unknown · · 800 lines

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๐๕ นาฬิกา)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยจะให้หารือ ตามลำดับรายชื่อที่ยื่นมาแล้ว ขอให้ท่านใช้เวลาหารือท่านละ ๒ นาที ต่อไปจะขอเชิญ ท่านแรกเลยนะครับ ท่านณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ เชิญครับ🔗

นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ สส. น่าน เขต ๓ พรรคเพื่อไทย กระผมขออนุญาตหารือกับท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในเขตตำบลศิลาเพชร อำเภอปัว จังหวัดน่าน เรื่องปัญหาในการออกเอกสารสิทธิของกรมที่ดินครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ น่าน

เนื่องจากศูนย์อำนวยการเดินสำรวจ ออกโฉนดที่ดิน จังหวัดลำปาง จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน ได้ดำเนินการเดินสำรวจออกโฉนด ให้แก่ประชาชนในเขตตำบลศิลาเพชร อำเภอปัว จังหวัดน่าน ซึ่งก็ได้ดำเนินการด้วยดี มาโดยตลอดครับ ตั้งแต่ธันวาคม ปี ๒๕๖๖ เดินสำรวจ มีการรังวัด มีการสอบเขตอะไร เป็นที่เรียบร้อย เหลือแต่ออกโฉนดให้แก่ประชาชนเท่านั้นเอง ประชาชนก็รออยู่อย่างมีความหวัง แต่แล้วไม่นานมานี้ครับทางที่ดินก็มาแจ้งกับผู้ใหญ่บ้านว่า ไม่สามารถออกโฉนดให้ได้แล้ว เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่า ทำให้ประชาชนเกิดความสงสัยเป็นอย่างมาก เพราะพื้นที่ข้างเคียงก็มีโฉนด และพื้นที่ดังกล่าวก่อนนี้ก็ไม่ได้อยู่ในเขตป่า ดังในภาพสไลด์ ที่ขึ้นอยู่บนจอนะครับ อันนี้ผมยกตัวอย่างมาเป็นบ้านนาคำ หมู่ ๑ ตำบลศิลาเพชรหมู่เดียว พื้นที่สีชมพูที่ท่านเห็นในภาพนี่คือเป็นเขตป่าครับ แต่ว่าพอทางกรมที่ดินมาบอกว่า ทางกรมป่าไม้บอกตอนนี้เลื่อนแนวเขตป่าไม้มาอยู่ตรงพื้นที่สีเขียว ซึ่งท่านจะเห็นว่า กินพื้นที่เกือบทั้งหมู่บ้านของหมู่บ้านนาคำ ตำบลศิลาเพชร ทำให้ไม่สามารถออกโฉนดให้แก่ ประชาชนได้ จึงอยากจะขอความกรุณาท่านประธานได้มีหนังสือสอบถามไปยังกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย แล้วก็กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ชี้แจง ในเรื่องนี้และดำเนินการแก้ไขความเดือดร้อนให้กับประชาชนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณณรงเดช อุฬารกุล ครับ🔗

นายณรงเดช อุฬารกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณรงเดช อุฬารกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีความเดือดร้อนของชาวนา มาปรึกษาหารือไปยังรัฐบาล จากมติคณะรัฐมนตรีที่มีการอนุมัติโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายนที่ผ่านมา และคำให้สัมภาษณ์ของท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ ๙ กรกฎาคม สร้างความกังวลให้พี่น้องชาวนาว่า ปีนี้อาจไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล ในการทำนา เพราะไม่สามารถทำตามเงื่อนไขของโครงการในการจ่ายค่าปุ๋ยล่วงหน้า เพื่อเข้าร่วม โครงการปุ๋ยคนละครึ่งได้ และไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง เพราะไม่ได้ ต้องการปุ๋ย แต่ขาดเงินสดที่จะไปใช้จ่าย ทั้งจ่ายค่าดำนาและจ่ายค่าเก็บเกี่ยว จึงอยากสอบถาม ไปยังรัฐบาลว่า ๑. หากชาวนาไม่มีเงินในบัญชี ธ.ก.ส. จะสามารถเข้าร่วมโครงการ ของรัฐบาลได้หรือไม่ ๒. รัฐบาลมีแนวทางในการช่วยเหลือชาวนาที่ไม่มีเงินจ่ายค่าปุ๋ย ครึ่งแรกอย่างไร ๓. ถ้าชาวนาไม่ร่วมโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง รัฐบาลมีโครงการอื่น ที่จะช่วยเหลือพี่น้องชาวนาหรือไม่🔗

เรื่องต่อมาอยากสอบถามความชัดเจนจากรัฐบาลว่า ในฤดูการทำนา ๒๕๖๗/๒๕๖๘ นี้จะมีโครงการสินเชื่อเพื่อชะลอการขายข้าว เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวนา ถูกกดราคาข้าวหากข้าวออกสู่ตลาดพร้อม ๆ กันเป็นจำนวนมากหรือไม่🔗

๒. จะมีโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิต เกษตรกรผู้ปลูกข้าว หรือที่ชาวนาเรียกว่า โครงการไร่ละพัน หรือไม่ รัฐบาลได้เตรียม งบประมาณไว้ดำเนินโครงการดังกล่าวหรือไม่ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้ ขออนุญาตนำเรื่องความเดือดร้อนทั้งทางน้ำ ทางบก และทางรถไฟของชาวอำเภอบางปลาม้า และชาวอำเภอสองพี่น้องมาหารือกับท่านประธาน ดังนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

ความเดือดร้อนทางน้ำ ขอให้ อธิบดีกรมชลประทาน ได้สั่งการให้มีการขุดลอกคลองสองพี่น้อง ตั้งแต่ประตูระบายน้ำ บางสามถึงตลาดบางลี่ เพื่อช่วยการระบายน้ำและแก้ไขปัญหาภัยแล้งโดยด่วนครับ🔗

ความเดือดร้อนทางบก ขอให้อธิบดีกรมทางหลวงชนบทสั่งการให้มีการเร่งรัด ซ่อมแซมถนนคันกั้นน้ำสาย ๑ จากบางยี่หนถึงวัดไผ่โรงวัว ชำรุดเสียหายหลายแห่ง โดยเฉพาะการทรุดตัวบริเวณใกล้กับปั๊มน้ำมันของผู้ใหญ่เฉลย ใกล้กับวัดโบสถ์ดอนลำแพน ตามภาพครับ🔗

ความเดือดร้อนทางรถไฟ สายสุพรรณบุรี-กรุงเทพมหานคร ช่วงบางลี่ วัดป่าเลไลยก์วิ่งสัปดาห์ละ ๑ เที่ยว สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนใน ๓ บริเวณ ที่มีทางรถไฟวิ่งผ่าน บริเวณแรกขอให้การรถไฟอนุญาตให้สร้างทางลาดขึ้นไปเสมอทางรถไฟ ทั้ง ๒ ฝั่ง เพื่อเชื่อมคันกั้นน้ำบางสาม-โคกยายเกตุ บริเวณหมู่ ๕ บ้านดอนสงวน ตำบลบางพลับ มายังตำบลวัดโบสถ์ เพื่อให้ประชาชนใช้สัญจรถึงกันได้ บริเวณที่ ๒ ขอให้การรถไฟ แห่งประเทศไทย เร่งสร้างเครื่องกั้นอัตโนมัติบริเวณทางรถไฟใกล้วัดตปะโยคาราม ตำบลมะขามล้ม อำเภอบางปลาม้า เพราะกรมทางหลวงสร้างถนน ๔ เลน ผ่านบริเวณดังกล่าว นานแล้วแต่ยังเปิดใช้ไม่ได้เพราะรอเครื่องกั้นดังกล่าว บริเวณสุดท้ายครับ ขอให้การรถไฟ แห่งประเทศไทยชะลอการสั่งรื้อทางลาดที่ชาวนาใช้สัญจรผ่านทางรถไฟบริเวณตำบลมะขามล้ม หลายแห่ง เพราะจะสร้างความเดือดร้อนให้ชาวนาในการประกอบอาชีพ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณปกรณ์ จีนาคำ ครับ🔗

นายปกรณ์ จีนาคำ แม่ฮ่องสอน

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปกรณ์ จีนาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณทางรัฐบาลนะครับ โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้ผลักดันโครงการปุ๋ยคนละครึ่งให้กับพี่น้อง ประชาชนชาวนาในประเทศไทยของเรา ซึ่งเชื่อว่าโครงการนี้สามารถลดต้นทุนในการผลิต และจะทำให้พี่น้องประชาชนชาวนานั้นได้รับประโยชน์เป็นอย่างมาก และต้องขอขอบคุณ ท่าน พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ที่ท่านได้ผลักดันเรื่องการกระจายอำนาจ ในการอนุญาตในการใช้พื้นที่ป่า โดยท่านได้กระจายอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักงานจัดการ ทรัพยากรป่าไม้ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารอุทยานในระดับจังหวัด สามารถอนุญาต การใช้พื้นที่ป่าได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งจะทำให้การพัฒนาในพื้นที่นั้นมีความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น และพี่น้องประชาชนก็จะได้รับประโยชน์มากขึ้น🔗

สำหรับเรื่องหารือนั้นวันนี้ผมมีอยู่ ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ ขอติดตามเรื่องของ ที่ดินที่ทับซ้อนของตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๓๓๖ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ทับซ้อนกับพี่น้อง ประชาชนบ้านปางหมู หมู่ที่ ๑ ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ทางตำรวจ ชายแดนนั้นต้องคืนพื้นที่บางส่วนให้กับพี่น้องประชาชนบ้านปางหมู ซึ่งเรื่องนี้ก็ยืดเยื้อมานาน กว่า ๓ ปีแล้วนะครับ แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ผมถึงขอฝากท่านประธาน ถึงทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่กำกับดูแลตำรวจตระเวนชายแดนนั้น ได้เร่งดำเนินการ คืนพื้นที่ดังกล่าวให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗

เรื่องติดตามเรื่องที่ ๒ เรื่องการซ่อมสร้างสะพานบนถนนหมายเลข ๑๐๙๕ พื้นที่บ้านห้วยผา หมู่ที่ ๑ ตำบลห้วยผา อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ถูกอุทกภัยตั้งแต่ เดือนกันยายน ๒๕๖๖ ซึ่งสะพานเส้นนี้นั้นอยู่บนถนนสายหลักที่จะมุ่งเข้าสู่จังหวัด แม่ฮ่องสอน ปัจจุบันนี้สะพานนี้ก็ยังเป็นสะพานชั่วคราวอยู่นะครับ ยังไม่มีการดำเนินการ อย่างไร และยังไม่มีวี่แววว่าจะมีการสร้างสะพานใหม่ขึ้นมาแต่อย่างไร ยังไม่มีการจัดสรร งบประมาณแต่อย่างใด ผมจึงขอฝากท่านประธานถึงกระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวง ช่วยเร่งดำเนินการด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ🔗

นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังสังคมใหม่ ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจาก สจ. บุญแทน ปรังการ ให้ผมนำเรื่องมาหารือ ในสภา ๒ เรื่อง ซึ่งเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนครับ🔗

เรื่องที่ ๑ โครงการอ่างเก็บน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สถานที่ตั้งคือ ตำบลและอำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ตอนนี้ก่อสร้างมาแล้วเมื่อปี ๒๕๒๕ เดี๋ยวนี้ก็เป็นเวลา ประมาณ ๔๐ กว่าปีแล้ว ทำให้อ่างเก็บน้ำมีความตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ ทำให้ เกษตรกรในพื้นที่ตำบลและอำเภอทุ่งหัวช้าง ได้รับความเดือดร้อนเรื่องน้ำใช้ในการเพาะปลูก ข้าวและพืชผลการเกษตรอย่างอื่น🔗

โครงการที่ ๒ โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำเลียบอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลทุ่งช้าง อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ก่อสร้างมาประมาณปี ๒๕๒๘ ขณะนี้ตื้นเขิน ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ พี่น้องประชาชนในตำบลทุ่งช้างได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ไม่สามารถใช้น้ำเพื่อทำการเกษตรได้ จึงขอให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยจัดงบประมาณนำไปขุดลอกอ่างเก็บน้ำทั้ง ๒ แห่งด้วย เพื่อพี่น้องประชาชนทั้งตำบล และตำบลทุ่งช้าง อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน จะได้มีน้ำใช้ในการปลูกข้าวและพืชผล การเกษตรได้จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ครับ🔗

นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ขอนแก่น

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ผู้แทนหน้ามนคนขอนแก่น เขต ๓ พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาต นำเรียนปรึกษาปัญหาในพื้นที่ครับท่านประธาน เกี่ยวกับโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ท่านประธานครับ ผมมีโอกาสได้ติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาชี้แจงครับว่าโครงการปุ๋ยคนละครึ่งกับโครงการช่วยเหลือไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท มันเป็นคนละโครงการการกัน ปฏิเสธไม่ได้ครับ มันคนละโครงการจริง ๆ ครับ แต่รัฐ กำลังจะโยกงบประมาณจากที่เคยช่วยเหลือไร่ละ ๑,๐๐๐ บาทมากลายเป็นจ่ายค่าปุ๋ย คนละครึ่ง โดยที่ไม่ถามความรู้สึกหรือความคิดเห็นของพี่น้องชาวนาเลยหรือครับว่า เขามี ความต้องการหรือมีความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการนี้อย่างไร จริงอยู่ครับข้าวอาจจะขายได้ ในราคาที่ดีขึ้นในปีนี้ แต่เกษตรกรก็ยังมีหนี้สินล้นพ้นตัวครับ ซึ่งมื้อนี้สิใส่ปุ๋ยก็ต้องไปเซ็นปุ๋ย จากกองทุนหรือจากสหกรณ์ครับ เอาปุ๋ยมามื้อนี้จ่ายเงินอีกเทื่อหนึ่งเดือนกุมภาพันธ์ คั่นพี่น้องมีเงินทุนสำรองไว้หลาย ๆ อีหลีครับ เขาบ่ก็จำเป็นต้องยอมจ่ายค่าปุ๋ยแพงขึ้นอีก กระสอบละ ๑๕๐ บาทเลยครับท่านประธาน พวกเราจะไม่เปิดโอกาสให้กับพี่น้องชาวนา ได้มีโอกาสลืมตาอ้าปากกันเลยหรือครับ ท่านประธานครับ ยังมีข้อกังวลของพี่น้องเกษตรกร ต่อโครงการนี้อีกเยอะแยะมากมายครับ ไม่ว่าจะเป็นชาวนายังสามารถเลือกสูตรและยี่ห้อ ตามความต้องการได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ผมเข้าใจว่าโครงการนี้จะไม่ตอบโจทย์ครับ เพราะ เกษตรกร พี่น้องชาวนายังคงต้องจ่ายค่าปุ๋ยอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือ🔗

๒. ขั้นตอนของการลงทะเบียน การจำหน่ายจ่ายแจกมีความสะดวกหรือไม่ อย่าลืมนะครับว่าคนที่ลงทะเบียนเกษตรกรทุกวันนี้บางคนอายุก็ปาเข้าไป ๗๐-๘๐ แล้วครับ ถ้าต้องให้พวกเขาไปนั่งต่อคิวกันอยู่ที่ ธ.ก.ส. ผมเกรงว่ามันจะไม่สะดวกจริง ๆ ครับ อีกทั้ง ธ.ก.ส. ทุกวันนี้พี่น้องประชาชนที่ไปใช้บริการคิวล้นออกมาถึงถนนเรียบร้อยแล้วนะครับ🔗

๓. ท่านประธาน ช่วงเวลาที่นี่มีความต้องการใช้ปุ๋ยของชาวนาเหมาะสม กับระยะเวลาของโครงการนี้หรือไม่ ทุกวันนี้เกษตรกรเขาไปเอาปุ๋ยลงที่นาเรียบร้อยแล้วนะครับ เนื่องจากฝนลงเม็ดแล้วครับ ในขณะที่โครงการนี้ยังไม่เริ่มเลยครับ กว่าโครงการจะเริ่ม กว่าปุ๋ยจะมาผมเข้าใจว่าความต้องการใช้ปุ๋ยมันจะเลยช่วงเวลานั้นไปแล้วครับ🔗

๔. ชาวนาที่เขาไม่มีเงินทุนสำรอง หรือมีเงินน้อยเขาต้องไปกู้หนี้ยืมสิน นอกระบบออกมา เป็นการสร้างภาระให้กับพี่น้องประชาชน ถามจริง ๆ ครับว่าเรื่องนี้รัฐบาล มีมาตรการในการแก้ไขที่จะป้องกันในเรื่องของการขายสิทธิหรือการสวมสิทธิในการซื้อปุ๋ยนี้ อย่างไร ท่านประธานครับ ผมขอต่ออีกนิดหนึ่งครับ พี่น้องเขาฝากบอกว่าโครงการนี้เกรงว่า จะเกิดช่องว่างในการเกิดทุจริต ยุ่งยาก เพิ่มภาระให้กับเกษตรกร เขาฝากข้อเสนอแนะมา อย่างนี้ครับว่า ไหน ๆ รัฐบาลจะช่วยราคาปุ๋ยคนละครึ่งอยู่แล้วครับ เอาเป็นว่ารัฐบาลก็ช่วย ในราคามาตรฐานของท้องตลาดได้ไหม ให้เกษตรกรไปหาซื้อปุ๋ยตามร้านใกล้บ้านเขา เลือกสูตรเอง เลือกยี่ห้อเองให้มันเป็นภาระของพวกเขา โดยที่ไม่ต้องมาเป็นภาระของฝั่งรัฐบาล หรือถ้าให้ดีกว่านั้นครับรัฐบาลก็ประกาศมาเลยครับว่า ปีนี้งบประมาณมีน้อยจากเดิม ที่เคยช่วยเหลือไร่ละ ๑,๐๐๐ ใช้งบประมาณ ๖๐,๐๐๐ ล้าน ในเมื่องบประมาณมีน้อย ก็ขอช่วยเหลือเหลือเพียงไร่ละ ๕๐๐ บาท อย่างนี้ผมว่าเกษตรกรน่าจะ Happy มากกว่านะครับ อย่างไรผมก็ขอฝากทางท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีพิจารณาโครงการนี้ อีกสักครั้งเถอะครับ อย่าให้กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่ทำลายความเชื่อมั่นในการแก้ไข ปัญหาของรัฐบาลที่มีต่ออนาคตของพี่น้องชาวนาเลยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล🔗

จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล เพชรบุรี

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอปรึกษาหารือปัญหาคือ อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรีนะครับ ปัญหาน้ำประปา ซึ่งดูแลและรับผิดชอบโดยการประปาภูมิภาค สาขาปากท่อ เขต ๓ จังหวัด ราชบุรี ปัญหาคือ น้ำประปาในการผลิตไม่พอกับที่ชาวบ้านต้องการใช้ เป็นปัญหามา อย่างยาวนาน ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ ๓-๕ กรกฎาคมนี้นะครับ ท่อส่งน้ำมีการแตก รั่ว ซึม ไม่มี การซ่อมแซม ไม่มีการใส่ใจ ซึ่งได้สอบถามไปยังการประปาส่วนภูมิภาค สาขาปากท่อ ได้รับ คำตอบว่า ไม่มีอะไหล่ในการซ่อมแซม แต่พอผู้รับเหมามาซ่อมแซม ก็ได้สอบถามผู้รับเหมา ผู้รับเหมาบอกว่า อะไหล่ในการซ่อมแซมมี แต่ไม่มีการสั่งการให้ซ่อมแซม นี่แสดงให้เห็น ถึงการไม่สนใจ ไม่ดูแล ไม่ใส่ใจของการประปาภูมิภาค สาขาปากท่อ เขต ๓ ราชบุรี ผมอยาก ฝากท่านผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาค ช่วยลงไปตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำประปา ของอำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี เป็นการด่วน ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับการท่องเที่ยว ธุรกิจ และชาวบ้านเดือดร้อนมาอย่างยาวนาน ผมฝากท่านประธานให้ท่านผู้ว่าการการประปา ส่วนภูมิภาคลงไปตรวจสอบเรื่องนี้เป็นการด่วน เพราะพ่อแม่พี่น้องชาวอำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี เดือดร้อนมาอย่างยาวนานกับปัญหาน้ำประปา การเก็บ Bill เก็บตรงเวลา การจัดเก็บเงินจากชาวบ้านตรงเวลา แต่พอการบริการไม่สนใจดูแลชาวบ้านนะครับ ฝากท่าน ประธานด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านอำเภอบ้านแหลม ที่ประกอบ อาชีพนาเกลือว่า ประสบปัญหานาเกลือตกต่ำ เช่น นาเกลือที่ทำด้วยดินเกวียนละ ๑,๐๐๐ บาท นาเกลือผ้าใบ เกวียนละ ๑,๕๐๐ บาท ซึ่งเป็นปัญหาที่พ่อแม่พี่น้องชาวอำเภอ บ้านแหลมที่ประกอบอาชีพนาเกลือประสบปัญหาครับ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่ง แก้ไขในเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปครับ ขอเชิญคุณวิทวัส ติชะวาณิชย์ ครับ🔗

นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๕ เขตคันนายาว เขตบึงกุ่ม เฉพาะแขวงคลองกุ่ม จากพรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผม มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน ๓ หัวข้อด้วยกัน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

เรื่องแรก การจัดระเบียบ การจอดรถประจำทางหน้าศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ท่านจะเห็นนะครับว่ารถเมล์นั้น ไม่สามารถเข้าเทียบป้ายได้ เนื่องจากมีรถอื่น ๆ จอดขวางอยู่ ประชาชนที่ใช้บริการจำเป็น จะต้องขึ้นลงรถในเลนที่ ๓ ซึ่งอันตรายมาก ที่ผ่านมาได้มีการแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลายครั้ง แต่แจ้งทีก็มาแก้ไขทีแล้วก็หายไป ช่วยเข้ามาจัดระเบียบการจราจรให้จริงจัง เสียทีครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องมลพิษทางเสียง ผมได้รับเรื่องร้องเรียนเป็นจำนวนมาก จากงาน NEON Countdown เมื่อปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน และงานนี้ก็กำลังจะจัดขึ้นอีกรอบ ปลายปีนี้ที่สวนสนุกวันเดอร์เวิลด์ ในเขตคันนายาว ซึ่งละแวกนั้นจะมีทั้งโรงพยาบาล วัด มัสยิด คอนโดมิเนียม หมู่บ้าน รวมถึงชุมชนต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากเสียงที่ดังสนั่น ทำให้ไม่สามารถพักผ่อนได้ ที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่ได้มีการแจ้งเรื่องไปยังหน่วยงาน ต่าง ๆ แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด จนเป็นความเดือดร้อนที่ชาวบ้านคิดว่าจะต้อง รอเจอเป็นประจำทุกปีใช่หรือไม่ ผมเข้าใจดีครับว่าการจัดงานในครั้งนี้เป็นการจัดงาน เฉลิมฉลองวันปีใหม่ ที่ ๑ ปีมี ๑ ครั้ง ผมไม่ได้ขัดครับ แต่ขอความอนุเคราะห์ครับว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกำชับและออกมาตรการที่ชัดเจนเสียทีว่า วัน เวลาดังกล่าว จะสามารถใช้เสียงได้ถึงกี่โมง งานเสร็จกี่โมง และโปรดระบุว่าเวลาเปิด เวลาปิดของงาน ให้ชัดเจน เพื่อให้พี่น้องที่อาศัยอยู่ละแวกนั้นสบายใจเสียทีครับ🔗

เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องเร่งแก้ไขร่างพระราชบัญญัติการจัดสรร ที่ดิน พี่น้องประชาชนที่ถูกผู้จัดสรรที่ดินละเลยหรือทอดทิ้งไม่บำรุงรักษาสาธารณูปโภค ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากครับ โปรดเถอะครับอย่าเลื่อน อย่าอุ้มอีกเลยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณญาณีนาถ เข็มนาค ครับ🔗

นางญาณีนาถ เข็มนาค อำนาจเจริญ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางญาณีนาถ เข็มนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอำนาจเจริญ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานคะ เรื่องที่ดิฉันจะหารือท่านในวันนี้ เป็นเรื่องเดิม ๆ ค่ะ ที่เคยหารือ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ ซึ่งดูเหมือนว่าจะได้รับการจัดสรร แต่ก็มีท่าทีจะตกไป จึงได้นำเรื่องดังกล่าวมาหารือท่านอีกครั้งค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางญาณีนาถ เข็มนาค อำนาจเจริญ

เรื่องที่ ๑ ปรับปรุงขยายไหล่ทาง ถนนทางหลวงหมายเลข ๒๑๓๔ ช่วงระหว่างจากบ้านเปือยหัวดง อำเภอลืออำนาจ ถึงบ้าน ดอนขวัญ อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ🔗

เรื่องที่ ๒ ปรับปรุงขยายถนนจาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร ถนนทางหลวง หมายเลข ๒๑๓๔ จากบ้านดอนขวัญ อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ ไปอำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ปัจจุบันเป็นถนนขนาด ๒ ช่องจราจร ไหล่ทางและสะพานแคบ รถเล็กไม่สามารถที่จะวิ่งบนไหล่ทางได้ จึงต้องมาวิ่งในช่องจราจร ทำให้ที่ผ่านมาเกิด อุบัติเหตุบ่อยครั้ง ถนนสายนี้มีปริมาณจราจรประมาณ ๖,๔๐๐ คันต่อวัน ซึ่งเส้นทางสายนี้ เป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงจากอำเภอลืออำนาจ อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ และยังเชื่อมโยง ไปยังอำเภอตระการพืชผล อำเภอศรีเมืองใหม่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นเส้นทางที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญและจังหวัดอุบลราชธานี เช่นกัน อีกทั้งยังเป็นเส้นทางที่ต้องใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าพืชผลทางการเกษตร จึงอยากให้กรมทางหลวงดำเนินการปรับปรุงสายทางในช่วงดังกล่าว เพื่อความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชน🔗

เรื่องที่ ๓ บูรณะปรับปรุงและขยายไหล่ทาง ถนนทางหลวงหมายเลข ๒๒๕๒ จากอำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ ไปอำเภอกุดข้าวปุ้น จังหวัดอุบลราชธานี ระยะทางประมาณ ๑๔ กิโลเมตร ปัจจุบันก็เป็นถนนขนาด ๒ ช่องจราจร การสัญจรไปมา ลำบาก ไหล่ทางแคบ เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงคมนาคม เพื่อขอความอนุเคราะห์งบประมาณในการซ่อมแซมถนนทั้ง ๓ สายดังกล่าว เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คงจะได้รับการจัดสรร อย่างเร่งด่วน และไม่ต้องให้ดิฉันได้พูดอีกเป็นครั้งที่ ๒ ที่ ๓ หรือถ้าไม่ได้จริง ๆ ดิฉันก็จะหารือ ท่านประธานไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ครับ🔗

นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล ปทุมธานี เขต ๗ อำเภอลำลูกกา อำเภอธัญบุรีและอำเภอหนองเสือนะครับ วันนี้ผมก็มีเรื่องมาปรึกษาท่านประธาน ทั้ง ๓ อำเภอครบเลยนะครับ แต่ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณกรมทางหลวง จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครนายก กรมทางหลวงชนบท แล้วก็การไฟฟ้าการประปาหลายหน่วยงาน รวมทั้ง เทศบาล อบต. ส่วนใหญ่ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทำให้การประสานงานเป็นไปได้อย่างดี แล้วก็แก้ไขปัญหาประชาชนไปได้เป็นหลายร้อยเรื่องเลยนะครับตอนนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี

เรื่องแรก ที่ผมจะปรึกษา ถ้าสไลด์ พร้อมแล้วก็ขึ้นได้เลยนะครับ อันนี้จะเป็นปัญหาของไฟทางตรงซอยขนิษฐา ตำบลบึงบา อำเภอหนองเสือ ตรงนี้ตั้งแต่วันที่ ๑๕ มีรถชนกัน แล้วก็ได้รับแจ้งจากประชาชนว่า เป็นเพราะไฟทางไม่มีเป็นทาง ๑ กิโลเมตร เส้น ทล. ๓๒๖๑ ก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ผมก็ได้ ประสานทันทีเลย ๑๕ พฤษภาคม จนวันที่ ๑ กรกฎาคม ไฟทางก็ยังไม่มี คราวนี้เกิดอุบัติเหตุ รถชนกันยับเลย ๓ คัน ทำให้มีควายตาย ๑ ตัว เจ็บ ๑ ตัว แล้วก็คนเจ็บอีก ๑ คน ก็ขอให้ ดำเนินการโดยเร่งด่วนนะครับ ไม่อย่างนั้นวันที่ผ่านไปอุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้นะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจของบ้านเรา ตอนนี้ก็คือปัญหา ของหนี้สิน แล้วก็เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ผมก็ได้ทำโครงการปทุมธานีปลดหนี้ เพื่อช่วยพี่น้อง ชาวปทุมธานีก็มีคนมาร่วมงานเกือบ ๑๐๐ คน ก็มี ๑ ในนั้นมีปัญหาเรื่องการผ่อนบ้าน การเคหะแห่งชาติ หลังจากสืบทราบไปเรื่อย ๆ ในการเคหะแห่งชาตินั้นก็มีเกือบ ๑๐๐ ราย ที่มีปัญหาไม่สามารถชำระหนี้ได้ ผมได้คุยกับทางการเคหะแห่งชาติไปเรียบร้อยแล้ว ๑ รอบ แต่อยากให้ท่านประธานทำหนังสือไปถึงการเคหะแห่งชาติให้ประนอมหนี้ให้ชาวบ้านนิดหนึ่ง ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี อย่างไรก็ขอให้ช่วยชาวบ้านไว้ก่อนนะครับ เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจ เบี้ยวหนี้เลยนะครับ แต่เศรษฐกิจแย่มาก ๆ เลย แย่กว่ารัฐบาลที่แล้วนะครับ หลาย ๆ คนพูด แบบนั้น🔗

เรื่องที่ ๓ ตรงนี้จะเป็นของตำบลลำไทร อำเภอลำลูกกา อำเภอที่ ๓ ของผม ก็คือเรื่องของสัญญาณไฟจราจรตรงคลองสิบสอง ทางเข้าตลาดบ้านกำนันนะครับ ผมได้ปรึกษาท่านประธานไปแล้ว ๒ รอบนะครับ รอบแรกวันที่ ๑๑ ตุลาคม เมื่อปี ๒๕๖๖ รอบที่ ๒ วันที่ ๗ มีนาคม ปี ๒๕๖๗ ๒ ครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้รับความคืบหน้าสักเท่าไรนะครับ คือทราบข่าวจากประชาชนว่ากำลังจะติด กำลังจะติดนะครับ แต่ว่าก็ยังไม่ได้รับแจ้ง อย่างทางการนะครับ ขอให้ท่านประธานทำเรื่องอีกรอบหนึ่งนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณจำลอง ภูนวนทา ครับ🔗

นายจำลอง ภูนวนทา กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม จำลอง ภูนวนทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๓ ห้วยเม็ก หนองกุงศรี ท่าคันโท ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธานประมาณ สัก ๒ เรื่องครับถ้ามีเวลา🔗

เรื่องแรกครับท่านประธาน พี่น้องประชาชนฝากความห่วงใยมายังรัฐบาล เรื่องปุ๋ยคนละครึ่ง แต่ผมต้องกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อผมได้นำปัญหาชาวบ้านไปปรึกษาท่าน ได้พบท่าน ในฐานะที่เป็นพรรคเดียวกัน กับท่านรัฐมนตรี ปุ๋ยคนละครึ่งเป็นกระบวนการในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในการลดต้นทุน การผลิต ผมดีใจแทนพี่น้องประชาชนครับ ส่วนขั้นตอนการลงทะเบียนท่านรัฐมนตรีบอกว่า จะอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนทุกกระบวนการ จะได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง และสะดวกสบายอย่างแน่นอนครับ ส่วนมีสมาชิกท่านผู้ทรงเกียรติเป็นห่วงเป็นใย เรื่องเงินเยียวยาที่เคยได้รับ ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท หรือขอเป็นไร่ละ ๕๐๐ บาทบ้าง อันนี้ ไม่ต้องห่วงครับ รัฐบาลโดยการนำของ ฯพณฯ เศรษฐา ทวีสิน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า มีความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชน อย่างดีอยู่แล้ว และมีมาตรการในการเยียวยาอย่างแน่นอน ท่านประธานครับ ส่วนเรื่องที่มี ความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชนมากที่สุด คือเรื่องยาเสพติด โชคดีเมื่อวานนี้ กระบวนการในการสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อลด ละ เลิก ยาเสพติดของกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค ๔ ได้เริ่มจัดทำที่จังหวัดอุดรธานี แต่สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ก็คืองบประมาณในการช่วยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ ในการปฏิบัติราชการ เพื่อป้องกันปราบปราม แล้วก็ป้องปรามพี่น้องผู้ติดยาเสพติด จะเห็นได้ว่า ตอนนี้พี่น้องประชาชนผู้ติดยาเสพติดไม่เฉพาะวัยรุ่นนะครับท่านประธาน อายุมากกว่าวัยรุ่น ปกติจะติดก็คือช่วง ๑๘-๒๔ ปี เล็กลงไปก็ประมาณ ๑๒ ปีก็เริ่มติดแล้ว ขณะนี้น่าตกใจคือกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่อายุตั้งแต่ ๓๙ ปีขึ้นไปก็มีการติดยาเสพติดจากสถิติ ของผู้ป่วย วันนี้ผมมีเวลาไม่เพียงพอที่จะนำกราบเรียนท่านประธานอนาคตวันข้างหน้า มีเวลาผมจะนำมากราบเรียนท่านประธานอีกรอบหนึ่ง ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณศิรสิทธิ์ สงนุ้ย ครับ🔗

นายศิรสิทธิ์ สงนุ้ย สมุทรสาคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศิรสิทธิ์ สงนุ้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคก้าวไกล ขอนำเรียน ปัญหาของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสาคร ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจำนวน ๓ เรื่องครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายศิรสิทธิ์ สงนุ้ย สมุทรสาคร

เรื่องแรก เนื่องจากรถไฟสายบ้านแหลม- แม่กลอง เป็นรถไฟสายเศรษฐกิจที่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติใช้เป็นจำนวนมาก จึงขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการสำรวจและปรับปรุงสถานี รอรถไฟฟ้าตามจุดต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันเสื่อมโทรมและอันตรายเป็นอย่างยิ่งครับ เช่น สถานี บางกระเจ้า สถานีบางโทรัดและสถานีต่าง ๆ ครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ปัญหาต่างชาติแย่งอาชีพสงวนคนไทยในจังหวัดสมุทรสาคร เช่น ค้าขาย เร่ขายสินค้า ตัดผม เสริมสวย รับจ้างขับขี่ยานยนต์และอีกมากมาย เป็นอาชีพสงวน ห้ามคนต่างด้าวทำโดยเด็ดขาด ซึ่งสามารถพบเห็นได้ตามตลาดบางแห่งและแหล่งชุมชน โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย จึงขอให้มีการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดครับ🔗

เรื่องที่ ๓ การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในหลายจังหวัดขณะนี้ ผมอยากสอบถามไปยังกรมประมงว่า ขณะนี้ปลาหมอคางดำประเมินแล้วว่าจัดอยู่ ในสถานการณ์ใด เช่น สามารถกำจัดได้อย่างถาวรหรือไม่ หรือการแพร่ระบาดเกินจะควบคุม หากกรมประมงประเมินว่า ไม่สามารถกำจัดอย่างถาวรได้ จะมีมาตรการหลังจากนี้ระยะยาว อย่างไรที่จะต้องมีปลาหมอคางดำอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งจะต้องมีการปรับงบประมาณ และแผนให้เหมาะสม รวมถึงจะมีมาตรการรับผิดชอบช่วยเหลือหรือไม่ หากปลาหมอคางดำ หลุดเข้าไปในบ่อกุ้ง บ่อปลา แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำของพี่น้องเกษตรกร🔗

