unknown · · 693 lines

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เวลา ๐๙.๐๒ นาฬิกา)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยจะให้ปรึกษาเรียงลำดับ รายชื่อท่านละ ๒ นาที ท่านแรก ท่านศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ เชิญครับ🔗

นายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ สมาชิกผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๕ อำเภอนครไทย อำเภอชาติตระการ และอำเภอวัดโบสถ์ ขอนำความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชน เข้าหารือกับท่านประธานดังนี้ครับ🔗

เรื่องที่ ๑ เรื่องการบริหารจัดการน้ำบึงทุ่งหงษ์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ของหมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๙ ตำบลวัดโบสถ์ และหมู่ที่ ๑ ตำบลบ้านป่า บึงนี้เป็นบึงขนาดใหญ่นะครับ แต่ว่าปัจจุบัน มีความตื้นเขินมาก เวลาฤดูแล้งน้ำไม่พอ เวลาฤดูฝนน้ำก็เอ่อล้นท่วมบ้านเรือน แล้วก็พื้นที่ ทำการเกษตร ตรงนี้เป็นพื้นที่ทำการเกษตรหลายร้อยไร่ ชาวบ้านอยากให้หน่วยงานราชการ เข้าไปขุดลอกคลอง ลอกบึง ให้มีความลึกมากยิ่งขึ้น กักเก็บน้ำได้มากขึ้น ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับข้อร้องเรียนจาก รพ.สต. ในพื้นที่อำเภอนครไทยว่า ไม่สามารถ นำงบประมาณไปพัฒนาพื้นที่ของ รพ.สต. ได้ เนื่องจากติดพื้นที่ป่านะครับ ในอำเภอนครไทย มี รพ.สต. เพียงแค่ ๒ แห่งเท่านั้นจาก ๑๙ แห่ง ที่เป็นพื้นที่ของราชพัสดุ นอกนั้นจะไม่สามารถ นำงบประมาณไปปรับปรุงซ่อมแซม หรือสร้างอาคารสถานที่ได้เลย เนื่องจากติดการเข้าใช้ พื้นที่ป่า ฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนจากกำนันนิคม ยวนแห่ว เรื่อง ไฟฟ้าแสงสว่าง ของถนนทางหลวง หมายเลข ๒๐๑๓ หรือถนนนครไทย-ด่านซ้าย ตั้งแต่กิโลเมตรที่ ๓๔-๓๗ เป็น ๓ กิโลเมตร ที่มืดสนิทในตอนนี้ ซึ่งใน ๓ กิโลเมตรนี้ เป็นพื้นที่ทางเข้าถึง ๕ หมู่บ้านนะครับ ทั้งหมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๙ แล้วก็หมู่ที่ ๑๘ ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย จังหวัด พิษณุโลก โดยทั่วไปไฟแสงสว่างของทางหลวงจะเป็นระบบเปิดปิดอัตโนมัติ แต่ตรง ๓ กิโลเมตรนี้ เป็นระบบเปิดปิดด้วยมือ โดยให้ประชาชนเป็นคนสับ Cut out เอง ทั้งเปิดและปิด แล้วก็ มีไฟช็อตผู้ที่ไปเปิดปิด ตอนนี้ก็เลยไฟดับ ปัจจุบันก็ยังไม่สามารถใช้ไฟส่องสว่างได้ ถนนมืดสนิท ไม่มีชาวบ้านคนไหนกล้าเข้าไปเปิดปิด เพราะว่ากลัวไฟช็อตก็ฝากกรมทางหลวงด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเอกธนัช อินทร์รอด เชิญครับ🔗

นายเอกธนัช อินทร์รอด หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเอกธนัช อินทร์รอด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอหารือเรื่องเกี่ยวกับน้ำโขงล้นตลิ่ง ทำให้ท่วมพื้นที่พี่น้องประชาชน จังหวัดหนองคาย ตั้งแต่วันที่ ๑๑ กันยายน พื้นที่ทั้งหมดของจังหวัดหนองคายที่โดนน้ำท่วม ๖ อำเภอ ๓๓ ตำบล ๑๕๗ หมู่บ้าน ๘,๑๙๙ ครัวเรือน ซึ่งยังสำรวจไม่หมด เพราะว่าบางพื้นที่ ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ แล้วก็ทำให้เกษตรกรได้รับความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นไร่ นา ปลา ไก่ วัว ซึ่งหายไปกับน้ำ และช่วงนี้ยังมีน้ำฝนซึ่งตกมาหลายวัน ๓-๔ วัน ทำให้น้ำไหลหลาก มาหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดอุดรธานี ไหลมายังที่จังหวัด หนองคาย ซึ่งทำให้อำเภอต่าง ๆ หรือหมู่บ้านที่เป็นทางผ่านของน้ำได้รับความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นทางอำเภอโพธิ์ตาก อำเภอศรีเชียงใหม่ อำเภอท่าบ่อ ซึ่งทำให้ชาวบ้านได้รับ ความเดือดร้อนเพิ่มมากขึ้น แล้วก็อยากกราบเรียนท่านประธานว่า ช่วงที่น้ำโขงล้นตลิ่ง ท่วมจังหวัดหนองคาย ก็ได้มีความห่วงใยหลาย ๆ หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐบาลเอง ภาคเอกชนเอง ได้ให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนของจังหวัดหนองคาย กระผมก็อยากจะขอ เป็นตัวแทนชาวจังหวัดหนองคายกล่าวขอบคุณ ไม่ว่าจะเป็นท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ท่านภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านแม่ทัพภาค ๒ ที่ส่งทหารไปดูแลพี่น้องประชาชน ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังไม่กลับนะครับ ทหาร ยังช่วยทำความสะอาดวัด โรงเรียน แล้วก็บ้านเรือนพี่น้องประชาชน ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ท่านรัฐมนตรีอีกหลายท่าน แล้วก็ที่สำคัญพี่น้องประชาชนกู้ภัยสมาคม แล้วก็ดารา นักร้อง ที่เสียสละเวลาอันมีค่าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ได้รับความเดือดร้อนน้อยลงนะครับ ก็ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพลพีร์ สุวรรณฉวี เชิญครับ🔗

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นครราชสีมา

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม พลพีร์ สุวรรณฉวี จังหวัดนครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นผมขออนุญาตท่านประธานให้กำลังใจ พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม แล้วก็ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่กำลังช่วย ในการฟื้นฟูนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นครราชสีมา

เรื่องแรก ที่อยากหารือท่านประธานครับ ด้วยพี่น้องประชาชนอำเภอห้วยแถลง อยากจะให้กรมเจ้าท่าได้ช่วยมาขุดลอกลำน้ำมาศ ซึ่งจริง ๆ แล้วลำน้ำมาศจะมีต้นน้ำอยู่ที่เขื่อนลำปลายมาศ อำเภอเสิงสาง ซึ่งจะไหลผ่าน อำเภอชุมพวงแล้วเข้าที่ห้วยแถลง โดยทั้งหมดจะผ่านทั้ง ๓ ตำบล ไม่ว่าจะเป็นตำบลกงรถ ตำบลงิ้ว และตำบลหลุ่งตะเคียน ในขณะนี้ลำปลายมาศนั้นตื้นเขินเหลือเกินครับ และตอนนี้ ประสบภัยแล้งอยู่ ถึงแม้ว่าน้ำนั้นจะท่วมอยู่ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยก็ตาม แต่ว่า อำเภอห้วยแถลงและอำเภอจักราชนั้นยังประสบภัยแล้ง และได้มีการติดต่อไปที่กรมเจ้าท่า เป็นระยะเวลาปีกว่าแล้วท่านประธานครับ แต่ว่ายังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฝากท่านประธาน ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมเจ้าท่าให้ช่วยเร่งมาดูเพื่อจะมาเตรียมรับน้ำฝน ที่อาจจะมีเกิดขึ้นมาอีก หรือว่าของปีหน้านะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมได้มีการหารือท่านประธานสภาไปแล้ว ๒ รอบ เรื่องประปาหมู่บ้านของหมู่ ๔ ตำบลหลุ่งประดู่ และบ้านตาฮิง หมู่ ๘ ตำบลห้วยแคน อำเภอห้วยแถลง ณ วันนี้ก็ยังไม่มีการปรับปรุงใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งสภาพน้ำก็ไม่ได้อยู่ในสภาพ ที่สามารถจะใช้อุปโภคบริโภคได้ ถึงแม้จะเอาน้ำไปรดผักก็ทำไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะเป็นน้ำดินล้วน ๆ เลยนะครับ🔗

เรื่องสุดท้ายนี้ อยากจะฝากท่านประธานถึงกระทรวงมหาดไทยนะครับ กระทรวงกลาโหม กระทรวงสาธารณสุข ขณะนี้พื้นที่อำเภอห้วยแถลงและอำเภอจักราช จังหวัดนคราชสีมา ยาเสพติดระบาดอย่างหนัก โดยที่ตอนนี้ผู้ขายเปลี่ยนเทคนิคใหม่แล้ว เป็นการแจกยาฟรีให้น้อง ๆ เยาวชนได้ทดลอง และถ้าเกิดน้อง ๆ ติดใจก็สามารถมาซื้อได้ แต่ว่าทางเจ้าหน้าที่นั้นก็ยังไม่ได้มีการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการจับ การฟื้นฟู หรืออะไรต่าง ๆ ก็ฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกัณวีร์ สืบแสง เชิญครับ🔗

นายกัณวีร์ สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ท่านประธานครับ วันนี้ขออนุญาตหารือท่านประธานในเรื่องจำเป็นเร่งด่วนครับ เกี่ยวกับนักกิจกรรมทั้ง ๙ คน ที่จัดรวมตัวกันของนักกิจกรรมชาวมลายูที่หาดวาสุกรี อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เมื่อปี ๒๕๖๕ ที่กำลังจะโดนฟ้องวันพรุ่งนี้นะครับท่านประธาน จริง ๆ แล้วก็ไม่สามารถ ที่จะก้าวล่วงได้ เพราะว่าอัยการท่านจะสั่งฟ้องในวันพรุ่งนี้แล้ว เพียงแต่ว่าเราดูกันให้ดีว่า การดำเนินงานทั้งนี้ถ้าเกิดการสั่งฟ้องจริง ๆ เพราะว่านักกิจกรรมทั้ง ๙ คนนี้ที่อยู่บนสไลด์นี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายกัณวีร์ สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ

เขาได้มีการร้องขอความชอบธรรม มาเป็นระยะเวลา ๒ ปีแล้ว แต่การแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การสร้างสันติภาพนี้ ถ้ามีการฟ้องร้องเกิดขึ้นจริง ๆ แล้ว เชื่อมั่นครับ จะไม่มีทางสร้างสันติภาพแบบยั่งยืน ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ปาตานี หรือ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น ขออนุญาตหารือท่านประธานครับ ถึงแม้ว่าตอนนี้ไปอยู่ที่อัยการ เพียงแต่ว่าต่อไปตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำฝ่ายบริหาร ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ต้องมีคำสั่งออกไป ที่บอกว่า ในเรื่องเกี่ยวกับพิจารณาเรื่อง Sensitive ขนาดนี้ เรื่องละเอียดอ่อนขนาดนี้ ต้องดำเนินการให้ดี เริ่มต้นจาก กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า ที่ท่านดูแลในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง อย่าไปลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานการเป็นมนุษย์ ในการที่แสดงอัตลักษณ์ ของผู้คน ท่านตำรวจภาค ๙ ตำรวจจังหวัดต่าง ๆ ตำรวจจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส ท่านต้องทำงานให้ดี อัยการอีก ท่านต้องดูให้ดีนะครับท่านประธาน ผมขออนุญาตที่เอ่ยนามนักกิจกรรม ๙ คน พื้นที่พรุ่งนี้จะโดนอัยการสั่งฟ้อง ๑. นายสอบูรี สาอิ ๒. นายมาหมุด บือซา ๓. นายซาลาฮุดดีน กาดำ ๔. นายซูกิปลี กาแม ๕. นายอานัส ดือเระ ๖. นายมะยุ เจ๊ะนะ ๗. นายมูฮำหมัดอาลาดี เด็งนิ ๘. นายฮาซัน ยามาดีบุ ๙. นายซัมบรี ตาลี ท่านประธานครับ พรุ่งนี้จะเป็นวันสำคัญที่เราจะดูครับว่า จะเกิดเหตุการณ์ที่จะมีการสั่งฟ้อง ด้วยหรือไม่ เพราะฉะนั้นขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านภูริวรรธก์ ใจสำราญ เชิญครับ🔗

นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ แล้วก็ประชาชนชาวบางเขน ท่าแร้ง สายไหม ออเงิน ลาดพร้าว จรเข้บัวครับ ผม ภูริวรรธก์ ใจสำราญ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๒ พรรคประชาชนครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ วันที่ ๑๔ สิงหาคมที่ผ่านมาครับ ผมนำเรื่องของชุมชนเคหะพรพระร่วงพัฒนา เป็นประเด็นถนนต่ำ ระบบระบายน้ำไม่เคยได้รับการปรับปรุง แล้วก็เรียกร้องให้การเคหะแห่งชาติเร่งเข้ามา จัดการพื้นที่ก่อนที่จะเกิดภาวะฝนตก แต่ผ่านมา ๑ เดือนกับ ๑ สัปดาห์ครับ ยังไม่มี การติดต่อกลับเข้ามาครับ จนกระทั่งเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาฝนตกหนัก เป็นระยะเวลานาน สภาพเป็นเช่นนี้ครับ ตามภาพเลยนะครับ ไม่แน่ใจว่าทางการเคหะแห่งชาติท่านจะติดต่อ กลับมาเมื่อไร แต่ว่าเราเคยประชุมกับท่านแล้ว เอกสารท่าน ท่านก็แจ้งผมกลับมาตลอดเวลาว่า มันยังอยู่ในขั้นตอน เจ้าหน้าที่เปลี่ยนบ่อยมากนะครับ ท่านสามารถรีบจัดการซ่อมแซมถนน ท่อระบายน้ำ แล้วโอนถนนให้เป็นสาธารณะได้ หรือทางเขตก็แจ้งกลับมาว่า พอที่จะมีทาง โอนให้เป็นสาธารณะตามสภาพ เพื่อการหาหนทางในการจัดงบประมาณแก้ไขต่อไปนะครับ ซึ่งมันไม่ใช่เคหะเดียวครับในพื้นที่ของผม ยังมีชุมชนหนองใหญ่ รัชดา ออเงิน แล้วก็มีอีก หลายชุมชนรอการจัดการอย่างเดียวกัน🔗

ต่อไปครับเป็นเรื่องที่ผมไม่เคยพูดเลย แต่วันนี้จำเป็นที่จะต้องพูด เพราะว่า มันหนักขึ้น การขายกัญชา ใบกระท่อม คนซื้อก็ยังเป็นเด็กถึงผู้ใหญ่ ระบาดไปในโรงเรียน ท่านลองดูจุดต่าง ๆ ของพื้นที่ มันกระจายตลอดทั่วของ กทม. เขต ๑๒ ตำรวจขับผ่านไปมา ตลอดครับ แต่ว่าไม่มีการจัดการใด ๆ สงสารเยาวชนครับ สน. ประจำท้องที่ ไม่ได้ทำอะไร มากมาย ถ้าท่านไม่ทำก็ต้องเป็นตำรวจนครบาล หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติอะไรก็แล้วแต่ ให้มันเป็นนโยบายหลัก แล้วก็เร่งด่วนของรัฐบาล ท่านก็แข็งขัน แล้วก็ขานรับหน่อย อย่ามันให้เป็นนโยบายแล้วก็อ่านบทความในสภาเท่านั้นนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ เป็นเรื่องของรถบรรทุกวิ่งก่อนเวลาตามกฎหมายกำหนด เห็นวิ่งกันโครม ๆ ตั้งแต่ ๖ โมงเช้าถึง ๙ โมงเช้าครับ วิ่งกันตลอดเวลาบนถนนกาญจนาภิเษก แยกทางด่วนจตุโชตินะครับ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทยฝากมาครับ สน. ประจำท้องที่เข้มงวดหน่อย🔗

เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ขออีกนิดเดียวครับ จุดเลี้ยวกลับรถบริเวณ ปั๊ม ปตท. บนถนนประเสริฐมนูกิจ ลาดปลาเค้า บริเวณนี้มีแท่งคอนกรีตแบ่งเลนครับ แล้วก็ สัญลักษณ์บนพื้นไม่ชัดเจน อุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยมาก หลาย ๆ ครั้งด้วย สาหัสด้วยนะครับ ฝากสำนักการจราจรและขนส่งกรุงเทพมหานคร จัดการเรื่องสัญญาณไฟกระพริบ การตีเส้นบนถนนให้ชัดเจน รวมถึงป้ายระวังล่วงหน้า ๑๐๐ เมตร อะไรก็ตามเพื่อลดอุบัติเหตุ ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านทิสรัตน์ เลาหพล เชิญครับ🔗

นางสาวทิสรัตน์ เลาหพล กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวทิสรัตน์ เลาหพล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ผู้แทน ของชาวบางแค หนองแขม พรรคประชาชนค่ะ วันนี้ดิฉันขอนำความเดือดร้อนของประชาชน ในพื้นที่มาปรึกษาหารือดังนี้ค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวทิสรัตน์ เลาหพล กรุงเทพมหานคร

เรื่องแรก การปรับปรุง Footpath บนถนนเพชรเกษมช่วงจากซอยเพชรเกษม ๖๙ ไปถึงซอยเพชรเกษม ๘๑ เขตหนองแขม มีการรื้ออิฐปูพื้นเดิมที่มีอยู่ ซึ่งช่วงนี้เป็นหน้าฝนทำให้พื้นตรงจุดที่กำลัง ปรับปรุงจึงเปียก มีทั้งโคลน แล้วก็ทราย ประชาชนจึงต้องเลี่ยงการเดินบน Footpath มาเดินริมถนนแทน จึงอาจเสี่ยงต่ออุบัติเหตุได้นะคะ และยังพบปัญหาเศษวัสดุก่อสร้าง เศษปูน เศษทรายที่ไหลลงท่อเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้ท่อระบายน้ำอุดตันได้ จึงขอฝาก ไปยังสำนักการโยธา กทม. เร่งดำเนินการแก้ไขด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ปัญหาทางเดิน ค.ส.ล. ริมคลองทวีวัฒนา บริเวณชุมชนวัดพรหม เขตบางแค แขวงบางไผ่ มีเอกชนเข้ามาทำสะพานปิดกั้นตัดทับทาง ค.ส.ล. ทำให้ทางขาด ชาวบ้านเดือดร้อน เดินสัญจรกันไม่ได้ ต้องทำทางเดินไม้ลอดใต้สะพานแทน อยากจะถามว่า เอกชนรายนี้ได้รับอนุญาตมาได้อย่างไร แล้วทำไมไม่ออกแบบให้สะพานมีทางเดินขึ้นลง เชื่อมกับทาง ค.ส.ล. จึงขอฝากไปยังสำนักการระบายน้ำ กทม. ดำเนินการตรวจสอบด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๓ ท้ายซอยเพชรเกษม ๖๖ มีการลักลอบทิ้งขยะ และเผาขยะ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนละแวกใกล้เคียง ประชาชนได้ร้องเรียนทางเทศกิจ เขตบางแคไปแล้ว แต่เมื่อเทศกิจไปตรวจสอบ คนทิ้งเปลี่ยนเวลาทิ้งเพื่อเลี่ยงเจ้าหน้าที่ ปัญหานี้ยังคงไม่ได้รับการแก้ไข จึงขอฝากไปยังสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. และกรมควบคุมมลพิษ ดำเนินการด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอามินทร์ มะยูโซ๊ะ เชิญครับ🔗

นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต ๒ เมืองชายแดน อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอตากใบ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมมีเรื่องที่จะนำเรียนปรึกษาหารือ ผ่านท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ก็คือกรมโยธาธิการและผังเมือง ผมขอสไลด์ ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ นราธิวาส

ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย เพียงเรื่องเดียว เพื่อให้กระชับและมีการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม คือกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินโครงการตามยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด นราธิวาส ระยะ ๔ ปี คือ ปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๖๔ ภายใต้ชื่อโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ในการก่อสร้างอาคารพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ที่ใช้งบประมาณกว่า ๘๗ ล้านบาท สำหรับการก่อสร้างอาคารสาธารณประโยชน์ตามคำร้องขอ และเห็นชอบจากท้องถิ่นเทศบาล ซึ่งปัจจุบันการก่อสร้างแล้วเสร็จเป็นระยะเวลากว่า ๓ ปี แต่ไม่สามารถเปิดใช้งานอาคารดังกล่าวได้ อาคารนี้ถูกใช้ประโยชน์เพียงครั้งเดียว ก็คือ ถูกใช้เป็นโรงพยาบาลสนามในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ นับตั้งแต่นั้นมาอาคารนี้ ก็ได้ถูกปิดตาย ไม่ได้ใช้ประโยชน์แต่อย่างใดด้วยสาเหตุใดผมไม่ทราบ อาจเป็นการไม่รับมอบ ของท้องถิ่น หรือการส่งมอบขั้นตอนมีปัญหา ไม่มีหน่วยงานใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ ระยะเวลาผ่านไปทำให้เกิดการเสียหายจากการถูกลักขโมยสายไฟ การทำลายทรัพย์สิน จนไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้ ทำให้เกิดการสูญเสียงบประมาณของแผ่นดินอย่างไร้ประโยชน์ ที่สูญเสียพื้นที่สาธารณะไปโดยเปล่าประโยชน์ สำหรับบริเวณพื้นที่ดังกล่าวผมอยากเรียกร้อง ให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย จัดสรร งบประมาณในการบูรณะซ่อมแซม ให้สามารถกลับมาใช้ประโยชน์ได้ตามวัตถุประสงค์ ตามการร้องขอแต่แรก ซึ่งทราบว่าต้องใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านบาท ในการซ่อมแซม นอกจากอาคารดังกล่าวแล้วยังมีโครงการต่าง ๆ ที่มีลักษณะเดียวกันถูกทิ้งร้างในอีกหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเขตอำเภอสุไหงปาดี อำเภอแว้ง อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้ดำเนินการ ปรับปรุงแก้ไขให้แล้วเสร็จ ไม่ว่าจะเป็นในทิศทางใดขอให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่แผ่นดิน และพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกิตติภณ ปานพรหมมาศ เชิญครับ🔗

นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ นครปฐม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กิตติภณ ปานพรหมมาศ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๔ อำเภอบางเลน อำเภอดอนตูม อำเภอกำแพงแสน ในตำบลสระพัฒนา และตำบลห้วยม่วง พรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องจะปรึกษาหารือปัญหาของพี่น้องชาวนครปฐมทั้งหมด ๓ เรื่องนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ นครปฐม

เรื่องที่ ๑ จากการที่กระผมได้เคย ปรึกษาหารือเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับปัญหาการใช้ถนนเส้น ๓๒๓๑ ของประชาชน ชาวตำบลบางเลน ตำบลบางไทรป่า แล้วก็ตำบลไทรงาม ตำบลหินมูล ตำบลบางหลวง รวมถึง ตำบลห้วยม่วง อำเภอกำแพงแสน ปัจจุบันนี้พบว่า ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงนครปฐม ได้มีโครงการในการปรับปรุงแก้ไขไฟส่องสว่างให้ประชาชนในปี ๒๕๖๘ แล้ว จึงขอขอบคุณ แทนพี่น้องทั้งหมด ทั้ง ๒ อำเภอ และ ๖ ตำบล และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะดำเนินการ ให้แล้วเสร็จนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องปัญหาผิวถนนและไฟส่องสว่างบนถนน ๓๔๖ ซึ่งกระผม เคยปรึกษาหารือเรื่องนี้มาแล้ว ๒-๓ ครั้ง ทั้งนี้ แม้ว่าผิวถนนและไฟส่องสว่างยังไม่ได้ทำ แต่ก็ได้รับการรับปากจากทาง ผอ. แขวงทางหลวงนครปฐมว่า จะซ่อมไฟให้สว่างเร่งด่วน เสร็จภายในปีนี้ จึงขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ปัญหาของความสกปรกบนถนน ๓๒๓๓ ช่วงตำบลบางหลวง แล้วก็ตำบลดอนพุทรา พบเศษดินและฝุ่นทรายบนพื้นผิวถนนเป็นจำนวนมาก และช่วงนี้ เป็นฤดูฝนด้วยนะครับ ทำให้พี่น้องที่สัญจรไปมาต้องเกิดอุบัติเหตุ ลื่นล้มเป็นจำนวนมาก จึงอยากให้แขวงทางหลวงนครปฐม ดำเนินล้างถนนเพื่อแก้ไขปัญหาให้พ่อแม่พี่น้องโดยด่วน แล้วก็ร่วมหาทางแก้ในระยะยาวนะครับ🔗

สุดท้ายนะครับ กระผมต้องขอขอบคุณทางมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ จังหวัดนครปฐม รวมถึงจิตอาสาทั่วประเทศที่ร่วมด้วยช่วยกัน ช่วยพี่น้องชาวภาคเหนือ ที่กำลังประสบภัยน้ำท่วม รวมถึงดินโคลนสะสมด้วยนะครับ ขอให้จิตอาสาทุกท่านเดินทาง กลับบ้านอย่างปลอดภัย และในการปฏิบัติหน้าที่นี้ก็ขอให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างสมบูรณ์ รวมถึง หวังว่าให้รัฐให้ความสำคัญกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับพี่น้องอาสาทุก ๆ ท่านด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพิทักษ์เดช เดชเดโช เชิญครับ🔗

นายพิทักษ์เดช เดชเดโช นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิทักษ์เดช เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่จำนวน ๓ เรื่องด้วยกัน ขอวิดีโอด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายพิทักษ์เดช เดชเดโช นครศรีธรรมราช

ผมได้รับร้องเรียนจาก นายพีรพงศ์ ปรีชานนท์ สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช เขตอำเภอปากพนัง ดาบตำรวจ ชูชาติ ศักดิ์ณรงค์ ผู้ประกอบธุรกิจเรือประมง เนื่องจากอ่าวปากพนังมีความตื้นเขิน ทำให้เรือประมงพาณิชย์ เรือประมงพื้นบ้านไม่สามารถเดินเรือได้ตามปกติ จึงต้องใช้เรือลากจูง เพื่อนำเรือประมงเข้าสู่ท่าเรือ จึงขอให้กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ดำเนินการศึกษาออกแบบ สร้างเขื่อนกันตะกอนดิน และขุดลอกตะกอนดินในอ่าวปากพนัง เพื่อให้เรือประมงสัญจร ได้อย่างสะดวก🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับร้องเรียนจาก นายวานิช นาคมาศ นายกเทศมนตรี ตำบลบางพระ อำเภอปากพนัง เนื่องจากชาวประมงในพื้นที่หมู่ที่ ๓ ตำบลบางพระ อำเภอปากพนัง ช่วงปากอ่าวคลองฉุกเฉินของอำเภอปากพนังมีตะกอนดิน ตะกอนทราย ทำให้เกิดการตื้นเขิน จนสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนชาวประมงพื้นบ้าน ไม่สามารถนำเรือประมงเข้าออกได้อย่างสะดวกต้องรอให้น้ำขึ้นสูง เพื่อที่จะทำให้เรือประมง เข้าออกได้ จึงไม่สามารถประกอบอาชีพประมงได้อย่างสะดวก ซึ่งเป็นรายได้หลักของพี่น้อง เกษตรกร พี่น้องชาวประมงในบริเวณแถบนั้น ฝากกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม เร่งดำเนินการ สร้างเขื่อนกันตะกอนทราย และขุดลอกตะกอนทรายเพื่อให้พี่น้องประชาชนดำเนินการ สัญจรทางน้ำแก่พี่น้องชาวประมงเป็นการเร่งด่วน🔗

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากในช่วงระยะเวลาเดือนกันยายน ถึงธันวาคมของทุกปี ในพื้นที่ภาคใต้จะมีฝนตกชุก และทำให้น้ำท่วม และน้ำท่วมขัง ทำให้ เขตเศรษฐกิจพี่น้องเกษตรกรได้รับความเสียหายทุกปี จึงขอฝากสำนักงานชลประทานที่ ๑๕ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และเร่งกำจัดวัชพืช ในโซนลุ่มน้ำปากพนัง โดยเฉพาะอำเภอปากพนังและอำเภอหัวไทร ซึ่งเป็นอำเภอสุดท้าย ก่อนที่น้ำจะไหลลงสู่ทะเล เพื่อเป็นการดำเนินการให้การไหลของน้ำลงสู่ทะเลได้อย่างเร่งด่วน กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ เชิญครับ🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี อำเภอสัตหีบ ท่านประธานครับ วันนี้ผมมี ๑ เรื่อง แต่เน้น ๆ ซึ่งเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อำเภอสัตหีบของผมครับ เป็นเรื่องของการให้บริการน้ำประปา ซึ่งไม่ไหลมาเป็นประจำหลายปี แล้วด้วยครับ ท่านประธานครับ อำเภอสัตหีบของผมเป็นอำเภอเดียว แต่มีทั้งหมด ๕ ตำบล ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

สไลด์นี้คือสิ่งที่ผมอยากให้ในรัฐสภา แห่งนี้ทราบถึงความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนของผมได้ระบายถึงความเดือดร้อน ของการให้บริการน้ำประปาในอำเภอสัตหีบเป็นประจำ แต่ทราบไหมครับ ๑ อำเภอของผม ๕ ตำบล มีผู้ให้บริการน้ำประปาทั้งหมด ๔ หน่วยงาน หน่วยงานที่เป็นปัญหามากที่สุด และเป็นประจำ คือ หน่วยงานแรก บริษัท อีสท์วอเตอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งดูแลตำบลสัตหีบ ตำบลบางเสร่ และตำบลแสมสาร ท่านประธานครับ หน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานที่น้ำไม่ไหล บ่อยมากครับ สมัยก่อนทำถนนอยู่ก็บอกว่า ท่อแตก แต่ปัจจุบันนี้ถนนสร้างเสร็จแล้ว ท่อก็ยังแตกอยู่ครับ ตรงนี้เองก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ด้วยครับ แต่อย่างไรก็ขอบคุณบริษัท อีสท์วอเตอร์ จำกัด (มหาชน) ที่อนุมัติโครงการ ๑๑ โครงการ ขยายเขตประปาให้ในปี ๒๕๖๗ นี้ด้วยเช่นกันครับ อันนี้คือบริษัทแรกครับ🔗

บริษัทที่ ๒ เป็นกิจการประปากองทัพเรือ ซึ่งให้บริการน้ำประปาในเขต ข้าราชการกองทัพเรือ อันนี้เป็นปัญหามานานเหมือนกันครับ โดยเฉพาะเรื่องของน้ำขุ่น และน้ำเหลือง ชุดขาวหรือชุดนักเรียนของครอบครัวข้าราชการทหารเรือนี่ซักไม่ได้เลยครับ🔗

หน่วยงานที่ ๓ ดูแลพื้นที่พลูตาหลวง เป็นการประปาบ้านฉางครับ ตรงนี้ ก็น้ำไม่ไหลบ้างครับ โดยเฉพาะหมู่บ้านสามัคคี ๔๗ โดยพื้นที่พลูตาหลวงของผมครับ🔗

หน่วยงานสุดท้ายครับท่านประธาน เป็นหน่วยงานการประปาพัทยา อันนี้ดูแล ตำบลนาจอมเทียน ตรงนี้ก็มีน้ำไม่ไหลบ้าง น้ำเหลืองบ้าง ท่านประธานสังเกตหรือไม่ ๑ อำเภอ แต่มี ๔ หน่วยงาน ของการให้บริการน้ำประปา เพราะฉะนั้นความสับสนเกิดกับประชาชน แน่นอน แล้วที่สำคัญการให้บริการน้ำประปานั้นปัจจุบันน้ำไม่ไหลบ่อยมาก น้ำเหลือง แล้วโดยเฉพาะเรื่องคุณภาพน้ำครับ ผมจึงนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงกิจการประปากองทัพเรือครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง กลาโหมครับ ให้เร่งรัดพิจารณาและแก้ปัญหาเรื่องนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน อำเภอสัตหีบของผมด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านศิริโรจน์ ธนิกกุล เชิญครับ🔗

นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม ศิริโรจน์ ธนิกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๒ จากพรรคประชาชนครับ วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือผ่านท่านประธานทั้งหมด ๓ เรื่อง ด้วยกันครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

เรื่องแรกครับ ปัญหาน้ำเน่าเสีย ครั้งนี้เป็นบริเวณคลองเจ็ดศอก ตำบลนาดี อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาครครับ ชาวบ้านร้องเรียนเข้ามาว่า น้ำทั้งดำ มีคราบไขมัน ทั้งเหม็นเน่ามาก ๆ โดยเฉพาะชาวหมู่บ้าน กานดา ที่แจ้งเรื่องเข้ามาหลายบ้านมาก ๆ และได้รับเบาะแสมาว่า โรงงานบริเวณนั้น ชอบแอบปล่อยน้ำเสีย โดยเฉพาะเวลาที่ฝนตกด้วย จึงอยากฝากไปยังหน่วยงาน สำนักงาน อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ท้องถิ่น แล้วก็หน่วยงานอื่น ๆ ให้ช่วยติดตาม แล้วก็เร่งแก้ไข ปัญหานี้ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ปัญหาเรื่องขนส่งสาธารณะ หลังจากที่มีโครงการแผนปฏิรูปรถเมล์ ชาวบ้านบ่นกันระงมเลยครับท่านประธาน ประชาชนไม่แน่ใจว่าเป็นโครงการช่วยเหลือประชาชน หรือว่าช่วยเหลือเอกชน ไปกลับจุดหมายเดิมที่ไปกัน แต่ต้องขึ้นลงรถหลายต่อเข้าไปอีก ยกตัวอย่างหลาย ๆ สายที่เข้าเขตอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาครนะครับ วิ่งต่อเนื่อง เข้ากรุงเทพมหานครเส้นเพชรเกษม ตอนนี้เปลี่ยนเป็นเอกชนมาร่วมวิ่งหลายสายเลยครับ ทำให้ค่าโดยสารก็แพงขึ้น เศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดีเป็นผลกระทบกับพี่น้องประชาชนที่จะต้องมี ค่าใช้จ่ายเรื่องของการเดินทางที่เพิ่มขึ้น จึงอยากจะฝากเรื่องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมว่า ลองทบทวนหรือสอบถามความคิดเห็นของประชาชนดูหน่อยไหมครับว่า เขาชอบนโยบายนี้หรือไม่ ปฏิรูปแล้วแย่ลง รูปแบบเส้นทางเดิมพี่น้องประชาชนอาจจะพอใจ มากกว่านะครับ🔗

ส่วนอีก ๑ เรื่อง ก็เป็นเรื่องของปัญหาขนส่งสาธารณะเหมือนกันครับ ชาวสมุทรสาครเอง ก็อยากจะมีรถไฟฟ้าใช้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเดินทางเหมือนกัน พื้นที่ก็ติดกับกรุงเทพมหานคร แต่ปัจจุบันยังไม่มีรถไฟฟ้าแม้แต่สายเดียวที่เข้าจังหวัด สมุทรสาคร หรือผ่านสมุทรสาครแม้แต่ตารางเซนติเมตรเดียวนะครับ จึงอยากจะสอบถาม ความคืบหน้าโครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ที่ตอนนี้สิ้นสุดอยู่ที่สถานีหลักสอง เขตบางแค เห็นว่าจะมีการขยายเข้ามาถึงสาย ๔ ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร แต่ก็ยังไม่เห็นความคืบหน้านะครับ จึงอยากจะเรียนถามผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่า ความคืบหน้าของโครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า สายสีน้ำเงินไปถึงไหนแล้ว ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพิพิธ รัตนรักษ์ เชิญครับ🔗

นายพิพิธ รัตนรักษ์ สุราษฎร์ธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพิพิธ รัตนรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติ ด้วยความเคารพต่อท่านประธาน กระผมขอหารือท่านประธานสัก ๒ เรื่อง🔗

เรื่องแรก คือ ปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคและบริโภค ของอำเภอเกาะสมุย อำเภอเกาะพะงัน และตำบลเกาะเต่า ท่านประธานเชื่อหรือไม่ว่า ตำบลเกาะเต่านั้นต้องซื้อน้ำ มาจากจังหวัดชุมพรและจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่เพียงพอกับการใช้อุปโภคและบริโภค ของพี่น้องที่ทำธุรกิจในตำบลเกาะเต่า เกาะสมุยนั้นธุรกิจของเกาะสมุยนั้นต้องซื้อน้ำเอกชน ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มภาระให้กับผู้ประกอบการ ในส่วนของเกาะพะงันนั้นใช้น้ำประปา ของส่วนภูมิภาค บางจังหวะ บางเวลา ไม่เพียงพอกับการให้บริการของการประปาส่วนภูมิภาค ท่านประธานครับ เมืองสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่านั้น ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ติดอันดับโลก รายได้จากการจัดเก็บภาษีของเมืองสมุยนั้น ปีละไม่ต่ำกว่า ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทต่อปี ส่วนของเกาะพะงันและเกาะเต่านั้น รายได้จากการท่องเที่ยวที่จัดเก็บไม่ต่ำกว่า ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทต่อปี รวมกันแล้ว เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า มีรายได้จากการท่องเที่ยว จัดเก็บไม่ต่ำกว่าเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี นี่ถือว่าเป็นรายได้อันดับสูงมากกว่า หลาย ๆ จังหวัด ผมเชื่อมั่นว่าในเมื่อรัฐบาลให้ความสนใจ ให้ความสนับสนุน ส่งเสริมนโยบาย เกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อน โครงการดังกล่าวที่เกิดขึ้นในสมุยนั้น ที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ได้ลงในพื้นที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้กับโครงสร้างพื้นฐาน ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นท่านได้ให้การสนับสนุน แนะนำ แนะแนวโครงการต่าง ๆ กระผมขอฝาก ท่านนายกรัฐมนตรีคนใหม่ครับ ท่านแพทองธารและท่านผู้บริหารที่เกี่ยวข้องระดับสูงทุกท่าน ขอฝากประสานงานนโยบายโครงการต่อเนื่อง เพื่อที่จะแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง ประชาชนในอำเภอเกาะสมุยด้วยครับ🔗

ประการที่สองคือ เรื่องผลกระทบของการจราจรบนพื้นที่เกาะสมุยนะครับ ต้องยอมรับว่า เกาะสมุยมีถนนสายหลักรอบเกาะมีประมาณ ๕๐ กว่ากิโลเมตร แต่ปัญหา มันมีอยู่ว่า พื้นที่ดังกล่าวซึ่งเป็นที่สาธารณประโยชน์ได้มีบุคคลบางกลุ่ม บางพวก ได้ทำธุรกิจ ส่วนตัว ใช้พื้นที่ดังกล่าวที่สาธารณะ พื้นที่ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน มาทำประโยชน์ส่วนตัว ต้องยอมรับว่า เจ้าหน้าที่ที่ดูแลรับผิดชอบโดยตรงในพื้นที่นั้น ละเลยเรื่องกฎหมาย กระผมขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก ตลอดจนสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ดูแล พ.ร.บ. การจราจรในพื้นที่ กรุณาช่วยตรวจสอบ พื้นที่ดังกล่าวให้อำเภอเกาะสมุยด้วย เพราะพี่น้องเกาะสมุยกำลังเดือดร้อน ขอความชอบ ธรรมได้เกิดขึ้นในเมืองสมุยด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ เชิญครับ🔗

นางสาวกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ชลบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดชลบุรี เขต ๖ ศรีราชา วันนี้มีประเด็นปรึกษาหารือท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ๒ ประเด็น ดังนี้🔗

ประเด็นแรก เรื่องเด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษา เนื่องจากพิษเศรษฐกิจ จากสถิติปี ๒๕๖๖ พบว่าเด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษาในระบบ ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึง ม.๖ เป็นจำนวนกว่า ๑,๐๒๐,๐๐๐ คน เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้า ค่าเดินทาง ค่าประกันภัยและอื่น ๆ อีกยิบย่อยที่ทางโรงเรียนเรียกเก็บ ดังนั้นจึงขอให้พิจารณาตั้งงบประมาณ ส่งเสริมสนับสนุนเพิ่มเติมและหามาตรการแก้ไข เพื่อให้เด็ก ๆ สามารถเข้ามาเรียนในระบบ และมีโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมด้วยค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๒ เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยขาดแคลนแรงงาน และจำนวน อัตราการเกิดของประชากรลดลงทุกปี ดังนั้นจึงอยากจะขอให้พิจารณาทบทวนนโยบายเรียนฟรี ให้ครอบคลุมไปถึงระดับ ปวช. ปวส. เทคนิค เทคโนโลยี และอาชีวศึกษา ซึ่งเด็กที่จบมา จะเป็นแรงงานที่มีทักษะและฝีมือ พร้อมที่จะรองรับอุตสาหกรรมต่อไปในอนาคตได้ ท่านประธานคะ เนื่องจากในพื้นของข้าพเจ้านั้นอยู่ในเขตประกอบอุตสาหกรรม และมีท่าเรือ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปัญหาขาดแคลนแรงงานจึงเป็นเรื่องสำคัญและเพื่อให้เศรษฐกิจ ของชาติมั่นคง จึงขอให้ท่านรัฐมนตรีตระหนักถึงการเติมแรงงานคุณภาพเข้าสู่ระบบด้วย ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกิตติ กิตติธรกุล เชิญครับ🔗

นายกิตติ กิตติธรกุล กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกิตติ กิตติธรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ขออภิปรายหารือในเรื่องอุทกภัยซ้ำซากในพื้นที่จังหวัดกระบี่ โดยเฉพาะพื้นที่ตำบล กระบี่ใหญ่ และตำบลทับปริก ที่เกิดขึ้นในทุกฤดูฝนมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ จนถึงปัจจุบัน โดยน้ำป่าจะทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน ๒๐,๐๐๐ กว่าคน จำนวนทั้งสิ้น ๑๐,๐๐๐ กว่าหลังคาเรือน ทำลายพืชผลทางการเกษตร และการเชื่อมต่อระหว่างสนามบิน สร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมทางฝั่งอันดามัน ผมจึงขอเรียนท่านประธานสภา ผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทานได้ช่วยเร่งพิจารณาจัดสรร และอนุมัติงบประมาณในการขุดลอกคลองจากห้วยโต้ ตำบลทับปริก ที่เป็นต้นน้ำไปยัง คลองใหญ่ซึ่งเป็นปลายน้ำ ในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ ระยะทางประมาณ ๓๐ กิโลเมตร เป็นการด่วน ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ ลดความเสี่ยงน้ำหลาก ท่วมบ้านเรือนพี่น้องประชาชน ยังจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในการกักเก็บในคลองกระบี่ใหญ่ เพื่อใช้แก้ไขปัญหาภัยแล้งในช่วงหน้าแล้ง เป็นการสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรน้ำให้กับ พี่น้องชาวกระบี่ รวมทั้งภาคธุรกิจด้านการท่องเที่ยวอีกด้วย จังหวัดกระบี่นั้นเป็นจังหวัดต้น ๆ ที่สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวให้กับประเทศชาติ ผมจึงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าผลลัพธ์นั้น จะคุ้มค่าแน่นอนครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกิตติ กิตติธรกุล กระบี่

นอกจากนั้นแล้วผมอยากใช้โอกาสนี้เล่าให้ทุกคน ทุกท่านได้รับทราบว่า ทุก ๆ ครั้งที่เกิดเหตุอุทกภัย ทางฝ่ายทหารจะเป็นหน่วยงานแรก ๆ เสมอ ที่เข้าพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือและอยู่ช่วยประสานงานร่วมกับทั้งตำรวจ กู้ชีพ กู้ภัย จิตอาสา หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนจนลุล่วงไปด้วยดี กับมหาอุทกภัยที่กำลังถล่ม ภาคเหนือของไทย โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย บรรดาเหล่าทหารกล้ากำลังเสี่ยงชีวิตตนเอง ฝ่าน้ำหลากเข้าไปช่วยพี่น้องประชาชน ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและคนไทย คนหนึ่งจึงอยากขอกล่าวคำขอบคุณไปยังกองทัพไทยที่พวกท่านไม่เคยทอดทิ้งพี่น้อง ประชาชนในยามยากลำบาก สมกับประโยคที่ว่า ยามศึกเรารบ ยามสงบเราฝึก พัฒนา และช่วยเหลือประชาชน นอกจากนั้นก็อยากขอขอบคุณพี่น้องชาวไทยที่ร่วมกันบริจาค ทรัพย์สิน และความช่วยเหลือต่าง ๆ ผ่านทางหน่วยงานรัฐและภาคเอกชน รวมทั้งจิตอาสา โดยมีท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล หน่วยงานต่าง ๆ ร่วมมือกัน เพื่อกอบกู้สถานการณ์ให้กลับมาปกติโดยเร็ว และวันนั้นผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้เห็นรอยยิ้มและความสุขของพี่น้องชาวไทยอีกครั้ง ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ คณะพนักงานและเจ้าหน้าที่ ผู้เข้าร่วมโครงการ พัฒนาสมรรถนะผู้บริหารระดับกลุ่ม และระดับสำนักของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไปท่านมังกร ยนต์ตระกูล เชิญครับ🔗

นายมังกร ยนต์ตระกูล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มังกร ยนต์ตระกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีรวมไทย ขออนุญาตหารือ ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ในเรื่องค่าโดยสารเครื่องบินราคาแพง ซึ่งพูดกันมาหลายท่านแล้ว เรามี Low Cost Airline สายการบินราคาถูก เรามี Slogan บางสายการบิน Everyone Can Fly ทุกคนสามารถบินได้ ในช่วงวันหยุด วันหยุดยาว บางครั้งตั๋วเครื่องบินไปบางจังหวัด ๔,๐๐๐- ๔,๕๐๐ บาท วันนี้ค่าแรงขั้นต่ำ ๓๐๐ กว่าบาท ประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน บินไปกลับครั้งเดียวเท่าเงินเดือนของชาวบ้าน แล้วนักศึกษาจบใหม่ จะบินได้ไหมท่านประธาน ขออนุญาตเสนอแนะ คือ ๑. ขอดูงบการเงินของ Low Cost Airline ทั้งหมด ๒. ขอให้ไปตรวจสอบดูว่าท่านขายตั๋วราคาถูกก่อน ๓ เดือน ๒ เดือน กี่ใบใน ๑ ลำ ราคากลาง ๆ และราคาที่ใกล้บินโดยเฉพาะวันหยุดและวันหยุดยาวพิเศษ คุณขายไปเท่าไร ผมขอเสนอว่าให้ทำราคาเดียวกันหมด ไม่ว่าจะจอง ๓ เดือน ๒ เดือน ๑ เดือน วันหยุด หรือวันธรรมดา หาค่ากลางเฉลี่ยให้ได้ นี่คือเรื่องที่ ๑ ที่อยากเสนอ โดยผ่านการขอดู งบประมาณว่าท่านกำไรเท่าไร ท่านเป็น Low Cost Airline🔗

อันที่ ๒ สนามบินที่บางจังหวัดเมืองรองที่มีสายการบินสายการบินเดียว ขอเสนอให้เพิ่มสายการบินเป็น ๒ สายการบินขึ้นไป เพื่อให้เกิดการแข่งขัน โดยเฉพาะ สายการบินแห่งชาติควรจะขยายเพิ่มเข้าไปในจังหวัดเมืองรอง🔗

อันที่ ๓ ขอเสนอให้สายการบินแห่งชาติของเรา บินดอนเมืองด้วยนะครับ เพื่อจะมีทางเลือกให้ผู้โดยสาร ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านมังกรเอาเรื่องของท่านเข้าคณะกรรมาธิการการคมนาคม เขาจะได้เชิญมา อธิบายท่านนะครับ ต่อไปท่านกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล เชิญครับ🔗

นางสาวกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ระยอง

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต ๑ พรรคประชาชนค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นางสาวกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ระยอง

วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือ ท่านประธานเพียงเรื่องเดียวค่ะ แต่ว่าสำคัญแล้วก็เป็นเรื่องที่ชาวตำบลมาบตาพุด ต้องประสบพบเจอกันอยู่บ่อย ๆ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๒ กันยายนที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ สารเคมีในกระบวนการผลิต PVC ในโรงงานไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ ทำให้มีกลุ่มควัน สีดำขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ดังคลิปที่ได้เห็น ในวันที่เกิดเหตุสามารถมองเห็นกลุ่มควันนี้ ได้ในระยะไกลหลายกิโลเมตรเลยนะคะ ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะไม่มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ หรือว่าเสียชีวิต แต่ว่าสารเคมีที่รั่วไหลออกมามันคือสาร Vinyl Chloride Monomer ซึ่งเป็นสาร ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบประสาท เป็นสารก่อโรคมะเร็งด้วย นอกจากนี้ประชาชนที่อยู่ ใกล้เคียง เมื่อได้สูดดมกลิ่นเข้าไปก็จะมีอาการแสบคอ แล้วก็หายใจลำบาก ในวันดังกล่าว หลังจากที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้วก็ยังมีฝนตกลงมาในพื้นที่ด้วย ทำให้เราก็ไม่แน่ใจว่า จะมีการปนเปื้อนสารเคมีดังกล่าวไหลลงสู่แหล่งน้ำ หรือว่าพื้นดินด้วยหรือเปล่า ก็อยากจะฝาก ท่านประธานไปถึงกรมควบคุมมลพิษ ให้เร่งตรวจสอบแหล่งน้ำว่า มีการปนเปื้อนของสารเคมี หรือไม่ อย่างไรนะคะ🔗

ท่านประธานคะ นอกจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาที่เกิดขึ้นแล้ว ในช่วงตั้งแต่ต้นปี ที่ผ่านมาก็มีเหตุการณ์สารเคมีรั่วไหลจากโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เกิดขึ้น หลายครั้งมาก อย่างเช่น เมื่อเดือนพฤษภาคมก็มีเหตุการณ์ระเบิด แล้วก็ไฟไหม้ถังบรรจุแก๊ส Pyrolysis Gasoline ของบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด แล้วก็มีเหตุการณ์รั่วไหล ของกรดเกลือภายในโรงงานคอร์เบียน (ประเทศไทย) จำกัด ปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำ ทำให้ สัตว์น้ำตายเป็นจำนวนมากเลยค่ะ เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ของประชาชนในพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว ดิฉันฝาก ท่านประธานไปถึงการนิคมอุตสาหกรรม ภายใต้การดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เพิ่ม ความเข้มข้นในการกำกับดูแล วางแผนเตรียมพร้อมรับกับเหตุการณ์อัคคีภัย หรือเหตุการณ์อื่น ๆ ที่เกิดขึ้นจากโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมากขึ้น🔗

สุดท้ายค่ะท่านประธาน ฝากไปยังวิปรัฐบาลแล้วก็ผู้ประสานงานทุกท่านว่า เราควรจะเร่งนำร่างพระราชบัญญัติรายงานการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม หรือ PRTR ขยับขึ้นมาเป็นวาระเร่งด่วนได้แล้วหรือยัง เพราะว่าเราจะได้มีเครื่องมือในการควบคุม และตรวจสอบสารเคมีตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง แล้วก็เป็นเครื่องมือที่จะใช้ปกป้องสิทธิ ของชุมชน สิทธิของประชาชนด้วย ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เชิญครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย ผู้แทนจากสุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม ปะคำสวย ร่ำรวยปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรม ถามว่าทำไมต้องหยิบยกคำขวัญมา วันนี้อาจจะพิเศษหน่อย ก็อยากจะมาบอกสภาแห่งนี้ แล้วก็บอกท่านประธานด้วยว่า วันที่ ๒๓-๒๔ ซึ่งตรงกับวันเสาร์ วันอาทิตย์ เดือนพฤศจิกายน ที่จังหวัดสุรินทร์ มันมาตรง กับวันงานช้าง ซึ่งเป็นงานระดับโลก แล้วก็มีงานแสดงแสง สี เสียง ที่ยิ่งใหญ่ ขึ้นทะเบียนระดับโลก ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธาน เผื่อท่านประธานมีโอกาสไปนะครับ🔗

แต่ประเด็นที่สำคัญที่จะหารือในวันนี้ก็คือว่า ที่บ้านผมเขตเลือกตั้งอำเภอ ศีขรภูมิ มีอ่างน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นที่ดินที่ชาวบ้านบริจาครวมได้ประมาณ ๗,๐๐๐ ไร่ ผมย้ำ กับท่านประธาน ๗,๐๐๐ ไร่ ที่ได้ลุกขึ้นมาหารือ ในช่วงนี้ในภาคเหนือบ้านท่านประธาน น้ำท่วม บ้านผมมีฝนตกแต่น้ำไม่ท่วม แต่บังเอิญไปยืนดูแต่ละวัน น้ำในอ่างจะไหลหลาก ลงทุกวัน ๆ ฝนมันตก แต่ไม่ถึงกับท่วม เสียดายครับ เพราะพื้นที่ ๗,๐๐๐ ไร่ เป็นพื้นที่น้ำ ประมาณ ๑ ใน ๕ ที่เหลือเป็นที่ดินทั้งหมด แล้วไม่ได้รับการขุดลอกมายาวนาน มีอยู่ช่วงหนึ่ง ที่ท่านรัฐมนตรี ดอกเตอร์เฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านให้งบไปบูรณาการปรับปรุงบริบท งบก็หมดแล้วละครับ ทีนี้วันนี้อยากได้ให้กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานไปสำรวจแล้วก็ขุดลอก เพื่อให้มีพื้นที่รับน้ำไว้ใช้ ในฤดูแล้ง เพราะช่วงนี้น้ำมันไหลไปมันเสียดายมากครับท่านประธาน แทนที่ว่าฤดูแล้ง แล้วก็ใต้อ่างพี่น้องประชาชนบ้านผมจะทำนาปรังครับ ก็เลยอยากจะฝากกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ผ่านไปทางท่านประธานว่า ให้ช่วยวางแผนและสำรวจ แล้วก็ดำเนินการสักทีหนึ่ง เพราะตั้งแต่ชาวบ้านบริจาคมา ๗,๐๐๐ กว่าไร่ ยังไม่เคยได้ขุดลอกครับ ทำให้มันลึกขึ้น เป็นความน่าเสียดายการสูญเสียน้ำครับ ขอบพระคุณมากท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านคำพอง เทพาคำ เชิญครับ🔗

นายคำพอง เทพาคำ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม คำพอง เทพาคำ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนภาคอีสาน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายคำพอง เทพาคำ แบบบัญชีรายชื่อ

พี่น้องชาวบ้านหนองแก หมู่ที่ ๓ ตำบลแจระแม อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ได้ร้องขอให้มีการออกเอกสารสิทธิ ทั้งนี้มีจำนวนถึง ๑๔๘ ครอบครัว ๑๔๘ แปลง ซึ่งชุมชนเหล่านี้ก็อยู่มาเป็น ๑๐๐ ปีแล้ว มีการจับจอง มีการตั้งชุมชน ที่จริงน่าจะพร้อมกับท้าวคำผงเสียด้วยซ้ำไป ก็มีความพยายาม ที่จะออกเอกสารสิทธิที่เป็นโฉนดตั้งแต่ปี ๒๔๙๘ ปี ๒๕๐๕ ปี ๒๕๒๐ กว่า ๆ จนมาถึงปี ๒๕๖๒ ยังออกเอกสารสิทธิไม่ได้ติดขัดเยอะแยะไปหมด แต่ก็มีกลุ่มทุนบางกลุ่มสามารถเข้าไป กว้านซื้อที่แถวนั้น แล้วก็สามารถออกเอกสารสิทธิได้ ที่บริเวณนั้นมันเป็นพื้นที่ที่ติดกับ ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี อยู่ปลายจมูกของผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีเลย ก็คิดว่า ได้เวลาที่เราจะต้องถ้าติดกฎหมายก็แก้กฎหมายครับ ออกเอกสารสิทธิให้พี่น้องเสียที รอมานานแล้ว วันก่อนนี้ไปที่จังหวัดราชบุรีครับ ไปหาเสียงช่วยนายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด อดีตพรรคก้าวไกล เขารู้ว่าเป็นผู้แทนราษฎรพี่น้องก็ร้องเรียนว่า ทางระบายน้ำ ตรงแยกทุ่งกระถิน ทางหนึ่งไปอำเภอจอมบึง หมายเลขถนน ๓๐๘๗ แยกตรงนั้นทางระบายน้ำ มันตัน เวลาฝนตกน้ำก็จะท่วมนะครับ ท่วมเข้าไปในบ้านชาวบ้าน แล้วก็เข้าไปในโรงเห็ดเขาด้วย ฉะนั้นขอให้ อบจ. หรือกรมทางหลวงไปช่วยขุดลอกให้ด้วยนะครับ🔗

บุคลากรทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ธุรการบ้างยังเป็นลูกจ้าง เหมาจ่ายอยู่นะครับ ไม่มีสวัสดิการ ไม่มีประกันสังคม รวมถึงหน่วยงานท้องถิ่นด้วยนะครับ หน่วยงานราชการอื่น ๆ ด้วย เงินเดือนก็อยู่ ๘,๐๐๐-๙,๐๐๐ บาท ยังไม่ถึงค่าแรงขั้นต่ำเลย ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันนี้เป็นท่านสุรวาท ทองบุ ฝากมา ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกรวีร์ สาราคำ เชิญครับ🔗

นายกรวีร์ สาราคำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกรวีร์ สาราคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ครับ🔗

๑. กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนบ้านผักตบ อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เรื่องขอความอนุเคราะห์ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างทางหลวงชนบทหมายเลข อด. ๒๐๐๗ บ้านป่าก้าวไปบ้านผักตบ เนื่องจากไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างและถนนชำรุด ทรุดโทรม ไม่ได้รับการดูแลมาเป็นเวลานาน ทำให้พี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาได้รับความเดือดร้อน มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงอยากขอความอนุเคราะห์หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งแก้ไขให้ด้วยครับ🔗

๒. ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายจักรพงษ์ แสนคำ สมาชิกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดอุดรธานี เขต ๓ อำเภอหนองหาน ในพื้นที่ตำบลบ้านยา อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เรื่องระบบน้ำประปาหมู่บ้าน ท่อน้ำชำรุดผุพัง และขาดแคลนน้ำในการ อุปโภคบริโภค จึงอยากขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งแก้ไขให้ด้วยครับ🔗

๓. ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายณัฐวุฒิ ทูลธรรม ชาวบ้านตำบลดอนกลอย อำเภอพิบูลย์รักษ์ จังหวัดอุดรธานี เรื่องถนนสามแยกบ้านดอนกลอย ทล. ๒๓๑๒ ตัดกับ ทล. ๒๔๑๐ เป็นสามแยกที่เชื่อมไปตัวจังหวัด แต่สัญลักษณ์บอกทางไม่ค่อยชัดเจน ทำให้ พี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเร่งแก้ไขให้ด้วยนะครับ🔗

๔. ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายกัมปนาท ดวงจันทร์ ชาวบ้านตำบล หนองเม็ก อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เรื่องถนนเส้นทางไปบ้านหนองลาด บ้านสะแบง บ้านโคกสูง ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง และถนนชำรุดทรุดโทรม ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นถนนสายหลัก เชื่อมระหว่างตำบลสู่ตำบล ทำให้พี่น้องเกิดความลำบากในการสัญจรไปมา ผมอยากฝาก ท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งแก้ไขด้วยครับ และวันนี้ผม ขอแสดงความยินดีกับพี่น้องประชาชนกลุ่มแรกที่ได้รับเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ถึงมือพี่น้อง ประชาชนแล้วครับ จึงอยากขอบคุณไปยังรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรี รวมถึงทุก ๆ หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่อยากเห็นพี่น้องประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไปพร้อม ๆ กันครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านคริษฐ์ ปานเนียม เชิญครับ🔗

นายคริษฐ์ ปานเนียม ตาก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม คริษฐ์ ปานเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาชนครับ ผมมีเรื่องหารือปัญหา น้ำท่วมซ้ำซากของจังหวัดตาก พื้นที่อำเภอสามเงา และตำบลแม่สลิด ดังนี้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายคริษฐ์ ปานเนียม ตาก

๑. โครงการขุดลอกแม่น้ำวัง ในพื้นที่จังหวัดตาก ที่กรมเจ้าท่าได้ของบเข้าไปตั้งแต่ปีที่ผ่านมาแล้วก็ถูกตัดไป ปีหน้าก็จะขอเข้ามาใหม่นะครับ ขอสำนักงบประมาณได้โปรดเห็นใจพี่น้องประชาชนจังหวัดตากนะครับ อย่าไปตัดเขา ประชาชนเดือดร้อนจริง ๆ🔗

ต่อมานะครับ โครงการประตูระบายน้ำคลองตาไหล มวลน้ำมามากกว่า ขนาดที่ประตูรองรับได้ โครงการชลประทานตากร้องของบเข้าไปเพื่อขยาย ขอท่านอธิบดี ได้โปรดเห็นความสำคัญจัดงบประมาณลงมาให้ด้วยนะครับ🔗

๓. ถนนเลียบคลองตาไหลเส้นต่อกันพังแล้วพังอีก น้ำท่วมรอบก่อน จนรอบนี้ ขาดไปแล้วเมื่อวานนี้เองครับ หลังน้ำลดขอเร่งจัดงบประมาณมาซ่อมแซมด่วนครับ อย่าปล่อยทิ้งเหมือนทุกปี ถนนเส้นนี้ประชาชนใช้สัญจรทุกวัน เดือดร้อนครับ🔗

๔. คันดินโค้งน้ำหลังเมรุวัดบ้านวังโพธิ์ ปั้นคันดินเสริมทุกปี น้ำมาพังทุกปี กรมโยธาธิการและผังเมืองของบไปก็โดนตัดอีก เห็นว่าจะขอใหม่ปี ๒๕๖๙ ชาวบ้านรอไม่ไหว ของบกลางหรือเงินเหลือจ่ายจัดสรรออกมาแทนได้หรือไม่ครับ🔗

๕. คันดินไร่โฮ่ง ได้งบมาทำเขื่อนป้องกันตลิ่งนะครับทำไปได้ไม่ถึงครึ่ง วันนี้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อวานนี้พังแล้วครับ🔗

๖. คันดินบริเวณหน้าวัดวังน้ำผึ้ง วังพระยาจันทร์ เสริมดินแล้วเสริมดินอีก พังทุกปี กรมโยธาธิการและผังเมืองช่วยจัดงบมาทำให้มันแข็งแรงนะครับ เปลี่ยนเป็นเขื่อน ป้องกันตลิ่ง หรือ Box Gabion หรือเรียงหินก็ได้ครับ ให้มันแข็งแรงใช้งานได้จริง ๆ🔗

๗. แนวผันน้ำพื้นที่ระหว่างหมู่ ๑ กับหมู่ ๑๐ บ้านแม่สลิด เป็นจุดที่โค้งแม่น้ำปิง และแม่น้ำวังอยู่ใกล้กันมีระยะห่างเพียง ๑๒๘ เมตรเท่านั้น ชาวบ้านยินยอมยกที่ดินให้รัฐ สามารถเข้ามาดำเนินการได้เลย ก็ขอหน่วยงานจัดสรรงบประมาณเข้ามาเพื่อศึกษาออกแบบ แล้วก็มาสร้างให้เพื่อการระบายน้ำ แล้วก็สามารถใช้งานในช่วงแล้งได้ด้วยครับ🔗

ทั้งหมด ๗ ข้อนี้สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณท้ายน้ำวัง ๗๕ กิโลเมตรได้นะครับ🔗

สุดท้ายครับ การเยียวยาและการซ่อมแซม รวมไปถึงเงินชดเชยเรื่องของ ความเสียหายต่าง ๆ รีบอนุมัติชดเชย อย่าให้เหมือนปีที่แล้วนะครับ ที่กว่าจะได้ก็ครบปีพอดี ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุไลมาน บือแนปีแน เชิญครับ🔗

นายสุไลมาน บือแนปีแน ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สุไลมาน บือแนปีแน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ วันนี้มีเรื่องหารือผ่านท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันท่านประธานครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายสุไลมาน บือแนปีแน ยะลา

เรื่องแรก ก็คือผมเองได้รับเรื่องร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลลิดล อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ผมก็มีโอกาสได้ลงพื้นที่ ไปพร้อมกับนายกสูดิง ตำบลลิดล ท่านกำนันยาซีน ตำบลลิดล พร้อมด้วยสมาชิกองค์การบริหาร ส่วนตำบลลิดล เพื่อลงพื้นที่ไปสำรวจความเดือดร้อนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของน้ำในช่วงของภัยแล้ง เกี่ยวกับภาคการเกษตรของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าในพื้นที่ เรามีแหล่งน้ำดิบอยู่แล้ว ทางองค์การบริหารส่วนตำบลลิดล ก็ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำในระบบโซลาร์เซลล์ เพื่อทำการสูบน้ำเข้าไปในระบบขนส่งน้ำ แต่เนื่องจากว่าน้ำต้องผ่านตัวอาคารบังคับน้ำ เนื่องจากว่าปัจจุบันสภาพอาคารบังคับน้ำไม่สามารถที่จะกักเก็บน้ำได้ ทำให้น้ำมีปริมาณ ที่ไม่สูง พอไม่สูงก็ไม่สามารถที่จะลำเลียงน้ำไปสู่ทุ่งนา ภาคการเกษตรของพี่น้องประชาชนได้ ฉะนั้นแล้วอยากให้ท่านประธานมีหนังสือไปยังกรมชลประทาน เพื่อทำการปรับปรุงอาคาร บังคับน้ำ พร้อมจัดทำระบบส่งน้ำบ้านลูโบ๊ะบือแต ตำบลลิดล อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เพื่อที่จะได้แก้ปัญหาในเรื่องของภาคการเกษตรของพี่น้องประชาชน ซึ่งกระทบในส่วนของ หมู่ ๑ หมู่ ๒ หมู่ ๓ ตำบลลิดล อำเภอเมือง จังหวัดยะลา🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ เกี่ยวกับเรื่องของถนนสาย ทล. ๔๐๘๒ ถนนเส้นนี้ มีปัญหาอยู่ ๒ เรื่องด้วยกัน เรื่องแรก นั่นก็คือในเรื่องของจุดกลับรถ ซึ่งผมมีโอกาสได้หารือ วันนี้ต้องขอบคุณทางกรมทางหลวงที่ได้ดำเนินการปรับปรุงจุดกลับรถ ทำให้มีความปลอดภัย มากยิ่งขึ้น แล้วก็เพิ่มจุดที่เป็นสัญญาณไฟจราจร วันนี้ก็พร้อมที่จะใช้งานให้กับพี่น้อง ประชาชน แต่ยังมีอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ผมก็มีโอกาสได้ลงพื้นที่กับท่านผู้ใหญ่มะนิดา บ้านนิบงบารู ท่านผู้ใหญ่อับดุลฮากีม มัรกัส สะเตงนอก หมู่ ๓ ตำบลสะเตงนอก ก็ยังมี อีกปัญหาหนึ่ง นั่นก็คือในเรื่องของปัญหาเวลาฝนตกจะมีน้ำท่วมขังบริเวณทั้ง ๒ ข้างทาง สาย ๔๐๘๒ ฉะนั้นอยากให้ท่านประธานมีหนังสือไปยังกรมทางหลวง เพื่อที่จะได้ดำเนินการ ก่อสร้างคูระบายน้ำ แล้วก็ระบบระบายน้ำเวลาฝนตกหนักก็จะช่วยบรรเทาในเรื่องของน้ำขัง ในบริเวณ ๒ ข้างทางที่ผมได้กล่าวในข้างต้นด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสมชาติ เตชถาวรเจริญ เชิญครับ🔗

ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ภูเก็ต

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๑ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ภูเก็ต

