รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๓๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
------------------------------
เรียนท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก่อนจะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะขออนุญาตให้ ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๒๔ โดยจะเรียกชื่อ ตามลำดับที่ท่านได้ลงชื่อไว้แล้วนะครับ ขอให้ใช้เวลาคนละ ๒ นาทีนะครับ ท่านแรกขอเชิญ คุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างสูงครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทยนะครับ ด้วยข้อจำกัดเวลา ๒ นาที ผมขอกราบเรียน ท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับสภาพปัญหาในพื้นที่ของจังหวัดกระบี่ ที่ผมจะนำเสนอต่อไปนี้นะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ปัญหาเรื่องคุณภาพน้ำประปาขาดแคลน คือน้ำดิบขาดแคลน แล้วก็น้ำประปาไม่สะอาดในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ในขณะที่จังหวัดกระบี่มีผู้ใช้ประปาภูมิภาค ๒๖ เปอร์เซ็นต์นะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ในเรื่องของการถ่ายโอนสนามบินจังหวัดกระบี่ จังหวัดอุดรธานี จังหวัดบุรีรัมย์นะครับ ซึ่งผมเคยยื่นญัตติไว้ก็ยังไม่คืบหน้า ซึ่งผ่านมติ ครม. ไปรอบหนึ่งแล้ว เนื่องจากว่า ๓ จังหวัดเป็นจังหวัดที่กำลังจะขยายตัว เพื่อรับการท่องเที่ยว เพื่อการบริหาร จัดการสะดวกในเรื่องของการที่จะยกระดับในเรื่องของการบริหารจัดการสนามบิน จากกรมการท่าเป็น AOT🔗
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ การย้ายเรือนจำจังหวัดกระบี่ ผมเคยหารือ ไปเมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓ แล้วก็เป็นที่มาในการหาที่ดินเพื่อที่จะจัดสร้างเรือนจำ จังหวัดกระบี่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่วันนี้ยังไม่มีความคืบหน้านะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ปัญหาค่าครองชีพในเมืองท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่นะครับ วันนี้ สูงมากเป็นอันดับ ๒ ใน ๒๐ จังหวัด มีค่าครองชีพประมาณ ๒๙,๐๗๓ บาทต่อเดือน🔗
เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ ขอให้กรมบัญชีกลางได้ทบทวนในเรื่องของ อัตราจ้าง คือการจ้างเหมาของลูกจ้าง ข้าราชการ ผู้ปฏิบัติงานให้กับราชการตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ธุรการของโรงเรียนให้เป็นแบบเดิมหรือเป็นธรรมขึ้นนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ได้นำเรียน แล้วว่าเป็นเรื่องของกรมบัญชีกลางไม่ได้เกี่ยวข้องกับในเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ แต่ประการใด ก็ขอให้หน่วยงานของกรมบัญชีกลางได้ทบทวนให้กับลูกจ้างด้วยนะครับ เนื่องจากว่าเป็นผลกระทบกับในเรื่องของสวัสดิการ ในเรื่องของการประกันสังคมและอื่น ๆ ด้วยครับ กราบขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณศักดินัย นุ่มหนู ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคประชาชนครับ วันนี้ ผมขอนำเรื่องของด่านการค้าชายแดนบ้านท่าเส้นเข้ามาหารือ แล้วก็ต้องการที่จะให้รัฐบาล ชุดนี้ได้ดำเนินการอย่างจริงจังนะครับ🔗
สถานะปัจจุบันของด่านชายแดนบ้านท่าเส้นนี้ เขาก็เป็นช่องทางธรรมชาติที่อยู่ในการดูแลของฝ่ายความมั่นคงโดยทางกองทัพเรือ ซึ่งก่อนหน้านี้ ปี ๒๕๖๓ ครับท่านประธาน ด่านชายแดนบ้านท่าเส้นนี้ก็เปิดให้มีการทำมาค้าขายกันของคน ทั้ง ๒ ประเทศ ระหว่างจังหวัดตราดกับพี่น้องที่อยู่ทางฝั่งกัมพูชานะครับ ในสมัยก่อนนะครับ ท่านประธาน ถนนหนทางจะมีสภาพแบบนี้เลยที่เรามีการค้าขายกัน ทางยังลำบาก ทุลักทุเลมาก แล้วก็นอกจากมีการขนส่งทางรถแล้วนี้ ก็ยังมีตลาดนัดที่บ้านท่าเส้นด้วยนะครับ ที่บ้านท่าเส้นนี้ ก็มีพี่น้องประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาจับจ่ายใช้สอย ในปีหนึ่งก็สร้างมูลค่าเป็นจำนวนมากให้กับ ทางจังหวัดตราด ทำให้คนในท้องถิ่นนั้นก็มีงานทำ มีรายได้ ก็เห็นว่าจากสภาพที่ย่ำแย่นี้เราเอง เราก็ยังมีการเปิดด่านชายแดนให้มีการทำมาค้าขายกัน จนปัจจุบันนี้ครับ เรามีถนนคือ ถนน ๔ เลนที่สร้างโดยงบประมาณถึง ๕๑ ล้านกว่าบาทนะครับ ไปจนจรดชายแดนของฝั่ง ประเทศเพื่อนบ้าน แต่ว่าเราไม่ได้มีการเปิดให้มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การค้าขายตลาดนัด อะไรต่าง ๆ นี้ยุติลงไป โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจนี้ที่มันปิดตัวลงไป ก็ตั้งแต่วันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๓ ครับท่านประธาน เนื่องจากว่ามีสถานการณ์เรื่องของโควิด-๑๙ ก็เลยทำให้ ปิดมาตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา จนถึงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ปี ๒๕๖๓ ทางจังหวัดตราดเอง ก็ได้มีหนังสือไปยังกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ขอให้มีการพิจารณา ยกเลิกการระงับการใช้ด่านธรรมชาติที่บ้านท่าเส้น เพราะว่าสถานการณ์นั้นเป็นปกติแล้ว ไม่ว่าสภาอุตสาหกรรม หรือหอการค้าทางจังหวัดตราดเองก็มีการขับเคลื่อนเรื่องนี้ จนถึงบัดนี้ครับ ปี ๒๕๖๗ แล้วก็ยังไม่มีการเปิดให้มีการดำเนินการอย่างไรนะครับ ผมจึงเรียนผ่านท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีได้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา เพื่อเศรษฐกิจของพี่น้องชาวตราดต่อไปด้วยครับ ขอขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณภัณฑิล น่วมเจิม ครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนา และเขตคลองเตย ขอปรึกษาหารือทั้งหมด ๖ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรกนะครับ วางท่อ ในซอยปรีดีพนมยงค์ ๒๕ ล่าช้านะครับ ความจริงสัญญานี้เสร็จไปตั้งแต่กันยายนแล้วนะครับ ตุลาคมเพิ่งมาเริ่มงานนะครับ ส่งผลกระทบต่อผู้สัญจร ขอให้โยธาเขตวัฒนาเร่งรัดดำเนินการ นะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ กวดขันห้ามขายอาหารบนทางเท้าบริเวณแยกอโศกมนตรี หน้าสถานี รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สุขุมวิทนะครับ ผมจะฟ้องมาตรา ๑๕๗ เทศกิจเขตวัฒนาอยู่แล้ว ละเลยปฏิบัติหน้าที่นะครับ ผมร้องเรียนทั้ง ผอ. ทั้งผู้ว่าราชการ ทำทุกอย่างนะครับ พูดเรื่องนี้ ๓ ครั้งในสภา ยังไม่ได้รับการแก้ไข เดี๋ยวผมจะไปฟ้องมาตรา ๑๕๗ เทศกิจเขตวัฒนา เองนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ซ่อมแฟลตตำรวจน้ำนะครับ สน. ท่าเรือ น้ำรั่ว ถังดับเพลิง ไม่เคยเปลี่ยน ๓๐ ปีแล้ว ไฟไม่สว่าง แท็งก์น้ำไม่เคยล้าง ก็ขอเรียกร้องกองสวัสดิการ สน. ท่าเรือพิจารณาดำเนินการด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ เนื่องจากพี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัยในชุมชนเขตคลองเตย เดือดร้อน ขอให้สายรถเมล์ สาย ๗๒ นี้กลับมาเดินรถตามปกติ ตอนนี้หายไป ไม่มีเลย พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมากนะครับ ขอให้กลับมาเดินเส้นทางเดิม ตามความถี่เดิม เขานั่งรถแอร์กันไม่ไหว ราคา ๑๕ บาท ๒๐ บาท ขอให้ ขสมก. และกรมการขนส่งทางบก พิจารณาด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๕ ซ่อมน้ำรั่วแฟลต ๒๓ ๒๔ ขอให้การเคหะเข้าไปดำเนินการ เข้าไป ดูตั้งกี่ครั้งแล้ว ผมเอาเรื่องเข้าคณะกรรมาธิการสวัสดิการสังคมนะครับ ตั้งกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรี ปีหนึ่งผ่านไปยังไม่ทำอีกครับ🔗
เรื่องสุดท้ายนะครับ เรื่องซ่อมพื้นผิวจราจรใต้ทางด่วน บริเวณหน้าชุมชน ร่มเกล้า ก็ขอให้การท่าเรือและโยธาเขตคลองเตย ไม่ใช่โยนกันไปโยนกันมานะครับ แล้วก็อ้างว่าจะรอแผนการพัฒนาจากรัฐบาลอย่างเดียว แล้วก็ปล่อยปละละเลยไม่ยอมซ่อม อะไรเลยทั้งสิ้นนะครับ ก็ขอให้การท่าเรือและโยธาเขตรีบซ่อมนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณองอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ องอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เขต ๑๑ พรรคภูมิใจไทยครับ ขออนุญาตหารือ ท่านประธาน ๔ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องน้ำท่วมขัง อุโมงค์ทางลอดรถไฟที่อำเภอบ้านไผ่ แล้วก็อำเภอบ้านแฮด เรื่องนี้หมักหมมมานานครับ และที่สำคัญก็คือมีน้ำท่วมขังเป็นเวลาหลายเดือน ได้รับการประสานงานจากท่าน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแซง ท่านนายกพงษ์ศิริ โทณะพงษ์ แล้วก็ ท่านนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลในเมือง ท่านนายกรัตนชัย วิชัย พี่น้องสัญจรไปมา ลำบากมาก ๆ ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือ โครงการถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก อ่างเก็บน้ำหนองกองแก้ว หรือว่าเป็นถนนคันทำนบดินหนองกองแก้วของกรมชลประทานครับ ตำบลศรีบุญเรือง ตามภาพที่แสดงนะครับ ท่านประธานครับ พี่น้องในเขตตำบลศรีบุญเรือง ๑๒ หมู่บ้าน ลำบาก มาก ๆ นะครับ และที่สำคัญก็คือตอนนี้ถนนเส้นนี้คือถนนเส้นเดียวที่เป็นถนนสายหลัก ของพี่น้องทั้ง ๑๒ หมู่บ้าน🔗
เรื่องที่ ๓ ก็คือ เรื่องโครงการไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนในสังกัดองค์การบริหารส่วน จังหวัดขอนแก่นครับ พี่น้องในเขตอำเภอบ้านไผ่ฝากขอบคุณองค์การบริหารส่วน จังหวัดขอนแก่นมานะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านดอกเตอร์ พงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ อดีตนายก อบจ. นะครับ แล้วก็ท่าน สจ. ทั้ง ๒ ท่านนะครับ แต่ว่าสิ่งที่ยังต้องการเพิ่มเติม ก็คือ ไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนในสังกัดขององค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นครับ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง แล้วก็เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ พี่น้องในยามค่ำคืนนะครับ🔗
เรื่องสุดท้าย เรื่องนี้สำคัญมาก ๆ นะครับ เป็นเรื่องฝากมาจากอำเภอบ้านไผ่ เป็นโครงการขยายเขตไฟฟ้าสหกรณ์เคหสถาน ๔ ชุมชนเมืองไผ่ หรือว่าโครงการบ้านมั่นคง โครงการนี้ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองน้ำใสครับ มีทั้งหมด ๓๐๐ Unit เสร็จไปแล้ว ๒๐๐ Unit เหลืออีก ๑๐๐ Unit กำลังดำเนินการ ปรากฏว่าไม่มีไฟฟ้าใช้ครับ ตอนนี้ใช้ไฟฟ้าชั่วคราวของ การไฟฟ้าอยู่นะครับ ก็ขออนุญาตฝากถึงผู้ว่าการการไฟฟ้าพิจารณาเร่งด่วน อนุมัติโครงการ เพื่อที่จะให้ดำเนินการแล้วเสร็จนะครับ🔗
วันนี้ใส่เสื้อผ้าไทยจากอำเภอชนบทครับ สวยงามยิ่งครับ ภูมิใจครับ ภูมิใจใน ผ้าไทย ใส่ดี๊ดีครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณพิมพกาญจน์ พลสมัคร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน พิมพกาญจน์ พลสมัคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๓ พรรคไทรวมพลัง วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะคะ🔗
เรื่องแรก เรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในเขต ๓ ของดิฉัน ซึ่งประกอบไปด้วยอำเภอม่วงสามสิบ อำเภอดอนมดแดง อำเภอตาลสุม และอำเภอเหล่าเสือโก้ก ท่านประธานคะ ทั้ง ๔ อำเภอนี้ประสบปัญหาภัยแล้ง แล้วก็น้ำท่วมซ้ำซากมาเป็นระยะเวลานานมากแล้ว เมื่อปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๕ น้ำท่วมหนัก ที่จังหวัดอุบลราชธานี พื้นที่ของดิฉันเขต ๓ ๔ อำเภอนะคะ ก็ประสบปัญหาหนักเช่นกันค่ะ น้ำท่วมบ้านเรือนพี่น้องเสียหายหลายร้อยหลังคาเรือน แล้วก็พื้นที่ทำการเกษตร หลายพันหลายหมื่นไร่นะคะ ที่สร้างความเสียหายให้กับพี่น้อง ด้วยความเห็นอกเห็นใจ แล้วก็สงสารพี่น้องนะคะ ซึ่งปัญหานี้เกิดเรื้อรังมานานมาก ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้นะคะ หลายสิบปีแล้วค่ะท่านประธานที่ดิฉันได้เห็นพี่น้องประสบปัญหานะคะ ดิฉันจึงอยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ช่วย เข้าไปดูแลพื้นที่พี่น้อง เข้าไปดูแล้วก็หาทางแก้ปัญหาให้กับพี่น้อง แล้วก็อยากให้แก้ปัญหา อย่างยั่งยืนค่ะท่านประธาน สงสารพี่น้องเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่อง ปีนี้ปี ๒๕๖๗ ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ทำให้พืชผลทางการเกษตรของพี่น้อง โดยเฉพาะ ผู้ปลูกข้าว แห้งตาย เหี่ยวตาย เพราะขาดน้ำค่ะ ก็จะเป็นแบบนี้ซ้ำซากนะคะ ไม่ว่าจะเป็นท่วม ไม่ว่าจะเป็นแล้ง ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือดิฉันได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องเกษตรกรเพื่อรับฟังปัญหาของ พี่น้องนะคะ เจอปัญหาเยอะแยะมากมายค่ะท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาพืชผล ทางการเกษตรตกต่ำ ราคาปุ๋ยแพง ราคายาปราบศัตรูพืชซึ่งมีราคาแพงลิบลิ่วนะคะ ดิฉัน อยากจะฝาก แล้วใกล้จะถึงฤดูเก็บเกี่ยวแล้วนะคะท่านประธาน อยากฝากเรื่องราคาข้าว ราคาผลผลิตทางการเกษตร นำโดยท่านนายกรัฐมนตรี ท่านแพทองธาร ชินวัตร ขอให้ช่วย ดูแลพี่น้องเกษตรกร ในเรื่องของพืชผลทางการเกษตรด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณวรรณวิภา ไม้สน ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน วรรณวิภา ไม้สน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ เครือข่ายแรงงาน พรรคประชาชน ดิฉันมีข้อปรึกษาหารือจากพี่น้องประชาชนชาวช่องแค ตาคลี นครสวรรค์ ผ่านมายังท่านประธานค่ะ เนื่องจากเมื่อดิฉันลงพื้นที่ของกรรมาธิการแล้วมีชาวบ้านที่ช่องแค มายื่นหนังสือ เนื่องจากสะพานข้ามทางรถไฟถูกปิดนะคะ ทำให้ไม่สามารถที่จะข้ามผ่าน ไปมาได้ แต่ก็ยังมีการสร้างสะพานให้ข้ามแยกเข้าไปอีกค่ะ ก็คือเป็นสะพานที่พอลงไปดูพื้นที่ สะพานนี้มีความสูงชันค่อนข้างมาก ปัญหาก็คือจากที่ได้ลงพื้นที่แล้ว ดิฉันก็ได้ลงไป ขับมอเตอร์ไซค์ขึ้นสะพานนี้ด้วยตัวเองค่ะท่านประธาน รับเรื่องร้องเรียนมาตั้งแต่ วันที่ ๓ สิงหาคมจนตอนนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข เนื่องจากสะพานนี้มีความสูงชันมาก ๆ แล้วเวลาพุ่งลงไปมันไม่มีที่กั้นมันก็สามารถที่จะทำให้คนตกลงไปข้างหน้าได้นะคะ หรือทางที่ลงมาพอฝนตกก็จะเป็นถนนที่แบบเฉอะแฉะมากไม่สามารถที่จะข้ามไปได้ แล้วก็มีผู้สูงอายุ ผู้พิการ คนแก่ที่ไม่สามารถที่จะใช้สะพานตรงนี้ได้ เนื่องจากได้มีการปิดสะพานที่เคยข้ามทางรถไฟที่เขาใช้เป็นประจำมา เรื่องความปลอดภัย ไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะท่านประธาน แทบไม่มีเลยนะคะ เพราะว่าไปลองด้วยตัวเองมาแล้วก็ ยังมีความหวาดเสียวที่จะขึ้นสะพานตรงนี้อยู่ เพราะว่าคนคิดไม่ได้ใช้ค่ะ แต่คนที่ใช้ ก็ไม่มีส่วนร่วมในการออกแบบหรือการคิด ชาวบ้านไม่มีส่วนร่วมนั่นเอง ดิฉันก็ได้ทำเรื่อง ส่งหนังสือไปถึงผู้ว่าการรถไฟตั้งแต่วันที่ ๒๑ สิงหาคม ก็ยังไม่ได้รับการตอบกลับใด ๆ กลับมาเลย ดิฉันจึงใช้เวทีนี้ผ่านการหารือ ผ่านไปยังท่านประธานให้กระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย ช่วยเร่งแก้ปัญหาเหล่านี้ให้กับชาวบ้านพี่น้องชาวช่องแคด้วยนะคะ เนื่องจากไม่ได้รับการแก้ไขมานานแล้ว แล้วก็มีคนที่เดือดร้อนจริง ๆ ฝากให้ไปหารือ แล้วก็ช่วยลงไปแก้ไข เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนโดยด่วนค่ะ ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณรำพูล ตันติวณิชชานนท์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๙ อำเภอนาจะหลวย อำเภอบุณฑริก อำเภอสิรินธร ตำบลโนนก่อ พรรคไทยสร้างไทย ท่านประธานคะ การเกี่ยงงอนกัน ผู้รับกรรมคือชาวบ้าน โยนกันไป โยนกันมา หาเจ้าภาพ ไม่เจอค่ะ ดิฉันได้รับการร้องขอจากนายคำศรี วงด้วง ผู้ใหญ่บ้านบ้านแมด นางจิระพันธ์ ทองอินทร์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นายพิเนตร ศรีธนาม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นายกรุงสมัย จันทะเกษ ผู้ใหญ่บ้านหนองขามใหญ่ นางคำพา งามพันธุ์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านบ้านแมด ชาวบ้าน หนองขามใหญ่ ตำบลบ้านแมด ได้รับความเดือดร้อนจากต้นไม้ใหญ่ในเขตทางหลวง ซึ่งอยู่ถนนสาย ๒๑๗๒ ช่วง กม. ที่ ๔๑-๔๒ ใจกลางหมู่บ้านเลยนะคะ มีต้นไม้ใหญ่ อยู่ข้างทางหลวง ต้นมะขาม ต้นมะม่วง ต้นก้ามปู เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนต้นไม้หลายครั้งค่ะ🔗
คนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต หลายราย ครั้งล่าสุดเกิดอุบัติเหตุเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคมที่ผ่านมานะคะ รถชนต้นไม้พังยับเยิน เลยค่ะท่านประธาน ชาวบ้านจะเรียกร้องค่าเสียหายจากหน่วยงานไหนคะ กรมทางหลวง เป็นเจ้าของพื้นที่ กรมป่าไม้เป็นเจ้าของต้นไม้ แปลกใจจริงค่ะท่านประธาน กรมทางหลวง ต้องการขยายถนน ๓ เลน ๔ เลน แตะต้องไม่ได้ ตัดต้นไม้ใหญ่ก็ไม่ได้ ถนนเลยขยายทาง ไม่ได้ อ้างว่าติดที่กรมป่าไม้จนงบประมาณตกไปก็มีนะคะ เลยเป็นจุดอ่อนของ การพัฒนา กรมป่าไม้ควรมีหน้าที่ดูแลต้นไม้และป่าไม้เฉพาะในเขตป่าสงวนและเขตป่า อนุรักษ์ เขตที่เจริญแล้ว เขตเศรษฐกิจมีต้นไม้ใหญ่ในเขตทางหลวงก็ควรมอบอำนาจ และหน้าที่ให้อธิบดีกรมทางหลวงรับผิดชอบไปค่ะ ชาวบ้านต้องการให้กรมทางหลวง ตัดต้นไม้ออกจากถนนและอยากให้ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง ๒๐ ต้นค่ะ ขอขอบคุณทางท่าน ขออภัยที่เอ่ยชื่อ นายวินัย รัชบุตร ผอ. แขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ ๒ ขอบคุณนายวัฒนะ สารรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรไม้ที่ ๗ อุบลราชธานี ที่ให้คำแนะนำและช่วย แก้ไขปัญหาให้ชาวบ้าน ขอฝากข้อหารือนี้ถึงท่านประธาน ถึงอธิบดีกรมทางหลวง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อธิบดีกรมป่าไม้ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ช่วยแก้ไขระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขอขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณสนอง เทพอักษรณรงค์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดบุรีรัมย์ครับ🔗
ได้รับการร้องเรียนจากท่าน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลบ้านยาง ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ใหญ่สามารถ เปกรัมย์ หมู่ที่ ๑ ผู้ใหญ่ชุมพร อินทร์ทอง หมู่ที่ ๒ ผู้ใหญ่ชุมพล ยิงรัมย์ หมู่ที่ ๓ ผู้ใหญ่ชุมศิลป์ เกตุชิด หมู่ที่ ๑๗ ผู้ใหญ่จำนงค์ ชื่นอุรา หมู่ที่ ๑๘ ส.อบต. วินัย จากรัมย์ และผู้ใหญ่บ้านในตำบลบัวทอง ประกอบไปด้วยผู้ใหญ่ถนอม ธุรารัมย์ หมู่ที่ ๓ ผู้ใหญ่บุญแท้ เปกรัมย์ หมู่ที่ ๔ ผู้ใหญ่สุพรรณ จารึกรัมย์ หมู่ที่ ๕ ผู้ใหญ่สำลี มะสิการะเต หมู่ที่ ๑๔ ได้แจ้งให้ทราบว่าฝายกั้นน้ำที่ กรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างอยู่ที่ตำบล เพื่อระบายน้ำจากห้วยตลาด ผ่านตำบลบ้านยางและตำบลบัวทอง ไปถึงลำน้ำมูลนั้น สร้างตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ชำรุดเสียหายมากครับ ปัจจุบันนี้เหล็กเกิดสนิมกัดกร่อนพังเสียหาย ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ ๕ จังหวัดนครราชสีมา ได้ไปสำรวจพบว่าเสียหายจริง ได้ร้องของบประมาณในการซ่อม แต่ไม่ได้รับการจัดสรร ปีนี้จังหวัดบุรีรัมย์ฝนตกน้อย น้ำน้อย เกรงว่าจะมีปัญหา ขอความกรุณาได้ซ่อมให้ เพื่อป้องกันผลกระทบของพี่น้องประชาชนครับ🔗
ในเรื่องที่ ๒ ขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบ ท่านที่ชื่นชอบกีฬาความเร็ว จังหวัดบุรีรัมย์จะมีการจัดการแข่งขัน MotoGP เป็นการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบ ระดับโลก ในวันที่ ๒๕-๒๗ ตุลาคมนี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ซึ่งรายการนี้ คาดว่าจะมีพี่น้องจากทั่วโลกมาชมเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นท่านที่ชื่นชอบกีฬาความเร็ว ก็ไปรับชมได้ ในวันที่ ๒๖ นอกจากจะได้ชมการแข่งรถแล้ว ก็จะมีการแข่งขันฟุตบอลระหว่าง ทีมบุรีรัมย์ยูไนเต็ด พบกับทีมลำพูน วอริเออร์ ด้วย ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอเชิญ คุณพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ครับ🔗
เรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดที่กำลังรับชมการทำงานของ พวกเราอยู่ในขณะนี้ ดิฉัน พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ผู้แทนประชาชนจากเขตคลองสามวา อดีตพรรคก้าวไกล ปัจจุบันสังกัดพรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขอนำปัญหาทุกข์ร้อนของประชาชน ในเขตคลองสามวามาสื่อสารผ่านสภาแห่งนี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง🔗
เรื่องแรก คือ ไฟสว่างในยามค่ำคืนบริเวณเลียบทางด่วนกาญจนาภิเษก จากการลงสำรวจหลายครั้ง พบว่าไม่ได้มีแค่ดวงหรือ ๒ ดวงเท่านั้นที่ดับ แต่ดับเป็นทางยาว ซึ่งผู้คนใช้เส้นทางนี้ในการสัญจรเป็นจำนวนมาก และเป็นพื้นที่ในการดูแลของการทางพิเศษ ที่การไฟฟ้าหรือว่าทางสำนักงานเขตก็ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ ดังนั้นจึงขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้เร่งเข้ามาดำเนินการแก้ไข พร้อมทั้ง พิจารณาเพิ่มไฟส่องสว่าง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุให้ประชาชนด้วยค่ะ🔗
เรื่องถัดไป เป็นเรื่องขอพิจารณาติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบริเวณแยกปากซอย หทัยราษฎร์ ๓๙ ซึ่งมีคนใช้งานสัญจรผ่านแยกมีเยอะมาก เป็นทั้งชุมชน โรงเรียน แล้วก็วัด ในการเข้าออกซอยใช้การวัดใจเอา สบตากันแล้วก็ขับรถเข้าซอยกันไปอย่างนั้นเลยทำให้ เกิดอุบัติเหตุง่าย มีผู้เสียชีวิตมาแล้วหลายครั้งด้วยกัน ฝากท่านประธานผ่านหน่วยงาน เร่งสำรวจประเมินและตั้งงบประมาณเพื่อติดตั้งสัญญาณไฟบริเวณนี้ด้วยค่ะ🔗
ถัดไป คือเรื่องของการขอให้พิจารณาติดตั้งไฟข้ามถนนแบบกดปุ่ม บริเวณ ทางม้าลายพระยาสุเรนทร์ ซอย ๑๒ และบริเวณทางเข้าโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา ๒ ถนนนิมิตใหม่ ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นถนนเส้นที่รถบรรทุกสามารถวิ่งได้โดยไม่จำกัดเวลา ทำให้ มีการขับขี่รถที่รวดเร็ว แล้วก็เป็นอันตรายต่อเด็กและบุคลากรทางการศึกษาบริเวณนั้น การติดตั้งสัญญาณไฟคนข้ามจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง🔗
เรื่องถัดมาเป็นเรื่องน้ำในลำคลองลำกะโหลก ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนมา พอสมควรว่า ลำคลองบริเวณนี้ส่งกลิ่นเหม็น แล้วก็รบกวนการเรียนของเด็ก ๆ ดิฉันอยาก ให้เร่งปรับปรุงก่อนที่จะถึงเวลาเปิดเทอมของเด็ก ๆ ด้วยค่ะ🔗
เรื่องสุดท้าย เป็นปัญหาความเจริญในบริเวณถนนเจริญพัฒนา และบริเวณ สุเหร่าคลองหนึ่งที่ต้องได้รับการพัฒนาอย่างเร่งด่วน ดิฉันได้ลงพื้นที่สำรวจทั้งกลางวันกลางคืน พบว่าในเวลากลางวันนอกจากจะอันตรายจากถนนที่ชำรุดทรุดโทรมแล้ว กลางคืนไฟสว่าง ก็ไม่มี มืดมาก เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ เสี่ยงต่ออาชญากรรม แล้วทำให้เกิดการจราจรติดขัด เพราะเป็นถนน ๒ เลนเท่านั้นเอง ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามา ดูแลพัฒนาพื้นที่บริเวณนี้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชน และทำให้ถนนเส้นนี้ เจริญพัฒนาสมชื่อด้วย ขอบคุณค่ะ🔗
ขอเชิญ คุณเทอดชาติ ชัยพงษ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ อำเภอเทิง อำเภอพญาเม็งราย อำเภอขุนตาล ตำบลบุญเรือง อำเภอเชียงของ พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือท่านประธาน เรื่อง การฟื้นฟูการท่องเที่ยวหลังการเกิดวิกฤติการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ จนเป็นภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย จากสถานการณ์ดังกล่าวนั้น ตั้งแต่เดือนสิงหาคมมาจนถึง ปัจจุบัน เกือบ ๓ เดือนแล้วครับ ผมในฐานะผู้แทนราษฎรของคนจังหวัดเชียงราย ต้องกราบ ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ที่แสดงออกถึงความเป็นผู้นำในการแก้ไข ปัญหาภัยพิบัติในครั้งนี้ และท่านยังเป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการ และบริหาร สถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม หรือ คอส. ทั้งยังกำชับเร่งจ่ายเงินเยียวยา น้ำท่วมให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้ และเตรียมการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย สร้างความเชื่อมั่นกระตุ้นท่องเที่ยว High Season ต้องขอ กราบขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน รวมถึงทุกภาคส่วน องค์กรภาคเอกชนหรือประชาชนไว้ในโอกาสนี้ด้วย ผมขอขอบคุณโครงการแอ่วเหนือ คนละครึ่ง ที่จะกระตุ้นการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทย และคนทั่วโลกมาเที่ยวพักผ่อนในจังหวัดเชียงราย เรามีของดีมากมาย เช่น การท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ การท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ วัดร่องขุ่น วัดห้วยปลากั้ง วัดร่องเสือเต้น พระธาตุจอมจ้อ ภูชี้ฟ้า ภูชี้ดาว ฝากกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งเยียวยาแก้ไขราษฎร ในเดือนตุลาคมนี้ ฝากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจัดทำแผนงานโครงการท่องเที่ยวรับ High Season ของจังหวัดเชียงรายเพื่อความผาสุกและเป็นสุขของพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขต ๒ พรรคประชาชน ขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ความเดือดร้อนของ ผู้ปกครองและนักเรียนโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี ซึ่งเรื่องนี้ดิฉันได้เคยหารือท่านประธานที่สภา แห่งนี้ไปเมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๖ และได้ยื่นกระทู้ถามให้ตอบในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๗ แต่ยังไม่ได้รับคำตอบและการแก้ไขปัญหาเลย ดิฉันได้รับการ ร้องเรียนจากผู้ปกครองว่า เทศบาลนครนนทบุรีได้มีหนังสือลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ ให้โรงเรียนคืนพื้นที่ราชพัสดุบางส่วน บริเวณลานจอดรถซึ่งเป็นที่จอดรถตู้และรถผู้ปกครอง รับส่งนักเรียน ซึ่งทางโรงเรียนและผู้ปกครองมีความกังวลว่าจะได้รับความเดือดร้อน เพราะจะไม่มีที่จอดรถรับส่งนักเรียนนะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันได้ลงพื้นที่ไปสำรวจ ลานจอดรถพบว่า ทางโรงเรียนอนุบาลได้ใช้พื้นที่จอดรถเพียงแค่ด้านเดียวค่ะ ถ้าหากว่าทาง เทศบาลจะซ่อมอาคารศาลากลางหลังเก่าก็ใช้เพียงทีละด้านก็ได้ หรือจะกั้นแนวจากอาคาร เว้นระยะการจอดรถเพื่อทำงานก็น่าจะเพียงพอ ไม่เห็นจำเป็นจะต้องคืนพื้นที่อันจะเป็น ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนแบบนี้เลยค่ะ จึงเรียนท่านประธานผ่านไปยัง เทศบาลนครนนทบุรีให้เห็นใจผู้ปกครองและลูกหลานนักเรียนซึ่งเป็นลูกหลานของพวกเรา ด้วยนะคะ ขอให้พูดคุยหาทางออกร่วมกันค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาสุนัขจรจัดซึ่งเป็นปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนเป็นอันดับต้น ๆ ดิฉันและเพื่อนสมาชิกก็ได้เคยหารือมาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับการแก้ไขเลยค่ะ ท่านประธาน ล่าสุดชุมชนวัดป่าเรไรหรือในเขตเทศบาลเมืองบางศรีเมือง ดิฉันได้รับการ ร้องเรียนจากประชาชนว่าสร้างความเดือดร้อนและรำคาญให้กับคนในชุมชนเป็นอย่างมาก แจ้งเทศบาลไปให้มาแก้ไขก็ได้รับการบอกว่าให้รอการฉีดวัคซีน รอการทำหมันเพื่อลด ประชากรสุนัขเพื่อไม่ให้ขยายจำนวนมากขึ้น แต่ก็ไม่มีศักยภาพในการนำสุนัขเหล่านี้ออกจาก พื้นที่เลยนะคะ นอกจากนี้ยังมีชุมชนกลาโหม-คลองบุนนาค ในเขตเทศบาลนครนนทบุรี มีสุนัขที่ไม่มีเจ้าของกัดนักเรียนด้วย ปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำซาก หารือที่สภาแห่งนี้ไปแล้ว หลายครั้ง แต่ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ขอหารือท่านประธานนะคะ ในเมื่อ ระเบียบกระทรวงกลาโหมได้ประกาศไว้ เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๒ สมัยรัฐมนตรีอนุพงษ์ เผ่าจินดาค่ะ แต่ไม่มีการนำมาปฏิบัติเลยแบบนี้ท่านจะหาทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนอย่างไร🔗
เรื่องสุดท้าย ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมคลองบางนางเกริก ซอยสุรานิเวศน์ หมู่ ๕ ได้ร้องเรียนมาว่าราวสะพานได้ชำรุดมานานแล้ว เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยอีกทั้งน้ำในคลอง ก็เริ่มเน่าเสีย ดิฉันขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังเทศบาลเมืองบางกร่างได้มาซ่อมแซม ราวสะพาน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียอย่างเร่งด่วนด้วย ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณกาญจน์ ตั้งปอง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกาญจน์ ตั้งปอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง เขต ๔ จากพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นเลยขออนุญาตต้อนรับน้อง ๆ จากโรงเรียนจุ๋งฮัวโซะเซียว ที่เดินทางมาจาก อำเภอกันตัง เพื่อมาเยี่ยมชมรัฐสภาแห่งนี้ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ มีเรื่องหารือกับท่านประธานครับ จากภาพนี่คือ การแข่งขันฟุตบอลประเพณีลอยกระทงคัพ ประจำปี ๒๕๖๗ ที่มีการแข่งขันอยู่ หน้าสนามกีฬาอำเภอกันตัง และสนามกีฬาศรีกันตัง ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอลระหว่าง ตำบลทั้ง ๑๔ ตำบลของอำเภอกันตัง ที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนานถึง ๕๒ ปี เป็นศึก แห่งศักดิ์ศรีที่นักฟุตบอลทุกคนตั้งตาและเฝ้ารอที่จะกลับมารับใช้บ้านเกิดปีละ ๑ ครั้ง กระแสความนิยมไม่ต้องพูดถึงเลยครับท่านประธาน เพราะรายการนี้เป็นที่พูดถึงทั่วกัน ทั้งภาคใต้ เพราะอะไรครับ เพราะว่ามีนักเตะฝีเท้าดี มีทีมชาติและอดีตทีมชาติเคยผ่าน การแข่งขัน ณ สนามแห่งนี้มาแล้วทั้งนั้น กระแสความนิยมถึงขนาดว่าต่อ ๑ นัด มีผู้เข้าชม อยู่ประมาณ ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ คน ที่สนาม นี่ยังไม่นับ Live สดจากทาง Page ขอบสนาม ลูกหนังอำเภอกันตัง ที่มียอดเข้าชมอยู่ประมาณ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ คนต่อ ๑ นัด นอกจาก มีการแข่งขันฟุตบอลแล้วท่านประธาน ก็ยังมีการจัดแข่งขันกีฬาต่าง ๆ ของโรงเรียน หน่วยงานราชการ ชมรมต่าง ๆ ตลอดทั้งปี แต่อุปสรรคสำคัญก็คือ สนามศรีกันตังแห่งนี้ มีอัฒจันทร์เพียงแค่ฝั่งเดียวตามภาพ วันนี้ผมจึงอยากมาเป็นตัวแทนคนกันตังสะท้อนปัญหา ให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านสรวงศ์ เทียนทอง ช่วยผลักดัน โครงการจัดสร้างอัฒจันทร์พร้อมไฟส่องสว่าง ณ สนามศรีกันตัง เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว และเป็นการยกระดับศักยภาพด้านกีฬาของอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ให้ทัดเทียมกับจังหวัด ใหญ่ ๆ ต่อไป ขอบคุณมากครับ🔗
ขอเชิญ คุณประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๗ อดีตพรรคก้าวไกล ปัจจุบันพรรคประชาชนนะครับ🔗
จากรูปนะครับท่านประธาน วงกลมสีแดงจะเห็นหมู่บ้านบ้านฟ้าปิยรมย์ คลองหก ในนี้จะมี ๑๗ เฟส ๑๗ หมู่บ้าน หรือ ๕,๑๐๐ หลังคาเรือน มีผู้อาศัยประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน ทุกเช้ารถเป็นพัน ๆ คัน จะออกมาตามเส้นสีเขียว แล้วก็เลี้ยวซ้ายเพื่อไปกลับรถเข้าเมือง เข้าคลองห้า คลองสี่ แล้วก็เข้าเมือง เพราะฉะนั้นการจราจรจะติดขัดมาก ทีนี้การแก้ปัญหาของเทศบาล ก็ต้องขอบคุณนะครับ ที่ได้มาเปิดสัญญาณไฟจราจรตรงลูกศรสีแดงให้สามารถเลี้ยวขวา ได้เลยทุกเช้าเย็น การระบายรถระบายได้ดีมาก ๆ เลยนะครับ แต่ปัญหาคือว่าช่วงเวลา ที่ไม่ได้เปิดไฟสัญญาณจราจรตรงนี้ รถก็ต้องไปวิ่งตามเส้นสีเขียวเหมือนเดิม แล้วก็กลับรถ กลับมา ทำให้เสียเวลา แล้วก็รถติดขัดจำนวนมากเลย อย่างน้อย ๒๐ นาที ตรงนี้แล้วก็ ทุกเช้า ทุกเย็น ก็จะมีเจ้าหน้าที่พนักงาน ๒-๖ ท่าน มายืนตรงนี้ตอนที่เปิดสัญญาณไฟ ก็อยากให้เปิดถาวรเลย จะได้ไม่ต้องเสียกำลังคน แล้วก็ลดการจราจรด้วย ไม่ว่าจะเป็น จุดสีส้มที่วงไว้ หรือว่าเปิดสัญญาณไฟที่จุดสีแดงก็ได้ เปิดถาวรไปเลยนะครับ ชาวบ้าน ร้องเรียนมา🔗
เรื่องที่ ๒ การซ่อมปรับผิวถนนตรงนี้ ชาวบ้านก็บอกว่าความคืบหน้าน้อยมาก ถ้าดูจากป้ายเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ ๒๓ กรกฎาคม ผ่านไป ๙๐ วัน ชาวบ้านบอกว่าความคืบหน้า แทบไม่มีเลย ดูจากในภาพข้างล่าง ผมไปถ่ายมาเมื่อ ๒ วันที่แล้ว ด้านขวากำลังจะเทปูน ด้านซ้ายยังไม่ทำอะไรเลย ๙๐ วัน ระยะทางประมาณ ๑๐๐ เมตร ก็ขอให้เทศบาลสนั่นรักษ์ ประสานงานกับทางผู้รับเหมาด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้ย้ายสัญญาณไฟจราจร สัญญาณไฟตรงนี้ถนน ๒ เลน แต่ว่า สัญญาณไฟตรงนี้ปิดไปแล้ว ๑ เลน ท่านเห็นไหมครับ ผมได้เคยพูดประสานงานไปแล้ว ภาษาลาวสัญญาณไฟจราจรเรียกว่า ไฟอำนาจ อันนี้ประสานงานไป ๗-๘ เดือนแล้วนะครับ จนผู้ประสานงานย้ายไปแล้ว สัญญาณไฟยังไม่ย้ายเลยครับ มีอำนาจจริง ๆ นะครับตรงนี้ ขอให้ทาง น่าจะเป็นแขวงทางหลวงนครนายกต้องรีบดำเนินการด้วยนะครับ🔗
เรื่องต่อไป เรื่องที่ ๔ ติดตามความคืบหน้า ตรงนี้แยกลำไทร ผมได้ปรึกษา มาในนี้เหมือนกัน ๑ ปีแล้วนะครับ เรื่องสัญญาณไฟติดตั้งตรงแยกคลองสิบสอง ทางเข้า ตลาดลำไทร งบประมาณได้แล้ว ทีนี้ไม่รู้ไปติดตรงไหน ไม่รู้จะเป็นกระทรวงคมนาคม หรือว่า กระทรวงมหาดไทย อยากให้ติดตามด้วย🔗
เรื่องที่ ๕ ไฟส่องทางดับ ตรงนี้อยู่ที่ Big C คลองห้า เป็นทางขึ้นลงทางด่วน ตรง Motorway กาญจนบุรี ลำลูกกา คลองห้า ไฟดับ ๒ จุด มืดมากเลยนะครับ อุบัติเหตุ เกิดขึ้น🔗
เรื่องสุดท้าย เรื่องที่ ๖ ก็คือตรงนี้เป็นไฟสัญญาณคนข้ามถนนดับ ๓ จุด เดี๋ยวผมจะเขียนเป็นรายละเอียดให้นะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะนักเรียน ครูผู้ควบคุม โรงเรียนจุ๋งฮัวโซะเซียว อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ซึ่งเข้ามาฟังการประชุมอยู่ชั้น ๔ ในขณะนี้ ขอต้อนรับทุกท่าน ต่อไปขอเชิญคุณรุ่งโรจน์ ทองศรี ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ รุ่งโรจน์ ทองศรี ผู้แทนเซราะกราว จังหวัดบุรีรัมย์ เสื้อสวย ๆ ที่ผมใส่วันนี้ ผ้าลายทราย อัตลักษณ์ อำเภอละหานทราย และมีผ้าลายเครื่องเคลือบ อำเภอบ้านกรวด ผ้าลายภูอัคนี อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ผ้าลายเสาวรสคชสาร อำเภอโนนดินแดง ของดีจังหวัดบุรีรัมย์ ซมกราวสวัสดีแมเออว บองปะโอน กรุบคะเนียนะบาด แซมซายกรุบนากรุบได สวัสดีครับพี่น้องบ้านเฮา ขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องสู่การแก้ไข ดังนี้ครับ🔗
๑. ถนนสาย บร. ๓๐๐๑ ละหานทราย-นางรอง บริเวณบ้านโคกว่าน หมู่ ๑ หมู่ ๒ หมู่ ๓ หมู่ ๙ ฝนตกทีน้ำท่วมขังเป็นชั่วโมงจนรถผ่านไม่ได้ ขอให้กรมทางหลวงชนบท เร่งวางท่อระบายน้ำ ตรงบริเวณบ้านหมู่ ๑ บ้านโคกว่าน ขยายถนนบ้านสมจิตไป บ้านโคกว่าน และขยายสะพานตรงบ้านบุสำราญด้วยครับ🔗
๒. ถนนสาย บร. ๔๐๑๓ ละหานทราย-เฉลิมพระเกียรติ ตรงบริเวณ บ้านหนองโบสถ์ไปบ้านบ้านยางโป่งสะเดา ถนนเสียหายมาก ผิวโลกพระจันทร์ปรับปรุง ด้วยครับ และขยายสะพานที่เป็นคอขวดตรงบ้านโคกหัวเสือด้วยครับ🔗
๓. ถนนสาย ๒๒๔ ละหานทราย-บ้านกรวด ซึ่งเป็นถนนสายหลักถนนกว้าง แค่ ๖ เมตร ไม่มีไหล่ทาง อุบัติเหตุเกิดบ่อย ขอขยายเป็นถนน ๔ เลนด้วยครับ🔗
๔. ขยายถนน ๒๑๒๐ ละหานทราย-โนนดินแดง ช่วงละหานทรายไป บ้านหนองกราด ขอขยายต่อเนื่องเป็น ๔ เลน จะได้เชื่อมต่อกันเป็นโครงข่ายที่สำคัญ🔗
เรื่องแหล่งน้ำเพราะโซนนี้เป็นแหล่งต้นน้ำ ขอขุดลอกอ่างลำปะเทีย อ่างลำจังหัน อ่างห้วยเมฆา อ่างห้วยตาเขียว ห้วยเสว บ้านสายตรี ๑๖ อ่างเบนเฮอร์ อ่างคลองมะนาว🔗
เรื่องช่องตะโกบนสาย ๓๔๘ บุรีรัมย์-สระแก้ว ไม่พูดไม่ได้ครับ เพราะว่า อยู่ในเขตมรดกโลก ทำ EIA รอบที่ ๕ สุดท้ายเสร็จแล้ว ขอให้เร่งสรุปแบบทำประชาพิจารณ์ และตั้งงบก่อสร้าง เพราะเป็นถนนสายหลักเชื่อมภาคอีสานกับภาคตะวันออก อุบัติเหตุ เยอะมาก ๆ ชาวบ้านเดือดร้อนครับ รุ่งโรจน์ ทองศรี ผู้แทนเซาะกราว ขอกราบขอบพระคุณ มาก ๆ ครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณยอดชาย พึ่งพร ครับ ยังไม่พร้อมไม่เป็นไรครับ ต่อไปขอเชิญ คุณจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล🔗
กราบเรียนประธานที่เคารพ กระผม นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย และนางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๓ ท่านประธานครับ วันนี้มีการ ร้องเรียนและเป็นทุกข์ของพี่น้องที่ประสบภัยน้ำท่วม ๒ อำเภอ อำเภอสวรรคโลก และอําเภอศรีสัชนาลัย ที่อยู่ริมตลิ่งที่มีความกังวลว่าอนาคตบ้านตัวเองที่ผ่านมานั้นหายไป หลายหลังในริมฝั่งแม่น้ำยม จากภาพที่เห็น🔗
แต่ยังขาดการดูแล ก็อยากให้ ปภ. หรือโยธาจังหวัดรีบออกแบบในการก่อสร้างตลิ่งที่มีความจำเป็นที่เห็นครับ หมู่ที่ ๖ ตำบลธาตุทองเป็นจุดที่ล่อแหลมและทำให้เกิดความเสียหาย บ้านพังลอยน้ำไปหลายหลัง จุดนี้เป็นจุดที่เราจะเห็นได้ว่า พังและถนนทางหลวงชนบทนั้นพังโดยสิ้นเชิง พี่น้องชาว หมู่ ๖ ท่าทอง อำเภอสวรรคโลก เลยฝากมาว่าอยากได้เขื่อนโดยเร่งด่วน แล้วก็ให้เวลาทำ จุดที่ ๒ คือ หมู่ที่ ๖ คลองกระจง ตรงนี้บ้านจะพังแล้วครับ หมู่ที่ ๖ คลองกระจง ถนนก็จะพัง ก็อยากให้เร่งด่วนออกแบบเพื่อไปทำเขื่อนเรียงหิน จุดที่ ๓ หมู่ ๔ ตรงนี้มีคนตาย ที่คลองกระจง ที่ข่าวดังว่า ๓ หลังลงไปแล้วพ่อกับลูกถูกคานทับและดินถล่มทับตาย จุดที่ ๔ อยู่ที่ศรีสัชนาลัย อันนี้เกิดปีที่แล้วยังไม่มีการดำเนินการ Resort บ้านเอยพังทลาย แต่กลับ เอาโครงการต่าง ๆ โดยผ่านมือผู้มีอำนาจไปทำในจุดที่ไม่มีความเสี่ยง จึงกราบเรียน ท่านประธานถึงกรมโยธาธิการและผังเมือง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยว่า ให้ไป ออกแบบแล้วก็ไปช่วยกันดูแลเบื้องต้น ไม่ให้เกิดพังทลาย โดยเฉพาะที่คลองกระจง ๒ จุด คือหมู่ ๖ คลองกระจง แล้วก็หมู่ ๔ คลองกระจงนั้น พี่น้องขวัญแขวน เพราะว่ามีผู้เสียชีวิตไปเร็ว ๆ นี้ ก็อยากให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ทบทวนแผนงานที่จะก่อสร้างเขื่อนเรียงหินที่ยังไม่มีความจำเป็นนั้นมาดูแล ๔ จุดนี้ครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณวีรนันท์ ฮวดศรี ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วีรนันท์ ฮวดศรี ผู้แทนประชาชนคนขอนแก่น วันนี้ขอนำปัญหาพี่น้องในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ตำบลเมืองเก่า ตำบลพระลับ มาปรึกษาหารือกับท่านประธาน ๔ เรื่องดังนี้ครับ🔗
๑. ปัญหาถนนมีฝุ่นจากการก่อสร้าง ปรับปรุงสภาพถนนบริเวณถนนกลางเมือง ซอย ๑๗ ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีการปรับปรุงถนน และก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ แต่ว่ามีปัญหาเรื่องฝุ่น เศษฝุ่น เศษปูน เศษดินจาก การก่อสร้าง พี่น้องที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวได้รับเศษฝุ่นครับ จึงเรียนท่านประธานผ่านไปยัง เทศบาลนครขอนแก่นช่วยตรวจดูพื้นที่บริเวณนี้ด้วยครับ🔗
ปัญหาที่ ๒ ปัญหาฝาท่อระบายน้ำบริเวณเส้นถนนกลางเมืองผ่านไปยังชุมชน บ้านโนนตุ่น ตำบลเมืองเก่า จังหวัดขอนแก่น เรื่องดังกล่าวได้เคยปรึกษาหารือกับทาง เทศบาลแล้วนะครับ ทางเทศบาลแจ้งว่าจะดำเนินการซ่อมแซมให้กับพี่น้อง แต่ว่าปัจจุบันยัง ไม่ได้ซ่อมแซม ผมจึงแจ้งท่านประธานเพื่อสอบถามความคืบหน้าไปยังเทศบาลตำบลเมืองเก่า ถึงการดำเนินการดังกล่าวครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ปัญหาถนนบริเวณบ้านดอนไห บ้านดอนบม ที่ก่อนหน้านี้มีการ ปรับปรุงสภาพท่อระบายน้ำ แต่ไม่ได้ปรับปรุงสภาพพื้นผิวถนน ภาพก่อนหน้านี้ครับ ไม่ได้ ปรับปรุงพื้นผิวถนนนะครับ จากภาพจะเห็นว่าบริเวณถนนมี ๒ ชั้นนะครับ ซึ่งผมเข้าไปคุย กับทางสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเมื่อวันที่ ๓๐ ที่ผ่านมา ทราบว่าทางผู้รับเหมา จะเข้าไปดำเนินการแก้ไขนะครับ แต่ว่าเรื่องนี้มีความจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากว่าพื้นที่ ดังกล่าวพี่น้องประชาชนใช้รถ ใช้ถนนเป็นจำนวนมาก หากไม่เร่งดำเนินการจะมีการเกิด อุบัติเหตุได้นะครับ จึงฝากท่านประธานไปยังสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ขอนแก่นนะครับ เร่งดำเนินการแก้ไขตามอำนาจหน้าที่ครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ปัญหาผิวถนนข้างสำนักงานตัวแทนประกัน AIA ข้างชุมชน เคหะเมืองเก่า ขอนแก่น สภาพถนนมีลักษณะเป็นหลุมเป็นบ่อ แล้วก็ไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากว่า เมื่อมีรถขยะหรือว่ารถใหญ่เข้าไปในซอยทำให้สภาพถนนชำรุดทรุดโทรมนะครับ จึงขอเรียน ผ่านท่านประธานไปยังเทศบาลตำบลเมืองเก่าเข้าไปตรวจสอบแล้วก็ดูพื้นผิวถนน เพื่ออำนวย ความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจาก นายสมบูรณ์ สุขเสรีโสภณ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๒ บ้านขุนห้วยแม่ท้อ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่บนภูเขา เป็นพี่น้องชาวปกาเกอะญอ สืบเนื่องจากมีโครงการสนับสนุนอนุรักษ์พลังงานและ พลังงานทดแทนนะครับ และโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากลดความเหลื่อมล้ำ ด้วยเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ ภายใต้โครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ตามพระราชดำริ ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่เกิดขึ้นที่หมู่ที่ ๒ ตำบลสามหมื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการ ทำงานร่วมกันระหว่างกรมพลังงานทดแทนและกรมป่าไม้ ซึ่งได้สนับสนุนในการสร้างโซลาร์เซลล์ ที่จะผลิตไฟฟ้าให้ใช้ไฟฟ้าในหมู่บ้าน เนื่องจากหมู่บ้านเหล่านี้ไม่มีไฟฟ้าใช้ ปรากฏว่าทำอยู่ ๓ กลุ่มบ้านของหมู่ที่ ๒ ตำบลแม่ท้อ คือกลุ่มบ้านเลอะทุทะ กลุ่มบ้านกูเตอร์ทะ และกลุ่ม บ้านเซอะเซอคี ตอนนี้ทางกรมพลังงานทดแทนได้ปล่อยให้ใช้กระแสไฟฟ้าแค่กลุ่มเดียว อีก ๒ กลุ่มยังไม่ได้ใช้ ชาวบ้านเดือดร้อนครับ เนื่องจากว่ากรมพลังงานทดแทนและกรมป่าไม้ มาสร้างให้เฉพาะโซลาร์เซลล์อย่างเดียว แต่การดึงชักสายไฟเข้าไปในบ้านครัวเรือนต่าง ๆ ต้องใช้เงินประชาชน ซึ่งแต่ละครัวเรือนก็ใช้เงินอยู่ที่ประมาณ ๕,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาท ชาวบ้าน เดือดร้อน จ่ายสตางค์ไปแล้วไม่ได้ใช้ไฟเป็นเวลา ๑ ปีแล้ว ขอทางท่านประธานเร่งรัดไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องราคาผลผลิตการเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะเรื่องข้าวโพด และมันสำปะหลัง ซึ่งผมได้พูดหารือในสภาเมื่อครั้งที่แล้ว ตอนนี้ก็ยังตกครับ ดีขึ้นครับ ตกน้อยลง แต่ก็ยังลดลงอย่างต่อเนื่องในราคาข้าวโพด ตอนนี้มันสำปะหลังได้มี ฤดูกาลเก็บเกี่ยวปัจจุบันตอนนี้ก็ลงอีกครับ ๒ อย่างแล้ว ผมอยากให้เรื่องแก้ไขปัญหา เฉพาะหน้าให้ทางกระทรวงพาณิชย์เร่งขึ้นราคาโดยใช้วิธีการใดก็แล้วแต่นะครับ เพื่อจุนเจือ เกษตรกร และในระยะยาวผมว่าน่าจะมีการประกันราคาสักทีเรื่องข้าวโพดกับมันสำปะหลังครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สส. สกลนคร เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ได้นำปัญหา ความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องในเขตอำเภอเมืองสกลนครมาเรียนปรึกษาท่านประธาน เพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการ ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ได้รับคำร้องเรียนจากท่านประเวช ไชยฮาด นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลเชียงเครือ และพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาล ที่จะขอทางกรมทางหลวง ได้พิจารณาดำเนินการก่อสร้างอุปกรณ์ในการเสริมความปลอดภัยในการจราจร ตั้งแต่สี่แยก บ้านหนองหอย และขยายผิวจราจร ๒ ข้างทางของบ้านเชียงเครือ หมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๑๔ ที่มีผิวจราจรคับแคบและก่อให้เกิดปัญหาอันตรายให้แก่พี่น้องประชาชนที่ใช้สัญจรไป โดยตลอด และอีกจุดหนึ่งซึ่งถือว่าเป็นจุดเสี่ยง ก็คือบริเวณปากทางเข้าฌาปนสถาน เชียงเครือ ซึ่งพี่น้องสัญจรไปมาตัดทางหลวงหมายเลข ๒๒ สกลนคร-นครพนม ก่อให้เกิด อันตรายบ่อยครั้ง🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมทางหลวงได้พิจารณาติดตั้งอุปกรณ์การจราจรที่จะ เสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องริมทางหลวงหมายเลข ๒๒๓ สกลนคร-นาแก บริเวณเทศบาลตำบลงิ้วดอน ซึ่งท่านจำเนียร วงศ์กาฬสินธุ์ นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลงิ้วดอน ได้ร้องเรียนมาให้แก้ไขปัญหาและติดตั้งสัญญาณที่จะเสริมสร้าง ความปลอดภัยอยู่ ๒ จุด จุดแรกอยู่บริเวณสามแยกบ้านดอนหมู-คูสนาม ข้ามไป บ้านคำผักแพว ซึ่งเป็นจุดตัดทางหลวง ต้องการที่จะติดตั้งสัญญาณไฟ และอีกจุดหนึ่ง บริเวณบ้านใหญ่นายอและบ้านนายอ หมู่ที่ ๘ ที่พี่น้องใช้สัญจรไปมาข้ามเส้นทางหลวง เช่นเดียวกัน มีความจำเป็นจะต้องปรับปรุงทางเลี้ยว ทางแยกที่จะทำให้พี่น้องสัญจรไปมา โดยปลอดภัย ขอให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามหลักวิศวกรรมการจราจรที่จะทำให้อุบัติเหตุ เหล่านั้นลดน้อยถอยลง🔗
เรื่องสุดท้าย ขออนุญาตทวงถามทางกรมทางหลวงว่า งบประมาณในการ พิจารณาก่อสร้างวงแหวนชั้นในของเมืองสกลนคร ที่ได้นำเสนอไปในการอภิปรายหลายครั้ง ยังไม่มีความคืบหน้า ก็ขอให้ทางกรมทางหลวงได้พิจารณาโดยด่วนด้วยครับ ขอบพระคุณ มากครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณนิกร โสมกลาง🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิกร โสมกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอเอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเขตอำเภอพิมาย และอำเภอชุมพวง มาหารือที่สภาแห่งนี้ ๔ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ระบบน้ำประปาหมู่บ้านของพี่น้องหมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๗ ตำบลหนองหลัก หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๑๓ ตำบลโนนลัง อำเภอชุมพวง ปัจจุบันบางแห่งไม่มีระบบฆ่าเชื้อ ด้วยคลอรีน บางแห่งแหล่งน้ำดิบไม่เพียงพอ พี่น้องเดือดร้อนทั้งที่น้ำไม่สะอาด แล้วก็ช่วง หน้าร้อนก็ไม่มีน้ำใช้ ผมอยากขอท่านประธานผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ช่วยดำเนินการแก้ไขให้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ที่ตำบลประสุข อำเภอชุมพวง เป็นตำบลที่มีการปลูกข้าวมาก เกือบทั้งตำบลครับ เพราะว่ามีแม่น้ำขนาบทั้งด้านบนและด้านล่าง มีระบบคลองส่งน้ำ แต่ว่าท่านประธานครับ คลองส่งน้ำสายหนึ่งที่ช่วงถนนที่เชื่อมระหว่างบ้านดอนลำดวน และบ้านโนนระเวียง มีจุดหนึ่งที่ประตูระบายน้ำ ๒ ด้าน เพื่อควบคุมน้ำที่สูบมาจากลำน้ำมูล ให้ไหลไปทางซ้ายหรือไปทางขวา ชำรุดเสียหายไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ หรือไม่สามารถ ควบคุมน้ำได้ พี่น้องประชาชนในพื้นที่แจ้งมาครับ อยากขอให้ท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการแก้ไขให้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ที่บ้านโคกหินช้าง ตำบลสาหร่าย อำเภอชุมพวง พี่น้องประชาชน แจ้งว่าระบบน้ำประปาไม่มีปัญหาครับ แต่ว่าเมื่อก่อนเคยมีท่อเชื่อมแหล่งน้ำ ๒ แหล่ง เข้าด้วยกันครับ แต่ปัจจุบันท่อตัวนี้ตันทำให้แหล่งน้ำดิบไม่เพียงพอในช่วงหน้าร้อนครับ อยากขอท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยหาทางแก้ไขท่อที่อุดตันให้ด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ที่อำเภอพิมายมีสระโบราณอยู่สระหนึ่ง เรียกว่าสระเพลง เพิ่งจะได้รับงบประมาณจากกระทรวงวัฒนธรรมปรับปรุงถนนรอบสระ ระยะทาง ๑.๒ กิโลเมตร ไว้ให้พี่น้องได้มาออกกำลังกายตอนเย็นครับ คนก็มาออกกำลังกาย กันเยอะเลยครับ ผมอยากขอท่านประธานผ่านไปยังกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ช่วยหาไฟฟ้าส่องสว่างติดรอบสระให้ด้วยครับ เปิดเฉพาะช่วงหัวค่ำถึง ๓ ทุ่มก็ได้ครับ เพื่อให้พี่น้องชาวอำเภอพิมายได้ออกกำลังกายอย่างมีความสุขและปลอดภัยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ครับ🔗
ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน ต่อท่านประธาน กระผม สมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติ อำเภอยะรัง ทุ่งยางแดง และอำเภอแม่ลาน วันนี้ผมมีเรื่องหารืออยู่ ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ก็คือขอสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการก่อสร้างสนามกีฬา ประจำอำเภอยะรัง ณ สนามฟุตบอลโรงเรียนประตูโพธิ์วิทยา เรื่องนี้เลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เคยทำหนังสือ ลงวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ และมีหนังสือจากผู้อำนวยการโรงเรียนประตูโพธิ์วิทยา มีหนังสือต่อประธานกรรมการบริหาร กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ปรากฏว่าวันนี้ก็ไม่มีอยู่ในแผนงบประมาณปี ๒๕๖๖ วันนี้ผมจึงขอสนับสนุนเพื่อให้ประชาชนในอำเภอยะรังและพื้นที่ใกล้เคียง มีสนามกีฬา มาตรฐานไว้จัดบริการสาธารณะด้านกีฬาและนันทนาการ ให้กับเด็กเยาวชนและประชาชน ทั่วไป ได้ใช้เป็นสถานที่เล่นกีฬาและออกกำลังกาย ตลอดจนเป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬา ของชุมชน หมู่บ้าน ตำบลและอำเภอ ขยายโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการทางการกีฬาและ นันทนาการอย่างเสมอภาคทั่วถึงกัน ผมจึงอยากจะฝากกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ศอ.บต. และกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติได้โปรดพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือขอให้มีการกระชับเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติ อุทกภัย น้ำท่วม โดยเฉพาะพื้นที่รับน้ำในพื้นที่อำเภอยะรัง แม่ลาน ทุ่งยางแดง และอีก หลายอำเภอ เพราะเหตุการณ์น้ำท่วมอาจจะเกิดขึ้นจากที่ผมมีข้อมูลของกองบัญชาการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าอาจจะมีฝนในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง เริ่มต้นประมาณต้นเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๗ สิ้นสุดประมาณกลางเดือนมกราคม ๒๕๖๘ ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ ภัยพิบัติในพื้นที่ชายแดนใต้ด้วย การป้องกันย่อมจะลดในเรื่องของความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน สุดท้ายเรายอมรับกำหนดสภาวการณ์ของพระเจ้า แต่คงรับไม่ได้หากเกิดจาก ความประมาทเลินเล่อ ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ ว่าที่ร้อยตรีหญิง อรพรรณ จันตาเรือง ครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ดิฉัน อรพรรณ จันตาเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๖ คนอำเภอเชียงดาว เวียงแหง พร้าว ไชยปราการ อดีตพรรคก้าวไกลปัจจุบันประชาชนค่ะ วันนี้มีเรื่องความเดือดร้อนมาหารือท่านประธาน ๓ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องที่ ๑ ก็คือ ความเดือดร้อนของพี่น้องอำเภอเวียงแหงกับถนนทางหลวงหมายเลข ๑๓๒๒ จำนวน ๓ จุด จุดที่ ๑ คือกิโลเมตรที่ ๖๔ ก่อนถึงด่านความมั่นคง ตำบลแสนไห จุดที่ ๒ กิโลเมตร ที่ ๖๔+๒๘๐ จุดที่ ๓ กิโลเมตรที่ ๖๔+๙๕๐ ทั้ง ๓ จุดนี้ ชำรุดเสียหายไหล่ทางทรุด ตัวถนนยุบตามภาพเลยค่ะท่านประธาน ทางท่านนายกวรกานต์ กาเรือง นายกเทศบาล ตำบลแสนไห ได้ทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ไปยังแขวงทางหลวงเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ที่ ๓ ๑ เดือนที่ผ่านมาค่ะ แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข วันนี้ก็เลยจะมาหารือ ท่านประธานค่ะ ขอท่านประธานให้แขวงทางหลวงเร่งดำเนินการแก้ไขก่อนที่พี่น้องประชาชน จะได้รับอุบัติเหตุค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องถนนทางหลวงหมายเลข ๑๑๗๘ บริเวณตำบลเมืองงาย ถนนเส้นนี้สร้างเสร็จมาปีกว่าแล้วค่ะ สร้างเสร็จแล้วถนนก็เสีย ยุบตัวไปปีกว่าตามที่พี่น้อง ประชาชนได้แจ้งมาเลยค่ะ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนและผู้ใช้ถนนนะคะ จึงได้ทำหนังสือกระทู้ถามถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ๓ เดือนที่ผ่านมาค่ะ แต่ยังไม่ได้มาตอบ แต่ส่งเจ้าหน้าที่มาค่ะ ทำการปะถนนแบบนี้ละค่ะ แบบนี้มันเป็นการแก้ไข ปัญหาที่ปลายเหตุค่ะ คือสร้างแล้ว หลุแล้วหลุแหม แป๋งแล้วแป๋งแหม แต่อยากจะถาม ท่านประธานค่ะ สุดท้ายชาวบ้านจะได้ใช้ถนนแบบไหนกันแน่นะคะ แบบนี้มันเป็นการเสียเวลา เสียภาษี เสียงบประมาณของพี่น้องประชาชน จึงอยากจะเรียนท่านประธานฝากไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขถนนเส้นนี้ให้เป็นไปตามมาตรฐานการสร้างถนนด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องเครือข่ายประชาชนในนามขบวนการประชาชนเพื่อสังคม ที่เป็นธรรม ได้มาปักหลักที่ประตู ๔ ของทำเนียบรัฐบาล โดยการแจ้งชุมนุมตามพระราชบัญญัติ ชุมนุม พ.ศ. ๒๕๕๘ ทุกประการค่ะ จนถึงวันที่ ๑๔ ตุลาคม เวลา ๑๘.๓๐ นาฬิกา เจ้าหน้าที่ ได้เข้ามาปิดล้อมทางเข้าออกจนถึง ๒ ทุ่ม เนื่องจากมีรถเสบียงของพี่น้องประชาชน ที่เดือดร้อนจากต่างจังหวัดมาสมทบค่ะ แต่ไม่สามารถขนเสบียงเข้าไปในพื้นที่พักพิงได้ ตำรวจตรึงกำลังที่สะพานชมัยมรุเชฐตลอดคืน คนต้องเดินเท้าเข้าออก และยังไม่สามารถเอารถ เข้าได้จนถึง ๑๕ ตุลาคมค่ะ ดิฉันจึงอยากจะเรียนท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรี ให้เร่ง กระบวนการแก้ไขของเครือข่ายประชาชนที่กำลังติดตามการแก้ไขที่ริมทำเนียบขณะนี้ และขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ผู้ดูแลในชุมนุม ไม่อาจละเมิดสิทธิชุมนุมอย่างสงบ และเคารพสิทธิมนุษยชนด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอเชิญคุณวิลดา อินฉัตร ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิลดา อินฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๗ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอหารือเรื่องการติดตั้งจุดบริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในบริเวณรัฐสภา🔗
ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้ประกาศ นโยบายส่งเสริมการใช้รถไฟฟ้าเพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นก็ส่งผล ให้ประชาชนใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น แต่ปัญหาที่พบคือการขาดแคลนจุดบริการชาร์จรถไฟฟ้าใน หน่วยงานของรัฐ รวมถึงรัฐสภาแห่งนี้ก็ยังไม่มีจุดชาร์จรถไฟฟ้าเลยนะคะ จากข้อมูลของ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยพบว่า จำนวนการใช้รถไฟฟ้าในประเทศไทย โดยเฉพาะ ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีการจดทะเบียนรถไฟฟ้า จำนวน ๒๐,๖๕๘ คัน ซึ่งทำให้ยอดสะสมในปีนี้เพิ่มขึ้น สูงถึง ๖๙๘,๐๔๑ คันจากปีที่แล้ว ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นชัดว่า รถที่เข้าออก พื้นที่รัฐสภา ก็ต้องมีเพิ่มขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามนะคะ ความขาดแคลนจุดบริการจุด ชาร์จรถไฟฟ้าในรัฐสภาก็ทำให้เกิดความไม่สะดวกแก่ประชาชนและข้าราชการที่มีรถไฟฟ้า ที่มาใช้บริการ แล้วก็ทำงานกันนะคะ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถไฟฟ้าให้ สามารถชาร์จได้ทุกที่ ทุกเวลา เช่นเดียวกับสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ แจ้งวัฒนะ ที่มีการติดตั้งถึง ๑๖ ตัว ในรอบ ๆ ศูนย์ราชการ ในขณะที่เราต้องการสนับสนุน ให้ใช้รถไฟฟ้าให้แพร่หลายมากขึ้น ดิฉันจึงขอหารือผ่านท่านประธานสภาเพื่อประสานไปยัง ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อติดตั้งจุดชาร์จรถไฟฟ้าในพื้นที่ รัฐสภาแห่งนี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอเชิญ พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ อิหม่าม บิหลั่น คอเต็บ เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณนะครับ มีภารกิจหน้าที่มากมายตาม พ.ร.บ. การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐🔗
ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณา ร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทยมีความเห็นว่า อิหม่าม คอเต็บ และบิหลั่น ที่เป็น ผู้สูงอายุหากได้รับค่าตอบแทนแล้ว ย่อมไม่สามารถรับเงินยังชีพผู้สูงอายุได้อีกนั้น ก็ขอให้มี การทบทวนในกรณีดังกล่าว และสมควรให้รับเงินยังชีพเช่นเดียวกับหน่วยราชการอื่น ๆ แล้วก็ ขอให้ขึ้นค่าตอบแทนอิหม่ามจาก ๑,๕๐๐ บาท เป็น ๒,๐๐๐ บาท บิหลั่น คอเต็บ จาก ๑,๐๐๐ บาท เป็น ๑,๕๐๐ บาท🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องความเป็นธรรม ความยุติธรรม จากกรณีราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขว่าด้วยการส่งเสริม และสนับสนุนสถาบันศึกษาปอเนาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้รับค่าตอบแทน คนละ ๒,๐๐๐ บาท ได้เฉพาะ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ใน ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นเขตความมั่นคงใช้กฎหมายเดียวกันใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้รับเงิน สนับสนุนแต่อย่างใด ก็ขอให้พิจารณาดำเนินการให้ความเป็นธรรมกับโต๊ะครูที่อยู่ใน ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลาด้วยทั้งหมด ซึ่งมีอยู่ ๕๐ โรงครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณพิพิธ รัตนรักษ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพิพิธ รัตนรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติ ด้วยความเคารพท่านประธานสภา กระผมขอหารือท่านประธานสภา สัก ๒ เรื่องครับ🔗