สุดท้ายครับ งานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์กรมประมงพบว่า ปลาหมอคางดำ ที่แพร่ระบาดในไทยมีแหล่งที่มาร่วมกัน มีความคล้ายคลึงทางพันธุกรรม จึงขอให้มี การตรวจสอบ อาจเป็นหลักฐานสืบหาต้นตอการแพร่ระบาดครับ หากจะต้องขุดใต้อาคาร ตรวจ DNA ที่ฝังกลบปลาหมอที่อัมพวาก็ต้องทำครับ เพราะนายทุนใหญ่บอกว่าสร้างอาคาร ทับไว้ที่ฝังกลบไปแล้ว ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ครับ🔗

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมมีปัญหาอยากจะหารือผ่านสภาแห่งนี้อยู่ทั้งหมด ๓ เรื่องด้วยกัน🔗

เรื่องแรกครับ เป็นเรื่องของปากท้องพี่น้องชาวใต้ครับ นั่นก็คือเรื่องของราคา ยางพารา ต้องยอมรับครับว่าในช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมานี้พี่น้องชาวสวนยางมีความสุข เพราะว่าราคายางขึ้นสูงครับ แล้วก็ขึ้นสูงไปแตะ ๙๐ บาทด้วยซ้ำไปในช่วงเวลาหลายเดือน ที่ผ่านมา แต่ต้องบอกว่าตอนนี้พี่น้องชาวสวนยางเริ่มมีความกังวลครับ เพราะว่าราคา มันดิ่งลง มันดิ่งลงเรื่อย ๆ ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ ๖๐ บาทแล้ว แล้วถ้าเกิดว่าเรายังไม่ทำอะไร ยังปล่อยไปแบบนี้ราคามันก็จะตกลงไปอีกครับ สุดท้ายพี่น้องชาวสวนยางก็จะอยู่ไม่ได้🔗

ท่านประธานครับ เรื่องที่ ๒ ก็เช่นกันครับ เรื่องของราคาปาล์ม ทุกวันนี้ ปาล์มก็ราคาตก ก่อนหน้านี้ยังถือว่าสูงอยู่นะครับ ยังอยู่กันได้ ตอนนี้ที่บ้านผมซื้อกันอยู่ ประมาณ ๔ บาทปลาย ๆ เท่านั้นเอง และช่วงนี้เป็นช่วงที่เราจะต้องใช้เงินลงทุนเพิ่ม พี่น้อง ชาวสวนปาล์มต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มนะครับ ทั้งใส่ปุ๋ย หน้าฝนหญ้าขึ้นเยอะก็ต้องจ้าง คนตัดหญ้านะครับ นอกจากนั้นตัดปาล์มก็ต้องจ้างคนตัดปาล์มอีก รวมไปรวมมาท่านประธานครับ ผมกลัวว่ามันจะไม่เหลือได้กินได้ใช้กันสำหรับพี่น้องชาวสวนปาล์ม🔗

เรื่องสุดท้าย ก็เป็นเรื่องของปากท้องอีกเช่นกันนะครับ เรื่องของพี่น้อง ผู้ที่เลี้ยงกุ้ง หรือจะเรียกว่าคนที่ทำฟาร์มกุ้งหรือทำนากุ้งก็ได้ หลายท่านก็ได้มาปรึกษาผมว่า ที่ผ่านมาราคากุ้งตกต่ำเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าตกต่ำเป็นประวัติการณ์เลยด้วยซ้ำไป ผู้เลี้ยงกุ้งต้องรับภาระขาดทุนต่อเนื่องอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าใช้จ่าย ค่าไฟ ค่าแรง ค่าอาหาร ค่าพันธุ์กุ้ง หรือแม้กระทั่งค่าเคมีภัณฑ์ที่จะต้องเอามาใช้🔗

ผมก็จึงอยากจะฝากท่านประธานทั้ง ๓ เรื่องนี้ครับ ผ่านไปยังกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ รวมไปถึงกระทรวงพาณิชย์เพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวใต้ แล้วก็พี่น้อง ชาวสตูลด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณเอกราช อุดมอำนวย ครับ🔗

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมืองจากพรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมฐานะ ผู้แทนคนดอนเมืองก็ขอนำปัญหาของพ่อแม่พี่น้องในเขตมาหารือกับท่านประธาน ฝากไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

ต่อไปครับท่านประธานก็คือ ไฟส่องสว่างบริเวณหน้าวัดดอนเมืองครับ มืดมากผมเป็นคนถ่ายเอง ทั้งไฟป้ายรถเมล์ แล้วก็ไฟที่ถนนนะครับ ตรงนี้อยู่บริเวณหน้าวัด ดอนเมืองถนนสรงประภาเลยครับ มืดมา ๓-๔ เดือนแล้วครับส่งเข้า Traffy Fondue ก็ไม่มี ใครแก้ไข แบบนี้ผมเป็นห่วงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ฝากท่านประธานไปถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรีบเร่งแก้ไขครับ ไม่ยากตรงนี้🔗

ต่อไปครับท่านประธาน ผมฝากไปอีกหน่วยงานหนึ่งก็คือ กสทช. ในการเร่ง แก้ไขสัญญาณ สายไฟต่าง ๆ พันแบบนี้ครับ อายเขาไปทั่ว ลงข่าว ต่างชาติมาถ่ายภาพ กสทช. มัวทำอะไรกันอยู่ครับ ฟ้องกันไปฟ้องกันมา ท่านต้องกำกับเอาสายไฟฟ้าลงดินได้แล้วครับ ถ้าทำแบบนี้แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนไม่ได้ก็ลาออกไปเถอะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ ครับ🔗

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ พิจิตร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธานเป็นเรื่องไฟฟ้าในจังหวัดพิจิตร🔗

เรื่องแรก ส่วนใหญ่พบสาเหตุไฟฟ้าดับ ไฟกระชาก ไฟตกบ่อย การไฟฟ้า พิจิตรตั้งกลุ่ม Line แจ้งไฟฟ้าขัดข้อง มีสมาชิกกว่า ๒,๐๐๐ คน ทุกวันจะมีการแจ้งปัญหา ไฟฟ้าขัดข้อง ยิ่งมีพายุ มีลม มีฝนก็จะมีเรื่องร้องเรียนมากกว่าปกติ ซึ่งเกิดขึ้นทั้งจังหวัดพิจิตร ส่งผลกระทบต่อร้านค้า ภาคธุรกิจและการเกษตร ความเสียหาย รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า และปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรตามมา🔗

เรื่องที่ ๒ ปัญหาชาวบ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ ทั้งไฟฟ้าที่อยู่อาศัยและไฟฟ้า ทำการเกษตร ทราบมาว่าได้มีการร้องขอไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดพิจิตร ๑๐ กว่าโครงการ ได้แก่ โครงการขอไฟเกษตรบ้านปลายห้วย กลุ่มหลังวัดใหม่ปลายห้วย หมู่ ๑๑ ตำบลเนินปอ บ้านหนองโสนเหนือ หมู่ ๑๗ ตำบลหนองโสน บ้านสระยายชี เนินปอ หมู่ ๕ ตำบลเนินปอ บ้านหนองโสน หมู่ ๒ ตำบลหนองโสน บ้านเนินปอ ยางห้าหลุม หมู่ ๕ หมู่ ๖ ช่วงที่ ๑ และ ๒ ตำบลเนินปอ บ้านสระยายชี เส้นโรงปุ๋ย หมู่ ๕ ตำบลเนินปอ บ้านเพชรวิจิตร หมู่ ๘ ตำบลเนินปอ บ้านท่อทอง นายเลิศทิพย์ หมู่ ๑๒ ตำบลกำแพงดิน บ้านหาดกรวด หมู่ ๑ ตำบลสามง่าม บ้านม่าฝาง หนองหญ้าปล้อง หมู่ ๔ ตำบลบึงบัว บ้านหนองสะเดา ศาลากลางบ้าน หมู่ ๘ ตำบลบ้านนา บ้านหนองสะเดา ฟาร์มอุ่นเรือน หมู่ ๘ ตำบลบ้านนา บ้านหนองสะเดานอก เกาะตานัด หมู่ ๑๕ ตำบลบ้านนา จริง ๆ ก็ยังมี ของอำเภอตะพานหิน อำเภอบางมูลนาก และอำเภอโพทะเลที่ยังขอขยายโครงการการไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดพิจิตร มีงบสนับสนุนให้ชาวบ้านรายละ ๕๐,๐๐๐ บาท ซึ่งก็ยัง ไม่เพียงพอ ทำให้ต้องของบประมาณสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นก็ไม่มีงบประมาณ ผมจึงขอฝากท่านประธานไปยังผู้ว่าการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคและองค์กรที่กำกับดูแล คือ กระทรวงมหาดไทยด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ ครับ🔗

นายพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน วันมูหะมัดนอร์ที่เคารพครับ ผม พงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ ผู้แทนราษฎรบางพลัด บางกอกน้อย วันนี้ก็มาพูดเรื่องความสำคัญ แล้วก็ตระหนักรู้เกี่ยวกับเรื่อง AI ผมนำ Questionnaire ไป Conduct กับนักเรียนในเขตพื้นที่ เพราะว่าหาข้อมูลไม่ได้ เราไม่มีข้อมูล หลาย ๆ เรื่องเลย ถ้าถามด้วยวาจาหลาย ๆ คนก็ได้ยินเฉย ๆ แล้วก็ไม่ได้รู้จัก จากการ Conduct Survey ของผมมา ง่าย ๆ ก็ประมาณครึ่ง ๆ ของเด็กประมาณสักวัยมัธยมต้น ซึ่งเขาก็เคยได้ยินมาครึ่งหนึ่ง ไม่เคยได้ยินครึ่งหนึ่ง เรื่องนี้ก็เป็นปัญหานะครับ ซึ่งปัญหา มันไม่ได้เกิดตอนนี้ แล้วมันก็จะเกิดในอนาคตอันใกล้นะครับ อย่างปัญหาที่เกิดตอนนี้ ที่เกี่ยวกับเรื่อง AI ผมยกตัวอย่างเช่น อย่างกรณีพวก Short sale ต่าง ๆ Robot Trading เราก็จะตามเขาไม่ทัน อย่างเรื่องที่มี Platform ต่าง ๆ เข้ามา ไม่ว่าจะเป็น Facebook TikTok จะเป็นเรื่องทางจริยธรรมหรือเป็นเรื่องทาง e-Commerce ก็ตามไม่ทันนะครับ หรือแม้กระทั่งเรื่องใต้ดินอย่างพวกพนันออนไลน์นะครับ ทั้งหมดก็ดูดเงินไปเยอะมากเลย ที่ผ่านมาโดยเราไม่รู้ตัวนะครับ เด็กก็เป็นกำลังสำคัญของชาติถ้าปล่อยไปก็จะทำให้ ความเหลื่อมล้ำยิ่งเพิ่มขึ้นมาอีกนะครับ การเข้าถึงเทคโนโลยีก็อาจจะต้องได้รับการสนับสนุน ตัวผมเองก็เลยมีโครงการที่จะมาปรึกษาท่านประธานว่า ตัวผมเองก็เข้าไปในพื้นที่ แล้วก็ อาสาเข้าไปสอนนะครับ รวมกลุ่มกันได้ ๑๐ คน ๒๐ คนก็สอนแล้ว และผมก็ไปทำเสนอ Proposal กับทาง UNICEF นะครับว่า จะมาช่วยทำพวก Security ออนไลน์อะไรต่าง ๆ นี้เราก็ทำเป็นในโครงการนำร่องครับ สำหรับพื้นที่บางพลัด บางกอกน้อย โดยสำหรับส่วนของเยาวชนนะครับ โดยสำหรับชุมชนด้วย เพราะว่ากลุ่มนี้เขาเข้าไม่ถึง ทีนี้จะปรึกษาท่านประธาน โครงการที่ผมกำลังดำเนินอยู่ มันดำเนินเพราะว่าอาจจะต้องขอ ถ้าท่านประธานให้การรับรองตัวโครงการ มันก็จะสามารถไปยื่นขอการสนับสนุนจากที่ต่าง ๆ ได้ ก็เลยมาเรียนปรึกษานะครับว่า ถ้าใช้ท่านประธานรับรองนะครับ แล้วโครงการในพื้นที่ ก็สามารถนำเป็นโครงการนำร่อง เพื่อจะต่อยอดสร้าง Awareness ต่อ ๆ ไปได้ ถ้าเรารอ งบประมาณก็คงจะไม่ทันนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องที่ปรึกษา ประธานสภาส่งมาจะดูในรายละเอียดครับ ต่อไปครับ ขอเชิญคุณนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล ครับ🔗

นายนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๒ อำเภอปักธงชัยและวังน้ำเขียว วันนี้ขอหารือท่านประธานด้วยกัน ๑ เรื่องครับ ก็คือปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว ก็คือเรื่องของแนวเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ที่ ณ ปัจจุบันนี้กำลังเป็นกระแส ผมได้เห็นด้วยกับพี่น้องประชาชนที่ออกมาแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างมากมายครับ ที่เขาเหล่านั้นเองก็อยากจะอนุรักษ์ผืนป่าไว้ ให้ได้อยู่คู่กับประเทศไทยให้ได้นานที่สุดครับ ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นและเห็นด้วย เป็นอย่างยิ่ง แล้วก็ในข่าวที่เพิ่งออกมาอีกที่บอกว่าประเทศไทยเรากำลังจะสูญเสียพื้นที่ป่า ไปมากกว่า ๒๖๐,๐๐๐ ไร่ ให้กับนายทุนให้กับ ส.ป.ก. ทุกท่านครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะขอนำเรียนแบบนี้ครับว่า แนวทางแนวเขตอุทยานแห่งชาติที่ประกาศมา เมื่อปี ๒๕๒๔ นี้ ได้เกิดปัญหาขึ้นจริงครับ ก็คือว่าได้ไปทับซ้อนกับเขตของพี่น้องประชาชน ที่ได้อยู่มาตั้งแต่ก่อนหน้าที่เขตอุทยานประกาศมาบังคับใช้ในปี ๒๕๒๔ ครับ ซึ่งไปทับกับ โรงพยาบาล วัด โรงเรียน สถานที่ราชการต่าง ๆ บ้านเรือนของพี่น้องประชาชนกว่า ๘๐ หมู่บ้านที่อยู่ในเขตอุทยานนะครับ และแนวเขตของปี ๒๕๒๔ นี้ ก็ยังไม่ได้ครอบคลุม พื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์นะครับที่มีพื้นที่กว่า ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ ที่ควรจะได้รับการดูแล หรืออยู่ภายใต้อุทยานเช่นกัน มันเป็นเรื่องจริงครับท่านประธานว่า พี่น้องเราที่ทำนาอยู่ ในพื้นที่มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ตายาย ณ วันนี้เขารับมรดกสืบทอดมา ไม่รู้เลยว่าตัวเองจะถูกรื้อถอน บ้านเมื่อไร แล้วก็จะถูกดำเนินคดีเมื่อไร วันนี้ขอความเห็นใจจากทุกภาคส่วนครับ ให้ได้ พิจารณาเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาและอย่างรอบคอบครับ ถ้ามีโอกาสอยากจะเชิญชวน ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกส่วนให้ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบนะครับ ไปดูว่าตรงไหนเป็นที่ ของนายทุน ตรงไหนเป็นที่ของชาวบ้าน แล้วก็หาทางออกร่วมกันครับ🔗

สุดท้ายนี้กระผมในนามของตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับ ผลกระทบนะครับ อยากจะขอฝากไปยังสำนักงานคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงคณะกรรมการอุทยานให้ได้เร่งแก้ไขนะครับ เพราะว่าพี่น้องต้องการแล้วก็รอคอยความช่วยเหลืออยู่ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณษฐา ขาวขำ ครับ🔗

นายษฐา ขาวขำ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายษฐา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ขอปรึกษาหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการ จำนวน ๒ เรื่องดังนี้🔗

เรื่องที่ ๑ การก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุของโรงพยาบาลทุ่งใหญ่ ท่านประธานที่เคารพ กระผมเคยนำเรื่องนี้มาปรึกษาหารือท่านประธาน ในการประชุมสภา จำนวน ๒ ครั้ง คือเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๖ และวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เพราะเป็นเรื่องสำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่ ของอำเภอทุ่งใหญ่และอำเภอข้างเคียง การก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุ ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ ขณะนี้เป็นเวลาเกือบ ๒ ปีแล้วครับ แต่ความคืบหน้า ไม่ได้มีการดำเนินการแต่อย่างใด จึงขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้โปรดตรวจสอบข้อเท็จจริง และเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน เรื่องของการนำเสนอวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ขึ้นทะเบียนมรดกโลก จากองค์การ UNESCO ท่านประธานที่เคารพ เรื่องนี้ผมเคยนำมา ปรึกษาหารือท่านประธานแล้ว ๑ ครั้ง คือเมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๗ เพราะเป็นเรื่องสำคัญ และอยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราช วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ได้ขึ้นบัญชีชั่วคราวไว้ตั้งแต่เมื่อปี ๒๕๕๕ หลังจากนั้นเป็นขั้นตอนของการจัดทำเอกสาร ฉบับสมบูรณ์ เพื่อเสนอต่อองค์การ UNESCO เวลาล่วงเลยมา ๑๑ ปีเศษแล้วก็ยังไม่แล้วเสร็จ จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้แต่งตั้ง คณะทำงานชุดหนึ่ง โดยมีท่านอธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธาน ขณะนี้ประชาชนจังหวัด นครศรีธรรมราชมีความคาดหวังต่อคณะทำงานชุดนี้เป็นอย่างมาก จึงขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรมได้โปรดเร่งรัดผู้รับผิดชอบให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จด้วย ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณคุณากร มั่นนทีรัย ครับ🔗

