unknown · · 728 lines

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๐๓ นาฬิกา)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านสมาชิก ทุกท่านครับ ก่อนจะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ โดยจะให้เวลาท่านละ ๒ นาที กรุณารักษาเวลาด้วยนะครับ อย่าไปกินเวลาคนอื่น ถ้าท่านจะหารือ ๕ ข้อ ถ้าเห็นว่ามันไม่พอแน่อยู่แล้ว ๒ นาที ก็ลดเหลือ สัก ๒ ข้อ แต่ถ้า ๓ ข้อ ถ้ายาวก็ตัดให้สั้นลง แล้วค่อยถามในวันต่อไปนะครับ จะได้ไม่กินเวลา ของคนอื่นครับ โดยผมจะให้หารือไปตามลำดับรายชื่อนะครับ ถ้าท่านที่ไม่พร้อมก็แจ้งไว้ ล่วงหน้าผมจะให้ต่อท้ายทีหลังเลยนะครับ ท่านแรกขอเชิญคุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้ขออนุญาต หารือ ๔ เรื่องเกี่ยวกับขยะ ๓ เรื่อง และเตือนภัย ๑ เรื่อง🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

ขยะเรื่องแรกครับ ขยะในน้ำ หรือผักตบชวาหนาแน่นกีดขวางทางน้ำไหล อำเภอบางปลาม้า ท่าน สจ. วิชัย ภูมิวัฒนาชัย แจ้งว่าคลองญี่ปุ่นเหนือ ตำบลไผ่กองดิน และตำบลสาลี รวมทั้งบริเวณใต้ประตูน้ำบ้านหงส์ หมู่ ๗ ตำบลองครักษ์ ทราบว่างบประมาณของกรมชลประทานจังหวัดสุพรรณบุรี ถูกตัดออก ทั้งหมด ขอท่านประธานได้โปรดทำหนังสือถึงอธิบดีกรมชลประทานให้เร่งนำเครื่องจักร มาดำเนินการโดยด่วนครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขยะและทำความสะอาดสถานศึกษาได้รับแจ้งจาก ผอ. สุคนธ์ ตีรวัฒนประภา แจ้งว่าโรงเรียนมัธยมสูงสุมารผดุงวิทย์ อำเภอบางปลาม้า ไม่มีอัตราจ้าง นักการภารโรงแม้แต่อัตราเดียว ขอท่านประธานแจ้งรัฐมนตรีให้ดำเนินการตามนโยบาย ที่ประกาศไว้โดยด่วน🔗

เรื่องที่ ๓ การคัดแยกขยะ เพื่อให้ปลอดขยะสร้างเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เรื่องนี้ต้องขอขอบคุณกลุ่ม Bigbike Royal Enfield โดยการนำของคุณอนุช ชาวอินเดีย นำ Bigbike นับร้อยคันไปทอดผ้าป่าปลอดขยะ หมู่ ๓ และหมู่ ๑๒ วัดโพธิ์ศรี ตำบลบางปลาม้า ร่วมกับชุมชนปลอดขยะ ๓๑๒ และแนวร่วมปฏิวัติขยะของอาจารย์พีรดา ปฏิทัศน์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๒ ที่ผ่านมา ขอชื่นชมด้วยครับ🔗

สุดท้ายครับ เตือนภัย ขณะนี้มีแก๊งต่างชาติ ๓-๔ คน ตระเวนไปตามหมู่บ้าน ต่าง ๆ ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอสองพี่น้อง ตำบลบางใหญ่ บ้านบางแม่หม้าย อำเภอบางปลาม้า ออกไปขายผ้า ขายนาฬิกา ดูหมอ สบโอกาสก็ป้ายยา ลักทรัพย์ ขอให้ทำ หนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เร่งรัดการป้องกัน กวดขันและช่วยเหลือประชาชน ในเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คุณณัฐวุฒิครับ ถาม ๔ ประเด็นชัดเจน สำคัญภาพประกอบก็ชัดเจน เพื่อเป็นตัวอย่างคนอื่น ขอบคุณครับ อยู่ในเวลาที่ดีมากครับ ต่อไปคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ เชิญครับ🔗

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ พริษฐ์ วัชรสินธุ บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ หลังจากผม ได้เดินทางไปที่อำเภอท่าบ่อและอำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ที่ถูกกระทบ จากเหตุการณ์น้ำท่วม ผมอยากจะหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่ง การฟื้นฟูเยียวยาพี่น้องในจังหวัดหนองคาย รวมถึงพี่น้องในจังหวัดอื่นที่ประสบปัญหา อุทกภัยในลักษณะเดียวกันทั้งหมด ๓ เรื่องครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

เรื่องที่ ๑ คือการฟื้นฟูทางการเงิน ผมเข้าใจครับว่าทาง ครม. ได้อนุมัติเงินเยียวยาไปแล้ว แต่พี่น้องประชาชนหลายคนในพื้นที่ สะท้อนกลับมาว่าเขายังไม่ได้รับความชัดเจนว่าต้องดำเนินการอย่างไร และเงินจะถึงมือ เมื่อไร ผมจึงอยากหารือกับทางรัฐบาลครับ ในการทำทุกวิถีทางให้เงินถึงมือประชาชนโดยเร็ว เพื่อช่วยประชาชนลุกขึ้นมาตั้งหลักและเริ่มกลับมาหารายได้ได้อีกครั้งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นอย่างที่ ๑. คือการใช้ภาพถ่ายดาวเทียมจาก GISTDA เพื่อให้เงินชดเชยผู้ประสบภัยโดยอัตโนมัติ ผ่าน Application ทางรัฐ ๒. คือการเพิ่มงบประมาณให้กับท้องถิ่น ในการออกแบบนโยบาย ฟื้นฟูเยียวยาประชาชนในพื้นที่ของตนเองเพิ่มเติม แล้วก็ ๓. การเร่งประชาสัมพันธ์ กับประชาชน ถึงขั้นตอนในการขอรับเงินเยียวยาจากรัฐบาล🔗

ประการที่ ๒ คือเรื่องของการฟื้นฟูเมือง ท่านประธานครับ น้ำท่วมได้ทำให้ สถานที่ให้บริการหลายส่วนของรัฐได้รับความเสียหาย ตัวอย่างหนึ่งที่ผมไปเจอในสไลด์นี้ครับ คือโรงเรียนชุมชนบ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่ ที่ต้องปิดทำการถึง ๓ สัปดาห์ รวมถึง มีอาคารเรียนที่เป็นหลุมจนเสี่ยงจะเกิดอุบัติเหตุกับนักเรียนเมื่อกลับมาเปิดอีกครั้งหนึ่ง สำหรับโรงเรียนบ้านหม้อและทุกโรงเรียนที่ถูกกระทบจากน้ำท่วม ผมอยากหารือ กับทาง สพฐ. ให้เร่งตรวจสอบความเสียหาย และจัดสรรงบประมาณซ่อมแซม และจัดหา อุปกรณ์ทดแทนต่าง ๆ และสำหรับการฟื้นฟูเมืองในภาพรวมครับ อยากจะหารือ กับทางรัฐบาลและกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นให้เร่งจัดสรรงบประมาณ ให้กับท้องถิ่นนั้น เพื่อซ่อมแซมบริการสาธารณะต่าง ๆ ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นถนน ไฟส่องสว่าง โรงเรียน หรือว่า รพ.สต.🔗

ส่วนประเด็นสุดท้ายประเด็นที่ ๓ คือการฟื้นฟูสุขภาพจิต ท่านประธานครับ รายงานต่าง ๆ ชี้ชัดว่าคนที่ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ นั้นมีแนวโน้มจะเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิต ที่รุนแรงกว่าประชาชนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นอาการวิตกกังวลหรือว่าอาการซึมเศร้า ดังนั้น เพื่อช่วยในการเฝ้าดูคัดกรองผู้ประสบภัยทุกคนเรื่องสุขภาพจิต อยากจะหารือกับท่านประธาน ผ่านไปยังกรมสุขภาพจิตและสาธารณสุขจังหวัดในการสนับสนุนประชาชนให้มีทักษะ แล้วก็เข้าถึงเครื่องมือประเมินความเสี่ยง เรื่องสุขภาพจิตขั้นพื้นฐานที่สามารถนำไปใช้งานต่อได้ กับคนรอบข้าง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณสุทธิชัย จรูญเนตร ครับ🔗

นายสุทธิชัย จรูญเนตร อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุทธิชัย จรูญเนตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตชื่นชมและขอบคุณการทำงาน ของรัฐบาลที่ผ่านมา ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการที่ท่านได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนา การศึกษา มีหลายเรื่องที่ท่านทำได้อย่างดีเยี่ยม ภายใต้นโยบายเรียนดี มีความสุข แต่ผมเห็นว่า ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมต่อยอดให้มีคุณภาพดีขึ้น โดยเฉพาะ นโยบายการส่งเสริมการเรียนรู้ เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา Anywhere Anytime ผมเห็นว่า นโยบายนี้เป็นนโยบายที่ตอบโจทย์กับการจัดการศึกษาในยุคปัจจุบันในสภาวะที่โลก และเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นการเรียนแบบยืดหยุ่นที่ผู้เรียน สามารถที่จะเลือกเรียนได้ทุกที่ เลือกเรียนได้ทุกเวลา และที่สำคัญเขาสามารถที่จะเรียน ได้ตามความชอบ ตามความถนัดโดยผ่านแพลตฟอร์ม โดยใช้เทคโนโลยี ท่านประธานครับ ปี ๒๕๖๘ ที่จะถึงนี้ผมทราบมาว่า กระทรวงศึกษาธิการจะได้รับการจัดสรรงบประมาณ Tablet จำนวน ๖๐๐,๐๐๐ เครื่อง ให้กับนักเรียนชั้น ม.ปลาย เป็นเรื่องที่น่ายินดี เป็นอย่างยิ่งครับ แต่ผมเห็นว่ายังไม่พอเพียง และยังไม่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง เพราะวันนี้ผมยังอยากเห็นน้องนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนขยายโอกาส โรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเขามีครูไม่ครบชั้น ไม่ครบสาระวิชา รวมทั้งนักเรียนที่หลุดออกนอกระบบการศึกษาซึ่งมีจำนวนอยู่ประมาณ ๑ ล้านคน เขาได้มีโอกาสที่จะได้เรียนตามนโยบายนี้ด้วย ท่านประธานครับ ผมปรารถนาอยากจะเห็น เด็กนักเรียนทุกคนได้เรียนอย่างมีคุณภาพ ได้เรียนอย่างมีความเสมอภาคและเท่าเทียม จึงขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี เพื่อจัดสรรงบประมาณในการจัดหา Tablet ให้กับนักเรียนที่ผมได้กล่าวมาข้างต้นเพื่อให้เขา มีโอกาสได้เรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยี ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความอนุเคราะห์เป็นอย่างดี จะขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณสิริลภัส กองตระการ ครับ🔗

นางสาวสิริลภัส กองตระการ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาค่ะ ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ ผู้แทนราษฎรจากบางกะปิ วังทองหลาง พรรคประชาชนค่ะ วันนี้มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาแรงงานต่างชาติเพื่อนบ้านนะคะ ที่เข้ามาประกอบอาชีพ ของคนไทย🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวสิริลภัส กองตระการ กรุงเทพมหานคร

อย่างเช่น การค้าขาย ตามแผงร้านตลาดนะคะ การเปิดร้านขายของชำหรือว่ารถเร่ เมื่อมีการประสานงาน จากเจ้าหน้าที่ก็เข้าไปตรวจสอบก็ได้ให้เหตุผลว่า อ้างว่าเจ้าของกิจการนั้นเป็นคนไทย ส่วนคนที่มาประกอบอาชีพนี้เป็นแค่ลูกจ้างเท่านั้น ซึ่งขัดกับข้อมูลที่ประชาชนได้ให้ข้อมูลมาค่ะ อีกทั้งยังมีการนำแรงงานต่างชาติเข้ามาขอทานในพื้นที่บางกะปินะคะ ยังมีการให้ที่พักพิง อาศัยกับขอทานเหล่านี้ด้วย ทีนี้เมื่อมีการรวมตัวของแรงงานต่างชาติเยอะ ๆ ก็มีการรวมตัวกัน มั่วสุมตั้งวงสังสรรค์ บางครั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตนั้นคาดว่าจะมีการใช้ยาเสพติด ร่วมด้วยนะคะ อีกทั้งมีการข่มขู่ประชาชนที่แจ้งเหตุเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายค่ะ ยกกรณีตัวอย่างนะคะ มีการตั้งซุ้มยาดองค่ะ ทีนี้พอเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบก็ปิดไป แต่ว่าตอนนี้ซุ้มยาดองนั้นชาวบ้านก็มีความสงสัยว่าปิดไปแล้ว แต่ไปเปลี่ยนให้เป็นสถานที่ ให้คนมาปั่น Slot มาปั่นตู้ม้า มาปั่นตู้เกมแทนนะคะ ประชาชนที่แจ้งข้อมูลเข้ามาตอนนี้ ก็ถูกคุกคามข่มขู่ใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวงไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุร้ายต่อชีวิตของเขาตอนไหน ดิฉันจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงตรวจสอบค่ะ แล้วก็มีการตั้งข้อสังเกตว่าถ้าแรงงาน เหล่านี้เข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีนายจ้าง มีการออกใบอนุญาต กว่าจะผ่าน กระบวนการเหล่านี้มันก็มีหลายขั้นตอน แต่ดิฉันก็สงสัยว่าทำไมแรงงานเหล่านี้ถึงยังกล้า ที่จะทำตัวที่จะเสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย เสี่ยงต่อการที่จะถูกส่งตัวกลับประเทศ หรือว่าเสี่ยง ต่อการถูกดำเนินคดีนะคะ ก็ติดต่อหน่วยงานประสานงานกับดิฉันได้เลยเดี๋ยวไปชี้เป้าให้ว่า มีที่ไหนบ้าง มีซอยศรีบูรพา ๙ ถึงซอยศรีบูรพา ๑๗ ซอยรามคำแหง ๔๐ ๕๐ และ ๘๑ ลงมาตรวจสอบด้วยกันได้เลยท่านจะได้มีข้อมูลในการไปประกอบว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ ว่าจะส่งเสียงให้รัฐบาลไปดูว่าเราควรจะมีการจัดระเบียบนำแรงงานต่างชาติที่อยู่ในพื้นที่ สีเทาเหล่านี้เข้ามาอยู่ในระบบ จัดระเบียบได้ จัดเก็บภาษีได้อย่างชัดเจนได้แล้วหรือยัง ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คุณสิริลภัสครับ อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขด่วนครับ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะตำรวจ ไม่น่าจะปล่อยถึงขนาดที่คุณสิริลภัสมากล่าวถึง เป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขนะครับ ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณซาการียา สะอิ ครับ🔗

นายซาการียา สะอิ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ประกอบไปด้วยอำเภอระแงะ อำเภอจะแนะ อำเภอสุคิริน พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจาก ศิษย์เก่าวิทยาลัยชุมชนยะลานะครับว่าทางผู้บริหารได้ดำเนินการกิจกรรมต่าง ๆ ให้กับ นักศึกษาที่ไม่เหมาะสม กิจกรรมแรกก็คือกิจกรรมไหว้ครู ทางวิทยาลัยได้จัดกิจกรรมไหว้ครู ในลักษณะที่รวมกันในทุกศาสนา ทั้ง ๆ ที่พิธีกรรมไหว้ครูจะเป็นพิธีกรรมที่สามารถแยกกัน ทำได้ เพราะเป็นพิธีกรรมทางศาสนา จริง ๆ กิจกรรมไหว้ครูไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐ หรือสถานศึกษาในทุกระดับในพื้นที่แยกกันทำมานานแล้วนะครับ ท่านประธานครับ อิสลาม ไม่ได้ห้ามการเคารพครูอาจารย์ แต่การกราบไหว้สิ่งอื่นหรือการทำตามพิธีกรรมอื่นที่ไม่ใช่ พิธีกรรมศาสนายังทำไม่ได้ครับท่านประธาน ๒. เป็นกิจกรรมต่าง ๆ ของวิทยาลัยชุมชน ยะลา จะจัดเลี้ยงให้กับนักศึกษาหรือบุคลากรส่วนใหญ่จะเป็นอาหารที่ไม่ฮาลาล ทั้ง ๆ ที่ นักศึกษา ๙๐ เปอร์เซ็นต์ก็เป็นมุสลิม ทำให้เกิดทัศนคติที่ไม่ดีของนักศึกษาต่อวิทยาลัย ๓. ความไม่พร้อมของสถานปฏิบัติศาสนกิจ ทำให้นักศึกษาต้องออกไปปฏิบัติศาสนกิจ นอกสถานที่บ้าง ปั๊มน้ำมันบ้าง ทำให้เสียเวลาในการเรียนการสอน ท่านประธานครับ ผมเองไม่คิดว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นในสังคม ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงฝากท่านประธานไปยังกระทรวง อว. วิทยาลัยชุมชน คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ช่วยไปตรวจสอบก่อนนะครับว่าสิ่งที่ผมพูดจริงหรือไม่ และดำเนินการแก้ไขในเรื่องที่ ละเอียดอ่อนที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจ และต้องคำนึงถึงการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ในสังคมพหุวัฒนธรรมนะครับ🔗

เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องของราคาลองกองตกต่ำ ปีที่แล้วผมก็พูดมาแล้ว เพราะว่าพื้นที่ของผมเป็นลองกองตันหยงมัส ซึ่งมีราคาถูกมาก ปีนี้ก็เป็นอีกนะครับ ฝากท่านประธานไปยังกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปรษณีย์ การรถไฟ แห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำไมผมต้องพูดว่าไปรษณีย์กับการรถไฟ แห่งประเทศไทย เพราะว่าค่าขนส่งแพงมากนะครับ อยากจะให้มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร และช่วยเหลือปัญหาดังกล่าว ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คุณซาการียามากครับ ปีนี้ลองกองหวานเป็นพิเศษเลยนะครับ ผมทานมาแล้ว เพราะฉะนั้น ก็เลยแนะนำด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ ต่อไปขอเชิญคุณองอาจ วงษ์ประยูร ครับ🔗

นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม องอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคพลังประชารัฐครับ ท่านประธานครับ ขอหารือปัญหาเกี่ยวกับราคาข้าวโพดที่จังหวัดสระบุรีตกต่ำครับท่านประธาน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี

ขณะนี้ข้าวโพดของชาวไร่ได้ขายในราคา ขาดทุนแทบหมดแล้ว ในช่วงเดือนสิงหาคม กันยายน ที่ผ่านมา ข้าวโพดส่วนใหญ่ก็อยู่ในมือ พ่อค้าคนกลางแล้ว แม้รัฐบาลขณะนี้จะมีนโยบายช่วยเหลืออย่างไร ข้าวโพดที่จังหวัดสระบุรี ก็ขายขาดทุนเป็นส่วนใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่วันนี้ที่จะต้องออกมาพูดก็หวังว่า ในฤดูกาลหน้ารัฐบาลก็จะได้วางมาตรการดูแลช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ให้ลืมตาอ้าปากได้ไม่ให้ขาดทุนเหมือนที่ผ่านมาครับ ฝากท่านประธานไปยังกระทรวงพาณิชย์ และผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นข้อ ๆ ดังนี้ครับท่านประธาน🔗

ข้อที่ ๑ ช่วงเดือนสิงหาคม กันยายนของทุกปีเป็นช่วงหน้าฝน ปัญหาความชื้น ทำให้ราคาข้าวโพดตกต่ำ ขอให้รัฐมีมาตรการกำหนดราคา ความชื้นที่ ๓๐ ราคาต้องไม่ต่ำกว่า ๗.๕๐ บาทต่อกิโลกรัมครับท่านประธาน🔗

ข้อที่ ๒ ขอให้รัฐจัดสรรเครื่องเตาอบแห้งให้กับกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ เพื่อจะนำมาลดความชื้น เมื่อลดความชื้นก็เป็นการลดต้นทุนชาวไร่ก็จะขายข้าวโพดได้ ในราคาที่ดีขึ้นครับ🔗

ข้อที่ ๓ ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ขอให้รัฐดูแลเรื่องราคารับซื้อของพ่อค้าคนกลาง ไซโล โรงงานอาหารสัตว์ ก็ขอให้ราคาที่เป็นธรรมไม่ถูกกดราคาอย่างที่ผ่านมาครับท่านประธาน🔗

ข้อที่ ๔ ขอให้เข้มงวดกวดขันการนำเข้าวัตถุดิบ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากต่างประเทศ อันนี้ก็คือเป็นสาเหตุหลักเลยที่ทำให้ราคาข้าวโพดชาวไร่ตกต่ำ เพราะว่า ล้นตลาดครับท่านประธาน🔗

ข้อที่ ๕ พี่น้องชาวไร่ข้าวโพดสระบุรีฝากมา ขอให้ช่วยเรื่องของค่าใช้จ่าย ในเรื่องการสนับสนุนการเพาะปลูกไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๐ ไร่ต่อครัวเรือน ท่านประธานครับ ก็ฝากไปยังกระทรวงพาณิชย์ วันนี้เราฝากท่านรัฐมนตรีท่านใหม่ ท่านรัฐมนตรีพิชัย นริพทะพันธุ์ ซึ่งผมติดตามผลงานท่านมาโดยตลอด ชื่นชอบท่านครับ ผลงานท่าน ท่านของแท้ครับ ท่านดูแลเศรษฐกิจปากท้องให้พี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างดี ก็ฝากจังหวัดสระบุรีด้วยครับท่านครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขอเชิญคุณสาธิต ทวีผล ครับ🔗

นายสาธิต ทวีผล ลพบุรี

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม สาธิต ทวีผล ผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๒ พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมมีเรื่องหารือ ท่านประธาน ๑ เรื่อง คือเนื่องจากปัจจุบันนี้ได้เข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร ก็คือข้าวโพดอาหารสัตว์ครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด จังหวัดลพบุรีเกี่ยวกับปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ แล้วก็ได้รับเรื่องฝากหารือจาก ท่านสรพัช ศรีปราชญ์ สส. สระบุรี เขต ๑ พรรคประชาชน เกี่ยวกับปัญหาทำนองเดียวกัน คือราคาผลผลิตข้าวโพดตกต่ำในพื้นที่ของจังหวัดสระบุรีครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายสาธิต ทวีผล ลพบุรี

ท่านประธานครับ ปัจจุบันราคาข้าวโพดอาหารสัตว์ ความชื้นที่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ราคารับซื้อหน้าลานอยู่ที่ ๖.๕๐-๖.๖๐ บาทครับ ซึ่งจากสไลด์ ผมขอนำเสนอนะครับว่า ราคาต้นทุนในการผลิตของพี่น้องเกษตรกรเฉลี่ยแล้ว ๑ ไร่ จะอยู่ที่ ราคาประมาณ ๔,๓๐๐-๔,๘๐๐ บาท นี่คือต้นทุนสำหรับเกษตรกรผู้มีที่ดินเป็นของตัวเอง ถ้าเกษตรกรคนใดไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง ต้องมีการเช่าที่ดิน ซึ่งราคาค่าเช่าตกอยู่ที่ไร่ละ ๑,๕๐๐ บาท ถึง ๒,๐๐๐ บาทครับ ราคานี้ยังไม่ได้คิดค่าแรงของเกษตรกรที่ลงมือ ปลูกข้าวโพด ผมจึงขอฝากปัญหานี้ผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล ไปยังกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยดูแลปัญหาเรื่องนี้ ปัญหาราคาข้าวโพดตกต่ำครับ เพื่อให้ทันกับสถานการณ์ปัจจุบันที่พี่น้องกำลังเก็บเกี่ยวนะครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณจีรเดช ศรีวิราช ครับ🔗

นายจีรเดช ศรีวิราช พะเยา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ ขออนุญาต หารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากรับเรื่องร้องเรียน ถึงปัญหาราคาข้าวโพดตกต่ำ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายจีรเดช ศรีวิราช พะเยา

ท่านประธานครับ ชีวิตเกษตรกรชาวนา ชาวไร่ นอกจากปัญหาหนี้สินแล้วการทำมาหาเลี้ยงชีวิตในแต่ละปีก็มีสิ่งเข้ามาสร้างปัญหา อีกมากมาย มีน้ำท่วม มีฝนแล้ง แมลงกัดกิน ท้าทายชีวิตมาโดยตลอด ปีไหนผลผลิตดี ราคาก็เป็นสิ่งที่มาท้าทายอีก โดยเฉพาะในปีนี้นอกจากจะเจอภัยพิบัติน้ำท่วมหนักในรอบร้อยปี ราคาข้าวโพดก็มาตกต่ำซ้ำเติมเข้าไปอีก ราคาที่รับซื้อขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ ๕.๗๐ บาท ขณะที่ต้นทุนการผลิตอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ ๖ บาท ทั้งค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าแรงงาน ค่ารถเกี่ยว รถไถ ก็ปาเข้าไปไร่ละเกือบ ๕,๐๐๐ บาท ขณะที่ผลผลิตต่อไร่ จะมีรายได้ไม่เกิน ๔,๘๐๐ บาท ทำให้พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อนเป็นอย่างมาก สาเหตุใหญ่ คงเนื่องมาจากเราปล่อยให้มีการนำเข้าจากต่างประเทศมากเกินไป จึงส่งผลกระทบ ต่อผลผลิตภายในประเทศ ขอฝากไปยังกระทรวงพาณิชย์ได้โปรดชดเชยเยียวยาและรีบหา มาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน🔗

ท่านประธานครับ มีอีกปัญหาหนึ่งที่อยากฝากถึงกรมส่งเสริมการเกษตร เนื่องจากมีพี่น้องเกษตรกรชาวนา ชาวไร่จำนวนมากที่ไม่ได้ไปขึ้นทะเบียนเกษตรกร โดยเฉพาะผู้ปลูกข้าวโพดที่รับผลกระทบจากปัญหาภัยพิบัติอยู่ในขณะนี้ ทำให้ไม่ได้รับ เงินชดเชยเยียวยาจากรัฐบาล ซึ่งตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ข้าวโพดเสียหายจะได้รับ ไร่ละ ๑,๙๐๐ บาท ส่วนนาข้าวไร่ละ ๑,๓๐๐ บาท ท่านประธานครับ คนคำนวณหรือจะสู้ ฟ้าลิขิต จึงไม่มีใครคาดคิดว่าไร่ข้าวโพดซึ่งผลิตบนพื้นที่ดอนจะได้รับความเสียหาย จากภัยพิบัติน้ำท่วม เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดส่วนใหญ่จึงไม่มีใครไปลงทะเบียน เพราะที่ผ่านมา หลายปีไม่เคยมีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้น เมื่อน้ำป่าไหลหลากสร้างความเสียหาย จึงไม่สามารถ ขอรับเงินเยียวยาจากรัฐบาลได้ ภัยพิบัติในปีนี้นอกจากจะสร้างความหายนะต่อบ้านเรือน ที่อยู่อาศัยแล้วพืชสวนไร่นาก็ถูกทำลายแทบหมดเนื้อหมดตัว ขอฝากไปยังรัฐบาลช่วยหา แนวทางแก้ไขระเบียบหลักเกณฑ์ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรที่กำลังทนทุกข์ทรมานจากเหตุการณ์ ที่คาดไม่ถึงได้รับเงินเยียวยาเฉกเช่นเดียวกับผู้ขึ้นทะเบียนไว้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณชลธิชา แจ้งเร็ว ครับ🔗

นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ปทุมธานี

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรค่ะ ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคประชาชน วันนี้ดิฉัน มีเรื่องในพื้นที่มาปรึกษาหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกัน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ปทุมธานี

เรื่องแรกคือปัญหาในถนนคลองเเอล ๒-๓ ของเส้นคลองหลวง ซึ่งเป็นถนนที่มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะเวลาเร่งรีบของพ่อแม่พี่น้อง ชาวตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง แต่อย่างไรก็ตามในขณะนี้พบว่าถนนดังกล่าวมีสภาพ ชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก เป็นหลุม เป็นบ่อ ซึ่งในช่วงที่มีฝนตกก็จะเกิดน้ำท่วมขัง ซึ่งเป็นอันตราย แล้วก็สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน ดิฉันเองทราบว่าทาง อบต. คลองสาม ก็ได้พยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวหลายครั้งแล้ว แต่ว่าปัญหาก็ยังคงอยู่ ก็ฝากทางท่านประธานไปยัง อบต. คลองสามให้ช่วยเร่งรัดแล้วก็ ซ่อมแซมถนน โดยเฉพาะเรื่องของการหาวิธีการซ่อมแซมถนนที่ยั่งยืนมากขึ้นนะคะ🔗

เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของกลิ่นสารเคมีในท่อระบายน้ำบริเวณทางเข้า-ออก ซอยเทพกุญชร ๔๒ ในเขตเทศบาลเมืองท่าโขลง จากการรับฟังปัญหาของพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนในพื้นที่นะคะ ดิฉันพบว่าบริเวณดังกล่าวท่อระบายน้ำทางเข้าส่งกลิ่นเหม็นแล้วก็ คาดว่าเป็นกลิ่นของสารเคมี ซึ่งยังไม่ได้มีการเข้าไปตรวจสอบ โดยหน่วยงานรัฐ ว่ากลิ่นดังกล่าวเป็นกลิ่นของอะไร แล้วก็มีที่มามีสาเหตุจากอะไร แต่อย่างไรก็ตามประชาชน ในพื้นที่ก็เริ่มมีอาการหายใจไม่สะดวก จึงกังวลว่ากลิ่นดังกล่าวอาจจะส่งผลต่อสุขอนามัย ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่นะคะ จึงขอฝากทางท่านประธานผ่านไปยังสภาเทศบาล เมืองท่าโขลง แล้วก็กรมควบคุมมลพิษให้เข้ามาตรวจสอบและแก้ไขปัญหาดังกล่าวนะคะ🔗

เรื่องสุดท้ายค่ะ เรื่องของห้องเรียนคู่ขนาน ประชาชนในพื้นที่ในเขตเทศบาล เมืองท่าโขลงเช่นเดิม ก็ได้มีการร้องเรียนปัญหาของการขาดแคลนห้องเรียนคู่ขนานสำหรับ เด็กที่มีความต้องการพิเศษ ในขณะที่เราทราบกันดีว่า ในปัจจุบันนี้ปริมาณของเด็ก ที่มีความต้องการพิเศษก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก ดิฉันจึงขอฝากทางท่านประธานไปยังทางเทศบาล เมืองท่าโขลง แล้วก็รวมไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ช่วยพิจารณาเพิ่ม ห้องเรียนคู่ขนานให้กับเด็กพิเศษเหล่านี้ให้เขาได้เติบโตในสังคมไทยได้เช่นเดียวกัน ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณชัชวาล แพทยาไทย ครับ🔗

นายชัชวาล แพทยาไทย ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๗ พรรคไทยสร้างไทย อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอปทุมรัตน์ และอำเภอเมืองสรวง ผมมีเรื่องหารือ ท่านประธานดังนี้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายชัชวาล แพทยาไทย ร้อยเอ็ด

เรื่องแรก ผมได้รับเรื่องร้องเรียน จากท่านนายกบุญสืบ โทนหงสา นายกเทศมนตรีตำบลโพนสูง ถึงปัญหาถนนในพื้นที่ชำรุด ทรุดโทรม ปัจจุบันถนนสายสะพานลำเสียวใหญ่ บ้านท่าม่วง หมู่ ๓ ตำบลโพนสูง ถึงแยกบ้านขามป้อม หมู่ที่ ๖ ตำบลขี้เหล็ก อำเภอปทุมรัตต์ มีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อ หวั่นเกิดอันตรายต่อพี่น้องประชาชนที่ใช้ถนนเส้นดังกล่าวสัญจรไปมา ผมจึงขอฝาก ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ช่วยสนับสนุนอุดหนุนงบประมาณ ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านผู้ใหญ่สมนึก เจนชัย ท่านผู้ใหญ่ สุภาพ ขันทอง และท่านผู้ใหญ่ธนาดล สุดาปัง ถึงปัญหาความเดือดร้อนเกี่ยวกับการสัญจร ไปมาของพี่น้องประชาชนในการข้ามลำน้ำพลับพลา ที่เชื่อมระหว่างตำบลดงครั่งใหญ่ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด กับตำบลหนองไผ่ อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ สะพานดังกล่าวครับ มีขนาดเล็ก ส่งผลต่อการสัญจรไปมาที่ไม่สะดวก รถยนต์ไม่สามารถ ข้ามสะพานได้ ต้องใช้สันฝายกั้นน้ำสัญจรแทนสะพาน ในช่วงฤดูฝนน้ำท่วมบริเวณสันฝาย อาจเกิดอุบัติเหตุในการสัญจรไปมาได้ จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย หรือกรมชลประทาน ช่วยพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้พี่น้อง ประชาชนด้วยครับ🔗

เรื่องสุดท้าย ท่านประธานครับ ทุกข์ของชาวนา คือ ทุกข์ของแผ่นดิน ผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรชาวนาทุ่งกุลาร้องไห้ อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอปทุมรัตต์ อำเภอเมืองสรวง อำเภอสุวรรณภูมิ ที่ทำนาปีบริเวณลุ่มน้ำเสียวใหญ่ ปีนี้ลำน้ำเสียวใหญ่ และลำน้ำสาขาน้ำมาเร็วกว่าปกติ เอ่อท่วมนาข้าวเสียหายตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พอน้ำลดครับ ท่านประธานครับ เคราะห์ซ้ำกรรมซัด โรคระบาดตามมา ต้นข้าวใบแดงเหี่ยวยุบลงอย่างเห็นได้ชัด บางแปลงระบาดหนักถึงขั้นตายยกแปลง ใส่ปุ๋ยใส่ยายังไม่สามารถรักษาได้ เป็นโรคที่เกิดขึ้นใหม่ ไม่เคยเจอมาก่อนท่านประธาน ผมจึงอยากฝากผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ให้เร่งหาสาเหตุ หาแนวทางป้องกันรักษาเพื่อประชาสัมพันธ์และแจ้งพี่น้อง เกษตรกรชาวนา เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณญาณีนาถ เข็มนาค ครับ🔗

นางญาณีนาถ เข็มนาค อำนาจเจริญ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางญาณีนาถ เข็มนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอำนาจเจริญ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานคะ ดิฉันมีเรื่องหารือถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน สืบเนื่องจากการที่ดิฉันได้ลงพื้นที่ได้รับการร้องทุกข์จากผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ตลอดจนพี่น้อง ในเรื่องถนนที่สัญจรไปมา🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางญาณีนาถ เข็มนาค อำนาจเจริญ

เส้นแรกถนนหนองไฮ-ศรีสมบูรณ์ ช่วงบ้านพรเจริญ ตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอชานุมาน เส้นที่ ๒ ถนนหินกอง-โคกสะอาด ตำบลโคกสาร อำเภอชานุมาน เส้นที่ ๓ ถนนหนองมะเสี่ยง-เหล่าพรวน ช่วงทางเข้า บ้านดอนหมู ตำบลหนองไฮ อำเภอเสนางคนิคม เส้นที่ ๔ ถนนหนองทับม้า-บ้านกุดน้ำกิน ช่วงทางเข้าบ้านคืมข่า ตำบลเสนางคนิคม อำเภอเสนางคนิคม ถนนที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด อยู่ในความรับผิดชอบของ อบจ. อำนาจเจริญ เป็นถนนสายหลักที่พี่น้องสัญจรไปมามากมาย เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าทางการเกษตร และที่สำคัญเป็นถนนที่ลูกหลานนักเรียนต้องใช้เดินทางไปศึกษาเล่าเรียน ซึ่งเกิดชำรุดทรุดโทรม เสียหาย เป็นหลุมเป็นบ่อ ช่วงนี้ฝนตก พายุเข้า ทำให้มีน้ำท่วมขังและหลุมลึก รถจักรยานยนต์ รถยนต์เล็กได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงเรียนท่านประธานผ่านไปยัง อบจ. อำนาจเจริญ ฝนหยุดตก พายุผ่านเมื่อไร ให้เร่งรัดจัดสรรงบประมาณซ่อมแซมถนนดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพื่อให้พี่น้อง และลูกหลานได้เดินทางด้วยความสะดวกและปลอดภัยต่อไป ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณพนิดา มงคลสวัสดิ์ ครับ🔗

นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สมุทรปราการ

เรียนประธานที่เคารพ ดิฉัน พนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมุทรปราการ เขต ๑ อำเภอเมือง ตำบลท้ายบ้าน ตำบลปากน้ำ ตำบลบางเมือง ตำบลบางโปรง ตำบลบางด้วน พรรคประชาชน วันนี้ดิฉัน มีความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกัน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สมุทรปราการ

ปัญหาแรก ปัญหาน้ำประปา ขุ่นข้นในซอยคลองตาพร ตำบลท้ายบ้าน ที่ไม่ได้รับการแก้ไขมานานกว่า ๑ ปี ท่านประธานคะ น้ำประปาเป็นสีแบบในภาพสไลด์ พี่น้องประชาชนใช้ชีวิตอย่างยากลำบากไม่สามารถ ใช้น้ำประปาในการอุปโภคบริโภคได้ นอกจากสีจะขุ่นแล้วยังมีกลิ่นสนิมเนื่องจากท่อมีปัญหา ช่วงไหนมีตะกอนหนัก ๆ ประชาชนแจ้งการประปาไปก็จะส่งเจ้าหน้าที่มาระบายตะกอนใหม่ แล้วก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม ดิฉันให้ทีมงานเข้าไปตรวจสอบหลายต่อหลายครั้ง ได้พูดคุยกับ ทางการประปานครหลวงก็ได้ทราบข้อมูลว่ามีแผนปรับปรุงแล้ว แต่อยู่ในระหว่างการหารือ ร่วมกันกับเทศบาลบางปู เรื่องรูปแบบการวางท่อ กระบวนการนี้เป็นไปอย่างล่าช้า ฝากท่านประธานผ่านไปยังการประปานครหลวง และเทศบาลตำบลบางปูเร่งดำเนินการ ให้แล้วเสร็จเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนโดยเร็ว🔗

ปัญหาที่ ๒ การจัดการน้ำท่วมในช่วงน้ำทะเลหนุนสูง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นเมืองปากแม่น้ำอยู่ติดอ่าวไทย ในช่วงเดือนตุลาคมและเดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงที่ต้อง เฝ้าระวังอย่างหนักมาก เพราะเราจะเจอทั้งหมด ๓ น้ำด้วยกัน น้ำที่มาจากที่ราบสูง น้ำทะเล ที่หนุนสูง และน้ำฝนปลายฤดู แม้ตกเพียงไม่นานก็สามารถทำให้การจราจรเป็นอัมพาต ทั้งเส้นได้ จากการตรวจสอบพบว่าผู้ว่าราชการจังหวัดออกหนังสือราชการให้หน่วยงาน ภายใต้กำกับและหน่วยงานท้องถิ่น ติดตามปริมาณน้ำฝน เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง เตรียมอุปกรณ์ เตรียมเครื่องสูบน้ำไว้พร้อมใช้งานเรียบร้อยแล้ว แต่ดิฉันยังมีความกังวลอยู่หลายด้านค่ะ ทั้งการเตรียมความพร้อมของพื้นที่รับน้ำที่หลายพื้นที่ยังไม่ได้มีการขุดลอกคูคลองที่ตื้นเขิน หลายคลองยังคงมีวัชพืชปกคลุมหนาแน่นเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ ท่อระบายน้ำ ในชุมชนที่ไม่ถูกลอกมาหลายปี ระบบแจ้งเตือนภัย เสียงตามสายเอยที่ยังไม่ทั่วถึง ฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด กำชับหน่วยงานท้องถิ่นต่าง ๆ ให้บูรณาการจัดการปัญหา ร่วมกัน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด กระทบ ประชาชนน้อยที่สุด ทั้งนี้ ดิฉันขอแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากเหตุอุทกภัย ในทุกภูมิภาค และขอส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนทุกคน และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณอับดุลอายี สาแม็ง ครับ🔗

นายอับดุลอายี สาแม็ง ยะลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ เขตพื้นที่อำเภอกรงปินัง อำเภอบันนังสตา อำเภอธารโต และอำเภอเบตง ผมขอหารือ กับท่านประธาน เพียง ๑ เรื่อง🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอับดุลอายี สาแม็ง ยะลา

เนื่องจากว่าทางพื้นที่ของภาคใต้ โดยเฉพาะ ในเขตพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เริ่มจะเข้ามาเป็นฤดูฝนแล้ว ทีนี้ประเด็นว่า ณ ขณะนี้ ผลกระทบจากภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงก็ทำให้เกิดภาวะการมีฝนตกอย่างรุนแรงอย่างที่ เกิดขึ้นในหลาย ๆ พื้นที่ของประเทศไทย อย่างเช่น ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงราย จังหวัดน่าน และขณะนี้ก็เกิดปัญหาที่จังหวัดยะลา ที่อำเภอเบตง เมื่อ ๒ วันที่แล้วเกิดภาวะ เขาเรียกว่าเป็น Rain Bomb ท่านประธานครับ เรื่องเหล่านี้ก็อยากจะให้มีการประสานไปยัง พื้นที่อย่างเร่งด่วนที่จังหวัด เพื่อตรวจสอบในเรื่องของเครื่องเตือนภัยต่าง ๆ ที่มีอยู่ว่าสามารถ จะใช้การได้หรือไม่ แต่มีเหตุการณ์หนึ่งที่มันเกิดขึ้นอย่างที่แล้วมาว่า เครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่ ในเรื่องของระบบการเตือนภัยนั้นไม่สามารถที่จะตรวจจับในเรื่องของปัญหา Rain Bomb ได้ เพราะว่า Rain Bomb ก็คือเป็นภาวการณ์ที่มันเกิดจากโลกเดือดโลกร้อน ทำให้เกิด ฝนตกหนักเป็นจุด ๆ เดียวจำนวนมาก ส่วนใหญ่มักจะเกิดอยู่ที่สูง ทีนี้ในปลายปีที่ผ่านมา ปี ๒๕๖๖ พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เกิดปัญหาฝนตกหนักมากกว่า ๗๐๐ มิลลิลิตร ทำให้เกิดความเสียหาย ที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ถึงแม้เราจะผ่านงบประมาณไปแล้ว ปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขในสิ่งที่มันสูญเสีย ผมเกรงว่าจะเกิดการสูญเสียซ้ำ ในปีต่อไปนี้ก็อยากจะให้ท่านประธานประสานไปยังจังหวัดเพื่อให้มีการเตรียมการ อย่างเร่งด่วน เพราะคาดการณ์ว่าเมื่อ ๒ วัน เกิดที่อำเภอเบตง อีก ๒ วันจะเกิดที่อำเภอกาบัง อำเภอยะหา ซึ่งมันตกจากที่สูงทำให้น้ำไหลหลากลงมาทำให้เกิดความเสียหายกับพื้นที่ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วก็เกิดน้ำท่วมอย่างรวดเร็วเช่นกัน ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณยอดชาย พึ่งพร ครับ🔗

นายยอดชาย พึ่งพร ชลบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายยอดชาย พึ่งพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเมืองพัทยา ผู้แทนเมืองท่องเที่ยวครับ วันนี้ผมมี ๒ ประเด็นที่จะขอหารือกับท่านประธาน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายยอดชาย พึ่งพร ชลบุรี

ประเด็นแรก มีพี่น้องชาวเทศบาลเมืองหนองปรือ เกิดความวิตกกังวลในการใช้ชีวิตประจำวัน อันเนื่องมาจากถนนคอนกรีตมีดินสไลด์ เป็นโพรงใหญ่ ซึ่งถนนเส้นนี้พี่น้องประชาชนใช้สัญจรเป็นจำนวนมาก เกรงว่าจะเกิดอันตราย แก่ชีวิตและทรัพย์สิน หากไม่รีบแก้ไข ทางผู้บริหารท้องถิ่นท่านนายกเทศบาลเมืองหนองปรือ ได้ทราบเรื่องแล้ว ก็ได้นำกรวยมากั้นแบบนี้ ได้ทราบข้อมูลว่าตอนนี้อยู่ในช่วงการจัดซื้อจัดจ้าง ในระหว่างที่รอนี้ก็ขอให้ทางผู้บริหารก็คือนายกเทศบาลเมืองหนองปรือ สร้างความมั่นใจ ให้กับพี่น้องประชาชน โดยการเพิ่มป้ายเตือน ไฟส่องสว่างเตือนถนนชำรุดในเวลากลางคืน เพื่อลดโอกาสการเกิดความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน🔗

ต่อไปก็เป็นประเด็นที่ ๒ ปัญหาต่างด้าวแย่งอาชีพสงวนของคนไทย ด้วยมีพี่น้องประชาชนในพื้นที่เทศบาลเมืองหนองปรือ แล้วก็เมืองพัทยา ร้องเรียนมายัง ผู้แทนราษฎรว่า ในพื้นที่มีต่างด้าวเข้ามายึดอาชีพหาบเร่แผงลอยในตลาดสดเป็นจำนวนมาก เลยนะครับในพื้นที่ผม โดยมีลักษณะเป็นเจ้าของขายเอง มีการรับเงินสด เงินโอนเข้าบัญชี ตัวเอง สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจาก การตั้งราคาที่ไม่เป็นธรรม คุณภาพของสินค้า และสุขอนามัยในตลาด ประเด็นนี้ผมเคยหารือ กับท่านประธานมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๗ แต่ก็มิได้นำพาใด ๆ ทั้งสิ้น หรือเป็นเพราะว่าทางผู้รับผิดชอบไม่เห็นถึงความสำคัญในการใช้กลไกรัฐสภาของเรา ในการนำของท่านประธานที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน รัฐสภาของเราเป็นรัฐสภา ของประชาชน เป็นที่พึ่งของประชาชน หวังว่าท่านประธานจะใช้กลไกของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจท่านไว้ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไขความทุกข์ร้อน ของพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณรวี เล็กอุทัย ครับ🔗

นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอปรึกษาหารือในประเด็นปัญหาส่วนความรับผิดชอบของกรมโยธาธิการ และผังเมือง ซึ่งจะแบ่งเป็น ๒ ประเด็น คือประเด็นด้านปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนและประเด็นด้านการพัฒนาพื้นที่ โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับท่านประธาน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ประเด็นแรก คือประเด็นปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ริมตลิ่ง ซึ่งได้รับความเสียหายจากการถูกลำน้ำ กัดเซาะเข้าไปในเขตบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน ตลอดจนทำให้พื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะถนนทรุดพังตามภาพเลยครับท่านประธาน โดยมี ๒ จุดที่มีปัญหาครับ และต้องขอฝากให้กรมโยธาธิการและผังเมืองรีบเร่งเข้าไปช่วยดูแล นั่นคือพื้นที่ที่อยู่อาศัย ติดริมแม่น้ำน่านของพี่น้องประชาชน หมู่ที่ ๕ ตำบลไร่อ้อย อำเภอพิชัย และพื้นที่ของพี่น้อง ประชาชนที่อยู่ริมคลองแม่พร่อง หมู่ที่ ๖ ตำบลไผ่ล้อม อำเภอลับแล🔗

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมได้รับเสียงสะท้อนจากพี่น้องตำบลทุ่งยั้ง และตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล ที่ต้องการให้ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองช่วยเข้ามา พัฒนาพื้นที่ เพื่อให้เกิดการทำประโยชน์สาธารณะแก่พี่น้องประชาชน โดยจุดแรกคือ บริเวณอนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร หมู่ที่ ๗ บ้านท้องลับแล ตำบลฝายหลวง ซึ่งเป็นพื้นที่ ประวัติศาสตร์ยาวนานครับ เป็นที่ตั้งปฐมกษัตริย์ผู้ครองเมืองลับแล และมีการจัดงาน ประเพณีสำคัญอยู่เป็นประจำ รวมถึงในพื้นที่นี้ยังมีฝายหลวง ซึ่งเป็นฝายกั้นน้ำแห่งแรก ของไทยอีกด้วย และอีกพื้นที่หนึ่งครับ ก็คือบริเวณสวนสาธารณะหนองพระแล หมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๖ ตำบลทุ่งยั้ง ซึ่งเป็นสวนสาธารณะหลักที่พี่น้องประชาชนจะเข้ามาใช้ออกกำลังกาย พักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงจัดกิจกรรมต่าง ๆ แต่ปัจจุบันได้ทรุดโทรมลงตามกาลเวลา และจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง โดยทั้ง ๒ จุดนี้ หากได้มีการออกแบบพัฒนาผังเมืองรวม ที่ดีจากกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อพัฒนาให้เป็นพื้นที่สาธารณะที่มีการต่อยอดทุน ทางวัฒนธรรม มีพื้นที่สีเขียวและที่สาธารณะที่สามารถให้พี่น้องประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์ ทั้งออกกำลังกายก็ดี หรือจัดกิจกรรมต่าง ๆ ก็ดี ก็จะสามารถพัฒนา เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของจังหวัดอุตรดิตถ์ได้อีกต่อไปครับ ดังนั้นผมจึงขอเรียน ผ่านท่านประธานไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย โปรดช่วยเห็นใจ พี่น้องชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ และจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว เหล่านี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณกฤช ศิลปชัย ครับ🔗

นายกฤช ศิลปชัย ระยอง

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม กฤช ศิลปชัย ผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดระยองครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องขอปรึกษาหารือท่านประธานทั้งสิ้น ๗ เรื่องครับ แต่คงจะพูดในสภาแห่งนี้ ได้สัก ๓ เรื่อง ส่วนที่เหลือผมจะขออนุญาตส่งเป็นเอกสารถึงท่านประธานนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกฤช ศิลปชัย ระยอง

เรื่องแรกครับท่านประธานครับ บริเวณสี่แยก กะเฉด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง คือถนนทางหลวงหมายเลข ๓๓๒๐ ตัดเส้นทางหลวง หมายเลข ๓ และแยกทางหลวง ๓๒๑๙ ตัดเส้นสุขุมวิทครับ บริเวณ ๒ สี่แยกนี้ได้มีการ เวนคืนที่ดินบริเวณดังกล่าวไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ เพื่อทำช่องทางเลี้ยว หรือที่เรียกกันว่าหูช้าง เพื่อให้การจราจรสะดวกขึ้น บัดนี้เวลาผ่านมา ๓๐ กว่าปีแล้วครับ แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบ ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ อีกทั้งยังเป็นอันตรายต่อผู้สัญจรในชุมชน จึงขอนำเรียน ผ่านท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมทางหลวงเร่งดำเนินการแก้ไข ปัญหาดังกล่าวครับ🔗

เรื่องที่ ๒ บริเวณถนน รย. ๒๐๖๑ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง บริเวณถนน เส้นหนองมะหาด ช่วงตั้งแต่ปากซอยชายกระป่อม ๓ ไปจนถึงสะพานข้ามคลองทับมา ช่องทางมุ่งไปทางห้างเซ็นทรัลพลาซ่าระยองไม่มีท่อระบายน้ำครับท่านประธาน จึงทำให้น้ำ จากบ้านเรือนและร้านค้าไหลออกมาอยู่ที่บริเวณถนน ส่งกลิ่นเหม็นและมีน้ำขังตลอดเวลา อีกทั้งริมทางมีต้นไม้ขึ้นรกบดบังป้ายจราจร มีเศษอาหารและขยะอยู่ในบริเวณดังกล่าว มากมาย จึงขอนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมทางหลวง ชนบท และจังหวัดระยอง เร่งจัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เรื่องไฟส่องสว่างถนนหมายเลข ๓ บริเวณถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าไป จังหวัดจันทบุรี บริเวณหน้าสหกรณ์การเกษตรศรีเมืองระยอง จำกัด หน้าบริเวณ ตลาดศรีมงคล พื้นที่หมู่ ๖ ตำบลตะพง และหน้าหมู่บ้านบ้านฉาง พื้นที่หมู่ ๗ ตำบลตะพง ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนที่มีการสัญจรเข้าออกบ่อย เป็นอันตรายกับประชาชนที่พักอาศัย อยู่ในบริเวณดังกล่าวและสัญจรไปมาครับ ทั้ง ๓ จุดมีเสาไฟส่องสว่างแต่ว่าไม่มีไฟส่องสว่าง จึงนำเรียนท่านประธานไปยังกรมทางหลวงเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณร่มธรรม ขำนุรักษ์ ครับ🔗

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ ผมขออนุญาตนำปัญหาและความต้องการของพี่น้องประชาชนมาหารือดังต่อไปนี้ครับ🔗

๑. ขอให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้บูรณาการการบริหารจัดการ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้และจังหวัดพัทลุง โดยคาดการณ์ ว่าอาจเกิดน้ำท่วมมากกว่าปีก่อน ๆ สำหรับในจังหวัดพัทลุงพื้นที่ริมภูเขาและริมอ่างเก็บน้ำ มักได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก เช่น ในอำเภอป่าบอน อำเภอตะโหมด อำเภอกงหรา อำเภอศรีนครินทร์ อำเภอศรีบรรพต และอำเภอป่าพะยอม ขณะด้านพื้นที่รองรับน้ำ ชายคลอง แล้วก็ริมทะเลสาบ ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังและน้ำทะเลหนุนครับ เช่น ในอำเภอปากพะยูน อำเภอบางแก้ว อำเภอเขาชัยสน อำเภอเมือง และอำเภอควนขนุน โดยขอให้มีการป้องกันความเสียหาย ควรมีระบบแจ้งเตือนภัยในระดับพื้นที่ให้ทั่วถึง ควรเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ช่วยเหลือประชาชน และขอให้จัดการทางระบายน้ำให้สะดวก ทั้งห้วย หนอง คูคลอง ซึ่งปัจจุบันหลายพื้นที่ทางระบายน้ำไม่สะดวก มีการตื้นเขิน มีวัชพืช มีสิ่งกีดขวาง และท่อระบายน้ำที่ไม่เหมาะสม โดยสมควรปรับปรุงทางระบายน้ำตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำอย่างเป็นระบบ🔗

๒. ขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และสำนัก งบประมาณได้จัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างอาคารบำบัดรักษายาเสพติดของ โรงพยาบาลป่าบอน จังหวัดพัทลุง ในโครงการมินิธัญญารักษ์ เพื่อรองรับการบำบัดรักษา ผู้ป่วยยาเสพติดที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในหลายอำเภอของจังหวัดพัทลุงครับ🔗

๓. ขอให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำ และสำนัก งบประมาณได้สนับสนุนงบประมาณให้แก่ อบต. ทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ในการก่อสร้างประปาหมู่บ้านขนาดใหญ่ พื้นที่บ้านพรุโอน หมู่ที่ ๑ และบ้านยางขาคีม หมู่ที่ ๖ ตำบลทุ่งนารี เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งช่วงที่ผ่านมา พี่น้องได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำอุปโภคและบริโภคครับ🔗

เรื่องที่ ๔ สุดท้ายครับท่านประธานครับ ขอให้กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงบประมาณ ได้จัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างอาคารผ่าตัดผู้ป่วยหนัก และผู้ป่วยใน อุบัติเหตุ ๕ ชั้น ของโรงพยาบาลตะโหมด เพื่อเป็นโหนดรองรับผู้ป่วย ๖ อำเภอโซนใต้ของจังหวัดพัทลุง และลดความแออัด ลดระยะเวลาการเดินทางของผู้ป่วย ไปยังตัวเมืองหรือต่างจังหวัด โดยปัจจุบันมีผู้ป่วยมาใช้บริการที่โรงพยาบาลตะโหมด จำนวนมากครับ แต่ยังขาดแคลนอุปกรณ์รองรับ โดยได้มีการของบประมาณในปี ๒๕๖๘ แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรร โดยผมขออนุญาตส่งเอกสารทั้งหมดผ่านท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ ครับ🔗

นายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ นครราชสีมา

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายศุทธสิทธิ์ พจน์ศักดิ์ ผู้แทนเขต ๓ จังหวัดนครราชสีมา พรรคประชาชนครับ ผมมีข้อหารือ ๓ เรื่องด้วยกันนะครับท่านประธาน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ นครราชสีมา

ข้อที่ ๑ เรื่องไฟส่องสว่าง ที่ตำบลสุรนารี หมู่ ๖ เส้นแยกมาบเอื้อง หมู่บ้านเอื้องงามวิลล์ และบริเวณซอยบ้านตางัด มันเป็นถนนเส้นหนองปลิง ซอย ๑ ตัดสี่แยก มทส. ประตู ๑ มุ่งหน้าสู่ซอยสามยอดนะครับ เป็นระยะทางกว่า ๕-๖ กิโลเมตร ตรงนี้มืดสนิทมีพี่น้องประชาชนใช้พื้นที่ตรงนี้สัญจร และเป็นอันตรายมาก เพราะว่ามันมีแยกเยอะมากเลยนะครับ ก็ฝากกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นฝากดูแลตรงนี้ด้วยนะครับ ผมปรึกษากับนายก บรรจบ ม่วงแม้น นายก อบต. เทศบาล ตำบลสุรนารีนะครับ ท่านบอกว่างบประมาณไม่เพียงพอจริง ๆ ท่านพยายามจัดสรรแล้ว ก็ฝากด้วยนะครับ🔗

ข้อที่ ๒ คือเรื่องที่ผมเคยหารือไปเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ แต่ตอนนี้ ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลยนะครับ เรื่องถนนทางข้ามทางด่วน M6 ตรงนี้เป็นถนนที่ ข้ามมาจากตำบลสีมุม แล้วจะมีรถคอยข้ามถนนนะครับ เห็นไหมครับ คันสีขาว ๆ ชอบตัดหน้า ตรงตีนสะพานเลยนะครับ รถที่ขึ้นสะพานแล้วลงมาจะเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้งเลยนะครับ ก็จะฝากกรมทางหลวงชนบทช่วยดูแลตรงนี้หน่อยนะครับ เอาอะไรไปกั้นไว้หรือว่าจะทำเป็น Bunker ขึ้นมาก็ได้นะครับ ฝากให้ท่านพิจารณาตามกรอบอำนาจหน้าที่ของท่านด้วยนะครับ🔗

ข้อที่ ๓ เป็นเรื่องที่เคยหารือไปแล้วอีกเหมือนกัน ที่บริเวณที่กลับรถหน้า HomePro ตรงข้ามกับไทวัสดุ ที่แยกตรงนี้มันจะมีรถออกมาจากซอยนะครับ ผู้ใช้รถใช้ถนน มีอยู่หลายพันคันต่อวัน เพราะว่าชาวบ้าน ๔-๕ ตำบลในซอยนั้นจะใช้เส้นนี้ออกมาเพื่อกลับรถ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากกรมทางหลวงช่วยดูแลนะครับ ตอนนั้นผมหารือไปว่าจะเป็น สะพานกลับรถดีไหม แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหว ก็อยากจะฝากท่านลองพิจารณา ดูตามกรอบอำนาจหน้าที่ของท่านนะครับท่านประธาน ผมมีข้อหารือเท่านี้ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล ครับ🔗

นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๓ อำเภอสันกำแพง อำเภอแม่ออน อำเภอดอยสะเก็ด พรรคประชาชนครับ ผมมีเรื่องหารือเร่งด่วน ๑ เรื่อง และเรื่องทั่วไป ๔ เรื่องครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

เรื่องเร่งด่วนเรื่องแรก สถานการณ์ น้ำท่วมในจังหวัดเชียงใหม่ ณ ขณะนี้ น้ำไล่มาตั้งแต่อำเภอเชียงดาว อำเภอแม่แตง อำเภอแม่ริม เข้าอำเภอเมืองสารภี และจะไปอำเภอหางดง อำเภอสันป่าตอง รวมถึง อำเภอสันทราย อำเภอดอยสะเก็ด อำเภอสันกำแพงด้วยเช่นกันนะครับ ขณะนี้น้ำเพิ่มสูงขึ้น ยังมีมวลน้ำจากภูเขาไหลลงมาอยู่ ในพื้นที่เรามีบุคลากร เรามีอุปกรณ์นะครับ แต่ว่าเรือครับ ปัญหาโลจิสติกส์ตอนนี้เรามีเรือไม่เพียงพอ เมื่อช่วงเช้าผมประสานกับทาง ปภ. เชียงใหม่ ให้ประสานหาเรือแล้วก็จัดสรรให้กระจายไปยังอำเภอที่มีความต้องการนะครับ แล้วเมื่อวาน ท่าน มท.๑ ก็ไปเชียงใหม่เช่นกัน อยากจะฝากเรื่องนี้ย้ำในที่แห่งนี้อีกครั้งนะครับ🔗

เรื่องถัดไปเป็นเรื่องทั่วไป ๔ เรื่องนะครับ ย้อนไปสไลด์เมื่อสักครู่นี้ก็ได้ครับ ๓ เรื่องแรกจะนำส่งไปยังทางหลวงชนบทเชียงใหม่นะครับ จุดแรกครับเป็นจุดปากทางเข้า บริเวณบ้านบ่อหินถึงบ้านท่ารั้ว ทางหลวงชนบทหมายเลข ๓๐๑๓ ปากทางเข้า ๕ เมตรครับ ทางหลวงชนบทเคยขยายไหล่ทางแล้วมันทับรางระบายน้ำนะครับ ก็ฝากประสานให้เร่งรัด มาซ่อมแซมแก้ไขเพื่อให้น้ำที่ขังตรงนี้มันได้หายไปนะครับ🔗

อันต่อไปครับ ทางหลวงชนบทรหัสเดียวกันครับ ๓๐๑๓ บริเวณบ้านพยากหลวง ซอย ๑๑ ปากทางนี้เชื่อมกับซอยที่เข้าหมู่บ้าน ซอยนี้น้ำขังนะครับ ทางเทศบาลต้องการ ที่จะทำรางระบายน้ำ ติดแค่ให้ทางหลวงชนบทอนุญาตแค่นั้นเองนะครับ🔗

เรื่องถัดไป เรื่องที่ ๓ อันนี้ก็เป็นทางหลวงอีกเส้นหนึ่ง ทางหลวงชนบท ๕๑๒๓ บริเวณหมู่ที่ ๑ ตำบลออนกลาง อันนี้ไฟดับเดี๋ยวผมนำส่งพิกัดให้นะครับว่าอยู่ตรงไหน แล้วก็ฝากให้ทางหลวงชนบทไปเปลี่ยนหลอดไฟนะครับ🔗

เรื่องที่ ๔ เรื่องสุดท้ายครับ เป็นถนนของ อบจ. เชียงใหม่ ชม.ถ. ๑-๐๑๐๒ ระยะทางแค่ ๑.๕ กิโลเมตร หมู่ ๑๕ ตำบลสันปูเลย อำเภอดอยสะเก็ด ในพื้นที่พยายาม ที่จะประสานให้ อบจ. มาซ่อมแซม ๓-๔ ปีแล้วไม่มาสักทีนะครับ ก็ฝากเรื่องนี้นำเรียนไปยัง อบจ. เชียงใหม่ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณวุฒิพงศ์ ทองเหลา ครับ🔗

นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา ปราจีนบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วุฒิพงศ์ ทองเหลา ผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคชาติพัฒนา วันนี้ผมมีเรื่องหารือ ความเดือดร้อน ๒ เรื่องด้วยกันดังนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา ปราจีนบุรี

ปัญหาที่ ๑ ปัญหาไฟส่องสว่าง บริเวณแหล่งท่องเที่ยวน้ำตก ทางหลวงชนบท ปจ. ๒๐๑๐ ซึ่งติดกับแหล่งท่องเที่ยวน้ำตก ในพื้นที่อำเภอประจันตคาม ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันไม่เคยมีไฟส่องสว่างยามค่ำคืน ในเส้นทางดังกล่าว โดยจากภาพครับ ระยะทางเพียงไม่ถึง ๓ กิโลเมตร มีน้ำตกติดกับ ทางหลวงชนบทเส้นดังกล่าวอยู่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกคลองช้างคลาน น้ำตกสาวน้อย น้ำตกธารทิพย์ พอเริ่มมืดนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยว รวมถึงชาวบ้านที่ขับรถ ด้วยความยากลำบากในช่วงเวลากลางคืน ผมก็หวั่นเกรงจะเกิดอุบัติเหตุกับชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวในพื้นที่ จึงฝากท่านประธานถึงหน่วยงานกรมทางหลวงชนบทจังหวัดปราจีนบุรี เร่งรัดเข้าแผนเพื่อติดตั้งไฟส่องสว่าง อำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว รวมถึงชาวบ้าน ในพื้นที่🔗

ปัญหาที่ ๒ ปัญหาสะพานแคบ รถยนต์ส่วนบุคคลไม่สามารถขับสวนเลนได้ จากภาพที่เราเห็น บริเวณสะพานหน้าวัดหนองแก้ว ตำบลหนองแก้ว อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี กรมโยธาธิการและผังเมืองได้เข้ามาก่อสร้างสะพานให้ชาวบ้านตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ถึงปัจจุบันสะพานมีอายุกว่า ๓๔ ปี สะพานแห่งนี้เป็นเส้นทางหลักที่ชาวบ้าน ตำบลหนองแก้วใช้เดินทางไปโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงเรียน และวัด ท่านประธานครับ บางช่วงหน้าวัดหนองแก้วจัดกิจกรรมประเพณีทางศาสนา รถจะติด ในบริเวณสะพานดังกล่าวเป็นระยะทางร่วมกิโล แต่อย่างไรก็ดีครับ สะพานนี้ในปัจจุบัน ผมเห็นว่าควรมีการขยายปรับเพิ่มให้รถสามารถขับสวนเลนกันได้ ผมจึงอยากฝากปัญหานี้ ผ่านท่านประธานไปถึงหน่วยงานกรมโยธาธิการและผังเมืองผู้รับผิดชอบสะพานแห่งนี้ได้เข้ามา รับผิดชอบขยายเพื่อให้รถยนต์สามารถขับสวนเลนได้ปกติ และเพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ ได้ใช้ประโยชน์ต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ครับ🔗

นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สงขลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่อง หารือกับท่านประธาน จำนวน ๒ เรื่องครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สงขลา

เรื่องแรก เป็นความเดือดร้อนของพี่น้อง ที่อาศัยอยู่ริมฝั่งคลอง บริเวณชุมชนวัดคลองแหและชุมชนบิ๊กซี ซอย ๑๒ หลังคลองแห-คูเต่า ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาครับ ซึ่งบริเวณพื้นที่ได้รับผลกระทบ จากการกัดเซาะจากการไหลผ่านของน้ำในลำคลอง เป็นเหตุให้ตลิ่งพังเป็นทางยาว ๔๐๐ เมตรครับ เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน สืบเนื่องมาจากพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ ชุมชนหนาแน่น รวมไปถึงวัดวาอารามที่ผู้คนให้ความศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง จึงอยากฝาก ความเดือดร้อนผ่านไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ภายใต้ความดูแลของกระทรวงมหาดไทย ช่วยพิจารณาผลักดันงบประมาณอย่างเร่งด่วน และลงมาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ตลาดน้ำคลองแหครับท่านประธาน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ของอำเภอหาดใหญ่ และผมเชื่อว่าหลายท่านเคยไปเยือน ณ ที่นี้มาแล้วครับ ซึ่งตลาดน้ำ คลองแหนี้ปัจจุบันเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติจำนวนมาก โดยมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่ตลาดน้ำแห่งนี้ประมาณ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ รายต่อสัปดาห์ครับ และที่สำคัญเกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ มีทั้งชาวมาเลเซีย ชาวสิงคโปร์ พี่น้องชาวตะวันออกกลาง ส่วนหนึ่งก็เพราะพื้นที่ใกล้เคียงเรามีมัสยิดที่ใหญ่โตสวยงามครับ และมีเจดีย์ชเวดากอง องค์แรกพี่น้องชาวพม่ามาสร้างให้ในประเทศไทย แต่มาวันนี้ครับ พื้นที่ตลาดน้ำคลองแห มีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการชำรุดทรุดโทรมของสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ตลาดน้ำ คลองแห และสำคัญอย่างมากคือการเช่าพื้นที่ทับซ้อนกับทางเอกชนครับ จึงเป็นอุปสรรค สำคัญยิ่งในเชิงของการนำงบประมาณลงมาพัฒนา ด้วยว่าผิดหลักการใช้จ่ายของงบประมาณ ในพื้นที่เอกชน ผมได้มีโอกาสหารือกับคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองคลองแห และได้ลงไปยัง พื้นที่กับ นายประจักษ์ ชูแก้ว ท่านรองนายกเทศมนตรีเมืองคลองแห มีความเห็นตรงกันว่า บริเวณริมฝั่งคลองที่มีความกว้างมากพอประมาณ จึงกราบเรียนขออนุญาตผ่านทาง ท่านประธานไปยังกรมเจ้าท่าสงขลา กรมเจ้าท่าภายใต้กระทรวงคมนาคม ขอให้พิจารณา ความจำเป็นอย่างยิ่งนี้ให้อนุญาตใช้พื้นที่ริมฝั่งคลองครับ นับจากตลิ่งลงมา ๒๐-๒๕ เมตร ยาวกว่า ๔ เมตร ไปจนถึงสะพานลพบุรีราเมศวร์ เพื่อพัฒนาเป็นตลาดน้ำขนาดใหญ่ จะได้นำ งบประมาณของภาครัฐและเอกชนมาพัฒนาได้อย่างถูกต้อง กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณรภัสสรณ์ นิยะโมสถ🔗

นางสาวรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ลำปาง

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน รภัสสรณ์ นิยะโมสถ ผู้แทนราษฎรคนลำปางค่ะ มีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง ด้วยกันค่ะ🔗

เรื่องแรกคือ บานประตูระบายน้ำจากฝายน้ำล้นหลายแห่งขาดการบำรุงรักษา จึงชำรุดเสียหาย เปิดปิดยากลำบาก เวลาที่น้ำสูงขึ้นก็ไม่สามารถเข้าไปเปิดไปปิดได้ อย่างทันเวลานะคะ ยกตัวอย่างที่บ้านทุ่งขามใต้ หมู่ที่ ๙ ตำบลใหม่พัฒนา อำเภอเกาะคา จึงขอฝากผ่านท่านประธานไปยังอธิบดีกรมชลประทานให้จัดสรรงบประมาณในการสำรวจ และบูรณะซ่อมแซมประตูระบายน้ำเหล่านี้ค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับร้องเรียนเป็นจำนวนมากเลยเกี่ยวกับเรื่องถนนในบริเวณ ช่วงบ้านสองแควพัฒนา หมู่ ๕ ตำบลนาแส่ง เชื่อมต่อไปยังตำบลวังพร้าว พังเสียหาย สภาพถนนอย่างกับดาวอังคารเลยนะคะ ทีนี้ทราบว่าทาง อบต. ได้มีการทำหนังสือไปตามกับ ผู้รับเหมาแล้วให้มาซ่อมแซม ทำหนังสือไปหลายครั้งหลายคราค่ะ แต่ก็ยังไม่มีการเข้ามา ซ่อมแซม จึงขอฝากผ่านท่านประธานไปยังอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่า จะมีแนวทางใดที่จะเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ และตอนนี้จังหวัดลำปาง ได้ประสบกับอุทกภัยครั้งใหญ่ แม่น้ำวังเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนในหลายพื้นที่🔗

สุดท้ายนี้ดิฉันต้องขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตในอำเภอห้างฉัตร และอำเภอเกาะคาด้วยนะคะ พร้อมทั้งชื่นชมหน่วยงานที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขัน ในการให้ความช่วยเหลือกับพี่น้องทุกท่าน และขอส่งกำลังใจให้กับพี่น้องชาวลำปางได้ผ่านพ้น ช่วงเวลาอันยากลำบากไปด้วยกันค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล🔗

นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ภูเก็ต

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาชน เขตอำเภอถลาง และตำบลกระทู้ วันนี้ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องชาวภูเก็ตมาปรึกษาหารือ ท่านประธานดังนี้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ภูเก็ต

ขณะนี้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ เขตอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก เช่น บริเวณตำบลเชิงทะเล บริเวณป่าสัก ซอย ๑ ซอย ๓ ซอย ๕ ซอย ๘ ซอยลายัน ๗ ซอยบางเทา ๗ หน้าสวนน้ำบลูทรี หรือตำบลเทพกระษัตรี บริเวณบ้านป่าครองชีพ หมู่ ๙ น้ำท่วมหนักมาก บ้านเรือนและที่ดิน ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง เนื่องจากมีสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำ มีเศษดินและวัสดุก่อสร้าง ที่ไหลมาอุดตันในลำคลองต่าง ๆ ส่งผลให้น้ำท่วม เนื่องจากคลองระบายน้ำไม่ทัน น้ำไม่มีที่ไป การแก้ปัญหาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นติดขัดปัญหาเรื่องแนวเขตการปกครอง มีหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ฝากไปยังนายกรัฐมนตรีให้มีการออกแบบระบบระบายน้ำ ทั้งจังหวัดภูเก็ต เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ตรวจสอบโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ที่สร้างทับลำรางขวางทางน้ำหรือถมที่ดิน เพื่อเปลี่ยนทางน้ำว่าดำเนินการถูกต้อง ตามกฎหมายหรือไม่ และให้เร่งจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ประสบภัยด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ มีการลักลอบตัดไม้บนเทือกเขากมลา บริเวณตำบลกระทู้และตำบล ศรีสุนทร ฝากไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตรวจสอบด้วยนะครับว่า การตัดไม้เป็นอย่างไรบ้าง มีรายงานผลการดำเนินคดีบ้างหรือไม่ว่าจับกุมได้แล้วกี่ราย และให้เร่งฟื้นฟูให้กลับมามีสภาพดังเดิมด้วยครับ🔗

เรื่องสุดท้ายครับ ได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากตัวแทนพรรคประชาชน ในอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เรื่อง การขออนุญาตใช้ไฟฟ้าในเขตอุทยานแห่งชาติ ประชาชนบ้านบางหน๊ะ หมู่ ๑๐ ตำบลสำนักแต้ว อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง ร้องเรียนถึงปัญหาสาธารณูปโภคไฟฟ้า ซึ่งตั้งหมู่บ้านตั้งแต่ ปี ๒๕๐๘ จนถึงปัจจุบัน ยังไม่ได้มีโอกาสใช้ไฟฟ้าเลยครับ นอกจากนี้ยังมีปัญหาอื่น ๆ เช่น การขึ้นทะเบียนศาสนสถาน มัสยิดอิบาดุรเราะห์มานให้ถูกต้อง การโค่นต้นยางพารา ที่หมดอายุปรับปรุงซ่อมแซมถนนไม่สามารถทำได้ ประชาชนพยายามขออนุญาตมาโดยตลอด แต่ยังไม่ได้รับอนุญาต จึงฝากไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งอนุญาตการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการไฟฟ้าให้ประชาชนในพื้นที่ ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณถนอมพงศ์ หลีกภัย ครับ🔗

นายถนอมพงศ์ หลีกภัย ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ถนอมพงศ์ หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดตรัง เขตเลือกตั้งที่ ๑ ท่านประธานครับ วันนี้กระผมขอหารือท่านประธาน ๒-๓ เรื่องครับ ผมได้รับร้องเรียนจาก ท่านสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ท่าน สจ. สุนันท์ ล่ำทรัพย์ เรื่องต้นไม้ถนนสาย ๔๑๒๓ บ้านโพธิ์-น้ำผุด ซึ่งเป็นถนน ๒ เลน ข้าง ๆ ประกอบมีต้นไม้ใหญ่ เช่น ต้นยางนา ต้นไม้พยอม การเดินทางสัญจรไม่สะดวกครับ เพราะว่าถนนแคบ แล้วก็ช่วงนี้เป็นช่วงที่มี ฝนตกชุกนะครับท่านประธาน การจราจรตอนเช้าชั่วโมงเร่งด่วนจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง แล้วยิ่งตอนกลางคืนไฟฟ้าแสงสว่างก็น้อย อยากจะฝากผ่านท่านประธานสภาไปถึง ผู้รับผิดชอบ เช่น แขวงการทาง พร้อมด้วยถนนสายชลประทานตำบลนาพละ ตำบลนาหมื่นศรี🔗

เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ตำบลน้ำผุดเป็นพื้นที่เกษตรกรรมในช่วงฤดูแล้ง ไม่ได้มีการเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้ง เสนอขอให้ท่านทำเขื่อนขนาดกลางหรือขนาดเล็ก เพื่อช่วยในการเก็บน้ำภายในตำบล🔗

เรื่องที่ ๓ ได้รับร้องเรียนจาก นายธีรวัฒน์ ชูเวทย์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๓ ตำบลนาโต๊ะหมิง เกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วมซ้ำซากเป็นเวลานาน โดยไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้ถนน เป็นหลุมเป็นบ่อ ต้องหาทางแก้ไขให้โดยเร็วนะครับท่านประธาน เพราะว่าชาวบ้านเดือดร้อน มาหลายช่วงคนแล้วครับ🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๖ ตำบลบ้านปากห้วย ตำบลน้ำผุด ท่านผู้ใหญ่อิสรา จันทักษ์ เกี่ยวกับปัญหาสิทธิทำกิน ในเขตพื้นที่ตำบลน้ำผุดนะครับ เพราะ ๙๐ เปอร์เซ็นต์เป็นพื้นที่เกษตรกรรม เขตอุทยาน ชาวบ้านขึ้นไปทำแปลงเกษตรอะไรต่าง ๆ ก็โดนเจ้าหน้าที่ป่าไม้ขึ้นไปจับ ขึ้นไปกีดกัน ไม่ให้ทำต่อ ซึ่งเป็นปัญหากับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ผมเลยฝากท่านประธาน ไปถึงผู้รับผิดชอบ เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ช่วยฝากท่านประธานไว้ด้วยนะครับ ด้วยความเคารพ ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณกัณตภณ ดวงอัมพร ครับ🔗

นายกัณตภณ ดวงอัมพร กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายกัณตภณ ดวงอัมพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ตัวแทนของพี่น้องชาวพญาไท ดินแดงครับ วันนี้จะนำเรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องในพื้นที่มาหารือ จำนวน ๕ เรื่องครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายกัณตภณ ดวงอัมพร กรุงเทพมหานคร

เรื่องที่ ๑ โครงการก่อสร้าง คอนโดมิเนียมสูง ๘ ชั้น ซอยประดิพัทธ์ ๒๓ ก่อทั้งฝุ่นควัน ทั้งเศษฝุ่นปลิวจากรถบรรทุก ผู้อาศัยในบริเวณเดือดร้อนครับ โดยเฉพาะคนเดินตลาด พ่อค้า แม่ค้าต้องใส่ Mask กันนะครับ ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย โปรดกวดขันบังคับใช้ กฎหมายคอนโดมิเนียมในซอยแคบทั่วกรุงเทพมหานครครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ปัญหารถติดหน้าศูนย์การศึกษาวิชาทหาร ถนนวิภาวดี ดินแดง เหตุเกิดจากผู้ปกครองจอดรถรับนักเรียนในวันที่มีการเรียนครับ ทำให้การจราจรติดขัดสะสม ยาวนาน ทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เรื้อรังมาหลายปี ถึงกระทรวงกลาโหมครับ โปรดพิจารณา ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ผมรับเรื่องร้องเรียนจากตำรวจ สน. สุทธิสารครับ กรณีโครงการ ผายปากทางบริเวณทางแยกประชาสุขครับ ได้นำสายสัญญาณไฟแบ่งช่องจราจรออกก่อน ปรับปรุงครับ พอผายทางเสร็จแล้วก็ยังไม่นำกลับมาติดตั้งทำให้ผู้ใช้รถเกิดความสับสน ในการใช้เส้นทางจราจรได้ครับ จึงขอพิจารณาให้เร่งดำเนินการเอามาติดตามเดิมครับ สทส. กทม. ครับ🔗

เรื่องที่ ๔ ปัญหาน้ำรั่วจากทางด่วนลงลานกีฬาหลังด่านพหลโยธินครับ มีหลายสาเหตุครับ มีน้ำรั่วจากรอยต่อบนทางด่วน น้ำรั่วจากท่อระบายน้ำชำรุด ประกอบกับ ตัวสนามทรุดเป็นแอ่งกระทะครับ โปรดพิจารณาดำเนินการแก้ไขเพื่อเยาวชนและประชาชน ที่เล่นกีฬาได้โดยไม่ประสบปัญหาดังกล่าว กระทรวงมหาดไทย แล้วก็กระทรวงคมนาคมนะครับ🔗

เรื่องที่ ๕ เรื่องสุดท้ายครับ กรณีร้านเหล้าในตลาดนัดหลังห้างดังรัชดา เขตดินแดงนะครับ เปิดเพลงเสียงดังยามค่ำคืน ประชาชนร้องเรียนไปหลายทางแต่ปัญหา ยังคงอยู่นะครับ ถึงกระทรวงมหาดไทยครับ โปรดพิจารณาตรวจสอบบังคับใช้กฎหมาย โดยเร็วครับ เพื่อคืนความสงบสุขปกติให้กับประชาชน มีคนเดือดร้อนกันนานมาก ขออนุญาตเปิดคลิปสักประมาณ ๑๐-๑๕ วินาทีครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายกัณตภณ ดวงอัมพร กรุงเทพมหานคร

เสียงดังข้างนอกนะครับ แต่ว่าเสียงดังอยู่แล้ว ตอนนี้เวลา ๐๐.๐๖ นาทีครับ ดังอย่างนี้แล้วพี่น้องประชาชนจะพักผ่อน กันอย่างไร ก็ขอฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ขอไว้เท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ครับ🔗

นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ประเวศ สะพานสูง พรรคประชาชน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ เรื่องแรกที่ผมจะขอปรึกษาหารือกับท่านประธานวันนี้เป็นเรื่องที่ผมเองได้พูดซ้ำซาก หลายครั้งหลายหนครับ ก็คือเรื่องของกลิ่นเหม็นจากโรงขยะอ่อนนุชครับท่านประธาน ในเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผมเองได้เคยตั้งกระทู้ไปถึงท่านรัฐมนตรีแล้ว แล้วก็เคยปรึกษาหารือ ที่สภาแห่งนี้แล้วนะครับ รวมไปถึงการไปพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ดำเนินการมาแล้ว อย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันนี้ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนก็ยังบ่นมาทาง Inbox ใน Page ผมอยู่ทุกวันครับ แล้วก็หนำซ้ำไม่พอท่านประธาน นอกจากกลิ่นจะยังเหม็นอยู่แล้ว ยังมีเรื่องของการที่ตัวของโรง ๘๐๐ ตัน ที่เคยถูกสั่งปิดชั่วคราวไปก็จะกลับมาเปิดใหม่ ในเร็ว ๆ นี้อีก ก็ขอให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันจริงจังในการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนในเรื่องนี้ด้วยครับ🔗

เรื่องต่อมาท่านประธาน เป็นเรื่องของน้ำท่วมขังครับ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ได้รับ การร้องเรียนเป็นประจำเช่นเดียวกัน ก็คือส่วนแรกเป็นเรื่องของซอยเฉลิมพระเกียรติ ๖๒ ก็เป็นบริเวณที่ศาลได้มีการสั่งให้เป็นพื้นที่ที่ยกให้เป็นสาธารณะแล้วนะครับ แต่ว่าทางกรมที่ดินก็ยังติดขัดอยู่นะครับ ก็ขอให้มีการติดตามเรื่องนี้นะครับ เช่นเดียวกับ ในพื้นที่อื่น ๆ ก็จะมีเรื่องของถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ แถว ๆ หน้า สน. ประเวศนะครับ บริเวณซอยพัฒนาการ ๙๔ แล้วก็บริเวณจุดกลับรถบริเวณคลองปักหลักเช่นเดียวกันนะครับ แล้วก็จุดอื่น ๆ ด้วยนะครับ ก็ขอให้มีการแก้ปัญหาเรื่องของท่อระบายน้ำให้กับพี่น้อง ประชาชนด้วยนะครับ🔗

เรื่องต่อมา เป็นเรื่องของจุดอุบัติเหตุบ่อยครับ อย่างที่ปรากฏเป็นข่าวนะครับ ก็จะเห็นว่าบริเวณถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่สะพานสูงเกิดอุบัติเหตุจากรถที่วิ่งเร็วนะครับ เช่นเดียวกับบริเวณพื้นที่ถนนสุขาภิบาล ๒ บริเวณตัดกับถนนกาญจนาภิเษก ก็ประสบ อุบัติเหตุเป็นประจำก็ขอให้มีการแก้ปัญหาเรื่องนี้ด้วยนะครับ🔗

เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ เป็นเรื่องของสุนัขจรจัด ก็เป็นสิ่งที่เป็นปัญหา ที่เกิดขึ้นอย่างยาวนานแล้วก็เกิดขึ้นมากในพื้นที่มากในตอนนี้ ก็พบว่าศูนย์ควบคุมสุนัข กรุงเทพมหานคร ที่ตั้งอยู่ในเขตประเวศ ปัจจุบันกรงยังว่างอยู่เลยท่านประธานครับ ก็ขอให้ ทางกรุงเทพมหานครช่วยกันแก้ปัญหาให้มีการรับสุนัขจรจัดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณพรรณสิริ กุลนาถศิริ ครับ🔗

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ ความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาน้ำท่วมสุโขทัยซ้ำซากค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

ประการแรก ขอให้เร่งซ่อมตลิ่งที่พัง สะพานที่ทรุด แล้วก็ถนนที่ขาด และอีกประการหนึ่ง ก็คือขอให้เร่งสำรวจทุ่งรับน้ำตำบลปากพระ จังหวัดสุโขทัย ในประการแรกนี้นะคะ กรณีสะพานทรุด ถนนขาด สถานการณ์ปีนี้น้ำท่วม ซ้ำซากแล้วยังซ้ำซ้อน ๒ ครั้งอีกด้วยค่ะ คือวันก่อนนี้พายุซูลิกทำให้บริเวณสะพานวังใหญ่ สะพานศิริปัญญารัฐได้พังทลายอีกครั้งหนึ่งนะคะ น้ำไหลบ่าเข้าไปท่วมถนนบริเวณใกล้เคียง ทำให้ถนนขาดเป็นรอบที่ ๒ ค่ะ ก็ขอให้กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม เร่งซ่อม สะพานและในส่วนของถนนที่ขาด🔗

