unknown · · 600 lines

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๐๓ นาฬิกา)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้หารือเรื่องความเดือดร้อน ของประชาชนตามข้อบังคับนะครับ โดยให้เวลาท่านละ ๒ นาที กรุณารักษาเวลาด้วยนะครับ ขอเชิญท่านแรกที่ได้ลงชื่อไว้ แล้วก็จะเรียงลำดับตามที่ท่านได้ลงชื่อนะครับ ท่านแรกขอเชิญ คุณนิกร โสมกลาง ครับ🔗

นายนิกร โสมกลาง นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ผม นิกร โสมกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๘ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอเอาเรื่องพี่น้องในเขตอำเภอพิมายและอำเภอชุมพวงมาหารือ ที่สภาแห่งนี้ ๔ เรื่องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ครับ ที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ทุก ๆ ปีสัปดาห์ที่ ๒ ของเดือนพฤศจิกายนจะมีการจัดงานเทศกาลเที่ยวพิมายครับ โดยความร่วมมือของ หลายภาคส่วนครับ โดยเฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม อบจ. อบต. เทศบาล และพี่น้องชาวอำเภอพิมายอย่างยิ่งใหญ่ทุกปีครับ ปีนี้จัดอยู่ระหว่างวันที่ ๖-๑๐ พฤศจิกายนครับ มีการแสดงแสงสีเสียงในปราสาทหินพิมาย มีการแข่งขันเรือยาว ชิงถ้วยพระราชทาน มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมเมืองโบราณพิมาย การขายอาหาร หลายอย่างมากครับ ผมอยากขอเชิญชวนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกและพี่น้อง ประชาชนที่ดูอยู่ทางบ้านครับ มาเที่ยวงานเทศกาล เที่ยวพิมายกันเยอะ ๆ นะครับ รับรองว่า งานแข่งเรือก็สนุก อาหารก็อร่อย การแสดงก็งดงามอลังการครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ที่โรงพยาบาลอำเภอชุมพวงครับ เป็นโรงพยาบาล ชุมชนที่มีผู้ป่วยวันละหลายร้อยคน แต่อาคารผู้ป่วยนอกปัจจุบันก็ก่อสร้างมาแล้วกว่า ๓๙ ปี ปัจจุบันแออัดมากครับ อยากขอท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงสาธารณสุขช่วยจัดสรร งบประมาณในการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกให้ด้วยครับ แล้วก็พร้อมกับจัดหาครุภัณฑ์ ทางการแพทย์ให้ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ครับท่านประธาน ที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอพิมาย ร่วมกับ โรงพยาบาลอำเภอพิมาย มีการดำเนินการโครงการโรงเรียนเบาหวานครับ เพื่อฝึกฝน ให้ความรู้ปรับพฤติกรรมผู้ป่วยโรคเบาหวานครับ ซึ่งผลที่ได้รับก็สามารถช่วยลดค่าใช้จ่าย รักษาพยาบาล ลดค่ายาได้เป็นอย่างมาก อยากขอท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงสาธารณสุข ช่วยหาแนวทางขยายโครงการดี ๆ แบบนี้ไปอำเภออื่น ๆ ให้ด้วยนะครับ เมื่อวันก่อน ผมไปเจอผู้ป่วยโรคเบาหวานที่โรงพยาบาลชุมพวงครับ ก็บอกว่าหากมีการอบรมดี ๆ แบบนี้ ก็อยากจะเข้าเรียน แล้วก็อยากจะหายป่วยด้วยครับ🔗

เรื่องสุดท้ายครับท่านประธานครับ ที่อำเภอพิมาย และอำเภอชุมพวง นอกจากพี่น้องที่มีอาชีพปลูกข้าวแล้วยังมีพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังครับ ตอนนี้ ประสบปัญหาผลผลิตราคาตกต่ำ สาเหตุหลัก ๆ มาจากโรคใบด่าง ตอนนี้แพร่ระบาดมาก ยังไม่มีมาตรการแก้ไขจากภาครัฐอย่างยั่งยืนครับ เดือดร้อนมาก อยากขอท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ช่วยคุยกัน ช่วยหารือกัน ช่วยหามาตรการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณสุรทิน พิจารณ์ ครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สส. บัญชีรายชื่อ ๓ เรื่อง ขอกราบเรียน ท่านประธานครับ🔗

เรื่องแรก ม็อบ ผรท. และผู้ได้รับผลกระทบจากการปราบปรามของรัฐ ตั้งแต่ เสียงปืนแตกครับ ท่านประธานครับ เดี๋ยวนี้มีพี่น้องประชาชนที่เป็นม็อบ ผรท. มาอยู่ที่ข้าง ทำเนียบ คลองเทเวศร์ ประมาณ ๒,๐๐๐ คน อยากฝากไปที่รัฐบาลเร่งรัดให้ออกคำสั่งดูแล ผู้ได้รับผลกระทบด้วยนะครับ ผู้รับผิดชอบคือสำนักนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ต้องขอขอบคุณท่านสมคิด ที่ดูแลทุกครั้งที่พี่น้องมา สมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ปัญหาน้ำท่วมในซอยบงกช ๕๐ ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ท่วมทุกปี ท่านประธานครับ ไม่เคยแห้งสักทีชาวบ้านเขาเดือดร้อน ร้องมาก็เงียบครับ ฝากไปที่ อบจ. ปทุมธานี ซึ่งเพิ่งเลือกตั้งเสร็จไปหมาด ๆ แล้วก็ กกต. รับรองนายก อบจ. เรียบร้อยแล้ว ผู้ร้องคือนายวิชัย สุดแสน ที่เป็นอู่ซ่อมรถแถว ๆ นั้นนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ โจรลักของชาวบ้านนะครับ ที่ปทุมธานีทุกอำเภอ ลักเครื่องสูบน้ำ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ชาวบ้านเอามาทำมาหากินปรากฏว่าเอาตั้งไว้เป็น ๑๐ ปีเพิ่งมา ลักตอนนี้ละ ฝากไปที่ตำรวจปทุมธานี ผู้การ แล้วก็ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดที่มี อปพร. ตอนกลางคืนอย่านอนหลับมากนัก ช่วยมาดูแลชาวบ้านด้วย ผู้ร้องคือนายมะนาว คงคากุล ผู้รับผิดชอบคือผู้บังคับการตำรวจปทุมธานีและผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณอลงกต มณีกาศ ครับ🔗

นายอลงกต มณีกาศ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์อลงกต มณีกาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคภูมิใจไทย🔗

เรื่องแรกครับ ท่านประธานครับ ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากท่าน สจ. ปรีชา อุดมา ท่านพิศาล จันทิชัย ท่านผู้ใหญ่เศรษฐศักดิ์ ขันวัง และผู้ใหญ่บ้านบ้านดงติ๋ว อีกทั้ง ๔ หมู่บ้านครับว่า สะพานไม้ที่ข้ามลำน้ำบังฮวก ซึ่งเป็นทางน้ำระหว่างอำเภอธาตุพนม กับอำเภอเมืองนครพนมนี่มันชำรุด อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังกรมโยธาธิการ และผังเมือง เพื่อช่วยสำรวจเพื่อออกแบบก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กทดแทน สะพานไม้ต่อไปครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากท่าน อบต. เปรม สุขทน ซึ่งเป็น อบต. จากบ้านทุ่งมน ตำบลคำเตย ครับว่าเส้นทางหลวงท้องถิ่นที่เชื่อม ระหว่างบ้านคำเตยและบ้านทุ่งมน ซึ่งมีระยะทางประมาณ ๔,๓๐๐ กว่าเมตร เส้นทางนี้ ประชาชนใช้สัญจรเป็นจำนวนมาก แต่ว่าถนนเป็นลูกรังนะครับ แล้วมีการชำรุดเป็นหลุม เป็นบ่อทุกปีนะครับ จึงอยากกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นนะครับ เพื่อช่วยสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างถนน อาจจะเป็นแอสฟัลต์หรือ อาจจะเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กนะครับ เพื่อที่จะให้การขนส่งสินค้าทางการเกษตร การจราจรของพี่น้องประชาชนได้ดียิ่งขึ้นครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ได้รับเรื่องจากท่านพินิจ หมื่นลูกท้าว กำนันตำบลบ้านกลาง และท่านพรชัย พิมพ์พงษ์ นายก อบต. บ้านกลาง ได้เสนอโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมร่วมสมัย โดยการขอรับการสนับสนุนจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ในการก่อสร้างจุดชมวิว Sky Walk จะเป็นรูปเรือไฟ บริเวณตลาดไทย-ลาว ที่บ้านหนาด ตำบลบ้านกลาง กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณญาณธิชา บัวเผื่อน ครับ🔗

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ อดีตพรรคก้าวไกล ปัจจุบันพรรคประชาชนค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องมาปรึกษาหารือในสภาแห่งนี้ ๑ เรื่องค่ะ เป็นเรื่องของการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอสำหรับการอุปโภค บริโภค และเพื่อการเกษตรในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งถือว่าเป็นเมืองที่พี่น้องประชาชนทำการเกษตร ปลูกผลไม้กันเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผลไม้ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจนับแสนล้าน เช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย และผลไม้ชนิดอื่น ที่ผ่านมามีการขยายพื้นที่การเพาะปลูกทุเรียนเพิ่มมากขึ้น เป็นจำนวนมาก และมีพื้นที่การเกษตรนอกเขตส่งน้ำด้วย ทำให้แหล่งน้ำต้นทุนที่เคยมีอยู่เดิม ไม่เพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคและเพื่อการเกษตรอีกต่อไป สำหรับชาวจันทบุรีแล้ว อาจเรียกได้ว่า น้ำที่เพียงพอเป็นสิ่งที่มีค่า คือชีวิต คือลมหายใจของพี่น้องชาวจังหวัดจันทบุรี เลยก็ว่าได้ ดังนั้นคณะกรรมการบริหารทรัพยากรน้ำในจังหวัดจันทบุรี จึงขอความอนุเคราะห์ จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานของกระทรวงพลังงาน ให้ช่วยพิจารณา ดำเนินการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งทางด้านพลังงาน ภาคการเกษตรและน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และเป็นแหล่งน้ำดิบที่สำคัญสำหรับผลิต น้ำประปา เพื่อหล่อเลี้ยงในตัวเมืองด้วยค่ะ ทางกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์ พลังงาน จึงมีแนวความคิดในการเพิ่มปริมาณแหล่งน้ำต้นทุน ๒ โครงการ ก็คือโครงการ ไฟฟ้าพลังน้ำคลองทุ่งเพล ๒ ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี และโครงการ ไฟฟ้าคลองโป่งน้ำร้อนหรือเขื่อนคีรีธาร ๒ ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี หากสามารถก่อสร้างได้แล้วเสร็จก็จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับ ชาวจันทบุรี โดยจะมีพื้นที่ที่ได้รับผลประโยชน์ คืออำเภอเมือง อำเภอเขาคิชฌกูฏ อำเภอมะขาม อำเภอขลุง และอำเภอโป่งน้ำร้อน ตอนนี้ทั้งสองโครงการได้รับงบประมาณสำหรับการสำรวจ ความเหมาะสมเบื้องต้นแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่สำรวจค่ะ จึงขอหารือไปยัง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ครับ🔗

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ กาญจนบุรี

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้กระผมมีเรื่องหารือ ๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรกได้รับแจ้งจากกำนันศักดิ์ชาย ปุยสมุทร กำนันตำบลหนองประดู่ อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ กาญจนบุรี

ปัจจุบันนี้ราคามันสำปะหลังตกต่ำ อย่างมากครับ ท่านประธานครับ จากอดีตเมื่อ ๒-๓ ปีก่อน ตันละ ๓,๕๐๐ บาท วันนี้เหลือ ตันละ ๑,๕๐๐ บาท อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ช่วยหาทางแก้ไขโดยเร่งด่วนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่จีราวัฒน์ กองตัน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๕ บ้านโป่งช้าง ตำบลหนองปรือ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ว่าถนนสายอุทยานแห่งชาติ เฉลิมรัตนโกสินทร์ไปยังอำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ชำรุดเสียหายมาหลายปีแล้วครับ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องซ่อมเร่งบำรุงรักษาด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้ายครับ ได้รับแจ้งจากนางชลธิชา วงษ์กรณ์ นายก อบต. ตำบลวังไผ่ อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี ว่าถนนหมายเลข ๔๐๒๕ ช่วงสามแยก ห้วยกระเจาไปยังตำบลวังไผ่ เวลากลางคืนมืดสนิทครับ ไม่มีไฟส่องสว่าง ๒ ข้างทาง อยากให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งไปติดไฟส่องสว่าง เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยในการเดินทางด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ ครับ🔗

นายสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ กรุงเทพมหานคร

เรียนประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ ผู้แทนราษฎรชาวสวนหลวง ประเวศ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมขอหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับปัญหา ที่กระทบต่อพี่น้องประชาชน ๓ เรื่องด้วยกันครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ กรุงเทพมหานคร

เรื่องแรก เรื่องรถเร่ขาย ของที่กีดขวางทางจราจรใน ๔ จุดหลัก จุดที่ ๑ ถนนพัฒนาการบริเวณหน้าโรงพยาบาลวิภาราม จุดที่ ๒ ถนนพัฒนาการบริเวณหน้าตึก True จุดที่ ๓ ถนนอ่อนนุช ช่วงตลาดเอี่ยมสมบัติ และจุดที่ ๔ หน้าตลาดซุปเปอร์วัน บริเวณแยกคลองตัน ทำให้เกิดการจราจรติดขัดอย่างมาก ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในพื้นที่และสำนักเทศกิจเข้ามาดำเนินการกวดขันรถเร่ ขายของดังกล่าวด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องสัญญาณไฟสี่แยกไฟแดงระหว่างซอยอ่อนนุช ๑๗ กับซอย อ่อนนุช ๑๐ ไม่มีสัญญาณไฟสำหรับให้รถเลี้ยวขวาเข้าซอยอ่อนนุช ๑๗ ทำให้รถบางคัน เลี้ยวขวาเข้าซอยอ่อนนุช ๑๗ ไปแล้วนะครับ กลับโดนเสียค่าปรับข้อหาฝ่าไฟแดงเป็น จำนวนหลายคันครับ ขอให้ทางตำรวจจราจรจาก สน. พระโขนง และสำนักการจราจร และขนส่งกรุงเทพมหานคร เข้ามาดำเนินการตรวจสอบพร้อมทั้งเพิ่มสัญญาณไฟสำหรับ รถเลี้ยวนะครับเข้าซอยอ่อนนุช ๑๗ ด้วยครับ🔗

เรื่องสุดท้าย ผมได้รับแจ้งจากพ่อแม่พี่น้องประชาชน เรื่องน้ำเน่าเสียในคลองกะจะ บริเวณหลังชุมชนธรรมานุรักษ์ และคลองบ้านป่า และคลองเสานะครับ บริเวณชุมชน เจริญพัฒนาถาวรนะครับ ส่งกลิ่นเหม็นและกระทบกับคนที่อาศัยในชุมชนเป็นอย่างมาก ขอฝากให้ทางสำนักระบายน้ำ และสำนักงานเขตสวนหลวงเข้ามาตรวจสอบ และแก้ไขปัญหา ดังกล่าวให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนของผมด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดชัยภูมิ เขตเลือกตั้งที่ ๖ อำเภอภูเขียว อำเภอบ้านแท่น พรรคภูมิใจไทยครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอนำปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลดังนี้ครับ🔗

เรื่องแรก เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวนาผู้ปลูกข้าว กรณีที่รัฐบาล มีมาตรการที่จะใช้มาตรการปุ๋ยคนละครึ่ง แทนการจ่ายเงินช่วยค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ในฤดูการผลิตปี ๒๕๖๗/๒๕๖๘ ซึ่งชาวนาไม่เห็นด้วยกับโครงการปุ๋ยคนละครึ่งครับ แต่อยาก ให้รัฐบาลกลับมาใช้มาตรการจ่ายเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท เหมือน ฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ชาวนาทั่วประเทศกว่า ๔ ล้านครอบครัวครับท่านประธาน ต่างตั้งตา รอการพิจารณาของรัฐบาลเนื่องจากใกล้ฤดูกาลเก็บเกี่ยว อีกทั้งปีนี้ราคาข้าวก็มีแนวโน้ม ตกต่ำลง ดังนั้นการจ่ายเงินช่วยค่าเก็บเกี่ยวจึงน่าจะเป็นการช่วยลดต้นทุนให้กับพี่น้องชาวนาได้ และจำนวนเงินดังกล่าวนี้ก็ไม่ได้ไปไหนครับ ก็จะถูกนำไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเราด้วยครับท่านประธาน ขอสไลด์ ต่อไปนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสด คุณภาพดี เพื่อลดฝุ่น PM2.5 ที่เป็นมลพิษทางอากาศตามนโยบายของรัฐบาล การตัดอ้อยสดมีต้นทุน ที่สูงกว่าการตัดอ้อยไฟไหม้เป็นจำนวนมากครับท่านประธาน ใน ๓ ปีที่ผ่านมานั้นรัฐบาลได้มี การจ่ายเงินช่วยเหลือค่าตัดอ้อยสด ตันละ ๑๒๐ บาท แต่ในฤดูการผลิตปี ๒๕๖๖/๒๕๖๗ ที่ผ่านมายังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนว่ารัฐบาลจะมีการช่วยเงินค่าตัดอ้อยสดให้กับพี่น้องหรือไม่ ผมจึงขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องชาวไร่อ้อย ที่รอคอยความหวังและการช่วยเหลือจาก รัฐบาลผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล และขณะนี้ก็ใกล้จะถึงฤดูการเก็บเกี่ยวแล้วครับ ดังนั้น ผมจึงขอให้รัฐบาลทบทวนและเร่งหาข้อสรุป เพื่อจ่ายเงินช่วยค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท และเงินช่วยค่าตัดอ้อยสด ตันละ ๑๒๐ บาท เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระต้นทุน สร้างความ เข้มแข็งและความแข็งแรงให้กับพี่น้องเกษตรกร🔗

ท่านประธานครับ เราเป็นผู้แทนราษฎรเป็นรัฐบาลที่มาจากพี่น้องประชาชน เราจะนิ่งเฉยบนความเดือดร้อนทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนได้อย่างไร ขอบคุณครับ ท่าน ประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณปวิตรา จิตตกิจ ครับ🔗

นางสาวปวิตรา จิตตกิจ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ลูกเกด ปวิตรา จิตตกิจ ผู้แทนราษฎร เขตบางกอกใหญ่ ธนบุรี ภาษีเจริญ แขวงศิริราช และแขวงบางเชือกหนัง กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนค่ะ วันนี้ดิฉันขอนำเรียนปัญหา ในพื้นที่ของพี่น้องประชาชนเพื่อฝากท่านประธานช่วยติดตามด้วยค่ะ🔗

เรื่องแรกนะคะ ดิฉันได้รับแจ้งปัญหาเกี่ยวกับเรือเสียงดัง วิ่งเร็ว และมีควันดำ ทำลายบรรยากาศ ทัศนียภาพ ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ แล้วก็เดือดร้อน นักท่องเที่ยว รวมถึงประชาชนทั่วไปที่อยู่ริมคลองค่ะ คลองที่ว่านี้เป็นคลองบางกอกใหญ่ คลองภาษีเจริญ คลองมอญ และคลองด่าน ดิฉันเคยทั้งเปิดเวทีรับฟังปัญหา รับฟังคำแนะนำ แลกเปลี่ยนคุยหารือกันในสภา ทำหนังสือร้องเรียนไปหมดแล้ว แต่ว่ายังไม่มีใครแก้ปัญหานี้ ได้เลยค่ะ ขอท่านประธานสุดท้ายค่ะ ฝากไปยังกรมเจ้าท่านะคะ ให้ช่วยกันแก้ปัญหานี้ อย่างเร่งด่วนเลยค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๒ ถนนราชพฤกษ์ในช่วงเขตภาษีเจริญและเขตตลิ่งชันค่ะ พบทางเดิน Footpath เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า ยิ่งไปกว่านั้นบริเวณข้ามคลองบ้างแวก คลองบางเชือกหนัง มีทั้งหญ้า ทั้งต้นไม้ แน่นเต็มไปหมด ไม่สะดวกแก่การสัญจร ของประชาชนค่ะ ไม่มีที่จะเดินค่ะท่านประธาน ประชาชนต้องลงไปเดินบนถนน จึงอยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงชนบทด้วยนะคะ ให้ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ🔗

ประเด็นสุดท้ายค่ะ ประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในนิคมบ้านพักรถไฟแขวงศิริราช เขตบางกอกน้อยค่ะ ตอนนี้ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก ต้องคอยยกของขึ้นที่สูง เวลาฝนตกหนักทุกครั้ง เพราะว่าระบบระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพ จึงอยากฝาก ท่านประธานประสานไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทยช่วยกันแก้ปัญหานี้ให้กับพี่น้อง ชาวรถไฟ แล้วก็ประชาชนรอบด้านด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณพิมพฤดา ตันจรารักษ์ ครับ🔗

นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานสภา ที่เคารพ พิมพฤดา ตันจรารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย วันนี้มีเรื่องจะมาหารือท่านประธานในปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ของดิฉันเองนะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ พระนครศรีอยุธยา

เรื่องแรกค่ะ ถนนเส้น คลองกุ่มที่ตำบลบ้านช้าง หมู่ ๔ เชื่อมกับตำบลคานหาม ก็อย่างที่ท่านเห็นค่ะ สภาพ ผิวจราจรแตกชำรุดเป็นอย่างมากเลย ก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งด้วยค่ะท่านประธาน ถนนนี้ เชื่อม ๒ ตำบล แล้วก็เป็นถนนที่เกินศักยภาพขององค์การบริหารส่วนตำบล ดิฉันจึงอยากจะ ขอให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดสรรงบประมาณมาซ่อมแซมก่อน แล้วก็จัดสรรงบประมาณมาทำผิวจราจรเส้นนี้ให้ใหม่ด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ถนนทางหลวงชนบท ทช. ๔๐๑๕ ในส่วนบริเวณตำบลลำตาเสา อำเภอวังน้อย สภาพผิวทางชำรุดหนักมาก ก็เช่นเดียวกันค่ะ ก่อให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก ๆ เหมือนกันในเส้นนี้ ทราบดีว่าทางหลวงชนบทเองกำลังมีโครงการมาก่อสร้างเพิ่มเติมค่ะ แต่ว่า ณ ปัจจุบันก็อยากจะให้ซ่อมแซมชั่วคราวในจุดที่ชำรุดมาก ๆ ไปก่อนค่ะ เพื่อลด ความอันตรายให้กับพี่น้องประชาชนค่ะ🔗

เรื่องที่ ๓ คือถนนหัวลาน ดอนพุทรา ที่อำเภออุทัย จุดหน้าโรงเรียนวัดจำปา มีรอยแตกกลางถนน ทำให้รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำได้ง่าย จึงขอให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด พระนครศรีอยุธยานำงบประมาณมาซ่อมแซมจุดนี้ให้โดยด่วนด้วยค่ะ🔗

และเรื่องสุดท้ายค่ะท่านประธาน อยากจะให้รัฐบาลช่วยเหลือพี่น้องชาวนา เพราะตอนนี้ราคาข้าวตกต่ำมากนะคะ ชาวนาเป็นอาชีพหลักของพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัด พระนครศรีอยุธยาค่ะ ราคาปุ๋ย ยาก็ไม่ลดลงเลย จึงอยากฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ช่วยพ่อแม่พี่น้องเกษตรกร ช่วยพ่อแม่พี่น้องชาวนาด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณเกียรติคุณ ต้นยาง ครับ🔗

นายเกียรติคุณ ต้นยาง นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม เกียรติคุณ ต้นยาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนนทบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๗ พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องที่จะหารือกับท่านประธาน จำนวน ๓ เรื่อง🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายเกียรติคุณ ต้นยาง นนทบุรี

เรื่องแรก เป็นเรื่องของไฟส่องสว่าง บริเวณทางเดินเลียบคลองพระพิมล ตรงข้างสุเหร่าโรงสวด หมู่ที่ ๕ ตำบลพิมลราช อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี กลางวันจะสว่างไสวเหมือนภาพด้านซ้าย ส่วนตอนกลางคืน มืดมิดสนิทอย่างกับป่าดงโขมดของธี่หยดเลยนะครับ จึงขอให้ท่านประธานประสานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เทศบาลเมืองพิมลราช การไฟฟ้านครหลวงบางบัวทองดำเนินการ แก้ไขซ่อมแซม หรือเปลี่ยนให้ใหม่ ให้สว่างไสวกลับไปเป็นเหมือนเดิมนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของชุมชนสะพานปูน ข้างหมู่บ้านสิวารัตน์ ๙ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เนื่องจากพี่น้องชาวชุมชนดังกล่าว มีปัญหาเข้าออกด้วยทางเข้าออกที่แคบ ๆ เวลามีผู้ป่วยที่ต้องไปโรงพยาบาล รถพยาบาล ก็ไม่สามารถเข้าไปรับส่งได้ถึงหน้าบ้าน จึงขอให้ท่านประธานช่วยประสานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เช่น เทศบาลเมืองใหม่บางบัวทอง สำนักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรี สาขาบางบัวทอง นายอำเภอบางบัวทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พิจารณาอนุมัติสร้างถนนคอนกรีต หรืออะไรก็ได้นะครับ ที่ความกว้างประมาณ ๔ เมตร เพื่อประโยชน์ของพี่น้องชุมชนนี้ด้วย🔗

เรื่องสุดท้ายครับ เป็นเรื่องของโรงพยาบาลพิมลราช ตำบลพิมลราช อำเภอ บางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ที่มีขนาดเล็ก ไม่เพียงพอให้บริการกับพี่น้องประชาชน โรงพยาบาลนี้ได้รับอนุมัติแบบแล้วนะครับ เป็นอาคารศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง ๔ ชั้น แบบเลขที่ ๑๐๘๔๗ จึงขอให้ท่านประธานประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข เพื่อพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างศูนย์อาคารสุขภาพชุมชนเมือง ๔ ชั้น แบบเลขที่ ๑๐๘๔๗ เพื่อสอบถามว่าเมื่อไรจะก่อสร้าง กี่โมงครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณสะถิระ เผือกประพันธุ์ ครับ🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอหารือในเวลา ๒ นาทีของรัฐสภาแห่งนี้ในความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบ ในเรื่องของน้ำท่วมขังครับ ท่านประธานครับ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

ซึ่งปัญหานี้น้ำท่วมขังอำเภอสัตหีบ เป็นระยะเวลาประมาณ ๒-๓ ปีก่อนถนนสร้างเสร็จ และหลังถนนสุขุมวิทสร้างเสร็จครับ ท่านประธานครับ ตำบลแรก คือ ตำบลบางเสร่ อยู่ที่บริเวณแยกบางเสร่ครับท่านประธาน ดูในสไลด์นะครับ ก็จะเห็นน้ำท่วมขัง ใช้เวลานานครับ ๑-๒ ชั่วโมงกว่าน้ำจะไหลหมดครับ บริเวณที่ ๒ คือหมู่บ้านคูณสุขครับ บริเวณที่ ๓ คือหมู่บ้านสิริสาครับ และรวมถึงตลอด บริเวณตั้งแต่แยกบางเสร่ไปอีกประมาณ ๑ กิโลเมตรครับ อันนี้คือสิ่งที่เป็นปัญหาความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนและผู้อาศัยได้รับความเสียหายเป็นอย่างหนักครับ ท่านประธาน และบริเวณต่อไปครับ ขอสไลด์หน้าต่อไปด้วยนะครับ บริเวณตำบลสัตหีบครับ หรือเขาเรียกว่า บริเวณห้วยลึก ครับ บริเวณตั้งแต่สะพานห้วยลึก ๑-๒ กิโลเมตร ทำให้ น้ำท่วมขัง และบริเวณฝั่งตรงข้ามด้วย น้ำท่วมขังไหลไม่ทันเช่นกันครับท่านประธาน อีกบริเวณหนึ่งเป็นบริเวณสุดท้ายครับ เป็นบริเวณตำบลนาจอมเทียน บริเวณแยก หนองจับเต่าครับ เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แล้วก็บริเวณหมู่บ้านการเคหะเอื้ออาทร นาจอมเทียนครับ สิ่งเหล่านี้เองทำให้พี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบทั้ง ๓ ตำบลเดือดร้อนครับ แล้วเรื่องต่อไป เป็นเรื่องประเด็นที่ ๒ ครับ ปัญหานี้เป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชน ครอบครัวข้าราชการ ทหารเรือร้องเรียนผมมาตลอดครับ ในเรื่องของกิจการประปาสวัสดิการของกองทัพเรือครับ โดยเฉพาะเรื่องของคุณภาพน้ำครับ น้ำขุ่นครับ ทำให้เขาซักเสื้อผ้าไม่ได้เลยครับ ไม่ว่าจะเป็น ชุดนักเรียน หรือแม้กระทั่งชุดขาวของข้าราชการกองทัพเรือครับ และอีกเรื่องหนึ่งครับ เป็นปัญหาที่มีมาโดยตลอดครับ โดยเฉพาะ ๒-๓ ปีที่ผ่านมาครับ โดยเฉพาะเรื่องไฟส่องสว่าง บริเวณแยกเกษมพล และบริเวณสาย ๓๓๒ แยกเกษมพลแล้วก็บริเวณแยกเจครับ ปัญหา เหล่านี้เกิดจากการโจรกรรมของสายไฟฟ้าก็ดี หรือแม้กระทั่งหม้อแปลงก็ดีครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้เองครับ โดยเฉพาะเรื่องไฟส่องสว่างเกิดอะไรขึ้นทราบไหมครับท่านประธาน เกิดปัญหาจราจร เกิดความเสียหาย เกิดอุบัติเหตุมาโดยตลอดล่าสุดก็มีอุบัติเหตุมาแล้ว มีการฟ้องร้องกันครับ จึงฝากนำเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไข ปัญหาโดยด่วนครับ ขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณธิษะณา ชุณหะวัณ ครับ🔗

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สส. แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน สาทร และราชเทวีค่ะท่านประธาน วันนี้ดิฉันมาหารือเพิ่มเติมในประเด็นเขตพื้นที่ของดิฉันค่ะ ท่านประธาน ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

ประเด็นแรก ท่านประธานคะ มีน้ำเน่าในคลองตามเส้นบรรทัดทอง ที่เกิดจากการกระทำของผู้ประกอบการ แล้วก็ร้านค้า ริมถนนที่ปล่อยน้ำเสียที่ไม่ได้รับกระบวนการบำบัด หรือไม่ได้ติดบ่อดักกรองไขมัน ซึ่งเป็น การกระทำที่ขาดต่อความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งผลกระทบทางด้านลบต่อชุมชน ที่อยู่อาศัยอยู่บริเวณริมคลองด้านหลังค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบทางด้านมลภาวะทางอากาศ ที่กลิ่นโชยขึ้นมานะคะ แล้วในหน้าแล้ง หรือหน้าร้อน ก็จะยิ่งทำให้กลิ่นแรงกว่าเดิม แล้วก็สร้างมลภาวะเป็นมลพิษให้กับผู้อยู่อาศัยโดยรอบนะคะ นอกจากนั้นทีมงานและดิฉันได้ลงไปพื้นที่ตรวจสอบแล้วพบว่า มีปริมาณสิ่งปฏิกูลที่สั่งสม ในคลองเป็นเวลานาน ยิ่งเวลาน้ำแห้งอย่างที่ดิฉันบอกก็มีกลิ่น เราควรหันมาจริงจัง เรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพมหานครกันได้แล้วค่ะ เพราะมันส่งผลกระทบต่อพี่น้อง ที่อาศัยในแถบบรรทัดทอง ซึ่งถือว่าเป็นย่านเศรษฐกิจชื่อดัง จึงควรส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ มีวินัย มีความรับผิดชอบและใส่ใจต่อภาพลักษณ์ของคนกรุงเทพฯ ในแหล่งท่องเที่ยวค่ะ รวมไปถึงให้หน่วยงานท้องถิ่นร่วมมือกับภาคเอกชน และคนในพื้นที่ด้วยค่ะ🔗

ประเด็นต่อมาค่ะท่านประธาน มีพี่น้องร้องเรียนมาในการสร้างโครงการ คอนโด High rise ตรงแยกวัดดวงแข ถนนรองเมือง แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน ขณะที่ยังมี ข้อถกเถียงในเรื่องผังเมืองที่จะเปลี่ยนเป็นสีแดง หรือเขตพาณิชยกรรมในเขตปทุมวัน แต่ยังมีหลายโครงการที่ผลักดันให้ผ่านอีไอเอไปได้ตามหลักวิชาการแบบมีเงื่อนไข จนทำให้ สามารถดำเนินการในขั้นต่อไปได้ตามมาตรา ๒๙ ทวิค่ะ แต่ในเชิงปฏิบัติดูเหมือนจะ ไม่ครบถ้วนนะคะท่านประธาน ทั้งที่มีการอ้างอิงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๘ ให้ประชาชน ในพื้นที่ประสบปัญหา ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วและไม่ได้รับการแก้ไขและเกรงว่าจะเกิดขึ้นอีก จึงขอให้มีการตรวจสอบในพื้นที่หากเป็นไปได้ ในขณะเดียวกันสามารถชะลอการดำเนินการ เพื่อตรวจสอบโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนได้หรือไม่ อีกทั้งยังมี ผู้คัดค้านโครงการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ในกระบวนการประชาพิจารณ์ แต่กระบวนการ EIA ก็ถูกอนุมัติค่ะ ดิฉันอยากให้ทางหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องตรวจสอบโครงการ ดังกล่าวและรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณวีรภัทร คันธะ ครับ🔗

นายวีรภัทร คันธะ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วีรภัทร คันธะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง พรรคประชาชนครับ ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธาน ดังนี้ ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวีรภัทร คันธะ สมุทรปราการ

เรื่องแรกไปดูคลองโรงงานไฮเทค สุขสวัสดิ์ ๗๐ ๑๐ ปีไม่มีการลอกคลองนะครับ ขี้เลนขึ้น น้ำระบายไม่ได้ส่งกลิ่นเหม็น เป็นปัญหาที่พบกันได้บ่อยในย่านพระประแดง ดังนั้นแล้วรบกวนช่วยลอกคลอง กำจัดขี้เลน ขยะที่สะสม ทำให้น้ำระบายได้ดีนะครับ แล้วก็ติดตั้งพวกระบบบำบัดน้ำเสียช่วยรักษา คุณภาพน้ำ ก็ฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ ช่วยแก้ไขปัญหา ด้วยนะครับ🔗

ถัดมาครับ ในช่วงหน้าฝนเกิดปัญหาน้ำทะเลหนุนในพื้นที่พระประแดง ดังนั้นแล้วพื้นที่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาจะพบว่า มีระดับน้ำที่ขึ้นสูง น้ำท่วมชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่ต่ำ อย่างเช่นในรูปที่ซอยวัดจากแดง ก็ขอท่านประธานฝากไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเขื่อน การสร้างกำแพงริมน้ำ หรือว่าการปรับปรุง ระบบระบายน้ำในพื้นที่ ติดตั้งประตูน้ำ สามารถปิดกั้นเมื่อน้ำทะเลหนุนสูง แล้วก็เตรียมการ ล่วงหน้า เช่น การตั้งแนวกั้นน้ำ การอพยพประชาชน ก็ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรบกวน ด้วยนะครับ🔗

ถัดมานะครับ ปากซอยวัดบางหญ้าแพรกก่อนถึงบริเวณซอยเทศบาล เมืองปู่เจ้า ๒๑ เป็นแยกวัดใจครับท่านประธาน รถบรรทุกเอย รถมอเตอร์ไซค์เอย รถยนต์เอย วิ่งเข้ามาแล้วก็ชนกันระเนระนาดเลยครับ เพราะว่าตรงนี้ไม่มีไฟแดง ไม่มีสัญญาณไฟ ไม่มีไฟกระพริบ ดังนั้นแล้วจากการแออัดของจราจร การจราจรในพื้นที่ รถบรรทุกใหญ่เยอะ จุดกลับรถก็วนเวียนอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน ก็ฝากครับ ช่วยติดตั้ง ไฟกระพริบจำกัดความเร็ว เส้นชะลอความเร็วรถ แล้วก็ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำ ระบบสัญญาณไฟจราจร เพื่อควบคุมการกลับรถ แล้วก็การเข้าออกซอยอย่างเป็นระเบียบ🔗

เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน จากที่เห็นจาก Page ของกินปู่เจ้า ก็บอกมานะครับ ตอนนี้เป็นกระแสในพื้นที่อำเภอพระประแดง พบว่ามีปัญหาหลุมบ่อครับ เกิดขึ้นในหลายที่ เนื่องจากว่าฝนตกหนักและสภาพถนนปู่เจ้าสมิงพรายที่ไม่ค่อยจะดี สักเท่าไรนะครับ มีประชาชนร้องมาเยอะแยะว่าหลุมบ่อหลายจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ ไม่ใช่แค่เสี่ยงนะครับ เกิดไปแล้วดังนั้นแล้วฝากนะครับ ถ้าซ่อมแซมไม่ยั่งยืนแบบนี้ รบกวนทำใหม่ไปเลยครับถนนเส้นนี้ อย่างไรรบกวนนิดหนึ่งนะครับ ถ้าแก้ไม่ได้อย่างไรมา ปรึกษากันได้ มาถามกันได้ เพราะว่านี่คือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาว พระประแดงในพื้นที่จริง ๆ นะครับ รบกวนซ่อมผิวถนนให้เกิดความยั่งยืนด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณอำนาจ วิลาวัลย์ ครับ🔗

นายอำนาจ วิลาวัลย์ ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย ผมมีเรื่อง ปรึกษาหารือกับท่านประธาน ดังนี้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอำนาจ วิลาวัลย์ ปราจีนบุรี

ภาพสะพานนะครับ อันนี้คือสะพาน ข้ามคลองลัดดาครับ ตั้งอยู่ที่หมู่ ๕ ตำบลบางเตย อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี สะพานตัวที่ ๒ คือ สะพานบ้านไผ่งาม หมู่ที่ ๒ ตำบลไผ่ชะเลือด อำเภอศรีมโหสถ เชื่อมต่อ ระหว่างหมู่ ๕ ตำบลบางปลาร้า อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี สะพานตัวที่ ๓ เป็นสะพานบ้านโคกวัด หมู่ที่ ๒ ตำบลโคกปีบ เชื่อมต่อ หมู่ที่ ๓ ตำบลคู้ลำพัน อำเภอ ศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี จากภาพจะเห็นว่าสะพานทั้ง ๓ ตัว มีสภาพทรุดโทรมเป็นอย่างมาก ตัวเสาของสะพานมีรอยแตกร้าว หูช้างมีรอยแตกร้าว ราวสะพานบางจุดหลุดหายไปแล้วครับ ตามภาพที่เห็นเป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก พื้นสะพานบางจุดมองทะลุเห็น เหล็กเส้นเนื่องจากคอนกรีตหมดสภาพ จากภาพที่เห็น สะพานทั้ง ๓ จุดนี้ ผมได้นำเรื่องลง ไปที่องค์การบริหารส่วนตำบล ปรึกษานายก อบต. ท่านไม่มีเงินพอที่จะก่อสร้างสะพาน แห่งใหม่ให้กับพี่น้องประชาชน จึงอยากจะนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่มีส่วน เกี่ยวข้อง สำนักงบประมาณช่วยจัดสรรงบประมาณเพื่อทำการก่อสร้างสะพานตัวใหม่ให้กับ พี่น้องประชาชนแทนสะพานตัวเดิมด้วยครับ ซึ่งจะเกิดอันตรายกับพี่น้องประชาชนต่อไปได้ ในอนาคตด้วยครับ🔗

ตัวนี้เป็นทุกข์ของพี่น้อง บ้านต้นกระบก ตำบลดงพระราม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าเสาไฟ ๒ ต้น ยังคาอยู่ พี่น้องสัญจรลำบากมาก ก็อยากให้ท่านประธานประสานไปยังหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ช่วยมานำเสา ๒ ต้นนี้ออกจาผิวจราจรหน่อยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ถนนหมายเลข ๓๑๙ ถนนสร้างเสร็จแล้ว แต่ศาลาพักผู้โดยสาร ที่เคยมีอยู่หายไป พี่น้องทวงถามศาลาพักผู้โดยสารครับ ก็ฝากท่านประธานประสานไปยัง หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ช่วยดำเนินการเร่งแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณบุญเลิศ แสงพันธุ์ ครับ🔗

นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมุทรปราการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคประชาชน ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน ๔ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ ปัญหาน้ำท่วมขังบนถนน สป ๔๐๑๐ หลักกิโลเมตรที่ ๒ ๔๐๐ เมตร ตำบลนาเกลือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานานจนเกิดเป็นตะไคร่ ทำให้ เกิดอุบัติเหตุทั้งรถทั้งคนลื่นล้มบ่อยครั้ง ผมฝากท่านประธานไปยังแขวงทางหลวงชนบท สมุทรปราการ ช่วยตรวจสอบและหาแนวทางแก้ไขช่วยเหลือประชาชนบริเวณดังกล่าว อย่างเร่งด่วน🔗

เรื่องที่ ๒ ติดตามการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบริเวณปากซอยวัดชมนิมิต สุขสวัสดิ์ ๗๔ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๖ เทศบาลเมืองลัดหลวง ได้อนุมัติงบประมาณจำนวนเงิน ๔,๙๗๐,๐๐๐ บาท บัดนี้ใกล้ครบปีแล้วครับ ยังไม่มีการ ดำเนินการแต่อย่างใด และเดือนที่แล้วมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรุนแรงบริเวณแยกดังกล่าว ผมจึงฝากท่านประธานติดตามเร่งรัดการดำเนินงานการอนุมัติแบบของแขวงการทาง สมุทรปราการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นอีกด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ตอนนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำเริ่มมีความสงสัยว่า มีเทวดาคนไหน คุ้มครองปลาหมอคางดำหรือไม่ รัฐบาลถึงได้เงียบขนาดนี้ เกษตรกรกำลังประสบปัญหา และต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และเป็นรูปธรรมจากภาครัฐ ฝากท่านประธาน ช่วยจัดการเทวดาเหล่านี้ให้เกษตรกรด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๔ ปัญหาคลองตื้นเขินในตำบลแหลมฟ้าผ่า เช่น คลองตาโฉ คลองแพกซาว คลองนางเฮียง หมู่ ๗ คลองแดน ทั้ง ๔ คลองนี้ได้เชื่อมต่อระหว่าง คลองสรรพสามิต คลองตาเพิ่ม คลองยายหลี เวลาน้ำตื้นเขินเรือไม่สามารถสัญจรได้ในยาม เวลาเร่งด่วน🔗

สุดท้ายผมขอฝากเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่รับชมอยู่ทางบ้าน เที่ยวงานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์และงานกาชาด จังหวัดสมุทรปราการ ระหว่าง วันที่ ๒๒ ตุลาคม ถึงวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ งานมี ๑๒ วัน ๑๒ คืน บริเวณฝั่ง อำเภอเมืองสมุทรปราการ และฝั่งอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ผมขอต้อนรับทุกท่านครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณจำลอง ภูนวนทา ครับ🔗

นายจำลอง ภูนวนทา กาฬสินธุ์

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจำลอง ภูนวนทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๓ ผมมีเรื่อง หารือกับท่านประธาน ๒-๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก สืบเนื่องจากเรื่องที่เคยหารือเมื่อตอนที่เป็น สส. ใหม่ ๆ เลยนะครับ ถนนเส้นนี้ไม่ได้รับการเหลียวแลมาเลย ตั้งแต่ผมเป็นสมาชิกสภาจังหวัดนานมาแล้ว ๓๐ ปี ถนนพัง แคบ ทั้งที่เป็นถนนเชื่อมแหล่งท่องเที่ยว คือถนนสายบ้านห้วยเม็ก บ้านห้วยมะทอ ที่ กส.๓๐๖๗ ยุคผม ปัจจุบันนี้เปลี่ยนเป็นถนนสาย กส.ถ. ๑-๐๐-๕๓ เปลี่ยนจากเก่า เป็นใหม่แล้ว แต่ถนนยังเหมือนเดิม จึงกราบเรียนฝากท่านประธานประสานไปยังหน่วยงาน ผู้รับผิดชอบถนนเส้นดังกล่าว ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมแหล่งท่องเที่ยวจากชาวขอนแก่นไป หาดดอกเกดไปแหล่งดูซากฟอสซิล ไดโนเสาร์ สัตว์โลกล้านปี อําเภอสหัสขันธ์ เชื่อมไปยัง จังหวัดมุกดาหารได้🔗

อีกเรื่องหนึ่ง ที่ผมใคร่ขอหารือฝากท่านประธานไปยังผู้มีอำนาจรับผิดชอบ คือเรื่องราคามันสำปะหลัง ราคาพืชผลการเกษตรที่เป็นพืชหลักของเขตเลือกตั้งของกระผม ตกต่ำ ถ้านำไปขายที่โรงงาน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ คือเขาวัดแป้งจะได้ราคา ๒.๖๐ บาท ซึ่งไม่คุ้มทุน แต่ถ้าขายที่หน้าลานจะราคาประมาณ ๑.๖๐ บาท ถึง ๒ บาท อันนี้จุดขาดทุนเลย🔗

ท่านประธานครับเรื่องสุดท้าย ที่ผมจะหารือกับท่านประธานวันนี้ ก็คือเรื่อง ถนนสายทางหลวง ๒๖๖๘ แคบ แล้วก็รกเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม ทั้งเรื่องยาเสพติด แล้วก็เรื่องอุบัติเหตุที่รถจะชนกัน เนื่องจากวิสัยทัศน์การมองที่ไม่ค่อยชัดเจน ฉะนั้น ขอกราบเรียนฝากท่านประธานไปยังผู้มีอำนาจรับผิดชอบช่วยดูแล ๒ ข้างทางถนนสาย ๒๖๖๘ ระหว่างห้วยท่าคันโท ห้วยยังโดง เชื่อมกัน ๒ อำเภอ ระหว่างอำเภอท่าคันโท และอำเภอหนองกุงศรี กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณยูนัยดี วาบา🔗

นายยูนัยดี วาบา ปัตตานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายยูนัยดี วาบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๔ จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ ท่านประธานครับ ช่วยซับน้ำตาให้กับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา อิสลาม ศูนย์ตาดีกา สถาบันปอเนาะ ที่ประสบภัยน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่แล้วครับ ผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจากท่านซอลาฮุดดีน หะยียูโซะ เป็นตัวแทนผู้บริหารโรงเรียนนายอำเภอ สายบุรี จังหวัดปัตตานีว่า ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือแต่อย่างใดจะครบรอบ ๑ ปีแล้วครับ ท่านประธาน สช. โปรดเห็นใจนักเรียนและโรงเรียนด้วย ช่วยเร่งรัดดำเนินการช่วยเหลือ อย่าให้พี่น้องรู้สึกสิ้นหวังเลย สช. สายบุรีได้ส่งรายละเอียดความเสียหายไปแล้ว มีศูนย์ตาดีกา ๒๓ แห่งสถาบันปอเนาะ ๑๓ แห่ง โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ๖ แห่ง ขอฝาก ท่านประธานประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ ขอจัดตั้งสถาบันอบรมพัฒนาผู้สอนตาดีกา ท่านประธานครับ ศูนย์ตาดีกาใน ๕ จังหวัดมีจำนวน ๒,๑๕๖ ศูนย์ มีผู้สอนชาย ๕,๑๗๕ คน ผู้สอนหญิง ๙,๔๔๘ คน รวมผู้สอนทั้งสิ้น ๑๔,๖๒๓ คน ศูนย์ตาดีกาเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเยาวชน ให้มีคุณภาพ และมีคุณธรรม แต่การเรียนรู้ที่ดีเริ่มต้นจากการสอนที่มีคุณภาพ ดังนั้น การพัฒนาผู้สอนจึงมีความสำคัญ ทางมูลนิธิศูนย์ประสานงานตาดีกาจังหวัดชายแดนใต้ หรือ PERKASA โดยดอกเตอร์อับดุลมูฮามิน ซาและ ได้เสนอแนวทางการจัดตั้งสถาบันอบรม พัฒนาผู้สอนตาดีกาต่อท่านประธานผ่านไปยัง สช. เพื่อดำเนินการต่อไป ผมขอส่งเอกสาร แนวทางการจัดตั้งให้ท่านประธานประสานไปยัง สช. กระทรวงศึกษาธิการด้วยครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณคำพอง เทพาคำ ครับ🔗

นายคำพอง เทพาคำ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ภาคอีสานครับ วันนี้ผมจะพาท่านประธานไปเยี่ยมเยียนพี่น้องชาวอีสานใต้ เริ่มที่จังหวัดสุรินทร์ พี่น้องชาวตำบลประดู่ อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ ขอให้ปรับปรุง ถนนระยะทาง ๖ กิโลเมตร จากตำบลประดู่ไปที่บ้านศรีมงคล ตำบลศรีหมื่น อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งก็จะไปเชื่อมต่อกับถนนหมายเลข ๒๒๖ ซึ่งก็จะย่นระยะทางได้ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร และที่สำคัญก็คือต้องให้มีการสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ ซึ่งเมื่อก่อนก็สามารถข้ามได้ แต่ว่า รถไฟบอกว่ามีอันตราย ก็เลยปิดทางนะครับ🔗

ท่านประธานครับ ขอติดตามการแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อนของตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ ที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด ตอนนี้เปลี่ยน ผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่แล้ว ขอให้ท่านเร่งรัดในการดำเนินการด้วยครับ พี่น้องรออยู่🔗

การแก้ไขปัญหากรณีสวนป่าหนองคู ตำบลตระเปียงเตีย อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ วันนี้ยังไม่ไปถึงไหน ขอให้ใช้ Model ของบ่อแก้ว ที่อำเภอคอนสาร จังหวัด ชัยภูมิ แก้ไขปัญหาได้ไหมครับ การแก้ไขปัญหาที่ดินของตำบลลำดวน ตอนนี้ตำบลลำดวน อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ กรณีของพี่น้องครอบครองที่ดินอยู่ประมาณเกือบ ๑,๐๐๐ ราย ก็ยังมีปัญหาเรื่องของการทับซ้อน โรงพยาบาลลำดวนจะสร้างตึกผู้ป่วยก็สร้างไม่ได้ ต้องทำ EIA ก็มีปัญหาเรื่องงบประมาณ ต้องทำ EIA อยู่นะครับ🔗

ถนน สร. ๖๐๕๒ เลียบคลองชลประทาน ตอนนี้สร้างใหม่ ปรากฏว่าผิวจราจร ผิวถนนสูงกว่าไหล่ทางเป็น ๑๐ เซนติเมตร เกือบ ๑ ฟุตเลยนะครับท่านประธาน ก็กลัวจะ เป็นอันตรายนะครับ🔗

โครงการก่อสร้างระบบกำจัดสิ่งปฏิกูล ๓๑ บ่อ ของตำบลแกใหญ่ อันนี้ก็มี ผลกระทบกับพี่น้อง ๓ ตำบล ๒๒ หมู่บ้านคลองกระดาษ ที่ควรจะเป็นแหล่งที่ลำเลียงน้ำลงสู่ อ่างเก็บน้ำอำปึล ตอนนี้มีแต่ผักตบชวา ก็ขอให้มีการแก้ไขด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย สุรินทร์ ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม ประคำสวย ร่ำรวยปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อม วัฒนธรรม ผมอยากจะเชิญชวนท่านประธานไปเที่ยวงานช้าง วันที่ ๑๖-๑๗ พฤศจิกายน อากาศหนาวกำลังดีเลยครับ เป็นงานระดับโลกครับ งานแสง สี เสียง แต่นั่นเป็นประเด็นที่ ผมเชิญชวนท่านประธานกับพี่น้องประชาชนทั่วไปครับ แต่สิ่งที่อยากจะมาหารือกับ ท่านประธานด้วยความเคารพวันนี้ว่า ทั้งจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดบุรีรัมย์ แถวจังหวัดอุบลราชธานี ช่วงนี้ข้าวหอมมะลิกำลังออกรวง แล้วกำลังจะเริ่มเก็บเกี่ยว บางคน ก็เริ่มเก็บเกี่ยวแล้วครับท่านประธานที่เคารพ แต่ปัญหาที่พี่น้องชาวนาเขากังวลมากที่สุด ก็คือเรื่องราคาข้าว เพราะท่านประธานก็คงทราบ ท่านประธานก็รู้จักสภาพของชาวนาดี เกษตรกรผู้เป็นชาวนาว่าความหวังของเขาในชีวิตนี้ ก็คือการทำนาให้ข้าวมีราคา แล้วจังหวัด สุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยเฉพาะจังหวัดสุรินทร์ของผมปีหนึ่งเขาทำนาได้ครั้งเดียวครับ เพราะว่าระบบชลประทานยังมีปัญหามาก เนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำ ก็เลยทำให้ระบบ ชลประทานไม่สามารถใช้ได้ ในภาคอีสานภาพรวมในระบบชลประทานมีประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์ของประเทศเท่านั้นเอง ก็เลยฝากท่านประธานนำเรื่องผ่านไปยังกระทรวง พาณิชย์ ซึ่งเป็นกระทรวงที่ต้องรับผิดชอบในเรื่องราคาข้าวว่า ทำอย่างไรให้เกษตรกรได้ลืม ตาอ้าปากได้ อย่างน้อย ๆ ก็ได้มีเงินไปใช้หนี้ ธ.ก.ส. ส่วนหนึ่ง หรือใช้หนี้กับสหกรณ์ส่วนหนึ่ง ก็อยากที่จะเห็นเหมือนกับในอดีตยุครัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ที่ราคาข้าวทำให้ชาวนาลืมตา อ้าปาก แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือว่า อยากจะฝากรัฐบาลว่าวันนี้พี่น้องชาวนายังรอค่าส่งเสริม การผลิตไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ที่มอบให้กับชาวนา ที่ช่วยในค่าไถ ค่าหว่าน ค่าเก็บเกี่ยว ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่พี่น้องชาวนาเขากำลังรอคำตอบ ก็อยากจะฝากท่านประธาน ด้วยความเคารพว่ากระทรวงพาณิชย์วันนี้ต้องเตรียมการ ทำอย่างไรก็ได้ จะแทรกแซง หรือใช้วิธีการใดก็ได้ที่ทำให้ข้าวมีราคา ข้าวเปลือกครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณวุฒิพงศ์ ทองเหลา ครับ🔗

นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา ปราจีนบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วุฒิพงศ์ ทองเหลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคชาติพัฒนา วันนี้ผมมี เรื่องหารือความต้องการในพื้นที่ต่อท่านประธาน ๑ เรื่องด้วยกัน ดังนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา ปราจีนบุรี

จากสไลด์ที่ ๑ ปัจจุบันกรมทางหลวง ชนบทกำลังมีโครงการศึกษาความเป็นไปได้บนเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายเขา ที่มีชื่อว่า บูรพาคีรี เป็นโครงการที่ชาวบ้านชายขอบที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากทางหลวงเส้นใหญ่ รอคอยมานานครับ ที่ผมต้องเรียนว่ารอคอยมานานก็เพราะว่าย้อนกลับไปเมื่อเกือบ ๑๐ ปีที่แล้ว ได้มีการศึกษาโครงการนี้แล้วครั้งหนึ่ง จนกระทั่งตอนนี้โครงการก็ถูกพับหายไปจนเพิ่งมี การศึกษาซ้ำอีกครั้งหนึ่ง🔗

จากสไลด์นี้จะเห็นว่าโครงการบูรพาคีรีนี้มีการปรับปรุงถนนที่เป็นส่วนใหญ่ ที่มีอยู่ก่อนผ่านจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว รวมกัน ๓ จังหวัด ๔ ช่วงโครงการ ในระยะทาง ๑๗๐ กิโลเมตร ซึ่งในระยะทาง ๑๗๐ กิโลเมตรมีประโยชน์มากมายต่อชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยว การยกระดับคุณภาพถนนเพิ่มคุณภาพชีวิต ให้ชาวบ้าน และการเพิ่มส่งเสริมเศรษฐกิจให้คนตัวเล็กตัวน้อย บนทางหลวงที่จะสร้างขึ้น ใหม่เลียบชายเขา มีรายได้โดยตรงจากนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามา ท่านประธานที่เคารพครับ สำหรับโครงการนี้ผมเชื่อว่าจะเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว Landmark แห่งใหม่ใกล้กรุงเทพฯ ที่จะ สามารถรองรับการจัดกิจกรรมได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการปั่นจักรยาน การจัดแข่งขัน วิ่งระยะไกล หรือแม้กระทั่งการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สำหรับครอบครัวในช่วงวันหยุด🔗

ผมจึงอยากฝากท่านประธานถึงกรมทางหลวง และกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ว่าโครงการเช่นนี้อย่าปล่อยให้เป็นเพียงการศึกษาเลยครับ ช่วยกันผลักดันผ่าน โครงการให้เป็นรูปธรรม เพื่อประชาชนคนชายขอบ คนชายเขาที่เขาจะได้รับประโยชน์ มากมายจากโครงการบูรพาคีรีโครงการนี้ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณเทียบจุฑา ขาวขำ ครับ🔗

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือกับท่านประธานค่ะ ดิฉันได้ไปพบปะกับพี่น้องประชาชนในอำเภอบ้านผือ ตำบลข้าวสาร หนองแวง พี่น้อง ก็ร้องเรียนมาว่าตอนนี้ปัจจุบันนี้สืบเนื่องจากน้ำท่วมไร่นา แล้วก็ทำให้ต้นข้าวล้มตาย เป็นจำนวนมาก เขาขอให้รัฐบาลได้ช่วยจ่ายค่าชดเชยเก็บเกี่ยวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท🔗

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้ไปพบกับผู้สูงอายุ ปัจจุบันนี้ได้จ่ายเบี้ยผู้สูงอายุแบบ ขั้นบันได แต่ผู้สูงอายุหลาย ๆ ท่านตั้งแต่ ๖๐ ปีขึ้นไป มานำเสนอดิฉันว่าก็ขอให้จ่ายแบบ ถ้วนหน้าคนละ ๑,๐๐๐ บาท ดีไหม ก็ขอฝากทางรัฐบาลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยนะคะ🔗

เรื่องที่ ๓ เนื่องจากถนนของจังหวัดอุดรธานี โดยเฉพาะอำเภอบ้านผือ น้ำโสม นายูง ซึ่งเป็นพื้นที่ของการท่องเที่ยวสู่แหล่งมรดกโลก และสถานที่สำคัญทางศาสนา เป็นวัด นักท่องเที่ยวจะไปกราบไหว้พระหลวงปู่นาค วัดป่านาคำน้อย วัดป่าภูก้อน แล้วก็จะ มีถนนหลายสายเส้นทางผิวจราจรคับแคบ ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง เกิดอุบัติเหตุบ่อย ๆ เช่น ถนน ๒๐๙๘ บ้านผือ-ข้าวสาร จากแยกบ้านภูดิน-ภูทอง ไปบ้านหนองแวง ๒๐๙๗ บ้านข้าวสาร-หนองแวง ๒๓๔๘ บ้านผือ น้ำโสม นายูง ช่วงสี่แยกบ้านติ้วเป็นทางขึ้น เส้นทาง สู่อุทยานประวัติศาสตร์แหล่งมรดกโลกคับแคบเกิดปัญหาอุบัติเหตุอยู่บ่อย ๆ จึงขอฝาก กรมทางหลวงได้ขยายไหล่ทางและจัดไฟฟ้าส่องสว่างให้พี่น้องประชาชนอย่างปลอดภัยด้วย🔗

เรื่องที่ ๔ ดิฉันขอแถม ๑ เรื่อง เรื่องยาเสพติดค่ะ จังหวัดอุดรธานีตอนนี้ มีเยอะเหลือเกิน เกิดอาละวาดคลุ้มคลั่ง ฆ่าประชาชนทั่ว ๆ ไป ก็ขอฝากกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู ครับ🔗

นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เชียงใหม่

เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ผู้แทนจากชาวเชียงใหม่ค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เชียงใหม่

เรื่องแรก เป็นเรื่องของในวันที่ ๒๕ กันยายน ถึงวันที่ ๗ ตุลาคม จังหวัดเชียงใหม่ได้ประสบกับมหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่หลายพื้นที่ที่ไม่เคยถูกน้ำท่วมก็น้ำท่วมสูง หลายพื้นที่ที่เคยท่วมก็กลับท่วมสูงเกิน ความคาดหมาย ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินการดำเนินชีวิต และการทำมาหากินของ พี่น้องประชาชน และสิ่งที่สำคัญที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือสภาพจิตใจของพี่น้องประชาชน ชาวเชียงใหม่ หลายคนแทบจะสิ้นเนื้อประดาตัวที่เครื่องมือทำมาหากินของพวกเขาเสียหาย แทบทั้งหมด หลายคนไม่รู้จะจัดการกับหลังน้ำลดอย่างไรว่ามีดินโคลนที่ท่วมสูง เสื้อผ้า Furniture เครื่องใช้ เครื่องนุ่งห่ม เสียหายแทบทั้งหมด จึงเรียนประธานสภาผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการที่จะทำแผนป้องกันจัดการน้ำท่วมในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นกรม ชลประทาน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟู ทั้งฟื้นฟูเมือง และฟื้นฟูสภาพจิตใจให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วนค่ะ เพราะหากฟื้นฟู เมืองแล้ว แต่ว่าไม่ฟื้นฟูจิตใจของคนก็เปรียบเสมือนเมืองร้าง แต่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ในตึกราม บ้านช่องนั้น🔗

เรื่องที่ ๒ ในวันที่ ๔ ตุลาคมที่ผ่านมาได้รับเรื่องร้องเรียนจาก สท. ไตรภพ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลสุเทพ และพ่อหลวงเมธาพันธ์ ผู้ใหญ่บ้านดอยปุย ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ในเรื่องของการเกิดเหตุการณ์ดินสไลด์ในพื้นที่ ทำให้ ส่งผลกระทบต่อทางเข้าออกหมู่บ้าน แล้วก็บ้านเรือนของพี่น้องประชาชนเสียหายเป็นจำนวน หลายหลังคาเรือน แต่ ณ วันนั้นมีการ Clear พื้นที่จากเทศบาลตำบลสุเทพและองค์การ บริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เพียงแค่การ Clear ดินโคลนที่ถล่มลงมาให้พ้นจากถนน เพียงเท่านั้น แต่จากวันนั้นจนถึงวันนี้ระยะเวลากว่า ๓ สัปดาห์แล้วยังไม่มีการดำเนินการ จากเทศบาลตำบลสุเทพเพิ่มเติมแต่อย่างใด จึงเรียนประธานสภาผ่านไปยังเทศบาล ตำบลสุเทพให้เร่งดำเนินการแก้ไขความเสียหายนี้โดยเร่งด่วนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณธีระชัย แสนแก้ว ครับ🔗

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ขออนุญาตร่วมปรึกษาหารือเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับการสัญจร ไปมาของถนนท้องถิ่นจากบ้านโนนสูง ตำบลโนนสูง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี จนถึง บ้านทองอินทร์ ตำบลเสอเพลอ อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ซึ่งถนนเส้นนี้ได้ตัดกับ ถนนชนบทเส้นทางบ้านสงเปือย เสอเพลอ จนถึงวังหน้าผา จนไปถึงอำเภอหนองแสง ถนนเส้นนี้เดิมเป็นถนนลาดยางครับ แต่พื้นที่บริเวณนี้ที่เป็นแหล่งชุ่มน้ำเหมาะแก่ การเพาะปลูก ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำการเกษตร ทำนาปีละ ๒ ครั้ง ประกอบกับถนนเส้นนี้ เป็นถนนเชื่อมระหว่างอำเภอเมืองอุดรธานี อำเภอกุมภวาปี และอำเภอหนองแสง ทำให้พี่น้องประชาชนเดินทางสัญจรไปมาลำบาก หลายช่วงถนนทำให้เกิดปัญหาชำรุด เสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อ ทาง อบจ. ก็ได้งบประมาณมาทำอยู่เรื่อย ๆ ซ่อมแซมเรื่อย ๆ ก็มีปัญหาไม่ถาวรสักที พอเข้าฤดูฝนน้ำท่วมขัง พอหมดฤดูฝนจะเสียหายหนักเหมือนเดิม ทำให้พี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาไม่มีความปลอดภัยในการเดินทาง และทำให้เกิดอุบัติเหตุ หลายครั้งทั้งชีวิตและร่างกาย ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ดังนั้นกระผมจึงขอให้กระทรวง คมนาคมโดยกรมทางหลวงชนบทวางโครงข่ายนะครับ ให้มีโครงข่ายต่อเนื่องจากถนนท้องถิ่น ให้มีการขยายถนนเพิ่มช่องจราจร และสร้างถนนใหม่เป็นถนนคอนกรีตเพื่อสร้างความ ปลอดภัยในการสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชน และขอให้มีการขยายสะพานซึ่งได้มี การก่อสร้าง สะพานห้วยแดงมีการก่อสร้างตั้งแต่สะพานแห่งนี้ โดยงบ อบจ. เมื่อปี ๒๕๓๐ ตอนนี้สภาพชำรุดมาก กระผมเกรงว่าจะเกิดความเสียหายในเวลาอันใกล้นี้ ขอขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ครับ🔗

นางสาวรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ลำปาง

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน รภัสสรณ์ นิยะโมสถ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดลำปางค่ะ ดิฉันได้รับการร้องขอจาก นายพูนทรัพย์ การินทร์ นายก อบต. ตำบลแม่กัวะ ให้มาหารือปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่งและ น้ำท่วมในอำเภอสบปราบค่ะ เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคมที่ผ่านมานะคะ บ้านปงกา หมู่ ๓ ตำบลแม่กัวะ อำเภอสบปราบ มีแม่น้ำวังกัดเซาะตลิ่งใกล้กับบริเวณป่าช้าของหมู่บ้าน ซึ่งตอนนี้ก็กัดเซาะ เข้ามาเรื่อย ๆ หากไม่เร่งแก้ไข เมรุที่ใช้ร่วมกัน ๒ หมู่บ้านพังเสียหายแน่นอน ปัจจุบัน ทาง อบต. ก็ได้แก้ไขเบื้องต้นแล้วค่ะ แต่ด้วยงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดจึงทำได้เพียงแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้าแบบชั่วคราวเท่านั้น🔗

ปัญหาเรื่องที่ ๒ ทุกหมู่บ้านในตำบลสบปราบที่ติดกับแม่น้ำวังประสบปัญหา น้ำท่วมสูงค่ะ เนื่องจาก ๒ ปีก่อนได้มีการทำพนังกั้นน้ำในส่วนของแม่น้ำวังฝั่งตำบลนายาง แต่ฝั่งของตำบลสบปราบยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ นะคะ น้ำจึงไหลเทเข้าไปท่วมในตำบล สบปราบนะคะ ๒ ปีที่ผ่านมาท่วมหนักมากค่ะ เช่น บ้านใหม่วัฒนา หมู่ที่ ๑๐ บ้านสบปราบใต้ หมู่ที่ ๑๔ ท่วมลึกถึง ๒ เมตร ส่งผลให้บ้านเรือนและถนนพังเสียหาย กระทบต่อชีวิต ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในตำบลสบปราบ ดิฉันจึงอยากหารือผ่านท่านประธานสภา ไปยังอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองช่วยเร่งรัดแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยค่ะ ขอบคุณ ท่านประธานค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ปัตตานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวิทย์ บารู พรรคประชาชาติ เขต ๑ ปัตตานีครับ เหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงนะครับ คดีตากใบก็จะหมดอายุความ แต่ผมจะสะท้อนความรู้สึกของประชาชนนะครับว่า ความเจ็บปวด ความทรงจำที่ฝังลึกของประชาชนไม่มีอายุความครับ🔗

ในประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะเรียนที่ตรงนี้ก็คือ ประชาชนฝากขอบคุณ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะอย่างยิ่งนำโดยประธาน ท่านกมลศักดิ์ แล้วก็ผู้อาวุโสหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็น ท่านวิทยา แก้วภราดัย หรือว่าท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ที่ได้ช่วยนำเอาคดีนี้ได้นำถึง การฟ้องร้อง ทั้ง ๆ ที่สำนวนนั้นได้ให้ไปแล้วนะครับ อันนี้เป็นอันหนึ่งที่สภานี้ได้ดำเนินการ ผมเข้าใจว่านะครับท่านประธานว่า หน้าที่อย่างหนึ่งของรัฐบาลก็คือการกำกับให้ การดำเนินการกระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กรณีของเสี่ยแป้ง นาโหนด เป็นผู้ต้องหาที่หนีคดี หนีคุก เสร็จแล้วถ้าหากว่าศักยภาพของรัฐบาล ผมเชื่อมั่นว่าถ้าทุ่มเท จริงจัง โดยท่านทวีสามารถตามไปจับถึงอินโดนีเซียได้ ทราบข่าวว่ามีผู้ต้องหาบางคน ซึ่งสังกัดกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงกลาโหม ได้รับคำแนะนำให้ขาดราชการในช่วงนี้ หนีไปอยู่ในที่แห่งหนึ่งนะครับ ซึ่งได้รับการรับรองว่าเมื่อหมด ๑๕ วัน หลุดออกจากราชการ แล้วก็ยืนยันว่ากลับมาก็จะได้รับการช่วยเหลือ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมว่าความพยายามอย่างที่ ผมบอก ศักยภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจของไทยผมเชื่อว่าสามารถที่จะทำได้ แต่หากว่ามีความ ตั้งใจในการที่จะตามจริง ๆ นะครับ🔗

แล้วก็อีกอันหนึ่งในเรื่องของตากใบนะครับ ผมถามว่า หลังจากที่วันนั้น ตากใบได้รับการพัฒนามากน้อยเพียงใดนอกจากว่าความมั่นคงเท่านั้นเองนะครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณเฉลิมพงศ์ แสงดี ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเฉลิมพงศ์ เเสงดี ภูเก็ต

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๒ พรรคประชาชน ผมขอนำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจังหวัดภูเก็ตมาหารือเพื่อให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องแก้ไข ๓ เรื่อง ดังนี้ครับ🔗

เรื่องแรก หาดฟรีดอมในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเทือกเขานาคเกิด จังหวัดภูเก็ต ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมป่าไม้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้ กำลังประสบปัญหาการถูกบุกรุกพื้นที่ การนำร่ม เตียงมาวางโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดในการพัฒนาพื้นที่เป็นป่าสันทนาการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และควบคุมดูแลการป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าและชายหาดให้มีความอุดมสมบูรณ์ ยั่งยืนครับ ฝากท่านประธานหารือไปยังกรมป่าไม้และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ความไม่ปลอดภัยบนพื้นผิวถนนจราจร ถนนทวีวงศ์ ตำบลป่าตอง กำลังเป็นที่น่ากังวลครับ เมื่อพบว่าฝาท่อของบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติมีการชำรุดถึง ๖ จุด แม้จะมีการซ่อมแซมแล้วก็ตาม อีกทั้งยังพบปัญหาสายสื่อสารระโยงระยาง ไม่เป็น ระเบียบเรียบร้อย สภาพดังกล่าวก่อให้เกิดความเสี่ยงอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนและผู้ขับขี่ รถจักรยานยนต์ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนครับ ฝากท่านประธานหารือไปยังบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติครับ🔗

เรื่องสุดท้ายครับ เศร้าสลดใจจากการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ๒ ราย จากการจมน้ำที่หาดกะรน เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคมที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงปัญหา ความปลอดภัยทางทะเลที่ต้องการแก้ไข และยังขาดแคลน Lifeguard อุปกรณ์ช่วยชีวิต ที่ไม่ได้มาตรฐาน และระบบสื่อสารที่ไม่เหมาะสม ทั้งนี้กำลังจะเข้าสู่ช่วง High Season ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย ทางทะเลอย่างเป็นระบบ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชน ฝากท่านประธานหารือไปยังกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณธนาธร โล่ห์สุนทร ครับ🔗

นายธนาธร โล่ห์สุนทร ลำปาง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธนาธร โล่ห์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลำปาง พรรคเพื่อไทยครับ วันนี้ผมมี เรื่องที่จะหารือกับท่านปัญหาใน ๓ ประเด็นด้วยกัน🔗

ประเด็นแรกก็คือมีผู้ป่วยโรคไตจำนวน ๘๐๐ กว่าคนของอำเภองาวนะครับ ที่ต้องเดินทางเข้าไปฟอกไตที่โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง เป็นระยะทางกว่า ๑๐๐ กิโลเมตร โดยต้องทำสัปดาห์ละ ๒ ครั้ง ซึ่งบางคนก็มีความลำบากในการเดินทางมาก ต้องเสียค่าใช้จ่าย จำนวนมากในการเดินทางนะครับ ก็ขอฝากท่านประธานไปยังกระทรวงสาธารณสุขที่จะ จัดสรรงบประมาณให้กับทางโรงพยาบาลงาว ที่จะมีเครื่องฟอกไตอยู่ที่โรงพยาบาลงาว แล้วก็ มีบุคลากรที่จะเข้ามาดูแลเรื่องนี้ด้วยครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ขอให้กรมทางหลวงเร่งรัดการขยายเส้นทางเป็น ๔ ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข ๑๒๐ ช่วงตำบลแม่นาเรือ จังหวัดพะเยา ไปถึงตำบลวังเหนือ อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง โดยหารือเป็นระยะทางกว่า ๕๑ กิโลเมตร ซึ่งเท่าที่ทราบ ก็คือตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงการศึกษาอยู่นะครับ ถ้าหากเส้นนี้สามารถขยายเป็น ๔ ช่องจราจรได้ ก็จะทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายในการสัญจร แล้วก็จะทำให้ ถนนเส้นนี้เป็นถนนเส้นหลักในการที่จะเดินทางระหว่างพี่น้องทางเชียงราย คือจะไปสิ้นสุดที่ เวียงป่าเป้า แล้วก็ไปจบที่จังหวัดพะเยา โดยจะผ่านทางจังหวัดลำปางทางตอนเหนือนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เป็นถนนท้องถิ่นของตำบลวังแก้ว อำเภอวังเหนือ ไปยังอำเภอพาน ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับของท่าน สส. วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ซึ่งเส้นนี้มีพี่น้องประชาชนเดินทาง สัญจรเป็นจำนวนมากนะครับ ซึ่งตอนนี้ก็ยังเป็นถนนลูกรังอยู่ก็อยากจะขอให้ท่านประธาน ช่วยประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการที่จะจัดสรรงบประมาณให้กับทางท้องถิ่น ที่จะสร้างถนนเส้นนี้ให้เสร็จด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ครับ🔗

นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนเครือข่ายชาติพันธุ์นะครับ มีเรื่องหารือท่านประธานใน ๒ ประเด็นด้วยกันนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรื่องแรกนะครับ เป็นปัญหาการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนาทับที่ของหมู่บ้านห้วยทราย หมู่ ๘ ตำบลแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งก่อตั้งแต่ปี ๒๓๘๖ ปัจจุบันอายุ ๑๘๑ ปีแล้ว มีผู้ได้รับความเดือดร้อน ๒๐๕ หลังคาเรือน ๖๔๖ คนนะครับ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีเอกสาร ทั้ง ส.ค. ๑ น.ส.๒ น.ส.๓ ในขณะที่บางส่วนก็ยังไม่มีแต่อยู่ในพื้นที่ที่สามารถดำเนินการ ออกเอกสารสิทธิได้นะครับ นี่คือสภาพของหมู่บ้านนะครับ เมื่อ Zoom เข้าไปดูใกล้ ๆ ตรงดาวสีเหลือง และนี่ก็คือสภาพบ้านเรือนที่เราเห็นหลังคาในปัจจุบัน จะเป็นแบบนี้นะครับ ความเป็นมาในหมู่บ้านนี้มีการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนาทับที่ของประชาชน ตั้งแต่ ๒๕๓๒ ต่อมา ๒๕๔๖-๒๕๔๘ ทางอำเภอพร้าวและสำนักฯ ๑๖ ได้ดำเนินการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงและมีความเห็นว่า ให้เพิกถอนแนวเขตอุทยานออกจากพื้นที่ของ ชาวบ้านนะครับ เพื่อที่จะไปดำเนินการออกเอกสารสิทธิ อย่างไรก็แล้วแต่การดำเนินการ มีความล่าช้าจนถึงปัจจุบันยังไปไม่ถึงไหน เพราะฉะนั้นจึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะครับได้ติดตามเร่งรัดให้มีการเพิกถอนแนวเขตอุทยานนี้ ออกไป เพื่อที่จะทำให้ที่ดินที่มีหลักฐานสามารถดำเนินการออกโฉนดตามประมวลกฎหมาย ที่ดินได้ ในขณะที่ที่ดินที่ไม่มีหลักฐานสามารถนำเข้าสู่โครงการเดินสำรวจออกโฉนดประจำปี ของกรมที่ดินได้นะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอเชิญชวนเที่ยวงานกัญชงพบพระนะครับ ซึ่งเป็นงานวัฒนธรรม ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ซึ่งจัดโดยองค์การบริหารส่วนตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ในงานนี้ก็จะเป็นงานที่ส่งเสริมสนับสนุนแล้วก็ต่อยอดภูมิปัญญาของชาวบ้าน เรื่องที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กัญชงเป็นการเผยแพร่สินค้าของชุมชน จากชุมชนไปสู่ตลาดโลก ขอเรียนเชิญทุกท่านนะครับ🔗

นางสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ดิฉันขออนุญาตหารือเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๑ เรื่องด้วยกันนะคะ ก็คือในเรื่องของการติดตามงบประมาณในการก่อสร้างศูนย์บริการการแพทย์แผนไทยและ การแพทย์ทางเลือกค่ะ เนื่องจากนางรัชนี สืบขจร ได้บริจาคที่ดินในวันที่ ๔ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๕ ไว้ จำนวน ๓ แปลง เป็นจำนวนที่ดินประมาณ ๔๕ ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุงค่ะ โดยท่านได้ระบุวัตถุประสงค์ไว้ว่าเพื่อที่จะจัดตั้ง ศูนย์บริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และทางกระทรวงสาธารณสุขได้มี หนังสือขอบคุณท่านรัชนี สืบขจร ไปแล้ว และทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีการออกแบบ อาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไว้ โดยได้จัดตั้งงบประมาณไว้ประมาณ ๔๕ ล้านบาท ตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ ค่ะ แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณดังกล่าว ดิฉัน จึงอยากจะให้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้จัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างศูนย์บริการ การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกให้กับจังหวัดพัทลุง เพราะจังหวัดพัทลุง มีความโดดเด่นในเรื่องของสมุนไพรชนิดต่าง ๆ และมีความโดดเด่นในเรื่องของการแพทย์ พื้นบ้านไทยค่ะ และที่สำคัญค่ะท่านประธาน ศูนย์บริการแห่งนี้สามารถที่จะรองรับพี่น้อง ประชาชนด้วยกัน ๗ จังหวัดค่ะ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดตรัง จังหวัดสตูล จังหวัดพัทลุง จังหวัด สงขลา และ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งอยู่ในโซนใต้ทั้งหมด จึงอยากจะกราบเรียน ท่านประธานในการจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างศูนย์บริการการแพทย์แผนไทยและ การแพทย์ทางเลือกให้กับพี่น้องทั้ง ๗ จังหวัดในขณะนี้ด้วยค่ะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ🔗

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษดิ์ บุตรเนียร สส. นักพัฒนา แก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้ผมมีเรื่องที่จะปรึกษาหารือ เรื่องความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรีดังนี้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

เรื่องแรก เรื่องไฟส่องสว่างรายทางดับ หลาย ๆ จุดในอำเภอกบินทร์บุรี ซึ่งได้รับการร้องเรียนมาจากประชาชนโดยทั่วไปที่ใช้ ถนนหนทางในการสัญจรไปมา ด้วยไฟส่องสว่างตามรายทางไม่ติด โดยเฉพาะในเส้น ถนน ๓๐๔ ซึ่งเป็นถนนอุตสาหกรรม ถนนไฮเวย์ขนาดใหญ่ เชื่อมโยงระหว่างกบินทร์บุรี กับนครราชสีมา ๑. จุดหน้าเมกาโฮม สาขากบินทร์บุรีถึงโรงพยาบาล ๒. ที่ว่าการอำเภอ กบินทร์บุรีถึงศูนย์วิจัยพัฒนาสัตว์ป่า วิทยาลัยการอาชีพ ๓. องค์การบริหารส่วนตำบล ลาดตะเคียนถึงนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งถนน Main นี้มีการสัญจรไปมา ผู้คนต้องทำงาน ในกะกลางคืนเป็นจำนวนมากครับ เส้นที่ ๒ ถนนสุวรรณศร ๓๓ ช่วงกบินทร์บุรีถึงประจันตคาม ถึง ๔ จุดด้วยกันครับ จุดแรก ช่วงตลาดเทศบาล ตำบลกบินทร์ ใต้สะพานทางข้ามรถไฟ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก เฉลี่ยแล้วเดือนหนึ่งเป็นสิบ ๆ ครั้ง จุดที่ ๒ คือสุวรรณศรสายเก่า เส้นหลังหนองปลาแขยง ต้องขอไฟเพิ่มจุดครับ ตรงนี้ก็ดับสนิทเลยครับ จุดที่ ๓ คือสนามกอล์ฟ กบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ จุดที่ ๔ ทางเข้าบ้านท่ากฐิน หมู่ ๓ ตำบลนนทรีครับทั้ง ๗ จุดนี้ ปัญหาหลายอย่างครับ ทั้งไม่มีไฟมาก่อน แล้วทั้งมีไฟและไฟไม่ทำงาน อีกทั้งยังมีโจร ที่ลักลอบขโมยสายไฟอีก ดังนั้นจึงกราบเรียนมายังทางหลวงจังหวัดปราจีนบุรีช่วยเร่งพัฒนา ติดตั้งซ่อมแซมด้วย และยังขอความร่วมมือมายังหน่วยงาน ทั้งท้องที่ ท้องถิ่นฝ่ายปกครอง ช่วยกันเป็นหูเป็นตาและขอความร่วมมือกับสถานประกอบการที่รับซื้อของเก่าได้กรุณา หน่อยนะครับ สังเกตดูว่าอะไรที่เป็นของเก่าก็อย่าได้โปรดซื้อเลย🔗

ปัญหาที่ ๒ ครับ ปัญหาหมาจรจัดในหมู่ที่ ๑๑ ตำบลคลองกลาง ตำบล กบินทร์ ได้รับการร้องเรียนมาจากท่านกำนันสมใจ พุทธิสังข์ กำนันตำบลกบินทร์ครับ ปัญหา สุนัขจรจัดเป็นจำนวนมาก เป็นร้อย ๆ ที่ก่อความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านประชาชน แม้เรื่อง การขับรถก็วิ่งไล่กัดจนรถเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงกราบเรียนไปยังสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด ปราจีนบุรี และยังหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบในการที่จะทำหมันสุนัข ได้โปรดเถอะครับ ช่วยกันรณรงค์แก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วย เป็นปัญหาเรื่องสุขภาพอนามัยแล้วก็อุบัติเหตุ กับประชาชนครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณาจารย์และนักศึกษาสาขาวิชาสังคมศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัย ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ซึ่งกำลังฟังการประชุมอยู่ชั้น ๔ ต่อไปขอเชิญคุณภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ครับ🔗

นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ เชียงใหม่

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดเชียงใหม่ เขตอำเภอหางดง และอำเภอสันป่าตอง วันนี้ผมขอปรึกษาหารือท่านประธานในประเด็น การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อำเภอหางดง และอำเภอสันป่าตอง กับโครงการการก่อสร้าง คลองชลประทาน หมายเลข ๒๑ ซ้ายครับ เพราะหากคลองชลประทานเส้นนี้สร้างเสร็จ จะสามารถผันน้ำจากลำเหมืองสายหลักของอำเภอหางดง นั่นก็คือคลองแม่ท่าช้างนะครับ มาลงที่คลองชลประทานเส้นนี้ระบายปล่อยตรงไปสู่แม่น้ำสายหลักของจังหวัดเชียงใหม่ นั่นก็คือแม่น้ำปิงครับ เพราะว่าทุกปีครับ อำเภอหางดงจะประสบปัญหากับน้ำป่าไหลหลาก จากลำเหมืองแม่ท่าช้างปริมาณมหาศาลครับ มีน้ำอยู่ประมาณ ๓๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพราะหากคลองนี้สร้างเสร็จจะสามารถผันน้ำได้ไม่ต่ำกว่า ๑๕ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แบ่งเบาไปได้ครึ่งต่อครึ่งเลย แล้วก็จะช่วยลดปัญหาน้ำท่วมของพื้นที่อำเภอหางดง และอำเภอสันป่าตอง ที่เป็นพื้นที่รับน้ำของลำเหมืองแม่ท่าช้างไปได้เยอะเลยครับ ท่านประธาน แต่ว่าปัญหาครับท่านประธานคือโครงการนี้ใช้เวลาก่อสร้างนานมาก ๆ สร้างมาแล้ว ๔ ปี ต้องรอไปอีก ๖ ปี ถึงจะก่อสร้างแล้วเสร็จ เพราะว่าโครงการนี้ไม่ได้อยู่ ในงบประมาณรายจ่ายของประเทศด้วยซ้ำ ทางกรมชลประทานต้องไปดึงงบจากโควตา งบประมาณจากโครงการอุทกภัยมาลงทุกปี ปีละไม่ถึง ๔๐-๕๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้น การก่อสร้างจะใช้เวลานานมาก ๆ ผมจึงขอฝากท่านประธานนะครับ ชาวหางดงและ สันป่าตองนี้ไม่ควรที่จะต้องรอ ๖ ปี ที่ต้องเผชิญปัญหานี้ก่อนโครงสร้างนี้จะแล้วเสร็จนะครับ ผมจึงขอฝากท่านประธานไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งปรับ โครงสร้างงบประมาณในการจัดสรรตามพื้นที่ความเสี่ยงของพื้นที่นะครับ แล้วก็ปัญหานี้ เราสามารถย่นระยะเวลาจาก ๖ ปี เหลือ ๓ ปีได้ง่าย ๆ เลยนะครับ แล้วก็อีกส่วนหนึ่งครับ คือการขยายสถานีปลายน้ำ ที่สถานีสูบน้ำตำบลสบแม่ข่า อำเภอหางดง เพราะปัจจุบันนี้ เราต้องรับน้ำจากพื้นที่อำเภอเมือง น้ำแม่ข่า แล้วก็น้ำชลประทาน แล้วก็คลองแม่ท่าช้าง มาลงที่สถานีสูบน้ำแห่งนี้ แล้วสถานีสูบน้ำแห่งนี้ครับ สามารถระบายน้ำได้เพียงแค่ ๑๒ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเท่านั้น ซึ่งไม่มีทางเพียงพอครับ จากลำน้ำคลองแม่ข่า และแม่ท่าช้างนี่มากกว่า ๓๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีไปแล้ว แล้วก็ปัญหาทุกครั้งครับ เวลาน้ำท่วมนี่น้ำแม่น้ำปิงก็จะสูงกว่าน้ำเหมืองถูกไหมครับ ทีนี้เราก็ต้องปิดประตูน้ำ เพื่อที่จะ ไม่ให้น้ำปิงไหลย้อนกลับมาท่วมในพื้นที่เมือง เราถึงต้องใช้เครื่องสูบน้ำอย่างเดียว ผมจึงขอ ฝากท่านประธานครับ ในการขยายกำลังของเครื่องสูบน้ำสถานีนี้ เพราะว่ากับปัญหาภัยพิบัติ เราคาดการณ์ไม่ได้ว่ามันจะรุนแรงมากน้อยขนาดไหน แต่สิ่งที่เราทำได้ นั่นคือการบริหาร จัดการปัญหาให้ประชาชนเผชิญกับปัญหานี้น้อยที่สุด ในระยะเวลาที่สั้นที่สุด ผมจึงขอฝาก ท่านประธานครับ กับโครงการการบริหารจัดการน้ำพื้นที่อำเภอหางดง และอำเภอสันป่าตอง เบื้องต้นเพียงเท่านี้และรายละเอียดที่เหลือผมส่งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ท่านประธานต่อไป ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณรวี เล็กอุทัย ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทยครับ ผมขอปรึกษาหารือในประเด็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒ ประเด็นดังนี้ ครับท่านประธาน🔗

