unknown · · 472 lines

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เวลา ๐๙.๐๒ นาฬิกา)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านสมาชิก ทุกท่านครับ ก่อนจะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้หารือ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยจะเรียกตามลำดับรายชื่อที่ได้แจ้งมา ขอให้ใช้เวลาคนละ ๒ นาทีนะครับ ต่อไปท่านแรกขอเชิญคุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล ครับ🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทยครับ ผมได้ลง พื้นที่กับทางเทศบาลตำบลโพธิ์ทอง ท่านนายกผกามาศ และท่านรองโมฮัน ไปดูพื้นที่ แล้วก็ เป็นปัญหาความเดือดร้อนที่บริเวณ หมู่ ๗ ตำบลอินทประมูล จุดนี้อยู่ริมแม่น้ำน้อย ตลิ่งถูกกัดเซาะ แล้วคันดินก็ได้ทรุดตัวลงทุกปี ๆ ฝ่ายโสตขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

แล้วก็อีก ๑ จุด บริเวณหมู่ที่ ๓ ตำบลอ่างแก้ว จุดนี้ได้รับงบประมาณในการก่อสร้างเขื่อนไปแล้ว แต่ว่ายังขาดในช่วงรอยต่อ อีกประมาณ ๗๐ เมตร ก็ฝากประสานไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ในการจัดสรร งบประมาณด้วย🔗

อีกจุดหนึ่งเป็นเรื่องของการปรับปรุงภูมิทัศน์เมือง ในการสร้างสะพานแขวน แล้วก็ปรับปรุงจุดท่องเที่ยวของวัดเกาะ ที่จะเชื่อมต่อระหว่างวัดเกาะกับทางเขตเทศบาล จุดนี้ได้สำรวจออกแบบเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้รับงบประมาณในการก่อสร้าง🔗

ต่อไปเป็นเรื่องเขื่อนเช่นเดียวกันที่แม่น้ำเจ้าพระยา จุดนี้ที่ตำบลหลักฟ้า หมู่ที่ ๑ อยู่ระหว่างการลงมือก่อสร้าง ได้รับงบประมาณสำหรับการก่อสร้างเขื่อน ๔๐๐ เมตร แต่ว่ายังขาดอยู่ช่วงหนึ่ง อีกประมาณสัก ๗๐-๘๐ เมตร ซึ่งถ้าหากว่าไม่ได้สร้างช่วงนี้ เขื่อน ๔๐๐ เมตร ที่สร้างไปน้ำก็ยังไปท่วมบ้านเรือนเสียหายอยู่ดี เพราะฉะนั้นทั้ง ๓-๔ เรื่อง ฝากไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ในการเร่งรัดสำรวจออกแบบและจัดสรรงบประมาณมา เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องที่อยู่ริมน้ำด้วย🔗

ประเด็นต่อไป เรื่องของการขยายสะพานข้ามแม่น้ำน้อย ที่อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง สะพานตรงนี้ใช้งานมาเป็นระยะเวลาหลายสิบปี ผิวทางก็ชำรุดทรุดโทรม ไม่เพียงพอต่อการสัญจรไปมา ในช่วงเวลาวันหยุดรถติดมากนะครับ ก็อยากจะฝากประสาน ไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ในการขยายสะพานเพื่อที่จะรองรับการขยายตัว ของเมืองในอนาคต🔗

ปัญหาสุดท้ายครับ เรื่องของปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ผมได้รับคำร้องเรียนจาก ทางสภาเกษตรจังหวัดอ่างทอง พร้อมกับเกษตรกรชาวนาได้มาร้องเรียนถึงปัญหาราคาข้าว ที่ตกต่ำ อยากจะให้ทางรัฐบาลได้ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อที่จะพยุงราคาข้าวในปัจจุบัน เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณตรัยวรรธน์ อิ่มใจ ครับ🔗

นายตรัยวรรธน์ อิ่มใจ สมุทรปราการ

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายตรัยวรรธน์ อิ่มใจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมุทรปราการ เขต ๘ ผู้แทนของชาวอำเภอบางบ่อ อำเภอบางเสาธง พรรคประชาชน กระผมขอนำปัญหา ความเดือดร้อนในพื้นที่ปรึกษาหารือกับท่านประธานดังนี้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายตรัยวรรธน์ อิ่มใจ สมุทรปราการ

เรื่องที่ ๑ สะพานไม้ข้ามคลอง กาหลงชำรุดเสียหาย เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคมที่ผ่านมา สะพานไม้ข้ามคลองกาหลงตั้งอยู่บน ถนนเลียบทางด่วนกรุงเทพมหานคร-ชลบุรี สายใหม่ หมู่ ๑๐ ตำบลบางบ่อ มีรถบรรทุกสิบล้อ ใช้เส้นทางดังกล่าวในการสัญจร สะพานไม้ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ จึงทำให้สะพานพัง รถบรรทุกตกไปในลำคลอง ทำให้พี่น้องที่ใช้สะพานดังกล่าวในการสัญจรเดือดร้อน ในการเดินทางเป็นอย่างมาก เรียนท่านประธานผ่านไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลบางบ่อ และแขวงทางสมุทรปราการ กรมทางหลวง ช่วยดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ถนนเลียบคลองชลประทาน ตำบลคลองด่าน ด้านหลังเทศบาล ตำบลคลองด่าน ถนนชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อน้ำท่วมขังและพื้นถนนชำรุด จนเหล็กเส้นโผล่ จากพื้นผิวถนนทำให้ประชาชนผู้ใช้สัญจรดังกล่าว อาจได้รับอันตรายเสี่ยงต่อยางรถแตกรั่ว เสียหาย ซึ่งถนนเส้นนี้มีประชาชนใช้สัญจรจำนวนมาก เรียนท่านประธานผ่านไปยัง องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยดำเนินการซ่อมถนนให้กับพี่น้องประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนด้วยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ครับ🔗

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล ผมมีเรื่องเดือดร้อนจากพี่น้องในพื้นที่ อยากจะหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องของคูระบายน้ำในเขตพื้นที่อำเภอละงู บริเวณชุมชน หน้าโรงพยาบาลละงู พื้นที่ตรงนี้ปัญหาก็คือไม่มีคูระบายน้ำที่เป็นมาตรฐาน เมื่อฝนตกหนัก น้ำก็ไม่สามารถที่จะระบายได้ทัน โดยเฉพาะในช่วงที่มีน้ำลงมาจากภูเขา น้ำก็จะท่วมขัง แล้วเอ่อล้นท่วมบ้านชาวบ้านแบบนี้เป็นประจำ ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตำบลกำแพงเอง ก็พยายามที่จะแก้ปัญหานี้ แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เพราะว่าตั้งงบประมาณไม่ได้ สาเหตุ ก็คือเพราะว่าไม่ใช่เจ้าของพื้นที่นะครับ พื้นที่ที่มีปัญหาเป็นถนนของกรมทางหลวงนะครับ เป็นทางหลวงหมายเลข ๔๐๔ ก็เกิดปัญหาครั้งหนึ่งก็ลงไปช่วยครั้งหนึ่งเป็นแบบนี้เป็นประจำ แก้ปัญหาในระยะยาวไม่ได้นะครับ นอกจากนั้นในพื้นที่ของอำเภอทุ่งหว้าก็เช่นเดียวกันครับ บนถนนเส้นเดียวกัน ๔๐๔ พื้นที่ตั้งแต่โรงพยาบาลไล่ลงมาถึงชุมชนตลาดสด ลักษณะ เดียวกันก็คือเป็นพื้นที่ที่อยู่ติดภูเขา แล้วก็ไม่มีคูระบายน้ำนะครับ ผมจึงอยากจะหารือกับ ท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม อยากที่จะให้ตั้งงบประมาณมาช่วย แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากให้กับพี่น้องทั้ง ๒ พื้นที่ด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายสุนทร มงคล ซึ่งเป็นรองประธาน สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดจังหวัดสตูล ท่านก็อยากจะเรียกร้องเรื่องของกองทุน สงเคราะห์สวนปาล์ม ซึ่งในปัจจุบันพวกเรารู้ดีว่าเรามีกองทุนสงเคราะห์สวนยางอยู่ ซึ่งก็จะมี หน้าที่เข้ามาสนับสนุนช่วยเหลือพี่น้องที่ปลูกยางพารานะครับ เวลาเราโค่นยางที่หมดอายุลงไป ไร่หนึ่งเขาก็จะให้มา ๑๖,๐๐๐ บาท ๑๗,๐๐๐ บาท แต่ปาล์มน้ำมันไม่มี ผมจึงอยากจะเรียกร้อง เรื่องนี้ผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยากจะให้พิจารณาเรื่องนี้ให้กับพี่น้อง ประชาชนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ครับ🔗

นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวอำเภอ น้ำเกลี้ยงเรื่องที่ทำกิน ท่านประธานที่เคารพครับ อำเภอน้ำเกลี้ยงนั้นเป็นอำเภอหนึ่ง ของจังหวัดศรีสะเกษ ด้านทิศเหนือจะติดอำเภอกันทรารมย์ ด้านทิศใต้จะติดอำเภอศรีรัตนะ แล้วก็ด้านทิศตะวันออก ติดอำเภอโนนคูณ ด้านทิศตะวันตกติดอำเภอเมืองศรีสะเกษ แต่อำเภอน้ำเกลี้ยงนั้นเป็นพื้นที่ สีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงขาว ท่านประธานที่เคารพครับ อำเภอน้ำเกลี้ยงนั้นมีประชากร เป็นจำนวนมาก ส่วนมากจะปลูกข้าว ทุเรียน แล้วก็มีมันสำปะหลัง พี่น้องชาวอำเภอน้ำเกลี้ยงนั้น เวลาทำงานจะต้องไปทำงานอยู่ในเมือง เพราะว่าผังเมืองจังหวัดศรีสะเกษนั้นไม่อนุญาตให้เป็น เมืองอุตสาหกรรม และในวันนี้ผมก็อยากจะฝากท่านประธานให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กำหนดให้เป็นพื้นที่ประเภทชนบทเกษตรกรรม พื้นที่สีชมพูให้กับพี่น้องชาวอำเภอน้ำเกลี้ยงด้วย คืนความอิสระให้กับเขา เพราะว่าทุกวันนี้พี่น้องชาวอำเภอน้ำเกลี้ยงนั้นเขาทำงาน แล้วเขาต้องการพื้นที่ แล้วก็อยากจะให้ทางจังหวัดหรือกรมโยธาธิการและผังเมือง แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวอำเภอน้ำเกลี้ยงด้วย🔗

ส่วนเรื่องที่ ๒ ผมขอขอบคุณการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอกันทรารมย์ ที่ได้อนุมัติงบประมาณให้กับพี่น้องชาวตำบลดู่ หมู่ที่ ๗ บ้านหนองถ่ม ซึ่งอนุมัติโครงการ ไฟฟ้าเพื่อการเกษตรให้กับพี่น้องประชาชน ขอขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ ครับ🔗

นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อ.เอท ผู้แทนชาวมีนบุรี สะพานสูง พรรคประชาชน วันนี้ขออนุญาตหารือกับท่านประธาน ไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งหมด ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ กรุงเทพมหานคร

เรื่องแรก อ.เอท ขออนุญาตตั้งชื่อว่ากำแพงแตกแล้ว กำแพงแตกแล้วคืออะไรครับ เป็นกำแพงที่เขาทำอยู่ที่ ทะเลสาบของหมู่บ้านโฮมเพลส หมู่บ้านโฮมเพลสอยู่ที่ซอยรามคำแหง ๑๔๐ ซึ่งตรงนี้เขาได้ โอนพื้นที่นี้ให้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นของเขตสะพานสูง เรียบร้อยแล้ว นอกจากกำแพงที่แตกแล้วยังมีอีก ๒ อย่างที่ต้องทำเพิ่มเติม นั่นก็คือเรื่องของ สะพานที่มีรอยร้าว และอีกอันหนึ่งก็คือถนนซึ่งเป็นถนนที่ไม่มีการขีดเส้นใด ๆ ทั้งสิ้นเลย เพราะฉะนั้นนี่คือ ๓ เรื่องที่หมู่บ้านโฮมเพลสฝากมานะครับ หมู่บ้านโฮมเพลสยังบอก กับ อ.เอท ว่าอาจจะมีข้อพิพาทเรื่องการเอาเสาหรือเอาไม้มากั้นที่อยู่ในชั้นศาล แต่อย่างไรก็ตาม ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับถนน ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสะพาน และในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับถ้าเป็น กำแพงที่แตกนี่ครับ มันเป็นเรื่องภายในหมู่บ้าน ซึ่งก็อยากที่จะให้ทางเขตหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้ความกรุณาเข้าไปปรับปรุง เข้าไปซ่อมแซมให้ดีขึ้นด้วย นี่คือทางหมู่บ้านฝาก อ.เอท มาอย่างสุดซึ้งครับ🔗

เรื่องที่ ๒ อ.เอท ขอใช้หัวข้อเรื่องว่า ขนทั้งวัน คำว่าขนทั้งวันคืออะไรครับ มีการขนส่งทั้งวันครับ รถบรรทุกใช้เส้นทางที่เรียกว่า นิมิตใหม่ออกไปยังสุวินทวงศ์ครับ ตรงนี้มี Project ต่าง ๆ มากมาย มีโครงการก่อสร้างหมู่บ้านเยอะแยะเหลือเกิน ทำให้พื้นที่ถนน ทำให้มีดิน เศษหิน เศษทรายกระเด็นใส่กระจก กระเด็นใส่หลายบ้านทำให้เขาเกิดอุบัติเหตุ มากมายเหลือเกินครับท่านประธาน ก็ฝากไปยังสถานีตำรวจนะครับ ฝากไปยังเขตให้เข้าไป ดูแลกำกับเรื่องของเวลาในการที่จะออกรถบรรทุกเหล่านี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ Respect🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณบัญชา เดชเจริญศิริกุล ครับ🔗

นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนที่เคารพ กระผม บัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรมครับ วันนี้ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรกเป็นเรื่องของฝน ซึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิจิตร จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วผมเคยนำเรื่องนี้เข้ามาหารือท่านประธานสภาผ่านไปถึงกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ครั้งหนึ่ง เนื่องจากว่าการปฏิบัติการการบินได้หยุดไปเนื่องจากมีฝนตกหนัก และมีน้ำท่วมหลายที่ แต่มีบางพื้นที่อย่างเช่น ๓ จังหวัดที่กล่าวถึงนี้ฝนแล้ง และวันนี้ ขออนุญาตประชาสัมพันธ์ผ่านท่านประธานสภาไปถึงพี่น้องประชาชนในจังหวัดพิจิตร จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ส่วนที่แล้งฝนหลวงจะเริ่มปฏิบัติการบินวันนี้ ๑๖-๒๒ เลยนะครับ ก็น่าจะทันในฤดูเก็บเกี่ยวที่ข้าวหอมมะลิกำลังจะออกในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านกับเทศบาลเมืองที่เป็นประเด็นร้อน กันอยู่ในปัจจุบัน ในประเทศไทยอีก ๓๐ กว่าแห่งกำลังจะยกฐานะเป็นเทศบาลเมือง ซึ่งกฎหมายของเทศบาลและกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ ขัดหรือแย้งกันอยู่ ก็เลยเกิด ความสับสนกับพี่น้องกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั้งประเทศ อย่างเช่น ที่ราชบุรี ที่ศาลได้ตัดสิน ที่นายกเทศบาลจอมบึงฟ้องนายอำเภอไป แล้วสุดท้ายแพ้ แล้วในคำสั่งศาลให้ยุบกำนัน ผู้ใหญ่บ้านภายใน ๖๐ วัน ซึ่งจริง ๆ แล้วในมาตรา ๔ ก็ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า ถ้าเทศบาลได้ยกฐานะ เป็นเทศบาลเมืองแล้ว กำนัน ผู้ใหญ่บ้านจะถูกยุบเลิกภายใน ๑ ปี แต่บางที่ก็ตัดสิน แตกต่างกันไป เพราะว่ามันเป็นกฎหมายคนละตัว ซึ่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ ๓๑ ธันวาคมของปี ๒๕๕๒ ก็ได้แก้กฎหมายมาตรา ๓ วรรคสอง ขึ้นมาว่าตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจะถูกยุบเลิกมิได้ ก็เลยยังขัดแย้งกันอยู่ วันนี้ก็มีพี่น้องกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจากราชบุรี มายื่นหนังสือร้องเรียนที่คณะกรรมาธิการการปกครอง ที่ผ่านมาที่สุราษฎร์ธานี ที่นครสวรรค์ หลายที่กำลังมีปัญหา จึงอยากฝากกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยให้เร่งแก้กฎหมายเรื่องนี้ให้ชัดเจน เจ้าหน้าที่ทั้งปกครอง ทั้งท้องถิ่น จะได้ดำเนินการเรื่องนี้ได้ถูกต้อง กราบขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณศุภณัฐ มีนชัยนันท์🔗

นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๙ บางเขน จตุจักร หลักสี่ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมขอเสนอให้กรุงเทพมหานครจัดทำแผนที่ ภาพรวมการบริหารจัดการน้ำท่วมแบบ Interactive Map ให้ประชาชนติดตามการก่อสร้าง การบริหารจัดการน้ำท่วม น้ำรอระบายในกรุงเทพมหานครได้อย่างใกล้ชิด โดยแผนที่นี้ จะมีทั้งหมด ๓ ฟังก์ชันด้วยกันครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ฟังก์ชันที่ ๑ คือแผนที่ที่ใช้ ดูงานสาธารณูปโภค งานบำรุงรักษาระบบระบายน้ำ โดยรวบรวมข้อมูลคลองทุกคลอง ถนนทุกเส้น ท่อระบายน้ำทุกท่อระบายน้ำมาอยู่รวมกันครับท่านประธาน มีแก้มลิง อุโมงค์ยักษ์ เครื่องสูบน้ำ บ่อสูบน้ำทุกจุดในกรุงเทพมหานครอยู่ในแผนที่เดียวกัน และให้ประชาชน สามารถกดดูได้เลยครับว่าถนนเส้นนี้ลอกท่อแล้วหรือยัง ลอกท่อแล้วเมื่อไร จากไหนไปถึงไหน คลองเส้นนี้ขุดคลองไปแล้วหรือยัง ขุดลอกแล้วหรือยัง มีแผนทำเมื่อไร ถ้ายังไม่ได้ทำตรงไหน เมื่อไรจะทำ ขุดแล้วจะลึกเท่าไร กว้างเท่าไร งานเขื่อน งานอุโมงค์ตรงไหนสร้างแล้ว ตรงไหน จะกำลังก่อสร้างอยู่ประชาชนสามารถเข้าดูได้ทั้งหมด🔗

ส่วนฟังก์ชันที่ ๒ คือแผนที่ที่ใช้ในการมอนิเตอร์สถานการณ์น้ำท่วมทุกพื้นที่ แบบ Real Time ครับ คือให้กรุงเทพมหานครติดตั้ง Sensor วัดระดับน้ำบนถนนสายหลัก สายรอง ถนนในซอย ถนนในชุมชนต่าง ๆ เพื่อดูว่าน้ำในถนนนั้นสูงแล้วเท่าไร เสริมกับภาพ จากระบบ CCTV เข้าเชื่อมโยงกัน ตรงไหนถ้าเกิดมีการท่วมมาก ท่านผู้ว่า สก. สส. รู้ทันทีว่า ตรงไหนท่วมมากเราจะได้เข้าไปช่วยเหลือได้ถูกต้องครับ และดูได้ด้วยครับว่าเครื่องสูบน้ำ บ่อสูบน้ำทำงานเต็มที่แล้วหรือยัง บึงรับน้ำแก้มลิงตอนนี้ระดับน้ำสูงเท่าไร สามารถรับน้ำ ได้อีกเท่าไร อุโมงค์ยักษ์ ณ เวลานี้น้ำไปถึงปากอุโมงค์แล้วเท่าไรครับ🔗

ส่วนฟังก์ชันที่ ๓ คือแผนที่ในการจำลองสถานการณ์น้ำท่วมเป็น Simulation คำนวณจากอะไรครับ คำนวณจากความสูงต่ำของแต่ละพื้นที่ในแต่ละย่านว่าเขามีความสูงต่ำ เท่าไร หักลบด้วยศักยภาพในการระบายน้ำของในแต่ละพื้นที่ และอิงกับสถิติน้ำท่วม ในปีก่อน ๆ หน้านี้ เพื่อที่จะประมวลผลแล้วบอกประชาชนครับว่า ถ้าฝนตก ๓๐ มิลลิเมตร บ้านเขาหน้าบ้านจะท่วมเท่าไร ๕๐ มิลลิเมตร ๗๐ มิลลิเมตร ๙๐ มิลลิเมตร หน้าบ้านจะท่วม เท่าไร เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมตัวได้ครับ โดยทั้ง ๓ ฟังก์ชันนี้จะถูกรวบรวม อยู่ในแผนที่เดียวกันให้ประชาชนสามารถเข้าดูได้ เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ กรุงเทพมหานครอย่างเป็นระบบครับ อย่างไรผมขอฝาก Idea นี้ผ่านท่านประธานไปยัง กรุงเทพมหานครด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร🔗

นายลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องดังต่อไปนี้ครับ🔗

เรื่องแรกครับ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวบ้านโนนท่า ตำบลราษฎร์เจริญ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย พี่น้องชาวบ้านโนนท่ามีความจำเป็นและความต้องการทางข้ามลำน้ำ ลำพลับพลา กล่าวคือชาวบ้านบ้านโนนท่าหลายสิบครัวเรือนมีพื้นที่ทำกินบริเวณฝั่งตรงข้าม ลำน้ำลำพลับพลา ปัจจุบันเป็นทางข้ามชั่วคราว มีการถมดินและฝังท่อเพื่อใช้ข้ามไปมา ระหว่าง ๒ ฝั่งลำน้ำ ซึ่งในฤดูฝนทางข้ามชั่วคราวแห่งนี้ก็จะถูกกระแสน้ำพัดเสียหายทุกปี พอหลังน้ำลด พี่น้องก็จะช่วยกันเรี่ยไรเพื่อสร้างทางข้ามใหม่ วนเวียนอยู่อย่างนี้ทุกปีครับ ผมจึงอยากกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม จัดสรร งบประมาณสร้างทางข้ามถาวรเพื่อให้พี่น้องมีความสะดวกในการสัญจรด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ โรงพยาบาลพยัคฆภูมิพิสัย ได้รับ การจัดสรรงบประมาณสร้างตึกผู้ป่วยใน อาคาร ๕ ชั้น ๑๑๔ เตียง ซึ่งทางโรงพยาบาล ได้ทำหนังสือขอใช้พื้นที่ที่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของกองงานสืบสวน สภ. พยัคฆภูมิพิสัย ผมได้ปรึกษาหารือกับท่านผู้กำกับ สภ. พยัคฆภูมิพิสัย ซึ่งทาง สภ. พยัคฆภูมิพิสัย ยังมีความจำเป็นที่จะคงไว้ซึ่งกองงานสืบสวน กองงานสายตรวจ กองงานจราจรไว้ในชุมชน เพื่อความทันท่วงทีในการระงับเหตุ ผมจึงอยากกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อ ๑. เร่งรัดการอนุมัติการให้ใช้พื้นที่ของโรงพยาบาลพยัคฆภูมิพิสัย ๒. ของบประมาณก่อสร้างอาคารปฏิบัติการเป็นอาคาร ๔ ชั้น เพื่อให้กองงานต่าง ๆ ของ สภ. พยัคฆภูมิพิสัยมีความคล่องตัวในการปฏิบัติงานด้วยครับ กราบขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ครับ🔗

นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร นนทบุรี

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร ผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขต ๓ อำเภอบางกรวย ตำบลบางไผ่ พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานหลัก ๆ อยู่ ๓ เรื่อง เป็นเรื่องของน้ำ ไฟ และทาง ขอสไลด์ ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร นนทบุรี

เรื่องแรกเป็นปัญหาจุดกลับรถต่าง ๆ ในอำเภอบางกรวยที่มีปัญหาน้ำท่วมขัง เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูฝนและฤดูน้ำหลาก จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบทเพื่อแก้ไขปัญหา ดังกล่าวด้วย🔗

เรื่องถัดไปเป็นเรื่องของพนังกั้นน้ำ แต่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่ประสงค์ที่จะให้ เรียกว่าเป็นพนังกั้นน้ำ ให้เรียกว่าเป็นพนังกันคลื่น ผมไม่แน่ใจว่าพนังนี้ได้สร้างมา เพื่อประโยชน์อะไรนะครับ เพราะมันเป็นพนังที่สร้างมาภายหลังจากปี ๒๕๕๔ ที่เราน้ำท่วมใหญ่ พนังนี้มีระยะทางตลอดจังหวัดนนทบุรีทั้งหมดประมาณเกือบ ๕๐ กิโลเมตร พนังนี้ไม่สามารถกั้นน้ำได้เลย จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง และกรมชลประทาน เพื่อตรวจสอบแบบของพนังกั้นน้ำนี้ว่ามีวัตถุประสงค์อย่างไร ในการก่อสร้าง และจะสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้จริงหรือไม่ เนื่องจากหลังพนังกั้นน้ำ ไม่มีพื้นที่ทึบน้ำในการรับแรงเลย แตกต่างจากกรุงเทพมหานคร และพนังนี้รั่วซึมตลอด ที่ผ่านมาก็มีการถล่มลงมาแล้วในอำเภอบางกรวยและอำเภอปากเกร็ด🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานเป็นเรื่องของทาง นบ. ๑๐๑๑ ที่มีการก่อสร้างถนน และในยามค่ำคืนไม่มีป้ายสัญญาณไฟบอก แม้ในทางกลางวันก็ไม่มีป้ายเตือนเพียงพอ จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงชนบทเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย สไลด์ถัดไปครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เป็นถนนในช่วงของบางกรวย-ไทรน้อย ช่วงวัดชลอ ที่มีการก่อสร้าง มีการวางท่อประปาและมีการก่อสร้างถนน จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังการประปา นครหลวง โดยเฉพาะสำนักงานประปามหาสวัสดิ์และเทศบาลเมืองบางกรวยเพื่อเร่งรัด ในการก่อสร้างโครงการดังกล่าวด้วยนะครับ🔗

เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน เป็นเรื่องของขนส่งสาธารณะที่ในอำเภอบางกรวย ฝั่งอำเภอบางกรวยมีขนส่งสาธารณะแต่ไม่มีป้ายรถประจำทางเลย ส่วนตำบลศาลากลาง ไม่มีขนส่งสาธารณะ จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมการขนส่งทางบก และผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณวิรัช พิมพะนิตย์ ครับ🔗

นายวิรัช พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิรัช พิมพะนิตย์ สส. กาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทยครับ วันนี้ถือว่าหารือแบบสร้างบุญครับ มาเชิญท่านประธานและเชิญ สส. ทุกคนด้วย🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวิรัช พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

ท่านประธานที่เคารพครับ พระราชวัชรธรรมโสภณ หรือธรรมอุทยานหลวงปู่ศิลา สิริจันโท เขตบ้านแกเปะ ตำบลเชียงเครือ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ปัจจุบันเป็นที่สักการะบูชาของคนทั้งประเทศและต่างประเทศ ปัญหาเกิดขึ้นอย่างนี้ครับ ท่านประธานดูที่ภาพจะเห็นว่าวันนี้ชุมชนคนที่ศรัทธาแล้วก็ มากราบไหว้ เป็นชุมชนที่ถ้าเป็นวันเสาร์ วันอาทิตย์ เป็นหมื่นกว่าคน แต่ถ้าวันธรรมดาก็มี เกือบหมื่นคน ๕,๐๐๐ คนขึ้นไป เพราะฉะนั้นรถติดเป็นระยะทางถึง ๓-๔ กิโลเมตร และที่จอดรถก็น้อยมาก เพราะฉะนั้นผมอยากกราบเรียนท่านประธานที่เคารพผ่านไปถึง ผู้ที่มีอำนาจ วันนี้ สภ.อ. เมืองกาฬสินธุ์บริการ บางทีก็ด้วยกำลังที่น้อยนิด ผมว่าวันนี้ ในเมื่อมันเป็นระดับชาติแล้ว เพราะว่ามีคนจาก สปป. ลาวมามากที่สุด ผมอยากให้ผ่าน ท่านประธานไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่างตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งมีสำนักงานสาขาอยู่นั่นส่งคนมาดูบ้าง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรมการศาสนา วันนี้ต้องบอกว่าพลังศรัทธายิ่งใหญ่ กว่าทุกสิ่งทุกอย่างครับ กาฬสินธุ์ไม่ต้อง Soft Power อะไรหรอกครับ ตอนนี้คือสุดยอดแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้โรงแรมเต็มทุกโรงแรม อาหารการกิน ปั๊มน้ำมันเต็มหมดครับ เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธาน วันนี้มาขอบุญกับท่านประธาน และเชิญท่านประธานด้วยครับ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่าน สส. ทุกคน มีอะไรติดต่อ สส. จังหวัดกาฬสินธุ์ สส. ทินพล สส. วิรัช สส. พลากร พิมพะนิตย์ และ สส. ประเสริฐ บุญเรือง และทุก ๆ คนครับ ของ สส. ยินดีบริการครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไปขอเชิญคุณเชตวัน เตือประโคน ครับ🔗

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชนจังหวัดปทุมธานีครับ วันนี้ ผมขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดปทุมธานี ๓ เรื่องครับ มาปรึกษาหารือกับทางท่านประธานเพื่อไปถึงหน่วยงานต่าง ๆ ดังต่อไปนี้นะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

หน่วยงานแรกคือแขวงทางหลวงชนบท ปทุมธานีครับ ปัญหาของถนนเสมาฟ้าคราม ท่านประธานครับ เคยมีพาดหัวข่าวตั้งแต่ ปี ๒๕๖๐ นะครับว่า ทางหลวงชนบทเดินหน้าขยายถนนเสมาฟ้าคราม ลำลูกกา คลองสอง เตรียมรับรถไฟฟ้าสายสีเขียว แต่ปัจจุบันนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียวมาถึงแล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ที่มีโครงการศึกษานะครับว่าจะขยายถนนอย่างไร แต่ก็ยังไม่มีการขยายถนนจนกระทั่ง ปัจจุบันนี้นะครับ และล่าสุดก็มีอุบัติเหตุด้วยครับ เนื่องจากถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ทำให้รถแท็กซี่หักหลบหลุมบ่อนี้ แล้วก็ไปเบียดกับจักรยานยนต์ที่ขับมาประกบ แล้วก็อัดกับ เสาไฟฟ้าบาดเจ็บสาหัสนะครับ ปัจจุบันนี้ก็ยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล สาหัสเลยครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นฝากไปถึงแขวงทางหลวงชนบทจังหวัดปทุมธานีครับ โครงการ ขยายถนนเส้นนี้นะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เทศบาลเมืองลาดสวายกับเทศบาลเมืองลำสามแก้วนะครับ ซึ่งมีการผนึกกำลังกัน ร่วมมือกันสร้างสะพานข้ามคลอง ๓ แห่งใหม่ ตรงแยกโชติเวช ตอนนี้ สะพานเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ประชาชนชื่นชม แต่ปัญหาก็คือว่าอยากให้มีการติดตั้งไฟแดง ไฟจราจรเพื่อที่จะให้รถราที่วิ่งตรงนี้ได้รับรู้เรื่องของการสัญจร รวมถึงทางฝั่งลำสามแก้วนะครับ อยากให้มาช่วยดูถนน ซึ่งตอนนี้ตรงแยกโชติเวชฝั่งลำสามแก้วตรงนี้ถนนพังร่อนแล้ว เหล็กเส้นโผล่แล้วนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ฝากถึงเทศบาลเมืองคูคตครับ ปัญหาของถนนลำลูกกา ซอย ๒๑ ซึ่งเป็นทางเข้าตัวเทศบาลด้วยนะครับ ตรงทางเข้าแยกวัดโพสพผลเจริญ ตรงตลาดคูคต Station ตรงนี้มี Footpath มีซุ้มทางเดินกันแดดกันฝน แต่พอผ่านหมู่บ้านแหวนยอดไป ก่อนที่จะถึงตัวเทศบาลเมืองคูคตแท้ ๆ ครับ กลับไม่มีซุ้มแล้วนะครับ เป็นไม้พุ่มต่าง ๆ ซึ่งประชาชนก็ต้องมาเดินริมถนนแบบนี้นะครับ พี่น้องประชาชนอยากเห็นการเอาไม้พุ่ม ตรงนี้ออกแล้วทำเป็น Footpath ให้ได้เดินเท้าไปสู่ตัวเทศบาลน่าจะดีกว่าการเป็นไม้พุ่ม ตรงนี้ครับ ฝากด้วยครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ครับ🔗

นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

วันนี้ดิฉันมีเรื่องจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่เดินหน้าโครงการกระตุ้น เศรษฐกิจ ๒๕๖๗ เฟส ๑ โอนเงินให้กับกลุ่มเปราะบาง คนมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนพิการ ผู้สูงอายุ ประมาณ ๑๔.๕๕ ล้านคน ได้เงินใช้จ่ายคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท มีการสำรวจ เดือนกันยายน มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่มีความสุขในการดำเนินชีวิต เพิ่มขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้นเดือนกันยายนยังมีประชาชนอีกส่วนหนึ่งที่เดือดร้อนประสบปัญหา อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ซึ่งรัฐบาลก็ได้บริหารจัดการเชิงรุก มีกำหนดเวลา ชัดเจนในการฟื้นฟู สร้างขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชน ที่ดิฉันต้องพูดวันนี้เพราะว่า ในพื้นที่ประสบภัยรัฐบาลยังดำเนินโครงการเงินหมื่นฟื้นเศรษฐกิจ และภายในเวลา ๑ เดือน รัฐบาลยังได้อนุมัติเงิน ๙,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน สำหรับเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ประสบ ภัยและยังมีเงินช่วยเหลือ ๑๐,๐๐๐ บาท สำหรับล้างโคลนที่บ้าน ขอคลิปสุดท้ายด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ที่สำคัญนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้บูรณาการข้อมูลกลุ่มเปราะบางให้เป็นฐานข้อมูลเดียวกัน ซึ่งดิฉันถือว่าสำคัญ มากนะคะ เพราะจะเป็นช่วงเดียวกับที่จะมีการจ่ายเงินกลุ่มเปราะบาง ในโครงการเงินหมื่น ฟื้นเศรษฐกิจภายในเดือนธันวาคม ได้ประโยชน์ทั้งพื้นที่ประสบภัยด้วย ดิฉันขอให้กำลังใจรัฐบาล ผ่านท่านประธานสภาไปยังรัฐบาลที่ได้เตรียมการอย่างดีในปีหน้า เพื่อไม่ให้มีพื้นที่ที่ประสบภัย ในประเทศไทย ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณสหัสวัต คุ้มคง ครับ🔗

นายสหัสวัต คุ้มคง ชลบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคประชาชนครับ ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานครับ ผมเป็นผู้แทนส่วนหนึ่งจากอำเภอศรีราชานะครับ ทุกท่านน่าจะเคยได้ยินชื่อเสียงของสับปะรดศรีราชา ซึ่งเป็นสับปะรดที่มีชื่อเสียง ระดับประเทศนะครับ มีรสชาติหวานฉ่ำรสชาติดีอร่อยนะครับ ใครได้ลองก็ต้องติดใจ ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้อำเภอศรีราชามาอย่างยาวนานครับ ท่านประธานครับ แต่ปัจจุบัน สับปะรดศรีราชาประสบปัญหาอย่างยิ่งครับ ปัจจุบันเรามีเกษตรกรที่ปลูกสับปะรด ในอำเภอศรีราชาน้อยลงมากครับ จะกินสับปะรดศรีราชาแท้ ๆ ที่มาจากอำเภอศรีราชา หายากมาก ๆ ครับ ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ คือ ๑. ปลูกแล้วมันอยู่ไม่ได้ครับ ราคาสับปะรดถูก ต้นทุนสูง ราคาปุ๋ยสูงขึ้นมากครับ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาราคาปุ๋ยดีดขึ้นอย่างสูงครับ ส่งผลให้ เกษตรกรที่ปลูกสับปะรดแทบจะอยู่กันไม่ได้นะครับ และอีกปัญหาที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดอยู่ไม่ได้นะครับ คือเรื่องของเกษตรพันธะสัญญาครับ จะมีบริษัท ผลิตสับปะรดกระป๋องขนาดใหญ่แห่งหนึ่งครับ มาโฆษณาชวนเชื่อชาวบ้านว่าจะ Guarantee รับซื้อสับปะรดจากชาวบ้านให้ราคาสูง แต่สัญญาต้องทำตามเงื่อนไขของบริษัทอย่างเคร่งครัด แล้วเป็นระบบผูกขาดตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำครับ พันธุ์สับปะรดก็ต้องซื้อจากบริษัท ปุ๋ย ยา ทุกอย่างต้องซื้อจากบริษัทเท่านั้น แล้วสับปะรดจะมีการกำหนด Size มาอย่างชัดเจนครับว่า ต้องมีขนาดหัวเท่านี้ ๆ เล็กกว่าไม่ซื้อ ใหญ่กว่าก็ไม่ซื้อครับ ไปขายให้คนอื่นก็ไม่ได้นะครับ สับปะรดที่ขายให้บริษัทไม่ได้รู้ไหมครับชาวบ้านทำอย่างไร Dump ทิ้งครับ เพราะตามสัญญา มันต้องขายให้บริษัทเท่านั้นครับ นี่ละครับเกษตรพันธะสัญญาที่กำลังทำลายสับปะรดศรีราชา อยู่ครับ และกำลังทำลายเกษตรกรทั่วประเทศด้วยครับ ผมในฐานะคนศรีราชาอยากปกป้อง สับปะรดศรีราชาครับ ขอปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ครับ ให้มีมาตรการจัดการเกษตรพันธะสัญญาที่ทำลายเกษตรกรทั่วประเทศ อย่างเร่งด่วนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณทรงยศ รามสูต ครับ🔗

นายทรงยศ รามสูต น่าน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง สำนักงาน ชลประทานขนาดกลางที่ ๒ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกี่ยวกับโครงการ ประตูระบายน้ำสมุน ตำบลไชยสถาน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ซึ่งโครงการนี้ใช้งบประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท โดยเฟสแรกมีการเวนคืนที่ แล้วก็จะดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำ แล้วก็อาคาร ก็ใช้ประมาณ ๘๐ ล้านบาท แล้วจากนั้นก็จะเวนคืนที่พื้นที่เหนือขึ้นไป แล้วก็ก่อสร้างประตูระบายน้ำ ซึ่งโครงการนี้จะสามารถเก็บกักน้ำได้ ๕๗๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ซึ่งหมู่บ้านที่ได้รับประโยชน์ก็คือบ้านศรีเกิด บ้านไชยสถาน บ้านฝาง บ้านตาแก้ว แล้วก็ บ้านทุ่งขาม ซึ่งมีการสำรวจเรียบร้อย การออกแบบก็เรียบร้อย แล้วก็การขออนุญาต จากหน่วยงานที่รับผิดชอบก็เรียบร้อยนะครับ ซึ่งเมื่อปี ๒๕๖๗ ทางกรมชลประทาน ก็ได้อนุมัติงบเวนคืนมา ๖ ล้านกว่าบาท ซึ่งตามหลักทั่วไปในปี ๒๕๖๘ ก็ต้องดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งปรากฏว่าปี ๒๕๖๘ ทางกรมชลประทานก็ไม่ได้ดำเนินการ ทั้งที่พื้นที่ก็พร้อมก็เลยมีปัญหา พอดีผมเป็นกรรมาธิการงบประมาณก็เลยได้สอบถาม ซึ่งตอนนั้นท่านรัฐมนตรีธรรมนัส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น ท่านบอกว่าน่าจะมีปัญหา ทางเทคนิคนะครับ ปรากฏว่ามันก็ไม่ได้ตั้งเอาไว้นะครับ แต่เนื่องจากว่าเขาไม่ให้แปรญัตติ เข้าไปตามระเบียบ ก็เลยไม่สามารถดำเนินการได้ โชคดีว่าผมเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ข้อสังเกต ผมก็ว่ามันจะเป็นบรรทัดฐานก็เลยตั้งข้อสังเกตว่า โครงการไหนที่รัฐเวนคืนแล้ว ควรจะดำเนินการ หรือไม่ก็อย่างช้าภายใน ๒ ปีนับตั้งแต่มีการเวนคืน ซึ่งปรากฏก็ได้ข่าวว่า โครงการนี้มีแนวโน้มว่าในปี ๒๕๖๙ ก็ทำท่าจะไม่เห็น ก็เลยฝากทางกรมชลประทาน ให้ช่วยดูด้วยว่าจะพอพิจารณาได้แค่ไหน เพียงไร ไม่อย่างนั้นเสียดายงบ ถ้าเราไม่พร้อมทำ ตั้งแต่ต้นเราก็ไม่ควรที่จะเวนคืน เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากไว้นะครับ เพราะว่าโครงการ ก็ดำเนินการไปเรียบร้อย ชาวบ้านก็ดีใจว่าจะได้มีแหล่งน้ำพัฒนา ก็ฝากไว้เพื่อไม่ให้ คนเขาครหากรมชลประทานว่ามีเงินเยอะเกินไปนะครับ ไปเวนคืนแล้วก็ไม่ยอมทำอะไร ก็ฝากให้กรมชลประทานได้พิจารณาโครงการนี้นะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณศักดิ์ ซารัมย์ ครับ🔗

นายศักดิ์ ซารัมย์ บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศักดิ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย ในพื้นที่อำเภอหนองหงส์ อำเภอลำปลายมาศ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ กราบเรียนท่านประธานครับ จากการที่ กระผมได้ติดตามการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๒-๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๗ โดยเฉพาะนโยบายด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาคน กระผมและพวกเราพรรคภูมิใจไทยเชื่อว่า การปฏิวัติการศึกษาจะเป็นการพัฒนาสังคมสู่คนยุคใหม่ ในฐานะที่ผมเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จึงขอสรุปประเด็นนโยบาย ประเด็นปัญหาความท้าทาย และข้อเสนอแนะ ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ🔗

ประเด็นแรกครับ นโยบายด้านการศึกษา ให้เด็กเข้าถึงการศึกษาที่เท่าเทียม เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงอุดมศึกษา การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน การส่งเสริมศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดการศึกษา และช่วยในการจัดการเรียนการสอน🔗

ประเด็นที่ ๒ ปัญหาและความท้าทายที่ควรคำนึงถึงคือคุณภาพครู ทรัพยากร ทางการศึกษา หลักสูตร การมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของทุกภาคส่วน🔗

ประเด็นที่ ๓ เป็นข้อเสนอแนะ ควรมีการสร้างการรับรู้ให้เกิดขึ้นในทุกภาคส่วน ให้คนไทยได้ตระหนักรู้ว่าการศึกษาเป็นกลไกหนึ่งในการพัฒนาประเทศ เป็นเรื่องเร่งด่วน ที่จะต้องกระทำ🔗

อีกเรื่องหนึ่งครับ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ออกนโยบายไปหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาครู Anywhere Anytime เรียนทุกที่ทุกเวลา โดยเฉพาะนโยบาย ลดภาระประชาชน ลดภาระของผู้ปกครองนักเรียน กระทรวงได้ออกกฎระเบียบผ่อนปรน เรื่องเครื่องแต่งกาย เช่น ระเบียบของโรงเรียนให้ใส่รองเท้าสีดำ แต่ถ้านักเรียนมีรองเท้าสีขาว ก็สามารถที่จะใส่ได้ ยกเว้นว่าให้มันมีรองเท้าหุ้มส้น แต่จากการที่กระผมได้ลงพื้นที่ติดตาม สอบถามคุณครู ผู้ปกครอง นักเรียน มีการรับรู้เรื่องนี้น้อยมาก จึงเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังกระทรวงศึกษาธิการหรือกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งรัดติดตามการสร้างการรับรู้เพิ่มขึ้น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณซูการ์โน มะทา ครับ🔗

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ วันนี้ผมขออนุญาตหารือ ผ่านท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ได้มอบหมาย ให้กรมทางหลวง โดยแขวงการทางหลวงยะลาได้ไปติดตั้งไฟสัญญาณจราจรบริเวณทางเชื่อม ระหว่างทางหลวงแผ่นดิน หมายเลขที่ ๔๐๖๖ กับเส้นทาง Bypass โกตาบารู ซึ่งอันนี้ เป็นการร้องเรียนของพี่น้องประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุว่าจุดนี้เป็นจุดที่อันตรายที่สุด ขณะนี้แขวงการทางยะลาได้ดำเนินการใกล้แล้วเสร็จแล้วครับ อันนี้ต้องขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นอย่างยิ่ง🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจาก นายอับดุลเราะห์มาน อัลอับดุสสลาม นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบุดี และพี่น้องประชาชนตำบลบุดีว่า มีความต้องการให้ขยายเขต การให้บริการการประปาส่วนภูมิภาคของอำเภอยะหา โดยการนำน้ำดิบจากแม่น้ำสายบุรี ผ่านทางการประปา สาขาอำเภอยะหา มาถึงตำบลบุดี เพื่อบรรเทาแก้ปัญหาการขาดแคลน น้ำอุปโภคบริโภคให้กับประชาชนในพื้นที่ตำบลบุดี ประมาณ ๔,๐๐๐ หลังคาเรือน หรือ ๔,๐๐๐ ครอบครัว เนื่องจากปัญหาที่ตำบลบุดี น้ำส่วนใหญ่ไม่สามารถนำมาบริโภคได้ เพราะว่ามีน้ำปนสนิม ฉะนั้นจึงขอความอนุเคราะห์ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยการประปาส่วนภูมิภาคขยายเขตประปา โดยการวางท่อประปาจากเดิมที่สามารถ ส่งน้ำได้แค่ ๑๐๐ มิลลิลิตร เป็น ๓๐๐ มิลลิลิตร เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน ทั้งในตำบลกาลูปัง ตำบลบุดีของจังหวัดยะลาด้วยครับ ขอขอบคุณมาก ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณปรัชญาวรรณ ไชยสืบ ครับ🔗

นางสาวปรัชญาวรรณ ไชยสืบ จันทบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ปรัชญาวรรณ ไชยสืบ ผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๒ จากพรรคประชาชนค่ะ วันนี้ขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องผ่านท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวปรัชญาวรรณ ไชยสืบ จันทบุรี

เรื่องแรก ขอให้กรมโยธาธิการ และผังเมือง ศึกษาแนวทางการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณคลองจากเพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว หาดเจ้าหลาวค่ะ โดยคลองจากเป็นคลองที่เลียบกับชายหาดเจ้าหลาว มีความยาวประมาณ ๑.๘ กิโลเมตร ซึ่งหาดเจ้าหลาว เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอท่าใหม่ หากมีการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณคลองจากให้สวยงามก็จะสามารถส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้คึกคักได้ค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ปัญหาถนนสายไร่เก่าเชื่อมต่อบ้านห้วงน้ำเค็ม หมู่ ๘ ตำบลสนามไชย อำเภอนายายอาม เป็นหลุมเป็นบ่อพี่น้องประชาชนสัญจรลำบากค่ะ ซึ่งเทศบาลตำบลสนามไชย เคยขอรับการสนับสนุนเงินอุดหนุนเฉพาะกิจในปี ๒๕๖๗ แต่ก็ไม่ได้รับการอนุมัติค่ะ ที่ผ่านมา ท้องถิ่นก็ทำได้เพียงแค่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน จึงขอฝากผ่านท่านประธานไปยัง สำนักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยพิจารณาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนด้วยค่ะ🔗

เรื่องสุดท้าย ปัญหาเสาไฟฟ้าเอียงจำนวนหลายต้น ตามแนวถนนทางหลวง ชนบท จบ. ๖๐๐๒ ระยะทาง ๗ กิโลเมตร จนถึงสี่แยกจุดตัดถนนทางหลวงหมายเลข ๔๐๐๒ ระยะทางอีก ๑.๗ กิโลเมตร ชาวบ้านกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย จึงขอฝากผ่านท่านประธาน ไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้ช่วยเร่งแก้ไขปัญหานี้ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณบุญแก้ว สมวงศ์ ครับ🔗

นายบุญแก้ว สมวงศ์ ยโสธร

เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะผมได้รับร้องเรียนจากพี่น้อง ชาวจังหวัดยโสธร ช่วงนี้ก็ใกล้จะเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิแล้วนะครับ ก็อยากฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ ให้ยืนยันราคาพืชผล ทางการเกษตรโดยเฉพาะข้าวหอมมะลิให้กับพี่น้องประชาชนนะครับ อันที่ ๒ ก็คือการชะลอ การขายนะครับ ถ้าโครงการที่ราคาตกต่ำก็อยากให้ชะลอการขาย ให้รัฐบาลได้ออกมา ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ อยากฝากท่านประธานนะครับ พี่น้องเกษตรกรได้ขอให้ทางรัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เยียวยาไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ผมมีท่าน สส. สิงหภณ ท่าน สส. วิรัตน์ ท่าน สส. เกษม ที่ฝากมาด้วยว่าพี่น้องประชาชน พี่น้องเกษตรกร ได้สอบถามในเรื่องไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ก็คือผมได้รับร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง นะครับ เพราะว่าตอนนี้มันสำปะหลังกิโลกรัมละไม่ถึง ๒ บาท เพราะว่าค่าไถ ค่าปลูก ก็ตกหลายบาท ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน โดยเฉพาะกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ได้ปรึกษาหารือกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อจะพยุงราคาให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วย ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณฉัตร สุภัทรวณิชย์ ครับ🔗

นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ฉัตร สุภัทรวณิชย์ ผู้แทนราษฎรนครราชสีมา เขต ๑ หน้าย่าโม พรรคประชาชนครับ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานสภา🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ นครราชสีมา

ประเด็นแรก เป็นเรื่องสายสื่อสาร ที่มีความรกรุงรังมาก แถวถนนราชนิกูล แล้วในตรงนั้นมีชุมชนราชนิกูล ๑ ๒ ๓ มีบ้านเรือน อยู่กันอย่างหนาแน่นครับ สายสื่อสารดังกล่าวนี้รกรุงรังมากขนาดที่ว่าในช่วง ๑-๒ ปีที่ผ่านมา เป็นสาเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ ๒-๓ ครั้งแล้วครับ แล้วก็เกือบจะลุกลามบานปลาย ชาวบ้าน ต้องช่วยกันเอาถังดับเพลิงมาสกัดเพื่อไม่ให้ลุกลามเกินไป ขอให้การสื่อสารเร่ง Clear สายที่รกรุงรังตามแนวถนนราชนิกูลและในชุมชนครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของพื้นที่กลับรถใต้สะพาน U-Turn โรงแรมสีมาธานี ฝั่งหมู่บ้านประกอบครับ ตรงนี้อยากจะให้ทางหลวง เทศบาล แล้วก็การรถไฟแห่งประเทศไทย ที่กำลังก่อสร้าง รางรถไฟความเร็วสูงด้านข้างได้มาดู เพราะว่าตรงจุด U-Turn กลับรถนั้น มีน้ำท่วมขังแล้วก็นานต่อเนื่องกันเป็นเดือน มีน้ำที่ไหลเอ่อจากท่อระบายน้ำข้างเคียง มาเติมอยู่ตลอดเวลา คราวนี้พื้นมันลื่นครับ เวลาทิ้งโค้ง เวลารถเล็กมา U-Turn ใต้สะพานกลับรถ ตรงนี้เกิดล้มพลิกคว่ำเกิดอุบัติเหตุกันหลายครั้งต่อเนื่อง แล้วก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ผมเดินสำรวจตลาดพบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนแล้วก็ได้รับ คำร้องเรียนจากสามีภรรยาที่เป็นพ่อค้าแม่ค้า เรียกร้องจริง ๆ ว่าเกิดเหตุยาเสพติด ระบาดอย่างหนัก แล้วเยาวชนลูกหลานที่หมู่บ้านก็ติดกันงอมแงม ก็อยากจะร้องเรียน ไปที่บ้านห้วยยางดี ตำบลห้วยแย้ อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ให้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องได้เร่งตรวจสอบการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ดังกล่าว🔗

เรื่องสุดท้าย ปิดท้ายด้วย TSM

Transport Safety Manager ที่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๘ จะเริ่มเปิดใช้ ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดอบรมบุคลากรให้ได้ ครบถ้วนตามเป้าหมายตามกำหนดที่จะเริ่ม ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณพุธิตา ชัยอนันต์ ครับ🔗

นางสาวพุธิตา ชัยอนันต์ เชียงใหม่

เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน พุธิตา ชัยอนันต์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชนค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวพุธิตา ชัยอนันต์ เชียงใหม่

เรื่องแรก เมื่อดิฉันได้ลงพื้นที่สำรวจ ความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วม ตลิ่งพัง ถนนทรุด ในพื้นที่ตำบลเหมืองแก้ว อำเภอแม่ริม พบถนนทรุดตัว จำเป็นจะต้องมีการปิดการจราจร ทำให้ร้านค้า ร้านอาหารบริเวณนั้น ก็ต้องปิดตัวลงไปด้วย เมื่อดิฉันได้พูดคุยกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลเหมืองแก้วพบว่า ประชาชนมีความต้องการให้มีการขุดลอกลำน้ำปิงตั้งแต่จุดสะพานประชานิมิตร บ้านศรีวารี มาจนถึงบ้านหนองเขียว หมู่ ๕ ซึ่งปัจจุบันมีสภาพตื้นเขิน แล้วก็มีสิ่งกีดขวางทางน้ำค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ที่ตำบลแม่สาพบตลิ่งพังนะคะ มีหลายจุดที่มีความเสี่ยงว่าจะเกิด ตลิ่งพังอีกในอนาคตค่ะ ประชาชนต้องการให้มีการสร้างผนัง Gabion บรรจุหินกันตลิ่งพัง จากกระแสน้ำในลำน้ำแม่สา โดยเฉพาะในโซนตั้งแต่หมู่ ๔ แม่สาน้อย ไปจนถึงหมู่ ๓ แม่สาหลวง จุดบรรจบของแม่น้ำปิงค่ะ🔗

เรื่องที่ ๓ ปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากในตำบลสันพระเนตร อำเภอสันทราย มีปัญหามาตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ แล้วแก้ไม่ได้สักทีค่ะ น้ำไม่มีทางระบายออก อีกทั้งปลายทาง ระบายน้ำมีระดับที่สูงกว่าลำเหมืองของต้นน้ำค่ะ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน บูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนร่วมกันค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณธีระชัย แสนแก้ว ครับ🔗

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตที่จะปรึกษาหารือเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดอุดรธานี ๓ อำเภอ ๖ ตำบล เกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนทางหลวงชนบท หมายเลข อด. ๑๐๗๑ ครับท่านประธาน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

ท่านประธานครับ ปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ อำเภอ ๖ ตำบลนี้เกิดจากการปรับปรุงซ่อมแซมถนน ทางหลวง หมายเลข ๒๐๒๓ ซึ่งช่วงนี้เขากำลังทำถนนในเขตเทศบาลกุมภวาปี จนไปถึง การก่อสร้างสะพานข้ามลำน้ำปาว ซึ่งก่อสร้างต่อไปจะเป็นระยะเวลาอีก ๒ ปีถึงจะแล้วเสร็จ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาในหลายจังหวัด ซึ่งมีรถพ่วงขนาดใหญ่มาก เฉลี่ยวันละประมาณ ๑,๐๐๐ คัน วิ่งไปมาระหว่างจังหวัดอุดรธานี จังหวัดสกลนคร จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดนครพนม ต้องเลี่ยงทางนี้ไปใช้ถนนชนบท ๑๐๗๑ ทำให้พี่น้องประชาชน ๓ อำเภอ ๖ ตำบล ได้แก่ พี่น้องประชาชนในตำบลผาสุก ตำบลเชียงแหว อำเภอกุมภวาปี พี่น้องประชาชนในตำบลห้วยสามพาด ตำบลนาม่วง ตำบลอุ่มจาน อำเภอประจักษ์ศิลปาคม และพี่น้องประชาชนตำบลพังงู อำเภอหนองหาน รวมแล้ว ๓ อำเภอ ๖ ตำบล ได้รับผลกระทบ จากการเลี่ยงเส้นทางรถบรรทุกมาใช้เส้นทางหลวงชนบท ๑๐๗๑ ทำให้เกิดปัญหา ทั้งเกิดฝุ่น อันตราย ทั้งเกิดปัญหารถติด ทำให้ถนนชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ และน่ากังวลที่สุดก็คือ อุบัติเหตุ รถวิ่งเร็ว ไม่มีความปลอดภัย และหลายพื้นที่ไม่มีป้ายสัญญาณจราจรครับ ดังนั้นกระผมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม มาแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ดังนี้ครับ ขอให้ติดตั้งสัญญาณไฟจราจรทุกทางแยก และทุกเขตชุมชน ติดตั้งป้ายชะลอความเร็วในเขตชุมชน โรงเรียน ตลาด เพื่อสร้าง ความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชน นักเรียน และผู้สัญจรไปมา🔗