ผมได้รับเรื่องร้องเรียนว่า ห้างโก โฮลเซลล์ ตำบลตลาดใหญ่ จังหวัดภูเก็ต ได้รับอนุญาตก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรม มีพื้นที่ ใช้สอยค้าปลีกค้าส่ง ๒๙๔ ตารางเมตร และได้รับอนุญาตจากเทศบาลแล้ว ต่อมาได้มีการ เปลี่ยนแปลงการใช้อาคารโดยไม่ขออนุญาต เป็นมีพื้นที่ใช้สอยค้าปลีกค้าส่งเกินกว่า ๓๐๐ ตารางเมตร ซึ่งผิดกฎกระทรวง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยน การใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ. ๒๕๔๗ ผมขอให้ เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจสอบเพื่อบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร มาตรา ๓๒ และในเรื่องนี้ผมยังเคยได้หารือผ่านสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ไปแล้ว เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา ผ่านมา ๘ เดือนแล้วยังไม่มีคำตอบใด ๆ จากกรมโยธาธิการ และผังเมือง🔗

มีการลักลอบตัดไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเทือกเขากมลา ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้เข้าแจ้งความไว้แล้วเมื่อวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๗ ผมขอให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งรัด ติดตาม สืบสวนสอบสวน นำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษด้วยครับ🔗

หมู่บ้านจัดสรร โครงการเดอะริช ตำบลเกาะแก้ว จังหวัดภูเก็ต มีการถมดินไว้ ในระดับที่สูงกว่าที่ดินของชาวบ้านโดยรอบ เมื่อเกิดฝนตกก็เกิดเหตุดินดันรั้วโครงการ พังลงมา ทำให้ดินและน้ำทะลักไปสร้างความเสียหายให้กับชุมชนบริเวณโดยรอบ ผมขอให้ คณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดภูเก็ต ทำการตรวจสอบโครงการนี้ว่า ได้มีการทำกำแพง กันดิน บ่อหน่วงน้ำ การระบายน้ำทิ้งออกนอกโครงการได้ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม และตามรายงานของ EIA หรือไม่🔗

ชุมชนถนนหลวงพ่อ จังหวัดภูเก็ต เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากมาหลายสิบปีแล้ว เพราะระดับคูระบายน้ำอยู่สูงกว่าระดับบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน ผมขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อมาช่วยผันน้ำออกไปทางด้านหลังของชุมชนถนนหลวงพ่อ ที่ได้รับความเดือดร้อน น้ำท่วมซ้ำซากมาเป็นระยะเวลาหลายสิบปีแล้วครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสังคม แดงโชติ เชิญครับ🔗

นายสังคม แดงโชติ ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรโคนมมานำเรียนต่อ ท่านประธาน ๑ เรื่องนะครับ🔗

ผมได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากตัวแทนสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด ว่าจากสถานการณ์ต้นทุนอาหารสัตว์ปรับตัวขึ้นร้อยละ ๓๐ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ ทำให้ต้นทุน การผลิตน้ำนมดิบเพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้ของพี่น้องเกษตรกรไม่เพียงพอต่อการครองชีพ ในครัวเรือนนะครับ และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเลิกเลี้ยงไปเป็นจำนวนมาก กลุ่มสหกรณ์ โคนมแห่งประเทศไทยและกลุ่มเครือข่ายผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ จึงได้นำเรียนเรื่องต่อ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอปรับเพิ่มราคาน้ำนมดิบจากราคาเดิม ๒๐.๕๐ บาท เป็น ๒๒.๗๕ บาท โดยมีผลตั้งแต่ ๘ มกราคม ๒๕๖๗ ซึ่งทำให้สอดคล้องกับต้นทุนการเลี้ยงโคนมของพี่น้องเกษตรกร และสามารถสืบสานอาชีพ เลี้ยงโคนมต่อไปได้ ซึ่งต่อมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อขอปรับราคากลางนมโรงเรียนเพิ่มขึ้นจำนวน ๐.๔๖ สตางค์ต่อหน่วย ตามราคาน้ำนมดิบ ที่เพิ่มขึ้นจำนวน ๒.๒๕ บาทต่อกิโลกรัม แต่ยังไม่มีการพิจารณาอนุมัติ ทำให้ปัจจุบันองค์กร เกษตรกรที่มีการแปรรูปผลิตภัณฑ์นมโรงเรียนทั้งภาคสหกรณ์ และภาคเอกชนต้องแบกรับ ภาระซื้อน้ำนมดิบในราคาเพิ่มขึ้น ๒.๒๕ บาทต่อกิโลกรัม มามากกว่า ๗ เดือนแล้วครับ ทำให้เข้าสู่สภาวะวิกฤติในหลาย ๆ ด้าน ผมเองก็มีความกังวลครับว่า จะกระทบต่อการรับซื้อ น้ำนมดิบในอนาคต ดังนั้นผมจึงนำเรียนต่อท่านประธานครับ เพื่อเสนอให้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการอนุมัติ เรื่องการปรับราคานมโรงเรียนเพิ่มขึ้น ๐.๔๖ สตางค์ต่อหน่วยต่อกิโลกรัม เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนโครงการนมโรงเรียน และสร้าง การหมุนเวียนเศรษฐกิจฐานราก ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง เกษตรกรโคนมได้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านมานพ คีรีภูวดล เชิญครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสัดส่วนชาติพันธุ์ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ขออนุญาตหารือกับท่านประธาน ๑ เรื่องครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๗ เจ้าหน้าที่อุทยานที่เชียงดาว ได้เข้าไปตัดฟันสวนข้าวโพดพร้อมกับอาสิน ของพี่น้องประชาชนที่บ้านรินหลวง ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ท่านประธานครับ ประเด็นนี้มันไม่ใช่ว่าเกิดขึ้นครั้งแรกครับ ประเด็นนี้เราจะเจอความขัดแย้ง ระหว่างเจ้าหน้าที่ป่าไม้กับประชาชนโดยตลอด คำถามของผม ผมถามว่าแปลงรอบข้าง ๆ นี่ มันไม่ผิดกฎหมายหรือ ที่มีหลายพันไร่ ทำไมต้องเป็นแปลงนี้เป็นการเฉพาะ ซึ่งหมายความว่า ตรงนี้มันมีปัญหาเรื่องข้อมูลข้อเท็จจริงใช่หรือไม่🔗

อันที่ ๒ ตอนที่ชาวบ้านปลูกทำไมไม่ไปบอกครับ ตอนนี้เขาลงทุนลงแรง ไปแล้วครับ ทั้งปุ๋ย ทั้งยา ค่าแรง ไปตัดช่วงนี้สิ่งที่ตามมาคือ ความรู้สึกและความขัดแย้ง ต่อเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนมันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น อันนี้ผมไม่อยากให้มันเกิดเลยครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านจตุพร บุรุษพัฒน์ ท่านเป็นคนเชียงใหม่ ผมอยากให้ท่านลงไปดูกรณีนี้เป็นการพิเศษว่า เรื่องนี้ มันเกิดขึ้นได้อย่างไรนะครับ🔗

อันที่ ๑ คำถามผมคือ รอบ ๆ แปลงนี่ แปลงอื่นทำไมไม่ผิดแล้วก็แปลงนี้ ทำไมถึงผิด ต้นอาโวคาโดขนาดนี้ก็ตัดครับท่านประธาน และพี่น้องชาวบ้านที่เขาลงทุน ทั้งปุ๋ย ทั้งยาไปแล้ว เราจะเยียวยาอย่างไร ท่านประธานครับ เรื่องนี้เรื่องใหญ่นะครับ ประเทศไทยนี้เรามีพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ของรัฐไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านคน ถามว่าคนเหล่านี้ผิดกฎหมายไหม ผิดทั้งหมดเลยครับท่านประธาน แต่กรณีนี้ผมถามว่า ด้วยเหตุผลอะไร ทำไมต้องเป็นแปลงนี้กับบริเวณนี้เท่านั้น ถ้าอย่างนี้บ้านท่านประธาน ที่จังหวัดเชียงราย บ้านผมที่จังหวัดเชียงใหม่ ก็โดนกันทั้งหมด ทุกดอยผิดกฎหมายหมดเลย ไม่ต้องให้อยู่ประเทศนี้ ผิดกฎหมายหมดเลย เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ฝากไปยังรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธนาธร โล่ห์สุนทร เชิญครับ🔗

นายธนาธร โล่ห์สุนทร ลำปาง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธนาธร โล่ห์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง พรรคเพื่อไทย วันนี้ ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธานใน ๓ ประเด็นครับ🔗

ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านกำนันเพลิน อนุจร กำนันตำบลทุ่งกว๋าว อำเภอเมืองปาน จากปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่หมู่ ๙ จากการเข้าไปรับฟังและพูดคุย ชาวบ้านนั้นอยากได้คลองส่งน้ำจากวัดม่อนดอยน้อยมายังอ่างเก็บน้ำห้วยสัก เป็นระยะทาง ประมาณ ๒ กิโลเมตร เพราะว่าถ้าหากมีคลองส่งน้ำก็จะช่วยบรรเทา แล้วก็แก้ไขปัญหา ในพื้นที่ได้นะครับ ผมก็จะขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ มีผู้ปกครองจากโรงเรียนเมืองปาน ตำบลทุ่งกว๋าว ได้ร้องเรียน มาทางผมว่า เนื่องจากโรงเรียนเป็นพื้นที่ต่ำก็จะรับน้ำจากทางหมู่บ้านมาโดยตลอดนะครับ เวลาที่มีฝนตกหนัก ก็จะทำให้น้ำท่วมสะสมเป็นจำนวนมาก ทำให้นักเรียนประสบปัญหา ในการที่จะเข้าไปเรียนนะครับ มีสาเหตุมาจากทางหลวงชนบท โดยทางหลวงชนบท เลขที่ ๑๑๕๗ สายลำปาง-เมืองปาน ไม่มีคลองระบายน้ำข้างทาง ผมก็จะขอฝากท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นั่นคือทางหลวงชนบทที่จะเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ ให้ด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ จากปัญหาน้ำป่าไหลหลากในช่วงที่ผ่านมาของจังหวัดลำปาง โดยอำเภอวังเหนือในเขตเลือกตั้งของผม ก็มีน้ำท่วมเป็นจำนวนมากนะครับ โดยบริเวณ บ้านแม่เฮียว ตำบลวังเหนือ มีน้ำท่วมเข้ามาอย่างหนัก ทำให้ลำเหมืองทุ่งปงถูกกระแสน้ำพัด ตัดขาด ใช้การไม่ได้ โดยลำเหมืองนี้ใช้ในการส่งน้ำเข้านาข้าวของพี่น้องประมาณ ๑,๐๐๐ ไร่ โดยลำเหมืองนี้อยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน ก็จะฝากท่านประธานไปยังกรมชลประทาน ช่วยจัดงบประมาณในการเข้ามาซ่อมแซมด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิราม ท่านครับ ผมมีเรื่องอยู่ ๑ ประการ เกี่ยวกับ เรื่องของกรมชลประทานในพื้นที่ของผมที่อำเภอพรหมพิราม นั่นก็คือว่าตอนนี้ได้มีการ ก่อสร้างในโครงการ YN2 ก็คือ ระบบส่งน้ำชักน้ำจากแม่น้ำน่าน ไปสู่ไร่นาของเกษตรกร ที่น้ำอ้อม ตำบลศรีภิรมย์ แล้วก็อีกจุดหนึ่งก็คือ YN2/1 ก็คือบริเวณตรงเกาะวารี อยู่ในเขตของอำเภอพิชัย ท่านประธานครับ ผมอยากจะนำเรียนอย่างนี้ว่า โครงการนี้ ทางกรมชลประทานได้ส่งเงินมาสำหรับคลองอ้อมประมาณ ๑๐๐ ล้านบาทได้แล้ว แล้วก็ ในส่วนของเกาะวารี ในจังหวัดอุตรดิตถ์ ก็มีเงินเริ่มมาแล้วราว ๆ หลายสิบล้านบาท แต่ทีนี้ ปัญหามันอยู่ที่ว่า ได้ข่าวว่าจะมีการชะงักโครงการ ก็คือว่าจะไม่มีการส่งงบประมาณ มาดำเนินการต่อ อย่าลืมว่าโครงการของกรมชลประทานแปลกกว่าที่อื่น ที่อื่นถ้าอย่าง เป็นของกรมทางหลวง เป็นถนนนี่นะครับถนนสร้างไป ๕๐ เปอร์เซ็นต์ งบหมดยังใช้ได้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์นั่น แต่ถ้าสำหรับกรมชลประทานแล้ว สำหรับคูคลองทั้งหลาย ถ้าไม่ทำ จนครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีทางใช้ได้ เพราะฉะนั้นแล้วผมอยากจะขอบารมีของ ท่านประธานได้ช่วยบอกกรมชลประทานว่า ขอให้ใน ๒ จุดนี้ ก็คือในเรื่องคลองอ้อม YN2 กับ YN2/1 ที่เกาะวารี ได้ดำเนินการก่อสร้างโดยเร็ว เพื่อเกษตรกรนั้นจะได้ใช้ประโยชน์ตรงนี้ และในส่วนตรงนี้สิ่งที่จะได้รับอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า ในเรื่องของการขยายเขตของ บางระกำโมเดล ถ้าตรงนี้สามารถจะส่งน้ำให้พี่น้องได้แล้ว เวลาฤดูฝนพี่น้องตรงนี้ก็เต็มใจ ที่จะหน่วงน้ำก่อนที่จะผลักดันมาเข้ากรุงเทพฯ ณ วันนี้บางระกำโมเดล ๒๖๕,๐๐๐ ไร่ เก็บน้ำไว้แล้วตอนนี้ ๒๙๙ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นปริมาณที่มหาศาล เพราะฉะนั้นแล้ว ก็ขอให้ทางกรมชลประทานได้เร่งดำเนินการใน ๒ โครงการ อย่างที่บอกด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอรรถพล ไตรศรี เชิญครับ🔗

นายอรรถพล ไตรศรี พังงา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอรรถพล ไตรศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพังงา เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ ขอหารือต่อท่านประธานผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่องครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายอรรถพล ไตรศรี พังงา

เรื่องแรก เกี่ยวกับขอให้ปรับปรุงสะพาน ถนนทางหลวงชนบท พง. ๐๐๖ ทางเลี่ยงเมืองพังงา ตำบลนบปริง อำเภอเมืองพังงา จังหวัด พังงา สืบเนื่องมาจากสะพานดังกล่าวมีรถเข้าออกในการที่จะเลี่ยงเมืองพังงา แต่เกิดปัญหา คอสะพานดังกล่าวชำรุดเป็นโพรงยาว เหตุทำให้รถต่าง ๆ ไม่สามารถวิ่งได้ ทางหลวงชนบท ได้นำสะพานเหล็กมาใช้ชั่วคราวเพื่อต้องการให้รถขนาดเล็กเข้าออกได้ ส่วนรถขนาดใหญ่ ไม่สามารถเข้าออกได้ จึงจำเป็นต้องไปใช้เส้นทางอีกเส้นทางหนึ่ง ซึ่งเข้าไปอยู่ในเขตชุมชนเมือง ทำให้เกิดความไม่สะดวกในการใช้รถใช้ถนน เป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่นะครับ และขณะนี้ทางหลวงชนบทได้งบประมาณในการก่อสร้างสะพานแล้ว และมีผู้รับเหมา แต่ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๖๗ เป็นต้นมา ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้นจึงอยากให้ ทางหลวงท้องถิ่น รีบดำเนินการให้ผู้รับเหมามาทำการก่อสร้างสะพานต่อไปนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้พิจารณาดำเนินการซ่อมแซมปรับปรุงไหล่ทาง ถนนทางหลวง หมายเลข ๔ อำเภอเมืองถึงแยกนบปริง ตรงนี้มีปัญหาเกี่ยวกับน้ำท่วม ตรงไหล่ทาง มีผิวจราจรแค่ ๒ ช่องจราจร และมีความกว้างประมาณ ๘ เมตร ทำให้น้ำท่วมขัง เป็นเวลานาน เวลารถใช้เข้าออก โดยเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์หรือรถที่มาจากที่อื่น มักจะเกิด อุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงอยากให้กรมทางหลวง โดยเฉพาะแขวงการทางจังหวัดพังงา รีบดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมีป้ายจราจรหรือว่าตั้งเตือนสัญญาณต่าง ๆ ให้ผู้ใช้รถ ตรงจุดนั้นได้มีความระมัดระวังต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ เชิญครับ🔗

นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ชุมพร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ ผมขอหารือท่านประธานด้วยเรื่องใหญ่สักเรื่องหนึ่งนะครับ โดยเฉพาะได้รับเรื่องร้องเรียน จากผู้ประกอบการมารับซื้อทุเรียน ทั้งชาวจีนและชาวไทย โดยเฉพาะหุ้นส่วนนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ชุมพร

วันนี้มีผู้แอบอ้างเป็นตำรวจไซเบอร์เข้าไป ตรวจสอบเส้นทางทางการเงินในล้งทุเรียน ตรวจสอบไม่เจอในสิ่งที่เขาต้องการ ก็ตรวจสอบ ไปเรื่อยไปจนถึงกระบวนการในเรื่องของการเข้าเมือง แล้วก็เรื่อง Visa และอีกหลายเรื่อง ทำให้เรียกทรัพย์สินจากผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการจีนที่เดินทางเข้ามานะครับ เรียกรับผลประโยชน์ล้งหนึ่งประมาณ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นผมขอ นำเรียนท่านประธาน เรื่องอย่างนี้ถ้าเราปล่อยไว้ทั้งเสียชื่อประเทศชาติ และยังเสียผลประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนในเรื่องของกลุ่มที่ประกอบการในเรื่องของทุเรียนทั้งหมด มันเป็นมหากาพย์ ในเรื่องของพี่น้องชาวสวนทุเรียน โดยเฉพาะในเรื่องที่ผ่านมา ผมหารือในสภาแห่งนี้ พูดในสภาแห่งนี้ ๒ ครั้ง ในเรื่องของสารแคดเมียม นั่นก็คือเรื่องหนึ่งที่ยังไม่ได้ผลชัดเจน ยังไม่มีประกาศพื้นที่ชัดเจนว่า จังหวัดชุมพรมีพื้นที่หรือไม่ จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีพื้นที่หรือไม่ ที่เกิดสารแคดเมียมขึ้นมาปนเปื้อนในทุเรียน เพราะฉะนั้นแล้ว ๒ เรื่องนี้ โดยเฉพาะในเรื่อง ของตำรวจไซเบอร์ที่ไปอ้างตัวนะครับ ผมเองก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฝากไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านช่วยกำกับดูแล แล้วก็ช่วยหาแนวทาง หรือว่าตรวจสอบนิดหนึ่งว่า เป็นบุคคลจริงหรือไม่ เป็นตำรวจไซเบอร์จริงหรือไม่ ที่ไปเรียกรับผลประโยชน์ กับผู้ประกอบการ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเขาเองนั้นไม่อยากจะอยู่เมืองไทย ย้ายถิ่นฐานในเรื่องของ การรับซื้อไปอยู่ที่ประเทศคู่แข่งของพวกเรา ก็เป็นผลพวงให้พี่น้องชาวเกษตรกรลำบาก แล้วก็ทำให้ราคาของทุเรียนนั้นตกต่ำลงมาเรื่อย ๆ ณ ปัจจุบันนี้ วันนี้เหลือราคาแค่กิโลกรัมละ ๙๐ บาท จาก ๒๐๐ กว่าบาท เพราะฉะนั้นก็คือเป็นผลพวงที่ผมบอกว่า เป็นมหากาพย์ ในเรื่องของการซ้ำซากในเรื่องของทุเรียน ณ ปัจจุบัน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ได้ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ผมก็เกรงเหลือเกินว่าจะมีพืชเกษตร อีกตัวหนึ่งที่รัฐบาลต้องไปเยียวยาแก้ไขปัญหาให้ เพราะฉะนั้นผมขอนำเรียนท่านประธาน ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีอย่างที่ผมได้เอ่ย ให้ดูแลเรื่องกลุ่มคนกลุ่มนี้ ผมเองนั้นก็นำเรียนท่านประธาน ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร มันเป็นความทุกข์ยากและเป็นความที่พวกเราในฐานะตัวแทนของ พี่น้องประชาชนต้องดูแลครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ เชิญครับ🔗

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ กาญจนบุรี

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือ ๓ เรื่องครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ กาญจนบุรี

เรื่องแรก ได้รับแจ้งจากนายชัยเชษฐ พัฒนะพิชัย นายกเทศมนตรีตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ว่าเมื่อฝนตกทุกครั้งในเขตเทศบาลตำบลบ่อพลอยมักจะมีน้ำท่วม จากการสำรวจพบว่า ท่อระบายน้ำบนถนนหมายเลข ๓๐๘๖ ตรงกิโลเมตรที่ ๒๘+๑๗๐ อุดตัน อยากให้กรมทางหลวง เข้าไปแก้ไขโดยด่วนนะครับ เพราะว่าประชาชนเดือดร้อนมากครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่มะลิวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑๙ ตำบลหนองปรือ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ว่าประชาชนบ้านห้วยผาก จำนวน ๑๕ ครัวเรือน ไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปา ถนนก็ยังเป็นถนนลูกรัง อยากให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลและช่วยเหลือเป็นการด่วนครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ได้รับแจ้งจากอดีตนายกเทศบาล ตำบลห้วยกระเจา อำเภอ ห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี นายสิริพงศ์ สืบเนียม ว่าประชาชนตำบลห้วยกระเจา ๒๑ หมู่บ้าน ขอบ้านเลขที่ถาวรไม่ได้ครับ ได้แต่บ้านเลขที่ชั่วคราว เมื่อนำบ้านเลขที่ชั่วคราว ไปขอไฟฟ้า ไฟฟ้าก็จะออกหม้อแปลงชั่วคราวให้ ซึ่งเงินที่จ่ายชำระให้กับการไฟฟ้า จะเป็นราคาสูงกว่าหม้อปกติ อยากให้ทางราชการแก้ไขปัญหาโดยด่วน เพราะว่าประชาชน เดือดร้อน เนื่องจากที่อยู่ก็ยังเป็นชั่วคราวเลยครับ ไฟฟ้าก็ชั่วคราว เพราะฉะนั้นหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็ต้องเร่งดำเนินการครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฐิติมา ฉายแสง เชิญครับ🔗

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันขอหารือเรื่องเดียวเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่สำคัญมากจริง ๆ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

คุณนพเก้า จันทร และอีกหลายคน ได้ร้องเรียนมาที่ดิฉันว่า ปัจจุบันการจราจรในเขตเมืองฉะเชิงเทรา มีความหนาแน่นมากขึ้น ทุกวัน ๆ ค่ะท่านประธาน โดยเฉพาะในเวลาเร่งด่วนที่ส่งลูกไปโรงเรียน หรือว่าประชาชน ไปทำงานรถติดมาก จะหนีไปไหนก็หนีไม่ได้ พอช่วงเวลาสาย ๆ กลางวัน และบ่าย ๆ ก็จะมี รถบรรทุกแล่นเข้ามาในเมือง แล้วก็บนถนนสาย ๓๑๔ บางปะกง-ฉะเชิงเทรา เป็นจำนวนมาก เลยทีเดียว อีกทั้งการขยายตัวหมู่บ้านจัดสรร โรงงานก็มากขึ้น อันนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ จราจรนั้นติดขัด สังเกตเห็นรถติดเป็นแถวยาวมากเลยทีเดียว ท่านประธานคะ จังหวัด ฉะเชิงเทราเป็นเส้นทางที่ประชาชนใช้สัญจรจากกรุงเทพฯ ไปยังภาคตะวันออก แล้วก็อีสาน ดังนั้นจังหวัดฉะเชิงเทราจึงเป็นเส้นทางที่สำคัญ แล้วก็เป็น ๑ ใน ๓ จังหวัดของ EEC นะคะ เขตพัฒนาพิเศษ EEC มีการค้า มีอุตสาหกรรม มีโรงงานมากขึ้น สถานที่ท่องเที่ยว ในวันสุดสัปดาห์ ประชาชนก็จะมากันมากเลยทีเดียว วัดหลวงพ่อโสธรวรารามวรวิหาร วัดสมานรัตนาราม วัดจุกเฌอ อุทยานพระพิฆเนศ ตลาดบ้านใหม่ ตลาดคลองสวน ปริมาณการจราจร จึงหนาแน่นมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องแก้ปัญหาค่ะท่านประธาน หลายคนพูดถึงถนนวงแหวน รอบเมืองฉะเชิงเทรา พูดว่ากำลังจะก่อสร้าง และบางคนก็บอกเมื่อไรจะสร้าง ดิฉัน จึงถือโอกาสหยิบยกเรื่องนี้มาหารือ ท่านประธานคะ ยกตัวอย่าง ถนนสายเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทรา ด้านทิศเหนือ เป็นส่วนหนึ่งในโครงการถนนวงแหวนรอบเมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งกรมทางหลวง ได้ทำการสำรวจและออกแบบไว้แล้ว เส้นทางเริ่มตั้งแต่ถนนสาย ๓๐๔ สุวินทวงศ์-ฉะเชิงเทรา บริเวณแยกสตาร์ไลท์มุ่งหน้าอำเภอคลองเขื่อน มุ่งสู่ถนนสาย ๓๐๔ อีกครั้งหนึ่ง จุดตัด ที่ตำบลเสม็ดใต้ สามารถระบายรถออกสู่อำเภอบางคล้า อำเภอพนมสารคามได้อย่างรวดเร็ว และจริง ๆ ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าโครงการนี้ดีมาก ๆ สามารถแก้ปัญหาการจราจร ของเมืองฉะเชิงเทรา และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง สมกับเป็นเขต EEC จึงอยากให้ กระทรวงคมนาคมบรรจุงบประมาณ และรีบเร่งดำเนินการก่อสร้างตามแผนที่สำรวจ ไว้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านบุญแก้ว สมวงศ์ เชิญครับ🔗

นายบุญแก้ว สมวงศ์ ยโสธร

เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ๒ เรื่องนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายบุญแก้ว สมวงศ์ ยโสธร

ผมได้รับร้องเรียนจากผู้ใหญ่สวัดิภาพ บุญทด ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๒ ตำบลลุมพุก และผู้ช่วยผู้ใหญ่วันเฉลิม เชื้อทอง ตำบลลุมพุก อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร เนื่องจากถนนทางหลวงชนบท สาย ๒๐๐๒ ลุมพุก-ศรีฐาน ได้เกิดปัญหาน้ำท่วมมาทุกปี ท่านประธานคงจะได้เห็นภาพนะครับ พี่น้องประชาชนเดือดร้อน เวลาขับขี่มอเตอร์ไซค์มีรถวิ่งผ่าน บางทีมอเตอร์ไซค์ก็ล้ม ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานกรมทางหลวงชนบทด้วยนะครับ ให้มาแก้ไขปัญหานี้ให้กับพี่น้องประชาชนด้วย นะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอขยายเขตไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ไปตามท้องไร่ท้องนานะครับ ผมได้รับร้องเรียนจากนายบุญเย็น ยอดเอื้อ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลดงเจริญ นายคำนึง แก้วศิริ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลดงเจริญ ขอให้ขยายไฟฟ้า เพื่อการเกษตรระหว่างบ้านดงเจริญ บ้านลุมพุก อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร อีกสายหนึ่งก็คือ เส้นบ้านจานทุ่ง บ้านดวน ตำบลน้ำอ้อม ผมได้รับร้องเรียนจากนายคำพูล ทองภู รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำอ้อม แล้วก็นายสุริยา ศรีสอน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๖ ตำบลน้ำอ้อม ขอให้ขยายเขตไฟฟ้าเพื่อการเกษตร และขยายเขตไฟฟ้าออกไปตามท้องไร่ ท้องนา เพราะว่าพี่น้องประชาชนไปอยู่ตามท้องไร่ท้องนาหลายพื้นที่ แล้วอีกเส้นหนึ่งก็คือ ผมได้รับร้องเรียนจากนายสมศักดิ์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านแข่โพนเมือง ซึ่งได้ขยายเขตไฟฟ้าไปสู่พื้นที่ ทำการเกษตรให้กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าบ้านแข่โพนเมืองเป็นพื้นที่ปลูกหอมแดง และเป็นพืชเศรษฐกิจของพี่น้องชาวตำบลฟ้าห่วน อำเภอค้อวัง ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานเพื่อให้กระทรวงมหาดไทยได้จัดสรรงบประมาณ และให้การไฟฟ้าไปดำเนินการ ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปท่านสรวีย์ ศุภปณิตา🔗

นายสรวีย์ ศุภปณิตา ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสรวีย์ ศุภปณิตา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๑ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา พรรคประชาชน กระผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสรวีย์ ศุภปณิตา ปทุมธานี

๑. ปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณประตูระบายน้ำ คลองบ้านธาตุ ตำบลสามโคก ประตูระบายน้ำแห่งนี้มีเครื่องสูบน้ำแบบไม่ใช่ถาวรครับ เป็นชั่วคราว มีปัญหาเดือดร้อนต้องขนย้ายเครื่องสูบน้ำเป็นประจำ และอีกประตูหนึ่งก็เช่นกัน ขอภาพสไลด์ที่ ๒ ครับ ประตูระบายน้ำคลองบ้านธาตุ ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอสามโคก ก็เกิดปัญหาน้ำท่วมขังเป็นประจำ และเครื่องสูบน้ำเป็นเครื่องแบบชั่วคราวครับ ไม่ใช่ถาวร ทั้ง ๒ แห่งนี้ ขอให้กรมชลประทาน สนับสนุนงบประมาณมาให้โครงการชลประทานปทุมธานี เปลี่ยนเป็นเครื่องสูบน้ำถาวรด้วยครับ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนต่อไป🔗

เรื่องปรับปรุงผิวถนน ถนนสาย ๓๔๐ วิ่งจากกรุงเทพฯ-สุพรรณบุรี ช่วงบริเวณ สี่แยกนพวงศ์ ตำบลหน้าไม้ ถนนลื่นมาก เวลาฝนตกรถเบรกไม่ทัน ชนกันเป็นประจำ แล้วก็ มอเตอร์ไซค์บาดเจ็บล้มตายเป็นประจำ ขอให้แขวงทางหลวงนนทบุรีซึ่งเป็นผู้ดูแลบริเวณนี้ มาปรับปรุงผิวถนนให้เรียบร้อยด้วยครับ🔗

ปัญหารถพ่วงสิบแปดล้อ บรรทุกดินหินทราย วิ่งบนบริเวณถนน ๓๑๑๑ วิ่งจากปทุมธานี-เสนา ปัญหานี้ผมเคยมาปรึกษา ณ สภาแห่งนี้ครั้งหนึ่ง แต่ไม่ได้รับการบำบัด ให้เรียบร้อยครับ รถสิบแปดล้อที่วิ่งไม่มีผ้าใบปกคลุม หินดินทรายตกหล่นเป็นประจำครับ รถจักรยานยนต์และรถยนต์วิ่งผ่านจะเกิดอันตราย ขอความอนุเคราะห์ให้ท่านกำชับ ไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ดูแลกวดขันด้วยครับ ให้รถสิบแปดล้อวิ่ง ในเวลาที่กำหนด และมีระเบียบกว่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ🔗

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง จากพรรคประชาชน ผมขออนุญาตนำปัญหาความเดือดร้อนมาดังต่อไปนี้🔗

ท่านประธานช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้วก็ตลอดช่วงนี้จนถึงฤดู ก็แน่นอน จะมีฝนตกลงมาในปริมาณที่มากกว่าที่จะรับได้ ซึ่งเพียงไม่กี่ชั่วโมงดอนเมืองก็จะกลายเป็น พื้นที่รับน้ำที่มีน้ำท่วมเต็มไปหมด ดังนั้นผมก็เลยได้ปรึกษาหารือเรื่องของแผนระบายน้ำ ขอฝากในการติดตามแก้ไขปัญหาดังต่อไปนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

๑. ก็คือเรื่องของ เส้นเลือดฝอยนะครับ ทางน้ำที่เป็นเส้นเลือดฝอยต่าง ๆ ให้ช่วยกำจัดวัชพืชต่าง ๆ อย่าง คูนายกิมสาย ๒ ก็เต็มไปด้วยวัชพืช ช่วย Clear ทางระบายน้ำ เพราะว่าทำอย่างเต็มที่ ก็ได้ประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ เมตรต่อวันเท่านั้น รวมถึงประตูระบายน้ำที่จะเชื่อมไปยังคลอง เปรมประชากรเองก็ตื้นเขินมาก ช่วงดังกล่าวมีการก่อสร้างของการทำเขื่อนอยู่นะครับ ก็อยากให้ผู้รับเหมา แล้วก็หน่วยงานช่วยกำกับด้วยไม่ให้มีเศษวัสดุตกลงไปนะครับ🔗

นอกจากนี้ครับท่านประธาน ก็คือบริเวณคลองหน้าถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งถนน ในหมู่บ้านต่ำกว่าถนนวิภาวดีรังสิต ทำให้น้ำท่วมแล้วก็ทางเข้าออกแค่ทางเดียวนะครับ อยากให้เร่งติดตั้งเครื่องระบายน้ำขนาดเล็ก เพื่อสูบน้ำบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง ประชาชนนะครับ🔗

ต่อไปครับท่านประธาน ชุมชนพลอยไพลิน ชุมชนเสริมปรีดี และชุมชน ตลาดกลาง น้ำท่วมผมฝากไปยังสำนักการระบายน้ำ แล้วก็สำนักงานเขตมาดูเปิดทางระบายน้ำ ของโครงการบ้านมั่นคงเปรมประชาสมบูรณ์ ซึ่งก่อสร้างแล้วก็ขวางทางน้ำเอาไว้ นอกจากนี้ ผมขออนุญาตฝากไปถึงกรมชลประทาน คลองเปรมประชากรบริเวณวัดรังสิต มีพนังกั้นน้ำ อยู่ ๑ อัน ที่ไม่ได้ทุบออกหลังจากไม่ได้ใช้แล้ว ก็ฝากแก้ไขปัญหาด้วย ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย เชิญครับ🔗

นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอเรียนปรึกษาหารือปัญหาพี่น้องประชาชนจังหวัดชัยภูมิ ๓ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ชัยภูมิ

เรื่องที่ ๑ ข้อพิพาทแนวเขตปกครอง ในท้องที่ตำบลชีลองกับตำบลโคกสูง อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ เนื่องจากตามประกาศ ของกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ ลงวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๔๑ มีความขัดแย้งกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ ซึ่งถือปฏิบัติกันแต่เดิมก่อน ทำให้คำบรรยายแนวเขตตำบลโคกสูง โดยกระทรวงมหาดไทยไปเหลื่อมทับซ้อนกับเขต การปกครองของตำบลชีลอง ๕ หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ ๕ หมู่ ๖ หมู่ ๑๔ หมู่ ๑๕ และหมู่ ๑๗ ทำให้เกิดปัญหาการจัดบริการสาธารณะให้แก่ประชาชน และการแบ่งเขตเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น จึงขอให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เร่งดำเนินการแก้ไขข้อพิพาทนี้ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้พิจารณาโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า บ้านวังก้านเหลือง ตำบลบ้านค่าย อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ เพื่อสูบน้ำจากลำน้ำชีในกรณีช่วงฤดูแล้ง เข้าสู่กุดอีตูบ เพื่อใช้ทำพื้นที่การเกษตรครับ จึงขอให้กรมชลประทาน กระทรวงมหาดไทย พิจารณาดำเนินการด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้พิจารณาติดตั้งไฟสัญญาณจราจร ไฟแดง หรือสัญญาณเตือน บริเวณถนนทางหลวง สาย ๒๐๑ ช่วงแยกเข้าบ้านนาเสียวและบ้านไทรงาม ช่วงกิโลเมตรที่ ๑๓๑ เพื่อลดอุบัติเหตุ การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน จึงขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พิจารณาดำเนินการด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวรโชติ สุคนธ์ขจร เชิญครับ🔗

นายวรโชติ สุคนธ์ขจร เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายวรโชติ สุคนธ์ขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๔ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้อันดับแรกต้องขอแสดงความห่วงใย แล้วก็เป็นห่วงพี่น้องที่มีผลกระทบจากภัยพิบัติ น้ำท่วมทั่วประเทศนะครับ แล้วก็ต้องขอบพระคุณทุกหน่วยงาน ทุกองค์กรที่ลงไปช่วยพี่น้อง ในจังหวัดต่าง ๆ ก็สืบเนื่องจากภัยพิบัติทางธรรมชาตินี่ละครับท่านประธานสภาที่เคารพครับ มันมีการแก้ปัญหาที่ล่าช้า ผมได้ลงพื้นที่น้ำท่วมที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และผมก็มั่นใจว่า ทั่วประเทศมีปัญหาเหมือนกันจากการขออนุญาตกรมเจ้าท่าในการพัฒนาคู คลอง เหมืองต่าง ๆ มีคำสั่งออกมาหลายฉบับด้วยกันที่มอบให้ท้องถิ่นดำเนินการ แต่ทุกฉบับก็ยัง ไปติดระเบียบ ติดกฎ ติดเกณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งทำให้ท้องถิ่นไม่สามารถแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน ได้โดยเร็วแล้วก็ทันเหตุการณ์ ผมอยากจะฝากคณะรัฐมนตรีและท่านนายกรัฐมนตรีท่านใหม่ ช่วยพิจารณากฎระเบียบต่าง ๆ เหล่านี้ของกรมเจ้าท่า จะเป็นมติของคณะรัฐมนตรีก็ได้ ในการแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน ไม่ต้องไปผ่านขั้นตอนอะไรต่าง ๆ มากมายนะครับ เพราะว่าถ้าไม่อย่างนั้นพี่น้องก็จะเดือดร้อน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำเองก็ไม่กล้าทำ เพราะเดี๋ยวโดนตรวจสอบจากโน่น นี่ นั่น ก็เป็นปัญหาอย่างนี้มาตลอด อย่างไรฝาก ท่านประธานถึงคณะรัฐมนตรี แล้วก็นายกรัฐมนตรีด้วยว่า สมควรน่าจะแก้ระเบียบตรงนี้ ได้แล้ว มันไม่ใช่เส้นทางเดินเรือ คลอง เหมือง รางระบายน้ำ ต้องขออนุญาตกรมเจ้าท่า ทุกอย่าง มันทำอะไรไม่ได้ แทนที่จะแก้ปัญหาได้กลับเป็นการล่าช้า แล้วก็ไม่สามารถทำอะไร ให้ชาวบ้านได้เลย อย่างไรผมฝากเรื่องนี้ผ่านท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรีทุกท่านด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเฉลิมชัย กุลาเลิศ เชิญครับ🔗

นายเฉลิมชัย กุลาเลิศ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์เฉลิมชัย กุลาเลิศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ห้วยขวาง วังทองหลาง พรรคประชาชนครับ วันนี้ก็จะมาหารือท่านประธานในเรื่องของแรงงานต่างชาติ ผิดกฎหมายในเขตพื้นที่ที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ครับ ต้องกล่าวประเด็นนี้ นะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายเฉลิมชัย กุลาเลิศ กรุงเทพมหานคร

ในขณะนี้ประเทศไทย มีแรงงานต่างชาติ ทั้งจีน เมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนามที่เข้ามาทำงาน และอาศัย อยู่ในประเทศไทยเป็นจำนวนมากกว่า ๕ ล้านคน ซึ่งมีทั้งขึ้นทะเบียนถูกกฎหมาย รวมถึง ไม่ได้ขึ้นทะเบียนหรือลักลอบเข้ามา อีกทั้งประกอบธุรกิจที่ขัดต่อ พ.ร.บ. ประกอบการธุรกิจ ของคนต่างด้าว พุทธศักราช ๒๕๔๒ เช่น การขายอาหาร เครื่องดื่ม งานตัดผม เสริมสวย ค้าขายของเก่า เช่น พระเครื่อง เป็นต้น งานนายหน้า ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งสัดส่วน ของปีนี้จากที่ได้มีการสำรวจมาก็มีสัญชาติจีนเป็นอันดับที่ ๑ สัญชาติเมียนมาเป็นอันดับที่ ๒ โดยในเขตพื้นที่ของผมห้วยขวาง วังทองหลาง นอกจากจะมีธุรกิจของชาวจีนที่เบ่งบาน ขึ้นชื่ออยู่แล้ว ตอนนี้ยังมีธุรกิจของชาวเมียนมาที่กำลังเริ่มหว่านเมล็ดพันธุ์ขึ้นมา พร้อมที่จะ ออกดอก ออกผลในอนาคตโดยที่อาจจะไม่มีการควบคุม ทีมงานของผมได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ตลาดแห่งหนึ่งริมทางรถไฟ พบว่ามีร้านขายอาหารไทยและสินค้าเมียนมา เช่น ชา ยาหม่อง ทานาคา อาหาร ซึ่งพอไปตรวจสอบพบ ไม่พบว่าฉลากไม่มีการเขียนฉลากสินค้า เป็นภาษาไทย ซึ่งจุดนี้ผิดกฎหมายชัดเจนนะครับ นอกจากนี้เรายังได้ทดลองไปใช้บริการ ของร้านเสริมสวยแห่งหนึ่ง บนถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญก็พบว่า ช่างตัดผมเป็นคนลาว และไทยใหญ่ทั้งหมด ซึ่งตามกฎหมายแล้วอาชีพนี้เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทย แล้วอีกอย่างหนึ่งที่ผมได้เข้าไปในการใช้บริการ พบพนักงานทำผมเหมือนกันในอีกร้านหนึ่ง เป็นคนเมียนมาทั้งหมด ซึ่งผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นชาวจีนและชาวเมียนมา จึงอยากจะ เสนอแนะวิธีการแก้ปัญหานะครับ แรงงานต่างชาติทุกระบบควรจะเข้าสู่ระบบ เพื่อที่จะได้ จ่ายภาษีและได้รับสวัสดิการที่เหมาะสม ทุกธุรกิจจะต้องมีใบอนุญาต เจ้าหน้าที่รัฐจะต้อง ตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ ก็กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอภิชาติ แก้วโกศล เชิญครับ🔗

จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล เพชรบุรี

เรียนท่านประธานสภา ผม จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ผมต้องขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ที่อนุมัติวงเงินช่วยเหลือเยียวยา ประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในหลาย ๆ พื้นที่ในขณะนี้🔗

อีกประการหนึ่งนะครับ ผมขอฝากท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ช่วยพิจารณาอนุมัติซื้อเครื่องตรวจจับพายุฝนที่จะก่อตัวเข้าประเทศไทย เครื่องตรวจวัด ปริมาณน้ำฝนให้มีความทันสมัยมากกว่านี้ ที่มีมาตรฐานที่สูง มีความแม่นยำที่สูง เพราะจะทำให้เราได้ทราบก่อน รู้ก่อนว่าจะมีพายุกี่ลูก ฝนตกมากน้อยเพียงไหน ในพื้นที่ไหน เพื่อจะทำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้เตรียมความพร้อม รับมือภาวะน้ำท่วม ทำให้ เรารู้ก่อน รู้ทัน ความเสียหายก็จะเกิดน้อยลง เพราะที่ทราบมาครับเครื่องตรวจจับพายุฝน เครื่องวัดปริมาณน้ำฝนของบ้านเราที่ใช้ในขณะนี้ไม่ค่อยมีความแม่นยำ มีมาตรฐานที่ต่ำ ก็ทำให้ปัญหาใหญ่เกิดขึ้น ผมถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ก็อยากให้รัฐบาลช่วยพิจารณา ในเรื่องนี้นะครับ จากที่ภาคเหนือหลาย ๆ พื้นที่ของเราได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม ในครั้งนี้ครับ หลาย ๆ หน่วยงานร่วมมือร่วมใจกัน ไม่ว่าจะเป็นคนไทยทุกภาคมีน้ำใจไมตรี มีการบริจาคสิ่งของช่วยเหลือซึ่งกันและกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิต่าง ๆ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง สิ่งที่สำคัญเราต้องสูญเสียบุคลากรหลาย ๆ ท่าน ที่เข้าไปช่วยเหลืออุทกภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ ก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับทุกครอบครัวด้วย นะครับ และเรายังเห็นได้ว่ากำลังหลักในการช่วยเหลือภาวะน้ำท่วมทั้งก่อนน้ำท่วม หลังน้ำท่วม กู้ภัย กู้วิกฤติต่าง ๆ ก็จะเป็นหน่วยงานของทหาร จึงเห็นว่าทหารมีความสำคัญ ในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมหลาย ๆ พื้นที่ จึงไม่ต้องมีคำถามว่า เรามีทหารไว้ทำไม คงทราบ คงเห็นกันแล้วว่า เรามีทหารไว้ทำไมนะครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ คณะอาจารย์และนักศึกษาหลักสูตร รัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและจัดการการเมือง วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไป ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร เชิญครับ🔗

นางสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉัน ขออนุญาตหารือเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๔ เรื่องด้วยกัน🔗

เรื่องแรก ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนมาจาก ท่านกำนันพิทักษ์พล เยาว์นุ่น กำนันตำบลชัยบุรี อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ในการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทุ่งบ้านท่าสำเภา ในพื้นที่หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๗ ตำบลชัยบุรี อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง และบริเวณ หมู่ที่ ๘ ตำบลลำปำด้วยค่ะ ซึ่งพื้นที่นี้เดิมเป็นพื้นที่ดินป่าเสื่อมโทรม อยากให้พี่น้อง ประชาชนได้ไปใช้สิทธิอย่างถูกต้อง เพราะตอนนี้พี่น้องประชาชนทำการเกษตรอย่างมากมาย ในพื้นที่นี้ค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้ลงพื้นที่แล้วก็ได้พบปะแบบพี่น้องในหลาย ๆ ตำบล แล้วก็ มีอยู่ตำบลหนึ่งได้รับเรื่องร้องเรียนในเรื่องของน้ำดื่ม น้ำใช้ น้ำอุปโภคบริโภค ในพื้นที่หมู่ที่ ๒ บ้านท่านางพรหม หมู่ที่ ๔ บ้านแหลมทอง หมู่ที่ ๕ บ้านควนสามโพธิ์ของตำบลควนขนุน อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง จึงอยากจะขอให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลให้ช่วยเร่งสำรวจ และจัดงบประมาณในการดูแลพี่น้องในพื้นที่ดังกล่าว ให้กับพี่น้องประชาชนได้มีน้ำ อุปโภคบริโภคค่ะ🔗

เรื่องที่ ๓ ช่วงฤดูฝนแล้วนะคะ ในพื้นที่ภาคใต้อยากให้ทางหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน ไม่ว่าจะเป็นทางจังหวัด หรือในส่วนของกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยช่วยดูแลพื้นที่ในพื้นที่ถนนสายหลักคือ ถนนเพชรเกษม อย่าให้มี น้ำท่วมขังเป็นเวลานาน เพราะถนนสายนี้เป็นถนนสายที่ลงสู่ภาคใต้ โดยเฉพาะในจังหวัด พัทลุง ก็คือจะอยู่ถนนเพชรเกษมบริเวณหน้าวัดโคกพญาราม จังหวัดพัทลุง ในส่วนนี้ จะมีการท่วมขังทุกปี จึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ🔗

สุดท้ายค่ะ อยากจะให้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคช่วยขยายเฟสไฟ ๓ เฟส ให้กับพี่น้องกลุ่มสมาชิกกลุ่มทำเครื่องแกงของหมู่ที่ ๗ ตำบลเขาชัยสน อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ตอนนี้มีปริมาณการทำเครื่องแกงเพิ่มมากขึ้น แล้วก็พี่น้องต้องการไฟ ๓ เฟส ที่จะทำกลุ่มเครื่องแกงให้มีคุณภาพ แล้วก็มีปริมาณที่จะกระจายรายได้ขยายเศรษฐกิจให้กับ พี่น้องในตำบลเขาชัยสน ขอบพระคุณมากค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านยศวัฒน์ มาไพศาลสิน เชิญครับ🔗

นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทยครับ ท่านประธานครับ🔗

เรื่องแรก ผมพร้อมกับท่านนายกสายชน ทองสุก นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลดอนชะเอม และสมาชิก อบต. ดอนชะเอม ได้ลงพื้นที่ถนนบริเวณจุดตัดสาย ทช.กจ. ๓๐๙๖ กม. ๔ บริเวณสี่แยกสะพานบ้านต้นสำโรง หมู่ที่ ๖ ตำบลดอนชะเอม ซึ่งเป็น ถนนเชื่อมต่อระหว่างตำบลดอนชะเอมและตำบลท่ามะกา และอยู่ในความรับผิดชอบ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ได้ขอร้องให้ทำทางขึ้นใหม่ เนื่องจากว่าบริเวณ คอสะพานนั้นมีอุบัติเหตุบ่อยมาก ล่าสุดในทุก ๆ ปีรวม ๆ แล้วจะมีอุบัติเหตุไม่ต่ำกว่า ๓๐-๔๐ ครั้ง และล่าสุดมีผู้เสียชีวิตถึง ๒ รายด้วยกัน เพราะฉะนั้นขอให้องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดนั้นได้ลงไปแก้ไขให้ตรงกับบริบทของพื้นที่ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องตำบลหวายเหนียว ก็คือขอให้ ติดไฟส่องสว่างเพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนนจากการขยายถนน พร้อมวางท่อของกรมทางหลวง บริเวณถนนสายตำบลหวายเหนียว จนถึงตำบลเขาสามสิบหาบครับ🔗

แล้วเรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องหมู่บ้านเบ็ญพาด ตำบลพังตรุ โดยผ่านผู้ช่วยอานนท์ หมู่ที่ ๙ เรื่องของประปาที่ใช้ในการอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นประปา ของตำบลนะครับ พี่น้องชาวตำบลพังตรุนั้นอยากได้ประปาภูมิภาคไปใช้ เพราะว่าในตำบล พังตรุนั้นเป็นตำบลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของอำเภอพนมทวน มีทั้งหมด ๒๐ หมู่บ้าน มีประชากรโดยประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าคน ผมจึงขอให้ท่านประธานนำเรื่องต่าง ๆ ไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้ได้รับการแก้ไขเพื่อประโยชน์กับพี่น้องประชาชนโดยตรง🔗

แล้วสุดท้ายนี้ผมเองก็ต้องขอแสดงความยินดีในวันนี้กับพี่น้องกลุ่มทาง LGBTQ+ ที่ได้ประกาศเป็นที่เรียบร้อย แล้วก็จะส่งผลให้สมรสได้ในวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๘ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๖๓ คน
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อ ๓๔๘ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุม และดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗

- รับทราบเรื่อง วุฒิสภาได้ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติซึ่งสภาผู้แทนราษฎร ลงมติเห็นชอบแล้ว จำนวน ๒ ฉบับ🔗

ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้มีหนังสือแจ้งลงมติเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติ จำนวน ๒ ฉบับ ดังนี้🔗

๑) ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๐ วันจันทร์ที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๗ ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘🔗

๒) ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๒ วันจันทร์ที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๗ ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎรในร่างพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มี อนุภาพทำลายล้างสูง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จึงขอแจ้งต่อที่ประชุม🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี เชิญครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ผมขอเสนอเปลี่ยนแปลงระเบียบวาระ ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๕๔ (๒) โดยผมจะขอให้เลื่อนระเบียบวาระที่ ๕.๑ วาระที่ ๕.๒ และวาระที่ ๕.๓ ขึ้นมาพิจารณาก่อนเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วในการประชุม ครั้งถัดไปครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองถูกต้อง เลื่อนไว้ก่อนนะครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ รับรอง อย่างเดียวไม่ได้ครับ ต้องถามความเห็นด้วยครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ผมขออนุญาต แสดงความเห็นในฐานะตัวแทนวิปฝ่ายค้านครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

นิดเดียวท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จังหวัดอ่างทอง ท่านประธานครับ เพื่อความเข้าใจให้ถูกต้องนะครับ ผมขออนุญาตทวนนิดหนึ่งครับ เนื่องจากว่าท่านศรัณย์ท่านไม่ได้เอ่ยว่า วาระที่ ๕.๑ วาระที่ ๕.๒ วาระที่ ๕.๓ คือเรื่องใดนะครับ ถ้าผมเข้าใจคลาดเคลื่อนท่านจะได้ชี้แจงว่า เป็นอย่างที่ผมเข้าใจคลาดเคลื่อนจริงหรือไม่ ในกรณีที่ท่านขออนุญาตให้มีการเลื่อนวาระ ขึ้นมาเพื่อนำไปสู่การพิจารณาในการประชุมคราวถัดไปนะครับ ๕.๑ น่าจะเป็นกรณี ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กับคณะ จากพรรคประชาชน ๕.๒ น่าจะเป็นร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยท่านศิริวรรณ ปราศจากศัตรู กับคณะ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ๕.๓ เข้าใจว่าน่าจะเป็นร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดย ท่านชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ กับคณะ จากพรรคเพื่อไทย ซึ่งในความเข้าใจของพี่น้องประชาชน กฎหมาย ๓ ฉบับนี้ก็คือ สิ่งที่เราเรียกย่อ ๆ ไม่ว่าจะเป็นสุราก้าวหน้า สุรารวมไทย สุราชุมชน หรือใดต่าง ๆ ก็แล้วแต่ ที่ค้างการพิจารณามาจากการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ค้างแต่เพียง การลงมติครับ ถ้าเป็นเช่นนั้นในกรณีที่จะนำไปสู่การลงมติ เพื่อไม่ให้ค้างกับเรื่องที่กำลังเสร็จแล้ว ที่เข้ามาเยอะมากนะครับ พวกผมก็เห็นด้วย แต่ขออนุญาตท่านศรัณย์นิดหนึ่งว่า ความเข้าใจ ของผมนี่ก็คือ ๓ ฉบับนี้ ถูกต้องใช่หรือไม่ ซึ่งถ้าถูกต้องพวกผมก็ไม่ใช่ไม่ค้าน สนับสนุน เพราะว่าอยากให้มีการลงมติ แล้วก็ตั้งคณะกรรมาธิการโดยเร็วครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านศรัณย์ เชิญครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย เป็นดังที่เพื่อนสมาชิกได้สอบถาม กับท่านประธานครับ ในระเบียบวาระที่ ๕.๑ วาระที่ ๕.๒ วาระที่ ๕.๓ คือระเบียบวาระ ที่เรามีการค้างพิจารณาอยู่ในขั้นตอนการลงมติ ก็คือร่าง พ.ร.บ. เกี่ยวกับภาษีสรรพสามิต ทั้ง ๓ ฉบับ ก็ยืนยันกับทางเพื่อนสมาชิกว่า เราเห็นตรงกันว่าไม่อยากให้ค้างนาน อยากให้ตั้ง คณะกรรมาธิการและพิจารณาต่อไปครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เข้าใจนะครับ ไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

๑. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว เชิญคณะกรรมาธิการ เข้าประจำที่ครับ🔗

การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นการพิจารณาในวาระที่ ๒ ซึ่งจะพิจารณาเริ่มต้นตั้งแต่ ชื่อร่าง คำปรารภ และเรียงตามลำดับมาตราจนจบร่าง โดยผมจะให้กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นไว้ได้อภิปรายก่อน ส่วนสมาชิกจะอภิปราย ได้เฉพาะถ้อยคำหรือข้อความที่คณะกรรมาธิการแก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น เมื่อคณะกรรมาธิการ ได้ตอบชี้แจงจบแล้ว จะเป็นการลงมติในมาตรานั้น ๆ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๑ เชิญ ท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงเลยครับ🔗

นายสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ ประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพุธที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดย นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กับคณะ เป็นผู้เสนอ และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา กำหนดการแปรญัตติภายใน ๑๕ วัน ซึ่งครบกำหนดวันยื่นคำแปรญัตติ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๗ โดยไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยื่นคำแปรญัตติ คณะกรรมาธิการ มีการประชุมครั้งแรก เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗ และประชุมครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๗ รวมจำนวน ๖ ครั้ง ซึ่งได้พิจารณาเริ่มต้นด้วยชื่อร่าง คำปรารภ และพิจารณา เรียงลำดับมาตราจนจบร่าง จำนวน ๓ มาตรา โดยคณะกรรมาธิการได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม ในมาตรา ๓ ซึ่งเป็นการปรับถ้อยคำเพื่อให้มีความเหมาะสม การปรับถ้อยคำครั้งนี้มีเจตนา เพื่อจะทำให้สิทธิการลงโทษของผู้ปกครองในการว่ากล่าวสั่งสอน ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พัฒนาการของเด็ก เพราะฉะนั้นจึงได้มีการปรับแก้ เพราะว่าการแก้ไขเช่นนั้น เพื่อต้องการ ให้พ่อแม่ผู้ปกครองมีทัศนคติเป็นบวกในการเลี้ยงดูลูก แล้วก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูก มากกว่าการสร้างความหวาดกลัว แล้วก็ไม่มีความผูกพันที่แน่นแฟ้นระหว่างพ่อ แม่ ลูกนะครับ นอกจากนี้คณะกรรมาธิการจึงได้มีข้อสังเกต เพื่อให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องพิจารณา ปรับปรุงกฎหมายในความรับผิดชอบ และดำเนินการให้สอดคล้องกับประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา โดยที่เราก็กล่าวไปแล้วว่าเป็นการต่อสู้ในเรื่องทัศนคติ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วกฎหมาย เราไม่ได้มีบัญญัติเพื่อจะห้ามปราม หรือจัดการอะไรกับผู้ปกครอง แต่ว่าต้องการส่งเสริม ให้ผู้ปกครองเลี้ยงลูกได้ถูกวิธีเท่านั้นครับ🔗

บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเสร็จแล้ว จึงกราบเรียนเพื่อโปรด นำเสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไปครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญฝ่ายเลขาธิการดำเนินการเลยครับ🔗

นายสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียนอนุญาตเพื่อแก้ไขคำในรายงานเล็กน้อยนะครับ รายละเอียดมีปรากฏ อยู่ตามใบแทรกที่มาด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีใบแทรกแก้ไขข้อความด้วยนะครับ เชิญฝ่ายเลขาธิการครับ🔗

นายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มี การแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๑๕๖๗ (๒) มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นครับ มีไหมครับ🔗

นายปารมี ไวจงเจริญ กรรมาธิการ

ขอบคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการนะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันจริง ๆ แล้วก็ไม่ติดใจ เพียงแต่ว่าขออภิปรายเล็กน้อย เนื่องจากว่า ดิฉันเห็นว่าคำว่า ทำโทษ มันอาจจะค่อนข้างไปในทางกลัวที่จะเป็นผลในทางลบ ดิฉัน ก็เลยพูดคุยในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการ ทีแรกว่าอยากจะให้เอาคำนี้ออก แล้วเหลือ ด้วยคำว่า ให้ผู้ปกครองมีสิทธิอบรม สั่งสอนเพื่อปรับพฤติกรรม ดิฉันเห็นว่าคำว่า อบรม สั่งสอนเพื่อปรับพฤติกรรม ก็เป็นคำที่จริง ๆ แล้วน่าจะใช้ได้ โดยเฉพาะคำของ คณะกรรมาธิการที่มีคำว่า การที่จะปรับพฤติกรรมนั้น จะต้องไม่เป็นการกระทำ ด้วยความรุนแรง เพราะว่าการที่จะอบรม สั่งสอนบุตรหลานในปัจจุบัน แม้แต่ในกระทรวง ศึกษาธิการเองก็พยายามที่จะไม่ใช้ความรุนแรงใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงทางกาย หรือทางวาจา ถ้าอย่างในกรณีของสถานศึกษาหรือโรงเรียนต่าง ๆ เราก็พยายามที่จะรณรงค์ ไม่ให้ใช้ความรุนแรงกับนักเรียนใด ๆ เลยทุกทาง ที่จะไปสร้างความไม่ปลอดภัย ไม่สบายกาย ไม่สบายใจ เพราะว่ามันอาจจะเป็นปมฝังต่อบุตรหลานต่าง ๆ เหล่านั้นตอนโตไปนะคะ แต่เนื่องจากว่าถ้าเกิดดิฉันสงวนความเห็น เรื่องเกี่ยวกับว่าไม่อยากให้มีคำว่า ทำโทษ มันจะไม่สอดคล้องกับหลักการที่คณะกรรมาธิการรับมาจากสภา เพราะฉะนั้นดิฉัน ก็เลยเห็นตามคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ก็เลยไม่ติดใจตรงนี้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านสมาชิกจะขออภิปรายนะครับ เชิญท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ เชิญครับ🔗

นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ชุมพร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขต ๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ กฎหมายที่เข้าสภาวันนี้ครับ ผมเห็นแล้วว่า โดยเฉพาะมาตรา ๓ เป็นการ เหมือนกับสร้างบรรทัดฐานของสังคม โดยเฉพาะในเรื่องของสถาบันครอบครัว พ่อแม่ มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของการดูบุตร ดูหลาน เพราะฉะนั้นแล้วกฎหมายนี้เหมือนกับ การบังคับใช้ เพื่อตั้งใจที่จะลิดรอนสิทธิของพ่อแม่ด้วยในเรื่องของการดูแลบุตร เพราะฉะนั้นแล้วผมนำเรียนท่านประธาน ฝากถึงท่านผู้มาชี้แจงนิดหนึ่งว่า อย่างน้อย ๆ ท่านต้องมองไปในสภาพของสถาบันครอบครัว ซึ่งเป็นสถาบันหลักในการดูแล ผลิตบุคลากร ออกสู่สังคม เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าปล่อยให้กฎหมายฉบับนี้ หรือว่าการศึกษาฉบับนี้ผ่านไปได้ โดยไม่ได้พูดคุยกันเลย ผมเชื่อว่าปัญหาต่อไปข้างหน้าอย่างน้อย ๆ การดูแลเรื่องบุตรหลาน การดูแลเรื่องลูกหลานมันค่อนข้างที่จะลำบาก ในเมื่อพ่อแม่เฆี่ยนตีเด็กผิดกฎหมาย เฆี่ยนตีลูกผิดกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ นะครับว่า ผมเองมาจากพื้นเพของคนชนบท พ่อแม่ตีผมมาตลอดครับ ตอนช่วงวัยเด็ก ในเมื่อเราดื้อ ในเมื่อเราไม่ทำตามคำสั่งสอนของพ่อแม่ ผมถ้าพ่อแม่ไม่ได้ตีผมไม่ได้มายืน ในสภาแห่งนี้หรอกครับ เพราะฉะนั้นแล้วโดยเฉพาะในสถาบันการศึกษาครูก็ไม่มีสิทธิ ที่จะไปตำหนิ ติติงกับนักเรียนได้ กับลูกศิษย์ได้ พอมาที่สถาบันครอบครัวอีกท่านเองจะมองว่า อย่างน้อย ๆ สถาบันครอบครัวไม่มีโอกาสที่จะดูแลเรื่องบุตรหลานเขาเลย ไม่มีการตำหนิเลย ผมเชื่อนะครับ โดยเฉพาะพวกเราในพรรครวมไทยสร้างชาติทั้งหมด เราเองก็คิดเหมือนกับ พี่น้อง คิดเหมือนกับทุกคนว่า ถ้าในเมื่อสถาบันครอบครัวของพวกเราไม่มีโอกาสได้ตำหนิติติง ลูกหลาน เราไม่ได้ไปทำโทษเรื่องอื่น ทำไมครับ กฎหมายมีเยอะแยะที่เกี่ยวข้องกับปากท้อง ของพี่น้องประชาชน ทำไมพวกเรายังไม่ได้คิด ไม่ได้อ่านกัน ทำไมเราต้องมามุ่งประเด็น ในเรื่องการแก้ไขปัญหา ในเรื่องการที่จะออกกฎ ระเบียบให้กับสถาบันครอบครัวของพวกเรา ซึ่งเป็นปัญหาหลักมาก ถ้าเป็นสถาบันครอบครัวแล้ว โดยเฉพาะจารีตประเพณีของคนไทย ที่ผ่านมาเรามีการทำอย่างนี้กันมาตลอด ตั้งแต่รุ่นสู่รุ่นมาตลอด ถ้ามาถึงตอนยุคพวกเรา สภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดในสภาแห่งนี้ ปล่อยให้มีการศึกษาปล่อยให้กฎหมายฉบับนี้ออกไป ผมเชื่อว่าสังคมไทยก็เปลี่ยนแปลงสังคมไม่ได้ โดยเฉพาะในเรื่องของสถาบันครอบครัว ผมเอง ขอนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ด้วยความเป็นห่วงครับว่า ต่อไปข้างหน้า ในเมื่อสถาบันหลักที่ผลิตบุคลากรออกสู่สังคม โดยการกีดกั้น โดยข้อกฎหมายในการดูแล ลูกหลาน ผมเชื่อว่าปัญหานี้มันจะเกิดนะครับ เกิดปัญหากับสังคมแน่นอน เพราะฉะนั้นแล้ว สิ่งที่จะเพาะบ่ม สิ่งที่จะอบรมสั่งสอนบุตรหลาน อบรมสั่งสอนคนที่ออกสู่สังคม คนที่มีปัจจัย ที่สุดก็คือ พ่อกับแม่ ถ้าในเมื่อพ่อแม่ตำหนิติติงลูกไม่ได้ เฆี่ยนตีลูกไม่ได้ มันไม่ถึงขนาดทรมาน หรอกครับ ถ้าท่านเขียนมาอย่างนี้ผมเชื่อไปอย่างนี้เหมือนกันนะครับ เชื่อไปว่าด้วยเหตุด้วยผล ทั้งหมด ท่านเองตั้งใจที่จะไปลิดรอนในเรื่องของสถาบันหลักของชาติของพวกเรา โดยเฉพาะ สถาบันครอบครัว ซึ่งเป็นสถาบันที่ผลิตบุคลากรออกสู่สังคม แล้วก็เป็นคนที่ผลิตบุคลากร ออกไปสู่สังคมเพื่อเป็นคนดี เพื่อเป็นคนที่มีกฎระเบียบ วินัย แต่ ณ วันนี้กฎหมายฉบับนี้ ที่ออกมาโดยเฉพาะในเรื่องของการศึกษา ทำให้พวกเราต้องคิดย้อนกลับไปว่า สังคมไทย มันอยู่ตรงช่วงไหนแล้วครับ อยู่ช่วงไหนละครับ มันมีปัญหาถึงขนาดต้องให้ครอบครัว ผิดกฎหมายในเรื่องของการดูแล ในเรื่องของการประคบประหงมลูกหลานของเขาหรือครับ เพราะฉะนั้นผมขอนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า ในสิ่งนี้พวกเราโดยเฉพาะ พรรครวมไทยสร้างชาติเราไม่เห็นด้วยนะครับ ในเรื่องของการที่จะเอากฎหมายฉบับนี้ออกไป หรือว่าเอาการศึกษานี้ให้ผ่านไป ถ้าไม่ยกเลิกในมาตรา ๓ ผมว่า ในวรรคสอง มันจะเป็น ปัญหาแน่นอน ผมก็ขอนำเรียนท่านประธาน เพราะอย่างน้อย ๆ พวกเรามาภายใต้ครอบครัว ของพวกเราทั้งหมด เรามีลูกหลาน มีพ่อแม่ที่เคยดูแลพวกเรามา เรามาถึงวันนี้ได้ มานั่งอยู่ ในสภาแห่งนี้ได้ มาจากไม้เรียวของพ่อของแม่ มาจากไม้เรียวของครูบาอาจารย์ ไม่อย่างนั้น พวกเรามาไม่ได้หรอกครับ อย่าเอาความรู้สึกของพวกเรา อย่าเอาความรู้สึกของคนบางคน เอามาถ่ายทอดในความรู้สึกเพื่อนมันไม่ได้ ผมขอนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านเทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกให้ความเห็น เชิญครับ🔗

นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ยกเลิกความใน (๒) ของมาตรา ๑๕๖๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ โดยให้ใช้คำว่า (๒) ทำโทษบุตรเพื่อสั่งสอนหรือปรับพฤติกรรม โดยต้องไม่กระทำ ด้วยความรุนแรงต่อร่างกาย จิตใจ ไม่เป็นการเขียนเฆี่ยนตี หรือการกระทำโดยมิชอบ อันเป็นการลดทอนคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุตร อันนี้เป็นนัยของกฎหมายใน (๒) ฉบับนี้นะครับ ในฐานะที่ผมเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นครู เป็นปู่ เป็นตา เป็นครบหมดแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของบุตร บุตรก็คือลูก ลูกก็เกิดจากความรักของคน ๒ คน คือระหว่าง พ่อกับแม่ถึงจะมีบุตรได้ เพราะฉะนั้นเมื่อพ่อกับแม่มีความรักต่อกัน มีบุตรออกมาแล้ว มีลูกออกมาก็มีความรักต่อลูกเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นผมเชื่อมั่นในความรักของคน ที่เป็นพ่อ เป็นแม่ ใครก็ตามที่เป็นพ่อ เป็นแม่ ย่อมมีความรักความผูกพันของห่วงโซ่สายใย ของครอบครัวที่เกิดขึ้นมา อันนี้เป็นเรื่องพื้นฐานทางจิตใจ บางเรื่องสังคมตะวันตกนั้น ไม่สามารถที่จะเข้าใจความเป็นสังคมตะวันออกของประเทศไทยเราได้ เรามีศาสนาที่กล่อมเกลา จิตใจ เรามีความรักที่เป็นห่วงโซ่สายใยคล้องใจของคนเป็นพ่อ เป็นแม่ และเป็นลูกด้วยกัน คนโบราณจึงมีคำกล่าวว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี มันเป็นคำเปรียบเทียบ เป็นคำพังเพย ที่ทำให้เห็นว่า การที่เราจะสร้างคนขึ้นมาคนคนหนึ่งนั้น เราต้องให้เขาได้เรียนรู้อย่างรอบด้าน ครบด้านเช่นเดียวกัน แต่สังคมปัจจุบันก็เปลี่ยนไปครับ เนื่องจากว่าคนที่มีความพร้อม ของความเป็นพ่อ เป็นแม่นั้นลดน้อยลงไป เมื่อก่อนคนที่มีความสมบูรณ์ หรือที่เรียกว่า พร้อมแล้วถึงจะมีครอบครัวได้ แต่เดี๋ยวนี้วัยเจริญพันธุ์ วัยเด็กก็มีลูก มีหลานได้แล้ว อันนี้คือปัญหาของสังคมที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะประเทศไทยเราท้องก่อนวัยอันสมควร ในวัยเด็ก ก็มีเยอะ เพราะฉะนั้นลูกหลานนี้นอกเหนือจากที่จะอยู่กับพ่อ กับแม่แล้ว ก็ยังอยู่กับ ครอบครัวใหญ่ หรือพ่อแม่ออกมาทำงานในต่างจังหวัด ในกรุงเทพมหานคร ก็ให้อยู่กับปู่ กับย่า กับตา กับยาย หรือกับคนอื่น เพราะฉะนั้นประเด็นของสังคมที่ละเอียดอ่อนเพิ่มขึ้น เรื่องของความเป็นอยู่ ความพร้อมของคนเป็นพ่อ เป็นแม่ การศึกษาก็เช่นเดียวกัน การได้รับ การศึกษา และการมีความพร้อมเรื่องของการเรียนรู้ที่จะดูแลบุตร ก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะฉะนั้นอาชีพของคนเป็นพ่อ เป็นแม่ที่มั่นคงก็สำคัญ รายได้ของพ่อ ของแม่ก็สำคัญ มันส่งผลต่อภาวะจิตใจ ความสมบูรณ์ของครอบครัวก็เช่นเดียวกัน ถ้าครอบครัวที่ขาด ความสมบูรณ์ ไม่มีภูมิคุ้มกัน ไม่มีธรรมะประจำใจ ไม่มีจิตสำนึกของความเป็นพ่อ เป็นแม่ ก็จะเกิดปัญหาเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นในเรื่องของการทำร้ายเด็กในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่หรือคนอื่นในครอบครัวก็ตามก็เกิดขึ้นบ่อยในสังคม และเป็นปัญหามายาวนาน นี่คือ เรื่องที่เราเองก็คงจะต้องมีวิธีการ หรือมาตรการต่าง ๆ ในการป้องกัน โดยในเรื่องของการ ให้การศึกษา ให้ความพร้อมในการพัฒนาอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ที่เป็นหลักฐานที่พอเพียง อันนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกัน🔗

ประเด็นเรื่องของการที่เราจะต้องทำโทษเด็กนั้น ผมเชื่อว่าถ้าใครเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นปู่ เป็นย่า เป็นตา เป็นยายจริง ๆ แล้วที่มาจากพื้นฐานของความรัก ผมไม่เชื่อว่า ใครจะทำร้ายเด็กด้วยจิตใจอันโหดเหี้ยมอำมหิตและทารุณ นี่คือประเด็นสำคัญ แต่อย่างไรก็ตามภาวะที่ทำให้เกิดความเครียดในสังคม ก็อาจจะทำให้เกิดความรุนแรงต่อเด็ก และครอบครัวได้ ฉะนั้นการมีกฎหมายที่จะทำให้ป้องกันพฤติกรรม โดยไม่ต้องให้เกิด ความรุนแรงจึงเป็นเรื่องที่ดี การที่เรากำหนดบทบาทไว้ว่า คนที่เป็นพ่อ เป็นแม่จะทำโทษบุตรนั้น ต้องไม่เป็นการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ อันนี้ก็เป็นกฎหมายที่สมควร ที่จำเป็นในสังคม ปัจจุบัน เพราะสังคมอดีตนั้นเป็นสังคมแห่งความเมตตา ความเอื้ออาทร ความรัก ความผูกพัน ของโซ่สายใยของความเป็นลูก เป็นบุตรของพ่อ ของแม่ อย่างไรก็ตามครับสังคมเดี๋ยวนี้ มันเปลี่ยนไปมาก แม้ว่าเป็นเรื่องของครอบครัวก็ดี สังคมชุมชนก็ดี มันเปลี่ยนไปในเรื่องของ พฤติกรรม การเป็นอยู่ การที่จะตัดสินโทษ ตัดสินปัญหาต่าง ๆ โดยใช้อารมณ์ ความรู้สึก ที่ไม่เป็นธรรม ไม่ถูกต้อง เป็นเรื่องของการทารุณกรรมต่อเด็กนั้นก็มีค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญเองก็ให้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน ตั้งแต่ทารกที่คลอดออกมาแล้ว ก็ถือว่ามีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียม เพราะฉะนั้นการทำกฎหมายตรงนี้ ผมก็เชื่อว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญก็คงจะดูว่ากฎหมายฉบับนี้ น่าจะมีประเด็นที่ทำให้เกิด ความครอบคลุมในการที่จะป้องกันการลงโทษอย่างรุนแรง หรือการทำร้ายเด็กที่เห็น อยู่ในสังคมบ่อยครั้งนั้นลดน้อยลงไป ลดทอนลงไป เราอาจจะมีกฎหมายฉบับใดก็ตามไม่ได้ หมดหรอก แต่ว่าให้ลดน้อยลงไป ลดทอนลงไปนั้นก็เป็นสิ่งดี และเบาลงไปในสังคม เราก็สร้างความเชื่อมั่น และการมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ของคนเป็นมนุษย์ในสังคม เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหนก็ตาม อย่างไรก็ตามกฎหมายฉบับนี้ก็ไม่ได้บอกทีเดียวว่า ให้ลดเรื่องของการลงโทษเด็กโดยวิธีการอื่น แต่ไม่ให้เป็นการกระทำที่รุนแรง อันนี้ผม ก็เห็นด้วยนะครับ ก็อยากให้คนเป็นพ่อ เป็นแม่ มีลูก มีหลานนั้นได้เกิดความรัก ความผูกพัน ห่วงโซ่สายใยนี้ และดูแลเขาจนเขามีวุฒิภาวะที่เหมาะสมและอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นสุขครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ตอนแรกก็มีท่านสมาชิกขออภิปรายเนื่องจากมีการแก้ไข ๓ ท่าน ตอนนี้ไป ๑๐ กว่าท่านแล้ว ผมคิดว่าเราเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เดี๋ยวเราก็มาโหวตกัน ผมคิดว่าที่เราแก้ไขที่ขึ้นบอร์ดที่ขึ้นจอนะครับ ท่านก็เห็นแล้วเราพิจารณาในวาระที่ ๒ นะครับ วาระที่ ๒ ในข้อแก้ไขต้องกระชับ แล้วก็สั้น ๆ ฉะนั้นผมขอลดเวลาเหลือ ๕ นาที เพราะมาตรา ๓ ลงชื่อเยอะมาก ขอให้ท่านสมาชิกที่มาลงชื่อขอ ๕ นาที กระชับ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย เชิญครับ ต่อไปท่านอภิชาติ แก้วโกศล เชิญครับ ท่านอภิชาติมาหรือไม่ครับ ถ้ายังไม่มาเชิญท่านแนน บุณย์ธิดา สมชัย เชิญครับ🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพคะ แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทยค่ะ ท่านประธานคะ ในวาระที่ ๒ ของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในประเด็นเรื่องของการปรับพฤติกรรมของเด็ก ในมาตรา ๓ ดิฉันขออนุญาตพูดโดยรวมทั้งหมดในมาตรา ๓ เบื้องต้นเลยดิฉันเห็นว่า ในส่วนที่ปรับแก้ มานั้นค่ะท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นหรือปรับพฤติกรรมใด ๆ ก็ตามด้วยความรุนแรง ไม่เป็นการเฆี่ยนตี และที่สำคัญที่สุดท่อนที่น่าจะเป็นปัญหาที่สุดคือ อันเป็นการลดทอน คุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุตร ท่านประธานคะ ปัญหาที่ดิฉันจะพูดต่อไปนี้🔗

ข้อแรกเลย ในถ้อยคำในการออกกฎหมายแต่ละครั้งนั้น เวลาเรามีปัญหา ในสังคม เวลาศาลตัดสินอะไรออกมา เราชอบมีคำพูดเพื่อให้ถูกใจตนเองว่า มาตรฐาน อยู่ตรงไหน ทำไมตัดสินแบบนี้ เรื่องไหนตัดสินถูกใจ ท่านก็ดีใจ ท่านก็ชอบ แล้วนี่ค่ะเราเป็น ผู้ออกกฎหมาย แต่เราใช้คำที่คลุมเครือ คำที่คลุมเครือนี่ค่ะท่านประธาน ท่านบอกว่า ต้องให้ท่านชี้แจงว่า คำนี้ท่านจะใช้ดุลยพินิจอะไร ดุลยพินิจของใครในการมากำหนด มาตรฐานต่าง ๆ ค่ะ กำหนดเพื่ออะไรคะ เพื่อง่ายต่อผู้ปฏิบัติค่ะ เบื้องต้นเลยเรามี พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กอยู่แล้ว พ.ร.บ. นี้ครอบคลุมในประเด็นของเด็ก และประเด็นนี้ที่ท่านแก้ออกมา แน่นอนละค่ะเป็นเรื่องภายในครอบครัว เป็นเรื่องของพ่อแม่ หรือผู้ปกครองของเด็กคนนั้น หรือเด็กกลุ่มนั้น คำที่ท่านนิยามลงมา ดิฉันมองว่าจะเป็นปัญหาในการใช้ต่อไป เราเป็นผู้ออกกฎหมาย ทำไม เราต้องใช้สิ่งที่เรียกว่า ความคลุมเครือในการออกกฎหมาย เพื่อให้ผู้ปฏิบัติไปหาบรรทัดฐาน เอาเอง เราจะใช้มาตรฐานอะไรที่จะบอกว่า คำนี้เป็นการลดทอน คุณค่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ของบุตร ตามที่ท่านเพิ่มมา ดุลยพินิจของใครคะ ของตำรวจ ของศาล หรือของท่านเอง คือที่ดิฉันได้ลุกขึ้นมาพูด อยากให้ท่านคณะกรรมาธิการได้พิจารณานำร่างนี้กลับไปทำให้ ข้อความได้ชัดเจนขึ้น เราไม่ได้อยากออกกฎหมายเพื่อให้ต้องไปตีความกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ต้องไปตีความกันในบรรทัดฐานของคำแต่ละคำ ในบรรทัดฐานของการกระทำว่า ดุลยพินิจ ของใคร เป็นอย่างไร คิดเห็นแบบไหน อันไหนคือก่อให้เกิดการลดทอนคุณค่า คือขณะนี้ เหมือนเรากำลังตัดเสื้อตัวเดียว แล้วบังคับให้ทุกครอบครัวใส่เหมือนกันค่ะ เราจะไม่มองถึง การปกครองในแต่ละครอบครัวที่แตกต่างกัน วัฒนธรรม ประเพณีของแต่ละครอบครัว ในแต่ละภูมิภาคที่มีความแตกต่างกัน คำบางคำในภาษาอีสานของดิฉัน ถ้าแปลเป็นภาคกลาง โอ้โฮ ดูรุนแรง แต่บางทีมันเป็นคำพูดปกติของภาษา คำบางคำในภาษาใต้ที่เป็นคำพูดติดปาก ถ้าคนภาคกลางฟัง ดูรุนแรงมากนะคะ แต่เป็นคำพูดปกติที่เขาใช้เป็นคำภาคพื้นภาษาของเขากัน แล้วแบบนี้ท่านใช้ดุลยพินิจแบบไหนคะ ท่านบอกว่าทุกอย่างในมาตรา ๓ (๒) นี้ เป็นการใช้ ดุลยพินิจของผู้ปฏิบัติในการที่ออกดุลยพินิจว่า มันจะเข้าตัวนี้หรือไม่ ซึ่งจริง ๆ จะเป็นปัญหา ต่อไปในอนาคตค่ะท่านประธาน เป็นปัญหาในการปกครองต่อไปในอนาคต ดิฉันถึงอยากให้มี ความชัดเจนในคำมากกว่านี้ เราต้องการสิ่งที่มันเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ท่านออกมาในลักษณะ เป็นนามธรรม ดิฉันเข้าใจว่า บางคำท่านแปลมาจากอนุสัญญาของ UN ด้วยซ้ำว่า ต้องเป็น แบบนี้ ๆ เราเคยตีตรารัฐในหลาย ๆ เรื่องว่า รัฐชอบตัดเสื้อตัวเดียวกันให้ใส่ทั้งประเทศ ตอนนี้ท่านจะเอาเสื้อจาก UN มาใส่ให้คนทั้งโลกเป็นแบบเดียวกัน ซึ่งแต่ละประเทศมีวัฒนธรรม มีการดูแลที่แตกต่างกัน ท่านกรรมาธิการคะ ขอให้พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ขอให้ท่านถอนกลับไป เพื่อให้ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ เชิญครับ🔗

นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่าน ประธานสภา เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและประชาชนผู้ทรงอำนาจที่กำลังรับชม การทำงานของสภาผู้แทนราษฎรในขณะนี้ ดิฉัน พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ผู้แทน ประชาชนจากเขตคลองสามวา พรรคประชาชน ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขอใช้เวลา อันมีค่าแห่งนี้อภิปรายสนับสนุนการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงส่วนน้อย วันนี้ใจหายทีเดียว ในฐานะที่เคยทำงานในโรงเรียนนานาชาติมาก่อน ทำงานกับเด็กเล็กมาก่อน ได้ยินว่า ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านบอกว่า ปากท้องสำคัญกว่าความรุนแรง ปัญหา ความรุนแรงที่มีต่อเด็ก วันนี้ดิฉันอยากจะปักเจตจำนงสำคัญที่พวกเรามาคุยกันในการที่ ท่านกรรมาธิการได้มีความห่วงใยในการที่จะเพิ่มความคุ้มครองให้กับสิทธิเด็ก โดยเฉพาะ ความรุนแรงที่มีต่อเด็ก เมื่อสักครู่นี้มีการพูดไปแล้วว่าเราได้มีการทำอนุสัญญาว่าด้วย สิทธิเด็กไป และในข้อความที่เราใช้ก็ไม่ได้แตกต่างกันเลยค่ะ หลายท่านให้ความเห็นว่า การที่จะมีการแก้ไขกฎหมายนี้จะทำให้ความร้าวฉานในครอบครัวเกิดขึ้น ทำให้ในครอบครัว มีการปกครองที่เปลี่ยนไป แต่ว่าจริง ๆ แล้วการที่มีหลักประกันด้วย พ.ร.บ. ฉบับนี้ต่างหาก ที่จะทำให้เด็กของเราสามารถเติบโตได้อย่างอบอุ่นใจ แล้วก็สามารถที่จะเติบโตได้อย่างปลอดภัย มากขึ้น ท่านประธานคะ ความรุนแรงนั้นมีความหมายในตัวของมันอยู่แล้วค่ะ และการใช้ความรุนแรง การส่งต่อความรุนแรงในรูปแบบของความรัก ไม่เคยเป็นประโยชน์กับใคร ดิฉันเชื่อมั่นว่า สังคม วัฒนธรรมของคนไทย เป็นสังคมที่มีน้ำใจให้โอกาสกันและกัน แล้วเราสามารถ ที่จะยืนหยัดหลักอันนี้ได้ ในการเรียนรู้ที่จะส่งต่อความเมตตาไปกับลูกหลานของเราเอง รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี นั่นแปลว่าเราเห็นลูกหลานของเรานี่แย่ มีค่าน้อยกว่าวัวกว่าควายหรือคะ ในเมื่อวัวควายท่านแค่ผูก แต่ลูกหลานของท่าน ท่านถึงกับตี ทำไมเราถึงไม่ใช้การปรับ พฤติกรรมด้วยการพูดคุยอย่างอ่อนโยน ให้เหตุผลกับลูกของเรา ในเมื่อเราเชื่ออยู่แล้วว่า เราเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะ แล้วทำไมเราถึงไม่เรียนรู้ที่จะส่งมอบความปรารถนาดี ในวิธีที่ถูกต้อง ในวิธีที่ลูกหลานของเราจะรับรู้ได้ว่า นี่คือความรักความห่วงใยที่ผู้ปกครองของเขามีให้เขา ท่านประธานคะ พวกเราในฐานะผู้ใหญ่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนของประชาชน ควรที่จะตระหนัก แล้วก็คุ้มครองในสิทธิของเด็ก ซึ่งเขายังไม่มีโอกาสมายืนอยู่ตรงจุดนี้ พวกเรามาถึงที่นี่ เพื่อที่เราจะเป็นปากเป็นเสียง แทนคนที่เขาไม่มีปาก ไม่มีเสียง ซึ่งในที่นี้ก็หมายถึงเด็ก ๆ ของเราค่ะท่านประธาน ความรุนแรงในครอบครัวนั้น เด็ก ๆ อยู่ใต้การปกครองของผู้ใหญ่ ไม่สามารถออกมาพูดแบบพวกเราในที่นี้ได้ พวกเราจึงมีหน้าที่ที่จะสนับสนุนเขา แล้ววางกรอบที่เหมาะสม สร้างหลักประกันบอกกับผู้ใหญ่ว่า ต่อไปนี้เราจะปักหมุดร่วมกัน ทำงานร่วมกันเพื่อปกป้องให้เด็กของเรานั้น มีความปลอดภัย แล้วเมื่อเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เขาสามารถที่จะนำความรัก การดูแลนี้ไปพัฒนาสังคม ไปพัฒนาประเทศได้ เราจะปล่อยให้เด็ก ของเราอยู่กับความหวาดกลัว ให้เกิดบาดแผลบนตัว เกิดบาดแผลในจิตใจ จนวันหนึ่ง เขาเติบโตขึ้นมาแล้วกลายเป็นอาชญากร นำความรุนแรงที่เขาเจอในครอบครัวไปส่งต่อ ในสังคมหรือคะ แล้วเราก็ต้องมานั่งแก้ไขกฎหมายความรุนแรงกับเยาวชน ทั้ง ๆ ที่เรา ไม่ทำหน้าที่ของเราได้ดีพอในการปกป้องลูกหลานของพวกเราในครอบครัว ท่านประธานคะ ดิฉันเชื่อมั่นว่าสังคมของเรานั้น มีผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะมากมาย ดิฉันเติบโตมาถึงทุกวันนี้ได้ ด้วยการแนะนำ การสั่งสอนของผู้ใหญ่เหล่านั้น และแน่นอนว่ามีผู้ใหญ่หลายท่านที่เลือกใช้ วิธีที่ง่ายกว่าในการควบคุมเด็ก ๆ ก็คือการใช้ความกลัว การใช้ความรุนแรง ดิฉันอยากให้ทุกท่าน พิจารณาเลือกใช้ความรัก เลือกใช้ความปรารถนาดีส่งต่อสิ่งเหล่านี้ ยืนยันกับสังคมนี้ว่า สังคมของเราเป็นสังคมแห่งความหวัง แล้วเราสามารถที่จะแก้ไขปัญหาความรุนแรงเหล่านี้ได้ ด้วยการเริ่มสร้างหลักประกันให้กับเด็ก ๆ ของพวกเราว่าพวกเขาจะได้รับการปกป้อง คุ้มครองจากการล่วงละเมิด จากความรุนแรง จากการทารุณกรรมทุกรูปแบบ ท่านประธานคะ เคยได้ยินคำพูดที่บอกว่า คนที่เจ็บปวดจะนำความเจ็บปวดไปสร้างบาดแผลกับคนอื่นต่อไป ใช่ไหมคะ ดิฉันหวังว่าเรา ผู้แทนในที่นี้จะไม่เป็นหนึ่งในคนที่จะสร้างบาดแผล ไม่เป็นหนึ่ง ในการสร้างเยาวชนของเราให้เติบโตไปเป็นอาชญากรในอนาคต แล้วขอให้ทุกท่านค่อย ๆ พิจารณาเชื่อในความรัก เชื่อในประชากรของเรา เชื่อในประชาชนของเรา อย่าตัดสินใจ ด้วยความกลัว แล้วดิฉันมั่นใจว่า สังคมของเราจะเป็นสังคมที่ปลอดภัยได้แน่นอน ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ🔗

จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล เพชรบุรี

ท่านประธานครับ ผม อภิชาติ แก้วโกศล มาแล้วครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาตามคิวก่อน ท่านมีคิวอยู่แล้วนะครับ เชิญท่านศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ นะครับ🔗

นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ เขตสายไหม พรรคประชาชน คุณแม่ลูก ๒ ที่อยากเปลี่ยนแปลงสังคมผ่านการเมือง วันนี้ก็มาพูด ในเรื่องของการสนับสนุนวาระที่ ๒ วาระที่ ๓ ในกฎหมายที่เขาเรียกสั้น ๆ ว่า กฎหมาย ไม่ตีเด็ก จากมาตรา ๓ ที่บอกว่า การทำโทษบุตรเพื่อหรือปรับพฤติกรรม โดยต้องไม่กระทำ ความรุนแรงต่อร่างกายหรือจิตใจ ไม่เป็นการเฆี่ยนตี หรือการกระทำอันเป็นการลดทอนคุณค่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุตรค่ะ Highlight ที่คำว่า คุณค่า แล้วก็ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ของบุตร คำนี้เราไม่ต้องพูดไปไกลถึงไหนเลย มันเป็น Basic Rights พื้นฐาน ที่มากับการมีชีวิตของทุกคน เป็น Human Rights Basic ขั้นพื้นฐานค่ะ ไม่ได้เป็น Bar ที่สูงเลย แต่เป็น Bar ที่ต่ำที่สุด ของสิทธิมนุษยชน สภาแห่งนี้ของเราฝากเพื่อนสมาชิกทุกท่านว่า เราผ่านกฎหมายที่เรียกว่า กฎหมายทารุณกรรมสัตว์กันไปได้ แต่ทำไมเราถึงตั้งคำถามอะไรกับการที่เราจะคุ้มครอง มนุษย์ด้วยกัน โดยเฉพาะมนุษย์ที่เป็นเด็กที่น่าจะเปราะบาง แล้วก็บอบบางกว่าอย่างอื่นด้วยซ้ำ มีเพื่อนสมาชิกบางคนบอกว่า การออกกฎหมายแบบนี้ การแก้ไขแบบนี้ เปรียบเสมือน เป็นการตัดเสื้อตัวเดียวใช้กันทั้งโลกหรือทั้งประเทศ จริง ๆ เรื่องการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน เป็น Human Rights ที่ทั่วโลกยอมรับ การตัดเสื้อตัวเดียวแต่เสื้อตัวนั้นเป็นเสื้อที่ทั่วโลก ยอมรับเป็นเรื่อง Basic มาก ๆ และถ้าเราจะบอกว่าต้องการให้ Scope คำให้มันชัดเจนเลย โดยหลักขั้นตอนของกฎหมายในมุมของทนายความคนหนึ่ง การยิ่งทำให้กฎหมายชัดเจน ละเอียดเท่าไร ไม่เปิดช่องให้มีการใช้ดุลยพินิจเลย แบบนี้อันตรายยิ่งกว่าการใช้คำตาม มาตรา ๓ นี้อีกค่ะ เพื่อนสมาชิกบางท่านบอกว่า การเฆี่ยนตีเป็นรากฐานของสังคมไทย คำนี้น่ากลัวมากนะคะท่านประธาน ถ้าเราบอกว่า การเฆี่ยนตี การทำร้ายเด็ก มันคือรากฐาน ของสังคมไทย เรากำลังบอกว่าประเทศไทยเราเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่อดีต และเป็นสิ่งที่ ควรกระทำต่อไปอย่างนั้นหรือคะ หรือท่านสมาชิกหลายท่านก็บอกว่า การตีทำให้พวกท่าน ได้ดีแล้วก็มายืนในสภาแห่งนี้ได้ ดิฉันก็เป็นอีกคนหนึ่งที่อยากจะยืนยันว่า การที่ทุกท่าน เข้ามาอยู่ในพื้นที่ได้นี้ เป็น สส. ได้ หรือเป็นผู้เป็นคนอย่างทุกวันนี้ได้นี่ค่ะ มันก็มาจากความรู้ ความสามารถ ความอดทน ความตั้งใจของทุกท่าน ไม่ได้มาจากไม้เรียว ถ้าเราจะดูถูกตัวเองว่า ไม้เรียวทำให้พวกท่านได้ดี ท่านกำลังดูถูกสติปัญญา ดูถูกความตั้งใจของตัวเองหรือเปล่าคะ นอกจากนั้นบางท่านบอกว่า เรื่องการออกกฎหมายนี้มันจะเป็นการลิดรอนสิทธิการเลี้ยงดูบุตร อันนี้ก็ยิ่งน่าขำกว่าเดิม เพราะว่าจริง ๆ สิทธิการเลี้ยงดูบุตรมันมีอยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไร ที่เราจะเลี้ยงดูบุตร แล้วเราไม่ลิดรอนสิทธิในตัวของเด็กคนนั้นมากกว่า ปัญหาในสังคม มากมาย ถ้าเราไม่หลับตาเราจะรู้ว่า ปัญหาในสังคมปัจจุบัน ยาเสพติด ความรุนแรงต่าง ๆ มันมาจากปัญหาในวัยเด็กทั้งนั้น กับการที่เราไม่ได้ใส่ใจกับเด็กในช่วงวัย ๐-๖ ขวบ ทำให้เรา ส่งต่อความรุนแรง ผลิตซ้ำความรุนแรง ทำลายสมองส่วนหน้า ทำให้เด็กโตมาเป็นเยาวชน ที่กระทำความผิดในอนาคต เรื่องนี้มีงานวิจัยอยู่มากมาย Search Google ก็จะเจอแล้ว นะคะท่านประธาน เพราะฉะนั้นดิฉันจึงอยากจะสนับสนุนการแก้ไขมาตรานี้ตามที่ คณะกรรมาธิการนี้ได้บอกเลยว่า เป็นการปักหมุดสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กในการที่จะคุ้มครอง คุณค่า หรือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เป็น Basic Rights อยู่ใน Human Rights ที่ทั่วโลก ยอมรับ และยิ่งไปกว่านั้นรัฐบาลเอง ครม. เองก็มีความตั้งใจใช่ไหมว่า อยากจะได้เก้าอี้ เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในเจนีวา ถ้ากฎหมายฉบับนี้แค่บัญญัติสิทธิขั้นพื้นฐานที่มันเป็น Bar ต่ำที่สุดขนาดนี้ยังผ่านไม่ได้ หรือยังมองว่ามันมากเกินไป เราไม่ต้องไปหวังตำแหน่งนั้นเลยค่ะ ท่านประธาน ดิฉันขอฝากไว้เท่านี้ค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ🔗

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง จากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ ในที่คณะกรรมาธิการแก้มา ผมมีประเด็นอยู่ในส่วนของคำว่า ทารุณกรรม ซึ่งตกลงไป ในหลักการจริง ๆ มีเขียนเอาไว้ ด้วยความเคารพของท่านณัฐวุฒิว่า ห้ามทารุณกรรม ทีนี้เมื่อมีการปรับคำใหม่เพื่อให้เป็นคำที่กลางขึ้น ผมจึงเชื่อว่ามันก็สามารถที่จะพอไปได้ ในเรื่องของการรับรองสิทธิในการเลี้ยงดูบุตร เพื่อให้เกิดความกระชับ เมื่ออ่านแล้วมันก็ดูแล้ว ก็มีความเป็นกลางมากขึ้น ซึ่งเป็นคำเดียวกันกับในร่างกฎหมายอื่น ๆ แต่ว่าอย่างไรก็ดี ผมก็อยากจะสนับสนุนให้เพื่อนสมาชิกดูว่า กฎหมายนี้เป็นกฎหมายประมวลแพ่งและพาณิชย์ วางหลักของสถาบันครอบครัวให้งดใช้ความรุนแรงกับเด็ก เป็นสิทธิพื้นฐานของเด็ก ไม่ได้ มีโทษปรับ ไม่ได้มีโทษอะไรที่ผู้ปกครองเป็นลักษณะห้ามในการเฆี่ยนตี ซึ่งจริง ๆ แล้วกฎหมายนี้ เป็นหลักการสากล ไม่ใช่เป็นหลักการเฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่งว่า ประเทศเรา จะนิยมแบบนั้น ประเทศเราทำมาแบบนี้ แต่มันคือหลักการสากลที่ว่า ห้ามใช้ความรุนแรง ความรุนแรงมันถูกส่งต่อครับ มันอยู่ใน DNA สัญชาตญาณของสัตว์เท่านั้น เราจะเอามา ส่งต่อให้กับมนุษย์ด้วยกันหรือครับ ดังนั้นผมขอเรียกร้องครับท่านกรรมาธิการ ติดใจ อยู่เรื่องเดียวครับ แต่ว่าถ้าคำนี้ที่เป็นกลาง ผมก็คิดว่ากฎหมายนี้ไปได้ จึงยืนยันสนับสนุน ในการผ่านมาตรานี้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านอภิชาติ แก้วโกศล เชิญครับ🔗

จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล เพชรบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อเราพูดถึงเรื่อง การจะออกกฎหมายระเบียบที่ต้องว่าด้วยการไม่ลงโทษหรือตีเด็กนั้น ก็มีความคิดที่แตกต่าง หลากหลายกันไปนะครับ ในส่วนตัวผมเองนั้นผมคิดว่า การที่เราจะลงโทษเด็กนั้น ตีเด็กนั้น ต้องดูว่าบุคคลคนนั้นที่ลงโทษเด็กนั้นเป็นใคร ในส่วนตัวผมคิดว่าถ้าเป็นพ่อแม่ ผู้ให้กำเนิด ผมคิดว่าเขาทำได้ เพราะว่าสังคมไทยเราตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน การเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน ลูกตัวเองนั้นเพื่อให้เติบโตเป็นคนดีของพ่อแม่ เพื่อให้เติบโตเป็นคนดีของสังคมบ้านเมืองนั้น ก็ต้องผ่านการอบรมสั่งสอนจากผู้ปกครอง หรือพ่อแม่ที่ให้กำเนิด เช่น เราเลี้ยงลูกเราสิ่งไหน ที่ลูกเราทำถูกต้อง สิ่งไหนที่ลูกเราทำดี เราก็ต้องชมเชย ยกย่องลูกเรา แต่ถ้าลูกเราทำผิด เช่น ไปขโมยของเพื่อนบ้าน หรือขโมยของเพื่อน ๆ กันมา เมื่อเราทราบเราในฐานะผู้ปกครอง ที่เป็นพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด เราก็ต้องว่ากล่าวตักเตือนหรือตีลูกของเรา แต่ถ้าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด ไม่มีสิทธิตีลูก ไม่มีสิทธิว่าลูกที่ลูกตัวเองไปขโมยของเพื่อนบ้านมา หรือขโมยของที่ไหนมาก็ตาม แล้วอะไรจะเกิดขึ้นครับ อนาคตของเด็กไทย อนาคตของประเทศชาติจะเป็นอย่างไร เราต้องแยกแยะให้ถูกต้องว่า การที่พ่อแม่เขาตีเด็กนั้นตีเพราะอะไรนะครับ ตรงนี้ผมว่า พ่อแม่ที่ให้กำเนิดมีสิทธิเลี้ยงลูกตีลูก ว่าลูกได้ ไม่มีพ่อแม่คนไหนหรอกครับ ผมเชื่อมั่นครับ ท่านประธาน จะตีลูกตัวเองจนตายครับ ไม่มีแน่นอนครับ พ่อแม่ทุกคนเลี้ยงลูกมากว่าจะโต กว่าจะบวช กว่าจะเรียนได้อะไรครับ เลี้ยงจนกระทั่งลูกมีหลานก็ยังต้องเลี้ยง นี่คือหัวอก ของพ่อแม่ แต่สังคมไทยเราปลูกฝังมาว่า พ่อแม่มีสิทธิว่า มีสิทธิว่ากล่าวตักเตือนลูกตัวเอง มีสิทธิตีลูกตัวเอง นี่คือสิ่งที่ถูกต้องนะครับ ก็เช่นกันในกรณีถ้าเด็กผู้ถูกกระทำความรุนแรง หรือถูกตี หรือถูกลงโทษใด ๆ ก็ตาม ต้องมาดูว่าบุคคลที่ทำดังกล่าวนั้น ใช่พ่อแม่ผู้ให้กำเนิด หรือไม่ ถ้าไม่ใช่เรื่องนี้ต้องมาพูดคุยกัน หาทางออกกันว่า บุคคลดังกล่าวมีสิทธิตีเด็กคนนั้น ได้มากน้อยแค่ไหน เราต้องแยกแยะครับ แต่เราอย่ามารวมว่า จะใครก็ตามหรือพ่อแม่ก็ตาม ไม่มีสิทธิตีลูกเลย ผมว่าคงไม่ถูกต้องครับ เช่นกันในสถานศึกษาหลายสิบปีที่ผ่านมานั้น ผมเชื่อมั่นว่าเพื่อน ๆ สมาชิก สส. ทุกท่านในที่นี้หลาย ๆ ท่าน ก็เคยถูกคุณครูตีมาเช่นกัน ก็คือว่าการศึกษาเล่าเรียน การที่พ่อแม่ทุกคนทุกท่านพาลูกไปเข้าโรงเรียน ให้ครูอบรม สั่งสอนทุกเรื่อง บทลงโทษที่ลูกศิษย์ทำผิดก็ต้องมีเช่นกัน ถึงแม้สังคมในปัจจุบันจะเปลี่ยนไป เราก็เข้าใจนะครับ แต่สังคมไทยก็ต้องมีเอกลักษณ์ความเป็นไทยในการมีบทลงโทษ ไม้เรียวสร้างคนดีหลายท่านนะครับ ผมเองก็เคยถูกตี ก็เช่นกันเพื่อน ๆ สมาชิกหลายท่าน ในห้องนี้ก็เคยถูกตี และสิ่งที่สำคัญช่วงชีวิตนั้นที่เราเรียนแล้วถูกครูคนนั้นตี หรือครู ฝ่ายปกครองตี เราอาจจะมีความรู้สึกที่น้อยใจครู โกรธครูคนนั้น แต่เมื่อเราจบออกมาแล้ว ถ้าเราเจอครูนั้นเราจะต้องเข้าไปไหว้ ไปกราบ เพราะเขาตีให้เราได้ดี การลงโทษเด็กหรือตีเด็กนั้น ผมเชื่อมั่นว่าเราต้องใช้พิจารณาในการวิเคราะห์นะครับ เข้าใจหลาย ๆ ฝ่ายที่มีแนวคิดไม่ให้ตีเด็ก ผมเข้าใจ จะสงสารเด็กหรือเหตุผลใดก็ตาม แต่สังคมไทยโดยพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดนั้นมีสิทธิว่ากล่าว ตักเตือน และลงโทษเด็กได้ ผมฝาก ท่านประธานและทุกท่านที่เกี่ยวข้องที่จะออกกฎหมายในตัวนี้ว่า เราช่วยแยกแยะนะครับ พ่อแม่ก็คือผู้ให้กำเนิด บุคคลอื่นเราก็มาว่ากันว่า จะมีอำนาจหน้าที่ในการดูแลเด็ก ได้มากน้อยแค่ไหน ลงโทษได้มากน้อยแค่ไหน ขอฝากทุกท่านด้วยนะครับ ทราบว่าทุกท่าน เป็นห่วงเด็ก ทุกคนเป็นห่วงเด็ก แต่เราก็ต้องมีกติกา มีระเบียบที่ให้เด็กได้เดินตามกติกา เดินตามพ่อแม่เขา อย่างที่กล่าวนะครับท่านประธาน ไม่มีพ่อแม่คนไหนหรอกครับ จะเลี้ยงลูก ให้เป็นโจร ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ท่านประธานครับ ขออนุญาตสักครู่ เดียวครับ เกี่ยวกับเนื้อหาการอภิปรายทั้งหมดที่ผ่านมา แล้วก็หลังจากนี้ครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

เรียนท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดระยอง ในฐานะวิปฝ่ายค้าน ขออนุญาต หารือนิดหนึ่งครับ เนื่องจากผมฟังเนื้อหาของเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายมา ส่วนใหญ่เป็นการ อภิปรายในแง่เหมือนการอภิปรายวาระที่ ๑ ซึ่งท่านประธานได้มีการวินิจฉัยไปแล้วว่า พยายามให้อภิปรายวาระที่ ๒ ในเนื้อหาของวาระที่ ๒ และวาระที่ ๓ ซึ่งเป็นเนื้อหาว่า การตัดถ้อยคำ หรือเพิ่มถ้อยคำแต่ละเรื่อง มันจะนำไปสู่เรื่องอะไรบ้างในความผูกพัน ทางข้อกฎหมาย ซึ่งผมเห็นด้วยกับท่านประธานเป็นอย่างยิ่ง แต่หลังจากท่านประธาน ได้มีการเตือนไปแล้ว ก็ยังคงมีการอภิปรายในเนื้อหาตามวาระที่ ๑ อยู่ ผมเลยคิดว่าต้องให้ ท่านประธานช่วยวินิจฉัยหน่อยว่า หลังจากนี้การอภิปรายกับผู้ที่ลงชื่อที่ยังเหลืออยู่ จะเดินไปในทิศทางไหน เพราะเนื้อหาก็มีแต่ว่าจะตีเด็ก ไม่ตีเด็ก ทั้งที่จริงในวาระที่ ๒ จริง ๆ เราต้องพูดว่า การตัดถ้อยคำ อย่างเช่น ตัดคำว่า ว่ากล่าวสั่งสอน หรือตัดคำว่า ทารุณกรรม จะเป็นอย่างไร ซึ่งต้องขออนุญาตเพื่อนสมาชิกจริง ๆ เพราะตอนนี้เราอยู่ ในวาระที่ ๒ และท่านประธานวินิจฉัยไปแล้ว จึงขออนุญาตให้ท่านประธานช่วยให้คำแนะนำ อีกครั้งหนึ่งว่า เรื่องนี้เราจะเอาอย่างไรกันต่อดีครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ทุกท่านก็เขาเรียกว่า กระทบจิตใจของแต่ละคนนะครับ ก็เลยหลั่งไหล กันมานี่ครับ ปิดรับแล้วก็ยังขออีก ผมคิดว่าเวลามันมากไปหรือเปล่า จาก ๗ นาที เหลือ ๕ นาที เอาสัก ๓ นาทีดีไหม เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยนะครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

คืออย่างนี้ครับท่านประธาน ก็ต้อง ขออภัยจริง ๆ ครับ คือผมเห็นว่าการให้เพื่อนสมาชิกได้แสดงความเห็นเป็นปกติ เพียงแต่ว่า เนื้อหาของกรอบการอภิปราย มันเป็นเนื้อหาของการอภิปรายของการแก้ในวาระที่ ๒ และวาระที่ ๓ ซึ่งกรอบการอภิปราย ถ้าเพื่อนสมาชิกจากฝั่งรัฐบาลอยากจะอภิปราย ก็ช่วยอ้างอิงกับตัวเนื้อหาของการปรับแก้ของคณะกรรมาธิการหน่อยครับว่า ถ้อยคำใด หลังจากที่มีการตัดแก้ หรือมีการเพิ่มเติม ส่งผลอย่างไรในทางข้อกฎหมาย เพราะเราเป็น สภานิติบัญญัติ ดังนั้นมันต้องอิงไปตามเนื้อหาวาระการอภิปราย ไม่ใช่พูดอะไรก็ได้ เหมือนพูดวาระที่ ๑ จึงเสนอหารือกับท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า ต้องอภิปราย ในวาระที่ ๒ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกกระชับนะครับ เพราะว่าพวกเราเคยชินกับการอภิปรายเยอะ ไม่ใช่เฉพาะรัฐบาล ฝ่ายค้านด้วย ทั้ง ๒ ฝ่ายนั่นละครับ ก็กระชับหน่อยนะครับ เพราะว่าแค่มาตรา ๓ คือเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย เดี๋ยวเราไปโหวตกัน ต่อไปเชิญท่านพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ เชิญครับ🔗

นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันต้องขอเวลาประมาณ ๘ นาที เพราะดิฉันได้นำเสนอ ตามที่เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ได้พูดถึง วันนี้ดิฉันขอเสนอความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เหตุผลของการแก้ไข กฎหมาย คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๕๖๗ (๒) กำหนดให้ผู้ใช้อำนาจ ปกครอง มีสิทธิที่จะทำโทษบุตรตามสมควร เพื่อว่ากล่าวสั่งสอน ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่เปิดช่อง ให้ผู้ใช้อำนาจปกครองสามารถลงโทษบุตรได้อย่างไม่จำกัดวิธีการ จนหลายครั้งนำไปสู่ การกระทำที่รุนแรง การกระทำทารุณกรรม และการทำร้ายร่างกาย ส่งผลต่อสภาพร่างกาย จิตใจและการพัฒนาของบุตร หรือในบางกรณีก็ร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต ผู้เสนอร่างเห็นว่า บทบัญญัติดังกล่าวขัดกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิเด็ก โดยประเทศไทยได้ ให้คำมั่นโดยสมัครใจไปแล้ว ในกระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน Universal Periodic Review หรือ UPR รอบที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๙-๒๕๖๓ ว่าจะปรับแก้กฎหมายและควบคุม บทลงโทษด้วยความรุนแรงต่อบุตร จึงมีการเสนอขอแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๖๗ (๒) จากที่ระบุว่า ผู้ใช้อำนาจปกครองมีสิทธิทำโทษบุตรตามสมควร เพื่อว่ากล่าวสั่งสอน เป็น ทำโทษบุตรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอนตามสมควร แต่ต้องไม่เป็นการกระทำ ทารุณกรรม หรือทำร้ายร่างกาย หรือจิตใจ ไม่เป็นการเฆี่ยนตี หรือทำโทษอื่นใดอันเป็นการ ด้อยค่า และต่อมาได้ปรับปรุงใหม่เป็น (๒) ทำโทษบุตรเพื่อสั่งสอน หรือปรับพฤติกรรม โดยต้องไม่เป็นการกระทำด้วยความรุนแรงต่อร่างกาย จิตใจ ไม่เป็นการเฆี่ยนตี หรือการกระทำ โดยมิชอบ อันเป็นการลดทอนคุณค่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุตร ท่านประธานคะ ดิฉัน มีเหตุผลในการคัดค้านร่างพระราชบัญญัติ ดังนี้ค่ะ🔗

เหตุผลแรก กระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน หรือ UPR เป็นกลไกภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ Human Rights Council หรือ HRC ซึ่ง UPR กำหนดให้ประเทศสมาชิกสหประชาชาติทั้ง ๑๙๓ ประเทศ ได้จัดทำ รายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศ เพื่อเสนอต่อคณะมนตรี สิทธิมนุษยชนอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่มีข้อยกเว้น การทบทวนแต่ละรอบจะใช้เวลา ประมาณ ๔ ปีครึ่ง โดยกระบวนการ UPR รอบที่ ๒ ในวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ มีกลุ่ม ที่มีสิทธิส่งรายงานประกอบด้วย ๑. คือรัฐบาล ๒. องค์การสหประชาชาติ และ ๓. สถาบัน สิทธิมนุษยชนภาคประชาสังคม UPR เป็นกระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน คล้าย ๆ เราไปตรวจร่างกายประจำปี แต่กระบวนการนี้ทำทุก ๔ ปี ด้วยความเป็นสากล Universal จึงมีทั้งสิทธิพลเมือง สิทธิทางการเมือง สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ซึ่งรวมทั้งสิทธิตามกลุ่มสตรี เด็กและชาติพันธุ์ มีประเทศสมาชิกสหประชาชาติเข้าร่วม ทั้งหมด และเมื่อประเทศไทยเราได้ส่งรายงานเข้าไป ทุกประเทศก็จะอ่านและให้คำเสนอแนะว่า สิทธิมนุษยชนอันใดที่เราควรพัฒนาหรือสิ่งไหนที่ยังหย่อนไป หรือแม้กระทั่งให้ความช่วยเหลือ ทางด้านวิชาการอีกด้วยค่ะท่านประธาน ดังนั้น กระบวนการทบทวนสิทธิมนุษยชน เหมือนเพื่อนเตือนเพื่อนมากกว่าค่ะ หลังจากนั้นก็จะกลับมาทำรายงานตามที่ได้รับคำแนะนำ อีกทั้งเป็นการตรวจสอบสภาพสิทธิมนุษยชน และเป็นการให้ความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่การไม่ดำเนินการตามที่ก็ไม่ใช่เป็นการขัดต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิเด็ก ตามที่ผู้เสนอร่างได้ยกขึ้นอ้างแต่ประการใด🔗

ท่านประธานคะ โดยสรุปแล้วดิฉันเห็นด้วยกับหลักการในการคุ้มครองเด็ก แต่ไม่เห็นด้วยที่จะเสนอข้อความที่แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๖๗ (๒) เพราะไม่สามารถแก้ไขปัญหาการทำร้าย หรือการทารุณเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลับสร้างปัญหาพื้นที่อ่อนไหว และให้เกิดกับความสัมพันธ์ในครอบครัวที่มีความละเอียดอ่อน ซับซ้อน และขึ้นอยู่กับอีกหลาย ๆ ปัจจัยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสภาพสังคม วัฒนธรรม และจิตใจ ของคนในครอบครัว บทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ปัจจุบัน มาตรา ๑๕๖๗ (๒) มีความเหมาะสมดีอยู่แล้ว ซึ่งจะมีความยืดหยุ่นและให้ดุลยพินิจแก่ผู้บังคับใช้กฎหมาย ในการตีความลักษณะข้อเท็จจริง ในการแก้ไขปัญหาความทารุณกรรมเด็ก และควรเสนอ การแก้ไขในพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ จะถูกต้องและเหมาะสมตรงประเด็น และครอบคลุมมากกว่า โดยการยกระดับความคุ้มครองเด็กให้ทัดเทียมระดับสากลได้ โดยคุ้มครองตั้งแต่การทารุณกรรมทั้งร่างกาย จิตใจ ทางเพศ และถูกละเลย ทอดทิ้ง พร้อมกับกำหนดระดับของความร้ายแรงที่มีกลไก และขั้นตอนครบถ้วน ตั้งแต่การรายงาน สอดส่อง คุ้มครอง ดูแล และบำบัดที่ถูกทำร้ายไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ ญาติ ครู เพื่อนบ้าน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการดำเนินคดีแก่ผู้กระทำผิด และมาตรการคุ้มครองด้วย ท่านประธานคะ ดิฉันในฐานะคุณแม่ท่านหนึ่ง รักลูกที่สุด ลูกคือเทวดาของคุณพ่อ คุณแม่ ทุกท่านคะ ขอบคุณค่ะ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปรเมษฐ์ จินา เรียนเชิญครับ🔗

นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต ๕ ขออนุญาตอภิปราย ร่วมสักนิดหนึ่งนะครับ เนื่องจากว่าเป็นเรื่องของความละเอียดอ่อน แล้วก็พบว่าในส่วนของ ประสบการณ์แต่ละคนก็คงจะไม่เหมือนกัน เป็นเรื่องที่สำคัญเพราะว่าเป็นส่วนที่เริ่มมาจาก ครอบครัวครับ เราเคยสังเกตหรือไม่ว่าในส่วนของสามีภรรยา ไม่รู้เป็นใครมาจากไหน แต่ว่า เวลามาอยู่ร่วมกันกฎหมายเขาเปรียบเสมือนคนคนเดียวกัน มีหนี้มีสินก็ต้องชดใช้ร่วมกัน แต่นี่คือลูกนะครับ ลูก ก็คือ DNA ของความเป็นพ่อเป็นแม่ เพราะฉะนั้นไม่มีพ่อแม่คนไหน ที่จะตีลูกเพื่อทำสถิติ ตีลูกเพื่อมันอย่างเดียว อันนี้ก็เป็นเรื่องที่อยากจะให้พวกเราได้มา ทบทวน มาตรา ๓ (๒) ตรงนี้ว่า ทำอย่างไรให้ใช้สำนวนที่มันถูกต้อง แล้วก็ให้มันเป็นไปตาม จริยธรรม และเป็นไปตามวัฒนธรรม ประเพณีของชาติตะวันออกอย่างประเทศไทย ซึ่งแน่นอนครับว่า ในส่วนของบุคคลรุ่นผม ถ้าไม่ต้องเป็นพ่อแม่ แม้แต่เป็นครูบาอาจารย์ ถ้าเด็กไปเรียนหนังสือแล้วโดนคุณครูทำโทษโดยการเฆี่ยนตี ก็จะไม่กล้ามาบอกพ่อแม่ เนื่องจากว่าพ่อแม่ก็จะตีซ้ำอีก อันนี้ก็คือในส่วนของยุคผม ยุคนี้ก็เช่นกันครับ ผมมองว่า ถ้าคนที่ไม่เคยมีครอบครัว ไม่เคยมีลูก ก็อาจจะไม่รู้ถึงความละเอียดอ่อนตรงนี้ ผมเคยตีลูก ตีไปสั่งสอนไป แต่หลังจากที่หันหลังให้ลูก น้ำตามันออกมาเองครับ ลูกมันเพียงแค่เจ็บ แต่พ่อแม่เจ็บปวดแล้วก็จำไว้นานมากกว่าลูกครับ อันนี้คือสิ่งที่ไม่อยากทำ แต่ว่าถ้าทำสิ่งที่มันผิด แล้วก็เดือดร้อน แล้วก็อนาคตทำให้สังคมมีความเดือดร้อนกับลูกของเรา อันนี้ก็คิดว่า คงจะมีความจำเป็น ผมมองว่าสิทธิในส่วนของคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นคนสร้างลูกขึ้นมา อันนี้ ก็มีสิทธิที่จะดำเนินการ เราย้อนกลับไปนิดหนึ่ง ในเรื่องของการที่ออกกฎหมายไม่ให้ครู ใช้ไม้เรียว ซึ่งผลงานวิจัยอันนี้อาจจะก้ำกึ่ง เพราะว่าคุณครูอาจจะเป็นบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ พ่อแม่ ก็พบว่าประมาณ ๕๔ เปอร์เซ็นต์ ที่เห็นว่าน่าจะกลับมาใช้ไม้เรียว แต่ว่าเห็นว่า เดินต่อไปก็ประมาณ ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่ในส่วนของพ่อแม่ผมมองว่า ไม่อยากจะให้มี กฎหมายตัวนี้ไปกำหนดห้ามพ่อแม่ ยกตัวอย่างอีก พ.ร.บ. หนึ่ง พ.ร.บ. เกี่ยวกับการทรมานสัตว์ พบว่ามีหลายเคส หลายกรณีที่สุนัขไปกัดลูกจนเสียชีวิต หรือว่าเป็นกัดคนในครอบครัว เสียชีวิต ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ อันนี้ก็คือผลของการออกกฎหมายที่ไม่มองรอบด้าน เพราะฉะนั้นอย่างน้อย ๆ ผมมองว่าอยากจะให้คิดพิจารณา แล้วก็ให้คนที่เป็นหัวอกคุณพ่อ คุณแม่ได้แสดงความคิดเห็นให้เยอะ แล้วก็จะได้ดูในเรื่องของกฎหมายตัวนี้ให้มันรอบด้าน ไม่เป็นปัญหาภายหลังครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพิทักษ์เดชเชิญครับ🔗

นายพิทักษ์เดช เดชเดโช นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พิทักษ์เดช เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายการแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มาตรา ๑๕๖๗ ท่านประธาน ที่เคารพ ผมเห็นด้วยในหลักการและเหตุผลของคณะกรรมาธิการก่อนนี้ ที่ไม่ให้เกิด ความรุนแรง ทารุณกรรม หรือการทำร้ายอันส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของบุตร แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ในเมื่อเรามาดูในการแก้ไขกฎหมายตามมาตรา ๓ (๒) ที่พูดว่า การทำโทษบุตรเพื่อสั่งสอน หรือปรับพฤติกรรม ต้องไม่เป็นการกระทำด้วยความรุนแรง ต่อร่างกาย จิตใจ ไม่เป็นการเฆี่ยนตี หรือกระทำโดยมิชอบอันเป็นการลดทอนคุณค่า ศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ของบุตร ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า ด้วยประเด็นความคลุมเครือ ทางข้อกฎหมาย ทั้งด้วยความหมายที่จะสร้างผลกระทบต่อสังคม ต่อผู้ใช้กฎหมาย ต่อผู้ที่ รับใช้กฎหมายนี้ มันเป็นความคลุมเครือทางข้อกฎหมายที่จะเป็นปัญหาให้กับสังคม ผมขอกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า การทำร้ายบุตร หรือการปรับปรุง พฤติกรรมของบุตร ที่เราร่างไว้ในข้อกฎหมายที่ว่า เป็นการทำร้ายร่างกายและจิตใจ มันเป็นความหมายที่กว้างจนเกินไป รวมไปถึงไม่มีการเฆี่ยนตีโดยมิชอบ การลดทอนคุณค่า แห่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ วันนี้ถ้าเราไปดุด่า ว่ากล่าวบุตร ไปตำหนิบุตรเล็ก ๆ น้อย ๆ มันก็เป็นประเด็นทางข้อกฎหมาย ถ้าเราจะให้กฎหมายฉบับนี้ที่เป็นความคลุมเครือ ทางประเด็นทางข้อกฎหมายผ่านไป ผมเชื่อว่าท่านประธานก็เป็นบุคคลทางสังคม ผมก็เป็นพ่อคน ท่านประธานครับ การเป็นพ่อแม่ปกครองบุตร ตามหลักธรรมเราต้องใช้ หลักธรรมในการปกครอง คือ พรหมวิหาร ๔ อยู่แล้วท่านประธาน ความเป็นพ่อแม่คนนี่ มีความเมตตา เมตตา คือ ความรัก กรุณา คือ ความสงสาร มุทิตา คือ ความพลอยยินดี อุเบกขา คือ วางตัวเป็นกลาง สิ่งสำคัญเหล่านี้ในการที่เราปกครองครอบครัวหรือปกครองบุตร เรามีพรหมวิหาร ๔ มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา และในเมื่อเราจะร่างกฎหมายฉบับนี้ ไปเพื่อทำร้ายครอบครัว ไปเพื่อการนำในการพิจารณาคดีสู่กระบวนการยุติธรรมเพิ่มขึ้น เป็นภาระของกระบวนการยุติธรรม โดยประเด็นทางข้อกฎหมายที่ยังคลุมเครือ โดยไม่สร้าง ความเป็นธรรมทางข้อกฎหมายให้ดียิ่งขึ้น ผมเชื่อว่าทุกคนก็รับไม่ได้ท่านประธานครับ วันนี้ เราต้องเป็นธรรม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่าเป็นพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ที่โดนบุตรทำร้าย พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ที่โดนนักเรียน นักศึกษาก้าวร้าวต่อท่าน วันนี้เราเคยมองเห็นภาพนั้นบ้างไหม แล้วการที่พ่อแม่ทำร้ายบุตรในขณะที่บุตรติดยาเสพติด มีการอาละวาด โวยวายมาทำร้าย พ่อแม่ วันนี้เราเคยมองเห็นบ้างไหม ก่อนที่เราจะไปถึงกระบวนการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ เมื่อก่อนผมเห็นด้วยว่า ที่เราจะต้องไม่มีความทารุณกรรม ไม่มีการละเมิด ต่อเด็ก ผมก็เห็นด้วยท่านประธานครับ และวันนี้ก็ตอบว่าเห็นด้วย แต่การแก้ไขประเด็น ตามข้อกฎหมายฉบับนี้มันยังคลุมเครือท่านประธานครับ🔗

สุดท้ายผมเห็นด้วยว่า การเลี้ยงดูบุตรท่านประธานครับ จะต้องเลี้ยงดู ด้วยความรัก ต้องสั่งสอน ทำโทษบุตรด้วยความเหมาะสม ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่จะเกลียดชังลูก ทำร้ายลูกให้ถึงแก่ความตาย ไม่มีครูบาอาจารย์คนไหนที่จะทำร้ายลูกศิษย์ให้ถึงแก่ความตาย เพราะไม่ว่าพ่อแม่ หรือครูบาอาจารย์ เรามีหลักในการปกครองทั้งนั้น ท่านประธานครับ ผมจึงพิจารณาเห็นแล้วว่า การแก้ไขกฎหมายมาตรานี้อาจเกิดปัญหาทางข้อกฎหมายให้กับ สังคมอย่างมากมาย ผมจึงขอเสนอให้กรรมาธิการถอนไปก่อน เพื่อกลับไปพิจารณาใหม่ ให้ตกผลึกและให้เกิดความเป็นธรรมต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ และเด็ก ดังเช่น ที่เราจะมีแนวทางว่า จะไม่ให้เกิดการทารุณกรรม และส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ ของเด็กต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านนิพนธ์ คนขยัน เชิญครับ🔗

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตร่วมอภิปรายในมาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๑๕๖๗ (๒) ครับ เพื่อนสมาชิกก็พูดกันเกือบครบถ้วนแล้วครับ ถือว่าครบ แต่ผมอยากเรียนนิดหนึ่งครับ วันนี้ในการแก้ไขว่า การทำโทษบุตรหรือว่าลูก ผมก็เชื่อมั่นว่า พ่อแม่ทุกคนรักลูก แต่ถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้ ไม่มีการตีลูกเลย ถ้าลูกดื้อ ภาษาบ้านผมนะครับ หรือว่าเกเร ตีไม่ได้เลย วันนี้ไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้วครับท่านประธาน เพื่อนสมาชิกทุกท่านก็อภิปรายว่า ต้องเลี้ยงดูลูก อบรมลูก ไม่เถียงครับ แต่บ้านผมมันบ้านนอกครับ วันนี้พ่อแม่ส่วนมากมาอยู่กรุงเทพฯ ลูกหลานอยู่กับปู่ ย่า ตา ยาย เพราะทางครอบครัวไม่มีเงินที่จะเลี้ยงลูกแบบถูกสุขลักษณะ อยากเลี้ยงครับ ท่านประธานครับ วันนี้อ่านดูแล้วถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกไป ใครจะกล้าตีลูก ลูกเกเร ลูกถือว่าแตกแถว ถ้าตีก็โดนแน่อย่างนี้ แม้แต่วันนี้คุณครูอยู่โรงเรียน ผมกลับบ้าน ก็ไปโรงเรียนบ่อยเหมือนกันโรงเรียนชนบทนะครับ วันนี้ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกไป ครูไม่ต้อง พูดถึงเลยครับ ไม้เรียวเก็บได้เลย ก็เห็นใจครับ หลายท่านว่าต้องรักเด็ก ต้องสั่งสอนเด็กให้ดี ทุกคนอยากสั่งสอน แต่อย่างที่ผมเรียนนี่ละว่า การเกิดมาเป็นคนมันไม่เท่าเทียมกันครับ ดังนั้นวันนี้อยากให้คณะกรรมาธิการเอาคืนไปทบทวนใหม่ก่อน เพราะถ้าผ่านฉบับนี้ไป เดี๋ยวชาวบ้านก็ว่าผม พ่อแม่ ผู้ปกครองว่า กำนัน ทำไมผ่านล่ะ ด่าลูกแล้วตีลูกไม่ได้เลย แล้วจะทำอย่างไร หรือจะปล่อยให้ลูกตีแม่ฝ่ายเดียวหรือ อันนี้บ้านผมนะครับ บ้านอื่น ไม่ทราบครับ ดังนั้นวันนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ก็อยากให้กลับไปทบทวนใหม่ว่า เอาละ การรักลูกนี่รักทุกคน ถ้าลูกมันเกเร ตีหน่อยไม่ได้หรือ ไม่มีใครอยากตีลูกตัวเองครับ ไม่มี ทุกคนรักลูกดั่งแก้วตาดวงใจ อย่างคุณครูก็บอกผมเหมือนกันว่า ลูกศิษย์ก็เหมือนลูก เวลา ลูกศิษย์ได้ดีก็น้ำตาไหล เวลาลูกศิษย์ไม่ดีครูก็เสียใจเช่นกันครับ ดังนั้นขอเรียนท่านประธานว่า ให้คณะกรรมาธิการเอากลับไปคิดใหม่ เสนอมาใหม่ ให้ลูกหลานเรามีทางออก ให้พ่อแม่ มีทางออก ถ้ามันไม่ดี ไม่ดีอย่างไร จะทำอย่างไร จะตีอย่างไร ตีขนาดไหน ถ้าไม่ให้ตีเลย ผมไม่เห็นด้วยครับท่านประธาน กราบขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านวรวิทย์ บารู ขออภัยครับ คุณหมอชลน่านขอหารือ ท่านวรวิทย์รอสักครู่นะครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ผมได้ลุกขึ้นอภิปราย ต้องขอเรียนผ่านท่านประธาน ขอกราบอภัยเพื่อนสมาชิกที่ได้ลงชื่อไว้ กระผมยกมือไม่ได้ลงชื่อแต่ได้รับโอกาส ประเด็นที่ท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ได้พิจารณากันในขณะนี้ เป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติในวาระที่ ๒ หลังจากที่เรา รับหลักการมาแล้ว เป็นร่างของคณะกรรมาธิการที่จะกลับมาเสนอต่อสภาว่า จะเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบกับคณะกรรมาธิการ กฎหมายฉบับนี้สั้นครับมีแค่ ๓ มาตรา แล้วคณะกรรมาธิการ ก็แก้ไขในมาตรา ๓ สิ่งที่ผมฟังท่านประธานได้อนุญาตให้ท่านสมาชิกได้อภิปราย มันมีแนวคิด อยู่ ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ คือสนับสนุน ส่วนที่ ๒ คือคัดค้าน แล้วผมก็กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่า เสียงข้างมากในสภาแห่งนี้มีแนวโน้มคัดค้าน เท่าที่ฟังจากการอภิปราย มีข้อเสนอให้คณะกรรมาธิการถอนไปปรับแก้ หรือมีมติว่าจะไม่เห็นชอบกับกฎหมายฉบับนี้ ในวาระที่ ๒ เลย อันนี้คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด ผมเองด้วยความเคารพท่านประธานครับ การพิจารณาในวาระนี้สิ่งที่เรากำลังพิจารณากัน มันเป็นประเด็นที่คณะกรรมาธิการได้ไปแก้ไขในตัวบทมาตรา ๓🔗

ประการแรกสุด ผมเองกลับไปตรวจดูหลักการที่สภาแห่งนี้รับไป ผมเคยพูด ไว้หลายครั้งท่านประธานครับว่า การเขียนหลักการแล้วเอาถ้อยคำในหลักการมาเขียน ในตัวบท มันเป็นการมัดมือสภาแห่งนี้ จำใจต้องยอมรับและเห็นชอบตามกฎหมายฉบับนั้น เพราะถ้าท่านไปเปลี่ยนแปลง แก้ไขถ้อยคำ ยกตัวอย่าง ที่ท่านเห็นอยู่ในภาพฉายขณะนี้ ถ้อยคำในหลักการถูกแก้ไขหมดเลย ถ้าท่านประธานจะกรุณากลับไปตรวจสอบดูหลักการ ผมขออนุญาตอ่านหลักการเพื่อบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้จะได้ช่วยกันทำงานต่อไป หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อกำหนดสิทธิของผู้ใช้อำนาจปกครอง ในการทำโทษบุตร ต้องไม่เป็นการกระทำทารุณ ถ้อยคำนี้ การกระทำทารุณกรรม ถ้อยคำนี้ ถูกคณะกรรมาธิการแก้ไขออกไป ตัดออกไป หรือทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ หลักการมีแค่นี้ครับ ถ้อยคำที่อยู่ในหลักการเดิมถูกตัดออกไปอยู่หลายถ้อยคำ แล้วคณะกรรมาธิการก็ไปเปลี่ยน ถ้อยคำใหม่มาในตัวร่าง สิ่งที่เป็นประเด็นก็คือคำว่า ทารุณกรรม ซึ่งเป็นประเด็นหลักนะครับ แล้วก็เติม การลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุตร ออกมา ประเด็นที่ผมนำเรียน ท่านประธานขณะนี้ คือ🔗