อีกประการหนึ่งค่ะ ตลิ่งที่พังนะคะ ในคราวที่ผ่านมาได้ทำการสำรวจไว้อยู่ที่ ๙๙๐ เมตร ในคราวนี้ตลอดทางตั้งแต่อำเภอศรีสำโรง ในส่วนของวังทอง วังใหญ่ ในส่วนของ ปากแคว แล้วก็ยางซ้าย ปากพระ อำเภอเมือง ราว ๑๐ กิโลเมตรขอให้เร่งรัดดำเนินการ โดยเร็ว🔗

ประการที่ ๒ ในเรื่องของพื้นที่ทุ่งรับน้ำปากพระ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาก และยอมสละพื้นที่ของตนเองในบริเวณยางซ้าย ปากพระ และบริเวณพื้นที่อำเภอคีรีมาศ ในพื้นที่ประมาณ ๗๓,๐๐๐ ไร่ สามารถที่จะควบคุมน้ำได้ในปริมาณ ๒๕,๐๐๐ ไร่ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้พื้นที่ตรงนี้สำหรับการหน่วงน้ำ อันเป็นการเสียสละเป็นอย่างยิ่ง ก็ขอเร่งรัดไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งดำเนินการสำรวจ เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ดังนี้ เพื่อให้พี่น้องหลุดพ้นจากวงจรของน้ำท่วมซ้ำซากและมี ความเดือดร้อนอย่างยิ่งค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณนพพล เหลืองทองนารา ครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา ผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก คนพรหมพิรามครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องที่จะขอให้ท่านประธานนั้นได้นำเรียน สู่รัฐบาล ก็คือในเรื่องของค่าที่เราเรียกกันชาวบ้าน ๆ ว่าค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ผมทราบดี แล้วก็เห็นใจรัฐบาลที่ ณ เวลานี้รัฐบาลมีภาระหลายอย่าง แล้วก็มีความจำเป็น หลายอย่างที่จะต้องช่วยในเรื่องของผู้ประสบภัย ซึ่งรัฐบาลนั้นได้ทำเต็มที่ ผมเองก็ต้อง กราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเป็นอย่างสูงนะครับ แต่ว่าในสิ่งที่ เป็นอีกหนึ่งความหวังของเกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าวก็คือในเรื่องของการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่เกินครัวเรือนละ ๒๐ ไร่ คือ ณ ปัจจุบันนี้จริงอยู่ว่าถ้าเกษตรกร ถ้ามีโครงการเรื่องค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่ได้รับ เพราะไม่ได้เอาข้าวไปขาย เพราะฉะนั้นไม่มีสิทธิจะได้รับ อันนี้เข้าใจครับ แต่อย่าลืม นะครับว่า แม้ว่ามีเกษตรกรจะเก็บเกี่ยวได้แล้วก็ตาม แต่ว่าเป็นการเก็บเกี่ยวที่เร่งเก็บเกี่ยว เพราะฉะนั้นผลผลิตแทนที่จะได้ราคาเต็มเม็ดเต็มหน่วย ความชื้นมันเยอะ อะไรมันเยอะ แล้วบางทีข้าวก็ยังไม่สุกดี เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งนี้ผมอยากจะขอให้รัฐบาลได้ดำเนินโครงการไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท เกี่ยวกับข้าวเรื่องช่วยค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่เกินครัวเรือน ๒๐ ไร่ โดยด่วน ท่านประธานครับ ผมเองอยากจะนำเรียนย้อนหลังไปสักหน่อยว่า เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นวันที่เกษตรกร รวมทั้งผู้แทนราษฎรทุกคนก็อกสั่นขวัญแขวนว่า กลัวว่าจะไม่มีในเรื่องของโครงการนี้แล้วนะครับ แต่หลังจากนั้นก็ได้มีการพูดของคณะรัฐมนตรี หลาย ๆ ท่าน อย่างล่าสุดก็คือวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีภูมิธรรม ท่านได้มาบอกว่าไม่ต้องห่วงเรื่องโครงการปุ๋ยไร่ละ ๕๐๐ บาทนั้น เป็นคนละโครงการกับโครงการ ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ที่จะช่วยเหลือในค่าเก็บเกี่ยวกับเกษตรกรนะครับ เพราะฉะนั้นแล้ว พวกเราก็ใจชื้น ดีใจ แต่วันนี้มาจนถึงเดือนกันยายนแล้วก็อยากจะขอให้รัฐบาลได้เร่งรัด ในการที่จะจ่ายเงินค่าเก็บเกี่ยวให้กับราษฎรที่เพาะปลูกข้าวด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ครับ🔗

นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ระยอง

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พงศธร ศรเพชรนรินทร์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต ๓ อำเภอแกลง อำเภอเขาชะเมา จากพรรคประชาชนครับ ผมมีความเดือดร้อนในพื้นที่จังหวัดระยอง เขต ๓ มาหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ระยอง

เรื่องที่ ๑ ปัญหาไฟส่องสว่าง เกาะกลางถนนหมายเลข ๓๔๔ บ้านบึงแกลง ช่วงหลักกิโลเมตรที่ ๙๑-๙๓ เขตตำบล กระแสบน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง บริเวณที่ชาวบ้านเรียกว่า โค้งเขาจิก ไฟเกาะกลางถนน ดับบ่อยครับ ทำให้เกิดเหตุอันตรายต่อผู้สัญจรไปมา ไฟของถนนเส้นนี้เป็นพื้นที่ดูแล ของแขวงการทางระยอง ทีมผู้ช่วย สส. ของผมได้แจ้งไปหลายครั้งแต่ก็ยังมีการดับ อยู่บ่อยครั้ง ล่าสุดเกิดอุบัติเหตุกับผู้ใช้ถนน เนื่องจากฝนตก ลมแรง ต้นไม้ล้ม ไฟไม่ติด จึงทำให้ผู้ใช้ถนนมองไม่เห็น ทำให้เกิดเหตุสลดขึ้น จึงฝากเรียนท่านประธานไปยัง กรมทางหลวงให้ช่วยกำชับแขวงการทางระยอง ให้ช่วยเร่งแก้ไขปัญหานี้ และอย่าให้ ไฟดับบ่อยแบบนี้อีก🔗

เรื่องที่ ๒ ชาวบ้านชุมชนปากน้ำพังราด ฝากมาหารือกับท่านประธาน เรื่องความเดือดร้อนราคาหอยนางรมตกต่ำ ที่ตำบลปากน้ำพังราด อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงหอยนางรมที่หล่อเลี้ยงชีวิตของคนในชุมชนมายาวนาน ปัจจุบันชาวบ้าน ผู้เพาะเลี้ยงหอยนางรมในพื้นที่ปากน้ำพังราด ได้ประสบปัญหาราคาหอยนางรมตกต่ำ ทำให้เกิดความเดือดร้อน จากเดิมที่ขายได้ราคากิโลกรัมละประมาณ ๒๐๐ บาทขึ้นไป ตอนนี้ กลับขายได้ในราคากิโลกรัมละ ๑๐๐ กว่าบาท ซึ่งการเพาะเลี้ยงหอยนางรมนั้นมีต้นทุนที่สูง แต่กลับขายได้ในราคาถูก ทีมงานผมได้ลงไปพูดคุยกับผู้ค้าหอยนางรมในพื้นที่ได้ข้อมูลว่า ปัจจุบันมีบริษัทผู้ค้ารายใหญ่นำเข้าอาหารทะเลแช่แข็ง และมีการนำเข้าหอยนางรม จากต่างประเทศ เช่น เวียดนามและมาเลเซีย ซึ่งนำเข้ามาในปริมาณที่มากและราคาถูก ทำให้ผู้ผลิตและผู้ค้าหอยนางรมรายย่อยได้รับผลกระทบเรื่องราคา ดังนั้นจึงขอฝากเรียน ท่านประธานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมประมง ให้เร่งประสานหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาราคาหอยนางรมด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมหารือกับท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรี กรณีขอให้นายกรัฐมนตรีให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวบ้านห้วยหินลาดใน หมู่ที่ ๗ ตำบลบ้านโป่ง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากครับ อยากให้ท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกได้ดูคลิปตรงนี้ท่านประธานครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

อันนี้ก็คือเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๓ ตอนเช้านะครับ หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ท่านสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ท่านก็ได้ลงไปดูพื้นที่ หมู่บ้านที่ได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวด้วย หมู่บ้านที่ดูแลป่า ดีมากครับ แต่ว่าเนื่องจากว่าพื้นที่ป่าต้นน้ำข้างบนท่านประธานครับ รับน้ำเยอะ อุ้มน้ำเยอะ ในเวลานานไม่สามารถที่จะรับน้ำหนักได้ เพราะฉะนั้นก็คือว่ามวลน้ำที่สะสมอยู่ในผืนป่า ก็ต้องถูกปลดปล่อยออกมานะครับ ซึ่งพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบนะครับ ความจำเป็น เร่งด่วนนี่ มีอยู่ ๒ ประการครับท่านประธาน🔗

ประเด็นแรก ก็คือเรื่องน้ำประปาภูเขาครับ เนื่องจากว่าพี่น้องชาวบ้าน ที่นี่ครับ ใช้ป่าต้นน้ำเป็นแหล่งน้ำนะครับ เวลาน้ำมาอย่างนี้ครับ ประปาภูเขา ท่อประปา หายไปหมดเลยครับ เพราะฉะนั้นก็คืออันนี้เป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนนะครับ🔗

ส่วนที่ ๒ คือถนนเข้าออกในหมู่บ้าน หมู่บ้านนี้ไม่มีไฟฟ้านะครับ ชาวบ้าน ก็จะใช้โซลาร์เซลล์ธรรมดา พอเหตุการณ์เกิดอย่างนี้ถนนเข้าออกไม่ได้นะครับ ดินถล่ม รถเข้าออกไม่ได้นะครับ แสงสว่างก็ไม่มี และการเดินทางสัญจรก็ลำบาก การเข้าไป ให้ความช่วยเหลือก็ลำบาก เพราะฉะนั้นคือ ๒ เรื่องด่วนเลยนะครับ เรื่องไปช่วยแก้ปัญหา เรื่องของประปาภูเขา อันที่ ๒ ก็คือเรื่องถนนเข้าออก ส่วนเรื่องการฟื้นฟูระยะยาว อันนี้ ก็จะเป็นแผนของประชาชนที่จะเสนอกับหน่วยงานครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ ครับ🔗

นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ พิษณุโลก

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ขอสไลด์ด้วยนะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ พิษณุโลก

ท่านประธานคะ ภาพที่ปรากฏนะคะ พายุซูลิกค่ะ ทำให้บริเวณพื้นที่อยู่ริมคลองวัดตายมและคลองเนินกุ่ม ซึ่งทั้ง ๒ คลองนี้เชื่อมต่อกัน มีลักษณะตื้นเขิน แล้วริมคลองต่ำมากนะคะ ทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่ง และบางจุดเกิดชำรุดและขาดทำให้ท่วมบ้านเรือนเสียหายหนักที่สุดในหลายหมู่บ้าน โดยเฉพาะบริเวณวัดตายมใต้ ตลาดวัดตายม และวัดเนินกุ่ม ตำบลวัดตายม และตำบลเนินกุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก เป็นพื้นที่ในลุ่มน้ำน่านค่ะ และเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำรองรับ น้ำหลากจากแม่น้ำชมพูมาถึงคลองวัดตายม แล้วก็คลองเนินกุ่ม ไปสิ้นสุดที่ประตูน้ำป่ามะค่า จังหวัดพิจิตร โดยจะมีแม่น้ำวังทองบางส่วนไหลลงมาสมทบอำเภอบางกระทุ่ม ในช่วงฤดู น้ำหลากค่ะ ปัจจุบันนี้แม่น้ำชมพูยังไม่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ และขาดอาคารชลประทาน ในลำน้ำสายหลักและสายรอง ทำให้ลำน้ำชมพูไปถึงคลองวัดตายม และคลองเนินกุ่ม ประสบปัญหาทั้งน้ำท่วมน้ำแล้งเป็นประจำทุกปี พี่น้องประชาชนขาดแคลนน้ำปลูกข้าว ในฤดูนาปรังและฤดูนาปี ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย ขาดรายได้ และต้องย้ายถิ่นฐาน ไปทำงานนอกพื้นที่จึงมีความจำเป็นจะต้องพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำโดยการสร้างอ่างเก็บน้ำ คลองชมพู ซึ่งปัจจุบันนี้กรมชลประทานกำลังทบทวนผลการศึกษาและผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนและพัฒนาแหล่งน้ำแก้มลิง เพื่อใช้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำ เพื่อรองรับน้ำหลาก ได้แก่ แก้มลิงบึงหล่ม ตำบลท่าตาล และแก้มลิงอื่น ๆ ที่มีศักยภาพค่ะ จากตารางข้างต้นนะคะ การพัฒนาประตูระบายน้ำและขุดลอกคูคลองที่ตื้นเขินเสริมคันคลอง ให้สูงขึ้น โดยขอให้ช่วยออกแบบวางแผนทั้ง ๗ แห่งนี้ ได้แก่ ปรับปรุงคลองเนินกุ่ม วัดตายม พร้อมอาคารประกอบ ระบบระบายน้ำพร้อมอาคารประกอบที่จุดคลองแม่เทียบ บ้านสามเรือน ปากคลองห้วยแก้ว คลองโกรงเกรงเหนือ ประตูน้ำบ้านเกาะคู และคลองอ้ายเลือก ดิฉันจึงขอ เรียนผ่านท่านประธานไปยังกรมชลประทานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ค่ะ เพื่อเร่งรัด ดำเนินการสำรวจออกแบบทั้ง ๗ โครงการนี้ เพื่อให้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง และแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งในระยะยาว เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรมีน้ำทำนาเกิดรายได้ สร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ครับ🔗

นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ เพชรบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๑ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ดิฉันมีหัวข้อหารือต่อท่านประธานสภาไปยัง หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับการเร่งรัดการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ดังต่อไปนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ เพชรบุรี

จากการที่ดิฉันได้จัดประชุมโครงการ สส. รับฟังความเดือดร้อนจากประชาชน และได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้นำท้องถิ่น หลายตำบล เกี่ยวกับความล่าช้าของการทำงานของกรมธนารักษ์ในจังหวัดเพชรบุรี ที่จะอนุญาตให้ใช้หน่วยงานในพื้นที่ราชพัสดุเพื่อใช้ประโยชน์ในกรณีขอใช้พื้นที่ราชพัสดุ ที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานอื่น อาทิเช่น กรมชลประทาน กรมเจ้าท่า กรมทางหลวง ชนบท แขวงการทาง เลยทำให้เกิดความล่าช้าต่อหน่วยงานที่ขอใช้พื้นที่ ซึ่งงบประมาณ บางตัวที่ได้รับอนุมัติงบประมาณแล้ว แต่ติดอยู่ที่ความล่าช้าของการทำงานของกรมธนารักษ์ ทำให้โครงการนั้นตกไป ทำให้เสียโอกาสในการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว และยังทำให้การแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านได้อย่างล่าช้า ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนไม่เข้าใจ ในระบบราชการ จึงมาร้องเรียนซ้ำเติมเรื่องเดิมอยู่บ่อย ๆ ดังนั้นดิฉันในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงขอนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังกรมธนารักษ์ จังหวัดเพชรบุรี ขอให้ช่วยเร่งรัดแก้ไขขั้นตอนการดำเนินการขออนุญาตการใช้พื้นที่ให้ทันท่วงที ก่อนที่งบประมาณในปีนั้นจะตกไป เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และให้ทันปีงบประมาณที่อยู่ในโครงการอนุมัตินั้นด้วย เพื่อที่จะให้หน่วยงานปกครองท้องถิ่น ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านได้อย่างรวดเร็วขึ้น🔗

อีกเรื่องหนึ่ง พี่น้องผู้เลี้ยงวัวลาน ขอฝากถามกระทรวงมหาดไทยว่า การละเล่นกีฬาวัวลานของจังหวัดเพชรบุรีเมื่อไรจะเล่นได้สักทีคะ ตอนนี้ยังไม่สามารถ เล่นได้เลย ทั้งที่ ครม. ได้อนุมัติไปแล้ว ไม่ทราบว่าติดขัดเรื่องไหนนะคะ ก็ขอฝาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล ครับ🔗

นายนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตอำเภอปักธงชัยและวังน้ำเขียวครับ วันนี้ขออนุญาตหารือท่านประธานด้วยกันทั้งหมด ๓ เรื่องครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล นครราชสีมา

เรื่องที่ ๑ ก็คือปัญหาของ อุบัติเหตุที่เกิดบ่อยบริเวณทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ และทางหลวงหมายเลข ๒๔ ซึ่งแยกนี้ เกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง แล้วก็ในช่วงที่ผ่านมาไม่นานได้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น แล้วก็คร่าชีวิต พี่น้องประชาชนไปถึง ๒ ครั้ง ซึ่งหลัก ๆ แล้วก็เกิดจากการฝ่าฝืนสัญญาณจราจร แต่วันนี้ ผมอยากจะขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมให้ได้ช่วยพิจารณา ว่าจะทำอย่างไรที่จะลดหรือป้องกันอุบัติเหตุต่าง ๆ เหล่านี้ได้ อาจจะเป็นการติดไฟจราจร เพิ่มเติม หรือว่าจะเป็นการเพิ่มไฟสัญญาณจราจรที่เป็นแบบตัวเลข เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนน สามารถเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นครับ🔗

ปัญหาที่ ๒ ก็คืออาคารสโมสรที่ชำรุดเสียหายของเขื่อนลำพระเพลิง เราจะสังเกตเห็นได้ว่าจริง ๆ แล้วเรามีอาคารที่เคยใช้งานได้ในอดีต แต่ว่าปัจจุบันนี้ได้ชำรุด ทรุดโทรม ผมอยากจะขอกราบเรียนไปยังกรมชลประทานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้พิจารณาอนุมัติงบประมาณในการซ่อมแซมอาคารสโมสรแห่งนี้เพื่อให้ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว อีกจุดหนึ่งของเขื่อนลำพระเพลิงครับ🔗

ปัญหาที่ ๓ ก็คือปัญหาเรื่องของถนนที่ชำรุดเสียหาย อยู่บริเวณทางหลวง หมายเลข ๓๐๔ และบ้านใหม่เชียงสาของตำบลสะแกราช อำเภอปักธงชัย เส้นนี้มีพี่น้อง ชาวตำบลสะแกราชใช้สัญจรไปมาหลายหมู่บ้านมาก ๆ มีคนใช้จำนวนเยอะมาก แต่ว่าจริง ๆ แล้ว เส้นนี้ก็ควรจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์การบริหารส่วนตำบลสะแกราชนะครับ แต่ว่าเส้นนี้กลับไปขึ้นอยู่กับองค์การบริหารส่วนตำบลงิ้ว แล้วก็ไม่มีพี่น้องของตำบลงิ้วได้ใช้ สัญจรถนนเส้นนี้ ก็เลยทำให้ถนนเส้นนี้ขาดการบำรุง ขาดการซ่อมแซม ไม่มีงบประมาณ จึงอยากจะขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาให้ช่วย พิจารณาแก้ไขปัญหานี้ให้ด้วย กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณชญาภา สินธุไพร ครับ🔗

นางสาวชญาภา สินธุไพร ร้อยเอ็ด

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ชญาภา สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีเรื่อง ปรึกษาหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ๓ เรื่อง ดังนี้ค่ะ🔗

ประเด็นแรก เรื่องวิกฤติโคเนื้อราคาตกต่ำ ด้วยเครือข่ายผู้เลี้ยงโคจังหวัดร้อยเอ็ด ประสบปัญหาโคเนื้อราคาตกต่ำ สืบเนื่องมาจากช่วงระยะเวลากว่า ๒ ปีที่ผ่านมาค่ะ เกิดโรคระบาด Lumpy Skin ในโคเนื้อ ส่งผลให้โคเนื้อราคาตกต่ำอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคยังต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นตามไปด้วยค่ะ พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ สิ้นหวังค่ะท่านประธาน เพราะต้องเผชิญกับภาวะต้นทุนที่สูง แล้วก็ขาดทุนอย่างต่อเนื่อง หนำซ้ำยังต้องแบกรับค่าใช้จ่าย แล้วก็เป็นหนี้เป็นสินค่ะ จึงนำมาสู่ข้อเรียกร้องที่พี่น้องประชาชน ชาวเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อฝากไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้รัฐบาลผลักดัน นโยบายปรับโครงสร้างหนี้และพักชำระหนี้สำหรับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และเครือข่ายเกษตรกร ผู้เลี้ยงโคเนื้อ เพื่อให้สามารถผ่อนชำระได้โดยไม่ถูกฟ้องร้องยึดทรัพย์ พร้อมทั้งส่งเสริมช่องทาง ในการจำหน่ายส่งออก ขยายตลาดในต่างประเทศเพิ่มเติม🔗

ประเด็นที่ ๒ เรื่องเอกสารสิทธิและที่ดินทำกินค่ะ ด้วยประชาชนในพื้นที่ ตำบลป่าสังข์ หมู่ ๗ คาบเกี่ยวตำบลดงแดง หมู่ที่ ๕ อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวนกว่า ๑๐๐ ครัวเรือน อาศัยทำกินอยู่ในที่ดินมือเปล่ามาชั่วอายุคน แต่ปัจจุบัน ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิที่ดินทำกิน จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย เร่งรัดการพิสูจน์สิทธิเพื่อให้ได้มาซึ่งโฉนดอย่างถูกต้องและเป็นธรรมค่ะ🔗

ประเด็นสุดท้ายค่ะ เรื่องการติดตั้งสัญญาณไฟจราจร ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลเมืองน้อย ตำบลเขวาทุ่ง อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ว่าถนนทางหลวงหมายเลข ๒๐๔๓ บริเวณสี่แยกซุ้มประตูบ้านเมืองน้อย หมู่ ๑ แยกปากทางเข้า ตำบลเขวาทุ่ง อำเภอธวัชบุรี เกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนบ่อยครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพ การเดินทางของพี่น้องประชาชน เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณไฟจราจร จึงฝากท่านประธาน ผ่านไปยังแขวงทางหลวงร้อยเอ็ด สำนักงานทางหลวงที่ ๘ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พิจารณาดำเนินการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรในบริเวณดังกล่าว เพื่อลดอุบัติเหตุ และเพื่อ สวัสดิภาพในการเดินทางของพี่น้องประชาชน ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณแอนศิริ วลัยกนก ครับ🔗

นางสาวแอนศิริ วลัยกนก กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวแอนศิริ วลัยกนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะ แขวงราษฎร์บูรณะ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันมีเรื่องจะหารือ เกี่ยวกับผู้ป่วยจิตเวชในพื้นที่ของดิฉัน ปัจจุบันในเขตทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะ มีผู้ป่วยจิตเวช เพิ่มขึ้น ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นผู้ป่วยจิตเวชมีพฤติกรรมทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว เช่น ข่มขู่เพื่อขอเงินคนในครอบครัว หรือประชาชนที่เดินตามท้องถนน ถืออาวุธมีด เดินในที่สาธารณะ ขโมยตามร้านค้า ทุบกระจกรถ และพยายามจุดไฟเผาที่พักอาศัย ของตนเอง สร้างความเดือดร้อนและความเสียหายให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เมื่อประชาชนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดำเนินการตามกฎหมายก็ได้เพียงแค่รัดกุม และควบคุมตัวชั่วคราว ไม่นานก็ปล่อยตัวออกมาสร้างความเดือดร้อนได้อีก ดิฉันจึงอยากฝาก ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาการรับผู้ป่วยจิตเวชไปบำบัด และปรับปรุงระเบียบในขั้นการรับตัวไปรักษาให้ง่ายขึ้น และอยากมีมาตรการรัดกุมสำหรับ ผู้ป่วยจิตเวช เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ครับ🔗

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๕ รับผิดชอบอำเภอบึงสามพัน อำเภอหนองไผ่ และอำเภอวิเชียรบุรีค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากผู้ใช้รถ ใช้ถนน จากภาพแรกเลยเป็นช่วงถนนสาย ทล. ๒๑ ช่วง กม. ที่ประมาณ ๑๕๖ ชุมชน ตำบลบ้านโภชน์ ปัจจุบันน้ำขัง ขังทั้งปีค่ะ ขึ้นมาบนผิวการจราจร ตรงนั้นอยากจะให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง แขวงการทางบึงสามพัน แล้วก็กระทรวงคมนาคมได้จัดงบประมาณในการดูแล ในส่วนของตรงนี้ มันเป็นปัญหาน้ำมันล้นขึ้นมาบนผิวการจราจรแล้วนะคะ และเช่นกันค่ะ ถนนเส้น ๒๑ ผิวการจราจรในช่วงตรงนั้นตั้งแต่กิโลเมตรที่ ๑๕๕ จนถึง ๑๕๙ ผิวมัน ไม่เป็นมาตรฐานของทางหลวงพิเศษไปแล้ว ปะผุกันตลอดเส้นทางทั้ง ๒ ฝั่ง ขอให้ช่วยจัดสรร งบประมาณในการซ่อมแซมตรงนี้ให้เราด้วยนะคะ และภาพต่อไปเป็นหน่วยงานของ ทางหลวงชนบท เส้นทาง พช. ๐๒๙ จากบึงสามพันไปทุ่งนางาม ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตรเศษ ดิฉันเคยหารือไปเมื่อประมาณเดือนมกราคมปีนี้ค่ะ ทราบว่ากำลังจะได้ งบประมาณในการดำเนินการซ่อมแซมผิวจราจรได้ประมาณสัก ๗๐๐ เมตร ซึ่งจริง ๆ แล้ว ตรงนี้ทำเสียทีเดียวเลย เพราะว่ามัน Soft มันเสียหาย เสียหายมาก ๆ โดยเฉพาะตอนนี้ค่ะ ตรงนั้นมันเป็นนาแล้วก็เป็นทางลัด ซึ่งข้าราชการ เด็กนักเรียน พี่น้องประชาชนใช้ลัดเส้นทาง จากตำบลกันจุ ตำบลซับบอน เข้าไปสู่อำเภอบึงสามพัน มีความจำเป็นที่จะต้องทำเสียทีเดียว เลยให้มัน ๓ กิโลเมตร ปัจจุบันเสียหายเพิ่มขึ้นเยอะแยะมากมาย ฝากเรียนผ่านท่านประธาน ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลในส่วนของตรงนี้ให้ด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนสายมิตรศึกษา อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมานั่งฟังอยู่ชั้น ๔ ของสภา ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญ คุณอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ในการขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ขอบคุณรัฐมนตรีทุกท่านที่มีส่วนร่วมด้วยช่วยกันในการผลักดันมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของประเทศไทย นั่นคือโอนเงิน ๑๐,๐๐๐ ฟื้นเศรษฐกิจ กับคำถามที่ว่า เงิน ๑๐,๐๐๐ ได้กี่โมง เฉพาะเช้าวันนี้พี่น้องประชาชน ๔,๕๐๐,๐๐๐ คน ได้รับเงินโอนเข้าบัญชีไปแล้วตั้งแต่ ๐๔.๐๐ นาฬิกาของเช้าวันนี้ ทำให้พี่น้องประชาชน ต้องใช้คำว่า การรอคอยสิ้นสุดลง ก่อนหน้านี้มีคนบอกว่าจะเลื่อนหรือไม่ วันนี้เราต้องเรียนว่า ระวังได้สิ้นสุดทางเลื่อนแล้วครับ เป็นของจริงแน่นอน ท่านประธานที่เคารพครับ เงิน ๑๐,๐๐๐บาท อาจจะเป็นจำนวนที่เท่ากัน แต่คุณค่าอาจแตกต่างกัน บางท่าน บางครอบครัวอาจจะบอกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท ใช้วันเดียวก็หมด แต่บางครอบครัวบอกว่า จะหาแนวทางวิธีการในการใช้เงิน ๑๐,๐๐๐ บาทอย่างไรให้อยู่ได้จนถึงต้นปีหน้า ดังนั้น มีคำกล่าวในเรื่องของหลักการลงทุนว่า วันนี้ใช้ชีวิตให้รอด และเมื่อชีวิตรอดแล้วอย่าลืม นึกถึงการลงทุน พี่น้องประชาชนที่ยังไม่ได้รับเงินโอน ๑๐,๐๐๐ ฟื้นเศรษฐกิจ ใจเย็น ๆ ครับ มาช้าแต่มา Sure มาแน่ ๆ นะครับ วันนี้ไม่ใช่เพลงนอนฟังเครื่องไฟที่เห็นคนอื่นเขาได้ แต่เราไม่ได้ แต่เป็นปรากฏการณ์ที่ต้องร้องเพลงว่า เงินกำลังจะหมุนไป กำลังจะหมุนไป ให้ชุมชน จึงขออนุญาตขอบพระคุณรัฐบาลมา ณ โอกาสนี้🔗

ประการที่ ๒ ที่ต้องขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง นั่นคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องของโรคใบด่างในมันสำปะหลัง วันนี้ มีการแพร่ระบาดมากกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่และส่งผลกระทบในวงกว้างเกิดความเสียหาย มากมาย ผมไม่อยากเห็นแนวทางการแก้ปัญหาแบบเรามองเห็นต้นไม้ต้นเดียว ๒ รอบ ในป่าเดียวกัน เพราะนั่นมันคือการหลงทางครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณนรินทร์ คลังผา ครับ🔗

นายนรินทร์ คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนรินทร์ คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๔ พรรคภูมิใจไทย นำเรื่องร้องเรียนจากราษฎรหารือท่านประธานดังนี้ครับ🔗

เรื่องแรก ต้องขอขอบคุณนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่าน สส. สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ท่าน สส. พีระเดช ศิริวันสาณฑ์ และท่าน สส. อีกหลายท่านที่ได้นำเรื่องราคา ผลผลิตของพี่น้องเกษตรกรตกต่ำ คือข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ของจังหวัดชัยภูมิ เพชรบูรณ์ ลพบุรี และนครสวรรค์ ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกัน พี่น้องเกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และท่านได้นำ เรื่องนี้มาหารือในสภาไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และกรมการค้าภายใน เพื่อดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาราคาผลผลิตเกษตรของผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่กำลัง เก็บเกี่ยวในปีนี้และปีต่อ ๆ ไป ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายนรินทร์ คลังผา ลพบุรี

ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องการแก้ไขปัญหา น้ำประปาไหลอ่อนและปริมาณน้ำประปาไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคของผู้ใช้น้ำในเขต อำเภอโคกสำโรง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือการประปาภูมิภาค สาขาบ้านหมี่ ซึ่งปัญหานี้ ที่เกิดขึ้นคือแรงดันน้ำไม่เพียงพอต่อการขยายตัวของชุมชน ซึ่งปัจจุบันมีการขยายเขตประปา ตามแผนที่ประกอบ ไปหลาย ๆ จุด หลาย ๆ ตำบล การประปาเองก็ทราบดีครับว่า การจ่ายน้ำ ในปริมาณที่มากทำให้แรงดันน้ำอ่อนแรง ปลายทางที่ผู้ใช้น้ำไม่สามารถใช้น้ำได้ และหน้าแล้ง ก็มีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้นำ รถน้ำมาขอรับน้ำเพื่อไปแจกจ่ายให้กับราษฎร แต่ต้องมารับน้ำที่การประปาภูมิภาค สาขาบ้านหมี่ ซึ่งห่างจากตัวอำเภอโคกสำโรงถึง ๒๐ กิโลเมตร ทั้งที่การประปาภูมิภาค สาขาย่อยอยู่ที่โคกสำโรงก็มีนะครับ ดังนั้นทำให้ไม่เพียงพอต่อการนำน้ำไปแจกจ่ายนะครับ ในขณะนี้ท่านผู้อำนวยการการประปาส่วนภูมิภาค ภาค ๒ สระบุรีก็มีโครงการที่จะขยาย เขตประปาอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ผมก็อยากจะเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาคได้โปรดดำเนินการสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้าง โรงกรองน้ำเพิ่มเติม เพื่อผลิตน้ำประปาและสร้างโรงแรงดันน้ำเพิ่มเติมเพื่อให้น้ำประปาไหล ให้เพียงพอกับผู้ใช้น้ำปลายทางในทุกบ้านที่บริโภคน้ำประปาส่วนภูมิภาคของอำเภอโคกสำโรง กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ🔗

นางสาวสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบพระคุณรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย ที่ได้ดำเนินการบริหารมา ๑ ปี ทำให้ราคาพืชผลทางการเกษตรของพี่น้องประชาชนมีราคาดี ขึ้นหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นอ้อย ยางพารา ทุเรียน ลำไย แต่ตอนนี้เหลือเพียงแค่ข้าวและวัว ดิฉันขอพูดเรื่องข้าวก่อนค่ะ โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิของไทยเราเป็นข้าวที่มีคุณภาพ หอมอร่อย มีคุณภาพดังไปทั่วโลก พี่น้องยังจำไม่เคยลืม เกษตรกรนึกถึงท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พี่น้องชาวนาได้ขายข้าวเปลือกกิโลกรัมละ ๒๐ แสนละ ๒,๐๐๐ เกวียนละ ๒๐,๐๐๐ บาท อยู่ดีกินดีส่งลูกเรียนหนังสือ ใช้หนี้ ธ.ก.ส. เกือบจะหมดแล้ว เกือบจะหมดหนี้ หมดสิน ขณะนี้ช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวใกล้มาถึงแล้ว ดิฉันขอฝากรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ได้เตรียมความพร้อมในมาตรการต่าง ๆ ที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ขอให้ปีนี้ข้าวเปลือกราคาดี เพื่อความอยู่รอดของพี่น้องชาวนาของดิฉันค่ะ ที่สำคัญกว่าข้าว ราคาดี คือรัฐบาล อย่าลืมค่ะ อย่าลืมในส่วนของค่าชดเชยไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท เพราะปีนี้ พี่น้องเกษตรกรมรสุมเยอะเหลือเกิน🔗

เรื่องต่อมา เรื่องหลักเรื่องเดิม เรื่องที่ดิฉันได้พูดบ่อยมาก คือเรื่องของปัญหา ราคาวัวตกต่ำ นับวันยิ่งเลี้ยงยิ่งขาดทุน พี่น้องชาววัว พี่น้องเกษตรกรหมดแรงแล้วจริง ๆ ค่ะ ท่านประธาน ดิฉันขอจริง ๆ ขอฝากท่านประธานผ่านไปถึงรัฐบาล กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยได้โปรดเร่งดำเนินการ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร เร่งหาตลาด เร่งส่งออก หาวิธีการดำเนินการโดยด่วนด้วยเถอะค่ะ🔗

เรื่องสุดท้าย ขอฝากท่านประธาน ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ จากสี่แยกไฟแดงข้างเทศบาลตำบลนิคมถึงบ้านคำเจริญสุข หมู่ ๑๓ ตำบลนิคม หรือผัง ๙ ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้ว ๗ ล้านกว่าบาท ซึ่งดิฉันได้ทราบว่ามีการเซ็นสัญญา ไปแล้วหลายเดือน ขออนุญาตหารือผ่านท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรด เร่งรัดผู้รับเหมา ขอให้ลงมาดำเนินการก่อสร้างด้วยค่ะ พี่น้องอำเภอสิรินธรของดิฉันเดินทาง ด้วยความลำบากมากมาย รอแล้วรอเล่านับวันรอ วันนี้ขอฝากท่านประธานช่วยดำเนินการ เร่งรัดด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปท่านสุดท้าย ที่หารือนะครับ คุณสฤษดิ์ บุตรเนียร เชิญครับ🔗

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษดิ์ บุตรเนียร สส. นักพัฒนาแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือ เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี ๓ เรื่องครับ ผ่านท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

๑. ขอสนับสนุนงบประมาณซ่อมแซม อาคารโรงเรียนวัดตันทาราม ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก จากการลงพื้นที่ได้รับคำร้อง จากคณะกรรมการโรงเรียน และท่าน ผอ. นางปาริญากรน์ มลิจารย์ โรงเรียนตันทาราม หมู่ ๑๔ บ้านหนองม่วง ตำบลนนทรีว่าอาคารเรียน อาคารโรงอาหารแตก ชำรุด รั่ว ในขณะนี้ หน้าฝนน้ำได้ไหลนองพื้นลงมาที่ห้องเรียนและอาคารเรียน ๒. ถนนที่ใช้ในโรงเรียนเป็นหลุม เป็นบ่อทรุดโทรมมากครับ ๓. ไม่มีรั้วที่ป้องกันอันตราย โดยเฉพาะเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก และมีเด็กเล็ก ๆ จำนวนมาก🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องแมลงวันรบกวนจากฟาร์มสุกรและฟาร์มไก่ ได้รับคำร้องเรียน จากประชาชนที่หมู่ ๙ หนองบัว ตำบลนนทรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีว่า ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากแมลงวันเป็นจำนวนมากจากฟาร์มเลี้ยงไก่ เลี้ยงสุกร รบกวนการดำเนินชีวิต รวมทั้งกลิ่นเหม็นจากมูลสัตว์ที่มาจากฟาร์ม ยิ่งโดยเฉพาะในเวลา ที่จับไก่-หมูก็ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนประชาชนครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ถนนสายบ้านสระดู่ หมู่ที่ ๖ ถึงเขตเทศบาลตำบลกบินทร์ ได้รับคำร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับถนนสายบ้านสระดู่ ถึงเทศบาลตำบลกบินทร์ อำเภอกบินทร์บุรี เป็นหลุม เป็นบ่อ ทั้งที่ก่อสร้างมาเพียงไม่ถึง ๑ ปี ซึ่งถนนเส้นนี้มีประชาชน ใช้เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเดินทางไปทำงาน โดยเฉพาะประชาชนในเครืออุตสาหกรรม สหพัฒน์ อำเภอกบินทร์บุรี ประชาชนที่เดินสัญจรไปมา โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนเป็นประจำ เลยครับ ประชาชนโดยเฉพาะที่ขับขี่จักรยานยนต์มักเกิดอุบัติเหตุ ได้รับความเสียหาย จากการเดินทาง จึงกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรบกวน ให้แก้ไขปัญหาแม้จะเป็นปัญหาเล็ก ๆ ของอำเภอกบินทร์บุรีก็ตาม แต่เป็นวิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชน ขอกราบพระขอบคุณท่านประธานสภาอย่างมากครับ ขอบคุณมากครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๔๙ คน
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อเข้าประชุม จำนวน ๒๙๓ ท่านแล้วนะครับ ครบองค์ประชุมครับ ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไป🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗

๑. นายเซีย จำปาทอง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน🔗

ก่อนที่คุณเซียจะถาม ผมอยากจะเรียนอีกครั้งหนึ่งว่า กระทู้สดด้วยวาจา เป็นการถามไปตอบมา แล้วก็สามารถจะถามได้ถึง ๓ ครั้ง แต่เนื่องจากวันนี้ท่านรัฐมนตรี ที่จะตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจามาครบทั้ง ๓ ท่าน เพราะฉะนั้นท่านต้องรักษาเวลานะครับ กระทู้ละ ๓๐ นาที โดยผู้ถามจะถามได้ภายในเวลา ๑๕ นาที และท่านรัฐมนตรีก็จะตอบ ภายในเวลา ๑๕ นาที ท่านสามารถจะถามได้ไม่เกิน ๓ ครั้ง ถ้าถามยาวก็อาจจะถามได้ ไม่ถึง ๓ ครั้ง เชิญคุณเซียครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมาพร้อมแล้ว เชิญครับ🔗

นายเซีย จำปาทอง แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนเครือข่ายผู้ใช้แรงงาน ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอตั้งกระทู้ถามสด ด้วยวาจา ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เรื่องเกี่ยวกับการกำหนดอัตราจ้างขั้นต่ำ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายเซีย จำปาทอง แบบบัญชีรายชื่อ

อย่างที่ทุกท่านได้ทราบกันครับว่า การปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำเป็น ๖๐๐ บาทต่อวัน ภายในปี ๒๕๗๐ เป็นนโยบายเรือธง ที่ท่านนายกรัฐมนตรีใช้เป็นนโยบายหาเสียงสัญญาไว้กับผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศก่อนการเลือกตั้ง เมื่อปี ๒๕๖๖ และต่อมาเมื่อได้เป็นรัฐบาลนโยบายที่หาเสียงก็ควรที่จะนำมาเป็นนโยบาย ในการที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาค่าจ้าง เพื่อให้พี่น้องแรงงานได้มีค่าจ้างที่เพียงพอ ต่อการดำรงชีพตามที่ท่านได้หาเสียงไว้ ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานก็รับนโยบาย ของท่านนายกรัฐมนตรีมาปฏิบัติใช้ โดยมักจะให้สัมภาษณ์บอกว่าเป็นนโยบายของรัฐบาล และจะมีการปรับขึ้นตามลำดับ ซึ่งผมในฐานะที่เคยเป็นผู้ใช้แรงงานได้ยินแล้วก็ดีใจครับ เห็นด้วย และรู้สึกยินดีที่ท่านรัฐมนตรีมีความมุ่งมั่น ตั้งใจจะปรับค่าแรงขั้นต่ำให้สูงขึ้น พี่น้องแรงงานก็ดีใจครับ ตั้งตารอ เพราะนับตั้งแต่มีการปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำเป็น ๓๐๐ บาท เท่ากันทั่วประเทศ เมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๖ เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน ๑๑ ปีแล้วครับ ๑๑ ปีที่ผ่านมามีการประกาศปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำเพียง ๖ ครั้งเท่านั้น เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ ๓๐-๗๐ บาท เท่ากับปรับเพิ่มเพียงปีละ ๒-๖.๓๖ บาทเท่านั้น และที่สำคัญกว่านั้น ได้ทำลายความเสมอภาค นำการปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำในแต่ละจังหวัดแบบไม่เท่ากัน ทั่วประเทศกลับมาใช้อีกครั้ง ท่านประธานครับ ขณะที่ทุกฝ่ายมีความเห็นเหมือนกันว่า ค่าครองชีพมีการปรับสูงขึ้น สินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ปรับสูงขึ้น ขึ้นถี่กว่าการปรับอัตรา ค่าแรงขั้นต่ำด้วยซ้ำ และที่สำคัญก็คือเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ซึ่งไม่ได้ เสียหายอะไร และท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้แถลงข่าวเนื่องใน วันแรงงานแห่งชาติว่า เป็นข่าว Big Surprise นั่นคือการปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำเท่ากันทั่วประเทศ ๑ ตุลาคม ขอให้พี่น้องแรงงานรอติดตาม ได้แน่นอน ท่านประธานครับ ต่อมาท่านรัฐมนตรี ก็ให้ข่าวยืนยันแบบนี้ตลอดมา ว่าการปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำขึ้นเป็น ๔๐๐ บาทต่อวัน มีแน่นอน ๑ ตุลาคม ปี ๒๕๖๗ ที่สำคัญรัฐมนตรีก็เป็นคนยืนยันด้วยตัวท่านเองในสภาแห่งนี้ เมื่อวันที่ท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ว่าจะมีการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ขึ้นเป็น ๔๐๐ บาทต่อวัน ทันในวันที่ ๑ ตุลาคมที่จะถึงนี้ครับ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ประชาชน ผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศให้ความสนใจและคอยติดตามเป็นจำนวนมาก ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านให้ความหวังเรื่องการปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำเป็น ๔๐๐ บาทต่อวัน ทั่วประเทศ แล้วท่าน ก็เทพี่น้องแรงงานมาอย่างน้อย ๔ ครั้งแล้วครับ ตามภาพสไลด์ที่ผมเคยอภิปรายเมื่อวันแถลง นโยบายที่ผ่านมา จนกระทั่งในการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ที่ผ่านมาครับ เพื่อพิจารณาการปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำ สุดท้ายการประชุมในวันนั้นองค์ประชุม ไม่ครบองค์ประชุม ผู้แทนฝ่ายนายจ้างไม่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด ๕ คน ท่านประธานครับ กฎหมายกำหนดให้มีการเรียกประชุมใหม่ภายใน ๑๕ วัน และมีการนัดประชุมครั้งต่อมา เท่าที่ผมทราบก็คือ ๒๐ กันยายน ๒๐ กันยายนที่ผ่านมาก็การประชุมล่มอีกครั้ง ครั้งนี้ผู้แทน ฝ่ายนายจ้างมาครบ แต่ฝ่ายรัฐบาลหายครับ ไม่เข้าร่วมประชุมถึง ๔ คน ผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง หายไปอีก ๒ คน ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ทั้ง ๆ ที่ทุกท่านก็รู้ว่าจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาปรับ อัตราค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากสำหรับชีวิตของผู้ใช้แรงงาน ท่านก็ยังไม่มา เข้าร่วมประชุม โดยเฉพาะกรรมการฝ่ายรัฐบาล ทั้ง ๆ ที่เป็นหน้าที่ของพวกท่าน และที่สำคัญเลย ก็คืออธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านรัฐมนตรี และเป็นผู้ที่ต้องดำเนินการตามนโยบายของท่านรัฐมนตรีก็ขาดประชุมเช่นเดียวกัน ที่ผมสงสัยก็คือท่านอธิบดีมีภารกิจอื่นใดที่สำคัญกว่าภารกิจที่ได้รับมอบหมายจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาหรือครับ ผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน จึงละทิ้งหน้าที่ที่ไม่ยอมเข้าร่วมประชุม ท่านได้สอบถามได้สอบสวนหาข้อเท็จจริงเรื่องนี้หรือยัง หรือเป็นการวางแผนเล่นละครตบตาพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ซึ่งผมเองก็หวังว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น ผมหวังว่าไม่เป็นเช่นที่พี่น้องแรงงานและสื่อมวลชนได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า เป็นการเล่นละครตบตากัน ยิ่งกว่านั้นผมยังมีคำถามอีกว่าแล้วผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย ในคณะกรรมการค่าจ้าง ที่ผ่านมาก็เข้าร่วมประชุมตลอดครับ แม้กระทั่งในวันที่ ๑๖ กันยายน ก็เข้าร่วมประชุม แต่ไม่ถึงสัปดาห์ วันที่ ๒๐ กันยายน กลับมาบอกว่าไม่ได้เป็นตัวแทนของ ธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว ซึ่งวันนั้นท่านก็ไม่ได้ร่วมประชุม และมีบอกว่าต้องรอแต่งตั้ง ผู้แทนคนใหม่ให้เสร็จสิ้นก่อนจึงจะสามารถประชุมเพื่อพิจารณาปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำได้ พี่น้องผู้ใช้แรงงานเขาฝากผมมาครับว่านี่เป็นเกมการเมืองเล่นละครตบตากันใช่ไหม เป็นการเล่นละครเพื่อบ่ายเบี่ยงการปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำใช่หรือไม่ การประชุมจึงล่มแล้ว ล่มอีก ล่มครั้งแล้วครั้งเล่า อะไรหลาย ๆ อย่างก็ดูแปลกประหลาดครับ เปลี่ยนไปหมด การประชุมครั้งแรกนายจ้างไม่มา ๕ คน การประชุมครั้งถัดมาฝ่ายรัฐบาลไม่มา ๔ คน ลูกจ้าง ไม่มา ๒ คน ท่านรัฐมนตรีครับ ผมถามจริง ๆ ครับ ถามจากใจเลยครับ ท่านมีความมุ่งมั่น จะปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำขึ้นเป็น ๔๐๐ บาท จริง ๆ หรือไม่ แล้วจะปรับขึ้นเมื่อไร ช่วงแรก ขอถามแค่นี้ก่อนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณคุณเซียครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ตามที่ท่านสมาชิก ได้ตั้งคำถามว่าตัวผมเองมีความตั้งใจจริงหรือไม่ในการที่จะพยายามผลักดันค่าแรงขั้นต่ำให้ได้ ๔๐๐ บาท ในวันที่ ๑ ตุลาคม ซึ่งตัวผมเองก็ขอยืนยัน ณ สถานที่แห่งนี้นะครับว่า ตัวผมเอง มีความตั้งใจ แต่ผมก็เชื่อว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่อยู่ในห้องประชุม แล้วก็ผู้ใช้แรงงาน ที่ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมคงทราบดีว่า เจตนารมณ์ของรัฐบาลก็มีการตั้งเป็นนโยบายในรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ว่าจะปรับค่าแรงขั้นต่ำที่ ๖๐๐ บาท ในปี ๒๕๗๐ ซึ่งตัวผมเองก็ยึดถือนโยบายมาโดยตลอด และถึงแม้นว่ารัฐบาลที่ได้มีการเปลี่ยนแปลง นายกรัฐมนตรีเป็นท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ถึงแม้นท่านไม่ได้กำหนด ในนโยบายถึงค่าแรงขั้นต่ำ แต่ตัวผมเองถือว่าสิ่งที่รับโจทย์มาจากรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ตัวผมเองก็มั่นใจและพร้อมที่จะเดินหน้าต่อไป แต่สำหรับที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้ถามว่าเราเล่นละครกันหรือเปล่า ในวันที่ ๑๖ ฝ่ายนายจ้าง ๕ ท่าน ไม่เข้าที่ประชุม แน่นอนครับ ผมคิดว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็ทราบดี เพราะท่านก็ทำเรื่อง ของแรงงานมาเป็นระยะเวลาหลายปี ว่าการที่จะประชุมไตรภาคี ฝ่ายนายจ้าง ๕ ท่าน ลูกจ้าง ๕ ท่าน ในภาครัฐก็ ๕ ท่าน โดยมีปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธานในที่ประชุม หากว่าขาดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผู้เข้าร่วมประชุมไม่ครบ ๒ ใน ๓ เราก็ไม่สามารถที่จะเปิดประชุม แล้วก็สามารถลงมติได้ เพราะฉะนั้นในวันที่ ๑๖ กันยายน ก็เท่าที่ทราบ ท่านก็ทราบ ผมก็ทราบว่า ฝ่ายนายจ้างไม่เข้าร่วมประชุมทั้ง ๕ ท่าน เสร็จแล้วหลังจากนั้นวันที่ ๒๐ เราก็มีการเชิญประชุม อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งการประชุมในครั้งที่ ๒ ถ้าหากว่าผู้เข้าร่วมประชุมครบ ๒ ใน ๓ เราสามารถ โหวตได้ทันที แต่ก็อย่างที่ท่านพูดผมก็ไม่ได้ตอบปฏิเสธนะครับว่า นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่นอกเหนือการที่ตัวผมเองที่จะกำกับหรือบังคับ เพราะรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ไม่สามารถที่จะเข้าไปแทรกแซงและเข้าไปนั่งในห้องประชุมได้ เพราะฉะนั้นตัวผมเองก็เลย ไม่สามารถที่จะเข้าไปและทำการเจรจา เพราะเป็นข้อห้ามว่ารัฐมนตรีไม่สามารถแทรกแซง ในเรื่องของนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ เพราะฉะนั้นวันที่ ๒๐ ก็เลยมีเหตุการณ์ว่า ฝ่ายนายจ้างเข้า มาครบทั้ง ๕ ท่าน แต่ฝ่ายลูกจ้างขาด ๒ ท่าน ตัวแทนของธนาคารแห่งประเทศไทย ๑ ท่าน แล้วก็ท่านอธิบดีกรมสวัสดิการซึ่งเป็นตัวแทนของกระทรวงแรงงานก็ขอลา ซึ่งตรงนี้จะถามว่า เป็นเทคนิคก็ได้ ถ้าหากว่ามีการประชุมในวันนั้น ผมก็เชื่อว่าเราไม่สามารถที่จะโหวตได้ แต่ถ้ามีการโหวตในวันนั้น ถามว่าฝ่ายนายจ้างยืนยันคัดค้านทั้ง ๕ คน ของเราถ้ามีครบ นอกเหนือจากกรรมการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยส่งมาเป็นตัวแทนไม่เข้า ๑ ท่าน ผมก็จะขอถามท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติไปว่า ถ้ามีการประชุมในวันนั้น ผู้ที่จะเสียหายคือ กลุ่มใด ซึ่งผมก็ไม่อยากที่จะพูดในที่นี้ แน่นอนครับ ฝ่ายนายจ้างอย่างไรเขาก็ไม่อยากขึ้น เพราะสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยในขณะนี้พวกเราทุกคนทราบ และที่ประเด็นสำคัญ ไปกว่านั้น สิ่งที่เพิ่มต้นทุนให้กับฝ่ายนายจ้างก็คือดอกเบี้ยที่สูงเกินความจริง นอกเหนือจาก อัตราเงินเฟ้อ ซึ่งผมคิดว่าในรัฐบาลก็มีหลาย ๆ ฝ่าย ที่พยายามที่จะเจรจากับทางธนาคาร แห่งประเทศไทยว่าเป็นไปได้ไหมคุณสามารถลดดอกเบี้ยได้ไหม เพื่อเป็นการช่วยเหลือ กับฝ่ายนายจ้าง ซึ่งตลอดเวลาครับ ธนาคารแห่งประเทศไทยอ้างถึงว่า หนี้สินครัวเรือนเราสูงมาก ผมก็ไม่ได้เถียงนะครับ แต่หนี้สินครัวเรือนถามว่าวันนี้ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารที่เป็นของ ภาครัฐ มีปล่อยกู้ให้ใครได้บ้าง เต็นท์รถมือสองพวกเราก็เห็นแล้วนะครับ ทยอยปิดตัวเอง ไปตลอดเวลา แล้วการยึดรถก็มีการยึดมาจนล้นลานจอดรถสำหรับการประมูล เพราะฉะนั้น ตัวผมเองก็ไม่ขอที่จะถกเถียงกับท่าน แต่ผมจะขอฟังคำถามที่ ๒ และคำถามที่ ๓ แล้วผมจะถือโอกาสสรุปทีเดียวว่า สุดท้ายแล้วเรามีเหตุผลอะไรถึงยังไม่สามารถประกาศ ค่าแรงขั้นต่ำที่ ๔๐๐ บาทในวันที่ ๑ ตุลาคมครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานครับ เดี๋ยวคุณเซียจะถามเป็นคำถามที่ ๒ ท่านมีเวลา ที่จะถามคำถามต่อไปอีก ๗ นาที ๑๐ วินาที เชิญครับ🔗

นายเซีย จำปาทอง แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งที่ได้รับคำชี้แจงจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ผมฟังแล้วก็รู้สึกสงสัย อีกเหมือนกันครับ ท่านบอกว่าท่านไม่สามารถแทรกแซงคณะกรรมการไตรภาคีได้ ในการพิจารณาปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำ แต่ว่าที่ผ่านมาท่านให้สัมภาษณ์กับสื่อต่าง ๆ ตั้งแต่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ว่าจะปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำเป็น ๔๐๐ บาท เท่ากันทั่วประเทศ ถือว่าเป็นการแทรกแซงหรือไม่ครับ ท่านประธานครับ ก็อย่างที่รัฐมนตรีกล่าวไว้นะครับ ว่าจะปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ๔๐๐ บาท เท่ากันทั่วประเทศ ล่าสุดครับท่านพูดว่าจะปรับขึ้น เฉพาะลูกจ้าง ๒๐๐ คนขึ้นไป ก่อนหน้านี้ท่านบอกว่าเท่ากันทั่วประเทศ เท่ากันทั่วประเทศ เท่ากันทั่วประเทศ ล่าสุดครับก่อนแถลงนโยบายท่านบอกว่าจะปรับขึ้นเฉพาะกิจการ ที่มีลูกจ้าง ๒๐๐ คนขึ้นไป ที่ผ่านมาผมได้ทำงานและได้ลงพื้นที่จัดกิจกรรมพบปะ พี่น้องประชาชนผู้ใช้แรงงาน มีคำถามเยอะมากครับ เขาสงสัยกันตั้งแต่คราวก่อนแล้ว ที่มีการปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำเมื่อเดือนเมษายน ที่ท่านปรับขึ้นแค่ ๑๐ จังหวัด เฉพาะกิจการ โรงแรม ๔ ดาวขึ้นไป และต้องมีลูกจ้าง ๕๐ คนขึ้นไปเท่านั้น หลายแห่งอยู่กันคนละฟากถนนแท้ ๆ แต่ค่าแรงขั้นต่ำไม่เท่ากัน เช่น ในกรุงเทพมหานครปรับขึ้นแค่เขต ๒ เขต คือเขตวัฒนา และเขตปทุมวัน เฉพาะโรงแรมในเขตวัฒนาที่มีการปรับขึ้นนะครับ แต่ในเขตคลองเตย ซึ่งอยู่คนละฟากถนนไม่ปรับขึ้น ทั้ง ๆ ที่อยู่ถนนสายเดียวกันนะครับ สินค้าอุปโภคบริโภคราคาเท่ากัน ทำไมถึงปรับไม่เท่ากัน เวลาไปซื้อของในตลาดไปซื้อของ ตามร้านค้า แม่ค้าเขาไม่ได้ถามนะครับว่าท่านอยู่เขตคลองเตยหรือเขตวัฒนา เขาขายราคา เดียวกันหมดครับ ไม่ได้ขายราคาถูกกว่ากัน เพราะค่าแรงขั้นต่ำมันปรับไม่เท่ากัน เขาซื้อของ ราคาแตกต่างกันที่ไหนครับ ก็ราคาเท่ากันทั้งหมด หรือท่านลองไปเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมัน ก็ได้ครับ ถึงคุณอยู่คนละเขต เขตที่ปรับขึ้นกับเขตไม่ปรับขึ้นราคาน้ำมันก็ปรับขึ้นเท่ากันนะครับ แล้วก็เติมน้ำมันราคาเท่ากันด้วย แต่เวลาท่านปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้นไม่เท่ากัน นี่คือแนวคิดที่ไม่ได้สร้างความเสมอภาคให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน นี่มาอีกแล้วครับจะปรับขึ้น เฉพาะกิจการที่มีลูกจ้าง ๒๐๐ คนขึ้นไป ท่านประธานครับ ในเมื่อกิจการขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ สถานประกอบกิจการก็อยู่ปะปนกันเต็มไปหมด ในนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็มีทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ค่าอาหาร ค่าครองชีพของคนทำงานเท่ากันหมดครับ ในพื้นที่เดียวกันในพื้นที่ใกล้เคียงกันติดกันราคาไม่ได้แตกต่างกันเลยครับ เหตุใดจึงไม่ปรับ อัตราค่าแรงขั้นต่ำ ๔๐๐ บาท เท่ากันทั่วประเทศ แล้วภาครัฐก็ไปขยายมาตรการเยียวยา ให้กับผู้ประกอบการ เหมือนครั้งที่พรรคเพื่อไทยเคยปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ๓๐๐ บาท เท่ากันทั่วประเทศ ท่านประธานครับ เอาเข้าจริง ๆ พรรคประชาชนของพวกเรา ก็พอจะเข้าใจพวกท่านนะครับ เพราะตอนที่เราคิดนโยบายเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ ๔๕๐ บาท เราคิดถึงนโยบายที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพ ลดผลกระทบให้แก่กลุ่ม SMEs ด้วย และปรับเพิ่ม สวัสดิการของประชาชนทุกช่วงวัย แล้วพวกท่านมีมาตรการที่จะมาช่วยเหลือกิจการ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก SMEs บ้างหรือไม่ครับ ถ้าหากมีการปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำ เพราะกิจการเหล่านี้เขาอาจจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจไม่ได้แตกต่างกัน ท่านช่วยตอบ คำถามที่ประชาชนและผู้ใช้แรงงานฝากผมมาด้วยครับ เป็นคำถามที่ ๒ ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณคุณเซีย ขอเชิญท่านรัฐมนตรีว่ากระทรวงแรงงานครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

ตัวผมเอง ก็เหลือเวลาประมาณสัก ๘ นาที ถ้าจริง ๆ จะตอบให้ Clear ทั้งหมดจริง ๆ ผมเชื่อว่าเวลา ๘ นาทีคงไม่สามารถจะมีเวลาพอ เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าผมตอบคำถามที่ ๒ ผมคงไม่เหลือ เวลาในการตอบคำถามที่ ๓ ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรตินะครับ จากการที่ถามผมว่า แล้วที่ผมให้สัมภาษณ์เป็นการแทรกแซงหรือไม่ การที่ผมให้สัมภาษณ์ผมถือว่าผมให้นโยบายกับปลัดกระทรวงแรงงาน ในการที่จะนำเข้าไป หารือในที่ประชุมของคณะกรรมการไตรภาคี ถ้าผมแทรกแซงนั่นหมายความว่า ตัวผมเอง คงต้องเข้าไปแทรกแซงหรือไปพูด หรือขอเวลาพูดก่อนที่จะมีการประชุมในคณะกรรมการ ไตรภาคี อันนี้ผมขอชี้แจงในสำหรับการแทรกแซงนะครับ🔗

ส่วนในเรื่องของที่ถามว่า ทำไมจะต้องหาหลักเกณฑ์ แน่นอนครับ วันนี้พวกเราคงทราบดีถึงสภาวะถดถอยของสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยเรา ซึ่งตัวผมเองทราบ ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกคนก็ทราบนะครับ แต่การที่เรา พยายามที่จะคัดเราก็พยายามจะคัดว่า ทำไมเราไม่ไปกระทบ S M ทำไมเราถึงเลือก ที่จะประกาศ L อย่างเดียว แน่นอนครับการประกาศค่าแรงขั้นต่ำที่ ๔๐๐ บาท ก็อย่างที่ ท่านกล่าวมา ผมไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงนะครับ เราก็จะใช้เกณฑ์ที่มีพนักงาน ลูกจ้างมากกว่า ๒๐๐ คน เราก็จะปรับค่าแรงขั้นต่ำที่ ๔๐๐ บาท เท่ากันทั้งประเทศ ส่วนที่มีพนักงาน น้อยกว่าผมถือว่าอยู่ใน Size S ตีว่า Size เล็ก หรือ Size กลาง เราไม่พยายาม เพราะผมถือว่า SMEs ถือครองแรงงานถึงประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศไทย วันนี้ SMEs แทบจะอยู่ไม่ได้ เพราะการต่อสู้ ทางการค้าค่อนข้างรุนแรงมาก ๆ และที่สำคัญ ไปกว่านั้นทางกระทรวงการคลังและกระทรวงแรงงานของเราก็กำลังหาแนวทางว่า เราไม่กระทบไปที่ SMEs แล้ว จะหาวิธีอย่างไรในการที่จะไปช่วยกู้สถานะทางการเงินให้กับ SMEs ให้เขาเกิดความแข็งแรงและเดินหน้าไปได้สำหรับรองรับการปรับค่าแรงในครั้งต่อ ๆ ไป แต่ถ้าเราทำและเราประกาศในเวลานี้ ขณะนี้ ก็แน่นอนครับว่าก็คงจะมีเพื่อน ๆ ผู้ใช้แรงงาน อีกเป็นแสนหรือหลาย ๆ แสนที่จะไม่มีงานทำ ผมก็คงจะไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบมากมาย ขนาดนั้น ผมก็ขอความกรุณาท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับว่า พวกท่านอยู่ในภาคแรงงาน ทำงานกับเรื่องของแรงงาน ท่านก็ทราบดี ผมคิดว่าทราบดีกว่าผมเสียด้วยซ้ำว่า จุดที่เหมาะสมที่สุดคือจุดไหน เพราะการที่เราปรับที่ Size ๒๐๐ คนนี้ ผู้ที่ได้ประโยชน์ สำหรับการที่เราปรับตรงนี้ก็คือผลกระทบของ Size L นี้ก็จะกระทบผู้ใช้แรงงานประมาณ ๒,๒๙๐,๐๐๐ คนเศษนะครับ แรงงานไทยที่ได้รับประโยชน์ก็ประมาณ ๑,๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน เป็นแรงงานต่างด้าวประมาณ ๕๔๐,๐๐๐ กว่าคนเศษ แต่ต้นทุนทางนี้ฝ่ายนายจ้างก็จะได้รับ ผลกระทบต่อคนก็คือประมาณ ๗๒.๗๘ บาท นี่ก็กระทบค่อนข้างรุนแรงอยู่แล้ว ถ้าถามว่า เราผลักภาระตรงนี้ไปให้กับ SMEs และถามว่าถ้า SMEs ล้ม แน่นอนครับ ความรับผิดชอบ ก็ต้องอยู่ที่กระทรวงแรงงาน เพราะคุณเล่นประกาศแบบปูพรม แต่ถ้าเราประกาศ Size L ไปก่อน และหลังจากนั้นเรามากู้สถานะให้กับ SMEs เมื่อสถานะของ SMEs เดินหน้าต่อไปได้ แล้วเรามาว่าของ SMEs ต่อไป แต่แน่นอนครับ ก็ไม่ได้หมายความว่า SMEs ปีนี้จะไม่ได้ ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เราก็มีนโยบายต่อไปว่า ในช่วงของสิ้นปีต่อเนื่องปี ๒๕๖๘ เราก็จะมี การประกาศค่าแรงขั้นต่ำเฉพาะ SMEs อีกครั้งหนึ่ง ตามที่อนุไตรภาคีในแต่ละจังหวัด ส่งข้อมูลมาให้กับเรา ซึ่งผมก็ขอตอบในคำถามที่ ๒ เพียงเท่านี้ เผื่อเวลาไว้ประมาณ ๒ นาที เพื่อจะได้ตอบคำถามที่ ๓ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานครับ เดี๋ยวคุณเซียจะถามเป็นคำถามสุดท้ายในเวลา ๒ นาที ๓๐ วินาที เชิญครับ🔗

นายเซีย จำปาทอง แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน จริง ๆ ผมได้อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องมาตรการในการช่วยเหลือ SMEs นะครับว่ามีมาตรการ หลายอย่างที่จะสามารถช่วยเหลือพี่น้องหรือผู้ประกอบการ SMEs มีมาตรการเยอะแยะ ที่สามารถที่จะนำไปช่วยพี่น้อง SMEs ได้ ท่านประธานครับ สุดท้ายนะครับ ตามที่ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเคยให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องแรงงานไว้ กระทรวงแรงงาน จะดำเนินการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ผ่านกลไกของคณะกรรมการค่าจ้างหรือที่เรียกว่า คณะกรรมการไตรภาคีนะครับ โดยจะไปให้ถึง ๖๐๐ บาท ในปี ๒๕๗๐ แน่นอน ดังนั้น ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีช่วยบอก Timeline การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง ปี ๒๕๗๐ ให้ทราบได้หรือไม่ว่า แต่ละช่วงจะมีการปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำอย่างไรบ้าง ปี ๒๕๗๐ ค่าแรงขั้นต่ำถึงจะขึ้นถึง ๖๐๐ บาท พี่น้องประชาชน และผู้ใช้แรงงาน และผู้ประกอบการจะได้เตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมความพร้อม ในการที่จะได้รับผลด้านบวก ด้านผลกระทบ สุดท้ายครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีสำหรับการให้เกียรติมาตอบกระทู้ถาม ของผมในวันนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณคุณเซียครับ ท่านรัฐมนตรีจะตอบคำถามสุดท้ายในเวลา ๒.๑๗ นาที เชิญครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผมก็เหลือเวลาประมาณสัก ๒ นาที ก็จะขอตอบ คำถามที่ ๓ ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ วันนี้ตัวผมเองมีความมุ่งมั่น ก้าวแรกให้จบไป ให้ได้ก่อนก็คือค่าแรงขั้นต่ำของเดือนตุลาคมนี้ให้จบที่ ๔๐๐ บาท เมื่อเราสามารถประกาศ ค่าแรงขั้นต่ำที่ ๔๐๐ บาท จบแล้ว ผมก็จะขอชี้แจงให้ว่าเราจะมี Timeline ในการที่จะ ประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ นอกเหนือไปจากนี้อีกเมื่อไรครับ ถ้าผมจะพูดอย่างเดียวว่า ผมมี Timeline ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ แล้วผมไม่ดูถึงสถานะของผู้ประกอบการ หรือสภาวะเศรษฐกิจ ของประเทศไทยเรา ประกาศไปก็เป็นเพียงลมปาก แต่ถ้าจะทำให้สำเร็จจริง ก็อาจจะไม่ถึง ๖๐๐ บาทก็ได้ แต่ขอให้มีความก้าวหน้าในการขึ้นอัตราค่าแรงขั้นต่ำที่ชาวแรงงานเราต้องอยู่ ให้ได้ นี่คือเป็นเหตุผลที่สำคัญมากกว่า เพราะฉะนั้นผมคงไม่ตอบในเรื่องนี้ แต่ผมก็ขอฝาก ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่านนะครับว่า พวกเราช่วยกันได้ไหม กับการที่จะไปขอหารือ กับ ธปท. ซึ่งอาจจะเป็นการก้าวก่าย ธปท. ถือว่า ธปท. เป็นเอกเทศของท่านในเรื่องของ การลดต้นทุนของค่าดอกเบี้ยของสถานประกอบการ ถ้าหากมีต้นทุนดอกเบี้ยที่เหมาะสม ผมเชื่อว่าเมื่อลดต้นทุนได้การที่จะประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ มันก็จะเป็นสมการที่เราสามารถ เดินไปได้ เมื่อนายทุนหรือผู้ประกอบการมีต้นทุนที่ต่ำกว่า เขาก็สามารถขยับค่าแรงขั้นต่ำ ให้กับผู้ใช้แรงงานเราได้ ซึ่งตรงนี้ก็ขอโอกาสหน้าก็อยากจะให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ หลังจากที่เราประกาศค่าแรงขั้นต่ำไปแล้วที่ ๔๐๐ บาท ผมขอความกรุณานะครับว่า เชิญผมมาตอบได้อีกครั้งหนึ่ง ผมพร้อมและยินดีที่จะตอบในเวทีแห่งนี้ในสภาแห่งนี้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ จบกระทู้ถามสดด้วยวาจากระทู้ที่ ๑ ครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคุณเซีย จำปาทอง ครับ🔗

๒. นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน ขอเชิญคุณผกามาศ เจริญพันธ์ ครับ🔗

นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดสุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย ดิฉันขอขอบพระคุณท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่มาตอบกระทู้สดค่ะ🔗

เนื่องด้วยในขณะนี้ประเทศไทยได้ประสบอุทกภัยอย่างหนัก โดยเฉพาะ ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน โซนลุ่มน้ำโขงและภาคใต้ เช่น จังหวัดสตูลนะคะ ส่งผลให้เกิด ความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินแก่พี่น้องชาวไทยเป็นอย่างมาก โดยในเรื่อง ความช่วยเหลือต่าง ๆ นั้น เราต่างก็ได้ทราบกันดีนะคะว่ามีทางภาครัฐได้ประสานไปทาง ภาคเอกชนเป็นไตรภาคีได้เข้าไปช่วยกู้สถานการณ์เฉพาะหน้านี้แล้ว แต่ผลกระทบต่อเนื่อง จากปัญหาอุทกภัยยังส่งผลให้หลายบริษัทต้องปิดกิจการ รวมทั้งบางโรงงานอาจจะยัง ไม่สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ ดิฉันอยากสอบถามผ่านทางท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานว่าทางกระทรวงแรงงานนั้น จะมีมาตรการ ความช่วยเหลือเยียวยาพ่อแม่พี่น้องประชาชนในภาคแรงงานทั้งในและนอกระบบ รวมถึง ผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหาย ในเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยเฉพาะหน่วยงานประกันสังคมนั้น จะมีการเยียวยาอย่างไรค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เป็นคำถามที่ ๑ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็เป็นอีกคำถามหนึ่ง ซึ่งตัวผมเองก็จะขอชี้แจงให้กับสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ทราบนะครับว่า จากนโยบายของ ท่านนายกรัฐมนตรี และจากการที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ไปดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากอุทกภัยทางภาคเหนือ ตั้งแต่จังหวัดน่าน จังหวัดแพร่ จังหวัดพะเยา แล้วก็ไปที่ จังหวัดเชียงราย แล้วก็อาจจะมีทางภาคเหนือซึ่งมีจังหวัดสุโขทัย มีทางจังหวัดพิษณุโลก แล้วก็จังหวัดพิจิตร ซึ่งขณะนี้ก็เลยไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดตาก ซึ่งได้รับผลกระทบ ทั้งหมด ซึ่งแน่นอนครับทางประกันสังคมเรามีออกมาตรการในการที่จะดูแลผู้ประกันตน โดยเฉพาะผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๙ ทางประกันสังคมจะให้ช่วยเหลือเยียวยา ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ของค่าจ้างในแต่ละวันที่ผู้ประกันตนเสียหาย ถึงแม้นว่าผู้ประกันตนรายนั้น ยังทำงานหรือหยุด ไม่สามารถไปทำงานได้ เราก็จะเยียวยา ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ของค่าจ้าง ในแต่ละวันของผู้ประกันตนเป็นระยะเวลาไม่เกิน ๑๘๐ วัน ซึ่งนอกเหนือจากนั้น ทางกระทรวงแรงงานเราก็มีการเดินทางไปมอบถุงยังชีพให้กับจังหวัดต่าง ๆ ที่ประสบ อุทกภัย โดยเฉพาะเรามีผู้ให้การสนับสนุนโดยบริจาคน้ำดื่มไปในจังหวัดต่าง ๆ แล้ว ถึง ๑๐๕,๐๐๐ ขวด Size ๑.๕ ลิตรต่อขวด และทำข้าวกล่องแจกไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ กล่อง และที่สำคัญไปกว่านั้นหลังจากอุทกภัยผ่านไปแล้ว กระทรวงแรงงานเรามีหน้าที่ก็คือเข้าไป ช่วยซ่อมแซม บำรุงรักษา โดยเฉพาะบ้านที่เกิดอุทกภัย ระบบไฟในบ้านเสียหาย ทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเราได้มีการระดมช่างในทุกจังหวัดของภาคเหนือเข้าไประดมช่วย ซึ่งขณะนี้เรากำลังปฏิบัติการอยู่ที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งตัวผมเองเมื่อวานนี้ก็ได้ลงพื้นที่ ที่อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ซึ่งยังไปไม่ถึงที่แม่สาย ซึ่งแม่สายผมก็มีกำหนดว่า เราจะลงไปในวันที่ ๔ คือสัปดาห์หน้า ทำไมยังไม่ไปแม่สาย เพราะว่าแม่สายพบกับปัญหา ที่หนัก แล้วไม่สามารถที่จะ Clear พื้นที่ให้พวกเราเข้าไปซ่อมบำรุงได้ การซ่อมบำรุงตรงนี้ เราจะมีการดูเรื่องระบบไฟฟ้าในบ้าน ซ่อมสำหรับเครื่องมือเครื่องใช้ที่เกี่ยวกับภาคการเกษตร และที่สำคัญคือยานพาหนะ โดยเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์เราก็จะไปทำการถ่ายน้ำมันเครื่อง แล้วก็ซ่อมบำรุงให้นะครับ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทางกระทรวงแรงงานเราก็ได้ขอรับบริจาค จากบริษัทต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่ม อาหารแห้ง แล้วก็โดยเฉพาะ อุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่อง หัวเทียนหรืออุปกรณ์สายไฟฟ้าต่าง ๆ ซึ่งในขณะนี้ เราก็กำลังดำเนินการขอการสนับสนุน และที่ประเด็นผมอาจจะตอบเลยทางท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติไปเลยนะครับว่า แล้วโดยเฉพาะในขณะนี้ทางประกันสังคมเราก็จะมีการลงนาม ใน MOU กับทางธนาคารอาคารสงเคราะห์ในเรื่องของการช่วยเหลือเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ย ขั้นต่ำให้กับผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๙ และมาตรา ๔๐ ซึ่งเราจะให้คนหนึ่งกู้ไม่เกิน ๒ ล้านบาท ในวงเงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ประกันสังคมจะลงนาม MOU กับธนาคาร อาคารสงเคราะห์ ซึ่งตรงนี้อัตราดอกเบี้ยใน ๕ ปีแรก คือ ๑.๕๙ เปอร์เซ็นต์ ส่วนในปีที่ ๖ ถึงปีที่ ๘ ก็ MRR-2 ปีที่ ๙ เป็นต้นไปก็คือ MRR-0.5 ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้ก็จะเป็นการบรรเทา เบาบางสำหรับการที่จะช่วยให้กับผู้ประกันตนของประกันสังคม ก็ขอตอบเบื้องต้น เพียงเท่านี้ก่อนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณผกามาศ เจริญพันธ์ ถามเป็นครั้งที่ ๒ เชิญครับ🔗

นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ สุรินทร์

เป็นคำถามสุดท้ายนะคะ ในสถานการณ์โลกที่มีสภาพอากาศแปรปรวนนะคะ แน่นอนว่าจะต้องมีภัยพิบัติเกิดขึ้นอีก ในอนาคต ทางกระทรวงแรงงานมีมาตรการรองรับ หรือ Emergency Plan ไหมคะ อย่างเช่น ใน Part ของแรงงานที่อยู่นอกระบบประกันสังคมเราจะมีอะไรที่จะช่วยเยียวยาคนกลุ่มนี้ไหมคะ แล้วก็นอกจากนี้ก่อนที่จะจบคำถามดิฉันอยากจะฝากทุกท่านไว้นะคะว่า โลกของเราอยู่ในยุค โลกเดือดแล้วนะคะ ย่อมเกิดสภาพอากาศแปรปรวนขึ้นทุกวันนะคะ ซึ่งแม้ประเทศไทย จะเป็นประเทศที่มีภัยพิบัติค่อนข้างต่ำกว่าประเทศอื่น แต่ก็คงหลีกหนีไม่พ้นนะคะ เราจึง จะต้องเตรียมแผนเพื่อที่รองรับเรื่องของภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แล้วก็ไม่สามารถที่จะ รีรอเพียงแต่ไปกู้ภัยเมื่อเหตุได้เกิดไปแล้ว ดิฉันจึงอยากขอฝากให้ทางรัฐบาลและภาครัฐ ได้พิจารณาดำเนินเพื่อสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชนชาวไทยด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

ขอขอบคุณ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอีกครั้งหนึ่งนะครับ คำถามนี้เป็นคำถามที่ ๒ ซึ่งเป็นคำถามที่ถามผมว่า ตอบยากไหม ผมเรียนตรงไปตรงมานะครับ เป็นคำถามที่ตอบยากมาก ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วคำว่า โลกเดือด หรือ Climate Change ซึ่งปัจจุบันนี้เราก็จะเห็นว่าปัญหาของอุทกภัยก็ดี วาตภัยก็ดี จะเกิดความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเราก็จะเห็นว่าไต้ฝุ่นลูกที่ใหญ่ที่สุดในรอบ ๗๐ ปี ก็พัดเข้ามาสู่ภูมิภาคของเราในระยะเวลา ที่ผ่านมาไม่นาน ซึ่งสร้างความเสียหายให้ทั้งประเทศญี่ปุ่น จีน แล้วก็ทางประเทศเมียนมา และเวียดนาม ซึ่งเกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็ยังดีครับ ประเทศไทยเราก็เจอพายุท้าย ๆ แต่นั่นละครับ ด้วยความที่ปีนี้เราก็เจอกับพายุเข้ามา ในภูมิภาคนี้หลาย ๆ ลูกด้วยกัน ซึ่งขณะนี้ก็เห็นอยู่นะครับว่า ก็มีพายุเข้ามา ซึ่งถึงแม้น จะเป็นแค่มรสุมก็ทำให้จังหวัดเชียงใหม่เรา จังหวัดลำปางของเรา จังหวัดลำพูนของเรา เริ่มประสบอุทกภัย แน่นอนครับ กระทรวงแรงงานเราก็มีการที่จะคุยและพูดถึงการสร้างอาชีพ โดยเฉพาะอาชีพอิสระ ซึ่งตัวผมเองก็ได้กำชับผ่านกรมพัฒนาฝีมือแรงงานไปว่า การที่เรา จะพูดถึงการสร้างอาชีพอิสระ สิ่งที่เราจะต้องเอามาเป็นเป้าหมายและหลักในการที่จะหารือ กับกลุ่มผู้จะประกอบอาชีพอิสระในแต่ละตำบล ซึ่งนโยบายของกระทรวงแรงงาน หนึ่งตำบล หนึ่งกลุ่มอาชีพอิสระ โดยให้ยึดถือนโยบาย BCG ก็คือ Bio Circular และ Green เราจะพยายามใช้วัสดุที่เป็นของธรรมชาติที่เราหาได้ในพื้นที่ของเรา ไม่ว่าจะเป็นตำบล อำเภอ หรือในหมู่บ้าน เข้ามาเพื่อทำการประกอบและใช้ และเมื่อใช้เสร็จ สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ นี่ก็คือเป็นการช่วยในการลดเรื่องของสภาวะคำว่า โลกร้อน และอีกส่วนหนึ่งก็มีการรณรงค์และหารือผ่านไปทางอาสาสมัครแรงงาน ซึ่งของเรามี หนึ่งตำบล หนึ่งอาสาสมัครแรงงาน เราก็จะพยายามให้ความรู้ ความสามารถ แล้วก็ให้ข้อมูลว่า อาสาสมัครแรงงานเราควรจะเข้าไปแนะนำอย่างไรในการที่ปัจจุบันนี้ ในการที่จะรณรงค์ ในเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของการที่จะลดโลกร้อนให้ได้ ซึ่งตัวผมเอง ถึงแม้นกระทรวงแรงงานเราอาจจะไม่ได้เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการดูแลเรื่องของสภาวะ แวดล้อม แต่เราก็เป็นส่วนที่จะเป็น Jigsaw ตัวหนึ่งในการที่จะเข้าไปเกี่ยว เพราะผู้ใช้แรงงาน ถึง ๔๐ ล้านคน อย่างไรไม่ว่าธุรกิจอะไร หรือกิจกรรมอะไร หรือธุรกรรมอะไร ผู้ใช้แรงงาน ทั้ง ๔๐ ล้านคนนี้ต้องมีส่วนเกี่ยวเนื่องไปในทุกมิติ ทุกกิจกรรม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทาง กระทรวงแรงงาน โดยผ่านกรมพัฒนาฝีมือแรงงานก็พยายามที่จะไปให้ความรู้ว่าอะไรควรจะทำ อะไรไม่ควรจะทำ และอะไรที่คิดว่าเมื่อเราทำไปแล้วไม่สร้างมลภาวะให้กับโลกใบนี้ หรือประเทศของเราให้มากไปกว่าที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งตัวผมเองในอดีตขอย้อนเล็กน้อย เคยอยู่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เราก็มีความคิดและมีการกระทำว่าถ้าการท่องเที่ยว เราจะมีการท่องเที่ยวอย่างไรในการลดในเรื่องของสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นเมื่อกลับมา อยู่ที่กระทรวงแรงงาน กระทรวงแรงงานก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่จะต้องไปเชื่อมต่อกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเราก็จะเป็นผู้ที่กำหนดหลักสูตร และนำไปปฏิบัติ และบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวเนื่องกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเราก็จะเป็นผู้จัดการอบรมหรือสัมมนาให้กับแรงงานต่าง ๆ เหล่านั้น ซึ่งถ้าเราให้ความรู้เป็นเบื้องต้นไปกับผู้ใช้แรงงานแล้วผมมั่นใจนะครับ เราสามารถลด เรื่องของสิ่งแวดล้อมได้ ลดเรื่องของสภาวะแวดล้อมของโลกได้ แต่ที่นอกเหนือไปกว่านั้น สิ่งที่พวกเรากำลังสร้าง หนึ่งอาชีพอิสระต่อหนึ่งตำบล เราพยายามปกป้องเพื่อไม่ให้กระทบ ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ผมถึงให้นโยบายกับทางแต่ละตำบลว่า เอานโยบาย BCG มาเป็นตัวจับ เมื่อจับได้แล้วผมเชื่อว่าเราเอาธรรมชาติมาใช้ ไม่รบกวนสิ่งที่นอกเหนือธรรมชาติ และไม่ไป รบกวนสิ่งที่จะทำให้เกิดธรรมชาติให้ผิดเพี้ยน นั่นก็คือจะเป็นที่มาของการช่วยเหลือ และสนับสนุนการต่อสู้ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม หรือ Climate Change ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานครับ คุณผกามาศไม่ติดใจอะไรแล้วนะครับ ก็เป็นอันว่า จบกระทู้ถามสดที่ ๒ ครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคุณผกามาศ เจริญพันธ์ นะครับ🔗

๓. นายฐากูร ยะแสง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถามนายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถาม เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจ ราชการที่สำคัญ จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คุณธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เป็นผู้มาตอบกระทู้ถามแทนนะครับ ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยมาพร้อมแล้ว ขอเชิญคุณฐากูร ยะแสง ครับ🔗