ปัญหามีอยู่ว่า ผมได้รับการร้องเรียน จากท่านกำนันตำบลเกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านกำนันณรงค์ฤทธิ์ ทองนวล ว่าพื้นที่เกาะเต่านั้นมีความขาดแคลนเรื่องน้ำกับการไฟฟ้า ปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอ กับการที่พี่น้องใช้ในการบริการ เกาะเต่านั้นอยู่ในอำเภอเกาะพะงัน เกาะเต่ามีพื้นที่ประมาณ ๒๒ ตารางกิโลเมตร เกาะเต่ามีประชากรประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าคน ทั้งพี่น้องชาวไทย และชาวต่างชาติ เกาะเต่ามีนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวเฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคน เกาะเต่าถือว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สร้างชื่อเสียงให้กับการท่องเที่ยว เกาะเต่าผลิตนักเรียน ดำน้ำอันดับ ๑ ของโลก เป็นที่ยอมรับของชาวต่างชาติ เกาะเต่ามีความสวยความงาม โดยเฉพาะทะเลสวย ทะเลใส มีปะการังที่สวยงาม เกาะเต่ามีพื้นที่ที่เป็นครัวเรือน ประมาณ ๕,๕๐๐ กว่าครัวเรือน แต่ปัญหามีอยู่ว่า เกาะเต่านั้นการไฟฟ้าที่ให้พลังไฟฟ้า ไปใช้ในเกาะเต่านั้นมีไม่เพียงพอ ปัญหาสิ่งต่าง ๆ นั้นมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยว มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในอำเภอเกาะเต่าในเรื่องของอุปกรณ์การใช้ไฟฟ้า กระผม ในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการ จากพี่น้อง ประชาชนให้ช่วยหาแนวทางกับเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทยที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ขอให้ผู้หลักผู้ใหญ่ลงพื้นที่เก็บ รวบรวมข้อมูลความจริง เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาที่จะรองรับในอนาคตข้างหน้าครับ ปัญหามีอยู่ ว่าผมถือว่า ปัจจุบันนั้นการไฟฟ้าได้ดำเนินการวางสายไฟใต้น้ำไปถึงพื้นที่เกาะเต่าแล้ว แต่พี่น้อง ประชาชนในเกาะเต่ายังไม่ได้ใช้ไฟฟ้า สืบทราบมาว่าได้เกิดกรณีพิพาทสัญญาบางอย่างระหว่าง การไฟฟ้ากับผู้รับจ้าง ท่านประธานครับ ผมฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า อย่าเอาพี่น้องประชาชนเกาะเต่ามาเป็นตัวประกันในเรื่องของการใช้ไฟฟ้า ปัจจุบันผู้ว่าการไฟฟ้า น่าจะลงพื้นที่จริงไปดูปัญหาเรื่องการไฟฟ้าใช้ในตำบลเกาะเต่า อำเภอเกาะพะงันครับ🔗
ประการที่ ๒ นั้นเรื่องของการขาดแคลนน้ำ ท่านประธานครับ พี่น้องเกาะเต่านั้น ได้ซื้อน้ำจากจังหวัดชุมพร ซื้อน้ำจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีไม่เพียงพอครับ เพราะฉะนั้น มีกิจการบางพื้นที่ในพื้นที่เกาะเต่าต้องปิดกิจการ น้ำถือว่าขาดแคลน กระผมฝาก ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการประปาส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตลอดจนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรุณาช่วยหาแนวทาง แก้ไขให้พี่น้องผู้ประกอบการในพื้นที่เกาะเต่าด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมมีความเดือดร้อน ของพี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี มานำกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้ลงพื้นที่ในเขตอำเภอบ้านโป่ง ได้พบกับสิ่งของที่ท่านประธาน เห็นนี่นะครับ ก็คือหม้อแปลงไฟโดนลักขโมย อันนี้เป็นโครงการที่ผมได้ผลักดันให้กับพี่น้อง ชาวอำเภอบ้านโป่งที่ตำบลเขาขลุงครับ ก็คือสถานีสูบน้ำบ้านห้วยดอกไม้ ซึ่งใช้งบประมาณ ของกรมชลประทาน ๕๕ ล้านบาท เพื่อสูบน้ำไปไว้บนเขาแล้วก็เก็บไว้บนแท็งก์คอนกรีต แล้วก็ปล่อยน้ำเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้ใช้ แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่า ยังไม่ทัน เปิดใช้ได้มีการถ่ายโอนภารกิจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็คือ อบต. เขาขลุงดูแล ก็ถูกลักขโมยมา คือ โดนขโมยสายไฟไป ต้องใช้งบประมาณในการจัดซื้ออีก ๔๘๐,๐๐๐ บาท ผมก็ได้นำเรื่องเข้ามานำเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรให้จับกุมผู้กระทำความผิด ท่านผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรีก็ไปปล่อยแถว ขอฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์นำภาพ หน่อยครับ🔗
วันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๗ ท่านผู้บังคับการจังหวัดราชบุรี ท่านไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ก็ไปปล่อยแถวปราบปราม อาชญากรรมการลักทรัพย์สินของทางราชการ ไม่ว่าจะเป็นสายไฟบนถนนหลวงก็ดี อุปกรณ์ ต่าง ๆ ที่เป็นทรัพย์สินทางสาธารณะก็ดี แต่ท่านประธานครับ ไม่ได้ดีขึ้นเลยครับ โจรผู้ร้าย เหิมเกริมครับ เข้าไปขโมยซ้ำสองหลังจากที่ อบต. เขาขลุงได้ใช้งบประมาณ ๔๘๐,๐๐๐ บาท ไปติดตั้งสายไฟเพิ่มเติมเพื่อให้สถานีสูบน้ำได้ใช้ได้ปกติก็ไปขโมยอีกรอบหนึ่ง สุดท้ายก็ไปขโมย ถึงหม้อแปลงเลยนะครับ โจรผู้ร้ายเหิมเกริมมากท่านประธานครับ อยากให้ผมได้แจ้งท่าน ผู้บังคับการจังหวัด อยากให้ทางท่าน ผบ.ตร. มาจัดการเคสนี้เป็นกรณีเร่งด่วน ถ้าไม่เช่นนั้น แล้วโจรผู้ร้ายขนาดเอาเรื่องเข้ามาในสภายังไปขโมยซ้ำ ตำรวจไปปล่อยแถวก็ยังมาขโมย ซ้ำอีก ก็อยากให้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรได้กำชับเรื่องนี้กับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณธัญธร ธนินวัฒนาธร ครับ🔗
เรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ในเขตบางแคและภาษีเจริญ วันนี้มีเรื่องขอหารือท่านประธาน จำนวน ๕ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรก ชุมชนเลิศสุขสม เขตภาษีเจริญ ถูกขโมยสิ่งของ ทั้งตู้น้ำ อุปกรณ์ ทำกินและกล้องวงจรปิด ขอให้ กทม. เข้าดูแลติดตั้งกล้องวงจรปิดซ่อมแซม เพื่อความปลอดภัย และติดเพิ่มเติมบริเวณทางเข้าออกของชุมชนครับ🔗
เรื่องถัดไปครับ ในชุมชนเดียวกันทางก็ชำรุดมาเป็นปี ประชาชนเอาไม้ มาซ่อมเอง บางจุดประชาชนต้องใช้ Wheelchair เข็นผ่านไปมาเป็นโค้งหักศอกและสูงชัน อันตรายนะครับ ขอให้กรุงเทพมหานครเข้าช่วยสนับสนุนปัญหา อันนี้ต้องขอบคุณท่าน ผอ. เขตภาษีเจริญ ที่เพิ่งมารับตำแหน่งก็เข้าไปดูแลปัญหาตั้งแต่วันแรกเลยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ปัญหารถจอดแช่ โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วนบริเวณฝั่งตรงข้าม เดอะมอลล์บางแค ฝั่งซีคอน บางแค และ BTS บางหว้า ทั้ง ๓ จุดนี้ ผมอ่านมาตั้งแต่ ปีที่แล้วแล้วครับท่านประธาน แต่ยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ บางทีเหลือรถวิ่งได้แค่เลนเดียว ขอให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานเขตบูรณาการแก้ปัญหาร่วมกันนะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ขอให้สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร เร่งประชาสัมพันธ์โครงการ ก่อสร้างถนนพุทธมณฑล สาย ๑ ให้กับประชาชน ทุกวันนี้ก่อสร้างอยู่บางช่วงก็เหลือถนน แค่เลนเดียวนะครับ เขาก็ยังไม่แน่ใจว่าจะก่อสร้างเสร็จถึงเมื่อไร รวมถึงให้กำชับผู้รับเหมา ให้ดำเนินการครบตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้นะครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ขอให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งศึกษา และดำเนินการแยกกลุ่มงานกายภาพบำบัดออกจากกลุ่มงานเวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อให้ผู้ป่วย ซึ่งมีจำนวนมากขึ้น ทั้งกลุ่มผู้ป่วย NCDs และผู้สูงอายุเข้าถึงบริการทางสาธารณสุขได้สะดวก รวดเร็วมากขึ้นกว่านี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญคุณรัชนี พลซื่อ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางรัชนี พลซื่อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๓ วันนี้ดิฉันขอหารือท่านประธาน เรื่องเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๐ ไร่ต่อครัวเรือน หรือครัวเรือนละไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีค่ะ สืบเนื่องจากดิฉันในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน ประจำทุกสัปดาห์ค่ะท่านประธาน และมีเรื่องที่เกษตรกรสอบถามมามากและเฝ้ารอคอย มากที่สุดในช่วงนี้คือ เมื่อไรรัฐบาลจะอนุมัติเงินช่วยเหลือค่าเกี่ยวข้าวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท บ้างก็ถามว่า รัฐบาลนี้ยังคงมีมาตรการช่วยเหลือค่าเกี่ยวข้าวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาทไหม ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การทำนาปลูกข้าวต้นทุนเพิ่มขึ้นเป็นประจำเรื่อย ๆ ค่าแรงก็แพง ปุ๋ยก็แพง ได้รับความเดือดร้อนมาก นโยบายช่วยเหลือค่าเกี่ยวข้าวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่เกินครัวเรือนละ ๒๐ ไร่ ที่รัฐบาลที่ผ่านมาเคยจ่ายนั้น ช่วยเหลือเกษตรกรได้ดีมาก และเขายังเฝ้ารออยู่ค่ะ เพราะนี่ก็กลางเดือนตุลาคมแล้ว ภาคกลางหลายจังหวัดก็เก็บเกี่ยวข้าวกันแล้ว ส่วนภาคเหนือและภาคอีสานก็ใกล้จะถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวค่ะ ดังนั้น ดิฉันจึงขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร และคณะรัฐมนตรี เพื่อโปรดเร่งรัดพิจารณาอนุมัติช่วยเหลือค่าเกี่ยวข้าวให้กับเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอเชิญคุณณกร ชารีพันธ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณกร ชารีพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคประชาชนครับ วันนี้ ขอปรึกษาหารือท่านประธานทั้งหมด ๕ เรื่องครับ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ปัญหาน้ำประปาไม่ได้มาตรฐาน ไม่เพียงพอ ในพื้นที่บ้านงิ้ว แล้วก็บ้านคำพอก หมู่ ๔ หมู่ ๕ หมู่ ๙ หมู่ ๑๐ ดูจากป้ายครับ ท่านประธาน อย่าว่าแต่ได้คุณภาพเลยครับ ไม่ได้มีการปรับปรุงมาอย่างยาวนาน จึงอยากให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด กระทรวงมหาดไทย และกรมอนามัย ช่วยสนับสนุนงบประมาณ และเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยครับ🔗
ปัญหาที่ ๒ ถนนทางหลวงชนบท มห. ๓๐๐๒ ครับ มีรถบรรทุกหนักนะครับ ไม่ว่าจะเป็นรถอ้อย รถมัน บรรทุกผ่านเส้นทางบริเวณดังกล่าวนะครับ ทำให้ถนนเกิดทรุด คอสะพานทรุด จึงอยากหารือไปยังทางหลวงชนบท และแขวงทางหลวงชนบทมุกดาหาร เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยครับ🔗
ปัญหาที่ ๓ คอสะพานบริเวณข้ามห้วยบังอี่ บริเวณโรงเรียนบ้านวังไฮ ตำบลภูวงครับ เนื่องจากมีการซ่อมแซมแล้ว แต่ยังไม่ได้มาตรฐานนะครับ จึงอยากให้ กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยครับ🔗
ปัญหาที่ ๔ เป็นปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ แล้วก็ตลาดอินโดจีนนะครับ มีการปรับปรุงมาอย่างยาวนานนะครับ ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาเลยครับท่านประธาน จึงอยากขอหารือไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เร่งแก้ไขปัญหานะครับ จะทำให้เศรษฐกิจจังหวัดมุกดาหารกลับคืนมา เป็น Landmark แห่งใหม่ของจังหวัดมุกดาหารครับ🔗
เรื่องที่ ๕ โครงการสร้างท่าอากาศยานจังหวัดมุกดาหารนะครับ จึงอยากขอ หารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับ เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาด้าน การคมนาคมเป็นประตูสำคัญ ในการพัฒนาประเทศต่อไปครับ เนื่องจากจังหวัดมุกดาหาร ติดกับจังหวัดสะหวันนะเขต สปป. ลาว มีคนใช้บริการสนามบินเป็นจำนวนมากนะครับ หากจังหวัดมุกดาหารมีก็จะเป็นการพัฒนาระบบเศรษฐกิจโดยรวม ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๕ รับผิดชอบพื้นที่อำเภอบึงสามพัน อำเภอหนองไผ่ และอำเภอวิเชียรบุรี ขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งหมด ๒ เรื่องนะคะ ขอสไลด์ได้เลยค่ะ🔗
อยากจะขอความกรุณาไปที่ กรมโยธาธิการและผังเมือง ขอรับการสนับสนุนผลักดันโครงการพัฒนาพื้นที่ชุมชนบึงสามพันล่าง ตรงนี้เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ปัจจุบันเราได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานถ้วยรางวัลในการจัด แข่งขันเรือ เป็นประเพณีสืบเนื่องมาหลายปีแล้ว จัดกันอยู่ตรงนั้นและชุมชนก็ได้มีโอกาส จัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้กับชุมชนในพื้นที่แห่งนี้เป็นประจำ ต้องการให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้ผลักดันโครงการนี้ให้สำเร็จลุล่วงตามแผนและโครงการที่ได้นำเสนอไว้ ให้เสร็จลุล่วงตามเป้าหมาย🔗
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องของถนนทางหลวงไม่ใช่ทางหลวงค่ะ เป็นถนน ท้องถิ่น จากตำบล อบต. สระแก้ว อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ ไปออกที่ อำเภอหนองไผ่ไปขึ้นที่ตำบลท่าด้วงนะคะ ระยะทางตรงนั้นประมาณ ๓ กิโลเมตรเศษ มาตรฐานของท้องถิ่นก็จะประมาณไม่รับได้ถึงรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่จะเข้าไป แต่ด้วย ความจำเป็น แล้วก็เป็นวิถีชีวิตของเกษตรกรในการที่ทุกฤดูกาลที่ผลผลิตออก มันก็จะต้อง อาศัยเส้นทางเหล่านี้นำผลผลิตออกจากไร่ ก็จะเกิดความเสียหายกับผิวการจราจรบ่อยครั้ง แล้วก็หนัก ๆ ในวันนี้ก็ขอความกรุณากรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นกระทรวงมหาดไทย ของบประมาณมาซ่อมบำรุงให้ สำหรับที่ อบต. สระแก้ว อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ค่ะ กราบขอบพระคุณท่านค่ะ🔗
ขอเชิญคุณฐิติมา ฉายแสง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ สส. ฐิติมา ฉายแสง เขต ๑ จังหวัดฉะเชิงเทราค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนมาหารือกับท่านประธานเพื่อส่งต่อไปยังกระทรวงคมนาคมค่ะ🔗
ท่านประธานคะ ในอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรานั้นมีถนนคู่ขนาน Motorway หมายเลข ๗ ช่วงตำบลท่าสะอ้านอยู่ถนนหนึ่ง ที่พี่น้องประชาชนมาร้องเรียนว่าอยากจะให้แขวงการทางกรมทางหลวงกระทรวงคมนาคมนั้น ได้ขยายจาก ๑ ช่องจราจร เป็น ๒ ช่องจราจร ให้สวนทางกันได้ ดูในภาพนะคะท่านประธาน ปัจจุบันถนนคู่ขนานนี้วิ่งกันทางเดียวเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงประชาชนที่อาศัยอยู่ละแวกนั้น ขับขี่ย้อนศรสวนทางกันตลอดเวลา และมีคนใช้บริการถนนเส้นนี้มากทีเดียว เนื่องจากว่า มีหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่อยู่หลายโครงการ เช่น หมู่บ้าน เดอะ พาโน บางปะกง จำนวน ๒๕๗ หลัง หมู่บ้านศรีเทพไทย พาร์ควิวล์ สิริโสธร จำนวน ๒๐๒ หลัง หมู่บ้าน ทรอฟี มอเตอร์เวย์ จำนวน ๑๒๘ หลัง มารวย ริเวอร์ไซด์ ๔๙๒ หลัง รวมแล้ว ๑,๐๗๙ หลัง และกำลังจะมีหมู่บ้านที่เกิดขึ้นอีกนะคะ เยอะขึ้นอีก เวลาที่ประชาชนออกจากบ้าน เพื่อจะไปสู่ถนนบางปะกง-ฉะเชิงเทรา หรือจะต้องไปทำงานที่นิคมอุตสาหกรรม อมตะซิตี้ ชลบุรี จะต้องย้อนอ้อมไปกลับรถระยะทางอีก ๑ กิโลเมตร ทำให้เสียเวลา แล้วก็สิ้นเปลืองน้ำมัน จึงทำให้ประชาชนบางคนขับรถย้อนศร ดิฉันขอเสนอว่าที่ดินในภาพนี้ ตรงมุมนั้นละค่ะ ที่เป็นทางคู่ขนานนี้มีป้ายจราจรที่ห้ามเข้า ตรงนั้นที่ดินเป็นของกระทรวงคมนาคม ถ้าเกิดเรา ขยายที่ดินให้กว้างขึ้นอีกนิด เพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ถนนกว้างขึ้น เลี้ยวง่ายขึ้น และอนุญาตให้เป็นถนนที่สวนทางกันได้ จะสามารถทำให้พี่น้องประชาชนนั้น ไม่ต้องขับขี่ย้อนศร ไม่เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน จึงเรียนมาเพื่อท่านประธานได้โปรด ส่งเรื่องนี้ไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณเกรียงไกร กิตติธเนศวร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกรียงไกร กิตติธเนศวร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก เขต ๒ พรรคเพื่อไทย🔗
วันนี้ผมขอปรึกษาหารือ ความเดือดร้อนในการสัญจรของพี่น้องประชาชนในอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เกี่ยวกับสะพานเจ้าปัญหา ซึ่งสร้างความเดือดร้อนและความไม่สะดวกสบายให้แก่พี่น้อง ประชาชนในการเดินทางข้ามคลอง ๓ แห่งด้วยกันครับ🔗
สะพานแห่งที่ ๑ ผมขอเรียกว่าสะพานวัดใจ อยู่ที่ตำบลบางปลากด อำเภอ องครักษ์ เป็นสะพานที่สูง และแคบมาก ๆ มีความกว้างเพียง ๔ เมตร รถยนต์สวนกันไม่ได้ บนสะพาน เวลารถขึ้นมาบนสะพานทั้ง ๒ ฝั่งพร้อมกัน ต้องวัดใจว่าใครจะถอย ใครจะไป ซึ่งสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้สัญจร และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก ถ้าดูจากสไลด์จะเห็นภาพ ว่ารถอยู่บนสะพานทั้ง ๒ คันนี้สวนกันไม่ได้จริง ๆ นะครับ ปัญหานี้ผมขอฝากท่านประธาน ไปยังแขวงทางหลวงชนบท จังหวัดนครนายก ช่วยมาออกแบบแก้ไขขยายความกว้าง ของสะพาน และเป็นที่ปรึกษาให้ อบต. บางปลากด ซึ่งเป็นเจ้าของสะพานแห่งนี้ เพราะต้องใช้ เทคนิคทางวิศวกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาสะพานวัดใจให้เป็นสะพานปลอดภัยครับ🔗
สะพานแห่งที่ ๒ และสะพานแห่งที่ ๓ ผมขอเรียกว่าสะพานแตงโม เชื่อมระหว่างถนนทางหลวง ๓๐๕ และตำบลบึงศาล เป็นสะพานที่สูงชันโค้งเหมือน ลูกแตงโม รถบัส รถเตี้ย ไม่สามารถข้ามสะพานตรงนี้ได้ครับ มีพี่น้องสัญจรใช้สะพาน ทั้ง ๒ สะพานนี้จำนวนมาก และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะพี่น้องมุสลิม เพราะมีมัสยิด อยู่หลายแห่ง ประกอบกับสะพานแห่งนี้ ถ้าวิ่งบนถนนทางหลวงชนบท นย. ๓๐๐๔ หรือ นย. ๓๐๐๖ ก็สามารถตรงไปออกสู่อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี รวมทั้งสามารถ เข้าสู่กรุงเทพมหานครได้อีกด้วยครับ ผมจึงขอฝากสะพานเจ้าปัญหา หรือสะพานแตงโม ทั้ง ๒ สะพานนี้ ผ่านไปยังท่านประธานสภา ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมทางหลวงชนบท ให้มาแก้ไขสร้างใหม่ให้เตี้ย ต่ำลง เพราะสะพานตัวนี้อายุไม่ต่ำกว่า ๔๐ ปีแล้วครับ เพื่อความสุขสบายและความปลอดภัยของพี่น้องมุสลิมและประชาชนทั่วไปในการสัญจร ขอขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณรัชนก สุขประเสริฐ ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๒ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคประชาชนค่ะ🔗
วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือกับ ท่านประธาน จำนวน ๑ เรื่อง เป็นเรื่องของสะพานลอยบริเวณโครงการเอื้ออาทร ๑๔ ตำบลแพรกษา อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการค่ะ โดยมีระยะเวลาในการก่อสร้าง เริ่มเมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ วันสิ้นสุดโครงการวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๗ แต่นี่ผ่านมาจนถึงเดือนตุลาคมแล้วค่ะ ตอนนี้แม้แต่เสายังไม่เห็นเลยค่ะท่านประธาน และเมื่อไม่นานมานี้ได้มีการขึ้นป้ายขออภัยในความล่าช้า บอกเหตุผลว่าติดปัญหา เรื่องท่อประปา และติดปัญหาเรื่องแนวเสาไฟฟ้า จริง ๆ แล้วดิฉันว่าก่อนดำเนินการโครงการ ควรมีการวางแผนมาให้เรียบร้อยก่อน ไม่ใช่มาขุดเจาะบน Footpath ไว้แล้วก็ปล่อยไว้ให้มัน มีสภาพเช่นดังในสไลด์นะคะ ประชาชนที่เขาต้องใช้ขอบ Footpath เดิน ตอนนี้ก็ต้องไปเดิน บนถนนแล้วค่ะ ซึ่งก็อันตรายต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมากค่ะ🔗
ถัดมานะคะ จากจุดเอื้ออาทร ๑๔ เพียง ๑.๖ กิโลเมตรเช่นเดียวกันค่ะ สภาพเหมือนกันเป๊ะ โครงการเดียวกันเป๊ะค่ะ แล้วก็มีระยะเวลาเริ่มและสิ้นสุดก็เหมือนกัน กับโครงการแรกเป๊ะค่ะ เป็นหน่วยงานของทางเทศบาลตำบลแพรกษาเช่นเดียวกัน ทั้ง ๒ โครงการค่ะ แล้วก็เกิดความล่าช้าเช่นเดียวกันค่ะ แต่ที่แตกต่างเลยก็คือ โครงการที่ ๒ ถัดจากเอื้ออาทร อยู่ใกล้กับเทศบาลเพียง ๒๐๐ กิโลเมตร แล้วก็แตกต่างกันอย่างเดียวเลย คือไม่มีป้ายในการขออภัยความล่าช้าค่ะ ทีนี้ประชาชนก็ส่งเสียงเรียกร้องมายังดิฉันบอกว่า ตอนนี้เขาลำบากมากค่ะ ได้รับความเดือดร้อนตรงที่ว่า คือไปขุดเปิดหน้าขอบ Footpath ไว้ ทำให้เขาไม่สามารถเดินบนขอบ Footpath ได้ แล้วก็มีรถสัญจรไปมาในช่วงเวลาเช้าเย็น หรือเวลาที่ประชาชนต้องใช้ถนนเส้นนี้เยอะเป็นจำนวนมาก ทำให้เขาต้องเดินลงไปบนถนน ก็ค่อนข้างเสี่ยงในเรื่องของความปลอดภัย ดิฉันอยากขอฝากท่านประธานเร่งประสานงาน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอเชิญ คุณสมดุลย์ อุตเจริญ ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม สมดุลย์ อุตเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๗ อำเภอฝาง อำเภอแม่อาย และอำเภอไชยปราการครับ🔗
ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนางปรียา คุณแก้ว ผู้ใหญ่บ้านบ้านโป่งใน ขอความอนุเคราะห์จัดตั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ประจำตำบลบ้านโป่งใน หมู่ที่ ๑๕ ตำบลเวียง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ห่างจาก โรงพยาบาลมากกว่า ๒๐ กิโลเมตร มีพื้นที่สาธารณะรองรับการก่อสร้างแล้ว จะมีหมู่บ้าน มาใช้บริการร่วมกัน ๓ หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านหมู่ที่ ๑๒ หมู่ที่ ๑๕ ตำบลเวียง อำเภอฝาง และบ้านป่าแดง หมู่ที่ ๙ ตำบลบ้านหลวง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ มีประชาชนที่จะ มาใช้บริการประมาณ ๓,๕๐๐ คน จึงขอให้มีการจัดตั้งโรงพยาบาลประจำตำบลด้วยครับ🔗
๒. ขอให้เร่งดำเนินการจัดตั้งหมู่บ้านใหม่ ดังนี้ ๑ หมู่บ้านสันนาล้อม หมู่ที่ ๑๑ ตำบลบ้านหลวง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ๒. บ้านห้วยหมากเลี่ยม ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง ๓. หมู่บ้านโป่งจ๊อก ตำบลแม่ทะลบ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นหมู่บ้านใหม่โดยแยกจากหมู่บ้านเดิม ซึ่งมีความแตกต่างกันในด้านภาษา วัฒนธรรม ประเพณี จึงขอให้กรมการปกครองเร่งดำเนินการตามหนังสือ ชม ๐๐๑๘.๑/๒๓๔๖๗ ที่แนบท้ายนี้ด้วยครับ และ🔗
๓. เรื่องสุดท้าย ขอให้ติดตามเรื่องโครงการสร้างรางระบายน้ำตัว U ลำน้ำใจ ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลเวียงฝาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซ้ำซาก ถึงผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ ๑ เลขที่ ชม ๕๓๗๐๓/๑๓๐๗ ตามหนังสือ ที่แนบท้ายนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญ คุณอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอใช้โอกาสนี้ในการแสดงความชื่นชมยินดีและขอบคุณไปยัง สสส. หรือสำนักงานกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ🔗
ในการที่ไปจัดกิจกรรม ชื่อว่า The ICONIC Run Fest Thailand Series 2024 เดิน วิ่ง กิน เที่ยว เพื่อสุขภาพ ลดพฤติกรรมเสี่ยงของโรค NCDs โรค NCDs ก็คือโรคที่เราสร้างเอง เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โรคที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราเอง ประเภทเบาหวาน ความดัน กิจกรรมนี้ประสบ ความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง ก็ต้องขอขอบพระคุณ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีประเสริฐ จันทรรวงทอง ในฐานะกำกับดูแล สสส. ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีสาธารณสุข ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ขอขอบคุณท่านอดีตรัฐมนตรี นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ที่ได้ริเริ่มกิจกรรมดี ๆ ที่เป็นประโยชน์นี้ ปรัชญาหลักของ สสส. ที่บอกคนไทยก็คือ แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย และที่จะขาดไม่ได้ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารที่เป็นทั้ง Host และ Hub ในการจัดงานในครั้งนี้ท่านผู้ว่า วรญาณ บุญณราช และขอขอบคุณ TIEFA สมาคมการค้าส่งเสริมการจัดมหกรรม และเทศกาลนานาชาติไทย หรือ TIEFA ผมสรุปทิ้งท้ายว่าวันนี้คำว่า เนือยนิ่ง ไม่ได้ใช้เฉพาะ กับมิติของสุขภาพเท่านั้น แต่เศรษฐกิจก็เนือยนิ่งไม่ได้ วันนี้ สสส. ได้นำหน้าไปอีกก้าว ที่ใช้กิจกรรมทางกายในการไปกระตุ้นเศรษฐกิจให้คึกคัก ไม่เนือยนิ่งและทำได้อย่าง สร้างสรรค์ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต ๑ พรรคประชาชนค่ะ🔗
วันนี้ดิฉันมีเรื่อง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ค่ะ ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องจำนวน ๒ เรื่องค่ะวันนี้🔗
เรื่องแรกก็จะเป็นในเรื่องของไฟส่องสว่างบนเส้นทางสัญจร ดับหลายจุด เลยค่ะท่านประธาน จุดที่ ๑ จุดแรกก็จะเป็นบริเวณถนนหมายเลข ๓๖๔ ภายใต้การดูแลของ แขวงทางหลวงระยอง กรมทางหลวงค่ะ จะดับตั้งแต่บริเวณ โกลบอลเฮ้าส์ ระยองยาวไปกว่า ๒ กิโลเมตรจนถึงบริเวณแยกหมู่บ้านเพลินใจ ๕ ก็อยากฝากท่านประธานช่วยเร่งหน่วยงาน แก้ไขให้ด้วยค่ะ เพราะว่าบริเวณนั้นก็จะเป็นที่ชุมชน แล้วก็มีตลาดนัดด้วย ซึ่งมีการสัญจร ค่อนข้างมากทำให้เกิดอันตรายได้🔗
จุดที่ ๒ ก็คือถนนหมายเลข ๔๐๐๖ ภายใต้การดูแลของทางหลวงชนบท จุดนี้หนักจริง ๆ ค่ะท่านประธาน เพราะว่ามืดอย่างภาพที่เห็นบนสไลด์เลยนะคะ ดับยาว ไปตั้งแต่แยกทับมาไปจนถึงบริเวณวัดเขาโบสถ์ ประมาณ ๔ กิโลเมตร ตรงนี้ก็เหมือนกัน เลยค่ะท่านประธาน ก็เป็นบริเวณที่มีชุมชนอยู่หนาแน่น แล้วก็มีตลาดก็ทำให้พ่อแม่พี่น้อง ที่สัญจรไปมาทั้งรถเล็ก รถใหญ่ก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน แบบนี้นะคะ🔗
จุดที่ ๓ ถนน อบจ. รย. ๐๑๐๘ เส้นเชิงเนิน-ชากบก ช่วงกิโลเมตรที่ ๓ จนถึงกิโลเมตรที่ ๔ ก่อนที่จะถึงแยกวัดตาขัน จุดนี้ก็อันตรายเช่นกันค่ะท่านประธาน เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากเลยนะคะ เพราะว่าจุดนี้มีรถเล็ก รถมอเตอร์ไซค์ของประชาชน สัญจรกันค่อนข้างมากค่ะ ทั้ง ๓ จุดดังกล่าวอยากฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงาน ที่รับผิดชอบเร่งแก้ไขให้ด้วย🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือในเรื่องของน้ำประปาไม่ไหลค่ะ ที่ระยองประชาชนประสบ กับปัญหาน้ำประปาไม่ไหลแทบจะรายวันเลยค่ะท่านประธาน สาเหตุส่วนมากก็จะเป็น ท่อแตกค่ะ ที่แจ้งกับประชาชนผ่านทาง Page เฟซบุ๊ก แทบจะแตกรายวันเลยนะคะ ท่านประธาน พอท่อแตกมันก็จะมีสิ่งปนเปื้อนไหลลงไปกับน้ำด้วย ก็จะทำให้น้ำขุ่น น้ำไม่ใส ประชาชนก็ประสบปัญหาอีก อยากฝากท่านประธานไปยังการประปาส่วนภูมิภาค สาขาระยอง ช่วยจัดการในเรื่องของการป้องกันท่อแตกอยู่บ่อย ๆ แบบนี้ด้วยค่ะ ท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอเชิญคุณสกุณา สาระนันท์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันมีเรื่องจะนำเรียนหารือต่อท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องแรก ดิฉันได้รับเรื่องร้องทุกข์ จากพี่น้องเกษตรกรของอำเภอพังโคน ในเรื่องแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร อำเภอพังโคนเป็นอำเภอ ที่มีเขื่อนน้ำอูน ซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บน้ำที่สำคัญ เป็นประโยชน์ทางด้านการเกษตร ด้านการ อุปโภคบริโภค ครอบคลุมพื้นที่หลายอำเภอ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีบางพื้นที่แม้จะอยู่ใกล้เขื่อน แต่ก็ยังไม่ได้รับประโยชน์จากเขื่อนด้วยระบบการกระจายน้ำที่ไม่ทั่วถึง เช่น พื้นที่ตำบลพังโคน ตำบลม่วงไข่ ตำบลต้นผึ้ง และตำบลเดื่อศรีคันไชย จึงเรียนผ่านท่านประธานไปยัง กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณาการเพิ่มศักยภาพพัฒนาเขื่อนน้ำอูน ทั้งเพิ่มความจุ เพิ่มขยายคลอง หรือท่อให้ครอบคลุมพื้นที่ในเขตอำเภอพังโคน อําเภอวานรนิวาส บางส่วนให้มากขึ้นค่ะ เพื่อประโยชน์สูงสุดที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคในหลายพื้นที่ค่ะ การขาดแคลนน้ำเป็นปัญหาสำคัญ ซึ่งดิฉันได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนตลอดมา การขาดน้ำดื่ม น้ำใช้ น้ำอาบ เป็นความเดือดร้อนที่ยากที่จะอธิบายได้ค่ะท่านประธาน ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต. รวมถึง สส. ได้รับร้องเรียนตลอด มีแต่เสียงบ่นค่ะ ดิฉันจึงเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังกรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล รวมถึงกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เข้าไปสำรวจพื้นที่เพื่อแก้ปัญหา โดยเริ่มจากพื้นที่ ที่มีปัญหารุนแรง เช่น ตำบลขัวก่าย อําเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ซึ่งควรต้องจัดหา แหล่งเจาะน้ำบาดาล รวมถึงพัฒนาน้ำผิวดิน เช่น อ่างเก็บน้ำห้วยหินและห้วยขี้เหล็ก ให้สามารถกักเก็บน้ำและกระจายเพื่อใช้ในฤดูแล้งได้ ในส่วนพื้นที่อื่น ๆ ดิฉันจะนำข้อมูล ส่งนำเรียนท่านประธานต่อไป ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอเชิญ คุณทิพา ปวีณาเสถียร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน ทิพา ปวีณาเสถียร ผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง เขต ๑ พรรคประชาชน จากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นหลายจังหวัดในภาคเหนือ สร้างความเสียหายอย่างมากมายต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนทรัพย์สินของภาครัฐ ในพื้นที่เขต ๑ จังหวัดลำปาง ประชาชนได้รับผลกระทบ ดังนี้ หมู่ ๑ บ้านปางปง-ปางทราย บ้านแม่ตาลน้อย บ้านห้วยเรียน ตำบลเวียงตาล อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง มีผู้เสียชีวิต ๒ ราย บ้านเรือนพังเสียหาย และไม่ได้รับการดูแลมีอยู่ที่บ้านค่าหลวง หมู่ ๔ บ้านฮ่าง หมู่ ๗ ตำบลบ้านค่า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มีถนนขาด สะพานขาด และชำรุดบางแห่ง ชาวบ้านใช้เป็นทางเข้าออกได้ ทางเดียว ทำให้ประชาชนลำบากหาทางออกไม่ได้ เช่น กรณีของคุณตาบุญแถม อายุ ๗๒ ปี หมู่บ้านห้วยเรียน ตำบลเวียงตาล อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ได้ขอใช้ทางออกผ่านที่ดิน ส่วนบุคคล แต่เจ้าของไม่อนุญาต จนเกิดเหตุทะเลาะวิวาท ใช้มีดไล่ฟันกันจนเป็นข่าว นอกจากนั้นยังมีถนนหลายเส้นในหมู่บ้านค่ากลาง หมู่ ๒ บ้านค่าหลวง หมู่ ๔ บ้านห้วยเป้ง หมู่ ๕ ตำบลบ้านค่า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ที่ได้รับผลกระทบเสียหายไม่สามารถสัญจร ผ่านไปมาได้ค่ะ บางพื้นที่มีพืชผลทางการเกษตรถูกกระแสน้ำพัดพา นาข้าว ไร่ข้าวโพด เสียหายรวมกันนับร้อยไร่ ได้แก่ บ้านค่ากลาง หมู่ ๒ บ้านทุ่งโจ้ หมู่ ๓ บ้านค่าหลวง หมู่ ๔ บ้านห้วยเป้ง หมู่ ๕ และบ้านค่าต้นฮ่าง หมู่ ๗ ทั้งหมดนี้จะอยู่ในตำบลบ้านค่า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง รวมถึงฝายกั้นน้ำพังหลายจุด ประตูระบายน้ำบางที่ชำรุดเสียหายมาเนิ่นนาน หลายปี ไม่ได้รับการตรวจตราซ่อมแซมใช้งานให้ได้เป็นปกติ พอเข้าฤดูฝนก็จะเป็นปัญหา อุทกภัยทุกปี แต่พอเข้าฤดูแล้งกลับไม่มีน้ำผันเข้านา เหตุเพราะว่าขาดการบริหารการจัดการ น้ำที่ดี เช่น ฝายเก่าชำรุดเสียหายบ้าง สร้างมาเนิ่นนานมากไม่สามารถใช้งานได้เต็มที่ ไม่สามารถใช้เต็มประสิทธิภาพ และไม่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ได้รับ การซ่อมแซม และปรับปรุงแก้ไข ได้แก่ ฝายบ้านวัดเลื่อย ฝายทุ่งพร้าว ฝายประแกลบ ของบ้าน ห้วยเป้ง หมู่ ๕ และฝายชุมชนบ้านทุ่งโจ้ อีกจำนวน ๘ ฝายค่ะ ส่วนตำบลเวียงตาล อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ต้องการสร้างฝายกั้นน้ำลำน้ำแม่ตาล เพื่อใช้ในพื้นที่ของบ้าน สันทราย หมู่ ๑ บ้านหัววัง หมู่ ๕ บ้านห้วยเรียน หมู่ ๗ บ้านแม่ตาลน้อย หมู่ ๘ บ้านปางปง- ปางทราย หมู่ ๙ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ดิฉันขอฝากท่านประธาน ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งพิจารณาแก้ไขและเยียวยาประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในครั้งนี้อย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
ขอเชิญ คุณอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๓ อำเภอกระสัง อำเภอห้วยราช ตำบลป่าชัน ตำบลโคกขมิ้นของอำเภอพลับพลาชัย พรรคภูมิใจไทย กระผมขออนุญาตปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ใน ๒ ประเด็นดังต่อไปนี้🔗
เรื่องที่ ๑ ได้รับแจ้งจากท่านกมลทิพย์ รังสิพุฒิศักดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสนวน ว่าถนนทางหลวงชนบทท้องถิ่น บร.ถ. ๑๖๒-๐๑๕ สายบ้านสนวนนอก หมู่ ๒ ตำบลสนวน เชื่อมบ้านเกตุใต้ หมู่ ๘ บ้านตะโก ระยะทาง ๔,๘๐๐ เมตร กว้าง ๖ เมตร มีสภาพชำรุดเสียหายมีหลุมบ่อกระจายตลอดเส้นทาง ส่งผลให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมถนนได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองในช่วงฤดูร้อน และในช่วง ฤดูฝนถนนเกิดการกัดเซาะจากน้ำไหลผ่านเป็นประจำ นอกจากนี้ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรม ยังใช้เส้นทางดังกล่าวในการขนส่งผลผลิต ทำให้การเดินทาง ไม่ได้รับความสะดวก และเกิดอุบัติเหตุต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงขอนำเรียนไปยัง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมทางหลวงชนบท และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้โปรด ให้ความช่วยเหลือปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับแจ้งจากท่านเอกภาพ สุขสังวรณ์ นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลสูงเนินว่าถนนทางหลวงท้องถิ่นหมายเลข บร.ถ. ๑๗๙-๐๐๖ สายบ้านทุ่งสว่าง หมู่ที่ ๗ ตำบลสูงเนิน ถึงบ้านหนองปุ่น หมู่ที่ ๑๕ ตำบลสองชั้น มีระยะทาง ๑,๔๐๐ เมตร กว้าง ๖ เมตร ซึ่งเดิมเป็นถนนลาดยาง ปัจจุบันนี้สภาพชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ ถนนสายนี้เป็น เส้นทางหลักในการสัญจรของตำบลสูงเนินและตำบลสองชั้น ใช้ในการสัญจรและขนส่ง ผลผลิตทางการเกษตร แต่สภาพถนนทรุดโทรมทำให้การสัญจรของประชาชนไม่สะดวก ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก จึงขอนำเรียนไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมทางหลวงชนบท และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดให้ความช่วยเหลือปรับปรุงซ่อมแซม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปท่านสุดท้าย คุณยอดชาย พึ่งพร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายยอดชาย พึ่งพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนเมืองท่องเที่ยว ผู้แทนเมือง พัทยา วันนี้ผมมี ๒ ประเด็นความทุกข์ร้อนของพี่น้องชาวหนองปรือ เมืองพัทยา ที่จะมา หารือกับท่านประธานครับ🔗
ประเด็นแรก ปัญหาคนไร้บ้าน คนเร่ร่อน วิกลจริต พัทยาเป็นพื้นที่เมืองมีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวและพักอาศัยจำนวนมาก ปัญหา ที่พี่น้องประชาชนร้องเรียน คือมีคนเร่ร่อนไปอาศัยอยู่ตามพื้นที่ท่องเที่ยว ตลอดแนวชายหาด หน้าสถานประกอบการ ร้านสะดวกซื้อ บ้างก็ขอเงิน บ้างก็ด่าทอนักท่องเที่ยว มีมลภาวะ ทางกลิ่น มีอาการมึนเมา แล้วที่ทีเด็ดที่สุดเลยท่านประธาน เสพยากันริมถนนเลย แล้วก็จับ จองพื้นที่หลับนอนใต้สะพานข้ามแยกในพื้นที่เมืองพัทยา สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับ พี่น้องประชาชน รวมไปถึงนักท่องเที่ยว เป็นการทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของ ประเทศ ซึ่งสวนทางกับนโยบายของรัฐบาล โดยการนำของท่านนายกรัฐมนตรีหญิง แพทองธาร ชินวัตร เป็นอย่างยิ่ง ประเด็นนี้ผมเคยหารือมาแล้ว เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๗ ผ่านมา ๑ ปีก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้นเลย ยังไม่มีการแก้ไขที่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพ จึงขอให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. โดยท่านรัฐมนตรี ท็อป วราวุธ ศิลปอาชา หาทางแก้ไขแบบเป็นรูปธรรมเพื่อการแก้ปัญหา ที่ดีให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ในฐานะที่ท่านเป็นรัฐบาล🔗
ประเด็นที่ ๒ ด้วยมีผู้ปกครองของน้อง ๆ เด็ก ๆ นักเรียน ในพื้นที่เมืองพัทยา และเทศบาลเมืองหนองปรือร้องเรียนมายังผู้แทนราษฎรว่าบุตรหลานไม่ยอมใช้เงินที่ให้ไป โรงเรียนในการซื้ออาหาร ซื้อขนม ซื้อของกินเล่น หรือนม หรือน้ำดื่มเลย แต่กลับนำเงินที่ได้ ให้ไปโรงเรียนในการไปหยอดตู้คีบตุ๊กตา บางครอบครัวมีการขโมยเงินผู้ปกครองเพื่อไป หยอดตู้คีบตุ๊กตา ตู้คีบตุ๊กตานี้ในพื้นที่ผมวางอยู่ทั่วเมือง ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า หน้าร้านสะดวกซื้อ ตลาดสด หรือแม้กระทั่งใกล้แหล่งสถานศึกษา สร้างความไม่สบายใจ ให้กับผู้ปกครองเป็นอย่างมาก จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความถูกต้องว่า เข้าข่ายการพนันหรือไม่ หรือมีการอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมาย ช่องว่างทางกฎหมายในการ ประกอบการที่มอมเมาเยาวชนแบบนี้หรือไม่ อย่างไร ทั้ง ๒ ประเด็นนี้ จึงฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้ากระทรวงต่าง ๆ ใช้อำนาจหน้าที่ ใช้ทรัพยากร ใช้กลไก เครื่องมือต่าง ๆ ที่ท่านมี เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับพี่น้องประชาชนของเรา ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
เรียนท่านสมาชิก ทุกท่านครับ เนื่องจากขณะนี้ได้มีสมาชิกมาลงชื่อประชุม จำนวน ๒๘๘ ท่านแล้ว ถือว่า ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ผมขออนุญาตเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตาม ระเบียบวาระต่อไปนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
เนื่องจากกระทู้ถามสดด้วยวาจา ได้รับแจ้งจากท่านรัฐมนตรีที่จะมาตอบ กระทู้ถามสดด้วยวาจา ยังติดภารกิจที่สำคัญ กำลังเดินทางมานะครับ ดังนั้น ผมจึงขอ อนุญาตจากที่ประชุมว่า เราจะขอนำกระทู้ถามทั่วไปในระเบียบวาระที่ ๑.๒ ดำเนินการก่อน เมื่อเสร็จระเบียบวาระกระทู้ถามทั่วไปแล้ว จะย้อนมาที่กระทู้ถามสดด้วยวาจา ซึ่งท่าน รัฐมนตรีที่มีหน้าที่ตอบเรื่องนี้กำลังจะเดินทางมาครับ ถ้าไม่มีผู้ใดขัดข้อง เชิญคุณณัฐวุฒิครับ🔗
ท่านประธานครับ ไม่ได้ขัดข้อง ประเด็นนี้นะครับ ต้องขอประทานโทษท่านประธานด้วย ยกมือค้างไว้นานพอสมควรครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ท่านประธานครับ ต้องขอประทานโทษท่านรัฐมนตรี ที่รอตอบกระทู้ แล้วก็ผู้ถามกระทู้ คุณเชตวันที่พร้อมแล้วนะครับ แต่ว่าผมได้รับมอบหมาย จากทางประธานวิปฝ่ายค้าน คุณปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล มาแจ้งผลเรื่องของการที่ ท่านประธานได้มอบหมายให้มีการหารือกับท่านประธานวิปฝ่ายรัฐบาล ท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการประชุมของเรา แล้วก็การประชุมรัฐสภาที่อาจจะมี เกิดขึ้นในอนาคต ผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธานสั้น ๆ ครับว่า หลังจากที่ท่านประธาน ได้กรุณามอบหมาย ทางประธานวิปทั้ง ๒ ฝ่ายเห็นตรงกันครับว่า เพื่อให้การบริหารจัดการ การประชุมนั้น เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ก่อนที่จะปิดสมัยการประชุม จึงเห็นตรงกันว่า ในสัปดาห์หน้าอยากให้มีการจัดประชุม ๒ วัน ตามที่ท่านประธานเองก็เห็นชอบด้วยนะครับ ก็คือในวันที่ ๒๔ ตุลาคม ซึ่งเป็นวันพฤหัสบดี แล้วก็ในวันศุกร์ที่ ๒๕ ตุลาคม ซึ่งในกรณีของ วันพฤหัสบดีนั้นจะใช้วาระปกติครับ มีเรื่องกระทู้ต่าง ๆ เราก็จะได้ทำหน้าที่ในแง่ของ การตรวจสอบทางฝ่ายรัฐบาลได้เต็มที่ แล้วในขณะเดียวกันวันที่ ๒๕ นั้น ก็น่าจะเป็นกรณี การพิจารณาญัตติต่าง ๆ ที่มีการค้างอยู่ครับ เพียงแต่ว่าเราอาจจะเปิดช่องไว้สักนิดหนึ่งว่า อาจจะมีการหารือกันเพิ่มเติมว่าจะหยิบยกญัตติเรื่องใดขึ้นมาเป็นการพิจารณาก่อนหลัง ก็คงขึ้นอยู่กับความจำเป็น แล้วก็สถานการณ์ที่เหมาะสมในวันนั้น อันนี้เป็นประเด็น ที่นำเรียนความคืบหน้าจากที่ท่านประธานได้กรุณามอบหมายครับ ในขณะเดียวกันครับ ท่านประธาน ถ้าย้อนความกันสักนิดหนึ่ง ในสมัยประชุมนี้เรามีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา กับเพื่อนสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นชุดใหม่ ไปทั้งหมด ๒ ครั้งด้วยกัน ก็คือเรื่องข้อตกลง PCA ซึ่งเป็นความจำเป็น แล้วก็กรณีการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านแพทองธาร ชินวัตร เพียงแต่ว่าในกรณีวาระอื่น ๆ เช่น ร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขรายมาตรา ที่มีการค้างอยู่ หลายฉบับ แล้วก็อาจจะมีการยื่นเข้ามาเพิ่มเติมไปแล้ว ยังไม่ได้มีการประชุมแต่เพียงอย่างใด ฉะนั้นวิปทั้ง ๒ ฝ่าย จึงเห็นตรงกันครับว่า ถ้าจะเร่งการพิจารณาในสมัยประชุมนี้ ก็เกรงว่า จะกระชั้นเกินไป ก็อยากจะขยับไปให้มีการพิจารณาในสมัยประชุมหน้า แต่ว่าอยากจะให้มี การนัดหมายหรือแจ้งกันไว้เบื้องต้น ซึ่งอาจจะต้องขอความกรุณาจากท่านประธาน ได้นำเรียนปรึกษาหารือกับท่านประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภาว่า ทางวิป ทั้ง ๒ ฝ่ายของเราคิดว่า หากเป็นกรณีต้นสัปดาห์ที่ ๒ ของการเปิดสมัยประชุม ช่วงสัก ประมาณวันที่ ๑๖ วันที่ ๑๗ หรืออาจจะเป็นวันที่ ๑๗ วันที่ ๑๘ ธันวาคม ของเราเปิดไป อาทิตย์หนึ่งก่อน ประชุมของเราก่อน Clear เรื่องต่าง ๆ แล้วก็ในสัปดาห์ที่ ๒ นั้น ก็อยากให้มี การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ก็จะได้ทำให้การประชุมของพวกเรานั้นเป็นไปได้ด้วย ความราบรื่น ซึ่งทั้งหมด ทั้งมวล ก็เป็นผลจากการพูดคุยกับทางวิปรัฐบาลที่เห็นตรงกัน แล้วก็ต้องขออนุญาตนำเรียนผลการหารือมายังท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณณัฐวุฒิ แล้วก็วิปรัฐบาลด้วยครับ เชิญคุณวิสุทธิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ในฐานะวิปรัฐบาล ก็ได้ปรึกษาหารือกันว่า อาทิตย์หน้า เห็นด้วยที่จะมีการประชุมวันพฤหัสบดี และวันศุกร์ ซึ่งวันพฤหัสบดีก็จะเป็น เรื่องกระทู้ถามสด แล้วก็หารือทั่วไป ส่วนวันศุกร์ก็อยากให้เป็นญัตติที่คงค้างเรื่องต่าง ๆ นะครับ ก็เห็นตรงกัน เราก็ไม่อยากให้เวลาที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะฉะนั้นเรา ก็ต้องเสียสละมาประชุมวันศุกร์ เพราะมีวันหยุดหลายวันในสัปดาห์หน้าครับ กราบเรียนท่าน เป็นไปตามที่ทางฝ่ายค้านได้พูดทุกอย่างครับ ขอบคุณครับ🔗
ต้องขอบคุณวิป ทั้ง ๒ ฝ่ายครับ ที่ได้มีการหารือที่จะทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของสภาและประชาชน ผมคิดว่าสภาในสมัยนี้ที่เราได้ให้ข้อตกลงต่าง ๆ การประชุมนั้นได้มีการหารือ ได้ข้อยุติแล้วก็ ดำเนินการไปทำให้การประชุมเรา ผมคิดว่าค่อนข้างจะเรียบร้อยมากนะครับ ต้องขอชมเชย วิปทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ ส่วนเรื่องของวันศุกร์ที่เราเพิ่มมาจะพิจารณาโดยเอาญัตติต่าง ๆ คุยกัน อีกรอบหนึ่ง แล้วก็แจ้งทางสำนักการประชุมนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเราจะไม่มีกระทู้ถาม ไม่มีอะไร แต่จะมีการหารือปกติเพื่อรอสมาชิกที่จะเข้ามาพร้อมกันนะครับ ตกลงให้มี การหารือเหมือนปกตินะครับ ๓๙ คน เสร็จแล้วก็จะดำเนินการประชุมตามที่ตกลง จะเอา ญัตติเรื่องอะไรขึ้นมาหารือที่จะเป็นประโยชน์ ๒ ฝ่าย🔗
ส่วนการประชุมร่วม ๒ สภาครับ ผมก็จะเอาข้อเสนอของคุณณัฐวุฒิ คือตอนนี้เรากระชั้นมากก็เอาไว้ต้นมา ผมจะหารือกับประธานวุฒิสภาต่อไป ซึ่งขณะนี้ท่าน ไม่อยู่ เดินทางไปประชุม IPU ที่เจนีวา ก็คงจะกลับประมาณวันที่ ๒๐ กว่า ๆ นะครับ ก็จะได้ หารือแล้วก็ถ้าเป็นไปตามที่คุณณัฐวุฒิ คิดว่าคงจะเป็นไปตามนั้นได้จะหารือล่วงหน้า กับประธานวิป แล้วก็ถ้าได้ข้อยุติอย่างไรก็จะเชิญวิปทั้ง ๓ ฝ่าย มาประชุมพร้อมกันอีก ครั้งหนึ่ง สำหรับข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่จะเสนอเข้าประชุมร่วม ถ้ามีก่อนจะเปิดก็นำเสนอได้ จะได้ประชุมพร้อมกันได้นะครับ ไม่ขัดข้องนะครับ ที่จะนำกระทู้ถามทั่วไปมาถามก่อน แล้วกระทู้ถามสดก็จะตามมานะครับ ขอบคุณครับ เพราะฉะนั้นก็ดำเนินการต่อไป🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑. เรื่อง ปัญหาการใช้ที่ดินไม่เกิดประโยชน์ กรณีสนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ ของกองทัพอากาศ จังหวัดปทุมธานี นายเชตวัน เตือประโคน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านภูมิธรรม เวชยชัย เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ขณะนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมที่จะตอบแล้ว ขอเชิญคุณเชตวัน เตือประโคน ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี พื้นที่เทศบาล เมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลเมืองลาดสวายครับ ผมต้องขอบคุณ ท่านประธานที่บรรจุระเบียบวาระนี้นะครับ กระทู้ถามทั่วไปเรื่องนี้เข้าสู่การประชุม ขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมมาตอบกระทู้ของผมในวันนี้นะครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ของผมเขาสงสัย แล้วก็รอคำตอบมานานกับกระทู้ถามเรื่องปัญหาการใช้ที่ดินไม่เกิด ประโยชน์ไม่คุ้มค่าไม่เต็มศักยภาพ กรณีสนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ของกองทัพอากาศ ในตำบล คูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานีครับ🔗
ขอเริ่มต้นอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมอาจจะต้องให้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่ดินสักเล็กน้อยครับ ตรงนี้เป็นที่ราชพัสดุนะครับ ที่ราชพัสดุที่ดูแลโดยกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง หรือพูดง่าย ๆ ว่าที่หลวงนั้นมี หน่วยราชการต่าง ๆ เข้ามาขอใช้ประโยชน์ ที่ราชพัสดุหรือที่หลวงในประเทศไทยมีทั้งสิ้น ๑๒.๗๓ ล้านไร่ ส่วนราชการต่าง ๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ก็มาขอใช้ประโยชน์ใน หลาย ๆ รูปแบบ แต่สำหรับส่วนราชการที่ใช้ประโยชน์เยอะที่สุดก็ตามรูปนี้เลยครับก็คือ กองทัพ ๑๒.๗๓ ล้านไร่ กองทัพเอาไปแล้ว ๕.๘ ล้านไร่ หรือ ๔๕ เปอร์เซ็นต์ของที่ดินหลวง แบ่งตามแต่ละเหล่าทัพได้ครับ ตามสไลด์นี้เลย ท่านประธานครับ ถ้าเอาไปทำเป็นค่ายทหาร ที่อยู่นอกเมือง อยู่ตามชายแดน หรือเพื่อป้องกันอริราชศัตรู อันนี้ผมไม่มีปัญหาครับ ถ้าเอา ไปทำเป็นที่ฝึกซ้อมรบอยู่ไกลปืนเที่ยง อันนี้ก็ไม่มีปัญหาครับ แต่การที่ค่ายทหารมาอยู่ กลางเมืองอย่างรายรอบรัฐสภาของเรานะครับ หรือเอามาทำเป็นสนามกอล์ฟกลางเมือง อันนี้คือสิ่งที่ประชาชนเขาไม่อาจเข้าใจครับ คือสิ่งที่ประชาชนเขามีคำถามแล้วก็ฝากผมมาตั้ง กระทู้ถามท่านรัฐมนตรีในวันนี้ครับ ให้รายละเอียดผ่านท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี อีกเล็กน้อยนะครับ ที่ดินของกองทัพ สนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ตรงนี้นะครับ คณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการถ่ายโอนธุรกิจของกองทัพไปอยู่ในความดูแลของ หน่วยงานอื่น หรือย้ายไปสถานที่อื่นที่เหมาะสม เราเคยไปลงพื้นที่ แล้วก็เรื่องสนามกอล์ฟ เราก็ได้รับการชี้แจงจากกองทัพว่า กองทัพไทยเรามีสนามกอล์ฟทั้งสิ้น ๕๗ สนาม ใช้ที่ดินรัฐ ไปถึง ๒๘,๐๗๑ ไร่ ก็แยกตามเหล่าทัพตามนี้เลยครับ กองทัพบก ๔๐ สนาม กองทัพอากาศ ๑๓ สนาม แล้วก็กองทัพเรืออีก ๔ สนาม แต่อันนี้ที่เขาชี้แจงนะครับ แต่ที่เราไปสืบค้นเอง เราหาเพิ่มได้อีกถึง ๔ สนาม รวมแล้วตอนนี้ผมคิดว่ามีอยู่ ๖๑ สนาม เป็นอย่างน้อยครับ ผมไม่ได้มีปัญหากับกีฬากอล์ฟครับท่านประธาน และผมก็ไม่ได้มีปัญหากับกองทัพ แต่ที่ผม มีปัญหาก็คือเรื่องของการใช้ที่ดินรัฐเอามาทำเป็นสนามกอล์ฟ ที่บอกว่าเป็นสวัสดิการภายใน ของทหารที่มันไม่คุ้มค่า ที่มันไม่เต็มศักยภาพของพื้นที่ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็คือที่นี่ละครับ สนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ตรงแยกปากทางลำลูกกา นี่คือที่ดินราชพัสดุทั้งหมดนะครับ ๘๘๐ ไร่ ซึ่งถูกถนนพหลโยธินตัดแบ่ง ถูกวิภาวดีรังสิตตัดผ่าน สภาพจึงเป็นอย่างที่เห็น มีหลายส่วนราชการ ขอใช้ประโยชน์ครับ ไม่ว่าจะเป็น สพฐ. ที่ทำเป็นโรงเรียนมัธยมสังคีตวิทยา กรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นกองบัญชาการกองทัพไทยที่เป็นอนุสรณ์สถานแห่งชาติ และพิพิธภัณฑ์ทหาร ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลเมืองคูคตที่เอาไปทำเป็นสถานธนานุบาล แล้วก็ดับเพลิงของคูคต แต่ที่ใหญ่ที่สุดที่ต่อเนื่องเป็นผืนเดียวกันที่สุด นั่นก็คือสนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ ค่ายทหาร แล้วก็ สนามกีฬาธูปะเตมีย์ เฉพาะสนามกอล์ฟ ๖๒๕ ไร่ครับท่านประธาน เรื่องการใช้ประโยชน์ ที่ดินไม่คุ้มค่า นี่ละครับประชาชนส่วนใหญ่เขามีคำถามครับว่า ที่ดินตรงนี้ประชาชนเขาอยาก เห็นการเอาไปทำประโยชน์อย่างอื่นครับ โดยเฉพาะการที่ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ด้วย ก่อนเข้าสู่คำถามผมขอยก Quote ของนายทหารท่านหนึ่งซึ่งพูดเอาไว้ เมื่อครั้งที่เราไป ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการถ่ายโอนธุรกิจของกองทัพไปอยู่ ในความดูแลของหน่วยงานอื่น หรือย้ายไปสถานที่อื่นที่เหมาะสม ที่สนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย เจ้ากรมยุทธการกองทัพอากาศซึ่งอยู่ในกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ด้วย เอ่ยชื่อได้ครับ ไม่เสียหาย ท่านเป็นนายทหารที่เข้าใจบทบาทของทหาร เข้าใจบริบทที่เปลี่ยนไปของสังคม และที่สำคัญลูกสาวของท่านก็เป็นโปรกอล์ฟระดับประเทศ ด้วยนะครับ ท่านพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า คำถามที่บอกว่ากองทัพอากาศพร้อมจะยินดีคืนไหม ผมตอบอย่างนี้ครับ ผมบอกว่าถ้ามีการสั่งการโดยกระทรวงกลาโหม ย้ำนะครับ ถ้ามี การสั่งการโดยกระทรวงกลาโหมให้กองทัพอากาศคืน ก็คืนครับ ไม่ได้มีประเด็นอะไรเลย ดังนั้นผมจึงมีคำถามฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่า รัฐบาลมีแผนที่จะให้กองทัพอากาศคืนที่ดินแห่งนี้ให้กับกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้หน่วยงานดังกล่าวได้นำไปบริหารหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณเชตวัน เตือประโคน ครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ขอบคุณนะครับสำหรับคำถาม ซึ่งมีเรื่องพูดคุยถกเถียงเรื่องนี้กันมานานแล้วนะครับ แล้วก็ ทราบว่าในแต่ละครั้งตัวแทนพรรคประชาชนก็อยู่ในคณะกรรมการด้วย แล้วหลายครั้งทาง ตัวแทนของกองทัพก็ได้ไปชี้แจงรายละเอียดต่าง ๆ พอสมควร จนกระทั่งสุดท้ายก็เคยมีการ ตั้งกรรมาธิการร่วมว่าจะไปดูเรื่องนี้จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ซึ่งก็เป็นที่รับรู้กันใน คณะกรรมาธิการนะครับ ก็ยังแปลกใจเมื่อวานอ่านเฟซบุ๊กคุณวิโรจน์บอกว่าตั้งคำถามให้ผมก่อนล่วงหน้า หวังว่า จะตอบคำถาม ไม่หนีไปไหน ต้องกราบเรียนครับ ไม่ควรจะมานั่ง Satire กัน ผมได้เรียน คุณวิโรจน์ผ่านสื่อไปแล้วว่า ผมพร้อมตอบทุกคำถามที่เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ที่ผมดูแล การไม่ได้มาก็เป็นเพียงแค่การติดภารกิจสำคัญหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ได้เรียนชี้แจงเหตุผลไป ครั้งที่แล้วผมก็ไม่ได้มา ก็บอกแล้วว่าติด แต่ว่าถ้ามีคำถามอะไรที่เกี่ยวข้องก็ยินดีมาตอบ ทุกครั้งนะครับ เพราะฉะนั้นให้ท่านมั่นใจ ผมพร้อมมาตอบทุกคำถามที่เป็นประเด็น ที่ผมมีความรับผิดชอบเกี่ยวข้อง จะเห็นเหมือนเห็นต่างก็สามารถที่จะพูดคุยกันได้นะครับ สำหรับคำถามท่าน แล้วก็ท่านไปพูดคุยถึงประวัติความเป็นมาเสียเยอะ เหมือนจะไม่ได้พูดถึง สนามกอล์ฟธูปะเตมีย์เลย ไปพูดเรื่องสนามกอล์ฟกี่ที่ต่าง ๆ แต่ละที่มันมีเหตุมีผลของมัน และจริง ๆ ก็ต้องยอมรับว่ากอล์ฟก็เป็นกีฬาอย่างหนึ่งที่ใช้ในการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นที่ ยอมรับในกีฬาสากลของโลกแล้ว ณ ปัจจุบันนี้นะครับ🔗
ผมอยากจะพูดตอบข้อย่อย ๆ ก่อนถึงไปตอบเรื่องหลัก บอกว่า ทำไม ไม่เข้าใจเลย ประชาชนไม่เข้าใจเลย ไม่ทราบประชาชนหรือท่านนะครับ บอกว่า ทำไม พวกเหล่านี้ กองทหาร กองทัพทำไมมาอยู่ในเมือง ผมต้องกราบเรียนท่านว่า ถ้าท่านไปดู ประวัติการก่อตั้งกองทหาร ค่ายทหารทั้งหมด ตอนที่เขาก่อตั้งมันอยู่ต่างเมือง มันอยู่ ชานเมืองนะครับ ไม่ได้อยู่ในเมือง เพราะฉะนั้นการที่มาอยู่ในเมืองขณะนี้มันเป็นการ เจริญเติบโตและการขยายเมืองนะครับ ส่วนการจะย้าย มันมาจนถึงปัจจุบันนี้มันไม่ใช่ง่าย มันมีเรื่องราวของประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ที่อยู่ ในขณะเดียวกันมันมีเรื่องของทางยุทธวิธี ทางยุทธศาสตร์ที่ต้องวางเรื่องราวให้เหมาะสมกับค่ายทหารต่าง ๆ ที่ควรมีอยู่ อันนี้ก็เป็น เรื่องที่อยากจะเรียนชี้แจงนะครับ และเห็นบอกว่ามีการใช้สนามกอล์ฟไม่คุ้มค่า โดยเฉพาะ อย่างยิ่งสนามกอล์ฟธูปะเตมีย์นะครับ อย่างนี้ครับ ผมจะกราบเรียนท่านว่า จริง ๆ เราต้อง ยอมรับว่า สนามกอล์ฟของกองทัพในปัจจุบันนี้ จริง ๆ ที่ดินแปลงนี้เราได้มาตั้งแต่ปี ๒๔๖๘ นะครับ ประวัติความเป็นมาคือ ๒๔๖๘ นี้ กระทรวงการคลังได้จัดซื้อที่ดินจากราษฎรเพื่อ เอามาจัดการให้กระทรวงกลาโหมได้ใช้เพื่อภารกิจของกองทัพ ณ ขณะนั้น จนมาถึง ปี ๒๕๐๓ ที่ดินแปลงนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ แล้วก็ได้ให้กระทรวงกลาโหม กองทัพอากาศได้ใช้ในการดำเนินการมานะครับ ซึ่งก็พัฒนามาจนได้สนามบินของรัฐบาล ของกองทัพด้วยอยู่ในที่เดียวกัน กราบเรียนว่าทำไมที่นี้มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ในเมื่อเราสามารถกำหนดให้ตรงนี้เป็นพื้นที่ของสนามบินพาณิชย์และทหาร ท่านจะทราบว่า สนามบินดอนเมืองมีสนามบินพาณิชย์ที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศลงนะครับ เมื่อก่อนนี้ เป็นสนามบินพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จนมีสนามบินสุวรรณภูมิถึงได้ลดถอยลงไปเป็น อันดับ ๒ มีสนามบินทหารอยู่คู่กันด้วยนะครับ พื้นที่ในการมาทำสนามบินตามกฎหมาย พระราชบัญญัติการบิน ตามอะไรหลายอย่าง ไม่ใช่อยู่ ๆ มีสนามบินขึ้นมาอย่างเดียวนะครับ เป็นสนามบินซึ่งต้องมีระบบการป้องกันทางยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เกิดขึ้น ผมจะกราบเรียนว่า สนามกอล์ฟธูปะเตมีย์เป็นพื้นที่ที่กองทัพอากาศสงวนไว้เพื่อใช้ประโยชน์ด้านยุทธการ และความมั่นคง เนื่องจากอยู่ในเขตดอนเมืองซึ่งมีที่ตั้งทางทหารสำคัญนะครับ เราได้ใช้ตรงนี้ เป็น ศูนย์เรดาร์ขนาดใหญ่ของประเทศ ของในการดูแลสนามบินแห่งนี้นะครับ เราได้ใช้เป็น หน่วยต่อสู้อากาศยานไว้ป้องกันพื้นที่ตรงนี้ในการที่มีสงครามตั้งแต่สมัยโบราณมา สงคราม มหาเอเชียบูรพาต่าง ๆ พื้นที่ตรงนี้ได้ใช้ในการปกป้องประเทศไทย ปกป้องเมืองหลวงที่มีอยู่ ผมอยากกราบเรียนท่านอย่างนี้ครับว่า ขณะนี้เราได้ใช้พื้นที่ตรงนี้ในการก่อตั้งหน่วยทหาร ต่าง ๆ รอบ ๆ สนามบินนี้ ตั้งแต่ ศยอ. ศูนย์ต่อสู้อากาศยาน แล้วก็อีกหลาย ๆ ส่วน สิ่งที่สำคัญ ที่สุดก็คือว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่ติดตั้งอุปกรณ์ทางการทหารกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมถึงการควบคุมเพื่อป้องกันการโจมตีในระหว่างการขึ้นลงของเครื่องบินในสนามบิน ดอนเมือง อันนี้เป็นปัญหาทางความมั่นคง เป็นปัญหาในการรักษาความปลอดภัยให้กับ พี่น้องประชาชน แล้วที่สำคัญในการดำเนินการตรงนี้ และที่มีหน่วยต่าง ๆ เข้ามาตั้งเป็น เครื่องบินของในสนามบินดอนเมืองขณะนั้นซึ่งเกี่ยวข้องกับการถวายอารักขาบุคคลสำคัญ VVIP แล้วก็ระดับ VIP ทั้งหมด เพราะฉะนั้นความจำเป็นในการที่จะต้องมีหน่วยทหาร หน่วยเรดาร์ หน่วยปืนต่อสู้อากาศยานทั้งหมดนี้เพื่อปกป้องอย่างที่ผมได้กล่าวไปแล้ว นอกจากนั้นยังต้องปกป้องเครื่องบินพาณิชย์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น อันนี้ก็เป็นระบบป้องกันภัยที่ ทั่วโลกเขาก็ทำกัน สิ่งที่เราทำขณะนี้ไม่ได้ผิดแปลกไปจากสิ่งที่เขาเคยทำกันมา อีกอย่างหนึ่ง ที่เป็นปัญหาคือเวลาอากาศยานมีปัญหาแล้วตกอยู่ในเขตแนวร่อนบิน ๑,๐๐๐ กิโลเมตร พื้นที่เหล่านี้มันเป็นพื้นที่ที่สามารถรองรับการเกิดอุบัติเหตุได้ ถ้าหากว่าเป็นสวนสาธารณะ หรือเป็นพื้นที่ที่มีประชาชนอยู่ เวลาตกขึ้นมามันจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชนจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงต้องเป็นที่โล่งที่จะใช้ในการให้เกิด การร่อนบินของเครื่องบินต่าง ๆ ที่เป็นอยู่ ตรงนี้เราใช้หลักการสำคัญคือ ใช้ป้องกันประเทศ ใช้ป้องกันเมืองหลวง ใช้ป้องกันอากาศยานที่จะขึ้นลง ในพื้นที่ที่จำเป็นต้องมีแนวร่อนบิน ๑,๐๐๐ กิโลเมตรในรอบ ๆ ขณะนี้ นี่คือประเด็นสำคัญอยากจะให้เข้าใจในสิ่งเหล่านี้ ส่วนอย่างอื่นเป็นองค์ประกอบ เรื่องที่สามารถเอามาใช้ในสวัสดิการทหารก็ดี หรือเรื่องใช้อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องก็ดี การส่งเสริมกีฬาก็ดี อันนั้นก็เป็นองค์ประกอบปลาย จริง ๆ ถ้าเรามีสนามกอล์ฟ แบบนี้ทำอย่างอื่นที่เป็นอาคารต่าง ๆ ไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นมันจึงต้องทำเป็นที่ราบ ที่กว้าง การเป็นที่ราบ ที่กว้างก็คือ การตอบสนองต่อภาวะทางยุทธการที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ แต่ที่มีการพัฒนามาหลังจากนี้ที่แปลงเป็นสนามกอล์ฟอะไรก็ดี ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้เราก็ เอามาใช้ในการที่จะให้มันมีประโยชน์สมกับสิ่งที่เป็นอยู่ ไม่กระทบกระเทือนกับเป้าหมาย แล้วก็ไม่กระทบกระเทือนกับสิ่งที่เป็นเจตนารมณ์หลักของการใช้สนามพื้นที่เหล่านี้ สนามกอล์ฟมันเกิดขึ้นมาทีหลัง มันเกิดขึ้นมาทีหลังประมาณปี ๒๕๒๖-๒๕๒๗ หลังจากที่ได้ แก้ปัญหาภายในหลายอย่างและคิดว่าจะให้เป็นพื้นที่ที่ทหาร กำลังพลต่าง ๆ ทั้งสัญญาบัตร และทั้งประทวน สามารถจะใช้เป็นพื้นที่ออกกำลังกายได้ เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นว่ารอบ ๆ เท่าที่เรามีอยู่เราพยายามจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบสนองการแก้ปัญหาได้ มีศูนย์เยาวชน มีพื้นที่ที่ทำเป็นสวนที่ห่างไกลจากระบบตรงนั้นประมาณ ๔ กิโลเมตร เรามี พื้นที่ประมาณ ๗๐ กว่าไร่ ซึ่งเป็นสวนเป็นอะไร ซึ่งก็เข้าได้ครับ เข้าได้ไปดำเนินการได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้เราได้พยายามดูหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้น เรื่องนี้มีการถกกันในกรรมาธิการ หลายชุด การถกกันก็มีการพูดถึงว่า อยากจะเอาสนามเหล่านี้ให้ที่ราชพัสดุเอาคืนมาเพื่อให้ ราษฎรได้มีการใช้ ต้องกราบเรียนว่าจริง ๆ พื้นที่นี้เราได้ใช้ประโยชน์ให้กับราษฎรเท่าที่เป็น เงื่อนไขที่สามารถเข้ามาดำเนินการได้ อยากจะเรียนว่า ที่นี้ขณะนี้วัดตรงคูคต โรงเรียน เราก็ได้ยกให้ ที่ราษฎรประมาณเกือบ ๒๐ ไร่ บริเวณแนวคลองก็ได้ให้ประชาชนมาอยู่ ประมาณ ๗๕ แปลง เพราะฉะนั้นตรงนี้เราอะไรที่เป็นไปได้แล้วอะลุ่มอล่วยได้ เราทำให้อยู่แล้ว🔗
