นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมขอหารือต่อครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านมีเรื่องเร่งด่วนอะไรครับ🔗

นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ แบบบัญชีรายชื่อ

มีครับ เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังสังคมใหม่ เนื่องจากวันที่ ๒๑-๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกและน้ำท่วมหลายพื้นที่ ในจังหวัดน่าน จังหวัดแพร่ จังหวัดพะเยา และจังหวัดเชียงราย ทำให้บ้านเรือน ทรัพย์สิน และพืชผลการเกษตรได้เสียหายเป็นจำนวนมาก ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน จากอุทกภัยในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก ผมจึงอยากจะขอให้ทางรัฐบาลเร่งช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัย ชดเชยและจ่ายเงินเยียวยาให้แก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วม ในครั้งนี้อย่างเร่งด่วน ในส่วนการประปาส่วนภูมิภาค ในเดือนนี้ประชาชนที่ถูกน้ำท่วม ต้องใช้น้ำประปาเป็นจำนวนมาก เพื่อใช้ล้างทำความสะอาดบ้านเรือน และหลังน้ำลด ผมอยากให้การประปาส่วนภูมิภาคงดเก็บค่าน้ำประปาในพื้นที่บ้านเรือนที่โดนน้ำท่วม ในเดือนนี้ และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็เช่นเดียวกันครับ ช่วยงดเก็บค่าไฟฟ้าบ้าน ที่ถูกน้ำท่วมด้วยเพื่อเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ที่เดือดร้อนผู้ที่ถูกน้ำท่วมด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครู นักเรียน โรงเรียนจอมสุรางค์อุปถัมภ์ อำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน ๘๔ ท่าน สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับนะครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๖๒ คน
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อประชุม จำนวน ๔๖๐ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามวาระที่ได้กำหนดไว้นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ🔗

เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษาหารือที่ประชุมเพื่อขอนำระเบียบวาระที่ ๗.๒ คณะกรรมาธิการขอขยาย ระยะเวลาการพิจารณาศึกษาขึ้นมาพิจารณาก่อนนะครับ มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่ครับ ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗

- คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามผลการดำเนินงานและศึกษา แนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน รวมทั้งมาตรการเยียวยาความเสียหายให้กับ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ขอขยายระยะเวลาในการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๗🔗

ด้วย ประธานคณะกรรมาธิการ นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ ได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะกรรมาธิการมีประเด็นที่ต้องพิจารณาศึกษาเพิ่มเติม รวมทั้งรับฟังข้อเท็จจริง จากทุกภาคส่วน เพื่อให้ผลการพิจารณาศึกษาครบถ้วนและสมบูรณ์ จึงขอขยายระยะเวลา การพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๙๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๗ นะครับ ถ้าไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการให้ขยายเวลา การพิจารณาศึกษาออกไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗

๑. รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภา จำนวน ๓ เรื่อง🔗

ด้วย สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๕ วันจันทร์ที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๗ ครั้งที่ ๖ วันอังคารที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๗ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาและรับทราบรายงาน จำนวน ๓ เรื่อง ดังนี้🔗

(๑) รายงานประจำปี ๒๕๖๕ ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ🔗

(๒) รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนพัฒนาฝีมือ แรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕🔗

(๓) รายงานประจำปีเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ และปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ จึงขอแจ้ง ต่อที่ประชุมทราบนะครับ🔗

เรียนท่านสมาชิกนะครับ การพิจารณาเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ตามระเบียบวาระที่ ๒.๒ และระเบียบวาระที่ ๒.๓ หน่วยงานได้มีหนังสือขอเลื่อนการเข้า ชี้แจงเนื่องจากว่าติดภารกิจสำคัญ ดังนั้นขอดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ🔗

๒. รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ🔗

ด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ในฐานะ ประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้เสนอรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงาน การเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ รายละเอียดปรากฏตาม เอกสารที่ได้จัดวางไว้ให้กับท่านสมาชิกแล้วนะครับ🔗

เนื่องจากว่าไม่มีท่านสมาชิกท่านใดติดใจซักถามนะครับ ถ้าไม่มี ผมถือว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติแล้วนะครับ ต่อไปนะครับ🔗

๓. รับทราบรายงานการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๖🔗

ด้วย เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้เสนอรายงาน การสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทราบตามมาตรา ๑๘ (๑๒) แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ🔗

ในวาระนี้มีท่านสมาชิกติดใจที่จะซักถามนะครับ ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ ซึ่งรายชื่อผู้ชี้แจงเป็นชุดเดียวกันกับระเบียบวาระที่ ๒.๔ นะครับ ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้ เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมนะครับ ๑. ท่านจเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ๒. ท่านลลิตยา กองคำ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ๓. ท่านวราภรณ์ สุวรรณเวลา รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ๔. ท่านจุฑาทิพ ทั่งทอง ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ๕. ท่านกิ่งไผ่ จันทร์อยู่ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน และบัญชีกองทุน ๖. ท่านอรวรรณ ไชยวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับติดตามและรายงาน ผลการดำเนินงาน เชิญท่านจเด็จครับ จะกล่าวสั้น ๆ ไหมครับ🔗

นายจเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน กระผม นายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ขออนุญาตกราบเรียนรายงานผลการดำเนินงานการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ดังนี้ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้รับการจัดสรร งบประมาณทั้งสิ้น ๒๐๔,๑๔๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๖.๔๑ ของงบประมาณประเทศ จำแนกเป็นรายการที่ ๑ งบบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายรายหัว ๑๖๑,๖๐๓ ล้านบาท หรืออัตราเหมาจ่ายรายหัว ๓,๓๘๖ บาทต่อประชากรผู้มีสิทธิ จำนวน ๔๗.๗๒๗ ล้านคน โดยเป็นงบประมาณสำหรับบริการทางการแพทย์ ๙๙,๙๗๖ ล้านบาท และเงินเดือน ผู้ให้บริการหน่วยงานภาครัฐ ๖๑,๘๔๒ ล้านบาท โดยมีรายละเอียดแบ่งเป็นรายการย่อย ๖ รายการ ได้แก่ ๑. ผู้ป่วยนอกทั่วไป ๑,๓๔๔ บาทต่อผู้มีสิทธิ ๒. ผู้ป่วยในทั่วไป ๑,๔๗๗ บาทต่อผู้มีสิทธิ ๓. บริการกรณีเฉพาะ ๓๙๙ บาทต่อผู้มีสิทธิ ๔. บริการฟื้นฟู สมรรถภาพด้านการแพทย์ ๑๗ บาทต่อผู้มีสิทธิ ๕. บริการแพทย์แผนไทย ๑๙ บาท ต่อผู้มีสิทธิ ๖. ค่าบริการทางการแพทย์ที่เบิกจ่ายในลักษณะงบลงทุน ๑๒๙ บาทต่อผู้มีสิทธิ รวมทั้งสิ้น ๓,๓๘๖ บาทต่อผู้มีสิทธิ🔗

รายการย่อยที่ ๒ งบบริการทางการแพทย์นอกเหมาจ่ายรายหัว ๔๒,๕๓๗ ล้านบาท รายละเอียด ๙ รายการ ได้แก่ รายการที่ ๑ บริการผู้ติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยเอดส์ ๓,๙๗๙ ล้านบาท รายการที่ ๒ บริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ๙,๙๕๒ ล้านบาท รายการที่ ๓ บริการควบคุมป้องกันรักษาโรคเรื้อรัง ๑,๐๗๑ ล้านบาท รายการที่ ๔ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับหน่วยบริการในพื้นที่กันดาร เสี่ยงภัยและพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ๑,๔๙๐ ล้านบาท รายการที่ ๕ บริการสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ๑,๒๖๖ ล้านบาท รายการที่ ๖ บริการสาธารณสุขเพิ่มเติมสำหรับบริการระดับปฐมภูมิ ๑๘๙ ล้านบาท รายการที่ ๗ บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ๒๑,๓๘๑ ล้านบาท รายการที่ ๘ บริการสาธารณสุขร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๒,๗๗๒ ล้านบาท รายการที่ ๙ เงินช่วยเหลือเบื้องต้นผู้รับบริการและผู้ให้บริการ ๔๓๗ ล้านบาท รวมทั้งสิ้น ๔๒,๕๓๗ ล้านบาท🔗

ผมขออนุญาตท่านประธานและท่านสมาชิก ขอเสนอผลการดำเนินงาน การสร้างหลักประกันสุขภาพแห่งชาติพอสังเขปเป็นวีดิทัศน์ ประมาณ ๕ นาทีครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณนะครับ ต่อไปท่านสมาชิกที่เข้าชื่ออภิปรายจะได้อภิปรายตามลำดับนะครับ อีก ๕ นาที จะปิดรับผู้ที่จะมาลงชื่ออภิปราย เพราะว่าเดี๋ยวมีเรื่องด่วนที่จำเป็นเข้ามา ก็อีก ๕ นาที จะปิดรับนะครับ ท่านไหนที่จะอภิปรายก็เชิญมาลงชื่อได้นะครับ ท่านแรกท่านกัลยพัชร รจิตโรจน์ เชิญครับ🔗

นางสาวกัลยพัชร รจิตโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพค่ะ ดิฉัน กัลยพัชร รจิตโรจน์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอใช้โอกาสนี้อภิปรายรับทราบรายงานการดำเนินการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติ ปี ๒๕๖๖ ในประเด็นการดูแลผู้ป่วยระยะยาวและระยะประคับประคอง ใน ๓ ประเด็นนะคะ พร้อมข้อเสนอแนะดังนี้ค่ะ ขอสไลด์ขึ้นด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวกัลยพัชร รจิตโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ประเด็นที่ ๑ การดูแล ผู้ป่วยระยะยาว จะเห็นได้ว่าปัจจุบันผู้มีภาวะพึ่งพิงกลุ่มติดบ้านติดเตียงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง สปสช. จัดชุดสิทธิประโยชน์ให้มีผู้จัดการดูแลและผู้ให้การดูแลถึงที่บ้าน แม้ สปสช. จะกำหนดเป้าหมายเพิ่มจากปีที่แล้วถึง ๕ เปอร์เซ็นต์นะคะ แต่ความต้องการใช้งานจริง ซึ่ง สปสช. ให้การดูแลได้กลับเพิ่มสูงกว่าปี ๒๕๖๕ ถึง ๖๖ เปอร์เซ็นต์ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ทั้งน่าชื่นชมและน่ากังวลไปพร้อม ๆ กันนะคะ เรื่องที่น่าชื่นชมก็คือแม้ สปสช. จะจัดสรร การดูแลไว้ที่ประมาณ ๒๑๐,๐๐๐ ราย แต่สามารถทำผลงานได้จริงถึง ๓๓๐,๐๐๐ ราย เรียกว่าทำผลงานเกินไปถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ นอกจากจะชื่นชม สปสช. แล้ว ดิฉันยังต้อง ขอชื่นชมท้องถิ่นที่ร่วมจัดบริการ Long Term Care นะคะ และพี่น้องผู้จัดการดูแล หรือ Care Manager และ CG หรือ Caregiver หรืออาสานักบริบาลชุมชน ที่ร่วมจัดการ บริการอย่างแข็งขัน เพื่อสมาชิกในชุมชนของท่านได้รับการดูแล ไม่ถูกทอดทิ้ง ทั้ง ๆ ที่ ค่าตอบแทนไม่มากนักและงานหนักขึ้นอย่างยิ่ง🔗

สไลด์ถัดไปค่ะ อย่างไรก็ตามยังมีสิ่งที่น่าเป็นห่วงในโปรแกรม Long Term Care หรือการรักษาระยะยาวอยู่นะคะ มีพื้นที่ที่เป็นจุดบอดค่ะ ได้แก่ กทม. หรือเมืองหลวงของเรา นี่เองค่ะ พื้นที่ที่มีประชากรเยอะที่สุด แต่กลับจัดบริการดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงได้น้อยที่สุด โดยดูแลได้เพียง ๓,๘๘๕ คนเท่านั้น เหตุที่ กทม. ขาดผู้ดูแล เพราะค่าตอบแทนไม่จูงใจ และไม่เข้ากับบริบทการดูแลผู้สูงอายุของชุมชนในเขตเมือง ที่ผู้ป่วยและครอบครัวต้องการ ความเป็นส่วนตัว และอาจจะยังขาดความเชื่อมั่นต่อการดูแลจากนักบริบาลในภาครัฐค่ะ ดิฉันขอเสนอให้ สปสช. และ กทม. ร่วมกันผลักดันให้ระบบการดูแลผู้ป่วยระยะยาว หรือระบบทดแทนอื่นที่ช่วยให้ผู้ป่วยมีภาวะพึ่งพิงในชุมชน กทม. เพื่อให้ผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิง ได้รับบริการดูแลที่บ้านเช่นเดียวกันค่ะ โปรแกรมที่น่าสนใจและดิฉันมองว่ามีศักยภาพ ได้แก่ โรงพยาบาลออนไลน์ที่หลายเขตสุขภาพกำลังทำอยู่ การจัดคลินิกนวัตกรรมที่จัดบริการ เยี่ยมบ้านโดยนักบริบาลเอกชนในช่วงนอกเวลาราชการค่ะ ในการนี้ดิฉันสนับสนุนให้ สก. สส. เขต และผู้บริหาร กทม. ร่วมกันหามาตรการดูแลผู้ป่วยระยะยาวและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง ให้เข้าถึงการดูแลระยะยาวอย่างต่อเนื่องที่บ้านด้วยค่ะ🔗

สไลด์ถัดไปค่ะ ผู้ป่วยระยะสุดท้ายนะคะ เช่นเดียวกับการดูแลระยะยาวค่ะ ผู้ป่วยระยะสุดท้ายได้รับการดูแลจนสามารถเสียชีวิตที่บ้าน สปสช. คุ้มครองสิทธิบริการดูแล ได้มากกว่าที่ตั้งเป้าไว้มากกว่า ๒ เท่า ก็คือตั้งเป้าดูแลระยะสุดท้ายไว้ ๓๕,๐๐๐ คน แต่สามารถดูแลได้จริงถึง ๘๓,๐๐๐ คน มีการเยี่ยมเฉลี่ยรายละ ๒.๕ ครั้งต่อคน ซึ่งช่วยให้ ครอบครัวมีความมั่นใจที่จะดูแลผู้ป่วยให้เข้าถึงการตายดีที่บ้านได้มากขึ้น จะเห็นได้ว่าตัวเลข ผู้ต้องการดูแลระยะท้ายเพิ่มขึ้น แต่กระทรวงสาธารณสุขก็ยังไม่กำหนดกรอบคน กรอบงาน และความก้าวหน้าในอาชีพให้กับพยาบาลและแพทย์อย่างเพียงพอ ดิฉันขอเสนอ ผ่านท่านประธานสภาไปยังพรรคการเมืองทุกพรรคให้ผลักดันระบบบริการสุขภาพ จัดสรร งบประมาณและกำลังคนให้เพียงพอที่จะดูแลผู้ป่วยระยะท้ายกลุ่มนี้ค่ะ ให้ได้รับการดูแล คุณภาพชีวิตช่วงท้าย สามารถจากไปอย่างสมศักดิ์ศรีค่ะ🔗

ในปี ๒๕๖๖ เราได้เห็นนโยบายที่ สปสช. สนับสนุนสถานชีวาภิบาลให้หน่วยงาน หรือองค์กรดูแลผู้ติดเตียงและบริการดูแลแบบประคับประคองระยะท้าย เป็นสถานบริการ สาธารณสุขอื่นตามมาตรา ๓ แห่ง พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พูดง่าย ๆ คือ เราอนุญาตให้องค์กรการกุศล วัด ชุมชน สถานดูแลผู้สูงอายุทั้งภาครัฐและเอกชนจัดบริการ Hospice Care หรือสถานดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแล้วเบิกเงินจาก สปสช. ได้ค่ะ เรื่องนี้ เป็นเรื่องดีและเริ่มมีการตอบรับแล้ว แต่ดิฉันยังไม่เห็นการกันงบประมาณหรือกองทุนสำหรับ จัดบริการนี้อย่างเป็นกิจจะลักษณะนะคะ🔗

สไลด์ถัดไปค่ะ ประเด็นเรื่องสังคมสมองเสื่อมค่ะ สไลด์นี้ทุกท่านจะได้เห็น การเติบโตของผู้มีภาวะสมองเสื่อมนะคะ จากการคัดกรองภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุพบว่า อัตราความผิดปกติสูงขึ้นอย่างรวดเร็วค่ะ ประมาณได้ว่ามีผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงด้านสมองเสื่อม เพิ่มขึ้น ๒ เท่า โดยปี ๒๕๖๕ พบผู้สูงอายุสมองผิดปกติประมาณ ๘๐,๐๐๐ คน ปี ๒๕๖๖ พบเพิ่มขึ้นเป็น ๒๑๒,๐๐๐ คน นี่คือปัญหาที่คุกคามสุขภาวะไม่เพียงในผู้สูงอายุเท่านั้น แต่คือคุณภาพชีวิตของคนทั้งครอบครัว ดิฉันขอเสนอ สปสช. เร่งจัดตัวอย่างโปรแกรม สร้างเสริมสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันภาวะสมองเสื่อม หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Dementia ร่วมกับกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น หรือกองทุนตำบล และฝากไปถึง เพื่อน สส. ทุกพรรคที่จะต้องคิดถึงมาตรการป้องกันและบรรเทาอาการสมองเสื่อม อย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ🔗

สไลด์สุดท้ายค่ะ ข้อเสนอแนะ จะเห็นได้ว่าสังคมสูงวัยมาพร้อมกับปัญหา ที่คุกคามสุขภาวะของประชากรที่หนักหน่วง ทั้งภาวะสมองเสื่อม ภาวะพึ่งพิงที่เพิ่มขึ้น การเจ็บป่วยระยะยาวและระยะท้าย การจะรับมือกับภาระทางสุขภาพนี้ได้ ต้องการ องค์ประกอบหลายอย่างผสมกันนะคะ ทั้งระบบบริการปฐมภูมิที่เข้มแข็ง การสร้างความรู้ ด้านสุขภาพ การดูแลชีวิตช่วงท้าย นอกจากเราจะมี Health Literacy แล้ว เรายังควรจะมี Death Literacy หรือความเข้าใจเกี่ยวกับการตายด้วย ดิฉันขอเสนอให้บรรจุการสร้าง ความรอบรู้สุขภาพในประเด็นเหล่านี้ในโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพของกองทุนในตำบล ในท้องถิ่นค่ะ นอกจากนั้นควรเพิ่มงบประมาณ จัดการบริการฟื้นฟูสมรรถภาพ Intermediate Care พัฒนาคุณภาพ การทำแผนจำหน่ายผู้ป่วยก่อนส่งผู้ป่วยไปดูแลต่อที่บ้าน อย่างมีคุณภาพ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ถึงสิทธิประโยชน์ที่ได้รับค่ะ ดิฉันขอขอบคุณและให้กำลังใจทีมเจ้าหน้าที่และทีมบริหาร แน่นอนว่ายังมีอีกหลายเรื่อง ที่จะต้องปรับปรุงพัฒนา ซึ่งทีมงานสาธารณสุขประชาชนก็จะติดตาม แบ่งปันข้อเสนอแนะ และร่วมพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิพนธ์ คนขยัน เชิญครับ🔗

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตร่วมอภิปรายรับทราบรายงานการสร้างระบบหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ท่านประธานครับ ผมอ่านดูแล้วก็ขอบคุณ ดีใจระบบดีเกือบสุดแต่ยังไม่สุดครับท่านประธาน ก็ขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมอ่านดูแล้วระบบในการดูแลยาเสพติด ก็เข้าใจครับงบประมาณนี้ปี ๒๕๖๖ แต่จะฝาก ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะผ่านท่านประธานไปครับ วันนี้ประเทศไทยยาเสพติดมีมาก ถือว่าเป็นผู้ป่วยจิตเวชก็มี สิ่งสำคัญทุกโรงพยาบาลครับสะท้อนมาว่า ท่าน สส. ท่านกำนัน รัฐบาลก็สั่งมา สั่งมา ให้เปิดรับผู้ป่วยติดยา แต่โรงพยาบาลก็มีขีดจำกัดก็ต้องทำละครับ เมื่อรัฐบาลสั่ง รัฐมนตรีสั่ง ก็ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ตั้งแต่คุณหมอชลน่าน เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ก็สั่งไปเหมือนกัน ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน มาก็สั่งลงไป ไม่สั่งไม่ได้ครับ เพราะพี่น้องเดือดร้อน วันนี้ผมอยากให้ไปเพิ่มในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในงบประมาณปี ๒๕๖๘ ซึ่งจะเข้าสภาว่า ๑. คนป่วยติดยาเพิ่มขึ้นทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดบึงกาฬบ้านผมครับท่านประธาน ค่ายยาเสพติดที่ ตชด. ๑๓๐ คน เต็มล้น ค่ายกองร้อย อส. พรเจริญ ๒๐ คน ๓๐ กว่าแล้ว ค่ายกองร้อย อส. โซ่พิสัย ๓๐ คน ๕๐ กว่าคนครับ แต่อยากสะท้อนวันนี้ขอฝากท่านไปจัดระบบนี้ให้หน่อย ระบบเจ้าหน้าที่ วันนี้จังหวัดบึงกาฬบ้านผมครับท่านประธานครับ จิตเวชและยาเสพติดทั้งหมดทั้งจังหวัด มีแค่ ๓๔ ท่าน จิตแพทย์ ๑ คน พยาบาลวิชาชีพ ๒๖ คน นักจิตวิทยา ๗ คน ดูแลคนป่วย วันนี้ติดยามากมาย นี่มันสะท้อนให้เห็น วันนี้ไม่ได้โทษท่านนะครับ นี่มันปี ๒๕๖๖ แต่อยากฝากข้อสังเกตและข้อเสนอแนะว่าไปจัดระบบหลักประกันสุขภาพในการดูแลผู้ป่วย ติดยาหน่อย จังหวัดอื่นก็มีไม่ใช่แต่บึงกาฬ ยกจังหวัดผมนี่ละ เพราะเปิดค่ายมาแล้ว ๓ ค่าย เต็มเอี๊ยด นี่จะเปิดค่ายผู้หญิงอีก เพราะว่าผู้หญิงก็ติดยาครับท่านประธาน จังหวัดอื่น ผมไม่ทราบว่าติดไหมเหมือนจังหวัดบึงกาฬบ้านผม ไม่อายครับ พูดความจริง ดังนั้น อยากสะท้อนให้เห็นว่าวันนี้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในปี ๒๕๖๘ งบประมาณจาก รัฐสภาเพิ่มตรงนี้ได้ไหม ที่จะดูแลผู้ป่วยติดยา ดูแลคนป่วยธรรมดาก็หนักแล้ว มาเพิ่มคนป่วย ที่ติดยา จิตเวชเข้าไปยิ่งแสนสาหัส สำคัญครับท่านประธานอีกขวัญกำลังใจ พยาบาลวิชาชีพ จิตเวชเขาบอกว่า ท่านกำนัน ท่าน สส. ฝากบอกรัฐบาลหน่อย ในฐานะเป็นรัฐบาล ในฐานะ อยู่พรรคกับรัฐมนตรี ขวัญและกำลังใจครับ พยาบาลวิชาชีพจะต้องเป็นหัวหน้า จะได้เลื่อน ระดับ ต้องมีลูกน้อง ๓ คน ๕ คน จังหวัดบึงกาฬนี่ ๘ โรงพยาบาล ทั้งหมดตั้ง ๓๔ คน บางโรงพยาบาลมีคนเดียว แล้วจะเลื่อนได้อย่างไรครับ ๓-๕ คน มันเลื่อนไม่ได้ ฝากไปจัดระบบ ตรงนี้ให้หน่อย ให้ขวัญและกำลังใจให้พยาบาลวิชาชีพ เขาจะได้มีกำลังใจในการทำงาน ทำงานเหนื่อยอยู่แล้ว แทนที่จะได้ขวัญกำลังใจ ไม่ได้ เพราะไปติดระบบระเบียบ Block กรอบไว้ว่าอย่างน้อยต้องมีอัตรากำลังลูกน้อง ๓-๕ คน ถ้าอย่างนี้มันก็ไม่ได้อยู่ดี เพราะฉะนั้น วันนี้ในรายงานของท่านชื่นชม ขอบคุณครับ แต่ฝากสร้างระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ ในงบประมาณปี ๒๕๖๘ ให้มีตรงนี้เข้าไปให้หน่อย ผมเชื่อมั่นว่าเพื่อน สส. ทุกจังหวัด ทั่วประเทศนะครับ เรื่องค่ายยาเสพติด เรื่องดูแลผู้ป่วยติดยา อย่างจังหวัดสกลนคร สกุณา สาระนันท์ นั่งอยู่ข้างผมก็ไม่แพ้จังหวัดบึงกาฬเช่นกัน ดังนั้นทุกจังหวัดทั่วประเทศ ต้องดูแลระบบให้ดี เพื่อจะได้คืนคนดีให้กับครอบครัวและสังคมต่อไปครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการที่มารายงาน เรื่องการสร้างระบบหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๖ เห็นชอบ ดีใจ แต่เพิ่มที่ขาดเข้าไปครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ เชิญครับ🔗

นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรี สะพานสูง วันนี้ขอร่วมอภิปรายการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพ เรื่องของหลักประกันสุขภาพ ก็จะมีตัวย่ออักษร ก็คือตัว NHSO นะครับ สปสช. นี่นะครับ คำว่า NHSO คืออะไร คือ National Health Security Office นะครับ วันนี้ อ.เอทก็เลยขออนุญาตใช้ Model นี้ มาอภิปรายกับทุกท่านผ่านท่านประธานไปยังท่านผู้ชี้แจงนะครับ🔗

N ตัวแรกครับ ที่ อ.เอท อยากจะใช้ก็คือ Net Budget ก็คืองบประมาณ ทั้งหมดนะครับ ผู้ชี้แจงเพิ่งพูดไปเมื่อสักครู่นี้ว่าท่านได้มีงบประมาณเกือบ ๆ ๒.๒ แสนล้านบาท แล้วก็มากกว่าของเก่าประมาณสัก ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบอกว่าท่านจะทำ Quick Win อ.เอท ก็ขออนุญาตเสริมแล้วกันนะครับว่า ถ้าเกิดว่ามันไม่ได้เป็นไปตามท่าน มันจะกลายเป็น Slow Route หรือว่าจะค่อย ๆ แพ้อย่างช้า ๆ ทำไม อ.เอท ถึงพูดแบบนั้น ด้วยความเป็นห่วงนะครับ เพราะท่านเองก็ทำมาได้ดีอยู่แล้วนะครับ ที่เป็นเรื่องของ Slow Route ในที่นี้ อ.เอท อยากจะให้ท่านเน้นถึงคำว่า กองทุนหลักประกันสุขภาพ ในที่นี้ก็อาจจะเน้นถึง กทม. ด้วยนะครับ เพราะว่า อ.เอท ก็เป็นผู้แทนของ กทม. นะครับ ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ครับ ท่านได้มีการจัดกิจกรรมกันไปนะครับ มีการทำ Sandbox ซึ่งกิจกรรมของท่านเป็นการทำ Sandbox ของ ๔ องค์กรด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น สช. กทม. สปสช. แล้ว สสส. นะครับ เพิ่งจะมาทำกัน แล้วก็มาหาข้อยุติกัน หรือมาหาข้อชี้แจงกัน หรือจะมาหาทางออกกันว่าทำอย่างไรที่จะให้กองทุนหลักประกันสุขภาพมันดีขึ้น โดยเฉพาะ ของ กทม. ตอนนี้ท่านเองก็ทราบว่าตัวเลขนี้มันยังมีเงินที่ยังไม่ได้ใช้เป็นพันล้านบาท แล้วท่านก็จะเพิ่มเงินเข้าไปทุกปีประมาณ ๓๔๐ ล้านบาท ซึ่งดูจากงบประมาณอันนี้ ดูจากการใช้งานจริง ๆ แต่ละเขตที่ใช้มาใช้อยู่ที่ประมาณสัก ๖๐ ล้านบาท มี Project ไล่ไปประมาณสักเกือบ ๆ ๖๐๐-๗๐๐ Project ซึ่งแน่นอนครับ เงินมันยังขาดอีกเยอะ แสดงว่ามันต้องทำอย่างไรให้มันเข้าถึงแบบที่ Vision ท่านบอกว่า จะต้องมีการเข้าถึง มากกว่านี้นะครับ เป็นการป้องกันมากกว่าที่จะไปรักษานะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ อ.เอทก็เลยอยากจะให้ท่านลองพิจารณาดูว่าเราจะทำอย่างไรดีให้มันดีขึ้นกว่าเดิม อ.เอทก็เลยมีข้อเสนอประมาณสัก ๔ อย่างนะครับ เป็นการ ๔ Exit หรือ ๔ ทางออกครับ ก็คือ ๑. เงื่อนไขต้องง่ายกว่าเดิมเรื่องของหลักประกันกองทุนอันนี้นะครับ ๒. การเขียน Project ต้องให้ง่ายขึ้น ต้องมีการทำให้เขารู้สึกว่าประชาชนเขียนแล้วมันเข้าใจได้ครับ เพราะว่าทีมงาน อ.เอท พยายามจะเขียนหลายรอบก็ยังคงไม่ผ่าน และ ๓. การประชาสัมพันธ์ ต้องมากกว่าเดิม และอันสุดท้ายข้อที่ ๔ ของเรื่องตัว N ก็คือการเข้าถึงของพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริงในการที่จะมีสิทธิ ในการที่จะป้องกันตัวเอง ก่อนที่จะไปรักษา การป้องกัน ย่อมถูกกว่าแน่นอน นี่คือตัว N ตัวแรกครับ🔗

เรามาสู่ตัวอักษรที่ ๒ คือตัว H นะครับ ตัว H นี้ แน่นอนครับ อ.เอทเราจะใช้ คำว่า Hope แปลว่า ความหวัง ครับ แต่ไป ๆ มา ๆ อาจจะ Hope ยาก กลายเป็น Halt แปลว่า หยุด ครับ หยุดความหวังครับ ทำไมถึงหยุดครับ เดี๋ยวจะมีเพื่อน ๆ มาช่วยอภิปราย อีกประมาณสักหลาย ๆ ท่าน ก็คือพูดง่าย ๆ เรื่องของ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ตอนนี้ เป็นอย่างไรครับ ต้องมาตรวจ ต้องมาเน้น ต้องการส่งตัวผู้ที่ป่วยจากคลินิกอบอุ่น ไปโรงพยาบาล หรือจากโรงพยาบาลไปคลินิกอบอุ่น มันยังไม่สอดคล้อง เหมือนกับ ทำแล้วมันยังไม่มีการแก้ปัญหาที่แท้จริง เพราะบางครั้งต้องไปตรวจเอกสารมันยังทำให้เขา ลำบากอยู่นะครับ นี่คือเรื่องของคำว่า Halt แปลว่า หยุดที่จะบริการเขาหรือเปล่า อ.เอทเป็นห่วงนะครับ🔗

ต่อมาเป็นตัวที่ ๓ ก็คือ S นะครับ เรามี Model อยู่ก็คือ N H S O ตัว S อ.เอท ใช้คำว่า Seamless ครับ คำว่า Seamless คือไร้รอยต่อ ทำงานกันอย่างเป็นแบบ ทีมงานอย่างแท้จริง ถูกไหมครับ เพราะว่าทีมงานก็คือ Together Everyone Achieves More ทำเป็นทีมจะทำให้ทุกคนประสบความสำเร็จได้มากขึ้น ทีนี้ในเมื่อการทำงานแบบ Seamless หรือไร้รอยต่อนะครับ ก็ไร้รอยต่อ ๕ อย่างเลยครับ โรงพยาบาลใหญ่เป็นคลินิก คลินิกอบอุ่นถูกไหมครับ เรื่องของเทคนิค Lab ต่าง ๆ และรวมไปถึงเรื่องของร้านขายยา ๕ อย่างนี้ต้องไร้รอยต่อครับ ต้องทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง ไม่อย่างนั้นให้ผู้ป่วยวิ่งไปวิ่งมา เพื่อจะขอเอกสารมันคงไม่คุ้ม แล้วมันทำให้เขาลำบากมากกว่าเดิมนะครับ นี่คือ ๕ ไร้รอยต่อ รวมกับ ๓ ข้อเสนอครับ เมื่อสักครู่ อ.เอท เพิ่งพูดไปครับ ลดเถอะครับ ลดอะไรครับ ลดเรื่องของเอกสารต่าง ๆ และ ๒. เรื่องของการทำ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค บางอย่างยังไม่ได้ Cover จริง ๆ นะครับ เราพยายามเพิ่มขึ้นเยอะแล้ว แต่ก็อยากจะให้ทุกคนเข้าถึง เท่าเทียม เท่าทัน และอันที่ ๓ อยากใช้คำนี้มากครับ Anytime Anywhere ก็คือเข้าที่ไหนก็ได้ จะเข้าเวลาไหนก็ได้ อันนี้ก็อยากจะให้มันเป็นจริง ๆ สักที เพื่อพี่น้องประชาชนจะได้มีสุขภาพ มีหลักประกันที่มันสบายใจ เขาจะได้มีความสุขในการทำงานนะครับ และนี่ก็คือตัว S N H S O🔗

มาถึงตัวสุดท้ายครับ ทั่วไปจะใช้ Office แต่วันนี้ อ.เอทขอใช้คำว่า Offer Offer แปลว่า การเสนอ การมอบสิ่งดี ๆ ให้กับประชาชนครับ ขออนุญาตเป็นเสนอ ๔ ข้อครับ🔗

ข้อที่ ๑ ก็คือให้มีคำว่า Variety หรือมีความหลากหลายของโครงการ ก็คือ โครงการของกองทุนหลักประกันสุขภาพที่ท่านให้มานะครับ มีความหลากหลายมากขึ้น ให้เกิดการแข่งขันกันมากขึ้น หรือทำให้เขาปกป้องตัวเอง ให้เขามีความปลอดภัย จากการใช้ชีวิตนะครับ หรือทำให้สุขภาพเขาดีขึ้น ดีกว่าให้เขาป่วย แล้วเขาก็เข้าโรงพยาบาล อันที่ ๑ คือความหลากหลายของโครงการครับ🔗

๒. ต้องเข้าถึง ศพด. อันนี้พื้นที่ อ.เอท ครับ คุณครู ศพด. ยังได้รับ งบประมาณน้อย จริง ๆ ก็ควรจะเข้าถึง เพราะเด็ก ๆ ก็คือฐานของรากของพวกเรา ฐานของ ประเทศชาติ ศพด. ก็คือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้องเข้าถึงนะครับ🔗

๓. กิจกรรมออนไลน์ เห็นบอกมีนะครับ แต่ยังดูเหมือนกับว่ายังไม่เป็น รูปธรรมสักเท่าไรนัก เพราะฉะนั้นกิจกรรมออนไลน์ขอให้มีมากกว่าเดิมนะครับ🔗

และอันที่ ๔ กิจกรรมครับ เพราะ อ.เอทพยายามที่จะทำกิจกรรมเหล่านี้กับ เขตพื้นที่ของ อ.เอทเอง ไม่ว่าจะเป็นสะพานสูงหรือว่าที่มีนบุรีนะครับ ก็ยังยากมากครับ ที่จะเท่า เพราะว่าอาจจะเป็นแค่กลุ่มบางคนหรือเปล่าที่ได้อภิสิทธิ์ ได้การทำ Project นั้นก่อน ก็อยากจะให้เข้าถึงชุมชนเล็ก ๆ แล้วก็ขยายไประหว่างชุมชนอื่น ๆ นะครับ และสุดท้ายครับ เราอาจจะทำทั่วประเทศหรืออาจจะเป็นการทำกิจกรรมบางอย่าง Project บางอย่างที่เข้าถึง ไม่ใช่เฉพาะแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เข้าถึงทุกกลุ่มอย่างแท้จริง และนี่คือ ๔ Offer ที่ อ.เอท อยากที่จะเสนอเพื่อพวกเราจะได้มีสุขสภาพที่ดีขึ้นนะครับ🔗

สุดท้ายนี้ครับ อ.เอทขออนุญาตอยากที่จะสรุปว่า สปสช. ก็อยากที่จะให้ท่าน สร้างประสบการณ์ที่ใหม่ ๆ ด้านสุขภาพให้กับทุกชนชั้นอย่างแท้จริง อย่าให้เขาต้องเจอ ๓ จ ก็คืออะไรครับ จน เจ็บ แล้วเจ๊ง เพราะสุขภาพ ประเทศไทยต้องไปได้มากกว่าเดิมครับ เพื่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง Respect🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เชิญครับ🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ต้องบอกว่ารู้สึกดีใจ แล้วก็ชื่นใจนะครับ แล้วก็ชื่นใจที่ได้เห็นรายงาน การสร้างระบบหลักประกันสุขภาพประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ที่ผมถืออยู่เล่มนี้นะครับ ซึ่งถือว่าหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่เกิดขึ้นมา ๒๒ ปี ของประเทศไทย ผมว่าเป็นหนึ่งในนโยบายที่งดงามที่สุดที่เกิดขึ้นในระบบสาธารณสุขและระบบอื่น ๆ ของประเทศไทย ท่านประธานสภาครับ ในปี ๒๕๔๔ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติของเรา ได้เกิดขึ้นภายใต้ความคิดที่ว่า การรักษาพยาบาล การดูแลพี่น้องประชาชนด้านสุขภาพ เป็นหน้าที่ของรัฐ ประชาชนมีสิทธิในการที่จะได้รับการรักษาจากรัฐได้อย่างมีคุณภาพทั่วถึง ซึ่งในปีที่เกิดขึ้นคือต้องถือว่าเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เพราะว่าอะไรครับ เพราะแต่ก่อนนี้ การรักษาสุขภาพประชาชนต้องเสียเงินเอง ต้องจ่ายเงินเอง ถ้าไม่มีเงิน เป็นอย่างไรครับ ไปกู้หนี้ยืมสิน หรือถ้ากู้หนี้ยืมสินไม่ได้ก็ไม่ได้รับการรักษา บางทีพ่อแม่ป่วย ลูกป่วย อย่างไร ๆ ก็ต้องเอาเงินมาให้ได้ ดอกเบี้ยสูงเท่าไรก็ต้องเอามาให้ได้นะครับ แล้วก็เกิดหนี้ เกิดวิกฤติ เกิด Vicious Circle ก็คือ โง่ จน เจ็บนะครับ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สังคมไทยเจอมาตลอด หลักประกันสุขภาพแห่งชาติต้องขอบอกว่าเกิดขึ้นในช่วงปี ๒๕๔๔ ก็เกิดจากกลุ่มที่คิดถึง เรื่องของหลักประกันในประเทศไทยที่ความยั่งยืน ซึ่งต้องขอขอบคุณบุคคลที่ร่วม ในการสร้างหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้เกิดขึ้นกับประเทศไทย🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

ท่านหนึ่งที่มีความสำคัญก็คือ ท่านนายกทักษิณ ชินวัตร ต้องยอมรับกันนะครับว่า การทำนโยบายยาก ๆ การทำนโยบาย ที่ใช้เงินเยอะ การทำนโยบายระดับที่เปลี่ยนโครงสร้าง อันนี้เปลี่ยนโครงสร้างระบบ สาธารณสุขเลยนะครับ แต่ก่อนเป็นของกระทรวงสาธารณสุข แต่ตอนนี้กระทรวงสาธารณสุข กับ สปสช. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติจะทำงานร่วมกันนะครับ แล้วอีกท่านหนึ่ง คือ ท่านคุณหมอสงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ซึ่งถือว่าเป็นครูบาอาจารย์ทางการแพทย์ ที่มีความกล้าหาญที่จะคิด แล้วนำความคิดไปเสนออดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร แล้วก็โชคดีท่านทักษิณ ชินวัตร ได้เข้าใจแล้วก็กล้าหาญที่จะนำสิ่งที่ยาก ๆ มาสู่นโยบาย ที่ประสบความสำเร็จนะครับ ต้องบอกว่าการจะทำนโยบายเรื่องของหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติในช่วงที่รัฐบาลตอนนั้น GDP ประเทศไทยยังน้อยอยู่ ประเทศไทยยังมีปัญหา ที่ต้องใช้งบประมาณอื่น ๆ อีกมากมายอยู่ การเสนอแนวคิดเรื่องการใช้หลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค แต่ก่อนเสนอโครงการไปมีแต่คนว่าเป็นไปไม่ได้ บางคนบอกว่า ๓๐ บาท ตายทุกโรค แต่ผู้นำที่ยิ่งใหญ่และคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเขาใช้หัวใจทำ ในการที่จะทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จแล้วการทำงานยาก ๆ ทุกอาทิตย์ ทุกวันมีปัญหามาตลอดครับ แต่ทุกท่านไม่ย่อท้อนะครับ ผมเห็นทุกท่าน ทุกเย็น ทุกวัน แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดความขัดข้อง หรือกระบวนการตั้งแต่กระทรวง สปสช. จนไปถึง รพ.สต. จนไปถึงพี่น้องประชาชนนี่นะครับ ทำทุกวัน เสาร์ อาทิตย์ก็ต้องทำ Workshop ผมอยู่ในประวัติศาสตร์ช่วงนั้นพอดี ก็ต้องบอกว่าขอขอบคุณท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ที่ได้ทำให้หลักประกันสุขภาพแห่งชาติของเราเกิดขึ้นมา ซึ่งคนไทยมีหลักประกันสุขภาพ ที่มั่นคง หลักประกันเป็นสิทธิของคนไทยทุกคน ไม่ใช่ระบบสังคมสงเคราะห์ ไม่ใช่คนไปโรงพยาบาลต้องไปขอ แต่เราเข้าไปรักษาในโรงพยาบาลด้วยสิทธิของคนไทยที่จะไปใช้บริการในหน่วยงานของรัฐ มีหน้าที่ให้บริการ เพราะฉะนั้นแล้วเราเข้าไป ประชาชนเข้าไปมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ในการที่จะ เข้าไปรับบริการจากภาครัฐ แล้วก็สิ่งที่เกิดประโยชน์อย่างยิ่งก็คือโรคยาก ๆ โรคที่ใช้เงินเยอะ ๆ ผ่าตัดหัวใจ โรคมะเร็ง โรคอะไรต่าง ๆ ก็สามารถจะได้รับการรักษาโดยที่ไม่เป็นหนี้เป็นสิน พ่อแม่พี่น้อง ปู่ย่าตายาย ก็ได้รับการรักษาทุกคน แล้วคนไทยก็ไม่เป็นหนี้จากการรักษาพยาบาล มาสู่ยุคปัจจุบันนะครับ คือยุคท่านรัฐมนตรี สมศักดิ์ เทพสุทิน ๓๐ บาทรักษาทุกที่ ไม่ว่าจะเป็น นโยบาย ๕ บวก ๕ ในการเร่งสานต่อ ยกระดับ ๓๐ บาทรักษาทุกที่ เรื่องยาเสพติด เรื่องการแพทย์ปฐมภูมิเรื่องเศรษฐกิจสุขภาพ การเข้าถึงบริการ โครงการพระราชดำริ การสร้างขวัญกำลังใจให้บุคลากร การส่งเสริมสุขภาพ สุขภาพจิต สถานชีวาภิบาล และทุกคน ปลอดภัย นี่คือเรื่องที่ยิ่งใหญ่นะครับ ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้ไปเยี่ยมพี่น้องประชาชน ในทุกส่วนนะครับ นี่ไปที่มหาสารคาม ไปเจอพี่น้อง อสม. พี่น้อง อสม. ดีใจมากครับ ที่ท่านได้ไป ให้นโยบายนะครับ แล้วท่านก็บอกว่า อสม. คือเสาหลักของระบบสาธารณสุข ระบบสาธารณสุข เป็นของประชาชนนะครับ แล้วท่านได้มีนโยบายที่จะ Upgrade อสม. เป็น Caregiver ดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งตั้งเป้าผลิตใน ๕๐,๐๐๐ คน นี่คือ Story และความยิ่งใหญ่ จริง ๆ มีอีกหลายเรื่องของ สปสช. ที่ทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขได้สร้างสิ่งที่งดงาม ให้กับประเทศไทย วันนี้ก็ขอบอกว่าขอให้กำลังใจ และสนับสนุนพี่น้องชาวสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข และ สปสช. และภาคเอกชนทุกคนนะครับ ที่ทำให้สุขภาพคนไทย ดีขึ้นครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสิริลภัส กองตระการ เชิญครับ🔗

นางสาวสิริลภัส กองตระการ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สภาค่ะ ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ ผู้แทนราษฎรจากบางกะปิ วังทองหลาง พรรคประชาชน ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณเลยค่ะ แล้วก็ต้องบอกว่ารู้สึกดีใจมาก ๆ นะคะ เพราะว่า จากรายงานของ สปสช. ปีที่แล้วมีการรายงานประเด็นเรื่องสุขภาพจิต ที่มีแค่สายด่วน สุขภาพจิตกับผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังนะคะ เท่าที่จำได้ดิฉันก็ได้ให้ข้อเสนอแนะไป ในปีนี้ค่ะ รายงานเล่มนี้ดิฉันดีใจมากจริง ๆ ที่มีการลงรายละเอียดลึกขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยนะคะ แสดงให้เห็นว่า สปสช. ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาสถานการณ์สุขภาพจิตของประชาชน ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันในปีนี้รายงานนี้ลงละเอียดลึกขึ้น มีการจำแนกผู้ป่วยใน ผู้ป่วยนอก แล้วก็จำแนกรายกลุ่มโรคกลุ่มจิตเวชไว้อย่างชัดเจนเลยค่ะ แล้วก็มีการรายงานเรื่องของ การใช้บริการผู้ป่วยอย่างละเอียด จำนวนครั้ง จำแนกครั้ง จำแนกตามกลุ่ม ชัดเจนมาก อันนี้ต้องขอชื่นชมจริง ๆ ค่ะ และยังมีรายงานอื่น ๆ อย่างเช่น ผู้ป่วยจิตเวชที่ตั้งใจทำร้ายตนเอง อันนี้เป็นสถิติที่มันเพิ่มสูงขึ้นทุกปีมีอยู่ในรายงานนี้แล้วนะคะ ที่เข้ามาใช้บริการให้ความสำคัญ กับผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการติดตาม ดูแลรักษา ฟื้นฟูผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง และมีการให้ความสำคัญกับปัญหาพัฒนาการของเด็กค่ะ รวมไปถึงการบำบัดต่าง ๆ แต่ท่านประธานคะ จากรายงานที่ทาง สปสช. ทำมาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา ดิฉันไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ที่ว่า ทางหน่วยงานตั้งใจทำรายงานมาลงละเอียดขนาดนี้แล้ว แต่รายงานนี้มันจะกลายเป็นแค่หนังสือเล่มหนึ่งค่ะ กลายเป็นแค่รายงานเล่มหนึ่งที่ไม่ได้ใช้ ทำประโยชน์อะไรต่อไปเลย ดิฉันอยากให้รัฐบาล แล้วก็เพื่อนสมาชิกนำรายงานฉบับนี้ มาใช้ทำงานกันต่อค่ะ มาช่วยกันแก้ไขปัญหาสถานการณ์สุขภาพจิตกับประชาชนทุกคนค่ะ เดี๋ยวดิฉันพาไปดูตัวเลขในรายงานนี้กันค่ะ ขอสไลด์ด้วยนะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวสิริลภัส กองตระการ กรุงเทพมหานคร

ผู้ป่วยจิตเวชที่ใช้บริการ แบบผู้ป่วยนอก จากปี ๒๕๖๔ ๑.๒ ล้านครั้ง มาถึงปี ๒๕๖๖ เกือบ ๑.๔ ล้านครั้งค่ะ จำนวนการใช้บริการแต่ละปีสูงถึง ๕ ล้านกว่าครั้งค่ะ จำนวนผู้ป่วยใน แตะอยู่ที่หลัก ๒๐๐,๐๐๐ และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นะคะ จำนวนการใช้บริการอยู่ที่หลัก ๓๐๐,๐๐๐ ครั้ง ปี ๒๕๖๖ ไปดูจะแตะไปที่ ๔๐๐,๐๐๐ ครั้ง แล้วค่ะ และจำนวนผู้ป่วยที่ตั้งใจทำร้ายตัวเองตัวเลขเพิ่มขึ้นมาแบบก้าวกระโดดค่ะ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ จาก ๑๑,๐๐๐ เป็น ๑๕,๐๐๐ เป็น ๑๗,๐๐๐ เกือบจะถึง ๑๘,๐๐๐ เลยค่ะ และท่านประธานดูอีก ๑ ตัวเลขนะคะ จำนวนเด็กที่มีปัญหาเรื่องความพิการทางจิต พฤติกรรมด้านสติปัญญา การเรียนรู้ และออทิสติก เอาแค่ ๓ ปีหลังก็ได้ค่ะ ปี ๒๕๖๔ ๓๒๖,๐๐๐ คน ปี ๒๕๖๕ ๓๖๐,๐๐๐ คน ปี ๒๕๖๖ ๓๖๕,๐๐๐ คน เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เลยนะคะ และต้องได้รับการบำบัดในแต่ละปี ๙๐๐,๐๐๐ ครั้ง เกือบล้านครั้งเลยค่ะ นี่คือตัวเลขของเด็ก ของประชากรที่จะเติบโตมาเป็นบุคลากรของประเทศ มาเป็นวัยรุ่น มาเป็นวัยทำงาน มาเป็นฟันเฟืองที่จะขับเคลื่อนประเทศต่อไปค่ะ และในปัจจุบันนี้ ในขณะที่อัตราการเกิดของเด็กก็ต่ำ แต่ว่าเด็กที่เกิดมาก็ยังมีปัญหาอีก แล้วดิฉันเชื่อว่า ยังมีเด็กที่จำนวนตกหล่นอีกมากมายที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการการรักษาได้ ล่าสุดดิฉันไปดูงาน ของกรรมาธิการที่โรงพยาบาลเอกชน ทางโรงพยาบาลเองก็ได้บอกเลยว่าปัญหาสำคัญตอนนี้ คือเรื่องของพัฒนาการล่าช้าของเด็กค่ะ และอีกหนึ่งอย่างที่ดิฉันกังวลก็คือยอดคงเหลือ ของกองทุนหลักประกันสุขภาพที่มันค่อย ๆ เริ่มถดถอยลงมาในแต่ละปี ดิฉันเกรงว่า สปสช. จะแบกรับภาระนี้ไม่ไหวค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมาระดม ความคิดกันว่าเราจะทำให้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือว่า สปสช. จะเป็นหน่วยงานที่เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างเข้มแข็งได้อย่างไร และตัวเลขที่ดิฉันขึ้นไป เหล่านี้นะคะ มันบอกอะไรให้กับผู้บริหารของประเทศเหล่านี้ได้หรือยัง ตัวเลขในรายงานเล่มนี้ จะทำให้ท่านเห็นถึงปัญหาสุขภาพจิตที่มันเกิดขึ้นของประชาชนในปัจจุบันนี้ได้แล้วหรือยัง ดิฉันเชื่อว่าในรายงานเล่มนี้นะคะ เป็นแค่ตัวเลขที่อยู่บนยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้นค่ะ ยังมีอีกหลายคนที่ตกหล่นที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการได้ แล้วดิฉันก็คงจะเสียใจแทน สปสช. มาก ๆ ที่ว่าท่านทำรายงานในปีนี้เรื่องสุขภาพจิตมาอย่างละเอียดรอบคอบขนาดนี้แล้ว ชี้แจงตัวเลข ให้เห็นแบบนี้แล้ว แต่ถ้าเกิดรัฐบาลนิ่งเฉยไม่จัดการอะไรต่อ รายงานเล่มนี้ หนังสือฉบับนี้ คงเป็นเพียงได้แค่ไม้ประดับที่วางไว้บนชั้นหนังสือเท่านั้นค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอลงกต มณีกาศ เชิญครับ🔗

นายอลงกต มณีกาศ นครพนม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์อลงกต มณีกาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ โครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค สมัยที่เริ่มออกมาใหม่ ๆ ก็เป็นที่ชื่นชอบ ของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ช่วงนั้นผมยังรับราชการอยู่ แต่จริง ๆ คำว่า ๓๐ บาท รักษาทุกโรค ณ เวลานั้นก็แฝงไปด้วยหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความจริงก็คือว่า ไม่ใช่เป็นการรักษาให้ฟรีทุกโรค ในครั้งนี้ก็เช่นกันครับ เปลี่ยน Slogan ใหม่เป็นรักษาทุกที่ เมื่อสักครู่ผมฟังคลิปวิดีโออาจจะได้ยินไม่ชัดเจนเท่าไรเห็นบอกว่าต้องใช้ใบส่งตัวอยู่ โดยเฉพาะคนไข้นอกใช่ไหมครับ คนไข้ในไม่ต้องใช้ใบส่งตัว ตรงนี้ละครับจะเกิดความสับสน ผมอยากถามเลขาธิการ สปสช. ว่านโยบายมันเหมือนกับปรับไปเปลี่ยนมา แก้ไปแก้มา ยกตัวอย่าง มีอยู่ยุคหนึ่งถ้าผมจำไม่ผิด อาจารย์หมอมงคล ณ สงขลา หรือเปล่า ตอนนั้น เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ๓๐ บาท ไม่เก็บนะครับ ไม่มีการเก็บเงิน ๓๐ บาท แต่ตอนหลังก็มีการเก็บ ๓๐ บาท ถึงวันนี้ผมยังมีคำถามอยู่ในใจจะถามท่านเลขา อยู่ครับว่า ทำไมไม่เป็น ๕๐ บาท ทำไมไม่เป็น ๑๐๐ บาท หรือทำไมไม่เก็บเงินเลยฟรีไปเลย ไม่ดีกว่าหรือครับ อยากให้ท่านตอบนะครับว่า ๓๐ บาท ที่ท่านเก็บนี้ เก็บเชิงสัญลักษณ์ หรือว่าเก็บเพื่ออะไร อย่างไร ปัญหาที่พบบ่อยอีกปัญหาหนึ่ง ก็คือ เรื่องของการฟอกไตครับ ท่านประธาน ฟอกไตนี่ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายมาในช่วงหลัง ๆ นี้โชคดี ตั้งแต่ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งท่านเป็นประธานบอร์ด ของ สปสช. ด้วยนะครับ ท่านได้อนุมัติให้มีการฟอกไตฟรีทั้งประเทศ แต่ปัญหาก็คือว่าอนุมัติให้ฟอกไตฟรีก็ตามครับ มันไม่มีคิววางให้ฟอกไต การฟอกไตคนไข้จะได้ฟอกใหม่ต่อครั้งต้องรอให้คนเก่าออกจากคิว เสียก่อน นั่นก็คือว่าต้องรอให้คนเก่าเสียชีวิตเสียก่อนถึงจะสามารถเข้าคิวในการฟอกไต หรือล้างไตได้ คำถามก็คือว่า สปสช. จะทำอย่างไรในเมื่อท่านถือเงินจำนวนมากในการที่ดูแล ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ท่านจะทำอย่างไรในการที่จะให้โรงพยาบาล จะเป็นการขอร้องแกมบังคับ อย่างไรที่จะทำให้คิวฟอกไต ล้างไตของผู้ป่วยได้ทั่วถึงถ้วนหน้า โรคไม่ติดต่อทุกวันนี้ครับ ท่านประธานเพิ่มมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน ไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิตสูง ไม่ว่าจะเป็น โรคไขมันสูงในกระแสเลือด แล้วที่สำคัญก็คือเกิดภาวะแทรกซ้อน ไม่ว่าจะเป็นเบาหวานลงไต อย่างที่เล่าให้ฟังเมื่อสักครู่ว่าคิวมันไม่พอ คิวมันไม่มีให้ฟอก ให้ล้าง โรคของหลอดเลือดสมอง อุดตัน หรือว่าโรคของหลอดเลือดหัวใจอุดตัน แต่ก่อนผมเคยเห็นโครงการดี ๆ ของ สปสช. ในการเน้นในเรื่องของคำว่า สร้างนำซ่อม แต่ทุกวันนี้ผมดูแล้วกระแสเรื่องของการสร้างเสริม สุขภาพมีน้อยลง เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งนี้ต่างหากที่จะทำให้ลดผู้ป่วยไตวาย ลดผู้ป่วยที่เป็น อัมพาต อัมพฤกษ์ที่ อำเภอธาตุพนมมีโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม สิ่งที่น่าชื่นชม ก็คือมีรถ Mobile Stroke Unit ซึ่งผมได้ถามข้อมูลดูแล้วไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ สปสช. เลย แต่ผมเห็นว่ามีประโยชน์ เพราะว่าทั้งประเทศมีไม่ถึง ๑๐ คัน รถ Mobile Stroke Unit สำคัญอย่างไรท่านประธาน สำคัญตรงที่ว่าสามารถที่จะช่วยรักษาภายใน ๔ ชั่วโมงของผู้ป่วย ที่หลอดเลือดสมองอุดตัน กล่าวคือในรถ Mobile Stroke Unit จะมีเครื่อง CT Scan อยู่บนรถ มียาพร้อมแล้วสามารถออนไลน์กับอาจารย์หมอได้ นั่นก็คือว่าถ้าได้รับการร้องขอจากญาติ จากคนไข้ว่ามีคนไข้ที่บ้านวูบ หรือว่าหมดสติ หรือว่าอาจจะชักเกร็ง หรืออาจจะแขนขา อ่อนแรง รถ Mobile Stroke Unit อันนี้ก็จะไปรักษาถึงบ้าน แล้วก็เอาคนไข้ขึ้นบนรถ ทำ CT Scan ครับ CT Scan ก็จะบอกว่าหลอดเลือดสมองอุดตัน หรือหลอดเลือดสมองแตก ถ้าแตกก็ต้องพาไปให้หมอผ่าตัดสมองรักษา แต่ถ้าเป็นหลอดเลือดสมองอุดตันนั้นสามารถ ที่จะฉีดยาละลายลิ่มเลือดบนรถได้เลย ตรงนี้ละครับที่ผมเสนออยากจะให้ทาง สปสช. ได้กรุณาช่วยจัดหารถ Mobile Stroke Unit แบบนี้ในการที่จะดูแลผู้ป่วยเพื่อป้องกันคนไทย ไม่ให้เป็นอัมพาต ไม่ให้เป็นอัมพฤกษ์มากกว่านี้ ผมเองส่วนหนึ่งแล้วที่ผ่านมาได้เป็น กรรมาธิการงบประมาณของทางสภาผู้แทนราษฎร จำได้ว่าได้มีการเพิ่มงบให้กับทาง สปสช. ประมาณ ๕๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งงบตัวนี้นี่ที่ท่านขอเพิ่มเติมมาในเรื่องของการดูแลผู้ป่วย โดยใช้สมุนไพร อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า สมุนไพรจริง ๆ แล้วหมอรุ่นใหม่ไม่นิยมใช้เลย ถามว่าท่านได้งบไป ๕๐๐ กว่าล้านบาท ในการที่จะเอาสมุนไพรมาจ่ายให้กับผู้ป่วย ท่านจะมี วิธีการอย่างไรที่จะทำให้หมอตามโรงพยาบาลชุมชน หมอตามโรงพยาบาลทั่วไปได้จ่ายยาตัวนี้ เพิ่มเติมขึ้น เพราะว่าของเก่าเป็นค่ารักษา ๒๐ กว่าบาทต่อคนต่อหัวต่อปี ท่านก็ขอเพิ่มขึ้นมาเป็น ๓๐ กว่าบาท ผมจำตัวเลขได้ไม่แน่ชัด ซึ่งสมุนไพรนี่ถ้าเป็นไปได้ไม่อยากให้ไปซื้อ อยากให้ใช้ จากโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่ผลิตเอง เหมือนกับว่าท่านต้องช่วยสนับสนุนช่วยอุดหนุนในการที่ โรงพยาบาลชุมชนเขาผลิตสมุนไพรนะครับ และในช่วงที่โครงการนี้เข้ามาใหม่ ๆ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล หรืออนามัย ณ เวลานั้น เขามีความรู้สึกว่ามันเหมือน ๒ นายครับท่านประธาน นายแรกก็คือ นายเก่าจากกระทรวงสาธารณสุข จากกรมต่าง ๆ สั่งนโยบายโน่น สั่งนโยบายนี่ สั่งโน่น สั่งนี่ อันนั้นปกติครับท่านประธาน เพราะว่าเขาเคยชิน เขาคุ้นเคยในการที่เป็นข้าราชการ กระทรวงสาธารณสุข แต่อีกส่วนหนึ่งมันเหมือนมีนายใหม่ขึ้นมา เพราะนายคนนี้รวยกว่า นายคนเดิมอีก ถือเงินกองเบ้อเริ่มเลยนะครับ แล้วก็คอยสั่งโน่น สั่งนี่ สั่งนั่น ซึ่งการสั่งการ ทำนโยบายของผู้บริหารของ สปสช. เป็นสิ่งที่ดีครับ ผมไม่ปฏิเสธ เพียงแต่ว่าผมอยากเสนอ ท่านเลขาธิการ สปสช. ครับว่า สิ่งที่ท่านสั่งการบางอย่างลงไปนั้น อยากจะให้ฟังปัญหา ในพื้นที่ โดยเฉพาะปัญหาสาธารณสุข เพราะว่าปัญหาแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน ผมจำไม่ได้ ตอนนั้นเป็นนโยบายของทางกระทรวงสาธารณสุข หรือเป็นนโยบายของ สปสช. ที่ว่าให้วัดรอบเอว เพื่อจะประเมินว่าคนไข้คนนั้นมีไขมันสูงหรือไขมันต่ำ ซึ่งการที่ใช้สายวัด รอบเอวแล้วประเมินว่าไขมันสูงหรือไขมันต่ำ ก็ทำให้เกิดคนผอม ๆ ประมาทในชีวิต จริง ๆ แล้วคนผอมแต่สูงอายุไขมันในกระแสเลือดก็สามารถสูงได้เช่นกัน ก็ขอเป็นกำลังใจ ให้กับ สปสช. นะครับ เพราะว่าครั้งหนึ่งคุณหมอสงวนก็เคยไปดูงานฟอกไตที่โรงพยาบาลปลาปาก ที่ผมรับราชการอยู่ อาจารย์หมอวินัย สวัสดิวร ก็เคยไปดูงานเหมือนกัน สมัยที่ผมฟอกไต ล้างไตที่โรงพยาบาลปลาปาก จังหวัดนครพนม ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเชิดชัย ตันติศิรินทร์ เชิญครับ🔗