เรื่องที่ ๑ มีการแก้ไขหลักการอย่างแน่นอน เจ้าของร่างต้องกราบด้วยความเคารพ ว่าท่านเป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย ผมไม่แน่ใจว่าท่านได้ต่อสู้ในชั้นของการพิจารณาวาระ ในการพิจารณาชั้นกรรมาธิการหรือไม่ อันนี้เป็นเรื่องที่ ๑ นะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เท่าที่ฟัง แม้คณะกรรมาธิการไปแก้ไขในการตัดหลักการออกไป แล้วเพิ่มถ้อยคำใหม่เข้ามา ดูเสมือนว่าจะเบากว่าเดิม ในมุมผมเลยครับ เบากว่าเดิม เพราะไม่มีคำว่า ทารุณกรรม ไปแล้ว แต่ยังมีคำว่า ห้ามเฆี่ยนตี อยู่ ประเด็นที่เรากำลัง อภิปรายขณะนี้ ถ้าสมมุติว่า สภาแห่งนี้ไม่เห็นชอบกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ มีอยู่ ๒ อย่าง ๑. คว่ำไปเลย ๒. กลับไปใช้ร่างเดิมของสภา หรือ ๓. ให้คณะกรรมาธิการ ถอนไปแก้ไขใหม่ทั้งหมด นั่นหมายความว่า ต้องไปแก้ไขหลักการด้วย ทางเลือกเหล่านี้จะเอา อะไร ถ้าท่านประธานสังเกตคำอภิปรายของสมาชิกนะครับ มีแนวโน้มว่า ถ้าคณะกรรมาธิการ ไม่ถอนเขาจะคว่ำเลย นั่นคือสภาแห่งนี้กำลังปฏิเสธสิ่งที่สภาแห่งนี้รับหลักการไปด้วย ถ้าคว่ำก็คือ ปฏิเสธในการรับหลักการของสภาแห่งนี้ไปตั้งแต่วาระที่ ๑ คือแนวทางเหล่านี้ ผมเองในฐานะที่ทำงานด้านนี้มาพอสมควร ผมเห็นว่าเรากำลังหลงทิศ ถ้าทางออกทั้ง ๓ นี่นะครับ ถ้าจะเป็นการดี แล้วเป็นการส่งเสริม ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครองเอง สิทธิเด็กเอง ต้องมา ชั่งน้ำหนักให้ดี ถ้าคณะกรรมาธิการคิดว่า จะถอนไป แล้วไปแก้ไขหลักการใหม่ทั้งหมดเลย ให้มัน Balance ถามว่า ทำได้ไหม ผมยืนยันว่าทำได้ แม้ในชั้นรับหลักการ รับหลักการไปแล้ว คณะกรรมาธิการได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขหลักการกลับมาที่สภาแห่งนี้ แน่นอนครับ ท่านทำผิด ข้อบังคับแน่นอน เพราะข้อบังคับบอกว่า ต้องไม่แก้ไขหลักการ แต่มันมีความจำเป็นต้องแก้ ก็แก้ได้ สภาแห่งนี้เคยอนุมัติกฎหมายที่แก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักการมาหลายฉบับครับ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ พระราชบัญญัติแก้ไขว่าด้วยเรื่องอ้อยและน้ำตาล ท้องถิ่นที่กำลัง จะเข้ามาใหม่ อันนี้ก็แก้หลักการ แต่ท่านต้องมาขออนุญาตกับสภาแห่งนี้ว่า จะยอมให้แก้ไหม เรามีกระบวนการการตรากฎหมาย เรามีนิติวิธีอยู่ ถ้าสภาแห่งนี้อนุมัติและเห็นชอบ กับแก้หลักการใหม่ ท่านไปได้ครับ วาระที่ ๒ วาระที่ ๓ ผ่านสภาผู้แทนราษฎรเราก็ส่งให้ วุฒิสภาได้เลย วิธีที่เราทำกันมาผมพูดหลายครั้งในสภาแห่งนี้ครับ เมื่อท่านเปลี่ยนแปลงแก้ไข หลักการ ท่านต้องไปเขียนหลักการใหม่ให้เราดูในข้อสังเกตที่ท่านบันทึกมาให้เราดู พร้อมกับ เหตุผลที่ท่านแก้ เพื่อสภาแห่งนี้จะได้ดูว่า จะเห็นชอบกับท่านหรือไม่ อันนี้วิธีการเราทำมา อย่างนี้ตลอด แต่ฉบับนี้ไม่มีครับ ไม่ได้ระบุไว้ในข้อสังเกตเลย ทั้ง ๆ ที่ท่านมีการแก้หลักการ ออกไป และฟังจากถ้อยคำเมื่อท่านแก้มาตัด ทารุณกรรม ออกไป เหลือแต่ เฆี่ยนตี สภาแห่งนี้ ก็ยังยอมไม่ได้ เพื่อปกป้องสิทธิผู้ปกครอง แนวโน้มมันจะถูกคว่ำ ผมก็เลยกราบเรียน ท่านประธานว่า ลองหาวิธีการดูว่ามันควรจะเป็นอย่างไร ข้อเสนอผมเราทำงานมาหนัก ขนาดนี้แล้ว คณะกรรมาธิการยอมนิดหนึ่งเถอะครับ ถอนไปเลย ถอนไปท่านไปปรับปรุง ตัวบทใหม่เลย รับข้อสังเกตของเพื่อนสมาชิกวันนี้ไปปรับปรุงนะครับ ให้มีความสมดุลกัน ระหว่างสิทธิเด็กและสิทธิของผู้ปกครอง ถ้อยคำอันไหนที่มันกำกวม เช่น คำว่า ศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ ท่านเอาอะไรมาวัด ท่านสมาชิกหลายท่านถามอยู่ มันจะเป็นสิ่งที่เป็นเหตุ ให้เกิดการลงโทษผู้ปกครองได้ เกิดแปลความได้หลายมุม ท่านก็ไปปรับแก้ เขียนกฎหมาย ให้มันกระชับ ชัดเจนและสั้น เหมือนที่ท่านเขียนมาตอนแรกผมคิดว่า เอาปรับมา แต่ว่าถ้าท่าน แก้หลักการ แล้วอย่าลืมนิติวิธี หรือกระบวนการการตรากฎหมายของเราที่ท่านต้องมา ขออนุญาตต่อสภาแห่งนี้ ด้วยความขอบคุณท่านประธาน🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณชุติพงศ์ เชิญครับ ไม่แล้วนะครับ คณะกรรมาธิการชี้แจงก่อนครับ มีท่านจิราภรณ์ครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

แต่ว่าเดี๋ยวผมจะขออนุญาตตอบ ประเด็นทางคุณหมอชลน่านสักนิดหนึ่งก่อนครับท่านประธาน ในประเด็นที่ท่านพูดถึง เรื่องการขัดหลักการครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาอย่างนี้ได้ไหมครับท่านกรรมาธิการครับ พอดีท่านจิราภรณ์🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ผมได้ Note ไว้เองครับ แต่ว่าเดี๋ยว ผมขอต่อ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ทีนี้เดี๋ยวจะกลายเป็นว่า ทางสมาชิกยังอภิปรายไม่จบ แล้วก็เดี๋ยวจะตอบโต้ไปมา ในกรณี ท่านจิราภรณ์ท่านจะเดินทางก่อน ผมก็พออนุโลมกันได้นะครับ ท่านจะเดินทางกลับก่อน ผมว่าเรียนเชิญท่านจิราภรณ์ และส่วนท่านณัฐวุฒิ ท่านจะชี้แจงก็ขอเป็นให้สมาชิกอภิปราย ให้จบก่อนนะครับ เชิญท่านจิราภรณ์ครับ🔗

ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงจิราภรณ์ อรุณากูร กรรมาธิการ

สวัสดี ท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะคะ ดิฉัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงจิราภรณ์ อรุณากูร เป็นกรรมาธิการในกฎหมายนี้ ก็ดีใจที่ได้มาฟังแล้วก็ยังพบว่า หลาย ๆ ท่านก็อาจจะยังมีความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของการที่เราจะกำหนดตัวบทกฎหมาย ที่จะเข้าไปทำงานกับครอบครัว ทีนี้สิ่งสำคัญมาก ๆ หมอคิดว่า เราอาจจะโตมากับความเชื่อ แล้วก็ค่านิยมแบบหนึ่ง คำว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ก็เป็นสิ่งที่ฝังอยู่กับการเลี้ยงดูของคนไทย อย่างมาก ในฐานะของนักวิทยาศาสตร์ ในฐานะของแพทย์ก็อยากจะเรียนชี้แจงในด้านของ องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ในปัจจุบันนี้เรามีการทำงานที่เกี่ยวกับการวิจัยต่าง ๆ ที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องของการทำงานของสมองของมนุษย์ แล้วก็พบว่าเด็ก ๆ ที่เติบโตมา กับการเลี้ยงดูด้วยความรุนแรง ส่งผลกระทบเชิงลบกับตัวเด็กมาก ๆ โดยเฉพาะสิ่งที่เรียกว่า เป็น Adverse Childhood Experience หรือ ACE ถ้าไปดูตามงานวิจัยก็จะพบว่า เด็กที่เติบโต มากับความรุนแรง ก็จะมีปัญหาที่ทำให้เด็กปิดกั้นสมองส่วนการเรียนรู้ แต่ว่าไปเชื่อมโยง กับสมองส่วนการเอาตัวรอด และที่สมองส่วนการเอาตัวรอดทำงาน ก็จะทำให้เด็ก แค่แก้ปัญหาด้วยการเอาตัวรอด ก็คืออาจจะใช้ความรุนแรงตอบโต้กลับ เราก็เจอว่าเด็ก ที่เติบโตมากับความรุนแรงหลายคนก็มีปัญหาของการใช้ความรุนแรงในอนาคตนะคะ ในบ้านกาญจนาภิเษกที่เป็นสถานที่กักกันเด็กเยาวชนที่กระทำความผิด ได้มีการทำงาน กับครอบครัว ก็พบว่าเด็กส่วนใหญ่ของบ้านกาญจนาภิเษกเกือบทั้งหมด เติบโตมากับ ครอบครัวที่ใช้ความรุนแรง ทำให้โตมาและต่อมาเขาก็เป็นอาชญากรก่อคดีต่าง ๆ นะคะ นอกจากเรื่องของความรุนแรงเราพบว่า เมื่อสมองได้ทำงานกับสมองกันเอาตัวรอดเท่านั้น ก็พบว่าเด็กจำนวนหนึ่งก็จะใช้วิธีการหลีกหนี นอกจากการสู้กลับก็ใช้วิธีการหลีกหนีในการ ที่จะปกปิดความผิด โกหก แล้วก็หลีกหนีการมีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่ เด็กจำนวนหนึ่ง ก็พัฒนาเรื่องของความวิตกกังวล ความหวาดกลัว ที่สำคัญมาก ๆ ก็คือเวลาที่เราถูกกระทำ ความรุนแรง สิ่งที่ทำให้เกิดความบั่นทอนก็คือ เรื่องของตัวตน เราจะไม่แน่ใจว่าตัวเรา เป็นคนที่เป็นที่รัก ตัวเราเป็นคนที่มีความหมาย เด็กเหล่านี้ก็จะเติบโตมากับการที่มีเด็กที่เป็น Self-Esteem ที่ต่ำ มีความรู้สึกดี หรือความรักตัวเองที่ต่ำลงนะคะ ซึ่งพวกนี้ก็จะนำมาซึ่ง โรคทางจิตเวช ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรคซึมเศร้า วิตกกังวล ซึ่งสิ่งเหล่านี้วิทยาศาสตร์สมอง ก็ได้เรียนรู้มาระยะ ๒๐-๓๐ ปีนี้นะคะ เรื่องของการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวก การไม่ใช้ความรุนแรง การใช้วิธีการช่วยคิด ช่วยสอน ช่วยการแก้ปัญหา จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าการสร้าง บทลงโทษเฉย ๆ เวลาที่เราบอกว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี พ่อแม่ก็จะคิดถึงแค่การแก้ปัญหาว่า เวลาลูกทำผิดก็จะจบลงด้วยการทำโทษ แต่จริง ๆ แล้วเวลาที่เด็กทำผิดสิ่งสำคัญมาก ๆ คือ การมองหาว่า สาเหตุที่เขาทำผิดคืออะไร และเข้าไปแก้ไขสิ่งเหล่านั้น เข้าไปดูว่าทักษะอะไร ที่ทำให้เด็กทำสิ่งเหล่านั้นได้ดีขึ้น หรือไม่ทำสิ่งที่ไม่ควรทำ การลงโทษอาจจะนำมาซึ่ง ความหวาดกลัว แต่มันไม่ใช่การสร้างการเรียนรู้ที่แท้จริงของเด็ก อันนี้หมอก็อยากจะขอ ฝากไว้ในฐานะนักวิชาการว่า ในยุคนี้แล้วเราน่าจะเลิกถกเถียงกันเรื่องของการที่ว่า ถูกตี ก็ดีมาได้นะคะ เพราะว่าจริง ๆ การดีขึ้นมาของเด็กคนหนึ่ง หรือการที่เราเติบโตมาแบบที่เรา ได้ดี มันอาจจะไม่ได้เป็นองค์ประกอบของการถูกตี แต่อาจจะเป็นจากการที่เรารับรู้ว่า พ่อแม่ มีความรักให้เรา มาจากการอบรมสั่งสอน มาจากการพัฒนาศักยภาพของตัวเรา เวลาที่พ่อแม่ พูดว่า ถูกตีก็ดีมาได้ หมอก็จะชอบพูดกลับไปว่า จริง ๆ อาจจะดีกว่านี้อีกถ้าไม่โดนตีนะคะ เพราะว่าการตีสร้างผลที่มันก็ส่งผลกระทบเชิงลบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความมั่นคง ในความสัมพันธ์ ความมั่นคงทางจิตใจ การเชื่อว่าเราอาจจะไม่ดีพอ การเติบโตมากับการเชื่อว่า อำนาจหรือความรุนแรงเป็นสิ่งที่เราจะใช้จัดการคนอื่น เพราะฉะนั้นเด็กจำนวนหนึ่งก็เจอว่า เป็นเด็กที่พัฒนาในเรื่องของความก้าวร้าวรุนแรงเมื่อเขาโตขึ้น สิ่งสำคัญก็คือว่า หมอคิดว่า สิ่งที่เราควรจะสร้าง หมอเข้าใจดีว่าพ่อแม่ไม่มีใครอยากที่จะตีลูก เขาแค่ไม่รู้ว่าทำอย่างอื่น ได้ด้วยหรือถ้าไม่ตี พ่อแม่ทุกคนรักลูก เมื่อสักครู่ สส. หลายท่านก็พูดว่า เวลาตีลูกเรา ก็เจ็บไปด้วยนะคะ แต่หมอคิดว่าหลายครั้งพ่อแม่ก็ไม่รู้ว่า นอกจากการตีเรามีวิธีการอื่น ในการฝึกเด็กหรือเปล่า แต่หมอคิดว่าการที่เรามีกฎหมายที่เราให้ความสำคัญในเรื่องเดียวกัน ส่งเสียงในเรื่องเดียวกันว่า ความรุนแรงกับเด็กมันไม่เป็นประโยชน์ เราจะเริ่มมีสังคม ที่จะขยับขยายว่า แล้ววิธีการอะไรล่ะที่จะทำให้การเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่ง เด็กเติบโตขึ้นมาได้ โดยที่ไม่ต้องใช้ความรุนแรง ซึ่งจริง ๆ จะมีการฝึกวินัยเชิงบวกเยอะแยะมาก ๆ ที่ไม่ต้อง จบลงด้วยการทำโทษ หรือการใช้ความรุนแรง หรือการใช้การตี หรือการใช้อำนาจเข้าไป บังคับ ข่มขู่ ทำให้รู้สึกแย่ ลดทอนตัวตน ลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ของเด็ก หมอเชื่อว่า สิ่งสำคัญก็คือการที่เราจะช่วยกันส่ง Message ในฐานะของคนที่มีอำนาจในการสร้าง กฎหมายว่า การกระทำความรุนแรงกับเด็กไม่ได้เกิดผลดี แล้วเราจะทำให้พ่อแม่ แล้วก็สังคม ค่อย ๆ ขยับขยายหาวิธีการที่จะช่วยทำให้เรามีวิธี ซึ่งอันนี้ในคณะกรรมาธิการเราก็คุยกันว่า กฎหมายนี้อาจจะไม่ได้สร้าง หรือเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมหรอก แต่กฎหมายจะเป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้สังคมมีความรับรู้สิ่งเดียวร่วมกันว่า ความรุนแรงนั้นไม่ได้สร้างคน ความรุนแรงไม่ได้ สร้างผลดีกับเด็ก และการไม่ตีไม่เท่ากับไม่สั่งสอน การที่เราช่วยฝึกทักษะต่าง ๆ ทำให้เขา ทำอะไรได้ดีขึ้น จัดการตัวเองได้ดีขึ้น ควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น ทำสิ่งที่ควรทำได้ดีขึ้น จริง ๆ มัน ไม่ต้องใช้การลงโทษ หรือใช้ความรุนแรงเลย ซึ่งสิ่งเหล่านี้หมอคิดว่า เป็นหน้าที่สำคัญที่คน ทำงานในเรื่องของการกำหนดมาตรฐานกับประเทศจะช่วยกันส่งเสียงกับสิ่งเหล่านี้นะคะ ก็น่าจะประมาณนี้ที่อยากจะฝากไว้ค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณกรรมาธิการครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ท่านประธานครับขออนุญาตหารือ นิดหนึ่งครับ เกี่ยวกับประเด็นของท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

เรียนท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดระยอง ในฐานะวิปฝ่ายค้าน ขออนุญาต ตอบต่อประเด็นที่ทางคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ได้มีการลุกขึ้นหารือ ถึงกระบวนการและได้มีการสื่อสารถึงประเด็นว่า สภาจะเดินต่ออย่างไร และมีการเสนอว่า ให้คณะกรรมาธิการทำอย่างไรต่อประเด็นนี้🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชุติพงศ์ครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอัครเดชสักครู่ครับ ท่านให้ผมวินิจฉัย ท่านชุติพงศ์อย่างนี้นะครับ ประเด็นนี้เป็นเรื่อง ของคณะกรรมาธิการที่คณะกรรมาธิการจะชี้แจง เดี๋ยวท่านให้เป็นหน้าที่ของทาง คณะกรรมาธิการ ซึ่งหลังจากที่อภิปรายเสร็จแล้ว ทางคณะกรรมาธิการก็จะชี้แจงประเด็น ของคุณหมอชลน่าน ไม่อย่างนั้นท่านจะไปแซงคิวเพื่อนอีก ๓ ท่าน ที่เขากำลังจะอภิปราย🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ผมเข้าใจครับท่านประธาน แต่เป็นเรื่องของ กระบวนการที่ตอนแรกมีการหารือ และมีการพูดคุยถามตอบกับท่านประธานไปแล้ว ทีนี้คุณหมอชลน่านเองก็ไม่ได้ลงชื่อไว้ครับ ผมหารือในฐานะวิปถึงกระบวนการต่อจากนี้ แล้วเป็นการตอบต่อทางคุณหมอชลน่าน ส่วนเรื่องหลักการผมไม่ก้าวล่วงครับ ให้ทาง คณะกรรมาธิการเป็นผู้ตอบเรื่องนี้ได้ แต่ส่วนของคุณหมอชลน่านที่บอกว่า มีการเสนอว่า อย่างไรและมีการพูดว่า เสียงส่วนมากในสภาที่เห็นว่า มีการอภิปรายไปในทิศทางที่ไม่เห็นด้วย จึงเห็นควร มันเป็นการวินิจฉัยครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อย่างนี้ท่านชุติพงศ์ครับ ผมต้องขออภัยท่านวรวิทย์ด้วย พอดีเมื่อสักครู่นี้คือคุณหมอชลน่าน ได้แจ้งกับทางท่านรองเลขาธิการว่า จะขอแสดงความเห็นสั้น ๆ ผมก็เข้าใจว่าจะเป็นการ แสดงความเห็นไม่ใช่ในเรื่องของเนื้อหาสาระ ก็เลยอนุญาตให้ท่านสั้น ๆ พอดีคุณหมอยาว เดี๋ยววันหลังผมก็ถามคุณหมอว่า คุณหมอสั้นหรือคุณหมอยาว ถ้าคุณหมอยาวผมก็จะให้ไป ต่อคิวเหมือนกัน🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

อย่างนั้นผมก็ขอสั้น ๆ ครับ ผมไม่ยาว กว่าคุณหมอแน่นอน นิดเดียวครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอัครเดช ก็รอประท้วงผมอยู่🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ขออนุญาตนิดเดียวนะครับ ผมเข้าใจว่า ท่านอัครเดชลงชื่อไว้เป็นคนสุดท้าย🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชุติพงศ์ ผมขออนุญาตจริง ๆ เดี๋ยวท่านอัครเดชจะประท้วงผม แล้วมันก็จะยืดยาว เสียเวลา เดี๋ยวผมให้คิวท่านแต่ว่าท่านต้องไปต่อคิวนะครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

อย่างน้อยท่านประธานให้ทางฝ่ายค้าน ได้พูดตอบกลับทาง เดี๋ยวมันจะเลยวาระครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่เลยครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

คือเมื่อสักครู่ผมเข้าใจว่าทาง คณะกรรมาธิการ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขออภัยครับนะครับ ผมวินิจฉัยแล้ว ผมขออนุญาตจริง ๆ ว่า ท่านต่อท่านอัครเดชนะครับ เชิญอาจารย์วรวิทย์ เชิญครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผมหารือ ท่านประธานนิดหนึ่งครับ เนื่องจากชื่อผมต่อจากท่านนิพนธ์ คนขยัน พอดีผมมีภารกิจ นิดหนึ่งครับ ผมขออนุญาตท่านประธานว่า ไม่รู้ว่าชื่อมาแทรกได้อย่างไร ผมขออนุญาต ท่านประธานสั้น ๆ นิดเดียวครับ พอดีมีภารกิจแล้วก็ท่านนิพนธ์ รายชื่อผมต่อจากท่านนิพนธ์🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ได้ครับ เชิญท่านอัครเดชครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานได้อภิปรายในวาระที่ ๒ ของร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ได้มีการเสนอ อยากเรียนท่านประธานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาผมเองเป็นวิปรัฐบาลด้วย ก็ได้มีการพิจารณา ร่วมกับเพื่อนวิปรัฐบาลเกี่ยวกับกฎหมายตรงนี้ในวาระที่ ๒ ผมเสียดายจริง ๆ เสียดายที่ ในที่ประชุมวิปรัฐบาล คณะกรรมาธิการไม่ได้มาชี้แจงด้วย ให้เจ้าหน้าที่ พม. มาชี้แจง ก็คือ เจ้าหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาชี้แจง ในการแก้ไข แปรญัตติในส่วนของมาตรา ๒ ซึ่งเป็นกฎหมายที่เราเรียกว่า ห้ามตีเด็ก เรียนท่านประธานว่า ในประเด็นนี้ผมเองก็ได้ซักกับเจ้าหน้าที่ของ พม. คือกฎหมายตรงนี้ต้องเรียนท่านประธาน เลยว่า มันเป็นกฎหมายเทคนิคจริง ๆ แล้วก็เป็นกฎหมายที่ผมคิดว่า สภาแห่งนี้ต้องพิจารณา ให้รอบคอบ เพราะว่าคำว่า เฆี่ยนตีเด็ก เราเองได้ออกกฎหมายตรงนี้ไป ผมก็คิดว่าจะกระทบ กับสังคมพอสมควร เพราะว่าพ่อแม่เป็นผู้ปกครอง หรือเป็นบุพการีที่จะต้องเลี้ยงดูเด็ก การที่จะต้องเฆี่ยนตีเด็กหรือตีเด็ก ผมก็ได้ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ของ พม. ได้เสนอให้ทางวิป ขอให้คณะกรรมาธิการได้ถอนกฎหมายนี้ออกไปก่อน เพราะว่าทางเจ้าหน้าที่ พม. มาชี้แจง โดยไม่มีคณะกรรมาธิการของชุดนี้มาชี้แจงเลย ก็ถามว่าแล้วการที่พ่อแม่ถือไม้กวาด ทางมะพร้าวเล็ก ๆ ตีเด็กมันผิดกฎหมายไหม เจ้าหน้าที่ พม. ก็บอกว่า ผิดกฎหมาย ต้องเรียน ท่านประธานว่า พรรครวมไทยสร้างชาติเอง แล้วก็ผมไม่ได้เห็นด้วยกับการทำร้ายร่างกายเด็ก แล้วก็ไม่เห็นด้วยกับการทารุณกรรมกับเด็ก แล้วก็การใช้ความรุนแรงกับเด็ก เมื่อสักครู่นี้คุณหมอที่มาชี้แจงซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการว่า ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง กับเด็ก แล้วท่านก็บอกมีผลทางวิชาการชัดเจนว่า การใช้ความรุนแรงกับเด็กจะทำให้ พัฒนาการของเด็กมีปัญหา ผมก็เห็นด้วยครับว่า การใช้ความรุนแรงกับเด็กมันเป็นสิ่งที่ ไม่เหมาะสม การทารุณทางร่างกายและจิตใจเด็กเป็นสิ่งที่สังคมรับไม่ได้ แต่ต้องเรียน ท่านประธานว่า แล้วการตีเด็กอะไรคือความรุนแรง ตีขนาดไหนคือ รุนแรง แล้วการตี กับการทารุณกรรมมันคนละเรื่องกันนะครับ การทำร้ายร่างกายเด็ก กับการตีลูกก็คนละเรื่องกัน ผมก็เลยบอกว่า ถ้าทางเจ้าหน้าที่ พม. ที่มาชี้แจงยังไม่สามารถชี้แจงได้ว่า การตีเด็กถือว่า เป็นความรุนแรงหรือไม่ ท่านต้องถอนกลับไปและท่านต้องไปทำมาตรฐานกฎหมาย มาตรา ๒ ของท่านที่ท่านแก้ไขมา อย่างที่คุณหมอชลน่านได้ชี้แจงครับว่า ท่านต้องทำให้ชัดเจนก่อน ถ้ากฎหมายตรงนี้ออกไป แล้วเจ้าหน้าที่ไปบังคับใช้ แล้วเกิดความกำกวม มันก็จะเป็นปัญหา ของสังคม เพราะว่าผมก็เรียนกับท่านประธานว่า วันนี้ต้องเรียนกับท่านคณะกรรมาธิการ แล้วก็เพื่อนสมาชิกว่า วันหนึ่งเราเคยออกกฎหมายครูห้ามตีเด็กนักเรียน วันนี้เราบอกว่า การศึกษาไทยมันถอยหลังลงไป วันนี้เราไปอยู่อันดับ ๘ ของ ASEAN กฎหมายตรงนี้เคยทำ วิจัยหรือยังว่า กฎหมายที่เราบอกว่า ครูห้ามตีเด็กมันมีผลกระทบต่อการศึกษาหรือไม่ ผมไม่รู้นะครับว่ามันมีผลกระทบหรือไม่ และผมก็ไม่รู้ว่ามีใครมาวิจัยอย่างนี้หรือไม่ว่า วันนี้ การศึกษาไทยมันถอยหลังลงไป เพราะครูไม่กล้าตีเด็ก ไม่ใช่ลูกฉัน จะเป็นอย่างไร จะโตไป จะดีจะเลว จะดีจะชั่วอย่างไรก็เป็นลูกคนอื่น ตีไปก็ผิดกฎหมาย ตรงนี้มันมีผลกระทบไหม เราได้มาวิจัยไหม แน่นอนครับ ผมย้ำครับ เราไม่เห็นด้วยกับการทารุณกรรมเด็ก ไม่เห็นด้วย กับการใช้ความรุนแรงกับเด็ก อันนี้ชัดเจนนะครับ แต่การตีเด็กนี่ตีอย่างไร เจ้าหน้าที่ พม. กับคณะกรรมาธิการก็ชี้แจงไม่ได้ เพราะว่าท่านไม่มา ก็เลยบอกว่า ขอให้ท่านถอนไปก่อน เพราะว่ากฎหมายนี้เรารับหลักการมา ถ้าท่านยังยืนยันใช้กฎหมายที่ท่านแก้มาอย่างนี้อยู่ ผมคิดว่าสมาชิกส่วนใหญ่ก็คงจะไม่เห็นด้วยนะครับ ก็เลยเรียนกับท่านประธาน🔗

สิ่งที่สำคัญอีกอันหนึ่งท่านประธานครับ เรามีกฎหมายบอกว่า พ่อแม่ ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของเด็กและเยาวชน ถ้าเด็กทำผิดพ่อแม่ต้องรับผิดชอบด้วย แต่วันนี้เรากำลังออกกฎหมายที่คลุมเครือว่า พ่อแม่ตีเด็กไม่ได้ แล้วถามพ่อแม่ว่า วันนี้ ถ้าตีเด็กไม่ได้ แล้วต้องรับผิดชอบกับการกระทำความผิดของเด็ก ๆ ของเยาวชน มันจะเหมาะสมหรือไม่ วันนี้สภาผู้แทนราษฎรของเราต้อง Clear ประเด็นนี้ด้วยนะครับ ผมคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องพิจารณาด้วย ฉะนั้นเรายืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับการใช้ ความรุนแรงกับเด็ก และไม่เห็นด้วยกับการทารุณกรรมเด็ก แต่คณะกรรมาธิการควรจะต้อง ถอนร่างตรงนี้กลับไปแก้ไขให้ชัดเจนก่อนว่า ที่ท่านไปรับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก กับกฎหมายมาตรา ๒ ท่านต้องแก้ให้ชัดเจน เพื่อให้ได้เกิดการบังคับใช้ให้เป็นประโยชน์ กับสังคม ไม่เกิดความคลุมเครือครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านวรวิทย์เชิญครับ🔗

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ปัตตานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวิทย์ บารู พรรคประชาชาติ เขต ๑ จังหวัดปัตตานี ที่จริงก็อยากจะพูดประเด็น เดียวกับที่คุณหมอได้พูดไปว่า นิติวิธีที่เราทำอยู่ ผมเชื่อเหลือเกินประเด็นนี้ดูในมาตราเดียว แต่มีความสำคัญมาก ข้อความนี่สำคัญ สำคัญมันเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมตะวันตก ตะวันออก ด้วยนะครับ แล้วก็เข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องมาคำนึงให้เยอะว่า คุณค่า ศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ ดูคล้ายกับว่าถ้าอย่างนั้นแล้วเราตั้งแต่ตลอดระยะเวลามาก็เป็นเรื่องที่ พวกเรานี้ไม่คำนึงถึงคุณค่าความเป็นมนุษย์ ไม่มีดูแลเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นะครับ ผมอยากจะเรียนตรงนี้ว่า วัฒนธรรมหนึ่งในการดูแลผู้ที่สมควรจะได้รับการดูแล นี่ก็สมควร ที่จะได้รับการเอาใจใส่ด้วยเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่นว่า ในสังคมหนึ่งเอาพ่อแม่ไปส่งศูนย์ชราคนแก่เป็นสิ่งที่ดี แต่เราถูกบ่มเพาะ มาในสังคมหนึ่งว่า การกระทำเช่นนั้นเป็นการกระทำที่ในสังคมเราอาจจะมีปัญหา รับไม่ได้ เพราะฉะนั้นในเรื่องต่าง ๆ ที่บอกว่า เสื้อตัวเดียวใช้ได้ทั้งโลก ผมเข้าใจว่ามันมีสิ่งที่เป็น รายละเอียดตรงนั้นอีกมากมาย เพราะฉะนั้นทางที่ดีที่สุดผมเห็นด้วยกับคุณหมอ แล้วก็ คุณอัครเดชว่า ไม่อยากที่จะให้เสียเวลาตรงนี้มากว่า ถ้ายังเดินไปอย่างนี้ ผมเข้าใจว่าก็จะพูด ในประเด็นที่มันต่างกับวาระที่ ๒ มันจะไปพูดในประเด็นเดียวกัน ฉะนั้นผมว่าทางที่ดี ก็อยากที่จะไม่ให้เสียเวลาก็คือ ให้คณะกรรมาธิการพิจารณาดูว่า จะเป็นอย่างไรในความเห็นผม ผมเห็นด้วยกับคุณหมอ แล้วก็คุณอัครเดชครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านสุดท้ายนะครับ ท่านสิริลภัสเรียนเชิญครับ🔗

นางสาวสิริลภัส กองตระการ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานนะคะ ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ ผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน ดิฉันสนับสนุนว่าให้คงคำว่า ความรุนแรงไว้ เพราะอะไรคะ ความรุนแรงมีความหมายกว้างกว่าคำว่า ทารุณกรรม ซึ่งคำว่า ทารุณกรรม มันก็มี พ.ร.บ. ที่คุ้มครองเด็กอยู่แล้ว แต่อย่างไรคะ ในปัจจุบันนี้ก็ยังมีเด็ก ที่ยังโดนตีอยู่ นั่นแสดงให้เห็นว่าคำว่า ทารุณกรรม มันยังคุ้มครองไม่เพียงพอ มันก็เลยจะต้อง ตีความหมายให้มันกว้างกว่านั้น ก็คือเรื่องของความรุนแรง ทีนี้ดิฉันอยากจะยกตัวอย่าง อยากให้ท่านเพื่อนสมาชิกได้ฟังด้วยว่า ความรุนแรงมันจะสามารถเป็นเมล็ดพันธุ์ที่จะก่อเกิด สร้างอาชญากรที่มันเพิ่มขึ้นทุกปี ๆ อยู่ในประเทศไทยเป็นอย่างไรเราจะบอกได้เลยว่า ในกรณีศึกษาจากต่างประเทศมันก็มีให้เห็นว่า เมื่อสืบลงไปแล้วเรื่องของการเลี้ยงดูว่า อาชญากรคนนี้ได้เติบโตมาอย่างไร เขาก็ถูกเลี้ยงดูมาด้วยความรุนแรง ดิฉันขอยกตัวอย่าง ๑ เคสนะคะ เรื่องของครอบครัวเวสต์ (West) ที่เป็นฆาตกรต่อเนื่อง สามีภรรยาฆาตกร ต่อเนื่อง ๑๘ คน และ ๑ ในนั้นเป็นลูกสาวของตัวเอง ซึ่งในตัวภรรยาเมื่อไปสืบมาแล้วค่ะ พบว่าเติบโตมาจากความรุนแรงในครอบครัว ถูกพ่อแม่ทุบตีทำร้ายประจำ จนเขาคิดว่า นั่นคือการแสดงออกถึงความรัก แล้วก็คิดว่าครอบครัวอื่น ๆ นั้นทำแบบนี้เหมือนกัน นี่ละค่ะ มันคือสารตั้งต้น แล้วต่อไปความรุนแรงมันส่งผลถึงร่างกายและจิตใจให้ผู้ใหญ่เติบโตมาอย่างไร ดิฉันขอยกตัวอย่าง ๑ เคส อาจจะมีบุคลิกภาพหลงตัวเอง หรือว่า Narcissistic Personality Disorder เขาจะมีความรู้สึกว่า ตัวเองมีความสำคัญสูงมากกว่าคนอื่นพิเศษมากกว่าคนอื่น หรือว่าเก่งมากกว่าคนอื่น ดิฉันก็เติบโตมาจากการที่จะมีการตีแบบห้ามปราม แต่ไม่ได้ตี ด้วยความรุนแรง แต่ดิฉันก็ไม่เห็นด้วยว่าการตีเหล่านั้นจะส่งดิฉันเข้ามาอยู่ในสภา เพราะว่า อย่าลืมนะคะ พวกเราเข้ามาในสภาเพราะว่าพวกเรามาจากการเลือกตั้งค่ะ มาจาก การเลือกตั้งของประชาชน ไม่ใช่ไม้เรียวของใครคนใดคนหนึ่งนะคะ จริง ๆ แล้วมันคือ ต้องหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ ในการที่จะไปเรียนรู้เรื่องของ Positive Parenting การเลี้ยงลูก เชิงบวก ข้อมูลก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไป ขึ้นอยู่กับว่าท่านจะพร้อมที่จะเปิดใจในการที่จะศึกษา แล้วนำมาใช้ปฏิบัติได้หรือไม่ ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ จะมาแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงเพียงอย่างเดียว เท่านั้น แล้วก็ขึ้นอยู่กับท่านด้วย เมื่อท่านพร้อมที่จะเป็นพ่อเป็นแม่คนแล้ว ท่านก็ต้องพร้อม ในการที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเอง ถ้าท่านไม่พร้อมแบบนี้ก็ไม่สมควรที่จะเป็นพ่อเป็นแม่ ใครค่ะ ไม่ต้องมีหรอกค่ะลูก🔗

อีกอย่างหนึ่งนะคะ ลูกเป็นมนุษย์ค่ะ ลูกไม่ใช่ทรัพย์สินหรือว่าสิ่งของของใคร ทั้งสิ้น เขามีสิทธิในเนื้อตัวและร่างกายของเขาในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เมื่อสักครู่นี้ดิฉันได้ยิน เพื่อนสมาชิกอภิปรายบอกว่า ไม่เคยได้ยินหรอก พ่อแม่ที่ไหนจะตีลูกจนตาย ท่านไป Search ข่าวจากไทยรัฐ ๓๒ วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๖ พ่อโหดอ้างคลั่งเสียงเด็กร้องทำร้ายลูก จนตาย ๕ ศพ นี่แค่ข่าวส่วนหนึ่งนะคะ🔗

ประเด็นสุดท้ายท่านประธานคะ ดิฉันอยากเปรียบเทียบค่ะ ถึงน้ำ ๓ แก้ว สำหรับคน ๓ รุ่นด้วยกัน แก้วแรก อาจจะเป็นรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย ที่เป็นแก้วน้ำที่เป็นสีดำเลยค่ะ เป็นน้ำเสีย ส่งต่อมาที่รุ่นพ่อ รุ่นแม่ของเรา แล้วส่งต่อมาที่รุ่นเรา ทำไมคะ ทำไมในเมื่อน้ำเสีย มันถูกส่งต่อผ่านมาเรื่อย ๆ ทำไมเราไม่ทำหน้าที่เป็นตัวกลั่นกรองน้ำเสียนั้น ให้มันเป็นน้ำใส ไปให้รุ่นลูก รุ่นหลานของเราต่อไป มันมีความจำเป็นหรือคะ ที่เราได้รับความรุนแรงมา แล้วเราต้องส่งต่อความรุนแรงไปให้ลูกหลานเรา ดิฉันอยากถามเลยว่า เพื่อนสมาชิกที่เคยโดนตี ท่านจำได้ไหมว่า วันที่ท่านโดนตีท่านเจ็บอย่างไร ท่านเสียใจขนาดไหน ท่านจำความรู้สึกนั้นได้ไหม ถ้าท่านจำได้ว่า ท่านเจ็บอย่างไร ท่านเสียใจ อย่างไรที่พ่อแม่ลงโทษท่านโดยการตีท่าน แล้วท่านมีความจำเป็นอะไรที่จะต้องทำแบบนี้ ที่จะต้องให้ลูกท่าน หลานท่านมารู้สึกแบบนี้เช่นเดียวกับที่ท่านเคยโดน ฝากไว้แค่นี้ค่ะ ท่านประธาน ขอบคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ผู้อภิปรายหมดแล้วนะครับ ผมติดค้างท่านชุติพงศ์อยู่สั้น ๆ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอดิศรสักครู่นะครับ ผมอนุญาตท่านชุติพงศ์ไปแล้ว ท่านสักครู่นะครับ เชิญครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ขอบคุณครับท่านประธาน เรียน ท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน จังหวัดระยอง ในฐานะวิปฝ่ายค้าน โดยหลัก ๆ คือตอนนี้เท่าที่ฟังต้องขออ้างถึงอีกครั้งคือ คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ด้วยความเคารพ คือในเนื้อหายอมรับว่า มีการพูดคุย แลกเปลี่ยน และอภิปรายกัน แตกเป็น ๒ ฝั่ง แต่มันมีอยู่ส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่า เป็นส่วนที่ต้องทักท้วง คือทางคุณหมอ ได้มีการพูดว่า เสียงส่วนใหญ่ในสภาพูดว่า ไม่เห็นด้วย และอาจจะนำไปสู่การโหวต ไม่เห็นชอบ ถ้าทางคณะกรรมาธิการจะไม่ถอนร่าง ในประเด็นที่ ๒ คือ เรื่องของหลักการ ซึ่งส่วนนี้ผมขออนุญาตว่า เราไม่วินิจฉัยกันเอง แต่ให้ทางคณะกรรมาธิการเป็นผู้ชี้แจงว่า การแก้กฎหมายตามนี้ในวาระที่ ๒ และวาระที่ ๓ ขัดหลักการหรือไม่ ส่วนนี้ทางคณะกรรมาธิการ น่าจะเป็นผู้ตอบ แต่ในเรื่องของกระบวนการ ผมเองก็ยังค่อนข้างกังวลกับการที่บอกว่า ใช้เสียงส่วนใหญ่ในการอภิปรายหลังปิดลงชื่อแล้วนับจำนวนเอาเองว่า ผู้อภิปรายจากฝั่ง ที่เป็นเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย คือการเห็นด้วย เห็นต่างจะเป็นเสียงส่วนใหญ่ได้ ในกระบวนการทางนิติบัญญัติ เราต้องเข้าสู่กระบวนการลงคะแนนก่อน แต่ก่อนจะถึง ขั้นลงคะแนนตอนนี้เรามีหลายเนื้อหามาก เพราะว่าเท่าที่ฟังอาจจะติดขัดปัญหาว่า ทางคณะกรรมาธิการเองจะต้องคงร่างเดินหน้าต่อ หรือจะทำอย่างไร ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่า อาจต้องให้คณะกรรมาธิการเป็นผู้ชี้แจงว่า จะเดินหน้าต่อหรือจะอย่างไร ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่า หลังจากที่ผมได้มีการพูดคุยกับทางท่านประธานตรงนี้จบ ผมเองก็อาจจะขอหารือเหมือนกันว่า จะเดินหน้าต่อในกระบวนการนิติบัญญัติอย่างไร เพื่อให้กฎหมายเดินหน้าไปได้ เพราะถ้าเกิด มีการถอนออกไป จะถอนอย่างไรอีก ผมว่าเรื่องนี้คงต้องคุยกันก่อน ไม่อยากจะให้มีการเสนอ แล้วก็บันทึกไว้เองว่า ไม่ได้มีการคัดค้านจากฝั่งนี้ว่า จะเดินหน้าต่ออย่างไร ก็เลยขออนุญาต ท่านประธานบันทึกไว้ในวาระประมาณนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านอดิศรสั้น ๆ นะครับ ท่านไม่ได้ลงชื่อไว้ครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม อดิศร เพียงเกษ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดขอนแก่น ตอนแรกจะไม่พูดครับ แต่เมื่อฟัง เพื่อนสมาชิกพูดแล้วมีอารมณ์ มีอารมณ์ในฐานะที่เป็นพ่อ มีอารมณ์ในฐานะที่มีลูกชาย ๓ คน พระพุทธเจ้าบอกว่า มีลูกชื่อราหุล ท่านพูดว่า ราหุลัง ชาตัง พันธนัง ชาตัง บ่วงเกิดขึ้นแล้ว ความผูกพันระหว่างลูกกับพ่อ หรือพ่อกับลูกเป็นความสัมพันธ์อันลึกซึ้งจริง ๆ ในสังคมไทยเรา ครอบครัวบางครอบครัวประสบความสำเร็จ บางครอบครัวไม่ประสบความสำเร็จ ท่านประธาน ท่านได้ยินไหม ครอบครัวนักการเมืองเรานี่ละครับ อยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี ถูกลูกปิตุฆาตครับ พ่อเสียชีวิต และต่อมาลูกที่ฆ่าพ่อก็ไปเสียชีวิตที่ป่าอ้อย งานศพคนที่เป็นแม่และคนที่เป็นภรรยา ไม่รู้จะไปไหว้สามีหรือไหว้ลูกในงานศพนั้น ในอดีตอีสานบ้านผม มีกล่องข้าวน้อยฆ่าแม่ อยู่ที่บ้านตาดทอง ตำบลตาดทอง จังหวัดยโสธร เดี๋ยวนี้มีอนุสาวรีย์นะครับ ลูกฆ่าแม่ นี่มาตุฆาต ผมคิดว่าครอบครัวต้องอยู่ด้วยกันโดยสันติสุข แต่ที่อภิปรายกันเพราะว่าคณะกรรมาธิการ ไปแก้ไขมาตรา ๓ เสียยาวเฟื้อย ความหมายของคำว่า อันเป็นการลดทอนคุณค่า ศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ของบุตรคืออะไร ผมไม่อยากให้เราเรียกลูกว่า เป็นลูกบังเกิดเกล้า หรือไม่อยากให้ เกิดความรุนแรงครับ ผมจึงยกอุทาหรณ์ ถ้าเป็นไปได้ผมเป็นคนรุ่นเก่าครับ เรียนอยู่โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ก็ถูกตีหน้าเสาธง เป็นคนเกเร ถูกครูจิตรา ศรีไสว โรงเรียนสงเคราะห์นิยมตีครับ หลายคนตี จนเป็นนายอดิศรปัจจุบัน ผมไม่ได้ส่งเสริมการทำร้ายครับ แต่ครูจิตรา ศรีไสว ท่านเสียชีวิตแล้ว ทำให้ผมเป็นนายอดิศร เพียงเกษ ครูเจือ หมายเจริญ ตีหน้าเสาธงโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน จึงทำให้เป็นนายอดิศร เพียงเกษ อาจจะเป็นอุทาหรณ์ไม่ถูกต้องตามความรู้สึกของคน ถ้ามีการลงมติวันนี้นะครับ วาระที่ ๓ ผมจำเป็นต้องคว่ำกฎหมายฉบับนี้ครับ ผมอยากให้ สังคมไทย คือสังคมไทยที่ไม่เอาสังคมต่างประเทศมาใช้ มีพ่อ มีแม่ มีลูก มีหลาน สั่งสอนกันได้ ผมอาจจะไม่เคยตีลูก แต่ว่าถ้าลงโทษโดยคำพูด เราก็นอนไม่หลับเองครับ ค่อย ๆ ไปปรับ ในสังคมไทย จึงขออนุญาตโดยสารว่าจะไม่พูดครับ ราหุลัง ชาตัง พันธนัง ชาตัง บ่วงเกิดขึ้นแล้ว ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ เชิญกรรมาธิการมี ๒ ท่านขอชี้แจง ท่านประธานคณะกรรมาธิการนะครับ แล้วก็ท่านวาสนา เชิญท่านประธานครับ🔗

นายสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ผมฟังมาก็รู้สึกว่าเสียงส่วนมากต้องการเปลี่ยนหลักการนะครับ แต่นี้ ผมก็อยากจะชี้ให้เห็นอย่างนี้ว่า หลักการอันนี้เป็นหลักการสำคัญที่ทำให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ต้องเลี้ยงดูลูกอย่างถูกวิธี แล้วก็สามารถพัฒนาเด็กให้เติบโตมาเป็นบุคคลที่มีความประพฤติ ที่ดี สามารถเข้ากับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและสังคมแวดล้อมได้อย่างดี หลักการง่าย ๆ ก็คือการเลี้ยงลูกควรจะเลี้ยงโดยมีหลักการ เหตุผล เลี้ยงด้วยเหตุผลไม่ใช่เลี้ยงด้วยการเฆี่ยนตี เพราะว่าถ้าเราเทียบกับสุนัข แมว ขับถ่ายไม่เป็นที่เป็นทาง เราจะใช้การเฆี่ยนตีเพื่อทำให้เขา ขับถ่ายเป็นที่เป็นทาง หรือเราจะฝึกให้เขาขับถ่ายเป็นที่เป็นทาง จัดระบบให้เขาขับถ่าย เป็นที่เป็นทาง เพราะว่าการตีมันไม่สามารถทำให้สุนัขและแมวเข้าใจได้เลยว่า ทำไมถึงต้อง ถูกตีเพราะขับถ่ายไม่เป็นที่เป็นทาง เด็กนี่นะครับมีสมองมากกว่าสุนัขและแมว คือมีสมอง ส่วนหน้า สามารถคิด มีสติปัญญา มีอะไรต่าง ๆ🔗

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมจับได้ก็คือ ท่านเข้าใจว่าการแก้กฎหมายประมวลแพ่ง และพาณิชย์ เป็นการห้ามพ่อแม่ไม่ให้ลงโทษด้วยการเฆี่ยนตี แต่จริง ๆ แล้วมันมีกฎหมาย ห้ามอยู่แล้วนะครับ ผมก็อ่านกฎหมายให้ท่านฟัง อย่างทารุณกรรม มันไม่ได้หมายความว่า จะต้องทำร้ายแบบทารุณนะครับ ทารุณกรรม มันมีคำนิยามอยู่ในพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก หมายความว่า การกระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใด ๆ จนเป็นเหตุให้เด็ก เสื่อมเสียเสรีภาพ หรือเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ ขณะเดียวกันพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ก็ให้นิยามไว้ว่า ความรุนแรงในครอบครัว หมายความว่า การกระทำใด ๆ โดยมุ่งประสงค์ให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพ หรือกระทำโดยเจตนาในลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพ ของบุคคลในครอบครัวอะไรอย่างนี้ คือทั้ง ๒ อันนี้ มันต้องรวมการเฆี่ยนตีด้วยอยู่แล้ว มันไม่มีทางเป็นอื่น นอกจากนั้นผมอยากจะอ่านประมวลกฎหมายอาญาให้ท่านฟังครับ มาตรา ๓๙๑ ผู้ใดใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย หรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ ผมถามว่าการเฆี่ยนตีเด็กมันเข้าตามมาตรา ๓๙๑ ไหม ก็ต้องบอกว่า ต้องเข้า เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วผมก็อยากจะชี้ให้เห็นเลยว่า จริง ๆ เราไม่ได้แก้กฎหมายตรงนี้ เพื่อห้ามไม่ให้เขาเฆี่ยนตี เพราะมันมีกฎหมายห้ามอยู่แล้ว แต่เราจะทำอย่างไร ส่งเสริมให้เขา เลี้ยงลูกด้วยความละมุนละม่อม ด้วยเหตุด้วยผล พัฒนาสติปัญญาของเขา พัฒนาการรู้จักคิด มีวิจารณญาณด้วยการใช้เหตุผล ด้วยการใช้วิธีการสั่งสอนวิธีอื่นที่ไม่ใช่การเฆี่ยนตี อันนี้ ก็เป็นที่มา แต่ว่าที่สำคัญก็คือ การแก้กฎหมายมันไม่ได้สามารถแก้ปัญหาเรื่องพ่อแม่คุ้นเคยกับการ เฆี่ยนตีอยู่นะครับ เพราะว่าทุกวันนี้กฎหมายห้ามอยู่แล้ว แต่เขาก็ยังเฆี่ยนตี เพราะฉะนั้น เราจึงต้องมีข้อสังเกตว่า วิธีการที่ทำให้เขาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการเลี้ยงลูกที่จะใช้ ความรุนแรงไปใช้วิธีการที่มีเหตุผล แล้วก็วิธีการที่สอดคล้องกับพัฒนาการตามวัยของเด็ก มันก็ควรจะมีข้อสังเกต ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำอย่างไรจะให้พ่อแม่รู้จักหาทางเลือก ทางออกที่ดีและเหมาะสมแก่ลูกของตัวเอง🔗

ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะชี้แจงก็คือ ผมฟังดูไม่ได้ขอให้แก้ประเด็น ที่เป็นคำพูดหรือภาษานะครับ ฟังดูทั้งหมดท่านบอกว่า ท่านอยากจะได้ไม้เรียวกลับมาให้ครู อันนั้นอันหนึ่ง อีกอันหนึ่งก็ต้องการให้พ่อแม่สามารถเฆี่ยนตีลูกได้ เพื่อว่ากล่าวสั่งสอน ประเด็นหลักคือถ้าหากว่า คณะกรรมาธิการถอนไปแล้วก็ไปพิจารณาใหม่ ผมก็ยังไม่ทราบ เลยว่า จะไปแก้อย่างไร เพราะว่าหลักการอันนี้มันเป็นหลักการเดียวกับที่ผมพูดมาข้างต้น แล้วท่านคุณหมอชลน่านก็บอกว่า แก้หลักการก็ได้ ถ้าแก้หลักการก็คือ ไม่ใช่หลักการนี้ เพียงแต่ว่าผมอยากจะบอกว่า กฎหมายฉบับนี้มันไม่ได้เป็นกฎหมายที่ไปห้ามไม่ให้พ่อแม่ เฆี่ยนตีลูกนะครับ เพราะมันมีกฎหมายอื่นห้ามอยู่แล้วครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวาสนาครับ เรียนเชิญครับ🔗

นางสาววาสนา เก้านพรัตน์ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน เป็นครั้งแรกที่ดิฉันได้มีโอกาสมายืนในที่แห่งนี้ ในฐานะที่เป็นกรรมาธิการนะคะ ปัจจุบันก็ทำงานที่มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก ๔๓ ปี เรามีประสบการณ์ช่วยเหลือเด็กที่ถูกทำร้ายจำนวนมาก ความพยายามที่ต้องแก้ไข ฟื้นฟู เยียวยาเด็กคนหนึ่งไม่ง่าย แล้วปัจจุบันนี้เราจำเป็นจะต้องฟื้นฟูเยียวยาพ่อแม่เขาด้วย เพราะเรารู้ว่าจริง ๆ แล้วการใช้ความรุนแรงเขามีความปรารถนาดี เช่นเดียวกับท่าน สส. พูดเลยค่ะ เบื้องหลังของการใช้ความรุนแรงต่อลูกเขาปรารถนาดี ดิฉันยอมรับจุดนี้ แต่วิธีการ ส่งผลกระทบที่รุนแรงมากกว่า เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นความรับผิดชอบของรัฐก็คือ ความพยายาม ในการส่งเสริมให้พ่อแม่ ผู้ปกครองเด็ก รู้วิธีการที่เป็นทางเลือกที่ดีกว่า เราทำกิจกรรมบำบัด ฟื้นฟูพ่อแม่ พ่อแม่ทุกคนเสียใจที่ได้ทำไปเช่นนั้น แล้วเราค้นพบว่าเขาเคยได้รับการเลี้ยงดู โดยใช้ความรุนแรงเหมือนกัน ดิฉันเคยพบคุณหมอชลน่าน ไม่ทราบว่าท่านจำดิฉันได้หรือไม่ ดิฉันบอกท่านว่า พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก เขาให้ผู้ปกครองทำหน้าที่อบรมเลี้ยงดูลูก ให้เป็นไปตาม มาตรฐานขั้นต่ำ กฎหมายฉบับนี้ออกมา ๒๐ ปี ท่านเป็นคนบอกดิฉันเองในวันนั้นว่า ผมเพิ่งได้ยินคำนี้ ดิฉันเชื่อมั่นว่า ถ้าประเทศไทยพยายามส่งเสริมให้ประชาชนเลี้ยงดูลูก ได้ตามมาตรฐานขั้นต่ำ เขาไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงค่ะ และอย่างท่านประธาน คณะกรรมาธิการบอกว่า เรามี พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กอยู่แล้ว พ.ร.บ. นั้นห้ามทุกคนค่ะ ไม่ให้ใช้ความรุนแรงต่อเด็ก แต่เวลาพ่อแม่ ผู้ปกครองใช้ความรุนแรงต่อเด็ก พนักงาน เจ้าหน้าที่ไม่เคยใช้มาตรการทางอาญานำค่ะ เขาไปค้นหาสาเหตุ เพราะฉะนั้นอยากให้ท่าน สบายใจ แต่การที่คณะกรรมาธิการระดมความคิดเห็น และมีข้อเสนอว่าควรจะต้องแก้ไข ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อเป็นการปลดล็อกว่า สังคมไทยเราจะไม่ใช้ ความรุนแรงในการเลี้ยงดูลูก และเราก็ยังคงคำว่า ลงโทษ ด้วยเหตุที่ว่าเราเคารพในหลักการ ที่มีการรับหลักการไว้ ซึ่งตอนแรกเราคิดว่าไม่มีคำว่า ลงโทษ ได้ไหม ด้วยความไม่รู้ของดิฉัน หรือกรรมาธิการหลาย ๆ คน เพราะเราคิดว่าไหน ๆ เราจะแก้กฎหมาย หรือปลดล็อก กฎหมายซึ่งเป็นการปักหมุดตรงนี้น่าจะเปลี่ยนแปลง Mindset ไปเลย แต่ถ้าเกิดว่าดิฉัน รู้สึกว่าก็ดีนะที่มีโอกาสได้มาฟังในวันนี้ จะได้รู้ว่าเราจะต้องพยายามให้มากขึ้นในแง่ การทำความเข้าใจ การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ดิฉันคิดว่า ในทางการใช้อำนาจทางการบริหาร ใช้อำนาจในทางนิติบัญญัติ หรือทางสังคมเป็นสิ่งที่ดิฉันเองสามารถทำได้ แต่ท่านในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะต้องทำหน้าที่ในฐานะนิติบัญญัติ เป็นหน้าที่ของท่านค่ะ ท่านเลือกเอาว่า ท่านจะสร้างประวัติศาสตร์แบบไหนให้ประเทศไทย ดิฉันถือว่าดิฉัน พยายามถึงที่สุดแล้วมาถึงจุดนี้ แล้วก็บอกน้องข้าง ๆ ว่า เราทำในจุดที่เราทำได้ เรามีหน้าที่ มาสื่อสารกับสภาผู้ทรงเกียรติ ส่วนการตัดสินใจให้เป็นเรื่องของเขา ขอบคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมขอ ๒ นาที ครับท่านประธาน เพื่อให้ครบถ้วนครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เรื่องอะไรครับ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

เรื่อง พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก ขอ ๒ นาทีครับ ผมเพิ่งลงมาจากคณะกรรมาธิการครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจะขอใช้สิทธิอภิปราย🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอใช้สิทธิอภิปราย ๒ นาทีครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิคมครับ ผมขออนุญาตนะครับ เมื่อสักครู่มีการปิดอภิปรายไปนานแล้ว แล้วก็ท่าน จะใช้สิทธิจริง ๆ ต้องเดินมาข้างหน้า🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมขอสั้น ๆ นิดเดียวครับ ขอ ๑ นาที ก็ได้ครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สั้น ๆ นะครับ เชิญครับ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบขอบพระคุณท่านมากครับ ผม นิคม บุญวิเศษ กระผมได้ฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจท่านประธาน เพราะว่าหลายท่าน เอาเรื่องการตีด้วยความรัก ด้วยการสั่งสอน มาปนกับการทารุณกรรม หรือการทำร้าย ร่างกาย ซึ่งมันคนละอย่างกัน ความหมายคนละอย่างกันท่านประธาน คือการสั่งสอนนะครับ มันก็จะมีการตักเตือน แต่ถ้าตักเตือนแล้วไม่ดีก็อาจจะมีการลงโทษบ้าง เพื่ออะไรครับ เพื่อห้ามไม่ให้ทำผิดอีก เพราะอะไรครับ เพราะเขารัก ด้วยความรัก ไม่ว่าจะเป็นแม่ เป็นครู ก็ตามนะครับ แต่ถ้าบอกว่า ทำร้ายร่างกายมันคนละเรื่องกัน ทำร้ายร่างกาย คือทำร้าย ร่างกายด้วยความโกรธ ด้วยความโมโห ด้วยอะไรครับ ด้วยความไม่หวังดี เขาเรียกว่า การทำร้ายร่างกาย แต่ถ้าการตีด้วยความรักมันคนละเรื่องกัน อย่าเอามาปนกันครับ ผมเอง เกิดขึ้นมานะครับผมบอกได้เลยว่า แม่ตีผม ทุกวันนี้แม่ผมเสียไปแล้ว แต่ผมก็ยังคิดถึงท่านว่า ถ้าท่านไม่ตีผมตั้งแต่อดีต ป่านนี้ผมติดยาไปแล้วครับท่านประธาน เพราะอย่าลืมว่า คนมันแบ่งเป็น ๔ เหล่า ท่านประธานครับ พระพุทธเจ้าแบ่งคนเป็น ๔ เหล่า บางคนพูด นิดเดียวก็เข้าใจ บางคนอบรมแล้วก็ยังไม่เข้าใจก็ต้องมีการลงโทษ ถูกไหมครับ มีการเฆี่ยนตี แต่เฆี่ยนตีต้องการให้เขาเป็นคนดีในสังคม แต่ถ้าพ่อแม่ไม่สั่งสอนลูก ก็อาศัยว่าโรงเรียน ก็คงจะช่วยสั่งสอน แต่โรงเรียนก็สอนไม่ได้เพราะอะไร เพราะเด็กมันดื้อ ดื้อแล้วก็ลงโทษ ไม่ได้ ถ้าลงโทษก็ผิดกฎหมาย ก็หาว่าเป็นการทารุณกรรม ผมอยากให้แยกให้ออกว่า การสั่งสอนด้วยความรัก กับการทารุณกรรมมันคนละอย่างกันท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ทางท่านวิโรจน์ครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอหารือท่านประธานสั้น ๆ ๑-๒ นาทีครับ ผมขอบคุณท่านคุณหมอชลน่าน แล้วก็ เพื่อนสมาชิกหลายท่านที่กรุณาเข้ามาท้วงติง ผมเข้าใจว่าโดยหลักการสำคัญของสภาแห่งนี้ เรามีเจตนารมณ์ที่ต้องการที่จะปกป้องลูกหลาน แล้วก็เด็กของพวกเราอย่างทั้งหมดนะครับ เพียงแต่ว่าการติติงก็จะเป็นการติติงในลักษณะของกระบวนการทางด้านนิติบัญญัติครับ แล้วก็อาจจะท้วงติงในเรื่องของข้อความบางประการ ผมเองก็เข้าใจดีครับ ถึงความตั้งใจ ของคณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไขข้อความเช่นเดียวกัน ถ้าเราดูจากร่างแรกที่เสนอเข้าไป กับร่างที่แก้ไข ถ้าเราพิจารณาจากเจตนารมณ์ที่ดี ไม่ได้แตกต่างกันมากนักครับ เพียงแต่ว่า คณะกรรมาธิการก็พยายามที่จะแก้ให้ครอบคลุม แล้วก็ตรงตามเจตนารมณ์มากขึ้น ผมอย่างนี้ ได้ไหมครับ เพื่อให้กฎหมายมันไปได้ครับ เพราะสภาแห่งนี้ก็รับหลักการมาแล้วในวาระที่ ๑ ผมขออนุญาตเสนอท่านประธานว่า พักการประชุมสัก ๕-๑๐ นาที เพื่อให้ทางคณะกรรมาธิการ ได้ไปหารือกันว่า จะยังคงใช้ร่างเดิมที่เสนอเข้ามา หรือว่าจะกลับไปแก้ให้เป็นร่างเดิม วาระที่ ๑ ที่สภาเห็นชอบร่วมกันไป จะได้ผ่านไปได้อย่างสมานฉันท์ ผมเข้าใจว่าทุกท่าน ก็มีเจตนารมณ์ที่ดี จึงขออนุญาตเสนอท่านประธาน เพื่อหาทางออกให้กับสภาแห่งนี้ครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากนะครับท่านวิโรจน์เป็นทางออกที่ดีนะครับ ขออนุญาตพักการประชุมสัก ๕ นาที เพื่อให้ทางคณะกรรมาธิการได้ไปตกผลึกให้ดีนะครับกับความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิก พักการประชุม ๕ นาทีครับ🔗

พักประชุมเวลา ๑๒.๔๕ นาฬิกา🔗

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๒.๕๒ นาฬิกา🔗

ท่านสมาชิกครับ ขออนุญาตเปิดประชุมอีกครั้งนะครับ ถึงขั้นตอนที่ให้คณะกรรมาธิการ ไปทบทวนดู ก็จะสอบถามคณะกรรมาธิการครับว่า จะเดินต่อแบบไหน เรียนเชิญ ท่านประธานครับ🔗

นายสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

จากการหารือ เมื่อสักครู่นี้คณะกรรมาธิการเห็นพ้องกันว่า เราจะถอนเรื่องไปเพื่อทบทวนและพิจารณาใหม่ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ขออนุญาตถอนร่าง เพื่อเอากลับไป พิจารณาใหม่ มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ หากไม่มีก็เป็นอันว่าที่ประชุม อนุญาตให้คณะกรรมาธิการถอนร่างออกไปเพื่อพิจารณากันใหม่ เพื่อประชุมหารือพิจารณา แล้วก็นำกลับมาเสนอสภาอีกครั้งนะครับ ก็ถือว่าเป็นมติที่ประชุมครับ ขอบคุณทาง คณะกรรมาธิการนะครับ ระเบียบวาระถัดไปครับ🔗

๒. ร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

ผมถือโอกาสขออนุญาตเรียนเชิญทางคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ ท่านสมาชิกครับ ระหว่างรอทางคณะกรรมาธิการขึ้นสู่บัลลังก์เพื่อที่จะชี้แจง ผมขออนุญาต ท่านสมาชิกแบบนี้ได้ไหม ขณะนี้เรากำลังอภิปรายอยู่ในวาระที่ ๒ ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณา เสร็จแล้ว ก็อาจจะมีท่านสมาชิกที่ขอแปรญัตติไว้บ้าง ขอสงวนความเห็นไว้บ้าง แล้วก็มี ท่านสมาชิกที่ประสงค์จะอภิปรายในมาตราที่มีการแก้ไข เนื่องจากว่ามันเป็นการอภิปราย ในวาระที่ ๒ การตั้งเวลาที่ ๗ นาที อาจจะดูนานเกินไปเสียหน่อยอย่างที่ท่านชุติพงศ์ได้หารือ เมื่อสักครู่ ก็เลยขอหารือกับเพื่อนสมาชิก ขออนุญาตแบบนี้นะครับ ขอเป็น ๕ นาทีต่อท่าน แล้วถ้าหากว่าท่านใดจะอภิปรายเกิน ๕ นาที ไปบ้างก็จะอนุโลมกันไป แต่ว่าขอตั้งที่ ๕ นาที ทางคณะกรรมาธิการพร้อมแล้ว เรียนเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการได้นำเสนอต่อสภาครับ เรียนเชิญครับ🔗

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอรายงานต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรดังนี้🔗

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันพุธที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติ รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณา โดยกำหนดการแปรญัตติภายใน ๑๕ วันนั้น🔗

บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เสร็จสิ้นแล้ว โดยได้ให้ความสำคัญและนำคำอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ ๑ ชั้นรับหลักการ พร้อมทั้งเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ความเห็น มาประกอบการพิจารณา โดยรอบคอบ ปรากฏผลการพิจารณาดังนี้🔗

๑. ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอคำแปรญัตติ จำนวน ๑ คน🔗

๒. ร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ซึ่งใช้เป็นหลักในการพิจารณา จำนวนทั้งสิ้น ๖ มาตรานั้น คณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมจำนวน ๑ มาตรา คือร่างมาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๖ (๑) แห่งพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของสถาบัน โดยเห็นควรกำหนดให้เพิ่มเติมถ้อยคำว่า ประเทศมีความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ เพื่อให้มีความสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๓ ซึ่งกำหนดให้การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี หมายความว่า การดำเนินกิจการที่เป็นการเพิ่มพูนความรู้ และความสามารถทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม เพื่อยกระดับ ความสามารถในการผลิตและการบริการ ตลอดจนความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ของประเทศ และความเป็นอยู่ของสังคม โดยรวมถึงการพัฒนาบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาขีดความสามารถในการรับและถ่ายทอดเทคโนโลยี ทั้งภายในประเทศ และจากต่างประเทศ เพื่อการพัฒนาประเทศในทุกด้าน🔗

นอกจากนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้มีข้อสังเกตเพื่อให้คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทราบหรือควรปฏิบัติ จึงได้บันทึกข้อสังเกตไว้ในรายงาน ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป ขอกราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ เนื่องจากว่ามีบุคคลภายนอกเข้าร่วมชี้แจง ผมจึงใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ วรรคสอง อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมชี้แจง ๔ ด้วยกัน ท่านที่ ๑ นางสาวอาภากร สุปัญญา รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ท่านที่ ๒ นางสาวพัชทรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ท่านที่ ๓ นางสาวถนอมจิต วนวัฒนากุล ผู้อำนวยการสำนักบริหารการคลัง สถาบันวิจัย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ท่านที่ ๔ นายราชภักดิ์ เพียงเกษ ผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการวิจัย ขออนุญาตเข้าสู่การดำเนินการเลยนะครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการดำเนินการ ต่อเลยครับ🔗

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๖ มีการแก้ไข🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เนื่องจากว่ามาตรา ๓ นี้ มีการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ มีผู้แปรญัตติและขอสงวนคำแปรญัตติ เอาไว้นะครับ ในลำดับแรกก็ต้องเรียนเชิญกรรมาธิการผู้แปรญัตติ ผู้สงวนความเห็นไว้ครับ เรียนเชิญครับ ท่านธัญวัจน์ไหมครับ🔗

นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานค่ะ อันนี้ คือมาตรา ๔ แล้วใช่ไหมคะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขออภัย มาตรา ๓ ผมขออภัยด้วยครับ ดูผิดมาตรา เนื่องจากว่าไม่มีผู้แปรญัตตินะครับ มีสมาชิกขออภิปรายในมาตรา ๓ เนื่องจากว่ามีการแก้ไขก็ให้สิทธิสมาชิกได้อภิปรายนะครับ ขออนุญาตท่านสมาชิกคนละ ๕ นาทีนะครับ ท่านแรกครับ ท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญครับ🔗

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผม ขออนุญาตท่านประธาน เพื่อที่จะอภิปรายร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในมาตรา ๓ คณะกรรมาธิการ มีการแก้ไข ซึ่งเป็นการแก้ไขมาตรา ๖ เดิม ด้วยเหตุผลดังนี้🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ การที่คณะกรรมาธิการแก้ไขมาตรา ๓ นั้น และแก้ไขมาตรา ๖ เดิม กระผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และสร้างประโยชน์ ให้แก่พี่น้องประชาชน และประเทศชาติเป็นอย่างมาก เพราะผมคิดว่าในการจัดตั้ง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย จะต้องเป็นสถาบันวิจัยที่มุ่งเน้น ผลิตในเชิงพาณิชย์นี่ละครับ และเน้นคำว่า เชิงพาณิชย์ แล้วสถาบันแห่งนี้มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในสังกัดกระทรวง อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดังนั้นการที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากแก้ไข เพิ่มเติมในมาตรา ๓ เป็นการแก้ไขมาตรา ๖ เดิมนั้น ประเด็นนี้เป็นการแก้ไขวัตถุประสงค์ ใน (๑) ครับท่านประธาน ให้สถาบันมีการริเริ่ม ส่งเสริม ดำเนินการ วิจัยสร้างนวัตกรรม ให้กับการบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้มีการนำไปใช้ประโยชน์ที่จะทำให้ประเทศชาติ มีความสามารถในการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจในระดับสากลและพึ่งพาตนเอง รวมทั้ง ยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อมให้มีการพัฒนายั่งยืน ในส่วนนี้คณะกรรมาธิการเพิ่มเติม ทางด้านเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ กระผมเห็นว่าการแก้ไขเพิ่มเติมคำว่า การแข่งขัน สามารถแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจ อันนี้จึงมีความสำคัญและสอดคล้องกับการจัดตั้งสถาบันด้วย และจะต้องเป็นสถาบันวิจัยของรัฐที่มุ่งเน้นในการผลิตเทคโนโลยีและในเชิงพาณิชย์🔗