นายฐากูร ยะแสง เชียงราย

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม ฐากูร ยะแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๓ พรรคประชาชนครับ จากเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยปัจจุบันมีปัญหาเพิ่มเติม อย่างต่อเนื่องยังไม่พ้นวิกฤต ทั้งเชียงราย ลำปาง และเชียงใหม่ ซึ่งเขตพื้นที่ผมครับ ที่อำเภอเวียงป่าเป้า ได้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มจนทำให้พี่น้องมากกว่า ๑๐ ชุมชน ทั้งอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย และอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ยังถูกตัดขาด จำเป็นต้องอพยพและได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เหตุการณ์ล่าสุดบ่งบอกว่า ภาคเหนือยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ผมกังวลว่าคำว่า ภาวะปกติของท่านนายกรัฐมนตรี เคยกล่าวเมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อนกับผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชนที่จังหวัดภาคเหนือ จะไม่ตรงกัน กับคำว่าปกติของท่านอาจจะหมายถึง เมื่อพายุผ่านพ้นไป หรือระดับน้ำลดลง น้ำที่ท่วมขังได้รับการระบาย แต่ยังไม่ใช่ภาวะปกติในคำนิยามของพวกเราในฐานะ ผู้แทนราษฎร สำหรับผมเมื่อพายุผ่านพ้นไประดับน้ำลดลงนี่ไม่ใช่ภาวะปกติ แต่เป็นการเปลี่ยน จากภาวะภัยพิบัติเข้าสู่การเริ่มต้นของคำว่า ไม่ปกติที่รัฐบาลต้องเร่งรัด จัดการช่วยเหลือ เยียวยาทำให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วครับ คำว่าภาวะปกติของผมคือ บ้านเรือน ของพี่น้องประชาชนได้รับการซ่อมแซม บูรณะให้กลับมาเป็นบ้านที่อบอุ่น ปลอดภัยอีกครั้ง ถนนหนทาง คันกั้นน้ำ โครงสร้างขั้นพื้นฐานต่าง ๆ ได้รับการซ่อมแซมให้กลับมาใช้ได้ เหมือนเดิม ให้เมืองกลับมาเป็นเมืองอีกครั้ง สวน ไร่นาได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาเพาะปลูกได้ เศรษฐกิจการท่องเที่ยวเดินหน้าต่อไป พี่น้องประชาชนไม่ต้องกังวลปัญหาหนี้สิน ไม่ต้องเอามือก่ายหน้าผากว่าจะหาเงินทุนเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างไร จากที่ไหน เพื่อให้ผม และท่านนายกรัฐมนตรีมีคำนิยามคำว่า ภาวะปกติ ที่ตรงกัน ผมจึงขอเรียนถาม คำถามแรกนะครับว่า ความเสียหายของบ้านเรือนพี่น้องประชาชนจากการลงพื้นที่ของผม ผมสามารถแบ่งออกได้เป็น ๓ กลุ่ม กลุ่มแรก กลุ่มสีแดงคือกลุ่มที่บ้านเรือนเสียหาย หนักมาก หรือพังทลายเสียหายทั้งหลัง ประชาชนไม่สามารถพักอาศัยได้ หรือไม่มีที่อยู่อาศัย อาจจำเป็นต้องรื้อถอนบ้านและสร้างบ้านใหม่ บางพื้นที่อาจจะมีปัญหาด้านเอกสารสิทธิ เพราะไม่รู้ว่าที่ดินเดิมของตัวเองอยู่ตรงไหน กลุ่มที่ ๒ คือกลุ่มสีส้ม บ้านเรือนเสียหาย แต่ไม่ได้รับความเสียหายทั้งหลัง แต่เป็นบ้านเรือนของพี่น้องในกลุ่มเปราะบางที่ประสบ ความยากลำบากที่จะลุกขึ้นมาใหม่ได้ และกลุ่มที่ ๓ คือกลุ่มสีเหลือง คือกลุ่มบ้านเรือน ที่เสียหายในระดับที่ยังเข้าพักอาศัยได้ แต่มีปัญหาข้าวของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตเสียหาย สูญหายไปกับสายน้ำ ผมอยากถามรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า มาตรการ ในการช่วยเหลือด้านการเงิน การชดเชย เยียวยา ค่าซ่อมแซมบ้านอย่างไร กลุ่มบ้านเรือน ของพี่น้องสีแดงจะได้รับการช่วยเหลือการก่อสร้างใหม่หรือไม่ บนที่ดินใด ถ้าบ้านของพี่น้อง ถูกพัดพาไป เกณฑ์การช่วยเหลือบ้านเรือนเสียหายของรัฐบาลที่ช่วยเหลือกรณีเสียหาย มากกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่เกิน ๒๓๐,๐๐๐ บาท กรณี ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่เกิน ๗๐,๐๐๐ บาท กรณีเสียหาย น้อยกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท จะเพียงพอหรือไม่ และจะประเมินความเสียหายของบ้านเรือนเสร็จเมื่อไร จะได้รับ เงินช่วยเหลือเมื่อไร อุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ที่เสียหายจะได้รับความช่วยเหลือหรือไม่ พี่น้องชาวเชียงรายและภาคเหนืออยากฟังคำตอบจากรัฐบาล รวมถึงการชดเชยเยียวยาในส่วนของการเพาะปลูกทางการเกษตร รัฐบาลมีนโยบาย ในการชดเชยเยียวยาให้เกษตรกรอย่างไร ในขณะที่ต้นทุนการผลิตของชาวนาสูงกว่า ๔,๐๐๐ บาทต่อไร่ แต่เกณฑ์การช่วยเหลือของรัฐบาลมีเพียงประมาณ ๑,๓๐๐ บาทต่อไร่ มันเหมาะสมหรือไม่ ท่านจะปรับอัตราการช่วยเหลือให้สอดคล้องกับความเป็นจริงหรือไม่ พี่น้องเกษตรกรอยากฟังคำตอบจากรัฐบาลครับ คำถามแรกครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามแรกเลยครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ได้ตอบคำถาม ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านฐากูร ยะแสง ที่มีความเป็นห่วงเป็นใยในสถานการณ์ น้ำท่วมภาคเหนือในขณะนี้ค่ะ ถ้าจะเห็นการทำงานของทางภาครัฐนะคะ เราประเมิน สถานการณ์อุทกภัยดินโคลนถล่มที่เกิดขึ้นในภาคเหนือขณะนี้อยู่ในระดับรุนแรงมาก เป็นภาวะที่พี่น้องประชาชนนั้นได้รับผลกระทบอยู่ในระดับรุนแรงสูง และเป็นเรื่องที่จำเป็น อย่างยิ่งที่ทุก ๆ ภาคส่วนจะได้มาช่วยเหลือกันในภาวะที่พี่น้องประชาชนประสบปัญหาอยู่ ดิฉันก็ต้องเรียนว่า ทุก ๆ กระทรวงที่ได้ทำงานร่วมกัน จะเห็นถึงการลงพื้นที่อย่างแข็งขัน อย่างเต็มที่ของทางท่านรัฐมนตรีทุก ๆ กระทรวง ท่านรองนายกรัฐมนตรี รวมถึงทางท่าน นายกรัฐมนตรีที่ได้มีการสั่งการอยู่ที่จุดเกิดเหตุด้วย แล้วก็ในทุก ๆ วันเราได้มีการ Update ข้อมูลสถานการณ์ของพี่น้องประชาชนที่ได้ประสบปัญหาอยู่อย่างต่อเนื่อง ในจุดไหนที่ต้อง มีการเฝ้าระวัง ในจุดไหนที่จะต้องเตือนให้มีการเตรียมพร้อม ในจุดไหนที่จะต้องให้พี่น้องนั้น อพยพออกจากพื้นที่ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ตรึงกำลังแล้วก็ปรับเปลี่ยนในส่วนของ การคาดการณ์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในหน้างานด้วย เราจะเห็นว่าในขณะนี้มีพายุหลายลูกนะคะ มีในส่วนของฝนตกหนักต่อเนื่อง มันจึงทำให้เราเห็นภาพของความสูญเสียของพี่น้องประชาชน อย่างท่าน สส. ฐากูร ได้ลงไปในพื้นที่ของเชียงรายที่ท่านได้ดูแลรับผิดชอบอยู่ ก็ได้เห็นถึง ความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน ได้เห็นถึงซากปรักหักพัง ได้เห็นถึงโคลนที่ยังทิ้งอยู่ในพื้นที่ แม้ว่าฝนจะผ่านไปแล้ว ฉะนั้นแล้วในสิ่งที่ท่านกังวลและสงสัยว่าภาวะปกติของเราเข้าใจ ตรงกันหรือเปล่า ดิฉันคิดว่ามันเข้าใจไม่ยาก ก่อนที่พายุมาเป็นอย่างไร หลังจากที่พายุผ่านไป การเข้าดูแลซ่อมแซมบ้านของพี่น้องประชาชน การดูระบบสาธารณูปโภคให้กลับมาใช้ได้ ด้วยดี นั่นก็คือสิ่งที่เราตั้งหวังแล้วก็มุ่งมั่นจะทำให้เร็วที่สุด แต่แน่นอนค่ะอย่างที่ดิฉันเรียน ไปว่าอุทกภัยรวมถึงน้ำป่าที่เข้ามาอย่างหลากมากในขณะนี้ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เราพบกันอยู่ เป็นประจำทุก ๆ ปี ไม่ใช่สิ่งที่เราจะประเมินสถานการณ์ได้ต่ำว่าทุก ๆ อย่างจะกลับมา เป็นสภาวะปกติภายใน ๗ วัน ๑๐ วัน หรือ ๑ เดือน แต่เราจะต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สภาวะปกติของพี่น้องประชาชนในการอยู่อาศัยนั้นกลับมาโดยเร็วที่สุด ดิฉันคิดว่า เราคิดเห็นไม่ต่างกันค่ะ ที่ทุกฝ่าย ทุกหน่วยราชการ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน จะต้องช่วยกัน ทำงานอยู่ในขณะนี้ และในส่วนที่ท่านกังวลและสงสัยในเรื่องของการเยียวยาให้กับพี่น้อง ประชาชน วันนี้เป็นโอกาสดีที่ดิฉันจะได้ให้ทราบว่าในส่วนของงบประมาณที่เราได้เตรียมไว้ มีถึง ๓ ส่วนใหญ่ ๆ ด้วยกัน ส่วนใหญ่สุดแน่นอนค่ะ ที่ดิฉันต้องบอกว่าเราได้รับทราบว่า รัฐบาลนั้นทำงานอย่างรวดเร็ว แล้วก็เรียกว่าอยากที่จะให้เม็ดเงินนั้นได้ลงไปถึงพี่น้อง ประชาชนอย่างเร็วที่สุด นั่นก็คือในส่วนของ ๓,๐๔๕ ล้านบาท ที่ทางท่านนายกรัฐมนตรี ได้อนุมัติงบกลางลงไป เราอยากที่จะโอนวันนี้ปุ๊บแล้วก็ถึงมือพี่น้องประชาชนพรุ่งนี้เลยค่ะ แต่แน่นอนว่ากระบวนการแล้วก็ Process ต่าง ๆ นั้นยังต้องปฏิบัติตามอยู่ เรายังมี หน่วยงานรัฐอื่น ๆ ที่คอยติดตามการทำงานของรัฐบาลในเรื่องของการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ในส่วนนี้ เราไม่สามารถที่จะทำได้ตามใจชอบว่าได้เงินแล้วส่งตรง ได้เงินแล้วส่งไปเลย แต่ดิฉันไม่ได้นิ่งนอนใจนะคะ ในภาวะที่เราเรียกว่าวิกฤติ แล้วก็พี่น้องประชาชนรอความช่วยเหลือ เรามีการเร่งรัดในเรื่องของการทำงานเป็นไป อย่างเร็วที่สุด ดิฉันขออนุญาตอธิบายในส่วนแรกในเวลาที่จำกัดอยู่ในขณะนี้ ๓,๐๔๕ ล้านบาท ที่เราได้อนุมัติลงไป อันนี้หมายถึงทั่วประเทศทั้ง ๕๗ จังหวัดที่เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ที่ได้ประกาศออกมาแล้ว ดิฉันเป็นกังวลอยู่ในขณะนี้ค่ะ ทั้งทางภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำปาง เรามีการ Scope เข้ามาในพื้นที่นะคะ ที่จะทำให้พี่น้อง ประชาชนนั้นได้รับการดูแลอย่างตรงจุด อย่างที่บอกไปในเกณฑ์ในส่วนของ ๕,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐ บาท ๙,๐๐๐ บาท ถามว่าเพียงพอไหม ไม่เพียงพอค่ะ ตู้เย็นเครื่องเดียวสูญเสีย ก็ ๕,๐๐๐ บาทแล้ว เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านอีกเป็นจำนวนเท่าไรเยอะมากนะคะ แต่เป็นความจำเป็น ที่เราจะต้องดูแลพี่น้องทุก ๆ คนให้ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ฉะนั้นแล้วในส่วนแรก ที่ทางพี่น้องประชาชนจะสามารถได้รับเลยนั่นก็คือเป็นแบบปูพรม ๕,๐๐๐ บาท ในเบื้องต้น ในสัปดาห์นี้ที่เราใช้เกณฑ์ที่เคยได้ประกาศมาจากการขอมติ ครม. ในครั้งที่แล้ว แล้วหลังจากนั้น มีแนวโน้มว่าเราจะสามารถของดเว้น หรือว่ากำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ภายใต้มติของ ครม. ในวันอังคารหน้านี้ให้เป็นอัตรา ๙,๐๐๐ บาท เบื้องต้นก่อน เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะต้องมาพิสูจน์ ในเรื่องของการประสบภัยในระยะเวลา ๑ วัน ถึง ๗ วันก็จะอยู่ในเกณฑ์เดียวกัน ทุกคนได้รับ ผลกระทบคือน้ำมาอย่างเร็วใน ๑ วันนี้ แม้วัน ๒ วันที่ ๓ น้ำจะไปแล้ว แต่ความสูญเสีย เกิดขึ้น เราก็จะสามารถใช้เงินจำนวนนี้ชดเชยได้ทันที ดิฉันคิดว่าในข้อมูลส่วนนี้ผู้สื่อข่าวเอง รวมถึงทางรัฐบาลเองก็ได้นำเสนออย่างครบถ้วน ท่านสามารถที่จะดูเพิ่มเติมได้ว่าช่องทาง ของการเงินจะไปอย่างไร มันจะต้องมีการตรวจสอบจากทาง ปภ. จังหวัดส่งมาที่ทาง ส่วนกลาง หลังจากนั้นก็จะอนุมัติเงินจากกรมบัญชีกลางไปสู่ธนาคารออมสิน แล้วก็จ่ายตรง ให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยได้ทันที ดิฉันคิดว่าตอนนี้ทุกคนได้เร่งทำงาน แล้วเราก็หวังว่า ในสิ่งที่ท่านกังวลว่าจะต้องมีกรอบ ๙๐ วันไหมถึงจะได้เงิน ดิฉันขอให้ลืมตัวเลขตัวนั้นไป พรุ่งนี้เราจะเห็นว่าจะมีพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยส่วนหนึ่งจะสามารถรับเงินเยียวยา จากงบกลางได้ทันที อันนี้คือส่วนแรกที่ดิฉันได้ชี้แจงให้ทางท่านทราบ🔗

ในส่วนที่ ๒ ที่เราจะมีการเพิ่มเติมเข้าไปในส่วนของเงินกองทุนช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยที่ท่านได้กล่าวตัวเลขมาว่า ถ้าหากว่าเสียหายทั้งหลังอยู่ที่ ๒๓๐,๐๐๐ บาท เราก็สามารถที่จะช่วยเหลือได้ ถ้าหากว่ามีการพิสูจน์แล้วก็การรวบรวมข้อมูลจากทาง พื้นที่มาแล้ว ยังมีกรณีเสียชีวิตด้วยนะคะ กรณีที่เสียชีวิตดิฉันจะขออนุญาตได้นำเรียนว่า ทางกองทุนนี้สามารถที่จะชดเชยได้ในอัตรา ๕๐,๐๐๐ บาท อันนี้ไม่ใช่เพียงเฉพาะคนไทยนะคะ ชาวต่างชาติถ้าหากว่าเสียชีวิตก็จะได้รับเงินดูแลตัวนี้เช่นเดียวกัน🔗

ต่อไปนะคะท่านประธาน ในส่วนของเงินกองทุนที่ทางท่านเองมีความกังวลว่า เราจะสามารถปรับเปลี่ยนได้ไหม มันมีเกณฑ์ของมัน แต่ที่ดิฉันจะให้ท่านสบายใจก็คือนอกจาก เงินกองทุน อีกตัวหนึ่งเรามีก็คือเงินทดรองราชการ ที่ทุกจังหวัดเบื้องต้นไม่ว่าจะเกิดเหตุ ไม่เกิดเหตุ เรามีอยู่แล้ว ๒๐ ล้านบาท ที่ทางจังหวัดสามารถใช้จ่ายได้ทันที นี่คือความยืดหยุ่น แล้วก็การปรับตามสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วก็จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย เราได้อนุมัติ เงินทดรองราชการนี้ไปเพิ่มเติมแล้วเป็นจำนวน ๑๐๐ ล้านบาท อย่างที่ท่านเองน่าที่จะ ได้ทราบว่าทางจังหวัดนั้นสามารถที่จะเบิกจ่ายในการที่จะเข้าไปช่วยเหลือเยียวยา ทั้งในเรื่อง ของการดูแลรักษาบ้านเรือน การซ่อมแซม การใช้เหตุฉุกเฉินก็สามารถที่จะใช้เงินในส่วนนี้ ได้เลย ดิฉันคิดว่ากองทุนหนึ่งที่ดูเหมือนได้จำนวนหนึ่ง แต่ก็สามารถที่จะได้เพิ่มในอัตรา ที่กำหนดไว้เข้าไปจากอีกส่วนหนึ่งด้วยเช่นเดียวกัน อย่างที่ดิฉันบอกวันนี้เรามี ๓ ส่วนที่เรา จะเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะได้รับความร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็นจากทางหน่วยงาน ทางกระทรวงหลาย ๆ กระทรวง ไม่ว่าจะเป็น พม. ดิฉันเองได้ลงพื้นที่ไปที่จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทางกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็มอบเงินทันทีค่ะ ในส่วนของกลุ่มเปราะบาง กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มที่มีปัญหาในเรื่องของการใช้ชีวิตทาง พม. ได้ลงไปดูแลในจังหวัด อย่างครอบคลุมแล้วด้วย ฉะนั้นก็จะเป็นหลาย ๆ ส่วนที่เข้ามาประกอบกัน ท่านเองอาจจะ กังวลว่าแล้วจะเป็นการใช้งบประมาณที่ซ้ำซ้อนหรือไม่ หน่วยงานนั้นก็จ่าย หน่วยงานนี้ก็จ่าย ดิฉันคิดว่าในภาวะเช่นนี้ เราควรที่จะคำนึงถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ แล้วก็สูงสุดค่ะ หน่วยงานไหนที่สามารถดำเนินการอนุมัติเงินได้ทันที โดยเข้าเกณฑ์ ตามข้อบังคับที่กำหนดไว้ เราก็มีการสั่งการว่าขอให้ทำให้เร็วที่สุดด้วยเช่นเดียวกัน🔗

ต่อไปค่ะท่านประธาน ดิฉันจะขออนุญาตให้ข้อมูลในส่วนของการช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกร เราได้เห็นภาพความเสียหายของพืชไร่ต่าง ๆ ที่มีน้ำท่วมแล้วก็น้ำหลาก ที่รุนแรง ดิฉันเองได้สอบถามเกณฑ์ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในส่วนนี้ ซึ่งตัวเลข ที่ท่านมีก็เป็นตัวเลขที่เราเคยใช้มาก่อนแล้ว ในส่วนของการปรับแล้วก็อยู่ในระหว่าง Process ที่ขออนุญาตเพิ่มเติมในขณะนี้ ยกตัวอย่างเช่น ข้าวที่ท่านเคยบอกว่ามันประมาณ ๑,๓๔๐ บาท ในขณะนี้เราก็จะมีการปรับมาอยู่ที่ประมาณ ๒,๒๐๐ บาท ซึ่งทางกรมบัญชีกลาง ก็มีการประสานกันกับทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ แล้วเราก็ใช้เกณฑ์ในเรื่องของ เพิ่มตามต้นทุนการผลิตต่อไร่ด้วย ดิฉันก็คิดว่าน่าที่จะได้รับการอนุมัติ รวมถึงได้รับการดูแล แต่ปัญหาที่ดิฉันจะต้องสื่อสารต่อไปสำหรับพี่น้องเกษตรกรเองที่ยังไม่ได้ไปปรับปรุงบัญชี หรือว่ายังไม่ได้ไป Update ในเรื่องของการประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นพืชไร่ สวน นา หรือว่า ทำการประมง ทำการปศุสัตว์ ก็ขอให้พี่น้องเกษตรกรได้ไปปรับปรุงบัญชีด้วย เพื่อที่จะให้ ได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกต้อง แล้วก็รวดเร็ว เพราะถ้าหากว่าท่านไม่ได้ไปปรับปรุงบัญชี เวลาที่ท่านเกิดเหตุฉุกเฉินที่ท่านไม่คาดคิดในกรณีเช่นนี้ ทางเจ้าหน้าที่เองอาจจะต้องใช้เวลา ในการที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง ใช้เวลาในการที่จะรวบรวมเอกสาร นั่นก็หมายถึงการช่วยเหลือ เยียวยาที่อาจจะต้องใช้เวลานานเกินไปด้วย วันนี้เรารู้อยู่แล้วว่าน้ำที่ภาคเหนือเรามี เป็นปริมาณที่สูงมีจำนวนมาก ก็อยากที่จะให้ทางพี่น้องเกษตรกรได้เตรียมพร้อมรับในส่วนนี้ ในการที่จะให้ได้รับเงินเยียวยาช่วยเหลือจากทางภาครัฐต่อไปค่ะ ดิฉันคิดว่าในเวลาที่จำกัด เราให้ข้อมูลที่ตรงประเด็นกับพี่น้องประชาชน แล้วถ้าหากว่ามีอะไรที่เป็นข้อสงสัยก็สามารถ ที่จะสอบถามกลับเข้ามาได้ ดิฉันไม่แน่ใจว่าคำถามข้อต่อไปของท่านจะมีในส่วนของการเตือนภัย หรือไม่ ก็ต้องบอกว่าการเตือนภัยในขณะนี้จากทางภาครัฐได้มีระบบ SMS ไปแล้ว ท่านเอง อาจจะสงสัยว่าที่เราคาดหวังไว้มันไม่ใช่ SMS นะ มันจะต้องเป็นในส่วนของ Cell Broadcast ซึ่งดิฉันได้อธิบายเรื่องนี้ในสัปดาห์ที่แล้วว่า Cell Broadcast เราอยู่ระหว่างการจัดซื้อจัดจ้าง ระบบ ซึ่งจะเสร็จภายในต้นปีหน้า แล้วก็จะสามารถใช้ได้อย่างสมบูรณ์ภายในกลางปีหน้า คือปี ๒๕๖๘ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรา Launch ออกไปตอนนี้ในเรื่องของ Short Message คือสิ่งที่เราทำได้เลย ทำทันที ก็ต้องขอขอบคุณทางกระทรวง DE ทาง กสทช. ทาง Operator ที่ได้ให้ความร่วมมือทำงานกันจนเราสามารถที่จะส่งสัญญาณเตือนภัยผ่านทางมือถือด้วย ระบบ SMS ตามพื้นที่ของที่ประสบภัยได้แล้วในช่วง ๒-๓ วันที่ผ่านมา ในคำถามแรก ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพียงเท่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ คำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายฐากูร ยะแสง เชียงราย

ขอบคุณครับท่านรัฐมนตรี อย่างไรที่ท่าน แจ้งมาว่าวันพรุ่งนี้ที่เงินเยียวยาชดเชยจะได้เริ่มแจกจ่ายเข้าไปถึงมือพี่น้องประชาชน แล้วอย่างไรผมขอว่าจากการสำรวจความเสียหาย อย่างไรก็ขอให้เร่งรัดและขอท่านรัฐมนตรี ตอบเน้น ๆ ช้า ๆ ว่า รายสุดท้ายที่จะได้เงินชดเชยจะได้วันไหน ขอสไลด์ด้วยนะครับ มีภาพเหตุการณ์ในพื้นที่ ฝ่ายสื่อครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายฐากูร ยะแสง เชียงราย

อันนี้เป็นเขตของพื้นที่เชียงใหม่กับลำปาง ความเสียหายหนักครับ ที่แม่อาย แล้วก็อำเภอฝางของเชียงใหม่ แล้วก็พื้นที่ลำปางครับ ขอสไลด์ต่อครับ ตรงนี้พื้นที่ของอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายครับ พื้นที่คือโดนลักษณะ โดนโคลนถล่ม โคลนสูงประมาณ ๑ เมตร ถึง ๒ เมตร แล้วก็ภาพฝั่งขวาก็เป็นของ อำเภอเมืองเชียงรายครับ ต่อเลยครับ เดี๋ยวทุกท่านดูคลิปนะครับ ตรงนี้คือบ้านห้วยหินลาดใน ตำบลบ้านโป่ง จังหวัดเชียงราย ความเสียหายค่อนข้างหนักในชุมชนนี้ แล้วก็หลาย ๆ ชุมชน รอบ ๆ ข้างเคียงก็เสียหายหนักเช่นกันครับ อย่างหมู่บ้านของห้วยทรายขาว บ้านเรือน ประมาณ ๑๓ หลังคา ที่โดนน้ำพาบ้านที่เขาอยู่อาศัยออกไปครับ🔗

เข้าคำถามที่ ๒ สำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจการค้าการขาย ท่านมีวิธีการ อย่างไรที่จะผ่อนคลายความกังวลเรื่องหนี้สินของผู้ประกอบการที่จะมีแนวทาง ในการช่วยเหลือเรื่องเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำ ๆ ให้เขาฟื้นฟู แล้วก็ท่านจะกระตุ้นความเชื่อมั่น สร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวได้กลับมาเที่ยวและจัดสัมมนาที่เชียงรายอย่างไร ท่านมีมาตรการให้กับนักท่องเที่ยวที่มากับทั้งทัวร์ หรือรวมถึงที่จะมาในช่วงฤดูหน้าหนาว จะช่วยเรื่องมาตรการช่วยลดหย่อนภาษีได้หรือไม่นะครับ ในฐานะท่านเป็นรัฐบาล ท่านจะช่วยผู้ประกอบการและทำให้เศรษฐกิจเชียงรายกลับมาได้อย่างไรครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีคำถามที่ ๒ ครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในส่วนที่ทางท่านเองอาจจะอยากทราบว่าเราเองจะทำให้การเยียวยาเป็นไปได้รวดเร็วที่สุด อย่างไร อย่างที่ดิฉันบอกไปว่าในส่วนของการเริ่มต้นเราได้ดำเนินการแล้ว ทั้งในส่วนที่อยู่ ในงบกลางด้วย งบกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วย หรือแม้แต่งบที่เป็นทดรองราชการด้วย เรามีการดำเนินการอยู่ ถ้าหากว่าท่านจะให้ดิฉันได้ตอบช้า ๆ ดิฉันจะขออนุญาตได้พูดให้ช้า ๆ แล้วก็ได้บอกกับท่านว่าในกรอบของทางราชการที่มีการกำหนดไว้ สามารถที่จะนับได้ ตั้งแต่วันที่เราประกาศในเขตพื้นที่ภัยพิบัติต่าง ๆ ซึ่งมีความแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นแล้ว ในส่วนที่เกิดความเสียหายในขณะนี้มันมีความแตกต่างของพื้นที่แต่ละพื้นที่ด้วย บางพื้นที่ เกิดช้า บางพื้นที่เกิดก่อนหน้านี้ ดิฉันก็อาจจะต้องให้ทางท่านเองได้ทำความเข้าใจในพื้นที่ ประสบภัยให้ได้ชัดเจนว่า ไม่ใช่พื้นที่ทุกพื้นที่เกิดพร้อมกันหมดแล้วเราจะได้ช่วยทุกอย่าง พร้อมกันหมดในแต่ละพื้นที่เลยได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นดิฉันก็จะต้องขอเป็นกรอบในส่วนของที่ดิฉัน ได้กล่าวไปว่า ถ้าในระเบียบของทางราชการก็ได้กำหนดว่า ไม่เกิน ๙๐ วัน แต่แน่นอนค่ะ ดิฉันยังย้ำเตือนว่าเราจะทำให้เร็วที่สุดแน่นอน แล้วก็อีกนิดหนึ่งท่านประธานคะ ในส่วนของ พรุ่งนี้ที่เราจะได้จ่ายเงินชดเชยเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยในส่วนแรก ก็จะอยู่ ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ก็จะเป็นในส่วนที่ทางพี่น้องประชาชนนั้นได้รับผลกระทบสูง แต่แน่นอนว่าทุก ๆ พื้นที่เราดูแลอย่างเท่าเทียมกัน แล้วก็จะทำให้ครอบคลุมโดยเร็วที่สุด แน่นอนค่ะ🔗

ในส่วนของการกระตุ้นเศรษฐกิจนะคะ ดิฉันขออนุญาตใช้เวลาอีกสักนิดหนึ่ง จากคำถามที่เพิ่มเติมเข้ามานะคะ ก็แน่นอนการทำงานของทุก ๆ กระทรวงนะคะ กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาเอง เราเองก็อยากที่จะให้ทางชาวต่างชาติได้กลับมาเที่ยวในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่เป็นเส้นทางธรรมชาติต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนนั้นจะต้องร่วมกัน ฟื้นฟูให้กลับมามีสภาพดังเดิม ในวันนี้เราทำงานกันอย่างเรียกว่าไม่มีเวลาพักเพื่อที่จะให้ สถานการณ์นั้นดีขึ้นโดยเร็ว ทางกระทรวง อว. ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่างนะคะ ที่เราได้ลงพื้นที่พร้อมกันมา ก็ได้มีการให้ทางน้อง ๆ อาชีวะ เทคนิคต่าง ๆ เข้าไปช่วยซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เป็นการแบ่งเบาภาระให้กับพี่น้องประชาชน ทางกระทรวง พม. อย่างที่ดิฉันได้บอกไปว่า ก็ได้มีการชดเชยให้กับทางกลุ่มเปราะบางไปแล้วเป็นจำนวนหลายร้อยครัวเรือน ซึ่งยังมี หน้าที่ที่เรายังต้องเร่งทำอีก ทางคมนาคมได้ส่งอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ไปดูในเรื่องของระบบ สาธารณูปโภค ถนนหนทางต่าง ๆ ที่ถูกตัดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนดอยที่พี่น้องประชาชนนั้น รอการช่วยเหลืออยู่ ทางทหารเองก็ได้ส่งเครื่องมืออย่างเต็มกำลังอยู่ในพื้นที่ ดิฉันคิดว่า ทุกท่านเห็นภาพนี้อย่างชัดเจนว่าไม่มีใครนิ่งเฉย ไม่มีใครนั่งอยู่กับบ้านรอดูความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนแล้วปล่อยผ่านไป แต่ทุกคนทำงานกันอย่างเต็มที่ด้วยความตั้งใจ อยากที่จะให้สถานการณ์นี้ผ่านพ้นไปโดยเร็ว แล้วก็สถานการณ์ที่พี่น้องประชาชนจะได้ใช้ชีวิต ได้ตามปกตินั้นได้กลับมาโดยเร็วเช่นเดียวกันค่ะ ก็ต้องขอบคุณทางท่านผู้ถาม ท่านฐากูร ยะแสง ที่ได้มีความเป็นห่วงแล้วก็อยากที่จะทราบถึงความคืบหน้าของการทำงานของทางภาครัฐค่ะ เราเองก็จะได้ร่วมมือกันทำงานทั้งในพื้นที่ แล้วก็ในจุดที่จะต้องเฝ้าเตือนพี่น้องประชาชน ให้เฝ้าระวังภัย ให้เตรียมพร้อมรับน้ำ ให้อยู่ในที่ปลอดภัย ให้รักษาชีวิตของตัวท่าน เพื่อที่จะให้ทุกอย่างนั้นได้กลับคืนมาสู่ปกติโดยเร็วที่สุดด้วยการทำงานร่วมกันของทุก ๆ ฝ่าย ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ยังมีเวลาเหลือ เชิญครับ🔗

นายฐากูร ยะแสง เชียงราย

เท่าที่ฟังมาก็คือมาตรการเยียวยา ยังไม่ชัดเจนนะครับ คืออย่างไรในการเยียวยาผู้ประกอบการอย่างไรก็ฝากเป็นการบ้าน ของรัฐบาลนะครับ ในการฟื้นฟูการท่องเที่ยวครับ🔗

เริ่มคำถามที่ ๓ นะครับ นอกจากการช่วยเหลือผู้ประกอบการและการสร้าง ความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวแล้ว ในกรณีของเมืองแม่สายเราจะกอบกู้ให้เมืองแม่สาย กลับมา กระผมอยากทราบว่ารัฐบาลสนับสนุนเทศบาลเมืองแม่สายในการกอบกู้เมืองแม่สาย ทั้งระบบน้ำประปา ระบบระบายน้ำคลองต่าง ๆ ที่เต็มไปด้วยโคลน ผนังป้องกันน้ำท่วม ที่พังลงมา การจัดการขยะ การฟื้นฟูโครงสร้างขั้นพื้นฐานต่าง ๆ ให้กลับมาเร็วที่สุด ได้อย่างไร ท่านมีแผนและกรอบเวลาในการฟื้นฟูเมืองแม่สาย ท่านได้เตรียมวงเงินงบประมาณ ในการสนับสนุนเทศบาลแม่สายไว้เท่าไร พร้อมใช้เมื่อไร เพื่อที่พวกเราจะช่วยเหลือฟื้นฟู เมืองแม่สายให้ทันภายในวันที่ ๓๑ ตุลาคมก่อนที่จะเข้าสู่ High Season ของการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเศรษฐกิจหลักของแม่สายและเชียงรายต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉันก็ต้องบอกว่าในสิ่งที่ดิฉันได้ชี้แจงแล้วก็นำข้อมูลมาให้ ชัดเจนที่สุดแล้วค่ะ ในเรื่องของมาตรการการเยียวยา แต่จะไม่ตรงใจท่านที่ท่านถามว่า แล้วเราจะกอบกู้เศรษฐกิจขึ้นมาได้อย่างไร ในเรื่องของการพักชำระหนี้เรามีนโยบายตัวนี้ อยู่แล้วที่ท่านเองอาจจะไม่ทราบถึงกระบวนการแล้วก็ในส่วนของการทำงานจากทางภาครัฐ ดังนั้นก็ต้องพูดให้ชัดเจนว่าเรามีมาตรการที่ครบและรอบด้าน ทั้งในเรื่องของการฟื้นฟู สถานที่ที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจให้กลับคืนมาดังเดิม ในเรื่องของการกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียน ของเศรษฐกิจ ดิฉันก็ต้องเรียนว่าเมื่อวานนี้ที่ทางรัฐบาลเองเราได้ปล่อยเงิน Digital Wallet ออกไป ๑๐,๐๐๐ บาท ถ้าหากว่าท่านจะดูข่าวแล้วก็ได้เห็นถึงความตื่นตัวของพี่น้อง ประชาชนหลังจากได้รับเงินจำนวนนี้ไปแล้วก็ได้ไปจับจ่ายใช้สอยกัน แน่นอนค่ะ ในพื้นที่ ทั้งที่เกิดเหตุและที่ไม่ได้เกิดเหตุนี้ถ้าหากว่ามันมีการหมุนเวียนของเศรษฐกิจมันก็จะเป็นสิ่งที่ สืบต่อกันมาในพื้นที่อื่น ๆ ด้วยว่าพื้นที่นี้ดีนะคะ พื้นที่อื่นก็ตามมา และการจ่ายเงินของเรา ก็คือเป็นไปแบบทั่วประเทศนะคะ เราเองไม่สามารถที่จะทำงานได้เพียงแค่พูด ๆ พูด แต่ไม่ได้ทำนะคะ ในวันนี้ที่ท่านเห็นข่าวเราลงมือทำในพื้นที่จริง ๆ ลงไปช่วยพี่น้องประชาชน ในพื้นที่จริง ๆ ถ้าพูดอย่างเดียวแล้วไม่ทำสถานการณ์ก็คงไม่สามารถกลับมาได้อย่างโดยเร็ว เงินงบประมาณ งบกลางก็คงจะไม่ได้ออกไปโดยเร็วนะคะ ถ้าหากว่าพูดแล้วไม่ได้ทำอะไร ก็ต้องเรียนท่านประธาน แล้วก็ที่แม่สายที่ท่านได้สอบถามเมื่อสักครู่นี้นะคะ ดิฉันได้เรียนไปแล้วแต่ท่านอาจจะไม่ได้ฟัง เพราะอาจจะสนใจจุดอื่นอยู่นะคะ ดิฉันบอกแล้วว่าเงินที่เราได้เงินทดรองราชการไปแล้ว ๑๐๐ ล้านบาท ก็คือลงไปในพื้นที่ที่เกิดเหตุได้โดยตรง เชียงใหม่ ที่เชียงรายได้รับแล้วนะคะ แล้วส่วนที่จะเพิ่มเติมมาในอนาคตนี้ ไม่ว่าจะเป็นพะเยา ลำปาง สุโขทัย ก็เป็นพื้นที่ที่มี ความเสี่ยงเช่นเดียวกัน มีแนวโน้มที่เราจะต้องเพิ่มเงินทดรองราชการในส่วนนี้เช่นเดียวกัน ท่านอย่าเพิ่งคุยนะคะท่านฟังก่อนท่านจะได้รับทราบว่า ดิฉันได้พูดอะไรให้กับท่านฟังบ้าง ท่านจะได้บอกว่ามันไม่ชัดเจนอย่างไร เพราะดิฉันได้ตอบท่านไปนี้ถือว่าเป็นความชัดเจน แล้วก็มีกำหนดกรอบการทำงานอย่างชัดเจนแล้วด้วยค่ะ อยากให้ท่านฟังให้ชัดเจนนะคะ ดิฉันเองอยากจะเห็นพี่น้องประชาชนมีกำลังใจที่ดี อยากที่จะเห็นข้าราชการได้ทำงาน ด้วยความมุ่งมั่น แล้วก็ไม่ต้องมีภาวะกดดันจากทาง Social ว่า ทำงานหนักมาก แต่ Social ไม่ได้เอาไปออกให้คนอื่นเห็นเลย แต่ในขณะที่บางคนไม่ได้ทำอะไรเยอะ แต่ Social เยอะ ทั่วประเทศไปหมด อันนี้มันเป็นการบั่นทอนจิตใจของผู้ทำงานหน้างานจริง ๆ ดิฉันก็อยากให้ ท่านได้ปรับแนวความคิดเสียใหม่ว่าในขณะนี้ทุก ๆ หน่วยงานลงไปในพื้นที่ แล้วก็อยากที่จะเห็น พี่น้องประชาชนนั้นได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด แล้วก็สถานการณ์กลับคืนมาสู่ปกติโดยเร็ว ก็ขอให้ท่านได้วางใจ แล้วก็ได้ช่วยกันทำงาน ช่วยกันตรวจสอบแบบนี้ดีแล้วค่ะ แต่ว่าขอให้ เป็นการให้กำลังใจซึ่งกันและกันค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ครบเกินเวลานิดหน่อย ทางจังหวัดจะมีเงินฉุกเฉินอยู่ ๒๐ ล้านบาท แล้วก็ทาง ครม. อนุมัติ ไปอีก ๑๐๐ ล้านบาท สำหรับเชียงรายที่ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดได้ไปดำเนินการ ขอบคุณท่านรัฐมนตรี แล้วก็ขอบคุณท่านผู้ถามนะครับ ต่อไปนะครับ🔗

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗

๑. เรื่อง ขอให้แก้ปัญหาศูนย์บำบัดยาเสพติดไม่เพียงพอต่อการรักษา นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขได้มีหนังสือแจ้งว่า เนื่องจากวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมีกำหนดการเป็นประธานจัดงานโครงการ ยกระดับบริการสุขภาพสู่ประชาชน ปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ณ ตึกสำนักงานปลัด กระทรวงสาธารณสุข ก็ได้ขอเลื่อนกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๗ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ นะครับ🔗

๒. เรื่อง ปัญหาโรงพยาบาลไม่เพียงพอต่อสัดส่วนการใช้บริการของ ประชาชนในกรุงเทพมหานคร นายเอกราช อุดมอำนวย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข🔗

ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมีหนังสือแจ้งว่า วันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมีกำหนดเป็นประธานจัดงานโครงการยกระดับบริการ สุขภาพสู่ประชาชน ปีงบประมาณ ๒๕๖๗ เพราะฉะนั้นการตอบกระทู้ถามต้องขอเลื่อน ไปวันพฤหัสบดีที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๗ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑🔗

๓. เรื่อง ขอทราบมาตรการแก้ไขปัญหาการเผาตอซังข้าว นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถาม เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน ในการนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากวันนี้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านติดภารกิจสำคัญที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๗ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ เชิญครับ🔗

นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี

ท่านประธานครับขออนุญาตสั้น ๆ วันนี้ก็ทราบว่าท่านได้เลื่อนกระทู้ของผมไปนะครับ เรื่อง การเผาตอซังข้าว ซึ่งก็อาจจะ เข้าใจได้ว่าท่านอาจจะติดนัดจริง ๆ หรือว่าท่านเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่คงยังไม่มีข้อมูล ครบถ้วนรอบด้าน วันที่ ๒๔ ตุลาคมก็อยากจะให้ท่านมารับฟังอีกรอบหนึ่งนะครับ แต่วันนี้ ด้วยปัญหาของพี่น้องประชาชนในปทุมธานีนะครับ ท่านอาจจะทราบว่าปทุมธานีมีการปลูกข้าว เยอะมาก ๆ เลยนะครับ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ แล้วก็ด้วยความที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์ ทำให้ มีการทำนา ๓ รอบต่อปี แล้วเมื่อทำนาได้บ่อยขนาดนี้จึงต้องเผาตอซังข้าวเพื่อให้เก็บเกี่ยว ได้เร็วขึ้น ทีนี้ปัญหาก็เลยประสบกับประชาชนที่เข้ามาอยู่อาศัย เพราะว่าปทุมธานีก็เป็นพื้นที่ ปริมณฑลที่อยู่ติดกับ กทม. ท่านคงทราบดีว่ามีหมู่บ้านจัดสรรเกิดใหม่เกิดขึ้นเยอะมาก ๆ ในช่วง ๓-๔ ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดการปะทะกันบ่อยครั้งระหว่างชาวนากับผู้อยู่อาศัยใหม่นะครับ ซึ่งตรงนี้อยากให้ท่านเข้าใจปัญหาของตรงนี้ก่อนว่า เราทำไมไม่อยากเห็นว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะต้องเสียผลประโยชน์ อยากให้ท่านหาทางแก้ไขว่าการเผาตอซังข้าว ซึ่งมันเดือดร้อน ทั้งเรื่องของฝุ่น PM2.5 เรื่องของสุขภาพของเด็ก คนชรา และผู้สูงวัย ค่ารักษาพยาบาล มันจะเป็นปัญหามากกว่าที่เราจะเยียวยา จึงอยากให้ท่านลองหาวิธีการเยียวยาทางเกษตรกร ด้วยนะครับ แล้วก็ให้อยู่ร่วมกันกับชุมชนได้ เดี๋ยวคราวหน้าผมก็ขออนุญาตถามท่าน แล้วก็ อยากให้ท่านเข้ามาตอบ เพราะว่าปัญหานี้เกิดขึ้นตลอดเวลา ๓ รอบต่อปี ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ช่วงนี้น้ำท่วมตลอดเวลานะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ต้องลงพื้นที่นะครับ คราวที่แล้วท่านก็มาตอบได้ดีนะครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็คิดว่าวันที่ ๒๔ คงมานะครับ🔗

ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ซึ่งได้ดำเนินการ ที่ห้องประชุมกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ชั้น ๑ อยู่แล้วขณะนี้นะครับ🔗

(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

ก่อนดำเนินการถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะผมขอชี้แจงให้ที่ประชุมทราบ ดังนี้ การถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะแต่ละกระทู้ ให้ถามและตอบได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง และการถามตอบให้แล้วเสร็จภาย ๒๐ นาที ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ ข้อ ๑๗๓ ประกอบ ข้อ ๑๖๗ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ได้มีการอนุญาตให้ประชาชนได้เข้าร่วมรับฟังขอความร่วมมือ จากผู้ที่ได้รับอนุญาตกรุณาปฏิบัติตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาตให้ บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ๒๕๖๒ ข้อ ๔ และข้อ ๕ ซึ่งกำหนดให้ ผู้ที่ได้รับอนุญาตต้องรักษามารยาท ประพฤติตนให้เหมาะสม อยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยา เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจา หรือส่งเสียงใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวน ขัดขวางการประชุม และห้ามใช้เครื่องมือ วัสดุ หรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุมสู่บุคคลภายนอก โดยหากมีการฝ่าฝืนจะให้ออกจากห้องประชุม จึงแจ้งให้ที่ประชุมได้ทราบ🔗

สำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะในวันนี้ ผมเห็นว่าเพื่อประโยชน์ ในการถามและตอบกระทู้ของผู้ตั้งกระทู้ถาม และของท่านรัฐมนตรี ผมขอสลับลำดับ การถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้🔗

ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๒๘ ของ นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ในระเบียบวาระที่ ๑.๓.๒🔗

ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๓๐ ของ นายเชตวัน เตือประโคน ในระเบียบวาระที่ ๑.๓.๔🔗

ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๒๕ ของ นายอิทธิพล ชลธราศิริ ในระเบียบวาระที่ ๑.๓.๑🔗

ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๓๑ ของ นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ในระเบียบวาระที่ ๑.๓.๕🔗

ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๒๙ ของ นายธีรัจชัย พันธุมาศ ในระเบียบวาระที่ ๑.๓.๓🔗

ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๓๒ ของ นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ ในระเบียบวาระที่ ๑.๓.๖🔗

ผู้ตั้งกระทู้ถามและรัฐมนตรีไม่ขัดข้องนะครับ ก็ขอดำเนินการเลยนะครับ🔗

๑. เรื่อง ถนนในซอยวัชรพล ๔ ไม่ได้รับการพัฒนา นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ติดภารกิจราชการสำคัญ จึงได้มอบหมาย ให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คุณธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทนตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ๒ ท่านด้วยกัน ดังนี้🔗

๑. นายบัญชารินทร์ บุญเพิ่ม นายช่างโยธาชำนาญงาน ฝ่ายโยธา สำนักงานเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย🔗

๒. นายณัฐพล มหายศนันท์ นายช่างโยธาชำนาญงาน ฝ่ายโยธา สำนักงาน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย🔗

และผมได้อนุญาตให้พี่น้องประชาชนได้เข้าร่วมรับฟังการตอบกระทู้ถาม ๖ ท่าน ดังนี้🔗

๑. นายนฤนัย กัลยา ณ สุนทร🔗

๒. นายไพศาล สุทธาวรางกูล🔗

๓. นายภมร พลจันทร์🔗

๔. นายศิรชัช ตรีวิศวเวทย์🔗

๕. นางสาวพิมพ์ณดา ตรีวิศวเวทย์🔗

๖. นายอาทิตย์ ชูสกุลธนชัย🔗

ขอต้อนรับทั้ง ๖ ท่าน ขอเชิญผู้ตั้งกระทู้ครับ คุณศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์🔗

นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานค่ะ เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ เขตสายไหม พรรคประชาชน วันนี้มีกระทู้ถามมา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับการพัฒนาถนนในซอยวัชรพล ๔ ค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร

ต้องบอกก่อนนะคะว่า เนื่องจากซอยวัชรพล ๔ เป็นเส้นทางที่มีพื้นที่สัญจร ประชาชนสัญจรจำนวนมาก แล้วก็ มีประชาชนในชุมชนหนองตะแคง อาศัยอยู่ประมาณ ๑๑๒ หลังคาเรือน ตามสไลด์นี้เลยนะคะ แล้วก็ในเส้นแห่งนี้สามารถเชื่อมต่อถนนไปได้หลายซอยมาก ๆ ทั้งถนนวัชรพลซอย ๔ ถนนสุขาภิบาล ๕ ซอย ๔๑ ถนนเพิ่มสิน ๓๖ แต่ถนนในซอยนี้กลับไม่ได้รับการพัฒนา เพราะว่าไม่ทราบด้วยเหตุผลใดเหมือนกัน เพราะว่าถ้าเราสามารถพัฒนาถนนเส้นนี้ได้จะช่วย ในการลดการจราจรติดขัด หรือว่าเกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วมด้วย เพราะว่ามันไม่ได้มีท่อระบายน้ำ ในถนนเส้นนี้ ดิฉันและทีมงานได้ลงพื้นที่ไปพบกับเจ้าของที่ดิน คุณศรีสำอาง เขาบอกว่า ได้มีการรวบรวมประชาชนอีกประมาณ ๖ คน อุทิศโฉนดเลขที่ ๑๐๔ เลขที่ดิน ๑๗ หน้าสำรวจ ๑๐๕ ตำบลออเงินใหญ่ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ตามหนังสือที่ กท. ๙๐๑๑/๒๒๐๑ ลงวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๓๓ ค่ะ ที่ดินผืนนี้ปัจจุบันเรียกว่าถนนปลายนา อยู่ในซอยวัชรพล ๔ ถนนวัชรพล แขวงคลองถนน เขตสายไหม เนื้อที่ประมาณ ๒๙๘ ตารางวา เพื่อให้เป็น สาธารณประโยชน์ตามหนังสือนี้เลยนะคะ ปัจจุบันก็ผ่านไปแล้วประมาณ ๓๔ ปี เท่าอายุ ดิฉันเลยนะคะ ที่ดินผืนนี้ก็ยังไม่ได้รับการพัฒนา ไม่มีทางระบายน้ำ ส่งผลให้น้ำท่วมทุกปี พอน้ำท่วมคนก็ไม่ค่อยสัญจรก็ทำให้เกิดปัญหารถติดต่อไปในอนาคตค่ะ สภาพถนน มีการชำรุด เป็นหลุมเป็นบ่อ แล้วก็ได้รับความเดือดร้อนมาก ๆ จากประชาชน ก็เลยอยากจะถามไปยังสำนักงานเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทยว่า มีนโยบายในการพัฒนาที่ดินที่ประชาชนอุทิศให้เป็นสาธารณประโยชน์เส้นทาง กรณีถนนวัชรพลซอย ๔ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร จะมีแผน ในการทำถนนวางท่อระบายน้ำเมื่อไร อย่างไร ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ขอบคุณท่านประธานค่ะ เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย วันนี้ได้รับมอบหมายจากทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ได้มาตอบกระทู้ถามท่าน สส. ศศินันท์ นะคะ เราเองได้มีการเตรียมพร้อมในการที่จะพัฒนา พื้นที่ซอยวัชรพลเส้นนี้อยู่แล้ว แล้วจากปัญหาที่ทางท่าน สส. ศศินันท์ ได้กล่าวมาว่า เป็นระยะเวลานานที่ทางคุณพี่สำอางได้ยกโฉนดให้เป็นที่สาธารณะ แต่การพัฒนา ยังดูเหมือนมีอุปสรรคแล้วก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ดิฉันต้องขอนำเรียนว่าในส่วนของ เขตสายไหม ได้มีการออกแบบถนนในเรื่องของการวางท่อระบายน้ำเพื่อที่จะป้องกันแก้ไข ปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ แต่ปัญหามันอยู่ตรงนี้ค่ะท่านประธาน นั่นก็คือถนนที่ทางท่าน สส. ได้กล่าวถึงมันเป็นสาธารณะเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น ไม่ตลอดทั้งเส้น ดิฉันจะขออนุญาตท่าน นำเอกสารแผนที่นะคะ ที่ทางเจ้าหน้าที่ได้นำมาแสดงให้เห็นถึงปัญหาและอุปสรรค ในการที่เราไม่สามารถทำงานได้ ท่านจะเห็นนะคะ เส้นสีเหลืองนี้คือทางสาธารณะนะคะ ส่วนสีแดงเส้นที่ท่านเห็นคือในส่วนของถนนส่วนบุคคล และเส้นสีฟ้านี้ก็คือลำรางอยู่ ซึ่งลำรางนี้เราก็ทราบกันดีว่ามีการบุกรุกบ้างนะคะ ทำเป็นถนนที่สามารถสัญจรได้ ในชาวบ้านโดยทั่วไปบ้าง ต่อมาก็มีชุมชนที่อาศัยอยู่ภายในหลายร้อยหลังคาเรือนอยู่นะคะ หลักพันใช่ไหมคะ ทำให้การสัญจรก็เป็นไปด้วยความหนาแน่น ในขณะที่ถนนยังไม่ได้รับการพัฒนา นั่นก็คืออุปสรรคปัญหาหนึ่งที่ถึงแม้เราจะออกแบบไปแล้วว่าให้มีการพัฒนาพื้นที่ แต่ถ้าหากว่า ทางเจ้าของที่ที่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลยังไม่อนุญาตให้ทำได้มันก็เลยเกิดปัญหา เพราะว่า เราต้องไปใช้ทางผ่านของเขา มีครั้งหนึ่งเราต้องการที่จะนำไปปรับปรุงถนน เขาก็ปิดถนน ไม่ให้เราผ่านด้วย จะเรียนตามตรงว่าก็เป็นของผู้ที่มีกิจการขนาดใหญ่อยู่ตรงนั้นด้วย ที่เรามีความพยายามก็เลยได้สอบถามไปทางเจ้าหน้าที่ว่า แล้วเราได้เคยไปคุยเจรจาต่อรอง กับเขาหรือยังในการที่จะขอใช้พื้นที่ในการผ่านทางที่จะให้เครื่องจักรกล รถขนดินต่าง ๆ ไปทำงานได้ก็ได้รับคำตอบว่ายังไม่เจอตัวของผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจเอง เป็นเพียงแค่ การพูดคุยกันในระหว่างของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ตรงหน้างาน ดิฉันก็เลยได้กำชับไปว่า ถ้าเช่นนั้น ก็ขอให้ได้คุยกับทางเจ้าของพื้นที่ตรงนั้น เพราะว่าเขาไม่ได้เสียประโยชน์อะไร เขาไม่ได้ ต้องมาจ่ายเงินให้เราในการเข้าไปทำงาน เพียงแค่ว่าอนุญาตให้เราใช้พื้นที่ในการผ่านทาง เท่านั้นเองที่จะเข้าไปทำทางให้กับพี่น้องประชาชน อันนี้ก็คือส่วนหนึ่งที่เป็นอุปสรรค และปัญหา ดิฉันก็เลยถามว่า แล้ววันนี้ปัญหาที่เราเห็นเฉพาะหน้าคือเรื่องอะไร ก็คือในเรื่อง ของพื้นผิวที่ชำรุดนะคะ เดินทางไม่สะดวก พี่น้องประชาชนมีประสบอุบัติเหตุบ้าง เพราะว่า เวลาที่น้ำท่วมขังแล้วเกิดถนนลื่นก็เป็นอันตรายกับชีวิตเขา ดิฉันก็เลยได้สอบถามว่า แล้วเราได้เข้าไปปรับปรุงหรือไม่นะคะ ก็เป็นภาพดังที่ทางท่าน สส. ศศินันท์ ได้นำมาให้เห็นว่า มีการไปลาดยางในบางส่วนที่สามารถทำได้เลย ถามว่าดิฉันพอใจไหม ก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ก็เหมือนกับว่าเราไปทำได้แค่ชั่วครั้งชั่วคราว สุดท้ายพอน้ำขังปุ๊บก็จะมีอันตรายเกิดขึ้นอีก อันนี้ก็คือถนนวัชรพลซอย ๔ หรือที่เรียกว่า ซอยปลายนา ที่เห็นเป็นภาพ ดิฉันยังมองไปถึง ในเรื่องของทำ Footpath ให้คนเดินเสียด้วยซ้ำ แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าเป็นพื้นที่ที่มีความจำกัด ไม่สามารถที่จะขยายเป็นทางเท้าได้ อันนี้ก็ถือว่าน่าเสียดายที่คนเดินอาจจะประสบปัญหาบ้าง ตอนนี้ใช้ได้แค่รถผ่าน ถ้าหากว่ามีการพัฒนาจริง ๆ ด้วยเนื้อที่ที่มีอยู่ทำให้เรานั้นที่ทำได้ อย่างดีที่สุดก็คือการวางท่อ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนของปัญหาแล้วก็ทำให้ การทำงานนั้นเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด เราอยากที่จะให้มีการเจรจาระหว่างพื้นที่ส่วนบุคคล ให้ครบทั้งเส้นเสียก่อน แล้วหลังจากนั้นก็จะมีการของบประมาณประจำปีเข้าไปเพื่อที่จะให้ ได้ทำถนนและทำท่อระบายน้ำได้ตลอดทั้งเส้นทาง ดิฉันก็หวังว่าถ้าหากมีความร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็นจากทางเขตสายไหม จากทางท่านผู้แทนในพื้นที่ แล้วก็พี่น้องประชาชนส่วนหนึ่ง ที่มีความพร้อมอยู่แล้วในการพัฒนาถนน แล้วก็ยกพื้นที่ให้ตั้งแต่ปี ๒๕๓๓ ได้ไปพูดคุยกัน ก็จะทำให้เจ้าของกิจการขนาดใหญ่ตรงนั้นให้ความยินยอมในการที่ให้เราได้ใช้ที่ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์กับส่วนรวม แล้วก็ชุมชนอย่างดีที่สุด แล้วก็หวังว่า การทำงานในอนาคตจะเกิดขึ้นได้ด้วยดี แล้วก็งบประมาณที่จะต้องใช้ดิฉันมั่นใจว่าทาง กทม. ก็ได้มีการประเมินไว้อย่างคร่าว ๆ ในการวางท่อแล้วก็ทำถนนใหม่ และถ้าหากว่า ขอมาทางสภาเองก็ไม่น่าที่จะติดขัดอะไรในส่วนนี้ค่ะ ขอบคุณท่าน สส. ศศินันท์ ค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานัทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญผู้ตั้งกระทู้ครับ ท่านศศินันท์ เชิญครับ🔗

นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร

จริง ๆ ทางที่บอกไป วัชรพลซอย ๔ ที่ได้ลงพื้นที่จริง ๆ แล้วก็ได้ดูเอกสารของชาวบ้านจริง ๆ ทางชาวบ้านก็ยืนยัน ว่าเป็นทางสาธารณะแล้วทั้งเส้นค่ะ ท่านธีรรัตน์ เพราะว่ามันเป็นทางแยกสามแยกที่มันแยก ไปในซอยอื่น ๆ อาจจะไม่ได้เป็น แต่เส้นตรงของซอยวัชรพลซอย ๔ ทางชาวบ้านยืนยันจริง ๆ ว่า มันเป็นสาธารณะทั้งเส้นแล้ว อันนี้ในโฉนดของเขา เดี๋ยวอย่างไรคิดว่าอาจจะต้องหาวัน เราไปลงพื้นที่กันสักวันก็ได้ค่ะ จะได้คุยกับชาวบ้านด้วย แล้วก็จะได้เห็นว่าโฉนดของชาวบ้าน กับของเขตมันต่างกันอย่างไร เพราะว่าจริง ๆ ไม่ใช่แค่ที่ถนนซอยนี้นะคะ ลงพื้นที่หลายครั้ง มีหลายครั้งเหมือนกันที่ทางเขตมักจะตอบมาว่ายังไม่ยก แต่มาดูของชาวบ้านบอกว่ายกแล้ว แล้วก็อาจจะทำให้โฉนดมีความที่มันแตกต่างกัน อันนี้ก็เลยยืนยันว่าของชาวบ้านพยายาม เดินแล้วเหมือนกันว่ามันทั้งเส้นแล้วจริง ๆ ค่ะท่านธีรรัตน์ แล้วก็อยากถามเพิ่มเติมแล้วกัน เพราะว่าอย่างที่บอกว่า มีหลายถนน หลายเส้นมาก ๆ ที่มีการยกแล้ว หรือว่ายกบางส่วน แล้วก็ทำให้ไม่สามารถที่จะขยับขยายหรือว่าพัฒนาพื้นที่ได้ ทางกระทรวงมหาดไทยมีนโยบาย ในการพัฒนาพื้นที่ หรือว่าเรียกว่าการทำถนนให้เป็นแบบทางร่วมทางแยก หรือว่าให้คน สัญจรได้ดีขึ้น ในกรุงเทพมหานครคิดว่าไม่ใช่แค่เขตสายไหม หลายเขตมาก ๆ ที่มันมีปัญหา แบบนี้เยอะมาก เช่น ติดล็อกเป็นต่อน ๆ ยกเป็นต่อน ๆ เหลือแค่นิด ๆ หน่อย ๆ ที่ทำให้เรา สามารถทำถนนที่มันแยกแล้วก็ช่วยลดการจราจรติดขัดได้อย่างนี้ค่ะ ทางกระทรวงมหาดไทย มีแผนไหมคะ ในการเช่นว่า จะมีการเวนคืนทั้งเส้นเพื่อต่อถนนให้มันสามารถเชื่อมกันได้ดีขึ้น ในอนาคต แล้วก็จะมีการทำเทียบโฉนดกันอีกครั้งหนึ่งไหมว่า อย่างในแต่ละเขตกรุงเทพมหานคร เขตไหน ตรงซอยไหน ที่มันมีการยกสาธารณะเกือบทั้งเส้นแล้ว หรือทั้งเส้นไปแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการพัฒนาค่ะ เพื่อในอนาคตเราช่วยแก้ปัญหากรุงเทพมหานครได้เยอะมากนะคะ ท่านธีรรัตน์ ทั้งปัญหาน้ำท่วมของเราเอง ปัญหาการจราจรจะดีขึ้นมาก เพราะว่าสายไหม เป็นเขตส่วนขยายของกรุงเทพมหานคร แล้วถ้ามันสามารถแก้ปัญหาตรงนี้ได้ การลดการจราจรจะช่วยได้เยอะมาก ๆ อยากถามกระทรวงมหาดไทยเรื่องนี้เหมือนกัน แผนในอนาคตค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณท่าน สส. ศศินันท์นะคะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็เห็นตรงกันนะคะว่าเราเองที่เป็น สส. ในพื้นที่ มักจะได้รับเรื่องว่าได้ยกที่ให้เป็นสาธารณะแล้วแต่ยังไม่มีการปรับปรุง ตรงนี้ก็เป็นในส่วนที่ ต้องมีการสำรวจ ซึ่งแผนของทางมหาดไทยเราเองก็ได้มีการกำชับแล้วก็มอบนโยบาย ให้กับทางกรุงเทพมหานครให้ได้ดูแลในส่วนนี้ด้วยว่าทำอย่างไรที่จะให้ถนนเส้นต่าง ๆ นั้น พี่น้องประชาชนสามารถเดินทางกันได้สะดวกสบาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องอยู่ที่การเจรจา ของเจ้าของพื้นที่ที่เป็นส่วนบุคคลต้องให้ความยินยอม แล้วก็ให้ความร่วมมือกับทางภาครัฐ ในส่วน กทม. มีความพร้อมทางมหาดไทยยินดีที่จะสนับสนุนในเรื่องของงบประมาณ ในการที่จะพัฒนาถนน พื้นที่ไหนที่เป็น Footpath ได้เราอยากให้มี Footpath ทางเดิน สำหรับคนเดินเท้าเสียด้วยซ้ำเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของพวกเขา ยกตัวอย่างเช่น สัปดาห์ที่แล้ว ที่ทางท่านได้ถามถึงถนนริมคลอง ๒ ลาดพร้าว ที่เราเห็นภาพความสวยงามหลังจาก การพัฒนาพื้นที่แล้ว นอกจากพื้นที่ที่รถวิ่งบนถนนก็ส่วนหนึ่ง ถนนทางเดินเท้าสำหรับคนเดิน ก็อีกส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราทำสำเร็จได้หมดด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ดิฉันก็มั่นใจว่ากรุงเทพฯ ในฝันของเรา กรุงเทพฯ ที่จะมีพื้นที่ในการเดินทางที่ปลอดภัย ทุกเส้นทางเชื่อมถึงกันหมด ไม่ว่าคุณจะใช้รถประเภทไหน รถจักรยาน รถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ส่วนตัว หรือแม้แต่รถโดยสารประจำทางเราก็พยายามที่จะจัดสรรเข้าไปให้ พื้นที่ไหน ที่ขาดแคลนในเรื่องของสถานีในการเดินรถ ในการที่จะพักคอยผู้โดยสาร อันนี้อยู่ในแผนของ การทำงานของเราด้วย จะเห็นว่าในช่วงการทำงานปีที่ผ่านมามีการปรับปรุงถนนหลายเส้นมาก ในพื้นที่ทางสายไหมเองดิฉันก็คิดว่าน่าที่จะได้เป็นพื้นที่ Target หนึ่งที่สำคัญ เพราะว่า เรามีภูมิศาสตร์ที่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน เรามีผู้คนที่สัญจรเป็นจำนวนมาก ดิฉันขออนุญาต ยกตัวอย่างพื้นที่รอบนอกนะคะ อย่างเช่น ในส่วนของตะวันออกถัดออกมาจากทางกรุงเทพฯ เหนือตอนบน เราเองก็มีการปรับปรุงถนนจากเดิมที่เป็นแค่ส่วนเลยไม่มีท่อ เราก็มีการวางท่อ มี Footpath สำหรับเตรียมพร้อมรับในเรื่องของน้ำท่วมให้มีท่อระบายน้ำ เตรียมพร้อมรับ สำหรับจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ ที่ในขณะนี้ เราจะเห็นว่ามีบ้านจัดสรรเอง อันนี้เราก็มีการวางนโยบายว่าพื้นที่ไหนที่เป็นพื้นที่รับน้ำก็ต้องควรที่จะเสริมให้สูงเอาไว้กว่าถนน ถนนไหนที่จะเสริมไว้บ้านที่จะขึ้นมาใหม่ก็ต้องให้รู้ถึงแนวทางแล้วก็ทิศทางด้วย อันนี้ ทางสำนักการโยธา กรุงเทพมหานครเอง ทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ แล้วถ้าหากว่ามีจุดไหน ที่ทางท่าน สส. ศศินันท์ มีข้อมูลอยู่ในพื้นที่แล้วก็ประสบปัญหาอยู่ดิฉันก็คิดว่าทางสำนักงานเขต ของสายไหมเองรวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ด้วยก็จะได้รับไว้แล้วก็ไปสำรวจเพิ่มเติม แล้วก็เป็นการดี ที่เมื่อสักครู่ท่านได้พูดถึงว่า มันมีความขัดแย้งในข้อมูลระหว่างพี่น้องประชาชนที่ได้ยกที่ให้แล้ว กับทางเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตที่ยังยืนยันว่ายังเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลนี้ ก็คงต้องไปคุยกัน ที่หน้างานแล้วก็ให้ได้ทราบถึงหลักฐานที่ทางพี่น้องประชาชนมีอยู่ กับหลักฐานที่ทางสำนักงานเขต จะสามารถมอบให้กับเราได้เพื่อที่จะหาข้อสรุปที่ตรงกัน แล้วก็เมื่อเราเจอปัญหาแล้ว เราก็ไปที่จุดที่จะต้องแก้ไขนะคะ ดิฉันก็คิดว่าแนวโน้มในการที่จะพัฒนาพื้นที่ตรงจุด ที่ท่าน สส. ได้ประสานเข้ามาน่าที่จะเป็นในทางที่ดีขึ้น ก็นำเรียนเบื้องต้นว่าการทำงาน หลังจากนี้เราก็คงจะไปคุยกันนอกรอบต่อไปค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ เชิญท่านศศินันท์ครับ🔗

นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร

ดิฉันขอเป็นอย่างนี้ ได้ไหมคะ จะได้เห็นความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาค่ะ ถ้าเป็นไปได้อยากให้ทาง กระทรวงมหาดไทยหรือว่าทางท่านรัฐมนตรีมีหนังสือมายังสำนักงานเขตก็ได้ค่ะ ว่าเราจะนัดหมายกันไปลงพื้นที่เพื่อจะดูโฉนดหรือว่าคุยกับประชาชนเรื่องนี้อย่างไร จะได้มีหนังสือเป็นหลักฐานชัดเจน แล้วก็ทางสำนักงานเขตก็จะได้อ้างหนังสือได้ในการแก้ไข ปัญหาร่วมกันในพื้นที่ในอนาคตค่ะ ได้ไหมคะท่านธีรรัตน์🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ยินดีค่ะ🔗

นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรียินดีนะครับ ก็ฝากทางท่านรัฐมนตรีกำชับไปทางเขตนะครับ นายช่างครับ ลองไปสำรวจดูเอาแผนที่มาซ้อนกันดูนะครับ มันอาจจะยังไม่ Update ก็ฝากทางเขตด้วย ฝากท่านรัฐมนตรีกำชับเขตด้วยครับ ก็เป็นกำลังใจให้ทั้งผู้ถามและผู้ตอบ ขอบคุณครับ ขอบคุณผู้เข้าร่วมรับฟังทั้ง ๖ ท่านด้วย ทางท่านรัฐมนตรีรับปากแล้วว่าจะไปดำเนินการ ต่อเนื่องให้ครับ🔗

๒. เรื่อง ปัญหาไฟถนนดับและการลักลอบตัดสายไฟถนนพหลโยธิน ๕๔/๒ นายเชตวัน เตือประโคน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่า ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ติดภารกิจ จึงได้มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คุณธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑🔗

ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ๑ ท่าน คือ ท่านภาคภูมิ เสือคำ หัวหน้าศูนย์เครื่องมือกล สำนักงานก่อสร้างและบูรณาการ สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทยนะครับ และได้อนุญาตให้พี่น้อง ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบกระทู้ ๒ ท่านด้วยกัน ๑. นายชวิน กสิกิจพงศ์พันธ์ ๒. นายสุทธิวัฒน์ เอี่ยมศรี ขอเชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ถาม ท่านเชตวัน เตือประโคน ครับ🔗

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

ขอบคุณท่านประธาน เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี พื้นที่ของผม ก็จะเป็นพื้นที่เทศบาลเมืองคูคต เมืองลำสามแก้ว และเมืองลาดสวาย ก่อนอื่นต้องขอบคุณ ท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ถามแยกเฉพาะนี้ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ที่ได้กรุณามาตอบกระทู้นี้ ที่เป็นความเดือดร้อน ของชาวจังหวัดปทุมธานี รวมถึงชาวกรุงเทพมหานครในเขตสายไหมของคุณศศินันท์นะครับ ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวคลองสามวาที่ใช้ถนนเส้นนี้ในการสัญจร ท่านประธานครับ กระทู้ถามแยกเฉพาะเรื่องปัญหาไฟดับนี้ การลักลอบตัดสายไฟถนนพหลโยธิน ๕๔/๒ ฟังชื่อเหมือนจะเป็นแค่ทางเล็ก ๆ แต่ถ้าไปดูจริง ๆ แล้วตรงนี้เป็นทางหลักครับ เป็นทางหลัก ที่ประชาชนใช้สัญจรเลยครับ เพราะเป็นถนนตัดใหม่นะครับ ถนนตัดใหม่จากบริเวณ แยก คปอ. ตรงประตูกรุงเทพฯ ยาวไปจนถึงสถานีรถไฟฟ้าคูคต หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ถนนหลักที่อยู่ใต้แนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อนไปสถานีรถไฟฟ้าคูคต ซึ่งจะเป็นทางลัด ที่ประชาชนใช้เลี่ยงปากทางลำลูกกาที่รถติด เราจะเดินทางกันไปคลอง ๒ คลอง ๓ คลอง ๔ คลอง ๕ ไปเรื่อย ๆ ก็ด้วยเส้นนี้ใช้เป็นทางลัดได้ครับ ก่อนอื่นผมอยากฝากคลิปนี้ ให้ท่านรัฐมนตรีได้ดูคลิปต่อไปนี้ ไม่แน่ใจว่าเปิดได้หรือเปล่า ขอคลิปได้ไหมครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

นี่ก็จะเป็นปัญหาเรื่องไฟดับบริเวณนี้ ตรงจุดนี้น่าจะเป็นคลอง ๒ ท่านประธาน แล้วรถราก็จะวิ่งเร็วประมาณนี้ มีจุดกลับรถ ที่ค่อนข้างอันตรายพอสมควร ตรงนี้จะเป็นจุดกลับรถ ระยะทางสั้น ๆ จากบริเวณประตู กรุงเทพฯ ไปจนถึงรถไฟฟ้าสถานีคูคตที่ไฟดับตรงนี้นะครับ ถามว่ามีความสำคัญอย่างไรครับ ปัญหาของมันก็คือว่ามันเป็นพื้นที่ที่รถราวิ่งเร็วมาก มีรถบรรทุก รถอะไรต่าง ๆ ใช้เยอะมาก และที่สำคัญก็คือผมก็เคยแจ้งไปกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ทางทีมสายไหมเอง ก็เคยแจ้งไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และต้องขอบคุณที่มาช่วยแก้ปัญหาทำให้ มีไฟส่องสว่าง แต่สักพักเดียวก็กลับมาดับอีกเหมือนเดิมแล้ว ก็มีการลักลอบขโมยสายไฟ แล้วก็ไม่สามารถที่จะจับมาดำเนินคดีได้ ปัจจุบันนี้ภาพที่ท่านประธานเห็นเมื่อสักครู่ ไม่ว่าจะเป็นคลิป หรือไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งนี้เป็นภาพที่ผมเพิ่งไปถ่ายมาเมื่อวานนี้เอง ท่านจะเห็นว่าวันที่ ๗ มีนาคมนี้ไฟดับใช่ไหมครับ วันที่ ๑๖ พฤษภาคมไฟกลับมาติด เมื่อวาน วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๗ ก็ไฟดับแบบนี้อีกแล้ว คือการที่ไม่มีไฟส่องสว่างตรงนี้นะครับ ท่านประธาน ถ้าเราไปดูความสำคัญของถนน คือถ้าฝั่งขาออกที่กำลังจะมุ่งหน้าไปทางสถานี รถไฟฟ้าคูคต ด้านซ้ายจะเป็นชุมชนจะเป็นบ้านเรือนในเขตสายไหม ซึ่งจะมีซอยที่บ้านเรือน ประชาชนจะมีรถพุ่งออกมาได้ ถ้ามันมืดแบบนี้ก็จะไม่สามารถมองเห็นซอยซึ่งก็อันตรายมาก อันนี้คือถ้าเรามุ่งหน้าจากแยก คปอ. ไปทางสถานีรถไฟฟ้าคูคตนะครับ แต่ทีนี้กลับกันลงจาก สถานีรถไฟฟ้าคูคตมาทางประตูกรุงเทพฯ บ้าง มาตรงแยก คปอ. บ้าง ถ้าเราข้ามสะพาน ข้ามคลอง ๒ ปุ๊บก็จะมืดลงทันทีเลยครับ แล้วพอมืดลงปุ๊บลงสะพานมาด้วยความรวดเร็ว ก็จะเจอกับจุดกลับรถเมื่อสักครู่ ซึ่งอันตรายมากแล้วก็มีอุบัติเหตุแล้วด้วยหลายครั้ง ขณะเดียวกันเมื่อมาถึงตรงแยกประตูกรุงเทพฯ ตรงนี้ก็จะเป็นตลาด Save One Go ก็จะมี รถจอดอยู่แบบนี้ค่อนข้างมากก็จะอันตรายด้วย ท่านประธานครับ ผมก็เลยอยากที่จะฝาก ผ่านท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี ซึ่งคำถามแรกที่ผมอยากจะถามผ่านท่านประธาน ไปถึงรัฐมนตรีก็คือว่า กระทรวงมหาดไทยมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาเรื่องไฟดับ ที่ถนนพหลโยธิน ๕๔/๒ ตรงนี้อย่างไร เพราะว่าที่ผ่านมาเจ้าภาพอย่างที่ทราบก็คือว่า สำนักการโยธาของ กทม. เดี๋ยวก็ดับเดี๋ยวก็ติด เดี๋ยวก็ดับเดี๋ยวก็ติดเป็นแบบนี้ รวมถึง อุบัติเหตุต่าง ๆ ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย วันนี้ได้รับมอบหมายจากทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ได้มาตอบคำถามของทางท่านเชตวันในวันนี้ที่สอบถามมาถึงเรื่องของไฟฟ้าส่องสว่าง ในพื้นที่ที่เป็นถนนตัดใหม่ใต้ถนนของการรถไฟ รฟม. จากภาพเห็นชัดมากเลยว่า มีสภาพมืดมาก เป็นอันตรายทั้งในส่วนของผู้ที่สัญจรผ่านทางเส้นทางนั้น แล้วก็ประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ที่เวลาออกจากบ้านหากรถซ้ายรถขวามองไม่เห็นกันก็เป็นอุบัติเหตุตามมาได้ ดิฉันเองได้สอบถามทั้งในส่วนงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักการโยธาก็ได้ให้ข้อมูล ที่เป็นประโยชน์มาก ๆ ดิฉันก็คิดว่าเป็นโอกาสดีที่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่รวมถึงใช้เส้นทางนั้น จะได้ทราบถึงสาเหตุเบื้องต้นก่อน ก็อย่างที่ทราบถนนเปลี่ยวเป็นที่มาของผู้ที่ไม่หวังดีลักลอบ ขโมยตัดสายไฟ ซึ่งตรงนี้ดิฉันได้สอบถามทางเจ้าหน้าที่ว่ามันน่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่ประมาณ เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้เอง ก็คือค่อย ๆ ตัด ไม่ได้ตัดทั้งเส้น ตัดเป็นช่วง ๆ เพราะว่า ช่องเสาไฟจะเป็นในช่วงของมีบ่อพักสาย ต่อไปอีก ๑ สาย โจร ขอเรียกว่า โจร เลยแล้วกัน โจรก็จะอาศัยว่าดึงทีละทีละบ่อพักแล้วก็ลากสายไป ทำให้เห็นว่าบางช่วงติด บางช่วงไม่ติด อันนี้ก็เลยเกิดความเข้าใจว่าทำไมพอบอกไปแล้วมาซ่อมแล้วเดี๋ยวก็เป็นอีก ก็คือเรามี ความพยายามที่จะแก้ไข ก็เลยทำให้ผู้ที่อาศัยว่าไม่มีการตรวจสอบในส่วนของ การให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบก็เลยทำให้ใช้ช่องว่างตรงนี้ในการที่จะลักขโมยสายไฟ🔗

ทีนี้ดิฉันจะนำเรียนว่าในพื้นที่ตรงนี้ที่ได้สอบถามมาเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันว่า อยู่ในความรับผิดชอบของทางสำนักการโยธาที่อยู่ในพื้นที่ของกรุงเทพมหานครส่วนหนึ่ง แต่มีประชาชนที่อยู่ทางปทุมธานีที่ทางท่าน สส. ได้ดูแลอยู่ก็คงจะได้ร้องเรียนมาด้วย ทีนี้แนวทางของเราต่อไปอย่างที่เรียนมาว่าไม่สามารถที่จะให้ทางผู้รับเหมามารับผิดชอบแล้ว เพราะว่ามันหมดสัญญาไปแล้ว เราก่อสร้างมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ ถึงปี ๒๕๖๖ แล้วความจริง ถ้าหากว่าอยู่ในช่วงปี ๒๕๖๖ เรายังให้ผู้รับเหมามารับผิดชอบได้ แต่พอหลังจากนั้นที่เกิดเหตุ ที่ดิฉันกล่าวไปว่าช่วงต้นปีนี้ ปี ๒๕๖๗ มานี้ ก็คือทางสำนักการโยธาจะต้องไปดูในเรื่องของ ความปลอดภัย ทำอย่างไรจะป้องกันไม่ให้โจรขโมยใช้ความเป็นจุดด้อยของพื้นที่ที่ไม่ได้มีคน พลุกพล่าน แล้วก็มีสภาพที่ต่างคนต่างใช้ถนนไม่ได้ดูแลซึ่งกันและกันไม่ให้กระทำการใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมอีก ระยะทางตรงนี้ประมาณ ๑ กิโลเมตรนะคะท่านประธาน ถ้าหากว่า มีเพิ่มเติมจากนี้ดิฉันเองได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ไปดูเมื่อคืนนี้ด้วยว่าได้มีจุดที่เสียหายเพิ่มขึ้น หรือไม่ จากที่ทางท่าน สส. ได้ร้องเรียนมาเพื่อที่จะได้ทำการสำรวจ แล้วก็ได้ความว่าเราเอง จะต้องตั้งงบประมาณในการแก้ไขในส่วนนี้ ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ ๒-๓ ล้านบาท ก็คิดว่าเหมาะสม แล้วก็เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนที่จะได้รับความปลอดภัย ในการเดินทางก็สามารถที่จะอนุมัติงบประมาณให้ไปแก้ไขได้ ในส่วนของระยะยาวเราเอง ก็จะต้องมีการประสานทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในพื้นที่ ทางเจ้าหน้าที่เทศกิจ ของทางสำนักงานเขตสายไหมให้ได้มาตรวจสอบ ตรวจตราในบริเวณที่มีความเสี่ยงตรงนี้ ให้ถี่มากขึ้น แล้วก็ใช้กฎหมายอย่างจริงจังว่าถ้าหากว่า จับคู่กระทำผิดได้แล้วก็ต้องลงโทษ แล้วก็ในส่วนของฝาท่อเอง ที่ดิฉันได้สอบถามถึงลักษณะว่ามันง่ายหรือในการที่จะเปิดขึ้นมา แล้วก็ตัดสายเลย ก็เป็นการออกแบบไว้โดยทางผู้รับเหมาเดิมว่าสามารถที่จะยกฝาท่อขึ้นมา หัวกับท้าย แล้วก็เอื้อมมือลงไปตัดได้ง่ายนะคะ ตรงนี้ก็เป็นจุดอ่อนอย่างหนึ่งที่ทำให้ โดนลักขโมยอยู่ตลอด ก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนี้ดิฉันขออนุญาตให้ลองสำรวจดูว่าทำได้ไหมว่า ในกรณีที่เราแก้ไขซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เทปูนปิดฝาท่อไปเลย ไม่ต้องหนามาก เพื่อที่จะให้พร้อมในการที่จะเกิดเหตุฉุกเฉินในการที่จะซ่อมเสาไฟฟ้า สายไฟต่าง ๆ กรณีหลังจากนี้ให้ได้ทางเจ้าหน้าที่ก็บอกสามารถทำได้เช่นเดียวกันนะคะ เพื่อที่จะไม่ต้อง ให้รัฐได้สูญเสียงบประมาณที่จะต้องมาคอยเติมสายไฟกันอยู่ตลอดเวลา มาซ่อมแซม กันอยู่ตลอดเวลา ตรงนี้ก็คิดว่าน่าที่จะเป็นแนวทางที่ดีนะคะ ซึ่งถามว่าทางสำนักงานเขตเอง สำนักการโยธาเอง ของทั้ง ๒ พื้นที่เป็นกังวลไหม ก็เป็นกังวล เจ้าหน้าที่เองก็บอกว่าซ่อมแล้ว ก็มาตัดอีกอย่างนี้ก็มี บางทีเราเองส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจตราเขาก็ไม่ได้มาในเวลานั้น เขาก็ดูช่องทางว่าตอนไหนเปลี่ยว ตอนไหนไม่มีคน ตอนไหนที่เจ้าหน้าที่อาจจะมีภารกิจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือในเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ ทางโจรก็ใช้เวลานั้นในการที่จะก่อเหตุ ซึ่งเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องเป็นหน้าที่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ถ้าหากว่าสามารถเป็นส่วนหนึ่ง ในการสอดส่องดูแลแจ้งเจ้าหน้าที่เวลาที่เห็นบุคคลแปลกหน้าเข้ามา หรือเห็นบุคคล ต้องสงสัย ตรงนี้ก็โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยให้เข้ามาที่เกิดเหตุทันใด เพราะว่าจากที่เรา เคยเห็นข่าวสารพวกนี้มาเป็นขบวนการ ไม่ได้มาคันเดียวด้วยนะคะ มีต้นทางที่คอยดู เจ้าหน้าที่ มีรถขนาดใหญ่ที่เอาไว้คอยขน จับได้ก็ดี แต่ถ้าจับไม่ได้นั่นก็คือรัฐต้องสูญเสีย งบประมาณเป็นจำนวนมากในการแก้ไขปัญหานี้ ยังมีอีกหลาย ๆ พื้นที่ในกรุงเทพมหานครเอง ที่ประสบปัญหาเดียวกัน ดิฉันก็คิดว่าน่าที่จะได้มาทำงานร่วมกันแล้วก็ออกเป็นเรื่องของ ข้อบังคับในการปฏิบัติงานให้ช่วยดูแลสอดส่องในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงเหล่านี้ต่อไป ก็ต้องขอบคุณทางท่าน สส. เชตวันที่ได้แสดงความเป็นห่วง แล้วก็ร่วมกันในการหาแนวทาง แก้ไข ต่อมาดิฉันคิดว่าหลังจากนี้ก็เช่นเดียวกันเราจะมาร่วมกันดูในส่วนของเจ้าหน้าที่ ที่ทำอะไรได้เลยเราก็จะดำเนินการทันที ในส่วนของไฟที่ยังมืดอยู่ในขณะนี้ดิฉันก็จะให้ทาง เจ้าหน้าที่ได้ไปดูว่าสามารถที่จะเพิ่มแสงตรงไหนได้บ้างนะคะ สามารถที่จะซ่อมไฟสายไฟ ตรงไหนให้ได้เลยบ้าง แล้วก็การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนก็จะตามมา ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญคำถามที่ ๒ ครับท่านเชตวันครับ🔗

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เรียนท่านประธานครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี พื้นที่เทศบาลเมืองคูคต เมืองลำสามแก้ว และเมืองลาดสวาย ซึ่งเป็นพี่น้องประชาชน ที่ใช้ถนนเส้นนี้บ่อยมาก ๆ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ช่วยชี้แจงในเรื่องของการที่จะเข้าไปดูแล โดยเฉพาะเรื่องของการตั้งงบประมาณ ๒-๓ ล้านบาท ในการที่จะเข้าไปแก้ไข ผมอาจจะมี ข้อเสนอผ่านท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีอย่างนี้ด้วยครับว่า นอกจากในเรื่องของ การทำให้ไฟส่องสว่างขึ้นมาดีแล้ว นอกจากเรื่องของการที่จะให้เจ้าหน้าที่บ้านเมือง โดยเฉพาะ สน. สายไหมซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบตรงพื้นที่นี้เข้าไปช่วยในเรื่องของการตรวจตรา ความปลอดภัยอะไรต่าง ๆ แล้วนะครับ เพราะว่าเวลาที่เขาจะมาขโมยสายไฟเขาจะมา แบบมาดของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเลยครับ มาด้วยรถสีส้มเลยครับ แล้วก็วางกรวย วางอะไรต่าง ๆ ตัดไปแบบที่ไม่มีใครรับทราบเลยนะครับ ที่นึกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้า ที่มาทำงานอยู่ ผมจะมีข้อเสนอผ่านท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีเล็กน้อยครับ เผื่อว่าสามารถที่จะเข้ามาดูแลตรงส่วนนี้ได้ ก็คือว่า Footpath บริเวณนั้นจะเป็น Footpath ที่ค่อนข้างกว้างมาก ๆ แล้วก็สามารถที่จะจัดเป็นสวนหย่อม เป็นพื้นที่ให้คนมาออกกำลังกายได้ ให้คนสามารถมาเดินเล่นมาออกกำลังกายได้ ซึ่งก็น่าจะสามารถช่วยป้องกันในส่วนของ การมาขโมยสายไฟ การเป็นหูเป็นตาให้กับทางเจ้าหน้าที่รัฐของเราได้ด้วย อันนี้ก็เป็นข้อเสนอ ผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ🔗