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นก็ต้องขอชม สปสช. ที่ได้เสนอรายงานปีนี้ ซึ่งละเอียดมากนะครับ แล้วท่านก็พูดถึงสรุปว่าสิทธิประโยชน์ที่ประชาชน จะได้รับมีอะไรบ้าง ตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ ขึ้นมา จนกระทั่งมาถึงปัจจุบัน อันนี้เป็นสิ่งที่ว่าทาง สปสช. ก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องนะครับ ท่านประธานครับ ผมจะพูดสัก ๒-๓ เรื่องนะครับ🔗

อันที่ ๑ ความสำคัญของ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคนี่ ถ้าคนไม่ป่วยไม่รู้ แล้วบังเอิญ ผมเป็นหมอผ่าตัดหัวใจ ไปอยู่ที่ขอนแก่น แล้วไปเริ่มผ่าตัดหัวใจแบบเปิดครั้งแรกนะครับ ปรากฏว่าพอเป็นโรคหัวใจเราแนะนำประชาชนว่าต้องมีการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ประชาชน จะปฏิเสธ เพราะอะไรครับ เพราะว่าค่าใช้จ่ายแพงมาก ยอมเสียชีวิต ถ้าขายวัว ขายควาย ขายบ้าน ไม่พอจะมาใช้ แต่พอมีบัตรทองขึ้นมานี่ครับ ที่ขอนแก่นเราผ่ากันไม่ทันเลยนะครับ ทำให้เราสามารถผ่าตัดบางครั้งก็มากที่สุดในประเทศไทย เป็นต้น อันนี้เป็นสิ่งที่คนที่คิดเรื่อง ๓๐ บาทรักษาทุกโรคคงได้บุญนะครับ ที่ต้องให้เครดิตก็คือท่านดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร เพราะอันนี้เป็นเรื่องฝ่ายทางการเมือง ถ้าไม่มีการเมืองมาขับเคลื่อนแล้ว เรื่องบัตรทอง ๓๐ บาทรักษาทุกโรค มันเหมือนสวัสดิการทำไม่ได้ คุณหมอสงวนเป็นรุ่นน้องผมนะครับ ไปอยู่ราษีไศล แล้วก็คิดอันนี้ขึ้นมา มีการทำวิจัยเรียบร้อย แต่พอไปเสนอให้ฝ่ายการเมือง ไม่เอา ปรากฏว่าท่านทักษิณเอา ก็ประสบความสำเร็จ โดยหลักที่ท่านคิดง่าย ๆ ก็คือ ท่านบอกว่า คนไม่ป่วยพร้อมกันหรอก เงินที่ให้คนไม่ป่วยเอามารักษาคนป่วยมันก็จะพอ อันนี้เป็นสิ่งที่ดีนะครับ คงได้บุญเยอะนะครับ ท่านประธานครับ ที่ทำไปแล้วเรื่องบัตร ๓๐ บาทรักษาทุกโรค UN เขาก็ให้ความสำคัญ เขาชมเชยประเทศไทยนะครับ บอกว่า มีการจัดระบบรักษาทุกโรค เป็นสวัสดิการในประเทศที่กำลังพัฒนา มีงบประมาณจำกัด ทำได้ดีมาก แล้วก็ยกเป็นตัวอย่าง ทำให้ต่างชาติเข้ามาดูงานในประเทศไทย แล้วก็ยังไม่พอ ผมดูในรายงานของท่าน เพิ่งประเมินนี่นะครับ บอกว่าความพอใจของคนที่ใช้บริการคือ ประชาชน ๙๘.๑๙ เปอร์เซ็นต์นะครับ ความพอใจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๙๗.๘๔ เปอร์เซ็นต์ ความพอใจของผู้ให้บริการ คือคุณหมอและคุณพยาบาล ๙๗ เปอร์เซ็นต์ แสดงว่าคุณหมอในประเทศไทย หรือพวกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องใจบุญนะครับ ทั้งที่ค่าตอบแทนน้อย เงินเดือนน้อยไม่พอ ท่านประธานครับ ผมจะพูดนิดหนึ่งนะครับ เรื่องงบประมาณในเล่มนี้ไม่ได้พูดเลยนะครับ ท่านมีแต่ความท้าทาย ผมอยากถามท่านจเด็จที่มานั่ง ท่านเป็นเลขา จะมีความคิดอย่างไร ในการจะเพิ่มงบประมาณ เพราะเราทราบว่าตอนนี้ประชาชนมีการศึกษาดีขึ้น การติดต่อดีขึ้น แล้วก็มีความต้องการสูงขึ้น โดยเฉพาะการรักษาโรคเฉพาะอย่าง เฉพาะทิศทางมากขึ้น เพราะฉะนั้นการใช้จ่ายก็มากขึ้น ผมยกตัวอย่างนะครับ โรคหัวใจเราผ่าไปคุณหมอรุ่นน้องเขา ก็บอกว่าตอนนี้เบิกนั่นเบิกนี่ก็ไม่ได้ แล้วทาง สปสช. ก็ไปจำกัดค่าให้บริการลง ก็ทำให้ตอนนี้ อัตราการผ่าหัวใจในโรงพยาบาลรัฐลดลงนะครับ เพื่อการประหยัดบอกว่าผ่าไปแล้วก็ไม่คุ้ม ประมาณนั้น อันที่หนึ่งนะครับ🔗

อันที่ ๒ ในความท้าทายของท่านผมถามนิดหนึ่งครับ ก็คือเรื่องการเชื่อมโยง ๓๐ บาทรักษาทุกที่โดยบัตรประชาชนใบเดียว การเชื่อมโยงข้อมูลตอนนี้เท่าที่ดูก็ไปถึง เขตสุขภาพได้ ๔๗ จังหวัด ซึ่งอันนี้ก็ยังมีการเชื่อมโยงที่ยังไม่ครอบคลุม ท่านจะมีส่วนที่จะไป ส่งเสริมทางกระทรวงให้การใช้บัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ได้อย่างไรนะครับ🔗

อันที่ ๓ ความท้าทายที่ท่านพูดถึงความเข้มแข็งของระบบสุขภาพปฐมภูมิ ท่านประธานครับ ในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ได้กำหนดว่าเราต้องมีแพทย์ครอบครัวไปอยู่ ที่การบริการสุขภาพปฐมภูมินะครับ คุณหมอนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญนะครับ แต่พอไปอยู่ที่ปฐมภูมิ แล้วค่าตอบแทนน้อยมาก แล้วยิ่งปัจจุบันนี้มีการผ่องถ่าย รพ.สต. ไปอยู่ที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเงินก็ไม่ได้ตามที่เขาต้องการ แล้วคนก็ไม่ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งเราทราบกันดี มีคนมาเสนอบอกว่าถ้ามีการ Outsource ไปแล้วจะดีไหม เพราะอย่างไรเราก็จ่าย Per Head มีอาจารย์เกรียงศักดิ์จาก ม.สงขลานครินทร์นะครับ เป็นอาจารย์สอน Fammed ท่านออกมา เป็นเอกชนรับอาสาว่าถ้าจ่าย Per Head ประมาณ ๑,๐๐๐ บาทต่อหัว ใน Catchment Area ประมาณ ๘,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ คน สามารถทำได้ ลงทุนได้ แล้วผมก็ถามค่าตอบแทน ของคุณหมอ คุณพยาบาล หรือบุคลากรตามที่มาตรฐานของพวกเรานี่ได้ไหม ได้ครับ ค่าตอบแทนดี อยากให้ทาง สปสช. ไปพิจารณาดูด้วยในการแก้ไขปัญหานะครับ โดยเฉพาะ การกระจายอำนาจไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็เป็นเรื่องจำเป็นต้องทำอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ ผมอยากให้ สปสช. พูดถึงเรื่องเงินบ้างนะครับ เพราะว่าที่ผ่านมา ผมดูหลาย ๆ ที่แล้ว ตอนนี้งบประมาณที่เราใช้ในระบบสุขภาพเราใช้เท่าไร เป็นกี่เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณแผ่นดิน แล้วเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของ GDP แล้วที่ควรจะเป็นสูงสุดประมาณ เท่าไร เพราะว่าความต้องการการบริการด้านนี้มากขึ้น ๆ ยาก็แพงขึ้น แล้วเงินมีเพิ่มขึ้น นิดเดียว แล้วพวกเราก็มักจะพูดว่าต้องการนั้น ต้องการนี้มากขึ้น ๆ อยากให้ สปสช. พูดความจริงเลยว่าเงินมันพอใช้ไหม จะมีวิธีหาเพิ่มอย่างไรเพื่อให้กองทุน สปสช. นี้ อยู่คู่กับประเทศไทย ซึ่งจะเป็นที่ท่านเขียนว่า การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์หลักประกันสุขภาพ สู่เวทีโลก มันถึงจะสำเร็จครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเกียรติคุณ ต้นยาง เชิญครับ🔗

นายเกียรติคุณ ต้นยาง นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม เกียรติคุณ ต้นยาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๗ พรรคประชาชน ต่อรายงานการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ที่จริงผมก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะอภิปรายในวันนี้เลยนะครับ แต่ว่าพอมาอ่านรายงาน ของท่านแล้วผมมาสะดุดรายงานของท่านหน้า ๒๒ ท่านเปิดไปพร้อมกับผมเลยก็ได้นะครับ คือเรื่องของถุงทวารเทียม คนที่เขาเจ็บเขาป่วยจากการที่จะต้องไปรักษาผ่าตัดท่อปัสสาวะ ท่ออุจจาระ สปสช. มีงบประมาณในการรักษาตรงนี้ดีครับ คนยากคนจนที่เขาต้องทนทุกข์ ทรมานกับการที่จะต้องกลายเป็นคนพิการ โดยที่ไม่สามารถขับถ่ายได้เอง โชคดีครับ ที่เรามีนวัตกรรมอย่างหนึ่งที่เรียกว่า ถุงทวารเทียม แต่จากรายงานของท่านมันมีอยู่นิดเดียว ๓-๔ บรรทัดเอง ผมก็ไม่เข้าใจว่าท่านให้ความสำคัญเรื่องนี้มากน้อยขนาดไหนท่านถึงเขียน รายงานนี้ไว้แค่ ๓-๔ บรรทัด สรุปได้เลยว่าท่านบอกว่า ถุงทวารเทียมปีหนึ่งก็ใช้ประมาณ ๕๔,๐๐๐ ถุง ถัวเฉลี่ยต่อคนหนึ่งต้องใช้ประมาณสัปดาห์ละ ๒ ถุง คือถุงหนึ่งใช้ได้เต็มที่ ๓-๔ วันต้องเปลี่ยนแล้ว ถุงดี ๆ ด้วยนะครับ ราคา ๒๐๐ กว่าบาท แต่ท่านบอก ท่านมีนวัตกรรม ในรายงานท่านบอกว่า ๑๙๐ บาท แต่ถึงอย่างไรแล้วงบประมาณท่าน ผมก็อ่านแล้วงงกับตัวเลขของท่านนะครับ ท่านบอกว่าใช้งบประมาณ ๒,๒๕๐ ล้านบาท แต่งบประมาณที่ตั้งไว้เหลือ ๑,๗๑๐ ล้านบาท ผมก็ไม่รู้ว่าคนยากคนจนที่เขารักษาฟรีแล้ว เสร็จแล้วเขาต้องเสียเงินสัปดาห์ละประมาณ ๓๒๐ บาท ถึง ๔๐๐ บาท ถัวเฉลี่ยเขาจะต้อง เสียเงินวันละ ๕๐ บาท เพื่อซื้อถุงทวารเทียมมาปิดที่หน้าท้องรองรับอุจจาระ ปัสสาวะของเขา ไหน ๆ จะฟรี รักษาดี ให้มันตลอดรอดฝั่งเลยได้ไหมครับ เรื่องนี้ผมเคยหารือกับท่านประธานไว้แล้ว จากการลงพื้นที่ของผมในอำเภอบางบัวทอง น่าสงสารมากเลยนะครับ เป็นคนพิการ ได้เบี้ยพิการ แทนที่จะเอาเบี้ยพิการนั่นละครับ ๑,๐๐๐ บาท มาซื้อข้าวซื้ออาหารกิน เปล่าครับ กลับจะต้องเอาเงินจำนวนนั้นไปซื้อถุงทวารเทียมมาใช้ แล้วถุงธรรมดา ๆ ราคาร้อยกว่าบาท ความเป็นจริงแล้วมันใช้ไม่ได้ครับ แกะออกมาแล้วปัสสาวะ อุจจาระก็เลอะ ต้องใช้ คนมีประสบการณ์มาช่วยแกะให้ อสม. เขาก็ไม่ได้ว่างให้มาทุกวันนะครับ จะมาแกะถุง ปัสสาวะ ถุงอุจจาระให้ ก็ฝากเรื่องนี้ไปถึงท่านด้วยนะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งคล้าย ๆ กัน แต่ไม่เห็นในรายงานนะครับ คือเข็มฉีดอินซูลิน พี่น้องที่เป็นโรคเบาหวาน ท่านก็ดีนะครับให้อินซูลินฟรี รักษาฟรี แต่เข็มต้องซื้อเอง มันไม่ต่างกับถุงทวารเทียมเมื่อสักครู่เลยนะครับ รักษาฟรี ผ่าตัดฟรี แต่ถุงต้องซื้อเอง พี่น้อง ที่ป่วยเบาหวานก็เหมือนกัน รักษาฟรีทุกอย่างเลย แต่เข็มต้องซื้อเอง ไหน ๆ ท่านก็ขยับมาถึง ตรงนี้แล้ว ๓๐ บาท Plus รักษาทุกที่แล้วก็รักษาให้มันทุกอย่างได้ไหมครับ ให้มันครอบคลุม ให้หมดเลยได้ไหมครับ เพราะไม่อย่างนั้นมันเป็นความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชนนะครับ ที่เขาจะต้องเอาเงินไปซื้อเข็มเพื่อมาฉีดอินซูลิน มันอีกนิดเดียวเองนะครับท่าน อีกแค่ก้าวเดียว ก็จะเข้าเส้นชัยแล้ว อย่าทิ้งพี่น้องประชาชนคนยากไร้เลยครับ ถ้าเขามีสิทธิรักษาพยาบาล ที่ดีกว่านี้ มีเงินไปซื้อประกันสุขภาพ มีเงินไปซื้อประกันชีวิต เขาไม่ต้องมาพึ่งหรอกครับ สปสช. เขาไม่ต้องมาพึ่งหรอกครับ ๓๐ บาท ต้องไปโรงพยาบาลตั้งแต่ตีห้า ไปคัดกรอง ก่อนแปดโมงเช้า กว่าจะได้เจอหมอสิบโมง รอหมอมา ๔ ชั่วโมง ได้คุยกับหมอ ๔ นาที แล้วไปรอรับยาอีก เย็นได้กลับบ้าน ช่วยอีกนิดนะครับ ผมฝากด้วยนะครับ ถุงทวารเทียม กับเข็มฉีดอินซูลินเป็นไปได้ ๒ อย่างนี้ก็ให้มันอยู่ในบัญชี แล้วก็อยู่ในนวัตกรรม ที่ท่านจะต้องส่งเสริมให้กับพี่น้องประชาชนได้ใช้สิทธิได้อย่างเต็มที่ ขอบพระคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีคุณอดิศร จะขออภิปรายอีกท่านหนึ่งใช่ไหมครับ เชิญครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดขอนแก่น ผมลงชื่อ อภิปรายเรื่องนี้นะครับแต่ไปปรากฏอยู่เรื่องน้ำท่วม จึงขอขอบพระคุณท่านประธาน และเจ้าหน้าที่ที่ได้สับมาพูดเรื่องนี้ กระผมขอพูดในฐานะที่เป็นคนไข้ครับท่านประธาน และผู้ที่มาชี้แจง ผมอยากให้ทางผู้มาชี้แจงหรือว่าท่านกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้ขยายประเภทและขอบเขตสิทธิประโยชน์ให้กับประชาชนมากขึ้น กระผมเป็นคนป่วย เป็นคนไข้ที่เรียกว่า เป็นโรคมะเร็งครับ ผมเกือบไม่มีชีวิต ผมขอเอาประสบการณ์มาเล่า ให้ท่านประธานฟัง ส่งชื่อไปแล้วแต่สะกดชื่ออดิศรผิด ผมสะกดด้วย ศ ยมบาลส่งคืน เลยมาอภิปรายในสภา ท่านครับ มะเร็งมีหลายมะเร็ง มากที่สุดเสียชีวิตเป็นอันดับ ๑ เหตุที่เสียชีวิตเป็นอันดับ ๑ ไม่ว่ามะเร็งอยู่ที่ไหน เพราะรักษาไม่ทันท่วงที ไปเข้าคิวเรื่อง บัตรทองก็ได้รับการบริการเหมือนกันครับ แต่จำนวนที่คนไปขอบริการมันเยอะ กว่าจะได้ ผ่าท้องเอาสายยางเพื่อจะให้นมหรืออาหารทางท้อง ปาเข้าไปเป็นเดือนครับ ผอมแห้งแล้ว เมื่อให้อาหารแล้วกว่าจะได้ Chemotherapy ท่านประธาน กว่าจะได้ฉายแสง จากแปดริ้ว นะครับ สส. มันเลยระยะเวลาครับ คนไข้จึงเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา ราคาแพงมาก โรคมะเร็ง ต้องมีเงินหรือมีโอกาส ผมอยากให้ใส่ใจครับ ผมไม่เชื่อว่ากรรมการหลักประกันสุขภาพ จะใจไม้ไส้ระกำอะไร เห็นคนตายต่อหน้าเพราะไม่มีเงิน หรือรักษาไม่ทันท่วงที ผมจะให้ รัฐมนตรี สมศักดิ์ เทพสุทิน ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้ใส่ใจเรื่องนี้ครับ คนที่มีคุณภาพ ทยอยเรียงคิว ต่อคิวเสียชีวิต จึงอยากให้ขยายเรื่องนี้ครับ สิทธิประโยชน์ ไปให้โรคที่ท่านเขียนไว้ ผมดูวิดีโอ ท่านบอกว่า มะเร็งรักษาได้ทุกที่ ที่ไหนครับ ที่ไหนก็เต็มไปหมด ค่าใช้จ่ายสูงแบบที่ผมกราบเรียน ผมจึงเอาประสบการณ์ของผมมาเล่าให้แก่เพื่อนสมาชิกได้ฟัง ถ้ารักษาได้ทันท่วงที หมอรักษาดีอยู่แล้วครับไม่ว่าที่ไหน แต่คิวมันยาว แล้วเงินมันแพง ถ้าแก้จุดนี้ได้ประชาชนคนไทย ก็จะไม่ได้เสียชีวิตกับโรคร้ายแรง โรคมะเร็งรักษาได้นะครับไม่ใช่รักษาไม่ได้ รักษาหาย เหมือนโรคทั่ว ๆ ไป แต่ว่าที่ไม่หายเพราะเราป่วยมะเร็งมากรักษาไม่ทัน จึงขอคำตอบว่า ท่านจะขยายสิทธิประโยชน์เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนคนไทย ไม่ว่าหมู่เหล่าไหนที่ป่วยเป็นมะเร็ง ไม่ว่ามะเร็งที่ไหนได้มีชีวิตรอดปลอดภัยในอนาคตครับ งบประมาณมีนะครับ ไม่ใช่ไม่มีครับ ท่านประธาน ผมพูดนี่ไม่อยากให้กระทรวงกลาโหมได้ยิน อย่าฟังนะครับ ก็ตัดเสียเรื่องเรือดำน้ำ หรือยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ที่ไม่มีความจำเป็น หลายหมื่นล้าน แสนล้าน เอามารักษาชีวิต รักษาคนจะไม่ดีกว่าหรือ เราพูดเฉพาะในห้องนะครับ กระทรวงกลาโหมไม่เกี่ยว อย่างนี้เป็นต้นครับ เงินมีใช้รักษาชีวิตนี่คือสิ่งที่มีประโยชน์ อโรคยา ปรมาลาภา ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ ความไม่มีเรือดำน้ำไม่มีประเสริฐอะไรหรอกครับ จึงขอฝาก ท่านประธาน ทราบว่าท่านประธานก็ใช้บริการในการรักษาไม่ทราบว่าเป็นโรคอะไรเหมือนกัน ผมก็ไม่อยากถาม บรรดาสมาชิกต่าง ๆ ที่เป็นบางคนก็อายว่าผมเป็นโรคมะเร็งผมไม่อยากพูด ไม่อยากให้ใครรู้จัก ผมประกาศให้พี่น้องประชาชนได้ว่า ที่เป็นอยู่ไม่ต้องตกใจ ถ้าท่านรักษาได้ทันท่วงที ผมที่เคย ร่วงไปมันก็จะเกิดดำเหมือนผมครับ นี่ย้อมนิดหน่อยก็ดำแล้ว เกิดใหม่ได้ถ้าสนใจกันจริง ๆ อยากให้รัฐบาลชุดใหม่ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ได้ใส่ใจโรคร้ายทุกโรคที่ท่าน มีความปรารถนาอยากจะช่วยเหลือแก้ไข ผมจึงนำประสบการณ์ในการรักษา ผมอาสา ทางประกันสุขภาพเป็นครูบรรยายเรื่องมะเร็งได้นะครับ วิธีเป็นคนไข้ที่ดีทำอย่างไร เราจะประสานกับหมอ ผมไม่ใช่หมอรักษาคน ผมเป็นหมอความนะครับ ก็จะสามารถอธิบาย เรื่องเหล่านี้ให้ประชาชนที่ป่วยอยู่มีความสบายใจ ปลอดภัยจากโรคมะเร็งและหายได้ ถ้าหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ใส่ใจขยายสิทธิประโยชน์นี้ เอาเงินส่วนไหนมาก็ได้ครับ มารักษาให้พี่น้องประชาชนมีชีวิตรอดปลอดภัยต่อไป ขออวยพรให้ทุกท่านปราศจาก โรคภัยไข้เจ็บ มีสุขภาพแข็งแรงทุกท่านทุกคนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไปขอเชิญผู้มาชี้แจง มีประเด็นจะชี้แจงไหมครับ เชิญเลยครับ🔗

นายจเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

เรียนท่านประธานสภาและท่านสมาชิกทุกท่าน ผมในนามของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่าน ที่ได้กรุณาให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ และได้สะท้อนเนื้อหาที่ผมคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อองค์กรแล้วก็จะได้นำไปปรับปรุง🔗

ผมขออนุญาตตอบเพิ่มเติมบางประเด็นเพื่อให้สมบูรณ์ในการอภิปรายนะครับ ของท่านกัลยพัชร รจิตโรจน์ ต้องขอขอบคุณท่านที่ให้ความสนใจต่อการดูแลผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านมากที่กรุณาให้กำลังใจในเรื่องของจำนวนผู้ป่วยที่มีจำนวน มากกว่าเป้าหมายมาก อย่างไรก็ตามก็ให้ความสบายใจกับท่านว่า ถ้าหากท่านดูงบประมาณ ในปี ๒๕๖๖ นี้ งบประมาณส่วนนี้เราตั้งไว้ที่ ๑,๒๖๕ ล้านบาท แต่ว่าในปี ๒๕๖๗ นี้ เราได้ตั้งไว้ที่ ๒,๗๖๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าเราทราบว่า มีผู้สูงอายุหรือว่าผู้ที่ต้องดูแลที่ติดบ้าน ติดเตียงจำนวนมาก แล้วปี ๒๕๖๘ ที่กำลังจะมาถึงนี้ เราได้ตั้งไว้ที่ ๒,๙๐๐ ล้านบาท ในงบส่วนนี้เราได้บรรจุภาวะสมองเสื่อม ภาวะที่ต้องดูแล ในระยะท้าย หรือภาวะที่ต้องดูแลในสถานชีวาภิบาลเข้าไว้ด้วยหมดแล้ว แล้วก็จะได้รับ ประเด็นของท่านในการดูแลผู้ป่วยในลักษณะออนไลน์หรือดูแลที่บ้านมากขึ้น🔗

ส่วนของท่านนิพนธ์ คนขยัน ต้องขอขอบคุณท่านที่กรุณากล่าวถึงเรื่องยาเสพติด ซึ่งในตัวเลขของที่เรารายงานนี้อาจจะไม่ได้ระบุชัด แต่ก็ให้ความสบายใจกับท่านว่า ทางกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติก็ได้ให้ความสำคัญต่อการดูแลผู้ป่วยติดยาเสพติด โดยรับนโยบายจากกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องการการดูแลตั้งแต่เริ่มต้นในชุมชนที่เรา เรียกว่า Community Based โดยที่ทางกองทุนนี้ได้ใช้กลไกของกองทุนสุขภาพระดับพื้นที่ หรือกองทุนตำบลลงไปดูแล จะเห็นว่าในหลาย ๆ พื้นที่ได้มีการนำเงินกองทุนนี้ไปใช้ ตัวอย่างเช่น ที่อำเภอเก้าเลี้ยวได้มีการดำเนินการในลักษณะที่ใช้ ๕ กัลยาณมิตรลงไปดูแล ผู้ป่วยติดยาเสพติด ได้แก่ ใช้ครู ใช้ตำรวจ ใช้พระภิกษุในพื้นที่ ใช้กลไกท้องถิ่น และโรงพยาบาล ร่วมกันดูแลผู้ป่วยยาเสพติดในชุมชน นอกจากนั้นในเรื่องการดูแลรักษายาเสพติด เราก็ได้ ออกกติกาว่า สามารถให้บริการที่บ้านได้ ซึ่งในปีที่ผ่านมาก็มีผู้รับบริการดูแลที่บ้านหลังจากที่ อาจจะมีภาวะวิกฤติในช่วงแรกถึง ๑๓,๐๐๐ คน เราก็ใช้วงเงินถึง ๓๐๐ ล้านบาท ในการดูแล ก็ให้ความมั่นใจกับท่าน แล้วก็รับประเด็นของท่านที่อาจจะไปดูเพิ่ม แต่ก็ต้องขออภัยท่านว่า สปสช. เราไม่ได้มีงบประมาณสำหรับจ้างบุคลากร เราให้เป็นค่าบริการสาธารณสุข🔗

ท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ ผมขอขอบคุณท่านมากนะครับ ที่กรุณา ได้นำเสนออย่างง่ายโดยใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษของสัญลักษณ์ขององค์กรนะครับ ในการสื่อสารให้กับพี่น้องประชาชนได้เข้าใจนะครับ แล้วก็อยากจะมีประเด็นเสริมท่าน เล็กน้อยนะครับ ก็คือเรื่องของกรณีการที่ท่านถามว่ายังมีปัญหาเรื่องการใช้ใบส่งตัว ต้องเรียนว่าหลักการของระบบหลักประกันสุขภาพยังสนับสนุนให้พี่น้องประชาชน ได้ลงทะเบียนยังหน่วยบริการใกล้บ้าน ที่เป็นหน่วยบริการประจำนะครับ และอยากจะให้ พี่น้องประชาชนได้รักษาใกล้บ้านก่อนนะครับ และถ้าหากมีความจำเป็นก็จะมีระบบส่งต่อ แต่ก็ทราบอยู่ดีนะครับว่า ในอดีตที่ผ่านมาระบบส่งต่อนี้ก็จะใช้เป็นในลักษณะกระดาษ ซึ่งอาจจะทำให้ไม่สะดวก ซึ่งตอนนี้เมื่อหลังจากดำเนินการนโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกที่ เราก็ได้ทยอยเปลี่ยนระบบการส่งต่อจากระบบที่ใช้กระดาษไปเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ อย่างที่เรากำลังจะเริ่มในกรุงเทพมหานครนี้นะครับ ที่เคยมีปัญหา ที่คลินิกจำนวนหนึ่ง อาจจะปฏิเสธการส่งต่อในลักษณะที่ให้กระดาษที่ส่งต่อกับผู้ป่วยไป ก็จะเปลี่ยนระบบเป็น ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดได้ที่เป็นทางเลือก ก็เชื่อว่าจะช่วยทำให้พี่น้องประชาชนไม่ต้อง เดินทางกลับมาเพื่อรับกระดาษที่เรียกว่าใบส่งตัวนะครับ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะช่วยทำให้ระบบ การบริการดีขึ้น แล้วก็ยินดีที่รับข้อเสนอของท่านในหลาย ๆ ประเด็นที่อยากจะให้เน้น เรื่องการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค ซึ่งตามที่ผมรายงานไปนะครับ งบบริการสร้างเสริม สุขภาพป้องกันโรคนี้อยู่ในกองทุนหลักประกันสุขภาพด้วยนะครับ เป็นสัดส่วนประมาณ ร้อยละ ๑๐-๑๑ ต่อปี ซึ่งในทุก ๆ ปีเราพยายามจะหากิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค เข้ามาเพิ่มเติมนะครับ ก็คิดว่าจะรับประเด็นท่านไป แล้วก็ขอขอบคุณท่านมากที่ได้แสดงถึง ปรัชญาของหลักประกันที่ใช้คำว่า จน เจ็บและเจ๊ง ซึ่งก็หมายถึงว่าถ้าเราปล่อยให้คนที่ยากไร้ เจ็บแล้วก็เกิดมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณในการดูแลตัวจนกระทั่งล้มละลาย จากการเจ็บป่วย อันนี้ก็จะเป็นปัญหาของประเทศต่อไป ซึ่งปรัชญาของการสร้างหลักประกัน สุขภาพถ้วนหน้าก็คงจะต้องป้องกันไม่ให้พี่น้องประชาชนต้องล้มละลายจากการเจ็บป่วยนี้ละครับ เป็นประเด็นสำคัญ เดี๋ยวจะรับไปขับเคลื่อนตรงที่ท่านให้คำแนะนำต่อนะครับ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในเรื่องกรุงเทพมหานครที่ท่านกรุณาให้คำแนะนำในเรื่องของงบประมาณ ที่มีเหลืออยู่ในกรุงเทพมหานครในส่วนที่เรียกว่า กองทุนสุขภาพระดับพื้นที่ ซึ่งผมได้ตรวจสอบแล้วนะครับ ขณะนี้มีงบประมาณเหลือทั้งสิ้น ๑,๓๕๙ ล้านบาท แล้วก็ขออนุญาตรายงานท่านว่า ขณะนี้กลไกการอนุมัติที่เดิมเคยเป็นอุปสรรคที่ว่าแต่ละเขต ต้องไปอนุมัติ ขณะนี้ได้มีการปรับระบบให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถอนุมัติได้ ก็เชื่อว่า จะทำให้กลไกการอนุมัติรวดเร็วขึ้น และเดี๋ยวผมจะดูประเด็นในเรื่องของที่ว่าเราอาจจะลด การใช้เอกสารอย่างไรเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการดำเนินการมากขึ้นนะครับ🔗

ของท่านสิริลภัส กองตระการ ผมต้องขอบคุณท่านมากนะครับ จากที่ผม ได้ติดตามท่านหลายเวทีที่ได้มีโอกาสพบกัน ก็พบว่าท่านให้ความสนใจต่อปัญหาจิตเวช และท่านเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ สปสช. เราเองนี้เราต้องขับเคลื่อนงานจิตเวชครบวงจรนะครับ ก็เห็นด้วยกับท่านนะครับว่า จิตเวชยังเป็นปัญหาสำคัญ แล้วผู้ป่วยจิตเวชส่วนใหญ่ ท่านอาจจะไม่มีการเรียกร้องมากนักเนื่องจากท่านป่วย ดังนั้น ผมคิดว่าก็ขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง ในการที่ท่านกรุณาสะท้อนปัญหาในเรื่องจิตเวช แล้วก็จะนำข้อเสนอของท่านไปดูเรื่องปัญหา จิตเวชต่อไป ซึ่งหลายปัญหาเมื่อเราเห็นข้อมูลแล้ว ผมคิดว่าเราก็เป็นหน่วยงานหนึ่ง ที่เราจะต้องขับเคลื่อนในการแก้ปัญหานั้นด้วยนะครับ🔗

ท่านอลงกต มณีกาศ ท่านได้ให้คำแนะนำหลายส่วนนะครับ ท่านถามเรื่อง ใบส่งตัว เมื่อสักครู่นี้ผมได้อธิบายไปแล้วนะครับว่า ใบส่งตัวนี้จริง ๆ เจตนารมณ์ของใบส่งตัวนี้ เพื่อให้หน่วยที่รับผู้ป่วยได้รู้ประวัติ ฉะนั้นจะใช้เป็นกระดาษ ใช้เป็นอิเล็กทรอนิกส์ จริง ๆ ก็ได้นะครับ แต่ว่าเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปการใช้กระดาษอาจจะดูเป็นภาระต่อผู้ป่วย และโรงพยาบาล เราพยายามจะเปลี่ยนระบบนะครับ เป็นใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีการนำร่อง ๓๐ บาทรักษาทุกที่ไป ๔๕ จังหวัดแล้ว ก็เปลี่ยนระบบให้มีทางเลือกกับพี่น้องประชาชน ที่จะใช้ระบบส่งตัวที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ คือพี่น้องประชาชนสามารถจะเก็บประวัติการดูแล ของตนเองได้ อาจจะเป็น Application หรืออะไรต่าง ๆ และสามารถนำไปให้ผู้ให้บริการ ดูได้นะครับ ท่านได้กรุณาถามว่า ๓๐ บาทนี้เราจะเก็บหรือไม่ อย่างไร และจะเปลี่ยนหรือไม่ ต้องเรียนว่าการเก็บค่าธรรมเนียมต่อครั้งนี้เป็นอำนาจของบอร์ดในการกำหนด แต่ผมเข้าใจว่า โดยปรัชญาการเก็บค่าธรรมเนียมต่อครั้งนี้เป็นไปเพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนมาใช้บริการ เกินความจำเป็น แต่จำนวนที่จะเก็บนี้ก็คงจะอยู่ที่สภาวะในขณะนั้นนะครับว่า วงเงินขนาดนั้นนี่ ถ้าเราเก็บมากไปจะทำให้พี่น้องประชาชนเป็นอุปสรรคในการเข้ารับบริการหรือไม่ ผมคิดว่า ตัวเลข ๓๐ บาท ณ ปัจจุบันในพื้นที่ต่างจังหวัด อาจจะยังเป็นตัวเลขที่มีความสำคัญ ถ้าเราเก็บมากขึ้นนะครับ ก็อาจจะมีพี่น้องบางคนเป็นอุปสรรคในการเข้ารับบริการ แต่อย่างไรก็ตามผมก็จะรับประเด็นนี้ไปดูครับว่า ณ สถานการณ์ปัจจุบันนี้ ควรจะเป็นอย่างไรนะครับ🔗

ท่านได้ให้คำแนะนำว่า การฟอกไตอาจจะมีปัญหาในเรื่องของจำนวนผู้ล้าง ที่หน่วยที่ล้างไต ต้องเรียนท่านว่าขณะนี้หน่วยที่ให้บริการล้างไตก็อาจจะเป็นนิมิตหมายที่ดี ว่ามีหน่วยที่ล้างไตทางเส้นเลือดเพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๖ ในรายงาน ๘๕๕ แห่ง ขณะนี้ ในปี ๒๕๕๗ มี ๙๓๙ แห่ง จำนวนเครื่องที่สามารถให้บริการได้ ๑๓,๗๗๒ เครื่อง แต่อย่างไรก็ตาม เราก็มีบริการที่เป็นทางเลือกกับพี่น้องประชาชนที่เป็นการล้างไตทางหน้าท้องด้วยเครื่อง เรียกว่า Automated Peritoneal Dialysis นะครับ ซึ่งสามารถล้างวันละครั้งในตอนกลางคืน แล้วก็กลางวันก็สามารถไปทำมาหากินได้ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราจะพยายามรณรงค์ให้พี่น้อง ประชาชนได้ความสะดวกมากขึ้นนะครับ🔗

ส่วนที่ท่านให้คำแนะนำในเรื่องของการสร้าง นำซ่อม อย่างที่ผมเรียนไปว่า งบสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคเรามีอยู่แล้ว เดี๋ยวผมจะรับประเด็นไปดูนะครับว่า จะทำอย่างไรให้เกิดกระแสในพี่น้องประชาชนได้ให้ความใส่ใจต่อการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคมากนะครับ🔗

แล้วท่านก็ได้แนะนำว่าจะให้ทาง สปสช. หรือกองทุนได้จัดรถ Stroke หรือไม่ ก็เรียนว่าโดยงบประมาณค่าบริการใน พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาตินี่เราให้เป็น ค่าบริการ อย่างเช่นกรณีรถ Mobile Stroke Unit ถ้ามีการให้บริการก็สามารถเบิกค่าบริการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการฉีดยาละลายลิ่มเลือด หรือในปัจจุบันก็เรียนท่านเพื่อให้เกิดความสบายใจว่า เรามีเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Mechanical Thrombectomy คือใช้สายเข้าไปลากเลือดออกมา จากสมองได้ ซึ่งจะทำให้ระยะเวลาในการให้บริการที่เป็นผู้ป่วยสามารถชะลอระยะเวลาได้ถึง ๒๔ ชั่วโมงนะครับ🔗

นอกจากนั้นก็ต้องขอบพระคุณท่านมากนะครับ ที่กรุณากล่าวถึงงบ แพทย์แผนไทยอีก ๕๐๐ ล้านบาทของปี ๒๕๖๘ ซึ่งท่านเป็นส่วนหนึ่งที่ได้กรุณาแปรญัตติ ให้กับกองทุน ซึ่งส่วนนี้จะได้นำไปใช้ในเรื่องของยาสมุนไพรแผนไทย ซึ่งท่านได้กรุณาถามว่า เราจะมีมาตรการอย่างไรในการขับเคลื่อน ผมก็ย้ำนะครับว่า ยาแผนไทยไม่ใช่ยาที่ไม่ดี แต่เป็นยาที่เราอาจจะต้องทำความเข้าใจกับผู้ใช้คือแพทย์ ว่ามันมีบางตัวที่สามารถทดแทนได้ ขณะนี้ก็ทำงานกับทางกรมการแพทย์แผนไทยอยู่นะครับ ในการที่จะเพิ่มยาอีกหลายตัว ก็จะรับประเด็นตรงนี้ไปนะครับว่าเราจะเพิ่มตรงนี้ได้อย่างไร🔗

แล้วก็เรียนท่านว่า สปสช. นี้จริง ๆ เป็นหน่วยงานอิสระภายใต้การกำกับ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ไม่ได้มีสายบังคับบัญชาในการสั่งการ หน่วยบริการใดในประเทศไทยเลยนะครับ เพียงแต่ว่าเราจะต้องใช้งบประมาณที่เรามีอยู่ ลงไปสนับสนุนบริการให้เกิดขึ้น แล้วก็ขอบคุณท่านมากนะครับ ที่กรุณาให้คำแนะนำ ในเรื่องการฟังปัญหา เพราะในพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มาตรา ๑๘ (๑๓) กำหนดให้ทางกองทุนและคณะกรรมการต้องรับฟังความเห็นของพี่น้องประชาชนนะครับ ซึ่งตรงนี้ก็ให้ความมั่นใจกับท่านนะครับว่า คงไม่ถืออำนาจในการที่บริหารงบประมาณ แล้วจะไปสั่งคนโน้นคนนี้ แต่จะระมัดระวังในเรื่องของการออกนโยบายต่าง ๆ ว่าจะเกิด ความรู้สึกดังกล่าวหรือไม่ แล้วก็พยายามสื่อสารกับภายในองค์กรไม่ให้เกิดประเด็นตรงนั้นนะครับ🔗

ส่วนของท่านอาจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ซึ่งท่านอาจารย์ได้กรุณากล่าวถึง เรื่องงบประมาณและความเพียงพอนะครับว่าจะเพียงพอหรือไม่ ก็ต้องเรียนว่าจริง ๆ เรามีอยู่ในรายงาน ในหน้า ๘๐ เรื่องว่าขณะนี้เราใช้งบประมาณด้านสุขภาพอยู่ประมาณ ร้อยละ ๔ ในช่วงโควิดก็ขึ้นไปถึงร้อยละ ๕ ก็มีนักวิชาการได้พูดถึงนะครับว่าควรจะใช้ งบประมาณเท่าไรของด้านสุขภาพต่อ GDP ก็คิดว่าไม่เกินร้อยละ ๕.๕ นี่ละครับ ก็จะอยู่ ที่เหมาะสม และสิ่งที่เราดูเพิ่มเติมก็คือดูว่าพี่น้องประชาชนต้องจ่ายเงินจากกระเป๋าตัวเอง ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Out of Pocket เท่าไร ต้องเรียนว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่พี่น้อง ประชาชนจ่ายเงินจากรายได้ของตนเองน้อยเมื่อเทียบกับประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ โดยสัดส่วนของเราอยู่ที่ประมาณร้อยละ ๙ ซึ่งเทียบเท่ากับประเทศชั้นนำของโลก ที่เรียกว่า ประเทศในกลุ่ม OECD หรือประเทศพัฒนาแล้ว ดังนั้นถามว่าตัวเลขนี้มันสำคัญอย่างไร ก็สำคัญที่ว่าเขาเชื่อนะครับ ทาง WHO หรือองค์การอนามัยโลกเขาเชื่อว่า ถ้าเราปล่อยให้ พี่น้องประชาชนต้องควักกระเป๋าจ่ายเกินกว่าร้อยละ ๒๐ จะทำให้พี่น้องประชาชนเกิดภาวะ ที่เรียกว่าล้มละลายจากการเจ็บป่วยจนเป็นปัญหาของประเทศได้ ดังนั้นก็ขอบคุณ ท่านอาจารย์ที่กรุณาให้คำแนะนำและเราก็คงยังต้องติดตามตัวนี้นะครับ และมาตรการต่าง ๆ ที่เราจะดำเนินการและที่เราดำเนินการมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพยายามกระจาย บริการลงสู่บริการที่เรียกว่าปฐมภูมิ ซึ่งอาจจะทำให้ค่าใช้จ่ายบางส่วนลดลง แล้วก็เก็บเงิน ที่เราสามารถประหยัดได้จากการให้บริการปฐมภูมิมากขึ้น ไปซื้อยาที่มีราคาแพงเข้ามารักษา มากขึ้น อันนี้ก็เป็นยุทธวิธีอันหนึ่งนะครับ เราก็ต้องเข้าใจว่าในประเทศของเราอาจจะไม่มี งบประมาณมากเพียงพอที่จะซื้อทุกอย่างเข้ามาได้ แต่ก็ต้องใช้เงินอย่างระมัดระวัง แล้วก็ ผมให้ความสบายใจกับทุกท่านว่าที่เราไปสื่อสารกับนานาอารยประเทศนี้ เขาไม่ได้แข่งกัน ที่จำนวนเงินที่ใช้นะครับ เขาดูกันที่ว่าเราใช้เงินอย่างคุ้มค่า มีความฉลาดในการใช้หรือไม่ และใช้เทคโนโลยีที่จำเป็นเหมาะสมต่อประเทศหรือไม่ อย่างไร บางเทคโนโลยีเรายังไม่เข้าไป เพราะว่ามันเป็นเทคโนโลยีที่ยังอยู่ในช่วงราคาแพง แต่เมื่อเทคโนโลยีราคาลงหรือกำลังลง เราอาจจะเข้าไปช่วงนั้นนะครับ อันนี้ก็ให้ความมั่นใจนะครับ🔗

ส่วนท่านเกียรติคุณ ต้นยาง ท่านกรุณาถามถึงถุงทวารเทียม ก็เรียนท่านว่า ปีที่แล้วอาจจะเป็นปีตั้งต้นนะครับ ที่เราใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศ คือถุงทวารเทียม ปี ๒๕๖๗ เราตั้งถุงทวารเทียมไว้ที่ ๖ ล้านชิ้น มากกว่าเดิมจำนวนมากนะครับ เพราะว่า เราเข้าใจครับ แล้วก็ให้ความมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนที่มีความจำเป็นต้องใช้ถุงทวารเทียม ท่านไม่จำเป็นต้องไปซื้อเพิ่มนะครับ ท่านสามารถเบิกจากระบบของเราได้ แล้วก็เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ประเทศไทยเรานี้ ซึ่งเป็นประเทศเกษตรกรรมที่ผลิตยางพารา ได้ใช้ยางพาราของตนเองในการผลิตถุงทวารเทียม สปสช. ก็มีนโยบายในการพยายาม ใช้ผลิตภัณฑ์ในประเทศ เพราะเงินก็หมุนในประเทศครับ เพราะฉะนั้นเงินก็จะไปไม่รั่วไหล ออกไป ก็ขอบคุณท่านมากนะครับที่กรุณานำประเด็นตรงนี้ขึ้นมา แล้วก็ให้ความมั่นใจกับท่าน🔗

ส่วนเรื่องเข็มฉีดอินซูลิน เผอิญเวลาเราจัดค่าบริการในลักษณะเหมา ให้กับหน่วยบริการ เราก็เชื่อว่าหน่วยบริการจะจัดอุปกรณ์พร้อมให้กับพี่น้องประชาชน แต่ผมจะกลับไปดูนะครับว่า ถ้ามีปัญหาว่าพี่น้องประชาชนได้แต่ตัวอินซูลินแต่ไม่ได้เข็มด้วย เราอาจจะต้องใช้มาตรการคล้าย ๆ ถุงทวารเทียมในการที่จะจัดออกมาเพื่อให้กับพี่น้อง ประชาชนได้รับ ก็ขอบคุณท่านมากที่กรุณาสะท้อนปัญหาตรงนี้ และผมคิดว่าเป็นปัญหา สำคัญมาก ๆ ในการที่จะขับเคลื่อน🔗

ในส่วนสุดท้ายท่านอดิศร เพียงเกษ ผมต้องขอขอบคุณท่านมากที่กรุณา นำบทเรียนจริงของท่านเผยแพร่ต่อพี่น้องประชาชนให้เข้าใจถึงคำว่า ความเจ็บป่วย ที่บางครั้งเป็นความเจ็บป่วยที่มีราคาแพง และมีความจำเป็นต้องเข้ารับบริการอย่างทันท่วงที ก็เรียนท่านว่าในปี ๒๕๖๖ เรามีนโยบายให้มะเร็งรักษาทุกที่ เราก็เข้าใจว่าเราให้ไปทุกที่ก็จริง แต่บางครั้งก็ยังมีคิวอยู่ โดยเฉพาะเครื่องฉายรังสี ซึ่งขณะนี้ผมได้ติดตามสถานการณ์ อยู่ตลอดเวลานะครับ ก็พบว่ามีการนำเข้าเครื่องฉายรังสีจำนวนมากขึ้น แล้วผมก็ได้พยายาม เพิ่มเติมหน่วยบริการเอกชนที่มีให้บริการ ทั้งการผ่าตัด ให้ยา Chemotherapy แล้วก็ฉายรังสีเพิ่มขึ้น🔗

ผมต้องขอขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนที่ท่าน สส. ผู้ทรงเกียรติหลายท่าน ได้กรุณาสะท้อนปัญหา และผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์ในการให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพ และกองทุน ในการพัฒนากองทุนของเราให้มีประสิทธิภาพและเป็นที่พึ่งของประชาชนต่อไป ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดติดใจที่จะซักถามต่อไปแล้วนะครับ ผมถือว่าที่ประชุมนี้รับทราบ รายงานการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ แล้วนะครับ ขอบคุณมากครับ ขอบคุณสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติทุกท่านครับ🔗

นายทศพร เสรีรักษ์ แพร่

ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

เรื่องด่วน🔗

นายทศพร เสรีรักษ์ แพร่

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ด้วยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีน้ำท่วมอย่างหนักในภาคเหนือ ทั้งเชียงราย น่าน พะเยา แพร่ แล้วก็กำลังจะไปท่วม อีกหลายจังหวัด สร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมากมาย กระผมจึงขออนุญาตเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ศึกษาปัญหาน้ำท่วมในภาคเหนือ เพื่อส่งข้อเสนอแนะให้รัฐบาลได้ดำเนินการต่อไป ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ มีผู้รับรอง ถูกต้อง เชิญญัตติต่อไปครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาหาแนวทางในการรับมือการเผชิญเหตุและมาตรการ ในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุภัยพิบัติและอุทกภัยในประเทศ ตลอดจนการศึกษา หาแนวทางในการบริหารจัดการน้ำ และการแจ้งเตือนภัยทั้งระบบเพื่อรับมือกับเหตุภัยพิบัติ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อส่งข้อเสนอแนะให้คณะรัฐมนตรีรับไปดำเนินการต่อไป ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง เชิญต่อไปครับผู้เสนอญัตติ🔗

นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ดิฉันขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๕๔ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้แก่พี่น้องประชาชน เพื่อความปลอดภัยและการดำรงชีวิตที่ดี เพื่อให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ🔗

นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ดิฉันอภิปราย ต่อเลยได้ไหมคะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวให้จบก่อน ผมจะต้องขอถามว่า มีผู้ใดขัดข้องไหมถ้าจะนำญัตติด่วนทั้งหมดขึ้นมาพิจารณาก่อน วาระอื่น ๆ กรุณารอสักครู่นะครับ เชิญอีกญัตติหนึ่งครับ คุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษา ปัญหาพื้นที่น้ำท่วมแล้ว พื้นที่น้ำกำลังจะท่วม และพื้นที่น้ำท่วมต่อไป เพื่อส่งให้คณะรัฐมนตรี ดำเนินการต่อไปครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ เนื่องจากว่ามีสมาชิกเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเพื่อให้สภาพิจารณาเป็นเรื่องด่วนนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) จำนวน ๔ ญัตติ ดังนี้🔗

๑. ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาปัญหา น้ำท่วมในภาคเหนือ (นายทศพร เสรีรักษ์ เป็นผู้เสนอ)🔗

๒. ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาหาทาง ในการรับมือเผชิญเหตุและมาตรการในการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุภัยพิบัติ และสถานการณ์อุทกภัยในประเทศ ตลอดจนการศึกษาหาแนวทางในการบริหารจัดการน้ำ และแจ้งภัยทั้งระบบ เพื่อรับมือกับภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต (นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นผู้เสนอ)🔗

๓. ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษา และแก้ไข ปัญหาน้ำท่วมเพื่อความปลอดภัยและดำรงชีวิตที่ดี (นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู เป็นผู้เสนอ)🔗

๔. ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาปัญหา พื้นที่น้ำท่วมแล้ว พื้นที่น้ำกำลังจะท่วมและพื้นที่น้ำท่วมต่อไป (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นผู้เสนอ)🔗

เนื่องจากข้อบังคับของสภา ข้อ ๒๘ กำหนดให้ที่ประชุมจะต้องพิจารณา เรื่องไปตามระเบียบวาระที่บรรจุไว้แล้ว ผมจึงจะขอถามที่ประชุมว่าจะมีผู้ใดขัดข้องไหม ถ้าจะนำญัตติด่วนด้วยวาจาทั้ง ๔ ญัตตินี้ขึ้นมาพิจารณาก่อนระเบียบวาระอื่นครับ ไม่มีผู้ใด ขัดข้องนะครับ ผมก็จะดำเนินการต่อไปตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ คือนำญัตติด่วนทั้ง ๔ ญัตตินี้ ขึ้นมาพิจารณาก่อนนะครับ เชิญผู้เสนอญัตติเรียงตามลำดับเลยก็ได้ครับ คุณทศพร เสรีรักษ์ ก่อนครับ เชิญครับ🔗

นายทศพร เสรีรักษ์ แพร่

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ตั้งแต่วันที่ ๒๐-๒๑ สิงหาคมที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดแพร่และพื้นที่หลาย ๆ จังหวัดในภาคเหนือ ผมจะขออนุญาต ไม่พูดถึงปัญหาในจังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา หรือจังหวัดเชียงราย เพราะเดี๋ยวสักครู่ก็จะมี เพื่อนสมาชิกในจังหวัดต่าง ๆ ได้ลุกขึ้นมาพูดถึง ผมเลยจะขออนุญาตพูดถึงปัญหาในจังหวัดแพร่ เป็นสำคัญ ปริมาณน้ำจากอำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ที่ไหลเข้าสู่จังหวัดแพร่ เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งน้ำยม ท่วมบ้านเรือนประชาชน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายทศพร เสรีรักษ์ แพร่

เบื้องต้นได้รับผลกระทบ จำนวน ๘ อำเภอ ๔๑ ตำบล ๒๐๔ หมู่บ้าน ๑๘ ชุมชน ๑๗,๗๕๐ ครัวเรือน ที่จังหวัดแพร่ก็ได้มีการตั้ง ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์กรณีอุทกภัยช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ลานวัฒนธรรมในพื้นที่ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ พวกเรา สส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดแพร่ ไม่ว่าจะเป็น คุณหมอนิยม วิวรรธนดิฐกุล สส. วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล หรือผมเอง ก็ได้เข้าไปประสานงาน ที่ศูนย์นี้กับท่านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต. นายกเทศมนตรี อาสาสมัคร ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายราชการทุกฝ่ายเพื่อช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน เราก็จะเห็นจากรูปนะครับ น้ำก็ค่อย ๆ ไหลเอ่อล้นฝั่งแม่น้ำยมเข้าจังหวัดแพร่ จากเขตเทศบาลตำบลป่าแมต น้ำลุกลามไปถึงอำเภอสูงเม่น ไม่ว่าจะเป็นที่เวียงทอง ร่องกาศ สบสาย น้ำชำ ไปจนถึงอำเภอเด่นชัย อำเภอลอง และอำเภอวังชิ้น ความผิดพลาด ของการสื่อสารและของข้อมูลของหน่วยงาน ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่ได้เตรียมการ ที่จะขนของขึ้นสู่ที่สูง ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน ยานพาหนะ ประสบความเสียหายเป็นจำนวนมาก ประชาชนที่มีบ้าน ๒ ชั้นก็นับว่าพอจะโชคดีบ้าง พอน้ำท่วมชั้นล่างก็สามารถขนของหนีขึ้น ชั้นบนได้ แต่บ้านที่มีชั้นเดียวก็จะมีปัญหาค่อนข้างมาก แต่ก็มีหลายพื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่ไกล ๆ ไกลจากตัวเมือง หรือใกล้แม่น้ำยมมาก ๆ กระแสน้ำจะไหลเชี่ยว ทำให้ประชาชนหลายที่ อยู่ในสภาพเหมือนจะติดเกาะ ที่ผมฉายอยู่บนจอจะเป็นตัวอย่างของพี่น้องที่ส่งข้อความ บอกมาในเฟซบุ๊กขอความช่วยเหลือว่าติดอยู่ตรงไหน มีเด็ก มีผู้ใหญ่ มีคนไข้ติดเตียง อยู่ตรงไหน อดข้าว อดน้ำมา ๒ วัน ๓ วัน ๔ วัน บางบ้านมีผู้ป่วยติดเตียงก็ยิ่งลำบาก อย่างแสนสาหัส ในเมื่อน้ำประปาไม่ไหล ไฟฟ้าก็ถูกตัด ผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ที่ต้องมี Suction ไว้ดูดเสมหะ ก็ยิ่งอยู่ด้วยความยากลำบาก ในภาพเป็นผมกำลังพาผู้ป่วยท่านหนึ่งขึ้นเรือมา ผู้ป่วยท่านนี้เป็นโรคไตวายเรื้อรัง ต้องฟอกเลือด สัปดาห์ละ ๓ ครั้ง อยู่ในบ้านซึ่งน้ำท่วมถึงชั้นบนนี้ก็ไม่ไหว เราก็ต้องไปอพยพท่านลงมา แล้วก็สามารถส่งตัวไปฟอกเลือดที่โรงพยาบาลต่อไป🔗