นายคุณากร มั่นนทีรัย นนทบุรี

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม คุณากร มั่นนทีรัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอหารือ จำนวน ๔ เรื่อง🔗

ปัญหาแรก ผมเคยหารือเกี่ยวกับปัญหาการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนบริเวณ ซอยวัดพระเงิน พื้นที่ตำบลบางใหญ่ อำเภอบางใหญ่ ปัจจุบันยังคงไม่มีอะไรดีขึ้น ชาวบ้าน เดือดร้อนมาก ระยะทาง ๑-๒ กิโลเมตร ต้องใช้เวลาเดินทางเป็นชั่วโมง เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้มีการลงพื้นที่ร่วมกับนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านบางม่วง อำเภอบางใหญ่ และนายช่างทางหลวงชนบท เพื่อสำรวจพื้นที่ว่าสามารถขยายเลนการจราจรได้หรือไม่ ซึ่งเห็นว่าสามารถขยายได้ในช่วงตั้งแต่ปากซอยวัดพระเงิน ไปจนคอสะพานคลองนาคเกี้ยว จึงหารือท่านประธานให้กรมทางหลวงชนบทช่วยดูแลพี่น้องประชาชน ประสานงาน เพื่อขยายเลนจราจร เพื่อลดปัญหาจราจรติดขัดด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายคุณากร มั่นนทีรัย นนทบุรี

ปัญหาที่ ๒ เรื่องไฟฟ้าส่องสว่างภายใน บริเวณศาลาพักผู้โดยสาร ตำบลบางเลน อำเภอบางใหญ่ ตามภาพนะครับ เป็นบริเวณหมู่บ้าน Home Place หน้าธนาคาร ธ.ก.ส. หน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางเลน หน้าซอย บางเลนซอย ๑๔ ทีมงานผู้ช่วยของผมได้รับข้อมูลและลงพื้นที่สำรวจในเวลากลางคืน พบว่า ภายในศาลาไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง อาจทำให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนที่รอรถสาธารณะ หรืออาจจะเกิดเป็นปัญหาอาชญากรรมขึ้นได้ จึงขอเรียนท่านประธานฝากไปยังเทศบาล ตำบลบางเลนช่วยตรวจสอบและแก้ไขให้ด้วยนะครับ🔗

ปัญหาที่ ๓ ถนนเลียบคลองทางหลวงชนบทหมายเลข นบ. ๑๐๐๙ บริเวณ ตำบลบ้านใหม่ ผมและทีมงานได้ลงสำรวจสภาพพื้นถนนพบว่า มีความชำรุดบกพร่องเป็นหลุม เป็นบ่อ พื้นถนนมีความต่างระดับ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนจึงฝากท่านประธาน ให้กรมทางหลวงชนบทช่วยตรวจสอบและแก้ไขด้วยนะครับ🔗

เรื่องสุดท้าย จังหวัดนนทบุรีมีหมู่บ้านจัดสรรจำนวนมาก มีปัญหาการจัดการ เกี่ยวกับสาธารณูปโภคส่วนกลางของผู้จัดสรร จึงขอหารือประธานไปยังสภาและรัฐบาลว่า ขอให้รีบให้มีการแก้ไข พ.ร.บ. การจัดสรรที่ดินโดยรวดเร็วด้วยครับ ผม คุณากร มั่นนทีรัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณชนก จันทาทอง ครับ🔗

นางสาวชนก จันทาทอง หนองคาย

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ จากพรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่หารือด้วยกัน ๒ เรื่องค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวชนก จันทาทอง หนองคาย

เรื่องแรก ถนนลูกรังยังไม่ได้รับ การดูแลและแก้ไข เรื่องนี้ดิฉันได้นำเข้าหารือในสภาผู้แทนราษฎรแล้วครั้งหนึ่ง ในวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๕ ซึ่งถนนเส้นนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบนั้นไม่สามารถดูแลและแก้ไขได้ ท่านประธานคะ จากภาพที่เห็นหลายสิบปีที่แล้วเป็นอย่างไร ในวันนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น คิดดูสิคะว่าช่วงนี้หน้าฝน พี่น้องประชาชนจะใช้ชีวิตยากลำบากแค่ไหน ถนนเส้นนี้ เป็นถนนจากบ้านโปร่งสำราญไปยังบ้านกุดลึก ตำบลพระบาทนาสิงห์ อำเภอรัตนวาปี ระยะทาง ๗ กิโลเมตร แต่ข้อดีในวันนั้นก็ส่งผลให้ทางหลวงชนบทรับถนนเส้นนี้เข้าไปอยู่เป็นถนนโครงข่าย แต่ถึงวันนี้แล้วก็ยังไม่ได้เข้าไปปรับปรุงและแก้ไข ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภา ไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ให้เข้าไปช่วยเร่งรัดแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องตลิ่งกันทรุดริมแม่น้ำโขงชำรุดแล้วก็เสียหาย ดิฉันได้รับ การร้องทุกข์จากท่านผู้ใหญ่บ้านบ้านต้อนใหญ่ ตำบลบ้านถ่อน อำเภอรัตนวาปีว่า ตลิ่งกันทรุด ของหมู่บ้านนั้นมีระยะทางประมาณ ๘๐๐ เมตร นอกจากจะช่วยกันทรุดริมแม่น้ำโขงแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับพี่น้องประชาชน คือเป็นจุดชมวิวบั้งไฟพญานาคนะคะ คือสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนได้ด้วย ปัญหาก็คือว่า หากแม่น้ำโขงขึ้นน้ำก็จะท่วมตลิ่ง ส่วนพอน้ำลด ตลิ่งก็ชำรุดเสียหาย เป็นแบบนี้มาหลายปีแล้ว ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ให้เข้าไปช่วยปรับปรุง ดูแลแก้ไข อย่างน้อยตลิ่งยังสามารถช่วยสร้างรายได้ให้กับพี่น้อง ประชาชนได้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ🔗

นางสาวสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันผู้แทนราษฎรที่ได้รับเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชน อย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวนา ชาวไร่ วันนี้ขออนุญาตเรียนท่านประธาน ส่งตรงถึงทางรัฐบาล ก่อนอื่นเลยค่ะต้องขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ที่ตั้งแต่ได้เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งงบประมาณปีนี้ก็ล่าช้า งบประมาณก็ไม่มีค่ะ แต่พอพี่น้องประชาชนกำลังจะเกี่ยวข้าวเดือดร้อน ทาง ครม. ก็ได้ผลักดันงบประมาณ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ครอบครัวละไม่เกิน ๒๐ ไร่ พี่น้อง ประชาชนต่างก็ดีใจที่จะได้มีเงินใช้หนี้ใช้สิน และในขณะเดียวกันงบประมาณปีเดียวกันนี้ ทางรัฐบาลก็ได้มีนโยบายโครงการปุ๋ยคนละครึ่งเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อลดต้นทุนในช่วง ฤดูลงนา แต่ก็มีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ดิฉันขอเป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชน ขอฝากไปถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ขอให้ได้ไตร่ตรอง ได้พิจารณา ได้ทบทวนถึงผลกระทบและผลประโยชน์ที่พี่น้องจะได้รับเป็นที่สุดค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันในฐานะของตัวแทนพี่น้องประชาชน มาอยู่ตรงนี้ได้ก็เพราะพี่น้องประชาชน วันนี้ขอฝาก ทางรัฐบาลค่ะ ขอให้ท่านได้ช่วยดูแลพี่น้องประชาชนในช่วงเศรษฐกิจที่กำลังจะฟื้นตัว ในอนาคตนี้ ขอให้รัฐบาลดูแลเยียวยาชาวนาไร่ละ ๑,๐๐๐ บาทเช่นเดิม ในช่วงฤดูกาล เก็บเกี่ยวที่จะถึงนี้ เพื่อให้พี่น้องชาวนาได้ตั้งหลัก ได้ตั้งตัว ได้มีเงินใช้หนี้ใช้สิน เลี้ยงชีพต่อไปค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นปัญหาเรื่องของวัวราคาตกต่ำค่ะ ดิฉันได้ใช้สภาแห่งนี้ในการ หารือเรื่องราคาวัวตกต่ำหลายครั้ง แต่ตอนนี้ราคาวัวยังไม่ดีขึ้น ขอฝากท่านประธาน ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้ช่วยดูแลเรื่องราคาวัว และขณะนี้ราคาวัวที่ถูก แต่สวนทาง กับราคาเนื้อในตลาดที่มีราคาเท่าเดิม ขอฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยควบคุมดูแลให้พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณพิมพฤดา ตันจรารักษ์ ครับ🔗

นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานที่เคารพ พิมพฤดา ตันจรารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย วันนี้มีเรื่องจะหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนอำเภออุทัยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ พระนครศรีอยุธยา

จุดแรกเป็นโกดัง เก็บสารเคมี เป็นกากอุตสาหกรรมขณะที่เป็นกรด ตั้งอยู่ที่ตำบลสามบัณฑิต อำเภออุทัย ตอนนี้ ภาชนะที่ใช้เก็บกากอุตสาหกรรมเองก็เริ่มชำรุด เพราะตัวกากอุตสาหกรรมนี้มีฤทธิ์เป็นกรด ก็ทำให้สารเคมีไหลออกสู่ภายนอก แน่นอนค่ะว่าส่งกลิ่นเหม็นรบกวนพ่อแม่พี่น้องประชาชน ในบริเวณโดยรอบเป็นอย่างมาก และเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาก็ได้มีเหตุการณ์เพลิงไหม้ ที่โกดังเก็บสารเคมีในลักษณะเดียวกันที่อำเภอภาชี ก็ทำให้ตอนนี้พ่อแม่พี่น้อง ชาวอำเภออุทัย รู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมากว่าจะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน ที่อำเภออุทัยอีกนะคะ และจุดที่ ๒ ก็คือโรงงานที่ตั้งอยู่ในตำบลอุทัย เป็นโรงงานคัดแยกสิ่งปฏิกูลที่ไม่ได้ใช้แล้วค่ะ เมื่อโรงงานนี้มีขยะเยอะเกินไป กำจัดไม่ทัน ก็ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนให้พ่อแม่พี่น้อง ชาวตำบลอุทัย มีความมีความไม่สบายใจเป็นอย่างมาก ทราบดีค่ะว่ากรมโรงงานได้เพิกถอน ใบอนุญาต รง. ๔ ของโรงงานนี้แล้วนะคะ แต่ก็อยากให้กรมโรงงานเองเร่งรัดผู้ประกอบการ ให้เร่งกำจัดสิ่งปฏิกูลนี้ เพราะว่าพ่อแม่พี่น้องชาวตำบลอุทัยทนกับกลิ่นเหม็นนี้มาเป็น เวลานานมากค่ะ🔗

และสุดท้ายนี้ก็ต้องขอขอบคุณทุกส่วนราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุไฟไหม้ โกดังเก็บสารเคมีที่อำเภอภาชี โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้ว่าราชการจังหวัด ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และทุก อปท. ทุก ๆ อปท. ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ให้ความร่วมมือและช่วยเหลือเหตุการณ์นี้เป็นอย่างดีค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณสะถิระ เผือกประพันธุ์ ครับ🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทน ที่เคารพ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมมีเรื่องหารือความเดือดร้อนของพี่น้องอำเภอสัตหีบ ๒ เรื่อง ฝากท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องสัตหีบครับ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

เรื่องแรกครับ ท่านประธานมีมติ ครม. เมื่อวันที่ ๙ มกราคม เป็นอีกครั้งครับที่มติ ครม. ลืมว่าผู้ให้บริการของประเทศไทยของเรา ไม่ใช่มีแค่การไฟฟ้าภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง แต่ยังมีกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทาน กองทัพเรือครับ เพราะฉะนั้นสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เมื่อมีมติ ครม. ชาวสัตหีบจะไม่ได้สิทธิ ประโยชน์นั้น ๆ ครับ และอีกครั้งหนึ่งครับในมติ ครม. นั้น มีการผ่อนผันให้ประชาชนที่อยู่ ระหว่างพิสูจน์สิทธิ สามารถขอใช้ไฟฟ้าชั่วคราวและประปาได้ โดยนำร่องที่จังหวัด แม่ฮ่องสอนและจังหวัดกาญจนบุรี แต่ท่านประธานครับ อำเภอสัตหีบของผมยังมีพี่น้อง ประชาชนที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ยังไม่มีน้ำประปาใช้อีก ๑,๐๐๐ ครัวเรือนครับ จึงใคร่ขอ ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ขอให้นำร่องที่อำเภอสัตหีบและจังหวัดชลบุรี ด้วยเช่นกันครับ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ มานานเกือบ ๔๐-๕๐ ปีแล้วครับท่านประธานครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธานเป็นอีกครั้งหนึ่งครับที่ชาวอำเภอสัตหีบ จังหวัด ชลบุรีของผม ไม่ได้รับความยุติธรรมครับ เกี่ยวกับการชำระค่าประปาเมื่อเดือนที่แล้ว หรือปีที่แล้วไม่เสียค่าธรรมเนียมครับ แล้วไม่เช่นนั้นครับท่านประธาน พื้นที่อื่น ๆ ที่นอกจาก อำเภอสัตหีบแล้วก็ไม่เสียค่าธรรมเนียมครับ ล่าสุดเมื่อเดือนนี้ครับพี่น้องชาวอำเภอสัตหีบ ของผมต้องเสียค่าธรรมเนียมจ่ายค่าประปาให้กับธนาคาร ๒ บาทครับ มันไม่ใช่เรื่องเงินครับ ท่านประธาน แต่มันเป็นเรื่องของความยุติธรรมและความเท่าเทียมกันกับพื้นที่อื่น ๆ ครับ ผมจึงใคร่ขอท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วยนะครับเรื่องนี้🔗

และเรื่องสุดท้ายเกี่ยวกับน้ำประปา ฝากถึงการประปาภูมิภาค ให้ปรับปรุง คุณภาพเรื่องขุ่นและเหลืองด้วยครับ รวมถึงบริษัท อีสท์ วอเตอร์ จำกัด (มหาชน) ด้วยครับ ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ ให้เร่งแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ครับ🔗

นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ปัตตานี

ท่านประธานสภาที่เคารพ สมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติ ผมขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จากการลงพื้นที่และรวบรวมปัญหา ในเรื่องของถนนหนทางก็ขอให้มีการก่อสร้างถนน และยกระดับชั้นทาง ทางหลวงชนบททั้งหมด ๔ สายด้วยกัน🔗

๑. ปน.๔๐๓๙ แยก ทล.๔๐๙๒ หมู่ที่ ๒ บ้านแลแวะ ทุ่งยางแดง🔗

๒. ปน.๓๐๕๔ แยก ทล.๔๑๐ บ้านแลแวะ ทุ่งยางแดง🔗

๓. ปน.๓๐๑๑ แยก ทล.๔๐๙ บ้านปรีดี อำเภอยะรังถึงอำเภอแม่ลาน🔗

๔. ปน.๓๐๑๔ แยก ทล.๔๐๙ บ้านม่วงเตี้ย อำเภอแม่ลาน🔗

๕. ขอให้มีการปรับปรุงดาดคอนกรีต คลองส่งน้ำ โครงการส่งน้ำบำรุงรักษา ปัตตานี ตำบลป่าไร่ อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี🔗

และเรื่องที่สำคัญที่ต้องพูดก็คือ เรื่องด่านตรวจในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ หลังจากที่มีการประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินในพื้นที่ ๓ จังหวัด ซึ่งในบางจุดไม่มีไฟ ส่องสว่างเพียงพอ ไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าตรวจเป็นด่านลอยบ้าง จุดอยู่หน้าสถานศึกษาที่เป็น โรงเรียนจนทำให้ชาวบ้านขับรถไปมาไม่สะดวก ทำให้เกิดอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิตในหลาย ๆ ครั้ง แต่ไร้ความรับผิดชอบ ผมจะยกตัวอย่างก็คือ กรณีเหตุเกิดที่สุไหงปาดี มีสาวตั้งครรภ์ ขับมอเตอร์ไซค์เบี่ยงด่านตรวจจนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต ข้อเสนอก็คือเป็นไปได้หรือไม่ ด่านตรวจที่ไม่มีความจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นด่านไม้ ด่านปูน หรือด่านเหล็กที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ เฝ้าตรวจเอาออกจากท้องถนน เพื่อให้ชาวบ้านสัญจรไปมาได้สะดวกมากขึ้น หรือจะยกเลิก ไปเลยไม่จำเป็นจะต้องมีก็ยิ่งดี หากท่านผู้เกี่ยวข้องทำได้ก็จะได้ใจชาวบ้าน เพราะด่านตรวจ ในความรู้สึกของชาวบ้านตอนนี้เปรียบเสมือนขยะบนถนน ก็ขอนำปัญหาเหล่านี้ ผ่านท่านประธานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณรำพูล ตันติวณิชชานนท์ ครับ🔗

นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๙ ซึ่งประกอบด้วยอำเภอนาจะหลวย อำเภอบุณฑริก อำเภอสิรินธร เฉพาะตำบลโนนก่อ พรรคไทยสร้างไทย ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานค่ะ เรื่องนี้สำคัญมากและสำคัญที่สุด ในขณะนี้และเวลานี้ฝากถึงรัฐบาลและช่วยให้รัฐบาลรีบแก้ไขด่วนด้วย ท่านประธานคะ ชาวนาทั้งประเทศกำลังจะหมดลมหายใจค่ะ โครงการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ถูกยกเลิก นี่คือลมหายใจของพี่น้องชาวนาค่ะท่านประธาน โครงการปุ๋ยคนละครึ่งที่รัฐบาล ออกให้ แล้วให้ชาวนาออกเงินเองอีกครึ่งหนึ่งชาวนาจะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย เพิ่มภาระ ให้ชาวนาหรือเปล่าคะ นี่คือเสียงจากชาวนาเรียกร้องมาทุกหมู่บ้านเลย “สส. รำพูล ซ้อยไปบอก รัฐบาลแน่ พวกข่อยบ่เอาเด้ปุ๋ยคนละเคิ่ง จะไห่ข่อยไปกู้เงินร้อยละซาวมาโป๊ะ ข่อยจะเอาหนี้ มาตื่มอีกแล่ว ถ่าจะซ้อยเอาเงินสดมาโลด ข่อยจะไปซื้อปุ๋ยเอง” ท่านประธานคะ เหมือนกับ การบังคับมัดมือชกให้ชาวนาต้องซื้อปุ๋ยจากนายทุน เอื้อนายทุนหรือเปล่าคะท่านประธาน ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ อุบลราชธานี