ข้อ ๒ ขอให้เพิ่มมาตรการความแข็งแรงของถนนหมายเลข ๑๐๗๑ เพื่อให้สามารถรองรับรถที่มีจำนวนมาก พร้อมขยายไหล่ทางออกข้างละ ๑.๕๐ เมตร เพื่อลดปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และลดปัญหาจราจรที่ติดขัด ขอขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ ครับ🔗

นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ที่ผ่านมาผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในอำเภอปัว และอำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ช่วยจัดสรรงบประมาณไปก่อสร้างถนน ๔ เลน สายหมายเลข ๑๐๑ เพราะมันเป็นช่วง ๆ อยู่ตอนนี้ยังทำไม่ได้มาตรฐานเป็น ๔ เลน ให้ทั่วถึงนะครับ ระหว่างอำเภอปัวไปอำเภอเชียงกลาง และอำเภอทุ่งช้าง ให้เป็นถนน ๔ เลน มาตรฐาน เนื่องจากถนนสายนี้ไปเชื่อมต่อชายแดนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีประชาชนใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนอำเภอนาน้อย อำเภอนาหมื่น ขอให้ทางกรมทางหลวงช่วยจัดสรรงบประมาณก่อสร้างถนนสาย ๑๐๒๖ จากอำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอนาหมื่นให้เป็น ๔ ช่องทาง หรือ ๔ เลน มาตรฐานนะครับ ปัจจุบันเป็นถนน ๒ ช่องทาง เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจาก มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากใช้เส้นทางไปเที่ยวดอยเสมอดาว หมู่บ้านประมงปากนาย และอุทยานแห่งชาติขุนสถาน จึงขอความอนุเคราะห์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ช่วยจัดสรรงบประมาณให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดน่านด้วยจะได้ใช้ถนน ๔ ช่องทาง เพื่อลดอุบัติเหตุครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ครับ🔗

นายวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ลำพูน

เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน เขต ๑ จากพรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องมาหารือกับท่านประธานทั้งหมดอยู่ ๓ เรื่องครับ ขอสไลด์นะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ลำพูน

เรื่องที่ ๑ เรื่องหารือไปถึงกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง การขอเพิ่มจุดสถานีตรวจวัดระดับน้ำและปริมาณน้ำ ในพื้นที่จังหวัดลำพูนครับ ทั้งในลุ่มน้ำแม่ปิง และลุ่มน้ำแม่กวง เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ในการคำนวณปริมาณน้ำ และการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าให้กับประชาชนเพื่อเตรียมรับมือ กับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้ชาวบ้านได้มีการเตรียมรับมือได้อย่างมี ประสิทธิภาพครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอหารือไปถึงกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงความจำเป็นและความสำคัญที่จะก่อสร้างฝายพญาอุตตัวใหม่ทดแทนฝายเดิมนะครับ ที่มีอายุการใช้งานมากถึง ๓๔ ปี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูแล้ง และช่วยระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากที่ผ่านมาครับ และยังรวมไปถึงการขอสร้างพนังกั้นน้ำ ให้กับพื้นที่สำคัญในพื้นที่ทางด้านเศรษฐกิจ และด้านวัฒนธรรมในจังหวัดลำพูนครับ🔗

เรื่องที่ ๓ การช่วยเหลือ การเยียวยาให้กับประชาชนหลังเกิดอุทกภัย ในจังหวัดลำพูนได้รับผลกระทบน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง และมีน้ำท่วมขังเป็นเวลานานทำให้ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบของจังหวัดลำพูนมีมากถึง ๗ ตำบล ๓๗ หมู่บ้าน รวมพื้นที่ที่ได้รับ ความเสียหายมากกว่า ๔๐,๐๐๐ ไร่ จึงอยากให้ ปภ. และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งเยียวยาให้กับพี่น้องในจังหวัดลำพูนดังนี้นะครับ ๑. ทรัพย์สินและบ้านเรือนที่ได้รับ ความเสียหาย ๒. การชดเชยภาคการเกษตร เช่น สวนลำไย นาข้าว แปลงผัก พืช แล้วก็ รวมถึงฟาร์มปศุสัตว์ และ ๓. การชดเชยค่าเสียโอกาสในการประกอบอาชีพ เพื่อให้พี่น้อง ในจังหวัดลำพูนได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วที่สุดครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณกฤดิทัช แสงธนโยธิน🔗

นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน สส. บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ผมมีเรื่องร้องเรียน ๒ เรื่องครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน แบบบัญชีรายชื่อ

เรื่องแรกก็คือเรื่องของ คลองใหญ่เป็นคลองส่งน้ำที่เริ่มจากห้วยใหญ่ บริเวณท้ายเขื่อนอุบลรัตน์และผ่านหลายตำบล หลายอำเภอ เริ่มจากอำเภออุบลรัตน์ อำเภอบ้านฝาง อำเภอเมืองขอนแก่น โดยแต่ละจุดนั้น มีคลองใหญ่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างระยะทางรวมกัน ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร ซึ่งจุดหลักบริเวณ ที่เป็นฝายน้ำล้นขนาดเล็กในช่วงที่ผ่านมาช่วงหน้าฝนทำให้เกิดน้ำเซาะริมตลิ่งและเกิด การพังทลายของดิน ทำให้ถนนเสียหายแต่ก็ไร้การเยียวยาและเหลียวแล พื้นที่ที่เสียหาย พื้นที่ที่ ๑ ก็คือบริเวณคลองใหญ่ บ้านกุดนางทุย ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมืองขอนแก่น ตรงจุดนี้ตามภาพสไลด์จะเห็นว่าเป็นภาพความเสียหาย ส่วนพื้นที่ที่ ๒ คลองใหญ่ บริเวณบ้านม่วง ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมืองขอนแก่น ภาพความเสียหาย แล้วก็สิ่งที่เป็น ปัญหาก็คือตามภาพสไลด์เลยนะครับ พื้นที่เสียหายที่ ๓ คลองใหญ่ บริเวณบ้านม่วงโป้ ตำบลสาวะถี อำเภอเมืองขอนแก่น พื้นที่ตรงนี้คลองตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ มีปริมาณน้ำมากและสภาพตลิ่งบางส่วนเสียหายมากกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ลุกลามไปถนนสัญจร บริเวณเลียบคลองใหญ่ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ได้รับความเดือดร้อน อยากให้มีการแก้ไขเยียวยา ระยะเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา ก็คือต้องการพื้นที่ถนนและคลองที่เสียหาย ช่วยประสานงานหาทางซ่อมแซมให้กลับมา มีสภาพเพื่อใช้งานต่อไปนะครับ🔗

ส่วนเรื่องที่ ๒ ปัญหาการขาดแคลนน้ำประปาในหมู่บ้านดงสว่าง หมู่บ้านดงสว่างตั้งอยู่ที่อำเภอนิคมน้ำอูน จังหวัดสกลนคร เป็นชุมชนขนาดมีประชากร ประมาณ ๑,๐๐๐ คนนะครับ ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำประปามาหลายปีแล้วครับ ปัญหานี้ส่งผลกระทบถึงความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน อยากให้ทางผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จัดการแก้ไขปัญหา ด้วยการหาแหล่งน้ำให้เพียงพอ ระบบการประปาที่ชำรุดอยากให้แก้ไข การบริหารจัดการน้ำให้เป็นระบบ แล้วก็การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีคุณค่า🔗

ฝาก ๒ เรื่องนี้ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือ ประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณสุพัชรี ธรรมเพชร ครับ🔗

นางสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันได้หารือเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่อง ด้วยกันนะคะ🔗

เรื่องแรก จากการที่ดิฉันได้เคยเรียกร้องให้รัฐบาลได้ดูแลในเรื่องของ ราคาน้ำนมดิบให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไปแล้ว วันนี้รัฐบาลก็ได้เพิ่มราคาน้ำนมดิบ ให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเรียบร้อย จากราคา ๒๐ บาท เป็นราคา ๒๒.๗๕ บาท ต่อกิโลกรัม แต่มาวันนี้ดิฉันยังได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องสหกรณ์โคนมทั่วประเทศ ทั้ง ๒๔ สหกรณ์ ได้ร้องเรียนผ่านดิฉันในเรื่องการขอเพิ่มราคาผลิตภัณฑ์นมโรงเรียนให้กับ สหกรณ์โคนมทั่วประเทศ ซึ่งวันนี้สหกรณ์โคนมทั่วประเทศได้ดำเนินการขาดทุนมาอย่าง ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี โดยเฉพาะสหกรณ์โคนมจังหวัดพัทลุง เราได้ดำเนินกิจการ ที่ดูแลผลิตภัณฑ์นมโรงเรียนไปยังภาคใต้ในหลายจังหวัด ปีที่แล้วขาดทุนเป็นจำนวนเงิน ๒๘ ล้านบาท วันนี้ราคาที่รัฐบาลได้ตั้งไว้ให้กับสหกรณ์โคนมก็คือเป็นราคาผลิตภัณฑ์นมถุง ๖.๘๙ บาท นมกล่อง UHT อยู่ที่ราคา ๘.๑๓ บาท แล้วทางสหกรณ์โคนมทั่วประเทศ ได้มีการประชุม แล้วก็มีการลงมติไว้แล้ว แล้วก็ได้ทำเรื่องไปยังรัฐบาลแล้วด้วยที่จะขอเพิ่ม ในราคาผลิตภัณฑ์นมโรงเรียนอยู่ที่ ๔๖ สตางค์ต่อหน่วยเท่านั้นเองนะคะ ก็อยากจะให้ทางรัฐบาล ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทางกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี รีบดำเนินการเรื่องนี้โดยด่วน เพราะว่าวันนี้สหกรณ์โคนมก็จะผลิตนมโรงเรียนให้กับลูกหลาน ของเราค่ะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณเฉลิมพงศ์ แสงดี ครับ🔗

นายเฉลิมพงศ์ เเสงดี ภูเก็ต

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๒ พรรคประชาชน ขอนำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดภูเก็ตมาหารือต่อท่านประธาน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไข ๓ เรื่อง ดังนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเฉลิมพงศ์ เเสงดี ภูเก็ต

เรื่องแรก จากเหตุการณ์อุทกภัยดินโคลนถล่ม ในจังหวัดภูเก็ตที่ก่อให้เกิดความเสียหายอันใหญ่หลวงที่ผ่านมา ขอหารือเกี่ยวกับ ความคืบหน้าคดีตรวจสอบพระใหญ่และขอทราบผลการตรวจสอบการก่อสร้าง อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดปัญหาดินสไลด์ รวมถึงมาตรการการป้องกันสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ ตรวจสอบและแจ้งความดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด และอย่าให้เรื่องนี้เงียบไปครับ ฝากท่านประธาน หารือไปยังกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ🔗

เรื่องที่ ๒ จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ น้ำป่าไหลหลากในจังหวัดภูเก็ต ทำให้น้ำกัดเซาะริมตลิ่งคลองห้าแยก และคลองบางคนที ตำบลราไวย์ ส่งผลกระทบให้กับพี่น้อง ประชาชนได้รับความเดือดร้อน แม้ทางสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองได้ทำการสำรวจ วางแผนการก่อสร้างแนวกันไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินการเนื่องจากติดขัดระเบียบ ทางราชการ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาและบรรเทา ความเดือดร้อนโดยเร่งด่วนครับ และฝากไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย🔗

เรื่องสุดท้าย ตลอดเวลา ๑-๒ เดือนนี้ที่จังหวัดภูเก็ตเกิดเคสเกี่ยวกับ การใช้ความรุนแรงกับเด็กถึง ๓ เคส ไม่ว่าจะเป็นการข่มขืนเด็ก ๓ ขวบ เด็กถูกรุ่นพี่ทำร้าย ร่างกาย พร้อมถ่ายคลิป และล่าสุดเหตุการณ์พ่อแม่พัวพันยาเสพติดทำร้ายร่างกาย เด็กวัย ๒ ขวบจนสลบ เมื่อตรวจร่างกายพบว่ากะโหลกศีรษะร้าว จึงขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนครับ ฝากท่านประธานหารือไปยังสำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดภูเก็ต ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณปรเมษฐ์ จินา ครับ🔗

นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ สุราษฎร์ธานี เขต ๕ วันนี้มีเรื่องที่จะหารือ ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อยากจะให้ท่านสั่งการไปที่อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สืบเนื่องจากว่า เมื่อปีที่แล้วได้หารือเรื่องของการจัดทำ One Map เพื่อที่จะแยกพื้นที่ที่ประชาชนเขาเข้าไป อาศัยอยู่ก่อนที่ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชจะประกาศเขตมาทับซ้อน อันนี้ ทางพื้นที่เขาได้เตรียมการรังวัดเรียบร้อยแล้ว แต่ผมไปถามผู้ปฏิบัติเขาบอกว่ายังรอการสั่งการ จากเจ้านาย ก็อยากจะกำชับให้ทางอธิบดีสั่งการ มันพร้อมอยู่แล้วนะครับ ผมมองว่า พอดำเนินการเสร็จท่านรัฐมนตรีท่านใหม่ก็ลงไป Kick Off เปิดป้ายได้เลยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ สืบเนื่องจากว่า ทางพื้นที่สุราษฎร์ธานีมีหลายเคสตัวอย่างที่ได้ดำเนินการ แต่ว่าการดำเนินการล่าช้ามาก จนชาวบ้านเขาเริ่มที่จะไม่มีทางออก อยากจะให้กำชับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ คทช. แห่งชาติ ก็อยากจะให้มีการประชุมกันบ่อยขึ้น แล้วก็กำชับไปที่ คทช. จังหวัดให้มีการ เอาจริงเอาจัง แล้วก็ให้มีการรายงานความก้าวหน้าด้วยนะครับ หน่วยงานไหนที่ไม่รายงาน ความก้าวหน้าก็ให้มีบทลงโทษหรือว่าดำเนินการไปตามระบบของทางราชการ เพราะว่า ปัญหาของชาวบ้านรอไม่ได้นะครับ🔗

เรื่องสุดท้าย ก็คงจะเป็นเรื่องของการพัฒนาเตรียมความพร้อมในส่วนของ อุทยานแห่งชาติเขาสก อำเภอพนม ที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวโลกในอนาคต ปรากฏว่าในพื้นที่ ที่เขาจัดที่พัก ที่อุทยาน ที่ Resort ๒,๐๐๐ ห้อง ไม่มีระบบน้ำ เขาต้องสูบน้ำจากใต้ดิน สูบน้ำจากลำคลอง ทีนี้พอฝนน้ำมันขุ่นก็ไม่สามารถที่จะใช้งานได้ลักษณะนี้ รวมทั้ง บ้านของชาวบ้านด้วยนะครับ ไม่น้อยกว่า ๓,๐๐๐ หลังคาเรือน อยากจะให้ผู้ว่าการ การประปาส่วนภูมิภาคที่รับผิดชอบจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ไปออกแบบแล้วก็สำรวจ ไปจัดทำระบบประปาให้กับในส่วนของพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสกด้วย ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณวรรณิดา นพสิทธิ์ ครับ🔗

นางสาววรรณิดา นพสิทธิ์ ชลบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรรณิดา นพสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๒ พรรคประชาชนค่ะ ดิฉันมีเรื่อง ร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ใน ๒ ประเด็น มาหารือกับท่านประธานในวันนี้ค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาววรรณิดา นพสิทธิ์ ชลบุรี

ประเด็นแรก ซอยบ้านนาเขื่อน ๒ ในเขตพื้นที่ตำบลนาป่า อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ถนนทรุดพังเป็นเวลานานค่ะท่านประธาน ซอยนี้มีตำแหน่งอยู่ใกล้สระน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งใต้พื้นผิวถนนนี้บางส่วนก็ได้พังทลายลงด้วย สาเหตุที่มีน้ำกัดเซาะถนนอยู่ตลอดเวลา ประกอบกับการมีรถสัญจรอยู่ตลอดเวลาทำให้ พื้นผิวถนนเส้นนี้ทรุดพังลงไป และการสัญจรจาก ๒ เลนก็เหลือเพียงเลนเดียว ทำให้กลายเป็นเลนสวนกันค่ะท่านประธาน ดังภาพประกอบ จะเห็นว่ามีบ่อน้ำ แล้วก็อยู่ใกล้กับ ถนนเส้นหลักของพี่น้องประชาชนที่สัญจร ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นเป็นเวลาหลายปีค่ะ ท่านประธาน ก็เคยมีการซ่อมแซมพื้นผิวถนนแล้ว แต่ก็ยังคงมีน้ำกัดเซาะใต้พื้นผิว ท้องถิ่น ก็ได้ดำเนินการติดป้ายประกาศแจ้งระวัง และนำ Barrier มาป้องกันให้พี่น้องประชาชน บริเวณนั้น แต่อย่างไรก็ตามกรณีปัญหานี้ก็มีโอกาสที่จะทำให้พี่น้องที่สัญจรไปมา เกิดอุบัติเหตุอย่างร้ายแรง และถนนก็อาจทรุดตัวลงได้อีก จึงขอเรียนท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ในระยะยาว เพื่อป้องกัน การเกิดอุบัติเหตุของพี่น้องประชาชนในการใช้ถนนเส้นนี้ค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๒ เส้นทางซอยบ้านสวนเขาน้อย ๒๓ ตำบลบ้านสวน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ซอยถนนบ้านสวนเขาน้อย ๒๓ นี้เป็นทางเชื่อมต่อชุมชนเข้ากับถนนหลัก ๒ เส้น คือเชื่อมต่อไปยังถนนเศรษฐกิจ และเชื่อมต่อไปยังถนนเลี่ยงเมืองชลบุรี ดังภาพประกอบค่ะ ซึ่งเส้นทางดังกล่าวมีลักษณะเป็น ๒ เลนเล็กสวนกัน มีโค้งบางช่วง โดยมีรถของทั้งพี่น้องประชาชน มีรถขนส่งสินค้า แล้วก็รถบรรทุกขนาดใหญ่ที่สัญจร ผ่านไปมาอยู่ตลอด บ่อยครั้งก็มีผู้ใช้รถใช้ถนนสัญจรโดยความเร็วไม่ได้มีการชะลอ เป็นเหตุให้ พี่น้องประชาชนในชุมชนเกือบจะประสบอุบัติเหตุไปหลายครั้ง จึงขอเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการสร้างมาตรการป้องกันอุบัติเหตุบริเวณ เส้นทางดังกล่าวอย่างจริงจังเพื่อลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ครับ🔗

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ ผมได้รับการร้องเรียนจากนางบุญกว้าง นางสุพัตรา นายบุญช่วย อบต. และพี่น้องชาวเกษตรกร ชาวเขต ๘ จังหวัดอุดรธานี เรื่องราคา มันสำปะหลังตกต่ำครับ ตอนนี้พี่น้องได้รับผลกระทบ เนื่องจากว่าราคาอยู่ที่ ๑.๕๐ บาท ซึ่งถือว่าต่ำมาก อยากให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยเข้ามาพยุงราคามันสำปะหลัง ให้รัฐบาลดูแล พี่น้องมีความหวังว่าสักวันหนึ่งราคาจะขึ้นที่ ๒ บาท ถึง ๕ บาท ก็ฝากความหวัง ให้พี่น้องเกษตรกรชาวไร่ ชาวนาทั่วประเทศได้เฮด้วยนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ โครงการคืนครูสู่ห้องเรียน คืนครูให้นักเรียน โดยเคยมีการจ้าง ครูธุรการมาทำงานแทนครูประจำการ แต่ตอนนี้ครูธุรการอัตราจ้างหลายท่านชีวิตยังเคว้งคว้าง เพราะตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม เป็นต้นมายังไม่ทราบว่าเขาจะได้ทำงานต่อไปอีกหรือไม่ จะมีการจ้างครูธุรการอย่างไร ทางสมาคมครูธุรการทั่วประเทศได้มายื่นหนังสือผ่านผม และอยากให้กระทรวงศึกษาธิการ อยากให้รัฐบาลดูแลแก้ไขปัญหาให้พี่น้องครูอัตราจ้าง ซึ่งมีเกือบ ๓๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ การวางยุทธศาสตร์ การปราบยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ของรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร โดยมุ่งหวังเพื่อจะปราบปรามกำจัด ยาเสพติดให้สิ้นซากไปจากแผ่นดินไทย โดยมีการบูรณาการร่วมกันกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่สำคัญยิ่งต้องมีกฎหมายกำหนดโทษ ขั้นต่ำของผู้เสพเป็นเวลา ๕ ปี ๑๐ ปี เพื่อไม่ให้มีการใช้ดุลพินิจของศาล แล้วก็ปล่อยเสือเข้าป่า กลับคืนมาสู่อบายภูมิ ไปติดยาเสพติดอีกเช่นเคย ถ้าโทษผู้เสพต้องจำคุก ๕ ปี ๑๐ ปีก็จะทำให้ เข็ดหลาบครับ ส่วนผู้ค้าต้องจำคุกตลอดชีวิต ยึดทรัพย์ หรือจะส่งยมบาลไม่นานก็คงหมดไป จากแผ่นดินไทย ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ครับ🔗

นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอหารือท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นั่นก็คือกระทรวงคมนาคมครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

เรื่องแรก ก็คือถนนทางหลวง หมายเลข ๓๒๓ เป็นประตูเข้าสู่จังหวัดกาญจนบุรี คำนี้ผมได้พูดหารือกับท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตลอดเพื่อที่จะให้แก้ไขครับ นอกเหนือจากที่จะเป็นประตู สู่เมืองกาญจนบุรีแล้วครับท่านประธาน ถนนเส้นนี้เป็นถนนหลัก แล้วก็ชำรุดเสียหาย เพราะว่า พี่น้องประชาชนในพื้นที่ใช้เป็นหลัก และนอกเหนือจากในพื้นที่แล้วนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว จังหวัดกาญจนบุรี ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จะต้องผ่านและใช้เส้นนี้มาโดยตลอด จนกระทั่งสภาพ ที่เห็นครับ จะเป็นแบบนี้ แล้วก็จะมีการซ่อมแซมอยู่สม่ำเสมอ แต่ตั้งแต่ในปีนี้ยังไม่มี การซ่อมแซมเลย และที่สำคัญครับ ในช่วงนี้กำลังเป็นช่วงที่จะเข้าสู่เทศกาลท่องเที่ยว หรือว่า High Season โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดกาญจนบุรีจะมีงานประจำปี ก็คืองานสะพาน ข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งจะมีในวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ถึงวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๗ ท่านประธานครับ อันนี้คือเรื่องที่สำคัญอยากที่จะให้นักท่องเที่ยวนั้นเดินทางได้อย่างปลอดภัย ในขณะที่มาท่องเที่ยว เทศกาลงานประจำปีของจังหวัดกาญจนบุรี ก็ขอให้ท่านประธานได้กำชับไปยังกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองกาญจนบุรีเราก็ถือว่าโชคดีครับ มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรีด้วย ก็หวังว่าตรงนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สุรพงษ์ ปิยะโชติ จะได้ผลักดันเร่งเพื่อที่จะ Safe ชีวิตของคนในพื้นที่คนเมืองกาญจนบุรี และนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองกาญจนบุรีอยู่สม่ำเสมอ สถิติครับ เมืองกาญจนบุรีในปีนี้ นักท่องเที่ยวเยอะเป็นอันดับที่ ๒ ของประเทศครับท่านประธาน ฝากท่านประธานด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ครับ🔗

นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปูอัด ไชยามพวาน ผู้แทนราษฎรคนจอมทอง ท่าข้าม บางขุนเทียน พรรคไทยก้าวหน้าครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตมาพูดให้กับ พี่น้องกลุ่ม P-Move ที่ต่อสู้มาตั้งแต่รัฐบาล คสช. ที่มีการดำเนินนโยบายที่ละเมิดสิทธิ เช่น นโยบายทวงคืนผืนป่าที่ไล่คนอยู่มาก่อนออกจากป่าโดยไม่มีการพิสูจน์ ขอสไลด์ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ กรุงเทพมหานคร

จนวันนี้ครับ เรามีรัฐบาล ที่มาจากประชาชน สิ่งที่ P-Move ยังคงทวงถามอยู่เสมอก็คือ การแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไข ปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ซึ่งยื่นไปกับทางรัฐบาลตั้งแต่วันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๗ โดยข้อเรียกร้องตัวนี้ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของคดีชาวบางกลอย และชาวเลเกาะหลีเป๊ะที่จังหวัดสตูล แต่ก็ยังไม่มีคำตอบจากรัฐบาล ก็ขอให้ท่านประธาน ส่งไปยังท่านนายกรัฐมนตรีครับว่าได้โปรดฟังเสียงของพวกเขาด้วย🔗

อีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องที่ ๒ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ครับ เพื่อนสมาชิกในพื้นที่ ก็พูดประเด็นนี้ไปแล้ว ท่านได้พยายามติดตามทุกกระบวนท่าเพื่อหาคนผิดในการปกป้อง ประชาชนในพื้นที่ของท่าน วันนี้ผมขออนุญาตท่านมาช่วยอีก ๑ แรงครับ ท่านประธานครับ นี่คือพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขากมลา จังหวัดภูเก็ต ที่มีปัญหารุกป่า ที่มีความพยายาม จะทำให้เงียบ ท่านประธานดูภาพนะครับ เดิมการเปลี่ยนแปลงสภาพผืนป่าในกรมป่าไม้ เราจะมี Application ที่ชื่อว่า Application พิทักษ์ไพร โดยจะใช้ดาวเทียม Landsat 8 คอยนำแผนภาพมาถ่ายทุก ๆ ๑๖ วัน มาเปรียบเทียบว่าถ้ามีการรุกป่าจะมีการเตือนมาที่ กรมป่าไม้ แต่ท่านดูสไลด์นี้นะครับ ประเด็นคือตรงนี้ท่านประธาน คือช่วง ๒ ปีครึ่ง ถึง ๓ ปี ตั้งแต่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ถึง ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๗ Application ไม่เตือน แต่มาเตือน วันที่ ๑ เมษายน ซึ่งตามภาพนี้ครับท่านประธาน เป็นถนนที่เป็นทางเข้าไปแล้ว ซ้ำร้าย พอเรื่องแดงมีคนเข้าไปตรวจสอบกลับบอกว่าไม่พบผู้กระทำความผิด แต่ท่านประธาน มีคนละเว้นปฏิบัติหน้าที่เรื่องนี้แน่นอน เพราะที่ผ่านมาเกือบ ๓ ปี ตามภาพถ่ายดาวเทียม แจ้งตลอด แต่มีคนพยายามทำตัวมองไม่เห็น เพราะฉะนั้นขอฝากท่านประธานไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคนปัจจุบัน ลงไปในพื้นที่ให้เห็นกับตา ให้ได้ยินกับหูว่าจริงไหม และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้ให้ด้วย ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ครับ🔗

นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ภูเก็ต

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ อำเภอถลางและตำบลกะทู้ พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องชาวภูเก็ตมาปรึกษาหารือ ท่านประธานดังนี้ครับ ขอสไลด์ขึ้นด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ภูเก็ต

ภาพนี้ถ่ายสด ๆ เมื่อเช้าวันนี้เลยนะครับ บริเวณเกาะงำ อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้ ปัจจุบันมีผู้บุกรุกเข้าไป สร้างเพิงร้านค้าเพื่อจำหน่ายสินค้าแก่นักท่องเที่ยวที่ขี่ Jet Ski บริเวณดังกล่าว ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการตามกฎหมายให้เด็ดขาด ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ พี่น้องบ้านพรุจำปา บ้านเหรียง ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ร้องเรียนมาว่าเนื่องจากมีโครงการก่อสร้างในหมู่บ้าน ในพื้นที่จึงมีรถบรรทุกสิบล้อ รถพ่วงวิ่งเข้ามาในซอยหมู่บ้านบ่อยครั้ง วิ่งเร็วจนทำให้ถนนชำรุดเสียหายและเกรงว่าจะเกิด อุบัติเหตุกับลูกหลาน ฝากไปยังกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการ ตามกฎหมายเพื่อไม่ให้พี่น้องได้รับความเดือดร้อนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ พี่น้องจากบ้านด่านหยิด ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เป็นชุมชนติดทะเลอันดามันฝั่งตะวันออก ขอท่าเทียบเรือชุมชนเพื่ออำนวยความสะดวก ให้กับประชาชนในพื้นที่ในการประกอบอาชีพ ฝากไปยังกระทรวงคมนาคมด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๔ จังหวัดภูเก็ตมีเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันบ่อยครั้ง ล่าสุดยิงกันหน้าสถานี ตำรวจภูธรกะทู้เลยนะครับ ฝากไปยังตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกวดขันการพกพาอาวุธ ไปในที่สาธารณะ ทำให้จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองปลอดอาวุธ เพื่อความปลอดภัยของทุกคนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๕ ฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่าให้มาตอบกระทู้ถามเรื่องการยกระดับโรงพยาบาลถลาง จังหวัดภูเก็ต จากโรงพยาบาล ชุมชนให้เป็นโรงพยาบาลศูนย์ด้วยนะครับ เพื่อลดปัญหาการกระทบกระทั่งระหว่างผู้มาใช้ บริการและผู้ให้บริการ เนื่องจากบุคลากรและงบประมาณไม่เพียงพอ🔗

เรื่องสุดท้ายครับ ๙ โมงเช้าที่ผ่านมาวันนี้มีน้ำทะเลซัดขึ้นมาบนถนนบริเวณ หาดทรายแก้ว ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการป้องกันด้วยครับ เรื่องนี้เดี๋ยวอีกไม่นานถนนจะขาดเอา ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณพิพิธ รัตนรักษ์ ครับ🔗

นายพิพิธ รัตนรักษ์ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พิพิธ รัตนรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๒ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติ ด้วยความเคารพท่านประธานสภากระผมขออนุญาตหารือสัก ๑ เรื่องครับ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายพิพิธ รัตนรักษ์ สุราษฎร์ธานี

คือพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่เกิดขึ้น ที่พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนในหมู่ที่ ๗ ตำบลเกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานีครับ พื้นที่ดังกล่าวนั้นพี่น้องประชาชนได้เข้าไปทำมาหากินในพื้นที่ ดังกล่าวมาเป็นระยะเวลานาน เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ จนถึงปัจจุบัน ประมาณ ๔๐ กว่าปี พื้นที่ดังกล่าวนั้นพี่น้องประชาชนโดยส่วนมากกำเนิดที่อำเภอเกาะพะงันได้ไปทำอาชีพ ประมงชายฝั่ง ทำอาชีพร้านค้าร้านขาย ตลอดจนสร้างเป็นที่พักให้กับนักท่องเที่ยว พื้นที่ดังกล่าวนั้นต้องยอมรับว่าเป็นพื้นที่งอกประมาณ ๑๐๐ กว่าไร่ เกือบ ๒๐๐ ไร่ พื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ว่างครับ ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับหน่วยราชการหน่วยงานหนึ่ง หน่วยงานใด ที่ผ่านมามีบางหน่วยงานที่ได้เข้าไปดำเนินการจับกุมอ้างสิทธิว่า การอนุญาต ก่อสร้างในพื้นที่ดังกล่าวนั้นไม่ได้ขออนุญาตก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมาย และดำเนินการ ตามกฎหมาย ตามกระบวนการยุติธรรม พื้นที่บุคคลบางท่านมาก่อนบางกลุ่ม ในพื้นที่ ดังกล่าวนั้นต้องยอมรับว่าชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนนั้นประมาณเกือบ ๒๐๐ ครอบครัว ได้ร้องเรียนมาทางกระผม กระผมได้ร้องเรียนไปทางคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ท่านวิทยา แก้วภราดัย ให้ความสำคัญ ลงในพื้นที่รับฟังปัญหา สะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชนด้วยความเป็นจริง ได้มีการประชุมกัน ที่สำนักงานเทศบาลนครเกาะสมุยที่ผ่านมา พี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อนขอความเป็นธรรม ขอความชอบธรรมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง ส่วนท้องถิ่น ตลอดจนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อขอความอนุเคราะห์เป็นหลัก ในการแก้ไขปัญหา หาแนวทางให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนครับ กระผมขอนำเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กระทรวงมหาดไทยซึ่งถือเป็นหลักนะครับ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับ ความเดือดร้อน เพราะพี่น้องประชาชนนั้นได้รับความเดือดร้อนในเรื่องของการทำมาหากิน พี่น้องประชาชนต้องการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย ตามหน่วยงานราชการ ที่ได้มอบหมายให้ด้วยความตั้งใจจริง วัตถุประสงค์พี่น้องประชาชนต้องการปฏิบัติ ตามกฎหมายและเคารพตามกฎหมายของหน่วยงานที่แก้ไขและปฏิบัติโดยความชอบธรรม ให้กับพี่น้องประชาชน กระผมขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ครับ🔗

นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมุทรสงคราม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาชน ผมขอปรึกษาหารือ ท่านประธานเพียงเรื่องเดียวครับ แต่เป็นเรื่องที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก ดังนี้ครับ🔗

ท่านประธานครับ ถนนพระราม ๒ ถนนในตำนานที่มีการก่อสร้างยาวนาน มากว่า ๕๐ ปี ปัจจุบันมีการก่อสร้างทางด่วนอยู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เร่งรัดให้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี ๒๕๖๘ ก็อีกประมาณ ๑ ปีกว่า ๆ นะครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจังหวัดสมุทรสงครามจำนวนมากว่าช่วงเวลาที่เดินทาง ไปกลับกรุงเทพมหานครต้องใช้เวลา ๓-๔ ชั่วโมง จากปกติใช้เวลาไม่เกิน ๒ ชั่วโมง สร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมากนะครับ แล้วก็ยังพบปัญหาอื่น ๆ บนท้องถนนอีก ๓ เรื่อง ดังนี้ครับ🔗

เรื่องที่ ๑ พื้นผิวจราจรเป็นหลุม เป็นบ่อ บางจุดเป็นเนินใหญ่ Asphaltic คอนกรีตแตกร่อนทำให้รถยนต์ที่ตกหลุมยางแตก รถจักรยานยนต์ล้มคว่ำได้รับบาดเจ็บ มาหลายรายเลยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ช่วงเวลาที่ฝนตกหนักถนนบางช่วงมีน้ำท่วมขัง ระบายช้า โดยเฉพาะเวลาที่มีน้ำทะเลหนุน การจราจรถึงกับเป็นอัมพาต รถเล็กไม่สามารถผ่านได้นะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ช่วงเวลาสามทุ่มถึงเช้ามืดของทุก ๆ วันจะมีการปิดถนน ปัจจุบัน มีบางช่วงที่การก่อสร้างแล้วเสร็จแล้วนะครับ ไม่มีการทำงาน จึงขอให้คืนผิวจราจรในส่วนนี้ ให้รถวิ่งได้ตามปกติจะทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกขึ้นนะครับ🔗

ผมจึงขอฝากท่านประธานนำปัญหาทั้ง ๓ เรื่องนี้ประสานไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อจัดการแก้ไขปัญหาจะเป็นการลดความเดือดร้อนของประชาชน ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนน ในจังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร ราชบุรี เพชรบุรี รวมถึงประชาชนในภาคใต้และ ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้ถนนพระราม ๒ ได้รับประโยชน์ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะผู้ประนีประนอมประจำศาลแพ่งตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ซึ่งมานั่งฟัง การประชุมอยู่ชั้น ๔ ครับ ต่อไปขอเชิญคุณทิสรัตน์ เลาหพล ครับ🔗

นางสาวทิสรัตน์ เลาหพล กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวทิสรัตน์ เลาหพล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ผู้แทน ชาวบางแค หนองแขม พรรคประชาชนค่ะ วันนี้ดิฉันขอนำความเดือดร้อนของประชาชน ในพื้นที่มาปรึกษาหารือดังนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวทิสรัตน์ เลาหพล กรุงเทพมหานคร

เรื่องแรก ปัญหาไฟส่องสว่าง เส้นเลียบคลองทวีวัฒนา บริเวณหน้าหมู่บ้านสินวงศ์การ์เด้น และเส้นเพชรเกษม ตั้งแต่ช่วงซอย ๘๑ ถึงประมาณเพชรเกษม ๑๑๖ ฝั่งหนองแขมนี่มืดมิดค่ะ พอเลยไปนิดเดียว จังหวัดสมุทรสาครก็สว่างขึ้นมาเลย จึงขอฝากไปยัง สนย. และกรมทางหลวงให้เร่งดำเนินการ แก้ไขด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ปัญหาเดิม ๆ อีกแล้วค่ะ เมื่อทำพื้นถนนเสร็จ ประปาก็เข้ามาทำท่อ ทีหลังทำให้พื้นถนนต้องขุดเจาะใหม่อีกครั้งค่ะ นี่คือปัญหาที่ชี้ให้เห็นถึงการขาดการวางแผน ร่วมกันระหว่าง กทม. และการประปานครหลวง จึงขอฝากไปยังทั้ง ๒ หน่วยงานช่วยคุยกัน ก่อนปรับปรุงถนนกันด้วยค่ะจะได้ไม่เสียเวลา🔗

เรื่องที่ ๓ กล้อง CCTV ของ กทม. ในพื้นที่บางแค หนองแขม มีน้อยมาก เมื่อเทียบกับเขตในเมืองที่มีกล้องสามารถเข้าไปดูในระบบได้อยู่หนาแน่น ในขณะที่ ประชาชนในบางแคที่มีอยู่ประมาณ ๑๙๓,๐๐๐ กว่าคน มากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของกรุงเทพฯ และหนองแขมอีก ๑๕๕,๐๐๐ กว่าคน เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนหรือถูกปล้นจี้ ขึ้นมาไม่สามารถหาพยานหลักฐานได้ จึงขอฝากไปยังผู้ว่า กทม. ร่วมกับ บช.น. ติดตั้งกล้อง เพิ่มเติมและเชื่อมต่อระบบทั้ง ๒ หน่วยงานเข้าด้วยกันค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ ครับ🔗

นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย วันนี้นำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาเสนอผ่านท่านประธาน ๒ ประเด็นค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ พิษณุโลก

ประเด็นที่ ๑ ถนนสาย พล. ๒๐๔๓ แยกทางหลวงหมายเลข ๑๒ บ้านสนามคลี บริเวณหลังมหาวิทยาลัย นเรศวรค่ะ ซึ่งมีระยะทางประมาณ ๓๘ กิโลเมตร ถนนเส้นนี้เป็นถนนเลียบคลองชลประทาน ซึ่งมีน้ำอยู่ในลำคลองอยู่ตลอดเวลา เป็นถนนที่คับแคบมาก นิสิต บุคลากรมหาวิทยาลัย นเรศวรและพี่น้องประชาชนใช้สัญจรกันมากค่ะ แล้วก็มีไฟฟ้าส่องสว่างและ Guard Rail น้อยมากค่ะ ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงขอเร่งรัดให้กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ปรับปรุงและขยายถนนติดตั้ง Guard Rail ระบบไฟฟ้าส่องสว่างและไฟกระพริบค่ะ บนถนนสาย พล. ๒๐๔๓ โดยเฉพาะในช่วง กม. ที่ ๑๐ ถึง กม. ที่ ๓๓ โดยเฉพาะจุดทางแยก ประตูระบายน้ำ C23 ค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๒ บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยนเรศวรค่ะ ซึ่งมีนิสิตและบุคลากร มากกว่า ๓๐,๐๐๐ คน มีโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรขนาดมากกว่า ๖๐๐ เตียง มีศักยภาพในการบริการผู้ป่วยประชาชนมากกว่า ๔๐๐,๐๐๐ รายต่อปีค่ะ แต่ว่ามีการสัญจร เข้าออกจำนวนมาก บริเวณดังกล่าวอยู่บนถนนทางหลวงหมายเลข ๑๑๗ ตอนหนองนา- พิษณุโลก ในช่วงของ กม. ๑๑๘+๒๐๐ มีรถสัญจรมากกว่า ๒๖,๐๐๐ คันต่อวัน ส่งผลให้การจราจรหนาแน่นติดขัดสะสมอย่างหนักโดยเฉพาะในช่วงเช้าและช่วงเย็น และมักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงขอเร่งรัดให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ดำเนินการ ก่อสร้างอุโมงค์ลอดหรือสะพานเกือกม้าบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยนเรศวรเพื่อเพิ่มความสะดวก และความปลอดภัยในการสัญจร และเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณหน้า มหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นการเร่งด่วน ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์🔗

นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ กรุงเทพมหานคร

เรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๑ พระนคร ป้อมปราบ สัมพันธวงศ์ บางรัก ดุสิต พรรคประชาชน วันนี้ผมขอปรึกษาหารือปัญหาในพื้นที่ครับ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ กรุงเทพมหานคร

เรื่องที่ ๑ การเฝ้าระวัง จุดเสี่ยงน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร เขต ๑ โดยพื้นที่ผมจำนวนมากติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เกือบทุกเขตทำให้ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี แต่เนื่องจากปีนี้มีปริมาณ น้ำหลากจากทางเหนือและฝนตกหนักเป็นพิเศษ ผมขอเสนอให้มีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยมีจุดเสี่ยงค่อนข้างเยอะ เช่น ศาลเจ้าโรงเกือก เขตสัมพันธวงศ์ที่ยังคงมีปัญหาน้ำท่วม อยู่ทุกปี แม้ว่าจะมีการก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำแล้วก็ตาม ผมจึงขอสอบถามความคืบหน้า และตรวจสอบความเรียบร้อยของโครงการนี้นะครับ และผมได้ฝาก QR Code ในจุดเสี่ยงต่าง ๆ ในเขตผมไว้บนสไลด์ ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร หรือจะเป็น สำนักการระบายน้ำ และสำนักงานเขต ให้ดำเนินการได้เลยนะครับ🔗

สไลด์ถัดไป ยกตัวอย่างที่ผมไปลงพื้นที่ที่มัสยิดหลวงโกซา ถนนทรงวาด ที่จะน้ำท่วมด้วยเหตุฝนตกหนัก ในรูปคือเมื่อ ๓ วันที่แล้วข อให้เร่งปรับปรุงระบบระบายน้ำ แล้วก็ขยายช่องทางระบายน้ำให้เพียงพอ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอปรึกษาไปยังกรมธนารักษ์เกี่ยวกับการใช้พื้นที่รกร้างในชุมชน หลังบ้านมนังคศิลา โดยผมขอส่งต่อข้อเสนอจากประชาชนในพื้นที่ในชุมชนหลังบ้าน มนังคศิลา ซึ่งมีจำนวนประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะนี้พื้นที่กลางชุมชนที่เป็นพื้นที่ รกร้าง ไม่ได้ใช้งานนะครับ ซึ่งเป็นทรัพย์สินของกรมธนารักษ์ จึงฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้พิจารณาใช้พื้นที่ที่รกร้างนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในพื้นที่ด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ การจอดรถในที่ห้ามจอดยังคงเป็นปัญหาสร้างความเดือดร้อนให้กับ ประชาชนในพื้นที่ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูแลตรงพื้นที่วัดไตรมิตรและถนนกรุงเกษม ช่วงชุมชนโปลิศสภา🔗

เรื่องสุดท้าย ยาเสพติดระบาดในพื้นที่นะครับ ขอเสนอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องมาแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะชุมชนวัดญวน-คลองลำปัก ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณกรวีร์ สาราคำ ครับ🔗

นายกรวีร์ สาราคำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกรวีร์ สาราคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ครับ🔗

๑. ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายสุขุม นาคาแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๕ ตำบลดอนหายโศก อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เรื่อง ถนนชำรุดทรุดโทรม เส้นระหว่างบ้านนาอุดมไปบ้านสามพร้าว ซึ่งถนนเส้นนี้มีความสำคัญต่อพี่น้อง ตำบลดอนหายโศกเป็นอย่างมาก เพราะถนนเส้นนี้เป็นเส้นทางหลักที่ลูกหลานใช้เดินทาง ไปทำงานและไปโรงเรียนเพื่อเข้าสู่ตัวเมืองจังหวัดอุดรธานีครับ🔗

๒. ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายอภิชาต พาราศรี นายกเทศบาล ตำบลหนองไผ่ อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เรื่องถนนชำรุดทรุดโทรม เส้นระหว่าง บ้านโนนสวรรค์ไปบ้านอุ่มจาน ถนนเส้นนี้ได้รับเรื่องร้องเรียนมาเป็นเวลานาน แต่ก็ยังไม่ได้รับ การอุดหนุนงบประมาณลงไปซ่อมแซมถนนเส้นนี้ครับ🔗

๓. ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายจรูญ เดชโยธา นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลดอนกลอย อำเภอพิบูลย์รักษ์ จังหวัดอุดรธานี เรื่องถนนชำรุดทรุดโทรม เส้นระหว่างบ้านดอนกลอยไปบ้านดงยางน้อย ถนนเส้นนี้ชำรุดทรุดโทรมมากครับ พี่น้องประชาชนชาวตำบลดอนกลอยได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากในการเดินทางเข้าสู่ ตัวจังหวัดอุดรธานี เพราะเป็นถนนเส้นหลัก🔗

ท่านประธานครับ ถนนทั้ง ๓ เส้นนี้ที่ผมได้พูดมาเป็นถนนขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัดอุดรธานี และยังมีอีกหลายเส้นที่ชำรุดทรุดโทรมและยังไม่ได้รับการซ่อมแซม แต่ผมขอย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร อบจ. อุดรธานี ได้รับงบอุดหนุนเฉพาะกิจถึง ๑๕๐ ล้านบาท แต่หลังจากถูกปฏิวัติ อบจ. อุดรธานีได้รับ งบอุดหนุนเฉพาะกิจเพียงปีละ ๔๐-๕๐ ล้านบาท ยกเว้นปี ๒๕๖๐ ซึ่งไม่ได้รับเลยสักบาท แล้วก็ยังมีปี ๒๕๖๕ อีกครับ ทางจังหวัดอุดรธานีได้รับงบประมาณเพียง ๒๖ ล้านบาท จากทุก ๆ ปีที่เคยได้รับงบประมาณ ๓๑๘-๓๒๐ ล้านบาทในแต่ละปี จังหวัดอุดรธานี เป็นจังหวัดใหญ่อันดับ ๗ ของประเทศ แต่ปี ๒๕๖๕ กลับได้รับงบประมาณเป็นอันดับที่ ๗๗ ของประเทศ แล้วจังหวัดอุดรธานีที่กำลังจะพัฒนาเป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศ ในการเป็นเจ้าภาพพืชสวนโลกในปี ๒๕๖๙ นี้ ผมจึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ช่วยคืนความเป็นธรรมและอุดหนุนงบประมาณลงมาที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อเป็นหน้าเป็นตา ให้กับประเทศ เพื่อเตรียมตัวต้อนรับคนต่างถิ่นและคนต่างแดนที่จะเดินทางมาเที่ยว งานพืชสวนโลกในปี ๒๕๖๙ นี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปท่านสุดท้าย คุณกุลวลี นพอมรบดี ครับ🔗

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้มีประเด็นมาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะคะ🔗

เรื่องแรกเป็นเรื่องของการประปาส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย ก่อนอื่น ต้องกราบขอบพระคุณนะคะ ทาง กปภ. ที่ได้ลงพื้นที่ร่วมกับดิฉันและท่านนายกอรรถพล พระลักษณ์ ท่านนายกเทศบาลตำบลหินกอง รับฟังความเดือดร้อนของพี่น้องชาวตำบลหินกอง อำเภอเมืองราชบุรี ถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพ โดยที่ผ่านมา ๒-๓ ปีมานี้ ทาง กปภ. ก็ได้ดำเนินการขยายเขตท่อเมนในพื้นที่ตำบลหินกองมาโดยตลอด แต่ยังไม่ครอบคลุม เนื่องจากขณะนี้ชุมชนมีการขยายตัวทำให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ดิฉันจึงขอให้ทาง กปภ. ช่วยอนุเคราะห์ในการขยายเขตท่อเมนและขยายเขตเข้าซอย ของพื้นที่หมู่ ๑ ตำบลหินกองด้วยค่ะ โดยช่วงแรกคือบริเวณตั้งแต่สนามกีฬาโรงเรียนวัดเขากรวด ขึ้นไปถึงร้านขายอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ก่อนถึงวงเวียนหมู่ ๑ หินกอง ช่วงที่ ๒ นะคะ ขยายเขตเข้าซอยหมู่บ้านพูนทรัพย์ ๒ หมู่บ้านฟ้าใส ๕ และหมู่บ้านพูนทรัพย์ปาร์ควิว ช่วงที่ ๓ กปภ. ได้เข้าดำเนินการขยายเขตแล้วคือพื้นที่หมู่ ๘ ตำบลหินกอง แต่ยังไม่สามารถ จ่ายน้ำได้ เนื่องจากแรงดันน้ำไม่พอ ก็ขอให้ช่วยเสริมแรงดันน้ำด้วยนะคะพี่น้องรอใช้น้ำ ของ กปภ. อยู่ค่ะ เฉกเช่นเดียวกันค่ะท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคูบัว ท่านประยง พิมเพราะ ก็ได้หารือถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพ ดิฉันก็ขอให้ทาง กปภ. ช่วยลงพื้นที่สำรวจและจัดสรรงบประมาณในการขยายเขตจ่ายน้ำให้กับพี่น้อง ชาวตำบลคูบัว อำเภอเมืองราชบุรีด้วยค่ะ ขอคลิปด้วยนะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ราชบุรี

เรื่องที่ ๒ สืบเนื่องจากว่าในพื้นที่ เทศบาลตำบลหลักเมือง อำเภอเมืองราชบุรี ประกอบไปด้วยตำบลพงสวาย ตำบลโคกหม้อ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการขยายตัวทำให้ขณะนี้มีพี่น้องอาศัยอยู่ประมาณเกือบ ๗,๕๐๐ ครัวเรือน หรือ ๑๗,๐๐๐ คน โดยดิฉัน ท่านนายกสินาด รุ่งจรูญ ท่านนายกเทศบาลตำบลหลักเมือง หลวงพ่อพระคุณเจ้าวัดท้ายเมือง ท่านผู้นำได้ลงพื้นที่ร่วมกันตรวจสอบปัญหาน้ำในชุมชน ดังที่ปรากฏในภาพนะคะ ก็จะมีคลองท้ายเมืองและคลองริมทางรถไฟ ดิฉันจึงต้องขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังองค์การจัดการน้ำเสีย กระทรวงมหาดไทย ขอให้ลงพื้นที่สำรวจ และจัดสรรงบประมาณในการแก้ไขปัญหาเพื่อจัดการน้ำเสียให้กับพี่น้องในพื้นที่เทศบาล ตำบลหลักเมืองด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๕๔ คน
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกมาร่วมลงชื่อเพื่อเข้าประชุม ๓๐๒ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ ผมจึงขอดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม วันนี้ไม่มีนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗

ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระคือ รับทราบการสิ้นสุดสมาชิกภาพของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วย พลเอก พิศาล วัฒนวงษ์คีรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๗ เป็นต้นไป ซึ่งเป็นผลให้สมาชิกภาพของคุณพิศาลสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๘) ดังนั้นขณะนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่คือ ๔๙๒ ท่าน องค์ประชุมกึ่งหนึ่งต้องเท่ากับ ๒๔๖ ท่าน จึงแจ้งมาให้ที่ประชุมทราบนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มีครับ🔗

ต่อไปก็จะเป็นการพิจารณาเรื่องด่วน🔗

นายธนา กิจไพบูลย์ชัย ศรีสะเกษ

ขออนุญาตท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายธนา กิจไพบูลย์ชัย ศรีสะเกษ

เรื่องขออนุญาตเสนอชื่อกรรมาธิการ วิสามัญแทนตำแหน่งที่ว่างครับ กระผม ธนา กิจไพบูลย์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ๆ เดี๋ยวขออนุญาต ที่ประชุมก่อน เนื่องจากว่าก่อนจะเข้าสู่เรื่องด่วน มีสมาชิกเสนอในระเบียบวาระอื่น ๆ นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗

ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๒ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นายนรินทร์ คลังผา และนางสาวตวงทิพย์ จินตะเวช)🔗

ซึ่งเป็นการใช้เวลาไม่มากนัก ขออนุญาตที่ประชุมว่า จะให้มีการเสนอ ระเบียบวาระนี้ในช่วงก่อนขึ้นเรื่องด่วนนะครับ ถ้าไม่มีผู้ใดเสนอเป็นอย่างอื่นก็อนุญาต ให้ท่านเสนอชื่อกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลงด้วยครับ เชิญครับ🔗

นายธนา กิจไพบูลย์ชัย ศรีสะเกษ

กระผม ธนา กิจไพบูลย์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย วันนี้กระผมขอเสนอชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๒ ตำแหน่ง คือ ๑. นายศุภชัย ใจสมุทร และ ๒. นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สัดส่วนของ คณะรัฐมนตรีก็คงไม่ต้องรับรองครับ ตั้งคุณศุภชัยแทนคุณนรินทร์ คลังผา ใช่ไหมครับ ๑ ท่าน🔗

นายธนา กิจไพบูลย์ชัย ศรีสะเกษ

ใช่ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แล้วอีกท่านหนึ่ง🔗

นายธนา กิจไพบูลย์ชัย ศรีสะเกษ

คุณพิมพฤดา ตันจรารักษ์ แทนคุณตวงทิพย์ จินตะเวช ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ซึ่งลาออกครับ ก็ถือว่าพ้นจากคณะกรรมาธิการและแต่งตั้ง ๒ ท่านนี้🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ ด้วยความเคารพครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ติดใจการเสนอชื่อ เพื่อนสมาชิกเป็นกรรมาธิการนะครับ แต่อยู่ดี ๆ เลื่อนวาระมาแล้วก็ไม่ได้อยู่ในวาระปกติ ประธานก็ยังไม่ได้อ่านนะครับว่ามีใครลาออกจากคณะไหน หรือว่ามีประธานคณะนั้น แจ้งมาว่ามีใครลาออกอย่างไรบ้าง ผมเองไม่ทราบว่าตกลงการตั้งครั้งนี้ชอบหรือไม่ชอบอย่างไร จะรบกวนท่านประธานได้กรุณาย้อนวาระนำเรียนอีกสักรอบได้ไหมครับ ว่าใครลาออก อะไร อย่างไร แล้วตั้งแทนใคร ในสัดส่วนของใคร อย่างไร เพื่อความครบถ้วนสมบูรณ์ครับ ท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คุณณัฐวุฒิครับ ก็จะเริ่มใหม่ในวาระที่ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลงนะครับ เนื่องจาก ประธานคณะกรรมาธิการ พลตำรวจตรี ธรรมนูญ มั่นคง ได้มีหนังสือแจ้งว่า นายนรินทร์ คลังผา และนางสาวตวงทิพย์ จินตะเวช ได้พ้นจากการเป็นกรรมาธิการ เนื่องจากลาออก ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) จึงขอให้เสนอชื่อกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง ซึ่งเป็น สัดส่วนของคณะรัฐมนตรีทั้ง ๒ ตำแหน่งนั้น เชิญเสนออีกครั้งหนึ่งครับเพื่อความชัดเจน ๒ ท่านนะครับ🔗