แล้วอีกประการหนึ่งครับท่านประธาน ประเทศเรามีคนเก่งและนักวิจัย มีนักศึกษาหัวกะทิเก่ง ๆ เยอะแยะครับ แต่ละสาขาวิชานั้นมีงานวิจัยที่เขียนและเป็นประโยชน์ ต่อการต่อยอดในการพัฒนาประเทศชาติเป็นอย่างมากในทุก ๆ ด้าน แต่ปัญหาที่สำคัญคือ งานวิจัย งานเขียนของคนเก่ง ๆ เหล่านี้ กลับไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ให้กับประเทศชาติ เท่าที่ควร งานวิจัยดี ๆ หลายเล่มก็ทิ้งไว้บนหิ้ง ขึ้นอยู่บนหิ้งไม่ได้มาใช้ประโยชน์อะไรเลย วิจัยต่าง ๆ วิจัยกันมาเพื่อที่จะเรียนจบปริญญาโท ปริญญาเอก แล้วก็จบ แล้วยังซ้ำร้าย ท่านประธานครับ วิจัยงานเขียนและคนเก่ง ๆ เหล่านี้จำนวนมากที่ถูกบริษัทใหญ่ ๆ จอง ในต่างประเทศเลยนะ จองดูดไปทำงานในต่างประเทศทั้งหมดนะครับ ทำให้สมองไหล ท่านรัฐมนตรีที่รักครับ ในฐานะท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการ ภาวะสมองไหล คือการเคลื่อนย้ายแรงงานที่มีทักษะสูง มีความเก่ง มีความเชี่ยวชาญจากประเทศของเรา ไปยังประเทศอื่นหลายประเทศ ภาวะสมองไหลนี้น่ากลัวนะครับท่านประธาน เพราะว่า การที่ประเทศของเรากำลังสูญเสียคนเก่ง ๆ ที่เสียคลังสมองของประเทศให้กับภาครัฐ และภาคเอกชน การขาดแคลนแรงงาน เศรษฐกิจของประเทศเราไม่สามารถที่จะเติบโต ได้เท่าที่ควร เพราะภาวะขาดแคลนแรงงานเก่ง ๆ ที่เป็นมันสมองของประเทศ ขาดการพัฒนา นวัตกรรม เพราะฉะนั้นที่ชัดมากตอนนี้คือว่า กระแสของคนรุ่นใหม่ที่แสดงออกว่าจะเป็นการ ย้ายประเทศ ผมไปเห็น Page ท่านประธานครับ Page อันหนึ่งบอกว่า ย้ายประเทศกันเถอะ เป็นเฟซบุ๊กที่มีคนเข้าร่วมถึงล้านกว่าคนภายในเวลาไม่กี่เดือนครับ เรื่องนี้เป็นเรื่อง ที่น่ากังวลมาก จึงมีความจำเป็นที่เป็นเหตุที่กระผมเห็นด้วยกับการที่คณะกรรมาธิการจะต้อง นำเอางานวิจัยคนไทยลงจากหิ้งเสียทีนะครับ นำงานวิจัยเหล่านี้มาใช้พัฒนาประเทศชาติ ของเราในอนาคต นำมาพัฒนาต่อยอดสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชนทุกภาคส่วน🔗

แล้วอีกอย่างหนึ่งครับท่านประธาน ที่กระผมอยากจะขอฝากผู้บริหาร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยว่า งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม มีประโยชน์ขอให้ท่านนำวิจัยเหล่านี้ เข้ามาส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs และช่วยเหลือธุรกิจ Startup ให้สามารถนำสินค้าพวกเขาไปแข่งขันในตลาดโลก ท่านต้องทำให้งานวิจัยเหล่านี้มาช่วยเหลือ และสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ในการไปแข่งขัน เวทีโลกให้ได้ แล้วก็ฝากท่านประธาน ช่วยกันทำงานวิจัยในเชิงพาณิชย์และงานวิจัยเหล่านี้ จะนำไปสู่มือของพี่น้องประชาชนที่ต้องการใช้ประโยชน์ของงานวิจัย กระผมเชื่อครับว่า จะช่วยเหลือระบบเศรษฐกิจของประเทศเราเป็นอย่างมากในทางที่ดีขึ้น และจะช่วยเหลือ เศรษฐกิจปากท้องของพี่น้องประชาชน ดังนั้น กระผมขอสนับสนุนความในมาตรา ๓ ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๓ ซึ่งเป็นการแก้ไขวัตถุประสงค์มาตรา ๖ เพื่อเราจะสามารถ นำงานวิจัย สร้างมูลค่าเพิ่มในทางด้านเศรษฐกิจ สร้างผลดีต่ออนาคตของลูกหลานต่อไปครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอมีประเด็นหารือหรือว่าจะขออภิปรายครับ ขออภิปราย ทางเจ้าหน้าที่ลงชื่อไว้ เนื่องจากว่าผมหารือท่านสมาชิกอย่างนี้ครับ เราอภิปรายกันอยู่ในวาระที่ ๒ มีการแก้ไข จากคณะกรรมาธิการ ท่านแก้ไขเพียง ๑ คำเท่านั้น คือใน (๑) ของมาตรา ๖ เพียงเพิ่มคำว่า ทางเศรษฐกิจ เข้าไป เพราะฉะนั้นการอภิปรายในวาระที่ ๒ ผมขอความร่วมมือจาก เพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับ ท่านอภิปรายให้อยู่ในประเด็นของการเพิ่มคำว่า ทางเศรษฐกิจ ท่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เพราะอะไร เอาแบบกระชับ เชิญท่านเทียบจุฑาครับ🔗

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอร่วมอภิปรายรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระที่ ๒ ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ดิฉันต้องขอ กราบขอบพระคุณคณะกรรมาธิการ ที่ได้นำความเห็นของดิฉันที่ได้อภิปรายไว้ในวาระที่ ๑ ไปพิจารณาและบรรจุไว้ในข้อสังเกตในรายงานของคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะเรื่อง การบูรณาการความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อนำผลงานวิจัยของคนไทย แล้วก็นวัตกรรมที่สำคัญ ไปขยายผลในการสร้างงาน สร้างอาชีพที่มีคุณภาพ เป็นการยกระดับสินค้าชุมชนให้มี คุณภาพ ทำให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นของพี่น้องประชาชนในท้องถิ่น อย่างไรก็ตามท่านประธาน ดิฉันก็เห็นด้วยในการแก้ไขในมาตรา ๓ ในการขับเคลื่อนงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ จำเป็นที่จะต้องดำเนินการอย่างยิ่ง แล้วก็เร่งด่วนด้วยนะคะ เพื่อนำเอาผลงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีไปช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตร ของประเทศไทย ให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านของเรา เดี๋ยวนี้นำหน้าไปแล้ว เช่น เวียดนาม เรื่องนี้ดิฉันขอเสนอให้เป็นวาระแห่งชาติของรัฐบาล และที่จะต้องทำกันอย่างจริงจังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะต้องเร่งรัดหาแนวทางยกระดับคุณภาพสินค้าทางการเกษตรของไทยเรา เนื่องจากดิฉันได้รับทราบข้อมูลมาว่า ปัจจุบันนี้การส่งออกส้มโอไปจำหน่ายในบางประเทศ จะต้องผ่านกระบวนการและมาตรฐานควบคุมคุณภาพหลายอย่าง เช่น การฉายรังสี และการผ่านเกณฑ์มาตรฐาน GAP ก่อน ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายว่า ส้มโอไทยเรามีรสชาติอร่อยมาก แต่ไม่สามารถที่จะตีตลาดในสหรัฐอเมริกาได้ กลับไปพ่ายแพ้ส้มโอของเวียดนาม ประเด็นนี้ ดิฉันขอฝากให้ทางรัฐบาลได้นำไปพิจารณาเร่งรัดดำเนินการด้วยค่ะ ดังนั้น ในการแก้ไข ในมาตรา ๓ ทั้งฉบับ ดิฉันก็เห็นด้วย แล้วก็ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิจัย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ เชิญท่านต่อไปครับ🔗

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวรวัจน์ครับ ท่านหารือหรือว่าท่านอภิปรายครับ🔗

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ผมหารือท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ตอนนี้เราอยู่ในมาตรา ๓ ซึ่งจริง ๆ แล้วต้องเรียนท่านประธานครับ ที่ไปลงรายชื่อไว้ไม่ได้ระบุมาตรา แล้วเวลาอภิปรายนี่ อภิปรายเป็นวาระที่ ๑ ผมดูทั้งฉบับมีการแก้ไขคำเดียวคือคำว่า ทางเศรษฐกิจ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นถ้าท่านประธานจะกรุณาก็คงต้องบอกว่า อันแรกเลย อภิปรายที่ลงชื่อไว้นั้น อภิปรายในมาตราใด เพราะว่าทั้งหมดจะอภิปรายได้อย่างเดียวคือคำว่า ทางเศรษฐกิจ ในมาตรา ๓ เท่านั้นเอง อย่างอื่นไม่ได้เลยนะครับ ซึ่งผมเข้าใจว่าตอนนี้เราจะกลับไปอภิปราย เหมือนอยู่ในวาระที่ ๑ เท่านั้นเอง ก็ขอให้ท่านประธานควบคุมการประชุมด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒ ประเด็นนะครับ ประเด็นแรก การลงชื่อ ด้านหน้าบัลลังก์มีการลงชื่อตามมาตราอยู่แล้ว ส่วนประเด็นที่ ๒ เรื่องการอภิปรายในวาระที่ ๒ ผมเข้าใจดีครับ อย่างที่ท่านวรวัจน์ได้นำเรียน หารือต่อสภา ผมเองก็เห็นเช่นเดียวกันกับท่านนะครับ แล้วก็จากเดิมอภิปรายตั้งเวลาไว้ ๗ นาที ผมก็ขออนุญาตเพื่อนสมาชิกลดลงเหลือ ๕ นาที แล้วก่อนที่จะเข้าสู่การอภิปราย ในวาระนี้ ผมก็ได้บอกกับเพื่อนสมาชิกด้วยว่า มีการแก้ไขเพียง ๑ คำเท่านั้นนะครับ คือ เพิ่มคำว่า ทางเศรษฐกิจ เข้าไป เพราะฉะนั้นการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกในมาตรา ที่มีการแก้ไขก็ควรจะอภิปรายว่า ที่คณะกรรมาธิการไปเพิ่มคำว่า ทางเศรษฐกิจ เข้ามา ท่านเห็นด้วยหรือไม่ เพราะอะไร ไม่ใช่เป็นการอภิปรายย้อนไปในวาระที่ ๑ ในชั้นรับหลักการอีก ก็ได้ขอความร่วมมือจากเพื่อนสมาชิกแล้วครับ ต่อไปเลยนะครับ ท่านฐิติมาเรียนเชิญครับ🔗

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันขออภิปรายในรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของสภาผู้แทนราษฎร ในมาตรา ๔ ที่ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๓ ครับ ขออภัยท่านฐิติมาครับ🔗

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

หรือคะ แล้วดิฉันจะพูดมาตรา ๔ ทำอย่างไรคะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๔ เดี๋ยวรอถึงมาตรา ๔ นะครับ🔗

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ได้ค่ะ แล้วท่านเรียกนะคะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ท่านต่อไปครับ ท่านกัณวีร์ครับ เรียนเชิญ🔗

นายกัณวีร์ สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ท่านประธานครับ ผมขอใช้ระยะเวลาสั้น ๆ ในการที่จะลุกขึ้นมาอภิปรายเห็นชอบ ในการแก้ไขมาตรา ๓ ของตัวร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในความสำคัญตรงนี้จริง ๆ ต้องเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธาน ในประเทศไทยเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ในการพัฒนาประเทศต้องใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีในการผลักดัน เราต้องยกระดับการพัฒนาให้ได้ ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการ ทุกท่านที่เสนอตัวอันนี้ขึ้นมา ในเรื่องเกี่ยวกับการใช้ในการแก้ไข ในเรื่องเกี่ยวกับเหตุผล ทางเศรษฐกิจ คือทุกสิ่งทุกอย่างเราเห็นครับว่า มันจำเป็นที่เราต้องสามารถยืนด้วยขาตัวเอง ให้ได้จริง ๆ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยนี้ ก็มีความจำเป็น ต้องใช้ศักยภาพ ใช้ในการพัฒนาตัวเอง เพื่อที่จะไปแข่งขันในเวทีระหว่างประเทศ ไปดึงอำนาจ เศรษฐกิจต่าง ๆ เข้ามาใช้ภายในตัวเอง เราไม่จำเป็นต้องรอทุก ๆ ปีในการจัดสรรงบประมาณ รายจ่ายประจำปี เพราะฉะนั้นสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย วว. สามารถที่จะ Generate Income สามารถหารายได้เข้ามาพัฒนาตัวเองได้ และตอนนี้ เรามีคนเก่งเยอะแยะมากมายที่อยู่ใน วว. ของเรา เพราะฉะนั้นการจดลิขสิทธิ์ต่าง ๆ การทำ Contract ต่าง ๆ ที่เราจะทำกับต่างประเทศเองก็ตาม หรือว่าในประเทศเองก็ตาม เป็นการ แข่งขันทั้ง ๒ ด้าน ทั้งทางในและทางนอกประเทศ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะมาช่วยครับ โดยเฉพาะเห็นความสำคัญในการเน้นเรื่อง SMEs งบประมาณนี้จะมาใช้ให้กับพี่น้อง ประชาชนทั่วประเทศ ที่ไม่ใช่ว่าจะต้องอยู่ในภายใต้นายทุนใหญ่อย่างเดียว เพราะฉะนั้นเงินต่าง ๆ ที่ได้มา รายได้ต่าง ๆ ที่เข้ามาจะสามารถช่วยเหลือพี่น้อง โดยเฉพาะ Local Base ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ละครับ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ ประเทศไทยเรา สามารถจะดึงศักยภาพของชุมชนรากหญ้าขึ้นมาได้ เรามีทั้งดึงเข้ามา จากภายนอก เราทั้งพัฒนาศักยภาพภายในประเทศขึ้นมา แล้วจะตอบโจทย์ของเราให้ได้จริง ๆ อันนี้ต้องขอขอบคุณทางกรรมาธิการทุกท่าน ก็ขออภิปรายสั้น ๆ ขอเห็นด้วยนะครับ ในการแก้ไขมาตรา ๓ ตรงนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านต่อไปท่านอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ เรียนเชิญครับ🔗

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ผมขออนุญาตมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาตรา ๓ ที่มีการแก้ไข โดยได้เพิ่ม ถ้อยคำที่มีความสำคัญคือ คำว่า ทางเศรษฐกิจ เข้ามา ผมมีเหตุผลในการอภิปรายในมาตรา ๓ ดังนี้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ศรีสะเกษ

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตรา การว่างงานที่ต่ำมาก ข้อมูลจาก Research Trading Economic ปี ๒๐๑๗ ระบุว่า ประเทศไทย มีอัตราว่างงานเพียงแค่ ๑.๓ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่อาจจะทำให้เราคิดว่า เศรษฐกิจของเรามีความเข้มแข็ง แต่อย่างไรก็ตามผมก็ต้องขอตั้งข้อสังเกตนะครับ ด้วยอัตรา การว่างงานที่ต่ำขณะนี้ ค่าแรงควรจะเพิ่มมากกว่านี้ เนื่องจากเรามีอัตราการว่างงานที่ต่ำมาก แต่คำตอบที่มันชัดเจนอยู่ที่ว่า ทำไมอัตราการว่างงานต่ำ ก็เพราะว่าสัดส่วนแรงงานส่วนใหญ่ ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ อยู่ในภาคการเกษตร แต่กลับสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยเพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของ GDP นี่เป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงปัญหาความยากจนที่ฝังลึกในภาค การเกษตรของเรา แรงงานจำนวนมากทำงานหนัก แต่ได้รับผลตอบแทนน้อย ซึ่งเป็นหนึ่ง ในปัจจัยที่ทำให้ความยากจนยังคงอยู่ในภาคการเกษตร มองย้อนไปที่สัดส่วน GDP ตั้งแต่ ปี ๒๐๑๒-๒๐๒๒ ตามข้อมูลของ STATISTA เราจะพบว่า ภาคการเกษตรมีสัดส่วนเพียงแค่ ๘-๑๑ เปอร์เซ็นต์ของ GDP ในขณะที่ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ภาคบริการและอุตสาหกรรม ที่มีสัดส่วนที่สูงกว่าอย่างชัดเจน ซึ่งบ่งบอกว่า ภาคการเกษตรเป็นภาคที่ใช้แรงงานมากที่สุด แต่สร้างรายได้น้อยที่สุดและประสิทธิภาพต่ำ จึงเป็นที่มาของการอภิปรายในมาตรา ๓ ในวันนี้ จากสถานการณ์นี้ผมขอย้ำว่า สถาบันวิจัยและพัฒนามีบทบาทสำคัญโดยท่าน สามารถวิจัยและพัฒนาในภาคการเกษตร ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นเป็นอย่างยิ่ง เพราะการวิจัย ของท่านนี่จะช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรได้ ต้องเกิดขึ้นผ่านการขับเคลื่อน โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ ในการสร้างนวัตกรรมที่จะช่วยให้ภาคเกษตรของเรายืนอยู่บนเวทีโลกได้ หากจะให้นึกถึงตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งประเทศของเขามีพื้นที่ภูเขามากถึง ๖๔ เปอร์เซ็นต์ แทบไม่มีพื้นที่ ทางการเกษตร แต่เขากลับมีบริษัท เนสท์เล่ เอส.เอ. ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เขาทำสำเร็จโดยการนำเข้าวัตถุดิบต่าง ๆ จากทั่วโลกมาแปรรูป ผ่านนวัตกรรม จนกระทั่งสินค้าเขาเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูงส่งออกไปทั่วโลก ผมก็เชื่อว่า บ้านเราประเทศไทยของเรานี่ สามารถนำแนวทางนี้มาเพื่อยกระดับภาคการเกษตรของเราได้ เช่นเดียวกัน โดยการใช้วิจัยและนวัตกรรมมาเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ในโอกาสนี้นะครับ ผมขอชื่นชมท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ท่านศุภมาส อิศรภักดี ที่ท่านได้ทำงาน อย่างเข้มแข็ง รวมทั้งได้ปรับปรุงโครงสร้างของกระทรวง อว. ให้มีบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจน และเน้นการใช้งานวิจัยเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจอย่างแท้จริง ผลงานของท่านรัฐมนตรีศุภมาส ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของเศรษฐกิจไทยในระดับที่น่าประทับใจ🔗

สุดท้ายผมขอยืนยันว่า ผมเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ทั้งในวาระที่ ๒ วาระที่ ๓ และข้อสังเกต และขอฝากความหวัง ทั้งผมและพี่น้องประชาชนคนไทย ไว้กับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ในการสร้างงานวิจัยที่จะเป็น ประโยชน์ต่อประชาชนในภาคการเกษตรและภาคธุรกิจไทยต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านฐากรเรียนเชิญครับ🔗

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส. ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายมาตรา ๓ ในการแก้ไขมาตรา ๖ เฉพาะในส่วนที่การแข่งขัน ทางด้านเศรษฐกิจครับ ผมขออนุญาตเรียนว่า ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่มีการปรับปรุง เพื่อที่จะเพิ่มการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งตรงนี้จะสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่จะมีการต่อยอดทางด้านเศรษฐกิจที่เราเรียกว่า ทางด้านเศรษฐกิจดิจิทัลที่เพิ่งประกาศ เป็นนโยบายของรัฐบาลไป ผมเรียนอย่างนี้ว่า ทางด้านการวิจัย ทางด้านการนวัตกรรมของเรา ถือว่าประเทศไทยเราถึงแม้ว่าจะมีเงินงบประมาณในการที่จะสนับสนุนส่วนนี้เป็นจำนวนน้อย แต่นักวิทยาศาสตร์ของเราต่าง ๆ ถือว่ามีความเก่งกาจมาก เพียงแต่ว่าการต่อยอดของเราต่าง ๆ ในการที่จะไปเสริมสร้างการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจยังมีอยู่น้อยมาก วันนี้ผมเห็นด้วย เป็นอย่างยิ่งในการที่จะปรับปรุงตรงนี้ ประเทศไทยเราอย่างที่หลายท่านอภิปรายกันไปว่า เทคโนโลยีเราล้าสมัยในการผลิต แต่ขณะเดียวกันเมื่อเทคโนโลยีของเราล้าสมัย ต้นทุน ในการผลิตของเราก็ต้องเพิ่มสูงขึ้น การส่งออกของเราในการที่จะแข่งขันกับต่างประเทศ ก็ต้องมีราคาที่สูงขึ้น ตรงนี้คือปัญหาที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในขณะนี้ ผมเรียนท่านประธาน เมื่อ ๔-๕ วันก่อน ผมเพิ่งไปเป็นประธานเปิดงานที่เราเรียกกันว่า PCB แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ อันนี้เป็นสิ่งที่ผมกำลังจะเรียนว่า เป็นการต่อยอดเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเน้นคำว่า เศรษฐกิจ ดิจิทัลที่จะเกิดขึ้นกับสถาบันแห่งนี้ให้ได้ครับ ผมขออนุญาตสนับสนุน แล้วก็เป็นกำลังใจ ให้กับทางท่านรัฐมนตรีในการที่จะขอแก้ไขปรับปรุงมาตรานี้เพิ่มคำว่า การแข่งขันทางด้าน เศรษฐกิจ ให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยมากยิ่งขึ้น กราบขอบพระคุณท่านประธานมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ชื่นชมท่านฐากรนะครับ ท่านอภิปรายได้ตรงประเด็นในวาระที่ ๒ เพื่อนสมาชิกท่านอื่น ดูเป็นตัวอย่างไว้นะครับ ต่อไปเรียนเชิญท่านชลน่านครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมใช้สิทธิในฐานะสมาชิก กรณีที่คณะกรรมาธิการมีการแก้ไขเพิ่มเติม ไม่ได้สงวนความเห็น ไม่ได้แปรญัตติไว้ แต่สามารถใช้สิทธิสมาชิก กรณีที่ท่านไปเปลี่ยนจากร่างที่รับหลักการไป เพราะเป็นร่าง ของสภาผู้แทนราษฎรเรา ท่านประธานที่เคารพครับ มีถ้อยคำเดียวที่กรรมาธิการแก้มา ทั้งร่างคือเติมคำว่า ทางเศรษฐกิจ เข้ามาในมาตรา ๓ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๖ ซึ่งเป็น วัตถุประสงค์ของสถาบัน ถ้าเราศึกษาให้ดีครับ กฎหมายฉบับนี้เป็นตัวอย่างของการยกร่าง กฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมที่ครอบคลุมและรัดกุมมาก เขียนหลักการได้ครอบคลุมนะครับ แล้วสามารถเติมเต็มได้เต็มที่ในวัตถุประสงค์ที่ท่านเติมเข้ามา ผมกราบเรียนท่านประธาน บอกว่า ผมไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ไปเติมคำว่า เศรษฐกิจ ฟังเพื่อนสมาชิกอภิปราย แล้วดูดีมากครับ แต่ในมุมผมนี่ ถ้าท่านอ่านวัตถุประสงค์ให้ดี ๖ ข้อ ที่ได้เขียนมามันเป็น วัตถุประสงค์โดยรวมอยู่แล้ว แต่ถ้าท่านไปเติมคำว่า เศรษฐกิจ ไปใน (๑) เมื่อไร ความหมาย ของ (๑) จะแคบไปทันที เดิมที่เขาเขียนไว้เขากว้างมากนะครับ ที่จะไปริเริ่ม ที่จะไปส่งเสริม ไปดำเนินการวิจัย การสร้างนวัตกรรม และให้บริการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้เราสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ แข่งขันในระดับสากลได้ เขาไม่ได้บอกครับว่า จะไป แข่งขันเฉพาะเศรษฐกิจ เขาไม่ได้บอกนะครับ แต่คณะกรรมาธิการไปจำกัดว่า ทำเฉพาะ เพื่อแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจเท่านั้นหรือ คณะกรรมาธิการต้องตอบผมในประเด็นนี้ด้วยครับ เพราะเขียนแล้วทำให้แคบ ลูกหลานเยาวชนของเราจะไปแข่งทักษะวิชาการ และนำเอาเรื่องนวัตกรรม เรื่องเหล่านี้ ไปคิดค้นเพื่อให้เขาได้ชัยชนะกลับมา ไม่ถือเป็นการแข่งขันหรือครับ ไปแข่งเรื่องของ นวัตกรรม เรื่องเทคโนโลยี เรื่องของศิลปะ วัฒนธรรม ล้วนแต่เป็นการแข่งขันนะครับ ท่านเอาไป ทิ้งไว้ไหนครับ เขียนแล้วทำให้ความหมายแคบเข้า ไม่เขียนในสิ่งที่เพื่อนสมาชิกอภิปราย อยู่ในวัตถุประสงค์หมดทุกข้อครับ และเน้นด้วยข้อ ๒ เชิงพาณิชย์ ชัดเจนเลย เพราะฉะนั้น ผมไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ แล้วผมก็วิงวอนเพื่อนสมาชิกกรุณาอ่านให้ดีนะครับ อ่านให้ดีอย่าไปหลงติดแค่คำ ๆ เดียวและเห็นชอบด้วย ผมยังยืนยันว่า ท่านแก้มาแคบ ถ้าไม่แก้กว้าง แข่งขันได้ทุกประเภท ทั้งมิติเชิงสังคม เศรษฐกิจ การเมือง นวัตกรรม เทคโนโลยีแข่งได้หมด ลูกหลานเยาวชนเราไปแข่ง Robot ต่างประเทศ กีฬา เอางาน วิทยาศาสตร์ วิจัยไปสร้างนวัตกรรม ไปส่งเสริมด้านกีฬาและทำให้นักกีฬาเราชนะเลิศ ระดับโลก เราไม่ได้บอกแข่งเพื่อเศรษฐกิจนะครับ จริงอยู่มันแฝงเศรษฐกิจ แต่เราบอกแข่งกีฬา ฟุตบอลไทยไปฟุตบอลโลกนี่ครับ ฟุตซอลไทยขณะนี้กำลังจะชิงแชมป์โลกอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมขอร้องท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการลองพิจารณา ใคร่ครวญ ให้ถ้วนถี่นะครับท่านรัฐมนตรีครับ ตัดออกความหมายได้หมด แต่ท่านใส่ไป ท่านได้เฉพาะ แข่งทางด้านเศรษฐกิจเท่านั้น ผมไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านสุดท้ายเรียนเชิญท่านอภิสิทธิ์ครับ🔗

นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมขออภิปรายในมาตรา ๓ ซึ่งขอยกเลิกความในมาตรา ๖ แล้วก็เติมคำว่า เศรษฐกิจ ในวรรคหนึ่ง ผมเนื่องจากว่า ตัววิทยาศาสตร์เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ เพราะว่าทุกครั้งที่เราอ่านรายงานถึงเรื่อง อนาคตของประเทศ เราก็มักจะพูดถึงเรื่องความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมที่เอาไป พัฒนา ไม่ว่าจะเป็นสังคม เศรษฐกิจ หรือสภาพแวดล้อม สิ่งแวดล้อมทั้งหลาย เราก็ยกว่า ประเทศเราประสบปัญหากับความสามารถในการตามทันความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ ทีนี้พอเติมคำว่า เศรษฐกิจ ไป ผมอ่านแล้วผมก็ดูคำขยายตามก็คือ คำต่อว่า การแข่งขัน ทางเศรษฐกิจในระดับสากลและพึ่งพาตัวเอง ผมคิดว่าคำขยายคำว่า เศรษฐกิจ มันก็เห็น ความต่อเนื่องกับความสามารถในระดับสากล แล้วก็มาชดเชยเรื่องการพึ่งพาตัวเอง ซึ่งมันเป็นการเพิ่มศักยภาพของประเทศ ในขณะที่เรามีปัญหามาตลอดว่า ความรู้ทาง วิทยาศาสตร์เราไม่สามารถเทียบทันกับโลกสมัยใหม่ได้ รวมถึงความที่ขยายต่อไป ในความเดิม ก็คือคำว่า รวมทั้งการยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งผมคิดว่าความสามารถ ทางวิทยาศาสตร์ในประเด็นของสังคม ในประเด็นของสิ่งแวดล้อม แล้วก็ประเด็น ทางเศรษฐกิจ เป็นประเด็นสำคัญสำหรับการแก้ไขปัญหาอนาคตของประเทศนี้ได้ รวมความถึง ความสามารถของตัวสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ผมว่าภารกิจ อันหนึ่งของตัวสถาบันก็คือ การเพิ่มความรู้ โดยเฉพาะความรู้ที่มันเป็นตรรกะ เพื่อจะทำให้ สังคมไทยเป็นสังคมที่สามารถแปลความรู้วิทยาศาสตร์ ให้เป็นตรรกะของสังคม เพื่อที่จะทำให้ เราลดปัญหาต่าง ๆ ในทางสังคม ในทางสิ่งแวดล้อมได้ เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยกับการเพิ่ม คำว่า เศรษฐกิจ ที่ไปขยายความคำว่า ระดับสากลและพึ่งพาตัวเอง ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ หมดผู้อภิปรายนะครับ ท่านคณะกรรมาธิการครับ เชิญท่านศุภชัยครับ🔗

นายศุภชัย ใจสมุทร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร กรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยัง ท่านสมาชิกว่า ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านสมาชิกหลายท่านที่ได้กรุณาแสดงความคิดเห็น อภิปรายสนับสนุนในการเพิ่มข้อความคำว่า ทางเศรษฐกิจ แต่จะขออนุญาตตอบต่อ ท่านคณะกรรมาธิการที่ท่านไม่เห็นด้วยว่าจะต้องเพิ่มคำว่า ทางเศรษฐกิจ ความจริงกฎหมาย ฉบับนี้ท่านคงทราบว่า เป็นกฎหมายของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ การเป็นรัฐวิสาหกิจก็คือ การทำกิจการเพื่อหารายได้ แสวงกำไร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัตถุประสงค์ และมาตรา ๖ นี้เป็นมาตราที่เกี่ยวด้วย วัตถุประสงค์ขององค์กรนี้ หรือรัฐวิสาหกิจแห่งนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะเรียน ก็คือว่า วัตถุประสงค์อย่างหนึ่งขององค์กรนี้ หรือรัฐวิสาหกิจแห่งนี้ก็คือ ความสามารถในการ แข่งขันทางเศรษฐกิจ ซึ่งท่านสมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปราย ซึ่งก็เป็นไปตามข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นการแข่งขันทางเศรษฐกิจก็เป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญขององค์กร จริง ๆ แล้ว ถ้าท่านได้ดูตั้งแต่ (๑) จนถึง (๖) นั่นก็คือ วัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่ วว. หรือสถาบันวิจัย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย มีตามกฎหมายฉบับนี้ การเพิ่มเข้าไปไม่ได้ ทำให้การดำเนินการของ วว. แคบลงนะครับ แต่เป็นการเสริมให้เห็นถึงเป้าหมายหลักที่ควร จะต้องทำ เพราะฉะนั้นทางกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ก็ได้มีความเห็นพ้องต้องกัน ในการที่จะได้เพิ่มถ้อยคำนี้ไป เพื่อทำให้ วว. แข็งแรงขึ้น ได้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านกรรมาธิการครับ ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากว่ามาตรานี้ทางกรรมาธิการมีการแก้ไข เพราะฉะนั้นต้องขอถามมติจากที่ประชุมว่า เห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนลงมติก็ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อน เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ด้านนอกเข้ามาด้านในด้วย นะครับ🔗

(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวรวัจน์เชิญครับ🔗

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ขออนุญาตเรียนสอบถามไปทาง คณะกรรมาธิการสักนิดหนึ่งพอได้ไหมครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ ระหว่างรอเพื่อนสมาชิกเชิญท่านวรวัจน์ครับ🔗

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย อยากเรียนถามไปยังคณะกรรมาธิการ ที่จริงประเด็นที่คุณหมอชลน่านอภิปรายที่ไปเติมคำว่า ทางเศรษฐกิจ มันแคบลง ซึ่งถ้าหากว่า เอากลับไปตามร่างเดิมมันจะทำให้เปิดกว้าง มันอาจจะไปทางด้านอื่น ทางด้านความมั่นคง หรือทางด้านอื่น ไม่เฉพาะทางด้านเศรษฐกิจเท่านั้น ซึ่งจริง ๆ แล้วก็จะเรียนว่า ความเห็น ที่คุยกัน เราไม่เห็นด้วยกับการเติมคำนี้เข้ามานะครับ เพราะฉะนั้นจะเรียนถาม คณะกรรมาธิการว่า เป็นไปได้ไหมครับถ้าเปิดกว้างไว้เหมือนเดิมในการที่เอาคำว่า ทางเศรษฐกิจ ออก คือเปิดให้ทุกด้านครับ ไม่ว่าเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ให้มันขยาย ได้ทุกด้าน ไม่ตีกรอบเฉพาะทางเศรษฐกิจเท่านั้น ซึ่งถ้าคณะกรรมาธิการตัดออกได้ ทางผม ก็จะลงมติได้ แต่ต้องเรียนว่า มันเป็นความเห็น ไม่ใช่เราไม่เห็นชอบกับทางคณะกรรมาธิการ แต่เรากำลังบอกว่า มันแคบเกินไป เพราะฉะนั้นในร่างเราอาจจะรับ แต่ว่าในประเด็นนี้ ถ้าหากว่าทางคณะกรรมาธิการไปตีให้แคบ คือเอาเศรษฐกิจอย่างเดียวก็จะมีหลายท่าน ที่จะลงมติว่า ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นก็ฝาก คณะกรรมาธิการลองปรึกษากันนิดหนึ่งว่า เป็นไปได้ไหมครับ ท่านเปิดกว้างให้เหมือน ร่างเดิม อย่าไปตีแคบ เพราะไหน ๆ จะทำกฎหมายแล้ว ผมว่าเปิดกว้างไว้เป็นประโยชน์ มากกว่าที่ไปตีแคบไว้ครับ ขออนุญาตเรียนปรึกษาครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเข้าใจประเด็นแล้วครับ ทางคณะกรรมาธิการท่านมีสิทธิที่จะตอบ และไม่ตอบก็ได้นะครับ เพราะว่าอีกสักครู่หนึ่งท่านสมาชิกก็จะลงมติว่า เห็นด้วยกับความคิดเห็นของคุณหมอชลน่าน หรือเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการอยู่แล้ว ท่านจะตอบหรือไม่ก็ได้นะครับ คณะกรรมาธิการไม่ตอบนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เพื่อนสมาชิกได้เข้ามาแสดงตนพอสมควรนะครับ ขอท่านเลขาธิการช่วยแสดงตัวเลขด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุมขณะนี้ ๓๖๗ ท่านนะครับ เป็นอันว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ให้กดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรว่า งดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง สมาชิกท่านใดเห็นอย่างไร เรียนเชิญได้แสดงความคิดเห็นครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกลงมติกันเรียบร้อยนะครับ มีท่านใดยังไม่ลงมติหรือไม่ครับ เชิญครับ🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ท่านประธาน ได้กรุณาทวนคำถามอีกสักรอบได้หรือไม่ครับ ทางสมาชิกข้างล่างอาจจะเกิด ความสับสนกันสักเล็กน้อยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีเพื่อนสมาชิกเสนอให้ทวนคำถามนะครับ ซึ่งจริง ๆ ขึ้นจอไว้แล้ว ผมขออนุญาตล้างก่อนครับ เมื่อสักครู่เห็นทางข้างล่างก็เหมือนจะมีเสียงเอะอะ โวยวาย เดี๋ยวผมถามใหม่นะครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการให้กดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วย กับคณะกรรมาธิการ นั่นหมายความว่า ให้คงร่างเดิมตามที่รับหลักการในวาระที่ ๑ ให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย และท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงมติครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ไม่ทราบ ตกลงคะแนนออกหรือยังครับ ถ้ายังคุยกันไม่จบจะถอนไปก่อนดีไหมครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กำลังรอการลงมติครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

กำลังรอลงมติ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กำลังรอการลงมติว่า จะเห็นด้วยหรือไม่ เพราะว่ามีเพื่อนสมาชิก ผมเห็นยังยืนอยู่บางท่าน ยังไม่ลงมติ เดี๋ยวรอสักครู่นะครับ ตัวเลขหน้าจอก็ยังไม่ครบกับผู้ที่มาแสดงตน เพื่อนสมาชิก ลงมติเลยครับ มีท่านใดยังไม่ลงมติไหมครับ เมื่อทุกท่านลงมติแล้วก็ขอปิดการลงมตินะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีผู้ลงมติทั้งสิ้น ๓๙๙ ท่าน เห็นด้วย ๑๔๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๕๑ ท่าน งดออกเสียง ๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน นั่นหมายความว่า ที่ประชุมมีมติ ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ นั่นหมายความว่า เรากลับไปใช้ร่างเดิม ในมาตรานี้นะครับ🔗

นายฤกษ์ อยู่ดี เพชรบุรี

ท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ🔗

นายฤกษ์ อยู่ดี เพชรบุรี

๓๑๐ ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

บันทึกไว้ครับ มาตราต่อไปเชิญท่านเลขาธิการครับ มาตรา ๔ ครับ🔗

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๔ แก้ไขมาตรา ๗ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคำแปรญัตติ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๔ มีผู้แปรญัตติ และได้ขอสงวนไว้ เรียนเชิญท่านธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ เรียนเชิญครับ🔗

นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎร ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จริง ๆ ธัญได้แปรญัตติ มาตรา ๔ ในการแก้ไขมาตรา ๗ ของร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยเฉพาะการแก้ไขใน (๒) นะคะ ที่มีการเพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับสถาบัน ให้มีสิทธิร่วมถือกรรมสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับผู้วิจัยตามแต่กรณี หลังจากที่ธัญได้แปรญัตติไปแล้ว ก็ได้มีการเข้าไปพูดคุย ในคณะกรรมาธิการวิสามัญดังกล่าว ก็ได้รับคำชี้แจงมา ซึ่งทุกท่านก็ให้คำชี้แจงมาอย่างรอบด้าน ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีข้อชี้แจงแล้ว ธัญก็ยังมีข้อกังวลอยู่ว่า ทำไมบทบัญญัติของร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวนี้จึงดูไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติที่กฤษฎีกาอ้างถึงในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ วิสามัญ กฤษฎีกาได้ยกมาตรา ๘ ของพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ของงานวิจัย และนวัตกรรม ซึ่งกฤษฎีกาอ้างถึงนั้นเข้าใจถูกว่า เพื่อใช้แก้ปัญหาในเรื่องงานวิจัยที่ขึ้นหิ้ง ใช่ไหมคะ เราถึงมีพระราชบัญญัติดังกล่าวขึ้นมา เพื่อให้ผู้วิจัยมีสิทธิที่จะนำงานวิจัย ของตนเอง ไปทำให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ นี่คือสิ่งที่กฤษฎีกาอ้างนะคะ ธัญไม่ได้นอก พระราชบัญญัติท่านประธาน ทีนี้ตรงนั้นมันส่งผลให้เกิดการแข่งขันขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ งานวิจัยที่เป็นสาธารณะ คำนึงถึงผลประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก จึงทำให้ไม่เกิดเศรษฐกิจ ที่ผลิตและมีการแข่งขันสูง ทำให้การแข่งขันทางธุรกิจเข้ามาของผู้แข่งรายใหม่ได้ง่ายดาย มากเกินไป อย่างไรก็ตามในร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ ธัญไม่เห็นความสมดุลของกฎหมายผ่านตัวอักษร อย่างมาตรา ๘ ของพระราชบัญญัติที่ส่งเสริมการใช้ประโยชน์งานวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งกฤษฎีกาเป็นคน ที่อ้างถึงนะคะ อย่างไรก็ตามธัญก็มีข้อกังวลอีกว่าถึงแม้ว่าท่านจะบอกว่า ท่านได้มีการแบ่ง ทรัพย์สินทางปัญญาของผู้วิจัย แต่ธัญก็ยังมีข้อกังวลในมาตรา ๒๙ ของร่างพระราชบัญญัติ สถาบันสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฉบับก่อนที่จะมีการแก้ไข ซึ่งท่านไม่ได้ แก้ไขมาว่า มาตรา ๒๙ มีการระบุไว้ว่า การค้นพบการประดิษฐ์ และการปรับปรุงกรรมวิธี เครื่องมือ และเครื่องจักรของบุคคลที่ทำขึ้นในสถาบัน ตลอดจนสิทธิเหล่านี้ให้ตกเป็น ทรัพย์สินของสถาบันทั้งหมด ที่ผ่านมาได้รับการสื่อสารจากอาจารย์เอก แล้วก็คุณชวลิตบอกว่า มีการพูดคุยกัน แล้วก็จะตั้งข้อสังเกตในท้ายรายงาน แต่ธัญก็รู้สึกว่าได้อ่านแล้วก็ไม่มีการตั้ง ข้อสังเกตที่จะไปศึกษาเรื่องดังกล่าวเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ธัญกำลังจะพูดถึง การเติบโตของเศรษฐกิจและผลประโยชน์ขนาดใหญ่มาก ๆ ท่านได้รับข้อท้วงติงจาก กระทรวงการคลังหรือไม่ว่า เราอาจจะเข้าสู่ภาวะรัฐกระเป๋าฉีก เพราะท่านมีอำนาจที่จะเข้าไป ร่วมทุนกับภาคเอกชน และถ้าเกิน ๕๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านก็มีสิทธิที่จะขอรับงบประมาณ และจัดสรรงบประมาณด้วยวิธีการรับงบได้อีก เราจะมีรัฐวิสาหกิจเพิ่มไปเรื่อย ๆ โดยที่คนตัวเล็ก ตัวน้อยที่เป็นผู้วิจัยนั้น จะไม่ได้รับส่วนแบ่งที่เป็นลายลักษณ์อักษรตามตัวกฎหมายนี้หรือไม่ เพราะฉะนั้นท่านประธาน ธัญเข้าใจนะคะ ธัญก็รับฟังข้อคิดเห็นของท่าน ข้อโต้เถียงของท่าน ท่านก็ให้เหตุผลมา ซึ่งธัญก็มีทั้งรับได้แล้วก็รับไม่ได้ วันนี้ธัญไม่ได้ขออะไรท่านมาก ธัญอยากให้ ท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญหรือผู้ที่เกี่ยวข้องตอบในสภาแห่งนี้ชัด ๆ เพื่อเป็นการอภิปราย เพื่อให้ประชาชนและนักวิจัยทุกคนในประเทศนี้ได้ยินพร้อมกัน ธัญมีทั้งหมด ๘ คำถามค่ะ🔗

ข้อที่ ๑ ท่านเคยชี้แจงว่า มีการแบ่งปันผลประโยชน์กับผู้วิจัยอยู่แล้ว ถึงแม้ว่า จะไม่ได้กำหนดลงในกฎหมาย ธัญอยากทราบหลักเกณฑ์และรายละเอียดค่ะ🔗

ข้อที่ ๒ ธัญอยากจะทราบว่า เมื่อนักวิจัยนั้นออกจากองค์กรของท่าน ไปทำงานวิจัยที่อื่น เขายังมีสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ ที่ทำให้กับองค์กรท่านหรือไม่🔗

ข้อที่ ๓ เหตุผลอันใดท่านจึงไม่บัญญัติกฎหมายฉบับนี้ให้สอดคล้องกับ มาตรา ๘ ของพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์งานวิจัยและนวัตกรรม🔗

ข้อที่ ๔ ท่านเพิ่มคำว่า เศรษฐกิจ เข้ามา แต่ท่านไม่ระบุในเชิงปัจเจก และกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาของผู้วิจัย ท่านจะบรรลุเศรษฐกิจการแข่งขันได้อย่างไร มันเท่ากับว่าผู้วิจัยนั้น ย้อนกลับไปสู่สถานะก่อนมีร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ งานวิจัยและนวัตกรรมใช่หรือไม่ จะเกิดการผูกขาดและขัดขวางพัฒนางานวิจัยจากนักวิจัย รายอื่นหรือไม่ และจะส่งผลต่อความหลากหลายทางนวัตกรรมอย่างไร🔗

ข้อที่ ๕ ท่านมีตัวชี้วัดอย่างไรกับเป้าหมายทางเศรษฐกิจเชิงพาณิชย์ และประโยชน์สาธารณะที่รัฐเป็นผู้ลงทุนเงินวิจัย รวมถึงธรรมาภิบาลในการตัดสินใจ ในองค์กรของท่าน🔗

ข้อที่ ๖ ได้มีการประเมินผลหรือไม่ว่า การเพิ่มอำนาจของสถาบันในร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ ส่งผลต่อการแข่งขันที่อาจเกิดความไม่เป็นธรรม🔗

ข้อที่ ๗ โปรดอธิบายมาตรา ๒๙ ของพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีในสภานี้ว่า มันขัดแย้งกับมาตรา ๘ ของพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ งานวิจัยและนวัตกรรมหรือไม่🔗

ข้อที่ ๘ ข้อสุดท้าย ธัญอยากทราบว่า เหตุใดท่านจึงไม่ตั้งข้อสังเกตที่เรา ได้พูดคุยกันในท้ายเล่มรายงานฉบับนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคณะกรรมาธิการ ชี้แจงนะครับ🔗

นายศุภชัย ใจสมุทร กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร กรรมาธิการ ขออนุญาตตอบท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ คือท่านธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ซึ่งเป็นผู้ขอแปรญัตติในมาตรา ๔ ซึ่งแก้ไขมาตรา ๗ อย่างที่ท่านสมาชิก ได้เห็นว่า ใน (๒) ท่านสมาชิกได้มีการขอเพิ่มถ้อยคำว่า และมีสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับผู้วิจัยแล้วแต่กรณี ซึ่งเรื่องนี้หลังจากคณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณาตามที่ท่าน ขอให้มีการเพิ่มถ้อยคำ เราได้พิจารณาแล้ว เราพบว่าจริง ๆ แล้วในเรื่องของการบริหาร จัดการการวิจัยและนวัตกรรมนั้น อย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงกฎหมายเมื่อสักครู่นะครับ มันมีพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๔ มาบังคับใช้แล้ว ซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าวมีอยู่ทั้งหมด ๒๓ มาตรา เป็นการระบุรายละเอียด เรื่องของการบริหารจัดการผลงานวิจัยและนวัตกรรมทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านถามมา มันก็อยู่ในกฎหมายฉบับนั้น คณะกรรมาธิการจึงเห็นว่า สิ่งที่ท่านขอให้มีการเพิ่มถ้อยคำมา ในมาตรานี้ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะนำเอาส่วนใดส่วนหนึ่งตรงนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วมีกฎหมาย ทั้งฉบับซึ่งเอามาบังคับใช้อยู่แล้ว เราจึงไม่ได้ดำเนินการตามที่ท่านได้ขอแปรญัตติมา แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะขอเรียน เดี๋ยวอาจจะมีคำถามของท่านรายละเอียด ๘ ข้อ บางข้อ ก็อาจจะเป็นเรื่องซึ่งท่านก็สามารถดูในกฎหมายฉบับนั้นแล้วว่า เรื่องความสัมพันธ์ของ วว. กับผู้วิจัยเป็นอย่างไร ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ต้องเรียนว่าก็เป็นการดำเนินการภายใต้กฎหมายทั้งสิ้น วว. ในฐานะที่เป็นรัฐวิสาหกิจ มีกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติ หรืออนุบัญญัติจำนวน มากมายหลายฉบับ ที่จะมาบังคับใช้ดำเนินการให้เป็นการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งจริง ๆ แล้ว ประเทศไทยก็ใช้กฎหมายเหล่านั้นบังคับกับรัฐวิสาหกิจทุกรัฐวิสาหกิจ ไม่เฉพาะ วว. เพราะว่าจริง ๆ ในกฎหมายของ วว. ฉบับนี้ที่ท่านกำลังพิจารณาอยู่ และมีกฎหมายอื่น ๆ นั้น มันเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ และต้องนำเอากฎหมายหลายฉบับมาใช้ ผมจะขอตอบ ในประเด็นเรื่องข้อสังเกต จะเรียนท่านว่าหลังจากที่เราได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วเสร็จนะครับ ซึ่งผมนั่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการอยู่ ผมและคณะกรรมาธิการ ก็ได้มีการทบทวนร่างพระราชบัญญัติที่ได้พิจารณาแล้วเสร็จมาอีกครั้งหนึ่ง เราก็ได้มีข้อสรุป เป็นมติที่ประชุมของคณะกรรมาธิการว่า ข้อสังเกตของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่มี ความจำเป็นที่จะต้องมีอยู่ และเป็นมติของที่ประชุม เพราะฉะนั้นในร่างพราะราชบัญญัติ ที่ได้เสนอต่อทุกท่านที่นี่จะไม่มีข้อสังเกต ก็ด้วยเหตุผลว่า ที่ประชุมเราเห็นพ้องต้องกันว่า ไม่จำเป็นต้องมีข้อสังเกต ส่วนสิ่งที่ท่านกล่าวถึงท่านสมาชิกคือ ท่านชวลิตนะครับ ท่านก็ได้ สงวนความเห็นไว้ ซึ่งตรงนั้นเดี๋ยวก็คงจะต้องเป็นมาตราต่อไป ถ้าท่านยังเห็นว่าท่านจะสงวน ความเห็นอยู่ ซึ่งผมจะขออนุญาตชี้แจง อาจจะมีประเด็นเพิ่มเติมที่ผมจะให้ท่านผู้ว่าการ วว. ได้ชี้แจงเพิ่มเติมในส่วนที่ท่านสมาชิกได้สอบถามมาเมื่อสักครู่นะครับ ในส่วนที่ท่านอยากรู้ เดี๋ยวถ้าท่านผู้ว่าการซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการท่านหนึ่ง ก็จะมีการตอบเพื่อให้ขยายความ ให้ครบถ้วน ครอบคลุม ในสิ่งที่ท่านอยากทราบนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนเพียงเท่านี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นางชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต กรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน และสมาชิก ทุกท่านค่ะ ในกรณีประเด็นของการนำแบ่งผลประโยชน์จะอยู่ในวิธีปฏิบัติอยู่แล้วนะคะ เมื่อนักวิจัยได้รับทุนสนับสนุนในการทำวิจัยและมีสิทธิบัตรเกิดขึ้น หรืออนุสิทธิบัตรเกิดขึ้น ทางแหล่งทุนก็จะให้โอนสิทธิมาที่หน่วยงาน แล้วหน่วยงานก็จะมีวิธีปฏิบัติที่จะนำ ผลประโยชน์นั้นไปแบ่งให้กับนักวิจัย ซึ่งอยู่ในข้อบังคับการทำงานของที่สถาบันวิจัย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นตามที่ท่านได้สอบถามมา มันเป็นวิธีปฏิบัติ ซึ่งเราต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. ที่เมื่อสักครู่ท่านศุภชัยได้กล่าวแล้ว ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ทราบว่าผู้แปรญัตติ ยังติดใจไหมครับ ไม่ติดใจแล้วนะครับ เชิญครับ🔗

นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอโทษนะคะท่านประธาน ธัญอยากจะขอทราบรายละเอียดวิธีปฏิบัติ อยากให้ท่านได้พูดและอภิปรายในสภานิดหนึ่ง เพื่อธัญจะได้สบายใจด้วยนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นางชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต กรรมาธิการ

ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ในวิธีปฏิบัติ เมื่อนักวิจัยทำการศึกษาวิจัยและได้ผลงานเป็นสิทธิบัตร แล้วมีผู้ขอใช้สิทธิบัตร ก็จะมีการทำโครงการเข้ามาในการขอใช้สิทธิบัตร เมื่อทำสัญญาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะมี การตกลงกันกับผู้ขอใช้ว่า จะมีการให้ผลประโยชน์เท่าไร อย่างเช่นว่า การใช้ License หรือใช้ สิทธิบัตร ขอใช้สิทธิบัตรต้องให้ผลประโยชน์ตอบแทน เช่น จากรายได้จากการผลิต ๓ เปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่างนะคะ ก็จะมีการให้นักวิจัยเป็นผู้ร่วมตัดสินใจว่า เขาจะมีสิทธิ ในรายได้ตรงนี้ที่แบ่งปันไปที่เขาจำนวนเท่าไร อยู่ในข้อสัญญาในข้อตกลงที่เรามีการ ดำเนินการกัน อันนี้เป็นวิธีปฏิบัติที่ดำเนินการมาค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้แปรญัตติ เชิญครับ🔗

นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ธัญยังติดใจ ว่ามาตรา ๒๙ ที่ระบุไว้ในกฎหมายเดิมของท่าน ธัญอยากให้ท่านอธิบายอันนี้นิดหนึ่งว่า มันไม่ขัดแย้งกับสิ่งที่ท่านพูดใช่ไหมคะ มาตรา ๒๙ การค้นพบ แต่อันนี้ท่านไม่ได้ปรับแก้มา ท่านต้องดูร่างเดิมค่ะ ธัญอ่านให้ก็ได้ค่ะ การค้นพบการประดิษฐ์ การปรับปรุงกรรมวิธี เครื่องมือ และเครื่องจักรที่บุคคลในสถาบันทำขึ้นจากการปฏิบัติงานตามหน้าที่ ตลอดจนสิทธิ ในสิ่งเหล่านี้ให้ตกเป็นทรัพย์สินของสถาบันทั้งหมด🔗

นางชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต กรรมาธิการ

ในมาตรานี้หมายถึงว่า เวลาที่ นักวิจัยได้มีการวิจัยเสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วมีการจดสิทธิบัตรเขาจะมอบอำนาจให้สถาบัน เป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจากว่ากระบวนการนำไปจดสิทธิบัตร และกระบวนการรักษาสิทธิบัตร มีค่าใช้จ่าย ซึ่งนักวิจัยเองก็จะได้ไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่าย แต่เมื่อใดก็ตามที่มีการนำเอา ผลงานวิจัยนี้ไปใช้ประโยชน์ จึงมีการตกลงกันในเรื่องของผลประโยชน์ที่จะได้รับ นั่นหมายความว่า สถาบันวิจัยรับความเสี่ยงให้กับนักวิจัย ถ้าหากว่านักวิจัยดำเนินการเอง เขาจะต้องจ่ายค่ารักษาสิทธิในแต่ละปีจำนวนมากพอสมควร แล้วถ้าหากว่าไม่มีการขาย ก็จะต้องจ่ายไปทุกปี อันนี้เป็นเรื่องที่เรามีการดำเนินการตาม พ.ร.บ. ของ วว. ว่า ให้นักวิจัย โอนสิทธิมาที่สถาบันวิจัยเป็นผู้ดำเนินการ และเป็นผู้คุ้มครองสิทธิให้กับสิทธิที่นักวิจัย ได้รับนั้นด้วย เนื่องจากว่าถ้าสิทธิที่นักวิจัยรับไปแล้วสิทธิบัตรนั้นถูกละเมิด เขาดำเนินการเอง ไม่ได้ค่ะ เขาต้องใช้นิติบุคคลในการดำเนินการ ตรงนี้ก็จึงเป็นการทำงานที่สอดคล้องกันค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านผู้แปรญัตติยังติดใจไหมครับ🔗

นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่แล้วค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่แล้วนะครับ ขอบคุณมากครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับ คณะผู้เข้าร่วมสัมมนา เรื่อง ศึกษาบทบาท คณะกรรมาธิการและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการขับเคลื่อนประเทศด้านเศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๑๖๐ ท่าน กำลังเข้าฟังอยู่ชั้น ๔ ข้างบน ขอต้อนรับนะครับ ต่อไปเมื่อไม่ติดใจแล้วก็ไป มาตราต่อไป เชิญเลขาธิการครับ🔗

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๕ แก้ไขมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง (๓) ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไขนะครับ แต่มีคณะกรรมาธิการขอสงวนความเห็น เชิญกรรมาธิการ ที่สงวนความเห็น ยังติดใจก็เชิญได้ครับ ไม่มีแล้วนะครับ กรรมาธิการที่สงวนความเห็น ไม่ติดใจแล้วนะครับ ก็เชิญเลขาธิการต่อไปครับ🔗

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๖ ยกเลิกมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง (๔) ไม่มีการแก้ไข🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๖ ไม่มีการแก้ไข แล้วก็ไม่มีผู้แปรญัตติ หมดแล้วใช่ไหมครับ ก็เป็นอันว่าได้พิจารณาในวาระที่ ๒ ของพระราชบัญญัตินี้จบแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นก็จะมาถามในวาระที่ ๓ ต่อไปนะครับ เพื่อจะให้ทางสภามีการลงมติว่า จะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในพระราชบัญญัติฉบับนี้ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๓ ก่อนจะลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุม ขอเชิญท่านสมาชิก ทุกท่านที่อยู่ข้างนอกเข้ามาข้างในนะครับ🔗

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ ท่านสมาชิกทุกท่านเข้ามาเพื่อจะลงมติในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้ว กรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ ขอให้ท่านสมาชิกได้เสียบบัตรแสดงตนนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านผู้ใดที่ยังไม่ได้ เสียบบัตรแสดงตนบ้างครับ กำลังเข้ามานะครับ ท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ได้เสียบบัตร แสดงตนช่วยบอกด้วยนะครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม ๑๓๒ แสดงตนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๑๓๒ แสดงตนครับ🔗

นายชลัฐ รัชกิจประการ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ๑๔๔ แสดงตนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๑๔๔ แสดงตน บวกด้วยนะครับ หมดแล้วนะครับ ก็ปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลด้วยนะครับ มีผู้เข้าประชุมแสดงตน ๓๙๘ ท่าน บวก ๒ ท่าน เป็น ๔๐๐ ท่านครับ🔗

ต่อไป ก็จะเป็นการลงมติในวาระที่ ๓ อันนี้ต้องแสดงตนอีกครั้งหรือไม่ หรือไม่ต้องแล้วครับ ท่านเลขาธิการ แสดงตนอีกครั้งหนึ่งก็ได้เพื่อความถูกต้องนะครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้ เพื่อจะให้ท่านสมาชิกลงมติว่า จะเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่นะครับ ขอสมาชิกได้แสดงตนอีกครั้งหนึ่งครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่เราแสดงตน ไปแล้วนะครับท่านประธาน🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ท่านประธานครับ สามารถอ่านคำถาม ได้เลยครับ เพราะเป็นวาระที่ ๓ นะครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อสักครู่ได้แสดงตน เพื่อที่จะลงมติแล้วนะครับ ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ๔๐๐ ท่าน ไม่สับสนแล้วนะครับ ก็จะถามมติจากที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงมติได้นะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีท่านสมาชิก ท่านใดยังไม่ได้ลงมติบ้างครับ ถ้าลงมติครบแล้วก็ปิดการลงมตินะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผล มีผู้มาลงมติ ๔๐๕ ท่าน เห็นด้วย ๔๐๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๓ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ🔗

ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ไม่มีข้อสังเกตนะครับ เพราะฉะนั้นก็จบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิจัย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วนะครับ ขอบพระคุณ ท่านคณะกรรมาธิการ รัฐมนตรี แล้วก็คณะกรรมาธิการทุกท่าน รวมทั้งสมาชิกด้วยนะครับ🔗

สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับ คณะนักศึกษาและอาจารย์ผู้ควบคุม คณะรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยนครราชสีมา อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัด นครราชสีมา ซึ่งกำลังฟังประชุมอยู่ชั้น ๔ ขอต้อนทุกท่านครับ เชิญท่านศรัณย์ครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานแจ้งว่า ไม่ได้มีข้อสังเกต อยากสอบถามท่านประธานในประเด็นมีการแก้ไขในส่วนของเหตุผลครับ ท่านประธาน เราควรจะต้องพิจารณาในส่วนนี้ด้วยหรือไม่ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ต้องพิจารณาแล้ว นะครับ ระเบียบวาระต่อไป🔗

๓. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

ขอเชิญคณะกรรมาธิการครับ เมื่อคณะกรรมาธิการมาพร้อมแล้วครับ ขอเชิญ ประธานคณะกรรมาธิการมีอะไรจะชี้แจงก่อนหรือไม่ เชิญครับ🔗

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ขอเสนอรายงาน ของคณะกรรมาธิการต่อที่ประชุมดังนี้ค่ะ🔗

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... (นายศักดา แสนมี่ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๑๒,๘๘๘ คน เป็นผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิ และส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง พ.ศ. .... (นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๑๔,๙๕๔ คน เป็นผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม และคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง พ.ศ. .... (นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... (นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และตั้งคณะกรรมาธิการ จำนวน ๔๒ คน เพื่อพิจารณา กำหนดการแปรญัตติภายใน ๑๕ วัน โดยให้ถือเอาร่างพระราชบัญญัติ ของคณะรัฐมนตรีเป็นหลักในการพิจารณา ซึ่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีผู้เสนอคำแปรญัตติ จำนวน ๑ ท่าน🔗

บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว โดยในการพิจารณาคณะกรรมาธิการได้นำผลการรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์ผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายและรับฟังความคิดเห็นด้วยวิธีการอื่น อาทิ การเชิญหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง หรือแสดงความคิดเห็นมาใช้ประกอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ อย่างรอบด้าน ตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปรากฏผลตามรายงาน ของคณะกรรมาธิการตามที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม พร้อมข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ทั้งนี้ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... จะเป็นวาระ ที่สำคัญของประเทศไทยที่ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการผลักดัน และเป็นก้าวแรก ที่มั่นคงต่อพ่อแม่พี่น้องชาติพันธุ์ของพวกเราทั่วประเทศ อีกทั้งจะเป็นความก้าวหน้า ของประเทศไทย ที่จะก้าวเข้าสู่สังคมพหุวัฒนธรรมที่โอบรับคนทุกกลุ่ม ทุกวัฒนธรรม ไว้อย่างเสมอภาคกัน จึงเรียนมาเพื่อที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไปขอเชิญท่านเลขาธิการดำเนินการครับ🔗

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มี การแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ กรรมาธิการที่สงวนความเห็นก่อนครับ เชิญอภิปรายได้นะครับ🔗

นางสาวอุดมลักษณ์ บุญสว่าง กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวอุดมลักษณ์ บุญสว่าง กรรมาธิการ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกา ดิฉันได้สงวนความเห็นในการแก้ไขเพิ่มเติมคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ โดยขอเสนอ ให้ตัดคำว่า ให้หมายความรวมถึงกลุ่มที่ระบุตนเองว่าเป็นชนเผ่าพื้นเมืองด้วย ออก และคงบทนิยามกลุ่มชาติพันธุ์ให้หมายความว่า กลุ่มคนที่อาศัยอยู่เป็นกลุ่มเดียวกัน หรือหลายกลุ่ม ซึ่งมีถิ่นฐานในประเทศไทย และมีประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ และการสั่งสม ทางวัฒนธรรม ภาษา วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และความเชื่อตามจารีตประเพณีร่วมกัน ซึ่งเมื่อได้ พิจารณาบทนิยามคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ และคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ตามที่คณะกรรมาธิการ ได้แก้ไขเพิ่มเติมนั้น ที่ประชุมจะเห็นว่า คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง เปรียบเสมือนวงกลมวงเล็ก ๆ ซึ่งรวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ด้วยอยู่แล้ว ดังนั้น การใช้บทนิยามคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ เพียงคำเดียว ก็ครอบคลุมคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ไปด้วย ประกอบกับผู้แทนสำนักงานสภาความมั่นคง แห่งชาติ และผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ก็ไม่เห็นด้วยกับการใช้ถ้อยคำว่า ชนเผ่า พื้นเมือง เนื่องจากเห็นว่าคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง นั้น ขัดกับบริบทของประเทศไทยและท่าที ของประเทศไทยในทางระหว่างประเทศมาโดยตลอด การใช้คำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ เพียงคำเดียว ซึ่งเป็นคำที่สอดคล้องกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตามมาตรา ๗๐ ดิฉันเห็นว่า ครอบคลุมและเหมาะสมดีแล้ว ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีกรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นในมาตรานี้ ๕ ท่าน คุณเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ยังติดใจไหมครับ ถ้าไม่ติดใจ ต่อไปเชิญคุณนิคม บุญวิเศษ กรรมาธิการครับ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิคม บุญวิเศษ กรรมาธิการ ผมได้สงวนให้ตัดคำว่า ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เพราะผมคิดว่า ความหมายของกลุ่มชาติพันธุ์ หมายถึง กลุ่มคนที่อาศัยอยู่เป็นกลุ่มเดียวกัน หรือหลายกลุ่ม ซึ่งมีถิ่นฐานในประเทศไทย และมีประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ และการสั่งสม ทางวัฒนธรรม ภาษา วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และความเชื่อตามจารีตประเพณีร่วมกัน ผมคิดว่า ความหมายเท่านี้ ก็สามารถครอบคลุมทุกกลุ่มแล้วครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ คุณฤกษ์อารี นานา ครับ🔗

นายฤกษ์อารี นานา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ฤกษ์อารี นานา ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตสงวนความเห็นในมาตรา ๓ ผมเห็นว่า ควรตัดคำนิยามของคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ออกจาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ เหตุมาจากว่า การที่เรานั้น ยอมรับการมีอยู่ของชนเผ่าพื้นเมืองของประเทศไทย จะส่งผลให้การที่เราไปให้คำ ต่อสหประชาชาติในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้น ถือว่าจะเป็นการขัดต่อความน่าเชื่อถือทางการทูต ของเรา ในการที่เราบอกเขาไปแล้วว่า ประเทศไทยนั้นไม่มีชนเผ่าพื้นเมืองอยู่🔗

ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมมองว่านิยามคำว่า ชนเผ่าพื้นเมืองนั้น ตามสหประชาชาติไม่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย เนื่องจากในบัญญัติของ สหประชาชาตินั้นเขียนไว้ว่า ชนเผ่าพื้นเมือง คือ กลุ่มที่มีความต่อเนื่องทางประวัติศาสตร์ สังคมก่อนการรุกราน และก่อนอาณานิคมที่เข้ามาในดินแดนของตน แต่ประเทศไทย ของเรานั้น ท่านประธานครับ ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้น หรือเคยเป็นอาณานิคมของประเทศใด มาก่อน การเสียดินแดนในสมัย ร.ศ. ๑๑๒ นั้น ถือว่าเป็นการที่เราเสียไปจากหลัก ทางวิชาการที่เราไม่สามารถที่จะมายืนยันเขตแดนที่ชัดเจนได้ในด้านของแผนที่นะครับ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้ทรงจ้างนักสำรวจชาวอังกฤษ ที่มีชื่อว่า เจมส์ ฟิตซ์รอย แมคคาร์ธี (James Fitzroy McCarthy) ขึ้น และแผนที่ประเทศไทย ฉบับแรกถูกร่างขึ้นในปี ค.ศ. ๑๘๘๘ แผนที่ฉบับนั้น มีจุดอ่อนอยู่เนื่องจากว่า ชายแดน ของประเทศไทยถูกเขียนคำว่า Border to be defined หรือแปลเป็นไทยก็คือว่า ชายแดน ไม่ชัดเจน การเสียดินแดนของเรานั้น จึงเกิดขึ้นมาจากการที่เราไม่สามารถยืนยันได้ว่า เขตแดนของเรานั้นหยุดอยู่ตรงไหน และไม่ได้เกิดขึ้นจากการที่ต่างชาติต้องการมารุกราน หรือยึดประเทศไทยเอาเป็นอาณานิคม จึงเป็นเหตุที่ทำให้ผมมองว่า การใช้คำว่า ชนเผ่า พื้นเมืองนั้นไม่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยครับ🔗