ส่วนคำถามที่ ๒ ท่านประธานครับ ก็เป็นเรื่องของการเยียวยาการดูแล พี่น้องประชาชนที่ได้รับอุบัติเหตุ รวมถึงพี่น้องประชาชนที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอีก เพราะล่าสุดเมื่อวานที่ทางทีมงานของผมไปลงพื้นที่นี้ ที่ให้ดูรูปเมื่อสักครู่ก็เป็นอุบัติเหตุ ที่รถหลุดโค้งแล้วก็ชนเสาไฟฟ้าล้มพัง ในส่วนนี้ทางกระทรวงมหาดไทยมีแนวทาง ในการเยียวยาประชาชนที่เคยได้รับผลกระทบ หรือในอนาคตอาจเคยได้รับผลกระทบ จากปัญหาไฟดับตรงถนนพหลโยธิน ๕๔/๒ นี้หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ก็ขอบคุณสำหรับข้อเสนอแนะในเรื่องของการปรับปรุงพื้นที่ ซึ่งดิฉันเอง ก็สนับสนุนถ้าหากว่ามีพื้นที่ที่เป็นสาธารณะสามารถที่จะไปพัฒนาให้เป็นพื้นที่ส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะขนาดย่อม ๆ หรือแม้แต่ให้มีสภาพที่ไม่รกร้าง นี่ก็ถือว่าเป็นประโยชน์ กับทัศนียภาพของพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นนะคะ แล้วก็ในส่วนของ การชดเชยเยียวยาถ้าหากว่าสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นความผิดของทางเจ้าหน้าที่รัฐ หรือว่าเกิดจากความประมาทของเจ้าหน้าที่รัฐ ดิฉันก็คิดว่าเป็นส่วนที่เราเข้าไปดูแลได้ว่า ตรงไหนที่เป็นสาเหตุของปัญหา แต่ว่าก็ต้องอยู่ในเรื่องของการพิสูจน์หลักฐานนะคะว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากอะไร แต่ก็เป็นแนวความคิดที่ดีว่าในส่วนของพี่น้องประชาชน จะได้มีความระมัดระวังในการเดินทาง แล้วก็ถ้าหากว่าไฟที่ส่องสว่างมีมากขึ้นความปลอดภัย มันก็จะเพิ่มเติมเข้ามาด้วย แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตก็จะไม่เกิดเหตุการณ์ที่รุนแรง ถึงชีวิตของพี่น้องประชาชน ไม่เกิดความสูญเสียกับพี่น้องประชาชนที่ควรที่จะได้รับการดูแล จากทางภาครัฐในอนาคตอีกแล้วนะคะ เราเองก็จะพยายามทำให้การแก้ไขนี้เกิดขึ้น โดยเร็วที่สุด ให้พี่น้องประชาชนมีความปลอดภัยมากขึ้น แต่ว่าดิฉันขออนุญาตย้อนกลับไป ในตรงพื้นที่ที่ท่านได้กล่าวถึงเดี๋ยวจะแจ้งทางสำนักงานเขต หรือว่าร่วมกับทาง ท่าน สส. ศศินันท์ก็ได้นะคะว่าตรงจุดไหนที่เราพอจะไปพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ให้มี ความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนไปใช้ประโยชน์ได้เพิ่มมากขึ้นด้วย ขอบคุณ ท่านประธานค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีมากครับ เป็นอันจบกระทู้ถามแยกเฉพาะของท่านเชตวันนะครับ ขอบคุณทั้งท่านรัฐมนตรีแล้วก็ท่านผู้ตั้งกระทู้นะครับ ขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

๓. เรื่อง การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น นายอิทธิพล ชลธราศิริ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๒๕ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๗🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจ จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑🔗

ในการนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ๒ ท่านด้วยกันนะครับ ดังนี้ ๑. นายเกิดศักดิ์ ยะโสธร ผู้อำนวยการ กองการเจ้าหน้าที่ กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย และ ๒. นายรัตนวุธ แสงศรี วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ สำนักสนับสนุนและพัฒนาตามผังเมือง กรมโยธาธิการ และผังเมือง กระทรวงมหาดไทยนะครับ เชิญทางท่านผู้ตั้งกระทู้ถามเลยครับ เชิญท่าน อิทธิพล ชลธราศิริ ครับเชิญครับ🔗

นายอิทธิพล ชลธราศิริ ขอนแก่น

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ อิทธิพล ชลธราศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๒ พรรคประชาชนครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่มาตอบกระทู้ครับ เพราะว่าผมถามกระทู้นี้ไปตั้งแต่ น้ำท่วมปีที่แล้วจนถึงท่วมปีนี้ ซึ่งอยู่ในสถานการณ์ที่น้ำท่วมเหมือนกันพอดีครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอิทธิพล ชลธราศิริ ขอนแก่น

จากการเข้าร่วมสัมมนาเรื่องการมีส่วนร่วม ของประชาชนในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นของคณะกรรมาธิการ การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร โดยมีส่วนราชการต่าง ๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็ ตัวแทนพี่น้องประชาชน ชุมชนต่าง ๆ หมู่บ้านต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นเข้าร่วมสัมมนาเพื่อนำปัญหา สาเหตุและแนวทางในการแก้ไขปัญหา น้ำท่วมร่วมกันครับ ซึ่งการสัมมนาในครั้งนี้แล้วก็การลงพื้นที่สอบถามพี่น้องประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบทำให้ทราบถึงปัญหาในพื้นที่ แล้วก็เฉพาะปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ผมขอยกตัวอย่างบางพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมนะครับ ปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากรอการระบาย อันนี้เป็นของเขตพื้นที่ตำบลเทศบาลเมืองศิลา สี่แยกไฟแดง ถนนกสิกรทุ่งสร้าง ตลาดหนองไผ่ศิลา เขาเป็นปัญหาแบบนี้มาเป็น ๑๐ ปี ที่ท้องถิ่นเองก็ไม่ได้แก้ไขครับ เป็นพื้นที่แอ่งกระทะน้ำไหลรวมกันมาจุดเดียวก่อนที่จะรอ การระบาย อาจจะไม่ท่วมนานครับ ๒-๓ ชั่วโมงแล้วก็ค่อยระบายน้ำหมด แต่ว่าก็เป็นปัญหา ในการสัญจรของพี่น้องประชาชนครับ🔗

สไลด์ถัดไป ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากเหมือนกันครับ อันนี้เป็นบริเวณที่ต่อเนื่อง มาจากจุดเมื่อสักครู่นี้ครับ พอน้ำเข้าพื้นที่แก้มลิงเก็บน้ำเสร็จถ้ามันเต็มแก้มลิงตรงนี้ ก็จะเอ่อขึ้นมาที่โครงการหมู่บ้านชิดชล หมู่ที่ ๑๕ ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่นครับ🔗

ต่อไปครับ พื้นที่ปัญหาน้ำท่วมขังท้ายซอย อันนี้จะเป็นโซนที่อยู่หลัง มหาวิทยาลัยขอนแก่น เรียกว่าซอยหลัง ม.๕/๑ เป็นบ้านโนนม่วง หมู่ที่ ๑๒ ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น อันนี้ก็จะท่วมซ้ำซากอยู่แบบนี้ทุก ๆ ปีครับ เป็น ๑๐ ปี ๒๐ ปี เนื่องจากเป็นท้ายซอยน้ำก็จะไม่มีท่อระบายออกไปที่ข้างหน้าซอย แต่ว่าข้างหน้าซอย ท่อจะสูงกว่า เพราะฉะนั้นต้องรอน้ำจากข้างหน้าระบายหมดก่อน ข้างหลังก็จะสามารถระบายได้ ก็จะเป็นการท่วมขังซ้ำซากอยู่แบบนี้ครับ ไม่ได้รับการแก้ไขครับ🔗

ต่อไปครับ อันนี้เป็นอีกหนึ่งตำบล อำเภอเมืองเหมือนกัน ตำบลแดงใหญ่ ที่ทางเข้าซอยหมู่บ้านหนองหลุบ หมู่ ๘ ตำบลแดงใหญ่ ถนนเส้นสีเหลืองที่เราเห็นนี้คือ ถนนมะลิวัลย์ครับ จากขอนแก่นไปบ้านทุ่ง บ้านฝางครับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง น้ำท่วมขัง จากซอยต่าง ๆ ที่เป็น Highlight สีส้มไว้ครับ ทำให้น้ำเอ่อล้นขึ้นมาที่ถนนมะลิวัลย์ที่เป็น สายหลักในการเดินทางระหว่างจังหวัด อำเภอ ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นต้องมาทุบ เกาะกลางถนนเพื่อให้น้ำระบายจากอีกฝั่งหนึ่งเพื่อไปอีกฝั่งหนึ่ง🔗

สไลด์ถัดไปครับ พอน้ำไหลไปอีกฝั่งหนึ่งก็ไปเอ่อท่วมอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งเป็นทุ่งนา ของพี่น้องประชาชนประมาณ ๑๐๐ ไร่ เป็นบ้านเป็ด หมู่ ๑ ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น แล้วก็มีหมู่บ้านลิขิตรา-ฟ้าใส เมื่อน้ำเต็มทุ่งนาของประชาชน ๑๐๐ ไร่ ที่เขาไม่ได้ทำนามา ๒ ปี ทิศทางน้ำเปลี่ยนทำให้มีน้ำท่วมขังแล้วก็เอ่อขึ้นท่วมบ้านเรือน พี่น้องประชาชนในโครงการนี้ทั้งโครงการครับ🔗

ต่อไปครับ อันนี้จะเป็นปัญหาน้ำท่วมขังจุดนี้เป็นจุดเชื่อมระหว่างเทศบาล นครขอนแก่น และเทศบาลบ้านเป็ด ซึ่งเป็นจุดที่เป็นบริเวณของมหาวิทยาลัย เป็น ม. ภาคครับ ซึ่งพอมีฝนตกน้ำก็จะท่วมขังรอการระบาย ๔-๕ ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ จะเป็นลักษณะนี้ ทุกครั้งที่มีฝนตก ไม่ว่าจะตกหนักหรือเบา เนื่องจากบริเวณนี้เป็นถนนเชื่อมแล้วก็เป็นแอ่งลง ยังไม่มีแนวทางการแก้ไข และเนื่องด้วยปัญหาภายในของแต่ละท้องถิ่นเองก็ทำให้ไม่สามารถ แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ครับ🔗

สไลด์ถัดไปครับ ปัญหาน้ำท่วมขังอีกอันหนึ่งอันนี้อยู่บ้านเป็ดเหมือนกัน หมู่บ้านวังทรัพย์สิน ลักษณะจะเป็นคล้าย ๆ กับที่ตำบลศิลาที่เป็นท้ายซอยน้ำก็จะท่วมขัง ซอยนี้ ต้องรอให้ท่อระบายน้ำหลักระบายเสร็จก่อนก็ค่อยจะระบายที่ท้ายซอย แล้วอันนี้ จะท่วมลึกด้วยครับ ท่วมครึ่งหนึ่งของชั้น ๑ ของบ้านเรือนพี่น้องประชาชนเลยเวลาน้ำขึ้นสูง ๆ🔗

ถัดไปครับ อันนี้เป็นของทางหลวง แขวงทางหลวงที่ ๑ ขอนแก่น ถนนเหล่านาดี ช่วง CJ MORE ถึงหมู่บ้านภาภิรมย์พาร์ควิลล์ อันนี้ก็จะเป็นท่วมขังรอการระบาย ๒-๓ ชั่วโมง กว่าจะระบาย🔗

อันนี้เป็นแค่บางส่วนที่อยากจะมานำเสนอให้กับท่านรัฐมนตรีเห็นถึงปัญหา ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตบริเวณนี้ครับ ซึ่งการท่วมขังอาจจะไม่ได้เหมือนที่อื่น ๆ อาจจะไม่เหมือนภาคเหนือหรือว่าภาคกลางที่มีการท่วมขังยาวนานครับ อันนี้เป็นการท่วมขัง ๑ วัน ๒ วัน ๑ ชั่วโมง ๒ ชั่วโมง แต่ว่าความเสียหายมันเกิดขึ้นกับบ้านเรือนพี่น้องประชาชน เกิดขึ้นกับทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน เกิดขึ้นกับการเดินทางสัญจรไปมาครับ รวมถึง โครงการของโยธาธิการและผังเมือง เป็นโครงการที่มีความล่าช้าของโครงการครับ ก็คือ โครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองขอนแก่น ระยะที่ ๑ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้รับงบประมาณ ๓๗๖ ล้านบาท เป็นระยะเวลาดำเนิน โครงการ ๔ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ ถึงปี ๒๕๖๗ ก็คือปีนี้ครับ เดือนสิงหาคม ซึ่งผ่านมาแล้ว ครบ ๔ ปี แต่ว่าปัจจุบันดำเนินการเสร็จไปได้แค่ครึ่งเดียว ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ไม่ได้มีแค่ ๔ จุดนี้นะครับ อย่างเช่น ผมขอยกตัวอย่างจากในสไลด์โครงการ DR10 DR11 DR12 DR13 นี่ครับ DR12 DR13 เพิ่งเสร็จไปครับ ส่วนโครงการ DR 11 ยกเลิกไม่ทำครับ เพราะคิดว่ามี DR12 DR13 แล้วก็ DR10 แล้วจะทำให้ระบายน้ำนี้ลงมาที่บึงหนองโคตรได้ครับ ส่วน DR10 ก็ยังติดปัญหาอยู่บางช่วงเพิ่งเสร็จไปได้แค่ครึ่งเดียว แล้วเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายนที่ผ่านมานี้ อันนี้เป็นปีที่ ๒ ที่เราต้องทำแบบนี้ บึงรับน้ำก็คือบึงหนองโคตร ที่น้ำไหลลงมา DR11 DR12 DR13 เมื่อสักครู่นี้ครับ ทำให้น้ำระบายลงมารวมที่บึงทำให้ น้ำท่วมบึง ระบบสูบน้ำสูบออกได้วันละประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คิวต่อวัน แต่น้ำเข้าบึงประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คิว จึงทำให้บึงรับน้ำไม่ไหว เป็นแก้มลิงรับไม่ได้ครับ ต้องใช้วิธีใช้ท่อสูบส่งยาวกว่า ๓ กิโลเมตรครับ ปีที่แล้วสูบส่ง ๑๐ กิโลเมตรแบบนี้ ทำให้การสัญจรเดินทางของพี่น้อง ประชาชนลำบาก เดือดร้อนเป็นอย่างมากครับ แล้วก็แสดงให้เห็นถึงว่าหน่วยงานยังไม่มีแผน ที่จะแก้ไขในปัญหาระยะยาว เพราะนี่ก็เป็นปีที่ ๒ ที่ต้องทำแบบนี้ รวมทั้งระบบการบูรณาการ ร่วมกันของหน่วยงานองค์กรและประชาชนในพื้นที่ ก็คือทำใครทำมัน ไม่ได้มีทิศทาง หรือว่าเป้าหมายเดียวกันครับ ต่างคนต่างทำก็ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาทั้งระบบได้ รวมทั้งเกินขีดความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ที่บริหารจัดการครับ จึงอยากจะเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น อย่างไรครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยินดีต้อนรับเพื่อนสมาชิกหลายท่านด้วยกัน วันนี้ทั้งท่านสะถิระ ท่านเจเศรษฐ์ ท่านกรวีร์ และท่านสังคม มาร่วมฟังกระทู้ถามแยกเฉพาะด้วย เชิญท่านรัฐมนตรีตอบกระทู้ถามครับ🔗

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย มาตอบกระทู้ในประเด็นปัญหาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่นนะคะ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น ท่านอิทธิพล ชลธราศิริ นะคะ ซึ่งท่านมีข้อห่วงใย ในประเด็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่พี่น้องประชาชนต้องประสบพบเจอนะคะ🔗

ท่านประธานคะ ดิฉันขอนำเรียนชี้แจงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตพื้นที่ ชุมชนเมืองขอนแก่น โดยในเบื้องแรกจะขอนำเรียนในส่วนของสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นนะคะ คือแรกเริ่มเดิมทีในพื้นที่นั้นได้มีการวางระบบการระบายน้ำเพื่อนำไปสู่แหล่งน้ำ แหล่งน้ำ ๔ แหล่ง สำคัญ ก็ได้แก่ บึงทุ่งสร้าง บึงหนองโคตร บึงแก่นนคร และแก่งน้ำต้อน ซึ่ง ๔ แหล่งน้ำนี้ เปรียบเสมือนแก้มลิงในการทดน้ำ แล้วก็น้ำที่ไหลมาทั้งหมดก็จะระบายต่อโดยระบบท่อ แล้วก็คูคลองลงแม่น้ำสายหลักซึ่งก็คือแม่น้ำชี แต่ว่าปัจจุบันปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่า มีการขยายตัวของชุมชนเมืองแล้วก็มีการสร้างสิ่งปลูกสร้าง มีการสร้างสิ่งสาธารณูปโภค ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาที่ไปกีดขวางทางระบายน้ำ รวมทั้งปริมาณฝนที่มากขึ้นทุกปีทำให้ การระบายน้ำและคูคลองไม่มีประสิทธิภาพนะคะ ทั้งนี้ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งมีภารกิจในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนอยู่แล้วก็ได้มีการศึกษาและออกแบบ ระบบระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่เมืองขอนแก่นนะคะ และได้มีการก่อสร้าง ระบบระบายน้ำโดยการวางท่อระบายขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพเพียงพอในการระบายน้ำ ลงสู่แก้มลิงและระบายออกไปสู่แม่น้ำสายหลักนั่นก็คือแม่น้ำชีค่ะ โดยโครงการก่อสร้างระบบ ระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่นนี้นะคะ ครอบคลุมทั้งหมด ๕ พื้นที่เทศบาล ได้แก่ เทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลตำบลบ้านเป็ด เทศบาลตำบลเมืองเก่า เทศบาลเมืองศิลา และเทศบาลตำบลพระลับ โดยพื้นที่ที่จะได้รับ ประโยชน์มีทั้งหมด ๒๐ ตารางกิโลเมตร มีประชาชนที่จะได้รับประโยชน์ทั้งหมด ๒๑,๓๐๐ คน ถ้าคิดเป็นครัวเรือนก็ประมาณ ๖,๐๘๕ ครัวเรือนนะคะ ซึ่งดิฉันจะขอชี้แจงในเรื่องของ งบประมาณ เราจะมีการแบ่งระยะการดำเนินการออกเป็น ๓ ระยะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านเห็นระยะแรกก็จะเป็นลูกศรสีส้ม ซึ่งในตัวนี้เป็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตพื้นที่ เทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลตำบลบ้านเป็ด แล้วก็เทศบาลตำบลเมืองเก่าค่ะ ซึ่งเราได้รับ การจัดสรรงบประมาณมาทั้งหมด ๓๗๖ ล้านบาท การเริ่มโครงการเริ่มตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเมษายน ๒๕๖๘ จากที่ท่านสมาชิก ได้ถามมานะคะว่าท่านมีข้อกังวลว่า ในเมื่อสัญญามันมีระยะเวลานานเกินไป ทั้งนี้ดิฉัน ก็ได้มีการเร่งกำชับกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือกรมโยธาธิการและผังเมืองให้ดำเนินการ ให้เร็วที่สุด แล้วก็ให้เสร็จภายในกำหนดที่ดิฉันได้บอกไป ก็คือภายในเดือนเมษายน ๒๕๖๘ แล้วก็ยังเน้นย้ำเรื่องของการประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการติดป้ายจราจร ซึ่งเดิมทีหน่วยงานจะต้องมีป้ายโครงการอยู่แล้วนะคะ แต่ว่าดิฉันก็ได้มีข้อสั่งการไปว่า จะต้องมีป้ายที่ชัดเจน โดยที่พี่น้องประชาชนรับรู้และเข้าใจโดยง่าย ก็มีการประชุมระหว่าง ทางพื้นที่เทศบาล ทางสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด แล้วก็มีพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่ง เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ค่ะว่าโครงการนี้เรากำลังทำอะไรอยู่ เป็นโครงการที่แก้ไขปัญหา น้ำท่วมนะคะ ซึ่งปัญหาอาจจะมีบ้างเนื่องจากว่าการดำเนินงานนี้ พื้นที่ที่ดำเนินงานนี้ เป็นพื้นที่ที่สัญจรไปมาเป็นเส้นทางหลัก Traffic ค่อนข้างเยอะ แล้วก็การแบ่งเวลาในการทำงาน ก็ต้องมีการจัดสรรเวลาให้เป็นระบบเพื่อไม่ให้กระทบต่อการใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชนค่ะ🔗

ในส่วนต่อมาดิฉันก็ได้เร่งให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด ที่ได้แจ้งไป แล้วก็ได้ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบถึงผลสำเร็จโครงการค่ะว่าการแก้ไขปัญหา ในจุดนี้จะสามารถช่วยบรรเทาและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้เป็นอย่างดีค่ะท่านประธาน🔗

ส่วนงบประมาณในระยะที่ ๒ เป็นงบประมาณ ๒๔๕ ล้านบาทค่ะ ซึ่งจะขอเสนอ รับงบประมาณในปี ๒๕๖๙ ถึงปี ๒๕๗๑ ค่ะ แล้วก็ในส่วนนี้ก็จะเป็นการแก้ไขปัญหา น้ำท่วมในพื้นที่เทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลตำบลบ้านเป็ด และเทศบาลตำบลเมืองเก่า ซึ่งสืบเนื่องมาจากระยะแรกนะคะ🔗

ส่วนระยะสุดท้ายก็คือระยะที่ ๓ ก็จะเป็นการบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในเขต เทศบาลขอนแก่น เทศบาลตำบลบ้านเป็ด เทศบาลตำบลเมืองเก่า เทศบาลเมืองศิลา และเทศบาลตำบลพระลับ ก็จะครอบคลุมทั้งหมด ๕ เทศบาลอย่างที่ได้แจ้งไปนะคะ ด้วยงบประมาณเงิน ๔๐๐ ล้านบาท จะเสนอขอรับงบประมาณในปี ๒๕๗๑ จนถึงปี ๒๕๗๓ ค่ะ🔗

ทั้งนี้ ปัจจุบันก็ได้มีการตรวจสอบแล้วนะคะว่าการแก้ไขปัญหาน้ำ แล้วก็ การสร้างท่อขนาดใหญ่ตอนนี้ที่เสร็จแล้วนะคะ ต้องนำเรียนท่านสมาชิกค่ะว่าจริง ๆ โครงการ เราดำเนินไปได้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์แล้วนะคะ ซึ่งอีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ก็อย่างที่ดิฉันได้นำเรียนไป จะให้ดำเนินการให้เสร็จให้เร็วที่สุด แต่ตอนนี้ก็เริ่มมีความคืบหน้าหรือว่าเห็นผลสัมฤทธิ์แล้ว เช่น บริเวณถนนตลาดจอมพล แล้วก็บริเวณถนนศรีจันทร์ ซึ่งปรากฏว่าไม่เกิดน้ำท่วมแล้วนะคะ ปัญหาน้ำท่วมก็ได้ทุเลาไปค่ะ แล้วเมื่อดิฉันได้รับทราบปัญหาจากท่านสมาชิก ดิฉันก็มีความกังวล แล้วก็คิดว่าจะนำข้อสังเกตของท่านนำไปปฏิบัติ และคิดว่าถ้าดิฉันมีโอกาสได้ลงพื้นที่ ก็ต้องขอเรียนเชิญท่าน สส. อิทธิพลร่วมลงพื้นที่เพื่อที่ว่าเราจะได้นำข้อถกเถียงอันนี้ ไปแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนค่ะ เพราะว่าเราจะได้มาสร้างมาหาแนวทางร่วมกัน ในการแก้ไขปัญหา เพื่อจะได้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพราะว่าท่านเป็นคนในพื้นที่ ก็น่าจะเข้าใจปัญหาสภาพพื้นที่เป็นอย่างดีค่ะ ดิฉันในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ก็จะขอทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดนะคะ รับฟังปัญหาทุกปัญหาจากเพื่อนสมาชิก ทุกท่าน แล้วก็จะนำข้อสังเกตต่าง ๆ ไปปฏิบัติแล้วก็ไปใช้ในการเรียนรู้แก้ปัญหาต่อไป ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านรัฐมนตรีเหลือเวลาอีก ๒ นาทีนะครับ เช่นเดียวกับผู้ถาม ท่านเหลือเวลาอีก ๒ นาทีเช่นเดียวกัน ก็รวบรัดนะครับ คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗

นายอิทธิพล ชลธราศิริ ขอนแก่น

ขอบคุณท่านประธานครับ ก่อนอื่น ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ติดตามโครงการแล้วก็เร่งรัดโครงการ แล้วก็ระบุกรอบระยะเวลา ในการดำเนินโครงการที่เป็นของระยะที่ ๑ ซึ่งท่านรัฐมนตรีให้ระยะเวลาก็คือถึงเดือน เมษายน ๒๕๖๘ ซึ่งจริง ๆ คำถามที่ ๒ ของผมก็คือถามเกี่ยวกับโครงการที่ท่านรัฐมนตรี ตอบมาก่อนแล้ว เป็นคำถามที่ ๒ ที่รัฐมนตรีตอบว่ามีโครงการระยะที่ ๒ งบประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ระยะที่ ๓ อีก ๔๐๐ กว่าล้านบาท ในเขตพื้นที่ตั้งแต่ปี ๒๕๖๙ ถึงปี ๒๕๗๓ ครับ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ช่วยติดตามครับ แล้วก็อยากจะฝาก ท่านรัฐมนตรีช่วยติดตามโครงการนี่ละครับ เพราะว่าในส่วนของพื้นที่ที่โครงการดำเนิน เสร็จไปแล้วก็ยังมีส่วนที่พอสร้างไปแล้วอาจจะมีปัญหาอยู่ก็คือถนนยุบตัวของโครงการ พอวางท่อไปแล้วครับ เนื่องจากช่วงที่ทำเป็นช่วงหน้าฝนด้วยทำให้พื้นถนนยุบแล้วผู้รับเหมา ต้องกลับมาซ่อมอีกก็เลยทำให้เพิ่มระยะเวลาในการทำโครงการนี้ครับ แล้วก็ส่วนที่ยัง ไม่ดำเนินโครงการที่ยังค้างอยู่ก็เลยทำให้เป็นปัญหาที่น้ำท่วมหนักในช่วงนี้ก็คือฝั่งของ เทศบาลบ้านเป็ด แล้วก็โครงการนี้จะยังไม่ครอบคลุมอีกหนึ่งส่วนก็คือตำบลแดงใหญ่ อันนี้ก็ต้องฝากท่านประธานผ่านไปท่านรัฐมนตรี ผมเท่านี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

เรียนท่านประธานที่เคารพ จากการตั้งข้อสังเกตของท่าน สส. อิทธิพล ในเรื่องของถนนยุบตัว แล้วก็ทำให้เพิ่มระยะเวลาของโครงการไป อันนี้ดิฉันก็จะรับไว้แล้วก็เร่งให้กรมโยธาธิการ จังหวัดได้ประสานแล้วก็เร่งดำเนินการแก้ไขต่อไปให้เร็วที่สุด แล้วก็ในเรื่องของพื้นที่รับน้ำ เทศบาลตำบลบ้านเป็ด ตอนนี้ทางพื้นที่เทศบาลตำบลบ้านเป็ด แล้วก็เทศบาลนครขอนแก่น ได้มีการทำข้อตกลงร่วมกันแล้วว่าน้ำที่จะส่งไปที่เทศบาลตำบลบ้านเป็ด จะให้เทศบาล นครขอนแก่นเปิดประตูระบายน้ำเพื่อให้น้ำสามารถระบายลงสู่เขตพื้นที่ของเทศบาล นครขอนแก่น แล้วก็ไหลลงสู่แม่น้ำชีต่อไปค่ะ ตอนนี้ทางพื้นที่ได้มีการทำข้อตกลงร่วมกัน เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ ก็คาดว่าปัญหาก็น่าจะทุเลาลง ขอบคุณท่าน สส. ค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรี แล้วก็ขอบคุณทางท่านอิทธิพลด้วยนะครับ ในความเป็นห่วงเป็นใย ต่อพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ของกระทรวงด้วยนะครับ ที่มาประจำการ คอยให้ข้อมูลกับทางท่านรัฐมนตรีเพื่อให้ข้อมูลรอบคอบนะครับ ขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ ทุกท่านด้วยนะครับ เรียบร้อยนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

๔. เรื่อง เบี้ยผู้สูงอายุ นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์🔗

ในการนี้เพื่อให้เป็นประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถาม แยกเฉพาะ ๒ ท่าน ดังนี้ ๑. นางสาวสนธยา บุณยภูษิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ๒. นางพรนิภา มาสิลีรังสี รองอธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าสู่กระทู้เลยครับ เชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ถามครับ🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ขอบพระคุณท่านประธานที่ให้ผมได้มีโอกาสตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๓๑ เรื่องของเบี้ยผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นความหวังของผู้สูงอายุในจังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะอำเภอสัตหีบ ของผมครับ เพราะทุก ๆ ครั้งที่ผมลงพื้นที่ไปพบปะพูดคุยหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือเยี่ยมผู้สูงอายุในพื้นที่ตามชมรมต่าง ๆ ๒๔ ชมรมในอำเภอสัตหีบนั้น มีคำถาม และรอความหวังเป็นเสียงเดียวกันว่า เบี้ยผู้สูงอายุของท่านจะขึ้นเมื่อไร เพราะปัจจุบันประเทศไทย ข้อมูลไม่ Update มีจำนวนประชากร ๖๐ ปีขึ้นไป ๑๓,๐๐๖,๔๙๓ ท่าน ก็คิดเป็นเกือบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ และส่วนจังหวัดชลบุรีมีทั้งหมด ๒๕๐,๐๔๖ ท่าน สำหรับผู้สูงอายุ ส่วนอำเภอสัตหีบของผมนั้นมีทั้งหมด ๒๗,๑๔๙ ท่าน ทั้งหมดยังไม่รวมประชากรแฝง ที่มาอาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอสัตหีบและจังหวัดชลบุรีครับ และปัจจุบันครับท่านประธานครับ ในขณะนี้ EEC ก็เป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เราอยู่ในอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งค่าครองชีพนั้นรับรองว่าไม่ต่ำแน่นอนครับ จำนวนผู้สูงอายุ เพราะเราให้เท่ากันทั้งประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรีนั้นผมเชื่อว่าไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ และคุณภาพชีวิต ของผู้สูงอายุในอำเภอสัตหีบแน่นอนครับ แล้วก็ท่านประธานครับ เบี้ยยังชีพบางครัวเรือน ผมคิดว่าไม่น่าต่ำกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคือรายได้หลักของผู้สูงอายุ ในครัวเรือนในอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีด้วยเช่นกันครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตเข้าเรื่องครับ เพราะว่าเป็นความหวัง แล้วผู้สูงอายุในอำเภอสัตหีบของผมนั้น ก็อยากจะรอฟังคำตอบจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ผมขออนุญาตถามคำถามแรกครับ ท่านประธานครับ ฝากนำเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ครับ ว่าท่านมีนโยบายขึ้นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขออนุญาตตอบกระทู้ถาม ของท่านสมาชิก ท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ จากจังหวัดชลบุรี ต้องเรียนท่านประธานว่า เป็นประเด็นที่ไม่ใช่แค่เฉพาะท่านสมาชิกที่ถูกถาม ผมเองก็ถูกถามเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้ ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกคงทราบดีครับว่าปัจจุบันนั้น เรามีการให้เบี้ยยังชีพแบบขั้นบันไดอยู่ก็คืออายุ ๖๐ ปี อายุ ๗๐ ปี อายุ ๘๐ ปี แล้วก็ อายุ ๘๐ ปี ๙๐ ปีขึ้นไป ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท แล้วก็ ๑,๐๐๐ บาท ซึ่งจากจำนวนผู้สูงอายุประมาณ ๑๒ ล้านกว่าคน เกือบ ๑๓ ล้านคนในขณะนี้มีได้อยู่ที่ ประมาณ ๑๐ ล้านคน ทีนี้ขั้นตอนในการที่จะเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุครับท่านประธานครับ ตอนนี้ มีอยู่ ๒ แนวทาง🔗

แนวทางแรกครับท่านประธาน เป็นแนวทางที่เกิดขึ้นจากการที่คณะกรรมการ ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ หรือว่า กสค. ได้มีมติที่ประชุมเมื่อปลายปีที่แล้วครับ วันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๖ ว่าให้มีการพัฒนาเพิ่มเบี้ยยังชีพในลักษณะที่เป็นขั้นบันได เหมือนเดิม คือยังเป็นขั้นบันไดเหมือนเดิม แล้วก็ไม่ได้ให้ถ้วนหน้า แต่ว่าจะเพิ่มจาก ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท และ ๑,๐๐๐ บาท เป็น ๗๐๐ บาท ๘๕๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท และ ๑,๒๕๐ บาท รายละเอียดตรงนี้เดี๋ยวผมจะขออนุญาตนำเสนอผ่านท่านประธานไปยัง ท่านสมาชิกนะครับ ถ้าท่านอยากจะได้ตัวเลขนะครับ ซึ่งการทำแบบนี้จะทำให้จำนวนเม็ดเงิน จากปกติที่เราจะต้องใช้ในปี ๒๕๖๘ ถ้าใช้มาตรการเดิมนั้น เราจะใช้งบประมาณอยู่ประมาณ ๙๕,๐๐๐ ล้านบาท เกือบ ๙๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าเกิดเป็นงบประมาณขั้นบันไดแบบใหม่ คือเพิ่มขึ้นอย่างละเล็กน้อย แล้วก็ยังไม่ถ้วนหน้า จะเพิ่มจาก ๙๖,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๑๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งอันนี้ถ้าผ่านไปอีกประมาณ ๕ ปี ปี ๒๕๗๒ ๑๑๔,๐๐๐ ล้านบาท จะเพิ่มเป็นประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่คือแนวทางที่ทางคณะกรรมการส่งเสริม การจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติได้มีมติประชุมกันไป แล้วก็ได้นำเสนอคณะรัฐมนตรี ผ่านทางเลขา ครม. ไปเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ซึ่งเมื่อตอนเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ได้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลเกิดขึ้น ทาง ครม. ก็ได้ส่งเรื่องตีกลับมาที่กระทรวง พม. แล้ว ตอนนี้กระทรวง พม. ก็กำลังอยู่ในขั้นตอนส่งเรื่องยืนยันกลับไปที่ ครม. ใหม่อีกครั้งหนึ่ง อันนี้เป็นขั้นบันไดแบบใหม่นะครับ คือยังไม่ให้ถ้วนหน้า แต่เป็นขั้นบันไดที่เพิ่มขึ้น🔗

คราวนี้มีอีกแนวทางหนึ่งครับท่านประธาน แนวทางที่ ๒ เป็นการเพิ่มเบี้ย สวัสดิการให้เป็น ๑,๐๐๐ บาท ถ้วนหน้าไม่เป็นขั้นบันได ซึ่งแนวทางนี้มาจากการประชุมของ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนสวัสดิการโดยรัฐ ผมเป็นประธานเอง แล้วเราก็นำเสนอไปยัง คณะกรรมการแก้ไขปัญหากระบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม แนวทางแบบนี้ จะทำให้พี่น้องผู้สูงอายุทุกคนได้เบี้ยยังชีพ ๑,๐๐๐ บาท แต่ว่าก็อยู่ในขั้นตอนที่ทำนองเดียวกัน เพราะว่าเป็นการเพิ่มเงินที่มากพอสมควร จะขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกว่า จากตัวเลขเมื่อสักครู่ จาก ๑๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าใช้เป็นงบประมาณ ขั้นบันไดแบบใหม่ ถ้าหากว่าเป็น ๑,๐๐๐ บาท ถ้วนหน้า มันจะเพิ่มจาก ๑๑๔,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๑๖๗,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๘ ถ้าใช้แบบ ๑,๐๐๐ บาท ถ้วนหน้า และที่สำคัญ ที่น่าตกใจไปกว่านั้นก็คือ อีก ๕ ปีจากนี้ไปครับท่านประธาน ตัวเลขของจำนวนผู้สูงอายุนั้น จะเพิ่มขึ้นเป็นถึง ๑๖,๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน แล้วเงินที่จะต้องใช้ภายใต้ ๑,๐๐๐ บาท ถ้วนหน้านั้น จะต้องใช้เงิน ๑๙๕,๘๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งตังเลขนี้ใกล้เคียง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เข้าไปทุกที อันนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าหลายหน่วยงานคงจะมีความเป็นห่วงพอสมควร เพราะว่าเรื่องดังกล่าวนี้ก็อยู่ในขั้นตอนที่ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์นั้น กำลังขอความเห็นจากหลาย ๆ หน่วยงาน แล้วก็ที่จะนำเสนอให้กับคณะรัฐมนตรี ต้องเรียนว่าประเด็นเรื่องการเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุนั้น พวกเราเองอยากจะเพิ่มให้จริง ๆ อย่าว่าแต่ ๑,๐๐๐ บาทเลยครับท่านประธาน ๓,๐๐๐ บาท ก็อยากจะขึ้นให้ แต่ว่าการที่ จะเพิ่มงบประมาณนั้นคงต้องดูขาเข้าด้วย เพราะว่าวันนี้ขาออกเยอะมากมายเหลือเกิน มีเงินหลายส่วนที่ทางรัฐบาลจำเป็นที่จะต้องใช้ แล้วถ้าหากว่าเราเพิ่มส่วนนี้เข้าไปที่เพิ่มเงิน จำนวนจาก ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คงต้องขอความเห็นชอบ แล้วก็ขอความเห็นจากหลาย ๆ หน่วยงาน ดังนั้นถามว่ากระทรวง พม. เรามีนโยบาย ที่จะเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุไหม มี ๒ แนวทางอย่างที่ผมได้กล่าวเบื้องต้น ๑. เป็นขั้นบันไดแบบใหม่ อย่างไม่ถ้วนหน้า ซึ่งเรากำลังจะเสนอความเห็นเข้า ครม. กับ ๒ เป็นการเพิ่มแบบ ๑,๐๐๐ บาท ถ้วนหน้า ซึ่งอันนี้จะเป็นภาระทางงบประมาณที่ค่อนข้างหนักหนาสากรรจ์อยู่ อยู่ในขั้นตอนที่ขอความเห็นด้วยเช่นกันนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนเบื้องต้นเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญท่านผู้ถามกระทู้ ท่านสะถิระ เชิญครับ🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี กราบขอบคุณ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำหรับคำตอบที่ผมเชื่อว่าผู้สูงอายุอำเภอสัตหีบ รวมถึงผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในอำเภอสัตหีบ ทุก ๆ ท่านรอความหวังอยู่ คาดว่าเร็ว ๆ นี้ไม่ว่าจะเป็นแนวทางที่ ๑ และแนวทางที่ ๒ ก็ขอให้สำเร็จนะครับ คาดว่าภายในสิ้นปีนี้ถ้าได้เพิ่มขึ้นก็เป็นความหวัง ขอบคุณแทนผู้สูงอายุ ในอำเภอสัตหีบเป็นอย่างยิ่งครับ🔗

ส่วนคำถามที่ ๒ ซึ่งผู้สูงอายุในจังหวัดชลบุรีโดยเฉพาะอำเภอสัตหีบ ก็จะมีบางครอบครัวที่ไม่มีผู้ดูแลเลย อย่างเช่น ผมลงในพื้นที่ชุมชนแออัด หรือเป็นพื้นที่ชุมชน ที่มีพี่น้องประชาชน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี อาศัยอยู่เยอะ มีอยู่หลายครอบครัว ที่ไม่มีผู้ดูแลผู้สูงอายุเลย ตรงนี้ผมขอถามคำถามที่ ๒ สั้น ๆ นะครับว่า ทางกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีนโยบายหรือแนวทางช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่คนเดียวหรือตัวคนเดียว หรือแม้กระทั่งไม่มีผู้ดูแลเลยอย่างไร ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ เชิญท่านรัฐมนตรี คำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์

คำถามท่านสมาชิกสั้นจริงครับ แต่มันตอบสั้นตามท่านสมาชิก ไม่ได้นะครับ ก็อยากจะตอบสั้นเหมือนกัน ท่านประธานครับ ในประเด็นเรื่องของการดูแล ผู้สูงอายุ ทางกระทรวง พม. เรามีอยู่ ๒-๓ มาตรการ เบื้องต้นเป็นการใช้อาสาสมัครที่เรามีอยู่แล้ว ก็คือ อพม. อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในระดับพื้นที่ ระดับจังหวัด ที่เรามีอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งวันนี้เรามี อพม. ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญผู้สูงอายุอยู่ที่ประมาณ ๕๘,๐๐๐ คน เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมเพิ่งมอบรางวัลให้กับ อพม. ที่มีความเชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุไปประมาณ ๑๐๐ กว่าท่าน เป็นการชื่นชม เพราะว่า อพม. ส่วนใหญ่ก็จะมีความรู้โดยทั่วไป ดูแลเด็กเล็ก เด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ แต่ที่จะเชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุเองนั้นวันนี้เรายังมีอยู่ประมาณ ๖๐,๐๐๐ คน จาก ๓๗๐,๐๐๐ คน ซึ่งเกือบ ๖๐,๐๐๐ คนนั้นจะทำให้เราสามารถดูแล ผู้สูงอายุได้ประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน ทีนี้นอกเหนือจากนั้นเรายังมีโครงการบริบาล และคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ อันนี้เป็นโครงการที่ได้ริเริ่มขึ้นตั้งแต่ผมเข้ามาดำรงตำแหน่ง โดยการที่จะให้คนใดคนหนึ่งก็ได้เข้ามาฝึกอบรมตามหลักสูตรบริบาลคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ เป็นเวลา ๒๔๐ ชั่วโมง จะมีทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ แล้วก็ฝึกงานด้วย จะดูแลผู้สูงอายุ ทั้งเรื่องดูแลสิทธิว่าผู้สูงอายุคนหนึ่งมีสิทธิทำอะไรได้บ้าง มีสิทธิควรจะได้อะไรบ้าง ดูแลเรื่องมิติด้านสุขภาพ สังคม รวมถึงการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ แล้วก็ไปตรวจเยี่ยมอยู่ตลอด ข้อแตกต่างระหว่างผู้บริบาลผู้สูงอายุ นักบริบาลผู้สูงอายุ กับ อพม. ในเบื้องต้นที่ผมได้กล่าว ไปนั้นก็คือว่า นักบริบาลผู้สูงอายุนี้จะได้เงินค่าตอบแทนเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อคน ซึ่งในปี ๒๕๖๗ เป็นการเริ่มต้น ฉะนั้นทำให้เราผลิตไปได้เพียงแค่ ๓๕ คนเท่านั้นเอง ยังน้อยมาก แต่ว่า ๓๕ คนนี้ เราดูแลอยู่ทั้งหมด ๑๙ พื้นที่ ๑๒ จังหวัด ทั้งเหนือ กลาง อีสาน ใต้ มีอย่างเช่น เชียงราย เชียงใหม่ สุพรรณบุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ลงไปถึงสงขลา และปัตตานี ซึ่งในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ เราก็ของบประมาณเพิ่มเติม แล้วก็จะให้มีจำนวน นักบริบาลผู้สูงอายุนั้นเพิ่มขึ้นอีก ๓๐๙ คน เพื่อที่จะดูแลให้ได้ ๑๔๖ พื้นที่ ครอบคลุม ๗๖ จังหวัดทั่วประเทศ อันนี้ถ้าทำอย่างนี้ได้ก็จะดูแลพี่น้องผู้สูงอายุอย่างละเอียดเลยได้กว่า ๒๕๐,๐๐๐ คนในครอบครัว อันนี้ก็จะเป็นแนวทางที่ดีขึ้น ส่วนอันต่อมาจะเป็นการสนับสนุน ครอบครัว บางครอบครัวมีผู้สูงอายุแล้วดูแลไม่ไหว เราจะมีเงินสนับสนุนให้ครอบครัวละ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท แต่ว่าจะต้องพิจารณาเป็นราย ๆ ไปว่ารายใดจะให้เพิ่มขึ้นอีก ๑,๐๐๐ บาท แล้วก็จะดูแลผู้สูงอายุในแต่ละเดือน ส่วนอีกอันหนึ่งจะเป็นโครงการให้บริการผู้สูงอายุ ในภาวะยากลำบาก คือจะเป็นการให้เงินช่วยเหลือครั้งละ ๓,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๓ ครั้งต่อคนต่อปี อันนี้ก็จะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของ พม. อพม. หรือ พมจ. ในแต่ละจังหวัดเข้าไปพิจารณา เป็นราย ๆ ไป รวมถึงถ้าหากว่าผู้สูงอายุท่านใดต้องการที่จะปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ ซ่อมแซมบ้านของผู้สูงอายุให้ปลอดภัยต่าง ๆ เป็น Universal Design ทางกระทรวงเรา สามารถมีเงินสนับสนุนให้ไม่เกินรายละ ๔๐,๐๐๐ บาท ในแต่ละราย ซึ่งในปี ๒๕๖๗ และปี ๒๕๖๘ นี้เราก็มีเป้าหมายที่จะดำเนินการให้ได้ประมาณหมื่นกว่าหลังทั่วประเทศ แล้วนอกจากนั้นเรายังมีผู้สูงอายุที่ดูแลอยู่ในสถาบันของเราอีก ๑๒ แห่งทั่วประเทศ ก็ขออนุญาตกราบเรียนเป็นข้อมูล ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ มีคำถามเชิญครับ🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

ท่านประธานครับ ขออีกสักคำถาม ๒ ประเด็น ขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ แล้วกราบขอบคุณท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ด้วยครับ สำหรับ คำตอบ ซึ่งผมต้องขอชื่นชมในแนวคิดในเรื่องของการบริบาลสำหรับผู้สูงอายุ ผมมองว่า เป็นสิ่งที่จะทำให้ผู้สูงอายุที่ไม่มีผู้ดูแลนั้นสามารถได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ถ้าโครงการนี้ เป็นไปได้ก็อยากให้ทำทั้งประเทศครับ เป็นกำลังใจให้ท่านรัฐมนตรีด้วย ฝากท่านประธานครับ🔗

ส่วนคำถามที่ ๓ ขออนุญาตเป็น ๒ ประเด็น ก็เป็นสิ่งที่ผมไปเยี่ยมผู้สูงอายุ ตามโรงพยาบาล ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ โรงพยาบาล กม. ๑๐ ก็ดี ซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอสัตหีบของผมนั้นครับ ก็จะมีในเรื่องของการรักษาพยาบาลครับท่านประธาน🔗

เรื่องแรกเลยก็อยากจะถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ว่า ท่านมีนโยบายการรักษาพยาบาล ในกลุ่มโรคเรื้อรัง และกลุ่มโรคร้าย โดยเฉพาะเรื่องของการฟอกไตมีค่าใช้จ่ายสูงมาก และที่สำคัญกลุ่มยาวิตามินที่จะต้องกิน ไม่ว่าจะเป็นวิตามินบี วิตามินเอ ที่เกี่ยวกับโรคสายตา โรคความจำ ตรงนี้มันเบิกไม่ได้ ฝากท่านประธานผ่านยังท่านรัฐมนตรีว่า ท่านมีนโยบาย ที่จะปรับปรุงหรือแก้ไขในส่วนของเรื่องนี้อย่างไร อันนี้ประเด็นแรก🔗

ส่วนประเด็นที่ ๒ อันนี้ผมเพิ่งนึกได้เลย คือในต่างประเทศผมได้ทราบมาว่า มีการรับผู้สูงอายุเข้าทำงาน เป็นไปได้ไหมถ้าโดยเฉพาะเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นบริษัทต่างชาติ บริษัทไทย ถ้าท่านรับผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปเข้าทำงาน ท่านสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ขอ ๒ ประเด็นครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานครับ เป็นประเด็นที่ดีนะครับ ประเด็นแรก เกี่ยวกับเรื่องการรักษาพยาบาลในกลุ่มโรคเรื้อรัง เราอยากเข้าไปดูจริง ๆ ครับท่านประธาน แต่เผอิญว่าด้วยภารกิจหน้าที่ของกระทรวง พม. นั้น คงไม่สามารถเข้าไปก้าวล่วงบริบท ของทางสาธารณสุขได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในส่วนของ พม. เราจะเน้นไปทางเรื่องการป้องกัน มากกว่าการรักษา เพราะว่าพอไปถึงด้านการรักษาพยาบาล ไม่ว่าจะฟอกไต หรือเป็นการ Supplement ด้วยวิตามินนั้น จะเป็นบริบทของทางกระทรวงสาธารณสุข แต่ว่าใน พม. ของเราเองนั้นเราจะดูแล อย่างเช่น การป้องกันโรค การทำให้ผู้สูงอายุนั้น Active อยู่เสมอ ซึ่งจะสอดคล้องกับประเด็นที่ ๒ ที่ท่านสมาชิกได้มีการแนะนำเมื่อสักครู่ว่า ถ้าหากให้ผู้สูงอายุนั้นยังมีงานมีการทำอยู่หลังอายุ ๖๐ ปีไปแล้ว มันเหมือนกับยิงกระสุน นัดเดียวได้นกสองตัว เพราะว่าตัวผู้สูงอายุเองก็จะ Active ทั้งกายและใจ สมองยังทำงานอยู่ ไม่กลายเป็นคนติดบ้าน ไม่กลายเป็นคนติดเตียง แล้วก็จะไม่กลายเป็นภาระทางด้าน สาธารณสุขให้กับบุคลากรและงบประมาณ ดังนั้น เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่าถ้าอยากจะให้มี การจ้างงานของผู้สูงอายุ เพราะว่าปัจจุบันนั้นประเทศไทยของเรากำลังเผชิญปัญหา ขาดแคลน แล้วก็เป็นปัญหาเรื่องโครงสร้างประชากรที่นับวันนั้นคนทำงานในสังคมไทย จะน้อยลง ๆ น้อยลง เด็กเกิดใหม่ก็น้อยลง ผู้สูงอายุมากขึ้น ดังนั้น แนวทางของกระทรวง พม. คือการทำให้ผู้สูงอายุเบื้องต้นระดับ ๖๐-๗๐ ปีนั้นกลับเข้ามาแล้วก็มีงานมีการทำ แล้วถ้าหากว่าทางกระทรวงการคลังจะให้ความร่วมมือในการที่จะลดหย่อนภาษี หรือเป็นมาตรการจูงใจอย่างนั้น ทางกระทรวง พม. เรายินดีที่จะสนับสนุนโครงการอย่างนี้ อย่างยิ่ง ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านยังพอมีเวลาครับ🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

กราบขอบพระคุณท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ครับ สำหรับคำถามนั้นผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าผู้สูงอายุในอำเภอสัตหีบรวมถึงจังหวัดชลบุรี ทั้ง ๒๕๐,๐๐๐ ท่าน แล้ว ๒๗,๐๐๐ กว่าท่าน เมื่อรวมประชากรแฝงก็น่าจะประมาณ ๕๐,๐๐๐ ท่านในอำเภอสัตหีบ ก็มีความหวัง แล้วก็เป็นคำตอบที่ทางผมเชื่อว่าผู้สูงอายุ ในอำเภอสัตหีบ รวมถึงจังหวัดชลบุรี ก็น่าจะชื่นใจในคำตอบของท่านรัฐมนตรี ก็กราบขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยว่า ขอชื่นชม ไม่ว่าจะเป็น ท่านประธานกับท่านรัฐมนตรีครับ เพราะว่าท่านประธานท่านก็เป็นคนอ่างทอง พ่อผม ก็เป็นคนอ่างทอง คุณแม่ผมก็เป็นคนสุพรรณ ท่านรัฐมนตรีก็เป็นคนสุพรรณ อย่างไร ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานและท่านรัฐมนตรีว่าการทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอบคุณผู้ตั้งกระทู้ถามนะครับ เช่นเดียวกัน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ความรู้ เรื่องพัฒนาสังคมท่านแน่นมากก็ขอให้เป็นรัฐมนตรีพัฒนาสังคมตลอดไปนะครับ ขอบคุณ ทางท่านรองอธิบดีและท่านผู้ตรวจ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านนะครับ มีกระทู้ถามถัดไปนะครับ🔗

๕. เรื่อง ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ นายธีรัจชัย พันธุมาศ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

ทางสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้ทำหนังสือแจ้งว่า ท่านรัฐมนตรีติดภารกิจจึงได้มอบหมายให้ทางท่านซาบีดา ท่านรัฐมนตรีช่วยมาตอบ กระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ แต่ว่ามีภารกิจก็ขอเลื่อนกระทู้ถามนี้ออกไปก่อน เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๗ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐🔗

๖. เรื่อง การเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ตาล และป่าแม่ยุย และป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่หาด บางส่วนที่ทับซ้อนกับพื้นที่ตามพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งนิคมสร้างตนเองในท้องที่อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๒ นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมติดภารกิจ ที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๗ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง🔗

หมดกระทู้ถามแยกเฉพาะ สำหรับวันนี้ขอบคุณทุกท่าน ขอบคุณ ท่านรองเลขาธิการ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ขอบคุณทางสถานีวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา ขอบคุณทุกท่านครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษา ที่ประชุมเพื่อนำระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ ขึ้นมาพิจารณาก่อนดังนี้ ๑. ตั้งกรรมาธิการ วิสามัญแทนตำแหน่งที่ว่างลง ๒. และ ๓. คณะกรรมาธิการขอขยายระยะเวลา ในการพิจารณาศึกษา ๔. เรื่องตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลงตามระเบียบวาระ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๒๖ เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๗ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่นะครับ ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ให้ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗

๑. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปราม การทุจริตและประพฤติมิชอบ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์)🔗

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่า ขอให้ตั้งกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่งที่ว่างลง เป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ดังนั้น ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการ พร้อมทั้งขอผู้รับรอง และช่วยพิจารณาด้วยว่าไม่ได้เป็นกรรมาธิการเกินกว่า ๒ คณะ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๙๐ เชิญครับ🔗

นางสาวกานสินี โอภาสรังสรรค์ สุราษฎร์ธานี

ดิฉัน กานสินี โอภาสรังสรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอเสนอ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เป็นกรรมาธิการ ป.ป.ช. ในสัดส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ แทนนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง ตามที่ท่านสมาชิกได้เสนอคุณอะไร นะครับ🔗

นางสาวกานสินี โอภาสรังสรรค์ สุราษฎร์ธานี

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล แทนนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล แทนนะครับ ขอบคุณครับ มีรับรองถูกต้องนะครับ🔗

๒. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไข ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากปรากฏการณ์เอลนิญโญ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา เรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๑๒๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๗🔗

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะกรรมาธิการอยู่ระหว่าง การวิเคราะห์และรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำรายงานการศึกษาให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และสมบูรณ์ จึงขอขยายระยะเวลาศึกษาออกไปอีก ๑๒๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๗ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมาธิการ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่ครับ ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลาพิจารณา ศึกษาไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ นะครับ🔗

๓. คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วม ของประชาชน ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาการสร้างคน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพภายใต้การปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่ วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๗🔗

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะกรรมาธิการมีประเด็น ที่ยังมิได้พิจารณาศึกษาอีกหลายประเด็น เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปด้วยความรอบคอบ รอบด้าน มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ จึงขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๗ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมาธิการนะครับ จะมีสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลา ในการพิจารณาศึกษาออกไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ นะครับ🔗

๔. ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (ว่าที่พันตรี สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม)🔗

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่า ว่าที่พันตรี สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ได้พ้นจากการเป็นกรรมาธิการเนื่องจากลาออกตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) จึงขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีนะครับ ขอเชิญ เสนอชื่อกรรมาธิการครับ🔗

นายสังคม แดงโชติ ประจวบคีรีขันธ์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในตำแหน่งที่ว่างลงในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑ ตำแหน่งครับ ขอเสนอ นายธนยศ ทิมสุวรรณ ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งให้เป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง คือ ท่านธนยศ ทิมสุวรรณ นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗

๑. รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภา จำนวน ๓ เรื่อง🔗

ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ที่ประชุมวุฒิสภา ได้พิจารณารับทราบรายงาน จำนวน ๓ เรื่อง ดังนี้🔗

(๑) ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๒ วันจันทร์ที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๗ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๖ สภาองค์กรของผู้บริโภค🔗

(๒) ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๓ วันอังคารที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๗ รับทราบรายงาน จำนวน ๒ เรื่อง คือ ๑. รายงานประจำปี ๒๕๖๐ รายงานประจำปี ๒๕๖๑ รายงานประจำปี ๒๕๖๓ และรายงานประจำปี ๒๕๖๔ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ๒. รายงานการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๖ ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะ แห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) จึงแจ้งต่อที่ประชุมให้รับทราบนะครับ🔗

- รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินสำนักงานศาลยุติธรรม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖🔗

เรียนท่านสมาชิก รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม รักษาการแทน เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะผู้ชี้แจงติดภารกิจ จึงขออนุญาต เลื่อนการเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงรายงานต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรออกไป เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๗ นะครับ🔗

๒. รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๖ ขององค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.)🔗

ด้วยผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ได้เสนอรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๖ ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพ สาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๕๒ แห่งพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๑ และรายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้วนั้น มีท่านสมาชิกได้เสนอเจตจำนงที่จะอภิปรายอยู่ ๖ ท่าน และได้อนุญาตให้ผู้แทน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ เชิญหน่วยงานนะครับ ท่านแรก ท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์อนุสรณ์ ธรรมใจ กรรมการนโยบาย ส.ส.ท. ท่านที่ ๒ รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ท่านที่ ๓ นายอนุพงษ์ ไชยฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ท่านที่ ๔ นางสาวสุวรรณา สมบัติรักษาสุข รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ท่านที่ ๕ นางสาวกนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล เชิญเข้าประจำที่นะครับ เดี๋ยวขอให้ทางหน่วยงานแถลงก่อนแล้วก็สมาชิกอภิปรายต่อจากนี้ เชิญตัวแทนครับ🔗

รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการองค์การกระจาย เสียงและภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาทุกท่านค่ะ ดิฉัน วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ขอนำเสนอรายงานประจำปี ๒๕๖๖ พร้อมกับสไลด์ และดิฉันขอใช้คำแทนชื่อองค์การว่า Thai PBS ในการรายงานครั้งนี้ค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการองค์การกระจาย เสียงและภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

ดิฉันขอเริ่มต้นด้วยการขอบคุณท่านประธาน และท่านสมาชิกสภาที่ร่วมรณรงค์ลดโลกร้อนไปกับ Thai PBS ค่ะ เพราะรายงานฉบับพิมพ์ ที่อยู่ในมือทุกท่านนี้เป็นแบบสรุปสาระสำคัญเพื่อลดจำนวนหน้ากระดาษ และมีรายงาน ฉบับเต็ม จำนวน ๑๖๖ หน้า ในรูปแบบดิจิทัลที่ท่านสามารถ Scan อ่านได้ที่ QR Code หน้าในของปกหลังนะคะ แล้วก็รายงานงบการเงินเฉพาะในหน้าถัดไปคือหน้า ๑๒ ค่ะ ท่านประธานคะ ในเวลา ๑๐ นาทีนี้ ดิฉันขอเน้นการรายงานไปที่ ๒ หัวข้อสำคัญค่ะ คือการส่งมอบคุณค่าต่อสาธารณะและการบริหารจัดการงบประมาณภายใต้ระบบนิเวศสื่อ ซึ่งเป็นการยืนยันอยู่บนหลักการและเจตนารมณ์ที่ Thai PBS ได้รับการออกแบบ ให้เป็นหลักประกันของสังคมไทยว่า จะไม่มีการปล่อยให้กลไกตลาดมาปิดกั้นเนื้อหา หรือบริการที่ถูกเรียกว่า Underserved หรือ Undersupply เหล่านี้คือเนื้อหาที่ไม่ดึงดูด มูลค่าทางการตลาด จึงเป็นเนื้อหาที่ถูกนำเสนอน้อยจากสื่อที่ต้องพึ่งโฆษณา เช่น เนื้อหา ด้านการศึกษา ด้านการคุ้มครอง ผู้บริโภค ด้านเด็ก กลุ่มคนเปราะบาง หรือกลุ่มคน ที่ถูกตลาดทำให้ไร้ตัวตนนอกจากเนื้อหาเหล่านี้แล้วที่สำคัญก็คือ ในมิติของการตรวจสอบ และนำเสนอข้อเท็จจริงอย่างปราศจากอคติ โดยไม่ต้องเกรงกลัวการถูกแทรกแซง ด้วยผลประโยชน์แอบแฝงทางการเมืองหรือถอนโฆษณาค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันจะขอนำเสนอประเด็นแรก ในเรื่องการส่งมอบคุณค่าของการนำเสนอข่าวสาร ที่ประชาชนสามารถวางใจได้ มีตัวอย่าง ๔ ประเด็น ที่จะขอนำเสนอในกรณีนี้นะคะ🔗

กรณีแรก คือกรณีภัยพิบัติน้ำท่วม ทั้งที่เป็นเหตุการณ์ในปี ๒๕๖๖ และที่เกิดขึ้น ล่าสุดนี้ หลักการทำงานของ Thai PBS คือประเมินความเสี่ยง เตือนภัย ช่วยเหลือ ฟื้นฟู และติดตามนโยบาย โดยมุ่งให้เป็นการเสริมพลังอำนาจในท้องถิ่นนะคะ เป็นแนวปฏิบัติ ของ Thai PBS ทุกครั้งค่ะ ที่จะมีการปรับผังรายการ ทำเป็นรายงานพิเศษ เกาะติด การฝ่าวิกฤติและอยู่จนถึงการฟื้นฟูเยียวยานะคะ ขณะนี้ทีมข่าวของ Thai PBS เอง ร่วมกับ เครือข่ายนักข่าวพลเมือง เครือข่ายมหาวิทยาลัยในภูมิภาคและมูลนิธิไทยพีบีเอส ก็ได้เน้นสื่อสารเพื่อร่วมแก้วิกฤติโคลนและขยะที่เชียงราย และไปดักหน้าเฝ้าระวังภัยพิบัติ ที่เชียงใหม่ รวมทั้งเน้นสื่อสารเพื่อร่วมแก้วิกฤติที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงไว้แล้วด้วย การปรับตัวเร็ว ในการรายงานและอยู่จนจบการฟื้นฟูนี้ สะท้อนได้จากการยอมรับของประชาชนที่ให้ Thai PBS เป็นสื่ออันดับ ๑ ที่ประชาชนจะเลือกติดตามเสมอเมื่อมีภัยพิบัติค่ะ🔗

กรณีที่ ๒ คือกรณีวิกฤติปลาหมอคางดำ ซึ่ง Thai PBS เป็นสื่อแรกที่ทำเรื่องนี้ มาตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ และต่อมาในปี ๒๕๖๕ Thai PBS ได้รณรงค์ให้ประชาชนมาร่วมสำรวจ และปักหมุดจุดที่พบปลาหมอคางดำโดยใช้ Application C-Site ซึ่งพัฒนาขึ้นสำหรับนักข่าว พลเมือง ทำให้เริ่มเห็นทิศทางของการแพร่ระบาด และเมื่อ Thai PBS รวบรวมข้อมูลเชิงลึก ตรวจสอบหลักฐาน จึงนำเสนอเรื่องนี้อย่างเข้มข้นดังเป็นที่ประจักษ์นะคะ ดิฉันต้องขอบคุณ ที่คณะอนุกรรมาธิการได้เผยแพร่ผลการศึกษาและข้อเสนอแนะออกมาแล้วเมื่อวานนี้ ซึ่ง Thai PBS จะติดตามเรื่องนี้ต่อไปจนกว่าประชาชนจะได้รับความมั่นใจว่า วิกฤตินี้ จะมีทางออกค่ะ เช่นเดียวกับกรณีปัญหาพิพาทแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ที่มีมากว่า ๔๐ ปี ซึ่ง Thai PBS ได้ติดตาม สืบค้นข้อมูล และรับฟังเสียงของทุกฝ่ายมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้การนำเสนอเรื่องนี้ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น ต่อสิ่งแวดล้อม และยังขยายผลไปถึงการสืบสวนขบวนการที่อยู่เบื้องหลังด้วย จึงนับเป็นสื่อหลักที่ทุ่มเท กับเรื่องนี้อย่างจริงจังค่ะ🔗

อีกตัวอย่างหนึ่งนะคะ ที่สะท้อนการทำหน้าที่เกาะติด แม้เรื่องนั้นจะไม่อยู่ ในกระแสความสนใจทั่วไปแล้ว คือการติดตามความคืบหน้าในการช่วยเหลือเยียวยา และฟื้นฟูชุมชนมูโนะ จังหวัดนราธิวาส ที่ประสบเหตุพลุระเบิดเมื่อกลางปีที่แล้ว จนถึงเวลานี้ Thai PBS ยังคงติดตามนำเสนอให้เห็นทั้งความล่าช้าของการช่วยเหลือ และค้นหาสาเหตุ ที่เชื่อมโยงไปถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในระบบราชการและกระบวนการยุติธรรม ผลักดัน ให้เกิดการช่วยเหลือชาวบ้านที่เสียสิทธิและเร่งรัดการฟื้นคืนเศรษฐกิจของชุมชน ดิฉันขอส่งท้ายประเด็นแรกนี้ ด้วยการพูดถึงการรายงานข่าวสารเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งการไม่ต้องพึ่งกลุ่มทุนใดนี้เองที่ทำให้ Thai PBS สามารถผลิตเนื้อหาทางด้านนี้ได้ถึง ร้อยละ ๔๔ ของสัดส่วนเนื้อหาทั้งหมดในอุตสาหกรรมสื่อทีวีดิจิทัลค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๒ คือการส่งมอบคุณค่าต่อสาธารณะในด้านการสืบสาน ถักทอ และหยั่งรากทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย เพราะ Thai PBS เชื่อว่าเนื้อหาทางวัฒนธรรม คือสะพานที่เชื่อมให้คนที่แตกต่างกันสามารถเข้าใจกันได้ จึงลงทุนกับการสร้างสรรค์เนื้อหาด้านนี้ ทั้งในรูปแบบละคร สารคดี ดนตรี และกิจกรรมในพื้นที่ มีรายการประจำที่ได้รับรางวัล จากหลายหน่วยงาน และผลสำรวจผู้ชมร้อยละ ๘๖.๔ ของจำนวน ๔,๐๐๐ คน ยอมรับ ในความโดดเด่นด้านนี้ของ Thai PBS นะคะ🔗

ประเด็นที่ ๓ คือคุณค่าด้านการให้สาระประโยชน์และความบันเทิงที่คุ้มค่า ซึ่งมีผลสำรวจจากผู้ชมร้อยละ ๘๕-๘๗ ให้ Thai PBS เป็นสื่อที่สร้างสรรค์สาระบันเทิง ที่แตกต่าง มีละครที่สร้างแง่คิดเชิงบวกให้สังคม และมีสารคดีที่นำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ ได้จริง ในปีที่ผ่านมามีสารคดีและละครที่ได้รับรางวัลสร้างสรรค์และรางวัลคุณภาพ ยอดเยี่ยมทั้งในประเทศและสากล จำนวน ๓๐ รางวัลค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๔ คือคุณค่าด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ โดยเฉพาะสำหรับ กลุ่มเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ Undersupply ในอุตสาหกรรมสื่อ แต่ Thai PBS เป็นผู้ผลิตเนื้อหาด้านนี้ คิดเป็นร้อยละ ๕๙ ของสัดส่วนเนื้อหาทั้งหมดในสื่อทีวี และมีการผลิต ทั้งในรูปแบบที่เหมาะสมกับการชมผ่านผังรายการทีวี คือ ALTV ช่องหมายเลข ๔ และผลิตในรูปแบบที่เหมาะสมกับการดูผ่านสื่อออนไลน์และ On Demand รวมทั้ง ในรูปแบบเกมนะคะ🔗

ประเด็นที่ ๕ คือคุณค่าด้านการส่งเสริมสังคมประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วม Thai PBS เชื่อว่า สื่อที่ยึดมั่นในการสร้างประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือยิ่งจำเป็นมากขึ้น ในสภาพปัจจุบันที่ Algorithm ในสื่อออนไลน์ทำให้ประชาชนได้ฟังแต่เสียงด้านเดียว ซึ่งตลอด ๑๖ ปีที่ผ่านมา Thai PBS ได้เป็นพื้นที่ของการสื่อสารแบบมีส่วนร่วม จนเป็นภาพจำ ขององค์กรไปแล้วนะคะ ในยุคดิจิทัลนี้ Thai PBS ยิ่งเปิดพื้นที่ไปถึงคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ดังเช่นการทำวาระเลือกตั้งปี ๒๕๖๖ ที่ทำโครงการชื่อว่า Hack Thailand และเวที Post Elections ที่ชวนคนทุกกลุ่ม ทุกภาคส่วนทั่วประเทศมาร่วมกันออกแบบนโยบายค่ะ และต่อมาก็เปิดแพลตฟอร์มชื่อว่า Policy Watch จับตาอนาคตประเทศไทย เพื่อให้ประชาชน ได้ติดตามนโยบายต่าง ๆ ของรัฐ โครงการนี้ได้รับการประเมินว่าเป็น Policy Innovation ของประเทศนะคะ นอกจากนี้ Thai PBS ยังได้นำเอาข้อมูลมหาศาลและซับซ้อนเกี่ยวกับ ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยมารายงานแบบ Data Journalism เพื่อผลักดันนโยบาย เช่น เรื่องเด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษา คนจนเมือง การจ้างงานคนพิการ เป็นต้น มีหลายชุดข้อมูลที่ได้รับรางวัล Digital Content Award จากการประกวดในระดับสากลค่ะ🔗

ท่านประธานคะ ในหัวข้อที่ ๒ ถัดไป จะเป็นการสรุปรายงาน เรื่องการบริหาร จัดการงบประมาณให้เกิดความคุ้มค่า ซึ่งมี ๔ ประเด็นย่อยด้วยกันค่ะ🔗

ประเด็นแรก คือการพัฒนาบริการและสื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้ชม ภายใต้ภูมิทัศน์สื่อใหม่ ที่คนไทยทุกวันนี้ใช้เวลาอยู่บนออนไลน์ เฉลี่ย ๗.๖ ชั่วโมงต่อวัน Thai PBS มีสื่อที่เป็นดิจิทัล First ทั้งออนไลน์ และ On Demand ตามกลุ่มความสนใจ โดยมีจำนวนผู้ติดตามที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดนะคะ เช่น ในปี ๒๕๖๖ เว็บไซต์ Thai PBS ขึ้นเป็นอันดับ ๑ ของเว็บไซต์กลุ่มข่าวในช่วงเนื้อหาเลือกตั้ง ติดอันดับ ๑ ใน ๕ ของสื่อ ที่ทำผลงานบน Social Media สูงสุด ในกลุ่มสื่อภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. แต่อย่างไรก็ตามค่ะ Thai PBS จะยังคงดูแลบริการของเทคโนโลยีเดิม คือช่องทางทีวี และบริการเสริมเพื่อคนพิการทางการมองเห็นและการได้ยิน เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีใคร ถูกทอดทิ้งจากการที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีใหม่ค่ะ🔗

ท่านประธานคะ ประเด็นที่ ๒ คือการบริหารงบประมาณในปี ๒๕๖๖ ซึ่งใช้ไปกับการบริหารจัดการด้านการผลิตทั้งเนื้อหาและช่องทาง ขับเคลื่อนวาระทางสังคม และพัฒนานักสื่อสารสาธารณะที่ร้อยละ ๕๒ ของงบประมาณรวม ในขณะที่ได้พยายาม ควบคุมรายจ่ายในด้านกลไกสนับสนุนและด้านบุคลากรให้อยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม คือไม่เกินร้อยละ ๔๗🔗

สำหรับประเด็นที่ ๓ ในด้านการประเมินผลองค์การนั้น ทำโดยหน่วยงาน อิสระภายนอกคือ TDRI มีผลสำคัญคือ ได้รับการจัดระดับดีมากในด้านเนื้อหาและกิจกรรม ที่สะท้อนการเคารพความหลากหลายและในด้านการเป็นพื้นที่กลางร่วมหาทางออกให้สังคม ส่วนในด้านของความโปร่งใสและธรรมาภิบาลขององค์กรนั้น สะท้อนได้จากคะแนน การประเมิน ITA ที่ ๙๕.๘๑ ในระดับดีค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๔ ความคุ้มค่านั้นยังสะท้อนได้จากการมีบทบาทส่งเสริม ระบบนิเวศสื่อไทยให้มีคุณภาพด้วยการสนับสนุนผู้ผลิตอิสระ ๖๒ ราย ผู้ผลิตสื่อภาคพลเมือง ๖๗ ราย มีนักสื่อสารภาคพลเมืองที่สะสมแล้วกว่า ๙,๐๐๐ ราย และได้เกิดเครือข่าย สื่อสาธารณะท้องถิ่นขึ้น ๑๒ แห่งทั่วประเทศ รวมถึงการเสริมโอกาสให้แก่วงการสร้างสรรค์สื่อ ของไทยได้เผยแพร่และเติบโตท่ามกลางการรุกของอุตสาหกรรมสื่อ Streaming ระดับโลก🔗

ก่อนจบการรายงานค่ะ ดิฉันขอเรียนผ่านท่านประธานไปถึงท่านสมาชิกว่า ในสถานการณ์ที่ประชาชนต้องการสื่อที่เชื่อถือได้ สนองตอบเนื้อหาที่ตลาดไม่ทำ และกล้าหาญ ที่จะตรวจสอบเพราะเป็นอิสระจากการถูกแทรกแซงนั้น Thai PBS ซึ่งเกิดขึ้นมาเพื่อการนี้ จะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด เพื่อประโยชน์แห่งสาธารณะตามเจตนารมณ์ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ บางท่านอาจจะหาไม่เจอ บาง ๆ อยู่ตรงนี้ ก็ลดโลกร้อนนะครับ ไป Scan QR Code ในนี้นะครับ สภาจะ Net Zero นะครับ ต่อไปเชิญท่านสมาชิกท่านแรก ท่านร่มธรรม ขำนุรักษ์ เชิญครับ🔗

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมขออภิปราย ให้ความเห็นในวาระรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๖ ขององค์การ กระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือว่า Thai PBS นะครับ ท่านประธานครับ ปัจจุบันพี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยีและช่องทางรับสารที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะจากช่องทางออนไลน์ ที่ได้ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับทั้งความรู้และเข้าใจสถานการณ์บ้านเมืองอย่างทั่วถึงครับ และในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารเช่นนี้ครับ สื่อจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องทำงาน อย่างตรงไปตรงมา ให้ข้อมูลที่รอบด้าน ไม่บิดเบือน ไม่เอนเอียง และหนึ่งในนั้นที่ผมนึกถึง ก็คือ Thai PBS ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ ที่ผมได้มีโอกาสในการอภิปรายในวาระรับทราบรายงาน การปฏิบัติงานของ Thai PBS เช่นนี้ครับ และผมก็ต้องขอเริ่มต้นด้วยการชื่นชมอีกครั้งครับว่า ๑๖ ปีของการมีอยู่ของ Thai PBS ท่านก็ได้พิสูจน์แล้วว่าได้ดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลที่รอบด้าน ทันท่วงที ซื่อตรง เป็นกลาง แล้วก็เป็นอิสระ จากการติดตามทั้งช่องทางหลัก ช่องทางย่อย แล้วก็ติดตามรายการต่าง ๆ ครับ ผมต้องขอชื่นชมการทำงานของ Thai PBS ที่ได้สร้าง ความตระหนักรู้ แสวงหา ติดตามข้อเท็จจริง นำเสนอข้อมูลอย่างทั่วถึงและครอบคลุม ทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย แล้วก็ได้มีการสร้างการมีส่วนร่วม แล้วก็มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน ประเด็นต่าง ๆ ของสังคม ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง แล้วก็สิ่งแวดล้อม สำหรับ ในจังหวัดพัทลุงเอง Thai PBS ก็ได้มีการนำเสนอแล้วก็ติดตามข้อเท็จจริงหลายประการ ที่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในจังหวัดพัทลุง อย่างเช่น การขุดลอกคลองธรรมชาติที่ทำลาย ระบบนิเวศ แล้วก็อีกทางหนึ่งก็ได้นำเสนอเรื่องราวดี ๆ ของจังหวัดพัทลุงมากมายครับ ทั้งเรื่องวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิต เศรษฐกิจฐานราก สิ่งแวดล้อม แล้วก็การท่องเที่ยวของจังหวัดมาอย่างยาวนานครับ ผมขอยกตัวอย่างเรื่องบางเรื่อง ที่ Thai PBS ได้มีการนำเสนอในปีที่ผ่านมาแล้วก็ปีนี้นะครับ ที่น่าสนใจอย่างยิ่งครับ ไม่ว่าจะเป็นงานจักสานเตยป่าในอำเภอกงหราของจังหวัดพัทลุง ประเพณีทำบุญ ๒ ศาสนา ในอำเภอตะโหมด วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์มานิในอำเภอป่าบอน นอกจากนี้ก็ได้มีนำเสนอ เรื่องซากดึกดำบรรพ์ชนิดใหม่ ๒๕๐ ปีในจังหวัดพัทลุง มีเรื่องประวัติศาสตร์ของจังหวัดพัทลุง เรื่องสารคดีโลมาอิรวดีที่เหลืออยู่ ๑๔ ตัวสุดท้ายในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา แล้วก็การติดตาม สมเสร็จ สัตว์ป่าหายากในเทือกเขาบรรทัด การนำเสนอของ Thai PBS เหล่านี้มีความ น่าสนใจ ผมต้องขอชื่นชมครับ แล้วก็หลายต่อหลายครั้งท่านประธานครับ ก็นำไปสู่ การกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วก็การท่องเที่ยวของจังหวัดพัทลุงอย่างมากเลยทีเดียว ก็ขอสนับสนุน ให้ทำเรื่องเหล่านี้ต่อไปนะครับ🔗

แล้วก็จากรายงานนี้ท่านประธานครับ ผมก็ได้เห็นว่า Thai PBS ได้ดำเนินการ เป็นที่พอใจของประชาชน โดยมีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน มีการวิเคราะห์ ผลการตอบรับ มีการเปิดเผยเรื่องร้องเรียน มีรายงานการเงิน มีแผนบริหารกิจการ อย่างชัดเจน ก็ถือว่าเป็นรายงานที่มีความครบถ้วน แล้วก็แสดงถึงความรับผิดชอบ ต่อการดำเนินงานเป็นอย่างดีนะครับ ผมก็ขอให้ทาง Thai PBS ได้พัฒนาตัวเอง อยู่อย่างสม่ำเสมอ จากรายงานนี้เองผมก็มีข้อเสนอแนะที่จะขอให้ทาง Thai PBS ได้รับไปพิจารณาเพื่อดำเนินการในปีนี้แล้วก็ปีต่อ ๆ ไป บางเรื่องก็อาจจะเป็นข้อสนับสนุน บางเรื่องก็ซ้ำกับปีที่แล้วที่ผมได้เสนอไว้ ก็อยากให้ความสำคัญจริง ๆ นะครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ ก็คือขอให้ทาง Thai PBS ได้ให้ความสำคัญในการนำเสนอ ประเด็นปัญหาที่เป็นเรื่องสำคัญแล้วก็เป็นปัญหาใหญ่ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ เรื่องของปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ปัญหายาเสพติด มิจฉาชีพออนไลน์ แล้วก็ผลกระทบ จากภัยพิบัติทางธรรมชาติ เพื่อสะท้อนปัญหาให้กับภาคส่วนต่าง ๆ ได้นำไปแก้ไข แล้วก็ขอให้ติดตามสถานการณ์การเมืองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการดำเนินการตามนโยบาย ของรัฐบาลที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงไว้ต่อสภาแห่งนี้ว่าได้ทำไปมากน้อยเพียงใด และตอบโจทย์ความท้าทายและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหรือไม่🔗

ประเด็นที่ ๒ ผมขอให้ทาง Thai PBS ได้นำเสนอเรื่องราวและวิถีชีวิตท้องถิ่น ที่เป็นเอกลักษณ์ต่อไป โดยหลายพื้นที่ทั้งประเทศแล้วก็รวมถึงจังหวัดพัทลุงก็ยังมีสิ่งที่ น่าสนใจอีกมากมายครับ ยกตัวอย่างบางเรื่อง เช่น ในจังหวัดพัทลุงมีการทำนาริมทะเลสาบ ในพื้นที่บ้านปากประ ก็เป็นแห่งเดียวในประเทศไทยที่ทำนาริมทะเลสาบ มีวิถีชีวิต ริมเขาบรรทัด วิถีชีวิตในทะเลสาบพัทลุง แล้วก็มีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมาย ทั้งทางธรรมชาติ เช่น น้ำตก ภูเขา คู คลอง เกาะ แก่ง แล้วก็แหล่งท่องเที่ยวเชิงชุมชนในหลาย ๆ อำเภอ ของจังหวัดพัทลุง ไปจนถึงเรามีสินค้าทำมือ สินค้าทางการเกษตร ประมง อาหาร ศิลปะ แล้วก็วัฒนธรรมของคนพัทลุงที่น่าสนใจอย่างยิ่งครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ ขอให้ทาง Thai PBS ได้ให้ความสำคัญในการนำเสนอประเด็น ด้านสิ่งแวดล้อมครับ ปัจจุบันนี้เราต้องยอมรับว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบ ต่อพี่น้องประชาชนอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นภัยคุกคามต่อทรัพยากรธรรมชาติของเรา จากกิจกรรมของมนุษย์ โครงสร้างพื้นฐานของรัฐ ไปจนถึงประเด็นอื่น ๆ เช่น ปลาหมอคางดำ ที่เป็นปัญหาอย่างมากขณะนี้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องของมลพิษทางอากาศ น้ำเสีย แล้วก็ขยะ ที่เป็นปัญหาทั่วประเทศ แล้วก็ที่สำคัญก็คือด้านภัยพิบัติทางภาวะโลกร้อน วันนี้เราเห็นได้ชัดว่าภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อพี่น้อง คนไทยอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภัยแล้ง น้ำท่วม เพื่อที่เราจะได้สร้างความตระหนัก แล้วก็ส่งเสริมให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต่อไปนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๔ ผมก็ขอให้ทาง Thai PBS ได้ให้ความสำคัญในการนำเสนอ สื่อสำหรับเด็กแล้วก็วัยเรียน ต้องเรียนกับท่านประธานครับว่า วันนี้สื่อสำหรับเด็กกำลัง ลดน้อยลงไปในสื่อหลัก ทั้งสื่อเพื่อความบันเทิงแล้วก็เพื่อการให้ความรู้ ผมก็ขอให้ทาง Thai PBS ได้ส่งเสริมทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นในยุคปัจจุบัน เช่น ทักษะด้านการเงิน ด้านการประกอบธุรกิจ ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยีดิจิทัล การเอาตัวรอด ทักษะ การจัดการอารมณ์ แล้วก็อีกประเด็นที่สำคัญก็คืออยากให้ Thai PBS ได้ส่งเสริมให้เด็ก ๆ มีทักษะการรู้เท่าทันสื่อ หรือว่า Media Literacy ทุกวันนี้เรามีสื่อมากมายครับ เด็กและเยาวชน ของเราเสพสื่อมากมาย ก็ควรจะมีการให้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อให้เด็ก ๆ สามารถตรวจสอบ วิเคราะห์ และแยกแยะข้อมูลบนโลกออนไลน์ได้ดีที่สุดนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๕ ประเด็นสุดท้ายครับ ก็ขอให้ทาง Thai PBS ได้ให้ความสำคัญ ในการนำเสนอ ส่งเสริม Soft Power ของประเทศไทยของเรา ผ่านช่องทาง Thai PBS World ซึ่งเป็นช่องทางที่เป็นภาษาอังกฤษของทาง Thai PBS เพื่อสร้างความตระหนักรู้ แล้วก็การรับรู้เกี่ยวกับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต แหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม ประเพณี กีฬา อาหาร แล้วก็ละครต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วก็การท่องเที่ยว ในประเทศไทยได้อีกทางหนึ่ง🔗

สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน ในสังคมที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารที่ หลายต่อหลายครั้งมีความเอนเอียง มีการบิดเบือนข้อมูล นำไปสู่ความโกรธ ความเกลียด ในสังคมเช่นปัจจุบันนี้ ผมก็ขอให้ทาง Thai PBS ได้ยืนหยัดในการเป็นสื่อที่ซื่อตรง ในการค้นหาความจริง สะท้อนปัญหา สร้างความตระหนัก สร้างความรัก และความสามัคคี ในสังคม แล้วก็เป็นสื่อที่สร้างแรงบันดาลใจขับเคลื่อนสังคม แล้วก็เป็นที่พึ่งวางใจของพี่น้อง ประชาชนต่อไป แล้วก็ที่สำคัญครับ ก็ขอให้ท่านได้ใช้เงินภาษีที่ทาง Thai PBS ได้จัดเก็บ เป็นรายได้นับพันล้านบาทต่อปีให้เกิดประโยชน์สูงสุด แล้วก็คุ้มค่าที่สุดต่อพี่น้องประชาชนครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ🔗

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง จากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่ท่านประธานได้เปิดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปราย เพราะว่างบประมาณของ Thai PBS ไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของคำของบประมาณ เหมือนหน่วยงานราชการอื่น ๆ ที่มาในรูปแบบของงบประมาณปี ๒๕๖๗ แต่เป็นเช็คเปล่า ที่กฎหมายเขียนให้เอาไป แล้วก็คณะกรรมการที่สรรหามานี้ก็ออกแบบเรื่องของการจัดการ ด้วยตัวเองทั้งหมด มีโอกาสแค่ปีเดียวเท่านั้นละครับที่จะได้พูดถึงงบประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะใช้ ใช้อย่างไร ใช้มีคุณค่า มีประสิทธิภาพไหม ที่เพื่อนสมาชิกท่านร่มธรรมได้อภิปรายไป ขออภัยที่เอ่ยนาม ก็เป็นเรื่องที่ดี ก็ชื่นชม เห็นตรงกันนะครับ แต่ว่าส่วนที่ผมอาจจะได้อภิปราย แล้วก็ Comment เพื่อจะได้มีประโยชน์กับท่านกรรมการทั้งหลายเอาไปปรับปรุงนะครับ อย่าคิดว่าผมมีอคติหรือเป็นการที่จะมองในแง่ลบ แต่ว่าเป็นการชี้ช่องแล้วกันครับท่านประธาน🔗