ประเด็นแรกครับ จากสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีความรุนแรง อย่างมากครับ ไม่ว่าจะเป็นทั้งเหตุอุทกภัยหรือวาตภัยที่ผ่านมาครับท่านประธาน การเข้ามา ช่วยเหลือเยียวยาของภาครัฐเป็นความจำเป็นและมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งครับ เพื่อเป็น การแบ่งเบาภาระความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรครับ แต่กฎเกณฑ์ระเบียบข้อบังคับในการช่วยเหลือเยียวยาภาคการเกษตรนั้น มักจะติดขัด ในข้อจำกัดที่อ้างว่าต้องเสียหาย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ รวมถึงยังใช้เวลานานหลายเดือนมาก ๆ กว่าจะได้รับการเยียวยา ซึ่งเป็นอะไรที่ขัดกับความเป็นจริงเป็นอย่างมากครับ เช่น น้ำท่วม ไร่นาไร่ข้าวโพดครับ ผลผลิตมีความเสียหายแล้ว แต่ทางเกษตรบอกต้นยังอยู่ไม่เข้าเกณฑ์ ความเสียหาย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จ่ายเงินเยียวยาให้ไม่ได้ อีกกรณีหนึ่งที่ผมพบเจอนั่นก็คือ สวนฝรั่งโดนทั้งลมพายุพัด น้ำก็ท่วม ผลผลิตร่วงเน่าเสียหายครับ แต่ต้นตั้งอยู่ก็เยียวยา ให้ไม่ได้ เพราะไม่เสียหาย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผมเห็นว่าไม่สมเหตุสมผล เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากเกษตรกรผู้ได้รับความเสียหายจะไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา แล้ว ยังเป็นการไปตอกย้ำซ้ำเติมความช้ำใจให้กับเขาอีกด้วยครับ ดังนั้นครับ ผมจึงขอเรียน ผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงมหาดไทยโปรดช่วยพิจารณา ปรับแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องเกษตรกรให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ทั้งกรอบระยะเวลาวิธีการ ตรวจสอบรวมถึงอัตราเงินเยียวยาที่สมเหตุสมผลตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงด้วยครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน สืบเนื่องจากประเด็นแรก นอกจากพี่น้อง เกษตรกรจะได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติแล้ว ขณะนี้ราคาข้าวก็มีแนวโน้ม ที่ลดต่ำลงค่อนข้างมาก โดยได้รับผลกระทบทั้งจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า และการเพิ่มขึ้นของ ปริมาณผลผลิตข้าวของประเทศอินเดียสร้างความลำบากในด้านการส่งออกข้าวไทย เป็นอย่างมากครับ ผมจึงอยากขอฝากทางรัฐบาล โปรดช่วยพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือ พี่น้องชาวนาที่กำลังเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ด้วย อย่างเช่น การนำเอาโครงการไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๐ ไร่ หรือไม่เกินครัวเรือนละ ๒๐,๐๐๐ บาทกลับมาครับ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาให้พี่น้องเกษตรกรได้มีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีพต่อไปด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณพิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ ครับ🔗

นายพิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม พิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมนำปัญหาในพื้นที่ ๓ เรื่อง มาปรึกษาหารือกับท่านประธาน เพื่อประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวครับ🔗

ปัญหาแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ในเรื่อง ของปัญหาแสงไฟทางส่องสว่างดับจำนวนหลายต้น บริเวณถนนเทพารักษ์ ในช่วงกิโลเมตร ที่ ๕ บริเวณโรงพยาบาลสินแพทย์จนถึงบริเวณกิโลเมตรที่ ๘ บริเวณโรงเรียนสุขเจริญผล ซึ่งจุดนี้เป็นปัญหาของพี่น้องประชาชนในการใช้รถใช้ถนนในช่วงเวลากลางคืน ในบริเวณ เส้นทางดังกล่าวซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนครับ จึงขอนำเรียนฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลัก ๆ คือแขวงการทางจังหวัด สมุทรปราการด้วยครับ🔗

ปัญหาที่ ๒ ปัญหาไฟส่องสว่างบริเวณใต้สะพานข้ามคลองสำโรง ทางฝั่งถนน สุขุมวิท ใกล้สถานีตำรวจสำโรงเหนือ ซึ่งในบริเวณดังกล่าวมีพี่น้องประชาชนจำนวนมาก นำรถจักรยานยนต์มาจอดไว้ในช่วงเวลาไปทำงาน และใช้เส้นทางนี้ในการเดินสัญจรไปมา ในช่วงเวลากลางคืน และมีคนไร้บ้านจำนวนหนึ่งมาอาศัยอยู่ในบริเวณนั้น ปัญหาคือ ในช่วงเวลากลางคืนไม่มีแสงไฟส่องสว่าง ซึ่งเสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน ซึ่งอาจเกิดปัญหาอาชญากรรมขึ้นได้ จึงขอนำเรียนฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ แขวงการทางจังหวัดสมุทรปราการ และเทศบาลตำบลสำโรงเหนือ ด้วยครับ🔗

ปัญหาสุดท้าย ปัญหาในบริเวณช่วงพื้นที่ใต้สะพานกลับรถ ณ จุดท้ายซอย วัดด่านสำโรง ฝั่งถนนศรีนครินทร์ ณ จุดดังกล่าวไม่มีไฟส่องสว่างในการใช้รถใช้ถนนสัญจร และพื้นผิวถนนมีความชำรุดทรุดโทรม ซึ่งปัญหาดังกล่าวเป็นอุปสรรคในการใช้พื้นที่ในการ สัญจรของพี่น้องประชาชน และเกิดอุบัติเหตุและอาชญากรรมขึ้นได้ จึงขอนำเรียนฝาก ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว คือแขวงการทางจังหวัด สมุทรปราการและเทศบาลตำบลด่านสำโรงด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณเจษฎา ดนตรีเสนาะ ครับ🔗

นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจษฎา ดนตรีเสนาะ ผู้แทนราษฎรปทุมธานี เขต ๒ พรรคประชาชน คนปทุมลุ่มน้ำ เจ้าพระยาครับ ขออนุญาตขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ ปทุมธานี

วันนี้ผมขออนุญาตปรึกษาหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ🔗

เรื่องแรก ก็คือเป็นเรื่องของถนนกำแพงเพชร ๖ ช่วงสถานีรถไฟรังสิต ที่เสียหายชำรุดอย่างหนัก ผมหารือกับท่านประธานไปแล้ว ๓ ครั้ง แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ซ้ำร้ายยังพังเสียหายมากขึ้นนะครับ เกิดอุบัติเหตุ ประชาชนเลือดตกยางออกอยู่เป็นประจำ เราคงต้องมาทบทวนกันครับท่านประธานว่า การอภิปรายในสภาแห่งนี้ยังคงมีความศักดิ์สิทธิ์ อยู่หรือไม่ครับ ทำไมหารือ ๓ ครั้งแล้ว ยังไม่มีการแก้ไขนะครับ ฝากท่านผู้ว่าการรถไฟ แห่งประเทศไทยช่วยเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนชาวปทุมธานีด้วยครับ🔗

สไลด์ถัดไปเป็นเรื่องของน้ำท่วมครับ ท่านประธาน จังหวัดปทุมธานีท่วมปีละ ๓ ครั้ง มีพื้นที่ท่วม ๒ อำเภอ ๒๑ ตำบล ๖๕ ชุมชน แต่ไม่เคยได้รับความสนใจจากรัฐบาล เลยครับ ปีนี้ก็เช่นกันครับท่านประธาน รัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมแบบ เหมา ๆ หลังละ ๙,๐๐๐ บาท ๕๗ จังหวัด แต่ก็ไม่มีจังหวัดปทุมธานีนะครับ จังหวัดปทุมธานี น้ำท่วมสูงหลายจุด มีการยกของพื้นที่สูง มีการทำสะพาน มีการพายเรือ มีการประกาศ ภัยพิบัติจาก ปภ. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ปลัด นายอำเภอแจกของ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ไปกรอกกระสอบทราย ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีไปมอบของช่วยเหลือ รัฐมนตรี ไปติดตามสถานการณ์ ผู้แทนรัฐบาลไปมอบของช่วยเหลือ สิ่งเหล่านี้มันยังไม่เพียงพอ หรือครับที่จะบอกว่าจังหวัดปทุมธานีน้ำท่วมนะครับ แต่ทำไม ปภ. ของจังหวัดปทุมธานี ถึงบอกว่าจังหวัดปทุมธานีน้ำไม่ท่วม อย่างไรฝากรัฐบาลช่วยดูแลพี่น้องชาวปทุมธานีด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณชนก จันทาทอง ครับ🔗

นางสาวชนก จันทาทอง หนองคาย

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ จากพรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันได้รับการร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนบ้านดงสระพัง ตำบลนาหนัง อำเภอโพนพิสัย จำนวน ๒๒ รายด้วยกัน ซึ่งครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ บริเวณพื้นที่การก่อสร้างประตู ระบายน้ำหนองผักไหมล่าง โครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง ของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ค่ะ ซึ่งกรมชลประทานนั้นได้เข้าไปประชาคมหมู่บ้านตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ เพื่อขอคืนที่ดินค่ะ ซึ่งเกษตรกรทั้ง ๒๒ รายนั้นก็ยินยอมที่จะคืนที่ดินบางส่วนให้กับกรมชลประทานเพื่อก่อสร้าง โครงการประตูระบายน้ำค่ะ แต่ตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ จนถึงวันนี้ค่ะ ประชาชนนั้นไม่มีที่ดินทำกิน เงินชดเชยจากการใช้ประโยชน์ที่ดินตรงนี้ก็ยังไม่ได้รับค่ะ ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภา ไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๑. ส.ป.ก. จังหวัดหนองคาย ช่วยเร่งรัดการออกหนังสือยืนยัน การครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ ส่งต่อไปยังกรมชลประทานค่ะ ๒. กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทยช่วยออกไปเร่งรัดรังวัดที่ดิน เพื่อส่งมอบแก่กรมชลประทานเช่นกันค่ะ สุดท้ายแล้วความหวังสุดท้ายก็คือ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยผลักดัน เร่งรัดเงินชดเชยการใช้ประโยชน์ที่ดินให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ที่ดินทำกินก็ไม่มี เงินชดเชยก็ไม่ได้ แล้วก็ไม่ทราบว่าจะได้เงินชดเชยเมื่อไรค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณมากค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณรชตะ ด่านกุล ครับ🔗

นายรชตะ ด่านกุล (นครราชสีมา) เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ นายรชตะ ด่านกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา อำเภอด่านขุนทด อำเภอเทพารักษ์ และอำเภอพระทองคำ เขต ๑๕ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีประเด็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือต่อ ท่านประธานเพื่อประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายรชตะ ด่านกุล นครราชสีมา

เรื่องของโรงพยาบาลหลวงพ่อคูณปริสุทโธ ที่อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา โรงพยาบาลแห่งนี้ให้บริการพี่น้องประชาชน ทั้งอำเภอด่านขุนทด และอำเภอลูกข่าย ก็คืออำเภอเทพารักษ์กว่า ๑๖๐,๐๐๐ คน ท่านประธานครับ ด้วยระยะทางจากอำเภอไปถึงตัวจังหวัดนั้น เฉพาะที่อำเภอด่านขุนทด ระยะทางกว่า ๖๐ กิโลเมตร ที่อำเภอเทพารักษ์ระยะทางมากกว่า ๑๐๐ กิโลเมตร การรักษาพยาบาลบางโรค พี่น้องประชาชนจำเป็นต้องเดินทางไปที่โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครราชสีมา เช่น การฟอกไต ซึ่งพี่น้องประชาชนจำเป็นต้องเดินทางไปเป็นประจำ สัปดาห์หนึ่งมากกว่า ๒-๓ ครั้งครับท่านประธาน ทำให้เกิดความยากลำบากและสิ้นเปลือง ทั้งเวลา ทั้งค่าใช้จ่ายเป็นอย่างมาก ท่านประธานครับ เราจึงมีแนวคิดที่จะจัดตั้งศูนย์ฟอกไต ขึ้นที่โรงพยาบาลหลวงพ่อคูณปริสุทโธแห่งนี้ เพื่อให้บริการพี่น้องประชาชน เพื่อลดค่าใช้จ่าย ลดค่าเดินทาง แต่ท่านประธานครับ แผนงานเราต้องหยุดชะงัก เพราะว่าเราไม่มีระบบบำบัด น้ำเสีย ซึ่งเป็นข้อผูกมัดกับการจัดตั้งศูนย์ฟอกไตแห่งนี้ ฉะนั้นผมจึงขอเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงสาธารณสุข สำนักงบประมาณ กรุณาจัดสรร งบประมาณอาคารบำบัดน้ำเสียให้กับโรงพยาบาลหลวงพ่อคูณปริสุทโธ เพื่อให้บริการพี่น้อง ประชาชนให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป โดยเฉพาะโรงพยาบาลแห่งนี้ เป็นโรงพยาบาลนำร่อง ๓๐ บาทรักษาทุก ที่ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณอนุชา บูรพชัยศรี ครับ🔗

นายอนุชา บูรพชัยศรี แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ จากกรุงเทพมหานครครับ ผมขอหารือท่านประธานเพื่อประสานไปยังรัฐบาลในเรื่องของการ ก่อสร้างท่าอากาศยานนานาชาติอันดามัน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายอนุชา บูรพชัยศรี แบบบัญชีรายชื่อ

เนื่องจากสนามบินภูเก็ต ให้บริการเต็มขีดความสามารถแล้ว ไม่สามารถขยายได้อีก จึงต้องพัฒนาสนามบินใหม่ แล้วก็จากการที่ผมได้ลงพื้นที่ร่วมกับคณะกรรมาธิการการคมนาคม สไลด์ต่อไปจะเห็น เป็นการติดตามความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างสนามบินที่อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา ซึ่งทางคณะกรรมาธิการก็ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานจากทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งจาก ส่วนกลาง แล้วก็จากท้องถิ่นทำให้ได้รับทราบถึงปัญหา จึงขอหารือท่านประธานให้ทาง รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมได้วางแผน และประสานการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ อย่างบูรณาการกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย กรมท่าอากาศยาน กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ในส่วนของ ทอท. นอกจากการออกแบบผัง Layout ต่าง ๆ แล้วนี่ ก็จะต้องมีการคำนวณความคุ้มค่าของการลงทุนนอกจากนั้นจะเป็นขั้นตอน ของการศึกษาว่าจะสร้างผลกระทบอย่างไรกับพี่น้องประชาชนและหากมีการเวนคืนจะต้อง จัดหาที่ดินทดแทนให้ประชาชนอย่างไร เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง🔗

ในส่วนของกรมทางหลวงก็ควรจะต้องออกแบบถนน Highway ต่าง ๆ ที่จะมารองรับสนามบินแห่งใหม่นี้ ซึ่งทราบว่ามีการตั้งงบประมาณเพื่อที่จะจ้างที่ปรึกษาไว้ เรียบร้อยแล้ว สำหรับการออกแบบปรับปรุงทางหลวงหมายเลข ๔๐๒ จากตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา ไปยังอำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต แล้วก็จะมีการปรับปรุงสะพาน สารสินเดิม ซึ่งทราบว่าขณะนี้ก็อยู่ในขั้นตอนของการร่าง TOR แล้วด้วย🔗

ในส่วนของกรมทางหลวงชนบทก็มีเรื่องของการออกแบบ Local Road ต่าง ๆ นอกจากนี้เรื่องของการการวางแผนด้านไฟฟ้า ประปา ก็สำคัญครับ อยากให้เข้ามาปรึกษาหารือ พูดคุยกันในขั้นตอนออกแบบในเบื้องต้นนี้เลย🔗

เรื่องของที่ดิน ที่จะต้องมีกระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กรมธนารักษ์ มาพูดคุยให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว ในเรื่องของปัญหาการใช้ที่ดิน ในการก่อสร้างโครงการสนามบินแห่งนี้ ในขั้นตอนของการออกแบบเบื้องต้น ซึ่งก็อยากให้ ทำงานออกแบบไปพร้อม ๆ กันเลยครับ แล้วก็อยากให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่ทั้งอยู่ในภายใต้การ กำกับดูแลของกระทรวงคมนาคมเอง แล้วก็หน่วยงานอื่น ๆ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ แยกกัน ออกแบบอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน การทำงานแบบบูรณาการกันมากขึ้น ทั้งในส่วนต่าง ๆ ของภาครัฐและภาคเอกชน มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อทำให้โครงการก่อสร้างสนามบินนานาชาติ อันดามัน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงขอหารือท่านประธาน เพื่อประสานไปยังรัฐบาลด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ครับ🔗

นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องมาขอปรึกษาหารือท่านประธาน เพียงเรื่องเดียวดังนี้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมุทรสงคราม

ท่านประธานครับ ตลาดร่มหุบ จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมาท่องเที่ยว เดือนหนึ่งเป็นพัน ๆ คน รวมทั้งปีนับแสน นับล้านคนเลยนะครับ ท่านประธานครับ การท่องเที่ยวที่มีผู้คนมาเที่ยวจำนวนมากนับเป็นเรื่องที่ดี เป็นการสร้างรายได้ แต่ควรมีการ วางแผนปรับปรุงสถานที่ให้สอดคล้องกับลักษณะการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัย ความสะดวกสบาย สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว และลดผลกระทบกับการใช้ ชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่ อันจะทำให้เป็นการสร้างรายได้ให้เพิ่มมากขึ้นอย่าง ยั่งยืน และพร้อมรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวในอนาคต โดยมีข้อเสนอที่จะแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ ๒ ข้อ ดังนี้ครับ🔗

ข้อ ๑ เรื่องการจัดการจราจรในตัวตลาดครับ ประชาชนเสนอขอให้รถทัวร์ รถตู้ รถบัส ของนักท่องเที่ยวไปจอดที่ลานศาลากลาง ให้นักท่องเที่ยวเดินมา หรือจัดรถเล็ก เก็บค่าโดยสารบริการรับส่ง จะช่วยแก้ปัญหาการจราจรที่ติดขัด และเพิ่มความเป็นระเบียบ เรียบร้อยในตัวเมืองได้ครับ🔗

ข้อ ๒ เรื่องความสะดวก ความปลอดภัย รวมถึงความสะอาด และความสวยงาม ประชาชนเสนอให้เก็บค่าบำรุงสถานที่กับนักท่องเที่ยว เพื่อนำมาพัฒนาตลาดร่มหุบ เช่น การจ้างเจ้าหน้าที่บริการด้านต่าง ๆ การจัดทำป้ายเป็นภาษาต่างประเทศ การจัดเจ้าหน้าที่ ทำความสะอาด และจัดการเรื่องขยะ การปรับปรุงห้องน้ำ ทางเท้าให้สวยงาม รวมถึงการใช้ เทคโนโลยีในการมาติดตั้ง Sensor ให้มีไฟ หรือว่ามีเสียงเมื่อรถไฟวิ่ง เพื่อเพิ่มความปลอดภัย แล้วก็มีการจัดอบรม Guide Tour และผู้ประกอบการ ผมจึงขอให้ท่านประธานประสาน ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้แก่ จังหวัดสมุทรสงคราม เทศบาลเมืองสมุทรสงคราม การรถไฟแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อบจ. และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาตามข้อเสนอนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณยอดชาย พึ่งพร ครับ🔗

นายยอดชาย พึ่งพร ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายยอดชาย พึ่งพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมืองพัทยา เทศบาลเมืองหนองปรือ ผู้แทนเมืองท่องเที่ยว วันนี้ผมมี ๒ ประเด็นที่จะหารือกับท่านประธาน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายยอดชาย พึ่งพร ชลบุรี

ประเด็นแรกนะครับ ด้วยทางผู้บริหารเมืองพัทยา ได้จัดสรรงบประมาณทำลานอเนกประสงค์ เช่น สนามบาสเกตบอล สนาม Extreme บริเวณ ใต้สะพานรถข้ามแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา สนามบาสเกตบอลดังกล่าวได้รับความนิยม จากพี่น้องนักกีฬา รวมไปถึงนักท่องเที่ยวเข้ามาออกกำลังกายกันเป็นจำนวนมาก จึงเกิดการ ชำรุดเสียหาย ผนังสนามเป็นรู ลูกบาสเกตบอลสามารถกระเด็นออกไปได้ ซึ่งบริเวณดังกล่าว เป็นถนนที่มีนักท่องเที่ยวใช้สัญจรจำนวนมหาศาล หากลูกบาสเกตบอลกระเด็นหลุดผ่านช่อง สนามออกไปโดนรถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ ซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุ เพื่อเป็นการป้องกันการสูญเสีย ในชีวิตและทรัพย์สิน และทำให้ภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวด้านความปลอดภัยเสียหาย ขอให้ดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วนครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ด้วยมีพี่น้องจำนวนมากร้องเรียนไปยังผู้แทนราษฎร ถนนบริเวณหน้าสถานบันเทิงชื่อดังของเมืองพัทยาที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ฮอลลีวู้ด ผับ พังชำรุดเสียหายอย่างหนัก ไฟทางส่องสว่างเสียหายตลอดเส้นทางจนถึง แยกเพนียดช้าง ถนนสาย ๓ พัทยา ถนนบริเวณดังกล่าวอยู่ใจกลางเมือง มีนักท่องเที่ยวใช้ สัญจรจำนวนมาก ถือเป็นหน้าเป็นตาของเมืองพัทยารวมถึงภาพลักษณ์ของประเทศ ทั้ง ๒ ประเด็นนี้จึงนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายบริหาร เมืองพัทยานำโดยท่านนายกเมืองพัทยา ท่านปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ จัดสรรงบประมาณ ในการซ่อมแซมแก้ไขเพื่อเป็นการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน พี่น้องชาวพัทยา รวมไปถึงการสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยาและประเทศของเราอย่างเร่งด่วน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุดท้าย นะครับ ขอเชิญคุณกุลวลี นพอมรบดี🔗

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรครวมไทย สร้างชาติค่ะ ดิฉันมีเรื่องขอหารือท่านประธานเรื่องเดียวค่ะ สืบเนื่องจากปลายปี ๒๕๕๗ ตำบลบางป่า อำเภอเมืองราชบุรี ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรง โดยนายมานิต นพอมรบดี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงพื้นที่ร่วมกับท่านผู้นำ กลุ่มเกษตรกรและกรมชลประทานหลายครั้งเพื่อหาแนวทางที่แก้ไขปัญหาภัยแล้ง ในตำบลบางป่าอย่างยั่งยืน โดยได้ข้อสรุปที่จะใช้คลองขุดลัดมาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร จัดการน้ำ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ราชบุรี

คลองขุดลัดเป็นคลองดินที่ขุดขึ้น โดยใช้แรงงานในสมัยรัชกาลที่ ๕ การสไลด์ของดินพังลงไปที่คลองขุดลัดเกิดขึ้นบ่อยครั้ง จึงต้องใช้รถแบล็คโฮขุดลอกตะกอนดินเลนที่ก้นคลองขุดลัดเพื่อที่จะให้น้ำในแม่น้ำแม่กลอง ดันเข้าไปในคลองขุดลัดและพื้นที่ส่วนในของตำบลบางป่า ส่งผลทำให้ดินที่ริมตลิ่ง คลองขุดลัดพังเป็นประจำและถนนคันคลองเกิดการทรุดตัว โดยในปี ๒๕๖๒ ท่าน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มาตรวจราชการที่จังหวัดราชบุรี กรมชลประทานและดิฉันเอง ได้มีโอกาสนำเสนอแนวทาง โดยกรมชลประทานจะต้องทำการก่อสร้างกำแพงกันตลิ่ง คลองขุดลัดทั้ง ๒ ด้าน พร้อมทั้งวางท่อส่งน้ำขนาด ๓๐ เซนติเมตร พร้อมประตูเปิดปิดน้ำ ให้กับเกษตรกรที่ปลูกมะพร้าวทั้ง ๒ ฝั่ง รวมถึงปรับปรุงก่อสร้างถนนคอนกรีตของ คลองขุดลัดทั้ง ๒ ฝั่ง เพื่อใช้เป็นเส้นทางในการขนส่งสินค้าทางการเกษตร และก่อสร้างสถานี สูบน้ำที่คลองแพงพวย เพื่อสูบน้ำจากคลองแพงพวยมาหล่อเลี้ยงที่คลองขุดลัด โดยที่ ผ่านมากรมชลประทานได้จัดสรรงบประมาณโครงการระยะที่ ๑ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ จนถึง ปีปัจจุบัน คือ ๒๕๖๘ ซึ่งเป็นโครงการระยะที่ ๕ รวมแล้วก็ ๕ ปีค่ะท่าน เกือบ ๓๐๐ กว่าล้านบาท ก็จะเสร็จสิ้นในพื้นที่ของตำบลบางป่า ดังที่สไลด์ได้โชว์นะคะ ต้องกราบ ขอบพระคุณโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาราชบุรีฝั่งซ้าย กรมชลประทานมาก ๆ ที่ได้ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์แบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันจึงขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยจัดสรร งบประมาณทำต่อในปี ๒๕๖๙ ให้สิ้นสุด คลองขุดลัดก็คือกิโลเมตรที่ ๑๓+๘๕๒ ซึ่งอยู่ใน พื้นที่ของตำบลพงสวาย และขอให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาราชบุรีฝั่งซ้าย อบต. บางป่า กลุ่มผู้ใช้น้ำทั้ง ๒ ฝั่งคลอง ดำเนินการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำเพื่อบริหารจัดการน้ำได้อย่างมี ประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๓๖ คน
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อเพื่อเข้าประชุมจำนวน ๓๕๑ ท่านแล้วนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุม ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งให้ที่ประชุม วันนี้ก็ไม่มีนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มีนะครับ คุณรอมฎอน เชิญครับ🔗

นายรอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ ผมรอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ🔗

ผมจะขออนุญาตเสนอ ญัตติด่วนด้วยวาจา อาศัยข้อบังคับที่ ๕๔ (๑) ประกอบ (๒) ก็จะเสนอญัตติด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาผลกระทบ กรณีการขาดอายุความของคดีตากใบและข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการฟื้นฟูความชอบธรรมของรัฐและการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ครับ เพื่อพิจารณาต่อจากญัตติที่ท่านประธานกล่าวถึงเมื่อสักครู่นี้ และขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง มีผู้เสนอญัตติอะไรเพิ่มเติมไหมครับ คุณกมลศักดิ์ เชิญครับ🔗

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ นราธิวาส พรรคประชาชาติ ด้วยความเคารพเพื่อนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้นะครับ เนื่องจากว่าตอนนี้วันนี้วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๗ เป็นที่ทราบกันดีว่ากระแสเหตุการณ์การสลายการชุมนุมที่ตากใบนี้นะครับ เที่ยงคืน วันนี้คือช่วงสุดท้ายที่คดีจะขาดอายุความ ถ้าท่านได้ติดตามตามสื่อ สถานการณ์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง แล้วหลายประเด็น หลายกรณีของ กรณีการสลายการชุมนุมตากใบกำลังเบี่ยงประเด็นหลาย ๆ ประเด็น ผมว่าเราในฐานะ ฝ่ายนิติบัญญัติต้องทำหน้าที่ของเราให้เกิดความกระจ่างชัด แล้วก็นำไปสู่ข้อเสนอแนะ ไปยังฝ่ายบริหารในหลาย ๆ ประเด็น จึงขอเรียนท่านประธานสภาและเพื่อนสมาชิกว่า พรรคประชาชาติเราไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ จึงขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันพิจารณาหาทางออกกับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ กรณีการสลายการชุมนุมเหตุการณ์ตากใบที่จะขาดอายุความในวันนี้เที่ยงคืนครับ ท่านประธาน ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากมีผู้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ๒ เรื่อง ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ นะครับ มีท่านผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ เชิญครับ เชิญท่านประยุทธ์🔗

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เมื่อมีผู้เสนอในกรณี ตากใบขึ้นมา ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ผมไม่เห็นด้วย แต่กรณีที่ไม่เห็นด้วย ผมขออนุญาตท่านประธานแสดงเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยประกอบได้ไหมครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาอย่างนี้ เดี๋ยวจะให้แสดงความคิดเห็น จากทั้งผู้ที่อยากจะขอเลื่อน และผู้ที่ไม่เห็นด้วยนะครับ ขอเสียงรับรองก่อนนะครับ🔗

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รับรองถูกต้อง แล้วนะครับ มีผู้เสนออย่างอื่นอีกไหมครับ ไม่มีแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น จึงมีประเด็น ความเห็นที่แตกต่างกัน มีผู้ที่เห็นว่าควรจะเลื่อนขึ้นมาพิจารณาเรื่องตากใบเป็นเรื่องด่วน ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ แต่มีสมาชิกส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยนะครับ ซึ่งจะแสดงเหตุผลต่อไป เมื่อมีความเห็นต่างกันก็คงต้องหลังจากให้แสดงความคิดเห็นแล้ว คงต้องมีการลงคะแนน เพื่อดูว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอให้เลื่อนขึ้นมา แทนระเบียบวาระที่มีอยู่เดิม แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้ามานะครับ แต่ว่าระหว่างนี้ จะให้แสดงความคิดเห็น และสมาชิกก็เดินเข้ามาได้นะครับ จะได้นั่งฟังด้วย แล้วก็องค์ประชุม จะตรวจสอบต่อไป ผมจะขออนุญาตอย่างนี้ได้ไหมครับว่าขอท่านละ ๗ นาที ๒ ท่าน ๑๔ นาที ๓ ท่านก็ ๒๑ นาทีนะครับ เอาเป็นตามนี้นะครับ เชิญคุณรอมฎอนก่อนครับ🔗

นายรอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานและเพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผม รอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อสักครู่ผมลืม ผมกด ผมเกรงว่าสมาชิกที่อยู่ห้องกรรมาธิการอะไรต่าง ๆ จะไม่มาโหวตครับ🔗

นายรอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ เมื่อมี ความเห็นต่าง ก็ขออนุญาตที่ประชุมสักเล็กน้อยในการอธิบายเหตุผล ท่านประธานครับ ท่านนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไปจนกระทั่งถึงเที่ยงคืนวันนี้ ก็อยู่ที่ประมาณ ๑๓.๑๕ นาฬิกา ที่อายุความของคดีอาญาร้ายแรงที่เป็นผลมาจากโศกนาฏกรรม เมื่อ ๒๐ ปีก่อนที่ทำให้มี ผู้เสียชีวิตที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ถึง ๘๕ คน ๓๖๖ วันที่แล้ว วันนี้ของปีที่แล้วผมเองก็ใช้เวลา ๒ นาทีในช่วงปรึกษาหารือท่านประธานครับ ได้ร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์นั้นในวันที่ครบรอบ ๑๙ ปี แล้วก็วันนั้นเราเริ่มต้นนับถอยหลังอายุความที่เหลืออีก ๑ ปี ซึ่งวันนี้เดินทางมาถึง ในอีกไม่กี่ชั่วโมง และตอนนี้คดีอาญาที่มีอยู่ ๒ สำนวน สำนวนที่ประชาชนฟ้องเองในศาล นราธิวาสที่มีจำเลย ๗ คน ก็ยังไม่ได้พบตัว ไม่สามารถนำจำเลยมาที่ศาลได้ อีกคดีหนึ่ง ที่อัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหาก็ยังไม่ได้ถูกจับกุม ไม่มีการมอบตัว ทั้ง ๑๔ คน ยังไม่ปรากฏตัวต่อศาล และนี่คือปมปัญหาในวินาทีนี้ครับ แต่ผมต้องขอเรียนครับว่า เหตุผลในการตั้งญัตตินี้ เหตุการณ์ตากใบเป็นหนึ่งในหลาย ๆ เหตุการณ์ที่มีความรุนแรงเกิดขึ้นในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ตลอด ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมา มีคนเสียชีวิตไปมากกว่า ๗,๐๐๐ กว่าคน เหตุการณ์ตากใบ อยู่ในนั้นครับ แต่เหตุการณ์ตากใบเป็นปมสำคัญเป็นจุดเปลี่ยน เป็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนผ่าน ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นความทรงจำ บาดแผล เป็นประวัติศาสตร์บาดแผล ที่ต้องชำระสะสางอย่างมีวุฒิภาวะครับท่านประธาน เพื่อที่เราจะสามารถเดินหน้าต่อไปในการสร้างสันติภาพหาข้อยุติจากความขัดแย้งนี้ได้ เราต้องการทางออกทางการเมืองครับท่านประธาน เรื่องนี้เรื่องใหญ่เป็นเรื่องของรัฐเป็นเรื่อง ความมั่นคงของรัฐ เป็นเรื่องของสิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นเรื่องหลักการสำคัญที่ยึดโยง ให้รัฐเราเป็นรัฐเรา คือ หลักนิติธรรมครับ และเราต้องการเหตุ ต้องการผล ในการใช้วุฒิภาวะ ในการรับมือกับปัญหานี้ ที่ผมต้องเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ตอนนี้นอกเหนือจากที่ว่าอายุ ความกำลังจะหมดแล้ว จำเลยและผู้ต้องหาไม่มาที่ศาลแล้ว ตอนนี้เราพบว่ากระบวนการ ยุติธรรมภายในประเทศกำลังถูกท้าทายและกำลังถึงภาวะตีบตันครับ หลายเดือนมานี้ทั้งฝ่าย นิติบัญญัติอย่างที่หลายท่านได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่า กลไกกรรมาธิการ กลไกของพวกเราที่ พยายามจะเปิดเผยความจริง ในขณะทีเรื่องเข้าไปสู่ศาล ฝ่ายตุลาการก็พยายามอย่างถึงที่สุด ที่จะทำให้ความจริงและความยุติธรรมบังเกิดขึ้น ในขณะเดียวกันก็เกิดคำถามขึ้นในแวดวง ระหว่างประเทศในเวลานี้ครับท่านประธานว่า ตกลงประเทศเรายังปกครองอยู่ภายใต้หลัก นิติธรรมหรือไม่ หลายเรื่องที่เคยเกิดขึ้น วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดที่ยังคงมีอยู่ ความรับผิดชอบที่ควรต้องมีจากเจ้าหน้าที่รัฐ ที่กระทำต่อประชาชนนั้น จะเกิดขึ้นหรือไม่ แน่นอนครับ เราคงต้องพูดถึงสถานการณ์ความไม่สงบและความรุนแรงที่น่ากังวลใจในช่วงนี้ เมื่อคืนก่อนนะครับ และระยะในช่วงสัปดาห์ ๒ สัปดาห์นี้ หรือว่า ๑ เดือนก่อนหน้านี้ และคาดการณ์กันด้วยนะครับว่า หลังจากนี้อาจจะมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น กระบวนการพูดคุยและการเจรจาในเวลานี้ก็ยังไม่มีความแน่นอนชัดเจน แม้ว่าจะมี ความพยายามริเริ่ม เริ่มต้นกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพใหม่ แต่คงยาก ถ้าเกิดว่าเหตุการณ์ ตากใบคลี่คลายและผูกปมใหม่อย่างที่เกิดขึ้นนี่นะครับ ที่สำคัญมากกว่านั้น ตอนนี้ มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางและมีข้อเสนอ ต่อการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างทั่วไปเลย ทั้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในแวดวงต่าง ๆ และเราเห็นว่าคดีตากใบกลายเป็นประเด็น สำคัญของประเทศนี้ไปแล้ว แต่ที่สำคัญมากกว่าทั้งหมดเลยนะครับ คือความเชื่อมั่นไว้วางใจต่ออำนาจรัฐที่กำลังถดถอย เรากำลังเผชิญกับข้อพิสูจน์ที่ว่า รัฐไทยไม่สามารถอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนได้จริง หรือไม่ นี่คือคำถามใหญ่เลยครับ ที่เราต้องระดมพลัง พละกำลัง สมองต่าง ๆ เพื่อที่จะแสวงหา ทางออกกับภาวะเสื่อมถอยนี้ สุดท้ายที่จริง ๆ แล้วเป็นภาวะที่เร่งด่วนมาก ๆ ท่านประธาน คือเราจะโอบอุ้มความรู้สึกของญาติผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ที่กำลังรอคอยความจริง และความยุติธรรมนี้ได้อย่างไร นี่เป็นหน้าที่ของเรา เป็นหน้าที่ของพื้นที่การเมือง สถาบัน ทางการเมืองฝ่ายนิติบัญญัติของเราที่จะนำเรื่องยาก ๆ แบบนี้ เรื่องที่ท้าทายแบบนี้ เรื่องที่ เป็นปัญหาหลักของรัฐแบบนี้มาคุยกันในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ มาคุยกันในฐานะผู้แทน ของปวงชนชาวไทยหาทางออกร่วมกันครับ ผมยืนยันอีกครั้งท่านประธานครับว่าปัญหานี้ เป็นปัญหาความขัดแย้งที่เราเจอเป็นปัญหาทางการเมือง แต่ไม่ใช่เป็นการเมืองระหว่าง ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล พรรคนั่นกับพรรคนี่ นักการเมืองคนนั้น นักการเมืองคนนี้ ไม่นะครับเรื่อง นั้นเล็กไป เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่กว่านั้น เป็นปัญหาระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ กับประชาชนที่ไม่ลงรอย การที่ไม่ลงตัวอยู่ภายใต้ความสัมพันธภาพที่เปราะบาง เราจึงควร อย่างยิ่งที่จะใช้พื้นที่ของสภาแห่งนี้ ในฐานะที่เป็นหนึ่งในหนทางที่ประเทศนี้จะสามารถใช้ได้ เพื่อรองรับความแตกต่างหลากหลายทางความคิด เราจำเป็นที่ต้องใช้ปากของเราพูด เราต้อง ใช้หูของเราในการรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง แทนที่จะปล่อยให้เสียงปืนเสียงระเบิด เสียงของความรุนแรงผูกขาดความจริง ผูกขาดคำอธิบายต่าง ๆ และแทนที่จะใช้ความเงียบ หลบหนีปัญหา เราต้องเผชิญหน้ามันอย่างมีวุฒิภาวะครับท่านประธาน🔗

ในอดีตท่านนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเคยใช้สภา เคยใช้รัฐสภาในการเปิดเวทีภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ วันที่ ๓๐ กับวันที่ ๓๑ มีนาคม ในปี ๒๕๔๘ หรือประมาณ ๔-๕ เดือนหลังเหตุการณ์ตากใบ ท่านนายกรัฐมนตรี ขอให้ทั้งสองสภาได้ร่วมอภิปรายปัญหาใหญ่ระดับชาตินี้ และผมคาดหวังว่า ๒๐ ปีผ่านมา เรามีมรดกตกค้างที่ต้องคลี่คลายสะสาง ผมจึงอยากจะเรียกร้องท่านประธานและเพื่อน สมาชิกครับ ปัญหาใหญ่ระดับนี้เราควรต้องใช้พื้นที่แห่งนี้ในการร่วมหาทางออก ความยุติธรรมที่เราต้องการอาจจะไม่ใช่แค่การดำเนินคดีในชั้นศาลได้เท่านั้น แต่อาจจะ หมายถึงการเปิดเผยความจริง การเยียวยาฟื้นฟู และแน่นอนคือการปฏิรูปเชิงสถาบันต่าง ๆ เพื่อที่จะไม่ให้เหตุการณ์ที่มีคนใช้อำนาจรัฐฆ่าประชาชนจะไม่เกิดขึ้นอีก ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ครับ🔗

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ประกอบด้วยอำเภอบาเจาะ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต เรียนผ่านเพื่อนสมาชิกถึงเหตุผลและที่ทางฝ่ายพรรคประชาชาติเราได้ยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา ในวันนี้ กับกรณีให้เพื่อนสมาชิกได้แสดงความคิดเห็นกับสถานการณ์กรณีคดีการสลาย การชุมนุมที่อำเภอตากใบเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๗ จนนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีของครอบครัว ผู้เสียชีวิต ๔๘ ราย และจะขาดอายุความในเที่ยงคืนของวันนี้ สิ่งที่พรรคประชาชาติเราได้ เล็งเห็นว่าเรื่องนี้ ตอนนี้น่าเป็นห่วงไม่ใช่เฉพาะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา โดยเฉพาะ เมื่อวานซืนก็เกิดเหตุการณ์ใหญ่ที่ปานาเระ และก่อนหน้านี้ดูสถิติของสถานการณ์แล้ว น่าเป็นห่วงครับ สำคัญที่สุดกรณีตากใบตอนนี้นะครับ ผมไม่อยากให้เป็นเรื่องของ พรรคประชาชาติพรรคเดียว แต่เป็นเรื่องของทุกคนต้องแสดงความเห็นไปยังฝ่ายบริหาร ในฐานะที่เราอยู่ฝ่ายนิติบัญญัติ ก็ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด สะท้อนเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เราพูดกันมานานแล้วครับ เหตุการณ์ตากใบก็เป็นเรื่องหนึ่งที่พรรคประชาชาติเรามองว่าน่าจะนำไปสู่เงื่อนไขใหม่ ถ้าหากเราปล่อยโดยที่ไม่ได้ดำเนินการ หรือทำให้เรื่องนี้ผ่านไปเลยโดยไม่ได้ใส่ใจ ท่านประธานครับ ตั้งแต่ต้นเรื่องนี้มันมีประเด็นคำถามมากมายว่า ตอนนี้กลายเป็นว่าพี่น้อง ประชาชนที่ลุกขึ้นมาต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ถูกใส่ร้ายว่าเป็นแนวร่วม นั่นคือประเด็นหนึ่ง ที่เรากำลังมองว่าคดีตากใบตอนนี้เราได้บทเรียนอะไรบ้าง หลายอย่างเรามองว่าการที่ตอนนี้ มีการเบี่ยงเบนหลายประเด็น🔗

ประเด็นที่ ๑ ทำไมเพิ่งมาฟ้องตอนนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ เรื่องนี้ มันสุมอยู่ในอกของพี่น้องครอบครัวในพื้นที่มาโดยตลอด ถึงแม้จะรับเงินเยียวยาไปแล้ว แต่ในแง่กฎหมายคดีอาญามันไม่ระงับ ตาม พ.ร.บ. ศอ.บต. ๒๕๕๓ มาตรา ๙ (๗) เขาก็บอกว่า กรณีที่เสียชีวิตจากการกระทำของเจ้าหน้าที่จากสถานการณ์มีสิทธิได้รับเงินเยียวยา แต่ไม่ตัด สิทธิประโยชน์อื่น นั่นหมายความว่าคดีอาญายังไม่ระงับ แต่ปัจจุบันนี้กำลังโยนว่ารับเงิน ไปแล้ว พอแล้ว พอหรือยัง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้กำลังเบี่ยงประเด็น และนำไปสู่ปัญหาไม่จบสิ้น กับความรู้สึกของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะกับครอบครัวผู้สูญเสีย ท่านประธานครับ ในหลายมิติบางทีกำลังบอกว่าพี่น้องประชาชนที่ลุกขึ้นต่อสู้ฟ้องเป็นแนวร่วม ตอนนี้กำลัง สื่อว่าพี่น้องประชาชนที่ไปชุมนุมที่ตากใบ ๑,๐๐๐ กว่าราย ถูกเคลื่อนย้ายไปยังค่ายอิงคยุทธ ๑๔๐ กว่ากิโลเมตร ๑,๐๐๐ กว่ารายนี้ เป็นพวกแนวร่วม อย่าไปให้ความสำคัญ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มันเป็นการเบี่ยงข้อเท็จจริง และจะนำไปสู่ความขัดแย้งเพิ่มขึ้นอีก นี่คือสิ่งที่พรรคประชาชาติ เราเป็นห่วง จึงเป็นที่มาที่เราได้มีการติดตามเรื่องนี้ แสดงจุดยืนมาโดยตลอดว่าให้ฝ่ายบริหาร เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้เสียทีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือผู้รับผิดชอบ ให้จริงจัง ติดตามเอาตัว ผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้กับจำเลย ๗ คน แล้วก็ผู้ต้องหาอีก ๗ ราย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ความรู้สึกของครอบครัวผู้สูญเสียตอนนี้ นี่คือประวัติศาสตร์ ผมอยากให้ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่รับฟังด้วยนะครับ ท่านต้องเปลี่ยนทัศนคติ การต่อสู้ของพี่น้อง ประชาชนจากการที่เขาลุกขึ้นฟ้องคดีนี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของพี่น้องชาวมลายู ในพื้นที่ ท่านประธานครับ ก่อนหน้านี้การเสียชีวิตที่เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ไม่ใช่ว่า ไม่เคยมีในพื้นที่หลายสิบปีก่อนหน้านี้ มันมีอยู่ก่อนมานานแล้ว แต่ไม่เคยมีที่พี่น้อง ใช้กฎหมายลุกขึ้นต่อสู้เรียกร้องตามกระบวนการยุติธรรม นี่คือครั้งแรก นี่คือประวัติศาสตร์ และนี่คือประวัติศาสตร์ครั้งแรกที่อดีตแม่ทัพ อดีตผู้บัญชาการ ภาค ๙ หรือผู้บริหารระดับสูง ถูกออกหมายจับจากกรณีทำให้พี่น้องในพื้นที่เสียชีวิต เกิดขึ้นในยุคนี้ ไม่เคยมีมาก่อน ดังนั้น ผมอยากให้สภาแห่งนี้สะท้อน อย่างน้อยที่สุดสะท้อนให้ผู้ปฏิบัติงานปรับเปลี่ยนทัศนคติใหม่ ได้แล้ว คนพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ตอนนี้รู้กฎหมายเยอะแล้ว การที่เขาหันหน้ามา ต่อสู้ ไม่ได้จับปืนต่อต้านอำนาจรัฐ แต่เอากฎหมายมาต่อสู้ตามกระบวนการที่ถูกต้องตาม รัฐธรรมนูญ อย่าไปใส่ความเขาว่าเป็นโจร อย่าไปใส่ความว่าเขาเป็นแนวร่วม ถ้าตราบใดที่ยัง มีความรู้สึกทัศนคติเช่นนี้ ปัญหาไม่จบสิ้นนะครับในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านจะ ทุ่มเทงบประมาณแค่ไหน ก็ไม่ใช่ เงินเยียวยาเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ท่านประธานครับ เป็นห่วงครับ กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พรรคประชาชาติเราไม่ได้นิ่งนอนใจ เราติดตามความคืบหน้า ทั้งที่ปรากฏตามสื่อและติดตามความคืบหน้า โดยเฉพาะ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ได้ใช้ความพยายามถึงที่สุด ตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ เพื่อติดตามให้ได้ตัวของผู้กระทำ ความผิดทั้งจำเลย และผู้ต้องหามาเดินตามกระบวนการยุติธรรมที่ควรจะเป็น แต่ที่น่าเศร้าใจ ตอนนี้ เราทราบว่ามีคนที่ยังทำงานอยู่ภายใต้กระทรวงกลาโหม แล้วก็ภายใต้กระทรวงมหาดไทย แต่ว่าผู้บังคับบัญชายังไม่สามารถนำตัวมาลงโทษ ขออนุญาตครับ เป็นเรื่องสำคัญขออีก นิดเดียวครับท่านประธานครับ ก็ยังมีเวลาถึงเที่ยงคืนของคืนนี้นะครับ ท่านยังมีเวลาที่จะมอบตัวเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อย่างน้อยให้มีความรู้สึกว่าพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ ตอนนี้เขาอยู่ในความหวาดระแวงกลัวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ท่านช่วย คลี่คลายสถานการณ์ให้มันดีขึ้น โดยการเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม🔗

อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อวานที่ท่านออกมาให้ข่าว ขอโทษกับกรณีที่เกิดขึ้น แต่ผมในฐานะที่เป็นพรรคประชาชาติเราอยู่ในพื้นที่ ผมเห็นด้วย ที่ท่านออกมาขอโทษ แต่ผมอยากให้ครอบครัวของผู้สูญเสียเขามีความรู้สึกว่า เขาไม่สูญเปล่า กับการที่เขาลุกขึ้นมาฟ้องคดีนี้ ช่วยแก้กฎหมายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๕ ว่าด้วย อายุความเถอะครับ แสดงให้เห็นความจริงใจมากขึ้นนะครับ เพราะว่าคำขอโทษก่อนหน้านี้ พี่น้อง ๓ จังหวัดก็เคยได้ยินได้ฟังมา ๒ ครั้งแล้ว การแสดงความจริงใจประกอบคำขอโทษ ช่วยเสนอแก้กฎหมายอาญาด้วยอายุความกรณีที่เจ้าหน้าที่ทำให้พี่น้องประชาชนเสียชีวิต ซึ่งไม่ใช่เฉพาะกรณีตากใบ กรณีการสลายการชุมนุมอื่น ๆ ก็ให้ไม่ขาดอายุความ โดยเป็นมติ ของ ครม. ให้ประชาชนชาวบ้านที่นั่นมีความรู้สึกว่า อย่างน้อยที่สุดเขาลุกขึ้นสู้แม้ไปไม่สุด ทาง แต่เขาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย อย่างน้อย ที่สุดก็เรื่องอายุความนะครับ ให้เขามีความรู้สึกเหล่านี้ ก็จะเป็นความบรรเทาคลี่คลายกับ ความรู้สึกที่เขาเป็นปมความรู้สึกเจ็บปวดโดยไม่มีอายุความ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ครับ🔗

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านรอมฎอนและท่านกมลศักดิ์ ก็เป็น เพื่อนร่วมกรรมาธิการกฎหมายด้วยกันกับผม ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมก็ไม่ได้ หมายความว่าจะไม่เห็นด้วยในทุกประการที่ท่านพูดมา เห็นด้วย🔗

ประการที่ ๑ อยากเรียนท่านประธานว่าผมเสียใจกับผู้สูญเสีย ไม่ว่าจะมี การเยียวยาหรือไม่ว่าจะเป็นการผ่านมา ๒๐ ปีก็ตาม มรดกความคิดอีก ๕๐ ปีก็ไม่มีวันลืมได้เลย ผมคิดว่าพี่น้องชาวไทยก็มีความคิดอย่างนั้นเช่นกัน ไม่มีอะไรที่จะมีความเห็นแย้งในการที่จะ ให้ทางกระบวนการยุติธรรมมันเดินหน้าต่อไป ส่วนตัวมีความสงสัยอยู่เหมือนกันถ้าเป็นผม เป็นผู้สูญเสียผมจะฟ้องตั้งแต่วันแรก แต่ทำไมมาฟ้องในปีสุดท้ายเหลืออีกไม่กี่วันอีกไม่กี่เดือน ผมเสียดายนะครับท่านประธาน แล้วในส่วนตัวอีกเช่นกัน ผมอยากให้ตำรวจจับกุมตัว ผู้กระทำความผิดทั้ง ๑๔ คน ไม่จำเป็นต้องมีรายชื่อใครทั้งนั้น หรืออยากจะให้ดลบันดาล ให้จิตใจของผู้ต้องหา ผู้ถูกกล่าวหามามอบตัวก่อนหกทุ่มวันนี้ด้วยซ้ำไป นี่คือความคิดไม่ได้มี ความคิดที่แตกต่างกัน ท่านประธานครับ ผมไม่แน่ใจว่าผมควรจะพูดอะไรต่อไป แต่กระผม จะขออนุญาตท่านประธานเหมือนกันว่า ฝั่งนั้น ๒ ท่าน ๑๐ กว่านาที ถ้าผมเพียง ๗ นาทีนั้น การหักล้างแล้วแต่ท่านประธานจะกรุณา ในสังคมสื่อมาพูดถึงมาตรา ๑๗๒ ในการให้รัฐบาล ออกพระราชกำหนด การออกพระราชกำหนดมีข้อจำกัดอยู่เหมือนกันว่าออกได้ในกรณี ใดบ้าง แล้วการตรากฎหมายท่านประธานก็รู้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญมันพ่วงกันมันออกไม่ได้ ถ้าจำเพาะเจาะจงกรณีใดกรณีหนึ่งมันก็ทำไม่ได้ เช่นกัน🔗

ท่านประธานครับ การเรียกร้องในเรื่องขอให้รัฐบาลให้คณะรัฐมนตรีออก พ.ร.ก. ผมก็คิดได้ แต่ต้องคิดในใจ ถ้าคิดออกมาข้างนอกมันผิดหมด ผมอยู่ในขบวนการ ในการตรากฎหมายร่วมกับท่านประธานมาเท่ากัน เกือบ ๕๐ ปีที่ผ่านมาท่านประธาน คงจำผมได้ ผมจำท่านประธานได้ การที่จะเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ ท่านประธานครับ ในขณะที่เกิดเหตุนี่นายกรัฐมนตรี ๑๐ กว่าปี ยังเป็นเด็กนักเรียนอยู่ บ้านเมืองเรามีกระบวนการยุติธรรม มีขั้นมีตอน มีตำรวจ มีอัยการ มีศาล การที่บุคคลบางคน จะเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีมารับผิดชอบ ท่านประธานเป็นนายกรัฐมนตรี หรือผมเป็น นายกรัฐมนตรี ผมก็คิดไม่ออกว่าผมจะทำอย่างไร การแสดงความเสียใจและการขอโทษ มันก็เป็นเรื่องสง่างาม ท่านประธานครับ ในประเด็นที่จะให้เลื่อนมาพิจารณาในญัตติหรือไม่ ผมตั้งใจแล้วจะไม่ให้เลื่อน เพราะจริง ๆ แล้วเกิดมา ๒๐ ปีแล้ว ตรงนี้จะมาเป็นการญัตติด่วน ด่วนเรื่องอะไรครับท่านประธาน ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ผมโดนขังลืม ผมได้รับนิรโทษกรรม แล้วผมเอาเรื่องของผมด่วนไหม มันก็ไม่ด่วนเช่นกัน แต่ผมได้รับการประสานงานผิวเผิน ผมไม่ขัดข้องในการที่วิป ๒ ฝ่ายที่จะให้มีการพูดจากันอย่างไร แค่ไหน เพียงไร ถ้าตกลงกันได้ ผมก็ยินดีที่จะถอน แต่ผมไม่ทราบ เมื่อสักครู่เห็นเดินไปเดินมาคุยกันไปคุยกันมา ผมก็ไม่ได้ฟัง ท่านประธานถามวิป ๒ ฝ่ายเขาว่าอย่างไร ถ้าวิป ๒ ฝ่ายเขาคุยกันได้ว่าฝั่งนั้นจะมีกี่คน ฝั่งนี้มี กี่คนก็คุยกัน ท่านประธานครับ สิ่งที่สำคัญที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ท่านประธาน อาจจะไม่รู้ ผมเป็นกรรมาธิการการกฎหมายร่วมกับท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นี่ละครับ วันที่ ๒ ตุลาคม ก็นำเรื่องนี้เข้าไปประชุมในกรรมาธิการ แล้วกรรมาธิการก็มีความเห็นว่า คณะกรรมาธิการเห็นควรติดตามดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และความคืบหน้าของ การสลายชุมนุมที่อำเภอตากใบอย่างใกล้ชิด เพื่อจะให้นำตัวจำเลยมาดำเนินคดี ตามกระบวนการยุติธรรมและคืนความสุข คืนความยุติธรรมให้กับประชาชนผู้สูญเสียต่อไป ซึ่งผมเป็นกรรมาธิการด้วยผมก็เห็นด้วย ผมก็ทำหน้าที่ของผม ไม่เสียหายหรอกครับ ที่กรรมาธิการจะเดินหน้าต่อไปที่จะคืนความยุติธรรม ถ้าเรียกร้องกันได้ ถ้ามีอภินิหารนี่ ผมอยากให้ตำรวจจับกุมได้ ทั้ง ๑๔ คน หรือผู้ต้องหามามอบตัวสู้คดีครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมเห็นแย้งนี่ผมยังกั๊กไว้อยู่ เพราะฉะนั้นก็ขึ้นอยู่กับวิป ๒ ฝ่าย ที่คุยกันซึ่งผมไม่ได้ยิน และผมยินดีปฏิบัติตามทุกอย่างครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คุณประยุทธ์มากครับ เมื่อสักครู่นี้คุณประยุทธ์เสนอว่าถ้าวิปทั้ง ๒ ฝ่ายตกลงกันได้ว่าญัตตินี้ เมื่อเข้ามาแล้วจะอภิปรายกี่ท่านใช่ไหมครับ ฝ่ายละกี่ท่าน ถ้าตกลงกันได้ทั้ง ๒ ฝ่าย คุณประยุทธ์ก็ไม่ติดใจที่จะให้ญัตติด่วนเข้ามาได้ใช่ไหมครับ ตรงกันอย่างนั้นหรือเปล่าครับ แต่ว่าทางนี้คุยจบหรือยังไม่รู้ เชิญท่านประยุทธ์ครับ🔗

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ประเด็นที่ท่านประธาน ถามผมก็ยังไม่ทราบครับ ท่านรองเป็นตัวกลางให้ท่านรองได้กรุณา🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อนุญาตให้ ท่านรองพูดได้ครับ เพราะว่าได้ไปหารือเรื่องนี้แล้ว เชิญครับท่านรองประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกครับ เรียนชี้แจงกับเพื่อนสมาชิกแบบนี้นะครับ คือเท่าที่ได้เจรจากันกับทุกพรรคการเมือง อาจจะไม่ทุกพรรคการเมือง ขออภัยครับ เป็นพรรคการเมืองส่วนมากในสภาแห่งนี้นะครับ ก็เห็นไปในทิศทางเดียวกัน ทุกคนเป็นห่วงเป็นใย แล้วก็เข้าใจดีถึงสถานการณ์ ก็เลยได้มีการพูดคุยหารือกันว่าเป็นไปได้ไหมที่รับญัตตินี้ แล้วก็ จำกัดคน เพราะว่าวันนี้เรามีญัตติหลายเรื่องที่ต่อคิวอยู่ ก็ขอให้รับญัตตินี้ไป แล้วเจรจากันว่า แต่ละฝ่าย แต่ละพรรคการเมืองเราจะใช้เวลากันเท่าไร ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ผมได้สอบถามกับทางวิป พรรคประชาชนไป ท่านก็ว่าจะไปเจรจาเบื้องต้น เข้าใจว่าน่าจะเป็นที่ ๕ คนของพรรคประชาชน ส่วนพรรคประชาชาติก็เข้าใจว่าน่าจะมีเพิ่มอีก ๑ ท่าน เพราะเมื่อสักครู่นี้ท่านกมลศักดิ์ ได้อภิปรายไปแล้ว ๑ ท่าน ก็อาจจะมีอีกสัก ๑ ท่าน พรรคภูมิใจไทย มีท่านซาการียา ๑ ท่าน แล้วก็อาจจะมีท่านบีลา ๑ ท่าน แล้วก็ทางพรรครวมไทยสร้างชาติอีกสัก ๑ ท่าน รวม ๆ แล้ว ท่านละ ๖ นาที ก็รวมแล้วไม่น่าจะเกิน ๑ ชั่วโมงครับ ที่ผมได้มีโอกาสหารือเบื้องต้นนะครับ ก็เรียนให้ที่ประชุมทราบแบบนี้ แต่ว่าอย่างไรก็ดีอยากจะให้วิปทั้ง ๒ ฝ่ายลองเจรจากัน อีกครั้งหนึ่งว่า ด้วยทุกฝ่ายเห็นไปในทิศทางเดียวกัน แล้วก็เป็นห่วงเป็นใยต่อสถานการณ์ ถ้าหากว่าคุยกันได้ก็สามารถที่จะเดินหน้าร่วมกันได้ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประยุทธ์ครับ เดี๋ยวให้วิปรัฐบาลชี้แจง แล้วก็วิปฝ่ายค้านชี้แจง เพราะเราเหมือนกับว่าอีก ๑ วัน จะเป็น วันสุดท้ายของสมัยนี้แล้ว ก็อยากให้ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดีนะครับ เชิญวิปฝ่ายรัฐบาลครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขาวิปรัฐบาลครับ เป็นดังที่ท่านรองประธานได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า มีการพูดคุยกันระหว่างวิปในแต่ละพรรค ซึ่งขออภัยอาจจะไม่ใช่ทุกพรรคนะครับ แต่ว่าเป็นพรรคส่วนใหญ่ ก็คือเรามีการพูดคุยกันว่า ในวันนี้ตอนแรกที่เรามีการนัดเพิ่ม เราคุยกันว่าเราต้องการที่จะ Clear เรื่องญัตติของเพื่อน สมาชิกที่ค้างมานาน แต่เมื่อมีการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา และมีเพื่อนสมาชิกจาก ทั้ง ๒ ฝั่งที่รู้สึกว่านี่ก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่เพื่อไม่ให้เป็นการเบียดจากวัตถุประสงค์แรกที่เรา ต้องการ Clear ญัตติที่คาอยู่ในสภาแห่งนี้ครับ จึงมีการคุยกันว่าถ้าอย่างนั้นเรากำหนดคน กำหนดเวลาให้ชัดเจน เพื่อที่จะไม่ไปเบียดเวลาของญัตติอื่น แล้วก็เป็นดั่งที่ท่านประธาน ได้แจ้งว่าทางวิปของพรรคประชาชนเองก็แจ้งว่าทางฝ่ายค้านจะใช้จำนวนคน ๕ ท่าน และทางฝั่งรัฐบาลก็จะมีตัวแทนของพรรคประชาชาติ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคละ ๑ ท่าน คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน ๑ ชั่วโมง แล้วก็จะ ขอให้ทางกรรมาธิการซึ่งทำเรื่องนี้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรรมาธิการกฎหมายหรือความมั่นคง ไปดำเนินการต่อ เพื่อศึกษาต่อและหาทางแก้ไขศึกษาต่อไปครับ เรียนดังนี้ครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทางวิปฝ่ายค้าน เป็นตามนี้ใช่ไหมครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน จังหวัดระยอง ในฐานะวิปฝ่ายค้าน ก็เป็นไปตามที่ทางท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ ได้กล่าวครับ เราเองก็พยายามจะหาทางออก ร่วมกันในการใช้เวลาวันสุดท้ายของคดีความตากใบให้ถึงที่สุด แล้วสภาก็จะร่วมกันในการเสนอ แล้วก็นำไปส่งเข้าสู่กรรมาธิการสามัญต่อไป ก็เป็นไปตามนั้นครับ แล้วเราก็จะพยายาม ช่วยกันอย่างถึงที่สุดครับเรื่องนี้🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประยุทธ์ครับ จะเห็นด้วยกับวิปทั้ง ๒ ฝ่ายไหมครับ ถ้าเห็นด้วยท่านจะได้ถอนไม่ติดใจ🔗

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยครับ เพื่อเป็นลบรอยเลือดและคราบน้ำตา ของผู้สูญเสียก็เปิดโอกาสให้พูด แต่ผมขอร้องนิดหนึ่งอย่าเติมเชื้อไฟเข้ามาในกองไฟ ให้บ้านเมืองมันวุ่นวาย ขอร้อง ขอถอนครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณ คุณประยุทธ์มากครับ โปรดคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ ให้มันจบไปด้วยดีนะครับ คุณแนน เชิญครับ🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานคะ แนน บุณย์ธิดา สมชัย พรรคภูมิใจไทยค่ะ ขออนุญาตเสริมจากท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ ของพรรคเพื่อไทยเมื่อสักครู่นี้นะคะ เพราะท่านได้แจ้งว่าทางฝั่งรัฐบาลจะมีพรรคใด ๆ บ้าง ซึ่งทางพรรคภูมิใจไทยก็จะมี ๑ ท่านนะคะ คือท่านซาการียา สะอิ เพราะฉะนั้นของท่านซาการียา ก็จะขอพูดในตอนที่เข้าญัตติเลยนะคะ ของพรรคภูมิใจไทยจะมี ๑ ท่านค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เป็นอันว่า เราจะดำเนินญัตติที่เสนอโดยคุณรอมฎอน ปันจอร์ กับคุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ขึ้นมา เป็นเรื่องด่วนพิจารณานะครับ แล้วก็จะเชิญผู้ที่อภิปรายนะครับ บังเอิญเมื่อสักครู่นะครับ คุณซาการียา สะอิ แจ้งว่าจะอภิปรายตั้งแต่ ๓ ท่านนั้นยังพูดอยู่ แต่ผมเห็นว่าเรื่องนี้ควรจะ อภิปรายตอนจังหวะผู้อภิปราย เลยอนุญาตให้ท่านเป็นคนแรกครับ ๗ นาทีครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เอาเป็นว่าเราสรุปอย่างที่ท่านประธานได้สรุปเมื่อสักครู่นะครับ ทีนี้ผมรบกวนขอรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง พรรคประชาชน ๕ ท่าน พรรคเป็นธรรม ๑ ท่าน แล้วก็จะมีทางพรรคประชาชาติ ๑ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน แล้วก็พรรครวมไทยสร้างชาติ ๑ ท่าน พรรคเพื่อไทยไม่ทราบจะใช้สักกี่ท่านครับ ท่านศรัณย์ครับ🔗

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ประมวล ขอประชาธิปัตย์ ๑ ท่านด้วยครับท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขออภัยครับผมลืม ท่านศรัณย์ครับ พรรคเพื่อไทยจะใช้สักกี่ท่านครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย จากการประสานครับ ขอเป็นพรรคฝั่งรัฐบาลพรรคละ ๑ ท่านครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

รัฐบาลพรรคละ ๑ ท่านนะครับ ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นระหว่างผมรอพรรคประชาชนนะครับ ท่านซาการียาพร้อมไหมครับ ท่านลำดับแรกเลยครับ เชิญครับ🔗

นายซาการียา สะอิ นราธิวาส

ขออนุญาตเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้จริง ๆ ผมต้องขอขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ คนนะครับ ไม่ว่าจะเป็น ท่านรอมฎอน ปันจอร์ แล้วก็ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ที่ได้ยื่นญัตติด้วยวาจาในเรื่องขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาผลกระทบกรณีการขาดอายุความของคดีตากใบและการ เสนอแนะต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการฟื้นฟูความชอบธรรมของรัฐและการ แก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อันนี้ของท่านรอมฎอน ปันจอร์ อีกท่านหนึ่ง ก็คือของท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ในเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมพิจารณาทางออกกับ สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณีคดีสลายการชุมนุมเหตุการณ์ตากใบ ขาดอายุความ จริง ๆ ผมเองต้องขอขอบคุณทั้ง ๒ ท่านนะครับ แล้วก็ต้องขอขอบคุณ พรรคภูมิใจไทยด้วยที่เข้าใจคนอย่างผม ซึ่งเป็น สส. ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเขาก็เป็นห่วงเป็นใย ทางพรรคเองก็เป็นห่วงเป็นใยในเรื่องนี้ ผมเองจะบอกอย่างนี้ครับ ท่านประธาน ในตอนเหตุการณ์ตากใบ ผมเองอาจจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งผมเคยอภิปราย ไปแล้วในครั้งที่แล้ว แต่ผมเองเกือบจะโดนชักจูงหรือว่าโดนชักชวนไปในเหตุการณ์ตากใบใน ครั้งนั้นด้วย ผมเข้าใจดีครับท่านประธาน ว่าเหตุการณ์ตากใบในวันนั้นไม่มีใครอยากจะให้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เนื่องจากหลาย ๆ คนที่ไปก็ไม่ได้รู้เลยว่าการที่เข้าไปนี้มันจะโดนอะไรอย่างนี้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นผมเองเข้าใจดีว่าผู้สูญเสียหลาย ๆ ท่านก็เป็นผู้บริสุทธิ์ ฉะนั้นกระบวนการ ยุติธรรมก็ควรจะมีให้เขาได้สามารถที่จะได้พูด ได้สามารถที่จะได้บอก ให้ประชาชน ทั้งประเทศได้รู้ว่าเหตุการณ์ในวันนั้นไม่ใช่เหตุการณ์ของคนที่ทำความรุนแรงหรือจะ ก่อให้เกิดความรุนแรง เพราะผมเองก็รู้ดีและคนในพื้นที่ก็ทราบดีกันว่า คนที่เข้าไปชุมนุม ก็โดนชักชวนหรือชักจูง ซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ และส่วนใหญ่ที่เสียชีวิตในวันนั้นก็เป็น ผู้บริสุทธิ์ด้วยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นในวันนี้เราจะสังเกตได้ว่า ในคดีตากใบที่จะ หมดอายุความ อาทิตย์ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ความรุนแรงมันเกิดขึ้นมากมายจากความ ไม่เข้าใจของหลาย ๆ ฝ่าย ผมเองถามว่าอยากจะให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในสังคมหรือพื้นที่บ้าน เราไหม ไม่ครับท่านประธาน อยากจะทำอย่างไรให้พื้นที่เรานี้มีความสงบสุขที่สุด มีความ สันติสุขที่สุด พยายามตั้งกรรมาธิการหลาย ๆ กรรมาธิการเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เพื่อสร้าง ความยุติธรรมให้กับคนในพื้นที่ แต่ถามว่าหลาย ๆ อย่างมันก็ไม่ได้เป็นดั่งที่เราหวังทุกอย่าง ผมขอ Quote คำของภรรยาผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ตากใบ ขอ Quote คำสั้น ๆ คดีความ จะหมดอายุความแล้ว เราต้องจับมือกัน เราต้องกล้า อยากรู้ว่ายังมีไหมความยุติธรรม สำหรับชาวบ้านอย่างเราจะสู้ได้ไหมจนวินาทีสุดท้าย เราไม่อยากให้ดูว่าเราเป็นคนผิด คนอื่นมองว่าเราผิดไปที่ชุมนุม อยากลบล้างสิ่งนี้ด้วยความยุติธรรมในครั้งนี้ นี่คือคำของภรรยา ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ตากใบพูด เขาไม่ได้ฟ้องร้องเพื่อที่จะเอาอะไรเลยครับท่านประธาน ฟ้องร้องเพื่อที่จะให้ตัวเอง หรือว่าคนที่ไปชุมนุมได้เกิดความบริสุทธิ์ใจว่า คนที่ไป เป็นผู้บริสุทธิ์ครับท่านประธาน ดังนั้นผมอยากฝากให้ผู้ต้องสงสัยหรือผู้ต้องหาเข้ามา ในกระบวนการยุติธรรมครับท่านประธาน เพื่ออะไร เพื่อจะให้ทราบว่าในสิ่งที่ตนเองทำไป หรือได้ดำเนินการไปในช่วงเวลา ๒๐ ปีที่ผ่านมา มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถ้าเข้าสู่กระบวนการ ของศาลแล้วศาลจะว่าอย่างไร ก็ว่าไปตามกระบวนการนั้น อย่างน้อยผมเองเป็นคนในพื้นที่ ซึ่งพอจะเข้าใจดีว่าการทำงานในพื้นที่ใน ๒๐ ปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นกระบวนการยุติธรรม อะไรก็แล้วแต่มันเกิดขึ้นยากมากในกระบวนการใน ๓ จังหวัด คน ๓ จังหวัดยังมองว่าตัวเอง หรือว่าคนอื่น ๆ ยังมองว่าคน ๓ จังหวัดยังแยกเลยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นจะสังเกตว่า หลาย ๆ อย่าง คนใน ๓ จังหวัดนี้ดูแล้วมันดูหดหู่ใจครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ น้ำท่วม คนอื่นได้เยียวยาครับท่านประธาน แต่คน ๓ จังหวัดไม่ได้รับการเยียวยา ๙,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาท หรือ ๙,๐๐๐ บาทที่ได้คนจังหวัดอื่นได้ คนใน ๓ จังหวัดไม่ได้ นี่คือสิ่งสะท้อน มาจากชาวบ้านว่าทำไมรัฐบาล หรือทำไมพรรครัฐบาลหรือคนของรัฐบาลนี่ทำไม่เหมือนกัน อันนี้คือประเด็นที่เขามีความรู้สึกนะครับ ผมเองก็ต้องขอขอบคุณอีกครั้งกับทาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ คน ที่สุดก็คือเป็นพรรคภูมิใจไทย ที่เข้าใจว่าผมจำเป็นที่จะมา ต้องพูดถึงเรื่องนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจในวงกว้างนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไป ๓ ท่านนะครับ ท่านเชตวัน เตือประโคน ต่อด้วยท่านรัฐมนตรีทวี สอดส่อง และต่อด้วยท่านชลธิชา แจ้งเร็ว ๓ ท่านก่อนนะครับ เชิญท่านเชตวันครับ🔗

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานีครับ ผมขอร่วม อภิปรายเพื่อยืนยันว่าอาชญากรรมรัฐควรต้องมีกระบวนการค้นหาความจริง วัฒนธรรม พ้นผิดลอยนวลที่นักวิชาการอย่างอาจารย์ธงชัย วินิจกุล ให้คำจำกัดความ ให้นิยามว่า เป็นนิติรัฐอภิสิทธิ์ราชนิติธรรมนั้น ควรต้องได้รับการปฏิรูปขนานใหญ่ครับ ท่านประธานครับ ผมไม่อยากจินตนาการว่าถ้าคดีตากใบสิ้นอายุความ โดยไม่แม้แต่จะมีการนำตัวผู้ต้องหา มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนะครับ สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะเป็นอย่างไร ต่อไปจากนี้ ใครที่ออกมาพูดว่าเรื่องมันเกิดมาแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จะมาฟื้นฝอยหาตะเข็บ ทำให้เจ็บใจกันทำไม จนอาจกลายเป็นไฟลุกลามบานปลายนั้นนะครับ คนที่พูดอย่างนี้ เล่นการเมืองจนไม่สนใจเรื่องความเป็นธรรม และที่สำคัญคือมองสถานการณ์ปัญหา ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ออกครับ พูดอย่างนี้ครับ ก็เพราะเขาเชื่อว่า เชื่อแบบที่รัฐไทย เชื่อว่า เชื่อแบบที่รัฐไทยและทหารเชื่อว่า เชื่อมาโดยตลอดนะครับว่า เหตุการณ์ทั้งหมดนั้น ต้องมาจากการที่ผู้ก่อการร้ายจากโจรใต้ที่มีลักษณะการทำงานเป็นองค์กร มีโครงสร้าง มีระบบระเบียบชัดเจนเป็นเรื่องเป็นราว คิดแบบนี้ครับ ไม่แปลกที่งบประมาณจะถูกทุ่มลงไป มากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะแค่ไหนส่วนหน่วยราชการที่มีบทบาทสำคัญในพื้นที่อย่าง กอ.รมน. ก็ตกนับปีละ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว คิดแบบนี้ไม่แปลกที่หลังจากความขัดแย้งระลอกใหม่ ปะทุขึ้นนะครับ นับจากการปล้นปืนในวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๗ ปล้นปืนจากค่าย อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส หน่วยงานความมั่นคงของไทย รัฐไทยก็ไม่สามารถที่จะ แก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ คิดแบบนี้ไม่แปลกที่วันหนึ่งเราจะได้เห็น หนึ่งในผู้ก่อความไม่สงบ หนึ่งในผู้ก่อการร้ายลอบวางระเบิดทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐคือลูกหลาน ของคนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตากใบ คือคนที่รอดชีวิตจากการขนย้ายประชาชนผู้ชุมนุม อย่างไม่เป็นธรรม หน่วยงานความมั่นคงของไทย รัฐไทยกองทัพไทย คิดน้อยไปกับเรื่อง ความอยุติธรรมแบบนี้ ท่านประธานครับ ผมอยากให้เราลองฟังเสียงของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ของญาติพี่น้องที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น หนึ่งในผู้ชุมนุมคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ไว้ในเว็บไซต์ ประชาไทครับ ในบทความในเรื่องที่ชื่อว่าแฉเบื้องหลัง ๗๘ ศพ คลิปมรณะตากใบ-อิงคยุทธ บริหาร ขออนุญาตอ่านนะครับ พอขึ้นไปบนรถเขาก็ให้นอนคว่ำหน้า คนอื่นเข้ามาเขาก็ให้ นอนคว่ำหน้า ซ้อนกันถึง ๔ ชั้น รถที่ผมขึ้นเป็นคันที่ ๓ จะเงยหน้าก็ไม่ได้ ถ้าเงยจะถูกตีด้วย ด้ามปืน บางครั้งก็ถูกเตะหรือถูกเหยียบที่หัวผมก็ถูกเตะด้วยครั้งหนึ่ง คนที่อยู่ข้างบนจะช่วย คนที่อยู่ข้างล่างก็ไม่ได้ พวกเราช่วยเหลือกันไม่ได้เลย ถ้าขยับเขยื้อนนิดหน่อยหรือมีเสียง ออกมา เขาจะตีกับกระบองด้ามปืน หรือไม่ก็เตะกับรองเท้า มีอยู่คนหนึ่งผมได้ยินเสียงถูกตี ด้วยไม้หลายครั้ง ตีแล้วตีอีกจนไม้หัก เขาได้ยินเสียงนิดหนึ่งเขาก็ตี เขาได้ยินเสียงคนที่ร้อง ปฏิญาณตนต่อพระผู้เป็นเจ้า เขาก็ตีครับ อ่านแล้วเศร้าครับ จุก แน่นอกอย่างชนิดที่ไม่คิด ครับว่า มนุษย์จะกระทำกับมนุษย์ด้วยกันเองแบบนี้อีกคนหนึ่งครับ เป็นภรรยาของผู้เสียชีวิต ในเหตุการณ์ ๑ ใน ๖ ของผู้เสียชีวิตที่ สภ.อ. ตากใบ โดยสามีของเธอถูกยิงที่หัวและคอ เสียชีวิต ตรงนั้นเลยนะครับ เขาให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ฉันบอกกับลูกของฉันว่า พ่อของเขาตาย และพ่อเขาถูกยิงและฆ่าโดยทหาร เขาคือทหารนะครับ จะมาอ้างได้อย่างไรว่ายิงปืนขึ้นฟ้า ข้อเท็จจริงคือเขายิงชาวบ้าน และใครจะเป็นคนรับผิดชอบ การให้เงินช่วยเหลือเขานั้น ไม่พอ เราต้องการให้หาคนที่ได้กระทำสิ่งเหล่านี้และป้องกันไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอีก🔗

ท่านประธานครับ แม้แต่ชาวบ้านธรรมดาประชาชนตาดำ ๆ เขายังรู้เลยครับว่า จะชดเชยเยียวยาเท่าไรก็ไม่พอครับ เงินตรามากมายเพียงใดก็ไม่พอ สิ่งที่สำคัญคือ กระบวนการยุติธรรมต้องเกิดครับ วัฒนธรรม อย่าเรียกวัฒนธรรมเลยครับ เรียกว่า อวัฒนธรรม คนผิดลอยนวลต้องยุติครับ ท่านประธานครับ ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมพูดผมเขียนถึงหลายครั้งครับ หลายเวที เหตุการณ์กรณีตากใบ ตากใบต้องไม่เงียบ มากระทั่งวันนี้ครับ ในเวลาเที่ยงคืนของวันนี้ที่คดีจะสิ้นอายุความโดยที่กระบวนการยุติธรรม ไม่เกิดขึ้น ผมก็ยังเขียนอยู่ แล้วก็ยังพูดถึงเรื่องนี้อยู่ หลังจากที่ญาติผู้สูญเสียรวมกันฟ้องและ ศาลก็รับฟ้อง มีการเรียกผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาแต่ก็ไม่มา สุดท้ายกลายเป็น หมายจับที่ดูท่าแล้วอย่างไรก็ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้ ผมก็ยิ่งพูดมากขึ้นนะครับ หลายตอนมาจนตอนนี้ละครับ ซึ่งแน่นอนว่าโดนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย โดนปฏิบัติการข่าวสาร ของรัฐ ปฏิบัติการข่าวสารที่เราเรียกว่า IO ใส่ร้ายใส่ความสารพัด ผมไม่ได้ใส่ใจ ไม่สนใจ และไม่ได้ให้ค่ากับสิ่งเหล่านี้มาก เว้นแต่ว่าคนที่รู้จัก พอที่จะอธิบายกันได้ มีตัวตนพอเห็นหน้า มีสติพอที่จะอธิบายให้เขาเข้าใจ ขออีกนิดเดียวครับท่านประธาน ทั้งหมดเพราะอะไรที่ทำ ทั้งหมดนี้ผมคิดว่าหลาย ๆ คนที่อยู่ด้วยกันในที่นี้ก็มีอุดมคติเดียวกันแบบนี้ที่ว่า ถ้าคุณรู้สึก เจ็บปวดแปลว่าคุณมีชีวิต แต่ถ้าคุณรู้สึกถึงความเจ็บปวดของผู้อื่น คุณคือมนุษย์ครับ ท่าน ประธานนิดเดียวครับ คุณไม่รู้สึกหรือครับ กรณีความตายของคน ๗๙ คน ในเหตุการณ์ที่ สถานีตำรวจภูธรอำเภอตากใบ คุณไม่รู้สาหรือครับกับการขนย้ายผู้ชุมนุมให้ถอดเสื้อมัดมือ ไพล่หลัง แล้วขึ้นไปนอนซ้อนกันบนรถทหาร ๓-๔ ชั้น เดินทางจาก สภ.อ. ตากใบ ไปค่ายอิงคยุทธบริหาร ระยะทาง ๑๔๐ กิโลเมตร🔗

ท่านประธานครับ สุดท้ายจริง ๆ แน่นอนว่าผมมีข้อเสนอสำหรับเรื่อง สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการยกเลิกกฎอัยการศึก ด่านต่าง ๆ ที่ท่านตั้งไว้เต็มไปหมดนั้นควรถอนได้แล้วครับ การย้ายตำรวจที่ไม่ใช่คนในพื้นที่ ออกจากพื้นที่ อันนี้ก็เป็นข้อเสนอที่ผมคิดว่าสำคัญ การนิรโทษกรรมให้กับผู้กระทำความผิด ในคดีจลาจลต่าง ๆ หรือแม้แต่ข้อเสนอเรื่องของการกระจายอำนาจ อย่างองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้เก่งกาจมาจากไหน ไม่ได้มีความรู้มากมาย มาจากไหนหรอกครับ ทั้งหมดมาจากคนที่ทำงานในพื้นที่ นักวิชาการต่าง ๆ หรือแม้แต่ นักการเมืองของพวกเรานี่ละครับ ที่มีหัวใจและมีความเป็นมนุษย์ให้มีการตั้งญัตติด่วนด้วย วาจาในวันนี้ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านรัฐมนตรีทวี สอดส่อง เรียนเชิญครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมขอสนับสนุนญัตติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ ท่าน คือ ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ที่ขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันพิจารณาหาทางออก กับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณีคดีการสลายการชุมนุมเหตุการณ์ตากใบ ขาดอายุความ กับท่านรอมฎอน ปันจอร์ พรรคประชาชน ที่ขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาผลกระทบกรณีการขาดอายุความของคดีตากใบ และข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการฟื้นฟูความชอบธรรมของรัฐและการแก้ปัญหาความไม่สงบ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องความยุติธรรมเป็นการอยู่ร่วมกัน เป็น สิ่งที่มีความสำคัญและเป็นองค์ประกอบสำคัญในการรวมตัวเป็นประเทศชาติและรวมตัว เป็นสังคม ความยุติธรรมแม้อาจจะมีเป็นนามธรรมสูง แต่ถ้าสังคมใดขาดความยุติธรรม สังคมนั้นจะมีความแตกแยกไม่ใช่เฉพาะคนที่ไม่ได้รับความยุติธรรมที่จะอยู่ไม่ได้ แม้แต่ ผู้มีอำนาจก็อาจจะอยู่ไม่ได้🔗

เหตุการณ์ตากใบ เหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ขอเรียนว่า เป็นพลวัตรในการแก้ปัญหา ถ้าเรานับตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ก็ ๒๐ ปีที่จะถึง ในตลอดความ ๒๐ ปี ทุกภาคส่วนก็โหยหาจะหาทางออกจากไฟใต้ วันนี้เราเชื่อว่าเราพบทางออกแล้ว แต่เรายัง ไม่มีข้อยุติในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ข้อยุติในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ถ้าผมสรุปสั้น ๆ สัก ๑ ประโยคก็คือ การส่งเสริมให้ประชาชนทุกภาคส่วน มีส่วนร่วม ในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณีที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่เป็นความรู้สึกของคนจังหวัด ชายแดนภาคใต้เท่านั้น วันนี้เหตุการณ์ตากใบเป็นความรู้สึกของคนทั้งประเทศ และที่สำคัญ เป็นความรู้สึกของรัฐบาล เมื่อวานท่านนายกรัฐมนตรีได้ขอโทษประชาชน อันนี้ก็เป็น ความรู้สึก แล้วกระผมก็อยากจะเรียนว่า ในฐานะที่เป็นรัฐบาล โดยเฉพาะทุกภาคส่วน เราไม่เคยมีการพูดที่จะมีการช่วยเหลือผู้ที่ออกหมายจับเลย เรามีการพูดว่าทำอย่างไร จะส่งเสริมให้ตำรวจและหน่วยงานทางความมั่นคงติดตามจับกุมเพื่อให้มาสู่กระบวนการ ยุติธรรม ให้ทันเวลาของอายุความที่มีหมายจับ แต่ต้องเรียนว่าวันนี้เหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งก็ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะอภิปรายก็ได้สอบถามก็ยังมีความพยายามอยู่ ซึ่งผม อาจจะบอกไม่ได้ ท่านประธานครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดวันนี้ ในเรื่องเหตุการณ์ภาคใต้ ก็คือเรา จะทำอย่างไร จะส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมให้สังคมเกิดความยุติธรรมให้ได้ การส่งเสริม ผมว่าหนีไม่พ้นการเปลี่ยนผ่าน ก็คือการต้องให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง คำพูดมันอาจจะยาว ไกลไป สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๕๐๐ คน ผมถือว่ามาจากตัวแทนของประชาชนของคนทั้ง ประเทศทุกภาคส่วน เมื่อเราเอาประชาชนเป็นศูนย์กลางไม่ได้ เราก็เอาสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ดังนั้นการตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษา ผลกระทบหรือเหตุการณ์กรณีจะขาดอายุความ ซึ่งมันเป็นความไม่เป็นธรรมที่พี่น้องประชาชนเห็นได้ชัดเจน ผมจึงคิดว่าเป็นหนทางหนึ่งที่เรา จะร่วมกันพยายามที่จะทำให้เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ผมมีส่วนหนึ่งในการเข้าไปแก้ปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้จะเป็นช่วงที่สั้น ๆ ในระยะเวลา ๒ ปี ๗ เดือน ขณะที่เข้าไป ผมทราบว่าเหตุการณ์ภาคใต้ ทุกคนก็จะหาทางออก แต่ตัวผมจะสร้างทางใหม่ การสร้างใหม่ ของผมก็อย่างที่ผมพูด ทุกคนเราบอกว่าเขาอาจจะแบ่งแยกดินแดน ปู่เขาก็เกิดที่นั่น พ่อของพ่อ ของปู่เขาเกิดที่นั่น เขาอยู่ในดินแดนนั้นมาตลอด มันเป็นวาทกรรม เราจะทำอย่างไรจะสร้าง ทางใหม่ คือสร้างทางใหม่ เราก็ต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม ท่านประธานครับ จะขอสัก ๑ นาที อย่างกรณีเหตุการณ์ตากใบ รัฐบาลรู้ว่าการเปลี่ยนผ่านจากความไม่เป็นธรรม ซึ่งประชาชน รัฐจะบอกว่าความเป็นธรรมโดยกระบวนการยุติธรรมแล้ว ประชาชนยังไม่ เป็นธรรม เราก็มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นเยียวยา ซึ่งคณะกรรมการนี้มีประมาณ ๘ ชุด มีทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตากใบ ก็คือเหตุการณ์ที่มัสยิดกรือเซะ วันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๔๗ มีผู้เสียชีวิต ๑๐๙ คน รวมทั้งทหารด้วย แล้วก็เหตุการณ์ตากใบที่มีผู้ได้รับผลกระทบ ๙๗๘ คน ซึ่งการเปิดพื้นที่ให้มีการตั้งกรรมการครั้งนั้น ประธานกรรมการของตากใบคือใครรู้ไหม ท่านประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ปัตตานี ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา ท่านผู้บัญชาการตำรวจ ท่านมาจากกองทัพ เมื่อทุกภาคส่วนมาและตัวแทน ผลของการตั้งกรรมการครั้งนั้น ก็มีการเยียวยาทางจิตใจและจิตวิญญาณก็ไปอุมเราะห์ แต่วันนี้มันเป็นเรื่องใหญ่ คือเรื่องการขาด อายุความ ซึ่งเรามีกฎหมายอยู่แล้ว ที่ว่ากรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐไปกระทำความผิดในคดี อุ้มหาย แล้วไม่มีอายุความ หรือจะไปแก้ ควรจะมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่โดยการกระทำนี้ ไม่ควรจะมีอายุความ หรืออย่างไรก็แล้วแต่ เราควรจะเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม อันนี้ถือว่าเป็นการเยียวยาจิตใจและจิตวิญญาณของคนที่โหยหาความยุติธรรมครับ ขอขอบพระคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณมากครับท่านทวี เมื่อสักครู่นี้ผมขานท่านชลธิชา แจ้งเร็ว ปรากฏว่าสลับกับ ท่านธิษะณา ชุณหะวัณ ครับ เชิญท่านธิษะณา ชุณหะวัณ แล้วต่อด้วยท่านอดิศร เพียงเกษ เชิญครับ🔗