นายธนา กิจไพบูลย์ชัย ศรีสะเกษ

ขออนุญาตท่านประธานครับ กระผม ธนา กิจไพบูลย์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทยครับ ขออนุญาตเสนอชื่อ นายศุภชัย ใจสมุทร และนางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ แทนตำแหน่ง ที่ว่างในสัดส่วนคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ใดจะเสนอ เป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่า นายศุภชัย ใจสมุทร และนางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ ได้เป็นคณะกรรมาธิการตามที่มีผู้เสนอนะครับ🔗

ต่อไปก็เป็นเรื่องด่วนนะครับ🔗

เรื่องด่วน🔗

ด้วยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้เลื่อนการพิจารณาระเบียบวาระ เรื่องด่วนออกไปก่อน ดังนี้🔗

๑. ให้เลื่อนเรื่องด่วนที่ ๑ และเรื่องด่วนที่ ๒ ออกไปก่อนเพื่อรอการพิจารณา พร้อมกับร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีจะเสนอ มายังสภาผู้แทนราษฎรนะครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือ นิดหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องด่วนที่ ๑ และ ๒ ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

เรียนท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดระยอง ในฐานะวิปฝ่ายค้าน คือจริง ๆ นี่น่าจะเป็นการลุกขึ้นหารือเกี่ยวกับเรื่องด่วนที่ ๑ และ ๒ น่าจะเป็นครั้งที่ ๕ ที่ ๖ แล้วนะครับ ที่มันยังคงอยู่ในเรื่องว่าขอให้มีการเลื่อนไปก่อนเพราะว่ามันกลับมาแล้วจาก ครม. แล้วก็โดยสรุปที่ประชุมก็บอกว่าเห็นชอบกับเลื่อนไปจนกว่าร่าง ครม. จะมา คำถามครับ ในการถามครั้งที่ ๕ ครั้งที่ ๖ นี่ครับ ก็ต้องถามผ่านท่านประธานไปยังทางวิปรัฐบาล แล้วก็ทาง ครม. ว่าเมื่อไรจะพร้อมครับ คือเรากำลังจะหมดสมัยแล้วนะครับท่านประธาน นี่เรื่องที่ ๑🔗

เรื่องที่ ๒ ผมก็เชื่อว่าทั้งท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แล้วก็ท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ก็น่าจะพร้อมในการพิจารณาร่างกฎหมาย เรื่องนี้อยู่แล้ว แล้วสภาของเรานะครับ การที่ให้เรื่องด่วนที่ ๑ และ ๒ ค้างอยู่เป็นเวลานาน ขนาดนี้ ผมคิดว่าวันนี้ผมอยากได้ความชัดเจน อยากได้คำตอบจากทางวิปรัฐบาล และจาก ครม. ว่าเราจะได้เริ่มพิจารณาเรื่องนี้เมื่อไร นี่ใกล้จะหมดสมัยนะครับ ผมย้ำอีกครั้ง ก็เลยต้องขออนุญาตหารือท่านประธาน แล้วก็ขอให้ทางรัฐบาลช่วยกรุณาลุกขึ้นตอบหน่อย ครับว่า ความชัดเจนหลังจากนี้จะกลับเข้ามาพร้อมร่าง ครม. เมื่อไร และที่สำคัญทัน ในการปิดสมัยประชุมนี้หรือไม่ ก็รบกวนท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ วิปรัฐบาล จะช่วยกรุณาตอบได้ไหมครับ ยังไม่มีคำตอบ เดี๋ยวค่อยหารือได้ครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ท่านประธานขออนุญาตนิดเดียวครับ ผมเห็นว่าตรงนี้มีทั้งท่านประธานวิปรัฐบาล มีทั้ง ครม. อยู่นะครับ ผมก็คิดว่าอย่างน้อย ก็น่าจะได้คำตอบว่าตอนนี้ที่บอกว่าให้รอร่าง ครม. นี่ถึงไหนแล้ว จริง ๆ ไม่น่ายาก เพราะปกติเราก็หารือกันว่าอยากให้กลับเข้ามาเร็ว ๆ เพราะกฎหมายเดินไปได้ช้ามาก ๕-๖ ครั้งนี่มัน ๑๐๐ กว่าวันแล้วนะครับท่านประธาน อย่างไรรบกวนด้วยจริง ๆ ครับว่า วันนี้ผมอยากได้ความชัดเจนว่าร่างนี้ตกลงจะเป็นเรื่องด่วนที่ค้าง แล้วต้องเลื่อนไปเรื่อย ๆ จนถึงเมื่อไร และจะทันภายในปิดสมัยประชุมหรือไม่ครับ เพราะเราเหลืออีกไม่กี่สัปดาห์แล้วครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมท่านมนพรครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะวิปของคณะรัฐมนตรีค่ะ ขออนุญาตนำเรียนต่อท่านประธานสภาไปถึงท่านสมาชิกว่า ร่าง พ.ร.บ. การจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในช่วงที่ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ท่านพ้นไปจากตำแหน่งในขณะนั้นนะคะ เนื่องจากร่างนี้ได้รับฟังความเห็นของหน่วยงาน เกือบจะครบในขณะนั้นนะคะ จึงได้ยื่นเรื่องนี้กลับไปให้กระทรวงให้รับฟังความคิดเห็นให้เสร็จ แต่ต่อมาท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร มารับตำแหน่ง เนื่องจากบางความเห็น ของหน่วยงานไม่ครบนะคะ ทางกฤษฎีกาก็เลยตีกลับ ขณะนี้ความเห็นของหน่วยงานครบแล้ว อยู่ในขั้นตอนของการตรวจของกฤษฎีกา ในการประชุม ครม. ที่ผ่านมา ดิฉันก็นำเรียนว่า ขออยากจะให้ร่าง พ.ร.บ. การจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้เข้าทันในสมัยประชุมนี้ ในสัปดาห์นี้ดิฉันขอติดตามขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของกฤษฎีกาได้ตรวจ แล้วก็เพื่อจะนำเข้า ครม. แล้วก็ส่งกลับมาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา เฉกเช่นเดียวกับที่เราพิจารณาร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางราง พ.ศ. .... ในวันนี้ค่ะ เพราะว่าการที่เราจะได้ฟังความคิดเห็นของหน่วยงาน จะต้องครบทุกหน่วยงานแล้วก็ครบทุกประเด็นเพื่อความรอบคอบในการพิจารณากฎหมาย ที่มีความสำคัญต่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศค่ะ จึงนำเรียนเพื่อให้ทราบค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพรครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ท่านประธานครับ ขอนิดเดียวครับ ท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

เรียนท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดระยอง ในฐานะวิปฝ่ายค้าน ก่อนอื่น ก็ขอกล่าวขอบคุณผ่านท่านประธานไปยังท่านมนพร เจริญศรี ที่ได้กรุณาลุกขึ้นให้ความคืบหน้า ว่าตอนนี้ก็คืออยู่ในขั้นตอนของกฤษฎีกาในการตรวจร่าง แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ก็อยากให้ท่านย้ำ อีกครั้งเป็นการยืนยันว่าเราทันในสมัยประชุมนี้ อย่างน้อย ๆ ก็คือถ้าทันภายในวันที่ ๓๐ ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายก็จะเป็นการดีมาก ก็ต้องรบกวนจริง ๆ เพราะว่าเราอยากให้ กฎหมายของสภาผ่านไปอย่างราบรื่น แล้วก็ได้ความเห็นอย่างครบถ้วน ซึ่งก็ถ้าเกิดภายใน สมัยประชุมนี้ก็จะเป็นการดีครับ จึงขอรบกวนถามท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ยืนยันอีกครั้งได้ไหมครับว่าทันวันที่ ๓๐ จริง ๆ ครับ แค่นี้เลยครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ เนื่องจากพระราชบัญญัติที่เรากล่าวถึง ร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นเรื่องใหญ่ที่สำคัญ เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อเอามาพิจารณาในสมัยประชุมนี้ได้ก็ดี ในช่วงปิดสมัยประชุมจะได้ประชุมกรรมาธิการนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องด่วนที่ ๑ เรื่องด่วนที่ ๒ เลื่อนไปก่อนตามที่ได้กล่าวถึงเพื่อที่จะรอตามที่รัฐมนตรีได้แจ้งว่ากำลังติดตามที่คณะรัฐมนตรี จะเสนอมายังสภานะครับ ส่วนเรื่องด่วนที่ ๓ และเรื่องที่ ๔ ก็เช่นเดียวกันครับ เป็นพระราชบัญญัติ ต่อเนื่องกันจะได้พิจารณาพร้อม ๆ กับฉบับที่คณะรัฐมนตรีจะนำเสนอ ต่อไปนะครับ เชิญครับ🔗

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

เรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมืองจากพรรคประชาชน ในฐานะผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งผมเป็นผู้เสนอร่าง ซึ่งตามระเบียบวาระทั้งเรื่องด่วนที่ ๓ และเรื่องด่วนที่ ๔ คณะรัฐมนตรีรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ แล้วก็ส่งคืนมาให้ สภาผู้แทนราษฎร ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๑๘ แล้วก็ค้างการประชุมมาตั้งแต่ วันพุธที่ ๑๘ กันยายน ซึ่งในการพูดคุยกันว่าจะมีร่างของคณะรัฐมนตรี ซึ่งพิจารณากฎหมาย อีกฉบับหนึ่ง คือร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คำถาม เช่นเดียวกับเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ครับ ตอนนี้วิทยุชุมชนทั่วประเทศเดือดร้อน ต้องการให้มี การแก้ไขกฎหมาย ผู้แทนราษฎรก็เตรียมพิจารณาเพื่อแก้ไข แต่ว่าไปติดอยู่ที่ตรงที่หน่วยงาน วันนี้ผมถามไปถึง ครม. ครับ ถามไปถึงนายกรัฐมนตรีว่าร่างที่เป็นร่างการเงินที่จะส่ง กลับมาพิจารณาประกอบกันทั้ง ๒ ร่าง ตามที่ได้คุยกันไว้ดำเนินเรื่องเดินหน้าไปถึงไหนแล้ว ครับ ถ้าไม่เชื่อว่าวิทยุชุมชนเขาเดือดร้อน ถามท่านอดิศรดูก็ได้ ในพรรคลองคุยกันดูก็ได้ครับ ท่านประธานว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่วิทยุชุมชนเขาต้องการจริง ๆ จะเอาอย่างไรครับ ผมอยากทราบ คำตอบจริง ๆ ว่า ร่างที่เป็นร่างการเงิน นายกรัฐมนตรีจะเซ็นกลับมาให้สภาพิจารณาหรือไม่ ถ้าท่านไม่ ท่านก็ตอบให้ชัดเจนเลยครับ ไม่ใช่ยื้อดึงกันไป เรื่องด่วนมันไม่ด่วนแล้วครับ ตอนนี้เป็นเรื่องด่วน ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้ก็มีข้อบังคับ อยู่แล้วนะครับ ถ้าเป็น พ.ร.บ. การเงิน เมื่อรัฐบาลรับพิจารณาแล้วภายใน ๖๐ วัน ต้องแจ้งกลับมา ก็อยู่ในข้อบังคับนะครับ ต่อไปก็เป็นการพิจารณาเรื่องด่วนที่ ๕🔗

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ท่านประธานอาจจะเข้าใจผิดครับ คือผมยังไม่ได้รับคำตอบในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งตัวแทน ครม. ก็อยู่ที่นี่ อยากจะทราบ คำตอบจริง ๆ ครับ วิปรัฐบาลก็อยู่ที่นี่นะครับ ว่าร่างนี้สุดท้ายจะส่งมาให้สภาพิจารณา ทันสมัยประชุมนี้ไหม วิทยุชุมชนเขากระจายอยู่ทั่วประเทศเขารอฟังคำตอบครับท่านประธาน ผมขอคำตอบที่ชัดเจนครับ Timeline ที่ชัดเจนจริง ๆ ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการ ท่านมนพรครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะวิปของคณะรัฐมนตรี ในร่าง พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการ โทรทัศน์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขณะนี้ดิฉันตอบเลยว่า ไม่ทันค่ะ เนื่องจากมันมีองค์ประกอบ แล้วก็สาระสำคัญเกี่ยวกับเรื่อง พ.ร.บ. การเงิน ยิ่งต้องเกี่ยวกับเรื่อง พ.ร.บ. การเงิน รัฐบาล ก็ต้องคิดให้รอบคอบค่ะ เพราะว่ามันต้องมีความต่อเนื่องเรื่องของการจัดสรรคลื่นความถี่ เรื่องของรายได้ แล้วก็องค์ประกอบต่าง ๆ ในร่างของกฎหมาย เนื่องจากส่งให้หน่วยงานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกระทรวง DE แล้วก็ในเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เขาตอบกลับมาว่า ขอทบทวน เนื่องจากมันเป็นกฎหมายบางกฎหมายที่มีผลกระทบต่อเรื่องของความมั่นคงด้วย ก็จึงขออนุญาตนำเรียนว่าในสมัยประชุมนี้ไม่ทันค่ะ แต่ก็จะมีความพยายามที่จะฟังความเห็น ทุกหน่วยงานให้รอบคอบแล้วก็คงจะได้นำเสนออีกครั้งในการเปิดสมัยประชุมในประมาณ เดือนธันวาคมค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เนื่องจากว่า สมัยนี้เหลือประชุมอีก ๒ วันนะครับ วันที่ ๓๐ ตุลาคมเป็นวันสุดท้าย คงไม่ทัน แต่ว่าท่านรัฐมนตรีก็รับปากไว้แล้วนะครับว่า ในการประชุมสมัยหน้าจะเอามาให้ทันนะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ในฐานะวิปรัฐบาล ต้องขอพูดว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ไม่ใช่ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือวิปรัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญ เราเคยเชิญหน่วยงาน ที่ออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ข้อมูลหลายครั้ง จนครั้งสุดท้ายก็ได้กำชับคนที่รับไป ขอให้ไปแก้ไขและหาทางออก เพื่อจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ทำอาชีพนี้อยู่ ซึ่งกระทบ ไปทั่วประเทศนะครับ พวกผมก็ได้รับการติดต่อและได้รับการประสานงานของทีมงาน ของทั้งหมดที่มาเยี่ยมทั้งที่สภาและที่พรรค ก็มีการเจรจาหลายครั้ง ดังนั้นผมเองเป็นคน กำชับเองครับ ไปดูบันทึกรายงานการประชุมได้ครับว่าไม่ได้ปล่อยปละละเลยที่จะให้มันด้วน อะไรนะครับ มีความตั้งใจที่ทำให้การดำเนินการของสถานีวิทยุนั้นพอมีรายได้ยังชีพ และสามารถเป็นสื่อสารไปสู่พี่น้องประชาชนด้วยความหวังดีจากรัฐบาลนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผมคิดว่าพอแล้วเรื่องนี้ พอจะสรุปได้ว่าเดี๋ยวทางวิปและคณะรัฐมนตรีก็จะได้ไปเร่งรัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะว่าสภากำลังรอทั้งพรรคฝ่ายค้านและพรรครัฐบาลก็สนใจ เรื่องนี้มากครับ ต่อไปเราจะเข้าสู่เรื่องด่วนที่ ๕ นะครับ🔗

- ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณปกรณ์วุฒิ เชิญครับ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณ ท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน วิปฝ่ายค้านครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณทางฝั่งวิปรัฐบาล แล้วก็วิป ครม. นะครับ เข้าใจดีว่า เรื่องนี้มีการพูดคุยกันมานาน แล้วก็มีอุบัติเหตุบางอย่างที่จะทำให้ล่าช้าออกไปนะครับ อย่างไรก็ดี ผมก็ขอความกรุณาให้มีการเร่งรัดทั้ง ๒ ร่าง โดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติ การจัดสรรที่ดินนะครับ ซึ่งผมคิดว่ากระบวนการมันใกล้เสร็จแล้ว แต่ว่ากลับถูกฝ่ายราชการ ถูกตีความว่าอาจจะต้องมีการเริ่มต้นกระบวนการใหม่นะครับ ซึ่งผมคิดว่ากระบวนการใหม่ มันเป็นร่างเดิมทั้งหมด ซึ่งผ่านการตรวจกันมารอบหนึ่งนะครับ ดังนั้นผมคิดว่ารอบนี้ก็ควร ที่จะเร่งรัดให้หน่วยงานทำงานอย่างรวดเร็ว เพื่อให้เราทันกับสมัยประชุมนี้นะครับ ในร่างของ กสทช. ผมเข้าใจดีว่ามันจะต้องมีการแก้ไขอีก ๑ ร่างเพิ่มเข้ามานะครับ อันนี้ ก็เข้าใจว่ากระบวนการตามกฎหมายนี้ก็อาจจะต้องไปรับฟังความคิดเห็นก่อน อย่างไรก็ตาม ที่ท่านประธานพูดเมื่อสักครู่ว่าเรายังเหลือระยะเวลาการประชุมอยู่ ๒ ครั้ง อันที่จริงแล้ว ในวันพุธหน้าก็จะตรงกับวันปิยมหาราชเราก็คงจะไม่มีการประชุมกัน ซึ่งถ้าการประชุมวันพุธ ที่เป็นการพิจารณากฎหมายเราคงเหลืออีกครั้งเดียว ก็คือในวันพุธที่ ๓๐ ตุลาคม แล้วก็หวังว่า เราจะได้เห็นร่าง พ.ร.บ. การจัดสรรที่ดินของทางฝั่ง ครม. กลับเข้ามาพิจารณานะครับ🔗

เข้าสู่ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะหารือท่านประธานเช่นกัน ในสัปดาห์ที่แล้ว ผมมีการหารือกับทางท่านประธานวิปรัฐบาลไปแล้วรอบหนึ่งนะครับ ก็คือในสัปดาห์หน้า ถ้าวันพุธที่ ๒๓ เราจำเป็นจะต้องงดประชุม เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ ผมก็อยากจะขอ ให้ท่านประธานมีการนัดประชุมในวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ และวันศุกร์ที่ ๒๕ ถึงแม้ว่าอาจจะ ไม่สามารถพิจารณาร่างกฎหมายต่าง ๆ ได้ แต่อย่างน้อยญัตติ แล้วก็รายงานหน่วยงาน แล้วก็รายงานกรรมาธิการทั้งหลายผมคิดว่าก็เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้มา Clear วาระ ให้เดินหน้าไปให้เยอะที่สุดนะครับ หลาย ๆ ญัตติก็เข้าใจว่าก็คงมีการส่งไปที่กรรมาธิการ สามัญนะครับ แล้วผมคิดว่าถ้าเราได้ส่งไปในกรรมาธิการสามัญในญัตติต่าง ๆ ในช่วง ปิดสมัยประชุม กรรมาธิการสามัญก็จะได้ทำงานในการพิจารณาญัตติเหล่านี้ ไม่ได้ใช้เวลา ปิดสมัยประชุมไปโดยเปล่าประโยชน์นะครับ ผมคิดว่าก็เป็นการดี ถ้าเราจะมีการประชุมกัน ในสัปดาห์หน้า แล้วในส่วนวาระเองผมคิดว่าเรามาพูดคุยกันได้ครับว่าจะเอาวาระอะไรบ้าง ใน ๒ วัน แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันพฤหัสบดีหน้าก็คงจะเป็นสัปดาห์สุดท้ายในสมัยประชุมนี้ ที่เราจะมีกระทู้ถาม ทั้งกระทู้ถามสด แล้วก็กระทู้ถามทั่วไป แล้วก็กระทู้แยกเฉพาะ ก็จะเป็นการดี ที่จะทำให้สมาชิกไม่เสียโอกาสนะครับ เพราะว่าพอปิดสมัยประชุมเดี๋ยวก็ต้องมีการยื่นใหม่ แล้วก็ไม่แน่ใจว่าสมาชิกจะมีโอกาสได้ถามหรือไม่ในกระทู้ถามที่ควรจะเข้าในวันพฤหัสบดีหน้า ก็ขอความกรุณาท่านประธานนะครับ อาจจะเรียกพูดคุยกันในการนัดประชุมในสัปดาห์หน้าครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณปกรณ์วุฒิ เสนอว่าควรจะเชิญประชุมวันที่ ๒๕ เพิ่มเป็นนัดพิเศษอีกวันหนึ่ง เป็นการประชุม สภาผู้แทนราษฎรนะครับ เพราะว่าจะปิดสมัยประชุม เหลือวันพุธที่ ๓๐ วันเดียว อันนี้ ก็มอบให้ปกรณ์วุฒิปรึกษาหารือกับวิปรัฐบาล แล้วก็พรุ่งนี้แจ้งผมเลย จะได้นัดประชุมวันศุกร์ ผมก็เกรงว่าถ้าไม่พร้อมใจกันเรานัดพิเศษทุกครั้งเรานัดกันให้พร้อมใจ เพราะว่า ถ้าเกิดองค์ประชุมไม่ครบก็ดูจะไม่ดี แต่ผมเข้าใจว่าท่านสมาชิกก็น่าจะพร้อม เพราะว่า วันที่ ๒๓ เราหยุดแล้ว เราหยุดไปทำภารกิจต่างจังหวัดแล้ว ถ้าเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ ก็ประชุมวาระต่าง ๆ ของวันพฤหัสบดี วันศุกร์ท่านเสนอว่าให้เอากฎหมายใช่ไหมครับ วันศุกร์ที่ ๒๕ นี่แทนวันพุธใช่ไหมครับ เอาวาระวันพุธมา🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ถ้าเป็นกฎหมาย ผมก็ยินดีนะครับ แต่ว่าถ้าเป็นญัตติก็มาพูดคุยวาระกันได้ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้ผมอยากจะ ฝากให้ปกรณ์วุฒิกับวิปรัฐบาลช่วยหารือ แล้วก็บอกได้นะครับในวันพรุ่งนี้ เพราะระเบียบ วาระการประชุมเราจะออกวันศุกร์นะครับ ถ้าพร้อมใจกัน อันนี้ก็ประกาศไว้ก่อน ถ้าวิป ทั้ง ๒ ฝ่ายตกลงพร้อมใจกันจะเพิ่มวันประชุมนัดพิเศษวันที่ ๒๕ ทางผมและรองประธาน ก็ไม่ขัดข้อง แต่ช่วยแจ้งให้ทราบช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้นะครับ ไม่มีหารือเรื่องอื่นแล้วนะครับ🔗

- ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) เนื่องจากยังมีร่างพระราชบัญญัติทำนองเดียวกันนี้อีก ๒ ฉบับ ได้แก่ ๑. ร่างพระราชบัญญัติ การขนส่งทางราง พ.ศ. ..... (นางมนพร เจริญศรี กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ซึ่งอยู่ในระเบียบ วาระที่ ๖ ๒. ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... (นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ซึ่งยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ🔗

เนื่องจากผมเห็นว่าทั้ง ๓ ฉบับนี้สามารถจะพิจารณาและลงมติรวมกันได้ แต่เนื่องจากร่างของคุณสุรเชษฐ์ยังไม่ได้แจกไป ผมจึงขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๒๘ ให้พิจารณา พร้อมกัน โดยให้เจ้าหน้าที่ช่วยแจกร่างของคุณสุรเชษฐ์เราจะพิจารณาพร้อมกันตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) ข้อ ๒๘ และข้อ ๑๑๗ วรรคสาม มีท่านสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มี เห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าเห็นชอบให้พิจารณารวมกันทั้ง ๓ ฉบับนะครับ ในการนี้มีผู้เข้าร่วม ชี้แจงซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับ ผมอนุญาตให้ทั้ง ๓ ท่านเข้าร่วมชี้แจงด้วย คือ ๑. นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ๒. นายอธิภู จิตรานุเคราะห์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง ๓. นายชนินทร์ ธันดา ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมการขนส่งทางราง ขอเชิญท่านคณะรัฐมนตรีผู้เสนอก่อนครับ เชิญครับ🔗

นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ และท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในนามของคณะรัฐมนตรี ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้🔗

หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางราง🔗

เหตุผล โดยที่ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มีจุดมุ่งหมายสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมและการพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์ รวมทั้งการเชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคมอย่างไร้รอยต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานทางรางของประเทศให้มีโครงข่ายที่สมบูรณ์และครอบคลุมทั่วประเทศ เชื่อมต่อระบบ ขนส่งทางรางกับระบบขนส่งอื่น ๆ ของประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งการส่งเสริมและพัฒนาให้เกิดกิจกรรมการขนส่งทางรางขึ้น ในระดับประเทศ และในระดับภูมิภาคอย่างมั่นคงและยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว ประหยัด และปลอดภัยในการเดินทาง สมควรมีกฎหมายที่กำกับดูแลกิจการขนส่งทางราง ให้สามารถยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการขนส่งทางราง การบริหารจัดการการขนส่ง ทางรางอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับการพัฒนาการขนส่งรูปแบบอื่น ๆ ให้เป็นโครงข่าย เดียวกันอย่างสมบูรณ์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมมนพร เจริญศรี ครับ เป็นผู้เสนอฉบับร่าง ของท่านครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบพระคุณท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านนะคะ ที่ได้มีการเลื่อนวาระการประชุมร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางรางขึ้นมาเป็นเรื่องด่วน ดิฉันขออนุญาตเสนอร่างของดิฉันและของคณะพรรคเพื่อไทย โดยมีหลักการร่างดังนี้ค่ะ กฎหมายที่ว่าด้วยการขนส่งทางรางนะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

เหตุผล ที่ดิฉันได้เสนอหลักการดังนี้ก็คือ นโยบายสำคัญของรัฐบาลในการที่จะพัฒนาระบบ การขนส่งทางราง แล้วก็การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ แล้วก็เป็นการสร้าง ขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งมีจุดมุ่งหมายสำคัญนั่นคือการพัฒนาอุตสาหกรรม การขนส่งระบบโลจิสติกส์ รวมทั้งการสร้างโครงข่ายของคมนาคมอย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นมิติทางบก มิติทางราง มิติทางน้ำ แล้วก็มิติทางอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่มีโครงข่ายครอบคลุมไปทั้งประเทศ แล้วก็สามารถ ที่จะเชื่อมต่อกับขนส่งทางบก รวมทั้งการแข่งขันนี้จะต้องมีการแข่งขันทั้งในประเทศ แล้วก็เชื่อมต่อกับต่างประเทศ รวมทั้งในกรุงเทพมหานครก็สามารถที่จะเชื่อมต่อกับภูมิภาค นอกจากนั้นสิ่งหนึ่งที่เราจะมีนโยบายดังกล่าวในระบบการพัฒนาขนส่งทางรางก็คือ จะเป็นการลดค่าใช้จ่าย เพิ่มความสะดวกรวดเร็วให้กับพี่น้องประชาชน เราควรจะมีกฎหมาย สำคัญในการที่จะดูแลกิจการการขนส่งทางรางให้สามารถที่จะยกระดับการขนส่งทางราง รวมทั้งบริหารจัดการขนส่งทางรางอย่างเป็นระบบ รวมทั้งสอดคล้องกับการขนส่ง ในรูปแบบอื่น ๆ อย่างเต็มรูปแบบ ในขณะเดียวกันการพัฒนาโครงข่ายทางราง จึงจำเป็น ที่จะต้องมีการตราร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้🔗

เมื่อสักครู่มีร่างของคณะรัฐมนตรีที่ท่านรัฐมนตรีช่วยสุรพงษ์เสนอ แต่ในร่างของพรรคเพื่อไทย ดิฉันเองและคณะที่จำเป็นจะต้องตราร่างขึ้นมาในร่าง พ.ร.บ. ขนส่งทางราง ดิฉันมีเหตุผลอย่างนี้ว่า ที่พรรคเพื่อไทยเสนอเนื่องจากกฎหมาย หรือร่าง พ.ร.บ. นี้ได้มีการทบทวนแล้วว่าร่างของรัฐบาลมีจำนวนของการร่างของข้อบัญญัติ มีทั้งหมดที่เราตัดออกไปก็คือตัดออกไปทั้งหมด ๒๕ มาตรา โดยประเด็นสำคัญ ๆ ดังนี้ว่า🔗

ประเด็นที่ ๑ ที่เราตัดก็คืออำนาจของการขนส่งทางราง ในฐานะหน่วยงาน ผู้มีอำนาจในการกำกับการประกอบกิจการขนส่งทางราง ตัดบทบัญญัติในเรื่องของอำนาจค่ะ ท่านประธาน อำนาจในบางประการที่ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของหน่วยงานกำกับดูแลนี่ ตัดออกไป ได้แก่ การเข้าสำรวจพื้นที่ การจัดการทำแผนขนส่งทางราง ซึ่งในประเด็นนี้ ก็จะเป็นการที่จะเข้าใจ แล้วก็เข้าไปถึงพื้นที่ แล้วก็ไม่ได้เกิดความล่าช้าในการดำเนินการ โครงการสำคัญ ๆ ค่ะ ด้วยบทบัญญัตินี้นะคะ จึงมีการเสนอโครงการขนส่งทางรางออกเป็น ๒ ส่วน โดยส่วนที่ ๒ เป็นการดำเนินการขนส่งทางรางเพื่อเป็นการลดขั้นตอนของการเสนอ โครงการอย่างที่ดิฉันได้กราบเรียนเบื้องต้นว่า การขนส่งทางรางจะต้องมีความรวดเร็ว ประกอบกับเรื่องดังกล่าวมีความซ้ำซ้อนในเรื่องของกฎหมายว่าด้วยการร่วมทุนระหว่างรัฐ และเอกชนที่มีผลบังคับใช้อยู่แล้วนะคะ นอกจากนั้นในร่างของพรรคเพื่อไทยยังตัดอำนาจ ของคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุในส่วนที่ซ้ำซ้อนกันกับอำนาจหน้าที่ของพนักงาน สอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา🔗

ประเด็นที่ ๒ โดยได้ให้มีการเพิ่มเติมจากร่างของรัฐบาลจำนวน ๖ มาตรา ได้แก่ วิธีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มาตรา ๘ และวิธีการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ กรณีตำแหน่งว่างลงในมาตรา ๑๐ การดำเนินการกรณีเอกชนผู้ประกอบการกิจการขนส่งทางราง ประสงค์ใช้ร่วมกับราง หรือว่าทางเฉพาะ คืออยู่ในมาตรา ๖๖ ปรับเป็นพินัย มาตรา ๑๑๙ และมาตรา ๑๒๐ และบทบัญญัติเฉพาะกาลเรื่องจดทะเบียนการขนส่งทางราง ในมาตรา ๑๔๔🔗

ท่านประธานที่เคารพคะ ร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางราง พรรคเพื่อไทย ได้เล็งเห็นถึงสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนไป แล้วก็ทำร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย แล้วก็ให้เป็นปัจจุบัน พ.ร.บ. ขนส่งทางรางจึงต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แล้วก็ ยุทธศาสตร์ของกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะในยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถ ในการแข่งขัน ในประเด็นของโครงข่ายคมนาคมอย่างไร้รอยต่อ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ในเรื่องของการขนส่งทางรางทั้งประเทศ นอกจากนั้นการพัฒนาระบบขนส่งทางราง ในระยะเวลา ๒๐ ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ไปจนถึงปี ๒๕๘๐ ประเทศก็จะมุ่งเน้นในเรื่องของ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรางเป็นรูปแบบการขนส่งหลัก เพราะนั่นคือการลดต้นทุนให้กับ พี่น้องประชาชน แล้วก็ลดต้นทุนในเรื่องของระบบโลจิสติกส์ รวมทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม🔗

ท่านประธานคะ นโยบายต่อมาของรัฐบาลเราก็จะเห็นว่า ในระยะเวลา แล้วก็ โครงการเร่งด่วนที่กระทรวงคมนาคมจะต้องผลักดัน นั่นก็คือผลักดัน พ.ร.บ. การขนส่งทางราง ที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ในเรื่องของนโยบายรถไฟฟ้า ๒๐ บาทตลอดสาย หันกลับมาดูค่ะ ท่านประธาน นโยบายของการพัฒนาโครงข่ายของกระทรวงคมนาคม รัฐบาลก็จะเดินหน้า ลงทุนในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ได้แถลง นโยบายนี้ต่อรัฐสภา ซึ่งกระทรวงคมนาคมเอง พรรคเพื่อไทยเองก็เล็งเห็นว่าประเทศ จะต้องเดินหน้าสร้าง Megaproject อย่างต่อเนื่อง อย่างที่ดิฉันได้กราบเรียนว่า การสร้าง Megaproject อย่างต่อเนื่องก็จะต้องประกอบไปด้วยทางราง ทางน้ำ ทางบก แล้วก็ ทางอากาศอย่างไร้รอยต่อนะคะ ก็จะเห็นว่านโยบายทั้งหมดที่ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ได้แถลงไว้ต่อสภาดิฉันขอหยิบยกขึ้นมานะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการส่งเสริมให้ มีความปลอดภัยทางถนน แล้วก็ระบบโลจิสติกส์ สร้างรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง ควบคู่ไปกับการพัฒนาเมืองที่สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ค่ะ นอกจากนั้น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือกระจายความเจริญจากหัวเมืองใหญ่ ๆ หรือกระจายความเจริญ จากกรุงเทพมหานครไปสู่จังหวัดในภูมิภาคต่าง ๆ ทั้ง ๔ ภาคของประเทศไทย ท่านประธานคะ นอกจากนั้นนโยบายหนึ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารได้แถลงไว้ก็คือยกระดับท่าเรือ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขนส่งสินค้า เพื่อทำให้ประเทศเป็นศูนย์กลางคมนาคมและขนส่ง ทางภูมิภาค ซึ่งจะต้องเชื่อมโยงกับระบบรางเช่นเดียวกันค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๔ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนาสนามบิน เปิดเส้นทางบินใหม่ ๆ เช่น สนามบินล้านนา สนามบินอันดามัน เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางทางการบิน นโยบายทางด้านการบินก็จะต้องเชื่อมโยงกับนโยบายรางเช่นเดียวกันค่ะ🔗

ท่านประธานที่เคารพ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับของพรรคเพื่อไทยประกอบไปด้วย ๙ แนวทาง ซึ่ง ๙ แนวทางดังกล่าวล้วนเป็นการพัฒนาการคมนาคมขนส่งที่ยั่งยืน และเป็นมิติใหม่ ซึ่งดิฉันเชื่อมั่นว่าภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร จะสามารถนำความเจริญ แล้วก็นำนโยบายที่คมนาคมได้มีนโยบายไว้ไปสู่ความยั่งยืน แล้วก็ไปสู่การพัฒนาที่พี่น้องประชาชนรอคอย นอกจากนั้นร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางราง ยังประกอบไปด้วย ๑๑ หมวด และ ๑ บทเฉพาะกาล และ ๑๔๕ มาตรา นี่คือภาพรวม ของร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางรางที่ดิฉันเป็นผู้เสนอ แล้วก็คณะสมาชิกของพรรคเพื่อไทย🔗

ท่านประธานที่เคารพคะ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จึงมีความสำคัญต่อระบบ การคมนาคมขนส่งทางราง ต่อพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ดิฉันขอความร่วมมือ ท่านสมาชิกได้ร่วมกันอภิปรายถึงความหลากหลาย ถึงความเห็นที่จะเป็นประโยชน์ ต่อการพัฒนาโครงข่ายของทางราง และดิฉันหวังว่าท่านสมาชิกจะร่วมกันรับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพื่อนำไปสู่การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการวิสามัญในวาระที่ ๒ และเห็นชอบในวาระที่ ๓ ต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมท่านมนพร เจริญศรี ครับ🔗

ต่อไปเป็นร่างสุดท้ายของคุณสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ กับคณะเป็นผู้เสนอ เชิญครับ นำเสนอได้ครับ แล้วก็ช่วงนี้ถ้าเจ้าหน้าที่มีร่างของคุณสุรเชษฐ์ ผมอนุญาต ให้แจกได้นะครับ🔗

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติ การขนส่งทางราง แม้จะเป็นกฎหมายใหม่ แต่ไม่ใช่เรื่องใหม่นะครับ เริ่มร่างกันมาตั้งแต่ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๙ เข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นไปเมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๔ โดยมีกรมการขนส่งทางรางเป็นผู้ผลักดันหลัก เพราะว่ามีกรมแล้วแต่ยังไม่มีอำนาจ ทางกฎหมาย ซึ่งเราจะต้องพิจารณาว่าเราจะมอบอำนาจไปให้กรมการขนส่งทางรางเท่าไร เรื่องนี้ก็รับฟังความคิดเห็นไป ๒๐ วัน ในช่วงวันที่ ๓๑ มีนาคม ถึงวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๔ แล้วก็มีการยื่นเข้าสู่สภาชุดที่แล้วไปเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ซึ่งตอนนั้นในสภาชุดที่แล้ว ก็ได้มีมติรับหลักการในวาระแรกไปแล้ว ซึ่งวันนั้นผมก็ได้ร่วมอภิปรายเช่นกัน จากนั้น ก็มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะไปแล้ว ซึ่งผมก็ได้เข้าไปร่วมในฐานะ กรรมาธิการอีกเช่นกันนะครับ ก็เลยคุ้นเคยกับเรื่องนี้มาพอสมควร โดยส่วนตัวคิดว่า ยังมีประเด็นปัญหาใหญ่ที่ยังค้างคาใจอยู่ตลอดในเรื่องของความไม่สมเหตุสมผล ของโครงสร้างอำนาจ ผมและพรรคประชาชนจึงต้องทำร่างประกบเพื่อให้สภาแห่งนี้ ได้พิจารณา เพราะว่าเราก็เชื่อว่าร่างประกบอันนี้ดีกว่าร่างของ ครม. แล้วก็ร่างของพรรคเพื่อไทย ก็อยากให้เพื่อนสมาชิกได้พิจารณาแล้วก็ไตร่ตรองกันอย่างรอบคอบ เพราะว่าหากเราเข้าไปสู่ กระบวนการวิสามัญแล้วเราเริ่มจากร่างที่ดีโอกาสที่เราจะได้ร่างพระราชบัญญัติคลอดออกมา ในร่างที่ดีก็มีมากกว่า ซึ่งในการประชุมในวาระนี้ของวันนี้ก็จะมีอยู่ด้วยกัน ๓ ร่าง อย่างที่ อยู่ในมือของเพื่อนสมาชิกก็คือ ร่างที่ ๑ เป็นร่าง ครม. ร่างที่ ๒ เป็นร่างของพรรคเพื่อไทย โดยมีท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้เสนอ และร่างที่ ๓ ของพรรคประชาชน โดยมี ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ เป็นผู้เสนอ ในส่วนหลักการของทั้ง ๓ ร่างเหมือนกันเป๊ะนะครับ คือเขียนไว้ว่า ให้มีกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางราง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร เพราะว่านี่เป็น กฎหมายใหม่เขียนหลักการกว้าง ๆ สั้น ๆ ตามคำมาตรฐานแบบนี้ก็ถือว่าเหมาะสมแล้ว ทั้ง ๓ ร่างนะครับ ดังนั้นในการลงมติวันนี้ก็เลยไม่มีเหตุผลที่จะคว่ำร่างใดร่างหนึ่ง เพราะว่า การลงมติในวันนี้เป็นเพียงการรับหลักการ ซึ่งเหมือนกันหมดทั้ง ๓ ร่าง แต่คำถามที่สำคัญ ที่เราควรจะพิจารณากันในวันนี้ก็คือควรจะเอาร่างไหนเป็นร่างหลัก อันนี้อยากให้พิจารณา กันด้วยเนื้อหาสาระในแต่ละร่าง ซึ่งความแตกต่างของทั้ง ๓ ร่าง มีอยู่มากพอสมควร ซึ่งเดี๋ยวผมจะอภิปรายเพื่อชี้ให้เห็นถึงประเด็นสำคัญ เริ่มจากที่มาในร่างที่ ๑ ร่างของ ครม. ถือเป็นร่างดั้งเดิมตามที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ส่งมาให้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ร่างนี้จึงอาจจะไม่เหมาะสมนักที่จะเป็นร่างหลัก เพราะว่า สภาชุดที่แล้วเคยพิจารณาไปแล้ว แล้วก็มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญไปศึกษาในรายละเอียด จนได้ร่างที่เรียกว่า ร่างประนีประนอม แล้วนะครับ แล้วก็จ่อเข้าสภาในชุดที่แล้ว ไปตั้งแต่วันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๕ นะครับ แต่ในสมัยที่แล้วก็โดนเรื่องของร่าง พ.ร.บ. กัญชา แซงคิวขึ้นมา แล้วก็เกิดศึกกัญชา ถ้าพวกเราจำกันได้นะครับ ก็เสียเวลาสภาไปนับเดือน จนทำให้สุดท้ายร่างพระราชบัญญัติจากคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จ่อรอเข้าสภาวาระที่ ๒ ก็เป็นอันตกไป เมื่อสภาสิ้นอายุขัยจากการยุบสภา เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๖ แล้วต่อมา ทางรัฐบาลเศรษฐาก็ช้านะครับ นำมาพิจารณาตามกรอบ ๖๐ วันไม่ทัน ทำให้ร่างฉบับ ประนีประนอม ซึ่งจะเป็นคำตอบ แล้วตอนนั้นวิปทุกพรรคก็เหมือนจะรับร่างฉบับ ประนีประนอมนี้จากกรรมาธิการวิสามัญ เป็นอันตกไปนะครับ ทำให้เราต้องมาเริ่ม นับหนึ่งกันใหม่ ดังนั้นการกลับไปใช้ร่างดั้งเดิมจากสมัย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามที่คณะรัฐมนตรี เสนอมาในวันนี้จึงไม่เหมาะสมนัก เพราะว่าเสียเวลาเดินไปข้างหน้าแบบเป็นวงกลม วน Loop กลับไป ณ จุดเริ่ม คือจากวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ร่างดั้งเดิมย้อนกลับมาวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๗ ๒ ปี ๘ เดือนคือระยะเวลาที่สูญเปล่าหากเราจะเดินตามร่างรัฐบาล ที่หันกลับไปใช้ร่างเดิมของ ครม. พลเอก ประยุทธ์🔗

เพราะฉะนั้นมาดูร่างที่ ๒ กันนะครับ ร่างที่ ๒ เป็นร่างของพรรคเพื่อไทย โดยมีท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้เสนอ อันนี้ถือเป็นร่างทรงของใครก็ไม่ทราบ แต่ที่ทราบก็คือ มีการเปลี่ยนแปลงจากร่างกรรมาธิการวิสามัญโดยสภาชุดที่แล้วไปเยอะเลย อย่างเมื่อสักครู่นี้ ท่านก็ชี้แจงว่ามีการเปลี่ยนไป ๒๕ มาตราอะไรต่าง ๆ ที่ท่านเล่าให้ฟัง แต่ก็เห็นตรงกันครับ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงจากร่างประนีประนอมของสภาชุดที่แล้วไปเยอะเลย สำหรับผม ผมก็มองว่ามันส่อไปในทางเอื้อประโยชน์ให้เอกชนมากขึ้น เมื่อเทียบกับร่างของ ครม. แล้วก็ เป็นเหตุให้คณะกรรมการกฤษฎีกาไม่กล้ารับรอง แต่คณะกรรมการกฤษฎีกาเลือกที่จะเสนอ ร่างดั้งเดิมให้มาเป็นร่างของ ครม. แทนร่างของท่านมนพร เพราะฉะนั้นร่างของพรรคเพื่อไทยนี่ ถูกแปลงจากร่างประนีประนอมมาเยอะ แต่มันก็ไร้ร่องรอยว่าใคร ทำอะไรที่ไหน จะไปตกลงกัน ในร้านอาหาร สนามกอล์ฟ Entertainment Complex ใต้โต๊ะ หรือโต๊ะริม อันนี้ก็มิอาจ ทราบได้ แต่มันไม่ใช่บนโต๊ะ กมธ. แน่ ๆ เพราะผมก็นั่งอยู่ใน กมธ. ชุดนั้น จนสุดท้ายได้ร่างนี้ ออกมานะครับ มาสิงทรงโดยท่านมนพรนี่ แต่ว่าคำถามก็คือแล้วใครเป็นคนร่างให้ท่านมนพร มาแปะป้ายเป็นร่างของพรรคเพื่อไทย อันนี้ขอตั้งเป็นคำถาม เป็นท่านอธิบดี ขร. ที่มาชี้แจง ในวันนี้เป็นคนส่งโพยให้ หรือว่าเป็นตัวแทนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านรางที่มีอิทธิพลมาก ใน ครม. เป็นคนร่างมาให้ อันนี้ก็อยากฟังคำตอบจากท่านมนพรแบบตรงไปตรงมานะครับ เดี๋ยวท่านคงขึ้นมาอภิปรายสรุปนะครับ เพื่อมาไขความกระจ่างว่าท่านเขียนเองหรือใครส่งมา ให้ท่านยื่น🔗

จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในตัวหนังสือก็พบว่าตามร่างนี้มีการเปลี่ยนแปลงจาก ร่างดั้งเดิมของ ครม. ซึ่งยื่นมา ๒ รอบอย่างที่ผมเล่าให้ฟัง ๒ รอบนี้ ครม. ยื่นร่างเดียวกันเป๊ะ ถือว่าเป็นร่างดั้งเดิมเมื่อสัก ๓ ปีที่แล้วกับที่เพิ่งยื่นมานี่ แต่ว่าร่างท่านมนพรมีความแตกต่าง จากร่าง ครม. อยู่มากพอสมควรเลยครับ แล้วก็ไม่ได้เหมือนกับร่างฉบับประนีประนอม ของกรรมาธิการวิสามัญในสภาชุดที่แล้วด้วยนะครับ เพราะว่ามีข้อความหายไปอย่างที่ ท่านชี้แจงว่า ๒๕ มาตรา แต่ก็มีการยัดเพิ่มมาอีก สุดท้ายบวกลบคูณหารแล้วมันหายไป ประมาณ ๒๐ มาตรา แล้วก็ในหลายมาตรามีการแก้ไขอย่างมีนัยสำคัญ แต่ที่ไม่ชัดเจนก็คือ ใครเป็นคนแก้ แต่ที่ชัดเจนแล้วก็คือเป็นการ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุรเชษฐ์ ด้วยความเคารพ วาระนี้เป็นวาระที่ท่านจะเสนอหลักการและเหตุผลพระราชบัญญัติ ที่ท่านนำเสนอ เมื่อท่านเสนอจบแล้วเดี๋ยวจะอภิปรายถึงฉบับอื่นก็ว่ากันอีกที เอาเรื่อง หลักการและเหตุผลของท่านก่อน เสร็จแล้วก็จะอภิปรายถึงฉบับอื่นก็เป็นวาระต่อไปนะครับ เชิญครับ🔗

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

ได้ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานผมจะพยายามอภิปรายไปตามนั้น แต่ผมพยายามชี้ให้เห็นที่มาที่ไปก่อน แล้วก็ ความแตกต่างของแต่ละร่าง แล้วเดี๋ยวผมจะลงรายละเอียดให้ฟังนะครับ โดยสรุปหมายถึงว่า ที่มาที่ไปของร่างท่านมนพร หากท่านมนพรนำร่างฉบับประนีประนอมจากสภาชุดที่แล้ว มายื่น โดยอาศัยความเป็นพรรคแกนนำของรัฐบาลก็คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าควรเอาร่างของ พรรคเพื่อไทยเป็นร่างหลัก แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ในเอกสารท่านไม่ได้ทำอย่างนั้น ท่านเอาร่าง ฉบับประนีประนอม ๑๖๔ มาตรา ท่านเอาไปปรับแก้เสียเยอะเลย หายไปประมาณ ๒๐ มาตรานี่ อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงก็คือร่างฉบับดั้งเดิมที่ยื่นโดย ครม. เหมือนเดิมในวันนี้ ก็เข้ามา ๑๖๕ มาตรา ในร่างประนีประนอมที่ผมเล่าให้ฟังในสภาชุดที่แล้วมีการตัด ๒ มาตรา ก็คือมาตรา ๒๖ กับมาตรา ๑๑๒ ออกไป แล้วก็มีการเพิ่มมาตรา ๑๖๔/๑ ออกมา ทำให้โดยรวมสิ่งที่เรียกว่า ร่างประนีประนอมจากสภาชุดที่แล้วนี่อยู่ที่ ๑๖๔ มาตรา แต่ร่างทรงของใครก็ไม่ทราบ ท่านมนพรเสนอในรอบนี้เปลี่ยนจาก ๑๖๔ มาตรา ไปปู้ยี่ปู้ยำ จนเหลือ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต้องขออภัย คุณสุรเชษฐ์ครับ การอภิปรายผมไม่อยากจะให้พาดพิงถึงแล้วก็เกิดความเสียหาย หรือใช้คำ ที่เสียดสี เช่นว่า ร่างทรง อะไรอย่างนี้ไม่ควรจะใช้ เป็นร่างฉบับใดก็ว่า เอาฉบับของท่านก่อน ท่านยังไม่อภิปรายเลยนะครับว่า หลักการและเหตุผลฉบับของท่าน เดี๋ยวจะมีผู้อภิปราย ขณะนี้มี ๑๖ ท่านแล้ว เดี๋ยวจะว่ากันแต่ละฉบับ หรือจะพาดพิงก็ได้ แต่ท่านยังไม่เสนอ หลักการและเหตุผลฉบับร่างของท่าน ท่านเสนอก่อนแล้วค่อยว่าฉบับอื่นครับ🔗

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

จะถึงแล้วครับ นิดเดียว ผมกำลังเล่าที่มาที่ไปอยู่นะครับ แล้วผมยกตัวอย่างให้ฟังว่าร่างของท่านมนพร มาตรา ๑๒๒ ถึงมาตรา ๑๒๔ จากร่าง ครม. ก็หายไป อันนี้เป็นตัวอย่างในส่วนของการคุ้มครองผู้โดยสาร และผู้ใช้บริการ หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง มาตรา ๑๓๘ ในร่างพรรคเพื่อไทย ก็คือเอาข้อความ จากมาตรา ๑๕๗ ในร่างประนีประนอมไปปรับข้อความกัน โดยเจตนารมณ์ของการปรับ ก็เห็นอยู่ว่าต้องการเพิ่มประโยชน์ให้นายทุนผู้ประกอบการมากขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งเรื่องนี้ เป็นเรื่องใหญ่ครับ แล้วก็เกี่ยวพันกับ Deal สัมปทานมูลค่านับแสนล้านบาท ก็อยากให้ มีการตอบคำถามกันให้ชัดเจนว่าที่ท่านไปเปลี่ยนแปลงอะไรนอกรอบมันมีเหตุผลอย่างไร🔗

เข้าสู่ร่างของผมเลยก็ได้ครับ ร่างที่ ๓ ร่างของผม แล้วก็พรรคประชาชน ก็เป็นร่างที่เราใช้คำว่ามาจากร่างประนีประนอมพร้อมจุดยืนอย่างตรงไปตรงมา ที่ผมบอกว่า ประนีประนอม เพราะว่าเราเอาร่างที่ผ่านกรรมาธิการวิสามัญในสภาชุดที่แล้ว ซึ่งมีอยู่ ด้วยกัน ๑๖๔ มาตรา เรายังคงไว้ที่ ๑๖๔ มาตรา ไม่ได้แอบไปตัดมาตราใดออกนะครับ แล้วที่บอกว่ามีจุดยืนอย่างตรงไปตรงมาก็เพราะว่ามีการแก้ไขไม่ได้เยอะอะไร แก้ไขตาม เอกสารสงวนความเห็นรายมาตรา แล้วก็แสดงไว้ในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญ แล้วก็มีการเผยแพร่รายงานฉบับดังกล่าวที่จ่อเข้าสภาเมื่อรอบที่แล้ว เผยแพร่อย่าง เป็นทางการ เพราะฉะนั้นร่างที่ผมเสนอที่อยู่ในมือของทุกท่าน ๑๖๔ มาตรา ทุกตัวอักษร จึงมีความน่าเชื่อถือนะครับ ไม่มีการยัดไส้ หรือว่าแอบตัดบางมาตราทิ้งไป แล้วก็มีเหตุผล ในการขอแก้ไขตามที่แถลงไว้บนโต๊ะอย่างชัดเจน อันนี้ไปพิสูจน์กันได้ เพราะว่าเราก็มีชวเลข ในการประชุมกรรมาธิการรอบที่แล้วนะครับ นอกจากนี้หากเราใช้ร่างที่ผมเสนอนี้เป็นร่างหลัก สส. รัฐบาลก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้หมดทุกมาตราอยู่ดี โดยใช้เสียงข้างมากในกรรมาธิการ ดังนั้น ผมจึงขอเสนอให้เอาร่างฉบับของพรรคประชาชนเป็นร่างหลัก เพราะว่าไม่ต้อง เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ หากกลับไปเริ่มนับหนึ่งจากร่างดั้งเดิมของ ครม. แล้วก็ไม่ต้อง อึมครึมระแวดระวังการยัดไส้หรือแอบตัดบางมาตราทิ้งไป โดยร่างทรงของใครก็ไม่ทราบ ฉะนั้นเปรียบเทียบแบบชัด ๆ ร่างที่ ๑ ร่างดั้งเดิมของ ครม. มี ๑๖๕ มาตรา ร่างที่ ๒ ของใคร ก็ไม่ทราบ แต่ท่านมนพรยื่นมานี่มี ๑๔๕ มาตรา แล้วก็มีการแก้ไขเนื้อความในรายมาตรา แบบไม่มีที่มาที่ไปเพียบนะครับ เพราะว่าไม่ได้อยู่ในวงประชุมกรรมาธิการวิสามัญ แต่สุดท้าย ร่างที่ ๓ ที่ผมเสนอที่เรียกว่า ร่างประนีประนอมพร้อมจุดยืนอย่างตรงไปตรงมา ของพรรคประชาชนมี ๑๖๔ มาตรา ซึ่งเป็นไปตามร่างของกรรมาธิการวิสามัญแบบเป๊ะ ๆ มีปรับแก้เล็กน้อยตามเอกสารสงวนความเห็น เพราะฉะนั้นสาระสำคัญในร่างของ พรรคประชาชน เมื่อเทียบกับอีก ๒ ร่าง ก็คืออำนาจการขนส่งทางราง หรือเรียกว่า Regulator ด้านราง เราอยากให้คงไว้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เฉกเช่นเดียวกัน กับ Regulator ด้านถนน ด้านอากาศ ด้านน้ำ ไม่ใช่โยกไปไว้กับนายกรัฐมนตรีแบบไม่มี เหตุผลที่ดีพอในการอธิบายว่า ทำไมจึงเลือกปฏิบัติกับรางแตกต่างจากรูปแบบการเดินทางอื่น เรื่องนี้สำคัญนะครับ แล้วก็อยู่ในร่างมาตรา ๕ ของทั้ง ๓ ร่าง ที่บอกว่าสำคัญ เพราะว่า ร่างมาตรา ๕ ทั้ง ๓ ร่างพูดถึงคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง ซึ่งให้อธิบดี กรมการขนส่งทางรางเป็นกรรมการและเลขานุการ ซึ่งตรงนี้เราเห็นตรงกันทั้ง ๓ ร่าง แต่ที่เห็นต่างก็คือใครควรเป็นประธาน ระหว่างนายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ซึ่งประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะคณะกรรมการชุดนี้คือหัวใจของร่าง พ.ร.บ. แม้ผมจะติดตามเรื่องนี้มาหลายปี แต่ถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจนะครับว่าร่างจากระบบราชการทำไมถึงออกมาแบบนี้ ให้อธิบดี ไปทำงานตรงกับนายกรัฐมนตรี คือรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมนี่ห่วยมากหรืออย่างไรครับ อธิบดีเลยตั้งตุ๊กตามาแบบอยากทำงานตรงกับนายกรัฐมนตรีไม่ผ่านรัฐมนตรีเฉกเช่นรูปแบบ การเดินทางอื่น ในเรื่องของโครงสร้างอำนาจหลักผมมี ๕ ประเด็นนะครับ หากสภาของเรา จะให้อธิบดีกรมการขนส่งทางรางในฐานะเลขาคณะกรรมการไปทำงานขึ้นตรงกับ นายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน ผมมี ๕ ประเด็นที่อยากให้คิดกัน🔗