ท่านประธานเรื่องแรกเลยครับ ผมดูงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๖ ในเล่มบาง ๆ นี้ ท่านบอกว่าแผนบุคลากรวางเอาไว้ในปี ๒๕๖๖ ประมาณร้อยละ ๒๒.๔๕ อันนี้ท่าน ผอ. ถ้าชี้แจงได้ผมอยากสอบถามครับว่า แผนนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร เพราะว่า อะไรครับ เพราะว่าเวลาเอางบประมาณที่ผู้สอบบัญชีในปี ๒๕๖๖ มาดู เฉพาะงบบุคลากร มันเกินจากที่ท่านตั้งไว้มากเลย เท่ากับว่าแผนนี้ท่านบอกว่าจะ ๒๒.๔๕ แต่จริง ๆ มันไปประมาณ ๒๖-๒๗ มันเกินไปมากครับ แล้วก็เมื่อตรวจสอบในส่วนของงบบุคลากร โดยเฉพาะในส่วนของปี ๒๕๖๕ มันอยู่ที่ประมาณร้อยละ ๒๔.๕๕ ผมไม่แน่ใจว่าแผนนี้ เป็นแผนระยะยาว ๒ ปี ๓ ปี ๕ ปี หรือเป็นแผนที่ท่านคิดปีต่อปี ถ้าท่านบอกคิดปีต่อปี ฉะนั้นปี ๒๕๖๕ ท่านรู้อยู่แล้วว่างบประมาณรายจ่ายบุคลากรประมาณร้อยละ ๒๔ ท่านเขียนแผนมาร้อยละ ๒๒ แสดงว่าท่านจะเอาคนออกหรือครับ อันนี้คือเป็นคำถาม แต่ว่าโอเค ไม่เป็นไร ทำมาจริงแล้วมันเพิ่มมา ๓ เปอร์เซ็นต์ ก็เข้าใจได้เป็นการบริหารจัดการ เรื่องนี้ไม่ได้ติดใจว่าท่านมากหรือน้อยนะครับ แต่ติดใจเรื่องท่านวางแผนแล้วถึงเวลาใช้จริง มันไม่เป็นไปตามนั้น🔗

เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ก็คือเรื่องของโครงสร้าง ผมดูแล้วมันจะเริ่มแบบ โครงสร้างระนาบที่เป็นแบบ ผอ. เยอะมาก มีตั้งแต่สมมุติสำนักข่าว มีแยกไปอีก ศูนย์ต่าง ๆ เต็มไปหมด ก็กลายเป็นว่าเหมือนไปเปิดให้คนขึ้นไปตำแหน่ง ผอ. ให้ขึ้นไปตำแหน่งผู้จัดการ เงินเดือนก็จะมีปัญหาเรื่องงบประมาณ อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตที่อาจจะต้องระวังในอนาคต ในการเปิดแผนกใหม่ ๆ ที่ไม่รู้ว่าจะเติบโตอย่างไร อันนี้ก็ต้องช่วยกันคิดนะครับ🔗

ต่อไปครับท่านประธาน ก็คือเรื่องของ The Active ชื่นชมมากนะครับ ผมเข้าไปดูแล้วแบบชอบหน้าตาแพลตฟอร์ม แล้วก็เนื้อหาข้างใน เช่นเดียวกันครับ VIPA เหมือนกัน เข้าใจว่าท่านรองที่มาด้วย กนกพร ท่านน่าจะเป็นคนที่ดูแลเรื่องนี้นะครับ ก็ชื่นชม เช่นเดียวกันนะครับ เป็นเว็บไซต์ที่คนไทยควรดาวน์โหลดเอามาดู แข่งกับเว็บไซต์ต่างประเทศ ได้เลย แล้วผมรู้ว่า VIPA ใช้คนไม่กี่คนทำหลังบ้าน ท่านประธาน ซอฟต์แวร์ต้องมาดูนะครับ ว่าจะทำอย่างไรที่จะเอา VIPA ไปขายต่างชาติ หาเงินเข้าประเทศได้ อันนี้คือเรื่องที่จริง ๆ ต้องสนับสนุน แล้วเมื่อไปดูในรายละเอียดของ VIPA ขอ Comment นิดหนึ่งครับท่านประธาน คือไม่ค่อยมี Subtitles ภาษาอังกฤษ แต่ว่าถ้าจะเอาจริงจัง รัฐบาลจริง ๆ รวมแพลตฟอร์ม หนังไทยไปสู้ต่างประเทศผมว่าทำได้ แข่งกับเว็บไซต์ต่างประเทศได้เลย ชื่นชมมากนะครับ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี มีวิสัยทัศน์ แล้วก็แพลตฟอร์มทันสมัย🔗

อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องพูดก็คือ เรื่องของ Podcast นะครับ Podcast วิทยาศาสตร์ ผมไปดูใน Comment ที่ลงใน YouTube ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ แม้ว่าคนติดตามอาจจะ ไม่ได้เยอะมาก แต่คนที่ติดตามล้วนแต่มีคุณภาพในการรับฟัง รับฟังเนื้อหาจริงจัง มีการโต้เถียง สร้าง Communication ด้านการคิดและการสื่อสารด้านวิทยาศาสตร์ ผมอยากให้ส่งเสริม เยอะ ๆ นะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งที่จะสอบถามครับ ผมเหลือเวลาแค่ ๒ นาทีท่านประธาน อาจจะเกิน นิดหน่อย เรื่องของ ALTV ท่านจะทำอย่างไรดีครับตอนนี้ เดี๋ยวผมจะรอฟังคำตอบว่า สุดท้ายทีวีเด็กใช่ไหมครับที่ทำขึ้นมา ตอนนี้งบประมาณก็เต็มเพดาน Max แล้ว จะไปอย่างไรดี ผมอยากฟังทิศทางในอนาคต ไม่แน่ใจว่า ผอ. ยังอยู่แล้วก็ถ้าส่งไม้ต่อเป็นท่านใหม่จะมีทิศทาง อย่างไร ผอ. จะตอบได้ไหม แต่ลองดูนะครับ อยากจะฟังเหมือนกันว่าเรื่องทีวีเด็ก แผนการเป็นอย่างไร เพราะถือว่าก็เป็นทีวีที่ลงทุน เราเอางบประมาณใส่ลงไป แต่ก็เสมือนหนึ่ง ใส่ไปด้านการศึกษาให้กับเด็ก ๆ แม้ว่ารายการจะเป็นรายการพวก Rerun แต่พอเวลาเราดูแล้ว อย่างผมจำได้เพื่อนสมาชิกคราวที่แล้วจากพรรคก้าวไกล ตอนนี้เป็นพรรคประชาชน ก็พูดว่า ลูกดูประจำ แต่ไม่ใช่ว่าลูก สส. ดูแล้วต้องทำนะครับ แต่ผมจะสะท้อนให้เห็นว่าเป็นรายการ ทีวีเพื่อเด็ก ที่ปกติไม่มีคนไหนทำ ทำแต่เพื่อเอา Commercial เอากำไรทั้งนั้น แต่งบประมาณ จากภาษีบาปเราต้องการสนับสนุนเรื่องพวกนี้ที่เป็นสาธารณะไม่ใช่หรือ สรุปท่านจะเอาไหม หรือท่านจะทำอย่างไรดี🔗

ต่อไปก็คือในส่วนของ MUX ไม่แน่ใจว่าฝ่ายวิศวะอยู่ไหมครับ ปกติ MUX Thai PBS รับเงินเช่าสัญญาณเป็นรายได้ทางหนึ่งนะครับ แต่ตอนนี้เข้าใจว่าอีก ๒-๓ ปี ข้างหน้า พอทีวีดิจิทัลหมดสัญญาไป ลูกค้าไม่มีแล้ว เท่ากับว่ารายได้ส่วนหนึ่งก็จะหายไป ท่านจะทำคำขอรับงบประมาณอุดหนุนเพิ่มเติมก็ไม่ได้ จะหารายได้แบบอื่น ๆ ก็ติดพระราชบัญญัติ ท่านจะทำอย่างไรครับ จะมีวิธีแก้ปัญหาหรือแผนงานอย่างไร🔗

สุดท้ายครับ สภาแห่งนี้มีเพื่อนสมาชิกคิดอ่านกัน ว่าเรื่องของการทำ สื่อสาธารณะหรือสื่อเพื่อพลเมืองต่าง ๆ ตอนนี้มี ๑ กองทุน เข้าใจว่ามี ๑ กรรมการ ท่านที่มาจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์มาเป็นกรรมการของ Thai PBS ด้วย อนาคต ๒ เรื่องนี้ อาจจะต้องรวมกัน ความเป็นสื่อสาธารณะไม่ควรจะอยู่ที่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง ควรจะกระจาย แล้วก็ Subsidize ให้กับผู้ผลิตที่อยู่ตามท้องถิ่น เอกชนรายย่อย ออกไปตามศูนย์ต่าง ๆ จังหวัดต่าง ๆ ให้เขามีหลักในเรื่องของการกระจายอำนาจแบบเดียวกัน เพราะฉะนั้น มีความจำเป็นที่ต้องคิดอ่านเรื่องนี้นะครับ ก็ขอบคุณท่านประธาน ทั้งหมดนี้คือที่ผมจะได้ สื่อสารไปแล้วก็เดี๋ยวรอฟังคำตอบ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญครับ🔗

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมใคร่ขออนุญาตในการที่จะอภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๖ ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือเรียกว่า Thai PBS ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะไปพูดถึงรายละเอียดต่าง ๆ ผมขอชื่นชมนะครับ อันนี้สวยงามมาก กะทัดรัดครับ สมว่ามีเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทอยู่นะครับ ถ้าเล่มใหญ่ ๆ พวกผม ไม่ค่อยได้อ่านหรอกครับ ตรงนี้ละครับทำดี ปีที่แล้วก็ไม่ได้เป็นแบบนี้ ท่านประธานครับ Thai PBS อย่างที่ท่านเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว บอกว่ามีงบประมาณ มันมีสื่อเดียวนี่ละ ที่ได้งบประมาณจากรัฐ เพราะฉะนั้นทุกวันนี้มันเป็นสื่อที่จะต้องมีการแข่งขันเยอะ หยิบโทรศัพท์มาก็เป็นสื่อแล้ว เดี๋ยวนี้โรคต่าง ๆ เยอะ ด้วยความที่ว่าเรา ๆ เป็น สส. ฝั่งรัฐบาล เราก็มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน ผมอยากจะให้ท่านดูภาพลักษณ์ ปรับภาพลักษณ์ ของประเทศไทย ซึ่งมันมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่มวลมนุษย์ในโลกนี้ที่มีความต้องการ อยากจะมาประเทศไทย อยากให้ Thai PBS ได้นำภาพลักษณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ว่าภาพลักษณ์จะต้องมีการเคลื่อนไหว มีเรื่องอะไรที่จะต้องมีวุ่นวายอะไรต่าง ๆ ในประเทศ อยากจะให้ภาพลักษณ์มันดี ภาพลักษณ์ที่สวยงาม ภาพลักษณ์เหมาะกับ การท่องเที่ยว ภาพลักษณ์เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ที่ท่านดูเรื่องการเกษตรก็โอเคแล้วละ ออกไปประชุม จริง ๆ แล้วผมไม่ค่อยดูนะ เพราะว่าผมก็ดูในโทรศัพท์ครับ ผมไม่ค่อยได้มีโอกาส ได้นั่งดู แต่ก็ดูย้อนหลังได้ ความหมายก็คือว่าอยากจะขอกราบเรียนท่านประธาน เพื่อที่จะอภิปรายขอเวลา ๒ ประเด็นเท่านั้นครับ🔗

ประเด็นแรก ผมได้อ่านรายงานก็ต้องชื่นชมอีกละครับ เพราะว่าปีงบประมาณ ๒๕๖๖ นี้ โดยเฉพาะหน้าที่ ๓ หัวข้อเลือกตั้ง หัวข้อเลือกตั้ง เลือกตั้งปี ๒๕๖๖ เลือกอนาคต ประเทศไทย ซึ่งท่านรายงานในเว็บไซต์ Thai PBS ขึ้นอันดับ ๑ ของยอดวิวเว็บไซต์ปี ๒๕๖๖ อันนี้ก็ต้องขอชื่นชมนะครับ ในสิ่งที่ทำดีก็ต้องขอชื่นชม Thai PBS ก็จัด Campaign เลือกตั้ง ปี ๒๕๖๖ อนาคตของประเทศไทย ตั้งแต่ต้นปีในทุกช่องทางในการบริการข้อมูลข่าวสาร กิจกรรม รวมถึงรายงานผลการเลือกตั้ง Real Time นี่ละครับอันนี้ผมพูดถึงว่าที่ท่านรายงาน การเลือกตั้งนี่นะ ผมพูดย้อนหลังนะครับ จริง ๆ ไม่อยากให้มีการเลือกตั้งบ่อยนะครับ แต่การรายงานของท่านก็คือสุดยอดเลย ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์สูตรจับขั้วของรัฐบาล เรื่องนี้กระผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะนอกจากจะทำให้พี่น้องประชาชนผู้รับชมมีความสนใจ ทางการเมืองมากขึ้น ยังมีการ Update ข้อมูลข่าวสารอะไรต่าง ๆ ในการเลือกตั้งตลอดเวลา แล้วก็จะส่งผลต่อพี่น้องประชาชน เป็นหูเป็นตาในการที่ลงคะแนนเสียง อย่างน้อยที่สุด พอเห็นทีวี เห็นเจ้าหน้าที่ เห็นข่าว มันก็จะทุจริตน้อยลงนะครับในการเลือกตั้ง นี่ก็เป็นผลดี ต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยด้วยนะครับ แล้วรายการเลือกตั้งปี ๒๕๖๖ อนาคต ประเทศไทยยังส่งผลภาพรวมทุกดิจิทัล แพลตฟอร์ม มีอัตราเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องติดตามผลการนับคะแนนเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ทางเว็บไซต์ Thai PBS เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าผู้เข้าชม ๒๑,๘๐๐,๐๐๐ วิว ขึ้นเป็นอันดับ ๑ ของเว็บไซต์ประเทศไทยครับ นี่นะครับก็ถือว่าเป็นยอดระดับ Truehits จากวันปกติที่มียอดวิว ๑๕๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ วิว เท่านั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องสถิติสูงที่สุดตั้งแต่ Thai PBS ได้ตั้งเว็บไซต์นี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ดังนั้น ผมจึงอยากจะให้ Thai PBS จัดรายการแบบนี้ทุกการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง สส. ใหญ่ เลือกตั้ง สส. ซ่อม เลือกตั้งทั่วไป การเลือกตั้งนายก อบจ. ในแต่ละจังหวัด การเลือกตั้งอะไรก็แล้วแต่ แม้กระทั่งเลือกตั้งในจังหวัดใหญ่ ๆ เทศบาลนคร เลือกตั้ง เมืองพัทยา คือเลือกตั้งทั้งหมด ถ้าท่านทำได้มันจะยึดโยงกับพี่น้องประชาชน ประชาชน จะได้รู้ว่าการออกไปใช้สิทธิใช้เสียงมันเป็นอย่างไร อะไรอย่างไร มันเจริญหูเจริญตา ของระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยได้บ้าง เพราะตรงจุดนี้ให้ท่านจะต้องมุ่งมั่น เป็นสถาบันที่เป็นสื่อสาธารณะแบบสร้างสรรค์ ที่มีคุณภาพและมีคุณธรรมด้วย มีความเป็นกลาง อย่างที่สุดก็คือมีความเป็นกลาง ได้งบจากใคร ได้งบจากรัฐ เพราะฉะนั้นรัฐไหนก็แล้วแต่ ผู้ปกครองประเทศ คืออย่าไปทำสื่อแบบเลือกข้าง เหมือนเลือกข้างทั่วไปเดี๋ยวนี้มันก็มี แฟนคลับของข้างนั้นข้างนี้อยู่แล้ว แต่ละสื่อก็รู้อยู่แล้วว่าช่องไหนเป็นช่องไหน เพราะฉะนั้น ตรงจุดนี้กระผมอยากจะขอกราบเรียนกับท่านนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ในหน้าที่ ๙ ท่านรายงานการเจริญเติบโต Thai PBS มาจากการมีโทรทัศน์สาธารณะเป็นหลัก และมีการขยายพรมแดนสู่สื่อดิจิทัล นี่ละครับ ซึ่งตอนนี้ขยายแพลตฟอร์มออกไป เว็บไซต์ ๑๐ จาก ๖ Social Media และบริการ ด้านเทคโนโลยี ทำให้สามารถรับผู้ชมที่มีความหลากหลายต่างกัน เพราะฉะนั้นจะเป็นกลุ่ม เปราะบาง กลุ่มพิการ และ AI ที่มาวิเคราะห์ข้อมูลรับชม วางแผนผลิตเนื้อหาอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ กลุ่มเปราะบาง กลุ่มพิการ ซึ่งกำลังรับเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทไปนี้นะครับ ซึ่งรัฐบาล กำลังดำเนินการไปประมาณ ๑๕ ล้านคน ท่านต้องดูพวกนี้ บางครั้งเขาต้องเข้าสื่อ🔗

แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะขอกราบเรียนท่านประธานนะครับ เพราะว่า Thai PBS ต้องวางแผนแนวทางสนับสนุนผู้ผลิตสื่ออิสระ และสนับสนุนนักข่าวพลเมือง ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ตรงนี้ทุกคนมีหน้าที่ในการเป็นสื่อทั้งนั้น เดี๋ยวนี้เด็ก ๆ บ้านนอก เด็กที่เรียนไม่จบ เขาก็สามารถเป็นสื่อได้ครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้แล้วแต่ภูมิปัญญา แล้วแต่พรสวรรค์ ของแต่ละคน เพราะฉะนั้นท่านต้องสนับสนุนพวกนี้นะครับ จนถึงวันนี้รายงานบอกว่า มีผู้ผลิตอิสระภาคพลเมือง จำนวน ๗,๔๐๐ ราย ยังมีนวัตกรรมและระดมอะไรต่าง ๆ เยอะแยะไปหมด ภาคพลเมือง กระผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ที่พี่น้องประชาชนในภูมิภาคต่าง ๆ ได้เข้ามาเป็นสื่อภาคพลเมือง นี่สำคัญนะครับ สื่อภาคพลเมือง พวกเขาสามารถสื่อสาร กระจายข้อมูลต่าง ๆ สู่สาธารณชนได้ทั่วประเทศ ท่านประธานครับ นักข่าวพลเมือง ทาง Thai PBS ส่วนใหญ่ก็เน้นนำเสนอข่าวเบา ๆ ไม่ได้ข่าวหนักมากเท่าไร ข่าวการเมือง เอาข่าวเบา ๆ ข่าวการเมืองมันปวดหัว ข่าวเดินขบวน ข่าวคนนั้นคนนี้ต่อต้าน ข่าวนักร้อง อะไรต่าง ๆ มันปวดหัวของคนที่อยู่ในประเทศนี้ เรื่องนี้มันเป็นข่าวหนัก ช่องอื่นมันก็ออกไป อยู่แล้ว ข่าวศิลปวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม สังคม สตรี ข่าวเกษตร ข่าวเกษตรที่มีความสำคัญ เพราะเราเป็นภาคเกษตร ยึดเข้าไปเลย ไม่ว่าจะเป็นข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา หรืออะไรต่าง ๆ เอาผู้นำต่าง ๆ มาคุย มาพูด บางทีรัฐบาลหรือรัฐมนตรี แม้กระทั่ง สส. ไม่รู้เรื่อง รู้ราวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเกษตร ท่านก็นำสื่อเกษตรไปสัมภาษณ์พวกที่อยู่ เบื้องล่างนี้นะครับ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มีความรู้ แต่ภูมิปัญญาของเขามันรู้กว่าคนที่นั่ง ในสภาก็มีครับท่านประธาน🔗

สุดท้ายนะครับ รายงานฉบับนี้ก็ยังบ่งบอกว่าการร่วมมือในระดับสากล อาจแลกเปลี่ยนเนื้อหาและเป็นเจ้าภาพในการจัดเวทีองค์กรสื่อระดับนานาชาติมาหลายครั้ง นี่ก็เป็นเรื่องที่ดี เป็นภาพลักษณ์ สุดท้ายผมก็ขอให้ Thai PBS มุ่งมั่น ให้กำลังใจนะครับ มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์บนสื่อเพื่อประโยชน์สาธารณะ ยึดโยงกับพี่น้องประชาชนให้ได้ ขอขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านเกียรติคุณ ต้นยาง ครับ🔗

นายเกียรติคุณ ต้นยาง นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายเกียรติคุณ ต้นยาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนนทบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอบางบัวทอง อำเภอไทรน้อย พรรคประชาชน วันนี้ผมมีความจำเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องลุกขึ้นมาอภิปรายต่อรายงานประจำปีของ Thai PBS ก็ถือว่าเป็นปีละหน คนกันเอง วันนี้เรามาเจอที่เกียกกายก็คุยที่สภา ผมไม่รู้ว่าครั้งหน้าเราจะได้กลับไปคุย ที่วิภาวดีกันอีกหรือเปล่า ถ้าผมอาจจะพูดแรงไปก็รับทราบไว้นะครับว่ามาจากใจ ไม่ได้มาจากอคติ สิ่งที่ผมพูดทั้งหมดวันนี้เป็นใจที่มีให้กับ Thai PBS ในฐานะที่อดีตเคยเป็นคนดู เคยมีส่วนร่วม ในรายการของ Thai PBS🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายเกียรติคุณ ต้นยาง นนทบุรี

จากปีที่แล้วที่ผมเคยอภิปรายท่านไว้ ด้วย Rating คือยอดจำนวนผู้ชม ก็ดีใจนะครับ ปีนี้ท่านก็ตอบสนองโดยการที่ท่าน โชว์ Rating ขึ้นมาอยู่ในหน้าแรก ๆ ของรายงานเลย แสดงว่าสิ่งที่ผมอภิปรายไปเมื่อปีที่แล้ว มันเป็นประโยชน์ ท่านเห็นว่าสมควรที่จะต้องมาอยู่ในหน้าแรก ๆ ของรายงานของท่าน รายละเอียดท่านบอกว่าปีนี้ท่าน Rating ดี ท่านมียอดผู้ชมผ่านจานดาวเทียม PSI ผมถามครับ ใครบ้างตอนนี้ดูทีวีผ่านจานดาวเทียม อำเภอบางบัวทองผม อำเภอไทรน้อยผม ห่างไกล จากที่นี่มากมาย แหงนหน้ามองหลังคาก็ไม่เห็นบ้านไหนมีจานดาวเทียม มันเป็นทีวีดิจิทัล ก่อนหน้านั้นไปแลกกล่อง ต่อมาทีวีบ้านเราเป็นทีวีดิจิทัลหมดแล้ว ราคา ๕,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ก็เป็นทีวีดิจิทัลเสียบเสาธรรมดาก็ดูได้ แล้วท่านบอกว่าอย่างไร มีคนชมท่านผ่านจานดาวเทียม ๓,๘๗๐,๒๒๘ เครื่อง ในประเทศไทยคิดง่าย ๆ มี ๒๕ ล้านครัวเรือน ผมให้ครัวเรือนละ ๑ เครื่อง จริง ๆ บ้านใครไม่มีหรอกทีวีบ้านละเครื่อง แต่ผมให้เลยบ้านละเครื่อง ก็เท่ากับ ๒๕ ล้านเครื่อง มีคนดูท่าน ๓,๘๗๐,๒๒๘ เครื่อง คิดเป็น ๑๕.๓๘ เปอร์เซ็นต์ นี่เฉพาะที่ดูจากจานดาวเทียมของท่านนะครับ ผมก็ไม่ทราบว่า ท่านไปนับจานดาวเทียมที่ไหนมา ในเมืองไทยนี้ยังมีจานดาวเทียมดูทีวีกันอยู่อีกกี่บ้าน ฝากไว้นะครับ แล้วล่าสุดของท่านในเมื่อเป็นดิจิทัลท่านมีรายงานว่ามีผู้ชมผ่านแพลตฟอร์ม ผมเอา Rating ของ กสทช. มาเลย นี่คือ Rating ของ กสทช. ท่านอยู่ลำดับที่เท่าไร ท่านดูได้เลย ผมไม่ต้องบอกนะครับว่าลำดับที่ ๑๔ เดี๋ยวตัวเลขมันจะไปซ้ำกับโรงพยาบาลไหนโรงพยาบาลหนึ่ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะเรียนท่านด้วยความเคารพ เรียนท่านด้วยความรักจริง ๆ นะครับ ผมว่าเราข้ามพ้นเรื่อง Rating เถอะ เพราะมันก็เหมือน Poll ท่านเห็น Poll ไหนที่ท่านชอบใจ ท่านก็เอา Poll นั้นขึ้นมา Promote ท่านก็ว่า Rating ท่านดี เอากันจริง ๆ จัง ๆ ผมให้ท่าน เปรียบเทียบเลยนะครับ Poll ที่ท่านไปสำรวจมาจากจานดาวเทียมกับของผม กสทช. อันไหนมันมาตรฐานดีกว่ากัน เรื่องของยอดผู้ชมก้าวข้ามผ่านไปเลยนะครับ🔗

ต่อไปเป็นเรื่องของรายการ ท่านทราบไหมครับ ประเทศไทยคนส่วนใหญ่ คือเกษตรกรใช่ไหมครับ พื้นที่พื้นดินของประเทศไทยส่วนใหญ่ทำการเกษตรใช่ไหมครับ แต่ท่านดูสิครับ รายการที่เกี่ยวกับการเกษตรมีไหมครับ ผมวงกลม ๆ ไว้ ผังรายการของท่าน มีครับ มีวันอาทิตย์ตอน ๔ โมงเย็น ผมถามว่าเกษตรกรที่ไหนเขาหยุดวันอาทิตย์มาดูรายการท่าน ตอน ๔ โมงเย็น เวลานี้มันเป็นเวลาของราชการเขาหยุดงานหรือเปล่า คนทำงานเอกชน เขาหยุดงานหรือเปล่า ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน คนเลี้ยงวัว เลี้ยงควาย เขามีเวลา เฉพาะวันอาทิตย์ ๔ โมงเย็น วันครอบครัวของเกษตรกรคือวันที่เขาลดค่าใช้จ่ายนะครับ อย่าง สส. เต๋อที่ทำสวนลำไยที่ลำพูน วันเสาร์ วันอาทิตย์ เขาพาลูกพาเมียเพื่อลดค่าใช้จ่าย เข้าสวน ทำไร่ ทำนา ไม่ต้องไปเสียค่าจ้างค่าแรงใคร เพราะฉะนั้นเขาไม่มีเวลามาดูรายการท่านหรอกครับ มหาอำนาจบ้านนา รายการดีครับ ผมชอบดู แต่มันมีอยู่นิดเดียว เทียบเปอร์เซ็นต์ไม่ได้เลยนะครับ บอกไม่เป็นไร ๔ โมงเย็น ไม่ดูไม่เป็นไร มาดู Rerun ครับ ท่าน Rerun ตอน ๕ ทุ่ม เกษตรกรที่ไหนเขาจะนอนดึก ๕ ทุ่มเพื่อมาดูรายการท่าน เพราะเขาต้องตื่นตี ๔ ทำกับข้าว เตรียมอุปกรณ์เพื่อไปเรือกสวน ไร่นาของเขา ตี ๕ ออกจากบ้าน เอาเวลาที่ไหนไปดู ท่านบอกดูจากแพลตฟอร์ม เรือกสวนไร่นา ตรงนั้นมันมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตไหมครับ มีมันเพียงพอไหมครับ มี WiFi ให้เขาดูไหมครับ ปรับเวลานะครับ ให้มันสอดคล้อง ตี ๔ ตี ๕ รายการเกษตรออกไปเลย ออกอากาศตอนตี ๔ ตี ๕ ไปเลย พี่น้องเกษตรกรเขาจะได้ดู แล้วขอเวลาเพิ่มด้วยนะครับ ไม่ใช่มีอยู่นิดเดียว รายการอื่นเยอะแยะมากมาย ละครไปทำแข่งกับเขาทำไม ช่องอื่นเขามีฝีมือให้เขาทำไปละคร ท่านไม่ต้องไปแข่งกับเขานะครับ เอาที่เป็นประโยชน์กับประชาชนดีกว่านะครับ🔗

เรื่องสุดท้ายต้องชมครับ ต้องขอบคุณ Thai PBS ที่ทุกครั้งที่เรามีภัย มหันตภัย รายการดี ๆ สถานีประชาชนลงพื้นที่ทันทีครับ สื่ออื่นอย่างไรไม่รู้ เพราะผมไม่ค่อยดู ผมดูแต่ Thai PBS ก็เลยเห็นครับว่า Thai PBS นี่ลงพื้นที่แล้วมีบอกตลอด ไปเมื่อไร ไปอย่างไร อะไรอย่างไร ติดตามได้และเป็นข้อมูลที่แท้จริง🔗

สุดท้ายที่จะฝากท่านไว้ก็คือ นี่ครับ รายการสถานีประชาชนสัญจร เป็นรายการดีครับท่าน เขาได้งบครั้งละ ๓๐,๐๐๐ บาท ไปจัดค่าอาหาร ไปจัดค่าโน่น ค่านี่ ค่านั่น มันเป็นการช่วยประชาชนเตือนภัยออนไลน์ผู้สูงอายุที่อยู่กับบ้านถูกหลอก เขาไม่มีเวลา เปิดทีวีท่าน เพราะเขาไม่รู้ว่ารายการทีวีของท่านนี้จะเปิดดูได้ตอนไหน แต่รายการสถานี ประชาชนสัญจรเป็นรายการที่ดี เพิ่มให้เขาหน่อยได้ไหมครับ ให้โอกาสเขาหน่อยได้ไหมครับ เพื่อพี่น้องประชาชน อย่างน้อยคนนนทบุรีผมได้ลงมาสัญจรได้บ้าง ผู้เฒ่า ผู้แก่ ก็จะได้ดู รายการทีวี แล้วก็จะได้รับทราบครับว่ารายการดี ๆ มันมีอยู่จริง กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิพนธ์ คนขยัน เชิญครับ🔗

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตร่วมอภิปรายรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๖ ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ Thai PBS เพื่อนสมาชิก ก็พูดหลายประเด็น และผมก็ได้อ่านในฉบับกะทัดรัดที่ท่านส่งมาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้อ่าน ก็ต้องขอชื่นชมครับ ถือว่าอ่านดูแล้วดี แต่สิ่งที่อยากฝากข้อสังเกตครับท่านประธาน วันนี้สื่อมีอิทธิพลมากนะครับ มีอิทธิพลเห็นไหมครับ ลูกเด็กเล็กแดงวันนี้ ตามยุค ตามสมัย ติดตามสื่อ เด็กตัวเล็ก ๆ อายุ ๑-๒ ปีวันนี้ยังเปิดโทรศัพท์เลย อันนี้คือสื่อมีอิทธิพล ดังนั้น ฝาก Thai PBS ที่ดีอยู่แล้วให้ดีกว่านี้ เพียงแต่อยากฝากข้อสังเกตว่า เวลาไปออกข่าว ทำข่าว ติดตามวิเคราะห์ เจาะข่าว เพื่อให้มีความจริงตีแผ่และสร้างความเป็นธรรมนั้น อยากให้เวลาไปเจาะแล้ว เปิดประเด็นแล้ว อยากให้ตามต่อให้จบครับ เพราะอะไรครับ เพราะมีนักข่าวบางช่อง บางสื่อไปทำข่าวไว้แล้ว ไปถึงครึ่งทางหยุด พอไปเปิดหัวจั่วข่าวไว้ ยิ่งใหญ่สะท้านโลกครับ ผู้ชมผู้ฟังก็ติดตามว่าอันนี้มันจะไปอย่างไร มาอย่างไร อันนี้มันอย่างไร สุดท้ายไปหยุดครับ มีบางสถานี บางโทรทัศน์ครับ ดังนั้นอยากให้ Thai PBS สะท้อน ว่า Thai PBS ต่อไปนี้ท่านทำดี ดีอยู่แล้ว ต่อไปนี้ Thai PBS ไม่มีประเภทที่ผมพูด อยากให้ เป็นลักษณะนั้น แต่ที่พูดมีนะครับ บางช่องทีวีไปออกข่าวจั่วหัวเสียรุนแรง ไปดับกลางคันครับ ท่านผู้ชมก็ตามมา ไม่รู้ว่าไปเจอตอหรือเปล่าผมก็ไม่ทราบนะครับ อันนี้ก็เรียนกันตรง ๆ นะครับ ดังนั้นยุคนี้โดยเฉพาะเป็นยุคที่ต้องการให้พี่น้องทั่วประเทศได้รับข้อมูลข่าวสารทันสมัย อย่างเพื่อนพูดเมื่อสักครู่นี้ ท่านธีระชัย แสนแก้ว รายงานเลือกตั้งสุดยอด ก็ชื่นชมครับ แต่ทุก ๆ เรื่องก็ต้องให้สุดยอด ก็ฝากผ่านท่านประธานครับ ฝากข้อสังเกตว่า ท่านทำดีก็ทำดีต่อไป และสิ่งที่ผมพูดเมื่อสักครู่อยากให้สะท้อนถึงสื่อทุกแขนงในประเทศไทยว่า การออกข่าว ให้คุณและโทษคนอื่นมันเป็นสิ่งไม่ดี เจาะข่าว วิเคราะห์ข่าวแล้วต้องเอาให้จบนะครับ อย่าไปหยุด กลางคัน ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปถึง Thai PBS ครับ ชื่นชม ชมเชย และโดยเฉพาะ เปิดถ้ำนาคา บึงกาฬ ไม่พูดไม่ได้ครับท่านประธาน Thai PBS ไปถ่ายทอดสด รายงานข่าว ไปทั่วประเทศ คือชาวบ้าน ๑. อยากออกทีวีครับ พูดกันตรง ๆ พอได้ออก Thai PBS ไปถ่ายทอดสดเปิดถ้ำนาคาที่บึงกาฬ ยอดทะลุเป้าเลย เงินรายได้ก็เข้าสู่การท่องเที่ยว พี่น้อง ประชาชนก็มีเงินมีทองในพื้นที่ครับ ร้านค้าร้านขายอาหารต่าง ๆ ที่พักเต็มหมด ดังนั้นวันนี้ ก็ต้องขอชื่นชมและชมเชย เป็นไปได้ก็ไปเปิดหลาย ๆ ที่ทั่วประเทศนะครับที่มีสถานที่ ท่องเที่ยว และบึงกาฬกำลังเป็นน้องใหม่ ก็อยากฝากให้เปิดสด ๆ แบบนี้นะครับ ท่านผู้ชม ท่านผู้เชียร์ ท่านผู้ฟังก็จะได้เห็นรายการสดกันเลย เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ก็กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสิริลภัส กองตระการ เชิญครับ🔗

นางสาวสิริลภัส กองตระการ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ ผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชนค่ะ ก็วนมาอีกครั้งแล้วนะคะ กับการรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของ Thai PBS ก็ขอสวัสดีด้วยนะคะ ก่อนอื่น ดิฉันก็ขอชื่นชมการทำงานของท่านในการนำเสนอข่าวสาร ข้อมูล ที่ยังคงตอบโจทย์ ของวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม และวัตถุประสงค์ของท่านนะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวสิริลภัส กองตระการ กรุงเทพมหานคร

จากการอภิปรายในครั้งที่แล้ว ดิฉันก็ได้มีข้อเสนอแนะไปนะคะว่า อยากให้ทาง Thai PBS ก็มีการเพิ่มเติมในเรื่องของ เนื้อหาประเด็นเรื่องสุขภาพจิต ที่ตอนนั้นก็เป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างน่ากังวลนะคะ ก็ต้องขอขอบคุณ Thai PBS อีกครั้งนะคะ ดิฉันก็ได้ติดตามอยู่ตลอดว่าในช่อง ใน Page เฟซบุ๊กใด ๆ ต่าง ๆ ก็มีการเพิ่มประเด็นที่เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตของคนไทย เพิ่มมากขึ้น แล้วก็มีการนำเสนอเนื้อหาข่าวที่แตกต่างออกไปในอีกแง่มุม แตกต่างออกจากสื่ออื่น ๆ อย่างเช่น เหตุการณ์น้ำท่วม เป็นต้น สื่อต่าง ๆ ที่ได้นำเสนอข่าวก็อาจจะมีการเสนอข่าวเรื่องของ ความเสียหายในเรื่องของบ้านเรือน แต่ดิฉันประทับใจมากค่ะ ที่ Thai PBS ได้มีการรายงาน เรื่องของความเสียหายทางด้านสภาพจิตใจของประชาชนด้วย ซึ่งถือว่าเป็นแง่มุมที่คนอาจจะ ไม่ค่อยมองเห็นเท่าไรนะคะ ๔๘ ชั่วโมง พลิกโฉมประเทศไทย สู่ภาพอนาคตหลังการเลือกตั้ง” เจาะออกมาเป็นการทำ Policy Watch ติดตามนโยบายของรัฐบาลค่ะ เมื่อเข้าเว็บไซต์ไปแล้ว ก็มีการแบ่งแยกหมวดหมู่ มีการติดตามความคืบหน้าแล้วดูง่ายมากเลย ถ้าประชาชน ยังไม่ทราบนะคะ อันนี้ดิฉันขอประชาสัมพันธ์แทน Thai PBS เลยนะคะว่า เรามี Policy Watch อยู่แบบนี้นะคะ ติดตามการทำงานของรัฐบาลได้เลยว่านโยบายไหนที่ได้เคยหาเสียงไว้ ทำไปได้ถึงไหนแล้ว นอกจากนี้ก็ยังมีอีก ๑ รายการที่ดิฉันคิดว่าน่าสนใจ นั่นก็คือ การเช็กข้อมูลข่าวสารค่ะ ว่าสื่อต่าง ๆ ที่ออกมา Content ต่าง ๆ ที่ออกมานั้นมันเป็นเรื่องจริง หรือว่ามันเป็นเรื่องหลอก นั่นก็คือรายการชัวร์หรือมัวนั่นเอง อันนี้มันมีเนื้อหาที่หลากหลายมาก อย่างเช่น ใบมะละกอรักษามะเร็งได้ไหม เขาก็จะมาชี้แจงแบบนี้ ซึ่งถือว่าเป็นการให้ความรู้ กับประชาชนมาก ๆ เลยนะคะ แล้วก็ดิฉันก็ได้ติดตามความเคลื่อนไหวในเฟซบุ๊กของ Thai PBS อยู่เสมอ ๆ แล้วก็ดีใจที่ได้มี ๑ โพสต์ ที่ท่านได้เปิดโอกาสให้กับผู้ผลิตหรือว่านักผลิตหน้าใหม่ นักผลิตรายการ Series ใด ๆ ต่าง ๆ ให้เข้ามาช่วยกันประมูลที่จะทำรายการที่เกี่ยวกับ พวกสารคดี Series หรือว่าละครที่เกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ในสังคม อย่างเช่น เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องสุขภาพจิต เป็นต้น ดิฉันก็ขออนุญาตนะคะ ในปีที่แล้วแนะนำเรื่องของสุขภาพจิตไปแล้ว ในปีนี้ดิฉันก็อยากนำเสนออีกสัก ๑ ประเด็น นั่นก็คือสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวค่ะ ก็อยากจะให้นำประเด็นนี้ออกไปสื่อสารกับประชาชน คือดิฉันก็เป็น ๑ คนที่ชอบฟัง พวกเกี่ยวกับคดีฆาตกรรม อาชญากรรมอะไรอย่างนี้ค่ะ แล้วก็มันมีการสืบเสาะ ค้นไปว่า จริง ๆ แล้วเมื่อดูไปถึงการเลี้ยงดูของตัวอาชญากรแล้ว เขามีความรุนแรงในครอบครัว เขาถูกเลี้ยงดูมาด้วยความรุนแรง ถ้าเป็นไปได้ก็อาจจะมีรายการที่ลองดูไหมว่าหยิบคดี อาชญากรรมขึ้นมาแล้วก็ไปวิเคราะห์ เขาเรียกว่าอะไรคะ วิเคราะห์พฤติกรรมของอาชญากร คนนั้น ลองไปสืบเสาะ ไปดูสิว่าตอนเด็ก ๆ เขามีพื้นปูมหลังอย่างไร เขาโดนเลี้ยงมา ด้วยความรุนแรงหรือไม่ รายการแบบนี้ก็อาจจะเป็นอีก ๑ เสียงสะท้อนได้ว่าความรุนแรง ในครอบครัวที่เกิดกับประเทศไทยในปัจจุบันนั้นมันส่งผลต่อบุคคลคนหนึ่งให้เติบโต มาเป็นอย่างไร ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิทยา แก้วภราดัย เชิญครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ขออนุญาตที่จะแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นนะครับ เรียกง่าย ๆ แล้วกันนะครับ ทาง Thai PBS ผมรู้สึกประทับใจ ตั้งแต่รายงาน เราเริ่มต้นจากผู้รายงาน ขออนุญาตชื่นชมครับ ท่านอธิบายได้เป็นขั้นเป็นตอน แล้วก็เริ่มต้นจากสิ่งที่ดีงามมากครับ ก็คือทำเล่มเล็ก ๆ มาเพื่อแสดงถึงการร่วมกันทำโลก ให้เป็นสีเขียว รักษาโลกร้อนนะครับ ซึ่งผมคิดว่า Thai PBS มีลักษณะที่แข็งอยู่🔗

ประการที่ ๑ ที่ต่างกับโทรทัศน์ทุกช่องในประเทศไทยนะครับ ก็คือเป็นโทรทัศน์ ที่ไม่ต้องดิ้นรนหานายทุน ไม่ต้องสยบอยู่ใต้อำนาจใคร มีความเป็นตัวของตัวเองได้สูง สุดท้าย ก็อยู่ที่ว่าเราจะค้นพบตัวเราเองอย่างไร กำหนดทิศทางอย่างไร เราอาจจะไม่ใช่ทีวี ที่ไปอย่างหวือหวาเหมือนทีวีที่เสนอข่าวทางการเมือง เราอาจจะไม่ใช่ทีวีที่ผลิตรายการ สารคดีไม่ใช่สารคดีนะครับ ประเภทนิยายที่ชาวบ้านต้องติดกันทั้งบ้านทั้งเมือง เพราะฉะนั้น สิ่งที่ท่านเกริ่นมาทีแรกผมคิดว่ามันสะท้อนถึงจิตใจจริง ๆ ของ Thai PBS ท่านกำลัง ต้องทำตัวเป็นเหมือนที่ท่านเกริ่น ก็คือทำเป็นโทรทัศน์สีเขียว โทรทัศน์ที่รักษาไว้ ซึ่งสิ่งแวดล้อม สิ่งที่ดี ท่านพูดถึงการเข้าร่วมกิจกรรมในการช่วยเหลือประชาชน กรณีการเกิดอุทกภัย ก็ดีครับ เป็นการเรียกร้องประชาชนให้รู้จักในการเสียสละในยาม ที่เดือดร้อน ได้พึ่งพาซึ่งกันและกัน แต่สิ่งที่นอกเหนือกว่านั้นครับ ท่านต้องเป็นสื่อ ที่ต้องสะท้อนให้เห็นครับว่าวิกฤติที่มันเกิดขึ้นมันมีที่มาที่ไปอย่างไร มากกว่าการที่ไปวิ่งตาม กระแสน้ำที่ไหลไปเรื่อย ๆ ผมเรียนกับท่านได้เลยครับตามประสบการณ์ ประเทศไทยเรานี้มันก็เป็นธรรมชาติ ที่เป็นไปตามกฎเกณฑ์เลยครับ ฝนจะเริ่มมาจากภาคเหนือครับ ช่วงนี้ท่านจะเผชิญภาคเหนือ แล้วก็น้ำจากภาคเหนือมันไหลลงแม่น้ำโขงได้ประมาณสักไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่ มันก็จะไหลมาในผืนแผ่นดินทองแผ่นนี้นะครับ ไล่มาจนถึงเจ้าพระยา ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ ข้างหลังเรา ตรงนี้ครับ เพราะฉะนั้นการไหลของน้ำจากภาคเหนือมันไหลมาพร้อมกับฤดูกาลที่เดินตาม กระแสน้ำมาเรื่อย ๆ ฝนเริ่มตกจากภาคเหนือสุดและทยอยไล่ลงมาเรื่อย ๆ ครับ ขึ้นเดือนตุลาคมที่จะลงหนักก็คือภาคกลาง แน่นอนครับ เมื่อท่านติดตามเรื่องน้ำท่วมที่โน่น ท่านก็ลองติดตามดูสิครับว่า เหตุทำไมมันเกิด Landslide ภาษา Landslide เรานึกว่า ภาษาการเมืองครับ แต่นี่คือภาษาธรรมชาติ ผมเป็น สส. ครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๓๑ ครับ ผมได้ยินคำว่า Landslide ครั้งแรก เกิดที่บ้านผมครับ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชครับ ฝนตกติดต่อกันเกือบเดือน หลังจากนั้นก็เกิด Landslide ผมก็ยังไม่เข้าใจ Landslide คืออะไร แต่เราเห็นภาพที่เกิดขึ้น มันคือเรื่องของแผ่นดินที่ไหลลงมาจากภูเขาเป็นแผ่น แล้วกวาดหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านจมหายไป ตายไป ๒๐๐ กว่าคนครับ บ้านเรือนเสียหายไปเกือบ ๓๐๐ หลัง น้ำที่ไหลจากภูเขากว่าจะออกทะเลได้ครับ มันเจิ่งอยู่ในพื้นที่ราบ จมอยู่ในพื้นที่ ลุ่มน้ำปากพนัง นครศรีธรรมราช ๓ เดือนเต็ม จนเป็นที่มาของโครงการพระราชดำริ โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง แล้วก็จากแผ่นดิน Landslide ครับ สิ่งที่เปลี่ยนกติกา ของบ้านเมืองเราก็คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศยุติการอนุญาตโค่นป่าทั้งหมด ทั้งประเทศ Landslide ทำให้เรายุติการโค่นป่าครับ Landslide ไม่ใช่ชนะทั้งแผ่นดิน Landslide คือความเสียหายจากวิถีธรรมชาติ เราอาจจะคุ้นเคยคำว่า Landslide ทางการเมือง แต่วันนี้ท่านเจอ Landslide ที่เป็นธรรมชาติ คราวนี้เราคือโทรทัศน์สีเขียว เราคือโทรทัศน์ที่จะอยู่เคียงข้างกับสิ่งแวดล้อมที่จะให้บทเรียนกับประชาชน ต้องตามต่อนะครับ เพราะผมคิดว่าผมฟังท่านเกริ่น ผมเลยนึกว่า เออใช่ Thai PBS เขามีจิตวิญญาณของเขา มีความเป็นตัวตน ไม่ใช่สื่อทั่วไปที่จะไปแข่งด้านอื่น Thai PBS ไม่ใช่เก่งในการที่จะโจมตี รัฐบาล ถึงแม้ว่ารับเงินจากองค์กรของรัฐ แต่ Thai PBS กำลังสะท้อนความเป็นกลาง แต่ต้องไม่หนักเกินถึงขั้นยืนตรงข้ามรัฐบาล เพื่อสะท้อนจุดยืนบางอย่าง ท่านไปไม่ถึงหรอกครับ คือจะสะท้อนอย่างทีวีทั่วไปที่มันวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและหวือหวา ท่านไปไม่ถึง เพราะฉะนั้นท่านกลับมาที่ตัวตนที่เป็นจริงของท่าน ผมเลยขออนุญาตใช้เวลานี้ในการหารือว่า ทิศทาง Thai PBS ที่ควรจะเป็น อย่างไร ท่านตามเรื่องน้ำท่วมภาคเหนือครับ แล้วท่านชี้นำ มาได้เลยครับว่าหลังจากตกภาคเหนือ มันจะตกภาคกลาง พอตกภาคกลางมันจะขัง อยู่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยานานที่สุดกว่าจะออกอ่าวไทย นี่คือการท่วมขังของน้ำ ท่านต้องประเมิน เพื่อให้คนรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ผมมีบทเรียนจาก Landslide ที่นครศรีธรรมราชครับ แล้วน้ำคึงขังอยู่ลุ่มน้ำปากพนัง บริเวณ ๕-๖ อำเภอ ๓ เดือนเต็มครับ น้ำขังอยู่ รอการระบายลงทะเล ไม่ใช่รอระบายลงท่อครับ รอระบายลงทะเล ประเทศไทย ก็เหมือนกันครับ มันเป็นแผ่นดินทองอยู่ตรงนี้ครับ จากภาคเหนือวันนี้มันก็จะมาคึงขัง อยู่ในภาคกลาง ลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งหมด กว่าจะระบายออกไป เพราะฉะนั้นท่านก็ต้อง ให้บทเรียนกับประชาชน ถอดบทเรียน ภาคกลางเราจะไม่เจอ Landslide ครับ เราจะเจอ น้ำกัดเท้า เราเจอรถติด เราเจอการสัญจรไปมาที่ค่อนข้างจะลำบาก มีการเจิ่งนองในหมู่บ้าน ทุกอย่างก็จะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเราปรับเราให้เท่าทันกับธรรมชาติในการที่จะเตรียม พี่น้องประชาชนเข้าพบกับโลกที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากความร้อน ผมก็คิดว่า Thai PBS ก็จะโดดเด่นครับ แล้วเราก็จะมีลูกค้าประจำที่จำเป็นจะต้องติดตามเหตุการณ์ บ้านเมือง ตามสถานการณ์ที่เป็นจริง ขออนุญาตแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนะครับ แล้วก็คิดว่า เป็นความคิดเห็นโดยสุจริตใจเท่าที่ติดตามการทำงานของท่านมาครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เชิญครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผมนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายในรายงานเพื่อเสนอแนะ และจริง ๆ ชื่นชมนะครับ เพราะว่าจริง ๆ ผมเป็นแฟนรายการหลายรายการของ Thai PBS ด้วย จริง ๆ ทุกช่องทางนะครับ ผมก็ไม่รู้ อยู่ดี ๆ มันก็โผล่มาทุกช่องทางเลย อย่างเช่น Podcast เล่ารอบโลกของอาจารย์ปิติ ศรีแสงนาม ผมก็เป็นแฟนประจำ เพราะตัวผมเองก็ทำงาน เกี่ยวกับรัฐสภาอาเซียนอยู่เยอะ แล้วท่านก็มีความรู้เกี่ยวกับ ASEAN เป็นจำนวนมาก ก็ได้นำไปปรับใช้แล้วก็ในการทำงานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย อย่างรายการ ที่ผมชอบอีกอันหนึ่ง เนื่องจากเป็นมัคคุเทศก์เก่าด้วยนะครับ ก็เป็นเรื่องของรายการ จากรากสู่เรา ซึ่งจริง ๆ ก็ทำหลายย่านในกรุงเทพมหานครและจริง ๆ ก็หลายจังหวัด ซึ่งอันนี้ ก็เป็นประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตคลองสาน ธนบุรี แล้วก็เขตเก่าผม บางกอกใหญ่ ที่ผมเป็นผู้แทนอยู่ด้วย ก็ได้ไปทำในหลายครั้ง ก็ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ครับ จริง ๆ แล้ว อันนี้ก็อภิปรายฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลนะครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วผมเอง ก็ตามเรื่องของ Soft Power อยู่หลายอันครับ และผมเห็นว่าจริง ๆ แล้วมีหลายโครงการ ที่เคยอภิปรายไปก่อนหน้านี้มันก็มีความทับซ้อนของการอยากใช้งบประมาณในการ Promote ซึ่งทำรายการต่าง ๆ คล้ายคลึงกับสิ่งที่ Thai PBS ทำอยู่นะครับ แล้วก็จริง ๆ แล้วก็ไม่แน่ใจ ในความโปร่งใสของโครงการนั้น ๆ ด้วยนะครับว่า อย่างโครงการเกี่ยวกับการทำ Thailand Tourism Channel อะไรนี่ครับ ประมาณนี้ ผมจำชื่อหลักไม่ได้ ก็คือเดี๋ยวไปตั้งช่องทาง แพลตฟอร์มใหม่อะไรก็ไม่รู้ครับ เพื่อเป็นช่องนี้ เข้าใจว่าคล้าย ๆ Travel Channel ที่อยู่ในเคเบิลทีวีต่าง ๆ ซึ่งผมเห็นว่าไม่จำเป็นเลยนะครับ สิ่งที่ Thai PBS หรือรัฐบาล ควรจะทำร่วมกัน ก็คือการยกระดับครับ Thai PBS World ให้วันหนึ่งมันเป็นเหมือน NHK World เพราะผมเองพูดตามตรงครับ ก็ไม่ต่าง ดูช่องข่าวต่างประเทศค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะ NHK World ซึ่งจริง ๆ เขาก็มีสอดแทรกสาระเป็นรายการต่าง ๆ นะครับ ก็ทำเป็น Soft Power โดนตกไปเยอะ จนผมไปเรียนภาษาญี่ปุ่นนะครับท่านประธาน อย่างรายการที่ผมชอบคือ Begin Japanology ผมว่าหลายท่านก็น่าจะรู้จัก ผมก็อยากให้ Thai PBS ได้ทำรายการ ก๊อบปี้เขาเลยครับ Begin Thainology ครับ ซึ่งอันนี้มันก็จะไปทุกด้านเลยนะครับ ตั้งแต่เครื่องถมทอง Lacquer wood ของญี่ปุ่นหรืออะไรต่าง ๆ ผมว่าเมืองไทยก็มีอีกเยอะ แล้วอันนี้จะทำให้มันเป็น Series สัก ๑ ชั่วโมงครับ เราสามารถทำได้ทุกเรื่องในไทย และผมว่าอันนี้มันจะเป็นตัวยกระดับคุณค่าของการท่องเที่ยว แล้วก็งานฝีมือไทย ให้มันเจาะลึกมากกว่าเดิม หรือว่าจริง ๆ แล้วก็มีหลายส่วนที่ Thai PBS World สามารถร่วมกับ Influencer ต่างประเทศได้ครับ อย่างตอนนี้ก็มีช่องเรียกว่า OTA ผมก็ไม่แน่ใจ ย่อจากอะไร เป็น Chef ฝรั่งท่านหนึ่งเขาอยู่เมืองไทย เขาก็ทำเรื่องมัสมั่น เรื่องอะไรไปเรื่อย ๆ ที่จริงน่าจะไปหาผู้ผลิตรายการอย่างนี้ แล้วก็ยกระดับเขามาสู่แพลตฟอร์มของเราที่มันใหญ่ขึ้น เนื่องจากก็มีเนื้อหาที่ผมว่าทำได้ดีในเชิงบันเทิงคดีด้วยซ้ำ อย่าง Spirit of Asia ผมชื่นชมครับ ในการชี้ให้ชัดถึงความหลากหลาย ผมว่าพรรคผมก็โดนล่าสุดเรื่องอันนี้ไปนะเกิดกระแส ชาตินิยมมากมาย ถ้าทุกคนได้ดู Spirit of Asia ได้เข้าใจความเป็นอุษาคเนย์ของเรานี้ เราก็จะรู้เลยครับว่าจริง ๆ แล้วเราก็เป็นคนที่ไม่ได้ต่างกัน มีรากวัฒนธรรมเดียวกันเสียด้วยซ้ำ อันนี้คือส่งเสริมความหลากหลาย ความเข้าใจกันของสังคมครับ อันนี้จริง ๆ ผมฝากแค่นี้ละครับ แค่เป็นแฟนรายการคนหนึ่งที่บังเอิญมาเป็นผู้แทนแล้วก็อยากเห็น Thai PBS มีส่วนร่วม ในการช่วยขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล เรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ Soft Power แล้วก็ช่วยประหยัดงบประมาณของรัฐ แล้วก็ลดช่องว่างของการทุจริตที่เกิดขึ้นในอนาคต🔗

เรื่องสุดท้ายก็ต้องฝากครับ พูดมาเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ Soft Power จริง ๆ ก็อยากให้ Thai PBS ตอนนี้ได้เงินจากภาษีบาป เงินสรรพสามิตที่สุราก้าวหน้า ผมก็เป็นส่วนหนึ่ง จริง ๆ ผมนี่เป็นคนจ่ายเงินให้ Thai PBS นะครับ เพราะผมก็เป็นผู้ผลิตสุรา ดังนั้นจริง ๆ ก็ฝากมาจากเสียงเพื่อนร่วมอาชีพครับ บอกว่าจริง ๆ Thai PBS ก็สามารถ มีรายการที่เกี่ยวกับการลงไปดูเรื่องสุราชุมชนต่าง ๆ ได้นะครับ เพราะว่าอันนี้ก็คือจากรากสู่เรา เช่นกัน ซึ่งอันนี้อยากให้มีความกล้าหาญในการทำหนังสือไปถึงกรมควบคุมโรค สำนักงาน ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กระทรวงสาธารณสุขนะครับว่า ให้ทำอย่างไรได้บ้าง เพราะผมว่า อันนี้เป็นเพื่อการศึกษา ไม่ใช่เพื่อการโฆษณาอยู่แล้ว ก็น่าจะทำได้ครับ เพราะว่า ต้องบอกตามตรงครับ ถ้าสุราก้าวหน้าไม่เกิดขึ้นในเร็ววันนี้ สุราชุมชนหรือใครจะเรียก สุราอะไรก็ได้ครับ ก็จะสูญพันธุ์ในเร็ววัน อย่างน้อย Thai PBS ถ้ามันจะสูญพันธุ์จริง ๆ ก็ช่วยไปบันทึกประวัติศาสตร์ ว่าประเทศเราเคยมีสิ่งนี้หน่อยก็ได้ครับ เผื่อสุราก้าวหน้าของผม ไม่ผ่านครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปท่านอดิศร เพียงเกษ เชิญครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดขอนแก่น ผมอภิปรายเรื่อง Thai PBS ปีที่แล้ว แล้วกลับไปดูทีวีของท่าน ผมติดใจ อยู่เรื่องหนึ่งคือไม่มีการโฆษณา ไม่มีการโฆษณานี่แตกต่างจากช่องอื่น ๆ เดี๋ยวโฆษณาโน่น เดี๋ยวโฆษณานี่จนรำคาญ ก็ขอให้ทำเรื่องนี้ต่อไป เพราะท่านไม่ได้หารายได้ มีเงินงบประมาณ สนับสนุนท่านทุกรายการ บุคลากรในนั้นก็กินเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ปี ๒๕๖๖ ๒,๘๓๙ ล้านบาท อันนี้คือผลิตรายการ ไม่ต้องไปหวังพึ่ง Sponsor อะไร ผมชมรายการ เพลงลูกทุ่งเก่า ๆ ครับ ดีเหมือนกัน เอาชาย เมืองสิงห์ เอาชาญ เย็นแข สมัยหลาย ๆ คน ยังไม่เกิด ก็มีความสุขยังเอาพวกนี้มาอยู่ แต่ผมติดใจครับ วันนี้ไม่พูดไม่ได้ บางรายการ โดยเฉพาะรายการวิเคราะห์ข่าว ขออนุญาตตรงไปตรงมา ได้ทราบข่าวว่าล้มละลายมาจาก ช่องอื่น อยู่ ๆ ก็มาโผล่ประมูลได้เป็นชื่อบริษัทกาแฟที่ไม่ใส่น้ำตาลแล้วก็วิพากษ์วิจารณ์ เป็นอะไรก็ไม่รู้ ผมว่ามันเอียงข้างไป เอาเงินภาษีอากรไปจ้างคนพันธุ์นี้ ถอดรายการนี้ ออกได้ไหมครับ ถ้าไม่เป็นกลาง ถ้าเอียงข้างก็ไปตั้งโทรทัศน์ใหม่เลย เชิญแขกรับเชิญก็เอียงข้าง เช้ารัฐบาล เที่ยงรัฐบาล บ่ายรัฐบาล เย็น แถมรอบดึกด่ารัฐบาลอย่างเดียว ผมไม่ใช่ว่า อยากให้มาเชียร์นะครับ เอียงไปเหมือนกับเป็นโทรทัศน์ช่องของพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่ง มันไม่ชอบโดยวิถีเอาเงินภาษีอากรไปทำอย่างนี้ ผมอยากให้ท่าน เป็นอิสระโดยไม่เอียงข้าง ไม่ต้องถูกด่า ไม่ต้องมาเชียร์ เรื่องเลือกตั้งดีครับ ท่านทำดี แต่วิเคราะห์การจับขั้วข่าวนี่มันเอียงแล้ว ชี้นำสังคมแล้ว ท่านไม่ใช่สถานีการเมือง ผมนี่เป็นประธาน Asia Update D-Station People Channel นี่คือทีวีเอียงข้างครับ ของผมเอียงข้างเชียร์เสื้อแดงอย่างเดียว แต่ของท่าน Thai PBS ไปเชียร์ใครล่ะครับ พอเจอคนที่กาแฟไม่ใส่น้ำตาล ผมเปิดหนีเลย เพราะผมไม่ชอบตั้งแต่อยู่แถวบางนา ท่านครับ อย่าทำให้ Thai PBS เสียเพราะคน ๆ นี้เลย ไปพิจารณาใหม่ ไปดูเทปย้อนหลังสิว่า คุณพูดเอียงข้างมากี่ครั้ง ๆ อย่าให้มีอีกนะครับ ถ้าคุณไม่ปรับผมจะจองเวรจองกรรม เอางบประมาณไปจ้างคนมาตำหนิฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมันไม่ชอบโดยวิถีทางทีวีสาธารณะ ท่านที่เคารพครับ เกรงใจคนที่ดูด้วยนะครับ แน่นอนการเมืองมันเลือกข้าง การเมือง เหมือนลูกทุเรียน คนชอบก็ชอบ คนไม่ชอบก็ไม่กิน แต่ว่า Thai PBS อย่าเผลอไปทำกับเขาครับ ผู้ประกาศข่าวก็สูงอายุหน่อยของเรานะครับ ต้องรักษาพันธุ์เก่าไว้ ก็ดี ถ้าไปเปรียบเทียบ ความสวยสู้พิธีกรช่องอื่นไม่ได้ แต่ว่ายังสวยลึก ๆ อยู่ ผมพูดวันนี้อย่างตรงไปตรงมา อย่าโกรธกันครับ ผมที่เอ่ยถึงนั้นผมรู้จักเขาดี ไม่ว่ารัฐบาล ชุดไหนมา แกก็ด่าอย่างเดียว อาชีพแก เชียร์ไม่เป็น ไม่ทราบว่าเงินหมื่นที่ให้ไปเมื่อวานนี้ ท่านคัดค้านหรือเปล่าไม่รู้ เพราะผมเลิกดูเลยวิเคราะห์ข่าว อย่าเอาอารมณ์ความรู้สึก ความคิดส่วนตนที่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่งไปออกรายการ Thai PBS ซึ่งเก็บภาษีอากรไปจ้าง เงินเดือน จ้างรายการของท่าน ท่านไม่ต้องไปหา Sponsor หรือมี Sponsor ก็ไม่รู้ แขกรับเชิญ วันนี้ คุณ Mark ไว้เลยว่าต้องเป็นคนนี้คิดอย่างนี้ พูดอย่างนี้ มันก็ไม่ต่างจากรายการข่าวอื่น หรอกครับ จึงพูดตรงไปตรงมาอย่าโกรธกัน ตอบให้ได้ไหมว่าจะถอดรายการนี้ออกจากทีวี ของท่าน ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านไม่ได้บอกรายการแล้วเขาจะถอดได้อย่างไรท่านอดิศร เพราะฉะนั้นให้ท่านถอดอะไร ท่านไม่ได้บอกชื่อ เขาจะถอดได้อย่างไรละครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

กาแฟที่ไม่ใส่น้ำตาลครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีนะครับ ต่อไปนะครับ ท่านฐากร ตัณฑสิทธิ์ เชิญครับ🔗

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม ฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทยครับ วันนี้ขออนุญาตมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานของ Thai PBS ประจำปี ๒๕๖๖ ครับ ผมเรียนในประเด็นแรกก่อนนะครับ ๑. ก็คือรายงานประจำปี ของ Thai PBS ควรที่จะมีรายงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินประกบมาด้วยครับ ท่านประธาน ถ้าอย่างนั้นมันดูไม่ออกจริง ๆ ครับ อยากจะให้เป็นแนวปฏิบัติในปี ๒๕๖๗ ครับท่านประธาน เพราะว่ารายงานการปฏิบัติงานประจำปีก็คือรายงานงบการเงิน แต่ไม่มีรายงานงบการเงินของ สตง. ประกบเข้ามาด้วย ตรงนี้ก็จะมีของ สตง. เข้ามา ในภายหลัง เมื่อเราจะอภิปรายเรื่องงบการเงิน สตง. ก็จะเป็นคนตอบ ณ วันนั้น ก็จะเป็นปัญหาในการที่เราจะมาพิจารณาในเรื่องนี้ ผมอยากจะฝากท่านประธานจริง ๆ ครับว่า เรื่องรายงานประจำปีขององค์กรต่าง ๆ ที่ไม่ได้ขอเงินงบประมาณ จะต้องมีรายงาน ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินประกบเข้ามาด้วย อย่างเช่นของ กสทช. เมื่อผมอภิปรายไป ณ วันนี้ก็มีรายงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินประกบเข้ามาด้วยทุกครั้ง ก็ต้องเรียน ท่านประธานด้วยความเป็นห่วงครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะอภิปรายต่อไปก็คือ ไหน ๆ รายงานของ Thai PBS ก็เข้ามาแล้ว ก็คือรายงานการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๖ ครับ ผมเห็นด้วยกับท่านอดิศร เป็นอย่างยิ่ง ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านครับ ผมเรียนท่านอย่างนี้ครับว่า Thai PBS เป็นช่องโทรทัศน์ที่คล้าย ๆ กับ ๓ ช่องครับ ๓ ช่องของหน่วยงานของรัฐ ก็คือ ของกรมประชาสัมพันธ์ ของกองทัพบก แล้วก็ Thai PBS นอกนั้นเขาเป็นทีวีที่เกิดจาก การประมูลคลื่นความถี่มาครับท่านประธาน เขาเรียกว่าทีวีธุรกิจครับ มันแตกต่างกัน Thai PBS มีเงินรายได้ที่เกิดจากภาษีบาปที่เข้าไปสนับสนุน แต่ส่วนของกรมประชาสัมพันธ์ก็คือ ตั้งงบประมาณแผ่นดินเข้าไปในการสนับสนุนครับ ของกองทัพบกก็เป็นเกี่ยวกับความมั่นคง ยังมีการโฆษณาได้ ก็มีรายได้เกิดขึ้นพอสมควร ตรงนี้ก็มีกระบวนการที่แตกต่างกัน แต่เมื่อท่านมาดู Rating ครับท่านประธาน Rating นี่ผมเรียนได้เลยนะครับว่า เมื่อไปดู Rating เทียบกับช่องที่เป็นทีวีที่เกิดจากการประมูลคลื่นความถี่มา ๓ ช่องนี้อยู่ติดลำดับที่เราเรียกกันว่า สูสีกันครับ ยังดีว่า Thai PBS เหนือกว่าทั้ง ๓ ช่องนี้ ๓ ช่องที่เป็นของรัฐอยู่ในปัจจุบันนี้ อยากจะเรียนอย่างนี้ครับ เสียงสะท้อนที่มาจากพวกที่ประมูลทีวีดิจิทัล เขาอิจฉา Thai PBS มาก อยากจะเรียนครับ เขาบอกว่าถ้าเขามีเงิน ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เขาขอแค่ ๑,๐๐๐ ล้านบาท เป็นการโฆษณาต่อปี เขาทำได้ดีกว่านี้ครับ ประสิทธิภาพในการทำได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ของ Thai PBS ในขณะนี้ ขอแค่งบประมาณที่เขามีอยู่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีที่มีรายได้เข้ามา เขาจะสามารถบริหารจัดการของเขาได้ดีกว่านี้ อยากจะฝากจริง ๆ ครับว่า ในวันนี้รายการต่าง ๆ ผมอยากจะให้เปิดให้มันกว้างกว่านี้ ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า ผมเป็นคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ครั้งที่แล้วครับ ช่อง Thai PBS เป็นช่องที่มีข่าวที่ออกมาโจมตีพวกเราของพรรคไทยสร้างไทยนี้ ๓ คน ๖ คนที่ลงมติครับ ทั้ง ๆ ที่เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนเดียว ผมอยากจะนำเรียน จริง ๆ ครับว่า ตรงนี้มันเป็นตราบาปสำหรับ สส. ของพวกเราที่ลงมติกัน ทั้ง ๆ ที่เราเองนี้ ทำไมเราไม่มีปากมีเสียงที่จะต้องไปตอบกับทาง Thai PBS ในเมื่อท่านสามารถที่จะเชิญคนอื่น เข้าไปให้สัมภาษณ์ในมุมมองของท่านได้ ปกติแล้วท่านต้องเชิญผู้ที่ได้รับผลกระทบเข้าไป แสดงความคิดเห็น เพื่อที่จะให้ประชาชน Weight น้ำหนักว่าใครมีน้ำหนักที่ดีกว่ากัน ในการที่เขาลงมติในครั้งนั้น แต่ละอันมันมีเหตุผลที่แตกต่างกัน แต่วันนี้ประชาชนฟังข่าว ข้างเดียวครับ เพราะฉะนั้นผมต้องเรียนท่านตรง ๆ ว่า ในกระบวนการที่สื่อจะเป็นกลาง ในฐานะที่ผมเป็นอดีตเลขาธิการ กสทช. เก่า ท่านก็ทราบดีนะครับว่า การที่เป็นกลาง มันจะต้องให้ทั้ง ๒ ฝ่าย ที่จะ Debate น้ำหนักต่อกันว่าท่านทำไมทำอย่างนั้น ท่านทำไม ทำอย่างนี้ คนหนึ่งทำไมทำอย่างนั้น คนหนึ่งทำไมทำอย่างนี้ เมื่อ Debate ด้วยกันแล้ว จะทำให้น้ำหนักที่ประชาชนรับฟัง ให้เขาตัดสินใจเอง แต่ไม่ใช่ว่ามีฝ่ายเดียวในการที่จะเป็น คนพูด ดังนั้นมันคงไม่ใช่ครับ ผมขออนุญาตเรียนท่านว่าสิ่งนี้อยากจะฝากท่านจริง ๆ ครับว่า เราไม่ได้อยากให้สื่อของท่านที่เป็นสื่อที่ดีอยู่แล้ว ผมชื่นชมนะครับว่าในอดีตที่ผ่านมา ช่อง Thai PBS เป็นช่องที่เป็นความหวังของพี่น้องประชาชนในอดีตที่ผ่านมา วันนี้ผมไม่อยากให้ สื่อต่าง ๆ เรามีกลุ่มเป้าหมายที่เราจะทำแล้วมันทำให้คนอื่นเสียหาย เสียหายนี้ยังไม่เพียงพอครับ มันทำให้เสียชื่อเสียง เสียเกียรติยศในอดีตที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านเมื่อสักครู่นี้ครับ ผมต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านอดิศรอีกครั้งนะครับ ท่านอภิปราย ผมจะอภิปรายคงไม่ต้อง อภิปรายแล้ว เพราะว่าผมเป็นคนที่ได้รับผลกระทบจริง ๆ ครับ โดยเฉพาะคนที่นั่งอยู่ข้างผม สส. ทั้งหมด ๖ คน ได้รับผลกระทบ แต่เราไม่สามารถจะชี้แจงรายการของท่านได้เลย ในวันนี้ถ้าท่านอยากจะเชิญผมไปชี้แจง เชิญได้เลยนะครับ เราพร้อมที่จะตอบทุกคำถาม ว่ามันเกิดจากอะไรทั้งสิ้นครับ ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเทียบจุฑา ขาวขำ เชิญครับ🔗

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอร่วมอภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๖ ของ Thai PBS ในครั้งนี้ ดิฉันเองก็ได้อ่านรายงานแล้ว ดิฉันต้องขอชื่นชมรายงานฉบับนี้นะคะ ก็เป็นที่น่าสนใจ อ่านง่าย รูปเล่มดี ใช้กระดาษดี รูปเล่มสวยงามและข้อมูลก็ทันสมัย โดยเฉพาะในหน้าที่ ๑ ดิฉันต้องขอชื่นชม Thai PBS ชื่นชมว่าท่านคงจะทำผังรายการดี เพราะมีสถิติผู้เข้าชม แล้วก็เข้าเว็บไซต์ดูเพิ่มขึ้นจาก พ.ศ. ๒๕๖๕ จำนวน ๕๐๕ เปอร์เซ็นต์ค่ะท่านประธาน แสดงให้เห็นว่ามีประชาชนสนใจมากกับรายการของ Thai PBS ที่เป็นสื่อที่ยึดโยงประชาชน เป็นศูนย์กลาง แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารว่ามุ่งมั่นเป็นสื่อสาธารณะที่สร้างสรรค์ ให้กับสังคมที่มีคุณภาพและคุณธรรม ดิฉันชอบดูค่ะ Thai PBS ดิฉันเป็นแฟนรายการคนหนึ่ง ของ Thai PBS โดยเฉพาะรายการภารกิจหลักข้อมูลข่าวสาร ข่าวต่าง ๆ ดิฉันต้องชื่นชมนะคะ ท่านให้ความเป็นกลางอยู่ ดิฉันดูนี้เห็นความเป็นกลาง ถูกต้อง ครอบคลุม แล้วก็น่าเชื่อถือ คือเป็นข่าวที่สร้างความรู้ ความเข้าใจหลาย ๆ ด้าน แล้วการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนก็มีบ่อย ก็ทำให้ประชาชนได้สนใจ มุ่งเน้นในเรื่องของ การดูข่าวสารของสื่อ Thai PBS เช่น ในการสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต หลาย ๆ เรื่อง ที่ออกไปทำข่าวตามพื้นบ้าน ตามภาคประชาชน จนถึงแหล่งชุมชนของชุมชนนั้น ดิฉันเห็น ดิฉันได้ติดตามหลาย ๆ เรื่อง ชุมชนที่อยู่ห่างไกล Thai PBS ก็เข้าถึงได้อย่างดี และอีกตัวอย่างหนึ่ง ที่ดิฉันได้ติดตามรายการสารคดีเพื่อการเรียนรู้ เช่น รายการเปิดปมที่นำเสนอปัญหา สังคมเชิงลึก สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เช่นด้านการศึกษาและสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ผู้ชมได้เข้าใจถึง ประเด็นเหล่านี้ในเชิงลึกมากค่ะ ดิฉันก็ขอชื่นชม ก็ขอให้ส่งเสริมตลอดไปนะคะ และ Thai PBS ดิฉันชมอีกครั้งหนึ่งค่ะ ข่าวปัญหาสังคมเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ ศิลปะ และวัฒนธรรมนี้ เห็นอยู่บ่อย ๆ นะคะ เห็นออกไปสัมภาษณ์ประชาชนอยู่บ่อย ๆ ก็ทำได้ดีแล้วค่ะ ต้องขอชื่นชมนะคะ และขณะเดียวกันดิฉันก็ขอชื่นชมอีกค่ะ เรื่องรายการ ของการส่งเสริมสุขภาพในการใช้ชีวิต รายการคนสู้โรค นี่ละค่ะเป็นข่าวที่ดี เพื่อให้ประชาชน ได้ดูแลสุขภาพ ให้ความรู้เขา ดูแลสุขภาพ รวมถึงการป้องกันโรค การใช้ชีวิตให้มีสุขภาพที่ดี การมีสุขภาพที่ดีนี้ไม่มีขายนะคะ รายการนี้ส่งเสริมให้คนรักสุขภาพค่ะ แล้วก็ในเรื่องของ การทำเวทีสาธารณะให้กับประชาชนมีส่วนร่วม นี่ก็ทำบ่อยนะคะ ดิฉันก็ชอบค่ะ ทำให้ประชาชน ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนปัญหาทางสังคม แลกเปลี่ยนการเรียนรู้ในภาคสังคมได้บ่อย ดิฉันพูดซ้ำนะคะ เพราะว่า Thai PBS ได้จัดรายการนี้บ่อยครั้ง ในเรื่องของการจัดเวทีถกปัญหา ของสังคมประเด็นร้อน ๆ และขณะเดียวกัน ดิฉันเองก็ขอฝาก Thai PBS ก็ขอเป็นสื่อที่มุ่งมั่น สร้างสรรค์เพื่อประโยชน์สาธารณะที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ดีแล้วค่ะ ที่ท่านทำดีแล้ว ก็ขอให้ทำดีต่อไป ดิฉันก็ขอฝากทาง Thai PBS นะคะ ขอไปทำข่าวหน่อยเถอะค่ะ ที่จังหวัดอุดรธานีตอนนี้น้ำกำลังท่วมจังหวัดอุดรธานี กำลังจะเป็นทะเล แล้ว สส. อุดรธานี ก็เป็นผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยเฉพาะวัชระพล ขาวขำ เขต ๑ เขต ๒ น้ำท่วมอำเภอเมือง ท่านธีระชัย น้ำท่วมกุมภวาปี ตัวดิฉันเองน้ำท่วม ดินถล่ม บ้านผือ น้ำโสม นายูงนะคะ นี่ก็คือ ปัญหาของภัยธรรมชาติ ทำให้เกิดน้ำท่วม ฝาก Thai PBS ไปทำข่าวด้วยนะคะ จะได้มีผู้ใจบุญ ไปช่วยพี่น้องประชาชนในจังหวัดอุดรธานีค่ะ🔗

อีกข่าวหนึ่งค่ะ ดิฉันอยากจะขอฝาก Thai PBS อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี ซึ่งได้รับประกาศจาก UNESCO ประกาศให้อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท อุดรธานี ขึ้นเป็นมรดกโลกแห่งที่ ๒ ของจังหวัดอุดรธานี แห่งที่ ๘ ของประเทศไทย ตอนนี้ ยังไม่ค่อยเห็นมีข่าวประชาสัมพันธ์รณรงค์เท่าไร ก็ขอฝากให้ Thai PBS ช่วยไปทำสารคดี อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทที่ได้รับเป็นมรดกโลกแห่งที่ ๘ ของประเทศไทยด้วยนะคะ แล้วก็ดิฉันเองก็ขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่มารายงานต่อสภาในวันนี้ ดิฉันขอเป็นกำลังใจ ให้กับทุก ๆ ท่านค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมสัมมนา เรื่อง พลิกโฉมการสื่อสาร ในยุคดิจิทัล : สร้างความปลอดภัย ห่างไกลอาชญากรรมไซเบอร์ จัดโดยคณะกรรมาธิการ การสื่อสาร โทรคมนาคม เละดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับ นะครับ ต่อไปท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เชิญครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ มีคำกล่าวว่า สื่อมวลชนคือภาพสะท้อนของสังคม สังคมเป็นเช่นไร สื่อมวลชนก็เป็นและสะท้อนเช่นนั้น ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตประกาศตัวแสดงตนครับว่า ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ Thai PBS ของแทร่ครับ ผมชอบดูหลายรายการครับ ไม่ว่าจะเป็น รายการ Foodwork ของ Chef บุ๊คกับน้องไข่ตุ๋น ผมชอบดูรายการ ดูให้รู้ Dohiru กับฟูจิ ฟูจิซากิ (Fuji Fujisaki) หรือฟูจิเซ็นเซ ผมชอบรายการมหาอำนาจบ้านนา ที่ไปดูนวัตกรรม การเกษตรยุคใหม่ แต่ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนนะครับว่า ในความน่าสนใจ ในความท้าทาย ของสื่อในยุคปัจจุบันนั้น มี ๒ ปรากฏการณ์ที่จะท้าทายกับการทำหน้าที่สื่อ🔗

เรื่องแรกครับ ก็คือเรื่องของทุนหรืองบประมาณในการบริหารจัดการ ผลิตรายการโทรทัศน์ ซึ่งข้อ ๑ นี้ ทาง Thai PBS นั้นไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณครับ ท่านมีรายได้จากภาษีบาปและภาษีอื่น ๆ ราว ๆ ๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ประเด็นข้อปัญหาที่ ๑ จึงตกไป🔗

ประเด็นปัญหาข้อที่ ๒ คือเรื่องความท้าทายของการเกิดขึ้น ซึ่งสื่อใหม่ ในยุคที่คนไทยใช้เวลาท่องโลกอินเทอร์เน็ตอยู่ในโลก Social Media ๗-๘ ชั่วโมงต่อวัน Thai PBS จะอยู่ตรงไหน นอกเหนือจากอยู่ถนนวิภาวดีรังสิต ท่านต้องรักษาสมดุลอย่างไร ให้เป็นสื่อมาตรฐานที่ทุกคนเข้าถึงและสามารถตรวจสอบ ตรวจทาน บนพื้นฐาน ความน่าเชื่อถือได้ นอกเหนือจากการที่ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ Thai PBS สื่อสาธารณะแล้ว ผมยังเป็นแฟนพันธุ์แท้ของอาจารย์ดอกเตอร์อนุสรณ์ ธรรมใจ ด้วยความรักเคารพนะครับ สมัยก่อนเวลาดูข่าวถ้าใช้คำว่า อนุสรณ์ชี้ อนุสรณ์ฟันธง อนุสรณ์กร้าว ต้องเป็นอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แต่ถ้าเป็นอนุสรณ์ชี้ อนุสรณ์วิเคราะห์ อนุสรณ์แนะ อนุสรณ์เสริม ต้องเป็น ดอกเตอร์อนุสรณ์ ธรรมใจ นั่นก็เป็นความโชคดีครับ ที่เรามี Guru ผู้รู้ มีนักปราชญ์ราชบัณฑิต มาเป็นกรรมการนโยบาย แต่ต้องขออนุญาตกราบเรียนนะครับว่า ในยุคของความท้าทาย ในขณะที่แพลตฟอร์ม Social Media กำลังมานั้น Thai PBS ต้องครองตน ปฏิบัติตนอย่างไร ผมฟังรายงานท่านนะครับในช่วงต้น ท่าน ผอ. ได้กรุณารายงานนะครับว่า Thai PBS จะไม่ยอมให้ทุนเข้าไปครอบงำคุณค่าของการนำเสนอการสื่อสารที่มีคุณค่า นั่นหมายความว่า ไม่ต้องไปพึ่งพา Sponsor ไม่ต้องพึ่งพาผู้สนับสนุนรายการ แต่ว่าสามารถจะสร้างคุณค่า ของสื่อได้ด้วยตนเอง ท่านที่เคารพครับ ในความท้าทาย ๒ ประการ ผมมีข้อเสนอแนะ ประเด็นใหญ่ ๆ ๓ ประเด็นด้วยกันครับ🔗

ประเด็นแรก เรื่องกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่าง Thai PBS กับประชาชน ผมอภิปรายรายงานของ Thai PBS เมื่อปีที่แล้ว แล้วก็เป็นความโชคดีนะครับ ผมได้รับเกียรติ เป็นแขกรับเชิญ ไปร่วมพูดคุยล้อมวงเสวนาในหัวข้อ รายการดีต้องมีคนดู ซึ่งผมเป็นคนอภิปราย เมื่อปีที่แล้ว ปีนี้จะกราบเรียนนะครับว่า หลังการอภิปรายถ้าท่านจะเชิญผมไปอีก ผมยินดี ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ แม้ว่าท่านจะมีสภาผู้ชม สภาประชาชน แต่ผมเชื่อว่ากระบวนการ ในการรับฟังเสียงและกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนยังเป็นสิ่งสำคัญ🔗

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมขออนุญาตเน้นย้ำ ก็คือเรื่องของการส่งเสริมและผลักดัน ผลิตรายการในแนวประเภท Soft Power ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงหลักของรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ผมดูถ่ายทอดเรือครับ เป็นเรือใหญ่ยาวประจำปีของหลายลุ่มน้ำ วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมก็ได้ดูครับ มีข้อเสนอแนะ เวลาเราดูนี้มุมกล้องผมคิดว่าน่าจะต้องปรับปรุงสักเล็กน้อย เพราะเวลาดูการถ่ายทอดแข่งขันเรือยาวมันดูไม่ออกในช่วงกลางน้ำ ระหว่างทุ่นน้ำแดง กับทุ่นน้ำน้ำเงิน ใครนำใครครับ ไปตัดภาพกลับไปกลับมา มันอาจจะทำให้เสียอรรถรส ในการรับชม เช่น นาคามรกต นาคามรกตหนี นาคามรกตหนี จันทรามรกตจี้ จี้ จี้ตาม ช่วงกลางของการแข่งขันดูไม่ออกครับว่าใครนำใคร รวมถึงกรณีของการถ่ายทอดกีฬา พื้นบ้าน ซึ่งเป็นการผลักดัน Soft Power จะต้องดำเนินการต่อไป ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ ขนาดที่เรียกว่าไปตามดู Event Thai PBS ครับ เขามี Event น้ำพริกบ้านฉัน ภาคอีสาน บ้านผมก็มีแจ่วบอง มีปลาร้ามาแปลงเป็นน้ำพริกประเภทต่าง ๆ ภาคใต้มีข้าวยำ น้ำบูดู มีน้ำพริก Style แบบใต้ รายการแบบนี้ครับต้องมีให้มากขึ้น🔗

และประเด็นที่ ๓ ความจริงท่านอดิศร เพียงเกษ พูด ท่านฐากร ตัณฑสิทธิ์ พูดไปแล้ว และเพื่อนสมาชิกหลายท่านกังวลเรื่องนี้ครับ ท่านที่เคารพครับ ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่า ถ้าเราจะเปรียบสื่อที่ Thai PBS ซึ่งเป็นสื่อสาธารณะผลิตนั้นเป็นทองคำ ผมเชื่อว่าเป็นทองคำบริสุทธิ์ระดับเปอร์เซ็นต์ทอง ๙๖.๕ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่ห่วงหรอกครับ ถ้าเป็นทองก็เรียกว่า ทองมาตรฐาน ไม่ต้องกลัวว่าใครจะเอาทองมาคืนครับ แต่ที่กังวลก็คือว่า ๓ เปอร์เซ็นต์กว่าที่เป็นแร่ทองแดง แร่อื่น ๆ ที่มาเจือปน ตรงนี้ละครับ ท่านอาจจะเห็นว่า มันเป็นส่วนเล็กส่วนน้อย ไม่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น และ Creditability แต่ผมกราบเรียนครับว่า รายการประเภทกาแฟไม่ใส่น้ำตาลที่ท่านว่าเมื่อสักครู่นี้ หรือรายการประเภทนั่งคุยกัน ๓ คน คือเฉพาะ ๓ คนคุยกันยังไม่ปรองดองสมานฉันท์เลยครับ คุยกันไปคุยกันมาทะเลาะกัน กลางรายการ นี่ผมดูตลอดนะครับ แล้วรู้ได้อย่างไรว่าเขาทะเลาะกัน วันรุ่งขึ้นอีกคนไม่มา ถัดไปอีกวันอีกคนไม่มาครับ รายการประเภทนี้ต้องระมัดระวังครับ ท่านอย่าไปส่งเสริม จะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามแต่ รายการประเภทเซาะกร่อนบ่อนทำลายความสมัครสมาน สามัคคีของคนในชาติต้องระมัดระวัง อย่าให้ ๓ เปอร์เซ็นต์นั้นไปเจือทองคำบริสุทธิ์ ๙๖.๕ เปอร์เซ็นต์ที่ดีอยู่แล้ว และท่านต้องระมัดระวังนะครับว่า การกระทำใด ๆ ที่นำไปสู่ ความสับสน นำไปสู่ความขัดแย้งแตกแยกและเมื่อความน่าเชื่อถือหายไป ที่สุดท่านจะไม่เหลือ และกอบกู้คืนได้ยาก กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมขอเล็กน้อย ก่อนที่กรรมการจะชี้แจงครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านมีอะไรเพิ่มเติมหรือครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