อันนี้เป็นบ้านอีกหลังหนึ่ง ถ้าดูในภาพเราจะเห็นว่ามีบ้านอย่างนี้หลายหลังมาก ที่น้ำท่วมจนมิดชั้นบน ผมมีคนไข้อยู่คนหนึ่ง อายุ ๗๐ ปี ท่านเป็นเบาหวานแล้วแขนขา ก็อ่อนแรง อยู่ติดเตียง แต่พอจะกระดึ๊บ ๆ อะไรไปได้บ้าง ทั้งบ้านมีท่านอยู่คนเดียว ท่านมีน้องสาวอยู่คนหนึ่งก็อยู่คนละบ้าน น้องสาวของท่านจะไปดูแลท่านวันละครั้ง ก็จะจัดอาหาร จัดเครื่องใช้อย่างเต็มที่ไปให้ท่าน ให้สามารถอยู่ได้วันละ ๓ มื้อ เพราะน้องสาว ก็ต้องไปทำมาหากิน วันที่น้ำท่วมถึงชั้นล่าง ญาติพี่น้องก็พยายามที่จะขอให้ท่านออกมา แต่ท่านก็บอกว่าท่านห่วงบ้าน ท่านไม่อยากออก ก็ช่วยกันยกท่านขึ้นไปไว้ชั้นบน แล้วน้ำก็ท่วมสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งในพื้นที่นั้นน้องสาวก็ไม่สามารถเข้าไปได้อีก พยายาม ขอความช่วยเหลือจากศูนย์บัญชาการต่าง ๆ เวลาผ่านพ้นไป ๒ วัน ก็เข้าไปที่บ้านหลังนี้ได้ ก็พบร่างของท่านจมอยู่ในน้ำเรียบร้อย ก็ได้แต่ขนศพของท่านออกมา ผมเพิ่งไปเผาศพ ของท่านเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เราจะเห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็น ทรัพย์สิน ยานพาหนะ ทั้งรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งรถมอเตอร์ไซค์นี้ เป็นพาหนะของคนที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไรนัก หลายบ้านที่เป็นรถพ่วงข้างเอาไว้ขายน้ำ เอาไว้ขายขนม โดนน้ำท่วมเสียหายอย่างหนัก บ้านเรือนชำรุดทรุดโทรม หลายบ้านพังทลายลงมา บ้านหลังนี้ เป็นบ้านแห่งหนึ่ง เป็นภาพของท่าน สส. วรวัจน์ส่งมา คือถูกน้ำพัดไปทั้งหลัง🔗

นอกจากน้ำจะทำลายทำให้บ้าน ทำให้ทรัพย์สินเสียหายแล้ว โคลนก็เป็นปัญหาสำคัญ ความเสียหายที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นทั้งร่างกาย ทั้งจิตใจ ทั้งก่อให้เกิด ความเจ็บป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ป่วยอยู่แล้วก็ทำให้หนักยิ่งขึ้นจนสูญเสียชีวิตไป แล้วโรคที่จะตามมาหลังจากนี้ก็คือโรคติดต่อต่าง ๆ โรคน้ำกัดเท้า โรคฉี่หนู โรคระบบ ทางเดินอาหาร ต้องขอขอบคุณทางศูนย์บัญชาการของจังหวัด ทั้งข้าราชการ เจ้าหน้าที่ พี่น้องประชาชน อาสาสมัคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนช่วยเหลือกันอย่างหนัก รัฐบาล ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ พอรู้ข่าวปั๊บ อย่างในภาพนี้ ท่านรองนายกรัฐมนตรี รักษาการ นายกรัฐมนตรี ภูมิธรรม เวชยชัย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านธรรมนัส พรหมเผ่า ภาพต่อไปครับ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ก็สามารถเข้ามาในพื้นที่ได้อย่างฉับพลัน รวมทั้งท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านยังไม่ได้มาแถลงนโยบายต่อสภา ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ท่านก็ได้เดินทางไปให้กำลังใจแล้วก็ส่งมอบความช่วยเหลือ ถึงแม้ว่าท่านยังไม่สามารถ ที่จะสั่งการให้รัฐบาล ให้ข้าราชการ หรือให้หน่วยงานต่าง ๆ แก้ปัญหาได้อย่างไร แต่ท่านก็มี ความห่วงใย และส่งผ่านความช่วยเหลือผ่านทาง สส. ของพรรคเพื่อไทยในพื้นที่🔗

ผมได้ไปดูที่ศูนย์บัญชาการของจังหวัด เห็นทุกคนขยันขันแข็งในการทำงาน ที่จะต่อสู้เพื่อพี่น้องประชาชน อันนี้ต้องขอชื่นชม แต่ข้อบกพร่องจำเป็นต้องเอามาพูดครับ เพราะถ้าไม่พูด เรามัวแต่อวยกัน มันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ พูดถึงว่าต่อไปนี้มันจะมีพื้นที่ที่น้ำกำลังจะท่วม อันนี้มันก็จะเป็น บทเรียนต่อไปว่า มีข้อบกพร่อง จุดอ่อนตรงไหนที่จะแก้ไข แล้วได้เอาไปใช้ในพื้นที่ที่น้ำกำลัง จะท่วมต่อไป ไม่ว่าจะเป็นสุพรรณบุรีในภาคกลาง หรือว่าสุโขทัย พิษณุโลกที่กำลังท่วม ตามมาติด ๆ ในศูนย์บัญชาการจะเต็มไปด้วยความวุ่นวาย การแจกจ่ายถุงยังชีพ อาหาร ความช่วยเหลือต่าง ๆ ค่อนข้างวุ่นวายแล้วก็เหน็ดเหนื่อย อันนี้ก็ต้องเข้าใจเพราะคนเข้ามา เป็นจำนวนมาก แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องไม่ลืมก็คือว่า คนที่เดือดร้อนจริง ๆ เดินทางมาไม่ได้ เดินทางมาไม่ถึง ติดอยู่กลางน้ำ ติดอยู่ในน้ำเชี่ยว เพราะฉะนั้นทางศูนย์บัญชาการต้องมี มาตรการอะไรที่ดีกว่านี้ที่จะส่งความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค ถุงยังชีพทั้งหลายไปให้ ทำไมครับ จะอ้างว่าไปไม่ได้เพราะน้ำเชี่ยว มีที่ไหนที่ทหารไทย ไปไม่ถึง ในศูนย์บัญชาการก็มีทหาร มีรถ GMC เรามีเฮลิคอปเตอร์ซื้อกันเป็นร้อยเป็นพันล้าน เรามีเรือประสิทธิภาพสูง เรากำลังจะซื้อเรือดำน้ำ เรามี Drone มีงบประมาณของกองทัพ ที่วิจัยเรื่อง Drone ปีละหลายร้อยล้าน ทำไมเราไม่มีอุปกรณ์เหล่านี้ที่จะไปช่วยประชาชน ที่ติดอยู่กลางน้ำเชี่ยว ต้องอดข้าว อดน้ำไปเป็นเวลา ๓-๔ วัน พอพูดถึงเฮลิคอปเตอร์ พูดถึงเครื่องบิน ก็คงจะอดที่จะบอกไม่ได้ว่าที่สนามบินของแพร่ก็เป็นสนามบินที่มีปัญหา เพราะ Runway สั้น การขยาย Runway ตอนนี้ยังขยายไม่ได้ เพราะติดเรื่องการเวนคืนที่ดิน งบประมาณต่าง ๆ ทางกระทรวงคมนาคม ทางรัฐมนตรีสุริยะ ท่านบอกไว้ว่าทุกอย่าง พร้อมแล้ว งบประมาณพร้อม แบบพร้อม มันล่าช้าอยู่ตรงที่ยังเวนคืนที่ดินไม่สำเร็จ แต่ทราบว่า มันมีทางวิ่งที่เหลือเผื่อไว้อีกประมาณ ๓๐๐ เมตร ซึ่งจะทำให้เครื่องบินสามารถลงได้ ซึ่งตรงนี้เดี๋ยวผมจะให้ สส. วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ได้ชี้แจง ได้บอกเล่าในรายละเอียดต่อไป เพราะว่าเวลาในยามฉุกเฉิน ในยามมีความจำเป็นเมื่อไร ถ้ามีสนามบินอย่างน้อย ความช่วยเหลือต่าง ๆ ถ้ามีอะไรหนักกว่านี้ ความช่วยเหลือจะมาทางเครื่องบิน มาทาง สนามบินได้สะดวกกว่านี้ พี่น้องประชาชน รวมทั้งทาง สส. เราเองไม่ได้นิ่งนอนใจ ทาง สส. เรานี้เข้าใจครับ ว่า สส. เรานี้ไม่ได้มีอำนาจ อย่างผม อย่าง สส. วรวัจน์ สส. คุณหมอนิยม เราเข้าไปที่ศูนย์บัญชาการไปเจอกับข้าราชการเราก็จะปรึกษากัน ด้วยความเกรงใจ แต่เราไม่สามารถไปสั่งการอะไรได้ ทางเราก็เลยตั้งศูนย์บัญชาการขึ้นมาเอง หุงข้าว หุงปลา จัดถุงยังชีพ จัดอุปกรณ์ มีอะไรตรงไหนช่วยอะไรประชาชนได้ เราก็ลงเรือ ไปช่วยกัน ก็อยากจะบอกไว้นิดหนึ่งว่า ถ้าเกิดอุทกภัยที่ไหน ศูนย์บัญชาการอยู่ที่จังหวัด จุดเดียวไม่พอครับ ต้องมีศูนย์บัญชาการย่อยไปถึงทุกอำเภอหรือทุกตำบลที่ได้รับปัญหา ไม่อย่างนั้นศูนย์ตรงกลางนี้มันจะทำงานไม่ไหว แล้วประชาชนก็จะเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือ คงต้องจัดหาเรือเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรือท้องแบน เรือที่มีความเร็วที่มีคุณภาพสูง Drone เฮลิคอปเตอร์ที่จะอพยพผู้คนออกมาจากจุดอันตราย ทีนี้พื้นที่บางส่วนในจังหวัดแพร่ อย่างในตัวเมืองน้ำก็ลดลงบ้างแล้ว ปัญหาที่ตามมาคืออะไรครับ ขยะมหึมาและเป็นขยะ ที่เปียก ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่บวมน้ำจนใช้ไม่ได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ เป็นกระดาษ เป็นที่นอน เป็นหมอน มุ้ง ผ้าห่ม ซึ่งพอเปื้อนโคลนและตอนนี้เป็นขยะที่เน่าเหม็น เป็นสิ่งที่ทางการจะต้องเร่งไปเก็บออกมาอย่างรวดเร็ว บ้านยังอยู่ไม่ได้ครับ เต็มไปด้วยโคลน ทั้งนั้น ต้องล้างโคลน ตอนนี้เราก็ระดมรถน้ำจากเทศบาล จาก อบต. ต่าง ๆ ไปช่วยกัน อันนี้ก็ต้องขอขอบคุณทาง อบต. ทางเทศบาลต่าง ๆ รวมทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ช่วยกัน อย่างขยันขันแข็ง แต่ยังไม่พอครับ ก็ต้องขอให้ทางกระทรวงมหาดไทยได้ประสานงาน ให้จังหวัดใกล้เคียงครับ ช่วยส่งรถน้ำเข้าไปทำความสะอาดบ้านเรือนให้ประชาชนโดยเร็ว🔗

อีกอันที่สำคัญครับ บางบ้านอยู่ในพื้นที่ต่ำ รอบข้างน้ำลดไปแล้ว แต่ว่าในบ้านเขา น้ำยังขังอยู่ ตรงนี้ต้องเข้าไปช่วยสูบน้ำออก ใช้ Divo สูบออก ไม่อย่างนั้นโรคฉี่หนู โรคน้ำกัดเท้า โรคระบาดต่าง ๆ จะตามมาครับ ยารักษาโรคทางกระทรวงสาธารณสุขก็คงต้องเตรียมไว้ ให้พร้อม🔗

อันดับต่อไปที่เป็นเรื่องที่สำคัญก็คือ ครอบครัว การทำมาหากินที่เดือดร้อน ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก รัฐบาลต้องเตรียมฟื้นฟูเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็น เงินช่วยเหลือโดยตรงเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย การให้เมล็ดพันธุ์พืชสำหรับไร่นา พืชผล ที่เสียหาย หรือการจ่ายเงินช่วยเหลือสำหรับพืชผลที่เสียหาย การพักชำระหนี้ การลดดอกเบี้ย การให้สินเชื่อของธนาคารทั้งหลายต้องเร่งรีบ ซึ่งอันนี้ทราบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลัง ท่านพิชัย และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านจุลพันธ์ ว่าท่านก็กำลัง พยายามเร่งรัดอย่างเต็มที่ ในระยะยาวไม่ว่าเรื่องแก้มลิง เรื่องอ่างเก็บน้ำ เรื่องแม่น้ำสายใหม่ เรื่องการจัดการน้ำทั้งหลาย ต้องกลับมาพูด มาคิด มาทำกันอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น ผมยังจำได้ ในสมัยที่ผมเป็นโฆษกรัฐบาลในสมัยที่นายกรัฐมนตรี ชื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เรามีเรื่องยุทธศาสตร์ การจัดการน้ำ แต่แผนอันนั้นก็ถูกพับไป คงจำเป็นที่เราจะต้องหยิบขึ้นมาศึกษากันใหม่ ซึ่งผมและพรรคเพื่อไทย แล้วก็เชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๕๐๐ คน ในที่นี้คงพร้อม ที่จะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาศึกษาด้วยกัน เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาในระยะยาว แต่สิ่งเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะปัญหาจริง ๆ มันอยู่ที่ป่าไม้ อยู่ที่ต้นไม้ ภาคเหนือของเราเต็มไปด้วยภูเขา เต็มไปด้วยต้นไม้ยืนต้นที่มีคุณค่า สร้างออกซิเจน ให้บรรยากาศโลกดูดคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นตัวสร้างความชื้น เป็นตัวเก็บน้ำ เป็นตัวป้องกัน น้ำท่วมและเป็นตัวป้องกันภัยแล้ง แต่เราปล่อยให้มีการเผาป่า ถางป่า ปลูกข้าวโพด ซึ่งไม่มีคุณค่าสักเท่าไรเลย แล้วก่อให้เกิดปัญหาเรื่อง PM2.5 ถ้าเราลองเอาตัวเลขมูลค่า ความเสียหายจากน้ำท่วม จากน้ำแล้ง จาก PM2.5 มารวมกัน เอาเงินตรงนี้ไปจ้างให้พี่น้อง ประชาชนเลิกเผาป่า ปลูกข้าวโพด ให้มาปลูกไม้ยืนต้น ให้มาดูแลรักษาป่า ก็จะเป็นความยั่งยืน ที่เราจะแก้ปัญหาได้🔗

สุดท้ายประชาชนทุกคน ประชาชนทั้งประเทศ ต้องช่วยกันครับ ไม่ว่าจะเป็น สส. ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ก็ต้องช่วยกัน ผมขออนุญาตจบลง ด้วยคลิปสุดท้ายที่เป็นวิดีโอ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายทศพร เสรีรักษ์ แพร่

อันนี้เป็นศูนย์บัญชาการของประชาชนครับ ผมซื้อเรือท้องแบนมาเพิ่มอีก ๑ ลำ กำลังจะเตรียมส่งไปช่วยสุโขทัย อันนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่รับพรกลางน้ำ ผมหวังว่าเมื่อเราได้ท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร แถลงนโยบาย และปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ ได้ ครม. ชุดใหม่ พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน และประชาชนจะได้ร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขปัญหา ไม่ว่าน้ำแล้ง น้ำท่วมไปด้วยกัน ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญญัตติที่ ๒ ครับ คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องกล่าวคำขอบคุณท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ร่วมกันเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่อนำปัญหาความเดือดร้อน ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่กำลังประสบกับปัญหาอุทกภัยหลายพื้นที่ทั้งประเทศ มาหารือกัน ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ ผมเชื่อว่าหน้าที่ของผู้แทนราษฎรของพวกเราทุกคน นอกจากการร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนแล้ว ก็คือการเป็นปากเป็นเสียง สะท้อนปัญหาของพ่อแม่พี่น้องประชาชนในรัฐสภา องค์กรฝ่ายนิติบัญญัติที่จะมีอำนาจ ในการส่งข้อเสนอแนะไปยังคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป ดังนั้น ผมอยากจะฝาก เพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ อยากจะให้รับทั้ง ๔ ญัตตินี้ รวมถึงการส่งข้อเสนอแนะไปยัง คณะรัฐมนตรีด้วย🔗

ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือการที่เราจะมีผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต คนที่เข้าอกเข้าใจ รู้จักพื้นที่ รู้จักประชาชน รู้จักปัญหา สภาพปัญหาต่าง ๆ ที่พวกเขาเจอ แล้วสามารถวิเคราะห์ ตกผลึก เข้าใจถึงเนื้อหาในรายละเอียดว่าปัญหา อยู่ที่ตรงไหน จนนำมาสู่การสะท้อนเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่เราจะส่งต่อให้คณะรัฐมนตรีได้ ซึ่งวันนี้ผมและเพื่อนสมาชิกจากเพื่อนร่วมพรรคประชาชน เรามีเพื่อนมาอภิปรายกันหลายคน ๑๕-๑๖ ท่าน เพื่อที่จะนำเสียงสะท้อนเหล่านั้น ทั้งปัญหาเชิงพื้นที่ตามลุ่มน้ำต่าง ๆ หรือปัญหาเชิงประเด็นที่ยังมีอีกหลายส่วนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นแผนเผชิญเหตุหรือการปรับ โครงสร้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมจนถึงระบบการแจ้งเตือนภัยที่เป็นปัญหา เรื้อรังมาเป็นระยะเวลานาน การเกิดอุทกภัยกี่ปี ๆ ปัญหาเหล่านี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ที่วันนี้ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกร่วมพรรคจะมาสะท้อนให้ชัด ๆ ที่เราจะได้ส่งข้อเสนอนี้ ไปยังคณะรัฐมนตรี ซึ่งแน่นอนที่สุดครับ ถึงแม้จะเป็นคณะรัฐมนตรีรักษาการ แต่ผมก็เชื่อว่า คณะรัฐมนตรีที่กำลังจะมาแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อจากนี้ ก็จะรับ ข้อเสนอต่าง ๆ เหล่านี้ไปบรรจุเป็นนโยบายที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะต้องมาแถลงนโยบาย ต่อรัฐสภาด้วยเช่นเดียวกัน ฝ่ายโสตถ้าพร้อมแล้วนำสไลด์ขึ้นได้นะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

อันนี้คือแผนภาพทั้งหมด ที่ผมอยากจะเชิญชวนท่านประธาน เพื่อนสมาชิกและพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทย ทั่วทั้งประเทศครับ ที่กำลังฟังการอภิปรายอยู่ในขณะนี้ ร่วมกันติดตามการฟังอภิปราย ของเพื่อนสมาชิกทุกคน โดยเฉพาะจากพรรคประชาชนที่เรามีการจัดวางองค์ประกอบ แบ่งผู้อภิปรายเชิงประเด็นทางด้านซ้ายมือและแบ่งผู้อภิปรายเชิงพื้นที่ทางด้านขวามือ ที่เรามีตัวแทนพ่อแม่พี่น้องจากพรรคประชาชนกระจายตัวอยู่ทั่วทั้งประเทศ จะมาชี้ให้เห็น ถึงปัญหาการจัดการน้ำทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นลุ่มน้ำโขง ลุ่มน้ำภาคเหนือ ลุ่มน้ำภาคกลาง จนถึงปัญหาน้ำทะเลหนุนบริเวณอ่าวไทย🔗

ท่านประธานครับ จากการที่ตัวผมเองได้ลงพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๓ สิงหาคมที่ผ่านมา ที่อำเภอเวียงแก่น อำเภอขุนตาล และอำเภอเทิง ตามลำดับ เพียงแค่จังหวัดเดียวท่านประธานครับ รายละเอียดของปัญหาแตกต่างกัน ที่อำเภอเวียงแก่นเป็นน้ำป่า ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิก ท่านคุณหมอทศพรที่บอกว่าปัญหา เกิดขึ้นจากการตัดไม้ทำลายป่า ถ้าเรามีป่าซับน้ำมากกว่านี้ ปัญหาน้ำป่าไหลทะลักอาจจะทุเลา เบาบางลง แต่ที่อำเภอขุนตาลและอำเภอเทิงต่างออกไปครับท่านประธาน อำเภอขุนตาล และอำเภอเทิงเป็นพื้นที่ตรงกลางระหว่างกว๊านพะเยาที่รับน้ำมาจากน้ำอิงไหลออกสู่ แม่น้ำโขง ชาวบ้านหลายคนสะท้อนให้ผมฟังว่าเขาเกิดมา ๗๐-๘๐ ปี ไม่เคยท่วมหนัก ขนาดนี้มาก่อนในอำเภอบริเวณนี้ในจังหวัดเชียงราย ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะว่าจังหวัดเชียงรายอยู่ตรงกลางครับ น้ำจากแม่น้ำอิงก็สูง น้ำโขงก็สูง ทำให้เชียงรายท่วมสูงมากที่สุดในประวัติกาล ปัญหานี้เกี่ยวข้องกับอะไรครับท่านประธาน เกี่ยวข้องกับโครงการในการสร้างเขื่อนปากแบง ซึ่งอยู่นอกพื้นที่ของประเทศไทย เราจึงจำเป็นที่จะต้องมีเวทีในการเจรจาการจัดการลุ่มน้ำโขงครับ ที่วันนี้ผมเชื่อว่าเรายังไม่ได้ มีการเจรจาหารือกับประเทศจีนอย่างเต็มที่เพียงพอ เพราะประเทศจีนยังไม่ได้เป็นสมาชิก ของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง นอกจากปัญหาของแม่น้ำโขงตอนบนครับ ที่ผมได้นำเรียน ไปแล้วว่า ในจังหวัดเดียวก็ใช้วิธีการจัดการคนละแบบ ไปที่แม่น้ำโขงตอนล่างครับ ก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งในบริเวณภาคอีสานที่ต้องจัดการอีกแบบหนึ่งเช่นเดียวกัน ที่วันนี้เราจะมี ผู้แทนราษฎร สส. จุฬาลักษณ์ จากจังหวัดเชียงราย และ สส. นิกร จากมุกดาหาร จะมานำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายในการจัดการลุ่มน้ำโขงให้พวกเราฟังครับ🔗

ไปต่อที่การจัดการลุ่มน้ำภาคเหนือครับ ไม่ว่าจะเป็น ปิง วัง ยม น่าน ที่จะมี สส. คริษฐ์ จากจังหวัดตาก และ สส. กมนทรรศน์ ร่วมอภิปรายในประเด็นตรงนี้ครับ จากน้ำเหนือ ที่เมื่อสักครู่ท่านประธานได้รับทราบจากเพื่อนสมาชิกว่ากำลังจะไหลลงสู่ ภาคกลางตามลำดับ ที่ทุกวันนี้เราประสบเหตุจากจังหวัดสุโขทัยครับ คันกั้นน้ำแตก เกิดเหตุภัยพิบัติ เกิดเหตุน้ำท่วมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะมี สส. กิตติภณ จากจังหวัดนครปฐม สส. ทวิวงศ์ จากพระนครศรีอยุธยา สส. อานุภาพ จากสมุทรสงคราม สส. กฤษฐ์หิรัญ จากนครสวรรค์ สส. เจษฎา จากปทุมธานีครับ ที่จะมาอภิปรายให้พวกเราฟังว่าการจัดการ ลุ่มน้ำภาคกลาง ไม่ว่าจะเป็นลุ่มน้ำท่าจีน ทุ่งรับน้ำบางบาล การรับมือกับปัญหาน้ำทะเลหนุน การทดน้ำที่บึงบอระเพ็ดและการจัดการกับพื้นที่นอกแนวเขตกั้นน้ำ เราจะจัดการกันอย่างไร ทุกท่านครับ นอกจากการจัดการปัญหาตามลุ่มน้ำเชิงพื้นที่ที่พวกเรามีผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต รับฟังปัญหา เข้าอกเข้าใจประชาชนในพื้นที่ มานำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายในการจัดการ ลุ่มน้ำอย่างเป็นระบบ ไม่พอเท่านั้นครับ วันนี้เรายังมีผู้แทนราษฎรที่ติดตามปัญหา เชิงประเด็นมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น สส. ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ จากจังหวัดเชียงใหม่ครับ ก่อนหน้านี้ถ้าเพื่อนสมาชิก ท่านประธานติดตามฟังการอภิปรายของเขา จะพบว่าเขาติดตาม การแจ้งเตือนภัยในปัญหาฝุ่น PM2.5 บริเวณภาคเหนือมาโดยตลอด แต่การจัดการกับปัญหา ภัยพิบัติรูปแบบหนึ่งสามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้กับการจัดการภัยพิบัติอีกรูปแบบหนึ่ง นั่นก็คือปัญหาอุทกภัยได้เช่นเดียวกัน ซึ่งวันนี้ สส. ภัทรพงษ์ จะมาอภิปรายข้อเสนอ ที่เกี่ยวข้องกับระบบศูนย์บริหารจัดการ ที่เราเรียกกันว่า War Room ในการรับมือกับภัยพิบัติ หรือการเผชิญเหตุ เรามี สส. สกล จากปทุมธานีครับ คนที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ทางด้านระบบเทคโนโลยี Sensor IoT ต่าง ๆ ระบบโทรมาตรครับ ที่จะให้ข้อเสนอ เชิงนโยบายว่า ถ้าเราสามารถบูรณาการระบบต่าง ๆ นี้เข้าด้วยกันทั้งภาครัฐและเอกชน เราจะสามารถจัดทำระบบการแจ้งเตือนภัยแห่งชาติได้อย่างไร ยังมี สส. เฉลิมพงศ์ จากจังหวัดภูเก็ตครับ พื้นที่ที่เกิดเหตุดินถล่ม อาจจะไม่ได้มาจากเรื่องเขตภัยพิบัติโดยตรง แต่เกี่ยวข้องกับปัญหาฝนตกหนัก ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง ๑๓ ราย มีผู้ได้รับผลกระทบกว่า ๒๐๐ ครัวเรือน เป็นที่เศร้าสลดของพวกเราชาวไทยทั่วทั้งประเทศครับ สส. เฉลิมพงศ์ จะมาอภิปรายเพื่อชี้ให้ทุกท่านเห็นครับว่า ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตกลไกของรัฐมีแล้ว เครื่องไม้เครื่องมือในการเฝ้าระวังมีแล้ว แต่ทำไมถึงเวลาเกิดเหตุจริงถึงใช้การไม่ได้ รายละเอียดปัญหาแบบนี้ละครับ ที่เรามีผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตรู้รายละเอียดของปัญหา และจะชี้ให้เห็นถึงทางออกของปัญหาที่จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป ยังไม่หมดเท่านี้ครับ ท่านประธาน เรายังมี สส. ศุภปกรณ์ สส. ฐิติกันต์ เพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านจากพรรคประชาชน ที่จะมาร่วมอภิปราย เพื่อแสดงให้เห็นถึงว่าปัจจุบันแผนเผชิญเหตุเรามีทั่วถึงทุกองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ทั่วทั้งประเทศแล้วนะครับ แต่แผนเป็นแค่แผน เพราะไม่เคยถูกซักซ้อม พอเกิดเหตุขึ้นจริงจึงรับมือไม่ได้ นอกจากแผนเผชิญเหตุแล้ว ยังมีเพื่อนสมาชิก ที่จะมาอภิปรายเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลไกที่สำคัญที่สุดของรัฐครับ ที่วันนี้ ยังขาดแคลนงบประมาณ ขาดแคลนบุคลากร ขาดแคลนอำนาจในการแก้ไขปัญหารับมือ ภัยพิบัติกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ทุกท่านครับ จากผู้อภิปราย ๑๕-๑๖ ท่าน ที่ผมอาจจะเอ่ยชื่อไม่หมด แต่อยากจะฝากให้ท่านประธานและประชาชนที่กำลังรับฟัง อยู่ทางบ้านครับ ติดตามการอภิปรายของพวกเราต่อจากนี้ ซึ่งผมจะขอสรุปออกมา เป็น ๕ หัวข้อที่สำคัญครับ🔗

ข้อแรก ที่ผมคิดว่าคณะรัฐมนตรีรักษาการชุดนี้และชุดต่อ ๆ ไป จะต้องจริงจัง กับการแก้ไขปัญหาทั้งเฉพาะหน้าและระยะยาวครับ ข้อแรก คือการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ที่ผมได้นำเรียนว่ามีอยู่แล้วแต่ไม่เคยถูกซักซ้อม ๒ เดือนต่อจากนี้ยังอยู่ในหน้าน้ำ มีโอกาส ที่จะฝนตกหนัก น้ำไหลทะลักเข้าสู่พื้นที่ภาคกลางมากขึ้น ทำอย่างไรที่ให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทั่วทั้งประเทศได้ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ถึงเวลาภัยพิบัติมาพร้อมลงมือปฏิบัติทันที🔗

ข้อที่ ๒ รัฐบาลจะต้องมีความชัดเจนในมาตรการการเยียวยาของรัฐครับ แน่นอนที่สุดจะต้องมีพื้นที่บางพื้นที่ที่ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่รับน้ำ จะทำอย่างไรให้มาตรการ การเยียวยามีความชัดเจน ประชาชนทุกคนได้รับการชดเชยเยียวยาในทันทีและทั่วถึง🔗

ข้อที่ ๓ คือเรื่องการวางแผน ทำอย่างไรให้เรามองเห็นระบบการบริหาร จัดการน้ำทั้งระบบดังแผนภาพที่ยังแสดงอยู่แบบนี้ อยู่ตรงหน้าทุกท่านนะครับ จากโขง สู่ภาคเหนือ ภาคกลาง ก่อนไหลออกสู่อ่าวไทย🔗

ข้อที่ ๔ คือเวทีในการเจรจา อย่างที่ผมได้นำเรียนว่าลุ่มน้ำโขงนั้น ไม่ใช่เป็นเฉพาะ ปัญหาของประเทศไทย แต่เป็นปัญหาที่เราต้องใช้เวทีในการเจรจานานาชาติ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งประเทศจีน ที่วันนี้เราอาจจะยังไม่ได้พูดคุยกับเขามากเพียงพอ🔗

ข้อสุดท้าย คือการบูรณาการข้อมูลภาครัฐและภาคเอกชนในการจัดทำระบบ แจ้งเตือนภัยแห่งชาติ🔗

ทั้ง ๕ ข้อนี้ครับ ซักซ้อม ชัดเจน วางแผน เจรจาและบูรณาการ คือข้อเสนอ ที่ผมอยากจะบรรจุไว้ในญัตตินี้ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรส่งข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปให้ คณะรัฐมนตรีไปดำเนินการต่อไป🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน อย่างที่ผมได้นำเรียนว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงการรักษาการ ของคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน แต่ผมคาดหวังครับ และอยากจะเห็นเป็นอย่างยิ่ง ว่าการแถลง นโยบายต่อรัฐสภาของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่กำลังจะมาแถลงนโยบายในอีกไม่กี่สัปดาห์ ต่อจากนี้ จะมีความชัดเจนในแผนการรับไม้รับมือกับปัญหาภัยพิบัติของประเทศ ในอนาคตด้วย ก็อยากจะฝากท่านประธานและเพื่อนสมาชิกไว้เท่านี้ และอยากให้ทุกท่าน ติดตามฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกทุกคนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ ผู้เสนอญัตติที่ ๓ คุณศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ครับ🔗

นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ดิฉันได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๕๔ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้แก่พี่น้องประชาชน เพื่อความปลอดภัยและการดำรงชีวิตที่ดี เพื่อให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ ค่ะ ท่านประธานคะ จากสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ภาคเหนือได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากสถานการณ์อุทกภัย โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดแพร่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยาและจังหวัดสุโขทัย ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ และได้รับความเสียหายเกินกว่า ๕๐,๐๐๐ ครัวเรือน ดิฉันจึงได้นำความเดือดร้อนนี้ เพื่ออยากจะให้รัฐบาลรับไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ในช่วง ๔-๕ วันที่ผ่านมาค่ะ ดิฉันต้องขอกราบขอบพระคุณ ขอบคุณในน้ำใจอันดีงามของพี่น้องชาวไทยทุกภาคส่วน ที่ช่วยสนับสนุนให้ความช่วยเหลืออุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ ถ้าจะกล่าวขอบพระคุณ ทุกองค์กร ทุกความช่วยเหลือ คงมีเวลาไม่พอค่ะท่านประธาน ดิฉันขอยกมาบางส่วน ขอกราบขอบพระคุณครัวพระราชทานของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ท่านปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมชลประทาน กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงกลาโหม มทบ. ๓๕ ม.พัน ๑๒ กอ.รมน. องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ เหล่ากาชาดจังหวัดแพร่ พี่น้องทหาร ตำรวจ เทศบาลเมืองแพร่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในทุกองค์กร มูลนิธิ สมาคม กู้ภัยมาทุกภาคค่ะ ท่านประธาน ทั้งภาคตะวันออก ภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคกลางและภาคเหนือ ดิฉันต้องขอบคุณท่านหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ท่านเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพรรครวมไทยสร้างชาติทุกคน ที่ช่วยเหลือพี่น้องชาวแพร่ทันที ตั้งแต่วันแรกที่เราประสบ อุทกภัยค่ะ ท่านประธานคะ ความทุกข์ของประชาชนคือความทุกข์ของแผ่นดิน ดิฉันเป็น สส. ระบบบัญชีรายชื่อก็จริง แต่ตลอดชีวิตในความเป็นคนเมืองแพร่ ดิฉันผูกพันกับพี่น้อง ประชาชนชาวแพร่ ยามใดที่พี่น้องชาวแพร่มีทุกข์พวกเราจะทุกข์ยิ่งกว่า แล้วเราจะคิดหาวิธี ที่จะแก้ปัญหาเหมือนที่พรรคดิฉันได้ตั้งปณิธานไว้ว่า สู้ให้ทุกปัญหา พึ่งพาได้ทุกเรื่อง ขณะนี้ประชาชนมีความทุกข์อย่างแสนสาหัสในจังหวัดแพร่ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ครัวเรือน ที่ได้รับความเสียหาย ท่านประธานคะ เราต้องให้รัฐบาลรีบจัดการช่วยเหลือโดยด่วน เพื่อให้การดำรงชีวิตอยู่ได้ต่อไป ในช่วงนี้ค่ะท่านประธาน ต้องแก้ปัญหาน้ำประปาขาดแคลน ชาวบ้านต้องล้างโคลนและทำความสะอาดอย่างหนัก ในขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ต้องนำรถน้ำของแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาระดมช่วยทำความสะอาด ให้กับพี่น้องประชาชนทุกหลังคา การประปาส่วนภูมิภาคต้องอนุเคราะห์น้ำ อย่าไปจำกัดว่า ต้องเป็นรถของหน่วยราชการเท่านั้นถึงจะอนุญาตให้สูบน้ำไปได้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ต้องเช็กระบบไฟให้ประชาชน ขณะนี้ไฟฟ้ายังไม่เสถียร ยังติด ๆ ดับ ๆ ในบางหมู่บ้านสะพาน ถนนถูกตัดขาด สัญจรไม่ได้ในบางตำบล อาหาร น้ำดื่ม รีบส่งเข้าไปให้ประชาชน เพราะร้านค้า ในจังหวัดก็ต้องทำความสะอาด ร้านค้าก็ยังปิดอยู่ เพราะเป็นผู้ประสบภัยน้ำท่วมเหมือน พี่น้องประชาชนค่ะ ท่านประธานคะ การเกิดอุทกภัยครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก และอาจจะเกิดขึ้น ได้อีกถ้ารัฐบาลยังไม่แก้ไข การเกิดทุกครั้งเราสูญเสียเงินเป็นพันล้านเป็นหมื่นล้านมาหลายปี ในการแก้ปัญหา ทำไมพวกเรารัฐบาลไม่คิดวิธีลงทุนจัดการเรื่องน้ำในลำน้ำยมให้เสร็จสิ้นไป นอกจากแก้ปัญหาลำน้ำยมแล้วยังมีน้ำป่าที่จะส่งมาจากจังหวัดน่าน ซึ่งบางส่วนลงน้ำน่าน ไปอุตรดิตถ์ แต่บางส่วนก็มาลงหนักในจังหวัดแพร่ ซึ่งดิฉันต้องเรียนท่านประธานค่ะว่า จังหวัดแพร่เป็นจังหวัดที่มีภูเขาล้อมรอบ ในแต่ละเขาก็จะมีน้ำฝนตกมาก็จะชะล้างลงมา เป็นโคลนนะคะ ซึ่งบางส่วนต้องบอกว่าเวลาฝนตกมันจะมีลำน้ำสาขา เช่น ลำน้ำแม่คำ มีลำน้ำแม่หล่าย ถ้าเราจะแก้ปัญหาทั้งน้ำท่วม อุทกภัยและภัยแล้ง เราต้องแก้ด้วย ระบบชลประทานค่ะ งบประมาณในการแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ต้องเรียนท่านประธานเลยค่ะว่า ไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการสร้างอ่าง ทำประตูระบายน้ำ เพื่อบริหารจัดการลำน้ำยม ขณะนี้ที่เรามีอ่างเก็บน้ำเราจะเก็บน้ำได้ประมาณ ๑๘๕ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ถ้าเราเร่งสร้าง ทำโครงการต่าง ๆ จะเก็บน้ำได้มากกว่า ๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร จะแก้ปัญหาได้ทั้งภัยแล้ง และน้ำท่วมได้ค่ะ กรมชลประทานต้องเร่งรัดการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ซึ่งกำลังก่อสร้างอยู่ ในขณะนี้ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาที่ไหลลงแม่น้ำยมให้เสร็จเร็วกว่าแผนที่ตั้งไว้ ๓ แห่งค่ะท่านประธาน มีอ่างเก็บน้ำน้ำปี้ อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา อ่างเก็บน้ำแม่แคม ตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ อ่างเก็บน้ำแม่คำมี ตำบลห้วยโรง อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ ทั้ง ๓ อ่างนี้ได้งบประมาณแล้ว ได้ผู้รับเหมาแล้ว ถ้ากรมชลประทานเร่งรัดก็จะพยายาม ทำให้เสร็จให้เร็วที่สุด ในแผนต่อไปต้องสร้างคันกันดินหน้าฝายแม่ยมเพื่อไม่ให้น้ำเข้าไปท่วม ในบ้านเรือนในเขตบ้านวังดินและบ้านหนองสุวรรณ บริเวณหน้าฝายแม่ยม พร้อมทั้งขุดลอก แก้มลิงหน้าฝายแม่ยมเพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำให้ได้มากขึ้น เร่งสร้างอ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำสาขา แม่น้ำยมที่มีความพร้อมเรื่องแบบและพื้นที่ เพื่อเสนอขอรับงบประมาณ มีประมาณ ๖ แห่ง คือ ๑. อ่างเก็บน้ำแม่สะกึ๋น ๒ ตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ๒. อ่างเก็บน้ำห้วยเป้า ตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ๓. อ่างเก็บน้ำห้วยหม้าย ตำบลห้วยหม้าย อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ๔. อ่างเก็บน้ำแม่พวก (ข่วงบุก) ตำบลแม่พวก อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ๕. อ่างเก็บน้ำแม่ก๋อน ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ ๖. อ่างเก็บน้ำห้วยลวก ตำบลต้าผามอก อำเภอลอง จังหวัดแพร่ ในอ่างตรงนี้ถ้ากั้นเรื่องน้ำไว้ น้ำส่วนหนึ่งก็ไม่ลงน้ำยม น้ำส่วนหนึ่งก็จะเป็นอ่างเพื่อใช้ในโอกาสในภัยแล้งได้ด้วยค่ะ🔗

ในแผนระยะยาวค่ะท่านประธาน กรมชลประทานต้องเร่งศึกษาและออกแบบ อ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำสาขา เพื่อขอรับงบประมาณเพื่อก่อสร้าง เพื่อออกแบบอ่างเก็บน้ำน้ำงาว อำเภองาว จังหวัดลำปาง อ่างเก็บน้ำแม่ปุง ตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ อ่างเก็บน้ำห้วยแม่เต้นตอนล่าง ตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ อ่างเก็บน้ำ ห้วยแม่ต๋ำ ตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ อ่างเก็บน้ำแม่กระทิงตอนล่าง ตำบลไผ่โทน อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ อ่างเก็บน้ำห้วยแม่สูงตอนบน ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ อ่างเก็บน้ำแม่แลง ตำบลเวียงต้า อำเภอลอง จังหวัดแพร่ อ่างเก็บน้ำแม่ต้า ตำบลต้าผามอก อำเภอลอง จังหวัดแพร่ อ่างเก็บน้ำแม่สูงตอนบน ตำบลนาพูน อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ออน ตำบลป่าสัก อำเภอวังชิ้น อ่างเก็บน้ำห้วยแม่พุง ตำบลแม่พุง อำเภอวังชิ้น อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ติ๊ด ตำบลป่าสัก อำเภอวังชิ้น ทั้งหมดนี้ค่ะ ท่านประธานเป็นที่กั้นลำน้ำเพื่อจะสกัดไม่ให้ลงน้ำยม และเพื่อกั้นน้ำในแต่ละภูเขาไว้ค่ะ และเร่งสร้างประตูระบายน้ำเพื่อบริหารจัดการในแม่น้ำยมอีก ๒ แห่งค่ะ อาคารบังคับน้ำ บ้านวังเย็น ตำบลปากกาง อำเภอลอง จังหวัดแพร่ อาคารบังคับน้ำบ้านห้วยอ้อน ตำบลวังชิ้น อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ค่ะ โครงการทั้งหมดนี้ถ้ากรมชลประทานเร่งแก้ปัญหา เร่งออกแบบ เร่งสร้าง ใช้งบประมาณไม่ถึง ๒๐,๐๐๐ ล้านค่ะ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านเองค่ะท่านประธาน เพื่อที่จะทำให้ลำน้ำยม แล้วน้ำป่า เราแก้ปัญหาที่จังหวัดแพร่ได้ จังหวัดต่อ ๆ ไปไม่เกิดน้ำท่วม ไม่เกิดภัยแล้งแล้วค่ะ โครงการส่วนใหญ่กรมชลประทานได้ออกแบบไว้แล้ว เพียงแต่ท่านประธานได้แจ้งให้รัฐบาลได้ช่วยกันแก้ปัญหาตรงนี้ และเราก็จะได้ไม่สูญเสียเงิน ในแต่ละปี ๆ อีกต่อไปค่ะ ดิฉันหวังว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งจากลำน้ำยม ให้กับพี่น้องประชาชนได้ในรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พี่น้องภาคเหนือที่อาศัยลำน้ำยมไปถึงพี่น้องสุโขทัย ภาคกลาง ก็จะได้ประโยชน์ด้วยกันค่ะ🔗

ท่านประธานที่เคารพคะ การเยียวยาฟื้นฟูปัญหาอันเกิดจากภัยธรรมชาติ อุทกภัยในครั้งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน ภาคเหนือกว่า ๕๐,๐๐๐ ครอบครัว จังหวัดแพร่ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ครอบครัว กำลังรอ รัฐบาลที่จะช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน อย่าให้พี่น้องประชาชนมีความทุกข์เพิ่มขึ้น จากน้ำท่วม ทั้งเศรษฐกิจ การทำมาหากินในแต่ละวันก็ทุกข์มากพออยู่แล้ว ดิฉันจะขอติดตาม การแก้ปัญหาของรัฐบาล เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีความสุขหลังจากเจอวิกฤติน้ำท่วม จะได้แบ่งเบาภาระอะไรให้กับประชาชนได้บ้าง จะรอความหวังจากรัฐบาลนะคะ กราบเรียน ท่านประธานค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปญัตติสุดท้าย ขอเชิญคุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กระผมได้ยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง น้ำท่วมแล้ว กำลังจะท่วมต่อไป และจะท่วมต่อไป ไม่มีที่สิ้นสุด ท่านประธานที่เคารพครับ ชื่อญัตติก็บอกอยู่แล้ว ๓ เรื่องด้วยกัน พื้นที่น้ำท่วมแล้ว พื้นที่น้ำกำลังจะท่วม และพื้นที่น้ำท่วมต่อไปอย่างแน่นอนครับ ผมจะขออนุญาตพูดถึง ประเด็นแรกก่อนนะครับ🔗

ประเด็นแรก พื้นที่น้ำท่วมแล้วนี้นะครับ ปีนี้ท่วมหนัก ๆ ก็ประกอบไปด้วย ภาคตะวันออกก็คือจังหวัดตราด จังหวัดจันทบุรี ภาคใต้จังหวัดภูเก็ต ตามมาด้วยดินถล่ม ๑๓ ศพ ภาคเหนืออย่างที่นายแพทย์ทศพรได้กล่าวถึงนะครับ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประสบอุทกภัยร้ายแรง ถือว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อน เสียหาย ล้มตายในพื้นที่เหล่านี้ กระผมจะขออนุญาต ไม่บรรยายอะไรทั้งสิ้น อยากจะพูดถึงเรื่องที่อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงครับท่านประธาน แต่ถ้าผมเป็นพี่น้องชาวภาคเหนือผมก็ดีใจนะครับ ว่าทั้ง ๒ ฝ่าย ฝ่ายบริหารโดยการนำ ของรักษาการนายกรัฐมนตรี ของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายท่าน ลงไปเยี่ยมเยียน แทบทุกจังหวัดนะครับ สร้างความอบอุ่น สร้างขวัญ สร้างกำลังใจให้กับพี่น้องชาวจังหวัด ภาคเหนือ ก็หวังว่าในพื้นที่น้ำกำลังจะท่วมนี้ก็คงจะได้รับความกรุณาจากฝ่ายบริหารลงไป ติดตามดูแลให้ขวัญกำลังใจใกล้ชิดอย่างเช่นภาคเหนือเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นครับ ฝ่ายนิติบัญญัติโดยการนำของท่านประธานไม่ได้ละเลยเลยครับ วันนี้ยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา แล้วมีผู้อภิปรายจำนวนมากด้วยความรัก ความห่วงใย ต่อพี่น้องประชาชน อันนี้เป็นเรื่อง ที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งครับ🔗

ประเด็นสำคัญที่สุดหลังจากน้ำลดครับท่านประธาน เราจะช่วยเหลือดูแล เยียวยากับผู้ที่ประสบอุทกภัยอย่างไรบ้าง จากประสบการณ์นะครับ ผมเรียนท่านประธานครับ ฝากไปถึงรัฐบาลครับ ถึงเวลาหรือยังที่เราจะเลิกแจกถุงยังชีพเสียทีครับ แจกเป็นเงินสดครับ ท่านประธาน ในเรื่องอุปโภคบริโภคพื้นที่เขาดูแลแล้วภาคเอกชนเข้มแข็งมาก นี่เรื่องประการที่ ๑🔗

เรื่องประการที่ ๒ ครับ การใช้ระเบียบของกรมบัญชีกลาง ของ ปภ. นี้ ใช้ได้กับเครื่องไฟฟ้านะครับ ตู้เย็น แอร์ เครื่องซักผ้า เหล่านี้ไปดูได้ว่ามันเสียหาย แล้วจะจัดสรร งบประมาณไปช่วยอย่างไร แต่ประตู หน้าต่าง พื้นกระดานเหล่านี้ไม่มีใครเขาอยากไป สำรวจหรอกครับ อบต. ก็ไม่อยากเข้าไปสำรวจ เพราะมันสร้างความแตกต่างในเรื่องของ การช่วยเหลือเป็นอย่างยิ่ง ยุ่งยาก ลำบากมากครับ ขอให้เลิกเสียที เหมาจ่ายครับ อย่างสมัย รัฐบาล ขออนุญาตเอ่ยครับ รัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นี้เหมาจ่ายเลยครับ หลังละห้าพัน ๆ สองพัน ๆ อย่างนี้ละครับเป็นธรรม และไม่เกิดปัญหาในพื้นที่ด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นถึงเวลาแล้วหรือยังที่หลังน้ำลดอย่างนี้ รัฐบาลจะได้ช่วยเหลือเยียวยา โดยการจัดสรรงบประมาณไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาได้ดูแลถนนหนทาง สะพาน เส้นทางสัญจร สาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่เขาประสบจากอุทกภัย เขาไม่มีงบประมาณ ที่จะมาซ่อมแซมหรอกครับ ก็ต้องอาศัยงบประมาณจากส่วนกลางเข้าไปช่วยสนับสนุน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เขาสามารถที่จะไปดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนได้🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คือพื้นที่กำลังจะท่วมแล้วเป็นพื้นที่ผมด้วยนะครับ แล้วพื้นที่ เหล่านี้ถ้า ๒ น้ำมา ๓ น้ำมานี่ แน่นอนครับ ประสบอุทกภัย แล้วไม่ใช่ ๒ วันนะ ๒ เดือนครับ กว่าน้ำจะลด เรียนอย่างนี้ครับว่า ถ้าน้ำเหนือมา น้ำฟ้ามี ปฐพีจมบาดาลครับ พื้นที่กำลัง จะท่วมนี้ครับ นับตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ลงไปครับ ตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี แล้วมาเจอปราการสุดท้าย ก็คือกรุงเทพมหานครก่อนลงอ่าวไทยหรือก่อนลงทะเลนะครับ ฝั่งตะวันออกก็เช่นเดียวกัน มาลพบุรี มาทางประตูระบายน้ำมหาราชเข้าลพบุรีก็จะท่วมเช่นเดียวกัน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

ฝั่งตะวันตกก็เข้าแม่น้ำท่าจีน ผ่านประตูระบายน้ำพลเทพและประตูระบายน้ำบรมธาตุลงในพื้นที่แม่น้ำท่าจีน สิ่งเหล่านี้นะครับ ถ้าน้ำเหนือมา อย่างในปีนี้ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า เมื่อ ๕ วันที่แล้วเขื่อนชัยนาท หรือเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ ๕๕๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ๕ วันเท่านั้นครับ เพิ่มการระบายน้ำ เป็น ๑,๓๕๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แล้วก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไปถึง ๒,๐๐๐ ๒,๐๐๐ เศษ ถ้ามวลน้ำยังมีมหาศาลขนาดนี้ แล้วถ้าน้ำฟ้ามาด้วย ฝนตกลงมาด้วย ท่านประธานครับ อะไรจะเกิดขึ้นในพื้นที่น้ำกำลังจะท่วม ฝั่งตะวันตกมีสุพรรณบุรี มีนครปฐม ฝั่งตะวันออก ก็ลพบุรีอย่างที่เรียนนะครับ ถ้าระบายน้ำ ผมขออนุญาตขอบคุณชลประทานนะครับ กรมชลประทานนี้ช่วยเหลือมากในเรื่องเครื่องสูบน้ำ น้ำมัน เหล่านี้ก็อาศัยกรมชลประทาน มาดูแลพื้นที่ที่จะให้พี่น้องชาวนาได้เก็บเกี่ยวข้าวให้ทันภายในวันที่ ๑๕ กันยายนนี้ และข้าวปีนี้ ยังราคาดีอยู่นะครับ ข้าวขนาดเกี่ยวหนีน้ำ เขียว ๆ นี่นะครับท่านประธาน ยังได้ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นขณะนี้ชาวนาเขารักษาข้าวยิ่งกว่าชีวิตเขานะครับ ท่านประธานครับ อย่างไรก็ดี ผมไม่ได้ตำหนิกรมชลประทานนะครับ แต่อยากจะพูดในหลักการว่า การบริหารจัดการน้ำ ของกรมชลประทานไม่ได้ดูแต่เฉพาะด้านบนด้านเดียวนะครับ กรมชลประทานต้องไปดูน้ำ ในตอนท้ายที่จะออกไปสู่อ่าวไทยปริมาณมันออกได้ไหมกับมวลน้ำที่ระบายเข้ามา ยกตัวอย่างเช่น ขณะนี้ระบาย ๑,๓๕๐ ลูกบาศก์เมตร น้ำต้นทุนในพื้นที่ที่เขาเรียกว่า น้ำท่า น้ำฝนนี่ตกลงมาเป็นต้นทุนเดิมอยู่แล้ว ระดับน้ำสูงขึ้น ถามว่าแล้วมันระบายออกอ่าวไทย โดยผ่านกรุงเทพมหานครได้จำนวนเท่าไร ถ้าได้ ๑๐๐ ได้ ๒๐๐ แล้วน้ำไปไหนครับ น้ำมันก็ขัง อยู่ในพื้นที่ มันก็ค่อย ๆ ขยับสูงขึ้น สูงขึ้น สร้างความเดือดร้อน ในขณะที่เรารักษากรุงเทพมหานคร เหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องคิดอย่างรอบคอบว่า ถ้าระบายมาเท่าไรแล้วท่านต้องทะลุออกไป สู่ทะเลให้ได้ ไม่ว่าจะทางเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก ผ่านนครปฐม ออกสมุทรสาคร ออกอ่าวไทย เหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องใคร่ครวญอย่างรอบคอบทีเดียวนะครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ มีอยู่ทุ่งหนึ่งที่ผมพูดในสภาแห่งนี้เป็นประจำ อภิปราย อยู่เป็นประจำ ก็คือการระบายน้ำลงในแม่น้ำท่าจีนที่มีศักยภาพน้อยกว่าแม่น้ำเจ้าพระยามาก ลงมาแล้วระบายฝั่งตะวันตกจะไปไหนครับ ไป ๓ ทุ่งด้วยกัน ๑. ทุ่งโพธิ์พระยา อำเภอบางปลาม้า อำเภอสองพี่น้อง รับกรรมทุกปี ลงประตูระบายน้ำพลเทพ ลงประตูระบายบรมธาตุ เข้าผักไห่ เข้าเจ้าเจ็ด ลงมาแล้วนี่นะครับ มาบริเวณนี้แล้ว กรมชลประทานระบายน้ำเข้ามาแล้วนี่นะครับ ปรากฏว่าไม่สามารถที่จะระบายต่อออกไปยังพื้นที่ตอนใต้และออกสู่ทะเลได้ น้ำก็จะขัง บริเวณนี้ ทุ่งโพธิ์พระยาทั้งทุ่งน้ำออกได้ทางเดียวครับ คือทางด้านแม่น้ำท่าจีน ถ้าระบาย ขนาดนี้เข้าประตูระบายน้ำพลเทพ ๕๐ ลูกบาศก์เมตรก็จริง แต่มาระบายที่ประตูโพธิ์พระยา ลงแม่น้ำท่าจีน ๑๐๐ ลูกบาศก์เมตรครับท่านประธาน เอาน้ำจากไหนมา เมื่อแม่น้ำท่าจีน เอ่อล้นตลิ่ง น้ำในทุ่งที่ฝนตกลงมาก็ไม่สามารถระบายออกบริเวณนี้ได้ เหล่านี้นะครับ เป็นข้อที่ กรมชลประทานจะต้องมีแผนรองรับให้ชัดเจน เรามีปัญหาเรื่องนี้มาก ในขณะเดียวกันครับ ทุ่งเจ้าเจ็ดและทุ่งผักไห่ต้องลงไปสู่คลองพระยาบันลือ คลองพระยาบันลือไปถึงพระยาบันลือ ฝั่งเหนือก่อน ข้ามไปเป็นฝั่งใต้ มีเขื่อนขนาดใหญ่ขวางทางน้ำอยู่ แล้วก็ไม่ระบายต่อไปด้วยนะครับ ถ้าไม่ยอมรับมวลน้ำตรงนี้ ถามว่าพี่น้องประชาชนในทุ่งเจ้าเจ็ด ในทุ่งผักไห่ จะประสบปัญหา น้ำท่วมทุกปี นี่คือการต้องบูรณาการเข้าด้วยกันระหว่างสำนักต่าง ๆ ของกรมชลประทานนะครับ🔗

สุดท้ายครับท่านประธานที่เคารพ ที่ผมกำหนดไว้ว่าเป็นพื้นที่น้ำท่วมต่อไป และท่วมอย่างแน่นอน ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ฝากผมมาว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งว่าต้องมีการขุดลอกแม่น้ำ คู คลองทุกลุ่มน้ำ ทุกคลอง ในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทย ขุดลอกเตรียมไว้เลยครับ มันจะสามารถที่จะรองรับปริมาณน้ำจำนวนมาก ได้เป็นอย่างดี ท่านประธานครับ นอกจากนั้นขณะนี้มันเกิดอะไรขึ้นในสภานี้ทราบไหมครับ ท่านประธาน ผมเป็นคนหนึ่งที่ยื่นญัตติเรื่องปัญหาภัยแล้ง อันเนื่องมาจาก El Nino กรรมาธิการกำลังพิจารณาอยู่ครับ ยังไม่เสร็จเลย มาปรากฏน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ หลายจังหวัดขณะนี้น้ำแล้งครับ ต้องขอเครื่อง ขอน้ำจากกรมชลประทาน นั่นหมายความว่า อะไรครับ หมายความว่าทุกคนทราบดีครับ ภาวะโลกเดือด โลกสุดขั้วนี่นะครับ ตก ๆ มาก น้ำมาก ทั่วโลกรู้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นภาวะอย่างนี้ต้องเตรียมครับ ไม่ใช่เรื่องโลกร้อน อย่างเดียวนะครับ โลกเดือดอย่างเดียว พื้นที่รับน้ำที่เรียกว่า Catchment Area นี่นะครับ มันน้อยลงครับท่านประธาน มันกลายเป็นถนน มันกลายเป็นถมไม่ให้น้ำท่วมนะครับ สิ่งเหล่านี้มัน Block น้ำไม่ให้น้ำมีพื้นที่ที่จะอยู่ แล้วมันไปไหนครับ ฝนตก ๒ ชั่วโมง น้ำท่วมแล้ว เพราะอะไร เพราะมันไม่มีทางจะไป เพราะไม่มีทางที่จะเก็บน้ำนะครับ สิ่งเหล่านี้รัฐบาล ต้องตระหนักครับว่า มันจะเกิดขึ้นในอนาคตและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้น ๓ ส่วน ต้องเปลี่ยนด้วยนะครับ โลกเปลี่ยน พื้นที่เปลี่ยน นโยบายประเทศต้องเปลี่ยนครับ นโยบาย ประเทศต้องเปลี่ยน ต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องน้ำเป็นเรื่องหลักของประเทศ โดยเฉพาะ เราเป็นประเทศเกษตรกรรมด้วยนะครับ ต้องเปลี่ยน รัฐบาลต้องมี Megaproject ใหญ่ ๆ ๒๒ ลุ่มน้ำนี่ใครทำครับ สทนช. ครับ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ต้องวางแผนเลยครับ ทั้งประเทศ ๒๒ ลุ่มน้ำทำอย่างไร ถ้าเกิด El Nino ทำอย่างไรถ้าเกิด La Nina ทำอย่างไร จึงจะให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด และยั่งยืนมากที่สุด คุณหมอทศพรพูดไปแล้วเรื่องป่าไม้นี่แน่นอนครับ มันยั่งยืน ระดมปลูกเลยครับ แต่รัฐบาล ต้องมีนโยบายเรื่องนี้ จะทำอะไรครับ ทำอุโมงค์โดยการคิดของ สทนช. Regulator ต้องประสานงานกับพื้นที่ ประสานงานกับสถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในพื้นที่นั้น ๆ เพื่อวาง Master Plan ของลุ่มน้ำนี้แล้วพัฒนาไปเป็นเฟส มันอาจจะเป็นโครงการระยะยาวสัก ๒๐ ปี เพื่อวางพื้นฐานไว้ในอนาคต เรื่องอย่างนี้มีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นครับ อะไรต้องเปลี่ยนอีก กรมชลประทานครับ กรมชลประทานต้องเปลี่ยนโครงสร้างการบริหาร จัดการน้ำหรือไม่ ให้สอดคล้องกับ Master Plan ที่สำนักงานทรัพยากรน้ำทำขึ้น สุดท้าย ที่ต้องเปลี่ยน กทม. ต้องเปลี่ยนครับ โลกเดือดอย่างนี้ในที่สุดแล้ว กทม. จะอยู่ไม่ได้ กทม. เป็นส่วนหนึ่งของการขวางการไหลของแม่น้ำจากภาคเหนือลงมา แล้วมันไปไหนไม่ได้มันก็ท่วม แล้วในท้ายที่สุด กทม. ก็อยู่ไม่ได้เช่นเดียวกันครับ ผมยื่นญัตติไว้ว่า กทม. ต้องคิดแล้ว เมืองหลวงแห่งที่ ๒ ควรจะเกิดที่ไหนครับ ต้องวางแผนระยะยาวแล้ว หลายประเทศทำกันครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เราอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืน เพื่อลูกหลานของเรา ในอนาคตครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปก็จะเป็นการอภิปรายของท่านสมาชิกนะครับ ตอนนี้มีท่านสมาชิกมาลงชื่อ เพื่อขออภิปรายจำนวนทั้งหมด ๓๒ ท่าน จากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ๑๘ ท่าน พรรคร่วมรัฐบาล ๑๔ ท่าน ผมจะเรียกสลับกันไปตามลำดับนะครับ ท่านแรกขอเชิญคุณร่มธรรม ขำนุรักษ์ ครับ🔗