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือปทุมวัน สาทร และราชเทวี พรรคประชาชนค่ะ คดีตากใบค่ะท่านประธาน เป็นเหตุการณ์ที่ทิ้งรอย บาดแผลในใจของผู้คนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้หลาย ๆ คนจวบจนปัจจุบันค่ะ เป็นบ่อเกิดของการหยุดยั้งในการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นได้ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ค่ะ ดิฉันมีความเข้าใจถึงความซับซ้อนและประเด็นอ่อนไหวในพื้นที่ ปฏิเสธไม่ได้ค่ะท่านประธาน ว่ากรณีตากใบเป็นชนวนทำให้เกิดความขัดแย้งติดอาวุธ หรือ Armed Conflict มาจนถึงปัจจุบัน ผ่านมา ๒๐ ปี ความรุนแรงใน ๓ จังหวัดยังไม่มีท่าทีที่จะลดลงค่ะท่านประธาน เหตุการณ์ตากใบ เป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติตามมาตรา ๗ บรรทัด ๑ ของธรรมนูญกรุงโรม ๑๙๘๘ คือการทำให้พลเรือนไม่ติดอาวุธ เสียชีวิตอย่างกว้างขวางมากกว่า ๑ คนขึ้นไป และเป็นระบบ ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ หรือ Customary International Law สูงสุด หรือเรียกว่า Jus Cogens ภาษาลาติน ซึ่งไม่สามารถละเมิดได้ ไม่ว่าจะกรณีใด ๆ ก็ตาม ในสายตาของประชาคมโลก หรือในสายตาของกฎหมายมหาชนระหว่างประเทศ ในขณะที่เรากำลังใกล้สู่ช่วงเวลาที่คดีจะหมดอายุความภายในเที่ยงคืนของวันนี้ มีสิ่งที่น่ากังวล เป็นอย่างยิ่งคือผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หรือจำเลยทั้งหมดยังคงลอยนวล นับตั้งแต่วันที่ มีการพิจารณาคดี ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมค่ะ เราทุกคนในที่นี้ ควรตระหนักรู้ว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของอดีตที่ผ่านมาแล้ว แต่ควรรับรู้ว่าตอนนี้ต้องเรียกร้อง ให้เกิดความรับผิดรับชอบต่อเรื่องในอดีตด้วย หากเราไม่เคลื่อนไหว ไม่ใส่ใจต่อความอยุติธรรม ที่เกิดขึ้นกับประชาชนมือเปล่าที่ได้รับบาดเจ็บ ผู้สูญเสียญาติพี่น้องหรือลูกหลานของพวกเขา จนวันนี้ผ่านมา ๒๐ ปี มีการชดเชยค่าเสียหาย แต่ไม่มีกระบวนการยุติธรรมที่นำจำเลยเข้าสู่ กระบวนการได้เลยค่ะท่านประธาน มีกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนของ UN หรือที่ เรียกว่า UN Special Procedure แสดงความกังวลว่าการขาดอายุความของคดีตากใบจะ นำไปสู่ความล้มเหลวของการนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ส่งเสริมวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด หรือ Impunity ของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะหน่วยงานความ มั่นคงหรือกองทัพไทยค่ะ จากข้อมูลของ Amnesty International Thailand ในวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๗ ได้เกิดเหตุการณ์ประท้วงใน สภ.อ. ตากใบ จังหวัดนราธิวาส มีผู้ประท้วงราว ๆ ๒,๐๐๐ คน ข้อเรียกร้องคือการให้มีการปล่อยตัวชาวมุสลิมเชื้อสายมลายู จำนวน ๖ คน ซึ่งขณะนั้นถูกควบคุมตัวโดยพลการค่ะท่านประธาน ในระหว่างนั้น พลโท พิศาล แม่ทัพภาค ๔ ได้ประกาศกฎอัยการศึกใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ โดยในที่เกิดเหตุได้มีการรายงานว่ามีการใช้ รถฉีดน้ำ แก๊สน้ำตา และกระสุนจริง ยิงเข้าใส่ผู้ชุมนุมค่ะท่านประธาน ในประเด็นการใช้ อาวุธปืนจริง รายงานเบื้องต้นว่ากรณีรุนแรงตากใบเป็นปัญหาความมั่นคงมนุษย์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ของวุฒิสภาที่จัดทำในปี ๒๕๔๘ ค่ะ โดยคณะกรรมาธิการทั้ง ๓ ชุด ระบุว่าการยิงปืนของเจ้าหน้าที่ราชการ มีทั้งลักษณะ การยิ่งขึ้นฟ้า การยิงระดับต่ำเข้าใส่ประชาชน บางกรณีก็ปรากฏในภาพข่าวในหนังสือพิมพ์ The Nation ฉบับเกิดเหตุชุมนุม ๖ คน เสียชีวิตในโรงพยาบาลเสียชีวิตอีก ๑ คน ประชาชน ผู้ชุมนุมหลายคนถูกยิงบาดเจ็บสาหัส บ้างถูกยิงหลังจากนอนหมอบอยู่กับพื้นแล้วนะคะ หมอบอยู่กับพื้นแล้วก็ยังยิงใส่เขาเพื่อสลายตัวการชุมนุม และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก หลังจากนั้น ๑,๓๗๐ คน ได้ถูกนำตัวไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร และเสียชีวิตระหว่างเดินทางไป ๑๕๐ กิโลเมตรค่ะท่านประธาน ๗๘ คนที่เสียชีวิต โดยการกดทับ ขาดอากาศหายใจ ในระหว่างขนย้าย ไม่นับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผู้ที่ได้รับความพิการ หลายท่านจากเหตุการณ์ ที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ในช่วงเวลาขณะนั้นคณะกรรมการอิสระได้มีการสอบข้อเท็จจริง กรณีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์อำเภอตากใบค่ะ ซึ่งจัดตั้งโดยรัฐบาลในขณะนั้นคือรัฐบาลของ นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้มีการประณามการใช้กำลังเกินกว่าเหตุ การใช้กำลังต้อง คำนึงถึงภยันตรายอันใกล้จะถึง การตอบโต้ที่มีสัดส่วนเหมาะสมและมีความจำเป็นสูงสุดค่ะ ไม่ใช่ว่าล้มลงไปกับพื้นแล้วยังเอาปืนไปยิงเขาอีก อันนั้นไม่ใช่การใช้กำลังที่ถูกต้องตาม กฎหมาย ท่านประธานคะ ภายในเที่ยงคืนของวันนี้อายุความจะสิ้นสุดแล้วค่ะ ดิฉันคิดว่า ควรมีการผลักดันเพื่อแก้ไขในส่วนของกฎหมายวิธีการพิจารณาความอาญา ในประเด็นของ การต่ออายุความในคดีที่อุกฉกรรจ์หรือร้ายแรงเช่นนี้ค่ะท่านประธาน อาทิเช่นอาชญากรรม โดยรัฐที่ก่อความรุนแรงให้กับประชาชนทั้งกาย ชีวิตและทรัพย์สิน เกิดปัญหาลักษณะนี้ เกิดขึ้นอีกในอนาคตเพื่อป้องกันช่องโหว่ทางกฎหมายไม่ให้จำเลยหนีความผิดได้อย่างนี้อีก เนื่องจากกฎหมายไทยคดีอาญามีอายุความในทุก ๆ ความผิด แล้วเมื่อคดีอาญาถูกระงับไป การพิสูจน์ความผิดก็จะถูกระงับไปด้วย ซึ่งแตกต่างกับต่างประเทศที่สามารถต่ออายุความ ในความผิดที่ร้ายแรงอุกฉกรรจ์แบบนี้ได้ ในหลายประเทศที่มีกรณีเหมือนกัน อาญาร้ายแรง สูงสุด ๔ ฐาน คือตามธรรมนูญกรุงโรม เช่นความผิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ความผิด อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ อาชญากรรมสงคราม และอาชญากรรมการรุกราน ซึ่งเป็นเรื่อง สำคัญและเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะยับยั้งไม่ให้ผู้มีอำนาจย่ามใจในการกระทำใด ๆ ที่ระยำ ตำบอนต่อพี่น้องประชาชนค่ะ ที่อาจเป็นการสร้างความผิดร้ายแรงที่ส่งผลกระทบการละเมิด สิทธิมนุษยชนของรัฐต่อประชาชน ดิฉันเองก็คิดว่าเราควรที่จะผลักดันให้มีการลงสัตยาบัน กับธรรมนูญกรุงโรม เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เหตุเช่นนี้เกิดขึ้นในภายหน้าค่ะ ดิฉันเชื่อว่าหากคดีนี้ อายุความหมดลงจะยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรมไทย ถึงแม้ว่า ศาลจะมีคำสั่งให้นำตัวผู้กระทำผิดทั้ง ๑๔ คนมารับโทษแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถทำได้ รวมถึงยังซ้ำเติมภาพลักษณ์ของกระบวนการยุติธรรมไทยในสายตาต่างชาติที่ไม่สามารถคืน ความเป็นธรรมให้กับเหยื่อความรุนแรงโดยรัฐได้เลยค่ะ ท่านประธานคะ ประเทศไทยเราต้อง ดูความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านค่ะ เพื่อสังคมไทยเปลี่ยนผ่าน ยุติวัฒนธรรมลอยนวล พ้นผิดโดยเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมีหลักอยู่ ๕ ประการ ๑. คือการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่าง รวดเร็ว ฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด สร้างกระบวนการทำให้สังคมยอมรับตระหนักรู้ และระลึกถึงความเจ็บปวดของผู้ถูกกระทำผ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด อาชญากรรมต่อมนุษยชาติค่ะท่านประธาน เจตนารมณ์ทางการเมือง หรือ Political View ของรัฐบาล เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดต่อการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ๑ ในผู้กระทำผิดเป็นอดีต สส. บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย แต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากพรรคเพื่อไทยเลย แม้แต่น้อย และในการดำเนิน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านธิษะณาครับ เราตกลงกันแล้วว่าอย่าไปพาดพิงถึงคนอื่นเขา เราใช้เวลาตรงนี้กัน แค่ชั่วโมงเดียว และเวลาท่านหมดแล้ว ขอความกรุณาเถอะครับ🔗

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

สรุปแล้วค่ะท่านประธาน ดิฉันมีโอกาสได้เข้าร่วมพิธีรำลึกถึงกรณีเหตุการณ์ตากใบเมื่อ ๓ ปีที่แล้ว และได้พบกับ คุณมะรีกี ดอเลาะ ซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ตากใบค่ะ จึงอยากจะพูดกับพี่น้อง ประชาชนในคำที่เขาได้กล่าวกับดิฉันหลังจากรอดชีวิตมาจากเหตุการณ์ เขาได้พูดกับดิฉันว่า อยากให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นจริงค่ะ เพราะเรายังเหลือที่มีชีวิตรอด จึงอยากพูดแทนเพื่อน ที่บาดเจ็บและเสียชีวิต เพราะคนที่ตายไปแล้วไม่สามารถพูดได้ ถ้าเราไม่ออกมาพูดเราก็จะ กลายเป็นคนผิดตลอดไป และจากคำพูดนี้ทำให้ดิฉันเองในฐานะผู้แทนราษฎรจะช่วยส่งเสียง ไปยังพี่น้องประชาชนที่จะยุติวัฒนธรรมการลอยนวลพ้นผิดต่อเจ้าหน้าที่รัฐนี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านอดิศร เพียงเกษ เชิญครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัด ขอนแก่น นับเป็นนิมิตหมายที่ดีของสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคการเมือง ที่ได้เปิดโอกาส ให้แต่ละพรรคส่งตัวแทนมาอภิปรายเรื่องตากใบ ตากใบนี้ ๒๐ ปีมาแล้วครับ บางคนอายุก็ไม่มาก ผ่านการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีมา ๙ คนครับ รวมทั้งคนที่ ๙ คือ คุณแพทองธาร ชินวัตร เริ่มจาก พันตำรวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ยศในขณะนั้น ตั้งคณะกรรมการอิสระ และแสดงความเสียใจ ขอโทษครับเหตุการณ์ ต่อมาเป็น พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีท่านก็แสดงความรับผิดชอบ ขอโทษต่อ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่อมาเป็นคุณสมัคร สุนทรเวช คุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ คนที่ ๕ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วมาถึง ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านได้เยียวยาให้แก่ผู้ได้ที่รับ ผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ไป ต่อมาคุณประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่เกือบ ๙ ปี เศรษฐา ทวีสิน และคนที่ ๙ แพทองธาร เป็นเรื่องที่น่าเสียใจครับ ปี ๒๕๔๗ ผมอายุ ๕๐ ต้น ๆ จนปัจจุบันนี้ ๗๒ ปีแล้วครับ ก็ผมเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับกรณีการชุมนุม แน่นอนครับ ผู้ชุมนุมถูกกระทำประทุษร้าย ถูกฆ่า จับกุม คุมขัง ไม่สามารถที่จะหาคนที่เป็นฆาตกร ฆ่า หรือกระทำความรุนแรงละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้ชุมนุมได้ หลายเหตุการณ์ครับ ตั้งแต่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ คนตายเท่าไรแล้วครับ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เป็นกระบวนการ ที่เกิดขึ้นที่รุนแรงที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการข่มขืนแล้วก็ลากศพไปแขวนคอต้น ที่มะขามสนามหลวง มาพฤษภาทมิฬ ปี ๒๕๓๕ จนป่านนี้ก็ยังจับฆาตกรไม่ได้ มาถึง การชุมนุมของ กปปส. ก็ดีพันธมิตร หรือแม้กระทั่งการชุมนุมของขบวนการเสื้อแดง ซึ่งกระผมและคุณก่อแก้ว พิกุลทอง ขออนุญาตคุณหมอเชิดชัย และหลายต่อหลายท่าน หลายต่อหลายคนที่มาร่วมชุมนุม ผู้ปกครองในขณะนั้นทำการโหดร้าย ทารุณ เข่นฆ่าคนที่มา ชุมนุมถึง ๙๙ ศพบาดเจ็บ ๒,๐๐๐ คน จนปัจจุบันนี้เรายังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไม่ได้ ครับ พอจะเริ่มจากให้ไปสู่ความยุติธรรม ป.ป.ช. ก็เตะลูกออก จนคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ขออนุญาตเอ่ยนาม พยายามที่จะแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช. ให้ผู้เสียหายคือประชาชน มีสิทธิ ที่จะร้องขอความยุติธรรมในการดำเนินคดีได้ ท่านครับ เหตุการณ์เหล่านี้ ผู้ที่สูญเสีย ผู้ที่ชุมนุมมือเปล่าไม่ได้ใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ ยุทโธปกรณ์ก็มีอยู่เหตุการณ์ในป่านั้นนะครับ ดังที่ผมอภิปรายครั้งหนึ่งในสภา ผมคิดถึงน้องชายผม อันนั้นมีอาวุธสมศักดิ์ศรีกัน ท่านครับ ดำเนินคดีไม่ได้ผมจึงเห็นใจกับผู้ที่เสนอญัตติด้วยวาจา ทั้งจากพรรคประชาชนด้วยความเคารพ และจากพรรคประชาชาติที่ได้แสดงออกว่า ประชาชนเขาได้ใช้สิทธิ แล้วก็ใฝ่หาความยุติธรรม ได้แล้ว ออกหมายจับแม่ทัพได้แล้ว เหมือนพวกเราอยากออกหมายจับฆาตกรที่ฆ่า ๙๙ ศพ เสื้อแดงครับ ผมจึงให้กำลังใจว่ากระบวนการยุติธรรมที่มันริบหรี่ที่ปลายอุโมงค์ กำลังจะ สว่างไสว ต้องชำระความยุติธรรมต้องมีมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด คดีตากใบมีการสอบสวน มีการชันสูตรไปคราวหนึ่ง คราวนั้นประชาชนยังไม่ได้ใช้สิทธิ ประชาชนใช้สิทธิเที่ยวนี้ ผมถึงเห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรควรจะถือโอกาสนี้ ในการที่จะแสวงหาความยุติธรรมให้แก่ พี่น้องประชาชน ไม่อยากให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นครับ ท่านนายกรัฐมนตรีคนที่ ๙ ปัจจุบันที่ผมเอ่ยชื่อไป ฯพณฯ แพทองธาร ชินวัตร ผมดูการให้ สัมภาษณ์ของท่าน ท่านเสียใจและท่านได้แสดงความรับผิดชอบเยี่ยงผู้นำที่ดีคือ ขอโทษต่อ เหตุการณ์นี้ครับ ทั้ง ๆ คุณแพทองธาร ชินวัตร ในขณะนั้น อายุ ๑๗-๑๘ ปีเท่านั้น ผมจึงให้ กำลังใจผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ คนไม่ชุมนุม คนไม่ได้รู้ ไม่รู้หรอกครับ ผมจึงอยากจะ ให้สภาแห่งนี้เมื่ออภิปรายเสร็จกันแล้ว จงเข้าใจความรู้สึกของคนของพรรคเพื่อไทย ผมเป็น ตัวแทนว่ายังมีความเจ็บปวดเหมือนกัน อยากให้ความยุติธรรมก่อเกิดเกิดขึ้น คุณพิศาลเป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อ ทำหน้าที่ในคณะกรรมาธิการ หลายคนทางฝั่งขวามือก็ประชุมร่วมกัน ผมตั้งข้อสงสัยว่าทำไมไม่สอบถามเรื่องนี้กันในขณะที่เป็นกรรมาธิการด้วยกัน ผมจึงอยากให้ สภาแห่งนี้รับเรื่องนี้ไปให้คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ที่ดูแลเรื่องนี้ หรือกรรมาธิการอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้รับลูกเพื่อพิจารณาหารายละเอียด ไม่ใช่ละเลยเพิกเฉยไปให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดซ้ำซาก จึงขอสนับสนุนที่จะให้กรรมาธิการ สามัญที่จะพิจารณาเรื่องนี้ และขอแสดงความเสียใจไปสู่ผู้ที่สูญเสียทั้งเหตุการณ์ภาคใต้ ทั้งฝ่ายประชาชนและฝ่ายทหาร ท่านครับ ผมอยากให้เดินทางไปสู่แนวปรองดองและอยากให้ กำลังใจคนที่ได้รับเป็นผู้ต้องหา วันนี้เที่ยงคืนนี้จะขาดอายุความได้ แต่จำคำพูดของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมซึ่งอภิปรายไปนะครับ มีแต่ปาฏิหาริย์เท่านั้นถึงจะกลับมา อยากให้ปาฏิหาริย์มีจริงครับ อยากให้ความยุติธรรมก่อเกิดขึ้นทั้ง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และทุก ๆ จังหวัดที่ไม่ได้รับความเป็นยุติธรรมจากกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ตำรวจเป็น ผบ.ตร. ใหม่ทำอะไรไป ต้องเอาเรื่องพวกนี้มาสอบสวนตีแผ่ในคณะกรรมาธิการ และมารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ นี่คืออำนาจอันศักดิ์สิทธิ์ที่ฝ่ายนิติบัญญัติ สภาผู้แทนราษฎรทุกพรรค รวมทั้งพรรคของท่านที่นั่งเป็นประธานด้วย และรวมทั้งประธาน รัฐสภา ซึ่งเป็น สส. จากทางภาคใต้จะได้รับรู้ว่าท่านได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ ขอให้สันติภาพ เกิดขึ้นแก่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเกิดขึ้นทั่วประเทศไทยและทั่วโลก ขอกราบ ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไป ๒ ท่าน ท่านชลธิชา แจ้งเร็ว และท่านยูนัยดี วาบา เชิญท่านชลธิชา แจ้งเร็ว ก่อนครับ🔗

นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ปทุมธานี

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคประชาชน ก่อนอื่นดิฉันขอใช้โอกาสนี้ในการขอบคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ ท่าน ท่านแรก คือ คุณรอมฎอน ปันจอร์ จากพรรคประชาชนที่พยายามนำเรื่องคดีตากใบขึ้นมา พูดคุยในรัฐสภาของเรามาโดยตลอด และท่านที่ ๒ คือ คุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ซึ่งเป็น ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งท่านเอง ก็มีความจริงจังและมีความตั้งใจจริง ๆ ที่หยิบยกเรื่องของการติดตามการดำเนินคดีกรณี ตากใบ เข้ามาพิจารณาในห้องกรรมาธิการ ซึ่งดิฉันเองก็นั่งอยู่ในห้องกรรมาธิการชุดนี้มาโดย ตลอดและในโอกาสนี้ดิฉันจึงขอร่วมอภิปรายในญัตติด่วนด้วยวาจากรณีตากใบและขอตั้ง ข้อสังเกตสั้น ๆ สัก ๓ ประการ ไว้ในที่ประชุมแห่งนี้🔗

ข้อสังเกตประการแรก ดิฉันคิดว่าเราต้องเริ่มต้นจากการช่วยกันแก้ไข ความเข้าใจผิด ๆ ที่คลาดเคลื่อนกันไปไกลว่า เมื่อประชาชน หรือญาติของผู้ที่เสียชีวิตในกรณี ตากใบได้รับเงินเยียวยาจาก ศอ.บต. ไปแล้ว พร้อมกับเซ็นหนังสือยินยอมที่จะไม่ติดใจ เอาความกับเจ้าหน้าที่รัฐแล้วนั้นถือว่าคดีสิ้นสุดลงแล้ว อันนี้เป็นความเข้าใจที่ผิด เป็นความ เข้าใจที่คลาดเคลื่อนในมิติข้อกฎหมายที่ไปกันไกลมาก ๆ เพราะในกรณีของตากใบซึ่งมี ผู้ที่เสียชีวิตกว่า ๘๕ คน ถือว่าเป็นความผิดอาญาแผ่นดินไม่สามารถที่จะยอมความกันได้ แล้วในห้องกรรมาธิการการกฎหมาย ซึ่งเราได้มีการพิจารณาเรื่องเหล่านี้ ทางท่านประธาน ท่านกมลศักดิ์ ก็ได้มีการสอบถามแล้วก็จี้ไปทางอัยการและ ศอ.บต. อย่างชัดเจนว่ากรณีนี้ ถือว่าคดีสิ้นสุดแล้วจริง ๆ หรือไม่ ซึ่งทางอัยการและ ศอ.บต. ก็ยืนยันอย่างชัดเจนว่า แม้ญาติจะได้รับเงินเยียวยาไปแล้ว แต่ถือว่าคดีไม่สิ้นสุด ดังนั้นดิฉันก็คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พวกเราโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐจะไม่ช่วยกันไปขยายความเข้าใจผิด ๆ ในลักษณะนี้ออกไปอีก🔗

อีกประการหนึ่ง ขณะที่ดิฉันคิดว่าอาจจะต้องช่วยกันขยายความเข้าใจด้วย พอดีก่อนหน้านี้ท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ซึ่งท่านเองก็ได้นั่งเป็นกรรมาธิการในห้อง กรรมาธิการกฎหมายเช่นเดียวกับดิฉัน ก่อนหน้านี้ท่านเองก็ได้มีการตั้งคำถามว่าแล้วทำไม ญาติของผู้เสียหายถึงเพิ่งจะมาเริ่มกระบวนการ จริง ๆ ดิฉันอาจจะต้องขอย้อนเท้าความ ทรงจำสักเล็กน้อยว่า ในช่วงปลายปีที่แล้วทางกรรมาธิการก็ได้มีการเรียกหน่วยงานเข้ามา ชี้แจงในคดีตากใบ ท่านประธานคะ เรื่องน่าเศร้าเกิดขึ้นเมื่อทางเจ้าหน้าที่อัยการ และเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับชี้แจงในห้องกรรมาธิการการกฎหมายว่า ไม่ทราบว่าสำนวนคดีตากใบ หายไปไหน และนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ญาติของผู้ที่เสียชีวิตกลับจะต้องมาริเริ่ม แล้วก็ ฟื้นคดีกันเอง และแน่นอนว่าแม้กระทั่งการฟื้นคดีของญาติก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่อย่างใด เพราะว่าทุกวันนี้ญาติของผู้เสียชีวิตที่เริ่มต้นกระบวนการไปฟ้องร้องดำเนินคดีอีกรอบ ต่างก็ถูกคุกคามโดยเจ้าหน้าที่รัฐมาโดยตลอด🔗

ข้อสังเกตประการที่ ๒ ท่านประธาน ที่ดิฉันอยากจะฝากไว้ ก็คือปัญหาของ กระบวนการติดตามจำเลยที่มีความล่าช้า และไม่เห็นถึงความจริงจังและความจริงใจในการ ติดตามตัวของจำเลยมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแต่อย่างไร ซึ่งต้องย้ำกันชัด ๆ ว่าเจ้าหน้าที่ ตำรวจนี่ก็ถือว่าเป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีโดยตรง🔗

ท่านประธานคะ ประการแรก ที่ดิฉันอยากจะพูดถึงก็คือเรื่องของ การประสานงานเพื่อขอหมายแดงไปทาง Interpol ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการสิ่งที่ น่าตกใจเรากลับพบว่า แม้ระยะเวลาจะผ่านไปล่วงเลยมากแล้วที่มีการออกหมายจับมาแล้ว แต่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้มีการประสานไปทาง Interpol มิหนำซ้ำก็ยังชี้แจงในห้อง กรรมาธิการนะคะว่าอยู่ในระหว่างการแปลเอกสาร เป็นเรื่องน่าเศร้ามากค่ะท่านประธาน🔗

ประการที่ ๒ ที่ดิฉันอยากฝากเป็นข้อสังเกต คือดิฉันไม่เห็นท่าทีจากรัฐบาล ในการประสานงานไปยังประเทศปลายทางที่จำเลยอย่างน้อย ๒ คน ได้เดินทางหลบหนี ออกไปแล้วนะคะ ทั้ง ๆ ที่ประเทศปลายทางอย่างน้อย ก็คือประเทศอังกฤษมีสัญญาส่งผู้ร้าย ข้ามแดนกลับประเทศไทย แต่ดิฉันก็ไม่เห็นท่าทีเหล่านี้แต่อย่างใด🔗

อีกประการหนึ่ง ท่านประธานคะ ดิฉันเองต้องบอกว่าเป็นจำเลยในคดีทาง การเมือง แล้วท่านประธานเชื่อไหมว่า แม้กระทั่งข้อกล่าวหาเล็ก ๆ น้อย ๆที่ดิฉันโดน คือ พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะซึ่งโทษมันเบามาก ๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้มีการส่งรายชื่อของ ดิฉันไปติด Blacklist ไว้ที่ ตม. นั่นหมายความว่า ในทุกครั้งที่ดิฉันจะต้องเดินทางไป ต่างประเทศก็จะต้องไปติดแหงกอยู่ห้อง ตม. เพื่อ Clear ตัวบัญชี แต่ในกรณีนี้ในห้อง คณะกรรมาธิการการกฎหมายก็ได้มีการซักถามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นเคย เราก็ไม่พบไม่ เห็นถึงความพยายามในการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอยากจะมอนิเตอร์ เรื่องของการเดินทางของ จำเลย ซึ่งทำให้คนไทยจำนวนมากมีการตั้งคำถามว่า ทำไมแนวปฏิบัติถึงแตกต่างกันขนาดนี้ ทำไมแนวปฏิบัติถึงเป็นไปอย่าง ๒ มาตรฐาน หรือเป็นเพราะว่าจำเลยในคดีนี้คือจำเลยที่เป็น เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ดิฉันจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะถอดบทเรียนในความผิดพลาดในการ ติดตามตัวจำเลยที่ล่าช้า กรณีตากใบเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นกับคดีอื่น ๆ อีกในอนาคต🔗

ประการสุดท้าย ที่ดิฉันอยากจะฝากไว้เป็นข้อสังเกตคือการสร้างสันติภาพให้ เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะไม่เกิดขึ้นเลยหากไม่มีความยุติธรรมให้กับคน ในพื้นที่ และดิฉันก็ขอเสนอว่าความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน คือ Concept หลักที่รัฐบาล ชุดนี้จะต้องนำมาหยิบยกใช้เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ และสร้างสันติภาพ ในพื้นที่ให้เกิดขึ้น🔗

ประการแรก ก็คือเรื่องของการค้นหาข้อเท็จจริง ชำระประวัติศาสตร์ แล้วเลิกแปะป้ายว่าพวกเขาคือโจรใต้🔗

ประการที่ ๒ คือการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรม ซึ่งวันนี้เราไม่เห็น และในอีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนี้คดีความกำลังจะหมดอายุความลง🔗

ประการที่ ๓ คือเรื่องของการเยียวยา ซึ่งในแง่ของการสร้างสันติภาพ การเยียวยาไม่ใช่แค่การเยียวยาเฉพาะตัวเงินเท่านั้น แต่เราจะต้องรวมไปถึงการเยียวยาในแง่ ของจิตใจและการขอโทษอย่างจริงจัง🔗

สุดท้าย คือเรื่องของการปฏิรูปโครงสร้างทั้งกฎหมายและนโยบายเพื่อยุติ วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด ไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต🔗

สุดท้ายค่ะท่านประธานประเทศไทยของเราพึ่งจะได้รับตำแหน่งในเก้าอี้ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเราได้รับตำแหน่งนี้พันธะ ผูกพันของเรา คือเราต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเรามีความเหมาะสมจริง ๆ กับกรณีของเก้าอี้ ดังกล่าวนี้นะคะ แล้วกรณีตากใบค่ะ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เป็นเรื่องที่ ประเทศไทยถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเวทีโลกมาโดยตลอด ดิฉันจึงคิดและฝากไปทางรัฐบาล รัฐบาลจะต้องใช้โอกาสนี้ในการพิสูจน์ให้ประชาคมโลกเห็นถึงความจริงจังและจริงใจของ ท่านในการนำตัวผู้กระทำความผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมกับการคืนความเป็น ธรรมให้กับญาติและผู้ที่เสียชีวิต ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านยูนัยดี วาบา เชิญครับ🔗

นายยูนัยดี วาบา ปัตตานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนผู้ทรงเกียรติ ทุกท่าน ขอความสันติสุขจงมีแด่ทุกท่าน ผม นายยูนัยดี วาบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๔ จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณผู้ยื่น ญัตติด่วน คือท่านรอมฎอนจากพรรคประชาชน และท่านกมลศักดิ์จากพรรคประชาชาติ และขอขอบคุณทางพรรคที่ได้ให้โอกาสผมมาแสดงความเห็น ในประเด็นที่ผมจะพูดวันนี้ เรื่องความรู้สึกของพี่น้อง ความรู้สึกของญาติผู้เสียชีวิต ผมได้สัมผัสกับเจ้าหน้าที่ที่มาเล่า ให้ผมฟังในวันที่มีการขนย้ายผู้ต้องหา แล้วก็เกิดการเสียชีวิตโดยการขาดอากาศหายใจ ผมได้ ฟังภรรยา ได้ฟังลูก ๆ ที่ขาดผู้นำครอบครัวว่าเขามีความรู้สึกอย่างไร ผมได้มีโอกาส ไปร่วมงานศพที่กุโบร์ ซึ่งภาพเหล่านั้นมันตราตรึง มันฝังอยู่ในความทรงจำของผมและพี่น้อง ใน ๓ จังหวัด วันนี้เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงหลาย ๆ ประเด็นในเรื่องของความไม่ยุติธรรม แต่สิ่งที่ผมจะพูดก็คือเราต้องเห็นใจเข้าใจความรู้สึกของครอบครัวที่ขาดผู้นำ บางครอบครัว เขาบอกว่าสามีเขาไปซื้อของที่ตลาด ไม่ได้ต้องการที่จะไปชุมนุม แต่เห็นคนเยอะก็เลยเข้าไป จนเกิดการปิดล้อมและเสียชีวิต เขาไม่ได้เป็นผู้ร้าย เราจะให้ความยุติธรรมเหล่านี้ ให้แก่ ครอบครัว ให้แก่ญาติพี่น้อง ให้วงศ์ตระกูลของเขาอย่างไร ซึ่งประชาชนโดยทั่วไปคิดว่า เขาคือคนร้าย ผู้ไม่หวังดีต่อชาติบ้านเมือง ผมเห็นใจครับ และขอแสดงความเสียใจ ต่อเหตุการณ์กรณีตากใบ เห็นใจญาติพี่น้องที่สูญเสีย เห็นใจกับพี่น้องใน ๓ จังหวัดที่เกิด เหตุการณ์รุนแรงตลอด ๒๐ ปี กรณีการเยียวยาไม่ได้ทำให้พี่น้องรู้สึกว่าได้รับความยุติธรรม แต่มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่รัฐได้ช่วยเหลือในเบื้องต้น แต่การเข้าสู่กระบวนการเพื่อพิสูจน์ ความจริงถึงจะรู้สึกถึงกระบวนการยุติธรรมและความจริงใจของรัฐ อย่าทำให้ญาติพี่น้องรู้สึกว่า เป็นฝ่ายผิดที่ได้มีการยื่นฟ้องร้อง ท่านประธานครับ ผมไม่อยากให้กรณีตากใบเป็นเงื่อนไข ในการสร้างความรุนแรงเพิ่มขึ้น ผมเป็นห่วงที่สุด คืออาจจะกระทบต่อกระบวนการพูดคุย สันติภาพอย่างแน่นอน ท่านประธานครับ ผมขอเสนอให้ทางรัฐได้มีแนวทางในการแก้ปัญหา ให้ชัดเจน ในกรณีเร่งด่วน ระยะเร่งด่วนนะครับ คืนนี้คดีหมดอายุความ ทางรัฐบาลจะ ดำเนินการอย่างไรบ้าง เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับพี่น้องประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรีต้อง แถลงต่อประชาชนนะครับ ผมชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีที่มาขอโทษพี่น้องประชาชน แต่เรา อยากจะเห็นว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อเพื่อที่จะให้ผ่อนคลาย จะให้ญาติพี่น้องรู้สึก รับรู้ถึงความจริงใจที่รัฐมีต่อประชาชน รัฐบาลต้องเปิดอกคุยกันกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด สิ่งสำคัญที่สุดครับ ขอทวงคืนศักดิ์ศรีของกระบวนการยุติธรรมของไทย🔗

สุดท้ายนี้ผมเห็นด้วยในการส่งเรื่องนี้ไปยังกรรมาธิการ เพื่อหาทางออกให้ดี ที่สุดต่อพี่น้องประชาชน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปเชิญท่านอามินทร์ มะยูโซ๊ะ และต่อด้วยท่านกัณวีร์ สืบแสง เชิญครับ🔗

นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขตพื้นที่อำเภอตากใบ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านรอมฎอน ปันจอร์ และท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ที่เสนอญัตติด่วน ด้วยวาจา เรื่องคดีความเหตุการณ์ตากใบที่จะครบ ๒๐ ปีในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ขอขอบคุณ ทางวิปรัฐบาล ขอขอบคุณทางสภานิติบัญญัติแห่งนี้ที่เห็นความสำคัญของพี่น้อง ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ เปิดโอกาสให้ทุก ๆ พรรคการเมืองได้มีโอกาสได้พูด ก่อนอื่นผมต้องขอแสดง ความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและได้รับผลกระทบทุก ๆ ท่าน หลาย ๆ ท่านเป็น หัวคะแนนของผมด้วยซ้ำไป หลังจากที่ผมชนะการเลือกตั้งในวันนั้น หนึ่งในครอบครัวของ ผู้เสียชีวิตฝากบอกกับผมว่า เราไม่อยากเห็นอำเภอตากใบใน ๑๘ ปี ๑๙ ปีที่ผ่านมา เราอยาก เห็นอนาคต เราอยากเห็นอำเภอตากใบใน ๒๐ ปีข้างหน้า🔗

ท่านประธานครับ ทุกคนทราบกันดีว่าท้ายที่สุดแล้ว คดีตากใบก็ไม่สามารถ นำคนผิดมาลงโทษได้ แต่ให้จำไว้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะยังคงอยู่ในก้นบึ้งหัวใจของพี่น้อง ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ผมยังแอบเสียดายที่หลาย ๆ ท่านเพิ่งจะมาจริงจังเอาเมื่อปีสุดท้ายนี้เอง นี่ถ้าเป็น ๔-๕ ปีที่ผ่านมา ผมว่าน่าจะมีทางออกที่สวยงามได้ ทุก ๆ ท่านครับ ได้โปรดเห็นใจ พี่น้องในพื้นที่เราบอบช้ำกันมากพอแล้ว อย่าหวังผลทางการเมืองกันมากเกินไป ขอให้ เหตุการณ์ตากใบเป็นบทเรียนและไม่เกิดขึ้นอีกไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ๆ ในประเทศไทย แล้วหวังว่า การอภิปรายของหลาย ๆ ท่านในวันนี้จะเกิดประโยชน์อย่างสูงสุด และมีทางออกในเรื่องนี้ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อด้วยท่านกัณวีร์ สืบแสง เชิญครับ🔗

นายกัณวีร์ สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม สลามขอความ สันติจงประสบแด่ทุกท่าน ขอสันติภาพจงบังเกิดแก่ทุกคน ขอสันติภาพที่จะบังเกิดขึ้นนี้ขอให้ เป็นสันติภาพที่กินได้ ท่านประธานครับ เหตุการณ์ในสถานการณ์ที่ สภ.อ. ตากใบ คงไม่ใช่ สถานการณ์แรก และคงจะไม่ใช่สถานการณ์สุดท้ายที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ หรือหลาย ๆ พื้นที่ในประเทศไทย เรามองเห็นครับว่าเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการ ยุติธรรม หลายครั้งครับ ผู้กระทำความผิดเรายังไม่สามารถที่จะจับมาดำเนินคดีได้ จำเลยทั้ง ๆ ที่ เขายังเป็นผู้บริสุทธิ์ ยังไม่สามารถหรือยังไม่กล้าที่จะยืนต่อหน้าบัลลังก์ต่อศาลสถิตยุติธรรม เพื่อมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ บริสุทธิ์ต่อสิ่งที่เขาได้ทำไป มันจะเป็นตราที่เราจะเห็นตลอดไป เรื่อย ๆ ในประเทศไทย🔗

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะขอความกรุณาท่านประธานใช้อำนาจ ท่านประธานในการดึงสติของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งเกือบ ๕๐๐ ท่านในสภาแห่งนี้ อย่าเข้าฝักเข้าฝ่าย อย่าแบ่งฝักแบ่งฝ่าย พวกเราคือพวกเดียวกัน อย่าหลงทางต่อสถานการณ์ ในเรื่องเกี่ยวกับการชุมนุมที่ สภ.อ. ตากใบ ต่อสถานการณ์ในการที่เรายังไม่มีการดำเนินคดี ต่อจำเลย เรายังไม่สามารถทำได้ ดึงสติครับ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง เรื่องนี้เราต้องมองที่ จุดสุดท้ายว่าเราต้องการอะไร สิ่งที่เราต้องการที่สุดตอนนี้คือเรื่องที่เรียกว่าสันติภาพ เราตั้ง สมการกันผิดหรือไม่ ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมา ๒๐ ปีที่ผ่านมาเราเห็นครับ ท่านประธานครับ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันลงไป โดยใช้สมการที่ผิดพลาด แล้วส่งผลลัพธ์ที่เลวร้าย ที่ออกมาที่เราเห็นว่า ณ ปัจจุบันนี้เงินงบประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ลงไปยัง ไม่สามารถนำมาซึ่งสันติภาพได้🔗

ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้บวกกับ ๔ อำเภอที่สงขลายังรู้สึกถึงความไม่เป็นหนึ่งเดียว ยังไม่รู้สึกถึงการมีส่วนร่วมของพวกเขา ในกระบวนการสร้างสันติภาพ สถานการณ์เหตุการณ์ตากใบจะเป็นสถานการณ์ที่ย้ำเตือน ให้เห็นว่ากระบวนการสร้างสันติภาพนี้จำเป็นต้องดึงเขามามีส่วนร่วม และเป็นผู้นำในการ สร้างสันติภาพในพื้นที่ของเขาเอง เราได้ฟังได้ยินจากหลาย ๆ คนครับท่านประธาน ว่าเรามี กระบวนการในการทำงาน ๒๐ ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ณ ปัจจุบันนั้นได้มีกลไกต่าง ๆ ที่มีการพัฒนาเกิดขึ้น ผลลัพธ์เป็นอย่างไร เราต้องยอมรับครับท่านประธาน ผลลัพธ์ใช้ไม่ได้ หากผลลัพธ์ใช้ไม่ได้สมการที่ตั้งมาเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบันนี้ต้องเปลี่ยนแปลง อย่าเสียดายครับ ถ้าพูดตรง ๆ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าเสียดายสมการที่ตั้งมาเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบันผลลัพธ์จะเลวร้ายมากกว่านี้ ไม่ใช่เงินล้านล้านกว่าบาท ที่จะเกิดขึ้น ที่จะเอามาจากภาษีพี่น้องประชาชน แต่จิตใจ ชีวิตร่างกายของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้บวก ๔ อำเภอสงขลาจะเป็นบททดสอบของสมการ ที่ผิดพลาด เปลี่ยนใหม่ครับ เที่ยงคืนนี้เราคงไม่สามารถมีปาฏิหาริย์ได้จริง ๆ สิ่งที่ต้องทำ ณ ปัจจุบันนี้ สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้จะต้องเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหา ให้ได้จริง ๆ แนวทางที่ต้องมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เราจะทำอย่างไรหากวันพรุ่งนี้ยังไม่มี การนำจำเลยทั้งหมดเข้ามายืนต่อหน้าศาล ผมขอเสนอผ่านท่านประธานไปยังฝ่ายบริหาร ที่นำโดยท่านนายกรัฐมนตรี ชื่อว่า แพทองธาร ชินวัตร🔗

ท่านประธานครับ ขออนุญาตเสนออันแรก ยกระดับในเรื่องเกี่ยวกับ การแก้ไขปัญหาทางด้านจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นวาระแห่งชาติอย่างแท้จริง อย่างจริงใจ การสร้างสันติภาพที่แท้จริงคือการนำมาซึ่งความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ไม่ใช่ การนำมาซึ่งการเอาโครงการ เอาแผนงาน เอานโยบาย เอากฎหมายจากส่วนกลางไปใช้ ในพื้นที่ ไม่ใช่ ดึงประชาชนมามีส่วนร่วมอันนี้อันแรกทำให้ได้ การพูดคุยสันติภาพที่มีมาเป็น ๑๐ ปี ยังไม่เห็นอะไรเกิดขึ้น ณ ปัจจุบันนี้ ไม่รู้ไปพูดคุยอะไรกันต่างประเทศ พี่น้องประชาชน คนในพื้นที่เจ้าของพื้นที่บอกว่า ไม่รู้คุณไปคุยอะไรกันฉันไม่เคยได้ยิน คนได้รับผลกระทบ อย่างฉันไม่เคยฟัง ไม่เคยบอกว่าต้องการให้คุณพูดคุยอะไรกันบ้าง ยังไม่เคยเห็น นำเขามา เป็นส่วนร่วม นำเขามานำการพูดคุยสันติภาพให้เกิดขึ้นขาแรก🔗

ขาที่ ๒ กฎหมายต่าง ๆ ที่กดทับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่กดทับรากเหง้า ของปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายพิเศษ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน พ.ร.บ. ความมั่นคง กฎอัยการศึก และกฎหมาย SLAPP Law ต่าง ๆ พิจารณาให้เร็วว่าเรา ต้องยกเลิกอย่างไร ทำอย่างไรที่จะทำให้พี่น้องประชาชนรู้สึกว่าตัวเองไม่ถูกกดทับอีกต่อไป อันนี้ล่ะจะทำให้มีพื้นที่ที่ให้พี่น้องประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก นักกิจกรรมต่าง ๆ ที่กำลังจะถูกดำเนินคดี ถ้าวันนี้ยังไม่มีจำเลยเข้ามา วันที่ ๒๙ นักกิจกรรมทั้ง ๙ คนจะโดนคดี อั้งยี่ซ่องโจร ยุยงปลุกปั่น ยกเลิกเสียทีกฎหมายต่าง ๆ เหล่านี้🔗

อันที่ ๓ ปฏิรูประบบราชการ ต้องทำให้ได้ครับ รีบทำ ผมได้ยินเรื่องเกี่ยวกับ การกระจายอำนาจ สิ่งที่ดีที่สุดคือสิ่งตรงนั้น โครงสร้างระบบราชการที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ ใช้ไม่ได้ ๒๐ ปีมาแล้วไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น มีแต่สร้างรากเหง้าปัญหา มีแต่สร้างปัญหาต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แก้ไข ๓ อย่างนี้ท่านจงทำให้ได้ เป็นสิ่งที่ผม จะขอเสนอผ่านท่านประธานไปถึงคณะรัฐมนตรี โดยมีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ๒ ท่านต่อไปนะครับ ท่านศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ แล้วก็ท่านวัชระ ยาวอหะซัน เชิญครับ🔗

นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ เขตสายไหม พรรคประชาชนค่ะ และอดีตทนายความสิทธิมนุษยชนค่ะ วันนี้ขอร่วมอภิปรายญัตติเกี่ยวกับ เรื่องของเหตุการณ์ตากใบที่จะสิ้นสุดหมดอายุความในคืนนี้ ท่านประธานคะ เราปฏิเสธไม่ได้ว่า เหตุการณ์ตากใบเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของการเมืองไทย ที่รัฐได้มีการ ใช้ความรุนแรงกับประชาชนจนนำไปสู่การบาดเจ็บและเสียชีวิตของประชาชนจำนวนมาก คดีตากใบทั้ง ๒ คดีที่มีการฟ้องรัฐ อาจจะนำไปสู่การคืนความยุติธรรมให้แก่บรรดาญาติ ของผู้เสียชีวิตและไม่สานต่อวัฒนธรรมพ้นผิดลอยนวลของการใช้ความรุนแรง โดยรัฐ ต่อประชาชน และอาจนำไปสู่เงื่อนไขในการลดความขัดแย้งในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่กำลังจะหมดอายุความลง สิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ตอกย้ำถึงวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดแบบ ไม่มีสิ้นสุดในประเทศไทย มองย้อนไปตั้งแต่เหตุการณ์ ๖ ตุลาคม และอาจจะมองยาวไปถึง คดีการเมืองอีกหลายคดีในอนาคต ภาพของประชาชนที่ถูกไพล่หลังมัดข้อมือนอนราบไปกับพื้น มันต่างอะไรกับเหตุการณ์ ๖ ตุลาคะ ภาพของประชาชนที่ถูกไพล่หลังมัดข้อมือนอนราบ ไปกับพื้นต่างอะไรกับเหตุการณ์ของคนเสื้อแดงในปี ๒๕๕๓ ภาพของประชาชนที่ถูกไพล่หลัง มัดข้อมือนอนราบลงไปกับพื้นนี้ต่างอะไรกับเหตุการณ์ที่กลุ่มวีโว่และประชาชน ๔๕ คน ถูกกระทำเมื่อปี ๒๕๖๔ ซึ่งดิฉันก็เป็นหนึ่งในทนายความในคดีนี้เช่นเดียวกัน จากปี ๒๕๑๙ มาปี ๒๕๔๗ มาปี ๒๕๕๓ แล้วก็ปี ๒๕๖๔ ล่าสุดนี่นะคะ วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดก็ยังคง ส่งต่อแบบไม่รู้จบ ดิฉันขอมองเหตุการณ์คดีตากใบนี้ในมุมที่ว่า การหมดอายุความครั้งนี้ อาจจะทำให้สังคมนี้ชาชินกับความรุนแรงที่กระทำโดยรัฐหรือไม่ ทำให้ประชาชนรู้สึก หมดหวังกับความรุนแรงที่กระทำโดยรัฐหรือไม่ และแน่นอนการอภิปรายในครั้งนี้ไม่ได้ เป็นการฟื้นฝอยหาตะเข็บแต่อย่างใดค่ะ การต่อสู้คดีของประชาชนไม่ได้เป็นการจะมาเอาคืน รัฐแต่อย่างใด ดิฉันขออนุญาตยกปาฐกถาของอาจารย์ธงชัย วินิจจะกูล ที่ได้กล่าวเอาไว้ ในเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา มาเล่าให้ทุกท่านฟังไว้ว่า ท่านอาจารย์ธงชัยบอกว่า ความเจ็บปวด และความคับแค้นนั้นเป็นคนละเรื่องกันค่ะ และการก้าวข้ามความขัดแย้งโดยที่ไม่มี ความยุติธรรมเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมพ้นผิดลอยนวล การเรียกหาความยุติธรรม ไม่ได้นำไปสู่ความคับแค้นหรือความเจ็บปวดเสมอไป และอาชญากรรมโดยรัฐไม่ได้เป็นเรื่อง ส่วนบุคคลแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องที่องค์กรหรือรัฐต้องรับผิดชอบที่ทำให้เกิดขึ้น และไม่ว่า ผู้นำในปัจจุบันจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หรือไม่ ก็ต้องมีความจำเป็นที่ต้องออกมาขอโทษ ซ้ำแล้วซ้ำอีกเช่นเดียวกัน เพราะอาชญากรรมสาธารณะนั้นไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคล แต่เป็นเรื่อง ที่รัฐต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเกิดในรัฐบาลนั้นหรือไม่ การก้าวข้ามความขัดแย้งจะเป็นไป ด้วยความยุติธรรมได้หรือไม่ อาจารย์ธงชัยบอกว่าต้องพิจารณา ๓ ข้อค่ะ ๑. คือมีความ สมานฉันท์เกิดขึ้นจริงหรือไม่อย่างที่ท่านกัณวีร์ได้เสนอไปเมื่อสักครู่ มีกระบวนการนำไปสู่ ความสมานฉันท์เกิดขึ้นแล้วหรือยัง ๒. มีการก้าวข้ามออกจากความขัดแย้งแล้วหรือยัง มีการพูดคุยกันอย่างจริงจังหรือไม่ รัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาอย่างไร และข้อที่ ๓ สำคัญคือว่า มีการทวงคืนความยุติธรรมหรือไม่ หากเราตอบ ๓ ข้อนี้ไม่ได้เราไม่มีวัน Move On ไปจากความขัดแย้งได้ ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่างที่เมืองเมืองหนึ่งที่ไต้หวัน ที่มีเหตุการณ์ White Terror เมื่อ ๔๐ กว่าปีที่ผ่านมา ปัจจุบันเขามีการทำ Project ที่เรียกว่า Transitional in Justice ค่ะ รัฐบาลของเขาต้องออกมาขอโทษประชาชนทุกปี ไม่ว่าจะเกิดในรัฐบาลของ ตัวเองหรือไม่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาประมาณ ๕๐ กว่าปีแล้วนะคะ แต่เขาก็ยังมีการพูดถึง เรื่องนี้ทุกปีในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ มีการออกมาขอโทษ มีการพูดถึงความเจ็บปวด มีการ พูดถึงความสูญเสีย เขาบอกว่าเขาไม่ได้มาฟื้นฝอยหาตะเข็บ หรือมาทำให้เกิดความขัดแย้ง เกิดขึ้นอีกระลอกค่ะ แต่เป็นการเตือนไปยังประชาชนทุกคนและผู้มีอำนาจทุกคนว่า ต้อง Never Again หรือว่ามันจะต้องไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก ซึ่งการที่เกิดขึ้นซ้ำอย่างที่ดิฉันบอก ทั้งปี ๒๕๑๙ ๒๕๔๗ ๒๕๕๓ ๒๕๖๔ มันทำให้เห็นว่าประเทศไทยเราไม่เคยเรียนรู้เรื่องนี้เลย การที่เราพยายามเอาสิ่งเหล่านี้เข้าใต้พรมมันทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า การปล่อยให้คดีตากใบหมดอายุความครั้งนี้จะกลายเป็นอีก ๑ กรณีที่เป็นเหมือนใบเบิกทาง ให้การละเมิดมนุษยชนยังเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกในประเทศไทย และเที่ยงคืนวันนี้นะคะ จะเป็นอีก ๑ บันทึกทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของรัฐ ในการอำนวย ความยุติธรรมให้กับผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน หากคดีหมดอายุความในคืนนี้นอกจากจะเป็น บาดแผลในจิตใจของญาติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บแล้ว จะเป็นบาดแผลของประเทศไทยที่ตอก ย้ำซ้ำแล้วซ้ำอีกถึงวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดที่ส่งต่อรุ่นต่อรุ่นอย่างไม่รู้จบค่ะ ขอบคุณ ท่านประธานค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านวัชระ ยาวอหะซัน เชิญครับ🔗

นายวัชระ ยาวอหะซัน นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชระ ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ อำเภอเมืองและอำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณท่านประธานที่ได้เอาญัตติด่วนของทั้ง ๒ ท่านนะครับ ท่านรอมฎอน ปันจอร์ ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ซึ่งเหตุการณ์ตากใบก็เกิดมา ๒๐ ปีที่แล้ว นะครับท่านประธาน แล้ววันนี้เป็นวันสุดท้ายด้วยเที่ยงคืนนี้ก็หมดอายุความ ตากใบ ต้องไม่เงียบครับ ๒๐ ปีที่ผ่านมามีเหตุการณ์มากมาย ผมขอเล่าคร่าว ๆ นะครับ ปล้นค่ายทหารปิเหล็งเป็นกองพันปล้นได้อย่างไรครับ ๔๐๐-๕๐๐ กระบอก และปืนนั้นวันนี้ เราก็เห็นอยู่ว่าเป็นอย่างไร ๒๐ ปีเผาโรงเรียนทุกตำบล ทนอยู่ได้อย่างไรครับ ๓ จังหวัด โดยเฉพาะนราธิวาสผม โดนมากมาย เหตุการณ์บองอ เหตุการณ์ตากใบ เหตุการณ์ตันหยงลิมอ แม้กระทั่งอำเภอตากใบเองโดนทุกเดือน ๒๐ ปีแล้วครับท่านประธาน แล้วโดยเฉพาะผมเอง ถ้าเป็นคนอื่นกดดันมากมาย อาผมเป็นกำนัน ๓ ท่านโดนยิงตายเรียบ กำนันมาฮามะ ตำบลบองอ อำเภอระแงะ กำนันมะนุง ตำบลบางปอ อำเภอเมืองนราธิวาส กำนันกูสตามัน ซึ่งเป็น อาผมทั้ง ๓ ท่าน ตำบลเฉลิม น้ำตกซีโปแหล่งลองกองก็เสียชีวิตครับท่านประธาน แล้วก็มี เพื่อนสนิทผมอีกท่านหนึ่งคืออานนท์ ลอตันหยง หลังจากเหตุการณ์โดนระหกระเหินไปอยู่ ต่างประเทศ ๕-๖ ปี แต่ใช้กระบวนการยุติธรรมกลับมาก็เป็นกำนันจนถึงวันนี้นะครับ แล้วก็ มีพ่อผมเอง นายก อบจ. นราธิวาส กูเซ็ง ยาวอหะซัน ๒๐ ปีนี้ท่านโดนลอบสังหาร ลอบยิงมา ๒ ครั้งแล้วครับท่านประธาน แต่ก็ยังอยู่นะครับ อายุยืน วันนี้ท่านก็ ๘๓ ปีแล้ว เขาก็ยังเป็น นายก อบจ. อยู่ แล้วก็อีกท่านหนึ่ง ก็คืออดีต สส. กูเฮง ยาวอหะซัน ก็เป็นน้องชายผม อดีต สส. หลายสมัยของพรรคประชาชาติเขานะครับ คนขับรถเสียชีวิตนะครับ ท่านก็โดนยิง ที่มืออยู่ในเหตุการณ์ ๒๐ ปีที่ผ่านมา จริง ๆ เหตุการณ์ตากใบวันนี้ก็มาจากการเมือง ผมก็อยากให้จบในการเมืองนี่ละครับ ที่ผ่านมา ๒๐ ปีเหตุการณ์ตากใบมีผู้เสียชีวิตทันที ในเหตุการณ์ ๘๕ คนนะครับ ผู้ชุมนุมถูกดำเนินคดี ๕๘ คน สูญหาย ๗ คน แล้วก็ถูกควบคุมตัว อีก ๑,๓๗๐ คน เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐแต่ยังไม่มี เจ้าหน้าที่รัฐสักคนโดนดำเนินคดี เกิดอะไรขึ้นกับกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ในระดับตำบล หมู่บ้าน อำเภอ จังหวัด หรือประเทศไทย แต่เป็นเหตุการณ์ ที่ทั่วโลกกำลังสนใจอยู่ ณ ขณะนี้ ก็ไม่ผิดแล้วจะหนีทำไม ต้องเอาคนผิดเข้าสู่กระบวนการ ให้ได้ ถ้าไม่ได้ท่านจะให้อยู่อีก ๒๐ ปีหรืออย่างไรครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒ ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านรังสิมันต์ โรม แล้วก็ท่านจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นท่านสุดท้ายครับ เชิญท่านรังสิมันต์ครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอบคุณท่านประธานนะครับ แล้วก็ขอบคุณท่านรอมฎอน ท่านกมลศักดิ์ ที่ได้เสนอญัตติเรื่องนี้ ผมคิดว่าเป็นการเสนอ ที่มีความสำคัญและผมเองก็สนับสนุนทั้ง ๒ ญัตติ ผมคิดว่าสิ่งที่เรากำลังพิจารณากันในเวลานี้ มันมีถ้อยคำสำคัญอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่า ความจริงใจ ซึ่งผมเชื่อว่าความจริงใจนี้ จะเป็นหัวใจที่สำคัญที่ไม่ใช่แค่เพียงเฉพาะในเคสกรณีของตากใบเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง การแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย ท่านประธานครับ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสในการตั้งกระทู้ถามต่อท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านภูมิธรรม ซึ่งท่านเองก็ดูแล ในเรื่องของความมั่นคง กำกับดูแลในเรื่องของตำรวจ ซึ่งในช่วงเวลานั้นก็ต้องเรียนกัน ตามตรงว่าท่าทีหรือคำตอบที่เราได้รับจากท่านรองนายกรัฐมนตรี หลัก ๆ ก็คงจะเป็น เรื่องของการวิพากษ์วิจารณ์ต่อคุณลักษณะหรือท่าทีของการถามเท่านั้น เราแทบไม่ได้รับ คำตอบอะไรเลย เราแทบไม่ได้เห็นถึงความจริงใจอะไรเลยของรัฐบาลนี้ที่จะแก้ปัญหา ในการดับไฟใต้อย่างจริงจัง ที่จะทวงความยุติธรรมให้กับผู้ที่เสียหาย ผู้ที่สูญเสีย จากเหตุการณ์ตากใบแม้แต่น้อย ในการตั้งกระทู้ถามในเวลานั้นมันไม่ใช่แค่โอกาสของผู้ถาม ที่จะได้รับคำตอบเท่านั้น แต่มันรวมไปถึงความชัดเจน ความจริงใจที่ประชาชนที่เขาอยู่นอกสภา เขาจะได้รับด้วย และรวมไปถึงโอกาสของรัฐบาลที่จะได้พิสูจน์ตัวเองว่าท่านมีความจริงใจ ที่จะแก้ปัญหาที่จะดับไฟใต้อย่างที่ท่านพูดเอาไว้ตลอดเวลา ท่านประธานครับ การกระทำ มันสำคัญกว่าคำพูด แต่ไม่ได้หมายความว่าคำพูดคือสิ่งที่ไม่มีความสำคัญเลย ถ้าเราดู ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเราจะพบว่า การพูดในเรื่องของตากใบจากรัฐบาลนี้ในหลายโอกาส เป็นอะไรบ้างครับ ท่านภูมิธรรม ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกเองครับ เรื่องตากใบไม่สำคัญ วันนี้น้ำท่วมสำคัญกว่า เข้าใจดีครับว่าเหตุการณ์น้ำท่วมเป็นเหตุการณ์ที่มีความสำคัญ แต่เราไม่ควรจะต้องมาเลือกว่าเหตุการณ์ไหนสำคัญกว่าเหตุการณ์ไหน เพราะสำหรับ ประชาชนพี่น้องในพื้นที่ต่าง ๆ สิ่งที่เขากำลังเจอล้วนสำคัญทั้งนั้นครับ รัฐบาลส่งสัญญาณ ถึงความจริงใจบ้างหรือเปล่า หรือมากไปกว่านั้นครับ นายกรัฐมนตรี คุณแพทองธาร พูดเป็นนัย บอกว่าทำไมมาฟ้องเอาตอนนี้ คดีใกล้จะหมดอายุความ กลายเป็นว่าเหยื่อ คนที่สูญเสีย กลายเป็นแพะหรือครับ กลายเป็นคนที่ถูกตราหน้าจากสังคม เป็นคนที่ถูกโยนบาปว่าพวกเขา มีจุดมุ่งหมายทางการเมืองบางอย่างที่จะทำลายรัฐบาล นี่หรือครับ คือความจริงใจที่รัฐบาลนี้ กำลังจะมอบให้กับกรณีตากใบ ยังไม่ต้องย้อนไปถึงว่าในวันที่เกิดเรื่องนี้เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีในเวลานั้น ผมเข้าใจดีครับว่าวันนี้นั้นท่านไม่ได้ ปฏิบัติหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านตีกอล์ฟอยู่ เข้าใจว่าคนธรรมดามันก็ต้องมีการพักผ่อน กันบ้าง เข้าใจ แต่เหตุการณ์การชุมนุมไปจนถึงการที่รถขนคนไปเที่ยวสุดท้าย ลากยาว ไปตั้งแต่ตอนเช้าถึงตีหนึ่ง ท่านไม่รู้สึกอะไรเลยหรือครับว่า สิ่งที่มันกำลังเกิดขึ้นอยู่นี้มันผิด มันเป็นความผิดพลาดในการบริหารจัดการ ท่านในฐานะนายกรัฐมนตรีในเวลานั้น ท่านไม่รู้สึกว่า ต้องทำอะไรเลยหรือครับ เอาละ เหตุการณ์มันผ่านมาแล้ว แต่วันนี้จากนายกรัฐมนตรีผู้พ่อ มาสู่นายกรัฐมนตรีผู้ลูก เราจะส่งสัญญาณถึงการ Ignore ถึงการละเลย ถึงความเจ็บปวด ของประชาชนเหมือนเดิมอีกหรือครับ แล้วเมื่อสักครู่ก็มี สส. บางท่านพูดไปถึงขนาดว่า อยู่กรรมาธิการเดียวกันไม่ใช่หรือทำไมไม่คุยกัน ขอโทษครับ คุยกันครับ แต่เรื่องนี้มันใหญ่ เกินกว่าแค่คน ๒ คน หรือกรรมาธิการ ๑ กรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรคุยกันเท่านั้นครับ มันเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม มันเป็นเรื่องของการส่งถึงความจริงใจที่รัฐบาลนี้ จะต้องมอบให้กับประชาชน ผมคิดว่าถ้าเราจะเดินหน้าต่อไป รัฐบาลต้องตอบ ๓ คำถามครับ แน่นอนนี่ไม่ใช่กระทู้ถาม แต่เป็น ๓ คำถามที่ผมจะฝากเอาไว้กับรัฐบาลให้คิดครับ🔗

ข้อแรกครับ ผมคิดว่าวันนี้ท่านต้องตอบให้ชัดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนตากใบ ตอนที่อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่นั้น ทำไมท่านถึงไม่ใช้อำนาจหน้าที่ของท่าน ทั้ง ๆ ที่ระยะเวลามันยาวนาน ทำไมท่านถึงปล่อยให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นได้🔗

ข้อ ๒ หลังจากนี้คงหมดอายุความ ปาฏิหาริย์ที่เราคาดหวังว่าจะมีการเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรมคงจะไม่เกิด แต่คำถามสำคัญครับ เราจะมีกระบวนการอย่างไร เราจะมี นโยบายอย่างไรที่จะมั่นใจได้ว่ากระบวนการยุติธรรมของเราจะไม่เป็นแบบนี้อีกแล้ว เราจะสร้างความมั่นใจได้อย่างไร ให้พี่น้อง ๓ จังหวัดรู้สึกมั่นใจได้ว่าเขาสามารถพึ่งพา กระบวนการยุติธรรมของประเทศนี้ได้🔗

และคำถามสุดท้ายครับ เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าแนวทางในการบริหาร เพื่อดับไฟใต้ของรัฐบาลนี้กับรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา ไม่ว่ารัฐบาลนั้นนายกรัฐมนตรีจะมีชื่อเริ่มต้น ว่าเป็น พลเอก หรือไม่ แทบไม่มีความแตกต่างกันเลย ท่านช่วยสร้างความแตกต่างได้ไหมครับ ท่านช่วยนำเสนอนโยบายในการดับไฟใต้ที่จะนำไปสู่การสร้างความแตกต่างที่ทำให้ ประชาชนเขารู้สึกว่าเขามีความหวังอีกครั้ง เขาจะได้รู้สึกถึงความจริงใจของรัฐบาล ตราบใด ที่เราไม่สามารถสร้างความหวังและความจริงใจที่ประชาชนสามารถรู้สึกได้ ไฟใต้มันก็มีแต่ โหมกระพือครับ และสิ่งที่ท่านได้พูด สิ่งที่ท่านได้ทำในช่วงเวลาที่ผ่านมามันได้จุดไฟนั้น อีกครั้ง ใช้โอกาสนี้เถอะครับ แก้ไขในสิ่งที่ผิด อย่าปล่อยให้ไฟใต้ต้องเป็นแบบนี้อีกต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ เชิญท่านสุดท้ายครับ ท่านจาตุรนต์ ฉายแสง เชิญครับ🔗

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม จาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอร่วมอภิปราย ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาเกินเล็กน้อยนะครับ เพราะว่า พรรคเพื่อไทยก็พูดคนละเล็กคนละน้อย รวมแล้วก็ ๒ คน ผมพูดทั้งในฐานะที่เป็น สส. คนหนึ่ง แล้วก็เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริม กระบวนการสร้างสันติภาพ เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย แต่ว่าก่อนจะไปถึงตรงนั้น ผมขออนุญาตพูด จะเรียกว่าชี้แจงแทนก็ไม่เชิง แต่ว่าให้ข้อเท็จจริง ที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อเรื่องที่ท่าน สส. รังสิมันต์ โรม เพิ่งพูดไป ท่านคงยืนฟังผมตรงนี้ อีกนิดหนึ่งก็ได้นะครับ คือเรื่องที่ผมเตรียมจะพูดในส่วนที่สำคัญก็พูดถึงที่ท่านรังสิมันต์ โรม เพิ่งพูด ซึ่งจำเป็นที่ผมจะต้องพูดชี้แจง ก็คือว่าท่านบอกว่าตอนเกิดเหตุการณ์ตากใบ มีการขนคนกัน เป็นเวลานานหลายชั่วโมง นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นไม่รู้เลยหรือ ไม่รู้สึก อะไรเลยหรือ อันนี้จากข้อเท็จจริงย้อนหลังนะครับ ในระหว่างที่มีการขนคน ทั้งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และแม้แต่แม่ทัพภาคที่ ๔ ในขณะนั้น ซึ่งบัญชาการการกำกับ ควบคุมฝูงชนอยู่ก่อน และต่อมาก็ต้องออกไปนอกพื้นที่ ส่วนนายกรัฐมนตรีก็ไม่ทราบจนกระทั่งมาถึงเวลาการขนนั้น ได้ผ่านไปแล้ว อันนี้ถ้าไปดูย้อนหลังก็จะพบว่า ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น คือท่าน ทักษิณ ชินวัตร ได้พูดขอโทษถึง ๒ ครั้ง ครั้งหนึ่งเป็นการพูดขอโทษที่เป็นการสั่งการให้ใช้ กำลังในการจัดการกับฝูงชนที่อาจจะแรงเกินไป แต่ครั้งที่ ๒ ก็คือว่าได้พูดถึงการขนคนที่ท่าน ไม่ทราบเลยนั้นว่าเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรง และท่านขอโทษต่อประชาชนไปแล้ว ซึ่งท่านรังสิมันต์ โรม ถามถึงว่าแล้วรัฐบาลนี้จะเป็นอย่างไร จะปล่อยให้เป็นอย่างเดิมหรือไม่ อย่างหนึ่งที่จะเหมือนกัน ซึ่งก็เป็นเรื่องน่ายินดีก็คือ ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ได้กล่าว ขอโทษต่อพี่น้องประชาชนที่สูญเสียในเหตุการณ์ตากใบไปเมื่อ ๒ วันก่อน ความจริงก็เป็นเรื่อง ที่คณะกรรมาธิการเราอยากเสนอให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ขอโทษ แต่ว่าบังเอิญท่านเดินทาง ไปต่างประเทศก็ยังไม่ทันได้ทำหนังสือกันอย่างเป็นกิจจะลักษณะ แต่ท่านก็ขอโทษ ท่านเอง ซึ่งก็เป็นเรื่องดีต่อการเริ่มต้นที่จะแก้ปัญหา ลดความรู้สึกผิดหวัง รู้สึกไม่สบายใจของ พี่น้องประชาชนลงไปได้บ้าง ส่วนที่พูดว่าผมไม่ต้องการมาชี้แจงแทนรัฐบาลเลยนะครับ บังเอิญว่าเป็นประธานคณะกรรมาธิการก็เลยรู้เรื่องนี้ แล้วก็บังเอิญมีเรื่องเกี่ยวข้องโดยตรงที่ ถามว่า แล้วรัฐบาลนี้จะทำอะไร มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงแตกต่างหรือไม่ อันนี้ผมตอบแทน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ แต่เมื่อวานนี้ที่ประชุมคณะกรรมาธิการที่ผมเป็นประธาน คือเรื่อง จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เชิญเลขาธิการ สมช. มา แล้วก็แม่ทัพภาค ๔ ซึ่งเป็น ผอ. กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้ามาชี้แจง ซึ่งเลขาธิการ สมช. ได้ชี้แจงว่า ขณะนี้ได้รับคำสั่งจาก รองนายกรัฐมนตรีที่คุมฝ่ายความมั่นคง ให้ทำนโยบายมาตรการเสนอ และขณะนี้ทาง สมช. ก็ร่างเสร็จแล้ว แล้วก็กำลังจะเสนอนะครับ ในส่วนของคณะกรรมาธิการก็กำลังหารือ กับท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าจะมีการนัดไปพบกัน เพราะคณะกรรมาธิการเราก็พบกับอดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไป ๒ ครั้ง ก็คงจะมีการได้พูดกัน แล้วก็เชื่อว่าเรื่องของ นโยบายสำหรับจังหวัดชายแดนภาคใต้คงจะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอีกมาก และในส่วนที่คณะกรรมาธิการจะเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ นโยบายในการ แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่น่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงแตกต่างจากที่ทำกันมา อย่างมาก ส่วนจะเป็นที่ยอมรับแค่ไหน อย่างไรก็คงต้องดูกันต่อไปนะครับ ท่านประธานครับ ขอเข้ามาที่เรื่องที่มีการเสนอญัตตินี้ก็คือว่า ท่านสมาชิกก็ได้พูดแล้วถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นได้มันเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สะเทือนใจ ประชาชนอย่างมาก ไม่เฉพาะประชาชนที่สูญเสีย ในครอบครัวสูญเสียโดยตรง แต่ยัง ผู้เกี่ยวข้อง ผู้พบเห็นและประชาชนทั่วไป การเสียชีวิตถึง ๗๘ คน ในรถในขณะขนส่ง เป็นเรื่องที่ไม่อาจคิดได้เลยว่า จะทำกันไปอย่างนั้นได้อย่างไร ขนคนเมื่อ ๖ ตุลาคม คนเสียชีวิตในเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๔๐-๕๐ คน ตามสถิติที่เป็นทางการ ขนคน ๓,๐๐๐ กว่าคน ใส่รถไปส่งตามโรงพักตามค่ายทหาร ไม่มีเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว แต่ทำไมขนคนที่นี่ ๓๐๐ คน หรือกว่า ๓๐๐ คน แต่ไปเสียชีวิตมากถึง ๗๘ คน นอกจากนั้นยังมี ๗ คนถูกทำให้เสียชีวิตก่อน และ ๕ คนถูกยิงที่ศีรษะถึง ๕ คน มันยังเป็น เรื่องใหญ่มาก เรื่องใหญ่มากที่ต่อมาจึงต้องมีการขอโทษ มีการเยียวยากันอย่างจริงจัง แน่นอนครับ การเยียวยาด้วยเงินทองด้วยทรัพย์สิน ด้วยการดูแลอาชีพ ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะมันเป็นบาดแผลที่ใจ แต่เหตุการณ์ก็ผ่านไป นายกรัฐมนตรีทั้งท่านสุรยุทธ์ ท่านทักษิณ ขอโทษไปแล้วที่ผมได้กล่าวไปแล้วรวมถึงท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารนี่ แต่ว่าเรื่องมันเงียบ ไประยะหนึ่ง เนื่องจากว่ามีเรื่องไปสู่ศาลแล้วศาลวินิจฉัยว่า ผู้ที่เสียชีวิต เสียชีวิตจากการขาด อากาศหายใจ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานไปตามหน้าที่ ผมเคยเกี่ยวข้องกับเรื่องทางจังหวัด ชายแดนภาคใต้มาหลายโอกาสตั้งแต่สมัยนั้น ถึงแม้ว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหตุการณ์ ตากใบโดยตรง แต่ก็เกี่ยวข้องในหลายสถานะ ติดตามสถานการณ์อยู่บ้างก็รู้สึกสลดใจว่า ดูเหมือนว่าเหตุการณ์จะจบไป โดยไม่มีทางเอาผิดใครได้เลย แล้วเรื่องมันก็เงียบไปนานมาก ถามว่าทำไมเพิ่งมาเป็นเรื่องกันตอนนี้ ก็เพราะว่ามันมีการมารื้อคดีเมื่อปี ๒๕๖๖ ตำรวจภาค ๙ ทำคดีเสนอฟ้องเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ๘ คน อัยการสั่งฟ้องเมื่อ ๑๒ กันยายนนี้เอง และญาติ ผู้เสียชีวิตก็ได้ไปฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐอีก ๗ คนเป็นจำเลย ศาลรับฟ้องเมื่อ ๒๓ สิงหาคม เรื่องมันมา ฉุกละหุกกะทันหันในช่วงนี้ แต่ว่าเมื่อมันเกิดการฟ้องร้องอย่างนี้ ศาลรับฟ้องอย่างนี้ก็เป็น ความหวังของประชาชนอีกครั้งหนึ่งครับว่า จะได้รับความยุติธรรมจากกระบวนการยุติธรรม ที่เขาเป็นบาดแผลมานาน ระทมขมขื่นมานานหรือบางคนอาจจะโกรธแค้นมานาน หวังว่าจะ ได้รับความยุติธรรมจากกระบวนการยุติธรรม ก็ปรากฏว่าคดีจะหมดอายุความในวันนี้โดยจะ ไม่มีใครขึ้นสู่ศาลเลยแม้แต่คนเดียว มันก็เป็นความผิดหวังอย่างร้ายแรง แล้วก็อาจจะนำไปสู่ ความรู้สึกโกรธ ความรู้สึกแค้นเคือง ความรู้สึกอะไรอีกหลาย ๆ อย่าง เนื่องจากว่าไม่สามารถ พึ่งกระบวนการยุติธรรมได้ ที่สำคัญก็คือความรู้สึกว่าไม่มีความเชื่อถือความไว้วางใจ ต่อกระบวนการยุติธรรม มันก็จะหมดไปอีก อันนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องนี้คณะกรรมาธิการ ผมเชิญ สมช. มาชี้แจง เขาจะเตรียมมาตรการนะครับ เขาก็รู้อยู่ว่าเหตุการณ์อาจจะลุกลาม บานปลายขึ้นได้ เพราะประชาชนมีความรู้สึกโกรธแค้น มีการเฝ้าระวังพื้นที่เข้มข้นมากขึ้น กำชับห้ามซ้อมทรมานผู้ต้องหามีการหาทางเยียวยาให้มากกว่าที่ทำมาก่อน และเดินหน้า กระบวนการพูดคุยสันติภาพ อันนี้ สมช. มาชี้แจง แต่ว่าแค่นั้นมันก็ยังไม่พอหรอกครับ ก็คงจะต้องมีการถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์บาดแผลทุกเหตุการณ์สร้างความ เป็นธรรมให้แก่ทุกฝ่าย แล้วกรรมาธิการเรายังได้กำชับแม่ทัพภาคที่ ๔ ว่าอย่าให้ใครไปคุกคาม ประชาชนที่ฟ้องคดีตากใบเพราะได้ทราบว่ามีเจ้าหน้าที่บางคนไปเยี่ยมไปพบ อ้างว่าไปเยี่ยม ไปพบโจทก์ที่ฟ้องคดีตากใบ ซึ่งมันดูจะกลายเป็นการคุกคามเสียมากกว่า แล้วก็มีการเยียวยา เพิ่มเติม รวมทั้งกรรมาธิการเราก็เสนอให้ทุกฝ่ายละเว้นความรุนแรง แต่ว่านอกจากเรื่องตาก ใบและผลกระทบที่จะตามมาที่จะต้องช่วยกันรับมือนะครับ สิ่งที่สำคัญ ก็คือตากใบเป็นคดีที่ ร้ายแรงเป็นกรณีที่ร้ายแรงเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีอีก มากกว่านั้นอีกมากด้วย ดังนั้นผมก็เห็นด้วยกับท่านสมาชิกหลายท่านที่อภิปรายกันไปในวันนี้ ว่าจะต้องมีการพิจารณาแก้ไขปัญหาหลายอย่าง ก็คือแก้ปัญหาที่เป็นพื้นฐานความขัดแย้ง ทั้งหลาย ต้องลดเงื่อนไขความขัดแย้งทั้งหลายลงไปให้ได้มากที่สุด แล้วก็ต้องหาทางที่จะทำ ให้ แก้ปัญหาหลัก ๆ ให้ได้ ปัญหาหลัก ๆ ที่ว่าองค์กรที่ดูแลเป็นองค์กรระดับชาติทั้งหมด มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีถึง ๓ องค์กรอยู่ที่นั่นครับ การปกครองที่นี่พิเศษจริง ๆ ไม่เหมือนที่ไหนเลย มีกฎหมายความมั่นคงพิเศษถึง ๓ ฉบับ รวมทั้งกฎอัยการศึก ซึ่งเป็น กฎหมายที่ส่วนใหญ่แล้วจะมีไว้ใช้กับศึกสงคราม และเป็นกฎหมายที่ใช้เมื่อไรจะไม่คุ้มครองสิทธิ เสรีภาพของประชาชน ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้อยู่ต่อไปก็ไม่มีทางที่จะเกิดสันติสุขสันติภาพ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นต้องให้พื้นที่แสดงออกทางการเมือง ต้องส่งเสริมการพูดคุยสันติภาพ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมจริง ๆ ส่วนร่วมจริง ๆ ก็คือ สมช. มาบอกเมื่อวานนี้ว่าการพูดคุยสันติภาพ แม้แต่นายอำเภอยังไม่ค่อยรู้เลยว่าคืออะไร ก็ต้องมาส่งเสริมจริง ๆ การเคารพอัตลักษณ์ อย่างจริง ๆ อย่างจริงจัง ต้องมีการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ในการรับมือ ในการ แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องให้ประชาชนในทุกพื้นที่จากทุกภาคส่วน ทุกเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม เข้ามามีส่วนร่วม ร่วมกันเป็นเจ้าของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และร่วมกันเป็นเจ้าของประเทศไทย กำหนดความเป็นไปของบ้านเมืองของเขาเอง และกำหนด ความเป็นไปของประเทศไทยนี้ร่วมกัน ถ้าหากว่าเราทำให้ได้ถึงขั้นนั้น ประชาชนในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ทุกเชื้อชาติ ศาสนา จะร่วมกัน ช่วยกันพัฒนาจังหวัดของเขา พื้นที่ของเขา เพื่อที่ประโยชน์ของเขาเอง และของลูกหลาน ประชาชนเหล่านี้จะช่วยกันป้องกันความ ไม่สงบ จะช่วยกันสร้างให้สันติสุขสันติภาพเกิดขึ้น อันนี้เป็นเรื่องที่เราควรจะศึกษาจาก บทเรียนกรณีตากใบ นำไปสู่การศึกษาปัญหาที่กว้างกว่านั้น ที่มากกว่านั้น ที่ซับซ้อนกว่านั้น และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแก้ไข เปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ นโยบายในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างจริงจัง เราควรจะมาร่วมกันทำ ในยุคนี้ สมัยนี้ และต้องหวังว่าในเวลาอีกไม่นานนัก จะเกิดสันติภาพสันติสุขอย่างยั่งยืน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ท่านรังสิมันต์ โรม ใช้สิทธิพาดพิงหรือครับ เชิญครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

สั้น ๆ นิดเดียวครับท่านประธาน คิดว่าคงไม่เกิน ๑ นาที ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ด้วยความเคารพต่อท่านจาตุรนต์ จริง ๆ ผมนับถือท่านจาตุรนต์มาก ๆ นะครับ ผมถือว่า ท่านเป็นนักสู้ แล้วก็ในช่วงรัฐประหารตอนที่ท่านต้องเข้าสู่กระบวนการที่คณะรัฐประหาร ในเวลานั้นดำเนินการต่อท่าน ผมเองก็อยู่ไม่ไกลจากท่านนะครับ เรียนอย่างนี้ครับว่า ในเรื่องของช่วงเวลาเหตุการณ์ตากใบ มันกินเวลานานจริง ๆ ครับ คือถ้าดูจากสัญญาณแรก ว่ามันมีเค้าลางของความขัดแย้งที่มีการชุมนุม มันเริ่มตั้งแต่หกโมงเช้าด้วยซ้ำไป แล้วก็ไล่ไป จนขนคนรถคันสุดท้ายนี้คือประมาณตีหนึ่ง ผมรับฟังนะครับ ที่ท่านจาตุรนต์ได้ชี้แจงว่าไม่รู้จริง ๆ แต่ผมก็ยืนยันว่ามีคนอีกจำนวนมากที่สงสัยเหมือนกับที่ผมสงสัยว่าระยะเวลาที่กินนานขนาดนั้น มันเป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่รู้ ถ้าไม่รู้จริง ๆ มันต้องเป็นความผิดพลาดของระบบบางอย่าง ที่เกิดขึ้นนะครับ และเราก็ควรที่จะคิดกันอย่างจริงจังว่าจะป้องกันเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้ ได้อย่างไร เพราะสุดท้ายผมก็เชื่อว่าไม่ว่าจะฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เราไม่อยากจะสร้าง ความรู้สึกให้กับพี่น้องประชาชน เขารู้สึกว่าไม่ใช่ไม่รู้ แต่คือท่านไม่สนใจ ซึ่งความรู้สึกแบบนี้ เป็นความรู้สึกที่ติดลบมาก ๆ นะครับ🔗

ประการถัดมาสั้น ๆ นิดเดียวท่านประธานครับ ผมคิดว่าจริง ๆ เรามีทางออก เรามีทางออกบางอย่างที่จะช่วยให้สถานการณ์มันดีขึ้นได้ และผมเชื่อว่าพวกผมฝ่ายค้าน อย่างเดียวทำไม่ได้ด้วยตัวคนเดียว คือตอนนี้มันมีร่างของผมเอง ก็คือร่างพระราชบัญญัติ การบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน เรื่องนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะนำไปสู่ การคลี่คลายปัญหาในเรื่องของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราใช้กฎหมายพิเศษเหมือนกับที่ ท่านจาตุรนต์ว่ามาเป็นเวลานานแล้ว สุดท้ายมันไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรครับ ความขัดแย้ง เชื้อไฟมันก็ยังคงอยู่ ผมคิดว่าการที่เราช่วยกันผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ จะเป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้สภาแห่งนี้ได้รู้ว่าการใช้กฎหมายพิเศษใด ๆ ก็แล้วแต่ มันต้องมีแผน มันต้องมีวิธีการ และที่สำคัญคือมันจะทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบพวกเราที่เป็นตัวแทนประชาชน สามารถที่จะนำเสนอ Idea ความคิด ความรู้สึกของพี่น้องประชาชนเข้าไปสู่แผนของ ความมั่นคงได้ ผมคิดว่านี่คือทางออก ดังนั้นครับ ถ้าสมมุติร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณา ผมอยากจะขอร้องจริง ๆ นะครับ ขอร้องท่านจาตุรนต์ช่วยพูดคุยภายในพรรคของท่านนะครับว่า เราช่วยผ่านกฎหมายฉบับนี้ ถ้าท่านไม่เห็นด้วยกับผม เพราะว่ามันเป็นผมเสนอ ท่านจะเสนอมาแล้วให้ร่างของใครก็ได้ครับ ให้มันผ่าน ให้มันมีเนื้อหาสาระที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของสภาแห่งนี้ ผมเชื่อว่ามันเป็น ทางออกได้ แล้วเราก็จะได้ค่อย ๆ ทยอยยกเลิกบรรดาพวกกฎหมายความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นกฎอัยการศึก หรือ พ.ร.บ. ความมั่นคง ค่อย ๆ เอามันออกไป ผมเชื่อว่าสถานการณ์ของภาคใต้จะดีกว่านี้ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ เป็นอันจบการอภิปรายนะครับ🔗