เล็กน้อยครับ ใช้เวลาไม่เยอะครับ ท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เล็กน้อยไม่เกิน ๓ นาที เชิญครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณมากครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชนชน สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมขอใช้เวลา สักเล็กน้อยนะครับ ก็ต้องขอชมทางผู้บริหารแล้วก็บุคลากรองค์กรของ Thai PBS ที่ทำงาน มาตลอด เล่มรายงานเป็นครั้งแรกในสภาที่เล่มบาง ๆ แต่ว่าเต็มไปด้วยสาระ ผมก็ถือว่า เป็นการประหยัดทรัพยากรโดยเฉพาะกระดาษด้วยนะครับ ถ้าใครจะสนใจรายละเอียด ทางองค์กร Thai PBS ก็บอกว่าให้สามารถดูในรายละเอียดตรงนี้ได้ ผมคิดว่าอันนี้ก็เป็น ตัวอย่างที่ดีนะครับ ซึ่งบางทีเล่มมันใหญ่เกินไปก็มีปัญหา ทีนี้ผมมองอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมอาจจะเสนอแนะให้กับทางฝ่ายบริหารชุดนี้ แล้วก็ที่จะส่งต่อให้กับผู้บริหารชุดใหม่ ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ยังเป็นปัญหาในความเป็นสังคมไทย ที่เราเรียกว่าเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ผมคิดว่าอันนี้ในความเป็นจริงแล้วคนไทยรักกันนะครับ รักกันมากแล้วครับ มีเอื้อเฟื้อกัน ช่วยเหลือกัน แต่ว่ามันจะอยู่ในมิติของความสงสาร ความเอื้ออาทร แต่ความเท่าเทียม หรือความเป็นมนุษย์ร่วมกัน บางทีผมคิดว่าในบางมุม ในบางทัศนะ ผมคิดว่าความเข้าใจ ในเรื่องนี้ค่อนข้างที่จะน้อยมากครับ ผมยกตัวอย่างชัด ๆ อย่างนี้ครับ จริง ๆ แล้วนักวิชาการ ก็สรุปแล้วว่าประเทศไทยประกอบด้วยประมาณไม่ต่ำกว่า ๖๐ ชาติพันธุ์ แล้วก็มีทั้งคนกลุ่มใหญ่ คนกลุ่มเล็ก แล้วก็คนกลุ่มที่เปราะบางมาก ๆ อย่างเช่น พี่น้องชาวบ้านมานิที่อยู่ในพื้นที่ป่า มีจำนวนประชากรไม่ถึง ๑,๐๐๐ คน ณ วันนี้ เป็นคนกลุ่มที่เปราะบาง แต่แม้แต่ ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับท่านประธาน เมื่อวานยังพูดกันว่าประเทศไทยมีแค่เผ่าเดียว คือเผ่าไท ซึ่งผมตกใจมาก ผมตกใจมากว่าอันนี้ยังท่องตำราเรื่องเรามาจากเทือกเขาอัลไตอีกหรือ ผมคิดว่าเรื่องนี้สิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอกับฝ่ายบริหารของ Thai PBS ผมคิดว่าประวัติศาสตร์ ท้องถิ่นมีความสำคัญและมีความหมาย เพื่อที่จะทำให้คนไทยได้รู้จักและเข้าใจรากเหง้า จริง ๆ ได้นะครับ ในบางพื้นที่ผมคิดว่าผมยกตัวอย่างให้ชัดเจนก็คือพี่น้องชาวเลที่เกาะหลีเป๊ะ อย่างนี้ครับ ไปอยู่ที่นั่น ๒๔๐๐ กว่า ๆ หรืออาจจะอยู่ก่อน และถูกส่งเพิ่มเติมขึ้นไปอีก ในสมัยรัชกาลที่ ๕ โดยคำสั่งของพระเจ้าแผ่นดินให้ไปเฝ้าแผ่นดิน วันที่มีการแบ่งเขตแดน ระหว่างอังกฤษกับไทย สยามในสมัยนั้นนะครับ ถ้าพี่น้องชาวเลที่เกาะหลีเป๊ะไม่อยู่ตรงนั้น และไม่ได้ยืนยันว่าข้าเป็นคนของสยาม วันนั้นก็เป็นของประเทศอื่นไปแล้ว อันนี้คือ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น การทำให้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในภูมิภาคต่าง ๆ ได้มีพื้นที่ ในสังคมไทย ผมคิดว่าจะทำให้คนไทยได้รู้จักกันมากขึ้น จะทำให้คนไทยได้เข้าใจว่าที่แท้จริง เรามาจากหลากหลายเผ่าพันธุ์ และสุดท้ายประกอบสร้างขึ้นมาเป็นคนไทย ซึ่งแต่ละคนไทย ที่มีอยู่ก็มีเชื้อชาติที่แตกต่างกันไป ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ที่อยากให้ทางผู้บริหาร Thai PBS ได้ทำเรื่องของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น แม้กระทั่งกรุงเทพมหานครนะครับ การสร้างรัตนโกสินทร์ก็ต้องคนมาจากทั้งมลายู ทั้งทางฝั่งตะวันออก ตะวันตก มาช่วยกันสร้าง รัตนโกสินทร์ ประเด็นนี้ผมคิดว่าเรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอยากให้เพิ่มเนื้อหา🔗

ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน สุดท้ายจริง ๆ ครับ ก็คือว่าเรื่องการเตรียมคน Thai PBS ผมคิดว่าต่อจากตั้งแต่ ITV ก็มาเป็น Thai PBS คือเรื่องราวมันยาว ผมก็ตามมา ตั้งแต่ที่โน่นแล้ว ทีนี้ผมคิดว่าคนในองค์กรมีความสำคัญ ก็คือทั้งกระบวนทัศน์ ทั้งเรื่อง การเตรียมความพร้อม ผมเห็นหลายรุ่นนะครับ แล้วหลายท่านเข้าใจว่าก็ต้องเกษียณ ก็ต้องหมดวาระ ผมคิดว่าเราจะเตรียมความพร้อมของคนในองค์กรที่มีศักยภาพหรือมีวิสัยทัศน์ ที่จะทำงานที่เป็นทีวีสาธารณะจริง ๆ ได้อย่างไร ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครู นักเรียน โรงเรียนบ้านไผ่พิทยาคม อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น สภายินดีต้อนรับนะครับ ต่อไปเชิญท่านกรรมการ ได้ตอบชี้แจงครับ🔗

รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิก ทุกท่านนะคะ ดิฉัน วิลาสินี พิพิธกุล ขอตอบในนามของ Thai PBS นะคะ ทีมงาน Thai PBS ทุกคนที่ตอนนี้ก็เฝ้าฟังการอภิปรายครั้งนี้อยู่นะคะ ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภา ทั้ง ๑๓ ท่าน ดิฉันคิดว่าวันนี้เป็นการอภิปรายแบบกัลยาณมิตร แล้วก็เป็นการให้คำแนะนำ ที่มีประโยชน์มาก ๆ นะคะ ดิฉันจะตอบในบางประเด็นนะคะ ซึ่งมีทั้งหมดด้วยกัน ๖ ประเด็น แล้วก็จะมีการขอให้ท่านผู้ร่วมชี้แจงตรงนี้ได้ตอบเฉพาะในบางเรื่องนะคะ🔗

ประเด็นแรก ซึ่งก็เป็นประเด็นที่หลาย ๆ ท่านให้คำแนะนำ รวมทั้งให้คำชื่นชมว่า Thai PBS ทำดีอยู่แล้ว แต่ให้ทำดีมากขึ้น ดิฉันก็ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมในบางเรื่องตรงข้อนี้นะคะ ยกตัวอย่างเรื่องของภัยพิบัติหรือสิ่งแวดล้อม จริง ๆ แล้ว Thai PBS ให้สัดส่วนกับเนื้อหา เรื่องนี้สูงมากนะคะ การสำรวจเรื่องสัดส่วนรายการในแต่ละครั้งนี้ ก็ต้องเรียนว่าสัดส่วนด้านนี้ เรียกว่ามีพื้นที่ในการนำเสนอค่อนข้างมากนะคะ เรียนว่าตอนนี้แผนการทำเรื่องรายงาน สิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติของ Thai PBS จะมุ่งไปที่เรื่องของ Resilience Society ขออนุญาต ใช้ภาษาอังกฤษนะคะ พูดง่าย ๆ ก็คือเน้นไปที่จุดของการเตรียมคนในสังคมไทยให้พร้อม รับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ แต่ไม่ใช่แค่พร้อมแบบตั้งรับ เป็นเรื่องของการสามารถประเมิน และบริหารความเสี่ยงบนฐานข้อมูลได้ด้วยตัวเอง ที่สำคัญกรรมการนโยบายก็ฝากย้ำมาว่า ต้องทำให้องค์กรท้องถิ่นมีพลังในการบริหารจัดการตัวเองได้ เพราะที่สุดแล้วเรื่องภัยพิบัติ มันเป็นเรื่องของการบริหารจัดการในพื้นที่ ดิฉันคิดว่าเราจะไปในทิศนั้น แล้วก็การมุ่งเป้า เรื่องของการสร้างสังคมที่รู้เท่าทัน ปรับตัวเร็ว ฟื้นฟูเร็ว น่าจะเป็นเป้าหมายใหญ่ต่อไป ที่จะทำต่อเนื่องค่ะ เรียนเพิ่มเติมว่าแม้แต่เรื่องภัยพิบัติน้ำท่วมที่เกิดขึ้นตอนนี้ โดยเฉพาะ การฟื้นฟูที่เชียงราย วันพรุ่งนี้ Thai PBS จะมีเวทีใหญ่ที่เชียงราย มีการหารือแบบมีส่วนร่วม มาก ๆ กับทุกภาคส่วนนะคะ ทั้งภาคราชการ ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ เพื่อมาร่วมกัน หาทางออกว่า เราจะจัดการวิกฤติโคลนและขยะที่ดิฉันกล่าวไปแล้วตอนต้นอย่างไร ถ้าท่านสมาชิกสนใจก็อาจจะเข้าร่วมและติดตามได้นะคะ🔗

เช่นเดียวกับอีกเรื่องหนึ่ง ขอยกตัวอย่างค่ะ เรื่องปลาหมอคางดำ ถึงแม้อย่างที่บอกนะคะ มีรายงานออกมาแล้วจากท่านอนุกรรมาธิการ วันนี้ที่เรา กำลังประชุมกันอยู่นี้และวันพรุ่งนี้ ๒ วัน Thai PBS จับมือกับภาควิชาการ ภาคสังคม และกรมประมง จัดกิจกรรมที่เราเรียกว่า Hackathon เราใช้ชื่อว่า Hack วิกฤติปลาหมอคางดำ

แลเลสาบสงขลา จัดที่สถาบันทักษิณคดีศึกษา ตอนนี้เลยค่ะ เพื่อจะร่วมกันเสนอนวัตกรรม และโครงการที่เป็นไปได้ ว่าเราจะมาช่วยกันพัฒนาทั้งความรู้และอื่น ๆ เรื่องของวิกฤติ แบบปลาหมอคางดำไปได้อย่างไร คือมองไปข้างหน้าแล้วนะคะ และเหตุที่ไปเลือกจัดที่ ทะเลสาบสงขลา เพราะว่าเป็นพื้นที่สุดท้ายที่พบการระบาดของปลาหมอคางดำที่ไกลที่สุด จากจุดแรกที่พบที่จังหวัดสมุทรสงคราม อันนี้เป็นตัวอย่างที่ดิฉันอยากเสริมขึ้นมาค่ะว่า งานแบบ Thai PBS นั้นไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่สถานการณ์การรายงานข่าวใครพูดอะไร แต่พยายามเป็นตัวกลางที่ไปเปิดพื้นที่ชวนทุกฝ่ายมาร่วมกันหาทางออกอย่างที่เรียนไปแล้ว นะคะ🔗

ประเด็นที่ ๒ ที่ทุกท่านชื่นชมและย้ำเรื่องของวัฒนธรรม เรื่องของ Soft Power ปี ๒๕๖๗ นี้ที่กำลังดำเนินการอยู่ เราประกาศเรื่อง Soft Power เป็น Core Agenda หรือวาระหลักขององค์กร โดยเราใช้ชื่อเรียกภาษาไทยว่า สะพานเชื่อมทุนทางวัฒนธรรม เพราะเราเชื่อว่าเรื่องนี้มันต้องมีสื่อที่ไปช่วยกันยกระดับศักยภาพ ความภาคภูมิใจ ของวัฒนธรรมในพื้นที่ วัฒนธรรมชนเผ่าและของทุกกลุ่มให้ได้มีโอกาสเชื่อมต่อกับโอกาส ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์หรือพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้นไปก็ตาม ซึ่ง Thai PBS ใช้ทุกสรรพกำลัง ในองค์กรในการผลักดันเรื่องนี้นะคะ แล้วก็คงจะทำต่อไปในมิตินี้แน่นอน แล้วก็ยินดี ที่จะเชื่อมกับคณะกรรมการ แล้วก็ทุกภาคส่วนค่ะ🔗

เรื่องสุขภาพจิตอย่างที่ท่านได้กล่าวขอบคุณว่า Thai PBS ทำ เรายังทำต่อ ปีหน้าก็ยังไม่หยุดค่ะ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ แต่ Thai PBS ไม่ได้ทำเรื่องสุขภาพจิต เพียงแค่การทำรายการ สร้างแรงบันดาลใจหรือให้ทักษะ จริง ๆ เราจัดกิจกรรม Hackathon เหมือนกันค่ะ จัดไปแล้ว คือชวนคนมาออกแบบกันว่าเราจะ Hack ใจกันได้อย่างไร และตอนนี้เรากำลังทำกิจกรรมที่ดึงหลายหน่วยงานมาค่ะ เราใช้ชื่อโครงการว่า Happyland แดน (เคย) สุขใจ คือตั้งคำถามว่าเราจะนำแดนสุขใจของประเทศไทยที่ทุกคนเคยอยู่กัน อย่างมีความสุขกลับคืนมาได้อย่างไร เป็นการจัดกิจกรรมแบบบวก ๆ ได้คำแนะนำที่ดีมากนะคะ อันนี้เป็น ๓-๔ ตัวอย่าง ดิฉันขออนุญาตกล่าวตรงนี้นะคะ🔗

เรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เราก็ทำมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเช่นเรื่องของ จากรากสู่เรา รากสุวรรณภูมิอะไรต่าง ๆ ที่ทำให้คนสืบค้นรากเหง้าตัวเอง จะทำต่อเนื่อง แน่นอนนะคะ เรื่องความรุนแรงในครอบครัว ดิฉันคิดว่าเป็นประเด็นที่ดีแล้วก็จะขอรับไว้ ในการดูประเด็นนี้ให้เข้มข้นมากขึ้น🔗

ประเด็นเรื่องแนะนำให้ Thai PBS World ซึ่งมีอยู่แล้วยกระดับตัวเอง เป็นเหมือนพื้นที่ในการนำไทยไปสู่โลกแล้วก็ทำในเรื่องของวัฒนธรรม เรื่องภาพลักษณ์ ประเทศด้วย ดิฉันคิดว่า Thai PBS World ได้ทำอยู่บ้างแล้ว แต่น่าจะนำเรื่องนี้ไปพิจารณา เพิ่มเติมมากขึ้นค่ะ อันนี้เป็นภาพรวม ๆ ดิฉันขอสรุปในเบื้องต้น🔗

อีกเรื่องหนึ่งคือรายการเกษตรนะคะ เรียนว่าถึงแม้จะอยู่ในผังที่ท่าน สส. ได้กรุณากล่าวถึงนะคะ เรายังมีรายการเกษตรแทรกอยู่ในหลาย ๆ ช่วงเวลาค่ะ เช่น รายการ จับตารอบทิศ รายการทุกทิศทั่วไทย แต่จะขอรับข้อเสนอแนะของท่านไว้นะคะว่า ควรจะจัด ผังรายการกลุ่มเกษตรตรงไหนอีกบ้างค่ะ นั่นคือประเด็นแรกที่ขอพูดถึงนะคะ🔗

ประเด็นที่ ๒ เรื่องบุคลากรที่มีท่าน สส. กรุณาถาม ดิฉันต้องย้ำอย่างนี้ค่ะว่า ตัวเลขที่ท่านถามว่าทำไมไม่ตรงกันระหว่างตัวเลขในรายงานผู้สอบบัญชีกับตัวเลข ที่อยู่ในรายงานประจำปี ๒๕๖๖ นั้น ต่างกันอยู่ประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์เศษ ตรงนี้เป็นค่าใช้จ่าย ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร แล้วก็เงินที่เป็นผลประโยชน์ของพนักงาน ซึ่งเราแยกเอาไว้ อีกหมวดย่อยหนึ่ง แต่ถ้ารวมกันแล้วก็เป็นอย่างที่ท่านคำนวณออกมา แต่อยากย้ำตรงนี้ค่ะว่า ไม่ว่า Thai PBS จะขยายบริการหรือพัฒนางานในรูปแบบอื่น ๆ ต่อไปมากขึ้น แต่หลักการ ที่พวกเราทุกคนตระหนักกันดีและยอมรับว่าเป็นความกดดันและความท้าทาย ของการบริหารอย่างยิ่งก็คือเราไม่ได้สามารถจะเพิ่มจำนวนบุคลากรได้มากไปกว่านี้ เราพยายามจะดูแลรักษา แล้วก็เสริมศักยภาพบุคลากรของเราให้เขาอยู่ได้อย่างมีความสุข และทำงานได้อย่างเต็มที่นะคะ ที่สำคัญเงินเดือนบุคลากรในแต่ละปีนั้นเพิ่มขึ้นแค่ประมาณ ๑.๘ เปอร์เซ็นต์ เทียบเงินเดือนบุคลากรปีต่อปี ซึ่งถือว่าต่ำมากถ้าเทียบกับเงินเดือนด้านนี้ ในหน่วยงานทั่วไปนะคะ อันนี้ต้องขอบคุณพนักงาน Thai PBS จริง ๆ ที่เข้าใจและร่วมรับ ความท้าทายนี้ไปกับผู้บริหารนะคะ ดังนั้นมันก็เลยมาถึงคำถามเรื่องโครงสร้างที่ท่านถามว่า ทำไมโครงสร้างมันเริ่มออกแนวระนาบมากขึ้น จะมีผู้บริหารเพิ่มขึ้นหรือเปล่า ดิฉันเรียนว่า มันเป็นการจัดองค์กรให้มีความคล่องตัว เรามองว่าในอนาคตทีมงานต่าง ๆ ของ Thai PBS ควรจะมีรูปแบบเป็น Cluster เพื่อทำให้เขาคล่องตัวทำงานได้เร็วขึ้น แล้วก็มีความพร้อม มากขึ้นในการตอบรับกับสถานการณ์ปัญหาต่าง ๆ อาจจะเป็นทีมเฉพาะที่เชี่ยวชาญ ในแต่ละประเด็น ทีมวัฒนธรรม ทีมนโยบายสังคม ทีมเรื่องเด็กอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นต้นนะคะ ก็เรียนว่าเป็นแนวการจัดโครงสร้างเพื่อเสริมศักยภาพคนทำงานให้เติบโตและแข็งแรงขึ้น แล้วก็จะพยายามดูแลงบประมาณส่วนนี้ไม่ให้มากเกินไปค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๓ มีท่านแสดงความเป็นห่วงเรื่อง ALTV ที่เป็นช่องทีวีอยู่ตอนนี้ว่า จะเอาอย่างไรต่อไป ดิฉันขอตอบสั้น ๆ นะคะว่า ถึงแม้ช่องนี้จะมีคนดูไม่มาก แต่อย่างที่เรียน มันเป็นภารกิจของสื่อสาธารณะที่ใช้ภาษีประชาชนที่ต้องทำและตอบสนองเนื้อหาเรื่องการเรียนรู้ ของเด็กนะคะ แต่อยากเรียนว่าถึงคนดูไม่เยอะแต่เป็นช่องทีวีที่อัตราส่วนการเติบโต ของ Rating สูงนะคะ คืออย่างที่บอก อย่างการวัดล่าสุดก็คือจำนวน Rating โตขึ้น ๘ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ภาพรวมของอุตสาหกรรมสื่อทีวีนั้นจำนวนคนดูและ Rating ลดลง ๒๒ เปอร์เซ็นต์ อันนี้เป็นการสะท้อนว่าคนเริ่มหันกลับมาสนใจสื่อเฉพาะทางมากขึ้น ดิฉันเชื่อว่าถ้า ALTV วางแผนให้ดีต่อไปเราก็น่าจะมีคนดูเข้ามามากขึ้นนะคะ ดิฉันเรียนว่า สิ่งที่เราเตรียมตัวอยู่ตอนนี้คือใบอนุญาตถาวรของ ALTV จะสิ้นสุดในปี ๒๕๗๓ นะคะ สิ่งที่ตอนนี้ฝ่ายนโยบายและฝ่ายบริหารเตรียมแล้วก็คือเตรียมทำการศึกษาค่ะ เพื่อประเมินว่า เราจะบริหารช่องนี้อย่างไรนะคะ แล้วจริง ๆ ระหว่างนี้เราก็มีการ Explore ความเป็นไปได้ หรือแม้แต่ทดลองทำงานรูปแบบใหม่ ๆ เช่น ผลิตเนื้อหาการเรียนรู้ในรูปแบบ Microsite ที่อยู่ในเว็บไซต์อยู่ในพื้นที่ Social Media ต่าง ๆ ของ Thai PBS เพื่อเป็นเรื่องเฉพาะ เช่น ความรู้เรื่องคณิตศาสตร์ เรื่องวิทยาศาสตร์ เพื่อทำให้พ่อแม่ ครู แล้วก็เด็ก ๆ ได้เข้ามาเรียนรู้ ได้เร็วขึ้น แล้วก็จับมือกับหลักสูตรที่เราเรียกว่ากลุ่ม Education Tech เพิ่มมากขึ้น อันนี้ ก็เป็นการเตรียมพร้อมตัวเองนะคะ แต่อย่างไรเสียยืนยันว่าเราจะบริหารงบประมาณ ของ ALTV ให้อยู่ภายใต้เพดานที่ท่าน สส. ก็พูดมานี่ละคะว่าดูเหมือนเพดานจะจำกัด ก็จะบริหารให้ได้นะคะ🔗

ประเด็นถัดไปที่มีท่านถามเรื่อง PSI Ranking ต้องเรียนว่าการใช้ PSI Ranking นี้ เป็นเครื่องมือที่เรามีอยู่ตอนนี้ เพราะว่า Thai PBS ไม่ได้ใช้เครื่องมือวัด Rating เหมือนที่ กสทช. หรือทีวีช่องอื่นใช้ แต่เทียบเคียงกันแล้วอยู่ในระดับเท่ากันและใกล้เคียงกันมาก สามารถใช้ประกอบกันไปได้ PSI Rating เป็นเครื่องมือการวัดแบบกึ่ง Real Time วัดได้ในทุก ๆ ๑๐ นาที แล้วก็เก็บข้อมูลเฉลี่ยต่อวันที่ประมาณเกือบ ๕๐๐,๐๐๐ เครื่อง ไม่นับซ้ำต่อวันนะคะ และที่สำคัญเป็นเครื่องมือวัดการรับชมที่สะท้อนพฤติกรรมจริง อย่างที่บอก กึ่ง Real Time จริง ครอบคลุมโทรทัศน์ดิจิทัลทุกช่องแล้วก็แสดงผลแบบพื้นที่ได้ด้วย อันนี้ก็เป็นข้อดีที่ทำไม Thai PBS ใช้เครื่องมือนี้ และที่สำคัญงบประมาณต่ำกว่าอีกเครื่องมือหนึ่ง กว่าเท่าตัว อันนี้ก็เป็นการบริหารจัดการงบประมาณภาษีประชาชนให้ประหยัดนะคะ และการรับชม ตอนนี้ต้องบอกว่าตัวเลขของ กสทช. เองคนไทยยังดูทีวีผ่านดาวเทียม อยู่ที่เกือบ ๔๘ เปอร์เซ็นต์ ดูผ่านโทรทัศน์ภาคพื้นดินที่เป็นกล่องดิจิทัลของ กสทช. อยู่ประมาณ ๓๘ เปอร์เซ็นต์นะคะ แต่แน่นอนค่ะ ถึงแม้เราจะรู้ว่าเรามีข้อจำกัดตรงที่ไม่ได้ใช้ Rating ตรงนี้นะคะ Thai PBS ก็พัฒนาเครื่องมือวัด Rating ที่เรียกว่า Quality Rating ร่วมกับสถาบันวิชาการหลายแห่ง เพื่อที่จะเอาเครื่องมือนี้มาเสริมเข้าไปและสามารถสะท้อน และประเมินผลการทำงานได้ อันนี้เป็นภาพรวมนะคะ🔗

ถัดไปประเด็นที่หลายท่านฝากเรื่องของความเป็นกลางนะคะ ก่อนอื่น ดิฉันต้องขอบคุณที่ทุกท่านก็ยังเห็นว่า Thai PBS ยึดมั่นในเรื่องนี้และเป็นกลางนะคะ และจริง ๆ แล้ว ผลประเมินทุก ๆ ปีของ Thai PBS ก็ค่อนข้างสะท้อนและตอบรับเรื่องนี้ว่า เราเป็นสื่อที่นำเสนอแบบตรงไปตรงมานะคะ แต่สิ่งที่ท่านฝากไว้ดิฉันจะกลับไปเน้นย้ำกับ กองบรรณาธิการข่าวมากขึ้น และต้องขอบคุณที่ท่านบอกว่ายินดีรับเชิญ Thai PBS ไปร่วมออกนะคะ จริง ๆ แล้วขออนุญาตเรียนนิดหนึ่งนะคะว่า ไม่ว่าท่านใดจะออกมา แจงข่าวหรือชี้แจงหลังจากนั้น Thai PBS ก็มีการติดตามนำเสนอตลอดนะคะ ข่าวของ ท่าน สส. ที่ท่านได้พูดนั้นก็มีข่าวออกในวันรุ่งขึ้นค่ะ อันนี้เป็นการยกตัวอย่างนะคะ แต่โดยสรุปค่ะ เรื่องนี้เรามีอนุกรรมการพิจารณารับเรื่องร้องเรียนที่จะเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ในการสอบสวนหรือในการพิจารณาการทำหน้าที่ของ Thai PBS ดิฉันคิดว่าอันนี้ก็เป็นกลไก ที่จะช่วยทำให้เรามั่นใจในเรื่องนี้มากขึ้นนะคะ🔗

ขออีกนิดเดียวนะคะเรื่องงานวิจัย เรามีงานวิจัยแบบ Content Analysis ที่ติดตามทุก ๆ ครั้งที่ Thai PBS ทำประเด็นใหญ่ ๆ อันนี้งานวิจัยก็ไม่ได้หลอกอยู่แล้วนะคะ ยกตัวอย่างเรื่องเลือกตั้งที่ผ่านมานะคะ ปี ๒๕๖๖ ก็ยืนยันว่า Thai PBS เป็นสื่อเดียว ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกพรรคการเมืองอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะพรรคเล็ก และที่สำคัญก็คือมีข้อมูล มีเสียง มีแหล่งข่าวจากทุกภาคส่วนค่อนข้างครบถ้วนที่สุด และครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดนะคะ แต่ก็จะขอรับข้อเสนอของทุกท่านไว้ค่ะ อีก ๓ ประเด็นสั้น ๆ ดิฉันจะขอให้ คุณอนุพงษ์ ช่วยตอบเรื่องของการบริหารจัดการ MUX ที่กำลังจะหมดอายุในปี ๒๕๗๑ และปี ๒๕๗๒ แล้วก็ขอให้คุณกนกพร ผู้อำนวยการสื่อดิจิทัล ตอบเรื่อง VIPA แล้วสุดท้ายเป็นคุณสุวรรณา ที่จะตอบชี้แจงเรื่องของรายงานการสอบบัญชีของ สตง. แล้วก็จะขอจบด้วยการขอเรียน ท่านอาจารย์อนุสรณ์ ธรรมใจ กรรมการนโยบาย เป็นผู้กล่าวสรุปค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านครับ🔗

นายอนุพงษ์ ไชยฤทธิ์ รองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพ สาธารณะแห่งประเทศไทย

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตชี้แจง คุณเอกราช อุดมอำนวย เรื่องที่มีคำถามเรื่องของแนวทางการจัดการเรื่องรายได้ในอนาคต ของ Thai PBS ในเรื่องของการให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิทัล ซึ่งก็จะหมดอายุในปี ๒๕๗๑ สิ่งที่ได้ดำเนินการในขณะนี้ผมคิดว่าเป็นความห่วงใยเช่นเดียวกับท่านเอกราช คือทั้งผู้ให้บริการ โครงข่ายทีวีดิจิทัลนะครับ รวมทั้งสถานีโทรทัศน์ที่ออกอากาศในระบบพาณิชย์ ก็มีความกังวล เช่นกันนะครับ เนื่องจากว่าทั้งโครงข่ายแล้วก็ทั้งสถานีโทรทัศน์นั้นก็มีการลงทุนในโครงสร้าง พื้นฐาน ห้องส่ง และอุปกรณ์ต่าง ๆ เครื่องไม้เครื่องมือ เป็นเงินจำนวนมาก เพราะฉะนั้น ก็มีความพยายามร่วมกัน ณ ขณะนี้ รวมไปถึง กสทช. ที่จะดำเนินการที่จะปรับตัวให้ผู้เล่น ในตลาดนะครับ ทั้งโครงข่าย ทั้งผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์ได้ปรับตัวเข้ากับระบบนิเวศใหม่ คือได้มีการ ปรึกษาหารือกันในเบื้องต้นนะครับว่าจะทำอย่างไรที่จะกระตุ้นให้จำนวนผู้ชมโทรทัศน์นั้น เพิ่มขึ้น หรือว่าโทรทัศน์นั้นยังคงได้รับความนิยม ก็คือทำให้โทรทัศน์นั้นยังอยู่ในระบบนิเวศ ซึ่งในการหารือกันนั้นประเด็นที่มีการพูดกัน ณ ขณะนี้ก็คือว่า เราอาจจะต้องใช้โอกาส ในการทดลองการออกอากาศโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบ 4K ซึ่งความคมชัดของภาพและเสียง ก็จะดีกว่าระบบที่เรียกว่า HD หรือ Hight Definition ที่ออกอากาศในปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้ ทาง ส.ส.ท. หรือ Thai PBS ก็ได้ขอการสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะในการที่จะทดลอง ออกอากาศภาคพื้นดินระบบ 4K สิ่งที่เราได้ปรึกษาหารือกับทางผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์ ภาคธุรกิจในสมาคมทีวีดิจิทัล ก็คือทำอย่างไรที่จะทำให้โครงการทดลองเป็นโครงการ ระดับชาติ คือสถานีโทรทัศน์ก็เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนหรือการผลิตรายการ ที่เป็นมาตรฐาน หรือ 4K ที่จะมาทดลองในการออกอากาศทีวีระบบ 4K ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่ ๑๖ จังหวัด รอบกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีเครื่องรับโทรทัศน์ที่มีภาพรับที่มี Tuner คือสามารถ ที่จะรับ 4K ได้ทันทีนับล้านเครื่อง ก็เป็นอีกโอกาสหนึ่ง เรียกว่านำเสนอประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้ชม ซึ่งถ้าผู้ชมเห็นว่า 4K นั้นเป็นการออกอากาศคุณภาพรายการ ความคมชัดทาง เทคนิคดีขึ้นแล้วก็ให้ความนิยม ก็จะเป็นโอกาสในอนาคตที่ กสทช. ก็อาจจะพิจารณา ในเรื่องของใบอนุญาตการออกอากาศภาคพื้นดินแบบ 4K ในอนาคต อันนี้ก็เรียกว่า เป็นความพยายามของทั้งอุตสาหกรรมที่จะทำให้การรับชมรายการข่าวและรายการต่าง ๆ ทางโทรทัศน์ภาคพื้นดินอาจจะยังคงเรียกว่ามีโอกาสที่จะได้รับความนิยมต่อไป ขออนุญาต เรียนสั้น ๆ ไว้เท่านี้ครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านครับ🔗

นางสาวกนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล

กราบเรียน ท่านประธานและสมาชิกสภาทุกท่านนะคะ ก็ขออนุญาตเป็นการตอบแล้วก็ให้ข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่องของบริการบน VIPA จากประเด็นของท่าน สส. เอกราชนะคะ ในเรื่องการตอบประเด็น ของ VIPA เป็นการให้ข้อมูลว่า VIPA ก็คือ Video Streaming Platform ซึ่งต้องเรียกว่า เป็นบริการใหม่ที่ Thai PBS ได้จัดบริการขึ้นมาบนดิจิทัลแพลตฟอร์มเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันนี้ รองรับการเข้าชม ในปี ๒๕๖๖ ในเอกสารรายงานผลการปฏิบัติงานได้ระบุเอาไว้ในหน้าที่ ๒ แล้วว่า ปี ๒๕๖๖ ได้มีจำนวน Pageview กว่า ๙ ล้าน Pageview แล้วก็โดยเฉลี่ยก็คือ ๗๐๐,๐๐๐ ซึ่งต้องยอมรับว่า VIPA ก็มีพัฒนาการในเรื่องของเนื้อหาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในจำนวน ปัจจุบันนี้ใน ๒๓๘ รายการ ซึ่ง ๓ หมวดหลักก็คือสารคดี ละคร และรายการเด็ก และครอบครัวเป็นกลุ่มหลักที่มีปริมาณเนื้อหามากที่สุด จำนวน ๒๓๘ รายการนี้ หรือกว่า ๑,๒๓๘ วิดีโอ ต้องขอเน้นย้ำเรื่องของนอกจากเนื้อหาแล้ว ใน ๒๓๘ รายการนี้ มีบริการในเรื่องของภาษา ซึ่งมีจำนวนภาษามากที่สุดตอนนี้ก็คือเป็น Subtitle หรือ Close Caption ในภาษาอังกฤษ ๓๔ รายการ หรือคิดเป็น ๒.๗๕ เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้น ก็ยังมีภาษาอื่น ๆ ก็คือภาษาจีน ๖ รายการ ภาษาพม่า ๓ รายการ แล้วก็ภาษาญี่ปุ่น ๑ รายการ ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มของการให้บริการเรื่องของภาษาต่างประเทศ นอกจากนี้ ก็ยังมีเรื่องของ Inclusive หรือว่าการบริการเพื่อคนพิการ ก็คือภาษามือ หรือ Big Sign ใหญ่เต็มจอนี้นะคะ เป็นอีกหนึ่งบริการที่เป็นหนึ่งเดียวของไทยแล้วก็เรียกว่าเป็นฟังก์ชันหนึ่ง ของบริการ VIPA มีจำนวน ๔๕ รายการ และบริการเสียงบรรยายภาพ หรือ Audio Description จำนวน ๔๑ รายการ ต้องบอกว่าบริการ VIPA นอกจากเนื้อหาและบริการ Inclusive เหล่านี้ เพราะ Thai PBS เป็นสื่อสาธารณะที่เข้าใจเลยค่ะว่าประชาชนทุกคนควรมีสิทธิในการเข้าถึง แล้วก็รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ที่ได้รับกันอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะมีข้อจำกัดใด ๆ ดังนั้นบริการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษาหรือว่าการเข้าถึงในเชิง Accessibility ต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ได้มีเพียงแค่ VIPA นะคะ ต้องบอกว่าในทุก ๆ บริการโดยเฉพาะบนดิจิทัล แพลตฟอร์ม ที่ได้กล่าวถึงวันนี้นะคะ ไม่ว่าจะเป็น Thai PBS Podcast Website Thai PBS หรือแม้กระทั่ง Policy Watch นะคะ ก็ต้องขอขอบพระคุณสำหรับข้อมูลแล้วก็ข้อคิด ความเห็นต่าง ๆ นะคะ ก็เลยอยากจะเชิญชวนด้วยค่ะ ว่ายังมีอีกหลาย ๆ Content แล้วก็หลาย ๆ นวัตกรรมสื่อที่ Thai PBS มุ่งพัฒนาบนดิจิทัล แพลตฟอร์ม ซึ่งต้องบอกว่า เป็นภูมิทัศน์สื่อที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็ท้ายที่สุดนี้ก็ยังอยากขอการติดตาม เชิญชวนให้รับชม แล้วก็ฝากถึงข้อคิด ความเห็น ข้อเสนอแนะติชมต่าง ๆ ได้ทุกช่องทาง ของ Thai PBS เช่นเดียวกันนะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ เชิญครับ🔗

นางสาวสุวรรณา สมบัติรักษาสุข รองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ด้านบริหาร

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน สุวรรณา สมบัติรักษาสุข รองผู้อำนวยการด้านบริหารนะคะ ดิฉันขอเรียน ถึงเรื่องการตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินนะคะ Thai PBS มี พ.ร.บ. ของตัวเอง ระบุไว้ในมาตรา ๔๙ ค่ะ ว่าให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีนะคะ หรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่คณะกรรมการนโยบายแต่งตั้งด้วยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชี อันนี้ระบุไว้ตั้งแต่จัดตั้ง พ.ร.บ. และ สตง. ก็เป็นผู้ตรวจสอบบัญชีของ Thai PBS มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ จนถึงปี ๒๕๖๑ แต่ด้วยข้อจำกัด ของ สตง. ค่ะ ที่มีหน่วยงานที่รอรับตรวจอยู่จำนวนมาก เมื่อเห็นว่ามาตรา ๔๙ ของ Thai PBS เปิดโอกาสให้เราสามารถมีผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาตมาช่วย สตง. ดูเรื่องนี้ได้นะคะ สตง. ก็เลยมีหนังสือแจ้ง Thai PBS มานะคะว่า ขอให้ Thai PBS ใช้ผู้ตรวจสอบบัญชี แต่อย่างไรก็ตามค่ะ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ตรวจสอบ Thai PBS จะต้องได้รับอนุญาต จากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินด้วย ดังนั้นในรายงานประจำปีที่รายงานการเงินนะคะ ผู้สอบบัญชีก็ได้รายงานว่า รายงานการเงินของ Thai PBS ถูกต้องตามควรในสาระสำคัญ ตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายบัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด รวมทั้งเป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดินและประมวลจริยธรรม ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีค่ะ อย่างไรก็ตามสำหรับการตรวจสอบของสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินยังมีเรื่องที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ. ของ ส.ส.ท. หรือ Thai PBS อีกว่า คณะกรรมการนโยบายจะต้องประสานงานกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินอย่างสม่ำเสมอ เกี่ยวกับแผนการตรวจสอบการเงินและการปรับปรุงทบทวน เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดินค่ะ ดังนั้นขอบพระคุณในข้อห่วงใยแล้วก็ข้อแนะนำ ที่ต้องการให้ สตง. ช่วยดูแลตรวจสอบการเงินของ Thai PBS เป็นอย่างยิ่งค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ท่านสุดท้ายครับ ท่านอนุสรณ์ ธรรมใจ เชิญครับ🔗

รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์อนุสรณ์ ธรรมใจ กรรมการนโยบายองค์การ กระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

ท่านประธาน ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร กระผม อนุสรณ์ ธรรมใจ ในนามของคณะกรรมการนโยบาย ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนขอขอบคุณที่ท่านผู้แทนประชาชนได้ให้ความสนใจ ใส่ใจ ในการดำเนินงาน ของ Thai PBS ซึ่งเป็นองค์กรที่ใช้เงินภาษีประชาชน และขอขอบคุณในข้อคิดเห็น ทุกความเห็นที่ได้ให้แก่เราซึ่งเป็นผู้บริหาร Thai PBS ได้นำไปปฏิบัติ นำไปดำเนินการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน ผมรู้สึกมีความยินดีและมีความมั่นใจว่า รัฐสภาและ Thai PBS จะสามารถทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประเทศนี้ เพื่อสร้างให้ ประเทศนี้เป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง สร้างประเทศนี้ให้มีความปรองดอง สมานฉันท์ มีสันติธรรม เดินหน้าสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ขอขอบคุณทุกความเห็น เงินภาษีทุกบาททุกสตางค์เงินงบประมาณจากภาษีประชาชน พวกเราทั้งหลายซึ่งทำงานอยู่ใน Thai PBS ตั้งแต่พนักงานระดับล่างสุดจนถึงคณะกรรมการ นโยบาย เรามีความตั้งใจที่จะทำงานด้วยความเสียสละอย่างมียุทธศาสตร์ แล้วก็ มีประสิทธิภาพ เป็นไปเพื่อผลประโยชน์สาธารณะ Thai PBS นั้นเรามียุทธศาสตร์ มีนโยบาย ชัดเจน เป็นสื่อที่ยึดโยงกับประชาชนผ่านกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมสาธารณะ Public Engagement เรามุ่งมั่นทำงานสื่อสารมวลชน เพื่อร่วมหาทางออกของประเทศร่วมกัน ซึ่งในอนาคตข้างหน้าเราอาจจะมีปัญหามากมายอย่างที่ท่านสมาชิกรัฐสภาได้อภิปราย และเราก็เห็นอยู่ปัญหาในปัจจุบัน เราคงจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะร่วมกันแก้ปัญหา ขอขอบคุณ ทุกท่าน แน่นอนที่สุดว่าสังคมไทยจะขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ เราต้องทำให้ประชาชน เป็นประชาชนผู้ตื่นรู้ เป็นประชาชนที่กระตือรือร้น เป็น Active Citizen ฉะนั้นทุก ๆ พื้นที่สื่อ ของ Thai PBS จึงมุ่งสู่การเป็นพื้นที่เรียนรู้สำหรับทุกคน สำหรับทุกวัย ขอขอบคุณทุกท่าน และยินดีน้อมรับความเห็นทั้งหลาย เพื่อนำมาพิจารณาปรับปรุง เพื่อให้ Thai PBS สามารถ ทำงานได้ดียิ่ง ๆ ขึ้นครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณทางหน่วยงานที่มาชี้แจงรายงานนะครับ ท่านสมาชิกน่าจะไม่มีผู้ใดติดใจซักถามแล้ว ก็เป็นอันว่าที่ประชุม🔗

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมยังติดใจ อยู่ครับท่านประธาน ผม ฐากร ตัณฑสิทธิ์ ครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสั้น ๆ ครับ🔗

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมติดใจนิดหนึ่งครับ คือที่อภิปราย ที่ท่านตอบคำถามมานี้นะครับ อยากจะให้ยืนยันครับว่า สิ่งที่ผมอภิปรายไปเมื่อสักครู่ว่าความเป็นกลางนี่ คือเวลาเราเป็นกลางนี่มันจะต้องให้สิทธิ ของทั้ง ๒ ฝ่ายในการที่จะนำเสนอข่าว ไม่อยากให้ใช้ความคิดเห็นของผู้ที่เสนอข่าว เอาความคิดเห็นของตัวเองใส่ อยากให้เป็นข้อเท็จจริงที่เสนอข่าวทั้ง ๒ ด้าน ท่านยืนยัน ได้ไหมครับว่า การเสนอข่าวอย่าใส่ความคิดเห็นของคนที่เป็นพิธีกรที่ประกาศ จะต้อง ใส่ความคิดเห็นของตัวเองลงไป ตรงนั้นนะครับ คือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากที่สุด กราบขอบพระคุณท่านประธานมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์อนุสรณ์ ธรรมใจ กรรมการนโยบายองค์การ กระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

ขออนุญาตตอบชี้แจง ท่าน สส. ฐากรนะครับ ด้วยความเคารพนะครับ ทาง Thai PBS มีทั้งระบบกลไก กระบวนการ รวมทั้งระเบียบวิธีปฏิบัติ ที่ให้ผู้ทำงานทุกคนต้องยึดถือความเป็นกลางและความเป็นธรรม แต่ทีนี้มนุษย์แต่ละคนก็จะมีความเชื่อ ความเห็น แตกต่างกันไปนะครับ เราก็จะต้องพยายาม ที่จะทำอย่างไรให้ Thai PBS สามารถเป็นสื่อที่เป็นกลางและเป็นธรรมมากที่สุด ถ้าท่านมีความรู้สึกหรือรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม ไม่เป็นกลางอย่างไร สามารถมีช่องทาง การร้องเรียนได้ตลอด หรือท่านก็อาจจะติดต่อกับกรรมการนโยบายหรืออนุกรรมการ รับข้อร้องเรียน ซึ่งเรามีกลไกตรงนี้อยู่นะครับ เราเปิดพื้นที่ให้ทุกคน เพราะเนื่องจากว่า เรามุ่งหวังที่จะให้ประเทศนี้เป็นประเทศที่ปรองดองสมานฉันท์ มีสันติธรรม มีความเป็นประชาธิปไตยและเดินหน้าสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วครับ ขอบคุณครับ🔗

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ดิฉันขอ ๑ นาทีได้ไหมคะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับคุณรักชนก🔗

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ดิฉัน รักชนก ศรีนอก ผู้แทนจากชาวบางบอน จอมทอง หนองแขม ก็อยากจะฝาก Thai PBS ไว้นะคะ เมื่อสักครู่นี้ดิฉันลงชื่ออภิปรายไม่ทัน ขอแค่สั้น ๆ ค่ะ ดิฉันก็หวังว่าคณะผู้บริหารของ Thai PBS จะสามารถเลือกเอาความเห็นที่เป็นประโยชน์หรือว่าความเห็นที่เป็นอคติไปใช้ได้ และดิฉันก็อยากจะเห็น Thai PBS เป็นช่องที่ให้เสรีภาพกับสื่อในการที่จะพูด พูดเพื่อวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน หรือว่าฝ่ายรัฐบาล หรือว่าองค์กรต่าง ๆ ในประเทศนี้ เพื่อให้เป็นกระจกสะท้อนว่าแต่ละองค์กร แต่ละหน่วยงานทำงานอย่างไรนะคะ และดิฉันก็คาดหวังว่า Thai PBS จะสามารถมีวิจารณญาณที่จะเลือกเอาความคิดเห็น ที่เป็นประโยชน์นำไปปรับใช้ และดิฉันอยากจะให้ยืนยันในการปกป้องเสรีภาพสื่อนะคะ เพราะว่าถ้าสุดท้ายแล้ว Thai PBS ไม่สื่อสารอย่างตรงไปตรงมาแล้วก็กลายไปเป็นเหมือนกับ ส่วนหนึ่งที่คอยมาโฆษณา หรือว่าเป็นโฆษณาชวนเชื่อ หรือว่าคอยจะทำตัวเหมือนเป็น กรมประชาสัมพันธ์ ดิฉันก็คิดว่านั่นไม่ใช่หน้าที่ของสื่อ ขอบคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ🔗

รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์อนุสรณ์ ธรรมใจ กรรมการนโยบายบายองค์การ กระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

ขออนุญาตครับ ก็ได้ติดตาม บทบาทของท่าน สส. รักชนกอยู่นะครับ ผมคิดว่า Thai PBS เราเห็นว่าสิทธิเสรีภาพ ของสื่อมวลชนคือสิ่งที่เป็นหัวใจของระบอบประชาธิปไตย ฉะนั้น Thai PBS เปิดพื้นที่ ให้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน หรือแม้กระทั่งประเด็นซึ่งมีความอ่อนไหว เพื่อให้ทุกคนสามารถมีเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หาทางออกให้บ้านเมือง เรื่องยาก ๆ เรื่องที่มีความขัดแย้งกันสูง เมื่อสามารถพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผล ประเทศต้องมีทางออกครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

น่าจะครบถ้วนแล้วนะครับ ขอบคุณทาง Thai PBS นะครับที่กรุณามาแจ้งต่อสภา เป็นอันว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๖ ขององค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ขอบคุณทางผู้แทนของหน่วยงานที่กรุณา มาชี้แจงต่อสภา ขอบพระคุณนะครับ ระเบียบวาระต่อไปครับ🔗

๓. รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของศาลรัฐธรรมนูญ🔗

ด้วยเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เสนอรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ศาลรัฐธรรมนูญต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๒ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวาง ให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ ท่านสมาชิกมีประเด็นติดใจที่จะซักถาม ได้ส่งรายชื่อมาเบื้องต้น มี ๔ ท่าน ก็ยังเปิดโอกาสให้เพื่อนสมาชิกได้ลงชื่อเพิ่มเติมอีกสักพักหนึ่งนะครับ🔗

ก่อนที่จะเข้าสู่การรายงานนะครับ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ ทั้งสิ้น ๗ ท่าน ก็ขอเชิญผู้ที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุมครับ ๑. นายสุทธิรักษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ๒. คุณพรภิมล นิลทจันทร์ รองเลขาธิการสำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญ ๓. ท่านร่มปรางค์ สวมประคำ รองเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ๔. ท่านอดิเทพ อุยยะพัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านคดี รักษาราชการแทนรองเลขาธิการสำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญ ๕. คุณทักษณภร ลิกขะไชย ผู้อำนวยการสถาบันรัฐธรรมนูญศึกษา ๖. ท่านพจีกานต์ สวัตติวงศ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยศาลรัฐธรรมนูญ และท่านสุดท้ายครับ ท่านธรรมรงค์ จันทร์ดำ ผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานคดีรัฐธรรมนูญ ผู้ชี้แจงพร้อมแล้ว ทั้ง ๗ ท่านนะครับ ถ้าพร้อมแล้วเรียนเชิญท่านผู้ชี้แจงเป็นตัวแทนหน่วยงาน เชิญแถลง ต่อสภาครับ🔗

นายสุทธิรักษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายสุทธิรักษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ขอชี้แจงรายงานประจำปีศาลรัฐธรรมมนูญประจำปี ๒๕๖๖🔗

สำนักงานศาลธรรมนูญตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นส่วนราชการที่เป็นหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีฐานะเป็นกรม ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ได้รับการจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน เป็นเงินอุดหนุนจากรัฐบาล โดยมีอำนาจหน้าที่ดังนี้🔗

๑. รับผิดชอบงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญ🔗

๒. ศึกษาและรวบรวมข้อมูลคำสั่ง และคำวินิจฉัยเกี่ยวกับงานของคณะตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ🔗

๓. สนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยและเผยแพร่กิจการของศาลรัฐธรรมนูญ🔗

๔. ปฏิบัติการอื่นตามที่คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมอบหมาย🔗

กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้แก่ พระราชบัญญัติสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๒ และฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ หน่วยงานได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบเงินอุดหนุน จำนวน ๓๖๐ ล้านบาทเศษ โดยเป็นค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร จำนวน ๑๘๖ ล้านบาทเศษ ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน จำนวน ๘๖ ล้านบาทเศษ และค่าครุภัณฑ์ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง จำนวน ๘๘ ล้านบาทเศษ งบประมาณประจำปี ๒๕๖๖ มีการเบิกจ่าย ในส่วนของงบประมาณทั้งสิ้น ๓๑๖ ล้านบาทเศษ คิดเป็นร้อยละ ๘๗.๖๖ คงเหลืองบประมาณ ๔๔ ล้านบาทเศษ คิดเป็นร้อยละ ๑๒.๓๔ ซึ่งประกอบด้วย🔗

๑. ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ได้รับการจัดสรร ๑๘๖ ล้านบาทเศษ มีผลการเบิกจ่าย ๑๘๕ ล้านบาทเศษ คิดเป็นร้อยละ ๙๙.๕๔ คงเหลืองบประมาณ จำนวน ๐.๔๖ ค่าใช้จ่าย ด้านการดำเนินงาน ได้รับการจัดสรรจำนวน ๘๖ ล้านบาทเศษ มีผลการเบิกจ่ายงบประมาณ จำนวน ๖๖ ล้านบาทเศษ คิดเป็นร้อยละ ๗๔.๙๗ คงเหลืองบประมาณคิดเป็นร้อยละ ๒๕.๐๒ ค่าใช้จ่ายด้านครุภัณฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้างได้รับการจัดสรรจำนวน ๘๘ ล้านบาทเศษ มีการเบิกจ่ายงบประมาณ จำนวน ๖๔ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๗๔.๙๘ คงเหลืองบประมาณ คิดเป็นร้อยละ ๒๕🔗

๒. งบประมาณตามแผนปฏิบัติการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ งบค้างเบิก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ งบประมาณค่าใช้จ่ายด้านดำเนินงาน จำนวน ๑๗๔ ล้านบาทเศษ มีผลการเบิกจ่ายงบประมาณ จำนวน ๑๒๐ ล้านบาทเศษ คิดเป็นร้อยละ ๖๙.๐๑ คงเหลือ งบประมาณร้อยละ ๓๐.๙๙🔗

ผลการดำเนินงานของศาลรัฐธรรมนูญและสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๖🔗

๒.๑ ผลการดำเนินงานด้านคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ผลการดำเนินงาน ด้านคดีของศาลรัฐธรรมนูญในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้🔗

๑. มีคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ รวมจำนวน ๑๐๕ เรื่อง แยกเป็นคดีที่ค้างพิจารณามาจากปีงบประมาณ ๒๕๖๕ จำนวน ๒๐ เรื่อง และคดีที่มีการยื่นเข้ามาใหม่ในระหว่างปีงบประมาณ ๒๕๖๖ จำนวน ๘๕ เรื่อง🔗

๒. ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคดีแล้วเสร็จ รวมจำนวน ๘๙ เรื่อง แยกเป็นคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเสร็จและมีคำวินิจฉัย จำนวน ๒๓ เรื่อง และเป็นคดี ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่รับคำร้อง จำหน่ายคดี ยกฟ้อง จำนวน ๖๖ เรื่อง🔗

๓. คดีที่ยังคงค้างพิจารณาอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ ยกไปดำเนินการ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ จำนวน ๑๖ เรื่อง🔗

๒.๒ ผลการดำเนินงานด้านเอกสารสิ่งพิมพ์และสื่อประชาสัมพันธ์🔗

๒.๒.๑ โครงการพัฒนาการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ และสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญในยุคดิจิทัล สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้จัดโครงการพัฒนา เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญและสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญในยุคดิจิทัล โดยได้ผลิตและเผยแพร่สื่อเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญ และการรวบรวมคำวินิจฉัยสำคัญมาเรียบเรียงใหม่ ซึ่งอยู่ภายใต้องค์ประกอบหลัก ๓ ประการ คือ ๑. หลักนิติธรรม ๒. การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ๓. หลักสิทธิมนุษยชน เพื่อเสริมสร้างการรับรู้และความเข้าใจของประชาชนในหน้าที่ และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญต่อการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ความรู้ เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญ และสิทธิเสรีภาพของประชาชน ภายใต้ รัฐธรรมนูญในรูปแบบที่น่าสนใจ และสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้โดยง่าย โดยได้ผลิต และเผยแพร่สื่อเนื้อหาผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งสามารถสร้างการรับรู้ที่เข้าถึงได้ง่าย เข้าใจง่าย รวดเร็ว ครอบคลุมทั่วถึงในระยะเวลาอันรวดเร็ว จำนวน ๔ ช่องทาง ดังนี้🔗

๑. ผลิตอินโฟกราฟิก จำนวน ๖ ชิ้นงาน เผยแพร่ผ่านทาง LINE Official Account ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ๑. เรื่องค่านิยมสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ๒. การติดตามข้อมูลข่าวสารสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญทางช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ๓. การสืบค้นคำวินิจฉัยและคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ๔. การยื่นคำร้องด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ๕. การเปิดรับฟังความคิดเห็นและสอบถามข้อสงสัยของศาลรัฐธรรมนูญ ๖. การตอบ ข้อสงสัย ช่วยสืบค้นข้อมูลทาง Chatbot หนุงหนิง🔗

๒. ผลิตสารคดีสั้นศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน ๒ เรื่อง ผ่านทางช่องทาง YouTube สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องที่ ๑ เวนคืนไม่ใช่เวรกรรม จากคำวินิจฉัยที่ ๒/๒๕๖๔ พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๓๔ ขัดหรือแย้ง รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ เรื่องที่ ๒ ผมเป็นราษฎรที่ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง จากคำวินิจฉัย ที่ ๒/๒๕๖๖ คณะกรรมการการเลือกตั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับหน้าที่ และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒)🔗

๓. ผลิตสื่อประเภทเสียง Podcast จำนวน ๒ ชิ้นงาน โดยนำเนื้อหาจาก สารคดีสั้นทั้ง ๒ ตอน มาปรับเป็นสื่อประเภทเสียง Podcast ผ่านทางช่องทาง YouTube สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ🔗

๔. ผลิตบทความและจัดทำรูปภาพโปสเตอร์ประกอบบทความ หรือ Content โดยนำบทความที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้จัดหา จำนวน ๖ บทความ ไปออกแบบ และจัดทำภาพ Poster ประเภทบทความ เพื่อให้บทความมีความน่าสนใจ สวยงาม และมีความสอดคล้องกับบทความ ไม่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดี และไม่ละเมิด ทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลใด เพื่อนำมาเผยแพร่ผ่านช่องทางทางเว็บไซต์ Web Content สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ดังนี้ เรื่องที่ ๑ ภารกิจในการดำเนินงานของ ศาลรัฐธรรมนูญตามพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๕ เรื่องที่ ๒ ความเป็นมาของข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องที่ ๓ การกำหนด คำบังคับให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องที่ ๔ การอำนวยความสะดวก ให้แก่คนพิการ คนทุพพลภาพและผู้สูงอายุ ให้สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้อย่างทั่วถึง เรื่องที่ ๕ การใช้สิทธิต่อศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องที่ ๖ รัฐธรรมนูญกับหลักกฎหมายอาญาไม่มีผลย้อนหลัง เป็นโทษ🔗

๒.๒.๒ โครงการให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญสำหรับ ผู้พิการทางสายตาในรูปแบบหนังสืออักษรเบรลล์ หนังสือเสียงระบบ Daisy และวีดิทัศน์ ล่ามภาษามือ การจัดทำหนังสือดังกล่าวเป็นการจัดทำหนังสืออักษรเบรลล์และหนังสือเสียง Daisy สำหรับผู้พิการทางสายตา ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ประกอบด้วยการจัดทำ คำวินิจฉัยในรูปแบบหนังสืออักษรเบรลล์และหนังสือเสียง Daisy จำนวน ๔๓ คำวินิจฉัย รวม ๕๗ ชุด ได้แก่ ๑. การพิจารณาวินิจฉัยว่าด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับ แก่คดี ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ มาตรา ๒๑๒ จำนวน ๓๕ คำวินิจฉัย ๒. การพิจารณา วินิจฉัยคำร้องของบุคคลที่ถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพว่าการกระทำขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ มาตรา ๒๑๓ จำนวน ๕ คำวินิจฉัย การพิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ของบทบัญญัติแห่งกฎหมายตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นผู้เสนอ มาตรา ๒๓๑ จำนวน ๓ คำวินิจฉัย สำนักงานศาลธรรมนูญได้จัดส่งหนังสืออักษรเบรลล์ให้หน่วยงานหลักที่สำคัญ จำนวน ๓๐ แห่ง เช่น สมาคมคนตาบอดแต่ละส่วนภูมิภาค โรงเรียนสอนคนตาบอด ในประเทศไทย หอสมุดแห่งชาติ มูลนิธิช่วยคนตาบอด เป็นต้น ซึ่งปกหนังสืออักษรเบรลล์ มี QR Code เพื่อสามารถ Scan รับฟังหนังสือเสียงระบบ Daisy จำนวน ๓๕ คำวินิจฉัย และหนังสือเสียงระบบ Daisy อื่น ๆ ที่จัดทำไว้ในปีที่ผ่านมาทางเว็บไซต์ของคลังสารสนเทศ หอสมุดจดหมายและพิพิธภัณฑ์ จากข้อมูลสถิติการรับฟังหนังสือระบบเสียง Daisy จากสถาบันคนตาบอดแห่งชาติ เพื่อการวิจัยและพัฒนา มูลนิธิคนตาบอดแห่งประเทศไทย มีผู้รับฟังหนังสือเสียงระบบ Daisy ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ จำนวน ๔๓ คำวินิจฉัย ประกอบด้วยคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ และมาตรา ๒๑๓ และมาตรา ๒๓๑ พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๖๕ ตั้งแต่วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ถึงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๖ สรุปได้ดังนี้ สายด่วนข่าวสารความรู้ ๑๔๑๔ จำนวน ๑๖๐ ครั้ง Application DevTools List Mobile จำนวน ๔๔๙ ครั้ง ผลจากการประเมินของผู้รับฟังหนังสือเสียงระบบ Daisy ปรากฏว่า ได้รับคะแนนหนังสือเสียงระบบ Daisy ๔.๐ คะแนน จากคะแนนเต็ม ๕.๐ และได้รับคะแนน ผู้อ่านระบบ Daisy ๔.๕ คะแนน จากคะแนนเต็ม ๕ คะแนน การจัดทำวีดิทัศน์ล่ามภาษามือ สำหรับผู้พิการทางหูประกอบด้วย การจัดทำวีดิทัศน์ล่ามภาษามือ พร้อมคำบรรยายแทนเสียง และแผ่นพับประชาสัมพันธ์ จำนวน ๕ เรื่อง คือบันทึกการให้สัมภาษณ์รายการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อประชาชน ตอนที่ ๑-๔ และวีดิทัศน์เผยแพร่บทบาทหน้าที่และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้จัดทำแผ่นพับประชาสัมพันธ์ และจัดทำ QR Code เพื่อสามารถ เข้าไปรับชมวีดิทัศน์ล่ามภาษามือสำหรับผู้พิการทางหู จำนวน ๕ เรื่อง และผลงานอื่น ๆ ที่ได้จัดทำไว้เมื่อปีที่ผ่านมาบน YouTube ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเพิ่มช่องทางการ รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญให้แก่กลุ่มผู้พิการทางหูอีกช่องทางหนึ่ง🔗

๒.๒.๓ การจัดพิมพ์วารสารศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน ๓ ฉบับ ฉบับปีที่ ๒๔ เล่มที่ ๗๑ จนถึงเล่มที่ ๗๒ สุดท้ายคือเดือนธันวาคม ๒๕๖๕ การแจกจ่ายวารสารศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแจกจ่ายไปยังกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยบุคคลและหน่วยงาน ภายในและหน่วยงานภายนอกสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ บุคคลและหน่วยงานภายนอก สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้แก่ ห้องสมุดหน่วยงานของรัฐ ห้องสมุดประชาชนจังหวัด ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้กรุงเทพมหานคร ห้องสมุดของสถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชน หอสมุดแห่งชาติ และสมาชิกวารสารศาลรัฐธรรมนูญ🔗

๒.๒.๔ การจัดพิมพ์เผยแพร่รายงานการศึกษาวิจัย จำนวน ๓ เรื่อง ดังนี้ ๑. ศาลรัฐธรรมนูญกับการคุ้มครองสิทธิ ในความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคล ในสังคมยุคดิจิทัล ศึกษาเปรียบเทียบต่างประเทศ โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ๒. หลักเกณฑ์ในการกำหนดมาตรการชั่วคราวและการบังคับตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ โดยมหาวิทยาลัยนเรศวร ๓. การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ด้อยโอกาสและคนกลุ่มเฉพาะ โดยมหาวิทยาลัยนเรศวร🔗

๒.๒.๕ การจัดพิมพ์สื่อสิ่งพิมพ์ทางวิชาการ ดังนี้ ๑. รายงานการศึกษา บรรทัดฐานสำคัญในคดีรัฐธรรมนูญ ๒. รายงานการศึกษาศาลรัฐธรรมนูญในรัฐเสรี ประชาธิปไตยในศตวรรษที่ ๒๑ ๓. รายงานการศึกษาศาลรัฐธรรมนูญในรัฐเสรีประชาธิปไตย ในศตวรรษที่ ๒๑ ฉบับภาษาอังกฤษ🔗

๒.๒.๖ การจัดทำสื่อสิ่งพิมพ์ภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการร่วมกับ มูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ ประจำประเทศไทย สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้มีความร่วมมือ ทางวิชาการกับมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ สำนักงานประเทศไทย มาอย่างต่อเนื่อง โดยมูลนิธิ ได้ให้การสนับสนุนเงินทุนในการดำเนินงานทางวิชาการแก่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๒ จนถึงปัจจุบัน โดยในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ได้รับการสนับสนุน เงินทุนในการจัดพิมพ์หนังสือสรุปคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๒ ฉบับภาษาไทย อังกฤษ และ Thumb Drive บรรจุหนังสือ🔗

๒.๓ ผลการดำเนินงานด้านวิจัย🔗

๒.๓.๑ โครงการด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านรัฐธรรมนูญ และกฎหมายมหาชน และเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ🔗

๑. การศึกษาเรื่องสภาพบังคับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๔ และข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ โดยสถาบัน บัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เป็นที่ปรึกษา🔗

๒. การศึกษาวิจัยเรื่องความเท่าเทียมและความเสมอภาค ทางเพศตามรัฐธรรมนูญ โดยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นที่ปรึกษา🔗

๒.๓.๒ โครงการพัฒนาและส่งเสริมการวิจัยของศาลธรรมนูญ ๑. การศึกษาเรื่องบรรทัดฐานสำคัญในคดีรัฐธรรมนูญ โดยมีศาสตราจารย์กิตติคุณ ดอกเตอร์ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นหัวหน้าคณะ ๒. การศึกษาเรื่องศาลรัฐธรรมนูญในรัฐเสรีประชาธิปไตย ในศตวรรษที่ ๒๑ โดยมีศาสตราจารย์ ดอกเตอร์บรรเจิด สิงคะเนติ เป็นหัวหน้าคณะ🔗

๒.๓.๓ โครงการให้ทุนสนับสนุนการทำวิทยานิพนธ์ โครงการให้ทุน สนับสนุนการศึกษาวิจัยทางวิชาการ เงินสมนาคุณทางวิชาการและบทความทางวิชาการ ในประเทศ เป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ความทันสมัย มีความเป็นสากล มุ่งใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนการพัฒนา เนื่องจากการให้ทุน สนับสนุนการศึกษาวิจัยเป็นการช่วยสนับสนุนนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาโท ปริญญาเอก ในสาขานิติศาสตร์ สาขารัฐศาสตร์และสาขาเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเป็นการส่งเสริมการศึกษาวิจัย ทางกฎหมายมหาชน รัฐธรรมนูญ คดีรัฐธรรมนูญ สถาบันทางการเมือง ปรัชญาการเมือง การปกครอง การบริหารจัดการภาครัฐและเศรษฐศาสตร์ เพื่อใช้ในการสนับสนุนข้อมูล ทางด้านคดีและวิชาการแก่ศาลรัฐธรรมนูญ และสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นองคาพยพ สำคัญของประเทศในการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยแล้ว ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๑ วรรคท้าย บัญญัติว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ผู้ได้รับทุนสนับสนุนการทำ วิทยานิพนธ์ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ในระดับปริญญาโท จำนวน ๔ ราย จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้ได้รับทุนสนับสนุนการทำวิทยานิพนธ์ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ระดับปริญญาเอก จำนวน ๔ ราย ๑. คณะการพัฒนาสังคมและยุทธศาสตร์การบริหาร สถาบันบัณฑิต พัฒนบริหารศาสตร์ ๒. คณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ๓. คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๔. คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์🔗

๒.๔ ผลการดำเนินงานด้านการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ในการดำเนินงาน ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ สำนักงานศาลพระธรรมนูญ ได้รับคะแนน ๙๕.๒๒ คะแนน ซึ่งเป็นระดับคะแนนที่สูงกว่าค่าเป้าหมายตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบที่มีค่าคะแนน ๘๕ คะแนนขึ้นไป สามารถ จำแนกผลการประเมินรายตัวชี้วัด ดังนี้ ๑. การปฏิบัติหน้าที่ได้ ๙๙.๒๙ เปอร์เซ็นต์ ๒. การใช้งบประมาณได้ ๙๔.๙๐ เปอร์เซ็นต์ ๓. การใช้อำนาจได้ ๙๕.๑๘ เปอร์เซ็นต์ ๔. การใช้ทรัพย์สินของทางราชการได้ ๙๕.๗๕ เปอร์เซ็นต์ ๕. การแก้ไขปัญหาการทุจริตได้ ๙๘.๑๗ เปอร์เซ็นต์ ๖. คุณภาพการดำเนินงานได้ ๙๔.๐๓ เปอร์เซ็นต์ ๗. ประสิทธิภาพ ในการสื่อสารได้ ๘๙.๑๘ เปอร์เซ็นต์ ๘. การปรับปรุงการทำงานได้ ๘๙.๐๒ เปอร์เซ็นต์ ๙. การเปิดเผยข้อมูลได้ ๙๕.๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐. การป้องกันการทุจริตได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์🔗

๒.๕ ผลการดำเนินงานด้านการสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชน ที่มีต่อการอำนวยความยุติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ดำเนินการโดยสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้โครงการ ประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ มีวัตถุประสงค์ ๕ ประการ ได้แก่ ๑. เพื่อสำรวจความรู้ความเข้าใจของประชาชนที่มีต่อศาลรัฐธรรมนูญ ๒. เพื่อสำรวจ ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อการอำนวยความยุติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ ๓. เพื่อสำรวจ ความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อการดำเนินงานของศาลรัฐธรรมนูญ ๔. เพื่อวิเคราะห์ ความสัมพันธ์ของความรู้ความเข้าใจ ความเชื่อมั่นและความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ และ ๕. เพื่อนำเสนอข้อมูลและข้อเสนอแนะตามหลักการการวิจัยสถาบัน เพื่อนำมาใช้ในการกำหนดแนวทางในการปรับปรุงการดำเนินงานและคุณภาพการให้บริการ ที่สอดคล้องกับความคาดหวังของประชาชน ผู้มีส่วนได้เสียและผู้รับบริการอย่างมีประสิทธิภาพ การสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชนดังกล่าว เป็นการวิจัยที่เก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ ด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง ๓,๕๕๘ คน โดยจากประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร และในภูมิภาค ๑๘ จังหวัด และข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสนทนากลุ่ม จำนวน ๑๓ ครั้ง ในเขตกรุงเทพมหานครและในภูมิภาค ๑๒ จังหวัด ในช่วงระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือน ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ผลการสำรวจปรากฏว่า ร้อยละของประชาชนที่มีความเชื่อมั่น ต่อการอำนวยความยุติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ เท่ากับ ๗๓.๐๗ สูงกว่าในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ซึ่งได้ ๖๐.๓๙ จากผลการศึกษาคณะผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะต่อศาลรัฐธรรมนูญและสำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อนำมาใช้ในการกำหนดแนวทางในการปรับปรุงการดำเนินงาน และคุณภาพการให้บริการของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ดังนี้🔗

๑. ด้านการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนเกี่ยวกับบทบาท หน้าที่ และอำนาจ รวมทั้งการดำเนินงานในมิติต่าง ๆ ของศาลรัฐธรรมนูญ ได้แก่🔗

๑. การสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน ควรแตกต่างไปตามคุณลักษณะ ของกลุ่มเป้าหมาย🔗

๒. เพิ่มศักยภาพในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่ ของศาลรัฐธรรมนูญให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยอาจมุ่งเน้นการให้ความรู้และ การสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โทรทัศน์ เว็บไซต์ ศาลรัฐธรรมนูญและข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ เป็นหลัก ศาลรัฐธรรมนูญ ควรมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบถึงช่องทางการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ต่าง ๆ ของศาลรัฐธรรมนูญมากยิ่งขึ้น ควรจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้มากขึ้นและกระจายไปยัง กลุ่มเป้าหมายอื่น ๆ ในส่วนของภูมิภาคและจังหวัดต่าง ๆ🔗

๓. ใช้ช่องทางการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ช่องทางอื่น นอกเหนือจาก ช่องทางที่ศาลรัฐธรรมนูญมีอยู่แล้ว🔗

๔. ประชาสัมพันธ์เชิงรุก เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและการให้ความรู้ แก่ประชาชน เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญที่นอกเหนือจากหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กับการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับชีวิต ประชาชนโดยตรง หรือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนอกเหนือจากประเด็นทางการเมือง เป็นต้น🔗

๕. สร้างเครือข่ายการประชาสัมพันธ์และให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ ได้แก่ เครือข่ายภาคประชาชนในรูปของชมรม เครือข่ายกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เครือข่ายองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายหน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายภาคเอกชน เครือข่ายสื่อมวลชน🔗

๖. มุ่งเน้นการให้ความรู้ การสร้างความเข้าใจไปที่กลุ่มเด็กและเยาวชน ได้แก่ ส่งเสริมให้สถานศึกษาได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ โดยมีตัวแทนนักเรียน นักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วม ส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาบรรจุวิชาวิธี พิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญเข้าไปในหลักสูตร ส่งเสริมให้มีการจัดค่ายให้กับเยาวชน และ🔗

๗. การกระจายอำนาจไปยังส่วนภูมิภาค🔗

๒. การสร้างความเชื่อมั่นต่อการอำนวยความยุติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ ได้แก่🔗

๑. สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนผ่านการประชาสัมพันธ์และให้ความรู้ ได้แก่ เน้นย้ำและให้ข้อมูลเชิงลึกในประเด็นที่ประชาชนมีความเชื่อมั่นน้อย วิเคราะห์ และนำเสนอประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากศาลรัฐธรรมนูญให้ชัดเจน การให้ความรู้ ผ่านทางช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้สิทธิและเสรีภาพของตนเอง ให้ข้อมูล ข่าวสารที่ถูกต้องแก่ประชาชน ศาลรัฐธรรมนูญอาจใช้จุดเด่นของศาลซึ่งเป็นศาลที่ประชาชน มีความสนใจในวงกว้าง โดยเฉพาะด้านการเมืองในการให้ความรู้ประเด็นเกี่ยวข้องกับการวินิจฉัย เน้นการให้ความรู้ในประเด็นที่ประชาชนมีความรู้น้อย แต่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นมาก ได้แก่ เน้นย้ำความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และขั้นตอนการวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สร้างความรู้ความเข้าใจกับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ🔗

(นายภัณฑิล น่วมเจิม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขออนุญาตนะครับ ท่านครับมีผู้ประท้วง ท่านภัณฑิลเชิญครับ🔗

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ไม่ทราบว่าที่ท่าน แถลงอยู่ทั้งหมดนี้มันอยู่ในหนังสือหรือเปล่าครับ มัน ๒๕ นาทีแล้วนะครับ ผมว่าท่านประธาน ทักท้วงได้เลยครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านผู้ชี้แจงรบกวนท่านสรุปนะครับ เอาแต่ประเด็นสำคัญ เนื้อหาเดี๋ยวเพื่อนสมาชิกเขาอ่าน ท่านสรุปเฉพาะหัวข้อที่จำเป็นนะครับ🔗

นายสุทธิรักษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

ได้ครับ เป็นหัวข้อที่ ๓ นะครับ เป็นการส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ด้านกฎหมายและกระบวนการ ยุติธรรมของสำนักงานศาลธรรมนูญนะครับ🔗

ประการต่อมาก็จะมีในหัวข้อของโครงการบูรณาการเครือข่าย ศาลรัฐธรรมนูญ สู่ประชาชน พ.ศ. ๒๕๖๖ ผมนำเรียนว่าเราได้จัดโครงการขึ้นเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม จะมีการปาฐกถาพิเศษ โดยท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญ ในหัวข้อ บทบาทของศาล รัฐธรรมนูญในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน นอกจากนั้นก็จะมีโครงการสัมมนา ทางวิชาการภายใต้โครงการเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจให้กับประชาชน เกี่ยวกับการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตยตามหลักนิติธรรม ครั้งแรกเป็นการสัมมนาทางวิชาการ ร่วมกันระหว่างสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญกับวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัย มหาสารคาม เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๖ ท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญได้เป็นองค์ปาฐก แล้วก็จะมีการสัมมนาในหัวข้อ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามมาตรา ๒๑๓ และครั้งที่ ๒ จะเป็น การสัมมนาทางวิชาการร่วมกันระหว่างสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญกับมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง อำเภอห้างฉัตร เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๖ ก็จะมีการบรรยาย พิเศษโดยท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในหัวข้อเรื่อง บทบาทของศาลรัฐธรรมนูญ ต่างประเทศและไทย กับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และจะมีการอภิปราย ร่วมกันในหัวข้อ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๓ โดยท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็โดยเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วก็มีอาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมทั้งอาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้ดำเนิน รายการด้วยนะครับ🔗

ประการต่อมา ๓.๔ กิจกรรมการแข่งขันตอบปัญหาเกี่ยวกับกฎหมาย รัฐธรรมนูญ คดีรัฐธรรมนูญและศาลรัฐธรรมนูญ โดยเราได้ร่วมกันจัดในปี ๒๕๖๖ จำนวน ๓ ครั้ง ครั้งแรก เป็นการจัดแข่งขันตอบปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ คดีรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายของโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยดำเนินการร่วมกับวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัย มหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม ครั้งที่ ๒ แข่งขันตอบปัญหาของนักเรียนระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย ในเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร โดยดำเนินการที่สำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญ และครั้งสุดท้าย ครั้งที่ ๓ ดำเนินการแข่งขันตอบปัญหาของนักเรียน มัธยมศึกษาตอนปลายของพื้นที่การศึกษาภาคเหนือ ดำเนินการร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปางครับ ต่อมา ๓.๕ โครงการพัฒนายุวชนศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๖🔗

(นายจุลพงศ์ อยู่เกษ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตครับ ขออนุญาตท่านผู้รายงานนะครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านจุลพงศ์ครับ ท่านประท้วง🔗

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ผม จุลพงศ์ พรรคประชาชนครับ ท่านไม่ต้องรายงานถึงขนาดจัดตอบแข่งขันปัญหานะครับ ขอให้ท่านสรุป ตอนนี้จะ ๓๐ นาทีแล้ว ท่านปริ้นท์รายงานนั้นมาแจกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้นะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เข้าใจครับ ท่านครับ ผมได้เตือนทางผู้ชี้แจงแล้ว ก็อีกครั้งหนึ่งนะครับท่าน รบกวนขอให้กระชับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุทธิรักษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

ขอบคุณครับ โครงการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญและกฎหมายรัฐธรรมนูญ สำหรับประชาชนทั่วไปนะครับ มีการดำเนินการจัดอยู่ ๒ ครั้ง จัดที่ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี และครั้งที่ ๒ มีการจัดอยู่ที่โรงเรียนปทุมวิไล อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี โดยกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย ประชาชน ผู้นำชุมชน ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กับกระบวนการยุติธรรม นักเรียน นักศึกษาครับ🔗

สุดท้ายครับ โครงการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญสำหรับ ผู้พิการ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญร่วมกับศูนย์บริการนักศึกษาพิการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดกิจกรรมอบรมหัวข้อเรื่อง ศาลรัฐธรรมนูญกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้พิการ โดยจัดที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มีการจัดสื่ออิเล็กทรอนิกส์ช่องทาง YouTube ถ่ายทอด แล้วก็มีการจัดให้มีล่ามภาษามือเพื่อสื่อสารข้อมูลให้แก่ประชาชนผู้เข้ารับการอบรม ที่เป็นผู้พิการทางหู โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน ๑๙๕ คน ประกอบด้วยคณะตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ผู้บริหาร ทั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แล้วก็ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังมีผู้แทนคณะอาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเครือข่ายของศูนย์กิจกรรม นักศึกษาคนพิการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียน เศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์ และผู้ที่เกี่ยวข้องให้กลายเป็นกลไกในการทำหน้าที่พิทักษ์ ความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญอีกทางหนึ่ง ขอนำกราบเรียนที่ประชุม เพื่อโปรดทราบครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปผมเชิญท่านสมาชิกได้สอบถามทางหน่วยงานนะครับ ผมจะเชิญทีละ ๒ ท่านก่อนนะครับ ท่านแรกจะเป็นท่านรักชนก ศรีนอก อีกท่านหนึ่งจะเป็นท่านธนกร วังบุญคงชนะ และต่อด้วยท่านภัณฑิล จะได้เตรียมตัวครับ เชิญท่านรักชนกครับ🔗

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ดิฉัน รักชนก ศรีนอก ผู้แทนจากชาวบางบอน จอมทอง หนองแขม วันนี้จะขอร่วมอภิปรายในรายงาน ประจำปี ๒๕๖๖ ของศาลรัฐธรรมนูญค่ะ ก่อนอื่นดิฉันก็ต้องขอแสดงความเสียใจที่สำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญตัวท่านเองไม่ใช่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ดิฉันเข้าใจดีนะคะ แต่ว่ามันก็เป็น ด้วยเหตุแห่งการกระทำของคนในองค์กรของท่าน ที่ทำให้ท่านอาจจะต้องมาแบกรับ กับคำพูด หรือว่าการวิพากษ์วิจารณ์ที่ท่านอาจจะไม่ได้มีส่วนร่วมกับการกระทำนี้ด้วยนะคะ ดิฉันก็แสดงความเห็นใจนะคะ แต่ว่าก็ต้องยอมรับกันนะคะว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนี้ ก็ไม่ได้มีที่มาที่ยึดโยงกับพ่อแม่พี่น้องประชาชน แล้วก็จากที่ดิฉันได้ติดตามการทำงาน ของท่านนะคะ ก็ได้ทราบว่านอกจากท่านจะไม่ได้มีที่มาที่ยึดโยงกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนแล้ว ท่านก็ยังไม่ได้พร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นของพ่อแม่พี่น้องประชาชนด้วยนะคะ เพราะว่า น้อยที่สุดสิ่งที่ท่านทำได้เลยก็คือรับฟังความคิดเห็นผ่านทาง Comment เฟซบุ๊ก อันนี้ดิฉัน ก็ได้เปิดดูในรายงานของท่านมีอยู่ในหน้า ๑๗๐ ด้วย ที่ท่านเอางานในเฟซบุ๊กมาใส่ในรายงาน ซึ่งก็เป็นที่แน่ชัดว่าในนี้ก็ปิด Comment เฟซบุ๊ก หรือว่าพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่จะดูอยู่ตอนนี้ อยากจะเข้าไป Comment ใน Page ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญก็ทำไม่ได้นะคะ ดิฉันก็อยากจะฝากตั้งเป็นข้อสังเกตว่าท่านอย่าอยู่แต่ในกระดองนะคะ ถ้ากล้าทำ แล้วก็ต้องกล้ารับผลแห่งคำวิจารณ์ด้วย ท่านยืดอกเลยค่ะ ชูอก ชูหน้าเลย ยืดรับผล แห่งการกระทำของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไปเลยนะคะ ดิฉันคิดว่าอันนี้ก็จะได้เป็นที่ระบาย รูระบายของพี่น้องประชาชนสักนิดหนึ่ง ถ้าเขาได้ไป Comment นะคะ แล้วก็สิ่งที่ดิฉัน อยากจะตั้งเป็นข้อสังเกตคือ ท่านได้ของบประมาณในปีนี้ ในปีล่าสุดอาจจะยังไม่ได้มีอยู่ ในเล่ม ๒๕๖๖ แต่ว่าท่านได้ของบประมาณในการทำ Survey ออนไลน์ไปเพื่อรับฟัง ความคิดเห็นของพ่อแม่พี่น้องประชาชนนะคะ ท่านได้ทำ Survey ออนไลน์ เพื่อรับฟัง ความคิดเห็นของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ๑ ล้านบาท ที่ดิฉันได้อภิปรายไป แต่ว่าก็อย่างที่ว่าไป เช่นกันค่ะ ว่าท่านปิด Comment เฟซบุ๊ก อันนี้ดิฉันอยากจะถามท่านเลขาธิการแล้วก็บอร์ดบริหารนะคะว่า ท่านมาขอเงินเพื่อทำ Survey ออนไลน์ไปเพื่ออะไรคะ ในเมื่อ Comment เฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นช่องทางที่ง่ายที่สุด ถูกที่สุด และไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายใด ๆ เลยที่ประชาชนจะสามารถวิพากษ์วิจารณ์ หรือว่า ส่งเสียงไปถึงการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญได้ ท่านกลับปิดช่องทางนี้เสีย แต่ไปขอเงิน ๑ ล้านบาท เพื่อรับฟังความคิดเห็น ท่านจะทำไปเพื่ออะไรคะ เพราะว่าสุดท้ายแล้วก็ไม่มีใคร ได้อ่านความคิดเห็นที่แท้จริงค่ะ เพราะว่าเมื่อท่านทำ Survey ออนไลน์ไปนี่ ท่านก็จะไปคัดกรอง เอาสิ่งที่มันเสียดแทงจิตใจของท่าน หรือว่าสิ่งที่ท่านคิดว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่อยากจะอ่าน ออกไปนะคะ อันนี้ดิฉันก็ขอตั้งเป็นข้อสังเกตเอาไว้นะคะ ว่าท่านไม่กล้าที่จะเปิด Comment ในเฟซบุ๊ก รับฟังความเห็นของพ่อแม่พี่น้องประชาชนนะคะ ก็อย่ากรุณาตั้งคำของบประมาณ เพื่อ Survey ในการรับฟังความคิดเห็นเลยค่ะ แล้วก็อยากที่จะตั้งคำถามไปถึงบอร์ดบริหาร ตรงนี้เลยว่า นโยบายต่อจากนี้คือท่านจะมีโอกาสเปิด Comment ในเฟซบุ๊กไหมคะ เดี๋ยวดิฉันจะรอฟังคำตอบแล้วดิฉันก็คิดว่าพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ฝากดิฉันมาก็รอคำตอบ เช่นกันนะคะ🔗