ประการที่ ๓ ครับท่านประธาน เรื่องของ Self Determination หรือว่า การที่ชนเผ่าพื้นเมืองนั้น สามารถกำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้ ผมมองว่า กลุ่มชาติพันธุ์ ในประเทศไทยนั้น ไม่มีกลุ่มชาติพันธุ์ใดที่ต้องการที่จะมีความคิดในการแบ่งแยกดินแดน แต่ว่าการที่เรานั้นนำคำนี้มาใช้ อาจจะเป็นช่องโหว่ทางกฎหมายที่เกิดขึ้นได้ในอนาคต ที่ทำให้ผู้ที่ไม่ประสงค์ดีนั้นเลือกใช้คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ในการที่จะนำไปประกาศ หรือว่า ใช้ในการ Self Determination ของตนในอนาคตนะครับ🔗

สุดท้ายแล้วครับท่านประธาน ผมขอฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้หลายท่านอาจจะมองว่า ถ้าหากไม่มีคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง จะเป็น พ.ร.บ. ที่ไม่มี ความหมาย แต่ส่วนตัวของผมเองนั้นผมมองว่า ถ้าหากว่ายังมีพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่ยัง ไม่ได้รับสัญชาติไทยอยู่ในประเทศไทย ณ เวลานี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้อาจจะไม่มีความหมายเลย สำหรับพี่น้องชาติพันธุ์อีกหลายคน ผมจึงฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดูแลกลุ่มพี่น้อง ชาติพันธุ์อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ที่ยังไม่ได้รับสัญชาติไทยนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เหลืออีกท่านหนึ่งครับ สำหรับกรรมาธิการที่สงวนความเห็น คุณศรีโสภา โกฏคำลือ ยังติดใจจะอภิปรายไหมครับ ไม่นะครับ ตอนนี้กรรมาธิการที่สงสงวนความเห็น หมดแล้ว นะครับ มีสมาชิกที่สงวนคำแปรญัตติครับ คุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เชิญครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมเป็นสมาชิกที่ขอแปรญัตติไว้ ในการตัดคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ออก ในร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิต กลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ฉบับนี้ ผมได้ดูคณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินี้ ในทุกมาตรานะครับ ไม่พบคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง เลยในมาตราอื่น ยกเว้นในมาตรา ๓ ซึ่งมีการให้ความหมายหรือนิยามของคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ไว้ ผมเองก็ไม่ทราบว่า จะมีคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ในความหมายของมาตรา ๓ อย่างไร เพราะไม่มีคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง อยู่ในมาตราอื่น ๆ เลย ผมเลยคิดว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ในมาตรา ๓ นะครับ เลยขออนุญาตได้แปรญัตติ ได้ตัดคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นพรรคการเมืองเดียว เลยนะครับ ที่เราไม่เห็นด้วยกับมีคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง อยู่ในร่างพระราชบัญญัติคุ้มครอง และส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... เพราะเรามองเรื่องความมั่นคงเป็นหลักครับ ท่านประธาน ทุกคนที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย ทุกชาติพันธุ์ถือว่าทุกคนเป็นคนไทย แล้วที่สำคัญเมื่อสักครู่นี้คณะกรรมาธิการหลายท่านก็ได้อภิปรายแล้วว่า ประเทศไทย ได้ลงนามในปฏิญญาเรื่องว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยจะต้องเคารพ ในปฏิญญานั้น แล้วคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ผมได้อภิปรายตั้งแต่วาระที่รับหลักการในวาระที่ ๑ แล้วว่า ทำไมพรรครวมไทยสร้างชาติ เราถึงไม่เห็นด้วยกับคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง เพราะว่า ในอนาคตจะมีปัญหาต่อความมั่นคง ในอนาคตสามารถแยกออกไปตั้ง หรือปกครองตนเองได้ ฉะนั้นแล้วถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่พรรครวมไทยสร้างชาติเราเห็นเรื่องนี้จึงคิดว่า เราต้องตัด คำว่า ชนเผ่าพื้น ออก เพราะว่าทุกคนอยากเป็นคนไทยหมด ทุกชาติพันธุ์ที่มาอาศัย อยู่ในแผ่นดินไทย ๕๐ กว่าชาติพันธุ์ ทุกคนอยากเป็นคนไทย ไม่มีใครอยากเป็น คนชนเผ่าพื้นเมือง ฉะนั้นในเมื่อท่านคณะกรรมาธิการได้ไปทำกฎหมายมา แล้วทุกมาตรา ไม่มีคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง แต่ท่านยังมานิยาม ชนเผ่าพื้นเมืองไว้ในมาตรา ๓ ไว้อีก ผมคิดว่า มันเป็นเรื่องที่ไม่มีความจำเป็น ก็ตัดออกไปเลย เพราะว่าประเทศไทยเรา ผมย้ำครับ ประเทศไทยมีเผ่าเดียว คือ เผ่าไทย รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ทุกคนที่มาอาศัยอยู่ใน แผ่นดินไทยพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ทุกคนคือคนไทย แต่ประเทศไทยเป็นพหุวัฒนธรรม มีหลายวัฒนธรรม ทุกคนนั้นมาอยู่บนแผ่นดินไทย เป็นคนไทย แต่มีชาติพันธุ์ รักษาประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของแต่ละชาติพันธุ์ไว้ อันนี้ก็คือสิ่งที่เป็นความสวยสดงดงามของ ประเทศไทย ฉะนั้นประเทศไทยจึงไม่มีใครอยากเป็นคนชนเผ่าพื้นเมือง ทุกท่านที่มานั่งอยู่ ใส่เสื้อแต่ละชาติพันธุ์ ทุกท่านก็บอกว่า ทุกท่านไม่อยากเป็นคนชนเผ่า ทุกท่านอยากเป็น คนไทย แต่เป็นชาติพันธุ์อะไรแล้วแต่ที่ท่านจะเป็น อย่างผมครับลูกหลานคนจีน ผมก็เป็น คนไทยครับ ชาติพันธุ์จีน หลายท่านในนี้ก็มีชาติพันธุ์มลายู มีชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ชาติพันธุ์ลาว ชาติพันธุ์เขมร ทุกคนมีชาติพันธุ์หมด ฉะนั้นอันนี้คือสิ่งที่เราต้องยึดหลักให้ได้ก่อนว่า ประเทศไทยนั้นจะต้องมีชาติพันธุ์ แต่ชนเผ่าพื้นเมืองเป็นสิ่งที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่สามารถรับได้ แล้วเราก็อภิปรายปฏิเสธที่จะรับหลักการของกฎหมายชนเผ่าพื้นเมือง เพื่อความมั่นคงของประเทศไทย ฉะนั้นในวาระนี้ก็คือในวาระที่ ๒ ในการแปรญัตติมาตรา ๓ ผมในนามของพรรครวมไทยสร้างชาติ ขอตัดคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ออกจากร่างกฎหมาย พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีสมาชิก จะขออภิปรายอีก ๕ ท่าน ผมจะเชิญตามลำดับโดยขอให้อภิปรายไม่เกินท่านละ ๗ นาที ท่านแรกคือ คุณธิษะณา ชุณหะวัณ เชิญครับ🔗

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สส. แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน สาทร และราชเทวี พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขออภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมาย พ.ร.บ. คุ้มครอง สิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง พร้อมกับให้มีการช่วยสร้างกลไกคุ้มครองสิทธิต่าง ๆ สำหรับ ชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงชนเผ่าพื้นเมืองที่อยู่ในประเทศไทย เมื่อพูดถึงสิทธิ ที่คนส่วนใหญ่มีค่ะ คำถามหนึ่งที่สำคัญและหลีกเลี่ยงไม่ได้นั้นก็คือ คนส่วนน้อย หรือ Minority ไม่ว่าจะเป็นชาติพันธุ์ ชนเผ่าพื้นเมืองที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่าง ภาษาที่แตกต่าง ศาสนาที่แตกต่าง ก็ควรจะมีสิทธิเสรีภาพที่เท่าเทียมกับคนส่วนมากในประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็น สิทธิในการพัฒนาด้านความรู้พื้นเมือง การเข้าถึงบริการสาธารณสุขฟรีและถ้วนหน้า สิทธิ ในที่ดินทำกิน และในทรัพยากรธรรมชาติ ความเท่าเทียมไม่เลือกปฏิบัติต่อหน้ากฎหมาย รวมไปถึงสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง บิดาแห่งประชาธิปไตย โธมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson) ได้กล่าวไว้ในวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๓๑๙ ว่า เราถือว่าความจริงเหล่านี้ เป็นประจักษ์ชัดในตนเองว่า มนุษย์ทุกคนถูกสร้างขึ้นอย่างเท่าเทียมกัน พวกเขาได้รับสิทธิ จากผู้สร้างของเขาด้วยสิทธิบางประการที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ ในบรรดาสิทธิเหล่านั้นได้แก่ ชีวิต เสรีภาพ และการแสวงหาความสุข แต่ขณะนั้นขณะที่ โธมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson) ได้กล่าวประโยคนี้ คนผิวสีหรือสตรีก็ยังไม่มีสิทธิในการเลือกตั้งค่ะ มีแต่ คนผิวขาวที่เป็นผู้ชายเท่านั้น และมีที่ดินเป็นของตนเองจึงจะมีสิทธิเลือกตั้งค่ะ ICCPR ที่ประเทศไทย ได้ลงสัตยาบันไปแล้ว ในวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๓๙ ระบุไว้ตามมาตรา ๒๗ ชัดเจน ในรัฐเหล่านั้น ซึ่งมีชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์ ศาสนา หรือภาษา เป็นบุคคลที่ชนกลุ่มน้อยดังกล่าว จะต้อง ไม่ถูกปฏิเสธสิทธิในชุมชนร่วมกับสมาชิกคนอื่น ๆ ในกลุ่มของตน ที่ใช้วัฒนธรรมของตนเองได้ อย่างเต็มที่ค่ะท่านประธาน ที่จะยอมรับการประกอบศาสนกิจของตน หรือใช้ภาษาของตนเอง และนอกจากนั้นความเห็นทั่วไปของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนที่ ๒๓ สิทธิของชนกลุ่มน้อย ได้บ่งชี้ว่า สิทธินี้ได้รับการยอมรับ และไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่ได้รับสิทธิในการยอมรับว่า เป็นประชาชน เพื่อวัตถุประสงค์ของสิทธิในการกำหนดตนเองที่เป็นสิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งเพื่อนสมาชิกก็กล่าวว่าเป็นเผ่าไทย แล้วก็ไม่อยากใช้คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งอันนี้ดิฉัน ก็ต้องขออนุญาตเห็นต่าง ไม่อยากใช้คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง แต่บุคคลเหล่านี้เกิดและเติบโต มาในแผ่นดินไทยตั้งแต่บรรพบุรุษ ซึ่งก็เข้าองค์ประกอบของการเป็นชนเผ่าพื้นเมือง เนื่องจากมีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่แตกต่างจากกลุ่มคนส่วนมาก เพราะฉะนั้นพวกเขา ควรจะมีสิทธิในการกำหนดตนเอง หรือ Right To Self-Determination ท่านเข้าใจผิด หรือเปล่าคะว่า การกำหนดตนเองต้องเป็นการแบ่งแยกดินแดนเพียงอย่างเดียว แต่สิทธิ การกำหนดตัวเองมี ๒ รูปแบบ ๑. คือการแบ่งแยกออกไป หรือ External Self-Determination ซึ่งเป็นกรณีที่เป็นไปได้ยากมาก ๆ ค่ะ และไม่ได้รองรับในทุกกลุ่มนะคะ ๒. ก็คือการกำหนด ตนเองโดยมีอิสรภาพในการตัดสินใจของตนเองภายใน หรือที่เขาเรียกว่า Self-Autonomy ตัวอย่างเช่น ไอร์แลนด์ อยู่ในฟินแลนด์ เป็นต้น สิทธิเหล่านี้ไม่ได้จำกัดไว้เฉพาะพลเมือง ยกเว้นในกรณีสิทธิเฉพาะ หรือสิทธิในการลงคะแนน ภายใต้มาตรา ๒๕ ในขณะที่สิทธิ ที่ได้รับการยอมรับภายใต้มาตรา ๒๗ ของ ICCPR ก็ถือเป็นสิทธิของสมาชิกของชุมชน ชาติพันธุ์ ศาสนา และชนกลุ่มน้อยในการรักษาวัฒนธรรมของตน และเป็นพันธกรณีของรัฐ ในการดำเนินมาตรการ เพื่อรับประกันการคุ้มครองวัฒนธรรมเหล่านี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันขออนุญาตเปรียบเทียบสิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง หรือกลุ่มชาติพันธุ์ในต่างประเทศ ยกตัวอย่าง เช่น ประเทศนิวซีแลนด์ จากการสำรวจสำมะโนประชากรปี ๒๕๖๖ ชุมชน ชาติพันธุ์หลักประกอบด้วย ประชาชนชนเผ่าพื้นเมืองเมารี มี ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคน หรือนับเป็นร้อยละ ๑๔.๙ และชาวหมู่เกาะแปซิฟิก ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน หรือว่าประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์ ชาวซามัว เป็นกลุ่มแปซิฟิกที่ใหญ่ที่สุด โดยคิดเป็นร้อยละ ๔๘.๗ ของชาวนิวซีแลนด์ ในแปซิฟิก รองลงมาคือ กลุ่มเมารีในเกาะคุกเป็นร้อยละ ๒๐ ตองกา ร้อยละ ๒๐ และในนีอูเอ ร้อยละ ๘.๑ คาดว่ามาจากโพลินีเซียนตะวันออก ในศตวรรษที่ ๑๓ ปัจจุบันชาวเมารี มีสัดส่วนประมาณร้อยละ ๑๔.๙ ของประชากร ในนิวซีแลนด์ปัจจุบัน ส่วนชาวนิวซีแลนด์เชื้อสายเมารี ๑ ใน ๗ ของชาวเมารี เป็นกลุ่ม ชาติพันธุ์ที่ใหญ่อันดับ ๒ ของประเทศนิวซีแลนด์ค่ะท่านประธาน มีชุมชนแปซิฟิกที่ต่างกัน มากกว่า ๒๒ แห่ง ในประเทศนิวซีแลนด์ แม้ว่าชาวซามัวจะเป็นชุมชนในมหาสมุทรแปซิฟิก ที่ใหญ่ที่สุด แต่ก็ยังมีชาวเกาะคุก ฟีจี นีวเว โตเกเลา และตองกาจำนวนมากเช่นเดียวกัน โดยมีจำนวนน้อยกว่าคิริบาส หมู่เกาะเล็ก ๆ และไมโครนีเชีย ปาปัวนิวกินี หมู่เกาะโซโลมอน ตูวาลู วานูอาตู เนื่องจากมีอัตราการเกิดที่สูง แล้วก็คาดว่าประชากรในแปซิฟิกจะมีจำนวน ถึงร้อยละ ๑๐ ภายในปีถัดไป เพิ่มจากประชากร ๖.๕ ต่อประชากรนะคะ และพระราชบัญญัติสิทธิแห่งชนกลุ่มน้อยของนิวซีแลนด์ บัญญัติขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ก็นานมาแล้วที่เขามีสิทธิในขณะที่ประเทศไทยยังไม่มีสิทธิ บุคคลที่เป็นชนกลุ่มน้อย ทางชาติพันธุ์ ศาสนา หรือภาษา ในนิวซีแลนด์จะต้องไม่ถูกปฏิเสธสิทธิในชุมชนร่วมกับ สมาชิกรายอื่นของชุมชนกลุ่มน้อย ในการเพลิดเพลินไปกับวัฒนธรรม การยอมรับ การปฏิบัติตามศาสนา หรือใช้ภาษาของชนกลุ่มน้อยนั้น ท่านประธานทราบไหมคะว่า ในประเทศของชนเผ่าพื้นเมือง มีสิทธิในที่ดินทำกิน สิทธิในที่อยู่อาศัย ซึ่งตรงกันข้าม กับประเทศเราค่ะ ที่ชนเผ่าพื้นเมือง หรือกลุ่มชาติพันธุ์ถูกละเมิดอย่างร้ายแรงในที่ดินทำกิน และที่ดินอยู่อาศัย โดยนโยบายทวงคืนผืนป่าของ คสช. ถูกแจ้งข้อหาบุกรุกป่า จากข้อมูล ของมูลนิธิ iLaw ความขัดแย้งของการจัดทรัพยากรที่ดินระหว่างรัฐและประชาชนเป็นปัญหา ที่ดำเนินการมาอย่างยาวนาน อันเป็นผลจากการดำเนินนโยบายของรัฐบาลแต่ละยุคสมัย ที่ฝ่ายรัฐจะต้องเพิ่มพื้นที่ป่าเพื่อการอนุรักษ์ ส่วนฝ่ายประชาชนก็ต้องการที่ดินทำการเกษตร และอยู่อาศัย คำนิยามว่า ป่า พบครั้งแรกในปี ๒๔๘๔ พ.ร.บ. ป่าไม้ ซึ่งกำหนดนิยามไว้ว่า ป่า ซึ่งก็คือ ที่ดินที่ยังไม่ได้มีบุคคลเข้ามาตามกฎหมายที่ดิน ที่ผ่านมาใจความสำคัญของ ความขัดแย้งก็คือ การที่รัฐอ้างกฎหมายเข้าแย่งชิงที่ดินจากประชาชน แล้วเอาไปแจกจ่าย ให้กับนายทุนค่ะท่านประธาน โดยเห็นแก่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของนายทุนใหญ่ เป็นหลักค่ะ นอกจากนั้นการละเมิดสิทธิในที่ดินทำกินของพี่น้องชาวชาติพันธุ์มีมาอย่างต่อเนื่อง และร้ายแรงขึ้นเรื่อย ๆ อยากลำดับเหตุการณ์ เรื่อง บางกลอยบนใจแผ่นดิน กรณีที่ไม่พูดถึง ไม่ได้ก็คือ ในยุคที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ได้ผลักดัน ชาวบ้านบริเวณใจแผ่นดินออกไปจากพื้นที่ เนื่องจากชาวบ้านถูกย้ายออกไป แล้วก็ไม่มีที่ดิน ทำกินเพียงพอ แล้วก็มียุทธการตะนาวศรี เกิดกรณีเผาบ้านเรือนชาวกะเหรี่ยงถึง ๙๘ หลัง ทำให้กลายเป็นปฏิบัติการของรัฐที่ใช้ความรุนแรงกับกลุ่มชาติพันธุ์ โดยในปี ๒๕๖๑ ก็มีการแก้ไขพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติฉบับใหม่ ยกที่ดินเพิ่มเติมให้กับชาวบ้าน บางส่วน ระหว่างนั้นรัฐได้นำโครงการหมู่บ้านปิดทองหลังพระขึ้นไปด้านบน และปี ๒๕๖๑ ศาลปกครองสูงสุด สั่งชดใช้สินไหมทดแทนให้กับปู่คออี้ และชาวบ้านบางกลอย ซึ่งถูกเผา บ้านเรือน และชี้ว่าการกระทำของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นการใช้ อำนาจโดยมิชอบ ปี ๒๕๖๔ ชาวบ้านบางกลอยทั้งหมด ๓๗ ครอบครัว กลับขึ้นไปถิ่นฐานเดิม แล้วก็ปี ๒๕๖๔ เดือนมีนาคม ถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดี ทั้ง ๓๐ คน ในข้อหาบุกรุกป่าค่ะ และกรณีที่ดิฉันจำเป็นที่จะต้องพูดถึง แล้วไม่สามารถที่จะไม่พูดถึงได้ ก็คือกรณีการหาย สาบสูญอย่างไร้ร่องรอยของคุณบิลลี่ พอละจี ซึ่งควรจะเป็นอุทาหรณ์ให้แก่สังคมไทย ที่ลิดรอนสิทธิของพี่น้องชาวชาติพันธุ์ที่อยู่ในประเทศไทยมาตั้งแต่บรรพบุรุษ อ้างอิง จากสำนักข่าว BBC นายพอละจี รักจงเจริญ รู้จักกันในนามบิลลี่ค่ะ เป็นชาวกะเหรี่ยง มีอาชีพ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณธิษะณาครับ ก็เกินเวลาไปมากแล้ว ก็คิดว่าน่าจะพอแค่นี้สำหรับมาตรานี้ครับ🔗

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ พอดี ทางพรรคบอกว่า ทางพรรคไม่มีใครอภิปราย เลยให้ดิฉันอภิปรายไปก่อนค่ะ เพราะไม่มี ท่านอื่นขึ้นค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ จังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงสักเล็กน้อย ท่านประธานครับ ผมยังยืนยันว่า ในส่วนของการที่เราแปรญัตติ ตัดคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ออกแล้ว แต่ใช้คำว่า ชาติพันธุ์ ตามกฎหมาย พ.ร.บ. ส่งเสริม และคุ้มครองวิถีชีวิตชาติพันธุ์ สิทธิในที่ดินทำกิน สิทธิในอยู่อาศัย สิทธิในการสืบสาน วัฒนธรรม ประเพณีของแต่ละชาติพันธุ์ สิทธิในความเป็นคนไทย และสิทธิในการ ประกอบอาชีพ ยังเหมือนเดิมหมดครับท่านประธาน ถึงแม้ว่าเราจะแปรญัตติตัดคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ออก ฉะนั้นทุกชาติพันธุ์ในประเทศไทย ไม่ว่าจะตามขอบชายแดน หรือตรงไหนก็แล้วแต่ ก็จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายนี้ ถึงแม้ว่าเราจะตัดคำว่า ชนเผ่า เพื่อความมั่นคงของประเทศ อันนี้ก็เลยเรียนท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ คุณธิษะณาคิดว่า ประเด็นที่สงวนคำแปรญัตติอะไรต่าง ๆ คิดว่าน่าจะเพียงพอแล้วครับ ไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติมแล้วครับ🔗

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

อีกนิดเดียวแล้วค่ะ ท่านประธาน เดี๋ยวดิฉันกำลังจะจบแล้วค่ะ ท่านประธานคะ วันที่ ๑๗ เมษายนที่ผ่านมา ครบรอบคุณบิลลี่หายตัวไป ครบรอบ ๑๐ ปี🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวครับ คุณธิษะณา คิดว่านอกประเด็นกฎหมายอันนี้แล้ว ขอเพียงแค่นี้นะครับ มันนอกกฎหมาย ที่เราแก้อยู่ครับ ที่จะอธิบายเพิ่มเติมนี้ มันไม่ใช่วาระที่ ๑ นะครับ อันนี้วาระที่ ๒ แล้วนะครับ ขอความกรุณาครับ เป็นวาระที่ ๒ เราจะพูดเฉพาะมาตราที่กำลังพูดถึงครับ อันนี้ก็ย้อนไป เป็นวาระที่ ๑ แล้วครับ ขอบคุณครับ🔗

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

เดี๋ยวดิฉันสรุปเลย แล้วกันนะคะ นอกจากกรณีที่ดิฉันได้พูด คุณชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ก็รอดคดี ถูกแค่ มาตรา ๑๕๗ จำคุก ๓ ปี เพียงเท่านั้น นอกจากนั้นก็ไม่มีจำเลยท่านอื่น ๆ หรือผู้ต้องหา🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นี่เป็นการกล่าวถึง บุคคลภายนอกแล้วไม่อยู่ในนี้ ผมว่าพอแล้วครับ คุณธิษะณาขอเถอะครับ🔗

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

การที่ชนเผ่าพื้นเมือง ชาวชาติพันธุ์มีสิทธิเสรีภาพ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวจะมี การประท้วงคุณธิษะณาครับ มันไปไกลครับ ไปวาระที่ ๑ ครับ พอแล้วครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

ท่านประธานครับ วินิจฉัยแล้วนะครับ เพราะว่าเพื่อนสมาชิกคนนี้ครับ ถ้าเท่าที่ผมฟังคืออภิปรายในวาระที่ ๑ อยู่นะครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ก็อย่างที่ผมได้กล่าวเตือน พอนะครับคุณธิษะณา คิดว่าเข้าใจแล้วที่คุณธิษะณาพูดครับ🔗

สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับ คณะผู้เข้าร่วมสัมมนา เรื่อง บทบาทของ คณะกรรมการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการ กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๒๐๐ ท่านกำลังฟังการประชุมของเราบนชั้น ๔ นะครับ ขอบคุณ ทุกท่านครับ🔗

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

ดิฉันจบได้ใช่ไหมคะ ท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอจบได้แล้วครับ ผมวินิจฉัยแล้วนะครับ ๒ ครั้งแล้ววินิจฉัย คุณธิษะณาความจริงคุณก็อภิปรายดี แต่ว่า มันอยู่ในวาระที่ ๒ ผมอนุญาตได้แค่นี้ครับ ไม่อนุญาตต่อครับ ผมไม่อนุญาตเข้าใจไหมครับ เมื่อประธานไม่อนุญาตก็คือ คุณต้องนั่งลงแล้วนะครับ อันนี้เราต้องใช้ข้อบังคับการประชุมนะครับ คุณไม่ต้องถามคนอื่นครับ เป็นไปตามข้อบังคับ เมื่อประธานวินิจฉัยว่า จบ อภิปรายพอแล้ว ก็ต้องพอนะครับ ไม่มีการอย่างอื่นแล้วครับ ต่อไปท่านที่ ๒ คุณนิพนธ์ คนขยัน ๗ นาที เชิญครับ🔗

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... มาตรา ๓ ที่กำลังมีการอภิปรายเรื่อง ชนเผ่าพื้นเมือง ก็อยากกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพผ่านไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญทุกท่านครับ บ้านผมก็มีหลายชนเผ่าพื้นเมือง เหมือนกัน ในฐานะที่เป็นกำนันมาก่อน ดูแล้วว่าถ้าเอามาเขียนเป็นตัวบทกฎหมาย ผมห่วง ห่วงลูกหลานเรา เผ่าโน้น เผ่านี้ เผ่านี้ เผ่าโน้น มันก็จะมีปัญหาในการปกครอง อันนี้แนวคิดผม นะครับ ชาติพันธุ์ถือว่าทุกชาติพันธุ์ในผืนแผ่นดินไทยเป็นคนไทยด้วยกันทั้งนั้น ผมเคยพูด ตลอดว่า เราจะเกิดภาคไหน ภาคใต้ ภาคเหนือ อีสาน ตะวันออก กลาง และกลุ่มชาติพันธุ์ ทุก ๆ กลุ่มชาติพันธุ์ ก็ถือว่าเป็นคนไทย ถือว่าครอบคลุม ดังนั้นผมถึงไม่เห็นด้วย จะเอาชนเผ่าพื้นเมืองไว้ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ เห็นด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ เพราะพี่น้องประชาชน คนไทยด้วยกันทั้งนั้น ก็สรุปสั้น ๆ แค่นี้ท่านประธานครับ ใช้เวลาไม่ถึง ๗ นาทีหรอกครับ เสนอไม่เห็นด้วย เอาชนเผ่าพื้นเมืองออกไป กลุ่มชาติพันธุ์เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะจะอยู่ ตรงไหนก็ชาติพันธุ์ เพียงแต่ต่อไปกลุ่มชาติพันธุ์นั้น เขามีปัญหาอะไรในพื้นที่ อย่างที่ เพื่อนสมาชิกว่า บัตรประชาชนไม่มี เกิดนานแล้ว อันนั้นเป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องไป ส่งเสริม สนับสนุนให้มีสิทธิในตรงนั้น ถือว่าครอบคลุมท่านประธานครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณเทอดชาติ ชัยพงษ์ ครับ🔗

นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ที่คณะกรรมาธิการนำเสนอต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ มีประเด็นสำคัญที่สุดที่เป็นเรื่องที่ต้อง คำนึง ก็คือ เป็นการสร้างความสงบสุขและไม่ถูกรบกวนของกลุ่มชาติพันธุ์ เพราะฉะนั้นคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ ในมาตรา ๓ ที่มีการอภิปรายกันอยู่และมีการแก้ไข เราจะเห็นว่า คำว่า มาตรา ๓ จะพูดใน ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มชาติพันธุ์ กับ กลุ่มชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ คนไทย เป็นหนึ่งเดียวภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ผมเกิดมาผมก็เป็นคนไทยแล้ว เขาเรียกผมว่า คนเมือง คนเมียง คนพื้นเมือง คนพื้นราบ คนไทยลื้อ คนไทยลัวะ ก็แล้วแต่ ผมก็ถือว่าตัวเอง เป็นหนึ่งชาติพันธุ์เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นประเทศไทยมีความหลากหลายทางภาษา และวัฒนธรรม โดยมีกลุ่มที่มีเอกลักษณ์ถึงกว่า ๗๐ กลุ่ม เช่น ตระกูลไทย ๒๔ กลุ่ม ตระกูล Austroasiatic ๒๓ กลุ่ม ตระกูล Austronesian ๓ กลุ่ม ตระกูลจีน-ทิเบต ๒๑ กลุ่ม และตระกูล Hmong–Mien ๒ กลุ่ม ภาษาที่เราใช้ร่วมกันคือ ภาษาราชการ ผมเกิดมานี่ผมไม่เคย มีความรู้สึกว่าจะมีความแปลกแยก หรือมีความแตกต่างระหว่างคนกลุ่มต่าง ๆ ที่อยู่ ในประเทศไทย ผมไม่ได้มีความรู้สึกแบบนั้นเลยในชีวิต วันนี้เรามีพระราชบัญญัตินี้เกิดขึ้น เพื่อที่จะให้กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในประเทศไทย แล้วใครละครับ คือ กลุ่มชาติพันธุ์ ใครไม่ใช่ กลุ่มชาติพันธุ์ เพราะฉะนั้นวันนี้เราคงเข้าใจเสียใหม่ครับ เราตีความกลุ่มชาติพันธุ์ คือ กลุ่มที่มาอาศัยในประเทศไทยภายหลังที่อยู่บนเขา บนดอย และเราเรียกว่า กลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งจริง ๆ ตามที่ผมได้เรียนไปแล้วว่า เรามีถึง ๗๐ กลุ่ม ทั้งหมดนี้คือกลุ่มชาติพันธุ์ เราอย่าไปแยก อย่างนั้น ถ้าเราแยกความคิดอย่างนั้น ตามความเข้าใจเป็นสิ่งที่น่าห่วงครับ🔗

ประการแรกคือ จะเป็นการเน้นย้ำความแตกต่าง กฎหมายจะสร้างความแตกต่าง ของคนในชาติ เป็นเรื่องอันตรายครับ เรามีประชากรถึง ๗๐ กว่ากลุ่ม ที่อยู่ด้วยกันให้อยู่ด้วยกัน เป็นกลุ่มเดียวกันเถอะ อย่าไปคิดแยกเลยว่ากลุ่มใคร กลุ่มนั้น กลุ่มนี้🔗

ประการที่ ๒ อาจจะเกิดความขัดแย้งด้านทรัพยากร และผลประโยชน์ ในการให้สิทธิพิเศษ หรือคุ้มครองบางกลุ่ม บางชนเผ่าอะไรต่าง ๆ ผมว่ามันเป็นเรื่องของ คนไทยทั้งมวล เราก็ต้องมีสิทธิเหมือน ๆ กันทั้งหมด🔗

ประเด็นต่อไปคือ เรื่องการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากร การให้ ความสำคัญกับการคุ้มครองส่งเสริม ถ้าชาติพันธุ์เป็นความคิดอีกแบบหนึ่งจะทำให้เกิด ความเหลื่อมล้ำ เหลื่อมล้ำได้เกิดขึ้นและการดูแลแตกต่างกันไป🔗

ประการที่ ๔ จะเป็นความรู้สึกแยกออกจากกลุ่มประชากรหลักว่า นี่คือไม่ใช่ ประชาชนพื้นฐานของประเทศ ขณะที่เรามีภาษาราชการเดียวกันคือ ภาษาไทยกลาง มันจะเกิดความรู้สึกแบบนั้น🔗

ประการที่ ๕ คือ จะรู้สึกว่ามีการเลือกปฏิบัติจากกลุ่มประชากรอื่น ทำให้เกิด สิทธิพิเศษและคนที่เสียสิทธิพิเศษเหล่านั้น ได้รับปฏิบัติที่ไม่เหมือนกันในความเป็นคนไทย🔗

นี่คือสิ่งที่น่าเป็นห่วงและกังวล เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ในมาตรา ๓ ที่เราได้มีการแก้ไข คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ไม่ควรมีในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ มีกลุ่มเดียว กลุ่มชาติพันธุ์คนไทย เราเป็นคนไทยทั้งหมด ไม่ว่าไทยกลุ่มไหนก็ตาม เราอย่าไปคิด ความรู้สึกแบบนั้น เป็นความรู้สึกที่แปลกแยกว่า ไม่ได้รับความดูแล ไม่ได้รับการเอาใจใส่ ซึ่งมันไม่ใช่ นี่คือประเทศไทย เพราะฉะนั้นในมาตรา ๓ มีนิยามคำเดียวคือคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ ก็จบแล้ว เพราะฉะนั้นคำว่า ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงกลุ่มที่ระบุตนเองว่าเป็นชนเผ่า พื้นเมืองด้วย ตัดทิ้งไปเลย แล้วนิยามคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ก็ตัดทิ้งไปเลยครับ นี่คือความห่วงใยข้อกังวล และนี่คือคนไทยที่เรามีความรู้สึกเป็นไทยเหมือนกัน ภายใต้ พระบรมโพธิสมภารของในหลวง แล้วเราก็อยู่กันอย่างสงบสุข และสันติสุข เราจะต้อง ให้ความเสมอภาค โอกาสที่เท่าเทียมกันของคนไทยทุกคนในประเทศ ไม่เว้นว่าเป็นกลุ่มไหน ชาติไหน ไม่มีหรอกครับ คนอยู่ในประเทศไทยนั้นมีความสงบสุข มีความเป็นสุข มีวิถีชีวิตที่ดี มีความรู้สึกดี เพราะเราอยู่แบบคนไทย เรามีศาสนาประจำชาติ ศาสนาพุทธที่มีความเมตตา มีความรู้สึกความเอื้ออาทร ความรักต่อกัน ทั้งเรื่องของความเมตตา กรุณา มุทิตาจิตที่ดี ต่อกัน นี่คือความเป็นคนไทย เพราะฉะนั้นในมาตรา ๓ นี้ท่านประธานครับ ผมขอให้คงคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ แต่ขอตัดว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ออกไป ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปเชิญ คุณศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ครับ🔗

นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ สายไหม พรรคประชาชน ดิฉันก็เป็นคนไทยเหมือนกัน สัญชาติไทยค่ะ แต่ดิฉันก็ยังเชื่อในความแตกต่าง หลากหลายค่ะ แล้วก็น่าประหลาดใจมากเลยว่า ในวันนี้สมรสเท่าเทียมเราเพิ่งผ่านไปด้วยซ้ำ เรากำลังบอกว่า เรายอมรับความแตกต่างหลากหลายทางเพศ ทางอัตลักษณ์ เพศสภาพ และเพศวิถี แต่เรากลับกำลังมองว่า การที่เราจะรับรู้การมีอยู่ของคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ในมาตรา ๓ เป็นการแบ่งแยกเสียอย่างนั้น ดิฉันชวนทุกท่านคิดไปพร้อม ๆ กันว่า กฎหมาย ตามมาตรา ๓ ที่เรารับรองการมีอยู่ของกลุ่มชาติพันธุ์ และรวมไปถึงกลุ่มชนเผ่าพื้นเมือง ที่หมายความว่า กลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความสืบเนื่องทางประวัติศาสตร์ที่สัมพันธ์กับถิ่นฐาน และอาศัยอยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง หรือหลายพื้นที่ในประเทศไทยอย่างยาวนาน พึ่งพา และผูกพันกับที่ดิน และทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่นั้น ๆ มีอัตลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรม และภาษา และมิได้เป็นกลุ่มที่มีอำนาจครอบงำทางเศรษฐกิจและสังคม ด้วยคำนิยามต่าง ๆ เหล่านี้ ดิฉันไม่เห็นความไม่จำเป็นใดเลยที่เราจะไม่รองรับการเป็นอยู่ของชนเผ่าพื้นเมืองค่ะ การที่เราร่างกฎหมาย และครอบคลุมไปถึงประชากรต่าง ๆ ที่มีอยู่ในสังคม แม้จะมีอยู่ เพียงแค่กลุ่มเดียว แม้จะมีอยู่เพียงแค่คนเดียว เขาก็สมควรได้รับการยอมรับการมีอยู่ของเขา การยอมรับการมีอยู่ไม่ใช่การแบ่งแยก ไม่ใช่การบอกว่า คน ๆ นั้นไม่ใช่คนไทย แต่การยอมรับ ความมีอยู่ คือการที่เรายอมรับถึงความแตกต่างหลากหลาย ยอมรับในอัตลักษณ์ ยอมรับ ในวัฒนธรรมของเขาค่ะ ชนเผ่าพื้นเมือง หรือภาษาอังกฤษที่เรียกว่า Indigenous นะคะ มีความสวยงาม มีจิตวิญญาณ มีวัฒนธรรม มีเรื่องเล่า มีบทเพลง ดิฉันขออนุญาตโยงไปนิดหนึ่ง เกี่ยวกับคนเผ่าพื้นเมืองที่ดิฉันเคยไปท่องเที่ยวที่ไต้หวัน ไต้หวันมีชนเผ่าพื้นเมืองอยู่ประมาณ ๑๖ ชนเผ่า เขามีการจัดทำเป็นสถานที่ที่เขาอนุรักษ์ถึงวัฒนธรรม ทำให้ประชาชนในไต้หวัน เข้าไปเรียนรู้ได้ว่า ชนเผ่าแต่ละชนเผ่ามีวิธีการแบบไหน คลอดลูกแบบไหน ทำอาหารแบบไหน มีบทเพลงแบบไหน วัฒนธรรมแบบไหน สิ่งเหล่านี้คือความสวยงาม เหมือนที่เรายอมรับ ความสวยงามของ LGBTQ+ หรือว่า เพศสภาพ เพศวิถีต่าง ๆ ในประเทศเราเช่นเดียวกัน เราเพิ่งผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมไป ดิฉันก็คิดว่าทุกท่านจะเข้าใจถึงความแตกต่าง หลากหลายเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี แต่ก็อดผิดหวังที่ได้ยินหลาย ๆ คำออกมาจากฟากฝั่ง ของรัฐบาลเองด้วยนะคะ พยายามจะตอกย้ำคำว่า คนไทย ดิฉันก็เข้าใจว่า ทุกคนก็เชื่อว่า ทุกคนอยากเป็นคนไทย แต่เราต้องแยกก่อนว่า เชื้อชาติกับสัญชาติต่างกันนะคะ ทุกคน อยากได้รับสัญชาติไทยในการเข้าถึงสิทธิต่าง ๆ ในขณะเดียวกันทุกคนก็อยากได้รับ การยอมรับ การมีอยู่ของเชื้อชาติ หรือของชนเผ่าของทุก ๆ คนเช่นเดียวกัน อยากให้ทุกท่าน ลองพิจารณากฎหมายฉบับนี้ในมาตรา ๓ ด้วยจิตใจที่โอบรับทุกความแตกต่างหลากหลาย ประเทศไทยเราขึ้นชื่อว่า เป็นสยามเมืองยิ้ม ใช่ไหมคะ ที่เราบอกกัน ประเทศไทยเราโอบรับ ทุกคน ใช่ไหมคะ เวลาเกิดเหตุเพศภัยพิบัติ เราก็ช่วยกันหมดเลยทุกประเทศที่ไหนก็ตาม เรายินดีจะช่วยเหลือ แต่ทำไมการที่จะผ่านมาตรา ๓ ในความหมายกับคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ดิฉันกลับรู้สึกว่าพวกเรากำลังจะมองว่า กลุ่มคนเหล่านี้จะมาเอาอะไรไปจากเราเสียอีก ดิฉัน ก็ขอสนับสนุนการแก้ไขมาตรา ๓ ที่จะเพิ่มคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง นี้ เข้ามาในกฎหมายนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณกัณวีร์ สืบแสง ครับ🔗

นายกัณวีร์ สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ท่านประธานครับ วันนี้ต้องขอลุกขึ้นมาอภิปราย จริง ๆ แล้วจะไม่รบกวนเวลาสภามากมายนัก แต่วันนี้อย่างไรก็ต้องขึ้นมาครับท่านประธาน ถ้าผมไม่ลุกขึ้นมาอภิปรายในเรื่องเกี่ยวกับ วาระที่ ๒ มาตรา ๓ ของร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ผมคงเป็นลูกศิษย์ที่ไม่ดี ถ้าพูดจริง ๆ ลูกศิษย์ที่เลวร้ายสำหรับอาจารย์ที่สูญเสีย ชีวิตไป อาจารย์ผมเป็นหนึ่งในชนเผ่าพื้นเมือง ที่เรียกว่า Indigenous Group of People ที่มาจากอเมริกาเหนือ ชนเผ่า Haudenosaunee อยู่ฝั่งนิวยอร์กตอนเหนือของประเทศ สหรัฐอเมริกา ณ ปัจจุบัน ชนเผ่าพื้นเมืองนี้จริง ๆ แล้วมันมี Connotation มันมีสิ่งที่เป็นนัย รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัว เป็นสิ่งที่ต่อต้านกับความมั่นคงทั้งหลาย เป็นสิ่งที่ต่อต้านกับการ เข้ามาของรัฐล่าอาณานิคม เป็นสิ่งที่ฝังรากหยั่งลึกลงมาในความรู้สึกของคนไทยหลาย ๆ คน พี่น้องที่เป็นชนเผ่าพื้นเมืองที่นั่งอยู่บนบัลลังก์คงจะเข้าใจความรู้สึกตรงนั้น สำหรับการที่เรา เป็นเจ้าของพื้นที่ แต่เป็นคนที่เข้ามาทีหลังแล้วบอกว่า เราไม่ใช่คนคนนั้น เราไม่ใช่เจ้าของ พื้นที่ที่เรามีสิทธิ เรามีอำนาจ เรามีโอกาสในการที่จะบอกว่า การตัดสินใจของเราต้องอยู่ ในพื้นที่ของเรา คำนิยาม Indigenous Group of People ชนเผ่าพื้นเมือง หรือ Aborigine ผมตกใจมาก ๆ คำนิยามที่ออกมาที่เราเห็นกันทุกวันนี้ ๑. ต้องดั้งเดิม ติดที่ ๒. ต้องเป็น ชนกลุ่มน้อย ต้องมีอัตลักษณ์เฉพาะ สุดท้ายต้องได้รับความอยุติธรรมในช่วงของการล่า อาณานิคม ท่านประธานครับ ทุกคำ ทุกสิ่ง ทุกอย่างที่อยู่ในความหมายคำนิยามของคำว่า ชนเผ่าพื้นเมืองนั้น เป็นการกดทับอัตลักษณ์ เป็นการทำให้การกดทับสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นสิทธิ ขั้นพื้นฐานของการเป็นมนุษย์ มันน่ากลัวตรงไหนหรือ ผมได้ยินนะครับ คนที่ต่อต้าน กับใช้คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง โดยเฉพาะส่วนราชการ สามารถที่จะเอ่ยนามได้ สำนักงาน สภาความมั่นคงแห่งชาติ สมช. บ้านเก่าของผมเอง อย่าเกรงกลัวครับ อย่าเกรงกลัวการใช้เลนส์ ความมั่นคงมามอง ในเรื่องเกี่ยวกับการแสดงอัตลักษณ์ของพี่น้องคนที่เป็นเจ้าของพื้นที่ อย่างแท้จริง อย่าเกรงกลัวสิ่งที่เรียกว่า สิ่งที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน หากเราจำเป็นต้องสร้าง รัฐชาติได้ มันต้องเปลี่ยนแปลงความคิดที่ว่า ความหนึ่งเดียวจะสร้างเอกภาพ เราต้องคิดให้ได้ว่า ความหลากหลายต่างหากที่จะสร้างความมั่นคง และเอกภาพของทุกประเทศบนโลกใบนี้ ดังนั้นคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว ชนเผ่าพื้นเมืองเป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ ตามที่อาจารย์ ของผมชื่อว่า โรเบิร์ต ซี. พราวด์ฟุต (Robert C. Proudfoot) ที่ต่อสู้จนถึงวินาทีสุดท้ายของท่าน ต่อการได้มาซึ่งสิทธิในการตัดสินใจอนาคตชะตากรรมของตัวเอง หรือสิ่งที่ทุกท่านกลัว ที่เรียกว่า Self-Determination Right to Self-Determination สิทธิในการกำหนดชะตากรรม ชีวิตตนเอง ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว ไม่ใช่สิ่งที่บอกว่า เป็นการแบ่งแยกดินแดน ไม่ใช่สิ่งที่บอกว่า เราจะต้องมีอำนาจเหนือทุกคนบนรัฐนี้ ท่านประธานทราบดีครับ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดของเรา เรามีอัตลักษณ์ของพวกเราอยู่ อัตลักษณ์ชาวมลายูของพวกเราอยู่ครับ เรามีสิ่งดั้งเดิม เราติดอยู่กับพื้นที่ เราจะยอมรับของความเป็นชนกลุ่มน้อยหรือไม่ เราไม่ยอม เราเป็นเจ้าของ พื้นที่ เรามีอัตลักษณ์เฉพาะไหม เรามีครับท่านประธาน ที่บอกว่าเราเป็นพี่น้องชาวมลายู เราได้รับความอยุติธรรมหรือไม่ กับการเข้ามาของรัฐชาติ ท่านประธานกับผมตอบได้ดีครับ กับพี่น้อง ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าบอกว่า พวกเราไม่สามารถที่จะบอกว่า ชนเผ่าพื้นเมืองเป็นสิ่งที่สามารถใส่ไว้ในมาตรา ๓ ได้ เราจะทำอย่างไร เราจะใช้กฎหมายเป็นสิ่งที่ลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานของการเป็นมนุษย์อย่างนั้นหรือ ท่านยอม ได้หรือไม่ พี่น้องที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ท่านต้องเปล่งเสียงให้ดัง ๆ แล้วบอกว่า ชนเผ่าพื้นเมืองนี้ เป็นสิ่งที่สละสลวย เป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นสิ่งที่มาก่อนกฎหมาย กฎหมายมาทีหลังต้องเคารพ สิ่งที่มาก่อน อันนี้ละครับ เป็นสิ่งที่เราจำเป็นจะต้องเคารพร่วมกัน มาตรา ๓ นี้จำเป็นต้องใส่ไว้ ผมยังเห็นด้วยในการใส่ไว้ของคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ดังนั้นท่านประธานครับ Indigenous People Aboriginal ชนเผ่าพื้นเมืองนี้ เป็นสิ่งที่อย่างไรผมก็ขอสนับสนุนในการใส่ไว้ในการ แก้ไขตรงนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ยังมี สมาชิกจะขออภิปราย ๒ ท่าน ถ้าท่านสมาชิกท่านใดจะขออภิปรายให้เวลามาลงชื่อเพิ่มเติม ได้อีก ๕ นาทีก็แล้วกันครับ เพราะว่ายังมีอีกหลายมาตรา เพราะฉะนั้นท่านผู้ใดที่จะขอ อภิปรายในมาตรา ๓ นี้ ที่ยังไม่ลงชื่อก็มาลงชื่อข้างหน้าได้ครับ ให้เวลาอีก ๕ นาที เจ้าหน้าที่ ก็จะปิดการลงชื่อนะครับ ต่อไปขอเชิญคุณเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ🔗

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง จากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ สำหรับมาตรา ๓ กรรมาธิการเสียงข้างมากก็มีการ แก้ไขเพิ่มเติมอยู่หลายจุด จุดแรกก็คือคำว่า ประวัติศาสตร์ลงไป เพื่อที่จะขยายนิยาม แต่ว่าก่อนอื่นที่ผมจะไปลงในรายละเอียดแล้วกันครับท่านประธาน ขอวกกลับมาที่เรื่องของ มาตรา ๓ จริง ๆ เป็นบทในการบัญญัติความหมาย หรือบัญญัติศัพท์ในทางนิติวิธี ทุกคนก็ทราบดีว่า ในกฎหมายแต่ละฉบับนี้ยิ่งเป็นกฎหมายส่งเสริมคุ้มครอง ก็จะระบุลงไป เพื่อเป็นการอ่านกฎหมายแล้วเข้าใจง่ายหมายถึงอะไร เมื่อไปดูคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ ปรากฏว่า เจอถ้อยคำที่เป็นคำว่า ชาติพันธุ์ ในร่างฉบับนี้ในมาตราอื่น ๆ อีกเยอะมากนะครับ และคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ ในนิยามที่เติมลงไป แล้วเมื่อเติมคำว่า ประวัติศาสตร์ลงไป คณะกรรมาธิการ มีการตัดคำว่า ตามที่คณะกรรมการประกาศ ความหมายตรงนี้ให้เป็นหมายรวมถึงที่ระบุ ตนเองว่าเป็นชนเผ่าพื้นเมืองด้วย ในทางปฏิบัติเมื่อถึงเวลาก็จะมีคณะกรรมการที่วางเอาไว้ เป็นผู้ประกาศ แต่เมื่อไม่มีคณะกรรมการแล้ว ตรงนี้ก็อยากจะฟังคำชี้แจงเช่นเดียวกันว่า ทางคณะกรรมาธิการจะให้เป็นการระบุตนเองอย่างไร ซึ่งเข้าใจว่าในท้าย ๆ ก็ไปออกแบบไว้ว่า ให้มีการศึกษา ดังนั้นเมื่อคณะกรรมาธิการออกแบบแบบนี้ก็เลยทำให้จะต้องไปเพิ่มคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ขึ้น ชนเผ่าพื้นเมืองที่คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นมา ผมเข้าใจว่าก็คงเป็น Subset ของคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ มันไม่ใช่เป็นคำที่มันไปไกลเกินที่จะรับไม่ได้หรอกครับ มันเป็นคำที่บัญญัติขึ้นมา เพื่อให้เห็นว่า กลุ่มชาติพันธุ์และกลุ่มชนเผ่าพื้นเมือง มีรากฐาน อย่างไร ในนี้ก็เขียนเอาไปชัดเลยว่า คือกลุ่มที่มีถิ่นฐานในประเทศไทย มีประวัติศาสตร์ มีการสั่งสม หรือมีการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานนั่นละ แต่ถ้ามาดูชนเผ่าพื้นเมืองเขาบอกเลยว่า มีความสัมพันธ์กับถิ่นฐาน ก็เป็นกลุ่มรากฐานกลุ่มเดิมที่อยู่ ถ้าผมเข้าใจผิดท่านคณะกรรมาธิการ ชี้แจงนะครับ ดังนั้นผมจึงเห็นด้วย เติมลงไปแบบนี้มันก็จะได้ชัดว่า ๑. กลุ่มชาติพันธุ์ หมายถึงอะไร มีประวัติศาสตร์อย่างไร ๒. ชนเผ่าพื้นเมืองอย่างไร แม้ว่าถ้อยคำในกฎหมาย ที่ไล่ลงมาในมาตราอื่น ๆ แทบจะไม่ค่อยเห็นคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ก็ตาม เจออยู่ในบัญญัตินี้ แต่ผมก็คิดว่าในทางปฏิบัติ หรือว่าในทางระเบียบ หรือข้อบังคับที่จะต้องไปทำขึ้น ไม่ว่า จะเป็นสภาก็ดี หรือว่าการพิจารณาคุ้มครองสิทธิก็ดี มันจะครอบคลุมและคุ้มครอง ตามเจตนารมณ์และหลักการของกฎหมายที่ทำขึ้น กฎหมายเขียนไม่ใช่หรือ อยากคุ้มครอง อยากส่งเสริม แล้วถ้าท่านทำแล้วครึ่ง ๆ กลาง ๆ จะทำทำไม ดังนั้นวันนี้ผมจึงเห็นด้วยกับสิ่งที่ คณะกรรมาธิการทำขึ้นมา เพื่อให้กฎหมายมีความชัดเจนและครอบคลุมมากขึ้น แต่ผมก็ติดใจประเด็นเดียวซึ่งอยากจะฟังชี้แจงครับไม่อะไรมากก็คือ เรื่องของคณะกรรมการ ที่ประกาศ มีการเปลี่ยนรูปแบบออกไปว่า ให้เป็นลักษณะของการรับรองตนเอง ตรงนี้ ในทางปฏิบัติจะมีผลหรือไม่ แต่ว่าเมื่อไม่ให้คณะกรรมการประกาศ แต่ว่าในคณะกรรมการ ในหมวด ๒ ก็ยังมีอยู่ ซึ่งเดี๋ยวผมจะได้อภิปรายเชื่อมโยงไป ก็ขอบคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสนะครับ สวัสดีครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญ จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล ครับ🔗

จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล เพชรบุรี

เรียนท่านประธานสภาครับ ผม จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรค รวมไทยสร้างชาติ ในกรณีที่เราได้พูดถึงมาตรา ๓ ในเรื่องกลุ่มชาติพันธุ์นั้น ในการแก้ ข้อกฎหมาย ผมอยากจะกล่าวว่า กลุ่มชาติพันธุ์ นั้น ที่อาศัยอยู่ในเมืองไทยนั้นก็มีหลากหลาย กลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ในเมืองไทยมาอย่างยาวนาน จนเปรียบเสมือนเป็นคนไทยไปแล้ว ผมเองคิดว่าเราต้องส่งเสริมกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหลาย ทุกกลุ่มที่อยู่ในบ้านเราเมืองไทย ให้พวกเขา ได้รับสิทธิสวัสดิการต่าง ๆ ทุกประการเปรียบเสมือนคนไทยคนหนึ่ง เพราะว่าบ้านผมเองนั้น จังหวัดเพชรบุรี ก็มีกลุ่มเชื้อชาติพันธุ์หลายกลุ่ม เช่น กลุ่มเชื้อชาติลาวโซ่ง กลุ่มเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยง อำเภอแก่งกระจาน ปัจจุบันกลุ่มเชื้อชาติที่อยู่ในจังหวัดเพชรบุรีนั้น ได้สร้างเศรษฐกิจให้ชุมชนมากมาย เขากลายเป็นกลุ่มที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัด เพชรบุรี ก็เหมือนหลาย ๆ จังหวัดในประเทศไทยที่เรามีกลุ่มชาติพันธุ์ นำเขามาขายในด้าน เศรษฐกิจการท่องเที่ยวเรานะครับ ซึ่งถือว่าสร้างเม็ดเงินที่ดีให้กับประเทศและจังหวัด ในแต่ละจังหวัด โดยเฉพาะบ้านผมเองอำเภอแก่งกระจานนะครับ ซึ่งถือว่าทุกกลุ่มเชื้อชาติ มีความหมาย มีความสำคัญ มีหัวใจ เราต้องไม่มองข้ามเขา เราจะแก้ข้อกฎหมายอะไรก็ตาม ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับพวกเขา ให้เขาได้รับสิทธิสวัสดิการต่าง ๆ เหมือนคนไทย ทุกประการ นี่คือน้ำใจไมตรีจากพวกเราคนไทยด้วยกัน ก็ไม่ขอพูดอะไรมาก ในส่วนตัว ก็ขอส่งเสริมกลุ่มเชื้อชาติพันธุ์ที่อยู่ในเมืองไทย เพื่อความก้าวหน้า และเพื่อความรัก ความสามัคคีของประเทศเราครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คณะกรรมาธิการตอบคำถามสิ่งที่สมาชิกได้อภิปรายนะครับ เชิญครับคณะกรรมาธิการ จะตอบไหมครับ เพราะว่าสมาชิกที่จะอภิปรายหมดแล้วนะครับ เพราะว่าเราปิดการลงชื่อ แล้วนะครับ🔗

นายศักดิ์ดา แสนมี่ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศักดิ์ดา แสนมี่ กรรมาธิการ ในสัดส่วนภาคประชาชนที่เป็นชนเผ่าพื้นเมืองนะครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ที่พยายามอธิบายให้เห็นถึง ความหลากหลายของสังคมไทย แต่อย่างไรก็ตามวันนี้ผมอาจจะขออนุญาตขอชี้แจงข้อมูล ที่เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองให้ท่านทั้งหลายได้รับทราบร่วมกันว่า ในอดีตที่ผ่านมา เราเองก็คงจะคุ้นเคยการเรียกชื่อกลุ่มต่าง ๆ ในสังคมที่มีความแตกต่างจากความเป็น วัฒนธรรมแบบเดียว อาจจะวัฒนธรรมแบบไทยที่เราบอกว่า วัฒนธรรมภาคกลาง ซึ่งตรงนี้ อาจจะถูกเรียกว่า เป็นชาวเขา ชาวไทยภูเขา อันนี้ทางภาคเหนือ หรือว่าจะเป็นชาวเลทางภาคใต้ หรือชาวอุบลทางภาคอีสาน ถ้าเราจะดูว่าคนเหล่านี้เราจะเห็นว่า มีความหลากหลาย ซึ่งจนในที่สุดเมื่อเราเห็นความหลากหลายเหล่านี้ มันเป็นเรื่องของความสวยงาม แล้วก็ เป็นความหลากหลายบนวิถีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน แต่เราเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย เช่นกัน ในที่สุดเราก็มีการยอมรับเรื่องของการระบุตนเองว่า เป็นชนเผ่าพื้นเมือง เมื่อมี การรวมตัวกัน การรวมตัวกันนี่ผมคิดว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่อยากให้เห็นว่า เพื่อจะต้องการให้เข้ามา มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของตัวเอง รวมไปถึงเรื่องของการสนับสนุนในการขับเคลื่อน นโยบายของรัฐที่จะไปสู่การแก้ปัญหาให้ตรงจุดนะครับ ทีนี้ชนเผ่าพื้นเมืองก็เลยเป็นสิ่งที่เราไม่ได้จินตนาการว่า เราอยากเป็น แต่เป็นตัวตนของเรา ประมาณ ๒๐ ปีแล้วนะครับ จนถึงปี ๒๕๕๐ เองเราก็มีการจัดตั้งเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมือง ประเทศไทย อันนี้มันจะสะท้อนถึงว่า ในประเทศไทยมีกลุ่มที่ดั้งเดิมติดแผ่นดินหลากหลาย ถ้าเราระบุเป็นชื่อกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ จะเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นทางภาคใต้เลยนะครับ พี่น้องมานิ พี่น้องมอแกน อุรักลาโว้ยทั้งหลายที่อยู่ภาคใต้ รวมทั้งมีประวัติศาสตร์ในการอธิบายตัวตน ของตัวเองที่ติดแผ่นดินมายาวนานหลายร้อยปี ในส่วนที่เป็นทางภาคกลาง ตะวันออก ตะวันตก นี่ก็มีมากมาย รวมทั้งพี่น้องไทยทรงดำ อาจจะมีประวัติศาสตร์หลายร้อยปีแล้ว เป็นพี่น้อง มอญ ชอง อย่างนี้เป็นต้น หรือว่าทางภาคอีสานเราก็จะมีหลากหลายมาก พี่น้องกูย พี่น้อง กะเลิง รวมไปถึงญัฮกุร ถ้าเป็นทางภาคเหนือก็มีมากมายที่หลายท่านได้เกริ่นได้กล่าวถึงครับ เรื่องของที่เราเรียกว่า เป็นกะเหรี่ยงมละบริ หรือพี่น้องลัวะ กลุ่มเหล่านี้เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า ประเทศไทยมีกลุ่มที่เป็นชนเผ่าพื้นเมืองติดแผ่นดินจริง ๆ มีความหลากหลายทางกลุ่ม ชื่อเรียกในกลุ่มชาติพันธุ์ แต่ทั้งหมดเราเป็นชนเผ่าพลเมืองด้วยกันนะครับ🔗

ข้อเท็จจริงที่ ๒ ผมอยากจะเรียนว่า การเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย ที่จริงแล้ว การเป็นส่วนหนึ่งมันเป็นอยู่แล้วตั้งแต่ประวัติศาสตร์ แล้วก็เป็นส่วนหนึ่งในลักษณะของการ เป็นส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศชาติว่า ไม่ว่าจะเป็นถ้าเราไปดูประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัย อยุธยาก็จะมีกล่าวถึงพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์บางกลุ่มที่ร่วมรบกับทหาร เป็นทหารด้วยนะครับ ร่วมรบในสงครามต่าง ๆ ที่เราปกป้องผืนแผ่นดิน ไปจนถึงการเป็นกลุ่มบุคคลที่ยืนยันตัวตนว่า เป็นคนไทยเพื่อที่จะปกป้องผืนแผ่นดินไทย ไม่ว่าจะอยู่ตามเกาะแก่ง หรือว่าจะเป็นชายแดน ทั้งหลาย สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เห็นข้อเท็จจริงว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ได้มีตัวตนจริง ๆ อยู่ในผืนแผ่นดินไทย แล้วก็อยู่ในพื้นที่ที่เราจะสามารถช่วยยืนยันความเป็น ตัวตนได้อย่างชัดเจนนะครับ จนทำให้เราทุกวันนี้เป็นส่วนหนึ่งหรือว่าทำให้ประเทศไทยเรา มีความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่เรียกตัวเองว่า เป็นชนเผ่าพื้นเมือง อยู่นะครับ🔗

ในข้อเท็จจริงที่ ๓ ที่ผมอยากจะพูดถึงในกฎหมายที่หลายท่านได้พูดถึงว่า ในร่างกฎหมายฉบับนี้เองเหตุที่เรามีนิยาม ชนเผ่าพื้นเมือง ด้วยเหตุความจำเป็น เนื่องจากว่า ชนเผ่าพื้นเมือง เป็น Subset ในแง่ความหมายของกลุ่มชาติพันธุ์ตามที่นิยามไว้ ซึ่งเป็นไปตาม ความเห็นของคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ อันนี้ก็เป็นตัวอธิบายว่า เมื่อเราเป็นส่วนหนึ่ง แต่เนื่องจากว่าถ้าเราไม่มีคำนิยามเฉพาะประเด็นชนเผ่าพื้นเมือง อาจจะทำให้การใช้กฎหมาย ที่จะไปทำหน้าที่ในการคุ้มครองส่งเสริมสิทธิ ก็ไม่สามารถที่จะทำได้ชัดเจน ก็เลยมีการกำหนด บทนิยาม การกำหนดบทนิยามไม่ได้หมายถึงว่า จะไม่ได้เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ในความหมาย ของในร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ อันนี้จะเป็น ๒-๓ ข้อเท็จจริง ที่อยากจะเรียนให้ทุกท่าน ได้รับทราบ🔗

ทีนี้ในประเด็นเรื่องของความจำเป็นผมคิดว่า นอกจากสิ่งเหล่านี้เราจะเห็น ความจำเป็นหลายประการนะครับ🔗

ความจำเป็นแรก ในเรื่องของกฎหมายนี้เราจะรับรองสิทธิทางวัฒนธรรม ถ้าเราไม่กำหนดความเป็นตัวตนของชนเผ่าพื้นเมืองแล้ว การที่จะส่งเสริมคุ้มครองให้เขา สามารถดำรงวิถีวัฒนธรรมตัวเองได้ ก็จะขาดพลัง ขาดการมีความสำคัญในเรื่องของการ รับรองสิทธิทางวัฒนธรรมที่สำคัญนะครับ🔗

ความจำเป็นที่ ๒ เพื่อจะให้เกิดการยอมรับว่า ในประเทศไทยมีความหลากหลาย กลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งในส่วนนี้ก็จะเป็นชนเผ่าพื้นเมือง แสดงถึงว่ากฎหมายนี้ได้มีความพยายาม ที่จะโอบรัดกลุ่มทุกกลุ่มของคนที่อยู่ในประเทศไทยที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ ที่เรียกตัวเองว่า เป็นชนเผ่าพื้นเมืองเข้ามาอยู่เป็นส่วนหนึ่งของกฎหมาย หมายความว่ากฎหมายจะทำหน้าที่ ในการปกป้องคุ้มครองด้วยนะครับ🔗

ความจำเป็นที่ ๓ สิ่งที่เราบัญญัติไว้ในกฎหมาย เมื่อกฎหมายนี้ถูกบังคับใช้ เราเชื่อว่า จะเป็นหลักประกันที่สำคัญที่สามารถที่จะทำให้นิยามนี้ มันมีชีวิตจริง ๆ หมายความว่า จะสามารถที่จะนำไปสู่การมีกลไก กระบวนการคุ้มครองสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองที่เป็นของจริง ไม่ใช่เป็นไปตามที่หลายท่านกังวลว่า เราพยายามสถาปนาหรือว่ากำหนดความเป็น ชนเผ่าพื้นเมืองในอนาคต ที่จริงแล้วเราเป็นเราอยู่นะครับแล้วที่เป็นอยู่ ก็เป็นสิ่งที่อยากจะเรียน เพิ่มเติมให้กับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้รับทราบ ณ ขณะนี้นะครับ🔗

นอกจากนี้ผมคิดว่า หลายส่วนเองที่จะมีข้อกังวล แล้วก็ข้อห่วงใยไม่ว่าจะเป็น เรื่องของความมั่นคง ความยากลำบากในการปกครอง หรือแม้กระทั่งเรื่องที่เกรงว่าจะเกิด ความแตกแยก ที่จริงแล้วถ้าท่านได้ศึกษาในรายละเอียดของกฎหมายฉบับนี้ สิ่งที่ระบุไว้ เมื่อท่านมีความเข้าใจกลุ่มชาติพันธุ์ แล้วก็เข้าใจกลุ่มชาติพันธุ์รวมไปถึงผู้ที่ระบุตนเองว่า เป็นชนเผ่าพื้นเมือง แล้วเราจะเห็นว่า กฎหมายนี้จะทำหน้าที่ในการคุ้มครองให้กลุ่มเหล่านี้ ได้ยังดำรงวิถีตนเองได้ในบริบทของสังคมไทยโดยตรง อันนี้ก็จะเป็นส่วนที่ผมอยากจะเรียน เพิ่มเติมในที่ประชุม ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ กรรมาธิการเกรียงไกร เชิญครับ🔗

นายเกรียงไกร ชีช่วง กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ สมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายเกรียงไกร ชีช่วง กรรมาธิการ สัดส่วน ภาคประชาชนนะครับ เบื้องต้นต้องขอขอบพระคุณสำหรับข้อคิดเห็น หรือว่าข้อแนะนำ บางสิ่งบางอย่างจากท่านสมาชิกสภาที่เคารพทุกท่าน แล้วก็อยากจะยืนยัน แล้วก็ขอบคุณ เป็นอย่างยิ่งก็คือ ในส่วนของคณะกรรมาธิการจากสัดส่วนทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการเมือง ฝ่ายภาคประชาชน หรือว่ารัฐบาลเอง ที่ทำให้ร่างนี้สามารถเข้ามาถึงในวาระนี้ได้ ทั้งมวลนี้ครับ สิ่งที่อยากจะเพิ่มเติมแล้วก็ยืนยัน เพื่อให้เกิดความมั่นใจแล้วก็สบายใจ สำหรับเสียงสะท้อน ที่มีความกังวลถึงคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง เป็นอย่างนี้ครับ ต้องยอมรับว่ากระบวนการของ การพูดคุยปรึกษาหารือกันในชั้นคณะกรรมาธิการ ในจำนวน ๕ ร่าง อย่างน้อยมี ๓ ร่าง ที่ระบุแล้วพูดถึงคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง แน่นอนสิ่งที่ในส่วนของภาคประชาชนจะยืนยัน ก็คือว่า ไม่อยากให้เข้าใจไปได้ว่า คำนี้มันจะเป็นคำที่มันอ่อนไหวไปสู่ความมั่นคงต่าง ๆ เหล่านั้น โดยมี ๓ ข้อเท็จจริงที่อยากจะนำเสนอเพิ่มเติมนะครับ🔗