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมขออภิปราย ในญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เพื่อให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการต่อไป🔗

ลำดับแรกครับ ผมต้องขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต แล้วก็ขอเป็นกำลังใจ ให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักแล้วก็น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด หลังจากนี้ ผมก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ให้การเยียวยา และเตรียมตัวรับมือป้องกันผลกระทบที่จะตามมาจากฝนตกหนักและน้ำท่วมเพิ่มเติมต่อไปอีก ท่านประธานครับ ปัญหาน้ำท่วมถือเป็นหนึ่งในภัยพิบัติที่ได้สร้างความเสียหายให้กับพี่น้อง ประชาชนมากที่สุด ซึ่งสาเหตุก็มีอยู่หลายประการครับ ทั้งที่เกิดจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น สภาพอากาศ มรสุม สภาพพื้นที่ แล้วก็น้ำทะเลหนุน ส่วนนี้ก็แก้ยากหน่อยครับ เพราะเราไม่สามารถที่จะฝืนธรรมชาติได้มากครับ แต่อีกสาเหตุที่สำคัญของอุทกภัยก็คือ ปัจจัยจากกิจกรรมต่าง ๆ ของเรา ของมนุษย์นี่ละครับ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ เปลี่ยนแปลงทางน้ำ การตัดไม้ทำลายป่า ทำให้การดูดซับ การชะลอน้ำลดลง ดินพังทลายมากขึ้น อีกทั้งยังมีสิ่งก่อสร้างที่กีดขวางทางไหลของน้ำที่มากขึ้น ส่งผลต่อการระบายน้ำในทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ ไปจนถึงปัญหาที่สำคัญในปัจจุบันนะครับ ก็คือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ ที่ทำให้สภาพอากาศของเราแปรปรวนและรุนแรงมากยิ่งขึ้น แล้งก็แล้ง หนักขึ้นครับ ท่วมก็จะท่วมมากขึ้น ภาวะโลกร้อนได้สร้างความเสียหายต่อพี่น้องแล้วก็ เศรษฐกิจอย่างมหาศาล รัฐบาลจึงต้องให้ความสำคัญ และไม่สามารถจัดการแบบเดิม ๆ ได้ เราจะต้องทุ่มทรัพยากร ทุ่มงบประมาณกับการบริหารจัดการน้ำให้ได้มากที่สุด🔗

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ครับ พี่น้องในพื้นที่ภาคเหนือได้รับผลกระทบ เป็นวงกว้าง อีกทั้งในทางตอนใต้ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ในพื้นที่ของเพื่อนสมาชิกของผมครับ ท่านเฉลิมพงศ์ แสงดี สส. จากเขต ๒ จังหวัดภูเก็ต พื้นที่นี้พี่น้องก็เผชิญฝนตกแล้วก็ดินสไลด์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย ข้าวของแล้วก็บ้านเรือนของพี่น้องได้รับความเสียหายจำนวนมาก จากปัญหาน้ำท่วมของประเทศไทยในช่วงขณะนี้ ผมขออนุญาตใช้โอกาสตรงนี้ด้วย ที่จะขอบคุณภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ เอกชน ภาคประชาสังคม แล้วก็ภาคส่วนการเมืองครับ ที่ได้ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง สำหรับพรรคประชาธิปัตย์เองครับ เราก็มีตัวแทนพรรคที่ได้ไปลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ แล้วก็ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตนะครับ นอกจากนี้เรายังได้มีการเปิด War Room ทำแพลตฟอร์มเพื่อติดตามเฝ้าระวัง แล้วก็ รับแจ้งเหตุ เพื่อให้ความช่วยเหลือแล้วก็ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ต่อจากนี้จะเป็นช่วงเวลาที่น่ากังวลครับ เพราะหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องครับ ทั้งกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงาน ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ นักวิชาการ แล้วก็หลายหน่วยงานก็ได้มีการแจ้งเตือนการเฝ้าระวัง ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากแล้วก็น้ำท่วมในหลายจังหวัด นอกจากนี้ก็ยังมีการคาดการณ์ครับ ว่าจะมีฝนตกหนักในช่วง ๒-๓ เดือนต่อจากนี้นะครับ ก็คือช่วงเดือนกันยายน เดือนตุลาคม ในพื้นที่ภาคเหนือแล้วก็ภาคกลาง และตามมาด้วยในพื้นที่ภาคใต้ในช่วงปลายปีครับ ก็ต้องจับตามองอย่างมากครับ ประกอบกับปัจจัยเสริมอื่น ๆ เช่น พายุหรือปรากฏการณ์ La Nina นะครับ ตอนนี้เราก็กำลังเปลี่ยนจาก El Nino ไปสู่ปรากฏการณ์ La Nina อาจทำให้สถานการณ์น้ำเลวร้ายมากยิ่งขึ้นนะครับ ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ ต้องเตรียมพร้อม รับมือ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างในพื้นที่จังหวัดพัทลุงนะครับ พี่น้องได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากแล้วก็น้ำท่วมแทบทุกปี โดยพื้นที่ริมเทือกเขาบรรทัดก็เผชิญปัญหาน้ำป่า ไหลหลาก ทำให้ข้าวของทรัพย์สินเสียหาย ขณะพื้นที่รองรับน้ำชายคลองแล้วก็ริมทะเลสาบ ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังแล้วก็น้ำทะเลหนุน บางครั้งท่วมนานนับเดือนครับ ส่งผลกระทบต่อการทำมาหากิน พื้นที่ทางการเกษตร แล้วก็การใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชน🔗

จากปัญหาที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ครับ จึงมีข้อเสนอแนะแล้วก็มาตรการแก้ไข ปัญหาน้ำท่วมที่จะขอให้รัฐบาลและหน่วยงานได้รับไปดำเนินการต่อไปครับ🔗

ประการที่ ๑ ก็คือระบบประเมิน คาดการณ์และแจ้งเตือนภัยครับ วันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ทั้งระดับท้องถิ่น ระดับพื้นที่ ระดับลุ่มน้ำ แล้วก็ส่วนกลาง ต้องบูรณาการข้อมูลน้ำแล้วก็สภาพอากาศเข้าด้วยกันเป็นระบบเดียวครับ ต้องพัฒนาระบบ การประเมิน คาดการณ์สถานการณ์น้ำอย่างแม่นยำ แล้วก็ต้องมีระบบแจ้งเตือนภัย ที่มีประสิทธิภาพในทุกพื้นที่อย่างทั่วถึงครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เตรียมความพร้อม ในการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมหรือภัยพิบัติอื่น ๆ โดยควรที่จะนำเอาเทคโนโลยีและ นวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาช่วยนะครับ🔗

ประการที่ ๒ คือเครื่องมือ อุปกรณ์ในการช่วยเหลือในภัยพิบัติเฉพาะหน้า วันนี้เราต้องสนับสนุนงบประมาณให้กับท้องถิ่นหรือว่าหน่วยงานราชการในระดับพื้นที่ ได้มีเครื่องมืออุปกรณ์ ยานพาหนะที่พร้อมจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในยามฉุกเฉิน อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการช่วยอพยพสิ่งของ การสูบน้ำหรือสิ่งของช่วยเหลือเพื่อยังชีพ🔗

ประการที่ ๓ คือระบบการระบายน้ำแล้วก็การป้องกันภัยน้ำท่วมนะครับ วันนี้เราต้องจัดทำข้อมูลการระบายน้ำในระดับพื้นที่ที่ต่อกันจนเป็นภาพใหญ่ครับ แล้วก็บริหารจัดการให้การระบายน้ำมีประสิทธิภาพมากที่สุด ท่านประธานจะเห็นได้ว่า ปัจจุบันหลายพื้นที่รวมถึงจังหวัดพัทลุงเอง มีปัญหาการระบายน้ำจากห้วย หนอง คลอง บึง ที่สภาพเปลี่ยนแปลงไปจากธรรมชาติ มีการตื้นเขิน มีวัชพืช มีโครงสร้างพื้นฐานกีดขวาง ทางระบายน้ำ จึงสมควรต้องวางแผนปรับปรุงการระบายน้ำให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ และสนับสนุนงบประมาณให้กับท้องถิ่น แล้วก็หน่วยงานระดับพื้นที่ ให้มีศักยภาพในการแก้ไข ซ่อมแซม บำรุง หรือปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางด้านน้ำ อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้เรายังจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบความเสี่ยงภัยต่าง ๆ ที่อาจจะ เกิดขึ้นจากฝนตกหนัก อย่างเช่น กรณีดินถล่ม ดินสไลด์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต แล้วก็ หาแนวทางป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุผลกระทบที่รุนแรงตามมาซ้ำรอย🔗

ประการที่ ๔ คือการเยียวยาพี่น้องผู้ได้รับผลกระทบ วันนี้รัฐบาลจำเป็น ต้องใช้งบกลาง งบสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ให้เหมาะสมกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงและทันท่วงทีนะครับ เพราะความเป็นจริง คือบางครั้งการช่วยเหลือเกิดความล่าช้าครับ🔗

อีกข้อเสนอแนะก็คือว่า เราควรจะมีการจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติประจำหมู่บ้าน ประจำแต่ละพื้นที่ เพื่อเป็นเงินไว้ใช้ช่วยเหลือพี่น้องในยามวิกฤติและยามที่เผชิญภัยพิบัติ ฉุกเฉินต่าง ๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนได้ทันท่วงที เงินกองทุนนี้ในยามปกติ ก็สามารถให้พี่น้องได้หยิบยืมไปใช้เพื่อการลงทุน เพื่อการค้าต่าง ๆ ได้นะครับ แล้วก็เราก็สามารถเอาเพียงกำไร ดอกผลประโยชน์ต่าง ๆ มาบรรเทาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนได้อย่างรวดเร็ว🔗

ประการที่ ๕ ประการสุดท้าย คือการปรับตัวต่อวิกฤติสภาพภูมิอากาศ เปลี่ยนแปลง ต้องขอเรียนกับท่านประธานครับว่า ปัจจุบันอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกมีแนวโน้ม ที่จะสูงขึ้น ทำให้ปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ปัญหาโลกรวนอาจจะเลวร้ายมากกว่านี้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องร่วมมือบูรณาการกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อมีการคาดการณ์ ผลกระทบเลวร้ายที่สุดที่อาจจะเกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ และจะต้องเร่งดำเนินการวางแผน ปรับตัวและรับมือต่อวิกฤติสภาพภูมิอากาศ สำหรับในด้านน้ำเองนะครับ เราจำเป็นต้องมี การคาดการณ์สถานการณ์บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ มีการระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ มีการกักเก็บน้ำที่เพียงพอ ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ประกอบไปกับฟื้นฟูป่าต้นน้ำ แล้วก็ธรรมชาติของแม่น้ำลำคลอง เพื่อรองรับทั้งภัยแล้งแล้วก็น้ำท่วม🔗

ท่านประธานครับ สุดท้ายนี้ครับ น้ำท่วมเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดผลกระทบ เชิงกว้างตลอดที่ผ่านมา และในอนาคตที่วิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะยิ่งทวีคูณ ปัญหานี้ก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น รัฐบาลจึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากที่สุดครับ ต้องมีแผน และมาตรการป้องกัน ปรับตัวรับมือกับภัยพิบัติและไม่ทำอยู่แบบเดิม ๆ นะครับ แล้วก็ขอให้รับ ข้อเสนอแนะของผมไปพิจารณาด้วยนะครับ ทั้งนี้ก็เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ ท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ครับ🔗

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมต้องขึ้นมาพูดในเรื่องของอุทกภัย จริง ๆ ผมพูดไปแล้วหลายครั้ง ถ้ายังแก้แบบนี้ ไม่มีทางครับ อีก ๒๐ ปีก็แก้ไม่ได้ ซึ่งเดี๋ยวผมจะไล่ขั้นตอนให้ดูว่าจริง ๆ แล้ว มันมีอะไรบ้างที่เราควรจะพูดถึง เราพูดกันถึงน้ำเหนือ วันนี้ทุกคนพูดมาส่วนใหญ่คือน้ำเหนือ หมดเลย แต่ถามว่าเวลาแก้ไขเราเคยพูดถึงทางเหนือไหมครับ เราจะกระจายงบประมาณ ไปในทุกพื้นที่พร้อม ๆ กัน ทำไมเราไม่กักเก็บน้ำไว้ทางเหนือ อย่าปล่อยให้มันลงแม่น้ำยม อย่าปล่อยให้มันลงมาปิง วัง ยม น่าน ทางเหนือ ไม่ให้มันมาไหลรวมกันแล้วท่วมตรงนี้ เราไม่เคยพูดถึงเลย เพราะฉะนั้นเดี๋ยวผมจะพูดต่อนะครับว่ามีอะไรที่เราควรจะต้อง ดำเนินการ วันนี้ผมจะพูดถึงตั้งแต่ในเรื่องของระบบการบริหารของจังหวัด ผมจะพูดถึง เรื่องของเทคโนโลยีที่ควรนำมาใช้ ผมจะพูดถึงการเยียวยาที่ควรจะต้องดำเนินการว่าควรทำอะไร รวมถึงแนวทางที่ควรต้องดำเนินการ และที่สำคัญที่สุดที่วันนี้จะพูดก็คือว่า เรื่องของ การออกกฎหมายเพื่อแก้ไขภัยพิบัติแห่งชาติ ผมต้องเรียนท่านประธานครับ วันนี้จะทำ อ่างเก็บน้ำติด EIA ออกแบบสำรวจ ขออนุญาตป่าไม้ ขออนุญาตอุทยาน กว่าจะเสร็จอีก ๒๐ ปี ก็ไม่เสร็จ เพราะฉะนั้นวันนี้มันต้องมีกฎหมายขึ้นมาตัวหนึ่งเพื่อลดขั้นตอนต่าง ๆ ในการแก้ไข ปัญหาวิกฤติ ผมต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ปีนี้เป็นปีหนึ่งที่ปริมาณน้ำมากเป็นพิเศษ ผมขออนุญาตเรียนนะครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ มานี้ ถึงแม้จะมีปี ๒๕๕๔ ปีนี้ปี ๒๕๖๗ เป็นปีที่มี ปริมาณน้ำมากที่สุด ตรงที่ฝายแม่ยมที่แพร่ ปี ๒๕๓๘ ปริมาณผ่านมาแค่ ๑,๓๐๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาทีนะครับ ปีนี้ผ่านมา ๑,๗๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่ผ่านที่วังชิ้นก็เหมือนกันครับ ซึ่งสุโขทัยรับได้ประมาณสัก ๖๙๐ สุโขทัยคือจังหวัดต่อไปที่จะน้ำท่วมอย่างหนักเลย ถ้าไม่ดำเนินการแก้ไขนะครับ ผมพยายามที่จะเอาประสบการณ์ตอนที่เผชิญน้ำปี ๒๕๓๘ เอามาพูด บอกปีนี้น้ำท่วมแน่นอน แต่ทุกส่วนราชการพยายามตายใจ ไม่พูด🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ผมอยากเรียนครับว่าถ้าท่านคำนวณ ปริมาณน้ำไม่ได้หรือท่านไม่มั่นใจครับ เอาเทคโนโลยีมาใช้ ภาพที่ปรากฏอยู่ครับ เป็นภาพทำ Simulation ก็คือเอาเรื่องของเทคโนโลยีมาใช้ มันต้องดูตั้งแต่เรื่องของข้อมูลความสูง ของระดับพื้นที่ ดูร่องฝน ดูระดับน้ำในแม่น้ำ ดูสภาพภูมิอากาศ ความกดอากาศ ทิศทางลม ดูทั้งหมด เอามาประมวลทำเป็น Simulation เราจะเห็นเลยครับว่า ถ้าฝนตกที่ไหน น้ำจะท่วม ตรงไหนบ้าง เมื่อไร มันจะได้มีคนเลิกพูดเสียทีครับ น้ำไม่ท่วม น้ำไม่ท่วม น้ำไม่ท่วม ปีนี้หลายส่วนราชการออกมาบอกว่า สบายใจเถอะครับ น้ำไม่ท่วม เป็นอย่างไรครับ ท่วมไหมครับ ผมอยากจะเรียนนะครับว่า วันนี้เรื่องของการเตือนภัยเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด แล้วการบริหารงาน ของจังหวัดก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ผมต้องเรียนท่านประธานครับ ประสบการณ์ที่เห็นการบริหารงาน ของจังหวัด ส่วนใหญ่จังหวัดจะคิดครั้งเดียว น้ำท่วมแก้ไขจุดนั้นอย่างไร แต่จริง ๆ แล้ว มวลน้ำเมื่อเริ่มต้นจะผ่านเราต้องเตรียมการก่อนครับ ว่าก่อนน้ำท่วมประเมินแล้วถ้าต้อง อพยพก็ต้องอพยพ เอารถออก ย้ายสิ่งของก็ต้องทำ ไม่ใช่กลัวเสียหน้า เดี๋ยวน้ำไม่ท่วม จะเหนื่อยเปล่า ไม่ได้ครับ วันนี้จังหวัดแพร่เป็นตัวอย่างจังหวัดหนึ่งที่หลายคนบอกว่า ไม่ท่วมหรอก จนพี่น้องประชาชนตายใจครับ ไม่เคลื่อนย้าย รถยนต์จมไปไม่รู้กี่ร้อยคัน ข้าวของเสียหาย วันนี้ผมเรียกได้เลยครับว่าพี่น้องที่ประสบภัยนี่แทบจะเรียกว่าหมดเนื้อหมดตัว มันไปหมดจริง ๆ สิ่งนี้คือสิ่งที่ผมคิดว่าต้องเอามาพูดครับ ถ้าไม่อย่างนั้นเราจะไม่สามารถ แก้ไขปัญหานี้ได้เลย ผมอยากให้ท่านประธานดูนะครับ ภาพที่เห็นต่อไปนี้ก็คือภาพบ้านที่อยู่ ริมแม่น้ำยม นี่ครับท่านประธาน ไม่ได้ติดริมน้ำสักเท่าไรนะครับ อยู่ริมน้ำยมลึกเข้ามา ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้เองกระแสน้ำภายใน ๑๐ วินาที เอาบ้านหลังนี้ไปได้ทันทีเลย ลองดูภาพต่อไปครับ ภายใน ๑๐ วินาทีบ้านนี้ไปทั้งหลังเลย ท่านประธานครับ ถามว่า แล้วเขาจะเหลืออะไร ทรัพย์สินทั้งหมดที่สะสมไว้ที่อยู่ในบ้านไปหมด ไม่มีอะไรแหลือครับ บ้านยังไม่มีให้ล้างเลย หมดเนื้อหมดตัวจริง ๆ แล้วลองดูพื้นที่นะครับ มันเจาะเข้าไป ในริมฝั่งนะครับ เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่ฝั่งทะลายลงนะครับ มันลึกเข้าไปในฝั่งเลย เพราะฉะนั้น ตรงนี้เองเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าน้ำเหนือปีนี้แรงมากนะครับ สามารถทำความเสียหายได้ อย่างที่คาดไม่ถึงจริง ๆ ท่านประธานลองดู มันเว้าเข้าไปเลยครับ เว้าลึกเข้าไปเลย บ้านนี้ เหลือนิดเดียวนะครับ มันเจาะไปลึก เพราะฉะนั้นเห็นได้เลยครับว่าประมาณ ๑๐ เมตร จากฝั่งเข้ามามีโอกาสเป็นอย่างนี้ทั้งหมด ถามว่าเขาทำหินป้องกันพังไหม มีนะครับ แต่มันเอาไปด้วย เพราะฉะนั้นแม่น้ำยมปีนี้แรงมากนะครับ อันนี้ผมต้องขออนุญาต เรียนไว้ก่อนนะครับ ที่นี่เป็นบ้านวังแฟน หมู่ที่ ๕ ตำบลวังชิ้น ที่เกิดเหตุนี้มา ๑๐ วินาที เอาไปหมดเลย ภาพที่เห็นเมื่อสักครู่นี้คือภาพที่บอกว่าเป็นบ้านผู้ใหญ่บ้าน ท่านประธานครับ เหลือแต่จั่วบ้าน ไม่มีอะไรเหลือเลย ผู้ใหญ่บ้านเหลือแค่นี้ เห็นจั่วบ้านไหม เหลือแค่นั้นครับ มี Drama ที่จังหวัดเกิดขึ้นเหมือนกันนะครับ ก็คือบอกว่าให้ผู้ใหญ่บ้านเอาบัตรประจำตัว ไปรับถุงยังชีพที่จังหวัด ซึ่งห่างเป็น ๑๐๐ กิโลเมตร ไปไม่ได้หรอกครับ วันนี้ผมต้องเรียนว่า การบริหารงานของจังหวัดในภาวะน้ำท่วม ๑. ถ้าไม่ไปตั้งศูนย์ที่อำเภอนั้น กรุณาส่งของต่าง ๆ ไปให้ที่จังหวัด ถุงยังชีพไม่มีประโยชน์ครับ ถ้าน้ำท่วมไปแล้ว ส่งไปไม่มีประโยชน์ เขาจะกิน เขาจะใช้ วันที่เขาออกบ้านไม่ได้เขาก็จะใช้ เพราะฉะนั้นความรวดเร็วเป็นเรื่องที่สำคัญที่ต้อง ดำเนินการนะครับ🔗

ท่านประธานครับ พืชเกษตร วันนี้ฟังบอกว่าจะมีการเยียวยาแค่เรื่องของข้าว แต่จริง ๆ แล้วพืชเกษตรตายหมดเลยครับ ท่านประธานดูต้นส้ม เพียงแค่ไม่กี่วันต้นส้ม ตายหมด ไม่มีเหลือ เพราะฉะนั้นพืชเกษตรทั้งหมดที่โดนน้ำท่วมปีนี้ไม่มีเหลือเลยนะครับ แล้วถามว่าเขาจะฟื้นฟูได้อย่างไร ไม่มีทางแล้ว หมดแล้ว เพราะฉะนั้นปีนี้พี่น้องชาวบ้าน หมดเนื้อหมดตัวจริง ๆ ครับ ทั้งบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย สัตว์เลี้ยงและพืชเกษตรไปหมดครับ โอกาสฟื้นไม่มีเลย นี่คือการเยียวยาที่ผมว่าต้องมองให้ลึกขึ้น พี่น้องฝากบอกนะครับ ท่านประธาน ปีนี้ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ครับ เงินดิจิทัลที่รัฐบาลจะออกมาครับ ออกเถอะครับ ออกให้ไว เขาต้องการในช่วงนี้ละครับ อย่าช้าไปกว่านี้เลย ภาพนี้เมื่อสักครู่ท่านดูว่าปีที่แล้ว ท่านสมศักดิ์มาชี้ระดับน้ำนะครับ ที่บอกวิกฤติ สุโขทัยน้ำท่วม ท่านชี้ไปตรงนี้คือเป็นระดับที่ ๑๑ เมตรนะครับ ท่านจะมาบอกว่าปีที่แล้วสุโขทัยวิกฤติ และภาพอีกภาพหนึ่งที่เห็น เมื่อสักครู่ครับ เป็นภาพที่ขึ้นไปที่ ๑๒.๘๕ เมตร เพิ่มขึ้นไปอีก มากกว่าปีที่แล้วด้วย เพราะฉะนั้น ปริมาณน้ำที่ผ่านแม่น้ำยมปีที่แล้ว ๑,๓๐๐ ลูกบาศก์เมตร ปีนี้ ๑,๗๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปีนี้ทางใต้หนักแน่นอน อันนี้ก็ขออนุญาตส่งข่าวเตือนเอาไว้ล่วงหน้าครับ อย่าประมาทเลยครับ ว่าน้ำไม่ท่วม น้ำในเขื่อนต่าง ๆ ตอนนี้ก็เพิ่มปริมาณขึ้นอย่างน่ากลัวนะครับ🔗

อันหนึ่งที่ผมอยากทบทวนเตือนนิดหนึ่ง ท่านที่ไม่ได้อยู่ภาคเหนือ ท่านไม่ได้เจอ น้ำเหนือนี้นะครับ ผมทวงถามนิดหนึ่งครับ ฝายแกนดินซีเมนต์ที่ท่านเคยบอกว่า ไม่มีประโยชน์ ไม่ใช่กักน้ำในหน้าแล้ง น้ำ ๑๐๐ กักไว้สัก ๒๐ ได้นะครับ มันค่อย ๆ ดึงน้ำ ไว้บางส่วน ไม่ให้มวลน้ำทั้งหมดไหลลงแม่น้ำยม ปีที่แล้วมีการตัดงบประมาณของ ฝายแกนดินซีเมนต์ ซึ่งให้ท้องถิ่นไป มันอาจจะทำไม่ได้มากหรอกครับ แต่ถ้ามันมีปริมาณที่มาก มันก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง ท่านไม่มีวันเข้าใจครับ ท่านไม่มีวันเข้าใจถ้าท่านไม่ได้อยู่ในพื้นที่ จริง ๆ นะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากให้พูดถึงว่าวันนี้ สิ่งที่สำคัญวันนี้ในการแก้ไข นอกจากเรื่องของการบริหารจัดการ เรื่องของการเยียวยา เรื่องที่สำคัญที่สุดคือกฎหมาย แก้ไขภัยพิบัติแห่งชาติขอรัฐบาลช่วยรับไปเถอะครับ เป็นเจ้าภาพ ออกกฎหมายแก้ไขภัย พิบัติแห่งชาติ เพื่อลดขั้นตอนต่าง ๆ ไม่ว่าการทำ EIA หรือว่าลดขั้นตอนในการช่วยเหลือ เยียวยา หรือเข้าถึงพี่น้องประชาชนในภาวะวิกฤติ วันนี้ระบบราชการเราติดเรื่องกฎหมาย เรื่องข้อจำกัดตรงนี้มากนะครับ ขอให้เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศนะครับ ออกกฎหมายโดยเร่งด่วนและดำเนินการเป็นกรณีพิเศษ วันนี้ทั้งสภาแห่งนี้คงเห็นแล้ว ไม่มีอะไรเร่งด่วนเท่าการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชน ไม่มีอะไรเร่งด่วนเท่ากับ การป้องกันแก้ไขในระยะยาว ขอรัฐบาลนี้ช่วยรับไปดำเนินการด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณจุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม ครับ🔗

นางจุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม เชียงราย

เรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงราย เขตเลือกตั้งที่ ๖ อำเภอแม่สาย อำเภอแม่ฟ้าหลวง แล้วก็อำเภอแม่จัน ๔ ตำบล พรรคประชาชนค่ะ วันนี้ดิฉัน ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจา ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมภาคเหนือ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางจุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม เชียงราย

ซึ่ง ๑-๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาค่ะ ท่านประธาน ทั้งท่านประธาน เพื่อนสมาชิก แล้วก็ประชาชนทุกคนก็ทราบว่าเกิดอุทกภัย ใหญ่ที่สร้างความเสียหาย ที่อยู่อาศัย เรือกสวน ไร่นา รวมทั้งชีวิตของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ในเขตพื้นที่จังหวัดภาคเหนือหลายจังหวัด รวมทั้งจังหวัดเชียงรายด้วยนะคะ ที่ได้รับ ผลกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ของอำเภอเวียงแก่น อำเภอขุนตาล แล้วก็ อำเภอเทิงนะคะ ซึ่งจากสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำหลากในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงราย มีข้อกังวลว่า จะเกิดแนวโน้มเหมือนกับท่วมในเขตพื้นที่ของดิฉันนะคะ อำเภอแม่สาย ซึ่งมีน้ำท่วมซ้ำซากทุกปีค่ะท่านประธาน กรณีนี้เคยได้นำมาหารือกับท่านประธาน ตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ ปีที่ผ่านมาแล้วนะคะ ซึ่งตอนนี้ก็กำลังรออยู่นะคะ ว่าจะเห็นการแก้ไข ในการจัดการน้ำอย่างไร ซึ่งปีนี้ก็ท่วมอีกแล้วค่ะท่านประธาน ท่วมเป็นรอบที่ ๖ ของปีนี้แล้ว พอในเรื่องของพื้นที่ที่เราได้เห็นในจังหวัดเชียงรายที่น้ำท่วมอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทันทีที่เราได้รับทราบถึงภัยพิบัติครั้งใหญ่ในครั้งนี้ ทางเรา สส. พรรคประชาชน ของจังหวัดเชียงราย รวมทั้งหัวหน้าพรรค ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เราก็ลงพื้นที่ทันทีค่ะ หลังจากที่ประชุมสภาเสร็จในวันรุ่งขึ้น เราก็ลงพื้นที่เพื่อพบปะพ่อแม่พี่น้องในเขตพื้นที่ ทั้ง ๓ อำเภอนี้นะคะท่านประธาน ซึ่งเราก็ไปรับฟังปัญหาแล้วก็ได้ไปให้กำลังใจกับพ่อแม่ พี่น้องที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ ซึ่งในวันที่เราไปนะคะท่านประธาน น้ำอาจจะลดลงไปบ้างแล้ว แต่ว่าบางพื้นที่น้ำก็ยังท่วมขังอยู่ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเทิงอาจจะต้องท่วมขังเป็นระยะเวลา ๑-๒ เดือนนะคะท่านประธาน จากในภาพท่านจะเห็นว่าน้ำพัดพาเอาสะพานขาดไปเลยนะคะ ก็คือขาดการเชื่อมโยงระหว่างบ้านทั้ง ๒ ฝั่งของแม่น้ำนะคะ พอเราได้ลงพื้นที่ค่ะ ท่านประธาน เราก็ได้เห็นถึงสถานการณ์ความทุกข์แล้วก็ความเสียใจของพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนที่ได้รับผลจากอุทกภัยใหญ่ครั้งนี้นะคะ ซึ่งหลายคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อนนะคะ ซึ่งทำให้เราคิดว่าเราก็ไม่อยากให้เกิดสถานการณ์อย่างนี้ซ้ำอีกค่ะท่านประธาน เพราะว่า เป็นสถานการณ์ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่มากจริง ๆ แล้วก็ความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้ เงินเยียวยาที่จะได้รับไม่สามารถที่จะเรียกกลับคืนมาได้ กับการเสียหายที่สูญหายไปนะคะ เพราะฉะนั้นในพื้นที่สาเหตุหนึ่งของการเกิดน้ำท่วม นอกจากจะเป็นน้ำหลากจากน้ำป่าแล้วนะคะท่านประธาน สาเหตุหนึ่งที่เราละเลยไม่ได้เลย ก็คือว่าน้ำท่วมในเขตพื้นที่ดังกล่าวนี้ดิฉันจะขออธิบายจากภาพแผนที่นี้นะคะ แผนที่ การสร้างเขื่อนโดยรอบประเทศของเรา โดยเฉพาะทางแม่น้ำโขงตอนบนนะคะ เป็นอย่างนี้ค่ะ ท่านประธาน แม่น้ำโขงเป็นพรมแดนระหว่างประเทศไทยแล้วก็ลาว จากจุดที่เรียกว่า สามเหลี่ยมทองคำ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย จนถึงแก่งผาได อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ก่อนที่จะไหลเข้าประเทศลาว ยาวประมาณ ๑๘๐ กิโลเมตร แม่น้ำโขงส่วนนี้ มีเขื่อนจิ่งหงค่ะ ตามสัญลักษณ์เลยด้านบน ตรงวงกลมไว้นะคะ เขื่อนจิ่งหงนี้ตั้งอยู่เหนือน้ำ ในเขตสาธารณรัฐประชาชนจีน ห่างจากพรมแดนไทยประมาณ ๒๐๐ กิโลเมตร ซึ่งในช่วง ที่ผ่านมาเขื่อนจิ่งหงมีการระบายน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ ๑๙-๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๗ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ประเทศไทยเราฝนตกหนักแล้วก็มีน้ำท่วมสูงในแม่น้ำอิง แล้วก็แม่น้ำงาว จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยานะคะ ซึ่งเมื่อระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้น ก็ทำให้การระบายน้ำของแม่น้ำอิงแล้วก็แม่น้ำงาวลงในแม่น้ำโขงได้ยากขึ้นค่ะท่านประธาน และประกอบกับในอนาคตถ้าหากมีการสร้างเขื่อนปากแบงอีก ตามภาพแผนที่เมื่อสักครู่นี้ เขื่อนจิ่งหงอยู่ด้านบน ส่วนเขื่อนปากแบงจะอยู่ด้านล่างลงไปอีกนิดหนึ่งนะคะท่านประธาน ก็จะสร้างขึ้นอีกในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ห่างจากจุดพรมแดนของไทย ที่ผาได อำเภอเวียงแก่น ไปประมาณแค่ ๙๖ กิโลเมตร และอาจจะทำให้เกิดน้ำเท้อค่ะ หรือว่าน้ำในลำน้ำโขงยกตัวสูงขึ้น แล้วก็อัตราการไหลช้าลง ซึ่งก็จะยิ่งทำให้การระบายน้ำ ของแม่น้ำสาขาของลำน้ำโขงในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นน้ำกก น้ำอิงหรือว่าน้ำงาว ระบายลง แม่น้ำโขงยากขึ้นไปอีกค่ะท่านประธาน นอกจากนี้การที่ประเทศไทยเราก็ไม่สามารถ มีส่วนร่วมกำกับอัตราการไหลของแม่น้ำโขงให้เป็นไปตามธรรมชาติ ทั้งในส่วนของต้นน้ำ เขื่อนจิ่งหง และปลายน้ำเขื่อนปากแบง ก็จะทำให้แม่น้ำโขงในระยะ ๑๘๐ กิโลเมตร มีลักษณะเป็นเหมือนอ่างเก็บน้ำ ที่ประเทศไทยไม่สามารถจะควบคุมได้ค่ะ เพราะฉะนั้นค่ะ ท่านประธาน รัฐบาลจำเป็นจะต้องทำงานการทูตเชิงรุกค่ะ ผ่านคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง โดยเฉพาะในการจัดทำ แล้วก็ตรวจสอบรายงานผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมที่ละเอียด รอบคอบ แล้วก็ตรงไปตรงมาค่ะ เพื่อลดผลกระทบทางลบและภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้น กับพี่น้องประชาชนไทย ขณะเดียวกันก็ต้องตรวจสอบด้วยว่าสัญญาการรับซื้อไฟฟ้า จากโครงการเขื่อนปากแบง โดยที่ยังไม่มีการรับฟังความเห็นของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ในพื้นที่นี้เป็นการกระทำที่เหมาะสมตามหลักสิทธิชุมชนและสิทธิมนุษยชนหรือไม่ค่ะ ท่านประธาน อยากให้รัฐบาลทบทวนอีกสักครั้งหนึ่ง ทบทวนก่อนที่จะมีการตกลงทำสัญญา ซื้อขายตรงนี้ และไม่ว่าโครงการสร้างเขื่อนปากแบงนี้หรือว่าจะมีโครงการอะไรต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้เพื่อจะหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมภาคเหนือก็ตาม อยากจะนำเสนอว่าการจะดำเนินโครงการหรือสร้างสิ่งใดอยากจะให้รับฟังความคิดเห็น จากประชาชนในพื้นที่เสียก่อนเสมอค่ะ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหรือผลกระทบร้ายแรง ต่อประชาชนในพื้นที่ที่จะเกิดขึ้นต่อไปค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณรวี เล็กอุทัย ครับ🔗

นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้ง เป็นปัญหาที่อยู่คู่กับประเทศไทยของเรา มาอย่างช้านานครับ แล้วก็เป็นสิ่งที่พวกเราผู้แทนราษฎรต้องมานั่งถกแล้วก็หารือ ถึงผลกระทบต่าง ๆ เหล่านี้ของพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด แต่เราก็ยังไม่สามารถ หาวิธีแก้ไขที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนได้เสียทีครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ซึ่งจังหวัดอุตรดิตถ์ของผมเองก็เป็นหนึ่ง ในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับปัญหาของน้ำท่วม น้ำแล้งนี้ทุก ๆ ปีเช่นเดียวกันครับ ซึ่งในขณะนี้ทางอำเภอฟากท่าก็ประสบกับปัญหาน้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือนของพี่น้อง ประชาชน โดยท่าน สส. วารุจ ศิริวัฒน์ ก็กำลังลงพื้นที่ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอยู่ ณ ขณะนี้ และทางอำเภอลับแล อำเภอพิชัย แล้วก็อำเภอตรอนของกระผมเองครับ ก็ต้องอยู่ในช่วงเฝ้าระวังมวลน้ำปริมาณมาก ที่หลั่งไหลมาจากจังหวัดสุโขทัยอยู่ ณ ขณะนี้ เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ แม้นว่าพื้นที่ของจังหวัดอุตรดิตถ์นั้นจะมีโครงการชลประทาน ขนาดใหญ่ เช่น เขื่อนสิริกิติ์ ที่มีความจุอยู่ราว ๙,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร และเมื่อรวมกัน กับโครงการขนาดกลางและขนาดเล็ก จะมีความจุราว ๙,๕๘๖ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งทำให้มีพื้นที่ ชลประทานมากกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ นอกจากนั้นยังมีโครงการเขื่อนทดน้ำผาจุกที่อยู่ระหว่าง การก่อสร้าง รวมไปถึงมีบึงที่มีอยู่ในพื้นที่ เช่น บึงมาย บึงกะโล่ บึงหล่ม บึงช่อ บึงสกัด และหนองต่าง ๆ ที่ยังสามารถพัฒนาให้เป็นประโยชน์ต่อการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้อีกมาก แต่ปัญหาเรื่องน้ำก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ ไม่ท่วมก็แล้ง ซึ่งพี่น้องประชาชนก็ต้องอยู่ อย่างทนทุกข์ยากลำบากมาอย่างยาวนาน และหวังว่าโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐจะเข้ามา ช่วยทำให้การบริหารจัดการน้ำนั้นดีขึ้น และทำให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนนั้น มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเสียที🔗

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำครับ ผมเห็นว่าการนำเอาข้อมูล ข้อเท็จจริงเชิงสถิติต่าง ๆ เป็นสิ่งสำคัญมากที่จะเป็นส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ ได้อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวกับน้ำซึ่งมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบอย่างกรมชลประทานก็คงทราบถึงข้อเท็จจริงในประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว จนนำไปสู่การจัดทำโครงการชลประทานต่าง ๆ มากมาย ทั้งประเทศ รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมทรัพยากรน้ำ กรมอุตุนิยมวิทยา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สทนช. ซึ่งเป็นผู้ที่เห็นข้อมูลและภาพรวมของน้ำ ทั้งหมดของทั้งประเทศ และผมขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่และข้าราชการทุกท่านนะครับ ที่ทำงานอย่างหนัก เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยอยู่ด้วยนะครับ🔗

ท่านประธานครับ ผมอยากจะพูดถึงอีกแง่มุมหนึ่งครับ นั่นก็คือการบริหาร จัดการน้ำและแนวทางแก้ไขปัญหาของเรื่องนี้ นั่นก็คือปัญหาของความล่าช้าในการดำเนินงาน ให้บรรลุผลตามแผน ซึ่งมีข้อติดขัดอยู่หลายประการครับ ทั้งในเรื่องของการเวนคืนที่ดิน หรือการทำความเข้าใจและการมีส่วนร่วมกับพี่น้องประชาชน ทั้งในเรื่องของช่วงเวลา ของงบประมาณครับ ที่งบประมาณนั้นอาจจะออกมาในช่วงของฤดูฝน ซึ่งไม่สามารถนำไปทำ โครงการที่เกี่ยวกับการขุดลอกหรือดำเนินการก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือความล่าช้า ของโครงการขนาดใหญ่ที่อาจไม่สามารถแล้วเสร็จได้ภายในกรอบของปีงบประมาณ รวมไปถึง ปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปในทุก ๆ ปี ซึ่งส่งผลอย่างมาก ต่อการคาดการณ์และดำเนินการให้บรรลุตามแผนที่วางไว้ ดังนั้นในส่วนของการดำเนินงาน ตามแผนให้เกิดขึ้นตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด จึงเป็นข้อสังเกตหนึ่งที่ผมอยากจะฝากถึง ส่วนราชการที่รับผิดชอบครับ ว่าเราควรต้องให้ความสำคัญและกำกับให้เกิดผลตามที่เรา กำหนดไว้ อย่าให้เกิดความล่าช้าเกินที่มันสมควรให้มันเกินเลยไปมากครับ เพราะโครงการ ก่อสร้างนั้นเมื่อเริ่มขึ้นแล้วย่อมส่งผลต่อการใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน🔗

ผมอยากจะขอยกตัวอย่างประเด็นในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ของผม ซึ่งพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ต้องเผชิญกับปัญหาทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้งมาโดยตลอด โดยการแก้ไขปัญหา ในระยะยาวของทางกรมชลประทานครับ ได้จัดทำโครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก ซึ่งปัจจุบันนั้น ก็ยังอยู่ในระยะของการดำเนินการอยู่ ท่านประธานครับ โครงการเขื่อนทดน้ำผาจุกนั้น เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีจุดประสงค์ที่ดีครับ ในการที่จะเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำไปยังพื้นที่ สำคัญ ณ จุดต่าง ๆ ของพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งจะช่วยในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้ง ในหลาย ๆ พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ปัญหาของโครงการนี้นั่นก็คือระยะเวลา ในการดำเนินงานที่ค่อนข้างยาวนานมาก โดยเกิดจากการที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ ต้องใช้ระยะเวลานาน อันนี้เข้าใจได้ รวมไปถึงการติดขัดในเรื่องของปัญหาการก่อสร้าง ที่ล่าช้าจากหลายสาเหตุครับ ตามที่ผมได้เคยกล่าวไป แต่ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตามครับท่านประธาน พี่น้องประชาชนในพื้นที่ก็ยังต้องเผชิญ กับปัญหาเรื่องน้ำอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นทั้งปัญหาเดิมที่มีอยู่แล้ว รวมกับปัญหาใหม่ ที่เกิดขึ้นจากจุดบกพร่องต่าง ๆ ของโครงการอีกเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าโครงการชลประทาน ขนาดใหญ่นั้นจะต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานกว่าจะเห็นผล แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ในการแก้ไขปัญหาในระยะยาวให้อย่างยั่งยืนครับ ยิ่งไปกว่านั้นครับ เมื่อปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนั้นยังไม่สามารถได้รับการแก้ไขได้ เนื่องจากปัญหาของระยะเวลา ของโครงการขนาดใหญ่ ผมจึงอยากจะชวนเรามามองถึงหนทางอื่น ๆ ในการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนให้ควบคู่กันไปด้วย อย่างเช่น โครงการขนาดที่มันเล็ก ลงมาและทำไปพร้อม ๆ กันได้ ตามความสมเหตุสมผลของพื้นที่และข้อเท็จจริง ในเชิงสถิติต่าง ๆ เพื่อช่วยในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน🔗

ยกตัวอย่างเช่นวิกฤติน้ำท่วมของภาคเหนือในขณะนี้ครับ นอกเหนือจาก การป้องกันปัญหาเรื่องน้ำท่วมแล้ว สิ่งที่เราควรจะคิดต่อครับ ก็คือทำอย่างไรถึงจะเก็บน้ำ ในช่วงที่มีน้ำมากขนาดนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปทดแทนในช่วงของน้ำแล้งได้ด้วย เช่น ในกรณีของพื้นที่อำเภอพิชัย อำเภอลับแล และอำเภอตรอน ซึ่งมีทั้งบึงช่อ บึงมาย และบึงหล่ม ที่สามารถเพิ่มศักยภาพ เป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อใช้ทำการเกษตรในช่วงของ หน้าแล้งได้เป็นอย่างดี และหากมีการเชื่อมต่อระหว่างกัน หรือเชื่อมต่อไปยังคลองระบายน้ำ ในเส้นทางชลประทาน รวมถึงการสร้างคลองซอยอย่างเป็นระบบ ก็จะสามารถช่วยให้เกิด ทั้งการระบายน้ำและชะลอน้ำได้ในห้วงน้ำหลากครับ และเป็นการเพิ่มพื้นที่ชลประทาน ให้แก่พี่น้องประชาชนได้อีกด้วย🔗

โดยสรุปครับท่านประธาน การบูรณาการในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำนั้น เราควรทำอย่างเป็นระบบและให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก น้ำมาแล้วก็ไปครับ แต่มันทิ้งไว้ ให้กับความทุกข์ใจของพี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศครับ เราต่างเห็นด้วย กับเรื่องนี้ การนำเอาข้อมูลเชิงสถิติจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชนและภาคของประชาชน มาบูรณาการร่วมกัน เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง ในการจัดทำแผนแจ้งเตือนและบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การดำเนินงานต่อไป เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทย และทำให้ ประเทศไทยของเราหมดสิ้นเรื่องปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งซ้ำซากนี้เสียทีครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณณกร ชารีพันธ์ ครับ🔗

นายณกร ชารีพันธ์ มุกดาหาร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ณกร ชารีพันธ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคประชาชน วันนี้ขออภิปรายสนับสนุน ญัตติด่วน การแก้ปัญหาน้ำท่วมทั้ง ๔ ญัตติครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายณกร ชารีพันธ์ มุกดาหาร

ท่านประธานครับ ถ้าพูดถึงน้ำท่วมในพื้นที่ ภาคเหนือและพื้นที่ลุ่มน้ำโขงในภาคอีสาน เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า การท่วม ของแม่น้ำโขงมาจากน้ำฝนและน้ำเขื่อน ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีผลต่อการระบายน้ำในแม่น้ำสาขา ในภาคเหนือและภาคอีสาน ตัวอย่างนะครับ ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นจากการระบายน้ำ จากเขื่อน ทำให้แม่น้ำอิงและแม่น้ำงาวไม่สามารถระบายน้ำลงในแม่น้ำโขงได้ จึงทำให้ น้ำท่วมพื้นที่ดังกล่าว ตามที่เพื่อนสมาชิก สส. จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ ล่าสุดวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๗ สทนช. แจ้งเตือนนะครับว่า พื้นที่บริเวณแม่น้ำโขง น้ำจะสูงขึ้น ๐.๕-๑ เมตร ช่วงวันที่ ๒๕-๓๑ สิงหาคม บริเวณจังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดนครพนม จังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดอุบลราชธานี เนื่องจาก ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ รวมกับมีการปล่อยน้ำของเขื่อนด้วย ทำให้บริเวณน้ำโขงพื้นที่ ดังกล่าวมีความเสี่ยงน้ำท่วมขัง แล้วก็ท่วมไปยังพื้นที่เกษตรกรรมรอบ ๆ นะครับ ท่านประธาน เป็นที่ทราบกันดีครับว่าการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงต้องอาศัย การจัดการน้ำฝนและน้ำเขื่อน เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ประกาศแจ้งเตือนให้พี่น้องประชาชนเตรียมรับมือเพียงลำพัง อีกทั้งการแจ้งเตือน ดังกล่าวยังขาดความละเอียดและความแม่นยำ ท่านประธานครับ เพราะแม่น้ำโขงในพื้นที่ ทั้งหมดที่ไหลผ่านประเทศไทยกว่า ๑,๕๐๐ กิโลเมตร เรามีสถานีวัดน้ำเพียง ๖ จุด ที่สำคัญ คือไม่รู้ว่าประชาชนเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวกี่คนในทั้งหมด ๗ จังหวัด ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชนชาวมุกดาหาร มีวิถีชีวิตใกล้ชิดกับแม่น้ำโขง มาอย่างยาวนาน น้ำโขงเปรียบเหมือนชีวิตลมหายใจของพี่น้องชาวมุกดาหาร โดยเฉพาะ อย่างยิ่งพี่น้องที่อยู่ติดกับริมน้ำ ใช้ทรัพยากรน้ำในการอุปโภค บริโภค ทำเกษตรกรรม จนไปถึง การทำประมงริมชายฝั่งแม่น้ำโขง ผมขอยกตัวอย่างการทำประมงที่จังหวัดมุกดาหาร ของผมนะครับ มีการเลี้ยงปลาในกระชัง โดยเฉพาะปลานิลเป็นสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัด เนื่องจากมีการไหลเวียนของน้ำ ทำให้การเลี้ยงปลานิลเนื้อปลาไม่คาวเหมือนพื้นที่อื่น และสร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้พ่อแม่พี่น้องที่เลี้ยงปลานิลกว่า ๒๕๐ ล้านต่อปี และยังไม่รวม พี่น้องประชาชนที่ทำประมงพื้นบ้านอีกนะครับ ที่สามารถเลี้ยงชีพจากการจับปลาขาย ในพื้นที่ดังกล่าว และในภาคเกษตรที่ติดกับแม่น้ำมีการปลูกข้าวอินทรีย์ โดยอาศัยน้ำ จากแม่น้ำโขงทั้งการปลูกข้าวในหน้าแล้งนะครับ สามารถทำได้ถึง ๒ ครั้ง ผมเชื่อนะครับว่า พี่น้องชาวอีสานที่ติดลุ่มน้ำโขงทั้ง ๗ จังหวัด ไม่ว่าจะเป็นเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญและอุบลราชธานี ก็มีวิถีชีวิตไม่ต่างกัน และอาศัยแม่น้ำโขง ในการเลี้ยงชีพ แม่น้ำโขงเปรียบเหมือนชีวิตและลมหายใจของพี่น้องชาวลุ่มน้ำครับ ท่านประธาน🔗

ท่านประธานครับ ปัจจุบันเรามีการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ตอนบน ของประเทศจีน ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขื่อนทั้งหมด ๑๔ เขื่อน มีผลต่อการขึ้นลงของระดับน้ำโขง ทั้งในฤดูแล้ง ทำให้เกิดโขงผันผวน เขื่อนโขง โลกร้อน ผลกระทบต่อชุมชนลุ่มน้ำโขง เป็นผลที่ผูกพันกันทั้งสิ้นนะครับ และอนาคตจะสร้างเพิ่มอย่างต่อเนื่องไปอีกเป็นถึง ๒๒ เขื่อนในทุกพื้นที่ที่ผ่านนะครับ จีน เมียนมา ลาว ไทย กัมพูชา ทำให้เกิดปัญหา สิ่งแวดล้อมที่ซ่อนอยู่ท้ายเขื่อนกับพี่น้องชาวอีสานทั้ง ๗ จังหวัด ไม่ว่าจะเป็น ๑. อาชีพ ประมงพื้นบ้าน เลี้ยงปลาในกระชังที่จะทำให้รายได้จากเกษตรกรสูญเสียไป ปริมาณน้ำ ที่ขึ้นลง ไม่สามารถควบคุมการเลี้ยงได้อย่างเป็นระบบ ๒. อาชีพการปลูกพืชริมน้ำโขง ไม่ว่าจะเป็นการทำนาหรือเกษตรกรรมอื่น ๆ ต้องอาศัยทรัพยากรจากตะกอนที่มากับน้ำ แต่การสร้างเขื่อนก็ทำให้ตะกอนเหล่านี้หายไป ทำให้ไม่สามารถได้ผลผลิตทางการเกษตร อย่างที่ควรจะเป็น และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างถาวรนะครับ ไม่ว่าจะเป็นต้นไคร้น้ำ หรือว่าต้นหว้าหินเปรียบเสมือนแหล่งอนุบาลปลาหรือเปรียบเสมือนกับปะการัง เป็นบริเวณ ที่ทำให้ปลามาหลบซ่อนวางไข่นะครับ แต่หากสูญเสียระบบนิเวศเหล่านี้จะทำให้ทรัพยากรปลา ในแม่น้ำโขง ลดลง และยังมีแนวโน้มจะทำการสร้างเขื่อนต่อเนื่องอีก ๒๒ เขื่อน คำถามอยากฝากถามถึงรัฐบาลนะครับว่า รัฐบาลยังคงจะอนุญาตให้นายทุนพลังงานไทย ไปสร้างเขื่อนที่ประเทศเพื่อนบ้านอีกหรือไม่ เพราะปัจจุบันมีพลังงานสำรองเกินกว่า ๕๕ เปอร์เซ็นต์ เรายังจ่ายค่าไฟแพงอยู่แล้วนะครับ แลกมากับเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ที่ประชาชนตัวเล็กตัวน้อยต้องแบกรับ มันคุ้มค่ากันหรือไม่ครับท่านประธาน🔗

ท่านประธานครับ โขงผันผวน เขื่อนโขง โลกร้อน ผลกระทบ การรับมือ ชุมชนลุ่มน้ำโขงไม่สามารถแก้ปัญหาดังกล่าวเพียงลำพังได้ ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่าง ประเทศ รัฐบาลจำเป็นต้องมีการทำงานของทูตเชิงรุกมากขึ้น โดยผ่านคณะกรรมาธิการ แม่น้ำโขง หรือ MRC ประกอบด้วย ๔ ประเทศ คือไทย ลาว กัมพูชาและเวียดนาม และอาศัยกรอบความร่วมมือแม่น้ำโขง-ล้านช้าง หรือ MLC ประกอบด้วย ๖ ประเทศ คือกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม ไทยและจีน โดยเฉพาะเพิ่มความร่วมมือในการบริหาร จัดการน้ำลุ่มน้ำโขงโดยเฉพาะกับประเทศจีนนะครับ ต้องขอแชร์ข้อมูลระดับน้ำ การแจ้งเตือน ของชุมชนริมน้ำ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับการแจ้งเตือนที่รวดเร็ว แม่นยำ ได้รับการวางแผนการระบายน้ำของแม่น้ำสาขาอย่างเป็นระบบ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการสร้างเขื่อน เพื่อหาความร่วมมือในการฟื้นฟูแม่น้ำโขง ในระยะยาวต่อไป🔗

ท่านประธานครับ จากข้อมูลที่ผมได้กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด การบริหาร จัดการน้ำในแม่น้ำโขงยังคงเป็นปัญหา รัฐบาลต้องแก้ไขให้ได้ทั้งระบบ ปัญหาการผันผวน ของระดับน้ำ ปัญหาผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมจากการสร้างเขื่อน ปัญหาโลกรวน ปัญหาความร่วมมือระหว่างประเทศ ผมจึงขอเสนอแนวทางทั้งหมด ๓ แนวทาง ในการสร้างความร่วมมือร่วมกันครับ🔗

๑. สร้างความร่วมมือระหว่าง ๖ ประเทศในลุ่มน้ำโขงนะครับ ไม่ว่าจะเป็น ความร่วมมือของระดับน้ำ อัตราการระบายน้ำของแต่ละเขื่อน เพื่อนำมาประเมินความเสี่ยง การเกิดอุทกภัยในลุ่มน้ำโขงและลุ่มน้ำสาขา หาความร่วมมือในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ในแม่น้ำโขงให้มีความหลากหลายของสัตว์น้ำและเพิ่มความยั่งยืนของอาหารในภูมิภาคต่อไป🔗

๒. เพิ่มจุดวัดระดับน้ำให้ทันสมัยครอบคลุมมากขึ้น รวมไปถึงมีระบบ การแจ้งเตือนที่ทันสมัย เข้าใจง่าย โดยเฉพาะพี่น้องชุมชนที่อยู่ติดกับแม่น้ำโขง🔗

๓. ความชัดเจนในนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวข้องกับการสร้างเขื่อนในการผลิต พลังงานที่นายทุนไทยไปลงทุนอยู่ว่าคุ้มค่าแค่ไหนและยังมีความจำเป็นต้องซื้อไฟอยู่หรือเปล่า เนื่องจากถ้าแลกกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรัฐบาลต้องคิดให้หนักว่าคุ้มหรือไม่ที่ต้อง เอาสิ่งแวดล้อมหรือว่าความสูญเสียของพี่น้องประชาชนไปแลกครับ ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดผมจึงขอสนับสนุนญัตติด่วนด้วยวาจาทั้ง ๔ ญัตติ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ เนื่องจากเราจะมีผู้อภิปรายทั้งหมด ๓๒ ท่าน ผมจึงขอความกรุณาจากผู้อภิปราย ขอให้รักษาเวลานะครับ เมื่อสัญญาณหมดเวลาท่านก็ควรจะหยุดนะครับ และท่านเตรียม ให้มันพอดีกับ ๗ นาทีนะครับ ต่อไปขอเชิญคุณปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ครับ🔗