ประเด็นที่ ๑ มันจะเกิดปัญหาการไม่บูรณาการกันระหว่างรูปแบบการเดินทาง หนักขึ้น กล่าวคือรางจะถูกเลือกปฏิบัติดีขึ้นหรือแย่ลง อันนี้ผมไม่แน่ใจนะครับ แต่แน่ใจว่า แตกต่างจากรูปแบบการเดินทางอื่น เพราะอะไรครับ เพราะว่าเรามีคณะกรรมการนโยบาย การขนส่งทางบก สำหรับกำกับกิจการทางถนน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน เรามีคณะกรรมการการบินพลเรือนสำหรับการกำกับกิจการทางอากาศ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน ส่วนทางน้ำแม้ยังไม่มีการแยกบทบาท การกำกับกิจการออกมาให้ชัด แต่อย่างไรก็ตามก็อยู่ภายใต้กรมเจ้าท่าที่มีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมเป็นคนกำกับดูแล ดังนั้นหากเราจะแยกบทบาทการกำกับกิจการทางราง ออกมามันจะสร้างปัญหาใหญ่ในเชิงระบบ มันจะเกิดปัญหาการไม่บูรณาการกันระหว่าง รูปแบบการเดินทางหนักขึ้น ไม่สามารถอธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผลได้เลยว่าทำไมราง ต้องถูกเลือกปฏิบัติแตกต่างจากรูปแบบการเดินทางอื่น🔗

ประเด็นที่ ๒ อาจมีบางท่านไม่ไว้ใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับ เลยอยากนำไปขึ้นกับนายกรัฐมนตรีแทนนะครับ ประเด็นนี้ผมเห็นว่าหากพิจารณาเฉพาะ รัฐบาลนี้ ผมเองก็ไม่ไว้ใจนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แต่ก็ไม่ได้ไว้ใจแพทองธาร ชินวัตร เช่นกัน แต่ประเด็นสำคัญก็คือในร่างกฎหมายเราควรตัดเรื่องตัวบุคคลออกไป แล้วพิจารณา โครงสร้างอำนาจที่เหมาะสม ในด้านการคมนาคมแม้รางจะเป็นเรื่องสำคัญจริง แต่ถนน น้ำ และอากาศก็สำคัญเช่นกัน เหนือกว่านั้นคือต้องมีการบูรณาการกันอย่างจริงจัง โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นผู้รับทั้งผิดและชอบให้โครงข่ายมาเสริมกัน ไม่ใช่แข่งขันกันแล้วใช้เงินของคนทั้งประเทศไปอุดหนุนทุกอย่างแบบไร้หลักคิด🔗

ประเด็นที่ ๓ อาจมีบางท่านคิดว่าเอาไปไว้กับนายกรัฐมนตรีดีแล้ว เพราะว่า ใหญ่ดีขออะไรจะได้ผ่านง่าย ๆ ประเด็นนี้ต้องเรียนว่านายกรัฐมนตรีของไทยใหญ่จริงนะครับ แต่ท่านนั่งเป็นประธานร่วม ๑๐๐ กว่าคณะ ไม่มีเวลาในการพิจารณารายละเอียดอย่างแน่นอน อาจได้ประชุมปีละครั้งหรือ ๒ ครั้งนะครับ ดังนั้นท่านอธิบดีขออะไรไปอาจผ่านได้ง่ายกว่าจริง แต่ว่ามันขาดการกลั่นกรอง และก่อให้เกิดโครงการประเภทที่ซ้ำซ้อนเกินจำเป็นไม่คุ้มค่า ได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะอธิบดีรางก็จะให้นายกรัฐนตรีคอยดันแต่โครงการราง ขณะที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคอยดันโครงการด้านถนน น้ำ และอากาศ คือรับประกันได้ว่า มั่วแน่ ๆ ครับ แต่ที่สำคัญก็คือขาดผู้รับผิดชอบจากการวางแผนที่ผิดพลาดไม่บูรณาการจริง เพราะว่าต่างคนต่างดันแต่เรื่องของตัวเอง ประเด็นนี้คงต้องย้ำต้องเตือนสติกันนะครับว่า การขนส่งทางรางมันเป็นเรื่องของคมนาคมชัด ๆ ต้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นคนรับผิดชอบ คือรับทั้งผิดและชอบถึงจะถูก🔗

ประเด็นที่ ๔ บทบาทของนายกรัฐมนตรีก็มีอยู่แล้วใน ๒ ฐานะที่สำคัญในการ กำกับดูแลภาพรวมของการคมนาคมในทุกรูปแบบนะครับ บทบาทที่ ๑ ก็คือในฐานะ ประธานคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก ซึ่งก็มี พ.ร.บ. รองรับ โดยมี ผอ. สนข. นั่งเป็นเลขาอยู่นะครับ ซึ่ง สนข. ก็ดูภาพรวมในการบูรณาการทั้งทางล้อ ราง เรือ และเครื่องบินได้อยู่แล้วนะครับ จึงไม่ควรไปสร้างโลกคู่ขนานโดยดึงรางแยกออกมา ให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และให้อธิบดีกรมการขนส่งทางรางเป็นเลขา แล้วก็ทำงาน ตรงกับนายกรัฐมนตรี เพราะหากเป็นเช่นนั้นก็ไม่ทราบว่าจะมี สนข. ไว้ทำไมครับ คือชื่อ สนข. ก็คือสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้ว ว่ามีหน้าที่ในการบูรณาการภาพรวมในทุกรูปแบบการเดินทาง แต่ตามร่างของ ครม. แล้วก็ ร่างของพรรคเพื่อไทยกลับจะแยกรางออกมาขึ้นกับนายกรัฐมนตรี เพื่อบทบาทที่ ๒ ในฐานะ หัวหน้าคณะรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็มีหน้าที่ในการกำกับดูแลในภาพรวม การคมนาคมได้อยู่แล้วนะครับ เพราะว่าจะอนุมัติอะไรใหญ่ ๆ ก็จะต้องมาจบตรงนี้ จึงไม่สมควรให้นายกรัฐมนตรีไปนั่งเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง เพราะจะอ้างได้ว่าผ่านนายกรัฐมนตรีมาแล้ว แล้วใครใน ครม. ที่จะมากล้าขวางระบบ การดุลอำนาจก็จะเสียไปหมด🔗

ประเด็นที่ ๕ เรื่องนี้หากจะไปไว้กับนายกรัฐมนตรีก็ขัดแย้งกับมติ ครม. เมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๐ ในเรื่องแนวทางการจัดทำและการเสนอร่างกฎหมายที่กำหนด ไว้ว่า ในกรณีที่จำเป็นต้องมีระบบคณะกรรมการจะต้องไม่กำหนดให้นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ เว้นแต่เป็นคณะกรรมการที่กำหนดนโยบายระดับชาติเท่านั้น ซึ่งมาตรา ๕ ในเรื่องของคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางรางถือเป็นนโยบาย การคมนาคมประเภทหนึ่ง คือแค่ประเภทเดียว รูปแบบการเดินทางเดียว ชื่อและเนื้อหา ก็เห็นชัด ๆ อยู่แล้วว่ามันไม่ใช่คณะกรรมการระดับชาติ แต่เป็นเพียง ๑ รูปแบบการเดินทาง ในด้านการคมนาคม ซึ่งก็มีทั้งทางราง ทางถนน ทางน้ำ แล้วก็ทางอากาศ จึงควรให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน🔗

จาก ๕ ประเด็นที่ผมได้ให้เหตุผลไว้นะครับ หากท่านเห็นด้วยกับเหตุผล ของผมแม้เพียง ๑ จาก ๕ มันก็เพียงพอให้ลงมติให้เอาร่างของพรรคประชาชนเป็นร่างหลัก นะครับว่า อำนาจหน้าที่ในเรื่องการขนส่งทางรางควรอยู่กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม นอกจากจุดแตกต่างหลักในเรื่องของโครงสร้างอำนาจแล้วยังมีจุดแตกต่างอื่น ที่เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนจะมาช่วยกันชี้ให้เห็นนะครับ ไม่ว่าจะเป็น🔗

ประเด็นที่ ๑ ในเรื่องของร่างของพรรคเพื่อไทยได้ข่าวว่าทางวิปจะเอาเป็น ร่างหลักแทนร่าง ครม. ลดเงื่อนไขการคุ้มครองผู้ใช้บริการเมื่อเทียบกับร่างประนีประนอม ของผม แล้วก็เมื่อเทียบกับร่างของ ครม.🔗

ประเด็นที่ ๒ ร่างของพรรคเพื่อไทยที่พยายามจะเอาเป็นร่างหลักนี้ เพิ่มประโยชน์ให้นายทุนผู้ประกอบกิจการ🔗

ประเด็นที่ ๓ ร่างของพรรคเพื่อไทยลดอำนาจรัฐในการเข้าไปตรวจสอบ สักครู่เพื่อนสมาชิกพรรคประชาชนจะชี้ให้เห็นใน ๓ ประเด็นสำคัญเพิ่มเติมจากในเรื่องของ โครงสร้างอำนาจที่บิดเบี้ยว🔗

กล่าวโดยสรุปจากที่ผมได้อภิปรายไปนี้ข้อเสนอของผมชัดเจน ก็คืออยากให้ เพื่อนสมาชิกทุกท่านลงมติเพื่อรับหลักการในทุกร่าง เพราะว่ามีหลักการเดียวกัน แล้วก็ ไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่จะปฏิเสธได้ แล้วก็ขอให้เวลาเลือกนะครับว่าเอาร่างใดเป็นร่างหลัก อยากให้เอาร่างของพรรคประชาชน เพราะใกล้เคียงกับร่างประนีประนอมจากสภาชุดที่แล้ว มากที่สุด มีการแก้ไขเพียงเล็กน้อยและชัดเจนดังที่ผมอภิปรายให้เหตุผลไป ไม่มีการแอบตัดกัน นอกรอบ ๒๐ กว่าอัน แล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นร่างทรงของใคร ใครตัด ขอบคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับผู้แถลงหลักการทั้ง ๓ ร่างได้แถลงหลักการเหตุผลจบแล้วนะครับ ต่อไปเป็น คิวของท่านผู้ประสงค์อภิปรายนะครับ ผมขออนุญาตเริ่มต้นที่ท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ แล้วต่อด้วย ท่านชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ เชิญครับ🔗

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก่อนที่ผมจะอภิปราย ผมขอเรียนให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกนะครับ คำอภิปรายผมจะอ้างอิงในเอกสาร ประกอบการพิจารณานะครับ มีทั้งหมด ๔ ประเด็น แล้วผมก็จะบอกไปทีละหน้าในประเด็น ที่ผมจะอภิปรายด้วยนะครับ ผมมีอยู่ ๔ ประเด็น ผมขอเวลา ๗ นาที🔗

ประเด็นแรก ถ้าเพื่อนสมาชิกเปิดไปที่หน้า ๑-๔๓ เป็นการเปรียบเทียบ ร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางรางของ ครม. กับของท่านมนพร เจริญศรี เนื่องจากในเอกสารนี้ ไม่มีการเปรียบเทียบร่างของอาจารย์สุรเชษฐ์นะครับ ผมจึงขออ้างอิงอันนี้ เพราะของ พรรคประชาชนนั้นประมาณ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ คล้ายกับของรัฐบาลนะครับ ถ้าเพื่อนสมาชิก และท่านประธานเปิดไปหน้า ๑-๔๓ มาตรา ๙ ของร่าง ครม. มาตรา ๔๑ ของพรรคเพื่อไทย (๑) ท่านจะเห็นนะครับว่า ใน (๑) ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้ กำหนดนโยบายและแผนพัฒนาการขนส่งทางรางเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ทางพรรคเพื่อไทยเพิ่ม โดยให้มีความเห็นของคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก ประกอบการพิจารณาไปพร้อมกัน มันแปลว่าอะไรครับ ตกลงจะยึดอันไหนครับ นำมาพิจารณาเฉย ๆ ผมขอสอบถามไปยังท่านผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ มันหมายความว่าอย่างไรข้อนี้ครับ แล้วทำไมท่านถึงต้องไปตัด (๒) (๓) (๔) ในร่าง ครม. ที่อยู่ช่องซ้ายมือออกไปครับ ที่เป็นอำนาจของคณะกรรมการ แปลว่าถ้ายึดร่าง ของพรรคเพื่อไทยเป็นหลัก คณะกรรมการนโยบายไม่มีอำนาจแม้กระทั่งกำหนดแนวทาง พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในการประกอบกิจการทางรางใช่หรือไม่ครับ แล้วไปดูความเห็น ของคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกแทน ผมขอเรียนสอบถามนะครับ ว่าทำไม ท่านถึงจะต้องตัด (๒) (๓) (๔) นี้ออกจากร่างของ ครม. ซึ่งร่างของพรรคประชาชน เรามี (๒) (๓) (๔) นี้อยู่🔗

ในประเด็นที่ ๒ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกเปิดไปหน้า ๑-๔๕ มาตรา ๑๓ ของ ครม. มาตรา ๑๕ ของร่างของพรรคเพื่อไทย พลิกไปอีกหน้าครับ มาตรา ๑ หน้า ๑-๔๖ จัดทำร่างนโยบายและแผนพัฒนาการขนส่งทางรางเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา กำหนดตามมาตรา ๑๑ (๑) มาตรา ๑๑ (๑) อย่างที่ผมพูดไปแล้วนะครับ ที่ต้องไปเอา รายงานของคณะกรรมการการจราจรทางบกมาประกอบด้วย คำถามผมคือ แล้วทำไม ต้องไปตัด (๒) (๓) (๔) ออกจากร่างของ ครม. ซึ่งเป็นร่างของพรรคประชาชนเช่นกัน ผมขอถามเหตุผลนะครับ อธิบายเหตุผลหน่อย อธิบายง่าย ๆ คือเวลาคณะกรรมการประชุม มีรายงานอยู่ ๒ ชุด จะตัดสินใจอย่างไรครับ อะไรเหนือกว่าใคร ในร่าง พ.ร.บ. นี้ไม่เขียน ให้ชัดเจน ขณะที่ร่างของ ครม. กับร่างของพรรคประชาชนมีเฉพาะการพิจารณาของ คณะกรรมการนโยบายเท่านั้น ต่อไปเป็นหน้า ๑-๖๒ ครับ หน้า ๑-๖๒ มาตรา ๓๒ ของ ครม. กับมาตรา ๑๙ ของพรรคเพื่อไทย มาตรา ๓๒ ของ ครม. เขียนว่า ให้กรรมสิทธิ์ในโครงสร้าง พื้นฐานทางรางเป็นของรัฐ จบ แต่ร่างของพรรคเพื่อไทย มาตรา ๑๙ ให้กรรมสิทธิ์ ในทรัพย์สินของโครงการขนส่งทางรางที่มีหน่วยงานเจ้าของโครงการเป็นหน่วยงานของรัฐ ตกเป็นของหน่วยงานเจ้าของโครงการดังกล่าว อ่านอย่างนี้ผมก็สงสัยครับ ผมไปหา คำจำกัดความว่า หน่วยงานเจ้าของโครงการมีหรือเปล่า ทั้ง ๒ ร่างไม่มีนะครับ แต่มีคำจำกัดความของคำว่า เจ้าของโครงการ เจ้าของโครงการคืออะไรครับ ไปดูคำจำกัดความ ของคำว่า เจ้าของโครงการ คำว่า เจ้าของโครงการ คำจำกัดความของร่างของพรรคเพื่อไทย หน้า ๑-๓๗ หมายความว่า หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่ดำเนินการเกี่ยวกับกิจการ ขนส่งทางราง ขณะที่ร่างของ ครม. เจ้าของโครงการ หมายความว่าหน่วยงานของรัฐ ที่ดำเนินการเกี่ยวกับการขนส่งทางราง แล้วร่างของพรรคเพื่อไทยท่านไปเพิ่มของเอกชน ทำไมครับ เพราะว่ามาตรานี้ มาตรา ๑๙ ย้อนไปหน้า ๑-๖๒ ถ้าอ่านดี ๆ ให้กรรมสิทธิ์ ในทรัพย์สินของโครงการขนส่งทางรางที่มีหน่วยงานของรัฐ เจ้าของโครงการเป็นหน่วยงาน รัฐตกเป็นของหน่วยงานเจ้าของโครงการ ถ้าอ่านพร้อมคำจำกัดความนี้หมายถึงเอกชนด้วย หรือเปล่าครับ อันนี้ท่านหมกอะไรอยู่หรือเปล่าครับ แล้วยิ่งแย่ไปกว่านั้น หน้า ๑-๖๒ มาตรา ๑๙ นะครับ ท่านลองอ่านวรรคท้ายของร่างที่พรรคเพื่อไทยเสนอมา ท่านไปเพิ่มว่า กรรมสิทธิ์ทุกอย่างเป็นไปตาม (๑) (๒) แต่ยกเว้นนะครับ ยกเว้นสัญญาสัมปทาน สัญญาร่วมทุน หรือสัญญาว่าจ้างเดินรถ แล้วแต่กรณีกำหนดการโอน กรรมสิทธิ์ไว้เป็นอย่างอื่น ขณะที่ร่างของ ครม. ไม่มีนะครับ อันนี้เรียกตีเช็คเปล่า หรือเปล่าครับ เพราะว่าสัญญาสัมปทาน สัญญาร่วมทุน สัญญาว่าจ้างเดินรถเป็นสัญญานะครับ สัญญาหมายถึงการเจรจาระหว่างคู่สัญญาทั้ง ๒ ฝ่าย เรื่องนี้ต้องขอชมร่างของ ครม. แถมของพรรคประชาชนด้วย เพราะเราไม่มีการตีเช็คเปล่าแบบนี้ เขียนกฎหมาย แล้วบอกว่าเว้นแต่แปลว่าอะไรครับ อันสุดท้ายอันนี้ค่อนข้างจะเป็นเทคนิคทางด้านกฎหมาย หุ้นส่วนบริษัทเป็นอย่างยิ่ง คือถ้าเพื่อนสมาชิกและท่านประธานดูหน้า ๑-๗๐ ข้อ ๓ บริษัทจำกัดและมหาชน ซึ่งทุนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง อันนี้คนร่างกฎหมายผมเรียนด้วยความเคารพ ไม่รู้ทางด้าน Finance หรือครับ มันต้องเขียนว่า ทุนจดทะเบียน เพราะเวลาเราพูดถึง การลงทุนมันหมายถึงเงินทั้งหมด แต่ขณะนี้ในความเข้าใจผมคิดว่าต้องเป็นทุนจดทะเบียน บริษัทนะครับ ไม่ใช่เป็นทุนในการลงทุน เพราะไม่อย่างนั้นจะมีการจัด เขาเรียกว่าถือหุ้นไขว้ ถือหุ้นหลายชั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นสัญชาติไทย🔗

สุดท้ายนี้ผมเสนอว่าที่ประชุมแห่งนี้ควรจะรับร่างทุกร่างนะครับ และขอเสนอ ให้พิจารณารับร่างของพรรคประชาชน เป็นร่างหลักเพราะมีการประนีประนอม รวมทั้ง มีจุดยืนที่ตรงไปตรงมา ส่วนประเด็นอื่น ๆ เพื่อนสมาชิกคงจะได้อภิปรายต่อไป ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ท่านชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ เชิญครับ🔗

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย ร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางราง พ.ศ. .... ที่มีการเสนอเข้าสู่การพิจารณาในสภาทั้ง ๓ ร่างครับ ร่างของ ครม. ร่างของพรรคเพื่อไทย และร่างของพรรคประชาชนครับ โดยเฉพาะร่างของ พรรคเพื่อไทยที่เสนอโดยท่าน สส. มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ผมเห็นว่ามีความรัดกุม รอบคอบ สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน และไม่เป็นการให้อำนาจ และหน้าที่แก่หน่วยงานที่จะจัดตั้งขึ้นมากจนเกินไปครับ ท่านประธานครับ อุบัติเหตุ และความขัดข้องของการขนส่งในระบบรางในประเทศไทยยังคงเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งครับ โดยปัญหาที่เกิดขึ้นไม่เพียงส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานในระบบรางเท่านั้น แต่ยังอาจก่อผลเสีย เป็นอันตรายแก่ผู้ร่วมใช้ท้องถนนและประชาชนในพื้นที่โดยรอบด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดครับ คือเหตุการณ์ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ระหว่างการทดลองใช้งานระบบรถไฟฟ้าสายสีเหลือง เกิดเหตุล้อหลุดและกระแทกใส่รถยนต์ที่วิ่งอยู่บนถนนในพื้นที่ใกล้เคียง โชคดีครับที่ไม่มี ผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ก็สร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้ใช้รถ ใช้ถนน และผู้เดินทางในระบบ รถไฟฟ้าอยู่พักใหญ่ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ครั้งแรกครับ แต่ปัญหาของระบบรางมีมา อย่างต่อเนื่อง ทั้งกับรถไฟทางไกลและรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาความล่าช้าของขบวนรถ ปัญหาการขัดข้องของระบบไฟฟ้า ปัญหารถเสีย ไม่เพียงพอ ให้บริการ หรือปัญหาผู้ขับรถอยู่ในสภาพไม่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ก็ตาม ทั้งนี้ยังไม่รวมปัญหา เรื่องของค่าโดยสารที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ และไม่เปิดโอกาสให้การขนส่งในระบบราง เป็นทางเลือกของทุกคนอย่างแท้จริงด้วย โดยจากการรายงานสถิติเหตุรถไฟฟ้าขัดข้องครับ ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมปีที่ผ่านมา พบปัญหารถไฟฟ้า ขัดข้องรวม ๔๗ ครั้งครับท่านประธาน ส่วนของรถไฟฟ้าทางไกลเองก็มีอุบัติเหตุ อยู่หลายเหตุการณ์ ดังเช่นในปี ๒๕๖๒ มีเหตุรถดีเซลรางสายมหาชัย-วงเวียนใหญ่ เบรกแตก วิ่งเข้าชนสถานีปลายทาง พุ่งชนแป้นปะทะ ส่งผลให้รถทั้ง ๕ ตู้ Bogie ตกราง และมีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ อันเป็นเหตุมาจากหม้อลมเบรกขัดข้อง สิ่งเหล่านี้สะท้อน ให้เห็นครับว่า ปัญหาการตรวจสอบความปลอดภัย และการบำรุงรักษาเป็นสิ่งที่จำเป็น ที่ต้องให้ความสำคัญครับ และมีการกำหนดการจัดการที่เป็นระบบมากขึ้นเพื่อป้องกัน อุบัติเหตุในอนาคต และสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้พี่น้องประชาชน สาเหตุต้นตอประเด็นสำคัญครับ ที่ทำให้ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ ก็เพราะเรายังขาดโครงสร้างหลักในการวางนโยบายที่เกี่ยวกับเรื่องการขนส่งทางราง และออกกฎเกณฑ์มาตรการต่าง ๆ ในการกำกับดูแล ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเป็นกลไกสำคัญ ในการวางระบบระเบียบเกี่ยวกับการขนส่งทางรางต่อไป ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาเท่าที่ผม ติดตามการให้บริการในระบบรางได้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นมากมายครับ ดังเช่น ๑. ผู้โดยสาร และผู้ใช้บริการ ไม่มีช่องทางที่ชัดเจนในการร้องเรียน เมื่อได้รับการบริการที่ไม่เป็นธรรม หรือไม่ได้มาตรฐาน ๒. การคุ้มครองผู้โดยสารในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายขึ้น ยังไม่ครอบคลุมและเพียงพอ ๓. การกำกับดูแลอัตราค่าโดยสารยังไม่มีประสิทธิภาพครับ ทำให้ผู้โดยสารอาจต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป และ ๔. ไม่มีมาตรการ ที่ชัดเจน ในการคุ้มครองผู้โดยสารกรณีการยกเลิกหรือหยุดให้บริการ ปัญหาเหล่านี้จะดีขึ้นครับ หากกรมการขนส่งทางรางและกระทรวงคมนาคมมีเครื่องไม้เครื่องมือในการทำงาน เปลี่ยนจากระบบเดิมที่เป็น Self-Regulate คือให้หน่วยงานที่เป็นผู้ให้บริการ เช่น รฟม. รฟท. หรือบริษัทเอกชนต่าง ๆ กำกับดูแลมาตรฐานกันเอง ภาครัฐทำหน้าที่ได้เพียงเจรจา ให้ผู้ประกอบการหรือผู้ดำเนินการปฏิบัติตามเป็นครา ๆ ไป ให้มีกลไกที่มีการกำกับดูแล ดีขึ้นครับ โดยใช้คณะกรรมการกลางที่มีความรอบด้านมากขึ้นเข้ามารับผิดชอบ โดยภาคการเมือง ที่ยึดโยงกับพี่น้องประชาชนมานั่งเป็นประธานหรือมาเป็นหัวโต๊ะในคณะกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ครับ ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้ชื่อว่าเป็นคณะกรรมการนโยบายการขนส่ง ทางราง มีการกำหนดอำนาจหน้าที่ไว้ชัดเจนครับ ในมาตรา ๑๑ ของ พ.ร.บ. ฉบับพรรคเพื่อไทย ซึ่งจะเป็นบันไดขั้นแรกในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นได้ ยกตัวอย่างใน (๓) ครับ ให้อำนาจคณะกรรมการในการให้ความเห็นชอบมาตรฐานการขนส่งทางราง โดยระบุไว้ว่า ในมาตรา ๑๕ ว่ามีทั้งหมด ๑๐ ด้าน ก็คือมาตรฐานเทคนิค มาตรฐานความปลอดภัย มาตรฐานเจ้าหน้าที่ มาตรฐานการซ่อมบำรุง เป็นต้น ซึ่งมาตรฐานเหล่านี้ครับ จะถูกนำมา บังคับใช้แก่ผู้ประกอบการทุกราย ผู้ให้บริการทุกรายโดยเท่าเทียมกัน ในส่วนของค่าโดยสารเอง ใน (๕) และ (๖) ก็ได้ให้อำนาจและหน้าที่ในการกำกับกำหนดอัตราขั้นสูงของค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ค่าใช้ประโยชน์ต่าง ๆ รวมถึงการกำหนดประเภทบุคคลที่ได้รับการเว้นค่าโดยสาร หรือการลดหย่อนค่าโดยสารด้วย เป็นต้นครับ ซึ่งอำนาจเหล่านี้จะส่งเสริมให้รัฐบาลสามารถ ผลักดันนโยบายในการยกระดับขนส่งสาธารณะได้จริง ทำให้รถไฟฟ้ามีราคาถูก เช่น ๒๐ บาทตลอดสาย หรือปรับเปลี่ยนตามสภาพสังคมได้ รวมทั้งในมาตรา ๕๐ เองครับ หมวดเรื่องการกำหนดอัตราค่าโดยสารและค่าบริการก็มีการระบุใน (๓) เช่นกันครับ ให้สามารถกำหนดหลักเกณฑ์ในการบูรณาการค่าโดยสารระหว่างขนส่งทางรางกับขนส่ง สาธารณะในรูปแบบอื่น ๆ เข้าด้วยกัน ทำให้เราสามารถมีระบบตั๋วร่วมเกิดขึ้นได้จริงครับ นอกจากนี้ครับ ในเรื่องของการคุ้มครองผู้โดยสาร พ.ร.บ. ฉบับนี้ในมาตรา ๔๒ ร่างของพรรคเพื่อไทยครับ ก็ได้มีการระบุให้ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการประกันภัย ให้ครอบคลุมความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นครับ ทั้งต่อทรัพย์สินของโครงการและต่อชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของผู้โดยสารไว้ด้วย และมีมาตรา ๑๐๓ มาตรา ๑๐๔ ให้ผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ หรือบุคคลอื่น ๆ ที่ได้รับความเดือดร้อนมีสิทธิและช่องทางที่จะร้องเรียน ต่ออธิบดี เพื่อให้ผู้ให้บริการปฏิบัติตามมาตรฐานที่ได้วางเป็นมาตรการไว้ เพื่อเป็นกลไก ในการคุ้มครองที่ครอบคลุมและเป็นธรรมมากขึ้น โดยหากผู้ให้บริการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน เหล่านั้น ในมาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ ก็ได้ให้อำนาจอธิบดีในการสั่งพักใบอนุญาตหรือเพิกถอน ใบอนุญาตของผู้ประกอบการเจ้านั้น ๆ ได้ด้วย เพื่อให้การบังคับใช้มาตรฐานปฏิบัติ ได้จริงมากขึ้น🔗

ด้วยเวลาที่จำกัดครับท่านประธาน ที่ผมกล่าวมาเป็นเพียงสาระสำคัญ เบื้องต้นเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ที่จะเป็นประโยชน์โดยตรงกับพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ครับ ท่านประธาน🔗

ท้ายที่สุดผมขอย้ำอีกครั้งครับว่าผมสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางราง ทุกฉบับ ทั้งของรัฐบาลและของฝ่ายค้าน ให้ได้มีการพิจารณารับหลักการและนำเข้าไป พิจารณาร่วมกันในชั้นกรรมาธิการ และมั่นใจครับว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเป็นบันไดก้าวสำคัญ ในการยกระดับมาตรฐานการขนส่งทางรางของประเทศไทย และให้ระบบราง เป็นบริการสาธารณะที่ปลอดภัย และมีราคาที่เหมาะสมอย่างแท้จริง ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปนะครับ ท่านภัณฑิล น่วมเจิม แล้วต่อด้วยท่านประภาพร ทองปากน้ำ ครับ ท่านใดยังไม่ได้ลงชื่อแล้วประสงค์จะอภิปรายเชิญมาลงชื่อนะครับ อีกสัก ๕ นาที จะปิดการลงชื่อแล้วนะครับ เชิญท่านภัณฑิลครับ🔗

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย พรรคประชาชน ขอร่วมอภิปรายร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางราง สนับสนุน โดยเฉพาะ ของทางพรรคประชาชน โดยอาจารย์สุรเชษฐ์นะครับ ขอย้อนกลับไปถึงหลักการ และความจำเป็นของกฎหมายนี้ก่อนนะครับ ข้อดีของแนวทางในการเปิดตลาดเสรี การประกอบกิจการรถไฟคือทำให้เกิดการแข่งขันนะครับ คือโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟ ที่รัฐได้ลงทุนได้ถูกนำมาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันผู้จัดการโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ต้องรับความเสี่ยงจากการประกอบกิจการของเอกชน และได้ค่าตอบแทนเป็นค่าใช้โครงสร้าง พื้นฐาน เอกชนเองก็สามารถเข้ามาประกอบกิจการเดินรถไฟได้รวดเร็วขึ้นเพราะไม่ต้องลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน การทำให้เกิดการแข่งขันจะทำให้ส่งผลในการพัฒนาการให้บริการ อย่างเช่น เรื่องตรงเวลา ลดต้นทุนการดำเนินการ รวมถึงอัตราค่าบริการ จริง ๆ ย้อนกลับไป ต้นทุนการขนส่งทางราง เมื่อเทียบกับหมวดอื่น ๆ นี่มันต่ำกว่าอยู่แล้ว อย่างต่ำกว่า ถนน ๒ เท่า ถนนนี่ ๒ บาทต่อกิโลเมตรต่อคน ใช่ไหมครับ แต่รางนี่ ๑ บาทเองนะครับ🔗

อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือความคุ้มค่าจากการใช้ทรัพยากรร่วมกันนะครับ เดี๋ยวขอสไลด์ด้วยนะครับ ก็อาจจะเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ นะครับว่า🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

ต่อตารางกิโลเมตร พื้นที่ ของประเทศแล้วเรามีรางเท่าไรนะครับ ในเอกสารประกอบก็มี เราจะเห็นเลยประเทศไทย อ่อนมากนะครับ ถ้าเผื่อเราเทียบกับประเทศชั้นนำที่มีระบบรางเวลาเราไปศึกษาดูงานกัน อย่างประเทศญี่ปุ่น เยอรมัน สีแดงมันจะเข้มมาก คือเขามีรางต่อพื้นที่ตารางกิโลเมตร ของเขาเยอะมากนะครับ อันนี้เราจะเห็นเลยว่า ประเด็นแรกคือรางเราไม่พอนะครับ ถ้าเผื่อเรายังใช้กฎหมายนี้ต่อไปเรื่อย ๆ นี่ ให้รถไฟมาเป็นทั้ง Regulator และ Operator ด้วยนี่ มันก็ไม่ได้ไม่ไปถึงไหนนี่ มันผ่านมากี่ปีแล้วครับ หน้าต่อไปครับ คือมันเสียดาย เพราะร้อยละอัตราการใช้ประโยชน์จากราง คือ Rail Capacity Utilization ของไทยมันอยู่ที่ระดับต่ำมากนะครับ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ถ้าเผื่อเราดู เคสต่าง ๆ จากต่างประเทศ คือเราก็ดูพวกเคพีไอ ตัวชี้วัดต่าง ๆ จำนวนผู้โดยสารคนต่อ คือเราก็ดูได้นะครับว่าต่อปี หรือว่าเทียบกันกับกิโลเมตรที่ใช้คือจำนวนระยะทางที่ผู้โดยสาร เดินทาง หรือเมื่อเทียบกับการเดินทางรางเทียบกับประเทศอื่น ๆ เราจะเห็นเลยนะครับ อย่างประเทศชั้นนำที่เราต้องการจะไปลอกเลียนแบบเขามา อย่างญี่ปุ่น จีน เยอรมัน เขามีอัตราที่สูงกว่าไทยเยอะมาก อย่างไทยเทียบดูแล้วนี่คือรั้งท้ายเลยนะครับ สัดส่วน การเดินทางรางเทียบกับประเทศอื่น ๆ ลองนึกถึงตัวเราเองก็ได้ครับ เราเดินทางโดยรถไฟ ครั้งสุดท้ายเมื่อไร ยิ่งระหว่างเมืองนี่ไม่ต้องพูดถึงเลยอาจจะมีการใช้ในเมืองบ้างนะครับ แล้วก็จำนวนผู้โดยสารคนต่อประชากรนี่คือต่ำมากนะครับ เมื่อเทียบกับอย่างประเทศชั้นนำ อย่างญี่ปุ่นหรือจีน คือนอกเหนือจากนั้นเอกชนนี่ เมื่อเราทำกฎหมายนี้ขึ้นมามันก็เปิดโอกาส ให้เอกชนเข้ามาช่วยเดินรถระหว่างเมืองหรือความเร็วสูง ท้องถิ่นยังสามารถเป็น Operator เอง ได้สำหรับการเดินรถชานเมืองนะครับ รวมถึงบริษัทเดินรถจากต่างประเทศ เพื่อเดินรถ ระหว่างประเทศด้วยนะครับ แต่ย้ำนะครับ หลักการระบบโครงสร้างพื้นฐานต้องเป็นกรรมสิทธิ์ ของรัฐนะครับ คือรัฐต้องสามารถเข้ามากำกับดูแลได้ ทั้งระบบบัตร ค่าโดยสารร่วมอำนวย ความสะดวกประชาชนในการเปลี่ยนสายรถอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเวลาเขามาประมูลได้แล้ว สัมปทานได้แล้วหลักการความโปร่งใสก็ต้องยืนยันนะครับ ให้ผู้ประกอบการต้องเปิดเผย ชี้แจงต้นทุนและผลประกอบการต่อสาธารณะ🔗

ขอหน้าสุดท้ายครับ คือเรื่องของขนส่งทางรางมันไม่ใช่แค่คนนะครับ มันมีเรื่องของการขนส่งสินค้าด้วย ซึ่งก็เห็นนะครับว่า ในหลายประเทศก็มีการ Utilize หรือการใช้ประโยชน์จากระบบรางนี่มากกว่าประเทศไทยอย่างค่อนข้างชัดเจน ทั้งในเรื่องของ จำนวนตู้คิดเป็นพันล้านตันต่อกิโลเมตร อย่างจีนเขาก็มีการสร้างระบบสาธารณูปโภค มีการวางระบบรางค่อนข้างเยอะมาก สหรัฐอเมริกานะครับ หรือถ้าเผื่อคิดเป็นสัดส่วน การขนส่งโดยรางเมื่อเทียบกับแบบอื่นนะครับ ของเมืองไทยนี่คือแทบจะไม่เห็นตัวเลขเลย แต่ว่าถ้าเผื่อเป็นประเทศอื่น อย่างอเมริกา หรืออย่างเยอรมัน จีน ก็เป็นขนส่งทางหลักเลย เมื่อเทียบกับถนน อย่างเมืองไทยก็คือใช้ถนนหรืออาจจะใช้เรือเป็นหลักนะครับ ก็ขอร่วม สนับสนุนนะครับ ให้มีการร่างแล้วก็มีการทำกฎหมายฉบับนี้เพื่อใช้ประโยชน์โครงสร้าง พื้นฐานของเราให้คุ้มค่านะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะกรรมการศูนย์พัฒนาการเมือง ภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า และแกนนำเยาวชนจังหวัดพะเยานะครับ ยินดีต้อนรับ ทุกท่านครับ ต่อไปครับท่านประภาพร ทองปากน้ำ เชิญครับ🔗

นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการขนส่ง ทางราง พ.ศ. .... ของพรรคเพื่อไทย ที่เสนอโดยท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มนพร เจริญศรี และดิฉันต้องขอให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ เนื่องจากปัจจุบันโครงสร้างในการประกอบกิจการขนส่งทางรางของประเทศไทย มีผู้ประกอบกิจการ เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย กับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน แห่งประเทศไทย ซึ่งแยกออกจากกัน โดยทั้ง ๒ แห่งต่างทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ให้บริการ และการกำกับดูแลการให้บริการของตนเอง ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือให้บริการเอง ควบคุมตัวเอง และประเมินผลตนเองค่ะ ซึ่งในข้อนี้ดิฉันเห็นว่าไม่สอดคล้องกับหลักการในการกำกับดูแล กิจการขนส่งสาธารณะของรัฐค่ะ ในด้านการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการก็จะไม่เป็นไปตาม มาตรฐานที่ผู้ใช้บริการควรจะได้รับ เช่น ในส่วนของความปลอดภัย การกำหนดอัตรา ค่าโดยสาร สิ่งอำนวยความสะดวกของผู้ใช้บริการ ความล่าช้า หรือการยกเลิกการเดินรถ โดยที่ไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า รวมถึงการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ปัญหาเหล่านี้ ส่งผลให้ความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพของการให้บริการลดลง ซึ่งส่งผลกระทบ ต่อผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจากปัญหาที่ดิฉันกล่าวมานี้ ทางพรรคเพื่อไทย จึงผลักดันร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ฉบับนี้ เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญ ในการเข้ามากำหนดมาตรฐานระบบขนส่งทางราง ให้เป็นมาตรฐานและมีการกำกับดูแล ภายใต้ข้อบังคับเดียวกัน อันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาและการบริหารจัดการในระบบราง เป็นโครงข่ายหลักของประเทศ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชน โดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะมีบทบัญญัติทั้งสิ้น ๑๖๕ มาตรา ๑๐ หมวด และบทเฉพาะกาล ค่ะท่านประธาน โดยหัวใจสำคัญของร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... คือ การเข้าไปกำกับ ดูแล ควบคุมกิจการการขนส่งทางรางอย่างรอบด้าน การเสนอแนะ นโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนการพัฒนาด้านการขนส่งทางราง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทางรางให้มีโครงข่ายที่สมบูรณ์ ครอบคลุมไปทั่วประเทศ และมีการเชื่อมโยงกับระบบขนส่งอื่น รวมถึงการขนส่งไปประเทศเพื่อนบ้าน การกำกับดูแลมาตรฐานด้านความปลอดภัย การบำรุงทาง และการประกอบกิจการ เช่น จะมีการคุ้มครองผู้โดยสารจากเหตุเที่ยวรถล่าช้า หรือการถูกยกเลิกการเดินรถ โดยที่ผู้โดยสารจะมีสิทธิได้รับค่าชดเชยค่าโดยสาร และค่าธรรมเนียมจากผู้ประกอบกิจการ การจัดให้มีการประกันความเสียหายที่เกิดขึ้น แก่ผู้โดยสารหรือสินค้า การจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ ครอบคลุมไปถึงคนพิการ ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และเด็ก ท่านประธานที่เคารพคะ หลายท่าน อาจตั้งคำถามว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีบทบาทอย่างไรในการยกระดับมาตรฐาน ระบบรางของประเทศไทย ดิฉันอยากกล่าวว่า ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ฉบับนี้จะเข้ามามีบทบาทในการกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัย ด้านการซ่อมบำรุง รวมถึงด้านการประกอบกิจการ การให้บริการ และการกำหนดค่าบริการอย่างเป็นธรรม และเหมาะสม ยกระดับระบบรางให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และที่สำคัญมีการแข่งขัน อย่างเสรี ซึ่งจะทำให้เกิดความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรระบบราง และเกิดประโยชน์สูงสุด แก่ประชาชนและผู้ใช้บริการ โดยดิฉันขอแบ่งประเด็นสำคัญได้ ๔ ประเด็นดังนี้ค่ะ🔗

ข้อแรก ในการกำหนดมาตรฐานการประกอบกิจการขนส่งทางรางในรูปแบบ ใบอนุญาต จะมีการกำหนดคุณสมบัติ หน้าที่ รวมถึงหลักเกณฑ์ การจดทะเบียน ของผู้ประกอบกิจการขนส่งทางราง เพื่อให้รัฐสามารถกำกับดูแลการดำเนินการ ของผู้ประกอบกิจการ และการใช้ระบบอนุญาตนี้ยังช่วยสร้างความมั่นใจว่า มาตรฐาน การดำเนินงานและความปลอดภัยของการขนส่งทางรางจะเป็นไปตามข้อกำหนด ที่ถูกกำหนด โดยการกรมขนส่งทางราง อีกทั้งยังช่วยให้เกิดการพัฒนา และการแข่งขันเสรี ในอุตสาหกรรมประเภทนี้🔗

ข้อที่ ๒ การเชื่อมโยงต่อโครงข่าย และการจัดสรรความจุในการเดินรถ จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนสามารถใช้โครงข่ายพื้นฐาน ของทางราง เช่น การรถไฟฟ้าแห่งประเทศไทย เพื่อดำเนินการขนส่งทางรางโดยเอกชน ก็จะได้รับการอนุญาตให้เดินรถขนส่งทางรางในช่วงเวลาที่การจราจรทางรางว่างอยู่แล้ว เมื่อผู้ประกอบการใช้บริการแล้วก็จะมีการชำระค่าบริการให้กับการรถไฟฟ้าแห่งประเทศไทย และยังสามารถที่จะให้บริการด้วยความถี่ที่เหมาะสมต่อความต้องการในการใช้บริการ อาจมีการเพิ่มเที่ยวการให้บริการ หรือเพิ่มเที่ยวในการขนส่งสินค้าในช่วงเวลา ที่มีความต้องการสูงขึ้นค่ะ ซึ่งประเด็นที่กล่าวมาเหล่านี้ก็จะให้เกิดการใช้โครงสร้างพื้นฐาน อย่างคุ้มค่าและเป็นประโยชน์ ทั้งในการลดต้นทุนการขนส่งด้วยค่ะ🔗

ข้อที่ ๓ การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล กรมการขนส่งทางรางจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัย ให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล การกำหนดให้มีวิศวกรที่ปรึกษา จากหน่วยงานอิสระที่มีความเชี่ยวชาญ จะมีการเข้ามาตรวจสอบระบบความปลอดภัย ในทุก ๆ ขั้นตอนตั้งแต่การทดสอบการเดินรถ การตรวจสภาพ สภาพโครงสร้างพื้นฐาน การตรวจสอบ การปฏิบัติงานของผู้ประกอบกิจการ ซึ่งประเด็นเหล่านี้จะช่วยลดในความเสี่ยง ของการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้🔗

ข้อ ๔ ข้อสุดท้ายค่ะท่านประธาน การจะมีโครงสร้างและอัตราค่าโดยสาร และค่าบริการที่เป็นธรรมค่ะ จะมีการกำหนดอัตราขั้นสูงของค่าโดยสารและค่าบริการ ที่เหมาะสมและเป็นธรรมแก่ผู้โดยสารและผู้ประกอบกิจการขนส่ง อีกทั้งยังกำหนด ให้มีการทบทวนอัตราค่าโดยสารทุก ๕ ปี เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป การยกระดับมาตรฐานระบบรางภายใต้พระราชบัญญัติการขนส่งทางรางนี้จะมุ่งเน้นไปที่ การสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการแข่งขัน ในระบบการขนส่งทางรางและการใช้ โครงสร้างพื้นฐานอย่างคุ้มค่า🔗

ท่านประธานคะ การยกระดับความปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และการมีอัตราค่าโดยสารและค่าบริการที่เป็นธรรมมากที่สุดค่ะ เพื่อให้การขนส่งทางราง เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องประชาชนในระยะยาว ดังนั้นดิฉันจึงเห็นชอบ ในร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ฉบับนี้ของพรรคเพื่อไทยที่นำเสนอ โดยท่านมนพร ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป ๒ ท่านนะครับ ท่านปิยชาติ รุจิพรวศิน ต่อด้วยท่านศรีโสภา โกฏคำลือ เชิญท่านปิยชาติครับ🔗

นายปิยชาติ รุจิพรวศิน นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ปิยชาติ รุจิพรวศิน ผู้แทนราษฎรนครราชสีมา เขต ๒ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ที่เสนอโดย ท่านสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ครับ เพราะร่างนี้มีจุดมุ่งหมายที่สำคัญในการพัฒนา อุตสาหกรรมและพัฒนาการขนส่ง และโลจิสติกส์ เพื่อเกิดกิจการขนส่งทางรางขึ้น ในระดับประเทศและในระดับภูมิภาคอย่างมั่นคงและยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนได้รับ ความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดและปลอดภัยในการเดินทางครับ ท่านประธานครับ ผมขอยกตัวอย่างในจังหวัดนครราชสีมาข้อมูลของจำนวนผู้มีแนวโน้มในการใช้รถไฟทางราง ในโคราชหรือจังหวัดนครราชสีมา จากการวิเคราะห์แบบคร่าว ๆ จำนวนประชากร ทะเบียนราษฎรวัยทำงานจะอยู่ที่ช่วงอายุ ๑๕-๕๙ ปี อันนี้เป็นข้อมูลจากปี ๒๕๖๖ จะมีจำนวนทั้งสิ้นอยู่ที่ประมาณ ๑.๗ ล้านคน ซึ่งเป็นช่วงอายุที่มีแนวโน้มจะใช้การขนส่งทางราง มากที่สุด เนื่องจากเป็นการใช้เพื่อเดินทางไปเรียน ทำงาน ทำธุรกิจ แต่ในที่นี้ผมก็ไม่ได้ หมายความว่าทั้งหมดนี้มีการใช้ระบบการขนส่งทางรางแบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จากจำนวน ประชากรที่ผมกล่าวมา เนื่องจากในปัจจุบันนครราชสีมา ความนิยมในการใช้ขนส่งทางรางนั้น น้อยกว่าในอดีตมาก ๆ เพราะอะไรครับ นั่นก็เพราะว่ากลุ่มวัยเหล่านี้ยังกังวล ในด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายครับ ซึ่งถ้าระบบขนส่งทางรางมีการเพิ่มมาตรฐานของราง และระบบความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวกของผู้โดยสาร เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการ เพื่อเพิ่มการใช้งาน การขนส่งทางรางที่มากขึ้น ตามมาตรา ๑๓ ของ พ.ร.บ. ที่ทางท่านสุรเชษฐ์ได้เสนอนะครับ ที่ให้กรมขนส่งทางรางรับผิดชอบในการจัดทำมาตรฐานด้านความปลอดภัย และมาตรา ๒๒ ของร่าง พ.ร.บ. ที่อาจารย์สุรเชษฐ์เสนอเช่นกัน ว่าด้วยการเสนอโครงการขนส่งทางราง จะต้องมีการวางระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ ซึ่งในปัจจุบัน สถานีรถไฟแต่ละแห่งในประเทศไทยรวมจุดจอด ตอนนี้จะมีอยู่ที่ประมาณ ๘๖๕ สถานี อันนี้เป็นข้อมูลจากระบบบัญชีด้านคมนาคมนะครับ และจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ตามสถานี เช่น ทางลาด ๒๕๘ แห่ง ห้องน้ำ ๓๐๖ แห่ง ที่จอดรถ ๗๖ แห่ง ป้ายสัญลักษณ์ ๑๑๑ ป้ายศูนย์บริการข้อมูล ๑๖ แห่ง แต่ในขบวนรถไฟไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ คนพิการ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และเด็กเล็ก ซึ่งใน พ.ร.บ. ขนส่งทางรางฉบับนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่บุคคลเหล่านี้ให้เท่าเทียมกับบุคคลอื่นครับ ยกตัวอย่างในต่างประเทศนะครับ การที่มีราวจับกันล้ม ตั๋วรถไฟที่เป็นตัวอักษร Braille ล่ามภาษามือ พื้นที่นั่งสำหรับรถเข็น Wheelchair ห้องให้นมทารก ห้องเปลี่ยนผ้าอ้อม เป็นต้นครับ จากที่ผมได้อ่านร่างของเพื่อนสมาชิกจากพรรคเพื่อไทย ที่เสนอเข้ามาจะไม่มี ในส่วนนี้ ส่วนที่เหมือนกับมาตรา ๒๒ ของร่างจากทางท่านสุรเชษฐ์นะครับ หรือเราจะดูจาก ล่าสุดเหตุการณ์เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมานะครับ กรณีอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ทางราง ดินถล่มภายในอุโมงค์คลองไผ่ โครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพมหานคร นครราชสีมานะครับ แน่นอนครับว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด และไม่ได้บอกว่าหน่วยงานไหน ควรรับผิดชอบนะครับ แต่ในอนาคตหากร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางรางฉบับนี้เสนอผ่าน และหากเกิดอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ทางรางเกิดขึ้น ในกรณีนี้เจ้าหน้าที่หรือคณะกรรมการ จะสามารถใช้อำนาจในการสอบสวนได้อย่างเหมาะสม เช่น การเข้าพื้นที่ การควบคุม การตรวจสอบ รวมถึงผู้ตรวจการจะมีอำนาจในการตรวจสอบเอกชนได้ตามมาตรา ๘๗ และมาตรา ๙๔ ครับ ซึ่งจะต่างจากร่างที่ฉบับเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้เสนอเข้ามานะครับ จะเป็นมาตรา ๗๔ ในร่างของทางพรรคเพื่อไทยจะลดอำนาจในการเข้าพื้นที่ เพื่อการสอบสวน ตรวจค้น หรือตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่รัฐครับ และ ณ ตอนนี้ที่จะมีการพิจารณาสร้างท่าเรือบก จังหวัดนครราชสีมา สถานีรถไฟบ้านกระโดน ตำบลหนองไข่น้ำ อำเภอเมือง ซึ่งเป็นหนึ่ง ในตัวเลือก สนข. รวมถึง มทร. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา ได้มาทำการศึกษาถึงความคุ้มค่าในทุกมิติแล้ว ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงที่รอการท่าเรือมาศึกษาอีกที บริเวณนี้การรถไฟได้สร้างจุดขนส่งสินค้า หรือที่เราเรียกกันว่า Container Yard เสร็จเรียบร้อยแล้ว และยังไม่มีการเปิดใช้อย่างเป็นทางการ แต่ถึงขนาดตอนนี้ที่ยังไม่มี การเปิดใช้อย่างเป็นทางการได้มีเอกชนมาใช้บริการขนส่งแล้ว ๒ ราย เพื่อส่งเกลือและแป้ง มันไปยังมาบตาพุด ท่านประธานครับ ทั้งหมดที่ผมได้อภิปรายมาเพราะอยากจะชี้ให้เห็นว่า เราควรมีกฎหมายที่กำกับดูแลกิจการขนส่งทางราง เพื่อให้สามารถยกระดับมาตรฐาน อุตสาหกรรมการขนส่งทางราง การบริหารจัดการการขนส่งทางรางอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับการพัฒนาการขนส่งรูปแบบอื่น ๆ ให้เป็นโครงข่ายเดียวกันอย่างสมบูรณ์ ผมจึงขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางรางที่เสนอโดยท่านสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านศรีโสภา โกฏคำลือ เรียนเชิญครับ🔗

นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทย เมื่อพูดถึงกิจการขนส่งทางรางเราทุกคนต่างทราบกันดีว่าเป็นกิจการที่เกี่ยวข้อง กับรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นการรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นกิจการหลัก ๆ ที่ดำเนินอยู่ในประเทศของเราค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ เชียงใหม่

ดิฉันจะขอเข้าเรื่องเลยนะคะ ท่านประธาน วันนี้ตัวดิฉันเองจะขออภิปรายสนับสนุนให้มีการยกระดับการพัฒนาระบบราง ของไทย โดยผ่านการใช้กฎหมายร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ที่ทางคณะรัฐมนตรีได้นำเสนอต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ค่ะ ท่านประธานคะ การพัฒนาระบบรางของประเทศให้มีคุณภาพและมีมาตรฐานระดับสากล เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก ปลอดภัย จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงสิทธิของประชาชน ผู้ใช้บริการเป็นหลักค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความปลอดภัยที่ต้องมาพร้อมกับ ค่าธรรมเนียมอัตราค่าโดยสารที่เป็นธรรม รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่อผู้รับบริการ ที่มีความหลากหลายมากขึ้นในปัจจุบัน ได้แก่ เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้พิการค่ะ หากประเทศเรามีกฎหมายที่สามารถดูแลผู้รับบริการหรือผู้โดยสารทั้งหมดเหล่านี้ ก็จะทำให้ เกิดความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรระบบราง และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้บริการค่ะ นอกจากนี้แล้ว ระบบขนส่งทางรางไม่เป็นเพียงแค่ให้บริการแก่ผู้โดยสารเท่านั้น ในประเทศเรา ยังใช้ระบบขนส่งทางรางในการขนถ่ายกระจายสินค้าในแต่ละภูมิภาคให้เชื่อมโยงกันแม้แต่ตัว ดิฉันเองก็ยังเคยฝันว่าจะเป็นไปได้ไหม หากในอนาคตพืชผลสินค้าเกษตรที่มาจากดอยสูง เช่น อำเภออมก๋อย หรือแม่แจ่มในพื้นที่ของดิฉัน จะมีระบบขนส่งทางรางเหมือนกับ ต่างประเทศ เพื่อสามารถขนส่งสินค้าเกษตรเป็นจำนวนมากจากพื้นที่ห่างไกล แล้วส่งมายัง พื้นที่ราบ เพื่อให้การขนส่งสะดวกรวดเร็วทำเวลาได้ทันท่วงที เพราะสามารถควบคุมคุณภาพ จากการลดเวลาขนส่ง รวมถึงการช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ เพราะในปัจจุบัน การเดินทางในรถยนต์ในพื้นที่ของดิฉันค่อนข้างลำบากมากเลยค่ะท่านประธาน🔗

ท่านประธานคะ ดิฉันจะขอกลับมาประเด็นหลักที่ดิฉันมาอภิปรายในวันนี้ พรรคเพื่อไทยของเราได้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีทั้งหมด ๑๒ หมวด ๑๔๕ มาตรา โดยภาพรวมที่มาจากพรรคเพื่อไทยจะสอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติ ของรัฐบาล โดยผ่านจากข้อคิดเห็นจากสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เมื่อนำมาปรับปรุงและแก้ไขจะได้ข้อสรุป ที่ชัดเจนในการกำหนดสิทธิต่าง ๆ ของกรมการขนส่งทางรางและประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย ในการใช้บริการขนส่งทางรางค่ะ ในร่างพระราชบัญญัติขนส่งทางรางของพรรคเพื่อไทย ดิฉันจะขอเน้นไปหมวดที่ ๒ ซึ่งเป็นการจัดทำโครงการขนส่งทางราง ในส่วนที่ ๑ นั้น จะเป็นการจัดทำแผนพัฒนาขนส่งทางราง โดยมุ่งเน้นให้กรมการขนส่งทางรางจัดทำ แผนพัฒนาเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาต่อคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อให้ความเห็นชอบ โดยต้องกำหนดสาระสำคัญดังนี้ ๑. เหตุผลและความจำเป็นในการทำแผนพัฒนาขนส่งทางราง ๒. กรอบและแนวทางในการกำหนดโครงข่ายหรือแนวเส้นทางของระบบขนส่งทางราง ที่จำเป็นต่อขนส่งสาธารณะ เพื่อให้ต่อเนื่องและประโยชน์ในการใช้บริการต่อประชาชนค่ะ ๓. โครงการขนส่งทางรางตามแผนพัฒนาขนส่งทางราง โดยกำหนดหน่วยงานรัฐที่เป็น เจ้าของโครงการที่สอดคล้องกับกรอบและแนวตามข้อที่ ๒ ๔. รูปแบบการดำเนินการ และการลงทุนของโครงการ ๕. กรอบระยะเวลาในการดำเนินตามแผนพัฒนาขนส่งทางราง และ ๖. รายละเอียดอื่นที่ทางคณะกรรมการได้เป็นผู้กำหนดค่ะ🔗