ค่ะท่านประธาน นี่คือเสียง ของพี่น้องชาวนาส่งเสียงถึงรัฐบาล สุดท้ายนะคะ พี่น้องชาวนาฝากมาค่ะ “เอาปุ๋ยคนละเคิ่ง คืนไป เอาไร่ละพันคืนมา เอาปุ๋ยคนละเคิ่งคืนไป เอาไร่ละพันของข่อยคืนมา” ขอให้ คณะรัฐมนตรีทบทวนมตินี้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อเป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวนา ทั่วประเทศไทย ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณร่มธรรม ขำนุรักษ์ ครับ🔗

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต นำปัญหาของพี่น้องประชาชนในจังหวัดพัทลุงมาหารือดังต่อไปนี้ครับ🔗

๑. ขอให้รัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งแก้ไขปัญหาราคา ยางพาราที่ดิ่งลงเหลือต่ำกว่า ๖๐ บาทในขณะนี้ ครั้งเมื่อราคาพุ่งสูงครับรัฐบาลเคยบอกว่า เป็นผลงานของรัฐบาลในการปราบยางเถื่อน วันนี้ไม่ปราบแล้วหรืออย่างไรครับ ผมจึงขอให้ รัฐบาลได้เร่งช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางด้วยครับ🔗

๒. ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน กระทรวง มหาดไทย โดยองค์การจัดการน้ำเสีย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ โดยกรมควบคุมมลพิษ ได้แก้ไขปัญหาน้ำเสียและปัญหาการระบายน้ำ ในห้วยแม่ขรี อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ปัจจุบันห้วยมีสภาพน้ำนิ่ง เนื่องจากถูกตัดขาดจากคลองหลักและมีน้ำเสียไหลจากครัวเรือน ส่งกลิ่นเหม็นและส่งผลต่อสุขภาพ อีกทั้งยังมีผักตบชวาขึ้นเต็มคลองครับ เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก น้ำระบายไม่ทัน ช่องระบายน้ำเล็กและแคบทำให้น้ำท่วม สมควรทำประตูระบายน้ำเพื่อนำ น้ำจากชลประทานท่าเชียดมาขับน้ำในห้วยแม่ขรี และสมควรจัดทำระบบบำบัดและทำทาง ระบายน้ำให้สะดวกเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน🔗

๓. ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดย ส.ป.ก. ได้พิจารณาแล้วอนุญาตตามคำขอของ อบต. หนองธง จังหวัดพัทลุง ในการใช้ประโยชน์พื้นที่ เขตป่าสงวน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขต ส.ป.ก. เพื่อก่อสร้างปรับปรุงถนนสายน้ำตก โตนสะตอ และถนนสายควนเสาธง พร้อมการติดตั้งไฟส่องสว่างบนถนนสายกลางนายกลอย และถนนสายน้ำตกโตนสะตอ โดยเป็นการพัฒนาถนนเดิมที่มีอยู่แล้วซึ่งจะช่วยอำนวย ความสะดวกสร้างความปลอดภัยในการสัญจรและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่🔗

๔. ขอให้กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงบประมาณ ได้พิจารณาจัดสรร งบประมาณในการก่อสร้างศูนย์สุขภาพชุมชนโรงพยาบาลปากพะยูน โดยพี่น้องในพื้นที่ เรียกว่า โรงพยาบาลเก่าปากพะยูน ขณะนี้เก่าสมชื่อ อาคารมีสภาพชำรุด ทรุดโทรม ปลวกกินใกล้จะถล่ม จึงขอให้มีการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างอาคารใหม่ เพื่อให้บริการ ประชาชนมากกว่า ๕,๐๐๐ คนในพื้นที่ตำบลปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ได้สะดวกยิ่งขึ้น🔗

๕. ขอให้คณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักบริหารหนี้สาธารณะได้พิจารณาเร่งรัดดำเนินการ ขั้นตอนต่อไปในโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบเชื่อมจังหวัดพัทลุง-สงขลา โครงการ สะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ และโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากร และโลมาอิรวดี ในทะเลสาบสงขลา หากได้รับการอนุมัติทั้งเงินกู้และเงินงบประมาณจะช่วยอำนวย ความสะดวกในการเดินทางส่งเสริมการท่องเที่ยว และสนับสนุนการอนุรักษ์ในพื้นที่ โดยผมขอติดตามความคืบหน้าของโครงการทั้งหมดมา ณ ที่นี้ด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณสกุณา สาระนันท์ ครับ🔗

นางสาวสกุณา สาระนันท์ สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีเรื่องมาหารือ ต่อท่านประธาน ๓ เรื่อง🔗

เรื่องแรก เพื่อติดตามความคืบหน้าในการลงพื้นที่ของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ที่ตำบล เดื่อศรีคันไชย อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ซึ่งในวันนั้นประชาชนได้ร่วมนำเสนอ ความต้องการในพื้นที่ต่อท่านรัฐมนตรี คือเรื่องการขอขยายถนนสาย ๒๒๒ เป็น ๔ ช่องทาง จราจรจากกิโลเมตรที่ ๖ บ้านท่าเดื่อ ถึงกิโลเมตรที่ ๒๖ บ้านโพธิ์ทอง พร้อมทั้งขอให้ แก้ปัญหาเร่งด่วน คือไฟสัญญาณจราจรบริเวณสี่แยกบ้านเดื่อศรีคันไชยและสี่แยก บ้านโนนอุดม เพราะถนนสายนี้เป็นเส้นหลักในการจราจรเชื่อมจังหวัดบึงกาฬ จังหวัด สกลนคร และเชื่อมสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๕ พี่น้องประชาชนได้ไต่ถามเรื่องนี้ มาตลอด และดิฉันก็ได้หารือติดตามประเด็นนี้ในสภาถึง ๒ ครั้ง แต่ขณะนี้ยังไม่มี ความคืบหน้าใด ๆ ดิฉันจึงขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ขอให้ท่าน ช่วยตรวจสอบความคืบหน้าของคำร้องขอของประชาชน ที่ท่านได้ไปรับฟังด้วยตัวท่านเองว่า มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง🔗

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับแจ้งว่าฝายกั้นน้ำลำน้ำปลาหาง บริเวณบ้านดอนดู่ ตำบลต้นผึ้ง อำเภอพังโคน ฝายเกิดความชำรุดขาดเป็นบางช่วง ส่งผลต่อปริมาณน้ำ ในลำห้วยไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค จึงขอส่งปัญหานี้ไปยังกรมชลประทาน เพื่อพิจารณาเร่งรัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๓ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงมหาดไทย ท่านเกรียง กัลป์ตินันท์ ที่รับเรื่องร้องเรียนเรื่องปัญหาการจัดการน้ำเน่าเสียของพี่น้องชาวอำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร และกรุณามอบหมายให้ผู้จัดการองค์การจัดการน้ำเสียลงพื้นที่ติดตาม ปัญหา เพื่อวางแผนสร้างระบบรวบรวมน้ำทิ้งและสถานีบำบัดน้ำเสีย พี่น้องชาวอำเภอ พังโคน จึงฝากขอบพระคุณท่านมา ณ ที่นี้ด้วย ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณปิยะนุช ยินดีสุข ครับ🔗

นางสาวปิยะนุช ยินดีสุข นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปิยะนุช ยินดีสุข ผู้แทนราษฎรจากอำเภอประทาย อำเภอลำทะเมนชัย อำเภอเมืองยาง อำเภอโนนแดง จังหวัดนครราชสีมา เขต ๗ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉัน ขอหารือกับท่านประธาน เพื่อสะท้อนปัญหาที่ดิฉันได้รับจากพี่น้องเกษตรกรในเขตพื้นที่ มีเพียงประเด็นเดียวที่พี่น้องอยากฝากท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะกรรมการบริหารการจัดการข้าวแห่งชาติ หรือ นบข. ถึงนโยบายเรื่องปุ๋ยคนละครึ่ง ซึ่งชื่อทางการเรียกว่า ปุ๋ยชีวพันธุ์คนละครึ่ง เป็นโครงการที่ดี มุ่งช่วยลดต้นทุนการผลิต โดยรัฐบาลจ่ายให้ครึ่งหนึ่ง พี่น้องเกษตรกรจ่ายอีกครึ่งหนึ่ง ไม่เกิน ไร่ละ ๕๐๐ บาท ครัวเรือนละไม่เกิน ๒๐ ไร่ แก่ผู้ปลูกข้าวในปีการผลิต ๒๕๖๗/๒๕๖๘ ซึ่งพวกเราต้องขอขอบคุณที่ได้ช่วยเหลือพี่น้องชาวนา เพราะว่าราคาปุ๋ยแพงเอา แพงเอา แพงเอาค่ะ แต่ในขณะเดียวกันพวกเรายังอยากให้ท่าน ได้พิจารณาถึงโครงการต่อเนื่องในปีการผลิต ๒๕๖๗/๒๕๖๘ ด้วยค่ะ เนื่องจากเราเคยได้เงิน ช่วยเหลือชาวนาไร่ละ ๑,๐๐๐ บาทก็อยากได้ต่อเนื่องในปีการผลิตหน้าด้วยนะคะ เนื่องจาก ปัจจัยการผลิตของพวกเราไม่ได้มีเฉพาะแค่ค่าปุ๋ยค่ะ เรายังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมายที่จำเป็น ที่จะต้องลงทุน ไม่ว่าจะเป็นค่าไถอย่างน้อย ๒ รอบ ค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าแรงงานหว่านข้าว ค่าแรงงานดำข้าว ค่าเกี่ยวข้าวอีกนะคะ ซึ่งถ้ารอบไหนฟ้าฝนเป็นใจ ก็โชคดีไปค่ะ แต่ถ้า รอบไหนฟ้าฝนไม่เป็นใจ ฝนมากน้ำก็ท่วม ฝนทิ้งช่วงน้ำแล้งค่ะ ซึ่งพี่น้องชาวนาได้รับ ความเดือดร้อนเป็นอย่างมากค่ะท่านประธาน ดิฉันจึงขอฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาโครงการดังกล่าว เพราะว่าพวกเราชาวนาก็เป็นกระดูกสันหลังของชาติ หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินค่ะ และในวันนี้พวกเราจำเป็นที่จะต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพื่อให้การทำนาเป็นอาชีพที่ยั่งยืน เป็นที่เชิดหน้าชูตาของพี่น้องชาวไทยต่อไป ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล ครับ🔗

นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ขอบคุณครับท่านประธาน เรียนประธานสภาครับ ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๓ สันกำแพง แม่ออน ดอยสะเก็ด พรรคก้าวไกล วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือผ่าน ท่านประธานสภา ๓ เรื่องนะครับ🔗

เรื่องแรก เป็นเรื่องบ่อขยะที่ตำบลป่าป้อง อำเภอดอยสะเก็ด บ่อขยะนี้เดิมที เป็นขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่นะครับ ต่อมาก็มีการมอบสิทธิในการบริหาร จัดการให้กับเอกชนรายหนึ่ง เพื่อที่จะผลิตเป็นโรงงานไฟฟ้าพลังขยะ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น ทุกวันนี้ครับ คือศักยภาพของบ่อสามารถรับขยะได้ที่ ๒๕๐ ตันต่อวัน แต่ขยะที่นำเข้า จากทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ณ ขณะนี้ คือ ๓๕๐ ตันต่อวัน ผลที่เกิดก็คือส่งกลิ่นเหม็น อย่างต่อเนื่องทุกค่ำคืนมาเป็นเดือน ทางบ่อเองก็พยายามจัดการราดสารเคมีต่าง ๆ แต่มี อีกวิธีการหนึ่งที่ทาง อบจ. เชียงใหม่ยังไม่ได้ทำ นั่นก็คือการประสานงานกำกับดูแลกับ อปท. ต่าง ๆ ที่ อบจ. เป็นคนทำ MOU ร่วมกันนั่นเอง ผมอยากฝากเรื่องนี้ผ่านท่านประธานไปยัง อบจ. เชียงใหม่ ให้ อบจ. เชียงใหม่ทำการกำกับดูแลครับ อย่างน้อยกระจายขยะที่มันล้นเกิน จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ท่านทำการตกลงด้วย กระจายขยะเหล่านั้นไปบ่ออื่นก่อน เป็นการชั่วคราว เพื่อให้บ่อนี้สามารถจัดการได้ก่อนนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ คือเรื่อง Paramotor ที่ทำการบินเชิงนันทนาการ Paramotor ก็เป็นผู้ประกอบการทำการบินในช่วงเช้าวันเสาร์ วันอาทิตย์ ผ่านเขตชุมชน พ่อแม่พี่น้อง ร้องเรียนมาครับว่า นอนหลับไม่ได้เลยนะครับ ก่อนหน้านี้ผมเคยประสานงานติดตาม จนปิดไปได้แล้ว ๑ ลานในตำบลป่าป้อง แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อยู่ ซึ่งทุกวันนี้ ก็ไม่รู้ว่าบินขึ้นมาจากที่ใด ผู้ประกอบการเป็นใคร ผู้ที่บินเป็นใคร ผมอยากฝากเรื่องนี้ ผ่านท่านประธานไปยังสำนักงานการบินพลเรือน กรมการบินพลเรือน กระทรวงคมนาคม สำนักนี้มีระเบียบอยู่ในมือในการให้อนุญาต ในการตรวจสอบเส้นทางบิน และระเบียบในมือ ของสำนักนี้ระบุไว้ชัดเจน ห้ามร่มร่อนบินเหนือเขตชุมชนและเขตที่มีผู้อยู่อาศัยหนาแน่น นะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้าย คือปัญหาการขาดแคลนแหล่งน้ำดิบของตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ดนะครับ ปัญหาทุกวันนี้คือตำบลนี้มีครัวเรือนอยู่เกือบ ๑,๐๐๐ ครัวเรือน แต่แหล่งน้ำดิบปัจจุบันมีศักยภาพแค่ ๓๐๐-๔๐๐ ครัวเรือน สิ่งที่เทศบาลกำลังทำคือพยายาม ขอการประปาส่วนภูมิภาคเพื่อขยายเขตประปาให้มาถึง แต่ก็ติดเรื่องงบประมาณ แล้วก็ พยายามที่จะขุดเจาะบ่อบาดาลใหม่ แต่ก็ติดเรื่องการขออนุญาตจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ก็ขอฝากเรื่องนี้ผ่านท่านประธานไปยังการประปาส่วนภูมิภาค และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณฐิติมา ฉายแสง ครับ🔗

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดฉะเชิงเทรา ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขอนำเรื่องเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรามาเรียนหารือ กับท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

เรื่องที่ ๑ คือดิฉันได้รับการร้องเรียน จากผู้ใหญ่เดชา ศรีโกศักดิ์ ว่าในพื้นที่หมู่ ๑ หมู่ ๒ หมู่ ๓ ตำบลหนามแดง อำเภอเมือง จังหวัด ฉะเชิงเทรา มักจะเกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากตลอดทุกปีเลยค่ะ ทำให้พื้นที่ทางการเกษตร ประมาณ ๒,๕๐๐ ไร่ และบ้านเรือนของประชาชน ๔๐๐ กว่าหลังคาเรือนนั้นเสียหาย เป็นวงกว้าง ที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนต้องแก้ไขปัญหาเอง คือดูดน้ำออกจากพื้นที่ ทางการเกษตร แล้วก็บ้านเรือนซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก ดิฉันจึงขอเสนอให้กรมชลประทาน ก่อสร้างประตูปิด-เปิด ป้องกันน้ำท่วมที่คลองบึงคัดช้อน ช่วงหมู่ ๓ ตำบลหนามแดง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่มีความกว้าง ๘ เมตร ซึ่งจะช่วยป้องกันน้ำท่วมได้อย่าง ถาวรเลยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ผู้ใหญ่อาละดิน มินเจริญ และพี่น้องประชาชน หมู่ ๕ ตำบล คลองเปรง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ร้องเรียนมาที่ดิฉันว่า คลองลำรางกัญชา ซึ่งมีระยะทางประมาณ ๘,๗๐๐ เมตร ผ่านหมู่ ๓ หมู่ ๔ หมู่ ๕ และหมู่ ๗ ตำบลคลองเปรง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นคลองที่ประชาชนนั้นนำน้ำมาทำประปาหมู่บ้าน แล้วก็ ทำนา เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา ปัญหาก็คือว่าคลองนี้ไม่ได้รับการขุดลอกคลองมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ซึ่งในภาพที่เห็น ในปัจจุบันหน้าฝนน้ำเยอะแน่นอน น้ำเต็ม แต่ท่านประธานคะ ในหน้าแล้งนี่ แล้งแบบนี้แล้วตื้นเขินมาก เพราะฉะนั้นจึงขอให้ทาง อบต. คลองเปรง ได้จัดสรรงบประมาณ ขุดลอกคลองให้มีความลึกเพื่อกักเก็บปริมาตรน้ำให้ได้มาก ๆ เพื่อที่พี่น้องประชาชน จะได้นำน้ำนั้นใช้ได้ตลอด เพราะว่าตรงพื้นที่โดยเฉพาะหมู่ ๕ ตำบลคลองเปรง เรียกกันเลยว่า เกาะดอน แสดงว่าพื้นที่สูงและขาดน้ำ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ครับ🔗

พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปถึงผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม ได้รับร้องเรียนจากผู้แสวงบุญที่เพิ่งกลับมาว่า เขาได้รับความเดือดร้อนมากครับ ในเรื่องจรรยาบรรณของพนักงานของการบินไทย ที่สนามบินเจดดะห์ แล้วก็ราคาฮัจญ์ที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ จนบุคคลธรรมดาไม่สามารถรับได้ ซึ่งสาเหตุหนึ่งก็มาจากตั๋วเครื่องบินที่มติ ครม. ที่ออกมาให้สายการบินไทยแต่เพียงผู้เดียว ในการนำฮุจญาจไปประเทศซาอุดีอาระเบีย สายการบินอื่น ๆ ฝ่ายปกครองที่เป็นเจ้าหน้าที่ ซื้อตั๋วเครื่องบินไปในราคา ๒๙,๐๐๐ กว่าบาทนะครับ แต่ว่าผู้แสวงบุญต้องซื้อตั๋วเครื่องบินถึง ๖๘,๐๐๐ บาทซึ่งสูงเกินกว่าเท่าตัวนะครับ แล้วอีกปัญหาหนึ่งก็คือ ปัญหาในเรื่องน้ำหนัก สายการบินของซาอุดีอาระเบียซึ่งในราคา ๖๘,๐๐๐ บาทเช่นกัน บรรทุกสัมภาระได้ ๔๐ กิโลกรัม และสัมภาระติดตัวแล้วแต่จะนำไป แต่สายการบินไทยให้สัมภาระเพียง ๓๐ กิโลกรัม แล้วก็สัมภาระติดตัว ๗ กิโลกรัมเท่านั้น แล้วก็เกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้นมาครับ เมื่อวันที่ ๕ ที่ผ่านมา เครื่องบินของสายการบินไทย TG8823 เจดดะห์-นราธิวาส เกิดเรื่องเศร้า กับฮุจญาจไทยที่กลับบ้านในสายการบินเที่ยวนี้นะครับ เพราะว่าสัมภาระต่าง ๆ ถูกกองไว้ ไม่สามารถนำกลับมาได้ เพราะความเคร่งครัดต่าง ๆ ซึ่งฮุจญาจเขาเข้าใจว่าเป็น ๔๐ กิโลกรัม ก็ถูกทิ้งไว้ ไม่สามารถนำกลับมาได้ สัมภาระทั้งหมดก็เป็นทั้งกระเป๋า อินทผลัม ของเด็ก ๆ ของฝากอะไรต่าง ๆ ตอนนี้ท่านก็ทราบอยู่แล้ว ก็อยากว่าให้การบินไทยนำสัมภาระที่ทิ้งไว้ ที่เจดดะห์ให้ส่งกลับมา ค่าใช้จ่ายตรงนั้น Cargo ท่านจุฬาราชมนตรีจะรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดครับ เพราะสงสารฮุจญาจไทยที่กลับมา ขอขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณยอดชาย พึ่งพร ครับ🔗

นายยอดชาย พึ่งพร ชลบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ยอดชาย พึ่งพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้แทนเมืองพัทยา ผู้แทนเมืองท่องเที่ยวครับ วันนี้ผมมี ๒ ประเด็นที่จะมาหารือกับท่านประธานนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายยอดชาย พึ่งพร ชลบุรี

ประเด็นแรกกันเลยนะครับ ด้วยมีพี่น้อง ชาวพัทยา รวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ผู้ที่รักในการออกกำลังกายเกิดความวิตกกังวล ในการไปออกกำลังกายบนสวนสาธารณะเขาพระตำหนัก เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เพราะมี เหตุการณ์ดินสไลด์ตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ ลองดูที่ป้ายเตือนนะครับ ตอนแรกเหลืองสวยงาม ตอนนี้ ก็คือซีดไปแล้ว ปัจจุบันนี้ก็เป็นหน้าฝนของปี ๒๕๖๗ แล้วนะครับ ปัญหาตรงนี้ก็ยังไม่ได้ ถูกแก้ไข จึงอยากให้ผู้บริหารท้องถิ่นดำเนินงานจัดสรรงบประมาณในการแก้ไขปัญหานี้ เพราะเกรงว่าถ้าภูเขาได้อุ้มน้ำไว้มากแล้ว จะสไลด์ลงมาทับพี่น้องชาวพัทยารวมไปถึง นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินะครับ เกรงว่าจะเป็นผลเสีย รวมไปถึงภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ด้วยครับ🔗

ประเด็นถัดไปประเด็นที่ ๒ พื้นที่ตลาดน่าเดินแห้ง ๆ อย่างนี้นะครับ สะอาด สะอ้าน ดูแล้วอาหารก็น่าจะปลอดภัยใช่ไหมครับท่านประธาน แต่มันยังมีตลาดที่ยังต้องการ พัฒนาอีก ด้วยมีพี่น้องชาวหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี มีความไม่สะดวก ไม่สะอาดในการไปจับจ่ายซื้อหาอาหารในตลาดสดเพื่อมาบริโภค ตลาดจะอยู่ภายในเขต เทศบาลเมืองหนองปรือ จึงอยากให้ช่วยแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านครับ🔗

ทั้ง ๒ ประเด็นนี้จึงขอให้ท่านประธาน ใช้กลไกสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ผ่านไปยัง ผู้บริหารท้องถิ่น นายกเมืองพัทยา และนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ ดำเนินการแก้ไข ปัญหาโดยเร่งด่วน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณพรรณสิริ กุลนาถศิริ ครับ🔗

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคเพื่อไทย ดิฉัน ขอเสนอปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน กรณีน้ำท่วมตลิ่งพัง น้ำผุด ฐานสะพานทรุด หมู่ที่ ๖ ตำบลวังใหญ่ อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย ไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย และกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ทั้งนี้ สาเหตุมาจากปัญหา น้ำท่วมซ้ำซากในกลุ่มลุ่มน้ำยม โดยเฉพาะช่วงจังหวัดสุโขทัย รุนแรงมากในปี ๒๕๖๕ และล่าสุด ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๖ มวลน้ำจำนวนมากไหลแรง แล้วก็เชี่ยวกราก แรงดันน้ำทำให้ ไปผุดใต้ดาดคอนกรีตคอสะพานวังใหญ่ น้ำไหลทะลักทำให้ตลิ่งพัง บ้านเรือนเสียหาย ในพื้นที่ตำบลวังใหญ่ แล้วก็ตำบลวังทอง จำนวน ๑๕ หมู่บ้าน ๔๕๐ ครัวเรือน พื้นที่ เกษตรกรรม ๓,๙๗๕ ไร่ ความเสียหายมากกว่า ๕๐๐ ล้านบาท ในการนี้เพื่อเป็นการ แก้ปัญหาดังกล่าวจึงขอเร่งรัดไปยัง ๒ หน่วยงานดังนี้ค่ะ🔗

หน่วยงานแรกคือ กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ให้เร่ง สำรวจแล้วก็ออกแบบเขื่อนป้องกันตลิ่งระยะประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ซึ่งมีบริเวณวิกฤติ ที่คอสะพานวังใหญ่ความยาว ๙๐ เมตร ราคาประเมินโดยรวมประมาณ ๙๙ ล้านบาท คาดว่าจะดำเนินการในปี ๒๕๖๙ คงช้าไปไม่ทันการณ์ค่ะ🔗

ประการที่ ๒ ขอเสนอไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม กรณี ดาดคอนกรีตใต้สะพานนี้ทรุด ถ้าไม่รีบแก้ไขก็จะเปิดแผลเป็นวงกว้าง ดังนั้นก็ขอให้หน่วยงาน ได้ออกแบบอาคารป้องกันแบบถาวร แล้วก็เริ่มดำเนินการโดยเร็ว ท่านประธานคะ ปัญหา ดังกล่าวพี่น้องเดือดร้อนมาก รวมปัจจัยในการสนับสนุนดำเนินการแก้ปัญหาชั่วคราว ทั้งพระภิกษุสงฆ์ พี่น้องประชาชนเมื่อวันที่ ๑ วันที่ ๒ กรกฎาคมที่ผ่านมา ก็ออกแรงช่วยกัน แก้ปัญหาชั่วคราวแล้ว เพราะเกรงว่าตลิ่งจะพังไปอีก แล้วก็สะพานจะทรุด ถนนจะพัง ก็ขอให้ทั้ง ๒ หน่วยงานดำเนินการโดยด่วนค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณกานสินี โอภาสรังสรรค์ ครับ🔗

นางสาวกานสินี โอภาสรังสรรค์ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกานสินี โอภาสรังสรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัด สุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องที่ราษฎรเดือดร้อน ฝากท่านประธานสภา เพื่อฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการให้กับราษฎรในจังหวัด สุราษฎร์ธานีดังนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวกานสินี โอภาสรังสรรค์ สุราษฎร์ธานี

ดิฉันได้รับการร้องขอ จากราษฎรบ้านหัวแหลม หมู่ที่ ๕ ตำบลคลองน้อย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้ช่วยแก้ไขความเดือดร้อนเรื่องน้ำกัดเซาะตลิ่ง ทำให้ดินพังทลายเกิดความเสียหาย อย่างมาก ต่อเนื่องค่ะจากที่ดิฉันลงพื้นที่ได้ข้อมูลจากราษฎรว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าว มีลักษณะหัวแหลม ตั้งอยู่ริมลำน้ำเชื่อมระหว่างคลองพุนพินกับแม่น้ำตาปี และการไหล ของน้ำเปลี่ยนทิศทาง โดยก่อนปี ๒๕๕๔ น้ำกัดเซาะที่ดินพังทลายหายไปประมาณ ๑๐ กว่าไร่ และเมื่อตอนน้ำท่วมหนักเมื่อปี ๒๕๕๔ น้ำกัดเซาะตลิ่งพังเสียหายไปประมาณ ๒๐ กว่าไร่ และการไหลของน้ำเปลี่ยนทิศทางโดยก่อนปี ๒๕๕๔ น้ำกัดเซาะที่ดินพังทลายหายไป ประมาณ ๑๐ กว่าไร่ และเมื่อตอนน้ำท่วมหนักเมื่อปี ๒๕๕๔ น้ำกัดเซาะตลิ่งพังเสียหาย ไปประมาณ ๒๐ กว่าไร่ หลังจากนั้นพื้นดินก็ถูกน้ำกัดเซาะพังทลายมาเรื่อย ๆ จน ณ บัดนี้ น้ำกัดเซาะประมาณ ๓๐ กว่าไร่แล้วค่ะท่านประธาน ราษฎรบอกว่าเมื่อปี ๒๕๕๔ ครั้งที่พวกเขา ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก พวกเขาได้แจ้งหน่วยงานของรัฐ ทั้งองค์การบริหาร ส่วนตำบลคลองน้อย อำเภอเมือง ประสานความช่วยเหลือ ปรากฏว่ามีกรมโยธาธิการ และผังเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าไปสำรวจพื้นที่เพื่อทำเขื่อน แต่ก็ยังมิได้รับการดำเนินการ แต่อย่างใด เพราะติดขัดในเรื่องของงบประมาณ ดังนี้ราษฎรจึงฝากเรื่องมากับดิฉัน เพื่อให้ช่วยประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยหาทางแก้ไข ในการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชน ท่านประธานคะ เพื่อส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณา ช่วยแก้ไขปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่งให้ราษฎรชาวบ้านหัวแหลม หมู่ที่ ๕ ตำบลคลองน้อย อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี🔗

ท้ายนี้ดิฉันต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาเป็นอย่างสูง ที่ให้โอกาส ดิฉันนำความเดือดร้อนของราษฎรมาแจ้ง เพื่อผู้เกี่ยวข้องได้ช่วยแก้ไขปัญหาต่อไปค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณณัฐจิรา อิ่มวิเศษ🔗

นางสาวณัฐจิรา อิ่มวิเศษ นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวณัฐจิรา อิ่มวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องปัญหาของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอสูงเนิน จำนวน ๒ เรื่องด้วยกันนะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวณัฐจิรา อิ่มวิเศษ นครราชสีมา

เรื่องแรกเรื่องถนน ตามรูปเลย อันนี้เพิ่ง ๒-๓ วันที่ผ่านมา เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลเสมา อำเภอสูงเนิน ก็เป็นถนนลำเลียงพืชผลของชาวตำบลเสมา แล้วก็ยังเป็นถนนที่เชื่อมต่อ อำเภอสีคิ้ว พี่น้องสัญจรไปมาผ่านถนนเส้นนี้ แล้วก็ลำเลียงพืชผลทางการเกษตร ก็อยากให้ ช่วยจัดสรรงบประมาณผ่านไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ให้เร่งโครงการก่อสร้าง ถนนดังกล่าวนะคะ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องนี้เป็นเรื่องถนนเช่นเดียวกัน เป็นถนนหลักของตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน ถนนสายทางบ้านปลายราง หมู่ที่ ๘ จนถึงบ้านหนองหลักพันสโมสร หมู่ที่ ๑๒ อันนี้ก็เป็นรูปสัปดาห์ที่แล้ว เพราะว่าทางจังหวัดนครราชสีมามีพายุเข้าแล้วถนนถูกน้ำกัดเซาะ แล้วก็รูปทางด้านขวามือก็เป็นรถลำเลียงพืชผลทางการเกษตรได้ติดหล่ม ซึ่งอันนี้ก็ทำให้ เป็นปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่างหนัก จึงอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรร งบประมาณ ผ่านไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้เร่งโครงการก่อสร้างถนน และปรับปรุงถนนดังกล่าวด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานคะ เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่ดิฉัน แต่ดิฉัน เป็นผู้ประสบปัญหาดังกล่าว ซึ่งดิฉันได้อยู่คอนโดมิเนียมดังกล่าว คนใกล้เคียงดิฉันก็ได้ติดเชื้อ ตาแดงหรือเชื้อปรสิตที่ถูกวิเคราะห์จากแพทย์ แล้วก็ ณ ตอนนี้มีลูกบ้านหรือพี่น้องประชาชน ในเขตจตุจักร จำนวนประมาณ ๒๐๐ กว่าท่านที่ติดเชื้อปนเปื้อนน้ำประปา ตรงนี้ก็อยากให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบน้ำประปาของคอนโดมิเนียมดังกล่าวด้วย แล้วก็ ณ ตอนนี้ก็อยากหาสาเหตุที่แท้จริงว่า ทำไมตอนนี้ค่าน้ำประปาก็ยังไม่ได้มาตรฐาน เพราะลูกบ้านเองหรือพี่น้องประชาชนตอนนี้ยังซื้อน้ำกินน้ำใช้ที่เพื่อล้างหน้า เพื่อป้องกัน เชื้อโรคดังกล่าว ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์🔗

นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปูอัด ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ผู้แทนราษฎรคนจอมทอง ท่าข้าม บางขุนเทียน พรรคไทยก้าวหน้า ท่านประธานครับ ขอเอาปัญหาบางขุนเทียน มาปรึกษาหารือทั้งหมดครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ กรุงเทพมหานคร

เรื่องที่ ๑ ท่านประธาน คลองสหกรณ์สอง ฝั่งเหนือและฝั่งใต้ ท่าข้าม บางขุนเทียน ผมขอฝากไปถึงสหกรณ์หน่อยครับ ในการอนุมัติให้หน่วยงานเข้าไปพัฒนาพื้นที่หน่อย ประสานให้ทุกอย่างแล้ว ทั้งประปา ทั้งไฟฟ้า เหลือแค่ท่านเซ็นอย่างเดียว ถ้าท่านไม่เซ็นให้ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ปัญหาน้ำท่วมขังถนนอนามัยงามเจริญ พิกัด หน้าปั๊ม PT ก่อนข้ามไปสมุทรปราการ ดูจากภาพครับ ท่วมขังจนรถไม่รู้พังกี่คันแล้ว อายสมุทรปราการเหลือเกิน เขามีทั้งท่อ มีทั้งถนนคอนกรีต แต่กรุงเทพมหานครไม่มีอะไรเลย ฝากโยธาธิการ กทม. ตกลงจะเอาอย่างไร จะแปรงบเมื่อไร ก็ฝากไปถึงตรงนั้นหน่อยครับ เพราะว่ารถที่ใช้สัญจรนั้นท่านไม่ได้ซ่อมให้เขา เขาซ่อมเองทั้งหมด🔗

เรื่องต่อมาครับ ปัญหาคลองตื้นบริเวณชุมชนหลังโรงเรียนสวนกุหลาบธนบุรี ประชาชนไม่สามารถพายเรือออกจากบ้านได้ ท่านประธาน ผมจะเอา ฮ. ปภ. ไปขนประชาชน ออกมาจากบ้านมาทำงานแล้วครับ เพราะว่าดูจากภาพแล้ว โอ้โห ดูสิเรือยังออกไม่ได้ แล้วจะให้เขาไปทำงานอย่างไร ก็ฝากไปถึงกรมเจ้าท่ากับสำนักงานเขตบางขุนเทียน ตกลง จะให้เขาทำงานหรือจะให้เขาอยู่บ้านในวันที่สวัสดิการไม่พร้อมเพรียงขณะนี้🔗

เรื่องสุดท้ายท่านประธานทำไมพูดไม่ได้ ปัญหาเรื่องลิงแสมที่บุกรุกทำลาย ทรัพย์สินในบ้านเรือนประชาชน บริเวณซอยเทียนทะเล ๒๒ บางขุนเทียน พูดแล้วพูดอีก เรื่องลิงจั๊ก ๆ ยังแก้ปัญหาไม่ได้สักที ผมฝากครับท่านประธานฝากไปถึงกรรมาธิการวิสามัญ ในการแก้ไขปัญหาเรื่องของลิงนั้นเอาเรื่องนี้เข้าไปอยู่ด้วย ถ้าเรื่องนี้ยังแก้ไม่ได้ ผมจะเชิญ ท่านประธานวันมูหะมัดนอร์ ไปอยู่ที่ซอย ๒๒ สักคืนแล้วจะรู้ว่าลิงนั้นอยู่คนนั้นยากลำบาก เหลือเกิน ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปท่านสุดท้าย คุณจุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม เชิญครับ🔗

นางจุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม เชียงราย

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงราย อำเภอแม่สาย อำเภอแม่ฟ้าหลวงและอำเภอแม่จัน ๔ ตำบล พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันมีเรื่องจะหารือ ท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกัน เป็นประเด็นปัญหาของพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่🔗

ปัญหาแรกคือ ดิฉันขอติดตามโครงการติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณเตือนภัย น้ำท่วม ในจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าช่วงนี้จะมีฝนตกหนัก และในเขตพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่มีน้ำท่วมซ้ำซากมาทุก ๆ ปี ชาวบ้านบอกว่าอย่างน้อยถ้าสมมุติ ไม่สามารถแก้ไขได้ ขอให้มีการติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อจะสามารถ เก็บข้าวของได้ทันในช่วงสถานการณ์น้ำหลาก ดิฉันจึงขอติดตามไปยังกองทัพไทย โดยผู้แทน กองบัญชาการทหารไทย เคยรายงานต่อกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐว่า ได้มีการประสาน ไปยังจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาแล้ว ดิฉันจึงขอติดตามว่าการประสานงาน ได้ไปถึงไหนแล้ว และจะสามารถใช้การได้ในสถานการณ์อันใกล้นี้หรือไม่🔗

ประเด็นที่ ๒ เป็นปัญหาการลักลอบขายน้ำกระท่อมใกล้สถานศึกษาในเขต พื้นที่ของดิฉัน ซึ่งเป็นที่ทราบดีและเห็นในทุกพื้นที่เลยว่า จะมีการขายน้ำใบกระท่อมทั่วไป ซึ่งเป็นการผิดกฎหมาย และที่สำคัญที่สร้างปัญหามาก ๆ คือได้แอบลักลอบในการขาย ใกล้กับสถานศึกษา เป็นการที่ทำให้เด็กและเยาวชนถูกมอมเมา แล้วก็เข้าถึงได้ง่ายเกินไป ดิฉันจึงขอท่านประธานประสานไปกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งตรวจสอบแล้วก็บังคับใช้ กฎหมายดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดอย่างเร่งด่วน🔗

เรื่องที่ ๓ เป็นปัญหากระแสน้ำกัดเซาะแนวตลิ่ง บ้านดงป่าสัก หมู่ ๓ ตำบล บ้านด้าย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ทุก ๆ ปีชาวบ้านต้องประสบกับปัญหาน้ำท่วม และจะต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าด้วยตัวเอง คือการเอากระสอบทรายไปกั้น แต่ระยะทางของตลิ่งยาวไปถึง ๒,๓๔๐ เมตร ซึ่งเป็นระยะทางที่ยาวมาก กระสอบทราย ไม่สามารถจะกั้นได้ แล้วเป็นอย่างนี้มานานแล้ว จึงขอนำเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการ และสนับสนุนงบประมาณช่วยแก้ไขให้ชาวบ้านด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ จบการหารือนะครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๖๑ คน
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกลงชื่อเข้าประชุมจำนวน ๓๒๒ ท่านแล้ว ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไป🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗

๑. รับทราบเรื่องที่ไม่ปรากฏในระเบียบวาระ เรื่องแรกซึ่งไม่ปรากฏ ในระเบียบวาระท่านสมาชิกครับ เนื่องจากในวันนี้สมเด็จมหารัฐสภาธิการธิบดี ควน โซะดารี ประธานสภาแห่งชาติราชอาณาจักรกัมพูชา และคณะ จะเข้ามาเยี่ยมสภาและชมการประชุม สภาในวันนี้ เวลาประมาณ ๑๕.๐๐ นาฬิกา ในการนี้ผมจึงขอความร่วมมือจากท่านสมาชิก ที่ไม่ได้ติดภารกิจที่สำคัญ เช่น การประชุมกรรมาธิการหรืออะไรก็แล้วแต่ ขอให้ช่วยกันเข้ามา ในห้องประชุมใหญ่ช่วงใกล้ ๆ เวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกาด้วยนะครับ เพื่อจะได้ให้เกียรติ และต้อนรับประธานรัฐสภาราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่อคณะได้เข้ามาแล้วผมจะเป็นคนกล่าว ต้อนรับเพื่อให้เกียรติ และขอความกรุณาท่านสมาชิกช่วยยืนแล้วปรบมือให้การต้อนรับด้วย นะครับ🔗

๒. รับทราบคำสั่งศาลฎีกา ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ปรากฏอยู่ในระเบียบวาระ เช่นเดียวกัน🔗

ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิ สมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนางมุกดาวรรณ เลื่องสีนิล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๒๖ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๓๘ และมาตรา ๑๓๙ ศาลฎีกาได้รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๗ จึงมีผลให้นางมุกดาวรรณ เลื่องสีนิล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องหยุด ปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษา ผู้นั้นมิได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๓๘ วรรคสาม จึงเรียนให้สมาชิกทราบ ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปัจจุบันเท่าที่มีอยู่ จึงเท่ากับ ๔๙๙ ท่าน กึ่งหนึ่งต้องเป็น ๒๕๐ ท่านก็เรียนให้ทราบครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ผม อดิศร เพียงเกษ สส. บัญชีรายชื่อ จากพรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตที่จะเรียนถามท่านประธานเกี่ยวกับระเบียบ วาระการประชุมที่เป็นเอกสารอยู่ข้างหน้านี้นะครับ ผมติดใจระเบียบวาระการประชุม ๑. กระทู้ถาม ๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา (ถ้ามี) ในระเบียบวาระของท่านที่ส่งไปให้ ผู้แทนราษฎรนะครับ ผมจึงอยากจะปรึกษาท่านว่ากระทู้ถามสด ต้องมีนะครับ ไม่ใช่ว่า ถ้ามี เพราะเป็นการที่จะถามตรงไปตรงมากับฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร เป็นเรื่องสำคัญ ของชาติบ้านเมือง หากจะออกระเบียบวาระการประชุมดังกล่าวต่อไป ผมขอความกรุณาท่าน ตัดคำว่า ถ้ามี เช่นวันนี้ฝ่ายค้านก็จะยื่นกระทู้สด ท่านนายกรัฐมนตรีก็จะมาตอบเป็นเรื่อง ที่สนใจของพี่น้องประชาชน จึงขอรบกวนเวลาที่จะเข้าสู่เรื่องถามกระทู้สด โดยสารเรื่อง ขอตัดคำว่า ถ้ามี ออกไป ต้องมีครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านอดิศรครับ เดี๋ยวจะให้สำนักการประชุมตรวจสอบทั้งข้อบังคับและตามระเบียบ แต่ว่าตั้งแต่เปิดสมัยประชุมนี้เรามีทุกครั้งเลยครับ ตามที่ท่านอดิศรว่า กระทู้ถามสดด้วยวาจา ก็มีทุกครั้ง โดยเฉพาะวันนี้ก็มีกระทู้ถามสด ๓ กระทู้ตามข้อบังคับเลยนะครับ แล้วท่าน นายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีก็มาตอบด้วยตัวเองทุกกระทู้ อันนี้ต้องขอขอบคุณที่รัฐบาล ได้ให้ความร่วมมือกับสภาตามคำแนะนำของวิป แล้วก็สมาชิกสภานะครับ ก่อนจะเข้าสู่ ๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจานะครับ ได้รับแจ้งว่า กระทู้ถามสดที่ ๑.๑.๑ ซึ่งถามนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ระหว่างการเดินทาง ผมจึงขอเปลี่ยนแปลงนะครับ เอา ๑.๑.๒ ขึ้นมา ถามก่อน และหลังจากนั้นก็จะมาถาม ๑.๑.๑ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีกำลังเดินทางมาตอบ ฉะนั้นจึงขอเชิญกระทู้ถามที่ ๑.๑.๒ นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗

๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมที่จะตอบแล้ว แต่ก่อนจะดำเนินการถาม กระทู้ถามสดด้วยวาจา ขอเรียนย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า วันนี้กระทู้สดมาเต็ม ๓ กระทู้ ซึ่งตาม ข้อบังคับแล้ว ให้ใช้เวลาไม่เกิน ๙๐ นาที เพราะฉะนั้นก็แบ่งเป็นกระทู้ละ ๓๐ นาที ใน ๓๐ นาทีนี้ ผู้ถามมีสิทธิจะถามได้ไม่เกิน ๓ ครั้ง ในเวลา ๑๕ นาที แล้วรัฐมนตรีก็จะตอบตามคำถามนั้นในเวลา ๑๕ นาทีเช่นเดียวกัน แล้วกระทู้สดนั้น ขอไม่ใช่บรรยายเหมือนกับญัตติหรือกระทู้ทั่วไป เป็นการถามในประเด็นที่สำคัญ และท่าน รัฐมนตรีก็จะตอบ ๓ ครั้งเช่นเดียวกันครับ ตอนนี้ขอเชิญผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เชิญครับ🔗

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ปัตตานี

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม อาจารย์วรวิทย์ บารู พรรคประชาชาติ เขต ๑ ปัตตานี ขอตั้งกระทู้สดด้วยวาจา ถามท่านรัฐมนตรี ในเรื่องของความยากจนและที่เผชิญหน้าอย่างหนักหน่วงใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ซึ่งความเหลื่อมล้ำทางโอกาสก็เป็นประเด็นหนึ่ง และความเหลื่อมล้ำ ทางด้านรายได้ซ้ำยังมีความรุนแรงที่มาเป็นตัวที่ทำให้การขยับเขยื้อนทางเศรษฐกิจ รายได้ ของประชาชนยากลำบาก ท่านประธานที่เคารพครับ จากการที่ได้ลงพื้นที่ได้พบปะ กับประชาชน เนื่องจากว่าพื้นที่เขต ๑ เป็นพื้นที่ที่อยู่ชายทะเลแล้วก็เป็นพื้นที่ในพื้นที่เมือง แล้วก็เป็นชานเมือง เพราะฉะนั้นเราก็ได้รับทราบความยากลำบาก ทั้งผู้ประกอบอาชีพ ทั้งในตลาดสดซึ่งเป็นแม่ค้าขาย แล้วก็ทั้งในที่ทำเรื่องของการประมง ประเด็นความยากจน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เหมือนกับอีก ๑๐ จังหวัดในประเทศนี้ นั่นก็คือว่าเป็นความ ยากจนที่เรื้อรังมาเกินกว่า ๑๐ ปี ๒๐ ปีนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ไม่เคยหลุดออกจากความยากจนที่เรื้อรังจาก ๑๐ จังหวัด ซ้ำยังปรากฏอยู่ในลำดับต้น ๆ ตลอดมา ตลอดระยะเวลา ๒๐ ปี ยิ่งในช่วง ๑๐ ปีหลังนี้ คือตั้งแต่ปี ๒๕๕๕-๒๕๖๕ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ครองอันดับจังหวัดยากจนลำดับที่ ๑ ๒ และ ๓ อยู่ตลอดนะครับ โดยเฉพาะจังหวัดปัตตานีครองจังหวัดยากจนอันดับ ๑ มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ จนกระทั่ง ปี ๒๕๖๔ และตกไปอยู่อันดับ ๒ ในปี ๒๕๖๕ ตัวเลขเหล่านี้มันสะท้อนภาพของความ ยากลำบากของพี่น้องประชาชนในการดำเนินชีวิต ท่านประธานที่เคารพครับ สำหรับจังหวัด ปัตตานีนั้น สัดส่วนคนยากจนตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ มา ในปี ๒๕๕๘ ใน ๑๐๐ คนจะมี ๓๕ คน ปี ๒๕๕๙ เพิ่มขึ้นหน่อยหนึ่ง ๓๖ คน ใน ๑๐๐ คน ปี ๒๕๖๐ ๓๔ คน ปี ๒๕๖๑ ๓๓ คน ปี ๒๕๖๒ ๒๙ คน ปี ๒๕๖๓ ขึ้นมาอีกนะครับเป็น ๔๔ คน และปี ๒๕๖๔ เป็น ๓๐ คน และปี ๒๕๖๕ ลดลงเป็น ๒๔ คน อย่างไรก็ตามสถิติเหล่านี้ถ้าเราไปเทียบสัดส่วน ความยากจนในภาคใต้เราก็ยังอยู่ข้างหลัง เพราะว่าภาคใต้โดยเฉลี่ยความยากจนจะอยู่ที่ ๒๓.๙ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ในปี ๒๕๖๕ นี้ความยากจนในระดับจังหวัดค่อนข้าง กระเตื้องขึ้นหน่อยหนึ่ง ดีขึ้นหน่อยหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่อย่างไรก็ตามในกลุ่ม ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังคงมีความรุนแรงของปัญหา ความยากจนในระดับที่สูงและกระจุกตัว เราจะเห็นได้ว่าถ้าเราดูในช่วงปีที่เกิดความรุนแรงมาก ๆ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ขึ้นมาจนกระทั่งถึงปี ๒๕๕๔ จนกระทั่งเรามี พ.ร.บ. ศอ.บต. ขึ้นมา ปรากฏว่า ๓ จังหวัดชายแดนใต้ก็ยังไม่ดีขึ้น แถมพอมาในปี ๒๕๕๗ ขึ้นมาในช่วงที่ เปลี่ยนแปลงของ คสช. ความยากจนเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นคำถามที่ผมอยากจะถาม ท่านรัฐมนตรีก็คือ ความยากจนของพี่น้องที่มันมีอยู่ รัฐบาลมีมาตรการเร่งด่วนอันใดหรือไม่ ที่จะขจัดความเหลื่อมล้ำ และความยากจนที่เรื้อรังมานานนับสิบปีของ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ เป็นประเด็นที่ ๑ นะครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ🔗

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลัง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายพิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอตอบกระทู้ถามของท่าน สมาชิกผู้มีเกียรติดังนี้🔗

ก่อนที่ผมจะเริ่มตอบคำถามนี้ขอขอบคุณครับที่ผมได้รับข้อมูล เพื่อเป็นการ ยืนยันว่าสิ่งที่ผมเข้าใจถูกต้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีลักษณะ ๒ อย่างอยู่ด้วยกัน เพื่อประกอบการแก้ไขความยากจน เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องความมั่นคง ดังที่เราทราบ ที่ท่าน ได้หยิบยกขึ้นมาว่า เกิดขึ้นแล้วก็จนกระทั่งมีสิ่งที่มากขึ้นเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือว่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นจังหวัดที่อยู่ชายแดน ลักษณะของพื้นที่ติดทะเล เพราะว่ามองก็จะทราบว่า การทำงานหาเลี้ยงชีพก็จะเกี่ยวกับการประมง ไม่ว่าจะเป็นประมง เพื่อการพาณิชย์ หรือประมงพื้นบ้าน อีกอันหนึ่งก็คือ เรื่องการเกษตร นำมาสู่การค้าขาย ในตลาด พอเราเห็นสภาพอย่างนี้ได้เราก็พอจะเดาได้นะครับ ที่ท่านบอกว่า ๓ จังหวัดภาคใต้นี้ ที่จริงก็คือมี ๒ จังหวัดที่อยู่ในลำดับความยากจนมาตลอด ถ้าดูตัวเลขจะน่าตกใจถ้าจะดูจาก วิธีเก็บคือ ดูจากรายจ่ายที่ต่ำกว่า ๒,๙๐๐ กว่าบาท โดยไม่ได้เก็บที่รายได้ก็ค่อนข้างจะต่ำมากเลย แปลว่าการใช้จ่ายนี่ต่ำมากแล้วก็ติดลำดับมาตลอด ก็เป็นการยืนยันว่าถ้าเราจะแก้ไข เราก็ต้องเข้าไปดูสิ่งที่ผมเรียนเมื่อครู่นี้ว่า จะมีการบริหารจัดการอย่างไร ผมก็อยากจะเรียน อย่างนี้ว่า ถ้าเราจะทำการแก้ไขก็อยากจะเรียนว่า ในระยะสั้นก่อนที่จะนำไปสู่ในระยะ ปานกลางและระยะยาว เพื่อให้สอดคล้องกับพื้นที่ของจังหวัด สิ่งที่ได้ดำเนินการมาตลอดแล้ว เนื่องจากมีอาชีพเกษตรกรนะครับ แน่นอนมีหนี้สินเยอะแน่นอนสิ่งที่ได้ทำ แต่ก็เป็น มาตรการสั้นชั่วคราว เราก็หวังว่ามาตรการเหล่านี้จะได้รับการแก้ไขระยะยาวก็คือ มาตรการ การพักหนี้ ที่จริงแล้วเราก็ไม่อยากเห็นการพักหนี้หรอกครับ ถ้ามีความสามารถจ่ายหนี้ก็จะดี แต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องระยะสั้นมีความจำเป็นก็ต้องมีมาตรการการพักหนี้ หรือแม้กระทั่ง มาตรการการลดหนี้ในกรณีที่สามารถมีเหตุและมีผลที่สมควรนะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่ง ก็คงเป็นเรื่องที่รัฐบาลที่ผ่านมาได้มีการออกบัตรสวัสดิการให้ โดยทั่วไปแล้วคุณสมบัติก็คือมีรายได้ต่ำกว่าปีละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท และมีเงินฝากไม่ถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาท ก็คิดว่าคงจะครอบคลุม ๓ จังหวัดภาคใต้นี้ด้วยนะครับ ก็เป็นเรื่องของ สวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งก็ได้ทำมาในช่วงที่เรายังไม่มีแนวทางการแก้ไขที่ชัดเจนทางใต้🔗