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช เชียงราย

ท่านประธานสภาที่เคารพ ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๒ อำเภอแม่จัน อำเภอเวียงชัย อำเภอเวียงเชียงรุ้งและอำเภอเมือง ๓ ตำบล พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง จะ ๑๐ ปี ๒๐ ปี ๓๐ ปีที่ผ่านมาเราก็มีการพูดคุยกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ระดับชั้นท้องถิ่น ชั้นจังหวัดหรือระดับประเทศ แต่ก็ยังเกิดปัญหาขึ้นในทุก ๆ ปี และแนวโน้ม ที่จะรุนแรงขึ้นก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งจะเป็นปัญหาที่เกิด คู่กันมาโดยตลอด เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของเรานั้นน้ำไหลจากภาคเหนือที่เป็นพื้นที่สูง ไปสู่ที่ต่ำทางภาคกลางและไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนทางภาคอีสานแผ่น Plate หรือพื้นแผ่นดินจะไหลไปทางแม่น้ำโขง จึงทำให้ในฤดูน้ำหลากนั้นน้ำล้นค่ะ พอถึงหน้าแล้ง น้ำฝนก็ไหลลงแม่น้ำโขงไปเสียหมด ดังนั้นปัญหาเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้งซ้ำซากจึงเกิดขึ้น ในหลายพื้นที่ หลายจังหวัด ท่านประธานคะ สิ่งที่ดิฉันพูดมาสมาชิกบางท่านอาจจะยังมอง ไม่เห็นภาพนะคะ ดิฉันจะขออนุญาตพูดให้เห็นภาพปัญหาได้อย่างชัดเจนมากขึ้นนะคะ ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง หากจะพูดให้เห็นภาพได้อย่างง่ายนะคะท่านประธาน ท่านลองสังเกตค่ะ ผู้ชายที่ตัดผมสั้นเกรียนเวลาสระผมน้ำก็จะไหลลงจากหัวของเราลงเท้าของเราได้อย่างรวดเร็ว และถ้าหากเป็นผู้หญิงหากสระผมน้ำก็ค่อย ๆ ชะลอ แล้วก็ค่อย ๆ ไหลลงสู่ปลายเท้า ได้อย่างช้าลง พื้นดิน พื้นป่า แผ่นดิน แผ่นป่า ก็เช่นเดียวกันค่ะ ป่าของเราเหือดหายไปตาม ประชากรและการใช้พื้นที่ที่เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นการจำแนกการใช้ประโยชน์จากที่ดินในพื้นที่สูง หรือในพื้นที่ราบ เราจะต้องมีการบริหารจัดการอย่างไร เรามีความจำเป็นต้องมาพูดคุย ในเรื่องนี้กันอย่างจริงจังแล้วนะคะท่านประธาน โดยเป้าหมายหลักที่เราจะต้องคำนึงถึงค่ะ คือสภาพความเป็นจริงและบริบทของพื้นที่และสังคมที่มันเปลี่ยนแปลงไป การอนุรักษ์ การรักษา การแก้ไข ทั้งหมดนี้จะต้องทำอย่างสมดุลและเท่าเทียมกัน ท่านประธานคะ การเกิดภาวะ Climate Change หรือสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน เปลี่ยนแปลงไป อย่างที่เรา ไม่เคยคาดคิดเลยนะคะว่าประเทศที่มีทะเลทรายจะมีปัญหาน้ำท่วม ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ค่ะ หรือหิมะตกในประเทศที่เป็นทะเลทราย อย่างเช่น ซาอุดีอาระเบียก็เกิดขึ้นแล้วค่ะท่านประธาน ท่านประธานคะ จากประสบการณ์ตั้งแต่เล็กจนโต ของดิฉันที่จังหวัดเชียงรายค่ะ พื้นที่ของดิฉันเป็นพื้นที่สูง เป็นภูเขา วันนี้เราปลูกพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งข้างใต้ดินรากมันไม่ได้ถักกัน ดังนั้นเมื่อฝนตกลงมาดินอุ้มน้ำไม่ไหว จึงเกิดดินถล่ม โคลนทลาย ต้นไม้โค่นล้ม เกิดกระแสน้ำพุ่งเชี่ยวกราก ทำให้บ้านริมน้ำหายไปทั้งหลัง สะพานใหญ่ก็ถล่มลงมา และนี่คือผลพวงจากการละเลย หละหลวมในการบริหารจัดการ เรื่องที่ดินและการจัดสรรเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ เรา หน่วยงาน รัฐบาล ควรจะต้องทำงานให้จริงจังกันเสียทีนะคะว่า พื้นที่ไหนเป็นพื้นที่ลาดชัน ควรจะปลูกอะไร เพื่อลดทอนความรุนแรงเมื่อเกิดน้ำป่าไหลหลาก หรืออย่างในภาคอีสานค่ะ เราทำเป็นขั้นบันไดแบบแนวขวางแม่น้ำโขง เพื่อลดการถล่มพังทลาย ของดิน หรือพื้นที่ใดที่เป็นเขตที่มีความหลากหลายทางชีวภาพเราจะมีการบริหารจัดการ อย่างไร และสิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะท่านประธาน เราไม่เคยใช้ความได้เปรียบเรื่องแรงโน้มถ่วง ของโลก หรือที่เรียกว่า Gravity Competitiveness ที่หลายครั้งดิฉันได้เคยอภิปรายมาก่อน หน้านี้ เราไม่เคยใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้เลย น้ำไหลลงห้วย หนอง คลอง บึง พอถึงตลิ่ง ล้นตลิ่งก็ใช้ท่อพญานาคมาสูบน้ำ ก็จะมีการใช้น้ำมันในการสูบอย่างมหาศาล และสิ่งนี้ก็จะเป็นภาระของผู้ประสบภัย ซึ่งซ้ำเติมเขาลงไปอีก ส่วนเรื่องที่จะเป็นการรักษา เรื่องฝาย เรื่องอ่างเก็บน้ำ หากเราทำแผนกันอย่างเป็นระยะ ๆ ไม่ว่าจะเป็นระยะที่ ๑ ระยะที่ ๒ ระยะที่ ๓ อย่างชัดเจนนะคะ และหากเรามีคณะกรรมการระดับชาติ หรือจะเป็น พวก Third Party ค่ะ ที่จะเข้าไปตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างในเรื่องของระบบน้ำ ในทุกระดับ รวมถึงแผนการแบ่งปันจัดสรรน้ำต่าง ๆ ซึ่งมีความจำเป็นจะต้องมี คณะกรรมการต่าง ๆ ขึ้นมากำกับดูแลให้ชัดเจนและเข้มข้นขึ้น ท่านประธานคะ น้ำฝนที่ตกลงมาแต่ละปีเราเอามาใช้ประโยชน์ได้เพียงแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่เกินนี้ค่ะ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้น้ำที่เหลือนั้นก็เปล่าประโยชน์ เหตุผลจุดนี้ก็เป็นอีก ๑ จุด ยุทธศาสตร์ที่ดิฉันถือว่าดิฉันในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากประชาชน ดิฉันจะใช้โอกาสนี้เพื่อมาพูดคุยในการใช้ประโยชน์จากน้ำที่เหลือเหล่านี้อย่างเต็มที่ รวมถึงการหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างครบถ้วนและรอบด้าน เพราะตอนนี้ค่ะท่านประธาน หนึ่งในวิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นให้กับพ่อแม่พี่น้องของดิฉันคือการขุดลอกค่ะ แต่การขุดลอกส่วนใหญ่จะเป็นการลอกแบบจ้วงน้ำเสร็จเก็บเงิน มันก็เลยเกิดปัญหาค่ะ อย่างที่ท่านผู้อาวุโสทางการเมืองเคยให้ความเห็นไว้ค่ะว่า เขาบอกว่างบประมาณที่เราขุดคลอง อ่างเก็บน้ำ ถ้าเราดำเนินการตั้งแต่ต้น ต้นคือเมื่อก่อนจนมาถึงปัจจุบัน ซึ่งผู้ที่พูดไว้นะคะ คือ ท่านบุญชู โรจนเสถียร ท่านบอกว่าถ้าเรามีการบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ต้นจนมาถึงปัจจุบัน ตอนนี้พวกเราคนไทยไปถึงโลกพระจันทร์แล้วนะคะ เพราะฉะนั้นปัญหานี้แสดงให้เห็นว่า ทำไมการดำเนินการงบประมาณเรื่องน้ำต่าง ๆ ถึงยังไม่บรรลุผล ดิฉันก็อยากจะขอฝาก ทางรัฐสภา รัฐบาล ผู้ที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุก ๆ หน่วยงาน ช่วยกันศึกษา วางแผนในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ระยะที่ ๑ ๒ ๓ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนสำหรับพ่อแม่พี่น้องประชาชนค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันจะขอยืนยันว่ายังมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องมาถกปัญหานี้อย่างจริงจัง ชัดเจน มิฉะนั้นก็จะเกิดเป็นปัญหาซ้ำซากแบบนี้ในทุก ๆ ปี ในทุก ๆ ไตรมาส ซึ่งจะเป็นภาระค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณในการแก้ไขเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้ง ทั้ง ๒ อย่าง ปัญหาน้ำท่วม ในครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือน เป็น Warning ให้กับประชาชนพลเมืองทั้งจังหวัด ทั้งประเทศ หรือทั้งโลก ว่าเรากำลังเผชิญกับสภาพภาวะอากาศแปรปรวนอย่างรุนแรง จึงจำเป็น ต้องมีการรับมืออย่างทันท่วงที โดยอย่าลืมนำเอาเรื่องของ Gravity Competitiveness ที่ดิฉันได้กล่าวมาเบื้องต้นมาเป็นหนึ่งในหัวข้อที่จะนำมาเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันจะขอย้ำอีกครั้งหนึ่งนะคะว่า ปัญหานี้ควรจะเป็นวาระแห่งชาติได้แล้ว ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล เชิญครับ🔗

นางสาวกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ระยอง

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต ๑ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วมอภิปรายญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาศึกษาหาแนวทางในการรับมือเผชิญเหตุ และมาตรการในการเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบจากเหตุภัยพิบัติและสถานการณ์อุทกภัยในประเทศ ตลอดจนการศึกษา หาแนวทางในการบริหารจัดการน้ำและการแจ้งเตือนภัยทั้งระบบ เพื่อรับมือกับเหตุภัยพิบัติ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อส่งข้อเสนอแนะให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไปค่ะ ท่านประธานคะ ในฐานะลูกหลานคนเมืองแพร่ จังหวัดบ้านเกิดของดิฉัน วันนี้ดิฉันจะขอพูด จากหัวใจแทนพี่น้องชาวแพร่ทุกคนค่ะ เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคมที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์น้ำยมไหลหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน พื้นที่เกษตรกรรม รวมไปถึงพื้นที่เศรษฐกิจในตัวเมืองแพร่ ถนนหลายสายถูกตัดขาด เนื่องจากระดับน้ำสูงจนรถผ่านไม่ได้ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จำนวน ๘ อำเภอ ๔๑ ตำบล มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า ๑๗,๗๐๐ ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ ๒ ราย ดิฉันขอแสดงความเสียใจและเป็นกำลังใจให้กับ ผู้ที่สูญเสียและผู้ประสบภัยทุกคนนะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ระยอง

ท่านประธานคะ หากเราย้อนไปดู Timeline การแจ้งเตือนภัยเรื่องน้ำล้นตลิ่งจากศูนย์บริหารจัดการน้ำ จังหวัดแพร่ ก็จะเห็นว่ามีการแจ้งเตือนภัยให้กับผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ลุ่มต่ำติด ๒ ฝั่งแม่น้ำยม ให้เตรียมความพร้อมในการขนย้ายสิ่งของ ทรัพย์สินมีค่าขึ้นที่สูงหรือพื้นที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันและบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงให้เฝ้าระวังและติดตามข่าวสาร อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงสายของวันที่ ๒๑ สิงหาคม และในคืนนั้นช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน ก็มีการประชุมหน่วยงานต่าง ๆ นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ นายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดแพร่ นายกเทศมนตรี นายอำเภอ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหัวหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยา เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ในสภาวะวิกฤติค่ะ แล้วก็ได้มีการแถลงข่าวในช่วงบ่ายของวันที่ ๒๒ ว่า มีการเตรียมความพร้อม เตรียมแผน เผชิญเหตุน้ำยมเอ่อท่วมบ้านเรือนราษฎรในเขตตัวเมืองแพร่ พร้อมกับสร้างความมั่นใจว่า จะไม่ซ้ำรอยเหตุอุทกภัยปี ๒๕๕๔ อย่างแน่นอน แล้วก็ไม่ซ้ำรอยจริง ๆ ค่ะท่านประธาน เพราะของจริงที่ประชาชนเขาต้องเจอหนักกว่าปี ๒๕๕๔ เทียบปริมาณน้ำและความเสียหาย ครั้งนี้เกือบเท่าครั้งน้ำท่วมปี ๒๕๓๘ เลยค่ะ ภาพที่เห็นตอนนี้ก็คือปริมาณน้ำที่เข้าท่วม บริเวณสถานีตำรวจภูธร เมื่อปี ๒๕๓๘ แล้วมาดูในปีนี้เกือบเท่ากันเลยค่ะท่านประธาน เพราะฉะนั้นปริมาณน้ำและความเสียหายแทบไม่แตกต่างกันเลยนะคะ จากแถลงการณ์ ดังกล่าวของจังหวัดก็ดูเหมือนว่าจะมีความพร้อมในด้านต่าง ๆ ทั้งระยะก่อนเกิดเหตุ แผนเผชิญเหตุ การจัดการขณะเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุ รวมถึงแนวทางการเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบด้วย แต่การสื่อสารอาจไม่ชัดเจนค่ะ การคาดการณ์ความสูงของระดับน้ำบริเวณ พื้นที่ลุ่ม ๒ ฝั่ง รวมไปถึงความไม่ชัดเจนในเรื่องของการอพยพเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เกินที่จะรับมือได้ และดูเหมือนจะเป็นการคาดการณ์ที่ไม่ค่อยจะสอดคล้องกับตัวเลข ระดับน้ำรายชั่วโมงที่สถานีอุทกวิทยาบ้านห้วยสัก อำเภอสอง และสถานีอุทกวิทยาบ้านน้ำโค้ง อำเภอเมืองแพร่ เพราะขณะที่แถลงข่าวในช่วงบ่าย น้ำเริ่มล้นตลิ่งที่สะพานน้ำโค้งแล้วนะคะ ถ้าดูจากตัวเลขระดับน้ำช่วงเวลานั้นน้ำล้นตลิ่งที่ Y.1C บ้านน้ำโค้ง ในขณะเดียวกัน ก็จะมีมวลน้ำจาก Y.20 ที่อำเภอสอง ก็ตามมาสมทบด้วย แสดงให้เห็นความสูงของระดับน้ำ แล้วก็ปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามา แต่เป็นที่น่าตกใจค่ะ เพราะว่าก่อนที่น้ำจากสถานีวัดน้ำ Y.20 มาถึง Y.1C ก็จะต้องผ่านฝายน้ำยม ซึ่งเป็นเครื่องมือที่จังหวัดคาดหวังว่าจะเป็นตัวหน่วงน้ำไว้ แล้วก็จะเป็นเครื่องมือที่จะกระจายให้กับน้ำในลุ่มน้ำสาขาของแม่น้ำยม ปรากฏว่าที่ตรงนั้น ก็น้ำท่วมเหมือนกันค่ะ ดังนั้นถ้าเครื่องมือนี้มันไม่ฟังก์ชันแล้ว ผลที่ตามมาก็ตามภาพข่าว ที่เห็นค่ะ ความเสียหายที่เราเห็นตามสื่อต่าง ๆ น้ำยมเอ่อล้นท่วมตลิ่งค่ะ กระแสน้ำ เชี่ยวกรากและไหลเข้าท่วมบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านตั้งตัวไม่ทันค่ะ บางจุดถูกตัดขาด จากความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่เข้าไปไม่ถึง บางบ้านมีคนป่วย มีเด็ก มีคนชรา มีผู้ป่วยติดเตียง แต่อพยพไม่ทันเลยค่ะ หลาย ๆ บ้านขาดแคลนน้ำและอาหารนานเกือบ ๒๐ ชั่วโมงนะคะ โดยเฉพาะตำบลป่าแมต บ้านมหาโพธิ์ บ้านหนองใหม่ ชุมชนร้องขี้ปลา ชุมชนเชตวัน แล้วก็ตำบลในเวียง บ้านพระร่วง บ้านร่องซ้อ ตำบลสบสาย ตำบลเวียงทอง แล้วก็อีกหลายตำบล หลายชุมชนจมน้ำอยู่หลายวันค่ะ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ที่เตรียมความพร้อมเข้าช่วยเหลือ ประชาชนอย่างเต็มที่ แล้วก็พยายามที่จะทุ่มเทกำลัง แม้จะต้องปฏิบัติงานบนความเสี่ยงภัย ทั้งวันทั้งคืน แต่เครื่องไม้เครื่องมือที่จะสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทำงานในภาวะวิกฤติก็ดูเหมือน จะไม่พร้อมแล้วก็ไม่เพียงพอด้วยค่ะท่านประธาน เพราะพื้นที่ที่ประสบภัยกินขอบเขต กว้างเกินกว่าที่คาดไว้ ผู้ประสบภัยมีมากกว่าที่จังหวัดประเมินอีกค่ะ และนี่ละค่ะคือคำถามว่า หากน้ำมามากเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ จังหวัดมีแผนสำรองหรือมีการเข้าช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยได้อย่างไรบ้าง การเตรียมการความพร้อมของทรัพยากรในกรณีที่เกิดเหตุ เกินกว่ากำลังจะทำอย่างไร สุดท้ายประชาชนช่วยกันเองค่ะท่านประธาน ทั้งเรือเร็ว ทั้ง Jet Ski ที่จะเข้าลำเลียงอาหาร น้ำดื่มและขนย้ายคน รวมถึง Drone ที่จะช่วยส่งอาหารเข้าไป ในพื้นที่ที่อันตราย เรือไม่สามารถเข้าถึงได้ หน่วยงานบอกประชาชนนะคะว่า ได้เพียงแค่ รอน้ำลดถึงระยะปลอดภัยถึงจะสามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือได้ แต่ความเจ็บป่วย ความหิวโหยและความหวาดกลัวของพี่น้องประชาชนรอไม่ได้นะคะท่านประธาน พวกเขา หวังพึ่งพิงหน่วยงานรัฐในยามวิกฤติแบบนี้ค่ะ อย่างไรก็ดีนะคะ ดิฉันก็ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานทุก ๆ ท่านนะคะ หน่วยกู้ชีพ กู้ภัย อาสาสมัคร สมาคมต่าง ๆ ที่ได้ร่วมทุกข์ แล้วก็ผ่านเหตุการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกัน🔗

สุดท้ายนี้ค่ะ จากเหตุการณ์น้ำท่วมหนักในครั้งนี้นะคะ ดิฉันก็ขอตั้งข้อสังเกต ในเรื่องของการคาดการณ์ปริมาณน้ำ การสื่อสารกับประชาชนเพื่อป้องกันความเสียหายหนัก และแผนสำรองเมื่อเกิดเหตุที่เกินจะรับมือไหว เพื่อสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชน ได้อย่างต่อเนื่องและทั่วถึง ซึ่งรายละเอียดข้อเสนอต่าง ๆ เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกพรรคประชาชน ก็จะได้นำเสนอในลำดับถัดไป ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านนิยม วิวรรธนดิฐกุล เชิญครับ🔗

นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล แพร่

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นิยม วิวรรธนดิฐกุล สส. แพร่ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย จังหวัดแพร่ก็เป็นจังหวัดที่มี ความบอบช้ำและทุกข์ระทมมากที่สุดในรอบของอุทกภัยในครั้งนี้ แล้วก็เป็นในรอบ ๓๐ ปี เพราะครั้งสุดท้ายที่น้ำท่วมขนาดนี้ก็คือปี ๒๕๓๘ นะครับ หลายท่านก็คงจะสงสัย ว่าทำไมมันถึงท่วมขนาดนี้ ไม่มีพายุในรอบนี้นะครับ แต่เป็นเพียงร่องมรสุมและฝนตก ติดต่อกันประมาณ ๑๕ วัน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล แพร่

ผมจะอธิบายลักษณะภูมิศาสตร์ที่เป็นแผนที่ เราก็เริ่มที่จะเห็นว่าน้ำท่วมจะอยู่ที่ภาคเหนือตอนบน ๔ จังหวัด ก็คือเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลงมาที่สุโขทัย พิษณุโลกนะครับ เราดูที่จังหวัดพะเยาก็แล้วกันนะครับ เราจะเห็นว่า พะเยามีเทือกเขาผีปันน้ำเป็นต้นน้ำ ๒ สายนะครับ สายหนึ่งก็คือแม่น้ำอิง ไหลย้อนขึ้น ทางทิศเหนือผ่านกว๊านพะเยา และอีกหลายอำเภอของจังหวัดพะเยาไปสู่เชียงรายลงสู่ แม่น้ำโขงที่บ้านปากอิง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ที่เห็นเป็นเส้นประเหลือง ๆ อีกเส้นหนึ่งก็คือแม่น้ำยม อันนี้ไหลลงข้างล่างนะครับ ซึ่งเป็นต้นน้ำที่อยู่ในป่าดิบสูงชันบริเวณ เทือกเขาผีปันน้ำที่ว่านี้นะครับ แล้วก็เทือกเขาแดนลาวในเขตจังหวัดพะเยา ก็ไหลผ่านมา ทางอำเภอปง อำเภอเชียงม่วน และเข้าสู่จังหวัดแพร่ ที่อำเภอสอง ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ ของผมนะครับ ผ่านอำเภอหนองม่วงไข่ อำเภอเมืองแพร่ อำเภอสูงเม่น อำเภอเด่นชัย อำเภอลอง อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่มี ๘ อำเภอ แต่แม่น้ำยมไหลผ่านอยู่ ๗ อำเภอนะครับ หลังจากนั้นก็ไปสู่สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร ไปบรรจบกับแม่น้ำน่านที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ แล้วก็จะสังเกตว่าลักษณะของพื้นที่ที่เป็นแม่น้ำยมตอนบน ก็จะเป็นที่คับแคบแล้วก็เป็นภูเขาสูงชัน มีที่ราบเล็ก ๆ ที่แม่น้ำไหลผ่านอยู่นะครับ ส่วนใหญ่ บนภูเขาก็จะเป็นไร่ข้าวโพดนะครับ ดูที่เป็นสีฟ้านะครับ อันนี้ก็คือเส้นทางน้ำของภาคเหนือตอนบน ก็มีปิง วัง ยม น่าน เราจะเห็นว่ามีแม่น้ำยมเพียงสายเดียวที่ไม่มีเขื่อน ปิง วัง ยม น่านนะครับ มีแม่น้ำยม เพียงสายเดียวที่ไม่มีเขื่อนเก็บกักน้ำ หลายท่านคงจะเคยได้ยินคำว่า เขื่อนแก่งเสือเต้นนะครับ ซึ่งเป็นโครงการที่มีแนวคิดมากว่า ๔๐ ปีแล้วนะครับ เขื่อนยมบน เขื่อนยมล่าง ก็เป็นอีกโครงการหนึ่ง แต่ปัจจุบันนี้โครงการของเขื่อนได้ยกเลิกหมดแล้วนะครับ แม่น้ำยม มีแม่น้ำสาขาอยู่ ๗๗ สาขา ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมีอ่างเก็บน้ำบ้าง ไม่มีบ้างนะครับ แต่ความจุ ของอ่างมันมีขนาดเล็กนะครับ ๑๐ ๒๐ ๓๐ ๖๐ นี่มีเพียงที่เดียวในจังหวัดแพร่นะครับ คือ ๖๕ ล้านก็คือเป็นอ่างแม่สอง ดังนั้นน้ำยมปีหนึ่งไหลผ่านอยู่ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ท่านก็คิดดูก็แล้วกันนะครับ เพราะฉะนั้นเราก็จะเห็นว่าจริง ๆ แล้วน้ำนี่ครับ มันไม่ได้ เป็นพายุเลย แต่สามารถจะท่วมได้มากขนาดนี้นะครับ ก็เนื่องจากลักษณะของภูมิประเทศ แล้วก็ลักษณะของแม่น้ำ แล้วส่วนบนภูเขาเราก็เห็นนะครับ อันนั้นก็คือภาพของภูเขา ในฤดูแล้ง เราจะเห็นว่าส่วนใหญ่เป็นภูเขาหัวโล้น เพราะส่วนใหญ่ก็เป็นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อาจจะมีป่าไม้เบญจพรรณบ้างนะครับ เพราะฉะนั้นความทุกข์ระทมในครั้งนี้ที่มันเกิดขึ้น บริเวณที่มากที่สุดก็คือในเขตตัวเมืองแพร่คือในเขตเทศบาลนะครับ จริง ๆ แล้ว แนวทางในการแก้ไขหลายท่านก็ได้พูดไปแล้วนะครับ อย่างเช่น การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ฝายแกนดินซีเมนต์ หรือว่าตามแม่น้ำสาขา สาขารองอะไรต่าง ๆ นี่ก็ต้องสร้างให้เยอะที่สุด เพื่อเก็บกักน้ำ เพื่อชะลอน้ำนะครับ อีกส่วนหนึ่ง ก็คือควรจะศึกษาแนวทางหาการสร้างแก้มลิง ขนาดใหญ่ไว้บนภูเขาและที่ราบ เพื่อเปลี่ยนทางน้ำและเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งนะครับ ส่วนเขื่อนนี่เราคงจะพูดยากนะครับว่าจะมีโอกาสที่จะทำได้หรือไม่ แต่ถ้าจะสร้างเขื่อน ก็ต้องเป็นขนาดเล็กที่ไม่มีผลกระทบต่อตำบลสะเอียบและป่าสักทองผืนสุดท้ายนะครับ ถ้าหากมีผลกระทบต่อตำบลสะเอียบคงไม่สามารถที่จะสร้างได้นะครับ เพราะฉะนั้น เขื่อนก็คงจะต้องเป็นขนาดเล็ก🔗

อีกส่วนหนึ่งที่คุณหมอทศพรได้พูดถึง ก็คือการปลูกป่าบนภูเขานะครับ ปลูกพืชยืนต้น เพราะว่าบนภูเขาส่วนใหญ่ก็จะเป็นไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นส่วนใหญ่นะครับ ซึ่งไม่เก็บกักน้ำ ดังนั้นในการแก้ไขเยียวยาในระยะสั้นทางท่านธรรมนัสก็ได้ลงไปในพื้นที่ เมื่อวันที่ ๒๕ ก็เร่งเยียวยาไร่ข้าวโพดก็ให้ประมาณ ๑,๙๐๐ บาท นาข้าว ๑,๓๐๐ บาท สวนผลไม้ ๔,๐๐๐ บาท ปศุสัตว์ก็ตามอายุของสัตว์นะครับ เพราะฉะนั้นก็เร่งฟื้นฟูเยียวยา ในระยะยาวสิ่งสำคัญที่สุดก็คืออย่างที่ได้กล่าวนะครับ ก็คือจะต้องป้องกันความเสียหาย เพราะว่าปีนี้แพร่น่าจะเสียหายหลายพันล้านบาทนะครับ และในอนาคตก็อาจจะเกิดซ้ำซากได้ เพราะฉะนั้นแม่น้ำยมจึงเป็นแม่น้ำที่เราจะต้องระดมการลงทุนในการที่จะป้องกันน้ำท่วม ให้มากที่สุด อย่างหนึ่งก่อนที่จะจบนะครับ ก็ขอขอบคุณทางท่านภูมิธรรม ท่านอนุทิน และท่านธรรมนัส ที่ได้ไปลงพื้นที่และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและทุกองค์กร ทุกหน่วยงาน แล้วต้องขอชี้แจงว่าการที่มี Social บอกว่า สส. แพร่ ไม่ไปช่วยประชาชน อันนี้ ไม่เป็นความจริงนะครับ ท่านลองดูนะครับ อันนี้คือตัวผมเองที่ลงพื้นที่ในวันที่ ๒๓ นะครับ เราประชุมสภากันวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ ผมกลับถึงแพร่ตี ๑ ครึ่งครับ อันนั้นตัวผม ที่ยืนอยู่บนกำแพง ยังแข็งแรงอยู่นะครับ แต่ผมไม่สามารถจะปีนบนหลังคาได้แล้วนะครับ อันนี้ก็คือ ๑๐ โมงของวันศุกร์ที่ ๒๓ นะครับ ซึ่งเป็นวันแรกที่น้ำเข้าตัวเทศบาลเมืองแพร่ เราก็อยู่บนเรือของ อบจ. พร้อมกับท่านรองนายก อบจ. แต่ปรากฏว่าเรือก็รั่วนะครับ แล้วที่สำคัญก็คือ คนบังคับเรือเพิ่งฝึกได้ ๑ วันก่อนน้ำมาถึง ก็ทุลักทุเลกันหน่อยนะครับ ก็ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องทุกท่านที่ประสบภัยน้ำท่วม เราไม่ต้องไปโทษใครนะครับ เราก็จะต้องฟันฝ่าอุปสรรคนี้ไปด้วยกัน ซึ่งทุกส่วน ทุกหน่วยงาน ไม่ว่าในส่วนของรัฐบาล ในส่วนของภาคราชการ องค์กรต่าง ๆ ก็ได้ระดมความช่วยเหลือกันอย่างที่สุดแล้วนะครับ แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้ก็เป็นเพียงเบื้องต้นเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นในระยะต่อไป ในระยะกลาง ระยะยาว เราคงจะต้องช่วยกันมาดูแลต่อไป กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านคริษฐ์ ปานเนียม ครับ เดี๋ยวสักครู่ครับท่านคริษฐ์ ผมจะหารือกับท่านสมาชิก นะครับว่า ทุกท่านก็ให้ความสนใจนะครับตอนนี้มีอยู่ ๒๖ ท่าน ๒๖ ท่านนี้ถ้าท่านละ ๗ นาที ประมาณ ๕ ทุ่มเราถึงจะเลิก ทีนี้ขอคนละ ๕ นาที คือท่านคริษฐ์ ๗ นาทีนะครับ และท่านต่อไป ขอ ๕ นาที ให้ได้พูดทุกคน เพราะว่าถ้าเกิดเราพูดไม่จบ ถ้าเราปิดไปก่อน สัปดาห์หน้า วันที่ ๓ วันที่ ๔ วันที่ ๕ งบประมาณเข้าแล้วก็สัปดาห์ต่อไปวันที่ ๑๖ อาจจะมี การแถลงนโยบายนะครับ ถ้าเกิดเราไปต่อหลังจากโน้นพอสิ้นเดือนน้ำก็คงจะไม่ Hot นะครับ ก็คงจะไม่ทันการณ์ วันนี้อยากให้ได้พูดทุกท่านนะครับ หลังจากท่านคริษฐ์ก็ตั้งไว้ที่ ๕ นาทีก่อน เลยนิดหน่อยก็ได้ เชิญครับ🔗

นายคริษฐ์ ปานเนียม ตาก

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม คริษฐ์ ปานเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาชน ญัตติด่วน เรื่อง ปัญหา น้ำท่วมและมาตรการแก้ไขในอนาคตนะครับ จากสถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่ต้นน้ำปิง วัง ยม น่าน ที่เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปีนั้น ปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้หากประเมิน สถานการณ์ปัจจุบัน ผมจำแนกปัญหาได้ดังนี้ ๑. ต้นไม้และป่าหายไป ๒. ดินอุ้มน้ำได้น้อย จนเกิดการอิ่มตัวของพื้นดิน เกิดน้ำไหลบ่ากลายเป็นน้ำป่า ๓. เราขาดมาตรการป้องกัน ตั้งแต่ระยะต้นน้ำและกลางน้ำ ๔. เราขาดการบริหารงานในระบบราชการที่ดี เทอะทะ อุ้ยอ้าย ล่าช้าในการประกาศภัย กว่าจะประกาศแจ้งเตือน ช้า ไม่ทันการณ์ ๕. การชอบทำ โครงการขนาดใหญ่แต่ไม่ตอบโจทย์กับสภาวะอากาศและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป และส่งผลในระยะยาวครับ เมื่อต้นไม้และป่าหายไป ดินอุ้มน้ำได้น้อย เกิดการอิ่มตัว จึงเกิดน้ำป่าไหลบ่าเข้าบ้านเรือน เห็นชัดครับ จากสีน้ำและโคลนดิน เป็นที่ประจักษ์ครับ ท่านประธาน ผมดูข้อมูลจากสำนักเศรษฐกิจการป่าไม้นะครับ การปลูกป่าในภาคเอกชน ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐-๒๕๖๖ ระยะเวลา ๑๗ ปี ปลูกกันไป ๖๘๘,๔๔๐ ไร่ เฉลี่ยปีละ ๔๐,๐๐๐ กว่าไร่ เท่านั้นเอง ในส่วนภาครัฐเมื่อดูเอกสารงบประมาณล่าสุดนี้ ในการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ที่พื้นที่เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน โดยมีเป้าหมาย ๑๐๒,๐๐๐ ไร่ ฟื้นฟูระบบนิเวศอีก ๑๑,๐๐๐ ไร่ ป้องกันการชะล้างทำลายหน้าดินในพื้นที่ป่าต้นน้ำอีก ๔๘,๐๐๐ ไร่ เทียบ ๑ ปี แล้วก็ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ บนเนื้อที่ ๓๒๐ ล้านไร่ คิดเป็น ๐.๐๖๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น น้อยมากครับท่านประธาน เราจึงเห็นน้ำมันออกมาจากป่า🔗

ต่อมาครับ เราขาดมาตรการป้องกันและเรารับมือกับสถานการณ์ได้ไม่ดีพอ โดยเฉพาะภาคเหนือนะครับ เรามีเขื่อนหลายแห่ง มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็กมากมายครับ วันนี้กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ได้ค่อนข้างแม่นยำ ชี้ได้ว่า ฝนจะตกเมื่อไร ที่ไหน ตอนไหน แต่เราไม่รู้เลยครับ ว่าช่วงไหนควรจะพร่องถ่ายน้ำให้เหลือ ปริมาณเท่าไร จึงจะรับปริมาณน้ำใหม่ที่กำลังมาได้ แต่เราก็ยังมีคำถามว่า หากพร่องน้ำ มากเกินไปล่ะ หน้าแล้งจะพอใช้หรือไม่ วันนี้คำว่า จะ มันไม่ต้องมีแล้วครับ เราควรมี เทคโนโลยีที่แม่นยำครับ รู้ปริมาณน้ำฝน รู้มวลน้ำว่าจะมีเท่าไร ต้องพร่องน้ำเท่าไร จะเก็บน้ำใหม่ได้เท่าไร จะเอ่อล้น Spillway ปริมาณเท่าไร เราต้องพร่องถ่ายน้ำให้ได้มากพอ เพื่อรองรับน้ำครับ เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ให้ได้มากที่สุดในฤดูแล้งอย่างแม่นยำ อย่างนี้ครับ จะต้องทำอย่างไร ต้องช่วยกันคิดครับ ผมฝากเรื่องนี้เป็นการบ้านให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่เลยครับ ในส่วนของ ปภ. ครับ เน้นบรรเทามากกว่าการป้องกัน ปีนี้จัดงบเตรียมไว้ในส่วนของงาน ป้องกัน ๕๐ ล้านบาท ในส่วนของงานเยียวยาและบรรเทา ๔๐๐ ล้านบาท มันกลับกันครับ ถ้าดูแบบนี้คืออย่างไรมันก็ท่วมครับ รู้กันตั้งแต่ล่วงหน้าแล้วว่ามันจะท่วม เลยต้องการเตรียมเยียวยา แทนที่จะเปลี่ยนมาเป็นป้องกัน ๔๐๐ ล้านบาท ผมว่าแบบนี้ น้ำจะท่วมน้อยลง และการบริหารจัดการปัญหาจะได้ดีขึ้นมากกว่านี้ครับ สิ่งที่ผมได้รับรายงาน ตลอดการทำหน้าที่ในกรรมาธิการบริหารจัดการน้ำ คือข้อมูลครับ แม่น้ำแต่ละสายสามารถ รับปริมาณน้ำได้กี่ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ท่านเชื่อไหมครับ ๒๐ ปีที่ผ่านมาเราไม่ได้ มีงบประมาณขุดลอกแม่น้ำหลักแต่ละสายเลย แต่ที่น่าแปลกใจคือ เราก็ยังได้รับรายงาน แบบนี้ทุกปี ท่านไม่คิดหรือครับว่ามันตื้นเขินมากขึ้นทุกวัน ๆ ไม่ต่างครับ ผมยกตัวอย่าง แม่น้ำยมครับ ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยที่ผมเพิ่งได้ไปลงพื้นที่มาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานี้เอง ข้อมูลครับ รับน้ำได้ ๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มวลน้ำที่มาจากแพร่ น่าน ๑,๗๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีครับ มีน้ำส่วนเกินอยู่ ๑,๒๐๐ ลูกบาศก์เมตร แทบไม่ต้อง คำนวณครับ อย่างไรก็ท่วม แต่ข้อสงสัยก็คือ ในเมื่อไม่เคยขุดลอกเลยแล้วยังจะรับน้ำได้ ๕๐๐ ลูกบาศก์เมตร ตามที่แจ้ง ที่ประเมินกันหรือไม่ ไม่ต่างจากแม่น้ำวังครับ ที่ผมเอง ได้เคยยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องน้ำท่วมไปเมื่อปีที่แล้ว ที่มีมวลน้ำไหลเข้ามามากถึง ๑,๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ลำน้ำวังรับได้ ๔๕๐-๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเท่านั้น เราได้แต่สร้างคันดินเสริมครับ แล้วก็พังทุกปี ทำแล้วทำอีก สิ้นเปลืองงบประมาณทุกปี ๆ ไป อย่างนี้ครับ แล้วมันเรื่องเดียวกันครับ ทั้งปิง วัง ยม น่าน มันเรื่องเดียวกันเลยครับ ผมขอยกตัวอย่างการบริหารจัดการน้ำในส่วนของแม่น้ำวังตอนล่าง เพื่อเตรียมการรับมือ พายุฝนในแบบฉบับพรรคประชาชน เพื่อช่วยเหลือประชาชนตลอดแนวแม่น้ำ และเพิ่มการบริหารจัดการน้ำในส่วนของการส่งน้ำสู่ภาคกลางดังนี้ครับ🔗

ระยะสั้น ร่วมกันกับการบริหารจัดการน้ำกับ สทนช. และชลประทานนะครับ โดยการพร่องถ่ายน้ำออกจากเขื่อนกิ่วลม กิ่วคอหมา ที่อยู่ต้นทาง ด้วยระยะเวลามากกว่า ๒ เดือน ก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูฝน โดยการตั้งจุดสังเกตการไหลของน้ำที่ปลายสุดแม่น้ำ เพื่อตรวจวัดปริมาณการไหลก่อนที่จะไหลลงสู่แม่น้ำปิงนะครับ เพื่อเตรียมการรับปริมาณ น้ำใหม่ที่จะเข้ามาในช่วงฝนนั่นเองครับ🔗

ในส่วนระยะกลาง วางแผนร่วมกับกรมเจ้าท่าและสำนักงานโยธาธิการ และผังเมือง เพื่อซ่อมแซมแนวตลิ่งที่ชำรุดเสียหายด้วยการสร้างความแข็งแรงนะครับ ไม่ใช่รูปแบบคันดินเดิม เปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ทำให้มันแข็งแรงมากกว่าเดิมครับ ระยะยาว เราต้องทำการขุดลอกลำน้ำเพื่อรองรับปริมาณน้ำให้ได้มากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำ และทำให้เกิดฐานข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน พร้อมระบบการตัดสินใจด้วยชุดข้อมูลที่เป็นจริงครับ รวมไปถึงการเตือนภัยที่เป็นรูปธรรม ประชาชนเข้าใจง่าย และหากจะแก้แล้งด้วย ในคราวเดียวกัน ก็ควรมีอ่างเก็บน้ำที่ต้นทางเพื่อเก็บน้ำส่วนเกินไว้ใช้ในช่วงแล้ง จะได้บริหาร จัดการน้ำได้ประโยชน์มากที่สุดครับ สิ่งที่ผมอยากจะพูดคือวันนี้เรายังจัดการน้ำเหนือ ไม่ได้เลย ถ้าเรายังหาที่ให้น้ำอยู่ไม่ได้ ถ้าเรายังหาทางให้น้ำไปยังไม่ดีพอ การเชื่อมโยง การโยกน้ำสู่ลำน้ำสาขา แก้มลิง อ่างเก็บน้ำ แหล่งเก็บน้ำขนาดเล็ก คลองส่งน้ำ คลองไส้ไก่ ระบบเส้นเลือดฝอยที่ยังอุดตันเหมือนเส้นเลือดฝอยนี้ครับ ที่มันเหมือน Stroke ครับ เรื่องของป่าไม้ในการฟื้นฟูป่า ถ้ายังทำไม่จบสิ้น กรุณาครับ อย่าผันน้ำที่มีค่ากับคนที่ขาดแคลน ในต้นน้ำโดยการเอาไปทิ้งผ่านโครงการ Floodway ให้เสียเปล่าประโยชน์ครับ🔗

สุดท้ายครับ ผมก็ต้องขอส่งญัตตินี้ให้ ครม. ครับ อยากให้คิดวางแผนจัดการน้ำ ทั้งระบบนะครับ โดยการจัดการดูแลในระดับลุ่มน้ำมากกว่าการมุ่งเน้นโครงการขนาดใหญ่ และหวังว่าสภาแห่งนี้คงไม่ต้องมาตั้งญัตติด่วนเรื่องน้ำท่วมกันทุกปี ทุกปี ทุกปี จนมันชาชิน กันไปแบบนี้ครับ สงสารประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านซาการียา สะอิ เชิญครับ🔗

นายซาการียา สะอิ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ประกอบไปด้วยอำเภอระแงะ อำเภอจะแนะ อำเภอสุคิริน พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอสนับสนุนญัตติ เกี่ยวกับน้ำท่วมทั้ง ๔ ญัตตินะครับ ก่อนอื่นผมต้องขอเป็นกำลังใจให้ชาวเหนือ ไม่ว่าจะเป็น เชียงราย น่าน พะเยา แพร่ สุโขทัย และพื้นที่อื่น ๆ ที่เกิดน้ำท่วมในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุเกิดมาจากฝนตกอย่างต่อเนื่องหลาย ๆ วัน จริง ๆ แล้วสาเหตุนี้มันเคยเกิดขึ้น มาแล้วในภาคใต้ น้ำมาจากฝนที่ตกหนักมาก ที่นราธิวาสฝนตกหนัก ๗๐๐ มิลลิเมตร ปกติเขาบอกว่าถ้าฝนตกแค่ ๒๕๐ หรือ ๓๐๐ มิลลิเมตรก็เกิดน้ำท่วมได้แล้ว แต่พอเป็น ๗๐๐ มิลลิเมตร มันทำให้น้ำป่าไหลบ่า คล้าย ๆ กันเลยกับส่วนที่เป็นภาคเหนือ เพราะฉะนั้น ผมมองว่าประเด็นนี้มันเป็นประเด็นที่สำคัญที่จะให้ทางรัฐบาลเองได้เล็งเห็นถึงเรื่องของ ภัยน้ำท่วม แล้วก็เรื่อง Global Boiling ไม่ใช่ Global Warming อีกต่อไปแล้วนะครับ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากภัยน้ำท่วม แล้วก็ภัยแล้งทวีความรุนแรงนะครับ ปีที่ผ่านมานี้ ทางนราธิวาสก็มีน้ำท่วมหนักแล้วก็แล้งหนักมากเหมือนกัน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม หรือฝนแล้งนี้ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทุก ๆ ปี ทำให้เกิดการสูญเสียจากภัยพิบัติดังกล่าว สูงขึ้นมาก เพราะฉะนั้นด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันในการพยากรณ์อากาศให้สามารถที่จะพยากรณ์ ความแม่นยำให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบได้ ทำให้เกิดภัยพิบัติเกิดจากธรรมชาตินี้ เราสามารถที่จะสู้กับมันได้ ดังนั้นอยากฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลช่วยดำเนินการใช้ เทคโนโลยี ความคาดการณ์นี้ การพยากรณ์แล้วก็การแจ้งเตือนภัยพิบัติให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลมากที่สุด ท่านประธานครับ จากประสบการณ์น้ำท่วมเมื่อปลายปี ๒๕๖๖ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดนี้ มันคล้าย ๆ กันเลยกับที่เหนือนะครับ ตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมทราบว่า การเยียวยาน้ำท่วมนี้ โดยเฉพาะการใช้งบประมาณมีความยุ่งยากมากท่านครับประธาน จริง ๆ แล้วถ้าพูดถึงงบกลางมันไม่ควรจะยุ่งยากขนาดนั้น มันควรจะทำให้มันเกิด ความง่ายดาย เพื่อให้ชาวบ้านได้รับในส่วนนี้ไปนะครับ เนื่องจากงบกลางนี้เป็นงบที่ นายกรัฐมนตรีสามารถที่จะอนุมัติงบประมาณได้ด้วยตนเอง ผมถือว่าตรงนี้มันเป็นสิทธิ ของท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรงที่จะส่งงบกลางไปยังพื้นที่นะครับ เพราะพื้นที่พอเราไปดูจริง ๆ พื้นที่หลายพื้นที่ก็ได้เกิดความเดือดร้อนมากจริง ๆ ครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมคนหนึ่งที่ได้หารือเรื่องของน้ำท่วมในปีนี้อย่างน้อย ๔-๕ ครั้งแล้วครับ ซึ่งผมเองมีตัวอย่าง การดำเนินงานและการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเยียวยาน้ำท่วม ๓ จังหวัดที่ผ่านมา ซึ่งเกิดความยุ่งยาก เกิดจากส่วนหนึ่งก็คือทางราชการ เวลาจะเยียวยาอะไรสักอย่างหนึ่ง ต้องการเอกสาร หลักฐานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพประกอบ ไม่ว่าจะเป็นอะไรต่าง ๆ นานา ผมเคยบอกไปทางผู้รับผิดชอบว่า ณ เวลาที่น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ชาวบ้าน บางส่วนจะเอารูปความเสียหายมาจากไหนครับท่านประธาน เพราะว่าหนีตายออกมาได้ ก็บุญแล้วครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมมองว่าเรื่องบางอย่าง บางประเด็น ถ้าเราสามารถที่จะดูแล้วมีแนวโน้มที่ว่ามันหนักจริง ๆ ก็ไม่ควรทำนะครับ เพราะฉะนั้น การพิจารณาก็ควรอยู่บนพื้นฐานหลักความจริง ตอนนี้การเยียวยาน้ำท่วมในพื้นที่ ๙ เดือน ที่ผ่านมาของทางภาคใต้ บางคนยังไม่ได้รับการเยียวยา บางคนอยู่ในพื้นที่เดียวกันนะครับ ท่านประธาน บางคนได้มากเป็นหมื่นก็มี บางคนได้เป็นร้อยก็มี เพราะฉะนั้นอยู่ในพื้นที่เดียวกัน การเยียวยาก็ไม่เท่ากัน ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่มันมีความคล้ายคลึง กลัวว่าจะเกิดกับภาคเหนือ อีกทีหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็เลยมาพูดว่าวันนี้ถ้าสมมุติอยากจะเยียวยาก็ควรดูทุกพื้นที่ ให้มันเหมือน ๆ กันนะครับ ท่านประธานครับ อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือการเยียวยาโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหาย จากอุทกภัยนะครับ ภัยพิบัติให้กลับสู่สภาพเดิม ซึ่งงบประมาณส่วนนี้ไม่ได้อยู่ในงบประมาณ ปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ ซึ่งมันไม่ทันนะครับ จะทำปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ก็ต้องรออีก ๒ ปี เพราะฉะนั้นการเยียวยาตรงนี้จึงต้องของบกลางในการที่จะสำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉิน เพื่อลดความเดือดร้อนของชาวบ้านนะครับ ดังนั้นในพื้นที่ ๓ จังหวัด ก็จะมีการซ่อมแซม ปรับปรุงระบบระบายน้ำ การซ่อมแซมสายน้ำของกรมชลประทาน ซ่อมแซมสะพาน ซ่อมแซมถนน หลายอย่างที่เกิดจากน้ำท่วมที่ผ่านมา ซึ่งมันเป็นน้ำท่วมที่หนักมาก ในรอบหลาย ๆ สิบปีนะครับ🔗

สุดท้ายนี้ผมฝากท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยดำเนินการช่วยเหลืออนุมัติงบประมาณ งบกลางให้ได้โดยเร็ว ไม่ว่าจะเป็นทุกพื้นที่ ในประเทศไทย ต้องทำให้เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเราจะทำแต่ภาคเหนือ ภาคใต้ไม่ทำ หรือทำเฉพาะภาคใต้ ภาคอีสานไม่ทำ มันไม่ได้นะครับเวลาเราจะทำงบประมาณอะไรก็แล้วแต่ ต้องดูถึงภาพรวมในประเทศให้ได้มากที่สุดนะครับเพื่อให้ชาวบ้านเกิดความรู้สึก ถึงความเป็นห่วงเป็นใยที่ได้จากรัฐบาล และได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น วันนี้ก็ต้อง ขอขอบคุณนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี เชิญครับ🔗

นายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี นครสวรรค์

เรียนท่านประธานสภา กระผม กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขตเลือกตั้งที่ ๑ คนปากน้ำโพ พรรคประชาชน วันนี้ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายในญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง น้ำท่วมและมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาในอนาคต ผมขอพูดถึงกรณีการหน่วงน้ำ ในพื้นที่บึงบอระเพ็ดนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี นครสวรรค์

ผมขอแบ่งการอภิปรายเป็น ๓ ช่วงอย่างกระชับ ก็คือเล่าถึงเหตุการณ์สถานการณ์น้ำในปัจจุบันนะครับ จากการให้ข้อมูล ของ สทนช. แล้วก็ของกรมชลประทานผ่านกรรมาธิการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำนะครับ จากสไลด์นี้เป็นสถานการณ์ล่าสุด ก็คือวันนี้เองที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีเขื่อนหลักอยู่ ๔ เขื่อนก็คือ เขื่อนภูมิพลที่เก็บน้ำได้กว่า ๑๓,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีกักเก็บน้ำที่ ๔๕ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนสิริกิติ์ที่ ๗๒ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนที่ ๓๘ เปอร์เซ็นต์ และเขื่อนป่าสักที่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ เพื่อให้เข้าใจครับ จุดนี้เรียกว่า Flow การไหลของน้ำนะครับ ในจุดที่ C.2 ที่จริงเป็น Check Point สำคัญที่จังหวัดนครสวรรค์นะครับ ปัจจุบันอัตรา การไหลของน้ำอยู่ที่ ๑,๒๔๓ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่หากจะให้ล้นตลิ่งจะอยู่ที่ประมาณ ๓,๖๖๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปัจจุบันน้ำอยู่ต่ำกว่าตลิ่งประมาณ ๕ เมตรนะครับ เป็นอีกจุดหนึ่งก็คือที่เขื่อนเจ้าพระยานะครับ อยู่ที่ ๑,๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ภาพนี้เป็นภาพเปรียบเทียบนะครับ ต้องขอบคุณทาง สทนช. เพราะว่ามีถามกันมาก เหลือเกินว่าน้ำปีนี้จะท่วมเหมือนปี ๒๕๕๔ หรือไม่นะครับ ก็มีข้อมูล ขอเล่าถึงแค่ ๒ ด้าน ก็คือเรื่องของในช่วงเวลานั้น วันนี้ในช่วงเวลานั้นมีพายุเข้ากว่า ๓ ลูกนะครับ ทั้งปีมีพายุเข้า ๕ ลูกนะครับ แต่เราคาดว่าปีนี้น่าจะมีพายุเขตร้อนเข้าประเทศไทยประมาณ ๑-๒ ลูก แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งก็คือในเรื่องของปริมาณน้ำที่ฝนตกนะครับ แล้วก็เขื่อนที่กักเก็บตอนนั้น เวลานี้เขื่อนที่กักเก็บอยู่เหลือเพียง ๔,๒๙๕ ล้านลูกบาศก์เมตรนะครับ แต่ว่าในปัจจุบัน ยังเก็บได้อีก ๑๑,๓๔๘ ล้านลูกบาศก์เมตรนะครับ🔗

ผมขอพูดถึงกรณีตัวอย่างบึงบอระเพ็ดนะครับ ก็คือ เรื่องของการจัดการน้ำ โดยเฉพาะเรื่องการหน่วงน้ำ พื้นที่บึงบอระเพ็ดเป็นพื้นที่ที่มีพื้นที่กว่า ๑๓๐,๐๐๐ ไร่ แล้วก็สามารถกักเก็บน้ำได้ถึง ๒๒๐ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือกว่า ๑ ใน ๔ ของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ผมขอสื่อสารเรื่องนี้ด้วยความชื่นชมกับทางต้นแบบการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนของ บึงบอระเพ็ดนะครับ ในช่วงเวลา ๕ ปีนี้จะมีหน่วยงานของทางฝั่งภาคประชาชน แล้วก็ภาคประชาสังคม หน่วยงานรัฐทำงานอย่างมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำนะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องขององค์กรผู้ใช้น้ำครับ ปัจจุบันมีองค์กรผู้ใช้น้ำในจังหวัดนครสวรรค์ ก็คือพื้นที่บึงบอระเพ็ดอยู่ ๕ ที่ ก็คือองค์กรผู้ใช้น้ำที่ตำบลเกรียงไกร ตำบลพระนอน ตำบลวังมหากร ตำบลพนมเศษและตำบลทับกฤชนะครับ เป็นการจัดการการใช้น้ำก็คือ คนพื้นที่ต้นน้ำก็คิดถึงคนปลายน้ำ คือทำงานอย่างมีส่วนร่วมและปัจจุบันจะเพิ่มพื้นที่ การใช้น้ำอีกกว่า ๔ องค์กรนะครับ องค์กรการใช้น้ำนี้มาจากข้อมูลตามกฎหมาย พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อให้มีส่วนร่วมของภาคประชาชน เป็นข้อเสนอนะครับ อันนี้ เป็นพื้นที่หน่วงน้ำ พื้นที่แรกจะเป็นจุดราบลุ่มนะครับ จะเป็นจุดรับน้ำของแม่น้ำปิงกับแม่น้ำน่าน จุดนั้นจะเป็นโซนอำเภอเก้าเลี้ยว อำเภอชุมแสง รวมถึงอำเภอบรรพตพิสัย จุดที่ ๒ จะเป็นจุดลำน้ำที่บึงบอระเพ็ด เป็นข้อเสนอของทางภาคประชาชนนะครับ จุดที่เป็นหน่วงน้ำ จุดแรกก็คือรับน้ำปิงกับน่าน ก็คือให้มีการขุดลอกแหล่งน้ำที่ตื้นเขิน เชื่อมโยงเครือข่ายน้ำ ที่ครอบคลุม เพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำ ระบบบริหารจัดการน้ำที่ยั่งยืน แบ่งปัน และจัดสรรน้ำ ผ่านองค์กรผู้ใช้น้ำและสร้างระบบการสื่อสารและฐานข้อมูล ปัจจุบันมีข้อมูล อย่าง Thaiwater.net ซึ่งประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ สามารถเข้าไปใช้งานได้นะครับ ในส่วนของบึงบอระเพ็ดครับข้อเสนอให้มีการหน่วงน้ำ สร้างระบบผันน้ำจากบึงบอระเพ็ด ผ่านแม่น้ำน่านนะครับ ส่วนแม่น้ำน่านตอนบนมีการสร้างประตูระบายน้ำวังหมาเน่า ตามแผนงานที่มีแผนจากชลประทานแล้วนะครับ ๒. คือเชื่อมโยงโครงข่ายการใช้น้ำ ทั้งตอนบนตอนล่างนะครับ ๓. คือสร้างระบบสูบน้ำเข้าบึงบอระเพ็ดผ่านทางอำเภอแควใหญ่ ๔. สร้างคลองดักตะกอน ๕. คือขุดวังปลา หรือ Deep Pool ก็คือน้ำที่มันเหือดแห้งลง Deep Pool ที่ขุดลึกลงไปจะสามารถให้สัตว์น้ำเข้าไปอยู่ได้นะครับ แล้วก็เรื่องถัดไปก็คือ มีขุดบ่อล่อปลาหรือขุดบ่อขนมครกเพื่อให้เกษตรกรได้กักเก็บน้ำไว้ใช้ในการเกษตรนะครับ และสุดท้ายก็คือสร้างแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่ของบึงบอระเพ็ดครับ🔗

ท้ายนี้ครับ ผมเชื่อว่าหากมีการบริหารจัดการน้ำที่ดีอย่างตัวอย่างที่บึงบอระเพ็ด ผ่านข้อเสนอ ผ่านความร่วมมือของภาคประชาสังคมและหน่วยงานรัฐผมเชื่อเหลือเกินว่า การบริหารจัดการที่ยั่งยืนนี้จะเป็นต้นแบบที่ดีให้พื้นที่อื่น ๆ นำแนวคิดนี้ในการมีส่วนร่วม ไปใช้ต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชิญครับ🔗

นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ อำเภอเทิง อำเภอพญาเม็งราย อำเภอขุนตาล และตำบลบุญเรือง อำเภอเชียงของ พรรคเพื่อไทยครับ สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงรายต้องขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกพรรคที่ได้กรุณาพูดถึง มีความห่วงใย มีความเอื้ออาทร แล้วก็เห็นปัญหาของน้ำท่วมใหญ่ ในครั้งนี้ เป็นเวลา ๕๐ กว่าปีครับ ถึงมีฝนห่าใหญ่ขึ้นมา เพราะฉะนั้นน้ำท่วมจึงเกี่ยวข้องกับฝน เกี่ยวข้องกับต้นไม้ เกี่ยวข้องกับดิน เกี่ยวข้องกับอากาศครับท่านประธาน ในพื้นที่อำเภอเทิง อำเภอเวียงแก่น และในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงรายทั้ง ๑๘ อำเภอ วันนั้นเกิดฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากท่วมเป็นวงกว้าง น้ำมาจากบนดอยสูง ไหลหลากมาอย่างรวดเร็ว เปรียบดั่ง สึนามิย่อม ๆ ทำให้เกิดความสูญเสียและความเสียหายอย่างมากที่สุด🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชียงราย

ดังสไลด์ที่ผมจะให้ดู ๖ สไลด์นะครับ ที่แสดงให้เห็นถึงภาพเป็นบางส่วนครับ ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมใหญ่ในครั้งนี้ น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้เกิดจากน้ำป่าไหลหลากและน้ำหนุนสูงจากแม่น้ำใหญ่ในพื้นที่ที่เป็น สายเลือดใหญ่ของพี่น้องประชาชน โดยน้ำอิงมาจากกว๊านพะเยาไหลลงน้ำโขงนะครับ ความเสียหายในพื้นที่เชียงรายเขต ๕ นะครับ บ้านพังเสียหายเหมือนสึนามิถล่ม มวลน้ำ มหาศาลนำโคลน ต้นไม้ ท่อนไม้มาทำลายบ้านเรือน ไร่นา พืชสวน ทำให้บ้านหายเป็นหลัง ๆ รวมแล้วประมาณ ๕ หลังที่หายไปกับสายน้ำ ถนนถูกตัดขาด ถนนกลายเป็นคลอง บ้านกลายเป็นท้องน้ำ ระดับน้ำสูงต้องใช้เรือเป็นพาหนะแทนรถยนต์ ถนนขาด สะพานขาด สัญจรไปมาไม่ได้ ขาดน้ำสะอาดเพื่อดื่มกิน น้ำใช้ ขาดอาหารปรุงสุก เครื่องครัวหายวับไปกับ กระแสน้ำ รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ภายในบ้านทั้งหมด ปัญหาสุขภาพตามมา เรื่องสุขภาพจิต สุขภาพกาย โรคมือเท้าเปื่อยและโรคอื่น ๆ ที่เกิดจากความเครียด และความเหนื่อยล้า ขาดเครื่องใช้ส่วนตัวประจำวัน เช่น เสื้อผ้า สบู่ ยาสีฟัน รองเท้า ถุงขยะ ผ้าอนามัย เป็นต้น นี่คือส่วนหนึ่งของความเสียหายและความสูญเสีย รวมถึง ๒ ชีวิตที่เสียไป ก็ขอแสดงความเสียใจ ต่อครอบครัวทั้ง ๒ ท่านด้วย ได้แก่ นางพรพิมล แซ่ลี บ้านรักถิ่นไทย ที่สูญเสียจากน้ำป่า แม่น้ำหงาวไหลหลากลงมา แล้วก็พัดเสียชีวิตนะครับ และนางสมศรี ไชยสาร บ้านต้นปล้อง หมู่ ๕ ก็ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวทั้ง ๒ ท่านไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยครับ อย่างไรก็ตาม คนไทยไม่ทิ้งกัน ไม่ได้มีการสร้างภาพ ไม่มีการสร้างบุญคุณต่อใคร และไม่ได้เป็นระบบ อุปถัมภ์ มันคือความห่วงใย มันคือความเอื้ออาทรที่มีต่อกัน จึงต้องการช่วยเหลือบรรเทา ความเดือดร้อนเบื้องต้น โดยการมอบเครื่องยังชีพ น้ำดื่ม และการไปเยี่ยมเยือนให้กำลังใจ สำรวจความเสียหายและเยียวยาเป็นเบื้องต้น ทั้งจากภาครัฐบาลเอง ท้องถิ่น ภาคประชาชน องค์กร หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ รวมถึงวงการคณะสงฆ์ ทุกส่วนเข้ามาดูแลช่วยเหลือในพื้นที่ ผมต้องกราบขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนชาวเชียงราย เขต ๕ และชาวจังหวัดเชียงราย ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยครับ รวมทั้งรัฐบาล นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ ๒๓ ของไทยที่เป็นขวัญใจประชาชน ท่านดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ท่านก็ห่วงใยลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย ให้กำลังใจพี่น้องประชาชน ในวันที่ ๒๗ สิงหาคม ที่ผ่านมา และในวันพรุ่งนี้ก็จะมีทีมคณะรัฐมนตรีลงดูพื้นที่ สำรวจความเสียหาย และหาทาง เยียวยาต่อไป เพื่อเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนครับท่านประธาน ต่อไปเราคงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องบริหารจัดการน้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม หรือต่อไปหลังจากท่วมแล้ว ผมก็กังวลอยู่ว่า อาจจะเกิดภัยแล้งได้ จึงขอเสนอแนะดังนี้ครับ🔗