ท่านประธานคะ ดิฉันมองว่าแผนพัฒนาการขนส่งทางรางของประเทศไทย มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทยในด้านการคมนาคมในปัจจุบัน ดังจะเห็นได้ว่า ประเทศประเทศไทยนั้นได้มีการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ในพื้นที่ หลายจังหวัด เพื่อให้การเดินทางขนส่งทางรางรองรับกับความต้องการในโลกปัจจุบัน ที่เดินทางหรือขนส่งสินค้าอาจจะไม่จำเป็นจะใช้เฉพาะกับรถยนต์หรือทางอากาศเท่านั้นค่ะ ดังนั้นสิ่งที่ดิฉันกล่าวไปขั้นต้นว่า ดิฉันเคยฝันว่าพื้นที่ของดิฉันจะมีการขนส่งสินค้าการเกษตร โดยระบบรางก็อาจจะเป็นไปได้ในอนาคตเช่นเดียวกันค่ะ🔗

สุดท้ายแล้วค่ะท่านประธาน ดิฉันอยากให้เพื่อนสมาชิกได้เห็นความสำคัญ กับร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... เพื่อให้ประเทศไทยได้มีโอกาส เท่าเทียมทันกับนานาอารยประเทศ จากการยกระดับมาตรฐานระบบรางภายใต้พระราชบัญญัติ ฉบับนี้ เพื่อให้ขนส่งทางรางนั้นเป็นทางเลือกหนึ่งของการเดินทาง รวมทั้งการขนส่งสินค้า ที่มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ ซึ่งแน่นอนค่ะ จะส่งผลดีในระยะยาวต่อเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องชาวไทย ขอบคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒ ท่านถัดไปนะครับ ท่านทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ แล้วต่อด้วยท่านขัตติยา สวัสดิผล เชิญท่านทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ เชิญครับ🔗

นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคประชาชน จากพี่น้องชาวอยุธยา และบางบาลครับ ผมขอสนับสนุนในการที่จะรับหลักการร่างกฎหมาย การขนส่งทางรางทั้ง ๓ ฉบับ แต่ผมขอมาชี้ชัดมากขึ้นครับว่าทำไมร่างของพรรคประชาชน จึงควรเป็นร่างหลัก เพื่อพิจารณาในชั้นวาระถัดไป ไม่เพียงเพราะว่าร่างของ ครม. นั้น เป็นร่างเดิม ที่จริง ๆ แล้วมีการแก้ไขไปแล้ว แต่ว่าไม่ทันกรอบเวลาในการพิจารณา จึงเป็นอันต้องตกไป หรือไม่เพียงเพราะว่าร่างของพรรคเพื่อไทยอาจเป็นเพียงร่างทรง ของใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เพราะว่าร่างของพรรคประชาชน เป็นร่างที่ประนีประนอม เพื่อหาจุดร่วมและสงวนจุดต่างจากทุกฝ่าย ให้สามารถเกิดเป็นกฎหมายเพื่อกำกับดูแล และควบคุมการขนส่งทางรางเพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านการเดินทาง และการขนส่ง แก่พี่น้องประชาชนส่วนรวม ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมอยากจะขอชี้ให้เห็นว่าเหตุใด ผมจึงเห็นต่างจากพรรคแกนนำรัฐบาลจนเกิดเป็นข้อกังวลและข้อสังเกตครับ ว่าร่างของแกนนำ รัฐบาลนั้นอาจเป็นเพียงร่างทรงเพื่อใครคนใดสักคน แต่ไม่ได้เพื่อพี่น้องประชาชน🔗

ประเด็นแรกครับ ในหมวดของการกำหนดค่าโดยสาร ซึ่งร่างของ พรรคเพื่อไทยนั้นมีข้อกังวลเป็นอย่างยิ่งครับว่า อาจต้องสงสัยที่จะเข้าข่ายในการเอื้อประโยชน์ ให้กับกลุ่มทุนใหญ่ซึ่งเป็นผู้ประกอบการกิจการทางราง ซึ่งหากเรามาดูในมาตรา ๖๔ ของพรรคประชาชนครับ ที่กำหนดให้คณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางรางสามารถ ลดราคาค่าโดยสาร หรือยกเว้นค่าโดยสารเพื่อให้คนทุกคน คนทุกกลุ่ม สามารถเข้าถึงรถไฟ รถรางอย่างเท่าเทียมกันได้ เช่น การลดราคาให้ผู้สูงอายุ หรือการยกเว้นค่าโดยสาร แก่นักเรียน เป็นต้น แต่ในร่างของพรรคเพื่อไทยนั้นกลับกำหนดกรอบไว้ในมาตรา ๕๒ และบทเฉพาะกาลครับ ว่าหากมีการลดค่าโดยสาร หรือยกเว้นค่าโดยสาร จนก่อให้เกิดภาระ หรือผลกระทบแก่ผู้ประกอบการ หรือผู้รับสัมปทาน จำเป็นที่จะต้องมีการวางแผนเพื่อชดเชย เยียวยาอีกด้วยครับ นั่นหมายความว่าแทนที่ภาครัฐอาจใช้งบประมาณเพื่ออุดหนุน ค่าโดยสารแต่เพียงอย่างเดียว อาจต้องเสียงบประมาณเพิ่มให้กับกลุ่มทุนเพื่อชดเชยเยียวยา ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องของการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารและประชาชนอยู่แล้วครับ🔗

ประเด็นถัดมาซึ่งเป็นประเด็นสำคัญเป็นอย่างมากครับ ที่อยากจะชี้ให้ชัด มากขึ้นว่า ทำไมจึงมีข้อกังวลและข้อสังเกตว่า ร่างทรงเพื่อใครของพรรคแกนนำรัฐบาลนั้น อาจนำมาซึ่งการลดอำนาจรัฐในการตรวจสอบเอกชน หรือกลุ่มทุนผู้ประกอบการครับ เนื่องจากมีการตัดอำนาจในการสอบสวนอุบัติเหตุจากการขนส่งทางราง โดยมีการตัด ข้อกฎหมายออกไปมากถึง ๕ มาตราด้วยกัน หมายความว่าหากเกิดอุบัติเหตุที่เสียหาย ต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนครับ รัฐไม่สามารถที่จะเข้าไปยุ่มย่ามกับเอกชน ได้มากเกินไป อย่างนั้นหรือ ซึ่งเป็นข้อกฎหมายที่ร่างของพรรคประชาชนได้กำหนดไว้ อย่างละเอียดครับ เพื่อสอบสวนอุบัติเหตุและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ ยกตัวอย่างเช่น การสามารถให้เข้าไปในรถรางหรือรถไฟ เพื่อตรวจสอบ หรือเพื่อตรวจค้น หรือเพื่อค้นหา เอกสารหลักฐานได้ หรือแม้กระทั่งเรียกบุคคลมาให้ปากคำ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่ปรากฏ อยู่ในร่างของพรรคเพื่อไทยเลย มากไปกว่านั้นครับ ในหมวดของผู้ตรวจการขนส่งทางรางครับ โดยร่างของพรรคประชาชน ในมาตรา ๙๔ ได้กำหนดให้ผู้ตรวจการสามารถมีอำนาจ ในการตรวจสอบผู้ประกอบการเอกชนได้ และมีอำนาจที่กว้างเพื่อการตรวจสอบได้อย่างรอบด้าน แต่ร่างของพรรคเพื่อไทยมาตรา ๗๖ กลับกำหนดให้ผู้ตรวจการมีอำนาจในการตรวจสอบ เอกชนเฉพาะเพียงกรณีที่เป็นเหตุเร่งด่วน หรือเป็นเหตุอันควรเท่านั้นครับ รวมไปถึง ยังต้องไม่ให้กระทบต่อการบริการด้วยนะครับ แถมหากการตรวจสอบนั้นมีค่าใช้จ่าย ก็ต้องมีการชดเชยให้กับผู้ประกอบการอีกด้วย มากไปกว่านั้นครับ ยังมีการตัดเอาอำนาจ การอายัดหรือยึดหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดออกไปด้วยครับ ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุ ที่ผมอยากจะขอเชิญชวนเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ได้พิจารณาเพื่อนำเอาร่างของ พรรคประชาชนเป็นร่างหลักในการพิจารณาชั้นถัดไป ซึ่งเป็นร่างที่แสวงหาจุดร่วม ของทุกฝ่ายไว้เรียบร้อยแล้ว และถึงแม้ผมอาจจะยังเห็นต่างจากร่างของแกนนำรัฐบาล อยู่บ้างครับ รวมไปถึงยังมีข้อกังวลถึงจุดยืนของร่างกฎหมายที่มีเป้าหมายสูงสุดที่จะทำ เพื่อพี่น้องประชาชนหรือไม่ แต่ผมก็ขอรับหลักการในทุกร่าง เพื่อเดินหน้าไปสู่การทำให้ ระบบขนส่งทางราง ไม่ว่าจะเป็นรถไฟ รถราง เป็นระบบที่อำนวยความสะดวกและพัฒนา คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ให้ทุกคนเปลี่ยนจากการใช้รถยนต์ส่วนตัว ที่นับวันก็มีแต่ ค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น หันมาสู่การใช้รถไฟ รถราง และขนส่งสาธารณะ พร้อมทั้งต่อยอด สู่อุตสาหกรรมระบบราง ที่สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ ให้พี่น้องคนไทย เพื่อคนไทย ที่เท่าเทียมกัน เพื่อให้ประเทศไทยได้เท่าทันโลกครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านขัตติยา สวัสดิผล เรียนเชิญครับ🔗

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีกฎหมายสำหรับกำกับควบคุมการเดินทางสาธารณะมากมายค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ แต่ว่าเรายังขาดกฎหมายสำหรับควบคุมการเดินทางทางราง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการคมนาคมหลักที่สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ ของกรุงเทพมหานคร ที่ปัจจุบันมีคนใช้บริการทางรางถึง ๔๖ ล้านคนต่อเดือน และเราก็ยัง ใช้การขนส่งทางรางเพื่อที่ดินทางระหว่างเมืองในต่างจังหวัดอีกด้วย วันนี้ดิฉันจะขอร่วม อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง โดยจะขอเสนอมุมมองในฐานะ กรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภคกับโจทย์สำคัญที่ว่า เมื่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านแล้ว ประชาชนในฐานะผู้บริโภคนั้นจะได้อะไร ท่านประธานคะ เมื่อเรานึกถึงการคุ้มครองผู้บริโภค เรามักนึกถึงแต่การขายสินค้าหรือว่าบริการ แต่จริง ๆ แล้วการเดินทางโดยทางรางนั้น ผู้โดยสารก็ถือเป็นผู้บริโภคเช่นเดียวกัน ซึ่งเมื่อเราได้ดูรายละเอียดของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้มันก็มีหลายประเด็นที่ได้พูดถึงการคุ้มครองผู้บริโภคเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคา ค่าโดยสาร หรือการชดเชยกรณีเกิดการบกพร่องของการให้บริการ ซึ่งในหลายเรื่องเพื่อนสมาชิก ก็ได้อภิปรายกันไปบ้างแล้วนะคะ แต่เรื่องหนึ่งที่ดิฉันขอให้ความสำคัญ นั่นก็คือเรื่องของเวลาค่ะ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาดิฉันเชื่อว่าทุกคนคงเคยเห็นพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานคร แล้วก็ได้ใช้รถไฟฟ้าในช่วงเวลาเร่งด่วน ได้มีการโพสต์ ตาม Social Media ต่าง ๆ เกี่ยวกับข้อขัดข้องของระบบรถไฟฟ้า เป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นบางคนพลาดนัด หรือว่าบางคนก็ไปทำงานสาย ซึ่งนี่คือความเสียหายที่เกิดจาก การเดินรถล่าช้ากว่ากำหนด โดยจากสถิติพบว่า ในปี ๒๕๖๗ มีรถไฟฟ้าเกิดขัดข้อง ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคมกว่า ๔๗ ครั้ง โดยสาเหตุเกิดมาจากระบบขับเคลื่อน เกิดมาจากระบบประตูรถ จากระบบราง แล้วก็รวมถึงปัจจัยภายนอกอื่น ๆ อันแสดงให้เห็นถึง การขาดมาตรฐานในการให้บริการค่ะ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นการบอกข้อเท็จจริงว่า การเดินทางโดยระบบรางของประเทศไทยนั้น แตกต่างจากการเดินทางโดยระบบราง ในอีกหลายประเทศ แตกต่างกันตรงไหน แตกต่างกันตรงที่เราไม่สามารถที่จะคาดการณ์ หรือว่าคำนวณเวลาในการเดินทางได้อย่างชัดเจนค่ะ ซึ่งต่างจากประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะ ประเทศท่องเที่ยวที่พัฒนาแล้ว ซึ่งเขาล้วนให้ความสำคัญกับเวลา ทั้งเวลาในการออกเดินทาง แล้วก็เวลาที่จะถึงจุดหมายปลายทาง เพื่อให้ประชาชนนั้นสามารถวางแผนในการดำเนินชีวิตได้ ท่านประธานคะ ปัญหาไม่ได้มีเพียงแค่การเดินทางโดยระบบรถไฟฟ้าเท่านั้นค่ะ ดิฉันยังพบข้อมูล จากสภาองค์กรของผู้บริโภค ที่ได้ระบุปัญหาของการเดินทางโดยขบวนรถไฟทางไกล จากกรณีที่ผู้โดยสารขบวนรถไฟชำรุด จำเป็นต้องมีการสับเปลี่ยนตู้โดยสารกับขบวนอื่น ๆ ทำให้การเดินรถนั้นล่าช้ากว่ากำหนด ยกตัวอย่างเช่น ขบวนรถด่วนที่ ๘๓ เส้นทาง สถานีกลางบางซื่อไปตรัง ล่าช้า ๔.๑๒ ชั่วโมง ขบวนรถเร็วที่ ๑๓๙ เส้นทาง สถานีกลางบางซื่อไปอุบลราชธานี ล่าช้า ๓.๐๖ ชั่วโมง แล้วก็ขบวนรถเร็วที่ ๑๖๙ เส้นทาง กรุงเทพมหานครไปยะลา ล่าช้ากว่า ๒.๓๐ ชั่วโมง ซึ่งเมื่อเราเทียบกับต่างประเทศค่ะ ที่ผู้ให้บริการเขาให้คุณค่ากับเวลา แล้วก็การตรงต่อเวลา ทำให้เราเห็นถึงวิธีคิด เรื่องความสำคัญของเวลา เพราะเวลาคือต้นทุนของทุกคน เวลามีมูลค่า และการสูญเสียเวลา หมายถึงผลกระทบในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ มันเป็นต้นทุนของค่าเสียโอกาส การที่ผู้โดยสารในฐานะผู้บริโภคนั้นต้องเสียเวลา มันก็ไม่ต่างจากการซื้อสินค้าแล้วก็ไม่ตรงปก ดังนั้นการกำหนดมาตรฐานในการขนส่งทางราง โดยเฉพาะระบบการเดินรถจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง นั่นก็เพื่อให้การคมนาคมด้วยระบบราง ของประเทศไทยนั้น กลับมาให้ความสำคัญกับการรักษาเวลาของพี่น้องประชาชน เป็นการคืนเวลาที่ต้องสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ให้กับประชาชน และมุ่งมั่นในการที่จะให้ ความคุ้มครองผู้โดยสารในกรณีที่เกิดความล่าช้า ดิฉันจะขอยกตัวอย่างมาตรการคุ้มครองแล้วก็เยียวยาผู้โดยสารนะคะ จากกรณีการเดินรถ ล่าช้ากว่ากำหนดในต่างประเทศดังนี้ ที่ฮ่องกงเขามีข้อบังคับที่ชัดเจนว่า หากมีกรณี ที่ผู้ให้บริการเกิดข้อขัดข้องหรือทำให้การเดินรถล่าช้า ผู้ให้บริการจะต้องถูกปรับเป็นเงิน มหาศาล โดยขึ้นอยู่กับความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งบางทีสามารถถูกปรับได้ถึง ๒๕ ล้านเหรียญฮ่องกง หรือประมาณ ๑๐๐ ล้านบาทไทย ที่อังกฤษเขาใช้มาตรการ Delay Replay โดยมีการกำหนดช่วงเวลาที่ล่าช้าให้ได้สัดส่วนกับการชดใช้เงินคืน เช่น ถ้าล่าช้า ๑๕-๒๙ นาที จะได้รับเงินคืน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าล่าช้า ๓๐-๕๙ นาที จะได้รับชดใช้เงินคืน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ และถ้าล่าช้า ๖๐-๑๑๙ นาที เราจะได้ชดใช้เงินคืน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ และเรายังสามารถที่จะเรียกร้องค่าใช้จ่ายที่เกิดจากความล่าช้าของขบวนรถได้อีกด้วย เช่น ถ้าเราไปดูหนังไม่ทัน เราก็ขอเรียกค่าตั๋วหนังได้ หรือว่าเราอาจจะต้องไปจ่ายค่าโดยสาร สาธารณะรถยนต์ประเภทอื่นอีกอย่างนี้ค่ะ ก็สามารถที่จะขอคืนได้ อย่างที่สิงคโปร์ค่ะ เขามีมาตรการว่า เมื่อรถไฟฟ้าขัดข้อง จะมีระบบแจ้งไปยังป้ายรถบัสใกล้เคียง เพื่อให้รถบัสนั้น ไม่คิดค่าโดยสาร และเขาก็จะแจ้งเส้นทางการใช้รถบัสฟรีให้กับผู้โดยสาร แล้วก็อาจมี การเรียกรถเสริมจากเอกชนเพื่อเป็น Feeder ในการจะกระจายผู้โดยสารไปยังสถานีใหญ่ ที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้าหลายสายได้ ที่อเมริกาค่ะ ในช่วงปี ๒๐๐๐ การเดินทางโดยระบบราง ในอเมริกาประสบปัญหาความขัดข้องแล้วก็ล่าช้าบ่อยครั้ง ทำให้ประชาชนซึ่งเป็นผู้โดยสารนั้น สูญเสียความเชื่อมั่นไปอย่างมาก เขาจึงมีการออกมาตรการ Rush Hour Promise ที่เป็นการเสนอเงินคืนค่าโดยสารเต็มจำนวนในกรณีที่รถไฟฟ้าไปถึงที่หมายล่าช้า ๑๕ นาทีขึ้นไป ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนในตอนเช้าแล้วก็หลังเวลาเลิกงาน ท่านประธานคะ ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างในการดูแลแล้วก็ให้ความสำคัญกับผู้โดยสาร ซึ่งดิฉันหวังว่าการร่วมกัน ผลักดันร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะช่วยทำให้ผู้โดยสารในประเทศไทยได้รับการดูแล เหมือนตัวอย่างที่ดิฉันได้ยกมาข้างต้น ทั้งนี้มีสมาชิกบางท่านอภิปรายว่า ร่างพระราชบัญญัติ การขนส่งทางรางของพรรคเพื่อไทยนั้นเป็นการลดการคุ้มครองผู้บริโภค แต่จริง ๆ แล้ว ร่างของพรรคเพื่อไทยไม่ได้ลดการคุ้มครองผู้บริโภคแต่อย่างใดนะคะ แม้ว่าในหมวด ๙ เราจะมีมาตราน้อยกว่าร่างอื่น ๆ แต่การคุ้มครองผู้บริโภคได้กระจายไปอยู่ในส่วนอื่น ๆ เช่น เรื่องความล่าช้านั้นก็ไปปรากฏอยู่ในหมวด ๕ ส่วนที่ ๒🔗

สุดท้ายนี้ค่ะ เรายังมีความเห็นที่แตกต่างกันในอีกหลายประเด็นของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะคะ แต่จุดหมายปลายทางร่วมกัน นั่นก็คือการช่วยกันยกระดับ มาตรฐานการขนส่งทางราง เพื่อให้ระบบการขนส่งทางรางนั้นได้ทำหน้าที่คืนเวลาให้กับ ประชาชน เวลาซึ่งหมายถึงสิ่งที่มีค่ามากมาย เวลาซึ่งหมายถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจ และหมายถึงการให้ประชาชนนั้นได้ใช้คุณภาพชีวิตที่ดี และคืนคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้อง ประชาชนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านสกล สุนทรวาณิชย์กิจ แล้วก็ท่านปรเมษฐ์ จินา เชิญท่านสกลครับ🔗

นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สกล สุนทรวาณิชย์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ จากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ การขนส่งทางรางนี้ถือเป็นระบบขนส่งสาธารณะที่ถือว่าดี และมีประสิทธิภาพที่สุด เนื่องจากสามารถควบคุมเวลาและขนส่งผู้โดยสารได้จำนวนมาก เห็นได้จากการดำเนินการอย่างจริงจังและแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทย จึงควรเริ่มพัฒนาการขนส่งทางรางอย่างเป็นระบบและทั่วถึง โดยการกำหนด ให้มีคณะกรรมการนโยบายขนส่งทางรางเป็น Regulator ที่มองภาพใหญ่ พัฒนาขนส่งทางราง ทั้งประเทศ ผมจึงสนับสนุนให้มีการตราร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... เพื่อให้ลูกหลานของเรามีอนาคตที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ประชาชนทุกคนมีสิทธิเดินทาง ได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม โดยไม่ต้องอาศัยรถยนต์ส่วนตัว สามารถเดินทางได้ผ่านขนส่ง สาธารณะทุกรูปแบบครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ปทุมธานี

สำหรับร่างพระราชบัญญัติ การขนส่งทางราง พ.ศ. .... ทั้ง ๓ ฉบับที่เพื่อนสมาชิกกำลังพิจารณากันอยู่ ผมมีข้อสังเกต เพื่อให้ทางคณะกรรมาธิการได้นำไปพิจารณาเพิ่มเติมดังนี้ครับ เรื่องโครงสร้างของ คณะกรรมการนโยบายขนส่งทางราง อย่างที่ สส. สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ได้อภิปราย เรื่องความจำเป็นในการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธานแทนนายกรัฐมนตรี แล้วนั้น ผมมีข้อสังเกตอีกว่า ในสัดส่วนของกรรมการโดยตำแหน่งครับ ซึ่งควรมีผู้แทน จากกระทรวงอุตสาหกรรมมาในคณะกรรมการชุดนี้ด้วย เพราะมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริม พัฒนาอุตสาหกรรมทางราง ส่วนอีกกระทรวงที่ผมอยากจะฝากเป็นข้อสังเกต ให้คณะกรรมาธิการพิจารณาเพิ่มเติมคือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาครับ ด้วยเหตุผลที่ว่า ปัจจุบันการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลักของไทย การสร้างรถไฟ รถไฟฟ้า เป็นโครงสร้าง คมนาคมหลักที่สะดวกต่อการเดินทางและมีความปลอดภัยสูงครับ และจะช่วยให้ การท่องเที่ยวของไทยมั่นคงขึ้น เพิ่มโอกาสเข้าถึงการท่องเที่ยวในเมืองรองต่าง ๆ ของประเทศไทย และทำให้เศรษฐกิจจังหวัดต่าง ๆ ดีขึ้นถ้วนหน้าครับ ท่านประธานครับ ทราบไหมครับว่า ผมในฐานะประชาชนชาวปทุมธานี เคยมีความช้ำใจมาก่อนต่อรถไฟฟ้า สายสีแดง ที่ตอนออกแบบเส้นทางไม่ได้คิดถึงเส้นทางที่คนใช้บริการเลย แทนที่จะมาวิ่ง ตามถนนพหลโยธินนะครับ ซึ่งเป็นแนวที่ประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น มีจุดตัดเชื่อม ทั้งตะวันออกไปถึงตะวันตกของปทุมธานี และมีฮับรถตู้ รถเมล์อยู่ที่ตรงห้างฟิวเจอร์พาร์ค มี บขส. ที่ส่งคนไปต่างจังหวัด ทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน คนอยู่ถึงครึ่งประเทศครับ แถมยังเชื่อมต่อสนามบินดอนเมือง จะส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ดีมากขนาดไหน จะมีคน เป็นหมื่นต่อวันที่มาใช้บริการรถไฟสายสีแดงทั้งเข้ากรุงเทพฯ และมาเที่ยว หรือมาต่อรถ ที่ปทุมธานี แต่ในความเป็นจริงผลที่เกิดออกมาคือ รถไฟฟ้าสายสีแดงกลับวิ่งตามแนว รถไฟเดิม ไปอยู่หลังหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี ซึ่งไม่ตอบสนองความต้องการของ ผู้ใช้บริการที่ต้องการไปต่อรถนะครับ ไม่มีการเชื่อมต่อรถที่ดี ซึ่งผมก็คาดหวังนะครับว่า ถ้าโครงสร้างของคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ จะมีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมด้วยนะครับ ก็จะกำหนดเส้นทางที่เป็นประโยชน์ในการใช้งานและพัฒนาการท่องเที่ยว ในอนาคตต่อไป🔗

ข้อสังเกตต่อมานะครับ ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่ผมจะอภิปรายในวันนี้ โดยเฉพาะร่างของพรรคเพื่อไทย ซึ่งส่อไปในทางเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการกิจการทางราง หรือไม่ ซึ่งในครั้งนี้ผมจะขอใช้ร่างของคณะรัฐมนตรีเป็นร่างหลักในการให้เพื่อนสมาชิก ได้ตามมาตราต่าง ๆ ให้ทัน เริ่มต้นผมขอข้ามไปที่หมวด ๔ ว่าด้วยเรื่องของการประกอบ กิจการขนส่งทางราง มาตรา ๔๔ (๒) ในขณะที่ร่างของพรรคประชาชนและคณะรัฐมนตรี ไปในทิศทางเดียวกัน ร่างของพรรคเพื่อไทยกลับเลี่ยงที่จะใช้คำว่า ทุนจดทะเบียนดังกล่าว ต้องเป็นของผู้มีสัญชาติไทย และในมาตรา ๔๕ ที่ว่าด้วยผู้ขอรับใบอนุญาต มีการใช้เทคนิคเล็ก ๆ ในทางภาษา โดยการเปลี่ยนคำที่ทำให้ความหมายเปลี่ยนไป อย่างสัดส่วนทุนที่มีสัญชาติไทย อย่างเช่นคำว่า ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๑ จากร่าง ครม. และร่างพรรคประชาชน หมายถึง ทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๑ มาจากบุคคล หรือได้ชื่อว่าเป็นบริษัทสัญชาติไทย เปลี่ยนเป็นคำว่า ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของทุนทั้งหมด จากร่างของพรรคเพื่อไทย หมายความว่า ทุนจากสัญชาติไทย ต้องมีสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ซึ่งในกรณีนี้ ถ้าทุนต่างชาติจะเป็น ๕๐ ๕๐ เท่ากับ ของคนไทยพอดีเลยก็ได้ และอันนี้จะนับว่าเป็นบริษัทต่างด้าวครับ ซึ่งในร่างของพรรคเพื่อไทย ก็มีการใช้คำนี้ ลักษณะนี้แทบจะทั้งหมวด ท่านประธานครับ การขนส่งทางรางเป็นระบบ โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ประชาชนทั่วไปจะต้องใช้ในการเดินทาง เราจึงต้องพิจารณาว่า เราจะยอมรับได้หรือไม่ กับการที่ให้ผู้ถือใบอนุญาตเป็นบริษัทต่างด้าว กำหนดอัตรา ค่าโดยสาร หรือนำเงินกำไรจากค่าโดยสาร ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของรัฐออกไป นอกประเทศ แทนที่จะกำหนดให้ขาดว่าบริษัทต้องมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นเป็นสัญชาติไทย ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๑ เพื่อให้เศรษฐกิจยังไหลเวียนอยู่ในประเทศ ผมก็ไม่รู้ว่าร่างฉบับนี้ เพื่อไทยหรือเพื่อทุนใครกันแน่🔗

ต่อมาในมาตรา ๕๐ ว่าด้วยผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขกฎหมาย ก็เช่นเดิมครับ ในขณะที่ร่างของพรรคประชาชนและคณะรัฐมนตรีไปในทิศทางเดียวกัน แต่พรรคเพื่อไทย แกนนำจัดตั้งรัฐบาลกลับจัดทำร่างที่แตกต่างออกไป เริ่มต้นจากเมื่อปรากฏว่า ผู้ได้รับอนุญาตมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตนั้น แก้ไขหรือปฏิบัติให้ถูกต้องในระยะเวลาที่กำหนด ร่างของพรรคเพื่อไทยกำหนดกลายเป็น วันขั้นต่ำ ต้องไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วัน ถึงแม้ร่างของพรรคเพื่อไทยจะกำหนดข้อยกเว้นไว้ แต่ก็ต้องถามว่าทำไมต้อง ๑๒๐ วัน หรือท่านไม่อยากเห็นการแก้ไขโดยเร็วล่ะครับ🔗

ยังไม่จบครับต่อมาในมาตรา ๕๑ ว่าด้วยการเพิกถอนใบอนุญาต อ่านครั้งแรก ก็เข้าใจว่าที่พรรคเพื่อไทยตัดรายละเอียดออกไป เพราะเนื้อหาอาจซ้ำซ้อนกัน เพราะอย่างไร ก็ต้องส่งให้อธิบดี ส่งให้คณะรัฐมนตรี เพื่อมีคำสั่งเพิกถอนอยู่ดี แต่เดี๋ยวก่อนครับ ลองอ่าน ให้ครบทุกตัวอักษรก็จะเจอคำว่า พิจารณา ก่อนข้อความว่า การมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งก็ทำให้วิธีการเปลี่ยนไปทันทีครับ แทนที่อธิบดีจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีมีคำสั่งเพิกถอน ได้ทันที กลายเป็นว่าต้องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาก่อนถึงจะตัดสินใจว่าจะมีคำสั่งเพิกถอน หรือไม่🔗

ต่อมาครับ มาตรา ๔๔ (๕) ของคณะรัฐมนตรีเขียนชัดเจนว่า ต้องไม่เคย ถูกเพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งก็เป็นไปในทางเดียวกับพรรคประชาชน แต่พอมาที่ร่างของ พรรคเพื่อไทยกลับเพิ่มคำว่า เว้นแต่ได้พ้นกำหนดมาแล้ว ๕ ปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอน ใบอนุญาต เพื่อนสมาชิกต้องชั่งน้ำหนักนะครับว่า เราควรจะเปิดช่องให้ผู้ประกอบกิจการ สามารถกลับมาแก้ตัว หรือจะสร้างมาตรฐานสูงไว้ให้ผู้ประกอบการที่จะได้เข้ามา🔗

ท่านประธานครับ นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของร่างของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น ยังมีอีกหลายประเด็นมากมายที่ผมยังไม่ได้อภิปรายเนื่องจากเวลาจำกัด โดยรวมนะครับ ท่านประธาน ร่างของพรรคเพื่อไทยนั้นมีหลายมาตราที่เขียนออกมาอย่างกับผู้ประกอบ กิจการนั้นมาร่างด้วยตนเอง ถ้าหากท่านได้ลองไปอ่านดู คณะรัฐมนตรีมีอำนาจและหน้าที่ เพียงประทับตรายาง ซึ่งก็ต้องถามเพื่อนสมาชิกว่า เราจะยอมให้ร่างของพรรคเพื่อไทย เป็นร่างหลักจริง ๆ หรือไม่ ดังนั้นวันนี้ผมจึงไม่เห็นด้วยที่ใช้ร่างพระราชบัญญัติการขนส่ง ทางราง พ.ศ. .... ของพรรคเพื่อไทยเป็นร่างหลัก และขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ การขนส่งทางราง พ.ศ. .... ของ สส. สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ จากพรรคประชาชน เป็นร่างหลักครับ เพราะขนส่งสาธารณะต้องเป็นสวัสดิการของประชาชนทุกคน ไม่ใช่ธุรกิจ เพื่อนายทุน ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านปรเมษฐ์ จินา เรียนเชิญครับ🔗

นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปรเมษฐ์ จินา รวมไทยสร้างชาติ สุราษฎร์ธานี เขต ๕ ก็คงจะเป็นกฎหมายตัวหนึ่ง ที่มีความจำเป็น ที่โลกในอนาคตข้างหน้าจะต้องหันมาทบทวนนะครับ แล้วก็ใช้ในเรื่องของ บริการทางรางมากยิ่งขึ้น🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

สืบเนื่องจากว่าในปัจจุบันเราต้องการ ที่จะลดโลกร้อน แล้วก็เราต้องการดูในเรื่องของสิ่งแวดล้อมด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น ในเรื่องของการที่จะลดการใช้พลังงานจากฟอสซิลก็คงจะมีความจำเป็น ทีนี้วันนี้ก็คงจะเป็น เรื่องที่พวกเราก็คงจะเห็นพ้องด้วยกัน เนื่องจากว่ามีการดำเนินงานมาแล้วอย่างต่อเนื่อง หลายท่านก็เคยไปศึกษาดูงานในต่างประเทศนะครับ ที่เขาจะมีรถรางวิ่งใช้บนถนนร่วมกับ รถยนต์ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจนะครับ แต่สิ่งที่จะมานำเรียนในวันนี้ก็คงจะเป็นข้อมูล ให้กับคณะกรรมาธิการที่จะตั้งในตอนท้าย หลังจากที่เรามีมติไปแล้วนะครับ ก็ขอย้อนเรื่องนี้ จากผลมาสู่เหตุ เพราะฉะนั้นอยากจะให้พวกเราได้มีข้อมูลว่า ที่เขาดำเนินการแล้วมีอะไรบ้าง ที่เขาเสนอแนะมา คล้าย ๆ กับการถอดบทเรียนล่วงหน้านะครับ แล้วก็นำมาดูว่าสิ่งที่เขา ดำเนินการแล้ว คนที่จะดำเนินการต่อไปในอนาคตจะต้องทำอย่างไรนะครับ แล้วกฎหมาย ทั้ง ๓ ร่างที่เสนอมาก็พบว่า ยังไม่ได้ให้ความสำคัญถึงเรื่องของท้องถิ่นที่จะลงมาดำเนินการเอง ณ วันนี้เท่าที่ผมได้สัมผัสก็จะมีในส่วนของบริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด ในส่วนของ บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด เขามีความพร้อมที่จะทำในเรื่องของรถรางในพื้นที่จังหวัด ของเขา เช่น ภูเก็ตก็เป็นพื้นที่เกาะแล้วก็คนไปท่องเที่ยวเยอะแยะมากมาย สนามบิน ก็แทบจะเป็นอัมพาตนะครับ ทีนี้ถ้ามีทางออกด้วยการใช้รถรางไปแก้ปัญหาตรงนี้ ก็จะเป็นการดี เพราะฉะนั้นในส่วนของข้อกฎหมายก็คงจะต้องไปทบทวนดูว่า ทำอย่างไร ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือว่าบริษัทเอกชน ร่วมกับรัฐบาล ร่วมกับภาคประชาชน มาลงขันร่วมกันแล้วแก้ปัญหาในพื้นที่ของเขาให้ไม่ติดขัด ไม่ยุ่งยากมากเกินไป ยกตัวอย่าง ที่ผ่านมาผมเคยของบประมาณในการสร้างเตาเผาขยะติดเชื้อช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด มี Checklist ทั้งหมด ๑๖ รายการ กว่าที่จะเก็บรายละเอียดครบทั้ง ๑๖ รายการ ก็พบว่า สถานการณ์มันเลยไปแล้ว ๒ ปี ๓ ปี ก็เลยไม่สามารถจะของบของกองทุนได้ อันนี้ก็เช่นกันครับ ก็อยากจะให้มองรอบด้าน วันนี้ก็เป็นนิมิตหมายใหม่ที่ดีนะครับ เพราะว่าเรามีกฎหมาย ทั้ง ๓ ร่าง ไม่ว่าจะเป็นของคณะรัฐมนตรีเอง ของฝ่ายรัฐบาล ซึ่งเป็นของพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนนะครับ แล้วก็ของฝ่ายค้านของพรรคประชาชน ผมก็มองว่าได้ดูทั้ง ๓๖๐ องศา ก็จะเป็นเรื่องดี วันนี้ก็มีข้อมูลที่ไปดำเนินการในส่วนของโครงงานของนักศึกษาสถาบัน พระปกเกล้า หลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง การบริหารจัดการภาครัฐและกฎหมายมหาชน รุ่นที่ ๒๓ ก็ได้ทำโครงงานเรื่องนี้ โดยไปเก็บข้อมูลแล้วก็เตรียมความพร้อมในส่วนของจังหวัด ภูเก็ตนะครับ มันก็จะมีปัญหาที่เขานำเสนออยู่ ๓ ด้านนะครับ🔗

ปัญหาแรกก็คือในเรื่องของก่อนทำนะครับ ขั้นตอน กระบวนการวางแผน การดำเนินการ ทุกสายนะครับ ไม่ว่าจะเป็นทางคู่ลงสู่ภาคใต้ หรือว่าของชลบุรี ของเชียงใหม่ จัดทำในส่วนของพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยวที่เป็นพื้นที่จราจรคับคั่งนะครับ ก็สามารถจะนำตรงนี้ ไปใช้ได้นะครับ ๑. ก็คือไม่สามารถจะเข้าถึงในส่วนของการบริการสาธารณะ อันนี้ ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ทำให้เกิดรถรางขึ้นมาก็เพราะว่าเรามันติดขัด ไม่สามารถ กำหนดเวลาได้ ไปสนามบินก็ไม่ได้ ไปรับลูกก็ไม่ทัน อันนี้ก็เป็นส่วนสำคัญส่วนแรก🔗

ส่วนที่ ๒ ก็คือประชาชนไม่เข้าถึงข้อมูล บางครั้งลงไปทำประชาพิจารณ์ หรือว่ารับฟังความคิดเห็น ก็จะมีส่วนหนึ่งที่อาจจะเป็นกลุ่มที่ชักชวนกันมาเพื่อไปฟัง อาจจะเป็นคนที่ไปทิศทางเดียวกัน ไม่ได้มองทิศทางตรงข้าม มันก็เลยไม่สมบูรณ์นะครับ🔗

ส่วนที่ ๓ ก็ในเรื่องของงบประมาณที่อาจจะกังวลว่าไม่มีความโปร่งใส ทุกโครงการนะครับ เพราะว่าถ้าเกี่ยวข้องกับเงิน ๆ ทอง ๆ ก็จะตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนนะครับ ทำอย่างไรก่อนที่จะดำเนินการเราก็ไปแก้ปัญหาจุดนี้ให้ชาวบ้านเขาสามารถที่จะยอมรับได้🔗

ขอสไลด์ถัดไปนะครับ ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากกระบวนการที่กำลัง ดำเนินการหรือว่าขณะทำอยู่นะครับ อันนี้ก็คือเมื่อสักครู่นี้ช่วงต้นคุณชนินทร์ก็ได้นำเรียน ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการที่เศษอุปกรณ์หล่นลงมาทับรถคนอื่น ทับคนเสียชีวิต และเรื่องของฝุ่นละอองครับ อันนี้ก็มีความสำคัญ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะดำเนินการ เราวางแผนบนโต๊ะเรียบร้อยแล้วในเรื่องของแผนปฏิบัติการที่จะลงไปดำเนินการในพื้นที่จริง ก็จะต้องมีความระมัดระวัง รอบคอบ รัดกุม เป็นต้นว่าในเรื่องของการป้องกันอุบัติเหตุ ล่วงหน้า การมีสัญญาณเตือน แล้วก็การจัดช่องจราจรทางเบี่ยงสำรองในช่วงที่ดำเนินการ ก่อสร้าง ก็จะต้องมีการวางแผนให้ชัดเจน รัดกุมนะครับ แล้วก็ส่วนที่สำคัญในเรื่องของเสียง ในเรื่องของมลพิษ ในเรื่องของฝุ่น ซึ่งถ้าเราไปทำในช่วงหน้าแล้งมันหนีไม่พ้นที่จะเพิ่ม PM2.5 ในบรรยากาศด้วย อันนี้ก็คงจะต้องเป็นเรื่องที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อมนะครับ ซึ่งในส่วนของแต่ละประเด็นที่นำเรียนก็จะมีวิธีการแก้ไขนะครับ🔗

แล้วก็ประเด็นสุดท้าย ก็คือในส่วนของหลังดำเนินการแล้ว ก็คือปัญหาในเรื่อง ของการบริการ ซึ่งก็มีอยู่หลายส่วนเช่นกัน หลายท่านที่เป็นในส่วนของพรรคประชาชน ก็ได้ตั้งข้อสังเกต บางส่วนในเรื่องของการที่เอื้อประโยชน์ ในเรื่องของราคาค่าโดยสาร ที่ไม่เป็นธรรม อันนี้ก็ต้องพิจารณา แล้วก็ที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งก็คือจะต้องมีสวัสดิการ ในส่วนของกลุ่มเปราะบาง อันนี้ก็มีความจำเป็นที่จะต้องเอื้ออำนวยนะครับ แล้วก็ ให้ความสำคัญ แล้วก็ลดค่าใช้จ่ายในส่วนของกลุ่มเปราะบาง ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือว่าหญิงตั้งครรภ์ หรืออาจจะมีงบประมาณชดเชยในส่วนของการที่จะดูแลบัตรสวัสดิการ แห่งรัฐ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ได้ถอดบทเรียน แล้วก็เป็นเรื่องที่เสนอเกี่ยวข้องกับกระบวนการ ขนส่งทางรางนะครับ ก็เป็นแนวทางที่จะฝากคณะกรรมาธิการที่จะได้ช่วยไปเติมเต็ม กฎหมายแต่ละมาตราให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ขอบคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป ๒ ท่าน ท่านกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี ต่อด้วยท่านก่อแก้ว พิกุลทอง เชิญท่านกฤษฐ์หิรัญครับ🔗

นายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี นครสวรรค์

เรียนท่านประธานสภา กระผม กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขตเลือกตั้งที่ ๑ คนปากน้ำโพ อดีตพรรคก้าวไกลตอนนี้เป็นพรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... โดย สส. สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ท่านประธานครับ การเดินทางและการขนส่งทางราง ที่หลายท่านเรียกว่ารถไฟนั้น เป็นหนึ่งในรูปแบบหลักของการขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้า ตั้งแต่กลางศตวรรษที่ ๑๙ และยังมีบทบาทถึงทุกวันนี้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี นครสวรรค์

ในประเทศไทยเรามีรถไฟ มาตั้งแต่สมัยในหลวงรัชกาลที่ ๕ นะครับ แต่เพิ่งมีกรมการขนส่งทางรางตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคม ที่มีหน้าที่สำคัญก็คือในการกำกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาระบบราง พร้อมทั้งกำกับมาตรฐานความปลอดภัย บำรุงรักษา ความปลอดภัยสำหรับพี่น้องประชาชน รวมถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมการขนส่งทางราง ของไทย แต่ปัจจุบันครับ ยังไม่มีกฎหมายที่ใช้ในการควบคุมดูแลกิจการขนส่งทางรางโดยตรง จึงทำให้ขาดการพัฒนาอย่างเหมาะสม ข้อเสนอของ พ.ร.บ. ขนส่งทางรางฉบับนี้ โดย สส. สุรเชษฐ์ เสนอรองรับหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาก่อนกรมการขนส่งทางราง โดยกำหนด โครงสร้างอำนาจคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางรางให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน เพื่อให้มีมาตรฐานเดียวกันกับกฎหมายการขนส่งรูปแบบอื่น อาทิ การขนส่งทางบก ทางอากาศ สามารถบูรณาการเพื่อพัฒนาระบบขนส่งทางรางของประเทศไทยครับ🔗

ภาพรวมของการขนส่งทางรางในประเทศไทย ในปี ๒๕๖๖ เรามีผู้โดยสาร ทั้งปีที่ ๔๖๐ ล้านคนต่อปี หรือเฉลี่ยเพียง ๑.๓ ล้านคนจากประชากรกว่า ๖๖ ล้านคน นั่นไม่ถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำของประชากร เรามีผู้ให้บริการรถไฟระหว่างเมืองเพียง ๑ ราย ก็คือ SRT หรือการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่มีระยะทางเพียง ๔,๐๔๔ กิโลเมตร แล้วก็ ยังไม่คลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ มีรถไฟฟ้า ๖ ราย อาทิ BTSC BEM ที่มีระยะทางเพียง ๒๔๒ กิโลเมตร ซึ่งเกือบทั้งหมดอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลครับ หมายความว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเดินทางจากที่หนึ่งไปที่หนึ่งโดยขนส่งทางรางแบบเดียวเหมือนประเทศ ที่พัฒนาแล้วนะครับ🔗

จากสาระสำคัญร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางรางฉบับนี้ครับ มีทั้งหมด ๑๑ หมวด อาทิ หมวดคณะกรรมการนโยบาย หมวดการจัดทำโครงการขนส่งทางราง หมวดเขตระบบการขนส่งทางราง หมวดการประกอบกิจการ หมวดการใช้รางเพื่อการขนส่ง ร่วมกัน หมวดการสอบสวนอุบัติเหตุ รวมถึงหมวด ๗ ที่ว่าด้วยผู้ตรวจการขนส่งทางราง ซึ่งผมจะขอสื่อสารในประเด็นนี้ ผู้ตรวจการขนส่งทางรางจะทำหน้าที่ในการตรวจการขนส่ง การสอบสวนอุบัติเหตุนะครับ เรื่องอุบัติเหตุผมขอยกข้อมูลจากกรมการขนส่งทางราง มกราคมถึงธันวาคม ปี ๒๕๖๖ ที่ว่าด้วยจุดตัดทางรถไฟนะครับ เรามีจุดตัดทางรถไฟ ๒,๗๕๓ จุด หากหารดู ๔,๐๔๔ กิโลเมตรของรถรางระหว่างเมือง เรามีจะมีจุดตัดเฉลี่ยที่ ๑ กิโลเมตรครึ่งจะเจอจุดตัด ๑ ครั้ง นั่นทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งนะครับ ปี ๒๕๖๖ มีอุบัติเหตุทั้งหมด ๕๐ ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ ๒๕ ราย และเสียชีวิต ๓๑ ราย ข้อมูลนี้วันที่ ๑๙ มกราคม เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ยกตัวอย่างในพื้นที่ที่จังหวัดผมนะครับ ก็คือรถไฟชนกับ รถบรรทุก มีพนักงานขับรถเสียชีวิต ๑ ราย ก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย จุดที่เกิดเหตุนี้เป็นขบวนรถเร็วที่ ๑๐๙ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-เชียงใหม่ เป็นการชน ที่จุดตัดที่เราได้พูดถึงกัน🔗

เมื่อเปรียบเทียบร่าง พ.ร.บ. จะพูดถึงอำนาจของผู้ตรวจการขนส่งทางราง ที่น่าแปลกใจคือกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับที่เข้ามาพิจารณานี้ ร่างของคณะรัฐมนตรีและร่างของ ทางพรรคเพื่อไทยได้มีการตัดคำที่เกี่ยวโยงถึงการลดอำนาจของผู้ตรวจการขนส่งนะครับ อาทิ ข้อแรก มีการตัดคำว่า เกี่ยวกับการประกอบการ คือ การเข้าไปในสถานที่ใด ๆ ที่ประกอบการขนส่งทางราง หรือสถานที่ทำการผู้ไม่ได้รับใบอนุญาต ไปตัดคำว่า เกี่ยวข้อง กับผู้ประกอบกิจการทางราง และตัดข้อที่ ๒ ทั้งหมดไป เรื่องของอำนาจในการยึดหรืออายัดไว้ ซึ่งสิ่งของหรือเอกสารที่อยู่ในสถานที่ประกอบกิจการที่เป็นความผิดและอาจจะใช้ เป็นพยานหลักฐานได้นะครับ สไลด์ถัดไปครับ ข้อ ๓ การเข้าไปในขบวนรถ รวมถึงการเดินทางไปกับรถขนส่งทางราง ไปตัดคำว่า ห้องพนักงานขับรถขนส่งทางรางในขณะปฏิบัติหน้าที่ ไม่สามารถเข้าไปได้ นั่นหมายความว่า กรรมการตรวจสอบไม่สามารถเข้าไปในจุดที่ปฏิบัติหน้าที่ หรือให้ คำแนะนำใด ๆ ได้นะครับ และข้อ ๔ เรื่องการสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ได้รับใบอนุญาต พนักงาน ลูกจ้าง ปฏิบัติหรืองดเว้นการปฏิบัติที่อาจจะก่อให้เกิดอันตราย ไปตัดคำว่า ในการปฏิบัติ ของผู้ตรวจการขนส่งทางราง ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องอยู่ในสถานที่อำนวยความสะดวก หรือช่วยเหลือตามสมควร ในความหมายนี้ก็คือบอกว่า คนที่มาสอบสวนเราไม่ต้องไปช่วยมัน ก็ได้ครับ หรือในแง่หนึ่งก็คือตัดข้อหาที่ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ออก ซึ่งในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ของพรรคเพื่อไทย การตัดบางมาตรา ตัดบางข้อ ทำให้เป็นการลดอำนาจครับ จากที่ชัดเจนของผู้ตรวจการขนส่งทางราง ส่งผลให้ทำงานปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่เต็มที่ การเข้าไป ตรวจห้องพักพนักงานไม่ได้ เข้าไปสังเกตการณ์ไม่ได้ การเข้าไปสังเกตการณ์ไม่ได้แบบนี้ จะทำให้การสอบสวนหรือการพัฒนาเป็นไปได้อย่างลำบาก ทั้งนี้ครับ ผมขอสนับสนุน ให้สภาแห่งนี้รับร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางรางทั้ง ๓ ฉบับ และขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง โดย สส. สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ เป็นร่างหลักครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อเลยครับ ท่านก่อแก้ว พิกุลทอง เรียนเชิญครับ🔗

นายก่อแก้ว พิกุลทอง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก่อนที่เข้าเนื้อหา ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางรางนะครับ ผมในฐานะคนที่เกิดจังหวัดพังงา แต่ไปศึกษา ที่จังหวัดภูเก็ต ขออนุญาตในโอกาสที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุรพงษ์ ปิยะโชติ ซึ่งท่านเป็นคนเก่งและเป็นคนที่ตั้งใจในการทำงานสูง รวมทั้งผู้บริหารของ กรมการขนส่งทางรางนะครับ ขอเรียนว่าช่วยเร่งรัดการขนส่งทางรางจากสนามบินภูเก็ต เข้าไปยังจุดต่าง ๆ หน่อยครับ เพราะว่าตอนนี้การเดินทาง การจราจรในจังหวัดภูเก็ต อยู่ในขั้นวิกฤติ และรอโครงการมานานแล้วนะครับ มิเช่นนั้นถ้ามันล่าช้า เกิดผลกระทบ ต่อการเดินทาง จะทำให้นักท่องเที่ยวไม่อยากไป เราจะสูญเสียรายได้ของประเทศจำนวนมาก ขอกราบเรียนไว้ตรงนี้ครับ🔗

ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณผู้เสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ทั้ง ๓ ท่าน ไม่ว่าคณะรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คุณมนพร เจริญศรี รวมทั้งร่างของพรรคฝ่ายค้านนะครับ ซึ่ง ๓ ร่างก็มีข้อดี ข้อเสียที่ต่างกัน แต่ปัญหา เนื่องจากว่าเนื้อหามันเยอะมาก อ่านไม่ทันจริง ๆ ครับท่านประธาน แล้วในเว็บไซต์ของสภา เอกสารที่โชว์มันมีแค่ร่าง ครม. ฉบับเดียว ร่างของพรรคเพื่อไทย ร่างของพรรคฝ่ายค้านไม่มี ทำให้การศึกษาข้อมูลมันจำกัดมาก แต่ว่าโดยรวมแล้วถือว่าเป็นการดีมากที่เราจะมีกฎหมาย ฉบับนี้ เพราะที่ผ่านมากว่าร้อยปีเรามีรถไฟ แต่ว่าเรามีปัญหาเรื่องการใช้รถไฟเป็นอันมาก แล้วผู้คนก็ไปก่นด่าการรถไฟแห่งประเทศไทยว่า ให้บริการไม่ดี ช้า ไม่ตรงเวลา ไม่ปลอดภัย ไม่ทันสมัย บลา บลา บลา ทั้งที่จริงแล้วไปโทษการรถไฟแห่งประเทศไทยฝ่ายเดียวไม่ได้ เพราะว่าเราวางโครงสร้างไว้ไม่ถูก ที่ผ่านมาเราให้การรถไฟแห่งประเทสไทยสร้างราง ซ่อมบำรุงราง ควบคุมการใช้ แล้วก็เดินรถเอง ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสูง ขณะที่การใช้เส้นทางไม่คุ้มค่าเพราะเดินรถน้อยนะครับ เพียงประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนชั่วโมงที่ควรจะใช้ เลยทำให้การรถไฟแห่งประเทศไทยขาดทุน แล้วก็ไม่มีเงิน ไปปรับปรุงการบริการ เลยทำให้มีปัญหาทั่วทั้งประเทศ แล้วการรถไฟแห่งประเทศไทย ก็เป็นจำเลยฝ่ายเดียว ฉะนั้นการที่เรามีกรมการขนส่งทางรางมาเป็นผู้วางโครงสร้างพื้นฐาน ในการสร้างระบบราง แล้วก็ซ่อมบำรุงรักษานั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องนะครับ ซึ่งเหมือนกับที่เราสร้างถนน สร้างทางด่วนให้ประชาชนได้ใช้ แล้วก็คนอื่นมาขับรถ มาใช้รถ มาให้บริการการขนส่งหรืออะไรก็แล้วแต่นี่ เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ฉะนั้นการที่ออกกฎหมายมา เพื่อเปิดโอกาสให้มีการประกอบการจากหลาย ๆ เจ้า ที่จะทำหน้าที่เดินรถไฟ ให้บริการ ขนส่งสินค้าและผู้คน ซึ่งต่อไปก็หมายถึงว่าเราจะมีทางเลือกที่จะเลือกผู้ให้บริการ รายไหนก็ได้ ในเส้นทางใดที่เขามาเสนอให้บริการ ซึ่งจะมีการแข่งขันกันค่อนข้างดีนะครับ ถ้าเราไปต่างประเทศเราจะเห็นนะครับ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจีนเขามีการรถไฟ ที่ดีมาก รถไฟความเร็วสูง ยิ่งถ้าเราไปญี่ปุ่นเราจะเห็นว่า เขามีการใช้รถไฟเป็นหลักนะครับ แต่ละเมืองมีรถไฟคลุมทุกเส้นทาง แล้วก็มีรถไฟวิ่งทุก ๕ นาที ๑๐ นาที และมีรถไฟระหว่างเมือง ที่เป็นรถไฟความเร็วสูง และมีการใช้บัตรร่วม บัตรของบริษัทนี้สามารถไปใช้กับรถไฟ ของบริษัทอื่นได้ มีการเชื่อมต่อกัน สามารถเดินทางง่ายดาย เป็นการใช้รถไฟอย่างมี ประสิทธิภาพสูง ฉะนั้นการที่เราออกกฎหมายฉบับนี้ผมคาดหวังว่ากรมการขนส่งทางราง คงจะมีการวาง โครงการต่าง ๆ รวมทั้งการพัฒนาการเดินรถให้มีการเชื่อมต่อไป ทั่วถึงทุกเส้นทาง ทุกจังหวัด เพื่อให้การใช้รถไฟมาเป็นเรื่องหลักในการคมนาคม ซึ่งเราจะประหยัดต้นทุนในระยะยาว🔗