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาต นิดเดียวครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจาตุรนต์ครับ🔗

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แบบบัญชีรายชื่อ

เผอิญท่านรังสิมันต์ โรม พูดไปถึงบุคคลที่สาม ที่ไม่มีโอกาสชี้แจง และผมเองก็ไม่เคยทำหน้าที่เป็นผู้จะพิทักษ์ หรือชี้แจงแทน แต่บังเอิญมันอยู่ในเหตุการณ์นะครับ คือเรื่องเหตุการณ์ในวันนั้นข้อต่อสำคัญ ก็คือแม่ทัพภาคที่ ๔ นะครับ ถ้าจะรายงานนายกรัฐมนตรี บังเอิญถ้าท่านไปดูคำชี้แจง แถลงข่าวของแม่ทัพภาคที่ ๔ ในช่วงน่าจะประมาณเย็น ๆ ของวันนั้น ท่านอยู่ในอีกที่หนึ่ง แล้วแถลงข่าวนี่ท่านเล่าให้ผมฟังในโอกาสต่อมาว่าท่านก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะมีคน เสียชีวิต เพราะว่าท่านอยู่กับญาติพี่น้อง เด็ก ๆ ลูกหลานที่อยู่ในเหตุการณ์ คอยดูแลกันอยู่ตลอด ใครจะไปทำให้คนตายมากมายขนาดนั้น คือท่านไม่อยู่ในเหตุการณ์ เนื่องจากท่านถูกเรียกตัว ไปที่ไหนสักอย่างด้วยเหตุจำเป็นจริง ๆ เพราะฉะนั้นเมื่อแม่ทัพภาคที่ ๔ ไม่รู้มันก็เป็นไปได้ครับ ที่นายกรัฐมนตรีจะไม่รู้ แต่เมื่อท่านรู้แล้วท่านก็ตกใจมาก และท่านก็อย่างที่ผมชี้แจงไปแล้วว่า ท่านได้ขอโทษในเวลาต่อมานะครับ แต่ว่าอันนั้นก็เป็นเรื่อง ผมยังคิดว่าเรื่องจังหวัดชายแดน ภาคใต้หรือเรื่องเหตุการณ์ใดก็ตามในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราอาจจะไม่มีประโยชน์มาก นักที่จะมาไล่ดูว่ารัฐบาลใดทำอย่างไร ปัญหานี้มันเป็นปัญหาของรัฐ รัฐไทยเรานี้ละทำ อย่างไร มีความรู้พอหรือเปล่า มีความรู้อย่างเหมาะสมไหมว่าจะดูแลพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์ที่มี ลักษณะเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ไหนในประเทศไทยเลยนี้อย่างไร จึงจะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ส่วนเรื่องกฎหมายที่ท่านรังสิมันต์ โรม บอกว่าจะเสนอแล้วก็ฝากมาให้ทางผมช่วยประสาน พูดคุยนี่นะครับ ก็อยากจะเรียนว่าทาง สมช. ก็เตรียมร่างกฎหมายเฉพาะขึ้นมา หวังจะมาใช้ แทนกฎหมายความมั่นคงที่ใช้กันอยู่ ส่วนคณะกรรมาธิการก็กำลังพิจารณาว่ากฎหมาย ความมั่นคง ๓ ฉบับ และกฎอัยการศึกต้องมีการวางแผนอย่างมียุทธศาสตร์ เพื่อลดและเลิก ใช้ไปในที่สุด เพื่อพิสูจน์ให้ได้ว่าบ้านเมืองมีสันติสุข มีสันติภาพ ถ้าสันติสุขจะใช้กฎอัยการศึก อยู่ จะใช้กฎหมายความมั่นคงและใช้กองทัพอยู่ และเที่ยวไปบอกว่าอย่าใช้คำว่าเจรจา เพราะเดี๋ยวมันจะไปเหมือนกับเจรจาก็กลายเป็นสงครามระหว่างประเทศ แต่จริง ๆ แล้วใช้ กำลังทหารกับกฎอัยการศึกอยู่ มันไม่เข้ากันอยู่แล้ว เราก็เตรียมเสนออยู่ เพราะฉะนั้นถ้า กฎหมายที่ท่านรังสิมันต์ โรม จะเสนอทางพวกผมก็ยินดีพิจารณา คงจะพิจารณาร่วมกับ กฎหมายของสภาความมั่นคง แล้วก็อาจจะเป็นกฎหมายอื่นแล้วก็ช่วยกันดู เราก็ยินดีที่จะ พิจารณา ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ เป็นอันจบการอภิปรายนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ท่านผู้เสนอญัตติ มีสิทธิสรุปญัตติทั้ง ๒ ท่าน🔗

(นายรอมฎอน ปันจอร์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอใช้สิทธินะครับ เชิญครับ เชิญท่านรอมฎอนก่อนก็ได้ครับ🔗

นายรอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ และเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้นะครับ ผม รอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ๑ ในผู้เสนอญัตตินี้นะครับ ซึ่งก็ต้องถือว่าเป็นญัตติด่วน เพราะถ้าเราหักนับจากวินาทีนี้อีกแล้วครับท่านประธาน เหลืออีก ๑๑ ชั่วโมง ที่อายุความ คดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับกรณีตากใบจะหมดลง แล้วก็ก่อคำถามก่อเกิดข้อกังขา เกิดความรู้สึก ของผู้คนเยอะแยะมากมายครับ และวันนี้พวกเราได้ใช้เวลาในการอภิปรายพูดถึงผลกระทบ ของมัน พูดถึงข้อเสนอแนะที่มีแง่มุมที่แตกต่างหลากหลายกันนะครับ ถึงใช้เวลาอยู่ประมาณ ๒ ชั่วโมง ก็ขอเรียนท่านประธานว่าต้องขอบคุณท่านประธาน อีกครั้งหนึ่งนะครับ ที่ได้หาข้อยุติ จากก่อนหน้านี้ไม่แน่ใจว่าเราอาจจะได้มีโอกาสในการ อภิปรายหรือไม่ ก็ต้องขอบคุณท่านประธานและขอบคุณ เพื่อน ๆ สมาชิกจากทุกพรรคนะครับ ที่ร่วมอภิปรายแล้วก็ร่วมสนับสนุนญัตตินี้ ผมจะพยายามสรุปอย่างกระชับ แล้วก็จะมี ความเห็นเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย เพื่อที่จะนำไปสู่การศึกษาหลังจากนี้ เท่าที่ผมทราบจากวิป จากฝ่ายค้านของเราตอนนี้เราได้ข้อสรุปในเบื้องต้นนะครับว่า ญัตตินี้น่าจะมีการส่งไปให้ทาง คณะกรรมาธิการสามัญนะครับคือกรรมาธิการการกฎหมาย ที่มีท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เป็นประธานนะครับ เราได้ข้อสรุปมาประมาณนั้นครับท่านประธาน แล้วทางพรรคประชาชน ก็ยินดีอย่างยิ่ง แล้วตัวผมเองก็ยินดีที่จะไปร่วมทำงานกับทางท่านกมลศักดิ์ ก็คิดว่าวันนี้เรามี โอกาสในการได้แถลงได้เสนอแนะและภารกิจต่อไปคงต้องอยู่ที่ท่านกรรมาธิการการกฎหมาย ที่จะทำให้ข้อเสนอของพวกเรากระชับมากขึ้น แหลมคมมากขึ้น และน่าจะเป็นประโยชน์ต่อ รัฐไม่ใช่แค่รัฐบาลนะครับ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐไทย และน่าจะเป็นประโยชน์ต่อ สังคมไทยต่อไปนะครับ🔗

วันนี้ผมฟัง ๓-๔ คนที่พูดคล้าย ๆ กันนะครับท่านประธาน ผมคิดว่าคงต้อง ฝากไปให้ทางกรรมาธิการการกฎหมายได้ศึกษาต่อนะครับ แล้วก็มีหลายเรื่องที่เรากำลังได้ ข้อสรุปอย่างนี้ว่าอายุความกำลังจะหมด กระบวนการยุติธรรมกำลังเดินเข้าสู่ทางสุดท้ายซอย สุดท้ายแล้วนะครับ แต่นี่คือลักษณะที่เราเจอในหลายความขัดแย้งทางการเมืองที่มี การบาดเจ็บล้มตายครับท่านประธาน การบาดเจ็บล้มตายของผู้คนจำนวนมากท่ามกลาง ความขัดแย้งทางการเมือง เรามีเครื่องมือที่มากกว่าการดำเนินคดีในศาลเท่านั้น สิ่งที่หลาย ท่านพูดถึงความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน ความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านนี้ เสาหลักหนึ่ง คือการดำเนินคดีอาญา เพื่อแสวงหาความรับผิดชอบและลงโทษผู้กระทำความผิด อันนั้น อันหนึ่ง แต่ในหลายกรณีครับ ความขัดแย้งทางการเมืองที่คนบาดเจ็บล้มตายหลายพัน หลักหมื่น หลักแสนคน มันยากครับ ที่กระบวนการยุติธรรมปกติจะทำงานได้ และของเรา เป็นการเฉพาะด้วยนะครับ ของเราแม้ว่ามีผู้เสียชีวิต ๗,๕๐๐ กว่าคน แต่กรณีที่เป็น โศกนาฏกรรมอย่างนี้ เราเดินมาถึงเส้นทางสุดท้ายของกระบวนการยุติธรรมของเรา เพราะฉะนั้นมันอาจจะต้องมีกระบวนการอย่างอื่นในการเสริม เรื่องที่สำคัญที่สุดที่เป้าหมาย ของกระบวนการยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านคือการเปลี่ยนความสัมพันธ์ของผู้คนและเป็น การให้หลักประกันกับสังคมนั้น ๆ ว่า Never Again จะไม่มีสิ่งนี้เกิดขึ้นอีก จะไม่มีสิ่งนั้น เกิดขึ้นอีก เราต้องวางหลักประกัน คำพูด คำสัญญาจากนักการเมือง จากผู้นำอาจไม่พอ สำคัญก็จริงแต่ไม่พอครับ เราต้องออกแบบในเชิงสถาบัน เราต้องสร้างสัญลักษณ์ในสังคมที่ ตระหนักรับรู้ และมันเริ่มต้นจากการเปิดเผยความจริง มันเริ่มต้นจากการมองหน้า ความเลวร้ายที่สังคมเราเคยเจอ เคยทำ เคยเป็นมาก่อน อย่างตรงไปตรงมาและมีวุฒิภาวะและ หลาย ๆ เรื่องในนั้น เรากำลังพูดถึงการทำให้ประวัติศาสตร์ที่บาดแผลไม่ได้ถูกลืมไปครับ แต่ได้รับการจดจำ ได้รับการให้เกียรติเมื่อสักครู่ทนายแจม คุณศศินันท์ได้พูดถึงบทเรียน ในไต้หวัน บทเรียนในหลายประเทศ ในเกาหลี หรือว่าในประเทศอื่น ๆ การขอโทษซ้ำแล้ว ซ้ำอีกเป็นการเยียวยาในเชิงสัญลักษณ์ที่ทรงพลังมาก ซึ่งนั่นเกี่ยวข้องกับการเปิดเผยความ จริงว่าเหตุการณ์ที่เลวร้ายในอดีตนั้นเกิดขึ้นอย่างไร และทำให้คนในรุ่นหลังได้เรียนรู้ว่าเราจะ ไม่ทำอย่างนั้นอีก การเยียวยาฟื้นฟูก็จำเป็น เป็นสิ่งสำคัญนะครับ เป็นอีกเสาหลักหนึ่งของ ความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านครับ และแน่นอนการเยียวยาด้วยเงินคงไม่เพียงพออย่างที่ หลายคนอภิปรายไปแล้ว แต่การเยียวยาในเชิงสัญลักษณ์ การเยียวยาในเชิงเศรษฐกิจ ก็ยังจำเป็นอยู่ แต่สุดท้ายเรื่องใหญ่ที่สุดที่ผมคิดว่าหลายท่านพูดถึงนะครับ คือการพูดถึง เรื่องกฎหมายต่าง ๆ คือการปฏิรูปในเชิงสถาบัน เพื่อให้เป็นหลักประกันครับว่าของพวกนี้ จะไม่เกิดขึ้นอีก ผมพยายามจะสรุปอย่างนี้นะครับท่านประธาน ตอนนี้มีข้อเสนอว่า เราควรต้องมีการปรับปรุงกฎหมาย ป. วิ.อาญาที่ว่าด้วยอายุความ ต้องมานั่งถกกัน และสภาแห่งนี้ก็คงต้องทำหน้าที่นี้ เรามีการพูดถึงการปรับปรุงฐานความผิดบางอย่าง ที่มันเป็นอาญาร้ายแรง ที่จะต้องไม่มีอายุความ และมีการพูดถึงการบัญญัติกฎหมาย คุณธิษะณา ข้าง ๆ ผมกำลังอยู่ ในช่วงของการเสนอกฎหมายที่เอาฐานความผิดต่อมนุษยชาติ ต่อความผิดอาญาร้ายแรง ในศาลอาญาระหว่างประเทศมาเป็นกฎหมายภายในระดับพระราชบัญญัติ เธอกำลังทำอยู่ ข้อเสนอของท่านรังสิมันต์ โรม ก็พูดถึงการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่กำลังจะ บรรจุระเบียบวาระ อันนี้ก็เป็นกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง แต่ก็มีเหมือนกันครับ ที่ยกระดับไปสู่ การแสวงหาความยุติธรรมในกลไกระหว่างประเทศ เมื่อกลไกภายในประเทศมันถึงทางตัน ก็มีข้อเสนอว่าเราควรต้องเดินหน้าเพื่อเป็นหลักประกันว่า ประเทศนี้จะไม่มีสิ่งที่เกิดขึ้นที่ตากใบ ที่หนองจิกอีก รัฐบาลควรให้สัตยาบันต่อธรรมนูญกรุงโรม และยอมรับขอบเขตอำนาจ ศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งมันมีบางช่องทางด้วยที่รัฐบาลสามารถยอมรับขอบเขตอำนาจ ศาลอาญาระหว่างประเทศเป็นการเฉพาะกรณีย้อนหลังได้ด้วย เหมือนหลายประเทศ ในแอฟริกา อันนี้ก็เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ ยังมีการพูดถึงข้อเสนอ ในสภาแห่งนี้อาจจะไม่ได้ พูดตรงนี้ชัด ๆ แต่ว่าข้างนอกมีการพูดถึงข้อเสนอเรื่องของการฟ้องร้องคดีในประเทศ ที่มีกฎหมายที่ครอบคลุมเขตอำนาจศาลสากลด้วย อย่างในประเทศอังกฤษ มีข้อเสนอทำนองนี้ ด้วยว่า ให้สภาผู้แทนราษฎรเปิดให้มีการไต่สวนสาธารณะเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับ เหตุการณ์โศกนาฏกรรมเหล่านั้น ซึ่งกลไกนี้ก็ต้องมานั่งคิดว่าเราจะใช้กลไกแบบไหน จะใช้ กลไกกรรมาธิการหรือว่าแบบอื่น การเยียวยาในเชิงสัญลักษณ์ การปฏิรูปกฎหมาย การสรุป บทเรียนที่ผิดพลาดในอดีต อย่างที่ท่านจาตุรนต์ได้กล่าวถึง การเปิดเผยความจริงที่ยัง คลุมเครืออยู่อย่างตรงไปตรงมา ผมคิดว่ารายงานของคณะกรรมการอิสระในการสอบ ข้อเท็จจริงที่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร แต่งตั้งเมื่อ ๒๐ ปีก่อน เป็นรายงาน ที่น่าสนใจมาก เป็นรายงานที่เปิดเผยบางความจริงเท่าที่พอจะมีได้ภายใต้เวลาอันจำกัด ๔๕ วัน ที่คณะกรรมการได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณในเวลานั้น ผมคิดว่า นี่ก็ถึงเวลาที่รายงานฉบับนั้นควรได้รับการเผยแพร่โดยเว็บไซต์ หรือว่าช่องทางหลักของทาง รัฐบาล เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาพร้อมเอกสารแนบและภาคผนวกต่าง ๆ เพื่อเป็นการ เปิดเผยความจริงและเยียวยาความจริงนั้นต่อญาติผู้สูญเสีย🔗

และสุดท้ายนะครับ ช่องทางการสื่อสารการเจรจาสันติภาพยังเป็นช่องทาง ที่รัฐบาลควรให้ความใส่ใจจริงจัง เพราะหากปราศจากช่องทางนี้ กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ กลุ่มผู้ก่อเหตุความรุนแรง ไม่ว่าจะใช้คำไหนก็แล้วแต่ หรือจะใช้คำว่ากลุ่มต่อสู้เพื่อปาตานี ถ้าเขาจะอ้างเหตุผลเหล่านั้นในการปฏิบัติทางการทหาร เพื่อสื่อสารทางการเมือง เราต้อง เปลี่ยนวิธีการสื่อสารเหล่านั้นมาเป็นช่องทางในทางการเมืองครับ โต๊ะเจรจาในเวลานี้ สำคัญมาก ๆ เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องเร่งรัดต้องจริงจังและเปิดพื้นที่ให้เสียงเหล่านี้ ได้ส่งเสียง แทนที่จะเป็นระเบิด แทนที่จะเป็นปืน🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมคิดว่าคงต้องฝากไปให้ท่านกรรมาธิการ การกฎหมาย ก่อนที่จะฝากไปถึงประเด็นนั้นมีหลายท่านพูดถึงเรื่องการทำงานร่วมกัน ในกรรมาธิการความมั่นคง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนิดเดียวจริง ๆ ท่านประธานครับ คงต้องเอ่ยชื่อท่านนะครับ แล้วก็ผมคิดว่าไม่เป็นการเสียหาย ผมมีหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือ ที่ประกอบนิทรรศการลบไม่เลือน ๒๐ ปี ตากใบ ผมได้มา ๓ เล่ม ชื่อเล่ม ลิ้มรสความทรงจำ ตากใบ ตอนที่ผมได้รับมาเมื่อหลายเดือนที่แล้ว ผมตั้งใจอย่างยิ่งครับ ที่จะเอาเล่มหนึ่ง มามอบให้กับพี่พิศาล วัฒนวงษ์คีรี เพื่อน สส. ของผม เพื่อนกรรมาธิการความมั่นคงที่ทำงาน ด้วยกัน แล้วผมต้องเรียนท่านประธานและเรียนท่านเพื่อน ๆ สมาชิกครับ ผมนั่งคุยกับท่าน โดยส่วนตัวหลายต่อหลายครั้ง ความทรงจำของท่าน แง่มุมของท่านเกี่ยวกับเหตุการณ์ ในฐานะอดีตแม่ทัพภาคที่ ๔ ผมได้สนทนากับท่านหลายต่อหลายครั้ง และผมเชื่อโดยสนิทใจ จริง ๆ ครับท่านประธานว่า ข้อต่อสู้ของท่านก็สามารถสู้ได้ และผมเชื่อจริง ๆ ว่าท่านจะ เดินทางกลับมา แม้ว่าตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึง ๑๒ ชั่วโมงแล้ว ผมก็ยังเชื่อมั่นต่อท่าน เพราะผมคิดว่าบทสนทนาที่เกิดขึ้นนี่คือความทรงจำของผู้ที่สูญเสีย เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว ความทรงจำของญาติของเขาต่อคนสูญเสียนั้น ในยามที่เขายังมีชีวิตอยู่ ผมอยากให้การ สนทนาเพื่อคลายปมความขัดแย้ง ในอดีตมันสามารถทำได้และมันเกิดขึ้นมาได้ในสังคม ของเรา และเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับสังคมของเราในการแสวงหาข้อตกลง แสวงหา ความสมานฉันท์ ผมเชื่ออย่างนั้นจริง ๆ และผมต้องเรียนท่านประธานนะครับ ท่านขอบคุณ ผมมากที่ได้เอาหนังสือเล่มนี้มาให้ และผมไม่แน่ใจว่าหนังสือเล่มนี้ยังอยู่กับท่านหรือไม่ แต่ถ้าจะสื่อสารถึงท่านได้ผมก็อยากให้ท่านหยิบมันขึ้นมาอ่านครบท่านประธาน🔗

สุดท้ายจริง ๆ ท่านประธาน ญัตตินี้สำคัญมากและเป็นเรื่องของรัฐ เป็นเรื่อง ของประเทศ เป็นเรื่องของบ้านเมือง แต่ถึงอย่างนี้ผมคงต้องฝากท่านประธาน ฝากบอกเพื่อน ๆ ในสภาแห่งนี้ ในนามของผู้แทนของปวงชนชาวไทย ผมต้องขอกล่าวขอบคุณความกล้าหาญ ของพี่น้องของประชาชน ๔๘ คนนั้นที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีอาญาต่อเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่ ความรุนแรงทางการเมืองในลักษณะนี้ไม่เคย เดินทางมาไกลถึงขนาดนี้ ผมต้องขอบคุณในความกล้าหาญเหล่านั้น ผมรู้ดีว่าพี่น้องที่อยู่ ในสถานการณ์ความมั่นคงแบบนั้นนี่ยากลำบากอย่างไร นิดเดียวครับท่านประธาน แค่อยากฝาก ขอบคุณทุกท่านเหล่านั้นในนามของสภาแห่งนี้ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ได้สรุป เชิญครับ🔗

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ก็ต้องขอบคุณทางสภา โดยเฉพาะท่านประธาน แล้วก็วิปทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ตอนที่ยื่นญัตติเมื่อเช้า จริง ๆ ผมก็ไม่แน่ใจว่าตากใบจะไปต่อได้หรือไม่ เพราะว่า เบื้องต้นเป็นที่ทราบว่า ญัตตินี้ไม่แน่ใจว่าทางสภา เพื่อนสมาชิกท่านอื่นหรือจาก หลาย ๆ พรรคจะเห็นด้วยกับญัตติด้วยวาจาที่ทางพรรคประชาชาติ และทางท่านรอมฎอน ได้เสนอในวันนี้หรือไม่ อย่างไร แต่โดยการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเฉพาะ พรรคประชาชาติเราอยู่ในพื้นที่ด้วยสมาชิกหลายท่าน เราก็ต้องเดินหน้าให้เรื่องนี้ไม่ให้จบแค่ วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๗ แต่ด้วยระยะเวลา เมื่อเช้าหลายท่านได้ให้ความสำคัญ จนเป็นที่มา ที่สภาของเราได้เปิดโอกาสให้สมาชิกได้แสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะกับเรื่องเหล่านี้ เรื่องตากใบเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต และนำไปสู่การแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้อย่างจริงจัง ผมเห็นภาพบรรยากาศวันนี้แล้ว ผมรู้สึกตื้นตันใจมากที่เพื่อนสมาชิก ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่างพรรคการเมืองทุกคนแสดงความเป็นห่วงเป็นใย กับเรื่องนี้กับวันสุดท้ายของวันนี้โดยการลุกขึ้นอภิปรายทุกพรรคการเมืองที่อยู่ใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ สะท้อนให้เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องของพรรคใดพรรคหนึ่ง ทุกคน ตระหนักกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำคัญที่สุดผมอยากสื่อไปถึงครอบครัวพี่น้องประชาชน ที่ลุกขึ้นเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรก ในการใช้กฎหมายแสวงหากระบวนการยุติธรรม ความเป็นธรรมตามกฎหมาย ผมทราบดีครับว่า เขาลุกขึ้นฟ้องกับเรื่องที่ผ่านมา หลายท่าน ตั้งประเด็นว่า ทำไมเพิ่งมาฟ้องตอนนี้ ผมเรียนอย่างนี้ครับ ข้อกฎหมาย ก็คือเงินเยียวยา มันไม่ระงับโดยการรับเงิน ทุกคนยอมรับหมดในวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๗ คณะกรรมาธิการ เราได้เรียกหน่วยงานมาชี้แจง ข้อเท็จจริงวันนั้นทุกคนยอมรับหมดว่า ข้อตกลงที่จะไม่ให้ ดำเนินคดีอาญาไม่สามารถบังคับได้ ตามกฎหมายถือว่าเป็นข้อตกลงที่ขัดต่อความสงบ เรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั้งพนักงานอัยการ แล้วก็พนักงานสอบสวน ถามว่าก่อนหน้านี้ทำไมไม่ขยับเรื่องนี้ ผมขออนุญาตชี้แจงแทนครอบครัวที่นั่นว่า หลังจากที่ เขารับเงินเยียวยา เขาหวังว่ากระบวนการยุติธรรมมันจะเดินไป เขาไม่ต้องการหวังผลจะชนะ หรือแพ้ แต่อยากให้พิสูจน์ความจริงกันบนศาล เฝ้ารอจัดงานรำลึกทุกปี ทุกปี ทุกปี ทุกปี ผ่านมาหลายรัฐบาล โดยเฉพาะล่าสุด ก่อนหน้านี้เป็นช่วงที่เหตุการณ์บ้านเมืองที่เราทราบกันดีว่าเกิดการปฏิวัติ รัฐประหาร ท่านประธานครับ เข้าใจความรู้สึกชาวบ้านไม่รู้กฎหมายไหมครับ ไม่รู้จะไปถามใคร อย่างมากที่สุดตอนนี้ ก็คือในพื้นที่มีศูนย์ทนายความมุสลิม ญาติพี่น้องถูกฟ้อง พ.ร.ก. กฎอัยการศึก ก็มุ่งหาศูนย์ทนายความมุสลิม ผมก็เคยทำงานอยู่ที่นี่ ตอนนั้นสอบถาม ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีไปถึงไหน อย่างไร ไม่มีใครตอบได้เลยสักคน ความชัดเจน สรุปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีไม่มีคำตอบ แล้วเหตุการณ์การที่จะลุกขึ้นมาฟ้อง บอกตรง ๆ ว่า ตอนนั้นชาวบ้านเขากลัว กลัวมากครับ ประวัติศาสตร์ก่อนหน้านี้พื้นที่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ใครที่ถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่ ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาฟ้องเอง แม้กฎหมายเปิดช่อง เพราะกลัว แต่เมื่อถึงยุคนี้ ยุครัฐบาลนี้นะครับ เขากล้าที่จะยื่นหนังสือมาถึงกรรมาธิการ เพื่อเรียก หน่วยงานมาชี้แจงข้อเท็จจริงให้กระจ่างชัดว่า คดีไปถึงไหน อย่างไร นั่นคือที่มา การที่เขา มาฟ้องตอนนี้ไม่ได้เป็นประเด็นการเมืองเลยครับ แต่เป็นประเด็นจังหวะเวลาที่เขาไว้วางใจ ในรัฐบาลชุดนี้ เมื่อความกระจ่างชัดอย่างนั้น พอเห็นว่าสำนวนมันไม่ไปถึงไหน จึงเกิดความ ไม่ไว้วางใจในกระบวนการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด จึงเป็นที่มาที่ลุกขึ้นสู้ด้วย ใจกล้าหาญ เพราะไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ นี่คือที่มาที่ไปนะครับ ขออนุญาตชี้แจง แทนครอบครัวของคนที่ได้รับความเสียหายและเป็นโจทก์ในคดีนี้ เป็นที่มาที่การออก หมายจับ ท่านประธานครับ หลายท่านวันนี้เสนอความคิดเห็นเป็นประโยชน์มากนะครับ อย่างที่ผมบอกว่าญัตตินี้เป็นการยื่นญัตติด่วน เพราะจะขาดอายุความ แล้วก็เป็นเรื่องที่เรา ต้องศึกษา มันเกิดอะไรขึ้นกับกรณีตากใบที่ขาดอายุความ เราสามารถมองเห็นได้หลายมิติ ทั้งทัศนคติของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ที่นั่นเป็นอย่างไร ในส่วนกฎหมายเป็นอย่างไร ที่ต้อง นำไปสู่การแก้ไข ฝ่ายนิติบัญญัติเราก็ได้บทเรียนในเรื่องของการคุ้มครองสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ที่เป็นที่มาที่ไม่ได้รับการคุ้มครอง ถ้ากรณีที่มีการออกหมายจับ กรณีที่ศาลประทับฟ้อง หลายสิ่งหลายอย่างกรณีตากใบมีประโยชน์มาก ผมถึงบอกว่ากรณีนี้มันจะไม่สูญเปล่า ถ้าสภาเราเปิดหน้า เดินหน้าศึกษาเป็นบทเรียน อีกหลายเรื่องครับ กรรมาธิการผมวันก่อน เราก็ศึกษาเรื่องการไต่สวนการตายของคนเสื้อแดง มันก็มีหลายกรณีที่ยังคาราคาซัง ที่กฎหมายไปไม่ถึง ผมจึงขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ท่านจาตุรนต์ ในฐานะเป็นประธาน กรรมาธิการวิสามัญเรื่องกระบวนการสันติภาพ นั่นคือภาพใหญ่ของปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ส่วนเรื่องนี้เป็นเรื่องกรณีการขาดอายุความ เราต้องศึกษา ตากใบต้องไม่เงียบ ต้องไปต่อ โดยฝ่ายนิติบัญญัติเราเป็นคนขับเคลื่อนอีกทางหนึ่ง ถ้าเพื่อนสมาชิกเห็นว่าทาง คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สมควรที่จะไปศึกษาต่อ ในเรื่องนี้ ก็ยินดีครับ เราก็จะได้ทำงานร่วมกันศึกษาต่อเรื่องนี้ เพื่อเสนอไปสู่สภา แล้วก็เสนอไปยังฝ่ายบริหารต่อไป ขอขอบคุณมากครับท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ จากการอภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องนี้ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาและส่งข้อเสนอต่อรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจากการที่ได้รับฟัง การอภิปรายของท่านสมาชิก มีความเห็นแนวทางเดียวกัน เห็นว่าญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องนี้ สมควรส่งให้คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน พิจารณาศึกษา ดังนั้น ผมขอถามที่ประชุมว่า ญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องนี้ สมควรให้ส่งคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เพื่อพิจารณาศึกษา จะมีสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมลงมติเห็นชอบให้ส่งญัตติเรื่องนี้ ให้คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เพื่อพิจารณาศึกษา ตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม อดิศร เพียงเกษ ครับ ผมเห็นด้วยที่จะส่งต่อกรรมาธิการการกฎหมาย แต่อยากให้ส่งไปทางรัฐบาล ด้วยครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านอื่นเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ มีท่านอดิศรขอเพิ่มส่งให้รัฐบาลด้วย ถ้าไม่มีเห็น เป็นอย่างอื่นก็ส่งไปให้คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ได้ไปศึกษาเพิ่มเติมต่อ แล้วก็นำข้อเสนอในสภาส่งให้รัฐบาลด้วยนะครับ🔗

นายวรวงศ์ วรปัญญา ลพบุรี

ขออนุญาตท่านประธานครับ วรวงศ์ วรปัญญา ครับ ยังไม่ได้เสนอระยะเวลาการพิจารณาครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญเสนอระยะเวลาครับ🔗

นายวรวงศ์ วรปัญญา ลพบุรี

ผม วรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย วิปรัฐบาลครับ ขอเสนอระยะเวลาการพิจารณา ๙๐ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ให้คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ไปหารือภายใน ๙๐ วัน ก็มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา🔗

ตามที่ที่ประชุมได้มีมติให้เปลี่ยนระเบียบวาระ ๕.๒๖ ๕.๓๑ ๖.๑ ๖.๔ และ ๖.๖ ซึ่งเป็นญัตติทำนองเดียวกันขึ้นมาพิจารณาก่อน ระเบียบวาระที่ ๕.๑ ดังนั้นผมขอ ดำเนินการตามมติที่ประชุมนะครับ🔗

๑. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษากฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการดำเนินกิจการรังนกแอ่น (นางสาวสกุณา สาระนันท์ เป็นผู้เสนอ) เนื่องจากมีญัตติทำนองเดียวกันอีก ๔ ญัตติ คือ🔗

ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการวางระบบระเบียบ หลักเกณฑ์ และกฎหมายเพื่อรองรับการสร้างบ้านนกอีแอ่น ประเภทกินรัง (นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ)🔗

ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาเพื่อปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ การดำเนินการรังนกอีแอ่น (นายพิทักษ์เดช เดชเดโช เป็นผู้เสนอ)🔗

ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาการหาผู้รับสัมปทานรังนกอีแอ่นในพื้นที่จังหวัดชุมพร (นายวิชัย สุดสวาสดิ์ เป็นผู้เสนอ)🔗

ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแก้ไขกฎหมายและหลักเกณฑ์ในการทำธุรกิจรังนกอีแอ่นกินรังนอกเขตสัมปทาน เพื่อทำให้ธุรกิจนี้ถูกกฎหมาย เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับประชาชน และเพิ่มศักยภาพ ทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ (นางสาวชุติมา คชพันธ์ เป็นผู้เสนอ)🔗

ผมเห็นว่าเป็นเรื่องทำนองเดียวกัน สามารถรวมระเบียบวาระการประชุม เพื่อนำมาพิจารณาและลงมติพร้อมกันได้ ดังนั้น ผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอนำญัตติทั้ง ๕ ญัตติ มาพิจารณาและลงมติพร้อมกัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) และ (๔) จะมีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมเห็นชอบนะครับ ผมขอดำเนินการ ตามนี้ ต่อไปเชิญผู้เสนอได้แถลงเหตุผลตามลำดับนะครับ ท่านแรกท่านสกุณา สาระนันท์ เชิญครับ🔗

นางสาวสกุณา สาระนันท์ สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการดำเนินการกิจการรังนกแอ่น ปัจจุบันการประกอบธุรกิจ รังนกแอ่นของประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตและส่งออกสู่ตลาดโลก มูลค่าการตลาดส่งออก อยู่อันดับ ๓ รองจากประเทศมาเลเซียและประเทศอินโดนีเซีย การประกอบกิจการ บ้านนกแอ่นกินรังเป็นสินค้าสำคัญรายการหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับประเทศปีละ หลายหมื่นล้านบาท และเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชน ผู้ประกอบการมาอย่างยาวนานค่ะ แต่บริบทการทำธุรกิจรังนกแอ่นในปัจจุบันมีกฎเกณฑ์ และเงื่อนไขที่มากขึ้น หากยังไม่มีการปรับให้รองรับกับสภาพการณ์ในปัจจุบันจะทำให้ สูญเสียโอกาสในการแข่งขันทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนิน กิจการรังนกแอ่นกินรังให้เป็นไปตามบริบทกฎหมาย และขยายการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ การส่งออกของประเทศ รวมถึงรัฐสามารถจัดเก็บภาษีจากธุรกิจรังนก ซึ่งเป็นการเพิ่มรายได้ ของรัฐ จึงควรมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางในการออกประกาศ กฎกระทรวงตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการดำเนินการจัดทำร่างระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่องการกำหนดชนิดสัตว์ป่าคุ้มครองที่อนุญาตให้เก็บ ทำอันตราย หรือมีไว้ ในครอบครองซึ่งรังได้ พ.ศ. .... และเรื่องการขออนุญาตการออกใบอนุญาตให้เก็บ ทำอันตราย หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งรังของสัตว์ป่าคุ้มครองที่ไม่ใช่สัตว์น้ำ พ.ศ. .... รวมถึง พิจารณาศึกษาการจัดทำร่างกฎหมาย กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขในการก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารที่มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดเก็บหรือมีไว้ในครอบครอง สัตว์ป่าคุ้มครองไว้เป็นการเฉพาะ และมีระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ที่ใช้ในการควบคุม การประกอบกิจการบ้านนกแอ่นกินรังของกรมโยธาธิการและผังเมือง และร่างมาตรการ ควบคุมการประกอบกิจการบ้านรังนกแอ่นกินรัง ซึ่งจัดทำโดยกรมอนามัย ดังนั้นจึงขอเสนอ ญัตติดังกล่าวมาเพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการดำเนินกิจการรังนกแอ่น ตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙🔗

ก่อนที่จะอภิปรายเหตุผลและรายละเอียด ดิฉันขอเสนอคลิปสั้น ๆ ค่ะ ท่านประธาน รบกวนฝ่ายโสตด้วยค่ะ ถ้าอย่างนั้นดิฉันขออนุญาตอาจจะเกิดข้อขัดข้องนะคะ นกแอ่นกินรังนะคะ เดิมประเทศไทยมักจะพบนกแอ่นอยู่ในบริเวณภาคใต้ ซึ่งมีสภาพ ภูมิประเทศติดชายฝั่งทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามันค่ะ หรือตามเกาะแก่งต่าง ๆ ที่มีสภาวะเหมาะสมต่อการเจริญเติบโต นกแอ่นกินรังถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สร้างรายได้ เป็นมูลค่ามหาศาลให้กับประเทศ ด้วยรังนกแอ่นประกอบด้วย Enzyme ซึ่งเป็นสารประกอบ ประเภทโปรตีน และยังมีกรดอะมิโนและธาตุอาหารต่าง ๆ ซึ่งมีส่วนเสริมสร้างสุขภาพ แล้วก็บำรุงผิวพรรณเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ด้วยคุณค่าทางอาหาร แล้วก็ด้วยราคา รังนกแอ่นจึงถูกขนานนามว่า เป็นคาร์เวียร์แห่งตะวันออก ปัจจุบันความต้องการรังนก ในตลาดอาหารเสริมสุขภาพก็ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็น ผู้สูงอายุหรือวัยหนุ่มสาว มีการประเมินว่ามูลค่าของการบริโภครังนกในประเทศจีนมีมูลค่า มากถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี สำหรับประเทศไทยเราเองเราก็มีศักยภาพในการส่งออก ในแต่ละปีธุรกิจรังนกแอ่นมียอดขายหลายหมื่นล้านบาท และรังนกแอ่นไทยเป็นรังนกที่ได้รับ การยอมรับว่ามีคุณภาพสูงที่เป็นความต้องการสูงขึ้นเรื่อย ๆ นะคะ แต่ท่านประธานคะ รังนกส่วนใหญ่ที่ประเทศไทยส่งออก เป็นรังนกที่ยังไม่ถูกกฎหมายค่ะ ทำให้ธุรกิจรังนกบ้าน กลายเป็นอาชีพสุจริต แต่ว่าผิดกฎหมาย ขาดความมั่นคง เพราะต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ นานา เช่น ปัญหาด้านการตลาดค่ะ วันนี้รังนกไทยต้องไปสวมโควตาการส่งออกของประเทศอื่น ไม่ว่าจะเป็นประเทศมาเลเซียหรือประเทศอินโดนีเซียค่ะ ดังนั้นถึงแม้ว่ารังนกของเราจะมีคุณภาพแต่ก็จะถูกกดราคา นอกนั้นก็ยังมีปัญหาเรื่องทำเล ที่ตั้งที่ไม่เหมาะสม ก็ไม่รู้ว่าเราทำบ้านนกอยู่ตรงนี้แล้วเมื่อไรจะโดน พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร หรือว่าโดน พ.ร.บ. ผังเมืองในการที่จะผิดกฎ เนื่องจากว่า พ.ร.บ. เหล่านี้ไม่มีความชัดเจนของ ข้อบังคับจากกฎหมายอนุบัญญัติเหล่านี้ค่ะ พ.ร.บ. ผังเมืองนำไปสู่ปัญหาการสร้างมลพิษ ทางเสียง ทางกลิ่นในชุมชน เกิดข้อพิพาท แล้วก็มีการร้องเรียนหลายครั้งค่ะ ปัญหาเหล่านี้ ล้วนมีสาเหตุมาจากการไม่มีกฎหมายเฉพาะที่มาควบคุมค่ะ ถึงตรงนี้หลายท่านก็อาจจะตั้ง คำถามว่า อ้าว ถ้าเกิดธุรกิจนี้ไม่ถูกกฎหมาย แล้วรังนกที่เราซื้อขายในตลาด หรือแม้แต่มีการ ตั้งลานประมูลอยู่ทั่วไปนี่มันคืออะไร ธุรกิจรังนกแอ่นกินรังในไทยมี ๒ ประเภทนะคะ ๑. ธุรกิจรังนกแอ่นจากแหล่งธรรมชาติ ๒. ธุรกิจรังนกแอ่นนอกแหล่งธรรมชาติ ซึ่งรังนกแอ่น จากแหล่งธรรมชาตินี้ หรือเราเรียกว่า นกถ้ำ รังนกในหมวดนี้มีกฎหมายเฉพาะตาม พระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่น พ.ศ. ๒๕๔๐ ค่ะ โดยให้ราชการส่วนท้องถิ่นดูแลและรายได้ ก็จะเกิดจากการให้สัมปทานค่ะ ว่าง่าย ๆ ธุรกิจรังนกแอ่นกินรังจากแหล่งธรรมชาตินี้ เป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมาย ต่อมาเมื่อประมาณ ๘๐ ปีก่อนพบว่าเริ่มมีนกแอ่นมาสร้างรัง ในชุมชนค่ะ พบครั้งแรกที่จังหวัดปัตตานี ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวนะคะ นับจากปี ๒๕๔๐ ก็เริ่มเกิดการลงทุนทำธุรกิจรังนกแอ่นกระจายไปทั่วพื้นที่ของประเทศทุก ๆ ภาคเลยนะคะ ปัจจุบันรังนกบ้านในประเทศไทยมีมากกว่า ๑๗,๗๒๐ แห่ง ประมาณ ๒ ล้านตัวกระจายอยู่ ทั่วประเทศเลยค่ะ แต่รังนกในหมวดนี้ไม่มีกฎหมายรองรับอย่างสมบูรณ์ว่าง่าย ๆ ก็คือยังเป็น ธุรกิจที่ผิดกฎหมาย แม้ว่าขณะนี้พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้ปลดล็อกนะคะ จากเดิมให้นกแอ่นกินรังเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทไม่อนุญาตให้เก็บรัง ทำอันตรายหรือมีไว้ในครอบครอง แก้ไขเป็นสัตว์คุ้มครองประเภทเก็บรัง ทำอันตราย และมีไว้ ในครอบครองได้ แต่ว่าใน พ.ร.บ. นี้ยังมีมาตรา ๑๔ (๒) และ (๔) ซึ่งกำกับในเรื่องการขอและ การออกใบอนุญาตประกอบกิจการ และนอกจากนี้การประกอบธุรกิจนี้ยังต้องเกี่ยวข้องกับ เรื่องทำเลที่ตั้งของบ้านนกเพื่อไม่ให้กระทบกับชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสียง เรื่องกลิ่น เรื่องสุขอนามัยอื่น ๆ นะคะ จึงทำให้ธุรกิจนี้โยงกับกฎหมาย พ.ร.บ. ผังเมือง พ.ร.บ. ควบคุม อาคาร รวมถึง พ.ร.บ. สาธารณสุขค่ะ ซึ่งอนุบัญญัติเหล่านี้ยังไม่ประกาศใช้ ส่งผลให้ธุรกิจรัง นกแอ่นนอกแหล่งธรรมชาติเป็นธุรกิจที่ไม่มีกฎหมายคุ้มครองโดยสมบูรณ์ จึงเป็นที่มาของ การยื่นญัตติฉบับนี้ต่อสภาผู้แทนราษฎร ด้วยดิฉันเห็นว่าหากรัฐไม่เร่งผลักดันกฎหมายเพื่อใช้ กับการประกอบธุรกิจนี้ จะเกิดผลเสียหายทั้งต่อประชาชน ต่อผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และประเทศจะเสียโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจในอีกหลายด้าน เช่น ๑. ปัญหาด้าน การตลาด ทุกวันนี้ประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดหลักของรังนก กำหนดให้แสดงแหล่งที่ผลิตค่ะ กำหนดให้แสดงแหล่งที่มาของรังนก เมื่อธุรกิจรังนกบ้านของไทยไม่ถูกกฎหมาย ผู้ประกอบการจะแสดงแหล่งที่มาได้อย่างไรคะ สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไป ก็คือรังนกแอ่นของเรา ต้องไปขอแฝงไปกับรังนกของประเทศอื่นที่เขารับรองที่มาได้ เมื่อเป็นเช่นนี้รังนกไทย ก็ถูกกดราคา มีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเป็นภาระให้กับผู้ประกอบการต้องแบกรับ ท่านประธานคะ วันนี้ราคารังนกแอ่นในประเทศจีนมีราคาสูงกว่าในประเทศของเรา ๒-๓ เท่า ส่วนต่างของ ราคานี้หายไปกับค่าเบี้ยใบ้รายทางรวม ๆ แล้วหลายหมื่นล้านต่อปี นี่ผลจากความล่าช้า ในการผลักดันกฎหมาย🔗

ปัญหาต่อมานะคะ ก็จะมีปัญหาด้านมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน การขยายตัวของธุรกิจรังนกที่มากขึ้นในขณะที่ไม่มีกฎหมายควบคุมใด ๆ บ้านนกก็เกิดขึ้น สร้างขึ้นในพื้นที่สะเปะสะปะ ดัดแปลงอาคารพาณิชย์ผุดขึ้นกลางชุมชนบ้างค่ะ จึงเกิด ข้อร้องเรียนขึ้นเสมอ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของเสียง เรื่องกลิ่น เรื่องมูลนก นอกนั้น ก็จะเป็นเรื่องรูปแบบอาคารและเรื่องทำเลที่ตั้ง เรื่องร้องเรียนนี้เกิดขึ้นบ่อยเป็นข่าวก็หลาย ครั้งค่ะ หากไม่เร่งผลักดันให้ออกข้อบังคับของอนุบัญญัติก็จะมีแนวโน้มว่าปัญหานี้ ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ🔗

ปัญหาต่อมานะคะ ก็คือปัญหาเรื่องการพัฒนาคุณภาพ มาตรฐานรวมถึง การจ้างงานค่ะ ราคารังนกมีหลายระดับขึ้นอยู่กับคุณภาพของรัง เช่น รังนกที่ผ่าน กระบวนการล้างให้สะอาด ก็จะมีมูลค่าสูงกว่ารังนกดิบประมาณ ๒ เท่า นี่ยังไม่ต้องพูดถึง การแปรรูปใด ๆ นะคะ หากธุรกิจนี้ถูกกฎหมายและได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลในด้าน การวิจัยและพัฒนา ยกระดับคุณภาพมาตรฐานมูลค่าของรังก็จะสูงขึ้นไปอีกค่ะ รวมถึง การพัฒนาทักษะแรงงาน การล้างรังนก จะมีค่าจ้างแรงงานอยู่ประมาณ ๗,๐๐๐-๙,๐๐๐ บาทต่อกิโลกรัมค่ะท่านประธาน ซึ่งเป็นแรงงานที่ต้องใช้ทักษะอาชีพ หากเรามีการพัฒนาเรา ก็จะมีการยกระดับแรงงานนอกระบบ เข้าสู่แรงงานในระบบได้มากขึ้น🔗

ปัญหาต่อมา ก็คือปัญหาด้านการจัดเก็บภาษี ท่านประธานคะ ธุรกิจที่ไม่ถูก กฎหมายย่อมไม่อยู่ในระบบภาษีค่ะ รัฐจะสามารถเก็บภาษีจากธุรกิจรังนกที่มีมูลค่า หลายหมื่นล้านได้ หากปัญหาด้านกฎหมายนี้ได้ถูกแก้ไปค่ะ และมีแนวโน้มว่าตัวเลขภาษีนี้ ก็จะโตขึ้นเมื่อรัฐมีการส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันด้านอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย ท่านประธานคะ เมื่อพูดถึงตรงนี้คำถามก็คือ แล้วทำไมเราไม่เร่งให้กฎหมายควบคุมธุรกิจนี้ออกมาโดยเร็ว มันติดขัดตรงไหนอย่างไร เนื่องจากว่า พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ ปลดล็อกให้นกแอ่นประเภทกินรังเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่อนุญาตให้เก็บรังและมีไว้ ในครอบครองได้แล้ว แต่กฎหมายรองยังไม่เสร็จสิ้น รวมถึงคณะกรรมการสงวนและคุ้มครอง สัตว์ป่า ซึ่งมีหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายส่งไปยังอธิบดีและอธิบดีก็จะส่งท่านรัฐมนตรี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยื่นให้ ครม. พิจารณาอนุมัตินะคะ แต่ขณะนี้ คณะกรรมการสงวนได้หมดวาระลง ตามระเบียบต้องตั้งกรรมการชุดใหม่นี้ภายในสิ้นตุลาคมนี้ค่ะ หมายถึงอีกไม่กี่วันกรอบเวลาสำหรับการตั้งกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าก็จะสิ้นสุดลง ความหวังที่จะตั้งคณะกรรมการสงวนนี้ให้ทันก็คงจะไม่เห็นความหวังเลยค่ะ ก็คงจะริบหรี่ เหลือเกินค่ะ มากกว่านั้นธุรกิจรังนกในแหล่งธรรมชาติ ซึ่งมี พ.ร.บ. อากรรังนกแอ่น พ.ศ. ๒๕๔๐ ควบคุมอยู่เป็นธุรกิจถูกกฎหมายค่ะ แม้กระนั้นปัจจุบันก็ประสบปัญหา หลายด้าน เช่น ไม่มีผู้สัมปทาน ด้วยระเบียบ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ไม่สอดคล้องกับบริบท ที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน ธุรกิจรังนกแอ่นกินรังทั้งในและนอกแหล่งธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งธุรกิจ แห่งความหวังของเศรษฐกิจไทย แต่ขณะนี้ปัญหายังมีอยู่หลายด้านค่ะ โดยเฉพาะในเรื่อง ข้อกฎหมายที่ล้าหลังค่ะท่านประธาน มีการพูดถึงการปรับปรุงกฎหมายมานานมากกว่า ๑๐ ปี แต่วันนี้ก็ยังไม่เกิดขึ้น ยังไม่สำเร็จ ความล่าช้าฉุดรั้งการเติบโตธุรกิจ ปิดกั้นโอกาสของ ประชาชน ดิฉันจึงเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษา กฎหมาย ระเบียบและหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการดำเนินกิจการรังนกแอ่น เพื่อศึกษาให้เกิด การผลักดันกฎหมายฉบับนี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็วค่ะ และเพื่อศึกษาและข้อกฎหมายที่จะนำไปสู่ การร่างพระราชบัญญัติกำกับการประกอบธุรกิจนี้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาแข่งขัน ในตลาดโลกได้ โดยเฉพาะ พ.ร.บ. ฉบับนี้ควรจะเป็น พ.ร.บ. เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไป ได้ประกอบอาชีพได้อย่างกว้างขวาง ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มทุน ให้ธุรกิจนี้เป็นโอกาสในการ สร้างเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนให้กับประเทศต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านผู้เสนอท่านต่อไป ท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เชิญครับ🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทยครับ ผมเป็นผู้เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การวางระบบระเบียบ หลักเกณฑ์ และกฎหมายเพื่อรองรับการสร้างบ้านนกอีแอ่นประเภท กินรังนะครับ ผมต้องขอขอบคุณคณะเพื่อนสมาชิกนะครับ ที่ได้สนับสนุนในเรื่องของ การเสนอญัตติ แล้วก็ญัตติในประเภทเดียวกันที่ท่านประธานได้กรุณาแจ้งให้ทราบ รวมทั้ง ของผมด้วย ทั้งหมดรวม ๕ ญัตติด้วยกัน ผมขออนุญาตท่านประธานพูดในเรื่องของหลักการ และเหตุผลในเบื้องต้น🔗

หลักการ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง ในเรื่องนี้ขึ้นอย่างเป็นระบบและมีกฎหมายรองรับ เพื่อที่จะสร้างบ้านรังนกอีแอ่นประเภท กินรัง🔗

เหตุผล ด้วยสถานการณ์การเลี้ยงนกอีแอ่นประเภทกินรัง ตอนนีมีทั่วประเทศ แล้วนะครับ แล้วก็โดยเฉพาะ ๙ จังหวัด ในเหตุผลที่ผมระบุว่า ๙ จังหวัด ก็คือว่า ใน ๙ จังหวัด ในส่วนของภาคใต้แบ่งออกเป็น ๘ จังหวัด ๘ จังหวัดนี้ประกอบด้วยเขตพื้นที่ฝั่งอันดามัน ๔ จังหวัด เริ่มต้นตั้งแต่จังหวัดพังงา จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง และจังหวัดสตูล นี่คือเขตพื้นที่ ที่มีรังนก เขตสัมปทานของรัฐนะครับ ในส่วนของฝั่งอ่าวไทยนั้นก็มี ๔ จังหวัดเริ่มต้น จากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดพัทลุง สำหรับ จังหวัดภาคตะวันออกคือจังหวัดตราดนะครับ รวมทั้งหมดที่มีรังนกในเขตสัมปทาน ในประเทศไทยมีทั้งหมด ๙ จังหวัด อันนี้คือให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. อากรรังนกอีแอ่น พ.ศ. ๒๕๔๐ ร่วม ๒๐ กว่าปีมาแล้วครับ อันนี้ถ้าพูดตามกฎหมายที่เรากำลังจะพูดถึงนะครับ ต้องใช้คำพูดให้ถูกต้องตามกฎหมายว่า เป็นพระราชบัญญัติรังนกอีแอ่น ไม่ใช่ นางแอ่น นะครับ เนื่องจากว่าสปีชีส์ของนกประเภทนี้เขาเรียกว่า เป็นนกอีแอ่นประเภทกินรัง คือทำรัง ด้วยน้ำลาย ทำรังด้วยน้ำลายก็ทำให้มีราคา แต่สำหรับนกนางแอ่นนั้นเป็นประเภทนกที่ทำรัง ด้วยเศษหญ้า เศษหญ้าที่คาบไป แล้วความแตกต่างของนกอีแอ่น ก็คือตัวก็จะเล็กกว่า นกนางแอ่น เวลาจะบินออกจากถ้ำนะครับท่านประธาน Start จุดเริ่มต้นไม่มีเกาะสายไฟครับ ใช้วิธีโฉบ เฉี่ยว กินเหยื่อ แล้วก็กินแมลง แล้วก็บินกลับในตอนค่ำคืน ไม่มีเกาะนะครับ เพราะฉะนั้นนกนางแอ่นที่อยู่บนสายไฟนั้น อันนั้นเขาเรียกว่า นกนางแอ่น คือจะไม่มีราคา เพราะไม่ได้ทำรังด้วยน้ำลาย เหตุผลอย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธาน นะครับว่า ในประเทศไทยมีนกอีแอ่นประเภทกินรังนี้มีอยู่ ๒ ประเภทหลัก ๆ ใหญ่ ๆ ก็คือ นกอีแอ่นประเภทกินรังที่อยู่ในเขตสัมปทานของรัฐบาล คือ ๙ จังหวัด อันนี้เมื่อก่อน กระทรวงที่กำกับดูแล ก็คือกระทรวงการคลัง มีการประมูลรวมกันเป็นพื้นที่ เมื่อก่อน ไปประมูลที่จังหวัดภูเก็ต ภาษีอากรรังนกอีแอ่นก็จะไปตกอยู่ที่จังหวัดภูเก็ตในอดีตที่ผ่านมา หลังจากมีการเปลี่ยนกฎหมาย โยกย้ายกฎหมาย จากกระทรวงการคลังมาอยู่ที่กระทรวง มหาดไทย มีการแก้ไขในปี ๒๕๔๐ ก็มีการแยกการประมูลเป็นจังหวัด ๆ ไป เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตประธานว่า ญัตติของผมนั้นมันเป็นรังนกในการจัดระบบระเบียบในเรื่องของ รังนกบ้าน แต่มีความจำเป็นเมื่อท่านประธานได้รวมในเรื่องรังนกสัมปทานแล้วก็เป็น ประโยชน์อย่างยิ่งด้วยที่จะนำเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อที่จะสะท้อนไปถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับว่า วันนี้รังนกสัมปทานนะครับ จากเมื่อก่อนไม่กี่ร้อยล้านต่อ จังหวัด เดี๋ยวนี้รวมเบ็ดเสร็จแล้วหลายพันล้านในการประมูล เมื่อก่อนมีการประมูล ๓ ปี ขยายมา ๕ ปี แล้วก็ขยายมา ๗ ปี แล้วขยายเป็นจังหวัดด้วย ในประเทศไทย จังหวัดที่มีรังนกมากที่สุดก็มีอยู่ไม่กี่จังหวัดหรอกครับ เช่น จังหวัดพังงา มีรังนกเป็นกอบเป็นกำนะครับ จังหวัดพัทลุง แล้วก็จังหวัดชุมพรนะครับ จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ก็ยังน้อยกว่าชุมพรนะครับ และกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า รังนกอีแอ่นประเทศไทยนั้นนะครับ เป็นประเภทรังนกที่มีคุณภาพดีที่สุดในโลก ดีกว่า อินโดนีเซีย ดีกว่ามาเลเซีย ดีกว่าพม่า ดีกว่าเวียดนาม เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่สนใจ ของประเทศจีน เป็นผู้ซื้อเป็นผู้บริโภคนะครับ ที่มีราคาแพงมาก เก็บธรรมดานะครับ ตัดแต่ง เขาเรียกว่า ตัดแต่งตีนรังนกนะครับ คำว่า ตัวตีนรังนก นี่ไม่ใช่คำไม่สุภาพนะครับ ท่านประธาน แต่โดยเป็นศัพท์เฉพาะเหมือนที่บ้านผมเขาเรียกหอยชักตีนนะครับ มันเป็นชื่อ เฉพาะของหอย อันนี้ก็หมือนกันตีนรังนก ก็คือตัวที่นกอีแอ่นเขาไปป้ายน้ำลายติดเศษหิน แล้วเขาก็ต้องตัดแต่งตัวตีนที่เกาะติดผนังนี่ครับออก ขนาดเศษรังนกนี่ยังขายได้ ฟอกขาวแล้ว กิโลกรัมละเป็นหมื่นครับ สำหรับตัวรังนกอย่างนี้ครับ ไม่น้อยกว่า ๑๕๐,๐๐๐ บาท ต่อ ๑ กิโลกรัมผมกำลังจะบอกท่านประธานว่า มีการทำสัมปทานอย่างนี้กิโลกรัมเป็นแสน ในกรณีรังนกประเภท Grade A คือสีขาวนะครับ เพราะฉะนั้นปีหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกบอกว่า เป็นหมื่นล้านนี่ครับเป็นเรื่องจริงครับ สำหรับรังนกประเภทที่เขามาบรรจุเป็นขวดนี่ครับ ที่บอกว่ามีปริมาณเนื้อรังนกประมาณกี่เปอร์เซ็นต์นั้นนะครับ ล้วนแต่เป็นรังนกที่มาจาก ต่างประเทศ ไม่ใช่ในประเทศไทยทั้งสิ้น เนื่องจากว่ารังนกในประเทศไทยมีราคาสูงมาก เป็นแสน ไม่สามารถที่จะมาบรรจุในขวดขายอย่างนั้นในราคาไม่กี่สิบบาท หรือกี่ร้อยบาทได้ แต่ผมกำลังจะเข้าสาเหตุสำคัญในวันนี้นะครับ ด้วยข้อกฎหมายในประเทศไทย ที่พระราชบัญญัติรังนกอีแอ่นให้อยู่ในกระทรวงมหาดไทย ให้คณะกรรมการรังนกจังหวัด เป็นผู้สำรวจ เป็นผู้รักษา เป็นผู้เปิดประมูล ปรากฏว่าหลายจังหวัดก็เปิดประมูลกันนะครับ โดยมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ปลัดจังหวัดเป็นเลขานุการนะครับ ในการสำรวจ ในการดำเนินการเมื่อก่อนให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นนะครับ แต่นายกองค์การ บริหารส่วนจังหวัดช่วงหลังก็มอบให้ทางจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการ แล้วก็ส่งสมาชิกสภา องค์การบริหารส่วนจังหวัด สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นคณะกรรมการรังนก อีแอ่นประจำจังหวัด เหตุเกิด ก็คือว่าเมื่อคณะกรรมการรังนกอีแอ่นประจำจังหวัด เปิดประมูลแล้ว ปรากฏว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาประมาณร่วม ๑๐ ปีแล้วครับ ไม่สามารถที่จะเข้า ไปเก็บรังนกได้ ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ เนื่องจากว่ากฎหมายนี่ครับ ในส่วนของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เขามีอำนาจในเรื่องของเขตพื้นที่ถ้ำ ในเรื่อง ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็มีการขัดแย้งกัน เพื่อที่จะไม่ให้ คณะกรรมการนี่ครับ อนุญาตให้ผู้ประมูลเข้าไปในเขตสัมปทานรังนกอีแอ่นได้ มันจึงเกิดเหตุ ว่านกอีแอ่นไม่มีใครคุ้มครอง นกอีแอ่นไม่มีใครไปดูแลนะครับ ก็มีขโมย มีการเก็บเกี่ยว ทำให้นกอีแอ่น ณ วันนี้นะครับ แทบจะสูญพันธุ์ นี่มีมูลค่าเสียหายเฉพาะในเขตสัมปทาน เป็นหมื่นล้านนะครับ แล้วก็ไม่มีผู้ประมูลอีกเลยในขณะนี้ เพราะว่าเราตั้งงบประมาณ โดยเอาสถิติในการจัดเก็บมาในส่วนของสัมปทานปีสุดท้ายปีที่ผ่านมา เพราะบางจังหวัด ร่วมเป็นพันล้านบาท เมื่อยังตั้งการประมูลเท่าเดิม ไม่มีผู้มาประมูลเด็ดขาดเลย เนื่องจากว่า เขาสามารถล่วงรู้ได้ในเรื่องของจำนวนและปริมาณจำนวนตัวนก จำนวนตัวนกนี่ครับ ก็จะสะท้อนถึงในเรื่องของจำนวนรังนก เพราะว่าในเขตสัมปทานรังนกอีแอ่นนั้น ปีหนึ่ง ในสัมปทานเขาให้สิทธิเก็บแค่ ๓ รอบด้วยกัน ใน ๓ รอบ รอบที่ ๑ นะครับ ในช่วงต้นปี ประมาณกุมภาพันธ์นี่ครับเก็บหลังจากนกทำรัง เพราะฉะนั้นรังยังไม่สมบูรณ์แต่รังสีขาว เมื่อเก็บไปรอบหนึ่งแล้วนะครับ เว้นไปประมาณสัก ๒ เดือนกว่า ๆ เก็บรอบที่ ๒ อันนี้ก็ต้อง รีบเก็บเพราะฉะนั้นรังมันก็จะเล็กลง รอบที่ ๓ กฎหมายห้ามเก็บ เนื่องจากว่านกอีแอ่นวางไข่ กฎหมายบอกว่า ต้องเว้นไว้จนกว่านกอีแอ่นฟักลูกตัวอ่อน จนกว่าลูกนกบินออกจากรัง เพราะฉะนั้นรังนกรอบที่ ๓ จะมีน้ำหนักมาก เนื่องจากว่ารังมันเต็มแต่สกปรก ขายราคาไม่ดี แล้วก็ยังมีอีกประเภทสปีชีส์รังนก ที่ทำรังนกแล้วก็มันมีสีดำ แต่เป็นรังหนา อันนี้ราคาถูก ราคาประมาณสัก ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมกำลังบอกท่าน ประธานว่า เมื่อกฎหมายของเราวันนี้ขัดกันนะครับ ในระหว่างของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และในส่วนของกระทรวงมหาดไทย เป็นเหตุให้เขตสัมปทานทั่วประเทศไทย ไม่มีผู้เข้าไปยื่นสัมปทานเลย แต่ในขณะเดียวกันรังนกที่อยู่ในเขตสัมปทานนั้นที่เพื่อนสมาชิก พูดนะครับ อันนี้เป็นมีกฎหมายยกเว้นในเรื่องของการที่จะนำรังนกเอาไปขายในต่างประเทศได้ เพราะมีกฎหมายรองรับ อันนี้คือรังนกที่อยู่ในเขตสัมปทาน เราสามารถส่งไปขายประเทศ เพื่อนบ้าน ที่ฮ่องกง ที่ประเทศจีนได้แต่ ณ วันนี้ไม่มีเลย อันนี้ผมก็นำเรียนท่านประธานว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรีบไปทบทวน ในอดีตที่ผ่านมานั้นผู้รับสัมปทานมีหน้าที่ที่จะต้อง พัฒนาบำรุงพันธุ์ ให้จำนวนปริมาณรังนกนั้นเพิ่มขึ้นปีละไม่น้อยกว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่เพิ่มขึ้นโดยการตรวจสอบ ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็คือจำนวนปริมาณรังนกเพิ่มขึ้น สมมุติว่า เกาะแห่งนี้ ถ้ำแห่งนี้ปีนี้ได้ ๑๐๐ กิโลกรัม เพราะฉะนั้นในรอบต่อไปในปีต่อไปก็ต้องไม่น้อยกว่า ๑๐๕ กิโลกรัม อย่างนี้ครับ อันนี้คือในเรื่องของรังนกถ้ำนะครับ รังนกเขตสัมปทาน เมื่อรังนกเขตสัมปทานมันมีเป็นที่นิยมกันเนื่องจากว่าเป็นรังนกที่อร่อย มีเส้นใยที่เหนียว มีเส้นใยที่ยาว มีเส้นใยที่ทนความร้อนในอุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเซียสก็ไม่ละลาย นี่คือจุดแข็งของรังนกประเทศไทย นี่คือ Soft Power นี่คือกิจการที่เราสามารถที่จะเชิญชวน นักท่องเที่ยวชาวจีนมาเที่ยวประเทศไทยแล้วดื่มรังนกที่มีคุณภาพได้จากรังนกที่แท้จริง จากถ้ำ เมื่อกลับมามันมีรังนกอีกประเภทหนึ่งที่พี่น้องประชาชนคิดวิธีกันว่า เมื่อรังนกราคา กิโลกรัมละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท ขนาดขายส่งนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าขายปลีกเขาซื้อเป็นตำลึง เป็นชั่ง เป็นกรัมนะครับ วิธีการก็มีการคิดกันว่า นกประเภทนี้บางครั้งก็ไปอยู่ในอาคาร บ้านเรือนเอง โดยไม่มีเครื่องเสียงในการที่ไปล่อ เสียงร้องของนกเพื่อที่จะเชิญชวนให้นก เข้ามาอยู่นะครับ ก็เป็นเหตุว่านกอีแอ่นประเภทกินรังก็อาศัยอยู่ในบ้านได้ แล้วก็มีการคิดค้น กันบันทึกเสียงในส่วนของนกอีแอ่นประเภทกินรัง แล้วก็ไปสร้างตึก ในอาคารตึกก็แล้วแต่ว่า บางคนออกแบบแบบไหนนะครับ เพราะฉะนั้นต้องปิดให้หมด ต้องกันสัตว์อย่างนี้ ต้องดู ความชื้นด้วย ต้องดูความร้อนเพื่อที่จะให้นกอีแอ่นประเภทกินรังที่มีการขยายพันธุ์จากถ้ำบิน เข้ามาแล้วก็หาแหล่งที่อยู่ใหม่ ก็ไปสำรวจนกอีแอ่นประเภทกินรังประเภทนี้ เขามีพฤติกรรม ก็คือบินจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำแล้วก็สำรวจ บินไวมาก เรดาร์ในส่วนตัวเขาไม่ชนกันเด็ดขาด เรดาร์ พิเศษที่หัวนก เพราะฉะนั้นนกประเภทนี้เป็นนกมีคุณภาพพิเศษมาก เพราะฉะนั้นเมื่อเรามี เสียงเรียกนก นกก็เริ่มเข้ามาอยู่ในบ้าน คราวนี้พอเข้ามาอยู่ในบ้าน ท่านประธานอาจจะ ไม่เคยเห็น เดี๋ยวผมอธิบายความแล้วกันนะครับว่า มันจะมีเพดานบ้านที่เราอยู่ เราก็ไปซื้อไม้ ไม้ต้องเป็นไม้พิเศษจากประเทศอินโดนีเซีย ไม้จากที่ไหนก็ต้องดูว่าเป็นไม้พิเศษ ที่ไม่มีกลิ่น ที่ไม่มีอะไรเอามาตีเป็นตารางเหมือนหมากฮอสครับ แล้วก็ไปติดไว้บนเพดาน นกบินมาแล้วก็ เห็นสภาพภายในคล้าย ๆ กับถ้ำ มีความมืด มีความชื้น มีความร้อน เงียบสงบก็เข้าไป ป้ายทำรังตามตารางที่เราใส่ครับ ก็เป็นที่นิยมกัน บางแห่งบางบ้านทุกจังหวัด ในจังหวัด ไม่มีเขตสัมปทานก็มีทุกภาคเลยตอนนี้ครับ บ้านท่านประธานก็มีนะครับ แถวภาคเหนือ เชียงรายนะครับ ติดชายโขง ชายแดนภาคอีสานตั้งแต่หนองคายก็มีหมด ภาคตะวันออก แปดริ้ว ฉะเชิงเทรานะครับ ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง มีหมดนะครับ เนื่องจากว่ามีนกจากต่างประเทศก็เข้ามา มาเลเซียก็เข้ามานะครับ ภาคกลางก็เข้ามาแล้ว โดยเฉพาะในเขต ๙ จังหวัด ส่วนใหญ่ก็จะมีรังนกบ้านอยู่แล้ว สุราษฎร์ธานีก็เยอะ ปากพนัง นครศรีธรรมราช ก็เยอะ ปากพนังมีชื่อเสียงในเรื่องของการเลี้ยงรังนกบ้านนานมาก แต่คราวนี้ รังนกบ้านมีข้อจำกัดอย่างนี้นะครับ ที่กำลังจะนำเรียนท่านประธานว่า ไม่มีกฎหมายในเรื่อง ของการไปบริหารจัดการให้มันเป็นระบบ เพราะฉะนั้นเมื่อคนใดคนหนึ่งสร้างบ้านและนก เข้ามาอยู่แล้วนะครับ บางกลุ่มก็มีการร้องเรียนข้างบ้านว่าเปิดเสียงเรียกนกตลอด ๒๔ ชั่วโมง เปิดเสียงดังเกินไปข้างบ้านก็เกิดความรำคาญ ผิด พ.ร.บ. อะไรต่าง ๆ ในเรื่องของสาธารณสุข ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นจากมูลนกอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่มีความมั่นใจในเรื่องของเชื้ออะไรต่าง ๆ ในเรื่องของการควบคุมและในเรื่องของภาษี ภาษีโรงเรือนภาษีบ้าน ภาษีอากรนกก็ไม่ได้เก็บ ในขณะเดียวกันไม่ใช่ผู้ประกอบการเลี้ยงนกอีแอ่นตามบ้าน เขาต้องการที่จะให้มันเป็น สุญญากาศทำอย่างนี้นะครับ ณ วันนี้กลุ่มผู้เลี้ยงรังนกบ้าน เขารวมตัวกัน เขารวมตัวกัน ต่างคนต่างคนไหนวันนี้เดือนหนึ่ง ได้ ๕ กิโลกรัม ได้ ๑๐ กิโลกรัม กิโลหนึ่งก็ตกประมาณสัก ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ บาท แต่วันนี้มันอาจจะถูกลงเหลือประมาณ ๒๐,๐๐๐ ปลาย ๆ นะครับ แต่ถ้าเมื่อไรรังนกถ้ำมันน้อย รังนกบ้านก็สูงขึ้น เพราะฉะนั้นมีการรวมกลุ่มเป็นชมรม เป็นสมาคม แล้วก็เปิดประมูลขายเป็นจังหวัดเป็นพื้นที่ ก็หมายความว่า ใครมีน้ำหนักกี่กิโลกรัม ก็มารวมตัวกัน อันนี้คือเป็นวิธีการช่วยเหลือของผู้ประกอบการที่มีใจรักในเรื่องของการเลี้ยง นกอีแอ่นตามบ้าน เมื่อเป็นเช่นนี้นะครับ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ผมปูพื้นว่านกอีแอ่น ที่อยู่ในสัมปทานมีกฎหมายรองรับ แต่นกตามบ้าน เมื่อเขาเก็บรังมาแล้วนะครับ ปรากฏว่า ไม่มีกฎหมายรองรับ เมื่อไม่มีกฎหมายรองรับเราจะรวบรวมรังนกอีแอ่นส่งไปขายต่อประเทศจีน ประเทศอะไร เขาไม่ซื้อครับ เมื่อก่อนนี้เคยมีอยู่ประมาณสักรอบหรืออยู่สักปีได้กระมัง ที่ปศุสัตว์รับรองที่มา คือต้องรับรองว่าที่มาของรังนกอีแอ่นมีที่มาจากบ้านไหน เป็นอย่างไร รับรองความปลอดภัยอย่างนี้จีนเขาซื้อ แต่เมื่อวันนี้รังนกที่อยู่ในเขตสัมปทานเราไม่มี การประมูล ก็ไม่มีการเก็บเว้นแต่จะเป็นการขโมย เว้นแต่เป็นการเก็บโดยไม่ชอบด้วย กฎหมาย เมื่อเราไม่มีการเก็บเราก็ไม่สามารถส่งออกในต่างประเทศได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ยัง เหลือแต่รังนกบ้านนะครับ ที่เราต้องการรอเพื่อที่จะให้รัฐบาล เพื่อที่จะให้มีการออกกฎหมาย เพราะฉะนั้นในเรื่องของการเสนอญัตติของผมวันนี้กับเพื่อนอีก ๔ ญัตตินั้นนะครับ ผมเห็นว่า มันเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เป็นประโยชน์กับในเรื่องของหาเงินเข้าประเทศ เป็นประโยชน์กันในเรื่องของการประกอบอาชีพ ถ้ารัฐบาลเราจับมือกัน ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข แล้วก็กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ในการที่จะมารวบรวมกันมาออกกฎหมายกันว่า รังนกบ้านดำเนินการ ๑. ขออนุญาตขึ้นทะเบียน มีการตรวจสอบ มีการเสียภาษีโรงเรือน มีการไปเก็บเกี่ยว แล้วก็ ไปจ่ายค่าภาษีและรัฐก็สามารถออกใบ Certificate ใบรับรอง ใบอะไรต่าง ๆ ที่มาของรังนก ที่ถูกต้อง อย่างนี้ครับ ผู้ประกอบการก็จะซื้อรังนกบ้านได้ ทำให้รังนกบ้าน วันนี้ราคาที่ตกอยู่ เมื่อมีการรับรองส่งออกได้ก็อาจจะสูงขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ดีทั้งสิ้นนะครับ ผมคิดว่า ถ้าคณะกรรมาธิการวิสามัญเราได้ดำเนินการตั้งขึ้นมาเราก็จำเป็นที่จะต้องเชิญหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติในเรื่องรังนกอีแอ่น ประเภทกินรังปี ๒๕๔๐ แล้วก็พระราชบัญญัติในเรื่องของอุทยาน พระราชบัญญัติในเรื่องของการมีไว้ในเรื่องของสัตว์ อะไรต่าง ๆ นั้น ที่ พ.ร.บ. ในมาตรา ๑๔ ในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพราะฉะนั้นรังนกอีแอ่นท่านประธานครับ ทำไมมันเป็นที่นิยมของชาวจีน แล้วก็ของคนที่มี ความเชื่อ เพราะวันนี้เราเคยส่งไปให้ตรวจสอบนะครับว่า รังนกอีแอ่นมันเป็นรังนกที่ทำด้วย น้ำลาย มีโปรตีน ๕๔ เปอร์เซ็นต์ มีโปรตีนที่สูงมาก และเป็นโปรตีนที่ไม่เหมือนโปรตีนอื่น เนื่องจากว่าเมื่อเราตุ๋น เราต้มตามความร้อนแล้ว โปรตีนนี้สามารถจะซึมซับเข้าไปให้ร่างกาย เราใช้ได้ มีคาร์โบไฮเดรตถึง ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ไขมันต่ำมาก ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นสิ่ง เหล่านี้คนที่หลอดลมไม่ดี คนที่มีสุขภาพที่ไปกินโสมจากเกาหลีมีความร้อน ก็ต้องมาดื่มรังนก เพื่อที่จะดับความร้อนในร่างกาย คือปรับสมดุลธาตุ ทำให้มีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น สิ่งเหล่านี้ เป็นของดีทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และเราควรภูมิใจนะครับว่าเรามีพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในประเทศไทย แล้วก็ตั้งใจประกอบอาชีพ ต้องการที่จะหาจุดอ่อน แล้วก็ต้องการเก็บเกี่ยว สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย เมื่อชื่อเสียงประเทศไทยได้ระดับแล้วว่ารังนกประเทศไทย รังนกอีแอ่นเป็นรังนกที่ดีที่สุดในโลก ก็เป็นที่นิยม แต่เราไม่สามารถที่จะออกกฎหมายมา เพื่อที่จะให้ทะลุกำแพงข้ามอุปสรรคเหล่านี้ ให้กับพี่น้องที่เลี้ยงได้ เพราะฉะนั้นในเรื่องของ การที่จะต้องแก้ไขการประกอบธุรกิจอันนี้ ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครอง สัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๑๔ วรรคสอง ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นผู้ดูแลอยู่นั้น ผมคิดว่าจะต้องมีการทบทวน ในเรื่องของการบริหารการจัดการ รัฐในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ในเรื่องของการทำความ เข้าใจกับประเทศจีน ผ่านกงสุลหรือผ่านอะไรเหล่านี้ ก็จะต้องทำความเข้าใจในเรื่องของว่า ณ วันนี้ประเทศไทยกำลังดำเนินการแก้กฎหมาย เพื่อที่จะรองรับให้รังนกอีแอ่นนั้นมีที่มาที่ ถูกต้องตามกฎหมาย แล้วก็เป็นความหวังของประเทศจีน ในการที่จะปูพื้นในเรื่องของตลาด ที่เตรียมการที่จะนำเข้ารังนกจากประเทศไทยได้ เมื่อวันก่อนผมไปเซี่ยงไฮ้ แล้วชาวจีนเขายัง ถามถึงเลย เขาอยากจะซื้อไป แต่ซื้อไปไม่ได้ เอาไปฝากไม่ได้ท่านประธาน เนื่องจากว่าเป็นสิ่ง ที่ผิดกฎหมาย เข้าด่านแล้วโดนจับทันทีเลย เพราะฉะนั้นผมคิดว่าวันนี้เพื่อนสมาชิกทั้งหมดที่ เราเสนอ เพื่อที่จะให้สภา ให้เพื่อนสมาชิกได้เห็นถึงความสำคัญ เรามีของดีอยู่ในมือ เรามีของดี อยู่ในบ้าน เป็นทรัพยากรที่เราสามารถที่จะเพาะเลี้ยง เราสามารถที่จะขยายพันธุ์ในเรื่องของ นกอีแอ่นสปีชีส์อย่างนี้ได้ เพื่อที่จะเป็นเศรษฐกิจขาหนึ่ง เป็นเครื่องผลิตเม็ดเงิน เป็นเครื่องยนต์ เป็นเครื่องจักรเพื่อที่จะให้ต่างประเทศได้เอาเงินมาให้ประเทศไทยเรา แล้วก็ เป็น Soft Power ในเรื่องของการท่องเที่ยวด้วย ผมคิดว่าต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิก ต้องขอขอบคุณเพื่อนคณะกรรมาธิการที่เสนอญัตติในทำนองเดียวกัน เพื่อที่จะให้แก้ไข ฝากคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นในอนาคตด้วย ในเรื่องของการกำหนดพื้นที่ กำหนด Zoning แล้วก็มีกฎหมายต่าง ๆ ที่จะมารองรับ เพื่อที่จะให้ครบถ้วน คนที่อยู่ในอาชีพนี้อยู่แล้วนั้น จะได้มีกำลังใจ หลายคนก็ลงทุนหลายล้านบาท แต่ปรากฏว่าค่าตึกกับค่ารายได้ที่มาวันนี้ ก็ไม่คุ้ม ทั้งหมดทั้งสิ้นก็คือเหตุผลในการยื่นญัตติในครั้งนี้ ขอขอบคุณท่านประธานนะครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับกลุ่มเกษตรกรและกลุ่มสหกรณ์การเกษตร จากอำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด โดยท่านชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย ยินดีต้อนรับ ต่อไปท่านพิทักษ์เดช เดชเดโช ผู้เสนอ เชิญครับ🔗

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมได้รับมอบหมาย ให้เป็นผู้แทนในการเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาเรื่องการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ การดำเนินกิจการรังนก อีแอ่น ซึ่งท่านพิทักษ์เดช เดชเดโช กับคณะ เป็นผู้เสนอครับ🔗

ท่านประธานครับ ลำดับแรกผมต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุญัตตินี้ เพราะกิจการรังนกอีแอ่นมีความสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับประชาชนและสร้างเศรษฐกิจ ให้กับประเทศ แต่ก็ยังมีปัญหา มีอุปสรรค แล้วก็ผลกระทบหลายประการที่จะต้องเร่ง ปรับปรุงและแก้ไข วันนี้จึงเป็นโอกาสอันดีอย่างยิ่งครับ ที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านจากหลาย พรรคการเมืองได้ร่วมกันเสนอญัตติในทำนองเดียวกันนี้ เพื่อขอให้ทางสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เพื่อศึกษาแนวทางการปรับปรุงกฎหมาย หรือกฎระเบียบ ในการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการรังนก ทั้งในพื้นที่เขตสัมปทานนั้น ก็คือในพื้นที่ ธรรมชาติ แล้วก็นอกเขตสัมปทาน ก็คือธุรกิจคอนโดนก หรือว่าบ้านนกอีแอ่น ให้เหมาะสม กับสภาพปัจจุบัน แล้วก็เกิดประโยชน์ต่อประเทศให้ได้มากที่สุด สำหรับรายละเอียดของ ญัตติก็ได้ปรากฏตามเอกสารที่ท่านสภาได้แจกจ่ายให้กับเพื่อนสมาชิกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมจึงขออนุญาตใช้โอกาสต่อจากนี้ในการอภิปรายเหตุผล ที่จะชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ กิจการนกอีแอ่น ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้เห็น ถึงความจำเป็นที่เราจะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อศึกษาอย่างจริงจัง ท่านประธานครับ รังนกอีแอ่นมีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ แล้วก็สร้างอาชีพให้กับพี่น้อง ประชาชนอย่างมหาศาล ซึ่งปัจจุบันธุรกิจรังนกนกอีแอ่นของไทยมีมูลค่าส่งออกสูงเป็นอันดับ ต้น ๆ ของโลกครับ รังนกอีแอ่นยังเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง มีความต้องการสูงในหลายประเทศ โดยเฉพาะในประเทศจีน ถูกนำไปใช้ในการประกอบอาหาร เครื่องดื่ม แล้วก็ยาแผนโบราณ สำหรับในประเทศไทยนั้นนกอีแอ่นถือเป็นสัตว์คุ้มครองที่พบมากในพื้นที่ธรรมชาติ ในพื้นที่ ภาคใต้หลายจังหวัด รวมถึงจังหวัดพัทลุงของผมเองด้วยครับ ในพื้นที่หมู่เกาะสี่-เกาะห้า ซึ่งเป็นรังนกและเป็นแหล่งทำรังวางไข่ของนกอีแอ่นที่มีคุณภาพดีที่สุด แล้วก็สมบูรณ์ที่สุด แห่งหนึ่งของประเทศ โดยปัจจุบันการได้มาซึ่งรังนก หรือว่าการผลิตรังนกอีแอ่นแบ่งออกเป็น ๒ ส่วนหลัก ๆ ตามที่ท่านสมาชิกบางท่านก็ได้อภิปรายไปแล้ว ส่วนที่ ๑ ก็คือรังนกในพื้นที่ ธรรมชาติ ก็คือตามเกาะหรือถ้ำตามธรรมชาติ แล้วส่วนที่ ๒ ก็คือรังนกบ้านหรือว่ารังนก คอนโด สำหรับส่วนแรก รังนกในพื้นที่ธรรมชาติ ปัจจุบันก็มีกฎหมายเฉพาะเพื่อควบคุม และบริหารจัดการตาม พ.ร.บ. อากรรังนกอีแอ่น พ.ศ. ๒๕๔๐ โดยอนุญาตให้เอกชนสามารถ จัดเก็บในรูปแบบสัมปทานผ่านการประมูลได้ แล้วก็ให้ราชการท้องถิ่นในจังหวัดเป็นผู้ดูแล แล้วก็จัดเก็บภาษีเพื่อนำรายได้ไปพัฒนาชุมชนต่อไป ซึ่งพื้นที่สัมปทานรังนกในประเทศไทย มีอยู่ในพื้นที่ ๙ จังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ก็คือว่า ผู้เข้ารับสัมปทานต้องใช้เงินทุนที่สูง แต่เกิดความไม่แน่นอนว่ารังนกที่ได้จะคุ้มค่า ต่อการลงทุนหรือไม่ เพราะว่ารังนกตามธรรมชาตินั้นมีจำนวนจำกัด แล้วก็มีปริมาณที่ ผันผวนไปตามธรรมชาติ อีกทั้งยังมีปริมาณที่ลดลงในบางพื้นที่ เนื่องจากการจัดเก็บรังนก ที่มากเกินไป ประกอบกับปัญหาที่สำคัญในบางพื้นที่ก็คือว่า คณะกรรมการจังหวัด ขาดการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน แล้วก็การศึกษาข้อมูลปริมาณรังนกที่ละเอียด จึงทำให้ ขณะนี้บางพื้นที่สัมปทานรังนกยังขาดผู้ประมูล ทำให้รัฐและท้องถิ่นต้องสูญเสียรายได้ จากค่าสัมปทานจำนวนมาก นอกจากนี้บางครั้งยังเกิดปัญหาการตรวจสอบพื้นที่สัมปทาน โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านเว้นว่างจากการสัมปทาน หรือว่ารอการประมูล หลายพื้นที่ หลายครั้งเกิดการลักขโมยรังนกแล้วก็ทำลายตัวอ่อน ซึ่งในจังหวัดพัทลุงเองก็เคยเกิด เหตุการณ์เช่นเดียวกันนี้ สาเหตุส่วนหนึ่งก็คือการติดข้อกฎหมาย ข้อระเบียบต่าง ๆ ซึ่งได้สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อพื้นที่สัมปทานรังนกอีแอ่น ในประเด็นนี้ผมจึง ขอเสนอให้กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมา ได้ศึกษาปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากการทำ สัมปทานรังนก โดยควรมีการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้เท่าทันกับสภาพ ปัจจุบัน มีการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย แล้วก็กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการเพิ่มการตรวจสอบพื้นที่ แล้วก็ สนับสนุนให้ชุมชนและท้องถิ่นได้เข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด นอกจากนี้ยังควรมีการทบทวน ที่มาของกรรมการรังนกให้มีความหลากหลายมากกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อที่จะได้มุมมองรอบด้าน ให้เกิดการดูแลและพัฒนาอย่างยั่งยืน แล้วก็ควรมีการทบทวนหลักเกณฑ์ เงื่อนไขการจ่ายเงิน สัมปทานรังนกให้เกิดประโยชน์ต่อจังหวัดและพี่น้องประชาชนมากที่สุด เช่น ควรนำเงิน เหล่านั้นมาทำโครงสร้างพื้นฐาน สนามกีฬา โรงพยาบาล สถานศึกษา เป็นต้น ท่านประธานครับ การประกอบกิจการรังนกในแบบที่ ๒ ก็คือรังนกบ้าน หรือว่ารังนกคอนโด ที่อยู่นอกเขตพื้นที่สัมปทาน ซึ่งเป็นส่วนที่ท่านพิทักษ์เดชได้เสนอไว้ในญัตตินี้ โดยที่ปัจจุบัน รังนกบ้านเป็นสินค้าที่สร้างรายได้ปีละหลายหมื่นล้านบาท มีประชาชนผู้ประกอบการจำนวน มากครับ แล้วก็เป็นธุรกิจที่ขยายเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะนี้มีการทำคอนโดนก หรือว่าบ้านนก กระจายอยู่หลายจังหวัดทั่วประเทศ อย่างไรก็ตามครับ ปัจจุบันการประกอบธุรกิจรังนกบ้าน เช่นนี้ยังติดขัดข้อกฎหมายที่เป็นอุปสรรค แล้วก็ขาดกฎหมายที่รับรอง หรืออนุญาตให้ทำได้ อย่างชัดเจนเป็นการเฉพาะ ทำให้การทำธุรกิจรังนกบ้านจึงยังไม่ถูกกฎหมาย แล้วก็ส่งผล ทำให้การประกอบธุรกิจบ้านนกอีแอ่นยังไม่มีการควบคุม บริหารจัดการ หรือตรวจสอบ อย่างจริงจัง ทำให้ไม่สามารถจัดการได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งปัญหานี้ส่งผลต่อผู้ประกอบการทำ ให้ไม่สามารถส่งออกได้อย่างถูกกฎหมาย ถือเป็นการเสียโอกาสในการสร้างรายได้ และสำหรับรัฐเองก็ส่งผลกระทบเช่นกัน เพราะว่ารัฐไม่สามารถจัดเก็บภาษีเข้าสู่รัฐหรือว่า ท้องถิ่น เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนและประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นการเสีย โอกาสในการสร้างเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาลเช่นเดียวกัน ซึ่งอุปสรรคทาง ข้อกฎหมายทั้งหมดนี้ ทำให้เกิดผลกระทบตามมามากมายโดยเฉพาะการที่ไม่มีการกำหนด พื้นที่ หรือจัดระเบียบบ้านนกตามมาตรฐาน จึงทำให้มีคอนโดนกในพื้นที่เมือง ในพื้นที่ชุมชน เกิดความเดือดร้อนต่อประชาชน ทั้งในเรื่องของเสียง กลิ่น ความสะอาด และความเสี่ยงต่อ เชื้อโรค แล้วก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพตามมาเกิดความเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชนในหลาย พื้นที่ สำหรับประเด็นนี้ผมจึงขอเสนอแนะให้กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมา ได้ศึกษาการออก กฎหมาย กฎระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้เกิดการอนุญาต การลงทะเบียน แล้วก็ประกอบกิจการคอนโดนกอีแอ่นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ให้มีการ ควบคุม มีการบริหาร แล้วก็จัดการสถานที่ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน มีการจัดทำ Zoning มีการตรวจสุขอนามัย เพื่อลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งยังควรมีการคิด เรื่องของการจัดเก็บภาษี ค่าธรรมเนียมที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดรายได้ต่อรัฐและท้องถิ่นมา พัฒนาพื้นที่ประเทศ ซึ่งต้องมีการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงานด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยวันนี้เราควรที่จะเริ่มจากการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงไปสำรวจ แล้วก็จัดทำ ฐานข้อมูลการประกอบกิจการรังนกบ้านในทุกพื้นที่ทั่วประเทศครับ เมื่อเราจัดเก็บข้อมูลแล้ว ก็จะทำให้ง่ายต่อการขออนุญาต การขึ้นทะเบียน แล้วก็ควบคุมตรวจสอบต่อไป นอกจากนี้ เราควรจะมีการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์รังนก มีการแปรรูป มีการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบธุรกิจรังนกของประเทศไทย อย่างจริงจังและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ จากที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ จึงขอให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้ร่วมกันสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นมา เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ ในการดำเนินกิจการรังนกอีแอ่นในประเทศไทย ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งครับว่า หากการทำธุรกิจ รังนกอีแอ่นในประเทศไทยมีกฎหมายรับรองที่เหมาะสม มีการส่งเสริมและผลักดันอย่าง จริงจัง ให้เหมาะกับสภาพการณ์ปัจจุบันจะส่งผลประโยชน์ต่อประเทศเราในหลาย ๆ ด้าน โดยจะส่งผลประโยชน์ในการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ แล้วก็ประชาชนอย่างมั่นคง ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เกิดการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนแล้วก็สมดุล แล้วก็สร้างรายได้ ให้รัฐบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ เชิญครับ🔗

นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ชุมพร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ผมขอนำเรียนท่านประธานในเรื่องของญัตติ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณท่านประธาน ที่บรรจุญัตติของผมเข้าไปร่วมกับของเพื่อน ๆ สมาชิกที่ได้ยื่นญัตติในเรื่องของรังนกอีแอ่น เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้ผมเองในฐานะตัวแทนของพี่น้องชาวจังหวัดชุมพร ตัวแทนของ สัญลักษณ์แห่งรังนกอีแอ่น โดยเฉพาะคำขวัญของจังหวัดชุมพร ประตูสู่ภาคใต้ ไหว้เสด็จ ในกรม ชมไร่กาแฟ แลหาดทรายรี ดีกล้วยเล็บมือ ขึ้นชื่อรังนก เพราะฉะนั้นแล้วเป็นจังหวัด ที่ผลิตรังนกได้มากที่สุด และมีเกาะรังนกถึง ๑๓ เกาะในเขตของจังหวัดชุมพร ปัญหาที่จะนำเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิก เพื่อประกอบในเรื่องของการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ ในเรื่องของการศึกษาและแก้ไขปัญหาในเรื่องของกฎระเบียบ ในเรื่องของข้อกฎหมายที่จะนำเรียนและเกี่ยวข้อง ทำให้การขับเคลื่อนในเรื่องของ การสัมปทานรังนกได้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะในจังหวัดชุมพรนั้นมีคณะกรรมการ จัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดชุมพร ประกาศประมูลรังนกอีแอ่นหลายครั้ง ยาวนานประมาณ ๓-๔ ปี ไม่มีผู้สัมปทาน ด้วยเหตุผล ๒ ประการครับท่านประธาน ประการแรก ในเรื่องของ ประชากรนกลดลง โดยเฉพาะไม่ทราบว่าเกิดด้วยเหตุผลอันใดก็แล้วแต่ ทำให้ประชากรนก ลดลงในถ้ำต่าง ๆ ประเด็นที่ ๒ มาในเรื่องของความยุ่งยาก ในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ. รังนกอีแอ่น ออกเมื่อปี ๒๕๔๐ ยาวนานมาถึง ๒๗ ปี ยังไม่มีการแก้ไขปัญหา และเป็น การทับซ้อนระหว่างกระทรวง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เมื่อก่อนไม่มีครับ มีกระทรวงมหาดไทยอย่างเดียว แต่ ณ ปัจจุบันนี้มีการอ้างอิง ถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในเรื่องของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เข้าไปควบคุมดูแล เข้าไปเกี่ยวก้อยในเรื่องของสัมปทานเกือบทุกเกาะ ผมเองนั้นเคยดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการจัดเก็บรังนกอีแอ่น ภายใต้ของสมาชิกสภา องค์การบริหารส่วนจังหวัด ผมนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า สิ่งที่ขาดหายไป ผลประโยชน์ของจังหวัดได้หายไปจากระบบในเรื่องของรังนกนั้น ตอนแรกรังนกคือ ทองคำขาว เปรียบเสมือนทองคำขาว ๑ กิโลกรัม ๑๕๐,๐๐๐ บาท ๑๖๐,๐๐๐-๑๗๐,๐๐๐ บาท แต่ ณ ปัจจุบันนี้เหมือนปุยฝ้ายขาว ๆ ธรรมดา เพราะค่อนข้างที่จะไม่มีราคาเลย เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่ผมนำเรียนท่านประธานครับ รายได้ของท้องถิ่นในจังหวัดชุมพรหายไปนั้น ปีหนึ่งประมาณ ๑๐๐ ล้านบาทเศษครับ ทุกท้องถิ่นมีการบริหารการจัดการ แบ่งกัน ทุกท้องถิ่น เพื่อเอาไปดำเนินการในโครงการการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แต่ตั้งแต่ วันนั้นมา ตั้งแต่ไม่มีผู้สัมปทานมาท้องถิ่นก็ขาดรายได้ โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนจังหวัด กฎหมายตัวนี้ออก พ.ร.บ. เมื่อปี ๒๕๔๐ ออกมาแปลกมากครับท่านประธาน ออกมาให้สิทธิ อำนาจที่ผู้ว่าราชการจังหวัด แต่คนที่ลงนามในสัญญาคือ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ทำให้ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งเป็นแค่ธุรการ แบกภาระและแบกความหนัก หน่วงในเรื่องการผิดกฎหมายตลอด ผู้ให้สัมปทาน ผู้รับสัมปทานไม่จ่ายเงินค่างวดสัมปทาน ตรงกับตามงวด คนที่ฟ้องคือนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เพราะฉะนั้นแล้วกฎหมาย ฉบับนั้นมันซ้ำซ้อนและมันยากต่อการปฏิบัติมาตลอด มาถึงวิธีการการประมูล วิธีการหา ผู้สัมปทานครับ ในเรื่องของหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันนี้มันซ้ำซ้อน มันยุ่งยาก มันเกี่ยวเนื่องกับการลดราคา เกี่ยวเนื่องกับการที่จะหาผู้สัมปทานด้วยความยุ่งยากหมด ผมเชื่อว่าไม่ได้เกิดแต่ที่จังหวัดชุมพรครับ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดชุมพร จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปถึงจังหวัดพัทลุง จังหวัดนครศรีธรรมราชในพื้นที่ที่มี รังนก เมื่อก่อนเราได้รายได้สู่ท้องถิ่นอย่างมากมาย แต่ ณ ปัจจุบันเหือดหายไปหมดเลยครับ และเกิดปัญหาฟ้องร้องกันตลอด ผมจำจังหวัดไม่ได้ คณะกรรมการจัดเก็บรังนกอีแอ่น ผูกคอตาย ด้วยเหตุผลนิดเดียวครับ เหตุผลเพราะมีการตั้งฟ้องขึ้นมาในเรื่องของ การสัมปทาน ในเรื่องของการลดราคา ในเรื่องของการให้ผลประโยชน์กับบุคคลอื่น เขาเอง ก็มีส่วนรับผิดชอบ เพราะเขามีค่าตอบแทนแค่นิดหน่อย แต่เขาทำให้เป็นความทุกข์ครับ ความทุกข์เกิดขึ้นกับตัวเขา เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งนี้ที่ผมนำเรียนท่านประธานและฝากถึงทุกคน ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยท่านสมาชิก เรามาตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและเอามาแก้ไขปัญหา เพื่อที่จะให้ระเบียบและวิธีปฏิบัติมันได้คล่องตัวเกิดขึ้น ในช่วงระหว่างว่างในเวทีที่ยังไม่มี ผู้สัมปทาน ก็เกิดในเรื่องของผู้ที่มีอำนาจ ผู้ที่มีผลประโยชน์ เกี่ยวก้อยกันเข้าไปหา ผลประโยชน์ในเกาะ เพราะฉะนั้นแล้วผมนำเรียนท่านประธานว่า เป็นสมบัติของแผ่นดินนะครับ และสิ่งหนึ่ง ที่รัฐบาลเรา สิ่งหนึ่งที่ผลประโยชน์ทางรัฐได้ ๑. ภาษีอากร เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งนี้ที่ไม่ อยากจะให้เกิด ผมเองนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ตอนนี้พอเอ่ยถึง คณะกรรมการจัดเก็บรังนกอีแอ่นของจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดชุมพรของผม ไม่มีใคร อยากเป็น ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ครับ ด้วยเหตุผลว่าทุกสิ่งทุกอย่างในภาพรวมเขายังมองว่า ยังเป็นสิ่งที่มีรายได้และมีผลประโยชน์ มีสิ่งที่จะไปก่อเกิดเป็นผลกำไรให้กับรัฐบาล มีผลกำไร ให้กับภาครัฐ แต่ ณ ปัจจุบันทุกคนทำไม่ได้ครับ ผมนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า มันเกี่ยวก้อยกันเลยครับ เกี่ยวเนื่องกันเลยครับ กับในเรื่องของการที่จะมาแก้กฎหมาย เกี่ยวกับรังนกบ้าน ผู้ประกอบการในเรื่องของคอนโดนก หรือรังนกบ้าน หรือทำคอนโดให้นกอยู่ เมื่อก่อนเองนั้นมันขึ้นมาอยู่ด้วยธรรมชาติ แต่ปัจจุบันตั้งแต่สภาพแวดล้อม สภาพบรรยากาศ ทั้งหมดมันเปลี่ยนแปลงไป ผมอยากนำเรียนเล่าถึงวิถีชีวิตของนกให้ฟังเลยว่า นกมาทำมาหากิน บินออกจากเกาะใช้ระยะทางเกือบ ๑๐๐ กิโลเมตร มาถึงฝั่งหากินช่วงเย็นประมาณหกโมง โดยนกอีแอ่นไม่เกาะพักผ่อน กินอาหารเสร็จเรียบร้อย กินแมลงเสร็จเรียบร้อยบินกลับเกาะ ก็เหมือนกับพวกเรานั่นละครับ ถ้าในเมื่อบินกลับไปแล้วมาเจอบ้านหลังใหม่ ๆ พร้อมอุณหภูมิ ที่พอจะให้เขาอยู่และหาอาหารได้ใกล้ตัวขึ้นเขาก็ไม่กลับ เขาก็อยู่ในบ้านนกเลย พออยู่บ้านนก เสร็จเรียบร้อยก่อให้เกิดอะไรขึ้นครับ จังหวัดชุมพรมีทั้งหมด ๘ อำเภอ เลี้ยงนกอย่างนี้กันทั้ง ๘ อำเภอ และสิ่งที่มหัศจรรย์มากที่สุด นกชอบอยู่ในเมือง พอนกอยู่ในเมืองเกิดอะไรขึ้น นกอยู่ในเมืองก็เกิดในภาวะของสิ่งแวดล้อมทั้งหมด ๑. เสียง ๒. กลิ่น ๓. ความที่พี่น้อง ประชาชนอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกับคอนโดนกไม่สบายใจในเรื่องของโรคติดต่อ ผมเอง นำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าทะเลาะกันมาตลอดละครับ โดยเฉพาะในพื้นที่ ที่ประกอบอาชีพนี้ โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองชุมพรมีบ้านรังนกเยอะแยะไปหมด แต่เขาก็อยู่กันได้อย่างมีความสุข เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่นำพาซึ่งปัญหามาให้เขาก็คือ ในเรื่องของการค้าการขาย การจำหน่ายสินค้า ก็คือตัวรังนกเอง เดิมทีรังนกบ้านราคาตั้ง ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ บาท รังนกเกาะ ๑๕๐,๐๐๐-๑๖๐,๐๐๐ บาท แต่ ณ ปัจจุบันนี้รังนกเกาะ เหลือประมาณ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท รังนกบ้านเหลือ ๒๐,๐๐๐ บาท ด้วยเหตุผลจาก กฎหมายครับ กฎหมายที่ล้าหลังเขา กฎหมายที่คลุมเครือเขาในเรื่องของการจำหน่าย ประเทศคู่ค้าของพวกเรา เขา Anti ในเรื่องของการซื้อรังนกของพวกเรา โดยอ้างเอากฎหมาย โดยเฉพาะมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะฉะนั้นแล้วคณะกรรมาธิการวิสามัญสภาแห่งนี้เป็นครั้งแรกและเป็นนิมิตหมายที่ดีเลย ที่จะได้ตั้งเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องที่ประกอบอาชีพนี้ เหมือนกับเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้นำเรียนท่านประธานไปแล้วว่า สิ่งหนึ่งที่เขาทำให้กับประเทศชาติได้ ก็คือในเรื่องของ รายได้ที่ก่อให้เกิดกับคนประกอบอาชีพบ้านรังนก เพราะฉะนั้นแล้วถ้าไม่มีการแก้ไขปัญหา ไม่มีการศึกษา และนำเรียนมาเพื่อตั้งกฎระเบียบกติกากันใหม่ ผมเชื่อว่าผู้ประกอบการอาชีพ นี้จะหายไปในระบบอีกอาชีพหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า สิ่งนี้เป็นนิมิตหมายที่ดีครับ ที่ก่อให้เกิดในวันนี้เกิดขึ้น เพื่อที่จะสร้างบรรทัดฐาน สร้างแนวทาง สร้างระเบียบ เพื่อที่กำหนดให้คนกับนกอยู่ร่วมกันได้ จัด Zoning ก็ได้ครับ บ้านนกก็ให้อยู่แต่บ้านนก แล้วก็ฟื้นฟูในเรื่องของนกเกาะ ฟื้นฟูโดยรัฐบาลเขียนออกมาเลยครับ ช่วยกันกำหนดกติกา ช่วยกันกำหนดเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาให้เป็น ภาคปัจจุบัน ภายใต้กฎระเบียบปัจจุบัน เรียกผู้สัมปทานมานั่งคุยกัน แล้วปล่อยให้ผู้สัมปทาน ได้ดูแลพ่อพันธุ์นกกันต่อ เพื่อฟื้นฟูเกาะรังนก อย่าให้เป็นเกาะค้างคาวครับ ผมเองผมบอกท่านประธานด้วยความเคารพว่า พอพูดเรื่องนี้ขึ้นมาผมไม่ได้ถือโพยครับ เขียนโพยแล้วผมต้องตั้งครับ เพราะมันออกมาจากความรู้สึกของผมจริง ๆ ออกมาจาก ความรู้สึกของพี่น้องชาวจังหวัดชุมพรที่ปัญหาว่าเรามีรายได้ให้เกิดกับท้องถิ่นทุกท้องถิ่น แต่ ณ ปัจจุบันนี้มันหายไปตั้ง ๓-๔ ปีแล้ว ที่บางท้องถิ่นถึงขนาดจนเลยครับ เพราะว่าเขาเอง เขาไม่ได้มีรายได้อื่นเลย เก็บภาษีได้ไม่กี่บาท แต่เขารอที่จะได้จากอากรรังนกอีแอ่น ผมนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกคนที่ยื่นญัตติครั้งนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ ที่ได้เอาญัตติของผมไปรวมกัน และเอามาหาแนวทางการแก้ไข ปัญหากัน ขอบคุณท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านผู้เสนออีกท่านหนึ่งนะครับ ท่านชุติมา คชพันธ์ เชิญครับ🔗

นางสาวชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนค่ะ วันนี้ดิฉันเป็นผู้เสนอ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขกฎหมาย และหลักเกณฑ์ในการทำธุรกิจรังนกอีแอ่นกินรังนอกเขตสัมปทาน เพื่อทำให้ธุรกิจนี้ ถูกกฎหมาย เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับประชาชนและเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ ดิฉันขออนุญาตท่านประธานหลังจากที่ดิฉันได้แจ้งหลักการและเหตุผลจบแล้ว ดิฉัน ขออนุญาตนำเสนอภาพสไลด์ประกอบเหตุผลในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญพร้อมกัน ในที่นี้ด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

สำหรับเหตุผลที่ต้องตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขึ้นมา ก็ด้วยเหตุผลที่ว่าด้วยสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจของ ประเทศในปัจจุบัน โอกาสของพี่น้องประชาชนชาวไทยในการประกอบอาชีพลดลงอย่างมี นัยสำคัญ ซึ่งรังนกอีแอ่นกินรังเป็นหนึ่งในสินค้าที่สามารถสร้างโอกาส สร้างรายได้ให้กับ พี่น้องประชาชนชาวไทย ทำให้การบริโภครังนกอีแอ่นกินรังมีทิศทางการเติบโตขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง และปัจจุบันสภาพแวดล้อม สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้รังนก อีแอ่นกินรังในเขตสัมปทานของไทยมีจำนวนน้อยลง แต่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในพื้นที่นอกเขต สัมปทานของไทย ดังจะเห็นได้ว่ามีตึกนกอีแอ่นทั่วประเทศ ซึ่งธุรกิจนกอีแอ่นกินรังนอกเขต สัมปทานนั้นสามารถทำรายได้ปีละหลายหมื่นล้านบาท มีผู้ประกอบการจำนวนมากขึ้น ในแต่ละวัน แต่ละปี เป็นสินค้าที่มีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลก สามารถสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้แก่ประชาชนทุกภูมิภาคในประเทศไทย แต่เนื่องด้วยเป็นธุรกิจที่ยังไม่ถูกกฎหมาย ซึ่งยังติดขัดในข้อกฎหมาย กฎระเบียบต่าง ๆ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในการประกอบธุรกิจก็ยัง ไม่เอื้ออำนวย ทั้งที่เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพ สามารถที่จะนำรายได้เข้าสู่ประเทศอย่างต่อเนื่องได้ ในอนาคต หากสามารถแก้ไขกฎระเบียบต่าง ๆ ได้ จะทำให้รัฐจัดเก็บภาษีเพิ่มได้อีกจำนวนมาก และในตลาดต่างประเทศยังมีความต้องการนำเข้ารังนกดิบอีกจำนวนมาก มีความต้องการ เพิ่มขึ้นทุกปีค่ะ แต่ปัญหาก็คือรังนกอีแอ่นนอกเขตสัมปทานยังไม่ถูกกฎหมาย ส่งผลให้ไทย เสียเปรียบในการแข่งขันในตลาดโลก ทั้งที่เป็นสินค้าที่มีศักยภาพสูง ปัญหาอุปสรรค ในปัจจุบันก็คือ การประกาศระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วย การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้เก็บหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งรังของสัตว์ป่า คุ้มครองที่ไม่ใช่สัตว์น้ำ มาตรา ๑๔ วรรคสอง พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ มีความล่าช้า ทั้ง ๆ ที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขปรับปรุงโดยเร่งด่วน รวมถึง การประกอบธุรกิจบ้านรังนกในแหล่งชุมชนเป็นปัญหา เป็นที่ถกเถียงถึงประเด็นการนำมา ซึ่งความเดือดร้อนรำคาญทางเสียงและสุขอนามัยกับประชาชนที่อยู่ในชุมชน จนนำไปสู่ การร้องทุกข์กับราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งก็ยังไม่มีกฎระเบียบใดที่จะใช้เป็นแนวทางในการ แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด🔗

ด้วยสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น จึงควรมีการกำหนดนโยบายที่ชัดเจนในเรื่อง การประกอบกิจการรังนกอีแอ่น ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยผังเมือง กฎหมายว่าด้วยการควบคุม อาคาร การจัดหาผังพื้นที่ประกอบกิจการรังนกบ้าน กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข การกำหนดมาตรการทางด้านภาษีและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ การอนุญาตประกอบกิจการ ในกรณีส่งเสริมให้มีการประกอบกิจการดังกล่าว เพื่อช่วยให้หน่วยงานของรัฐหรือราชการ ส่วนท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการ และควบคุมตรวจสอบการประกอบกิจการรังนกบ้าน ในพื้นที่รับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป🔗

ด้วยเหตุนี้ดิฉันมองว่า ต้องมีการตั้งคณะทำงานเพื่อหารือศึกษารายละเอียด เชิงลึก พร้อมกำหนดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์และกลไกการทำงานร่วมกันกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้การพัฒนาธุรกิจรังนกอีแอ่นนอกเขตสัมปทานมีแนวทางปฏิบัติ ได้จริง เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเท่าเทียม และเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนา เศรษฐกิจประเทศต่อไป🔗

ต่อไปดิฉันขออนุญาตนำเสนอรายละเอียดจากภาพที่เห็นนะคะ ขอย้อนกลับ ไปหน้าแรกเลยค่ะ ดิฉันอยากจะตั้งข้อสังเกตให้ทุกท่านได้คิดนะคะว่า ปัจจุบันนี้ท่านคิดว่า รังนกไทยอยู่ตรงไหนในตลาดโลก ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องติดปีกบินอย่างถูกกฎหมาย ที่เราเห็น กันอยู่ ที่เรากินรังนกขวดที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้เรารับประทานได้ แต่เมื่อเราส่งออกไปยังผิด กฎหมายอยู่ ประเทศปลายทางเขาจะตีกลับมาทันทีเลย เมื่อมีการตรวจสอบย้อนกลับนะคะ ดังจะเห็นได้ในภาพถัดไปค่ะ ประเทศอื่น ๆ รังนกเขาจัดเป็นสินค้าเกษตรส่งออกอย่างถูก กฎหมาย แต่ประเทศไทยรังนกเป็นสินค้าผิดกฎหมายค่ะ ส่งออกไม่ได้นะคะ หากมี การตรวจสอบย้อนกลับไปจะไม่ผ่านเกณฑ์ของประเทศปลายทางทันที เนื่องจากการเก็บ รังนกมีความผิดตามมาตรา ๑๔ วรรคสอง พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ อยู่ นี่คือปัญหาที่เราเจอกันในปัจจุบัน จึงเป็นที่มาที่ดิฉันเสนอญัตติในครั้งนี้ค่ะ🔗

ภาพต่อไป สถานการณ์รังนกในตลาดโลก ดิฉันอยากจะให้เห็นผู้ประกอบการ รังนกไทยตอนนี้ยังเสียเปรียบอยู่มาก ตัวอย่างให้เห็นนะคะ เวลาที่เราส่งไปที่จีน บริษัท ที่ได้รับการจดทะเบียนอนุญาตให้นำเข้าจากจีน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดิฉันได้ข้อมูลมาว่า มาเลเซียได้รับการรับรองไปแล้ว ๓๓ ราย อินโดนีเซียได้รับการรับรองไปแล้ว ๒๑ ราย พอมาดู ของไทยแค่ ๒ รายเท่านั้น ในขณะที่เรามีทั่วประเทศเป็นหมื่นรายเลยนะคะ แต่เราได้รับ อนุญาตแค่ ๒ รายที่ถือว่าถูกต้อง ทำให้เราเสียโอกาสมากขนาดไหน เราเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจ ไปมากขนาดไหน ที่จะได้เม็ดเงินกลับสู่ประเทศ ทุกท่านคงจะเห็นนี่คือตัวอย่างให้เห็นว่า ถ้าเราไม่ทำอะไรเราจะสูญเสียอีกตั้งเท่าไรหลังจากนี้ไปนะคะ🔗

ดิฉันจึงอยากจะเสนอว่า ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องปลดล็อก เราต้อง ปลดนะคะ ปลดล็อกกฎหมายและปลดปล่อยศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย ถึงเวลาต้อง ปลดแล้วค่ะ ถึงเวลาต้องปลดล็อกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นี่คือกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่ดิฉัน ศึกษามา จะมี พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ร.บ. การผังเมือง พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ร.บ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของ บ้านเมือง พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ข้อบัญญัติขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ นี่คือเหตุผลที่เราต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อมาคุยกัน เพราะมัน เกี่ยวข้องกับกฎหมายเยอะมาก ๆ เลย ถ้าเราแก้ตรงนี้ได้ ปลดล็อกตรงนี้ได้ พี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการของเราก็จะโลดแล่นในเวทีโลกได้🔗

ในการทำธุรกิจรังนกนั้นไม่ใช่แค่ผู้ทำตึกรังนกเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ นี่คือห่วงโซ่ อุปทานทั้งระบบ นี่คือ Supply Chain นี่คือเม็ดเงินมหาศาล เกิดการสร้างงานมหาศาล สร้างรายได้มหาศาล ดิฉันยกตัวอย่างให้ดูนะคะ ผู้รับเหมาก่อสร้างบ้านนกก็เกิดรายได้ ผู้ที่รับเหมาะรับจ้างทำความสะอาดรังนกก็มีรายได้ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในบ้านนก เครื่องทำ ความชื้น อะไรต่าง ๆ ที่เราใช้ทำเสียง อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็ทำให้เกิดรายได้ การบรรจุผลิตภัณฑ์ เกิดการจ้างแรงงานขึ้นมา ในการบรรจุผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ลานประมูล โรงงานแปรรูป ผู้ประกอบการส่งออก ร้านค้า ผู้ค้าปลีก หรือค้าออนไลน์ก็ตาม นี่คือเม็ดเงินที่หมุนเวียนอยู่ใน ระบบนะคะ แต่ทุกวันนี้อยู่ใต้ดิน เพราะว่าไม่ถูกกฎหมาย ถ้าเราสามารถเอาขึ้นมาบนดิน แล้วให้เม็ดเงินตรงนี้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทย มันจะเป็นมหาศาลเลยที่จะเข้าประเทศ ทำให้ประเทศเรามีเศรษฐกิจดีขึ้น🔗

ดิฉันอยากจะให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นนะคะว่า มีบ้านนกแอ่นทั่วประเทศไทย ข้อมูลที่ได้มาล่าสุดบอกว่า ๑๗,๘๐๐ หลัง แต่ดิฉันทราบมาล่าสุดอีกที่ Update มากกว่านั้น คือตอนนี้น่าจะถึง ๓๐,๐๐๐ หลังแล้วค่ะ อยู่ที่ภาคเหนือประมาณ ๑๐๐ หลัง อยู่ที่ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ ๒๐๐ หลัง อยู่ที่ภาคกลางประมาณ ๓,๕๐๐ หลัง ภาคตะวันออกประมาณ ๔,๐๐๐ หลัง และภาคใต้มากที่สุดค่ะ ภาคใต้คือ ๑๐,๐๐๐ หลัง นี่คือบ้านนกอีแอ่นที่เราเลี้ยงกันอยู่นะคะ ผลผลิตประมาณ ๒๐๐ ตันต่อปี มูลค่ารวมรังนกดิบ รวมกับธุรกิจทั้ง Supply Chain เป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทต่อปี นั่นแปลว่าถ้าเราทำให้ ถูกต้อง เม็ดเงินภาษีต่าง ๆ จะกลับเข้าคลังและจะเข้าสู่ประเทศอีกมากมาย และผู้ประกอบการเองที่ดิฉันได้ไปพูดคุยมาทุกคนก็เต็มใจ ทุกคนก็อยากจะทำให้ถูกต้อง และยินดีที่จะจ่ายภาษีให้กับประเทศนะคะ เพียงแต่ว่าช่วยหน่อยทำให้ถูกกฎหมาย เขาก็ยินดีที่จะช่วยจ่ายภาษีนะคะ🔗

ทำไมดิฉันจึงบอกว่าธุรกิจนี้สำคัญ ท่านจะเห็นว่านี่คือโอกาสที่จะทำเงินให้กับ ประเทศและให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ถึงเวลาต้องปลดปล่อยศักยภาพผู้ประกอบการ รายย่อยเพื่อลดการผูกขาดตลาด ตอนนี้เวลาที่เราพูดถึงรังนกเรารู้จักกันแค่ไม่กี่ยี่ห้อเองนะคะ มีแค่ดัง ๆ อยู่ ๒-๓ ยี่ห้อ นี่เขาคือเจ้าตลาด แต่ถ้าเราส่งเสริมเราปลดล็อกกฎหมายตรงนี้ ธุรกิจ SMEs ผู้ประกอบการรายย่อยเขาก็จะเติบโตขึ้น เขาก็จะได้โอกาสมากขึ้น ปล่อยให้เป็น ตลาดเสรีให้ตลาดแข่งขันกันไปเลยค่ะ จะเกิดนวัตกรรม เกิดการสร้างเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดการคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมา รังนกสำเร็จรูปพร้อมรับประทานที่เราเห็น ณ ตอนนี้ยังไม่ ปลดล็อกดีเลย ขณะนี้ก็มีกันหลายยี่ห้อแล้ว เครื่องสำอางจากรังนกตอนนี้ก็มีแล้ว รังนกดิบที่สามารถไปทำเองปรุงเองที่บ้านก็มีแล้ว ปล่อยเต็มที่เลยค่ะ ให้เขาได้ปลดปล่อย ศักยภาพและแข่งขันกันเต็มที่ในตลาดเสรี นี่คือสิ่งที่ควรจะเป็น ดิฉันอยากจะให้เห็นภาพให้ชัดเจนยิ่งกว่านั้นนะคะว่า จริง ๆ แล้วถ้าเราปลดล็อก นอกจาก ที่เราส่งขายกันในประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียแล้ว เราสามารถไปไกลได้มากกว่านั้น ดิฉันไป ศึกษาข้อมูลมาดิฉันพบว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเรามีแพลตฟอร์มอยู่อันหนึ่งคือ eBay ค่ะ eBay เป็นแพลตฟอร์มที่พร้อมจะช่วยผู้ประกอบการไทย และทุกวันนี้ก็ช่วยอยู่แล้ว เพียงแต่ เราปลดล็อกกฎหมายให้ผู้ประกอบการเราส่งออกได้ สามารถที่จะส่งไปได้ทั่วโลก ส่งไปทวีป อเมริกา ส่งไปทวีปยุโรป ไปได้ทั่วเลย เรามีแพลตฟอร์มพร้อมอยู่แล้ว เพียงแต่ตอนนี้ที่เป็น อุปสรรคคือกฎหมายบ้านเรายังไม่อนุญาต ถ้าเมื่อไรเขาตรวจสอบย้อนกลับมา โดนตีกลับ ทันทีนะคะ เพราะฉะนั้นทั่วโลกพร้อมที่จะต้อนรับรังนกไทย ขอแค่ว่าเปิดโอกาสให้ ผู้ประกอบการไทยพร้อมแล้ว คำถามคือรัฐไทยพร้อมหรือยัง ที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการ ให้เติบโตและโลดแล่นออกไปทั่วโลก ดิฉันมีความฝันอยากจะเห็นรังนกไทยไปไกลทั่วโลก ช่วยกันปลดล็อกหน่อยนะคะ🔗

นอกเหนือจากในมุมของผู้ประกอบการแล้ว ในฐานะผู้แทนราษฎร ดิฉัน อดไม่ได้ที่จะมองในมุมของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ดิฉันได้รับทราบมาว่า การที่มีรังนกบ้านในเขตชุมชน ก็มีปัญหากับประชาชนที่อยู่ในชุมชนเช่นเดียวกัน เช่น มีเสียงดัง มีมูลสัตว์ ก่อให้เกิดภูมิแพ้ กลิ่นไม่พึงประสงค์ อย่างในภาพจะเห็นว่าจะมีบ้านนกหลังที่ ๑ บ้านนกหลังที่ ๒ บ้านนกหลังที่ ๓ อยู่ใกล้ตลาดสด อยู่ใกล้ ๆ บ้านคนในชุมชนเลย นั่นแปลว่า คนอยู่ตรงกลางก็ต้องรับไปเต็ม ๆ ก็เกิดการร้องเรียน บางบ้านมีผู้ป่วยต้องฟอกไต ก็กลายเป็นว่า อาการกำเริบขึ้นมา เพราะว่าเรื่องสุขอนามัยไม่ถูกต้อง สิ่งที่เราต้องทำ ก็คือเราต้องจัด ระเบียบการทำธุรกิจรังนกนี้ขึ้นมา ดังนั้นดิฉันขอยืนยันคำเดิมค่ะว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้อง ปลดล็อกกฎหมายและปลดปล่อยศักยภาพของผู้ประกอบการรายย่อย โดยผ่านการแก้ กฎหมาย แล้วก็ตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาร่วมกัน ดิฉันมีความฝันอยากเห็นธุรกิจ รังนกของไทย ซึ่งมีปัญหายืดเยื้อมานับสิบปีแล้ว แก้ปัญหาได้เสียที และเป็นจริงเสียทีนะคะ ขอให้แก้ปัญหาได้ในชุดนี้ในยุคของพวกเรา เพื่อที่ว่าประเทศเราจะได้เติบโต แล้วก็เศรษฐกิจ จะได้ดีขึ้นอย่างที่ควรจะเป็นค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ทั้ง ๕ ญัตติก็ถือว่าประชาชนคงจะเข้าใจเรื่องนก ท่านณัฏฐ์ชนนมาหรือยังครับ🔗

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

มาแล้วครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญสมาชิกท่านแรกที่จะอภิปรายนะครับ ท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เชิญครับ🔗

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลลำไพลของอำเภอเทพา ท่านประธานครับ ด้วยญัตติ ๕ เรื่อง เป็นเรื่องของนกอีแอ่นกินรังครับ หนึ่งในญัตติของท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง พรรคภูมิใจไทย เมื่อสักครู่ท่านสฤษฏ์พงษ์อภิปรายได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่องของนกสัมปทาน ท่านประธานครับ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณา ศึกษาการวางระบบระเบียบ หลักเกณฑ์ และกฎหมายเพื่อรองรับการสร้างบ้าน นกอีแอ่นประเภทกินรัง นี่คือญัตติที่ท่านสฤษฏ์พงษ์ได้นำเรียน ท่านประธานครับ นกอีแอ่น กินรังมีอยู่ ๒ ประเภท ๑. นกถ้ำ นกธรรมชาติ มีการรับสัมปทานจัดเก็บไม่กระทบกับ ผู้ประกอบการครับประเด็นนี้ มีกฎหมายรองรับชัดเจน แต่ปัจจุบันซบเซา แต่สิ่งที่ผมจะ อภิปรายวันนี้ก็คือ ๒. นกบ้าน หรือว่านกเลี้ยง ที่เราพูดกันในวันนี้ มีการร้องเรียนจากพี่น้อง ประชาชนครับท่านประธาน ผลกระทบที่ได้รับก็คือ ๑. เสียงของนก มลพิษทางเสียงครับ ท่านประธาน ปรากฏว่ามีการร้องเรียนทุกที่ เกิดจากการใช้เครื่องขยายเสียงเปิดเสียงนก เพื่อจะเรียกนกตลอดระยะเวลา ๒๔ ชั่วโมง ๒. กลิ่นมูลนก พูดง่าย ๆ ขี้นกครับ ทำลาย บรรยากาศภายในชุมชน ๓. ความสะอาด โดยเฉพาะน้ำเสียครับท่านประธาน โดยเฉพาะ การเลี้ยงนกบ้านต้องใช้ระบบน้ำพ่น เพราะฉะนั้นระบบน้ำหล่อเย็นมันเป็นระบบปิด ก็เลยทำ ให้เกิดภาวะน้ำเสีย ๔. เกิดโรคระบาดจากสัตว์ปีก โดยเฉพาะตัวไรจากลูกนกครับ ท่านประธาน และเป็นโรคติดต่ออื่น ๆ นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนได้ร้องเรียนมา โดยเฉพาะ การเลี้ยงนก เพราะฉะนั้นปัญหาที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการมีรายได้ มีกำไร มีแต่ได้กับได้ครับท่านประธาน แต่สำหรับประชาชนเดือดร้อน ๔ ข้อ เหมือนที่ผมได้นำเรียนไว้เมื่อสักครู่ เพราะฉะนั้นจุดจบ ของปัญหานี้ก็คือ ระเบียบข้อบังคับที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้เลี้ยงนก แล้วก็ ประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง เพราะฉะนั้นมีคำถามว่าบทเรียนปัญหานกอีแอ่นใครจะเป็นคน รับผิดชอบ ฝากไปยังกรรมาธิการวิสามัญที่จะเกิดขึ้นด้วย แก้ปัญหาโดยการออกอะไรครับ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ ออกกฎหมายฉบับนี้มาครับ ท่านประธาน เพื่อรองรับมา ๕ ปีแล้วครับ อนุญาตให้ผู้ครอบครองและเลี้ยงนกบ้านสามารถ เก็บรังนกไปขายได้ เหมือนที่ผมบอกครับ ออกกฎหมายนี้มา ๕ ปี จนถึงวันนี้ไม่มีนกบ้าน ขึ้นทะเบียนได้ตามกฎหมายสักรายครับ สาเหตุเพราะอะไรครับ เพราะยังมีกฎหมายอื่น อีก ๓ ฉบับครับท่านประธาน เราไปออกกฎหมาย พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ๑ ฉบับ แต่มันมีกฎหมายอีก ๓ ฉบับ ๑. พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ กระทรวงมหาดไทย ๒. พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ออกพร้อมกันครับ ท่านประธาน ของกระทรวงมหาดไทย สุดท้ายครับ เป็นพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๖๑ ปรากฏว่ากฎหมายทั้ง ๔ ตัวนี้ จาก ๓ กระทรวงก็เป็นอุปสรรคสำหรับผู้เลี้ยงนก ทำให้เกิดปัญหาระหว่างผู้ประกอบการ พี่น้องประชาชน ข้อมูลจากสำนักงานอนุรักษ์สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประเทศไทยได้บันทึกไว้ครับ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงก็คือประมาณ ๑๗,๐๐๐ ราย กระจายไปทั้งหมด หลายคนคิดว่ารังนกนี้เฉพาะภาคใต้ แต่วันนี้ครับ ท่านประธาน มีผู้เลี้ยงนกกระจายไปทั้งหมด ๖๒ จังหวัด เหลือ ๑๐ กว่าจังหวัดที่ไม่เลี้ยงครับ ท่านประธาน และประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับ ๓ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และประเทศไทย มูลค่าส่งออกประมาณ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ท่านประธานครับ แต่ถ้ามี การแก้ปัญหาเรื่องระเบียบ โดยเฉพาะมาตรา ๑๔ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี ๒๕๖๒ ผมมั่นใจว่ามูลค่ารังนกจะส่งออกเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า ๒ เท่า ก็คือ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ปัญหาสำคัญก็คือการบังคับใช้พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี ๒๕๖๒ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีอำนาจเต็มในการอนุญาต แต่ไปรอพระราชบัญญัติ ๓ ฉบับจาก ๒ กระทรวง เป็นเวลา ๕ ปี เหมือนที่ผมกล่าว ผมจะสรุปง่าย ๆ ว่า ถ้าหน่วยงานราชการทำแบบนี้มันจะไม่จบ ๑. ผู้ประกอบการรอไม่ไหว ต้องทำธุรกิจแบบผิดกฎหมาย ๒. ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ จากการเลี้ยงนกไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาที่ร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ๓. รัฐบาลแทนที่ จะได้ภาษีส่งออกจากภาษีนก ก็ไม่ได้ตามเป้า ๔. ทำให้รังนกในตลาดถูกกดราคา เพราะอะไรครับ เพราะผิดกฎหมาย ๕. เป็นอีก ๑ อาชีพ ที่ติดกับดักทางกฎหมายเหมือนหลายอาชีพที่เราได้ อภิปรายกัน จึงเรียกร้องให้กรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นหลังจากนี้ ผมขอฝากไปเร่งรัด หน่วยงานในการดำเนินการเรื่อง พ.ร.บ. ของตัวเอง รอแบบนี้ไม่มีเจ้าภาพ ๑๐ ปีก็ไม่มี ประโยชน์นะครับ เพราะฉะนั้นผมจะพาทุกท่านไปรู้จักหัวใจของเรื่องนกอีแอ่น ไปต่อหรือว่า พอแค่นี้ครับ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี ๒๕๖๒ มาตรา ๑๔ ที่พูดถึง ๑. ห้ามมิให้ผู้ใดเก็บ ๒. ห้ามทำอันตราย ๓. หรือมีไว้ในการครอบครองซึ่งรังของสัตว์ป่าสงวน มันเขียนไว้ชัดเจน สรุปกรรมาธิการวิสามัญนกอีแอ่นที่กำลังจะตั้งขึ้น ต้องหาสาเหตุให้เจอ ๒. เมื่อได้รับผลกระทบผู้ประกอบการและประชาชนต้องรีบแก้ปัญหา ๓. การบังคับใช้ กฎหมายคือเรื่องที่สำคัญ ๔. หัวใจหลักก็คือเจ้าภาพในการดำเนินการ กรรมาธิการวิสามัญ ต้องหาให้เจอ ก็ฝากเรื่องทั้งหมดทั้ง ๕ ประเด็นไว้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เชิญครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนภาคใต้ คนกระบี่ครับ ขออภิปรายสนับสนุนญัตติ การแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจรังนกอีแอ่นกินรัง ในประเทศไทย ซึ่งท่าน สส. ชุติมา คชพันธ์ จากพรรคประชาชนเป็นหนึ่งในผู้นำเสนอญัตตินี้ ท่านประธานครับ ปัญหาที่เรากำลังพูดถึงวันนี้เป็นปัญหาเรื้อรังมานาน ซึ่งผมเองได้เคย นำเสนอตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้วครับท่านประธาน ช่วงต้นปี ๒๕๖๖ ผมเรียกร้องไปยังท่าน นายกรัฐมนตรี คุณประยุทธ์ จันทร์โอชา ในสมัยนั้น ตอนที่ท่านเดินทางไปราชการที่จังหวัด ชุมพรว่า เรามีปัญหาเกี่ยวกับการให้สัมปทานในพื้นที่รังนกในเขตจังหวัดต่าง ๆ มากมาย ไล่ไปตั้งแต่ชุมพรไปถึงกระบี่บ้านผม ไปถึงอีกหลายจังหวัดที่มีพื้นที่สัมปทาน ซึ่งปัญหา ณ วันนี้ ส่วนราชการรู้ครับ รัฐบาลต้องรู้ และควรรู้นานแล้วด้วย ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไร ผมจะย่อยให้ฟังครับท่านประธาน แรก ๆ เลยก็คือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยแน่นอนครับ ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานคณะกรรมการตาม พ.ร.บ. อากรรังนกอีแอ่น ปี ๒๕๔๐ วันนี้ประมูลไม่ได้ เกิดจากอะไรครับ เกิดจากระเบียบปัญหาของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นปัญหาการคาบเกี่ยวกัน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอสไลด์ในภาพโชว์ด้วย นะครับว่า ผมพูดถึงปัญหาเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ และก่อนหน้านั้นด้วย และแน่นอนว่า ปัญหาเหล่านี้ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีพื้นที่สัมปทานรังนกอย่างน้อย ๙ จังหวัด ขาดรายได้นำมาพัฒนาใน อบจ. ของเขา ใน อบต. ของเขา ท่านประธานครับ ปัญหา เมื่อสัมปทานหมดอายุ กระทรวงมหาดไทยรู้ทั้งรู้ครับ แต่ไม่ยอมเข้าไปแก้ไขปัญหา ท่านผู้ว่า ราชการจังหวัดที่มาจากการแต่งตั้งหลายจังหวัดละเลย และรัฐบาล โดยรัฐมนตรีต่าง ๆ ก็ไม่ใส่ใจที่จะตามไปจี้ ไปไช ไปแก้ปัญหา และคุยกันระหว่างกระทรวงต่อกระทรวง ซึ่งปัญหา ที่เกิดขึ้นรัฐสูญเสียรายได้ เกิดอะไรขึ้นรู้ไหมครับท่านประธาน อบต. แต่ละที่พอหมดสัญญา สัมปทาน ผู้ว่าราชการจังหวัดมีหนังสือบอกว่า อบต. แต่ละที่ต้องออกเงินงบประมาณ ไปเฝ้าพื้นที่สัมปทานรังนก เอาเงินจากไหนท่านประธาน ก็เงินภาษีของคนในพื้นที่ กลายเป็นว่า อบต. บางแห่ง ผมยกตัวอย่างนะครับ อย่าง อบต. อ่าวนาง ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ บ้านผม ทราบมาว่าได้เอาเงินซึ่งภาพยนตร์ เรื่อง The Beach จ่ายเงินชดเชยอ่าวมาหยา ๑๐ ล้านบาท ผมไม่แน่ใจว่าข่าวนี้เป็นจริงหรือไม่ ถ้าไม่เป็นจริงก็ช่วยปฏิเสธด้วย แต่ข่าวแว่ว มาว่าเงินส่วนนี้ ๑๐ ล้านบาท ไปเฝ้ารังนกครับท่านประธาน หรือ อบต. บางพื้นที่ เช่น อบต. หนองทะเลหรือหลาย อบต. ในเขตริมชายฝั่งทะเลอันดามันบ้านผม ใช้งบประมาณ อบต. จนกระทั่งหมดเงินงบประมาณบางส่วนที่ต้องไปเฝ้าสัมปทานรังนก จ่ายใครครับท่านประธาน จ่ายข้าราชการ จ่าย อส. กลายเป็นว่าผลักภาระให้ท้องถิ่น แทนที่จะได้รายได้ เพราะการ บริหารจัดการ การสื่อสารระหว่างองค์กร ระหว่างหน่วยงานแท้ ๆ ครับท่านประธาน ทำไมไม่คุยกันระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือว่าไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ เพราะสัมปทานเหล่านี้มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องครับ คณะกรรมการในระดับจังหวัด ท่านประธานทราบไหมครับ บางจังหวัด พยายามออก ระเบียบให้เป็นค่าตอบแทนกรรมการเวลาประชุมแต่ละครั้งหลักหมื่นนะครับ บางจังหวัด ออกระเบียบเป็นค่าตอบแทนไม่เท่ากัน เรื่องแบบนี้รู้กันครับ คนที่ปฏิบัติหน้าที่ในอดีต อย่างผมเคยอยู่ อบจ. ทั้งพังงาและกระบี่ ผมรู้ครับ บางจังหวัดตั้งงบประมาณเพื่อจะไปดูงาน ต่างประเทศ อาศัยพวกนี้ครับ แล้วเกิดอะไรขึ้น ก็ใช้ภาษีที่มันควรจะไปพัฒนาในสิ่งที่ถูกต้อง และไม่เกิดประโยชน์ครับ ท่านประธาน แล้ววันนี้กฎหมายที่พยายามควบคุมเรื่องนี้อยู่ สส. หลายท่านได้อภิปราย ผมไม่ซ้ำครับ แต่มาตรฐานสินค้าเกษตร โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตอนนี้เป็นหัวใจ สำคัญที่จะเข้ามาดูแลกำกับในการส่งรังนกออกต่างประเทศ อันนี้ต้องขอขอบคุณแล้วก็ชื่นชม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย และที่สำคัญผมก็ต้องชื่นชมสำนักวิชาการ สำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ทำเอกสารขึ้นมาได้กว้างขวางและได้ให้ความรู้กับพวกเรา ดีมาก ก็ฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า ถ้าติดตามเรื่องนี้ ชื่นชมเขาหน่อยครับ สำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายวิชาการ ท่านประธานครับ ผู้ประมูลได้สัมปทานรังนก หลายแห่งแสดงสภาวะเหนือกฎหมายเป็นผู้ป่าเถื่อน ผมเองเคยพานักท่องเที่ยวเข้าไปใกล้ บริเวณที่มีเขตสัมปทานรังนกเพื่อหลบลมหลบฝน แต่เชื่อไหมครับท่านประธาน เอา Speed Boat ออกมา เอาเอ็ม ๑๖ ออกมา วนรอบเรือท่องเที่ยว มันทำอย่างนี้ได้อย่างไรครับ ฟ้องร้องไปที่จังหวัดก็เฉย เพราะอะไรครับ เพราะไม่ทราบว่าเขารู้กันหรือเปล่า หรือว่าเขา มีการไปกินข้าวด้วยกันบางมื้อหรือเปล่า ของแบบนี้ผมก็ต้องมากระตุ้นละครับว่า กระทรวงมหาดไทยนี่ละตัวดี ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ไปจากการแต่งตั้งนี่ละครับ เป็นสิ่งที่ท่าน ต้องตอบปัญหา และวันนี้กระทรวงมหาดไทย ผมหวังว่า มท. ๑ จะกล้าเข้าไปจัดการปัญหา ก่อนที่สภาแห่งนี้จะได้พิจารณาแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แต่ในทางปฏิบัติ ในทาง บริหารราชการแก้ได้ครับ อยู่ที่ท่านกล้าหรือเปล่า ท่านใจกล้าหรือเปล่า ท่านกล้ากิน เอ็มร้อยหรือเปล่า ท่านกล้าไปขัดขวางผลประโยชน์ผู้สัมปทานเหล่านั้นหรือเปล่า เพราะแน่นอนว่าเงินเยอะมากมายครับ ตัวกฎหมายที่ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด ปรากฏว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจจริงครับ แล้วฝ่ายธุรการก็กลายเป็นว่าเป็นฝ่ายธุรการของ องค์การบริหารส่วนจังหวัด และคณะกรรมการที่ผมบอกแล้วครับ มีค่าตอบแทนทั้งอั้น และไม่อั้น มากน้อยก็ว่ากันไปในแต่ละจังหวัด ทีนี้มีท่าน สส. เราอภิปรายหลายอย่าง ที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง พ.ร.บ. อื่น ๆ ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องสุขภาพ เรื่องของการทำ รังนกเลี้ยงเอง หรือแม้กระทั่งเกี่ยวกับเรื่องไข้หวัดนกต่าง ๆ และ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร ผมคิดว่าช่วงของการหมดสัญญาสัมปทานที่เป็นช่องว่าง ตอนนี้ต่างหากที่จะต้องเร่งแก้ไข ปัญหาโดยไม่ต้องรอให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณาแก้ไขข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผมก็ต้อง เรียกร้องไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องของทั้ง ๒ กระทรวง ซึ่งอยู่ในรัฐบาลนี้ละครับว่า ท่านกล้าหาญ มากน้อยเพียงใดที่จะรักษาผลประโยชน์ของทางราชการ เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีรายได้จากสัมปทานตรงนี้ไปพัฒนาท้องถิ่นของพวกเขาครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ เชิญครับ🔗

นางสาวสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันจะพูดถึงนกอีแอ่น นกแอ่น หรือนกแอ่นกินรัง คือเจ้าตัวที่ผลิตรังนกให้กับพวกเราได้รับประทานกันค่ะ สถานภาพทางกฎหมายของนกแอ่น หรือนกแอ่นกินรัง ในปัจจุบันเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองค่ะ ซึ่งตามมาตรา ๑๔ แห่ง พ.ร.บ. สงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้มีการกำหนดให้เพียงแค่ผู้ที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ เท่านั้นที่จะสามารถเก็บรังของนกแอ่นกินรังได้ แต่ก็มีข้อจำกัด คือต้องปฏิบัติตามระเบียบที่ อธิบดีกำหนด ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยของเรามีการประกอบกิจการบ้านรังนกหรือคอนโด นกแอ่นกินรังเพื่อขายรังนกค่ะท่านประธาน เดี๋ยวนี้รังนกไม่ได้มีเฉพาะแค่ตามเกาะต่าง ๆ ในทะเลนะคะ แต่แถวบ้านเรามีกันเกือบทุกจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคอีสานของบ้าน ดิฉันเอง แต่อุปสรรคในวันนี้ คือยังไม่ได้มีกฎหมายเฉพาะที่สามารถควบคุมการสร้างและ การประกอบธุรกิจนี้ได้ เนื่องจากไม่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายว่าด้วยอากรรังนก อีแอ่นที่ควบคุมการประกอบกิจการรังนกในแหล่งธรรมชาติ ซึ่งอยู่ภายใต้ระบบสัมปทาน ธุรกิจบ้านรังนกถือเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะธุรกิจนี้สามารถสร้างรายได้มากมาย มหาศาล กิโลกรัมละหลายหมื่นบาท เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือประเทศจีน ที่นิยมเอารังนกไปประกอบอาหารและใช้เป็นยาสมุนไพร ธุรกิจดี ไม่ดี ได้ ไม่ได้ ทุกท่านจะดูกันง่าย ๆ เลย คือเราจะเห็นได้จากปริมาณของอาคาร บ้านนก หรือคอนโดนกที่เพิ่มขึ้นในทั่วภูมิภาคของประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตามค่ะ การเติบโตของธุรกิจนี้ก็มาพร้อมกับผลกระทบต่อชุมชนในหลายด้าน ทั้งด้านบวกและด้านลบ ซึ่งปัจจุบันนี้เรายังขาดมาตรการทางกฎหมายที่จะมารองรับและ ควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจนี้ จึงส่งผลให้เกิดปัญหาในการประกอบธุรกิจบ้านนกแอ่น หลายประการค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย หรือที่สำคัญเลย คือการเปลี่ยนแปลงการใช้อาคารบ้านเก่า จากอดีตเป็นที่อยู่อาศัยเดิมของคน ปรับเปลี่ยนมาเป็นสถานที่สำหรับเป็นที่อยู่อาศัยของนกแอ่น โดยอาคารที่ดิฉันพูดถึง หลายแห่งนี้ ก็มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของชุมชน ซึ่งสถานที่เหล่านี้นั้น ก็อยู่ในพื้นที่ประเภทที่อยู่อาศัย ตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง ส่งผลให้การประกอบธุรกิจบ้านนกแอ่นกินรังในพื้นที่นั้น ๆ ไม่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่จะก่อให้เกิดอันตราย ต่อสุขอนามัย อันเป็นอุปสรรคต่อการอยู่อาศัยของคน ในขณะเดียวกันก็ส่งผลกระทบต่อ ความเดือดร้อน สร้างความรำคาญให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัยโดยรอบข้าง ทั้งด้านกลิ่น เสียง สิ่งปฏิกูล และอาจจะเป็นที่เพาะพันธุ์ของพาหะนำโรคที่เกิดจากนกแอ่นนี้ค่ะ นอกจากนี้ดิฉันขออ้างอิงข้อมูลจากสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจรังนกแอ่นประเทศไทย ทราบว่าปัจจุบันมีการสร้างอาคารสำหรับเลี้ยงนกแอ่นที่ไม่ได้มาตรฐานอยู่หลายแห่ง ซึ่งก็มี ความเป็นห่วงเป็นกังวลว่าอาคารที่สร้างไม่ได้มาตรฐาน อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบตามมา ทั้งด้านของความปลอดภัย ของตัวอาคาร และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจส่งผลกระทบ ไปถึงเรื่องของการส่งออก เพราะการส่งออกรังนกแอ่นต้องทำให้ถูกต้องตามกฎระเบียบ การค้าโลก ต้องมี Certificate มีความสะอาด มีความปลอดภัย มีความถูกระเบียบ ซึ่งหากมีครบทุกอย่าง ก็จะทำให้การส่งออกได้ราคาสูง แต่ถ้าเกิดมีการตรวจพบในส่วน ที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็จะทำให้โครงการเลี้ยงนกแอ่นต้องหยุดชะงักไป แต่ถึงอย่างไรก็ตามค่ะ ดิฉันยังมองว่าธุรกิจบ้านนกแอ่นนี้ถือเป็นโอกาสที่สำคัญในทางเศรษฐกิจของไทย ที่จะนำ พี่น้องประชาชนคนไทยเราไปสู่การมีรายได้และมีอาชีพใหม่ ๆ อย่างแน่นอน นอกจากที่จะมี รายได้ในทางตรงแล้ว แต่อีกทางหนึ่งผลจากความเฟื่องฟูของธุรกิจบ้านนกนี้ ยังจะช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชุมชน ทั้งในเรื่องของการก่อสร้าง การดูแลรักษา และการแปรรูป รังนก ตลอดจนการต่อยอดให้กับผู้ประกอบการธุรกิจอื่นในท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ผู้ประกอบการโรงงานไม้ ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง หรือแม้กระทั่งอาชีพเฉพาะด้าน ที่จะเกิดขึ้น คือผู้ประกอบการธุรกิจวางระบบบ้านนกแอ่น ดังนั้นการรับรองธุรกิจบ้านนกแอ่น จะไม่ใช่เพียงการยกระดับศักยภาพรังนกไทยเท่านั้น แต่ยังทำให้อาชีพที่เกี่ยวเนื่องจะมี ผลพลอยได้เติบโตไปด้วยกัน ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้กับคนหลากหลายกลุ่ม แม้ว่า ธุรกิจบ้านนกแอ่นอาจจะก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อชุมชนข้างเคียง แต่นั่นก็เพราะ ประเทศไทยของเราขาดเครื่องมือที่สำคัญ นั่นก็คือเรื่องของกฎหมายในการที่จะควบคุม และกำกับดูแลธุรกิจให้มีมาตรฐานและสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้ ถึงแม้จะได้มีการแก้ไข พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ในปี ๒๕๖๒ ที่ถือว่าเป็นกฎหมายที่ปลดล็อกให้กับ ผู้ประกอบการกิจการเลี้ยงนกแอ่นกินรังในอาคารที่อยู่อาศัย ให้สามารถเก็บหรือครอบครอง รังนกได้ตามกำหนด ถ้าเกิดได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่ดิฉันกลับพบว่า อนุบัญญัติตามมาตรา ๑๔ วรรคสี่นั้น ยังไม่ได้มีการออกมาบังคับใช้ นั่นจึงส่งผลให้ประเทศไทย ไม่สามารถที่จะแข่งขันด้านการส่งออกกับประเทศอื่นได้เต็มศักยภาพ ดังนั้นเพื่อให้ ผู้ประกอบการบ้านนกแอ่น หรือผู้ที่มีความสนใจที่จะหันมาประกอบธุรกิจนี้ สามารถดำเนิน กิจการได้อย่างเต็มที่ เต็มศักยภาพ มีมาตรฐาน และเป็นไปตามบริบทของกฎหมาย สามารถ สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงภาครัฐก็จะสามารถจัดเก็บภาษีจาก ธุรกิจนี้ได้ด้วย ตลอดจนแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากกิจการบ้านนก ดิฉันจึงเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งค่ะท่านประธาน ที่จะต้องมีการวางแผนการใช้พื้นที่ อย่างรอบคอบ กำหนดพื้นที่สำหรับการสร้างบ้านนกแอ่นให้อยู่ในบริเวณที่เหมาะสม กำหนดมาตรฐานในการก่อสร้าง การดูแลรักษาบ้านนก เร่งรัดการจัดทำฐานข้อมูลสำหรับ การประกอบกิจการบ้านนกให้รอบคอบ ด้วยเหตุนี้ การตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษากฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎหมาย ลำดับรองมาตรา ๑๔ แห่ง พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า การแก้ไขกฎหมายอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายผังเมือง กฎหมายควบคุมอาคาร กฎหมายสาธารณสุข กฎหมายภาษี รวมไปถึงอื่น ๆ เพื่อให้มีความสอดคล้องและรองรับการขยายตัวของธุรกิจบ้านนกแอ่น ทั้งหมดนี้ก็จะช่วยให้ธุรกิจนี้สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนคนไทยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ เชิญครับ🔗

นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๗ พรรคประชาชน หลายท่านอาจสงสัยว่าจังหวัดปทุมธานี แล้วพูดอะไรเกี่ยวกับญัตติรังนกนางแอ่นนะครับ ก็จะขอบอกว่าปทุมธานีก็มีรังนกนางแอ่นนะครับ สร้างเป็นบ้าน แล้วเท่าที่ได้พูดคุยกับ ผู้รับสร้างบ้านบอกว่าปทุมธานีจังหวัดเดียวก็มีเกือบ ๑๐๐ แห่งแล้ว เพราะฉะนั้นตัวเลข ที่หลาย ๆ ท่านประเมินมาอาจจะต่ำไปด้วยซ้ำนะครับ ที่บอกว่าทั่วประเทศมี ๑๗,๐๐๐ แห่ง หรือทั่วประเทศมี ๓๐,๐๐๐ แห่ง ผมว่าถ้าประเมินใหม่รอบนี้อาจจะมากกว่านั้นเยอะเลยครับ สาเหตุอีกสาเหตุหนึ่งก็คือว่า ทางสมาคมรังนกนางแอ่นก็ได้เข้ามาที่คณะกรรมาธิการ การพัฒนาเศรษฐกิจ โดยคุณชุติมา คชพันธ์ ได้นำเข้ามา แล้วก็ได้เสนอญัตติวันนี้ด้วย แล้วผมก็นั่งอยู่ในคณะกรรมาธิการนั้น ก็ได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับรังนกนางแอ่นว่าเป็นธุรกิจ ที่น่าสนใจมาก ๆ เนื่องจากตลาดใหญ่ และสาเหตุที่ราคานกนางแอ่นในประเทศไทยตกต่ำลง ก็อย่างที่หลาย ๆ ท่านพูดนะครับ เมื่อก่อนกิโลกรัมละ ๕๐,๐๐๐ บาท เดี๋ยวนี้เหลือกิโลกรัม ละ ๒๐,๐๐๐ บาท เกิดจากอะไร เกิดจากว่าเราผลิตได้เยอะ แต่เราส่งออกได้ยาก สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย แล้วนักธุรกิจที่ผลิตรังนกแอ่นกินรัง ก็ได้บอกว่า เขาได้ต่อสู้มาประมาณ ๕ ปีแล้ว เพื่อให้สามารถทำธุรกิจได้อย่างถูกกฎหมาย ส่งออกได้ แต่ก็ไปติดอยู่ที่กรม หรือว่ากระทรวงก็ไม่ทราบได้ หรือว่าทั้ง ๒ อย่างเลย ท่านลองตรวจสอบดู ผมคิดว่าท่านน่าจะสามารถหาข้อมูลได้ไม่ยาก เรื่องตรงนี้การประเมินธุรกิจรังนกแอ่นกินรัง ต่างชาติเขาประเมินกันว่าปีหนึ่งประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั่วโลกนะครับ แล้วตลาดใหญ่ ที่สุดก็อยู่ที่ฮ่องกงกับประเทศจีน ผู้ส่งออกรายใหญ่มี ๓ ราย แล้วไทยก็อยู่หนึ่งในนั้น อินโดนีเซียเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุด ปีละประมาณ ๒ ล้านกิโลกรัม ส่วนมาเลเซียประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม แล้วไทยก็ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม ทำไมถึงบอกว่าไทยส่งออกได้ แต่ผิดกฎหมาย อันนี้ก็ต้องลองสอบถามกันดูนะครับ เราส่งออกได้จริง ๆ แต่ก็อย่างที่บอกว่า กฎหมายเราไม่ได้เอื้ออำนวย มันทำให้ตลาดเราสามารถที่จะโตได้อีกมากกว่านี้ ถ้ากฎหมายเรา ปลดล็อกได้ อย่างที่ท่านชุติมาได้บอกไป ตลาดใหญ่อยู่ที่จีนเพราะอะไร เพราะคนจีนเชื่อว่า รังนกแอ่นเป็นอาหารอายุวัฒนะจากธรรมชาติที่มีคุณค่าชั้นยอด รังนกนี้จะช่วยบำรุงหยิน ที่ปอด ช่วยให้ปอดชุ่มชื้น เสริมธาตุน้ำที่หลอดเสียงและหลอดลม บรรเทาอาการอักเสบ ของผิวหน้าและผิวหนัง ทำให้ชุ่มคอ สดชื่น และแข็งแรง บำรุงไต ม้าม ลดพลังหยาง ช่วยให้ผิวพรรณดี ชะลอความชรา อายุยืน สิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้เป็นจุดขายของรังนกแอ่น ได้อีกยาวนานเลย รังนกแอ่นตรงนี้จึงมีชื่อว่าทองคำขาวแห่งท้องทะเล ในประเทศไทยอาจจะ ราคาต่ำ ๒๐,๐๐๐ บาทต่อกิโลกรัม ๕๐,๐๐๐ บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับคุณภาพ แต่ไปถึง ประเทศจีนกิโลกรัมละ ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ยังมีความเชื่ออีกอย่างหนึ่งที่เรา เชื่อกันว่า ถ้าเราไปเก็บรังนกบ่อย ๆ หลาย ๆ รอบ นกก็จะต้องสำรอกน้ำลายออกมาสร้างรังบ่อย ๆ จนกลายเป็นเลือดสีแดง ซึ่งอันนี้เป็นความเชื่อที่ผิด เพราะว่านกจะไม่ได้สำรอกเลือด แต่สีแดงที่เราเจอเกิดจากแร่ธาตุในถ้ำ ความชื้น และอาหารที่นกกินเข้าไป ไม่ได้เป็นเลือดนะครับ แล้วคุณภาพของรังนกราคาจะอยู่ที่หลายอย่าง ทั้งสี ทั้งขนาด อย่างสี ก็เช่นสีเหลืองทอง จะมีราคาแพงสุด รองลงมาก็เป็นรังนกสีแดง แล้วก็สีขาว ส่วนสีเหลืองซีดราคาต่ำสุด เนื่องจากความชื้นสูง แล้วก็เวลาไปปรุงรสจะมีกลิ่น ทำให้รสชาติไม่อร่อยเท่ารังนกทั่วไป สิ่งเหล่านี้คือข้อมูลที่เราจะนำไปใช้ในการประกอบการตั้งกรรมาธิการวิสามัญตรงนี้ เพื่อเราจะ ได้นำข้อมูลมาถกกัน แล้วก็ช่วยเหลือกันในการสนับสนุนธุรกิจรังนกแอ่น เพื่อจะได้สามารถ ส่งออกได้ แล้วก็เป็นตลาดที่มูลค่ามหาศาลขนาดนี้ นอกจากนี้ก็ยังมีนวัตกรรมของ ม. เกษตร ที่สามารถเรียกว่า Near Infrared สามารถวิเคราะห์ค่าความชื้น ประมวลภาพ ถ่ายภาพ แล้วก็วิเคราะห์สี สิ่งปนเปื้อน ซึ่งตรงนี้ก็จะทำให้สามารถที่จะประมูลขายตลาดออนไลน์ได้ ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปดูของด้วยตัวเอง อันนี้เป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจ ที่อาจจะให้ กรรมาธิการนี้ไปพิจารณาศึกษากันเพิ่มเติม นำมาใช้เพื่อต่อยอดนวัตกรรมของคนไทย แล้วก็ ทำให้อุตสาหกรรมเติบโตไปได้อย่างรวดเร็วนะครับ🔗

ส่วนปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อย่างเช่น เรื่องกลิ่น เรื่องอะไร หลายท่านได้พูด ไปแล้ว เรื่องกลิ่น เรื่องมูลนก ถ้าเกิดเรามีการวางผังเมืองที่ดี มีการวางเรียกว่าก่อสร้างอาคาร รูปแบบที่ดี ก็จะลดปัญหาเรื่องกลิ่น เรื่องเสียงไปได้ อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าอินโดนีเซียเขาเป็น ประเทศใหญ่ที่ผลิตส่งออกเยอะมาก เพราะว่าเขาได้ทำการทดลองพยายามจะสร้างรังนกนี้ ตั้งแต่ปี ๑๙๕๐ แล้วก็สร้างสำเร็จเมื่อปี ๑๙๙๐ หรือ ๓๔ ปีที่แล้ว แต่ไทยเราเพิ่งมาสร้าง ๑๐ กว่าปีเท่านั้น เพราะฉะนั้นเรายังตามเขาอยู่ แล้วสิ่งนี้ก็คือว่า ในอนาคตหรือว่าปัจจุบันนี้ อาจจะถูกการกีดกันทางการค้าในเรื่องของนกแอ่น จะอยู่ในบัญชีหมายเลข ๒ ของอนุสัญญา CITES อนาคตอาจจะถูกกีดกันเรื่องนี้ ไม่ให้เราเก็บรังนกไปขาย ถ้าเกิดเราสามารถที่จะมีกฎหมาย แล้วก็สร้างเป็นบ้านให้เขา แล้วไม่ได้เกินจากธรรมชาติ ไม่ได้รบกวนเขา เราก็จะขจัดปัญหา ข้อนี้ไปได้ ซึ่งอินโดนีเซียเขาไม่มีปัญหาแน่นอน เพราะเขามีการสร้างบ้านนกแอ่น มานานแล้ว ปัญหาในอนาคตก็น่าจะประมาณนี้ครับ ถ้าเกิดเราออกกฎหมายให้เรียบร้อย เรื่องการเก็บรังนกจากบ้านก็จะสามารถส่งออกได้ ไม่ไปรบกวนธรรมชาติ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านทรงยศ รามสูต เชิญครับ🔗

นายทรงยศ รามสูต น่าน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาระเบียบและหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการดำเนินการกิจการรังนกแอ่น ซึ่งเสนอโดย สส. นก สกุณา สาระนันท์ จากพรรคเพื่อไทย แล้วก็เพื่อนสมาชิกจากอีก ๔ พรรค เมื่อเวลาเปลี่ยนวิวัฒนาการก็เปลี่ยน เทคโนโลยีก็เปลี่ยน นวัตกรรมใหม่ ๆ มา เราก็ต้องมีการแก้ไขให้มันทันต่อเหตุการณ์ เรามีกฎหมาย พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามา เพื่ออนุรักษ์สัตว์ป่านะครับ ตอนไหนมันเริ่มมีราคาเราก็เริ่มมีการออกระเบียบ ไม่ว่าจะเป็น จระเข้ กวาง เราก็อนุญาต จนล่าสุดก็เรื่องของนกอีแอ่น ในปี ๒๕๔๐ มันเริ่มมีราคา ทั้งที่กฎหมาย พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า วรรคหนึ่ง เขาบอกการเก็บรังก็ผิด วรรคสอง การมีไว้ในครอบครองก็ผิดนะครับ พอปี ๒๕๔๐ เขาก็เลยออกกฎหมาย พ.ร.บ. อากรรังนกอีแอ่นมา ในวรรคสาม เขาบอกว่า ความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง ไม่ให้ใช้บังคับ แก่ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตเก็บรังนกตามกฎหมายว่าด้วยอากรรังนกอีแอ่นและผู้ที่อาศัยตาม ใบอนุญาตดังกล่าว ตามกติกาที่อธิบดีเป็นผู้กำหนด แล้วพอมีกฎหมายตัวนี้มาก็มารองรับให้ นกอีแอ่นสามารถขายได้ แล้วก็ไปสู่ตลาดต่าง ๆ ได้ แต่กฎหมายอากรของนกอีแอ่นก็คุ้มครอง เฉพาะในส่วนของนกอีแอ่นถ้ำ ซึ่งก็จะดูแลประมาณ ๙ จังหวัด มีคณะกรรมการต่าง ๆ เข้ามา ดูแลแต่พอเริ่มมีการพัฒนาขึ้น นกอีแอ่นที่อยู่ในถ้ำมันก็เริ่มเข้ามาอยู่ในพื้นที่ ไปอยู่ตามบ้าน บางที่ไปอยู่ใต้หลังคาอุโบสถ ผมไปบางวัดเขาบอก ๒-๓ ปี ก็มีการประมูลขายที ก็ได้หลาย แสนบาท เพราะฉะนั้นก็เลยมีการทำคอนโดนก มีการทำให้นกเข้ามาอยู่มาเลี้ยงนกอีแอ่น มีการใช้เสียงเพลงเข้าล่อที่จะดึงนกเข้ามาอยู่ และเสียงเพลงอีกชุดหนึ่งก็อยู่ในตัวอาคารที่เขา เรียกว่า คอนโดนก แล้วก็กระจายไปอยู่ตามภาคต่าง ๆ ซึ่งผมสอบถามเขาบอกนกที่ไปอยู่ แต่ละภาคก็ใช้เสียงเพลงที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นคนก็จะพยายามที่จะเอามาดูแลนก เพราะฉะนั้นกิจการของนกก็พัฒนาขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่ปัจจุบันมันมีปัญหาเยอะอย่างที่ เพื่อนสมาชิกว่า ในส่วนของรังนกอีแอ่นถ้ำสามารถส่งไปขายประเทศที่ซื้อหลัก ก็คือประเทศจีน จากประมาณแสนกว่า ตอนนี้เขาบอกว่าประมาณ ๖๐,๐๐๐ กว่า ถ้าคุณภาพดีก็แสนขึ้น แต่เนื่องจากรังนกอีแอ่นบ้านมันไม่มีที่มาที่แน่ชัด ไม่มีกฎหมายรองรับ ก็เลยทำให้ถูกกดราคา ปัจจุบันผู้ผลิตรังนกอีแอ่นบ้านมันมีตลาดลานประมูลอยู่ประมาณ ๑๖ ลานทั่วประเทศ เขาจะประมูลกันทุกเดือนนะครับ ต่อลานหนึ่งเขาบอกก็จะได้ประมาณสัก ๗๐๐-๘๐๐ กิโลกรัมต่อเดือน แล้วก็บางเดือนได้ ๑,๐๐๐-๑,๕๐๐ กิโลกรัม เฉลี่ยดูราคาเฉลี่ยอยู่ที่ ประมาณกิโลกรัมละ ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท แต่ถ้ารังนกต่าง ๆ สามารถออกไปสู่ปลายทางไม่หลุด ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท หรืออาจจะ ๖๐,๐๐๐ บาทได้ ขึ้นอยู่กับคุณภาพ เพราะฉะนั้นเงินที่มันหายไป ถ้า ๑๐,๐๐๐ บาท ก็เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าเดือนละ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าปรับขึ้นมาได้อีก ๒๐,๐๐๐ บาท ก็ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรให้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันขึ้นมาอยู่บนดิน ให้มันถูกกฎหมาย เพราะเราก็ต้องยอมรับว่า ในระเบียบข้อบังคับในส่วนของนกอีแอ่นบ้าน มันยังไม่มีกติกา เพราะว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเกิดมลภาวะหลาย ๆ อย่างที่เพื่อนสมาชิก ได้อภิปราย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกลิ่น เรื่องเสียง เรื่องระบบน้ำเสีย เรื่องระยะห่างก็ยังไม่มี กฎหมายควบคุม เรื่อง Zoning และที่สำคัญอย่างยิ่ง คือเรื่องของภาษี คือสิ่งที่รัฐสูญเสีย รายได้ไป เพราะฉะนั้นการที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอญัตตินี้ เราก็มาคิดว่าเราจะทำอย่างไรที่จะมี กฎหมายเอามาอุดรูรอยรั่ว เพราะฉะนั้นผมก็ไปศึกษาเรื่องนี้มา เดิมทีผมกับท่าน สส. สกุณา สส. นก ก็จะเสนอกฎหมายในการแก้ไข พ.ร.บ. อากรรังนกอีแอ่น ปี ๒๕๔๐ เพราะว่า ตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ในวรรคสาม เขาบอกถ้าใช้ข้อบังคับตามกฎหมาย พ.ร.บ. นี้ก็จะได้รับข้อยกเว้น ซึ่งก็ส่งผลเหมือนอย่างรังนกอีแอ่นถ้ำส่งไปขายที่จีนได้ ฉะนั้นผมก็มาดูว่าเราจะแก้ตรงไหนที่จะทำให้นกอีแอ่นบ้านมันถูกกฎหมาย ยกตัวอย่างเช่น ในมาตรา ๕ ในเรื่องของคำนิยามต่าง ๆ ผมว่าเราก็เพียงแต่ไปเติมคำนิยาม คำว่า รังนกอีแอ่นบ้าน หมายถึงอะไร แล้วก็ใส่คำจำกัดความเข้าไป หรือในส่วนของมาตรา ๖ เขาก็มีคณะกรรมการ พิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่น โดยผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็มีส่วนราชการต่าง ๆ เป็นประธานในการออกใบอนุญาต ในการยกเลิกสัมปทาน เราก็ไปเพิ่มบทบาทอำนาจเข้าไปว่า จะทำอะไรได้ หรือในเรื่องของภาษีอากร ในมาตรา ๒๑ เขาก็บอกว่า ให้คณะกรรมการจัดสรร เงินอากรสามารถนำอากรที่เก็บได้เอาไปใช้ได้ เขาบอกว่าถ้าเก็บได้ไม่ถึง ๓ ล้านบาท ก็ให้ท้องถิ่นหมดเลย แต่ถ้าได้ถึง ๓ ล้านบาท หรือเกินกว่านั้น ๓ ล้านบาทแรกให้กับท้องถิ่น ส่วนที่เกิน ๓ ล้านบาท ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ให้ท้องถิ่น ส่วนอีก ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ให้กระจายไปกับ ท้องถิ่นในจังหวัดนั้น ๆ เพราะว่าตัวนกอีแอ่นเลี้ยงอย่างเดียว แต่เวลาเขาหากิน เขาจะไปหา กินในส่วนของพื้นที่รอบ ๆ ไปหากินเอง หากินแมลง เพราะฉะนั้นเขาก็เลยจัดระบบภาษีให้ไป กระจัดกระจายกันอยู่ทั่วไป เพราะฉะนั้นผมก็เลยคิดว่าวิธีที่จะแก้ตรงนี้ ก็จะอุดรูรอยรั่วได้ เพราะฉะนั้นการที่ตั้งกรรมาธิการขึ้นมาตรงนี้ ก็จะได้มีโอกาสศึกษาว่า ถ้าเราจะสามารถแก้ พ.ร.บ. อากรรังนกอีแอ่น ปี ๒๕๔๐ นี้ มีประเด็นไหนบ้าง ซึ่งจะทำให้รังนกอีแอ่นบ้านขึ้นมา ถูกกฎหมาย แล้วก็ไปประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ อาจจะมีข้อสังเกต หรือว่า พ.ร.บ. ที่เพื่อน สมาชิกเป็นห่วง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ พ.ร.บ. เกี่ยวกับอาคาร เกี่ยวกับผังเมือง เกี่ยวกับ งานสาธารณสุข เพื่อจะมาแก้ไขปัญหา และเราก็ทำให้สิ่งที่มันมีปัญหาให้มันมาถูกกฎหมาย ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะแก้ไขปัญหา ซึ่งมันก็จะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการ ให้เขาสามารถ มีรายได้ อย่างที่บอกครับ ตลาดรังนกเท่าที่ผมสอบถามยังไปได้อีกไกล แต่ทำอย่างไรถึงจะทำ ให้รายได้ที่มันหายไปต่อเดือนไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท หรืออาจจะ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ให้ขึ้นมาสู่กฎหมาย เข้ามาสู่เป็นภาษีอากรของแผ่นดิน ให้เข้ามาสู่รายได้ของผู้ประกอบการ ของชาวบ้าน และประการที่สำคัญทำให้ชาวบ้านเขาเลี้ยงได้อย่างถูกวิธี ถูกสุขลักษณะ ผมได้สอบถามดูคนที่เขาเลี้ยง เขาบอกว่าบางครั้ง ๖ เดือน ถ้าโชคดีแป๊บเดียวก็ไปจัดเก็บรังนกได้ บางคนเลี้ยงมา ๒ ปี ก็ยังเก็บไม่ได้ เรายังขาดเรื่องทักษะวิชาการความรู้ เพราะฉะนั้นถ้าเราทำ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ขึ้นมาให้อยู่บนดิน ให้ถูกระเบียบ ถูกกฎหมาย และมีกติกาที่แน่ชัด ผมว่าก็จะ ส่งผลในเรื่องของเงินภาษีที่จะเข้าสู่ประเทศชาติและท้องถิ่น แล้วก็เป็นการเพิ่มทักษะให้กับ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งญัตติที่มีการเสนอจากเพื่อน นอกจากเราจะแก้ไขปัญหา รังนกบ้านแล้ว ก็จะได้มีโอกาสดูสิว่าปัญหารังนกถ้ำที่มันเกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะทำให้ ไม่มีคนมาประมูลมันเกิดขึ้นเพราะอะไร จะได้หาทางแก้ไข เพราะว่ากรรมาธิการชุดนี้ ก็จะได้มาหาทางแก้ไข ทั้งรังนกบ้านและรังนกถ้ำ เพราะฉะนั้นผมจึงขอสนับสนุนญัตติ ที่เพื่อนสมาชิกทั้ง ๕ พรรค โดยเฉพาะของท่าน สส. สกุณา ซึ่งแปลว่า นก ก็ชื่อ สส. นก พอดี นำเสนอครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกิตติภณ ปานพรหมมาศ เชิญครับ🔗

นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ นครปฐม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม กิตติภณ ปานพรหมมาศ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๔ พรรคประชาชนนะครับ วันนี้ขอร่วมอภิปรายในญัตติ ปัญหาการประกอบธุรกิจรังนกแอ่นกินรังในประเทศไทย ที่เพื่อนสมาชิก ท่าน สส. ชุติมา คชพันธ์ จากพรรคประชาชน รวมถึงเพื่อนสมาชิกจาก พรรคการเมืองอื่น ๆ ร่วมกันเสนอญัตตินี้ขึ้นมา ก่อนอื่นหากเรามองภาพรวมธุรกิจ นกนางแอ่นกินรัง ในปัจจุบันนี้ก็เป็นธุรกิจที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย แล้วแหล่งประเทศไทยก็เป็นแหล่งผลิตที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย แต่เรามีกฎหมายการเก็บนกนางแอ่นกินรังตามแหล่งธรรมชาติ เรามีกฎหมายและหลักเกณฑ์ ที่เกี่ยวข้องอยู่ประมาณ ๒ พ.ร.บ. คือ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่เพื่อนสมาชิกได้พูดกันไป แล้วก็ พ.ร.บ. อากรรังนกอีแอ่น พ.ศ. ๒๕๔๐ ในปัจจุบันการเลี้ยง นกนางแอ่นกินรัง หรือเรียกว่านอกสัมปทาน แล้วก็เพื่อเก็บรังนก เป็นวิธีหนึ่งที่ได้รับ ความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถควบคุมสภาพแวดล้อม และลดความเสี่ยงในการ เก็บรังนกในรูปแบบธรรมชาติได้ แล้วการทำธุรกิจนี้นกนางแอ่นเลี้ยงแบบบ้านก็เติบโตขึ้น อย่างต่อเนื่องในหลาย ๆ จังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคกลางนะครับ จากข้อมูลที่เพื่อน สส. ได้อภิปรายไป ก็มีราว ๆ ๔,๐๐๐ หลัง เป็นข้อมูลสถิติเป็นอย่างน้อย แต่เรายังไม่มี กฎหมายที่ควบคุมการประกอบกิจการการเก็บรังนกแอ่นกินรังจากตึกคูหาที่ชัดเจน เราเพียง ใช้ พ.ร.บ. ประกอบ ก็คือ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ร.บ. ผังเมือง แล้วก็ พ.ร.บ. การสาธารณสุข ที่ดูแลในเรื่องนี้อยู่ อย่างที่กล่าวครับท่านประธาน เรื่องนี้เป็นการเลี้ยงนกนางแอ่นกินรัง มันก็เกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายด้าน ทางด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การคุ้มครองสัตว์ป่า แล้วก็การจัดการธุรกิจที่จะไม่กระทบต่อชุมชน อีกทั้งยังเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีมูลค่าสูง ด้วยเช่นกัน ปัจจุบันธุรกิจรังนกนางแอ่นกินรังก็จำเป็นที่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมอย่าง เข้มงวด เพื่อให้สอดคล้องกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและถูกต้องตามกฎหมายเพราะว่าก็ยังมี การทำที่ปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่ก็ไม่ถูกกฎหมาย เป็นต้น ผลกระทบด้านบวกของการเลี้ยง นกแอ่นก็มีหลายปัจจัยครับ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มรายได้ การกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ ธุรกิจการเลี้ยงนกแอ่นบ้านสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ในชุมชนท้องถิ่นได้ แล้วการส่งออกผลิตภัณฑ์รังนกก็ยังสามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ประเทศจีนที่มีความต้องการสูงอย่างมาก การเลี้ยงนกแอ่นกินรังในบ้านจึงเป็นทางเลือกที่มี ความนิยม แล้วก็สามารถสร้างรายได้ แล้วการผลิตรังนกก็ได้จำนวนมาก อีกทั้งยังสร้าง ศักยภาพและเสริมรายได้ให้กับชุมชนได้เป็นอย่างดี แต่หากเราประเมินอีกด้านหนึ่ง เป็นผลกระทบด้านลบของธุรกิจการเลี้ยงนกแอ่นกินรังแบบบ้านนี้คือเรามีหลายปัจจัยที่ยิ่ง ต้องศึกษา แล้วก็ศึกษากฎหมายให้รัดกุมเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งผลกระทบทางด้าน เศรษฐกิจรวมถึงชุมชนให้มากเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบทางด้านปัญหามลพิษเสียง และกลิ่น การเลี้ยงนกแอ่นในชุมชนบางครั้งก็มีข่าวหลาย ๆ ครั้ง ก็คือทางด้านมลพิษทาง เสียงด้วยนะครับ จากการเปิดเสียงเรียกนกแอ่นผ่านลำโพงตลอดทั้งวัน ซึ่งอาจเป็น การรบกวนการใช้ชีวิตของคนในชุมชน นอกเหนือจากนี้ มูลนกที่สะสมอาจก่อให้เกิดกลิ่น ที่ไม่พึงประสงค์ หากไม่มีการทำความสะอาดที่เหมาะสม แล้วต่อมาเราก็มีความเสี่ยงทางด้าน สุขภาพด้วยนะครับ มูลนกก็อาจจะเป็นพาหะที่หากเราจัดการไม่ดีก็จะเป็นต้นเหตุของระบบ ทางเดินหายใจได้ อีกทั้งการเลี้ยงนกในชุมชนที่ไม่ได้มีการควบคุมเหมาะสมอาจจะเสี่ยง ปัจจัยอื่น ๆ ด้วยเช่นกันในพื้นที่ จึงจำเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน ที่เราต้องจัดการเรื่อง ผลกระทบของการเลี้ยงนกแอ่นกินรังแบบบ้าน เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เราจำเป็นอย่างยิ่ง ที่เราจะต้องศึกษาเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง แล้วก็เพื่อไม่ให้กระทบกับพื้นที่ชุมชนด้วย ข้อแรกเลย ผมมองว่าเราต้องมีการออกกฎหมายหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนและถูกต้อง อีกทั้งก็คือ ให้หน่วยงานท้องถิ่นมีการออกข้อบังคับเกี่ยวกับการสร้างตึกเลี้ยงนกนางแอ่น เพื่อป้องกัน การรบกวนชุมชน แล้วก็ดูแลทางด้านสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน ข้อที่ ๒ ก็คือการให้ชุมชน มีส่วนร่วมครับ ชุมชนควรมีส่วนร่วมในการวางแผนการตัดสินใจว่าธุรกิจนี้จะเป็นประโยชน์ ต่อคนในพื้นที่หรือไม่ และเพื่อให้คนในพื้นที่ไม่ได้รับผลกระทบทางด้านชีวิต แล้วก็สุขภาพ ผมขอใช้เวลาไม่นานในการอภิปรายในครั้งนี้ ก็คือผมมองว่าการเลี้ยงนกแอ่นจึงควรมี การจัดการที่รอบคอบเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น ทางด้านเศรษฐกิจด้วย ที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณ รอบข้างเช่นกัน ทั้งนี้ ทั้งนั้น ก็เห็นด้วยว่าเราควรจะมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา ผลกระทบทั้งดีและลบของการทำธุรกิจเลี้ยงนกแอ่นซึ่งเป็นธุรกิจที่สร้างเม็ดเงินให้กับประเทศ เป็นจำนวนมาก แต่ต้องไม่กระทบกับพ่อแม่พี่น้อง หรือประชาชน หรือชุมชนโดยรอบที่ จะต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการทำธุรกิจนกแอ่นกินรังแบบบ้านด้วยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิทยา แก้วภราดัย เชิญครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย ขออนุญาตที่จะสนับสนุนญัตติของเพื่อนสมาชิกฉบับนี้ เพราะผม เป็นคนที่รู้จักกับเรื่องรังนกนางแอ่น หรือนกอีแอ่นมานานพอสมควร ท่านประธาน ที่เคารพครับ แต่เดิมรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีต รู้จักนกอีแอ่นเฉพาะนกอีแอ่นที่อยู่ตามเกาะ เพราะฉะนั้นประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ ก่อนปี ๒๕๔๐ รัฐบาลก็ให้สัมปทานกับ เอกชน ซึ่งมีเจ้าเดียวครับ สัมปทานรังนกอีแอ่นหมดทั้งภาคใต้ เป็นเจ้าของรังนกอีแอ่นหมด แล้วก็รัฐเก็บค่าภาคหลวง เมื่อเกิดเหตุกรณีขึ้นที่เกาะสี่ เกาะห้า ที่เพื่อนสมาชิกจากจังหวัด พัทลุงกล่าวถึงครับ ปี ๒๕๓๖ ปี ๒๕๓๗ มีการฆ่ากันตายบนเกาะสี่ เกาะห้า ที่จังหวัดพัทลุง ทั้งหมดยิงตายไป ๗ คน ทั้ง ๗ คนนี้เป็นประชาชนจากจังหวัดชุมพรเข้าใจว่าลักลอบขึ้นไป ก่อนที่เขาสัมปทานรังนก และถูกเจ้าของยิงตาย ยุคนั้นสภานี้ส่งกรรมาธิการการปกครอง ไปติดตามเรื่องราวทั้งหมด แล้วก็เป็นที่มาของการคิดที่จะออกพระราชบัญญัตินกอีแอ่น เพื่อในการที่จะจัดสรรให้กับท้องถิ่นแต่ละแห่งในขอบข่ายทั่วประเทศเข้าไปดำเนินการ แทนที่จะให้กระทรวงการคลังเป็นคนเปิดสัมปทานประมูลทีเดียวทั้งหมด สุดท้ายก็ออกมา เป็นพระราชบัญญัติบัญญัติรังนกอีแอ่นฉบับที่เรากำลังพูดถึง ออกเมื่อปี ๒๕๔๐ ปีนั้นยังไม่มี องค์การบริหารส่วนจังหวัดครับ มีแต่สภาจังหวัด และคนที่เป็นนายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดวันนั้นก็คือผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะฉะนั้นเรื่องปัญหา เรื่อง พ.ร.บ. รังนกอีแอ่น เลยมีปัญหาให้สมาชิกมาอภิปรายกันอยู่ ๒ แนวทางทั้งหมดครับ ๑. นกอีแอ่นที่เป็น สัมปทานของรัฐอยู่ตามเกาะ ๒. นกอีแอ่นซึ่งมาทำรังอยู่ในบ้านเรือนของชาวบ้าน นกอีแอ่น ฟังสั้น ๆ นะครับ เป็นนกที่มหัศจรรย์ครับ เป็นนกประเภทเดียวที่ทำรังเพื่อวางไข่ ออกลูก โดยการใช้น้ำลายทำเป็นรัง น้ำลายรังถูกทำไปขายที่มีราคาสูงมาก ๆ🔗

ประเด็นที่ ๒ นกอีแอ่นเป็นนกนักล่าครับ เป็นนกที่บินออกจากที่เกาะ ทำรังแล้วก็จะบินไปตลอดครับ จะบินไกลแค่ไหนก็ตาม นกอีแอ่นจะไม่ลงเดินที่ดิน นกอีแอ่น ไม่เคยเป็นไข้หวัดนก นกอีแอ่นออกจากรัง ออกจากถ้ำแล้วบินไปหากิน แล้วก็โฉบกิน ในอากาศ แล้วก็กลับมาที่รังครับ ไม่มีแวะพักที่ไหน ไม่มีนอนเกาะคอนที่ไหน ไม่มีนก นางแอ่นที่ไปเดินอยู่ตามถนนหรือริมถนนที่ไหน นกอีแอ่นไม่เคยเป็นโรคไข้หวัดนกครับ เพราะไม่เคยเป็นนกพาหะนำโรค แต่วันนี้ปัญหานกอีแอ่นทั้ง ๒ อย่าง คือนกอีแอ่นเกาะ ที่เป็นสัมปทานจากท้องถิ่น จำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ของบ้านเมือง จากเรามีท้องถิ่น ซึ่งไม่มีองค์การบริหารส่วนจังหวัด วันนี้เรามีองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด ควรจะดำเนินการอย่างไร ก็ให้เพื่อนสมาชิกได้ไปศึกษากัน ส่วนที่ ๒ นกอีแอ่นบ้าน ผมเกิดขึ้นมาตั้งแต่เด็ก ๆ ผมเห็นตึกบ้านผมเขามีรังนกอีแอ่นแล้วครับ เมื่อ ๖๐ ปีที่แล้ว เป็นตึกที่สร้างอยู่ในเมืองริมทะเล ตึก ๓ ชั้นครับ ชั้นที่ ๓ นกอีแอ่นเข้าไปอยู่เต็มหมดครับ ชั้น ๑ ชั้น ๒ เขาอยู่แล้วก็ทำมาค้าขาย แล้วหลังจากนั้นที่อำเภอปากพนังบ้านผม ก็เริ่มมีคน สร้างตึก และทุกครั้งที่สร้างตึกก็มีนกอีแอ่นมาเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น จนเมื่อ ๓ ปีที่แล้ว ก่อนที่จะ หยุดสร้างตึก มีตึกรังนกอีแอ่นที่เป็นคอนโดรังนกอีแอ่นทั้งหมดในอำเภอเดียวประมาณ ๑๔๐ แห่งที่ขออนุญาตแล้วก็ทำการก่อสร้างถูกต้องตามแบบทั้งหมด แต่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางนิเวศวิทยา ปี ๒๕๖๑ เกิดพายุปลาบึกขึ้นที่ภาคใต้ หลังจากพายุ ปลาบึก นกอีแอ่นที่เคยอยู่ตามบ้านในแถวจังหวัดนครศรีธรรมราช แถวอำเภอปากพนัง เริ่มอพยพหายไป แล้วก็ตระเวนออกไปทั่วทั้งภาคใต้ ลามไปถึงภาคอื่น ๆ อิทธิพลของพายุ ปลาบึกทำให้ระบบนิเวศวิทยาเปลี่ยนแปลง แล้วที่เปลี่ยนซ้ำเข้ามาอีกก็คือ การออก พระราชบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองสัตว์ป่า ปี ๒๕๖๒ ทำให้กิจการรังนกอีแอ่นที่เก็บตาม บ้านเรือนกลายเป็นของผิดกฎหมาย เพราะพระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์ป่านี่ละไปครอบ นกอีแอ่นไว้ด้วย เพราะฉะนั้นวันนี้ชาวบ้านที่มีนกอีแอ่นอยู่ในบ้าน ใครเก็บออกมาได้ไม่มีสิทธิ ส่งออกครับ เพราะกระบวนการในการส่งออกติดอยู่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เขาดูแลสัตว์ป่าเหล่านี้อยู่ มีมติของ คณะรัฐมนตรีให้ดำเนินการในการแก้ปัญหา ๓ เรื่องครับ ๑. แก้ปัญหาเรื่องสัตว์สงวนจะทำ อย่างไร เพื่อให้รังนกบ้านออกไปได้ ๒. ทำอย่างไรให้การก่อสร้างคอนโดหรือตึกนกอยู่ใน ความปลอดภัย ๓. อยู่ในเรื่องมาตรฐานคุณภาพของอาหาร เพราะฉะนั้น ๓ กรม ที่ต้อง รับผิดชอบวันนี้ ๑. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ๒. กรมโยธาธิการและผังเมือง และ ๓. กรมอนามัย ซึ่งผมเรียนว่าทุกอย่างวันนี้เตรียมการไว้หมด รอการกระตุ้นจากสภานี้ อีกสักครั้งในการที่จะทำให้ทุกอย่างลุล่วงไป เพราะสภานี้เป็นคนออกพระราชบัญญัติรังนก อีแอ่น เพื่อแก้ปัญหาในการฆ่ากันตายบนเกาะ และเป็นที่มาของการสร้างรายได้ให้กับรัฐ โดยการให้ท้องถิ่นเป็นคนจัดเก็บ วันนี้มันเปลี่ยนแปลงไปแล้วครับ ผ่านมา ๒๐ กว่าปี หลังจากเราออกพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมเข้าใจว่าท่านประธานน่าเข้าสภามาทัน วันที่เรา อภิปรายกันเรื่องรังนกอีแอ่นแล้วก็ออกพระราชบัญญัติฉบับนี้ วันนี้มันผ่านไป ๒๐ กว่าปีแล้วครับ ผมคิดว่าปัญหากฎหมายฉบับนี้ต้องมีการเปลี่ยนแปลง คุ้มครองสิทธิของรังนกที่เกาะ และคุ้มครองสิทธิของประชาชนที่ปลูกบ้านแล้วนกมาอาศัยอยู่ ขอขอบพระคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฉัตร สุภัทรวณิชย์ เชิญครับ🔗

นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ฉัตร สุภัทรวณิชย์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ หน้าย่าโม พรรคประชาชน วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธานอภิปราย เรื่อง ญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษา กฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ เพื่อรองรับการดำเนินกิจการรังนกแอ่น ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในปัจจุบันนี้ ถ้านึกถึงการทำธุรกิจเกี่ยวกับรังนกนางแอ่น เรามักจะนึกถึงภาพ ตามชายทะเลต่าง ๆ ตามเกาะแก่ง เกาะร้างที่มีถ้ำ มีสถานที่ที่เหมาะสมที่จะสามารถ เป็นธรรมชาติเหมาะกับนกแอ่นที่จะทำรัง แล้วก็สามารถให้เราไปเก็บรังนั้นมาทำมาค้าขาย มาประกอบธุรกิจได้ แต่ว่าปัจจุบันนี้ได้มีการอพยพแล้วก็มีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะทาง ผู้ประกอบการเองก็ได้มีการใช้บ้านร้าง อาคาร ซึ่งเข้ามาอยู่ในตัวเมือง เขตเมือง เขตชานเมือง เพื่อที่จะให้นกแอ่นได้เข้ามาทำรัง แล้วผู้ประกอบการสามารถเก็บรังเหล่านั้นมาทำมาหากินได้ โคราชและจังหวัดในภาคอีสาน ก็เป็นอีกหลายที่ที่ไม่น่าเชื่อว่านกแอ่นก็ได้ขยับขยายเข้ามา ทำรังที่โคราชในบริเวณตัวเมืองแล้วก็ชานเมือง ปรากฏว่าตึกร้าง อาคารที่อยู่ใกล้กับแหล่งน้ำ ตรงนั้นก็สามารถดึงดูดให้นกแอ่นมาทำรัง ทีนี้ผมอยากจะนำมาสู่การอภิปรายสนับสนุน เพื่อที่จะปลดล็อกกฎหมาย แล้วก็ปลดล็อกศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อยที่ทำเกี่ยวกับ เรื่องนกแอ่นกินรัง ผมมี ๔ มิติด้วยกันที่จะนำเสนอท่านประธานและสภาแห่งนี้นะครับ🔗

ในมิติแรก อยากจะพูดในส่วนของภาครัฐ แน่นอนครับ ในส่วนของภาครัฐ เรามีกฎหมายหลัก ๆ ๒ ฉบับที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี ๒๕๓๕ นกแอ่นเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ลำดับที่ ๘๖๒ แล้วก็มีประกาศของกฎกระทรวงในปี ๒๕๔๖ พูดถึงเรื่องนี้เอาไว้ แล้วก็ พ.ร.บ. ฉบับที่ ๒ ที่เกี่ยวข้องก็คือ พ.ร.บ. อากรรังนกอีแอ่น ปี ๒๕๔๐ ตรงนี้เราเลี่ยงไม่ได้ว่ามันเป็นความยุติธรรมตรงไปตรงมากับผู้ประกอบการที่เขา จะต้องประมูลสัมปทาน แล้วก็ต้องจ่ายเงินหลักสิบล้านบาท ร้อยล้านบาท เพื่อที่จะได้ สัมปทานในการที่จะเก็บรังนกแอ่น ในขณะที่ปัจจุบันหากเกิดการขยับขยายเปลี่ยนแปลงรูปแบบ ทำให้นกสามารถเข้ามาทำรัง ในอาคาร บ้านเรือน ตึก คอนโด อาคารร้างในพื้นที่เมืองมากขึ้น คำถามคือ พื้นที่เหล่านั้น ได้มีการเสียอากรให้ภาครัฐได้เก็บอากรอย่างไร หรือจริง ๆ แล้วก็ได้แค่ภาษีโรงเรือน เพราะฉะนั้นส่วนนี้ผมว่าเป็นหัวข้อหลักใหญ่ใจความที่จะให้กรรมาธิการวิสามัญได้ศึกษา อาจจะรวมไปถึงว่าอากรที่เก็บขึ้นมาแล้วนั้น จะมีประโยชน์อย่างไรต่อองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่จะมีส่วนในการเก็บอากรตรงนี้ด้วย🔗

ในส่วนที่ ๒ อยากจะพูดถึงภาคเอกชนครับ ภาคเอกชนนี้อยากจะคิดว่า การทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมา แล้วก็ต้องยอมรับว่าปัจจุบันกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่จะควบคุม อาคาร ที่จะดูเกี่ยวกับเรื่องสาธารณสุขต่าง ๆ มันมีเส้นบาง ๆ จะผิดก็จับได้ไม่เต็มที่ หรือจะปล่อยให้ทำ ตรงนั้นก็กระทบกระเทือนกับชุมชนอื่น ๆ อีก เพราะฉะนั้นหากสามารถ ประกอบกิจการได้อย่างตรงไปตรงมา มีการจ่ายอากรให้กับภาครัฐจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด แล้วก็หากสามารถเปิดการทำกิจการแบบนี้ อาจจะเป็นธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เปิดให้กับ ผู้ประกอบการรายย่อยอื่น ๆ ได้สามารถที่จะเข้ามาทำแล้วก็ก่อเกิดรายได้ รายได้นั้นสะท้อน กลับมาให้กับภาครัฐ แล้วก็สร้างรายได้ให้กับเอกชน และสิ่งที่ควรจะพิจารณาเพิ่มเติมเข้าไป ก็คือว่าเมื่อมีการผลิต มีการสามารถเก็บรังนกแอ่นได้เพิ่มมากขึ้น เราได้ศึกษาหลัก Demand และ Supply ของตลาดหรือไม่ เรารับรู้กันว่าสิ่งนี้ถ้าเก็บเกี่ยวเข้ามาได้เยอะ ก็สามารถสร้าง รายได้มหาศาลให้กับผู้ประกอบการ แต่ถ้ามีการผลิตกันออกมากเป็นลักษณะว่าทำตาม ๆ กัน มากจนเกินไป ไม่มีมาตรฐาน ไม่มีการควบคุม เราได้คำนึงถึงหลัก Demand และ Supply ของตลาดในอนาคตหรือไม่🔗

ส่วนที่ ๓ ผมขอพูดถึงชุมชน เราเลี่ยงไม่ได้ว่า หากวันหนึ่งอาคารร้าง ตึกใกล้บ้าน ซึ่งอยู่ในชุมชนหรืออยู่ชานเมือง จู่ ๆ มีนกแอ่นมาทำรังจำนวนมาก สิ่งที่ตามมา คือการเปลี่ยนแปลง คนที่อยู่อาศัยมาก่อนก็ต้องติดต่อเทศบาล ติดต่อองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นให้มาช่วยดูแลจัดการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสียง ที่ว่านกมาอยู่จำนวนมากย่อม ก่อให้เกิดเสียง แล้วก็เรื่องมูลสัตว์ เรื่องความกังวลว่าสิ่งเหล่านั้นจะสร้างโรคภัยไข้เจ็บมาสู่ ชุมชนมากน้อยเพียงใด เพราะว่าปัจจุบันในเขตเมืองเอาเพียงแค่ตรงไหนที่เป็นบ้านร้าง และมีนกพิราบจำนวนมากมาอยู่ ประชาชนก็ต้องร้องเรียนให้ทางเทศบาล ให้ทางองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นได้มาดูแล เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. การสาธารณสุข ปี ๒๕๓๕ พ.ร.บ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ปี ๒๕๓๕ แล้วก็ยังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่สามารถเข้ามาดูแลจัดการได้อย่างเป็นระบบ แล้วก็ ครอบคลุมเนื้อหาหลักใหญ่ใจความได้🔗

ในส่วนต่อมา นอกจากรัฐ เอกชน ชุมชนแล้ว ผมก็อยากจะพูดถึงเรื่องนก หากมีการได้ประชุม มีกรรมาธิการวิสามัญได้ดูแลแล้ว เราควรจะมีสาระจากนักสัตวบาล หรือว่าคนที่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องทางสัตว์มาให้ข้อมูลหรือไม่ ในการที่นกมีการโยกย้ายถิ่นฐาน มาตั้งใหม่ พฤติกรรมหรือระบบนิเวศที่สมควร เหมาะสม ตรงนี้น่าจะได้มีการประชุม แล้วก็ รวบรวมรายละเอียดที่เป็นประโยชน์ ทั้งหมดนี้ผมอยากจะสรุป ๔ ประเด็นหลักในการ อภิปรายครั้งนี้ ก็คือว่าส่วนแรก ก็คือการปรับตัวของสภาวการณ์ที่เปลี่ยนไป ภาครัฐเองก็ต้อง มีการปรับกฎหมายเป็นการส่งเสริมสนับสนุนอย่างเหมาะสม รวมไปถึงการควบคุมดูแล ให้เกิดความเรียบร้อย สร้างรายได้ สร้างอากร แล้วแน่นอน สร้างรายได้ให้กับภาคเอกชนด้วย ส่วนที่ ๒ การประกอบการอย่างตรงไปตรงมา ของผู้ที่จะประกอบการดำเนินการเก็บรังนกแอ่น ให้ถูกกฎหมาย แล้วก็ส่วนที่ ๓ มีการคุ้มครองชุมชนหมู่บ้าน และส่วนที่ ๔ คำนึงถึงนก โดยระบบนิเวศต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรัฐ คลังแสง เชิญครับ🔗

นายรัฐ คลังแสง มหาสารคาม

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม รัฐ คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม เขต ๖ อำเภอกันทรวิชัย อำเภอ เชียงยืน และอำเภอชื่นชม จากพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตอภิปราย สนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการดำเนินกิจการรังนกแอ่น ของท่าน สส. สกุณา สาระนันท์ และเพื่อนสมาชิกอีก ๔ ท่าน ท่านประธานครับ เป็นที่ทราบกันดีครับ เรื่องของธุรกิจรังนก แอ่นนั้น จำแนกหลัก ๆ ได้เป็น ๒ ประเภท นั่นก็คือรังนกถ้ำและรังนกบ้าน แล้วก็ต้องยอมรับ ครับว่า ก็มีเสียงของภาคประชาสังคมนั้นมีทั้งเห็นด้วย แล้วก็ไม่เห็นด้วย แต่โดยส่วนตัวของ กระผมนั้น มีความเห็นด้วย ด้วยเหตุผลหลัก ๆ อยู่ ๔-๕ ประเด็น🔗

ประเด็นที่ ๑ ธุรกิจนี้จริง ๆ แล้วเป็นธุรกิจที่ช่วยเพิ่มประชากรนกอีแอ่น หรือว่าเป็นการขยายพันธุ์ ซึ่งนกถือว่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ผู้ที่ประกอบธุรกิจบ้านนกนั้น จะทราบกันดีครับว่า ปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึงในการสร้างบ้านนกนั้น ก็คือการดูแล ความปลอดภัยจากศัตรูนก ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยทำให้นกสามารถขยายพันธุ์ได้ดีกว่า อยู่กันเองตามธรรมชาติ🔗

ประเด็นที่ ๒ ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจเกษตรทางเลือกให้กับพี่น้องเกษตรกร โดยคนส่วนใหญ่จะเข้าใจผิดว่าบ้านนกสามารถทำได้เฉพาะทางภาคใต้ แต่ในวันนี้ครับ ธุรกิจ บ้านนกสามารถแพร่ขยาย สามารถทำได้ทั่วทุกภาค ทั่วประเทศ โดยข้อมูลอย่างไม่เป็น ทางการ ปัจจุบันนี้ทราบว่าผู้ประกอบการบ้านนกทั่วประเทศมีไม่ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ หลัง🔗

ประเด็นที่ ๓ ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง แม้ว่าจะมีการลงทุนที่สูง ก็ตาม หากมีความรู้ความเข้าใจ พี่น้องเกษตรกรจะสามารถสร้างรายได้จากธุรกิจนี้เป็นกอบ เป็นกำครับ โดยราคาขายตามลานประมูลในช่วง ๔-๕ ปีที่ผ่านมาจะอยู่ที่เฉลี่ยประมาณ กิโลกรัมละ ๒๐,๐๐๐ บาท แม้ว่าปัจจุบันจะมีผลกระทบจากรังนกเพื่อนบ้านเข้ามาตีตลาด ทำให้ราคาตกไปบ้าง อยู่ที่ประมาณ ๑๕,๐๐๐-๑๖,๐๐๐ บาทต่อกิโลกรัม และหากมี กฎหมายรองรับ แล้วก็มีการสร้างมาตรฐานในการควบคุมคุณภาพของสินค้า สามารถส่งออก ไปขายที่จีนได้โดยตรง ราคาจะขยับไปอีกประมาณ ๒-๓ เท่า ซึ่งจะเป็นผลประโยชน์ของ พี่น้องเกษตรกร🔗

ประเด็นที่ ๔ ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ หรือว่าสร้าง GDP ให้กับประเทศไทย ปัจจุบันแม้ยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการ แต่ก็ทราบกันดีจาก สมาคมผู้ประกอบการรังนก มีการคาดการณ์ว่าธุรกิจนี้มีมูลค่ากว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ยิ่งถ้าหากมีกฎหมายรองรับ มีการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ รัฐสามารถจัดเก็บภาษีธุรกิจ รังนก ก็จะเป็นการเพิ่มรายได้ให้ภาครัฐ แล้วก็นำเงินในส่วนนี้ไปพัฒนาประเทศในส่วนอื่น ต่อไป แต่ในทางกลับกันครับท่านประธาน ในช่วงตลอด ๔๐-๕๐ ปี ที่ผ่านมาที่ธุรกิจบ้านนก เป็นที่แพร่หลายไปทั่วประเทศ มีการสร้างบ้านนกในชุมชน ทั้งที่เป็นอาคารเก่า แล้วก็ เป็นอาคารใหม่ที่สร้างขึ้นมา แต่เนื่องจากไม่มีกฎหมายควบคุม ทำให้เกิดผลกระทบกับคน ในชุมชนแล้วก็สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นมลภาวะทางกลิ่นจากมูลนกหรือว่าขี้นก มลภาวะ ทางเสียงจากการเปิดเสียงเรียกนก แล้วก็มีสิ่งเดือดร้อนรำคาญจากไรนก ซึ่งอาจจะก่อให้เกิด อันตรายต่อสุขภาพของประชาชนในละแวกใกล้เคียง ก่อให้เกิดความขัดแย้งแล้วก็เกิด ข้อร้องเรียนระหว่างธุรกิจ ผู้ประกอบการ แล้วก็ประชาชนที่อยู่โดยรอบ ส่วนตัวผมมองว่า ปัญหานี้มีเครื่องมือเพียงอย่างเดียวที่จะสามารถจัดการให้ธุรกิจนี้อยู่คู่กับชุมชนได้ นั่นก็คือ การออกกฎหมายและระเบียบกฎเกณฑ์ในการควบคุมธุรกิจให้มันชัดเจน ณ วันนี้ครับ ท่านประธาน ทราบว่ากระบวนการออกกฎหมายและระเบียบมีความคืบหน้าไปกว่า ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว มีการผลักดันให้เกิดกฎหมายแม่ ก็คือ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครอง สัตว์ป่า พุทธศักราช ๒๕๖๒ ซึ่งเป็นที่น่าชื่นชมครับ เกิดจากการผลักดันของผู้ประกอบการ สมาคมรังนกแอ่น แล้วก็ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่วันนี้ยังติดอยู่ที่การจัดทำระเบียบและ กฎเกณฑ์ครับท่านประธาน มีหน่วยงาน ๓ หน่วยงานหลักที่ร่วมกันรับผิดชอบในการออก ระเบียบ นั่นก็คือ ๑. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งเป็นผู้ต้องออกระเบียบ ในการออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการธุรกิจรังนก ๒. ก็คือกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งจะต้องเข้ามาออกกฎในการควบคุมลักษณะอาคารบ้านนก แล้วก็จัด Zoning ๓. ก็คือ กรมอนามัย เพราะต้องมีการควบคุมธุรกิจที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ในช่วงหลังจาก ประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ครับ ๔-๕ ปีที่ผ่านมา การออกระเบียบตัวนี้ ยังไม่สามารถบรรลุได้ เข้าใจว่าต่างกรมก็ต่างรอคอยให้อีกกรมหนึ่งเป็นผู้เริ่มต้นก่อน แต่โดยความเห็นส่วนตัวครับท่านประธาน เรื่องนี้ผมมองว่าก้าวแรกก้าวสำคัญต้องเริ่มที่ กรมอุทยาน เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยวันนี้ทราบว่าเรื่องรายละเอียดของร่างระเบียบนั้น มีการนำเสนอให้ คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพิจารณาแล้วนะครับ แต่ว่ายังไม่ได้รับการพิจารณา ตามกระบวนการทางกฎหมาย ระเบียบนี้มีกำหนดที่จะต้องเสร็จสมบูรณ์ภายในวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ก็คืออีกไม่ถึง ๑ เดือนครับท่านประธาน จึงขอเรียกร้องให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการชุดนี้ ช่วยกำกับ ติดตาม แล้วก็เร่งรัดกรรมการช่วยเร่งพิจารณาให้ทันตามกรอบระยะเวลา แล้วก็ ขอสนับสนุนญัตตินี้ ให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและติดตามกระบวนการ ออกกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ เพื่อรองรับธุรกิจรังนก ทั้งนี้ ก็เพื่อให้เกิดประโยชน์ กับผู้ประกอบการเอง ในส่วนของการดำเนินการธุรกิจเพื่อให้เป็นไปอย่างถูกต้องตาม กฎหมาย และเมื่อถูกกฎหมายแล้ว ผู้ประกอบการเองจะสามารถหาแหล่งทุนจากสถาบัน การเงินในรูปของสินเชื่อ ซึ่งธุรกิจจะเป็นการรองรับจากภาครัฐ แล้วก็สามารถเพิ่มมูลค่า สินค้า สามารถส่งออกไปขายยังต่างประเทศได้โดยตรง และในส่วนของภาครัฐก็จะได้รับ ประโยชน์จากมูลค่าเศรษฐกิจที่มีค่ามากขึ้น แล้วก็สามารถจัดเก็บภาษีเป็นรายได้เข้าสู่ภาครัฐ🔗

ที่สำคัญที่สุด ประการสุดท้ายครับท่านประธาน ก็คือเมื่อมีกฎหมายออก มาแล้ว มีระเบียบออกมาแล้ว จะสามารถจัดระเบียบเพื่อให้ธุรกิจรังนกสามารถอยู่คู่กับชุมชน แล้วก็สิ่งแวดล้อมของพี่น้องประชาชนต่อไปครับ กราบสวัสดีครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิรัช พิมพะนิตย์ เชิญครับ🔗

นายวิรัช พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิรัช พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอร่วมอภิปรายญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษากฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการดำเนินการกิจการรังนก ของนางสาว สกุณา สาระนันท์ แล้วก็เพื่อนสมาชิกอีก ๓ ร่างครับ เรื่อง รังนกนอกสัมปทาน แต่ก่อนด้วย ความเข้าใจของกระผม ผมเป็นเด็ก ๆ ผมเห็นรังนกมีเฉพาะภาคใต้ แต่วันนี้รังนกมาเกิดที่ ภาคอีสาน ผมว่าไม่มีธุรกิจใดที่ดีเหมือนการทำรังนกหรอกครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นกบินไปหากินเอง ทุกอย่างไม่ต้องหาข้าวหาน้ำให้กิน ทำแต่บ้านให้อยู่ เสร็จแล้วก็บินมาเข้า บ้าน อย่างมากก็เปิดเพลงให้ฟังหน่อยเรียกนก ไม่รู้เขาเปิดเสียงตัวผู้หรือเสียงตัวเมีย แต่ว่าก็เรียกให้นกเข้ามาอยู่ มันเป็นธุรกิจที่เข้าท่าดี จังหวัดกาฬสินธุ์ของผมตอนนี้ทำธุรกิจ บ้านคอนโดรังนกเป็นแถวเลย แต่ปัญหาหนึ่งที่เขามาปรึกษาผม ผมเองก็วันนี้มานั่งฟัง ตอนแรกก็ไม่ได้ไปลงชื่อว่าจะพูด แต่ได้ฟังไปฟังมาก็ซึมซับครับ รู้ว่าปัญหาเกิดอย่างไร รังนกเมื่อสัก ๕ ปีที่แล้วถัวเฉลี่ยกิโลกรัมละ ๓๕,๐๐๐ บาท แต่ปัจจุบันนี้ถัวเฉลี่ยอย่างมากได้ ๑๕,๐๐๐ บาท เพราะอะไรครับ เพราะว่าตอนนี้รังนกนอกสัมปทานไม่สามารถจะมีตลาด รองรับ คนที่จะมาซื้อรังนกนอกสัมปทานคือคนมาจากเวียดนามกับจีน แล้วคำพูดเจ็บปวดครับ เขาบอกเขามีปัญญาส่งออก แต่ของเราคนไทยแท้ ๆ คนเลี้ยงไม่มีปัญญาส่งออกครับ เพราะว่าผิดกฎหมาย ผมก็งงจริง ๆ กับธุรกิจที่เกิดในเมืองไทย แต่ต้องพึ่งจากต่างชาติ ปัจจุบันนี้ไม่ว่าเวียดนาม จีน มาเลเซีย กัมพูชา ทุกอย่างเขาสามารถส่งออกรังนกได้ เพราะฉะนั้นธุรกิจของเขาเจริญรุ่งเรือง คนไทยที่เลี้ยง ลงทุนสร้างคอนโดต่าง ๆ เพื่อทำให้นกอยู่ คอนโดต่าง ๆ ก็ลงทุนไม่ใช่น้อย แล้ววันนี้ต้องขึ้นกับพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ต้องขออนุญาตจากอาคาร มันทำให้มีต้นทุนที่เยอะ วันนี้ท่านประธานทราบไหมครับว่า ตลาดกลางของทั่วประเทศที่ซื้อรังนกมีแค่ ๑๗ แห่ง อยู่กรุงเทพฯ ๔ แห่ง แล้วนอกนั้น กระจายไปตามภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ตลาดซื้อรังนกมีคนมาซื้ออยู่ประมาณ ๕๐-๖๐ กว่าเจ้า แล้วแต่ตลาดใหญ่ ตลาดเล็ก มาซื้อก็รายเดิม ๆ ครับ ผมว่าด้วยความคาดการณ์ ก็น่าจะมีการสมยอมราคากันพอสมควร เพราะฉะนั้นวันนี้ราคาไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท หรอกครับ คนเลี้ยง คนเพาะพันธุ์รังนกจึงไม่เหลืออะไรเลย เพราะฉะนั้นวันนี้กราบเรียน ท่านประธานครับ ทำให้มันขึ้นมาอยู่ให้ถูกกฎหมาย สมัยก่อนเมื่อปี ๒๕๔๐ เราเห็นเศรษฐกิจ ล้มละลาย ตึกรามบ้านช่องที่ตั้งอยู่ แต่นกไปอยู่ทำให้เกิดมีรังนกในภาคอีสานเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึงกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า ทำอะไรก็ช่างครับ ทำให้บ้านเมือง ของเราสามารถส่งออกได้ถูกต้องตามกฎหมาย ท่านประธานครับ รังนกถ้าบ้านอีสานผม เขาเรียกนกอีแซว แต่ก่อนนี้เวลามันไปอยู่ตามต้นตาลเราก็หาหนังสติ๊กไปยิง แต่ตอนนี้สิ่งที่ หวงแหนที่สุด คือนกแล้วละครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเราวันนี้ ขอให้กฎหมายของเมืองไทยสามารถจะดำเนินการได้ โดยถูกต้องตามกฎหมายครับ ผมก็กราบเรียนพี่น้อง กราบเรียนท่านประธาน เพราะฉะนั้น ผมก็ขอฝากแล้วก็สนับสนุนว่า ให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษารังนกนอกสัมปทาน ให้ถูกต้องตามกฎหมาย และสามารถมีตลาดที่จะค้าขายได้อย่างเสรีและเป็นธรรม ให้ชาวบ้านได้มีโอกาสได้มีรายได้เลี้ยงตัวและเลี้ยงครอบครัว ก็ขอแค่นี้ครับท่านประธาน ขอขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเทียบจุฑา ขาวขำ เชิญครับ🔗

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอร่วมอภิปรายสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ระบบ กฎเกณฑ์ เพื่อรองรับการดำเนินการกิจการรังนกแอ่น ของท่านสกุณา สาระนันท์ และคณะเพื่อน สส. ที่เสนอรวมกันเป็น ๕ ฉบับ ดิฉันเองเห็นด้วยในหลักการและเหตุผลนะคะว่า ในเรื่องของ การที่จะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรเราได้ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อจะศึกษา ท่านประธานคะ นกแอ่นกินรัง หรือนกนางแอ่น ตามภาษาบ้าน หรือนกอีแอ่น ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทย ในรูปแบบของรังนกแห้งและผลิตภัณฑ์รังนก โดยใน ประเทศไทยมักจะพบนกแอ่นกินรังในพื้นที่ภาคใต้ แต่สภาพภูมิประเทศของเขามันติดชายฝั่ง ทะเล แต่เดี๋ยวนี้ไม่เฉพาะภาคใต้ค่ะ มีทั่วประเทศไทยเลยนะคะ จะเห็นได้ว่ากระจายไปทั่ว ทุกภาค ทั้งภาคตะวันออก ทั้งภาคกลาง แม้กระทั่งภาคอีสานบ้านของดิฉันจังหวัดอุดรธานี ก็มีนะคะ แล้วปัจจุบันนี้การเก็บรังนกจากธรรมชาติอย่างเดียวมันไม่เพียงพอต่อการส่งออก เพราะว่าเก็บธรรมชาติราคาสูง ไม่สามารถจะตอบสนองความต้องการของตลาดได้ ดังนั้นจึงเกิดการขยายตัวของธุรกิจการเลี้ยงนกแบบคอนโดนก ซึ่งเป็นธุรกิจที่แข่งขันกัน เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วภายในประเทศนะคะ ดิฉันเองได้รวบรวมแล้วก็ได้ข้อมูลจากของ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน พบว่าการประกอบกิจการรังนกนางแอ่นกินรัง หรือรังนก นางแอ่นบ้าน ก่อให้เกิดปัญหาที่ประชาชนได้ร้องเรียนมายังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน คือปัญหาความรำคาญเสียงค่ะท่านประธาน มลภาวะทางเสียง แล้วก็กลิ่น คือจะต้องสร้าง บ้านนกแอ่นให้เขาอยู่แล้วมันจะเกิดเสียงดัง แล้วก็พร้อมกับเครื่องเสียงที่จะต้องใช้ดึงดูดนก เข้ามาในบ้าน พอนกเข้ามาแล้วก็ต้องมีมูลนก มันก็ส่งกลิ่นเหม็นทำความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนหรือพี่น้องชุมชนในรอบข้าง อันนี้คือปัญหาที่พื้นที่ที่อยู่อาศัยใกล้เคียงกัน อันที่ ๒ คือเกณฑ์การบุกรุกพื้นที่ธรรมชาติ การขยายพื้นที่ธุรกิจรังนก นำไปสู่การบุกรุกพื้นที่ การใช้พื้นที่ในชุมชน หรือใกล้กับแหล่งท่องเที่ยว ก็ทำให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมนะคะ และนอกจากนั้นก็เป็นปัญหาในเรื่องสุขลักษณะของสถานที่ประกอบกิจการรังนก คือทำ ไม่ถูกต้องเรื่องสิ่งที่ปลูกสร้าง ปัญหาเรื่องการฝ่าฝืนต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เรื่องกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องก็คงจะเป็นการประกอบกิจการรังนกนางแอ่นกินรังที่ฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วย การควบคุมอาคาร ประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องผังเมือง ว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าที่ไม่ได้บัญญัติหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประกอบกิจการ รังนกหรือบ้านรังนกไว้อย่างชัดเจน เช่นเดียวกับการประกอบกิจการรังนกในเขตสัมปทาน ที่มีพระราชบัญญัติอาคารรังนกอีแอ่นในปี ๒๕๔๐ ก็ทำให้หน่วยงานของรัฐหรือท้องถิ่น เข้าใจว่าไม่มีกฎหมายห้ามประกอบกิจการรังนกบ้าน ซึ่งเป็นผลให้การประกอบกิจการรังนก กินรังหรือรังนกบ้านไม่ถูกควบคุมตรวจสอบอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นเหตุให้มีการฝ่าฝืนกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ ซึ่งเป็นที่มาของการร้องเรียนถึงปัญหาในพื้นที่ นอกจากนี้ดิฉันก็พบ เกี่ยวกับการประกอบกิจการรังนกที่กระจายอยู่ทั่วประเทศที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ไม่มีระบบ ฐานข้อมูลก็ถือว่าผิดกฎหมาย ดังนั้นหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องควรจะเร่งผลักดันระเบียบ กำหนดหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๑๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อให้มีการควบคุมการประกอบกิจการดังกล่าวให้ได้มาตรฐาน ดังนั้นนกนางแอ่น หรือนกนางแอ่นกินรัง เป็นสัตว์ป่าที่คุ้มครองหรือเพาะพันธุ์ตามกฎหมายได้ ประกอบกิจการ รังนกบ้านอาจจะเข้าข่ายเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพนะคะ เหมือนกับที่ได้รับ การร้องเรียนมาว่าการก่อสร้างไม่ถูกสุขลักษณะตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในปี ๒๕๕๘ เช่น การเพาะเลี้ยงหรือการอนุบาลสัตว์ทุกชนิด ของหน่วยงานของรัฐหรือท้องถิ่น ท้องถิ่นสามารถออกข้อบัญญัติได้ที่กำกับการประกอบ กิจการดังกล่าวได้ในชุมชน ดังนั้น ดิฉันก็เห็นว่าในการดำเนินกิจการนี้เป็นสิ่งที่ดี เป็นการ สร้างรายได้ให้กับประเทศ ถ้าเราจะให้เขาดำเนินการเราคงจะต้องแก้กฎหมายหลายฉบับ เกี่ยวกับเรื่องการก่อสร้างคอนโดนกหรือบ้านนก หรือเรื่องสิ่งแวดล้อม และกฎหมายในเรื่อง ของคุ้มครองสัตว์นะคะ ดังนั้นดิฉันจึงเห็นด้วยต่อการที่จะตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษากฎหมาย และระเบียบ หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ผังเมือง กฎหมายควบคุมอาคาร สาธารณสุข กฎหมายภาษีอื่น ๆ ให้สอดคล้องรองรับการขยายตัวของนกนางแอ่นค่ะ ดิฉันก็ขอสนับสนุน ญัตติดังกล่าวทั้ง ๕ ฉบับนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เชิญครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ถ้ามีการตั้งคำถามว่า ของขวัญหรือของฝากอะไรที่ทำให้เรามีความรู้สึกว่า ผู้ให้ก็สุขใจ ผู้รับก็ดีใจ ได้ใส่ใจห่วงใยในสุขภาพ ผมเชื่อว่ารังนก หรือผลิตภัณฑ์จากรังนกนั้น จะเป็นของขวัญของฝากอันดับต้น ๆ ที่ทำให้เราได้นึกถึงการรักษาสุขภาพและมีความสุข ทั้งผู้ให้และผู้รับ วัฒนธรรมการรับประทานรังนกนั้นเกิดขึ้นหลายพันปี และมีบันทึกไว้อย่าง มีนัยสำคัญตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงของจีน แพทย์ประจำราชสำนักเวลาจะปรุงยาให้ฮ่องเต้ เขาจะต้องใช้ส่วนประกอบสำคัญจากรังนก ซึ่งมีฉายาว่าทองคำขาวแห่งท้องทะเล หรือบางตำรา บอกว่ารังนกคือ Caviar แห่งโลกตะวันออก แปลว่า เป็นสุดยอดอาหาร เป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ ที่จะดูแลสุขภาพร่างกาย รังนกถ้าออกเสียงเป็นภาษาจีนจะต้องออกเสียงว่า เหนี่ยวเฉา เหนี่ยว แปลว่า นก เฉา แปลว่า รัง เหนี่ยวเฉา แปลว่า ผลิตภัณฑ์จากรังนก เป็นที่น่าสังเกตว่า ประเทศที่สามารถส่งออกรังนกได้อันดับต้น ๆ ของโลกนั้นอยู่แถบ ๆ บ้านเราครับ อินโดนีเซีย ส่งออกรังนกประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ มาเลเซีย ๒๕ เปอร์เซ็นต์ และที่มาเร็ว มาแรงกว่า ใครเพื่อน นั่นคือเวียดนามครับ จาก ๐ เปอร์เซ็นต์ ขยับปรับตัวเองคว้าส่วนแบ่งการตลาดรังนก ไปถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ประเทศไทยเราสามารถผลิตและส่งออก โดยอาจจะมี ข้อปัญหาเรื่องของการตีความเรื่องกฎหมาย ไม่สามารถส่งออกจากประเทศไทยได้โดยตรง ต้องไปใช้โควตาของเวียดนามบ้าง มาเลเซียบ้าง อินโดนีเซียบ้าง แต่ถึงกระนั้นก็ตาม เราสามารถผลิตได้ปีหนึ่งประมาณ ๘๐๐ ตัน เป็นเงินประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้น ด้วยอนาคตอันสดใสของรังนกไทย ซึ่งว่ากันว่าเทียบกันน้ำหนักขีดต่อขีด ปอนด์ต่อปอนด์แล้ว รังนกไทยไม่แพ้รังนกชาติใดในโลก🔗

ผมมีข้อสังเกต ๕ ประการด้วยกันครับ ในการที่จะยกระดับพัฒนาคุณภาพ รังนกไทยไปสู่สากล🔗

ประการที่ ๑ ก็เป็นไปตามญัตติของท่าน สส. สกุณา สาระนันท์ ที่เสนอให้มี การตั้งกรรมาธิการวิสามัญในการไปศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นออกโดย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมโยธาธิการและผังเมือง จะเป็นกรมอนามัย ไปดูศึกษากฎหมายครบถ้วนทุกบริบท ทุกมิติ ว่ามีกฎหมายใดที่ขัด หรือแย้ง หรือเป็น อุปสรรคต่อการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ หรือการผลิตผลิตภัณฑ์จากรังนก ดังนั้นประการที่ ๑ ต้องเริ่มต้นก่อนครับ คือการสังคายนาสำรวจกฎหมายเพื่อที่จะคลายปมและใช้โอกาสนี้ ในการส่งเสริมให้ชอบด้วยกฎหมาย🔗

ประการที่ ๒ เรายอมรับนะครับว่า รังนกไทยในอดีตนั้นเป็นรังนกถ้ำ วันนี้เรา จะก้าวข้ามรังนกถ้ำซึ่งดีอยู่แล้ว พัฒนาควบคู่ไปกับรังนกบ้าน ซึ่งพบเห็นได้ทั่วทุกภาค ของประเทศไทย เราจะส่งเสริมการเลี้ยงเพื่อผลิตรังนกบ้าน โดยการจัด Zoning ที่เหมาะสม พื้นที่ในเขตเมืองเราจะควบคุมจะบริหารจัดการ ใช้หลักการเทศบัญญัติไปจับได้อย่างไร เราจะใช้โอกาสนี้ในการศึกษาให้ครบถ้วนรอบด้าน การส่งเสริมการให้มีบ้านนกนั้นจะต้อง ไม่ทำลายสุขภาวะและไม่ทำลายวิถีชีวิตชุมชนที่เคยปฏิบัติได้อย่างมีความสุข🔗

ประการที่ ๓ เราต้องยกระดับมาตรฐานสากลให้รังนกไทยได้รับการยอมรับ มาตรฐานในประเทศ ไม่ว่าจะเป็น GMP GAP ยกไปสู่ระดับมาตรฐานสากล สามารถ ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่ารังนก Lot นี้มาจากตำบลอะไร อำเภออะไรของประเทศไทย เพื่อการตรวจสอบและควบคุมการผลิตทั้งระบบ🔗

ประการที่ ๔ เราต้องใช้นวัตกรรมการเลี้ยงด้วยเทคโนโลยี ใช้ AI เข้ามาจับ เป็น Smart Farming ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมการเปิดปิดน้ำอัจฉริยะ ระดับน้ำที่เพียงพอ สร้างอุณหภูมิให้ต่ำลง เกิดความเย็น นกรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย ระบบจะตัดโดยอัตโนมัติ เพื่อเป็นการลดต้นทุน และลดการบริหารจัดการให้มีคุณภาพด้วยการใช้เทคโนโลยี🔗

ประการที่ ๕ ต้องสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมให้กับผู้ประกอบการ เป็นผู้ประกอบการทำบ้านนกที่เข้มแข็ง ต้องมีสมาคมผู้เลี้ยงที่ชอบด้วยกฎหมาย มีกองทุน พัฒนาทักษะวิชาชีพ มีศูนย์อบรมความรู้ มีศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างครบถ้วนทั้งระบบ เป็นวงจร🔗

ประการที่ ๖ เราต้องยกระดับ Brand รังนกไทยครับ เพราะวันนี้รังนก ก็เหมือนกับยางครับ ประเทศไทยผลิตยางพาราเยอะมาก แต่ว่าจากยางพาราจะพัฒนาไปสู่ Brand ที่เป็นยี่ห้อยางรถยนต์ไม่ค่อยมีปรากฏละครับ วันนี้เช่นกันครับ ทั่วโลกยอมรับว่า รังนกไทยนั้นมาตรฐานสากล แต่เราไม่มี Brand รังนกที่เป็นความภูมิใจของคนไทย และ Brand รังนกไทยต้องยกระดับสู่การพัฒนาระดับมาตรฐานสากลเป็นรังนก Premium เป็น Brand มาตรฐานเจาะตลาดใหม่ เน้นการแปรรูปที่สะอาด ปลอดภัย และทั่วโลกยอมรับ🔗

ผมจึงขออภิปรายเพื่อเป็นการสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณา ศึกษา ทบทวน แก้ไขข้อกฎหมายที่อาจจะเป็นอุปสรรค หรือขัด หรือแย้งต่อ การประกอบธุรกิจ หรือการดำเนินกิจการบ้านนกอย่างเป็นระบบ วันนี้เราพบเห็นบ้านนก ทั่วทั้งประเทศ ถึงเวลาครับที่สภาจะใช้โอกาสและใช้เครื่องมือนี้ในการพัฒนาธุรกิจรังนกไทย ไปสู่สากลครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านผู้เสนอจะสรุป ๒ ท่าน ท่านวิทยาจะสรุปด้วยไหมครับ ไม่นะครับ เชิญท่านแรก ท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง นะครับ🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทยครับ ก็คงจะใช้เวลาสรุปเพียงเล็กน้อย เนื่องจากว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปรายไปครบถ้วน ก่อนอื่นก็ต้องขอกราบขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้อภิปรายให้ข้อมูล แล้วก็สนับสนุน ให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในเรื่องนี้ขึ้น🔗

ผมขอเข้าประเด็นที่สรุปนะครับ ผมสรุปว่าเท่าที่ฟังการอภิปรายมาทั้งหมดนั้น ผมเรียนยืนยันนะครับว่า ที่จริงแล้วรังนกบ้าน คำว่า เป็นรังนกที่ผิดกฎหมาย ขอเปลี่ยนเป็น คำว่า รังนกบ้านตอนนี้ยังไม่มีกฎหมายมารองรับ คณะกรรมาธิการวิสามัญก็คงจะไปทำ กฎหมายให้มีกฎหมายรองรับที่มาของในประเทศไทย แล้วก็เขียนกันให้ชัดเจน แล้วก็เขียน ให้ยอมรับกัน เพราะว่าแต่ละหน่วย ไม่ว่าจะเป็นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่จริงแล้วหลายกรมที่จะต้องเข้ามาร่วมรับผิดชอบ ไม่ว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมปศุสัตว์ กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมอนามัย กรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น และกรมการค้าในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ในเรื่องของการหาตลาด เพราะว่า ในความเชื่อ ในความคิดเห็นมุมทางกฎหมายบางคนว่านกเป็นของรัฐ นกเป็นสัตว์คุ้มครอง เพราะฉะนั้นการที่นกเข้าไปทำรังในบ้าน เจ้าของบ้านไม่มีสิทธิเรียกนกของรัฐเข้าไปทำรัง แล้วก็จะต้องไล่นกออกอะไรอย่างนี้ ถ้าเรายึดถือหลักกฎหมายอย่างนี้ มันเป็นการเสียโอกาส ถ้าเราเปรียบเทียบกับมาเลเซีย เราเปรียบเทียบกับอินโดนีเซีย เวียดนาม รัฐบาลเขาส่งเสริม มันเป็นโอกาสของดีอยู่ในประเทศ ของดีอยู่ในมือ มันเหมือนกับสัตว์อย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็น จระเข้ ไม่ว่าจะเป็นงูเหลือมที่เราให้ชิป ไปฝังชิป แล้วก็เป็นการเพาะเลี้ยงได้ เพื่อที่จะเอาหนัง ไปทำกระเป๋าใบละ ๕ ล้านบาท ๖ ล้านบาท อย่างนี้มันก็เสียโอกาสนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เป็นโอกาสดีที่สภาของเรานั้นได้รับเรื่องนี้ไว้ศึกษา และมีประเด็นที่น่าสนใจ ถ้าเราไปศึกษาแล้วมันเกิดความสนุก เรื่องที่มีธรรมชาติในประเทศไทยแล้วก็มันมีราคา มหาศาล อย่างกรณีถ้าเราไม่อธิบายความว่ารังนกสีแดง องค์กร CITES หรือประเทศคู่แข่ง เราก็จะอิจฉาว่าเราไปทรมานสัตว์จนว่ามีรังนกเป็นเลือด เพื่อที่จะให้เอารังนกของเรา เข้าบัญชี CITES เพื่อที่จะกำกับ ควบคุม ในการนำเข้าและส่งออก อย่างนี้เราก็เสียโอกาส เพราะฉะนั้นเรื่องอย่างนี้เราต่อสู้กันมาจน CITES เข้าใจแล้วว่าไม่ใช่เลือดนกอีแอ่น ซึ่งประเด็นที่เราจะต้องมาศึกษา เช่น ในเรื่องของร่างกฎหมายขึ้นมารองรับว่า รังนกบ้าน มันจะต้องมีที่มาของรัฐบาล ให้มันมีความชัดเจน ผมเชื่อเหลือเกินว่าถ้าเราทำระบบอย่างนี้ ท่านประธาน เราผลิตรังนกในปัจจุบันที่มีอยู่แล้วราคาจะกระโดดขึ้นสูงทันทีเลย เพราะว่า เราเป็นคู่ค้าโดยตรงโดยไม่ผ่านนายหน้า🔗

เรื่องต่อมา ผมคิดว่าถ้าเราพัฒนาเพิ่มยอดผลิตในเรื่องของรังนก วันนี้ มีเท่าไร เราผลิตไม่ทันกับประเทศที่เขาสั่งซื้อ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่ารัฐบาลได้เป็น โอกาสที่ดีที่เรามีพี่น้องประชาชนเป็นพื้นฐานที่ใช้งบตัวเอง ใช้ทุนตัวเองได้ศึกษาเรียนรู้ ด้วยตัวเอง แล้วเราก็มาทำกระจาย และเป็นอาชีพหนึ่งที่มีความหลากหลายทั่วประเทศ ทุกภูมิภาคที่มีและกำลังจะขยายตัวอย่างดี แล้วก็เป็นอาชีพที่ไม่ต้องลงทุน แดดออก ฝนตก ไม่เหมือนยางพารานะครับ ฝนตกกรีดไม่ได้ ปาล์มน้ำมันไม่ใส่ปุ๋ยไม่มีผลผลิตออกให้ แต่รังนกอีแอ่นเราเพียงแต่สร้างบ้านให้เขาอยู่ หรือว่าเอาบ้านเก่ามาพัฒนา แล้วเมื่อเขาเข้ามา เมื่อไร ผมว่าดีกว่าเล่นหุ้นอีกครับท่านประธาน เรานอนหลับไปเที่ยวได้ นกอีแอ่นส่งลูกเรียน นกอีแอ่นหาข้าวให้เรากิน มีแต่ถ้าเราเลี้ยงไก่ชน เราเลี้ยงวัวชน เรายังต้องไปตัดหญ้า ดายหญ้ามาให้วัวกิน ต้องเอามุ้งมากางให้วัว แต่ถ้าเราเลี้ยงนกอีแอ่น นกอีแอ่นส่งเสียเรา หมดทุกอย่างเลย เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่ามันเป็นความสำคัญ แล้วเราต้องใช้โอกาส แล้วก็ความร่วมมือ ที่จริงแล้วแก้ไขอะไรไม่มากเลยนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นในเรื่อง ของผลสรุปที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานผ่านเพื่อนสมาชิก แล้วก็สมาคม หรือชมรม นกอีแอ่นประเภทกินรังที่มีอยู่ทั่วประเทศ ก็คงสบายใจ แล้วก็คงจะสนับสนุน แล้วเราก็เชิญ นักวิชาการ นักกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลในเรื่องของการที่เราจะทำระเบียบ ทำข้อกฎหมาย แล้วก็ฝากด้วยว่า ในส่วนของคณะกรรมาธิการวิสามัญให้ไปดูแลในเรื่อง กฎหมายที่ขัดกัน ในเรื่องของสัมปทานรังนก ซึ่งเพื่อนสมาชิกในส่วนของจังหวัดชุมพร ก็ได้เสนอในเรื่องของรังนกถ้ำ รังนกสัมปทานด้วย ซึ่งมันมีกฎหมายอยากจะให้ไปดูคำสั่ง หรือคำพิพากษาของตุลาการศาลปกครองสูงสุด ที่ได้พิจารณาว่าในเรื่องของคณะกรรมการ รังนกอีแอ่นจังหวัด มีอำนาจในส่วนของกฎกระทรวง ระเบียบของกรมอุทยานนั้นไม่สามารถ ไปห้ามคณะกรรมการรังนกอีแอ่นเข้าไปดำเนินการในกรณีมีผู้ประมูลได้รับสัมปทานแล้วด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญ เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้รังนกสัมปทานเกิดความเสียหาย ทั้ง ๙ จังหวัดในวันนี้ด้วยครับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีท่านสมาชิก จะขอสรุปอีก ๑ ท่านนะครับ คุณชุติมา คชพันธ์ เชิญครับ🔗

นางสาวชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จากภาคใต้ จังหวัดพัทลุงค่ะ ดิฉันเป็นคนจังหวัดพัทลุง เป็นคนใต้ แต่วันนี้ดิฉันพูดแทนพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจรังนก แล้วก็ผู้ประกอบการที่อยู่ในชุมชนที่ได้รับ ผลกระทบ วันนี้ดิฉันได้ฟังเพื่อน ๆ สมาชิก สส. หลาย ๆ ท่านอภิปรายไป ก็ต้องขอขอบพระคุณ ทุกท่านมาก ๆ เลยที่เห็นไปในทิศทางเดียวกัน และช่วยกันสนับสนุนญัตตินี้ แล้วก็ต้อง ขอขอบพระคุณเพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดรวม ๕ ท่าน รวมทั้งตัวดิฉันด้วย ที่ช่วยกันเสนอญัตตินี้ อีก ๔ ท่านเสนอมาแล้วก็ทำให้เกิดการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขึ้นมา ดิฉันทราบมาว่าล่าสุดจะมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาแล้ว ก็ขอแสดงความยินดี กับพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านด้วยนะคะ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา จะประกอบด้วยสัดส่วนที่มาจาก ครม. แล้วก็มาจาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทุกพรรคการเมือง รวมถึงสัดส่วนคนนอก ก็จะมีทั้งนักวิชาการ แล้วก็ผู้ประกอบการด้วย ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ เป็นการดีมาก ๆ เลยที่ได้นำทุกคน ที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยกัน และดิฉันหวังว่าหลังจากนี้ปัญหาที่เราพูดกันมาทั้งหมด และเรื้อรัง กันมาหลาย ๆ ปีจะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังสักทีนะคะ ก่อนที่ดิฉันจะเสนอญัตตินี้ค่ะ ท่านประธาน ก่อนที่ดิฉันจะยื่นญัตติเข้าสภา ดิฉันได้อ่านงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องรังนก หลายฉบับมาก ดิฉันได้ลงพื้นที่พบปะกับผู้ประกอบการรังนก พบกับสมาคมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ดิฉันได้ไปถึงที่ ไปดูงานโรงงาน ไปถึงสถานประกอบการ ไปดูตั้งแต่ขั้นตอนการคัดแยก ล้างรัง แกะขนนกออกดู ดิฉันไปนั่งดูคนงาน ไปนั่งดูเขานั่งทำ นั่งแยก คือไปศึกษาขั้นตอนมา ทำให้ดิฉันเข้าใจจริง ๆ ว่าการทำธุรกิจนี้ต้องทุ่มเทขนาดไหน แม้กระทั่งการสร้างบ้านรังนก ต้องลงทุนหลายล้านบาท แล้วก็หลายปีกว่าจะคุ้มทุน แต่ว่าผู้ประกอบการก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะ ทำต่อไป พอมาถึงขั้นตอน Process ถัด ๆ ไป ทั้ง Supply Chain มันเป็นการทำธุรกิจที่ต้อง อาศัยความใส่ใจและทุ่มเทมาก ๆ แต่มันน่าเสียดาย น่าเจ็บใจ น่าเสียใจที่มาติดแค่ ข้อกฎหมาย ในขณะที่ผู้ประกอบการเองก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำธุรกิจของตัวเองให้รอด แล้วก็ทำตามกฎเกณฑ์ทุกอย่าง วันนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีค่ะ ที่เรื่องนี้ได้เข้าสู่สภาแห่งนี้ แล้วก็ มีโอกาสที่ได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา ก็ขอขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านค่ะ แล้วก็ ในฐานะที่ดิฉันจะเสนอตัวเป็นกรรมาธิการด้วยอีกคนหนึ่ง ก็น่าจะพูดได้ว่าแทนกรรมาธิการ ทุกท่านได้นะคะว่า ทุกคนจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อที่จะให้ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขต่อไปค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ญัตตินี้ได้มีการอภิปรายหมดทุกท่านแล้วที่ลงชื่อ แล้วก็ได้มีการสรุปญัตติไปแล้ว ก็ถือว่า จบการสรุปและอภิปรายญัตตินี้ เนื่องจากญัตตินี้มีผู้เสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาศึกษา ซึ่งจากการอภิปรายแล้ว ผมก็เห็นว่าอภิปรายไปในทางเดียวกัน คือเสนอให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น ไหมครับ ไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น ผมจะขออาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ เพื่อจะถาม จากที่ประชุมว่าจะเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ เมื่อสักครู่ถามแล้ว ก็ไม่เห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ก็ถือว่าตั้งกรรมาธิการวิสามัญนะครับ ขอเชิญกำหนดจำนวนกรรมาธิการครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจำนวนกรรมาธิการวิสามัญ ๓๑ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ มีผู้เสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ ไม่มี ก็ถือว่าตั้งกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๓๑ ท่าน ใน ๓๑ ท่านนั้น ถือว่าสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๗ ท่าน สัดส่วนกรรมาธิการของพรรคต่าง ๆ จำนวน ๒๔ ท่าน ในจำนวน ๒๔ ท่านนั้น ก็เป็นของพรรคประชาชน ๗ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๗ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๒ ท่าน พรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน ขอเชิญเสนอสัดส่วนของ คณะรัฐมนตรี ๗ ท่านก่อนครับ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยครับ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๗ ท่าน ดังนี้ ๑. นายอรรถพล เจริญชันษา ๒. นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ๓. นางศรีนวล กระต่ายวงษ์พระจันทร์ ๔. นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม ๕. นายธงธรรม ขำนุรักษ์ ๖. นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ๗. นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครบจำนวน ๗ ท่าน ต่อไปเป็นของพรรคประชาชน ๗ ท่านครับ🔗

นางสาวชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการ ดังนี้ ชุติมา คชพันธ์ ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ กิตติภณ ปานพรหมมาศ ณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ ธนะชัย แสวงศิริผล กมลศักดิ์ เลิศไพบูลย์ เกษม จันทร์ดำ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๗ ท่าน🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย ดังต่อไปนี้ ๑. นางสาวสกุณา สาระนันท์ ๒. นายทรงยศ รามสูต ๓. นายรัฐ คลังแสง ๔. นางสาวนารีญา ดุทิม ๕. นายชัชชัย แจ่มจันทร์ ๖. ศาสตราจารย์รมิดา วัฒนโภคาสิน และ ๗. นางอนงค์ ล่อใจ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปขอเชิญพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน เชิญครับ🔗

นายลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคภูมิใจไทย กระผมขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วน พรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๑. นายพิชัย ชมภูพล ๒. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ๓. นางภัคจิรา รัชกิจประการ ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปขอเชิญพรรคพลังประชารัฐ ๒ ท่านนะครับ🔗

นายศุภโชค ศรีสุขจร นครปฐม

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายศุภโชค ศรีสุขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ ๑ ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๒ ท่าน ได้แก่ ๑. ท่านกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ ๒. ท่านทวี สุระบาล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปขอเชิญพรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่านครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่าน ๑. นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ๒. นายวิทยา แก้วภราดัย ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่านครับ🔗

นายศุภโชค ศรีสุขจร นครปฐม

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายศุภโชค ศรีสุขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๑ ท่าน ได้แก่ ท่านพิทักษ์เดช เดชเดโช ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน🔗

นายศุภโชค ศรีสุขจร นครปฐม

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายศุภโชค ศรีสุขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อในสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน ได้แก่ ท่านไพศาล ชโนวรรณ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ🔗

นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ปัตตานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติ จังหวัดปัตตานี ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ ๑ ท่าน คือ สาเหะมูหามัด อัลอิดรุส ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง เชิญเลขาธิการอ่านรายชื่อครับ🔗

นายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปรับปรุง แก้ไขกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการดำเนินกิจการรังนกแอ่น ๑. นายอรรถพล เจริญชันษา ๒. นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ๓. นางศรีนวล กระต่ายวงษ์พระจันทร์ ๔. นายธิติ แสวงธรรม ๕. นายธงธรรม ขำนุรักษ์ ๖. นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ๗. นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ๘. นางสาวชุติมา คชพันธ์ ๙. นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ ๑๐. นายณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ ๑๑. นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ๑๒. นายธนะชัย แสวงศิริผล ๑๓. นายกมลศักดิ์ เลิศไพบูลย์ ๑๔. นายเกษม จันทร์ดำ ๑๕. นางสาวสกุณา สาระนันท์ ๑๖. นายทรงยศ รามสูต ๑๗. นายรัฐ คลังแสง ๑๘. นางสาวนารีญา สุดทิม ๑๙. นายชัชชัย แจ่มจันทร์ ๒๐. ศาสตราจารย์รมิดา วัฒนโภคาสิน ๒๑. นางอนงค์ ล่อใจ ๒๒. นายพิชัย ชมภูพล ๒๓. นางสาวภัคจิรา รัชกิจประการ ๒๔. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ๒๕. นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ ๒๖. นายทวี สุระบาล ๒๗. นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ๒๘. นายวิทยา แก้วภราดัย ๒๙. นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ๓๐. นายไพศาล ชโนวรรณ ๓๑. นายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อ ครบทุกท่านแล้วนะครับ ต่อไปขอเชิญเสนอระยะเวลาการพิจารณาญัตตินี้ครับ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอระยะเวลาพิจารณา ๙๐ วัน ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง เห็นว่าควรจะให้พิจารณาเสร็จภายใน ๙๐ วัน มีผู้เสนออย่างอื่นไหมครับ ไม่มี ก็ถือว่า ให้ไปพิจารณาให้เสร็จภายใน ๙๐ วัน ขอบคุณครับ ถือว่าจบการพิจารณาญัตติเรื่องนี้นะครับ🔗

ต่อไประเบียบวาระที่ ๕.๑🔗

๒. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา หาแนวทางแก้ไขปัญหาและพัฒนาท่าเรือของประเทศไทย (นายภัณฑิล น่วมเจิม เป็นผู้เสนอ) ขอเชิญคุณภัณฑิล เสนอหลักการและเหตุผลครับ🔗

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน เขตคลองเตย และเขต วัฒนา ก็ขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา หาแนวทางการแก้ไขปัญหาและพัฒนาท่าเรือของประเทศไทยนะครับ ในปัจจุบันการส่งออก เป็นตัวชี้วัดสำคัญของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ท่าเรือหลักในเมืองไทยก็จะมีอยู่ ๒ ท่า ท่าเรือกรุงเทพฯ ซึ่งมีมานานกว่า ๖๐-๗๐ ปี ซึ่งเดิมทีเป็นท่าเรือหลัก แต่ตอนหลังก็มีท่าเรือ แหลมฉบัง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของประเทศในตอนนี้ แต่เนื่องจากระบบ โครงสร้างพื้นฐานของท่าเรือกรุงเทพฯ ผ่านมาเนิ่นนานแล้ว มีสภาพเสื่อมโทรม ไม่สอดคล้อง กับผังเมืองกรุงเทพฯ แล้วการท่าเรือแห่งประเทศไทยก็ยังมีปัญหาไม่มีระบบบริหารจัดการ เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สูญเสียโอกาสในการ จัดเก็บรายได้ รวมถึงก็มีปัญหาอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น เรื่องโรงกลั่นน้ำมันบางจาก คลังน้ำมัน ทั้งเขตคลองเตยและเขตยานนาวา ความเสี่ยงในการบริหารจัดการสาธารณภัย การป้องกัน การกัดเซาะตลิ่ง ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมีการเพิ่มสูงขึ้นของระดับน้ำทะเล ก็คิดว่ามีความจำเป็นที่จะต้องตั้งญัตตินี้ เพื่อหาทางออกในการที่จะแก้ปัญหา เราสามารถ ที่จะเรียนรู้จากปัญหาท่าเรือในอดีต แล้วก็วางแผนที่จะป้องกันไม่ให้การพัฒนาโครงการ ขนาดใหญ่ที่เป็นท่าเรือในอนาคตมีผลที่เหมือนเดิม ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

ปัญหาทั่วไปเมื่อมีท่าเรืออยู่ใน เขตเมือง แน่นอนเรื่องจราจร ความแออัดของจราจร ประมาณ ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์เลย ของจราจรในแต่ละวัน เรื่องเศรษฐกิจ มีการจ้างงาน การจะย้ายออก หรือย้ายออกบางส่วน ก็จะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจด้วย พื้นที่ในใจกลางเมืองมันมีราคาแพง ตารางวาละ ๑ ล้านบาท ไร่ละ ๔๐๐ ล้านบาท ที่ท่าเรือในกรุงเทพฯ มี ๒,๐๐๐ กว่าไร่ ลองคิดเป็นมูลค่า ก็เป็นหลายแสนล้านบาท ถ้าเผื่อเอาตรงนี้ไปทำประโยชน์ทางเศรษฐกิจตรงอื่น อาจจะได้ มากกว่า อันนี้ก็จะเป็นมิติที่ควรจะได้รับการพิจารณา ก็มีข่าวมาเรื่อย ตั้งแต่ผู้ว่าชัชชาติ เข้ามารับตำแหน่ง ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีเศรษฐามาแถลงร่วม เป็นประเด็นว่าจะต้องหารือว่าจะย้ายหรือไม่ จะย้ายบางส่วน เพราะปัจจุบันนี้เมืองมันพัฒนาไปไกลแล้ว แล้วท่าเรือยังอยู่ใจกลางเมือง มันก็มีปัญหาค่อนข้างเยอะ แต่ว่าก็ต้องศึกษาให้ดีในหลายมิติ🔗

ถัดไปก็จะพูดถึงมิติของปัญหาท่าเรือในเขตเมือง หรือว่าอยู่ที่อื่นก็จะมีปัญหา ใกล้เคียงกัน เรื่องคมนาคมโลจิสติกส์ จราจร อุบัติเหตุ ต้นทุนขนส่ง พอมีท่าเรือปั๊บ ก็จะมีแรงงาน ก็ต้องมีที่อยู่อาศัย ที่อยู่อาศัยก็จะมีปัญหาเรื่องคุณภาพชีวิต เรื่องผังเมือง เรื่องการดูแลสาธารณูปโภค ท่าเรือเป็นประตูเข้าออก นำเข้า ส่งออก ก็จะเป็นเรื่องของ การจัดเก็บรายได้ แล้วก็การที่ท่าเรือเองจะไปแสวงหาผลประโยชน์จากการทำพาณิชยกรรม ต่อเนื่อง เช่น ตลาด เป็นต้น มิติด้านสิ่งแวดล้อม ขยะ น้ำเสีย การป้องกันบรรเทาสาธารณภัย หลายครั้งพอมีท่าเรือก็จะมีไม่ใช่แค่สินค้าตู้ Container อย่างเดียว มีสินค้าประเภทอื่น ๆ ด้วย ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น คลังน้ำมัน โรงกลั่น แล้วก็ปัญหาน้ำท่วม ก็มีข่าวเรื่อย เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอดเวลา ตั้งแต่กี่ปีที่ผ่านมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว คนก็ยังมี ความกังวลว่าสุดท้ายแล้วท่าเรือจะเอาที่ไปทำอะไร ตรงกับจุดประสงค์ของ พ.ร.บ. ท่าเรือ ที่จะทำให้การขนส่งคมนาคมโลจิสติกส์ทันสมัยหรือไม่ ก็ต้องการที่จะเพิ่มปริมาณตู้สินค้า ที่จะรองรับได้ แล้วก็จะทำ Port Free zone หลายครั้งก็มีข่าวออกมาว่าจะทำ Cruise Terminal ก็คือขายฝัน พยายามจะปั้นโครงการต่าง ๆ นานาขึ้นมาแล้วก็เขียน แต่สุดท้าย แล้วประชาชนมีส่วนร่วมหรือเปล่า คนที่ได้ยินข่าวเขาจะถามผมตลอดในฐานะ สส. พื้นที่ แล้วจะย้ายไปแหลมฉบังทำได้หรือไม่🔗

หน้าต่อไป เล่าถึงประวัติความเป็นมานิดหนึ่ง เคยมีสารเคมีระเบิดเมื่อ ๓๐-๔๐ ปีที่แล้ว ก็ส่งผลกระทบเยอะ เนื่องจากมันมีคลังน้ำมันอยู่ มีสารเคมี มีคนเสียชีวิต บาดเจ็บ แล้วมีผลกระทบจนถึงทุกวันนี้ ผู้ป่วย ผู้สูงอายุติดเตียงที่มีอยู่ในชุมชนก็เยอะ เป็นหลายร้อยราย อันนี้ก็จะเป็นอีกปัญหาหนึ่งเชิงสังคมที่เวลามีชุมชนที่แออัด แล้วก็อยู่ใน บริเวณท่าเรือ อันนี้เป็นเรื่องของผู้ป่วย ผู้สูงอายุที่อยู่ในชุมชนที่อยู่โดยรอบท่าเรือ ซึ่งมีเป็น หมื่นครัวเรือนเวลามีแรงงานก็จะมีชุมชนตามเข้ามา🔗

หน้าถัดไป อุบัติเหตุปีหนึ่งมีเป็นร้อยคดี มีทั้งบาดเจ็บสาหัส มีทั้งสูญเสียชีวิต จากงบการเงิน ก็พบว่าการท่าเรือก็มีปัญหาในการที่จะบริหารทรัพย์สินตัวเอง ที่มูลค่าตั้ง เยอะขนาดนี้ ปรากฏมีรายได้ค่าเช่ารอเรียกเก็บเป็นหมื่นล้านบาท เก็บค่าเช่าจริง ๆ ได้ ๑,๗๐๐ ล้านบาท โดยเฉพาะท่าเรือกรุงเทพฯ มีที่ดินนอกเขตศุลกากร ๖๐๐-๗๐๐ ไร่เลย แต่มีการปล่อยให้คนเข้ามาอยู่อาศัยโดยไม่ได้เก็บค่าเช่าจำนวนมาก เขาเก็บกันเอง แต่ว่าท่าเรือไม่ได้เก็บค่าเช่าเขา🔗

หน้าต่อไป ก็แจกแจงมาเป็นรายละเอียด ก็จะมีตลาดคลองเตย ๑๐ กว่าไร่ เก็บได้ ๘๐ ล้านบาท มี ปตท. อยู่ มีอาคารพาณิชย์ มีแฟลตเคหะ มีที่ดินเปล่าด้วย สาธารณูปการก็ให้ราชการใช้ฟรี อันนี้ก็เป็นการหาผลประโยชน์ของท่าเรือกรุงเทพฯ ซึ่งหาได้ ๓๐๐ ล้านบาทต่อปีเอง เทียบกับมูลค่าสินทรัพย์ของเขาที่มีเป็นแสนล้านบาท ผมว่าอันนี้เรา คงต้องตั้งคำถามแล้วว่าท่าเรือภารกิจหลักควรจะทำการคมนาคมขนส่งให้ทันสมัย แต่กลับ อยากจะไปหารายได้เชิงพาณิชย์ แต่ก็หามาได้แค่นี้ ๓๐๐ ล้านบาท ข้อเสนอแนะควรจะทำ อย่างไร ก็ต้องศึกษากัน แน่นอนจะต้องเร่งพิสูจน์สิทธิ ทำสัญญาเช่ากับผู้อยู่อาศัยในชุมชน แออัดทั้งหมด เพื่อจัดเก็บรายได้เข้าสู่รัฐ อาจจะไม่ได้เก็บแพง แต่ว่าก็เป็นหลักประกันเรื่อง ที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อยว่าเขาจะได้รับการชดเชยเมื่อมีการไล่รื้อ🔗

อีกปัญหาหนึ่งครับ ตลาดคลองเตย ทุกคนคงได้ยิน พูดถึงตลาดคลองเตย นึกถึงอะไร แหล่งรวมของผู้มีอิทธิพลเถื่อน มีการปล่อยเช่ากันเอง เป็นรัฐซ้อนรัฐ บ้านป่า เมืองเถื่อน ขนของกันตอนกลางคืน ขายไก่ เลี้ยงทำอะไรกัน มีแรงงานพม่าอยู่กันเยอะ ไม่รู้ถูกต้องมากน้อยแค่ไหน คือมันควบคุมไม่ได้ครับ พอปล่อยให้มีการทำสัญญากับ การท่าเรือ กับภาครัฐ แล้วก็เอาไปปล่อยเช่าต่อ อันนี้มันใช่ภารกิจหรือเปล่าครับ ของการท่าเรือในการจะไปปล่อยเช่าแล้วก่อให้เกิดปัญหาเยอะแยะขนาดนี้🔗

หน้าถัดไปครับ สิ่งแวดล้อมก็เละครับ น้ำเสียปล่อยมา นี่ผมคงต้องพูดมาก เผื่อท่านขับไปถนนพระรามสี่ สี่แยกคลองเตยท่านก็ได้กลิ่นอยู่แล้ว แต่แน่นอนครับ ตลาดเมื่อเราพิจารณาว่ามันเกี่ยวข้องกับภารกิจของท่าเรือไหม มันเกี่ยวกับการจ้างงาน แล้วก็ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม แล้วก็เป็นเรื่องอาหารของคนทั้งกรุงเทพฯ ด้วย ถ้าเผื่อท่านไปดู อาหารตรงนั้น อาจจะไม่กล้ากินเลย เพราะว่าชำแหละไก่กันตรงกลางถนนเลยที่ของท่าเรือ แล้วก็แก้ไขปัญหาไม่ได้ครับ เรื่องที่อยู่อาศัยคนอยู่กันเป็น ๑๐,๐๐๐ ครัวเรือน เมื่อจะมีการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ก็จะต้องศึกษาให้ดี อย่างมีโครงการที่จะเชื่อมต่อทางด่วนลงมา Smart Community จะสร้างตึก ๓๐-๔๐ ชั้น เป็นสิบ ๆ แท่งอย่างนั้น แล้วประชาชนเขาจะไหวหรือไม่ เขาจะขึ้น ไปอยู่ได้หรือไม่ ค่าสาธารณูปโภค ค่าส่วนกลาง ปัจจุบันเขาอยู่ตารางวาละ ๕ บาท ๑๐ บาท แล้วขึ้นไปอยู่อย่างนี้เป็นพันบาท เขาจะจ่ายไหวหรือไม่ อันนี้ก็ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม ไม่ใช่คิดเองเออเอง แล้วก็ออกแบบ แล้วก็เอามาขายฝันให้กับประชาชน โดยที่ไม่ได้คำนึงถึง ผลกระทบที่จะตามมา เวลามีข่าวออกมาผมก็จะถูกถามตลอดว่าจะสร้างเมื่อไร จะอย่างไร จะชดเชยอย่างไร เพราะฉะนั้นข้อเสนอแนะคณะกรรมาธิการชุดนี้ ถ้าเผื่อตั้งขึ้นมา ก็ควรจะต้องมาหาแนวทางที่จะหาทางออกร่วมกันกับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ โดยเรียก หน่วยงานต่าง ๆ เข้ามามีส่วนในการชี้แจงเพื่อจะเยียวยา ดูแลผลกระทบจากการพัฒนา โครงการขนาดใหญ่ของท่าเรือ เมื่อสักครู่ผมพูดไปแล้วความคิดเห็นต่อการพัฒนาที่ท่าเรือ จริง ๆ ก็ต้องให้มันมีหลายมิติ มีทั้งเรื่องคมนาคม ทางด่วน จะทำอาคารจอดรถบรรทุกขนาด ใหญ่ จะทำท่าเรือขนสินค้าแบบ Semi Automation ทำศูนย์กระจายสินค้าเป็น Ship Fulfillment Center เพื่อจะกระจายให้กับการกระจายสินค้าในเมือง ซึ่งไม่จำเป็นต้อง เอารถบรรทุกเข้ามา อันนี้มันก็จะมีข้อดี ข้อเสีย ที่เราจะต้องพิจารณาให้รอบคอบของ การย้ายออก หรือว่าจะย้ายออกบางส่วน🔗

หน้าถัดไป ก็จะพูดถึงเรื่องการยืนยันในหลักการว่าไม่ควรเอาที่ของท่าเรือ ที่เป็นที่สาธารณูปการเอามาพัฒนาเชิงพาณิชย์ ทำห้าง ทำโรงแรม หรือในข่าวล่าสุดคือไปทำ บ่อนกาสิโน มันใช่เรืองหรือไม่ครับ ตั้งใจจะมาหารายได้ แต่ปรากฏเอาไปประเคนให้นายทุน หมด อันนี้ต้องระวังมากนะครับ จริง ๆ ข้อเสนอควรจะเอามาทำเพื่อสาธารณประโยชน์ อย่างเช่น สวนสาธารณะ Reskill Upskill Center ไหน ๆ เรามีที่ขนาดใหญ่ใจกลางเมือง สวยขนาดนี้ จะเอาไปทำห้างอีกแล้วหรือครับ การท่าเรือภารกิจคือจะปล่อยเช่าที่ทำห้าง หรือครับ ก็มีวาดฝันมาตั้งหลายอย่างนะครับ จริง ๆ มันก็ไม่ได้ยากอะไร ถ้าเผื่อเรามาพัฒนา ร่วมกัน แล้วก็ให้ประชาชนมีส่วนร่วม เราคงได้ที่สวย ๆ ริมน้ำขนาดใหญ่ ตัวอย่างมีมากมายครับ จริง ๆ เราไม่ต้องไปคิดใหม่ ทำใหม่ Yokohama เขาเคยผ่านทุกอย่างมาเหมือนเรา เขาก็เคย ผ่านความแออัดมา ปัญหาที่อยู่อาศัย สิ่งแวดล้อม เคยเจอมาก่อนแล้วครับ แล้วสุดท้าย เขาก็เปลี่ยนให้มันทันสมัย โดยมีการพัฒนาที่อยู่อาศัย มีพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มเติม อันนี้เราสามารถไปดู Model จากต่างประเทศได้ โดยคำนึงถึงเรื่องการหารายได้เข้ารัฐด้วย การจ้างงานก็จะอยู่ในหน้าถัด ๆ ไป ขอข้ามไปได้เลย อันนี้คงไม่เสียเวลามาก เพราะเดี๋ยวคงมี เพื่อนสมาชิกมาร่วมอภิปรายกัน หน้า Timeline งงมากเลยครับ ตั้งแต่ปีที่แล้วเปลี่ยนไป เปลี่ยนมา จะสร้างกาสิโน จะย้ายออกบางส่วน จะทำ Smart Port จะสร้างที่อยู่อาศัย ข่าวมันเปลี่ยนตลอดเลยครับ ผมก็เลยคิดว่าเราไม่ถามคนที่อยู่ตรงนั้นหน่อยหรือครับ สหภาพ ท่าเรือ คนที่เขาทำงานอยู่ตรงนั้น ผู้อยู่อาศัยในชุมชน เวลาจะทำโครงการขนาดใหญ่ขนาดนี้ ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมครับ ไม่เช่นนั้นสุดท้ายก็เป็นการคิดเอง เออเองจากฝ่ายบริหาร แล้วก็จบไม่ลงอยู่ดี มีปัญหา สำคัญมาก ๆ ครับ ก็ไปถามคน แน่นอนคนที่เขาไม่รู้เรื่องอะไร คนที่เขาไม่ได้อยู่ตรงนั้น เขาก็อาจจะมีความเห็นว่าย้ายไปเถอะ ท่าเรือคลองเตยมันแออัดมาก แต่ถ้าเกิดไปถามคนตรงนั้นเขาอาจจะพูดอีกแบบหนึ่งว่า แล้วจะให้เขาย้ายไปอยู่ตรงไหน ปัจจุบันเขาทำงานอยู่ตรงนั้น ถ้าเผื่อให้เขาย้ายออกไปอยู่ไกล ๆ เขาต้องเข้ามาทำงานในเมือง เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทำงานเป็นแม่บ้าน รปภ. ทำงานในท่าเรือ แล้วให้เขาไปอยู่ไกล ๆ ค่าเดินทางไปกลับวันละ ๓๐๐ บาท เราอาจจะต้องมาคิดเรื่องการทำ Affordable Housing หรือทำที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยในใจกลางเมือง🔗

หน้าถัดไปครับ อันนี้ก็พูดถึงเรื่องบ่อนกาสิโนแล้วนะครับ พอพูดถึงเรื่องนี้ ก็อดพูดถึงเรื่องการจะทำ Entertainment Complex ใจกลางเมืองไม่ได้ ซึ่งคลองเตย ก็ตกเป็นเป้าที่สวยใจกลางเมือง ตรงข้ามเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ คือบางกระเจ้า ก็เดี๋ยวมี เพื่อนสมาชิกมาอภิปรายเพิ่ม ตรงนี้คงไม่พูดเยอะ🔗