ประการแรก เราต้องปลูกต้นไม้ให้เป็นป่า เพื่อรับน้ำ ซับน้ำ และเป็นป่าต้นน้ำ🔗

ประการที่ ๒ สร้างฝายชะลอน้ำในลำน้ำ ลำห้วย เพื่อลดความเร็ว ความแรง และความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น ประการที่ ๒ นั้นกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้🔗

ประการที่ ๓ สร้างแก้มลิงขนาดใหญ่ รวมถึงการขุดลอกคูคลอง เพื่อกักน้ำ ในฤดูฝนเพื่อเอาไว้ใช้ในฤดูแล้ง และแก้ไขแหล่งน้ำตื้นเขิน🔗

ประการที่ ๔ สร้างให้เกิดความตระหนักร่วมกันถึงภัยธรรมชาติเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติจากอุทกภัย วาตภัย หรือภัยจากแผ่นดินไหว ทั้งหมดนี้ต้องให้ การเรียนรู้ การเรียนการสอนทั้งในวัยเด็กและวัยผู้ใหญ่เพื่อเป็นการป้องกัน🔗

ประการที่ ๕ มีระบบสัญญาณเตือนภัยในพื้นที่ที่เกิดความเสี่ยงจากน้ำ จากลม จากอากาศ จากแผ่นดินไหว🔗

ประการที่ ๖ กลไกภาครัฐและท้องถิ่นต้องช่วยเหลืออย่างทันท่วงที และมีระบบ ที่จะเข้าไปช่วยเหลือทั้งบ้านเรือน ของใช้ เมล็ดพันธุ์เพื่อการเกษตร การเยียวยาความสูญเสีย ของพืชผลทางการเกษตร เราต้องช่วยเหลือในขณะที่ประสบภัยเพื่อดูแลเขา และหลังประสบภัย การล้างทำความสะอาด อาหาร ยา ที่อยู่อาศัยจึงเป็นเรื่องสำคัญ🔗

ท้ายที่สุดนี้ครับท่านประธาน ผมของบกลางเพื่อไปช่วยประชาชนโดยเร่งด่วน ให้ความสูญเสียที่ผ่านไปแล้วคืนมาในเรื่องของจิตใจต่าง ๆ ในทุกมิติ และในนามของพี่น้อง ชาวเชียงราย ชาวเชียงราย เขต ๕ ขอกราบขอบคุณทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล ภาครัฐ เอกชน องค์กรต่าง ๆ รวมถึงภาคประชาชนที่เข้าไปช่วยให้กำลังใจ ช่วยเหลือด้วยความเอื้ออาทร เป็นกำลังใจให้กันและกันยามที่เดือดร้อนประสบภัย เป็นอย่างสูงไว้ ณ โอกาสนี้ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ เชิญครับ🔗

นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ พระนครศรีอยุธยา

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคประชาชน จากคนอยุธยา และบางบาลครับ วันนี้ผมขอใช้โอกาสในการส่งข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหา ความเดือดร้อนจากน้ำท่วมในพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำภาคกลางครับ เพื่อเตรียมรับมือมวลน้ำ จำนวนมาก ที่ตอนนี้กำลังส่งผลกระทบในจังหวัดภาคเหนืออย่างแสนสาหัส โดยสถานีถัดไป ของมวลน้ำเหล่านั้นครับ คือพื้นที่ลุ่มภาคกลางท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยมีจุดเปราะบางสำคัญ คือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่พี่น้องของผมกำลังเตรียมรับมืออยู่ในขณะนี้ ผมจึงขอเสนอแนะแนวทางการบริหารจัดการน้ำ และการบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผ่านท่านประธานไปถึงรัฐบาลทั้งหมด ๓ ประเด็นด้วยกัน🔗

ประเด็นที่ ๑ คือการระบายน้ำเข้าทุ่งรับน้ำตั้งแต่ต้นทางอย่างมีประสิทธิภาพ แรกเริ่มเดิมทีพี่น้องชาวอยุธยาอาศัยอยู่ริมแม่น้ำและพึ่งพาอาศัยสายน้ำมาโดยตลอด เมื่อน้ำมาน้ำก็จะไหลผ่านบ้านเรือนเข้าไปสู่ทุ่งนา แต่ด้วยการพัฒนาจึงมีการสร้างคันกั้นน้ำ ซึ่งเป็นถนนเพื่อล้อมพื้นที่ที่เป็นทุ่งนาไว้ ทำให้บ้านเรือนของประชาชนคนอยุธยาส่วนใหญ่ กลายเป็นอยู่นอกคันกั้นน้ำ อยู่ติดริมแม่น้ำ ต้องถูกน้ำท่วมก่อนใคร ต้องกลายเป็นผู้เสียสละ เพื่อปกป้องผู้คนส่วนใหญ่ของพื้นที่เมือง แต่นั่นล่ะครับ คือปัญหาครับท่านประธาน เนื่องจาก เรากันน้ำไว้ในพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ ซึ่งมีแต่บ้านเรือนของพี่น้องประชาชน เมื่อปี ๒๕๖๕ มีระดับน้ำที่ท่วมสูงมากกว่าปี ๒๕๕๔ ในหลายตำบลของอำเภอบางบาล จนพี่น้องประชาชน ในตำบลบ้านกุ่มต้องยกธงขาวขอยอมแพ้ เพราะว่าน้ำท่วมสูงถึงชั้นสอง เกินใต้ถุนบ้านของเขา จนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ มิหนำซ้ำครับ ยังมีการเอาคันดินไปเพิ่มความสูงของคันกั้นน้ำ จนน้ำไม่สามารถระบายออกไปในจุดอื่น ๆ ที่ผ่านมาครับ สถานการณ์น้ำในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เขื่อนก็มีการระบายน้ำอย่างฉับพลันมาถึงอยุธยา นั้นทำให้พี่น้องประชาชนมีโอกาส เตรียมรับมือได้ยาก และมีโอกาสเกิดความเสียหายที่มากขึ้นตามไปด้วย ผมจึงขอเสนอ ให้เปลี่ยนวิธีการระบายน้ำ จากเดิมที่เราระบายน้ำแบบรวดเดียวมาถึงอยุธยา เปลี่ยนเป็น การระบายน้ำอย่างมีขั้นตอนดังนี้🔗

ขั้นตอนที่ ๑ เราจำเป็นต้องมีการสำรวจกายภาพของทุ่งรับน้ำที่อยู่ท้ายเขื่อน เจ้าพระยาทั้งหมด เพื่อเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเตรียมพร้อมให้สามารถผันน้ำ เข้าทุ่งได้ ทั้งในช่วงที่น้ำเยอะก็สามารถเป็นทุ่งรับน้ำ สามารถหน่วงน้ำได้เป็นระยะ ๆ และในช่วง น้ำแล้งก็สามารถเป็นจุดกักเก็บน้ำสำหรับการเกษตร หรือสำหรับการผลิตไฟฟ้าหรือน้ำประปา ให้แก่จังหวัดท้ายเขื่อนลงมาก็ได้เช่นกัน🔗

ขั้นตอนที่ ๒ หลังจากที่เราทราบข้อมูลของทุ่งรับน้ำแล้ว เราจำเป็นต้องจัด ลำดับการกระจายน้ำเข้าทุ่ง โดยไล่กระจายน้ำตั้งแต่พื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ไม่ว่าจะเป็น ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ก่อนที่จะมาถึงปราการด่านสุดท้ายอย่างพระนครศรีอยุธยา เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่างปริมณฑลและกรุงเทพมหานคร🔗

ขั้นตอนที่ ๓ คือต้องมีระบบแจ้งเตือนพื้นที่ทุ่งรับน้ำอย่างทั่วถึง พร้อมกำหนด ให้ทุ่งรับน้ำจะต้องมีหลักเกณฑ์การผันน้ำเข้าทุ่งที่แน่นอน มีระยะเวลาที่ชัดเจน และมีหลักเกณฑ์ของระดับน้ำที่สามารถท่วมทุ่งได้สูงสุดอย่างชัดเจนเช่นเดียวกัน แต่หากว่า เกิดผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว จึงนำมาสู่ข้อเสนอในประเด็นที่ ๒ เราต้องตั้งศูนย์อพยพ ที่มีมาตรฐานเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนผู้เสียสละให้มากที่สุด แต่ท่านประธานครับ ลองดูที่ภาพนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ พระนครศรีอยุธยา

นี่คือจุดอพยพที่ประชาชน ชาวบางบาลจำเป็นต้องใช้นะครับ ที่หมู่ ๗ ตำบลวัดตะกู ถึงแม้ว่าผู้นำชุมชนจะพยายาม สรรหางบประมาณมาเพื่อซ่อมบำรุง แต่ปัจจุบันนี้ก็ยังไม่สามารถทำได้ แต่เมื่อถึงเวลาน้ำท่วม ก็ยังจำเป็นต้องใช้จุดอพยพแห่งนี้ ไปจนถึงการที่ประชาชนจะต้องมานอนกางเต็นท์ นอนบนท้องถนน และยังมีรถบรรทุกวิ่งเฉี่ยวไปเฉี่ยวมาซ้ำเติมกันไปอีก ซึ่งนี่คือเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา แต่ผมเข้าใจดีครับ เพราะประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำส่วนใหญ่ ก็เป็นห่วงบ้านของตน จึงอาจจะต้องกลับไปนอนบนบ้านที่น้ำท่วมอยู่ในทุก ๆ คืน แต่ในมุมกลับกันประชาชนก็ยังต้องการที่อยู่ที่ปลอดภัย ที่ที่ปลอดภัยสำหรับเครื่องมือ การทำมาหากินของเขา ที่ที่ปลอดภัยสำหรับการดำรงชีวิตอย่างสะดวกให้มากที่สุด หรือพี่น้องที่ต้องทำงานในตอนกลางวัน และกลับเข้าบ้านตอนกลางคืนได้อย่างยากลำบาก ก็จำเป็นที่จะต้องมีศูนย์อพยพเช่นกัน โดยศูนย์อพยพนี้เป็นศูนย์ที่อำนวยความสะดวกได้จริง และเป็นที่ปลอดภัย พร้อมด้วยห้องน้ำที่สะอาด อาหารที่มีพร้อม และควรจะมี ความเป็นส่วนตัวด้วย ผมจึงขอให้มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดตั้งศูนย์อพยพ ที่อเนกประสงค์ ยกตัวอย่างเช่น การใช้อาคารเรียนและโรงยิมของโรงเรียน หรือโรงยิม ของชุมชน โดยอุดหนุนงบประมาณให้มีการปรับระดับของพื้นอาคารให้เทียบเท่ากับระดับถนน และคันกั้นน้ำ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ ๒ ต่อนะครับ ในช่วงเวลาปกตินักเรียนหรือคนในชุมชน ก็มีสถานที่และอุปกรณ์เพื่อค้นหาตัวเองในด้านกีฬานะครับ แต่ในขณะที่เกิดน้ำท่วม โรงยิม อเนกประสงค์ก็จะแปรสภาพเป็นจุดอพยพที่อยู่อาศัย ที่มีห้องน้ำที่พร้อม มีอาหาร และยารักษาโรคที่พร้อมโดยภาครัฐครับ🔗

และประเด็นสุดท้าย ประเด็นที่ ๓ คือการชดเชยเยียวยาค่าเสียโอกาส และสวัสดิการที่เป็นธรรมครับ ผมและพรรคประชาชน ขอเสนอให้ต้องมอบเงินเยียวยา ในทันทีตั้งแต่เริ่มท่วมในทุก ๆ เดือน โดยไม่ต้องรอน้ำลดครับ เพื่อเป็นค่าเสียโอกาสมากมาย ที่ผู้เสียสละเหล่านั้นทำเพื่อประชาชนคนส่วนใหญ่ ยกตัวอย่างเช่น เยียวยาค่าเสียโอกาส ที่ ๓,๐๐๐ บาท หรือมากกว่านั้นนะครับ ต่อหลังคาเรือน ต่อเดือน หรือในพื้นที่เกษตร ๑,๐๐๐ บาทต่อไร่ ต่อเดือน เป็นต้น พร้อมด้วยสวัสดิการ เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิต ได้อย่างราบรื่นมากที่สุด โดยขอเสนอสวัสดิการ ยกตัวอย่างเช่น งบอุดหนุนในการดีดบ้าน แก่ประชาชน บริการเรือรับส่งมาถึงพื้นที่แห้ง บริการรถเพื่อเดินทางไปถึงโรงพยาบาล หรือแม้กระทั่งบริการแพทย์เคลื่อนที่ เป็นต้น เพราะว่าน้ำท่วมนี้ตามมาด้วยโรคภัยไข้เจ็บ มากมายครับ รวมไปถึงสัตว์มีพิษอีกมากด้วยเช่นกัน🔗

สุดท้ายนี้ครับ ขอฝากการบ้านและข้อกังวล ผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย และองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในเรื่องของบ่อขยะ บางบาล ตำบลมหาพราหมณ์ ที่อยู่ในทุ่งรับน้ำ และเป็นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมครับ ว่าหากเกิด น้ำท่วมจริง ก็จะมีผลกระทบร้ายแรงต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนครับ จึงขอถามไปถึงวิธีการบริหารจัดการครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ เชิญครับ🔗

นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยค่ะ ขอร่วมอภิปรายในญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง สถานการณ์ อุทกภัยที่พี่น้องประชาชนประสบความเดือดร้อนอยู่ ณ ขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพคะ วันนี้ดิฉันอยากกล่าวในฐานะประชาชนชาวพิษณุโลกและคนไทยคนหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่รับน้ำ ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำประจำทุกปี อยู่กับน้ำจนชาชิน นั่นคืออำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก จากการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดค่ะ ขณะนี้ มวลน้ำจำนวนมหาศาลจากจังหวัดสุโขทัยกำลังไหลมาในแม่น้ำยมสายเก่า ด้วยปริมาณ ๒๖๐ ลูกบาศก์เมตรต่อนาที ทางชลประทานจึงได้เปิดทางระบายน้ำ ที่เรียกว่า ท่อระบายน้ำ คลองแยงมุม ซึ่งเป็นทุ่งบางระกำ Model เพื่อรองรับน้ำกว่า ๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตร และปริมาณน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากนี้อีก ๑ เดือน พื้นที่กว่า ๑๐,๐๐๐ ไร่ จะเต็มไปด้วยน้ำ และจะมีประชาชนอีกหลายร้อยครัวเรือนที่ต้องยกของขึ้นที่สูงและใช้ชีวิต อย่างยากลำบาก🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ภาพเหล่านี้กลายเป็น ภาพที่คุ้นชินคนอำเภอบางระกำและคนจังหวัดพิษณุโลกค่ะ โครงการบางระกำ Model อาจจะสร้างความทุกข์ใจให้คนในพื้นที่ แต่มันสะท้อนถึงต้นแบบของความร่วมมือ และร่วมแรงร่วมใจแบบบูรณาการทุกภาคส่วน เป็นพื้นที่ที่คนต้องเสียสละทุ่งบางระกำ ให้เป็นพื้นที่รับน้ำตามยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำ เพื่อบรรเทาปัญหาให้เกษตรกร ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลุ่มน้ำยมและกลุ่มลุ่มน้ำน่าน แต่ความเสียสละเหล่านี้ ควรได้รับการตอบแทนอย่างเหมาะสมค่ะ ดิฉันจึงอยากฝากให้รัฐบาลชุดใหม่ ที่นำโดย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คนที่ ๓๑ และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่กำลัง จะเกิดขึ้นว่า อย่าละเลยความเสียสละนี้นะคะ ในทุก ๆ พื้นที่ที่เกษตรกรรับน้ำ เร่งเยียวยา แล้วก็ชดเชยอย่างเหมาะสมเมื่อปริมาณน้ำลดลง เพื่อให้พวกเขาสามารถลืมตาอ้าปากได้ ท่ามกลางสถานการณ์อุทกภัยที่ต้องพบเจอในทุก ๆ ปีค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ เราต้องยอมรับกันอย่างจริงใจว่าสถานการณ์น้ำท่วมเป็นปัญหาที่มันเป็นสภาวะซ้ำซาก แก้ไม่ตก พายเรือในอ่าง เพราะเราขาดการระดมความร่วมมือกันอย่างแท้จริงในหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องค่ะ ขาดการเอาความรู้มาใช้ร่วมกัน ดังนั้นเราจะต้องตั้งโจทย์ใหม่ค่ะวันนี้ โดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง อะไรที่เป็น ประโยชน์เราต้องเดินหน้าต่อเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำร่วมกัน อย่างจริงจังและยั่งยืนเสียทีค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาแผนบริหารจัดการน้ำในสมัยอดีต นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในปี ๒๕๕๕ กลับมาค่ะ โดยการนำเอาแผนงาน ๘ Module ที่เคยตั้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอ่างเก็บน้ำ การสร้างเขื่อนแก้มลิงเพื่อเก็บน้ำชั่วคราว การปรับปรุงลำน้ำและการกัดเซาะ การจัดทำทางน้ำ หรือ Floodway แม้หลายสถานการณ์ อาจเปลี่ยนแปลงไป แต่ดิฉันเชื่อว่าแผนงานเหล่านี้ยังคงมีประโยชน์ในปัจจุบัน หรือกระทั่ง แนวทางล่าสุดที่อดีตนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ได้วางแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ไว้ ๓ ปี เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคมที่ผ่านมานี้เองค่ะ ภายใต้ Concept น้ำถึงไร่นา น้ำสะอาด ทุกหมู่บ้าน และแก้ปัญหาภัยพิบัติน่านน้ำ เพราะเข้าใจดีว่าน้ำเป็นพื้นฐานของทั้งภาคการผลิต และภาคการบริโภค จึงมีการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อป้องกันภัยพิบัติ ผ่านหน่วยงาน ที่เราเรียกกันว่า GISTDA เพื่อประเมินภาพถ่ายน้ำ พื้นที่น้ำที่มีการท่วมซ้ำซาก ร่วมกับ กรมชลประทาน เพื่ออะไรคะ เพื่อเฝ้าระวังติดตามได้และบริหารจัดการน้ำได้อย่างมี ประสิทธิภาพ เพื่อก่อให้เกิดผลประโยชน์กับประชาชนมากที่สุดค่ะ และล่าสุดแม้กระทั่ง อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจน้ำท่วมที่จังหวัดเชียงรายล่าสุด ท่านก็พูดถึงปัญหาน้ำเช่นเดียวกัน วิสัยทัศน์ของผู้นำทั้ง ๓ ท่านที่ผ่านมาในอดีต ล้วนมุ่งเป้าไป ที่เป้าหมายเดียวกัน คือการจัดการบริหารน้ำอย่างยั่งยืน ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันเชื่อมั่น เป็นอย่างยิ่งค่ะว่าภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ผู้นำคนรุ่นใหม่ จะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำนี้ได้อย่างยั่งยืนและจริงจังแน่นอน ถ้าสามารถทำลายข้อจำกัด และกำแพงของหน่วยงาน เพื่อก่อให้เกิดการบูรณาการทุกภาคส่วน และใช้ประโยชน์ร่วมกัน จากทรัพยากรที่หน่วยงานต่าง ๆ มี อาทิเช่น กลาโหมเราจะเปลี่ยนกลาโหมที่ดูเรื่องความมั่นคง ปรับเปลี่ยนมาดูแลภัยพิบัติ เราจะให้กองทัพอากาศใช้โดรนในการบินสำรวจติดตามสภาพน้ำ เราจะใช้กองทัพเรือในการผลักดันน้ำ และใช้กองทัพบกในการเป็นกำลังพลลงพื้นที่และส่งเสริม ยุทโธปกรณ์ ที่ดิฉันกล่าวมาทั้งหมดในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทย หัวใจของเราคือประชาชน ดิฉันจึงขอเป็นเสียงหนึ่งในสภานี้ค่ะ ที่ขอตอกย้ำให้มีการนำเอา แผนงานดี ๆ ที่เคยมีอยู่แล้วนำมาสู่การปฏิบัติได้จริง เพื่อต่อยอดออกมาเป็นแผนบริหาร จัดการน้ำที่ยั่งยืนและตอบโจทย์ในอนาคต ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเจษฎา ดนตรีเสนาะ เชิญครับ🔗

นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจษฎา ดนตรีเสนาะ ผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๒ พรรคประชาชน คนปทุมธานี ลุ่มน้ำเจ้าพระยาครับท่านประธาน วันนี้ผมขออนุญาตร่วมอภิปรายญัตติด่วนเรื่องน้ำท่วม ด้วยนะครับ แล้วก็จะนำพาความทุกข์ใจของพ่อแม่พี่น้องชาวปทุมธานีมาบอกให้ท่านประธาน ได้รับทราบครับ ขออนุญาตขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ ปทุมธานี

ในช่วงเดือนกันยายนถึงเดือน พฤศจิกายนของทุกปีครับท่านประธาน ปทุมธานีจะต้องเผชิญกับน้ำหลากที่มาจากทางเหนือ เพื่อจะออกกับปากอ่าวใช่ไหมครับ สไลด์ถัดไปครับ เพราะฉะนั้นในช่วงเดือนกันยายนถึง เดือนพฤศจิกายน ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ จะเป็นช่วงที่น้ำเอ่อท่วม เป็นเวลานานประมาณ ๓ เดือนทุกปีครับท่านประธาน เป็นธรรมชาติ แต่สิ่งที่ไม่ธรรมชาติ เดี๋ยวผมจะอธิบายถัดไปนะครับ โดยน้ำที่มาเอ่อกันก็จะมี ๓ น้ำครับท่านประธาน น้ำเหนือ ที่มาจากทางภาคเหนือครับ น้ำฝนที่ตกลงมา แล้วก็น้ำทะเลหนุนสูงในช่วงเดือนกันยายน ตุลาคม สไลด์นี้เราก็จะเห็นว่าน้ำที่เอ่อเมื่อก่อนเราปล่อยให้ท่วมทุ่ง ๒ ข้างริมแม่น้ำครับ ท่านประธาน แต่ในปัจจุบันหลังจากปี ๒๕๕๔ มานี้ หน่วยงานราชการใช้ถนนเส้นสีแดง เป็นเขื่อนในการป้องกันไม่ให้น้ำท่วมด้านนอก เพราะฉะนั้นริมแม่น้ำเจ้าพระยาเขาจึงเรียกว่า เขตนอกแนวคันกั้นน้ำ ทำให้น้ำท่วมทุกปีครับท่านประธาน ท่วมมาก ท่วมน้อยนะครับ แต่ในระยะหลัง ๆ น้ำท่วมสูงมาก บางปีท่วมสูงกว่าปี ๒๕๕๔ อีกครับท่านประธาน ทำให้ประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับผลกระทบมหาศาลนะครับ ขอสไลด์ถัดไปครับ เขาใช้เขื่อนเป็นถนนครับท่านประธาน น้ำท่วมสูงมากจากการจัดการ ระดับน้ำสูงเกินกว่า พื้นที่น้ำท่วมปกติครับ แล้วก็ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมากนะครับ ของปทุมธานีมีครัวเรือนได้รับผลกระทบประมาณ ๕,๖๐๐ หลังคาเรือน ตลอด ๓๐ กิโลเมตร ของจังหวัดปทุมธานีใน ๒ อำเภอ อำเภอสามโคก แล้วก็อำเภอเมืองปทุมธานีครับ สไลด์ถัดไป เราไปดูถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาพื้นที่นอกแนวคัน อย่างแรกเลยที่ผมอยากให้หน่วยงาน ราชการทำกับประชาชนก็คือไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ครับ ผมอยู่ในพื้นที่นอกแนว คันกั้นน้ำนี้มา ๓๐ กว่าปี ไม่เคยมีหน่วยงานราชการไปพูดคุยกับประชาชนเลยว่าพื้นที่ ที่คุณอยู่นี้จะต้องเป็นพื้นที่ที่น้ำท่วม มันกลายเป็นว่าเป็นพื้นที่ที่เราถูกบังคับให้ท่วมครับ ท่านประธาน โดยที่เราก็ไม่เต็มใจแต่เขาบังคับ เราก็ไม่มีทางเลือกครับท่านประธาน อันที่ ๒ คือการจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือในชีวิต อันที่ ๓ ก็คือการชดเชยค่าซ่อมแซม บ้านเรือนที่ทุกปีก็ได้น้อยมาก บางปีก็ไม่ได้ครับ ขอสไลด์ถัดไปครับ เป็นเรื่องของการจ่ายเงิน เยียวยา เราไปดูปัญหา อันที่ ๑ ก็คือต้องประกาศเป็นเขตภัยพิบัติก่อน ถ้าไม่ประกาศ เป็นเขตภัยพิบัติจ่ายเงินเยียวยาไม่ได้ครับท่านประธาน อันที่ ๒ ก็คือจ่ายช้าไม่ทันเหตุการณ์ บางปีกว่าจะได้ธันวาคม บางปีไปโน่นครับ เมษายนปีหน้า บางปีกันยายนน้ำจะมาอีกปีแล้ว เพิ่งจะได้เงินก็มีครับท่านประธาน อันที่ ๓ ก็คือไม่มีมาตรฐาน แต่ละปีจ่ายไม่เท่ากัน อยู่ที่มติของรัฐบาลในปีนั้น ๆ ว่าจะจ่ายหรือไม่จ่าย บางปีไม่จ่ายก็มีครับท่านประธาน อันที่ ๓ ก็คือระเบียบเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาชดเชยมันไม่มี และมันก็ไม่ชัดเจนครับ ขอสไลด์ถัดไปครับทางแก้ไขนะครับ อันที่ ๑ เราต้องจ่ายทันทีเมื่อน้ำท่วมครับ เพื่อช่วยลด ความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชน อันที่ ๒ คือจ่ายทุกเดือนจนกว่าน้ำจะลดครับ ท่านประธาน อันที่ ๓ ก็คือจำนวนเงินที่จ่ายไปนั้นจะต้อง อันที่ ๑ เหมาะสมกับ ความเสียหายที่เกิดขึ้น อันที่ ๒ ก็คือเข้ากับค่าครองชีพในพื้นที่นั้น ๆ เราไม่สามารถ ใช้เสื้อตัวเดียวกันแจกให้กับคนทั้งประเทศได้ครับ ขอสไลด์ถัดไปครับ อันที่ ๓ เป็นปัญหา เรื่องการจ่ายเงินชดเชยครับ อันที่ ๑ ก็คือระเบียบเรื่องจ่ายเงินชดเชยมีความยุ่งยาก ซับซ้อน อันที่ ๒ ก็คือแบบฟอร์มไม่ได้มาตรฐาน เทศบาล ก ฟอร์มหนึ่ง เทศบาล ข ฟอร์มหนึ่ง เทศบาล ค ฟอร์มหนึ่ง แต่ละฟอร์มก็กรอกยากง่ายต่างกันครับท่านประธาน เทศบาลไหนอยากช่วยเหลือ ประชาชนก็ฟอร์มง่าย ๆ กรอกง่าย ๆ ครับ และถ้าหากกรอกผิดนี้ถูกลิดรอนสิทธิครับ บางทีกรอกผิดเพราะคิดว่าต้องกรอกแบบนี้ แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ช่วยดูแลก็กลายเป็นผิด ก็กลายเป็นว่าจากที่จะได้รับเงินในจำนวนนั้นก็ไม่ได้รับครับ ขอสไลด์ถัดไป หัวข้อสุดท้ายครับ ท่านประธานที่ผมอยากได้ของจังหวัดปทุมธานีก็คือระบบเตือนภัยครับ โดย ๓ ด้านนะครับ ๑. ก็คือศูนย์ข้อมูลน้ำจังหวัดปทุมธานี ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนเลย อันที่ ๒ เสาวัดระดับน้ำ มีในหลายจุด แต่อยู่ในจุดที่หน่วยงานราชการดูแลและประชาชนเข้าไม่ถึงครับ มีอันหนึ่ง ที่ผมเคยขอไปยังกรมชลประทาน มีตั้งอยู่ที่สวนเทพปทุมอันเดียวครับท่านประธาน ส่วนอันที่ ๓ ก็คือเป็นเรื่องของการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าถึงนะครับ อันนี้ก็คือตัวอย่าง ผมเอามาจากศูนย์ข้อมูลน้ำจังหวัดแพร่ที่เตือนน้ำท่วมล่าสุดได้แม่นยำ รวดเร็ว เพียงแต่ว่า การเข้าถึงประชาชนมันยังช้าครับ ขอสไลด์ถัดไปครับ อันนี้คือจุดติดตั้งโทรมาตรสำคัญ ของจังหวัดปทุมธานี จุดแรกก็คือวัดท้ายเกาะที่อำเภอสามโคก จุดที่ ๒ ก็คือปากคลองรังสิต ถามว่าจุดแรกสำคัญอย่างไร จุดแรกสำคัญเพราะว่าเป็นจุดที่น้ำจากภาคเหนือบวกแม่น้ำป่าสัก แล้วก็จุดอื่น ๆ จะมาถึงปทุมธานีโดยที่ไม่มีการระบายออกที่อื่นแล้วนะครับ น้ำถ้าเข้าจุดนี้ เมื่อไรจะออกอีกทีก็คือที่ปากอ่าวเลย เพราะฉะนั้นปริมาณน้ำที่บอกตรงนี้จะสำคัญมากกับ จังหวัดปทุมธานีเอง นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ เพราะว่าจะได้เตรียมการ รับมือถูก ส่วนที่ ๒ ปากคลองรังสิต เพราะว่ามีปริมาณน้ำที่สูบย้อนจากกรุงเทพมหานครไป ลงคลองเปรมนะครับ แล้วก็จากคลองเปรมสูบออกคลองรังสิต คลองรังสิตก็ต้องมาออกจุดนี้ เข้าแม่น้ำเจ้าพระยาครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นน้ำในปริมาณนี้ก็มีโอกาสที่จะเอ่อล้น ท่วมบ้านเรือนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนมากกว่าปกติทั่วไปครับท่านประธาน ขอสไลด์ถัดไปครับ อันนี้เป็นเสาวัดระดับน้ำครับ ปกติเสาวัดระดับน้ำรูปขวาครับท่านประธาน จะเป็นแค่เสาโด่ ๆ ปกติใช่ไหมครับ ซึ่งไม่รู้หรอกว่าจะใช้อย่างไร แต่ถ้าหน่วยงานราชการทำบอกแบบนี้ครับ ระดับ ๒.๔ เมตร น้ำระบาย ๘๐๐ วินาที ถามว่า ๘๐๐ วินาทีนี้เราดูจากอันไหน ดูจากเขื่อนเจ้าพระยาที่ประกาศครับท่านประธาน พอเขื่อนเจ้าพระยาประกาศว่า ระบาย ๘๐๐ ลูกบาศก์เมตร เราไปดูเลยว่าน้ำจะท่วมขึ้นเท่าไร พ่อแม่พี่น้องประชาชน จะได้ยกของหนีทันแล้วก็สูงเพียงพอ ยกแล้วแต่ไม่พ้นน้ำ ทำให้เสียหายเช่นเดียวกัน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุป ๆ นะครับ🔗

นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ ปทุมธานี

ขออนุญาตสักครู่เดียวครับ ท่านประธานจะจบแล้วครับ การแจ้งเตือนอันนี้คือของ สทนช. ประกาศนะครับ จะขอดู สไลด์ถัดไปครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ ปทุมธานี

วันที่ ๒๕ ธันวาคม ปภ. มาถึง ผู้ว่าราชการจังหวัด วันที่ ๒๖ ผู้ว่าราชการจังหวัดถึงหน่วยงานในจังหวัด วันที่ ๒๗ ผู้ว่าราชการจังหวัดถึงหน่วยงานในจังหวัด แล้วเมื่อไรจะถึงท้องถิ่นกับประชาชนครับ ท่านประธาน แล้วประชาชนจะได้รับรู้เมื่อไร น้ำจากเขื่อนไปถึงปทุมธานี ๑ วันครึ่งครับ อันนี้เกินวันน้ำท่วมแล้วครับท่านประธาน ไม่ทันครับ🔗

สุดท้ายครับ จะอย่างไรก็แล้วแต่ผมอยากให้บอกความจริงกับประชาชนครับ ท่านประธาน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ก็ดู ๆ นะครับ ถ้าดูเวลาแล้วมันใกล้ ๆ ก็สรุปเลยนะครับ เชิญท่านทรงยศ รามสูต เชิญครับ🔗

นายทรงยศ รามสูต น่าน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ผม ทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทยนะครับ ผมในฐานะผู้ประสบภัยคนหนึ่งนะครับ ที่บ้านโดนตัดน้ำ ตัดไฟเหมือนกันนะครับ ก่อนอื่น ก็ต้องขอขอบพระคุณท่าน สส. ชลน่าน และ สส. ณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ สส. น่าน ทั้ง ๓ คน ท่านเสียสละไม่พูดวันนี้ มอบเวลาให้ผมทั้งหมด ก็แทนที่จะพูด ๒๑ นาที หรือ ๑๕ นาที ก็ขอสัก ๑๐ นาทีก็พอนะครับ ผมจะไม่พูดถึงมวลน้ำในส่วนของเชียงราย หรือจากที่ของน้ำยม ที่เพื่อนสมาชิกน้ำจากพะเยาลงแพร่ จะพูดถึงเฉพาะน้ำน่านอย่างเดียวนะครับ ซึ่งยังไม่มี สมาชิกท่านใดพูด ซึ่งความเสียหายของน้ำน่านส่วนใหญ่ก็ไหลลงเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งก่อนที่มวลน้ำ จะไปถึงตอนนั้นเขื่อนสิริกิติ์สามารถรองรับมีน้ำประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ก็เพิ่มอีก ประมาณสัก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ คงไม่กระทบกับที่อื่นนะครับ แต่คราวนี้ความเสียหายที่เกิดจาก จังหวัดน่านนะครับ ภาพสไลด์ขึ้นเลยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายทรงยศ รามสูต น่าน

ปี ๒๕๔๙ เป็นครั้งที่แม่น้ำน่านน้ำสูงที่สุดนะครับ หลังจากปี ๒๕๐๖ นะครับ รองลงมาก็เป็นปี ๒๕๕๔ แล้วก็ถัดมาที่น้ำท่วมใหญ่ก็ปี ๒๕๖๑ และปัจจุบันก็คือปี ๒๕๖๗ นะครับ สาเหตุที่รู้ว่าท่วมใหญ่ที่สุดนะครับ เราจะรู้ระดับครับ เวลาที่น้ำมันมามันจะมีน้ำหลาก และเขาก็จะมีจุดไปปักไว้ว่าแต่ละจุดนี้น้ำจะมาถึงจุดนี้ ระดับน้ำความสูงที่เท่าไร จะไปถึงจุดนั้นกี่ชั่วโมงนะครับ อย่างเช่น ผมยกตัวอย่างจาก ภาพสไลด์ จากจุด N ๖๔ บ้านผาขวาง จะมาถึงที่เทศบาลเมืองน่านอีก ๗ ชั่วโมง เขาจะรู้เลย ว่าถ้าน้ำสูงระดับนี้จะท่วมหรือไม่ เพราะฉะนั้นเวลาน้ำมามันจะหลากท่วมออก ๒ ข้าง แต่ถ้าตรงไหนเป็นท้องกระทะน้ำก็จะท่วมเข้าไป ซึ่งของจังหวัดน่านตั้งแต่เกิดน้ำท่วมใหญ่ ปี ๒๕๔๙ ก็มีการทำเขื่อนป้องกันตลิ่งสูงขึ้นมาจากพื้น จากเดิม ๘.๔๒ เมตร ให้ป้องกันได้ ๘.๕๐ เมตร เพราะฉะนั้นปี ๒๕๖๑ น้ำไม่เข้าเทศบาลเมืองน่าน แต่ปีนี้น้ำมันสูงประมาณ ๘.๗๒ เมตร เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนเขาก็จะรู้เลยว่าน้ำจะเข้าเมืองแน่ ๆ หลังจาก ที่ผ่านจุดเตือนภัยนะครับ เพราะฉะนั้นเราก็เตรียมการป้องกันในเรื่องเตือนประชาชน ให้เริ่มเก็บของ ซึ่งก่อนอื่นก็ต้องขอขอบพระคุณนะครับ ภาพต่อไปเลยนะครับ ในช่วงที่เกิด น้ำท่วมนะครับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ถึงแม้ท่านยังไม่ได้แถลงนโยบาย แล้วก็ยังไม่สามารถสั่งงาน สั่งการได้ ทำอะไรก็ไม่ได้นะครับ ก็ไปในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไปให้กำลังใจ และไปรับฟังปัญหา แล้วก็ยังมีรัฐมนตรีอีกหลายท่านนะครับ ไม่ว่าจะเป็น ท่านรองนายกรัฐมนตรีภูมิธรรม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการอรรถกร แล้ววันนี้ท่านรัฐมนตรีเสริมศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาก็ไปดูแหล่งท่องเที่ยวที่โดนน้ำท่วมนะครับ คราวนี้เราก็มาดูว่า เมื่อเขาเข้าไปต่าง ๆ ก็จะสั่งมาตรการต่าง ๆ ผมก็อยากจะนำเสนอ วันนี้ที่เรานำเสนอ เราควรจะมีแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ระยะสั้นในส่วนที่ภาครัฐทำไปแล้ว อันดับแรกก็คือเรื่องของสถาบันการเงิน ก็เป็นสิ่งที่ดีในเรื่องของการลดดอกเบี้ย ลดเงินต้น งดส่งเงินต้น แล้วก็ให้กู้ระยะสั้น แล้วก็อาจจะเพิ่มตรงนี้หน่อยว่าให้ลดเงื่อนไขให้ชาวบ้าน ที่เขาประสบปัญหาได้เข้าถึงง่าย ๆ อันที่ ๒ ก็คือในเรื่องของอาชีวะนะครับ ซึ่งช่วงนี้ Fix It Center เข้าไปดูแล เขาก็ไปดูแลในเรื่องของรถจักรยานยนต์ หรือรถ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่จมน้ำนี้ไปซ่อม แล้วก็ยังฝากให้ภาครัฐดูแลพวกอุปกรณ์ เช่น พวกน้ำมันเครื่อง เจ้าหน้าที่เขาบอก เด็ก ๆ เขาบอก หรือว่าอาชีวะต่างจังหวัดอื่นที่เขามีความพร้อมก็ส่งไปช่วยในภาคเหนือ ที่เขามีปัญหา อันนี้ก็ฝากไว้ อันที่ ๓ ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ในเรื่องของโรค ที่มากับน้ำก็คือโรคฉี่หนู ทางเจ้าหน้าที่เขาก็เอายาไปแจก แต่ก็มีคนเสียชีวิตแทบทุกครั้ง เพราะว่าชะล่าใจ มีแผลแล้วก็ลงไปลุยน้ำ โดยเฉพาะคนที่เข้าไปช่วยเหลือ ก็อยากจะส่งยา ให้ทั่วถึง แล้วก็ประชาสัมพันธ์ว่า ถ้าใครตาแดง มีไข้ เจ็บน่อง ก็ให้รีบทานยาเลย นอกจากนี้ ก็ขอบคุณทหาร แล้วก็ถุงยังชีพต่าง ๆ แต่แผนระยะสั้นที่รัฐบาลยังไม่ได้ทำนะครับ ผมอยากจะฝากไว้อันแรกก็คือ พอน้ำมันมาเป็นน้ำป่า เมื่อวานผมหารือไปแล้ว เวลาน้ำลด มันจะเป็นขี้โคลน และส่วนใหญ่เวลาน้ำมา เขาจะตัดน้ำ ตัดไฟ ถ้าน้ำลงนี้เราฉีดน้ำไล่ลง มันก็จะไม่เป็นขี้โคลน แต่ทีนี้พอไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ ขี้โคลนก็เยอะ เพราะฉะนั้นเดือนนี้ค่าน้ำ ค่าไฟของชาวบ้านที่ประสบภัยจะค่อนข้างสูง ก็ฝากรัฐบาลช่วย อาจจะมีนโยบายลดค่าน้ำ ค่าไฟ หรือยกเว้นได้ก็ได้นะครับสำหรับเดือนนี้🔗

ต่อไปในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขาฝากผมมาว่า เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขามีเงินสะสมไม่มาก เพราะฉะนั้น เวลาเขาไปดูแลหลังจากประกาศภัยพิบัติและเข้าช่วยเหลือ เขาต้องดูแลทั้งซ่อมแซม ดูแลบ้าน ในเรื่องของพืช เรื่องสัตว์ ก็ไม่รู้จะไปดูแลหมวดไหนนะครับ เพราะฉะนั้นก็ฝากว่า ถ้ารัฐเข้ามาช่วยเหลือได้ก็จะดี เอางบกลางเข้าไปช่วย เพราะฉะนั้นท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่นนี้ เขามีงบไม่เท่ากัน หรือบางครั้งบางครานี้เขาก็แนะนำว่ามันมีกองทุนผู้ประสบภัยที่รัฐสามารถ นำเงินมาใช้ได้ เหมือนสมัยท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผมจำได้ตอนน้ำท่วมปี ๒๕๔๙ ที่จังหวัดน่าน ท่านนำเงินมาให้ผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SMEs รายละ ๒๐,๐๐๐ บาท ที่ประสบปัญหา หรือสมัยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ก็ให้ครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท หรือตอนพายุโพดุลเขาบอกว่าบ้านเรือนที่เสียหายเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท เอาไปเลย ๒๐๐,๐๐๐ บาท คราวนี้ก็ฝากเอาไว้นะครับ ให้รัฐพยายามหาทางเอาจากงบกลาง หรือตรงไหนก็ได้มาแก้ไข คราวนี้ในการแก้ไขปัญหาระยะกลาง เนื่องจากน้ำมาครั้งนี้ มันมาแรง ก็อยากจะให้ซ่อมแซม ตลิ่งหลายที่ก็พัง อย่างที่จังหวัดน่านผมก็พังไปหลายที่ ขนาดตลิ่งคอนกรีตเสริมเหล็กก็ยังพัง นอกจากนี้ก็อยากจะฝาก ลำน้ำน่านเพื่อนสมาชิกก็พูด ไปแล้วว่ามันมีลำน้ำสาขาย่อย ๆ เข้ามา มันไม่มีเขื่อน เขื่อนย่อย ๆ ที่จะมาเก็บกักน้ำ ปีที่แล้ว มีการพยายามจะเสนอทำฝายแกนซีเมนต์ เพราะว่าฝายคอนกรีตมันแพง คือฝายแกนซีเมนต์ ที่เขาว่าเสื้อโหล มันคือฝายเล็ก ๆ ที่จะลงลำน้ำสาขา ความยาวไม่เกิน ๕ เมตร ๘ เมตร ๑๐ เมตร ๑๕ เมตร มันจะช่วยหน่วง ดัก กัก ชะลอ ถึงแม้ว่าฝายหนึ่งจะรับน้ำได้สักหลักหมื่น หลักแสน แต่หลาย ๆ ฝายก็สามารถรองรับได้หลักแสน หลักล้านนะครับ อันนี้ก็ฝากให้รัฐ กลับมารื้อฟื้นนะครับ🔗

อันที่ ๓ อันนี้คือฝายแกนซีเมนต์ คือระยะมันสั้นแค่นี้ ๕ เมตร ๘ เมตร รัฐปีที่แล้วไม่ได้ให้นะครับ🔗

ต่อไปก็อีกอันหนึ่ง โครงการคือมีหลายอ่างที่เขาอยู่ติดกับลำน้ำน่าน ท่านเชื่อไหมว่าช่วงหน้าฝนตกเยอะ ๆ มีแต่น้ำฝน แต่น้ำน่านไม่สามารถที่จะเข้าไปได้ ก็อยากจะฝากให้รัฐวางแผนเอาน้ำเข้าไปยังอ่างใกล้ ๆ หรือทำแก้มลิงนะครับ🔗

นอกจากนี้ อีกอย่างหนึ่งที่อยากจะให้บูรณาการก็คือจังหวัดที่มีน้ำท่วมบ่อย ๆ ควรจะมีพวกรถดูดโคลน รถสูบน้ำระยะไกล อย่างคราวที่แล้วเราต้องไปยืมจากเชียงราย มันจะสูบน้ำ แล้วก็มีท่อไป ๔ เมตร และต่อไปได้อีก ๔ เมตร เป็น ๘ เมตร อันนี้ก็เป็นสิ่งที่จำเป็น อันนี้คือแผนระยะกลางและอยากจะฝากไว้🔗

ส่วนแผนระยะยาวที่อยากจะฝากไว้ก็คือเพื่อนสมาชิกพูดแล้ว ภาพขึ้นเลย คือสมัยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ท่านไปช่วยน้ำท่วมน่านเมื่อปี ๒๕๕๔ หลังจากนั้น ท่านรับตำแหน่งก็พยายามที่วางแผนในการที่จะบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ผมว่าเราควร จะรื้อฟื้นตรงนี้ขึ้นมาในการวางแผนน้ำทั่วประเทศ🔗

แต่ปัญหาใหญ่ก็คือระยะยาวอันที่ ๒ ก็คือควรจะต้องมีกฎหมายพิเศษ เอาภาพลงก่อนก็ได้ครับ คือกฎหมายพิเศษมาดูแลตรงนี้ เพราะเนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ ที่เป็นพื้นที่ภาคเหนือตอนบน มันมีปัญหาคือเป็นลุ่มน้ำชั้น ๑ ชั้น ๒ ชั้น ๓ ชั้น ๔ ชั้น ๕ ซึ่งการจะทำเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำค่อนข้างยากมาก เรามี สทนช. ก็ดี มี กนช. ก็ดี แต่ส่วนใหญ่ พวกนี้จะพิจารณาโครงการในช่วงที่มันแล้วเสร็จ แต่โครงการก่อนที่พิจารณาก่อน ค่อนข้าง จะใช้เวลา กว่าผมจะทำอ่างเก็บน้ำได้อ่างหนึ่งใช้เวลา ๒๐-๓๐ ปี มันต้องมีกฎหมายเฉพาะ เพราะทำ EIA ก็ ๕๐๐ วัน แล้วก็กว่าจะกันพื้นที่ป่ากันอะไร เพราะฉะนั้นถ้าเรามีกฎหมายพิเศษ ที่จะบูรณาการสามารถทำอ่างเก็บน้ำให้รวบรัดภายใน ๕ ปี ๑๐ ปี ได้ทั้งป่า ได้ทั้งน้ำ ก็จะเป็นไปได้ดียิ่งขึ้น อันนี้ก็ฝากรัฐบาลนะครับ🔗

สุดท้ายนะครับ ภาพสุดท้ายแล้วครับ ก็ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้าไปช่วย ทุกจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นทางพระสงฆ์องค์เจ้าก็มาช่วย ทางหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ต่างจังหวัด นักร้อง ศิลปินทุกคนไปช่วยกันหมด ฝากขอบคุณ แต่ฝากนิดเดียวครับ ติงพวก Social ก็อย่าไปจับผิดหรือจ้องให้มันเป็นประเด็น ผมยกตัวอย่างนิดหนึ่งที่วัดสวนตาล ที่จังหวัดน่าน ภาคศูนย์มูลนิธิกับชาวบ้านจิตอาสาไปช่วยกันทำ แค่พูดผิดหูแค่นั้นละ เรื่องหลักเกณฑ์ เขาเอาไปเขียนใน Social ทั้ง ๆ ที่ทำข้าวกล่องแจกพื้นที่ชาวบ้านของจังหวัดน่านวันหนึ่ง เป็นพันกล่อง หาเงินมาเป็นแสนบาท เป็นล้านบาท เพราะฉะนั้นก็ฝาก Social การช่วยคน อยากให้ช่วงนี้งด Drama นะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตัวแทนของ สส. น่าน ๓ คน ต่อไปท่านกิตติภณ ปานพรหมมาศ เชิญครับ🔗

นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ นครปฐม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม กิตติภณ ปานพรหมมาศ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๔ พรรคประชาชน ผมขอร่วมอภิปรายญัตติน้ำท่วมและมาตรการแก้ไขเพื่อส่งข้อเสนอให้แก่ ครม. ดำเนินการต่อไป โดยขอพูดในฐานะคนลุ่มน้ำท่าจีน ในประเด็นการเตรียมการระบายน้ำ และการผันน้ำลงท่าจีน ที่เป็นจุดเปราะบางสำคัญที่จะระบายน้ำลงสู่ทะเล ท่านประธานครับ ปกติการระบายน้ำจากภาคเหนือสู่ทะเลนั้นจะใช้เส้นทางหลักคือแม่น้ำเจ้าพระยาครับ แต่หากเกินศักยภาพที่แม่น้ำเจ้าพระยาจะรับได้ ก็จะมีการผันน้ำออกไปทางฝั่งตะวันออก และตะวันตก นั่นคือแม่น้ำท่าจีน ซึ่งเริ่มตั้งแต่ชัยนาท สุพรรณบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร ซึ่งแท้จริงแล้วกายภาพของแม่น้ำท่าจีนที่มีขนาดไม่กว้างมาก แล้วก็มีช่วงปลายที่คดเคี้ยว เป็นกระเพาะหมูอยู่หลายชั้นครับ ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่ถูกผันน้ำลงทะเล แต่ไม่ได้มีการเตรียมตัว ไม่ได้มีการเตรียมการไหลของน้ำไว้ ทำให้น้ำไหลอย่างล่าช้า และตรงอยู่ที่บริเวณจังหวัด นครปฐมที่อำเภอบางเลนและอำเภอนครชัยศรี เพราะทางกายภาพไม่ได้เป็นเส้นตรงครับ แล้วก็มีหลายครั้งที่การระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีนมากเกินกว่าที่แม่น้ำท่าจีนจะรับได้ครับ ไม่ว่าจะทำให้บ้านเรือนริมแม่น้ำท่าจีนเกิดน้ำท่วม น้ำล้นตลิ่ง ลามไปถึงในทุ่งในคลอง สาขาต่าง ๆ ใน ๒ ริมแม่น้ำนะครับ และผมได้ลงพื้นที่สำรวจความพร้อมของแม่น้ำท่าจีนครับ ดูศักยภาพของพื้นที่ของ ๒ ฝั่ง ทั้งตะวันออกและตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน ก็พบว่า ฝั่งตะวันตกไม่มีแม้แต่เขื่อนใด ๆ มีเครื่องสูบน้ำก็น้อยมาก ไม่กี่เครื่องนะครับ และในทาง ฝั่งตะวันออกก็พอจะรับรองระบายน้ำได้อยู่บ้าง แต่การขโมยสายไฟที่เป็นข่าวเมื่อไม่กี่วัน ที่ผ่านมา ก็เกิดจากการขาดแคลนบุคลากรทางด้านน้ำที่ต้องเฝ้าดูแลอุปกรณ์ที่สำคัญครับ แต่ก็ยังโชคดีที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะสูบน้ำในระยะนี้ได้ ทั้งนี้ผมเห็นว่าเราควรจะเตรียมการ พัฒนาศักยภาพการรองรับปริมาณน้ำในแม่น้ำท่าจีน หากยังคงเป็นจุดที่ต้องผันน้ำลงทะเล โดยการสำรวจจุดฟันหลอเพื่อการเตรียมการแก้ไขในทันที และในระยะยาวคือการสร้างเขื่อน ริมแม่น้ำตลอดแนว เหมือนฝั่งตะวันออกนะครับ และเพิ่มสถานีสูบน้ำในคลองสาขาย่อยต่าง ๆ ที่มาเชื่อมรวมกัน🔗

ส่วนในสถานการณ์ปัจจุบันครับ ทำได้เพียงแค่ลุ้นว่าประตูน้ำพลเทพ จะปล่อยน้ำเกิน ๑๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีหรือไม่ครับ เพราะว่ายังต้องรับน้ำจากคลอง สายย่อยตลอดลำน้ำของแม่น้ำท่าจีน ตั้งแต่ชัยนาทลงมาเรื่อย ๆ จนถึงสมุทรสาคร หากไม่มีการเตรียมการทางน้ำที่ดีครับ โดยเฉพาะเมื่อมาถึงตำบลบางหลวง อำเภอบางเลน พื้นที่ของผมเองเป็นจุดรับน้ำจากสองพี่น้อง ก็มีน้ำถึง ๒๕๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปริมาณ ตรงนี้จะทำให้น้ำท่วมตำบลบางหลวงทันที แล้วก็จะมีน้ำที่ลงไปถึงสู่อำเภอนครชัยศรีตอนล่าง ของแม่น้ำท่าจีน ที่มีน้ำถึง ๖๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แน่นอนครับ น้ำส่วนนี้ก็เกิดจาก การระบายจากฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเช่นกันครับท่านประธาน อีกหนึ่งทางก็คือการสูบน้ำ จากฝั่งตะวันออก ซึ่งก็เป็นการผันน้ำโดยตรงจากทางโครงการส่งน้ำฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บวกกับการที่พบกับสายน้ำที่คดเคี้ยวนะครับ ในส่วนของอำเภอนครชัยศรีครับ ทำให้กระแสน้ำเอ่อล้นได้ทันทีครับ แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาที่สำคัญเลยนะครับ ในระยะคดโค้ง ของแม่น้ำท่าจีนในช่วงนี้มีระยะถึง ๓๐-๔๐ กิโลเมตรครับ มันกลายเป็นว่าแม่น้ำท่าจีน ต้องแบ่งรับน้ำด้านบนจากเขื่อนเจ้าพระยา และต้องมารับน้ำด้านล่างจากแม่น้ำเจ้าพระยา บวกไปด้วยเช่นกันครับ เรียกว่าน้ำมา แต่เงินไม่ได้มาครับ ท้องถิ่นและท้องที่จำเป็นต้องสำรอง จ่ายไปก่อน เพื่อป้องกันน้ำและเยียวยาประชาชนของตนเองครับ🔗

ปัญหาที่กล่าวมายังไม่รวมการที่แม่น้ำท่าจีนสูงขึ้นครับ ทำให้สาขาต่าง ๆ ที่อยู่ริมแม่น้ำท่าจีนฝั่งตะวันตกไม่สามารถระบายน้ำสู่แม่น้ำท่าจีนได้ครับ ส่งผลให้น้ำท่วม ในพื้นที่ชั้นในของอำเภอบางเลนและอำเภอดอนตูม รวมถึงอำเภอนครชัยศรีทันทีด้วยครับ ท่านประธานครับ ถ้าเราจะใช้แม่น้ำท่าจีนในการระบายน้ำลงสู่ทะเลจริง ๆ แล้วครับ กับสถานการณ์ที่ผมได้กล่าวมา มีข้อเสนอดังนี้🔗

ข้อ ๑ ต้องมีการสำรวจพื้นที่หน้าตัดของแม่น้ำท่าจีนอย่างจริงจังครับ เพื่อจะได้รู้ว่าแม่น้ำท่าจีนรับปริมาณน้ำได้เท่าไรในปัจจุบัน เพียงพอต่อการรับน้ำที่ผันมาจาก เจ้าพระยาหรือไม่ เพื่อการบริหารจัดการที่เป็นระบบครับ🔗

ข้อ ๒ ควรนำโครงการคลองลัดในกระเพาะหมูทั้ง ๓-๔ กระเพาะหมูตอนล่าง ของแม่น้ำท่าจีนครับ อันประกอบไปด้วยคลองลัดงิ้วราย คลองลัดอีแท่นและคลองลัด บางม่วง ทำขึ้นมาให้สำเร็จได้แล้วครับ🔗

ข้อ ๓ เตรียมพนังคันกั้นน้ำฝั่งตะวันตก พร้อมสถานีสูบน้ำเพื่อเพิ่มความจุ ของลำน้ำ และสร้างแนวป้องกันที่ฟันหลอไม่ให้น้ำท่วมนะครับ รวมถึงการขุดคลอง กำจัดสิ่งกีดขวางลำคลองตลอดแนวแม่น้ำท่าจีนครับ ทำให้น้ำสามารถไหลลงสู่ทะเลได้ครับ🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมก็คือ ต้องหาทางไปให้น้ำครับ แต่การผันน้ำลงท่าจีนแต่กลับไม่หาทางไปให้เลยนะครับ นั่นไม่ต่างอะไรกับการโยนความทุกข์ ให้กับพี่น้องชาวท่าจีน โดยเฉพาะในอำเภอบางเลน อำเภอนครชัยศรี โดยที่ท่านไม่ได้แก้อะไรเลย ก็ฝากถึงทางคณะรัฐมนตรีให้รับฟัง แล้วก็แก้ไขปัญหาให้พ่อแม่พี่น้องชาวท่าจีนด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฐิติมา ฉายแสง เชิญครับ🔗

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันขอสนับสนุนญัตติแก้ปัญหาน้ำท่วมทั้ง ๔ ญัตตินี้เลยนะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นภาพ พี่น้องประชาชนเดือดร้อน เห็นบ้านเรือนเสียหาย เห็นพืชผลทางการเกษตรเสียหาย ถนนถูกตัดขาดพังเสียหาย โดยเฉพาะในวันนี้ได้เห็นภาพแบบนี้เยอะเหลือเกินนะคะ ซึ่งมันก็เห็นแบบนี้ทุกปีด้วยค่ะท่านประธาน ดังนั้นดิฉันคิดว่าเรื่องของน้ำท่วมนี้มันน่าจะต้อง หาหนทางกันให้ได้แล้วนะคะว่าจะต้องแก้ไขอย่างไร เชื่อไหมคะว่าดิฉันจำชื่อจังหวัดที่น้ำท่วม ไม่ว่าจะเชียงรายมาพะเยา พะเยามาแพร่ น่าน สุโขทัย พิษณุโลก นครสวรรค์ลงทะเล อะไรก็แล้วแต่ ดิฉันได้ยินอย่างนี้เป็นประจำเลย เราไม่สามารถแก้ปัญหาได้สักทีหนึ่ง การเรียกร้องให้มีอ่างเก็บน้ำก็ดี ฝายชะลอน้ำ แก้มลิงต่าง ๆ นานาพวกนี้ก็เป็นเรื่องที่พี่น้อง สส. เรานี้พยายามนำเสนอ ประชาชนเองก็อยากได้ แก้ได้ก็แก้ไป หรือทำได้ก็ทำนะคะ แต่ว่ามันอาจจะเป็นบางอย่างที่มันแก้ที่ปลายเหตุ หรือปลายทาง เพราะฉะนั้น ดิฉันอยากจะชวนคุยถึงว่าการแก้ปัญหาไม่ว่าจะเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้ง โลกร้อน หรือว่า อุณหภูมิสูงใด ๆ ก็แล้วแต่ มันหนีไม่พ้นจริง ๆ ที่จะต้องมีต้นไม้ เพราะฉะนั้นต้องปลูกป่าค่ะ ท่านประธาน หาทางออกอย่างอื่นไม่ได้จริง ๆ เพราะว่าต้นไม้มันสามารถดูดซับน้ำได้ มันสามารถที่จะชะลอน้ำหลากได้ มันลดโลกร้อนได้ แต่ทีนี้เราไม่ค่อยจะเน้นเรื่องนี้ เราไม่ค่อยจะทำเรื่องปลูกป่ากันอย่างจริงจังเราจะเห็นว่าภาคเอกชนบ้าง หลวงบ้าง ปลูกป่า นิดหน่อย นิดหน่อย เสร็จแล้วตาย ตายหมดอีกต่างหาก หรือว่าไม่สนอกสนใจ ไม่มีแนวทาง ที่ชัดเจน ไม่มีนโยบายหรือว่าหลักการในการที่จะปลูกป่าเอาจริงเอาจัง ไม่มีค่ะท่านประธาน ดังนั้นจึงถามว่าเมื่อไรมันจะถึงเวลาที่จะแก้ไขปัญหาที่ต้นสายปลายเหตุจริง ๆ เพราะว่า เรามีแต่ภูเขาโล้น เราไม่มีต้นไม้มากักน้ำไว้เลย เราไม่มีทางที่จะทำให้ชะลอน้ำได้ เชื่อไหมคะ ว่าประเทศจีนเขาบอกมาแล้ว เมื่อวานดิฉันประชุมกรรมาธิการวิสามัญ El Nino เรื่องน้ำแล้ง เราก็พูดไปถึงเรื่องโลกร้อน นักวิชาการบอกว่าตอนนี้ประเทศจีนเขาบอกว่าของเขา ไม่มีน้ำหลากที่มันสีแบบโอวัลตินแล้วนะ เขาไม่มี เขาเป็นสีน้ำใส ถามว่าทำไมน้ำใส เขาปลูกต้นไม้ ดูเป็นคำตอบแบบนั้น เพราะฉะนั้นการที่เราจะแก้ปัญหา ทางหนึ่งแน่ ๆ ท่าน ต้องปลูกป่า ท่านต้องมีต้นไม้ ไม่อย่างนั้นท่านจะทำอย่างไร เวลาที่โลกร้อนท่านก็มาบ่นโลกร้อน แล้วก็ไม่ปลูกต้นไม้ ดังนั้นดิฉันจึงอยากจะบอกว่าทุกที่ขอให้ปลูกต้นไม้เถอะ ถ้าเกิดว่า ไม่เกี่ยวกับน้ำท่วมครั้งนี้ ท่านต้องการลดโลกร้อน ท่านก็ปลูกต้นไม้ อบต. ทุก อบต. ๗,๐๐๐ อบต. ปลูกกันปีละ ๑,๐๐๐ ต้นต่อ อบต. ดูสิว่ามันจะเป็นอย่างไร ทำกันทุกปี ทุกปี ทุกปี ทำไปเรื่อย ๆ นะคะ ทีนี้ขณะนี้เราพบว่าเรามีผู้ที่ทุกข์ยากอยู่มากมาย บางคนก็บอกว่า บ้านดิฉันฉะเชิงเทราน้ำไม่ท่วม พูดทำไมน้ำท่วมมีการถามแบบนี้นะคะ ดิฉันอยากจะบอกว่า ถึงแม้ฉะเชิงเทราน้ำไม่ท่วม🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