ท่านประธานครับ ในร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๓ ฉบับนี้เท่าที่ดู ผมค่อนข้างชอบ ของพรรคเพื่อไทยนะครับ เพราะว่าในการวางโครงสร้างให้มีคณะกรรมการนโยบาย การขนส่งทางราง ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานนั้น ตรงนี้เราต้องยอมรับนะครับว่า การลงทุนเรื่องรถไฟนี้ต้องใช้เงินสูงมาก ถ้าเราต้องการพัฒนาโครงสร้างทางรางทั่วทั้งประเทศ ต้องใช้เงินเป็นล้านล้านนะครับ ไม่ใช่เงินระดับหมื่นล้านเหมือนสร้างสนามบิน เพราะฉะนั้น การมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีมานั่งเป็นประธาน ในการกำหนดนโยบายและดูแลต่าง ๆ นี้ มันทำให้ง่ายในการผลักดันและขับเคลื่อน ฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่ดีที่ท่านนายกรัฐมนตรี มานั่งเป็นประธานเองนะครับ ถ้าลำพังใช้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งท่านก็เป็น คนเก่งนะครับ แต่ว่าทำให้การผลักดันโครงการที่เหนือขอบเขตของกระทรวงมันทำได้ช้าลง นะครับ🔗

ข้อต่อมานะครับ ร่างของพรรคเพื่อไทยก็มีการเขียนเรื่องกรรมสิทธิ์อย่างชัดเจน ในมาตรา ๑๙ ซึ่งต่างจากร่างของคณะรัฐมนตรีนะครับ รวมทั้งการกำหนดเวลา ในการให้ใบอนุญาต ซึ่งระบุไว้ในมาตรา ๓๕ ก็กำหนดเวลาไว้ชัดเจนนะครับ ในขณะที่ ของท่านคณะรัฐมนตรีไม่มี ส่วนของฝ่ายค้านต้องขอโทษทีนะครับ ดูไม่ทันจริง ๆ ครับ เอกสารมันเยอะก็เลยไม่ได้ดู รวมทั้งการกำหนดให้มีการเชื่อมรางโดยไม่เลือกปฏิบัติ และบังคับว่าต้องอนุญาตให้มีการเชื่อมรางระหว่าง Operator ต่าง ๆ ผู้ประกอบการรายต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้จะเป็นข้อดีว่าจะไม่มีการกีดกันกัน ไม่มีการขัดขวางกัน ทำให้ผลประโยชน์ ของประเทศมันเสียหายไปเหมือนทุกวันนี้ครับ ในกรุงเทพมหานครเองเราก็มีปัญหาว่า การเชื่อมต่อระหว่างระบบต่าง ๆ มันไม่เชื่อมต่อ เรานั่งรถไฟสายนี้ไปจะเป็นนั่งสายอื่นต่อ มันก็ไม่เชื่อมกัน จะนั่งรถไฟขึ้นรถเมล์ต่อ ก็ไม่เชื่อมกัน เรือ รถเมล์ รถไฟ มันไม่เชื่อมต่อกันเลย ก็เลยเป็นปัญหา ฉะนั้นก็ฝากกรมขนส่งทางรางไปนะครับ ช่วยดูแลเรื่องนี้ให้มันได้ประสิทธิภาพ สูงสุด🔗

สุดท้ายก็ขอขอบคุณทุกท่านนะครับ ที่ได้นำเสนอแนวคิดมาให้สังคม ได้รับทราบและเป็นประโยชน์ร่วมกันครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒ ท่านต่อไปนะครับ ท่านชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง แล้วก็ต่อด้วยท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ ครับ เชิญท่านชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ครับ🔗

นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ผู้แทนหน้ามนคนขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น พรรคประชาชน เขต ๓ ครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตมีส่วนร่วมอภิปรายในการสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางราง โดยเฉพาะร่างที่นำเสนอโดยท่านอาจารย์สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้แทนคนภาคอีสานที่ยอมรับนะครับว่า ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ทุกวันนี้ผมยังใช้บริการของการรถไฟแห่งประเทศไทย อยู่เป็นประจำนะครับ และที่สำคัญครับ พื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย รางนี้ตัดผ่านพื้นที่ ที่ผมดูแลรับผิดชอบในเขตอีก ๒ อำเภอ นั่นคืออำเภอน้ำพองและอำเภอเขาสวนกวาง ก่อนที่เราจะมาพูดถึงประโยชน์ของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ ผมอยากจะชวนเพื่อน ๆ สมาชิก ทุกท่านครับ มามองถึงปัญหาและอุปสรรคที่เป็นสาเหตุที่ทำให้พี่น้องประชาชนหันหลัง และไม่สนใจที่จะกลับมาใช้บริการในเรื่องของรถไฟครับ ซึ่งผมสามารถจำแนกปัญหา หรืออุปสรรคนี้ออกได้ทั้งหมด ๕ กลุ่มครับ ขออนุญาตใช้คำว่า เป็นกลุ่ม ๕ ส แล้วกัน ท่านประธานครับ🔗

กลุ่มแรก ส แรกครับ ที่ผมจะให้นิยามก็คือในเรื่องของความสะอาด เรื่องนี้ถือว่าเป็นปัญหาขั้นพื้นฐานครับท่านประธาน เพื่อน ๆ สมาชิกหลาย ๆ คนได้พยายาม อภิปรายในเรื่องของปัญหาในการปรับปรุงในเรื่องของโครงสร้างระบบทางรางนี่ครับ เราพยายามจะมองในเรื่องของกลไกในระดับบนลงมาในระดับล่าง แต่ในสิ่งที่ผม กำลังจะพยายามอธิบาย นั่นก็คือปัญหาและอุปสรรคที่เราจะต้องพัฒนาจากระดับล่าง ขึ้นไปสู่ระดับข้างบนขึ้นไป ความสะอาดเชื่อไหมครับ ไปถามพี่น้องประชาชนคนใช้บริการ คนส่วนใหญ่ก็มักจะบอกว่าเป็นปัญหาระดับต้น ๆ ปัญหาแรก ๆ ครับ ที่พี่น้องประชาชนเห็นว่า ควรจะได้รับการแก้ไขปัญหานี้ เพราะเนื่องจากว่าในระบบสถานีเองก็ไม่มีความสะอาด ห้องน้ำห้องท่าก็มีไม่มีความสะอาด ตลอดจนขบวนรถที่มาให้บริการกับพี่น้องประชาชนนี้ครับ Rate ราคาในการให้บริการของตั๋วรถไฟก็เป็นระดับในการบ่งบอกของความสะอาดที่จะพบเจอได้ ตั๋วแพงหน่อยก็อาจจะได้ความสะอาดที่มากหน่อยครับ นี่มันคือความเหลื่อมล้ำที่ทำให้พี่น้อง ประชาชนหันหลังและไม่อยากกลับมาใช้บริการของทางการรถไฟแห่งประเทศไทยอีก🔗

ส ที่ ๒ ครับ ปัญหาพื้นฐานมาก ๆ ครับท่านประธาน นั่นคือเรื่องของความสว่าง สาเหตุที่ผมเลือกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดนะครับ เพราะมันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่ผม สถานีรถไฟอำเภอน้ำพองนี้ครับ ทางเข้าสถานีไม่มีแสงสว่างเพียงพอ ทั้ง ๆ ที่พวกเรา รู้กันดีครับว่า แสงสว่างมันคือปัจจัยพื้นฐานที่จะสร้างความเชื่อมั่นในการป้องกันเหตุมิดีมิร้าย เหตุที่เกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้มาใช้บริการ ถ้าวันนี้เรายังไม่มีระบบที่ดีพอที่จะรองรับ ในเรื่องนี้ แน่นอนครับว่า จำนวนผู้มาใช้บริการในระบบขนส่งทางรางก็จะน้อยลงไปด้วยครับ🔗

จากข้อสังเกตทั้ง ๒ เรื่องนี้ครับท่านประธาน ๒ ส ที่ผมบอกมา สว่างและสะอาด ผมเข้าใจว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่เสนอโดยท่านอาจารย์สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ นี้ครับ จะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ เนื่องจากจะเป็นการส่งเสริมให้มีการประกอบกิจการขนส่งทางราง โดยใช้ระบบอนุญาตครับ การใช้ระบบอนุญาตนี้จะเป็นการสร้างความมั่นใจในการยกระดับ มาตรฐานในการดำเนินงาน ตลอดจนความปลอดภัยของการขนส่งทางราง เพราะจะเป็น ไปตามมาตรฐานที่ทางกรมการขนส่งทางรางได้วางกรอบมาตรฐานเอาไว้ในทุก ๆ มาตรฐาน ของความปลอดภัย ซึ่งถือว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดและเข้าใจว่าจะเป็นการตอบโจทย์ ความต้องการของพี่น้องประชาชนคนใช้บริการครับ🔗

ส ที่ ๓ ที่ผมจะพูดถึงก็คือในเรื่องของความสงบครับท่านประธาน ผมไม่ได้ กำลังจะอภิปรายเกี่ยวกับสถานปฏิบัติธรรมนะครับ แต่ผมกำลังจะอภิปรายว่าทุกวันนี้ จำนวนขบวน จำนวนเที่ยว ที่ผ่านสถานีในแต่ละสถานีมันมีน้อยมากครับ ถ้าหากไม่ใช่ จุดที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาค ในบางสถานีมีจำนวนขบวนผ่านน้อยมากครับ อาจจะเป็น ในช่วงเช้าที่มีการขนส่งผู้โดยสารจากต่างอำเภอมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมือง หรืออาจจะเป็น การขนส่งผู้โดยสารในช่วงกลางคืนจากต่างจังหวัดมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานคร คำถามครับ ในช่วงกลางวันนี้ส่วนใหญ่สถานีทุกสถานีเป็นระบบร้างหมดเลยครับ เงียบเหงา เหมือนป่าช้าเลยครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้มันทำให้เกิดเป็นการตัดทางเลือกในการใช้บริการ ของพี่น้องประชาชน เราไม่ได้เสนอทางออก ไม่ได้เสนอ Choice ในการมีส่วนร่วม ทำให้ประชาชนสามารถเลือกได้ว่า ขนส่งทางรางนี้จะสามารถตอบโจทย์ในการใช้บริการ ได้อย่างไร เรื่องนี้นะครับ ในเรื่องระบบรางที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ ผมเข้าใจว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเปิดโอกาสให้กับภาคเอกชนที่สามารถเข้ามาเช่า เขาเรียกว่า โครงสร้างพื้นฐานที่ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยดูแลรับผิดชอบอยู่ ท่านสามารถเอาไป ทำสัญญา คู่สัญญากับทางภาคเอกชน แต่ถ้าหากทั้ง ๒ ส่วนนี้ครับ มีความวิตกกังวลว่า มันจะเกิดความซ้ำซ้อน เกิดความสับสน เกิดความยุ่งยาก เราก็ให้ทางกรมการขนส่งทางรางนี้ เป็นตัวกลางในการกำกับดูแลและเอารถมาเพิ่มการบริการในช่วงที่มันไม่มีรถวิ่ง เป็นการเพิ่มขบวน และเป็นการตอบโจทย์ทางเลือกให้กับพี่น้องประชาชน🔗

ส ที่ ๔ ครับท่านประธาน ผมจะพูดในเรื่องของความสะดวกครับ ความสะดวกในที่นี้จะขออนุญาตพูดถึงการขออนุญาตในการใช้พื้นที่ภายใต้การดูแลของ การรถไฟแห่งประเทศไทย ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับท่านประธาน ถนนรอบสถานีรถไฟ ของอำเภอน้ำพองครับ ทุกวันนี้ยังมีสภาพเป็นถนนดินแดง ถนนลูกรังครับ การสัญจรไปมา ยากลำบากครับในช่วงฤดูฝน เรื่องนี้ท้องถิ่นไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ท้องถิ่นเองก็พยายาม ที่จะผลักดันและเข้ามาแก้ไขในปัญหานี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั่นก็คือทางการรถไฟนี่ครับ ชี้แจงว่า ทางท้องถิ่นเองต้องไปทำสัญญาในการเช่าพื้นที่ของทางการรถไฟแห่งประเทศไทยก่อน ก่อนที่จะสามารถมาแก้ไขในเรื่องนี้ได้ ต่อเหตุการณ์ในเรื่องนี้ครับ ผมอยากเพิ่มข้อสังเกตไว้ สำหรับการแก้ไขกฎหมายในเรื่องนี้สักนิดหนึ่งครับว่า จะเป็นการดีกว่าไหมครับ ถ้าหากนับจากนี้ต่อไปเราเปิดโอกาสให้ท้องถิ่น สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน เพราะผมเข้าใจดีว่าท้องถิ่นน่าจะเป็นหน่วยงาน ที่รับทราบปัญหาที่ดีที่สุดในแต่ละพื้นที่ ในแต่ละสถานี และที่สำคัญครับ ถ้าหากท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมแล้ว ก็น่าจะทำให้พื้นที่ที่อยู่ภายใต้การดูแลของทางการรถไฟแห่งประเทศไทย สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ได้เพิ่มเติมมากขึ้น อีกทั้งจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับ ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยไปด้วยครับ🔗

ส สุดท้ายครับท่านประธาน สิ่งที่ผมจะพูดถึง ส นี้มีความสำคัญครับ เนื่องจากว่า มันเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชน นั่นคือสตุ้งสตางค์ในกระเป๋านี้ครับ และมันจะเกี่ยวข้องเกี่ยวกับสิทธิในการคุ้มครองของผู้มาใช้บริการในระบบขนส่งทางราง ในส่วนของ ส สตางค์นี้ ผมขออนุญาตแบ่งเป็นทั้งหมด ๔ ประเด็นย่อย ๆ ครับ🔗

เรื่องแรก ก็คือในเรื่องของการกำหนดอัตราค่าโดยสารครับท่านประธาน ทุกวันนี้ประเภทของตั๋วโดยสาร หากเป็นขบวนที่เป็นตู้ใหม่ มีความเร็ว มีแอร์เย็น มีความสะอาด ราคาตั๋วมันก็จะแพงขึ้นครับ ซึ่งผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่ก็จะเป็นกลุ่ม นักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือแม้แต่พี่น้องประชาชนคนมีรายได้มากขึ้นมาหน่อยครับ แต่ในทาง ตรงกันข้ามครับ พี่น้องประชาชนคนหาเช้ากินค่ำ คนที่มีรายได้น้อย ถ้าหากวันนี้เขาถวิลหา ระบบคุณภาพในด้านการบริการที่มันดี มีอยู่วิธีเดียวครับท่านประธาน นอนฝันเอาครับ แน่นอนครับว่า ถ้าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่านสภาแห่งนี้ครับ ผมเชื่อว่าจะมีกลไกในการกำหนด กฎเกณฑ์ เงื่อนไขในการดำเนินการ ในการปรับปรุงคุณภาพของการให้บริการ ซึ่งแน่นอนครับ ย่อมจะส่งผลถึงโครงสร้างราคาตั๋วของผู้โดยสาร ผมเลยอยากจะฝากเป็นข้อสังเกตเพิ่มเติม สักนิดหนึ่งครับว่า อยากจะให้นำเอาเรื่องของค่าแรงขั้นต่ำมาประกอบการพิจารณา เรื่องนี้ น่าจะสามารถทำให้พี่น้องประชาชนคนทั่วไป สามารถเข้าถึงบริการขนส่งทางรางที่มีคุณภาพ ได้อย่างเท่าเทียมกัน และที่สำคัญครับท่านประธาน อยากให้ทางคณะกรรมการ มีการกำหนดราคาค่าใช้บริการ ค่าขนส่ง และค่าอื่น ๆ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ได้รับ อนุญาต มาเก็บค่าดำเนินการเกินกว่าที่ทางคณะกรรมการได้กำหนดเอาไว้🔗

อันที่ ๒ ครับท่านประธาน อยากจะให้ทางผู้ประกอบการ ผู้ที่ได้รับอนุญาต มีส่วนในการชดเชยค่าเสียหายที่เกิดจากรถไฟที่มีการ Delay หรือมีการยกเลิกขบวน เรื่องนี้ ผมเคยได้รับเรื่องโดยตรง คือมีพี่น้องประชาชนร้องเรียนว่า ขึ้นรถไฟที่จังหวัดหนองคาย มาลงที่กรุงเทพฯ ต้องไปต่อเครื่องต่ออีกทีหนึ่ง ปรากฏว่าตกเครื่องครับ เนื่องจากว่า รถไฟมัน Delay ในส่วนนี้คือผู้โดยสารจะต้องแบกรับภาระในการหาตั๋วใหม่ ในขณะที่ ในทางตรงกันข้าม เราไม่มีหน่วยงานที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยหรือไปรับผิดชอบในสิ่งที่ มันเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้น เป็นการผลักภาระไปให้กับผู้โดยสารโดยตรงครับ🔗

ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน เกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพและความปลอดภัย ซึ่งผมอยากจะให้ออกกฎเป็นข้อบังคับที่ผู้ได้รับอนุญาตจำเป็นที่จะต้องมีหลัก หรือจะต้องมีการทำประกันความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ชีวิตและร่างกายของผู้โดยสาร เพราะเราไม่ทราบหรอกครับว่าอุบัติเหตุมันจะเกิดขึ้นเมื่อไร เราไม่ทราบหรอกครับว่า ความเสียหายมันจะเกิดมากหรือเกิดน้อยเท่าไร เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ถ้าเกิดมีการบังคับใช้ จะสามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ หรืออย่างน้อย ๆ ครับ เขาได้อุ่นใจว่า ระบบขนส่งทางรางในประเทศนี้ยังมีความปลอดภัยในระดับต้น ๆ อยู่🔗

ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมนำเรียนเมื่อสักครู่นี้คือปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้ พี่น้องประชาชนหันมาใช้บริการของทางการรถไฟแห่งประเทศไทยลดน้อยลง ซึ่งถ้าหาก ร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางรางฉบับนี้จะสามารถตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ เราต้องพูดถึงหลักความคิด ๒ เรื่องครับ หลักเรื่องแรก ก็คือในเรื่องของประโยชน์ส่วนรวม หลักที่ ๒ ก็คือในเรื่องของความคุ้มทุนในการลงทุน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วหลัก ๒ หลักนี้ มันสวนทางกัน มันขัดแย้งกัน มันย้อนแย้งกันครับ คำถามคือ ในเรื่องของประโยชน์สาธารณะ และในเรื่องของการลงทุนที่มันคุ้มค่า จุดสมดุลของมันอยู่ที่ไหนครับ ผมเชื่อนะครับว่า ในชั้นของกรรมาธิการเราจะสามารถหาคำตอบมาตอบในเรื่องเหล่านี้ได้ และช่วยกันผลักดัน ให้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นมิติใหม่ที่ทลายวลีที่ว่า รถไฟคือขนส่งสาธารณะสำหรับคนชั้น ๓ ในประเทศนี้ให้เปลี่ยนเป็นการขนส่งทางรางทำให้คนทุกคน ทุกอาชีพ สามารถเข้าถึงบริการ ที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัย มีความสะดวก มีประสิทธิภาพได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ เชิญครับ🔗

นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ชุมพร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ ขอเป็นส่วนร่วมในเรื่องของการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ การขนส่งทางรางในวันนี้ ผมเองนั้นอยากนำเรียนท่านประธานนะครับว่า สมาชิกหลายคน หลายท่านที่ได้อภิปรายผ่านไปนะครับ ทุกคนยกเหตุยกผลมาประกอบเพื่อการพิจารณา ผมเองนั้นอยากนำเรียนท่านประธานนะครับว่า ในส่วนหนึ่งที่ตั้งใจที่จะนำเรียนในสภาแห่งนี้ ในเรื่องของปัญหาที่มันเกิดกับระบบรางและการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะระบบราง ในเรื่องของการก่อสร้าง ผมเองเพิ่งทราบข่าวนะครับว่า บางพื้นที่ทำตอม่ออยู่ในโบสถ์ ในศาลาวัด อย่างนี้มันเป็นเพราะด้วยเหตุผลอันใดนะครับ🔗

ส่วนที่ ๒ ผมเห็นด้วยประสบการณ์ด้วยตัวเองนะครับ ในเรื่องของการก่อสร้าง ที่ผ่านมา โดยเฉพาะรถไฟรางคู่นะครับ ที่เดินทางไปถึงจังหวัดชุมพร แต่ปัญหาที่ก่อสร้าง เสร็จเรียบร้อยยังก่อให้เกิดปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน และก่อปัญหาให้กับท้องถิ่นทั้งหมด นะครับ โดยที่ไม่ได้รับการเยียวยาและแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ การก่อสร้างโดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลนาชะอัง ในเขตพื้นที่ผมเองนะครับ สร้างอุโมงค์ลอด ให้กับนักเรียน นักศึกษา ให้กับผู้ปกครอง ณ ปัจจุบันนี้ยังไม่ได้มีการแก้ไขปัญหา ผมพูดในสภาหลายครั้งแล้วครับ เพื่อที่อยากจะให้แก้ไขปัญหาให้กับเขา โรงเรียนนาชะอัง มีเด็กไม่กี่คน เด็ก ๑๐๐ คนนะครับ ตอนนี้เกิดปัญหาอย่างหนักในเรื่องของการใช้ทางลอด ตรงนี้ พอฝนตกออกมานิดเดียวน้ำท่วม เด็กไม่สามารถที่จะลอดได้ผมนำเรียนแล้วนะครับ พูดแล้ว วันนี้ก็ดีใจครับ ในเรื่องของการออกกฎหมาย อย่างน้อย ๆ จะได้เขียนควบคุมไปเลย ให้ชัดเจนว่า ท่านต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน และไม่โยนภาระทั้งหมด ให้กับท้องถิ่น โดยเฉพาะในเรื่องของการใช้งบประมาณ พอเริ่มที่จะมีการแก้ไขปัญหา ทางการรถไฟ กรมการขนส่งทางรางไปประชุมร่วมกับท้องถิ่น เทศบาลนาชะอัง มอบภารกิจ ให้กับเทศบาลนาชะอังในเรื่องของการแก้ไขปัญหา ผมนำเรียนท่านประธานครับ ถ้ากฎหมาย ตัวนี้ออกไปแล้วไม่มีบูรณาการ ไม่มีการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะองค์กร ที่อยู่ใกล้ตัวพี่น้องประชาชนมากที่สุด นั่นก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถ้าไม่มี การมีส่วนร่วมเราก็แก้ไขปัญหากฎหมายอย่างนี้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้จึงถือว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีที่มีพระราชบัญญัติออกมาเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาและเขียนเป็นกฎหมาย ตราเพื่อที่จะให้บุคคลปฏิบัติตาม🔗

๕๒/๑ ผมนำเรียนท่านประธานครับ ถ้าในเมื่อไม่มีการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ไม่มีการมีส่วนร่วม ของท้องถิ่น การแก้ไขปัญหาในเรื่องของกฎหมาย มันไม่บรรลุหรอกครับ เพราะมันไม่ได้ ตรงกับเจตนารมณ์หรือไม่ได้ตรงกับเจตนาของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยแท้จริง ตำบลนาชะอังครับ โอนในภารกิจตรงนี้บอกให้ท้องถิ่นเขาเป็นผู้ดูแล เขาจะไปสร้างทางข้าม เขาจะไปสร้างทางลอดนะครับ ให้แก้ไขปัญหาให้กับระบบราง ผมว่ามันเป็นการหนักหน่วงมาก เพราะเทศบาลแต่ละเทศบาล อบต. แต่ละ อบต. มีงบประมาณแค่เพียงน้อยนิด นี่คือปัญหาที่ผมยกตัวอย่างให้มาว่าอย่างน้อย ๆ ท่านเอง ต้องนิยามในเรื่องของการแก้ไขปัญหา ฝากตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ เพื่อให้กรรมาธิการ ที่จะมาดำเนินการในเรื่องของการศึกษาตรงนี้ มาแก้ไขกันตรงนี้ มาแปรญัตติกัน ได้เอาไป เป็นบรรทัดฐานในเรื่องของการแปรญัตติ เพราะฉะนั้นแล้วกฎหมายตัวนี้ผมเห็นด้วยครับ ตั้งใจที่อยากจะให้เกิด ตั้งใจที่อยากจะให้เขียนแล้วให้มันควบคุมนะครับ เพื่อที่ลดในเรื่องของ ปัญหาของพี่น้องประชาชน ผมเห็นว่าในเรื่องของการแก้ไขปัญหานั้นมันไม่ตรงจุดครับ นั่นเป็นภาคหนึ่งที่ผมยกตัวอย่างให้ฟัง🔗

ทีนี้มาเป็นเรื่องอีกภาคหนึ่งครับ ในเรื่องของมาตรา ๓๙ ในร่าง พระราชบัญญัติตัวนี้ครับ ที่ตั้งเป็นข้อสังเกตไว้อีกตัวหนึ่ง การขออนุญาตของท้องถิ่น แต่ละโครงการ การขออนุญาตท้องถิ่นแต่ละอย่างในเรื่องของการก่อสร้าง ในเรื่องของ โครงสร้างพื้นฐาน องค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาลตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชน ติดเขตทางรถไฟ ติดเขตทางรางนิดหนึ่ง ขออนุญาตเป็น ๒-๓ ปี ผมนำเรียน ด้วยความเคารพว่า สิ่งนี้มันยากลำบากในเรื่องของการขออนุญาตเป็นเบื้องต้นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นแล้วกฎหมายฉบับนี้ ในการแก้ไขครั้งนี้ ผมอยากจะให้ควบคุมไปให้หมด เพื่อตั้งใจที่จะเปิดให้ท้องถิ่นเขามีส่วนร่วมและมีการแก้ไขปัญหานะครับ แล้วก็ทำงานให้กับ พี่น้องประชาชนด้วยความรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการสร้างถนน ขออนุญาตการก่อสร้าง ในเรื่องของประปา เดินท่อประปาเลียบทางรถไฟ เลียบเขตรถไฟนิดเดียว ขออนุญาตครับ และยังมีข่าวจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งคาบอกผมว่า ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย เขาขอให้เช่า ผมนำเรียนด้วยความเคารพครับ ทำไมท่านไม่แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน โดยใช้การบูรณาการร่วมกัน ทำไมครับ ท้องถิ่นมีงบประมาณพอที่จะเช่าทางรถไฟหรือครับ ในเมื่อเขาขออนุญาตในการก่อสร้างถนน ในการก่อสร้างระบบประปาให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะถนนนี้ขออนุญาตมา ๓-๔ ปีแล้วตำบลทุ่งคาครับ ในเขตผมอีกเหมือนกันครับ ในอำเภอเมืองของจังหวัดชุมพร ขออนุญาตมา ๕-๖ ปีแล้ว ยังไม่ได้รับการก่อสร้าง งบประมาณเขาตั้งมาจนตกจนร่วงไปหมด เพราะฉะนั้นแล้วผมขอนำเรียนท่านประธานนะครับ การบูรณาการร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวไทยมันยุ่งยากเหลือเกิน ถ้าบอกให้ กฎหมายฉบับนี้ออกไปแล้ว ยังไม่ได้มีการบูรณาการร่วมกัน ผมเชื่อว่าอีก ๑ สมัย ก็ต้องมีการแก้ไขปัญหากันอีก มีการแก้ไขกฎหมายกันอีก เพราะการตีความของผู้บังคับใช้ กฎหมาย และผู้ปฏิบัติตามกฎหมายนี้มันไปคนละทางคนละเรื่องกันหมด เขาก็คนไทยนะครับ ท้องถิ่นก็คือคนไทยเหมือนกัน เขาตั้งใจที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นแล้ว ผมขอนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า สิ่งที่มันเกิด ณ ปัจจุบันนี้ไม่สมควรที่จะให้เกิด หลังจากร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกไป ท่านกรรมาธิการครับ ผมเองนั้นตั้งเป็นข้อสังเกต และขอฝากไปด้วย อย่างน้อย ๆ การขับเคลื่อนในเรื่องของการแปรญัตติ ให้มันตรงเป้า ตรงประเด็น ในเรื่องการแก้ไขปัญหา ในระบบบูรณาการร่วมกัน ระหว่างทางราง การรถไฟแห่งประเทศไทย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลดขั้นตอนมาหน่อยครับ ในเรื่องการขออนุญาต ให้อำนาจบุคคลที่อยู่ใกล้ตัวกับท้องถิ่นเขาบ้าง ไม่ใช่ให้อำนาจ แต่อธิบดี ให้อำนาจถึงรัฐมนตรี กี่วันล่ะครับ ถึงได้ยกตัวนี้ขึ้นมาแล้วเอามาพิจารณา เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นการที่ไปคานในเรื่องของการพัฒนาประเทศ ไปคานในเรื่องของ การพัฒนาท้องถิ่น ผมเองได้นั่งคุยกับ สส. พรรครวมไทยสร้างชาติทั้งหมด เราเห็นด้วย พร้อมที่จะสนับสนุนร่างของท่านมนพร เจริญศรี แต่พวกเราก็เกรงครับ เกรงว่าขั้นตอน ในเรื่องของการแก้ไขปัญหานี้ อีกไม่กี่วันเราก็ต้องมาเปิดการแก้ไขปัญหาในเรื่องของ การแก้ไขกฎหมายกันอีก เพราะฉะนั้นแล้วผมนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ในเรื่องของการตั้งข้อสังเกต ในเรื่องของการนำเสนอในวันนี้ขอให้เป็นบรรทัดฐานในเรื่องของการที่จะพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง เพื่อให้กำหนดออกมาเพื่อพี่น้องประชาชน และแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนโดยแท้จริง ไม่ได้เกิดแต่เขตผมนะครับ ผมเชื่อว่าเกิดทุกเขต เกิดทุกพื้นที่ที่มีระบบรางวิ่งผ่าน มีพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ท่านมีพื้นที่เยอะแยะครับ มอบให้ท้องถิ่นเขาบริหาร มอบให้ท้องถิ่นเขาจัดการในเรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน ผมเชื่อว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่จนหรอกครับ ไม่จนครับ ที่ขาดทุน ณ ปัจจุบัน ที่ขาดทุนมาตลอด ขาดทุนสะสมนี้ ผมว่าเป็นการบริหารการจัดการแค่นั้นละครับ ไม่ได้เกี่ยวกับที่ท้องถิ่นเขาทำถนนผ่าน ไม่ได้เกี่ยวกับความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ไม่ได้เกี่ยวกับโรงเรียนนาชะอังอย่างที่ผมเอ่ย เพราะฉะนั้นก็ขอนำเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่า กฎหมายตัวนี้เป็นกฎหมายที่เพื่อพี่น้องประชาชน ขอให้เขียน ด้วยความชัดเจน บูรณาการร่วมกันเพื่อการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวไทยของเราครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านสรพัช ศรีปราชญ์ ครับ ต่อด้วยท่านฐิติมา ฉายแสง เชิญครับ🔗

นายสรพัช ศรีปราชญ์ สระบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สรพัช ศรีปราชญ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี อำเภอเมือง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอแก่งคอย เฉพาะตำบลห้วยแห้ง จากพรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ขนส่งทางรางเป็นสิ่งสำคัญ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อนำไปสู่การต่อยอด เชื่อมต่อ กับระบบขนส่งอื่น สร้างความสะดวกสบายและปลอดภัย ซึ่งสุดท้ายแล้วผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ นั่นก็คือประชาชน ผมจึงขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางราง ที่วันนี้ มีผู้เสนอมาหลายท่าน ท่านประธานครับ จังหวัดสระบุรีมีคำขวัญประจำจังหวัดว่า พระพุทธบาทสูงค่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ฐานผลิตอุตสาหกรรม เกษตรนำล้ำแหล่งเที่ยว หนึ่งเดียวกะหรี่ปั๊บนมดี ประเพณีตักบาตรดอกไม้งาม เหลืองอร่ามทุ่งทานตะวัน ลือลั่น เมืองชุมทาง แสดงให้เห็นว่าจังหวัดสระบุรีเป็นจังหวัดที่เป็นชุมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ในการขนส่ง แต่ปัจจุบันครับ การคมนาคมมีทางเลือกมากขึ้น ประกอบกับการขนส่งทางราง ไม่มีการพัฒนา ทำให้การเป็นเมืองชุมทางถูกลดความสำคัญลง ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสระบุรี ความคุ้นเคยในเรื่องของรถไฟนั้นผมพบเห็นมา ตั้งแต่เกิด เพราะจังหวัดสระบุรีมีรถไฟวิ่งผ่านกลางเมือง โดยเริ่มเข้าที่สถานีหนองแซง ไปสิ้นสุดที่สถานีมวกเหล็ก ก่อนออกไปยังภาคอีสานของประเทศไทย แต่หากจะไปทาง ภาคเหนือครับ ก็ผ่านสระบุรีอีกเช่นเดียวกัน โดยเข้าที่สถานีบ้านหมอ ไปถึงสถานีบ้านกลับ และไปยังจังหวัดลพบุรีต่อไป นอกจากนี้ยังมีสถานีสำหรับขนส่งสินค้าอีกหลายสถานี ที่ผมไม่ได้เอ่ยถึง แต่ปัญหาที่ผมพบเจอนั่นก็คือ แม้จังหวัดสระบุรีจะมีสถานีรถไฟอยู่เต็มเมือง ขณะนี้ ระบบการขนส่งต่าง ๆ ก็ไม่ได้ถูกบูรณาการมารวมกันให้มันดีขึ้น ระบบขนส่งทางราง ที่มีอยู่เต็มไปหมด ผ่านไปกี่ปี ๆ ก็ยังเหมือนเดิม พอมาดูกันชัด ๆ ว่าปัญหาที่ระบบขนส่งทางราง ในประเทศเราไม่มีการพัฒนานั้นมันเกิดจากสาเหตุไหนกันแน่ ก็พบว่าเจ้าภาพในการดูแล เรื่องนี้ไม่มี ท่านประธานครับ เมื่อผมได้อ่านร่าง พ.ร.บ. ของท่านสุรเชษฐ์แล้วก็พบว่า จะมีการกำหนดเจ้าภาพอย่างชัดเจน ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่า จังหวัดสระบุรีเป็นทางเชื่อมต่อสู่ภาคอีสาน จึงอยู่ในแผนพัฒนามาโดยตลอด โครงการก่อสร้าง รถไฟความเร็วสูงก็ผ่านจังหวัดสระบุรีครับ แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่าการพัฒนาดีกว่านี้ได้ ท่านประธานที่เคารพ หากถามว่ามีเจ้าภาพที่ชัดเจนจะดีอย่างไร อย่างแรกเลยที่ผมนึกถึง นั่นก็คือ มีการกำหนดมาตรฐานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัย ด้านการตรวจสอบและมาตรฐานอื่น ๆ ที่ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกถึงความปลอดภัย นอกจากนี้ผมเชื่อเหลือเกินครับว่าจะมีการยกระดับการให้บริการ ทำให้สถานีรถไฟที่มีอยู่ หลากหลายสถานีในจังหวัดผมนี้มีผู้ใช้งานที่มากขึ้น และจะสร้างงานให้แก่พี่น้องประชาชน ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นด้วย แต่ผมมีความคิดเห็นที่จะขอเพิ่มเติมว่า ในการจัดทำโครงการ ขนส่งทางราง แน่นอนจะต้องมีการสำรวจพื้นที่และมีการก่อสร้างตามมา ซึ่งจะทำให้ มีผลกระทบในโครงการเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงสิ้นสุดโครงการ รวมไปถึง พอโครงการเสร็จแล้ว ระหว่างดำเนินการก็มีผู้ได้รับผลกระทบอยู่เสมอ กระบวนการรับฟัง ความคิดเห็นและการให้ประชาชนมีส่วนร่วมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องไม่ใช่กระบวนการที่จัดทำ ให้เพียงผ่าน ๆ ไปแค่นั้น ปัจจุบันเราเห็นได้ว่ากระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนล้มเหลว ประชาชนผู้มีส่วนร่วม ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ละแวกนั้นไม่ได้มาเข้าร่วมกัน จริง ๆ ครับ บางโครงการมีการจ้างวานให้คนมายกมือให้โครงการผ่านประชาคม ทำประชาพิจารณ์ผ่าน และกีดกันผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจริง ๆ ไม่ให้เข้าร่วม เพราะเกรงกลัวว่า จะถูกคัดค้าน ผมขอฝากไปยังท่านที่จะเป็นกรรมาธิการทุกท่านว่า ท่านต้องเขียน กระบวนการนี้ให้ชัดเจน ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมออกแบบตั้งแต่เริ่มโครงการจนไปถึง ขั้นตอนดำเนินการ ระบุผลกระทบที่ประชาชนจะได้รับ ทั้งข้อดีและข้อเสียอย่างตรงไปตรงมา และต้องคุ้มครองประชาชนในกลุ่มที่คัดค้านโครงการนี้ด้วย ท่านประธานครับ วันนี้เราต้อง ยอมรับกันอย่างตรงไปตรงมาว่า กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ถูกเขียนไว้นั้น มีปัญหาจริง ๆ เพราะพวกเรานี้ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะพบเห็นได้ว่า มีพี่น้อง ประชาชนมาร้องเรียนยื่นหนังสือเป็นจำนวนมาก และจะมาอยู่ที่สภาเป็นเสมอ ประธานคณะกรรมาธิการแต่ละท่านก็รับหนังสือกันแทบไม่หวาดไม่ไหว สุดท้ายนี้ครับ ผมเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางรางของทุกท่าน และยินดีที่จะรับหลักการทุกร่าง ในวันนี้ แต่ผมขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางรางของท่านสุรเชษฐ์ให้เป็นร่างหลัก และขอฝากความเห็นที่ผมได้ให้ไว้ เรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะผมไม่อยากเห็น พี่น้องประชาชนต้องเดือดร้อน มาร้องเรียนโครงการขนส่งทางรางที่สภาแห่งนี้อีกต่อไป ขอขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านฐิติมา ฉายแสง เรียนเชิญครับ🔗

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางรางนี้นะคะ แล้วก็ อยากจะกล่าวถึงว่า ในปัจจุบันหากเราพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรางรถไฟ เราต้องใช้ พ.ร.บ. การรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ ซึ่งเป็นกฎหมายรัฐวิสาหกิจที่ไม่ได้แยกหน้าที่ ของผู้ทำการเดินรถกับผู้ทำหน้าที่ควบคุมกำกับดูแล ดังนั้นเพื่อให้การทำงานเป็นไป อย่างชัดเจน จึงเกิดร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางราง พ.ศ. .... นี้ขึ้นนะคะ ซึ่งดิฉันเห็นด้วย แล้วก็อยากที่จะให้มันเกิดขึ้นเร็ว ๆ ด้วยซ้ำ เพราะว่ามันเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมาก ท่านประธานคะ ปกติเวลาที่พวกเราพูดถึงเรื่องของการขนส่งทางราง คนก็จะคิดถึงแต่รถไฟ รถไฟฟ้า สถานีรถไฟกันเท่านั้น คือจะไม่ได้นึกถึงเรื่องของโลจิสติกส์หรือการขนส่งทั้งระบบ และการเชื่อมโยงกับระบบการขนส่งอื่น ๆ โดยอาศัยราง ไม่ว่าจะทางบก ทางอากาศ ทางเรือ จะไม่ค่อยคิดถึงนะคะ ดังนั้นดิฉันจึงอยากจะกล่าวถึงการขนส่งทางรางที่มันจะทำให้เกิด กิจกรรมต่าง ๆ มากมายขึ้นนะคะ คือดิฉันอยากจะพูดถึงท่าเรือบก หรือว่า Dry Port ท่านประธานคะ ท่าเรือบกมันก็คือท่าเรือที่มันไม่ได้ติดกับแม่น้ำหรือทะเล แต่มันก็มีราง ผ่านไป พวกเรารู้กันอยู่แล้วว่าการขนส่งทางรางต้นทุนมันต่ำ มันปลอดภัย แล้วมันก็ขนส่ง ได้ทีละมาก ๆ หากเกิดการขนส่งทางรางที่เรียกว่าท่าเรือบกนี้ มันจะมีเศรษฐกิจสะพัด สักแค่ไหน มันจะมีศูนย์กระจายสินค้าเกิดขึ้น กิจการที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์มันจะมีเกิดขึ้น อีกหลายอย่างเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นกิจการการบรรจุหีบห่อ เปิดตู้สินค้าแล้วก็กิจการ คลังสินค้า หรือว่าศูนย์ตรวจสอบ ตรวจปล่อยสินค้าขาเข้า ขาออก ศูนย์พักรถมีลานวางตู้ Container มีไซโล มีโกดัง มีลานจอดรถอีกมากมาย แล้วก็อาจจะเกิดไปถึงขั้น เป็นนิคมอุตสาหกรรม หรือเรียกว่า Logistics Park เลยก็ได้นะคะ เมื่อมันเกิดกิจกรรมต่าง ๆ แบบนี้ โครงการต่าง ๆ มันจะเกิดการจ้างงาน แล้วก็เกิดการค้าการขายขึ้น ท่านประธานคะ ดิฉันเคยไปศึกษาดูงานการขนส่งผลไม้จากภาคตะวันออกไปยังประเทศจีน นะคะซึ่งประเทศจีนนั้นเป็นตลาดใหญ่ของไทย ใคร ๆ ก็รู้ เกษตรกรที่อยู่ที่จังหวัดจันทบุรีก็ดี จังหวัดตราด จังหวัดระยอง อะไรก็แล้วแต่ ต้องการขนส่งทุเรียนไปประเทศจีน เขาอาจจะ ขนส่งอย่างนี้ค่ะ ไปทางรถยนต์ ไปทางภาคเหนือก็ไปทางเชียงราย เชียงของ แล้วก็สุดท้าย เข้าประเทศจีนไป ทางอีสานก็อาจจะไปทางมุกดาหาร ไปเวียดนาม หรือไปทางหนองคาย ทีนี้จากทางหนองคายเขาก็ไปที่ท่าเรือบก ท่านาแร้ง เวียงจันทน์ ประเทศลาว ซึ่งเป็นท่าเรือบก เหมือนอย่างที่ดิฉันกำลังพูดถึงอยู่นี้นะคะ คือเวียดนามเขามีพรมแดนติดกับประเทศจีน ค่าขนส่งของเขาจึงถูกกว่าไทยมาก ๆ ทุเรียนจากประเทศเวียดนามจึงมีราคาถูกกว่าไทย ๕ หยวนตลอดเลยนะคะ ประเทศไทยเราถ้าจะสู้ได้การขนส่งต้องราคาต่ำเราถึงจะไปสู้ราคา กับเขาและยังครองตลาดของทุเรียนไว้ได้ ทีนี้เรามาดูค่ะว่าประเทศไทยมีท่าเรือบกที่ไหน อย่างไรบ้างที่จะเหมือนกับท่านาแร้งนะคะ เอกสารของการท่าเรือแห่งประเทศไทยที่ได้ ทำการสำรวจ มีแผนแม่บทของ สนข. อยู่ ก็มีผลการคัดเลือกว่ามีพื้นที่ที่มีความเหมาะสม ในการที่จะพัฒนาเป็นท่าเรือบกอยู่ดังนี้นะคะ คืออันที่ ๑ ที่ตำบลดอนทราย และตำบล หนองตีนนก อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา อันที่ ๒ ตำบลม่วงหวาน อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น อันที่ ๓ คือตำบลกุดจิก อำเภอสูงเนิน โคราชเรานะคะ อันที่ ๔ คือตำบล เขาทอง อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ทั้งหมดทั้งปวงนี้ผลการคัดเลือกได้เลือกว่า พื้นที่ จังหวัดแรกเลยที่มีความพร้อม ก็คือที่ตำบลดอนทราย ตำบลหนองตีนนก จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เป็นจุดที่มีอุปสงค์ในการที่จะขนส่งสินค้าทางรางสูงถึง ๓๑๐,๐๐๐ TEU ต่อปี ในปี ๒๕๖๔ จึงถือว่า Economy of Scale นั้นเพียงพอ แล้วก็มีพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ อำเภอบ้านโพธิ์มาร้องเรียนกับดิฉันบอกว่า พวกเขาพร้อมมากเลย และเขาคุยเป็นการใกล้ชิด กับการรถไฟแห่งประเทศไทยว่า พื้นที่ตรงนี้พร้อมมากที่จะทำเป็นท่าเรือบก ก็เลยอยากจะบอก กับทางการว่า การที่จะมีท่าเรือบกตรงนี้มันจะช่วยให้การขนส่งจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันตก ไปยังท่าเรือแหลมฉบังได้ เชื่อมการขนส่งภาคตะวันออก ผ่านทางรถไฟสายฉะเชิงเทราไปคลอง ๑๙ แก่งคอย สู่ภาคอีสานไปประเทศลาว แล้วก็ต่อไปยัง ประเทศจีนได้ แล้วเราก็พัฒนาเป็นพื้นที่ EEC จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นหนึ่งในพื้นที่ EEC ดังนั้นดิฉันจึงเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. นี้ แล้วก็อยากจะบอกว่า คณะกรรมการนโยบายการขนส่ง ทางรางนั้นต่อ ครม. มีอำนาจในการตัดสินใจที่จะกำหนดแนวทางในการเชื่อมต่อทางรางนี้ ให้เป็นศูนย์กระจายสินค้าแล้วก็ทำให้เกิดท่าเรือบกที่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ และมีการพัฒนา ธุรกิจส่งออกได้อย่างดีให้กับประเทศไทยเลยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปเชิญท่านฐากร ตัณฑสิทธิ์ แล้วก็ต่อด้วยท่านเชิดชัย ตันติศิรินทร์ เชิญท่านฐากรครับ🔗

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทยครับท่านประธาน วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางรางทั้ง ๓ ฉบับ ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี เสนอโดยท่านมนพรจากพรรคเพื่อไทย แล้วก็เสนอโดยท่านสุรเชษฐ์ จากพรรคประชาชนครับ ผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ในหลักการแล้ว หน่วยงานในการที่จะดำเนินการในเรื่องใด ๆ ก็ตาม จะเป็นหน่วยงานเกี่ยวกับเรื่องของ Regulator และ Operator ที่เราเรียกกันว่า หน่วยงานในการกำกับดูแล และหน่วยงาน ในการปฏิบัติ มันจะเป็นหน่วยงานที่อยู่ในองค์กรเดียวกันคงไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราจะต้อง มีการแยกหน่วยงานในการดำเนินการ วันนี้เรียนท่านประธานครับว่า ทั้ง ๓ ร่างเดินมา ถูกทางแล้วครับ เรามีหน่วยงานกำกับดูแลทางด้านขนส่งทางบก เรามีหน่วยงานกำกับดูแล ทางด้านอากาศ และเรายังมีหน่วยงานกำกับดูแลทางด้านขนส่งทางน้ำ หน่วยงานขนส่งทางราง วันนี้เรากำลังจะผ่าน พ.ร.บ. ดังกล่าว ผมอยากจะเรียนย้อนอดีตกลับไปเรียนท่านประธานว่า หน่วยงานกำกับดูแลทำไมถึงมีความสำคัญ ในอดีตที่ผ่านมานะครับท่านประธาน ท่านจะเห็นว่า ๒ หน่วยงานที่แต่ก่อนอยู่ในองค์กรเดียวกันแล้วสร้างปัญหามาก หน่วยงานแรกคือ หน่วยงานที่เราเรียกกันว่าการกำกับดูแลทางด้านโทรคมนาคม แต่ก่อนอยู่ภายใต้กรมไปรษณีย์โทรเลข วันนี้เปลี่ยนมาเป็น กสทช. อีกหน่วยงานหนึ่งครับ ท่านประธาน เหมือนกันอีกครับ แต่ก่อนเป็นการกำกับดูแลทางด้านพลังงาน เราไม่ได้เรียกว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานครับ มีอีกหน่วยงานหนึ่งวันนี้เราตั้งเป็นคณะกรรมการ กิจการพลังงานมากำกับดูแลทางด้านพลังงานโดยตรง วันนี้ผมอยากจะเห็นร่าง พ.ร.บ. นี้ ผ่านความเห็นชอบต่อรัฐสภา ผมวาดฝันว่าอยากจะเห็นการคมนาคมขนส่งทางราง ของประเทศเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง เหมือนกับการกำกับดูแลหน่วยงานอื่นที่เกิดขึ้นแล้ว ก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนต่อไป🔗

ผมเรียนท่านอย่างนี้ครับ เราอยากจะเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น มาตรการในการคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน การคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องอัตราค่าบริการ เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยในการใช้บริการ ตลอดจนแผนการพัฒนาการขนส่งทางรางต่าง ๆ ในประเทศที่จะต้องพัฒนาต่อไป การลดต้นทุนต่าง ๆ ที่จะต้องเกิดขึ้น อยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า การคมนาคม ขนส่งของเรา ๔ ด้านที่อยู่ภายใต้สังกัดของกระทรวงคมนาคม ท่านประธานครับ ด้านแรก ด้านการขนส่งทางบก ผมเข้าใจว่างบลงทุนแต่ละปีนี่มากกว่าด้านอื่น เข้าใจว่าตกประมาณ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของงบลงทุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ด้านที่ ๒ ที่เป็นลำดับที่ ๒ ก็คือการขนส่ง ทางอากาศ ที่มีงบลงทุนก็มาก แต่ก็ยังมีระดับเปอร์เซ็นต์ที่น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการขนส่ง ทางบก ด้านที่ ๓ ครับท่านประธาน ก็คือด้านการขนส่งทางราง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญมากที่สุด ที่จะลดต้นทุนการขนส่งของประเทศ และการลดต้นทุนของการคมนาคมทุก ๆ ด้านให้กับ พี่น้องประชาชน ด้านสุดท้ายคือด้านการขนส่งทางน้ำ ตรงนี้ก็มีความสำคัญเช่นกัน แต่อยู่ลำดับสุดท้ายในการที่มีงบลงทุนในส่วนนี้ส่งเข้ามา ผมอยากจะเรียนท่านประธานครับว่า วันนี้ผมวาดฝันไว้แล้วว่าอยากจะให้สภาผู้แทนราษฎรของเราแห่งนี้ผ่านร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๓ ฉบับ ซึ่งผมคิดว่าเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในการที่เราจะฝากข้อสังเกต ไปถึงกรรมาธิการทุกท่านที่จะมีการตั้งขึ้นมาในวันนี้ว่า ข้อสังเกตต่าง ๆ ว่าจะเป็น นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะเป็นประธานกรรมการ หรือใครจะเป็น ประธานกรรมการ ขอให้ไปถกเถียงกันในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องนี้ ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ทางสภาเอง ทางผมเองในนามของพรรคไทยสร้างไทย เราอยากจะเห็น ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ผลประโยชน์ของเรื่องการพัฒนาประเทศในการที่จะขับเคลื่อน ในเรื่องนี้ให้เดินหน้าต่อไปให้ได้เร็วที่สุด ขอเรียกร้องครับท่านประธาน วันนี้ทั้ง ๓ ร่าง ทางพรรคไทยสร้างไทยเองเห็นด้วยในการที่จะขับเคลื่อน และเปลี่ยนผ่านประเทศ ในด้านการขนส่งทางรางให้เกิดขึ้นให้โดยเร็ว กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนิสิตชั้นปีที่ ๔ หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ ต่อไปครับ เชิญรองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ เรียนเชิญครับ🔗

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางราง จากทั้งคณะรัฐมนตรี จากทั้งท่านมนพร และท่านสุรเชษฐ์นะครับ ท่านประธานครับ ผมจะแบ่งการพูดเป็น ๓ ช่วง คือเรื่องหลักการและที่ผ่านมาในอดีตและปัจจุบัน เรื่อง พ.ร.บ. และเรื่องข้อเสนอ ท่านประธานครับ ท่านยิ่งลักษณ์เขียนยุทธศาสตร์การสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยมีจุดมุ่งหมายพัฒนาอุตสาหกรรม และพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์ เชื่อมโยง เครือข่ายคมนาคมครอบคลุมทั้งประเทศ เชื่อมระหว่างรางและระบบอื่น รวมไปถึงประเทศ เพื่อนบ้านเป็นภูมิภาคของประเทศ ให้เกิดความมั่นคง ยั่งยืน สะดวก รวดเร็ว ประหยัด และปลอดภัย เห็นไหมครับ คล้าย ๆ กันเลยกับที่เราเสนอในร่างปัจจุบันนี้ หลักการเหมือนกัน ท่านประธานครับ สมัยท่านยิ่งลักษณ์ได้มีร่าง พ.ร.บ. กู้เงิน ๒ ล้านล้านบาท ซึ่งเขาเรียกว่า ร่าง พ.ร.บ. ๒ ล้านล้านบาท เพื่อให้กระทรวงการคลังกู้เงินมาใช้ในการทำระบบโลจิสติกส์ ทั้งหมดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ รถไฟใน กทม. หรือรถไฟฟ้า แล้วก็ยังมีโครงสร้างคมนาคมพื้นฐานด้านการขนส่งทางรางควบคู่กับถนนต่าง ๆ ไม่ว่าเป็นถนนใหญ่ ถนนเล็ก เป็นเครือข่ายไปถึงเขาเรียกว่าท่าเรือ แต่น้ำท่วม ก็เลยมายื่น เมื่อ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๖ มีการเปิดนิทรรศการสร้างอนาคตไทย ๒๐๒๐ ก็คือปี ๒๕๖๓ ซึ่งไปทำใน ๑๒ จังหวัด โดยมีท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง ท่านชัชชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม เป็นแกนกลาง ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างดี ไม่น่าเชื่อนะครับ ท่านบอกว่าอีก ๗ ปีข้างหน้าเราจะมีรถไฟระบบราง และยังมีถนนเชื่อมโยงขนส่งสินค้า เกษตร เพิ่มรายได้ให้ท้องถิ่น ท่องเที่ยวเมืองสู่เมือง กระจายความเจริญ มีศูนย์กลาง ของแต่ละภูมิภาค เชื่อมโยงให้คนในครอบครัวได้ใกล้ชิดกัน เห็นไหมครับ ถ้า พ.ร.บ. นี้ ไม่ถูกยุติลง ตอนนี้เรามีที่เราพูดกันนี้เรียบร้อยหมดแล้วครับ เป็นการเสียโอกาส เพราะว่า มีการไปสร้างวาทกรรมว่า สร้างหนี้มาก ใช้ชั่วลูกชั่วหลานก็ไม่หมด เพราะมีคำวินิจฉัยของศาล รัฐธรรมนูญว่า พ.ร.บ. ๒ ล้านล้านบาทนี้ ไม่เป็นกรณีเร่งด่วน แล้วก็มีวลีเด็ดของตุลาการ ท่านหนึ่งบอกว่า รถไฟความเร็วสูง ยังไม่จำเป็นกับประเทศไทย ควรให้ถนนลูกรังหมดไปก่อนครับ ท่านประธานครับ เวลาผ่านไปแป๊บเดียว ตอนนี้ปี ๒๐๒๔ อนาคตของเราก็เหมือนเดิม แล้วก็สะเปะสะปะ เพราะอะไรครับ เพราะว่าไร้ความชัดเจน ไร้การควบคุม เสียโอกาส ระหว่างหนี้กับอนาคตเป็นอย่างไรครับ ใช้เงินมากก็จริง เราเป็นหนี้แล้วก็มีโอกาสดีขึ้น อันนี้เป็นเหตุผลที่ว่า ถ้าเราทำระบบรางตั้งแต่แรก โลจิสติกส์ให้ดีขึ้น มันก็จะไปข้างหน้าได้🔗