ข้อเท็จจริงที่ ๑ เพื่อจะบอกว่า ถ้าเราพูดถึงสนับสนุนจากท่านศักดิ์ดาอีกครั้งหนึ่ง ก็คือว่า เรามีพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ หรือว่าพี่น้องชนเผ่าพื้นเมือง ที่มีชื่อหรือว่านิยามเรียก ตัวเองที่หลากหลายมาก ในสภานี้เองโดยภาพรวมตั้งแต่การอภิปรายรับรองวาระนี้ที่ผ่านมา ก็บอกว่า ทั่วประเทศเรามีมากมาย อันนี้คือสิ่งที่น่ายินดีเรื่องหนึ่งที่ประเทศไทยเรายอมรับ ในความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม อย่างเช่น พี่น้องมละบริ พี่น้องมันนิ พี่น้องญัฮกุร ทางภาคอีสานเอง หรืออื่น ๆ ทั่วภูมิภาค คำต่าง ๆ เหล่านี้มันอธิบายถึงคำนิยามที่พูดถึง ประวัติศาสตร์ การติดแผ่นดิน เกี่ยวข้อง มีความเชื่อ วิถีพึ่งพา แล้วก็ผูกพันกับระบบภูมินิเวศ ตรงนั้น มันก็เลยอธิบายได้ว่ามันก็น่าจะใช้คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ในการอธิบายตัวตนตรงนั้นได้ ที่สำคัญพี่น้องเองก็ยอมรับตรงนั้น ข้อมูลทางประวัติศาสตร์เขตแดนหัวเมืองเอง พี่น้อง ก็มีบทบาท มีส่วนร่วมในการปกปักษ์รักษา ปกป้อง ทั้งทรัพยากร ทั้งเขตแดนต่าง ๆ เหล่านี้ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันเช่นเดียวกัน🔗

ภาพที่ ๒ ที่อยากให้ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติได้เห็นว่า โดยข้อเท็จจริงเอง ภาพลักษณ์ของประเทศเรา ไม่ว่าจะเป็นการ Promote การท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการ Promote ทรัพยากรต่าง ๆ ก็มีการกล่าวถึงแล้วพูดถึงชนเผ่า ไม่ว่าในมิติไหน มันเป็นเสน่ห์ ที่อธิบายว่า ถ้าไปภาคเหนืออาจจะต้องไปเที่ยวพื้นที่ของพี่น้องในระบบนิเวศแบบนี้ ศักยภาพ แบบนี้ใช่ไหมครับ ไปภาคใต้จะไปเจอพี่น้องชนเผ่าลักษณะแบบนี้ ศักยภาพแบบนี้ การท่องเที่ยวก็ Promote ที่สำคัญงานศึกษาวิจัย งานเสวนา งานต่าง ๆ สถาบันการศึกษา หรือสถาบันพระปกเกล้า หรืออื่น ๆ ที่เป็นงานศึกษาของรัฐสภา ก็เคยมีคำว่า ชนเผ่า เข้ามา อยู่ในการศึกษาตรงนั้น ผมกำลังคิดว่าคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ก็เลยไม่น่าจะหมายถึง คำที่อ่อนไหว หรือไปแสดงถึงความมั่นคงต่าง ๆ เหล่านั้นได้นะครับ🔗

อีกส่วนหนึ่งครับ ถึงวันนี้เองหรือที่ผ่านมานี้ ทุกท่านครับ สื่อมวลชนเอง หลายช่องก็นำเสนอข่าวสารที่มีการระบุคำนี้ ซึ่งเราก็คุ้นชิน Thai PBS ก็พยายามจะเล่าเรื่อง ของพี่น้องมันนิในการอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติ ความเชื่อต่าง ๆ การดำรงอยู่ต่าง ๆ หรืออื่น ๆ อีกมากมาย ต่าง ๆ เหล่านี้เรากลับกลายเป็นว่าคำแบบนี้ก็เป็นคำที่คุ้นชินต่าง ๆ ไม่น่าจะตีความไปถึงความอ่อนไหวต่าง ๆ เหล่านั้นได้นะครับ แต่วันนี้สิ่งที่กังวลส่วนหนึ่ง ก็คือกลายเป็นว่า เรากำลังแสดงหรือสื่อสารไปในเจตนาที่สุ่มเสี่ยง ทำให้พี่น้องเรานี้ ยิ่งมีความกังวลมากขึ้น ภาพเดิมที่สภายอมรับในวาระที่ ๑ ครั้งนั้น พี่น้องเราทั่วประเทศ ก็ชื่นชมแล้วก็ยินดี แล้วก็คิดว่าหลังจากนี้ใน ๕ ร่าง ที่มีทุกภาคส่วนเกี่ยวข้อง จะทำให้ ความงดงามนั้นคงอยู่ ซึ่งเราก็ขออิงไปอยู่ในแค่มาตราที่ ๓ เท่านั้นเองกับคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ตรงนั้นเอง ที่เหลือก็ไม่มีแล้ว เพราะว่าเราก็เข้าใจสิ่งที่ทางสภาสื่อสาร ออกมานะครับ🔗

สุดท้าย ในฐานะบทของสภาชนเผ่าพื้นเมืองเองครับ เราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ถ้าเราจะได้กฎหมายมาด้วยความ Drama หรือความเห็นอกเห็นใจ สงสารมานะครับ แต่ไม่เห็นในมุมศักยภาพของพวกเรา ที่พวกเราก็พยายามแสดงความเป็นพลเมืองหนึ่ง ทั่วประเทศ บททุกบทที่เราก็ช่วยกัน สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็น โรคอุบัติใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงตามพลวัต พวกเราก็ลุกขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งมากมาย ตรงนี้ละที่อยากจะยืนยันว่าคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง นัยตรงนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องของความอ่อนไหว เลยนะครับ ไม่ใช่เป็นเรื่องของสิ่งที่เราจะช่วงชิงบางสิ่งบางอย่างเลย เราแค่อยากจะให้คน ที่ยอมรับตัวตน ยอมรับตัวเอง และพร้อมจะระบุคำนี้ใส่เข้าไป เหมือนที่ท่านประธาน คณะกรรมาธิการบอกว่า เราควรจะโอบรับทุกคนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ ท่านอภินันท์นะครับ🔗

นายอภินันท์ ธรรมเสนา กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานครับ อภินันท์ ธรรมเสนา กรรมาธิการครับ ขอตอบคำถามของท่านเอกราชที่ถามถึงบทนิยามเรื่องของ การที่ตัดเอาคำว่า ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ออกไปนั้นนะครับ ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบนะครับ แล้วก็เห็นว่า การจะบอกว่าใครเป็นกลุ่มชาติพันธุ์นั้น หรือว่าจะคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์อย่างไรนั้นนี่นะครับ เนื่องจากว่ากฎหมายฉบับนี้เราวางหลักการไว้ว่า จะเป็นการคุ้มครองความหลากหลาย ทางวัฒนธรรม เพราะฉะนั้นเราจึงไม่อยากจะเขียนว่าจะต้องไปกำหนดกฎเกณฑ์ว่า จะคุ้มครองใคร ไม่คุ้มครองใคร แต่จะคุ้มครองคนทุกกลุ่มวัฒนธรรมเหมือนกัน เสมอภาคกัน เพราะฉะนั้นก็เลยเสนอให้มีการตัดคำนี้ออกไป ในชั้นของคณะกรรมาธิการนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณสุนีครับ🔗

นางสุนี ไชยรส กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ สุนี ไชยรส กรรมาธิการค่ะ ก่อนอื่นดิฉันคิดว่าพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ทั่วประเทศ ฝากความหวังไว้และชื่นชมอย่างมากที่สภาได้รับหลักการ ๕ ร่าง ซึ่งเป็นร่างของรัฐบาล ร่างของฝ่ายค้าน แล้วก็เป็นร่างของภาคประชาชนที่เข้าชื่อ เป็นความงดงามที่ทุกคน ฝากความหวัง ดิฉันขออนุญาตที่จะแลกเปลี่ยนกับหลาย ๆ ท่านที่พูดถึงว่า ทำไมถึงต้องมี นิยามคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ดิฉันอยากจะคิดว่า วันนี้พี่น้องที่รออยู่ทั่วประเทศ ไม่มีใคร ปฏิเสธว่าตัวเองไม่ใช่หนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ ถูกต้องตามที่หลายท่านได้พูดถึงนะคะ ท่าน สส. ผู้มีเกียรติได้พูดถึงว่า ทุกคนเป็นชาติพันธุ์ แต่ว่าถ้าจะมีความต่างก็คือว่าไม่ใช่ใช้คำว่า คนไทย อย่างเดียว คือทุกคนยอมรับว่า ตัวเองเป็นคนไทย อยากเป็นคนไทย แต่ว่ากรุณาว่าอย่าด้อยค่าที่จะถือว่าถ้าใช้คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง แล้วจะมีนัยของการเป็น ปัญหาต่อความมั่นคง ดิฉันคิดว่าสภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทยมีบทเรียนยาวนาน ที่ใช้คำว่า ความมั่นคงของชาติ แล้วก็กลายเป็นปัญหาต่อสถานการณ์ของพี่น้องทั่วประเทศ มายาวนานในรูปแบบของการตีความความมั่นคงของชาติ แบบที่ไม่ได้นึกถึงความมั่นคง ของมนุษย์ บทเรียนของเรามากมายจนเกินกว่าจะใช้คำอ้างของความมั่นคงอย่างเดียว ดิฉันคิดว่า สส. ที่อยู่ต่างจังหวัด แล้วก็มีพี่น้องชนเผ่ากลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ จะได้เห็นภาพ เหล่านี้มาอย่างชัดเจนนะคะ ทุกคนยอมรับว่า เป็นหนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ เพียงแต่ว่าทำไม ต้องมีนิยามชนเผ่าพื้นเมือง ท่านลองนึกภาพนะคะ ลองอ่านนิยามให้ชัด ๆ ทั้งนี้ ให้รวมถึง ชนเผ่าพื้นเมือง นั่นก็คือว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ก็ถือตัวเองเป็นหนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ แต่ถ้าดู ในนิยามที่นำเสนอก็จะมีลักษณะพิเศษที่ชัดขึ้นมาว่า เป็นกลุ่มคนที่หลายท่านได้อภิปราย ไปแล้วว่า เป็นกลุ่มคนที่อยู่มาดั้งเดิม ยกตัวอย่างพี่น้องมานิ ยกตัวอย่างพี่น้องที่อยู่มาเก่าแก่ อีกจำนวนไม่น้อย แล้วก็ท่านคณะกรรมาธิการส่วนหนึ่งก็ได้ชี้แจงแล้วว่า ทำไมต้องตัดคำว่า ประกาศกำหนดโดยคณะกรรมการ เพราะว่ากลุ่มชาติพันธุ์จำนวนไม่น้อย ก็ไม่ได้ถือตัวเอง เป็นชนเผ่าพื้นเมือง แล้วก็ไม่มีใครจะมานิยามคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ได้ ถ้าตัวเองไม่ยอมรับ เขาจึงใช้คำว่า ต้องยอมรับตัวเองก่อนว่าตัวเองเป็นชนเผ่าพื้นเมือง ลองดูในนิยามชัด ๆ นะคะ ดิฉันขอพูดสั้น ๆ ว่านี่ไม่ใช่การขออภิสิทธิ์ นี่ไม่ใช่การขอสิทธิพิเศษใด ๆ ชนเผ่าพื้นเมือง ตามนิยามก็คือบอกว่า มีอยู่มาสืบเนื่องยาวนานทางประวัติศาสตร์ มีความผูกพันกับที่ดิน และทรัพยากรที่เป็นคำนิยามชัด ๆ ขึ้นมานะคะ แล้วเป็นกลุ่มที่ไม่ได้มีอำนาจครอบงำ ทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งที่ต้องการจะบอกในนิยามก็คือว่า ขอให้กฎหมายนี้คุ้มครอง ส่งเสริม ชาติพันธุ์คือทุกกลุ่มคน เพียงแต่ว่าสำหรับชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งยอมรับและนิยามตัวเองว่า เป็นชนเผ่าพื้นเมืองนั้น แล้วก็เจอปัญหาหลาย ๆ อย่างที่ควรจะได้มีการคำนึงถึงเป็นพิเศษ แต่ไม่ใช่สิทธิพิเศษนะคะ วันนี้กฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรมีกฎหมายเฉพาะกลุ่มมากมาย กลุ่มชนเผ่าพื้นเมืองก็เพียงแต่ขอว่า เป็นหนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ที่บอกว่า มีความผูกพัน กับทรัพยากรธรรมชาติ แล้วไม่ใช่กลุ่มครอบงำ หลายท่านรู้ดีว่าพี่น้องที่อยู่ในทุกจังหวัด ที่มีกลุ่มชนเผ่าพื้นเมืองที่นิยามตัวเองนะคะ อย่างน้อยหลายสิบกลุ่มเจอปัญหาเกี่ยวข้อง กับเรื่องทรัพยากร เจอปัญหาเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่จะสูญเสียภาษา อัตลักษณ์ของเขา ดิฉันขออนุญาตที่จะนำเสนอแต่เพียงเท่านี้ เพื่อจะขอต่อท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะคะว่า ร่างนี้มาจากทุกพรรค ร่างนี้ผ่านหลักการที่ดีงาม แล้วก็มาจาก ความมุ่งหวังที่อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ใช่เอาความมั่นคงของชาติมาเป็นตัวตั้ง แต่เอาความมั่นคงของมนุษย์ ยอมรับในพหุวัฒนธรรม ความหลากหลาย อย่าให้พี่น้อง ชนเผ่ากลายเป็นแต่เพียงเครื่องมือของการท่องเที่ยว แต่มันหมายถึงว่า เขามีตัวตน แล้วก็ ต้องการการคุ้มครองจากกฎหมายฉบับนี้โดยไม่ใช่อภิสิทธิ์ชนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านมานพครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล กรรมาธิการ

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล ในฐานะกรรมาธิการ ผมอยากจะขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้อภิปราย รวมถึงผู้ที่เสนอกฎหมายฉบับนี้ และเป็นการพิเศษคือต้องขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการ ที่ใช้เวลาในการทำงาน ร่วมกันนะครับ ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ร่างใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่ เป็นการแก้ไขกฎหมาย เพราะฉะนั้นก็คือว่ากระบวนการพิจารณาต่าง ๆ ที่มาจากทั้ง ๕ ร่าง จึงมีความละเอียด จึงมีการผสมผสานระหว่างนักการเมือง นักวิชาการ นักกฎหมาย แล้วก็ภาคประชาชนกว่าจะสรุปออกมานะครับ เนื่องจากว่ามาทั้ง ๕ ร่าง และเป็นกฎหมาย ครั้งแรกในประเทศไทยที่เราหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา ผมจะไม่ลงรายละเอียดที่ทาง กรรมาธิการได้อภิปรายแล้วว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ผมคิดว่าหลักการสำคัญว่า ทำไมจำเป็นที่จะต้องใช้คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ในร่างกฎหมายฉบับนี้🔗

ประการแรกก็คือว่า มันเป็นเรื่องข้อเท็จจริง ผมคิดว่าเราหนีข้อเท็จจริงไม่ได้ จริง ๆ แล้วสังคมไทยที่ร่วมกันหลากหลายชนเผ่านี้รวมกันที่เราเรียกว่า คนไทย คนไทย เชื้อชาติไทย สัญชาติไทยมีกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งที่เป็นกลุ่มเปราะบาง กลุ่มที่ไม่มีอำนาจ ทางเศรษฐกิจ การเมือง เขานิยามตัวเองว่า เขาเป็นชนเผ่าพื้นเมือง คนดั้งเดิม คนเหล่านี้ก็คือ เป็นส่วนหนึ่งของคนส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นอันนี้คือข้อเท็จจริงว่า แล้วเราจะทำอย่างไร คนที่มีความเปราะบาง ไม่มีอำนาจทั้งทางเศรษฐกิจ ทางการเมือง เราจะปกป้องคุ้มครอง อย่างไร ผมคิดว่าอันนี้เป็นหัวใจสำคัญ แค่นี้เองครับ มันไม่มีนัยอะไรเกี่ยวกับเรื่องของ จะแตกแยกอะไรเลยครับ เพราะว่าคนกลุ่มเหล่านี้จะทำอะไรที่จะสามารถที่จะแบ่งแยก หรือจะแยกการปกครองอะไรได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมไม่เห็นว่า มันจะมีความสัมพันธ์ เกี่ยวข้องกันอย่างไร ขณะเดียวกันท่านประธานครับ สิ่งที่ผมคิดว่ามันมีความสำคัญ กับรัฐบาลชุดนี้กับประเทศไทย ผมคิดว่าโดยเฉพาะเรื่องคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ประเทศไทย ได้ไปลงนามว่าด้วยเรื่องของสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองตามปฏิญญาสากลแห่งสหประชาชาติ ขณะเดียวกันประเทศไทยก็ได้ไปทำงานกับองค์กรนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น FAO องค์การความมั่นคง ทางอาหาร ไม่ว่าจะเป็นองค์กรด้านการพัฒนา UNDP หรือองค์กรต่าง ๆ องค์กรเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ใช้คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง แล้วเราจะไปคุยอย่างไรว่าข้อเท็จจริงเราไม่มี ขณะเดียวกันเราไปสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกับองค์กรระดับโลกภายใต้นิยามความหมายคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมคิดว่าที่สำคัญกว่านั้น ขณะนี้ผมคิดว่าประเทศไทย โดยหลักสากลว่าด้วยสิทธิประชาชน ประเทศไทยกำลังจะเสนอตัวเองเป็นคณะมนตรี สิทธิมนุษยชนในพื้นที่ของสหประชาชาติ บนหลักพื้นฐานสากลที่เราประกาศตัวเองว่า เราจะขอเป็นกรรมการคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หลักการแค่นี้ ว่าด้วยเรื่องของการมีตัวตนที่แท้จริงของคนตัวเล็กตัวน้อยที่พยายามนิยามตัวเองว่า เป็นชนเผ่าพื้นเมือง เราไม่สามารถที่จะรับประกันคุ้มครองเขาได้ แล้วเราจะไปมีพื้นที่ในพื้นที่ สหประชาชาติภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนอย่างนั้นหรือครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญผมคิดว่าหลักสากลตอนนี้เรากำลังพูดถึงเรื่องสิทธิประชาชน เราพูดเรื่อง สิทธิประชาธิปไตย เราพูดเรื่องของสิ่งแวดล้อม เรื่อง Climate Change เรื่องโลกร้อน และที่สำคัญที่ลืมไม่ได้ทั่วโลกกำลังพูดเรื่องสิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง เพราะฉะนั้นคือ การดำเนินการใด ๆ ในมิติไม่ว่าทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าประเทศไหน ที่ไม่มีพื้นที่ของชนเผ่าพื้นเมือง เป็นประเด็นสำคัญในการที่จะทำงานร่วมกันระหว่างประเทศ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าวันนี้เป็นโอกาสของรัฐบาล วันนี้เป็นโอกาสของสภาไม่เคยมีพื้นที่เสียง ที่เยอะขนาดนี้ ๓๐๐ กว่าเสียง ผมว่าเป็นโอกาสที่จะยืนยันในหลักการข้อเท็จจริงว่า ประเทศไทย มีคนที่มีตัวตน คนตัวเล็กตัวน้อยที่เรียกตัวเองว่า ชนเผ่าพื้นเมือง จริง ๆ โดยการผ่าน กฎหมายฉบับนี้ตามที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ให้ความเห็นชอบครับ ขอบคุณมาก ครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คณะกรรมาธิการครับ ยังมีอีกไหมครับกรรมาธิการจะชี้แจง ไม่มีแล้วนะครับ ไม่มีแล้ว แต่ก็จะต้องมาลงมติในมาตรา ๓ เพราะคณะกรรมาธิการมีการแก้ไข และมีกรรมาธิการ สงวนความเห็น แล้วก็มีผู้แปรญัตติ และสมาชิกได้อภิปรายทั้งเห็นด้วย แล้วก็ไม่เห็นด้วย กับคณะกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นก็ต้องลงมตินะครับ ก็ขอเชิญสมาชิกที่อยู่ข้างนอกมาลงมติ นะครับ🔗

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญสมาชิก ที่อยู่ข้างนอกมาลงมตินะครับ ทีนี้ประเด็นการลงมติในมาตรา ๓ เนื่องจากว่ามีความแตกต่างกัน ในเรื่องการแก้ไขทั้งมาตรา และประเด็นที่คุยกันมาก ถกเถียงกันมากก็คือ กลุ่มคำว่า ชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง เพราะฉะนั้นอาจจะต้องแยกถามเป็นประเด็น ๆ ไปนะครับ ประเด็นแรก ผมก็จะถามเรื่องว่า เห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมาก โดยยังไม่พิจารณาของคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์และกลุ่มพื้นเมือง ถ้าเห็นด้วยกับการแก้ไข หมายความว่า แก้ไข ซึ่งคณะกรรมาธิการได้แก้ไขมาตรานี้ไว้ในหลายประเด็นนะครับ ถ้าเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากให้มีการแก้ไขนะครับ โดยผมก็ยังงง ๆ ว่า ถามยากเหมือนกัน ลงมติก็ค่อนข้างจะยากนะครับ แต่ก็ต้องเอาประเด็นให้ชัด หรือท่าน จะมีความเห็นอย่างไรในประเด็นนี้นะครับ เพราะว่าผมเห็นด้วยว่าถ้าลงมติครั้งเดียว มันก็จะตกหล่นความคิดเห็นที่เราอภิปรายนี้ไป มันจะตกหล่น เพราะฉะนั้นต้อง Clear การลงมติ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ลงมติครั้งเดียวเหมือนกฎหมายอื่นหรือมาตราอื่น ๆ มาตรานี้ ค่อนข้างจะยาก ในการที่จะลงมติเพื่อครอบคลุมทุกประการที่อภิปรายไปนี่ยาก เพราะฉะนั้น กรุณาฟังให้ดีว่า สิ่งที่ผมจะแยกนี้มันจะใช้ได้ไหม ฟังเรื่องการลงมติก่อนก็แล้วกันนะครับ ส่วนจะลงมติหรือแสดงตนเดี๋ยวค่อยว่ากัน สมาชิกเข้ามาเพื่อจะฟังไม่อย่างนั้นต้องอธิบาย หลายครั้งนะครับ เชิญเข้ามาก่อนครับ จะขออธิบาย ผมก็ยังฟัง ๆ ยังแยกประเด็นยังไม่ค่อย จะชัดเหมือนกัน แต่พยายามฟังจากเจ้าหน้าที่แล้วก็กรรมาธิการได้ประสานกันว่า จะเห็นเป็นอย่างนี้นะครับ เพื่อให้การลงมติเราจะได้ชัดเจนทุกประเด็น เพราะกฎหมายนี้ ก็เสนอโดยสมาชิกหลายพรรคการเมืองด้วยกัน แล้วเราอยากจะให้ชัดเจน เพราะว่า เป็นกฎหมายใหม่ครับ ไม่ได้มีการแก้ไขในแต่ละมาตรา มันค่อนข้างยากหน่อยในประเด็น เผอิญคณะกรรมาธิการไปแก้ไขแล้วเติมคำ คือตอนนี้นิยามครับ เรากำลังพูดถึงนิยาม กรรมาธิการเสียงข้างมากก็เห็นด้วยกับการแก้ไขในคำนิยามมาตรา ๓ ซึ่งท่านสมาชิก ก็ต้องดูหน่อยว่า ที่ว่าที่แก้ไขในคำนิยามนั้นมีอะไรที่แก้ไข บางอย่างก็ไม่ได้มีการถกเถียง แต่บางอย่างในคำนิยามนั้น มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นผมอยากจะเสนอ ประเด็นในการลงมติให้ชัดเจนก่อน แล้วก็ลงมติช้า ๆ ไป เนื่องจากมาตรา ๓ นี้เป็นการ กำหนดบทนิยามนะครับ คณะกรรมาธิการได้มีการแก้ไขและเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ ชนเผ่าพื้นเมือง พื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ มีคำว่า สมัชชาสภา คำว่า สมาชิก ซึ่งจากการอภิปรายแล้วก็มีสมาชิกขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติสงวนคำ แปรญัตติยังติดใจ ประเด็นที่ติดใจก็คือ คำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง เพราะฉะนั้น ผมจึงจะขอถามโดยอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๗๘ คือแยกประเด็นถามทีละประเด็น แยกก็คือ จะไม่ใช่คำถามเดียว ทีละประเด็นนะครับ ที่เราจะลงมติครั้งแรกนี่ ลำดับแรกโดยจะถามว่า จะเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากที่แก้ไข อย่าไปคำนึงถึงคำว่า ชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ถ้าท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ ท่านอาจจะไม่เห็นด้วย กับเรื่องชาติพันธุ์ อย่าเพิ่งพิจารณา เพราะจะถามในคำถามที่ ๒ และคำถามที่ ๓ คำถามที่ ๒ ก็จะถามว่าที่คณะกรรมาธิการแก้ไขอธิบายความ คำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ ไปในมาตรา ๓ นั้น ท่านเห็นด้วยไหม ถ้าไม่เห็นด้วย ก็คือร่างเดิม และคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ก็จะถามเป็นคำถามที่ ๓ และคำถามสุดท้าย ความจริงอาจจะไม่ต้องถามก็ได้ คำถามสุดท้ายก็คือ ต้องดูความเห็น ในเรื่องของกลุ่มชาติพันธุ์กับชนเผ่าพื้นเมืองว่า เห็นด้วยข้างมากหรือไม่เห็นด้วยข้างมาก และคำไหนที่เห็นด้วย และคำไหนที่ไม่เห็นด้วย พอเข้าใจนะครับ แต่มาตรา ๓ คำถามแรกนี้จะไม่เกี่ยวกับคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ที่ท่านติดใจ จะถามอีกทีหลัง ทีหลังถ้าถามถ้าไม่เห็นกับคำอธิบายคำว่า ชาติพันธุ์ ก็ตัดออกไป แต่ถ้าเห็นด้วย ยังคงอยู่ ก็คงอยู่นะครับ เรื่องชนเผ่าพื้นเมืองก็เหมือนกัน ก็จะถามด้วย เห็นด้วยไหม ที่คณะกรรมาธิการนี่เติมและอธิบายความไป เดิมทีเดียวในมาตรา ๓ อาจจะไม่ได้อธิบาย คำนิยาม เชิญครับ ช่วยอธิบายให้ชัดเจนหน่อยก็ได้นะครับ ถ้าใครจะอธิบายเพิ่มเติมก็ได้ ผมจะถามอย่างนี้ เดี๋ยวคำถามนี้ใครยังไม่ชัด ไม่เข้าใจถามได้ หรือใครจะแนะนำว่า ควรจะทำอย่างไรให้ชัด ทั้งกรรมาธิการและสมาชิกได้ เพราะเป็นประเด็นสำคัญ เดี๋ยวไปลงมติผิด แล้วก็จะต้องย้อนใหม่ก็ไม่ได้แล้วนะครับ ท่านอัครเดช เชิญครับ ช้า ๆ ไม่เป็นไร เราจะไม่รีบ ช้าหน่อยก็ได้ แต่ให้มันชัดเจน แล้วทุกคนสบายใจ คุณอัครเดช ก่อนครับ เอาประเด็นว่าจะถามอย่างไรนะครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ จังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติครับ ท่านประธานครับ ผมขอเสนอ ท่านประธานอย่างนี้ครับ เนื่องจากท่านประธานบอกว่า ต้องลงกันหลายครั้ง ครั้งแรก เพื่อทำความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิก🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ เสนอแนะ ได้เลยครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ขอให้ท่านประธานถามอันแรก ก่อนเลยครับว่า เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไขให้มีชนเผ่าพื้นเมือง อันนี้ก็คือ ให้กดปุ่ม เห็นด้วย กับถ้าไม่เห็นด้วยก็คือให้ตัด เอาง่าย ๆ เลยคือตัดคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ออก ก็คือตัดออกไปก็ให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย อันนี้ขั้นตอนแรกก่อน พอขั้นตอนที่ ๒ คำถามต่อไปว่า แล้วจะเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการหรือผู้ที่แปรญัตติในข้อไหน อย่างนั้นเอาคำถามแรกก่อน ท่านประธาน ผมขอเสนอจะได้ไม่งง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คุณอัครเดชครับ แต่ว่าเรื่องกลุ่มชาติพันธุ์ไม่ต้องถามแล้วใช่ไหมครับ เพราะไม่ได้มีการขัดข้อง ใช่ไหมครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ถูกต้องครับท่านประธาน เอาเฉพาะคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง อย่างเดียวครับท่านประธาน ในมาตรา ๓ ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้เป็นข้อเสนอ ของคุณอัครเดชครับก็คล้าย ๆ กับผมเหมือนกัน แต่ว่าขั้นตอนแตกต่างกันเล็กน้อย คุณศรัณย์ครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธาน ณัฐวุฒิ ขอนิดหนึ่ง ก่อนได้ไหม เพราะว่าประเด็นท่านอัครเดชกับท่านศรัณย์น่าจะเป็นประเด็นที่ ๒ แต่ผมขอถาม ประเด็นที่ ๑ ก่อนครับ ณัฐวุฒิครับ ด้วยความเคารพ ต้องขอประทานโทษท่านศรัณย์ ด้วยนะครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยว ๆ เอาคุณณัฐวุฒิก่อน แล้วก็มาที่คุณศรัณย์นะ โอเคครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่ากรณีของมาตรา ๓ มีคำทั้งหมดที่เป็นคำนิยามอยู่ ๑๑ คำด้วยกัน อันนี้ผมต้อง นำเรียนเบื้องต้น แน่นอนครับ เพื่อนสมาชิกบางท่านก็เข้าใจว่า กรณีที่เปิดให้มีการอภิปราย เมื่อสักครู่นี่เป็นการอภิปราย ๒ คำแรกนะครับ ก็คือคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ไม่มีสมาชิกที่อภิปรายไปถึงประเด็นที่ว่า กรณีของสภาปรับแก้อย่างไร กรณีสมาชิกเป็นแบบใด กรณีพื้นที่คุ้มครองอย่างไรเลย ฉะนั้นถึงแม้ว่าอาจจะไม่มีสมาชิกติดใจก็ได้ แต่ว่าประเด็น ที่มีการแก้ไขตั้งแต่อันดับที่ ๓ เรื่องพื้นที่คุ้มครอง เป็นต้นไป มันต้องมีการถามหรือลงมติ อีกรอบหนึ่ง ผมจะขออนุญาตว่า ในกรณีของ ๗ คำท้ายนี้ จะขอแยกออกไปก่อนได้ไหม จะขอแยกออกไปก่อน เดี๋ยวอาจจะต้องมีการถามเป็นเหมือนกับว่า ถ้าแบ่งคร่าว ๆ มาตรา ๓ อาจจะต้องมีการถามรอบแรก คำแรกก่อน รอบที่ ๒ คำที่ ๒ แล้วอีก ๗ คำสุดท้ายนี้ เป็นอีกล็อกหนึ่ง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นสมาชิกก็จะได้เข้าใจว่า ขณะนี้กำลังโฟกัสประเด็นใด ส่วนเมื่อเข้าสู่คำถามที่ ๑ แล้ว อันนี้เราแยกก่อนนะครับ เมื่อเข้าสู่คำถามที่ ๑ ผมคิดว่า ท่านประธานถามเมื่อสักครู่ที่นำทางมานี้ อันนี้เข้าใจได้ แต่ว่าของท่านอัครเดชอาจจะสร้าง ความสับสนสักนิดหนึ่งครับ อย่างไรก็ตามผมเสนอทางเลือกเบื้องต้นก่อน แล้วก็เข้าใจว่า ท่านศรัณย์จะต่อเนื่องกับประเด็นนี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือคณะกรรมาธิการ ได้แก้เรื่องกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มชนเผ่าพื้นเมือง เมื่อสักครู่คุณอัครเดชพูดแล้ว คุณณัฐวุฒิ พูดแล้ว คุณศรัณย์ครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยครับ ผมเสนออย่างนี้ครับว่า คำถามนี่ผมว่า ทางสภาแห่งนี้น่าจะคุ้นชินกับคำถามแรกก่อนว่า เราเห็นด้วยกับการแก้ไข หรือไม่ หลังจากนั้นครับจากที่ฟังเพื่อนสมาชิกอภิปรายและท่านกรรมาธิการที่ชี้แจง คำที่เรามีประเด็นและมีผู้สงวนความเห็นไว้มีอยู่ ๒ คำ ก็คือคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ และคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ผมเสนอว่าเราโหวตแรกนะครับ แก้ไขหรือไม่ก่อน หลังจากนั้นเราสอบถาม ที่ประชุมว่า คำอื่น ๆ นอกจาก ๒ คำนี้เราแก้ตามกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่หรือไม่ หลังจากนั้นครับจึงมาถามทีละคำ ก็คือถามว่า ในบทนิยามที่มีผู้สงวนความเห็นไว้ เห็นด้วย กับกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อยเป็นลำดับไปอย่างนี้ ผมคิดว่าท่านสมาชิก น่าจะเข้าใจตรงกัน แล้วก็จะสอดคล้องกับที่ท่านณัฐวุฒิได้เสนอ แล้วก็จะคล้ายเคียงกับ ที่ท่านอัครเดชเสนอครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณณัฐวุฒิ กับคุณศรัณย์ก็คล้ายกัน เพียงแต่ว่าของคุณณัฐวุฒิไปถามคำที่เพิ่มเติมเอาไว้ทีหลังนะครับ ของคุณศรัณย์ก็อยากจะถามในประเด็นที่เพิ่มเติมเสียงข้างมากที่แก้ไข ถามทีละคำ อาจจะเสียเวลาหน่อยนะครับคุณอัครเดช แต่ว่ามันจะได้ชัดเจน เดี๋ยวตกหล่นก็จะมีประเด็นอีก เอาให้ชัดเจน ไม่เป็นไรช้าหน่อย อาจจะหลายครั้งหน่อย ประธานอยากจะถามประเด็นนี้ก่อน คือการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก มันมีเรื่องของพื้นที่คุ้มครอง มีเรื่องสมัชชาสภา และมีเรื่องสมาชิก มีเรื่องอื่น ๆ ซึ่งมีเรื่องที่อยู่ในมาตรา ๓ ที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก แก้ไขก็คือเรื่อง กลุ่มชาติพันธุ์ และ ชนเผ่าพื้นเมือง อยู่ด้วย เพราะฉะนั้นถ้าจะถามว่า ถ้ายัง ไม่พิจารณา ๒ คำนี้ในภาพรวมที่มีการแก้ไข ท่านสมาชิกจะเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ หรือไม่ ถ้าเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ ก็จะมาถามว่าคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ เห็นด้วยไหม ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร และอันที่ ๒ ชนเผ่าพื้นเมือง จะเห็นด้วยหรือไม่ ที่คณะกรรมาธิการเติมลงไปในคำนิยาม มีคำนิยามอธิบายคำนี้อยู่ด้วยนะครับ เอาอย่างนี้ ได้ไหมครับ แล้วก็จะถามก็ต้องดูผลจาก ๒ คำนี้ก่อน และถามครั้งสุดท้ายต่อไปนะครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ทบทวนเพื่อให้เกิดความเข้าใจนิดหนึ่งครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอัครเดช เชิญครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ จังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานถ้าอย่างนั้นในคำนิยามในมาตรา ๓ คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ถ้าผมให้ตัดแสดงว่าผมต้องลงมติ ไม่เห็นด้วย ใช่ไหมครับ กับกรรมาธิการที่ให้คงไว้ในมาตรา ๓ ถูกต้องไหมครับ ผมขออนุญาตเคลียร์คำถาม กับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอัครเดช จบแล้วหรือยัง โอเค เชิญครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ขออนุญาตท่านประธาน ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ในฐานะวิปฝ่ายค้าน พรรคประชาชน คืออย่างนี้ครับท่านประธาน เราเริ่มจาก คำถามแรกก่อนก็ได้ครับ เพราะว่าถ้าเกิดมันข้ามไปคำถามที่ ๒ คือตอนนี้ขั้นตอนถัดไป ท่านเริ่มจากการแสดงผลว่า องค์ประชุมมีเท่าไร หลังจากนั้นก็เข้าสู่การถามคำถามแรก และถ้าเกิดไม่เข้าใจคำถามแรกที่ขึ้นโชว์บนจอ ก็ค่อยมาว่ากันต่ออีกครั้ง คือตอนนี้มันยังไม่ไป ถึงไหนเลยครับท่านประธาน เราเดินหน้าไปสู่คำถามแรกว่า เห็นด้วยกับการแก้ไขหรือไม่ ซึ่งเป็นคำถามแรกที่เราคุ้นชินก่อนดีไหมครับ ถ้าเช่นนั้นเราก็ต้องวนกับการเถียงกันอยู่อย่างนี้ โดยที่ไม่เห็นคำถามว่าชัดเจนหรือไม่ หารือว่าเอาแบบนี้ดีกว่าครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตรงกับ คุณอัครเดชหรือเปล่าครับ คุณอัครเดชผมยังฟังไม่ทัน เอาอีกสักครั้งคุณอัครเดช🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ท่านประธานอย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่คุยกับท่านเลขานุการวิป ก็ยังเอาตาม ท่านเลขานุการวิปรัฐบาลก็ได้ครับ ก็คือลงมติครั้งแรกเห็นด้วยกับมีการแก้ไข หรือไม่เห็นด้วย กับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการก่อนในชั้นแรก แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยมาลงมติอีกทีหนึ่งว่า เราจะแก้ไขในส่วนของคำว่า ชาติพันธุ์ กับ ชนเผ่าพื้นเมือง หรือคำอื่น ๆ เพราะว่ามันมีคำอื่น ๆ ที่เสนอแก้ไขอีก ๑๐ กว่าคำ ก็ลง ในประเด็นที่ ๒ เดี๋ยวเราไปทีละ Step ก่อนได้ไหมครับท่านประธาน เดี๋ยวสมาชิกจะงง เอาขั้นแรก เห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่เห็นด้วย เอาขั้นแรกก่อน เสร็จปุ๊บแล้วเดี๋ยวเราค่อยไปขั้นที่ ๒ ต่อครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณศรัณย์ไม่มี ประเด็นแล้วนะครับตรงกับคุณอัครเดช แต่ว่าประเด็นจะเป็นอย่างนี้นะครับ ถ้าเห็นด้วย กับกรรมาธิการเสียงข้างมากก็จะถามคำต่อไป แต่ถ้าเห็นด้วยว่า เสียงข้างมากบอก ไม่มีการแก้ไขก็ไปสู่ร่างเดิม ถ้าไม่เห็นด้วยกับเสียงข้างมากของคณะกรรมาธิการก็ไปสู่ร่างเดิม โดยไม่มีคำเหล่านี้ มันจะกลายเป็นอย่างนี้นะครับ ถูกไหมครับ ถ้าเอาตามที่คุณอัครเดชเสนอ คือเหมือนกับทั่วไปที่เราลงมติทุกครั้ง ก็คืออันแรกเนื่องจากกรรมาธิการเสียงข้างมากมีการแก้ไข ผม รวมทั้งสมาชิก แล้วก็กรรมาธิการ คือไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเป็นเสียงข้างน้อย ก็จะลงมติว่าจะเอาเสียงข้างมากหรือข้างน้อย แต่ถ้าลงมติข้างน้อย คือไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการ เสียงข้างมาก ก็ไม่ต้องไปถามแล้วในเรื่องกลุ่มชาติพันธุ์ เพราะว่าเสียงข้างน้อยคือให้คงร่างเดิม อย่างนี้ก็ง่ายดี เชิญคุณศรัณย์ครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพครับ ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย คือประเด็นที่พยายามเสนอ คือ ในการแก้ มาตรา ๓ เรามีการแก้คำนิยาม ซึ่งมีหลายคำที่คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข แต่คำที่มี การสงวนไว้มีเพียง ๒ คำ ที่มีการสงวนไว้ก็คือคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ และ ชนเผ่าพื้นเมือง ผมจึงเสนออย่างนี้ครับท่านประธานว่า เราสอบถามคำถามแรก คือ เห็นด้วยกับการแก้ไข หรือไม่ หลังจากนั้นเรายก ๒ คำ ที่มีคนสงวนออกนี่ไปก่อน แล้วถามว่า ส่วนอื่นที่มีการแก้ไข เห็นตามกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่หรือไม่ หลังจากนั้นเราจึงมาถาม ๒ คำ ที่มีเพื่อนสมาชิก หรือท่านกรรมาธิการสงวนไว้ ก็คือคำถามแรก แก้ไขหรือไม่ คำถามที่ ๒ คำอื่น ๆ นอกจาก ๒ คำ ที่มีการสงวนแก้ไขตามกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่หรือไม่ หลังจากนั้นจึงมาลงที่ ๒ คำว่า ในคำนิยามของกลุ่มชาติพันธุ์ เห็นตามกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อย และคำถามที่ ๔ ในเรื่องของคำว่า กลุ่มชนเผ่าพื้นเมือง เห็นตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือเสียงข้างน้อยครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เข้าใจที่อธิบาย แต่กำลังจะให้มันลงตัว คนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ แต่ว่าถ้าเราถาม ประเด็นแรกเลยว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมาก โดยยังไม่เกี่ยวกับ คำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ กับ ชนเผ่าพื้นเมือง ก็ได้ ถ้าเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก แต่ถ้าไม่เห็นด้วยก็คือร่างเดิมไปเลย ถูกไหมครับ แต่ว่าตอนที่ลงมติสมาชิกต้องเข้าใจว่า ที่ท่านไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนั้น ไม่ใช่ติดใจอยู่เรื่องชนเผ่าพื้นเมือง เพราะเราจะถามทีหลัง ที่ไม่เอาตามคุณอัครเดชหรือคุณศรัณย์ที่จะถาม ก็จะถามอย่างนี้ เพราะเกรงว่าสมาชิกเมื่อไม่เห็นด้วยกับคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง หรือ กลุ่มชาติพันธุ์ ท่านสมาชิก ก็นึกว่าจะไม่เอาประเด็นนี้มาพิจารณา ท่านก็ไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ก็แก้ไขไปเลย ซึ่งในอันที่กรรมาธิการแก้ไขบางอย่างมันจะกระทบกับมาตราอื่น ๆ อีก ถ้าเผื่อว่าไม่เห็นด้วยไปสู่ร่างเดิม ผมไม่แน่ใจนะครับ ผมไม่ได้อ่านทั้งหมด ถ้าไปสู่ร่างเดิม ในตอนหลังเราจะต้องแก้ไขอีกหรือไม่ ก็จะถามตามนี้ก็ได้ แต่ว่ามันต้องถามตามนี้อยู่แล้ว แต่ท่านสมาชิกต้องเข้าใจที่จะลงมติว่า จะเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากนั้น ไม่มีคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ที่แก้ไข เข้าใจนะครับ ถ้าเห็นด้วยกับคำอื่น ๆ ซึ่งมี ๒-๓ วรรคนี้ ที่ท่านไม่เห็นด้วยเราจะพิจารณาทีหลัง ถ้าพิจารณา ว่าท่านไม่เห็นด้วยกับกลุ่มชาติพันธ์ ในร่างนั้นก็ตัดชาติพันธุ์ไป แต่ร่างที่แก้ไขคำอื่น ๆ เรื่องสมัชชา คำว่า สมาชิกพื้นที่คุ้มครอง ก็ยังคงมีอยู่ คงเข้าใจนะครับ ผมไม่อยากให้มันต้อง ทบทวนทีหลัง มี ๒ คำเท่านั้น ที่สมาชิกอภิปรายแล้วโต้แย้งกันก็คือ เรื่องของกลุ่มชาติพันธุ์ ก็น้อยหน่อย แต่เรื่องของชนเผ่าพื้นเมืองก็มากหน่อย แต่เมื่อกรรมาธิการที่สนับสนุนได้ชี้แจง แล้วก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินของสมาชิก แต่ท่านลงมติด้วยความเข้าใจนะครับ เพราะฉะนั้น ก็จะเดินตามนี้นะครับ อาศัยข้อบังคับ ข้อ ๗๘ ก็คือว่าแยกประเด็น คำถามแรกที่จะถามคือ เห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่ หรือจะเห็นด้วยกับการแก้ไข ของกรรมาธิการข้างน้อยที่ไม่เห็นด้วย แต่ถ้าเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก เราต้องมา พิจารณาต่อไปเรื่องคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ และ กลุ่มชนเผ่าพื้นเมือง จะพิจารณาต่อไป แต่ถ้าไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการแก้ไขแล้วก็จบกัน ซึ่งผมอาจจะต้องคุยกันต่อว่า มาตราอื่นยังเกี่ยวข้องไหม เข้าใจนะครับ เพราะจำเป็นต้องเดินหน้าไป ด้วยความเข้าใจ ก็เอาตามนี้นะครับ ขอให้ท่านสมาชิกเข้ามา แล้วก็เข้าใจในประเด็นครับ ท่านจะได้ไม่ต้อง โต้เถียงวันหลัง ส่วนมติจะออกมาอย่างไรก็เป็นเรื่องของสมาชิกทุกฝ่าย เข้าใจการลงมติ แล้วไม่สับสนเรื่องมติความคิดเห็นอาจจะแตกต่างในการลงมติได้ ขอให้ท่านสมาชิกเสียบบัตร แสดงตนนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีท่านสมาชิก ท่านใดที่เข้ามาแล้วยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนครับ ไม่มีนะครับ ปิดการแสดงตน ขอให้ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ปิดการแสดงตนครับ ตอนนี้มีสมาชิกได้แสดงตนเข้าประชุม ๓๘๖ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ก็จะมีการถาม คำถามแรกเลยนะครับ คำถามแรก ผมจะอ่านช้า ๆ ท่านจะเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่แก้ไข เพิ่มเติมโดยยังไม่พิจารณากลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง อยู่ในการแก้ไขนั้นเห็นด้วย กับการแก้ไขประเด็นอื่น ๆ ถ้าท่านเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการให้มีการแก้ไขก็กดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่านไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ ก็จะกลับไปสู่ร่างเดิม ไม่เห็นด้วยกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านเห็นว่างดออกเสียงก็กรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ขอให้สมาชิกลงคะแนนได้ ถ้าเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากกดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย แต่อย่าคำนึงถึงว่า ไม่เกี่ยวกับคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งถ้าเห็นด้วยกรรมาธิการเสียงข้างมาก ก็จะพิจารณาอีกครั้งว่า ควรจะมีหรือไม่มี อย่างไร เชิญลงมติครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายพลากร พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

ท่านประธานครับ ผม พลากร พิมพะนิตย์ พรรคเพื่อไทย ๒๔๔ เห็นด้วยครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ🔗

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพ อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ พรรคภูมิใจไทย ๔๙๒ เห็นด้วยครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอีกไหมครับ ที่ยังไม่ได้ลงคะแนน เมื่อสักครู่ออกเสียงมา ๒ ท่าน เห็นด้วยนะครับ ถ้าไม่มีแล้วเจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ มีผู้มาลงมติ ๔๐๗ ท่าน เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากให้แก้ไข ๔๐๖ ท่าน บวก ๒ ท่าน เป็น ๔๐๘ ท่าน แสดงว่าผู้ลงมติยังขาดอีก ๑ ท่าน ก็ไม่เป็นไรครับ ไม่เห็นด้วย ๐ ท่าน งดออกเสียง ๐ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๑ ท่าน ถูกต้องนะครับ ไม่มีทักท้วง ก็ถือว่า เห็นด้วยกับการแก้ไขคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก🔗

ต่อไปจะพิจารณา ในเรื่องมาตรา ๓ คำนิยาม คือ เนื่องจากว่า มีคำนิยาม ๒ คำ คือคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ก็จะถามมติอีกครั้งหนึ่งว่า จะเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ก็จะลงมติ เป็นครั้งที่ ๒ ก็จะถามลงมติในเรื่องของที่นิยามคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งคณะกรรมาธิการ มีการแก้ไข แล้วก็มีผู้สงวนความเห็นนะครับ เพราะฉะนั้นก่อนจะลงมติขอให้ท่านสมาชิก กรุณาเสียบบัตรแสดงตนนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คำถาม ก็จะถามต่อไปจากที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยกับการแก้ไขบทนิยามคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ ของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่ เฉพาะคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ หรือไม่ ถ้าท่าน เห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก เรื่องคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ ก็กดลงคะแนนว่า เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ก็กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าต้องการงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียงนะครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานครับ ยังอยู่ในการแสดงตน ถูกต้องไหมครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญสมาชิก เข้ามาในห้องประชุมแล้วก็เสียบบัตรแสดงตนอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าถามเป็นครั้งที่ ๒ มาตรา ๓ เหมือนกัน ก็ขอให้ท่านสมาชิกเสียบบัตรแสดงตนครับ ท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ แสดงตน ไม่มีนะครับ แสดงผลเลยครับ มีผู้แสดงตนเข้าประชุม ๔๐๓ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗

ลงมตินะครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ทวนเพื่อความเข้าใจกันการผิดพลาดครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ จังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ เดี๋ยวจะมีการลงในส่วนของ ชนเผ่าพื้นเมืองอีกครั้งใช่ไหมครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ใช่ครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

โอเคครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตอนนี้จะถาม เฉพาะที่คณะกรรมาธิการแก้ไขกลุ่มชาติพันธุ์ เห็นด้วยหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าต้องการงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญได้เลยครับ🔗

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพ อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ พรรคภูมิใจไทย เห็นด้วยครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เห็นด้วยนะครับ เชิญครับ ที่ยังไม่ได้ลงคะแนน บวก ๑ แล้วนะครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพครับ ศรัณย์ ทิมสุวรรณ เห็นด้วยครับ และสอบถามท่านประธานครับ อันนี้เป็นคำถามแรก ก็คือเห็นด้วย ที่คณะกรรมาธิการแก้ไข แต่ยังไม่ได้ถามว่าเห็นด้วยกับเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อยถูกต้อง ใช่ไหมครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปก็จะถาม อีกคำถามหนึ่งนะครับ ท่านสมาชิกอย่าเพิ่งไปไหนนะครับ น่าจะต้องถามอีก ๒ คำถาม ตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อยู่ในห้องประชุม พร้อมกันแล้วนะครับ กรุณาเสียบบัตรแสดงตนครับ มีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้แสดงตนครับ หรือแสดงตนไม่ได้กรุณาบอกด้วยครับ ครบถ้วนแล้วนะครับ ขอให้เจ้าหน้าที่แสดงผลด้วยครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๙๑ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ผมก็จะถาม เป็นคำถามที่ ๓ นะครับ ท่านจะเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากที่มีการแก้ไข เพื่อให้ชัดเจนคือแก้ไขเรื่องคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ใช่ไหมครับ🔗

นายพลากร พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

ท่านประธานครับ ผม พลากร พิมพะนิตย์ พรรคเพื่อไทย ๒๔๔ ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ อยากให้ท่านประธานช่วยทวนคำถามพร้อมกับประโยคที่ท่านประธาน ถามด้วยครับ เพื่อให้สมาชิกได้รับทราบในการลงคะแนนครับ ท่านประธานต้องทวนว่า ที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ เรื่องอะไรนะครับ หรือคณะกรรมาธิการ ที่ขอสงวนความเห็นเรื่องอะไรครับท่านประธาน สมาชิกจะได้ลงมติถูกครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพ อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ พรรคภูมิใจไทย ลงมติ ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายพลากร พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

พลากร พิมพะนิตย์ พรรคเพื่อไทย ๒๔๔ ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้คำถามที่ ๓ แล้ว นะครับ คำถามเมื่อสักครู่ก็คือว่า ท่านเห็นด้วยกับคำนิยามของกลุ่มชาติพันธุ์ของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากไปแล้ว ต่อไปนี้เป็นคำถามที่ ๓ ก็จะถามเรื่องของชนเผ่าพื้นเมือง เชิญครับ🔗

นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมุทรปราการ

ท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๒ จังหวัดสมุทรปราการค่ะ พรรคประชาชน เห็นด้วยกับคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ขอบคุณค่ะ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ตอนนี้เรากำลัง ลงมติเรื่องกลุ่มชาติพันธุ์อยู่หรือเปล่าครับ🔗

นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมุทรปราการ

ใช่ค่ะ เป็นการลงมติค่ะ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิครับ ท่านประธานด้วยความเคารพครับ อาจจะรบกวนท่านเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเข้าใจว่า ท่านพลากร พิมพะนิตย์ เพื่อนสมาชิกจากพรรคเพื่อไทย ออกเสียง ๒ ครั้งครับ ผมไม่มั่นใจว่า จะมีผลต่อคะแนนหรือไม่นะครับ หรืออย่างน้อยท่านประธานก็ต้องบอกว่า นับเป็น เสียงเดียวไม่ใช่ ๒ เสียงครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่ถามไปแล้ว ก็นับเป็นเสียงเดียวกันก็แล้วกันครับ เพราะว่าไม่มีผลต่อมติ นับเป็นเสียงเดียวกันครับ เมื่อสักครู่ก็มีการลงมติไปแล้วนะครับ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นด้วยให้มีการแก้ไข นะครับ ต่อไปก็จะถามอีกครั้งหนึ่ง ในเรื่องกลุ่มชาติพันธุ์ เพราะว่าคณะมีกรรมาธิการ เสียงข้างมากได้แก้ไขไปแล้ว แต่ว่ามีผู้สงวนความเห็นเสียงข้างน้อย ก็จะถามว่าเห็นด้วย กับเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อย🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานครับ ท่านประธานถามคำถาม ไปแล้วครับ และเพื่อนสมาชิกก็ลงมติแล้วครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เข้าใจครับ แต่ว่า ในขั้นตอนของเจ้าหน้าที่แจ้งว่า มันมีทั้งเห็นด้วยกับการแก้ไขและเสียงข้างมาก แต่เนื่องจาก การแก้ไขนั้นมีอยู่ ๒ กลุ่ม เสียงข้างมากแก้ไขเหมือนกัน แล้วเสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็น ก็ถามอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ชัดเจนว่า จะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือเสียงข้างน้อย ประเด็นแค่นั้นความจริง ความหมายก็เหมือนกันแต่ว่าให้มันหมดขั้นตอน เอาตามที่ว่านั้นอีกครั้งหนึ่งนะครับ เรารู้แล้วว่าผลมันจะออกมาอย่างไรนะครับ ก็จะถาม อีกครั้งหนึ่งว่า เนื่องจากมาตรานี้มีการแก้ไขในเรื่องของกลุ่มชาติพันธุ์ มีทั้งเสียงข้างมาก ข้างน้อยก็จะถามอีกครั้งหนึ่ง ก็คงต้องตรวจสอบองค์ประชุมใหม่อีกครั้งหนึ่ง ต้องขอโทษ สมาชิกด้วยนะครับ เพราะว่าต้องลงมติในมาตราเดียวหลายครั้งซึ่งไม่ค่อยมี แต่ว่าอันนี้ เพื่อความชัดเจนนะครับ แล้วก็ไม่มีการต่อว่าในภายหลัง มาแสดงตนอีกครั้งหนึ่งนะครับ ท่านสมาชิกเชิญแสดงตนอีกครั้งหนึ่งครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ท่านประธานครับ เหมือนเราโหวตไปแล้ว ยังไม่ได้ดึงคะแนนออกไปนะครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธาน ยังไม่ได้แสดงผลที่คำถาม เมื่อสักครู่ครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ยังไม่ได้แสดงผลครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สั่งปิดแล้วนะครับ ก็เอาจำนวนคะแนนแสดงตนมาเลยครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๐๘ ท่าน เห็นด้วย คือ เห็นด้วย กับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๑๔๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย นี่คือเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย ๒๖๐ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๑ ท่าน🔗

เข้าใจนะครับ ในเรื่องกลุ่มชาติพันธุ์ เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการ เสียงข้างมาก ต่อไปก็จะมีอีกคำหนึ่งที่จะต้องถามสมาชิกอีกเช่นเดียวกันก็คือเรื่องของคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้มีการแก้ไข ก็จะถามสมาชิกว่า เห็นด้วยกับ การแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่เห็นด้วย อันนี้คำถามแรกก่อน🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ ขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ ไม่รู้จะใช้สิทธิไหนครับ ใช้สิทธิประท้วงได้ไหมครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมก็ขออนุญาตหารือดีกว่าครับ จะใช้สิทธิประท้วงก็เข้าใจว่า ท่านไม่ได้ วินิจฉัยผิดครับ เพียงแต่ว่าประเด็นนะครับท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้ผู้ที่เห็นด้วย กับกรรมาธิการเสียงข้างมากน้อยกว่าผู้ที่ไม่เห็นด้วย ฉะนั้น ณ ขณะนี้น้ำหนักหรือมติ ไปอยู่ที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยแล้วครับ เพียงแต่ว่าในกรณีของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย อันนี้ผมก็ต้องเรียนท่านสมาชิกอยากจะให้เปิดเอกสารประกอบกันนะครับ มีกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยอยู่ทั้งหมด ๕ ท่าน ๓ คำ ไม่เหมือนกันครับ ๕ ท่าน ๓ คำ ไม่เหมือนกัน ผมย้ำก่อนนะครับ อาจจะมีการเหมือนกันบ้างเดี๋ยวว่ากันนะครับ ท่านที่ ๑ คือท่านเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ท่านขอให้คงบทนิยามคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ ตามมาตราเดิม ซึ่งผมก็ต้องนำเรียนว่า ถ้าทำแบบนั้น ไม่ได้ครับ เพราะการลงมติครั้งแรก เราบอกไปแล้วว่า เห็นควรให้มีการแก้ไข หรือคงไว้ตามร่างเดิม นี่ผมเรียนก่อนนะครับ ฉะนั้นต้องมาดูกันว่าของท่านเกชาจะเอาอย่างไร ท่านที่ ๒ หรือท่านที่ ๓ ท่านที่ ๔ ครับ ก็คือท่านนิคม บุญวิเศษ ท่านฤกษ์อารี นานา ท่านอุดมลักษณ์ บุญสว่าง ท่านเห็นด้วยกับประเด็นส่วนใหญ่ของกรรมาธิการเสียงข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพิ่มคำว่า ประวัติศาสตร์ ท่านดูนะครับ เพิ่มคำว่า ประวัติศาสตร์ เข้าไป เพียงแต่ท่านขอให้มีการตัดคำว่า ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ออกนะครับ ส่วนท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ท่านขอแปรญัตติตัดเฉพาะคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ออกทุกมาตรา ซึ่งเท่ากับว่าถ้ามองแบบนี้ ถ้าคณะกรรมาธิการใส่คำว่า ประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ก็เสมือน ผมไม่ได้บอกว่าท่านอัครเดชเห็นด้วยนะครับ ก็เสมือนว่ายอมรับได้ รับไม่ได้ แต่เพียงการใส่คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ฉะนั้นข้อเสนอของผม ถ้าไม่ทบทวนการลงมติ ก็ต้องมา ดูกันครับว่า ณ ขณะนี้สภาจะลงมติตามกรรมาธิการเสียงข้างน้อยท่านได้ครับ ไม่เช่นนั้น นิติวิธีแบบนี้เดินต่อไม่ได้ครับ คำว่า ประวัติศาสตร์ ไม่ได้มีแค่มาตรานี้ ยังมีคำว่า ประวัติศาสตร์ อยู่ในอีกหลายมาตราซึ่งจะเกี่ยวพันกันด้วยครับ ก็ต้องนำเรียนท่านประธานว่า เสียงข้างน้อยชนะจริง แต่ยังไม่ได้บอกว่า เสียงข้างน้อยไหนเป็นเสียงที่ถูกต้องนะครับ ก็ขออนุญาตนำเรียนท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประเด็นที่คุณณัฐวุฒิ ทักท้วงขึ้นมาเป็นประเด็นที่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญนะครับ ตั้งแต่ตอนแรกแล้ว พอดี ทางเจ้าหน้าที่ก็ชี้แจงว่าก็ต้องถาม ๒ ครั้งนะครับ พอถาม ๒ ครั้ง แต่ก็ไม่ได้ผิดทีเดียว แต่ต้องถามต่อไป เนื่องจากว่าเสียงข้างน้อยไม่ตรงกันอย่างเดียว ก็ต้องถามอีกครั้งหนึ่งว่า จะเห็นด้วยกับผู้แปรญัตติเสียงข้างน้อยท่านใดอีกนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นประเด็น สำคัญอาจจะต้องทบทวนนิดหนึ่ง ผมขอพักการประชุม ๑๐ นาที เพื่อจะได้ทบทวนกันว่า จะทบทวนการลงมติใหม่หรือไม่ก็อยู่ที่ที่ประชุม อันที่ ๒ ก็คือว่าจะต้องเดินตามนี้ ถามต่อไป ผมเกรงว่าจะมีปัญหาในประเด็นหลัง ๆ อีกนะครับ ก็ขออนุญาตพัก ๑๐ นาที เพื่อจะได้คุยกัน ขอวิปไปคุยที่ห้องประธานก็ได้ครับ ไปคุยที่ห้องประธานก่อนครับ วิปทั้ง ๒ ฝ่าย แล้วก็เจ้าหน้าที่ด้วยนะครับ เจ้าหน้าที่สำนักการประชุมไปคุยด้วยครับ เพื่อจะได้ลงคะแนนด้วยความเรียบร้อยนะครับ ที่หลังบัลลังก์ที่ห้องประธานเลยนะครับ ขอตัวแทนของวิปฝ่ายรัฐบาล ตัวแทนของวิปฝ่ายค้าน ฝ่ายละ ๓ ท่านก็ได้นะครับ แล้วก็ เจ้าหน้าที่ไปชี้แจงด้วยนะครับ เพราะว่ามันจะไปไม่ได้ครับ ขอเชิญครับ🔗

พักประชุมเวลา ๑๖.๒๙ นาฬิกา🔗

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๖.๕๑ นาฬิกา🔗

ขอเชิญ คณะกรรมาธิการและท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมอีกครั้งหนึ่งครับ จะได้ดำเนินการประชุม ต่อไปนะครับ เมื่อสักครู่เราพัก ๑๐ นาที ตอนนี้ก็ได้เวลาแล้วเชิญครับ คณะกรรมาธิการ พร้อมแล้ว ท่านสมาชิกครับ ก่อนพักการประชุมเราดำเนินการประชุมไปถึงมาตรา ๓ ก็ได้มีการลงมติว่า เห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก แต่ยังไม่พิจารณา ในคำ ๒ คำ คือคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ กับ กลุ่มชนเผ่าพื้นเมือง แล้วก็มายุติตรงที่เรื่องคำว่า ชาติพันธุ์นั้น ที่ประชุมได้ลงคะแนนเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ซึ่งคุณณัฐวุฒิ ก็ประท้วงขึ้นมา เดี๋ยวผมขออธิบายให้จบขั้นตอนที่ว่า เราหยุดตอนไหนก่อน เดี๋ยวคุณหมอ ชลน่านกำลังจะอธิบาย เรามาจบตรงที่ว่า ได้ลงมติ เห็นด้วยกับเสียงข้างน้อย ที่เรื่องของ กลุ่มชาติพันธุ์ คุณณัฐวุฒิก็มีการทักท้วงขึ้นว่า ถ้าเห็นด้วยกับเสียงข้างน้อยแล้ว เสียงข้างน้อย มีผู้แปรญัตติหลายท่าน ก็ต้องถามทีละคนของผู้แปรญัตติเสียงข้างน้อย ตอนหยุดพัก การประชุมก็ได้มีการหารือกันในประเด็นนี้ว่า จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ได้ข้อสรุปจาก สำนักการประชุมและเห็นว่าคุยกับคุณณัฐวุฒิแล้วว่า เสียงข้างน้อยในเรื่องของคำนิยาม กลุ่มชาติพันธุ์นั้น ก็มีกลุ่มเดียวเท่านั้นคือ กลุ่มของคุณนิคมกับคุณอุดมลักษณ์ ส่วนของ คุณเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ โดยสงวนคำแปรญัตติของคุณเกชาก็คือ คงร่างเดิม ซึ่งร่างเดิมนี้ เราได้ตกไปตั้งแต่เราพิจารณาตอนแรกแล้ว เพราะเห็นว่าให้มีการแก้ไข เพราะฉะนั้นจึงไม่มี ร่างเดิมนะครับ ของคุณเกชาก็ถือว่าตก เพราะว่าลงมติไปแล้วว่า เอาตามเสียงข้างมาก ที่แก้ไข เพราะฉะนั้นของคุณเกชาก็ถือว่าตกนะครับ ที่แก้ไขและเสียงข้างน้อยที่ไม่ตก ก็คือของคุณนิคม บุญวิเศษ และคุณฤกษ์อารี นานา ที่ให้ความเห็นขอสงวน โดยแก้ไขเพิ่มเติม บทนิยามคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ในมาตรา ๓ เป็นดังนี้ กลุ่มชาติพันธุ์ หมายความว่า กลุ่มคนที่อาศัยอยู่กลุ่มเดียวกันหรือหลายกลุ่ม ซึ่งมีถิ่นฐาน ในประเทศไทย และมีประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ และการสะสมทางวัฒนธรรม ภาษา วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และความเชื่อ จารีตประเพณีรวมกัน อันนี้เป็นคำสงวนคำแปรญัตติของคุณนิคม กับคุณอุดมลักษณ์ ส่วนคำแปรญัตติอีกอันหนึ่งก็คือ คุณเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ และคุณนิคม อันนี้ให้ความเห็นว่าให้ตัดคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ออก ซึ่งอันนี้เรายังพิจารณาไม่ถึง ให้ตัดอันนี้ เดี๋ยวจะเป็นคำถามต่อไปว่า คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง นี้จะแปรญัตติอย่างไร แต่อันนี้เป็นการ แปรญัตติไว้ล่วงหน้า เพราะฉะนั้นคำแปรญัตติอันหลังของคุณเกชาและคุณนิคมนี้ เราจะ พิจารณาตอนที่เรากำลังจะพิจารณาต่อไป เข้าใจตามนี้นะครับ ก็ถือว่าเอาตามคำแปรญัตติ ของเสียงข้างน้อยที่มีคุณนิคม บุญวิเศษ และคุณฤกษ์อารี นานา และคุณอุดมลักษณ์ บุญสว่าง ๓ ท่าน ที่แปรญัตติตามที่ผมได้อ่านไปแล้ว คงเข้าใจไม่สับสนนะครับ คุณณัฐวุฒิ ก็คงเข้าใจแล้วนะครับ คำทักท้วงของคุณณัฐวุฒิที่ผมหยุดไปนั้น เพราะว่าเรากำลัง จะพิจารณาว่า ถ้าจะถามเสียงข้างน้อยต้องถามหลายครั้งหรือไม่ ในที่สุดก็ไม่ต้องถามแล้ว เพราะว่าอันอื่นก็ตกโดยมติอันแรก และอันสุดท้ายนี้ยังไม่พิจารณา ก็จะพิจารณาภายหลัง ต่อไปนะครับ เป็นไปตามนี้นะครับ คุณหมอชลน่านเชิญครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตเรียนหารือท่านประธานก่อนที่จะมีการลงมติ ในมาตรา ๓ ว่าด้วยบทนิยาม ซึ่งมีความสับสนกับเพื่อนสมาชิกพอสมควร ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน เท่าที่สมาชิกช่วยกันดูนี้ ผมเอาภาพใหญ่นะครับ ร่างของ คณะกรรมาธิการได้ไปปรับแก้จากร่างหลักที่รับไปในชั้นรับหลักการคือ ร่างของคณะรัฐมนตรี ไปเยอะมาก มีการเปลี่ยนแปลงในหลายเรื่องนะครับ และที่สำคัญมันมีกลไกที่เรากังวลว่า ถ้าเป็นไปตามร่างคณะกรรมาธิการ สามารถนำสู่ปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ที่คณะกรรมาธิการและพวกเราทั้งหมดที่อยู่ในสภาแห่งนี้ ต้องการที่จะเพิ่มเรื่องของ การรับรองสิทธิ ความเสมอภาคของพี่น้องชาติพันธุ์ หรือท่านจะเรียก ชนเผ่าพื้นเมือง อะไรก็แล้วแต่นะครับ ในเรื่องของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเท่าเทียม สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นคณะกรรมาธิการมีความปรารถนาดี และเขียนมาจากร่างเดิมที่เปลี่ยนไป ค่อนข้างเยอะมากก็คือ เปลี่ยนคำว่า สมัชชาชาติพันธุ์ ไปเป็น สภาชาติพันธุ์ การเปลี่ยนแปลง ตรงนี้มันเป็นการเปลี่ยนที่แตกต่างไปจากร่างเดิมอย่างลิบลับ มันมีโครงสร้างองค์กร เกิดขึ้นมา ที่มาสมาชิก มีกรรมการบริหารสภา มีประธานสภา มีรองประธานสภา มีผู้ทรงคุณวุฒิที่กำหนดไว้ในกฎหมายแห่งนี้ สิ่งที่ผมกังวลนะครับ เขียนดี ถ้าไม่รอบคอบ ไม่รัดกุม มันจะนำสู่ปฏิบัติไม่ได้ จริงอยู่ครับ ท่านบอกว่าประชุมไม่เยอะหรอก ปีละ ๒ ครั้ง เว้นแต่มีความจำเป็นก็อาจจะประชุมมากกว่านั้น ก็ใช้งบประมาณไม่เยอะ แต่ความเป็นสภา อันนี้คือสภาครับ นี่คือสภา โครงสร้างมันไม่แตกต่างจากสภาแห่งนี้ สิทธิประโยชน์ของ ท่านประธาน สิทธิประโยชน์ของเพื่อนสมาชิก ค่าใช้จ่ายในการทำหน้าที่ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ ติดตามมา ท่านตั้งผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๒๕ คน มาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในสภาก็ล้วนแต่มีค่าใช้จ่าย แม้แต่การคัดเลือกก็มีค่าใช้จ่าย จริงอยู่ครับ ร่างเดิมนี้เราให้สำนักงานปลัดเป็นผู้ดูแล สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นะครับ ท่านไปเปลี่ยน เปลี่ยนโครงสร้างตรงนี้เอาหน่วยงานธุรการไปฝากไว้กับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การ มหาชน) ซึ่งเป็นองค์การมหาชน ให้มาเป็นหน่วยงานเสมือนเป็นหน่วยงานเลขานุการ ทำหน้าที่ธุรการให้ ทีนี้ผมเองด้วย ความเคารพครับ การตั้งงบประมาณกลไกในกฎหมายฉบับนี้จะตั้งงบประมาณผ่าน ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เป็นผู้ของบประมาณให้กับสภาแห่งนี้ ซึ่งในมุมนี้ องค์การมหาชนรับงบประมาณเป็นลักษณะทุนหมุนเวียน เป็นลักษณะเงินเป็นก้อน หรือที่เรา เรียกว่า Global Budget ภาระงบประมาณที่เกิดขึ้นกับการตั้งสภาขึ้นมา มันจะสอดรับ กับหน้าที่และอำนาจของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) หรือไม่ ท่านไปแก้ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยศูนย์นี้หรือเปล่าว่า เขามีอำนาจหน้าที่ที่จะต้องมากำกับ มาดูแลงาน ของสภาแห่งนี้ จริงอยู่มันเป็นกฎหมายฉบับรองไม่ต้องผ่านสภา ท่านไปตราพระราชกฤษฎีกา มารองรับได้ ตาม พ.ร.บ. องค์การมหาชน แต่ผมก็เป็นห่วงเป็นกังวลว่ามันจะรับผิดชอบ งานที่ท่านหวังขึ้นมาได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นประเด็นหนึ่งที่สมาชิกหลายท่านเห็น สอดคล้องกันว่าถ้าไม่มั่นใจก็อยากให้ท่านไปพิจารณาว่า กฎหมายฉบับนี้ถ้าเอาไปปรับปรุง แก้ไข เปลี่ยนแปลงให้ดีแล้วกลับมาใหม่ มันจะเป็นประโยชน์มากกว่าหรือไม่นะครับ โดยเฉพาะคำที่เราเถียงกัน หาข้อสรุปให้ได้ ท่านอยากให้มีคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ติดเข้าไปอยู่ ในกฎหมาย แปะไว้ตรงตัวบทนิยามในมาตรา ๓ และเขียนคลุมเอาไว้ กลุ่มชาติพันธุ์ หมายความรวมถึง ชนเผ่าพื้นเมืองด้วย เพราะฉะนั้นคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ ทุกมาตรา ก็หมายถึงชนเผ่าพื้นเมือง อันนี้รับได้ ถ้าทำอย่างนั้น🔗