สุดท้ายนี้ค่ะ ที่ดิฉันได้ฟังท่าน ๓๐ นาที ท่านทำกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่ CSR แล้วก็จัดอบรม จัดแข่งขัน มีความร่วมมือกับต่างประเทศด้วยนะคะ อันนี้ดิฉัน ขอตั้งคำถามนะคะว่า ท่านจะทำสิ่งเหล่านี้ไปเพื่ออะไรคะ ในเมื่อภารกิจหลักของท่าน ท่านไม่สามารถทำได้ ก็คือการดำรงตนเป็นเสาหลักของความยุติธรรมและความเที่ยงธรรม หรือเป็นที่พึ่งให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนในประเทศนี้อย่างแท้จริง ตีความเพื่อขยายสิทธิ และเสรีภาพของพ่อแม่พี่น้องประชาชนให้เหมือนกับที่ท่านไปเอาแบบอย่างมาจากเยอรมัน ถ้าท่านทำสิ่งเหล่านี้ที่เป็นพันธกิจ ภารกิจของท่านไม่ได้ ดิฉันก็ไม่รู้ว่าท่านจะไปทำหน้าที่อื่น ที่เรียกได้ว่าสูญเปล่า สูญงบประมาณทำไมนะคะ ก็ต้องขอแสดงความความเห็นอกเห็นใจ กับท่านเลขาธิการ แล้วก็สำนักงานที่ต้องมารับฟัง Comment นะคะ ต่อวันต่อจากนี้ ก็เดี๋ยวคงมีคนมาสับท่านอีกเยอะค่ะ ก็เป็นกำลังใจให้นะคะ แล้วก็ฝากตอบคำถามของ ดิฉันด้วยนะคะ เดี๋ยวรอคำตอบ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนยินดีต้อนรับคณะอาจารย์จาก ๑๖ สถาบันการศึกษาทั่วประเทศนะครับ จำนวน ทั้งสิ้น ๒๔ ท่าน ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ ท่านต่อไปครับเชิญท่านธนกร วังบุญคงชนะ เชิญครับ🔗

นายธนกร วังบุญคงชนะ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะร่วมอภิปรายรายงานประจำปีของศาลรัฐธรรมนูญ ในปี ๒๕๖๖ นะครับ โดยในภาพรวมท่านประธานครับ ผมมองว่าการทำงานของ ศาลรัฐธรรมนูญก็เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นแล้วหลาย ๆ อย่าง ก็อาจจะไม่ได้ถูกใจพรรคการเมืองมากนัก แต่ผมเชื่อว่าถูกใจพี่น้องประชาชนนะครับ สิ่งสำคัญที่สุดท่านประธานครับ ผมมองว่าหลักการสำคัญ ผมพูดถึงหลักก่อนนะครับว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้วางหลักการสำคัญไว้อย่างหนึ่งที่ผมเชื่อว่าเป็นที่ยอมรับของพี่น้อง ประชาชน นั่นก็คือในเรื่องของจริยธรรม ในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ตรงนี้ผมคิดว่าเป็นหลักการสำคัญมากนะครับท่านประธาน เพราะว่าคนที่จะเข้าไปสู่ตำแหน่ง ทางการเมืองที่สำคัญต้องยึดหลักนี้ เพราะฉะนั้นในวันนี้หลักการที่วางไว้ผมพูดถึงหลักการ หลักการมันดีอย่างแน่นอนนะครับ นอกจากนั้นแล้วต้องขอบคุณครับท่านนายกรัฐมนตรี คนปัจจุบัน ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ที่ท่านมองว่าการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ไม่ได้สำคัญไปกว่าการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน วันนี้ท่านไปแก้ปัญหาปากท้องนะครับ เงิน ๑๐,๐๐๐ บาท พี่น้องประชาชนได้รับแล้ว ผมเชื่อว่าตรงนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านนี้ เดินมาถูกทางแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นในการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราทุกฝ่ายก็เห็นพ้อง ต้องกันนะครับว่า มันไม่มีความจำเป็น โดยเฉพาะหลักการสำคัญในเรื่องของเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญ ในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต ในเรื่องของจริยธรรมตรงนี้สำคัญมาก ผมก็ขอชื่นชมนะครับ นอกจากนั้นท่านประธานครับ ในส่วนที่ผ่านมานี้การที่จะแก้อะไรมันทำได้อยู่แล้วนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่เราพึงระวังนะครับ ผมเป็น สส. ผมก็มีเอกสิทธิ์ส่วนตัวของผมนะครับ การแก้อะไรก็ตามถ้าเราทำเพื่อตัวเราเองต้องระวังนะครับ เพราะว่าในอดีตที่ผ่านมา ผมคิดว่า ท่านประธานจำได้นะครับ ในสมัยปี ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ องค์กรอิสระองค์กรหนึ่ง ขึ้นเงินเดือนให้กับตัวเอง ทำไมรู้ไหมครับ แม้ว่ามีเจตนาที่บริสุทธิ์นะครับ แต่ว่าการทำอย่างนี้ สุดท้ายติดคุกนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้สำคัญนะครับ ผมคิดว่าหลายอย่างนี้มันดีอยู่แล้ว นอกจากนั้นท่านประธานครับ ในส่วนของการทำงานในเรื่องคดีความต่าง ๆ ผมไปดู การบริหารจัดการคดีก็บริหารได้ดีนะครับ แม้ว่าคดีต่าง ๆ ของศาลรัฐธรรมนูญมันไม่ได้เยอะ เหมือนศาลอื่น ๆ นะครับ แต่ว่าเป็นการบริหารจัดการได้ดี คดีที่สำคัญก็ออกสู่สาธารณชนก่อน แล้วก็มีการชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบต่าง ๆ นะครับ สิ่งหนึ่งที่ปรากฏอยู่ในเอกสาร ฉบับที่รายงานนี้ก็ต้องขอบอกนะครับว่า ผลการสำรวจความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน ที่มีต่อการอำนวยความยุติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ ในปี ๒๕๖๖ ๗๓.๗ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าพี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในตัวท่านนะครับ เพราะฉะนั้นผมให้กำลังใจท่าน ทำหน้าที่ต่อไปนะครับ ผมคิดว่าทุกองค์กร องค์กรอิสระ องค์กรศาลต่าง ๆ มีความสำคัญ องค์กร ป.ป.ช. ศาลปกครองสูงสุด หรืออะไรก็ตามนะครับ เรามีอำนาจในการถ่วงดุล ในการบริหารประเทศ เพราะฉะนั้นแล้วทุกฝ่ายย่อมมีหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการต่อนะครับ เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมคิดว่าสิ่งที่ผ่านมาผมคิดว่ามันดีอยู่แล้วนะครับ ผมขอให้กำลังใจท่าน องค์กรศาลรัฐธรรมนูญนะครับ โดยเฉพาะท่านเลขาธิการ เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงาน ด้วยความมั่นคง แล้วก็สุดท้ายก็ให้กำลังใจท่านในการทำหน้าที่ต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านภัณฑิล น่วมเจิม เรียนเชิญครับ🔗

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ผมว่าก็จะไม่นอก Script แล้วนะครับ แต่ผมก็ทนฟังท่านมาครึ่งชั่วโมงนะครับ ก็เลยเห็นวิธีประชาสัมพันธ์ของท่าน เดี๋ยวจะอภิปรายต่อในเรื่องงบประชาสัมพันธ์นะครับ เมื่อพูดถึงศาลรัฐธรรมนูญ ประชาชน ทั่วไปจะนึกถึงอะไรครับ ผมไม่รู้หรอกว่าท่านไป Survey ที่ไหนมา ๗๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ท่าน Search Google ง่าย ๆ เลยครับ ยุบพรรค ตัดสิทธิ ล้มล้างการปกครอง ลองค้นหา ดูเอาเองครับ ไม่ต้องไปทำสำรวจหรอกครับ ง่ายมากครับ อย่าให้พูดมากกว่านี้เลยครับ ศาลตา ศาลยาย ศาลตายายยังศักดิ์สิทธิ์กว่าท่านเลยครับ จริง ๆ ไม่อยากใช้คำว่า ศาล หรือตุลาการด้วยครับ เพราะท่านคือส่วนหนึ่งของการเมืองครับ เป็นตัวแทนของกลุ่ม ผลประโยชน์ องค์กรท่านไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน ไม่ต้องรับผิด อยากจะรับแต่ชอบ เมื่อสักครู่เขียน เมื่อสักครู่พูดมานี้ก็อยากจะโฆษณาตัวเอง รับแต่ชอบ แต่ไม่รับผิด ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

หน้าต่อไปครับ เมื่อสักครู่ ผมจะชี้ให้เห็น Search ไปเจอแต่อะไรบ้าง ไม่รอด ให้ผ่าน คนมานั่งลุ้นกัน สื่อต่างประเทศ ก็ไปจั่วหัวแก้กฎหมายล้มล้างการปกครอง ต่างประเทศทั่วโลกเขามองท่านเป็นอย่างไรครับ ท่านไม่ต้องไป Survey หรอกครับ ง่ายจะตาย Google เข้าไป แต่ท่านใช้งบจากภาษีนะครับ ใช้เงินภาษี ปีหนึ่ง ๓๖๑ ล้านบาท มากกว่าครึ่งเป็นค่าใช้จ่ายบุคลากร โดยเฉพาะค่าตอบแทน ๕๗ ล้านบาท ผมไม่ได้พูดถึงท่านที่นั่งอยู่หรือสำนักงานนะครับ ผมพูดถึง ๙ คนนั้นนะครับ ลองหาร ๙ ก็ได้ครับ ปีละ ๖ ล้านบาท หาร ๑๒ เดือนละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท นี่ยังไม่นับ เงินประจำตำแหน่ง ๑๔ ล้านบาท เงินเพิ่มพิเศษ ๓๒ ล้านบาท ซึ่งก็ไม่รู้รายละเอียด มันคืออะไรครับ อีกเศษ ๑ ส่วน ๔ เป็นค่าใช้สอย พอเข้าไปดูรายหลัก ๆ เจออะไรครับ ค่าใช้จ่ายฝึกอบรมเกือบ ๒๑ ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๐ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา อบรมแล้ว ได้อะไรครับ มีแต่คำตัดสินที่ไม่เป็นมืออาชีพ ๒ มาตรฐาน ค่าใช้จ่ายเดินทางกว่า ๔ ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ ๒ เท่าจากปีก่อน ท่านต้องไปเจอใครที่ต่างประเทศหรือครับ ยังไม่นับ ค่าประชาสัมพันธ์ ๒.๕ ล้านบาท พอเถอะครับ อย่าประชาสัมพันธ์เลยครับ เพราะท่านขึ้นมาอ่านเมื่อสักครู่นี้ครึ่งชั่วโมงผมทนฟังนี่ เอาไปโฆษณา PR อะไรครับ ภาพลักษณ์ท่านมันก็กระฉ่อนอยู่แล้วไม่ต้องโฆษณาครับ หน้าต่อไปครับ เอาล่ะ เพื่อความเป็นธรรม เดี๋ยวจะหาว่าประชาชนอคติ มาดูตัวอย่าง การประเมินผลงาน ผมก็ลอกมาจากรายงานท่าน เจออะไรครับ โครงการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามหลักนิติธรรม โอ้โฮ เมื่อสักครู่ท่านก็พูดเหมือนกัน ให้กับกลุ่มเป้าหมาย ๑,๔๘๐ คน นี่ท่านช่างยังกล้า มาพูดผู้สอนคนอื่น นี่เขาเรียกว่าไม่รู้จักหน้าที่ตัวเอง ยกตัวอย่างนะครับ ดูรายการ Factor มีความเข้าใจง่ายขึ้นเมื่อผู้ดำเนินสารคดีเป็นผู้เชื่อมโยงเนื้อหาในวีดิทัศน์ อ่านแล้วอีหยังวะ ต้องแปลไทยเป็นไทยครับ ท่านไปจ้างใครทำครับนี่ หรือชงเองตบเอง ไม่เป็นมืออาชีพเลย ผมอยู่บริษัทวิจัยมาก่อน อย่างนี้ไม่ผ่าน KPI อะไรก็ไม่รู้ ประเมินไม่รู้ว่าใครเป็นคนจ้าง มาจากไหนอะไรก็ไม่รู้ กล้าเอามาแปะในรายงาน ผมไม่พูดนานเหมือนท่านหรอกครึ่งชั่วโมง สรุปจากแค่ ๒-๓ ประเด็นข้างต้นครับ ทั้งเรื่องการใช้เงิน การประเมินผลการทำงานตัวเอง ก็คงไม่ต้องมาถกเถียงกันหรอกครับว่า ท่านได้เซาะกร่อนบ่อนทำลายประชาธิปไตย สร้างความเสียหายให้กับบ้านเมืองต่อสาธารณชนอย่างเป็นที่ประจักษ์ ขอให้ท่าน ได้พึงสังวรไว้นะครับ ประชาชนได้ตัดสินท่านไปแล้ว ท่านคงไม่กล้าเดินออกจากบ้าน ไปเจอศาลเตี้ยข้างนอก ใช้ชีวิตตามปกติเหมือนชาวบ้านหรอกครับ และคงไม่ต้อง มานั่งรายงานฉบับนี้ต่อสภาผู้แทนราษฎรหรอกครับ มันเปลือง เปลืองครับเปลือง🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจุลพงศ์เชิญครับ🔗

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนนะครับ วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายในรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของศาลรัฐธรรมนูญ โดยผมจะอภิปราย ใน ๒ เรื่อง🔗

เรื่องแรก คือผลการดำเนินงานในเรื่องความร่วมมือระหว่างประเทศ คือการที่ศาลรัฐธรรมนูญจัดประชุมสมาคมศาลรัฐธรรมนูญและสถาบันเทียบเท่า แห่งเอเชีย หรือตัวย่อว่า AACC ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญไทยเป็นเจ้าภาพ จัดขึ้นครั้งที่ ๖ เมื่อวันที่ ๑๘-๒๑ กันยายนที่ผ่านมา การประชุมครั้งนี้มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนหนึ่งออกมา ให้สัมภาษณ์สื่อว่า จะเป็นการประชุมที่ต่างจากทุกครั้ง คือมีการเชิญขยายวงอีก ๔ กลุ่ม คือกลุ่ม Venice Commission ซึ่งมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนเดิมขยายความว่า กลุ่ม Venice Commission เป็นแม่แบบของตุลาการที่ให้อิสระ ยึดมั่นโดยหลักนิติธรรม ชื่อก็บอกแล้วนะครับว่า กลุ่มนี้อยู่ในทวีปยุโรป คือเมืองเวนิส ส่วนอีก ๓ กลุ่มที่รับเชิญ คือกลุ่มลาติน กลุ่มแอฟริกา และกลุ่มยูเรเซีย ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนเดียวกันบอกว่า “ไม่ใช่การประชุมแค่เอเชีย แต่เป็นการประชุมระดับโลก เป็นการประชุมใหญ่กว่าทุกครั้ง เขาตอบรับมา หมายความว่า เขาให้ความสำคัญกับประเทศไทย ไทยจะได้ประโยชน์ทำให้ขึ้นอยู่บนจอเรดาร์โลกอีกครั้ง” ฟังแล้วเหมือนเป็นการประชุมใหญ่โตระดับชาติใช่ไหมครับ แต่การจัดจะใหญ่โตแค่ไหน องค์การระดับชาติระดับนี้เขาดู Value หรือคุณค่าที่เจ้าภาพที่จะจัดยึดถืออยู่ด้วย ดูเนื้อหา ค่านิยม ไม่ใช่เอาแต่แค่เปลือก ที่ศาลรัฐธรรมนูญไปเชิญกลุ่ม Venice Commission มาประชุม ท่านทราบไหมครับว่าคุณค่าหรือหลักเกณฑ์ที่ Venice Commission เขามีอยู่ ๒๒ หน้านั้น เขายึดมั่นในหลักนิติธรรมเช่นใด หรือจะเอาแต่เท่ครับ ว่าไปเชิญองค์การ จากยุโรปมาประชุม โดยไม่มีความรู้พื้นฐานของคนที่เราไปเชิญนั้น ว่าเขามีความคิด ความอ่านเช่นไร ผมจะอภิปรายให้ฟังครับ กลุ่ม Venice Commission มีหลักเกณฑ์ ยึดถือปฏิบัติในหลักนิติธรรมหลายข้อ และหลักเกณฑ์ที่ยึดถือปฏิบัติอย่างหนึ่งที่ผมอยากขอ ยกตัวอย่างขึ้นมา คือเรื่องการยุบพรรคการเมือง หลักเกณฑ์เรื่องการยุบพรรคการเมือง ของ Venice Commission นั้นมีหลายประการครับ วางหลักเกณฑ์ไว้หลายเรื่อง แต่ผมอยากจะขอยกตัวอย่างขึ้นมา ๔ ประการให้ทราบ🔗

ข้อยึดมั่นประการที่ ๑ คือเขามีหลักเกณฑ์ว่า การยุบพรรคการเมืองจะต้อง เกิดขึ้นอย่างมีความสมเหตุสมผลก็ต่อเมื่อพรรคการเมืองนั้นใช้ความรุนแรงในการล้มล้าง การปกครองระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานครับ ต้องใช้ความรุนแรงนะครับ เช่น ใช้กำลัง อาวุธเข้าล้มล้างการปกครอง ไม่ใช่เพียงใช้กระดาษและปากกาในการเสนอร่างกฎหมาย🔗

ข้อยึดมั่นประการที่ ๒ คือ Venice Commission ข้อเท็จจริงว่า การเสนอ ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยวิธีสันติ ไม่ใช่เหตุผลเพียงพอที่ใช้ในการยุบพรรคการเมือง ท่านประธานครับ การใช้เพียงกระดาษและปากกาในการเสนอร่างกฎหมายเป็นวิธีที่สันติ จึงไม่นำมาใช้อ้างในการยุบพรรคการเมืองตามแนวทางของ Venice Commission🔗

ข้อยึดมั่นประการที่ ๓ ของเขาคือ พรรคการเมืองหนึ่งไม่ควรจะต้องรับผิดชอบ ในการกระทำของสมาชิก หรือบุคคลโดยไม่ได้รับมอบหมาย หรือมอบอำนาจจาก พรรคการเมืองนั้น เทียบเคียงกับกรรมการหรือผู้ถือหุ้นนะครับ คนเดียวทำผิดกฎหมาย เราคงไม่ต้องสั่งยกเลิกบริษัทนั้น🔗

ข้อยึดมั่นประการที่ ๔ ของ Venice Commission เกี่ยวกับการยุบพรรคคือ การยุบพรรคการเมืองจะถูกตัดสินด้วยศาลรัฐธรรมนูญก็ต่อด้วยวิธีพิจารณาที่มี Due Process หรือกระบวนการที่ชอบด้วยกฎหมาย Openness ความโปร่งใสและ Fair Trial การดำเนิน กระบวนพิจารณาที่เป็นธรรม🔗

ท่านประธานครับ ตัวอย่างของกระบวนการพิจารณาที่เป็นธรรม ดูง่าย ๆ นะครับ ที่ผมขอยกขึ้นมาคือ มีการเปิดโอกาสให้จำเลยหรือผู้ถูกกล่าวหาได้ต่อสู้อย่างถึงที่สุดหรือไม่ หรือท่านไม่รู้ครับว่าเขามีค่านิยมและหลักเกณฑ์ที่ทำอย่างนี้ ถ้ารู้มาก่อนคงไม่ไปเชิญ เพราะหลักเกณฑ์ของเราไม่ตรงกับเขาสักข้อครับ อาจจะมีข้อโต้แย้งว่าการตัดสินก็เป็นไปตาม กฎหมาย เพราะกฎหมายเขียนไว้อย่างนี้ แต่ท่านประธานครับ นักกฎหมายที่ดีที่มีจิตสำนึก จะยึดหลักที่เหนือกว่ากฎหมายและแม้แต่เหนือกว่ารัฐธรรมนูญที่คนคิดว่าเป็นกฎหมาย สูงสุดแล้ว นั่นคือหลักนิติธรรม หลักนิติธรรมในกรณีนี้เราสามารถย้อนไปดูหลักเกณฑ์ ตัวอย่าง ๔ ข้อ ของ Venice Commission ที่ผมได้อภิปรายไปแล้ว การตัดสินคดี ยุบพรรคก้าวไกลจึงห่างไกลจากหลักเกณฑ์ของ Venice Commission กำหนดไว้ในเรื่อง ยุบพรรคการเมือง ท่านไปเชิญเขามาท่านไม่อายเขาหรือครับ ท่านประธานครับ เชิญเขามา เพราะหวังว่าการจัดประชุมครั้งนี้จะอยู่ในเรดาร์ของโลก แต่การยุบพรรคก้าวไกลกลับทำให้ ศาลรัฐธรรมนูญอยู่บนจอเรดาร์ของโลกแทนการประชุม🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ การพิจารณาผลงานประจำปีของหน่วยงานใด เราคงไม่พ้นจะต้องดูคนในหน่วยงานนั้นด้วย เพราะคำว่า ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นชื่อองค์กร ไม่ใช่ตัวบุคคล เราจะต้องดูเข้าไปถึงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและเจ้าหน้าที่ธุรการทั้งหมด หากเป็นองค์กรที่เกี่ยวกับการตัดสินคดีให้คุณให้โทษแก่เรา เราก็ต้องดูการครองตน การมีจริยธรรมของคนในองค์กรนั้นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อเรามาดูมาตรฐานจริยธรรมของศาลรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๖ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งหมายถึงตัวบุคคล ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม เป็นอิสระ เป็นกลาง และปราศจากอคติ ขยายความมากกว่านั้นนะครับ ในวงการยุติธรรม ลองไปดูประมวลจริยธรรมของตุลาการดูบ้าง หน้าที่สำคัญของผู้พิพากษาคือการประศาสน์ความยุติธรรมแก่ผู้มีอรรถคดี ซึ่งจะต้องปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์ เที่ยงธรรม ถูกต้องตามกฎหมายและนิติประเพณี ทั้งจะต้องแสดง ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนด้วยว่า ตนได้ประพฤติเช่นนั้นโดยครบถ้วน เน้นนะครับ ปฏิบัติต่อสาธารณชน นิติประเพณีที่คุ้นกันนั้นก็คือการกระทำ เช่น การออกคำสั่งของตุลาการ ต้องทำเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมของทุกฝ่าย ท่านประธานที่เคารพครับ เรามาดูว่า คนในองค์กรศาลทำตามมาตรฐานจริยธรรมของตนเองไว้หรือไม่ และคนในองค์กร ที่ถือเสมือนว่าเป็นผู้พิพากษาได้ยึดถือแนวทางปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมของตุลาการ โดยไม่มีอคติหรือไม่ การบรรยายในที่สาธารณะที่เผยแพร่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คนหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ มีเนื้อหาเยาะเย้ย เสียดสี เต็มไปด้วยอคติ ทวงบุญคุณพรรคก้าวไกล หรือพรรคประชาชนในขณะนี้ พูดจบก็หัวเราะร่วนไปด้วย การบรรยายในสาธารณะที่มีเนื้อหาเยาะเย้ย เสียดสี เต็มไปด้วยอคติ หลังจากที่คดีที่ตัวเอง ตัดสินแล้วนั้น ผมขอตั้งคำถามไปยังตุลาการทั่วประเทศผ่านท่านประธานว่า ท่านฟังตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญคนนี้พูดแล้วท่านคิดอย่างไรครับ บูรพตุลาการหรือตุลาการในอดีต ที่เคยสั่งสอนตุลาการมาหลายชั่วคน เคยสั่งสอนตุลาการรุ่นต่อ ๆ มาให้เยาะเย้ย เสียดสี หรือทวงบุญคุณกับตัวความในคดีที่ตัวเองตัดสินหรือไม่ครับ ท่านมีอคติหรือไม่ที่กล่าวเช่นนั้น ท่านมั่นใจได้อย่างไรครับว่า การตัดสินคดีในอนาคตจะไม่มีอคติต่อโจทก์และจำเลย การที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนหนึ่งออกมาพูดเสียดสีและทวงบุญคุณตัวความหลังการตัดสิน เช่นนี้ ทำให้สถาบันตุลาการสั่นคลอน จริยธรรมตุลาการจะถูกตั้งคำถามจากประชาชน และที่สำคัญแล้วต้องไม่ลืมคือ ตุลาการหรือศาลทำหน้าที่ตัดสินนั้นได้กระทำลงภายใต้ พระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ นับวันเราจะเห็นคนบางกลุ่มที่คอยชี้ว่าคนนั้น ไม่มีจริยธรรม คนนี้ไม่มีจริยธรรม ได้แสดงความคิดเห็นออกมาต่อสาธารณะ แทนที่จะให้ คนนับถือและเชื่อมั่นในสถาบันที่ตัวเองสังกัด กลับทำลายสถาบันที่ตนเองสังกัด แล้วที่ท่าน รายงานสภาว่าจะจัดบรรยายอีกหลายหน การพูดเยาะเย้ย เสียดสีเช่นนี้ ท่านรับประกัน ได้ไหมครับว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนอื่นกล้าพอที่จะตักเตือนจริยธรรม กันเองหรือไม่ครับ หรือระดับจริยธรรมของท่านอยู่ในระดับเดียวกัน ซึ่งยิ่งจะทำให้ความจำเป็น ในการแก้ไขกฎหมาย เพื่อลดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญหรือยุบศาลนี้ทิ้งไปเลย ท่านประธาน ที่เคารพครับ สรุปแล้วผมเห็นว่าผลงานในรายงานศาลรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงไม่ใช่กระพี้ครับ แต่เป็นแค่เปลือกเท่านั้น เพราะไม่ได้สะท้อนถึงผลงานด้านการยึดมั่นในหลักนิติธรรม หรือจริยธรรมที่องค์กรพึงมี นอกจากรายงานนี้เป็นการจัด Event ที่ใช้งบประมาณ ของแผ่นดินเท่านั้น ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะกรรมการรางวัลพานแว่นฟ้าครับ รวมถึงพี่น้องประชาชน ที่เข้าร่วมพิธีมอบรางวัลพานแว่นฟ้า ประจำปี ๒๕๖๗ ยินดีต้อนรับทุกท่านครับ ต่อไป เชิญท่านปรีติ เจริญศิลป์ และต่อด้วยท่านศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ นะครับ ผมขอปิด การลงชื่อแล้วนะครับ เชิญครับ🔗

นายปรีติ เจริญศิลป์ นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ปรีติ เจริญศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดนนทบุรี วันนี้ผมขออภิปรายเรื่องเกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องของกระบวนการทำงานครับ เพื่อเสนอแนะให้กระบวนการทำงานได้ดีขึ้นและเกิดความเชื่อมั่นต่อประชาชนครับ ก่อนอื่น ต้องบอกก่อนว่าคำว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ในความหมายที่ทุกคนเข้าใจ หลักหนึ่งคือ ต้องมีการอำนวยความยุติธรรมสูงสุด ซึ่งองค์ประกอบมันก็จะต้องมีเรื่องของความโปร่งใส เปิดเผยเป็นธรรม แล้วก็รวดเร็ว สิ่งที่ผมจะกล่าววันนี้ครับ เป็นเรื่องของการเปิดเผย คำวินิจฉัยส่วนบุคคลของตุลาการครับ เนื่องจากผมได้ดูตัวอย่างการออกคำวินิจฉัยที่เกิดขึ้น ในคดีของศาลรัฐธรรมนูญหลายอันครับ ยกตัวอย่างในคดีที่ผ่านมาครับ มีการวินิจฉัย เรื่องของนายกรัฐมนตรี ในเรื่องของคุณสมบัติครับ มีการอ่านคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๗ ซึ่งเป็นคำวินิจฉัยกลางและมีการออกคะแนนเสียงออกมา หลังจาก คำวินิจฉัยเสร็จครับ แต่หลังจากนั้นประชาชนก็อยากจะรู้ว่าคำวินิจฉัยส่วนบุคคลของตุลาการ แต่ละท่านเป็นอย่างไร แต่ปรากฏว่าเราก็ไม่สามารถหาได้ในวันนั้น ทั้งที่คำวินิจฉัยส่วนกลาง ออกมาแล้ว ผมเชื่อว่าท่านก็ต้องตอบตามรัฐธรรมนูญ ตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๕ ครับ ที่ท่านบอกว่า คำวินิจฉัยของศาลให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายใน ๓๐ วันนับแต่มีคำวินิจฉัย ผมเข้าใจว่าตอนเช้าครับ วันวินิจฉัยตุลาการทุกท่านจะมีกระดาษ ในมือครับ มีโน้ตเข้ามาว่าจะออกไปทิศทางใด แล้วก็มีการเขียนคำวินิจฉัยรวมออกมาก่อน แต่สิ่งที่สงสัยครับ ท่านออกมาประกาศในราชกิจจานุเบกษาในคำวินิจฉัยของตุลาการ ส่วนบุคคล หลังจากคำวินิจฉัยกลางออก คือวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๗ นั่นหมายความว่า ห่างจากวันที่ท่านอ่านคำวินิจฉัยกลาง ๒๙ วัน เกือบเต็ม Max ของระยะเวลา ซึ่งเหตุที่เป็นเช่นนี้มันก็จึงเกิดข้อสงสัยในเรื่องความรวดเร็ว และในเรื่องของ การเปิดเผยว่า ทำไมต้องมีการโหวตเพื่อให้ธงออกมาก่อน แล้วเหตุและผลมาทีหลัง นี่เป็นข้อสงสัยจริง ๆ ครับว่า ปกติแล้วเหตุและผลในการเขียนคำวินิจฉัยต้องมาก่อน โดยเฉพาะมาตรา ๗๕ ใน พ.ร.ป. ประกอบรัฐธรรมนูญ ในเรื่องของกระบวนการพิจารณา ของศาลรัฐธรรมนูญครับ ที่เขาบอกว่าตุลาการซึ่งเป็นองค์คณะทุกคน ต้องทำความเห็น ส่วนตนเป็นหนังสือ พร้อมแถลงด้วยวาจาต่อที่ประชุมครับ นั่นหมายความว่าจริง ๆ แล้ว วันวินิจฉัยตุลาการทุกคนต้องทำเป็นหนังสือออกมาแล้ว แต่ทำไมหลังจากอ่านคำวินิจฉัย ส่วนกลางเสร็จ ไม่เปิดเผยคำวินิจฉัยส่วนบุคคล นี่เป็นข้อสังเกตอันหนึ่งที่ให้เกิดคำถาม อย่างที่ผมบอกว่า ธงมันมาก่อนเหตุและผลหรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้วมาเปิดเผยคำวินิจฉัย ของตุลาการส่วนบุคคลเกือบ ๓๐ วัน เกือบเต็ม Max ตามที่กฎหมายกำหนด สิ่งที่เกิดขึ้น มันสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและไม่มั่นใจว่าวันที่มีการวินิจฉัยถ้าไม่มีการเปิดเผยความเห็น ส่วนบุคคลในวันนั้น ไม่รู้ว่ามันมีการเปลี่ยนธงในวันที่ประชุมเพื่อวินิจฉัยเลยหรือไม่ ดังนั้น ผมจึงอยากมีคำถามครับว่า ข้อเท็จจริงกระบวนการในการทำคำวินิจฉัยส่วนกลาง และส่วนบุคคลเป็นอย่างไร แล้วก็การเปิดเผยคำวินิจฉัยส่วนบุคคลของตุลาการ ทำไมถึงไม่เปิดเผยหลังจากอ่านคำวินิจฉัยส่วนกลางไปเลย เพื่อให้เกิดความโปร่งใส รวดเร็ว และเป็นธรรม แล้วก็ไม่เกิดข้อสงสัยกับประชาชนทั่วประเทศที่ได้รับฟังอยู่ ฝากไว้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ เชิญท่านศศินันท์ครับ🔗

นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานค่ะ เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สมาชิกผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ เขตสายไหม อดีตพรรคก้าวไกล ปัจจุบันพรรคประชาชนค่ะ ท่านประธานค่ะ ดิฉันขออนุญาตสอบถามเกี่ยวกับรายงานของศาลรัฐธรรมนูญตามเอกสาร ที่ท่านได้ชี้แจงมากว่า ๓๐ นาทีนะคะ🔗

เริ่มต้นด้วยหน้าแรก คือหน้าที่ ๖๕ ที่เป็นแผนปฏิบัติราชการ ๕ ปี ของศาลรัฐธรรมนูญคะ ดิฉันก็พยายามอ่านทั้ง Vision เอย พันธกิจเอย ค่านิยม เป้าประสงค์ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แทบจะไม่ได้เป็นจริงเลยหลาย ๆ ข้อนะคะ เริ่มตั้งแต่ Vision ที่บอกว่า ต้องการเป็นสถาบันชั้นนำที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญในระดับสากล แต่ท่านก็รู้ดีว่าหลังจาก การตัดสินยุบพรรคก้าวไกลไป ระดับสากลเขาคิดเห็นกันอย่างไร และเขาจะเชื่อจริงหรือไม่ ว่าท่านต้องการจะพิทักษ์ในระดับสากลดังที่ท่านได้ตั้ง Vision เอาไว้นะคะ ไม่เป็นไรค่ะ Vision เขาบอกว่าเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง แต่คาดหมายว่าจะเป็นนะคะ🔗

มาดูพันธกิจกันต่อค่ะ Mission ท่านบอกว่า ต้องการคุ้มครองความเป็นกฎหมาย สูงสุดและสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยยึดหลักนิติธรรมภายใต้การปกครองระบอบ ประชาธิปไตยนะคะ อันนี้ท่านก็ไม่ได้ทำตามพันธกิจอีกเช่นเดียวกัน จากผลการดำเนินงาน หลายปีที่ผ่านมา ดิฉันว่าไม่ต้องฟังคำอวยจากฝั่งนั้นมากก็ได้นะคะ ถ้าเราต้องการพัฒนาองค์กร เราต้องฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ค่ะ ก็ไม่ต้องอะไรมากนะคะ ท่านบอกว่าเป้าประสงค์ Goal ข้อที่ ๔ บอกว่าต้องการให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อการอำนวยความยุติธรรม เราก็เลยไปดูต่อว่า มีการไปตรวจสอบหรือว่าไปสอบถามที่ไหนนะคะ มีบอกว่าสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชน ในหน้า ๒๓๓ นี้ ท่านบอกว่าท่านไปสำรวจความเชื่อมั่นจากประชาชนมา ๓,๕๘๘ คน โดยมาจากการสนทนากลุ่ม ไม่รู้กลุ่มไหนนะคะ จำนวน ๑๓ ครั้ง ใน ๑๒ จังหวัด แล้วบอกว่า ประชาชนมีความเชื่อมั่น ๗๓.๐๗ สูงกว่าปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ร้อยละ ๖๐.๓๐ สูงขึ้น ๑๒ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ นะคะ อันนี้บอกว่า ๓,๕๕๘ คน แต่จากการตัดสิน ตัดสิทธิยุบพรรคไป ๑๔ ล้านคนนะคะ ๑๔ ล้านคน กับ ๓,๐๐๐ คน ต่างกันเยอะนะคะ คิดว่ารอดูปีหน้า ว่าท่านจะยังมีความเชื่อมั่นเหลืออยู่เท่าไร ต้องรอดูรายงานในครั้งหน้านะคะ นอกจากนั้นยังมีในรายงานของหน้าที่ ๑๙๔-๑๙๕ ค่ะท่านประธาน บอกว่ามีการส่งบุคลากร ไปอบรมหลักสูตรต่าง ๆ ค่ะ หนึ่งในนั้นเป็นหลักสูตรเกี่ยวกับการบริหารระดับสูง ที่เรียกกันว่า วปอ. หรือหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง บ.ย.ส. หลักสูตรนักบริหาร ยุทธศาสตร์การป้องกันปราบปรามการทุจริตระดับสูง นยปส. พตส. ต่าง ๆ หลายอย่าง ซึ่งทุกท่านรู้กันดีว่าหลักสูตรเหล่านี้เป็นหลักสูตร Connection ทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้น ดิฉันได้วิพากษ์วิจารณ์ไปแล้วตอนช่วงสมัยที่อภิปรายงบประมาณว่า องค์กรที่เป็นองค์กร ที่ต้องการความเชื่อมั่นจากประชาชน องค์กรที่ต้องดำรงความเป็นกลางต่าง ๆ ไม่สมควร อย่างยิ่งที่จะไปเรียนหลักสูตรที่เป็น Connection เหล่านี้ เพราะ ๑. คือจะทำให้เกิด ความเคลือบแคลงสงสัยจากประชาชนแน่นอนว่าคำตัดสินแต่ละครั้งมันจะเป็นกลางหรือไม่ จะยุติธรรมหรือไม่ ดิฉันไม่เห็นด้วยกับการนำไปเรียนหลักสูตรเหล่านี้นะคะ🔗

นอกจากนั้นสุดท้ายค่ะท่านประธาน อยากฝากเหมือนกัน ดิฉันก็เคยได้ไป เยี่ยมชมศาลรัฐธรรมนูญที่เยอรมันค่ะ ศาลรัฐธรรมนูญที่เยอรมันที่เป็นต้นแบบของ ศาลรัฐธรรมนูญในเมืองไทยนะคะ ก็ได้สอบถามเขาเหมือนกันว่าตั้งแต่มีศาลรัฐธรรมนูญ เยอรมันมานี้มีการตัดสินยุบพรรคไปแล้วเท่าไร ๕๐ กว่าปีของเยอรมัน ตัดสินไปประมาณแค่ ๒ ครั้งนะคะ แล้ว ๒ ครั้งนี้เขาบอกว่าเกิดจากการที่เป็นพรรคการเมืองที่พยายามเป็นปรปักษ์ กับประชาชน พรรคการเมืองที่มีนโยบายเป็นปรปักษ์กับประชาชนถึงถูกยุบพรรค ซึ่งจริง ๆ เราเอาแนวคิดเขามาหลาย ๆ อย่าง ดิฉันคิดว่าสังคมน่าจะตอบได้ว่ามันแตกต่างกันเหลือเกิน ท่านอาจจะเอามาแค่ชื่อก็ได้ แต่หลักการท่านไม่ได้เอามาเลย อันนี้ฝากท่านทบทวนค่ะ🔗

สุดท้ายค่ะท่านประธาน ดิฉันก็อยากฝากท่านสมาชิกที่พยายามชื่นชม หรือว่าอวยท่าน ดิฉันก็อยากจะพูดถึงเรื่องอำนาจอธิปไตยเป็น Basic Law สมัยเราเรียนเลย ว่าอำนาจอธิปไตยแบ่งออกเป็น ๓ ส่วนด้วยกัน อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจ ตุลาการ อันนี้คือเป็น Basic ที่เราเรียนกันมา แต่ปัจจุบันการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ดิฉันมองอำนาจเปลี่ยนไปค่ะ อำนาจอธิปไตยเป็นอำนาจสูงสุดใช่ไหมคะ แบ่งออกเป็น อำนาจตุลาการ แล้วก็รองลงมาคืออำนาจนิติบัญญัติกับอำนาจบริหารค่ะ ปัจจุบันนี้มันกำลัง เป็นแบบนั้นหรือเปล่า อยากฝากท่านทบทวน แล้วก็ฝากไปยังผู้บริหารระดับสูงของท่าน ทุกคนด้วยค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒ ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านเกชาและต่อด้วยท่านจุติ ไกรฤกษ์ ท่านเกชาเรียนเชิญครับ🔗

นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ ผมได้เห็นถึง โครงสร้างของศาลรัฐธรรมนูญที่ในวันนี้หลายท่านอาจจะไม่เคยได้เห็น ซึ่งองค์ประกอบ ของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ทำไมถึงได้มีความเชื่อถือจากพี่น้องประชาชน ก็เพราะว่าองค์ประกอบ ของศาลรัฐธรรมนูญนั้นที่มี ๙ คน ซึ่งมีผู้พิพากษาในศาลฎีกา จำนวน ๓ คน จากตุลาการ ในศาลปกครองสูงสุด จำนวน ๒ คน ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ ซึ่งมีประสบการณ์มาแล้ว เป็นศาสตราจารย์ไม่น้อยกว่า ๕ ปี ๑ คน ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์ ซึ่งได้รับการสรรหา จากผู้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยในประเทศมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี อีก ๑ ท่าน ผู้ทรงคุณวุฒิจากผู้ได้รับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการ หรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองอัยการสูงสุด ไม่น้อยกว่า ๕ ปี อีก ๒ ท่าน เราจะเห็นได้ว่า องค์ประกอบของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีความหลากหลายและมีความน่าเชื่อถือเป็นอย่างยิ่ง เราจะเห็นได้ว่า องค์กรนี้เป็นองค์กรที่ถือว่าเป็นเสาหลักของประเทศที่มีความไว้เนื้อเชื่อใจ จากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก การตัดสินคดี การวินิจฉัยนั้น พี่น้องประชาชนก็ให้การยอมรับ เราดูจากความสำคัญของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ ที่ท่านบอกว่ามีผู้มาขอทุนทำวิทยานิพนธ์ จำนวนมาก แต่ไม่ทราบว่ามีเท่าไร ซึ่งท่านได้ให้กับบัณฑิตไปทำวิทยานิพนธ์แค่เพียง ๘ ราย ในตรงนี้ก็อยากให้ท่านได้ส่งเสริมให้ได้รับทุนจากท่านได้มากกว่านี้ แล้วก็จำนวนที่ขอมา ท่านน่าจะรายงานด้วยว่ามีผู้สนใจมากสักเท่าไร อาจจะเป็น ๑๐๐ ๒๐๐ หรือเป็น ๑,๐๐๐ ก็เป็นได้นะครับ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนจึงไม่ติดใจเรื่องคดีที่ท่านมีคำวินิจฉัยมานะครับ เกี่ยวกับเรื่องการยุบพรรค การตัดสิน การตัดสิทธิอะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่นะครับ🔗

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะให้ทางศาลรัฐธรรมนูญนี้ได้ให้การสนับสนุน การทำงานของรัฐบาลบ้าง เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ และให้ความมั่นคงกับรัฐบาล ให้ความมั่นใจกับรัฐบาล เพื่อในการบริหารงานได้ราบรื่น แล้วก็รอบคอบและไปด้วยดี ครั้งล่าสุดที่ท่านได้ตัดสินคดีของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ขอเอ่ยนามท่านนะครับ ที่เกี่ยวกับเรื่องต้องมีจริยธรรม ซื่อสัตย์ สุจริตเป็นที่ประจักษ์ อันนี้ถือว่าเป็นการยกระดับ ให้กับนักการเมืองให้สูงขึ้น ให้มีมาตรฐาน ให้มีความรอบคอบ มีความระมัดระวัง มีการตรวจสอบ คุณสมบัติเบื้องต้นในการที่จะเข้ารับตำแหน่งอย่างละเอียดถี่ถ้วน ที่ผ่านมาท่านก็ยังเห็นอยู่ จนปัจจุบันนี้ตำแหน่งข้าราชการการเมืองก็ยังรอการตรวจสอบอย่างเข้มข้น ซึ่งเหล่านี้ จะทำให้เราได้คนที่ดี มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความสามารถ มีความรู้ และเป็นคนดีจริง ๆ ได้เข้ามาทำหน้าที่ให้กับพี่น้องประชาชน จริง ๆ แล้วอยากจะให้ท่านดำเนินการตรวจสอบ ให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ด้วย ที่เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หรือที่เป็นองค์กรอิสระอื่น ๆ ที่มีอำนาจหน้าที่ในการที่จะดูแลประเทศชาติ ดูแลพี่น้องประชาชน ในส่วนนี้ถือว่า เป็นมาตรฐานใหม่ให้กับวงการของนักการเมืองของประเทศไทย ซึ่งต่อไปนี้จะต้องมี ความรอบคอบระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ก็ขอชื่นชม หลายท่านเขาก็บอกว่าในการตัดสิน ในครั้งนี้นั้นทำให้เขามองว่าท่านได้ตัดสินได้ลึกจริง ๆ ให้พี่น้องประชาชนนั้นได้ระมัดระวัง ได้รอบคอบ รวมถึงอนาคตคนรุ่นใหม่ที่จะเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง ได้มีการระมัดระวัง ในการที่จะวางตัวให้เหมาะสม ให้สมกับที่พี่น้องประชาชนไว้วางใจ ก็ขอชื่นชม ส่วนเรื่องรายงาน ฉบับนี้นั้นผมคิดว่าทางสภาก็คงไม่ติดใจท่านนะครับ เห็นได้ว่าท่านดำเนินการด้วยงบประมาณ ก็ขึ้นบ้างลงบ้างเล็กน้อย ก็ไม่ได้ปรับลดมากประการใดนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านจุติครับ เชิญครับ🔗

นายจุติ ไกรฤกษ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรครวมไทยสร้างชาติ ผมได้เข้ามาฟังความเห็นในรายงาน ประจำปีศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๖ บางเรื่องที่ถูกตั้งคำถามเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๖๗ แต่ผมเชื่อว่าท่านเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญคงไม่มีปัญหาที่จะตอบ จริง ๆ แล้ว ในสภานี้ความเห็นหลากหลาย แล้วก็เป็นสิ่งสวยงามในประชาธิปไตย ระบอบประชาธิปไตย ที่ว่าเราเห็นแตกต่าง แต่เราต้องไม่แตกแยก ผมก็ขอให้ท่านเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญนั้น มีความอดทน มีขันติธรรม แล้วก็มีอุเบกขา ว่าในสิ่งที่ถูกตั้งคำถามนั้น ในระบอบประชาธิปไตย ท่านก็คงต้องตอบว่าเมื่อท่านได้รับงบประมาณไปแล้ว มีรายงานต่อสภาแล้ว ท่านได้รับผิดชอบต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านได้สัญญาไว้หรือไม่ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า ประการแรก เหรียญมี ๒ ด้านเสมอ ศาลรัฐธรรมนูญนั้น ผลผลิตก็คือคำวินิจฉัย แต่จริง ๆ แล้ว ถ้าเผื่อไปดูในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีเขียนไว้ในหน้าที่ ๙ มีทั้งหมด ๗ ข้อ การพิจารณา วินิจฉัย ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของนักกฎหมายและกฎหมาย การพิจารณา วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ (๓) ความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน (๔) การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ระบอบการปกครอง และความมั่นคงแห่งรัฐ แล้วก็ ๕ ๖ ๗ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าท่านประธานเอง ผมเองก่อนที่จะปฏิบัติหน้าที่หลังจากเลือกตั้ง คือการปฏิญาณตนในห้องนี้ว่า ข้าพเจ้า ... จะทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และจะเคารพธำรงไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และในรัฐธรรมนูญนั้น ก็มีเรื่องของจริยธรรม จรรยาบรรณของวิชาชีพซึ่งทุกคนต้องอ่าน กราบเรียนท่านประธานว่าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญนั้นก็ปฏิบัติหน้าที่ ผมก็ดูเหมือนกัน ในหน้า ๖๕ วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย ผมเรียนท่านตรง ๆ ว่าบางครั้งที่สภาหรือคนข้างนอก เข้าใจท่านผิด เพราะว่าการประชาสัมพันธ์ที่ล้มเหลว ท่านอาจจะต้องปรับปรุง เรื่องการประชาสัมพันธ์มากขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือไม่มีใครพูดถึงเลยว่า บางครั้งในกรณีเดียวกัน บุคคลคนเดียวกันถูกศาลตัดสินหลายคดี แต่ไม่เคยมีใครพูดถึงเลยว่าคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญนั้น ตัดสินแล้วเป็นคุณ แต่พูดถึงคดีที่ตัดสินแล้วผิดไปจากความคาดหมาย ผิดหวัง แล้วก็แน่นอนครับ ศาลรัฐธรรมนูญนั้นก็รับความเห็นของคนที่ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัย ผมก็ต้องกราบเรียนว่า บางครั้ง ศาลรัฐธรรมนูญนั้นทำถูกต้อง แต่อาจจะไม่ถูกใจ อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่า มีข้อความหนึ่งซึ่งอยากจะให้บันทึกไว้ว่ากฎหมายนั้นจริงแล้ว ก็จะทรงความศักดิ์สิทธิ์ และประสิทธิภาพอันสมบูรณ์ไว้ได้ แต่ถ้าหากนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ และเจตนารมณ์ โดยการพลิกแพลง บิดพลิ้ว ให้ผันผวนไปด้วยความหลงผิด โดยอคติ หรือด้วยเจตนาอันไม่สุจริตต่าง ๆ กฎหมายก็จะเสื่อมความศักดิ์สิทธิ์และประสิทธิภาพลงทันที และกลับกลายเป็นพิษเป็นภัยแก่ประชาชนอย่างใหญ่หลวง ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ พระราชทานไว้ ณ สวนอัมพร ผมก็ต้องขอขอบคุณ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญที่ได้ทำหน้าที่ ได้อย่างดียิ่ง แน่นอนครับ คนรักเท่าผืนหนัง คงชังเท่าผืนเสื่อ หนีไม่พ้นความไม่พอใจ แต่อย่าลืมว่าอาชีพนักการเมือง พวกผมจะพอใจท่าน ไม่พอใจท่าน ก็น่าจะมีอยู่ไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ คน แต่อยากจะให้กำลังใจศาลรัฐธรรมนูญว่าทุกครั้งที่ท่านท้อแท้ ขอให้ท่านนึกถึง ประชาชนอีก ๖๙,๙๗๐,๐๐๐ คน ที่เขาไม่ได้ละเมิดกฎหมาย ไม่ได้ถูกท่านวินิจฉัย เขาก็ต้อง ขอขอบคุณว่าท่านได้ธำรงความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ แน่นอนครับ คนที่ไม่ทำอะไรผิดเลย คือคนที่ไม่ต้องทำอะไรเลย แน่นอนอีกเช่นกันว่าท่านเพื่อนสมาชิกผม ท่านเกชาก็บอกแล้วว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้น ทุกท่านมีประสบการณ์อย่างยิ่งก่อนที่จะวินิจฉัยคดี และบางครั้งพวกเราก็มองแค่มิติเดียวว่ากฎหมายไม่ได้ว่าอย่างนั้น แต่ผมเชื่อว่า ศาลรัฐธรรมนูญนั้นวินิจฉัยหลายมิติครับ ไม่ใช่ความผิดถูกต้องของกฎหมายอย่างเดียว แต่พูดถึงว่ากระบวนการ ขั้นตอน และข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้นสอดคล้องกันหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญนั้นคงไม่ได้ดูว่าสิ่งที่นำเสนอศาลรัฐธรรมนูญนั้นเพียงแค่ปีเดียว ๖ เดือน ๓ เดือนนั้น อาจจะวินิจฉัยไม่ได้ ต้องดูพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องครับ ความสอดคล้อง ของพฤติกรรมทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าผมเป็นคนเช่นไร สิ่งที่อยากจะกราบเรียน ก็คือว่า ท่านจะต้องเดินหน้าไปอีกเยอะ ผมไม่เชื่อคนหนึ่งละ ไม่เชื่อในคำว่านิติสงคราม ผมว่าคำว่านิติสงครามนั้นไม่มีในประเทศไทย ผมเชื่อว่าฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัตินั้น ขัดแย้งกันได้ เห็นต่างกันได้ แต่ผมต้องพึ่งท่านครับ คือศาลรัฐธรรมนูญ ต้องพึ่งครับ และผมเชื่อว่านี่คือความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่มีหลักนิติธรรมยังอยู่ให้เราพึ่งได้ ผมย้ำท่านประธานนะครับว่าท่านไปดูนะครับว่าคำวินิจฉัยองค์กรเดียว หรือบุคคลเดียวนั้น มีหลายคำกล่าวหา ที่เป็นคุณนั้นไม่มีใครพูดถึงเลย ไม่ได้ขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญเลย แต่จะบริภาษทุกครั้งที่คำพิพากษาออกมาไม่ถูกใจ อยากกราบเรียนว่าสิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญนั้น โดนกล่าวหาคือว่าท่านไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน ท่านนั้นไม่ได้ฟังเสียงประชาชน ผมว่าท่าน วันนี้มาทำหน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตย เสนอรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ มีทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย มีทั้งพอใจและไม่พอใจ ผมผู้หนึ่งเป็นคนที่ว่ารับทราบ เห็นชอบ ในรายงานประจำปี ๒๕๖๖ และขอขอบคุณทุกคนในศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่เจ้าหน้าที่ แม่บ้าน จนถึงตุลาการว่าท่านได้ทำหน้าที่ท่านดีที่สุดแล้ว สิ่งที่จะฝากศาลรัฐธรรมนูญไว้สุดท้ายคือว่า ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ขอให้ยึดประเทศไทยเป็นที่ตั้ง ประโยชน์ ของประเทศมาก่อนประโยชน์ขององค์กร และสำคัญที่สุดคือจงอย่ากลัวประชาธิปไตย หมาหมู่นะครับ ทุกครั้งที่เจอขอให้นึกถึงคน ๖๙,๙๗๐,๐๐๐ คน ที่ให้กำลังใจท่านอยู่ ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หมดผู้อภิปรายนะครับ ผมขอเชิญทางผู้แทนหน่วยงานได้ตอบชี้แจง ท่านเลขาเชิญครับ🔗

นายสุทธิรักษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ผมจะขอตอบคำถาม ของท่าน สส. รักชนก ท่านแรกนะครับ ในโครงการสำรวจความเชื่อมั่นในปี ๒๕๖๘ งบประมาณ ๑ ล้านบาท ที่ท่านก็ให้ข้อเสนอ ให้ข้อสังเกตเรื่อง Comment ที่ปิดเฟซบุ๊กไว้เดี๋ยวผมจะตอบ ภายหลังครับ การดำเนินโครงการสำหรับความเชื่อมั่น เราก็จะมีขอบเขตเหมือนกัน ๓ ด้าน ก็คือด้านเนื้อหา และเราจะมีของด้านสำรวจกลุ่มตัวอย่างประชากร แล้วก็ตัวอย่าง กลุ่มเขตพื้นที่ และผมจะดำเนินโครงการนี้ให้ดีที่สุด ขอขอบคุณในความห่วงใยของท่านครับ🔗

ในส่วนของการปิดเฟซบุ๊ก สำนักงานมีความตระหนักถึงความคิดเห็น บนสื่อ ออนไลน์ที่ประชาชนได้ส่งเข้ามา ในบางครั้งก็จะมีอารมณ์ที่ว่าอาจจะไม่ค่อยชอบ หรือว่าอาจจะชอบ ทำให้กลัวความรู้สึกที่รุนแรงจะเกิดขึ้นมา แล้วก็คิดว่าความเสียหาย ถ้าเราจะระงับไว้ก่อน ผมก็มองว่าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเลยมองตรงช่องทางที่จะเกิด ความเสียหายกับผู้ที่อาจจะมี Comment ซึ่งจะไม่ค่อยเท่าไร ก็เลยปิดที่ต้นทางก่อน เดี๋ยวอย่างไรผมจะนำเรื่องนี้ไปกราบเรียนทางท่านคณะตุลาการว่าจะเอาอย่างไรต่อไป ขอบคุณท่านมากครับขอบคุณครับ🔗

ท่านที่ ๒ ผมขอตอบของท่านธนกรนะครับ ต้องขอขอบคุณท่านเป็นอย่างมาก ที่ให้กำลังใจสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กราบขอบพระคุณท่านครับ🔗

ท่านที่ ๓ ท่าน สส. ภัณฑิล ผมกราบเรียนท่านว่าในส่วนของท่านได้สอบถาม ในเรื่องงบประมาณต่าง ๆ ในการดำเนินงาน ประการแรกผมขอกราบเรียนท่านว่างบบุคลากร ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เราจะมีการเบิกจ่ายเงินเป็นไปตามพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนของประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็ส่วนของสำนักงานก็จะเบิกตามของสำนักงานที่เกี่ยวข้อง ก็เป็น พ.ร.บ. ของเราอยู่แล้วนะครับ ผมกราบนำเรียนท่านในส่วนนี้นะครับ🔗

ส่วนในเรื่องที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มีหนังสือถึงสำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญเรื่องญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาการแสดงออก ของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรตุลาการในเวทีสาธารณะ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ ผมขอนำเรียนท่าน ในส่วนตรงนี้ว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญก็ได้นำเรียนท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งมีการประชุมครั้งแรก เมื่อวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๗ เรื่องอยู่ระหว่าง การนำเสนอตามระบบธุรการเสนอเข้าที่ประชุมเชิงบริหารอีกครั้งหนึ่ง ในวันที่ ๒ ตุลาคม ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญครับ ผมนำเรียนท่าน เพื่อโปรดทราบครับ🔗

ต่อไปจะเป็นในส่วนของความห่วงใยเรื่องการประชุม AACC ครั้งที่ ๖ ผมขอนำเรียนท่านว่า การประชุมครั้งนี้ก็จะเป็นการประชุมในฐานะที่ศาลรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยดำรงตำแหน่งประธานสมาคมศาลรัฐธรรมนูญ และสถาบันเทียบเท่า แห่งเอเชีย ซึ่งเราจะเป็นประธานอยู่ระหว่างปี ๒๕๖๖-๒๕๖๘ ซึ่งการเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ก็จะต้องมีจัดการประชุมอยู่ ๒ ครั้งที่กรุงเทพฯ ก็คือการประชุม BoMM คือ ประชุมประเทศ สมาชิก และการประชุมใหญ่คือ Congress เราจัดวันที่ ๑๘-๑๙ กันยายน ที่ผ่านมา ก็จะเป็น เวทีการประชุมระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบการดำเนินงานของสมาคมที่เราเป็นสมาชิกอยู่ ในครั้งนี้ได้มีประธานศาลรัฐธรรมนูญและสถาบันเทียบเท่าแห่งเอเชียมาร่วมทั้งหมด ๑๔ ประเทศ จาก ๒๐ ประเทศ และจะมีสมาคมที่ท่านได้กล่าวมาภูมิภาคต่าง ๆ มาอีก ๓ สมาคม บางสมาคมเขาส่งมาเป็นวิดีโอ ในการดำเนินการดังกล่าวก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แล้วก็ในส่วนนี้ผมก็จะนำเรียนที่ประชุมว่าจะเป็นความเชื่อมั่นของนานาชาติ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเป็น ๑ ใน ๗ ของสมาชิกที่ร่วมก่อตั้งขึ้นมา แล้วตอนนี้ปัจจุบันมีทั้งหมด ๒๑ ประเทศ ตอนนี้ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพถึงปี ๒๕๖๘ ซึ่งในการดำเนินการเสร็จสิ้นมาแล้ว ผมมองว่าความเชื่อมั่นของประเทศต่าง ๆ ที่ได้มา ร่วมประชุมในครั้งนี้ ก็จะเป็นสิ่งหนึ่งที่ยังไม่เห็นว่าประเทศไทยนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ แห่งประเทศไทย ซึ่งผมนำเรียนที่ประชุมว่าประเทศมีอยู่ประมาณ ๒๐๐ กว่าประเทศ ประเทศที่มีศาลรัฐธรรมนูญหรือเทียบเท่ามีอยู่ประมาณ ๑๕๐ กว่าประเทศ ผมนำเรียน ที่ประชุมเพื่อโปรดทราบครับ🔗

ผมขอตอบคำถามของท่านปรีติ เจริญศิลป์ ผมนำเรียนท่านว่าที่ท่านบอกมานี้ ถูกต้องทุกอย่างเลยครับ การเปิดเผยคำวินิจฉัยส่วนตน แล้วก็คำวินิจฉัยส่วนกลาง ก็เป็นไปตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๕ ดังที่ท่านได้กล่าวไว้ถูกต้อง ทั้งนี้ผลการลงมติก็จะปรากฏในข่าวที่ท่านได้ทราบ แล้วก็หลังการประชุมเสร็จ ลงมติเสร็จ แล้วก็จะมีการออก Press Release ซึ่งเราจะออกทุกครั้ง หลังการประชุม ซึ่งไม่สามารถจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ครับ แต่เนื้อหาคำวินิจฉัย แล้วก็คำวินิจฉัยกลาง แล้วก็ส่วนตน จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนที่จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามรัฐธรรมนูญครับ🔗

สำหรับท่านศศินันท์ ในเรื่องของความเชื่อมั่น ผมมองว่าแผนปฏิบัติราชการ ๕ ปีของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ในปี ๒๕๖๖-๒๕๗๐ สำนักงานก็จะได้นำความห่วงใยของท่าน ในประเด็นต่าง ๆ เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติราชการต่อไปครับ🔗

ขอตอบคำถามของท่านเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ในฐานะที่ว่าท่านได้ห่วงใย ว่าการให้ทุนการศึกษา ผมนำเรียนท่านว่าในแต่ละปีนี้ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ จะมีงบประมาณในการให้ทุนศึกษาวิจัย ในการทำวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาปริญญาโท และปริญญาเอก ซึ่งก็จะมีคนเสนอมาเยอะครับ แต่เราก็จะมีงบประมาณที่เราจะจัดสรรได้ ก็ประมาณนี้ครับ แล้วก็ถ้าเกิดว่างบประมาณเราเหลือมา เราก็จะมีการประกาศครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ ของปีนี้ ก็จะมีนักศึกษาที่นำเรียนท่านแล้วว่าปริญญาโท จะมีอยู่ ๔ คนที่ได้ ปริญญาเอกมีอยู่ ๕ คน แล้วก็ผมจะนำเรื่องนี้ไปให้หลาย ๆ คนได้มีโอกาส ได้จำนวนมากขึ้นกว่านี้ ผมนำกราบเรียนท่าน และขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ🔗

สุดท้ายครับ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ผมก็ต้องขอขอบคุณท่านด้วยความห่วงใย ปรารถนาดีที่มีให้กับสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ผมในฐานะเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะมีความมุ่งมั่นที่จะนำองค์กรให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามภารกิจตามกฎหมายที่รับมอบหมายไว้ และในส่วนนี้ผมก็จะนำความปรารถนาดี แล้วก็คำแนะนำที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้กับ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ไปรายงานให้ท่านคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญรับทราบครับ ผมกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านณัฐวุฒิครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ท่านประธานครับ ผมฟังคำชี้แจงจากท่านเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแล้วนี้ ผมมีข้อสังเกตเพิ่มเติมอีกสักเล็กน้อยจริง ๆ แต่ว่าเป็นประเด็นสำคัญว่าถ้าผมเข้าใจผิด ก็จะได้ไม่เกิดความเสียหายต่อศาลรัฐธรรมนูญนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ ก็คือกรณีที่สภามีญัตติ แล้วก็มีการเสนอ เรื่องส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อสักครู่ท่านบอกว่ามีการประชุมไปแล้วในวันที่ ๒ กันยายน และเข้าใจว่าอาจจะมีการประชุมต่อเนื่อง หรือว่ามีการพิจารณาต่อในวันที่ ๓ ตุลาคมนะครับ ประเด็นก็คือว่าปกติเวลาที่เรามีข้อสังเกตครับ ซึ่งข้อบังคับเอามาใช้โดยอนุโลมบอกว่า ให้ส่งไปที่หน่วยงาน และหน่วยงานต้องมีคำตอบภายใน ๖๐ วัน ผมไม่มั่นใจว่าหนังสือ ออกจากสภาไปวันใด แต่ผมคิดว่ากรณีกรอบระยะเวลาต้องเอามาบังคับใช้เช่นเดียวกัน ฉะนั้นอาจจะต้องมีกระบวนการในแง่ของการตรวจสอบติดตามว่าตกลงแล้ว ไม่ใช่ว่า เราส่งไปที่ศาล และศาลท่านก็พิจารณาอย่างเดียว แต่เราเองก็อาจจะต้องทวงถาม หรือท่านต้องตอบกลับมา ซึ่งถ้าดูกรอบเวลาที่ ครม. เคยมีความเห็นต่อข้อสังเกต ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ ที่มีการอ้างอิงไปในข้อบังคับอื่น มันต้องภายในกรอบ ๖๐ วัน ฉะนั้นอาจจะต้องมีกระบวนการในการติดตาม หรือคำยืนยันจากศาลว่าท่านจะพิจารณาต่อ แล้วส่งกลับมา หรือขอความคืบหน้าก่อนเมื่อไร อย่างไร นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ นะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ท่านบอกว่ากรณีของคำวินิจฉัยส่วนตน ของตุลาการ กระบวนการในการเปิดเผยมันจะต้องเกิดขึ้นทีหลัง เพราะมีกระบวนการ ในการตรวจสอบ ซึ่งเป็นไปตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณา ของศาลรัฐธรรมนูญ ผมติดใจแบบนี้ครับว่า ตรงนี้พี่น้องประชาชนสงสัยว่าตกลงแล้ว คำวินิจฉัยส่วนตน หลักกระบวนการยุติธรรมมันควรจะเสร็จก่อน เสร็จเรียบร้อยแล้วค่อย เอามาแถลงกัน แถลงออกมาเป็นคำวินิจฉัยรวมออกมาอย่างไร ไปเขียนคำวินิจฉัยรวมอีกทีก็ได้ อันนี้เราเข้าใจ เพราะว่าอยู่ดี ๆ เอาความเห็น ๙ คนมายำรวมในวันเดียว มันคงเป็นไปไม่ได้ แต่ท่านยืนยันใช่ไหมครับว่าคำวินิจฉัยส่วนตน ทุกครั้งที่เขียน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เรียบร้อย เลยนะครับ ๕ หน้า ๑๐ หน้า ๗ หน้า ใด ๆ ต่าง ๆ ก็แล้วแต่ ผมเป็นกรรมการจริยธรรมสภา ผมต้องเขียนคำวินิจฉัยส่วนตนเสร็จก่อนเวลาที่จะแถลงต่อกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร ก็เลยจะขอคำยืนยันว่าทุกครั้งเสร็จก่อนใช่ไหม ซึ่งอันนี้ถ้าท่านยืนยันปุ๊บ เราก็ไม่มีประเด็นที่ต้องถามต่อ เพราะว่าเคารพการตัดสินใจของท่าน แต่ถ้าเกิดบอกว่า ไม่ใช่เสร็จก่อน มาเสร็จทีหลังวินิจฉัยไปแล้ว อันนี้เดี๋ยวจะคลาดเคลื่อนครับ ก็เลยขอคำตอบ ชัด ๆ ชัดเจนอีกสักเล็กน้อยครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านอื่นไหมครับ ท่านฐากร เชิญครับ🔗

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต นิดหนึ่งครับ ขออนุญาตไม่เกิน ๒ นาทีครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอภิปรายหรือว่าสอบถามครับ🔗

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขออภิปรายนิดหนึ่งครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ปิดอภิปรายไปแล้วครับ🔗

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ถ้าอย่างนั้นสอบถามครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ก็คืออยากจะให้ข้อสังเกต ทางที่ประชุม หรือว่าทางศาลรัฐธรรมนูญ ก็คือ ๑. ท่านมาชี้แจงวันนี้มันเป็นเรื่องงบการเงิน ในการปฏิบัติงาน การเข้าไปก้าวล่วงทั้ง ๒ ฝ่ายเกี่ยวกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลยุติธรรมมันเป็นคนละกระบวนการกัน อยากจะฝากนิดหนึ่งว่า ท่านตอบก็ไม่ได้ ผมเข้าใจว่าท่านเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญตอบคำถามพวกนี้ไม่ได้แน่นอน เพราะว่ามันเป็นเรื่องคำวินิจฉัย หรือคำพิพากษาของศาล ซึ่งแต่ละคนออกมาเป็นองค์คณะ ในการพิจารณาคดี ฝากแค่นี้ครับ เพราะว่าผมเห็นท่านตอบแล้ว สงสารครับ ท่านตอบไม่ได้ ตอบไม่ได้จริง ๆ ครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ มีท่านอื่นไหมครับ เชิญท่านจุลพงศ์ครับ🔗

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุลพงศ์ จริง ๆ วันนี้ไม่ใช่เป็นรายงานเรื่องการเงิน เป็นรายงานประจำปี เป็นผลการดำเนินงาน ของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการเงินย่อมพูดได้ ไม่ว่าจะเรื่องคำวินิจฉัย ของศาลหรืออะไรก็ตาม ผมขอตั้งข้อสังเกตไว้เท่านี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็รับข้อสังเกตไปนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ🔗

นายสุทธิรักษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

ผมขออนุญาต ตอบคำถามท่านณัฐวุฒินะครับ🔗

เรื่องแรก เรื่องกรอบระยะเวลาที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้มีหนังสือถึงสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะมีกรอบเวลาแจ้งมาอยู่ว่าให้แจ้งกลับมา ภายใน ๖๐ วัน ซึ่งผมนำเรียนท่านว่าในสำนักงานได้เสนอที่ประชุมตุลาการเชิงบริหารครั้งแรก เมื่อวันที่ ๔ กันยายน และจะมีการนัดประชุมอีกครั้งหนึ่ง คือวันที่ ๒ ตุลาคมครับ🔗

ประการที่ ๒ ที่ท่านสอบถามมาเรื่องคำวินิจฉัยส่วนตน ก็คือว่าจะต้องเสร็จก่อน อันนี้ผมยืนยันเสร็จก่อนครับ🔗

แล้วก็สุดท้ายทั้ง ๒ ท่านเลยที่ให้กำลังใจของศาลรัฐธรรมนูญนะครับ เราก็จะนำข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะของท่านนำไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านเลขาธิการครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดอภิปรายซักถามเพิ่มเติมแล้ว ก็ถือว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ศาลรัฐธรรมนูญ ขอบคุณทางท่านเลขาธิการ แล้วก็ท่านผู้แทนหน่วยงานทุกท่านนะครับ ขอบพระคุณมากครับ ระเบียบวาระถัดไปนะครับ🔗

๔. รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็น สมาชิกรัฐสภา สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖🔗

ด้วยทางเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ได้เสนอรายงานของผู้สอบบัญชี และรายงานการเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติกองทุน เพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๖ รายละเอียดได้ปรากฏอยู่ตามเอกสารที่ได้จัดวาง ให้ท่านสมาชิกเรียบร้อยแล้ว ท่านสมาชิกได้ลงชื่อเพื่อที่จะขออภิปรายไม่มาก ๓-๔ ท่าน ทีนี้ก่อนที่จะให้ท่านสมาชิกได้ร่วมแสดงความเห็นหรือซักถาม ก็ขออนุญาตให้ผู้แทนจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ มีผู้เข้าร่วม ชี้แจงทั้งสิ้น ๕ ท่านนะครับ ก็ขอเชิญทั้ง ๕ ท่าน ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์ ท่านผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง ท่านปิยะธิดา อินทวารี ท่านผู้บังคับบัญชากลุ่มงานบัญชี ท่านกาจบวร ธรรมเพียร ท่านวิทยากรเชี่ยวชาญ สำนักบริหารงานกลาง ท่านปิยะดา ศรียานนท์ ท่านกนกวรรณ กวินปกรณ์ นักวิชาการ การเงินและบัญชีชำนาญการ สำนักการคลังและงบประมาณ ขอเรียนเชิญทั้ง ๕ ท่าน เมื่อทั้ง ๕ ท่านพร้อมแล้ว เชิญผู้แทนหน่วยงานท่านเลขาธิการได้แถลงต่อที่ประชุมครับ เรียนเชิญครับ🔗

ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ขอนำเสนอภาพรวม กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดตั้งขึ้น ตามพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๖ มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาในการจ่ายเงินทุน เลี้ยงชีพ เงินช่วยเหลือในการรักษาพยาบาล เงินช่วยเหลือในกรณีทุพลภาพ เงินช่วยเหลือ ในกรณีถึงแก่กรรม เงินช่วยเหลือในกรณีการให้การศึกษาบุตร และสวัสดิการ และสิทธิประโยชน์อื่นตามระเบียบที่คณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา กำหนด โดยให้คณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา และสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจหน้าที่ดังนี้🔗

ในส่วนของคณะกรรมการกองทุนมีอำนาจหน้าที่ ๑. กำหนดนโยบาย เกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุน ๒. กำหนดแนวทางการบริหารและการจ่ายเงิน ของกองทุน ๓. ระดมการจัดหาทุน ๔. ออกระเบียบเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การอนุมัติการเบิกจ่ายเงิน และการยกเลิกการจ่ายเงิน การบริหารการจัดหา ผลประโยชน์ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของกองทุน ๕. วินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดจาก การปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ และ ๖. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้บัญญัติ ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ🔗

ในส่วนของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะฝ่ายเลขานุการ มีอำนาจหน้าที่ ๑. บริหารกองทุนตามระเบียบและมติของคณะกรรมการ ๒. รับผิดชอบ งานธุรการของคณะกรรมการ ๓. จัดทำรายงานและการบัญชีของกองทุน ๔. รายงานผล การปฏิบัติงานประจำปีเสนอต่อคณะกรรมการ และ ๕. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการ มอบหมาย🔗

พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๖ มีผลใช้บังคับ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ตามบทเฉพาะกาล มาตรา ๒๔ ให้โอนบรรดากิจการ เงิน สิทธิ และหนี้สินของกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วย กองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๔๓ ไปเป็นของกองทุนเพื่อผู้เคยเป็น สมาชิกรัฐสภาตามพระราชบัญญัตินี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิก รัฐสภาได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีผ่านสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นงบรายจ่ายอื่น จำนวน ๑๕๗ ล้านบาท รายได้อื่น ๒๗,๙๗๓,๒๘๑.๒๖ บาท รวมรายได้ ๑๘๔,๙๗๓,๒๘๑.๒๖ บาท มีรายจ่ายรวมทั้งสิ้น ๒๐๔,๑๗๗,๕๔๒.๑๓ บาท รายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิ ๑๙,๒๐๔,๒๖๐.๘๗ บาท รายงานการเงินของกองทุนเพื่อผู้เคยเป็น สมาชิกรัฐสภาจัดทำขึ้นตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ ในมาตรา ๒๒ รายการที่ปรากฏในรายงานการเงินฉบับนี้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐ และนโยบายการบัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด ซึ่งรวมถึงหลักเกณฑ์ หลักการ และนโยบายการบัญชีภาครัฐ มาตรฐานการบัญชีภาครัฐ และนโยบายการบัญชีภาครัฐ และแสดงรายการในรายงานการเงินตามแนวปฏิบัติของบัญชีตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค ๐๔๑๐.๒/ว ๔๗๙ ลงวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๓ เรื่องรูปแบบการนำเสนอรายงานการเงิน ภาครัฐ จึงขอนำเสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อรับทราบครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านเลขาธิการครับ มีท่านสมาชิกได้ลงชื่อสอบถามและขออภิปรายไว้ด้วยกัน ๓ ท่าน คือท่านเอกราช อุดมอำนวย ท่านนิพนธ์ คนขยัน และท่านภัณฑิล รอบแรกเอา ๓ ท่านนี้ก่อน เชิญท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ เข้าห้องน้ำนะครับ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวเชิญทาง ท่านนิพนธ์ คนขยัน เชิญครับ🔗

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตร่วมอภิปรายรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงาน การเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ผมจะขออนุญาตพูดหมวดเดียว ท่านประธานครับ ทำไมถึงพูดหมวดนี้ หมวด ๕ การจ่ายเงินทุนเลี้ยงชีพ ข้อ ๒๖ สมาชิกรัฐสภาต้องส่งเงิน เข้ากองทุนเป็นประจำทุกเดือน อย่างตอนนี้เดือนหนึ่ง ๓,๕๐๐ บาท ข้อ ๒๗ เมื่อสมาชิกรัฐสภา ผู้ใดสิ้นสุดสมาชิกภาพ ให้สมาชิกรัฐสภาผู้นั้นมีสิทธิได้รับเงินกองทุนเลี้ยงชีพ ที่ต้องพูดประเด็นนี้ ท่านประธานครับ เพราะมีประชาชนและพี่น้องหลายท่านไม่เข้าใจ ผมคิดว่าถ้าไม่พูดเรื่องนี้ ให้ผู้ที่ไม่เข้าใจตรงนี้ เขาบอกว่าอย่างนี้ท่านประธาน อยากเป็น สส. เด้ บ้านผม เป็น สส. ปีหนึ่งได้บำนาญ ๓๐,๐๐๐ กว่าบาท แม้แต่กลุ่มเพื่อนผมเองรุ่น ๐๒ กลุ่มทหารเกณฑ์ที่เขาเป็น นายทหาร ๑,๐๐๐ คน กลุ่มนี้ก็มีส่ง LINE กลุ่มมาว่า สส. ปีเดียวได้เงินบำนาญ ๓๐,๐๐๐- ๔๐,๐๐๐ บาท ไล่ไปตลอด เกือบแสนบาทสรุปแล้ว ผมก็ส่งเข้าไปว่า เพื่อน มันไม่ใช่ ของจริง เป็นอย่างนี้ ผมบอกไป เขาก็ไม่ฟังครับ ดังนั้นวันนี้ก็ขออนุญาตสภาแห่งนี้ ขออนุญาต ท่านประธาน ขออนุญาตท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะได้เอาสภาแห่งนี้ตอบว่า สภาอันทรงเกียรตินี้ต้องตอบข้อจริงเท่านั้น ไม่มีข้อเท็จ ผู้ใดดำรงตำแหน่งผู้แทนราษฎร ผมนี่รอบที่ ๓ ครับ ปี ๒๕๔๔-๒๕๔๘ และปี ๒๕๔๙-๒๕๕๑ ผู้ใดดำรงตำแหน่งผู้แทนราษฎร ๑๒ เดือน แต่ไม่ถึง ๔๘ เดือน อันนี้ของจริงนะครับ ได้ ๒๑,๓๖๙ บาท ตรงกันข้าม ที่เขาเข้าใจว่าปีหนึ่งได้ ๓๐,๐๐๐ กว่าบาท อันนี้ ๑๒ เดือน ไม่ถึง ๔๘ เดือน ๔๘ เดือนไม่ถึง ๙๖ เดือน ๒๔,๙๓๐.๕๐ บาท ๙๖ เดือน ไม่ถึง ๑๔๔ เดือน ๒๘,๔๙๒ บาท ๑๔๔ เดือน ไม่ถึง ๑๙๒ เดือน ๓๒,๐๕๓.๕๐ บาท ๑๙๒ เดือน ไม่ถึง ๒๔๐ เดือน ๓๕,๖๑๕ บาท ๒๔๐ เดือน แต่ไม่ถึง ๒๘๘ เดือน ๓๙,๑๗๖.๕๐ บาท ๒๘๘ เดือนขึ้นไป จะกี่สมัย กี่เดือน ไม่เกี่ยวครับ ก็แค่ ๔๒,๗๓๘ บาท ดังนั้นจึงขอเรียนให้เข้าใจว่าวันนี้ที่เพื่อนพี่น้องเข้าใจผิดว่า เป็นผู้แทนราษฎรปีเดียวได้ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ บาท ไม่ใช่ครับ แต่อยากกราบเรียนว่า วันนี้ ถ้าใครอยากได้เบี้ยกองทุนเลี้ยงชีพ ไม่ใช่เงินบำนาญนะครับ มีการหักสมทบทุกเดือน ก็กราบเรียนเชิญลงผู้แทนราษฎรเลยครับ มาเป็นผู้แทนราษฎรเลย ท่านจะได้รู้ของจริง อีกทีหนึ่งว่าได้เท่าไร ดังนั้นท่านประธานครับ ผมก็คงจะขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธาน ถึงเลขาธิการประเด็นเดียว เพราะจะได้ตอบพี่น้องที่ไม่เข้าใจ แม้แต่เพื่อนของผมบางคน ก็ยังไม่เข้าใจ ดังนั้น วันนี้ก็ขออนุญาตสภาแห่งนี้ได้กราบเรียนต่อท่านประธาน ต่อเลขาธิการ และคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้รับทราบ ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเอกราชมาหรือยังครับ ยังนะครับ ไม่เป็นไร ท่านภัณฑิล น่วมเจิม ก่อนครับ เชิญครับ🔗

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม ผู้แทนราษฎร กทม. พรรคประชาชน จริง ๆ ก็เป็นหัวข้อที่สำคัญนะครับ เพราะเงิน ที่เอามาใส่กองทุนส่วนหนึ่งเราถูกหักเงินจากเดือนของพวกเรา สส. หรือทางสมาชิกรัฐสภา รวมถึงเงินสมทบจากแผ่นดินด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นก็จะเป็นที่ถกเถียงกันว่า มี ๒ แง่มุม ที่เราจะต้องมอง ก็คือเงินที่เราจะต้องเติมเข้าไปทุกปี โครงสร้างในอนาคตมันจะเป็นอย่างไร มันคล้าย ๆ กับ กบข. หรือประกันสังคม แต่คนเราอาจจะน้อยกว่า เข้าใจว่าในชั้น คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรก็น่าจะเคยมีการ Study หรือมีการศึกษา อย่างละเอียดนะครับ ถึงเงินที่เข้าและเงินที่ออกว่ามันจะต้อง Balance กัน ก็คือมันต้อง สมดุลกันนะครับ ไม่เสี่ยงต่อการที่จะมีปัญหาตอนหลัง แต่แน่นอนคนเรามีเยอะ แต่อีกมุมหนึ่ง ที่จะต้องถกเถียงกัน แน่นอนในทุกอาชีพ มันมีสวัสดิการ ทุกคนก็หวังทำงานไป พอเกษียณ ๖๐ ปี ๖๕ ปี ก็ต้องเป็นแรงจูงใจ เหมือนสวัสดิการหนึ่ง ไม่อย่างนั้นบุคลากรทางการเมือง ใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นได้อย่างไรถูกไหมครับ เขามาทำงานท่านก็รู้ ทุกท่านก็ทราบ เพื่อนสมาชิก เงินเดือนเกือบแสนบาทแต่ค่าใช้จ่ายเยอะ และคนที่เขาเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ ข้างนอกใครอยากจะมาทำการเมืองครับ ถ้าเผื่อไม่มีสวัสดิการตรงนี้ อันนี้ก็ต้องมองใน ๒ แง่มุมนะครับ เนื่องจากสถานะปัจจุบัน จากรายงาน จากงบแสดงผลการดำเนินการทาง การเงิน รายได้หลักอย่างที่ทราบก็มาจากงบประมาณ ซึ่งมันลดลงจากปีก่อนหน้านี้ ซึ่งผม ไม่แน่ใจสถานะล่าสุดเป็นอย่างไร แน่นอนรายจ่ายสูงขึ้นนะครับ ก็หมายความว่ารายได้ต่ำ กว่าค่าใช้จ่ายสุทธิเพิ่มมากขึ้นนะครับ อันนี้เป็นประเด็นแรกนะครับ🔗

ซึ่งเราก็ต้องมาดูต่อนะครับว่า อย่างที่ผมเรียนไปการคาดการณ์ในอนาคต คนที่จะออกไป สมาชิกที่ไม่ได้รับเลือกกลับเข้ามา หรือคนใหม่ที่เข้ามานี้จำนวนเป็นอย่างไร อันนี้ก็ฝากเป็นประเด็นให้ไปศึกษา เปรียบเทียบกับ Scheme หรือว่าโครงของ กบข. หรือประกันสังคมนะครับ เพราะว่ากองทุนเราหักเดือนหนึ่งร้อยละ ๕ และของ กบข. เขาก็มี สูตรคำนวณอีกแบบหนึ่ง เงินเดือนเฉลี่ย ๖๐ เดือนสุดท้ายคูณจำนวนปี แล้วหาร ๕๐ แล้วมันอยู่ได้หรือเปล่านะครับ แน่นอนเงินรายได้หลักนี้มาจากงบประมาณ แต่รายได้อื่น มันมาจากการลงทุน ซึ่งเข้าใจว่ามันก็คงมีเกณฑ์ แนวทางอยู่ในการที่จะหาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ จากเงินที่เป็น Fund ตรงนี้ที่หลักร้อยล้านบาทนะครับ ซึ่งก็มีการฝากในบัญชีธนาคาร ฝากคลัง แต่ปัญหาคือท่านไม่สามารถชนะเงินเฟ้อได้ คือท่านต้องเติมตลอด ท่านต้องมีคนใหม่เข้ามา ท่านต้องเอางบประมาณเข้าไปสมทบ มีทางหรือไม่ที่จะสามารถลงทุนได้มีประสิทธิภาพ หรือถ้าเผื่อเป็นภาษาทางการเงินคือชนะตลาด เพราะว่าปัจจุบันท่านฝากสถาบันการเงิน ๓๐ ล้านบาท เป็นเงินฝากกรุงไทย ประเภทออมทรัพย์ ซึ่งดอกเบี้ยก็คงไม่รู้เท่าไร ๐.๕-๑ เปอร์เซ็นต์ มีทางหรือไม่ที่จะไปลงทุนในการลงทุนที่มีอัตราผลตอบแทนที่มันมากขึ้น อย่างเช่น ฝากประจำ พันธบัตร หรือแม้กระทั่งกองทุนที่ความเสี่ยงเรายอมรับได้นะครับ หรืออาจจะเป็นการลงทุนนอกจากกรอบปกติ ซึ่งต้องไปดู กบข. ดูประกันสังคมเหมือนกัน เขาก็มีปัญหาของเขาเหมือนกัน ก็เป็นฝากประเด็นนี้ไว้ให้พิจารณาด้วย ทั้งในเรื่องของจำนวน คนเข้าออก มันจะยั่งยืนได้อย่างไร รวมถึงอัตราผลตอบแทน แล้วก็เราควรจะมี Model ในการเปรียบเทียบเพื่อบริหารจัดการให้ได้มีประสิทธิภาพ คุ้มกับเงินภาษีที่มาอุดหนุนส่วนหนึ่ง แล้วก็เป็นเงินของพวกเรากันเองด้วยที่จ่ายเข้าไปในกองทุนนี้ ขอบคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านสุดท้ายนะครับ ท่านเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ เรียนเชิญครับ🔗

นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทย สร้างชาติ วันนี้ผมได้เห็นรายงานของกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ผมเป็นผู้หนึ่ง ที่เคยได้รับกองทุนนี้ เมื่อครั้งที่ผมได้พ้นจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ซึ่งก่อนหน้านี้นั้น ก่อนที่จะมีกองทุนนั้นเราเคยได้เห็นกับอดีตสมาชิกรัฐสภา ซึ่งบางท่าน มีฐานะที่ลำบาก มีโรคประจำตัว มีความไม่พร้อมในการดำรงชีพ ซึ่งในขณะนั้นผมยังเคย ได้รับมอบหมายจากทางสภาให้ไปเยี่ยมเยียนผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาในช่วงก่อนมีกองทุนฉบับนี้ กองทุนฉบับนี้ได้ตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งก็ผ่านมาเป็นเวลา ๑๑ ปีแล้ว ปัจจุบันนี้ กองทุนของท่านมีเงินหมุนเวียนอยู่ในอีก ๓๐ ล้านบาท ก็ถือว่ากองทุนนี้ยังสามารถอยู่ได้ กองทุนนี้มีรายได้จากการหักจากสมาชิกรัฐสภา ท่านละ ๓,๕๐๐ บาท ซึ่งก็ต้องหักทุก ๆ คน อดีตสมาชิกท่านใดได้รับตำแหน่งแล้ว ก็จะโดนตัดจากกองทุนนี้ไป เพราะได้รับเงินเดือน แต่หลังจากพ้นตำแหน่งแล้ว กองทุนก็ยังต้องดำเนินการจ่ายต่อไปอีกเช่นเดิม ถึงแม้ว่าเมื่ออดีต มีการปรับปรุงกองทุน แล้วก็มีการปรับลดยอดเงินที่จะให้กับผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาลง และให้คิดเพียงอายุงาน แต่ปัจจุบันนั้นก็ต้องขอขอบคุณคณะกรรมการกองทุน ที่ได้เล็งเห็น ความสำคัญของอดีตสมาชิกรัฐสภา ได้แก้ระเบียบกองทุนให้กลับมาเป็นได้รับกองทุน เพื่อยังชีพตลอดไป โดยที่เพิ่มจากเดิมที่เคยตัดไปด้วย ก็กลับมาใกล้เคียงเดิม ก็ต้องขอขอบคุณ คณะกรรมการกองทุน ณ วันนี้และในโอกาสนี้นะครับ จากที่ผมได้ดูในหน้า ๑๑ ของท่าน ท่านบอกว่ามีเงินทุนเลี้ยงชีพจำนวนที่ต้องจ่ายไป ๑๘๔,๙๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ส่วนปี ๒๕๖๕ จำนวน ๑๘๑ ล้านกว่าบาท และท่านบอกว่าลดลงจากปี ๒๕๖๕ จำนวน ๓,๒๑๗,๐๐๐ กว่าบาท อันนี้ผมไม่ทราบว่ามันจะเป็นการเพิ่มขึ้นหรือเปล่า ท่านดูด้วยนะครับ ปัจจุบันนี้สมาชิก กองทุนนี้มีทั้งหมด ๓,๖๕๒ ท่าน ลดลงจากปี ๒๕๖๕ จำนวน ๑๑๐ ท่าน เนื่องจากมีผู้เคยเป็น สมาชิกรัฐสภาเพิ่มขึ้นอีกจำนวน ๗ ท่าน มีผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาถึงแก่กรรมจำนวน ๔๓ ท่าน และมีผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภากลับเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ จำนวน ๗๔ ท่าน ก็หมายความว่าในอดีตนั้นก็ยังมีทั้งสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้รับการเลือกตั้งกลับมาอีกจำนวน ๗๔ ท่าน ใน ๗๔ ท่านนี้กองทุนก็ไม่ต้องจ่ายเงินไป หลังจากพ้นตำแหน่งแล้วก็คงต้องจ่ายเหมือนเดิม ได้ดูรายงานท่านแล้ว ส่วนอื่นก็เรียบร้อยดี สถานะก็คงอยู่ได้ เป็นที่พึ่งของอดีตสมาชิกรัฐสภา ซึ่งทุกคนปัจจุบันนี้ก็พอใจ แล้วก็ขอขอบคุณ มา ณ โอกาสนี้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ มีผู้ลงชื่อเพิ่มอีก ๑ ท่าน เป็นท่านสุดท้ายนะครับ ท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล เชิญครับ🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพครับ กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทยครับ ในประเด็นเรื่องของกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ซึ่งมารายงานผู้สอบบัญชี และการเงินต่อสภาในวันนี้ ก็อยากจะสอบถามท่านประธานฝากไปยังผู้ที่มาชี้แจง ใน ๒-๓ ประเด็นสั้น ๆ🔗

ประเด็นแรกผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่เมื่อสักครู่นี้ลุกขึ้นอภิปราย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพวกเราตกเป็นจำเลยของสังคม คนทั่วไปเข้าใจผิดก็คิดว่า โอ้โฮ สส. มีสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย ทำงานถ้าเป็นข้าราชการต้องเกษียณอายุ ๖๐ ปี ต้องมีอายุราชการ ๒๐-๓๐ ปี ถึงจะได้เงินบำนาญ คนที่มาเป็นผู้แทนราษฎร มาเป็นนักการเมือง ทำงาน ๑-๒ ปี ลาออกไป ยุบสภาไป มีตำแหน่งทางการเมืองมาแล้ว เคยเป็น สส. มาแล้ว กลายเป็นได้เงินบำนาญ ซึ่งในข้อเท็จจริงมันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย การให้เงินผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภามันมีเงื่อนไข มันมีระเบียบของทางสภา ซึ่งตรงนี้ อยากให้ท่านเลขาธิการได้ชี้แจงให้กับเพื่อนสมาชิกทุกท่านได้รับทราบแล้วก็ให้พี่น้องประชาชน ได้รับทราบว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่ประชาชนเขาเข้าใจกัน🔗

ประเด็นที่ ๒ อยากจะให้ท่านชี้แจงเลยว่าตามเกณฑ์ถ้าดำรงตำแหน่งมากี่ปี ดำรงตำแหน่งกี่เดือน ถ้าพ้นจากตำแหน่งแล้วจะได้เงินค่าตอบแทนเท่าไร และจะได้เป็น ระยะเวลาเท่าไร ซึ่งมันแตกต่างไปจากระบบบำนาญของข้าราชการอย่างสิ้นเชิงนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ รายได้ที่เราจ่ายเข้ากับกองทุนนี้มันเป็นเงินของสมาชิกครับ มันเป็นเงินของพวกผม เป็นของเพื่อนสมาชิก ๕๐๐ คนในสภานี่ละครับ เป็นเงินของ ท่านประธานด้วย ที่เราถูกหักไปเดือนละ ๓,๕๐๐ บาท เพื่อเข้าไปที่กองทุน ถ้าเพื่อนสมาชิก คนไหนพ้นจากตำแหน่งไป เขาก็มีสิทธิที่จะได้รับเงินจากกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา แต่ถ้าสมาชิกบางท่านครับ มีหลายท่านในที่ประชุม เขาเป็นสมาชิกติดต่อกันมา ๒๐ ปี ๓๐ ปี และอาจจะมีโอกาสในการเป็นต่อไปในอนาคต เขาก็แทบจะไม่ได้มีโอกาสได้ใช้เงินจากกองทุน เพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาเลย นั่นหมายความว่าเขาก็ส่งของเขาไปเรื่อย ๆ ตรงนี้อยากที่จะ ให้ท่านเลขาธิการได้ชี้แจง แล้วก็ทำความเข้าใจกับสังคมส่วนรวมด้วย🔗

สำหรับประเด็นคำถามครับ ผมมีอยู่เพียงแค่ ๒ ประเด็นเท่านั้นนะครับ ประเด็นแรก คือดูจากตัวเลขรายได้หลักในปี ๒๕๖๖ มันมาจากรายได้งบประมาณ ๑๕๗ ล้านบาท แล้วก็รายได้อื่นซึ่งก็คือเกิดจากการเก็บจากสมาชิกทั้งหมดประมาณ ๒๘ ล้านบาท แต่หักจาก ค่าใช้จ่ายไปแล้วมันติดลบครับ มันติดลบอยู่ ๑๙ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๖ และในปี ๒๕๖๕ นี้ มันก็ติดลบอยู่ ๑๐ ล้านบาท รวม ๒ ปีมันติดลบมา ๓๐ ล้านบาทแล้วนะครับ ทีนี้จะถามท่าน ด้วยความเป็นห่วงครับว่า อยากจะเห็นกองทุนตรงนี้มันอยู่ได้อย่างยั่งยืน ในกรณีที่มันติดลบ ติดต่อกัน ๒ ปี ๓ ปีแบบนี้ ท่านเองมีแนวทางในการบริหารกองทุนตรงนี้อย่างไร เพื่อให้เกิด ความยั่งยืนต่อไปในอนาคต ก็เป็นประเด็นฝากท่านประธานไปยังท่านเลขาธิการ ผู้ที่มาชี้แจง ให้กรุณาชี้แจงต่อสภาครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกอีกท่านหนึ่งขออภิปรายนะครับ ท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบขอบพระคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูงครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ต้องกราบขอขอบพระคุณจริง ๆ ท่านครับ ในส่วนของ รายงานผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา จริง ๆ แล้ว ผมก็ตั้งใจถามเหมือนอย่างท่าน สส. กรวีร์ท่านถามนะครับว่า ก็อยากให้กองทุนนี้เป็นกองทุน ที่มีความมั่นคง แล้วก็ยืนยาวต่อไปคู่กับสภาแห่งนี้ ท่านครับ การเป็นผู้แทนราษฎรของแต่ละท่าน มีที่มาไม่เหมือนกัน มีต้นทุนไม่เหมือนกัน ต่างคนก็ต่างมีที่ไปที่มาที่ต้นทุนที่ไม่เหมือนกัน และทีนี้ท่านครับ ผมเองต้องขอโทษพี่น้องประชาชนนะครับ ผมเองไม่ได้กล่าวหาท่านนะครับ แต่ว่าเป็นสิ่งที่ผมเองก็ได้ยินมาตลอดก็คือว่าประชาชนคิดในแง่ที่ว่า มีความคิดนะครับ มีความรู้สึกนึกคิดที่ว่า คนเป็นผู้แทนราษฎรเหมือนมีเครื่องพิมพ์แบงก์ติดตัวมาด้วย ซึ่งผมอยากจะบอกพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่ามันไม่ได้จริงเสมอไปหรอกนะครับ แล้วก็มีเงินเดือนที่ได้รับกันมาหรือค่าตอบแทนอื่นที่ได้รับกันมา เราก็มีสิ่งที่ต้องเป็นค่าใช้จ่าย มากมาย เราไม่ได้สุรุ่ยสุร่าย เราไม่ได้หัวสูง เราไม่ได้อะไรหรอกครับ ผู้แทนราษฎรหลาย ๆ คน เป็นอย่างนั้น และอีกอย่างหนึ่งสิ่งที่ผมอยากจะสื่อนะครับ ในส่วนของกองทุนแห่งนี้นะครับ ผมอยากจะฝากถึงในลักษณะที่ว่าโดยเฉพาะเรื่องของค่ารักษาพยาบาล ผมเองเป็นผู้หนึ่ง ที่ได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุนแห่งนี้ ซึ่งผมเองก็ต้องกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงนะครับ แต่ว่าผมก็เกิดอุบัติเหตุจริง แล้วก็ในความเป็นจริงสิ่งที่เกิดอุบัติเหตุนั้น ผมเองก็ไม่ได้ไปเที่ยวเตร่ หรือว่าไปออก Trip ที่ไหน การที่เกิดอุบัติเหตุในวันนั้น นั่นคือเรื่องจริง ไปคุยเรื่องน้ำ กับชาวบ้าน แต่ว่าจำเป็นจะต้องรีบกลับมาโดยด่วน และผมก็ไม่มีรถอะไรแล้ว นอกจากนั้น คันนั้นคันเดียว รถจักรยานยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาลผมถามว่าสูงไหม สูงครับ แต่ว่าผมเองก็น้ำตาไหลเหมือนกัน คือลักษณะที่ว่า ทำไมผมเองก็ตั้งใจที่จะทำ ก็ไม่ได้มีอะไรอย่างอื่นแอบแฝงในการมาเป็นผู้แทนราษฎร แต่ว่าผมยังต้องมานั่งจ่ายในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลอีกจำนวนไม่น้อย ผมใช้เวลาปีกว่า เกือบจะหมดสมัยประชุม กว่าผมจะผ่อนหมดในเรื่องของค่ารักษาพยาบาล ต้องขอบพระคุณ คนใจดีคนนั้นที่ให้ผมขอหยิบขอยืมเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลก่อน เพราะผมได้รับ ค่ารักษาพยาบาลตรงนี้ไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของสิ่งที่ผมจะต้องจ่ายไป เพราะฉะนั้นแล้ว ผมอยากให้ผู้บริหารกองทุน หรือแม้แต่กรรมการทั้งหลายที่อยู่ในกองทุนแห่งนี้ได้พิจารณา ถึงความเป็นจริงในเรื่องของสวัสดิการ อย่าลืมว่าพวกเรานี้ ถามว่าทำงานหนักไหม พวกเรา ทำงานกันหนักนะครับ มีแต่โลกภายนอกที่อาจจะมองเราในสิ่งที่ไม่ค่อยดีนัก แต่พวกเรา ก็ไม่ได้เคยถกเถียง นั่นคือเป็นทัศนคติที่เขามอง แต่พวกเราก็พยายามที่จะทำงานหลายอย่าง ที่พวกเราปิดทองหลังพระ เพราะฉะนั้นผมอยากจะขอร้องท่านผู้บริหารกองทุน หรือผู้มีอำนาจ ในกองทุนนี้ได้ช่วยพิจารณา โดยเฉพาะในเรื่องของค่ารักษาพยาบาล เพราะจริง ๆ แล้ว ในรายงานฉบับนี้ รายจ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้นในเรื่องของบำนาญนี้มากที่สุด มากประเภทไป ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนค่ารักษาพยาบาลทั้งปีในนี้ที่ผมอ่านดูก็มีอยู่ประมาณ ๑๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง แต่อีก ๑๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๒๐๐ ล้านบาทนี้เป็นในเรื่องของ เงินบำนาญ เพราะฉะนั้นแล้ว ผมอยากที่จะให้ทางกองทุนนี้ได้ดูแลในเรื่องของสวัสดิการ ให้เขาเป็นขวัญกำลังใจตอนที่เขามียังดำรงตำแหน่งความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่นะครับ หลังจากนั้นไม่เป็นไรหรอกครับ ให้เขาไปดูแลตัวเอง กราบขอบพระคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เรียนท่านเลขาธิการนะครับว่า ค่ารักษาพยาบาลของกองทุนนี้น้อยมาก ๆ ก็ยังสู้ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคไม่ได้เลย เดี๋ยวนี้ไม่ต้องเสีย ๓๐ บาทแล้วครับ บัตรประชาชน ใบเดียวก็รักษาได้ทุกโรคทุกโรงพยาบาลนะครับ ผ่าตัดหัวใจก็ฟรีนะครับ แต่ว่าถ้า สส. ป่วย บาดเจ็บก็คุ้มครองนิดเดียว จากนั้นก็ต้องใช้เงินส่วนตัว ก็ฝากท่านเลขาธิการว่าโอกาสต่อไป เราจะขยับขยายให้ครอบคลุมอย่างน้อยก็ให้เท่า ๓๐ บาทรักษาทุกโรคก็ยังดีนะครับ พี่น้องประชาชนก็ไม่ทราบว่า สส. อาจจะมีอะไรดีนะครับ ที่จริงก็สู้ประชาชนไม่ได้นะครับ ก็เชิญท่านเลขาธิการได้ชี้แจงครับ🔗

ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

กราบเรียนท่านประธานครับ ในคำถามของท่านนิพนธ์นะครับ ขออนุญาตใช้เวลา ในการให้ข้อมูลหน่อยนะครับ ในวันที่ ๑ ตุลาคมก็จะไประเบียบเกี่ยวกับกองทุนฉบับใหม่ กำหนดการรับเงิน ก็จะกลับไปใช้ก่อนระเบียบเดิมที่เรามีแก้ไขในปี ๒๕๕๘ ก็คือทุกท่าน มีสิทธิที่จะได้รับเงินตลอดชีพ เพียงแต่ว่าระยะเวลาการคำนวณนี้จะมีถึง ๘ ลักษณะครับ ในลักษณะที่ ๑ เป็นเวลาคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพในระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง แล้วก็คูณด้วย อัตราเงินเดือนของท่านในจำนวนร้อยละนะครับ🔗

ในส่วนที่ ๑ ก็คือถ้ามีระยะเวลาดำรงตำแหน่งตั้งแต่ ๑ เดือน แต่ไม่ถึง ๑๒ เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพ ร้อยละ ๓๐ ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้ายนะครับ โดยให้รับเป็นระยะเวลา ๔ เท่าของเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ จำนวนเงิน ในอนุมาตรานี้ก็จะตกอยู่ที่ ๒๑,๓๖๙ บาท🔗

ในส่วนที่ ๒ มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพตั้งแต่ ๑๒ เดือน แต่ไม่ถึง ๔๘ เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพ ร้อยละ ๓๐ ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย ก็คือ ๒๑,๓๖๙ บาท🔗

ในส่วนที่ ๓ มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพตั้งแต่ ๔๘ เดือน แต่ไม่ถึง ๙๖ เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพ ร้อยละ ๓๕ ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย ก็คือ ๒๔,๙๓๐.๕๐ บาท🔗

ในส่วนที่ ๔ มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ ๙๖ เดือน แต่ไม่ถึง ๑๔๔ เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพ ร้อยละ ๔๐ ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย ก็จะตกที่ ๒๘,๔๙๑ บาท🔗

ในส่วนที่ ๕ มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ ๑๔๔ เดือน แต่ไม่ถึง ๑๙๒ เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพ ร้อยละ ๔๕ ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย ก็คือ ๓๒,๐๕๓.๕๐ บาท🔗

ในส่วนที่ ๖ มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพตั้งแต่ ๑๙๒ เดือน แต่ไม่ถึง ๒๔๐ เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพ ร้อยละ ๕๐ ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย ก็คือ ๓๕,๖๑๕ บาท🔗

ในส่วนที่ ๗ มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ ๒๔๐ เดือน แต่ไม่ถึง ๒๘๘ เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพ ร้อยละ ๕๕ ของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย คือ ๓๙,๑๗๖.๕๐ บาท🔗

และในลำดับสุดท้าย ในส่วนที่ ๘ มีเวลาสำหรับคำนวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ ๒๘๘ เดือนขึ้นไป ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพ ร้อยละ ๖๐ ของเงินประจำตำแหน่ง เดือนสุดท้าย ก็คือ ๔๒,๗๓๘ บาท🔗

อัตราต่ำสุดที่ได้รับ ก็คือ ๒๑,๓๖๙ บาท แต่อัตราสูงสุดก็คือ ๔๒,๗๓๘ บาท เป็นอัตราที่จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมที่จะถึงนะครับ🔗

ในส่วนคำถามของท่านภัณฑิลนะครับ ในส่วนของการที่จะนำเงินไปหา รายได้อย่างอื่น ในส่วนของระเบียบมีกำหนดไว้ในส่วนที่ ๕ เรื่องการจัดหาผลประโยชน์ ของกองทุน ข้อ ๒๕ กำหนดให้สามารถนำเงินกองทุนไปหาผลประโยชน์ได้จาก กรณีที่ ๑ คือฝากไว้กับธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ กรณีที่ ๒ ซื้อพันธบัตรรัฐบาล กรณีที่ ๓ ซื้อตราสาร การเงินตามที่คณะกรรมการเห็นชอบ กรณีที่ ๔ ดำเนินการอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด ก็ขอเรียนว่าคณะกรรมการชุดนี้เพิ่งมาบริหารยังไม่ครบ ๑ ปีเต็ม เดี๋ยวผมจะนำข้อสังเกต ไปหารือ เพราะเป็นอำนาจของคณะกรรมการในส่วนการที่จะหาผลประโยชน์ในลักษณะอื่น นะครับ🔗

ในข้อคำถามของท่านเกชา หน้า ๑๑ จะเป็นคำผิดนะครับ ในส่วนวรรคที่ ๒ ที่เขียนว่า เงินทุนเลี้ยงชีพ จำนวน ๑๘๔,๙๑๔,๐๙๘.๘ บาท ในปี ๒๕๖๕ มีจำนวน ๑๘๑,๖๙๖,๑๒๗.๙๐ บาท ลดลง อันนี้พิมพ์ผิดนะครับ เป็นเพิ่มนะครับ เพิ่มจากปี ๒๕๖๕ จำนวน ๓,๒๑๗,๙๗๐.๑๘ บาท🔗

แล้วก็มีข้อคำถามของท่านสมาชิก ที่ท่านถามในประเด็นของท่านนพพล ว่าระเบียบค่ารักษาพยาบาล ปัจจุบันเราได้เพิ่มอัตราไป คือปีละไม่เกิน ๑๓๐,๐๐๐ บาท คือใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ก็เพิ่มจากจำนวนเงินเดิมที่เพิ่มไว้นะครับ เป็นดุลยพินิจ แล้วก็มีข้อเสนอของท่านสมาชิกที่จะเพิ่มมากกว่านี้ แต่ว่าคณะกรรมการเห็นว่าจำนวนนี้ เป็นจำนวนที่เหมาะสมนะครับ🔗

ในส่วนข้อคำถามข้ออื่นที่ท่านถามว่ากรณีที่เงินขาดทุนในแต่ละปี ก็ขอเรียนว่า ในทางปฏิบัติ สมมุติว่าเงินที่ขาดไป เราก็จะไปรวมอยู่ในงบประมาณปีถัดไปที่เราจะขอเพิ่มเติม ในการใช้จ่ายงบประมาณ ก็จะมาถัวจ่ายในส่วนที่ขาดในส่วนนั้น ในทางปฏิบัติเราก็จะใช้แนวทาง ปฏิบัติที่ดำเนินการมาในอดีตที่ผ่านมา ในลักษณะจะขอจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมครับ ในขณะเดียวกันก็ขอเรียนว่าเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคมที่จะถึงนี้ จำนวนเงินก็จะมีจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้น สำนักงานได้เสนอขอคำแปรญัตติเพิ่มเติมในจำนวนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้รับ เป็นประมาณการ ที่เกิดขึ้น ก็คิดว่าถ้าเงินไม่พอในส่วนนี้ก็อาจจะต้องรบกวนขอใช้งบกลางของรัฐบาลครับ🔗

ในส่วนกังวลของท่านสมาชิกที่บอกว่ากรณีสมาชิกบางท่านที่ดำรงตำแหน่ง ต่อเนื่อง ท่านก็จ่ายเงิน ๓,๕๐๐ บาทไปตลอด ขอให้พิจารณาว่าลักษณะการจ่ายจะต่อเนื่อง แล้วพอบั้นปลาย ลักษณะการใช้เงินกองทุนอาจจะมีจำนวนน้อยลงในส่วนนี้ครับ ก็เป็นจำนวน ในส่วนที่ขณะดำรงตำแหน่งท่านก็จะมีเงินเดือนที่ดำเนินการ ซึ่งคณะกรรมการมองว่า เป็นจำนวนที่สูงกว่าเงินกองทุนนะครับ แต่ก็จะรับข้อสังเกตของท่านสมาชิกไปนำเรียนครับ ในวันจันทร์บ่ายนี้ก็จะมีการประชุมคณะกรรมการกองทุน ในกรณีที่ท่านสมาชิกมีประสงค์ หรือข้อสังเกตอย่างไร ท่านก็จะมีตัวแทนแต่ละพรรคนะครับ ท่านก็สามารถจะนำเสนอ ผ่านผู้แทนท่านสมาชิกไปได้ครับ ขออนุญาตนำกราบเรียนครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ผมจะขอเรียนแจ้งให้ท่านเลขาธิการได้ส่งตารางการคิดเงิน ระยะเวลา เพื่อให้กับท่านสมาชิก ทั้ง สส. และ สว. ได้รับทราบด้วยครับผม ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มีท่านใดซักถามอีกแล้วนะครับ ถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงาน การเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา หรือสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ ขอบคุณท่านเลขาธิการครับ ขอบคุณหน่วยงานนะครับ ต่อไปนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตรา พระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่ากรรมาธิการและบุคคล ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะชี้แจงข้อมูลติดภารกิจนะครับ ดังนั้นจึงขอเลื่อนรายงานต่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรไปก่อนนะครับ🔗

- รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ซึ่งคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหาร งบประมาณพิจารณาเสร็จแล้ว ขอเชิญกรรมาธิการเข้าประจำที่นะครับ🔗

ในการนี้ผมได้อนุญาตให้บุคคล ภายนอกเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ วรรคสอง เชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. ท่านสิริ ฉายางาม อนุกรรมาธิการ ๒. ท่านอัศวิน สุทธิวิเชียรโชติ อนุกรรมาธิการ และเลขานุการ พร้อมหรือยังครับ เชิญท่านประธานแถลงครับ🔗

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหาร งบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตนำเรียนถึงรายงานผลการพิจารณาศึกษาในเล่มนี้ ในเรื่องของการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๘ โดยคณะกรรมาธิการ ก็ได้มีการแต่งตั้งอนุกรรมาธิการชุดนี้ โดยมีอำนาจหน้าที่ในเรื่องของการพิจารณา กระบวนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี แล้วก็การจัดทำคำขอของหน่วยรับงบประมาณ พร้อมพิจารณาศึกษาคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีของหน่วยรับงบประมาณ เพื่อรวบรวม ปัญหาและอุปสรรค รวมถึงให้ข้อเสนอแนะ แล้วก็ข้อสังเกต โดยในวันนี้ก็จะขอรายงานผล การศึกษา แล้วก็สรุปภาพรวมของการค้นพบในการศึกษาครั้งนี้นะครับ ก็มีประเด็นรายงาน อยู่สั้น ๆ ๓ ประเด็นนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ ในเรื่องของการดำเนินงาน ก็ได้มีการจัดประชุมนะครับ แล้วก็เชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาให้ข้อมูล ก็จะเน้นหนักไปเรื่องของโครงสร้าง แล้วก็กระบวนการจัดทำงบประมาณในทุกระดับ ตั้งแต่ขั้นตอนการเสนอคำขอ ตั้งงบประมาณของสำนักงบประมาณนะครับ มีการทำลักษณะคล้าย ๆ กับ Pre-Ceiling จนถึงกระบวนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโดยสภาผู้แทนราษฎรของเรานะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ เป็นเรื่องของปัญหาเชิงกระบวนการในการจัดทำงบประมาณ จากข้อรายงานก็มีข้อสรุปหลัก ๆ ก็คือยังขาดความเชื่อมโยงระหว่างแผนงาน แล้วก็ การจัดสรรงบประมาณ ๒. ในเรื่องของการจัดทำงบประมาณแบบคงที่ จริง ๆ ควรจะมี Room เพื่อให้ใช้งบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ โดยคำนึงถึงความจำเป็น ในแต่ละห้วงเวลา ๓. ในเรื่องของกระบวนการตัดสินใจ ก็ยังมีความซับซ้อน รวมถึงเรื่องของ ความโปร่งใสที่สมควรปรับปรุงให้ดีขึ้นนะครับ ๔. ในเรื่องของการเบิกจ่ายก็ยังมีความล่าช้า แล้วก็ไม่สม่ำเสมอ ๕. ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการจัดทำเท่าที่ควร ๖. ขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ🔗

ประเด็นที่ ๓ ในเรื่องของปัญหาในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเฉพาะปี ๒๕๖๘ ที่ว่าเป็นข้อปัญหาที่คิดว่าควรจะปรับปรุง ประเด็นที่ ๑ ก็ในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณ ยังไม่สอดคล้องกับเป้าหมายและความจำเป็น ๒. การจัดสรรงบประมาณยังไม่คำนึงถึง ประสิทธิภาพเท่าที่ควร ๓. มีการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีจำนวนมาก ทำให้งบประมาณเหลือน้อย สำหรับโครงการใหม่ ๆ ที่อาจจะมีความสำคัญกับสถานการณ์ปัจจุบัน ๔. มีเรื่องของความซ้ำซ้อน ในการจัดสรรงบประมาณระหว่างหน่วยงาน แล้วก็ภารกิจที่คล้ายคลึงกัน ๕. ขาดระบบ ตรวจสอบ แล้วก็ประเมินผลการใช้งบประมาณที่เพียงพอ🔗

ข้อสรุปในแต่ละประเด็นก็จะอยู่ในรายงาน แล้วก็เป็นการติเพื่อก่อ เราพยายามจะชี้ให้เห็นถึงปัญหา แล้วพอเราเห็นปัญหาร่วมกันแล้วก็มาช่วยกันแก้ไข และในรายงานก็จะมีเรื่องของข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงกระบวนการให้ดีขึ้นต่อไป ในปีงบประมาณอนาคต ในลำดับต่อไปนะครับ เดี๋ยวผมขอเชิญ ท่านรักชนก ศรีนอก ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๘ ได้นำเรียนรายละเอียดของผลการพิจารณาศึกษาในเรื่องการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๘ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน รักชนก ศรีนอก ผู้แทนราษฎรจากชาวบางบอน จอมทอง หนองแขม พรรคประชาชน ในฐานะอนุกรรมาธิการ วันนี้ดิฉันก็อยากที่จะมารายงานในส่วนของข้อสังเกตในการจัดทำ งบประมาณปี ๒๕๖๘ ซึ่งจริง ๆ แล้วข้อสังเกตในเล่มนี้ส่วนที่สำคัญ ถ้าพ่อแม่พี่น้องประชาชน ที่อยู่ทางบ้านได้รับชมรับฟังอยู่ ก็สามารถ Search วาระการประชุมสภา แล้วก็เข้ามาอ่าน เล่มนี้ได้ ส่วนที่เป็นสาระสำคัญจะเริ่มที่หน้า ๕๓ แล้วอีกส่วนหนึ่งก็คือจะเริ่มที่หน้า ๖๕ ซึ่งในหน้า ๕๓ นี้เป็นสิ่งที่ดิฉันได้ตกผลึกมาจากการศึกษาการจัดทำคำของบประมาณ ทั้งปี ๒๕๖๗ แล้วก็ปี ๒๕๖๘ วันนี้ก็อยากจะมาบอกเล่าสู่กันฟัง สำหรับท่านประธาน แล้วก็สมาชิกรัฐสภา แล้วก็พ่อแม่พี่น้องประชาชน ซึ่งในบทที่ ๕ จะเป็นข้อคิดเห็นสำหรับ การจัดทำงบประมาณในปี ๒๕๖๘ ซึ่งจริง ๆ แล้วตั้งใจว่าจะให้เกิดขึ้นก่อนวาระที่ ๒ จะพูดถึงส่วนนี้ด้วย แต่ว่าตอนนี้วาระที่ ๒ หรือวาระที่ ๓ ได้ผ่านไปแล้ว ออกมาเป็นร่างแล้ว ดิฉันก็จะขอหยิบยกเอามาเฉพาะข้อสังเกตในการจัดทำงบประมาณปี ๒๕๖๘ ที่อยากจะตั้งเป็น ข้อสังเกตส่งไปให้คณะรัฐมนตรี เพราะว่าเป็นสิ่งที่สามารถนำไปใช้ได้ทุก ๆ ปี แล้วก็ จะเป็นการทำให้กระบวนการงบประมาณมีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วก็ที่สำคัญเลย ตอบโจทย์กับนโยบายของรัฐบาลได้มากขึ้นด้วย ซึ่งสิ่งที่ดิฉันอยากจะนำเสนอมีทั้งหมด ๕ ส่วนด้วยกันนะคะ🔗

ส่วนแรกก็คือการตั้งกรอบงบประมาณ แล้วก็ตั้งเป้าหมายสำหรับยุทธศาสตร์ การจัดสรร พร้อมทั้งแถลงนโยบายประจำปี🔗

ข้อ ๒ ก็คือการจัดทำงบประมาณแบบ Top Down Budgeting🔗

ข้อ ๓ ก็คือการเข้าถึงข้อมูลงบประมาณ และการทำข้อมูลคำของบประมาณ และการทำงบประมาณแบบเปิดเผยโปร่งใสค่ะ🔗

ข้อ ๔ ก็คือการปฏิรูประบบเก็บรวบรวมข้อมูลการเงินการคลัง ข้อมูลงบประมาณ ของประเทศไทยให้เป็นระบบเดียวกัน🔗

ข้อ ๕ การคำนวณต้นทุน แล้วก็วัดผลเพื่อไปข้างหน้า แล้วก็ Zero Based Budgeting ซึ่งดิฉันจะขออธิบายในส่วนของ ๕ ข้อนี้ค่ะ🔗

ในส่วนแรกคือการตั้งกรอบงบประมาณ แล้วก็กำหนดเป้าหมายสำหรับ ยุทธศาสตร์การจัดสรร ในส่วนนี้ต้องบอกว่าทุก ๆ ปีนะคะ จะมีการทำยุทธศาสตร์ การจัดสรรงบประมาณจากหน่วยงาน ๕ หน่วยงาน แล้วก็เรียกว่าทำให้มันสอดคล้อง กับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งบอกตามตรงว่าเวลาอ่านไปแล้วนี้ มันอาจจะเห็นนโยบาย ของรัฐบาลปรากฏอยู่เพียงเบาบางเท่านั้น ดิฉันก็เลยอยากจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีได้กำหนดกรอบงบประมาณสำหรับ แต่ละนโยบายที่สำคัญเอาไว้ตั้งแต่ยุทธศาสตร์การจัดสรรเลย แล้วก็ตั้งเป้าหมายร่วม เอาไว้ด้วยค่ะ ดิฉันยกตัวอย่างนโยบายของรัฐบาล หนึ่งในนั้นก็คือน้ำประปาดื่มได้ ที่เราเห็นตรงกันว่าควรที่จะทำให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ แต่ว่าถ้าท่านไม่ระบุงบประมาณเอาไว้ ในยุทธศาสตร์การจัดสรรว่าท่านจะทำปีนี้ด้วยกรอบงบประมาณเท่าไร เป้าหมายกี่ตำบล กี่หมู่บ้าน อันนี้การชงงบประมาณขึ้นมาจากหน่วยงานก็อาจจะทำให้ท่านทำได้ไม่ตามเป้า ๔ ปีอาจจะไม่สามารถเรียกได้ว่าบรรลุนโยบายของท่านก็ได้ หรือว่าในการพิสูจน์สิทธิที่ดินค่ะ ทุกท่านทราบไหมคะว่าปัจจุบันเราสามารถพิสูจน์สิทธิข้อพิพาทที่ดินได้จริง ๆ จัง ๆ ปีละประมาณ ๓,๐๐๐ แปลงเท่านั้น ซึ่งการพิสูจน์สิทธิที่ดิน แล้วก็การให้ชาวบ้านมีที่ดินทำกิน ดิฉันคิดว่าก็สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ถ้าท่านมีความจริงใจ แล้วก็เห็นว่าปัญหานี้ มันสำคัญจริง ๆ ควรที่จะระบุกรอบงบประมาณไปเลยว่าจะตั้งกรอบเท่าไร อาจจะปีแรก หรือว่าภายใน ๔ ปี แล้วก็บอกว่าจะพิสูจน์ให้ได้กี่แปลง เพราะว่าถ้าท่านไม่ตั้งกรอบงบประมาณ กับเป้าหมายเอาไว้ สุดท้ายเราจะพิสูจน์สิทธิได้แค่ปีละ ๓,๐๐๐ แปลงเท่านั้น ซึ่งมีที่ดิน ที่รอพิสูจน์สิทธิเป็นล้านแปลง อันนี้ก็เข้าใจว่าอาจจะทำไม่เสร็จภายใน ๔ ปีแต่ว่าถ้าท่าน ตั้งกรอบงบประมาณกับเป้าหมาย มันก็จะทำให้บรรลุผลได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ แล้วหลังจากที่ มีการกำหนดยุทธศาสตร์โดยมีกรอบงบประมาณ แล้วก็เป้าหมายแล้ว อันนี้เป็นข้อเสนอ จากอนุกรรมาธิการก็คืออยากจะให้มีการแถลงยุทธศาสตร์การจัดสรร ที่ปกติแล้วจะเป็น การแถลงกับข้าราชการเท่านั้น ท่านนายกรัฐมนตรีตอนต้นปีจะมาแถลงกับข้าราชการ เพื่อเป็นการมอบนโยบาย อยากจะให้เป็นการแถลงต่อสภา อาจจะเป็นเฉพาะใน สส. ก็ได้ค่ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อที่เราจะได้เรียกว่ารับทราบเป้าหมายในแต่ละปีของรัฐบาล ว่าจะทำอะไร ด้วยกรอบงบประมาณเท่าไร แล้วก็เป้าหมายเป็นอย่างไรนะคะ เพราะว่า พูดกันตรง ๆ ในการอภิปรายวาระที่ ๑ เราทำได้แค่อภิปรายว่างบประมาณมันจัดสรรได้ ไม่ตอบโจทย์อย่างไรถูกไหมคะ ซึ่งถึงตอนนั้นเราทำได้แค่ตัดงบประมาณเท่านั้น ซึ่งเราก็ทราบกันดี ว่างบประมาณ ๓.๕-๓.๘ ล้านล้านบาทแล้วแต่ปี เวลาเข้าไปที่กรรมาธิการ จริง ๆ คือมันตัด เป็นรายโครงการที่ไม่ Work ไม่ได้ด้วยซ้ำ จะตัดได้ก็สักหลักหมื่นล้านบาท แต่ว่าถ้ามี การแถลงนโยบายตั้งแต่ต้นปี เปลี่ยนจากการแถลงต่อหน้าข้าราชการ มาเป็นแถลงกับสภานี้ ก็จะทำให้ได้รับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็อาจจะนำกลับไปปรับปรุง ข้าราชการยังมีเวลาที่จะนำกลับไปปรับปรุง ทำให้คำของบประมาณเหล่านั้นมันสามารถ ตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาลได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยเพิ่มมากขึ้น อันนี้ดิฉันบอกตรง ๆ ว่า มันก็จะเป็นประโยชน์เองกับรัฐบาลด้วย🔗

ส่วนที่ ๒ อันนี้จากการศึกษางานวิจัยของ OECD ประเทศในกลุ่มที่มีรายได้ เฉลี่ยค่อนข้างสูง เขาจะใช้วิธี Top Down Budgeting ซึ่งดิฉันจะขออธิบายอย่างนี้ว่า ในประเทศไทยของเราค่ะ ตอนนี้เราใช้วิธีการเรียกว่าทำงบประมาณแบบล่างขึ้นบน ก็คือเมื่อข้าราชการได้ฟังการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็จะมีการกลับไป จะเรียกว่าฝันก็ได้ค่ะ หรือว่าตรัสรู้ชอบได้ด้วยตัวเองว่าต้องทำคำขออะไรออกมา คือบางครั้ง มันอาจจะเรียกว่ามีการขอเกินเพดานงบประมาณที่เรามีอยู่จริง อย่างที่ทุกท่านได้ทราบ งบประมาณของเรามี ๓.๕-๓.๘ ล้านล้านบาท แต่ว่าเวลาปรากฏคำขอขึ้นมาจริง ๆ มันพุ่งเป็น ๕ ล้านล้านบาท หรือว่าเป็น ๖.๖ ล้านล้านบาท อันนี้มันไปเพิ่มภาระให้กับ ข้าราชการที่จะต้องทำโครงการขึ้นมาให้เผื่อเหลือเผื่อขาด แล้วก็ไปเพิ่มภาระให้กับ สำนักงบประมาณด้วย เพราะว่าสำนักงบประมาณต้องมานั่งเลือก นั่งคัดโครงการ อันนี้ก็เลยอยากจะเสนอว่าให้เป็นระบบแบบ Top Down Budgeting คือกำหนดกรอบ งบประมาณมาเลย เพราะว่าเราทราบกันอยู่แล้วว่ากรอบงบประมาณของประเทศเรา ปกติมันจะ ๓.๕-๓.๘ ใช่ไหมคะ อยากจะให้มีการกำหนดกรอบเป็นรายกระทรวง หรือว่ารายแผนงานไปเลยว่าแต่ละกระทรวง แต่ละแผนงาน หรือว่าแต่ละผู้รับผิดชอบ จะได้งบประมาณเท่าไร แล้วรัฐบาลต้องเรียกว่าให้หน่วยงานต่าง ๆ ของบประมาณต่ำกว่า Ceiling เท่านั้น เพราะว่าปัญหาที่ประสบพบเจออยู่ในปัจจุบันนี้ นอกจากว่าคำของบประมาณ ล้นเกินแล้ว สำนักงบประมาณเรียกได้ว่าเป็นทั้งหนังหน้าไฟให้กับรัฐบาล แล้วก็ข้าราชการ แล้วก็เรียกได้ว่ายังเป็นดินแดนสนธยาด้วย ดิฉันจะอธิบายแบบนี้ คือเวลาข้าราชการ ส่งคำขอขึ้นมา ต้องส่งเป็น ๒ เท่า เพราะว่าอะไร เพราะว่าต้องเผื่อเอาไว้ว่าเวลาประชาชน มาทวงถามว่าทำไมไม่มีโครงการนั้น ไม่มีโครงการนี้ ก็จะได้เหมือนกับเอาสำนักงบประมาณ เป็นหลังพิงว่า จริง ๆ ส่งโครงการไปแล้ว แต่ว่าสำนักงบเขาไปตัดออก ซึ่งรัฐบาลเองก็อาจจะใช้ หลังพิงเป็นสำนักงบประมาณเช่นเดียวกัน ซึ่งกระบวนการนี้บอกตามตรงว่ามันทำให้ สำนักงบประมาณกลายเป็นดินแดนสนธยาที่มันไม่สามารถที่จะมีใครตรวจสอบได้ว่า กระบวนการจัดสรรงบประมาณนี้มันโปร่งใสตรงไปตรงมาหรือไม่ อันนี้ถ้าใช้ Top Down Budgeting เข้ามาตรงนี้ก็คิดว่ามันจะสามารถทำให้ตรงกับโจทย์ ตรงกับนโยบายของรัฐบาล ได้มากขึ้น แล้วราชการก็จะต้องชงคำขอขึ้นมาภายใต้ Ceiling แล้วเขาก็ต้องคัดเลือก คัดสรรสิ่งที่เขาคิดว่าสำคัญที่สุด สิ่งที่เขาคิดว่าดีที่สุด ด้วยความเชี่ยวชาญของเขาเอง ซึ่งมันก็เหมาะสมมากกว่าที่กรมชลประทาน หรือว่ากรมโยธาธิการและผังเมือง เขารู้ว่าเขาจะต้องไปสร้างอะไร ที่ไหน แต่ว่าปกติทุกวันนี้ก็คือชงคำขอขึ้นมาก่อน แล้วก็ให้สำนักงบประมาณไปเลือกไปตัดออก ดังนั้นดิฉันคิดว่ากำหนดกรอบงบประมาณให้ แต่ละแผนงาน ให้แต่ละกระทรวง แล้วก็ทำภายใต้กรอบคำขอ มันจะช่วยให้กระบวนการ งบประมาณมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น🔗

ต่อไปก็เป็นในส่วนของการเข้าถึงข้อมูลคำของบประมาณ แล้วก็การทำ งบประมาณแบบโปร่งใส ตรวจสอบได้ อันนี้ต้องบอกว่าทุกวันนี้สภาผู้แทนราษฎรยังไม่ได้ เข้าถึงข้อมูลคำของบประมาณ เราจะเห็นเฉพาะร่าง พ.ร.บ. งบประมาณประจำปีเท่านั้น ซึ่งมันก็จะทำให้เป็นคำถามว่าทำไมโครงการนั้นไม่มี โครงการนี้ทำไมไม่ทำ จริง ๆ แล้ว ข้าราชการก็อาจจะชงขึ้นมาแล้วก็ได้ แต่ว่าโครงการที่สำคัญเหล่านั้นไม่ถูกคัดเลือกนะคะ ถ้าเราได้เห็นคำของบประมาณทั้งหมด เราก็จะสามารถเรียกว่า พิจารณาได้ว่า การจัดสรร งบประมาณนั้นมันเป็นไปอย่างตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาลหรือไม่ อันนี้ดิฉันคิดว่ามันเป็นผลดี กับสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็อีกอย่างหนึ่งก็คือการทำงบประมาณแบบเปิดเผย โปร่งใส ซึ่งต้องบอกว่าสำนักงบประมาณก็พยายามที่จะพัฒนาทำเป็น File Excel ให้กับสภาผู้แทนราษฎร หรือว่าประชาชนได้เข้ามาพิจารณา แต่ว่าทุกวันนี้ File Excel ที่สำนักงบประมาณทำมาให้ ดิฉันก็ต้องบอกว่ามันยังไม่เป็น File Excel ที่ Consolidate ข้อมูลงบประมาณทั้งหมด มันยังแยกเป็น Folder แต่ละกระทรวงต้องคลิกเข้าไป แล้วก็แต่ละกระทรวงคลิกเข้าไป เป็นแต่ละกรม แต่ละกรมก็คลิกเข้าไปย่อยเป็นรายแผนงานอีก อันนี้มันไม่ใช่รูปแบบ Machine Readable ที่มันจะสามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง ๆ ดิฉันก็อยากจะขอให้ ครม. ได้มีคำสั่งให้สำนักงบประมาณได้ทำให้กระบวนการตรงนี้มันง่ายต่อการพิจารณา เพราะว่ามันจะดีกับสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณางบประมาณเองค่ะ ดิฉันตั้งคำถาม มาตลอดว่าก่อนที่เราจะมี File Excel จากภาคประชาชน WeVis สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา งบประมาณกันอย่างไร เพราะว่ามันเป็นเล่มขาวคาดแดง ๒๐ กว่าเล่มมา แล้วท่านก็มีเวลา พิจารณากันอยู่เพียง ๑๔ วันเท่านั้น ต้องยอมรับว่าการดูด้วยกระดาษกับการที่ทำมาเป็น File แล้วเราให้เทคโนโลยีช่วยในการประมวลผล การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยประมวลผล มันต้องได้ข้อมูลที่แม่นยำ แล้วก็รวดเร็วกว่า ดังนั้นดิฉันก็อยากให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณา มีคำสั่งให้สำนักงบประมาณได้ปรับปรุงกระบวนการตรงนี้ค่ะ🔗

อีกอย่างหนึ่งนะคะ กรรมาธิการที่เป็นหมวกครอบคณะอนุกรรมาธิการ ศึกษาการจัดทำคำของบประมาณนี้ ชื่อเต็มก็คือกรรมาธิการศึกษาการจัดทำ ติดตาม การบริหารงบประมาณ แต่เราก็ยังถูกสำนักงบประมาณปฏิเสธที่จะส่งคำของบประมาณ มาให้กับกรรมาธิการ ทั้ง ๆ ที่มันเป็นชื่อ แล้วก็เป็นอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการที่จะสามารถ เรียกสิ่งนี้ได้ ดิฉันก็อยากให้กรรมาธิการทุกกรรมาธิการศักดิ์สิทธิ์ในการเรียกเอกสาร ก็ต้องฝากด้วยค่ะ แล้วก็ข้อถัดไปคือการปฏิรูป การรวบรวมระบบการเงินการคลัง ข้อมูล งบประมาณ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวรักชนก ศรีนอก กรรมาธิการ

อันนี้อาจจะต้องซูมนิดหนึ่ง ต้องขออภัยจริง ๆ อย่างที่ทุกท่านจะได้เห็นในสไลด์นี้ ตรงสีเขียวด้านล่าง ที่เป็นพื้นที่สีเขียว ที่เป็นช่องเล็ก ๆ มันจะมีสีเขียวอ่อนกับสีเขียวเข้ม อันนี้ดิฉันต้องบอกว่าระบบการเงินการคลัง หรือว่าระบบข้อมูลงบประมาณของประเทศเรานี้ มันยังไม่เป็นระบบเดียวกัน ดิฉันยกตัวอย่าง อย่างนี้ สำนักงบประมาณก็จะมีระบบ e-Budgeting แล้วก็ระบบ e-BGIS ส่วนท้องถิ่นก็จะมี ระบบ e-LAAS แล้วก็สภาพัฒน์จะมีระบบ eMENSCR แล้วก็กรมบัญชีกลางจะมีระบบ GFMIS แล้วก็ระบบ e-GP และยังมีแยกย่อยไปอีก อย่างกองทุน ววน. อะไรอย่างไรนี้ เขาก็จะมี ระบบของเขาเอง ซึ่งระบบทั้งหมดตรงนี้ยังไม่ได้ Consolidate ข้อมูลกันให้เป็นระบบเดียว ถึงแม้ว่าสำนักงบประมาณจะยืนยันว่ามันมีบางอย่างที่เรียกว่าเชื่อมต่อกัน แต่ต้องบอกว่า เวลาดูข้อมูล หน่วยงานราชการ เป็นคน Feedback กับคณะกรรมาธิการเองว่าในการทำงาน ของเขามันเหมือนกับว่าต้องมาทำงานหลายครั้ง แล้วก็หน่วยงานราชการเป็นคนบอกดิฉัน แล้วก็บอกกับอนุกรรมาธิการว่าเขาต้องทำงานซ้ำซ้อนหลายครั้ง กรอกเข้าไปในระบบ e-Budgeting แล้วก็ยังต้องกรอกเข้าไปในระบบ eMENSCR มันเป็นการทำงานที่ซ้ำซ้อน ถ้าเราสามารถทำให้ระบบทั้งหมดนี้เชื่อมโยงข้อมูลกันได้ ตั้งแต่การเก็บภาษีเข้ามา เก็บภาษี ได้ปีละเท่าไร และเราก็เอามาใช้เป็นระบบงบประมาณอย่างไร จัดซื้อจัดจ้างอย่างไร แล้วก็เห็นเลยว่าภาระทางการคลัง ภาระหนี้เรามีเท่าไร อันนี้ดิฉันรวมถึงกับระบบงบประมาณ ของรัฐวิสาหกิจด้วย เราต้องมองว่าระบบงบประมาณทั้งหมดนี้เป็นระบบงบประมาณ ของแผ่นดิน ยกตัวอย่างในประเทศเกาหลี ดิฉันได้มีโอกาสได้ไปดูงานที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเมื่อก่อนประเทศเกาหลีใต้ก็ใช้ระบบงบประมาณที่เป็นแตกแยกย่อยแบบของประเทศเรา ซึ่งวันหนึ่งเขาก็สามารถที่จะรู้แจ้งได้ว่าระบบงบประมาณแบบนี้มันอาจจะไม่ Work ในการบริหารงบประมาณของประเทศเขา เพราะว่าวิกฤติทางเศรษฐกิจหรือว่าของประเทศ เขาด้วย ทำให้เขาต้องพยายามที่จะปฏิรูประบบงบประมาณของตัวเอง แต่ว่าดิฉันคิดว่า เราไม่ต้องรอให้ประเทศเรามีวิกฤติถึงขนาดนั้นก็ได้ เขามีระบบที่ชื่อว่า KFIS ที่สามารถ เชื่อมโยงได้ตั้งแต่บาทแรกที่ประชาชนจ่ายภาษีเข้ามา แล้วก็ Track ไปว่าเขาเข้ามาในระบบ ภาษีเท่าไร แล้วก็ระบบภาษีนี้จะถูกส่งไปเป็นงบประมาณ แล้วก็ชำระหนี้ แล้วก็มีการเชื่อมโยง กับรัฐวิสาหกิจ คือสามารถรวบรวมข้อมูลงบประมาณการใช้จ่ายของภาครัฐการเงินการคลัง เอาไว้ได้เป็นระบบเดียว อันนี้มันทำให้ประเทศเขาสามารถวิเคราะห์ข้อมูล แล้วก็นำข้อมูล ไปใช้ประโยชน์ แล้วก็เป็นประโยชน์กับรัฐบาลเองด้วยในการที่จะทำงานได้ง่ายขึ้นนะคะ🔗

ส่วนสุดท้ายคือการคำนวณต้นทุน การวัดผลเพื่อไปข้างหน้า แล้วก็ Zero Based Budgeting ขอสไลด์สุดท้ายเมื่อสักครู่ ประเทศไทยเท่าที่ดิฉันถามกับหน่วยงานมานี้ บอกกันตามตรงคือยังไม่มีการคำนวณต้นทุนในการที่แต่ละภารกิจ แต่ละโครงการ ซึ่งเป็นโครงการพื้นฐาน หรือไม่พื้นฐานก็ตาม ว่าแต่ละภารกิจมีต้นทุนเท่าไร ซึ่งอันนี้ เป็นข้อเสนอของอนุกรรมาธิการต่อคณะรัฐมนตรี คืออยากให้มีการดูว่าภารกิจมีอะไรบ้าง แล้วก็มาคำนวณต้นทุนของแต่ละภารกิจ แล้วก็ดูรายได้ที่จัดเก็บมา หักลบกัน เราจะได้รู้ว่า เราต้องสมทบงบประมาณเท่าไร พูดอย่างนี้นะคะ ช่องสีม่วงก็คือภารกิจ ท่านก็ List มาว่า ภารกิจของท่านที่ต้องทำมีอะไรบ้าง แล้วก็ในส่วนของต้นทุน ก็คือต้นทุนต่อหน่วยว่า ท่านจะทำอะไร ด้วยจำนวนเท่าไร แล้วก็รวมกันมา แล้วก็ดูว่ารายได้ที่เกิดจากภารกิจนั้น ทำรายได้เท่าไร แล้วก็หักลบกันมา มันก็คืองบประมาณแผ่นดินที่ต้องอุดไป ดิฉันอธิบายแบบนี้ ให้เห็นภาพง่าย ๆ นะคะ ถ้าท่านจะทำน้ำประปาดื่มได้ ท่านก็ต้องรู้ว่า ประเทศไทยมีกี่ตำบล ที่อยากที่จะทำน้ำประปาดื่มได้ให้เกิดขึ้น แล้วก็จะต้องใช้งบประมาณแต่ละตำบลเท่าไร อันนี้คือต้นทุนที่เราสามารถคำนวณได้ และรายได้ก็คือรายได้ที่ถ้าเกิดน้ำประปาดื่มได้ ทั่วประเทศ รัฐจะสามารถจัดเก็บแต่ละเดือนได้เท่าไร ถ้าท่านสามารถมีข้อมูล ๒ สิ่งนี้ ท่านก็จะสามารถรู้ว่าจัดสรรงบประมาณอย่างไรให้มันมีประสิทธิภาพ แล้วก็ตรงจุด ตรงเป้า แล้วก็โปะงบประมาณแบบมีประสิทธิภาพ แล้วก็ตรงเป้ามากขึ้น อันนี้ก็ยังเป็นสิ่งที่ประเทศไทย เราอาจจะยังไม่ได้ทำกันอย่างชัดเจน แล้วก็การวัดเพื่อไปข้างหน้า ก็คือพอท่านทราบ เมื่อสักครู่พอท่านทราบต้นทุน แล้วก็ทราบว่ารายได้เท่าไร แล้วก็ต้องจัดสรรงบประมาณไป เพื่อภารกิจนั้นเพิ่มเติมเท่าไร มันก็จะนำมาสู่การวัดผล ซึ่งการวัดผลของประเทศเราทุกวันนี้ ดิฉันต้องบอกว่ามันเป็นแบบ Self Report ถ้าหลายท่านที่อยู่ในสภาแห่งนี้ ก็ได้มีการพิจารณา งบประมาณ ท่านน่าจะรู้แล้วว่าหน่วยงานเป็นคนที่ทำภารกิจนั้นถูกไหมคะ และหน่วยงาน ก็เป็นคนที่เขียนตัวชี้วัดนั้น และหน่วยงานก็เป็นคนที่วัดผลเอง และประเมินผลเอง มันเป็น Self Report ทั้งหมด แบบนี้คือมันจะไม่สามารถวัดอะไรได้เลยค่ะ เพราะว่า หน่วยงานก็จะตั้งตัวชี้วัดในแบบที่ตัวเองสามารถทำได้ต่อปี และมันก็จะไม่สามารถทำให้ ประเทศเรามันตอบโจทย์กับนโยบายได้อย่างตรงเป้า ซึ่งอันนี้ดิฉันก็เสนอว่าอาจจะให้ สำนักงบประมาณ หรือว่าร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ มาเป็นคนกำหนดตัวชี้วัด ให้ตัวชี้วัด มันมีความทะเยอทะยานมากขึ้น แล้วก็ตอบโจทย์กับการไปข้างหน้าของประเทศเรา ให้มันไม่เป็น Self Report อันนี้อาจจะทำให้หน่วยงานราชการได้กระตือรือร้นในการทำงานกัน มากขึ้น ซึ่งการคำนวณต้นทุนแล้วก็การวัดผลเพื่อไปข้างหน้า มันจะนำไปสู่ Zero Based Budgeting ถ้าท่านคำนวณต้นทุน และท่านก็วัดผลแล้ว แล้วรู้ว่ามันไม่คุ้มค่า เราก็แค่เลิกทำ โครงการนั้น แล้วก็เอาเงินจากโครงการที่มันถูกคำนวณ มันถูกวัดผลแล้วว่าไม่คุ้มค่านี้ ไปทำโครงการใหม่ ซึ่งอันนี้ดิฉันก็เสนอว่าเราควรที่จะเริ่มมี Sandbox สมมุติว่าเราจะทำ น้ำประปาดื่มได้ทั่วประเทศ ท่านก็ควรที่จะเริ่มจากบางภูมิภาคก่อน จิ้มออกมาก่อน สักกี่ตำบล กี่อำเภอ หรือกี่จังหวัด แล้วก็ลองทำ Sandbox ถ้ามัน Work ก็คือกระจายไป ทั่วประเทศ เราก็จะทราบทั้งต้นทุน แล้วก็อุปสรรค และมันก็สามารถกระจายไปทั้งประเทศได้ อันนี้ก็คือข้อเสนอสุดท้ายที่ดิฉันอยากเสนอ ต้องบอกอย่างนี้ว่าข้อเสนอทั้งหมดนี้ ดิฉันคิดว่า ถ้ามีปีงบประมาณใหม่เข้ามา เราสามารถนำข้อเสนอนี้ไปปรับใช้ได้ในทุก ๆ ครั้ง เพราะว่า มันเป็นข้อเสนอที่มันเป็นประโยชน์กับสภาผู้แทนราษฎรจริง ๆ และมันจะสามารถทำให้ รัฐบาลนำส่งนโยบายไปถึงมือของพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้จริง ๆ อันนี้เป็นข้อเสนอที่ดิฉัน พูดตรง ๆ ว่า ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลจากพรรคไหน ดิฉันก็เชียร์ให้ทำแบบนี้ เพราะว่ามันเป็นประโยชน์ กับรัฐบาลเองจริง ๆ ก็มีเท่านี้ที่เป็นข้อสังเกตที่อยากจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านสมาชิกที่ขออภิปรายนะครับ ท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ ก่อนครับ เชิญครับ🔗

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนนะครับ ผมต้องเรียนท่านประธานและกรรมาธิการว่าปีนี้เป็นปีแรกที่ผมมีส่วนในการพิจารณา เป็นอนุกรรมาธิการงบประมาณ แต่โดยประสบการณ์แล้ว ผมได้ผ่านการจัดทำและอนุมัติ งบประมาณของหน่วยงานเอกชนมานับสิบปี ซึ่งแนวความคิดอาจจะแตกต่างกัน แต่จากประสบการณ์ที่ผมเป็นอนุกรรมาธิการร่วมกับท่านประธานนี้นะครับ ผมมีคำถามอยู่ ๒ คำถาม ซึ่งอาจจะมีอยู่ในรายงานนี้นะครับ ซึ่งรายงานนี้ดีมาก ผมจะต้องเก็บเอาไว้ เผื่อใช้🔗

คำถามแรก คือการจัดลำดับความสำคัญที่สนองความเดือดร้อนของประชาชน ผมยกตัวอย่าง มีจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือตอนล่าง สะพานพังลงเป็นปีแล้วครับ ชาวบ้าน มีความเดือดร้อนต้องขับรถมากกว่า ๑๐ กิโลเมตร แล้วทางเจ้าหน้าที่เองบอกผมว่า ใช้งบประมาณประมาณ ๒๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเพื่อซ่อมแซม เยียวยาความเดือดร้อน ของประชาชนในการขับรถอ้อมไปประมาณ ๑๐ กว่ากิโลเมตร แต่ปรากฏว่างบประมาณ ปี ๒๕๖๘ กลับไม่นำไปใช้ในการซ่อมแซมสะพานแห่งนี้ กลับไปใช้ในการสร้างสะพานใหม่ ซึ่งห่างจากจุดนี้ไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ใช้งบประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมไม่ได้ รับคำตอบจากหน่วยงานนี้ชัดเจนว่าทำไมถึงไม่เอาเงิน ๒๐๐ กว่าล้านบาทนี้ไปซ่อมแซม สะพานที่มันพังเป็นปีแล้ว และมีประชาชนเดือดร้อนเป็นปีแล้ว ขับรถเป็น ๑๐ กว่ากิโลเมตร ก็คือผมไม่แน่ใจว่าการจัดลำดับความสำคัญ เพื่อสนองความเดือดร้อนของประชาชน ใครเป็นคนเริ่มครับ กรณีนี้เป็นกรมทางหลวงชนบท หรือสำนักงบประมาณเป็นคนเริ่ม แล้วเราจะแก้ปัญหาในลักษณะนี้อย่างไร ทำอย่างไรถึงจะให้หน่วยงานแก้ปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนอันแรกก่อนที่จะไปใช้งบประมาณจำนวนมากสร้างสิ่งปลูกสร้างอันใหม่🔗

อันที่ ๒ คือตัวชี้วัดครับ ท่านกรรมาธิการยกตัวอย่างเรื่องต้นทุนหนึ่ง ถ้าเป็นวัสดุนี้ง่ายครับ อย่างเช่น การอบรมตัวชี้วัดอยู่ที่ไหน ท่านเชื่อไหมว่าบางกรม มีงบประมาณ เรื่องอบรมอย่างเดียว ผมก็ไม่รู้ว่าวิธีชี้วัดของราชการคือจำนวนครั้งที่อบรม หรือจำนวนคนที่เข้าอบรมเท่านั้น ซึ่งจริง ๆ ผลสัมฤทธิ์ของการอบรมไม่ใช่จำนวนครั้ง หรือจำนวนคนที่เข้าอบรมนะครับ ผมขอยกตัวอย่างท่านประธานคงจะพอจำได้ มีหน่วยงานหนึ่ง จะขนคน ๒,๐๐๐ กว่าคนมาอบรมในกรุงเทพฯ เพราะว่าวิทยากรอยู่กรุงเทพฯ แล้วของบประมาณจำนวนหนึ่ง รวมทั้งค่าโรงแรมของผู้รับการอบรมในกรุงเทพฯ เราทักท้วง ว่าทำไมไม่เอาวิทยากรจากกรุงเทพฯ ไปอบรมคน ๒,๐๐๐ คนในต่างจังหวัด ซึ่งจะใช้ งบประมาณน้อยกว่า หน่วยงานนั้นก็กลับไปทำมาครับ ใช้งบประมาณเท่าเดิม เพียงแต่ เพิ่มจำนวนคนที่อบรมเข้าไปเท่านั้นเอง แสดงว่านี่เป็นการเล่นแร่แปรธาตุวิธีการใช้ งบประมาณเท่านั้นเองให้ตรงตามที่ขอ อันนี้ผมเรียนตรง ๆ ว่าตอนพิจารณางบประมาณ ครั้งแรก คือในแง่ของการเงินหรือภาคเอกชน เราต้องดูตัวชี้วัดเป็นหลัก ถ้าสิ่งที่จับต้องได้นี้ ท่านประธานและท่านกรรมาธิการ มันพอมองเห็นนะครับ แต่กรณีการอบรม ท่านเห็น ทุกหน่วยงานอบรมเยอะไปหมด ผมยกตัวอย่างท่านแล้ว บางกรมของบประมาณทั้งปีอบรม อย่างเดียว และเราก็ไม่สามารถที่จะ ภาษาอังกฤษเขาเรียก Justify ว่าตัวชี้วัดมันอยู่ที่ไหน ผมไม่ทราบว่าในแง่ของการจัดทำงบประมาณต่อไปในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงได้หรือเปล่า และท่านเสนอว่าสำนักงบประมาณจะเป็นผู้กำหนดตัวชี้วัดกับหน่วยงาน ผมว่าพอ ๆ กัน ในแง่ของราชการแล้วพอ ๆ กัน ต๊ะอ้วยพอ ๆ กัน เพียงแต่ว่าเกลี่ยไปเกลี่ยมาให้ครบ เท่านั้นเอง ที่สุดทั้งหมดนี้ ของผมมี ๒ เรื่องเท่านั้น ๑. ตอบสนองความเดือดร้อน ของประชาชน ๒. ใช้งบประมาณให้คุ้มค่า เพราะเป็นเงินภาษีของประชาชน ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิพนธ์ คนขยัน เชิญครับ🔗

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตร่วมอภิปรายรับทราบรายงานผลการศึกษาเรื่องการจัดทำ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ของคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำ และติดตามการบริหารงบประมาณ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านประธาน คณะอนุกรรมาธิการได้กล่าวชี้แจงรายละเอียดเยี่ยมมาก และผมก็ได้อ่านพอประมาณครับ ท่านประธาน มาฟังท่านรายงานแล้ว ก็ถือว่าเข้าใจดี ผมอยากเสนออย่างนี้ครับท่านประธาน ผมขอยกตัวอย่างอยู่ ๒-๓ กระทรวง ที่งบประมาณปีนี้ กระทรวงแรก กระทรวงศึกษาธิการ ได้งบประมาณเพิ่ม กระทรวงสาธารณสุขก็ได้งบประมาณเพิ่ม กลุ่มจังหวัดก็ได้งบประมาณเพิ่ม และงบ CEO จังหวัดก็ได้เพิ่ม วันนี้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ล้วนแล้วเป็นเครือข่าย ถ้าเป็นรถ ก็เป็นรถคันใหญ่ วิ่งไปด้วยกันหมดทุกกระทรวง ทุกกรม ถ้าจะทำกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ไม่บูรณาการกันนี้ ยาก ผมจะพูดเรื่องวันนี้เห็นชัดเจนทั่วประเทศ ยาเสพติด กระทรวง สาธารณสุขก็สั่งการลงไปให้ทุกโรงพยาบาลทำที่มินิธัญญารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอก็ทำค่ายต่าง ๆ วันนี้ท่านได้เงินเพิ่มทุกกระทรวง ต้องไปบูรณาการกันในเรื่อง แก้ไขปัญหายาเสพติด ฝากท่านประธานถึงท่านกรรมาธิการเมื่อสักครู่นี้เพื่อให้ ครม. ได้รับทราบ เหตุที่พูดวันนี้ครับ เพื่อข้อสังเกตจะได้ส่งให้ ครม. ครม. จากรัฐบาลไหน ก็รัฐบาลวันนี้ละครับ แต่ผมยังเชื่อมั่นครับท่านประธาน ขออนุญาตเอ่ยนามคงไม่เสียหาย วันนั้นท่านเลขาธิการ ป.ป.ส. ท่าน พลตำรวจโท กิตติศักดิ์ พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ โทรหาผมบอกพี่ไม่ต้องห่วง เรื่องยาเสพติดรอบนี้ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร นั่งหัวโต๊ะบัญชาการเองเลย พี่สบายใจได้ ผมก็โล่งอกไปครึ่งหนึ่งแล้วครับ การปราบยาเสพติดครั้งนี้เมื่อนายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะ คุมทุกกระทรวง ทบวง กรม สำคัญสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับกระทรวงมหาดไทย แต่ทุกกระทรวงสำคัญหมด ดังนั้นวันนี้ฝากข้อสังเกตที่ผมฝากท่านประธานไปถึง ครม. ท่านนายกรัฐมนตรีนั่งหัวโต๊ะแล้ว บูรณาการกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ เด็กนักเรียนก็ติดยาเสพติดครับวันนี้ โดยเฉพาะน่าเห็นใจพยาบาลจิตเวช บึงกาฬบ้านผม พูดแล้วนี่ครั้งที่ ๓ แต่ก็ขออนุญาตพูดอีก มีน้อยนิดเดียว จิตแพทย์ก็ยิ่งน้อย ความเจริญก้าวหน้าก็ลำบาก เพราะฉะนั้นวันนี้เอาละก็ฝากข้อสังเกต อีกกระทรวงหนึ่ง ก็อยากฝากข้อสังเกต อันนี้ไม่ต้องบูรณาการก็ได้ครับ แต่จะบูรณาการก็ดี พอผมเห็นข่าว สุดท้ายทางใต้เอายางพาราทำกระเป๋านักเรียนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์วันนี้ ก็ได้งบประมาณเพิ่ม ดังนั้นท่านต้องโชว์แล้ววันนี้ ใต้ยางพาราก็เยอะ อีสานบึงกาฬอันดับหนึ่ง ของยางพารา หากยางพาราเป็นราคาบูรณาการ ฝากข้อสังเกตตรงนี้ว่าต้องไปแปรรูป เพิ่มมูลค่ายางพาราให้มากที่สุด หากยางพาราเป็นราคา ผมทหารเกณฑ์เก่าครับ หมอน ที่นอน ทหารเกณฑ์ยางพาราไปเลย รับใช้ชาติ ๒ ปีเอากลับบ้านไปเลย โรงพยาบาล ทั่วประเทศ ที่นอนยางพารา หมอนยางพารา ทุกอย่างต้องยางพารานะครับ🔗

ท้ายที่สุดเกษตรกรก็มีเงินครับท่านประธาน ก็ขออนุญาตเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังประธานคณะกรรมาธิการ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อฝากข้อสังเกตถึง คณะรัฐมนตรี แต่เชื่อมั่นว่าไม่ต้องห่วงครับ ผมยังเชื่อมั่นว่าท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร เอาจริงแน่ อย่างยาเสพติด หลายคนว่ากำนันเป็นอย่างไรล่ะ ไม่ต้องห่วง ท่านนายกรัฐมนตรีเรานี้ลูกใคร ผมบอก อ๋อ แค่นี้ละ ดังนั้นวันนี้ขอบคุณครับท่านกรรมาธิการ เศรษฐกิจต้องดี ถ้ารัฐมนตรีทุกกระทรวง ทบวง กรม เอาจริงด้วยกัน เมื่อนายกรัฐมนตรี สั่งการแล้ว เชื่อมั่นประเทศไทย ไปได้ดีครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเชิดชัย ตันติศิรินทร์ เชิญครับ🔗

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานผลการศึกษา เรื่อง การจัดทำงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ของคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตาม การบริหารงบประมาณ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการชุดนี้ ที่ได้พยายามรวบรวม งบประมาณปี ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา แล้วก็เอามาศึกษา ยังไม่พอ ยังกล่าวถึงวิธีการทำงบประมาณ ซึ่งของเราค่อนข้างจะแบบเก่า แล้วก็ในอนาคตอาจจะไม่ทันการณ์ในการที่พิจารณา งบประมาณได้ทันท่วงที ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ที่ขึ้นมา ผมอ่านแล้วในภาพรวมของการทำ งบประมาณที่คณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะท่านกรรมาธิการที่ได้เสนอกล่าวถึงงบประมาณขาขึ้น พวกเราไม่ทราบ ขาขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องของหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่ทำอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าไม่อยู่ในหน่วยงานราชการก็จะไม่รู้ว่ามันขึ้นอย่างไร ขอกันเยอะแยะเต็มไปหมดนะครับ แต่ขาลงมาก็เหลือกระจิ๊ดเดียวอย่างที่เราเห็น สมมุติว่า ๓ ล้านกว่าบาท อาจจะขอ ๑๐ ล้านกว่าบาท ล้านล้านบาทนี้นะครับ มันก็เป็นอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นขาขึ้น หน่วยงานต่าง ๆ เขาก็ต้องพยายามทำตามนโยบายของรัฐบาล แล้วก็ยังไม่พออีก ยังมีรัฐบาล ท้องถิ่น ก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขาก็ต้องทำของเขาเองเหมือนกัน พัฒนา มันก็ขาขึ้นไปเหมือนกัน แต่มันต้องไปรวมที่สำนักงบประมาณต่าง ๆ ที่จะตัดออก ซึ่งท่านก็ไม่เห็น ถ้าเห็นก่อนได้ก็ดี อาจจะต้องทำงานเป็นปีล่วงหน้า ถ้าอย่างนั้นถ้าอยากจะทำ พอขาลงมาแล้วก็เป็นเล่มขาวคาดแดง เหตุผลต่าง ๆ ก็ไปดูเอาในห้องอนุกรรมาธิการ ใช่ไหมครับ ไปถามโน่น ถามนี่ ตัดนั่น แขวนนี่ก็ว่ากันไป ซึ่งผมก็เห็นด้วยกับท่านนะครับ ทีนี้ผมอ่านแล้วทั้งเล่มมันสำคัญอยู่ที่ข้อสังเกตนะครับ สังเกตที่ทางคณะกรรมาธิการได้จัดทำ คืออันที่ ๑ เรื่องเกี่ยวกับเป้าหมายนโยบายต่าง ๆ ท่านควรจะทำอย่างนี้จริง ๆ แล้ว มีท่านสมาชิกได้พูดอยู่แล้วว่าเราก็ควรจะเอาผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก สส. เป็นตัวแทนของประชาชนก็ต้องดู ผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก เพราะว่าเรามาดูว่า ประชาชนที่เสียภาษีมาแล้ว รัฐที่บริหารราชการจะนำกลับไปรับใช้ประชาชนหรือเกิดประโยชน์ แก่ประชาชนมากน้อยแค่ไหน ซึ่งในที่สุดก็ต้องให้มากที่สุดที่จะมากได้ เพราะฉะนั้นเป้าหมาย นโยบายที่รัฐบาลแถลงไว้ก็เป็นเหมือนคัมภีร์ที่เขาต้องเอาไปทำอยู่แล้วนะครับ ผมก็เคย รับราชการมาก่อนก็เป็นอย่างนั้น ทีนี้กรอบวงเงินต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ปัญหา เพราะว่า ทางงบประมาณเขาก็จะมีกรอบคิดแบบของเขาไป จะเอาอย่างไรดี อันนี้กรอบต่าง ๆ มันจะบรรลุเป้าหมายอย่างที่ตั้งไว้หรือเปล่า มันคงเป็นไปไม่ได้หรอกครับ ในเมื่อขอเยอะแยะแล้ว ได้บ้างไม่ได้บ้างนี่ครับ เพราะฉะนั้นมันก็ต้องไปดูกันแบบเป็นปี ๆ ใช้เวลาไม่เท่าไร ก็ต้องตัดสินแล้วครับตอนนั้น มันก็เข้ามาก ลักษณะนี้เขาเรียกว่า Top Down Budgeting ที่ท่านสรุปในข้อ ๔ ก็ดีแล้ว ท่านประธานครับ ข้อมูลต่าง ๆ เป็นเรื่องสำคัญที่สุดเลยนะครับ ถ้าไม่มีข้อมูลมันเป็นไปไม่ได้ที่จะถูกหลอกบ้าง แล้วก็ซ้ำซ้อนบ้าง อะไรต่าง ๆ แม้กระทั่ง โครงการบางอย่างนี้ ตั้งแต่จัดทำ เริ่มต้น จนกระทั่งสุดท้ายเบิกไปเรียบร้อย ปรากฏว่า มีการไปตรวจสอบแล้วไม่มีก็ยังได้เลยครับ เรื่องนั้นนะครับ เหมือนกระดาษเปล่า เพราะฉะนั้น ที่ท่านเขียนว่า Machine Readable Format โปร่งใสเป็นเรื่องจำเป็นว่าไม่ต้องใช้ระบบ ข้อมูลทั้งสิ้นนะครับ โดยเฉพาะท่านบอกว่าต้องไปรวบรวมข้อมูลปฏิรูปเรื่องการเงิน การคลัง ก็ยิ่งจำเป็น เพราะว่าการคลังเป็นเรื่องของกระทรวงการคลัง แต่เรื่องการเงินนี้กลายเป็นเรื่องธนาคาร แห่งประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยบังเอิญเราก็ได้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ดูน่าเชื่อถือ แต่รู้สึกจะดื้อกับรัฐบาลเหลือเกิน ไม่ยอมเจรจาอะไรประมาณนั้นนะครับ อย่างกับเป็นรัฐอิสระ ทำให้เงินในท้องตลาดมันไม่มีพอ รัฐบาลเสนอให้ลดนั่นลดนี่ ก็ไม่ฟังอย่างนี้ครับ ไปปลดก็ไม่ได้ เป็นประมาณนั้นครับ อันนี้มันก็ต้องมีการประสานงานกัน ที่ท่านบอกว่าเป็น Integrated Physical Information System มันก็จำเป็นต้องทำให้ได้ ทีนี้ข้อ ๘ งบท้องถิ่นที่ท่านพูดมานี้ ผมพูดบางส่วนแล้ว มันเป็นเรื่องจำเป็น เพราะเป็นเรื่อง การกระจายอำนาจ เราก็ต้องให้เงินเขาเพียงพอ ผมมีโอกาสได้คุยกันในพรรค และได้เชิญ กรรมการการกระจายอำนาจมาให้ข้อมูล เขาว่าจริง ๆ แล้วงบต่าง ๆ ที่ให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น มันซ้ำซ้อนกันอยู่ก็เยอะ รวมแล้วมันอาจจะมากกว่า ๓๕ เปอร์เซ็นต์ หรือใกล้ ๆ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ด้วย เพราะว่าที่เราให้ เราวิเคราะห์ดู ๒๙ มาตลอดใช่ไหม อันนี้ต้องเอามาดู ให้เห็นเป็นกิจจะลักษณะ การจัดการต้องมียุทธศาสตร์ การคำนวณต้นทุนนี่เป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะทางกระทรวงสาธารณสุขนี้ก็ทำได้ดี หรือกระทรวงศึกษาธิการก็ทำได้ดีอยู่ การวัดผล แล้วก็ที่ว่าต้นทุน เพื่อไปดูว่างบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนเอาไปทำแล้ว เกิดดอกมรรคผลหรือไม่ คุ้มหรือไม่ ก็จำเป็น แต่พวกเราต้องคำนึงว่าเราเป็น สส. รัฐบาล หรือเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งประชาชน เราไม่ได้หวังกำไรนะครับ เพียงแต่ว่าต้องทำให้ งบประมาณนั้นมันคุ้มค่า มีประสิทธิภาพให้ได้ ส่วนการวัดผลการทำ Zero Based Budgeting จะต้องให้มีการบรรลุผลและมีประสิทธิภาพ อันนี้ก็เห็นด้วยนะครับ อีกอันหนึ่งก็คือ การเพิ่มบทบาทเอกชนด้วย อันนี้ยิ่งมีความจำเป็น เพราะว่านโยบายที่ผ่านมาของรัฐบาล ก็พยายามให้มี PPP คือ Public Private Partnership มันก็จำเป็น ขอนิดหนึ่งท่านประธานครับ จะได้ให้เอกชนเขามีส่วนร่วม รัฐนี้ต้องไม่ใหญ่มาก เพียงแต่ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะว่า ภาพงบประมาณที่ออกมาประมาณ ๓ ล้านกว่าบาท แต่ GDP เรามันมากกว่านั้น ๑๗-๑๘ ล้านบาท เรารัฐบาลก็เป็นแค่กระตุ้นให้มีการขับเคลื่อน ท่านประธานครับ ผมไปชอบข้อ ๑๔ ข้อสังเกตของท่าน ที่มีต่องบประมาณจำเป็นมาก กระทรวงสาธารณสุข เห็นด้วยเรื่อง ๓๐ บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียวกับยาเสพติดก็เห็นด้วย และด้านการศึกษาก็เห็นด้วย คือเราต้องดูแลเด็กปฐมวัยหรือแม้กระทั่งอยู่ในท้อง เพราะว่า เด็กจะต้องโตขึ้น เด็กในครรภ์เขาก็ต้องการอาหารที่ส่งเสริมสมองให้มีการพัฒนา นอกจาก ร่างกายแล้ว ต้องสมองด้วย ดูแลไปถึง ๒ วัย แล้วก็เรื่อง Anywhere Anytime การศึกษา ก็เป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะเรื่องการใช้ดิจิทัลเข้ามาต่าง ๆ ที่ผมชอบมากคือข้อ ๑๔ ที่ท่านอยากจะใช้ดิจิทัลไปนำเสนอเป็นระบบเตือนภัยฉุกเฉินแห่งชาติ ซึ่งน้ำท่วมน้ำอะไรต่าง ๆ ก็มีการอภิปรายว่ามันต้องมีการแจ้งเตือนให้เหมาะสม🔗

แล้วนโยบายอันที่ ๒ คือ Cloud First Policy ผมชอบที่ท่านประธาน ขอเอ่ยนามนะครับ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้รวบรวมและเขียนเสนอต่อสภาแห่งนี้ ในเรื่อง Cloud First Policy เพราะว่าการใช้เก็บข้อมูลเป็น Cloud นี้มันจะได้ไม่ซ้ำซ้อนกัน แล้วก็เกิดประสิทธิภาพ แล้วก็เพียงพอ การต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งตอนนี้ ท่านรัฐมนตรีประเสริฐก็ได้พยายามทำอยู่แล้วและได้ผลดีด้วย🔗

อีกอันหนึ่ง ข้อ ๔ คือการบูรณาการพัฒนาบริการดิจิทัลภาครัฐออนไลน์ One Stop Service พูดมาเยอะแยะ ถ้าทำได้ก็ดีมากที่สุด และผมเชื่อว่าในอนาคตจะทำได้ เพราะว่านำร่องโดยที่ว่าใช้ ID Card ๑๓ หลัก ทางกระทรวงสาธารณสุขนโยบาย ๓๐ บาท รักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ก็นำร่องด้วยตรงนี้ละครับ Data ต่าง ๆ มันจะเข้ามา แล้วก็นำไปสู่ข้อ ๕ คือเศรษฐกิจ Data Economy ทุกอย่างใช้ดิจิทัลหมดครับ ท้องถิ่นก็ใช้ และโดยเฉพาะเรื่อง National Big Data นี้เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้อง Analyze ออกมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ผมอยากให้คณะกรรมาธิการลองเสนอดูสิว่ามันควรจะเป็นอย่างไร อย่างไรก็ขอให้กำลังใจ แล้วก็ขอบคุณนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ได้ฟังการอภิปรายของท่านสมาชิกแล้วนะครับ ก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน คือสนับสนุนและเห็นด้วยกับรายงานของท่านกรรมาธิการนะครับ ก็ไม่มีผู้ใดคัดค้าน เชิญครับ🔗

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรรมาธิการ

ค่ะท่านประธาน ก็ตอบคำถาม ของท่านจุลพงศ์ว่าในการเรียงลำดับความสำคัญของโครงการ อันนี้ Top Down Budgeting จะตอบโจทย์ เพราะคือทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเองหรือว่าท้องถิ่นเอง เวลาจะชง งบประมาณขึ้นมา คือก็จะชงงบประมาณ ๒ เท่าของงบประมาณที่จะได้รับอนุมัติจริง เขาก็จะเอาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนมาเรียงลำดับความสำคัญเอาไว้ แต่ว่าคนที่เป็นคนเลือกจริง ๆ คือสำนักงบประมาณ เวลาที่ประชาชนมาทวงถามกับท้องถิ่น ท้องถิ่นก็จะเอาหลังพิงสำนักงบประมาณหรือว่าทวงถามกับหน่วยงานต่าง ๆ ก็จะเอาหลังพิง สำนักงบประมาณว่าสำนักงบประมาณเป็นคนตัด แต่ถ้าเราใช้ Top Down Budgeting ค่ะ แล้วกำหนดว่าแต่ละหน่วยงาน รวมถึงท้องถิ่นด้วย ต้องของบประมาณมาภายใต้เพดาน ที่กำหนดเท่านั้น เราจะเห็นเลยว่าท้องถิ่นหรือว่าแต่ละหน่วยงานจัดลำดับความสำคัญ อย่างไร แล้วอันนี้มันจะเป็นความรับผิดรับชอบของคนที่เป็นคนจัดสรรงบประมาณจริง ๆ ถ้าไม่มีคุณก็ต้องเป็นคนตอบกับประชาชนว่าทำไมถึงไม่จัดสรรงบประมาณนี้มานะคะ จะไม่สามารถเอาหลังพิงสำนักงบประมาณ แล้วก็ให้สำนักงบประมาณมาเป็นหนังหน้าไฟ ได้อีกแล้ว อันนี้ Top Down Budgeting ตอบโจทย์ค่ะ ดิฉันตอบแค่เท่านี้นะคะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ทุกคนเห็นด้วยดีมาก เชิญท่านประธานนิดหนึ่งครับ🔗

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ประธานคณะกรรมาธิการ

ในนามของ กรรมาธิการนะครับ ก็รับฟังความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิก แล้วก็ขอขอบคุณที่ให้ความคิดเห็น แล้วก็มาช่วยกันได้นะครับ ผมว่าเรื่องนี้ไม่ว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล หรือว่าประชาชนทั่วไป มาช่วยกันตรวจสอบ รวมถึงให้ข้อเสนอแนะว่าสิ่งที่เป็นอยู่มีปัญหาจุดไหน และจะปรับปรุง กระบวนการต่าง ๆ ให้ดีขึ้นอย่างไร แล้วก็เฉพาะหน้าก็มาช่วยกันตรวจสอบด้วยโครงสร้าง ปัจจุบันนี้เราก็จะมีกรรมาธิการหลักก็คือกรรมาธิการวิสามัญประจำปีงบประมาณต่าง ๆ เพื่อน ๆ ที่สนใจก็มาช่วยกันร่วมกันตรวจสอบเพื่อให้การงบประมาณเป็นไปอย่างคุ้มค่า แล้วก็โปร่งใสมากยิ่งขึ้น สุดท้ายก็ขอขอบคุณท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านกรรมาธิการนะครับ ก็เป็นประโยชน์นะครับสำหรับเล่มนี้ ท่านใดจะเป็น งบประมาณปีต่อไปก็เอาไปเป็นตัวอย่างดูได้นะครับ จากที่รับฟังไม่มีผู้ใดคัดค้านนะครับ ดังนั้น ผมจะขอใช้อำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ นะครับ ถามที่ประชุมว่าจะมีสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่นะครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุม ได้ลงมติเห็นชอบรายงานและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ และข้อ ๑๐๕ ประกอบกับข้อ ๘๘ ซึ่งจะได้ส่งรายงานและข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบหรือดำเนินการต่อไป ขอบคุณท่านกรรมาธิการครับ ขอบคุณครับ วันนี้เราประชุมกันมาพอสมควรนะครับ ท่านสมาชิกครับ ขอปิดการประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๗.๓๙ นาฬิกา