ส่วนกรณีบางจุดในสนามกอล์ฟที่ปิดอยู่และมีปัญหา อันนั้นเราก็ได้ยินดีว่าจะ ให้มาใช้ทำเป็น Complex ในด้านกีฬาทั้งหลาย อันนี้เราก็มีให้ทำ แต่ว่าสิ่งนี้ยังเป็นการคุยกัน อยู่นะครับ ถามว่ายินดีจะปฏิบัติเลยถ้าหากกระทรวงกลาโหมอนุมัติ กระทรวงกลาโหมอยู่ ๆ อนุมัติที่ดินเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้หรอกครับ แต่ว่ามันต้องมีกระบวนการที่ทำกันอย่างเป็นเหตุ เป็นผล แล้วก็ได้ดำเนินการขอในส่วนต่าง ๆ ที่มีอำนาจหน้าที่นะครับ กระทรวงกลาโหม ไม่มีปัญหา ถ้าท่านเสนอมาแล้วมีเหตุผลพอที่จะรองรับได้ก็คุยกัน จริง ๆ ผมดีใจนะครับ ที่เฟซบุ๊กของคุณวิโรจน์ได้พูดถึงว่า มันเคยมีการประนีประนอมกัน หาทางออกก็คือว่า ให้ใช้ ประโยชน์บางส่วนที่ทำได้ให้คุยกัน แล้วก็บางส่วนสนามที่จะใช้เป็นพื้นที่เป็นแนวการป้องกัน ความมั่นคงต่าง ๆ คุณวิโรจน์ก็ยอมรับนะครับ ในการประชุม ในการคุยกันในกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราน่าจะเริ่มต้นจากความเป็นจริงว่า สนามนี้มันเกิดมาอย่างไร แล้วต้องตอบให้ได้ก่อนว่าความจำเป็นในการต้องดูแลสนามบินต่าง ๆ ที่อยู่รอบนั้นยังมี ความจำเป็นไหม เว้นแต่จะเอาสนามบินออกไปจากพื้นที่ตรงนั้นนะครับ ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ต่อไปแล้ว เหตุผลในการที่จะเคลื่อนย้ายกำลังพลก็มีมากขึ้น แล้วเคลื่อนย้ายกำลังพลตรงนั้น ก็ยังต้องมีการตอบคำถามอีกว่า เขาใช้สำหรับดูแลกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศ เพราะฉะนั้นเมื่อจำเป็นต้องมีอย่างนี้ก็ยังเอามาคุยกันได้ว่าแนวร่อนจะทำอย่างไร อันนี้ก็เป็น ประเด็นที่อยากเรียนให้ทราบนะครับ จริง ๆ ถ้ามีเงื่อนไขแล้วก็มีการศึกษาที่ชัดเจน กระทรวงกลาโหมไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมาหวงแหน กองทัพก็ไม่มีความจำเป็นต้องมา หวงแหน ถ้าตอบโจทย์ทุกอย่างได้จะเปลี่ยนแปลงไปใช้ประโยชน์ได้ก็ใช้ ไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ว่าสิ่งที่เป็นอยู่เวลานี้มันยังตอบโจทย์หลายเรื่องยังไม่ได้ แล้วเราก็ได้ชี้แจงหลายครั้ง เวลาชี้แจงในที่ประชุมกรรมาธิการท่านก็ไม่ได้ขัดแย้งอะไรที่รุนแรง แต่พอถึงที่สภาท่านก็ตั้ง คำถาม เราก็ยินดีมาตอบนะครับ ทั้งที่เราตอบหลายครั้งแล้วครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ คุณเชตวันมีสิทธิที่จะถามได้อีก ๑ คำถามนะครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี ท่านประธานครับ คือผมอาจจะต้อง ชี้แจงผ่านท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีนะครับว่า ในการประชุมของกรรมาธิการนั้น ไม่มีเรื่องแย้งอย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่านั้น คืออย่างนี้ครับ มันเป็นเรื่องของการพิจารณาศึกษา ในส่วนความคิดของพวกเราก็นำเสนอให้กรรมาธิการได้รับทราบนะครับ แล้วก็ในส่วนของ กองทัพที่มาชี้แจงเขาก็มานำเสนอชี้แจงข้อมูล แล้วฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีด้วย ผม เชตวัน ไม่ใช่คุณวิโรจน์นะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นสิ่งนี้นะครับ ที่ท่านรัฐมนตรีพูด มา ผมให้ความรู้สึกว่าเหมือนว่ากองทัพ กระทรวงกลาโหม หรือแม้แต่รัฐบาลยืนยันว่า จะไม่คืน หมายความว่าอะไรครับ ทั้งที่การเปลี่ยนสภาพของที่ดินมันเกิดขึ้นแล้ว คำถามที่ พลอากาศโท จักรกฤษณ์ พูดออกมาว่า ถ้ากระทรวงกลาโหมสั่งมา กองทัพที่เป็นกองทัพ อยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน เขาพร้อมปฏิบัติตามครับ มีมติ ครม. ก็สามารถทำได้เลยทันทีครับ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีบอกว่าผมพาย้อนไปไกลมาก ไม่เกี่ยวกับธูปะเตมีย์ เดี๋ยวผม จะเข้าเรื่องธูปะเตมีย์ล้วน ๆ เลยครับ ท่านรัฐมนตรีพาผมย้อนประวัติศาสตร์ ผมพาท่าน ย้อนประวัติศาสตร์บ้างครับ ที่ดินตรงนี้ตรงที่เป็นสนามกอล์ฟ เคยเป็นพื้นที่กระโดดร่ม ทางยุทธวิธีครับ แต่วันหนึ่งในปี ๒๕๒๗ มีการขยายสนามบินดอนเมืองเลยไปกระทบกับ สนามกอล์ฟกานตรัตน์ในสนามบินดอนเมือง ทำให้จำนวนหลุมของกานตรัตน์ลดลง นายพล กลัวตีกอล์ฟไม่ครบหลุมครับ เขาก็เลยมาเปลี่ยนธูปะเตมีย์ที่เป็นพื้นที่ฝึกกระโดดร่มทาง ยุทธวิธีเป็นสนามกอล์ฟครับ ท่านประธาน นี่คือประวัติศาสตร์ปี ๒๕๒๗ ครับ ที่ท่านบอกว่า ต้องเป็นที่โล่ง เป็นหัวสนามบิน เป็นพื้นที่ยุทธการ ผมเดาถูกครับ ผมเก็งข้อสอบของท่าน รัฐมนตรีมาถูกเป๊ะเลย ว่าท่านจะตอบว่า ๖๒๕ ไร่ของธูปะเตมีย์เป็นพื้นที่ความมั่นคง เป็นพื้นที่ทางยุทธการ เป็นแนวร่อนหรือ Approach Area ผมเดาแม่นมากครับ ถ้าซื้อหวยนี่ ผมถูกแน่นอน ท่านประธานครับ คือว่าอย่างนี้ครับ ผมอธิบายให้ท่านรัฐมนตรีเข้าใจเรื่องพื้นที่ความมั่นคง นะครับ ผมว่าเรื่องนี้มีการชี้แจงเป็นที่ประจักษ์ต่อที่สาธารณะแล้วครับ แนวร่อนตั้งแต่ หัวสนามบินไป ๑๐ กิโลเมตรนะครับ กองทัพบอกว่าอาจจะต้องเป็นที่โล่งที่อะไร แต่ถ้าท่าน ไปดูสภาพปัจจุบันนี้ ไปดูพื้นที่ปัจจุบันนี้นะครับ ท่านจะเห็นว่าเป็นตึกรามบ้านเรือนเป็นที่ ผู้คนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นครับท่านประธาน พื้นที่ยุทธศาสตร์เป็นเขตปลดอาวุธ เรื่องนี้ กองทัพก็เคยชี้แจงนะครับ เขตปลดอาวุธอย่างไร กองทัพบอกว่า เวลาเครื่องบินรบขึ้น นำอาวุธขึ้นไปด้วยใช่ไหมครับ แต่ถ้าไม่ได้ปฏิบัติการไม่ได้ทิ้งอาวุธไม่ได้ปล่อยอาวุธ เขาจะไม่ Landing ลงพร้อมกับอาวุธ นี่ไม่ใช่ความลับครับ ใครก็รู้ เขาจะไม่ Landing ลงพร้อมกับ อาวุธ แล้วกองทัพก็บอกว่ามันต้องปลดอาวุธ คำถามคือปลดตรงนั้นหรือครับ ปลดตรงนั้น เลยใช่ไหมครับ ดูแผนที่ผมที่ประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่นหน่อยไหมครับ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
ปลดอาวุธตรงนี้ สไลด์ต่อไปเลยครับ ปลดอาวุธตรงพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่โดยรอบ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคนนี่นะครับ เทศบาล เมืองคูคต ๔๒,๑๙๒ คน เทศบาลเมืองลำสามแก้ว ๖๕,๔๗๑ คนนี่ครับ ปลดตรงนี้เลยนะครับ แล้วพี่น้องประชาชนเขาจะอยู่อย่างไรครับ ท่านประธานครับ อย่างนี้ครับ ที่ผมมีปัญหากับ เรื่องสนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ที่อยู่กลางเมืองเพราะอย่างนี้ครับ คือถ้าท่านไปดูการใช้ศักยภาพ ของพื้นที่ ๖๒๕ ไร่ ใจกลางเมืองตรงนี้ผมไป Check กับกรมที่ดินมาครับท่านประธาน มูลค่า ที่ดินของตรงนี้ราคาประเมินอยู่ที่ไร่ละ ๑๖.๔ ล้านบาท ๑๖.๔ ล้านบาท ๖๒๕ ไร่ คูณไป ได้ ๑๐,๒๕๐ ล้านบาท ๑๐,๒๕๐ ล้านบาทท่านรัฐมนตรี แต่สนามกีฬาธูปะเตมีย์ทำรายได้ เท่าไรครับ นี่คือรายได้ของสนามกีฬาธูปะเตมีย์ กำไรปีละ ๑๑ ล้านบาท สส. จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ไปคำนวณมาให้ผม ๖๒๕ ไร่ เอาไปปลูกผักชีขายได้ ๒๐ ล้านบาทครับ มากกว่า กำไรที่เข้าสนามกอล์ฟ มากกว่ากำไรที่เข้ากองทัพอีกครับ ๑๑ ล้านบาท กองทัพอธิบายว่า เอาไปทำอะไรบ้าง เอาไปทำเรื่องสวัสดิการทหาร ซึ่งเรายืนยันว่าเรื่องเหล่านี้เขาสามารถ เอาไปทำพวกนี้นะครับ เรายืนยันว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ว่าจะทุนการศึกษาไม่ว่าจะสนับสนุน นักกีฬาไปโอลิมปิกไม่ว่าจะสนับสนุนเยาวชนไม่ว่าจะสงเคราะห์ผู้ประสบภัย เรายืนยันว่า เรื่องเหล่านี้สามารถของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณทุกปีได้ครับ ๑๑ ล้านบาท ผมว่าสภาของเราอนุมัติให้เลย ๒๐ ล้านบาท แล้วเอา ๖๒๕ ไร่ตรงนี้คืนมาให้รัฐบาล Sustainable Development Goals และเรื่องหนึ่งที่สำคัญ ก็คือเรื่องของเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน หนึ่งในดัชนีชี้วัด นั่นก็คือเรื่อง การเข้าถึงพื้นที่ของเมืองที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย และทุกข้อจำกัดความพิการ ท่านประธานครับ และธูปะเตมีย์ก็คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่จะเปลี่ยนจากคนใช้บริการแค่ นายพลไม่กี่คน เป็นคนอีกมากมาย ท่านประธานครับ ผมเข้าสู่คำถามแล้วนะครับ คือเรื่อง การเปลี่ยนสนามกอล์ฟเป็นสวนสาธารณะไม่ใช่ว่าจะไม่เคยทำท่านประธาน สวนวชิรเบญจทัศ คือสนามกอล์ฟการรถไฟ ทุกท่านทราบดีใช่ไหมครับ สวนวชิรเบญทัศคือสนามกอล์ฟ การรถไฟ แล้ว กทม. ก็มาขอการรถไฟใช้พื้นที่ทำเป็นสวนสาธารณะ แล้วดูสิครับใครได้ ประโยชน์ คนเยอะแยะเลยได้ประโยชน์ ทำไมมันจะเป็นไปไม่ได้สำหรับธูปะเตมีย์ ดังนั้น คำถามก็คือว่า รัฐบาลมีแผนที่จะเปลี่ยนพื้นที่สนามกอล์ฟแห่งนี้ นำที่ดินมาใช้ประโยชน์ รูปแบบอื่น เช่น สวนสาธารณะหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดสนามกอล์ฟกับ สวนสาธารณะ ย้ำอีกครั้งนะครับ หน้าตาเหมือนกันเลยครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณเชตวันครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมเตรียมใจ มาแล้วว่าจะมาคุยอย่างหารือกัน แต่ว่าเสียงท่านสมาชิก โอ้โฮ บาดใจเหลือเกิน ใช้ซุ่มเสียง ที่เหมือนกับจะทะเลาะกัน หรือโกรธกันมาไม่รู้กี่สิบปี เรียนอย่างนี้ครับ ผมว่าสิ่งที่ท่านพูดมา ทั้งหมด ท่านเป็นการหยิบเอาเฉพาะเรื่อง เฉพาะส่วนมาอธิบายภาพทั้งหมด ท่านพยายามที่ จะหยิบตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งมันไม่สามารถตอบโจทย์ของภาพใหญ่ได้ อยากให้ท่าน รอบคอบแล้วมองทุกมิติ การที่จะสามารถเข้าใจภาพรวมทั้งหมดจะได้ไม่ต้องรู้สึกอารมณ์ บูดขึ้น ก้าวร้าว เสียงต่าง ๆ แบบนี้ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น🔗
เรื่องเป็นพื้นที่กระโดดร่ม ผมเรียนท่านว่าพื้นที่กระโดดร่มมันเป็นพื้นที่ในอดีต ขณะนี้ในเมื่อมันเป็นสนามบินพาณิชย์ พื้นที่กระโดดร่มทำไม่ได้อีกแล้ว ไม่ได้ทำ ไม่ใช่เรา ไม่ทราบ เราทราบส่วนที่บอกว่าอยากจะเป็นสวนสาธารณะ เป็นต้นไม้ ถ้าเป็นสวนสาธารณะ กับสนามกอล์ฟมันต่างกันแน่นอนครับ เป็นสวนสาธารณะคือต้นไม้มันเต็มไปหมด ถ้าเป็น สนามกอล์ฟมันเป็นที่โล่ง มีต้นไม้บ้างประปราย ที่สำคัญอย่างนี้ในแง่การบิน ถ้าเป็นพื้นที่ที่มี ต้นไม้ มีอาหารอุดมสมบูรณ์ มันเป็นพื้นที่ที่สามารถก่อให้เกิดนกกาต่าง ๆ จำนวนมากได้ ในระดับพื้นที่การร่อนระหว่างที่ลงมา ถ้านกมันบินมันเข้าไปในเครื่องหรือเข้าไปเป็นอุปสรรค ต่อการบินมันทำเครื่องบินตกได้ อันนี้ต่างหากซึ่งเป็นความรู้ความเข้าใจที่ควรจะต้อง ทำความเข้าใจ🔗
เรื่องการปลดอาวุธ อันนี้ก็เป็นการพูดอดีตมากยาวไปเลย จนไม่ได้เข้าใจ ความเป็นจริงว่า วันนี้ไม่ได้มาใช้เรื่องนี้เรื่องปลดอาวุธแล้ว ตอนมันใช้เป็นสนามบินพาณิชย์ กับสนามบินของกองทัพที่ใช้ไปปฏิบัติภารกิจ ไม่ได้มีเรื่องอาวุธอะไรนะครับ อยากเรียนท่าน อย่างนี้ว่าจริง ๆ ท่านพูดถึงนายทหารผู้หนึ่งแล้วบอกว่า ถ้าเป็นอย่างนี้รัฐบาลก็ทำได้เลย ท่านยังไม่เคยบริหารราชการแผ่นดิน เสียงคนเสียงเดียวไม่สามารถที่จะไปทำมติได้ ถ้าหาก โดยเหตุโดยผลมันไม่มี มันต้องมีความเรียกร้องเป็นที่ประจักษ์ว่ามีปัญหา รัฐบาลเอาไป ยังต้องไปศึกษาดูว่า ความถูก ความผิด ความเหมาะ ความสมเป็นอย่างไร ไม่ใช่พูดจาก อารมณ์อย่างเดียวว่า มีคนหนึ่งพูดปั๊บรัฐบาลก็ต้องทำ ถ้าเป็นอย่างนี้บริหารประเทศไม่ได้ หรอกครับ ไว้รอท่านบริหารประเทศท่านอาจจะได้เข้าใจตรงนี้มากขึ้นนะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่บอกว่า เรื่องนี้ผมเข้าใจผิด เพราะท่านไม่เคยได้ยิน ผมพูด ไม่ชัดเจนนะครับ จริง ๆ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่พูดคุยกันในกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งมีท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ขอประทานอภัยที่เอ่ยนาม เป็นประธาน ที่ประชุมนั้นได้คุยกันมาตลอด แล้วก็ กำลังถึงขั้นที่กำลังตั้งกรรมาธิการร่วมกัน ซึ่งในนั้นมีนายพลที่เกี่ยวข้องอยู่ ๓ คน แล้วก็ยังมี ตัวแทนของกรรมาธิการที่เข้ามาคุย เขากำลังคุยกันครับว่าจะมีส่วนไหนได้บ้างที่จะเอาไปใช้ประโยชน์นะครับ ส่วนว่าตรงนั้น มีตึกบ้าง ตรงนี้มีอะไรบ้าง ท่านต้องเข้าใจความเป็นจริงครับ เราแก้ไขปัญหาทั้งหมดนี่ เราแก้บนพื้นที่ความจริง ถ้าสรุปมาว่าตึกแถวตรงนั้นจะต้องย้ายก็ต้องย้าย แต่ก็ต้องคิดต่อไป ว่าถ้าจะย้ายพื้นที่เหล่านั้นออกไป มันก็ต้องคำนึงถึงจิตใจของคนที่อยู่อาศัย เพราะฉะนั้น การแก้ไขปัญหาทุกปัญหาที่เกิดขึ้น ในการบริหารราชการแผ่นดินผมอยากจะเรียนให้ท่าน เข้าใจและทราบว่า มันไม่ได้มีเรื่องใดเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นแล้วก็จัดการได้ทันที มันมีเรื่องที่ต้อง พิจารณาอีกรอบนะครับ แล้วกรณีที่จะสร้างสวนสาธารณะอะไรต่าง ๆ ก็ดี ก็มีอีกหลาย ๆ ที่นะครับที่มันไม่เกี่ยวข้องกับการบินพาณิชย์ที่จะไปก่อให้เกิดอันตราย ไม่เกี่ยวข้องกับระบบ ป้องกันภัยที่จะดูแลเมืองหลวงไม่เกี่ยวข้องกับระบบป้องกันภัยที่เป็นที่รองรับของป้องกัน ของ VVIP และ VIP ต้องเข้าใจสิ่งนี้ครับ ถ้าในหัวใจไม่มีสิ่งเหล่านี้ มันพูดได้เรื่อยนะครับว่า จะให้ทำอย่างโน้นทำอย่างนี้ อยากเรียนท่านว่า ท่านอยู่ในกรรมาธิการ แล้วท่านพยายาม จะเสนอสิ่งต่าง ๆ ให้รัฐบาลไปแก้ไข รัฐบาลยินดีแก้ไขอยู่แล้วครับ ขอให้เสนอด้วยเหตุด้วยผล ด้วยความเป็นจริง แล้วก็ยังต้องมีการศึกษาร่วมกันอยู่ ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งพูดแล้ว ก็สามารถทำได้เลย อันนี้อยากเรียนท่านจริง ๆ🔗
ผมอยากเรียนท่านว่าขณะนี้ถ้ามีการศึกษาร่วมกันอย่างคณะกรรมการ แล้วมี ผลออกมาชัดเจนว่า เป็นอย่างนั้นซึ่งยังอาจจะต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมให้ชัดเจนมากขึ้นว่า เพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของที่ดินปกติธรรมดา มันเป็นเรื่องอย่างที่ผมได้เรียนกล่าว ไปแล้วทั้งหมดนะครับ เพราะฉะนั้นมันไม่ได้เป็นเหตุผลเดียวที่ท่านพูดเรื่องสวนสาธารณะ เราไปยกตัวอย่างสวนโน้นสวนนี้ก็ไม่ได้ปฏิเสธสวนอื่น มันเป็นเรื่องที่เป็นระบบป้องกันภัย เมืองหลวง มันเป็นเรื่องระบบป้องกันภัยเครื่องบินพาณิชย์ ซึ่งมีคนจำนวนมากขึ้นเครื่องแล้ว จะประสบอันตราย มันเป็นเครื่องที่เราใช้ปกป้องดูแลด้านความมั่นคงนะครับ ด้าน VVIP และ VIP ที่เราใช้สนามบิน โปรดเข้าใจหลาย ๆ เหตุผลด้วยครับ อย่าคิดอะไรด้านเดียว หรืออย่าคิดอะไรเหมือนคนที่อยากเอาแต่ใจตัวเอง ผมคิดว่ามองให้รอบด้านแล้วสิ่งเหล่านี้ มันจะดีขึ้น แล้วผมคิดว่ารัฐบาลกับฝ่ายค้านเรายอมรับการตรวจสอบอยู่แล้วนะครับ ถ้าเป็น การตรวจสอบที่มีการพูดที่มีเหตุผลแล้วรับฟังกัน เราชี้แจงแล้วก็ลองเอาไปคิดแล้วก็ลองไป ศึกษาดูนะครับ อย่าเชื่อมั่นในความคิดแต่เพียงอย่างเดียวแล้วก็ขึ้นมาถึงก็แสดงอาการโกรธ อาการไม่สบายใจ ไม่พอใจ ผมว่าเราคุยกันด้วยเหตุด้วยผลได้ครับ ด้วยความนิ่ง และคุยกัน ด้วยเหตุผลที่ควรจะเป็น แล้วคิดว่าสภาพแวดล้อม ณ ปัจจุบัน ประเทศได้ประโยชน์ตรงไหน อย่างไร แล้วก็ทำตามนั้น เราไม่มีปัญหาครับ ถ้าคณะกรรมาธิการวิสามัญที่มาจากแต่ละส่วน แล้วก็ผลการศึกษาที่บอกว่าผลกระทบ มันไม่มีจริง ๆ เราก็พร้อมที่จะมีการปรับเปลี่ยนได้ แต่ไม่ใช่อยู่ ๆ ใครคนใดคนหนึ่งพูดมาแล้วจะเอาเป็นเอาตายในการเปลี่ยนแปลง รัฐบาลทำ ไม่ได้ครับ คนบริหารประเทศทำสิ่งนี้ไม่ได้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรอง นายกรัฐมนตรีครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ต่อเนื่องสักนิดหนึ่ง🔗
เอาเป็นประเด็นที่ ต่อเนื่องนะครับ เป็นคำถามเลย ไม่จำเป็นต้องยาว เชิญครับ🔗
พอดีเห็นว่าท่านรัฐมนตรีไม่ตอบ ผมต้องแจ้งท่านรัฐมนตรีแบบนี้นะครับ พอดีผมเป็นคนเสียงดังแบบนี้เองนะครับ ไม่ได้ ฉุนเฉียว แล้วก็ยินดีที่จะพูดคุยด้วยเหตุและผล และที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าในกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการถ่ายโอนธุรกิจของกองทัพไปอยู่ในความดูแลของ หน่วยงานอื่น หรือย้ายไปสถานที่อื่นที่เหมาะสม มีการคุยเรื่องนี้ครับ นี่ผมลดเสียงลง แล้วนะครับ มันมีการพูดคุยกันเรื่องนี้อยู่จริง ๆ ครับ ซึ่งผมก็กำลังจะบอกว่าผมเข้าประชุม เกือบทุกครั้งนะครับ ขอดูบันทึกการประชุมได้นะครับ แต่ว่าในสัดส่วนของ ครม. แทบจะไม่มีคน เข้าประชุมเลยนะครับ ในสัดส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่มีคนเข้าประชุมเลยนะครับ ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ กับผม ผมว่าผมเข้าประชุมเยอะกว่าท่านจิรายุแน่นอน ที่ท่านรัฐมนตรี เอ่ยมา ท่านประธานครับนี่ไม่ใช่เรื่องเอาแต่ใจของผม แต่เป็นเรื่องที่ประชาชนเขาเรียกร้อง มาครับ เป็นเรื่องที่ประชาชนเขาถามผมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่าที่ดินข้างหน้าตรงนี้ ๖๒๕ ไร่ ต่อหน้าต่อตาเขานี่ ใกล้ตาไกลตีน คือเข้าไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ เมื่อไรนะครับที่จะเอามา ใช้ประโยชน์🔗
สุดท้ายเลยครับต่อเนื่องท่านประธาน คือผมอย่างนี้หมายความว่าภายใต้ รัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อคุณแพทองธาร ชินวัตร นี่มันจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ดินตรงนี้ ใช่ไหมครับ ไม่มีเรื่องของการยกเลิกการทำธุรกิจของกองทัพเลยใช่ไหมครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมครับ เชิญครับ ท่านจะตอบ เชิญครับ🔗
นิดเดียวครับ เพราะว่าเดี๋ยวมันจะคลาดเคลื่อน เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ผมเรียนแล้วว่าไม่ใช่ว่าเราไม่มีเลยโดยสิ้นเชิงที่ท่านเอาคำตอบบางส่วน แล้วก็ไป เหมาแบบนี้มันเป็นการพูดภาพรวมที่ทำให้เสียหายมากเกินไป เราบอกแล้วว่า ถ้ามีการศึกษา ที่ชัดเจน แล้วสามารถทำได้โดยไม่กระทบกับวัตถุประสงค์เดิม ถ้าตกลงกันได้แบบนี้ ศึกษา เรื่องนี้ชัดเจน เราพร้อมทำ ท่านอย่าเอาคำตอบเรื่องเดียว แล้วก็ไปพูดภาพรวม เอาคำตอบเรื่อง เดียวไปพูดภาพรวม มันไม่เป็นผลดีต่อเยาวชนที่จะเข้าใจว่าวิธีการตอบปัญหา วิธีการรุกไล่ คำถามต่าง ๆ นี้ เอาแต่สิ่งที่ตัวเองอยากจะทำ อยากจะพูด แล้วไม่คำนึงถึงส่วนต่าง ๆ ผมไม่ได้ว่าอะไรที่ท่านว่าและท่านได้เข้านะครับ ผมเพียงแต่ว่าผมเอาผลการศึกษาตรงนั้น มีการพูด มีการศึกษา และมีการตั้งกรรมการขึ้นมาแล้วจริง ๆ กองทัพอากาศก็ได้ตั้งกรรมการ เข้าไปแล้ว รอให้เขาศึกษาเสียหน่อยไม่ดีหรือครับ ไม่ควรจะต้องเอาข้อสรุปของตัวเอง แล้วก็ ไปบดบังสิ่งที่กำลังหาคำตอบที่เป็นสิ่งที่เหมาะสมและมีเหตุมีผล ผมเรียนท่านอย่างนี้ เรื่องนี้ ไม่มีปัญหาเลยจริง ๆ ถ้าท่านมีผลศึกษาที่ชัดเจน ผมไม่ค่อยอยากจะใช้คำว่าประชาชนพูด อย่างนั้น คนแถวนั้นพูดอย่างนี้ ประชาชนบอกผมอย่างนั้น อันนี้ทุกคนพูดได้ครับ ผมก็บอก ว่ามีประชาชนบอกผมว่าดีแล้ว มันไม่มีหลักมีเกณฑ์ มีนายคนหนึ่งบอกผมว่าตรงนี้ต้องเป็น อย่างนั้นอย่างนี้ ผมก็บอกได้ว่ามีคนบอกผมคนหนึ่งว่าอย่างนี้ทำไม่ได้ ต้องไปให้ ครม. เขา ศึกษาให้ชัดเจนก่อน เสียงของคนคนเดียวไม่ใช่จะตอบทุกอย่างได้ ผมไม่อยากเห็นการเอา ประชาชนมาอ้างเพื่อสร้างความชอบธรรมในการตอบหลาย ๆ อย่าง แล้วถือว่าตัวเองเป็น เจ้าของความเป็นจริง เจ้าของความถูกต้องทั้งหมดโดยอ้างประชาชน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรอง นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แล้วก็คุณเชตวัน เตือประโคน ครับ ก็อยากจะเรียนว่าคุณเชตวันเขาเสียงดังอย่างนี้ ไม่ได้กระทู้ถาม เวลาอภิปรายต่าง ๆ ผมนั่งฟังเขาก็เสียงดังเป็นธรรมชาติของคุณเชตวันครับ ต้องขอบคุณครับ จบกระทู้ถาม ที่ ๑.๒.๑ นะครับ ต่อไป🔗
๒. เรื่อง ความล่าช้าในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของจังหวัดภูเก็ต ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม🔗
ด้วย สำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านสุรพงษ์ ปิยะโชติ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ขณะนี้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมมาพร้อมแล้วนะครับ ขอเชิญท่านว่าที่ร้อยตรี สมชาติ ครับ เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดภูเก็ต เขตที่ ๑🔗
จากสถิติผู้เสียชีวิตจาก อุบัติเหตุบนท้องถนนทั้งโลกในปี ๒๕๖๑ ซึ่งเผยแพร่โดยสำนักข่าว The Nation พบว่า องค์การอนามัยโลก หรือ WHO จัดให้ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ในอัตรา ๓๒.๗ คน ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งเป็นอันดับ ๙ ของโลก อันดับที่ ๑ ของเอเชีย และอันดับที่ ๑ ของภูมิภาคอาเซียน ส่วนประเทศที่มีผู้เสียชีวิตใน ๑๐ อันดับแรก ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่อยู่ในแถบแอฟริกา ท่านประธานครับ จังหวัดภูเก็ตมีผู้เสียชีวิต จากอุบัติเหตุบนท้องถนนในปี ๒๕๖๖ จำนวน ๑๓๓ ราย เกิดจากรถจักรยานยนต์ถึง ๘๙.๔๗ เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นอัตรา ๓๑.๙๓ คน ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ถือว่ามาก เป็นอันดับต้น ๆ ของโลกเช่นกันครับ ตัวเลขนี้ครับท่านประธาน สูงกว่าเป้าในแผนแม่บท ของกระทรวงคมนาคมที่กำหนดไว้ ๒๐.๖๙ คน ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ในปี ๒๕๖๖ และตัวเลขนี้ก็ยังห่างไกลกับเป้าหมายในแผนแม่บทของกระทรวงคมนาคม ที่ ๑๒ คน ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ในปี ๒๕๗๐ นอกจากนี้ผมยังพบว่าในปี ๒๕๖๗ ยังมีแนวโน้มที่จะแย่ลงอีกครับท่านประธาน โดยดูจากจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในปี ๒๕๖๗ ตามเส้นกราฟเส้นสีแดง ทางด้านขวามือครับ มีผู้เสียชีวิตสูงขึ้นกว่าปี ๒๕๖๖ เสียอีกครับ ท่านประธานครับ ผมขอให้ ท่านประธานดูประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีขนาดพื้นที่เท่า ๆ กับจังหวัดภูเก็ต จะเห็นได้ว่า มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนต่ำที่สุดในอาเซียนที่อัตรา ๒.๘ คนต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน คำถามคือเขาทำได้อย่างไรครับท่านประธาน ขอสไลด์แผ่นที่ ๒ ด้วยครับ การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ มักเกิดจากความสะสมของความผิดพลาดหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้น พร้อม ๆ กัน ไม่ใช่เกิดจากสาเหตุเดียว การแก้ไขปัญหาจึงต้องมองภาพรวมทั้งระบบทั้งหมด ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง ซึ่งในทางวิชาการเรียกว่า ทฤษฎี Model เนยแข็ง หรือ Swiss Cheese Model นั่นเอง แผ่นเนยแข็งแต่ละแผ่นบนตารางหน้าท่านประธาน แทนมาตรการ หรือมาตรฐานป้องกันความปลอดภัยในแต่ละจุด ส่วนรูในแผ่นเนยแข็งก็แทน ช่องโหว่ หรือจุดอ่อนในแต่ละชั้นป้องกัน เมื่อรูในแผ่นเนยแข็งต่าง ๆ เรียงตัวกันพอดี ก็จะสามารถทะลุผ่านชั้นป้องกันทั้งหมดไปได้ สิ่งที่ไม่พึงประสงค์คือการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ก็จะเกิดขึ้นครับท่านประธาน และจากภาพที่เห็นคือตัวอย่างการวิเคราะห์อุบัติเหตุ รถบัสนักเรียนไฟไหม้ที่เพิ่งตกเป็นข่าว เกิดมาจากมาตรการหรือมาตรฐานทุกอย่างที่วางไว้ มีช่องโหว่เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งหมด จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้น นำมาซึ่งความเศร้าเสียใจ ของประชาชนทั้งประเทศ หากแผ่น Cheese แผ่นใดแผ่นหนึ่งไม่มีช่องโหว่ การเสียชีวิตก็จะ ไม่เกิดขึ้นเลย กลับมาคำถามเดิมที่ว่า ประเทศสิงคโปร์มีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนในอัตรา ๒.๘ คนต่อจำนวนประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน เขาทำได้อย่างไร เราพบว่าประเทศอันดับต้น ๆ ที่มีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนต่ำสุด ล้วนแล้วแต่เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ประชาชนไม่ต้องใช้ รถจักรยานยนต์ในชีวิตประจำวันเลย เนื่องจากมีระบบขนส่งมวลชนที่ดีนั่นเอง จนประชาชน ในประเทศนั้น ๆ ไม่จำเป็นต้องดิ้นรนในการซื้อหารถจักรยานยนต์เพื่อใช้ในการเดินทาง นั่นหมายความว่า การที่มีระบบขนส่งมวลชนที่ดี จนประชาชนและนักท่องเที่ยว ไม่จำเป็นต้องใช้รถจักรยานยนต์ หรือการเปลี่ยนจากเนื้อหุ้มเหล็กไปเป็นเหล็กหุ้มเนื้อ ซึ่งถือ เป็นเนยแข็งแผ่นที่สำคัญครับท่านประธาน ในการช่วยลดอุบัติเหตุได้ดีที่สุด ตามหลักการ ทฤษฎีเนยแข็งและเป็นหนทางที่จะนำไปสู่เป้าหมายของกระทรวงคมนาคมที่มีผู้เสียชีวิต ๑๒ คนต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ภายในปี ๒๕๗๐ ครับท่านประธาน🔗
ท่านประธานครับการคมนาคมในต่างจังหวัดของประเทศไทย การไม่มี รถส่วนตัวแทบจะไม่สามารถเดินทางในชีวิตประจำวันได้เลยครับ การป้องกันอุบัติเหตุจาก รถจักรยานยนต์ โดยการสวมหมวกนิรภัยเพียงอย่างเดียวก็อาจจะไม่เพียงพอ ยังต้องอาศัย โชคด้วยครับ เนื่องจากจะต้องพบกับเหตุการณ์อะไรบ้างครับ ไม่ว่าจะเป็นฝนตกถนนลื่น พบกับน้ำที่เจิ่งนองบนท้องถนนจากการบีบอัดของขยะที่ไหลลงจนถนนลื่น พบกับผู้ขับขี่ ยานพาหนะที่มึนเมา ถนนทางไปป่าตองจังหวัดภูเก็ต จะมีรถจักรยานยนต์ลื่นล้มทุกครั้ง ทุกวันที่มีฝนตกลงมา จนทำให้ประชาชนที่ใช้รถจักรยานยนต์ในต่างจังหวัดตอนนี้ต่างก็ดิ้นรน ทำงานเก็บเงินเพื่อไปซื้อรถยนต์ และนี่คือสาเหตุที่ทำให้การจราจรในภูเก็ตทุกวันนี้ติดขัด อย่างหนัก แม้จะสร้างถนนเพิ่มอีกกี่สาย แม้จะขยายถนนอีกเส้น ก็จะไม่สามารถแก้ไขปัญหา การจราจรได้เลยครับ ผมจึงขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุรพงษ์ ปิยะโชติ ดังต่อไปนี้ครับ🔗
ข้อที่ ๑ โครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนแกนหลักในจังหวัดภูเก็ต ที่ สนข. ศึกษาไว้แล้วเป็น ๑๐ ปี แต่ถูกกระทรวงคมนาคมชะลอโครงการ สั่งให้เปลี่ยน ไป ๆ มา ๆ กลับไปกลับมา ทางกระทรวงคมนาคมสามารถเลื่อนแผนให้มีการก่อสร้างเร็วขึ้น ได้หรือไม่ ขอทราบรายละเอียด🔗
ข้อที่ ๒ กระทรวงคมนาคมสามารถผลักดันโครงการรถประจำทาง เส้นเลือดฝอย ในจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ในระยะเท้าที่ไม่ไกล ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร ขอทราบรายละเอียด🔗
ข้อที่ ๓ ท่านประธานครับ ขสมก. ได้รับงบประมาณอุดหนุนจากกระทรวงคมนาคม เป็นจำนวนเงิน ๔,๑๓๙ ล้านบาท ในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ รวมถึงกระทรวงคมนาคมเองมี แผนที่จะใช้เงินกองทุนอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งเก็บจากผู้ใช้น้ำมันทั่วประเทศ ไปใช้อุดหนุน โครงการรถไฟฟ้า ๒๐ บาทให้กับกรุงเทพมหานคร แต่กลับปล่อยให้ผู้ให้บริการขนส่ง สาธารณะในต่างจังหวัดต่างก็ต้องดิ้นรนกันเอง โดยไม่ได้รับการช่วยเหลือแต่อย่างใด นับเป็น ความเหลื่อมล้ำอย่างเห็นได้ชัด ไม่เป็นการสร้างความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ และสังคมของคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้แถลงนโยบายของรัฐบาลไว้ต่อรัฐสภาแห่งนี้ ผมจึงขอถามในคำถามที่ ๓ ว่า กระทรวงคมนาคมสามารถตั้งกองทุนเพื่ออุดหนุนงบประมาณให้กับโครงการรถประจำทาง ตามต่างจังหวัด โดยการอุดหนุนให้แก่รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นใหม่ หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด เพื่อสนับสนุนการเดินรถสาธารณะเช่นเดียวกับอุดหนุนให้กับ ขสมก. ได้หรือไม่ เมื่อใด ขอทราบ รายละเอียดครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ กระผม นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ขออนุญาตตอบคำถามท่านสมาชิกในคำถามที่ ๑-๓ เรียงกันไปเลยนะครับ🔗
โครงการก่อสร้างของจังหวัดภูเก็ต วันนี้กระทรวงคมนาคมไม่ได้เลื่อนนะครับ ปี ๒๕๖๗ จะเข้าสู่อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณ เข้าสู่ ครม. ในการพัฒนาสร้างทางเลี่ยงเมือง เส้น ๔๐๒๗ ซึ่งจะเป็นทาง ๔ เลนนะครับ ที่จะเบี่ยงแบ่งเบาของเส้น Main คือเส้นสีแดง ปัจจุบันเส้นสีแดงเป็นเส้น Main หลักของภูเก็ตนะครับ แล้วก็จะเป็นเส้นที่จะใช้สร้างรถไฟ นะครับ ขนส่งมวลชนเป็นรถ Tram เป็นล้อยาง Tram ซึ่งวิ่งร่วมกับรถปกติบนทาง ๔๐๒ เพราะฉะนั้นถ้า ๔๐๒๗ สร้างเสร็จประมาณ ปี ๒๕๖๙ รถไฟฟ้าก็จะมาสร้างที่เส้น Main หลัก คือสีแดง หลังจากนั้นก็ตรงเส้นประสีฟ้าเป็นทางยกระดับของการทางพิเศษ เพราะฉะนั้นกระทรวงคมนาคมได้เล็งเห็นว่า วันนี้ถ้าเราสร้างรถ Tram ขึ้นมาครับ รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนขึ้นมาภูเก็ตจะเป็นอัมพาตนะครับ ก็คือว่าการจราจรจะหนาแน่น ถ้าเราสร้างทางเลี่ยง ๒ เส้นเสร็จก็ประมาณปี ๒๕๗๐ ถึงปี ๒๕๗๑ นะครับ ก็จะมีระบบ รถขนส่งมวลชนซึ่งไปสู่สนามบินเป็นระบบ Tram ซึ่งจะวิ่งบนเส้นทางสีแดง วิ่งร่วมกัน อันนี้เป็นแผนนะครับ ซึ่งจะดำเนินการเลยไม่ได้เลื่อนออกไป ก็เรียนให้ท่านสมาชิก ได้ทราบนะครับ🔗
ส่วนคำถามที่ ๒ เรื่องของ Feeder รถประจำทางในจังหวัดนะครับ อย่างที่ ผมได้เคยเรียนในสภาแห่งนี้นะครับว่า วันนี้ทางกระทรวงคมนาคมเราได้แก้ไขกฎกระทรวง ให้ท้องถิ่น ก็คือทั้ง อบต. เทศบาล แล้วก็ อบจ. สามารถเป็นโอเพอเรเตอร์ เรากระจายอำนาจ ไปให้นะครับ เมื่อก่อนต้องมาขออนุญาตอนุมัติจากส่วนกลาง แต่วันนี้เราได้กระจายอำนาจ ไปให้ ท่านสามารถเป็นโอเพอเรเตอร์ ขนส่งเป็นแค่ Regulator ดูแลกฎระเบียบนะครับ ส่วนท้องถิ่นสามารถผันตัวเองมาเป็นโอเพอเรเตอร์ได้นะครับ เพราะฉะนั้นความหมายของ ตรงนี้ก็คือว่า เราได้มอบอำนาจไปให้ท้องถิ่น ท้องถิ่นสามารถไปออกแบบระบบ Feeder เพื่อเข้าสู่ระบบขนส่งสาธารณะกลางได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับพื้นที่นั้น ๆ วันนี้เราได้ กระจายอำนาจออกไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นท่านสามารถประสานไปยังพื้นที่ที่จะทำ โอเพอเรเตอร์ได้เอง ไม่ต้องขอมาจากส่วนกลาง โดยใช้คณะกรรมการขนส่งกลางจังหวัด ซึ่งมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน แล้วองค์ประกอบในนั้นก็มีขนส่งจังหวัดเป็น เลขานุการ แล้วคณะกรรมการก็จะประกอบด้วยทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง วันนี้ทุก ๆ จังหวัด ทั่วประเทศไทยสามารถไปออกแบบ ไป Design ระบบ Feeder ให้เหมาะสมกับท้องที่นั้น ๆ วันนี้ทางส่วนกลางเราได้ส่งผ้าเป็นม้วนไปให้ ท่านก็ไปตัดเย็บ ท่านก็ไปสร้างองค์ประกอบที่ เหมาะสมกับท้องถิ่นสภาพพื้นที่นั้น ๆ ได้ อันนี้ก็คือสิ่งที่กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการไป🔗
คำถามที่ ๓ ในเรื่องของการอุดหนุนงบประมาณ วันนี้กรมการขนส่งทางบกเอง ได้เก็บภาษีล้อเลื่อนทั้งหมด รายได้ทั้งหมดของภาษีล้อเลื่อนเราได้ส่งไปที่องค์การบริหารส่วน จังหวัดทั้งหมด เพื่อเอาไปดูแลพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับเรื่องของการคมนาคม วันนี้ อบจ. ท้องถิ่นทั้งหมดขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระทรวงคมนาคม แล้วอย่างที่ ผมเรียน วันนี้ถ้าท้องถิ่นสามารถลงทะเบียนเป็นโอเพอเรเตอร์ เป็นผู้ประกอบการได้ ท้องถิ่น สามารถระดมทุนโดยใช้รถร่วม รถร่วม ก็คือพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ต้องการ ประกอบอาชีพ เขาก็จะมีรถเข้ามาร่วมกับโอเพอเรเตอร์ ก็คือท้องถิ่นนั้น ๆ ก็ Design ออกแบบ ชนิดของรถ ประเภทของรถ วันนี้ใช้วิธีบริหารจัดการ ส่วนงบประมาณผมว่าประชาชน ในพื้นที่ พี่น้องในพื้นที่ที่ต้องการอาชีพนี้ผมว่ามีอยู่แล้ว และยิ่งโดยเฉพาะภูเก็ตเป็นจังหวัด ท่องเที่ยว ถ้าผู้ประกอบการเข้ามาร่วมกับท้องถิ่น ซึ่งเป็นโอเพอเรเตอร์ใหญ่ ก็จะสามารถ สร้างรายได้ กระจายรายได้ไปสู่พี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึง ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณนะ ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมครับ ขอเชิญคุณสมชาติ เตชถาวรเจริญ ท่านมีสิทธิจะถามได้อีก ๑ ครั้งครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ประชาชน ภูเก็ต เขต ๑ ขอสไลด์คำถามรอบที่ ๒ ด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ หลังจากที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กลับมารับตำแหน่งเดิมในรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้มอบหมายนโยบายเร่งด่วนแก่ข้าราชการไว้ ๑๕ ข้อ และหนึ่งในนโยบายเร่งด่วน นั่นคือ การเร่งแก้ไขปัญหาประชาชนรอรถเมล์นาน จากกรณีที่มี ผู้ประกอบการเพียงรายเดียวในแต่ละเส้นทาง นอกจากจังหวัดภูเก็ตจะมีปัญหาการรอ รถเมล์นานแล้ว ท่านประธานลองดูภาพสิครับ ยังมีปัญหาสภาพป้ายรถเมล์ที่ยังห่างไกลกับ เมืองท่องเที่ยวระดับโลกอีกไกลมาก นักท่องเที่ยวต้องใช้ความพยายามขนาดไหนในการใช้รถ ประจำทางสาธารณะ ผมจึงขอสอบถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุรพงษ์ ปิยะโชติ ดังต่อไปนี้🔗
ข้อที่ ๑ ผมขอถามว่านโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาการรอรถเมล์นาน ของท่านใช้สำหรับทุกจังหวัดทั่วประเทศหรือเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลครับ และกระทรวงคมนาคมจะสามารถแก้ไขปัญหาประชาชนรอรถเมล์นานจากกรณีที่มี ผู้ประกอบการเพียงรายเดียวในแต่ละเส้นทางของจังหวัดภูเก็ตได้เรียบร้อยเมื่อไร และท่าน จะมีวิธีแก้ไขปัญหาสภาพป้ายรถเมล์ตามภาพที่เห็นได้อย่างไรครับ🔗
คำถามข้อที่ ๒ พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๐ วรรคท้าย ระบุให้คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ซึ่งเป็นผู้อนุมัติ ขนส่งสาธารณะในจังหวัดตามที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัด ได้เสนอ ผมมีความเห็นว่าเป็นการรวบอำนาจไว้ที่ส่วนกลางโดยไม่จำเป็นและไม่สมควร ซึ่งทำให้เกิดความล่าช้ารวมถึงคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ที่ท่านนั่งทำงาน อยู่ใน Office ในกรุงเทพมหานคร ท่านไม่ทราบถึงบริบทของพื้นที่เลยแม้แต่นิดเดียว คำกล่าวที่ว่า ประเทศไทยถูกขับเคลื่อนด้วยเสียงก่นด่าของพี่น้องประชาชนจึงไม่ผิด แต่อย่างใด มีวิธีเดียวที่รัฐบาลจะไม่ถูกเสียงก่นด่าจากประชาชนได้ นั่นคือรัฐบาลจะต้องเร่ง กระจายอำนาจลงไปครับ ผมจึงขอถามคำถามที่ ๒ ว่า คณะกรรมการควบคุมการขนส่ง ทางบกกลางสามารถมอบอำนาจการอนุมัติเรื่องต่าง ๆ ให้แก่คณะกรรมการควบคุม การขนส่งทางบกประจำจังหวัดได้หรือไม่ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ คำถามเรื่องป้ายรถเมล์ วันนี้รอนานไม่นานมันอยู่ที่ จำนวนของรถ วันนี้ผมเรียนว่าท้องถิ่นถ้าท่านไปตามดูข่าวตอนนี้ อบจ. กับเทศบาลได้เข้ามา ขออนุญาตเป็นโอเพอเรเตอร์ เพราะฉะนั้นเฮดเดอร์ที่ปล่อยรถออกไปมันก็จะ Matching กับจำนวนผู้โดยสารที่ต้องการใช้ อันนี้มันอยู่ในดุลยพินิจของโอเพอเรเตอร์อยู่แล้วว่าจะเอา กี่นาที จะเอากี่จุดก็ไป Design ไปออกแบบได้เลย ให้เหมาะสมกับพื้นที่นั้น ๆ ไม่ได้มีปัญหานะครับ🔗
ส่วนคำถามที่ ๒ เรื่องของการกระจายอำนาจ วันนี้คณะกรรมการขนส่งกลาง ของจังหวัดมีหน้าที่ Approve มีหน้าที่ตรวจสอบเส้นทาง แล้วก็คนในพื้นที่เห็นว่าเหมาะสม แล้วสำหรับที่จะขออนุญาตให้โอเพอเรเตอร์ประกอบการ ทางส่วนกลางไม่ได้ไปยุ่งว่าจะต้อง วิ่งซ้ายวิ่งขวา จะต้องสั้นจะต้องยาว ความหมายก็คือเราอนุมัติตามที่คณะกรรมการ ขนส่งกลางจังหวัดมีมติมาเท่านั้น ไม่ได้ลงไปก้าวก่าย ซึ่งคำถามที่ท่านสมาชิกถาม ผมก็ถือว่า เป็นคำถามที่ดี จังหวัดท่องเที่ยวจังหวัดใหญ่ ๆ อย่างจังหวัดภูเก็ต จังหวัดเชียงใหม่หลายอัน ก็มีปัญหานี้นะครับ แล้วเราก็ได้ลงไปช่วยมอนิเตอร์ช่วยทำความเข้าใจ วันนี้ก็ด้วยความยินดี ถ้าจังหวัดภูเก็ตเดี๋ยวผมจะเชิญทางคณะกรรมการขนส่งกลางลงไปเป็นจังหวัดนำร่อง เพราะถือว่าเป็นจังหวัดท่องเที่ยว เราไม่ได้จำกัดเฉพาะเรื่องของรถเมล์กับรถโดยสารทั่วไป ที่เป็น Feeder วันนี้กระทรวงคมนาคมมอนิเตอร์ถึงเรื่องของการจราจรทางอากาศด้วย ในการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพจำนวนเที่ยวบินด้วยการจัดการจราจรทางอากาศ แล้วก็จัดการ ระบบทาง Ground Work เพื่อให้จำนวนเที่ยวบินได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเห็นว่าปัจจุบันสามารถ ที่จะเพิ่มขึ้นได้เป็นจำนวนมาก Efficiency ดีขึ้นกว่าเดิมนะครับเพราะฉะนั้นวันนี้ท่าน สามารถไป Design ออกแบบได้เลยที่จังหวัดว่า จะเอากี่นาทีรถเมล์มาสามารถทำได้หมดเลย เฮดเดอร์กี่นาทีได้หมดไม่มีปัญหาครับ ก็ไป Design ออกแบบให้เหมาะสมกับความต้องการ ของจังหวัดนั้น ๆ พื้นที่นั้น ๆ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้าน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งกำลังนั่งฟังอยู่ข้างบน แล้วก็อีกคณะหนึ่ง คณะครู ผู้นำชุมชน สภานักเรียน โรงเรียนพลูตาหลวงวิทยา อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ก็นั่งฟังอยู่ชั้นบนเช่นเดียวกันครับ ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ ขอบคุณครับ อีกคณะหนึ่ง คณะเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทุ่งกุลาร้องไห้ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งนำโดย คุณชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย กำลัง นั่งฟังอยู่ชั้นบนเช่นเดียวกัน ขอต้อนรับทุกคณะ ทุกท่านนะครับ เป็นอันว่าจบกระทู้ถาม ที่ ๑.๑.๒ นะครับ ขอบคุณทั้งรัฐมนตรีและผู้ถามนะครับ🔗
๓. เรื่อง การโอนกิจการไฟฟ้า สวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ด้วย สำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คุณทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้มาตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจสำคัญที่ได้นัดหมายไว้ ก่อนแล้ว จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามนี้ออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๗ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ เรียนมาเพื่อทราบนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อำเภอสัตหีบ ก่อนอื่นต้องเป็นเรื่องของความน่าเสียใจ ที่พี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบของผมยังไม่ได้รับคำตอบจากทางกระทรวงมหาดไทย แต่ก็ขอบคุณนะครับ ที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญ ไม่ว่าท่านจะ เลื่อนไปอีก ๑ สัปดาห์ แต่ท่านทราบไหมครับ สัตหีบของผมเป็นอำเภอเดียวในประเทศไทย ที่ใช้ไฟฟ้าของกองทัพเรืออยู่ เมื่อกองทัพเรือ ผมทราบมาครั้งที่แล้ว กระทรวงกลาโหมได้ ยินยอมให้พิจารณาถ่ายโอนให้กับการไฟฟ้าภูมิภาคแล้ว มีหนังสือถึงภูมิภาค ประชาชน สัตหีบก็รอฟังคำตอบครับว่า ปัจจุบันเขาให้บริการอยู่ ๕๐,๐๐๐ ครัวเรือน แต่สัตหีบมีถึง ๑๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนครับท่านประธาน อีกหลายพันครัวเรือนยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ให้รออีกสัก อาทิตย์หนึ่ง ผมรอได้ครับ แต่ผมว่าประชาชนรอไม่ได้ อย่างไรฝากนำเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า มันเป็นเรื่องที่ดีนะครับ กระทรวงมหาดไทย คือความหวังของชาวสัตหีบนะครับ ว่าท่านจะพร้อมรับถ่ายโอนเมื่อไร ของกิจการไฟฟ้า สัมปทานสวัสดิการกองทัพเรือ ท่านประธานครับ อย่างไรฝากนำเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยด้วยครับ แล้วที่สำคัญครับ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน ผู้นำชุมชนข้างบน ก็รอ ฟังคำตอบนี้อยู่ครับท่านประธาน ผม สะถิระ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากครับ ท่านรัฐมนตรีนัดไว้สัปดาห์หน้า คงจะได้คำตอบ แล้วก็เรื่องไฟฟ้าที่สัตหีบนี่ได้หารือกันในที่ประชุมสภาไปบ้างแล้ว ก็ต้องขอบคุณที่ท่านสนใจ เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนครับ🔗
ต่อไป เราจะนำสู่ระเบียบวาระที่ ๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา ตามที่เรา ตกลงกันไว้นะครับ ส่วนกระทู้ถามแยกเฉพาะได้ดำเนินการตามขั้นตอนอยู่ที่ห้องกระทู้ถาม บริเวณชั้น ๑ แล้วนะครับ🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑. นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
ด้วย สำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ คุณสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจาก วันนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการมีภารกิจที่ได้นัดหมายล่วงหน้า จึงไม่สามารถ จะตอบกระทู้ถามนี้ได้ จึงขอเลื่อนออกไปก่อน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ หากคุณเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ ยังประสงค์จะตั้งคำถามต่อไป ก็ขอให้เสนอมาใหม่ในสัปดาห์ต่อไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๙ เชิญครับ🔗
ผม นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม ท่านประธานครับ ผมได้ตั้งกระทู้ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับเรื่องการแต่งตั้งศึกษาธิการภาค วันนั้นก็ได้คุย กับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการแล้วว่าจะมาตอบวันนี้ แต่วันนี้ท่านก็ขอเลื่อนไป อีก อย่างนั้นผมจะขอฝากคำถามไว้กับท่านประธาน เพราะสมัยนี้อีก ๒ นัดก็จะหมด สมัยประชุมแล้ว ขอให้ท่านประธานได้ช่วยแจ้งทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ด้วยครับ🔗
สืบเนื่องจากตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๑๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค โดยข้อ ๕ ให้มีสำนักงานศึกษาธิการ ภาคจำนวน ๑๘ ภาค สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการตามบัญชีที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศกำหนดเพิ่มปฏิบัติภารกิจกระทรวงศึกษาธิการในระดับพื้นที่ ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการศึกษาในระดับภาคและจังหวัด โดยอำนวยการส่งเสริมสนับสนุน พัฒนาการศึกษาแบบร่วมมือ และบูรณาการกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานอื่น หรือภาคส่วนอื่นเกี่ยวข้องในพื้นที่นั้น แต่ปัจจุบันนี้โดยมีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุศึกษาธิการภาคและสั่งบรรจุแต่งตั้งรอง ศึกษาธิการภาคจากข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ โดยปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็น ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าศึกษาธิการภาคว่างลง ๑๒ ภาค เป็นเวลา ๑ ปีงบประมาณแล้ว หากไม่มีการบรรจุแต่งตั้งตามกฎหมายภายใน ๒ ปีงบประมาณ ตามกฎหมาย คปร. ต้องดึงคืนตำแหน่งไป ย่อมทำให้ข้าราชการเสียหาย ไม่มีผู้บริหาร ระดับสูงในการขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่ และการที่ศึกษาธิการมารักษาการแทน ศึกษาธิการภาคถือว่าเป็นการใช้ดุลยพินิจที่ไม่มีเหตุผล ตามมาตรา ๓๗ พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการ ปี ๒๕๓๙ ชัดเจนนะครับ ผมจึงมีคำถามฝากกับท่านประธานไว้ ๓ คำถามครับ🔗
เดี๋ยวนะครับ ประเด็น ๓ คำถาม ผมว่าเดี๋ยวอย่างไรฝากไว้ผมก็ตอบไม่ได้ เดี๋ยวท่านทำหนังสือมา เอากระทู้ของท่านที่ทำหนังสือมาฝากเจ้าหน้าที่ข้างหน้าหรือจะฝากตอนหลังก็ได้ เดี๋ยวจะส่ง หนังสือคำถามของท่านไปให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนะครับ เพราะว่าท่าน ถามไปผมก็ตอบไม่ได้ แต่ขอหนังสือดีกว่า หนังสือประเด็นที่ท่านพูดถึงเมื่อสักครู่ เรื่องศึกษาธิการจังหวัดพร้อมกับคำถามของท่านส่งมาข้างหน้านะครับ🔗
ได้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปกระทู้ถามสดด้วยวาจาของคุณชัชวาล แพทยาไทย ถาม ท่านนายกรัฐมนตรีครับ🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ตอบกระทู้ ถามแทน แต่เนื่องจากในวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านพิชัย นริพทะพันธุ์ ติดภารกิจสำคัญ จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ คุณนภินทร ศรีสรรพางค์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ มาพร้อมแล้วนะครับ ขอเชิญคุณชัชวาล แพทยาไทย ได้ถามเลยนะครับ ผมขอเรียนเพิ่มเติม นิดหนึ่งกระทู้ถามสดด้วยวาจานี้ผู้ถามมีสิทธิถามได้ ๓ ครั้ง ภายในเวลา ๑๕ นาที ถ้าครบ ๑๕ นาที ถามยังไม่ครบ ๓ ครั้ง ก็ถือว่าท่านหมดสิทธิที่จะถามต่อไป ท่านรัฐมนตรีก็เช่นเดียวกันนะครับ ท่านก็มีสิทธิ ที่จะตอบคำถามทั้ง ๓ คำถามในเวลา ๑๕ นาทีเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเวลาค่อนข้าง ที่จะสั้นขอให้ดำเนินการคำนำไปบ้างเล็กน้อย แล้วก็ถามมาท่านรัฐมนตรีก็ตอบไปนะครับ เพราะเวลาจำกัดไว้ท่านละ ๑๕ นาที ท่านผู้ถามและก็รัฐมนตรีช่วยก็จะตอบ ๑๕ นาที แต่วันนี้อาจจะให้เพิ่มเติมได้เล็กน้อย เพราะว่ากระทู้ถามแรกไม่ได้ดำเนินการเพราะว่า ท่านรัฐมนตรีไม่ได้มานะครับ ก็ผ่อนผันได้อีกเล็กน้อย เชิญคุณชัชวาล แพทยาไทย ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๗ พรรคไทยสร้างไทย ดินแดนทุ่งกุลาร้องไห้ เกษตรวิสัย ปทุมรัตต์ เมืองสรวง ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณท่านนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้เกียรติมาตอบกระทู้ถามสดของผมในวันนี้ ซึ่งคำตอบของท่านจะเป็นประโยชน์อย่าง มากมายมหาศาลแก่พี่น้องเกษตรกรชาวนา🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทย ของเรามีประชากรกว่า ๖๗ ล้านคน และส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม ในพื้นที่ภาคอีสาน บ้านผมครับ พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรทำนา เลี้ยงวัวเป็นอาชีพหลัก ในการ ถามกระทู้ถามสดในวันนี้ครับ จึงเป็นการถามแทนพี่น้องชาวนา พี่น้องเกษตรกรผู้เป็นดั่ง กระดูกสันหลังหลักของชาติ และถามในนามที่ผมเป็นผู้แทนลูกอีสาน รับมรดกการเป็น ชาวนามาจากบรรพบุรุษปู่ย่าตายาย ท่านประธานครับ อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะถึงฤดูกาล เก็บเกี่ยวข้าวเปลือกนาปี ผมอยู่ในพื้นที่ครับ ไปไหนมาไหนพี่น้องก็ถามครับ ผู้แทนข้าวปีนี้ มันเป็นจั๋งได๋ ราคาเป็นตาถืกคือเก่าบ่ ผู้แทนซ่อยชาวนาแน่เด้อปีนี้บ่เป็นตารอดเด้ สิ่งเหล่านี้ ทำให้ผมอยู่นิ่งนอนใจไม่ได้ อาจจะเช่นเดียวกันกับเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านเหมือนกัน นะครับ ผมจึงขออนุญาตเป็นตัวแทนในวันนี้ เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีเห็นภาพว่าเหตุใดพี่น้อง ชาวนาจึงยังไม่สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการปลูกข้าว และเหตุผลความจำเป็นใด ที่รัฐจะต้องมีมาตรการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวนา อุปสรรคปัญหาที่พี่น้องชาวนา ต้องเผชิญนั้นเริ่มตั้งแต่ต้นกระบวนการผลิตครับ ปัญหาปัจจัยการผลิตที่ไม่เพียบพร้อม ทั้งเรื่องคุณภาพดิน การถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน แหล่งน้ำที่ไม่ครอบคลุมพื้นที่การเกษตร ปัญหา ต้นทุนการเกษตรที่สูง เมล็ดพันธุ์แพง ปุ๋ยแพง ค่าแรงแพง น้ำมันแพง ปัญหากลไกการตลาด ที่ไม่เป็นธรรม ชาวนายังถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา ไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดราคาขาย และราคาข้าวก็ไม่มีเสถียรภาพ สิ่งเหล่านี้ครับคอยกัดกร่อนและสร้างภาวะจำยอมให้กับ พี่น้องชาวนาที่ต้องทนอยู่กับสภาวะของการทำนาที่ขาดทุน บ้านผมครับ ภาษาอีสานเรียกว่า หลุบทุน เป็นอยู่อย่างนี้มาโดยตลอดครับท่านประธานครับ ในหลายครั้งที่ผมมีโอกาส ผมได้อภิปรายในสภาแห่งนี้หลายต่อหลายครั้งครับ ถึงสภาวะการขาดทุนของพี่น้องชาวนาว่า ขาดทุนอย่างไร เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีเห็นภาพ ท่านประธานเห็นภาพครับ ขอเอาขึ้นอีกสักครั้ง สไลด์นี้ครับ ท่านประธานดูครับ นี่คือต้นทุนการทำนาของพี่น้องในปัจจุบัน นาหว่านครับ ขาดทุน ๓๐๐-๕๐๐ ครับ นาดำครับ ๑,๕๐๐-๑,๘๐๐ ยิ่งทำก็ยิ่งขาดทุน ท่านประธานครับ นี่คือละครชีวิตที่สร้างจากเรื่องจริงของชาวนาไทย ฉายทุกปี เนื้อเรื่องเหมือนเดิม นักแสดง เหมือนเดิม ฉากจบก็เหมือนเดิมคือทำนาแล้วขาดทุน การที่ชาวนาเผชิญสภาวการณ์เช่นนี้ หลักใหญ่ใจความครับท่านประธาน มาจากปัญหา ๓ ประการที่ผมได้นำเรียน ปัญหาปัจจัย การผลิตที่ไม่เพียบพร้อม ปัญหาต้นทุนการผลิตสูง ปัญหากลไกการตลาดที่ไม่เป็นธรรม หากรัฐบาลยังไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาข้างต้นได้ท่านประธานครับ ท่านจะต้องมีมาตรการ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวนาครับ ท่านประธานครับที่ผ่านมาชาวนาได้รับการจัดสรร งบประมาณในการช่วยเหลือ จากมาตรการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตการเกษตรของเกษตรกร ผู้ปลูกข้าว หรือที่เรียกว่า ค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ๔-๕ ปีมาแล้วครับ มาตรการนี้ มีมาตั้งแต่สมัยท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน เป็นมาตรการที่คอยซับน้ำตาพี่น้องชาวนามาโดยตลอด มาปีนี้ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่า ไม่ใช่เฉพาะผม เพื่อนสมาชิกหลายท่านเดินไปไหน ชาวนาจะถามเป็นเสียงเดียวกันครับ ไร่ละพันสิได้บ่ผู้แทนปีนี้ พี่น้องชาวนาก็มีความหวังครับ หวังว่ารัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร จะมีมาตรการดังกล่าวเพื่อออกมาซับน้ำตาพี่น้องชาวนาเหมือนกับ รัฐบาลก่อน ๆ ที่ผ่านมาท่านประธานครับ ดังนั้นผมจึงขอเข้าสู่คำถามแรกครับว่า มาตรการ สนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว หรือที่ชาวบ้าน เรียกว่าเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ในปีการผลิต ๒๕๖๗/๒๕๖๘ จะยังมีอยู่ หรือไม่ จะเริ่มมาตรการเมื่อใด และถ้าไม่มีเพราะเหตุใด และถ้าไม่มีจะมีมาตรการอื่นมาทดแทน สภาวะชาวนาทำนาแล้วขาดทุนหรือไม่ เป็นคำถามที่ ๑ ครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน🔗