แต่เชื่อไหมคะ น้ำใจของคนฉะเชิงเทรา ล้นเหลือขนาดนี้เลยค่ะ ขณะนี้ดิฉันโพสต์ภาพไปใน Social Media ไม่กี่วัน พี่น้องประชาชน ระดมให้ของบริจาคเพื่อช่วยน้ำท่วมครั้งนี้ที่ภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า อาหารแห้ง น้ำดื่มต่าง ๆ นานา เต็มไปหมดเลย และวันพรุ่งนี้จะเป็นวันที่รวบรวมของต่าง ๆ เหล่านี้ จากพี่น้องประชาชนชาวฉะเชิงเทราที่มีน้ำใจดีนี้นะคะ บวกกับการทำงานของทหารที่ดิฉัน ไปขอความช่วยเหลือ และเขาให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี นั่นคือกองพลทหารราบที่ ๑๑ ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวค่ะ เขาก็จะรวบรวมของ และเราก็จะมอบของนี้ให้ทหาร แล้วทหารเขาก็จะไปมอบให้กับทางผู้ที่เดือดร้อนทางภาคเหนือต่ออีกทีหนึ่ง เพราะฉะนั้น ดิฉันขอขอบคุณพี่น้องชาวฉะเชิงเทราที่มีน้ำใจทุกคน ขอขอบคุณกองพลทหารราบที่ ๑๑ ที่มีน้ำใจในการช่วยเหลือครั้งนี้ ก็หวังว่าการแก้ปัญหาครั้งนี้ที่พี่น้อง สส. เราได้พูดกันเยอะแยะไปหมดเลยนะคะ จะเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน แล้วก็หน่วยราชการที่กำลังทำงานอย่างหนัก อยู่ในตอนนี้ ที่กำลังเผชิญ และหวังว่าการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ๔ ญัตติด้วยกันในวันนี้ จะเป็นการแก้ปัญหาน้ำท่วมของภาคเหนือ และได้ข้อสรุปเสียทีนะคะ เพื่อไม่ให้ ต้องมาพูดแบบนี้กันทุกปี ๆ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ครับ🔗

นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาชนครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายญัตติการแก้ไขปัญหา น้ำท่วมทั้งประเทศเพื่อส่งข้อเสนอแนะให้ ครม. ดำเนินการต่อไปนะครับ ท่านประธานครับ ปัญหาอุทกภัยที่ประเทศไทยกำลังประสบอยู่นี้ไม่ใช่ครั้งแรก และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย หลายคนคงจะจำกันได้ เราประสบเหตุมหาอุทกภัยในปี ๒๕๕๔ ที่สร้างความเสียหาย มูลค่าถึง ๑.๔๔ ล้านล้านบาท และใช้งบฟื้นฟูเยียวยากว่า ๗๖๐,๐๐๐ ล้านบาท นับเป็นภัยพิบัติ ที่สร้างความเสียหายสูงสุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยเลยนะครับ จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้เรามีบทเรียนมากขึ้นกับภัยธรรมชาติ มีการวางแผนการบริหารจัดการลุ่มน้ำต่าง ๆ ทั่วประเทศ มีการใช้งบประมาณในการเตรียมรับมือภัยน้ำท่วมอย่างมหาศาล แต่ดูเหมือนว่า ปัญหาน้ำท่วมยังจะต้องเผชิญอยู่มากบ้างน้อยบ้างตามสถานการณ์ ซึ่งล่าสุดในขณะนี้ ในหลาย ๆ จังหวัดกำลังเผชิญปัญหาอยู่ สร้างความเดือดร้อนให้กับพ่อแม่พี่น้องเป็นอย่างมาก ท่านประธานครับ วัฏจักรของน้ำ เมื่อน้ำฝนตกลงมาจากฟ้าไหลลงสู่ภูเขา พื้นที่ราบ พื้นดิน ลงลำห้วย คู คลอง หนอง บึง และรวมเข้ากับแม่น้ำสายใหญ่ สุดท้ายก็ต้องไปไหลลงทะเล ในพื้นที่ปลายน้ำของลุ่มน้ำต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำท่าจีน ลุ่มน้ำแม่กลอง ลุ่มน้ำบางปะกง ลุ่มน้ำเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และลุ่มน้ำต่าง ๆ ในภาคใต้นะครับ ครอบคลุมในหลายจังหวัด ส่งผลให้พื้นที่ปลายน้ำได้รับผลกระทบจากมวลน้ำ ต้นน้ำแน่นอน ไม่มากก็น้อย อย่างกรุงเทพมหานครถือว่าเป็นพื้นที่ปลายน้ำจังหวัดหนึ่ง มีการก่อสร้าง แนวป้องกันน้ำท่วมที่เกือบจะครอบคลุมทั้งแนวแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ก็ยังมีช่วงฟันหลอ ของแนวป้องกันอยู่ ซึ่งเราจะต้องคอยเฝ้าระวังในจุดนี้ ซึ่งถ้าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ยังไม่ล้นแนวป้องกันก็ยังถือว่าปลอดภัย แต่จังหวัดอื่น ๆ ที่ยังไม่มีแนวป้องกันนี้ล้วนแล้วแต่ ต้องเผชิญปัญหาน้ำล้นตลิ่ง ท่านประธานครับ เมืองปากแม่น้ำ เมืองชายฝั่งทะเล ซึ่งมีแม่น้ำ หรือคลองต่อสู่ทะเล จะมีการไหลของน้ำแบบน้ำขึ้นน้ำลงตามอิทธิพลของดวงจันทร์ครับ โดยบริเวณอ่าวไทยตอนบนหรืออ่าวตัว ก ไปจนถึงระยอง จันทบุรี ตราด จะขึ้นลงวันละ ๒ ครั้ง แต่อ่าวไทยตอนล่าง เช่น ปากพนัง นครศรีธรรมราช จะขึ้นลงเพียงแค่ครั้งเดียว และปริมาณ น้ำขึ้นลงจะสูงจะต่ำแค่ไหนขึ้นอยู่ที่ภูมิศาสตร์ของชายทะเลนั้น ๆ เช่น ที่ปากอ่าวแม่กลอง บ้านผมนะครับ น้ำลงต่ำสุดที่ ๐.๗ เมตร สูงสุดที่ ๓.๕ เมตร ส่วนที่ปากพนังสูงสุด ๑.๙ เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ที่กระแสลมและปริมาณน้ำฝนที่ตกในขณะนั้นด้วย ท่านประธานครับ เมืองปากแม่น้ำนี้เมื่อน้ำเหนือไล่ลงมาบวกกับน้ำทะเลหนุนสูง สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยคือน้ำเอ่อล้นตลิ่ง น้ำจะเข้าท่วมทั้งบ้านเรือน ท่วมสวน ท่วมไร่นา ท่วมบ่อปลา บ่อกุ้ง บ่อปู บ่อเพาะเลี้ยงของเกษตรกร รวมถึงยังท่วมถนนหนทาง สร้างความเสียหายให้กับประชาชนเป็นประจำเลย ท่านประธานครับ ในอดีตเวลาที่น้ำท่วม จากน้ำทะเลหนุนจะท่วมไม่นาน ท่วมไม่กี่ชั่วโมงน้ำก็จะลงครับ เพราะภูมิปัญญา ของบรรพบุรุษของเรา ในเมืองปากแม่น้ำจะทำเป็นคลองซอยลำประโดงย่อย ๆ จำนวนมาก แตกแขนงเป็นใยแมงมุม ซึ่งเปรียบเสมือนแก้มลิงธรรมชาติ น้ำจึงมีทางไป เพราะพื้นที่รับน้ำ มีเยอะ สิ่งกีดขวางมีน้อย น้ำไหลได้สะดวก แต่ปัจจุบันและในอนาคตปัญหาน้ำท่วม เมืองปากแม่น้ำ เมืองชายฝั่งทะเลจะมีมากขึ้น ทั้งในด้านความถี่คือท่วมบ่อยขึ้น เวลาท่วม ก็จะท่วมนาน แล้วก็ใช้เวลานานกว่าจะลด ทั้งระดับน้ำยังสูงขึ้นในทุก ๆ ปี เพราะหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินทรุดตัว น้ำแข็งจากขั้วโลกละลายเพราะโลกร้อนขึ้น การปล่อยให้ลำประโดง แม่น้ำลำคลองตื้นเขิน มีตะกอนเลน มีการถมคลองทำถนน มีการถมที่ทำหมู่บ้าน การปล่อยให้ มีวัชพืช ผักตบชวา รวมถึงขยะจากมนุษย์ ทำให้แม่น้ำลำคลองตัน น้ำไหลไม่สะดวก เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเมืองปากแม่น้ำ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน อย่างจริงจังครับ ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญ กับการขุดลอกคูคลองให้กลับมามีสภาพเหมือนในอดีตนะครับ กำจัดวัชพืช ผักตบชวา อย่างสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้สะสมจนแน่นคลอง สร้างจิตสำนึกไม่ให้ทิ้งขยะลงแม่น้ำ ในแหล่งน้ำ สาธารณะ รักษาลักษณะทางกายภาพไว้ ไม่ทับถมบริเวณคลองให้ตื้นเขิน ทำให้น้ำไหล ได้สะดวก ไม่มีสิ่งกีดขวาง ซึ่งจะช่วยป้องกันน้ำท่วมเมืองปากแม่น้ำได้ โดยไม่ต้องสิ้นเปลือง งบประมาณในการทำแก้มลิงครับ อีกทั้งยังจะเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมช่วยให้ระบบนิเวศ ดีมากขึ้นครับ อ่าวไทยกลับมามีทรัพยากรสัตว์น้ำให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ อย่างเต็มที่ ท่านประธานครับ แม่น้ำเปรียบเสมือนเส้นเลือด มีความสัมพันธ์กันทั้งเส้นนะครับ ตั้งแต่ต้นขั้วถึงปลายสาย สุดท้ายผมจึงขอสนับสนุนญัตตินี้ ให้ ครม. พิจารณาดำเนินการ ตามที่ผมอภิปรายมานี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย เชิญครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย นครสวรรค์

กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครสวรรค์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้ถือว่าไม่ใช่บทเรียน ไม่ใช่ประสบการณ์ และไม่ใช่สถานการณ์ที่เพิ่งเกิดในรัฐบาลนี้ครับ น้ำท่วมครั้งใดก็จะเป็นการแก้ปัญหา แบบบรรเทาทุกข์ชั่วคราว แล้วก็จบไปเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่เราไม่โทษใครครับ เพราะบางครั้งภัยธรรมชาติก็ไม่บอกเราว่าจะมามากหรือน้อย บางทีก็ไม่มาเลย ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ครั้งนี้ถือว่าน้ำมามาก พี่น้องประชาชน ชาวไร่ชาวนา บ้านเรือนเกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก ทำให้รัฐบาลต้องดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยชดเชยค่าเสียหายทั้งบ้านเรือน พืชสวนไร่นา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องครับ เหมือนนครสวรรค์บ้านผม ตรงพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลวัดไทรหรือคลองท่าขนมจีน ถ้าน้ำเหนือไหลหลากลงมาก็จะมากระจุกตัวตรงพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลวัดไทร ถ้าหากแก้ปัญหาโดยการขุดลอกน้ำลงลำแม่น้ำปิง ระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตรตามภาพครับ ขอภาพขึ้นด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย นครสวรรค์

ก็จะแก้ปัญหาน้ำท่วม ตรงจุดนี้ได้ ผลกระทบทั้ง ๕ อำเภอก็จะเบาบางลง เช่น ลาดยาว เก้าเลี้ยว บรรพต โกรกพระ อำเภอเมืองนครสวรรค์ครับ ในเรื่องนี้ผมเคยปรึกษาหารือไปแล้วครั้งหนึ่ง ในวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ไม่ทราบว่ากรมทางหลวง กรมชลประทาน ได้จัดสรรงบประมาณหรือยัง เพราะว่าถ้าน้ำเหนือมาแบบนี้ปัญหาก็จะเกิดขึ้นแน่ ๆ ผมเคยลงพื้นที่กับท่านณรงค์ พนมวัน ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ ท่านพิทักษ์ ตั้งแต่ง นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลบ้านแก่ง นางสาวดลยา ลิ้มสุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกระโดน นายมาโนช ชาวสวน ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงที่ ๑ นครสวรรค์ นายธีรพัฒน์ สุภา หัวหน้า ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงที่โครงการชลประทานนครสวรรค์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดไทร และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาดิน ปัญหาในการแก้ครั้งนี้ โดยก่อนที่ผมจะอภิปราย ในครั้งนี้ ได้โทรศัพท์ไปสอบถามปัญหาค่าใช้จ่ายงบประมาณของกรมทางหลวงได้บอกว่า ประมาณการแล้ว ๒๐ ล้านบาท และกรมทางหลวงก็ได้ออกแบบไว้เรียบร้อยแล้วครับ ส่วนกรมชลประทานแจ้งค่าใช้จ่ายประมาณ ๑๐ กว่าล้านบาท ถือว่าเป็นการลงทุนเพียง ๓๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเองครับ แต่ความเสียหายในพื้นที่เวลาเสียหายและต้องชดเชย เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นภาระของรัฐบาลมาก เพราะพื้นที่ทั้ง ๕ อำเภอ มีพื้นที่การเกษตร ทั้งพืชสวนไร่นาจำนวนมาก และบ้านเรือนค่อนข้างหนาแน่น ผมคิดว่าครั้งนี้ถ้ารัฐบาล เร่งจัดสรรงบประมาณ เร่งลงไปดำเนินการแก้ไข ก่อนที่น้ำจะหลากลงมา ผมเชื่อว่า จะแก้ปัญหาได้ครับ และแก้ปัญหาได้ในระยะยาว เราใช้งบประมาณเพียง ๓๐ กว่าล้านบาทนั้น ถือว่าไม่มาก แต่ถ้าเราไม่เร่งแก้ปัญหานี้ก่อน ก็จะเจอกับเหตุการณ์เดิม ๆ เหมือนที่ผ่านมาครับ🔗

ท่านประธานครับ ผมขอชี้แจงความเสียหายโดยประมาณการของปี ๒๕๖๕ อำเภอเมืองนครสวรรค์ ความเสียหายด้านการเกษตรประมาณ ๑๓,๐๐๐ ไร่ เพียง ๓-๔ ตำบลนั้น วงเงินที่ใช้จ่ายที่รัฐบาลชดเชยให้ประมาณ ๒๕ ล้านบาท ส่วนอำเภอโกรกพระ ความเสียหายพืชผลทางการเกษตร ๓,๐๐๐ กว่าไร่ เพียง ๒-๓ ตำบลนั้น วงเงินประมาณ ๗ ล้านบาท ยกตัวอย่างเพียง ๒ อำเภอเท่านั้น รวม ๆ แล้วค่าใช้จ่าย ประมาณ ๓๐ กว่าล้านบาทแล้ว เฉพาะชดเชยพืชผลทางการเกษตร ยังไม่รวมบ้านเรือน ที่เสียหายอีกครับ ส่วนอีก ๓ อำเภอที่เกิดความเสียหาย ผมคงยังไม่เอ่ยถึงเรื่องตัวเลข ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ต้องแก้ปัญหา เช่น อำเภอพยุหะคีรี อำเภอโกรกพระ ที่มีปัญหา เรื่องน้ำท่วม วันนี้ถ้ารัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ปัญหาตรงส่วนนี้ วันนี้ที่ผมอภิปรายยังทันนะครับ ก่อนที่น้ำเหนือจะลงมา การแก้ไขปัญหาครั้งนี้ จะส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม และยังเป็นการป้องกันการเกิดการสูญเสียพืชผลทางการเกษตรบ้านเรือนของพี่น้อง ประชาชน ทำให้ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน และประชาชนทั่วไป ยังคงมีรายได้ทำมาหากิน ตามปกติ ไม่ต้องอยู่กันแบบหวาดผวาว่าน้ำจะมาเมื่อไร มากน้อยเพียงใดครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่เคารพครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอิทธิพล ชลธราศิริ เชิญครับ🔗

นายอิทธิพล ชลธราศิริ ขอนแก่น

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อิทธิพล ชลธราศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ถ้าจากสถานการณ์ปัจจุบันวันนี้ ภาคอีสานบ้านผมครับ ลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูล อาจจะยังไม่ท่วมตอนนี้ แต่ว่าเดือนกันยายนนี้ ไม่แน่ครับท่านประธาน ในอดีตที่ผ่านมาครับ หรือแม้แต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้เอง ที่อ่างเก็บน้ำห้วยเชียงคำ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม รับน้ำเกินความจุจนอ่างแตก น้ำไหลบ่าเข้าบ้านเรือนพี่น้องประชาชน สร้างความเดือดร้อนเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนหลายตำบล นี่แค่ฝนลูกเดียว จนอ่างแตก และในเดือนกันยายนที่กำลังจะมาถึงนี้ ภาคอีสานจะมีปริมาณฝนมากกว่ากรกฎาคมที่ผ่านมา จะมีฝนตกต่อเนื่อง เท่ากับว่าน้ำจะมาเติมในอ่างเก็บน้ำหรือเขื่อนอยู่เรื่อย ๆ ดังนั้นโอกาส ที่พี่น้องประชาชนจะได้รับผลกระทบมากแน่ ๆ ครับท่านประธาน ที่ขอนแก่นบ้านผมวันนี้ ก็เพิ่งตกต่อเนื่องไปครับเมื่อช่วงที่ผ่านมา ท่วมรอการระบายทั่วเมืองขอนแก่นครับตอนนี้ ท่านประธานครับ ภาคอีสานบ้านผมหน้าแล้งก็แล้งหนักครับ หน้าฝน พอฝนตกอ่างเก็บน้ำ ไม่ล้นก็แตก ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรรม ประมง ปศุสัตว์ หมู่บ้าน ชุมชน พื้นที่ทางเศรษฐกิจ เพราะโครงสร้างทางภูมิศาสตร์ทำให้เกิดข้อจำกัดในการก่อสร้าง ไม่สามารถสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ ให้มีความลึกที่มากพอเหมือนกับภาคอื่น ๆ อย่างเขื่อนอุบลรัตน์ที่ขอนแก่น รับน้ำได้เพียง ๒,๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร น้อยกว่าเขื่อนภูมิพลถึง ๕ เท่าครับท่านประธาน ทั้ง ๆ ที่ความยาว ของเขื่อนมากกว่าเขื่อนภูมิพลครับ และความลึก หรือว่าความสูงของเขื่อนนี้ครับ เขื่อนภูมิพล สูงกว่าถึง ๕ เท่าครับท่านประธาน เพราะภาคอีสานมันทำให้ลึกกว่านี้ไม่ได้ครับ ภาคอีสาน เป็นแอ่งกระทะ กระทะคือแอ่ง แต่ไม่ลึก สักครู่เดียวน้ำก็ล้นท่วม ถ้าฝนตกเหนือเขื่อน ติดต่อกันแค่สัปดาห์เดียว น้ำนี้เต็มเขื่อนนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายอิทธิพล ชลธราศิริ ขอนแก่น

อย่างปี ๒๕๕๔ ถ้าจากในสไลด์ ปี ๒๕๖๐ แล้วก็ปี ๒๕๖๕ ที่ปริมาณน้ำฝนมาก ตอนแรกเหมือนน้ำจะหมดเขื่อนอยู่แล้วครับ พอ ๒ สัปดาห์ต่อจากนั้น น้ำมากจนเกินปริมาณที่เขื่อนสามารถรับได้ แล้วก็ต้องเร่งระบายน้ำออก สุดท้ายก็ต้องไปท่วมบ้านพี่น้องประชาชนที่อยู่ตามริมน้ำพองครับ รวมทั้งพื้นที่ภาคอีสานครับ ไม่ว่าจะลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูล ส่วนใหญ่ไม่มีพนังกั้นน้ำ ไม่ค่อยมีเขื่อนป้องกันตลิ่ง อย่างที่ขอนแก่น เลียบลำน้ำชีครับ ท่วมเป็นประจำก็คือหมู่บ้านถาวร หมู่บ้านกุดกว้าง ตำบลเมืองเก่า หมู่บ้านท่าพระเนาว์ ตำบลท่าพระ หรือที่หนัก ๆ ท่วมทุกปี อย่างโซนยโสธร อุบลราชธานี กลุ่มลุ่มแม่น้ำมูล อันนี้ก็เช่นกัน เวลาน้ำเอ่อขึ้นจากลำน้ำครับ ไม่มีพนังกั้นครับ ท่วมเท่านั้นครับ ไม่มีทางอื่นครับ รวมทั้งบ้านเมืองพัฒนาเจริญขึ้น พื้นที่รับน้ำบางจุดถูกทำลาย ถูกพัฒนาพื้นที่ พื้นที่ที่รับน้ำก็ค่อย ๆ หมดไปครับ ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งทำเวลานี้ การเตรียมความพร้อม ของการรับฝนลูกใหม่ที่จะมาและหนักกว่าเดิม เราต้องตื่นตัว เตรียมตัว ติดตามสถานการณ์อยู่เสมอครับ เพราะสำหรับภาคอีสานเวลาท่วม แป๊บเดียวท่วมครับ แป๊บเดียวล้นอ่าง แป๊บเดียวอ่างแตกครับ ก็เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ ของภาคอีสานที่เป็นแอ่งกระทะแบบนี้ รัฐบาลต้องประเมินผลกระทบและเตรียมความช่วยเหลือ ประชาชนที่มีโอกาสได้รับความเดือดร้อน เพื่อหาพื้นที่อพยพกรณีน้ำท่วม ไม่ใช่ไปตั้งเต็นท์ นอนตามข้างถนนครับ หากรัฐบาลจะเร่งซ่อมอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ที่แตกหรือว่าชำรุดตอนนี้ คงไม่ทันแน่ ๆ อย่างที่เขตพื้นที่ผม อ่างเก็บน้ำห้วยสายบาตร ฝายห้วยสายบาตร ตำบลโคกสี ฝายขาดครับท่านประธาน ขาดแล้วซ่อม ขาดแล้วซ่อมแบบนี้อยู่ ๓ ครั้ง ๓ รอบแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีลงพื้นที่ไป ๒ ท่านแล้วครับ ปัจจุบันนี้ก็ยังขาดอยู่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ถ้าเจอฝนหนัก ๆ ในเดือนหน้าลำบากแน่นอน อีกสิ่งหนึ่งที่น่าเป็นห่วงครับท่านประธาน อ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็ก เพราะขนาดของอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำ มากกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของความจุ หรือเรียกว่าใกล้จะเต็มมีอยู่ถึง ๗๔ แห่ง จากทั้งสิ้น ๔๓๕ แห่ง โดยเฉพาะในภาคอีสานที่มีอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง แล้วก็ขนาดเล็กที่มีปริมาณเกิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของความจุอยู่มากถึง ๔๔ แห่ง หากเกิดพายุ Depression จากทะเลจีนใต้ เคลื่อนเข้าประเทศไทย หรือมีหย่อมความกดอากาศมาปกคลุมหนักครับ หนักเลยครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นรัฐบาลควรเตรียมการประเมินความเสี่ยงการจัดทำแผนรับมือ สำหรับอ่างเก็บน้ำเหล่านี้โดยเร่งด่วนครับ ในพื้นที่ภาคอีสานมีโอกาสอ่างเต็ม อ่างล้น บางอ่างก็โอกาสแตก เพราะฉะนั้นฤดูกาลพายุฝนที่กำลังจะเข้ามาในพื้นที่เริ่มชุกมาก ในเดือนกันยายนนี้ครับ นี่เรายังไม่พูดถึง La Nina สิ่งที่เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นี่แค่อากาศมันร้อน มันแล้ง แล้วก็มันระเหยขึ้นไปสะสมบนฟ้า มันรอจังหวะเจอมรสุม แล้วก็ดูดรวมกัน แล้วก็ฝนถล่มลงมาครับ ข้อเสนอของผมในการจัดการเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ ทุกแห่งที่มีครับ คือการประเมินความเสี่ยงทุกปี และต้องมีแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินครับ ถือเป็นมุมมองสำคัญที่ประเทศไทยจะต้องทบทวนบทเรียนต่าง ๆ ที่เกิดในภาคอีสานเกี่ยวกับน้ำ เพราะปัญหาเหล่านี้รุนแรงขึ้น บวกกับสภาพอากาศและสภาพโลกร้อนที่ไม่เหมือนเดิม ยกตัวอย่างที่ผ่านมาก็คือ อ่างเก็บน้ำห้วยเชียงคำที่กล่าวไปข้างต้น จึงอยากอภิปรายในครั้งนี้ เพื่อไปถึงคณะรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหา ในการเตรียมรับมือในเดือนตุลาคมที่จะมาถึง ข้างหน้านี้ครับ และในอนาคตข้างหน้า เพื่อพี่น้องชาวอีสาน เพื่อคนไทยทุกคนครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เชิญครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ศรคีรี ศรีประจวบ ชายผู้มาก่อนการณ์ เคยบอกว่า น้ำท่วมน้องว่า ดีกว่าฝนแล้ง พี่ว่าน้ำแห้งให้ฝนแล้งเสียยังดีกว่า หลายสิบปีที่ผ่านมาครับ เหมือนศรคีรี ศรีประจวบ จะรู้ว่าปัญหาน้ำท่วมกับปัญหาฝนแล้งจะเป็นมหากาพย์ที่เราไม่สามารถแก้ไขได้ แก้ได้ก็บางช่วงบางตอน ยังไม่สามารถเอาชนะปัญหานี้ได้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ท่านประธานที่เคารพ ในทีมกรรมาธิการ El Nino ของท่านประธานศักดา วิเชียรศิลป์ นั้น ทั้งในซีกของฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เราลุกขึ้นมาอภิปรายกันหลายคน ความจริงครับ ในกรรมาธิการวิสามัญ El Nino ของเรานั้น ก็เตรียมการจะสรุป Job ปิดเล่มเพื่อมารายงาน ต่อสภา แต่เกรงว่าถ้าเข้าสภาในจังหวะเวลานี้ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกอาจสงสัยครับ ว่ามัน El Nino ตรงไหน เพราะวันนี้น่าจะเป็นปรากฏการณ์ La Nina ไม่ใช่ภัยแล้งครับ แต่คือปัญหาน้ำท่วม ปรากฏการณ์หลักนั้นมันมาจากสิ่งที่เรียกว่า Climate Change ไม่ใช่ภาวะโลกร้อนครับ แต่คือภาวะโลกรวน ถ้าเปรียบเป็นมวยครับ ๓ เดือนก่อนเราเจอ El Nino แล้วในเวลาต่อมาเราเจอ La Nina ถ้าพากษ์เป็นภาษามวยก็ต้องบอกว่า El Nino เดิน เดิน เดิน La Nina หนี หนี หนี El Nino ศอก ศอก ศอก La Nina เข่า เข่า เข่า เพราะว่า พลิกกลับไปกลับมา ชนิดที่เราเรียกว่า ตั้งรับไม่ถูกกันเลยทีเดียว แต่นั่นละครับท่านประธาน ผมต้องกราบเรียนว่า ผมดู Trend หรือแนวโน้มการอภิปราย ของเพื่อนสมาชิกในกรรมาธิการ El Nino ส่วนใหญ่จะบอกให้ปลูกป่าครับ ผมสังเกตดู ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ผมก็เป็นผู้หนึ่งครับที่เห็นด้วยว่าต้องปลูกป่า แต่ก่อนจะปลูกป่า ผมขออรรถาธิบาย ขอปุจฉา วิสัชนา กับคำถามว่าน้ำท่วมภาคเหนือรอบนี้เกิดจากอะไร อธิบายง่าย ๆ ครับ เกิดจากฝนตกเยอะครับ แล้วก็ระบายไม่ทัน ตัวเลขนี้ครับมีการรวบรวม แล้วก็พบว่าปริมาณฝนในเชียงราย เก็บสถิติตัวเลขตั้งแต่เดือนกรกฎาคม สิงหาคม พบว่า เฉพาะพื้นที่เชียงรายครับ มีปริมาณฝนมากขึ้นถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน ประกอบกับ ลักษณะทางภูมิประเทศของภาคเหนือ เป็นลักษณะทิวเขา วางตัวจากเหนือลงใต้แบบนี้ครับ แล้วจะเกิดหุบเขาตรงกลาง และหุบเขานี้บางพื้นที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ พอฝนตกมาก ๆ เหมือนรถสองแถวครับ เคยบรรจุคนได้ ๑๒ คน มากัน ๔๐ กว่าคน หุบเขาหรือแอ่งนั้น ก็ไม่สามารถรองรับน้ำได้ ที่สำคัญถ้าเราไปดูว่าทิวเขาที่วางตัวจากเหนือจรดใต้นั้น มีภูเขาสูง สลับซับซ้อน ซึ่งยากต่อการบริหารจัดการน้ำ เพราะว่าน้ำจะไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ ท่านประธานครับ ผมไม่ห่วงเรื่องของแผนเผชิญเหตุ ผมไม่ห่วงเรื่องของการฟื้นฟูเยียวยา ผมไม่กังวลเรื่องของการบูรณาการข้อมูลข่าวสาร ผมมั่นใจระบบพยากรณ์อากาศ ระบบจาก ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ แต่เขาไม่ห่วง ไม่กังวล นั่นไม่ได้แปลว่าไม่ทำอะไรนะครับ แต่เราต้องยกระดับ จากที่มีความแม่นยำให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญครับ เราต้องเริ่มลงมือตั้งแต่วันนี้ในการปฏิรูปหรือแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง สิ่งที่เราต้องมองครับ วันนี้เราจำเป็นต้องเป็นเนเธอร์แลนด์ ๒ ชื่อประเทศเขาก็บอกครับ เนเธอร์ แปลว่า ต่ำกว่า ระดับน้ำทะเล ของเราครับ เราต้องศึกษาและใช้นวัตกรรม ใช้เทคโนโลยี ผมต้องเรียน ท่านประธานครับว่า น่าเสียดายที่ครั้งหนึ่งสมัยรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เราขยับเข้าใกล้กับแผนบริหารจัดการน้ำ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แม้ว่าจะทำไม่ครบ ๙ Module แต่มันก็แปลงมาเป็นระบบบริหารจัดการน้ำแบบย่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ เจ้าพระยา ๒ บางบาล บางไทร ไม่ว่าจะเป็นโครงการ Floodway ผันน้ำจากตะวันตก ไปออกอ่าวไทย แต่ที่น่าสังเกตครับท่านประธาน ในอดีตในพื้นที่ราบลุ่มรับน้ำภาคกลาง เรามีถึง ๑๓ ทุ่งรับน้ำ แต่วันนี้ด้วยการพัฒนาแบบขาดยุทธศาสตร์และการบริหารผังเมือง ที่ถูกต้องจาก ๑๓ ทุ่งรับน้ำ เราเหลือเพียง ๑๑ ทุ่งรับน้ำ ดังนั้นในวันนี้เราต้องลุกขึ้นมา และเริ่มต้นนับ ๑ ตั้งแต่วันนี้ ท่านประธานครับ การส่งเสริมให้ประชาชนปลูกป่า เป็นที่น่าสังเกตนะครับว่า ต้องมาแล้วครับ การปลูกป่าต้องเข้าแล้ว ปี ๒๕๖๖ ถึง ปี ๒๕๖๗ ปีเดียวนี้ป่าลดไป ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ป่าก็ลด เพราะอะไรครับ ไปทำเกษตรเชิงเดี่ยว แล้วก็มีปัญหาไฟป่า ปัญหาหมอกควัน ถึงเวลาครับที่เราต้องสนับสนุน ต้องส่งเสริมครับ เช่น การเก็บภาษีในอัตราต่ำที่จะให้ประชาชนได้ดูแลป่าต่อไป หรือพื้นที่ ว่างเปล่าถ้ามาปลูกป่าครับ ก็จะได้รับการยกเว้นการเก็บภาษี วันนี้อย่างที่ผมกราบเรียนครับ ว่า ๒ สิ่งที่เราต้องทำควบคู่กันก็คือการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง แก้ทั้งระบบ และการปลูกป่า และทำอย่างไรให้คนอยู่กับป่า เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งอย่างเป็นระบบ และแก้ปัญหาแบบบูรณาการ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสกล สุนทรวาณิชย์กิจ เชิญครับ🔗

นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ปทุมธานี

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สกล สุนทรวาณิชย์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ จากพรรคประชาชนครับ ก่อนอื่นผมก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับพี่น้องผู้ประสบภัยชาวเหนือ ที่ประสบเหตุอุทกภัยอยู่ขณะนี้🔗

ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะขออภิปรายใน ๒ ประเด็นก็คือ ๑. Sensor เตือนภัยน้ำท่วม และ ๒. การใช้ระบบ IoT บริหารจัดการน้ำเบื้องต้น เพื่อรับมือกับพื้นที่ ที่น้ำยังมาไม่ถึงและอนาคตในปีต่อ ๆ ไปนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ปทุมธานี

ประเด็นที่ ๑ เรื่อง Sensor เตือนภัย น้ำท่วมนะครับ เมื่อไม่นานมานี้ผมได้ลองซื้อตัวแผงวงจร Sensor วัดระดับน้ำสำเร็จรูป จากร้านนัฐพงษ์อิเล็กทรอนิกส์ บังเอิญชื่อเดียวกับหัวหน้าพรรคผมเลยนะครับ ขออภัย ที่เอ่ยนามนะครับ ไม่เสียหายนะครับ ซื้อในราคาเพียง ๑๐๓.๕๐ บาท เท่านั้น ก็เอามาบัดกรี ใช้งานดูก่อน ต่อถ่านไฟ ๙ โวลต์ ราคาอีก ๗๐ บาท รวมสายไฟด้วยก็ไม่เกิน ๒๐๐ บาท ซึ่งสามารถแสดงผลแจ้งเตือนผ่านไฟ LED ได้ เมื่อระดับน้ำในพื้นที่หนึ่งมีความสูงถึง เกณฑ์ต่าง ๆ โดยแบ่งเป็น ๓ ระดับ ได้แก่ ไฟสีเขียวคือระดับต่ำหรือระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์ เฝ้าระวัง ไฟสีเหลืองก็ระดับกลางคือเตรียมตัวเก็บของพร้อมรับมือ และไฟสีแดงคือน้ำอยู่ใน ระดับสูงหรือระดับน้ำอันตราย ต้องดำเนินการตามแผนอพยพทันทีนะครับ โดยจะทำงาน เมื่อปลายของสายร่วมและสายที่ต่อเข้าหลอดไฟจุ่มน้ำ แสดงว่าน้ำท่วมถึงระดับนั้นแล้ว อย่างเช่น ในภาพกำลังท่วมอยู่สีเขียว ถ้ามันสูงกว่านี้มันก็ท่วมสีเหลือง สีแดงครับ และหากนำ สัญญาณไฟ LED ไปต่อกับอุปกรณ์แจ้งเตือนต่าง ๆ ก็ได้นะครับ เช่น ไซเรน หรือระบบ ส่งข้อความมือถือ หรือเสียงแจ้งเตือนก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งผมเห็นว่าสามารถนำมา ประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อแจ้งเตือนเหตุน้ำท่วมในฤดูน้ำหลากปีนี้ได้นะครับ โดยติดตั้ง Sensor วัดระดับน้ำไว้ตามแม่น้ำหรือคลองที่เคยมีประวัติน้ำท่วม หรือมีความเสี่ยง ควรมี Sensor เตือนภัยน้ำท่วมอยู่นะครับ หากระดับน้ำท่วมถึงสีเขียว สีเหลือง หรือสีแดง ต้องทำการแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนในรัศมีโดยรอบให้เตรียมรับมือหรืออพยพ แต่การแจ้งเตือน จะมีแค่ไฟ LED อย่างเดียวก็ไม่พอครับ ควรจะมีทั้ง Cell Broadcast หรือการส่งข้อความ แจ้งเตือนฉุกเฉินไปยังโทรศัพท์ของประชาชนโดยตรงในรัศมีข้างเคียงแบบออนไลน์ และการแจ้งเตือนแบบออฟไลน์ เช่น เสียงไซเรน ไฟแจ้งเตือนวิกฤติ หรือประกาศเสียงตามสาย วิทยุ โทรทัศน์ เป็นต้น แก่ประชาชน เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้ยากไร้ ที่อาจจะไม่มีโทรศัพท์มือถือ จะได้เข้าถึงการเตือนภัยอย่างเท่าเทียมครับ ข้อดีของ Cell Broadcast ก็คือในโทรศัพท์ ยุคปัจจุบันจะมีข้อความฉุกเฉินที่ร้องเสียงเตือนไม่เหมือนกับข้อความปกติ จะดังเป็นพิเศษ ให้ผู้รับต้องเปิดดู และแถมเรายังใส่รายละเอียดแนะนำแนวทางการปฏิบัติแก่ผู้ประสบภัยได้ด้วย ว่าต้องขนของสูงกี่เมตร หรืออพยพไปจุดไหน แจ้งเรื่องเส้นทางอันตรายที่เสี่ยงกับชีวิตต่าง ๆ ซึ่งในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น หรือเกาหลี ก็มีการใช้ Cell Broadcast เพื่อเตือนภัยประชาชนด้วย ดังนั้นระบบที่กล่าวมาก็จึงเป็นอุปกรณ์แจ้งเตือนที่ใช้ในความจำเป็นฉุกเฉินที่เราอาจจะต้องใช้ เพื่อเราจะต้องรอดภายใน ๒ เดือนนี้ให้ได้นะครับ🔗

ต่อมาประเด็นที่ ๒ ก็คือ การบริหารจัดการควบคุมน้ำ ขั้นแรกคือเราต้อง รู้ระดับน้ำที่จะควบคุมก่อน ต้องติดตั้ง Sensor วัดระดับน้ำแบบดิจิทัล สำหรับวัดระดับน้ำ ในคลองส่งน้ำต่าง ๆ เมื่อระดับน้ำมีความเสี่ยงที่จะท่วมหรือท่วมแล้ว รวมถึงเครื่องสูบน้ำ ควรจะต้องควบคุมด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งหมดได้แล้ว เพราะว่าผมยังเห็นประตูน้ำบางแห่ง ยังใช้มือหมุนอยู่เลย ซึ่งบางที่สนิมกินก็มี เปิดปิดแต่ละทีก็ไม่ทันใช้งานนะครับ ขั้นที่ ๓ คือการสั่งควบคุมระยะไกลได้ ถ้าเป็นในช่วงวิกฤติที่ขาดแคลนคนเฝ้าประตูระบายน้ำด้วย หรือเครื่องสูบน้ำ การเข้าเดินเครื่องช้าไปเพียงนาที อาจจะทำให้สถานการณ์ไม่ทันการณ์ได้ ซึ่งปัจจุบันเราก็มีเทคโนโลยีสั่งการอุปกรณ์ผ่านอินเตอร์เน็ตควบคุมด้วยมือถือ ขนาด Smart Home ยังทำได้ แค่เครื่องสูบน้ำและประตูระบายน้ำทำไมจะทำไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ เป้าหมายการบริหารจัดการน้ำที่แท้จริงก็คือการควบคุมระดับความสูงของน้ำในลำคลอง หรือแม่น้ำที่เป็นเป้าหมาย ให้มีความสูงในเกณฑ์ที่ต้องการ เราจำเป็นจะต้องรู้ระดับน้ำ ทั้งระบบ อัตรา และทิศทางการระบายน้ำเข้าออกทั้งระบบ ค่าพยากรณ์น้ำฝนต่าง ๆ ในพื้นที่ เพื่อจะได้สั่งการควบคุมได้นะครับ แต่ผมจะไม่ลงในรายละเอียดที่มันยาก ๆ นะครับ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ผมก็ขอเสนอให้มีการพัฒนาระบบควบคุมน้ำใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี Sensor Digital ที่กล่าวมาข้างต้น เราบูรณาการข้อมูลกับระบบ IoT หรือ Internet of Things เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมการเปิดปิดประตูน้ำและมอเตอร์สูบน้ำอย่างทันท่วงที โดยจะเชื่อมต่อข้อมูลจาก Sensor ระดับน้ำสถานะปั๊มและสถานะประตูระบายน้ำ ส่งไปยังศูนย์ควบคุม IoT ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทำให้เราสามารถติดตามและควบคุม สถานการณ์น้ำได้แบบ Real Time ศูนย์ควบคุมจะมีระบบวิเคราะห์ระดับน้ำจาก Sensor และเปรียบเทียบกับค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ หากระดับน้ำเกินหรือต่ำกว่าค่าเป้าหมาย ระบบจะสั่งการให้ เปิดปิดประตูระบายน้ำหรือเริ่มทำงานของมอเตอร์สูบน้ำโดยอัตโนมัติ ระบบจะติดตามน้ำอย่างต่อเนื่อง และปรับการทำงานของประตูน้ำจนกว่าระดับน้ำ จะลดลงหรือเพิ่มขึ้นจนเข้าเกณฑ์ที่เรากำหนด ซึ่งจะช่วยให้การจัดการน้ำมีความแม่นยำ และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น🔗

สรุปก็คือเราต้องเตรียมการเตือนภัยและซ่อมแซมอุปกรณ์เตือนภัย ที่มีให้กลับมาใช้ได้ในระยะเร่งด่วน ๒ เดือนนี้ และพัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำ และพัฒนาระบบ Cell Broadcast ของรัฐบาลในระยะยาว เพื่อให้ประเทศไทย ลูกหลานไทย ออกจากวิบากกรรมน้ำท่วมและน้ำแล้งวนเวียนซ้ำซากแบบนี้เสียที ผมเชื่อว่าประเทศไทยเรา มีวิศวกรที่เก่ง ๆ เยอะแยะ แต่อำนาจและวิสัยทัศน์นั้นมันอยู่ที่นักการเมืองที่จะเปลี่ยน ประเทศได้ ก็ขอฝากรัฐบาลผู้มีอำนาจเร่งแก้ไขปัญหาให้ยั่งยืนด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก คนพรหมพิรามครับ ท่านครับ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ที่เกิดขึ้นล่าสุดเรื่องน้ำ จนกระทั่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราได้ยื่นญัตติ ผมเองต้องกราบขอบพระคุณทุกท่าน เป็นอย่างสูงที่ได้ยื่นญัตติครั้งนี้ ท่านครับในส่วนตัวผม ผมเองอยากจะบอกว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้น ในสัปดาห์หนึ่ง หรือ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาที่ว่าน้ำท่วมมากมายใหญ่โต ผมว่ามันเป็นการเผาหลอก มากกว่า เพราะว่าสถานการณ์น้ำนี้ยังไม่มีเป็นพายุแม้แต่ครั้งเดียวเลยนะครับ ไม่มีสักลูก ที่เราบอกว่าน้ำเยอะวิกฤตินี้นะครับ เป็นเพียงแต่ฝนที่มาตามฤดูมรสุมเท่านั้นเอง มิใช่เป็นพายุ ส่วนเรื่องของพายุนั้น ตั้งแต่ในกลางเดือนกันยายนไปจนถึงเดือนตุลาคม โอกาส ที่ประเทศไทยเราจะมีพายุเข้ามา ปีนี้คือประมาณ ๑-๒ ลูก นั่นละครับจะเป็นของจริงแล้วครับ ปี ๒๕๕๔ พายุคือ ๕ ลูก ปี ๒๕๖๕ พายุคือ ๒ ลูก ปีนี้ยังไม่มีสักลูกนะครับ แต่เดี๋ยวก็จะมีแล้ว🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

ผมเองก็อยากที่จะให้ทุกฝ่าย ได้เตรียมตัว ตัวผมเองก็คงจะไม่ขออนุญาตที่จะกล่าวในเรื่องที่ว่าสภาพน้ำท่วมอะไร เป็นอย่างไร พูดถึงในอำเภอพรหมพิรามที่ผมพูด อันนี้ที่ผมบอกว่าพายุยังไม่มาเลยนะครับ คือในปี ๒๕๖๗ จะมีพายุประมาณ ๑-๒ ลูก แต่จะเริ่มมาในเดือนหน้า ยังไม่มีมานะครับ ที่ผ่านมา ภาพต่อไปเลยครับ นี่คือที่พรหมพิราม นี่คือศาลพระภูมิ เห็นเงาสะท้อนข้างล่างนี้ คือดูว่ามันสูงแค่ไหน แต่ผมก็ไม่เคยบ่น ไม่เคยปริปาก เพราะว่าผมนี่เหมือนเป็นการซ้อม ว่าง่าย ๆ พวกผมก็ทำใจแล้วละ แต่อันที่ของจริงที่ผมพยายามที่จะต้องมาพูดเน้นย้ำ รัฐบาลก็คือต่อไปนี้ ท่านครับ ในวิธีการแก้ไข นี่คือภาพตรงพรหมพิรามทั้งหมด ไม่มีที่อื่น แบบนี้ล่ะครับ ใครว่าไม่หนัก หนักครับ แต่ว่าเอาละครับ เพราะหลายคนชอบแซวผมว่า ปัญหาเยอะเหลือเกิน คราวนี้ผมก็เลยไม่พูด นี่คือมาตรการที่ทุก ๆ ปีทาง สทนช. ทางกรมชลประทาน ทาง กอช. ได้ออกมาตรการ ทั้งฤดูแล้งและฤดูฝนเป็นแบบนี้ แต่ละปี ๑๐ มาตรการบ้าง ๑๒ มาตรการบ้าง ฤดูแล้งก็ ๙ มาตรการบ้าง ๘ มาตรการบ้างอะไรบ้าง พอสักทีเถอะครับ ไม่ว่าจะมาตรการท่วมหรือมาตรการแล้ง ดูให้ดีว่าในนั้นซ้ำกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปเสียเวลาหรอกครับ ทำทั้งหลายมันเหมือนกัน คือทำแล้งก็ได้น้ำ การกำจัดผักตบชวา กำจัดวัชพืช ถามว่าได้ทั้งแล้งทั้งน้ำไหม ได้ทำแล้งทั้งน้ำเลย ผมคงไม่อธิบาย ในรายละเอียด แล้วก็ในเรื่องของเครื่องมือทั้งหลาย นี่เป็นทางของกรมชลประทานได้ระบุไว้เลย ในศูนย์เครื่องมือ สำนัก ๑ ๒ ๓ จะมีเครื่องสูบน้ำกี่เครื่อง ไม่รู้กี่เครื่อง ๆ เพราะสุดท้าย ถึงเวลาจำเป็นจริง ๆ ผมไม่เห็นจะได้ตามนี้สักทีหนึ่ง ว่ากันตามตรง ผมแนะนำให้เลยสำหรับ กรมชลประทาน ท่านทำโป๊ะ โป๊ะที่เขาไว้สำหรับเอาแบ็กโฮขึ้นไป เพราะท่านอย่าลืมว่า ในคู ในคลอง ในแม่น้ำ บางที่มันกว้าง ต่อให้ใช้แบ็กโฮบูมยาวแค่ไหนก็ไปไม่ถึง ทุกวันนี้ แต่ละสำนักชลประทาน ซึ่งคุม ๔-๕ จังหวัด มีโป๊ะอยู่ตัวเดียว แล้วมันจะไปทำอย่างไร ในการกำจัดวัชพืชได้ และในการกำจัด โดยเฉพาะผักตบชวา ๑๒๓ ปี กรมชลประทาน ไม่เคยทำสำเร็จ ผมขอแนะนำรัฐบาลว่าท่านลองเปลี่ยนวิธีกันไหมครับ ให้เอกชนทำ ลองดูว่าเอกชนทำแล้ว มันจะเป็นอย่างไรเปรียบเทียบแล้ว เพราะแต่ละปีเสียงบประมาณปีหนึ่งหลายพันล้านบาท ผมอยากจะขอแนะนำรัฐบาลลองเปลี่ยนวิธีสักทีเถอะครับ หรือไม่ก็ให้ชาวบ้านก็ได้นะครับ เพราะที่บอกว่าปีที่ผ่านมา กรมชลประทานเก็บผักตบชวาทั้งหมด ๔,๐๐๐ กว่าล้านตัน มันอยู่ตรงไหน ผมไม่เห็นที่จะยุบเลย ผมขอพูดตรงไปตรงมา🔗

สุดท้ายเรื่องของการปรับปฏิทินในการเพาะปลูก ท่านประธานครับ นั่นก็คือว่า ในบางที่เป็นที่ลุ่มต่ำ เห็นกันอยู่ว่าถ้าเกษตรกรได้น้ำมาทำนา ส่งให้เขามาทำนาก่อน เขาจะสามารถหลีกพ้นได้ในเรื่องของการเกี่ยวข้าวหนีน้ำ อย่างแถวที่พิษณุโลกมีโครงการ บางระกำ Model ในบางระกำ Model ชาวนาเขามีแผนของเขาได้เลย คือ ๑ เมษายน เขาได้น้ำทำนา แต่ข้าง ๆ ที่เป็นรอบขอบที่อยู่ติดกัน ทั้งโครงการนเรศวร โครงการพลายชุมพล กว่าจะได้น้ำ ก็คือจะต้องตามหลักการการส่งน้ำ นั่นก็คือว่าต้องให้กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเข้าฤดูฝนก่อน พอประกาศเสร็จยังไม่พอ ต้องรอให้ฝนตกเป็นปกติก่อน ถึงจะมีการกำหนดว่าจะส่งน้ำเข้าคลองชลประทานให้ชาวนาปลูกข้าวกันเมื่อไร ท่านครับ ถ้าในโครงการพลายชุมพลและนเรศวร ถ้าท่านสามารถที่จะส่งน้ำให้พร้อมกับบางระกำ Model เรื่องของการเกี่ยวข้าวหนีน้ำมันจะไม่มีนะครับ ผมเองขอเรียกร้องด้วย นี่เป็นค่าที่จะเยียวยา ๑,๓๔๐ บาท สำหรับน้ำท่วม มันไม่สอดคล้องกับเหตุการณ์ปัจจุบันแล้วนะครับ ผมอยากให้ รัฐบาลได้ขยับในเรื่องของค่าชดเชยทั้งหลาย และที่สำคัญนอกจากจำนวนเงิน ก็คือสิ่งที่ เป็นระเบียบในการจ่าย ๑,๓๔๐ บาท นั่นคือการจ่ายประเภทที่ว่าน้ำจะต้องท่วมข้าว ทั้งหมดแล้ว มองไปสุดลูกหูลูกตาต้องเห็นมิดต้นข้าว ไม่ต้องถึงขนาดนั้น แค่ท่วมท้องข้าว ชาวนาเขาก็ไม่ได้รับผลผลิตตรงนั้นแล้ว เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียกร้องในเรื่องของ วิธีปฏิบัติ กว่าเกษตรจะเข้าไปดู ไปถ่ายรูป น้ำก็ลงแล้ว แล้วพอไปถึงมันไม่ได้รูป แล้วชาวนา เขาถามทำไมจ่ายแค่นี้ ก็น้ำไม่ท่วมยอดข้าว ก็วันที่ท่วมยอดข้าวเขาไม่มาดู ผมขอเรียกร้อง ในเรื่องของความเป็นจริง ขอความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรทุกคนด้วย กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเฉลิมพงศ์ แสงดี เชิญครับ🔗

นายเฉลิมพงศ์ เเสงดี ภูเก็ต

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๒ พรรคประชาชน ผมในฐานะ สส. เขต จังหวัดภูเก็ต ขณะนี้ในพื้นที่ของผมกำลังเกิดภัยพิบัติดินโคลนถล่ม ผมจึงขอใช้โอกาสนี้ร่วมในการอภิปรายญัตติด่วนในครั้งนี้ครับ🔗

ท่านประธานครับ ผมขอเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจต่อครอบครัว ผู้สูญเสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นทั่วทุกพื้นที่ในขณะนี้ ตามข้อมูลของกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยรายงานไว้ว่า มีผู้สูญเสียชีวิตทั้งสิ้น ๒๒ คน ท่านประธานครับ ผมต้องขอเรียนกับท่านประธานด้วยความเคารพว่าการเสียชีวิตของพี่น้องรวมชาติ ทั้ง ๒๒ ชีวิตนี้ เป็นความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น หากว่าเรามีระบบเตือนภัยในการรับมือ อุทกภัยที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ มีมาตรการป้องกันการเตือนภัยที่มีความพร้อมและใช้งาน ได้จริง เหลือเชื่อนะครับท่านประธาน ว่าประเทศไทยเราไม่มีระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ สามารถป้องกัน แจ้งเตือนเพื่อรองรับเหตุภัยพิบัติได้เลย ผมในฐานะคนภูเก็ต ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ประสบเหตุภัยพิบัติครั้งนี้ แม้ส่วนใหญ่จะไม่ใช่น้ำท่วม แต่มันคือ ความเป็นความตายของประชาชนไม่ต่างกัน ดังนั้นในการอภิปรายครั้งนี้ ผมขอพูดถึง เหตุการณ์ดินโคลนถล่มบริเวณชุมชนบ้านกะตะ ซอยปฏัก ๘ หมู่ ๒ ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๗ เวลาประมาณ ๐๕.๐๐ นาฬิกา เหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งแรกนะครับ เหตุการณ์ครั้งแรกเกิดที่ตำบลกมลา อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๗ ๒ เดือนมานี้เองครับ และเหตุการณ์ครั้งนี้ที่เกิดขึ้นที่ชุมชนบ้านกะตะ ซอยปฏัก บริเวณนี้ เป็นชุมชนตั้งอยู่บนเนินเขา ด้านหน้าเขานาคเกิดเป็นแผ่นหินถล่ม ชนิดเศษวัสดุธรณีไหล ประกอบด้วยก้อนหินขนาดใหญ่ประมาณ ๑๐ คูณ ๑๐ เมตร กรวด ทราย และต้นไม้ ไหลลงมาพร้อมกับน้ำ ทับบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนเสียหาย ซึ่งสาเหตุ การเกิดแผ่นดินถล่มพบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีสภาพธรณีวิทยาเป็นหินแกรนิต มีอัตราการผุพังสูง ในชั้นหิน ทราย ปนดินเหนียวค่อนข้างหนาประมาณ ๓-๕ เมตร มีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดี และเคลื่อนตัวได้ง่ายและรวดเร็ว มีความลาดชันสูง ประกอบกับฝนตกหนักต่อเนื่อง ตั้งแต่คืนวันที่ ๒๒ สิงหาคม ถึง ๒๓ สิงหาคม วัดปริมาณน้ำฝนได้ ๒๐๐ มิลลิเมตร จึงเกิดเหตุแผ่นดินถล่มดังกล่าว โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย แผ่นดินถล่มระดับสูง ถึงสูงมาก หลังเหตุการณ์นี้ผมได้ลงพื้นที่ทันทีครับในวันนั้น🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายเฉลิมพงศ์ เเสงดี ภูเก็ต

ท่านประธานครับ เห็นภาพนี้ไหมครับ นี่คือภาพผมและทีมกู้ภัยกำลังช่วยกันเคลื่อนย้ายร่างผู้สูญเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ออกมา ท่านประธานครับ ผู้สูญเสียชีวิตทั้ง ๑๓ ศพ ที่ผมได้เข้าไปช่วยเคลื่อนร่างเขาออกมา เขานอนหลับในบ้านโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังมีดินโคลนถล่มลงมา คิดง่าย ๆ หากเขาทั้ง ๑๓ คน ได้รับสัญญาณแจ้งเตือนทั้ง ๑๓ คน จะไม่เสียชีวิตแบบนี้ ท่านประธานครับ นี่คือแผนที่ กองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อมได้จัดทำแผนที่เสี่ยงภัย ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก จังหวัดภูเก็ต ๒๕๖๗ เพื่อส่งมอบให้หน่วยงาน ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ ในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ แสดงให้เห็นว่าข้อมูลจุดเฝ้าระวังเหตุแผ่นดินถล่ม ท่านประธานครับ จะเห็นว่าสีแดงที่หมายถึงมีความเสี่ยงสูงนั้นกระจายอยู่ทั่วจุดในเกาะภูเก็ต ขณะที่ผมกำลังอภิปรายอยู่นี้ใช่ว่าเหตุการณ์จะไว้ใจได้นะครับ เพราะเมื่อวานเองก็ยังมี การเคลื่อนตัวของดินโคลนลงมา ซึ่งเป็นที่กังวลของพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณ ความเสี่ยง ท่านประธานครับ เขาเกิดที่นี่ เขาโตที่นี่ บ้านเขาอยู่ตรงนี้ จะมาบอกให้เขาย้ายไปที่อื่น ผมคิดว่ามันมักง่ายเกินไปครับ ท่านประธานขอเวลา ๓ นาทีนะครับ สิ่งที่เราต้องทำคือ การแจ้งเตือนแบบที่แม่นยำให้กับพี่น้องประชาชน ให้เขาได้ใช้ชีวิตโดยไม่หวาดกลัวให้ได้ เพราะจากการสำรวจของนักธรณีวิทยาพบว่าอาจเกิดดินโคลนถล่มซ้ำในร่องการสไลด์เดิม และร่องอื่นใกล้กับร่องเดิม อาจส่งผลถล่มเพิ่มเนื่องจากฝนในจังหวัดภูเก็ตตกหนัก ในเดือนตุลาคม ส่วนร่องอื่นเท่าที่ผมดูข้อมูลแล้ว ยังมีอัตราอันตราย ตอนนี้รอผลเรดาร์ ที่ทีมงานผมที่ไปสำรวจจะส่งมา🔗