หน้าสุดท้ายครับ ชุมชนเยอะอยากให้เขามีส่วนร่วม ไม่ใช่สร้าง ๖,๐๐๐ Unit ขึ้นมาแล้วไม่ได้ถามเขา มันมีสาธารณูปการอย่างอื่นที่เราควรจะใส่เข้าไปในนั้น เช่น สถานบริการสาธารณสุข โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก พื้นที่สีเขียว ก็อยากจะวิงวอนการพิจารณา ครั้งนี้ต้องคำนึงถึงหลากหลายมิติ มันกระทบคนเยอะมาก ๆ ไม่ใช่คิดมาแล้วก็อยากจะมาหา ผลประโยชน์อย่างเดียว ประเคนให้นายทุนเอกชน ทุนต่างชาติขนาดใหญ่ และยิ่งทำให้ ค่าที่อยู่อาศัย ค่าที่ดินในเมืองแพงขึ้น ก็คงประมาณนี้นะครับ แล้วเดี๋ยวให้เพื่อนสมาชิก อภิปราย เดี๋ยวผมมาสรุปอีกทีหนึ่ง ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขณะนี้มีผู้ลงชื่อเพื่อจะร่วมอภิปราย ๗ ท่าน เราจะอนุญาตให้อภิปรายท่านละ ๕ นาที ท่านแรก ขอเชิญคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคประชาชน ผมขอร่วมอภิปรายในญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาและพัฒนาท่าเรือของประเทศไทย ซึ่งจริง ๆ แล้วผมอาจจะเน้นหนักในการให้ความเห็นในการที่จะนำท่าเรือกรุงเทพฯ หรือท่าเรือคลองเตยไปพัฒนาต่อไป เขตผมเองครับท่านประธาน ก็อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา จริง ๆ แล้วก็ได้ผลประโยชน์จากการที่มีอยู่ของท่าเรือคลองเตยอยู่บ้างก็จริง เพราะว่า ก็อยู่ตามเส้นทางขนส่งทางน้ำ ในเขตราษฎรบูรณะเองก็มีโกดังสินค้าอยู่หลายอัน ก็มีรถเทรลเลอร์ วิ่งอยู่บ้าง จริง ๆ แล้วตอนนี้รถเทรลเลอร์ที่วิ่งในเมืองก็จะเป็นปัญหากับบ้านประชาชนเช่นกัน แต่ก่อนจริงอยู่ครับ รถบรรทุกสิบล้อมันขนาด ๒๕ ตัน แต่พอมันเป็นรถเทรลเลอร์ รถพ่วง มันก็หนัก ฝุ่นก็เยอะ ชาวบ้านร้องเรียนมาหลายครั้งเช่นกันครับท่านประธาน ซึ่งผมเห็นว่า ความจำเป็นที่เราต้องขบคิดกัน ถ้าตั้งคณะกรรมาธิการนี้ ก็คือต้องฝากว่าความจำเป็นของ ท่าเรือกรุงเทพมหานครในการเป็นท่าเรือหลักยังจำเป็นอยู่หรือไม่ เมื่อเรามีท่าเรือสัตหีบแล้ว ใช่ไหมครับ แล้วเข้าใจอยู่ครับว่าเมืองอย่างกรุงเทพมหานครประชากร ๑๐ ล้านคน เราต้องใช้ ทรัพยากรมากมายทุกวัน เพื่อจะให้ประชาชนมีกิน มีของ มีใช้ เราควรจะลด Size เพียงเท่านั้นพอหรือไม่ เพราะมันไม่ใช่ท่าเรือสำหรับการส่งออกอยู่แล้ว เพราะว่าโรงงาน ในกรุงเทพมหานครก็ไม่ได้มีอยู่แล้ว เพราะเราย้ายฐานการผลิตไปภาคตะวันออกหมดแล้ว ดังนั้นผมคิดว่าอันนี้มองว่าเป็นโอกาสครับท่านประธาน ในการที่ท่าเรือพื้นที่บริเวณนี้จะช่วย แก้ปัญหาของกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่แค่ในเขตคลองเตยอันเดียวครับ แต่ทุกเขตของ กรุงเทพมหานคร ให้เราได้มีพื้นที่ช่องว่างเหมือนคล้าย ๆ กับเล่นเกมถอยรถใน Application ตอนนี้กรุงเทพฯ มันถอยไปไหนไม่ได้เลย ถ้าเรามีพื้นที่อย่างคลองเตย มันจะช่วยแก้ปัญหา ไปได้ครับ ซึ่งรายละเอียดเยอะ แล้วก็ต้องศึกษา แต่ผมอธิบายง่าย ๆ ครับท่านประธาน ก็เหมือนกับว่า ถ้าวันหนึ่งเราอยากสร้าง เราควรจะมีที่อยู่อาศัยที่ทุกคนเข้าถึงได้ หรือ Affordable Housing หลายครั้งรัฐบาลไล่ที่ชุมชนแออัดอะไรต่าง ๆ แล้วก็ไปสร้างบ้าน อยู่โน้น นครนายก องครักษ์ อะไรอย่างนี้ ไกล ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นแนวคิดที่ไม่ถูกต้องครับ คนเขาอยู่ตรงนี้ เติบโตตรงนี้ มีรากเหง้าของเขา ๒-๓ รุ่น ก็จริงครับ ไม่ได้นานขนาด กรุงศรีอยุธยาหรอกครับ แต่งานเขาอยู่ที่นี่ครับ การย้ายที่อยู่อาศัยโดยไม่คำนึงถึงกลุ่มงาน หรือการทำมาหากินของเขา หรือโรงเรียนของลูกเขารับไม่ได้ครับท่านประธาน เอาอย่างนี้ครับ ถ้านึกภาพวันหนึ่งชุมชนแออัดหลายชุมชนในกรุงเทพฯ อย่างถ้าเราอยากแก้ปัญหาชุมชน คลองเตย ตอนนี้เราก็ต้องเอาท่าเรือ เราก็สร้างที่อยู่อาศัยให้ได้ครับ โดยรวมกับชุมชนอื่น อย่างเช่น ตอนนี้เราอยากย้ายแฟลตดินแดงใช่ไหมครับ อยากทุบทำใหม่หรืออะไรก็ตาม เราก็อาจจะใช้พื้นที่ตรงนี้เป็นเหมือน Buffer Zone เป็นเหมือนที่ว่างไว้อยู่ พื้นที่ว่าง ไว้อยู่ แล้วเรามาจัดสรรใหม่ครับ แล้วทีนี้พอทุกคนย้ายจากดินแดงมาแล้ว ก็สามารถที่จะทำ ตรงดินแดงใหม่ เพื่อช่วยชุมชนอื่น ๆ ต่อไป อาจจะเป็นชุมชนที่อยู่ข้างรถไฟในเขตราชเทวีอะไร ต่าง ๆ นานา ให้ได้มาสู่การจัดสรร Develop ใหม่ เพื่อสร้างที่พักอาศัยที่เขามาอยู่ได้โดยเป็น สิทธิของเขาเลย ไม่ต้องเสียสตางค์เพิ่มก็ได้ครับ แล้วก็จัดการ Facilities หรือสิ่งอำนวย ความสะดวกในนั้น สร้างพื้นที่สีเขียวที่ใช้ร่วมกันกับทุกคนได้ แล้วก็อาจจะจัดผังเมือง การจราจรอะไรต่าง ๆ ใหม่ในบริเวณนั้น ๆ ได้ ซึ่งตรงนี้ละครับ ถ้าเราไม่มีพื้นที่เลย มันก็เป็น แค่คำพูดลม ๆ แล้ง ๆ เพราะเราเคลื่อนย้ายคนออกนอกกรุงเทพฯ ไม่ได้ครับ เราแค่ต้อง เหมือนสับไพ่กันไปมาอยู่ตรงนี้ละครับ แล้วผมเชื่อว่าคลองเตยกับดินแดง หรือว่าที่ใด ๆ ในกรุงเทพฯ ให้อยู่ใจกลางเมืองจริง ๆ ผมว่าเดินทางไปมาหาสู่กันได้อยู่แล้วครับท่านประธาน ดังนั้นฝากเพื่อนที่จะเป็นกรรมาธิการครับ ฝากเอา Idea นี้ครับ แล้วก็เห็นด้วยกับท่านภัณฑิล น่วมเจิม ว่าไม่สามารถนำที่นี่ไปทำเป็นห้างได้อีกแล้ว กรุงเทพมหานครมีห้างเยอะเกินไปแล้ว เราต้องการพื้นที่สีเขียว เราต้องการบ้านที่ทุกคนซื้ออยู่ได้ เราต้องการไม่ใช่แค่คนรวยที่อยู่ติด รถไฟฟ้า แต่คนที่เป็นชนชั้นกลาง ชนชั้นล่าง ก็สามารถเข้าสู่บริการสาธารณะได้ รถไฟฟ้า เป็นขนส่งสาธารณะ เมืองเป็นเมืองของทุกคน ไม่ใช่เมืองของคนใดคนหนึ่ง แล้วก็กลุ่มทุนใด กลุ่มทุนหนึ่งครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณชริน วงศ์พันธ์เที่ยง เชิญครับ🔗

นายชริน วงศ์พันธ์เที่ยง พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา กระผม ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต ๒ ตัวแทนของ ชาวอำเภอนครหลวง อำเภอบางปะหัน อำเภอมหาราช อำเภอบ้านแพรก และอำเภอท่าเรือ พรรคประชาชน วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนญัตติของ สส. ภัณฑิล น่วมเจิม เรื่องท่าเรือ ท่านประธานครับ เราคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการขนส่งทางเรือเป็นการขนส่ง ที่มีราคาถูกและไม่มีปัญหาเรื่องการจราจร เพราะเป็นการคมนาคมทางน้ำ กิจการท่าเรือ ส่วนใหญ่จะดำเนินการโดยรัฐบาลผ่านรัฐวิสาหกิจ คือการท่าเรือแห่งประเทศไทย ซึ่งบริหาร กิจการท่าเรือถึง ๖ แห่ง คือ ๑. ท่าเรือกรุงเทพฯ หรือท่าเรือคลองเตย ๒. ท่าเรือแหลมฉบัง ๓. ท่าเรือเชียงแสน ๔. ท่าเรือเชียงของ ๕. ท่าเรือระนอง และ ๖. ท่าเรืออเนกประสงค์ คลองใหญ่ จังหวัดตราด ซึ่งท่าเรือเหล่านี้เป็นจุดขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก ซึ่งมีปัญหา ที่จะต้องแก้ไขและพัฒนาตามที่เพื่อนสมาชิกได้นำเสนอไปแล้วนั้น แต่ท่านประธานครับ ยังมีกิจการท่าเรือขนาดใหญ่ที่ขนส่งระหว่างประเทศมีมูลค่าปีละนับแสนล้านบาท ตั้งอยู่ใน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งท่าเรือเหล่านี้เป็นของเอกชน ไม่ได้บริหารงานโดยภาครัฐ แต่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแสนสาหัสกับประชาชนมานานนับ ๒๐ กว่าปี ผมจึงใคร่ขอเสนอ ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นชุดนี้ ศึกษาปัญหาเพื่อหาทางแก้ไขและพัฒนา เพราะถือว่าเป็นท่าเรือในประเทศไทยเช่นเดียวกัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาของผมมีแม่น้ำ ไหลผ่านหลายสาย เช่น แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำน้อย เป็นแหล่งรวมของการคมนาคมทางน้ำในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากมีเส้นทางเดินเรือ ขนส่งสินค้ามาจากทะเลผ่านอ่าวไทยมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา โดยไม่ต้องใช้การขนส่งทางบก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง เพื่อกระจายสินค้านำเข้าไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ หรือส่งออกไปยัง ต่างประเทศ ในสมัยก่อนท่าเรือมีอยู่จะเป็นท่าเรือขนาดเล็ก รับเรือขนาดบรรทุกไม่เกิน ๕๐๐ ตันกรอส ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรือไม้ หรือเรือเอี้ยมจุ๊นบรรทุกพวกข้าวและพืชผลการเกษตร ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมมากนัก ซึ่งแม่น้ำป่าสักมีความกว้างประมาณ ๘๐ เมตร สามารถรองรับได้สบาย ๆ จนเกิดกรณีการต่อต้านท่าเทียบเรือขนส่งสินค้าถ่านหิน เมื่อปี ๒๕๕๖ ถึงปี ๒๕๕๘ ที่จังหวัดสมุทรสาคร เพราะปัญหามลภาวะฝุ่นละอองถ่านหิน จากการขนถ่าย ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการดำรงชีวิตของประชาชน และถูกสั่งปิด ไม่ให้ดำเนินกิจการ ทำให้ผู้ประกอบการย้ายการขนส่งถ่านหินมายังแม่น้ำป่าสัก อำเภอนครหลวง เพราะมีเครือข่ายการขนส่งรองรับกระจายไปทั่วประเทศ ผ่านถนน Motorway ถนนวงแหวน รอบนอก มีถนนสายหลักสู่ทุกภูมิภาค ไม่ต้องผ่านกรุงเทพมหานคร มีสถานีรถไฟไปภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ นับว่าเป็นจุดขนถ่าย สินค้าที่เหมาะสมอย่างยิ่ง จนได้กำหนดยุทธศาสตร์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้อำเภอ นครหลวงเป็นเมืองแห่งการขนส่งทางน้ำ โดยมีการอนุมัติให้สร้างท่าเทียบเรือขนถ่ายสินค้า ประเภทผลิตภัณฑ์การเกษตร เช่น ข้าว แป้งมันสำปะหลัง ปุ๋ย ปูนซีเมนต์ และแร่ธาตุต่าง ๆ รวมไปถึงถ่านหินที่นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย โดยขนถ่ายจากเรือเดินทะเล ที่เกาะสีชัง ลงเรือเหล็กท้องแบนขนาดใหญ่ หรือเรียกว่า เรือ Barge ที่มีขนาดกว้างกว่า ๑๒ เมตร ยาว ๗๐ เมตร กินความลึก ๕ เมตร ระวางบรรทุกระหว่างตั้งแต่ ๑,๕๐๐-๓,๕๐๐ ตันกรอส ลำเลียงลากจูงมายังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถ้าท่านประธานอยากจะทราบว่า หน้าตาเป็นอย่างไร ก็ลองไปนั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้านหลังสภา ท่านจะเห็นเรือลากจูง มาเป็นแถวส่งเสียงดังสนั่น ขบวนยาว ๓-๔ ลำ นั่นละครับเรือ Barge ที่มุ่งหน้าไปจังหวัด พระนครศรีอยุธยา🔗

จากการสนับสนุนของภาครัฐทำให้จำนวนท่าเทียบเรือเพิ่มขึ้นเป็น ๔๙ ท่า โดยเป็นท่าเทียบเรือขนถ่ายถ่านหินถึง ๑๗ ท่า และมีการขออนุญาตขยายท่าเทียบเรือ จากไม่เกิน ๕๐๐ ตันกรอส เป็นสูงกว่า ๕๐๐ ตันกรอส เพื่อรองรับการขนถ่ายถ่านหิน ที่ผู้ประกอบการขนาดใหญ่มาตั้งคลังสินค้าคัดแยกขนถ่าย เพื่อส่งไปยังโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า และโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง จากข้อมูลปี ๒๕๖๔ มีจำนวนเรือท้องแบน หรือเรือ Barge เข้าเทียบเรือขนถ่ายสินค้า ที่อำเภอนครหลวงถึง ๑๑,๘๖๔ ลำ โดยสินค้าคือถ่านหินเป็นอันดับหนึ่ง ประมาณ ๑๕ ล้านตัน และรองลงมาเป็นปุ๋ยจำนวน ๒ ล้านกว่าตัน ซึ่งการขนส่งขนถ่ายคัดแยกสินค้าเหล่านี้ เป็นสินค้าเทกอง ไม่มีการบรรจุหีบห่อ หรือตู้ Container เหมือนท่าเรือของการท่าเรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ่านหินและแป้งมันสำปะหลัง ทำให้เกิดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง สร้างปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม และส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนที่อยู่อาศัย ในอำเภอนครหลวงและใกล้เคียง พอสรุปได้ดังนี้ครับ🔗

๑. กีดขวางการคมนาคมทางน้ำ พบการจอดเรือสินค้ากีดขวางการขนส่ง ทางน้ำ จนทำให้เรือเล็กของประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถสัญจรไปมาได้อย่างปลอดภัย🔗

๒. การล้างเรือขนส่งถ่านหิน แป้งมัน ปูน และปุ๋ย ทิ้งน้ำเสียลงสู่แม่น้ำ ลำคลอง ทำให้น้ำตื้นเขิน เน่าเสีย และกระทบต่อการใช้น้ำในการอุปโภคบริโภค🔗

๓. การคมนาคมทางบก พบการขนถ่ายสินค้าขนส่งรถบรรทุกที่บรรทุก น้ำหนักเกิน ทำให้เกิดปัญหาถนนชำรุดเสียหาย🔗

๔. พบการปลูกสร้างท่าเรือรุกลำน้ำ และบางท่าเรือไม่ได้รับการรับรอง รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA🔗

๕. จากการลากจูงโดยใช้เรือเหล็กท้องแบนขนาดใหญ่ แต่สภาพลำน้ำ มีขนาดเล็ก ทำให้เกิดแรงน้ำปะทะตลิ่งในขณะกลับเรือแล้วเกิดคลื่นกระทบชายฝั่ง ทำให้ตลิ่ง ทรุดพัง เป็นอันตรายต่อสิ่งปลูกสร้าง ที่อยู่อาศัย และสิทธิในที่ดินของประชาชน🔗

๖. มลพิษทางเสียงจากการเดินเรืออย่างคับคั่งตลอดเวลา ทำให้เรือลากจูง ซึ่งเป็นเรือเดินทะเลหลายลำในการลากจูง ทำให้เกิดเสียงดังตลอดลำคลอง ลำแม่น้ำ🔗

๗. มลพิษทางอากาศจากการขนถ่ายถ่านหิน หรือปุ๋ยเคมี ด้วยการตักจากเรือ โดยตรง ทำให้ไม่มีการป้องกันการฟุ้งกระจายและไม่ได้ใช้ระบบปิด🔗

๘. การปนเปื้อนสู่ดินและแหล่งน้ำจากการจัดเก็บถ่านหินในที่โล่ง ไม่มีระบบ จัดการน้ำฝนที่ปนเปื้อนถ่านหิน ทำให้เกิดการกระจายตัวของถ่านหินในหลายพื้นที่🔗

๙. ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงได้รับผลกระทบจากฝุ่นละออง เจ็บป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ ที่อยู่อาศัยต้องนำผ้าใบมาปิดกั้นฝุ่น ต้องใช้เครื่องฟอก อากาศ จนบางบ้านต้องอพยพออกไปอยู่อาศัยที่อื่น โรงเรียนปิดตัวลง เนื่องจากไม่มี เด็กนักเรียน ทำให้เกิดความเดือดร้อนในการอยู่อาศัย🔗

๑๐. สภาพแวดล้อมของอำเภอนครหลวงเปลี่ยนไปจากเดิม เป็นฝุ่นละออง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สรุปได้แล้วครับ เกิน ๒ นาทีกว่าแล้วครับ🔗

นายชริน วงศ์พันธ์เที่ยง พระนครศรีอยุธยา

ก็ขอเสนอตามนี้นะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ครับ🔗

นางสาวกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ชลบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ กฤษฏิ์ ชีวะธรรมานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๖ แหลมฉบัง ท่านประธานคะ หัวใจสำคัญของโลจิสติกส์คือเวลากับค่าใช้จ่าย หากเราสามารถส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็วขึ้น ก็จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว อีกองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญของระบบ โลจิสติกส์คือผู้ปฏิบัติงานค่ะ ดังนั้นปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ในการพัฒนาท่าเรือและ การขนถ่ายสินค้าในท่าเรือนั้น ผู้ปฏิบัติการจึงจะสะท้อนปัญหาได้ดี ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ชลบุรี

ปัญหาและอุปสรรคที่ว่านั้น เป็นสาเหตุทำให้ท่าเรือเราขาดความเชื่อมั่นในระดับนานาชาติ เพราะเมื่อการขนถ่ายสินค้า ออกจากท่าเรือนั้นทำได้ช้า ทำให้มันมีต้นทุนขนส่งที่สูงขึ้น รวมทั้งระบบพิธีการศุลกากร ที่ล่าช้า ด้วยเหตุที่การใช้ดุลยพินิจกับอำนาจตามกฎหมาย จึงอาจทำให้มีโอกาสเกิด การคอร์รัปชันได้หรือไม่ เป็นสาเหตุที่ทำให้สินค้าหนีภาษีทะลักเข้าประเทศ เช่น กรณีสินค้าทางการเกษตร ขยะสารพิษ ยังมีสินค้าอื่น ๆ อีก ซึ่งทำให้เกิดการเสียหาย กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ และท้ายที่สุดทำให้นักลงทุนย้ายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน🔗

ท่านประธานคะ จากข้อมูลของ UNCTAD ในปีล่าสุดทั้งโลกเรามีเรือพาณิชย์ถึง ๑๐๕,๐๐๐ ลำ แต่มีเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เข้ามาในประเทศไทย จะทำอย่างไรให้เรือ แวะเข้ามาใช้บริการในท่าเรือของเรา ในเบื้องต้นอยากจะนำเสนอรายละเอียดคร่าว ๆ ถึงปัญหาของท่าเรือที่อยู่ในการดูแลของการท่าเรือแห่งประเทศไทยทั้ง ๖ แห่ง ที่ให้บริการ ในขณะนี้ ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน เชียงของ ซึ่งติดกับแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ขนถ่ายสินค้า จากจีน ลาว พม่า มายังไทย อาศัยเรือเทกองเป็นการขนถ่ายสินค้าเป็นหลัก ส่วนมากจะเป็น สินค้าทางการเกษตรอุปโภคบริโภค มีตู้ Container บางส่วน ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือท่าเรือ เชียงแสนขาดแคลนแรงงาน เพราะห่างไกลจากชุมชน ส่วนท่าเรือเชียงของยังมีปัญหาเรื่อง โครงสร้างพื้นฐานและการรองรับการขยายตัวการค้า เช่น Crane แล้วก็ลานตู้ Container เป็นต้น ส่วนท่าเรือระนองจากสถิติปี ๒๕๖๕ ปีหนึ่งมีตู้ Container เข้าอยู่แค่เพียง ๙๕ ตู้ ปัจจุบันนี้จะเป็นที่วางท่อของบริษัท ปตท. ส่วนท่าเรือสงขลาปีหนึ่งมีสินค้าเข้าเพียง ๘๐,๐๐๐ กว่าตัน เป็นท่าเรือขนาดเล็ก ร่องน้ำตื้น กินน้ำไม่ลึก ทั้ง ๒ ท่าเรือ มีปัญหาสำหรับ ท่าเรือระนองไม่สามารถขยายไปด้านหลังได้ เพราะว่าติดเชิงเขา แล้วก็ไม่มีอุตสาหกรรมรองรับ หลังท่าเรือ ส่วนท่าเรือสงขลาจะเป็นเพราะร่องน้ำตื้น ส่วนปัญหาของท่าเรือคลองเตย สส. ภัณฑิล ได้คุยไปแล้ว จะไม่กล่าวถึง มาถึงแหลมฉบังปีหนึ่งมีตู้สินค้าเข้าถึง ๙ ล้านตู้ต่อปี จัดว่ามีจำนวนตู้สินค้าเข้าเป็นจำนวนมาก แต่ก็มีปัญหาและอุปสรรคในการขนถ่ายสินค้า เพราะระบบการจัดการไม่ดี ก่อให้เกิดอุบัติเหตุไม่เว้นแต่ละวัน ภาวะทางอากาศ เพราะความ แออัดของการจราจรรถบรรทุก การจอดติดเครื่องรอคอยเป็นระยะเวลายาวนานตั้งแต่ ๔-๘ ชั่วโมง และในบางครั้งอุปกรณ์ที่ท่าเรือมีปัญหาอาจจะต้องรอคอยเป็นวัน สิ่งที่เกิดขึ้น ตามมาคือคุณภาพชีวิตของพี่น้องผู้ขับรถบรรทุก ซึ่งอาจจะมีปัญหาต่อสุขภาพ เช่น กล้ามเนื้อ อักเสบเรื้อรัง โรคไต ความลำบากในการหาอาหารการกิน และบ่อยครั้งที่คลังสินค้าประเภท สารเคมีมีการบริหารจัดการที่ไม่ดีเกิดการระเบิดขึ้น และก่อมลภาวะทางอากาศนะคะ และปัญหาที่เกิดขึ้นอีกอย่างหนึ่งก็คือ เรื่องน้ำมันรั่ว ซึ่งเกิดจากการบริหารจัดการไม่ดี และความประมาทของผู้รับผิดชอบ และอีกปัญหาหนึ่งที่เกิดควบคู่กับทุกที่ที่มีท่าเรือ ก็จะเป็นปัญหาของลานตู้สินค้าที่อยู่บริเวณรอบ ๆ ทำให้เกิดปัญหารถติดขัดเป็นจำนวนมาก การศึกษาครั้งนี้จะช่วยให้รัฐบริหารจัดการท่าเรือได้อย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งกับรองรับเรือได้ มากขึ้น แล้วยังจะช่วยให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีได้มากขึ้นอีก สามารถป้องกันสินค้า หนีภาษีได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงขอสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ เพื่อแก้ไข ปัญหาท่าเรือของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณข้อมูลจากศูนย์วิจัยการพัฒนา วิทยาลัยเทคโนโลยีทางทะเลแห่งเอเชีย สมาคมตัวแทนออกของรับอนุญาตแห่งประเทศไทย การท่าเรือแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยบูรพา สาขาโลจิสติกส์ ขอบคุณมากค่ะ ท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณวีรภัทร คันธะ ครับ🔗

นายวีรภัทร คันธะ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรภัทร คันธะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ติดกับคลองเตย เรียกได้ว่าท่าเรือก็อยู่ตรงข้ามคุ้งบางกะเจ้านี่เอง โดยเฉพาะ พระประแดงเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับท่าเรือ เพราะว่า เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมที่รถบรรทุกตู้ Container ก็อยู่ที่นี่ หนึ่งในประเด็นที่สำคัญที่จะต้อง คำนึงถึงในการย้ายท่าเรือ ก็คือผลกระทบต่อชุมชนรอบข้างและสภาพแวดล้อม ชุมชนที่อยู่ รอบท่าเรือมักจะต้องเผชิญกับปัญหาการจราจร มลภาวะจากรถบรรทุก แล้วก็ฝุ่น เสียงรบกวน ควันพิษจากเครื่องยนต์ ดังนั้นจึงต้องพิจารณาวิธีลดผลกระทบต่อชุมชนรอบด้าน อย่างเช่น มาตรการลดเสียง ลดฝุ่น เช่น การใช้เทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ปล่อยมลพิษต่ำ นอกจากนี้ ผมมี ๒ ประเด็นที่จะนำเสนอเกี่ยวกับระบบการจัดวางโลจิสติกส์ แล้วก็การสัญจรโดยรอบ🔗

อย่างแรก เรื่องของการจัดการการสัญจรของรถบรรทุกและระบบขนส่ง รอบท่าเรือ ซึ่งรถบรรทุกที่สัญจรเข้าออกท่าเรือมักจะเป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่ ส่งผลกระทบ ต่อการจราจรของถนนในเมืองและรอบท่าเรือ การกำหนดเส้นทางการเข้าออกท่าเรือ ที่เหมาะสม เช่น การใช้ทางพิเศษ หรือการจัดเส้นทางให้รถบรรทุกในช่วงเวลาที่การจราจร ไม่หนาแน่น ก็เป็นวิธีที่สามารถช่วยลดการชนกันของรถบรรทุกกับยานพาหนะอื่น ๆ ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมได้เสนอออกข้อบังคับในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อความปลอดภัย และเพิ่มคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน ท่านประธานครับ การพัฒนาระบบรางและการใช้เรือ ขนส่งสินค้าขนาดเล็กก็สามารถช่วยกระจายความหนาแน่นของการขนส่งจากท่าเรือได้ แล้วก็ เป็นการลดปริมาณรถบรรทุกที่ใช้ถนน นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับประเทศที่พึ่งพาท่าเรือ เป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้า เช่น ประเทศสิงคโปร์และประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้นำเอา เทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในการจัดการปัญหาการจราจรและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบท่าเรือที่ทันสมัยที่สุดในโลก ท่าเรือสิงคโปร์มีปริมาณสินค้าผ่านท่าเรือมากกว่า ๓๗ ล้านตู้ Container ในแต่ละปี ด้วยการใช้เทคโนโลยีและมาตรการที่เข้มงวด ก็คือระบบการจองคิวล่วงหน้า ซึ่งการจองคิว ล่วงหน้าก็จะสามารถช่วยลดผลกระทบ เช่น การลดความแออัด รถบรรทุกจะจองเวลา การเข้าออกท่าเรือก็ต้องผ่านระบบนี้ก่อน ทำให้มีการควบคุมปริมาณรถบรรทุกที่เข้าสู่ท่าเรือได้ หรือเนเธอร์แลนด์ที่ท่าเรือ Rotterdam ซึ่งเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ก็ยอมรับว่า มีการจัดการการขนส่งที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีการใช้ระบบ Multimodal Transportation เน้นการใช้การขนส่งหลายรูปแบบกระจายการขนส่งไปสู่ ระบบรางและระบบเรือ แล้วก็สามารถขนส่งสินค้าไปยังจุดหมายปลายทางได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็มีการใช้ระบบการจัดการจราจรอัจฉริยะ ซึ่งก็คือการใช้เทคโนโลยีในการติดตาม และควบคุมการสัญจรของรถบรรทุกด้วยระบบ Smart Traffic Management🔗

ต่อมาครับ การจัดการจุดพักรถบรรทุกและระบบการสัญจรโดยรอบ ท่านครับ ผมอยากเรียนตรง ๆ ครับว่า ในพื้นที่ผมเรื่องปัญหารถบรรทุกที่เข้าท่าเรือ หรือว่าลานตู้ Container ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ในพื้นที่ ถ้าหากไม่มีการจัดการพื้นที่ที่ดีแล้วก็เหมาะสม ก็จะทำให้ส่งผลกระทบต่อการจราจร แล้วก็ความปลอดภัยของชุมชนโดยรอบ ซึ่งการกำหนดจุดพักรถที่ห่างจากท่าเรือเล็กน้อย แล้วก็มีการจัดการการเข้าออกอย่างเป็นระบบนี้ ก็จะช่วยลดความแออัดของท่าเรือได้ แล้วก็เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าควรต้องทำนะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนว่า ถ้าหากเรา ไม่มีจุดพักรถที่เหมาะสม รถบรรทุกจะต้องจอดรอคิวที่ริมถนน หรือว่าพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้การจราจรติดขัดในพื้นที่ หรือว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ ดังนั้นถ้าเรามีการจัดจุดพักรถที่มี ความพร้อม ทำให้รถบรรทุกสามารถจอดรอในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ ก็จะทำให้การสัญจร รอบท่าเรือก็มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ซึ่งที่ประเทศเนเธอร์แลนด์เช่นกันครับ มีพื้นที่ จอดรถบรรทุกมากกว่า ๓๕๐ คัน ซึ่งผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบข้อมูลการเข้าออกท่าเรือ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ก็ทำให้การจราจรภายในรอบท่าเรือมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น แนวทางสำหรับประเทศไทย การสร้างจุดพักรถบริเวณรอบท่าเรือแหลมฉบัง หรือท่าเรือ คลองเตย ก็ควรจัดพื้นที่อย่างเป็นระบบระเบียบ ไม่กระทบต่อชีวิตชาวบ้านโดยรอบ ควรมีการจัดการคิวแล้วก็ข้อมูลการเข้าออกท่าเรือแบบดิจิทัล เพื่อให้การทำงาน มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ประเทศเราก็สามารถวางแนวทางจัดการสัญจรรถบรรทุกให้ดี ยิ่งขึ้นได้ โดยการเอาแบบอย่างจากประเทศสิงคโปร์ หรือเนเธอร์แลนด์มา เพื่อลดปัญหา การจราจรแล้วก็ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อย่างที่ผมยกตัวอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการจองคิวล่วงหน้า การใช้เทคโนโลยีติดตามรถบรรทุก ที่จะต้องเข้าสู่ท่าเรือ หรือแม้แต่การใช้เทคโนโลยี อย่าง GPS หรือ RFID เพื่อควบคุมการเข้าออก ของรถบรรทุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดเส้นทางช่วงเวลาสำหรับรถบรรทุกเพื่อลดความ แออัดของรถบรรทุก รวมถึงการใช้ระบบขนส่งหลายรูปแบบที่จะช่วยแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของความหนาแน่นรถบรรทุก แล้วก็ปัญหาทางสิ่งแวดล้อม🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน การย้ายท่าเรือของประเทศไทยควรพิจารณาจาก ปัจจัยต่าง ๆ อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม ระบบโลจิสติกส์ การวางแผนอย่างรอบคอบ และการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยก็จะช่วยให้การจัดการท่าเรือ ของไทยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดผลกระทบต่อชุมชน เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ของประเทศในด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณยอดชาย พึ่งพร ครับ🔗

นายยอดชาย พึ่งพร ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ยอดชาย พึ่งพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประจำพื้นที่เมืองพัทยา ผู้แทนเมืองท่องเที่ยวครับ วันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาและพัฒนาท่าเรือของไทย วันนี้ผมไม่มีอะไรซับซ้อนครับ ท่านประธาน แค่จะมาบอกว่าพัทยา Welcome ยินดีต้อนรับครับ หากจะมีการมาก่อสร้าง ท่าเรือ Cruise ที่เมืองพัทยา วันนี้ผมก็จะขอพูดถึงเรือสำราญ ท่าเรือสำราญ ประเทศไทย ของเราปัจจุบันไม่มีเรือสำราญสัญชาติไทยแล้ว แต่ก็มีเรือสำราญต่างชาติแวะเข้ามาเที่ยว มาจอดที่ท่าเรือแหลมฉบัง แล้วก็จะมีนักท่องเที่ยวลงจากเรือเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองพัทยาบ้าง แต่ก็จำนวนไม่มาก เพราะระยะทางจากท่าเรือแหลมฉบังที่จะต้องฝ่ารถติดอย่างมหันต์ แล้วมาถึงพัทยาก็ใช้เวลาพอสมควร บวกกับระยะเวลาที่เรือจะจอดอยู่ก็ไม่นานนะครับ ก็เลยทำให้ไม่ได้เศรษฐกิจอะไรมากมาย และในอนาคตหากจะมีการก่อสร้างท่าเรือ Cruise ที่พัทยา แล้วก็มีเรือสำราญที่เป็นสัญชาติไทย ก็จะทำให้รูปแบบการท่องเที่ยวแนวใหม่ของ ประเทศเราเกิดขึ้น ก็จะมีการไปท่องเที่ยวตามภูมิภาคต่าง ๆ ในพื้นที่ ตามเกาะแก่ง แล้วก็ ตามจังหวัดต่าง ๆ ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวของไทย ตามนโยบายของรัฐเลย หาเงินจาก การท่องเที่ยว และรวมทั้งไปถึงประเทศเพื่อนบ้านด้วยนะครับ นั่นหมายถึงจะนำมา ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น นักลงทุนต่างชาติก็จะให้ความสนใจมาลงทุน มาร่วมทุน จะทำให้มี รายได้เข้าประเทศ แล้วก็มีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นแน่นอน ดังนั้น ในนามผู้แทนพัทยา ผู้แทนเมืองท่องเที่ยว ยินดีสนับสนุนให้มีการก่อสร้างท่าเรือ Cruise ที่พัทยา โดยที่การ ก่อสร้างจะต้องมีการสอบถามความคิดเห็นต่อพี่น้องประชาชนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกมิติเลย และต้องคำนึงถึงความเสียหายของทรัพยากรธรรมชาติใต้ท้องทะเลให้มีผลกระทบน้อยที่สุด และผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าพี่น้องชาวพัทยาของผมก็จะยินดีและให้การสนับสนุนการลงทุนนี้ สุดท้ายนี้ ผมจึงขอสนับสนุนญัตติของท่านภัณฑิล น่วมเจิม ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ ครับ🔗

นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ นนทบุรี

ขอบพระคุณครับท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน ขออนุญาตเข้าร่วมอภิปรายญัตติ ที่เกี่ยวข้องกับการขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาหาแนวทาง แก้ไขปัญหาและพัฒนาท่าเรือของไทย ผมก็จะขออนุญาตพูดในส่วนของการพัฒนาท่าเรือ ของไทย ก็คือสภาพของท่าเรือกรุงเทพฯ ญัตตินี้ก็ได้มีการกล่าวถึงสภาพของท่าเรือกรุงเทพฯ ที่มีความเสื่อมโทรม แล้วก็ไม่สอดคล้องกับผังเมืองของกรุงเทพมหานคร รวมถึงการใช้ ประโยชน์จากที่ดินที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้สูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้ นอกจากนี้ ก็ยังมีความหนาแน่นในการขนส่งสินค้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่งผลทำให้เกิด การจราจร แล้วก็มีมลพิษจากการขนส่งสินค้าสูงขึ้นทุกปี ทุกปี ส่วนแนวทางการพัฒนานะครับ ในขณะที่ศึกษาข้อมูลพบว่าไม่มีการกล่าวถึงการพัฒนา ท่าเรือในลักษณะเรื่องของ Entertainment Complex เลย ซึ่งเป็นแนวทางที่น่าสนใจ ผมจึงอยากตั้งคำถามว่า หากมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขึ้นมา จะมีการพิจารณา ถึงแนวทางการพัฒนา Entertainment Complex รวมถึงการจัดตั้งกาสิโนด้วยหรือไม่ ช่วงรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ได้มีการประชุมกับคณะรัฐมนตรี เพื่อหารือเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือคลองเตย ซึ่งเป็นพื้นที่ว่างที่สามารถนำมาปรับปรุงได้ แล้วการพัฒนานี้ก็ยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาชุมชนแออัด ปัญหาจราจร รวมถึงปัญหามลพิษ ฝุ่นละออง ที่มีข่าวว่าท่าเรือคลองเตยอาจจะเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนพัฒนาเรื่อง Entertainment Complex โดยที่มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ระดับ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมถึงการออกแบบโครงการให้มีสถานบันเทิงครบวงจร อย่างเช่น ศูนย์การค้า สนามแข่งรถ สนามม้า รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ในอนาคต ส่วนอีกที่หนึ่งก็คือ โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ก็มีส่วนหนึ่งที่เป็นพื้นที่ที่เกี่ยวกับท่าเรือนะครับ ก็ยังมี โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา รวมถึงภาคตะวันออกที่มีการจัดสรรพื้นที่กว่า ๖,๕๐๐ ไร่ สำหรับนักพัฒนาในรูปแบบ Entertainment Complex โดยมีแผนที่จะสร้างสถานบันเทิง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยการพัฒนานี้มันจะอยู่ในบัญชีแนบท้ายของ พ.ร.บ. Entertainment Complex ที่กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาอยู่ ก็คือในเรื่องของการพัฒนา Yacht and Cruising Club ซึ่งการพัฒนา Yacht and Cruising Club ก็จะมีกาสิโนเป็นแผนการพัฒนา เศรษฐกิจ แล้วก็การท่องเที่ยวที่น่าสนใจ โดยการเน้นการดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับ High End แล้วก็นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยมีลักษณะดังนี้ ก็คือ ๑. ในเรื่องของการดึงดูด นักท่องเที่ยวระดับ High End เป็นการพัฒนากาสิโนในพื้นที่ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับ ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น โรงแรม ร้านอาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยวทางทะเล ๒. ก็คือ การสร้างรายได้การท่องเที่ยวแล้วก็มีกาสิโนอยู่ในนั้น ก็คือจะสามารถช่วยสร้างรายได้ให้กับ รัฐบาลจากค่าธรรมเนียมและค่าภาษีอื่น ๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตทาง GDP ๓. ก็คือ สามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางทะเล ช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของท่าเรือ ในระดับนานาชาติ ๔. ก็คือการสร้าง Brand ให้กับแหล่งท่องเที่ยว โดยการมี Yacht and Cruising Club จะทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของการท่องเที่ยว ทางทะเลที่สำคัญของโลกนะครับ อย่างกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จจะมี ๑. ก็คือ ใน Monte Carlo ที่อยู่ที่โมนาโก คือมีการพัฒนากาสิโนและ Yacht Club ที่มีมาตรฐานสูง แล้วก็เป็นเป้าหมายปลายทางของคนทั่วโลกที่จะไปเที่ยว แล้วก็อีกที่หนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ ภูมิประเทศ บ้านเราก็คือ มาเก๊าและสิงคโปร์ ก็มีการพัฒนาตรงนี้ด้วย แล้วก็เป็นจุดหมายปลายทางของ นักท่องเที่ยวทั่วโลกเหมือนกันนะครับ สรุปก็คือการพัฒนา Yacht and Cruising Club ที่มีกาสิโนเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ สามารถเสริมสร้างเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้กับ ประเทศไทยได้ แต่ต้องมีการจัดการที่รอบคอบในด้านกฎหมาย รวมถึงผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อม และการยอมรับจากสังคม การนำบทเรียนกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จ มาศึกษา ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จได้ในระยะยาวครับ ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปท่านสุดท้าย ขอเชิญคุณกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ครับ🔗

นางสาวกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ระยอง

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต ๑ พรรคประชาชนค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ระยอง

วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาหาแนวทาง แก้ไขปัญหาและพัฒนาท่าเรือของประเทศไทย โดยจะขอนำเสนอปัญหาที่เกิดขึ้นจากการ ก่อสร้างท่าเรือ ซึ่งส่งผลกระทบในหลาย ๆ ด้าน นั่นก็คือท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยองค่ะ โครงการนี้ได้เริ่มต้นจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๓๑ ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก กำหนดให้พื้นที่ มาบตาพุดเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งใหม่ของประเทศ ภายใต้การดูแลของ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยมีการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรม เพื่อรองรับการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและวัตถุเหลว สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีค่ะ โดยในระยะที่ ๑ เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ จนถึงปี ๒๕๓๕ ถมทะเลไปจำนวน ๑,๔๐๐ ไร่ ระยะที่ ๒ ปี ๒๕๓๕ จนถึงปี ๒๕๔๒ มีการถมทะเลอีกจำนวน ๑,๔๗๐ ไร่ และเมื่อไม่กี่ปีมานี้ คณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติเห็นชอบโครงการท่าเรืออุตสาหกรรม มาบตาพุด ระยะที่ ๓ เดือนตุลาคม ๒๕๖๑ แล้วก็ได้มีการลงนามสัญญาร่วมทุนกับ บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเพื่อดำเนินโครงการนี้ แล้วก็คาดว่าจะมีการลงทุนรวมมูลค่ากว่า ๘๒,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็จะมีการถมทะเลเพื่อสร้างท่าเรือ แล้วก็พื้นที่อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น อีก ๑,๐๐๐ ไร่ แน่นอนค่ะท่านประธาน การที่เราถมทะเลไปมากขนาดนี้ ย่อมส่งผลกระทบ ทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ ท่านประธานคะ ภาพในสไลด์ ก็คือภาพของหาดแสงจันทร์ ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด นับตั้งแต่มีการสร้างท่าเรือมา ทำให้ทิศทางของกระแสน้ำเปลี่ยนแปลงไป เกิดการกัดเซาะ ชายฝั่งอย่างรุนแรง จนต้องสร้างเขื่อนกันคลื่นแบบที่เราเห็น เพื่อป้องกันการกัดเซาะตลอด แนวชายหาด เป็นระยะทางประมาณ ๑๐ กิโลเมตรเลยค่ะท่านประธาน นอกจากนี้ก็ยังมี ปัญหามลพิษทางน้ำ ซึ่งเกิดขยะจากกิจกรรมบนเรือ มีการปล่อยน้ำเสียจากกระบวนการ อุตสาหกรรม ซึ่งประกอบไปด้วยสารเคมี แล้วก็โลหะหนัก อย่างเช่น ปรอท สารหนู หรือว่า สารเคมีอื่น ๆ รวมไปถึงมีเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลลงทะเล ซึ่งมีต้นเหตุมาจากการขนส่งน้ำมัน แล้วก็ก๊าซธรรมชาติในท่าเรือ ซึ่งส่งผลเสียแล้วก็เป็นผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศ แล้วก็สัตว์ทะเล ผลกระทบอีกด้านหนึ่ง ก็คือผลกระทบทางด้านสุขภาพของพี่น้องประชาชน ประชาชนในพื้นที่ต้องเผชิญกับมลพิษที่เกิดจากกิจกรรมในท่าเรือ และนิคมอุตสาหกรรม ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากสารพิษแล้วก็ฝุ่นละอองจากโรงงาน หรือการขนส่งในท่าเรือเอง ทำให้ประชาชนจำนวนมากในพื้นที่ป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจบ้าง หอบหืดบ้าง รวมไปถึง ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ซึ่งปัจจุบันจังหวัดระยองเป็นจังหวัดที่มีอัตราผู้ป่วยโรคมะเร็งสูงที่สุด ในประเทศไทยเลยค่ะท่านประธาน โดยเฉพาะมะเร็งเม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นผลมาจากการสูดดม หรือว่าการสัมผัสสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือที่เราเรียกกันว่าสาร VOCs แล้ววันนี้สิ่งที่ดิฉัน จะไม่พูดเลยไม่ได้ค่ะ ก็คือผลกระทบทางด้านวิถีชีวิต ด้านการประกอบอาชีพค่ะ มีหลาย ๆ อาชีพที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาท่าเรือนี้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร พ่อค้า แม่ค้า ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และอาชีพที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว ก็คงหนีไม่พ้นพี่น้องผู้ประกอบการอาชีพประมงพื้นบ้าน ที่เขาต้องสูญเสียพื้นที่ทำประมง สูญเสียแหล่งรายได้เลี้ยงชีพ เลี้ยงครอบครัวไป ทรัพยากรทางทะเลเสื่อมโทรม พื้นที่อนุบาล สัตว์น้ำถูกทำลาย ทำให้จับสัตว์น้ำได้น้อยลง ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ มิหนำซ้ำการชดเชยเยียวยาผลกระทบของโครงการดังกล่าว ก็ไม่ได้สอดคล้องกับสัดส่วน ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจริงกับพี่น้องประชาชน โดยทาง กนอ. ก็จ่ายค่าชดเชยให้รายละ ๔๗,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งตลอดระยะเวลาโครงการสร้างความเสียหายให้กับพ่อแม่ พี่น้องเฉลี่ยปีละประมาณ ๓๖๐,๐๐๐ บาทต่อราย ท่านประธานคะ ในขณะที่เราให้ ความสำคัญกับการพัฒนาท่าเรือ ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เราต้องไม่ลืมให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ไม่ลืมที่จะให้ ความสำคัญในเรื่องของสุขภาพของประชาชน ไม่ลืมวิถีชีวิตของประชาชนชายฝั่ง รวมไปถึง การให้ความสำคัญในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณภาพ เพื่อที่จะได้ส่งต่อทรัพยากร ที่มีคุณค่าแบบนี้ให้กับลูกหลาน และต้องไม่ลืม หรือว่าทิ้งใครไว้ข้างหลังการพัฒนาแบบนี้ค่ะ วันนี้ที่ดิฉันนำปัญหานำผลกระทบจากการพัฒนาท่าเรือในพื้นที่มาบตาพุดมานำเสนอ แล้วก็ อภิปราย เพื่อที่จะได้นำมาเป็นบทเรียนให้กับสภาผู้แทนราษฎรของเราได้หาแนวทางในการ แก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบการอภิปรายแล้ว ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอญัตติมีสิทธิจะอภิปรายสรุปได้อีกครั้งหนึ่งครับ เชิญคุณภัณฑิล น่วมเจิม ครับ🔗

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ขอบคุณเพื่อนสมาชิก สำหรับข้อมูล ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ ก็มีหลากหลายประเด็นจริง ๆ นะครับ ตั้งแต่ เรื่องการนำพื้นที่ใจกลางเมืองเพื่อพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อย ใกล้แหล่งงาน Cruise Terminal ท่าเรือสำราญ ซึ่งควรไม่ควรที่จะเข้ามาอยู่ในใจกลางเมือง มาถึงแล้ว เจอชุมชนเลย ผมว่าควรจะไปอยู่ที่พัทยาหรือภูเก็ตมากกว่านะครับ เรื่องการเปลี่ยนสีผังเมือง จากสาธารณูปการเป็นพาณิชยกรรมซึ่งจะตอบโจทย์ภารกิจของท่าเรือหรือเปล่า การลงทุน ของท่าเรือขนาดใหญ่ในอดีต อย่างเช่น ที่คลองใหญ่ ตราด ว่าลงทุนไปเยอะ แต่ปล่อยทิ้งร้าง ไม่ได้ใช้ประโยชน์ มีประเด็นเรื่องท่าเรือเอกชน Inland ซึ่งเป็นท่าเรือจากคลองเตย หรือกรุงเทพฯ ขึ้นไป Upstream ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นจุดขนถ่ายสินค้า ซึ่งเราก็อยากจะกระจาย ความหนาแน่นขึ้นไป แล้วก็มีประเด็นเรื่องเรือขนถ่ายถ่านหิน ปุ๋ย สินค้าการเกษตร ซึ่งก็จะ เป็นประเด็นอีกอันหนึ่งที่เราควรจะพิจารณาในการศึกษาครั้งนี้ การเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศผ่านท่าเรือที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงเรื่องระบบโลจิสติกส์ ระบบ ที่จอดรถบรรทุก ลานตู้ Container แล้วก็มีการพูดถึงท่าเรืออุตสาหกรรมอย่างมาบตาพุด มิติเรื่องสิ่งแวดล้อม การปล่อยน้ำเสียจากเรือ ซึ่งในแม่น้ำเจ้าพระยาก็มีเหมือนกัน ก็ยืนยัน ความจำเป็นของการตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อจะศึกษา เพราะมันหลากหลายมิติจริง ๆ ในการศึกษาแนวทางแก้ไข แล้วก็ป้องกันปัญหาจากท่าเรือในอนาคตด้วย เข้าใจว่าเบื้องต้น ก็ได้มีการประสานผ่านทางวิป แล้วก็ทางประธานคณะกรรมาธิการ ก็จะเป็นการตั้ง อนุกรรมาธิการภายใต้คณะกรรมาธิการการคมนาคม โดยจะเป็นสัดส่วนของพรรคประชาชน ที่จะเป็นประธาน ผมก็ไม่ติดใจอะไร ถ้าเผื่อเป็นตามที่ประสานกับทางวิปและประธาน คณะกรรมาธิการก่อนหน้านี้ ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณผู้เสนอ ญัตติครับ เนื่องจากญัตตินี้ได้มีการประสานงานของวิปทั้ง ๒ ฝ่ายแล้ว เห็นว่าควรจะส่งให้ คณะกรรมาธิการการคมนาคมเป็นผู้พิจารณา ซึ่งอาจจะไปตั้งอนุกรรมการอีกชุดหนึ่งก็ได้ เพื่อศึกษาเรื่องนี้ มีท่านใดจะเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีเห็นเป็นอย่างอื่น ก็อาศัย ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ขอให้ส่งญัตตินี้ไปให้คณะกรรมาธิการการคมนาคม เพื่อพิจารณาศึกษา ต่อไป ต่อไปก็จะถามระยะเวลาของการพิจารณาศึกษาเรื่องนี้จะใช้เวลากี่วันครับ เชิญครับ🔗

นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วันนิวัติ สมบูรณ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่นจากพรรคเพื่อไทย ขอเสนอระยะเวลาพิจารณาศึกษา ๙๐ วัน ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้อง เสนอ ๙๐ วัน มีผู้ใดจะเสนออย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มี ก็ถือว่าญัตตินี้ให้คณะกรรมาธิการ การคมนาคมรับไปพิจารณาให้เสร็จภายใน ๙๐ วัน ถือว่าจบญัตติที่ ๕.๑ นะครับ🔗

ต่อไปก็จะเป็นการพิจารณาในระเบียบวาระที่ ๕.๒🔗

๓. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางการจ่ายเงินเดือน ค่าตอบแทนให้กับบุคลากรของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ที่ถ่ายโอนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ)🔗

แต่เนื่องจากญัตติทำนองเดียวกันนี้ มีผู้เสนออีก ๓ ญัตติ คือ🔗

ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่ถ่ายโอนไปยังองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด ให้เป็นไปตามแนวการกระจายอำนาจแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (นางสาวกัลยพัชร รจิตโรจน์ เป็นผู้เสนอ) ซึ่งอยู่ในระเบียบวาระที่ ๕.๒๘🔗

ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการจ่ายเงินการปรับเพิ่มอัตราค่าตอบแทนและการส่งเสริมเส้นทาง ความก้าวหน้าในการทำงานของบุคลากรในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ภายหลังจาก โอนภารกิจไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้เสนอ) ซึ่งอยู่ในระเบียบวาระที่ ๕.๕๕🔗

ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา แนวทางการกำกับดูแลการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปยังองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด ให้เป็นไปตามแนวทางการกระจายอำนาจแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (นายภาณุ พรวัฒนา เป็นผู้เสนอ) ยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระนะครับ ขอให้เจ้าหน้าที่ แจกญัตติของคุณภาณุด้วยนะครับ🔗

ผมเห็นว่าทั้ง ๓ ญัตตินี้เป็นญัตติทำนองเดียวกันที่สามารถจะพิจารณา การประชุมในคราวเดียวกันและลงมติพร้อมกันได้ ดังนั้นผมจะขอปรึกษาหารือว่าที่ประชุม จะเห็นสมควรให้นำญัตติทั้ง ๔ ญัตติ มาพิจารณาและลงมติพร้อมกันตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) และ (๔) มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่า ดำเนินการไปตามนี้นะครับ ขอเชิญผู้เสนอญัตติทั้ง ๔ ท่าน ได้แถลงเหตุผลครับ ท่านแรก ขอเชิญคุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ครับ🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทยครับ ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ขออนุญาตเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการจ่ายเงินเดือน ค่าตอบแทนให้กับ บุคลากรของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่ถ่ายโอนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด ด้วยหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้🔗

หลักการ เพื่อให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการจ่ายเงินเดือน ค่าตอบแทนให้กับบุคลากรของโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบลที่ถ่ายโอนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั่วประเทศ🔗

เหตุผล จากเหตุผลที่ผมนำเสนอท่านประธาน อาจจะเป็นเหตุผลที่ได้ร่าง ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๕ ในเรื่องของ รพ.สต. อาจจะเป็นเหตุผล ที่ล้าสมัยไปบ้าง ผมขออนุญาตไม่อ่านในเหตุผลตรงนี้ แต่ว่าผมจะใช้เหตุผลประกอบ เป็นเหตุผลปัจจุบันที่เป็นปัญหาได้กราบเรียนท่านประธาน ซึ่งเป็นเหตุผลปัจจุบันนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า วันนี้ในส่วนของ รพ.สต. ทั่วประเทศ และในส่วนของ สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษานวมินทราชินี และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบล (รพ.สต.) มีทั้งหมดประมาณ ๙,๘๗๒ แห่งด้วยกัน ใน ๙,๘๗๒ แห่งนี้ จัดเป็น ๓ ขนาด คือ ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ในจำนวนขนาดเล็กในส่วนงบประมาณที่รัฐจัดสรรให้ โดยบอกว่าขนาดเล็ก ๑ ล้านบาท ขนาดกลาง ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ขนาดใหญ่ ๒ ล้านบาท แต่ในความเป็นจริงแล้วองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่รับถ่ายโอนไป ใน รพ.สต. ทั้งหมด ๙,๘๗๒ แห่ง รับถ่ายโอนไป ๔๓ เปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณสัก ๔,๒๓๐ แห่งด้วยกัน ในความ เป็นจริงแล้วขนาด Size เล็ก หรือขนาด S ได้แค่ ๔๐๐,๐๐๐ บาทเองครับ Size กลาง ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ได้รับจริง ๖๕๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ Size ใหญ่ ๒ ล้านบาท รับจริงได้ ๑ ล้านบาท ในขณะตัวเลขของขนาดเล็ก รพ.สต. ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน ต้องดูแลพี่น้อง ประชาชนอยู่ที่ประมาณ ๓,๐๐๐ คน ก็หลายครัวเรือน ๑ คนต่อ ๑๕ ครัวเรือน แล้วก็ ในขนาด Size กลางก็ต้องดูแลประชากรตั้งแต่ ๓,๐๐๐-๘,๐๐๐ คน สำหรับ Size ใหญ่ก็ต้อง ๘,๐๐๐ คนขึ้นไป เมื่อเรามาพิจารณาตัวเลข ซึ่งในส่วนของอัตรากำลังที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการถ่ายโอน รพ.สต. ไป Size เล็กในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการ กระจายอำนาจได้กำหนดอัตรากำลังไว้ ๗ คน Size M กำหนดไว้ ๑๒ คน แล้วก็ Size L กำหนดไว้ ๑๔ คน แต่ในความเป็นจริง Size S ๗ คน ที่ถ่ายโอนมาบุคลากรเพียงแค่ ๒ คน หรือ ๓ คน เพราะฉะนั้นยังขาดอยู่อีก ๕ คน Size M ๑๒ คน ถ่ายโอนมาก็ประมาณสัก ๕ คน ๗ คน ก็ขาดไปอีกครึ่งหนึ่ง Size L ก็เช่นกัน ถ่ายไม่ครบสักขนาดเลยครับ เพราะฉะนั้น เป็นประเด็นจำเป็นที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดที่ถ่ายโอนมาตั้ง ๔,๐๐๐ กว่าแห่ง จำเป็น ที่จะต้องจัดสรรบุคลากรเข้ามาเติม ที่เข้ามาเติมนี่เติมภายในกรอบอัตรา ซึ่งไม่เกินตามที่ สำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจกำหนด แต่เมื่อมาเติมแล้วขนาด Size S เติมประมาณ ๒-๓ คน เพื่อที่จะให้ขับเคลื่อนต่อไปได้ แต่ปรากฏว่าเมื่อเติมไปเสร็จแล้ว องค์การบริหารส่วนจังหวัดต้องจัดสรร ต้องหางบประมาณด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด เอง ซึ่งตรงนี้ที่จริงแล้วเป็นลักษณะการถ่ายโอนนะครับ ไม่ใช่องค์การบริหารส่วนจังหวัดไป ขอรับโอนมาจากในส่วนของภูมิภาค หรือในส่วนของกระทรวง เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมเลย เรียกร้อง หรือว่าให้ศึกษา หรือให้ตั้งคณะกรรมการศึกษาว่า ในส่วนของงบประมาณทั้งหมด ที่สำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจ แล้วก็สำนักงบประมาณที่มาจัดสรรดูแล มีวิธีการ อย่างไรในการจัดสรรให้เพียงพอต่อความจำเป็นต่อความเป็นจริงด้วยนะครับ ในอัตรา บุคลากรที่ถ่ายโอนไปให้กับ อบจ. ทั่วประเทศ เรื่องนี้ที่จริงแล้วผมจะต้องชื่นชม แล้วก็ ขอบคุณท่านนายกสุนทร วิลาวัลย์ ท่านนายกปราจีนบุรี ซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนและเป็นผู้ร่วม ผลักดันตั้งแต่ต้น และเป็นจังหวัดหนึ่งที่ถ่ายโอนเต็มพื้นที่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หลายจังหวัดครับ ท่านประธานที่ถ่ายโอนเกือบเต็มพื้นที่ และเต็มพื้นที่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างกรณีจังหวัด สุพรรณบุรีก็ถ่ายโอนเต็มพื้นที่แล้ว แต่ถ้าเราไปพิจารณาในเรื่องของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ในมาตรา ๑๕๐ วรรคสี่ ท่านประธานครับรัฐธรรมนูญได้บัญญัติเอาไว้ว่า รัฐต้องดำเนินการ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้ของตนเอง โดยจัดระบบภาษี หรือการจัดสรรภาษี ที่เหมาะสม รวมถึงส่งเสริมและพัฒนาการหารายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย อันนี้ก็ชัดเจน รัฐธรรมนูญก็เขียนรับรองเอาไว้ แต่ในขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญยังเขียน ในวรรคต่อไปว่า ระหว่างถ้าในกรณีรัฐไม่สามารถจัดสรร ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ให้รัฐจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นไปพลางก่อน รัฐธรรมนูญ เขียนในวรรคท้ายว่า ถ้าในกรณีรัฐยังไม่ดำเนินการจัดสรร ก็ให้รัฐดำเนินการจัดสรร งบประมาณสนับสนุนไปพลางก่อน แต่ในทางปฏิบัติวันนี้ไม่ได้ทำ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าจำเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเฉพาะในเรื่องของการศึกษา หรือถ้าในกรณี เพื่อนสมาชิก หรือที่ประชุมเห็นว่า เรื่องนี้น่าจะให้คณะกรรมาธิการสามัญ ไม่ว่าจะเป็นคณะ กรรมมาธิการท้องถิ่น หรือคณะกรรมมาธิการที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมได้ นำเสนออภิปรายในญัตตินั้น ก็เป็นการอภิปรายที่มีข้อมูลที่สำคัญแล้วก็พิสูจน์ได้ ในปี ๒๕๖๖ จนถึงปี ๒๕๖๗ มี อบจ. ทั่วประเทศไทย ๗๗ แห่ง ยกเว้น กทม. มี ๖๒ จังหวัด ๖๒ แห่ง รับถ่ายโอนสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา และ รพ.สต. โดยทั้งหมด รพ.สต. ๔,๐๐๐ กว่าแห่ง ใน ๔๓ เปอร์เซ็นต์ ขนาดเล็ก ๑,๐๐๕ แห่ง มีอัตรากำลัง ๗,๐๓๕ คน ขนาดกลาง ๒,๖๖๔ แห่ง มีอัตรากำลัง ๓๑,๙๖๘ คน ขนาดกลางมีบุคลากรเยอะมาก ขนาดใหญ่มี ๕๒๗ แห่ง มีบุคลากรข้าราชการประมาณ ๗,๓๗๘ คน ซึ่งตรงนี้ผมกราบเรียน ท่านประธานว่า รพ.สต. ก็คือพี่น้องประชาชนและรวมทั้ง อสม. ซึ่งเป็นอาสาสมัครมีจิตอาสา เขาทำงานคู่กัน ผมคิดว่าวันนี้หลังจากมีนโยบายการถ่ายโอน รพ.สต. ไปให้กับองค์การ บริหารส่วนจังหวัดแล้วนั้น สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเลย ก็คือโครงสร้างพื้นฐาน ตัวอาคาร ห้องประชุม อุปกรณ์การใช้ วันนี้ดีขึ้นทั้งหมด ไม่จำเป็นที่จะต้องไปทอดกฐิน ไม่จำเป็นต้องไป ทอดผ้าป่า ไม่ไปจัดเลี้ยงน้ำชาเพื่อที่จะมาเรี่ยไรซื้ออุปกรณ์ต่อไป ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่ใกล้ชิดได้มองเห็นนะครับว่า ในอัตรางบประมาณกำลัง หรือเครื่องไม้ เครื่องมือ เครื่องจักรที่มีอยู่ ในการไปซ่อมแซม ในการที่จะเอาเครื่องไม้เครื่องมือ กองช่าง เข้าไปดำเนินการเส้นทางเข้าออกในส่วนของสถานีอนามัยทำได้ดีมาก ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าเป็นจุดแข็ง แต่ติดขัดอยู่อย่างเดียวที่ผมมองเห็นปัญหาและได้รับการร้องขอ ร้องเรียน เพื่อที่จะให้ภาครัฐ โดยเฉพาะเราในส่วนของฝ่ายนิติบัญญัติในการตั้งคณะกรรมการวิสามัญขึ้นมา หรือว่า ให้คณะกรรมาธิการสามัญศึกษาว่า ในเรื่องของการถ่ายโอนอัตรากำลังนั้น ในส่วนของ คณะกรรมการกระจายอำนาจ เราควรจะมีแนวทางอย่างไร ในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณ ในอัตรากำลังอาจจะไม่ไปนับรวมกับในอัตราเงินเดือน ซึ่งมีเพดานขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่สูงอยู่แล้ว แต่ถ้าเราเอาการถ่ายโอนคำนวณเข้าไปอีก องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นแทบจะไม่สามารถที่จะดำเนินการได้เลย🔗

อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องของคณะกรรมการร่างงบประมาณในส่วนของ สำนักงบประมาณ ที่ผ่านมาสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย โดยนายก อบต. ทั่วประเทศได้มีหนังสือเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๖๗ ได้ทำหนังสือถึงประธาน คณะกรรมาธิการงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อที่จะให้ดำเนินการไปยังสำนัก งบประมาณว่า ในกรณีของ อบจ. ในการคีย์ข้อมูล เขาเรียกว่าเป็นการคีย์ข้อมูล BBL เป็นคำขอของสำนักงบประมาณ ซึ่งตรงนี้สำนักงบประมาณบอกว่า ให้องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการเอง ซึ่งตรงนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดทั่วประเทศก็ยังมีปัญหาอยู่ เพราะฉะนั้นในสุดท้าย ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องนี้ถ้าไม่ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขึ้นมาเป็นการเฉพาะ ก็ขอให้คณะกรรมาธิการสามัญที่เกี่ยวข้องได้นำเรียนสภาพปัญหา ศึกษาข้อเท็จจริง เพื่อที่จะให้กระทรวงมหาดไทย ให้กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะที่ รพ.สต. เคยอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็สำนักงบประมาณ ตลอดทั้ง คณะกรรมการกระจายอำนาจ อย่างน้อย ๔ หน่วยงานนี้ ได้มาศึกษาประเด็นปัญหา สรุปข้อเท็จจริงว่า ในเรื่องของการรับสมัครบุคลากรให้เพียงพอ การจัดสรรเงินเดือน สวัสดิการ ไม่ให้ด้อยกว่าเดิม ให้รวดเร็วขึ้น ในกรณีเรื่องของการทำนอกเหนือเวลา หรือว่าในส่วนของ งบประมาณ เพื่อที่จะให้ อบจ. ได้ไปบริหารการจัดการให้สอดคล้องกับจำนวนบุคลากรที่มีอยู่ และบางแห่งในสัดส่วนของ รพ.สต. หมอ พยาบาล เครื่องมือไม่สอดคล้องต่อความเป็นจริง ในเรื่องของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพราะฉะนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของการที่จะ ดำเนินการเพิ่มบุคลากรให้ค่าตอบแทนเป็นเงินเดือน หรือเป็นค่าตอบแทนอย่างอื่น เป็นสวัสดิการ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่า รพ.สต. เป็นแนวหน้า แล้วก็เป็นบริบท เป็นตัวอย่างที่ผ่านมา สร้างผลงานในเรื่องของโควิดที่ต่างประเทศชื่นชมประเทศไทย แล้วก็สมัยนั้น ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้รวบรวมพล แล้วก็ได้ให้ขวัญกำลังใจ ได้เพิ่มเงินเดือนให้กับในส่วนของ อสม. ซึ่ง อสม. และ รพ.สต. ต้องทำงานสัมพันธ์กัน เชื่อมโยงกัน ผมคิดว่าอันนี้คือจุดแข็งของระบบสุขภาพอนามัยของ คนไทยที่ต่างประเทศยังไม่รู้ แล้วก็ได้มาเรียนรู้ ได้มาศึกษาดูงานว่าอะไรซ่อนอยู่ในโครงสร้าง ในระบบสาธารณสุขของประเทศไทย ซึ่งหลายประเทศก็ตื่นตะลึงว่าประเทศไทยเราทำได้ อย่างไร แต่วันนี้พอเรามาดูเนื้อในของเรา ไส้ในของเรา ถ้าเราไปปรับ เราไปแก้ไขในส่วนของ กฎหมาย ระเบียบ และงบประมาณก็ไม่ใช่เดือดร้อนนะครับ งบประมาณก็มีอยู่แล้ว🔗

อยากกราบเรียนเป็นเรื่องสุดท้าย อยากให้ท่านประธานได้เห็นว่า เมื่อ รพ.สต. อยู่กับกระทรวงสาธารณสุข อยู่กับสังกัดเดิม เมื่อถ่ายโอนมา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องถ่าย ทั้งคน ถ่ายทั้งงาน ถ่ายทั้งเงิน ซึ่งเขาอยู่ที่โน่นเขาก็ได้สวัสดิการ เขาก็ได้เงินเหมือนเดิม เพียงแต่ย้ายก้อนของงบประมาณมาตั้งอยู่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่มันจะมีในระดับ เทียบชั้นบางตำแหน่งที่มันเหลื่อมล้ำกันบ้าง ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเป็นปัญหาเล็กน้อย ก็เป็นสรุป ประเด็นปัญหาทั้งหมดว่า ถ้าเรื่องทั้งหมด แล้วก็เพื่อนอีก ๓ ท่านด้วยกันที่จะเสนอญัตติ ทำนองเดียวกันนี้ ผมคิดว่าข้อเท็จจริงกับในสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นคงไม่แตกต่างกันมาก แล้วก็เป็น เรื่องเดียวกัน ก็ฝากคณะกรรมาธิการสามัญ แล้วก็เพื่อนสมาชิกที่มีส่วนในเรื่องของ การพิจารณาได้โปรดพิจารณาให้ครบถ้วนอย่างรวดเร็วด้วย กราบขอบคุณท่านประธาน ด้วยความเคารพยิ่งครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ สำหรับญัตติของคุณกัลยพัชร รจิตโรจน์ ได้มอบหมายให้คุณสกล สุนทรวาณิชย์กิจ เป็นผู้แถลงแทน ขอเชิญครับ🔗

นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ จากภาคประชาชนครับ ในวันนี้ผมก็ขอเป็นตัวแทนผู้เสนอญัตติกล่าวอภิปรายเปิดญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการถ่ายโอนโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบล ที่ถ่ายโอนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้เป็นไปตามแนวทาง การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานครับ ปัจจุบันนับเป็นเวลา กว่า ๗ เดือนแล้วที่แพทย์หญิงกัลยพัชร รจิตโรจน์ ผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน ได้อภิปรายถึงปัญหาการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. ซึ่งเป็น ปัญหาใหญ่ของระบบสาธารณสุขปฐมภูมิของประเทศไทย แต่การให้บริการในปัจจุบันก็ยัง ทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากสาเหตุ ๓ ข้อ ดังต่อไปนี้🔗

๑. งบอุดหนุนจากสำนักงบประมาณน้อยลง ไม่ตรงกับคู่มือการถ่ายโอน จากเดิมที่ รพ.สต. ขนาดเล็กต้องได้รับ ๑ ล้านบาท ขนาดกลางได้รับ ๑.๕ ล้านบาท และขนาดใหญ่ต้องได้รับ ๒ ล้านบาทต่อปี แต่งบสนับสนุนปีนี้เหลือเพียงแค่ ๔๕๐,๐๐๐ บาท สำหรับขนาดเล็ก ๖๕๐,๐๐๐ บาท สำหรับขนาดกลาง และ ๑ ล้านบาท สำหรับขนาดใหญ่ เท่านั้น ผลการจัดงบประมาณเช่นนี้ ทำให้ รพ.สต. ขาดเงินบำรุง ไม่มีงบซื้ออุปกรณ์ การแพทย์ที่จำเป็นสำหรับบริการสร้างเสริม ป้องกัน ฟื้นฟู และดูแลสุขภาพ เมื่อเป็นเช่นนี้ ท้องถิ่นก็มีทางเลือกอยู่แค่ ๒ ทาง ก็คือควักเงินที่ควรจะนำไปพัฒนาท้องถิ่นส่วนอื่น มาบำรุง รพ.สต. หรือลดจำนวนคนและคุณภาพการให้บริการ🔗

๒. สืบเนื่องมาจากข้อที่ ๑ ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ไม่สนับสนุนคนทำงาน ระดับปฐมภูมิ ท่านประธานครับ ท่านเชื่อไหมว่ามี รพ.สต. ถึง ๙๑ เปอร์เซ็นต์ที่มีกำลังคน น้อยกว่ามาตรฐานขั้นต่ำ คนทำงานต้องแบกภาระการดูแล เครียด และคุณภาพการให้บริการ ลดลง หากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอยากจ้างคนก็จะติด พ.ร.บ. ระเบียบบริหารงานบุคคล ท้องถิ่น ซึ่งเพดานงบประมาณห้ามจ่ายเงินเกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่ายของ องค์การบริหารส่วนจังหวัด ในการจ้างกำลังคนเพิ่ม เมื่อเป็นเช่นนี้ บุคลากรบางส่วนจึงลังเล ไม่ประสงค์จะถ่ายโอนออกไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด แต่ทางกระทรวงสาธารณสุข แทนที่จะแก้ปัญหาและเรียกความเชื่อมั่นกลับมา กลับมีทางเลือกให้เพียงว่าให้บุคลากร ไปทำงานสังกัดสาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุขอำเภอ หรือช่วยราชการในกระทรวง สาธารณสุขและกระทรวงอื่น หรือเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด🔗

๓. ปัญหากฎระเบียบไม่เหมือนกันระหว่างโรงพยาบาลแม่ข่าย กับ รพ.สต. ที่ถ่ายโอนไปแล้ว ในกรณีนี้กระผมขออนุญาตยกตัวอย่าง รพ.สต. แห่งหนึ่งในจังหวัด ปทุมธานี เพื่อชี้ให้เห็นถึงปัญหาหน้างานที่บุคลากรต้องเผชิญ รพ.สต. นี้ได้รับการถ่ายโอน จากกระทรวงสาธารณสุขมายัง อบจ. ปทุมธานีเกือบจะครบ ๒ ปีแล้ว แต่ประสบปัญหา ด้านกฎระเบียบ ทำให้ทาง รพ.สต. ได้รับการสนับสนุนการจัดบริการจากโรงพยาบาลแม่ข่าย ลดลง หรือบางด้านก็อาจถูกยกเลิก ซึ่งส่งผลต่อการให้บริการของ รพ.สต. เช่น ก่อนหน้านี้ จะได้รับการสนับสนุนบุคลากรที่หมุนเวียนลงมาให้บริการใน รพ.สต. ทั้งแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร และนักกายภาพบำบัด จากโรงพยาบาลแม่ข่าย ซึ่งบุคลากรเหล่านี้มีความสำคัญ เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ที่จะต้องมี การติดตามอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง แต่ช่วงหลังทางโรงพยาบาลแม่ข่าย มีการแจ้งว่าอาจจะงดการสนับสนุนต่าง ๆ โดยให้เหตุผลว่าควรจะเป็นบทบาทการสนับสนุน ของ อบจ. หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด นอกจากนี้ โรงพยาบาลแม่ข่ายยังมีการคิด ค่าบริการในการตรวจแล็บ สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ไม่มีการคิดค่าบริการรวม รวมไปถึงการคิดค่าบริหารการจัดยาเพิ่ม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในทุกรอบ ที่ รพ.สต. มีการเบิกจ่ายจากโรงพยาบาลแม่ข่าย เหมือนไม่ใช่คนของฉันก็ไม่เหลียวแล แถมยังซ้ำเติม ท่านประธานครับ ปัญหากฎระเบียบระหว่างโรงพยาบาลแม่ข่ายกับ รพ.สต. เหล่านี้ยังซ้ำเติมปัญหางบประมาณผู้ป่วยนอกของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง ที่ได้รับจัดสรรจากโรงพยาบาลแม่ข่ายที่ไม่เพียงพอสำหรับการบริหารจัดการ การให้บริการกับผู้ป่วยด้วย โดยเฉพาะการสนับสนุนงบประมาณด้านยาสำหรับผู้ป่วย โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ที่จัดสรรมาเพียงครั้งละ ๑๔๐ บาท ทั้งที่ในข้อเท็จจริง ค่าบริการรายครั้งมักสูงถึง ๔๐๐-๑,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นต้นทุนที่ รพ.สต. ต้องแบกรับ🔗

จาก ๓ สาเหตุข้างต้นที่เป็นอุปสรรคในการส่งเสริมการถ่ายโอน รพ.สต. ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด จำเป็นต้องได้รับการศึกษาเพื่อแก้ไข ในวันนี้ก็มีการเสนอ ญัตติขึ้นมาแล้ว กระผมจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน ที่เพื่อนสมาชิกของเรา หลายท่านเห็นความสำคัญ และได้ร่วมกันเสนอญัตตินี้ขึ้นมา เพื่อพิจารณาศึกษา แนวทางการควบคุมการถ่ายโอน รพ.สต. ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด กระผม ได้ทราบมาว่าญัตตินี้จะมีการส่งไปที่คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ ก็ขอให้ คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจศึกษาจนได้แนวทางที่แก้ไขปัญหาการถ่ายโอน รพ.สต. ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้สำเร็จตามแผนการกระจายอำนาจอย่างราบรื่นครับ กฎหมายตัวไหนที่เป็นอุปสรรค การจัดงบประมาณอย่างไรที่เป็นอุปสรรค ก็ขอให้มีการศึกษากัน และกระผมหวังว่าในอนาคตอันใกล้นี้ การถ่ายโอน รพ.สต. ตามแผนการกระจายอำนาจ ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนั้นจะสำเร็จ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ทั่วประเทศอย่างราบรื่น ทั้งทางด้านกำลังคน งบประมาณ และการบริหาร เพื่อประโยชน์ไม่ใช่เพื่อใครหรอกครับ แต่เป็นประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศไทยของเรานั่นเอง เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกหลาน และพ่อแม่ ทุกครอบครัวในแผ่นดินประเทศไทยได้รับการส่งเสริมสุขภาพอย่างทั่วถึง ถ้วนหน้า และเท่าเทียม ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธาน ได้ร่วมอภิปรายเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการจ่ายเงินการปรับเพิ่มอัตราค่าตอบแทน และการส่งเสริมเส้นทาง ความก้าวหน้าในการทำงานของบุคลากรโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ภายหลังถ่ายโอน ภารกิจไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งผมได้เป็นผู้เสนอ ท่านประธานที่เคารพครับ หลักการและเหตุผลนั้น ก็คงจะคล้ายกับท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ว่าคงไม่อยากจะอ่าน หลักการให้ท่านประธานได้รับฟัง เพราะว่าตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปจริง ๆ เพราะว่า ญัตติของเราที่เสนอให้ทางสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้ท่านประธานได้บรรจุเข้าระเบียบวาระนั้น ก็อาจใช้ระยะเวลาหลายเดือนนิดหนึ่ง ซึ่งตอนที่ได้รับการร้องเรียนจากบุคลากรของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล หรือ รพ.สต. นั้น ในช่วงของการถ่ายโอนนั้น มีปัญหาเยอะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความไม่มั่นใจในการที่จะไปสังกัดองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น หรือ อบจ. จะมีความก้าวหน้าในอาชีพการงาน หรือมีความมั่นคงในชีวิต การงานอย่างไร การจ่ายเงินผลตอบแทนที่ล่าช้าก็ดี แล้วก็ในอนาคตที่ไม่มีความมั่นใจ ในหลาย ๆ ประเด็นก็ดี แต่ปัจจุบันนี้ที่ได้ติดตามกับทางเจ้าหน้าที่ รพ.สต. นั้น ได้รับทราบว่า ปัญหาดังกล่าวนั้นได้มีการแก้ปัญหาสำเร็จลุล่วงไปหลายประการแล้ว แต่ปัญหาที่คิดว่า ยังคงมีอยู่ แล้วก็คิดว่าจะเป็นข้อเสนอไปยังคณะกรรมาธิการที่จะได้นำญัตติทั้ง ๔ ญัตติ ที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะได้ส่งไปให้คณะกรรมาธิการได้พิจารณา ในการที่จะ เสนอแนะให้รัฐบาลไปดำเนินการนั้นมีหลายข้อด้วยกัน ผมก็จะขอท่านประธานได้เสนอ อย่างนี้ครับ🔗

เรื่องของการส่งเสริมให้ รพ.สต. นั้นมีความแข็งแกร่ง แล้วก็สามารถ มีศักยภาพในการดูแลสุขภาพให้กับพี่น้องประชาชนในชั้นปฐมภูมินั้นถือว่าเป็นเรื่องดี ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานก็คงจะจำได้ว่า เมื่อสมัยอดีตเรามีการถ่ายโอน โรงเรียนไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแล ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลเมืองก็ดี หรือองค์การ บริหารส่วนจังหวัดก็ดี ตอนนี้โรงเรียนต่าง ๆ เหล่านี้ ปัจจุบันนี้มีคุณภาพทางการศึกษา ที่ล้ำหน้ามาก เป็นที่ยอมรับของผู้ปกครองแล้วก็พี่น้องประชาชน ซึ่งการศึกษาและการจัดอันดับ สวนทางกับหลาย ๆ โรงเรียนที่สังกัดอื่น แสดงว่าการที่โรงเรียนนั้นได้ย้ายสังกัดมาให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นได้ดูแล ถือว่าเป็นการกระจายอำนาจที่สามารถตอบโจทย์ทางด้าน การศึกษาได้ ถ้าเราเทียบกับ รพ.สต. แล้ว ก็คิดว่าในอนาคตเราอยากจะเห็น รพ.สต. ที่ได้รับ การถ่ายโอนไปให้ อบจ. ดูแลนั้น จะมีคุณภาพที่จะดูแลสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชน ได้ดียิ่งขึ้นจากเมื่อก่อน เพราะว่าการกระจายอำนาจนั้น ตามที่ได้ติดตามในช่วงหลายเดือน ที่ผ่านมาหลังจากได้มีการถ่ายโอนแล้ว ทางผู้อำนวยการ รพ.สต. แห่งหนึ่งก็ได้ชี้แจงกับผม ครับว่า มีความคล่องตัวมากขึ้นในการบริหารงาน นอกจากนี้ความชัดเจนในการเติบโตในหน้าที่ การงานของบุคลากรของ รพ.สต. นั้นก็ดีขึ้น จากที่เคยอยู่สังกัดสาธารณสุขเดิม อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ น่าชื่นชม🔗

ต่อมาครับ สิ่งที่เราอยากจะเห็นก็คือ คุณภาพเมื่อบุคลากรได้รับการดูแลดีแล้ว ในส่วนของการให้บริการของพี่น้องประชาชนก็ต้องดียิ่งขึ้น ก็ขอให้ทางคณะกรรมาธิการ ลองไปศึกษาดูครับว่า ๑. ก็คือในส่วนของเงินที่จะเป็นงบประมาณในการอุดหนุนที่สำนัก งบประมาณได้เคยสัญญาไว้ ก็คือ S M L เพื่อนสมาชิก ๒ ท่านที่อภิปรายก่อนผมก็ได้ชี้แจง ท่านประธานไปแล้วว่าตอนนี้ยังได้ไม่เต็ม ก็คือ ตัว S ตัว M ตัว L ยังได้น้อยกว่าที่เคยสัญญาไว้ ซึ่งเงินตรงนี้ถือว่าเป็นเงินที่สำคัญ เพราะว่าจะเอาไปจ้าง บาง รพ.สต. เอาไปจ้างทันตาภิบาล ในการที่จะเอามาขูดหินปูน มาดูแลสุขภาพช่องปากให้กับพี่น้องประชาชน ตอนนี้เมื่อเงิน ไปน้อย การจ้างทันตาภิบาลมาดูแลรอบก็น้อยลง ก็คือบุคลากรในการดูแลก็น้อยลง ถ้าเราสามารถทำให้ รพ.สต. เราแข็งแกร่งได้ มันก็จะลดงานของโรงพยาบาลได้ เพราะว่างาน โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลอำเภอ โรงพยาบาลจังหวัด ถ้า รพ.สต. แข็งแกร่ง งานของ โรงงานก็น้อยลง เพราะเป็นการทำสุขภาพในเชิงรุกที่จะลดการเจ็บไข้ได้ป่วยของพี่น้อง ประชาชนลง ก็คิดว่าตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญ ฉะนั้นก็ขอให้ทางคณะกรรมาธิการที่รับงานไป ลองไปศึกษาดูว่าเงินที่เป็นประมาณอุดหนุนให้ รพ.สต. ที่เคยรับปากไว้ สำนักงบประมาณ ได้รับปากไว้ จะได้กลับมาเต็มเม็ดเต็มหน่วยตามที่ได้เคยสัญญาไว้ หรือเป็นไปตามมติ ครม. ตามรายจ่ายงบประมาณประจำปี ๒๕๖๖ ที่สำนักงบประมาณรับปากไว้จะได้เมื่อไร🔗

ท่านประธานครับ นอกจากนี้ยังมีปัญหาครับ เรื่องที่ ๒ ก็คือการถ่ายโอน บุคลากรจากสาธารณสุขมาที่ รพ.สต. เพื่อไปสังกัด อบจ. ตอนนี้ทางต้นสังกัด ทางกระทรวง สาธารณสุขก็ยังไม่ได้อนุมัติมา หลายแห่งก็ยังไม่ยอมปล่อยตัวมา ตอนนี้ก็เลยทำให้บุคลากร รพ.สต. ที่สังกัด อบจ. ตอนนี้ยังขาดแคลนอยู่ ก็ขอให้ทางสาธารณสุขได้เร่งถ่ายโอนอนุมัติ ให้มีการโอนย้ายบุคลากรไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็คือ อบจ. นั้นได้ดูแล เพื่อให้มี บุคลากรในการดูแลพี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้น แล้วก็เพียงพอขึ้นนะครับ🔗

ท่านประธานครับส่วนต่อมา ก็คือเรื่องของความเติบโตในหน้าที่การงานของ บุคลากร ก็เรียนว่าตอนนี้บุคลากรที่ถ่ายโอนไปก็มีความพอใจ ทีนี้ก็มี รพ.สต. แห่งอื่น ที่อยากจะถ่ายโอนไปที่ อบจ. มากขึ้น อย่างที่จังหวัดราชบุรีตอนนี้ถ่ายโอนไป ๘๐ กว่าแห่ง ที่อำเภอบ้านโป่งที่ผมเป็นผู้แทนราษฎร ก็ถ่ายโอนไปแค่ ๗ แห่ง ก็ถือว่าน้อยมาก ยังมี รพ.สต. อื่นที่อยากจะถ่ายโอน พอมีต้นแบบถ่ายโอนแล้ว แล้วคิดว่าดี การบริหารงาน คล่องตัวขึ้น มีการบริหารจัดการบุคลากรที่มีความชัดเจนมากขึ้น ในการเติบโตในหน้าที่ การงาน ก็อยากจะถ่ายโอนไปมากขึ้น ตอนนี้ก็รอการอนุมัติการถ่ายโอน ทีนี้ก็ต้องฝาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นต้นสังกัด ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงบประมาณ ช่วยเร่งรัดให้มีการถ่ายโอน รพ.สต. ไปให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็คือ อบจ. ได้ดูแล ได้บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการดูแลพี่น้องประชาชน ฉะนั้นวันนี้จึงได้อภิปรายให้ท่านประธานได้รับทราบว่ายังมี ปัญหาบางส่วนอยู่ประมาณ ๓ ประเด็น ที่อยากจะให้คณะกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นไปติดตาม เพื่อที่จะได้ส่งเสริมให้ รพ.สต. ที่มีอยู่ ที่มีการถ่ายจะโอนในอนาคต แล้วก็ได้ถ่ายโอนไปแล้ว ได้มีการพัฒนาคุณภาพในการดูแลทางด้านสาธารณสุขให้กับพี่น้องประชาชนได้ดียิ่งขึ้น จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานได้เสนอญัตตินี้ เพื่อให้ทางคณะกรรมาธิการที่ได้รับไป ดูแลตามมติในสภาได้ดำเนินการตามที่ได้อภิปรายครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ญัตติสุดท้าย ขอเชิญคุณภาณุ พรวัฒนา ครับ🔗

นายภาณุ พรวัฒนา อุดรธานี

เรียนท่านประธานครับ ผมขออนุญาต เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางการกำกับดูแลการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ไปยังองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด ให้เป็นไปตามแนวทางการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น🔗