ขอบคุณมากครับ ท่านใช้เวลาไป ๕ นาทีครึ่งนะครับ เรียนเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ โดยเฉพาะท่าน สส. ชัชวาล แพทยาไทย ผู้ตั้งกระทู้ถามสดในวันนี้ ผม นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านพิชัย นริพทะพันธุ์ ให้มาตอบ กระทู้ถามสดของท่านในวันนี้ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีนั้น ให้ความ สำคัญกับพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกข้าวเป็นอย่างมาก ท่านคงเห็นว่า รัฐบาลในอดีต โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีนั้น ตั้งแต่สมัยท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ดี ท่านเศรษฐา ทวีสิน ก็ดี ได้ใช้อำนาจตั้งคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ ขึ้นมาบริหารจัดการข้าวของชาติมาโดยตลอด เช่นเดียวกันครับ ขอเท้าความไปถึงสมัย ท่านเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรีนะครับ ก็ได้ใช้อำนาจตามมาตรา ๑๑ (๖) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ตั้งคณะกรรมการนโยบาย และบริหารข้าวแห่งชาติขึ้นมา หรือเราเรียกสั้น ๆ ว่า นบข. โดยท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน นั้น เป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้ มีท่านภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นรองประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นกรรมการ มีปลัดกระทรวงที่สำคัญ ๆ หลาย ๆ กระทรวงเป็นกรรมการ และที่สำคัญครับ มีภาคเอกชนและภาคประชาชนร่วมเป็น คณะกรรมการด้วย ไม่ว่าจะเป็นประธานสภาเกษตรแห่งชาติ ประธานกรรมการ ศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย เป็นกรรมการ และมีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นเลขา มีอธิบดีกรมการค้าภายใน อธิบดี กรมการค้าต่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ช่วยเลขา และที่สำคัญก็คือ มีอธิบดี กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ช่วยเลขา คณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจ หน้าที่หลายประการด้วยกัน ที่สำคัญก็คือ การกำหนดนโยบาย แผนงานมาตรการ เกี่ยวกับข้าวเพื่อบริหารจัดการสินค้าข้าวให้สอดคล้องกันทั้งระบบ และแก้ไขปัญหาให้อย่าง มีประสิทธิภาพ เสนอนโยบายและยุทธศาสตร์ข้าวภายในระยะสั้น ระยะยาวต่อคณะรัฐมนตรี ส่งเสริม สนับสนุน วิจัย พัฒนา เพิ่มคุณภาพลดต้นทุน การผลิตข้าวที่สอดคล้องกับ ความต้องการของตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ และที่สำคัญครับ พิจารณา หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประกอบการ โรงสี ผู้ค้าและผู้ส่งออกในการรักษาเสถียรภาพของราคาข้าว นี่คืออำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ เรียกสั้น ๆ ว่า นบข. ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า คณะกรรมการชุดนี้แบ่งบทบาทเป็น ๒ บทบาทหลักด้วยกัน บทบาทแรก ก็คือการพัฒนา การผลิตข้าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการศึกษาวิจัยการผลิต ทำอย่างไรให้ผลผลิตออกมานั้น มีคุณภาพ มีผล Yield ที่สูงขึ้นและลดต้นทุนการผลิต กระบวนการตรงนี้เป็นเรื่องของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่รับผิดชอบในภาคของการผลิต ถ้าโครงการหรือมาตรการใด ที่เกินกว่างบประมาณที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นมีอยู่ในงบปกติ ก็จะเสนอมาตรการ เหล่านั้น เข้าสู่คณะกรรมการ นบข. และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป เพื่อนำงบประมาณจาก ส่วนอื่นมาช่วยเหลือเกษตรกร ในส่วนของการรักษาเสถียรภาพราคานั้น เป็นเรื่องของกระทรวง พาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์จะทำหน้าที่ในการรักษาเสถียรภาพราคาในขณะที่ข้าวนาปี นาปรัง ออกสู่ตลาดและมีปริมาณที่มาก ทำอย่างไรให้เกษตรกร โรงสี ผู้รวบรวม หรือสถาบัน เกษตรกรนั้น สามารถเก็บ Stock ข้าวต่าง ๆ ไว้เพื่อไม่ให้ระบายสู่ตลาดจนล้นตลาดทำให้ ราคานั้นตกต่ำ นี่คือหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งโครงการเหล่านี้ถ้าต้องใช้งบประมาณ จากส่วนกลาง ไม่สามารถใช้งบปกติได้ ก็เสนอต่อคณะกรรมการ นบข. เมื่ออนุมัติแล้วเสนอต่อ คณะรัฐมนตรีต่อไป นี่คือระบบและวิธีการทำงาน ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า สมัยปี ๒๕๖๖/๒๕๖๗ สมัยท่านเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีและเป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้ ปรากฏว่า กรมการข้าวและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เสนอมาตรการสนับสนุนบริหาร จัดการและพัฒนาคุณภาพการผลิต เกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยช่วยเหลือผู้ปลูกข้าวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท คนหนึ่งได้ไม่เกิน ๒๐ ไร่ โดยมีกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด ๔.๖๘ ล้านครอบครัว คิดเป็น งบประมาณ ๕๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งถูกเสนอโดยอธิบดีกรมการข้าว ซึ่งมีสถานะเป็นผู้ช่วย เลขาคณะกรรมการ นบข. แล้วเสนอโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในปี ๒๕๖๖ ซึ่งก็ได้เสนอต่อ ครม. และได้รับการอนุมัติเป็นที่เรียบร้อย เม็ดเงินดังกล่าวได้ ไหลสู่พี่น้องเกษตรกร โดยกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นเจ้าภาพรับผิดชอบ นี่คืออดีตที่ผ่านมาในปี ๒๕๖๖ และ ๒๕๖๗ ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๗ ปรากฏว่า ในส่วนของกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เสนอโครงการช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรโดยมีมาตรการสนับสนุนปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และชีวพันธุ์ในราคาครึ่งหนึ่งของ ราคาปุ๋ยตามโครงการ ไม่เกินครอบครัวละ ๕๐๐ บาท และไม่เกิน ๒๐ ไร่ คือได้เงินไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท มีวงเงินทั้งหมดในการช่วยเหลือ ๒๙,๙๙๔ ล้านบาท ซึ่งได้ผ่านต่อกรรมการ นบข. ไปเป็นที่เรียบร้อยในวันที่ ๑๗ มิถุนายน และผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการของกรมการข้าว ซึ่งเป็นเจ้าภาพในการ ดำเนินการโครงการนี้ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า ในขณะนี้ก็เหมือนกรมการข้าว กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กำลังทบทวนโครงการนี้อยู่ เนื่องจากว่ามาตรการของการช่วยเหลือเกษตรกร เรื่องของปุ๋ยนั้นมีปัญหา อุปสรรค และไม่ตรงกับความต้องการของพี่น้องเกษตรกร เพราะฉะนั้นเม็ดเงิน ๒๙,๙๐๐ กว่าล้านบาทในขณะนี้ ยังไม่ได้ใช้ ยังคงมีอยู่ อยู่ที่การทบทวน ของกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อมาท่านอดีตนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ได้พ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๗ คณะกรรมการ นบข. นั้นก็ถือว่าพ้นไปด้วย สิ้นสุดไปด้วย เพราะว่าการแต่งตั้งอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ เมื่อนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง คณะกรรมการชุดนี้ก็สิ้นสุดลงด้วย ต่อมาเมื่อ ฯพณฯ แพทองธาร ชินวัตร ได้รับการเลือกจากสภาผู้แทนราษฎรให้ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีและแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแห่งนี้ เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายนที่ผ่านมา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีแพทองธารได้ตั้งคณะกรรมการ นบข. ขึ้นมาใหม่ เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม เดือนนี้เอง โดยมอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านพิชัย ชุณหวชิร เป็นประธาน คณะกรรมการ นบข. ชุดใหม่นี้ ส่วนคณะกรรมการอื่น ๆ ก็คงจะคงเหมือนเดิม โดยมีรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นรองประธานคณะกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นกรรมการ มีทั้งท่านปลัดกระทรวงหลาย ๆ กระทรวงด้วยกัน มีอธิบดีหลาย ๆ กรม รวมทั้งภาคประชาชน ภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นประธานสภาเกษตรแห่งชาติ ประธานกรรมการ ศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ นายกสมาคมผู้ส่งออก นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย เป็นกรรมการ มีปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นกรรมการและเลขานุการ มีอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ อธิบดีกรมการค้าภายในจากกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ และที่สำคัญก็คือ มีอธิบดี กรมการข้าว จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า เมื่อแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้มาวันที่ ๘ ตุลาคม ในขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอนัดประชุม ครั้งแรก โดยเลขานุการนั้นเสนอต่อท่านประธาน คณะกรรมการก็คือ ท่านพิชัย ชุณหวชิร ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กำลังกำหนดวัน เชื่อครับว่าคงไม่เกินปลายเดือนนี้หรือต้นเดือนพฤศจิกายนจะนำเสนอเรื่องนี้เข้าสู่การประชุม และวาระที่สำคัญนั้นมี ๒ วาระด้วยกัน วาระแรกก็คือทบทวนโครงการสนับสนุนปุ๋ย ลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ที่เม็ดเงินอนุมัติไปแล้ว ๒๙,๙๐๐ กว่าล้านบาท ว่าจะทำ ต่อไปหรือไม่ ถ้าไม่ทำจะปรับปรุงโครงการเป็นอย่างไรนะครับ นี่คือวาระหนึ่งในการประชุมครั้งแรก และมีอีกวาระหนึ่งครับ คือมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต ๒๕๖๗/๒๕๖๘ ๒ วาระที่สำคัญตรงนี้ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า มาตรการในส่วนของการสนับสนุนค่าบริหาร และพัฒนาคุณภาพผลผลิตการเกษตรของผู้ปลูกข้าวนั้น หรือถ้าเรียกสั้น ๆ ว่าค่าเก็บเกี่ยว เป็นเรื่องของการลดต้นทุนการผลิต เป็นภาระหน้าที่ บทบาทโดยตรงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะต้องนำเสนอต่อคณะกรรมการ นบข. กระทรวงพาณิชย์นั้นมีบทบาทหน้าที่ในการรักษาเสถียรภาพ เพราะฉะนั้นโครงการค่าเก็บเกี่ยวนี้เป็นเรื่องของกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งผมให้ ความเห็นครับว่า ในโครงการเรื่องของปุ๋ยซึ่งเป็นวาระหนึ่งที่เข้าสู่การประชุม ซึ่งเม็ดเงินมีอยู่ แล้ว ๒๙,๙๐๐ กว่าล้านบาท ไม่น่าจะใช้ได้ต่อไป เพราะว่าไม่ตรงกับความต้องการของ เกษตรกรและเลยระยะเวลาของการให้ปุ๋ยในข้าวแล้ว เข้าสู่ฤดูจะเก็บเกี่ยว เชื่อครับว่า นโยบายโครงการในเรื่องของการช่วยเหลือปุ๋ยกับพี่น้องเกษตรกรน่าจะมีการทบทวน และยกเลิกและปรับเปลี่ยนโครงการ ส่วนการปรับเปลี่ยนโครงการนั้น จะปรับเปลี่ยน โครงการเป็นค่าเก็บเกี่ยวหรือไม่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับกรมการข้าว หรือปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำเสนอต่อคณะกรรมการ นบข. เพราะเป็นเรื่องของการลดต้นทุนการผลิต เป็นเรื่องของภาคการผลิต ซึ่งกระทรวงเกษตร และสหกรณ์มีบทบาทหน้าที่ในการรับผิดชอบโดยตรงนะครับ ผมก็กราบเรียนผ่านไปยังผู้ที่ ถามกระทู้นะครับ ท่าน สส. ชัชวาล แพทยาไทย รออีกนิดเดียว ผมเชื่อว่าคณะกรรมการ นบข. จะประชุมไม่เกินต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ท่านจะได้คำตอบครับว่า นโยบายเรื่อง ค่าเก็บเกี่ยวนั้นจะมีหรือไม่ ซึ่งผมก็คาดหวังนะครับ คาดว่าน่าจะมีการแก้ไขเรื่องโครงการปุ๋ย และนำเม็ดเงินเหล่านี้มาช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะเรื่องของค่าเก็บเกี่ยว คาดว่าอย่างนั้น นะครับ อาจจะมีการเสนอเรื่องนี้ต่อกรรมการ นบข. ขอกราบเรียนในเบื้องต้นสำหรับ คำถามแรกของท่านครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ตามข้อบังคับเรามีเวลาสำหรับตอบ ๑๕ นาที ท่านเหลืออีก ๒ คำถาม ผมกราบรบกวนท่านบริหารจัดการเวลานะครับ ท่านใช้ไป ๑๓ นาทีครึ่ง ขอบพระคุณครับ เชิญท่านชัชวาลครับ เชิญครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ จากคำตอบที่ท่านรัฐมนตรีนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ ตอบผม ต้องกราบขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูงครับ ที่ได้ช่วยไขข้อสงสัยของพี่น้องเกษตรกร ชาวนา ท่านเองเป็นผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงการเกษตรก็คงเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องเกษตรกร ไม่แพ้ผมและผู้แทนท่านอื่นเช่นกัน แต่ท่านประธานครับ เกษตรเป็นผู้ดูแลเรื่องการผลิต พาณิชย์ดูแลเรื่องการจำหน่าย นโยบายสูงสุดนั่นก็คือท่านนายกรัฐมนตรี บอร์ด นบข. ที่ดูแลเรื่องข้าว วันนี้ผมตั้งกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี แต่ท่านเดินทางมาไม่ได้ส่งท่าน รัฐมนตรีมาแทน เพราะฉะนั้นท่านประธานผมขออนุญาตสั้น ๆ อีกนิดหนึ่งครับ ผมอาจจะจับ ประเด็นได้ไม่ครบถ้วน อยากจะให้ท่านรัฐมนตรียืนยันสั้น ๆ นะครับว่า เรื่องของมาตรการ ค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ปี ๒๕๖๗/๒๕๖๘ ท่านฟันธงได้ไหมครับว่า จะยังมีอยู่หรือไม่ ด้วยความเคารพต่อท่านประธานครับ สั้น ๆ ครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังท่าน สส. ชัชวาล แพทยาไทย ผมเรียนอย่างชัดเจนนะครับ ว่าอำนาจหน้าที่ในการเสนอต่อคณะกรรมการ นบข. ในเรื่องของการลดต้นทุนการผลิต เป็นเรื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ ไม่ใช่เรื่องของอำนาจและบทบาทของ กระทรวงพาณิชย์ครับ ผมไม่สามารถยืนยันได้ แต่เชื่อครับว่า โอกาสที่จะยกเลิกโครงการปุ๋ย ที่มีเม็ดเงิน ๒๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ แล้วก็เติมเงินขึ้นมาอีกนิดหน่อย น่าจะเป็นโครงการ ที่สามารถทำได้ และเสนอโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ ผมขอใช้คำว่า น่าจะ น่าจะถูกเสนอโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ โดยเพิ่มเงินอีกประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านชัชวาล คำถามที่ ๓ เลยครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณมากครับท่านประธาน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธานครับ พี่น้องชาวนาทำนาแล้วขาดทุนเกิดจาก หลายสาเหตุหลายปัจจัยท่านประธานครับ ดั่งที่ผมได้กล่าวมาเบื้องต้น เรื่องปัจจัยการผลิต ที่ไม่เพียบพร้อม เรื่องต้นทุนสูง และปลายทางของปัญหาของชาวนา ก็คือปัญหาเรื่องกลไก การตลาดที่ไม่เป็นธรรม ราคาขายข้าวไม่สมดุลกับต้นทุน ซึ่งปัญหาด้านราคานี้ครับ รัฐบาล จะต้องทำหน้าที่ในการรักษาเสถียรภาพและพยุงราคาข้าวให้สมดุลที่สุด ท่านประธาน ที่เคารพครับ อีกหนึ่งสาเหตุว่าทำไมราคาข้าวถึงไม่สมดุลกับต้นทุน และทำไมรัฐบาลต้องทำ หน้าที่ในการรักษาเสถียรภาพข้าว ผมขอนำเรียนดังนี้ครับ วิธีการและพฤติกรรมการทำนา ของพี่น้องเกษตรกรชาวนาทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตครับ จากแต่ก่อนเราใช้วัว ใช้ควายในการไถ ทุกวันนี้เป็นรถไถนา รถแทรกเตอร์หมดแล้วครับ เวลาเกี่ยวข้าวจากเดิม ใช้มือเก็บเกี่ยวกว่าจะเกี่ยวเสร็จครับท่านประธานข้าวความชื้นก็ต่ำข้าวก็แห้งความชื้นไม่มี ปัจจุบันครับ มีรถเกี่ยวครับ แต่ก่อนนี่ ๓๔ วัน ๔๐ วันถึงจะเกี่ยวเสร็จ ทุกวันนี้ ๑ ชั่วโมง เสร็จแล้วครับการเก็บเกี่ยว ด้วยระยะเวลาของการเก็บเกี่ยวที่ใกล้เคียงกันแบบนี้นะครับ ข้าวเปลือกจำนวนมากมายมหาศาลจึงออกสู่ท้องตลาดพร้อม ๆ กัน ส่งผลให้ในฤดูกาล เก็บเกี่ยวมีข้าวเปลือก ๑๐-๒๐ ล้านตัน ออกสู่ท้องตลาดอย่างรวดเร็วตามหลักเศรษฐศาสตร์ อุปทานมากกว่าอุปสงค์ของราคาสินค้าก็ต้องถูกลง เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคมนี้ ตรงกับช่วงฤดูการเก็บเกี่ยวนาปี ราคาข้าวเปลือกจะลดลงอย่างมากครับส่งผลให้ชาวนา ขายข้าวเปลือกได้ราคาที่ไม่ดี หลายท่านอาจจะสงสัยว่า ตอนนี้ราคาข้าวเปลือกก็อยู่ที่ ๑๖ บาทไม่ใช่หรือ ท่านประธานที่เคารพ เพื่อให้ทุกท่านเข้าใจตรงกันครับราคา ๑๖ บาท ๑๗ บาท ณ ปัจจุบันนี้ นั่นก็คือข้าวเปลือกที่มีความชื้นต่ำหรือที่เรียกว่า ข้าวแห้งครับ เป็นข้าวนอกฤดูเก็บเกี่ยวที่ซื้อขายกันในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม เป็นส่วนน้อยมาก ที่ชาวนามีข้าวแห้งเก็บไว้ขายในช่วงนี้ เพราะชาวนาทยอยขายข้าวเปลือกสดหมด ตั้งแต่ อยู่ในฤดูกาลเก็บเกี่ยวแล้วครับ ถ้าท่านดูตามตารางครับ ตัวอาจจะเล็กต้องขออภัย ปี ๒๕๖๖ ราคาข้าวสดในตลาดอยู่แค่ ๑๑ บาทเท่านั้นเอง บางท่านอาจจะสงสัยว่า ถ้าราคา ข้าวเปลือกในช่วงดังกล่าวมันตกต่ำ ราคาไม่ดี แล้วทำไมไม่ตากให้มันแห้ง ความชื้นลด แล้วนำไปขายในช่วงราคาที่มันสูงล่ะ ในสภาพความเป็นจริงท่านประธานครับ หลายครอบครัวต้องกู้หนี้ยืมสินมาใช้ในการลงทุนทำนา อีกทั้งหลายคนจำเป็นต้องนำเงินมา ใช้จ่ายในครัวเรือน การจะให้เขารอคงเป็นไปไม่ได้ครับ ในอดีตที่ผ่านมาจึงมีโครงการในการ พยุงราคาและรักษาเสถียรภาพของราคาข้าวเปลือกนาปีมาโดยตลอด เพื่อทำให้ชาวนาสามารถ อยู่รอดได้ ท่ามกลางสภาวะราคาข้าวเปลือกไม่สมดุลกับต้นทุน ที่ผ่านมาเราจึงเห็นครับ มาตรการช่วยเหลือชาวนาจากหลายรัฐบาล ไม่ต้องย้อนไปไกลครับ ปี ๒๕๕๔ ก็มีโครงการ จำนำข้าว ปี ๒๕๕๗ ก็มีหลายโครงการเลยครับ อย่างเช่น มาตรการประกันรายได้ของ ผู้ปลูกข้าว หรือจะเป็นมาตรการสินเชื่อเพื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี หรือการจำนำ ยุ้งฉาง เพื่อให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนระหว่างการชะลอการขายข้าวโดยไม่ต้องเร่งขาย ข้าวเปลือกในช่วงที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก จูงใจให้เกษตรกรเก็บข้าวไว้ใน ยุ้งฉางครับ รอจำหน่ายในเวลาอันเหมาะสม ในพื้นที่ภาคอีสานบ้านผมครับ เกือบทุกหมู่บ้าน ท่านประธานครับ จะมียุ้งฉางไว้เก็บข้าว การออกมาตรการดังกล่าวนอกจากจะช่วยชะลอ ไม่ให้ข้าวเปลือกออกสู่ตลาดจำนวนมากแล้ว มาตรการนี้ยังเชื่อมโยงกับวิถีความเชื่อของชาว อีสานที่ว่า กินอย่าให้บก จกอย่าให้ขาด บ่ให้เหินเป็นหาด บ่ให้ขาดเป็นวัง ยุ้งฉางข้าว ต้องมีข้าวอยู่ตลอด เพื่อแสดงถึงความไม่ขาดไม่เขิน การดำเนินมาตรการสินเชื่อชะลอ การขายข้าวเปลือกนาปี หรือจำนำยุ้งฉางจึงได้รับความสนใจจากพี่น้องเกษตรกรชาวนา เป็นจำนวนมาก🔗
มาตรการที่ ๓ นั่นก็คือ มาตรการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าว และสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยสถาบันเกษตรกร โดยเฉพาะสหกรณ์การเกษตร ท่านประธานครับ ซึ่งเป็นองค์กร เกษตรกรที่มีอยู่แทบทุกที่ในประเทศไทย ทำให้เขาสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เสริมสภาพคล่อง สามารถรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรและสมาชิกได้ ท่านประธานครับ หลายสหกรณ์มีความเข้มแข็งพร้อมรับซื้อข้าวเปลือกจากพี่น้องชาวนา ดังนั้นสินเชื่อ เพื่อรวบรวมข้าวเปลือกจึงเป็นมาตรการที่ช่วยเหลือพี่น้องชาวนา โดยให้สถาบันเกษตรกร เป็นผู้ซื้อข้าวเปลือกนำในตลาด ในช่วงที่มีผลผลิตจำนวนมาก ตลาดเกิดการแข่งขัน เอกชน หากต้องการข้าวก็ต้องมาซื้อแข่งกับสถาบัน ทำให้เกษตรกรมีตัวเลือกและได้ขายข้าว ในราคาที่ดี แต่ท่านประธานครับ ปีนี้อีก ๒ อาทิตย์จะเกี่ยวแล้วครับ รัฐบาลที่นำโดยท่าน นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ปีการผลิต ๒๕๖๗ นโยบายที่จะใช้ในการพยุงราคาข้าว รักษาเสถียรภาพข้าวมิดซีลี อีก ๒ อาทิตย์ครับ และไม่มีท่าทีว่ารัฐบาลจะดำเนินการใด ๆ ข่าวในปีนี้ก็ประโคมข่าวโครม ๆ ว่า ข้าวจะราคาตกต่ำกว่าทุกปี ตามข้อมูลจากสมาคม ผู้ส่งออกข้าวไทย ข้าวปีนี้จะมีการร่วงลงครั้งใหญ่ที่สุด ซึ่งอาจจะต่ำสุดในรอบกว่า ๑๖ ปี ท่านประธานครับ การมีมาตรการในการพยุงและรักษาเสถียรภาพข้าว อีกแง่หนึ่งก็จะเป็น การให้หลักประกันกับพี่น้องชาวนาว่า รัฐบาลจะคอยอยู่เคียงข้างพวกเขาในวันที่ปัญหา ถาโถมโหมกระหน่ำเหมือนแรงพายุ ที่ผ่านมาหลายพื้นที่เผชิญปัญหาน้ำท่วม บางพื้นที่เผชิญ ปัญหาน้ำแล้ง บางพื้นที่เผชิญปัญหาข้าวเป็นโรค นาข้าวเสียหาย พอเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวเกิด ปัญหาข้าวล้นตลาด ราคาข้าวตกต่ำ มองไปยังตลาดโลกครับ จากที่เคยส่งออกเป็นเบอร์ ๑ ทุกวันนี้ถูกท้าทายจากอินเดีย เวียดนาม จีน จากที่ผมได้อภิปรายมาข้างต้น ท่านประธานครับ จึงขออนุญาตเข้าสู่คำถามสุดท้ายครับท่านประธาน เหลือเวลาอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้า จะเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวเปลือกนาปี รัฐบาล จะมีมาตรการรักษาเสถียรภาพและพยุงราคาข้าวเปลือกนาปีไม่ว่าจะเป็นมาตรการประกัน รายได้เกษตรกร มาตรการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีหรือจำนำยุ้งฉาง มาตรการ สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร หรือมาตรการอื่น ๆ จะยังมีอยู่หรือไม่ และจะดำเนินการเมื่อไร หากไม่มี จะมีมาตรการใดมาทดแทน ด้วยความเคารพครับท่านประธาน🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่าน สส. ชัชวาล แพทยาไทย ครับ โชคดีครับท่านครับที่ในวันนี้ขณะที่นั่งรอตอบกระทู้ของท่านอยู่นั้น ท่านพิชัย ชุณหวชิร ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการ นบข. เข้ามาในห้องประชุมพอดี ผมได้เรียนถามท่านว่าท่านจะนัดประชุมเมื่อไร ท่านบอก จะเร่งให้เร็วที่สุดอย่างช้าไม่เกินต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ จะประชุมคณะกรรมการ นบข. และผมถามความเห็นท่านว่า ถ้ามีการเสนอโครงการประกันค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ซึ่งเคยให้ในปี ๒๕๖๖ และปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ ควรจะให้หรือไม่ ท่านให้ความเห็น ครับว่า ราคาข้าวปีที่แล้วนั้นดีกว่าปีนี้อย่างแน่นอนนะครับ ปีที่แล้วได้ให้ ปีนี้ราคาข้าวลดลง เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะให้ค่าเก็บเกี่ยวกับพี่น้องเกษตรกรน่าจะเป็นไปได้สูงนะครับ นี่คือ ความเห็นของท่านนะครับ ไม่ใช่ความเห็นของคณะกรรมการนะครับ แล้วก็โครงการเรื่องของ ปุ๋ย ๒๙,๙๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งยังไม่ดำเนินการนั้นอาจจะทบทวนยกเลิก และนำเม็ดเงิน เหล่านั้นมาแล้วหาเม็ดเงินเพิ่มเติมมาจ่ายให้เกษตรกรในค่าเก็บเกี่ยว ซึ่งใช้วงเงินประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ นี่คือความเห็นของท่านนะครับ ไม่ใช่ความเห็นของ คณะกรรมการนะครับ ก็เรียนเพื่อให้ทราบ ณ ตรงนี้ครับ🔗
สำหรับคำถามที่ ๒ ขออนุญาตท่านประธานครับว่า จะตอบให้ครอบคลุม ผมคงใช้เวลาประมาณสัก ๑๐ นาที เกินเวลาไปนิดหน่อยนะครับ ท่านได้ถามว่า🔗
ท่านรัฐมนตรีครับ กระผมรบกวนท่านรัฐมนตรีกระชับเวลา🔗
ผมจะกระชับที่สุดครับ🔗
ท่านประธานครับ เรียนท่านประธานครับ ถ้าเวลาผมเหลือยกให้ท่านรัฐมนตรีเลยครับท่าน🔗
เหลือ ๒๐ วินาทีครับ เพื่อให้คำถามและคำตอบมันสมบูรณ์นะครับ ก็อะลุ่มอล่วยให้ ท่านรัฐมนตรีได้ตอบ แต่ว่าท่านต้องกระชับเวลานะครับ จะได้ไม่กินเวลาของกระทู้อื่นครับ🔗
เพราะว่าเป็นเรื่องที่ท่านถามครอบคลุมและเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะผู้ปลูกข้าว เรียนอย่างนี้ครับว่า ในการรักษาเสถียรภาพราคาของข้าวของรัฐบาล ชุดนี้เรามีมาตรการในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเตรียมเสนอต่อคณะกรรมการ นบข.🔗
ในโครงการแรก คือเรื่องของมาตรการสนับสนุนค่าบริหารจัดการพัฒนา ในโครงการแรก ก็จะเป็นเรื่องของมาตรการการชะลอการขายข้าว ทำอย่างไรให้เกษตรกรนั้น สามารถเก็บข้าวไว้ได้นะครับ โดยมีค่าฝากยุ้งฉางให้ประมาณ ๕ เดือน ๑,๕๐๐ บาทต่อตัน นอกจากนี้เกษตรกรเมื่อมีผลผลิตข้าวออกมาปั๊บ เขาอาจจะไม่มีเงินใช้ ท่านก็สามารถนำข้าวนั้น ไปขอสินเชื่อจาก ธ.ก.ส. ได้นะครับ โดยถ้าเป็นข้าวหอมมะลิจะได้สินเชื่อตันละ ๑,๒๐๐ บาท ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่จะได้สินเชื่อ ๑๐,๕๐๐ บาท ข้าวปทุมธานี ๑๐,๐๐๐ บาท ข้าวเจ้า ๙,๐๐๐ บาทต่อตัน ข้าวเหนียว ๑๐,๐๐๐ บาทต่อตัน เมื่อผ่านพ้นไป ๔-๕ เดือนราคาข้าว ขึ้นมา ท่านก็นำข้าวเหล่านั้นไปขายแล้วก็คืนสินเชื่อให้กับธนาคารนะครับ🔗
มาตรการที่ ๒ คือการเก็บ Stock ข้าวเปลือกและข้าวสาร อันนี้เป็น มาตรการในการช่วยเหลือดอกเบี้ยให้กับโรงสีในการเก็บข้าว Stock ไว้ไม่ให้ข้าวออกมา ล้นตลาดจนทำให้ราคาตกต่ำ โดยช่วยดอกเบี้ย ๔ เปอร์เซ็นต์นะครับ ซึ่งโรงสีนั้นก็จะไปกู้เงิน จากภาครัฐมาแล้วแต่เครดิตของแต่ละบริษัทด้วยกัน ซึ่งตอนนี้ MRR นี้อยู่ประมาณ ๗.๕๗ นะครับ นี่คือ MRR ของแบงก์กรุงไทย ซึ่งเมื่อวานนี้แบงก์ชาติได้ประกาศลดดอกเบี้ยมา ๐.๒๕ เพราะฉะนั้น MRR จะอยู่ประมาณ ๗.๒๒ ซึ่งบางบริษัทก็อาจจะได้ MRR-1 MRR-2 รัฐบาลก็จะช่วยประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นโดยกำหนดว่าให้โรงสีนั้นดูดซับผลผลิตเก็บ Stock นี้ประมาณ ๔ ล้านตัน ในปีที่ผ่านมานี้มีคนเข้าร่วมโครงการ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ เก็บ Stock ไป ๒.๒ ล้านตันข้าวเปลือก🔗
มาตรการที่ ๓ สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวเปลือก ในส่วนตรงนี้ก็ให้สถาบันการเงิน กู้เงินจาก ธ.ก.ส. ไปรวบรวมข้าวเปลือกเก็บไว้ในช่วงที่ผลผลิตออกมามาก โดยเฉพาะช่วง เดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม ซึ่งมีผลผลิตออกถึง ๒๐ ล้านตันด้วยกันนะครับ ธ.ก.ส. จะให้กู้ โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ ๔.๕ ต่อปี ในขณะที่รัฐบาลจะช่วย ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ เท่ากับสถาบัน การเกษตรนั้นรับผิดชอบเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์ นี่คือ ๓ มาตรการหลักของกระทรวงพาณิชย์ ที่จะเสนอต่อ นบข. ในการประชุมครั้งแรก นี่คือ ๓ มาตรการหลัก ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรโดยการดึงราคาข้าว ๒๐ ล้านตันให้สูงขึ้นในช่วงที่ผลผลิตออก แล้วก็ใช้เม็ดเงินไม่มาก อยู่ประมาณสักหมื่นกว่าล้านบาท ซึ่งหมื่นกว่าล้านบาทนี้ คือวงเงินในการให้สินเชื่อด้วย ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็คืนกลับมา ใช้จริง ๆ อยู่ประมาณไม่เกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ🔗
นอกจากนี้ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ โดยงบประมาณของกระทรวง พาณิชย์เองนี้ เราก็มีมาตรการอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการส่งเสริมการตลาดและภาพลักษณ์ ข้าวไทยในต่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และกรมการค้าต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีการขยายตลาดข้าว ทั้งตลาดเดิมและตลาดใหม่ ไม่ว่าจะในประเทศฟิลิปปินส์ ฮ่องกง จีน มณฑลยูนนาน เฉิงตู กวางโจว มณฑลทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน ซึ่งถือได้ว่าเป็น Tier 2 นะครับ ซึ่งมีกำลังซื้อที่สูง นอกจากนั้นก็ยังขยายตลาดไปที่ยุโรป ไม่ว่าจะเป็นนอร์เวย์ เยอรมัน สเปน อิตาลี และยุโรป ตะวันออก แคนาดา สหรัฐอเมริกา อาร์เจนตินา และตะวันออกกลางครับ ดูไบ ซาอุดีอาระเบีย แอฟริกาคืออียิปต์ นอกจากนี้ยังเพิ่มมาตรการผ่านช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ ส่งเสริม การบริโภคการค้าในร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ผู้นำเข้า งานแสดงสินค้าต่าง ๆ และเพิ่ม ช่องทางการจำหน่ายข้าวในต่างประเทศ นี่คือโครงการของกระทรวงพาณิชย์โดยใช้งบปกติ ของกระทรวงพาณิชย์ในการส่งเสริมรักษาเสถียรภาพของข้าว🔗
ส่วน ๓ มาตรการที่ผมกล่าวเมื่อสักครู่นี้ เราจะเสนอต่อคณะกรรมการ นบข. ในการประชุมครั้งแรก เราเชื่อครับว่าจะช่วยพยุงราคาข้าวให้สูงขึ้นในช่วงที่ผลผลิตออก ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม ๒๐ ล้านตัน จะมีราคาที่ดีขึ้น ทำให้พี่น้องเกษตรกรนั้น สามารถอยู่ได้ แล้วก็มีความสุขในช่วงของผลผลิตการเก็บเกี่ยวข้าวในปีนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีมากนะครับ🔗
ท่านประธานขอสัก ๕ วินาทีครับ🔗
เชิญครับ สั้น ๆ ครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ท่านประธาน ขออนุญาตเป็นตัวแทนพี่น้องเกษตรกรชาวนา ขอบคุณท่านรัฐมนตรี และขอบคุณไปยังรัฐบาลนะครับ ผมขออนุญาตขอบคุณล่วงหน้าครับ ขอบพระคุณมากครับ ด้วยความเคารพครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณมากครับ เป็นอันจบกระทู้ถามสดที่ ๑ นะครับ🔗
๒. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ท่าน นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว ได้มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้มาตอบกระทู้แทน ซึ่งขณะนี้ท่านพิชัย ชุณหวชิร ได้มาอยู่ที่ประชุมแล้ว ขอเชิญท่านสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ได้ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาถามท่านรัฐมนตรี เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ผมขอตั้งกระทู้ถามสดเพื่อสอบถามความคืบหน้าของโครงการรถไฟ ความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน ซึ่งเซ็นสัญญากันไปตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ตอนนี้ก็ล่วงเลยมา ๕ ปีแล้ว แล้วข่าวล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็บอกว่ามีการประชุมเพื่อจะแก้ไขสัญญาสัมปทานกัน ทั้ง ๆ ที่โดยข้อเท็จจริงก็คือยังไม่ได้เริ่มการก่อสร้างจริง ๆ เลยด้วยซ้ำ ยังไม่ได้ปักเสา ยังไม่ได้ขึ้นตอม่อ แต่ก็จะแก้ไขสัญญาสัมปทานกันแล้วนะครับ เดี๋ยวห้องโสตช่วยขึ้น PowerPoint ด้วยนะครับ เรื่องนี้นะครับท่านประธาน ได้มีการประชุมของ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ครั้งที่ ๔/๒๕๖๗ ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ ๑๑ ตุลาคม โดยการเจรจา การประชุมนี่ก็บอกว่าให้ยืนหลักการแก้สัญญา มีใจความ ที่สรุปได้ว่าหลักการก็คือ ภาครัฐไม่เสียประโยชน์ และภาคเอกชนไม่ได้ประโยชน์เกินสมควร คือท่านก็เข้าใจเลือกคำนะครับ ภาคเอกชนไม่ได้ประโยชน์เกินสมควร แต่ผมแปลไทย เป็นไทยง่าย ๆ เลยนะครับว่า จะแก้ไขสัญญาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุนเพิ่มเติมจาก สิ่งที่เขาประมูลได้คือตอนเขาประมูลมันก็มีเงื่อนไขอยู่แล้วนะครับว่าจะต้องทำอย่างนี้ จะต้องเป็นอย่างนี้ แต่นี่ยังไม่ได้เริ่มสร้างจริง แต่ท่านจะไปแก้ไขสัญญาสัมปทาน มาดู รายละเอียดกันนะครับ ตามข่าวถ้าประเด็นใดไม่จริงนะครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีชี้แจง ได้นะครับ แต่ตามข่าวก็คือ ๕ ประเด็นที่จะแก้ไขสัญญากัน🔗
ประเด็นที่ ๑ วิธีการชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุนนะครับ จากเดิมนี่ตกลงกันไว้ว่า สร้างให้เสร็จก่อน เอกชนต้องออกไปให้หมดก่อน แล้วพอเปิดให้บริการพูดง่าย ๆ สร้าง เสร็จแล้ว รัฐค่อยทยอยจ่ายคืน แต่สิ่งที่ท่านจะเปลี่ยนนะครับ ก็คือจะสร้างไปจ่ายไป ถ้าการ ประมูลเป็นอย่างนี้นะครับ แล้วบริษัทอื่นที่เขาไปประมูลแข่งแล้วได้เงื่อนไขอย่างนี้มันดีขึ้น แน่นอนครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านกำลังจะทำนี่มันเอื้อประโยชน์ชัด ๆ ครับ คือจะจ่ายคืน นายทุนให้ไวขึ้น ท่านรัฐมนตรีก็เป็นนักการเงินนะครับ คงเข้าใจในเรื่องของ Cash Flow ดีนะครับว่าอย่างนี้เอกชนได้ประโยชน์เห็น ๆ🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่จะทำการแก้กันก็คือ การกำหนดชำระค่าสิทธิให้ร่วมลงทุน ในโครงการ Airport Rail Link โดยให้เอกชนแบ่งชำระค่าสิทธิ จำนวน ๑๐,๖๗๑ ล้านบาท เป็น ๗ งวด แต่ข้อเท็จจริงตอนเซ็นสัญญาก็คือ เอกชนจะต้องจ่ายก้อนแรกตูมเดียว ครั้งเดียวตั้งแต่ปีแรก แต่นี่ท่านก็จะไปให้เขาผ่อนชำระ ๗ งวด ๗ ปี จริง ๆ แล้วนายทุน ค้างชำระตั้งแต่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๔ นะครับ แต่รัฐก็ยอมให้ผ่าน ท่านก็จะไปแก้ไขสัญญา เอื้อให้นายทุนอย่างนี้🔗
ประเด็นที่ ๓ มีการกำหนดเรื่องของส่วนแบ่งผลประโยชน์ตอบแทน หรือว่า Revenue Sharing อันนี้ก็ตรงไปตรงมาครับว่าอาจจะดูเหมือนดีว่า ถ้าเอกชนมีรายได้ มากพอก็จะแบ่งคืนรัฐอะไรต่าง ๆ แต่ว่าโอกาสเกิดขึ้นมันไม่ง่ายครับ จะเกิดไม่เกิดเราไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ นะครับ ที่เกิดแน่ก็คือมันเป็นการเปิดช่องให้โกงได้ง่ายนะครับ เพราะท่าน เขียนไว้ว่า มีสิทธิเรียกให้เอกชนชำระส่วนแบ่งผลประโยชน์เพิ่มได้ตามจำนวนที่ตกลงกัน ย้ำนะครับเป็นตามจำนวนที่ตกลงกัน แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรครับว่าเอกชนเขาซ่อนตัวเลขทำ บัญชีอะไรต่าง ๆ มันโปร่งใสหรือไม่ แต่นี่ครับท่านก็ไปแก้ ดูเผิน ๆ มันก็ดูดีจริง ๆ ครับ ที่จะ แบ่งส่วนแบ่งอะไรต่าง ๆ แต่ว่ามันเป็นการเปิดช่องให้โกงได้ง่าย แล้วจะไปแก้ทำไมครับ จริง ๆ สัญญาก็เซ็นไปแล้วครับ🔗
ประเด็นที่ ๔ มีการยกเว้นเงื่อนไขการออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน หรือว่า NTP Notice To Procedure นะครับ อันนี้ก็ดูดีครับ เพราะว่าจะได้แก้ปัญหาแล้วก็เริ่มได้ สักทีนะครับ แต่มันเป็นการแก้ปัญหาที่ตัวเองก่อ จากการเขียนสัญญาไม่รัดกุม เปิดช่องให้ เกิดเงื่อนไขของ BOI ที่ผมเคยอภิปรายไปแล้วนะครับว่า เลื่อนแล้วเลื่อนอีก เพราะว่ามันเป็น ตามใจเอกชนว่าเขาอ้างว่ายื่นเอกสารไม่ครบ คือเขาก็ดึงเอกสารอะไรต่าง ๆ นะครับ แต่ BOI ก็ใจดีเกิน เลื่อนแล้วเลื่อนอีก เลื่อนไปนะครับ🔗
ประเด็นสุดท้าย ประเด็นที่ ๕ ตามข่าวนะครับ ก็บอกว่าจะมีการป้องกัน ปัญหาในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสถานะทางการเงินของ โครงการ โดยปรับปรุงข้อสัญญาในส่วนของเหตุสุดวิสัย และเหตุผ่อนผัน แต่ท่านต้องไม่ลืม นะครับว่า สัญญาสัมปทานโครงการนี้เป็น PPP Net Cost ไม่ใช่ PPP Gross Cost ไม่ใช่ จ้างวิ่ง แต่เป็นรูปแบบ PPP Net Cost ที่เอกชนต้องรับความเสี่ยง ฉะนั้นการที่จะไปแก้อะไร อย่างนี้ คำถามแรกคือจะแก้ทำไมครับ เพราะว่าเซ็นสัญญาไปแล้ว ตอนประมูลเงื่อนไข สัญญาเป็นอย่างนี้ แล้วก็พอแก้อย่างนี้แล้วก็เกิดการตีความอีกว่าอะไรคือเหตุสุดวิสัย จะต้องแล้วแต่การเจรจา กับผู้มีอำนาจอีกแล้วหรือครับ คือท่านไปตีเช็คเปล่า ทั้ง ๆ ที่เป็น PPP Net Cost ซึ่งโดยความหมายของ PPP Net Cost คือนายทุนต้องรับความเสี่ยง ย้ำนะครับ นายทุนต้อง รับความเสี่ยง คือถ้าเป็นรูปแบบอื่นเขาก็อาจจะมีโอกาสได้ประโยชน์อะไรน้อยหน่อย แต่เสี่ยงน้อย High Risk High Return ท่านทราบกฎข้อนี้ดี แต่รูปแบบสัญญาที่เซ็นกัน ไปแล้ว มันเป็นแบบนี้ชอบ ไม่ชอบ PPP Net Cost อีกเรื่องหนึ่งแต่เซ็นไปแล้ว แต่ท่านก็จะ ไปแก้ให้เกิดการตีความว่าอะไรคือเหตุสุดวิสัยที่จะไปเอื้อประโยชน์ให้นายทุนได้อีกนะครับ🔗
เพราะฉะนั้นจะเห็นได้เลยครับว่า ๕ ข้อหลัก ๆ ที่ท่านจะแก้กันตามข่าว ถ้าข้อใดไม่จริงท่านชี้แจงนะครับ แต่อันนี้ผมเอามาจากข่าวให้ Link ไปด้วยนะครับ ในข้อแรกคือท่านจะเร่งจ่ายนายทุนให้ไวขึ้น ในข้อที่ ๒ คือนายทุนค้างชำระตั้งแต่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๔ แต่ท่านก็จะยอมให้ผ่อนเป็นงวด ข้อที่ ๓ อาจจะดูเหมือนดี แต่เปิดช่อง ให้โกงได้ง่าย ข้อที่ ๔ ท่านมาแก้ปัญหาของตัวเองที่เป็นคนก่อ แล้วก็ข้อสุดท้ายเป็นการ ตีเช็คเปล่าทั้ง ๆ ที่โดยสัญญาเอกชนต้องรับความเสี่ยง ฉะนั้นผมถึงตั้งคำถามนะครับ🔗
คำถามที่ ๑ ที่จะถามท่านรัฐมนตรี และจริง ๆ นะครับท่านประธาน ตอนแรกผมตั้งกระทู้ถามท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่จะต้องกำกับดูแลสัญญาของ รฟท. ซึ่งเป็นคู่สัญญานะครับ อย่างไรก็ตามก็มีการประสานว่า ท่านพิชัยจะมาตอบแต่ก็ยินดีนะครับ แล้วก็ขอบคุณที่ท่านจะมาตอบเพราะว่าท่านก็เป็น หัวโต๊ะของที่ประชุม กพอ. ที่อนุมัติเรื่องนี้นะครับ ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรก็อยากให้ท่านตอบ คำถามที่ ๑ ที่อยากให้ท่านตอบก็คือ จาก ๕ ประเด็นที่รัฐบาลส่อแววว่าจะแก้ไขสัญญา สัมปทานให้เอกชน โดยท่านพิชัยนั่งเป็นหัวโต๊ะเอง วางแผนจะขยายสัญญาสัมปทาน ในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน จาก ๕ ประเด็นตามข่าวมีข้อไหนไม่จริงบ้าง โดยหากจริงท่านคิดว่าการแก้ไขสัญญาแบบนี้ เป็นการเอื้อประโยชน์ให้นายทุนหรือไม่🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานและผ่านไปยังท่านสมาชิก ท่านสุรเชษฐ์นะครับและ สส. ผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ก่อนที่ผมจะเริ่มตอบประเด็นการแก้ไขปัญหา ๕ ข้อ ๕ ประเด็น เราก็ต้องมาถามก่อนนะครับว่า โครงการนี้คือโครงการอะไร ผมวางพื้นสักนิดหนึ่งก่อน โครงการนี้เป็นโครงการเชื่อมรถไฟ ๓ สนามบิน ระยะทาง ๒๒๐ กิโลเมตร ด้วยความเร็วรถไฟ สูงสุดที่ ๒๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผ่านหลายจังหวัด ถ้าเราจะเริ่มแล้ว ก็เริ่มกันตั้งแต่ ดอนเมือง บางซื่อ แล้วก็สุวรรณภูมิ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ศรีราชา พัทยา แล้วก็ไปอู่ตะเภา จะเห็นว่าจะผ่านเส้นทางไปสู่เศรษฐกิจพิเศษก็คือ EEC ถ้าเรามองไปทางขวาของ EEC เราก็ จะพบว่านั่นคือ Eastern Seaboard ซึ่งจะเป็นตัวเชื่อม ดังนั้นโครงการนี้จึงเป็นโครงการ ที่เรียกว่า เป็นโครงสร้างที่สำคัญของเศรษฐกิจประเทศไทย ที่รัฐบาลมีความประสงค์อยากจะ ให้เกิดนะครับ เพื่อเป็นฐานในการที่จะทำให้เศรษฐกิจเจริญเติบโตแบบมีสาระสำคัญ โดยต้อง หาเอกชนมาเป็นผู้ลงทุนและไปดำเนินการ ท่านจะเห็นว่าในเชิงของประโยชน์ ถ้าเราจะเริ่ม ตั้งแต่ต้นแล้ว ไม่ใช่เฉพาะโครงการนี้ เพราะว่าจะมีอุตสาหกรรมหลาย ๆ อย่าง หลายประเภท ซึ่งวันนี้ผ่านเข้ามา เสนอตัวเข้ามา ส่วนใหญ่ก็จะมาอยู่ในสถานที่นี้ ซึ่งเราก็จะ ใช้เป็นสถานที่เกี่ยวกับเรื่องทางเทคโนโลยีทั้งหลายทุกคนก็จะมุ่งเข้ามาที่นี้ เพราะฉะนั้น จะมีการลงทุนต่อเนื่องไปอีกนะครับ เพราะฉะนั้นจะเห็นในเรื่องของประโยชน์ ประชาชน ตลอดเส้นทาง ๒ ฝั่ง ก็จะได้ประโยชน์ด้วยการเดินทางไปมารวดเร็ว มีการจับดูกันว่าถ้าจาก อู่ตะเภาด้วยความเร็วแล้วจอดไปอย่างนี้รวมเวลาที่จอดด้วย ถ้าเข้ามาถึงเขต กทม. แล้วก็ ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง ก็แปลว่าทุกอย่างดีขึ้น สะดวกขึ้นนะครับ มองเห็นสิ่งที่นักลงทุนทั้งหลายอยากจะเข้าไปลงทุนในสถานที่ตลอดเส้นทางรถไฟเหล่านี้ ในเชิงของประโยชน์ผมวางไว้ก่อนว่า นี่คือผลประโยชน์ของประเทศและของประชาชนทุกคน แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ได้มีการเริ่มทำสัญญาแล้ว ผมอยากจะเริ่ม Time line ให้เห็น นิดหนึ่งว่ามีการตกลงกันตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ดังที่ท่านทราบ แต่ในช่วงปี ๒๕๖๓ ก็จะมีขั้นตอน การดำเนินงานก่อนที่เราจะเริ่มมีการก่อสร้าง หรือว่าลงสัญญา ก็คือต้องมีการหาพื้นที่ คืนพื้นที่ ส่งมอบพื้นที่หลายเรื่องที่ต้องปฏิบัติตามก่อน ซึ่งก็คาดว่าใช้เวลามาก็ปีกว่า ๒ ปี ดังนั้นเวลาที่ดำเนินงานจริง ๆ ว่าไปแล้ว ก็คือ ตุลาคม ๒๕๖๔ เราจะเห็นว่า ๒๕๖๒-๒๕๖๔ นี้ ถ้าเราไล่เป็น ค.ศ. ดี ๆ ก็คือ ๒๐๑๙ ซึ่งเป็นช่วงโควิด เพราะฉะนั้นเหตุการณ์พวกนี้มันเกิดอยู่ ในช่วงโควิด เราก็คงจะรู้ว่าหลาย ๆ อย่างมันมีปัญหา และในช่วงพอปลายโควิด เราก็จะเห็นว่า มันมีปัญหาเกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางการเมืองระหว่างประเทศ Geopolitics ไม่ว่า จะเป็นปัญหาเกิดขึ้นในยูเครน เกิดขึ้นหมด จะเห็นว่าช่วงนั้นเกิดปัญหาขึ้นมาเงินเฟ้อสูงขึ้น ดอกเบี้ยสูงขึ้น ผมคิดว่ามันก็มีปัจจัยหลายอย่างที่เปลี่ยนไป เพราะว่าในการลงทุนทุกอย่างก็ ต้องไปหาแหล่งของเงินแน่นอน เราก็เข้าใจถึงปัญหาเหล่านี้ว่ามันเกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ผมอยากจะเรียนให้ท่านทราบว่าจริง ๆ แล้วโครงการนี้ เพื่อจะให้ท่านเห็นภาพว่า การแก้ไข สัญญาเพื่อจะให้จ่ายเงินมากขึ้นหรือน้อยลง ผมอยากจะเรียนครับ ไม่ว่าจะแก้ไขสัญญา อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินนี้จะต้องไม่มากไปกว่าเดิมในเชิงของมูลค่าปัจจุบัน ผมอธิบายให้ ฟังง่าย ๆ ในเงื่อนไขข้อที่ ๑ เงื่อนไขการขอแก้ไขการจ่ายเงินเพื่อให้เริ่มโครงการได้ โดยทั่วไป โครงการก็จะขอระยะเวลาก่อสร้างประมาณ ๕ ปี หลังจากเสร็จสิ้นแล้ว และดำเนินการใน ๖ เดือน รัฐก็จะเริ่มชำระเงินให้วงเงินประมาณผ่อนเป็นเวลา ๑๐ ปี ๑๔๙,๐๐๐ กว่า ล้านบาท อยากจะทราบครับว่าจริง ๆ ที่มาของ ๑๔๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ถ้าเราสามารถ จ่ายทันทีตั้งแต่วันแรกเลย มูลค่าที่เราจะจ่ายก็จะตกประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท กลม ๆ โดยประมาณ คือ ๑๑๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าผมจำไม่ผิด เมื่อมันจะต้องจ่ายแค่นั้น การที่ เราให้เขาสร้างก่อน แล้วเราไปจ่ายทีหลัง สิ่งที่เราต้องจ่ายเพิ่มจาก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๑๔๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนั้นไม่ใช่ว่าเป็นสิ่งที่เราให้เขาเปล่า ๆ ก็คือ เป็นเรื่องของ ค่าดอกเบี้ยครับ หรือค่าต้นทุนทางการเงินที่เขาดำเนินการไปก่อน แล้วเมื่อเกิดเหตุการณ์ อย่างนั้นเราก็มาปรับดูถึงความเป็นไปได้ ดังนั้นเงื่อนไขที่ปรับให้ดีขึ้น เราก็จะต้องมีการ ทำหลายอย่าง อย่างที่ ๑ ก็คือ เราก็จะมาดูว่าเพื่อให้มันเกิดขึ้นแล้วก็สามารถดำเนินการได้ เราก็จะแบ่งให้เขามีการส่งมอบงานเป็นครั้ง ๆ ประมาณ ๕-๖ ครั้ง ในการส่งมอบงานนั้น ก็เป็นไปตามผลสำเร็จของงาน แล้วเราก็มีการชำระเงิน ฟังก่อนนะครับ มีการชำระเงิน แต่เมื่อมีการชำระเงิน วันที่เริ่มมีการชำระเงินหรือเซ็นสัญญา เขาต้องเอาหนังสือค้ำประกัน มาวางไว้เลย คิดเป็นมูลค่าของเงินเทียบเท่ากับเงินที่เราจะต้องจ่ายไปในมูลค่าปัจจุบัน หรือเอาง่าย ๆ เลยถ้าเขาทำได้สัญญาทั้งหมดภายใน ๕ ปี แล้วเราส่งเงินให้เขาหมดเลย ถ้าคิดถอยลดลงมา ด้วยอัตราถอยลดมาแล้วก็เทียบเท่ากับจ่าย ๑๒๐,๐๐๐ เท่ากัน ความหมายคือค่าของเงินแล้วรัฐบาลจ่ายเท่าเดิม เอกชนได้เท่าเดิม เพียงแต่ทำให้มันเกิด ความสามารถที่จะทำให้เป็นไปได้ แต่นอกเหนือจากนั้นแล้ว วิธีการเราเพิ่มได้อีกครับ ในการ ลดความเสี่ยง แล้วก็มองมาดูว่าถ้ามันเกิดเหตุการณ์คล้าย ๆ แบบนี้ขึ้นมาเราจะทำอย่างไร ในหนังสือค้ำประกันนั้นจะเห็นว่า ให้วางตั้งแต่วันแรกเลยทั้ง ๕ ฉบับ คิดเป็นจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มากกว่า ๑๒๐,๐๐๐ ในขณะที่ทำไปสักช่วงหนึ่ง ถ้าทำไปแล้วเกิด ทำไม่สำเร็จด้วยเหตุใด หรือทำสำเร็จ ไม่สำเร็จ เราก็สามารถที่จะสมมุติต้องหยุดกัน ก็สามารถที่จะหาผู้รับเหมารายใหม่มาได้ เพราะว่าสิ่งที่จะทำนั้นจะต้องโอนให้เราเลย เป็นครั้ง ๆ เป็นงวด ๆ แล้วเราก็สามารถหาผู้รับเหมาใหม่ ถ้าจะสร้างด้วยราคาที่แพงกว่าเดิม หนังสือค้ำประกันเหล่านี้จะมีผลในการที่จะรัฐเรียกได้ เพราะว่าให้มาครบทั้งหมดแล้ว และเป็นจำนวนที่เราจะปิดแค่ส่วนต่างเท่านั้นเอง ทีนี้ถ้าจะไปดูอีกอันหนึ่งในเรื่องของหลัก หนังสือค้ำประกัน ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่า มันมีหนังสือค้ำประกันอยู่หลายประเภท มีอยู่อีกอันหนึ่ง ซึ่งสำคัญมากคืออาศัยความน่าเชื่อถือของผู้ลงทุน เพราะฉะนั้นคงจะทราบว่า Consortium นี่จะประกอบด้วยผู้ลงทุนใหญ่ ๆ หลายแห่ง ประมาณ ๔-๕ แห่ง รวมทั้งบริษัท จีนด้วย แล้วก็บริษัทในไทยด้วย ก็จะมีการออกหนังสือค้ำประกันให้กับงานนี้จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นก็แปลว่านอกเหนือจากหนังสือสัญญา ที่เราจะได้จากธนาคารแล้ว ก็ยังมีหนังสือในกรณีที่จะเกิดอะไรขึ้น เราสามารถที่จะไปเรียก ซึ่งเป็นไปตามสัญญาเดิม อันนี้ก็ยังคลุมไว้เหมือนเดิมอยู่ ก็แปลว่ามันคลุม ๒ ชั้น เรื่องนี้ก็เป็น เรื่องที่ ๑ ที่ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่า การเงินนี้ไม่ได้จ่ายมากขึ้นและไม่ได้เอื้อ แต่ต้องการ ทำให้โครงการเกิดขึ้น เมื่อเราคำนึงถึงผลประโยชน์ของรัฐแล้ว รัฐไม่ได้เสียแต่ผลประโยชน์ ในเชิงเศรษฐกิจและผลประโยชน์ที่จะตกสู่ธุรกิจ ผลประโยชน์ที่ตกสู่ประเทศและประชาชน ก็จะได้สามารถกลับเข้ามาได้นะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นสิ่งที่เรามาพิจารณา แต่ในเชิง ของรายละเอียด เดี๋ยวผมจะไปเรียนตอนท้ายว่าอันนี้คือหลักการ วิธีการที่ให้ไป เดี๋ยวจะต้อง มีการกลับไปพิจารณาเรื่องนี้หาในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อกลับนำมาเสนออีกครั้งหนึ่งว่า ตกลงแล้วข้อยุติคืออะไร การผ่อนผันชำระ Airport Rail Link คงจะทราบว่าตอนที่ยื่น ข้อเสนอข้อนี้จริง ๆ แล้วเป็น ๓ Package ผูกไว้กันอยู่ เป็นทางรถไฟเชื่อม ๓ สนามบิน คือเรื่องที่ ๑ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อครู่ผมขอเพิ่มอีกนิดหนึ่งครับ ในการลงทุนอันนี้ นอกจาก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นเส้นทางรถแล้วก็เป็นสถานีแล้วนี่ จริง ๆ แล้วเอกชนได้ มีการลงทุนเพิ่มเติมอีก ก็คือระบบไฟ ระบบรถ ทั้งหมดนี้เอกชนลงทุนคิดเป็นเงินประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนนี้เมื่อถึงเวลาเมื่อดำเนินการแล้วก็จะตกมาเป็นของรัฐ อันนี้ ความหมายคือว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลจ่าย จ่ายในเวลาที่ปรับเปลี่ยนใหม่ แต่ส่วนที่ลงทุน อันนั้นภาคเอกชนยังเป็นผู้ลงทุนต่อไป เพื่อให้ระบบรถมันสมบูรณ์ยิ่งขึ้น🔗
ในส่วนของ Airport Rail Link เราก็จะเห็นว่าเงื่อนไขเดิม ก็คือให้ชำระ ครั้งเดียว ๒ ปีนับแต่วันลงนามในสัญญา วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๒ ก็จะเห็นว่าอีกเช่นเดียวกัน ช่วงนี้ก็เกิดขึ้นในช่วงที่ไม่มีผู้เดินทางเข้ามาในประเทศเลย แล้วมันก็เกิดเหตุซึ่งไม่มีใครคาดคิด ว่าจะเกิดเรื่องเหล่านี้ ซึ่งเงินที่ต้องชำระหนี้คิดเป็นเงินประมาณ ๑๐,๖๗๐ ล้านบาท โดยประมาณ อันนี้เพื่อจะทำให้มันเกิดขึ้นได้นี่เราก็เลยต้องมาดูว่าเราจะปรับอย่างไรนะครับ เพื่อให้มันเกิดการ Tricker จะเห็นว่ามีบางอย่างที่เราปรับแล้วเป็นในสิ่งที่เป็นไปได้ก็คือ ถึงแม้ว่าเราจะให้ภาคเอกชนผ่อนชำระได้ ๗ งวด แต่ต้องวางหลักทรัพย์ค้ำประกันไว้ทั้ง ๗ ฉบับเช่นกัน อันนี้อาจจะดูว่ายังไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าการจ่ายนี่จะจ่ายเท่ากับต้น เท่าเดิมคือ ๑๐,๖๗๐ ล้านบาท แน่นอนการจ่าย ๗ ครั้งนี้นะครับ จะต้องมีการคิดดอกเบี้ย ถามว่าดอกเบี้ยมาจากไหนครับ ถ้าเราไล่เงินนี้ไประบบนี้ ก็คือระบบที่ครั้งหนึ่งรถไฟไทย การรถไฟของเรานี้ได้จ่ายไปสู่เงินกู้ เรามีการกู้เงินมาดอกเบี้ยส่วนนี้เป็นดอกเบี้ยแท้จริงเท่าไร ก็จะถูกกลับไปเรียกเก็บในเงินของ ๑๐,๐๐๐ นี้ ก็แปลว่าเงินที่จ่ายช้าลงนี้ ทางผู้ลงทุน หรือภาคเอกชนก็จะไม่ต้องมาจ่ายค่าของเงินหรือดอกเบี้ยตัวนี้ตามที่รถไฟไทยต้อง รับผิดชอบด้วย🔗
ส่วนเรื่องอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องความรับผิดชอบ ถึงแม้ว่าเราจะมาเลื่อนให้ก็จริง แต่ว่าตั้งแต่วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๔ ก็จะมีเกร็ดเล็ก ๆ ขึ้นมา จะเห็นว่า เราจะให้ภาคเอกชน ที่เข้ามานี่ดูแลรับผิดชอบตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ คือถ้ารายได้ต้องส่งการรถไฟไทย ส่วนรายจ่าย ก็มาหักได้ คือความหมายว่า ถ้าหักแล้วท่านขาดทุน เอกชนต้องรับไป ท่าน Absorb ขาดทุน นะครับ แต่ถ้าหากว่ามีกำไรส่วนนั้นต้องส่งให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย คือความหมายว่า ในช่วงนี้ก่อนที่สัญญานี่ท่านรับไปวิ่งด้วยเงื่อนไขการผ่อนอย่างนั้น ถ้าหากว่ามีขาดทุน ท่านต้องรับ ถ้ามีกำไรก็จะเป็นของการรถไฟไทย เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าในช่วงนี้ ทีนี้เพื่อให้ เห็นภาพว่าช่วงตั้งแต่วิ่งมาจนถึงปัจจุบันแล้วขาดทุนไปเท่าไร ซึ่งเอกชนต้องรับไปแล้ว ก็คือ คิดเป็นจำนวนเงินประมาณ ๓๖๓ ล้านบาท นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ถึงแม้ว่าจะรับมอบช้าก็ยังรับ ขาดทุน แต่ทันใดที่เริ่มแล้วก็กลับไปสู่สัญญาเดิม และนี่คือ ๒ เรื่องที่เราได้จัดทำไป เป็น ๒ Package🔗
ทีนี้ส่วนแบ่งของรายได้ ผมก็อยากจะเรียนว่าเมื่อครู่นี้ผมได้บอกว่าโครงการนี้ เป็นการผูก ๓ โครงการเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในภาพรวม มากที่สุด ท่านจะเห็นว่าเส้นทางรถไฟความเร็วสูงที่วิ่งผ่านหลายจังหวัด หลายสถานีนี้ ประกอบกับเส้นที่รับมาจากสุวรรณภูมิเพื่อมาเชื่อมเส้นนี้ แล้วก็ยังมาอยู่ในจุดที่จะมีการ พัฒนาบนพื้นที่ที่เราเรียกว่า TOD หรือ Transit Oriented Development หรือเรารู้จักกัน ในนามว่า มักกะสัน ที่ดินเขตตรงนี้ที่ครั้งหนึ่งเราเห็นบนทางด่วน มีเนื้อที่ประมาณสัก ๑๔๐ ไร่ โดยประมาณ แล้วก็บวกกับที่ศรีราชาอีกประมาณ ๒๓ ไร่ ทั้งหมดนี้จะอยู่ในส่วน ของการพัฒนาของโครงการนี้ด้วย แต่ว่าต้องจ่ายค่าเช่าเพิ่มเติมนะครับ ค่าเช่าที่จ่ายทั้งหมด คิดเป็นเงินที่ตกลงกันไว้ประมาณ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็จะเริ่มทันที ความหมายก็คือว่า ผลตอบแทนของ ๓ โครงการนี้ เมื่อมา Bando หรือมาผูกเข้าร่วมกันแล้ว เป็นที่มาของ ผลตอบแทนโครงการ ๕.๕๒ ในภาษา Finance ก็คือส่วนของเจ้าของ หรือ Equity Return ๕.๕๒ ถ้าถามว่าสูงไหม ในเชิงของผมนะครับ ผมก็ว่าค่อนข้างจะต่ำ ก็แปลความหมายว่า ผู้ลงทุนยินดีที่จะได้รับผลตอบแทนในเชิงที่ค่อนข้างจะต่ำตั้งแต่แรกแล้ว ก็ผูกพันแล้ว สัญญาแล้ว ฉะนั้นทันใดที่เกิดเงื่อนไข ถ้าวันข้างหน้าดี ภายในระยะเวลา ๕๐ ปี มันดีขึ้น ก็ต้องมีการบอกว่าส่วนที่เกินน่าจะแบ่งกลับมาให้รถไฟไทยบ้าง จะแบ่งอย่างไร ด้วยเงื่อนไข อย่างไร ก็ให้เขาคุยกัน หลังจากที่เรามีหลักการอันนี้ว่า ควรจะต้องมีเงื่อนไขของการแบ่งส่วน รายได้ ส่วนที่เกินอันนี้กลับมาให้ ซึ่งอันนั้นจะประกอบด้วยอะไรบ้าง ในการที่ผลตอบแทน จะดีขึ้น เรายังไม่ได้มากำหนดเลยครับว่าเงื่อนไขอะไรบ้าง รายได้ดีขึ้น หรือต้นทุนลดลง หรือดอกเบี้ยลดลง คงต้องมานั่งตกลงกัน เดี๋ยวผมจะเรียนว่าคณะกรรมการชุดไหนจะต้องนั่ง ทบทวนดูเรื่องเหล่านี้🔗
เรื่องที่ ๔ ก็คือเงื่อนไขและการออกหนังสือแจ้งเริ่มงาน หรือ Notice to Proceed เดิมทีในหนังสือเล่มนี้เราไม่สามารถจะแจ้งให้เขาเริ่มได้เลย เพราะว่าเวลาผูกกันไว้ นอกจาก เงื่อนไขการลงทุน เงื่อนไขการชำระเงิน เงื่อนไขการทำงาน ค้ำประกันอะไรต่าง ๆ แล้ว ก็จะมี เงื่อนไขอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือผลประโยชน์ที่ได้รับจากการลงทุนทางภาษี จริง ๆ แล้วจะต้องคุย แล้วก็ผูกกัน แต่เนื่องจากโครงการนี้มา เรื่องนี้ก็เป็นเงื่อนไข ถ้าหากว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ มันก็ไม่สามารถจะเริ่มงานได้ ดังนั้นเราก็ผูกบอกว่าเอาเป็น ๒ เรื่องแล้วกัน ต้องไม่มีเรื่องนี้นะครับ เรื่องนี้ให้ไปคุยกันทีหลัง ให้เป็นไปตามกติกาของ BOI เขา ว่าอะไรให้ได้ ให้ไม่ได้ สามารถที่จะ Apply ต่อไป เพราะฉะนั้นการที่ไม่มีเงื่อนไขนี้ ก็แปลว่า Notice ที่จะให้ หรือการยื่นที่ให้เริ่มงานได้ เกิดขึ้นได้ นั่นก็จะเร็วขึ้นกว่าเดิมนะครับ ส่วนคำว่า เหตุสุดวิสัย จริง ๆ แล้วตามเหตุสุดวิสัย ถ้าเป็นเหตุการณ์ปกติแล้ว อันนั้นเป็นความเสี่ยงของ ผู้ลงทุนนะครับ ก็คือ PPP Net Cost นั่นก็เป็นความเสี่ยงนะครับ คนขึ้นโดยสารน้อย การลงทุนเกิดขึ้นน้อย ธุรกิจที่เกิดขึ้นนั้นไม่มาก Traffic ไม่เยอะ นั่นก็เป็นความเสี่ยงตามปกติ ของผู้ลงทุนไป แต่ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ก็จะเป็น Cost ปกติ ซึ่งเป็นสากล ซึ่งกำหนด ให้เป็นอย่างนั้น กำหนดไว้เพื่ออะไรครับ กำหนดไว้เมื่อเราเห็นว่ามันเหตุสุดวิสัย และไม่ใช่ เป็นความผิดของทั้ง ๒ ฝ่าย สมควรที่จะเปิดเอาไว้ แล้วให้ทั้งผู้ลงทุนแล้วก็ภาครัฐมานั่งคุยกัน เพื่อแก้ไขปัญหานั้น มีไว้เพื่อแก้ไขปัญหานะครับ เพราะฉะนั้นการที่ทำอันนี้ไว้ เพื่อให้เกิด ความคล่องตัวว่าทุกครั้งที่เกิดปัญหาอะไรที่คาดไม่ถึง เราสามารถที่จะนั่งคุยกัน เพื่อจะแก้ไข ปัญหานั้นได้ ฉะนั้นผมอยากจะเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับว่า การที่เราเห็นว่าควรจะมี การทบทวนมติ ครม. ซึ่งนำไปซึ่งการอาจจะต้องแก้ไขสัญญา เราก็จะบอกไว้ โดยที่เรายึด หลักการเดิม ซึ่งเป็นสำคัญ ก็คือคณะกรรมการ EEC ได้ให้ความเห็นชอบว่าให้นำเสนอ ครม. ได้ เพื่อพิจารณาทบทวนมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๑ บนพื้นฐานของกฎหมาย ระเบียบที่รัฐไม่เสียผลประโยชน์ เพื่อรถไฟไทย แล้วก็ EEC ดำเนินการแก้ไขสัญญา ร่วมลงทุนโครงการตามขั้นตอนในข้อ ๒๑ ของประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนา พิเศษภาคตะวันออก เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และกระบวนการในการร่วมลงทุน กับเอกชน หรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน พ.ศ. ๒๕๖๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติมต่อไป ผมขอ ขยายความครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีครับ ขยายความไว้เป็นคำถามที่ ๒ ก็แล้วกันครับ ท่านตอบ ๕ คำถามที่ทาง ท่านสมาชิกเขาได้ถามครบถ้วน เดี๋ยวเอาไว้คำถามที่ ๒ นะครับ อาจารย์สุรเชษฐ์ เชิญครับ ท่านรัฐมนตรีใช้เวลาเกินไปแล้ว ๒ นาที ท่านสุรเชษฐ์ถามต่อเลยนะครับ🔗
ผมขอรักษาเวลาของผม แล้วกันนะครับ ท่านรัฐมนตรีได้พูดถึงประโยชน์ของโครงการว่ามันต้องเกิด แต่อย่าลืมว่า มันประมูลไปแล้วด้วยเงื่อนไขที่ประมูลไปแล้ว หากท่านจะเปลี่ยนเงื่อนไขไม่ว่าท่านจะชี้แจง เหตุผลอะไรก็ตาม มันก็มีโอกาสเปลี่ยนเจ้าสิครับถ้าอย่างนั้น ถ้าเกิดเจ้าอื่นเขาได้เงื่อนไข ที่ท่านบอกว่ารัฐไม่ได้กระทบอะไรมาก ท่านอ้างถึงโควิด ยูเครน ผมก็ถามว่าแล้วธุรกิจอื่น เขาไม่เดือดร้อนหรือครับ ท่านจะเยียวยาแต่เจ้านี้หรือครับ แล้วเยอะด้วยนะครับ นอกจากนั้นท่านพยายามอธิบายในเรื่องของ Cash Flow เรื่องของ Present Value อันนี้ ผมเข้าใจดี แต่ก็ถามง่าย ๆ ว่าเงื่อนไขการจ่ายเงินที่เปลี่ยนไปอย่างนี้มันก็ส่งผลนะครับ ไม่อย่างนั้นมันไม่ดีขึ้นแล้วเขาจะเซ็นหรือครับ นอกจากนั้นท่านยังพูดถึงในเรื่องของ ๕ ข้อ อะไรต่าง ๆ มันเป็นอย่างไร ผมว่าเท่าที่ผมฟังโดยสรุปก็คือข่าวนี้เป็นข่าวจริง ถ้าไม่จริง ท่านบอกนะครับ แต่ท่านก็พยายามอธิบายตามข่าวก็คือมันเป็นข่าวจริง แต่ท่านบอกว่ามัน ไม่ได้เอื้อ แต่ผมเห็นว่ามันเอื้อครับ เรื่องนี้ย้อนกลับไปดูปีนี้เมื่อ ๓ เมษายน ผมเคยอภิปราย ๑๕๒ เพื่อแจ้งปัญหานี้แล้วก็เสนอแนวทางการแก้ไขไปแล้ว ๓ เมษายน อันนี้ให้ QR Code ไป Scan ได้นะครับ คือโครงการนี้มันฉาวจริง ๆ ว่าเขาขอตั๋วไว้ก่อน แล้วก็ไม่พร้อมก็ดึงผ่าน กลไก NTP อะไรที่ออกไม่ได้ ไม่ส่งเอกสาร BOI BOI ก็ช่วยแล้วช่วยอีก เงินถึงค่อยทำ จริง ๆ ที่ท่านพูดมาทั้งหมดถ้าเอกชนเขาเพิ่มทุนมันก็จบ รัฐก็ไม่ต้องไปเอื้อเขา ไม่ต้องช่วยเขา ไม่ต้องไปเอาเปรียบเจ้าอื่น แล้วก็ดำน้ำรอหาเรื่องแก้สัญญาแล้วก็ไม่เริ่มสร้างเสียทีอย่างนี้ครับ ฉะนั้นหากรัฐบาลยอมเอื้อประโยชน์ให้นายทุนแบบนี้แล้วท่านจะประมูลเพื่ออะไรครับ ท่านให้ตั๋วเจ้าใดเจ้าหนึ่งไปแล้วก็มาเจรจาต่อรอง ท่านช่วยปกป้องมันไม่เอื้อ ไม่เอื้อ ผมว่า มันเอื้อชัด ๆ ครับ พื้นฐานสัญญาคือเซ็นตั้งแต่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๒ ใน PPP Net Cost ท่านอ้างโน่นอ้างนี่แล้วชาวบ้านเขาไม่เดือดร้อนจากโควิด จากยูเครนอะไรกันหรือครับ ณ วันนั้นท่านไปดูได้เลย ผมก็ตั้งคำถามไว้ ๓ คำถามนะครับ ว่าจะมีการเลื่อนการออก NTP หรือไม่ เพราะว่า ณ วันที่ผมถามมันจะต้องสิ้นสุดเดือนมิถุนายน ๒๕๖๗ แล้วผมก็ถามไปว่า จะมีการแก้ไขสัญญาหรือไม่ ท่านก็ตอบว่าไม่นะครับ แล้วก็บอกว่าท่านเข้าใจหรือยังในเรื่อง ของมาตรฐานรถไฟความเร็วสูงอะไรต่าง ๆ ก็ได้รับคำตอบแบบคนไม่รู้เรื่องพูดครับ มาดูกันว่า จริง ๆ แล้วถ้ารัฐเอาจริงคือถือว่าเอกชนผิดสัญญาไปแล้ว เพราะในสัญญาตามภาพมันเขียน ไว้ชัดว่า เอกชนจะต้องจ่ายค่าสิทธิ Airport Rail Link ภายใน ๒ ปี ซึ่งข้อมูลก็ตรงกับท่านว่า Due date มัน ๒๔ ตุลาคม แต่นี่มันผิดสัญญาไปแล้ว เพียงแต่ว่ามันมีกลไกที่ไปช่วยเหลือ การออก MOU อะไรต่าง ๆ ที่เมื่อสักครู่ท่านเล่านะครับ🔗
แต่มาดูคำตอบครับ คำตอบที่วันนั้นท่านรัฐมนตรีสุริยะเป็นคนตอบเรื่องนี้ จากการที่ผมอภิปราย ๑๕๒ คำตอบในคำถามแรกนะครับ ท่านก็ตอบว่ามันไม่ควรเลื่อน แต่ตอนนี้มาถึงวันนี้ข้อเท็จจริง ณ วันนี้ยังเลื่อนอยู่ แม้รับปากว่าจะหยุดเลื่อนตั้งแต่ มิถุนายน ๒๕๖๗ แต่ ณ วันนี้ตุลาคม ๒๕๖๗ ก็ยังเลื่อนอยู่🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมตั้งคำถามไว้ ท่านสุริยะ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคม ที่เป็นคู่สัญญาของรัฐ ท่านก็บอกว่าไม่มีนโยบายในการแก้ไขสัญญา เพื่อเอื้อเอกชนอย่างแน่นอน คือพูดง่ายท่านสุริยะประกาศว่าจะไปแก้สัญญาเมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๗ ประกาศไว้อย่างนี้ แต่วันนี้วันที่ ๑๗ แล้วจริง ๆ ท่านก็ประกาศตั้งแต่วันที่ ๑๑ ตุลาคม ว่าท่านจะแก้สัญญา ตกลงตอนนี้นะครับ ผมเอาตอนนี้นโยบายของรัฐบาลที่ท่าน ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้มาตอบจะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้ครับ ท่านจะแก้จริง ๆ ใช่ไหมครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ อย่างที่ผมเรียนประเด็นนี้เดี๋ยวผมไว้ต่อไปก็ได้ครับว่า รัฐมนตรี ไม่ได้เข้าใจ ณ วันนั้นในการตอบเรื่องมาตรฐานรถไฟความเร็วสูงนะครับ🔗
วันนี้ผมขอตั้งคำถามที่ ๒ ก่อนเลยแล้วกันนะครับ คำถามที่ ๒ ท่านบอกว่า ณ วันที่ ๓ เมษายน ท่านสุริยะในฐานะที่เป็นคู่สัญญาตอบชัดเจนว่าไม่แก้สัญญา แล้วก็ยังพูด หล่อ ๆ ด้วยนะครับ ที่ผมอภิปรายอะไรไปพูดหล่อ ๆ ว่า ไม่มีหรอกนายใหญ่นายทุน มีแต่ นายสุริยะตัดสินใจได้ไม่แก้สัญญาแน่ ๆ อันนี้ไปย้อนดูกันได้เลยนะครับ ท่านตอบอย่างนี้ อยู่ใน Paragraph สุดท้ายนี่ ตอบมาเสียอย่างหล่อเลย แต่มาถึงวันนี้ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๗ คำถามก็คือจุดยืนของรัฐบาลเป็นอย่างไร ใครคือนายใหญ่ที่จะตัดสินใจว่าจะแก้ไขสัญญา สัมปทานหรือไม่🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ ท่านปกรณ์วุฒิ🔗
ขอบคุณ ท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากในคำถามแรกนะครับ ท่านรัฐมนตรีตอนนี้ใช้เวลาเกิน ๑๕ นาทีไปแล้ว ๒ นาทีนะครับ ผมก็เข้าใจดีนะครับว่า บางเรื่องก็อาจจะจำเป็นต้องใช้เวลาในการขยายความนะครับ แต่ประเด็นแรกก็คือจะกรุณา เป็นอย่างยิ่งหากท่านประธานจะช่วยท่านรัฐมนตรีให้ควบคุมเวลาบริหารเวลาให้ได้ ดีกว่านี้นะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ วันนี้กระทู้ถามสดเรามาไม่ครบ ท่านรัฐมนตรีในกระทู้ถามสดแรก ก็ไม่ได้มา ดังนั้นตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๐ ท่านประธานสามารถขยายเวลาให้ทั้ง ๒ ฝั่งใช้เวลา ถามตอบอย่างเต็มที่ได้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ผมตอบท่านปกรณ์วุฒิอย่างนี้ครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๐ เราสามารถที่จะขยายเวลาให้กับ กระทู้หนึ่งกระทู้ใดในวันนั้น ๆ ได้ ถ้าหากว่ากระทู้ถามสดมีบางกระทู้เลื่อนการตอบไป เพราะฉะนั้นประเด็นนี้เนื่องจากว่าผมยังไม่ได้ Break ท่านรัฐมนตรี เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้มี ๕ ประเด็นที่ทางท่านอาจารย์สุรเชษฐ์ได้ยกขึ้นมานะครับ ท่านรัฐมนตรีก็ได้พยายามที่จะ ไล่เรียงใน ๕ ประเด็นดังกล่าว ประเด็นนี้ถือว่าจบไป🔗
ประเด็นที่ ๒ ผมนั่งอยู่บนนี้หลายครั้งแล้วก็เห็นถึงปัญหาเหมือนกันครับว่า เวลาของทางคณะรัฐมนตรีมันไม่สามารถที่จะมองเห็นได้ เวลา ๑๕ นาทีนี้ รัฐมนตรีไม่ทราบ เลยครับว่าใช้เวลาไปเท่าไรแล้ว เมื่อสักครู่นี้ท่านจะเห็นผมเชิญทางท่านเลขาที่ประชุมขึ้นมา เพื่อที่จะหาทางออกร่วมกันว่า ตรงนี้จะทำอย่างไรที่จะหาจุดจับเวลาถอยหลังให้กับทาง คณะรัฐมนตรีที่ตอบได้เห็นเวลาได้นะครับ ซึ่งตรงนี้ก็เห็นปัญหาเหมือนกัน แล้วก็จะพยายาม ดำเนินการแก้ไขในครั้งถัดไป ทางเลขาก็ได้บอกแล้วว่าจะช่วยหาวิธีให้นะครับ เรียนกับ ท่านปกรณ์วุฒิ ท่านรัฐมนตรีจุลพันธ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน จะยกประเด็นเดียวกันคือที่นั่งของคณะรัฐมนตรี ไม่เห็นเวลาจริง ๆ เราคำนวณไม่ได้เลยนะครับประเด็นแรก ผมนี่นั่งมาแล้วทั้งข้างล่าง และข้างบนนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของกระทู้ต้องขอความกรุณาว่า ในระยะหลังนี้ที่ได้มี โอกาสมาตอบรวมถึงท่านรัฐมนตรีท่านอื่นด้วย ๑ คำถามมันคลอดออกมาเป็น ๔-๕ คำถาม การตอบก็ทำให้ใช้เวลามากขึ้น เพราะฉะนั้นอยากจะให้ยึดในเรื่องของข้อบังคับ การถาม ๑ คำถามก็คือ ๑ คำถามจริง ๆ กระบวนการตอบจะง่ายขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ก็ช่วยกันปรับนะครับ ตรงไหนที่พอจะทำให้การตอบและการถาม มีประสิทธิภาพมากที่สุดนะครับ ทั้งฝ่ายตอบแล้วก็ฝ่ายถามเราก็ช่วยกันทำให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุดนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมจะพยายามใช้เวลาให้กระชับมากขึ้นครับ ก็เพื่อจะตอบคำถาม ที่ ๒ นะครับว่าแก้สัญญาไหม ก็อยากจะเรียนว่า แก้แล้ว เอื้อนายทุนไหม ผมก็อยากจะเรียน อย่างนี้ครับว่า ในมุมมองเราแล้วถ้าหากว่ามันเกิดเหตุขึ้นมา แล้วก็เป็นสิ่งที่ทำให้โครงการ มันเดินต่อไม่ได้ ผมคิดว่ามันไม่ใช่เฉพาะโครงการนี้นะครับ ที่ผ่านมาในสถานการณ์โควิด เราได้มีการ Waive เรื่องต่าง ๆ ให้มากมายเลย ไม่ว่าจะเป็นรายเล็ก รายใหญ่ที่ทำธุรกิจอยู่กับ ภาครัฐนะครับ เราก็ Waive ให้ ให้ความสะดวกเพราะเข้าใจถึงเหตุสุดวิสัยนั้น แต่สำหรับ อันนี้เป็นโครงการใหญ่ ผมคิดว่าอยากจะเรียกว่าการแก้ไขสัญญาไหม น่าจะเรียกว่า การทบทวนสัญญา ทบทวนมติ ครม. บนหลักเกณฑ์ของสิ่งที่รัฐจะต้องไม่เสียผลประโยชน์ เพราะฉะนั้นผมก็เลยอยากจะบอกว่า คำว่า ไม่เสียผลประโยชน์นี่รัฐก็คงต้องมองนะครับ นอกเหนือจากสิ่งที่รัฐจะต้องปฏิบัติแล้ว คำว่า รัฐ รัฐก็ดูแลผลประโยชน์ของภาคเศรษฐกิจ แล้วก็ภาคประชาชนด้วย ตัวนี้เราจะต้องนำมาประกอบดูแลด้วยว่าระหว่างการตัดสินใจ อย่างใดอย่างใดอย่างหนึ่งนั้น ทำให้รัฐและประเทศเสียผลประโยชน์หรือไม่นะครับ ผมว่า อันนั้นน่าจะเป็นประเด็น เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าการแก้ไขเราจึงเดินอยู่บน ถ้าว่าไปแล้ว อยู่บนหลักเกณฑ์เดิม เพียงแต่ว่าปรับแต่งเกณฑ์บางอย่าง เพื่อให้สามารถเดินได้โดยที่รัฐไม่เสียผลประโยชน์ในแง่ของเม็ดเงิน ซึ่งเราคิดว่าเป็นค่าเงิน ทางเดียวกัน แล้วก็เกิดผลทางปฏิบัติได้ ผมก็คิดว่าตอนที่บอกว่าไม่แก้สัญญา ผมก็ไม่ทราบ ในเหตุการณ์ขณะนั้น แต่ถ้านึกในทางปฏิบัติแล้วสัญญาทุกฉบับเมื่อเริ่มเราก็ไม่คาดคิด ว่ามีการแก้ แต่แน่นอนนะครับ ในทุก Plot ของสัญญาก็มักจะมีทางออกให้เสมอ ในกรณีที่ เกิดเหตุที่คาดไม่ถึงนะครับ แล้วก็สามารถหยิบเอาปัญหาที่คาดคิดไม่ถึงนั้นนำมาแก้ไขร่วมกัน นำไปซึ่งผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะโครงการเหล่านี้ที่เราเรียกว่า PPP Gross หรือ PPP Net จริง ๆ แล้วเบื้องหลังของไม่ว่าจะเป็น Gross หรือ Net ความเสี่ยงบางอย่างไม่เท่ากันของ ผู้ลงทุน แต่แน่นอนครับทั้งหมดนั้นอยู่บนผลประโยชน์ร่วมของทั้ง ๒ ฝ่าย เป็นการ ร่วมทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อจะให้โครงการนั้นเกิดขึ้น ดังนั้นผมก็อยากจะ เรียนว่า คำที่ท่านได้กล่าวแล้วก็แนะนำขึ้นมาผมก็จะรับไปนะครับ เพราะว่าทั้งหมดนี้เมื่อส่ง อยู่ในกรอบนี้แล้ว ผมคิดว่าทางต้นสังกัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงเลย ก็คือรถไฟ คงจะหยิบข้อนี้ไปดู แล้วมาเทียบเคียงกันดูว่าเป็นอย่างไร ชั่งน้ำหนักแล้วก็จะมีคณะกรรมการ ที่เรียกว่า คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินนะครับ อันนี้จะมีคนที่อยู่ในเหตุการณ์และเข้าใจสถานการณ์จริงนั่งอยู่ไม่ว่าจะเป็นผู้แทนของ หน่วยงานกระทรวงคมนาคมนะครับ ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ท่านก็ต้องดูถึงสิ่งที่ว่า อันนี้เป็นไปได้ สอดคล้องกับกฎหมายกฎระเบียบหรือไม่ มีผู้แทนส่วนของ EEC ซึ่งเข้าใจ สถานการณ์อยู่ในพื้นที่ตลอดเวลาว่าทั้งหมดนั้นจะเป็นอย่างไร มีเอกชนคู่สัญญาก็จะเข้ามา นั่งร่วมด้วยเพื่อจะคุยกันเรื่องนี้ แล้วที่แน่นอนก็จะต้องมีผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการนี้นั่งอยู่ เพราะฉะนั้นขอให้เข้าใจครับว่าทั้งหมดนี้ที่เรารับไปแล้ว เมื่อมี จะเรียกว่าการทบทวนสัญญา Revise สัญญาบางส่วนบนกรอบเดิม กฎเกณฑ์เดิม แต่ว่าบนสิ่งที่มีการ Revise แล้ว รักษาผลประโยชน์ของรัฐไม่ให้เสียไป เพราะฉะนั้นผมก็ คิดว่าจะรับเรื่องนี้ไป แล้วมองในภาพรวมผมเชื่อมั่นว่าโครงการนี้เป็นกระดูกสันหลังที่สำคัญ ในการเจริญเติบโตไปสู่ที่เขาเรียกว่า เครื่องจักรเครื่องที่ ๒ หลังจาก Eastern Seaboard นะครับ เราเสียเวลาเรื่องนี้มา ๔-๕ ปีแล้ว เราจะต้องทำให้โครงการที่เกิดขึ้นครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญท่านสุรเชษฐ์ คำถามที่ ๓ ครับ🔗
ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ที่ตอบตรงคำถามนะครับ คำตอบของท่านในคำถามที่ ๒ ของผม ก็คือบอกว่าแก้แล้ว แต่ผมอยากให้ท่านไป Check ดูให้ดี ๆ ว่าแก้แล้วจริงหรือเปล่า เพราะว่าถ้าเกิดท่านแก้แล้ว แปลว่าไปว่าท่านสุริยะตระบัดสัตย์แล้วสิครับ เพราะว่าท่านสุริยะประกาศชัดเจนนะครับว่า ไม่มีนโยบายในการแก้ไขสัญญาเพื่อเอื้อเอกชนอย่างแน่นอน ประกาศเมื่อวันที่ ๓ เมษายน กลางสภา แต่ตอนนี้ท่านบอกว่าแก้แล้วไป Check ดูให้ดีนะครับ ท่านประธานครับ ขอสไลด์ ขึ้นนะครับ🔗
ถ้าแก้แล้วนี่ผมคงจะต้อง ถามครับว่า แล้วตกลงใช้รถไฟความเร็วสูงแบบไหน อันนี้เป็นประเด็นใหญ่นะครับ เพราะว่า เท่าที่ผมได้ยินมา คือสัญญานี้เรียกว่าแทบจะให้เช็คเปล่าครับ เพราะว่าประเทศไทยสร้าง แบบไร้มาตรฐาน ว่าจะใช้ระบบไหน คือถ้าเราพูดถึงรถไฟที่ท่านประธานรู้จักนะครับ เขาเรียกว่า รถไฟ Metre gauge ๑ เมตร อันนั้นยังพอมีมาตรฐานนะครับว่าที่จะมาวิ่งจะต้อง มี Spec เป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้นะครับ แต่สิ่งที่เรากำลังจะทำกันอยู่ เขาเรียกว่ารถไฟ ความเร็วสูง ขนาด Gauge ก็คือ ๑.๔๓๕ เมตร เท่าที่ผมทราบก็คือ เราไม่ได้มีมาตรฐาน ของไทย หรือว่าไม่ได้เลือกหยิบใช้มาตรฐานของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เราแจกแบบ แบ่งเค้กครับ เส้นนี้เอามาตรฐานจีนไป เส้นนี้เอามาตรฐานญี่ปุ่นไป แต่คำถามก็คือ เส้นนี้ ถ้าท่านบอกแก้สัญญาแล้วนะครับ ตกลงเราจะได้รถไฟอะไร คือจะสร้างแบบไม่มีมาตรฐาน อะไรอย่างนี้เลย แล้วก็เอกชนจะเอาเช็คเปล่าไป เอารถไฟอะไรมาวิ่งก็ได้หรือครับ ผมว่ามันไม่ได้ ยิ่งถ้าท่านบอกว่าแก้สัญญาแล้ว มีประเด็นนี้ด้วยหรือเปล่าครับ ตกลงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในโครงการ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน โครงการระดับแสนล้าน ท่านรู้หรือยังครับว่าจะใช้รถไฟ แบบไหน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านสมาชิกครับ สำหรับในส่วนของ รายละเอียด Spec จริง ๆ นะครับ ผมได้สอบถามด้วยวาจาเท่านั้นเองว่าทั้งหมดเส้นทาง ก็ยังเป็นไปตามเส้นทางที่ตกลงกันนะครับ ในเรื่องของตัวรถไม่มีการพูดว่า จะเปลี่ยนแปลง อย่างไร ไม่มีสาระเรื่องนี้อยู่ ในส่วนที่บอกว่าแก้ไขสัญญาแล้วยังครับ อันนี้เป็นขั้นตอนของ การหยิบขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาให้ลุล่วง นำหลักการที่มีปัญหามาตกลงกันว่า ถ้าแก้ไขในกรอบนี้ นำมาซึ่งผลอย่างนี้ แล้วจบอย่างนี้ ก็อาจจะนำมาซึ่งสัญญาว่า เราจะแก้ไขอย่างไร แน่นอนครับ เรายังไม่สามารถแก้ไขสัญญาอะไรได้ ตราบใดที่ยังไม่มีมติหรืออนุมัติที่ถูกต้อง ตามขั้นตอนในกฎหมาย ผมได้มาก็จะรับไป ก็จะให้ดูว่า มีข้อมูลว่าการใช้มาตรฐานของรถไฟ ใช้ ๑.๔๓๕ เมตร รถไฟของ ๓ สนามบินก่อสร้างเริ่มต้น ข้อสรุปสุดท้ายก็คือสรุปว่า ยังใช้ราง ๑.๔๓๕ ตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวครับ🔗
ท่านประธานสั้น ๆ ครับ🔗
เชิญครับ🔗
คือเมื่อสักครู่ ท่านรัฐมนตรีเกินมายาว แต่ผมขอสั้น ๆ เพราะว่ามันยังไม่ได้ Clear คืออย่างที่ผมบอก ผมเข้าใจ ๑.๔๓๕ แต่ ๑.๔๓๕ นี้มันมีมาตรฐานจีน มาตรฐานยุโรป มาตรฐานญี่ปุ่น หรืออะไร ต่าง ๆ แม้เป็น ๑.๔๓๕ เท่ากัน แต่มันใช้รางร่วมกันไม่ได้ มันถึงมีปัญหาประเด็นหนึ่ง ที่เขาตีกันอยู่ในโครงการนี้ก็คือ โครงสร้างที่มันซับซ้อน ซ้อนกันแบบเกินจำเป็นมาก คือมีรางคู่หนึ่งสำหรับรถไฟไทยจีน แล้วก็มีรางอีกคู่หนึ่งสำหรับโครงการ ๓ สนามบิน คำถาม ก็คือตกลงเราใช้มาตรฐานไหน มาตรฐานจีน มาตรฐานอิตาลี มาตรฐานญี่ปุ่นหรืออะไร หรือท่านตีเช็คเปล่าไป แล้วก็แก้สัญญากันไปอย่างนี้ ประเด็นคืออย่างนี้ครับท่านประธาน คือจะประมูลกันอย่างไร ประมูลกันมาอย่างไร และนี่ก็แก้สัญญาตกลงแก้หรือไม่แก้ ท่านก็ ตอบกลับไปกลับมา คือจะให้เอกชนเขากำตั๋วไว้แล้วก็มาเจรจาต่อรองผลประโยชน์เพิ่มขึ้นไป เรื่อย ๆ จนกว่าเขาพอใจค่อยสร้างอย่างนั้นหรือครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านจุลพันธ์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะรัฐมนตรีด้วย อยากจะขออนุญาตท่านประธานครับ ไม่ได้ใช้สิทธิ ประท้วงนะครับ แต่ท่านประธานต้องกำกับควบคุมการประชุม เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ ท่านผู้ตั้งกระทู้ได้ใช้คำพูด ซึ่งเกิดความเสียหาย โดยเฉพาะท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องเรียนว่าท่านใช้คำว่า ตระบัดสัตย์ อยากจะขอให้ถอนครับท่าน ท่านก็รู้อยู่ จริง ๆ แล้วท่านก็เป็นคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีสิทธิมาตอบแต่ท่านก็รู้ว่าวันนี้ท่านไม่ได้มีภารกิจที่รัฐสภา แล้วท่านไม่ได้เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การที่จะมาต่อล้อต่อเถียงกับท่านในสิ่งที่ท่านพูดออกไปให้เกิด ความเสียหาย ทำไม่ได้ หากจะมีเวทีอื่นในการที่จะสอบถาม ผ่านกลไกของกรรมาธิการ ผ่านกลไกของสภาและถามโดยตรงกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในวันหน้า ท่านทำได้ครับ แต่ไม่อยากจะให้ใช้จังหวะเวลาโอกาสอย่างนี้พูดให้ท่านเกิดความเสียหาย โดยท่านไม่ได้มาตอบ ขอความกรุณาท่านประธาน หารือท่านประธานนะครับ ขอความกรุณา ท่านสุรเชษฐ์ให้ถอนคำพูดที่เสียหายเหล่านั้นออกไปครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมชี้แจงสั้น ๆ นิดเดียวในประเด็นนี้ ผมนี่ละครับที่เป็นคนทักท้วง ตอนแรกท่านรัฐมนตรี บอกว่าแก้แล้ว แล้วคำว่า ตระบัดสัตย์ ไม่ได้คำหยาบนะครับ แต่ผมบอกว่าไป Check ดูดี ๆ ว่ามันแก้แล้วจริงหรือเปล่า แล้วรอบหลังท่านก็บอกว่าท่านไม่ได้แก้ ตกลงแก้หรือไม่แก้ แต่คำว่า ตระบัดสัตย์ ไม่ใช่คำหยาบนะครับ🔗
ไม่ใช่คำหยาบก็ไม่ต้องใช้นะครับ ท่านสุรเชษฐ์ครับ ท่านรัฐมนตรีบอกว่า ขอให้ถอนคำว่า ตระบัดสัตย์ ถอนนะครับ ท่านพิชัยครับ เหลืออีก ๑ คำถามสั้น ๆ นะครับที่ทางท่านสุรเชษฐ์ ได้สอบถาม🔗
ท่านประธานครับประเด็นผมยังไม่จบเลยครับ คือไม่ใช่คำหยาบครับ ผมก็ไม่ได้บอกว่า เป็นคำหยาบ แต่เป็นการกล่าวให้ร้ายเสียดสี ตามข้อ ๖๙ ครับ ท่านกรุณาด้วยครับ🔗
ท่านสุรเชษฐ์ถอนเถอะครับ🔗
ท่านประธานผมทวน อีกทีนะครับ ผมเป็นคนทักท้วงด้วยซ้ำว่าที่ท่านบอกว่าแก้แล้วไป Check ดูดี ๆ ก่อน เพราะว่าท่านรัฐมนตรีก็พูดไปว่า ไม่มีนโยบายจะแก้สัญญาผมเป็นคนทักท้วง🔗
ผมเข้าใจครับ คนละประเด็นกันครับ🔗
คนละประเด็นท่านสุรเชษฐ์ เมื่อครู่นี้ท่านพูดเอง แต่ท่านลืมนะครับ ท่านบอกว่าท่านสุริยะ ก็ตระบัดสัตย์นะสิ ท่านไม่ได้พูดถึงกรณีที่ได้แก้แล้วหรือยัง ซึ่งประเด็นการแก้🔗
ถ้าแก้แล้วก็แปลว่า ตระบัดสัตย์แล้ว🔗
อย่างนี้ครับท่านสุรเชษฐ์ เมื่อสักครู่นี้ในคำถามที่ ๒ ท่านรัฐมนตรีบอกว่า ได้มีการแก้แล้ว ใช่ไหมครับ ทีนี้ท่านก็บอกว่า ถ้าเกิดมีการแก้สัญญาแล้ว นั่นหมายความว่าท่านสุริยะ ตระบัดสัตย์นะสิ ถูกไหมครับ ทีนี้ท่านรัฐมนตรีก็ขึ้นมาตอบในคำถามที่ ๓ ว่ายังไม่ได้แก้ ถูกไหมครับ เพราะฉะนั้นคำว่า ตระบัดสัตย์ ก็อย่างที่ทางท่านจุลพันธ์บอกว่าท่านเสียดสีนะครับ ก็เพื่อให้การประชุมเดินหน้าด้วยความเรียบร้อยนะครับ กำลังจะจบแล้วครับท่านสุรเชษฐ์ ก็ไม่ได้เสียหายอะไร ก็ถอนไปเถอะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตประท้วง ท่านประธานตามข้อ ๙ ครับ🔗
ครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดระยอง ในฐานะวิปฝ่ายค้าน ขอประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๙ ครับ ให้วางตัวเป็นกลาง คือท่านสามารถ วินิจฉัยได้ครับ ว่าจะให้ท่านสุรเชษฐ์ถอนหรือไม่ แต่ท่านสุรเชษฐ์ก็ได้ยืนยันไปแล้ว และจริง ๆ คำว่า ตระบัดสัตย์ ที่ว่าไปนี่ คือถ้าเกิดท่านรัฐมนตรีมาตอบก็ว่าไป แต่อันนี้คือถ้าเกิด ท่านไม่มาตอบ ผมว่าก็ขึ้นอยู่กับทางท่านสุรเชษฐ์ว่าจะถอนหรือไม่ แล้วก็การที่ท่านประธาน มีการวินิจฉัยให้ถอน ก็คือเป็นคำวินิจฉัยของท่านประธาน ดังนั้นผมว่าอย่างไรก็ควรจะถามครับ ไม่ใช่บอกว่า ให้ถอน ก็คือขอประท้วงให้ท่านวางตัวเป็นกลางครับ🔗
ผมว่าผมก็กลางที่สุดแล้วนะครับ จริง ๆ คำว่า ตระบัดสัตย์ นี้มันไม่ได้เป็นคำหยาบคาย นะครับ เพียงแต่ว่ามันเป็นการเสียดสี ซึ่งรัฐมนตรีท่านก็ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมด้วยนะครับ แล้วก็จริง ๆ ผมว่าเข้าใจความกันแล้วละครับท่านสุรเชษฐ์ เชิญครับ🔗
ผมก็ไม่อยากให้ มันเสียเวลาในสภาแห่งนี้กันเยอะนะครับ เอาเป็นว่าจริง ๆ ผมตักเตือนด้วยความหวังดีนะครับ ไม่อยากเห็นรัฐมนตรีไม่รักษาคำพูด ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านพิชัยครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน จริง ๆ ผมก็ไม่อยากจะให้เสียบรรยากาศนะครับ เวลาจะอภิปราย อะไรหรือจะตอบคำถามอะไร ผมยึดหลักของความเข้าใจนะครับ ประโยชน์ร่วม ผมอาจจะ ตอบไม่ Clear นะครับ แต่ว่าโดยเนื้อหาแล้วผมมั่นใจว่าสิ่งที่พูดว่า นำเอาหลักการขอไปทบทวน เมื่อมติยังไม่ได้ทบทวน การแก้ไขสัญญาต้องยังไม่เกิดขึ้นนะครับ อาจจะเข้าใจผิดนะครับ ผมอาจจะพูดอะไรที่ทำให้ท่านเข้าใจผิดไปว่ามีการแก้ไขสัญญา แน่นอนครับ แก้ไขสัญญา ยังไม่ได้หรอกครับ จนนำหลักการนี้ไปนั่งคุยกันเพื่อประโยชน์ร่วม สุดท้ายแล้วก็มองที่ ประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นหลักอยู่ดี แล้วก็นำมาซึ่งการแก้ไขสัญญาหรือไม่ ก็อยู่กับผลของการที่ได้นั่งคุยกันครับ เพราะฉะนั้นก็ขอเรียนให้ทราบอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า การทบทวนต่าง ๆ เหล่านี้ทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพื่อจะให้มันเกิดขึ้นครับ🔗
เป็นอันจบกระทู้ถามสดที่ ๓ นะครับ ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะพิจารณาเรื่องตามระเบียบ วาระนะครับ ผมปรึกษาหารือที่ประชุมเพื่อขอนำระเบียบวาระที่ ๗.๗ ตั้งกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่างขึ้นมาพิจารณาก่อน มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถือว่าไม่มีนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้ครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ก่อนดำเนินการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอชี้แจงกับที่ประชุม ด้วยนะครับ การถามตอบได้เรื่องละไม่เกิน ๒ ครั้ง ต้องแล้วเสร็จภายใน ๒๐ นาที ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ ข้อ ๑๗๓ แล้วก็ประกอบข้อบังคับ ข้อ ๑๖๗ เราอนุญาตให้ผู้เข้าร่วม รับฟังนะครับ เมื่อเข้าร่วมรับฟังแล้วก็ขอให้อยู่ในความสงบ ไม่ให้แสดงกิริยาใด ๆ ที่เป็นบวก เป็นลบต่อการทำหน้าที่ของผู้ถาม ผู้ตอบ จึงขอแจ้งต่อที่ประชุมให้ทราบนะครับ🔗
สำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะวันนี้ ผมเห็นว่าเพื่อประโยชน์ ในการถามและการตอบกระทู้ถามของผู้ตั้งกระทู้ถาม และขอให้ท่านรัฐมนตรีท่านได้สลับ คำถามและคำตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้นะครับ🔗
๑. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๔๑ ของท่านอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ🔗
๒. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๔๓ ของท่านภูริวรรธก์ ใจสำราญ🔗
๓. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๔๐ ของท่านสาธิต ทวีผล อันนี้ขอเลื่อนไป🔗
๔. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๔๒ ของท่านอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ขอเลื่อนนะครับ🔗
๕. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๔๔ ของท่านพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ขอเลื่อนไป🔗
๖. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๔๕ ของท่านอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ขอเลื่อนไป ท่านผู้ตั้งกระทู้ถามและท่านรัฐมนตรีไม่ขัดข้องนะครับ🔗
๑. เรื่อง การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำประปาทั้งระบบ นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้ติดภารกิจสำคัญจึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้ ๑. ท่านวิทยา สามสุวรรณ รองผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย ๒. ท่านธิติมา พลพินิจ ผู้อำนวยการฝ่ายแผนงานโครงการ การประปาส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย และได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมในการรับฟังการตอบกระทู้ถาม ท่านแรก ท่านกัญญารัตน์ สงค์เวียง ท่านที่ ๒ ท่านสโรชา คำแก้ว🔗
ต่อไปเชิญท่านอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ได้ถามรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย เชิญคำถามแรกครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๗ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ที่วันนี้ได้กรุณาเสียสละเวลา รวมถึงทางทีมงานจากการประปา ส่วนภูมิภาคที่ได้มาตอบกระทู้ของกระผม ซึ่งเป็นกระทู้ที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของ พี่น้องจังหวัดชัยภูมิ รวมถึงพี่น้องทั้งประเทศ นั่นก็คือเรื่องใหญ่ เรื่อง การแก้ไขปัญหา การขาดแคลนน้ำประปาทั้งระบบ ขอสไลด์หน้าถัดไปครับ ท่านประธานครับ ผมทราบจาก สถิติวันนี้มาว่า วันนี้อัตราการเข้าไม่ถึงน้ำประปาในเขตเมืองอยู่ที่ ๓.๓ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ เขตชนบทตัวเลขอยู่ที่ ๑๒.๘ เปอร์เซ็นต์ เท่ากับว่าสูงกว่า ๔ เท่า ซึ่งอันนี้เป็นข้อมูลจาก บทวิเคราะห์ของศูนย์วิจัยกรุงศรี แต่ข้อเท็จจริงแล้วปัญหาการขาดแคลนน้ำประปานี้นะครับ ยกตัวอย่างในกรณีของจังหวัดชัยภูมิในเขตของกระผม ซึ่งเดี๋ยวต่อไปจะฉายในหน้าสุดท้าย จะเห็นว่าเกินครึ่งที่ยังขาดแคลนน้ำประปาอยู่ ก็อาจจะเป็นสาเหตุที่มาจากเรื่องของสภาพ ภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงเรื่องงบประมาณที่ไม่เพียงพอ เพราะว่าจากเท่าที่ผมทราบ อย่างกรณีงบปี ๒๕๖๗ การประปามีงบลงทุนตามรายงานประจำปีอยู่ที่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่ความต้องการที่ต้องการจะให้การประปาขยายเขต ผมเคยฟังจากท่าน สส. ท่านหนึ่ง ท่านได้เคยอภิปรายเอาไว้ว่า ความต้องการมันมีเป็นแสนล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้ ท่านอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านก็เคยพูดเอาไว้ในห้องกระทู้แยกเฉพาะ เป็นกระทู้แยกเฉพาะว่า ตอนนั้นท่านมีความประสงค์ที่อยากจะทุ่มงบประมาณเพื่อที่จะ เข้าไปพัฒนาประปาทุกอำเภอ และท่านก็เคยพูดเอาไว้ว่า ถึงจะเป็นกี่แสนล้านบาทก็ต้องทำ ซึ่งเรื่องนี้เองผมเห็นความสำคัญของเรื่องประปา ก็เลยจะขออนุญาตถามคำถามที่ ๑ กับข้อที่ ๒ ก่อน ก็อยากจะสอบถามท่านประธานนำเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยดังนี้ครับ🔗
จากกรณีที่ปรากฏข่าวว่า มีความต้องการ มีแผนที่จะลงทุนประปาทุกอำเภอ ของประเทศไทย อยากจะสอบถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยว่า ตอนนี้ท่านยังคงมีแนวคิดที่จะดำเนินการเรื่องนี้ต่อหรือไม่ รวมถึง เรื่องของแหล่งเงินทุน ท่านจะใช้แหล่งเงินทุนที่มาจากแหล่งไหน เพราะว่าจากเท่าที่ผมทราบ ตอนนี้การประปาก็เป็นหน่วยงานที่ถือว่ายังมีกำไร ถ้าดูจากรายงานประจำปียังมีกำไรอยู่ ประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็มีอัตราหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ประมาณ ๒ เท่า ซึ่งตรงนี้เอง ก็อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้กรุณาอธิบายนิดหนึ่งว่า แหล่งเงินทุน รวมถึงเรื่องความต่อเนื่องว่าท่านจะทำหรือไม่🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของการวางแผนการสำรวจออกแบบ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ต้อง ใช้เวลา เพราะว่ากว่าจะสำรวจออกแบบแต่ละโครงการได้ไม่ต่ำกว่า ๒-๓ อาทิตย์ ก็เลยอยากจะสอบถามท่านว่า ท่านได้สั่งการลงไปที่สำนัก แล้วก็ลงไปที่ประปาพื้นที่อย่างไรบ้าง เพราะว่าการที่เราจะทำทุกอำเภอ จะทำในปริมาณมาก ๆ มันต้องมี ปร.๔ ปร.๕ มันต้องมี พวกแบบที่ชัดเจน ก็ขอเริ่มจาก ๒ คำถามนี้ก่อน ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้มาตอบคำถามในเรื่องของการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำประปาทั้งระบบ ของท่าน สส. อัครแสนคีรี โล่ห์วีระ จากที่ท่านได้ถามมาดิฉันก็ต้องขอขอบคุณในความเป็นห่วงเป็นใย สำหรับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ ที่ได้เสนอแนะแนวทางแล้วก็มีความเป็นห่วงเป็นใย พี่น้องประชาชน จากที่ท่านถามว่าในเรื่องของแหล่งที่มาของเงินทุนนั้นจะนำเงินที่ไหนมาทำ ดิฉันก็ขอเกริ่นก่อนว่า หน่วยงานผู้ให้บริการน้ำประปามีจำนวนทั้งหมด ๘๗๘ อำเภอ ซึ่งอยู่ใน หน่วยการให้บริการของการประปาส่วนภูมิภาคไปแล้ว ๖๒๕ อำเภอ แล้วก็อยู่ในส่วนของ การประปานครหลวง ๑๒ อำเภอ แล้วก็ ๕๐ เขต ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แล้วก็ในส่วนของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ให้บริการไป ๒๔๑ อำเภอ ส่วนในเรื่องของการลงทุน ทั้งประเทศ หรือว่า ๘๗๘ อำเภอ ทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นการประปาส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง หรือว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถใช้เงินของหน่วยงานได้ แต่ละในพื้นที่ เมื่อได้รับการประสานจากหน่วยงานท้องถิ่น อย่างเช่นว่าการประปา ส่วนภูมิภาคจะนำเงินมาจากไหน อันดับแรกก็ต้องเริ่มย้อนกลับมาก่อนค่ะว่า การที่ประปา จะเข้าไปขยายเขตนี่ต้องดูเจตจำนงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก่อนว่า เขามีเจตจำนง ที่จะให้การประปาส่วนภูมิภาคเข้าไปสำรวจออกแบบแล้วก็ขยายเขตหรือไม่ ถ้ามีเราก็จะเริ่ม มีการทำแผน ทำโครงการ ศึกษาโครงการ เมื่อศึกษาโครงการแล้วเราก็จะนำโครงการนั้น มาเข้าแผนประจำปีปฏิทินงบประมาณต่อไปนะคะ เมื่อมีการเข้าแผนปุ๊บก็จะขอรับจัดสรรเงิน จากงบประมาณของรัฐบาล แล้วก็ส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขาก็จะสามารถ นำเงินของหน่วยงานเขามาบริหารจัดการการประปาของเขาได้โดยตรง แล้วก็ในส่วนของ คำถามที่ท่านถามว่า ทางการประปาส่วนภูมิภาคนั้น มีแผนดำเนินการและได้ออกแบบ การประปาทุกอำเภอไว้แล้วหรือไม่ ก็ต้องขอเรียนตามตรงค่ะว่า ดิฉันก็เหมือนเติบโตมาจาก ท้องถิ่นต่างจังหวัด ก็เข้าใจสภาพปัญหาดีค่ะว่าความยากลำบาก ความขาดแคลนน้ำประปา นั้นเป็นอย่างไรนะคะ แต่ว่าดิฉันก็ต้องขอบอกก่อนว่า จากปัญหาที่ฉันเคยพบเจอ เนื่องจากว่า บางพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีการยื่นเจตจำนงไปยังการประปาส่วนภูมิภาค แล้วก็ ก่อนจะยื่นเจตจำนงไปนั้น เขาก็จะต้องมีการทำประชาพิจารณ์ข้อ ๑ ส่วนข้อ ๒ ก็ต้องมี การให้ผ่านสภาท้องถิ่นว่าจะสามารถอนุมัติได้หรือไม่ แต่บางทีไม่ผ่าน ๒ ขั้นตอนนี้ ก็ทำให้ การประปาส่วนภูมิภาคไม่สามารถที่จะเข้าไปขยายเขตในพื้นที่นั้นได้ ก็อาจจะเป็นเรื่องปัญหา ภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเราก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปก้าวล่วงได้ แต่ถามว่ามีแผน แล้วหรือไม่ ตัวดิฉันเองดิฉันก็มีความตั้งใจเช่นกันนะคะ เพราะว่าอย่างที่ท่านเคยทราบว่า ท่านอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้ง ๒ ท่าน ท่านก็มีนโยบายในการที่จะขยายระบบประปา แล้วก็พัฒนาระบบประปาให้ ครอบคลุมทั้งหมด ๘๗๘ อำเภอนะคะ แต่ว่าก็อย่างที่ดิฉันบอกไปนะคะว่า ได้มีการคุยแล้วก็ ตกลงกันแล้วนะคะว่า การที่จะสำรวจออกแบบนั้นก็จะขอเพิ่มวงเงินงบประมาณในปี ๒๕๖๙ นี้ อันดับแรกเราจะเพิ่มเหมือนเพิ่มเส้นเลือดฝอยก่อนค่ะ ไปยัง ๔๑๓ อำเภอที่เดิมมีการขยาย เขตประปาไปอยู่แล้ว ถามว่าทำไมมันถึงซ้ำในอำเภอเดิม ไม่มีอำเภอใหม่ จริง ๆ มีอำเภอใหม่ เพิ่มมาอีก ๗ อำเภอ แต่อีก ๔๑๓ อำเภอนี้ก็คือเป็นการเหมือนเพิ่มไปตามซอยต่าง ๆ ค่ะ เป็นการขยายให้ทั่วถึง แล้วก็ครอบคลุมพื้นที่ในอำเภอนั้น ๆ มากขึ้นนะคะ ซึ่งอำเภอที่จะมี การขยายไปก็มีวงเงิน ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณนะคะ ที่จะเป็นการเส้นเลือดฝอย ในพื้นที่เดิม ๔๑๓ อำเภอ ส่วนพื้นที่ใหม่ ๗ อำเภอค่ะ อยู่ที่วงเงิน ๔๘๒ ล้านบาทนะคะ ก็ได้แก่อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ อำเภอทรายทองวัฒนา จังหวัดกำแพงเพชร อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว แล้วก็อำเภอดอนมดแดง จังหวัดอุบลราชธานี แต่ว่าเดิมถ้าเกิดว่ามีการแสดงเจตจำนงว่าจะขยายพื้นที่ประปา ประปาก็จะมีการเข้าไป ตรวจสอบ แล้วก็ศึกษาโครงการค่ะ แต่เพื่อเป็นการ Guarantee ให้การประปาส่วนภูมิภาค เข้าไปดำเนินการอย่างชัดเจนที่สุดนะคะ ก็เลยมีการทำ MOU ก็อยู่ระหว่างการจดบันทึก ข้อตกลงร่วมระหว่างการประปาส่วนภูมิภาคกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อให้มี ความร่วมมือ ๔ ข้อดังนี้นะคะ คือเมื่อมีการยื่นเจตจำนงมาแล้ว จะมีการที่ประปาส่วนภูมิภาค ก็จะเข้าไปให้คำปรึกษาทางวิชาการแก่ประปาหมู่บ้าน หรือท้องถิ่น พูดง่าย ๆ ก็คือ ไปให้ความรู้ในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพน้ำ เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้น้ำ ที่มีคุณภาพ เพื่อสุขภาวะที่ดี หรืออย่างข้อที่ ๒ ก็จะเป็นในเรื่องของการขยายเขตน้ำประปา ให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น ทั้งการประปาส่วนภูมิภาคและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่า ถ้าท้องถิ่นมีความเข้มแข็งพอที่ต้องการที่จะขยายพื้นที่ประปาของเขาเอง เขาก็สามารถทำได้ โดยการที่เหมือนการประปาส่วนภูมิภาคเข้าไปเป็นพี่เลี้ยง เข้าไปช่วยดูแล หรือว่าถ้าท้องถิ่น มีเจตจำนงว่าการประปาส่วนภูมิภาคทำเองจะได้คุณภาพมากกว่า การประปาส่วนภูมิภาค ก็เข้าไปดำเนินการ ส่วนข้อที่ ๓ ก็ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับน้ำจากการประปา ส่วนภูมิภาคไปจำหน่าย ก็อย่างเช่นว่าในพื้นที่ที่มีการขยายเขต มีท่อผ่านไปยังพื้นที่ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว แต่ว่ายังไม่มีการใช้น้ำของการประปาส่วนภูมิภาคในจุดนั้น ก็สามารถที่จะเพิ่ม Bound sale แล้วก็ติดมิเตอร์ แล้วก็ขายน้ำไปยังท้องถิ่น ซึ่งท้องถิ่น จะเป็นคนขายน้ำให้กับพี่น้องประชาชน แต่ว่าการประปาส่วนภูมิภาคก็จะเป็นการขายน้ำ ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนข้อที่ ๔ ก็คือถ้าท้องถิ่นมองว่าท้องถิ่นไม่มีศักยภาพ ในการดำเนินการในเรื่องของน้ำประปาได้ ก็ถ่ายโอนภารกิจมายังการประปาส่วนภูมิภาค ให้การประปาส่วนภูมิภาคนั้นสำรวจออกแบบแล้วก็ดำเนินกิจการนี้แทนนะคะ ซึ่งปัจจุบันนี้ ก็อยู่ระหว่างหารือในรายละเอียดในเรื่องของการทำข้อตกลงนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่ แล้วดิฉันก็ไม่ได้รีรอที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ ก็ต้องขอเรียนตามตรงว่า จะทำให้เร็วที่สุด ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญถามคำถามที่ ๒ ครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อีก ๒ คำถามที่เหลือ ขออนุญาตครับ หน้าต่อไปครับ เรื่องของการลงทุนสร้างแหล่งผลิตน้ำประปา รวมถึงการขยายเขตประปา โดยปกติจะใช้ งบลงทุนเรื่องใดบ้าง แล้วก็งบลงทุนเพื่อขยายเขตประปาต่อกิโลเมตร คิดเป็นงบประมาณเฉลี่ย เป็นกิโลเมตรละเท่าไร คือสมมุติว่ากรณีที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวเมื่อสักครู่ คือให้ทาง อปท. ไปดำเนินการเอง เขาจะต้องลงทุนอะไรบ้าง สมมุติว่าเริ่มต้น ตั้งแต่ ๐ เลย เอาเป็นว่าตั้งแต่ยังไม่ทันมีโครงการประปาเลย อาจจะมีแค่แหล่งน้ำดิบอย่างเดียว อันนี้เป็นคำถามแรก🔗
ส่วนคำถามที่ ๒ ก็จะเป็นกรณีที่สมมุติว่าท้องถิ่นหรือเอกชนเขาต้องการ ที่จะเข้าไปลงทุนผลิตน้ำ แล้วก็จำหน่ายให้กับทางการประปา แล้วก็ให้การประปาส่งน้ำ ขายน้ำ แล้วก็ลงทุนเรื่องท่อ แล้วก็ส่งน้ำไปตามครัวเรือนต่าง ๆ กรณีนี้เป็นไปได้หรือไม่ เพราะว่าผมดูแล้วจากงบลงทุน ถ้าสมมุติว่าเราสามารถประหยัดในเรื่องของการผลิต แต่ไปโฟกัสในเรื่องของการขยายเขตท่อได้ มันจะทำให้การประปามีงบเหลือมากขึ้น เพราะว่าทุกวันนี้สมมุติงบ ๑๐๐ การประปาจะต้องลงทุนกับเรื่องการผลิต ๓๐ ลงทุน กับเรื่องการขยายเขต ๗๐ ยกตัวอย่างนะครับ สัดส่วนผมไม่แน่ใจ แต่ถ้าสมมุติว่าเรายก ก้อน ๓๐ ที่เป็นเรื่องของการผลิตน้ำ Outsource ไปให้ทางท้องถิ่นหรือเอกชนไปทำ มันก็จะ เหลืองบประมาณมากขึ้น ก็เลยอยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่ากรณีนี้เป็นไปได้หรือไม่ แล้วมีตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ ที่ค่าน้ำไม่ได้แพง มันมี ที่ไหนบ้าง เผื่อทางท้องถิ่นที่จังหวัดชัยภูมิอยากจะไปศึกษาดูงาน ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีคำถามที่ ๒ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพนะคะ ในเรื่องของการลงทุนว่า ต้องใช้งบประมาณในการลงทุน ในเรื่องใดบ้าง ก็ต้องขอตอบดังนี้นะคะว่า การลงทุนก่อสร้างระบบประปา จะประกอบไปด้วย การลงทุนในเรื่องของระบบสูบน้ำดิบ ระบบผลิตน้ำ แล้วก็ระบบจ่ายน้ำ โดยค่าก่อสร้าง ทั้งระบบจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยค่ะ อย่างเช่น อันดับแรกก็คือเป็นเรื่องของ สภาพแหล่งน้ำดิบในพื้นที่ สภาพพื้นที่ก่อสร้าง ระยะทางระหว่างสถานี การกระจายตัวของ ผู้ใช้น้ำว่าอยู่ห่างไกลกันแค่ไหน แล้วก็รูปแบบวิธีการก่อสร้างที่เหมาะสม แล้วก็เป็นเรื่องของ การวางท่อ ซึ่งบางทีพื้นที่ราบ หรือพื้นที่สูง การประเมินงบประมาณก็จะค่อนข้างแตกต่าง กันไปนะคะ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าการสำรวจออกแบบจะต้องให้สอดคล้องกับภูมิประเทศ ดังนั้น การประมาณการลงทุนก่อสร้างจึงจำเป็นจะต้องสำรวจออกแบบพื้นที่ก่อสร้างก่อน ถึงจะ สามารถบอกได้นะคะว่าต้องใช้วงเงินงบประมาณที่เท่าไร แต่ว่าโดยปกติถ้าเป็นหมู่บ้าน จัดสรรในพื้นที่ที่อยู่ใกล้กัน เป็นพื้นที่ที่มีสภาพภูมิประเทศที่เอื้ออำนวยก็จะมีการลงทุนเฉลี่ย ๒๐,๐๐๐ บาทต่อราย อันนี้เป็นพื้นที่ที่มีความเอื้ออำนวยนะคะ แล้วก็ส่วนถ้าเป็นพื้นที่สภาพ ภูมิอากาศ สภาพภูมิประเทศที่ไม่เอื้ออำนวย ก็อาจจะมีวงเงินที่ค่อนข้างสูงกว่าพื้นที่ ที่เอื้ออำนวยค่ะ แล้วก็ในเรื่องของที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ถามว่า จะเป็นไปได้ไหม ที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นผลิตน้ำ แล้วก็ขายให้กับการประปาส่วนภูมิภาคนะคะ ก็ต้องเรียนตามตรงค่ะว่าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและ ขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๖ กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีอำนาจหน้าที่จัดระบบบริการสาธารณประโยชน์ของ พี่น้องประชาชนในถิ่นของตนเอง ซึ่งให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถลงทุนจำหน่ายน้ำประปาให้กับการประปา ส่วนภูมิภาคได้ เพราะว่าจะต้องรับผิดชอบในพื้นที่ เป็นการให้บริการประชาชนในพื้นที่ เท่านั้น แต่ถ้าถามว่าการลงทุนให้เอกชนลงทุนได้ไหม สามารถทำได้ค่ะ แต่ว่าจะต้อง เป็นไปตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ. ๒๕๖๐ หรือว่าถ้าจะเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ค่ะ ก็สามารถเพิ่มการลงทุนโดยมีการร่วมมือ ระดับการให้บริการก็ในรูปแบบของ PPP แล้วการ ที่จะทำในระบบของ PPP จะต้องดำเนินการในขั้นตอนของ พ.ร.บ. การร่วมทุนระหว่าง รัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒ ค่ะ แล้วก็จริง ๆ ก็มีแผน ขออนุญาตท่านประธานชี้แจงเพิ่มเติม ในส่วนของจังหวัดชัยภูมิ ที่มีการนำเข้าแผนไปแล้ว แต่ว่าจะอยู่ในแผนปี ๒๕๗๐ ปีงบประมาณ ๒๕๗๐ ก็จะมีตำบลหนองไผ่ ในจังหวัดชัยภูมิ เนื่องจากว่าตำบลนี้มีท่อประปา ขยายเขตไปแล้ว แต่ว่าพื้นที่ตรงนั้นยังไม่มีการใช้ประปาส่วนภูมิภาคนะคะ เราจึงมีโครงการ ที่จะขยายเขตในอำเภอหนองไผ่ แต่ว่าในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณนั้น ก็ขึ้นอยู่กับ การพิจารณาของสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ ก็ขอฝากท่านประธานไปยังท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติในเรื่องของการผลักดันงบประมาณเพื่อจะสร้างระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ในเรื่องของการสร้างระบบประปาให้มีคุณภาพให้กับพี่น้องประชาชนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ฝากนิดหน่อยครับ🔗
ขออนุญาตเปิดสไลด์นิดหนึ่งครับ มีเรื่องฝาก ๒ ประเด็น🔗
ประเด็นแรกก็คือเรื่องแนวท่อของพื้นที่ อันนี้คือพื้นที่อำเภอแก้งคร้อ เดี๋ยวหน้าถัดไปจะเป็นอำเภอคอนสวรรค์ อย่างที่เราทราบนะครับ พื้นที่ที่มันขาดแคลนน้ำ มันมีถึง ๗ ตำบล ซึ่ง ๗ ตำบลนี้คือไม่มีประปาเลย เพราะว่าท่อ Main ยังไปไม่ถึง ในขณะที่ บางตำบลที่จะเห็นเป็นท่อ Main แดง ๆ เป็นสีเยอะ ๆ ตรงนี้คือเป็นพื้นที่ที่มีท่อประปา แต่บางตำบลหลายสิบปีแล้วก็ยังไม่มีท่อ Main ประกอบไปด้วย ๗ ตำบลในอำเภอแก้งคร้อ ตำบลโคกกุง หนองขาม หนองไผ่โซนด้านนอก แล้วก็มีตำบลบ้านแก้ง ตำบลหนองสังข์ ตำบลเก่าย่าดี ตำบลท่ามะไฟหวาน บางหมู่บ้านที่อยู่ในตำบลที่ประปาเข้าถึงแล้ว บางบ้านยังไม่มีประปา เรื่องนี้ก็อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ช่วยพิจารณาหน่อย คือสถิติเขาบอกว่า ๑๒.๘ เปอร์เซ็นต์ ที่เข้าไม่ถึงประปา แต่ข้อเท็จจริง มันเกินครึ่งเลยในอำเภอแก้งคร้อ หน้าถัดไปครับ อันนี้ของอำเภอคอนสวรรค์ ของอำเภอ คอนสวรรค์ท่านจะเห็นว่า จากในรูปมันก็จะมีบางหมู่บ้านที่เป็นสีจาง ๆ พวกนี้ก็ยังเข้าไม่ถึง ประปา แผนที่นี้ดีมาก อันนี้ผมให้ทางเจ้าหน้าที่ของการประปาเขาสรุปมาให้ผม อันนี้ อำเภอคอนสวรรค์นะครับ ตำบลที่ยังไม่มีน้ำประปาก็มีตำบลยางหวาย ตำบลหนองขาม ตำบลห้วยไร่ ตำบลช่องสามหมอ กับตำบลโนนสะอาด มี ๕ ตำบล ก็ประมาณครึ่งหนึ่งเช่นกัน ดังนั้นก็อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า จังหวัดชัยภูมิเขต ๗ อำเภอแก้งคร้อ อำเภอคอนสวรรค์ รวมถึงอำเภอเมือง เฉพาะตำบลซับสีทองกับท่าหินโงม ยังมีอีกหลายตำบลที่ยังไม่มีท่อ Main อาจจะเป็นเพราะว่า เนื่องจากไม่มีสถานีสูบน้ำ แรงดันสูงสูบส่ง ก็อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงทาง การประปาให้ช่วยพิจารณาจัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๖๘ ถ้าเป็นงบกลาง ถ้าเป็นไปได้ นะครับ แล้วก็ปี ๒๕๖๙ ปี ๒๕๗๐ เมื่อสักครู่ฟังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อธิบายเรื่องโครงการต่าง ๆ ผมก็มีความเชื่อมั่นว่าทางกระทรวงมหาดไทย ภายใต้การนำของ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซาบีดา ที่กำกับดูแลการประปาส่วนภูมิภาค เราจะสามารถก้าวไปข้างหน้าได้ไกล ส่วนเรื่องของเงินลงทุนผมขอฝากไว้นิดหนึ่งว่า เป็นไปได้ไหมที่เราจะให้การประปากู้เพิ่ม เพราะว่าอัตราหนี้สินต่อทุนอยู่ ๒ เท่า ถ้าทำเพิ่มเป็น ๓ เท่า ดอกเบี้ยก็เสียเพิ่มขึ้น แต่อาจจะได้รายได้เพิ่มขึ้น กำไรก็เพิ่มขึ้น ดังนั้นตรงนี้ผมเชื่อว่า เป็นช่องทางที่ดี ถ้าเรากู้เพิ่มจาก ๒ เท่าเป็น ๓ เท่า ดีไม่ดีมันจะเกิน ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท อาจจะได้ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาทก็เป็นไปได้ อันนี้ก็ฝากเรื่องสุดท้าย ขอบพระคุณครับ ขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗
เดี๋ยวไปฝากต่อข้างนอก ทีนี้ท่านรัฐมนตรีบอกว่าทำประชาคมหรือยัง เดี๋ยวเงินมาแล้ว ไม่ได้ทำประชาคม ฉะนั้น ๗ ตำบล ท่านต้องให้เขาทำประชาคมให้เรียบร้อยครับ เงินมาแล้ว ทำไม่ได้นะครับ ฉะนั้นต้องไปบอกความต้องการในแต่ละหมู่บ้านด้วยนะ แต่ละหมู่บ้าน ทำประชาคม แล้วของตำบลต้องมีประชาคมให้เรียบร้อยนะครับ ถึงจะได้เงิน เดี๋ยวเงิน มาแล้วทำไม่ได้ แล้วก็ประปาหมู่บ้านก็มีอยู่แล้วหรือไม่🔗
ขออนุญาตท่านประธานครับ ประปาหมู่บ้านมีครับ แต่พี่น้องเขาต้องการของการประปาส่วนภูมิภาค🔗
อยากได้ประปาของการประปามันจะได้สะอาดดี มาตรฐาน ทำประชาคมอันดับแรก เราอยู่ท้องถิ่นมาก่อน เป็น สส. เขต อันดับแรกหมู่บ้านต้องมีประชาคมทุกหมู่บ้านนะครับ เอาไปทำก่อน บอกผู้ใหญ่บ้าน เรามีเวลาพอดี มี ๒ กระทู้ให้แถม เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานนะคะ ในเรื่องของการกู้เงินอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดนะคะ ก็ต้องดูความคุ้มค่าของโครงการนะคะ ดิฉันจะนำไปศึกษาแล้วก็พิจารณาต่อว่า ทำได้ หรือไม่ได้ ก็ต้องขอขอบคุณข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ แล้วก็ขอเพิ่มเติม นิดหนึ่งที่จะมีเข้าปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ก็จะมีตำบลช่องสามหมอค่ะ ซึ่งเป็นตำบล ในอำเภอคอนสวรรค์ ได้เสนอการขอจัดสรรงบประมาณปี ๒๕๖๙ โดยงานวางท่อขยายเขต จำหน่ายน้ำ บ้านหนองแดง หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๘ บ้านภูทอง หมู่ที่ ๗ บ้านหนองหว้า หมู่ที่ ๓ ตำบลช่องสามหมอ อำเภอคอนสวรรค์ ในวงเงิน ๘,๓๔๘ ล้านบาท อันนี้ก็เข้าแผนใน ปี ๒๕๖๙ เรียบร้อยแล้วค่ะ ท่านสมาชิกท่านจะได้สามารถพูดกับพี่น้องประชาชนได้ ต้องขอขอบคุณทุกข้อเสนอแนะ แล้วดิฉันจะเร่งดำเนินการให้เกิดผลลัพธ์เร็วที่สุดค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
เอาไป หมดเลย มี ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปตั้ง ๘,๐๐๐ ล้านบาท เอาคลิปไปบอกชาวบ้านได้นะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับขอบคุณท่าน สส. ครับ🔗
๒. เรื่อง ปัญหาการเดินทางโดยรถสาธารณะในพื้นที่เขตสายไหม เขตบางเขน และเขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมมอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุรพงษ์ ปิยะโชติ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง ตอนนี้ยังตอบกระทู้อยู่ ถ้าอย่างนั้นก็พักการประชุมก่อนนะครับ ขอบคุณครับ🔗
พักประชุมเวลา ๑๑.๑๐ นาฬิกา🔗
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๑.๕๕ นาฬิกา🔗
๒. เรื่อง ปัญหาการเดินทางโดยรถสาธารณะในพื้นที่เขตสายไหม เขตบางเขน และเขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
สำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมมอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุรพงษ์ ปิยะโชติ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ๑. นายปิยะ โยมา ผู้อำนวยการสำนักการขนส่งผู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ๒. นายมนัส ครุธชั่งทอง รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถ องค์การ ขนส่งมวลชนกรุงเทพ กระทรวงคมนาคม และได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนเข้าร่วมรับฟัง การตอบกระทู้ถามในครั้งนี้นะครับ ๑. นายกฤตชัย อ่อนคำ ๒. นายยศชา คีตะโสภณ ๓. นายปิยาพัชร กันต์มิตรี ๔. นายรัชชัย บุญลือ ๕. นายมารุต จันทน์โรจน์ ต่อไป เชิญท่านภูริวรรธก์ ใจสำราญ ถามท่านรัฐมนตรีคำถามแรก เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา แล้วก็ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมที่เคารพครับ วันนี้อยากจะเป็นบรรยากาศ ในการปรึกษาหารือ แล้วก็ขอความร่วมมือนะครับ แล้วก็พูดถึงประเด็นที่สืบเนื่องมาจาก ที่เคยถามกระทู้ตอบในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๗ ครับ ถึงประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ หรือรถเมล์เรานี้นะครับ ในพื้นที่ของบางเขน สายไหม ลาดพร้าว แล้วก็รวมไปถึงในบาง Routing นั้นกินบริเวณข้างเคียงไปด้วย ซึ่งใน กระทู้ถามตอบในราชกิจจานุเบกษา ท่านรัฐมนตรีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ตอบกลับมาในครั้งนั้น ก็อาจจะเป็นคำตอบที่ไม่ได้สิ้นสงสัยนะครับ ทำให้อยากจะสอบถามเพิ่มเติมว่า การจัดการ ที่เหมาะสมตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้นนั้นควรจะเป็นแบบไหน🔗
ข้อแรกที่ถามตอบ ในราชกิจจานุเบกษาครับว่า เนื่องจากในพื้นที่ถนนสายไหม-เทพรักษ์ เป็นแผนการปฏิรูป การเดินรถในสาย ๑-๒๖ ๑-๒๘ มันไม่มี แต่ว่าที่ท่านตอบกลับมาในครั้งนั้นนะครับ เพราะว่า เนื่องจากมีจำนวนรถประจำทาง ประเภทมาตรฐาน ๒ และ ๓ ไล่กันตามพื้นที่นะครับ มาตรฐาน ๒ และมาตรฐาน ๓ ก็คือสาย ๑๐๐๙ สาย ๑๐๘๐ ในเขตสายไหมและเขตบางเขน แล้วก็มีสาย ๒-๕๔ และสาย ๒-๕๕ ซึ่งในปัจจุบันนั้นก็มีสาย ๑๐๖๙ กับสาย ๑๐๗๑ ที่วิ่งอยู่ ในลาดพร้าว-จรเข้บัว แล้วก็ยังไปพื้นที่ข้างเคียงนะครับ ผมจะประหยัดเวลาเพิ่มเติมนิดหนึ่ง พอดีเนื่องจากว่าผมทำตัวของตารางนี้มา ในตารางนี้จะมีรถขั้นต่ำที่ท่านตอบมาในกระทู้ อย่างเช่น รถหมวด ๒ สาย ๑๐๐๙ ว่ามีจำนวนรถขั้นต่ำอยู่ที่ ๒๐ คัน จำนวนเที่ยวรถที่วิ่ง ต่อครั้งอยู่ที่ประมาณ ๔๒ นาที หรือ ๕๒ นาที ทีนี้ผมลงไปดูมาครับ ยกตัวอย่างเช่น ชื่อเส้นทาง สาย ๑๐๐๙ ตลาดยิ่งเจริญ-ตลาดวงศกร-วัชรพล จำนวนขั้นต่ำที่ตอบไปในกระทู้คือ ๑๐ คัน แต่ในความเป็นจริงที่เราไปดูมานี้ไม่มีเลยนะครับ ตลาดยิ่งเจริญ-วงศกร-เคหะออเงิน อย่างท้ายสุดมี ๕๒ คัน แต่เราวิ่งไป Check ดูมามีอยู่ประมาณ ๓๐ คัน เวลาที่การรอรถใน แต่ละรอบ ยกตัวอย่างเช่น ๒๓.๗๕ นาที แต่ว่าในบางสายก็จะมีการที่รอเยอะกว่านั้น เช่น ๔๐-๔๕ นาที หรือ ๑ ชั่วโมงขึ้นไป ลองดูหน้าต่อไปนะครับ อันนี้เป็นสาย ๑๐๐๙ ที่วิ่ง ตลาดยิ่งเจริญ-วงศกร-มีนบุรี บางสายที่วิ่งจากตลาดยิ่งเจริญ-เพิ่มสิน มายังโรงเรียน รัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน คือรอมากกว่า ๒๕ นาทีขึ้นไปนะครับ หน้าต่อไปก็จะเป็นหมวดที่ วิ่งกันอยู่ที่พื้นที่อย่างที่ผมบอก สายไหม ลาดพร้าว และบางเขน เพราะฉะนั้นในบางพื้นที่ ที่เป็นพื้นที่ อย่างเช่น ถนนเทพรักษ์แทบจะต้องรอเป็นชั่วโมง อันนี้คือสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น ถ้าเรา เปรียบเทียบ TOR กับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นพอมาถึงจุดนี้ครับ จึงอยากเรียน ถามท่านว่า เมื่อความเป็นจริงในตัวเลขของ TOR กับความเป็นจริงเมื่อเราลงไปในพื้นที่ และตรวจสอบของจำนวนรถ รวมถึงเวลารอรถจริงมันเป็นแบบนี้แล้ว ท่านจะมีวิธีการแก้ไข ในอนาคตจากนี้อย่างไรนะครับ🔗
ผมถามต่อไปด้วยเลยนะครับ เพื่อที่จะประหยัดเวลาของท่าน ก็สืบเนื่อง มาจากที่ท่านตอบในราชกิจจานุเบกษา ข้อ ๓ ครับ ว่าด้วยเรื่องของเหตุผลในการวิ่งทับเส้น รถสัมปทานนะครับ ท่านเขียนมาตอนช่วง Highlight หนึ่ง ลองเปิดต่อไปอีกก็ได้ครับ นี่ครับ ว่าการวิ่งรถทับซ้อนนั้น ส่วนหนึ่งท่านคำนึงถึงในเรื่องของการที่ไม่ได้ต้องการทำให้มีจำนวนรถ มากขึ้น การเพิ่มรถในหมวด ๑ เข้ามาอาจจะทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด อาจจะทำให้เกิด ปัญหาของสิ่งแวดล้อมติดขัด อันนั้นผมว่ามันอาจจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดมากนัก รวมไปถึงในพื้นที่ อย่างเช่น ถนนเทพรักษ์ก็ดี ซึ่งเป็น ๖ เลนแล้ว ถนนสุขาภิบาลที่เป็น ๔ เลน เป็นถนนจัดเป็นประเภท ค และประเภท จ ตามลำดับ อันนี้ในอดีตอาจจะเป็นถนนที่เป็นถนน ในซอย แต่ปัจจุบันนั้นการเพิ่มถนนกับการเคลื่อนที่ของจำนวนชุมชนที่เพิ่มเติมมากขึ้น มันทำให้ ถนนทั้ง ๒ เส้นกลายเป็นถนนเส้นหลักนะครับ ไม่ใช่เป็นถนนเส้นเล็ก หรือเป็น Feeder แบบที่ เคยเป็นอีกต่อไป เพราะฉะนั้นเมื่อถนนเหล่านั้นกลายเป็นถนนเส้นหลักแล้ว แล้วเรามี Feeder แน่นอน Feeder ที่เป็นรถสองแถว หมวด ๓ หมวด ๔ หรือหมวด ๒ ก็ดี มันจะวิ่ง ในเส้นทางเล็ก ๆ แต่เส้นทางใหญ่ ๆ อย่างที่บอกครับ สุขาภิบาล ๕ ก็ดี เทพรักษ์ก็ดี เพราะฉะนั้นตรงนั้นมันเปลี่ยนแปลงกันไปหมด ก็เลยอยากจะมีคำถามทั้ง ๒ ข้อครับว่า เมื่อสภาพแวดล้อมมันเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้ท่านมีแนวทางในการแก้ไขปัญหา หรือมีแนวทาง ในการที่จะเพิ่มรถตามแผนการปฏิรูปอย่างไร และเมื่อไร ถามประมาณเท่านี้ก่อนครับ เดี๋ยวจะ มีสรุปปิดท้ายครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีคำถามแรกครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ วันนี้ต้องยอมรับนะครับว่า ประเทศไทย มาถึงจุดที่มีการเปลี่ยนผ่านระบบขนส่งมวลชน หรือขนส่งสาธารณะนะครับ วันนี้เรามีการ พัฒนาระบบรถไฟฟ้าที่เป็น Network เพิ่มขึ้น วันนี้เรามีการตัดทาง สร้างทางเพิ่มขึ้น ทำให้ Route หรือเส้นทางการวิ่งต่าง ๆ ต้องปรับตามครับ วันนี้ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ ตั้งคำถาม ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นปัญหาที่เราจะต้องแก้ไขเส้นทางการวิ่งตามที่มัน เปลี่ยนแปลง เหมือนต้องตัดทรงผมใหม่ มันก็จะมีเส้นหนึ่งเคยยาวอาจจะสั้น หรือสั้นอาจจะ ยาวครับ ตามความเหมาะสม ตามสภาพของเส้นทางคมนาคมที่เปลี่ยนไปนะครับ มีตัวเลข อันหนึ่งที่น่าสนใจ วันนี้จริง ๆ จำนวนของผู้โดยสารรถเมล์ ขสมก. จากเมื่อก่อนประมาณ ๒ ล้านกว่าคน ปัจจุบันเหลือประมาณ ๑ ล้านคน ใน ๑ ล้านคนนี้เป็น ขสมก. จริง ๆ ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ อีก ๓๐๐,๐๐๐ เป็นของเอกชน เนื่องจากเมื่อเป็นนโยบายของ คณะรัฐมนตรีสมัยก่อนนะครับว่า มีการเพิ่มโอเพอเรเตอร์ของขนส่งมวลชน ก็เพิ่มขึ้นนะครับ ก็มี ขสมก. แล้วก็ให้เอกชนเข้ามาวิ่ง เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่ ขบ. จะต้องลงไปดู แล้วไม่ใช่เขตเดียวนะครับ วันนี้ต้องยอมรับว่าเราต้องมีการปฏิรูปจริง ๆ เข้าใจท่านสมาชิก ที่ท่านอยู่ในพื้นที่ แล้วก็พี่น้องประชาชนเดือดร้อน รายละเอียดที่ท่านกล่าวมาถือว่าท่าน ลงพื้นที่จริง เก็บข้อมูลจริง เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน วันนี้ทางกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะกรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นคนคุมกฎ Regulator เป็นคนอนุมัติ อนุญาต ต้องลง ไปดูนะครับ สภาพรถจากที่เป็นซอย เดี๋ยวนี้เป็นถนนใหญ่แล้วนะครับ ประเภทรถอันไหน ที่เหมาะสม ขสมก. จริง ๆ วันนี้เราก็ปรับองค์กรมาพร้อมที่จะ Support ทุกเส้นทางอยู่แล้ว เดี๋ยวเรียนท่านประธานสภาผ่านไปทางท่านสมาชิกนะครับ อยากจะเอาเคสของตรงนี้ลองไป เป็นเคสนำร่อง เพราะผมเชื่อว่าไม่ได้มีเขตเดียว ตรงลาดกระบังก็มี ที่ไปปรับ ลงพื้นที่ร่วมกับ ทางท่านสมาชิกนะครับ และเดี๋ยวถ้าผมมีโอกาส ผมลงไปด้วย ลองไปดูปัญหาหน้างานจริง ๆ แล้วก็เอาข้อมูลมานั่งวิเคราะห์ แล้วก็ออกแบบด้วยกัน วันนี้ผมว่าเอาความต้องการของ พี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง เราไม่เอาเรื่องของผู้ประกอบการเป็นที่ตั้ง ดูว่าความเหมาะสม ประเภทรถ Head Way กี่นาทีจะต้องถึง ประเภทรถควรจะเป็นอย่างไร Route ที่เหมาะสม ควรจะตัดอย่างไร ควรจะออกแบบอย่างไร ซึ่งอันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยกรมการขนส่งทางบก แต่ขณะเดียวกันผมไม่อยากเห็นการทำงานแบบนักรบห้องแอร์นะครับ ผมอยากให้ลงพื้นที่ อยากให้จัดเป็นพื้นที่นำร่องแล้วลงไป แล้วเดี๋ยวผมลงไปด้วยดีกว่า ต้องไปดูว่าเป็นตัวอย่าง แล้วก็ฝากอันหนึ่ง แต่จริง ๆ ผมเคยจัดนะครับ แล้วรถโดนปากระจกก็มี คือมันจะมี ทั้งผู้ประกอบการเดิม ซึ่งก็ถือว่าเป็นอาชีพ มีผลประโยชน์อยู่ พอเราจัดเข้าไปก็มีการขัดขวาง มีการปากระจกอะไร อันนี้ก็ต้องลงไปทำความเข้าใจในพื้นที่ศึกษา เอาหลาย ๆ ปัจจัยมานะครับ แต่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง แล้วก็เอาความต้องการของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง เอาความเป็น ปัจจุบันมาบริหารนะครับ ความสำเร็จในอดีตเอามาใช้กับปัจจุบันไม่ได้ เพราะว่าทุกอย่าง ถูกปรับเปลี่ยน ถูกพัฒนาไปแล้ว เพราะฉะนั้นสาย Route ต่าง ๆ ก็ต้องปรับตาม ยินดีที่จะ ลงไปพื้นที่ และยินดีที่จะยกระดับเป็นพื้นที่นำร่องนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านสมาชิกคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน จริง ๆ อาจจะไม่ได้เป็นคำถามที่ ๒ แล้วครับ เพราะว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีก็มีแนวคิด แล้วก็ อยากให้เราเป็นพื้นที่นำร่อง ซึ่งทางเรานั้นพอได้ฟังแล้วก็รู้สึกมีความดีใจ แล้วก็ประชาชน ที่มาด้วยซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังก็รู้สึกมีความหวังกันเพิ่มมากขึ้น จริง ๆ แล้วผมพบกับสุภาพบุรุษ ทั้ง ๒ ท่านมาบ่อยครั้งนะครับ เรามีการจัดประชุมกันกับทั้งทางกรมการขนส่งทางบก แล้วก็ ทางขนส่งมวลชนกรุงเทพ ขสมก. มาเป็นระยะครับ แล้วก็จริง ๆ แล้วเราพูดเรื่องนี้ แล้วก็เห็น ทางแก้ปัญหาอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ามันใช้เวลาในการรอค่อนข้างที่จะนานนะครับ วันนี้ก็อยากจะ ให้มันเกิดขึ้นโดยเร็ว จริง ๆ แล้วการปฏิรูปเส้นทางเราไม่ได้ต้องการที่จะเป็นคู่ขัดแย้งกับคนที่ ได้สัมปทานในพื้นที่ เพราะว่าส่วนหนึ่งแล้ววัตถุประสงค์ของมันก็คือว่า เราอยากจะให้ผู้ที่ ได้รับสัมปทานในหมวด ๔ นั้นสามารถเพิ่มคุณภาพในการให้บริการ หรือเปลี่ยนรูปแบบของ รถเปลี่ยนจากหมวด ๔ ถ้าเขายังสามารถที่จะดำเนินธุรกิจได้ ก็เปลี่ยนขึ้นมาเป็นหมวด ๑ เพราะว่าหมวด ๑ นี่ก็เปิด Open ให้กับผู้ประกอบการเอกชนด้วยเช่นเดียวกัน แต่ก็เข้าใจครับว่า สภาพเศรษฐกิจบางอย่างอาจจะไม่ได้เอื้ออำนวยมากนัก แต่ในการทำขนส่งมวลชน โดยเฉพาะรถเมล์มันเป็นธุรกิจที่อาจจะไม่ได้กำไรมากนักอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้ ขสมก. กระโดดเข้ามา แล้วก็รอรับในการทำงานแบบนั้นอยู่ ประชาชนที่เข้ามาวันนี้ด้วยก็ค่อนข้างที่จะมีแผนห่วง เพราะว่าแผนการปฏิรูปมันประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ปัจจุบันนี้ยังไม่ได้มีการทำอะไรเลย ก็ห่วงว่าอันนี้มันจะเป็นความผิด หรือว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่านะครับ🔗
นอกเหนือจากนั้นเราก็จะมีข้อเสนอแนะบางเรื่องครับ เช่น ในเรื่องของ เลขสาย ในพื้นที่ของผมนี้ยังมีความเข้าใจผิดในเรื่องของเลขสายอยู่ อย่างเช่น สาย ๙๕ คือสายเลขเดียวครับท่าน แต่ว่ามีเส้นทางถึง ๓ เส้นทาง ผู้ที่ใช้รถประจำบ่อย ๆ ก็จะบอกว่า เป็นจักรวาลสาย ๙๕ เพราะว่า ๑ เลข แต่ว่ามี ๓ Routing ทำให้คนนั้นค่อนข้างที่จะขึ้นผิด ยกตัวอย่างเช่น สาย ๒๖ ก็เป็นอีก ๑ ตัวอย่าง เพราะฉะนั้นก็คือว่าอันนี้อยากจะมีข้อเสนอแนะ เพิ่มเติมในเรื่องของตัวเลขนะครับ มีอักษรกำกับเพิ่มเติมมากขึ้น ในขณะเดียวกันอันสุดท้ายครับ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี ถ้าท่านลองลงไปดูนี่ เขาต้องการการแก้ไขอย่างรวดเร็ว ถ้าเป็นไปได้ท่านอาจจะใช้ ม. ๔๑ ให้กรมการขนส่งทางบกออกใบอนุญาตให้ทาง ขสมก. มาทดลองเดินเส้นทาง ผมเชื่อว่าทาง ขสมก. ก็พร้อมที่จะมีรถอยู่ แล้วก็มีพร้อมทั้งกำลังคน ในการเดินรถด้วย อย่างน้อยประมาณสัก ๑๕-๒๐ คัน วันหนึ่งวิ่งได้ประมาณสัก ๙๐ รอบ ท่านจะได้เห็นว่าตรงนั้นมีกำลังของผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมากน้อยเท่าไร ในขณะเดียวกัน ถ้าผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้น ผมคิดว่าจะลดปัญหาการจราจรได้ด้วย เพราะว่าปัจจุบันภาวะ ของการใช้รถมากขึ้น นอกเหนือจากที่เขาต้องจ่ายค่ารถโดยสารแล้ว ก็จะต้องไปจ่าย ค่ารถไฟฟ้าอีก บางคนที่อยู่ในพื้นที่ผมนี่เสียเงินไปกลับ เด็ก ๆ ๒๐๐ บาทต่อวัน พ่อแม่ ไม่ได้รวยกันทุกคนนะครับ แต่ถ้ามีระบบขนส่งที่ดีเขาก็จะสามารถที่จะลดค่าใช้จ่ายได้ด้วย อะไรได้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ประชาชนค่อนข้างที่จะเดือดร้อนจริง ๆ แล้วก็ถ้าท่านใช้ ม. ๔๑ เข้ามานี่มันมีกำหนดระยะเวลาอยู่แล้ว ถ้าทางกรมการขนส่งทางบกก็ดี ขสมก. ก็ดี ร่วมกันในการที่จะมา Rewrite Revise ใหม่ในเส้นทาง ผมก็คิดว่าน่าจะเป็นข้อมูลที่ดี เพื่อทำให้การปฏิรูปเส้นทางเกิดขึ้นได้ดีในอนาคตนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ วันนี้กระทรวงคมนาคมก็ตระหนักดี ถึงเรื่องของค่าครองชีพนะครับ รถไฟ ๒๐ บาท เดือนกันยายน ปี ๒๕๖๘ เริ่มทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ มันก็จะมา Effect กับทางรถ ขสมก. มีแน่นอนนะครับ คือจำนวนผู้โดยสาร ที่จะย้ายในการเดินทาง เพราะฉะนั้นของเราต้องปรับอยู่แล้วที่จะเป็น Feeder เสริมระบบราง เพราะฉะนั้นเส้นทางการเดินทางนะครับ ทั้งค่าโดยสารเองก็ดี ทั้ง Route การเดินทางก็ดี มันต้องปรับเป็นระบบ เป็น Feeder Feeder ขนาดใหญ่ Feeder ขนาดเล็ก ที่จะมา Support ระบบรางนะครับ เดี๋ยวมันจะมีระบบภาษีเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็คือเป็นการเชิญชวน หรือเป็นการ ให้พี่น้องประชาชนมาใช้บริการสาธารณะให้มากที่สุด เพื่อลดค่าครองชีพ เพราะฉะนั้น การปรับปรุงและการปรับเปลี่ยนเกิดขึ้นแน่นอน และอย่างที่ท่านสมาชิกแนะนำก็ถือว่า ขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนในเขตที่ได้ทำการบ้านมา ได้มองเห็นปัญหานะครับ อันนี้ ผมไปนั่งประชุมมาก่อนตอบกระทู้ ก็เห็นตรงกันนะครับว่าจะต้องส่งลงพื้นที่ วันนี้ ขสมก. พร้อมอยู่แล้วนะครับ ที่กังวลกันจริง ๆ ก็คือเรา Concern เรื่องของผู้ประกอบการเดิม กับความเข้าใจ คือเหมือนวันนี้ที่ผมยกตัวอย่าง จาก ๒ ล้านกว่าคน วันนี้เหลือ ๑ ล้านคน แต่จำนวนรถวิ่งเท่าเดิม เพราะฉะนั้นผู้โดยสารหายไป เพราะไปใช้บริการประเภทอื่น ถ้ารถไฟฟ้า ๒๐ บาท คนจะง่ายขึ้น และระบบ Feeder เป็นเส้นเลือดฝอยขนาดเล็กไป Support รถขนส่งมวลชน ขสมก. ทั้งเอกชน ทั้งของ ขสมก. ก็จะมีผู้โดยสารลดลงอีก เพราะฉะนั้น ความห่างของเที่ยวรถก็จะห่างไปอีก ถ้าเราไม่ปรับเป็น Minibus ตามความเหมาะสม เพราะฉะนั้นอันนี้ต้องรีบศึกษานะครับ จริง ๆ กรมการขนส่งทางบกเขามีแผนศึกษานะครับ ทั้งเรื่องของ ตั๋วร่วม ทั้งเรื่องของค่าโดยสาร แต่ยังไม่ได้ถูกนำออกมาเสนอ ไม่ได้ไม่ทำอะไรเลย ก็ทำเยอะอยู่ครับ แต่อันนี้อันดับแรกนะครับ ผมฝากลงพื้นที่นัดหมาย เอานำร่อง แล้วก็ ไปแก้ไข วันนี้ ขสมก. เขาพร้อมอยู่แล้วที่จะลงไปทำ เมื่อสักครู่ได้คุยกันในห้อง ก็ยินดีที่จะไป ช่วยแก้ปัญหาด้วยกัน ลงพื้นที่เป็นพื้นที่นำร่องไป แล้วก็ฝากท่านลงไปดูพื้นที่อื่น ๆ ที่มีเข้ามานะครับ แล้วก็ขออนุญาตฝากท่านประธานสภาผ่านไปทางท่านสมาชิกครับ ฝากทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการในพื้นที่ครับ เพื่อลดการขัดแย้งกัน ขอบคุณครับ🔗
ดีมากเลยครับ ท่าน สส. อย่างไรก็ไปแก้ปัญหาที่ชัดเจนขึ้นนะครับ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ท่าน สส. นะครับ อย่างไรก็ไปนัดหมายนะครับ ขอบคุณครับ🔗
๓. เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุในพื้นที่อำเภอพัฒนานิคม และตำบลโคกตูม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี นายสาธิต ทวีผล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง แต่เนื่องจากรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมมีภารกิจสำคัญ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไป เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๗ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง🔗
๔. เรื่อง ขอให้ดำเนินการก่อสร้างสะพานลอยและศาลาพักผู้โดยสาร บริเวณโรงเรียนกำแพง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ และบริเวณโรงเรียนห้วยทับทัน วิทยาคม อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง แต่เนื่องจาก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมมีภารกิจสำคัญ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าว ออกไป เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๗ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง🔗
๕. เรื่อง การดำเนินนโยบายการปรับขึ้นเงินเดือนขั้นต่ำสำหรับพนักงาน จบปริญญาตรีเป็น ๒๕,๐๐๐ บาท นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ ได้มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้ตอบคำถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง แต่เนื่องจากท่านรองนายกรัฐมนตรีติดภารกิจ จึงขอเลื่อน การตอบกระทู้ถามดังกล่าว เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๗ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง🔗
๖. เรื่อง โครงการขุดลอกคลองระบายน้ำ ร. ๓ ขวา แม่กลอง ตำบล คุ้งพยอม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ท่านอิทธิ ศิริลัทธยากร เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจที่นัดหมายไว้ ล่วงหน้าแล้ว จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไป เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๗ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง🔗
สำหรับวันนี้จบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ขอปิดการประชุมครับ สวัสดีครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗
- ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการแรงงาน แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์)🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการการแรงงานได้มีหนังสือแจ้งว่า ขอให้ตั้ง กรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ได้ขอลาออก จากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่งที่ว่างลงเป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทยครับ ขอเชิญเสนอชื่อ กรรมาธิการพร้อมทั้งขอผู้รับรอง และช่วยพิจารณาด้วยว่าไม่ได้เป็นกรรมาธิการสามัญ เกินกว่า ๒ คณะตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ นะครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการการแรงงานแทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อท่าน สส. ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ แทนท่าน สส. วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ครับ ขอผู้รับรองครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ได้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับว่า ไม่ได้เป็นกรรมาธิการ สามัญเกินกว่า ๒ คณะ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐🔗
เรียบร้อยแล้วครับ ท่านประธานครับ🔗
เป็นอันว่าผู้ที่ได้รับเลือกเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง ก็คือนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ขอเข้าสู่ระเบียบวาระถัดไปครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๒.๑ รับทราบเรื่อง วุฒิสภาได้พิจารณารับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ศาลรัฐธรรมนูญ🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๕ สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง วันจันทร์ที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ ที่ประชุมวุฒิสภา ได้พิจารณารับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ศาลรัฐธรรมนูญ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ🔗
๒.๒ รับทราบเรื่อง ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญรับทราบข้อสังเกต และข้อเสนอแนะของสภาผู้แทนราษฎรในญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา เกี่ยวกับกับการแสดงออกของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรตุลาการในเวทีสาธารณะ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยประชาชนจนนำไปสู่การตั้งคำถามต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการ ยุติธรรม และการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระ เพื่อส่งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของ สภาผู้แทนราษฎรให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาดำเนินการต่อไป🔗