ท่านประธานครับ ก็มาสู่เรื่องที่ ๒ เมื่อสักครู่เป็นอดีตกับหลักการนะครับ ว่าวันนี้เราพิจารณาร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางราง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญนะครับ เรามีรถไฟตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่ ๕ แล้ว พร้อม ๆ กับญี่ปุ่น แต่ญี่ปุ่นเขาพัฒนาไปเยอะ แต่เมืองไทยก็ยัง เปาะแปะ ๆ อยู่นะครับ ถ้าอยากดูรถไฟเก่า ๆ ก็มาดูที่ประเทศไทยนะครับ ท่านประธานครับ วัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ. เหล่านี้มีอยู่ ๒ อย่าง ก็คืออยากจะให้เกิดความชัดเจนในเรื่อง นโยบาย เรียกว่า Policy Advisor อันที่ ๒ ต้องมีการกำกับดูแล หรือว่า Regulator ให้เกิดความชัดเจน ปลอดภัย การบำรุง ซ่อมแซม การประกอบการ โครงสร้าง อัตราค่าบริการที่เป็นธรรม การประกันความเสียหาย การอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มาใช้บริการ ซึ่งต้องมีมาตรฐาน ความสะอาด และตรงเวลา ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้สมาชิกได้พูดกันไปหมดแล้วครับ ท่านประธานครับ ตอนนี้ ไม่มีใครปฏิเสธเลยว่าเรื่องรางเป็นเรื่องสำคัญ ผมมาขึ้นรถ BTS ครั้งแรก ผมอยู่ขอนแก่นนะครับ ก็มาขึ้นรถที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมาเจอกับอาจารย์ที่เป็นแพทย์อยู่ศิริราช ผมก็ถามว่าอาจารย์ มาดูอะไรครับ มาทำอะไร เขาว่าจะมาดูรถไฟฟ้าเราเป็นอย่างไร ผมก็จะมาดูรถไฟฟ้า ก็เลยชวนขึ้นไป BTS เป็นครั้งแรก จะเอารถลงใต้ดินก็บอกว่าน้ำจะท่วม ไม่ได้ เห็นไหมครับ ท่านประธาน วันนี้ไม่มีใคร Question ไม่ใครข้องใจอีกแล้วว่า ระบบรางเป็นสิ่งจำเป็น เพราะว่าประหยัดและปลอดภัย แต่การลงทุนสูง🔗

ท่านประธานครับ กฎหมายที่ผ่านมานี้มันมีซับซ้อนกัน มีหลายหน่วยงาน ที่มาเกี่ยวข้อง คือการรถไฟแห่งประเทศไทย การขนส่งมวลชน รวมทั้ง อปท. ด้วย เพราะฉะนั้นใน พ.ร.บ. นี้ผมเห็นด้วยนะครับว่า ที่เขาแบ่งเป็นหมวดหมู่ ของรัฐบาลก็มี ๑๖๕ มาตรา ของท่านมนพร ๑๔๕ มาตรา ของพรรคประชาชนก็ประมาณเท่ากันกับรัฐบาล ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ดี ผมเลยมีข้อเสนอในหมวดที่ ๓ คืออนาคตของเรานี้นะครับ ผมเป็นห่วงที่ว่า คณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางรางเป็นสิ่งจำเป็นที่จะเป็นคนที่ควบคุมกำหนดอะไรต่าง ๆ การที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานดีแล้วนะครับ เพราะว่าท่านมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายนี้มาเป็นประธาน จะได้ดูแล เพราะว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีเยอะ แต่ไม่เป็นไร เห็นต่างได้นะครับ อันที่ ๒ ผมเป็นห่วง ขอเสนอนะครับ คือความปลอดภัย ที่ผ่านมานี้ เราจะเห็นว่ามีรถบัสถูกไฟเผานะครับ เพราะฉะนั้นนายทะเบียนต่าง ๆ ของท่านมนพร ตัดเห็นสั้น ๆ ในมาตรา ๙๗ คือต้องมีการตรวจสอบ ทดสอบ บำรุง สิ่งที่บกพร่องให้มีสภาพ ปลอดภัยในการใช้งาน หรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นี่ต้องทำจริงจังนะครับ ถัดไปนะครับ การที่จะปฏิรูปรถไฟเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดทุนของรถไฟ ก็มีการศึกษา ในยุโรปและหลาย ๆ ที่นะครับ เขาให้มีการแข่งขันกัน เพิ่มโอกาสให้ประชาชนมาใช้เยอะ และการบริการก็จะดีขึ้น ก็สามารถที่จะแก้ไขการขาดทุนได้ อันที่ ๔ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นควรจะมีบทบาทในการกำหนดในจังหวัดตัวเอง ผมอยู่ขอนแก่นนะครับ เห็นที่กรุงเทพฯ ทาง กทม. เขามีการสร้างรถไฟ BTS ซึ่งก็ซ้ำซ้อนกับของรัฐบาลนะครับ แล้วขอนแก่นก็มีโครงการที่จะสร้างรถไฟรางเบา จนป่านนี้ก็ยังไม่เสร็จนะครับ มันมีปัญหา เรื่องกฎหมาย เรื่องการลงทุนอะไรต่าง ๆ ผมยังเห็นเมืองใหญ่ ๆ ไม่ว่าเป็นเชียงใหม่ ขอนแก่น โคราช อุดรธานี อุบลราชธานี แม้กระทั่งทางใต้นะครับ ให้มีรถไฟพวกนี้ด้วย แต่ให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเขามีส่วนร่วมนะครับ เพราะฉะนั้นผมขอสนับสนุนทุกร่าง แล้วก็ ให้กำลังใจกรรมาธิการที่จะไปปรับปรุง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศ มากที่สุดครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒ ท่านถัดไปนะครับ ท่านฉัตร สุภัทรวณิชย์ ครับ แล้วก็ต่อไปด้วยท่านวิรัช พิมพะนิตย์ ท่านฉัตรเชิญครับ🔗

นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ฉัตร สุภัทรวณิชย์ ผู้แทนราษฎรนครราชสีมา เขต ๑ หน้าย่าโม พรรคประชาชนครับ วันนี้เรามีร่างสำคัญ ๓ ร่างด้วยกัน ได้แก่ ร่างจาก ครม. ร่างจากพรรคเพื่อไทย แล้วก็ร่างจาก พรรคประชาชน Mode of Transportation ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางอากาศ ทางน้ำ และแน่นอนทางราง ๓ โหมดแรกนั้นมีการพัฒนา แล้วก็มีเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามามากมาย หันมาดูทางราง วันนี้ผมเชื่อว่าคงเป็นเสียงเอกฉันท์ที่ทุกคนเห็นความสำคัญว่าเราจะต้อง เข้ามาปรับปรุงเปลี่ยนแปลง แล้วก็นำไปสู่การพัฒนาที่ดียิ่งขึ้น วันนี้เราพูดคุยกันหลายมาตรา มีรายละเอียดมากมาย ผมมีข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์อยากจะนำเสนอต่อท่านประธาน ดังต่อไปนี้ครับ🔗

เรื่องแรก ข้อสังเกตของผมระหว่างร่างของพรรคประชาชนแล้วก็ร่างของ พรรคเพื่อไทยนะครับ อันแรกผมสังเกตว่ามันเป็นการลดเงื่อนไขการคุ้มครองผู้ใช้บริการครับ เอกชนไม่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย กรณีมีการเดินรถล่าช้า ไม่ต้องมีการทำประกันภัย ความเสียหายที่เกิดขึ้นเลย ตรงนี้อยากจะให้ไปดูที่ร่างของพรรคเพื่อไทยในส่วนของมาตรา ๑๒๐ มาตรา ๑๒๑ มาตรา ๑๒๒ ตรงนี้มีการนำออกไปนะครับ🔗

ข้อสังเกตที่ ๒ เพิ่มประโยชน์ให้กับนายทุนผู้ประกอบการ อย่างไรครับ ไปดูมาตราของร่างพรรคประชาชน มาตรา ๓๑ แล้วก็มาตรา ๑๙ ในร่างของพรรคเพื่อไทย ตรงนี้อาจจะตีความได้ว่า เอกชนสามารถเป็นเจ้าของรางได้นะครับ🔗

ข้อสังเกตที่ ๓ ให้อำนาจรัฐมนตรีพิจารณาชดเชยผู้ประกอบการ เอื้อประโยชน์ มากเกินไปหรือไม่ ตรงนี้ในส่วนของร่างพรรคเพื่อไทยครับ ไปดูที่หมวด ๔ ส่วนที่ ๑ มาตรา ๓๕ มีการเพิ่มข้อความไว้นะครับ🔗

ข้อสังเกตที่ ๔ เป็นการเอาใจนายทุนหรือไม่ เพราะว่าถ้าไม่อยากแสดงผล ประกอบการแต่อยากรับการชดเชยก็สามารถรับได้ ในส่วนนี้นะครับ ในร่างพรรคเพื่อไทย ไปดูกันที่มาตรา ๕๓ (๔) นะครับหายไป แล้วก็เพิ่มเติมที่มาตรา ๔๑ (๗) ครับ🔗

ข้อสังเกตที่ ๕ เอกชนโอนสิทธิตามใบอนุญาตได้ เริ่มแปลก ๆ แล้วนะครับ ในร่างของพรรคประชาชนเรายังคงมีมาตรา ๕๙ บอกว่าห้ามโอนนะครับ อันนี้สรุปเลย แล้วก็ ในส่วนของร่างของพรรคเพื่อไทยครับ มาตรา ๔๖ (๑) (๒) (๓) ตรงนี้ใจความก็คือ สามารถ โอนได้🔗

ข้อสังเกตที่ ๖ ให้ประโยชน์ผู้รับสัมปทานมากขึ้นอย่างชัดเจนนะครับ ในส่วนของร่างพรรคประชาชนเรายังคงมีมาตรา ๕๒ เพื่อป้องกันไว้ แต่ว่าทางส่วนของ ร่างพรรคเพื่อไทยนั้นบทเฉพาะกาล มาตรา ๑๓๘ ครับ🔗

ข้อสังเกตที่ ๗ ลดอำนาจการเข้าพื้นที่เพื่อสอบสวน ตรวจค้น ตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่รัฐ ในร่างของพรรคประชาชนเรายังมีมาตรา ๘๗ ในส่วนของร่างพรรคเพื่อไทยนั้น เราต้องไปดูรายละเอียดกันที่มาตรา ๗๔ ซึ่งตรงนี้น่ากังวลนะครับ🔗

ข้อสังเกตที่ ๘ ลดอำนาจผู้ตรวจการในการตรวจสอบการดำเนินการของเอกชน ร่างของพรรคประชาชนเรายังคงมีมาตรา ๙๔ เอาไว้ ในส่วนของร่างของพรรคเพื่อไทย มาตรา ๗๖ มีส่วนเพิ่มเติม🔗

จากข้อสังเกตทั้ง ๘ ประการครับท่านประธาน ผมอยากจะสรุปเบื้องต้น ในร่างแรกซึ่งเป็นร่างดั้งเดิมของ ครม. เรียกได้ว่าผ่านการพิจารณาแล้วก็ตรวจสอบ มาพอสมควรเราเรียกว่า ร่างดั้งเดิม ในร่างที่ ๒ ที่เสนอเข้ามาเป็นร่างของพรรคเพื่อไทย แต่พอผมลองพยายามศึกษาตั้งข้อสังเกตดูแล้ว อดคิดไม่ได้ว่าเป็นการปลดล็อกลด Guard ลง ลดแลกแจกแถม ตรงนี้นี่ออกไปในทางสุดโต่งเกินไปหรือไม่ ซึ่งมีความกังวลนะครับ แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าเป็นร่างทรงของใครก็ไม่ทราบ หันมาดูร่างของพรรคประชาชนครับ ตรงนี้เราได้นำร่างของ ครม. มาแล้วนำข้อความที่น่าจะเป็นประโยชน์ ซึ่งในการประชุม ก่อน ๆ หน้านั้นได้สงวนความเห็นเอาไว้ นำมาประกอบเพื่อให้มีความรัดกุม รอบคอบ เรียกได้ว่าเป็นร่างที่ประนีประนอมพร้อมจุดยืนอย่างตรงไปตรงมา ข้อสังเกตทั้ง ๘ ข้อ ที่ได้นำเรียนไปแล้วนะครับแล้วก็ข้อสรุป ผมจึงเชื่อว่าสภาของเราจะผ่านร่างนี้ แล้วผมก็อยากจะให้ได้ใช้ร่างของพรรคประชาชนเป็นร่างหลักในการพิจารณา เชื่อว่าจะสร้างประโยชน์ ให้กับพี่น้องประชาชน ให้กับประเทศชาติอย่างตรงไปตรงมา ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิรัช พิมพะนิตย์ เชิญครับ🔗

นายวิรัช พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผม วิรัช พิมพะนิตย์ สส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ วันนี้ผมขอร่วมอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง ทั้ง ๓ ฉบับ ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี ๑ ฉบับ เสนอโดยท่านมนพร เจริญศรี กับคณะ อีก ๑ ฉบับ อีก ๑ ฉบับ คือท่านสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ กับคณะ ท่านประธานที่เคารพครับ การขนส่งทางรางดีและมีประโยชน์ครับ อธิบดี กรมการขนส่งทางรางมีพนักงานแค่ ๑๐๐ กว่าคน เกิดมาหลายปี แต่หน้าที่ไม่ชัดเจน วันนี้ ประเทศไทยมีระบบราง โดยมีรถไฟไทย มี BTS มี รฟม. มี Airport Link ซึ่งไม่รู้เปลี่ยนชื่อ เป็นอะไร เพราะว่ามีผู้รับเหมาได้ไปแล้วก็ว่าจะไปวิ่งอู่ตะเภา แต่ผู้รับเหมาก็ไม่ทำเสียที คนรวยประมูลได้แต่ก็ไม่ทำ วันนี้ระบบขนส่งทางรางเราจึงอ่อนเปลี้ยเสียขา เพราะอะไร เพราะอธิบดีกรมการขนส่งทางรางไม่สามารถจะควบคุมดูแลระบบขนส่งรางได้เลย ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า วันนี้การรถไฟก็ไปทางหนึ่ง การรถไฟไทยเป็นระบบ ขนส่งที่มีประโยชน์แล้วก็ใหญ่มาก🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวิรัช พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

ท่านประธานดูรูปสิครับ ผมไปเปิด สั่นกระดิ่งเปิดรถไฟ ผมก็ถามดูว่ารถไฟอายุเท่าไร เป็นร้อยกว่าปีครับ ผมบอกว่าผมนี่ยังไม่ถึง ๑๐๐ ปีเลย นี่ยังวิ่งอยู่ ผมก็เข้าใจนะครับ อาจจะเพื่อความสวยงามก็ได้ ท่านอาจจะอนุรักษ์ ไว้หน่อยว่า รถไฟสวยงามเพื่ออ้างกับต่างประเทศว่า ของประเทศอื่นมันเป็นแบบนี้ แต่ของไทยเรานี้คลาสสิก ผมก็กราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า วันนี้เรามีที่รถไฟเยอะ เรามีอุปกรณ์เยอะ BTS ตอนนี้กลายเป็นของ กทม. ส่วน รฟม. ขึ้นคมนาคม Airport Link ขึ้นเอกชน บริษัทที่รับเหมาไป ดูภาพรถไฟสิครับ เพราะฉะนั้นผมบอกว่าวันนี้ไม่มีใคร สามารถ ผมเคยไปเป็นประธานซ้อมฉุกเฉินตอน ๖ ทุ่มของรถไฟ ทุกคนมารวมกัน ผมดูแล้ว ทุกคนเดินทางต่างกัน ท่านประธานครับ วันนี้ผมดีใจนะครับที่เราจะได้มีโอกาสที่จะมี พ.ร.บ. ที่จะทำให้กรมการขนส่งทางรางสามารถจะดูแลรถไฟต่าง ๆ ได้ ผมใช้ระบบรางตลอด ผมนั่งเครื่องบินมาลงที่สุวรรณภูมิ ผมก็นั่ง Airport Link มาลงที่พญาไท ๕๕ บาทครับ ผมมานั่ง BTS ไปลงที่บ้านผม เซ็นทรัลลาดพร้าว ก็ ๕๕ บาทครับ หมดแล้ว ถ้าสมมุติว่า วันหนึ่งผมเป็นคนหนึ่งที่ทำงานหาเช้ากินค่ำ ทำงานที่สุวรรณภูมิหรือใกล้เคียง ค่ารถไฟ กินไปแล้วครับ ๑๑๐ บาท ค่ามอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าซอยไปอีก ๒๐ บาท ๒ ครั้ง ไปกลับ ๔๐ บาท ไปแล้วครับ ๑๕๐ บาท เงินที่ได้ ๔๐๐ บาทหายไปแล้ว ผมจะไปเลี้ยงลูก ได้อย่างไร เลี้ยงครอบครัวได้อย่างไรครับ ท่านรัฐมนตรีนั่งอยู่นี่ ท่านอธิบดีกรมการขนส่งทางราง นั่งอยู่นี่ ผมบอกว่าวันนี้ที่นายกรัฐมนตรี ท่านแพทองธาร ชินวัตร บอกว่าจะทำ ๒๐ บาท ท่านรัฐมนตรีต้องทำให้ได้นะครับ ท่านอธิบดีกรมการขนส่งทางราง ถ้า สส. ผ่านร่างพระราชบัญญัติตัวนี้ไป เสร็จแล้วถ้ายังทำไม่ได้อยู่ก็อย่าเป็นเลยครับอธิบดี ลาออก รัฐมนตรีก็ลาออก เพราะฉะนั้นวันนี้ผมก็บอกว่า บ้านเมืองเราเอื้อประโยชน์ ให้นายทุนมากเกินไปหรือเปล่า ต่างคนต่างขึ้น ต่างคนต่างบวกค่าโดยสารไป แล้วชาวบ้าน จะอยู่อย่างไรครับ ผมนั่งแท็กซี่จากพญาไทไปเซ็นทรัลลาดพร้าว ผมก็หมด ๖๐ บาทครับ แต่ค่ารถไฟฟ้า ๕๕ บาทครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ลองคิดนะครับ ลองตรองดู แล้วอีกอย่างหนึ่ง วันนี้เราไม่มีตำรวจรถไฟนะครับท่านประธาน ตำรวจรถไฟหายไปแล้ว เขายุบหน่วยเลยครับ แล้วท่านลองคิดดูว่าความปลอดภัยในขบวนรถไฟต่าง ๆ ทั้ง BTS ทั้ง Airport Link รถไฟไทย ทั้งรถไฟต่าง ๆ ไม่มีตำรวจครับ มีแต่ Guard ซึ่งผมว่าโจรไม่ได้กลัวหรอกครับ Guard อย่างนี้ ตำรวจยุบ แล้ววันนี้เกิดคดีต่าง ๆ บนรถไฟ ไม่รู้จะขึ้นสถานีไหน ถ้าระหว่างทาง ผมจะเหมารถมาแจ้งความนี่เหนื่อยเหมือนกันนะครับท่านประธาน วันนี้เราจะต้องสังคายนา เราจะต้องบูรณาการการรถไฟหรือระบบรางให้ชัดเจน ถ้าตรงไหน ที่เป็นหนี้อยู่ กทม. หรืออะไรเป็นหนี้อยู่ของ BTS ก็เอามาคืนเสียหน่อย ใครเป็นหนี้หลวง ก็เอามาคืนเสียหน่อย บ้านเมืองมันจะได้เจริญครับ เดี๋ยวนี้ต่างคนต่างถือกฎหมายของตัวเอง แล้วอีกอย่างหนึ่ง คนพิการเคยคิดถึงเขาไหม ขึ้นรถไฟนี้ผมมาอุ้มเขาขึ้นรถไฟ มานั่งดูแล้ว ผมดูแล้วมันต่างกันจริง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ เมืองจีน จังหวัดของเขานี้ผลิตรถไฟ แต่ละจังหวัดผลิตรถไฟและมาเสนอขายกระทรวงคมนาคม ถ้าเขาเอาท่านทูตมามาเสนอว่า จังหวัดนี้ดีอย่างนั้น จังหวัดนี้ดีอย่างนั้น จังหวัดนี้ดีอย่างนั้น ผมอยากให้เมืองไทยพัฒนาครับ ไม่ใช่อะไรหรอก ผมเอง บ้านผม จังหวัดกาฬสินธุ์ไม่เคยมีรถไฟเลยครับ ผมเกิดมาในชีวิต เพิ่งได้นั่งรถไฟไทยอยู่ทีหนึ่ง เพราะมาขึ้นขอนแก่นครับ อยากจะนั่งอยู่อีกครับ เพราะเขาบอกว่า สส. ก็นั่งได้ ผมก็จะนั่งไปตื่นที่ขอนแก่นแล้วก็ค่อยนั่งรถกลับบ้าน ผมอยากนั่งว่ามันจะดีอย่างไร แต่รถไฟขนส่งมวลชนที่ในกรุงเทพฯ ผมนั่งบ่อยครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมอยากให้เกิด พ.ร.บ. นี้ขึ้นมา ผมเห็นท่านอธิบดีอยู่ตั้งนาน ผมเข้าไปตั้งแต่อธิบดีกรมทางหลวง จนท่านอธิบดีกรมทางหลวงเป็นอธิบดีกรมการขนส่งทางราง จนเกษียณเลย ยังไม่เห็น เกิดอะไรขึ้นเลย ๔-๕ ปี อย่างนั้นฝากท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีกับทางท่านอธิบดีหน่อยครับ ทำให้สำเร็จแล้วก็ทำให้ได้ สส. ทุกคนเห็นด้วยนะครับ แต่จะว่าร่างไหนผมอยู่พรรคเพื่อไทย ผมก็จะเอาร่างพรรคเพื่อไทยนี่ละครับ ใครจะว่าอย่างไรก็ว่าครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ๒ ท่านต่อไป ท่านเทอดชาติ ชัยพงษ์ ต่อด้วยท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เชิญท่านเทอดชาติ ชัยพงษ์ ครับ🔗

นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ทั้ง ๓ ฉบับ โดยเฉพาะ ฉบับของท่านรัฐมนตรีมนพร เจริญศรี กับคณะ ที่นำเสนอนั้น มีสาระสำคัญที่เป็นประโยชน์ อย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบบการขนส่งทางรางของประเทศไทยครับ บ้านผมไม่มีระบบขนส่ง ทางราง แต่กำลังจะมีครับ ขณะนี้รถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย กำลังเริ่มสร้างครับ คาดว่า จะเสร็จประมาณปี ๒๕๗๐ ซึ่งคงจะได้ใช้ และคงจะเห็นประโยชน์ว่าการขนส่งทางรางนั้น จะทำให้สามารถลดขั้นตอนการเดินทาง ลดขั้นตอนการขนส่งสินค้า ทำให้ค่าใช้จ่ายลดลง เศรษฐกิจและรายได้ดีขึ้น ก็หวังอย่างนั้นนะครับ นี่ก็ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างหนึ่ง อย่างไรก็ตามครับ ผมเองนั้นก็เคยใช้บริการขนส่งทางรางโดยสารรถไฟนะครับ วันนี้ก็มาถึงจุด ที่เราจำเป็นจะต้องมีการพัฒนาการเปลี่ยนแปลง เพื่อที่จะสร้างระบบที่เป็นมาตรฐานมากขึ้น เพราะฉะนั้นทั้ง ๓ ฉบับนั้นมีจุดอ่อน จุดแข็ง จุดเด่น จุดด้อย อยู่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามครับ ฉบับสำคัญที่สุดคือฉบับที่ท่านรัฐมนตรีและคณะได้นำเสนอนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ พี่น้องประชาชนครับ ท่านคงจะสงสัยครับว่า คุยกันวันนี้เรื่องของการขนส่งทางราง การขนส่งทางรางมันคืออะไร การขนส่งทางรางก็คือการขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้าทางราง เช่น รถไฟ รถไฟฟ้า รถรางต่าง ๆ อันนี้ก็ถือว่าเป็นการขนส่งทางราง ซึ่งก็มีผู้อภิปราย ไปหลายท่านนะครับ เรื่องของรถไฟฟ้าก็ดี รถไฟก็ดี รถไฟฟ้า BTS ก็ดี ที่อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ก็ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เป็นพัฒนาการ ผมก็เชื่อว่าหลายคน รวมทั้งผมด้วยนะครับ เราก็อยากเห็นประเทศชาติพัฒนาการ และมีความก้าวหน้า เราไปต่างประเทศ เราเห็นว่าเขาใช้ระบบรางมีความสะดวก รวดเร็ว ประหยัด แล้วก็กำหนดเวลาได้ ก็เป็นประโยชน์ เราก็อยากได้บ้าง แต่อยากได้บ้าง เราก็ต้องมีกฎหมายสำคัญที่จะทำให้เกิดขึ้นว่า รถรางบ้านเรานั้นจะต้องมีคุณภาพและ มาตรฐานอย่างไร ในการดำเนินการเรื่องของพระราชบัญญัติสำคัญฉบับนี้ มีสาระสำคัญ ที่เป็นกลไกอยู่นะครับ🔗

หมวดที่ ๑ มีคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง ตั้งแต่มาตรา ๕ ถึงมาตรา ๑๕ จุดเด่นก็คือให้มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นรองประธาน อธิบดีกรมการขนส่งทางรางเป็นกรรมการ และเลขานุการ ซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการดำเนินการเกี่ยวกับการขนส่งทางราง ทั้งหมดครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานนี้เป็นประโยชน์ครับ เนื่องจากว่าการขนส่งทางราง การเดินทางทางรางนั้นเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง เกี่ยวข้องกับหลายส่วนที่จะต้องเข้ามา ดำเนินการและมีความผูกพันเกี่ยวข้องในการดำเนินการทั้งหมด ก็ถือว่าจะเป็นประโยชน์ ในภาพรวมของการดำเนินการเชิงนโยบาย ไม่ว่าการขนส่งสินค้าของพาณิชย์ การคมนาคม การเดินทางของพี่น้องประชาชน การกระทบสิทธิของ พม. อะไรต่าง ๆ เหล่านี้เกี่ยวข้อง ทั้งหมดครับ เพราะฉะนั้นเราได้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานดำเนินการ ก็จะทำให้นโยบาย การดำเนินการเกี่ยวกับการขนส่งทางรางมีมาตรฐานและได้คุณภาพมากยิ่งขึ้นนะครับ🔗

ในหมวดที่ ๒ กำหนดให้มีหน่วยงานรับผิดชอบชัดเจนนะครับ ในการจัดทำ แผนพัฒนาการขนส่งทางราง ในมาตรา ๑๖ ถึงมาตรา ๒๐🔗

หมวดที่ ๓ นั้นกำหนดเขตระบบการขนส่งทางรางที่ปลอดภัย กำหนดพื้นที่ ในการบำรุงรักษาต่าง ๆ จะสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน และผู้โดยสาร และการขนส่งสินค้า ในมาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๖ ครับ🔗

ในหมวดที่ ๔ นั้นกำหนดให้เกิดระบบใบอนุญาตผู้ประกอบกิจการขนส่งทางราง เพื่อจะสามารถกำกับดูแลผู้ประกอบการได้มากยิ่งขึ้น อันนี้คือหมวดที่ ๔ นะครับ🔗

หมวดที่ ๕ เป็นการเปิดโอกาสให้เอกชนใช้โครงสร้างพื้นฐานระบบรางร่วมกัน กับรัฐได้ด้วย อันนี้ก็เป็นประโยชน์นะครับ เพราะว่าถ้าเราทำรางขึ้นมาแล้วใช้งบประมาณสูง เฉพาะรัฐอย่างเดียวนั้นก็อาจจะไม่คุ้มค่า ไม่เกิดประโยชน์อย่างเพียงพอ ก็สามารถที่จะให้ ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการใช้ระบบรางตรงนี้ได้ด้วยนะครับ🔗

หมวดที่ ๖ นั้นกำหนดให้มีกระบวนการสอบสวนอุบัติเหตุ หากมีเหตุเกิดขึ้น ก็จะมีการสอบสวนหากระบวนการต่าง ๆ ครับว่าผิดพลาดตรงไหน อย่างไร กระบวนการ ที่จะต้องมีผู้รับผิดชอบอย่างไร ก็เป็นกระบวนการสอบสวนนะครับ🔗

หมวด ๗ นั้นให้มีการตรวจการ ให้มีผู้ตรวจการขนส่งทางรางนะครับ ตรวจสอบระบบอย่างตลอดเวลาเพื่อจะให้เกิดความมั่นใจมากขึ้นนะครับ🔗

หมวด ๘ นั้นกำหนดให้มีคุณสมบัติพนักงานขนส่งทางรางนะครับ พนักงาน ต้องมีความรู้ความสามารถที่เหมาะสม มีการตรวจสุขภาพจิตต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นต้น🔗

หมวดที่ ๙ มีการจดทะเบียนรถขนส่งทางราง เพราะฉะนั้นรถขนส่งทางราง ที่เถื่อน ผิดกฎหมาย ในการขนส่งต่าง ๆ ก็จะถูกกำหนดด้วยการให้มีระบบที่ถูกต้องและ มีการจดระบบทะเบียนขนส่งทางรางนะครับ🔗

หมวดที่ ๑๐ มีระบบคุ้มครองผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ อันนี้สำคัญมาก หากว่าการใช้บริการการโดยสารมีปัญหา มีการร้องเรียน ผู้ประกอบการก็ต้องมีหน้าที่โดยตรง ในการที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ อันนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีต่อผู้รับบริการ และประชาชนโดยตรงนะครับ🔗

หมวดที่ ๑๑ มีการกำหนดโทษครับ หากว่าผู้ประกอบการหรือผู้ประจำ หน้าที่ต่าง ๆ ในรถหรือผู้ปฏิบัติงานฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ก็มีบทกำหนดโทษที่ชัดเจน ในหมวดที่ ๑๑ ด้วยนะครับ🔗

และที่สำคัญครับ ๑ บทเฉพาะกาลนั้น มาตรา ๑๓๗ ถึงมาตรา ๑๔๕ นั้น กำหนดเพื่อให้ความเป็นธรรมกับหน่วยงานหรือเอกชนที่เกี่ยวข้อง ที่ดำเนินการเกี่ยวกับ กิจการขนส่งทางรางอยู่ก่อนแล้วนะครับ ไม่ให้เสียสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ครับ🔗

โดยสรุปแล้วครับท่านประธาน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติ ที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพ สะดวก ปลอดภัย ลดค่าใช้จ่าย และเสริมสร้างระบบเศรษฐกิจ ของประเทศได้ ซึ่งผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงคือประชาชน ผมเห็นชอบกับร่างที่ท่านมนพร เจริญศรี กับคณะ เป็นผู้เสนอ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เชิญครับ🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ขอร่วมอภิปราย แสดงความคิดเห็นในร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ของเพื่อนสมาชิก แล้วก็ร่างของ ครม. นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศที่จริงแล้วในความเจริญ ของแต่ละประเทศ การพัฒนาระบบการขนส่งเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่ง เราจะเห็นได้ว่า ประเทศที่เจริญนี้เขาจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีในเรื่องของการขนส่งระบบทางราง ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น เยอรมนี ฝรั่งเศส อเมริกา แล้วก็ในเอเชียนะครับ อย่างเกาหลีใต้ หรือประเทศจีน ที่กำลังพัฒนาอย่างไม่หยุดนะครับ แล้วก็ในเรื่องของการพัฒนาในระบบรางนะครับ ในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมานั้นครับ ผมต้องขอขอบคุณนะครับ ท่านรัฐมนตรีศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่เคยหยิบยกเรื่องนี้มาพิจารณาทบทวนในเรื่องของการเชื่อมระบบรางด้วยรถไฟความเร็วสูง จากภาคตะวันออกไปตะวันตก จากเหนือลงใต้ สิ่งเหล่านี้เป็นตัวชี้วัดในการพัฒนาประเทศ ที่เจริญแล้วในเรื่องของการขนส่ง เราจะเห็นว่าประเทศที่เจริญนั้นนะครับ ระบบการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศยาน ทางท่าเรือ อย่างสิงคโปร์ อย่างฮ่องกง ไต้หวันนี่ครับ ล้วนแต่มี ท่าเรือระบบการขนส่งที่ดีทั้งนั้น แต่ประเทศไทยเรานั้นมีทั้งทะเล มีทั้งบก แต่ในเรื่องของ การพัฒนาเหล่านี้ยังไม่ได้ทันสมัย เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมเรียนยืนยันนะครับว่า กฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางรางนี้เป็นสิ่งที่จำเป็น แล้วก็เห็นด้วยกับทุกร่างละครับ แต่ว่าในเนื้อหาสาระนั้นก็คงจะต้องไปพิจารณาในเนื้อหาสาระในชั้นพิจารณาของกรรมาธิการ ต่อไปนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า การทำกฎหมาย การร่างกฎหมายนั้น ผมดูในเนื้อหาในเวลาอันสั้นทั้ง ๓ ร่าง เวลาที่ค่อนข้างจำกัดนะครับ ผมเป็นห่วงในเรื่องของ ข้อความหลายมาตราด้วยกันนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ ตั้งแต่ หมวด ๑ ในร่างของคณะรัฐมนตรี ในคำจำกัดความในมาตรา ๓ เจ้าของโครงการนี่ครับ เจ้าของโครงการ หมายความว่า หน่วยงานของรัฐที่ดำเนินการเกี่ยวกับกิจการขนส่งทางราง แต่ในร่างของ ท่านมนพร เจริญศรี กับคณะ คำจำกัดความเจ้าของโครงการให้หมายความรวมหน่วยงานของรัฐ หรือเอกชนที่ดำเนินการเกี่ยวกับกิจการขนส่งทางรางด้วยนะครับ แล้วก็ยังมีในหน่วยงาน ของรัฐ ยังมีในส่วนความหมายขยายความต่อไปจากร่างของ ครม. ให้รวมถึงนิติบุคคล ที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐถือหุ้น และมูลค่าเกินร้อยละ ๕๐ ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด ในคำจำกัดความในมาตรา ๓ นี้ ถ้าเราไปประกอบกับมาตรา ๓๒ เราก็จะเห็นได้ว่า ความแตกต่างของรัฐลงทุน แล้วก็ ในส่วนของเอกชน เราจะเห็นได้ว่าในมาตรา ๓๒ นี้ ในคำจำกัดความของ ครม. รัฐต้องเป็น เจ้าของ แต่ในร่างของพรรคเพื่อไทยกับคณะนี่ครับ ถ้าในกรณีมันมีข้อยกเว้นใช้คำว่า เว้นแต่ มันก็จะให้เอกชนเข้าไปถือหุ้นได้ด้วย ซึ่งตรงนี้ครับ มันจะต้องให้มีความชัดเจน ไม่ใช่ เป็นการทำกฎหมายเพื่อนายทุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนะครับ ถ้ามิเช่นนั้นแล้ว ผมเห็นกฎหมาย ออกมาอย่างนี้นะครับ เมื่อกฎหมายบังคับใช้แล้วก็เอกชนทำขึ้นมานี่ ผมรู้เลย ผมจะต้อง ไปซื้อหุ้นบริษัทอะไรนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่าต้องมีการทบทวนคิดให้ดี ๆ นะครับ ในความรู้สึกผมยังไม่ค่อยสบายใจว่า ในการลงทุนของรัฐในโครงการยิ่งใหญ่อย่างนี้ครับ มันจำเป็นที่จะต้องเขียนกฎหมายอย่างระมัดระวัง เพราะฉะนั้นการทำโครงการ การร่าง กฎหมายนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๒๓ ของ ครม. ก็น่าเป็นห่วงในกรณีการร่วมลงทุน ระหว่างรัฐและเอกชนนะครับ และในเรื่องของการพัฒนาการขนส่งระบบรางนี่ครับ เราก็จะต้องดูบทเรียนของประเทศที่พัฒนาและเจริญแล้ว และความซ้ำซ้อนของกฎหมายอื่น ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในปัจจุบันที่มันพัฒนาก้าวไป อย่างรวดเร็วมากนะครับ เพราะฉะนั้นการเขียนกฎหมายนี้เราจะเขียนให้ทันสมัยอย่างไร อันนี้ก็ค่อนข้างที่จะจำกัด ในการร่วมมือกันพัฒนากับเอกชน ระบบ PPP นี่ครับ แล้วก็ ในเรื่องของการเวนคืน ในเรื่องของคณะกรรมการ ในเรื่องของการกำกับดูแลในส่วนของ คณะกรรมการบริหารเรื่องนี้ครับ ผมดูแล้วยังมีอีกหลายเรื่องด้วยกันที่มีข้อที่น่าสังเกตนะครับ แล้วก็ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยรู้สึกไม่ค่อยสบายใจในข้อความในส่วนของความแตกต่าง โดยหลักการกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า เมื่อร่างกฎหมายเสนอมานี้ เป็นร่างของ ครม. เป็นร่างของ สส. แล้วก็เป็นร่างของพรรคฝ่ายค้าน โดยหลักการที่ผมเห็นมานั้น ส่วนใหญ่ วิปของรัฐบาลเขาจะยึดหลักของร่าง ครม. เพราะ ครม. ประกอบด้วยคณะรัฐมนตรี แล้วก็ ตัวแทนของพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลทุกพรรคด้วยกัน ผมยังไม่เคยเห็นว่าในส่วนของ ร่าง ครม. นั้น เมื่อมาเทียบเคียงกับร่างของ สส. แล้วนั้น จะเอาร่างของ สส. เป็นเกณฑ์ ซึ่งตรงนี้ในส่วนของผมเคยเสนอร่างกฎหมายก็ตกไปหลายฉบับนะครับ เนื่องจากว่าไม่ผ่าน ในเรื่องของการอนุมัติในระเบียบของ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวกับเรื่องของการเงิน แต่ที่จริงแล้ว ก็มีความจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นร่าง พ.ร.บ. ผลไม้ไทยที่ผมเสนอไป ก็ตกไปนะครับ ร่าง พ.ร.บ. ปาล์มน้ำมัน อะไรต่าง ๆ นี่ครับ ยังมีอีกหลายร่าง เพราะฉะนั้นในสิ่งจำเป็นเบื้องต้น ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับความจำเป็นที่มีร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง ก็ฝากคณะกรรมาธิการนะครับว่า ในการพิจารณาเนื้อหาความแตกต่างของร่าง ฉบับของ ครม. ร่างของพรรคเพื่อไทย และร่างของพรรคประชาชนนั้น มันมีความแตกต่างกัน ที่เราจะแก้ไข เพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์ในภาพรวมของประเทศชาติ โดยสำคัญเป็นอย่างไร แล้วก็ไม่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มนายทุน แล้วก็เห็นกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในกรณีมีการเวนคืน ในกรณีไปกระทบสิทธิ ในกรณีไปล่วงเกินสิทธิกับพี่น้องประชาชน ในเส้นทาง ในการขยายหรือทำโครงการ ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังในส่วนของ คณะกรรมาธิการในกรณีตั้งกรรมาธิการพิจารณาต่อไปด้วย กราบขอบพระคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขออนุญาตชื่นชมและขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ที่กำลัง พิจารณาขณะนี้ทั้ง ๓ ฉบับครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้ ก่อนหน้าผมอภิปราย ไปแล้ว ๒๒ ท่าน ผมเชื่อว่าท่านได้กรุณาอภิปรายครอบคลุมทุกประเด็นแล้วครับ ความสำคัญ ของกฎหมายฉบับนี้มีความจำเป็น และมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารกระทรวง คมนาคม โดยเฉพาะกรมการขนส่งทางราง จำเป็นจะต้องนำไปใช้เพื่อกำกับดูแล ควบคุม กิจการขนส่งทางรางให้รอบคอบ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กรมการขนส่งทางรางนี้ ก่อตั้งมา ๕ ปีเศษแล้วนะครับ ตั้งโดยพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๖๒ ๕ ปีเศษของกรมนี้มีคนสำคัญอยู่ท่านหนึ่งนะครับ มาจากจังหวัด ที่มีทางรถไฟสายมรณะ สายประวัติศาสตร์ ถึงแม้ชื่อจะเป็นสายมรณะก็ตาม คือจังหวัด กาญจนบุรี แต่ก็นำรายได้เข้าสู่จังหวัดมหาศาล นักท่องเที่ยวนำรายได้มาสู่ประเทศ อย่างมากมาย ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีสุรพงษ์ ปิยะโชติ กำลังบริหารเรื่องสำคัญ สำหรับประเทศอยู่ในขณะนี้ แต่ผมเป็นห่วงครับ เป็นห่วงอย่างน้อย ๆ ๒ เรื่อง เรื่องแรก การเชื่อมโยงระบบรางไม่ใช่เฉพาะในประเทศเท่านั้น มันไปถึงระหว่างประเทศด้วย ทางราง ที่สำคัญที่สุดก็คือ ที่หนองคาย-เวียงจันทน์ ของเวียงจันทน์เขาทำที่ท่าบก ท่านาแล้ง มีองค์กร ที่สำคัญของเขาบริหารอย่างชัดเจน แล้วก็มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง ที่เขาเรียกว่า VLP หรือ Vientiane Logistics Park นี้นะครับ เขาพัฒนาก้าวหน้ามาก มีศูนย์กระจายสินค้ารถไฟความเร็วสูงของเขา จากลาวไปจีน แต่ยังไม่มาไทยนะครับ ของเราตั้งท่ามาหลายปีแล้วครับ ของเราจะทำที่นาทา ที่หนองคาย ศูนย์กระจายสินค้าก็ยังไม่มี สะพานที่จะสร้างรางรถไฟก็ยังไม่ได้ทำ สิ่งเหล่านี้นะครับ เป็นภาระอันยิ่งใหญ่ของท่านรัฐมนตรีที่จะผลักดันให้มันเกิดขึ้น ให้มันเชื่อมโยง แล้วก็ นำรายได้มาสู่ประเทศต่าง ๆ ที่รถไฟหรือกรมขนส่งทางรางจะต้องนำรายได้มาสู่ประเทศชาติ ของเรา นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่เรากังวลอยู่ เสียดายนะครับ การพิจารณากฎหมายฉบับนี้นะครับ ก็ฝากไปกรรมาธิการด้วยนะครับว่า เราจะพิจารณาเฉพาะเนื้อหาสาระของกฎหมาย แต่เพียงอย่างเดียวคงไม่ได้นะครับ คงต้องไปดูแผนด้วย แผนกรมการขนส่งทางราง จะทำอะไรบ้าง มันคุ้ม ไม่คุ้ม บริเวณไหน ท่านรัฐมนตรีคงจำได้นะครับ ผมเคยมาพบ ท่านรัฐมนตรีครั้งหนึ่ง หลังบัลลังก์นี่ละครับ ผมไปเรียนท่านรัฐมนตรีสิ่งที่ผมกังวล อันนี้ รางคืออุปสรรคนะครับ เรามีรางมรณะนั่นนำรายได้มา เรามีรางแต่ยังทำไม่สำเร็จ ยังไม่สามารถ นำรายได้ได้ เรามีรางที่เป็นอุปสรรคในการสัญจรไปมา ผมไปเรียนท่านรัฐมนตรีนะครับว่า ทางรถไฟสุพรรณบุรีไปราชบุรี ไปกรุงเทพมหานครนี่นะครับ สัปดาห์หนึ่งเขาเรียก ขบวน ๓๕๕-๓๕๖ นี่นะครับ ท่านประธานทราบไหมครับ จะวิ่งวันอาทิตย์จากกรุงเทพฯ ไปสุพรรณบุรี กลับจากสุพรรณบุรีเข้ากรุงเทพฯ วันจันทร์ วันละ ๑ ขบวนครับ สัปดาห์หนึ่ง มีขบวนเดียว ผ่านทางรถไฟสายศรีสำราญ เข้าไปยังวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร เข้ากรุงเทพฯ ผมไปขอรัฐมนตรีว่า เขามีคันกั้นน้ำ เกษตรกรจำเป็นต้องขนส่งผลผลิตต่าง ๆ แล้วเดินทาง เชื่อมหากัน ทางรถไฟนี่มันสูง ขอทำทางลาดขึ้นไปเพื่อให้ประชาชนเดินทางสัญจรได้ ท่านรัฐมนตรีบอกผมว่า เขาจะมีโครงการสร้างทางรถไฟรางคู่ ผมบอกอีกกี่ปีครับ นี่ผมถึง อยากดูแผนตัวนี้ แล้วมันอีกกี่ปีจะสร้างครับ สัปดาห์หนึ่งวิ่งขบวนเดียว ประชาชนเดือดร้อน อย่างนี้ ท่านต้องอำนวยความสะดวกให้เขา ทุกวันนี้ราษฎรไม่พูดกับผมแล้ว ผมไปพบ เขาไม่พูดเลย บอกเชื่อมแค่นี้เชื่อมไม่ได้ แล้วมันเชื่อมระหว่างอำเภอนะครับ อำเภอสองพี่น้อง บ้านบางพลับมาบ้านวัดโบสถ์ อำเภอบางปลาม้า แล้วออกไปอู่ทอง ไปบ้านดอน ไปสระยายโสม เหล่านี้นะครับ แล้วไปบ้านของท่านก็ได้ ไปพนมทวน ออกจังหวัดกาญจนบุรี แล้วทำไม ไม่ให้เขา เส้นนี้ก็เช่นเดียวกันครับ กรมทางหลวงสร้างถนนเรียบร้อยแล้ว ๓๐ กิโลเมตร จากวัดป่าเลไลยก์วรวิหารไปบางลี่ อำเภอสองพี่น้อง ทางรถไฟตัดผ่านตรงวัดตปะโยคาราม เขาขอมาปีหนึ่งแล้วนะครับ ทางหลวงทำถนนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยังไม่สามารถเปิดใช้ถนน ที่ผ่านทางรถไฟได้ แล้วอย่างนี้กรมการขนส่งทางรางจะอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้อง ประชาชน สร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างนี้ ยังไม่สามารถ แล้วผมไม่เชื่อนะครับ ว่าจะมีเฉพาะสุพรรณบุรี ผมเชื่อว่ายังมีอีกหลายพื้นที่ด้วยกันครับ🔗

สุดท้ายครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า กรรมาธิการ ที่จะพิจารณาเรื่องนี้ คงจะได้ดูแผนการทำงานของกรมการขนส่งทางรางให้รอบคอบ เพื่อจะช่วยกันพัฒนาประเทศให้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ที่เราตั้งกรมการขนส่งทางราง ขึ้นมาครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญครับ🔗

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมใคร่ขออภิปรายเพื่อเป็นการสนับสนุนรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ การขนส่งทางราง พ.ศ. .... ของรัฐบาล และฉบับของท่านรัฐมนตรีมนพร เจริญศรี แล้วก็ พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอ ด้วยเหตุผล ๒ ประการครับท่านประธาน🔗

ประการแรก ก็คือร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ทั้ง ๒ ฉบับ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ในการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มีจุดมุ่งหมายสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรม และการขนส่งทางโลจิสติกส์ รวมทั้งการเชื่อมโยงเครือข่ายการขนส่งครับท่านประธาน เดี๋ยวนี้ประเทศของเรานี้ได้พัฒนากันมาก อย่างกรณีจังหวัดอุดรธานีของผมนี้ มันจะเป็นฮับ เป็นศูนย์กลางการขนส่งของอินโดจีนเลยนะครับถ้าทำกันจริง ๆ เพราะวันนี้มีนิคมอุตสาหกรรม ของภาคเอกชนไปทำ และมีประชากรก็เพิ่มมากขึ้น ศูนย์กลางทางด้านอากาศ ศูนย์กลาง ทุกอย่างมีหมด เพราะฉะนั้นมันเป็นเหตุจำเป็นที่ผมจะต้องอภิปรายสนับสนุนของรัฐบาลชุดนี้ ในการออกพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง เพราะมันมีความเจริญก้าวหน้าไปตามบท ของมันจนถึงปัจจุบันนี้ แล้วไม่ต้องยกหรอกครับ กว่าจะพัฒนามาถึงขนาดนี้ ถ้าไม่มี การขัดแย้งกันแบบกระท่อนกระแท่นมาจนถึงขณะนี้มันมีความเจริญรุ่งเรืองไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ นี่มันจอดที่ลาวนี้ รถไฟนี้ แล้วกว่าจะจองตั๋วไปได้ ๓ เดือนนะครับ ท่านประธาน และเมื่อก่อนนั้นตอนที่ท่านหมอเชิดชัยได้พูดไปแล้ว ถ้าหากว่ามีการทำไปแล้ว ตอนนี้มันจะเจริญถึงไหนแล้ว ถึงกรุงเทพมหานครแล้วครับ กี่ปีแล้วครับตอนนั้น สมัยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ แต่ก็ไม่ต้องการไปพูด เดี๋ยวมันจะสร้างความขัดแย้งกัน คือเราควรสนับสนุนครับ ในเมื่อเรามีโอกาสอย่างนี้แล้ว ท่านประธานครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ มันเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรางของประเทศเรา ให้มีโครงข่ายที่สมบูรณ์ครอบคลุมไปทั้งประเทศ มีความเชื่อมโยงขนส่งกับระบบอื่นอีก มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบิน ขนส่งทางบก แม้กระทั่งเพื่อนบ้านของเราก็ทุกช่องทาง ในการที่จะต้องจัดการในเรื่องนี้ สิ่งที่พี่น้องประชาชนจะได้รับประโยชน์จากร่างพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับนี้ คือพี่น้องประชาชนจะได้รับความสะดวก รวดเร็ว ประหยัด และสำคัญก็คือ ความปลอดภัยในการสัญจรไปมาในที่ต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น นี่คือหลักการและเหตุผล และประโยชน์ ของร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ครับท่านประธาน ผมจะไม่ได้ลงรายละเอียดหรอกครับ เพราะว่ามันเป็นรับหลักการ เพราะฉะนั้นในการลงรายละเอียดก็ไปว่ากันอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งมันจะมีข้อขัดแย้ง มีการพูดอะไรต่าง ๆ เยอะแยะไปหมด ถ้าจะลงรายละเอียด ๓ วัน ๓ คืนก็ไม่หมดครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ย้อนมองถึงข้อเท็จจริงที่เราปฏิเสธไม่ได้คือ ประเทศของเรายังมีความเหลื่อมล้ำในระดับสูง พี่น้องประชาชนเราไม่สามารถเข้าไปดูแลงาน ของรัฐได้อย่างทั่วถึง บางพื้นที่ตามบ้านนอก การเดินทางสัญจรไปมาเป็นการยากลำบาก เสียเหลือเกิน ผมเป็นคนบ้านนอก เมื่อก่อนนั้นก็มีแต่ทางเกวียน เดี๋ยวนี้เกวียนไม่มีแล้วครับ แต่มันก็ยังมีลูกรังยังเหลืออยู่ กว่าจะได้อำนวยความสะดวกอะไรต่าง ๆ จนมาถึงทุกวันนี้ มันก็ขนส่งไปตามอัตภาพของมัน มีรถอีแต๋น รถอีแต๊ก โน่น นี่ นั่น อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ พี่น้องทั่วประเทศก็ต้องการอยากเห็นระบบทางรางมันเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุดรธานี ขอนแก่น หรือจังหวัดใหญ่ ๆ เชียงใหม่ ถึงอุบลราชธานี นครราชสีมา ในที่ชุมชนต่าง ๆ มันจะต้อง เกิดขึ้น อำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน บางพื้นที่ก็ต้องใช้เงินใช้ทอง มากมายมหาศาล แล้วจะต้องทำอย่างไรล่ะครับ จะต้องสร้างความเจริญต่าง ๆ ให้ไปสู่ มือพี่น้องประชาชนได้หรือครับ ไม่ใช่ว่ามากระจุกเฉพาะอยู่ในกรุงเทพมหานครเฉย ๆ แล้วเราจะต้องมีวิธีใดล่ะครับ ที่จะทำให้ความทุกข์ของพี่น้องในพื้นที่ของประเทศนี้ มีการกระจายความเจริญไปยังบ้านนอก ให้ทัดเทียมพื้นที่ในหัวเมืองใหญ่ ๆ ครับ ท่านประธาน คำตอบก็คือว่า เราต้องมีการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในประเทศ ของเราให้มีโครงข่ายที่กว้างและครอบคลุมทั้งประเทศให้มากยิ่งขึ้นครับท่านประธาน แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าถามว่าหากเราสร้างรถเมล์ เราสร้างถนนหนทาง เราสร้าง สนามบินครอบคลุมไปทั่วประเทศ มันเพียงพอหรือครับท่านประธาน ที่จะทำให้ ความเจริญต่าง ๆ นี้สามารถไปถึงพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึง มันก็ไม่ถึงนะครับ กระผม ขอตอบว่า ทำแค่เพียงนี้ไม่เพียงพอหรอกครับ เราจะต้องทำให้มีการขยายสถานีรถ เพิ่มจำนวนคันรถ หรือเพิ่มความยาวของระบบรางให้ครอบคลุมมากขึ้น อาจจะยังไม่เพียงพอ นะครับท่านประธาน แต่คำตอบที่ถูกต้องเราจะต้องทำให้เกิดการพัฒนาคุณภาพของ การบริหารระบบขนส่งทางรางให้สูงยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราจะต้องทำให้การบริหารการเดินรถ และการบริหารการขนส่งทางรางมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น สามารถบริการด้วยความถี่ ที่เหมาะสม เพียงพอต่อความต้องการของผู้โดยสารและพี่น้องประชาชน และจะต้อง มีการพัฒนามาตรฐานการบริการ รวมถึงการซ่อมบำรุงรถ และรางที่มีปัญหา และสามารถ นำไปใช้ดูแลพี่น้องประชาชนให้เกิดความปลอดภัย และขนส่งสินค้าให้ดียิ่งขึ้น เราจะต้อง อำนวยความสะดวกการขนส่งทั้งผู้โดยสาร สินค้า พวกเขาพึงพอใจให้มากขึ้น ในขณะเดียวกัน หากขนส่งระบบทางรางได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น การโดยสารที่มีพี่น้องประชาชนมาใช้ บริการระบบทางรางเพิ่มมากขึ้น ย่อมหมายถึงรัฐจะต้องมีรายได้จากการขนส่งเพิ่มขึ้น อธิบดีกรมการขนส่งทางรางจะได้มีอะไรที่จะบริหารให้มากยิ่งขึ้นอย่างที่ท่าน สส. ได้พูดไปแล้วว่า มีบุคลากรเพียง ๑๐๐ กว่าคน ถ้าพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกมา มันก็จะมี ความเจริญ มีงานที่เป็นหลักเป็นฐานยิ่งขึ้นเกี่ยวกับระบบทางราง เพื่อจูงใจในการพัฒนา คุณภาพในระบบให้ดียิ่งขึ้นครับท่านประธาน ทั้งด้านตรงต่อเวลา ความน่าเชื่อถือ ประสิทธิภาพ ระบบ🔗

ประการที่ ๒ นิดเดียวครับท่านประธาน มันสนับสนุนครับท่านประธาน มันต้องมีอะไรที่สนับสนุนด้วยเหตุด้วยผลครับ ท่านประธานที่เคารพ ร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๒ ฉบับนี้มีการส่งเสริมให้เกิดการแข่งขัน เพื่อพัฒนาระบบรางตลอดทั้งภายในประเทศ ผู้ที่ต้องการประกอบการทุกราย ไม่ว่าจะเป็นรัฐหรือเอกชน นี่เปิดกว้าง ผมอ่านคร่าว ๆ เปิดโอกาส มีสิทธิแข่งขันในการรับใบอนุญาตอย่างเท่าเทียมกันครับ เรื่องการแข่งขัน ในการบริการนี้จะเป็นเรื่องที่ดี เป็นเรื่องที่จะเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนมาก และไม่ว่า ผู้ประกอบการจะเป็นเอกชนหรือของรัฐ จะต้องมีการพัฒนาบริการเดินรถให้พึงพอใจ ของพี่น้องประชาชน แข่งขันโดยเสรีครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นการกำหนดให้มีการบริการ แก่พี่น้องประชาชนอย่างเสมอภาค การเก็บค่าโดยสาร ค่าขนส่ง การแข่งขันอะไรต่าง ๆ มันก็จะได้ดีขึ้นนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องถ้าเดินทางหลายรอบ การบัญญัติตามมาตรา ๕๔ ก็น่าจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องค่าเดินทางแพงได้ ดังนั้นกระผมขอสนับสนุนรับหลักการ ร่างพระบัญญัติการขนส่งทางราง ทั้ง ๒ ฉบับครับ เพื่อให้เป็นไปตามกลไก มีกฎหมายกำกับ ดูแลพี่น้องประชาชนในการเดินทางสัญจรไปมาในระบบทางราง และร่างพระราชบัญญัติ ก็จะสนับสนุนการแข่งขันอย่างเป็นธรรม นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพ ประกอบการขนส่ง ทางรางอย่างเป็นรูปธรรม ผมขอสนับสนุนครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอนุชา บูรพชัยศรี เชิญครับ🔗