ด้วยตามมติของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๕ เห็นชอบ การถ่ายโอนภารกิจ ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อเป็นการกระจายอำนาจด้านสาธารณสุข ที่จะทำให้ หน่วยงานของรัฐสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน ในด้านสาธารณสุขในพื้นที่ ได้อย่างทั่วถึง โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ มีการถ่ายโอนภารกิจของโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบลไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั้งสิ้น ๔๙ จังหวัด ๓,๒๖๓ แห่ง มีบุคลากรสาธารณสุขที่ถ่ายโอนจำนวน ๑๑,๙๒๘ อัตรา แต่ก็ยังพบว่ามีปัญหาและอุปสรรค ในการดำเนินการถ่ายโอนภารกิจหลายด้าน ทั้งในเรื่องของกระบวนการถ่ายโอน กรอบอัตรากำลังของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่ไม่ประสงค์ถ่ายโอน การบริหาร จัดการงบประมาณ การบริหารจัดการเรื่องระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ ทำให้ภารกิจ การถ่ายโอนประสบปัญหา ผมยกตัวอย่างนะครับ อย่างเช่น มีท่านสมาชิกได้พูดถึงงบอุดหนุน ทั่วไปที่แบ่งการจ่ายตามขนาดของ รพ.สต. ก็จะแบ่งเป็น S M L ขนาดเล็ก ก็ตกลงกันว่า จะให้ ๑ ล้านบาท ขนาด M หรือขนาดกลางให้ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ขนาด L ให้ ๒ ล้านบาท ได้จริง ๆ ขนาดเล็กก็ประมาณจาก ๑ ล้านบาท ได้ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ขนาด M จาก ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ได้ ๖๕๐,๐๐๐ บาท ขนาด L จาก ๒ ล้านบาท ได้ประมาณ ๑ ล้านบาท แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น ปรากฏว่า รพ.สต. ดีใจ แต่ดีใจไม่สุด เพราะว่าเงินที่ได้เป็นเงิน Top Up ครับ เป็นส่วนหนึ่งในการ Offer ว่าให้ รพ.สต. โอนย้าย เพราะฉะนั้นเงินนี้แต่เดิมไม่เคยได้ เขาว่า จะให้ ๑ ล้านบาท ได้ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ก็ยังดี ก็ยังพอถูไถ พอหมุนไปได้ แล้วเรื่องเงิน ก็มีการจ่ายตรงเข้า รพ.สต. ซึ่งในภาพรวมก็ถือว่าดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งแต่เดิมต้องผ่านระบบของ โรงพยาบาลจังหวัดถึงจะเข้ามาถึง รพ.สต. ได้ แต่ก็มีปัญหาบางส่วน อย่างเช่น งบ OP-PP มีงบค่าเสื่อม ซึ่งต้องพิจารณาในรูปแบบของคณะกรรมการของระดับอำเภอ หรือ CUP ซึ่งหลายอำเภอคุยกันไม่ลงตัว ทำให้มีปัญหาไม่สามารถใช้เงินงบประมาณได้ แล้วก็ติด ๆ ขัด ๆ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่ถือว่าจะต้องได้รับการดูแลนะครับ🔗

ในเรื่องของคน บุคลากร ก็ยังมีการจัดสรรไม่ตรงตามตำแหน่ง หรือว่าบางที่ บางตำแหน่งด้อยกว่าเดิม ส่วนมากดีขึ้น แต่มีบางตำแหน่ง ผมยกตัวอย่าง เจ้าพนักงาน สาธารณสุขอาวุโส ซึ่งแต่เดิมเงินเดือนจะเทียบเท่าชำนาญการพิเศษ หรือซี ๘ เงินเดือน จะไปตันอยู่ ๖๙,๐๔๐ บาท ซึ่งพอย้ายปุ๊บ ปกติการย้ายจะต้องดีเท่าเดิม หรือมากกว่าเดิม แต่พบว่าตำแหน่งนี้ เจ้าพนักงานสาธารณสุขอาวุโส จากเทียบเท่าชำนาญการพิเศษ พอย้ายปุ๊บ บางท่านลดลงมาเหลือเทียบเท่าชำนาญการ เงินเดือนจากที่จะวิ่งขึ้นไปตันที่ ๖๙,๐๔๐ บาท ก็เหลือ ๕๔,๐๙๐ บาท คือกลายเป็นว่าซีลดลง เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นบางอย่างที่ลักลั่น แต่ว่าส่วนมากแล้วจะดีขึ้น มีความก้าวหน้ามากขึ้น อย่างเช่น นักวิชาการสาธารณสุข ซึ่งปกติ หวังจะขึ้นไปถึงชำนาญการพิเศษนี่ยากมากนะครับ แต่พอเข้าสู่ตำแหน่งหัวหน้า เรียกว่า ผู้อำนวยการ ผอ. รพ.สต. ก็สามารถเข้าสู่ตำแหน่งชำนาญการพิเศษได้ หรือแม้พยาบาล พยาบาลวิชาชีพก็สามารถเข้าสู่ตำแหน่งได้เช่นกัน อันนี้ถือเป็นความก้าวหน้าที่มากขึ้น แล้วก็ อีกประการหนึ่ง มีการถ่ายโอนกลับไปยังภูมิลำเนา หรือท้องที่ของตัวเองด้วย ทำให้หลาย ๆ คน ซึ่งปกติย้ายยาก ก็พบว่าเขามีความสุขกับการโอนย้ายนะครับ🔗

ทีนี้เรื่อง อสม. นะครับ อสม. นี้ดั้งเดิมสาธารณสุขอำเภอก็จะคุม รพ.สต. รพ.สต. ก็คุม อสม. แต่พอมีการโอนย้าย ปรากฏว่า รพ.สต. ไป แต่ อสม. ไม่ได้ไปด้วย อสม. ยังคงขึ้นกับสาธารณสุขอำเภอ แล้วก็หลังการโอนย้ายพบว่าตำแหน่งต่าง ๆ ในสาธารณสุขอำเภอลดลง แต่ละที่ในสำนักงานสาธารณสุขอำเภอบางแห่งเหลือคน ปฏิบัติงานอยู่ ๓-๔ คน เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นการดูแล อสม. ก็ไม่ทั่วถึง หลาย ๆ อำเภอ ก็ไปขอแรงเรียกว่าให้ รพ.สต. กำกับดูแล ช่วยดูแล อสม. เช่นเดิม แล้วในเรื่องของบุคลากร ในสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ซึ่งน้อยมาก อันนี้ก็เป็นปัญหาในการปฏิบัติงานเช่นเดียวกัน🔗

ในเรื่องของงาน เดิม รพ.สต. เรามี KPI ซึ่งเป็นของกระทรวงสาธารณสุข ก็จะมีในงาน Routine ทั่วไป ทั้งการป้องกันควบคุมโรค ส่งเสริมสุขภาพ รักษาพยาบาล ฟื้นฟู พอย้ายไปปุ๊บ KPI ของกระทรวงสาธารณสุข รพ.สต. ก็ต้องทำ แล้วยังมี KPI เพิ่มมาด้วย ก็คือ KPI ของท้องถิ่น ของ อบจ. เพิ่มเข้ามาอีก สรุปว่าคนทำงานเหนื่อยมากขึ้น แต่ชาวบ้าน หรือประชาชนก็จะได้ประโยชน์มากขึ้น จากการที่ รพ.สต. มี KPI ที่มากขึ้น🔗

พวกวัสดุอุปกรณ์พบว่างบน้อยลงกว่าเดิม เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ขึ้นกับ อบจ. ที่จะให้การสนับสนุน ยกตัวอย่าง อุดรธานี ซึ่งยังไม่มีการโอนย้าย เพราะว่านายกยังไม่รับ นายกบอกว่าขอดูที่อื่นก่อน ปรากฏว่าที่อื่นก็มีปัญหา โน่น นี่ นั่น แล้วก็มีการแก้ปัญหา จนกระทั่งอุดรธานีตกผลึก ตอนนี้อุดรธานีพร้อมที่จะรับ รพ.สต. ทุกแห่งเข้า อบจ. นะครับ ทางสะดวกนะครับ ก็ต้องขอบคุณท่านนายกวิเชียร ขาวขำ แล้วก็ทาง อบจ. ทุก ๆ แห่งก็ควรมีการหาอุปกรณ์ หรือเครื่องมือแพทย์ต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับแต่ละที่ อยู่ที่เดิมเขามาเป็น Pack เลยนะครับ บางทีเขาสั่งให้ตึ้บ ๆ แต่มาที่ใหม่ แต่ละที่ก็จะมีบริบทการใช้เครื่องมือของแต่ละแห่ง ที่นี่ขาดอันนี้ ที่นั่นขาดอันนั้น ก็จะได้รับการดูแลที่ตรงประเด็นมากขึ้น ดังนั้นในทุกภาคส่วน ทั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ทั้งกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ทางองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด ก็ควรจะต้องมีการเตรียมความพร้อม มีการพูดคุย มีการบูรณาการกันอย่างเป็น ระบบ เพื่อให้การถ่ายโอนภารกิจไม่เกิดปัญหาอุปสรรคใด ๆ และไม่ให้เกิดผลกระทบกับ ประชาชนในการได้รับบริการสาธารณสุขอย่างมีคุณภาพ ให้ได้รับการบริการตามมาตรฐาน โดยเฉพาะระบบสุขภาพปฐมภูมิ ก็ถือว่าให้ประชาชนมีสุขภาพ มีสุขภาวะ และคุณภาพชีวิตที่ดี เจ้าหน้าที่ก็ทำงานอย่างก้าวหน้าและมีความสุข🔗

ดังนั้น กระผมจึงขอเสนอญัตติดังกล่าวมา เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาในเรื่องแนวทางการกำกับดูแลการถ่ายโอน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้เป็นไปตามแนวทาง การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๕๙ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภาต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้เสนอญัตติ ทั้ง ๔ ญัตติ ได้เสนอหมดแล้วนะครับ ต่อไปก็จะเป็นการอภิปรายของท่านสมาชิกครับ ตอนนี้ มีท่านสมาชิกเสนอชื่อเข้ามาเพื่อจะขออภิปราย ๘ ท่าน ผมจะอนุญาตให้อภิปรายท่านละ ๕ นาที ช่วยรักษาเวลาด้วยนะครับ ท่านแรก ขอเชิญคุณภูริวรรธก์ ใจสำราญ เชิญครับ🔗

นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาครับ ผม ภูริวรรธก์ ใจสำราญ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๒ บางเขน ท่าแร้ง สายไหม ออเงิน และลาดพร้าว จระเข้บัว จริง ๆ ผมอาจจะเตรียมมาถึง ๗ นาที แต่พยายามจะรักษา เวลาให้เต็มที่มากที่สุดนะครับ การทำสถานชีวาภิบาลเพื่อดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง และระยะสุดท้าย เป็นพันธกิจที่สำคัญอันหนึ่งของ รพ.สต. รองรับสังคมผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็ว และยิ่งทุกวันนี้สภาพเศรษฐกิจนั้นทำให้หลายครอบครัวต้องใช้เงินดูแลผู้ป่วย ที่อยู่ในโรงพยาบาลมากยิ่งขึ้น ก็จะกลายเป็นปัญหาทางด้านเศรษฐกิจของพวกเขานะครับ แต่ว่าการยกระดับสาธารณสุขให้ดีขึ้นกว่าเดิมนั้น โดยเฉพาะประเด็นเพื่อให้คนไทยเข้าสู่ ระบบบริการสุขภาพที่มีมาตรฐานสากล ลดเวลา ลดค่าใช้จ่าย สามารถรองรับความต้องการ ใหม่ ๆ จากสถานการณ์สังคมผู้สูงอายุ ขีดเส้นใต้ คำว่า มาตรฐานสากล เพราะว่าเราจะต้อง เอามาตรฐานสากลนี้มามองในภาพใหญ่ของสถานชีวาภิบาลใน รพ.สต. ซึ่งเราก็จะดูตั้งแต่ เรื่องของสถานที่ ดูเรื่องของอำนาจหน้าที่ งบประมาณ แล้วก็ด้านบุคลากร ซึ่งในที่นี้ผมจะ หยิบยกเอาเฉพาะเรื่องของบุคลากรที่เป็นฟันเฟืองสำคัญมาพูด ซึ่งผมจะแบ่งออกมาเป็น ๓ ประเด็นครับ🔗

ประเด็นแรก กรอบอัตรากำลัง กรอบงาน แล้วก็ความก้าวหน้าในอาชีพของ บุคลากรในแบบประคับประคอง นั่นหมายถึงบุคลากรอย่างการแพทย์ พยาบาลที่ทุกวันนี้ ไม่มีตำแหน่งด้านนี้ในโรงพยาบาล เพราะว่างานที่ทำนั้นนอกเหนือจากกลุ่มดูแลงานที่ต้อง ดูแลอยู่แล้ว เมื่อไม่มีตำแหน่งรองรับ ผลต่อการก้าวหน้าในสายอาชีพก็จะมองไม่เห็นทาง เช่นเดียวกับพยาบาลที่จบมาใหม่ ๆ ก็ไม่มีตำแหน่งลง ก็จะต้องออกไปทำงานเอกชนบ้าง หรือไปทำงานที่ต่างประเทศบ้าง ดังนั้นการที่ยังไม่มีทีมด้านประคับประคองในโรงพยาบาล ชุมชนก็ดี หรือโรงพยาบาลศูนย์ก็ดี มันก็จะทำให้ระบบการเชื่อมประสานต่อกันระหว่าง โรงพยาบาลส่งกลับมาที่ชุมชนนั้นไม่ราบรื่น🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ กรุงเทพมหานคร

ยกตัวอย่างครับ ตอนนี้ก็คือ เป็นตารางที่พูดถึงมาตรฐานกำลังคนในโรงพยาบาลชุมชน หรือโรงพยาบาลศูนย์ ก็จะมี Size ต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลชุมชนที่ ๑๐-๑๒๐ เตียง ควรมีแพทย์ทางด้าน Palliative Care เป็น Part Time อยู่ ๑ คน พยาบาล Full Time ๑ คน เภสัชกร Part Time ๑ คน แล้วก็สหวิชาชีพต่าง ๆ เพิ่มขึ้นไปครับ พอเป็น ๑๒๐ เตียงขึ้นไป ก็ควรจะมีแพทย์ที่เป็น Palliative Care อยู่ที่ ๑ คน พยาบาล Full Time เพิ่มเป็น ๒ คนขึ้นมาแล้ว อย่างนี้เป็นต้น โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่เป็นโรงพยาบาลท้องถิ่น หรือโรงพยาบาลศูนย์ ควรจะมีแพทย์ถึง ๔ คน แล้วก็มีพยาบาล Full Time ถึง ๔ คน เภสัชกร Part Time ๒ คน นักสังคมสงเคราะห์ รวมไปถึงการมีสหวิชาชีพ เช่น นักจิตวิทยา นักกายภาพบำบัด นักแพทย์แผนไทย นักโภชนาการ แล้วก็กิจกรรมบำบัด รวมถึงจิตอาสาด้วย ซึ่งตารางนี้ทุกวันนี้เรามีค่ามาตรฐาน ไม่ตามตารางนี้เลย เป็นปัญหาสำคัญครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Node ที่อยู่ใกล้กับประชาชน อย่างเช่น รพ.สต. กำลังบุคลากรไม่เพียงพอครับ เพราะฉะนั้นหมุดหมายที่สำคัญก็คือ การสร้างบุคลากรเสริมเข้าไปในงานด้านดูแลประคับประคอง จนทำให้กิจกรรมนั้นเป็นแก่นแท้ ของการดูแลที่แท้จริง เช่น การวินิจฉัยผู้ป่วยระยะท้าย การทำแผนดูแลล่วงหน้า การบริการ ให้คำปรึกษาทางไกล รวมไปถึงการให้ยาบรรเทาปวด การลดอาการข้างเคียงรบกวน หรือการเป็นพี่เลี้ยงเชื่อมต่อเครือข่ายกับการดูแลชุมชน ฝึกอบรมบุคลากรในชุมชน รวมไปถึง การพัฒนาระบบการส่งต่อระหว่างโรงพยาบาลกับชุมชน ซึ่งมาตรฐานการทำงานแบบนี้ มันยังไม่เกิดขึ้นในปัจจุบันนะครับ🔗

ประเด็นต่อมาเป็นประเด็นที่ ๒ ความสำคัญของนักบริบาลปฐมภูมิ แล้วก็ Caregiver รวมไปถึงการกระจายทรัพยากรเวชภัณฑ์ แล้วก็อุปกรณ์ในการดูแล ซึ่งทุกวันนี้จำนวนผู้ป่วย แล้วก็ญาติที่ตัดสินใจดูแลอยู่ที่บ้านมีจำนวนที่สูง เพราะว่าปัจจัย ทางด้านเศรษฐกิจก็ดี และความเชื่อก็ดี การอยู่บ้านนี้เอง ทำให้เจ้าหน้าที่ในการเยี่ยมบ้านนั้น เป็นความสำคัญครับ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขบางคนไปเยี่ยมบ้านครั้งแรก แต่พอครั้งต่อมา ไปไม่ได้ครับ เพราะเนื่องจากว่าเจ้าหน้าที่ไม่พอ จำนวนผู้ป่วยก็เยอะ ๒ อาทิตย์กลับไปเยี่ยม อีกที ผู้ป่วยเสียชีวิตไปแล้ว นี่คือภาพสะท้อนของจำนวนบุคลากรปฐมภูมิ แล้วก็ความถี่ ในการเยี่ยมผู้ป่วยที่ไม่ได้มาตรฐาน การเยี่ยมผู้ป่วยพึ่งพิงกับเยี่ยมผู้ป่วยในระยะสุดท้าย ลองดูตารางครับ ตารางนี้จะเป็นตารางที่บอกถึงชั่วโมงที่เหมาะสมในการดูแลผู้ป่วย ตามสภาวะร่างกาย ซึ่งมันจะเป็นการไล่ถี่ขึ้นไปครับ เรียงจากผู้ป่วยแบบพึ่งพิงในแบบกลุ่ม ๑ ก็จะดูแลเข้าไปเยี่ยมเยียนอาทิตย์ละ ๑ ครั้ง แต่พอเรียงกันไปจนถึงกลุ่ม ๔ เป็นกลุ่มผู้ป่วย ที่มีสภาวะร่างกายย่ำแย่ กลุ่มนี้เป็นการดูแลแบบประคับประคอง ซึ่งจะต้องดูแลแบบทุกวัน เพราะฉะนั้นทุกวันนี้พอเจ้าหน้าที่ไม่พอเราก็ใช้ อสส. อสม. เข้ามาเป็น Caregiver บางทีนั้น ก็ไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึงครับ เพราะว่าเขตประชากรอย่างในเมืองนั้นค่อนข้างที่จะมี ผู้ป่วยอยู่เยอะ แต่ในขณะที่ไกลออกไปจากเมืองหลวง พื้นที่ต่าง ๆ อย่างตำบลก็ดี เทศบาลก็ดี อาจจะมีผู้ป่วยน้อยกว่า แต่ว่าปัญหาเรื่องหนึ่งที่มีเหมือนกันก็คือ เรื่องของทรัพยากร อย่างด้านเวชภัณฑ์ แล้วก็อุปกรณ์ในการดูแลรักษา🔗

ขอสไลด์ถัดไปครับ ความพร้อมในการดูแลมันจะต้องมาควบคู่กับเรื่องของ อุปกรณ์ อันนี้จะเป็นรายการอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องการดูแลรักษา ไม่ว่าจะเป็นผ้ารองซับ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ เซตทำแผล Syringe Driver ซึ่งขาดแคลนในหลายพื้นที่ครับ อุปกรณ์หลาย ๆ ชิ้นนั้นไม่ได้อยู่ในหลักประกันสุขภาพ แต่ว่ามันเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องใช้อย่างมาก ซึ่งผู้ป่วย และครอบครัวต้องหาเอาเอง ราคาก็สูง บางคนก็ต้องต่อคิวในการได้จากสาธารณสุข ที่ไหนมี ธนาคารอุปกรณ์ก็พอที่จะโชคดีได้บ้าง🔗

ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ประสิทธิภาพมาตรฐานในการทำงานครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วผู้ที่เป็นผู้บริบาล Caregiver ที่มีศักยภาพในการดูแลอย่างแท้จริง ทุกวันนี้ยังขาดแคลนอยู่ เราใช้ อสส. ก็ดี อสม. ก็ดีเข้ามาแทนที่ แต่ว่ามีหลายเรื่องที่ยังไม่มี การฝึกอบรมทักษะ เช่น Basic Palliative Care หรือการดูแลผู้ป่วยล่วงหน้า หรือแม้ว่า เรื่องของการดูแลความสูญเสีย เป็นต้น🔗

ลองดูอีกสไลด์หนึ่งครับ สไลด์นี้เป็นข้อมูลจากศูนย์การุณรักษ์ โรงพยาบาล ศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น แล้วก็มูลนิธิสาธารณสุข มีการทำข้อมูลแบบสอบถามจาก อสส. แล้วก็จาก อสม. แล้วก็เป็น Caregiver จาก ๕ ภาค รวมถึงกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่าง ๕๖๓ คน ชี้ให้เห็นถึงการอบรมของแต่ละภูมิภาคครับ สีแดงเป็นสีที่บ่งบอกถึง ผู้ที่มีการอบรมมากกว่า ๔๒๐ ชั่วโมง ตัวอย่างเช่น ภาคอีสานมีจำนวนผู้อบรม ๔๒๐ ชั่วโมง ในสัดส่วนที่มากกว่าภาคอื่น แต่พอมาดูกรุงเทพมหานคร ปรากฏว่าระดับการอบรมส่วนใหญ่นั้น อยู่ที่ ๗๐ ชั่วโมง ซึ่งถือว่าน้อยมากครับ แล้วถ้าน้อยเช่นนี้มันจะพร้อมในการปฏิบัติจริงได้เช่นไร🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอสรุปเลยครับ เพราะว่าเกิน ๒ นาทีแล้วนะครับ🔗

นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ กรุงเทพมหานคร

สไลด์นี้จะบ่งบอกให้เห็น ถึงว่าเนื้อหาของ ออส. อสม. ที่ต้องเรียนนั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งเนื้อหาต่าง ๆ ไม่สามารถเรียนจบได้ ภายใน ๗๐ ชั่วโมง แล้วถ้าจะเอาพร้อมทำงานจริง ๆ ก็ต้องมีการลงในภาคปฏิบัติเพิ่มขึ้น ซึ่งตรงนี้ก็ยังมีไม่ถึง เราลองเฉลี่ยค่าอบรมทั้งทฤษฎีและภาคปฏิบัติลงมา Cost จะอยู่ที่ ประมาณ ๑ คน สำหรับในการอบรม อสส. ก็ดี หรือ Caregiver ก็ดี อยู่ประมาณ ๒๕,๐๐๐ บาทต่อคน ซึ่งฝ่ายบริหารมีวิธีในการทำให้ค่าฝึกอบรมนี้ลดลงมาแน่นอน🔗

สุดท้ายครับท่านประธานครับ ผมพูดไปนี้เป็นภาพของปัญหาที่มีมานานครับ เรามุ่งหมายให้ฝ่ายบริหารนั้นกำหนดนโยบายสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น มองถึงสภาพในอนาคตด้วย ผมอยากให้มีการแก้ไขต่าง ๆ ไม่ว่าจะด้านกฎหมาย หรือด้าน การคลังครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมจะขอยุติได้นะครับ เกินเกือบ ๓ นาทีแล้ว เป็น ๘ นาทีแล้ว ที่เราตกลงกัน ๕ นาที ผมขออนุญาตครับ🔗

นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญข้างหลัง ยกมือประท้วงอะไร🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

อยากปรึกษาท่านประธานนิดหนึ่งครับ ผม มานพ คีรีภูวดล จากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ ก็คือจริง ๆ แล้วพวกเราเตรียมไว้ที่ ๗ นาที ท่านประธานดูได้เลยครับตรงนั้น แล้วผมก็เข้าใจว่าทุกท่านที่เตรียมมาก็คือ ๗ นาที แล้วผมก็ดูรายชื่อผู้อภิปรายไม่ถึง ๑๐ คน ขอความกรุณาท่านประธาน ผมคิดว่าประเด็นที่ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปเนื้อหาสำคัญ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็อนุญาต ให้แล้วว่าเกิน แต่นี่ไป ๘ นาทีแล้ว ก็ขอเห็นใจคนที่รอบ้างครับ เพราะที่ว่า ๕ นาทีนี้ ผมไม่ได้ กำหนด วิปตกลงกันเองที่ส่งมา🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

อย่างไรขอความกรุณาจาก ท่านประธานนะครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตอนนี้ ๘ นาทีแล้ว ขออนุญาตตามนี้ เข้าใจนะครับ เพราะว่าเตรียมมามาก แต่ว่าเมื่อกำหนดเวลาท่านก็ต้องสรุป ลงในเวลาที่มันใกล้เคียง ไม่ได้ถึงกับว่า ๕ นาทีหยุด เมื่อสักครู่ขอว่าเตรียมมา ๗ นาที ก็ให้ไป ๗ นาที แต่นี่จะมา ๘ นาที เดี๋ยว ๙ นาที เป็น ๑๐ นาทีไปเลย ขออนุญาต เพราะว่าหลายท่าน รออยู่นะครับ ต่อไปขอเชิญคุณนิยม วิวรรธนดิฐกุล ครับ🔗

นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล แพร่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม วิวรรธนดิฐกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมขอ ๗ นาที โดย ๒ นาที ขอมาจากท่าน สส. นพพล เหลืองทองนารา ๕ บวก ๒ นะครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล แพร่

เรื่องของการถ่ายโอนภารกิจของ รพ.สต. ไปให้กับ อบจ. ๒ ปีที่ผ่านมาบาง อบจ. ก็ถ่ายโอนได้ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ บาง อบจ. ก็ถ่ายโอนได้ถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คือครบหมด เช่น อบจ. ที่จังหวัดแพร่ของผม ๑๒๑ แห่ง เป็น รพ.สต. ๑๑๙ แห่ง เป็น สสช. คือ สถานบริการ สาธารณสุขชุมชนอีก ๒ แห่ง ซึ่งปัญหาอุปสรรคอะไรต่าง ๆ ก็มีทุกจังหวัดนะครับ มากบ้าง น้อยบ้าง ก็ตามบริบทของแต่ละจังหวัด ซึ่งก็จะมีผลต่อการดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชน ก็คงจะขอสรุปในเรื่องของปัญหาอุปสรรคการถ่ายโอนในภาพรวม พร้อมกับแนวทางแก้ไข เป็นด้าน ๆ ไป เพราะเวลาสั้น ด้านบุคลากรเราก็ทราบอยู่แล้วนะครับ ไม่ได้รับการจัดสรร งบประมาณด้านบุคลากรตามกรอบกำลัง ตามประกาศของคณะกรรมการกระจายอำนาจ คือ รพ.สต. ขนาดเล็ก ๗ คน กลาง ๑๒ คน ใหญ่ ๑๔ คน แต่ปัจจุบันนี้มันเป็นปัญหากับ ทุกจังหวัดและทุกที่ ก็คือบุคลากรไม่เพียงพอ อันที่ ๒ ก็คือไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ทดแทนบุคลากรที่เกษียณอายุราชการ ลาออก ไม่มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน อันที่ ๓ ก็คือ กรอบโครงสร้างอัตรากำลังเดิม ๆ อย่างเช่น ทันตาภิบาลเดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว ก็คงจะต้อง เปลี่ยนไปเป็นนักวิชาการทันตสาธารณสุข แต่สิ่งที่ควรจะเพิ่มที่สุด ก็คือนักกายภาพบำบัด เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ นอกจากนั้นในรายละเอียดอื่น ๆ อย่างเช่น การจะต้องขยายกรอบ กำลังของ อบจ. คือกองสาธารณสุขให้ถึงระดับอำเภอ ทุก อบจ. ก็อาจจะต้องเปิดกรอบ ในเรื่องของแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ นักสุขศึกษา อันนี้จำเป็นมาก ด้านงบประมาณอันนี้ชัดเจนนะครับ การจัดสรรงบประมาณไม่เป็นไปตามประกาศของ คณะกรรมการกระจายอำนาจ ตามขนาดของ รพ.สต. ปกติขนาดเล็กให้ ๑ ล้านบาท ขนาดกลาง ๑.๕ ล้านบาท ขนาดใหญ่ให้ ๒ ล้านบาท แต่จริง ๆ ปัจจุบันนี้ให้ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๖๕๐,๐๐๐ บาท ๑ ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งไม่ตรงกับที่ประกาศ การจัดสรรงบประมาณของ สปสช. อันนี้เป็นปัญหามาก ไม่มีทิศทางที่เหมือนกัน ก็คือให้ตกลงกันเองในแต่ละจังหวัด โดยผ่านคณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่ หรือที่เราเรียกว่า กสพ. ซึ่งบางจังหวัดก็ตกลงกันได้ บางจังหวัดก็ตกลงกันไม่ได้ บางจังหวัดก็ตกลงกันด้วยความ จำเป็น ที่จริง สปสช. ก็น่าจะกำหนดมาตรฐาน หรือค่ากลางในการจัดสรรงบประมาณ ให้ถูกต้องนะครับ ด้านทรัพยากร อันนี้เรื่องที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะว่าปัจจุบันนี้ รพ.สต. บางแห่งก็ยังเป็นที่ราชพัสดุ บางแห่งเป็นธรณีสงฆ์ บางแห่ง เป็นที่สาธารณะ เรื่องที่ดินและสิ่งก่อสร้างก็มีขั้นตอน แล้วก็มีข้อกฎหมายที่ล่าช้า เมื่อไม่เป็น ของ อบจ. ทาง อบจ. ก็ไม่สามารถที่จะสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาสถานบริการ หรือว่า รพ.สต. หรือให้ อบจ. นำงบประมาณมาพัฒนาได้ตามจุดประสงค์ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง ในด้านระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ระเบียบค่าตอบแทนของคณะกรรมการสุขภาพ ระดับพื้นที่ เพราะบางท่านเดินทางมาไกล อันนี้ก็คงจะต้องปรับเปลี่ยน มีส่วนหนึ่งที่ควรจะ ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง เพราะวันนี้ อบจ. เล็ก ๆ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินตามระเบียบ มาตรา ๓๕ ซึ่งกำหนดให้เป็นการจ่ายเงินเดือน ค่าตอบแทน เงินค่าจ้างต่าง ๆ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้บาง อบจ. เต็มที่แล้ว เต็ม ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่สามารถจะนำเงินมาเพิ่มเติมในการที่จะช่วย ดูแลบุคลากรได้ เห็นควรว่าน่าจะเสนอเป็น ๕๐ เปอร์เซ็นต์ อันดับต่อไปก็คือเงินคงเหลือ ในแผนบำรุงที่ไม่ต่ำกว่า ๒๐๐,๐๐๐ บาท ควรมีการปรับลดเป็น ๑๐๐,๐๐๐ บาท เนื่องจาก เงินบำรุงของ รพ.สต. มีจำนวนไม่มาก อีกส่วนหนึ่ง ก็คือลูกจ้างของพนักงานกระทรวง สาธารณสุข หรือ พกส. ที่จะหมดสัญญาภายในปี ๒๕๖๘ จะทำอย่างไร ก็ควรจะมีความ ชัดเจน กรมส่งเสริมก็ควรจะมีความชัดเจน อย่างหนึ่งของการถ่ายโอน รพ.สต. หากทุกภาคส่วน เห็นว่ามีประโยชน์ ผมคิดว่าควรจะมีการแก้ไข โดยมีกฎหมายบังคับให้การถ่ายโอนทั้งระบบ เพื่อง่ายในการบริหารจัดการและมีสิ่งจูงใจเพื่อให้บุคลากรได้อยู่กับ อบจ.🔗

สุดท้ายแล้วครับก็คือปัญหาหนึ่งที่ไม่ควรจะเรียกว่าเป็นปัญหา คือความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานของรัฐซึ่งภารกิจนี้ต้องประสานทั้ง อบจ. สาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาล จังหวัด โรงพยาบาลอำเภอ รพ.สต. บางจังหวัดมีปัญหามาก ไม่สามารถที่จะดำเนินงานได้ และมีความล่าช้า ส่งผลต่อการรักษา สำหรับจังหวัดแพร่ถ่ายโอน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ความร่วมมือของหน่วยงานของรัฐถือว่าดีเยี่ยม น่าชื่นชมนะครับ ก่อให้เกิดประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตามก็ขอให้กำลังใจกับ อบจ. แล้วก็ รพ.สต. ทุกหน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ในการที่จะทำให้พี่น้องประชาชนได้รับการดูแลทางด้านสุขภาพอย่างดียิ่ง กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนภาคใต้ คนกระบี่ครับ เรื่องญัตติที่เสนอเพื่อศึกษาการแก้ปัญหา การถ่ายโอนภารกิจ รพ.สต. หรือสถานีอนามัยเดิม ซึ่งมี พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอน การกระจายอำนาจตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ผมอยู่ในช่วงที่ทำงานอยู่ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด เห็นวิธีการ เห็นวิธีคิดหลายอย่างของคนในระดับกระทรวง ผมคิดว่ากระบวนการถ่ายโอน จริง ๆ อุปสรรคต่าง ๆ มันอยู่ที่คน อยู่ที่วิธีคิด อยู่ที่การหวงอำนาจของราชการที่ดูแลของเดิม อยู่ครับ แล้วก็มีความคิดดูหมิ่นดูแคลนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น อบจ. เป็นต้น ซึ่งมีการถ่วงรั้ง มีการเล่นแง่ มีการเปลี่ยนชื่อ เดิม รพ.สต. เพิ่งมาเปลี่ยนกันทีหลังนะครับ เรียกว่าเลี่ยงบาลีกันเพื่อไม่ให้มีการถ่ายโอน แต่สุดท้ายคณะกรรมการกระจายอำนาจ ก็มีการผลักดันจนสำเร็จ และมีมติ ครม. รองรับ มติ ครม. ที่เพื่อนสมาชิกพูดถึงรองรับในเรื่อง ของการจัดสรรงบประมาณนะครับ แต่จริง ๆ แล้ว ครม. ต้องใส่ใจเรื่องนี้ เรื่องมีการถ่ายโอน เรื่องนี้ก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำครับ เพราะประโยชน์ตกอยู่กับประชาชน อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้ อสม. มีการจ่ายค่าตอบแทนผ่านองค์การบริหารส่วนจังหวัด แล้วไปคิดเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งผมเคยขึ้นมาทักท้วงในสภาแห่งนี้ในสมัยที่แล้ว จนกระทั่งท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านได้ยินผมอภิปรายถึง ๒-๓ ครั้ง รุ่งขึ้นท่านก็รีบไป ประชุมคณะกรรมการกระจายอำนาจ แล้วก็รีบพิจารณาเรื่องนี้กันเกิดขึ้น และประเด็น ปัญหาการจ่ายเงิน อสม. ล่าช้านี้ ลึก ๆ จริง ๆ แล้วฎีกาเบิกจ่ายจาก อบจ. กระบี่ทันทีที่เงิน เข้า อบจ. เจ้าหน้าที่จะรีบทำบันทึกฎีกาเบิกจ่ายส่งไปที่สาธารณสุขอำเภอทุกอำเภอครับ แต่ อสม. เขาได้รับเงินช้า เพราะมีการถ่วงรั้งเอาไว้ แล้วก็ตั้งแง่ต่างหากครับท่าน นี่คือปัญหา อุปสรรคในการพัฒนาระบบสาธารณสุข คือคนในระบบการสาธารณสุขเองต่างหากครับ เพราะไปตั้งแง่ เช่น อสม. บอก อสม. บางหมู่บ้านรายงานเรียบร้อย แต่ อสม. บางหมู่บ้าน ทำรายงานไม่เรียบร้อย แต่ก็ไปเหมารวมว่า ทั้งตำบล ทั้งอำเภอ ยังเบิกจ่ายในภาพรวมไม่ได้ เพราะติดขัดตรงนั้น ตรงนี้ แต่ส่วนใหญ่ยังดีอยู่ ยังทำรายงานสมบูรณ์อยู่ เป็นต้น และสุดท้าย อสม. เขาก็มาโทษ อบจ. ผมต้องพยายามแก้ต่างมาตลอดว่าท้องถิ่นเราพร้อมที่จะรับ การถ่ายโอน นายก อบจ. หลายพื้นที่เขามีวิสัยทัศน์ เขาอยากตอบสนองความต้องการของ พี่น้องประชาชน เขาก็อยากรับการถ่ายโอน ผมชื่นชมรายงานสำนักวิชาการอีกครั้งครับ ที่วันนี้ในบทวิเคราะห์ของสำนักวิชาการ ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ท่านเขียน ไว้ชัดว่า มีทั้งความไม่พร้อมของหน่วยที่จะถ่ายโอน และความไม่พร้อมของหน่วยที่จะรับ การถ่ายโอน แปลว่าปัญหาอุปสรรคเกิดขึ้นระหว่างผู้ถ่ายโอนและผู้รับโอน ซึ่งเพื่อนสมาชิก หลายคนก็บอกว่าที่ผ่านมานายก อบจ. ไม่อยากจะถ่ายโอน แต่สุดท้ายก็ทนข้อเรียกร้อง ไม่ไหว ผมเห็นข้อดีหลายอย่าง ข้าราชการที่เป็นเพื่อนผมอยู่ใน รพ.สต. หลายคน ติดครับ ติดขั้นซี ๗ ติดอยู่นั่นละ ติดจนขั้นสุดท้ายแล้ว แต่พอมีการถ่ายโอนไปที่ อบจ. เดี๋ยวนี้ดูสิครับ หลายจังหวัด ผมยกตัวอย่าง อบจ. ขอนแก่นครับ มีการสอบเลื่อนระดับขึ้นเป็นซี ๘ เป็นชำนาญการพิเศษ เป็นระดับ ผอ. เขาดีใจครับ จน อบจ. อุดรธานีต้องมาดูงานที่ขอนแก่น และพร้อมที่จะรับโอน ซึ่งผมคิดว่าในอนาคต คุณคณิศร ขุริรัง ว่าที่นายก อบจ. อุดรธานี ก็น่าจะรับเรื่องนี้ไปพิจารณาอย่างถี่ถ้วน แล้วก็คำนึงถึงผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ได้อย่างแน่นอนครับ🔗

ปัญหาเรื่องการถ่ายโอนครับ ถูกคิด ถูกตั้งคำถาม ถูกวิเคราะห์ในการจัดสรร งบประมาณในกรรมาธิการงบประมาณครับ มีการถาม ปัญหาอุปสรรคก็คือสำนักงบประมาณ หลายคนบอกว่า S M L ได้งบไม่เท่างบอุดหนุน เป็นอย่างโน่น หลายท่านได้อภิปราย ไปชัดแล้ว ผมถึงบอกอย่างไรครับว่า ลองโฟกัสไปที่ข้าราชการส่วนกลางในสำนักงบประมาณ ในกรมบัญชีกลางสิครับ ว่าท่านเข้าใจการจัดการบริหารท้องถิ่น ที่เขารักท้องถิ่น เขาอยากให้ ท้องถิ่นเขาพัฒนามากน้อยแค่ไหน วันนี้อุปสรรคผมจึงกล้าฟันธงว่าไปจากข้าราชการ ส่วนกลาง หวงอำนาจ กอดเอาไว้ เพราะว่าการโยกย้ายต่าง ๆ อยู่ในระดับกระทรวง โดยเฉพาะ ระดับกระทรวงสาธารณสุขเป็นตัวอย่างที่ผมคิดว่าเรื่องนี้กรรมาธิการน่าจะรับเรื่องนี้ ไปพิจารณา ผมจึงต้องลุกขึ้นมาอภิปรายสนับสนุนเพื่อการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เพราะผลสุดท้าย ประโยชน์จะตกกับพี่น้องประชาชน และผมก็อยากจะตอกย้ำว่า วันนี้ อบจ. หลายแห่ง เข้าไปแก้ปัญหาให้ รพ.สต. โดยเฉพาะระเบียบพัสดุครับท่านประธาน ผมขออนุญาต ท่านประธานเลยนิดเดียวครับ เพราะท่านมีเมตตามาก ระเบียบพัสดุผมกล้าท้านะครับ วันนี้ สตง. ไปตรวจ รพ.สต. พัสดุไม่มีการรายงาน สูญหาย ชำรุด เสียหาย แต่พอถ่ายโอน ไปให้ อบจ. ปรากฏว่าอย่างไรทราบไหมครับ ทีมข้าราชการ อบจ. เข้าไปแก้ปัญหาให้หมดครับ รวมถึงระบบอุปสรรคที่อยู่บนที่ดินราชพัสดุ โน่น นี่ นั่น ด้วย ถ้าเดิมวันนี้ ผมจึงอยากบอกกับ พี่น้องข้าราชการใน รพ.สต. นะครับว่า วันนี้ถ้า สตง. เข้าตรวจพื้นที่ท่านเมื่อไร ที่ยังไม่ถ่ายโอน รับรองโดนท้วงแน่นอนครับ เพราะระเบียบพัสดุของท่านทำไม่เป็น ทำไม่พร้อม และไม่ได้ รายงานด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อโอนมาที่ อบจ. หลายพื้นที่เขาแก้ปัญหาให้ท่านได้ การเลื่อน ระดับก็สามารถเลื่อนระดับได้ง่ายกว่า และสามารถตั้งงบประมาณเพื่อซื้อวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ เชื่อเถอะครับ เคารพท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น เขาก็เชื่อฟัง แล้วก็เชื่อข้อมูลของข้าราชการ ที่จะไปทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนละครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณนพพล เหลืองทองนารา ครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในญัตติการศึกษา แนวทางการแก้ไขปัญหาการถ่ายโอนภารกิจของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านครับ พูดถึงกว่าจะมาเป็น รพ.สต. โรงพยาบาลชุมชนนี้ ความเป็นมามันก็ยาวนาน ผมอยากจะขอเท้าความ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๓๙ ที่เป็นในเรื่องของโอสถศาลามาก่อน แล้วก็ มาเป็นสุขศาลาต่อมาในปี ๒๔๕๖ แล้วก็มาปรับเปลี่ยนตอนกระทรวงสาธารณสุขนี่ได้จัดตั้ง กระทรวง มีสุขศาลา ชั้นที่ ๑ ชั้นที่ ๒ แต่สุขศาลา ชั้นที่ ๒ นี่ละมันก็แปรสภาพมาเป็น สถานีอนามัย เมื่อปี ๒๕๑๕ แล้วหลังจากนั้น ปี ๒๕๕๒ ก็กลายมาเป็นโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตำบล ท่านครับ พูดก็พูดเถอะ ผมเองบอกตามตรงนะครับ ผมขอพูดในฐานะที่เป็น ประชาชนคนหนึ่งที่ติดตามข่าวสาร ในเรื่องของวงการสาธารณสุข เพราะผมถือว่ามันใกล้ชิด ต่อตัวผมเองและต่อตัวพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ผมไม่เข้าใจ เท่าที่ผมอ่านตามข่าวมานี้ ในเรื่องของการถ่ายโอนภารกิจของ รพ.สต. ของสถานีอนามัยเดิมไปสู่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เริ่มแรกตั้งแต่พระราชบัญญัติการกระจายอำนาจเมื่อปี ๒๕๔๒ แล้วมีการโอน ครั้งแรกในปี ๒๕๕๑ ซึ่งในเอกสารนี้ก็ได้มีเขียนไว้เช่นเดียวกันว่ามีการถ่ายโอนครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๕๑ ไปทั้งหมด ๑๕ แห่ง มีไป อบต. ๓ แห่ง มีไปเทศบาลตำบล ๑๑ แห่ง แล้วก็ ไปเทศบาลเมือง ๑ แห่ง แล้วหลังจากนั้นก็เว้นว่างมา จนกระทั่งมาอีกทีหนึ่งที่มีการถ่ายโอน กันอย่างจริงจัง ก็คือในปี ๒๕๖๕ ร่วม ๒๐ ปีที่ผ่านมาผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมปัญหา การถ่ายโอนตอนนี้มันถึงได้เยอะแยะมากมาย ทั้งเรื่องงบประมาณ ทั้งเรื่องบุคลากร แม้แต่ การจัดซื้อยา อบจ. ก็ยังจัดซื้อไม่ได้ ตกลงมันอะไรกัน ผมเองผมเป็นประชาชน ผมสับสนมาก ทำไมในช่วงระยะเวลาก่อนที่จะมีการโอนกันเยอะแยะมากมาย ช่วง ๒๐ ปีนั้น หรือไม่มีการศึกษาบทเรียนกันเลย เพราะว่า ๒๐ ปีมีการถ่ายโอน ๘๔ แห่ง เริ่มต้นตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่ถ่ายโอนไปทั้งหมด ๑๕ แห่ง แล้วหลังจากนั้นก็มีการถ่ายโอนเพิ่มเติม รวมแล้ว ๘๐ กว่าแห่ง ก่อนที่จะมาเป็น Lot ใหญ่เมื่อปี ๒๕๖๕ แล้วปัจจุบันก็มีเป็น ๔,๐๐๐ กว่าแห่งแล้ว ผมว่าในห้วงเวลา ๒๐ ปีนั้นมันน่าจะมีอะไรต่อมิอะไรที่ทำให้บุคคลที่เกี่ยวข้อง กับการกระจายอำนาจในการที่จะส่งต่อ รพ.สต. ไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น น่าจะเห็น ข้อดี ข้อเสีย ในเรื่องที่ผมเห็น ๆ ตามข่าวในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่ง มันเป็นเรื่องสำคัญ ๆ ทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นผมก็ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น อันนี้แทนที่การโอนย้ายน่าจะ มีการเตรียมความพร้อม ทั้งในการศึกษา ในหลาย ๆ ด้านหลาย ๆ มิติ แต่กลับกลายเป็นว่า ในทุกมิติมีปัญหาเกือบหมด ทั้งความก้าวหน้า ทั้งงบประมาณ ทั้งสิทธิอำนาจทั้งหลาย หรือแม้แต่เป็นข้าราชการเหมือนกัน ความก้าวหน้าของ ผอ. โรงพยาบาล รพ.สต. ที่ย้ายไปอยู่ อบจ. ยังมีเยอะกว่าข้าราชการเล็ก ๆ ที่อยู่ใน รพ.สต. นั้น ยังมีการเหลื่อมล้ำกันในส่วนนี้อีก ทั้ง ๆ ที่ทุกคนหวังความก้าวหน้า แต่พอไปถึง ผอ. ก้าวหน้าได้เยอะกว่า แต่ส่วนของ ข้าราชการชั้นผู้น้อยที่ย้ายตามไปด้วยกลับมีความก้าวหน้าน้อยกว่า จริง ๆ ผมอยากให้ การศึกษาในครั้งนี้จะตั้งคณะกรรมการวิสามัญ หรือว่าจะไปในคณะสามัญก็ตาม ผมขอให้ได้ ทำให้รอบคอบในทุกมิติ ไม่ใช่มีปัญหาแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่มีการนำร่องมาแล้ว ๘๔ แห่ง ก่อนที่จะ มีการโอนย้ายกันอย่างมโหฬาร เพื่อสุขภาพ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของพี่น้อง เพื่อให้งาน ด้านสาธารณสุขของเราได้พัฒนา แล้วที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ผมยังตลกตรงที่ว่า ขออนุญาต ใช้คำนี้นะครับ ก็คือว่า ท่านครับ กระทรวงสาธารณสุขนี่ ถ้า รพ.สต. ไป อบจ. หมดแล้ว แล้วเวลาท่านจะกระจายเรื่องหลาย ๆ เรื่องสู่ชุมชนท่านจะทำอย่างไร แขน ขา หรือว่าทำไม อสม. ไม่ยอมเอาไปให้ท้องถิ่นเขาด้วย เอา อสม. ไว้ อย่างนี้ในความรู้สึกผมมันไม่ดีนะครับ ถ้าไปมันควรจะไปขับเคลื่อนพร้อมกันทุกองคาพยพ ไม่ใช่อย่างนี้ อสม. ยังอยู่ สสจ. แต่ในส่วนนั้นไปสังกัด อบจ. ไปสังกัด อบต. ทั้งหลาย ผมขอฝากท่านคณะกรรมาธิการ ที่จะตั้งขึ้นใหม่ หรือว่าจะให้คณะสามัญได้ช่วยดูประเด็นให้ครบถ้วนทุกมิติด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณปรีติ เจริญศิลป์ ครับ🔗

นายปรีติ เจริญศิลป์ นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ปรีติ เจริญศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนเกี่ยวกับการโอน รพ.สต. ไปยังท้องถิ่นครับ เพื่อสอดคล้องกับหลักการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการได้มากขึ้นนะครับ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายปรีติ เจริญศิลป์ นนทบุรี

นี่ครับ รพ.สต. ในจังหวัดนนทบุรีที่ผมอยู่ ก็มีหลายแห่งครับ ก็มีทั้ง รพ.สต. เมื่อมีการโอนย้ายแล้วมันก็จะเปลี่ยนเป็นศูนย์บริการ สาธารณสุขของเทศบาล ผมอยากแชร์ข้อมูลอีกส่วนหนึ่งครับ สไลด์ถัดไปครับ นี่ครับ ในจังหวัดนนทบุรีผมพยายามไปพูดคุยกับ รพ.สต. อยู่ตลอดในหลายพื้นที่นะครับ ทั้งหมด มีถึง ๘๙ แห่ง ที่ยังอยู่กับสาธารณสุข ๔๘ แห่ง มีโอนไป อบจ. แล้ว ๒๙ แห่ง แล้วก็มีโอน ไปที่เทศบาลเมืองด้วย ๑๒ แห่ง แต่ส่วนในพื้นที่ของผมเองก็จะแคบลงมาหน่อย ผมเรียกว่า ไปทุกแห่งแล้ว แล้วก็ไปพูดคุยมา ของผมเองมีโอนไปที่ อบจ. เพียงแค่ ๓ แห่ง จาก ๑๖ แห่ง โดยภาพรวมในจังหวัดนนทบุรีตอนนี้การโอนไปยังท้องถิ่นมีไม่ถึงครึ่งครับ ผมได้มีคำถาม เหมือนกัน ถามทุกครั้งครับ ที่ว่าเวลาไปลงพื้นที่ว่าทำไมถึงยังไม่โอน เขาก็บอกปัญหาต่าง ๆ มามากมายครับ แต่ปัญหาหนึ่งตอนนี้ในเรื่องของเรียกว่าการใช้บริการของประชาชนก็มีครับ🔗

อย่างแรกข้อสำคัญ คือหมอครับ ที่ยังไม่มีประจำของ รพ.สต. ทุกครั้งเวลาที่ ผมไปถามเขาก็จะบอกว่าหมอจะต้องนัดมาสัปดาห์ละแค่ ๑ วันเท่านั้น ทำให้ประชาชน หลายคนที่ไม่สามารถเดินทางไปโรงพยาบาลไกล ๆ ได้ เขาต้องมา รพ.สต. แต่คิวบางทีไม่มี มันต้องมีการจองคิวล่วงหน้าอีกครับ เวลาฉุกเฉินเร่งด่วนอย่างไรมันก็ไม่สามารถที่จะ ช่วยเหลือประชาชนได้เต็มที่ อันนี้เป็นสถิติการใช้บริการครับ ส่วนใหญ่คนใช้บริการ รพ.สต. ไม่ว่าจะสังกัดกระทรวงสาธารณสุขหรือท้องถิ่น เขาใช้บริการปีหนึ่งประมาณ ๓-๔ ครั้ง เท่านั้นเองครับ ก็ไม่เยอะนะครับ ปัญหาที่ผมพบอยากจะเล่าสู่กันฟัง คือปัญหาความคล่องตัว ในการบริหารงานครับ เมื่อใดก็ตามที่ทรัพยากรมีไม่เพียงพอ ขาดแคลนบุคลากร เช่นแพทย์ หรือพยาบาล หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข คนเหล่านี้ต้องทำงานหนักขึ้น แล้วก็ส่งผลต่อบริการ ให้กับประชาชนอย่างแน่นอนครับ🔗

เรื่องถัดมาครับ เรื่องเกี่ยวกับงบประมาณที่มีจำกัด ปัจจุบันงบประมาณ ในการจัดซื้ออุปกรณ์หรือยายังมีไม่เพียงพอ บางครั้งขาดเครื่องมือพื้นฐานที่จำเป็นในการ รักษา นี่คือปัญหาที่ผมพบแล้วก็อยากมาเล่าสู่กันฟัง แล้วอยากส่งเรื่องให้กรรมาธิการ ที่เกี่ยวข้องครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ โครงสร้างพื้นฐานที่มันยังไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นอาคาร อุปกรณ์บางอย่างใน รพ.สต. อาจยังไม่ได้รับการซ่อมแซมหรือดูแลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ การบริการก็ไม่ราบรื่นครับ อย่างคอมพิวเตอร์นี่ก็หลายปีแล้วครับ บางทีเสีย ไม่มีงบประมาณ ที่จะมาดูแลหรือซ่อมครับ ผมจึงคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่ รพ.สต. บริการให้ประชาชน แต่เกิดข้อขัดข้องมากมาย หรือแม้แต่เรื่องการสนับสนุนจากส่วนกลางที่ รพ.สต. ก็ไม่ได้รับ การสนับสนุนเพียงพอจากรัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในแง่ของนโยบายและ การพัฒนาศักยภาพ🔗

ส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่าควรต้องรีบโอน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารงาน หากท้องถิ่นรับไปแล้ว เขาจะต้องอยู่ภายใต้การบริหารงานของท้องถิ่นที่มาจากประชาชน การจัดสรรงบประมาณเพื่อประชาชนก็มาจากท้องถิ่นที่ประชาชนเขาเลือกเอง เขาจะรู้ว่า พื้นที่ใดควรต้องจัดสรรงบประมาณส่วนใดให้บ้าง อีกอย่างหนึ่งครับ ถ้ามีการโอนไปแล้ว การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อ รพ.สต. เป็นส่วนหนึ่งของท้องถิ่น จะทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเขามีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบสาธารณสุขของตนเองครับ เขาสามารถไปเรียกร้องกับนายกท้องถิ่นของเขาได้ เพราะเขาใกล้ชิดกว่า ถ้าปัจจุบันไม่มี การโอน เขาไม่สามารถที่จะเรียกร้องไปถึงกระทรวงสาธารณสุขได้ครับ เพราะอยู่คนละพื้นที่ แล้วก็ไม่รู้จะไปติดต่อใครครับ นี่คือส่วนหนึ่งที่ทางรัฐต้องรีบดำเนินการเร่งการโอนให้กับท้องถิ่นโดยด่วน เพื่อให้การบริการ ถึงประชาชนให้เร็วที่สุดครับ ข้อหนึ่งที่ผมทราบว่าเจ้าหน้าที่ของ รพ.สต. เขาก็กังวลในเรื่อง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงานครับ เขามองว่าการสังกัดกระทรวงอาจจะใหญ่กว่าการสังกัด อปท. ครับ สิ่งนี้เราต้องทำให้เขาเห็นว่าเขามีโอกาสที่จะเติบโตในหน้าที่การงาน หากเขาไป สังกัดท้องถิ่นได้เหมือนกัน เช่นเดียวกับการสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ก็ฝากไว้เท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ ท่านรองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ครับ🔗

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตใช้เวลานิดหนึ่ง อาจจะยาวกว่าที่ท่านประธานกำหนดนะครับ เพราะว่า เรื่อง รพ.สต. ที่โอนย้ายเป็นไปตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจาย อำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ อันนี้เขามีประกาศเป็นฉบับที่ ๒ ระยะแรกจะมีการโอนไปเมื่อมีความพร้อม และระยะสุดท้ายก็คือช่วงนี้ละครับ จะโอนไปให้ อบจ. โดยคิดว่า อบจ. จะมีศักยภาพ มีเงินที่จะสนับสนุน ท่านประธานครับ ที่ท่านสมาชิก ได้กล่าวมาทั้งหลาย ก็ล้วนแต่เป็นปัญหาเก่า ล่าสุดผมก็ได้รับข้อมูลจากรองศาสตราดอกเตอร์ ธัชเฉลิม ท่านก็เป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการกระจายอำนาจ บอกว่ารัฐบาลท่านเศรษฐา ต่อด้วยรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ได้ดำเนินการช่วยเหลือ อบจ. ที่ได้รับ การถ่ายโอน รพ.สต. ไปด้านงบประมาณและบุคลากรให้เต็มตามกรอบอัตรากำลังตามที่ คณะกรรมการกระจายอำนาจประกาศไว้ เรื่อง หลักเกณฑ์และขั้นตอนการกระจายอำนาจ โอนภารกิจ รพ.สต. ให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ๒๕๖๔ เมื่อเดือนที่ผ่านมานี้เองนะครับ ท่านประธานครับ สำนักงบประมาณและสมาคม อบจ. แห่งประเทศไทย ก็ได้จัดการประชุม เชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนบรรจุบุคลากรให้เต็มครบถ้วนตามกรอบอัตรากำลังแล้ว ซึ่งคาดว่า อบจ. จะได้รับงบประมาณเพื่อการดำเนินการบรรจุบุคลากรให้เต็มตามกรอบได้ อันนี้ต้องขอขอบคุณรัฐบาลท่านเศรษฐาและท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ข้อมูลการวิจัยของท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ท่านธัชเฉลิม สุทธิพงษ์ประชา ได้สำรวจข้อมูลปัจจุบันเกี่ยวกับการบริหารจัดการ รพ.สต. ถ่ายทอดมา พบว่ามีเงินคงเหลือในบัญชีเงินบำรุงของ รพ.สต. ถ่ายโอนมีมากถึง ๔,๘๒๕ ล้านบาท เงินก้อนนี้เป็นเงินที่มีระเบียบกฎเกณฑ์กำหนดไว้อย่างชัดเจน เป็นเงินที่ต้องใช้เฉพาะกิจการ ด้านสาธารณสุข แต่ในปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าการกำกับ การดูแล รพ.สต. ถ่ายโอนไป ยังไม่เต็มที่ ทำให้โอกาสในการจ่ายเงินของ รพ.สต. เป็นไปอย่างลำบากและเต็มไปด้วยปัญหา อุปสรรค หน่วยงานต่าง ๆ เขากลัวเรื่องการตรวจสอบ ดังนั้นสำคัญที่สุด คือกลไกในการ กำกับดูแลและเป็นพี่เลี้ยงให้ อบจ. และ รพสต. ที่ถ่ายโอน ก็ตรงกับที่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ได้พูดไป ท่านประธานครับ ระบบสาธารณสุขของเรา มันจะมีเขาเรียกว่า Primary Care Secondary Care Tertiary Care Primary Care ก็คือปฐมภูมิ Secondary Care ก็คือ ทุติยภูมิ แล้วก็ส่งไปที่ Tertiary Care คือพวกเฉพาะทาง ทีนี้มันจะรับรองผ่านกับระบบนี้ ก็คือรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ ได้มีการกำหนดในมาตรา ๒๕๘ การปฏิรูปประเทศ ในเรื่องอื่น ๆ ข้อ ๕ ข้อ ช การแพทย์ปฐมภูมิ ต้องมีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวอยู่ประจำ ท่านประธานครับ สุขศาลาหรือว่าสถานีอนามัย แล้วมาตอนหลังมาเปลี่ยนเป็นชื่อ รพ.สต. ไม่มีหมออยู่ในกรอบ จะมีเจ้าหน้าที่ที่เขาแบ่งเป็นขนาด แล้วแต่ประชาชนที่เขาดูแลอยู่ เขาเรียกว่า ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ท่านประธานครับ เงินที่เขาจะได้รับก็มีอยู่ ๒-๓ อย่างนะครับ อันที่ ๑ ก็คืองบประมาณทั่ว ๆ ไป เป็นงบจากงบประมาณโดยตรง เป็นเงินเดือน และเป็น เงินอุดหนุนทั่วไป ที่ท่านสมาชิกบอกว่าได้ไม่เต็มก็ถูกต้องครับ คราวนี้คงจะได้ครบ ตามจำนวน ก็คือ ๑ ล้านบาท ขนาดเล็ก ขนาดกลางได้ ๑.๕ ล้านบาท ขนาดใหญ่ ก็ ๒ ล้านบาท แล้วก็บุคลากรที่มีประมาณ ๗ ๑๒ ๑๔ ที่มีปัญหาการโอนไปในระยะแรก เพราะว่าตามความสมัครใจ แล้วก็ไม่แน่ใจ ปัญหาที่เกิดขึ้น พวกคุณหมอที่เกี่ยวข้องเขาบอกว่า คนที่โอนไปไม่ทราบว่าโอนไปเพื่ออะไรครับ ถ้าเข้าใจตรงกันว่าทำเพื่อประชาชนจะหมด แล้วการโอนไปจำเป็นต้องมีแพทย์ดูแล ที่ท่านสมาชิกบอกว่าหมอจากที่อื่นลงมา มันทำให้ หมอที่จะเป็นหัวหน้าทีมในการดูแลงานของ รพ.สต. ท่านต้องเข้าใจก่อนว่างาน รพ.สต. มีอะไรบ้างครับ เขามีงาน เขาเรียก PP ก็คือ Health Promotion แล้วก็ Prevention คือป้องกันโรค และมีการตรวจเป็น OPD แล้วก็มีการเรียกว่า Rehabilitation คือการฟื้นฟู แล้วในปัจจุบันนี้ยังมีการใส่เข้าไปอีกนะครับ ก็คือไปส่งเสริมสุขภาพอนามัย คุ้มครองผู้บริโภค แล้วมีหมอฟัน มีอะไรเยอะแยะเต็มไปหมดเลยครับ ซึ่งในกรอบที่ว่า ๗ ๑๒ ๑๔ นี้ไม่พอ โดยเฉพาะใน รพ.สต. ใกล้เมืองใหญ่ เช่น นนทบุรี ที่ท่านสมาชิกได้พูดไปนี้ ก็จำเป็นต้องมี หมอจากที่อื่นเข้ามา หลาย ๆ แห่งเขาจะมีการ Outsource ก็คือไปจ้างหมอที่จบ Family Doctor เวชศาสตร์ครอบครัวมาดูแล แล้วพวกนี้ต้องลงไปเยี่ยมบ้าน ทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามที่ สปสช. กำหนด ท่านประธานครับ เรามีพระราชบัญญัติการแพทย์ปฐมภูมินะครับ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเป็นคนรับผิดชอบ ทาง อบจ. ต้องทราบว่าการดูแลด้านสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขต้องเป็น Regulator แล้วต้องมีมาตรฐาน เพราะฉะนั้นกระทรวง สาธารณสุขต้องโอนไปที่ รพ.สต. ไปให้ อบจ. ถูกแล้ว เพราะ อบจ. จะได้เป็น Provider ก็เป็นไปตามหลักการว่ามีการตรวจสอบซึ่งกันและกัน ท่านประธานครับ ตอนนี้มีการโอน ไปแล้ว ๖๒ จังหวัด ขาด ๑๔ จังหวัด พูดง่าย ๆ นะครับ ซึ่งต้องรีบโอนให้เสร็จตามประกาศของ คณะกรรมการกระจายอำนาจ โดยเฉพาะที่อุดรธานี ที่ท่านวิเชียร ขาวขำ เป็นนายก อบจ. ตอนแรกท่านก็ไม่รับหรอกครับ ตอนหลังท่านเข้าใจดี และท่านก็สนับสนุนเต็มที่ แล้วท่าน ก็หมดวาระ ตอนนี้ก็มีท่านศราวุธ เพชรพนมพร ซึ่งคงจะเป็นว่าที่นายกคนถัดไปของอุดรธานี เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ผมเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่ซับซ้อน เห็นด้วยกับการที่จะมีการศึกษา แนวทางการแก้ไขปัญหาการถ่ายโอนภารกิจของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ หรือ รพ.สต. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งยังไม่ชำนาญ ยังไม่พร้อม ผลประโยชน์ก็จะเกิดแก่ ประชาชนอย่างเต็มที่ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชนชน สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมืองครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าการกระจายอำนาจ หรือการบริหาร การจัดการของภาครัฐ คือตัวชี้วัดของการบริหารที่มีประสิทธิภาพ ท่านประธานก็ทราบว่า แม้แต่ประเทศที่ปกครองด้วยระบบสังคมนิยมยังมีระบบกระจายอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นระบบ มณฑล ระบบเขตปกครองพิเศษ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องระบบการกระจายอำนาจ เป็นหัวใจสำคัญในการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการของภาครัฐ ดังนั้นเรื่องของ การถ่ายโอนภารกิจกรณี รพ.สต. ให้กับ อบจ. ผมคิดว่าอันนี้คือบันไดขั้นแรกครับท่านประธาน เป็นบันไดที่เราจะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า แท้ที่จริงแล้วคือท้องถิ่นที่อยู่ใกล้ประชาชนคือกลไก สำคัญ ประเด็นสำคัญวันนี้ที่มันเป็นปัญหาที่เราต้องคุยกัน ผมคิดว่ามันยังติดขัดอยู่ มันเป็น การปลดปล่อยศักยภาพที่ไม่เต็มที่ครับท่านประธานครับ กระบวนการการถ่ายโอน รพ.สต. ให้ อบจ. ผมคิดว่าท่านสมาชิกได้พูดกันเยอะแล้วครับ ท่านประธาน ผมจะไม่ลงรายละเอียด ผมคิดว่าหลักสำคัญก็คือว่า ขอให้ดำเนินการไปตาม กรอบที่เขียนไว้ในมติ ครม. ก็ดี ในเรื่อง พ.ร.บ. กระจายอำนาจก็ดี มีไม่กี่เรื่องครับ ท่านประธาน เรื่องของคน S ๗ คน M ๑๒ คน L ๑๔ คน ซึ่งรายละเอียดมันก็มีอยู่แล้วครับ แต่ที่ผ่านมาที่เราต้องมาคุยกัน คือว่าไม่ได้ไปตามแผนนะครับ🔗

อันที่ ๒ คือเรื่องงบประมาณ งบประมาณนอกเหนือจากงบประมาณปกติ มีอยู่แล้ว ใน อบจ. จะต้องหนุนลงไป เพื่อที่จะทำให้ศักยภาพของ รพ.สต. และบุคลากร ไม่ว่าจะจัดซื้อเวชภัณฑ์ อุปกรณ์อะไรต่าง ๆ เข้ามาสนับสนุนระบบงานของ รพ.สต. เขาตั้งไว้ ๑ ล้านบาท เล็กที่สุดคือ S M ก็คือ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท แล้วระดับใหญ่ก็ ๒ ล้านบาท คือมันไปแบบไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยครับท่านประธาน อันนี้คือปัญหา🔗

ส่วนที่ ๓ ก็คือเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน คือถ้าเป็นระดับแบบ L คือต้องมี เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่มีความรู้ความสามารถเรื่องของทันตกรรม สาธารณสุขทันตกรรม ชุมชน คือผมไปหลายพื้นที่ครับ อยู่ในระดับนี้ครับ ยังไม่มีห้องเกี่ยวกับทันตกรรม อันนี้เรา ต้องสนับสนุน โครงสร้างพื้นฐานนะครับท่านประธาน ที่บ้านผมอยู่ที่ขุนแปะ หมู่ ๑๒ ตำบลแปะ อำเภอจอมทอง คือผู้อำนวยการ รพ.สต. ได้งบประมาณ กว่าจะได้ก่อสร้างในการ สร้างอาคารใหม่ พื้นที่มีประมาณสัก ๒๐ ตารางเมตร อยู่ในเขตป่าสงวน นอกนั้นคืออยู่นอก เขตป่า เพราะฉะนั้นคือการ Clear พื้นที่ที่ส่วนราชการ โดยเฉพาะ รพ.สต. ที่อยู่ในเขตป่าต่าง ๆ เหล่านี้จะต้อง Clear ออกมา เพื่อจะเป็นหน่วยงานที่สามารถจะรับงบประมาณในการพัฒนา องค์กรของตัวเองได้ วันนี้ในพื้นที่ของพี่น้องของผมจะถามว่า รพ.สต. อยู่ในเขตหรือครับ ไม่อยู่ในเขตป่าสงวนก็อยู่ในเขตอุทยาน ไม่อยู่ในเขตอุทยานก็อยู่ในเขต พ.ร.บ. ป่าไม้ ปี ๒๔๗๔ ยังอยู่ในที่รัฐ เวลาทำงบประมาณก็คือว่า ถ้าพื้นที่ไม่อนุญาต งบประมาณก็ตกไป พองบประมาณตกไป เรื่องวิธีคิด เรื่องการกระจายอำนาจ ๒ ข้อที่ผมว่า เรื่องคน เรื่องงบประมาณไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะฉะนั้นก็คือนอกจากเรื่องงบประมาณและคน แล้วนะครับ การไป Clear สะสางพื้นที่ของ รพ.สต. ให้ชอบด้วยกฎหมายควรจะต้อง ดำเนินการไปพร้อม ๆ กันครับ ท่านประธานครับ🔗

เรื่องที่ ๔ ที่เป็นปัญหา ผมคิดว่าผมอยากจะฝากกรรมาธิการที่จะพิจารณา เรื่องนี้ครับ เรื่องของการเข้าบริการรักษากับ รพ.สต. ที่ถ่ายโอนไปแล้ว หลักการง่าย ๆ คือบัตรประชาชน ๑ ใบสามารถเข้ารักษาได้ทุกที่ แต่ปัญหาที่ผมเจอตอนนี้ครับท่านประธาน ในพื้นที่มีพิเศษขึ้นมา หมายความว่า ผู้เข้าร่วมการรักษาพยาบาลใน รพ.สต. ที่ถ่ายโอนก็ดี จะต้องร่วมจ่าย อันนี้คือเป็นปัญหามากเลยนะครับ ผมคิดว่ามันผิดกับหลักการใหญ่เรื่องของ บริการสาธารณะที่จะเข้าถึงทุกคน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้คณะกรรมาธิการจะต้องไปพิจารณาว่า ประชาชนคนไทย พลเมืองคนไทยที่มีสถานะเป็นสัญชาติไทย หรือกฎหมายต่าง ๆ คุ้มครอง เมื่อมีบัตรเข้าถึงแล้วควรจะมีสิทธิที่เข้าถึงเท่ากัน ไม่ใช่ว่าผู้เข้าบริการรักษาจะต้องร่วมจ่าย ผมคิดว่าอันนี้จะนำไปสู่การไม่เข้าถึงบริการสาธารณสุขของพี่น้องประชาชน🔗

ท่านประธานครับ ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะฝากให้คณะกรรมาธิการ พิจารณา ในพื้นที่ห่างไกลครับท่านประธาน ห่างไกลในที่นี้หมายถึงว่า ห่างจาก อบต. เทศบาลด้วยนะครับ ห่างจากโรงพยาบาลอำเภอ กรณีเหตุฉุกเฉินพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ ที่อยู่ในพื้นที่ราบ พื้นที่ที่เดินทางสะดวก การคมนาคมไปง่าย ก็จะมีรถของ อบต. เทศบาล ก็จะมีรถฉุกเฉินในการรับผู้ป่วย หรือว่ากรณีเกิดอุบัติเหตุส่งนะครับ แต่กรณีไกล ๆ ไปไม่ได้ ผมอยากจะฝากคณะกรรมาธิการพิจารณาว่า กรณีพื้นที่ห่างไกล พื้นที่ที่ไม่สามารถจะเข้าถึง ศูนย์กลางใหญ่ของจุดบริการ ควรจะต้องมีรถฉุกเฉินให้เขาอย่างน้อย ๑ คัน เพื่อที่จะ แก้ปัญหาในการส่งผู้ป่วยที่มีความฉุกเฉินไปถึงโรงพยาบาลก็ดี หรือจุดบริการที่มี ขีดความสามารถเพิ่มกว่านี้ครับ🔗

ท่านประธานครับ สุดท้ายผมคิดว่า รพ.สต. คือด่านแรกในการที่จะบริการ ด้านสุขภาพสาธารณสุขให้กับพี่น้องประชาชน รพ.สต. เป็นคนที่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน รพ.สต. มีเครือข่ายที่เราเรียกว่า อสม. อสม. เป็นกลไกที่อยู่กับพี่น้องประชาชนที่ใกล้ชิดมาก ไม่ว่าจะเป็นคนไทยทั่วไป คนไทยที่เป็นชาติพันธุ์ ล้วนมี อสม. ในการที่จะทำงานร่วมกัน เขามีระบบบริหารครับท่านประธาน ๑. อสม. จะดูแล ๑๐ หลังคา เพราะฉะนั้นเวลาเกิด อะไรขึ้นมา ไม่ว่าเรื่องของระบบเตือนภัย เรื่องของสุขภาวะ ระบบเหตุฉุกเฉิน คนเหล่านี้ จะทำหน้าที่ประสานกับสถานีอนามัย หรือ รพ.สต. เพราะฉะนั้นผมคิดว่าระบบกระจาย อำนาจ ญัตติที่เสนอขึ้นมาผมอยากฝากประเด็นนี้ว่า ไม่มีอะไรที่จะซับซ้อนเลยครับ ขอให้ ดำเนินการตามแผนและขั้นตอนที่มีอยู่ ๑. คน ๒. งบประมาณ ๓. โครงสร้างพื้นฐาน แล้วก็ เรื่องของสิทธิในการเข้าถึง สุดท้ายผมฝากเรื่องกรณีพื้นที่ห่างไกลให้มีรถพยาบาลฉุกเฉินครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปท่านสุดท้าย ขอเชิญคุณขจิตร ชัยนิคม ครับ🔗

นายขจิตร ชัยนิคม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดอุดรธานีครับ ผมอภิปรายสนับสนุนผู้เสนอญัตติเรื่องนี้ทุกท่าน โดยเฉพาะท่านสุดท้ายที่เสนอคือ ท่านภาณุ พรวัฒนา ที่ผมย้ำสุดท้ายนี้ เพราะว่าในญัตติท่านเขียนบอกว่า ให้ดูแลกำกับ การถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคุ้นเคยกับคณะกรรมการกระจายอำนาจมา ๒๒ ปีแล้วครับ กระจายอำนาจทางการศึกษาก็มีปัญหาเยอะ วันนี้กระจายอำนาจในทางสาธารณสุข ซึ่งวันนี้ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นศึกษาแนวทางนี้ จะต้องศึกษาไปถึงแนวทาง การกระจายอำนาจ ซึ่งคณะกรรมการกระจายอำนาจได้ออกหลักเกณฑ์มา วันนี้ผมทราบว่า ที่จังหวัดหนองบัวลำภู ขออนุญาต ได้โอนมาสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเกือบทั้งหมด หรือว่าทั้งหมด แต่ก็มีปัญหาอยู่มากมาย ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า สิ่งแรก ที่คณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นวันนี้ควรจะไปดูหลักเกณฑ์ หลักเกณฑ์ซึ่งคณะกรรมการ กระจายอำนาจได้กำหนดขึ้น เสร็จแล้วในหลักเกณฑ์นั้นจะต้องไปดูในจังหวัดที่รับโอนมาแล้ว ปฏิบัติได้หรือไม่ เรื่องอัตรากำลังก็เป็นเรื่องใหญ่มาก เฉพาะเรื่องเดียวที่ผมได้ยินมา ใน รพ.สต. ขออนุญาตใช้ชื่อย่อ ในหน่วยงานหนึ่ง รพ.สต. หนึ่ง คนที่จะอยู่ก็สมัครใจจะอยู่ ก็อยู่ได้ คนที่อยากจะไปอยู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ไปได้ คนที่อยากมีตำแหน่งสูงขึ้น สมมุตินะ ก็ไป เสร็จแล้วท่านจะทำอย่างไร คนที่อยู่สาธารณสุขจังหวัดเขาจะทำอย่างไร ก็จะเอามากองกันไว้หรืออย่างไร ระบบนี้ผมฝากคณะกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นต้องไปดูหลักเกณฑ์ ที่คณะกรรมการกระจายอำนาจ ปัญหาการกระจายอำนาจเกิดขึ้น ในขณะที่คนที่บริหาร ประเทศมีจิตใจเป็นเผด็จการ ไม่มีปัญหาครับ แต่ผมคิดว่าในวันนี้นายกรัฐมนตรีที่มาจาก ระบอบประชาธิปไตย มาจากการเลือกตั้ง ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร คงจะลงไปดู เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย เพื่อให้การกระจายอำนาจทางสาธารณสุขให้เป็น ประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง เพราะโดยแท้จริงแล้วโรงพยาบาลประจำตำบลได้ดูแล ประชาชนอย่างใกล้ชิด แต่ว่าอัตรากำลัง ค่าจ้างบุคลากร การกำหนดอัตราของบุคลากรตามขนาดของ รพ.สต. ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก บางแห่งมีบุคลากรครึ่งเดียวของอัตรา แล้วจะทำ อย่างไรครับ จะให้บริการที่ดีต่อประชาชนได้อย่างไร เพราะฉะนั้นผมหวังว่านายกรัฐมนตรี คนปัจจุบันนี้ที่มีจิตใจที่เป็นประชาธิปไตยเต็มที่ จะลงไปกำกับดูแลให้โรงพยาบาลประจำตำบล สามารถบริหารได้อย่างแท้จริง ท่านประธานครับ ที่จังหวัดอุดรธานีมีโรงพยาบาลประจำตำบล ๒๐๗ แห่ง ขณะนี้สมัครที่จะโอน ๔๖ แห่ง ยังไม่มีการถ่ายโอนครับ ประชุมกันมาแล้ว ๓-๕ ครั้ง ผมก็ฝากไปยังท่านศราวุธ ว่าที่นายก อบจ. คนที่จะเป็นในวันที่ ๒๔ พฤศจิกายนนี้ ท่านศราวุธ เพชรพนมพร ฝากไว้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ หลังจากผู้อภิปรายได้อภิปรายหมดแล้ว ผู้เสนอญัตติมีสิทธิจะอภิปรายสรุปได้อีก ๑ ครั้ง ขณะนี้ผู้เสนอญัตติทั้ง ๔ ท่าน ก็มีผู้ที่จะขอสรุปเพียงท่านเดียว คือคุณกัลยพัชร รจิตโรจน์ โดยมอบให้ คุณธัญธร ธนินวัฒนาธร เป็นผู้สรุปแทน เชิญครับ🔗

นายธัญธร ธนินวัฒนาธร กรุงเทพมหานคร

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางแค และภาษีเจริญ จากพรรคประชาชน ผมขออภิปรายปิดญัตติพิจารณาศึกษาแนวทาง การควบคุมการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนะครับ รพ.สต. ที่เข้าถึงง่าย ให้บริการได้สะดวก รวดเร็ว ประชาชนประหยัดค่าใช้จ่าย ตลอดจนดูแลสุขภาพได้อย่าง ต่อเนื่อง ก็เป็นโรงพยาบาลในฝันของพวกเราทุกคน แล้วผมก็เชื่อว่าเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย แต่ รพ.สต. ในลักษณะนี้ก็ยังไม่เกิดขึ้นครับ ขณะนี้ก็เป็นเวลากว่า ๔ เดือนแล้ว หลังจากที่ได้ มีการพูดถึงปัญหานี้ ในการอภิปรายงบประมาณเมื่อเดือนมิถุนายน แต่ก็ยังไม่ได้มีสัญญาณ ในการปรับปรุงให้ดีขึ้น ปัญหาเรื่องกรอบอัตรากำลังเพื่อนสมาชิกก็ได้พูดถึงหลาย ๆ ท่าน ก็ยังไม่ได้รับการปรับปรุงเช่นเดียวกัน ซึ่งผมได้ขอสรุปปัญหานี้ออกเป็น ๔ หัวข้อครับ คือ งบไม่เต็ม สิ่งแวดล้อมไม่ดี กฎระเบียบไม่เอื้อ และคนไม่เติม🔗

ข้อแรก งบไม่เต็ม งบอุดหนุนน้อยลง ไม่ตรงกับคู่มือการถ่ายโอน ทำให้ รพ.สต. นั้นขาดเงินบำรุงครับ ไม่มีงบซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นสำหรับการส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสุขภาพ ที่ควรมีอุปกรณ์ทำกายภาพบำบัดก็ไม่มี แม้กระทั่ง กิจกรรมบำบัดก็ไม่มีเช่นกัน ผู้ป่วยที่ต้องได้รับการฟื้นฟูก็ไม่ได้รับการรักษาที่จำเป็นครับ กลายเป็นผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิง ต้องเป็นติดบ้าน ติดเตียง บีบให้ท้องถิ่นมีทางเลือกอยู่แค่ ๒ ทาง ๑. ก็คือควักเงินในส่วนที่ต้องนำไปพัฒนาท้องถิ่นนั้นมาบำรุง รพ.สต. หรือ ๒. ก็คือ ลดจำนวนคนและคุณภาพการให้บริการ ซึ่งผมก็ต้องบอกว่าไม่ควรจะเกิดขึ้นเลยครับ🔗

ข้อ ๒ สภาพแวดล้อมไม่ดี เกิดสภาพแวดล้อมที่ไม่สนับสนุนคนทำงาน ด้านปฐมภูมิ มี รพ.สต. ถึง ๙๑ เปอร์เซ็นต์ ที่มีกำลังคนน้อยกว่ามาตรฐานขั้นต่ำครับ คนทำงานก็ต้องแบกรับภาระการดูแล พักผ่อนน้อย ทำงานเกินขีดจำกัด เกิดความเครียด คุณภาพการบริการก็ลดลง หาก อบจ. จะต้องการจ้างบุคลากรเพิ่มก็ติดระเบียบ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ทำให้บุคลากรบางส่วนลังเลไม่ประสงค์ที่จะโอนย้าย ออกไป แต่ทางกระทรวงสาธารณสุขก็มีทางเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากย้ายไป ให้เลือกได้เพียงว่า จะไปทำงานในสังกัด สสจ. สสอ. หรือช่วยงานในกระทรวงสาธารณสุข หรือกระทรวงอื่น หรือเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด🔗

ข้อ ๓ กฎระเบียบไม่เอื้อ ปัญหากฎระเบียบไม่เหมือนกันระหว่างโรงพยาบาล แม่ข่ายกับ รพ.สต. หลังจากถ่ายโอนไปแล้ว รพ.สต. ได้รับการสนับสนุนการจัดบริการ จากโรงพยาบาลแม่ข่ายลดลง หรือบางด้านก็อาจจะถูกยกเลิกไปครับท่านประธาน ซึ่งส่งผล ต่อการให้บริการทางการแพทย์ รพ.สต. แห่งที่ได้รับการสนับสนุนด้านบุคลากรหมุนเวียน มาให้บริการ ทั้งแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร หรือแม้กระทั่งนักกายภาพบำบัด จากโรงพยาบาลแม่ข่าย ช่วงหลังก็ได้ข่าวว่าอาจจะมีการงดการสนับสนุนต่าง ๆ โดยให้ เหตุผลว่าจะเป็นบทบาทการสนับสนุนของ อบจ. แทน นอกจากนี้ยังมีการคิดค่าบริการ ในการตรวจแล็บ สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นผู้ป่วยกลุ่มโรค NCDs ซึ่งมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีคิดค่าบริการ รวมไปถึงการคิด ค่าบริการในการจัดหายาเพิ่มในทุกรอบที่ รพ.สต. เบิกจ่ายยาจากโรงพยาบาลแม่ข่ายครับ🔗

ข้อ ๔ ข้อสุดท้าย คนไม่เติมครับ เมื่อมีข้อจำกัดในงบประมาณและกำลังคน เช่นนี้ เราก็คงไม่ได้เห็นสหวิชาชีพอื่น ๆ มาปฏิบัติงานใน รพ.สต. หรือสุขภาพปฐมภูมิ ได้เพิ่มขึ้น เพราะรัฐเองนั้นก็เน้นแนวทางไปทางการรักษาทางคลินิก ไม่ค่อยให้ความสำคัญ กับการส่งเสริม ป้องกัน และฟื้นฟูสุขภาพเท่าที่ควร ซึ่งผมก็ได้เคยให้ความเห็นในหลาย โอกาส แม้กระทั่งสะท้อนเรื่องนี้ในการตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีในสภาแห่งนี้ ชี้ให้เห็นว่า งบประมาณที่เรากำหนดใช้กันนั้นยังไม่ตรงจุด ไม่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพ บุคลากร ทางสาธารณสุขที่สำคัญ เช่น ๑. นักกายภาพบำบัด เมื่อขาดบุคลากรวิชาชีพนี้ ผู้ป่วยที่ปกติ แล้วยังอยู่ในสภาวะที่ฟื้นฟูได้ให้ร่างกายกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ก็ขาดโอกาส กลายมาเป็นผู้พิการ มีภาวะพึ่งพิงติดบ้าน ติดเตียง สูญเสียโอกาสที่จะประกอบอาชีพ และช่วยเหลือตัวเองได้ดังเดิม ๒. นักจิตวิทยาชุมชน เมื่อเราไม่มีบุคลากรกลุ่มนี้ ชุมชน เยาวชน ผู้สูงอายุ จึงประสบปัญหาสุขภาพจิต ไม่ได้รับการคัดกรอง กิจกรรมฟื้นฟูจิตใจก็ไม่มี และสุดท้ายก็อาจจะกลายเป็นผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านจิตเวช ต้องใช้เวลาในการรักษาที่ยาวนานขึ้น หนักกว่านั้นอาจนำมาซึ่งปัญหาการซึมเศร้าบุคลิกแปรปรวนและทำร้ายตัวเองได้ครับ และ ๓. นักสังคมสงเคราะห์ ขาดคนกลุ่มนี้คนที่มีปัญหาครอบครัว คนที่พ้นโทษจำคุกมา คนที่มีปัญหาซับซ้อนก็ขาดความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ การดูแลจากภาครัฐและกลายเป็น ปัญหาทางสังคมและอาชญากรรมตามมาได้🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งหมด ทั้งมวล ที่ผมกล่าวมาก็จะชี้ให้เห็นถึง โอกาสทางเลือก ทางรอดที่เราจะร่วมกันสร้างหน่วยบริการปฐมภูมิที่ตอบโจทย์สุขภาพของ พี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริงครับ ผมจึงขอให้คณะกรรมาธิการที่จะรับเรื่องนี้ไปศึกษา ได้ร่วมกันผลักดันแก้ไขปัญหานี้ เพราะสาธารณสุขที่ดีไม่ใช่แค่การรักษา แต่คือการสร้าง ความหวังและอนาคตที่สดใสให้กับประชาชนทุกคน ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ การอภิปรายได้สิ้นสุดแล้ว แล้วก็ผู้เสนอญัตติก็ได้สรุปเรียบร้อยแล้วนะครับ เนื่องจากญัตตินี้ ผู้เสนอได้เสนอขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษา แต่จากการอภิปราย และจากการประสานงาน ไม่มีผู้ใดขัดข้องที่จะส่งให้คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น การบริหารราชการรูปแบบพิเศษ เพื่อพิจารณาศึกษาเรื่องนี้ มีท่านผู้ใด เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ให้ดำเนินการตามที่ผู้อภิปรายและการประสานงานนะครับ คือขอให้ส่งญัตติทั้ง ๔ ญัตตินี้ ไปให้คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น การบริหารราชการ รูปแบบพิเศษ เพื่อพิจารณานะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกเสนอระยะเวลาของการพิจารณา ศึกษาเรื่องนี้ จะให้เวลากี่วันครับ🔗

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพคะ ขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอระยะเวลาการพิจารณา ๙๐ วันค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เสนอ ๙๐ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้อง มีท่านสมาชิกเสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีเสนอเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าได้ให้ คณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวนี้รับไปพิจารณาให้เสร็จในเวลา ๙๐ วัน🔗

ท่านสมาชิกทุกท่านเนื่องจากวันนี้เราได้ใช้เวลาในการประชุมพอสมควรแล้ว ผมขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านครับ ขออนุญาตปิดประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๙.๐๔ นาฬิกา