ตามที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มีหนังสือส่งสรุปประเด็น ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกในญัตติด่วนเรื่องดังกล่าวแล้ว เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญรับทราบและหากศาลรัฐธรรมนูญได้ปฏิบัติตามข้อสังเกต และข้อเสนอแนะประการใด ให้แจ้งสภาผู้แทนราษฎรนั้นทราบด้วย เลขาธิการสำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญได้มีหนังสือแจ้งว่า ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญรับทราบข้อสังเกต และข้อเสนอแนะของสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้วครับ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ🔗
ท่านประธานครับ🔗
ท่านอดิศรครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม อดิศร เพียงเกษ พรรคเพื่อไทย เรื่อง ๒.๒ ท่านประธานครับ เรื่องศาลรัฐธรรมนูญได้แจ้ง สิ่งที่ พวกเราได้อภิปรายในสภา ซึ่งวันนั้นผมได้ยื่นญัตติโดยวาจาด้วย ในการที่แสดงออกของ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแล้วท่านหนึ่ง พวกเราอภิปรายกันว่าท่านไม่อยู่ในกรอบของการเป็น ตุลาการ เป็นการถ่วงดุลกันระหว่างนิติบัญญัติกับตุลาการ พอกลับไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ผม ต้องขอขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ก็นำเรื่องนี้มาวินิจฉัย แต่ผมมีข้อสังเกตว่าใน สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะออกความเห็นได้ไหมว่า การที่วินิจฉัยของท่าน ท่านบอกว่า ตุลาการดังกล่าวไม่ได้ทำผิดอะไร ไม่ได้มีอคติ เป็นการวินิจฉัยกันเองครับ🔗
ท่านอดิศรครับ อย่างนี้ครับ คือวาระที่ ๒.๒ นี้เป็นเรื่องรับทราบ เรื่องรับทราบว่าทางเรานี่ หมายถึงทางสภาผู้แทนราษฎรได้มีญัตติ แล้วก็ได้ตั้งข้อสังเกตส่งเรื่องไปให้กับ ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อรับทราบว่าข้อสังเกตของสภาผู้แทนราษฎรมีความเห็นอย่างไร ซึ่งเขาได้ ทำหนังสือกลับมาว่า เขาได้รับทราบในข้อสังเกตแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องเพื่อทราบ แล้วประธานในที่ประชุมก็มีหน้าที่แจ้งให้กับเพื่อนสมาชิกได้ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญได้ทราบ ข้อสังเกตของสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว🔗
ครับ ผมทราบในสิ่งที่จะเกิดขึ้น🔗
เพราะฉะนั้นไม่มีประเด็นต่อเนื่องที่จะต้องอภิปรายต่อครับ🔗
มีประเด็นต่อเนื่องที่ว่า ไม่มีองค์กรใดวินิจฉัยของตัวเองครับ วินิจฉัยตัวเองบริสุทธิ์ผุดผ่องขัดต่อข้อเท็จจริงทั้งหมด🔗
ประเด็นนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องรับทราบเรื่องนี้🔗
แล้วถ้าอย่างนี้ถ้าผู้แทนราษฎร พูดต่อไม่ได้ ผมกลัวว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นที่อับอายขายหน้าวินิจฉัยว่าตนเองไม่ผิด ทั้ง ๆ ที่ตนเองกระทำความผิดครับ เอาแค่นี้ละครับ🔗
เราจะอภิปรายเรื่องนี้ต่อก็ได้นะครับ ท่านอดิศรก็ทำญัตติเสนอต่อสภา แล้วก็ให้สภาพิจารณา กันอีกครั้งหนึ่ง เพียงแต่ว่าผมได้บอกกับท่านอดิศรในประเด็น ๒.๒ เพื่อไล่เลียงให้ฟังนะครับ แล้วเราก็ไม่มีประเด็นต่อเนื่องกัน ต่อไปครับ🔗
๒.๓ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินสำนักงาน ศาลยุติธรรม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖🔗
ด้วย เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้เสนอรายงานของผู้สอบบัญชี และรายงานการเงินสำนักงานศาลยุติธรรม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ ศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางให้กับท่านสมาชิกแล้ว ท่านสมาชิกมีประเด็นติดใจที่จะซักถามหรือไม่ มีผู้ลงรายชื่อไว้นะครับ ในการนี้ผมได้อนุญาต ให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ ขอเชิญผู้ที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ๒. นายภพ เอกครพานิช รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ๓. นางพรนิภา ธนาธรรมนันท์ รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ๔. นายเสริมศักดิ์ พรหมหาญ ผู้อำนวยการสำนักการคลัง ๕. นางสมบูรณ์ ฐาปนะดิลก นักวิชาการการเงินและบัญชี ชำนาญการพิเศษ ขอเชิญผู้แทนหน่วยงานเข้าที่ประชุมเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอเชิญ ท่านแถลงต่อที่ประชุมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ขออนุญาตชี้แจงประกอบการพิจารณารายงานผลการ ตรวจสอบและรายงานการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ ของสำนักงาน ศาลยุติธรรมครับ🔗
ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๓๑ กำหนดว่า ให้สำนักงานศาลยุติธรรมเป็นหน่วยรับตรวจตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน เมื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ทำการตรวจสอบรับรอง บัญชีและการเงินทุกประเภทของศาลยุติธรรมและสำนักงานศาลยุติธรรมแล้ว ให้เสนอผล การตรวจสอบต่อสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีโดยไม่ชักช้า ขออนุญาตเรียนว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ สำนักงานศาลยุติธรรม ได้รับงบประมาณรายการสนับสนุน การจัดการของรัฐสภา ศาล และองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รายได้จากงบเงินอุดหนุนรวมทั้งสิ้น ๒๒,๒๐๐ กว่าล้านบาท จำแนกเป็นค่าใช้จ่ายบุคลากร จำนวน ๑๓,๐๐๑,๒๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน จำนวน ๔,๗๖๘ ล้านบาทเศษ ค่าครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้าง จำนวน ๒,๔๕๗,๓๙๐,๐๐๐ บาทเศษ ในส่วนของการจัดเก็บรายได้เพื่อนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน สำนักงานศาลยุติธรรมมีการจัดเก็บรายได้ที่เป็นเงินค่าธรรมเนียมศาลและค่าปรับ เงินค่าปรับ ผู้ประกัน รวมถึงรายได้อื่นเป็นเงินทั้งสิ้น ๓,๔๗๖,๐๓๐,๒๐๐ บาทเศษ มีการนำส่งคลัง เป็นรายได้แผ่นดินในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ จำนวน ๓,๔๗๔,๙๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ส่วนที่เหลือ เป็นเงิน ๑,๐๓๓,๐๙๓ บาทเศษ ได้นำส่งเป็นเงินรายได้แผ่นดินในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ สำนักงานศาลยุติธรรมมีหน่วยเบิกจ่ายในสังกัดทั้งหมดรวม ๒๘๕ หน่วย การเบิกจ่ายเงินถือปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยรวบรวมผลการดำเนินงานทั้งหมดแสดงไว้ในงบแสดงฐานะการเงิน และงบแสดงผลการ ดำเนินงานทางการเงิน ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ สำนักงานศาลยุติธรรมจัดทำรายงาน การเงินภาพรวมให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเพื่อตรวจสอบ และนำส่งกระทรวงการคลัง ภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๐ โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินมีความเห็นว่ารายงานการเงิน ของสำนักงานศาลยุติธรรมแสดงฐานะการเงินของสำนักงานศาลยุติธรรม ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ และผลการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดในวันเดียวกัน ถูกต้องตามที่ควรใน สาระสำคัญตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลัง กำหนด ซึ่งเป็นการรับรองรายงานการเงินแบบไม่มีเงื่อนไข🔗
ทั้งนี้ สำนักงานศาลยุติธรรมได้ดำเนินการนำส่งรายงานการเงินประจำปี พร้อมกับรายงานผลการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินให้คณะรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และเปิดเผยให้สาธารณชนผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๒ เรียบร้อยแล้ว จึงขอกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านรับทราบครับ🔗
ขอบคุณครับ มีผู้อภิปราย ๒ ท่านด้วยกันนะครับ ผมเชิญท่านเอกราช อุดมอำนวย ก่อนครับ แล้วก็ต่อด้วยท่านอดิศร เพียงเกษ เชิญท่านเอกราชครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทน คนดอนเมือง จากพรรคประชาชนนะครับ ขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ขอบคุณท่านผู้ชี้แจง ที่ให้เกียรติสภาแห่งนี้นะครับ ผมขออนุญาตที่จะมีความเห็นต่อรายงานของผู้สอบบัญชีและ รายงานการเงินนะครับ ใน ๒-๓ ประเด็นของสำนักงานศาลยุติธรรมแล้วก็จะฝากข้อสังเกต แล้วก็เรื่องของการใช้งบประมาณของแผ่นดินเข้าสู่การให้สภาแห่งนี้ได้รับทราบ รับฟัง แล้วก็ท่านผู้ชี้แจงเผื่อจะได้เป็นประโยชน์ไปปรับปรุงต่อไปนะครับ🔗
สำนักงานศาลยุติธรรมนี่ อันแรกเลยครับ คือทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตน ผมเข้าไปดูในรายละเอียดก็จะเห็นว่า เขาจะหัก ในเรื่องของค่าเสื่อมของคอมพิวเตอร์ ตรงนี้ติดใจนิดเดียวครับ เพราะว่าเดิมทีในช่วงเวลาของ ปี ๒๕๖๕ ท่านหักค่าเสื่อมประมาณร้อยละ ๔๑.๗๘ แต่ว่าพอถึงทางบัญชี พอปี ๒๕๖๖ กลายเป็นหักมากขึ้นนะครับ เป็นร้อยละ ๕๓.๓๐ ซึ่งวิธีการทางบัญชีในการหักค่าเสื่อม ปกติสมมุติค่าโปรแกรมมัน ๕ ปี เขาก็อาจจะหาร ๕ แล้วก็หักค่าเสื่อมลดลงตามอายุของ การใช้งาน อันนี้ก็เลยไม่แน่ใจว่าทรัพย์สินที่เป็นซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ของสำนักงานศาล ยุติธรรมมีอะไรบ้างนะครับ เลยกลายเป็นหักที่ดูแล้วก็อาจจะมีความสงสัยนิดหนึ่งนะครับ ตรงนี้ก็ไม่ได้ติดใจอะไร แต่ว่าตั้งเป็นข้อสังเกตว่า ถ้ามีหมายเหตุท้ายบัญชีได้ก็จะดีใน ครั้งต่อไปนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน เรื่องของคำของบประมาณ ซึ่งเราก็รู้กันดี นะครับว่า ศาลยุติธรรมก็จะนำเงินไปพัฒนา เผอิญว่าผมเป็นกรรมาธิการงบประมาณ ปี ๒๕๖๘ ด้วย ก็พอจะทราบนะครับว่า โครงการของสำนักงานศาลยุติธรรมมีอะไรบ้าง ส่วนหนึ่งก็คือไปพัฒนาระบบนะครับ สไลด์ถัดไปจะเห็นนะครับว่า เรื่องของศาลยุติธรรม จะใช้อยู่ ๒ ระบบก็คือ CIOS กับ e-Filing นะครับ ผมก็ฝากประเด็นในเรื่องของการยื่น คำร้องในการพิจารณาคดีออนไลน์ผ่าน CIOS ตอนนี้ไม่สามารถพิจารณา ไม่สามารถยื่นคำขอ ออนไลน์ได้ ล็อกคำไว้เลยครับ ผมคิดว่าอันนี้ผิดไปจากแบบแผนทางวิชาการที่ทางสำนักงาน ศาลยุติธรรมมีความตั้งใจที่จะให้การสะดวกรวดเร็วกับประชาชนในการยื่นพิจารณาคดี แล้วก็ปฏิทินวันพิจารณาของระบบทั้ง ๒ ระบบ e-Filing และอีก CIOS ไม่เชื่อมกันนะครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งครับท่านประธาน ก็จะเห็นว่าในระบบ e-Filing นี่นะครับ กรณีที่บุคคลที่ไม่ได้เข้ามาในคดี คือไม่ได้ถูกฟ้องครั้งแรก แต่ว่าถูกร้องสอดเข้ามาเป็น ผู้ร้องสอด ก็จะไม่สามารถเข้าระบบได้ ไม่สามารถยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาแก้อุทธรณ์ได้ นะครับ ก็ทำให้มีปัญหา ประสบปัญหาในการกรอกเข้ามา ตรงนี้เป็นเรื่องของระบบฝากทาง สำนักงานเลขาลองไปดูนิดหนึ่งนะครับว่า กรณีที่มีการร้องสอดเข้ามา ตรงนี้ระบบอาจจะต้อง ปรับหรือไม่ หรือว่ากรณีที่มีการกรอกผิด คือกรอกตั้งแต่หน้า e-Filing มันล็อกระบบไว้เลย ซึ่งดีมาก คือหมายความว่าถ้ากรอกผิดตัวเดียวนี้ไปต่อไม่ได้แล้ว แต่พอไปในคำฟ้องไปผิด สุดท้ายระเบียบรองรับหรือยังครับว่า จะต้องยึดตามคำฟ้องที่ทำผิด ต้องไปแก้ใหม่ เช่น สมมุติผิดไม่มีสระอาไปตัวหนึ่งที่อยู่จำเลยอย่างนี้ แต่ใน e-Filing กรอกถูก เรายึดอันไหน อัน นี้ก็อยาก จะให้ Check พวกระเบียบนะครับ สไลด์ถัดไปครับท่านประธาน เพื่อความรวดเร็ว นะครับ ผมก็จะไม่ได้ใช้เวลาเยอะ ก็คือว่าในระบบ CIOS นี้ หลายครั้งที่ยื่นไปมีเพื่อนทนายก็มา บอกว่าการ Update คำสั่งศาลบางครั้งต้องตาม ต้องคอยโทรตาม ก็จะเป็นภาระเจ้าหน้าที่ใน การรับอีก ตรงนี้ก็อยากจะให้มีการวางระบบให้แน่ชัด หรือว่าเป็น KPI ให้ชัดเจนว่า คำสั่งที่ รับมาแล้วนี้ควรจะรีบดำเนินการแจ้งภายในระยะเวลาเท่าไร การที่ให้มีการตรวจสอบระหว่างอยู่ ตรวจสอบสำนวนอย่างนี้ครับ มันก็เลยทำให้ไม่สามารถที่จะเป็นประสิทธิภาพในการทำงานได้🔗
ส่วนประเด็นรายละเอียดที่ผมอยากจะฝากไปนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การ Scan ลงระบบ เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ของสำนักงานศาลยุติธรรมนี้ทำงานหนักมาก โดยเฉพาะหน้าบัลลังก์ วันจันทร์ วันอังคารนี่วุ่นวายเลย แต่ว่าก็จะต้องมีการ Scan เอกสาร ที่เข้ามาในระบบวันจันทร์ วันอังคาร ก็เห็นใจ วันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ ก็ต้องสืบพยาน แต่จริง ๆ มันก็อยู่ในวิสัยที่ทำได้ถ้าเครื่องมือพร้อม เช่น ระบบ Scan ที่ไม่ต้องใช้คน เอกสารวาง กดปรื้ดแล้วเข้าในระบบ อันนี้ก็ฝากสำนักงานลองไปดูนะครับว่า จะทำอย่างไรได้บ้างที่จะ Scan ลงระบบอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องคอยติดตามนะครับ แล้วก็เรื่องของการมีอุปกรณ์ส่วนกลาง ให้สำหรับทนายความนะครับ แต่ละศาลนี้ ศาลแขวงพระนครเหนือต้องชมเลยนะครับ มีทั้ง เครื่อง Print เอกสารของเอกชนที่เขาสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ หรือว่ามีส่วนกลางที่ จัดเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่ว่าสำนักงานศาลอื่น ๆ ยังนึกไม่ออกว่าการจัดเตรียมหรือว่า ถ้าจะไป Mention ถึงก็อาจจะ อย่างเช่น ศาลมีนบุรีนี้ มีห้องของทนายความ แต่เข้าไป ข้างใน หัวหน้าศาลลองไปดูเลยครับ เครื่องพิมพ์ดีดก็ใช้ไม่ได้ ตัวพิมพ์ก็หล่น คอมพิวเตอร์ ก็ใช้ไม่ได้ พวกนี้ลองมาดูทั้งระบบไหม เพราะว่าในการดำเนินกระบวนพิจารณาพวกนี้ ทนายความก็ทำเพื่อประโยชน์ของศาล ประโยชน์ของประชาชน ไปใช้ของหน้าบัลลังก์ ก็ไปรบกวนการพิจารณาคดีอื่นอีก ถ้าส่วนกลางมีความพร้อมตรงนี้ จะเก็บเงินก็ได้ หรือว่า จะอย่างไร แต่จริง ๆ ผมคิดว่าทำคำของบประมาณมา และอีกอย่างเรามีเงินนอกงบประมาณ ที่ศาลยุติธรรมเก็บเอาไว้ในแต่ละปี ประมาณ ๗๐๐ กว่าล้านบาท ผมคิดว่าใช้ตรงนี้ไม่เยอะ ถ้าดูแล Maintenance ดี ๆ ก็สามารถที่จะไปได้🔗
และสุดท้ายนะครับ ก็คือเรื่องของการเบิกพยาน ในการเบิกคำพยาน ซึ่งห้องพิจารณาที่จะเป็นระบบภาพและเสียงนี้ก็ค่อนข้างมีจำกัด ทีนี้ในเรื่องของอุปกรณ์ ของผู้พิพากษานี้ ผมคิดว่ายังใช้เวลาอยู่ในการเบิกความ ผมไปเจอในลักษณะที่มี ๒ แบบ ทั้งการเบิกความแบบว่าท่านจดไว้ก่อน แล้วก็อัดทีเดียวเลย กับอัดไปจดไป มันก็มีวิธีการ ที่แตกต่างกันนะครับ แต่ว่าจริง ๆ ถ้าใช้วิธีการเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยก็จะอำนวยความสะดวก ให้กับระบบการพิจารณาได้มากยิ่งขึ้นนะครับ ก็ทำให้มีประสิทธิภาพกับประชาชน🔗
ส่วนสุดท้ายครับท่านประธาน ก็คือเรื่องของการขอพิจารณาคดีออนไลน์ ชื่นชมศาลยุติธรรมในการเปิดนะครับ ในการพิจารณาในช่วงเย็นมาก เพราะว่าบางทีประชาชน เดือดร้อนในคดีเล็กน้อย เช่น คดีผู้บริโภคนะครับ คดีที่ต้องไปขึ้นศาล คดีเช่าซื้ออะไรแบบนี้ เดินทางไปศาลก็เสียเงินแล้วครับ นั่งแท็กซี่ ๓๐๐-๕๐๐ บาท ยิ่งบางศาลการเดินทาง ไม่สะดวก ไม่มีรถเมล์ เช่น ศาลธัญบุรีแบบนี้นะครับ ลำบากมากในการเดินทางไปศาล เพราะฉะนั้นคิดว่าระบบการพิจารณาทางจอภาพ ทางออนไลน์นี้จะช่วยประชาชนได้เยอะ แล้วก็ให้กำลังใจในการพัฒนาระบบต่อ ๆ ไปนะครับ ก็ฝากไว้ ๓-๔ ประเด็น ที่ได้อภิปราย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบพระคุณครับ เรียนเชิญท่านอดิศรครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดขอนแก่น ต้องขอขอบพระคุณทางสำนักงานศาลยุติธรรมที่ให้เกียรติสภาผู้แทนราษฎรมาเป็นผู้ตอบ คำชี้แจงต่าง ๆ ที่บรรดาสมาชิกจะสงสัย เพราะท่านเลื่อนมา ๒-๓ ครั้ง ไม่ทราบว่ามีภารกิจ อะไรมากมาย เป็นการถ่วงดุล เป็นการตรวจสอบกันธรรมดาตามกฎหมาย ถ้าศาลยุติธรรม มาทีไรผมมีคำถามเดียวครับ ผมประกอบอาชีพทนายความ ทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา คดีแพ่งต้อง มีเงินค่าธรรมเนียมไปวางศาล หรือเงินประกันตัวผู้ต้องหา หรือจำเลยก็ต้องไปวางศาล ศาลไม่ได้เก็บเงินสดหรอกครับ เงินสดดังกล่าวศาลก็เอาไปฝากไว้ที่ธนาคาร ศาลอาญาที่ รัชดานี้ฝากที่ธนาคารกรุงไทย เมื่อเข้าสู่ระบบธนาคารมันเกิดดอกเบี้ยครับ ผมทวงถามเรื่อง ดอกเบี้ยของคู่ความ ซึ่งเป็นเงินของเขา หายไปไหน หลายปีมาแล้วครับ เหมือนกับผม ทวงถามเมื่อปี ๒๕๓๑ ซึ่งเป็น สส. ใหม่ ๆ ทวงถามเรื่องเงินประกันมิเตอร์น้ำ และมิเตอร์ไฟฟ้า ๓,๐๐๐ บาท ท่านเอาไปหมุน ประชาชนขอน้ำ ขอไฟฟ้า เขาไม่เอาคืนทันทีหรอกครับ เงิน ๓,๐๐๐ นี้ก็เอาไปหมุน ดอกเบี้ยเป็นเท่าไรก็ไม่ทราบ และประกอบอาชีพทนายความ ก็เห็น เงินดอกเบี้ยเหล่านี้มากมายเมื่อรวมทั้งราชอาณาจักรไทย มันมีเงินกี่พันกี่หมื่นล้าน ไม่ทราบ เงินดอกเบี้ยตอนนี้มีคนมากระซิบผมว่า ศาลเอาไปทำเป็นสวัสดิการของศาล จริงหรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่เพื่อนฝูงไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งขณะนั้น ศาลยุติธรรมก็ขึ้นต่อรัฐมนตรี ก็บอกใช่ รถประจำตำแหน่งอันโน้นอันนี้ก็สวัสดิการ ผมอยาก ให้ท่านมีสวัสดิการนะครับ แต่ต้องเป็นสวัสดิการที่มาโดยชอบของวิธีการงบประมาณ เงินดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นนี่เป็นเงินนอกงบประมาณหรือเปล่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ตรวจเรื่องนี้ไหม ได้สอบถามไหม เพราะมีคำกล่าวในหน้า ๑๕ บอกว่า รายได้ดอกเบี้ย อันเกิดจากเงินกลาง อย่างนี้มันคือเงินกลางดอกเบี้ยอะไร ผมจึงขออนุญาตถามเป็น ครั้งสุดท้ายครับ ทางศาลยุติธรรมครับ อย่าให้ผมลุกขึ้นถามอีกเลย วันนี้ขอเปิดอกกันเถอะว่า มีไหมดอกเบี้ย ดอกเบี้ยเกิดขึ้นแล้วได้คืนให้โจทก์ หรือคืนให้จำเลยที่พ้นจากการประกันตัว หรือไม่ แล้วท่านเอาไปใช้อะไร ที่ผ่านมาใช้ไปกี่หมื่นกี่พัน แล้วในอนาคตจะใช้อีกเท่าไร เรามาทำให้มันถูกต้องตามกฎหมายดีไหมครับ เพราะศาล ศาลเดียวที่ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม คือศาลยุติธรรมนี่ละครับ เมื่อสักครู่ผมพาดพิงถึงศาลรัฐธรรมนูญต้องขออภัย ก็ไม่ได้รับ ความนับถือจากประชาชนเหมือนศาลยุติธรรม ผมไม่อยากให้ศาลยุติธรรมมีอะไรด่างพร้อย อยากให้ขาวสะอาด เป็นตราชู ซึ่งไม่ไปยุ่งกับทรัพย์สินของคนอื่น ถ้าเป็นคนอื่นเอาทรัพย์สิน ของคนอื่นไป เขาเรียกว่า ลักทรัพย์ ถ้าอยู่ไปไม่ลักทรัพย์ก็เป็นยักยอกทรัพย์ ผมไม่อยากให้ ศาลยุติธรรมถูกกล่าวหาอย่างนั้น วันนี้ด้วยความเคารพทางสำนักงานศาล ด้วยความเกรงใจ จริง ๆ ครับ แต่ว่าเรามันตราชูเรียนกฎหมายมาด้วยกัน ท่านถูกด่าผมก็เจ็บเหมือนกัน เราเรียนนิติศาสตร์เหมือนกันจึงขออนุญาตถามเป็นครั้งสุดท้าย จะไม่ได้ยินคำถามเรื่อง ศาลยุติธรรมเรื่องนี้อีกแล้วจากผมถ้าท่านตอบ Clear วันนี้นะครับ ถ้าท่านบอกว่าไม่มีก็ไม่มี แต่ที่ผ่านมาเอาไปไว้ที่ไหน อย่างนี้เป็นต้น ด้วยความเคารพอย่างยิ่งนะครับ ผมมีคดีที่ศาล มีคนสะกิดผมว่า เฮ้ย อย่าไปพูดเรื่องนี้นะ เพราะว่ามันคนละเรื่อง เป็นจำเลยทางการเมือง ก็ว่ากันไป เรื่องความยุติธรรมที่เกิดขึ้นในศาลหรือไม่ก็ว่าอีกเรื่องหนึ่งครับ ขอกราบ ขอบพระคุณทางศาลที่จะเปิดอกพูดกันวันนี้เรื่องดอกเบี้ยที่เงินเกิดจากดอกเบี้ยที่คู่ความ เอาไปวางศาล เอาไปใช้อะไร ตอบโดยละเอียดนะครับ ขอกราบขอบพระคุณล่วงหน้าครับ🔗
มีอีกท่านหนึ่ง เชิญท่านวิรัช พิมพะนิตย์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิรัช พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ พอดีได้ฟังเรื่อง ศาลยุติธรรม สัญชาตญาณก็เกิดขึ้นครับ กรมหลวงรพีพัฒนศักดิ์ บิดานักกฎหมายบอกว่า เอ็งกินเหล้าเมายามิว่าดอก เอ็งอย่าออกนอกทางให้เสียผล เอ็งอย่ากินสินบาทคาดสินบน เรามันคนชั้นปัญญาตุลาการ ท่านที่เคารพครับ วันนี้มีเรื่องหนึ่งที่ผมเห็นเรื่อง กระบวนการยุติธรรม คือศาลยุติธรรมเป็นที่พึ่งของประชาชน ประชาชนศรัทธาใน ศาลยุติธรรมมาก แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากฝากไปถึงศาลยุติธรรม คือเรื่องรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ถ้าวันนี้ผมเห็นประชาชนในเขตเลือกตั้งผม ขายนาซื้อรถ ๖ ล้อ เสร็จแล้วน้ำหนักเกิน ๕๐๐ กิโลกรัม ซึ่งมันเข้าวัตถุประสงค์หมด คนขับเองน้ำหนักเกินรถของตัวเอง ถูกริบทรัพย์ครับ แต่นายทุนที่บรรทุกน้ำหนักเกินมหาศาลแต่ไม่ได้ถูกริบทรัพย์ เพราะฉะนั้น วันนี้ผมทราบครับ ผมเป็นนักกฎหมายคือถ้าสมมุติว่าพนักงานอัยการไม่แถลงให้ยึดทรัพย์ ท่านผู้พิพากษาก็พิพากษาเกินกว่าที่จะขอมิได้ แต่วันนี้ผมในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร ผมอยากจะขอกราบวิงวอนว่า ขอให้ศาลทั้งประเทศกรุณาใช้ดุลยพินิจดูในข้อเท็จจริง บางอย่างด้วย สำหรับประชาชน ส่วนของรถที่มีร้องขัดทรัพย์เรื่องสัญญาเช่าซื้ออะไร ผมไม่ก้าวล่วงครับ แต่ว่าสำหรับประชาชนที่ไม่พร้อม แล้วบางทีจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมาย ก็คงไม่ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจะใช้เวลานิดเดียวครับ จะขอกราบขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ผ่านไปถึงศาลยุติธรรมต่าง ๆ ทั่วประเทศนะครับว่า นิดหน่อยที่ชาวบ้านเอง ประกอบอาชีพด้วยความสุจริต แล้วก็ขนส่งสินค้าด้วยความถูกต้อง ขอให้มองข้ามช็อตไป นิดหนึ่งหน่อยนะครับ จริง ๆ ผมก็มิอาจจะใช้คำพูดอะไรที่กล่าวต่อไปได้ แต่ก็ขอกราบฝาก กับท่านนะครับ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ขอแค่นี้ครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เชิญครับ เชิญหน่วยงานตอบข้อชี้แจงเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณ ทุกความห่วงใยที่ท่านสมาชิกทุกท่าน มีความเป็นห่วงเป็นใยในสถาบันของศาล ในส่วนที่มี ข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยี ในเรื่องของระบบ CIOS กับระบบ e-Filing ที่อาจจะ ยังไม่สอดคล้องกันโดยสมบูรณ์นั้น ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าปัจจุบันนี้สำนักงาน ศาลยุติธรรมเองพยายามพัฒนาระบบนี้อย่างต่อเนื่อง ตามงบประมาณที่ได้รับ จัดสรรมานะครับ ย้อนกลับไปในช่วงแรกระบบเราค่อนข้างที่จะล้มลุกคลุกคลาน เราทำ ระบบนี้ขึ้นมาก็เพื่อจะให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ด้วยความสะดวกจริง ๆ หลายอย่างที่ท่านผู้พิพากษาเองต้องรับภาระเพิ่มขึ้น เราก็พยายามทำแบบนั้นนะครับ เมื่องบประมาณที่ได้รับแต่ละปีมันเพิ่มมากขึ้น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จะนำมาสนับสนุน และพัฒนาระบบนี้ เราก็นำมาพยายามพัฒนาระบบนี้อย่างต่อเนื่อง ตรงไหนที่ยังเป็นช่องว่าง ตรงไหนที่มันยังไม่สอดคล้องกัน เราก็พยายามที่จะจัดทำอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่า มีอีกหลาย ๆ ระบบที่มันเริ่มพัฒนา เริ่มเข้ารูปเข้าร่าง สอดคล้องกันได้มากขึ้นแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในเรื่องข้อสังเกต ในประเด็นย่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น การอุทธรณ์ของผู้ร้องสอดที่ยังไม่สามารถเข้าระบบนี้ได้ก็ดี เรื่องปฏิทินวันนัดที่ยัง ไม่สอดคล้องกันก็ดีนะครับ ก็จะขออนุญาตรับเป็นข้อสังเกต แล้วก็นำไปพัฒนาปรับปรุง ต่อไปนะครับ🔗
ในส่วนของค่าป่วยการพยานที่ท่านสมาชิกให้ความห่วงใยว่า การเบิกความ ของพยานบางครั้ง การบันทึกคำพยานของศาลอาจจะมีทั้งจดไว้ก่อน แล้วไปบันทึก หรือบันทึกทีเดียว ปัจจุบันนี้เราก็พยายามจะนำระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอยู่แล้วนะครับ ตามงบประมาณที่ได้รับไปนะครับ เราอาจจะมีระบบ Speech To Text ซึ่งอยู่ระหว่าง พัฒนาอยู่เพื่อให้ใช้ได้อย่างเสถียรนะครับ ระบบนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ในเรื่องงบประมาณ ที่ได้รับเพิ่มเติมมาในปีงบประมาณนี้ ก็จะทยอยนำไปพัฒนาไปปรับปรุงระบบนี้ให้มีความดี มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น มั่นใจว่าเมื่อมีการพัฒนาไปจนสุดทางแล้วก็จะเกิดประโยชน์ อย่างแท้จริงกับประชาชนต่อไปนะครับ🔗
ในส่วนของเรื่องการตัดจำหน่ายค่าเสื่อมราคาที่มันมากขึ้น ขออนุญาต กราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า เนื่องจากในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ มันมีโปรแกรมที่พัฒนา เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วเพิ่มขึ้นอีก เพราะฉะนั้นเราก็เลยต้องปรับรูปแบบบัญชีให้เป็นโปรแกรม สำเร็จรูป ในปี ๒๕๖๖ ก็เลยต้องคิดค่าเสื่อม มันเลยทำให้ปริมาณค่าเสื่อมเพิ่มขึ้นบ้าง ก็ เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานทางบัญชีอยู่แล้ว ขออนุญาตนำเรียนตรงนี้🔗
ส่วนในประเด็นเรื่องของเงินประกัน ขออนุญาตยืนยันตรงนี้ว่าทางศาลยุติธรรมเอง ไม่เคยนำดอกเบี้ยอันเกิดจากเงินกลางไปใช้จ่ายเป็นสวัสดิการครับ ในเรื่องของการนำ เงินสดมาเป็นหลักประกันนั้น มันเป็นไปตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๑๔ ซึ่งถามว่าเงินเอามาฝากไว้ที่ศาลเกิดดอกเบี้ยไหม อาจจะเกิดดอกเบี้ยครับ เงินเอาไปวางชำระหนี้ที่สำนักงานวางทรัพย์ของกรมบังคับคดี เกิดดอกเบี้ยไหม เกิดดอกเบี้ยครับ แต่ทั้งหมดทั้งปวงนี้ เมื่อหน่วยงานของรัฐต้องนำเงินไปจ่ายคืนแก่คู่ความ ก็จะจ่ายในเรื่องของ เงินต้นตามที่เอามาฝาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในเรื่องของการนำหลักประกันมาวางเพื่อขอประกันตน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เราให้หลักประกันไว้ ๓ ประเภท คือ เงินสด หลักทรัพย์อื่น หรือตัวบุคคลเป็นหลักประกัน ในส่วนของเงินสดบางรายใช้เป็นสมุดเงินฝาก มาเป็นหลักประกัน อาจจะมีบางรายที่มีความรู้สึกว่าใช้เงินสดแล้วมีความคล่องตัวสูง ก็เลย ขอใช้เงินสดมาวางเป็นหลักประกัน เมื่อเกิดดอกเบี้ยขึ้น สำนักงานศาลยุติธรรมนำไปใช้จ่าย ในเรื่องอะไร การใช้จ่ายเงินดอกเบี้ยที่เกิดจากเงินตรงนี้ไม่มีกรณีที่นำไปใช้เป็นสวัสดิการ อย่างแน่นอน ผมขอยืนยันตรงนี้ การเอาไปจ่ายเป็นเงินค่ารถค่าอะไร ไม่ได้จ่ายจากเงิน ดอกเบี้ยตรงนี้แน่นอน การจ่ายเงินดอกเบี้ยนี้จะมีพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ ศาลยุติธรรม กำหนดไว้อยู่แล้วว่าจะใช้จ่ายได้กรณีไหนบ้าง แล้วก็จะมีประกาศ คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยเรื่องของการใช้จ่ายเงินทุนสำรองจ่ายกำหนดไว้ ชัดเจนว่า จะเอาไปใช้จ่ายอะไรได้บ้าง ตัวอย่างเช่น เราจะมีประกาศคณะกรรมการบริหาร ศาลยุติธรรม ในเรื่องของการใช้จ่ายเงินทุนสำรองจ่าย ให้เอาไปใช้จ่ายได้กรณีที่ประสบ ภัยธรรมชาติหรือภัยใด ๆ ที่ไม่สามารถควบคุมได้อย่างฉุกเฉินในระหว่างที่ยังไม่มี เงินงบประมาณในส่วนนี้ เราจะจ่ายในลักษณะนั้นครับ นอกเหนือจากนี้แล้วเราไม่เคยเอาไป จ่ายนอกเหนือไปจากประกาศของคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ไม่เคยเลยนะครับ ขออนุญาตยืนยันกับท่านสมาชิกอย่างนี้นะครับ🔗
ส่วนประเด็นสุดท้าย ที่มีความห่วงใยเกี่ยวกับเรื่องการริบทรัพย์ในเรื่อง ความผิดฐานใช้รถบรรทุกน้ำหนักเกิน ก็คงเป็นดุลยพินิจในทางตุลาการของท่านผู้พิพากษา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สำนักงานศาลยุติธรรมจะน้อมรับข้อสังเกตนี้ไปหาข้อเท็จจริงหาข้อกฎหมาย ที่จะมาเสนออีกครั้งหนึ่ง แล้วก็คงจะนำเรียนให้ตุลาการทราบเป็นข้อสังเกตนี้ต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ถ้าไม่มีท่านสมาชิกท่านใดอภิปรายซักถามแล้ว ก็ถือว่าที่ประชุม ท่านอดิศรครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม อดิศร เพียงเกษ ด้วยความเคารพต่อคำชี้แจงจากสำนักงานศาลยุติธรรม ดีใจครับที่ไม่ได้เอาเงินดอกเบี้ย ซึ่งไม่ใช่เงินของศาลไปใช้ตามระเบียบ แต่ผมยังยืนยันว่าเงินนี้ดอกเบี้ยนี้ควรจะคืนให้เจ้าของ ทรัพย์ครับ ท่านรู้ข้อเท็จจริงเหล่านี้ จะไปใช้สาธารณประโยชน์ก็โอเค ท่านมีระเบียบ แต่ระเบียบเอาเงินคนอื่นไป แก้ระเบียบนี้เอาเงิน ถ้าเกิดว่าเป็นคดีความ ๓ ปี ดอกเบี้ย ได้เท่าไรก็คืนทั้งต้นทั้งดอกที่เกิดขึ้นให้แก่คู่ความ มันก็จะไม่มีข้อครหาใด ๆ เกิดขึ้น ที่ศาลยุติธรรม ผมดีใจนะครับที่ได้รับคำยืนยันจากท่าน แม้แต่นิดเดียวผมไม่อยากให้ยุง มาไต่มาตอมท่าน แก้ระเบียบดังที่ท่านว่าได้ไหมครับ ดอกเบี้ยมันเกิดทันทีก็คืนให้ทันที ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ขอบคุณแทนพี่น้องประชาชน ขอบคุณแทนความยุติธรรมที่จะเกิดขึ้น ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านอดิศรมากครับ ทางท่านเลขารับไปนะครับ เมื่อไม่มีผู้ติดใจซักถามแล้วก็ถือว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชี และรายงานการเงินสำนักงานศาลยุติธรรม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ ผมต้องขอบคุณท่านเลขาธิการ ท่านรอง เลขาธิการ ท่านผู้อำนวยการ เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ได้มาชี้แจงต่อสภา ขอบคุณมากครับ เป็นอันจบระเบียบวาระที่ ๒.๓ ระเบียบวาระถัดไป🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
- รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตรา พระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
ผมขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ได้เลย ขณะที่รอคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ คณะนักเรียนระดับชั้น ม. ๔ และคุณครูผู้ควบคุม โรงเรียน คลองแดนวิทยา อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ยินดีต้อนรับทุกท่าน ท่านประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมไหมครับ ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตเรียนเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการได้แถลง ผลการศึกษาต่อที่ประชุม เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล ประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ขออนุญาตรายงานต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรดังต่อไปนี้🔗
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่สอง) วันพฤหัสบดีที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ได้พิจารณาญัตติ เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรม ซึ่งนางสาวขัตติยา สวัสดิผล เป็นผู้เสนอ และมีมติตั้งกรรมาธิการขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ โดยได้กำหนดระยะเวลาพิจารณาศึกษาไว้ ๖๐ วัน ครบกำหนดเมื่อวันจันทร์ที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๗ ต่อมาคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ขอขยาย ระยะเวลาการพิจารณาศึกษา จำนวน ๒ ครั้ง🔗
ครั้งที่ ๑ จำนวน ๖๐ วัน ตั้งแต่วันอังคารที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๗ ถึงวันศุกร์ ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗ และ🔗
ครั้งที่ ๒ จำนวน ๖๐ วัน ตั้งแต่วันเสาร์ที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๗ ถึงวันอังคาร ที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๗ นั้น🔗
บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวเสร็จแล้ว โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม อย่างรอบด้าน โดยศึกษาจากสรุปประเด็นข้อสังเกต และข้อเสนอแนะการอภิปรายของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กฎหมาย และร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลจากเอกสารวิชาการ งานวิจัย รายงานผลการศึกษา และข้อเสนอที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลสถิติคดี การรับฟังความคิดเห็น จากบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุม บทความและข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมข้อเรียกร้อง หรือข้อคัดค้านจาก กลุ่มต่าง ๆ และการเข้าร่วมการเสวนาขององค์กรต่าง ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พร้อมทั้ง รับฟังความคิดเห็นมาประกอบการพิจารณาโดยละเอียดรอบคอบ🔗
ทั้งนี้ ได้ดำเนินการประชุมรวมทั้งสิ้น ๑๙ ครั้ง จัดทำรายงานเป็นเอกสาร จำนวน ๓ เล่ม คือรายงานของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตรา พระราชบัญญัตินิรโทษกรรม และภาคผนวก ก ซึ่งเป็นรายงานของคณะอนุกรรมาธิการ พิจารณาศึกษาข้อมูลและสถิติคดีความผิด อันเนื่องมาจากแรงจูงใจทางการเมือง โดยมี นายนิกร จำนง เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ภาคผนวก ข ซึ่งเป็นการรายงานของ คณะอนุกรรมาธิการศึกษาและจำแนกการกระทำเพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางการตรา พระราชบัญญัตินิรโทษกรรม โดยมีรองศาสตราจารย์ยุทธพร อิสรชัย เป็นประธาน คณะอนุกรรมาธิการ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่กระผมจะกล่าวถึงข้อสรุปผลการพิจารณา ต่อที่ประชุมแห่งนี้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ผมขอฝากประเด็นไว้เป็นหลักสำหรับ การพิจารณารายงานในวันนี้เป็นเบื้องต้น ดังต่อไปนี้🔗
ข้อที่ ๑ การนิรโทษกรรมนั้น โดยหลักการแล้วมิใช่การยกเลิกความผิด การกระทำนั้นยังเป็นความผิดตามกฎหมายอยู่ เพียงแต่เห็นสมควรให้มีการยกเว้นความรับผิด เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เพื่อให้ทุกฝ่าย กลับมาอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ประเทศชาติสามารถพัฒนาต่อไปได้ การตรากฎหมาย นิรโทษกรรม จึงเป็นเครื่องมือในการที่จะนำพาประเทศให้เดินหน้าต่อไป เพื่อมิให้จมปลัก อยู่กับความขัดแย้งจนหยุดอยู่กับที่หรือถอยหลัง ท่านประธานที่เคารพครับ ในอดีตประเทศไทย ได้มีกฎหมายนิรโทษกรรมมาแล้ว จำนวน ๒๓ ฉบับ ประกอบด้วย พระราชบัญญัติ ๑๙ ฉบับ และพระราชกำหนด ๔ ฉบับ🔗
ข้อที่ ๒ รายงานนี้ คือผลการศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรม มิใช่การพิจารณาหรือยกร่างกฎหมาย มิใช่การยกร่างพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรม รายงานนี้เป็นเพียงข้อเสนอแนะ แนวทาง หากจะมีการพิจารณา หรือมีการตรา พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมในโอกาสต่อไปว่า ควรจะรวมหรือไม่รวมการกระทำอันใดบ้าง หรือควรมีแนวทางอย่างไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวม และหากเป็นความเห็น ที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ อาจบานปลายสู่ความขัดแย้งในอนาคต กรรมาธิการได้เสนอความเห็น ในทุก ๆ มิติไว้ด้วย เพื่อให้สภาแห่งนี้ได้ศึกษา ได้เรียนรู้ และรับฟังความคิดเห็นอย่างทั่วถึง รอบด้าน🔗
ข้อที่ ๓ แม้รายงานจะเป็นเรื่องการศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรม แต่กรรมาธิการยังได้ศึกษาเสนอแนะแนวทางอื่น ๆ ในการยุติความขัดแย้ง และสร้างความเข้าใจอันดีให้เกิดขึ้นในสังคมไทยไว้อีกด้วย เช่น แนวทางการตรา พระราชบัญญัติล้างมลทิน แนวทางการขอพระราชทานอภัยโทษ แนวทางการใช้อำนาจ ในกระบวนการยุติธรรมอย่างอื่น เช่น การชะลอการฟ้อง การสั่งไม่ฟ้องคดีที่ไม่ก่อ ให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ รวมถึงแนวทางการตราพระราชบัญญัติที่มีเงื่อนไข ต้องดำเนินการตามกระบวนการที่เกิดขึ้น🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอสรุปสาระสำคัญที่ได้จากการศึกษาของ กรรมาธิการโดยสังเขปดังต่อไปนี้🔗
ข้อ ๑ ช่วงเวลาในการนิรโทษกรรม กรรมาธิการได้ศึกษาแล้วเห็นว่าควรจะ เอาเหตุการณ์ในการชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่เหตุความขัดแย้งทางการเมือง เหตุการณ์ ชุมนุมเมื่อปี ๒๕๔๘ จนถึงปัจจุบันมาเป็นหลักในการกำหนดขอบเขตช่วงเวลา ของการนิรโทษกรรม🔗
ข้อ ๒ การกระทำที่ควรได้รับการนิรโทษกรรม มุ่งเน้นที่การกระทำที่มูลเหตุ เกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง โดยกรรมาธิการได้แยกแยะการกระทำในคดีหลัก เช่น ความผิดฐานเป็นกบฏ การกระทำในคดีรอง เช่น ความผิดต่อเจ้าพนักงาน ได้แยกคดีที่มี ความอ่อนไหวทางการเมืองออกมาพิจารณาเป็นการเฉพาะ โดยได้แสดงเหตุผลในทุกมิติ ทั้งผู้ที่เห็นด้วย ผู้ที่ไม่เห็นด้วย รวมถึงการแสวงหามาตรการอื่น ๆ เช่น การนิรโทษกรรมโดยมี เงื่อนไข🔗
ข้อ ๓ กรรมาธิการได้เสนอรูปแบบการนิรโทษกรรม ทั้งที่เป็นแบบอัตโนมัติ ทั้งในรูปแบบการให้มีคณะกรรมการมาพิจารณาวินิจฉัยและรูปแบบผสมผสาน การให้มี คณะกรรมการมาพิจารณาเนื่องจากการนิรโทษกรรมหากเริ่มต้นตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ซึ่งเกิดมา นานแล้ว มีคดีเกี่ยวข้องมากมาย ทั้งที่เป็นคดีหลัก คดีรอง การมีคณะกรรมการมาพิจารณา จะทำให้การนิรโทษกรรมนั้นถูกต้อง เป็นธรรมอย่างแท้จริง🔗
ข้อ ๔ ควรกำหนดขอบเขตการนิรโทษกรรมว่า รวมถึงการกระทำใด ๆ บ้าง และควรมีการทำบัญชีแนบท้ายพระราชบัญญัติไว้ เพื่อให้ทราบว่าจะมีการนิรโทษกรรม ความผิดใด ๆ บ้าง นอกจากนั้นยังได้เสนอแนะแนวทางว่า การตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม อาจทำเป็นหลายฉบับ เพราะเหตุการณ์หรือพฤติกรรมของการกระทำมีความแตกต่างกัน🔗
ข้อ ๕ กรรมาธิการได้มีข้อสังเกตไว้หลายประการ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องรวมถึง คณะรัฐมนตรีรับไปพิจารณา เช่น การอำนวยความยุติธรรมโดยกลไกตามกฎหมายที่มีอยู่ ในปัจจุบันที่เรียกว่ากระบวนการยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน ข้อสังเกตที่เกิดจากการศึกษา ของคณะกรรมการอิสระในหลายชุดที่ผ่านมา รวมทั้งความเห็นของกรรมาธิการที่เห็นว่า ความผิดตามมาตรา ๑๑๐ ความผิดตามมาตรา ๑๑๒ ประมวลกฎหมายอาญา ยังคงเป็น ประเด็นที่มีความอ่อนไหวและอาจนำไปสู่ความขัดแย้งได้ อย่างไรก็ตามข้อสังเกตของ กรรมาธิการมิได้บังคับ หรือผูกมัดคณะรัฐมนตรีที่จะต้องดำเนินการตามที่เสนอ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใคร่ขอย้ำต่อที่ประชุมว่า รายงานนี้ได้ขอเลื่อน การพิจารณามา ๒ หรือ ๓ ครั้ง เพื่อทำความเข้าใจร่วมกันว่า รายงานนี้มิใช่การพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ เป็นเพียงการศึกษาของคณะกรรมาธิการที่ได้รับมอบหมายจากสภา แห่งนี้ ดังนั้นที่ประชุมควรจะได้รับทราบรายงาน เพื่อนำผลการศึกษาไปประกอบ การพิจารณาของผู้ที่เกี่ยวข้อง ในการพิจารณาหรือยกร่างพระราชบัญญัติในอนาคตต่อไป กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ มีท่านสมาชิกได้เข้าชื่อไว้หลายท่านนะครับ ผมเริ่มจาก ท่านสหัสวัต คุ้มคง แล้วต่อด้วยท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ เชิญท่านสหัสวัตครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคประชาชนครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมของสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านประธานครับ ผมอ่านรายงานฉบับนี้ก็หลากหลายความรู้สึกครับ บางครั้งก็ยินดีครับ บางส่วนอ่านแล้วก็ โกรธครับ บางส่วนอ่านแล้วก็เศร้าแล้วก็หงุดหงิดครับ ผมเองพูดเรื่องนี้หลายครั้ง ทั้งอภิปรายในสภาหรือในที่อื่น ๆ ก็หลายครั้งครับ แต่พออ่านรายงานฉบับนี้ทำให้ผมกลับมา ทบทวนตัวเองว่า มีเรื่องอะไรที่ผมยังสื่อสารออกไปไม่ดีจนทำให้หลายท่านในคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ยังไม่เข้าใจอีกหรือเปล่า ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับ เรื่องการนิรโทษกรรมจริง ๆ เป็นเรื่องที่ถูกให้ความสนใจกันเป็นอย่างมากครับ และถูกวิพากษ์วิจารณ์กันเยอะครับ เราทำ เหมือนว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งพิเศษที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสังคมไทย อาจจะเป็นเพราะเราไม่มี นิรโทษกรรมมา ๓๐ กว่าปีแล้วก็ได้ครับ แต่ถ้าเราศึกษาประวัติศาสตร์สักหน่อยก็จะพบว่า การนิรโทษกรรมไม่ใช่เรื่องที่แปลกประหลาดเลยในสังคมไทยครับ แต่ทำไมกลับยังมีคนคิดว่า เรื่องนี้อันตราย เรื่องนี้เสี่ยง เรื่องนี้เป็นประเด็นอ่อนไหว ท่านประธานครับ ผมเคยยกตัวอย่าง ต่างประเทศมาพอสมควรครับ ว่าเรามี Model ของประเทศไหนบ้างที่จะสามารถนำมา ปรับใช้ได้ ทั้งรวันดา เกาหลีใต้ แอฟริกาใต้ กัมพูชา เห็นไหมครับที่อื่นเขาก็มีครับ เขารุนแรง กว่าบ้านเราเยอะครับ ก็ยังผ่านมาได้โดยการนิรโทษกรรมที่เป็นระบบได้ แต่แน่นอนครับ หลายท่านก็คงจะบอกว่า คุณสหัสวัตนั่นมันต่างประเทศ บริบทมันไม่เหมือนกับประเทศเรา ประเทศเราไม่เหมือนที่อื่น สังคมไทยเป็นอีกแบบ ผมไม่อยากจะเถียงนะครับว่าพิเศษหรือไม่ แตกต่างกันจริงหรือไม่ครับ แต่ถ้าพูดแบบนั้นผมก็อาจจะบอกว่าประเทศไทยของเราเอง ก็ผ่านการนิรโทษกรรมมาบ่อยครั้งมาก ๆ อย่างน้อยก็อย่างที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้พูดมานะครับ ที่เป็นกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติ และพระราชกำหนด ยังไม่รวม การนิรโทษกรรมผ่านรัฐธรรมนูญ นิรโทษกรรมให้กับคนทำรัฐประหาร และคำสั่ง นายกรัฐมนตรีโดยเฉพาะฉบับที่ผมเห็นว่าสำคัญมากครับ และใครหลาย ๆ คนในที่นี้ก็คงจะ คุ้นเคยเป็นอย่างดีนั่นคือ คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๖๖/๒๕๒๓ ครับ ผมอยากจะกล่าวดังนี้ครับ คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๖๖/๒๕๒๓ ครับ ก่อนนี้เราก็มีการพูดเรื่องนี้ในสภาไปไม่นานมานี้ ก็พูดกันหลายรอบครับ เราพูดถึงผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยหลายคน ที่หลาย ๆ ท่านก็ยังไม่ได้ ที่ดิน ๑๐ ไร่ วัว ๑๐ ตัว จนถึงทุกวันนี้ยังไม่ได้นะครับ ก็อยู่ในที่นี้ ผมไม่แน่ใจว่าทุกท่าน ได้กันครบหรือยังนะครับ อย่างไรก็ดีครับ ที่ผ่านมาเราพูดถึงแต่เชิงปฏิบัติของเรื่องดังกล่าว แต่เราไม่ได้พูดถึงหลักการและหัวใจสำคัญที่ทำให้เรื่องดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง จริง ๆ จัง ๆ สักเท่าไรครับ ผมอยากจะเสนอในส่วนนี้วันนี้ครับ ท่านประธานครับ ในช่วง ระยะเวลา ๒๐-๓๐ ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยของเราอยู่ในสภาวะกึ่งสงครามกลางเมืองที่มี การสู้รบระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย และรัฐไทยผ่านยุทธการป่าล้อมเมือง มีการฆ่ากันตายครับ ไม่เพียงแต่กลางเมืองในเหตุการณ์ตุลาคม ปี ๒๕๑๙ เท่านั้นครับ แต่ยังมี การสู้รบสูญเสียอย่างหนักทั่วประเทศตามเขตป่าเขาครับ รวม ๆ แล้วก็มีผู้เสียชีวิตหลายร้อย และอาจถึงหลายพันคน สาเหตุหนึ่งที่สหายหลายท่านเข้าร่วมรบกับพรรคนะครับ ไม่ใช่ เพราะเขาโดนหลอก อ่อนเดียงสา หรือว่าหลงผิดครับ แต่เป็นเพราะเขาเหล่านั้นรู้สึก ถึงความอยุติธรรม ความไม่เป็นธรรมครับ รู้สึกว่าบ้านเมืองนี้ไม่ใช่ของเขา รู้สึกว่าเขาไม่มี ส่วนร่วมในการเมืองการปกครอง ไม่มีสิทธิจะกำหนดชะตาของตัวเอง อะไรต่าง ๆ ถูกกำหนด โดยชนชั้นนำทั้งหมด สิ่งที่ผมพูดนี้ไม่ได้กล่าวอ้างลอย ๆ นะครับ เพราะท่านกลับไปดูคำสั่ง ดังกล่าวจะเห็นครับว่าในข้อ ๔ ตั้งแต่ ๔.๑-๔.๕ นั้น ล้วนแต่เป็นแนวนโยบายเพื่อจะแก้ไข ปัญหาเรื่องข้างต้นทั้งสิ้น พอเน้นย้ำไปถึงเรื่องที่ต้องทำให้ประชาชนรู้สึกถึงการเป็นเจ้าของ การปกครอง ขจัดเหตุแห่งความไม่เป็นธรรม ทำลายการกดขี่ที่ขูดรีด สร้างความปลอดภัยไป จนถึงให้สามารถปกครองตัวเอง และประสานประโยชน์ระหว่างชนชั้น สนับสนุน กระบวนการประชาธิปไตยด้วยครับ ท่านประธานครับ คำสำคัญเหล่านี้เราทุกคนในห้องนี้ น่าจะคุ้นเคย เพราะนั่นก็เป็นความรู้สึกเดียวกับที่พี่น้องประชาชนที่ออกมาเรียกร้องไม่ว่าใน ยุคใด สมัยใดก็พูดแบบนี้ครับ มันเป็นความรู้สึกเดียวกันที่พี่น้องเสื้อแดงที่ออกมาเรียกร้อง ความเป็นธรรมก็โดนดูถูกเหยียดหยาม เรียกว่า ควายแดง มันเป็นความรู้สึกเดียวกับที่ เยาวชนในปี ๒๕๕๗ หรือปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ที่ออกมาแล้วบอกว่าโดนหลอก โดนจูงจมูก ทั้งที่เขาอาจจะรู้สึกถึงแค่ความอยุติธรรมครับ ท่านประธานครับ ถ้าวันนี้ไม่มีการนิรโทษกรรมโดยรวมทุกคดีที่มีมูลเหตุมาจากการเมือง และรวมถึงมาตรา ๑๑๒ ด้วย ความรู้สึกเหล่านี้ก็จะยังอยู่ ถ้าการนิรโทษกรรมมัวแต่จะมา เลือกกันว่าต้องมีเงื่อนไขต่าง ๆ แบบนั้นแบบนี้ เมื่อไรเราจะได้นิรกรรมโทษครับ เมื่อไร ประชาชนที่ถูกย่ำยี ถูกฆ่าสังหาร ถูกจับติดคุกจะได้รับความเป็นธรรมครับ แล้วเมื่อไร ประเทศเรา ประชาธิปไตยของเราจะเดินหน้ากันได้เสียทีครับ ท่านประธานครับ วันนี้เราเห็น เหตุการณ์ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ดี ๆ ก็กลับมาปะทุขึ้นมาอีกครั้ง นั่นก็เป็น เรื่องเดียวกันนี่ละครับ เพราะเขารู้สึกถึงความอยุติธรรมครับ เราผ่านเหตุการณ์รุนแรงมา นับไม่ถ้วนครับ ยิงกันตายก็บ่อยครับ นิรโทษกรรมกันมาแล้วหลายครั้ง ทำไมครั้งนี้ถึงยากเย็น เหลือเกินครับ ผมอยากจะฝากไปยังทุกท่านที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ครับว่า ในอดีตที่ประเทศเรา เดินมาได้ถึงทุกวันนี้ เพราะเราทำให้ประชาชนรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ รู้สึกมีส่วนร่วม กับประเทศ รู้สึกได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น และหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของเรื่องนี้ คือการที่ ชนชั้นนำในอดีตยอมสละผลประโยชน์บางส่วนของชนชั้นตัวเองให้ชนชั้นผู้ถูกปกครอง ได้รับประโยชน์บ้าง สิ่งที่ผมคงจะต้องย้ำนะครับ คือแล้วชนชั้นนำในวันนี้พร้อมสละประโยชน์ และอีโกเหล่านี้ลงได้บ้างไหมเพื่อให้ประเทศเดินต่อครับ อดีตสหายหลายท่านในวันนี้ และใน ครม. ทั้งสหายศรชัย สหายใหญ่ สหายสุภาพ สหายจรัส ผมขอขอบคุณในคุณูปการในอดีต ของพวกท่านต่อสู้มา แล้วผมยินดีที่ท่านได้รับความยุติธรรมกันไปบ้างแล้ว ผมก็อยากจะเห็น เพื่อน ๆ มิตรสหายอีกหลาย ๆ ท่านที่ยังไม่ได้รับความยุติธรรมในวันนี้ให้เขาได้รับความ ยุติธรรมบ้างครับ แล้วผมอยากจะเห็นการชำระประวัติศาสตร์บาดแผลครั้งใหญ่ของประเทศ ที่ทำให้พวกเราทุกคนต้องจดจำว่า เรื่องแบบนี้ต้องไม่เกิดขึ้นอีก การเข่นฆ่า การไล่จับ ไล่ล่า คนเห็นต่างต้องหมดไป นักโทษ ผู้ต้องหาทางความคิด ต้องไม่มีอีกต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านประยุทธ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่น กระผมต้องกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการว่า เป็นความเพียรพยายาม ที่คณะกรรมาธิการได้ทำงานตั้งแต่การประชุมวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ มาแล้ว และทราบ จากท่านประธานบอกว่ามีการประชุมทั้งหมด ๑๙ ครั้ง ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ผมอ่านเอกสารที่ทางสภาได้นำแจกจ่ายท่านสมาชิก ผมจำเป็นจะต้องขอไปเก็บไว้ในห้องสมุด ตัวเองที่จะต้องอ่านแล้วอ่านอีก ผมต้องขอชมเชยจริง ๆ ว่าเป็นความเพียรพยายาม ของกรรมาธิการทุกท่านที่ทำรายงานในการศึกษาแนวทางในการตราพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ผมต้องกราบเรียนจริง ๆ ว่าเกิดความสับสน รายงานแทนที่จะต้องเสนอมาแล้วตั้งหลายสัปดาห์ แต่ถูกเลื่อนไป สิ่งที่ถูกเลื่อนไป คือการตีความ คือ สำคัญผิดในบางประการ สำคัญว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นจะต้องเป็นอย่างนี้ ถูกซักถามจากบรรดาสื่อและเพื่อนฝูงว่าจะเอาอย่างไร ผมคิดว่าการที่คณะกรรมาธิการ ได้ทำงานในชิ้นนี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นการผูกมัดรัฐบาล หรือสภาจะต้องเอาอย่างนั้น อย่างนี้ แต่เป็นการศึกษาแนวทางข้อมูลต่าง ๆ ทางคณะกรรมาธิการก็มีผู้รู้ ผู้อาวุโส ผู้มีประสบการณ์ ท่านก็เชิญหน่วยงาน ตัวบุคลากร เอกสารที่เคยศึกษากันมาก่อนหลายฉบับ มารวบรวมและเรียบเรียงใหม่ เป็นเอกสาร เป็นหนังสือที่น่าจะเก็บไว้อ่านจริง ๆ แต่สิ่งที่ มันเกิดขึ้นในสังคมไทย เกิดความเข้าใจผิดบอกว่า จะมีการยกโทษให้กรณีนั้น กรณีนี้ จะถึง ตรงนั้นตรงนี้หรือไม่ มันยังไม่ถึงหรอกครับ เพราะนี่คือแนวทางการออกกฎหมายเท่านั้น มันไม่ใช่กฎหมายที่เราเข้าใจกันผิด คำว่า นิรโทษกรรม อย่างที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการบอกว่า ไม่ใช่ว่าการยกเว้นโทษ ไม่มีโทษ เพียงแต่ว่าการกระทำผิดบางอย่างบางประการนั้น ที่ผ่านมาก่อให้เกิดปัญหา ความขัดแย้งแตกความสามัคคีกันก็ยกโทษในกรณีเช่นนั้นเสีย ไม่ใช่ยกเว้นยกโทษทุกกรณี ไม่ใช่การล้างมลทินโทษ ความสับสนอภัยโทษ ล้างมลทินโทษ นิรโทษกรรม เป็นสิ่งที่มัน ใกล้เคียงกันเดินคู่ขนานกันมา ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าไม่ทำ จะมีอะไรเกิดขึ้น ความขัดแย้งก็สุมอยู่ในสังคมไทย ซึ่งแตกแยกทางความคิดกัน หลายประการ หลายสิ่งหลายอย่างมันหมักหมมกันมานาน สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้น ในประเทศไทยหรอกครับ หลายประเทศทั่วโลกเขาก็ทำกัน ไม่ใช่ว่าเราเก่งเพียงคนเดียว หลายประเทศเขาไม่ได้ทำก็ไม่ใช่ สิ่งที่เราจะต้องเดินหน้าต่อไปนั้น เราต้องร่วมมือกันในการที่ จะอ่านเอกสารรายงานที่กรรมาธิการได้ทำไว้ วันหนึ่งเราก็จะช่วยกันยกร่างกฎหมาย วันหนึ่ง เราจะช่วยกันแต่งเติม เราจะช่วยกันพูด การอภิปรายการแสดงออกว่าอะไรเหมาะ หรือไม่เหมาะ จะครอบคลุมแค่ไหน รายงานไม่มีบทบังคับใด ๆ นะครับ ไม่ว่าข้อบังคับ หรือรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใดที่จะบังคับสภาหรือรัฐบาลจะต้องทำอย่างนั้นทำอย่างนี้ แม้กระทั่งมีคนพูดจากันถึงบอกว่าข้อสังเกตมันจะผูกพันตรงนั้นตรงนี้ ข้อสังเกตนั้น มีบางประเด็นว่า จะมีการนิรโทษกรรม ๑๑๒ โดยไม่มีเงื่อนไข อันที่ ๒ บอกว่ามี การนิรโทษกรรม ๑๑๒ อย่างมีเงื่อนไข อันที่ ๓ บอกแตกแยกบอกว่า ไม่เห็นด้วยกับ การนิรโทษกรรม ไม่ใช่ครับ มันยังไม่ถึงกระบวนการตรงนั้นเลย ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่า ไม่ว่าข้อสังเกต ไม่ว่ารายงานใด ๆ ก็ตาม ผมว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ที่เรา จะต้องเข้าใจร่วมกัน ถ้าเข้าใจร่วมกันแล้ว ปัญหาภายในที่เราก่อหรือที่เราเกิดที่เราดำรงอยู่ มันก็จะหายไป ถ้าเราร่วมมือกันทำงาน ผมยังคิดส่วนตัวต่อท่านประธานว่า คำว่า รายงาน ในที่นี้ ทั้งเล่ม ทั้งฉบับนี้ ผมอ่านแล้วเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ผมก็เก็บไปใช้ประโยชน์ ในส่วนตัว ใครเห็นว่าไม่เห็นด้วยหรือไม่ควร ท่านก็แสดงออกอีกทางหนึ่ง ซึ่งเราก็จะช่วย แต่งเติมในสิ่งเหล่านี้ เพื่อบ้านเมืองของเราเกิดความสามัคคีไปข้างหน้าครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับต่อไปท่านเชตวัน เตือประโคน🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี ผมขอร่วมอภิปราย สนับสนุนรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตรา พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับนี้ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรของเรารับรองส่งให้กับรัฐบาล เพื่อดำเนินการต่อไป ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับคำของอาจารย์โคทม อารียา ที่ปรึกษากรรมาธิการ ขออภัยที่เอ่ยนามครับ ไม่เสียหาย ที่บอกว่าไม่มีความผิดใดที่จะ ยกโทษให้ไม่ได้ แล้วผมก็จะขอเสริม ขอวิสาสะเสริมประโยคของตัวเองเข้าไปด้วยอีกท่อนหนึ่งว่า ถ้าจะมีความผิดที่ไม่ควรได้รับการนิรโทษกรรม สิ่งนั้นคืออาชญากรรมรัฐและการ รัฐประหารครับ ทุกเหตุการณ์ ทุกการชุมนุมครอบคลุมมาตั้งแต่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘ ถึงปัจจุบัน ซึ่งก็คือวันที่นำรายงานชิ้นนี้เข้าสภาใช่ไหมครับ ผมเห็นด้วยว่า เราควรที่จะมี การนิรโทษกรรมให้กับประชาชน ไม่ว่าคดีหลัก ไม่ว่าคดีรอง หรือไม่ว่าคดีที่ท่านจะให้ นิยามว่าเป็นคดีที่มีความอ่อนไหว แต่แน่นอนถ้าจะมีความผิดที่ไม่ควรนิรโทษกรรมให้ นั่นก็คือกรณีผู้สั่งการ หรือเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำการปราบปรามประชาชนอย่างโหดเหี้ยม อำมหิต และยังไม่มีกระบวนการค้นหาความจริง ยังไม่ได้รับการลงโทษ ยังไม่มีการเยียวยา ผู้สูญเสีย หรือแม้แต่ยังไม่มีการเอ่ยปากขอโทษจากใจจริง ท่านคิดว่าญาติพี่น้องของผู้สูญเสีย เขาจะรู้สึกอย่างไรครับ การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ปี ๒๕๔๘-๒๕๕๑ การเสียชีวิตของ พันตำรวจโท เมธี ชาติมนตรี และคุณอังคณา ระดับปัญญาวุฒิ เรารู้ความจริงแล้วหรือยัง การชุมนุมของ นปก. นปช. เมื่อปี ๒๕๕๐-๒๕๕๓ ที่ทำให้มี ผู้เสียชีวิต ๙๙ ศพ บาดเจ็บกว่า ๒,๐๐๐ ความจริงปรากฏแล้วหรือไม่ การชุมนุมของ กปปส. ปี ๒๕๕๖-๒๕๕๗ ที่แม้จะไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการนะครับ แต่สื่อหลายสำนักก็รวบรวม ไว้ว่า มีผู้เสียชีวิต ๒๙ คน บาดเจ็บ ๗๔๗ คน ความจริงคืออะไร และการชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา เยาวชน ประชาชน ปี ๒๕๖๓ ถึงปัจจุบัน การเสียชีวิตในเรือนจำของคุณบุ้ง เนติพร เสน่ห์สังคม การที่ทนายความสิทธิมนุษยชน อย่างอานนท์ นำภา ถูกรัฐละเมิดสิทธิมนุษยชน เสียเอง ความดำมืดนี้ใครรับผิดชอบ Clear แล้วหรือไม่ ทั้งหมดที่ผมพูดมาคำตอบคือยังครับ ทั้งหมดที่ผมกล่าวถึงพ่อแม่พี่น้อง ญาติสนิท มิตรสหาย เพื่อนฝูงของผู้สูญเสีย เหล่านี้ยังรอ รัฐบาลไทยทำความจริงให้ปรากฏอยู่นะครับ ท่านประธานครับ ในการทำงานของกรรมาธิการ ท่านได้มีการศึกษาและสังเคราะห์กฎหมายที่เกี่ยวกับนิรโทษกรรม ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ที่พรรคการเมืองเสนอมา รวมถึงคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๖๖/๒๕๒๓ อันลือลั่น ผมเห็นด้วย ครับว่าทางออกของความขัดแย้งคือนิรโทษกรรม เห็นด้วยและพร้อมสนับสนุนอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่เราควรต้องทำควบคู่กันไปด้วย นั่นก็คือกระบวนการค้นหาความจริงใช่ไหมครับ เรามี พ.ร.บ. นิรโทษกรรมแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ที่กระทำความผิด อันเกี่ยวเนื่องกับการเดินขบวนเมื่อ ๑๓ ตุลาคม ปี ๒๕๑๖ ออกมาในปี ๒๕๑๖ เรามี พ.ร.บ. นิรโทษกรรมผู้ซึ่งกระทำความผิด เนื่องในการชุมนุมใน ม. ธรรมศาสตร์ในเหตุการณ์ ๔-๖ ตุลาคม ปี ๒๕๑๙ ออกมาในปี ๒๕๒๑ เรามี พ.ร.บ. นิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำผิดเนื่องใน การชุมนุม ระหว่างวันที่ ๑๗-๒๑ พฤษภาคม ปี ๒๕๓๕ ที่ออกมาในปี ๒๕๓๕ ถามว่า เหล่านี้ที่มีผู้บาดเจ็บล้มตายจากสิ่งที่เรียกว่า อาชญากรรมรัฐ นี้ จากการสลายชุมนุมอย่าง โหดเหี้ยมอำมหิตนี้ ความจริงปรากฏแล้วหรือไม่ โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ลืมไม่ได้ จำไม่ลงครับ อย่างเหตุการณ์ล้อมปราบนักศึกษาและประชาชนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ปี ๒๕๑๙ กรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านในที่นี้ ผมดูจากประวัติ ของท่าน โชกโชน ท่านเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ด้วย บางคนถูกสั่งฟ้อง บางคนถูกดำเนินคดีข้อหาล้มล้างการปกครอง เป็นคอมมิวนิสต์ แล้วก็ต้องหลบหนีเข้าป่า จับอาวุธสู้ร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย คดี ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ นะครับ กว่าที่เรื่องนี้จะขึ้นศาล หลาย ๆ ท่านก็ทราบดี กว่าจะมีการไต่สวน ก็ล่วงเลยมาจนถึง ปี ๒๕๒๑ และเมื่อสืบพยานฝ่ายเจ้าหน้าที่ ความจริงถูกเปิดเผยมากขึ้น ตำรวจเปิดว่า ใครมาจากหน่วยไหน ใครเป็นผู้สั่งการ สืบพยานถึงผู้เกี่ยวข้องระดับนายพล และอาจไป กระทบกับผู้มีอำนาจ สุดท้าย ๑๕ กันยายน ๒๕๒๑ ผู้มีอำนาจก็สั่งปิดเกม ผ่าน ๓ วาระรวด ในวันเดียว และไม่มีการสืบสวนเรื่องเหตุการณ์ ๖ ตุลาคมอีกเลย ผมหนุนเรื่องนิรโทษกรรมครับ แต่กระบวนการค้นหาความจริงก็ต้องทำ ท่านประธาน นิรโทษกรรมคดีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ที่เสนอนี้ไม่ใช่การแก้มาตรา ๑๑๒ นะครับ แล้วก็ไม่ใช่ การยกเลิกมาตรา ๑๑๒ ด้วย นิรโทษกรรมคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ไม่ใช่แก้มาตรา ๑๑๒ กฎหมายตัวนี้ยังอยู่ หากแต่นี่เป็นการนิรโทษกรรมให้กับประชาชน ที่โดนคดี ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ครับว่า มีแรงจูงใจทางการเมืองทั้งสิ้น เป็นคดีการเมือง ใช้กลั่นแกล้ง ใส่ร้ายทำลายกันทั้งสิ้น ที่อ้างว่าประชาชนทั่วประเทศจำนวนมากคัดค้าน อ้างว่าประชาชน จำนวนมาก คัดค้านนิรโทษกรรมเรื่องนี้ คำว่า มาก ของท่านมันนามธรรมครับ ถ้าอยากเห็น ที่เป็นวิทยาศาสตร์ต้องไปทำประชามติ และการนิรโทษกรรมคดีนี้ก็ไม่ได้ขัดหรือแย้งกับ รัฐธรรมนูญมาตรา ๖ หลัก The King can do no wrong มาพร้อมกับ The King can do nothing ท่านที่ไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมคดีมาตรา ๑๑๒ แล้วยกมาอ้าง ท่านต้องไป ศึกษาหลักการนี้นะครับ หรือการอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับคดี ที่ ๓/๒๕๖๗ ก็ไม่ใช่เช่นกันครับ🔗