นายอนุชา บูรพชัยศรี แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ จากกรุงเทพมหานครครับ เรียนท่านประธานครับ วันนี้เรากำลังพิจารณาในเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากว่า ประเทศไทยเรานี้ ได้มีการปรับปรุงระบบการบริหารราชการแผ่นดินมาอย่างต่อเนื่อง โดยการปรับปรุงรูปแบบโครงสร้างก็ดี แล้วก็เรื่องของการที่มีการปรับปรุงเรื่องอำนาจหน้าที่ ของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล อันนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแยกหน้าที่การรับผิดชอบในส่วนของหน่วยงานที่เราเรียกว่า เป็นหน่วยงานกำกับดูแล ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าเป็น Regulator แล้วก็ในส่วนที่จะเป็น ของผู้ประกอบการ หรือว่าโอเพอเรเตอร์ที่จะมีการแยกส่วนกันอย่างชัดเจน ที่ผ่านมาครับ นี่คือสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการปฏิรูป หรือว่ามีการปรับเปลี่ยนทั้งหมด และนี่ก็คือหลักสำคัญ ของร่างกฎหมายการขนส่งทางรางฉบับนี้ที่สภาผู้แทนราษฎรของเรากำลังพิจารณาอยู่ เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นครับท่านประธาน ในส่วนของกรมการขนส่งทางบก เราก็มีหน่วยงานที่จะกำกับดูแล เขาเรียกว่า กรมการขนส่ง ทางบก อันนี้เราคงจะมีความคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ในส่วนเรื่องของการขนส่งทางน้ำ เราก็จะมี ในส่วนของกรมเจ้าท่าดูแลอยู่ในเรื่องของการกำกับ ในส่วนเรื่องของการขนส่งทางอากาศ เราก็จะมีสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยที่เขาดูแลกำกับในเรื่องของทางอากาศ ทั้งหมด ซึ่งถ้าเรายังจำได้นะครับ สมัยตอนนั้น เราเคยถูกธงแดงจาก ICAO เพราะเนื่องจากว่า การรวมการบริหารของเรานี้มันยังเป็นทั้งในส่วนของผู้ที่กำกับดูแล รวมกับทางด้าน ผู้ที่เรียกว่าเป็นผู้ประกอบการอยู่ในองค์กรเดียวกัน นั่นคือทำให้เขามีธงแดงให้เราครับ ICAO ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแล เขาบอกว่าให้มีการปรับปรุง แต่ ณ วันนี้เราไม่จำเป็นที่จะต้อง ให้องค์กรไหนในโลกนี้มาบอกเราว่าเราควรจะต้องทำอย่างไร เพราะ ณ วันนี้เราทราบดี อยู่แล้วว่ามีความจำเป็นครับ ที่ทางขนส่งทางรางจะต้องมีกรมการขนส่งทางรางเป็น Regulator เป็นผู้กำกับดูแล และแน่นอนครับ ในเรื่องของกรมการขนส่งทางราง ขออนุญาตที่จะกล่าวถึง เรื่องของหน่วยงานนี้สักนิดหนึ่ง เพราะว่าอาจจะไม่คุ้นเคยสักเท่าไร ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า ในส่วนของกรมการขนส่งทางรางจัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ แล้วนะครับ ถ้านับกัน ก็ประมาณเกือบจะ ๕ ปีแล้ว แต่ปรากฏว่ากรมขนส่งทางรางยังไม่มีอำนาจหน้าที่ ที่จะสามารถกำหนดในเรื่องของนโยบายอะไรต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องของการที่เป็นสาระสำคัญ ของการจัดตั้งกรมนี้ เนื่องจากว่ายังไม่มีกฎหมายฉบับใดรองรับ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ จึงเป็นกฎหมายที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะให้ทางด้านกรมการขนส่งทางราง พูดง่าย ๆ ว่าติดดาบ ให้เขา ให้เขามีอำนาจในการที่จะไปกำกับดูแลหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเราทราบดีครับว่า ในปัจจุบันนี้ผู้ที่เข้ามาใช้ในส่วนของระบบขนส่งทางรางนี้มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน การรถไฟแห่งประเทศไทยก็ดี ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ที่เราเรียกกันว่า รฟม. ซึ่ง ณ ตอนนี้มีเฉพาะในส่วนของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล แต่ในอนาคตก็สามารถที่จะขยายไปถึงหัวเมืองหลัก ๆ ในต่างจังหวัดได้ หรือแม้กระทั่ง ในส่วนของกรุงเทพมหานคร กทม. เองก็ดี ก็มีระบบของเขา นี่ละครับจะเป็นส่วนหนึ่ง ที่กรมการขนส่งทางรางจะเป็นผู้ที่เข้ามากำกับดูแล แต่ถามว่าแล้วเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงต้อง ใช้เวลานานถึงขนาดนั้น จริง ๆ แล้วกฎหมายฉบับนี้เข้ามาสู่การพิจารณาของสภาแล้วครั้งหนึ่ง แล้วได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการไปแล้ว พิจารณาศึกษาในรายละเอียดในระดับหนึ่งแล้ว แต่ในช่วงนั้นเป็นช่วงเรื่องของรอยต่อของรัฐบาลชุดที่แล้วของท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาถึงรัฐบาลในชุดปัจจุบันของท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น ก็คือจะต้องใช้เวลาในการที่จะนำกฎหมายกลับเข้ามา เนื่องจากตอนนั้นเรามีเรื่องของ การที่ว่าอาจจะจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ตามกำหนดเวลาที่จะยืนยันกฎหมายฉบับนั้น แต่วันนี้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรของเรามีโอกาสได้พิจารณากฎหมายฉบับนี้ ซึ่งความสำคัญ แล้วก็เรื่องของสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ผมอาจจะยังไม่อยากที่จะลงในรายละเอียด แต่ขอ Highlight ให้ทราบคร่าว ๆ ก็คือว่า ในอนาคตนี้จะมีเรื่องของการที่จะกำหนด นโยบายโดยคณะกรรมการชุดหนึ่ง ที่มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีผู้ทรงคุณวุฒิ มีความรู้ความสามารถที่ท่านรัฐมนตรีจะแต่งตั้งด้านต่าง ๆ แล้วก็มีอธิบดีกรมการขนส่งทางราง เป็นกรรมการและเลขานุการด้วย จะทำหน้าที่หลาย ๆ อย่างครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การกำหนดนโยบาย แล้วก็แผนการพัฒนาขนส่งทางรางทั้งประเทศ ที่ผ่านมาเรามีแค่ สนข. แต่ สนข. เองก็ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า ทุกครั้งที่เราให้กับทางด้าน สนข. ซึ่งเป็นหน่วยงาน ในกำกับของกระทรวงคมนาคม มือล้นแล้วครับตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบก เรือ อากาศ เต็มไปหมดแล้วครับหลายโครงการ จากนี้ไปกรมการขนส่งทางรางสามารถที่จะดำเนินการ เรื่องของนโยบายและแผนพัฒนาขนส่งทางรางได้อย่างเต็มที่ในอนาคตเป็นภาพรวม แล้วก็ในเรื่องของการที่จะมาดูแลเรื่องของอัตราค่าโดยสารก็ดี ค่าขนส่งก็ดี แล้วก็ การใช้ประโยชน์จากทางราง คำว่า การใช้ประโยชน์จากทางราง นี้หมายความว่าอะไร กฎหมายฉบับนี้จากนี้ไปจะให้อำนาจกับทางด้านกรมการขนส่งทางรางเป็นผู้ให้โอเพอเรเตอร์ ซึ่งอาจจะเป็นเอกชนก็ได้ มาวิ่งอยู่บนรางที่เราเห็นอยู่ ซึ่ง ณ วันนี้อาจจะเป็นในส่วนของ การรถไฟแห่งประเทศไทยที่ดูแลอยู่ ซึ่ง ณ วันนี้อาจจะเป็นในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ดูแลอยู่ แต่ในอนาคตเรา พอทราบกันดีอยู่ว่า ในเรื่องของงบประมาณมีจำกัด ตัว Bogie ก็ดี ตัวแคร่ที่จะขนส่ง ทางด้านสินค้าก็ดี อาจจะไม่มีความเพียงพอ อันนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้กับทางด้านเอกชน ได้เข้ามาใช้ราง แล้วเขาก็จะใช้ในเรื่องของการที่ว่ารางสามารถใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ คุ้มค่ากับภาษีพี่น้องประชาชน คุ้มค่ากับการลงทุน เพิ่มในเรื่องของการแข่งขัน ทางความสามารถของประเทศไทยเรามากขึ้น ยังมีอีกหลายเรื่องเลยครับ ที่อยู่ในฉบับนี้ ที่ดี ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความปลอดภัยในอนาคต ก็จะเป็นหน้าที่ของ กรมการขนส่งทางรางที่จะไปดูว่า เวลาเกิดอุบัติเหตุแล้วอาจจะไม่ใช่เป็นผู้ที่จะชี้ว่าใครผิดใครถูก แต่กรมการขนส่งทางรางนี่ละ จะเป็นผู้ที่บัญญัติตามมาตรฐานสากลว่าเกิดอะไรขึ้น ก็อาจจะคล้าย ๆ กับที่เราเห็นนะครับ เวลาที่มีเครื่องบินเกิดอุบัติเหตุในต่างประเทศ เราได้ยินอยู่ตลอดเวลาว่า FAA หรือว่าทางด้านหน่วยงานที่เขากำกับดูแลด้านการขนส่ง ทางอากาศ ในต่างประเทศเขามีออกในเรื่องของระเบียบ แล้วเขามีว่าใครดำเนินการตามนั้น หรือไม่ แล้วก็จะใช้บทบัญญัติตรงนี้ละ ไปเป็นการเอาผิดกับผู้ที่จะต้องดำเนินคดีในอนาคต กับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของระบบรางที่หน่วยงานไหนดูแลกำกับก็ดี ต้องเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมได้มีโอกาสศึกษาในร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางราง ของทางด้านคณะรัฐมนตรีอย่างที่บอก ก็คือผมมีโอกาสได้เห็นตั้งแต่ช่วงของปลายรัฐบาล ชุดที่แล้วของท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วก็มาถึงในส่วนของรัฐบาลชุดปัจจุบัน แต่ต้องเรียนตรง ๆ ด้วยความสัตย์จริงว่า ผมยังไม่มีโอกาสได้ศึกษาในรายละเอียด ฉบับอื่น ๆ ของกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกจากทางด้านไม่ว่าจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ดี หรือจากทางด้านซีกพรรคฝ่ายค้านก็ดี เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ขออนุญาตที่จะไปดูในรายละเอียด ในชั้นกรรมาธิการนะครับ ที่จะมีการจัดตั้งขึ้นหลังจากการลงมติในวาระ ๑ นี้แล้ว และหลังจากนั้นก็จะได้มีโอกาสได้มีเรื่องของสิ่งต่าง ๆ ที่จะมานำเสนอในส่วนของสภาอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าผมจะเข้าไปเป็นกรรมาธิการชุดนี้ด้วยตัวเอง จากที่ทางพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้มีมติให้ผมเข้าร่วมคณะกรรมาธิการชุดนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ เชิญครับ🔗

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตชื่นชม ที่ทาง ครม. ทาง สส. พรรคเพื่อไทย คือท่านมนพร เจริญศรี กับคณะ รวมทั้ง ทางฝ่ายค้านด้วยนะครับ ท่าน สส. สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ กับคณะ ที่ได้ร่วมกันเสนอ เข้ามา ๓ ร่างนะครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการขนส่งทางรางนะครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น และมีความสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะแก้ไขปัญหาการจราจร และวางโครงสร้างพื้นฐาน ทางการขนส่งที่สำคัญให้กับประเทศไทย ทั้ง ๓ ร่างหลัก ๆ นะครับ หลักการที่ผมเห็นนะครับ หลักการก็เขียนสั้น ๆ แค่นั้นเองนะครับว่า หลักการของกฎหมายฉบับนี้ ให้มีกฎหมายว่าด้วย การขนส่งทางรางนะครับ ซึ่งเมื่อหลักการเป็นอย่างนี้ หลัก ๆ ก็คงพิจารณาแค่ว่าควรจะมี กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางรางหรือไม่ ก็คงจะเป็นคำถามที่ตอบได้ไม่ยากนะครับว่า การมีกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางรางนั้นมีความจำเป็น ผมจึงขออนุญาตสนับสนุน ให้มีการรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ เพื่อที่ประเทศไทยจะได้มีกฎหมาย ว่าด้วยการขนส่งทางรางโดยเฉพาะ ท่านประธานครับ เราพยายามดำเนินการในเรื่อง การขนส่งทางรางมาเป็นเวลานานแล้วนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของรถไฟความเร็วสูง มีเกิดขึ้น มีโครงการหลายสาย ผมขออนุญาตพูดเฉพาะในภาคอีสานก็แล้วกันนะครับ ตอนนี้ มีโครงการจากกรุงเทพฯ ผ่านพระนครศรีอยุธยา สระบุรี โคราช ไปขอนแก่น ไปอุดรธานี แล้วก็ไปหนองคาย แล้วก็ทะลุข้ามไปฝั่งลาวนะครับ แต่ทางอีสานใต้ครับท่านประธาน ยังไม่มี โครงการในเรื่องของรถไฟความเร็วสูง ที่จะไปทางอีสานใต้ อันได้แก่ โคราช บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานีนะครับ ก็ขออนุญาตฝากไปทางกรมการขนส่งทางราง และคณะกรรมาธิการที่จะได้มีการจัดตั้ง ในอนาคตนะครับว่า ถึงแม้ทางภาคอีสานใต้อาจจะไม่ได้รถไฟความเร็วสูง แต่ก็จะรบกวน ให้พิจารณาว่าให้มีรถไฟรางคู่ที่เป็นสายอีสานใต้ด้วย ก็คือนอกจากกรุงเทพฯ ไปถึงโคราชแล้ว ก็ขอให้พิจารณามีรถไฟรางคู่เป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญเร่งด่วนก่อน เพราะว่าเราไม่มีรถไฟฟ้า ความเร็วสูงก็จริง แต่ก็ขอรางคู่ก่อน จากโคราชไปบุรีรัมย์ ไปสุรินทร์ ไปศรีสะเกษ แล้วก็ ไปอุบลราชธานีครับ เพราะถ้าหากมีแล้วก็จะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของการกระจายความเจริญ ไปสู่ต่างจังหวัดได้อย่างมีนัยสำคัญครับท่านประธาน ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินี้จะต้องพิจารณาควบคู่กับพระราชบัญญัติอีกฉบับหนึ่ง ก็คือพระราชบัญญัติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งในพระราชบัญญัติ ฉบับนั้นมีการกำหนดให้มีคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๕๑ ไว้ แล้วก็ ให้มีการจัดตั้งสำนักงานที่เรียกว่า สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. ซึ่งแต่เดิมคณะกรรมการชุดนั้นมีหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับการจราจรและการขนส่งทางบกทั้งหมด รวมทั้งทางรางด้วย แต่ด้วยนโยบายของรัฐบาลปัจจุบันมีความเห็นว่า การทำงานโดยใช้ กฎหมายเดิมอาจจะไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร จึงได้มีการดำริที่จะมีการร่างกฎหมายใหม่ขึ้นมา แล้วก็กำหนดให้มีคณะกรรมการชุดใหม่ชื่อว่า คณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง ซึ่งองค์ประกอบแต่ละร่างก็จะมีความแตกต่างกันบ้าง แต่หลัก ๆ เลยที่ผมสังเกตเห็นก็คือ มีการกำหนดว่าควรจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเข้ามาร่วมด้วยหรือไม่ในร่างของ ครม. กับร่างของสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่เสนอ ซึ่งโดยส่วนตัวของผมถ้าหากว่าเราประสงค์ที่จะให้ มีการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็น่าที่จะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้ามาเป็นคณะกรรมการด้วย รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เนื่องจากผมเห็นในร่างนี้บอกว่า การจัดการการขนส่ง ทางรางนั้นอยากจะให้ดูแลไปถึงเรื่องของการท่องเที่ยวด้วย รวมทั้งในเรื่องของ การอุตสาหกรรมด้วย จึงเห็นว่าถ้าจะพิจารณาลองเพิ่มรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพิ่มรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรมเข้าไปด้วยในร่างของ ครม. ก็น่าที่จะมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ได้รับข้อมูล ที่เป็นประโยชน์ยิ่งขึ้นครับ🔗

ในส่วนเรื่องของอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ถ้าเทียบจากคณะกรรมการ ชุดเดิม ก็คือคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก ก็จะสังเกตเห็นว่ามีอำนาจมากกว่าเดิม ค่อนข้างมาก ก็คือนอกจากจะมีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและแผนเกี่ยวกับ การขนส่งทางรางแล้วนะครับ ยังมีอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติโครงการต่าง ๆ รวมทั้งอำนาจ หน้าที่ในการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องพื้นที่รอบสถานี การจัดการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ รอบสถานี ก็มีความครอบคลุมกว้างขวางกว่าคณะกรรมการเดิม ก็เป็นเรื่องที่ดีครับ แต่ก็ฝาก ความกังวลครับว่า ในเมื่อมีคณะกรรมการ ๒ ฉบับ คณะกรรมการอันหนึ่งก็คือ คณะกรรมการ ตามพระราชบัญญัติ ปี ๒๕๒๑ ซึ่งแก้ไขในปี ๒๕๓๕ กับอีกอันหนึ่งมีคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น ตามร่างพระราชบัญญัติใหม่ หลาย ๆ อำนาจหน้าที่ก็อาจจะซ้ำซ้อนกันบ้าง ก็เป็นความกังวล เรื่องหนึ่งว่าจะจัดการอย่างไรให้ไม่เกิดความซับซ้อนหรือว่าขัดแย้งกัน รวมทั้งอีกประเด็นหนึ่งที่ผมกังวลนะครับ ก็คือเรื่องของอำนาจตามมาตรา ๙ (๑๐) บอกว่า ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจในการให้ความเห็นชอบหลักการของร่างกฎกระทรวง ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งการร่างให้คณะกรรมการมีอำนาจให้ความเห็นชอบ กฎกระทรวงเป็นร่างแรกที่ผมเคยเห็นนะครับว่า ถ้าหากจะร่างกฎกระทรวง จะมีกฎกระทรวง ต้องให้คณะกรรมการที่ไม่อยู่ในกระทรวงพิจารณา ผมเพิ่งเห็นครั้งแรกครับ เนื่องจาก กฎกระทรวงปกติแล้วเมื่อมีการเสนอ รัฐมนตรีจะเสนอเข้าสู่ ครม. และ ครม. ก็จะให้อนุมัติ ยังไม่เคยปรากฏครับว่าต้องมีการให้คณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นใหม่พิจารณากฎกระทรวงก่อน ก็ฝากเป็นข้อสังเกตครับว่า ประเด็นนี้เราควรจะทำหรือไม่ หรือควรจะยึดหลักการเดิมว่า กฎกระทรวงก็ให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงและ ครม. ตามกฎหมายที่มีการร่าง หรือมีการตราขึ้น โดยปกติครับ🔗

โดยสรุปครับท่านประธาน ผมก็เห็นด้วยนะครับว่า ควรจะรับหลักการ ที่จะรับหลักการทั้ง ๓ ร่าง เข้าสู่การพิจารณาของสภาแห่งนี้ โดยมีข้อกังวลและข้อสังเกต ตามที่ผมได้นำเสนอไปแล้วครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครู นักเรียน โรงเรียนเซนต์คาเบรียล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ซึ่งนำโดยท่าน สส. จิรัชยา สัพโส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ได้นำชมเยี่ยม ยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไปท่านขอชี้แจง เชิญครับ🔗

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ขออนุญาตชี้แจงข้อกังวลของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณา ให้ความเห็น โดยรวมทั้งร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ทั้ง ๓ ฉบับ ที่กำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้นะครับ ก็ล้วนแต่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนไทยได้รับความสะดวก รวดเร็ว ประหยัด แล้วก็ปลอดภัยในการเดินทางทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าในร่างแต่ละฉบับก็จะมี วัน เวลา ในการร่างที่แตกต่างกัน ร่างของรัฐบาลก็จะเป็นร่างที่เกิดขึ้นในปลายสมัย ของรัฐบาลที่แล้วหรือสภาที่แล้วนะครับ แล้วก็มีพลวัตของเวลาออกมาเรื่อย ๆ ซึ่งร่างของ ทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการมนพร เจริญศรี ก็จะเป็นการร่างขึ้นในบริบทของปัจจุบัน ก็จะมี ความเป็นปัจจุบันและทันสมัยมากกว่า ในแต่ละหมวดก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกัน ก็คือ คณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางรางก็ขึ้นอยู่กับว่าจะให้ใครมาเป็นประธาน ให้ท่าน นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หรือให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน ซึ่งการพัฒนาระบบรางส่วนใหญ่จะเป็นการกำหนดนโยบายในระดับชาติ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ ของชาติ ใช้วงเงินงบประมาณจำนวนมาก และมีผลกระทบต่อทรัพยากรของประเทศ รวมถึง มีการเชื่อมต่อการเดินทางข้ามประเทศ มีการข้ามกฎหมายหลายฉบับ พระราชบัญญัติ ศุลกากร การเดินทางข้ามประเทศ การกำหนดยุทธศาสตร์ในระดับภูมิภาค ซึ่งอาจจะต้อง มีการพิจารณาในระดับที่ต้องใช้หรือว่ากำหนดเป็นโครงสร้างให้ท่านนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อกำหนดทิศทาง ซึ่งถามว่ามันเป็นภาระของผู้บริหาร ระดับสูงสุดของประเทศหรือไม่นะครับ ก็ประชุมในระดับนโยบาย หรือระดับยุทธศาสตร์ ก็ไม่ได้ประชุมบ่อยนะครับ ซึ่งเมื่อมีการกำหนดเป็นยุทธศาสตร์แล้ว ก็สามารถให้กระทรวง ทบวง กรม ทั้งหมดดำเนินการต่อไปได้นะครับ🔗

ส่วนในหมวดที่ ๒ การจัดทำโครงการขนส่งทางราง ในบริบทร่างของ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการมนพร เจริญศรี ก็จะมีการกระจายอำนาจมากขึ้น ส่งเสริม ให้ท้องถิ่นจัดทำให้มีโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางได้ง่ายมากขึ้น ก็คือลดอำนาจ ของตัวอธิบดี หรือกรมการขนส่งทางรางลง ลดขั้นตอนบางอย่างลง ที่ให้ท้องถิ่นไปดำเนินการ ได้มากขึ้น ซึ่งบริบทพวกนี้ก่อนที่จะมาชี้แจงวันนี้ กรมก็นำทั้ง ๓ ร่างมาเปรียบเทียบ เพื่อเตรียมข้อมูลในกรณีหากทางสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบรับหลักการในทั้ง ๓ ร่าง ก็จะไปพิจารณากันในกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างดังกล่าวนะครับ🔗

ส่วนประเด็นเรื่องหมวดที่ ๔ การประกอบกิจการขนส่งทางราง ก็ขึ้นกับ ในแต่ละร่างนะครับว่า ประสงค์จะให้มีการลงทุน ส่งเสริมการลงทุน หรือให้เอกชนเข้ามา มีส่วนร่วมในการประกอบกิจการขนส่งทางรางมากน้อยเพียงใด ซึ่งเราอาจจะเข้าใจว่า บางร่างเป็นการเอื้อให้เอกชนเข้ามาประกอบกิจการขนส่งทางราง ก็เป็นเช่นนั้นจริงนะครับ เนื่องจากว่าเป็นการเปิดกว้างให้มีการลงทุนประกอบกิจการขนส่งทางราง เนื่องจากว่า การขนส่งทางรางในปัจจุบันถ้าเราสังเกตเห็นนะครับ ว่าจะมีอุตสาหกรรมขนส่งทางราง เกิดขึ้นด้วย มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เอกชนก็จะมีความคล่องตัวมากกว่า ในบางร่างก็ขึ้นอยู่กับว่าความใส่ใจ การเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาเดินรถ การให้เอกชน เข้ามาร่วมลงทุนเป็นไปมากน้อยเพียงใด แต่ไม่ว่าร่างใดก็แล้วแต่นะครับ กิจการขนส่งทางราง ทั้งหมดจะต้องเป็นของคนไทย แล้วก็ขึ้นอยู่กับกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เป็นไปไม่ได้เลย ที่จะตกเป็นของต่างชาติ เนื่องจากว่าอยู่บนหลักการของกฎหมายอื่น ถ้ามีการร่วมทุนก็ต้อง เป็นไปตามกฎหมายของ ก.ล.ต. สัดส่วนการถือหุ้น สัดส่วนการลงทุนก็มีกฎหมายอื่น ที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลอยู่นะครับ ซึ่งก็เป็นวิธีการเขียนกฎหมายในแต่ละช่วงเวลา และความใส่ใจ และการเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมมากน้อยเพียงใดนะครับ🔗

ส่วนการสอบสวนอุบัติเหตุ บางเรื่องก็ต้องลดอำนาจของรัฐลง เนื่องจากว่า ไปซ้ำซ้อนกับพนักงานสอบสวน และหากว่ามันขัดหรือแย้งกับแนวทางในการแก้ไข หรือมาตรการที่จำเป็นในการป้องกันอุบัติเหตุ ก็จำเป็นต้องลดอำนาจเหล่านั้นลง เนื่องจากว่า ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้วิธีการสอบสวนอุบัติเหตุจะไม่ได้มุ่งเน้นการหาผู้กระทำความผิด ถ้าหากว่ากรมสนใจว่าจะหาผู้ผิด เราจะไม่ได้สาเหตุที่แท้จริงเลยนะครับ ผู้ที่มาชี้แจง หลักฐาน ทั้งหมดก็จะปกปิดความผิดของตน ฉะนั้นในร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางรางนี้ รวมถึง ในหลาย ๆ ร่างก็จะให้ความสำคัญเรื่องเหล่านี้เอาไว้นะครับว่า ในเรื่องของการสอบสวน อุบัติเหตุก็จะมุ่งเน้นเฉพาะเรื่องการป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก ไม่ได้มุ่งเน้นการหาผู้กระทำ ความผิด🔗

ส่วนเรื่องการคุ้มครองผู้โดยสารหรือผู้ใช้บริการนะครับ ในแต่ละร่าง ก็มีวิธีการเขียนที่แตกต่างกัน แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบแล้วล้วนคุ้มครองผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็นชีวิตและทรัพย์สิน การทำประกัน รวมถึงการขนส่งสินค้าด้วยกันทั้งสิ้นนะครับ เพียงแต่มีวิธีการเขียนที่แตกต่างกันเท่านั้นเอง บางร่างเขียนอยู่ในมาตรา ๑๒๓ มาตรา ๑๒๔ สลับกันไปสลับกันมานะครับ ไม่ได้มีสิ่งที่แตกต่างกันหรือลดทอนการคุ้มครองผู้โดยสาร แต่อย่างใดนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นแต่ละร่างขึ้นอยู่กับว่าประสงค์จะให้มีการกระจายอำนาจ ไปให้กับท้องถิ่นมากน้อยเพียงใด ส่งเสริมให้มีการลงทุนจากเอกชนมากหรือน้อย เป็นการเปิดให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาหรือประกอบกิจการขนส่งทางรางมากหรือน้อย ต่างกันนะครับ ซึ่งแต่ละร่างก็ล้วนอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน แล้วก็มีกฎหมายอื่นนะครับ กฎหมายทางการเงิน กฎหมายเรื่องเกี่ยวกับทุน กฎหมายที่เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน คุ้มครอง อยู่ทั้งสิ้น ซึ่งการเขียนกฎหมายบางร่างนี้ก็เป็นการเขียนกฎหมายที่ไม่ฟุ่มเฟือย ตัดทอน บางอย่างลง ลดขั้นตอนของรัฐลงก็เรียนชี้แจงให้ที่ประชุมผ่านท่านประธานสภาเพื่อทราบ ในเบื้องต้นก่อนครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เหลือท่านผู้อภิปรายอีก ๓ ท่านนะครับ ท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม เชิญครับ🔗

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ซึ่งมี ๓ ร่าง ร่างคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ ร่างนางมนพร เจริญศรี กับคณะ พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอ ร่างนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ท่านประธานที่เคารพครับ รฟท. รฟม. โดยกรมการขนส่ง ทางราง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่เราจะต้องได้รับการสนับสนุนพัฒนา ไม่ว่าจะภายในประเทศ เราก็จะได้ยินว่า รถรางเดี่ยว รางคู่ รถไฟฟ้าสายสีต่าง ๆ สีม่วง สีแดง สีเหลือง ต่อไปก็อาจจะ ไปถึงรถไฟความเร็วสูง เพื่อเปิดบริการ เพื่ออำนวยความสะดวก ความปลอดภัยให้พี่น้อง ประชาชนผู้สัญจรไปมา ทั้งคนชรา ลูกเล็กเด็กแดง ผู้พิการ กลุ่มคนเปราะบาง ทุกเพศ ทุกวัย ให้เท่าเทียมกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า คนไทยพี่น้อง ชาวอีสานของผมดีใจที่จะได้รถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ ไปถึงโคราช ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย เวียงจันทน์ สมัยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งมีท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ดำเนินโครงการต่าง ๆ มีการออกงานที่จะชี้แจง ให้พี่น้องประชาชนทราบว่า รถไฟความเร็วสูงนั้นมีคุณูปการต่อพี่น้องประชาชนในการเดินทาง ไปมาหาสู่กันจากเหนือจรดใต้ จากกรุงเทพฯ ถึงอีสาน เวียงจันทน์ได้อย่างไร ท่านประธานครับ วันนั้นมันยังมาไม่ถึงเลย แต่ว่าพี่น้องอีสานของผมก็หวังว่า รัฐบาลชุดนี้ที่มีนายกรัฐมนตรี ท่านแพทองธาร ชินวัตร จะสานต่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมไปยังนครเวียงจันทน์ สปป. ลาว ให้เป็นจริงได้ในสมัยนี้ เพื่อการสัญจรไปมา ขนถ่ายสินค้าไปสู่ลาว เวียดนาม จีน ฟื้นฟูเศรษฐกิจการค้า การลงทุน เพื่อนำเงินตราเข้าประเทศ ที่สำคัญการท่องเที่ยว ก็จะฟื้นฟูขึ้นมา เฟื่องฟู เนื่องจากว่าการสัญจรไปมาสะดวกครับ เดินทางโดยรถไฟนี้ ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงจากจีนมาไทย นี่ก็เป็นปัจจัยที่จะสามารถส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมการค้า นำเงินตราเข้าประเทศได้ ท่านประธานครับ ถ้าการขนส่งทางรางเชื่อมกรุงเทพฯ ไปยังภาคอีสาน ไปภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ซึ่งก็เป็นที่ทราบกันดีว่า อย่างภาคอีสาน ก็จะเชื่อมไปยังต่างประเทศก็คือ สปป. ลาว เวียดนาม จีน แล้วก็สามารถที่จะเชื่อมโยง เดินทางต่อไปยังยุโรปได้ อย่างภาคเหนือก็จะเป็นเชื่อมไปยังพม่าไปจีน ภาคกลางซึ่งถือว่า เป็นย่านธุรกิจ ไม่ว่าจะ EEC ไม่ว่าจะเป็นภาคตะวันออก ซึ่งกำลังทำอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทำอุตสาหกรรมที่จะลงทุนต่าง ๆ มากมาย ภาคใต้เช่นกันครับ เรากำลังจะทำแลนด์บริดจ์ เรากำลังจะเปิดธุรกิจการค้า การลงทุนที่ภาคใต้ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว Boom มาก ไม่ว่าจะเป็นที่ภูเก็ต ตลอดจนมรกตแห่งภาคใต้หลายจังหวัด ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่การสัญจรไปมานอกจากจะเดินทางโดยเครื่องบินแล้ว การขนส่ง ทางราง การเดินทางโดยรถไฟความเร็วสูง หรือรถไฟทางคู่ขนาน ก็จะเป็นการอำนวย ความสะดวกให้นักท่องเที่ยว ให้พี่น้องประชาชนของคนไทยด้วยได้เดินทางโดยสะดวก ปลอดภัย ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ผมเชื่อว่าเป็นหลักประกัน สร้างความเชื่อมั่น ต่อประชาชนคนใช้บริการทุกเพศ ทุกวัย ทั้งผู้พิการเราก็ต้องดูแลให้ทั่วถึง กลุ่มเปราะบาง เราก็ต้องจัดการบริการให้ อำนวยความสะดวกให้ในการเดินทาง ความสะดวกปลอดภัย เป็นเรื่องใหญ่ ที่สำคัญนะครับ เราก็ต้องมีหลักประกัน ถ้าเกิดอุบัติเหตุ ถ้าเกิดการสูญเสีย เราก็ต้องดูแลให้พี่น้องประชาชนผู้สัญจรไปมาโดยทางราง ผมเชื่อเหลือเกินนะครับว่า ท่านก็คงจะเคยเห็นหมดแล้ว🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี

ผมขออนุญาตทวนอดีตมาจนถึง ปัจจุบันให้ท่านดูว่า การพัฒนาการขนส่งทางราง รถไฟ เราจะเห็นว่าอันนี้คือรางเดี่ยว ที่เราใช้มาตั้งแต่สมัย ร. ๕ มาจนถึงปัจจุบัน ก็ยังใช้ได้อยู่ แล้วก็รถไฟอีก เป็นรถไฟทางคู่ขนาน ไล่ไปเรื่อย ๆ นะครับ อันนี้ก็เริ่มมีรถไฟรางคู่ ที่สำคัญนะครับ นี่ครับ รถไฟความเร็วสูง ของลาว พูดแล้วผมเจ็บใจ ผมปวดใจที่ไม่ได้รถไฟความเร็วสูงสมัยนั้น ถ้าอย่างนั้นพี่น้อง คนไทยหรือภาคอีสานก็คงไม่ได้ข้ามโขงไปขึ้นรถไฟความเร็วสูงที่ลาวนะครับ แต่เราก็ยังมี ความหวังในรัฐบาลนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ว่าจะต้องจัดรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ สปป. ลาว เพื่อเดินทางไปสู่เวียดนาม จีน แล้วก็นำนักธุรกิจ นักลงทุนมายังประเทศไทย นักท่องเที่ยวเพื่อจะให้เศรษฐกิจของประเทศไทยดีขึ้น และมีความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ ต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเทียบจุฑา ขาวขำ เชิญครับ🔗

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอมีส่วนร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอ และท่านมนพร เจริญศรี กับคณะ เสนอในนาม พรรคเพื่อไทย แล้วก็อีกฉบับหนึ่งคือท่านสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ กับคณะ ก็เสนอในนาม พรรคประชาชนนะคะ ดิฉันขอร่วมอภิปรายเนื่องจากเหตุผลนะคะท่านประธาน เนื่องจากว่า ประเทศไทยเราปัจจุบันนี้ประสบปัญหาในเรื่องของการกำกับ การดูแลการขนส่งทางราง ซึ่งไม่มีกฎหมายควบคุมเฉพาะในการประกอบกิจการในด้านนี้ ก็ทำให้เกิดความไม่ชัดเจน ในเรื่องของการกำหนดมาตรฐาน การให้ใบอนุญาต และการส่งผลในการพัฒนาระบบขนส่ง ทางรางของประเทศเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ อันนี้เป็นเหตุผลนะคะ ท่านประธานคะ ในหลักการที่นำเสนอนั้นดิฉันเห็นด้วย และดิฉันก็ให้เหตุผลประกอบ ที่อภิปราย เพราะว่ายังไม่ชัดเจนในเรื่องของการควบคุม ในเรื่องของการบริหารนะคะ เนื่องจากว่าระบบการขนส่งทางราง ซึ่งเป็นระบบคมนาคมขนส่งที่มีความสำคัญต่อชีวิตพี่น้อง ประชาชนนะคะ ทั้งในอดีตแล้วก็ปัจจุบัน เราก็จะเห็นได้ว่าเดี๋ยวนี้มีการพัฒนาขึ้นในเรื่องของ การขนส่งสินค้า หรือการโดยสารจะใช้ทางระบบรางนี้มากขึ้น ก็ถือว่าเป็นส่วนสำคัญ ต่อกิจการการค้าภายในประเทศและในต่างประเทศ ในภูมิภาคเอเชียและอนุภูมิภาค ลุ่มแม่น้ำโขง ดังจะเห็นได้จากกิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจและความที่นักธุรกิจที่เดินทาง ไปมาหาสู่กัน แล้วก็นักท่องเที่ยวเดินทางกันมากมาย ก็ใช้ระบบทางรางเป็นการขนส่งสินค้า และการเดินทางของนักท่องเที่ยว จะเห็นได้ว่าทาง สปป. ลาว เดินทางเข้าประเทศไทยมาก ส่วนใหญ่เขาจะเดินทางโดยรถไฟ โดยทางรางนะคะ เขาก็บอกว่าบริการดีแล้วก็สะอาด ดิฉันฟังแล้วก็ชื่นใจค่ะ ในหลักการและเหตุผลของทั้ง ๓ ฉบับก็มีความสำคัญ สำคัญทั้ง ๓ ฉบับค่ะ ในความสำคัญนั้นก็เน้นเรื่องประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ได้รับมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องเศรษฐกิจ ในเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัย ในเรื่องของการเชื่อมโยงระบบการขนส่งในรูปแบบอื่น ๆ ให้ได้มาตรฐาน และในเรื่องของ การกำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง อันนี้สำคัญมาก หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง แล้วก็ชัดเจนนะคะ🔗

ท่านประธานคะ กลับมาดูในหมวด ๒ ในเรื่องของการจัดทำโครงการ การขนส่งทางราง แล้วก็ส่วนที่ ๒ การเสนอโครงการของขนส่งทางราง และดิฉันก็มาดู ในมาตรา ๒๑ การดำเนินกิจการทางขนส่งทางราง อาจจะดำเนินการโดยทางหน่วยงานของรัฐ หรือให้มีการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนได้ อันนี้ดิฉันถือว่าเป็นประโยชน์มากเลยนะคะ สำหรับเน้นในมาตรา ๒๒ เปิดโอกาสให้รัฐสามารถร่วมลงทุนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ จะเห็นได้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานที่สำคัญที่อยู่ใกล้ชิดกับพี่น้อง ประชาชนนะคะท่านประธาน จะทราบปัญหาของพี่น้องประชาชนดีที่สุด ก็คือองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งในเป้าหมายอันนี้ก็อยู่ในเป้าหมายของพรรคเพื่อไทย ตามที่เพื่อนสมาชิก ได้นำเสนอไป ขออนุญาตเอ่ยนาม คือท่านเชิดชัยนะคะ ที่ได้อภิปรายไว้แล้ว ดิฉันคงไม่พูดซ้ำ ในเรื่องของการพัฒนาและการส่งเสริม ดิฉันเองก็ได้เฝ้ามองติดตามอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินกิจการ ในการพัฒนาต่าง ๆ ของระบบราง อย่างเช่นเรื่องของท้องถิ่นที่ทราบ ที่เห็น ก็คือที่จังหวัดขอนแก่นนะคะ ที่เขาทำโครงการระบบรางเบา ตอนนี้ดำเนินการอยู่ โดยเอกชนร่วมลงทุนก็ยังไม่แล้วเสร็จ ขณะเดียวกันจังหวัดอุดรธานีก็ได้มีนิคมอุตสาหกรรมเกิดขึ้นที่จังหวัดอุดรธานี ก็มีความคาดหวังว่าระบบรางจะผ่านนิคมอุตสาหกรรม เพื่อเป็นการขนส่งสินค้าได้สะดวก และรวดเร็ว แล้วก็อย่างปลอดภัย แล้วก็ได้มาตรฐานมากที่สุด ดังนั้นในการพัฒนาระบบราง อันนี้ดิฉันเห็นด้วยที่อยู่ในเมือง แล้วก็เพื่ออำนวยความสะดวก และลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ของพี่น้องประชาชนนะคะ อย่างไรก็ตามดิฉันก็พบว่า ปัญหาระเบียบ ขั้นตอนการทำงาน ของทางราชการไม่ชัดเจน ก็คือเหตุผลครั้งแรกนะคะ ก็ทำให้การพัฒนาระบบรางของท้องถิ่น เป็นไปอย่างเชื่องช้า แล้วก็ยากลำบากมากค่ะ โดยเฉพาะขั้นตอนการขออนุมัติ การขออนุญาต และการเวนคืนที่ดินค่ะท่านประธาน ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่โดยรอบ ๆ ของโครงการ ที่เกิดขึ้นนะคะ เมื่อพิจารณาร่างของ ครม. แล้วก็ของท่านมนพร ดิฉันก็พบว่ามีหลาย ๆ มาตรา กล่าวถึงอย่างครบถ้วน ดิฉันจึงเชื่อว่า มาตราที่เราจะทำกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้น เมื่อตราเป็น กฎหมายบังคับใช้แล้วก็จะทำให้การพัฒนาระบบราง สร้างให้มีความชัดเจนแล้วก็ มีประสิทธิภาพทุก ๆ ด้าน เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนนะคะ ดิฉันขอสนับสนุน ทั้ง ๓ ร่าง และขอนำเสนอร่างของท่านมนพร เจริญศรี เป็นร่างหลักนะคะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุดท้ายนะครับ ท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เชิญครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ได้ทรงสถาปนาและให้กำเนิดม้าเหล็กแห่งสยาม หรือการรถไฟแห่งประเทศไทย ในปี พ.ศ. ๒๔๓๓ แต่ว่าเราใช้เวลาถึง ๑๒๙ ปี จึงมีกฎหมายที่กำกับควบคุมการขนส่งทางราง นั่นก็คือกรมการขนส่งทางรางกำเนิดขึ้น ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ท่านประธานครับ ถ้าเราเรียนหนังสือเรื่องของต้นทุนการขนส่ง ระบบโลจิสติกส์ตั้งแต่ประถมศึกษา เราก็จะทราบได้ครับว่าการขนส่งทางน้ำต้นทุนต่ำที่สุด การขนส่งทางอากาศต้นทุนสูงที่สุด การขนส่งทางบกต้นทุนสมเหตุสมผล แต่การขนส่งทางราง ถ้าบริหารจัดการดี ๆ จะทำให้เราสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ต่ำและมีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น ทั้ง ๓ ร่างที่เสนอเข้าสู่สภาในวันนี้ ผมเห็นชอบตามที่ผู้ชี้แจงได้ลุกขึ้นมาชี้แจง เมื่อสักครู่ว่า ร่างของท่านรัฐมนตรีมนพร เจริญศรี นั้นเป็นร่างที่สอดรับกับสถานการณ์ และมีความเป็นปัจจุบันสูงสุด แต่อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ผมมีข้อสังเกต ๖ ประการ ด้วยกันที่จะฝากทั้ง ๓ ร่าง และฝากในชั้นของกรรมาธิการที่จะมีการศึกษาในเรื่องนี้🔗

ประการที่ ๑ เรื่องของการสร้างมาตรฐานกลาง วันนี้ต้องยอมรับครับว่า หน่วยงานที่เกี่ยวเนื่องกับระบบการขนส่งทางรางนั้น เหมือนเป็นรัฐอิสระ มีอาณาจักร เป็นของตัวเอง หากเรามีกฎหมายฉบับนี้ครับ เราจะสามารถสร้างมาตรฐานกลางขึ้นมา เพื่อความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นการยกระดับให้เกิดมาตรฐานความเชื่อมั่น ความเชื่อถือใน Step ต่อไป🔗

ประการที่ ๒ การมีคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางรางนั้น เห็นว่า จะเป็นการให้อำนาจในการกำหนดนโยบาย หรือการกำหนดอัตราค่าบริการที่สอดรับ กับภาคประชาชน เน้นความโปร่งใสให้มีการตรวจสอบได้ และแนวทางการพัฒนาการขนส่ง ระบบรางนั้นควรจะมีความชัดเจน รวมถึงมีความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น การจัดการระบบขนส่งทางราง โดยภาครัฐ ภาคเอกชน โดยรัฐวิสาหกิจ โดยมีประชาชน เป็นผู้ใช้บริการและผู้ตรวจสอบ🔗

ประการที่ ๓ การส่งเสริมการแข่งขันอย่างเสรี เป็นธรรม เพื่อลดการผูกขาด การเปิดให้ภาคเอกชนสามารถมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจการจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การแข่งขัน เป็นธรรมดาครับท่านประธาน เมื่อมีผู้เล่นในสนามมากขึ้น การแข่งขันก็จะสูง และที่สุดผู้ได้ประโยชน์สูงสุดก็คือประชาชน ดังนั้นการส่งเสริมให้มีการแข่งขันก็จะเป็น การลดการผูกขาด ไม่ให้มีองค์กรใดองค์กรหนึ่งได้หลักประกันว่าจะผูกขาดในระบบ การให้บริการขนส่งระบบทางรางนี้เพียงผู้เดียว🔗

ประการที่ ๔ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ก็คือการคุ้มครองสิทธิผู้โดยสาร หรืออีกสิ่งหนึ่งจะเรียกว่า การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคก็เป็นได้ ร่างกฎหมายฉบับนี้ มีความสำคัญ จะเป็นเครื่องมือหลักในการคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็นผู้โดยสาร ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย ต้องสามารถที่จะเข้าถึงการร้องเรียน หรือการจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครอบคลุมกับกลุ่มผู้โดยสารในทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้โดยสารที่เป็นกลุ่มผู้พิการ กลุ่มผู้โดยสารที่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ จะต้องเข้าถึง การเพิ่มคุณภาพการให้บริการ อันหมายถึงการใส่ใจและตระหนักในการเพิ่มคุณภาพชีวิต ให้กับพี่น้องประชาชนในมิติของการใช้บริการขนส่งสาธารณะในระบบราง🔗

ประการที่ ๕ เรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ ท่านประธานอาจจะ ติดตามข่าวนะครับ เวลาที่มีเศษวัสดุ บางสำนักข่าวรายงานว่าเป็นชิ้นส่วนองค์ประกอบสำคัญ ของล้อ หลุดร่วงตกลงมา แน่นอนครับ อาจจะไม่มีผู้เสียชีวิต แต่นั่นคือสิ่งที่เรากอบกู้ได้ยาก สิ่งนั้นเราเรียกว่า ความเชื่อมั่น วันนี้ถ้าเรายกระดับครับ ให้เป็นการสร้างความปลอดภัย เป็นวาระสำคัญของการพัฒนาระบบการขนส่งในระบบรางนั้น จะเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่น ให้กับทุกภาคส่วน ถ้าเราไปสังเกตนะครับ ยอดผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าที่มีข่าวเรื่องความ ปลอดภัย หลังเกิดเหตุครับ อย่างน้อย ๒-๓ เดือน จำนวนผู้ใช้บริการจะลดลง ดังนั้นการเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบ มันไม่ใช่แค่มิติของการเสียหายในชีวิต ร่างกายและทรัพย์สิน แต่มันคือการฟื้นฟู ความเชื่อมั่น ซึ่งสามารถทำได้ยากกว่า ดังนั้นผมจึงฝากนะครับ ว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นั้น ต้องให้ความสำคัญในการยกระดับเรื่องของความปลอดภัยเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการตั้ง คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุอย่างอิสระ ไม่ใช่ว่าตั้งผู้บังคับบัญชามาสอบผู้ใต้บังคับบัญชา หรือตั้งกันเองสอบกันเองภายในองค์กร ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมและไม่สามารถ เข้าถึงการตรวจสอบที่อิสระและตรวจสอบได้🔗

ประการที่ ๖ ผมได้ยินเพื่อนสมาชิกอภิปรายในวงกว้าง เรื่องว่าในบางร่างนั้น เหมือนจะไปสนับสนุนให้เอกชนบางราย ผมต้องเรียนนะครับว่า การคุ้มครองผู้ประกอบการ รายเดิมอย่างสมดุลนั้น มันมีเส้นแบ่งที่ชัดเจนครับ ทำไมต้องคุ้มครองครับ การคุ้มครองสิทธิเดิม ของผู้ประกอบการรายเดิม กลุ่มเดิมนั้น มันเป็นการต่อยอดในมิติของการสร้างความมั่นคง โดยเฉพาะในระบบขนส่งทางราง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลง ในมิติของข้อบังคับ ในมิติข้อกฎหมาย ทำให้ระบบการขนส่งทางรางนั้นยังคงมีเสถียรภาพ และสามารถดำเนินการต่อไปได้🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนในตอนสรุปในช่วงท้ายนี้ว่า ท่านประธานครับ ตราบใดที่รถไฟฟ้ายังมาหานะเธอ ตราบใดที่รถไฟไทยยังวิ่งไม่หยุด ไม่มีหรอกครับ รถไฟขบวนสุดท้าย แต่ผมหวังว่า Next Station สถานีต่อไปจะเป็นสถานี แห่งการยกระดับคุณภาพมาตรฐานของการขนส่งระบบรางของไทยให้ทัดเทียม ให้เทียบเท่า ระบบการขนส่งระบบรางแบบมาตรฐานสากล เป็นกลุ่มนำของโลก เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ให้เกิดขึ้นกับภาคธุรกิจ ภาคเอกชน และนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปผู้เสนอที่จะขอสรุปนะครับ ท่านแรก ท่านสุรพงษ์ ปิยะโชติ ท่านรัฐมนตรี สรุปหรือไม่ครับ ไม่สรุปนะครับ ต่อไปท่านสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ เชิญครับ🔗

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ กล่าวโดยสรุปนะครับ เท่าที่ผมฟังมา ตลอดในช่วง ๔ ชั่วโมงนี้ ก็คิดว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่านก็น่าจะเห็นตรงกันนะครับว่า เราควรจะมี กฎหมายเรื่องนี้ ไม่น่าจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่น แต่อย่างไรก็ตามอย่างที่ผมได้อภิปราย ในรอบแรก เราคงจะต้องพิจารณาร่างหลักกัน แล้วก็อยากจะให้ทุกพรรคการเมือง เพื่อนสมาชิกทุกท่านใช้หลักการของเหตุผล ในการเลือกว่าร่างใดควรเป็นร่างหลัก ร่างไหนดี ไม่ดีอย่างไร แน่นอนครับ ผมเป็นพรรคฝ่ายค้านนะครับ แล้วก็เสนอร่างนี้ แต่ก็อย่างที่เรียน นะครับว่า ร่างที่ผมเสนอนี้เป็นร่างฉบับประนีประนอมที่ผ่านกรรมาธิการวิสามัญในสภา ชุดที่แล้ว แล้วก็เป็นร่างที่เหมือนกับแบบมาคุยกันบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงาน ราชการ ตัวแทนจากทุกพรรคการเมืองนะครับ กรรมาธิการอะไรต่าง ๆ ก็เห็นว่าจุดนี้เป็นจุดที่ ประนีประนอม ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้เอกชนเกินไป ในขณะเดียวกันรัฐก็มีอำนาจที่จะเข้าไป ตรวจสอบ อย่างเช่นว่า เข้าไปตรวจสอบบัญชีการเงินนะครับ เพื่อที่จะได้รู้ว่าต้นทุน การประกอบการของแต่ละสายเป็นเท่าไร เวลาจะให้สัมปทานในอนาคตจะได้รู้ว่าต้นทุน ที่แท้จริงมันเป็นเท่าไร แต่แน่นอนบริษัทอาจจะซ่อนบัญชีอะไรต่าง ๆ ก็ได้ แต่ Overtime มันก็จะให้ Comment ได้ว่าควรจะปรับปรุง ควรจะมีระบบการเก็บข้อมูลอะไร อย่างไร เป็นต้นนะครับ รวมถึงอย่างในกรณีของการสอบสวนอุบัติเหตุ คือจริง ๆ มันคนละเรื่องกัน กับเรื่องของการตรวจสอบอาชญากรรมอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นร่างที่ผมเสนอนี้ก็เป็นร่างที่ รอมชอม แล้วก็มีการพูดคุยกันมาแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นโดยสรุปผมก็เห็นว่าพวกเรา เห็นตรงกันว่าควรจะมี เพราะฉะนั้นในเรื่องของการรับหลักการ ซึ่งหลักการทุกร่างก็เขียน ตรงกันเป๊ะเลยนะครับ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางราง ก็คงจะต้องโหวตรับหลักการ ของทั้ง ๓ ร่าง อย่างไรก็ตามในเรื่องของร่างหลักนะครับผมก็ขอยืนว่าควรจะใช้ร่างของพรรคประชาชน เป็นร่างหลักอย่างที่ผมได้นำเรียนนะครับ และผมก็พยายามเปิดใจฟังร่างอื่น ๆ แต่ก็ยัง ไม่ได้คำตอบที่คิดว่าเป็นรูปธรรมดีเพียงพอ ร่างแรกในเรื่องของร่าง ครม. ก็อย่างที่ผมเรียน คือเราจะเดินไปข้างหน้าเป็นวงกลมกลับไปวน Loop อยู่ที่เดิมเมื่อ ๒ ปี ๘ เดือนที่แล้ว เราอยู่ตรงนั้น ก็คงไม่เหมาะสมเท่าไร มันเสียเวลาสภา เสียเวลาประเทศชาติ เพราะมันควรจะมี พ.ร.บ. ฉบับนี้คลอดมาแล้ว ถ้าไม่ไปติดศึกกัญชา ในขณะเดียวกัน ถ้าจะให้ผมทำใจรับร่างของพรรคเพื่อไทย ก็อย่างที่ผมได้อภิปรายไปในตอนรอบแรกนะครับ แล้วก็มีเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนหลายคนมาขยายความว่า อย่างประเด็นหลัก โครงสร้างอำนาจมันบิดเบี้ยวอยู่ คือควรจะอยู่ภายใต้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงมีการแอบไปแก้กันนอกรอบ ไม่ได้อยู่บนโต๊ะกรรมาธิการวิสามัญ แต่เอาร่างที่ผ่าน กรรมาธิการวิสามัญแอบไปแก้กัน แล้วก็เนื้อหาที่แก้กันอย่างที่มีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน จากพรรคประชาชนได้อภิปรายไป เราเห็นว่าร่างของพรรคเพื่อไทยลดเงื่อนไขการคุ้มครอง ผู้ใช้บริการ เราเห็นว่าร่างของพรรคเพื่อไทยเพิ่มประโยชน์ให้นายทุนผู้ประกอบการ แล้วเราก็เห็นว่าร่างของพรรคเพื่อไทยลดอำนาจรัฐในการเข้าไปตรวจสอบ เพราะฉะนั้น ก็เลยทำใจไม่ได้จริง ๆ นะครับ แต่ว่าก็เข้าใจดีมติวิปฝ่ายรัฐบาลก็บอกว่าจะเอาร่าง ของท่านมนพรเป็นร่างหลัก แต่ท่านมนพรก็ยังไม่ตอบว่าตกลงมันเป็นร่างทรงของใครครับ ร่างที่ท่านยื่นออกมานี้ไปแก้โดยใคร ที่ไปแก้นอกรอบกันมา แล้วก็อธิบายไม่ได้ เพราะฉะนั้น จะให้ผมไว้ใจอย่างเดียวก็คงเป็นไปไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นโดยสรุปผมก็คงยืน ให้เพื่อนสมาชิกรับทั้ง ๓ ร่างนะครับ แล้วก็ไปคุยกันในชั้นกรรมาธิการ โดยเอาร่างผม ที่มาจากการประนีประนอมของสภาชุดที่แล้วเป็นร่างหลัก ทำแบบนั้นจะเกิดประโยชน์ กับประเทศสูงสุด ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ สรุปแล้วจะใช้ร่างใครเป็นร่างหลัก วันนี้ยังคุยกันไม่จบนะครับ อย่างไร ก็ให้วิปทุกฝ่ายไปคุยกันนะครับ แล้วก็สัปดาห์หน้ามาคุยกันต่อครับ วันนี้ขอปิดประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๕.๒๗ นาฬิกา