แต่ประเด็นหนึ่งที่ผมเองอยากจะฝากท่านประธาน ไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการหรือกรรมาธิการลองใคร่ครวญให้ถ้วนถี่นะครับ องค์กรโครงสร้างขนาดใหญ่ ที่ท่านตั้งขึ้นมา สมาชิกถ้าท่านบอกมากลุ่มละ ๕ ๕ ๕ มันจะมีกี่ ๕ ต่อไปอนาคต ซึ่งเราไม่รู้เลย บอกเอามาขึ้นทะเบียนเป็นชาติพันธุ์ มาขึ้นทะเบียนกลุ่มชนเผ่าพื้นเมือง ขึ้นทะเบียนอะไรต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้เองมันไปปลายเปิดมาก ภารกิจที่ท่านหวังมันอาจจะ ติดขัดได้ ก็ด้วยความหวังดีกับท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ ลองพิจารณาดู สมาชิกส่วนใหญ่จะเอาตามเสียงข้างน้อยคือ กลับไปร่างเดิมของรัฐบาล กลับไปร่างเดิมของรัฐบาล นั่นหมายความว่า สมัชชาที่เขามีอยู่มันก็จะกลับขึ้นมา สภาที่ท่าน อยากได้มันอาจจะไม่ได้ แต่ถ้าท่านไปปรับเราคุยกันดี ๆ ความเป็นสภาที่มีความเป็นไปได้ มันอาจเป็นสภาเหมือนกับที่ท่านต้องการก็ได้ ซึ่งอันนี้เป็นข้อตัดสินใจ เพราะขณะนี้เท่าที่ผม ฟังเสียงดูเขาจะกลับไปร่างเดิม แม้กระทั่งนิยามของสภาที่เราโหวตผ่านเมื่อสักครู่นะครับ พอไปดูในตัวบทแล้ว ทุกคนไปดูในรายละเอียดแล้วมันเป็นไปไม่ได้ เมื่อมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ในตัวบท มันต้องกลับมาแก้คำนิยามใหม่อีก ซึ่งอันนี้เป็นความห่วงใยของผมที่ดูกฎหมาย ฉบับนี้มานะครับ ด้วยความเคารพท่านประธานลองพิจารณาดูครับ เพื่อประโยชน์ที่แท้จริง ของพี่น้องชาติพันธุ์ แล้วพวกเราที่เราเห็นว่าเขาคือ มนุษย์คนหนึ่งที่ต้องมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบคุณ คุณหมอชลน่านมากที่ให้ความคิดเห็นมานะครับ ก็ต้องถามคณะกรรมาธิการ เชิญครับจะมี ความเห็นอย่างไรต่อความเห็นของคุณหมอชลน่านครับ เรายุติเรื่องมาตรา ๓ กันนิดหนึ่งก่อน เอาตรงนี้ก่อนครับ เชิญครับ🔗

นายโกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ กรรมาธิการ

ขอบคุณครับ เรียนท่าน ประธานสภา ผม โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ อดีตเป็นผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ก็เป็นกรรมาธิการที่ได้ช่วยดูในกระบวนการที่มีการปรับแก้ร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งมีการเสนอร่างเข้ามาถึง ๕ ฉบับด้วยกัน การที่มีร่างถึง ๕ ฉบับนี้ ก็จำเป็นที่จะต้องนำเอาความเห็นในทุก ๆ ร่างมาบูรณาการ แล้วก็พิจารณาประกอบกัน เพื่อที่จะปรับแก้ ก็เป็นสาเหตุว่ามีการปรับแก้มาก เนื่องจากร่างต่าง ๆ ก็มาจากพื้นฐาน วิธีคิด และการออกแบบที่แตกต่างกัน แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นในกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ก็ได้ใช้เวลาอยู่ค่อนข้างมากนะครับ ร่างฉบับนี้พิจารณาต่อเนื่องกันมามีการประชุมถึง ๓๖ ครั้ง แล้วมีการใช้เวลาถึงประมาณ ๘ เดือน ในการค่อย ๆ นำเอาความเห็นที่แตกต่างกัน มาถักทอร้อยกันเป็นพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งในกระบวนการพิจารณาก็มีการนำเอา หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจำนวนมากเข้ามาช่วยให้ความเห็น แล้วก็ช่วยมองถึง ความเหมาะสม ผมอยากจะขอเรียนชี้แจง ๓ ประเด็น ที่ท่านชลน่าน ขออภัยที่เอ่ยนามครับ ที่ท่านได้สอบถามมา🔗

ประการที่ ๑ ก็คือว่า เรื่องของการปรับที่จะให้ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เป็นผู้ดูแลกฎหมายฉบับนี้ เป็นการพิจารณาที่มีการถกเถียงกันอยู่ พอสมควร แต่ว่าเนื่องจากภารกิจที่มีการดำเนินการอยู่ในกฎหมายฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็น การประชุมคณะกรรมการต่าง ๆ หรือว่าการจัดประชุมสภากลุ่มชาติพันธุ์ เป็นภารกิจ ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ได้ดำเนินการมาแล้วเป็นเวลา ๑๐ ปี นับตั้งแต่ มีมติ ครม. เรื่องเกี่ยวกับการให้การคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การ มหาชน) ก็เป็นเลขานุการของคณะกรรมการหลายชุดในการแก้ปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง-ชาวเล หรือในกรณีอื่นใดก็ตามนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนที่มีการดำเนินการนี่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ได้ดำเนินการอยู่แล้ว เพียงแต่การมีกฎหมายฉบับนี้ก็จะทำให้การดำเนินการของศูนย์ มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) มีกฎหมายรองรับ แล้วก็มีกระบวนการและขั้นตอน ที่ชัดเจนขึ้น ในส่วนของบทบาทของศูนย์ว่า กฎหมายรองรับการดำเนินการที่จะมาเป็น เลขานุการหรือเปล่า คณะกรรมาธิการก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ได้เชิญทางผู้แทนจาก ก.พ.ร. เข้ามาชี้แจง ซึ่งท่านก็ได้ชี้แจงให้เห็นว่า องค์การมหาชนจำนวนหนึ่งก็ได้ทำหน้าที่ คล้ายคลึงกันในแบบนี้ ไม่มีกฎหมายที่จะเป็นข้อห้ามที่เอามาดำเนินการ แล้วก็สนับสนุน ให้องค์การมหาชน ซึ่งส่วนใหญ่ที่ทำงานกันก็ยังไม่สามารถที่จะขับเคลื่อนในระดับนโยบายได้ ในศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ดำเนินการเรื่องนี้ ทาง ก.พ.ร. จึงให้การสนับสนุน เพื่อที่จะให้เราดำเนินการ ในขณะเดียวกันก็มีการประเมินเรื่องค่าใช้จ่าย อยากจะเรียนว่า ที่ได้มีการพูดถึงเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มเติมมากขึ้น ผมอยากจะเรียนว่ากิจกรรมเหล่านี้ ส่วนหนึ่งก็มีการดำเนินการอยู่แล้ว เช่น การประชุมสภากลุ่มชาติพันธุ์ ณ ปัจจุบันนี้ก็มี การประชุมเป็นประจำทุกปีอยู่แล้วนะครับ ด้วยงบประมาณในส่วนหนึ่งซึ่งศูนย์สนับสนุนให้ไป อีกส่วนหนึ่งก็แสวงหาการสนับสนุนจากแหล่งต่าง ๆ เพราะฉะนั้นเรื่องค่าใช้จ่ายในทาง ก.พ.ร. เมื่อเราเริ่มดำเนินการเรื่องนี้ ก็มีการเรียกไปชี้แจงว่า จะมีการใช้ค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น หรือไม่ หรือทางผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก็คอยทักท้วงไว้ว่า การตั้งให้มี คณะกรรมการหลายชุดเกินความจำเป็น ก็ไม่ควรจะให้มีอยู่ในกฎหมายฉบับนี้ เพราะฉะนั้น ในส่วนนี้ก็เลยมีการปรับ แล้วก็ลดเพื่อไม่ให้มีภาระมากจนเกินไปนะครับ🔗

ในประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะเรียนชี้แจงก็คือว่า การใช้คำว่า สภา มาแทนคำว่า สมัชชา ซึ่งเป็นร่างเดิมนะครับ ก็มีการอภิปรายกันในลักษณะที่หลากหลาย แล้วก็มีข้อสรุป คล้ายคลึงกันว่า สมัชชานี่อาจจะเป็นกลไกหรือกระบวนการซึ่งสภาจะใช้ในการทำงาน ต่อเนื่องไปในอนาคต แล้วสภาเองก็ไม่ได้ต้องการที่จะให้มันเหมือนกับสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่ามองไปว่ามันจะเป็นลักษณะเดียวกับสภาองค์กรของผู้บริโภค หรือว่าสภาสังคม สงเคราะห์แห่งประเทศไทย หรือว่าสภาซึ่งเป็นที่ที่ผู้คนมาแลกเปลี่ยน เสนอแนะ ให้ความคิดเห็น หรือช่วยกันหาแนวทางในการดำเนินงาน เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองวิถีชีวิต กลุ่มชาติพันธุ์ ส่วนเรื่องสิทธินั้นก็ไม่ได้มีสิทธิมากไปกว่าระบบปกติที่เป็นกรรมการชุดต่าง ๆ ที่ทางราชการดำเนินการ ก็ไม่ได้หมายความว่า เมื่อเป็นสภาแล้วก็จะมีสิทธิเหมือนกับเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีสิทธิในด้านต่าง ๆ แตกต่างออกไปจากกรรมการปกติ ที่หน่วยราชการหรือกฎหมายต่าง ๆ ให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติ เพราะฉะนั้นในแง่นี้ ก็อยากจะเรียนว่า ทั้งตัวการออกแบบ กลไกการทำงานก็ได้คำนึงถึงความเป็นไปได้ ไม่เป็นภาระมากจนเกินไป ทั้งภาระในเรื่องภาระงาน แล้วก็ภาระเรื่องงบประมาณ รวมทั้ง สอดคล้องกับบทบาทของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ซึ่งได้ดำเนินการ ในเรื่องนี้มามากกว่า ๑๐ ปีแล้วนะครับ แล้วก็ได้ช่วยแก้ปัญหาของพี่น้องชาติพันธุ์ในลักษณะ ที่อะลุ่มอล่วยต่อกันมาได้เป็นอย่างดี ส่วนในเรื่องของกลไกต่าง ๆ ก็ได้มีการพิจารณาว่า เป็นกลไกที่สามารถดำเนินการได้ ไม่เป็นภาระมากจนเกินไป แล้วก็สามารถที่จะนำไปสู่ การส่งเสริมและคุ้มครองวิถีชีวิตของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ได้ โดยไม่เป็นปัญหาในการปฏิบัติ กลไกต่าง ๆ ได้รับการออกแบบ มีการหารือกับหน่วยงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ เชิญมาเพื่อร่วมกันชี้แจงและหาทางออก ก็คิดว่าถ้าหากว่าเป็นไปได้ร่างฉบับนี้ที่ได้ลงแรงทำกันมา ก็ตั้งใจทำกันมาอย่างรอบคอบครับ แล้วก็ได้พิจารณาถึงแง่มุมมิติต่าง ๆ อย่างครบถ้วน ถ้าหากว่าสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ จะได้พิจารณาในเรื่องนี้ตามที่คณะกรรมาธิการได้ยกร่างมาก็น่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีครับ ที่เราจะสร้างกฎหมายขึ้นมา เพื่อที่จะโอบรับนับรวมพี่น้องชาติพันธุ์ทั้งหลายให้มีความรู้สึกว่า เราใส่ใจกับสิทธิและวิถีชีวิต ซึ่งกำลังถูกคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นทุกทีครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ กรรมาธิการครับ คุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ขอ ๑ นาทีครับ เชิญครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ผมขออนุญาตหารือเพื่อหาทางออกร่วมกันกับเพื่อนสมาชิก คือผมเข้าใจดีว่าเมื่อสักครู่ ความกังวลคงจะมีในประเด็นของคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งเมื่อสักครู่ก็มีการลงมติ แล้วก็ ไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังครับ ชนเผ่าพื้นเมือง ยังไม่ได้ลงเดี๋ยวจะถามต่อไป เมื่อสักครู่ที่เห็นด้วยกับเสียงคณะกรรมาธิการ คือเรื่องของ ชาติพันธุ์ครับ เชิญครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

และผมคิดว่าเมื่อสักครู่ ผมฟังการให้คำตอบของกรรมาธิการนะครับ ก็ตอบได้อย่างชัดเจน ครบถ้วนดีครับ ผมเชื่อว่า ยังไปต่อได้ครับ แล้วก็ในความกังวลของคุณหมอชลน่าน ขออนุญาตที่เอ่ยนามครับ ก็สามารถ ที่จะลงมติได้ครับ คงไม่ได้มีความจำเป็นที่ทางคณะกรรมาธิการจะต้องถอนร่างแล้วกลับไป ศึกษามาใหม่ ผมคิดว่ายังเดินต่อได้ครับ สำหรับความเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ก็ใช้สภาในที่นี้ โหวตกันตามระเบียบกันไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ด้วยความเคารพ ทุกฝ่ายนะครับ เมื่อคณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้ว ก็ขอยืนยันเดินหน้าต่อไป เราก็คิดว่า คงเดินหน้าต่อไป ส่วนความกังวลของคุณชลน่านก็เป็นความกังวลไป เรามาถึงขั้นนี้แล้วนะครับ ก็พิจารณาเดินหน้าต่อไป ผมเข้าใจว่ากรรมาธิการของคณะกรรมาธิการชุดนี้คงมีหลายฝ่าย ตัวแทนทางรัฐบาล ตัวแทนของทุกพรรคการเมืองแล้วนะครับ คงพิจารณาด้วยความรอบคอบแล้ว แต่ว่าคุณหมอชลน่านก็ยังกังวลเรื่องปฏิบัติ ไม่เป็นไร เราต้องเคารพต่อคณะกรรมาธิการ และสมาชิกเสียงของสภาก็ว่าไปตามนี้นะครับ ต่อไปก็จะเดินหน้าต่อไปว่า ต่อไปนี้จะพิจารณา เพราะว่าเรายกเว้นเมื่อตอนแรกว่า เรายังไม่พิจารณาคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ลงมติไปแล้ว ก็เหลือเรื่องของคำนิยามว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากเพิ่มขึ้นมาใหม่ แต่ก็มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และมีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติให้ตัดบทนิยามนี้ ออกไป ผมจึงจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากที่เพิ่มเติม หรือไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ คือเห็นด้วยกับผู้สงวนความเห็นและผู้แปรญัตตินะครับ อันแรกก็จะถามว่า เห็นด้วยไหมกับที่คณะกรรมาธิการเพิ่มคำนี้เข้าไปนะครับ ถ้าไม่เห็นด้วยก็จบ แต่ถ้าเห็นด้วยกับการแก้ไขนี้ก็จะต้องถามอีก ก็ไม่ถามแล้วนะครับ ก็ถือว่าเห็นด้วย กับเสียงข้างมากแล้วนะครับ ตามนี้นะครับ🔗

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ ท่านสมาชิกเข้ามาลงมติครั้งสุดท้ายของมาตรา ๓ อีกครั้งหนึ่ง แล้วก็เสียบบัตรแสดงตน ที่เข้ามาแล้วเสียบบัตรแสดงตนครับ เชิญครับจะลงมติคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ในมาตรา ๓ ท่านสมาชิกเข้ามาแล้วก็เสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิก ที่เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ มีท่านสมาชิกท่านใดที่เข้ามาแล้วยังไม่เสียบบัตร แสดงตนนะครับ🔗

นายสมดุลย์ อุตเจริญ เชียงใหม่

๓๘๘ แสดงตนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๓๘๘ แสดงตน เชิญครับ ถ้าแสดงตนทุกท่านแล้ว ขอปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลนะครับ มีผู้มาแสดงตน ๓๘๒ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๓๘๓ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไปจะขอให้ ท่านสมาชิกลงมติครับ โดยที่ผมจะถามว่า เนื่องจากอันนี้มีคณะกรรมาธิการเพิ่มคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ในคำนิยามด้วย ก็จะถามว่าจะเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่เพิ่มหรือไม่ ถ้าท่านสมาชิกเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากที่เพิ่มคำนิยามใหม่คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ก็กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่านไม่เห็นด้วยกับที่กรรมาธิการเพิ่มคำนิยามไปตามที่เสียงข้างน้อย ผู้แปรญัตติด้วยก็กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านเห็นว่าควรงดออกเสียงก็กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ท่านประธานครับ วัชระพล ขาวขำ พรรคเพื่อไทย ๓๓๒ ไม่เห็นด้วยครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๓๓๒ ไม่เห็นด้วย ๑ ครับ เชิญครับ มีท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ลงมติบ้างครับ ลงมติกันหมดแล้วนะครับ ขอให้เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีผู้มาลงมติทั้งหมด ๔๐๐ ท่าน เห็นด้วย ๑๓๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๕๘ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๑ ท่าน เพราะฉะนั้นนิยามคำว่า ชนเผ่า พื้นเมือง เสียงข้างมากไม่เห็นด้วยนะครับ🔗

ก็เป็นไปตามร่างเดิม คือไม่มีคำนี้แล้วนะครับ มาตรา ๓ ก็จบเพียงแค่นี้นะครับ ต่อไปมาตรา ๔ เชิญเลขาธิการครับ🔗

นายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๔ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญกรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นได้อภิปรายครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทองครับ ท่านประธานครับ เพื่อให้ การพิจารณากฎหมายฉบับนี้เดินหน้า เพราะว่าเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญครับ ประเด็น ของผมในมาตรา ๔ ไม่ติดใจครับ ขอบคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านคณะกรรมาธิการที่ได้ขอสงวนความเห็นไว้ไม่ติดใจนะครับ มาตรานี้ไม่มีผู้แปรญัตติครับ แต่ว่ามาตรา ๔ นี้มีการแก้ไข เพื่อนสมาชิกสามารถอภิปรายได้นะครับ มีผู้ขอร่วมอภิปราย ในมาตรา ๔ ๑ ท่านครับ ท่านเอกราช อุดมอำนวย ๕ นาทีนะครับท่าน🔗

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธาน ผมไม่ติดใจ อภิปรายแล้วครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ติดใจแล้วนะครับ เป็นอันว่ามาตรา ๔ ไม่มีผู้ติดใจนะครับ แต่ว่าเนื่องจากว่ามีการแก้ไข ของคณะกรรมาธิการจึงจำเป็นต้องถามมติจากที่ประชุมว่า เห็นด้วยกับการแก้ไข ของคณะกรรมาธิการหรือไม่ อย่างไร ก่อนที่จะถามมติผมขออนุญาตตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนนะครับ🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตนิดเดียวครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล ขออนุญาต ปรึกษาท่านประธานนิดเดียวครับ ต้องกราบขออภัย เมื่อสักครู่นี้ไม่ได้ลงชื่อในเรื่องของ การเป็นผู้อภิปรายไว้ มาตรา ๔ มีการแก้ไขเปลี่ยนจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ทางคณะกรรมาธิการได้เปลี่ยนให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง วัฒนธรรม ให้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งผมคิดว่ามีประเด็น แล้วก็เป็นสาระสำคัญ ซึ่งทางผู้ที่ได้สงวนคำแปรญัตติไว้ไม่ได้ติดใจ แต่ว่าทางคณะกรรมาธิการเองที่มีการ เปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญแบบนี้ ยังไม่ได้ชี้แจงกับสภาว่าเหตุผลความจำเป็นของการเปลี่ยน รัฐมนตรีที่ดูแลจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาเป็นกระทรวง วัฒนธรรม ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นสาระสำคัญ ก็อยากจะกราบขออนุญาตท่านประธานให้ทาง คณะกรรมาธิการได้กรุณาชี้แจงต่อสภาสั้น ๆ สักนิดหนึ่งได้ไหมครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คณะกรรมาธิการครับ🔗

นายโกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ กรรมาธิการ

ขอบคุณครับท่านประธาน เรียนท่านประธานสภา เรื่องการปรับเปลี่ยนมาตรา ๔ เป็นการปรับเปลี่ยนจากร่างเดิม ซึ่งกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นการกำหนดให้ มีรัฐมนตรีถึง ๒ กระทรวง ในการดูแล ในทางปฏิบัตินี้กรรมาธิการได้อภิปรายในเรื่องนี้มาก ก็พบว่า การที่จะให้มีรัฐมนตรี ๒ กระทรวงมารักษาการ ในกระบวนการทำงานที่จะต่อเนื่องไป เช่น การออกระเบียบต่าง ๆ ก็จำเป็นที่จะต้องผ่านรัฐมนตรีถึง ๒ กระทรวงด้วยกันนะครับ แล้วก็ความพร้อมเพรียงในการดำเนินการ ความเป็นเอกภาพก็อาจจะไม่สะดวกเท่ากับ ให้รัฐมนตรีที่จะต้องรับผิดชอบเรื่องนั้นโดยตรง เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงไปเลยนะครับ เพื่อจะได้ไม่ต้องมีการสับสน หรือว่าเกี่ยงกันว่าใครจะต้องเซ็นอะไร ในเรื่องอะไรบ้างนะครับ ในแง่นี้เนื่องจากศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ซึ่งสังกัดอยู่ในกระทรวง วัฒนธรรม ได้ดำเนินการแก้ปัญหาของพี่น้องชาติพันธุ์มายาวนานเป็น ๑๐ ปี อย่างที่ได้เรียนไว้ ก็เลยทำให้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเห็นว่า ถ้าหากว่าศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การ มหาชน) อยู่ภายใต้สังกัดการดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ก็ควรจะให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้ดูแล ในขณะเดียวกันในกระทรวงวัฒนธรรมเอง ก็มีการพูดถึงนโยบายเกี่ยวกับเรื่อง Soft Power ค่อนข้างเยอะนะครับ ก็มีการพูดถึงว่า ในกระทรวงวัฒนธรรมเอง ซึ่งทำงานในด้านนี้ก็อาจจะเหมาะสมที่จะส่งเสริมให้ชุมชน ชาติพันธุ์ ซึ่งมีวัฒนธรรมที่หลากหลายให้มามีบทบาทในการพัฒนาประเทศโดยรวม ไม่ว่า เป็นเรื่องเศรษฐกิจ หรือสังคม ก็เลยคิดว่านอกเหนือจากงาน ซึ่งจะต้องมีการประสานงานกับทางกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นงของมนุษย์อยู่แล้ว เช่น ในเรื่องการสงเคราะห์ ในเรื่องของการแก้ปัญหา เกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงของมนุษย์ต่าง ๆ ซึ่งก็มีผู้แทนจากกระทรวงวัฒนธรรมอยู่ ในคณะกรรมการ คณะกรรมาธิการจึงเห็นว่าควรจะให้รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อที่จะให้งานที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องชาติพันธุ์ ปรากฏเด่นชัดขึ้นในงานของกระทรวง วัฒนธรรมอีกแง่หนึ่งด้วยครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวรวัจน์เชิญครับ🔗

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องสอบถามในความชัดเจน การที่มอบหมายกลุ่มชาติพันธุ์ไปให้ อยู่ในความดูแลของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ที่จริงถ้าเป็นกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผมพอเข้าใจ มันมีโครงสร้างชาวเขาที่ดูแล กลุ่มต่าง ๆ ชนเผ่าต่าง ๆ หรือชาติพันธุ์ต่าง ๆ มีโครงสร้าง แต่กระทรวงวัฒนธรรมไม่ได้มี โครงสร้างสิ่งเหล่านั้นเลย ที่กำลังพูดถึงนี้เป็นเรื่องใหญ่ ต้องถามว่ามอบหมายภารกิจตรงนี้ไป กระทรวงวัฒนธรรมรับได้ไหมกับกรอบงบประมาณที่เพิ่มขึ้น งบประมาณตรงนี้ ใช้งบประมาณอีกมากมาย ผมอยากเรียนว่าจริง ๆ แล้วหน้าที่ของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เป็นศูนย์ข้อมูลความรู้ด้านมานุษยวิทยา โบราณคดี ประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ศิลปะ วัฒนธรรม และความรู้ท้องถิ่นประเทศไทย ทำหน้าที่เก็บรวบรวมบันทึก ความรู้ในรูปแบบต่าง ๆ สนับสนุนการสร้างความรู้ใหม่ และเผยแพร่ผลงานการค้นคว้า ให้แก่ประชาชนทั่วไป ถามว่าในภารกิจนี้เพียงพอรองรับที่จะดูแลกลุ่มทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ หรือไม่ ผมเรียนว่าผมอยู่ในระบบราชการมาก็เห็นมานาน แต่ผมไม่คิดว่าจะรองรับได้ โครงสร้างกลไกต่าง ๆ ในระดับจังหวัดเป็นอย่างไร ขอชี้แจงหน่อยได้ไหมครับ แล้วท่าน จะเอากำลังคนที่ไหน วันนี้จะตั้งขึ้นไปเป็นสภาใช้งบประมาณเท่าไร เกินกรอบงบประมาณ ของกระทรวงวัฒนธรรม ถ้าเกินกรอบงบประมาณใครรับผิดชอบ ได้คุยกับทางสำนัก งบประมาณแล้วหรือไม่ ตรงนี้ต้องชัดเจน เพราะว่าการเกิดตรงนี้โครงสร้างรองรับ ต้องเพียงพอ ตอนนี้ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) มีโครงสร้างบุคลากรอยู่เท่าไร สามารถที่จะรองรับการกำเนิดตรงนี้ได้จริงหรือไม่ ตอนนี้ไม่ทราบว่าผู้บริหารของศูนย์ มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) แล้วก็กระทรวงวัฒนธรรม ทั้งปลัด ทั้งรัฐมนตรี รองรับในตัวนี้จริงหรือไม่ ขอความกรุณาช่วยชี้แจงด้วยนะครับ เพราะว่าตรงนี้ท่าน เปลี่ยนแปลงจากร่างของ ครม. ไปมาก จนกระทั่งเราเห็นแล้วว่าจริง ๆ แล้วมันอาจจะเกิน กำลังสิ่งที่จะทำได้ เกินกรอบงบประมาณที่ควรจะเป็น แล้วถ้าหากทำไปแล้วเกิดสะดุด เกิดความเสียหาย ผมคิดว่าจะเกิดความเสียมากนะครับ อย่าไปมองว่า อยากให้ได้ อยากให้เป็น แต่ต้องถามว่าโครงสร้างงบประมาณรองรับหรือไม่ ช่วยชี้แจงในส่วนนี้ด้วยครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญกรรมาธิการครับ🔗

นายโกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ กรรมาธิการ

ขอบคุณครับ เรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผมจะขออนุญาตเรียนชี้แจงสั้น ๆ ก่อนนะครับ ในเรื่องเกี่ยวกับความพร้อม ของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ถ้าหากว่าดูในพระราชกฤษฎีกาการก่อตั้งศูนย์ นอกเหนือจากการทำงานพัฒนาทางด้านความรู้แล้ว ก็ยังมีภารกิจอีกข้อหนึ่งนะครับ ก็คือ การสนับสนุน ความเข้มแข็งของชุมชนในการที่จะใช้ประโยชน์จากวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งในข้อนี้ในวัตถุประสงค์การก่อตั้งของศูนย์นี้ ก็ได้ระบุให้ศูนย์นี้ทำงานกับ ๒ เครือข่าย อันนี้ ระบุไว้นะครับ ก็คือว่าทำงานกับเครือข่ายวิชาการ เพื่อบริหารจัดการความรู้ แล้วก็ทำงาน กับเครือข่ายชุมชน เพื่อที่จะขับเคลื่อนให้ชุมชนเข้มแข็งขึ้นจากทุนทางวัฒนธรรมที่ตนเองมี เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็อยากจะเรียนว่า ในพระราชกฤษฎีการก่อตั้งศูนย์ก็เปิดช่องสำหรับ การทำงานกับชุมชนไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งการประเมินผลที่ทางสำนักงาน ก.พ.ร. ใช้ในการ ประเมินผลงานของศูนย์ก็เป็นการประเมินว่า ศูนย์สามารถทำประโยชน์ให้ชุมชนเกิดการ พัฒนาได้มากหรือน้อยหรือไม่อยู่ด้วย เพราะฉะนั้นในแง่ของกฎหมายก็ไม่เป็นปัญหา เนื่องจากว่ามีการระบุไว้ค่อนข้างชัดเจน รวมทั้งทางคณะกรรมาธิการเองก็มีความสงสัยว่า จะมีปัญหาหรือไม่ ก็ได้เรียนเชิญทางสำนักงาน ก.พ.ร. มาชี้แจงนะครับ ทางสำนักงาน ก.พ.ร. ก็ชี้แจงว่า สามารถทำได้ แล้วก็มีองค์การมหาชนจำนวนหนึ่งที่ได้ทำหน้าที่เช่นนี้อยู่ ทางคณะกรรมาธิการก็ยังไม่นิ่งนอนใจ ก็ได้ให้ทางสำนักงาน ก.พ.ร. ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์ อักษรมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งทางสำนักงาน ก.พ.ร. ก็ได้ทำหนังสือชี้แจงมาเป็นอย่างดีนะครับ เพราะฉะนั้นในแง่ของบทบาทหน้าที่ของศูนย์ก็ไม่เป็นปัญหานะครับ🔗

ทีนี้ถ้าถามว่า ศักยภาพในการดำเนินการของศูนย์ จะสามารถดำเนินการ จะทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ล้มเหลวหรือไม่ อันนี้อยากจะเรียนว่าที่ผ่านมาโดยไม่มีกฎหมาย แล้วก็ยังไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนเป็นการเพิ่มเติม ทางศูนย์ก็ได้ดำเนินการในทุก ๆ เรื่อง ที่มีอยู่ในกฎหมายนี้อยู่แล้ว เช่น การประชุมกรรมการในระดับชาติ ศูนย์ก็เป็นเลขานุการ ของคณะกรรมการระดับชาติที่แก้ปัญหากลุ่มชาติพันธุ์เกือบทุกชุด ก็มีการนัดหมาย การประชุม ออกหมายการประชุม ทำรายงานการประชุมต่าง ๆ เป็นเรื่องปกติเลย ส่วนการประชุม สภากลุ่มชาติพันธุ์ ในปัจจุบันศูนย์ก็สนับสนุนให้มีการจัดประชุมสภากลุ่มชาติพันธุ์อยู่แล้ว ปีละ ๑ ครั้ง ถ้าหากว่าเพิ่มมาอีก ๑ ครั้งก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมาก🔗

ส่วนเรื่องของพื้นที่คุ้มครอง ณ ปัจจุบันนี้ศูนย์ได้จัดตั้งพื้นที่คุ้มครองมาแล้ว ๒๓ แห่งทั่วประเทศ ก็สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น เป็นการดำเนินการที่ศูนย์ไม่ได้ไป ดำเนินการเอง แต่ว่าสนับสนุนให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง แล้วก็มาดำเนินการเพื่อวางกติกา การใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ในพื้นที่ร่วมกัน ก็ดำเนินการไปได้อย่างดี สามารถแก้ปัญหาไม่ว่า จะเป็นเรื่องไฟป่าในภาคเหนือ พี่น้องที่ดอยช้างป่าแป๋ก็สามารถที่จะช่วยดูแลไม่ให้เกิดไฟป่าขึ้น ในทางภาคใต้ก็มีการช่วยดูแลทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ก็ไม่ถือว่าเป็นภาระ เพิ่มเติมมากขึ้นนัก ในการร่างกฎหมายฉบับนี้ทาง ก.พ.ร. เองก็ได้สอบถาม แล้วก็ได้มีการ พูดคุยกันว่า ถ้าหากว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มเติมงบประมาณ หรือทรัพยากรบุคคล เพิ่มเติมขึ้นมาจะมีความจำเป็นหรือไม่ ถ้ามีการร่วมกันประเมินกับทางสำนักงาน ก.พ.ร. นะครับ ทางสำนักงาน ก.พ.ร. ก็นำกฎหมายฉบับนี้ไปศึกษา แล้วก็ได้วิเคราะห์ขึ้นมา วิเคราะห์ ปริมาณงาน แล้วก็ได้แจ้งกับศูนย์ว่า เป็นไปได้ที่จะสนับสนุน โดยจะมีบุคลากรที่สามารถ จัดสรรมาเพื่อรองรับพี่น้องชาติพันธุ์ชนเผ่าพื้นเมือง ๙ ล้านคน คนทั่วประเทศนี่ก็สามารถ ที่จะมีกำลังคนเพิ่มเติมขึ้นประมาณ ๑๕ คน ซึ่งเราคิดว่าสามารถทำได้เป็นอย่างดี เนื่องจาก ที่ผ่านมานี้เราก็ไม่มีการสนับสนุนใด ๆ เราก็ทำพื้นที่คุ้มครองไป ๒๓ แห่ง ที่เหลืออีกประมาณ ๓๐ แห่ง ที่เราจะดำเนินการถ้ามีคนมาเพิ่มในลักษณะนี้ ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ยากอะไร นะครับ รวมทั้งกฎหมายฉบับนี้ก็ไม่ได้เป็นกฎหมายเกี่ยวข้องกับการเงิน เนื่องจากว่า ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเติมขึ้นมานั้น เท่าที่มีการประเมินกันก็ไม่มีมากนะครับ แล้วก็เดิมทีเดียว ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ได้ดำเนินการก็ได้ดำเนินการเรื่องงบประมาณ ที่จัดสรรให้เป็นปกติอยู่แล้ว ทางสำนักงบประมาณซึ่งได้มาประชุมร่วมกับในคณะกรรมาธิการ ก็ได้มาพิจารณา แล้วก็ได้ให้ความเห็นว่า สมเหตุสมผลที่จะดำเนินการ แล้วก็ในส่วนของ ค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มเติมขึ้นมานั้น กับผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับภาคประชาชนที่จะได้ ประโยชน์ในพี่น้องชาติพันธุ์ทั่วประเทศ ก็น่าจะคุ้มค่าสำหรับการสนับสนุนการลงทุนครับ ส่วนที่ว่าศูนย์จะเป็นสาเหตุให้กฎหมายนี้ล้มเหลว ผมคิดว่า ณ ปัจจุบันนี้ศูนย์เป็นหน่วยงาน ที่มีความเข้าใจวิถีชีวิตของพี่น้องชาติพันธุ์มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นมิติทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม รวมไปถึงมิติทางจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ของวัฒนธรรมท้องถิ่นด้วย การเข้าไปเกี่ยวข้องกับพี่น้องชาติพันธุ์ บางครั้งก็ต้องอาศัย ความละเอียดอ่อน อย่างที่ท่านสมาชิกสภาก็อาจจะเคยได้ยินข่าวว่า มีการเข้าไปรื้อสุสาน ของพี่น้องชาติพันธุ์ อย่างนี้ครับ ซึ่งเป็นพื้นที่จิตวิญญาณของเขา ศูนย์เองก็มีความรู้ เรื่องเหล่านี้ดี แล้วก็สามารถที่จะเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยปัญหาที่เกิดขึ้น โดยอาศัย ความเข้าใจในมิติทางมานุษยวิทยา ซึ่งศูนย์ศึกษาชุมชนชาติพันธุ์นี้มาต่อเนื่องตลอด ๓๐ ปี ของการก่อตั้งศูนย์ เพราะฉะนั้นก็อยากจะยืนยันเพื่อที่จะให้เกิดความอุ่นใจว่า เรื่องนี้ เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจของศูนย์ ซึ่งศูนย์ของเราก็มีพระนามของสมเด็จพระเทพฯ อยู่ด้วย ท่านก็สนับสนุนให้เราทำงานเกี่ยวกับเรื่องกลุ่มชาติพันธุ์มาโดยตลอด แล้วก็ให้ทิศทาง ในเรื่องนี้ที่เราจะได้ดำเนินการเพื่อที่จะให้พี่น้องชาติพันธุ์มีพลังที่เข้มแข็ง แล้วก็สามารถ ที่จะพึ่งตนเอง ใช้ทุนทางวัฒนธรรมของตนเอง ในการสร้างชุมชนที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ได้รับการปกป้องคุ้มครองสิทธิและวิถีชีวิตตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้เป็นอย่างดีครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณคณะกรรมาธิการครับ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ มีอะไรครับ🔗

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ประธานคณะกรรมาธิการ ก็ขอขอบคุณทุก ๆ ความคิดเห็น ที่ท่านสมาชิกแต่ละท่านได้แสดงความคิดเห็นในแต่ละมาตราที่ผ่านมา ดิฉันเข้าใจค่ะ ก็ยังมีในอีกหลากหลายมิติ หลากหลายประเด็นที่หลาย ๆ ท่านก็อยากจะให้พวกเรา ได้ทำให้ครอบคลุม แล้วก็ทำให้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นร่างที่คุ้มครอง แล้วก็ส่งเสริมวิถีชีวิต กลุ่มชาติพันธุ์ของพ่อแม่พี่น้องชาติพันธุ์ทั่วประเทศให้ครบถ้วน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น วันนี้ดิฉันจะขออนุญาตว่า คณะกรรมาธิการขอถอนร่างกลับไปพิจารณาปรับปรุงใหม่ทั้งร่าง ขอบคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ด้วยท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ขอถอนร่างพระราชบัญญัติออกจาก ระเบียบวาระการประชุม ซึ่งข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กำหนดให้การถอนญัตติที่ประธานได้บรรจุ เข้าระเบียบวาระการประชุมจะมีการกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากที่ประชุม ดังนั้นผมขอถามที่ประชุมว่า มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ เชิญครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล กรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน ผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ในฐานะ กรรมาธิการ ท่านประธานครับ ผมอยู่ในกรรมาธิการชุดนี้ ผมคิดว่าเราพิจารณากัน ด้วยความรอบคอบ และด้วยความเข้าใจดีกันทุกฝ่าย แล้วผมก็ทราบข่าวว่า วิปได้คุยกัน แล้วว่าอาจจะมีบางประเด็นที่ขอมีการพิจารณาหารือกันในสภาใหญ่ เช่น คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง และชาติพันธุ์ นอกนั้นไม่มีสัญญาณที่จะเป็นอย่างนี้นะครับ ผมยังคิดว่าการพิจารณาอย่างนี้ ในมาตราอื่นจะไม่มีแล้ว มันจะไม่มีประเด็นที่จะต้องมาถกเถียง ผมอยากให้เดินหน้าต่อครับ ท่านประธาน คือถ้าหากว่าสมาชิกได้ไปดูร่างแล้วก็ไปอ้างร่างที่ยังไม่ถึงจะพิจารณานะครับ แล้วบอกว่ามันไม่มีความชัดเจน แล้วเราจะมีกรรมาธิการที่มาจากพรรคต่าง ๆ ทำไมครับ ท่านประธาน🔗

ส่วนที่ ๒ ร่างนี้ไม่ได้มาจากร่างของภาคประชาชนและพรรคการเมือง อย่างเดียวครับท่านประธาน มาจากพรรคการเมือง ๒ พรรค คืออดีตพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย แล้วก็ ครม. แล้วก็ภาคประชาชนอยู่ ๒ ร่าง เราคุยกันมาตลอด เราไม่ได้ติดใจ อะไรเลย อาจจะมีความเป็นห่วงเป็นใยกรณีคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง เราก็ใช้สภาใหญ่ลงมติ และหมวดที่ ๖ บทลงโทษ เราก็ติดกันแค่นี้ ในมาตราอื่นเราไม่มี แล้วเราจะถอนไปทำไมครับ เราทำงานมากี่เดือน ท่านประธานครับ ผมคิดว่าส่วนหนึ่งผมเป็นตัวแทนของพี่น้องชาติพันธุ์ และพี่น้องชาติพันธุ์ที่เป็นกรรมาธิการ เราจะเชิญเขามาทำไม กฎหมายใช้ตามรัฐธรรมนูญ เขาล่ารายชื่อกว่าจะได้มา ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ นี่เป็นครั้งแรกที่เรา ร่วมกันเสนอกฎหมายจากภาคประชาชน จากพรรคการเมือง และจาก ครม. ผมไม่อยากให้ มีการถอนครับท่านประธาน ผมคิดว่ามันไม่มีปัญหาอะไรเลยที่จะเดินหน้าต่อ ขอความกรุณา เพื่อนสมาชิกในสภาเดินหน้าต่อครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชุติพงศ์ก่อนนะครับ แล้วก็ครูมานิตย์นะครับ ทีละท่านครับ เชิญครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดระยอง ในฐานะวิปฝ่ายค้าน วันนี้ เราผ่านกันมาพอสมควรทั้งการโหวตที่ผ่านมาหลายมาตรา ผ่านเรื่องการถกเถียงแลกเปลี่ยน และหลายอย่าง พอความเห็นไม่ตรงกันก็ผ่านการโหวตมาได้ด้วยดี ทีนี้เราโหวตกันมา ขนาดนี้แล้ว ถ้าเกิดถอนร่างกลับไป ที่โหวตมานี่ต้องเริ่มกลับไปโหวตกันใหม่ตอนกลับมา หรือครับ คือตอนนี้เท่าที่ผมดูไม่ได้ติดขัดอะไร มีอะไรก็ซักถาม ผมเห็นเพื่อนสมาชิก มีการซักถาม ทางกรรมาธิการเองก็มีการตอบได้ค่อนข้างดี แล้วถ้าเกิดถอนออกไปมันจะทำให้ เกิดการเสียเวลาในการทำงานของสภา แล้วตอนนี้การทำงานของคณะกรรมาธิการที่ผ่านมา มีมาจากทั้งฝั่ง ครม. จากพรรคการเมืองทุกพรรค จากภาคประชาชน ซึ่งถ้าเกิดต้องไปเริ่มนับ ๑ ใหม่ ตอนเรากว่าจะผ่านมาตรา ๓ พอสมควรเลยนะครับ ต้องมีการพักการประชุม ตอนนี้เรามาถึงมาตรา ๔ แล้ว การที่ถอนออกไปอาจจะเสียหายทั้งต่อเรื่องเวลา และงบประมาณ ผมจึงไม่เห็นด้วยกับการถอนออกไปเช่นกันครับ ทีนี้ก็ผมขอเสนอเป็นญัตติ เลยครับว่า ไม่ให้มีการถอนครับ ให้มีการเดินหน้าต่อครับ ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อมีผู้เสนอญัตติ ตอนนี้ก็มี ๒ ญัตติ เป็นญัตติของท่านประธานคณะกรรมาธิการ เสนอ ขอให้ถอนร่างออกไปก่อน เพื่อจะไปพิจารณาใหม่ ในขณะที่ท่านชุติพงศ์ก็ได้เสนอญัตติ ตรงข้ามกันคือ ขอให้สภาพิจารณาว่า ไม่ถอนให้พิจารณาต่อไปนะครับ เมื่อมี ๒ ญัตติแบบนี้ ก็ต้องสอบถามมติจากสภา ทีนี้ก่อนที่จะมีการลงมตินะครับ เนื่องจากว่าเป็นเรื่องถกเถียง เรื่องใหญ่ก็จะให้ทางเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายสนับสนุนญัตติทั้ง ๒ ญัตติครับ เมื่อสักครู่ ผมอนุญาตให้ท่านครูมานิตย์ได้อภิปรายนะครับ เรียนเชิญครูมานิตย์ครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ผู้แทนจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทยครับ ด้วยความเคารพ ท่านประธาน ผมนี่เป็นวิปรัฐบาลอยู่ด้วย เมื่อวันอังคารกฎหมายฉบับนี้ในที่ประชุมวิปรัฐบาล ก็ยังสับสนกันอยู่ครับ อันนี้ผมไม่ได้ใส่ร้ายหรอกครับ อันนี้ยืนยันได้ แต่พวกเราก็เห็นความตั้งใจ แม้กระทั่งว่า ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ กับผู้ที่มาชี้แจงเอง กับเราเองนั้นยังคุยกันไม่เข้าใจเลยครับ ถามดูก็ได้ครับท่านประธาน ถามคณะกรรมาธิการ ที่นั่งข้างบน แต่ก็คิดว่ามันน่าจะแก้ปัญหาได้เมื่อเข้าสภา เพราะเราไม่อยากเห็นว่าฝ่ายรัฐบาล รังแก คำ ๒ คำก็โยนความผิดมาให้พวกผมว่า พวกผมนั้นเจตนาร้าย ผมก็นั่งดูด้วยความอดทน พยายามที่จะสงบเสงี่ยม เจียมตัว ไม่อยากให้สังคมเห็นว่า รังแก ไม่มีผู้แทนคนไหนหรอกครับ ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ถ้าเป็นผลประโยชน์กับประชาชน เพราะเรามาจากประชาชน ทุกคนมาจากประชาชน ผมทำกฎหมายมาไม่เคยเห็นกฎหมายฉบับไหนแค่จะโหวตมาตราเดียว ชั่วโมงกว่าตั้งแต่ท่านประธานวันมูหะมัดนอร์นั่งอยู่บนบัลลังก์ แล้วเขาไม่เข้าใจเลยที่โหวต แอบดูว่าเขาโหวตอะไรก็โหวตตามเขาครับ นี่เป็นกฎหมายฉบับแรกเปิดใจให้ฟังเลยครับ ก็พยายามทำความเข้าใจ และพี่น้องภาคประชาชนครับ อย่ามาเอาแพ้เอาชนะหรอกครับ ท่านเอากลับไปนิดเดียวแล้วมาคุยกัน มันเป็นประโยชน์ของกลุ่มพวกเรา มันเป็นประโยชน์ ของคนทั้งประเทศ ไม่เสียดายเลยครับ พวกผมให้เข้ามาตั้งแต่วันแรก เพราะเราเห็นใจ ภาคประชาชน เราเห็นใจพี่น้องฝ่ายค้าน วันนี้พรรคพวกถามว่า กฎหมายนี้มาอย่างไร ผมบอกทั้งของรัฐบาล ทั้งของพรรคประชาชน แล้วภาคประชาชน นี่พูดแบบ Fair นะครับ ฉะนั้นอย่ามาทำลายชนกลุ่มที่เขาที่มีเจตนาเลยครับ ถอนไปก่อน แล้วค่อยมาเจรจาความกัน สภายังไม่ล่มหรอกครับ เพราะ ๔ ปีนี้เขาก็ไม่ปฏิวัติอยู่แล้ว อย่างไรก็อยู่ครบ ถ้ามันเป็น นิมิตหมายที่ดีมันก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ อย่าเอาแพ้เอาชนะกันเลยครับ แล้วไม่กี่สัปดาห์ ค่อยเอาเข้ามาอีกครับ ถอนไปเถอะครับ เราในนามของสภาผู้แทนราษฎร ผมนี่อยู่ฝ่ายรัฐบาล พรรคเพื่อไทย ยินดีต้อนรับนะครับ แล้วก็จะช่วยเข็น วันนี้คุณหมอชลน่านคุยไว้ก็มีเหตุผลครับ ทุกคนมีเหตุผลหมด อย่าชนะคะคานแล้วไปทำ Content กันเถอะครับ เอาประโยชน์ ของประเทศชาติ เอาประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ถอนไปก่อนเถอะครับ อย่าดื้อดึงเลย ผมคิดว่ามันจะเดินกันไปได้ครับ ต่อไปมันก็จะมีปัญหากันไปเรื่อยครับ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวรวัจน์ครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมขอ ใช้สิทธิพาดพิงแทนพรรคประชาชนครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พาดพิงประเด็นไหนครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คือผมเข้าใจเจตนาดีของท่านครูมานิตย์นะครับ ปกติก็พูดคุยกันดีครับ แต่ว่าที่เมื่อสักครู่ ท่านบอกว่าทำ Content ผมคิดว่าคงจะไม่ใช่ครับ คือถ้าเกิดเราติดตามกันมาโดยตลอด ผมคิดอย่างนี้นะครับ เมื่อสักครู่ที่ท่านพูดท่านอาจจะติดตลก ที่บอกว่าท่านประธาน คณะกรรมาธิการเหมือนไม่รู้เรื่อง ท่านก็เป็นการกล่าวหาท่านประธานคณะกรรมาธิการ ไปแล้ว ทำไมจะไม่รู้เรื่องครับ เพราะว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ก็ทำงานกันอย่างหนัก มีการเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้ความรู้ ให้ความเห็นกันอย่างครบถ้วน แล้ววันนี้ผมเห็น กรรมาธิการก็ชี้แจงได้อย่างครบถ้วนดี ในเรื่องของงบประมาณที่เพื่อนสมาชิกตั้งข้อสังเกต ท่านก็ชี้แจง คณะกรรมาธิการก็ชี้แจงว่า ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างนัยสำคัญเลย เพียงแต่เป็นการเพิ่มเนื้อหาการทำงานให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ก็ตอบชี้แจงได้อย่างครบถ้วน ก็ไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องถอนออกไป ผมก็ไม่รู้ว่าจะถอนไปเพื่อความประสงค์ของใคร หรือผู้ใดกันแน่ ดังนั้นผมก็รู้สึกว่ามันก็เป็นเรื่องที่ยุติธรรมที่สุดแล้ว ที่ถ้ามีความเห็น ที่ไม่ตรงกัน ก็ใช้สภาลงมติ ซึ่งเดี๋ยวเราก็คงจะลงมติกันอยู่แล้ว แต่อย่ามาสร้อยเลยครับ ทำ Content หรือไปปรามาสท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ อย่างนี้รัฐประหารไม่มีแน่ นะครับ แต่ยุบสภามีแน่นอนครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ท่านประธานครับ ผมใช้สิทธิพาดพิง ได้ไหมครับ🔗

(นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมนิดเดียวครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครูมานิตย์สักครู่ครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ผม ครูมานิตย์ ครับ ไม่อยากลุกขึ้นมา ต่อล้อต่อคำหรอกครับ สังคมมันก็เห็นกันชัดอยู่แล้ว🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครูมานิตย์ครับ ท่านประท้วงหรือครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ใช้สิทธิพาดพิง🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พาดพิงก็ต้องยกมือขึ้น แล้วก็ขออนุญาตนะครับ ท่านลุกขึ้นแล้วก็ยกมือแปลว่า ท่านประท้วง ท่านเอาอย่างไรครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ทั้งประท้วง แล้วก็ขอใช้สิทธิพาดพิง🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประท้วงผมประเด็นไหนครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธาน ไม่ได้ถามคุณวิโรจน์ว่า ผมผิดเรื่องอะไร ที่เขามาพาดพิงครูมานิตย์ว่า อย่างโน้น อย่างนี้ ผมก็ไม่ได้จะทะเลาะ กับน้องวิโรจน์หรอก ขออนุญาตเรียกน้องนะครับ อย่าโกรธกันอีก ก็อยากจะเล่าให้ฟังว่า ผมมีเจตนาดี ไม่ได้มีเจตนาร้ายเลยครับท่านประธานครับ ผมไม่ได้ว่าท่านประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญไม่รู้เรื่อง คือคุยกันยังไม่เข้าใจ แต่ผมอาจจะใช้คำผิด เพราะว่า ผมครูบ้านนอกไม่ใช่เด็กกรุงเทพฯ ไม่เข้าใจกันเลยในห้องประชุมวิปถามดูก็ได้ ทีนี้ผมก็บอกว่า อย่าทำร้ายกฎหมายฉบับนี้เลย แล้ววันนี้ทุกคนก็เห็นว่ามันเดินไปยาก ก็ถอยกลับไปดูของ คุณพัฒนา สัพโส กฎหมายท้องที่ ท้องถิ่นนี่ อาทิตย์ที่แล้วบอกให้ถอนก็ถอนไป นี่เสร็จแล้ว จะเอากลับเข้ามา ก็อยากให้กฎหมายมันผ่านไป ทุกคนก็อยากเห็นวันนี้ ท่านวิโรจน์ครับ ไม่ได้มีเจตนาใส่ร้ายเลย แต่บางทีพูดอาจจะไม่เพราะเท่านั้นเอง ก็ถอนไปเถอะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่เป็นไรครับ ผมพอเข้าใจแล้วครูมานิตย์ครับ ทางท่านวิโรจน์ก็ติดใจนิดหน่อยในช่วงท้าย ของท่านนั่นเองว่า ท่านบอกเพื่อนไปจะทำ Content อะไรนี่ท่านก็ถอนนะครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ครับ ถ้าเป็นเรื่องที่ผมพูดผิดว่า เขาเอาไปทำ Content เขาไม่เคยทำ Content เลย ผมก็ขอถอนครับท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับจริง ๆ ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเรียนเชิญท่านวรวัจน์ครับ🔗

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ต้องเรียนอย่างนี้พี่น้องชาติพันธุ์ในพื้นที่ผมก็เยอะ ผมคิดว่าวันนี้เราให้ความสำคัญกับพี่น้อง ชาติพันธุ์มากนะครับ เราผลักดันกัน เราอยากเห็นการดูแลพี่น้องได้อย่างดี ได้อย่างเต็มที่ แต่คำชี้แจงที่ผมมีข้อท้วงติงไป ท่านตอบผมบอกว่า เรื่องนี้ไม่ต้องใช้งบประมาณ จริงหรือครับ ท่านบอกใช้อัตรากำลังคน ๑๕ คนรองรับ จริงหรือครับ ถ้าท่านทำแค่นั้นผมว่าไม่สามารถ รองรับพี่น้องชาติพันธุ์ที่รอคอยความหวังตั้งมากมาย ที่ผมเรียนถามท่านว่า ตกลงว่าสำนักงบประมาณตกลงไหมว่าจะให้งบประมาณ ก็กลับไปถาม ก่อนครับว่า ตกลงแล้วดูแลพี่น้องชาติพันธุ์จะใช้งบประมาณเท่าไร คุยกันให้จบครับ แล้วก็ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมไหมที่จะรองรับสิ่งเหล่านั้น ที่จะเป็นหน่วยผ่าน งบประมาณให้ไปใช้กรอบของกระทรวงหรือไม่ ผมต้องเรียนนะครับ อดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรม ที่ถามนี้ด้วยเจตนาดีและเป็นองค์กรเดิมที่ดูแลอยู่ ผมทราบครับว่า ภารกิจคืออะไร ทำได้มากน้อยแค่ไหน เรื่องงบประมาณผมยิ่งชัดเจนครับ ที่ถามนี้ผมว่า ท่านประธานเอากลับไปและไปหาคำตอบมาก่อนว่า แล้วจะจัดสรรงบประมาณอย่างไร กำลังที่ท่านขอเพิ่มขึ้น ๑๕ คน พอหรือครับในการดูแลพี่น้องชาติพันธุ์ทั้งหมด สิ่งเหล่านี้ คือสิ่งที่เป็นห่วง เป็นสิ่งที่เราอยากให้ออกมาดีที่สุดครับ หากว่าท่านติดขัดตรงไหน เราพร้อม ที่จะให้คำแนะนำ และช่วยให้มันดีที่สุดนะครับ แต่ว่าวันนี้ถ้าท่านชี้แจงออกมาตามนี้ ท่านบอกว่า ก็ไม่ต้องใช้งบประมาณเยอะครับ นิดเดียวก็พอ ที่มีอยู่เพียงพอรับได้ ผมว่า ถ้าอย่างนั้นท่านมองภารกิจที่ได้รับเล็กเกินไป ผมไม่ประสงค์ที่จะให้ท่านไปดูแลอย่างไม่มี งบประมาณ หรือไปดูแลอย่างที่ไม่เป็นหน้าเป็นตา เป็นเกียรติ เป็นศรี เพราะฉะนั้นกลับไป ถามให้ชัดครับ ทำให้ชัดเจน ผมว่าวันนี้เราไม่ได้เอาชนะคะคานนะครับ เราอยากให้ทุกอย่าง ออกมาดี วันนี้ผมคิดว่าฟังกันสักนิดหนึ่ง ไปถามให้ชัดเจนครับ ให้ผมไปช่วยถามก็ได้ครับ จะถามให้ว่า ตกลงแล้วจะดูแลกันอย่างไร ไม่ใช่ว่าออกกฎหมายมาแล้ว แล้วทำได้ไม่ดีนะครับ มันจะเสียหาย และพี่น้องชาติพันธุ์ทั้งประเทศรอคอยความหวังอยู่ แต่พอออกไปแล้วดูแล ไม่ได้ ไม่มีงบประมาณ ไม่มีคนดูแล กำลังไม่เพียงพอ ผมว่ามันคือความเสียหายมากกว่า เพราะฉะนั้นคิดถึงอนาคต ทำให้ดีครับ ผมว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการเอากลับไป ถอนไปแล้วก็ถูกต้องแล้วครับ ไปทบทวนกลับมา และติดขัดตรงไหนเราช่วยกันครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สลับมาฝั่งนี้บ้างนะครับ ท่านเลาฟั้ง ต่อไปท่านอัครเดชท่านสุดท้ายนะครับ ท่านเลาฟั้ง และท่านอัครเดชสุดท้ายนะครับ🔗

นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมขอเรียนสั้น ๆ อย่างนี้ครับว่า ฟังจนถึงตอนนี้แล้วผมยังไม่เห็น ความจำเป็นใด ๆ ที่เราจะต้องเลื่อนออกไป แล้วก็ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่า ท่านประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ทำงานอย่างเต็มที่ เข้มแข็ง แล้วก็รับฟังทุกฝ่ายมาแล้วนะครับ คำถามต่าง ๆ ที่ทางสมาชิกได้ถามมา ทางคณะกรรมาธิการก็ได้ตอบอย่างชัดเจนแล้ว โดยเฉพาะตอนนี้พูดถึงเรื่องของงบประมาณ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการก็ได้ตอบอย่างชัดเจน แล้วนะครับ โดยท่านคุณหมอโกมาตร ตอบอย่างเดียวไม่ใช่แค่นี้นะครับ ยังได้รับหนังสือ ยืนยันจาก ก.พ.ร. มาด้วยว่า การที่มาเป็นฝ่ายเลขานุการในการดูแลตามกฎหมายฉบับนี้ ไม่ได้กระทบต่องานใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วก็มีศักยภาพเพียงพอ แล้วก็น่าจะเป็นองค์กรเดียวด้วย องค์กรรัฐหน่วยงานเดียวด้วยที่ทำหน้าที่สนับสนุนในทางวิชาการ ต่อกลุ่มเครือข่ายประชาชน ในประเทศไทยนี้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นมันมีเหตุผลด้วยประการทั้งปวงนะครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราเดินหน้าต่อนะครับ ถ้าเกิดว่ามีประเด็นข้อสงสัย ตรงไหนก็ถามตอบ แล้วถ้าเป็นประเด็นอะไรที่ไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ก็โหวตนะครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอัครเดชครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ รวมไทยสร้างชาติ จังหวัดราชบุรี ท่านประธานครับ วันนี้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิต กลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ท่านประธานก็จะเห็นแล้วว่า ตั้งแต่ตอนช่วงท่านประธานวันมูหะมัดนอร์ มะทา อยู่ก็ทุลักทุเลพอสมควรเลยนะครับ ถ้าพี่น้องประชาชนติดตามการเฝ้าดู ตั้งแต่ การตั้งคำถามแล้วนะครับ แล้วก็เรื่องของความสับสนในข้อกฎหมายตามมาตรา แล้วก็ เรื่องของการลงมติ จริง ๆ แล้วเราก็อยากให้กฎหมายมันผ่านการพิจารณาไป เพราะว่าพี่น้อง ชาติพันธุ์ พวกเราเองก็อยากจะดูแลให้ทุกกลุ่มชาติพันธุ์ได้มีกฎหมายที่จะคุ้มครอง แล้วก็ ดูแลสิทธิ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ การออกกฎหมายมันจะต้องมีความรอบคอบ รัดกุม ผู้ที่ขึ้นมาอภิปรายหลายท่านก็เห็นความตั้งใจของท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่มีความทุ่มเท แล้วก็ตั้งใจในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ แล้วท่านเองก็เห็นถึงความสับสน แล้วก็เนื้อหาที่ยังไม่ชัดเจนบางส่วน แล้วก็อยากจะกลับไป ทำความเข้าใจ ผมคิดว่าเป็นประโยชน์ แล้วท่านเองก็เป็นผู้ที่เสนอในการถอน ถ้าท่าน ผู้อภิปรายทั้ง ๒-๓ ท่าน เห็นความตั้งใจของท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านควรจะเห็นพ้อง ในการที่จะเอาร่างตรงนี้ไปให้กรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาทบทวนให้เกิดความรอบคอบ เพราะว่ากฎหมายนี้อย่างที่เพื่อนสมาชิก ท่านหมอชลน่านก็ดี ท่านก็มีความเป็นห่วงว่า เมื่อเราออกกฎหมายแล้ว ตรากฎหมายแล้ว ออกไปบังคับใช้ไม่ได้ ก็จะเป็นการเสียโอกาส กับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ขอให้เกิดความรอบคอบ และที่สำคัญท่านประธานกฎหมาย ฉบับนี้ ฝั่งรัฐบาลไม่ได้อยากจะยื้อหรอกครับ เพราะว่าก็เป็นกฎหมายของ ครม. ด้วย แล้วก็เป็นกฎหมายของพรรคร่วมรัฐบาลด้วยที่เสนอเข้ามาประกบกับกฎหมายภาคประชาชน จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะยื้อ แต่พวกเราต้องการความรอบคอบ รัดกุมในการตรากฎหมาย เพื่อให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ก็ขอความร่วมมือเราไม่อยากให้เกิดการโหวตกัน เราก็เลื่อน แล้วก็ท่านประธานก็เห็นช่วงเช้า เราก็ไม่ได้เป็นกฎหมายฉบับแรกที่เรา ถอนออกไป เมื่อเช้าก็มีการถอนออกไป เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็มีการถอนออกไปหลายฉบับ เพื่อให้คณะกรรมาธิการกลับไปทบทวน เพื่อให้เกิดความรอบคอบ รัดกุมในการที่จะตรา กฎหมายในสภาของเรา ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ญัตติทั้ง ๒ ญัตติ ผู้เสนอยังยืนยันนะครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ ยืนยันนะครับ ท่านชุติพงศ์ครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

เรียนท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดระยอง ขอยืนยันครับ แล้วก็ขอให้กำลังใจ คณะกรรมาธิการ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ แล้วก็ทุกท่านที่ตั้งใจทำงาน แล้วผม ก็ยังเชื่อว่าสภาของเรานี้มีผู้ที่สามารถถามตอบ ชี้แจงแล้วก็เดินหน้าต่อกับงานนี้ได้ ดังนั้น ผมก็ยังยืนยันครับว่า เดินหน้าต่อครับ มีอะไรโหวตกันครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อเป็น ๒ ญัตติ ผมก็ต้องถามมติจากที่ประชุม ก่อนจะลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗

(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกขอเชิญแสดงตนได้เลยครับ ท่านที่เข้ามาแล้วเชิญแสดงตนได้เลย ท่านที่ยัง ไม่เข้ามากรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อแสดงตนและลงมติครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นางสาวจิราพร สินธุไพร ร้อยเอ็ด

ท่านประธานคะ จิราพร สินธุไพร ๐๕๕ แสดงตนค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านใดยังไม่ได้แสดงตนหรือไม่ครับ ท่านว่าที่ผู้นำฝ่ายค้านครับ แสดงตนหรือยังครับ ท่านณัฐพงษ์ แสดงตนหรือยังครับ ผมก็รอท่านนี่ครับ เห็นท่านเดินเข้ามา พอสมควรแก่เวลา ผมขอปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๖๒ ท่าน ครบองค์ประชุม🔗

ต่อไปจะขอถามมติจากที่ประชุมว่า จะยินยอมให้ถอนร่างการพิจารณาฉบับนี้ ออกจาก ระเบียบวาระการประชุมเพื่อให้คณะกรรมาธิการได้ไปทบทวนใหม่หรือไม่นะครับ ผู้ใดยินยอม ให้ถอนร่างให้กดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่ยินยอมให้ถอนร่างกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควร งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิเลยครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นางสาวจิราพร สินธุไพร ร้อยเอ็ด

ท่านประธานคะ ๐๕๕ เห็นชอบค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิไหมครับ ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อยนะครับ ขอปิดการลงมตินะครับ เชิญเจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติทั้งสิ้น ๓๙๒ ท่าน บวก ๑ ท่านจิราพรนะครับ เห็นด้วย ๒๕๔ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๕๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๓๗ ท่าน งดออกเสียง ๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติยินยอมให้ทางคณะกรรมาธิการ ได้ถอนร่างกลับไปพิจารณาต่อนะครับ🔗

ขอบคุณทางคณะกรรมาธิการด้วยครับ ก็หวังว่าคงจะพิจารณากันไม่นานนะครับ ท่านสมาชิกครับ วันนี้เราประชุมกันพอสมควรครับ ผมขออนุญาตปิดประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๘.๐๑ นาฬิกา