ท่านประธานครับ จากเหตุการณ์ทั้งหมดที่ผมได้พูดมานี้ครับ ต้องมีระบบ เตือนภัยที่สามารถแจ้งเตือนภัยพิบัติจวบจังหวะว่าในขณะนี้มีความพยายามบิดเบือนว่า ระบบไม่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง มีการตัดงบประมาณปี ๒๕๖๗ ถูกตัดงบประมาณ ในการซ่อมบำรุง ทำให้ไม่มีงบมาซ่อมแซมซ่อมบำรุงอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่ากรณีดังกล่าว เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือการถูกฝ่ายค้านตัดงบ ท่านประธานครับ กรณีนี้สร้างความเสียหาย ต่อพรรคฝ่ายค้านแน่นอน นั่นหมายถึงพรรคผม ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวงบประมาณ ประจำปี ๒๕๖๗ ในชั้นกรรมาธิการนั้นถูกปรับลดเพียง ๑ ล้านบาท ตามสไลด์ที่ท่านประธาน เห็นอยู่นะครับ โดย ๓๐๐,๐๐๐ บาท เป็นการปรับลดงบประมาณ e-Service และ ๖๐๐,๐๐๐ บาท เป็นการปรับลดงบประมาณทำบัญชีแร่ ไม่มีการตัดงบประมาณ ค่าบำรุงรักษาเครื่องวัดการเคลื่อนตัวของมวลดิน ทั้งนี้กรมทรัพยากรธรณีได้เคยชี้แจงในชั้นอนุกรรมาธิการว่างบประมาณในส่วนนี้อาจถูกตัด ในชั้นสำนักงบประมาณ ดังนั้นไม่ใช่การตัดงบของกรรมาธิการงบประมาณในสัดส่วนของ ฝ่ายค้านอย่างแน่นอนครับ ในช่วงจังหวะภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ของประชาชนแบบนี้ ผมคิดว่าการบิดเบือนประเด็นดังกล่าวกันทางการเมืองไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องกล้าหาญที่จะเดินหน้าแก้ไขช่องโหว่ของปัญหาเสีย และถึงเวลาแล้ว ที่ประเทศไทยต้องมีระบบแจ้งเตือนทุกประเภทครอบคลุมโดยเร็วที่สุด ภัยพิบัติไม่ใช่เหตุการณ์ เหนือจินตนาการ ปูพรมวางระบบเตือนภัยให้เร็วที่สุด หวังว่าการอภิปรายในวันนี้จะเข้าถึงหู รัฐบาลครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เรื่องงบประมาณนะครับ ถ้าถูกตัดที่สำนักงบประมาณก่อนที่จะเข้าสภานี้ ไม่มีนักการเมือง คนไหนที่จะไปล้วงได้นะครับ มันเป็นความจำเป็นที่เขาจะต้องตัด ถ้าเข้าสู่การพิจารณา ของสภานี้พวกเราทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลก็ร่วมกันนะครับ อันนี้ข้าราชการที่เสนองบมา จะต้องชี้แจงเหตุผลจากจังหวัด จากพื้นที่ที่ขอมา ถ้าเกิดเข้าสู่กระบวนการแล้ว ถ้าเอกสาร ไม่พร้อม หรือบวกความจำเป็นไม่มาก เขาก็ตัด คือการของบประมาณนี้ขอมาประมาณ ๙ ล้านล้านบาท เหลือ ๓ ล้านล้านบาท ก็ถูกตัดหมด ทุกคนขอไว้ก่อนครับ เผื่อตัด ปีหน้าไป เป็นงบประมาณจะได้รู้นะครับ ต่อไปท่านจักรัตน์ พั้วช่วย เชิญครับ🔗

นายจักรัตน์ พั้วช่วย เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพยิ่ง ผม จักรัตน์ พั้วช่วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ สส. คนไทยหล่มครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายในญัตติด่วนเรื่องปัญหาน้ำท่วม ท่านประธานครับ ผมว่าผมน่าจะเป็นคิวท้าย ๆ ในการอภิปรายในวันนี้ คือตั้งใจที่จะลงในคิวท้าย ๆ เพราะว่าอยากฟังถึงปัญหาและข้อเสนอแนะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ ท่าน และทุกพรรคการเมือง เพื่อที่จะนำไปขับเคลื่อนในการทำงานในคณะกรรมาธิการการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งผมเป็นประธานอยู่ ซึ่งในขณะนี้พื้นที่ของผมอำเภอหล่มสักครับ ท่านประธาน ก็ประสบปัญหาน้ำท่วมอยู่ ถามว่าคนหล่มสักรู้สึกอย่างไร ตกใจไหม ผมว่าไม่ได้ตกใจอะไรเลย เป็นความเคยชินแล้วครับท่านประธาน ตั้งแต่เกิดนะครับ ผมเกิดมา ก็เห็นน้ำท่วมแล้วครับ ถึงวันนี้ก็ยังท่วมอยู่ครับ ก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้สักทีนะครับท่านประธาน ผมในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ จากการทำหน้าที่ ในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำในประเทศ ก็คือปัญหาการสร้างแหล่งกักเก็บน้ำใหม่ คือการขออนุญาตใช้พื้นที่ ใช้เวลานานมาก ยกตัวอย่าง อย่างอ่างเก็บน้ำห้วยสะดวงใหญ่ ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วผมได้ตั้งกระทู้ถามสดถามรัฐมนตรีนะครับ นับตั้งแต่เริ่มจนถึงวันนี้เป็นเวลา ๒๐ ปีแล้วนะครับ ถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้รับงบประมาณก่อสร้างเลย ซึ่งเป็นปัญหาที่อยากให้ คณะรัฐบาลได้เร่งรัดในการแก้ไขปัญหา ท่านประธานครับ จากข้อมูลปริมาณน้ำฝนที่ตก แล้วก็ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนเฉลี่ย ๑๐ ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีฝนตกเฉลี่ย ๗๘๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี คิดเป็นปริมาณน้ำท่าประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร โดยน้ำท่าดังกล่าวได้ไหลลงในเขื่อนขนาดใหญ่อยู่ประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ ๕.๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองนะครับ คือคิดง่าย ๆ ถ้าฝนตก ๑๐๐ เม็ด มีเพียง ๕ เม็ดเท่านั้นที่ไหลลงไปในเขื่อนขนาดใหญ่นะครับ เพราะฉะนั้นทำอย่างไรครับท่านประธาน เราก็ต้องสร้างแหล่งกักเก็บน้ำเพิ่มนะครับ ไม่ว่าจะเป็น อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ รวมถึงแก้มลิงนะครับ ยกตัวอย่างในพื้นที่ผม อ่างเก็บน้ำที่รอการอนุมัติงบประมาณ แล้วก็รองบประมาณในการศึกษาสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น อ่างเก็บน้ำบ้านปากช่อง อำเภอหล่มสัก อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำพาย อำเภอหล่มสัก อ่างเก็บน้ำ บ้านธารทิพย์ อำเภอหล่มสัก แล้วก็อ่างเก็บน้ำบ้านนางั่ว อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ การแก้ไขปัญหาที่อยากให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพ ก็คือจะทำอย่างไรให้การขออนุมัติใช้พื้นที่ ในการสร้างอ่างเก็บน้ำได้รวดเร็วมากกว่า ทุกวันนี้ผมว่าทางรัฐบาลต้องเป็นเจ้าภาพหลัก ต้อง Overrule กฎหมายนะครับ เอาเฉพาะเจาะจงเรื่องการขออนุญาตใช้พื้นที่อย่างเดียว ถ้ารัฐบาลนี้ทำสำเร็จ ผมเชื่อว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ไม่ใช่น้ำท่วมอย่างเดียวครับ ก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำแล้งได้อย่างยั่งยืนต่อไปครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ เชิญครับ🔗

นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ เชียงใหม่

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดเชียงใหม่ เขตอำเภอหางดงและอำเภอสันป่าตอง เราพูดกันถึงประเด็นในการบริหารจัดการภัยพิบัติ มีอยู่คำถามหนึ่งครับที่สำคัญมาก ๆ และสำคัญมาตลอดว่าทำไมประเทศของเราถึงไม่มี การแจ้งเตือนภัยพิบัติจริง ๆ จัง ๆ กันสักที โดยการแจ้งเตือนที่ผมจะพูดถึงในวันนี้ คือการแจ้งเตือนในภาวะฉุกเฉิน เพื่อ Take Action กันจริง ๆ การแจ้งเตือนล่วงหน้า ๓๐ นาที ๑ ชั่วโมง ๒ ชั่วโมง ไม่ใช่การแจ้งเตือนเพื่อเฝ้าระวัง ๑ วัน ๓ วัน ๗ วัน อันนั้นคือ คนละส่วนกันเลย การแจ้งเตือนไม่ใช่การส่งหนังสือให้กับหน่วยงานราชการแล้ว Claim ว่า ได้รับการแจ้งเตือนไปแล้ว การแจ้งเตือนคือการสื่อสารให้กับประชาชนในช่วงวิกฤติ ให้พวกเขาได้รู้อีก ๑ ชั่วโมงน้ำจะท่วมบ้านเขา แล้วพวกเขาต้องยกของขึ้นสูงเท่าไร แล้วถ้ามันหนักมาก ๆ พวกเขาต้องอพยพไปที่ไหนอย่างไร อันนี้คือการแจ้งเตือน ซึ่งผมกล้าพูดได้เลยว่าการแจ้งเตือนของประเทศไทย ณ ตอนนี้เท่ากับ ๐ ท่านประธาน ทราบไหมว่าปัจจุบันเราเจอปัญหาอะไรบ้างกับการแจ้งเตือน เยอะแยะมากมายเต็มไปหมด หน่วยงานที่ถือข้อมูลไม่มีอำนาจในการแจ้งเตือน หน่วยงานที่มีอำนาจในการแจ้งเตือน กลับไม่มีฐานข้อมูล และเราก็เจอปัญหาที่ว่าราชการของเราต้องส่งหนังสือกันเป็นทอด ทอด ทอด กว่าพื้นที่ที่เราต้องการจะแจ้งเตือนได้รับหนังสือนั้น น้ำมันก็ท่วมไปแล้ว แล้วกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่เป็นเจ้าภาพหลักในการแจ้งเตือนในส่วนนี้ พวกเขามีหอเตือนภัยอยู่ครับท่านประธาน กว่า ๑,๐๐๐ หอทั่วประเทศ ขนาดใหญ่ ๓๕๔ หอ แล้วก็ขนาดเล็ก ๖๗๔ หอ แต่ผมถามเพื่อนสมาชิกและผมถามประชาชนที่ฟังการอภิปราย ในวันนี้นะครับ มีใครเคยได้ยินหอเตือนภัยนี้มันดังไหมครับ ไม่ต้องย้อนไปไกลหรอกครับ ไปดู ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ประชาชนชาวไทยต้องฟังเสียงหอเตือนภัย แจ้งเตือนจากประเทศมาเลเซีย จังหวัดภูเก็ตน้ำท่วมช่วงเดือนมิถุนายน ทั้งจังหวัดมีหอเตือนภัย อยู่ ๑๙ หอ ไม่ดังแม้แต่หอเดียว เอาสัปดาห์ที่แล้วนี้ก็ได้ ๔ จังหวัด เชียงราย น่าน แพร่ พะเยา น้ำท่วมหนักขนาดนั้น ทั้ง ๔ จังหวัดนี้มีหอเตือนภัยรวมกันกว่า ๑๐๐ หอ มีดังอยู่แค่ ๒ หอครับท่านประธาน ๑๐๐ กว่าหอ มีดังแค่ ๒ หอ มาถึงตรงนี้หลายคนคงเริ่มตั้งคำถามแล้ว หอพัง หรือไม่มีงบประมาณในการซ่อมบำรุงหรือ คำตอบคือไม่ใช่ครับ เพราะผมเพิ่งถาม หน่วยงานเมื่อวานนี้ในห้องกรรมาธิการ เขาตอบกลับมาว่ามีหอพังทั่วประเทศ ที่ชำรุด อยู่ทั่วประเทศเลยแค่ ๑๓ หอ เพราะฉะนั้นปัญหาตอนนี้มันไม่ได้อยู่ที่ว่าเราไม่มีอาวุธ แต่มันอยู่ที่ว่าเรามีอาวุธแต่เราไม่ใช้ มันอยู่ที่การบริหารจัดการแล้ว รัฐบาลต้องลงมาดูในส่วนนี้ ไม่ใช่ปล่อยให้หน่วยงานทำงานกรมใครกรมมันแบบนี้ แล้วมันก็เกิดปัญหาระหว่างกรม เกิดปัญหาการทำงานระหว่างกระทรวง ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ๑ โครงการ กับโครงการ Cell Broadcast ระบบการแจ้งเตือน ที่จะส่งข้อความไปทางโทรศัพท์มือถือของพวกเรา ที่ถ้าพูดกันตรง ๆ เลย ตอนนี้ เราควรที่จะมีระบบนี้ใช้งานกันได้แล้วด้วยซ้ำไป แต่ ๒ กระทรวงกลับแย่งกันเป็นเจ้าภาพ กระทรวงมหาดไทยได้รับงบในปี ๒๕๖๗ ไป ๔๕๐ ล้านบาท แต่กระทรวง DE ก็อยากจะเป็น เจ้าภาพเหมือนกัน ก็มาตั้งคำของบในปี ๒๕๖๘ ไปอีก ๔๓๔ ล้านบาท ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าเราเพิ่งคุยกันเรื่องของบประมาณเสร็จไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง กระทรวง DE ก็ตัดงบประมาณตัวเองไปแล้ว แต่สิ่งที่เราเสียไป แล้วเรียกกลับคืนมาไม่ได้ คือเวลาและโอกาสไปเกือบปี ถ้าปัญหาเดียวมันไม่ชัด มีอีกปัญหาหนึ่งครับท่านประธาน ปัจจุบันเรามีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารระบบการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒ จัดการการแจ้งเตือนภัยพิบัติแห่งชาติที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วก็กระทรวงมหาดไทยและกระทรวง DE เป็นรองประธานร่วม และให้ทุก ๆ กระทรวง ทุกกรมที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งเตือนนั่งเป็นคณะกรรมการ ระเบียบนี้ให้อำนาจ ในการประกาศมาตรการ คำสั่ง ทุกหน่วยงานเพื่อบูรณาการข้อความในการแจ้งเตือน ให้กับประชาชนอย่างเร่งด่วน ซึ่งฟังดูเหมือนจะดี กฎหมายก็มี ทำไมมันทำอะไรไม่ได้ ท่านประธานทราบไหมครับว่าคณะกรรมการตามระเบียบชุดนี้มีการประชุมครั้งสุดท้ายเมื่อไร พ.ศ. ๒๕๖๕ มันชัดเจนไหมครับว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องรับมือภัยพิบัติเลย แม้แต่นิดเดียว นี่เป็นเพียงแค่ปัญหาส่วนหนึ่งที่สะท้อนให้เราเห็นภาพความพังของระบบนี้ ตอนนี้ผมขอเสนอแนวทางในการซ่อมระบบนี้แบบชั่วคราว ให้เราสามารถจัดการเหตุการณ์ เหล่านี้ในระยะ ๒ เดือนที่จะถึงนี้ได้🔗

อย่างแรกเลยครับ เราต้องจัดทำ War Room ในการบัญชาเหตุการณ์ โดยเราใช้ ของเดิมที่มีอยู่แล้ว ไม่กี่วันที่ผ่านมาครับ รัฐบาลเพิ่งจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วม หรือว่า Joint Information Center

JIC ที่ให้กรมประชาสัมพันธ์นี้ทำหน้าที่สื่อสารประชาสัมพันธ์ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติผ่านช่องทีวี วิทยุ แล้วก็ Social Media ของ NBT แต่กับเรื่อง ภัยพิบัติครับท่านประธาน เราจะมองแคบ ๆ การสื่อสารแคบ ๆ แบบนี้ไม่ได้ เราต้องยกระดับ JIC ตามมาตรฐานที่มันควรจะเป็น ให้ JIC เป็นศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ตรงนี้ แล้วทำงาน เป็นเนื้อเดียวกันกับแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เอานักวิเคราะห์ จากกรมต่าง ๆ จากหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามา กรม ปภ. กรมชลประทาน GISTDA สสน. กรมทรัพยากรธรณี ให้เขาเข้ามาวิเคราะห์ แล้วให้ทุกกรม ทุกหน่วยงานที่มีข้อมูลเกี่ยวกับ การแจ้งเตือนส่งมาให้ JIC ได้วิเคราะห์ และผลิตข้อความการแจ้งเตือนส่งตรงไปยังพื้นที่ ที่เราต้องการแจ้งเตือน ส่วนกลางแล้วส่งตรงให้กรม ปภ. แจ้งเตือนผ่านหอเตือนภัย แจ้งเตือนผ่าน SMS หลายคนอาจจะยังไม่ทราบครับ ประเทศเราได้ทำ MOU ร่วมกับผู้ประกอบ กิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้พวกเขาแจ้งเตือนส่ง SMS ให้กับประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แต่รัฐบาลไม่เคยใช้ต่างหาก ส่วนภูมิภาคเราส่งตรงให้อำเภอแจ้งเตือน ส่วนท้องถิ่นเราส่งตรง ให้กับเทศบาล แล้วก็ อบต. ในการใช้หอกระจายข่าว แล้วก็รถกระจายเสียงแจ้งเตือนต่อไป และเมื่อเรามี War Room เป็น JIC ตรงนี้แล้ว เราจัดการข้อมูลตั้งแต่ต้นน้ำเรื่องของแผนที่ ความเสี่ยง เรามีแผนข้อมูล แผนการรับมือภัยพิบัติของแต่ละจังหวัดที่เขาทำไว้อยู่แล้ว เรามา ประเมินกัน แล้วมาจัดทำแผนซ้อมรับมือกับภัยพิบัติตามพื้นที่ความเสี่ยงนั้น ๆ แจ้งเตือนแล้ว จะทำอย่างไรต่อ ศูนย์อพยพแต่ละพื้นที่อยู่ตรงไหน แล้วศูนย์อพยพตรงนี้ได้มาตรฐานหรือไม่ แล้วก็นำข้อมูลต่าง ๆ มาวิเคราะห์ ภาพถ่ายทางดาวเทียม แล้วก็สถานการณ์หน้างานจริง มาวิเคราะห์กันว่าความเสียหายมันอยู่ระดับไหนแล้ว บ้านเรือนเสียหายกี่หลังคาเรือน แปลงเกษตรเสียหายไปกี่ไร่ แล้วก็มาคำนวณงบประมาณ งบกลางภาวะฉุกเฉินที่เราจำเป็น ต้องใช้เพื่อรับมือกับสถานการณ์และเยียวยาให้ครอบคลุมทั่วถึงทุกพื้นที่ นี่คือสิ่งที่เราทำได้เลย จากของเดิมที่เรามีอยู่แล้ว🔗

สุดท้ายนี้ครับ บ้านใครไม่เคยน้ำท่วมไม่มีทางเข้าใจ มันไม่ใช่เรื่องที่ประชาชน ต้องวิ่งไปหาข้อมูลว่าบ้านเขาจะน้ำท่วมหรือเปล่า แต่ข้อมูลต้องมาหาประชาชน เพราะฉะนั้น ผมขอฝากท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรี บอกพวกเขาให้รีบทะเลาะกันให้เสร็จ แล้วมาแก้ปัญหาให้กับประชาชน ตามข้อเสนอแนะที่พรรคประชาชนเสนอในวันนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อเวลาไปเที่ยงคืนดีไหม รู้สึกว่ามันส์กันมากนะครับ ก็เห็นใจทุกท่านนะครับ เชิญท่าน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เชิญครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ภาคเหนือสร้างความกังวลใจให้กับพี่น้องประชาชน เป็นอย่างมาก พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยได้รับความเดือดร้อน บางบ้านถือว่าหมดตัวเลย ก็มีนะคะ ซึ่งปัญหาการบริหารจัดการน้ำเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นวาระแห่งชาติ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน นะคะ ก่อนหน้านี้ท่านได้เดินทางไปที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เพื่อที่จะวางโครงสร้างการป้องกันน้ำท่วม แต่ท่านประธานคะ แน่นอนว่า มันต้องใช้เวลา ซึ่งเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลต้องเริ่มดำเนินการโดยเร็วที่สุด หากจำกันได้ค่ะ ในสมัยของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีโครงการการจัดการน้ำ อย่างเป็นระบบ แต่ก็น่าเสียดายนะคะที่ต้องพับไปด้วยปัญหาทางการเมือง ทำให้ประเทศไทย เสียโอกาสอย่างใหญ่หลวง มีการคาดการณ์จากคณะทำงานกรุงเทพมหานครว่า ในวันที่ ๒ กันยายนนี้ จะมีมวลน้ำจากทางภาคเหนือไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ดิฉันต้องขอชื่นชม ทางกรมประชาสัมพันธ์ ได้ตั้งศูนย์ JIC ขึ้นมา สื่อสารได้อย่างถูกจังหวะเวลา ทั้งข้อมูล การเดินทางของน้ำ ช่องทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ศูนย์อพยพที่อยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ข้อมูลเหล่านี้ค่ะ เมื่อพี่น้องประชาชนได้รับทราบก็จะไม่ตื่นตระหนก แล้วก็สามารถ ที่จะเตรียมความพร้อมรับมือได้อย่างเหมาะสม ขณะนี้มี Application ThaiWater ที่แสดง ให้เห็นระดับน้ำในตลิ่ง ตรงไหนมีความเสี่ยง ตรงไหนที่มีฝนตกมากกว่า ๒๔ ชั่วโมง พี่น้องประชาชนสามารถเตรียมความพร้อมได้ทันท่วงที แก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ ดิฉันขอแนะนำอย่างเร็ว ๆ ในเวลาที่จำกัดถึงรัฐบาล จากการศึกษาดังนี้ค่ะ รัฐบาลต้องให้ ความสำคัญกับการก่อสร้างระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ ท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ อุโมงค์ที่มีอยู่แล้วต้องใช้งานได้จริง เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน มีการขุดลอกคูคลองอยู่สม่ำเสมอ เพื่อระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว การสร้างพื้นที่กักน้ำชั่วคราว เช่น อ่างเก็บน้ำหรือแหล่งน้ำสำรองเพื่อชะลอการระบายน้ำฝนออกจากพื้นที่ และใช้เพื่อบรรเทา ความรุนแรงของน้ำท่วมได้ การพัฒนาพื้นที่สีเขียวของระบบทรัพยากรน้ำ การสร้างสวนสาธารณะ ที่มีความสามารถในการดูดซึมน้ำ ช่วยลดปริมาณน้ำที่ต้องระบายเข้าสู่ระบบท่อ ที่สำคัญค่ะ เป็นการลดปัญหาความเดือดร้อน แล้วก็เพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องประชาชนด้วย กรุงเทพมหานครมีจุดที่เห็นได้ชัดว่ามีความเสี่ยงจากการเกิดน้ำท่วมจากน้ำทะเลหนุน การสร้างเขื่อนปิดปากแม่น้ำเจ้าพระยา กันน้ำทะเลหนุนหรือแนวป้องกันน้ำทะเลหนุน เป็นการสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมจากทะเลได้ค่ะ เป็นปัญหาที่กรุงเทพมหานครประสบอยู่ รัฐบาลต้องบริหารจัดการน้ำในเขื่อนต่าง ๆ ที่อยู่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาให้มีประสิทธิภาพ เพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่กรุงเทพมหานครฉับพลันในฤดูฝนได้ การบังคับใช้กฎหมาย และนโยบายการพัฒนาเมือง การควบคุมไม่ให้มีสิ่งก่อสร้าง สิ่งก่อสร้างหรือสาธารณูปโภค ที่กีดขวางทางน้ำ เช่น ถนนต่าง ๆ รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับมือกับ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดูเหมือนเป็นคำแนะนำที่ง่าย แต่ถ้าหากว่าทำให้ได้สำเร็จ จริง ๆ แล้ว ก็จะป้องกันกันปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบได้ค่ะ ท่านประธานคะ สื่อมวลชน สามารถที่จะชี้นำสังคมได้ ดิฉันเองมีความกังวลใจค่ะ ได้เห็นพาดหัวข่าวของสื่อสำนักพิมพ์หนึ่ง รวมถึงสื่อทางออนไลน์ด้วย กล่าวถึงท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าใช้เงินป้องกัน น้ำท่วมถึง ๑.๕ ล้านล้านบาท ก็ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม ดิฉันต้องขอความเป็นธรรมให้กับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ค่ะ ในขณะนั้นที่ท่านเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ เราก็ทราบกันดี อยู่แล้วว่ามีฝนตกหนักอย่างใหญ่หลวง เราจึงรู้สึกว่าการพาดหัวข่าวในลักษณะนี้จะสร้าง ความขัดแย้งในสังคม แล้วก็นำความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชนได้ ดิฉันก็ขอให้สื่อมวลชน ได้แก้ไข แล้วก็ให้ความจริงนั้นได้ปรากฏอย่างที่ควรจะเป็นค่ะ🔗

สุดท้ายนี้ดิฉันขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ได้ลงพื้นที่ ดูแลพี่น้องประชาชนในหลายจังหวัดที่ประสบภัย และในพรุ่งนี้ก็จะเดินทางไปที่จังหวัดสุโขทัย เพื่อที่จะไปร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพี่น้องประชาชนต่อไป และดิฉันต้องขอเป็นกำลังใจให้กับ ประชาชนที่ประสบภัยในขณะนี้ รวมทั้งจิตอาสาที่ลงไปช่วยเหลือในพื้นที่ทุกท่านด้วยค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ เชิญครับ🔗

นายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๕ อำเภอนครไทย อำเภอชาติตระการ อำเภอวัดโบสถ์ พรรคประชาชน จากที่ได้ฟังเพื่อนสมาชิก พรรคประชาชนที่ได้ร่วมกันอภิปรายมาตั้งแต่ที่มาของปัญหาการบริหารจัดการแม่น้ำ ขนาดใหญ่ของภาคเหนือ แม่น้ำสายหลัก แม่น้ำสายรอง ลุ่มน้ำภาคกลาง ลุ่มน้ำภาคอีสาน แผนการป้องกันเหตุ แผนการเตือนภัย รวมถึงภาพรวมของการบริหารจัดการการจัดตั้ง War Room ต่าง ๆ มาถึงตรงนี้ครับท่านประธานครับ เป็นเรื่องราวของการบริหารจัดการ สถานการณ์หลังน้ำลด ผมกำลังจะพูดถึงหลักเกณฑ์ของการเยียวยาผู้ประสบภัยครับ ที่มีบางข้อที่ควรจะได้รับการแก้ไข เพราะมันทำให้เกิดความไม่คล่องตัวในการบริหารจัดการ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีอุทกภัยที่ไม่ได้ประกาศเป็นภัยพิบัติฉุกเฉิน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งเป็นท้องถิ่นขนาดเล็ก มีงบประมาณน้อย มีงบประมาณ จำกัด ขาดแคลนอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือในการเข้าไปช่วยเหลือ แล้วก็เยียวยาพี่น้อง ประชาชน เช่น เรือ รถ หรือเสื้อชูชีพ หรือแม้กระทั่งค่าน้ำมันครับท่านประธาน ทำให้ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ขอสไลด์ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ พิษณุโลก

เรามาดูระเบียบของกระทรวง มหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น หมวด ๑ หลักการช่วยเหลือประชาชน ข้อ ๖ กล่าวไว้ว่า การช่วยเหลือ ประชาชนตามระเบียบนี้จะต้องดำเนินการในขอบเขตอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นตามกฎหมาย โดยคำนึงถึงสถานะทางการคลังและความจำเป็นเหมาะสม หลักการช่วยเหลือประชาชนแต่ให้คำนึงถึงตัวเองก่อน ข้อ ๗ บอกว่ากรณีเกิดสาธารณภัย ในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะมีการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติฉุกเฉินหรือไม่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้นโดยฉับพลัน ทันทีได้เลย เพื่อการดำรงชีพ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า เข้าไประงับเหตุ สาธารณภัยได้ทันที แน่นอนครับ เมื่อเกิดเหตุน้ำท่วมอุทกภัย นายกรัฐมนตรีเตรียมตัวแล้ว เตรียม Start รถ ไปจนถึงพื้นที่กำลังจะเข้าช่วยเหลือแล้ว ต้องย้อนกลับไปนึกถึงข้อ ๖ ครับ นึกถึงสถานะทางการคลังครับ ก็สั่งให้ลูกน้องตีรถกลับ เพราะไม่มีเงินครับ🔗

อีกกรณีหนึ่ง เป็นกรณีของถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ ฉุกเฉินแล้ว ก็ให้ไปใช้หลักเกณฑ์ของการจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบ ภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉินในปี ๒๕๖๓ ซึ่งหลักเกณฑ์นี้ก็ยังไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ผู้ประสบภัย ต้องเผชิญอยู่ แล้วก็ไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน ยกตัวอย่างครับ🔗

ข้อ ๕.๑ หลักเกณฑ์ในการใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน ด้านการดำรงชีพ🔗

ข้อ ๕.๑.๔ ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพเบื้องต้น กรณีที่อยู่อาศัยได้รับ ความเสียหายทั้งหลังเท่าที่จ่ายจริงให้ครอบครัวละไม่เกิน ๓,๘๐๐ บาท ๓,๘๐๐ บาทครับ ท่านประธาน ได้รับความเสียหายทั้งหลังนะครับ บ้านพังทั้งหลังและได้ครอบครัวละด้วย ไม่ใช่ได้รายละ ได้ครอบครัวละ ๓,๘๐๐ บาท บางครอบครัวอาจจะมี ๓ คน มี ๕ คน ๗ คน แต่ได้ ๓,๘๐๐ บาท ตรงนี้น่าจะขยับให้เขานะครับ เพราะว่าอันนี้มันเป็นเกณฑ์สูงสุดที่จะจ่าย จ่ายครอบครัวละไม่เกิน เพราะฉะนั้นถ้าเราขึ้นเป็น ๑๐,๐๐๐ บาท ถ้าครอบครัวขนาดเล็ก เราก็ยังลดหย่อนลงมาได้🔗

ข้อ ๕.๑.๕ ค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ ซึ่งผู้ประสบภัยพิบัติ ต้องเป็นเจ้าของ แล้วก็ได้รับความเสียหาย เท่าที่จ่ายจริงหลังละไม่เกิน ๔๙,๕๐๐ บาท ๔๙,๕๐๐ บาท สไลด์ถัดไปครับ ในกรณีที่บ้านพังทั้งหลัง พายุมาน้ำท่วม พายุพัดหลังคา พัดบ้านพังไปขนาดนี้ ค่าวัสดุในการซ่อมแซมบ้าน ราคาค่าวัสดุก่อสร้าง ณ ปัจจุบันนี้ กับปี ๒๕๖๓ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ปี ๒๕๖๓ น้ำมันเบนซินแค่ลิตรละ ๒๐ กว่าบาท ปัจจุบัน ๔๐ บาทเข้าไปแล้ว เพราะฉะนั้นค่าเยียวยาซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำหลังละไม่เกิน ๔๙,๕๐๐ บาท ผมว่ามันเป็นเกณฑ์ขั้นสูงที่ยังต่ำเกินไป การเยียวยา ข้อเสนอก็คือคิดว่า ให้ ๑๐๐,๐๐๐ บาทไปเลยครับ เป็นเกณฑ์สูงสุด แล้วมันก็ยังลดหลั่นลงมาได้ ถ้าเขาไม่ได้มีจริง แต่ถ้าพังทั้งหลัง ลักษณะพังมาก ๆ ๑๐๐,๐๐๐ บาท บางทียังตั้งเสาไม่เสร็จเลยนะครับ ยังไม่มีหลังคาด้วยซ้ำ ถัดไปครับ การเยียวยาด้านการเกษตร อัตราการช่วยเหลือที่ต่ำกว่า ต้นทุนการผลิตจริง ซึ่งปัจจุบันต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นสูงมากหลายเท่าตัว เช่น ข้าว ช่วยเหลือ ไร่ละ ๑,๓๔๐ บาท แต่ต้นทุนในการผลิตที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรระบุไว้คือ ต้นทุนการผลิตข้าวอยู่ที่ไร่ละ ๔,๓๒๓ บาท ในปี ๒๕๖๗ แล้ว เพราะฉะนั้นแปลว่า ต้นทุนการผลิตมันขึ้นไปแล้วเกือบเท่าตัว ค่าปุ๋ย ค่ายา มันขึ้นหมดแล้ว เพราะฉะนั้น เราควรจะขึ้นตรงนี้ให้กับผู้ประสบภัยพิบัติด้วย สไลด์ถัดไปครับ กรณีสุกร กำหนดว่า สุกรอายุมากกว่า ๓๐ วันขึ้นไป ช่วยเหลือตัวละ ๓,๐๐๐ บาท ในขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงสุกร ในปี ๒๕๖๖ อยู่ที่ ๘,๗๐๐ บาทเข้าไปแล้วครับท่านประธาน ตรงนี้ก็ควรขยับขึ้น ผมไปเร็วนะครับ เพื่อประหยัดเวลา🔗

ข้อต่อไปก็คือความล่าช้าในการที่จะได้รับความช่วยเหลือ เยียวยา ปัจจุบัน ขั้นตอนในการขอรับความช่วยเหลือของเกษตรกรมีขั้นตอนมากมาย ถึง ๔-๗ ขั้นตอน รวมถึงขั้นตอนในการเบิกจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการที่จะเบิกงบประมาณ เข้ามาเยียวยาให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ประสบเหตุ ต้องใช้เวลา ๘๐-๑๒๐ วัน ในการทำให้ประชาชนและเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนต้องรอคอยเป็นเวลานาน ดูจากสไลด์ผมไม่อธิบายครับ ขั้นตอนขนาดนี้ผมว่านายกรัฐมนตรีก็ท้อนะครับ เอาละครับ ทั้งหมดนี้ก็คือปัญหาบางส่วนเท่านั้นที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์ในการเยียวยาและฟื้นฟู ผู้ประสบภัยหลังเกิดเหตุ🔗

ถัดไปจะเป็นข้อเสนอครับ ข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยาและฟื้นฟู ผู้ประสบอุทกภัยของพรรคประชาชน ๑. แก้ไขระเบียบหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน ๒. ให้อำนาจและ งบประมาณไปที่ท้องถิ่น กระจายอำนาจไปที่ท้องถิ่นให้การบริหารสถานการณ์เป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพ มีความคล่องตัว ลดขั้นตอน และลดความล่าช้า ๓. ให้การฟื้นฟู เกษตรกรในเรื่องการตั้งตัวด้วย เพราะหลังจากประสบอุทกภัยแล้ว บางคนหมดเนื้อหมดตัว สิ้นเนื้อประดาตัว กว่าจะตั้งตัวกลับมาได้ใช้เวลานาน ช่วยเขาตั้งตัว ลดภาระ ปรับโครงสร้าง ต้นทุนและโครงสร้างหนี้หลังน้ำลด ข้อสุดท้ายอันนี้สำคัญมากครับ คือการสื่อสารของภาครัฐ ทั้งจังหวัด ทั้งท้องถิ่น การสื่อสารจังหวัดมีแผนหมด แต่ชาวบ้านไม่เคยรู้เลยว่า ท่านกำลัง ทำอะไร และสถานการณ์น้ำมันอยู่ตรงไหน เกี่ยวกับการเผชิญเหตุต่าง ๆ การเตรียมความพร้อม ในระดับหมู่บ้าน ประชาชนต้องมีความเข้าใจในสถานการณ์ แล้วก็มีการซ้อมแผน อย่างเหมาะสมนะครับ🔗

สุดท้ายก็ขอฝากให้คณะรัฐมนตรีที่จะรับเรื่องนี้ไปพิจารณาแก้ไขเรื่องนี้ โดยด่วนครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านบุญเลิศ แสงพันธุ์ เชิญครับ🔗

นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมุทรปราการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ อำเภอพระประแดง เฉพาะตำบลบางจาก พรรคประชาชน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมุทรปราการ

ก่อนอื่นนะครับ ผมก็ขออนุญาต เป็นตัวแทนของชาวจังหวัดสมุทรปราการ และพ่อแม่พี่น้องชาวอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ขอส่งกำลังใจไปยังผู้ประสบภัยอุทกภัยน้ำท่วม ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและขอให้สถานการณ์นี้ ดีขึ้นโดยเร็ว🔗

ขออนุญาตนะครับ วันนี้ต้องขอขอบคุณผู้เสนอญัตติด่วนเรื่องปัญหาน้ำท่วม ทำให้ผมได้มีโอกาสสะท้อนปัญหาน้ำท่วมจากน้ำทะเลหนุนสูงในเขตพื้นที่ของ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ประสบปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลง ของสภาพอากาศ การจัดการน้ำที่ไม่เพียงพอ หรือการพัฒนาพื้นที่ที่ส่งผลกระทบ ต่อการระบายน้ำ น้ำท่วมอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของพ่อแม่พี่น้องประชาชนนะครับ ตามรูปเลยนะครับ และเศรษฐกิจในพื้นที่ น้ำท่วมไม่ว่าจะเป็นประชาชนเสียรายได้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นโอกาส เวลา เศรษฐกิจ ทรัพย์สิน หรือแม้แต่เงินทองในการซ่อมแซมรถยนต์ ยานพาหนะของประชาชน รวมถึงรถพาหนะของข้าราชการด้วยซ้ำ ล่าสุดผมไปลงพื้นที่ก็ได้มีการเสียค่าซ่อมรถกระบะเช่นเดียวกัน ๔,๐๐๐ บาทนะครับ เนื่องจากมีน้ำเข้าเกียร์ ขอภาพสไลด์ถัดไปนะครับ หรือแม้แต่ปัจจัยอื่น ไม่ว่าจะเป็นประตู ระบายน้ำที่ใช้งานไม่ได้ ประชาชนก็ได้ถามเหมือนกันครับ หรือแม้แต่ตัวผมเองสร้างไว้ มีไว้เพื่อใคร ประตูระบายน้ำในเขตอำเภอพระสมุทรเจดีย์ และอำเภอพระประแดง เฉพาะตำบลบางจาก หลายจุดเลยครับที่ใช้งานไม่ได้ ที่ใช้งานไม่ได้ก็ได้มีการปรึกษาหารือ รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดก็ลงไป สำนักนายกรัฐมนตรีก็ลงไป ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข สงสัยต้องให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ลงไปดู ผมในฐานะผู้แทนราษฎรก็ขอเรียนเชิญนะครับ เรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรี ลองลงจุดนัดพบกันก็คือประตูระบายน้ำนะครับ ต้องใช้งาน ได้ทั้งหมดในพื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ ขอภาพถัดไปนะครับ พื้นที่ชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่ อำเภอพระสมุทรเจดีย์น้ำขึ้นเร็วครับ แต่มันลงช้า หรือบางที่ไม่ลงเลยนะครับ ขังเป็นเวลาหลายวันก็มีมากในพื้นที่ของอำเภอพระสมุทรเจดีย์เดือดร้อนอย่างหนัก สไลด์ถัดไปนะครับ ตามภาพเลยนะครับ อันนี้ต้องบอกว่าแค่ยกตัวอย่างบางชุมชนนะครับ สไลด์ถัดไปครับ หรือแม้แต่โรงเรียน สถานที่หน่วยงานราชการต่าง ๆ โรงเรียนน้ำท่วมครับ แต่ท่านได้มีการให้งบซ่อมส้วมก่อน หรือแม้แต่สร้างบ้านพักครูก่อน หรือแม้แต่น้ำท่วม สนามกีฬา ท่านบอกเอาไว้ทีหลัง เราจะจัดการปัญหากันอยู่แบบนี้จริง ๆ หรือครับ เนื่องจาก ประชาชนเดือดร้อน ลูกหลานของท่านต้องเดินลุยน้ำ หรือแม้แต่เสี่ยงกับสัตว์มีพิษ สัตว์เลื้อยคลานต่าง ๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามภาพเลยนะครับ หมดงบประมาณไป กับการยกถนนหนีน้ำ สุดท้ายบ้านก็ต่ำเช่นเดิม น้ำเข้าหลังบ้านแทนครับท่านประธาน หรือแม้แต่คำตอบอยากจะถามครับ คำตอบสุดท้ายของการใช้งบประมาณแผ่นดิน คำตอบ คือการสร้างถนนหนีน้ำจริงหรือครับ หรือแม้แต่เราต้องทำกันอยู่แบบนี้วน ๆ ซ้ำ ๆ ซาก ๆ ใช่หรือไม่ ในพื้นที่ผมนะครับ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ไม่ว่าจะน้ำขึ้นก็มีปัญหาครับ ไม่ว่าจะน้ำแห้งก็มีปัญหานะครับ แต่สุดท้ายครับไม่ว่าจะขึ้นหรือจะลง ประชาชนเดือดร้อน อันนี้คือคำตอบอย่างชัดเจนว่าประชาชนเดือดร้อนนะครับ เขารอไม่ได้ครับ ก็อยากจะให้ หน่วยงานมีการแก้ไข มีแผนในการบูรณาการอย่างยั่งยืน อันนี้ตามภาพ หรือแม้แต่การกัดเซาะ ในพื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ ผมขอยกตัวอย่างมาแค่ ๑ แห่ง จากภาพ ๕๐ ปีที่ผ่านมา พื้นที่แผ่นดินไทยที่บรรพบุรุษของเราปกป้องรักษาไว้หายไปแล้วเท่าไร แล้ววันนี้เราทำอะไร กันอยู่ หรือจะรอให้มันหายไปเรื่อย ๆ ครับท่านประธาน🔗

สุดท้ายนี้ครับ ผมวอนหน่วยงานรัฐบาลส่วนกลางเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้กับ ชาวพระสมุทรเจดีย์อย่างยั่งยืน วางแผนสนับสนุนงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ปล่อยให้พวกเขา พวกเราสู้เพียงลำพัง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ลืม ๒ ท่านนะครับ เชิญท่านฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล เชิญครับ🔗

นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ภูเก็ต

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ อำเภอถลางและตำบลกระทู้ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายในประเด็นแผนการรับมือหลังเกิดเหตุ ภัยพิบัติ ซึ่งประเทศไทยโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. กระทรวงมหาดไทย มีแผนเผชิญภัยพิบัติ แล้วทุกครั้งที่เกิดเหตุภัยพิบัติ แผนนี้อยู่ตรงไหน ลองไปสุ่มถาม ผู้ที่ต้องเป็นผู้ปฏิบัติหน้างานสัก ๓-๔ คนดูครับว่าสามารถตอบได้ตรงกันหรือไม่ พูดได้เห็นภาพ เดียวกันหรือเปล่า เรียนท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชนครับ แผนเผชิญภัยพิบัติ ที่ผมกำลังพูดถึงคือแผนเผชิญเหตุอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มจังหวัด และแผนเผชิญ เหตุอื่น ๆ ซึ่งทาง ปภ. ต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๕ (๑) และมาตรา ๑๖ ที่มีการปรับปรุงแผนเผชิญเหตุทุกปี แต่สงสัยไหมครับ ทุกครั้งที่เกิดเหตุภัยพิบัติ หน่วยงานหลายหน่วยงานจะลงไปมะรุมมะตุ้มกันหน้างาน หรือบางครั้งก็เกี่ยงกันรับผิดชอบ ยังไม่รวมถึงเขตที่ยังไม่ได้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติก็จะเกิด ความเละเทะกันหน้างาน ต่างคนต่างทำงาน คนเยอะแต่ไม่ได้งาน ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เหตุการณ์แผ่นดินถล่มที่จังหวัดภูเก็ตที่ตำบลกะรน หินแกรนิตขนาดใหญ่ขนาด ๑๐ คูณ ๑๐ เมตร ตกลงมาไถลลงสู่บ้านเรือนพี่น้องประชาชนเสียหาย ณ ปัจจุบันผ่านมา ๑ สัปดาห์แล้วครับท่านประธาน ยังไม่สามารถหาแนวทางการย้ายหิน ระเบิดหิน หรือการแก้ไข สถานการณ์ได้ บ้านเรือนที่พังทลายก็ยังไม่มีมาตรการว่าจะเยียวยาให้กลับมาอยู่อาศัย ได้หรือเปล่า นี่ไม่รวมถึงปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในบริเวณต่าง ๆ เช่น อำเภอถลาง เป็นต้น ที่พอเมื่อไม่ได้ ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติแล้ว การจัดการก็เกี่ยงกัน บางพื้นที่ทับซ้อนกันหลาย อบต. หลายท้องถิ่น ไม่มีเจ้าภาพหลักในการจัดการ และยังตกลงกันไม่ได้ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ อุปกรณ์ต่าง ๆ เครื่องจักรต่าง ๆ และสิ่งที่ท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกคงทราบกันดีนะครับ ว่าน้ำมันจะเบิกจากใคร ในหลาย ๆ ครั้งอุปกรณ์เครื่องจักรที่ออกไปหน้างานแล้ว ต้องเติมน้ำมันในการใช้งาน ผู้ปฏิบัติงานทนไม่ได้ก็ต้องควักเงินจากกระเป๋าตัวเองทุกครั้ง รวมไปถึงค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่มของผู้ปฏิบัติงานในยามค่ำคืน เรื่องเหล่านี้คือปัญหา ในการปฏิบัติงานทุกครั้งเมื่อเกิดเหตุ จนผู้ปฏิบัติงานทนไม่ได้ ทั้งที่เรามีแผนเผชิญเหตุ ได้กำหนดความชัดเจนในการตัดสินใจในการดำเนินงานเอาไว้แล้วว่าเหตุการณ์ในลักษณะใดบ้าง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ใด ใครต้องรับผิดชอบ ดังนั้นสิ่งที่ผมพยายามจะสื่อสารคือหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ได้ปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ ก็ต้องพูดอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่จะไม่ปฏิบัติตาม แต่ก็ต้องถาม กลับไปยังกระทรวงมหาดไทย และ ปภ. ว่าหลังจากที่มีร่างแผนเผชิญเหตุออกมา ได้มีการนำไป ทำความเข้าใจ ซักซ้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ บ้างหรือไม่ ก่อนทำแผนได้มีการรับฟังจากคนที่ปฏิบัติหน้างาน รวมไปถึงเหตุการณ์ที่ไม่สามารถ ปฏิบัติงานได้ เป็นการถอดบทเรียนในเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมา จากผู้มีประสบการณ์ คนที่ทำงานจริงบ้างหรือไม่ วันนี้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เห็นชัดคือแผนอยู่ส่วนแผน คนทำงาน ก็อยู่ส่วนคนทำงาน ดังนั้นเพื่อให้แผนเผชิญเหตุมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามวัตถุประสงค์จริง ๆ ก็ต้องมาคิดกันใหม่ว่าจะต้องมีระเบียบบังคับเพื่อใช้ยึดแผนเผชิญเหตุ ถึงเวลาเกิดเหตุ จะได้ไม่ต้องถามหาเจ้าภาพอีก และสิ่งที่ไม่มีในแผนคือการดูแลชาวต่างชาติ ภูเก็ต เรามีเหตุการณ์ประสบภัยพิบัติหลายครั้ง บ่อยครั้งมาก แต่เมื่อเกิดผู้บาดเจ็บเสียชีวิต ที่เป็นชาวต่างชาติ เราขาดแผนการดำเนินการที่ดีครับ ชาวต่างชาตินี้อยากให้รวมถึงผู้ที่ไม่ได้ ถือสัญชาติไทยนะครับ เพราะในเชิงการทำงานนั้นยังมีการแบ่งระหว่างนักท่องเที่ยว และผู้ใช้แรงงานชาวต่างชาติ ดังนั้นเราควรใช้มาตรฐานเดียวกันในการดูแล การสื่อสาร และการช่วยเหลือบรรเทาเยียวยาผู้คนเหล่านั้นด้วยครับ อันนี้เป็นข้อเสนอในส่วนโครงสร้าง แต่ในรายละเอียดของแผน ควรมีภาพขั้นตอนการดำเนินงานอย่างชัดเจน เช่น ๑ ๒ ๓ ต้องทำอย่างไรบ้าง ใครมีหน้าที่รับผิดชอบอย่างไรบ้าง อย่าปล่อยให้เจ้าหน้าที่หน้างาน ใช้วิจารณญาณในการดำเนินงานเลยครับ รายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้สำคัญ ผมยกตัวอย่าง อย่างในประเทศญี่ปุ่นนะครับ แผนเผชิญเหตุในประเทศญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในแผนที่มี ความเป็นระบบและมีมาตรฐานสูง เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เผชิญกับภัยพิบัติ ทางธรรมชาติบ่อยครั้ง เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ ภูเขาไฟระเบิด ดังนั้นการเตรียมพร้อมรับมือ กับเหตุการณ์ฉุกเฉินจึงเป็นเรื่องที่ได้รับความสำคัญมาก ข้อเสนอนะครับ บางครั้งเราอาจจะต้อง มาทบทวนกันไหมว่าควรจะให้นายก อบจ. เป็นผู้อำนวยการเหตุการณ์แทนผู้ว่าราชการจังหวัด หรือเปล่า อย่างเช่นกรณีภูเก็ตนะครับ นายก อบจ. ไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ ล้วนมีประสบการณ์ในการเผชิญเหตุภัยพิบัติมาด้วยกันทั้งนั้น แต่ในทางกลับกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ไม่ได้เป็นคนภูเก็ตนั้น แต่ละคนผมเชื่อเลยครับว่า แม้มีประสบการณ์ มากเพียงไรก็ตาม แต่ไม่เคยมีประสบการณ์ในพื้นที่ ดังนั้นเมื่อไม่เข้าใจพื้นที่ มีประสบการณ์ มากแค่ไหนก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างได้นะครับ🔗

สุดท้ายผมคิดว่านี่คือปัญหาโครงสร้างของราชการที่ต่างคนต่างคิด ต่างคน ต่างทำ ไม่มีการบูรณาการเชื่อมโยงกัน ไม่ร่วมรับผิดชอบต่อความเดือดร้อนของประชาชน เท่าที่ควรจะเป็น ในเมื่อแผนเผชิญเหตุต้องปรับปรุง Update ใหม่ทุกปีอยู่แล้ว ผมเสนอว่า ฉบับต่อไปท่านวาดภาพให้เห็นภาพเดียวกันออกมาเลย จะได้ไม่ต้องเกี่ยงกันทำงานแบบนี้ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล เชิญครับ🔗

นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนเครือข่าย ชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองครับ ผมจะขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องน้ำท่วมนะครับ ซึ่งเรื่องที่ผมจะอภิปรายนะครับ ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เป็นกรณีปัญหาการรับมือ ของชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงนะครับ ซึ่งก็มีส่วนที่เหมือนกันกับพื้นที่ของท่านประธาน จำนวนมากนะครับ และผมก็เชื่อว่าท่านประธานเองก็น่าจะเจอปัญหาในลักษณะเช่นเดียวกัน กับที่ผมกำลังจะพูดต่อไปนะครับ เมื่อวันที่ ๑๒ เดือนสิงหาคมปีนี้เอง ได้เกิดน้ำป่าไหลหลาก เข้ามากลางหมู่บ้าน ท่วมบ้านที่ชื่อว่าบ้านแม่โกปี่ ตำบลแม่ยวมน้อย อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีบ้านได้รับความเสียหายโดยสิ้นเชิง ๑๘ หลัง แล้วก็เสียหายบางส่วน อีกจำนวนมากนะครับ แล้วเฉพาะในปีนี้แม่ฮ่องสอนมีบ้านที่ได้รับความเสียหาย ๓๗ หลัง ถ้าย้อนกลับไปอีกในปี พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๖๗ เฉพาะตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตำบลเดียวนะครับ อบต. แม่สามแลบได้ดำเนินการย้ายหมู่บ้าน ที่มีความเสี่ยงออกจากพื้นที่ที่จะเผชิญกับเหตุน้ำป่าไหลหลากนี้ไปแล้ว ๔ หมู่บ้านนะครับ สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่าพื้นที่สูง พื้นที่ของกลุ่มชาติพันธุ์จำนวนหนึ่งนะครับ อยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยง ต่อการเกิดปัญหาดินโคลนถล่ม แล้วก็น้ำป่าไหลหลากนะครับ บางกรณีมีความจำเป็น ที่จะต้องย้ายชุมชนนะครับ แต่ถามว่าในการย้ายชุมชนจริง ๆ มันต้องทำอะไรบ้าง อันที่ ๑ ก็คือต้องหาสถานที่ที่ปลอดภัยกว่า ไม่ใช่ย้ายไปแต่ว่าเสี่ยงกว่า อันที่ ๒ คือการจัดระเบียบ อันที่ ๓ ก็คือว่าจะไปสร้างบ้านที่ไหนต้องมีการปรับที่ใช่ไหมครับ บางทีจำเป็นต้องใช้ เครื่องจักรนะครับ แล้วก็เรื่องของโครงสร้างพื้นฐานต้องตามไปด้วยนะครับ แล้วก็สิ่งสุดท้าย ก็คือว่าจะย้ายบ้านไปก็ต้องรื้อบ้านเก่า รวมทั้งอาจจะต้องมีการหาว่าวัสดุอุปกรณ์เข้ามาใหม่ด้วย ต้องขนเข้าไป สิ่งเหล่านี้เป็นเงิน เป็นงบประมาณทั้งนั้นนะครับ ในขณะที่คนกำลังเผชิญ กับวิกฤติการณ์ที่จะหาเงินมาเพิ่ม อันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ แล้วก็เวลาจะย้ายจริง ๆ ต้องเผชิญกับอะไรบ้าง ผมจะโฟกัสมาเฉพาะเรื่องชุมชนบนพื้นที่สูง ชุมชนของกลุ่มชาติพันธุ์ อยู่ในเขตป่านะครับ ซึ่งต้องห้ามตามกฎหมายป่าไม้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้าน การทำโครงสร้างพื้นฐาน มันล้วนต้องห้ามทั้งนั้นนะครับ แล้วที่สำคัญก็คือว่าหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการที่จะย้ายชุมชนออกไปมันมีหลายหน่วยงาน ต่างคนต่างทำ ทำคนละเวลาด้วย เพราะฉะนั้นในทางปฏิบัติหน่วยงานเข้ามาช่วยสนับสนุนได้ค่อนข้างจำกัดนะครับ มาถึงที่อุปสรรคจากกฎหมายป่าไม้ หลัก ๆ ก็คือในเขตป่าสงวนก็ต้องห้ามตาม พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ ในเขตป่าอนุรักษ์ไม่ว่าจะเป็นเขตอุทยานหรือเขตสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ก็ต้องห้ามตามกฎหมายอีกเช่นเดียวกัน ผมจะขออนุญาตมาที่เรื่อง ข้อเสนอเลยนะครับ ถามว่าข้อห้าม ข้อจำกัดตามกฎหมายป่าไม้เหล่านี้มันพอมีทางออกไหม กรณีที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาตินะครับ จริง ๆ แล้วก็พอที่จะมีทางออกอยู่นะครับ ก็คือมีช่องทางในการอนุญาตตามกฎหมาย แต่คนที่อนุญาตก็คืออธิบดีกรมป่าไม้ ที่ผ่านมา ใช้เวลาในการอนุญาตนานมาก รวมทั้งแทบจะเป็นไปไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นตราบใด ที่ยังรอการอนุญาตจากกรมป่าไม้ก่อนถึงจะย้ายบ้านออกไปจากพื้นที่เสี่ยงได้ แบบนี้ แทบจะไม่เป็นประโยชน์ ทีนี้ในเรื่องของเขตป่าสงวนนี้คือผมก็ได้เสนอว่าให้ออกประกาศ คณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งเป็นคณะกรรมการ ที่จัดตั้งขึ้นมาตาม พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติในการกระจายอำนาจลงมาให้ อาจจะเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้จังหวัด หรือสาขาที่ตั้งอยู่ ในจังหวัดเป็นคนอนุญาตแทนอธิบดี เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องฉุกเฉินนะครับ จำเป็นต้องได้รับ การอนุญาตการจัดการอย่างทันทีทันใด มันรอไม่ได้นะครับ ในกรณีที่เป็นเขตอุทยาน หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านะครับ จริง ๆ แล้วภายใต้ข้อห้ามที่เข้มงวด มีกฎหมายที่พอ จะเปิดช่องทางได้อยู่ แต่มีปัญหาว่าไม่มีแนวทางปฏิบัติให้สำหรับผู้ปฏิบัติ ก็คือในมาตรา ๒๕ ซึ่งเขียนไว้ชัดเจนนะครับว่า ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนหรือมีเหตุฉุกเฉินเพื่อป้องกัน ภัยพิบัติอันเป็นสาธารณะ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ ซึ่งในกฎหมายเขียนว่า เจ้าพนักงาน แต่หมายถึงหัวหน้าอุทยานนี่ละ มีอำนาจกระทำการตามมาตรา ๑๙ ก็คือเข้าไปในเขต ที่เป็นเขตป่าอนุรักษ์เพื่อดำเนินการต่าง ๆ รวมทั้งการใช้ที่ดิน การก่อสร้างแผ้วถางพื้นที่ป่านี้ สามารถที่จะทำได้นะครับ แต่ว่าพอเราไปเปิดดูรายละเอียด ปรากฏว่าไม่มีระเบียบกำหนด หลักเกณฑ์วิธีการในการอนุญาต เพราะฉะนั้นในทางปฏิบัติก็เลยไม่สามารถที่จะอนุญาตให้ได้ นะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็เสนอว่าให้เร่งรัดในการออกระเบียบ ที่ให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานที่เขาอยู่ ในพื้นที่ เขาสามารถที่จะอนุญาตให้มีการใช้พื้นที่ เพื่อที่จะรองรับกับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงอยู่แล้ว ซึ่งพื้นที่ที่มีความเสี่ยงก็จำเป็นต้องย้าย ก็มีทั้งชุมชนที่กำลังเผชิญกับเหตุ บ้านถูกพัดไปแล้ว จำเป็นต้องหาที่อยู่ใหม่ กับอีกกรณีหนึ่งก็คือว่าเห็นชัด ๆ อยู่แล้ว หรือมีงานทางวิชาการ มีงานที่ชี้ชัด ๆ อยู่แล้วว่าเสี่ยงที่จะถูกน้ำป่าไหลหลาก เสี่ยงที่ดินโคลนจะถล่มมาทับแน่ ๆ จำเป็นที่ต้องย้าย อันนี้ก็จำเป็นที่จะต้องย้าย ถ้าหากเราไม่มีการแก้ไขระเบียบกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ การรับมือกับปัญหาภัยพิบัติที่อยู่ในพื้นที่สูง พื้นที่ ของกลุ่มชาติพันธุ์จะเป็นไปได้ยากมากครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ผู้เสนอญัตติทั้งหมดก็ไม่สรุปนะครับ เนื่องจากญัตติเรื่องนี้ผู้เสนอได้เสนอมา เพื่อให้ส่งเรื่องไปให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการ ซึ่งจากการอภิปรายของท่านสมาชิกมีความเห็น ร่วมกันสนับสนุนญัตติดังกล่าว ดังนั้น ผมขอถามที่ประชุมว่าญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องนี้ จะส่งไปให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องไปให้รัฐบาล พิจารณาดำเนินการตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ วันนี้ก็ใช้เวลามาพอสมควรนะครับ ขอปิดประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๒๒.๐๒ นาฬิกา