ท่านประธานครับ สุดท้ายแล้วถ้าจะมีการกระทำไหนที่ไม่ควรนิรโทษกรรม ผมพูดไปแล้ว เพื่อที่เราจะหยุดวงจรลอยนวลพ้นผิด สิ่งนั้นก็คืออาชญากรรมรัฐ ถ้าจะมี การกระทำไหนที่ไม่ควรนิรโทษกรรมเลย เพื่อที่เราจะได้หยุดวงจรอุบาทว์อย่างการ รัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ สิ่งนั้นคือการรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญเราไม่ควรนิรโทษกรรม รัฐประหาร ปี ๒๕๔๙ รัฐประหาร ปี ๒๕๕๗ ทำให้เราเสียเวลาในการพัฒนาประเทศไปเกือบ ๒๐ ปี หนึ่งในคนเดือนตุลาคมผมเพิ่งอ่านบทความเขามา หนึ่งในคนเดือนตุลาคมที่หลบหนี เข้าป่าพร้อม ๆ กับเพื่อนสมาชิกหลายท่านนะครับ ภายใต้นามปากกา มุกดา สุวรรณชาติ เขียนเปรียบเทียบเกี่ยวกับการยึดอำนาจ ปี ๒๕๔๙ กับปี ๒๕๕๗ ไว้อย่างเห็นภาพครับว่า คนโง่พวกนี้อยากมีอำนาจบริหาร แต่ทำงานไม่เป็น จึงใช้ขวานโค่นต้นมะม่วงเพื่อเก็บผลกิน ฝากให้คิดด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนพดล ปัทมะ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นพดล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้เราศึกษารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการตรา พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ซึ่งผมลุกขึ้นอภิปรายในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ความจริงผมเป็นกรรมาธิการ อยู่ด้วยนะครับ ต้องขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการรวมทั้งท่านกรรมาธิการทุกท่าน โดยเฉพาะท่านเลขานุการ ท่านนิกร รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทุกท่านนะครับ ที่ทำงานอย่างไม่รู้จัก เหน็ดเหนื่อย แล้วก็ได้ผลงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการที่ค่อนข้างครบถ้วนนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างที่ท่านสมาชิกอยู่ด้านขวามือของกระผมได้พูดไปว่ารายงาน ฉบับนี้มันไม่ใช่ฉบับที่เป็นข้อยุตินะครับ เป็นรายงานที่ทางสภาสามารถพิจารณาเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยได้ แล้วขณะเดียวกันไม่ใช่เป็นรายงานที่มีผลเป็นการนิรโทษกรรม เป็นการศึกษา อย่างที่ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรี ท่าน สส. ชูศักดิ์ได้พูดไปนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าแต่ละ พรรคการเมืองจะไปผลักดันการนิรโทษกรรม ก็ต้องกลับไปคุยกับสมาชิกของท่าน แล้วก็ไปเสนอร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมเข้าสู่สภาอีกครั้งหนึ่ง เว้นแต่บางพรรคการเมือง ที่ได้เสนอไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นไม่มีประเด็นอะไรที่ในชั้นนี้ที่เราจะมีความขัดแย้ง แล้วเราสามารถที่จะอภิปรายสนับสนุนหรือเห็นต่างจากรายงานของคณะกรรมาธิการได้ ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างที่ท่านประธานกรรมาธิการได้พูดไปว่าหลักใหญ่ ๆ ของ รายงานผลการศึกษาก็คือ ๑. การเสนอแนวทางการตรากฎหมาย ซึ่งคดีที่อยู่ในข่าย ที่ควรจะนิรโทษกรรม🔗
ประเด็นแรก ควรเป็นคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ที่ภาษาฝรั่งก็ใช้ว่า Politically motivated ก็คือต้องเป็นคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ไม่ใช่คดีอาชญากรรม ทั่วไป🔗
ประเด็นที่ ๒ จะต้องเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งเวลาใด ซึ่งกรรมาธิการ ได้เสนอตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ มาจนถึงปัจจุบัน🔗
ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ ทางท่านกรรมาธิการ โดยเฉพาะท่าน กรรมาธิการอาจารย์หลายท่านนะครับ ได้ไปศึกษาตัวอย่างของคดี รวมทั้งมาตราต่าง ๆ ที่ควรจะได้รับการนิรโทษกรรมมาเป็น List ให้ทางพรรคการเมืองหรือสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรที่ไปศึกษาเพิ่มเติมได้ List นี่อาจจะไม่ใช่ List ที่ครอบคลุม ถ้าท่านเห็นว่า มีคดีที่อยู่ในช่วงปี ๒๕๔๘ แล้วก็มีเหตุจูงใจทางการเมืองที่สามารถที่จะนำมาเสนอ ก็สามารถทำได้ ผมอยากจะกราบเรียนเบื้องต้นในกรรมาธิการที่เสนอมาเป็นเช่นนี้ ย้ำอีกทีครับ อันนี้เป็นแค่แนวทาง ก็คือเป็น Guideline เพราะฉะนั้นพรรคการเมืองก็ยัง สามารถที่จะไปศึกษาไปอภิปรายในพรรคการเมืองของท่าน แล้วก็ไปร่างกฎหมายเสนอมา ในอนาคตอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ท่านจะต้องตอบสังคม แล้วก็แสดงความรับผิดชอบ ทางการเมืองว่าท่านเสนอนิรโทษกรรมมาตรานั้น เป็นเพราะด้วยเหตุใด🔗
ท่านประธานครับ ผมมีข้อสังเกต ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย อาจจะไม่ได้พูดในฐานะที่เป็นกรรมาธิการนะครับ ซึ่งผมก็ไม่ได้มีอะไรขัดแย้ง กับรายงานของท่าน แล้วไม่ใช่เป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยด้วยนะครับ ผมมีข้อสังเกต ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ ๔ ประเด็นครับท่านประธานครับ🔗
ประเด็นแรก ก็คือถ้าเราจะนิรโทษกรรม มันต้องบรรลุวัตถุประสงค์ ก็คือ การสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ในชาติ การนิรโทษกรรมต้องนำไปสู่ความเป็น เอกภาพทางการเมือง การนิรโทษกรรมจะต้องนำไปสู่ความมั่นคงทางการเมือง เพื่อที่เรา จะเรียกร้องความเชื่อมั่นจากนักลงทุน แล้วก็เพิ่มขีดความสามารถให้ประเทศ เพราะหลายคน บ่นว่า เสถียรภาพทางการเมืองมีผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้น วัตถุประสงค์อันแรกจะต้องบรรลุก่อนครับ จะนิรโทษกรรมมาตราใดจะต้องใช้เกณฑ์ข้อ ๑ เป็นข้อแรกที่ผมกราบเรียนไป🔗
ข้อที่ ๒ ก็คือการนิรโทษกรรมคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง และในกรอบ ระยะเวลา ผมเห็นด้วยกับท่านกรรมาธิการอย่างเต็มที่นะครับ ก็คือต้องเกิดขึ้นในช่วง ปี ๒๕๔๘ มาจนถึงปัจจุบัน แล้วก็เป็นคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง🔗
ประเด็นที่ ๓ ผมคิดว่ามันมีบางเรื่องที่เรายังไม่ตกผลึก ยังไม่มีฉันทามติ ของสังคมว่า ความผิดบางความผิด บางมาตรานั้นควรจะนิรโทษกรรมหรือไม่ เห็นด้วย กับท่านประธานกรรมาธิการว่า การนิรโทษกรรมจะต้องไม่นำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมือง ครั้งใหม่ อันนี้ผมคิดว่าเป็นเงื่อนไขที่สำคัญครับ ต้องถามว่าเราตกผลึกหรือยังในบางเรื่อง บางมาตรา🔗
ทีนี้การกระทำความผิดเกี่ยวข้องกับมาตรา ๑๑๐ และมาตรา ๑๑๒ ที่ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายในบางท่าน กรรมาธิการก็มีข้อสรุปที่ไม่มีข้อสรุป ก็คือมี ข้อสรุปในลักษณะที่เป็น ๓ แนวทาง เพราะว่าไม่ใช่มติของคณะกรรมาธิการ แต่เป็นการฟังเสียงสะท้อนของกรรมาธิการ ซึ่งมีความเห็นอยู่ ๓ ส่วนอย่างที่ท่านทราบไป ๑. นิรโทษกรรมความผิดตามมาตรา ๑๑๒ ๒. นิรโทษกรรมอย่างมีเงื่อนไข แล้วก็ ๓. ไม่นิรโทษกรรม อันนี้เป็น ๓ แนวทาง ซึ่งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและพรรคการเมือง อาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ได้ ทีนี้โดยส่วนตัวผมครับท่านประธาน ในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ผมมีจุดยืนอย่างนี้ครับ ข้อ ๑. การนิรโทษกรรม ความผิด การกระทำความผิดทางอาญาตามมาตรา ๑๑๐ และมาตรา ๑๑๒ นั้น เป็นเรื่อง ละเอียดอ่อน ข้อที่ ๒ มาตรา ๑๑๒ ความผิด การกระทำความผิดตามมาตรา ๑๑๒ เป็นเรื่อง ที่เกี่ยวเนื่องกับความมั่นคงของชาติ เรื่องที่ ๓ ในขณะนี้สังคมมีความเห็นที่หลากหลาย เห็นแตกต่างกันค่อนข้างมาก ผมคิดว่าเรายังมีเวลาที่จะแสวงหาฉันทามติในประเด็นนี้ต่อไป ได้อีกนะครับ ผมเป็นคนที่ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข ผมไม่เห็นด้วยกับการรวมความผิดตามมาตรา ๑๑๒ และมาตรา ๑๑๐ เพื่อนิรโทษกรรมครับท่านประธานครับ กราบเรียนด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวีรนันท์ ฮวดศรี เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วีรนันท์ ฮวดศรี ผู้แทนประชาชนคนขอนแก่น วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงาน ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ในการอภิปรายครั้งนี้ผมต้องขีดกรอบคิดให้ชัดเจนว่า การนิรโทษกรรมคือต้นทาง ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้งทางความคิด รวมถึงการหาทางออก ให้กับประเทศ คืนความยุติธรรมให้กับผู้คนที่ความขัดแย้งนี้ดำเนินมายาวนานกว่า ๒ ทศวรรษ มีเพียงการนิรโทษกรรมเท่านั้นที่จะเป็นทางออกของปัญหาทางการเมืองนี้ ซึ่งเรื่องนี้ทุกพรรคก็มีฉันทามติร่วมกันว่า ต้องมีการนิรโทษกรรมแต่แตกต่างกันที่รายละเอียด🔗
ท่านประธานครับ ผมมีข้อสังเกตกับรายงานฉบับนี้หลัก ๆ อยู่ ๒ ข้อด้วยกัน ที่อาจทำให้ผู้ต้องหาในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ไม่ได้ร่วม เดินทางไปกับการนิรโทษกรรมในครั้งนี้ด้วย พูดง่าย ๆ คืออาจไม่เข้าข่ายที่จะได้รับ การนิรโทษกรรมครับ🔗
ข้อสังเกตประการแรก ความอ่อนไหวที่คลุมเครือ จากที่กรรมาธิการได้แบ่ง ประเภทความผิดที่จะทำการนิรโทษกรรมออกเป็น ๓ ประเภท คือคดีหลัก คดีรอง และคดีที่มีความอ่อนไหว ท่านประธานครับ ฐานความผิดตั้งแต่ความผิด ต่อความมั่นคง การก่อการร้าย การทำร้ายร่างกายทำให้เสียทรัพย์ไปจนถึงฝ่าฝืน พ.ร.บ. ชุมนุม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และความผิดฐานอื่น ๆ อีกมากมายต่างถูกรวมอยู่ในคดีหลัก และคดีรองครับ มีเพียงแต่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๐ มาตรา ๑๑๒ ที่ถูกแยกออกมาเป็นคดีอ่อนไหว ที่พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากให้นิรโทษกรรม ในคดีหลักและคดีรองนะครับ ผมเห็นด้วยและยินดีที่บาดแผลความขัดแย้งที่บาดลึกระหว่าง ประชาชนที่ดำเนินมากว่า ๒ ทศวรรษ จะได้รับการเยียวยาครับ แต่คำถามของผมคือ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ทำไมถึงถูกแยกออกมานะครับ ท่านประธานครับ อย่างการแชร์บทความที่ใคร ๆ หลายพันคนนะครับ แชร์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว แล้วของไผ่ ดาวดิน มันอ่อนไหวกว่าข้อหาช่องคนอื่น ๆ อย่างไรครับ จริง ๆ แล้วเราสามารถ รวมมาตรา ๑๑๒ นี่เข้าเป็นคดีหลักและคดีรองได้ด้วยซ้ำนะครับ เพราะปรากฏเป็นส่วนหนึ่ง ของ ๒๕ ฐานความผิดนะครับ แนบท้าย พ.ร.บ. นี้อยู่แล้ว ตามภาคผนวก ก ที่ท่านทำมานะ ครับ เมื่อถูกแยกออกมาแบบนี้ก็นำมาสู่ความคลุมเครือนะครับ คดีในมาตรา ๑๑๒ จึงเสี่ยงที่ จะถูกกันออกจากการนิรโทษกรรมในครั้งนี้ เหมือนกับความพยายามที่จะนิรโทษกรรม ในครั้งที่ผ่าน ๆ มาครับ ซึ่งมาตรา ๑๑๒ ก็เคยถูกนิยามว่าเป็นคดีที่มีความอ่อนไหว และสุดท้ายก็ไม่ได้ถูกเสนอให้ได้รับการนิรโทษกรรมในที่สุดครับ ท่านประธานครับ ทั้งที่ผู้ต้องหาในคดี ๑๑๒ ต่างก็ได้รับผลกระทบทางการเมืองไม่ต่างจากคนอื่น ๆ ซึ่งผมจะ อภิปรายในรายละเอียดต่อไปครับ🔗
นำมาสู่ข้อสังเกตประการที่ ๒ นั่นคือแรงจูงใจทางการเมืองที่คณะกรรมาธิการ กำหนดเงื่อนไขการนิรโทษกรรมว่า ต้องเป็นการกระทำความผิดที่เกิดจากแรงจูงใจ ทางการเมือง ซึ่งผมก็เห็นด้วยกับเรื่องแรงจูงใจทางการเมือง แต่ในขณะเดียวกันผมก็มี ข้อกังวลครับว่านี่เป็นการตีกรอบการนิรโทษกรรมนะครับ ในมิติที่คับแคบเกินไป เพราะหัวใจ ของการนิรโทษกรรม คือการเปิดกว้าง เพื่อหาทางออกของปัญหาความขัดแย้ง ทำไมผมถึง พูดเช่นนี้ครับ ผมขอยกตัวอย่างกรณีผู้ต้องหาในคดี ๑๑๒ หลายคนเป็นผู้ป่วยทางจิต หลายคนเป็นผู้ป่วยจิตเภทนะครับ เช่น ชัยชนะ นามสมมุติชาวจังหวัดลำพูนครับ ถูกแจ้งความในมาตรา ๑๑๒ ที่จังหวัดนราธิวาส แม้จะพิสูจน์ได้ชัดเจนนะครับว่า เขาเป็น ผู้ป่วยจิตเภท แต่ชัยชนะและครอบครัวต้องเดินทางไปศาลที่จังหวัดนราธิวาสนะครับ การเดินทางแต่ละครั้ง ๑,๘๐๐ กิโลเมตรนะครับ จากลำพูนถึงนราธิวาส ค่าใช้จ่ายมหาศาล ท่านประธานครับ หรือคดีของฤชานะครับ ก็นามสมมุติเหมือนกันนะครับ เป็นผู้ป่วยที่จิตเภท นะครับ เขาคิดว่าตัวเขาเองมีพระแม่ธรณีอยู่ข้างหูนะครับ แล้วคอยบงการให้เขาทำสิ่งต่าง ๆ แล้วเขาก็ถูกทหารบุกจับ จากการโพสต์เฟซบุ๊กนะครับ ซึ่งกรณีเหล่านี้เราจะพิสูจน์แรงจูงใจ ทางการเมืองของเขาได้อย่างไรครับ เพราะพวกเขาเหล่านี้จะถูกนำออกจากการนิรโทษกรรม หรือเปล่าครับ ยังมีคณะกรรมาธิการบางท่านที่ออกมาบอกว่าไม่ควรนิรโทษกรรมให้กับ ผู้ต้องหาคดี ๑๑๒ ทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ทั้งหมดไม่ได้เกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่านิยามคำว่า แรงจูงใจทางการเมืองของแต่ละท่านเป็นอย่างไรครับ แต่ผมอยากจะชวนดูตัวเลขนะครับ จำนวนคดี ๑๑๒ ที่เพิ่มสูงขึ้นนะครับ ล้อไปกับความขัดแย้งทางการเมือง ในแต่ละห้วงเวลา ท่านประธานครับ หลังการรัฐประหารปี ๒๕๕๗ นะครับ ที่ คสช. ได้ใช้มาตรา ๑๑๒ เป็น คดีนโยบาย เพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง จับกุมคุมขังผู้เห็นต่างนะครับ หลายคนต้องถูก พิจารณาคดีในศาลทหาร ซึ่งในห้วงเวลานั้นมีเพียงศาลเดียวนะครับ เพราะว่าเป็นช่วงที่ ประกาศกฎอัยการศึก ในช่วงปี ๒๕๖๓ ที่นักศึกษา ประชาชน ผู้มีความเห็นต่างทางการเมือง จำนวนมากออกมาเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลอย่างหนักนะครับ ในตอนนั้นนะครับ ซึ่งตอนแรก ถ้าจำกันได้นะครับ ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ก่อนหน้านี้เคย บอกว่าจะไม่หยิบมาตรา ๑๑๒ มาใช้กับผู้ชุมนุมทางการเมืองนะครับ แต่สุดท้ายก็กลับเปลี่ยน มาประกาศว่าใช้ทุกข้อหาทุกมาตรากับผู้ชุมนุมทางการเมือง นำมาสู่จำนวนตัวเลขสถิติ ๑๑๒ ที่พุ่งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ท่านประธานครับ ยังมีกรณีที่ประชาชนใช้ มาตรา ๑๑๒ ฟ้องร้องกลั่นแกล้งกันเองครับ อย่างกรณีของนายยุทธภูมินะครับ หรือที่เรียกว่าคดีสองพี่น้อง ที่เขาถูกพี่ชายแท้ ๆ แจ้งความจับจากมาตรา ๑๑๒ กล่าวหาว่า เขาเขียนถ้อยคำหมิ่นลงบนแผ่น CD เพราะว่า ต้องการกลั่นแกล้งนะครับ เนื่องจากเหตุผลส่วนหนึ่งมาจากยืนอยู่คนละฝั่งทางการเมือง ท่านประธานครับ แล้วอย่างนี้อะไรคือมาตรวัดหรือว่าเราจะพิสูจน์อย่างไรว่า แรงจูงใจทาง การเมืองของผู้ต้องหาในคดี ๑๑๒ คืออะไรกันแน่นะครับ แต่ว่าสิ่งที่ผมเห็นแน่ ๆ เลย คือพวกเขาเหล่านี้เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเมืองอย่างปฏิเสธไม่ได้ครับ คนเหล่านี้ หลายคน หลายคดี ถูกจับกุมคุมขังโดยขั้นตอนที่ละเมิดสิทธิ ถูกคุมขัง สูญเสียอิสรภาพ บางคนต้องพลัดพรากจากคนรักและครอบครัวครับท่านประธาน ก่อนหน้านี้นะครับ ท่านประธาน ผมเป็นทนายความที่ทำเรื่องสิทธิมนุษยชนร่วมกับทนายแจม ศศินันท์ ได้เจอ จำเลยหลายคดี โดยเฉพาะจำเลยในคดี ๑๑๒ หลายคดี หลายคน ได้สัมผัสถึงความเจ็บปวด ของพวกเขามาบ้างครับ แม้จะไม่ทั้งหมด ได้เห็นแววตา และได้เห็นความจำยอมที่ต้องฝืนทน รับสารภาพ เพราะไม่รู้ว่าจะสู้คดีนี้อย่างไร หนทางในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง มันยากมาก ๆ ครับท่านประธาน มันเกินกว่าคน ๆ หนึ่งจะรับไหวครับท่านประธาน จนมีวลี ที่ว่าสู้นานติดแน่ สู้แพ้ติดนาน มันรับ ๆ ไปเถอะครับ เดี๋ยวก็ได้ออก มันเจ็บปวดนะครับ สำหรับทนายความและตัวความครับ การนิรโทษกรรม คือความหวังของคนเหล่านี้นะครับ คือทางออกของคนเหล่านี้ครับ ท่านประธานครับ พวกเขาก็เป็นคนธรรมดาเหมือนกับพวกเรา ในสภาแห่งนี้ไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายหรือปีศาจร้ายตนใดเลยครับ นี่เรากำลังจะชี้หน้าแล้วบอกว่า พวกเขาเหล่านั้นไม่สมควรได้รับการนิรโทษกรรมหรอกครับ เหมือนกับผู้อื่นที่อยู่ในวังวนของ ความขัดแย้งที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ครับท่านประธาน ถ้าการ นิรโทษกรรมจะทำให้สังคมไทยก้าวข้ามความขัดแย้งจริง ๆ แล้วเดินหน้าตามอย่างที่พวกเรา พูด ๆ กันมา คนอย่าง อานนท์ นำภา ที่เพิ่งถูกศาลพิพากษาจำคุกรวมกว่า ๑๔ ปี ๒๐ เดือน ทำให้ต้องจากลูกวัยกำลังโต จะได้เดินหน้าไปกับการนิรโทษกรรมในครั้งนี้ด้วยหรือเปล่าครับ หรือคนอย่างป้าอัญชันที่ถูกพิพากษารวมแล้วกว่า ๔๓ ปี ๖ เดือน จากการถูกกล่าวหาว่า โหลดคลิปหมิ่นลงใน YouTube ซึ่งกำลังจะฉลองวันเกิดในวัย ๖๙ ปีในเรือนจำ คำถามเดียวกันครับ คือเธอจะได้เดินหน้าไปกับพวกเราด้วยไหมครับ รวมถึงผู้ต้องหา ๑๑๒ คนอื่น ๆ ที่อยู่ในเรือนจำขณะนี้ เดี๋ยวนี้ เวลานี้ เขาจะได้ไปกับพวกเราไหม เราจะก้าวข้าม ความขัดแย้ง ก้าวข้ามแล้วทิ้งพวกเขาไว้ข้างหลังอย่างไม่แยแสอย่างนี้หรือครับ ราวกับว่า พวกเขาเหล่านั้นไม่มีตัวตนเลย🔗
สุดท้ายท่านประธานครับ ข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนนะครับ เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ ระบุว่าปัจจุบันนี้มีนักโทษทางการเมืองในเรือนจำอย่างน้อย ที่ถูกคุมขัง ๔๑ คน มีถึง ๒๘ คนที่เป็นผู้ต้องขังจากมาตรา ๑๑๒ ถ้าเราไม่นิรโทษกรรม ผู้ที่กำลังได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเมืองในวันนี้ ถูกขังตอนนี้ ถูกขังจริง ๆ นี่ เรากำลัง ทำอะไรกันอยู่ครับ🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน การนิรโทษกรรมเป็นกุญแจดอกสุดท้ายที่จะไขก๊อก นำไปสู่การคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งของสังคมไทย เราต้องมัดรวมทุกความขัดแย้ง ไม่ละเลยคดีใดคดีหนึ่ง เราถึงจะพาสังคมประเทศชาติไปสู่ความเป็นปกติใหม่ที่ปกติครับ ด้วยการคืนสิทธิ คืนความยุติธรรม และคืนความสมานฉันท์ให้แก่ผู้คนและสังคม ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ปิดรับลงรายชื่อนะครับ ท่านมาลงชื่อจำนวนมากนะครับ ประเด็นเริ่มจะซ้ำ เชิญท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดบุรีรัมย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อรายงานของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมของสภาผู้แทนราษฎร ฉบับนี้ ถามว่าพรรคภูมิใจไทยนั้นเรามีความรู้สึกอย่างไรต่อพระราชบัญญัติฉบับนี้ ต่อรายงาน ฉบับนี้ ยืนยันกับท่านประธาน ณ ที่ตรงนี้ว่าเราต้องการให้ชาติบ้านเมืองของเราเดินหน้าไปได้ เราต้องการให้ชาติบ้านเมืองของเรานั้นได้เกิดความรัก ความสามัคคี เราพร้อมที่จะให้มี การนิรโทษกรรม แต่เราก็ต้องแยกออกมาให้ชัดเจนว่าอะไรที่นิรโทษกรรมได้ อะไรที่เป็นคดี ที่เราไม่สามารถที่จะนิรโทษกรรมให้ได้ ถ้าหากการกระทำความผิด ทำอะไรผิดก็ช่าง ได้รับการนิรโทษกรรมหมด แล้วสังคมจะอยู่ อย่างไร เพราะผมเชื่อว่า การกระทำกับกฎหมายนั้น กฎหมายเกิดก่อน เมื่อกฎหมายห้าม แล้วเราไปทำผิดกฎหมาย เสร็จแล้วบอกว่าจะต้องขอนิรโทษกรรม ถ้าแบบนี้เราก็ต้องยกเลิก กฎหมายในทุกฉบับ นิรโทษกรรมในทุกเรื่อง อย่างในกรณีนี้สิ่งหนึ่งที่ยังไม่ชัดเจนครับ ในรายงานฉบับนี้ไม่ได้มีการแยกแยะว่าอะไรที่นิรโทษกรรมได้ อะไรที่ไม่ได้ สำหรับ พรรคภูมิใจไทยนั้นยืนยันกี่ครั้งกี่หน ยืนยัน ณ ตรงนี้ แม้กระทั่งท่านอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ท่านก็ได้ประกาศชัดเจนและคนภูมิใจไทยทุกคนก็ประกาศชัดเจนครับว่า เรายอมยกโทษให้ในทุกกรณี ยกเว้น กรณีของการที่จะยกเลิกมาตรา ๑๑๒ เรายอมรับไม่ได้ ทำอย่างไรก็ยอมรับไม่ได้ครับท่านประธาน หลายท่านพูดออกมาบอกว่า ประเทศไทยมีการ นิรโทษกรรมหลายครั้ง ๑ ๒ ๓ นับมา ไม่เถียงครับ เรื่องจริง แต่ผมถามว่าความคิดเห็น ทางการเมืองที่แตกแยกกันในอดีตจนถึงปัจจุบันนี้มีครั้งไหนบ้างครับที่มีการล่วงล้ำก้ำเกิน สถาบันสูงสุดมากเท่าในปัจจุบันนี้ ในอดีตไม่ชอบรัฐบาลก็เดินขบวนไล่รัฐบาล ไม่ชอบ รัฐมนตรีก็เดินขบวนไล่รัฐมนตรี ลงมติไม่ไว้วางใจ นั่นคือการต่อสู้กันในระบบของรัฐสภา ในความคิดเห็นทางการเมือง แต่ผมถามว่าวันนี้ถ้าเราดึงสถาบันเข้ามาแล้วไปก้าวก่ายถึง พระองค์ท่าน ย้อนถามท่านสักนิดหนึ่ง ท่านไปทำความเดือดร้อนอะไรให้พวกเราครับ มีใคร ได้รับผลกระทบจากการกระทำของสถาบันครับ ไม่มีครับ พระองค์ท่านมีแต่ให้ ชาติบ้านเมือง อยู่ได้ก็เพราะสิ่งนี้ แต่สุดท้ายในปัจจุบันนี้มีกลุ่มบุคคลที่พยายามที่จะปลูกฝังให้คนเห็นต่าง ให้คนเห็นความไม่สำคัญต่อสถาบัน ตอนนี้ผมไม่เห็นด้วยครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ารายงาน ฉบับนี้ผ่านไปถึงคณะรัฐมนตรี เสร็จแล้วจะมีการร่างกฎหมายออกมา โดยจะอ้างว่าเป็นมติ ของสภาที่ผ่านความเห็นชอบในการศึกษาจากรายงานนี้แล้ว แล้วจะให้มีการตราเป็น พระราชบัญญัติเพื่อนิรโทษกรรมในการกระทำที่ล่วงละเมิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะมาตรา ๑๑๐ ก็ดี มาตรา ๑๑๒ ก็ดี ผมกราบเรียนยืนยันต่อท่านประธานและ ท่านสมาชิกทุกท่าน ตลอดถึงพี่น้องประชาชนว่า คนของภูมิใจไทยเราจะไม่เป็นมิตร และเราจะไม่ยินยอมกับการกระทำในครั้งนี้ เรายืนยันเจตนารมณ์ที่ชัดเจนครับว่า เราจะ จงรักภักดีและปกป้องสถาบันให้ถึงที่สุดครับท่านประธาน ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชริน วงศ์พันธ์เที่ยง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ผู้แทนราษฎรพระนครศรีอยุธยา เขต ๒ ตัวแทน ของชาวนครหลวง บางปะหัน มหาราช บ้านแพรก และท่าเรือ พรรคประชาชนครับ ก่อนอื่นผมต้องขอกล่าวชื่นชมทางคณะกรรมาธิการที่ทำงานหนัก เพื่อร่วมกันหารือ แนวทางการนิรโทษกรรมตลอดการประชุม ๑๙ ครั้ง ในระยะเวลา ๑๘๐ วัน เพื่อให้ได้ รายงานฉบับนี้ แต่ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมจะอภิปรายในวันนี้ คือข้อสังเกตและ ความห่วงใย ที่ผมอยากส่งต่อให้คณะกรรมาธิการผู้จัดทำรายงานกับประเด็นเล็กน้อยที่อาจ เป็นเรื่องใหญ่ในการตีความกับความหมายในรายงานของกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ในรายงานฉบับนี้ของกรรมาธิการระบุการศึกษากรอบเวลา ช่วงเวลา ในการนิรโทษกรรมไว้อย่างชัดเจน คือการนิรโทษกรรมจะทำงานและมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ ๑ มกราคม ๒๕๔๘ จนถึงปัจจุบัน แต่เรื่องเป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน ในรายงาน ระบุไว้เช่นกันคือการนิรโทษกรรม จากนิรโทษกรรมคดีที่เกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง เรามาดูนิยามคำว่า แรงจูงใจทางการเมือง ซึ่งมันถูกนิยามไว้แบบนี้ครับ การกระทำที่เกิดจาก แรงจูงใจทางการเมือง หมายความว่า การกระทำที่มีพื้นฐานมาจากความคิดที่เกี่ยวเนื่อง กับเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง หรือต้องการบรรลุเป้าหมายทางการเมือง อย่างใดอย่างหนึ่ง ในช่วงเวลาที่มีความขัดแย้ง หรือเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ท่านตีความแบบนี้ไม่ผิดครับ แต่ที่ผมตั้งข้อสังเกตคือตัวของคณะกรรมาธิการเอง ที่ท่านยกเอาเรื่องมูลเหตุจูงใจทางการเมืองขึ้นมาศึกษา แต่กลับไม่ยอมรับว่าคดีอ่อนไหว อย่างมาตรา ๑๑๒ คือคดีที่มีเหตุจูงใจมาจากทางการเมืองเช่นเดียวกัน การตีความคลุมเครือ แบบนี้ของคณะกรรมาธิการไม่ผิด แต่มีปัญหาอย่างแน่นอนครับ สมมุติว่า พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ถูกประกาศใช้ในวันพรุ่งนี้ นักโทษในคดี ๑๑๒ เคว้งเลยนะครับ บางคนโดนแจ้งแบบ กลั่นแกล้งกัน บางคนเป็นผู้ป่วยจิตเวช บางคนเมื่อดูรูปการณ์แล้วเป็นการแจ้งเกินกว่าเหตุ ซึ่งไม่ควรเข้าองค์ประกอบในมาตรา ๑๑๒ แต่เมื่อพนักงานสอบสวนเห็นแล้วว่าเป็นการ แจ้งคดีที่มีความอ่อนไหวก็ต้องรับแจ้งไปก่อน เพราะไม่อยากให้อำนาจในการตัดสินใจ ตกอยู่ที่ตัวเอง ทำให้ผู้ต้องหาต้องเสียเงิน เสียเวลา ไปรอลุ้นยกฟ้อง หรือรอลงอาญา คดีลักษณะนี้ชัดเจนแน่นอนครับว่า ใช้มาตรา ๑๑๒ มาเป็นเครื่องมือเพื่อประโยชน์บางอย่าง โดยใช้ช่องว่างของกฎหมายและมีแรงจูงใจจากเหตุการณ์ทางการเมืองเป็นตัวผลักดัน ช่วงที่ประเทศกำลังอ่อนไหว เราไม่ได้กำลังถกกันเรื่องจะแก้ไขกฎหมายมาตราไหนนะครับ เรากำลังถกกันว่าประเทศนี้จะก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างไร เพราะฉะนั้นความยุติธรรม อิหลักอิเหลื่อที่ท่านให้ความเห็นกันมา ในรายงานเล่มนี้ ในฉบับของกรรมาธิการมันต้องใส่ ความจริงใจ ใส่ความเห็นอกเห็นใจและเอาประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก แต่ถ้าบางท่าน จะเล่นง่ายไม่แสดงความคิดเห็นแบบนี้ ก็ช่วยยืนยันด้วยนะครับว่า การตีความแบบนี้ จะเกิดปัญหาขึ้นอย่างแน่นอน ผมไม่อยากให้ท่านคณะกรรมาธิการลืมว่าท่านเป็นตัวแทน ฝั่งการเมืองของเราที่กำลังหารือทางออกของประเทศ ดังนั้น เรื่องของรายงานจึงเป็น เรื่องที่ท่านควรศึกษาก่อนให้ความเห็น ท่านประธานครับ ภายใต้ความขัดแย้งที่ผ่านมานี้ เราได้เห็นการสูญเสียมากมายเกิดขึ้นกับประชาชนทั้ง ๒ ฝั่ง เป็นบาดแผลร้าวลึกในใจมา มากกว่า ๒๐ ปี ตัวผมเองก็ยังคงเจ็บปวดกับเหตุการณ์สูญเสียเพื่อนร่วมทางบนถนนสาย สีแดงอยู่ทุกวัน ในช่วงของการชุมนุมเสื้อแดง ผมเคยมีบทบาทเล็ก ๆ เป็นผู้ชุมนุม และเป็นผู้ดำเนินรายการวิทยุชุมชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อแสดงความคิดเห็น และเผยแพร่ความคิดเรื่องประชาธิปไตย คอยรายงานข่าวความเคลื่อนไหว การชุมนุม ทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบนถนนกลางเมืองกรุงเทพฯ เหตุการณ์บาดเจ็บจากการที่เจ้าหน้าที่ ใช้กำลังสลายการชุมนุม ข่าวที่ทหารจับประชาชนไปขึ้นศาลทหาร หรือแม้กระทั่ง ในวันที่สลายการชุมนุม ก็ต้องรายงานว่ามีคนโดนยิงเสียชีวิตไปแล้วกี่ราย สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นเรื่องเจ็บปวดครับ แต่เมื่อเวลาผ่านไปครับท่านประธาน คดีเกิดขึ้นด้วยมูลเหตุ ทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นคดีอ่อนไหว คดีหลัก คดีรองที่ท่านจำแนกมาในรายงานนี้ ล้วนมีต้นเหตุมาจากความขัดแย้งทางความคิดเห็นของประชาชน ไม่ว่าในขณะนั้นจะกระทำ ไปด้วยอารมณ์ ความโกรธ หรือความไม่เข้าใจ แต่ทุกสิ่งที่มาจากความหวังดีต่อประเทศชาติ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ชุมนุมจากฝั่งไหน ผมยอมรับการนิรโทษกรรมของประชาชนได้โดย ไม่มีความจำเป็นต้องแบ่งสีเสื้อ และยินดีอย่างยิ่งที่ถ้าสภาของเราจะเปิดโอกาสนิรโทษกรรม ทุกฝ่ายให้ก้าวข้ามความบาดหมางไปด้วยกัน แต่หากท่านไม่นิรโทษกรรมให้ลูกหลาน หรือผู้ต้องหาในคดีมาตรา ๑๑๒ ผมคิดว่าการนิรโทษกรรมครั้งนี้จะไม่ได้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามที่ควรจะเป็น ท่านประธานครับ หากวันนี้เราไม่นิรโทษกรรมมาตรา ๑๑๒ เข้าไปด้วยก็คงเหมือนกับว่า ปิดประตูบ้านไม่ให้ลูกหลานเข้าบ้าน ผมคิดว่าในวันนี้เราควรเปิดใจ พวกเราทุกคนถึงเวลา พูดคุยกันอย่างมีวุฒิภาวะ ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งครับว่าลูกหลานของเรา มีทั้งความรักชาติ และอยากเห็นประเทศเจริญก้าวหน้าทั้งสิ้น แต่สิ่งที่ท่านทำ คือท่านจะเอาพวกเขาที่รักอิสระ เชื่อมั่นในเสรีประชาธิปไตยขนาดนั้น ไปขังไว้ในกระเบื้องเย็น ๆ ๔ แผ่น สิ่งนี้ไม่ทำให้ท่าน ก้าวข้ามความขัดแย้ง แต่ทำให้ประเทศชาติเสียทรัพยากรที่เป็นอนาคต ตะโกนข้ามประตูกัน ก็ไม่มีทางเข้าใจ ทางที่ดีที่สุดคือเปิดประตูคุยกัน เราสอนลูกหลานเราไม่ได้ครับ ถ้าปิดประตู ไม่ให้ลูกหลานเราเข้าบ้าน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนันทนา สงฆ์ประชา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางนันทนา สงฆ์ประชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม โดยใช้เวลาศึกษาราว ๖ เดือนอย่างทุ่มเท ซึ่งเก็บบันทึกทุกเหตุการณ์ ทุกรายละเอียดความผิด ตลอดจนหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับการแก้ไขความขัดแย้ง รวมถึงการนำผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการ ตลอดจน คณะกรรมการต่าง ๆ ที่เคยศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการชุมนุม การขัดแย้งทางการเมือง ในอดีตทั้งหมด พร้อมทั้งเรื่องการปรองดอง และเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประเทศชาติ ของเราสามารถพัฒนาและเดินหน้าไปด้วยกันได้ ท่านประธานที่เคารพ การให้ความเห็น ของคณะกรรมาธิการ ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับคำว่า นิรโทษกรรม คือการลืม การลืมความผิด การลืมความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต และการนิรโทษกรรมเป็นหนึ่งในกลไกลบล้าง ความผิดค่ะท่านประธาน เพื่อประโยชน์ในสังคมหรือในทางการเมือง แต่อย่างไรก็ตาม เราต้องมาดูว่า ประวัติศาสตร์ในการออกกฎหมายนิรโทษกรรมของประเทศไทยเรา มีมาแล้วถึง ๒๓ ฉบับ แต่ละฉบับต่างมีเป้าหมาย มีความชัดเจนว่าจะออกมาเพื่ออะไร เพื่อใคร กับใคร หรือมีวัตถุประสงค์อะไร ที่จะมีผลต่อความสมัครสมาน ความสามัคคี และความปรองดองในสังคม และประเทศชาติอย่างไร ดิฉันจะขอใช้เวลา ณ โอกาสนี้ ขอสรุป สาระของกฎหมายนิรโทษกรรมในอดีตทั้ง ๒๓ ฉบับ ดังนี้🔗
๑. ออกมาเพื่อยกเว้นโทษให้คณะรัฐประหาร ๑๑ ฉบับ🔗
๒. ออกมายกเว้นโทษให้กลุ่มที่พยายามทำรัฐประหาร หรือกลุ่มกบฏ ๖ ฉบับ🔗
๓. ออกมาเพื่อยกเว้นโทษให้กับสลายการชุมนุมและกลุ่มผู้ชุมนุม ๓ ฉบับ🔗
๔. ยกเว้นโทษให้ผู้ต่อต้านสงครามกับญี่ปุ่น ยกเว้นโทษให้ผู้ฟ้องคณะปฏิวัติ รวมทั้งได้ยกเว้นโทษให้กับนักเรียน นักศึกษา นิสิต และประชาชน ที่ไปเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์🔗
จะเห็นได้ว่าหลักการของการออกนิรโทษกรรมที่กล่าวมานั้น จะมีความชัดเจน ว่ายกเว้นนิรโทษกรรมให้ใคร เพื่ออะไร และส่งผลความปรองดองให้กับประเทศชาติไทย เราอย่างไร จากที่ดิฉันได้ฟังรายงานและได้อ่านการศึกษา และศึกษาดูอย่างถ่องแท้แล้ว ของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่เสนอมาในวันนี้ รายละเอียดของเนื้อหากลับเขียนแบบกำกวม กลับเขียนแบบไม่ฟันธง แล้วก็มีแนวทางที่ไม่ชัดเจน ทำไมกรรมาธิการจึงไม่เอาบทเรียนในอดีต ในการนิรโทษกรรมที่ดิฉันได้กล่าวมาแล้วมาเป็น กรอบในการวางประเด็น เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าจะยกเว้นนิรโทษกรรมให้ใคร ให้กับใคร มีผลประโยชน์กับสังคมและประเทศชาติอย่างไรบ้าง เพื่อให้ประชาชนที่รับฟังและติดตาม ในการนิรโทษกรรมได้รับรู้และมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ดิฉันมีความกังวลว่าคณะกรรมาธิการ มีวัตถุประสงค์อะไรท่านประธาน ที่จะโยนภาระมายังสภาแห่งนี้ ทำไมต้องเอามาให้สภา แห่งนี้พิจารณาในการทำในการรายงานแบบไม่มีความชัดเจนแบบนี้🔗
ท่านประธานที่เคารพคะ การนิรโทษกรรมประเภทคดี และฐานความผิดที่มี ความชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นความผิดที่อยู่บนพื้นฐานของการต่อสู้ทางการเมือง และมีความผิด เกี่ยวกับการชุมนุม ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ทางพรรคภูมิใจไทยยินดีที่จะร่วมพิจารณา นิรโทษกรรมด้วยอย่างยิ่งค่ะ แต่ท่านประธานคะ ในความชัดเจนของพรรคภูมิใจไทย ท่านก็ทราบดีอยู่แล้วว่าพรรคเรามีเลือดสีน้ำเงินอันเข้มข้นค่ะท่านประธาน เรามีเลือด สีน้ำเงินที่เข้มข้นเช่นเดียวกับคนไทยทุกคน เรามีจุดยืนที่จะไม่แตะต้อง และพร้อมที่จะ ปกป้องมาตรา ๑๑๒ ด้วยชีวิตค่ะท่านประธาน โดยพรรคภูมิใจไทยจะไม่เห็นด้วยที่จะ แตะต้องมาตรา ๑๑๒ แม้แต่แตะต้องนะคะ จะว่าแค่พิจารณาเราไม่มีทางที่จะพิจารณา เด็ดขาด ไม่ว่าใครทั้งสิ้นที่กระทำความผิดมาตรา ๑๑๒ เพราะความผิดมาตรา ๑๑๒ ไม่ใช่ เป็นความผิดทางการเมือง ดิฉันจึงอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ทางพรรคภูมิใจไทยเรา จะไม่ร่วมที่จะพิจารณามาตราหรือรายงานฉบับนี้ด้วยในทุก ๆ กรณี ถ้ามีมาตรา ๑๑๒ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวีรภัทร คันธะ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วีรภัทร คันธะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง จากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมขอชื่นชมกรรมาธิการที่ทำหน้าที่แทน ประชาชนที่ไม่มีโอกาสที่จะเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในการดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมโดยไม่มี กำแพงสูงกั้นไว้ เนื่องจากหนึ่งในภารกิจของรัฐบาลประชาธิปไตย ก็คือการฟื้นฟู สิทธิมนุษยชนและทวงคืนความยุติธรรมให้แก่เหยื่อเผด็จการ แต่ภายใต้เผด็จการนั้น ผู้พิพากษาในศาลไม่ว่าใกล้ ไกล เล็ก ใหญ่ ก็ต่างมีความสัมพันธ์กับเผด็จการทหารหรือไม่ อย่างไร ผมเชื่อว่านี่เป็นสิ่งที่ประชาชนตั้งคำถามครับ ดังที่ปรากฏว่าผู้พิพากษาเพิกเฉยต่อคดีที่เหยื่อ เผด็จการฟ้องและลงโทษศัตรูของเผด็จการ ยืนยันความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งเผด็จการ และไม่สอบสวนอาชญากรรมของเผด็จการ ผมเห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมให้ประชาชน ในคดีทางการเมือง เพราะนี่คือการแสดงจุดยืนในทางประชาธิปไตยเช่นเดียวกัน ผมอยากให้ การนิรโทษกรรมแบบครอบคลุมเป็นเรื่องปกติเหมือนดังที่ต่างประเทศเขาทำกัน🔗
ขอยกตัวอย่างการนิรโทษกรรม ในต่างประเทศเพื่อนำมาเป็นแนวทาง ๒ ประเทศ ก็คือประเทศอาร์เจนตินากับประเทศ ไต้หวัน ในช่วงสงครามสกปรก หรือ Dirty War ของประเทศอาร์เจนตินา การนิรโทษกรรม ส่วนใหญ่ในประเทศอาร์เจนตินาช่วงสงครามสกปรกมักเกี่ยวกับการปกป้องเจ้าหน้าที่รัฐ หรือทหารมากกว่า แต่ก็มีบางกรณีที่ประชาชนบางกลุ่มได้รับการนิรโทษกรรมเช่นกัน โดยเฉพาะการนิรโทษกรรมให้ผู้ที่ต่อต้านรัฐบาลเผด็จการทหาร โดยแบ่งการนิรโทษกรรม ประชาชน ๒ กลุ่ม🔗
กลุ่มแรก คือการนิรโทษกรรมให้กับนักโทษการเมือง ซึ่งหลังจากที่เผด็จการทหาร ในประเทศอาร์เจนตินาล่มสลาย คืนสู่ระบอบประชาธิปไตยก็ได้มีการออกนิรโทษกรรมให้กับ นักโทษการเมืองที่เป็นคนเคลื่อนไหวทางสังคม ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นภัยต่อรัฐในสมัย เผด็จการทหาร เป็นประชาชนที่ถูกจับกุมคุมขังเนื่องจากต่อต้านเผด็จการ🔗
กลุ่มที่ ๒ การปล่อยตัวนักโทษที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรง ซึ่งการ ปล่อยตัวประชาชนที่ถูกคุมขังที่ไม่มีหลักฐานเพียงพอ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรุนแรง หรือการก่อการร้ายใด ๆ จากตาราง ท่านประธานครับ ประเทศอาร์เจนตินามีการนิรโทษกรรมให้ ผู้นำเผด็จการและเจ้าหน้าที่รัฐเหมือนกับประเทศไทย แต่ความต่างก็คือ อาร์เจนตินา เขาก็นิรโทษกรรมให้ประชาชนเช่นกัน ในขณะที่ประเทศไทยยังไม่มีการนิรโทษกรรมให้กับ นักโทษทางการเมือง ต่อมาไต้หวัน กฎหมายยุติธรรมเปลี่ยนผ่านไต้หวันเกิดขึ้นในช่วงยุค White Terror หรือยุคแห่งความหวาดกลัว ซึ่งมุ่งเน้นการเปิดเผยความจริง การคืนความเป็นธรรม การชดเชยให้แก่เหยื่อ การนิรโทษกรรมสำหรับผู้ที่ถูกตัดสินลงโทษด้วยเหตุผลทางการเมือง อย่างไม่เป็นธรรม ตัวอย่างคดีของคุณเฉิน เชียนเหยิน นักวิชาการและนักเคลื่อนไหว ซึ่งถูก จับกุมและประหารชีวิต เนื่องจากรัฐบาลสงสัยว่าเขาเป็นคอมมิวนิสต์ ซึ่งคดีนี้แสดงให้เห็นถึง การใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่ไม่เป็นธรรม แล้วก็สะท้อนปัญหาการปราบปราม การแสดงออกที่รัฐมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง สุดท้ายแล้วคดีนี้ได้ถูกนำมาพิจารณาใหม่ และรัฐบาลได้ให้การนิรโทษกรรมชดเชยและฟื้นฟูชื่อเสียงให้กับครอบครัวนายเฉิน ซึ่งถือเป็น การยอมรับความผิดพลาดที่เกิดจากกระบวนการยุติธรรมในอดีต การเปรียบเทียบคดีของ เฉิน เชียนเหยิน กับคดีนักโทษทางการเมืองในไทยของยุค คสช. สามารถสะท้อนประเด็น เกี่ยวกับเสรีภาพทางการเมืองและเหตุผลในการเรียกร้องให้นิรโทษกรรมได้ชัดเจนขึ้น จากตารางครับท่านประธาน รัฐบาลของ ๒ ประเทศใช้กฎหมายเพื่อควบคุมการแสดงออก และกิจกรรมที่พวกเขามองว่าเป็นภัยต่อรัฐ แม้ว่ากิจกรรมนั้นอาจเป็นเพียงการ แสดงความคิดเห็น หรือการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ไม่ได้ใช้ความรุนแรง ตอนนี้ไต้หวัน นิรโทษกรรมและฟื้นฟูให้กับครอบครัวผู้เสียหายแล้ว ซึ่งไทยยังไม่มีนะครับ แต่ก็เชื่อว่า ไม่สายเกินไปที่จะนิรโทษกรรม ยุค White Terror ของไต้หวัน และยุค คสช. ของประเทศไทย ท่านประธานครับ จากตารางก็เปรียบเทียบกันได้ ในแง่ของการปกครองด้วยอำนาจทหาร การควบคุมสิทธิเสรีภาพ และการดำเนินคดีต่อประชาชนในลักษณะที่ไม่ได้รับความยุติธรรม อย่างเต็มที่ และการนำประชาชนไปขึ้นศาลทหาร รายละเอียดเป็นการเปรียบเทียบทั้ง ๒ ยุค ในด้านต่าง ๆ ผมพยายามชี้ให้เห็นว่าการนิรโทษกรรมและกระบวนการยุติธรรมเปลี่ยนผ่าน ที่ไทยยังไม่ได้มีการให้โอกาสกับประชาชน และไม่ได้มีการเยียวยาผู้เสียหาย ซึ่งหลังจาก สิ้นสุดยุคแห่งความหวาดกลัวของไต้หวัน ไต้หวันก็ได้มีการเริ่มกระบวนการยุติธรรมเปลี่ยนผ่าน มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อสืบค้นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในอดีต และชดเชยให้กับผู้ที่ถูกประหารชีวิต หรือถูกจำคุกอย่างไม่เป็นธรรม แต่ในกรณี ของไทยยังไม่มีกระบวนการการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน หลังจากสิ้นสุดยุคของ คสช. และมีการ ตั้งคำถามว่า ทำไมการนิรโทษกรรมของประเทศไทยมักเกี่ยวข้องกับผู้กระทำผิดในระดับสูง หรือกลุ่มที่ใกล้ชิดกับฝ่ายปกครองมากกว่า โดยสรุปนะครับท่านประธาน ในกรณีของ อาร์เจนตินาและไต้หวัน ยุคสงครามสกปรกและยุค White Terror หากเปรียบเทียบกับ ยุคของ คสช. ของประเทศไทยมีความเหมือนกันในด้านการควบคุมอำนาจผ่านกฎอัยการศึก การจำกัดเสรีภาพและการใช้ศาลทหารในการดำเนินคดีผู้ที่มีความเห็นต่างจากรัฐบาล มีประชาชนที่ถูกปราบปรามจากการแสดงออกทางการเมืองโดยไม่ได้ใช้ความรุนแรง ทั้ง ๒ ประเทศที่ยกตัวอย่าง ได้ก้าวข้ามอดีตด้วยการฟื้นฟูความยุติธรรมให้กับนักโทษ ทางการเมืองที่เป็นเหยื่อของระบบเผด็จการ ผ่านกระบวนการนิรโทษกรรม ซึ่งส่งผลให้สังคม เดินหน้าสู่การพัฒนาทางด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยได้อย่างยั่งยืน ประเทศไทย ในยุค คสช. มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ถูกจับกุมและดำเนินคดีเพียงเพราะแสดงออกซึ่งความเห็น ทางการเมือง โดยไม่ใช้ความรุนแรง แต่ประชาชนเหล่านี้ยังคงไม่ได้รับการนิรโทษกรรม ทั้งที่การกระทำของพวกเขาเป็นเพียงการเรียกร้องสิทธิตามวิถีทางประชาธิปไตย ดังเช่น เหตุการณ์วีรชน ปี ๒๕๕๓ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนในการเรียกร้องนิรโทษกรรมทางการเมือง ที่มีความเห็นต่างทางการเมือง เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งและยุติการปกครองแบบ เผด็จการทหาร การใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ในเหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า ๙๐ คน บาดเจ็บนับพัน ครอบครัวของวีรชน ปี ๒๕๕๓ ยังคงรอคอยความยุติธรรม และการเยียวยาจากรัฐมาเป็นเวลาหลายปีนะครับ การนิรโทษกรรมเป็นเครื่องมือในการ ฟื้นฟูบาดแผลที่ยังไม่เคยถูกรักษา ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอเรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรมสำหรับประชาชน ที่ตกเป็นนักโทษทางการเมืองในยุค คสช. เพียงแค่ต้องการแสดงออกถึงสิทธิในการเรียกร้อง ประชาธิปไตย และคัดค้านการปกครองแบบเผด็จการ ดังเช่นที่อาร์เจนตินาและไต้หวัน ได้แสดงให้เห็นว่า การนิรโทษกรรมไม่ใช่เพียงการลบล้างอดีต แต่เป็นการสร้างอนาคต ที่มุ่งเน้นการคืนสิทธิและศักดิ์ศรีให้กับประชาชน ผมอยากเห็นความรับผิดชอบของผู้มีอำนาจ ในการสั่งการปราบปราม และการยอมรับความผิดพลาดในประวัติศาสตร์การเมืองของไทย ถือเป็นการคืนความยุติธรรมให้ประชาชนที่ยืนหยัดเพื่อประชาธิปไตยให้กับประชาชน ผู้บริสุทธิ์ที่ถูกมองว่าเป็นศัตรูของรัฐ เพียงเพราะพวกเขาแสดงออกถึงความต้องการ ในระบอบประชาธิปไตย และสิทธิในการแสดงความคิดเห็นโดยสันติ การนิรโทษกรรม ในกรณีนี้จึงไม่ใช่เพียงการปลดปล่อยนักโทษ แต่เป็นการเยียวยาประวัติศาสตร์ ทางการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยความบอบช้ำ และเพื่อที่เราจะได้เริ่มต้นสร้างอนาคตที่ ปราศจากการกดขี่อีกครั้ง ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตเริ่มต้นด้วยการกราบเรียนท่านประธานครับว่า กระผมเคารพในการปฏิบัติหน้าที่ ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ทุกท่าน และกระผมทราบดีว่ารายงานฉบับนี้เป็นแค่เพียงการเสนอแนวทางการตรา พระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ไม่ใช่การเสนอพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม แต่สิ่งที่ขออนุญาต กราบเรียนกับท่านประธานก็คือว่า แนวทางดังกล่าวที่เป็นข้อเสนอของคณะกรรมาธิการนั้น จะเป็นหัวเชื้อ ในการที่จะนำไปสู่การตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมต่อไป รายงานฉบับนี้ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมว่า กระผมได้อ่านรายงานของ คณะกรรมาธิการโดยละเอียดหลายรอบครับ แล้วก็มีความเห็นเช่นเดียวกับที่สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีมติ เมื่อวัน ๒ วันที่ผ่านมาว่า พวกกระผม ไม่เห็นชอบกับรายงานฉบับนี้ เป็นประการที่ ๑🔗
ประการที่ ๒ นอกจากไม่เห็นชอบถ้าที่ประชุมเห็นควรส่งรัฐบาลรับไป พิจารณาดำเนินการก็จะไม่เห็นชอบให้ส่งรายงานฉบับนี้ไปยังรัฐบาล ขออนุญาตกราบเรียนว่า การนิรโทษกรรมทำได้ครับ อดีตก็เคยทำกันมาอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปรายถึง ๒๓ ครั้ง เช่น การนิรโทษกรรมเหตุการณ์วันที่ ๔-๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ในปี ๒๕๒๑ สมัย พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกรัฐมนตรี หรือการนิรโทษกรรมผู้ต่อต้าน สงครามญี่ปุ่น หรือในกรณีอื่น ๆ ก็เคยกระทำมาแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน และไม่เคยมีก็คือ การนิรโทษกรรมการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๐ และมาตรา ๑๑๒ มาตรา ๑๑๐ คืออะไรครับ มาตรา ๑๑๐ ตาม ประมวลกฎหมายอาญาก็คือ ความผิดฐานประทุษร้ายต่อพระราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ทั้งกระทำผิดต่อร่างกายหรือเสรีภาพ นั่นคือมาตรา ๑๑๐ มาตรา ๑๑๒ ครับ มาตรา ๑๑๒ ก็คือความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดง ความอาฆาตมาดร้ายต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการ แทนพระองค์ ซึ่งมาตรา ๑๑๒ นั้น มีไว้เพื่อคุ้มครองประมุข เฉกเช่น อารยประเทศทั่วโลก ที่เขาก็ล้วนแล้วแต่มีกัน ไม่ว่าจะเป็นประเทศในระบอบการปกครองประชาธิปไตย ระบบประธานาธิบดี หรือพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ว่าจะเป็นเนเธอร์แลนด์ เยอรมัน สเปน เดนมาร์ก หรืออีกหลายประเทศในโลก ก็ล้วนแล้วแต่มีบทคุ้มครอง องค์ประมุขของประเทศด้วยกันทั้งสิ้น โดยเฉพาะประเทศไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเสาหลักสำคัญยิ่งของการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข ดังที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖ ที่เขียนไว้ชัดเจนว่า องค์พระมหากษัตริย์ ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ตรงนี้จึงเป็นที่มาว่า ทำไม ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันประเทศไทยจึงไม่เคยมีการนิรโทษกรรมความผิดในมาตรา ๑๑๐ และมาตรา ๑๑๒ กระผมมีความเห็นว่า การนิรโทษกรรมถ้าจะมีในอนาคตควรจะได้ยืนอยู่ บนหลักการ ๕ ข้อ🔗
หลักข้อที่ ๑ ต้องเป็นการนิรโทษกรรมที่นำไปสู่การสร้างความปรองดอง แต่ไม่ใช่สร้างความขัดแย้งแตกแยก เพราะนั่นคือการนับหนึ่งของการต้องต่อสู้กับ แรงเสียดทาน และการนิรโทษกรรมต้องเป็นความเห็นพ้องต้องกันของสังคม เพื่อไม่ให้ต้อง แตกแยกขัดแย้งครั้งใหญ่อีกต่อไปในอนาคต🔗
หลักข้อที่ ๒ ก็คือว่า การนิรโทษกรรมถ้าจะมีต้องไม่เป็นการนิรโทษกรรม เพื่อตัวเอง เพราะถ้าทำเช่นนี้ สุดท้ายก็จะไปไม่รอด จะเกิดแรงต้านครั้งใหญ่ และนำไปสู่ การแตกแยกครั้งใหม่เกิดขึ้นอีก ดังเช่นที่เราเคยได้รับบทเรียนมาแล้ว ตอนการพยายามที่จะ ผลักดันนิรโทษกรรมสุดซอยในอดีต แล้วสุดท้ายก็ไปไม่รอด🔗
หลักข้อที่ ๓ การนิรโทษกรรมต้องไม่เป็นการสร้างแรงจูงใจ หรือหัวเชื้อ ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำอีกในอนาคต เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นคนก็จะไม่เกรงกลัวต่อการกระทำ ความผิด ทำผิดแล้วก็จะได้รับการล้างผิดในที่สุดนั่นเอง🔗
หลักข้อที่ ๔ ก็คือการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมถ้าจะมีต้องไม่สุ่มเสี่ยง ต่อการกระทำผิดกฎหมาย หรือเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรือแม้แต่คำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลผูกพันทุกองค์กร ซึ่งรวมตั้งแต่รัฐสภา รัฐบาล และองค์กรอื่น ๆ🔗
หลักข้อที่ ๕ การนิรโทษกรรมต้องไม่รวมความผิด ๓ ฐานสำคัญ คือ ๑. ต้องไม่รวมความผิดฐานทุจริตคอร์รัปชัน ๒. ต้องไม่รวมความผิดคดีอาญาร้ายแรง และ ๓. สำคัญที่สุดอีกอันหนึ่ง ต้องไม่รวมความผิดตามมาตรา ๑๑๐ และมาตรา ๑๑๒🔗
ภายใต้หลักการ ๕ ข้อ ถ้าจะมีการนิรโทษกรรมกระผมจึงเห็นว่า ควรนิรโทษกรรมเฉพาะขีดเส้นใต้นะครับ ความผิดอันเกิดจากแรงจูงใจทางการเมืองทั่วไป คำว่า ทั่วไป ยกตัวอย่าง เช่น นิรโทษกรรมความผิดตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ ตามกฎหมายว่าด้วยการจราจร ตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาด พระราชบัญญัติ โรคติดต่อ และอื่น ๆ ซึ่งกรรมาธิการก็แยกแยะออกมาแล้วว่ามีความผิดทั้งสิ้น ๑๗ ฐาน ตามพระราชบัญญัติ ๒๕ ฉบับ แต่ต้องพ่วงหลักการอีกข้อหนึ่งก็คือ ต้องเป็นความเห็นพ้องต้องกัน ของสังคม เพื่อไม่ให้เกิดแรงเสียดทานที่จะนำไปสู่ความแตกแยกขัดแย้งอีกต่อไปในอนาคต แต่สิ่งที่ขออนุญาตกราบเรียนเป็นเรื่องสำคัญที่สุดอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า เหตุผลที่กระผมและ พรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นชอบกับรายงานของกรรมาธิการฉบับนี้ และไม่เห็นควรส่ง รัฐบาลก็คือ🔗
ประการที่ ๑ เพราะรายงานของคณะกรรมาธิการฉบับนี้ได้รวมแนวทาง การนิรโทษกรรม มาตรา ๑๑๐ และมาตรา ๑๑๒ เอาไว้ด้วย โดยในรายงานได้ระบุไว้ชัดว่า ให้พิจารณาเป็น ๓ แนวทางในการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม มาตรา ๑๑๐ มาตรา ๑๑๒ คือ ๑. ไม่นิรโทษกรรมเลย ๒. นิรโทษกรรมแบบมีเงื่อนไข และ ๓. นิรโทษกรรมสุดซอย คือแบบไม่มีเงื่อนไข เพื่ออะไรครับ เพื่อเป็นทางเลือก กระผม และพรรคจึงเห็นว่า ที่ล่อแหลมจาก ๓ แนวทางนั้นก็คือ ๒ แนวทางหลักที่ให้มีการนิรโทษกรรม แบบมีเงื่อนไขและนิรโทษกรรมแบบไม่มีเงื่อนไข🔗
เหตุผลสำคัญประการที่ ๒ ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานก็คือ ข้อความและความเห็นกรรมาธิการที่ระบุไว้ในข้อสังเกต ท่านประธานไปดูครับ ข้อ ๙.๑ หน้า ๕๔ ข้อสังเกตกรรมาธิการที่ถ้าเราส่งถึงรัฐบาล รัฐบาลก็จะต้องรับข้อสังเกตนี้ไปด้วย ถ้าสภาส่งไป ซึ่งระบุไว้ชัดว่า คณะรัฐมนตรีคือรัฐบาล ควรพิจารณารายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อนำไปเป็นแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมโดยเร็ว ซึ่งแน่นอนก็รวม ๓ แนวทางในการนิรโทษกรรม มาตรา ๑๑๐ มาตรา ๑๑๒ เข้าไปด้วย และยังต่อท้ายด้วยว่า การดำเนินการต้องรายงานให้สภาทราบว่าได้ทำ ไม่ทำ หรือทำอย่างไร เพื่อให้สภาได้ติดตามความคืบหน้าได้ต่อไป ซึ่งผลจากรายงานและข้อสังเกตของกรรมาธิการ จะทำให้รัฐบาลหรือกลไกอื่นอาจนำรายงานฉบับนี้ถ้าผ่านสภา รวมทั้งข้อสังเกตกรรมาธิการ ไปเป็นสารตั้งต้นในการออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมตามความผิดในมาตรา ๑๑๐ มาตรา ๑๑๒ ต่อไปได้ และหากสภาเห็นชอบกับรายงานฉบับนี้ สุดท้ายขออนุญาตกราบเรียน กับท่านประธานว่า สภาอาจกลายเป็นตราประทับความชอบธรรมในการออกพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมกับการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๑๐ และมาตรา ๑๑๒ ต่อไปในอนาคตได้ กระผมและพรรคประชาธิปัตย์จึงไม่เห็นชอบกับรายงานฉบับนี้ และไม่เห็นควรส่งรัฐบาล รับไปพิจารณา ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านกรรมาธิการจะขอชี้แจงคั่นนิดหนึ่งเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง ในฐานะเลขานุการของคณะกรรมาธิการ จริง ๆ ว่าจะรอให้ครบถ้วนก่อนแล้วชี้แจง แต่ประเด็นรวม ๆ กันแล้วมีประเด็นที่เหมือนกับว่าจะเข้าใจผิดไปกันใหญ่ จะขอชี้แจง ในประเด็นนี้เสียก่อนนะครับ คือในการทำรายงานฉบับนี้ ในการศึกษาขอเรียนว่าเราทำกัน อย่างละเอียด และเราเป็นกรรมาธิการของสภานะครับ เรามีหลายความเห็นอยู่ในนั้น ดังนั้น การรวบรวมความเห็นเพื่อเสนอต่อที่ประชุมเป็นภารกิจที่จำเป็นในทางการเมือง ดังนั้นการรับฟังความเห็นในอีกด้านหนึ่ง เราก็รวมบันทึกไว้ด้วย ผมอยากจะชี้แจงอย่างนี้ว่า เฉพาะในส่วนนี้ที่เป็นปัญหาจนถึงบัดนี้ ที่อาจจะนำไปสู่การเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ การส่ง ไม่ส่ง มีประเด็นเฉพาะนะครับ มาตรา ๑๑๐ กับมาตรา ๑๑๒ ทีนี้ผมอยากจะเรียกร้องว่า คดีที่มีผมสรุปไว้แล้วในรายงานของคณะอนุกรรมาธิการว่า มันมีเป็นหมื่น ๆ คดีนะครับ ทีนี้เราต้องพิจารณาองค์รวมว่าการนิรโทษกรรมนี้เกี่ยวข้องกับใครแค่ไหน เพียงไร แล้วจะ ส่งผลอย่างไร ทีนี้ผมจะชี้แจงตรงนี้ว่ามาตรา ๑๑๐ และมาตรา ๑๑๒ ในเมื่อเป็นประเด็น แล้วก็ชี้แจงตรงนี้เลย เพราะที่เหลือถือว่าเรายอมรับกันได้ไปแล้วในกรณีอื่น ๆ นะครับ มาตรา ๑๑๐ และมาตรา ๑๑๒ ไม่ได้เป็นคดีหลักและคดีรอง แต่เป็นคดีที่มีความอ่อนไหว ทางการเมือง ซึ่งตรงนี้ตามรายงานข้อ ๘.๒ หน้า ๒๓ ท่านไปดูว่ายืนยันไหม ตรงนี้🔗
ประเด็นที่ ๒ คณะกรรมาธิการไม่ได้มีข้อสรุปว่าควรจะนิรโทษกรรม หรือไม่นิรโทษกรรมของผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๑๑๐ และมาตรา ๑๑๒ เพียงแต่ศึกษา ข้อดี ข้อเสียของการนิรโทษกรรมหรือไม่นิรโทษกรรมในคดีหลัก คดีรอง และคดีที่มี ความอ่อนไหวเท่านั้นเอง ซึ่งเป็นไปตามในรายงานข้อ ๘.๖ หน้า ๒๙-๓๑ ท่านกรุณาพลิกดู🔗
ประเด็นที่ ๓ เนื่องจากมีความเห็นต่างนะครับ อย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับ การนิรโทษกรรมหรือไม่นิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๑๑๐ และมาตรา ๑๑๒ คณะกรรมาธิการจึงไม่พึงประสงค์ที่จะมีการออกเสียงลงประชามติว่า คณะกรรมาธิการ ส่วนใหญ่มีความเห็นอย่างไร เพราะหากเป็นการลงมติก็แสดงถึงว่าจำนวนบุคคลหรือเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยนั้น ไม่สามารถจะสะท้อนความคิดเห็น ความเชื่อ และประเด็นสำคัญของคณะกรรมาธิการได้ จึงเปิดโอกาสเราใช้วิธีเปิดโอกาสให้กรรมาธิการ รวมถึงที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการแต่ละท่านชี้แจงแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็น ดังกล่าว ซึ่งลักษณะแบบนี้ไม่ใช่ไม่เคยทำ เราเคยทำตอนศึกษาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ซึ่งช่วงนั้นมีทางท่านประธาน ท่านพีระพันธุ์เป็นประธาน เราเคยใช้ลักษณะแบบนี้ เพราะว่าความเห็นต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญบางหมวด บางมาตรา มีความคิดเห็นต่างกันมาก เราเรียงความเห็นมาแล้วเสนอในรายงาน ซึ่งผมนำมาดูแล้วว่าเราใช้หลักตามนี้ซึ่งเราเคย ใช้แล้ว แล้วเอาเข้าสู่สภานี้แล้ว และสภานี้เห็นชอบ แล้วก็เสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่ได้มีความเห็นว่า มันจะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเลย เราแก้รัฐธรรมนูญได้แค่ ส่วนเดียวก็คือเรื่องการเลือกตั้ง แต่ความเห็นเหล่านั้นยังปรากฏอยู่เป็นหลักฐานในการที่จะ ไปแก้ไขกันในอนาคตเรื่องนี้เราเห็นว่าวิธีนี้ดีที่สุด ที่จะรักษาความเห็นโดยรวมไว้ของ สมาชิกสภาของเรา ดังนั้นในแนวทางที่เสนอขึ้นมาก็เลยเป็น ๓ แนวทาง ผมเรียนว่า แนวทางที่ ๑ ก็คือว่าเป็นกลุ่มที่คณะกรรมาธิการ คือบางท่านผมดูในสื่อ ไปนับจำนวนว่า เห็นด้วยว่าควรจะรวม ๑๖ ไม่เห็นด้วย ๑๑ ถือว่าฝ่ายนี้มากกว่า ไม่ใช่ เราต้องดูน้ำหนักของ การให้ความเห็น ผมจะขอยกตัวอย่างน้ำหนักของตัวอย่างของผมเองก็แล้วกัน ผมให้ ความเห็นว่า ส่วนตัวในฐานะกรรมาธิการไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๐ และมาตรา ๑๑๒ เนื่องจากผมให้ความเห็นว่า อย่างนี้ในรายงานนี้นะครับ ที่ผ่านมามีการดำเนินการเกี่ยวกับการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ ผมเป็นกรรมาธิการมาหลายคณะไม่มีฉบับใดเลยที่เสนอความเห็นเกี่ยวกับ เรื่องการนิรโทษกรรม มาตรา ๑๑๒ ไว้เลย ๑๐ กว่าฉบับที่เราทำกันมาในอดีตเป็นสิบ ๆ ปี ก็เลยให้ความเห็นว่า เนื่องจากเป็นคดีที่มีความอ่อนไหว ซึ่งตรงนี้อยู่ในรายงานของ อนุกรรมาธิการว่า ชี้ชัดว่ามีความอ่อนไหว แล้วก็ให้ความเห็นไปด้วยว่า เรื่องกรณีนี้เป็น ผลกระทบทางบวกและทางลบอย่างระมัดระวัง เพราะว่าการนำมาสู่การดำเนินการตรงนี้ อาจจะมีผลกระทบทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นได้ อยู่ในรายงานอนุกรรมาธิการอยู่แล้วนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ผมให้ความเห็น อันนี้ยกตัวอย่างว่าเป็นความเห็นหนึ่ง เห็นว่าขัดกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายอาญา ๑๑๒ เป็นบทบัญญัติที่กำหนดในความผิด คือในคำวินิจฉัยของปี ๒๕๖๗ ที่ชัดเจนเห็นว่ามันผูกพัน กับรัฐสภาด้วย กับองค์กรต่าง ๆ ด้วย ที่ศาลเขาชี้ไว้จึงมีความชอบธรรมต้องมีกฎหมาย คุ้มครองการละเมิด องค์พระมหากษัตริย์เป็นสถาบันสูงสุด แล้วก็เกี่ยวกับมาตรา ๔๙ ด้วย เป็น ๒ ความเห็น ความเห็นที่ ๑ ก็คือเท่าที่ผ่านมาแล้วกลัวจะว่าเกิดมีความขัดแย้ง และอีกประเด็นคือเกรงว่า ผมเห็นว่ามีปัญหากับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งผูกพัน สภาด้วย ดังนั้นผมเชื่อด้วยตัวเองว่า การเสนอเข้ามาถ้าเป็นกฎหมายที่รวมเอา มาตรา ๑๑๒ ด้วย ไม่ผ่าน ถูกร้องว่าขัดคำวินิจฉัย ขัดรัฐธรรมนูญแน่นะครับ ดังนั้นผมก็เลย มีความเห็นไปตามนั้น แล้วผมให้ความเห็นไปอีกอย่าง ซึ่งในทางการเมืองเมื่อสักครู่เห็น หลายพรรคให้ความเห็นว่า ทางพรรคมีความเห็นอย่างนั้น ผมไม่ให้ความเห็นไปในตรงนี้ ในส่วนที่ว่าไม่เห็นด้วยว่า และความเห็นตรงนี้ในฐานะเป็นสมาชิกกรรมาธิการจาก พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติไทยพัฒนามีความเห็นเป็นมติว่า ไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรม มาตรา ๑๑๒ เป็นความเห็นของพรรค และผมก็ยืนตามความเห็นของพรรค ดังนั้นหลาย ๆ ท่าน ก็ให้ความเห็นไว้ในชั้นกรรมาธิการและความเห็นของพรรคไม่เห็นด้วย ดังนั้นในความเห็น ตรงนี้จึงเห็นว่าเรื่องนี้ในส่วนตัวไม่เห็นด้วย นี่เป็นความเห็นในส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับการรวม ซึ่งมันก็มีน้ำหนักแต่ผมเรียนต่อไปนะครับว่า ในส่วนของส่วนอื่น ๑. คือว่าไม่ได้ชี้ไว้แต่เดิม ที่ผมทวนไปแล้วว่า จริง ๆ ไม่เกี่ยวกัน เป็นการศึกษาเฉย ๆ ๒. ไม่ได้สรุปว่าควรรวม หรือไม่ควรรวม หรือรวมไปทั้ง ๓ อย่างตามที่ท่านได้อภิปรายไป🔗
ประเด็นที่ ๒ มีความเห็น ไม่เห็นด้วย เห็นด้วย คือเป็นความเห็นแยกไป แต่ไม่ได้ชี้ว่าให้เอาตามความเห็นไหนนะครับ แต่อย่างที่บอกแล้วว่าประเด็นทางข้อกฎหมาย เราชี้ไว้ชัด ท่านไพบูลย์ นิติตะวัน ก็ชี้ไว้ชัดว่า ขัดกับรัฐธรรมนูญอยู่นะครับ ก็เป็นความเห็น ในส่วนที่ไม่เห็นด้วย ส่วนความเห็นที่เห็นว่าควรจะรวมก็มีความเห็นอีกแบบหนึ่งนะครับ🔗
ประเด็นต่อมาก็คือว่า ในบัญชีแนบท้ายท่านไปดูก็ได้ บัญชีแนบท้าย ร่างพระราชบัญญัติ ในข้อ ๘.๙ หน้า ๕๒ ความผิดส่วนนี้กรรมาธิการวิสามัญมีความเห็นว่า เป็นคดีที่มีความอ่อนไหวนะครับ ในบัญชีแนบท้าย ซึ่งไม่สามารถจะหาข้อสรุปเป็นมติ กรรมาธิการวิสามัญได้ เนื่องจากกรรมาธิการมีความเห็นแตกต่างกัน โดยแบ่งเป็น ๓ แนวทาง ตามที่ว่านะครับ ว่ายังมีความอ่อนไหวอยู่ ก็เลยเขียนไว้ชัดเจนตรงบัญชีแนบท้ายว่า เรื่องนี้ มี Remark อยู่ มีปัญหาอยู่ และสุดท้ายข้อสังเกตที่มีการยกขึ้นว่าข้อสังเกตจะนำไปสู่อะไร ข้อสังเกตที่เสนอขึ้นไปนี้นะครับ ข้อสังเกตเป็นเพียงให้หน่วยงานรับทราบกันไปตามข้อบังคับที่ ๑๐๕ เท่านั้น เขาทำหรือเขาไม่ทำนี่สามารถจะดำเนินการได้หมด ไม่เป็นข้อผูกมัด ข้อสังเกต ข้อ ๙.๓ หน้า ๕๕ เขียนไว้ชัดอย่างนี้ครับ ว่าประเด็นฐานความผิดเกี่ยวกับความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๐ และมาตรา ๑๑๒ นั้น ยังคงเป็นประเด็นที่มี ความอ่อนไหวอยู่ คือมันชัดทุกตอน ตั้งแต่เริ่มตอนกลาง ตอนลึกเข้าไปข้างใน ส่วนที่ไม่เห็นด้วย แล้วก็ตอนสุดท้ายในบัญชีแนบท้ายก็มี แล้วส่วนข้อสังเกตก็มีที่แย้ง แย้งเอาไว้แล้ว ไม่สามารถ จะนำไปสู่การเป็นสารตั้งต้นหรือเป็นอะไรได้เลยนะครับ ตามที่เราเสนอ เราแค่สรุปความเห็น ของสมาชิก เพราะไม่อย่างนั้นเราจะปัด จะให้มีการโหวตกันหรือ ไม่ควรจะทำอย่างนั้น ในประเด็นเหล่านี้ หรือจะ Reject ความเห็นตรงนี้ไปก็ไม่ควรทำ ดังนั้นเป็นแค่การสรุป ความเห็นเข้ามา ส่วนการตัดสินใจนี่เป็นเรื่องการตัดสินใจที่จะเสนอ อย่างท่านวราวุธ ศิลปอาชา อยู่ใน ครม. ถ้าเรื่องเข้า ครม. ในเมื่อมติของพรรคเป็นอย่างนั้น ท่านวราวุธก็ต้องไม่เห็นด้วย กับ ครม. อยู่แล้ว เหมือนกับพรรคอื่น ๆ เหมือนกัน ดังนั้นสิ่งเหล่านั้นมันไม่เป็นข้อผูกมัด ทั้งในทางการเมืองและในทางกฎหมาย ก็นำเรียนเพื่อความเข้าใจ ไม่อย่างนั้นความไม่เข้าใจ มันจะแตกตัวยาวออกไปอีกครับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านกรรมาธิการชี้แจงอีก ๑ ท่านนะครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการนะครับ ก็อยากจะใช้โอกาสนี้ในการชี้แจงเพื่อนสมาชิกที่ได้มีการอภิปรายอย่างกว้างขวางนะครับ ก็ต้องเรียนนะครับ อาจจะซ้ำบางประเด็นกับท่านนิกร แต่จะพยายามไม่ให้ซ้ำนะครับ แต่เพื่อความชัดเจนและสมบูรณ์ในการชี้แจงครั้งนี้นะครับ ต้องเรียนว่ากรรมาธิการชุดนี้ ไม่ใช่กรรมาธิการที่พิจารณาศึกษาเพื่อแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา ๑๑๒ แต่เป็นกรรมาธิการ ที่จะศึกษาในเรื่องของการทำเกี่ยวกับแนวทางของการนิรโทษกรรม ซึ่งนี่คือสิ่งที่เราพยายามทำ แล้วก็ต้องเรียนกันด้วยความเคารพนะครับว่า เอาเข้าจริงรายงานฉบับนี้จะเป็นสารตั้งต้น จะเป็นหัวเชื้อหรือไม่ มันขึ้นอยู่กับรัฐบาล คือที่ผ่านมาเราพิจารณารายงานกันหลากหลายฉบับ เอาเข้าจริงเราก็แทบไม่ทราบด้วยซ้ำนะครับว่า รัฐบาลมีการปฏิบัติมากน้อยเพียงใดของรายงาน ที่ผ่านจากสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจริง ๆ ผมเองส่วนตัวนะครับ ก็คงอยากจะให้มันผูกพัน แต่ว่า พูดกันตรงไปตรงมาว่า ถึงเวลาเอาเข้าจริงรัฐบาลเองก็จะทำตามข้อแนะนำ ข้อสังเกตต่าง ๆ ของ สภาแห่งนี้มากน้อยแค่ไหน เป็นสิ่งที่อยู่ภายใต้เครื่องหมายคำถาม🔗
ประเด็นถัดมาที่ผมอยากจะใช้โอกาสนี้ในการที่จะชี้แจงนะครับ คือมีความพยายาม ที่จะโยงในเรื่องของมาตรา ๑๑๒ กับมาตรา ๖ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็ต้องเรียน ด้วยความเคารพนะครับว่า ผมคิดว่าสาระสำคัญของมาตรา ๖ ตามรัฐธรรมนูญนี้ มันคือ การสะท้อนถึงหลักความเป็นกลางของสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อระบอบการเมือง การปกครอง ที่เป็นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งหลักการนี้ เป็นหลักการพื้นฐานครับ เป็นหลักการสำคัญที่เป็นพื้นฐานของระบอบการเมืองการปกครองแบบประชาธิปไตยที่มี พระมหากษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญของหลาย ๆ ประเทศ แต่ในทางกลับกันครับ ถ้าเราไป พิจารณาการเมืองการปกครองของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะประเทศที่มีสถาบัน พระมหากษัตริย์ เราจะพบว่าหลายประเทศเช่นเดียวกันครับ ที่แม้อาจจะมีกฎหมาย ในลักษณะของการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์นะครับ หรือ Lese Majeste Law หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนะครับ หลายประเทศเหล่านั้นนะครับ ที่เขาเจริญแล้ว เอาเข้าจริงเขาก็ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายมาตรา ๑๑๒ ด้วยซ้ำไป หรือบางประเทศอย่าง ญี่ปุ่นนะครับ ก็ไม่มีกฎหมายลักษณะนี้แล้ว ดังนั้นข้อกล่าวอ้างนะครับว่า ประเทศต่าง ๆ มีกฎหมายในลักษณะแบบนี้นะครับ ผมคิดว่าเป็นข้อกล่าวอ้างที่ไม่ถูกต้อง แล้วถ้าจะพูดกัน เรื่องนี้จริง ๆ มันก็ควรจะเป็นวาระอื่นด้วยซ้ำไปไม่ใช่ในเรื่องของการนิรโทษกรรม มากไปกว่านั้นครับ ผมอยากจะยืนยันอย่างนี้ว่า การที่เราปล่อยให้มีการใช้กฎหมาย ในลักษณะแบบนี้แล้วทำให้เกิดบรรยากาศทางการเมืองแบบนี้ ซึ่งเป็นจุดที่เราอยากจะ พิจารณาในกรรมาธิการ คือการที่จะเป็นแนวทางในการที่จะนิรโทษกรรมแล้วจะนำไปสู่ การแก้ปัญหาทางการเมือง ต้องยอมรับจริง ๆ ว่า ถ้าเราไปดูคำแนะนำของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะประเทศที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ เราจะพบว่าคำแนะนำจำนวนมาก เป็นคำแนะนำที่ล้วนแสดงถึงความกังวลต่อการบังคับใช้กฎหมายในลักษณะแบบนี้ เพราะมัน มีผลลัพธ์ทางการเมืองหลายอย่างที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็น ข้อกล่าวหาที่รุนแรง และหากมีการดำเนินคดีและตัดสินว่ามีความผิด ผลที่ตามมาคือจะมีคน จำนวนนับร้อยที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดอย่างรุนแรง หลายคนอาจจะต้องอยู่ในคุกถึง ๔๐ ปี เลยด้วยซ้ำไป ดังนั้นครับท่านประธานครับ ผมเองก็อยากจะใช้โอกาสนี้ในการที่จะชี้แจงว่า รายงานฉบับนี้นะครับ จริง ๆ มันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะหาทางออกทางการเมือง มันมีข้อเสนอหลายอย่างครับจริง ๆ ในข้อเสนอหลายส่วนเป็นข้อเสนอที่เราได้ตัดสินใจที่จะ กำหนดลงไปว่าควรจะไปในทิศทางแบบไหน แต่สำหรับมาตรา ๑๑๒ มันเป็นส่วนที่แม้กระทั่ง ในกรรมาธิการเองก็มีความเห็นที่แตกต่างกัน ดังนั้นผมเองนะครับ ก็อยากจะใช้โอกาสนี้ ในการที่จะบอกว่ารายงานฉบับนี้อยากให้สภาแห่งนี้ได้รับไว้พิจารณาแล้วส่งต่อไปที่ คณะรัฐมนตรี ผมคิดว่าถ้าจะใช้คำว่า สารตั้งต้น นะครับ มันคือสารตั้งต้นของการที่เรา จะหาทางออกให้กับบ้านเมืองนี้ที่มีความขัดแย้งมาเป็นเวลานาน เมื่อสักครู่นะครับ มีบางท่านก็พูดไปถึงการนิรโทษกรรมที่จะต้องไม่ทำเพื่อตัวเอง มีการหยิบยกในเรื่องของกรณี สุดซอยครับ ผมต้องเรียนด้วยความเคารพนะครับว่า สมัยก่อนที่มีการออกในเรื่องของร่าง มีความพยายามในการตราพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว ตัวผมเองตอนนั้นไม่ได้เป็น สส. ครับ ผมเองก็อยู่ข้างนอกแล้วผมก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะมีการนิรโทษกรรมฉบับสุดซอย เหตุผล ง่าย ๆ ครับ เพราะตอนพิจารณากันในคราวนั้น มันรวมไปถึงบรรดาเจ้าหน้าที่ บรรดา ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสั่งฆ่าประชาชนครับ ที่จะต้องได้รับการนิรโทษกรรมด้วย ซึ่งผมไม่เห็น ด้วยเด็ดขาดครับ มากไปกว่านั้นนะครับ จะเทียบเคียงกรณีสุดซอยกับกรณีของที่เรากำลังทำ ศึกษากันอยู่ ซึ่งเป็นแค่เฉพาะรายงานนี่นะครับ แล้วไม่รู้ว่าสุดท้ายรัฐบาลจะเอาอย่างไร ผมคิดว่าเป็นกรณีที่แตกต่างกัน กรณีวันนั้นความขัดแย้งทางการเมืองสูงมากนะครับ ความขัดแย้งทางการเมืองสูงมาก ต้องบอกว่าท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านทักษิณ ชินวัตร อยู่ต่างประเทศครับ แล้วก็มีข้อกล่าวหาว่าท่านจะได้รับประโยชน์ในเรื่องของการ นิรโทษกรรมสุดซอย แต่วันนี้ผมคิดว่าบรรยากาศทางการเมืองต่างกันครับ เพราะวันนั้น ความขัดแย้งทางการเมืองของพรรคการเมืองใหญ่ ๒ พรรคนี่นะครับ เขาอยู่กันคนละข้างครับ วันนี้อยู่ข้างเดียวกันแล้วนะครับ ผมคิดว่าความน่ากังวลในเรื่องของบรรยากาศทางการเมือง นี่นะครับ ผมอยากให้ท่านสมาชิกพิจารณากันด้วยความเคารพนะครับว่า อยากให้ผ่าน รายงานฉบับนี้ ผมคิดว่าอยากให้มันเป็นสารตั้งต้นของการหาทางออกของบ้านเมืองจริง ๆ แล้วสุดท้ายนิดเดียวนะครับ ผมคิดว่าถ้าพูดถึงในเรื่องของมาตรา ๑๑๒ ในเรื่องของการ นิรโทษกรรม ผมคิดว่าจริง ๆ แล้วผมอยากให้ท่านสมาชิกทั้งหลายนะครับผ่านท่านประธาน นะครับว่า จริง ๆ แล้วข้อกล่าวหาในเรื่องของการละเมิดมาตรา ๑๑๒ นะครับ การกระทำ ความผิดตามมาตรา ๑๑๒ จริง ๆ แล้วถ้าเราพิจารณาดี ๆ เขาสามารถแบ่งระดับความรุนแรง ออกเป็น ๓ ระดับ🔗
ระดับที่ ๑ คืออาจจะะเป็นระดับที่มีความชัดเจนทั้งองค์ประกอบภายนอก และภายใน ซึ่งกรณีแบบนี้นะครับ หากว่าเรามีคณะกรรมการที่จะมาหาทางออกในเรื่องนี้ เราสามารถที่จะนิรโทษกรรมโดยที่อาจจะกำหนดเงื่อนไขบางอย่างได้ เช่น อาจจะเป็น เงื่อนไขว่าจะต้องไม่มีการกระทำความผิดซ้ำในตลอดระยะเวลา ๕ ปี ลักษณะแบบนี้สังคม ก็พอจะอยู่กันได้🔗
ระดับที่ ๒ อาจจะเข้าองค์ประกอบความผิด ทั้งภายนอกและภายใน แต่เมื่อ เราดูจุดมุ่งหมายของผู้กระทำความผิดดังกล่าว อาจจะไม่ได้รุนแรงขนาดนั้น กรณีในลักษณะ แบบนี้เราก็อาจจะไปพิจารณาว่า การกำหนดเงื่อนไขก็อาจจะลดลงมา อาจจะเป็นในลักษณะ ของการที่ไม่กระทำความผิดซ้ำในระยะเวลา ๓ ปี ซึ่งเราต้องไม่ลืมว่า มันมีหลายกรณีที่ บางครั้งการพูดหรือการอภิปรายข้างนอกต่อพื้นที่สาธารณะ มันมีจริง ๆ ครับ ที่มันอาจจะมี การพูดในลักษณะที่บรรยากาศในเวลานั้น สถานการณ์ในเวลานั้น อาจจะทำให้การพูด ลักษณะแบบนั้นออกมา🔗
ระดับที่ ๓ คือถ้าเราไปพิจารณาเรื่องขององค์ประกอบ บางครั้งมันไม่มีความ ชัดเจน ท่านอาจจะบอกว่า ถ้าอย่างนั้นก็ให้ศาลตัดสิน ซึ่งผมว่าต้องแยกนะครับ คือหลายกรณี ที่มันมีการดำเนินคดีด้วยมาตรา ๑๑๒ ต้องยอมรับกันตรง ๆ ว่า บางครั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องอยู่กับกระบวนการยุติธรรม บางครั้งก็มีการใส่ข้อหาให้มันดู รุนแรงไปก่อน บางครั้งก็ไม่ได้พิจารณาถึงข้อเท็จจริงหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ดังนั้น ผมคิดว่าถ้าเราอยากจะคลี่คลายปัญหาทางการเมืองที่มันมีเวลานี้ อย่างกรณีแบบนี้ท่าน อาจจะนิรโทษกรรมได้เลย โดยที่ไม่ต้องตั้งเงื่อนไขอะไร ผมคิดว่าการจำแนกความรุนแรง เหล่านี้มันอาจจะเป็นทางออกให้กับสังคมได้🔗
สุดท้ายท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ผมคิดว่าวันนี้เราต้องตั้งต้นว่า เราอยากจะแก้ปัญหาบ้านเมืองโดยใช้กลไกสภาหรือไม่ ท่านต้องยอมรับความเป็นจริงว่า ทุกครั้งที่มีการดำเนินคดีด้วยข้อหาและในลักษณะแบบนี้ ประเด็นของเรื่องมาตรา ๑๑๒ มันก็จะกลายเป็นประเด็นปัญหาทางสังคมที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ต่อไป แล้วมันไม่ได้เป็น การวิพากษ์วิจารณ์เฉพาะในประเทศที่คนที่ถูกดำเนินคดี ซึ่งเขาอาจจะมีเพื่อน มีครอบครัว มีคนที่เขารัก มีครูบาอาจารย์ คนเหล่านี้ก็จะรู้สึกอย่างไรต่อมาตรา ๑๑๒ ต่อการบังคับใช้ กฎหมายผ่านกระบวนการยุติธรรม แล้วความรู้สึกแบบนี้มันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภายในประเทศ ความรู้สึกแบบนี้มันก็ยังสะท้อนออกไปถึงประชาคมของประเทศอื่น ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน เราจึงเห็นว่าประเทศหลาย ๆ ประเทศเขาถึงมี Comment หรือมีความเห็นต่อเรื่องนี้ แล้วพูดกันตรง ๆ ครับ เวลาที่มันมีปัญหาในลักษณะแบบนี้ มีการวิพากษ์วิจารณ์กัน ในลักษณะแบบนี้ ท่านคิดว่าผู้ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุด หรือคนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาก ที่สุดคือใครครับ ถ้าท่านบอกว่า วันนี้ท่านต้องการที่จะแสดงถึงเจตจำนงของการปกป้อง สถาบันพระมหากษัตริย์ พูดกันไปถึงขนาดว่า เลือดเป็นเลือดสีน้ำเงินอะไรต่าง ๆ ผมอยากจะ เรียนด้วยความเคารพครับว่า ถ้าท่านต้องการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นที่เคารพ สักการะ วิธีการแบบนี้เป็นวิธีการที่ไม่มีทางได้ผลครับ วิธีการแบบนี้จะทำให้ท่าน จะทำให้ ประเทศของเรา ซึ่งเป็นประเทศที่เรารัก ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง แล้วปัญหาทาง การเมืองที่มีอยู่ก็ยังจะดำเนินต่อไปแบบนี้เรื่อย ๆ ทำไมเราไม่คิดว่า เราจะใช้กลไกนี้ในการ หาทางออก ทำไมเราไม่คิดว่าวันนี้ปัญหาทางการเมือง ซึ่งมันมีอยู่แล้ว ทำไมเราไม่เปิดประตู บานนี้เพื่อหาทางออกทางการเมือง ท่านอาจจะไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา ๑๑๒ จะยกเลิกมาตรา ๑๑๒ ท่านอาจจะไม่เห็นด้วย ไม่เป็นไร มันเป็นความเห็นที่แตกต่างกันได้ ประเทศนี้อยู่กันได้ด้วยความเห็นที่แตกต่าง และเราควรจะภาคภูมิใจว่า ประเทศของเรานั้น ยิ่งใหญ่ขนาดไหนที่ยอมรับความเห็นที่แตกต่างของกันและกัน แต่เพื่อทำให้เรื่องแบบนี้ มันเกิดขึ้นจริง สิ่งที่เราต้องยอมรับก็คือ เราไม่ควรที่จะนำคนที่เห็นต่างทางการเมืองไปกุมขัง ไปจำคุก🔗
สรุปเลยครับ🔗
สรุปอย่างนี้ท่านประธานครับ ผมคิดว่า ประเทศที่เราฝันคือ ประเทศที่เราอยากให้มีเสรีภาพทางความคิด มีเสรีภาพในการแสดงออก นี่คือประเทศที่เราหวังและฝันเอาไว้ และกลไกที่เรากำลังทำอยู่นี้อย่างน้อยที่สุด มันคือ การทำให้คนที่เขารู้สึกว่าเขามีความเห็นที่แตกต่าง และถูกจำคุก ถูกดำเนินคดีในรูปแบบต่าง ๆ อย่างน้อยมันคือการคลี่คลายผลของทางการเมืองที่เกิดขึ้นไปแล้วออกมา อย่างน้อยที่สุด มันคือการเปิดฝาหมอให้น้ำที่เดือดและรอวันระเบิด มันได้ปล่อยลมตรงนั้นออกมา แล้วผมเชื่อว่าประเทศของเราหาทางออกได้ แต่เบื้องต้นท่านประธานครับ อยากให้ ท่านสมาชิกช่วยกันครับ ผ่านรายงานฉบับนี้ แม้ว่าเราจะไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องของการ นิรโทษกรรม ๑๑๒ แต่อย่างน้อยที่สุด ให้มันเป็นสารตั้งต้นของการคลี่คลายปัญหาทาง การเมือง ขอบคุณครับ🔗
ท่านกรรมาธิการอีกท่านหนึ่ง ขอสั้น ๆ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง เป็นหนึ่งในกรรมาธิการชุดนี้ด้วยนะครับ จะขอชี้แจงสักเล็กน้อย เกี่ยวกับวัตถุประสงค์แล้วก็ขอบเขตโดยเฉพาะในเรื่องการนิรโทษกรรม มาตรา ๑๑๐ มาตรา ๑๑๒ นะครับ คือเท่าที่ผ่านมาจะเห็นว่าหลายท่านที่ได้อภิปราย โดยย้ำว่าจุดมุ่งหมาย สูงสุดของการนิรโทษกรรมครั้งนี้ก็คือ การสร้างสังคมที่สันติสุข สามัคคี ยุติเรื่องขัดแย้ง แต่ว่าถ้าเราดูจริง ๆ ในสังคมที่จะยุติข้อขัดแย้งได้ มันต้องมีความยุติธรรมอะไรบางอย่าง เกิดขึ้นก่อนนะครับ ซึ่งความยุติธรรมนี่จริง ๆ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเพราะว่าในแง่หนึ่ง หน้าหนึ่งของความยุติธรรมก็คือการใช้อำนาจ ใช้การลงโทษตามกฎหมายนะครับ แต่ใน อีกแง่หนึ่งการใช้เมตตา การให้อภัยก็เป็นอีกหน้าหนึ่งของความยุติธรรมเช่นกันครับ สังคมไทย ๒๐ ปีที่ผ่านมา เราใช้กฎหมาย เราใช้การลงทัณฑ์มาโดยตลอด แล้วมันก็ไม่ได้ นำเราไปสู่ความสงบความสามัคคี เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องจำเป็นที่มันต้องคิดเรื่องของ ความเมตตา เรื่องการให้อภัย เรื่องของนิรโทษกรรมนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของ มาตรา ๑๑๐ และมาตรา ๑๑๒ ผมเห็นว่ามีความเข้าใจผิดจำนวนมาก ซึ่งความเข้าใจผิด ในเรื่องนี้กับการนิรโทษกรรมที่เราทำกันอยู่นี้ มันก็จะปรากฏขึ้นมาเรื่อย ๆ ครับ การบอกว่า มาตรา ๑๑๒ เป็นส่วนหนึ่งของระบบกฎหมายของนานาอารยประเทศนะครับ อันนี้จริง ๆ เคยมีผู้กล่าวไว้หลายครั้ง แต่ต้องบอกว่าการอ้างถึงนานาอารยประเทศ เคยมีนักวิชาการ กล่าวไว้เช่นนี้เหมือนกันว่า ในราชอาณาจักรในยุโรปก็มีกฎหมายคุ้มครองพระมหากษัตริย์ ส่งผลให้เอกอัครราชทูตของประเทศดังกล่าวนี้ต้องเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงหนังสือพิมพ์ เพื่อชี้แจงว่า แม้ว่าประเทศข้าพเจ้าจะมีกฎหมายลักษณะเดียวกัน แต่ก็ไม่เคยมีการใช้ ในลักษณะเดียวกับมาตรา ๑๑๒ ของไทยนะครับ เพราะฉะนั้นจริง ๆ คำกล่าวตรงนี้ มันตีขลุม แล้วก็ไม่ได้คำนึงถึงว่ากฎหมายที่มีอยู่ในตัวบทกับกฎหมายที่ใช้บังคับจริงนี่มัน ไม่เหมือนกัน บางประเทศมีแต่ไม่เคยมีการใช้กว้างขวางและรุนแรงอย่างที่ประเทศไทย มีมาก่อนนะครับ🔗
อีกอันหนึ่งที่ต้องแก้ไขความเข้าใจผิดคือ เรื่องมาตรา ๑๑๒ กับคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญและมาตรา ๖ ของรัฐธรรมนูญไทยนะครับ องค์พระมหากษัตริย์เป็นที่เคารพ สักการะ แล้วก็ล่วงละเมิดมิได้นะครับ นั่นหมายถึงว่า จะไปฟ้องร้องจะไปกระทำการทาง กฎหมายอะไรที่เป็นการล่วงไปถึงอำนาจของพระองค์ไม่ได้นะครับ แต่ว่ามาตรา ๑๑๒ กับองค์พระมหากษัตริย์ที่เป็นคนละเรื่องนะครับ เรายังสามารถพูดคุยถึงเรื่องของกฎหมาย ที่ปกป้ององค์พระมหากษัตริย์ได้นี่มันต้องแยกกันนะครับ ตัวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ บอกว่า ไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ในลักษณะที่ผู้ถูกร้อง ทำอยู่ แต่ว่าศาลก็ยังบอกว่าถ้าเกิดเป็นกระบวนการนิติบัญญัติโดยชอบนี่ สามารถทำได้ นิรโทษกรรมครั้งนี้ เป็นการกระทำที่เบาเสียยิ่งกว่าการแก้ไขเพิ่มเติม เพราะว่าการ นิรโทษกรรมนี่ กฎหมายมันยังอยู่ ความผิดยังอยู่ ผู้ที่ถูกนิรโทษกรรมแล้วถ้าเกิดออกมาแล้ว กระทำผิดซ้ำอีก ก็ยังสามารถถูกลงโทษได้อีกนะครับ เพราะฉะนั้นมันไม่ได้ขัดหรือแย้งกับ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ มันไม่ได้เป็นการกระทำที่เป็นปรปักษ์ หรือเป็นการล้มล้าง การปกครองนะครับ อันนี้เราต้องชี้แจงให้ถูกต้องและเข้าใจให้ถูกต้องนะครับ🔗
สุดท้ายคือถ้าเกิดเรายกเว้นนะครับ การนิรโทษกรรมมาตรา ๑๑๐ มาตรา ๑๑๒ หลายคนอาจจะมีความเห็นว่าอันนี้เป็นการสร้างสันติสุขหรือว่าปกป้องสถาบัน แต่ในขณะเดียวกันสังคมที่แตกแยก อันนี้หลายคนก็พูดเองว่าสังคมมีความแตกแยก ก็มีความเห็นไปอีกทางหนึ่งว่าจริง ๆ การไม่นิรโทษกรรมต่างหากที่เป็นการทำให้สถาบันนี่ ถูกมองอย่างเคลือบแคลงสงสัย ถูกไหมครับ ถ้าเกิดความผิดอื่น ๆ ทั้งหมด ได้รับ การนิรโทษกรรมได้ แต่ความผิดมาตรา ๑๑๐ มาตรา ๑๑๒ ไม่สามารถนิรโทษกรรมได้ กลายเป็นข้อยกเว้นของ ระบบกฎหมาย มันก็ทำให้สายตาของสังคม สายตาของนานาอารยประเทศจ้องมองไปที่ เดียวกัน ก็คือจ้องมองไปที่สถาบัน ซึ่งกฎหมายเหล่านี้ต้องการจะปกป้อง อันนี้ไม่เป็นผลดีกับ ใครเลย ที่ดีที่สุดคือทำให้กฎหมายมาตรา ๑๑๐ มาตรา ๑๑๒ เป็นกฎหมายจริง ๆ ไม่ใช่ เครื่องมือทางการเมือง คืออะไรครับ เราใช้ปกป้องพระมหากษัตริย์ได้ เราใช้ลงโทษผู้กระทำผิดได้ และสามารถยกโทษ หรือนิรโทษกรรมให้กับผู้ที่เคยโดนคดีเหล่านี้ได้เหมือนกับกฎหมายอื่น ๆ ที่รวมอยู่ในรายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้นะครับ ตอนแรกสุดมีผู้กล่าวว่าเราอยู่ใน สภาวะกึ่งสงครามกลางเมือง อันนี้น่าสนใจ เพราะว่าสุดท้ายแล้วอยากจะฝากไว้ว่า เวลาไป สัมภาษณ์คนที่เป็นคู่ขัดแย้งในสงครามกลางเมือง ทุกคนพูดตรงกันหมดว่าอยากได้สันติสุข อยากให้ความขัดแย้งสงบ อยากยุติความขัดแย้ง แต่ว่าเมื่อถามว่าถ้าอยากยุติความขัดแย้ง แล้วยินดีที่จะแบ่งปันอำนาจการเมืองและทรัพยากรให้อีกฝ่ายไหม ทุกคนตอบว่าไม่ เป็นเรื่อง ตลกที่มนุษย์เราอยากได้ความสงบ สันติ ยุติความขัดแย้ง แต่ไม่อยากได้มันมากพอที่จะยอม ประนีประนอมรอมชอมกัน การตั้งแง่กับรายงานของกรรมาธิการชุดนี้ด้วยเงื่อนไขส่วนตัว ด้วยเงื่อนไขต่าง ๆ มันจะไม่นำไปสู่วัตถุประสงค์ที่หลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไว้ว่าปรารถนาคือ การยุติความขัดแย้งในสังคมไทย มันจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องวางเงื่อนไขส่วนตัวลง แล้วก็ลอง คิดถึงความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ก็เหลือผู้อภิปรายอีก ๕ ท่านนะครับ ท่านจะชี้แจงสั้น ๆ นะครับ กรรมาธิการขอชี้แจง อีก ๑ ท่านนะครับ ท่านผู้อภิปรายรอสักครู่หนึ่งครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยธวัช ตุลาธน ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งตั้งใจจะฟังความคิดเห็นของท่านสมาชิก ทุกท่านก่อนนะครับ ก่อนที่จะชี้แจงหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งก็ยังเจตนาแบบนั้นอยู่ แต่ว่าขอลุกขึ้นมาอธิบายข้อเท็จจริงเพียงประเด็นสั้น ๆ เพื่อให้การอภิปรายของสมาชิก หลังจากนี้ไม่อยู่บนฐานข้อมูลที่คลาดเคลื่อนแค่นั้นเองนะครับ เนื่องจากว่ามีท่านสมาชิกบางท่าน ได้อภิปรายว่า ที่ผ่านมาเราไม่เคยนิรโทษกรรมในคดีความผิดตามมาตรา ๑๑๒ เนื่องจากว่า คดีนี้ถ้าไปนิรโทษกรรมแล้วจะไปขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖ ในปัจจุบัน หรือรวมทั้ง อาจจะไปขัดหรือแย้งต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งอันนี้ผมอยากจะให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงเล็กน้อยนะครับ ซึ่งท่านจุรินทร์ก็ได้ยกตัวอย่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมในเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ก็คือพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องในการชุมนุม ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระหว่างวันที่ ๔-๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกมา บังคับใช้เมื่อเดือนกันยายน ปี ๒๕๒๑ ก่อนผมเกิดเดือนหนึ่งนะครับ ต้องประทานโทษนะครับ เพื่อให้ข้อเท็จจริงถูกต้อง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับนี้ เป็นการนิรโทษกรรมให้กับการกระทำ ในธรรมศาสตร์ แล้วก็นอกธรรมศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมระหว่างวันที่ ๔-๖ ตุลาคม ปี ๒๕๑๙ และเจาะจงนิรโทษกรรมให้กับคดีความ ๒ คดี ก็คือในคดีที่ศาลทหารกรุงเทพ ๑ คดี แล้วก็บนศาลอาญา ๑ คดี ซึ่งทั้ง ๒ คดีนี้เป็นคดีที่จำเลยถูกฟ้องดำเนินคดีในหลายคดี รวมถึงมาตรา ๑๑๒ ด้วย ดังนั้นอันนี้เป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ว่าระบบกฎหมายไทย เคยมีการนิรโทษกรรมความผิดตามมาตรา ๑๑๒ มาแล้วนะครับ อันนั้นคือประเด็นที่ ๑ ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖ ใด ๆ ทั้งสิ้น ออกไปแล้วก็ไม่มีการเห็นว่าขัดต่อ รัฐธรรมนูญหรือล้มล้างการปกครองใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ แล้วก็อีกเล็กน้อยนะครับ ซึ่งอาจารย์ เข็มทองได้อธิบายไปแล้วนะครับ รวมถึงท่านรังสิมันต์ โรม ว่ามาตรา ๖ นั้นเป็นมาตราใน รัฐธรรมนูญที่พูดถึงหลักการที่องค์พระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยนั้นทรงมีความ เป็นกลางทางการเมือง จึงอยู่ในสถานะที่เป็นที่เคารพสักการะนะครับ และในส่วนของการ ละเมิดมิได้นั้นความหมายซึ่งอยู่ในบันทึกการประชุมสภาของเรานะครับ ในห้องสมุดมี เป็นการบัญญัติไว้เพื่อให้ชัดเจนว่าองค์พระมหากษัตริย์ของเรานั้นไม่สามารถ ที่จะมีใครไปฟ้องร้องดำเนินคดีในชั้นศาลได้ อันนี้เป็นความหมายที่แท้จริงนะครับ ส่วนอีก เล็กน้อยที่เกี่ยวข้องกับตัวผมเองโดยตรงก็คือ อดีตพรรคก้าวไกล เข้าใจว่าท่านสมาชิกให้ ข้อมูลว่าถ้าไปออกกฎหมายนิรโทษกรรม คดีตามมาตรา ๑๑๒ จะไปขัดกับคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็น่าจะหมายถึงคดีเดียวนี่ละครับ ก็คดีที่มีต่อพรรคก้าวไกลนะครับ ก็คือ คำวินิจฉัยที่สั่งให้พรรคก้าวไกลเลิกการกระทำนะครับ แล้วก็ส่งผลต่อมาอีกคดีหนึ่งนำไปสู่ การยุบพรรคก้าวไกลในที่สุดนะครับ อันนี้ผมรบกวนเล็กน้อยว่ามันไม่เกี่ยวกับเรื่องจะ นิรโทษกรรมหรือไม่นิรโทษกรรมมาตรา ๑๑๒ เลยนะครับ ซึ่งผมยินดีรับฟังความคิดเห็น จะเห็นด้วยหรือเห็นต่าง อันนี้ไม่มีปัญหา แต่ในแง่ข้อเท็จจริงไม่เกี่ยว เพราะว่าคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญนี้ มันไปเกี่ยวข้องกับการกระทำเพียงแค่ ๒ เรื่องเท่านั้น ที่ศาลห้าม การกระทำก็คือ ๑. ถ้าพูดสรุปสั้น ๆ ก็คือ ศาลห้ามไม่ให้แสดงความคิดเห็น หรือรณรงค์ให้ ยกเลิกมาตรา ๑๑๒ นะครับ แล้วก็ศาลห้ามไม่ให้มีการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ด้วยกระบวนการนิติบัญญัติที่ไม่ใช่กระบวนการนิติบัญญัติโดยชอบนะครับ อันนี้ก็ไม่เกี่ยวกับ การนิรโทษกรรมคดีมาตรา ๑๑๒ ใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ อันนี้ก็เรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกให้เข้าใจด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านพนิดา มงคลสวัสดิ์ เชิญครับ🔗
เรียนประธานที่เคารพ ดิฉัน พนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๑ อำเภอเมือง ตำบลท้ายบ้าน ปากน้ำ บางเมือง บางโปรง บางด้วน พรรคประชาชนค่ะ ดิฉันขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายรับทราบรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง การตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎร ที่เราต่างเฝ้ารอคอยกันมาเป็นเวลา กว่า ๖ เดือน แล้ววันนี้ก็มาถึงค่ะ ท่านประธานคะ ผลของการพิจารณามีเป็นข้อสรุปเสนอว่า ให้มีการนิรโทษกรรมแบบผสมผสาน คือสร้างกลไกขึ้นมาพิจารณาโดยแบ่งเป็น ๒ ส่วน ด้วยกัน จากในรายงานส่วนแรกจะเป็นกลไกของหน่วยงานหลักของกระบวนการยุติธรรมไทย อยู่แล้ว ซึ่งก็คือตำรวจ อัยการ ศาล ราชทัณฑ์ ส่วนที่ ๒ คือกลไกของคณะกรรมการที่จะ ถูกจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะ ออกเป็นกฎหมาย รับอำนาจจาก พ.ร.บ. มากำหนดแนวทางในการ นิรโทษกรรม ในรายงานฉบับนี้นะคะ มีการแบ่งฐานความผิดออกเป็น ๓ ประเภทด้วยกัน คือ คดีหลัก คดีรอง และคดีที่มีความอ่อนไหว โดย ๒ คดีแรก คดีหลักและคดีรองสามารถใช้ กลไกหน่วยงานหลักของกระบวนการยุติธรรมพิจารณาให้สิทธิการนิรโทษกรรมได้เลย แล้วทำรายงานต่อคณะกรรมาธิการที่จะถูกจัดตั้งขึ้นนะคะ คณะกรรมาธิการชุดนี้หากไม่มี ความเห็นแย้งภายใน ๑๕ วันก็จะถือว่าเห็นด้วย บุคคลนั้น ๆ ก็จะไม่มีความผิดอีกต่อไป หากอยู่ในชั้นตำรวจก็จะเพิกถอนหมายจับ ยุติการสอบสวน หากอยู่ในชั้นอัยการก็จะยุติ การดำเนินคดี หรือหากส่งฟ้องแล้วก็ให้ถอนฟ้อง หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว เป็นผู้ต้องคดีถูกขังในเรือนจำ ให้ศาลพิจารณาออกหมายปล่อย ให้ราชทัณฑ์ปล่อยตัว หากคดีถึงที่สิ้นสุดไปแล้วก็สามารถยื่นคำร้องต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ลบล้างประวัติได้ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากได้รับสิทธิในการนิรโทษกรรม ซึ่งก็ถือเป็นทิศทางที่ดี แต่ในส่วนคดีที่มีความอ่อนไหวค่ะ ที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นนั้น จะต้องมีการผ่านพิจารณาของคณะกรรมการนิรโทษกรรมเท่านั้น หน่วยงานหลักไม่สามารถ พิจารณาเองได้ ซึ่งมีเพียง ๒ คดีด้วยกันคือ คดีอาญามาตรา ๑๑๐ และคดีอาญามาตรา ๑๑๒ ทั้งนี้ในรายงานฉบับนี้ไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไรกับผู้ที่ ถูกดำเนินคดี จากที่เราเห็นได้ในผลโหวตของคณะกรรมาธิการที่ถูกเปิดเผยออกมาสู่ สาธารณะ ซึ่งความเห็นของกรรมาธิการบางท่านก็ทำให้ดิฉันและประชาชนหลายคน ผิดหวัง เพราะกว่า ๓๐ ปีที่ผ่านมามีการกระทำความรุนแรงต่อประชาชนผ่านการอ้าง ความชอบธรรมของกฎหมาย ทำร้ายกันด้วยนิติสงคราม ทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่ามีคนเจ็บ มีคนตาย มีคนโดนคดีที่ยังไม่ได้มีกระบวนการค้นหาความจริง เพื่อนิรโทษกรรมให้คนเป็น และคืนความยุติธรรมให้คนตาย สะท้อนให้เห็นชัดว่า ประเทศ ของเรากำลังขาดหลักประกันเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคน เพียงแค่สถานการณ์ ทางการเมืองที่เป็นอยู่ตอนนี้นะคะ นับตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ มีคนเจ็บปวดจากการถูกดำเนินคดี ทางการเมืองมากกว่า ๑,๙๕๙ คน จาก ๑,๓๐๕ คดี มีผู้ที่ยังถูกจับกุมคุมขังในเรือนจำกว่า ๔๑ คน ทั้ง ๆ ที่เขาเหล่านี้เป็นเพียงผู้ที่มีความคิดเห็น ต่างจากผู้มีอำนาจ ออกมาใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น แน่นอนค่ะ เรื่องนี้ยังคงเป็นที่ ถกเถียงกันอยู่ในสังคม ซึ่งเราจำเป็นจะต้องฟังความเห็นให้รอบด้านทั้งฝ่ายที่เห็นด้วย และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย กระบวนการนี้ใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน หากแต่ไม่ใช่ว่าฝ่ายบริหาร จะทำอะไรไม่ได้เลย หากรัฐบาลมีจุดมุ่งหมายในการคลี่คลายความขัดแย้งจริง ๆ ดิฉันยังจำ ได้ดีนะคะท่านประธานว่า นายกรัฐมนตรีแพทองธารเคยให้สัมภาษณ์ก่อนเลือกตั้งว่า หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะขอความเมตตาต่อศาลว่ามีน้อง ๆ ผู้เห็นต่างทางการเมือง ติดอยู่ในนั้น ขอให้มีการปล่อยตัว จนถึงวันนี้ค่ะ พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลมากกว่า ๑ ปีแล้ว ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซ้ำร้ายยังมีคนโดนคดีมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ดิฉันเองก็เคยได้ร่วมเสนอ ความเห็นต่อรัฐบาลคุณเศรษฐาไปในครั้งการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๒ วันที่ ๕ เมษายนที่ผ่านมา ในประเด็นนิติรัฐนิติธรรมถึงสิ่งรัฐบาลทำได้เลย โดยไม่ต้องรอสภาผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมก็คือ การกำหนดการยุติความขัดแย้งในสังคมให้ เป็นวาระสำคัญค่ะ ออกเป็นมติ ครม. ขอความร่วมมือจากหน่วยงานในองค์กรกระบวนการ ยุติธรรมตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ท่านประธานคะ ในวันนี้ดิฉันจะขอย้ำอีกสักครั้งให้เป็น ข้อสังเกตไปในรายงานฉบับนี้ด้วย ก็คือในชั้นตำรวจเองรัฐบาลสามารถออกคำสั่งให้มีการ กลั่นกรองคดี ไม่ให้มีการฟ้องร้องมั่วจากผู้ขัดแย้งทางการเมือง ตรวจสอบการยัดข้อหา รุนแรงเกินจริงที่ไม่ได้สัดส่วนกับพฤติการณ์ ชะลอคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง คืนสิทธิ การประกันตัวให้ตั้งแต่ชั้นตำรวจ ในชั้นอัยการท่านก็ทำได้ค่ะ โดยอาศัยระเบียบสำนักงาน อัยการสูงสุด ว่าด้วยการสั่งคดีอาญาที่จะไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน หรือจะมีผลกระทบ ต่อความปลอดภัย หรือความมั่นคงของชาติหรือต่อผลประโยชน์อันสำคัญของประเทศ ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งก็เคยมีการใช้ระเบียบข้อนี้ถอนฟ้อง หรือไม่สั่งฟ้องในคดี ความมั่นคงต่าง ๆ มาแล้ว ในระเบียบก็บอกว่าถ้าเป็นคดีความมั่นคงรัฐบาลออกนโยบายได้ อัยการใช้ช่องทางนี้ได้ และแม้ในขณะนี้ที่เรากำลังพิจารณารายงานแนวทางการออก กฎหมายนิรโทษกรรม ภาคประชาชนเองก็ได้ยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด ให้มีคำสั่งชะลอ การสั่งฟ้องคดี หรือใช้ดุลยพินิจไม่สั่งฟ้องคดีจากการชุมนุมทางการเมือง หรือแม้กระทั่ง ในชั้นศาลค่ะ ดิฉันก็เชื่อว่าถ้าหากรัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนเรื่องนี้เพื่อประโยชน์สาธารณะ เพื่อยุติความขัดแย้งรุนแรงในสังคม มันจะมีส่วนที่ทำให้ฝ่ายตุลาการสามารถพิจารณาคดี ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ถูกดำเนินคดีทางการเมืองได้ ย้ำอีกครั้งว่านี่ไม่ใช่การแทรกแซงอำนาจ ตุลาการ ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาก็เคยมีการใช้แนวทางนี้แล้ว ดังนั้น ข้อเสนอเหล่านี้ไม่ใช่ การทำอะไรที่พลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน แต่มันคือการแสดงเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ว่า หากรัฐบาลต้องการยุติความขัดแย้งรุนแรงในสังคม พาประชาชนทุกคนก้าวไปข้างหน้า โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแท้จริง ท่านประธานคะ หลังจากที่ดิฉันได้ฟังความเห็นของ เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ดิฉันอยากจะขอให้เพื่อนสมาชิกย้อนกลับมาดูที่จุดประสงค์ของ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขึ้นมาว่า เราต่างก็เห็นตรงกันว่าการนิรโทษกรรม กลับเป็นการคลี่คลายความขัดแย้งของสังคม ซึ่งความขัดแย้งในสังคมจะถูกคลี่คลายลงได้นั้น เราจำเป็นจะต้องรวบรวมเอาทุกความขัดแย้งขึ้นมาพิจารณา การนิรโทษกรรมโดยที่ไม่รวม คดีความที่อ่อนไหวเป็นเรื่องที่เปล่าประโยชน์ค่ะ การละเลยผู้ที่ถูกดำเนินคดีอาญา มาตรา ๑๑๒ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบที่หนักที่สุด ณ เวลานี้ถือเป็นการเพิกเฉยต่อ จุดมุ่งหมายของการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้มาเลยด้วยซ้ำ ดิฉันขอฝาก ท่านประธานสื่อสารไปยังคณะกรรมาธิการชุดนี้ ว่าการที่เราจะพาสังคมก้าวไปข้างหน้าได้ ฝากบอกเพื่อนสมาชิกทุกท่านในที่นี้ว่า การที่สังคมจะสร้างความปรองดองได้ โดยไม่ติดใจ กับอดีต ยุติความขัดแย้งรุนแรงได้นั้น เราต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังค่ะ เมื่อท่านเข้ามาถือ อำนาจรัฐแล้ว หรือเมื่อท่านมีโอกาสในการที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงแล้ว ท่านต้องสร้าง บรรยากาศแห่งการอำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นจริงในสังคม เพราะคดีเหล่านี้ที่เกิดขึ้น เป็นคดีการเมือง เป็นคดีที่ถูกกำหนดโดยนโยบายของฝ่ายการเมือง มันเป็นความผิดได้ เพราะคิดเห็นต่างจากรัฐที่ถืออำนาจในช่วงเวลานั้น ๆ เขาเหล่านั้นไม่ได้ฆ่าใครตายค่ะ เพราะฉะนั้นรัฐเองที่ทำหลักการหล่นหายเขาจึงออกตามหา สิ่งที่รัฐตอบแทนคือคดีอาญาค่ะ ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นตัวแทนเจตจำนงของพวกเราทุกคน ในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อผลักดันให้เกิดร่างกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชนโดยเร็ว เพื่อยืนหยัดศักดิ์ศรีของฝ่ายนิติบัญญัติตามสิทธิเสรีภาพภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่จะพา สังคมก้าวข้ามความขัดแย้งไปได้อย่างสง่างาม ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธนกร วังบุญคงชนะ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตที่จะร่วมอภิปรายในการพิจารณาศึกษาแนวทาง การตรา พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ท่านประธานครับ ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม แก่บุคคลที่กระทำ ความผิดอันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมือง มีจุดมุ่งหมายในการแก้ปัญหา ความขัดแย้งในทางการเมือง เพื่อสร้างความปรองดองของคนในชาติ ผมเองไม่ได้ขัดข้องครับ ท่านประธาน แต่กฎหมายฉบับนี้ต้องไม่รวมถึงความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ท่านประธานที่เคารพ พ.ร.บ. นิรโทษกรรมถูกออกแบบมาเพื่อยกเว้นโทษสำหรับความผิดทาง การเมือง เพราะฉะนั้นแล้วมาตรา ๑๑๒ มันไม่เกี่ยวกับการเมือง เพราะฉะนั้นพรรครวมไทยสร้างชาติ จะคัดค้าน แล้วก็ไม่เห็นด้วยอย่างถึงที่สุด ท่านประธานที่เคารพ มาตรา ๑๑๒ จะต้องไม่ได้รับ นิรโทษกรรม เพราะว่าไม่ใช่แรงจูงใจทางการเมือง รัฐธรรมนูญระบุไว้อย่างชัดเจนใน มาตรา ๖ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของรัฐ เป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะ กล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้ เพราะฉะนั้นแล้วก็เขียนไว้อย่างชัดเจน ที่ผ่านมาท่านประธานเห็นไหมครับว่า ล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคในการที่จะ ยื่นแก้มาตรา ๑๑๒ เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าเราไปนิรโทษกรรมมาตรา ๑๑๒ ผมว่ามันหนักกว่า และพูดไปถึงอนาคตเลยนะครับว่า วันนี้นักร้องเยอะแยะมากมาย ผมไม่มั่นใจนะครับว่า ถ้าเราปล่อยเรื่องนี้ไป มันจะทำให้เราถูกร้องในเรื่องจริยธรรมหรือไม่ ตรงนี้ต้องไปดู และผม ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับท่านประธาน วันนี้ถ้าเราไปดู พี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ๗๐ กว่า ล้านคน มีคนที่โดนคดีมาตรา ๑๑๒ ประมาณ ๓๐๐ กว่าคดี ผมเห็นใจเยาวชนน้อง ๆ หลายคน แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเหล่านี้ ผมไม่เห็นออกมาแสดงความรับผิดชอบอะไรเลย ปล่อยให้เยาวชนติดคุกตั้งเยอะแยะมากมาย ผมมีโอกาสได้เจอน้องอยู่คนหนึ่ง ขออนุญาต ที่เอ่ยนามนะครับ ไบรท์ ชินวัตร วันนี้อยู่ในคุก ก่อนที่จะติดคุกได้เจอเขา เขาสำนึกผิดแล้ว ท่านประธาน ก็น่าเห็นใจนะครับ แต่หลายท่านที่โดนคดีต่าง ๆ ก็เดินทางออกนอกประเทศ สบาย ๆ ไป ผมเองเห็นใจน้อง ๆ เยาวชนเหล่านี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้มันกระทบ ต่อความมั่นคงของประเทศ เพราะเป็นการลดความสำคัญของการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศอย่างชัดเจนที่สุด เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าผลการศึกษาที่ออกมามันเป็นสารตั้งต้นเหมือนที่กรรมาธิการพูด แต่ว่าถ้าเราส่งเรื่อง ไปให้กับ ครม. นั่นละสารตั้งต้น เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๑๑๒ ต้องได้รับโทษ โดยร่างกฎหมายฉบับนี้ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่า การนิรโทษกรรมแก่บุคคลต้องไม่รวมการ กระทำความผิดในมาตรา ๑๑๒ และต้องเขียนไว้ให้ชัดเลยในมาตรา ๔ มิให้การกระทำ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ได้รับการนิรโทษกรรม อันนี้ต้องเขียน ให้ชัดเลยนะครับ🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน ผมเองไม่ได้ไม่เห็นด้วยกับการศึกษาในหลาย ๆ ประเด็น แต่ผมไม่เห็นด้วยประเด็นเดียวก็คือ การนิรโทษกรรม ความผิดมาตรา ๑๑๒ วันนี้ ผมคิดว่ารัฐบาลเอง ผมเองเป็นพรรคร่วมรัฐบาล มันมีหลายอย่างที่ต้องไปทำความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในเรื่องปากท้อง ในเรื่องเศรษฐกิจ ก็ต้องแก้เป็นอันดับแรก และท่าน นายกรัฐมนตรีท่านนี้ ผมว่าทำถูกแล้ว ที่ไปโอนเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ไปแล้ว ๑๔.๕ ล้านคน และเดี๋ยวได้ข่าวว่าจะทำในเรื่องของคนละครึ่งอีก อันนี้ถูกต้องที่สุดท่านประธาน มันจะต้อง รีบทำ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนรออยู่ การนิรโทษกรรมผมคิดว่ามันไม่ใช่ เรื่องเร่งด่วนสำหรับผม ความเดือดร้อนของประชาชน ๗๐ กว่าล้านคน มันเร่งด่วนกว่า เพราะฉะนั้นทำไปเถอะครับ โครงการคนละครึ่ง อย่าไปทำแค่ ๒ จังหวัด ทำไปทั้งประเทศ เลยท่านประธาน เพราะฉะนั้นแล้วนี่ผมคิดว่าวันนี้เรื่องที่สำคัญนี่ต้องทำก่อน และผมก็ไม่ได้ว่าไม่เห็นใจน้อง ๆ เยาวชน เห็นใจนะครับ แต่ที่ผ่านมานี่ ส่วนใหญ่ ๓๐๐ กว่าคน ๓๐๐ กว่าคดีนี่เป็นการกระทำ ความผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่านประธาน ไม่ได้มีความสำนึกอะไรเลย แต่คนที่อยู่เบื้องหลังนี่ ผมคิดว่าต้องไปแก้ คนเหล่านั้นควรที่จะไปบอกน้อง ๆ เลยนะครับว่าการกระทำอย่างนี้มันไม่ ถูกต้อง สถาบันอยู่เหนือการเมือง แล้วไม่ได้เกี่ยวกับการเมืองเลย ผมไม่เชื่อเลยว่าถ้าเรื่องนี้ ไม่มีคนอยู่เบื้องหลังน้อง ๆ เหล่านั้นจะออกมา แล้วเป็นอย่างไรบางคนก็ไปใช้ชีวิตอย่างสบาย ที่ต่างประเทศ ปล่อยให้หลายคนยังอยู่ในคุก ยินดีกับสิ่งเหล่านี้หรือครับ ผมเชื่อว่าวันนี้เรา เห็นใจ หลายคนผมเห็นใจมากน้อง ๆ นี่ เพราะว่าหลายคนก็ถูกชักชวนมา เพราะฉะนั้น เหมือนที่ท่านคณะกรรมาธิการพูด วิธีการแก้ก็คือว่าพวกท่านต้องไปทำความเข้าใจกับ น้อง ๆ เหล่านี้ว่าอย่าให้มันเกิดขึ้นอีก เพราะฉะนั้นแล้วนี่ผมคิดว่า วันนี้สภาแห่งนี้จะต้อง เข้าใจในเรื่องนี้ ผมไม่ได้ว่าไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง การชุมนุมต่าง ๆ ผมเห็นด้วยท่านประธาน แต่มีเรื่องเดียวที่ไม่เห็นด้วยและจะคัดค้านให้ถึงที่สุด ก็คือการ นิรโทษกรรมในคดีมาตรา ๑๑๒ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เหลืออีก ๓ ท่าน ท่านละ ๕ นาที ท่านอัครเดชอย่างไรก็เอา ๕ นาทีตามเขา กระชับนะครับ สุดท้ายแล้ว ต่อไปท่านไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ก่อนนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ปูอัด ไชยามพวาน ผู้แทนราษฎรจอมทอง ท่าข้าม บางขุนเทียน ท่านประธานครับ ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงครับ ผมมีสไลด์อยากจะเตือนสติของรัฐบาลนะครับ ว่ารัฐบาลได้ประกาศว่าจะยึดหลักนิติธรรม ความโปร่งใสและสร้างกฎหมายให้เข้มแข็ง🔗
วันนี้ท่านประธาน ผมจะพามาดูสไลด์ในส่วนของมาตรา ๑๑๒ ที่วันนี้ถูกดำเนินคดีทั้งหมดกี่คน ๒,๙๘๕ คดี ในปัจจุบันที่มีคดีนี้อยู่ แล้ววันนี้ในรายงานก็บอกว่าได้แบ่งสัดส่วนคดีหลัก คดีรอง ๓ อย่าง ผมจะมาพูดให้ฟังเพื่อพี่น้องประชาชนจะได้ฟังด้วย🔗
คดีหลัก ความผิดต่อความมั่นคงของราชอาณาจักรข้อหากบฏ🔗
คดีรอง ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญาและคดีแพ่ง และ🔗
คดีที่มีความอ่อนไหว นั่นก็คือกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ที่กรรมาธิการ ส่วนใหญ่นั้นไม่เห็นด้วย🔗
ผมมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ดังนี้ ๑. ประชุม ๖ เดือน เชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาแค่ ๑ ครั้ง ๒. การดึงจำนวนคดีจากศาลที่ไม่สะท้อนต่อคดีทางการเมือง ไม่ขอจำนวนคดี มาตรา ๑๑๒ นี่ก็เป็นการกีดกันตั้งแต่ต้นทาง ๓. ไม่มีการพิจารณาจำนวนผู้ต้องขัง ทางการเมืองที่จะสะท้อนมากกว่าว่า นี่คือคดีมาตรา ๑๑๒ ที่มีจำนวนมาก และยังดำเนินอยู่ ในปัจจุบัน ๔. การแบ่งคดีหลักและคดีรอง ถ้าดูตามเกณฑ์จริง ๆ คดีมาตรา ๑๑๒ นี่ เข้าทั้งหมด ๕. คณะกรรมการกลั่นกรองแบบผสมผสานที่มีกรรมาธิการมาศึกษา ที่ให้ แต่ละหน่วยงานรวบรวมคดีทางการเมืองมานั้นเป็นไปไม่ได้ว่าจำนวน ๒ ล้านคดีจะสามารถ กลั่นกรองได้ และแน่นอนครับ เพราะคดีการเมืองนั้นจริง ๆ มีแค่หลักหมื่นเท่านั้น ๖. คำนิยามในรายงานที่มีแค่แรงจูงใจทางการเมืองอาจจะทำให้คนตกหล่นถึง ๓ กลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพลเรือนที่ถูกดำเนินคดีในศาลทหาร ทหารจำนวนหนึ่งที่คดีความไม่สามารถ อุทธรณ์ ฎีกาได้ เพราะประกาศกฎอัยการศึก คดีมาตรา ๑๑๒ ที่เป็นคดีจิตเวช ๗. นิรโทษกรรม มาตรา ๑๑๒ แบบมีเงื่อนไขก็ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า เงื่อนไขคืออะไรแบบไหนอย่างไรก็ ไม่ชัดเจนเลย ๘. ปฏิเสธไม่ได้ครับ ถ้าการนิรโทษกรรมนี้ไม่รวมมาตรา ๑๑๒ มีใคร พูดไหมครับว่าจะขจัดความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบันได้🔗
ท่านประธานครับ มี สส. ท่านหนึ่งเขาไปออกสื่อ เขาบอกว่าเขาคัดค้าน ถึงที่สุดไม่ให้รวมนิรโทษกรรม มาตรา ๑๑๒ อย่างเด็ดขาด โดยอ้างจากศาลรัฐธรรมนูญ คดีตัดสินยุบพรรค ไม่ว่าจะเป็นการเซาะกร่อน บ่อนทำลายและล้มล้างการปกครอง ผมถาม ท่านประธานกลับแบบนี้เลยนะ คนที่ถูกตั้งข้อหาคดีกบฏที่มีการทำลายการปกครอง ที่มีการ ฉีกรัฐธรรมนูญที่มีความผิดต่อความมั่นคงต่อราชอาณาจักร ทำไมเขาถึงมีโอกาสได้รับ การนิรโทษกรรมมากกว่า ท้ายที่สุดท่านประธาน วันนี้ที่เราพูดกันมันชัดแล้วว่าจะรวม นิรโทษกรรม ๑๑๒ ไหมในอนาคต มันก็คงชัดเจน ผมก็อยากจะพูดกับท่านประธาน เพื่อฝากไปถึงพี่น้องประชาชนครับ ว่ามันริบหรี่แล้วจริง ๆ แต่ผมไม่อยากให้พี่น้องทุกคนนั้น หมดหวัง เพราะถ้าไฟแห่งความหวังนั้นดับลง เส้นทางข้างหน้าคงไม่มีวันไปถึงแน่นอนครับ การที่จะเริ่มต้นใหม่ หรือจะทิ้งพวกเขาไว้ข้างหลังนั้น ไม่ได้มีอยู่เพียงแค่ภายในรัฐสภา แต่พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือเสียงของพี่น้องทุกคนว่ายังคงดังพอในการเรียกหา ความเปลี่ยนแปลง ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี สภายินดีต้อนรับนะครับ ต่อไปท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ๕ นาที เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตในที่ประชุมแห่งนี้ ได้อภิปรายจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ในการที่จะลงมติไม่เห็นด้วยกับรายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ที่ส่งเข้ามาให้สภาแห่งนี้ได้รับทราบ แล้วก็ได้ลงมติกัน เหตุผลที่ไม่เห็นด้วย เนื่องจาก พรรครวมไทยสร้างชาติเราได้ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค โดยมีท่าน หัวหน้าพรรค ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รวมถึงท่านเลขาธิการพรรค ท่านเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เราได้พิจารณารายงานฉบับนี้ครับว่าที่เราไม่เห็นด้วย เพราะว่ารายงานฉบับนี้ไม่มีความสมบูรณ์ แล้วเราก็เลยขอให้ทางกรรมาธิการได้เอารายงานฉบับนี้ได้กลับไปทบทวนใหม่ โดยผ่านกลไกของวิปรัฐบาล แต่ว่าทางกรรมาธิการก็ได้ส่งรายงานฉบับนี้เข้ามาให้ทางสภา แห่งนี้ได้มาอภิปรายแล้วก็ลงมติกัน ก็ไม่เป็นไรครับ เราก็เคารพในความเห็นของกรรมาธิการ โดยเฉพาะท่านประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งผมเองก็มีความเคารพท่าน ท่านอาจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล ซึ่งท่านก็ตั้งใจทำผลการศึกษารายงานฉบับนี้ให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณาเพื่อเป็นทางออก ให้กับประเทศ ท่านประธานครับ ที่ทางพรรครวมไทยสร้างชาติเห็นว่ารายงานฉบับนี้ ไม่สมบูรณ์ เพราะว่ารายงานฉบับนี้ขาดข้อสรุป เพราะว่าผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการ ได้เสนอแนวทาง ๑. คือให้นิรโทษกรรมรวมมาตรา ๑๒๒ ๒. ไม่นิรโทษกรรม มาตรา ๑๑๒ ๓. นิรโทษกรรมแบบมีเงื่อนไข โดยมีคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา ซึ่งทั้ง ๓ แนวทางนี้ ทางพรรครวมไทยสร้างชาติมองว่ามันเป็นรายงานแบบปลายเปิด ซึ่งจะส่งให้ทางสภาของเรา ได้ลงมติ แล้วก็ส่งให้ทางรัฐบาลไปดำเนินการ ทางพรรครวมไทยสร้างชาติก็มีความเห็นว่า ถ้าเราได้ลงมติเห็นชอบหรือรับทราบรายงานนี้ไป ก็อาจจะสร้างความเป็นธรรมให้กับทาง รัฐบาลได้ว่าที่มีการนิรโทษกรรม มาตรา ๑๑๒ ไป เพราะว่าทางกรรมาธิการที่ศึกษาร่างตรงนี้ ได้เห็นชอบแล้วโดยสภาแห่งนี้ว่าให้มีการพิจารณา ๓ แนวทาง ฉะนั้นทางรัฐบาลจะเลือก แนวทางใดแนวทางหนึ่งก็ได้ ซึ่งมันขัดจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมผู้ที่ละเมิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ แล้วเรา ก็แสดงจุดยืนอย่างนี้มาชัดเจนครับ อันนี้คือจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งอยากจะ กราบเรียนท่านประธาน แล้วที่สำคัญทางศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่าการที่จะ ดำเนินกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ ที่เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมตามมาตรา ๑๑๒ ก็ดี หรือการกระทำเกี่ยวกับมาตรา ๑๑๒ หรือการทำกิจกรรมทางการเมืองเกี่ยวกับมาตรา ๑๑๒ ทางสภาของเรา แล้วก็กลไกที่เกี่ยวข้องต้องมีความระมัดระวัง เพราะว่าอาจจะผิดกฎหมายได้ อันนี้คือสิ่งที่ทางพรรครวมไทยสร้างชาติมีความเห็นที่จะไม่ลงมติในการรับรายงานฉบับนี้ ทั้งข้อสังเกต แล้วก็ในส่วนของการรับทราบ🔗
ต่อมาครับท่านประธาน พรรครวมไทยสร้างชาติไม่ได้ปฏิเสธการนิรโทษกรรม นะครับ พรรครวมไทยสร้างชาติได้เสนอกฎหมาย พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งตอนนี้ บรรจุเข้ามาในสภาแห่งนี้แล้ว กฎหมายฉบับนี้ของพรรครวมไทยสร้างชาตินั้น เป็นกฎหมาย ที่ต้องการนิรโทษกรรมผู้ที่ได้รับความผิด ซึ่งมีเหตุจูงใจจากการเมือง แต่ไม่รวม ๓ มูลเหตุ🔗
๑. ก็คือการละเมิดกฎหมายมาตรา ๑๑๒ ต่อสถาบันอันเป็นที่รักของเราและ เป็นสถาบันหลักของชาตินะครับ อันนี้เราไม่รวมแน่นอนแล้ว เราก็ยืนยันที่จะคัดค้านอย่างถึง ที่สุด ที่จะมีการนิรโทษกรรม มาตรา ๑๑๒🔗
๒. คดีที่เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันเราก็จะไม่นิรโทษกรรมให้ เพราะว่า พรรครวมไทยสร้างชาตินั้นต่อต้านการทุจริต เราจะสร้างการเมืองใสสะอาด ฉะนั้นการนิรโทษกรรม จากการทุจริตคอร์รัปชันเราก็จะไม่นิรโทษกรรม ในกฎหมาย พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข🔗
๓. ที่สำคัญก็คืออาญาร้ายแรงกรณีฆ่าคนตาย อันนี้ก็คือสิ่งที่เราคิดว่า เป็นสิ่งที่ทางพรรครวมไทยสร้างชาติได้เสนอกฎหมายเข้ามา แล้วก็อยากให้สภาแห่งนี้ได้ผ่าน กฎหมายสร้างสังคมสันติสุข หรือกฎหมายนิรโทษกรรม ฉบับของ รทสช. หรือรวมไทยสร้างชาติ🔗
ฉะนั้นโดยสรุปท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานสักนิดหนึ่งว่า ทางพรรครวมไทยสร้างชาติจะสนับสนุนกฎหมายนิรโทษกรรม ผ่าน พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคม สันติสุข แต่ไม่เห็นด้วยกับรายงานของคณะกรรมาธิการฉบับนี้ ที่สร้างปลายเปิดซึ่งจะนำมาเหตุ ที่จะสร้างความไม่สบายใจ หรืออาจจะสร้างความวุ่นวายในอนาคตให้กับสังคมได้ ฉะนั้น จึงขออนุญาตในที่ประชุมแห่งนี้ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ สมาชิกของเราทั้ง ๓๖ เสียง จะลงมติ ไม่รับรายงานของกรรมาธิการ และไม่เห็นชอบกับข้อสังเกตของกรรมาธิการ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านสุดท้ายครับ ท่านชุติพงศ์ พิภพภิญโญ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดระยอง วันนี้ขอร่วม อภิปรายเรื่องรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตรา พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมของสภาผู้แทนราษฎร แต่ก่อนอื่นผมขอเกริ่นไปถึงเรื่อง การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกต่อเล่มรายงานฉบับนี้ ซึ่งหลายท่านที่ได้ลงมาอภิปรายก็ได้ อภิปรายจนผมงงว่านี่เราอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร หรือว่าอยู่ในสภา Tarzan โหนกันเหลือเกิน ตอนนี้ผมงงจริง ๆ เพราะว่าพูดแต่ละเรื่องท่านกรรมาธิการบางท่านก็ชี้แจงแล้ว ท่านรังสิมันต์ ก็ชี้แจงแล้วว่าเราคุยเรื่องรายงานการพิจารณาเสนอแนวทางการตราพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรม ไม่ได้คุยเรื่องการแก้ ๑๑๒ ผมว่าท่านรังสิมันต์อาจจะต้องลุกขึ้นมาชี้แจงอีกรอบหนึ่ง ท่านกรรมาธิการที่อภิปรายเมื่อสักครู่จะได้เข้าใจ🔗
มาพูดถึงเรื่องรายงานกันบ้างครับ ในส่วนของรายงานของคณะกรรมาธิการ วิสามัญ ผมเปิดอ่านดู อย่างเรื่องแรกเป็นเรื่องของข้อเสนอที่อยู่ในหน้า ๘ ว่าด้วยเรื่อง ฐานความผิดในการนิรโทษกรรม ผมว่าทางกรรมาธิการก็มีความเห็นที่แตกต่างหลากหลาย แล้วก็ได้บันทึกข้อเสนอไว้ทั้งหมด ข้อเสนอที่ ๔.๑ แนวทางที่ ๑ คือไม่นิรโทษกรรมให้กับ ผู้ที่กระทำความผิดทุกฐานความผิด เหมือนนิรโทษกรรมที่ไม่นิรโทษกรรมเหมือน Getsunova ประมาณนั้น ๔.๒ แนวทางที่ ๒ นิรโทษกรรมให้กับผู้กระทำทุกฐานความผิด และ ๔.๓ แนวทางที่ ๓ คือควรมีการกำหนดอย่างชัดแจ้งว่า นิรโทษกรรมเรื่องใดบ้าง และไม่เรื่องใดบ้าง ผมว่าเขาก็ไม่ได้ฟันธงในรายงานว่าควรจะทำแบบไหน อยู่ที่รัฐบาลจะ รับเรื่องนี้ไปแล้วก็ทำแบบใด ซึ่งรายงานเราก็จัดทำผ่านพรรคการเมืองทุกพรรค ผ่านบุคคลภายนอกที่เข้ามานั่งเป็นกรรมาธิการและหาความเห็นร่วมกัน น่าเสียดาย ๑ อย่างคือ การเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีการเชิญแค่ ๑ ครั้ง ซึ่งการเชิญ ๑ ครั้ง ก็เชิญเอาผู้ที่ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่จะต้องนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง เพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง ทั้งหมดมาพูดคุยกัน แต่ไหน ๆ ก็เชิญมาแล้ว ผมเองก็คิดว่าก็ควรจะเอาบางส่วนของ ความเห็นที่อยู่ในเล่มรายงานนี้ขึ้นมาอ่านให้ฟังกัน โดยผมก็อยากจะหยิบเอาความเห็น ในส่วนของหน้าที่ ๒ ของท่านณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผมขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ แต่ว่าอยู่ ในรายงานก็ต้องขอพูดนิดหนึ่งว่า อันนี้คือน่าจะเป็นผู้ที่ทำงานอยู่กับฝั่งรัฐบาลตอนนี้เป็น ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ก็บอกว่าก็ควรจะมีการคลี่คลายความขัดแย้งด้วยการนิรโทษกรรม มาตรา ๑๑๒ เหมือนกัน คือผมเองก็รู้สึกว่าแม้แต่ในพรรคเดียวกัน บางพรรคก็มีการให้ความเห็นที่แตกต่าง หลากหลาย ซึ่งเป็นความสวยงามตามระบอบประชาธิปไตยครับ เป็นเรื่องที่ประชาชนให้ ความเห็นต่อกรณีที่เราตั้งกรรมาธิการศึกษาไว้ในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอแนวทางไปยัง รัฐบาลให้หยิบไปใช้ ดังนั้นผมก็เลยสงสัยว่าเหตุใดจึงต้องมีการพยายามยับยั้งไม่ให้รายงาน ฉบับนี้ที่สภาศึกษามาแล้ว ทำข้อเสนอแบบเปิดกว้างไว้แล้ว มีความเห็นอันแตกต่างหลากหลาย ตามระบอบประชาธิปไตยส่งไปถึงมือรัฐบาล โดยเฉพาะความพยายามยับยั้งครั้งนี้มาจาก ฟากฝั่งรัฐบาลกันเอง ผมสงสัยเป็นอย่างยิ่งเหตุใดจึงไม่อยากจะให้มีการคุยกันเรื่องนี้ในรัฐบาล ผมว่าตามขั้นตอนเถอะครับ รายงานเราก็ทำออกไปหลายฉบับ หลายฉบับก็เป็นประโยชน์ และถ้าเป็นประโยชน์แล้วรัฐบาลจะหยิบไปใช้เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ตามนโยบายที่ทาง ครม. มาแถลงไว้ในสภาแห่งนี้ เหตุใดสภาจึงต้องยับยั้งเอาในรายงาน ทำไมเราไม่ยับยั้งเรื่องนี้กันตั้งแต่ตอนแถลงนโยบาย เรื่องนี้พิจารณากันให้ถี่ถ้วนครับ เป็นความจำเป็นจริง ๆ เพราะต่อให้ไม่ส่งรายงานไปความขัดแย้งก็ยังอยู่ ต่อให้ไม่ส่งรายงานไป ผมว่าผู้ที่ไม่ให้ความเห็นเมื่อสักครู่ที่ผมพูดถึงคือท่านณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ตอนนี้ก็ถูกแต่งตั้ง เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีไปแล้วก็คงให้ความเห็นได้ ดังนั้นครับ เอาความเห็นที่หลากหลาย ของทุกพรรค ทุกภาคส่วนส่งให้รัฐบาลเถอะครับ และเราในฐานะพรรคการเมืองก็ยืนยันว่า วันนี้ถ้ามีความเห็นที่แตกต่างกัน ในสภาแห่งนี้วันนี้ผมเห็นก็อุ่นหนาฝาคั่งถ้าจะต้องลงมติ เดินหน้าให้ความเห็นทางพวกเราพรรคประชาชนพร้อมครับ ก็ขอฝากท่านประธานว่าเรายังมี อีกหลายอย่างที่ต้องเดินหน้าต่อในสภาแห่งนี้ มีญัตติ มีรายงานอีกหลายอย่างที่เราต้อง ทำงานกันต่อไป และสัปดาห์หน้าก็งดประชุมวันพุธอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามไม่ควรจะทำให้ ทุกอย่างในการพิจารณาล่าช้า จึงฝากท่านประธานวิงวอนจริง ๆ นะครับ อย่ารีบปิดประชุม เดินหน้าให้ถึงที่สุดเอาให้เต็มที่พวกผมพร้อมอยู่ครับ เอากันให้เต็มที่เลยเราจะได้ทำงาน ให้สมกับภาษีที่พี่น้องประชาชนจ่ายมาให้เรา ก็อภิปรายประมาณนี้ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ มีการเห็นต่างกันเยอะนะครับ ผู้เห็นต่างก็คือเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แล้วก็ผู้ชี้แจงก็ชี้แจงเต็มที่แล้ว วันนี้เป็นที่เข้าใจกันแล้วนะครับ เป็นที่เข้าใจทุกฝ่ายแล้ว คือถ้าท่านชี้แจงไปก็เหมือนเดิมนะครับ ชี้แจงหลายรอบแล้ว🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านประธานวิป🔗
ขอบคุณ ท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านครับท่านประธาน เป็นอย่างที่ท่านประธานแจ้ง นะครับว่า รายงานฉบับนี้ก็มีความทั้งเห็นพ้อง ทั้งเห็นต่างนะครับ ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องปกติ นี่ไม่ใช่รายงานฉบับแรกที่เราจำเป็นต้องลงมติกันว่าสภาแห่งนี้จะเห็นด้วยกับรายงาน ที่กรรมาธิการจัดทำมาหรือไม่นะครับ ดังนั้นเราอยู่ในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาครับ ท่านประธาน เรื่องใดที่เห็นไม่เหมือนกันก็ให้มีการลงมติ เสียงส่วนใหญ่ของสภาว่าอย่างไร ก็เป็นไปตามนั้น ถ้าผ่านก็คือผ่าน ไม่ผ่านก็คือไม่ผ่านครับ ของพวกเราพรรคประชาชนทุกคน อภิปรายแล้วก็เห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ และเราพร้อมที่จะอยู่ลงมติฉบับนี้ ผมดูจำนวนคนแล้ว ครบองค์ประชุมแน่นอนครับ ทางพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่มีการล้มองค์ประชุมแน่นอน ผมพร้อมลงมติ เสียงส่วนใหญ่ว่าอย่างไรเราพร้อมจะยอมรับครับท่านประธาน แต่อย่างไร ก็ตามผมคิดว่าก็ต้องให้โอกาสกรรมาธิการได้ชี้แจงเนื้อหาที่อาจจะเห็นต่าง ที่สมาชิก หลาย ๆ ท่านอาจจะเข้าใจผิดหรือเห็นไม่เหมือนกันนะครับ เพื่อให้เข้าใจให้ตรงกัน สุดท้าย อาจจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยก็ว่ากันไปตามมติของสภาครับ ผมขอให้ท่านประธานดำเนินการ ไปตามระเบียบวาระ เรายังมีญัตติด่วนเรื่องธุรกิจเครือข่ายที่อาจเป็นการฉ้อโกงประชาชน สังคมสาธารณะเขาจับตาดูอยู่ครับท่านประธาน เรายังมีวาระต่อไปที่เราจะต้องพิจารณากัน ขอให้ดำเนินการไปตามระเบียบวาระครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ผมอนุญาตให้ท่านชัยธวัช ๑ ท่านนะครับ เอาท่านเดียวพอครับ มันชัดเจนหมดแล้วครับ🔗
ท่านประธานคะ ขออนุญาต นิดหนึ่งค่ะท่านประธาน แนน บุณย์ธิดา สมชัย ค่ะ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานคะ คืออย่างนี้ค่ะ เมื่อสักครู่ที่ท่านปกรณ์วุฒิได้บอกท่านประธานในเรื่องการลงมติดิฉันเห็นด้วยค่ะ พรรคภูมิใจไทยก็พร้อมในการลงมติ เพราะว่าถ้าไม่อย่างนั้นแล้วถึงเราจะปิดไป ณ ตอนนี้ เปิดมาสัปดาห์หน้าก็ต้องลงมติอยู่ดีค่ะ เพราะฉะนั้นเราอยู่กันครบค่ะท่านประธาน เราสามารถลงมติได้ค่ะ ภูมิใจไทยพร้อมค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านชัยธวัช ผมอนุญาต🔗
ท่านประธานครับ หารือสักครู่ครับ ผมเกรงว่าท่านประธานอาจจะเข้าใจผิดครับ คือกรรมาธิการเกือบทั้งหมดเลยยังไม่ได้ชี้แจง เลยนะครับ เพราะว่าจริง ๆ แม้กระทั่งตัวผมเมื่อสักครู่นี้ผมแค่พูดเรื่องข้อเท็จจริง ที่มันคลาดเคลื่อนแค่นั้นเอง เพราะว่าแต่ละท่านเจตนาจะฟังท่านสมาชิกให้ครบก่อนที่จะ ชี้แจงหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วยในช่วงสุดท้ายนะครับ ดังนั้นขอความกรุณา ท่านประธานให้กรรมาธิการที่อยากจะมีประเด็นชี้แจง ซึ่งไม่ใช่ผมคนเดียวนะครับ แล้วก็ มาจากหลายพรรคด้วยได้ใช้เวลาให้เต็มที่เพื่อให้สมาชิกได้ฟังนะครับ ก่อนที่จะลงมติใด ๆ หลังจากนี้ครับ🔗
จะชี้แจงกี่ท่าน ก็ท่านชี้แจงมาหลายรอบแล้ว เอาใครก่อนครับ เชิญท่านครูมานิตย์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทยครับ จากจังหวัดสุรินทร์ครับ จริง ๆ อยากจะประท้วง ท่านประธานเสียด้วยซ้ำไป แต่ก็ไม่ประท้วงครับ แต่ผมคิดว่าเมื่อประธานสั่งให้อยู่โหวต ก็พร้อมโหวตครับ เพราะชื่อผมท่านประธานเห็นไหมครับมีด้วยในคนอภิปรายที่ไม่เห็นด้วย ผมก็ไม่เห็นด้วยครับ แต่เมื่อประธานบอกว่าอภิปรายกันมาเยอะแล้วกลัวจะซ้ำซ้อน กรรมาธิการก็ชี้แจงมาแล้ว แล้วเอกสารผมอ่านมา ๓ วันแล้วครับยังไม่จบ อย่างหนาเลย ผมคิดว่าเวลาพร้อมแล้วครับ ถ้าไม่อย่างนั้นพอกรรมาธิการชี้แจงข้างล่างก็สงสัยขึ้นไปอีก จริง ๆ ไม่ต้องชี้แจงหรอกครับ เพราะว่าท่านทำมากั๊กทั้งหมด ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ กั๊กทั้งนั้นเลย ก็คิดว่าเข้าใจได้แล้วนะครับท่านประธาน ผมคิดว่าลงมติเถอะครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานวิปฝ่ายค้านเชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ก็ด้วยความเคารพท่านครูมานิตย์นะครับ ผมคิดว่าเวทีสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ คือเป็น สถานที่ให้เราออกความคิดเห็นกันนะครับ ดังนั้นกรรมาธิการที่ทำรายงานมาก็ควรมีโอกาส ที่จะชี้แจงข้อสงสัย แล้วก็ข้อท้วงติงของสมาชิกทุกท่านนะครับ เมื่อสักครู่นี้อาจจะเป็น แค่รอบเดียว แล้วผมคิดว่าเรื่องนี้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง มีความเห็นต่างกันเยอะ อย่างไรก็ตามไม่ว่าท่านกรรมาธิการจะเห็นไปในทิศทางไหน ผมคิดว่าก็ควรจะให้โอกาส ท่านกรรมาธิการในการชี้แจงเนื้อหาที่อยู่ในรายงาน แล้วรวมถึงความคิดเห็นของท่าน ที่ปรากฏอยู่ในรายงานด้วยนะครับ ก็ไม่ได้มีแค่ตัวแทนของพรรคประชาชนครับ ผมคิดว่า ตัวแทนของพรรคที่ไม่เห็นด้วยกับในบางเรื่องก็ควรที่จะมีโอกาสได้ชี้แจงในสภาแห่งนี้เช่นกัน หลาย ๆ ท่านไม่ใช่ สส. ครับ ไหน ๆ เราได้ให้เกียรติ แล้วท่านก็ได้สละเวลามาเป็น กรรมาธิการแล้ว ผมก็ขอโอกาสให้ทุกท่านได้ชี้แจงครับ แล้วก็รออยู่ลงมติกันครับ ไม่มีปัญหา ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต หารือท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดราชบุรี ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ ท่านประธานก็บีบเวลาผม จริง ๆ ลงไว้ ๗ นาที ท่านก็บอก ๕ นาทีพอนะ ผมก็อภิปราย ทีนี้ กรรมาธิการก็ชี้แจงยาวกว่าที่พวกเราสมาชิกได้อภิปรายอีกนะครับ ถ้าท่านประธานปิด การอภิปรายแล้ว ท่านประธานก็ต้องปิดแล้วก็ลงมติเลยนะครับ ถ้าไม่อย่างนั้นท่านประธาน ให้อภิปรายไป แล้วแต่ละท่าน อย่างเมื่อสักครู่ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านกรรมาธิการ ท่านรังสิมันต์ โรม อภิปราย ๑๐ กว่านาทีครับท่านประธาน มากกว่าสมาชิก ๓ เท่านะครับ ถ้าท่านปล่อยอย่างนี้ยกมือกัน ๕-๖ คนนะครับ อภิปรายกันไม่มีหลักเกณฑ์อย่างนี้ผมว่าสภา ก็เดินต่อไปไม่ได้ ฉะนั้นสมาชิกไปลงชื่อท่านประธานก็ต้องให้ลงให้ลงชื่ออภิปรายต่อได้นะครับ เพราะว่าสมาชิกมาบ่นกับผมว่าไปลงชื่อนี่ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าปิดการอภิปรายแล้ว ถ้าอย่างที่ท่านประธานวิปฝ่ายค้านบอกว่า เวทีแห่งนี้เป็นเวทีรับฟังความคิดเห็น ก็ต้องลง อย่างเสรีไปเลย ไม่ใช่มาจำกัดอย่างนี้นะครับ ขออนุญาตเรียนท่านประธานครับว่า ถ้าอย่างนั้นก็จะได้ตั้งหลักเกณฑ์ในการอภิปรายใหม่ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ท่านกรรมาธิการจะให้โหวตเลยหรือว่าท่านจะชี้แจงก่อน คือมันชัดเจนแล้วนะครับ ทุกฝ่าย มองเห็นหมดแล้ว ข้อมูลพอสมควรแล้ว ยังมีอีกทางกรรมาธิการอีกหลายท่านจะขอชี้แจง ฉะนั้นวันนี้ไม่จบครับ ขอปิดประชุมครับ🔗