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องที่อยู่อาศัยแน่นอนครับ นอกเหนือจากหนี้สินทั่ว ๆ ไป เกี่ยวกับการใช้จ่ายอยู่กินแล้ว ที่อยู่อาศัยนะครับ ก็อยากจะเรียนว่าธนาคารอาคารสงเคราะห์ เป็นผู้ที่ปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ๓๔ เปอร์เซ็นต์ของทั้งประเทศ ส่วนใหญ่ก็เป็นบ้านที่มีราคา ต่ำกว่า ๓ ล้านบาท ลงมา ๒ ล้านบาท ก็จะค่อนข้างเยอะนะครับ เราได้ทำสิ่งดังต่อไปนี้ครับ ได้มีการเริ่มแล้วเป็นนโยบายที่ทำเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา เราดูว่าผู้ที่ไม่มีความสามารถ ในการชำระหนี้ในส่วนของ ธอส. ตอนนี้มีอยู่ประมาณ ๘๐,๐๐๐ กว่าราย เราได้ทำการ อนุญาตให้มาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ซึ่งจะต่างกับที่เคยผ่านมา วิธีปรับโครงสร้างหนี้ถ้าท่าน ให้ลูกหนี้กับเจ้าหนี้มาคุยกันมันก็ไม่ค่อยจบหรอกครับ ลูกหนี้ต้องการอย่างหนึ่ง บอกไม่มี ปัญญาผ่อน เจ้าหนี้ก็ต้องการอย่างหนึ่งนะครับ ในที่สุดเราก็เลยว่า เราหาคนกลางที่มีความเข้าใจทั้งสองฝ่ายก็มีนั่ง Clinic ส่วนคนกลาง ที่จะมานั่งรับฟัง วันนี้มีคนสมัครเข้ามาเมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อนยอดขึ้นมาเกือบ ๕๐,๐๐๐ รายแล้ว จาก ๘๐,๐๐๐ บัญชี ที่ต้องการเข้ามาขอปรับโครงสร้างหนี้ โดยทั่วไปแล้วเรามีลักษณะปรับ ดังนี้ครับ ไม่ได้ลดหนี้ให้แต่ลดภาระให้ วิธีลดภาระให้ก็ทำได้ ๒-๓ วิธีดังต่อไปนี้ คือยืดอายุ การจ่ายให้ยาวขึ้น ดังที่ท่านได้รับทราบแล้วว่าบ้านนี่โดยเฉพาะเป็นด้านแนวราบ ถ้าอยู่ ทางต่างจังหวัดมูลค่าก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามมูลค่าของที่ดิน ดังนั้นเราก็จะให้ผ่อนได้ถึง อายุ ๘๐ ปี ถ้าไม่ได้รับราชการนะครับ ถ้าเผอิญรับราชการก็ได้ถึง ๘๕ ปี สำหรับภาระ ดอกเบี้ยก็จะยืดหยุ่นมาก ๆ ครับ ๖ เดือนแรกอาจจะไม่ต้องจ่ายเลยก็ได้ และการจ่ายเงินต้น ก็จ่ายเท่าที่มีความสามารถการจ่าย แต่ถ้ายังไม่มีในปีแรกก็อนุญาตให้จ่ายแค่ไม่เกินพันบาท ก็ทำให้รักษาบัญชีจนกระทั่งนำมาซึ่งการแก้ไขได้ในที่สุดนะครับ สิ่งเหล่านี้ก็คือเห็นแล้วครับ คนเริ่มมาเข้าเพื่อให้เราช่วยแก้ไขในสิ่งเหล่านี้🔗

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องการท่องเที่ยว ในช่วงที่ยังไม่เป็นช่วง Boom นะครับ ทางรัฐบาลก็กำหนด ๓ จังหวัดนี้เป็นเป้าหมายของเมืองรองดังที่จะทำ แต่สิ่งที่ผมอยากจะเรียน ว่าเมื่อมองจากเรื่องพื้นที่แล้ว ก็คือทำอย่างไรเราจะมีการบริหารจัดการเรื่องการประมง ซึ่งเรื่องประมงผมเข้าใจว่าจะมีการถาม แต่ผมขออนุญาตแตะในที่นี้ เรื่องประมงก็เป็นเรื่องสำคัญ ที่เราจะแก้ไขได้ไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประมงในเชิงพาณิชย์ ซึ่งอาจจะต้องแก้ไข ในเรื่องของกฎหมาย ในเรื่องต่าง ๆ กฎหมายก็คงจะทราบว่า ก็จะต้องมีเรือพาณิชย์ส่วนหนึ่ง ที่จะเข้ามาเพื่อที่จะได้ขอออกจากระบบ ก็คือลดจำนวนออกไปแล้วเราก็เยียวยา ขณะนี้ อยู่ในระหว่างการดูเงื่อนไข เพื่อไม่ให้เงื่อนไขการเยียวยานั้นสูงเกินไปนะครับ เป็นภาระ กับกระทรวงการคลัง🔗

อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของ Ignite Thailand ในวิสัยทัศน์ที่ ๒ คือเรื่องอาหาร เนื่องจากติดทะเลก็จะมีอาหารที่เป็นอาหารทะเลเยอะ แล้วก็อาหารเกษตรกรรมนะครับ เพราะฉะนั้นขณะนี้ก็จะได้มีการทำงานร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการที่จะให้ไปกำหนด เขตพื้นที่อาหารฮาลาล ก็เป็นอาหารที่จะจำหน่ายไปสู่โลก ผมก็จะเรียนว่าการแก้ปัญหา ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะต้องแก้ให้ถูกต้อง ให้เป็นไปตามรูปแบบหรือตามที่อยู่ ของนั่น ขณะเดียวกันก็อาจจะอยู่ในสิ่งที่ท่านจะถามอีกนะครับ ผมก็ขอแตะในเที่ยวนี้ก็คือ การจัดสรรงบประมาณลงไประหว่างดูแลความมั่นคงกับดูแลการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ ผมได้ดู ตัวเลขคร่าว ๆ ที่ผ่านมา เปอร์เซ็นต์หรือว่าสัดส่วนของการใช้เพื่อการฟื้นฟูก็สูงขึ้นตามลำดับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ ขอเชิญท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ดอกเตอร์วรวิทย์ บารู ท่านถามได้อีก ๒ ครั้งครับ เวลาของท่านเหลืออีกประมาณ ๑๐ นาทีครับ เชิญครับ🔗

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ปัตตานี

ขอขอบคุณท่านประธาน ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ในทาง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีลักษณะพิเศษ นั่นก็คือว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวหนึ่งที่เราจะละเลยไม่ได้ นั่นก็คือเศรษฐกิจฐานคุณธรรม เศรษฐกิจ ที่เรียกว่า เศรษฐกิจฮาลาล มีความพยายามของภาคเอกชนจำนวนมากในการที่จะก่อตั้ง สถาบันการเงินที่เป็นลักษณะของการเงินฮาลาลที่ปราศจากดอกเบี้ย ในประเด็นเหล่านี้ ถ้าหากว่าทางรัฐบาลได้มีการสนับสนุนลงไป แล้วก็มีการแนะนำพร้อมทั้งทำให้สถาบัน การเงินเหล่านี้เติบโตขึ้นมา ก็จะเห็นว่าความสำคัญของพี่น้องประชาชนที่ให้กับสถาบัน ในลักษณะอย่างนี้ จากที่เราสังเกตดูในเรื่องของสหกรณ์ที่ปลอดจากดอกเบี้ยก็ได้รับ ความสนใจมากมาย ในวินโดว์หนึ่งในผลิตภัณฑ์หนึ่งนะครับ ก็คือเราจัดให้มีลักษณะ ของการลงทุนที่เรียกว่า มุฎอเราะบะห สถาบันการเงินเหล่านี้ได้รับความเชื่อมั่นจากพี่น้องประชาชน เพราะมันตรงกับวิถีชีวิตเขา และความต้องการของเขา มีการมาฝากนี่นะครับ ผมเองขณะที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสหกรณ์ เขาให้ความไว้วางใจในการนำฝากเงินจำนวนเยอะ ๆ จนเราก็แปลกใจเพื่อไปลงทุน แล้วก็ได้รับ ผลตอบแทนอย่างดี โดยที่ปลอดจากดอกเบี้ย ปลอดจากกระบวนการที่ขัดกับความเชื่อของเขา เพราะฉะนั้นผมอยากจะตั้งคำถามในอันที่ ๒ ว่าที่จริงท่านก็ได้กรุณาตอบไปแล้ว ท่านสามารถ ที่จะใช้ส่วนใดของงบประมาณส่วนใดก็แล้วแต่ ในการให้การสนับสนุนสินเชื่อที่ให้อยู่ในกรอบ ของที่เขาสามารถที่จะใช้ได้ นั่นก็คือว่าปลอดจากดอกเบี้ยให้แก่สถาบันต่าง ๆ เหล่านี้ สถาบันชุมชนที่อยู่กับฐานชุมชนเหล่านี้ เพื่อให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า ให้มันเติบโตขึ้นมาได้ และที่สำคัญอย่างที่อยากตั้งใจจะถามว่า การจัดงบประมาณที่สมดุลกัน ระหว่างความมั่นคงกับการพัฒนา แล้วก็การพัฒนาที่ผมเห็นว่าท่านได้จับทางที่ถูกต้อง ก็คือ ความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน ก็คือให้เกิดผลกระทบที่มาก เกิด Effect ที่มาก ต่อประชาชนในพื้นที่ ผมเชื่อเหลือเกินว่าวิธีการนี้การจัดสรรงบประมาณ การจัดสรร Soft Loan ที่มันถูกต้องตามวิถีความเชื่อของเขา ท่านสามารถจะทำได้หรือไม่ ในคำถามข้อนี้ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลังครับ🔗

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานที่เคารพครับ ก็เป็นคำถามที่ผมคิดว่าสมเหตุสมผลนะครับ ถ้าหากว่าเราไม่สามารถ ดำเนินการสิ่งเหล่านี้ได้แล้ว ความเดือดร้อนที่เมื่อสักครู่ก็คงจะได้รับการแก้ไขยาก🔗

เรื่องที่ ๑ การจะแก้ไขได้นี่ เมื่อจะแก้ไขปัญหาต้องมีเม็ดเงินไหลเข้าไป ดังนั้น ในเรื่องงบประมาณผมเข้าใจว่า เราได้มีการจัดสรรในปี ๒๕๖๘ จำนวน ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท สำหรับทางใต้ ซึ่งผมคงไม่ลงรายละเอียดว่าเป็นส่วนไหนเท่าไร🔗

ส่วนที่ ๒ Soft Loan ตัวนี้ก็คืออาจจะเป็นเงินที่สามารถเข้าได้ด้วยอัตรา ดอกเบี้ยต่ำ แต่จริง ๆ แล้วใน ๓ จังหวัดภาคใต้ผมไม่อยากจะใช้คำว่า ดอกเบี้ย เพราะว่า การใช้ดอกเบี้ยน่าจะไม่ตรงกับสิ่งที่เป็นความเชื่อ แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนให้ทราบ ท่านคงจะจำได้ว่า ประเทศไทยเรามีธนาคารเพื่อจะให้บริการกับความเชื่อเหล่านี้ แต่เนื่องจากที่ผ่านมาการบริหารจัดการมีปัญหา วันนี้อยู่ในระหว่างการปรับ และผมก็ลงไปดู เพื่อจะให้สามารถทำได้ ท่านคงจะจำได้ว่าธนาคารอิสลาม ธนาคารอิสลามนี้โดยมี วัตถุประสงค์วิธีการปล่อยสินเชื่อก็จะไม่มีเรื่องดอกเบี้ยเข้ามาเกี่ยว เป็นเรื่องของการจัดแบ่ง ว่าจะชำระอย่างไรระหว่างคนให้เงินกับคนรับเงิน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมเชื่อว่าวันนี้ กำลังเข้าไปดูในอิสลามแบงก์ และ ๑ ในเป้าหมายของคนที่จะเข้ามาช่วยเราดูแลแล้วก็ฟื้นฟู อิสลามแบงก์ นั่นก็คือจะต้องมีภารกิจในการดูแลเป็นพิเศษกับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องการให้สินเชื่อ และผมเชื่อว่าถ้าหากว่าธนาคารนี้ได้กระทำแล้วโดยความเป็นธนาคาร อิสลาม ผมเชื่อว่าแหล่งของเงินอาจจะไม่ได้มาจากเมืองไทยเสียด้วยซ้ำ น่าจะมีแหล่ง ของการเงินที่อยากจะให้ความสนับสนุนจากแหล่งที่มีความเชื่อที่เหมือนกัน ก็คงจะเปิดเผยได้ จากประเทศที่เป็นกลุ่มประเทศอิสลามเช่นเดียวกัน รัฐบาลก็ยินดีจะเข้ามาสนับสนุนในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าธนาคารอิสลามก็คงจะมีแหล่งของเงินที่มากขึ้น วันนี้อยากจะเรียน ณ ภาวะปัจจุบันนี้ไม่มีความสามารถในการให้สินเชื่อเลย แต่ผมเชื่อว่าคงใช้เวลาไม่นาน ในการที่จะทำวัตถุประสงค์ให้บรรลุ อันนี้น่าจะเป็นความยั่งยืนที่ยาวนาน เพราะฉะนั้น ก็ขอตอบว่าแหล่งของเงินเพื่อจะสานต่อแก้ไขความยากจนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็มีดังนี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลังครับ ขอเชิญท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ดอกเตอร์วรวิทย์ ถามได้อีกครั้ง ท่านมีเวลาอีก ๖ นาทีครับ เชิญครับ🔗

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ปัตตานี

ขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ ท่านรัฐมนตรีครับ เนื่องจากว่าจังหวัดปัตตานีเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางด้านการประมง ท่านได้แตะอยู่นิดหนึ่งเมื่อสักครู่ครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ เป็นต้นมา หลังจากที่พระราชกำหนด ออกมานั้น ซึ่งเรากำลังแก้ไขกันอยู่นี่ทำให้สายเลือดเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดปัตตานี นั่นก็คือการประมง ที่จริงความพร้อมของสะพานปลาปัตตานีและท่าเรือสำหรับประมง ปัตตานีมีอยู่พร้อม แล้วก็ได้ทราบข่าวว่าทางรัฐบาลเองก็มีแนวคิดในการที่จะให้ปัตตานี เป็นศูนย์กลางตลาดสัตว์น้ำซึ่งมันเคยเป็นมา แล้วก็ทำให้ประชาชนที่นั่นสามารถมีอาชีพ ที่เป็นลักษณะต่อเนื่องจากการทำประมง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรงงานปลาป่น ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของพี่น้องประชาชนชาวบ้านไปเลือกปลา คัดปลา แล้วมันสะท้อนภาพในเรื่องของ ความมั่นคงด้วยก็คือ คนเหล่านี้ไม่มีเวลาไหนที่เขาจะออกมาหรือไม่ออกมา ถ้าหากว่า เรือเข้าเมื่อไรเขาจะออกมา ก็จะสามารถสะท้อนภาพของความมั่นคงได้ เมื่อเศรษฐกิจ คนมีอาชีพได้นี่นะครับ ก็จะทำให้ความรุนแรงของสถานการณ์ก็ลดลง เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่า การนำวิธีการพัฒนาเศรษฐกิจให้ประชาชนมีอาชีพ ก็จะสามารถที่จะทำให้พี่น้องประชาชน อยู่กับเราได้ ศูนย์กลางตลาดสัตว์น้ำไม่ใช่แค่นั้นนะครับ ปัตตานีวันนี้เรามีเรืออยู่ประมาณ ๓๕๐-๕๐๐ ลำ ถ้าจะเป็นตลาดสัตว์น้ำผมได้พูดคุยกับพี่น้องชาวประมง ผู้ประกอบการ เขาบอกว่าจะต้องมีประมาณ ๕๐๐ ลำขึ้นไป ซึ่งเขาบอกว่าไม่มีปัญหา สามารถที่จะเชิญชวน ชาวประมงที่อยู่ในจังหวัดสงขลา จังหวัดนครศรีธรรมราชเข้ามาร่วมได้ ถ้าหากว่ารัฐบาล มีแนวทางที่จะฟื้นฟูตรงนี้ ซึ่งผมเองในฐานะเป็นผู้แทนประชาชนอยู่ที่นั่น ก็อยากจะให้ฟื้นฟู อยากจะให้เป็นจริง เพราะเมื่อตลาดกลางสัตว์น้ำเกิดขึ้น แน่นอนเหลือเกินว่ามันจะมีสิ่งที่ ตามมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคานเรือ อู่ซ่อมเรือ แล้วก็อู่ที่ซ่อมสร้างเรือด้วยซึ่งมันมีอยู่แล้ว แต่กระทบกับพระราชกำหนดเหล่านั้น ทำให้คานเรือเหล่านี้ซึ่งบริการให้แก่พี่น้องชาวประมง ไม่เฉพาะแต่ในประเทศไทย แต่ในประเทศมาเลเซียและประเทศอินโดนีเซียด้วย เพราะความชำนิชำนาญในองค์ความรู้ทางด้านการประกอบเรือและการซ่อมสร้างเรือ ฉะนั้นตรงนี้ ผมอยากจะเรียนถามทางรัฐมนตรีว่า อยากจะให้เป็นจริงในเรื่องของการให้สะพานปลา ให้ปัตตานีเป็นศูนย์กลางตลาดสัตว์น้ำ เพราะมันจะทำให้เกิดวงจรของเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น อย่างมากมาย อยากจะให้ท่านดำเนินการโดยเร็วไม่ทราบว่าท่านจะทำได้หรือไม่ ในกรอบเวลา ที่เมื่อ พ.ร.บ. ประมงนี้เสนอสภาเสร็จก็สามารถที่จะเดินควบคู่กันไป ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ🔗

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลัง

กราบเรียนท่านประธานครับ ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติตั้งคำถามมา จริง ๆ แล้วเป็นคำถามที่ต่อเนื่อง ท่านเริ่มต้นด้วยว่าจะแก้ความยากจนอย่างไร ซึ่งเราก็บอกว่า แก้ด้วยระยะสั้นแก้แบบค่อนข้างจะตะกุกตะกักลำบาก เป็นไปตามเนื้อผ้าดังที่ผม ได้เรียนแล้ว แล้วก็ตามด้วยเพิ่มงบประมาณ เพิ่มแหล่งเงิน แล้วก็เข้าไปดูในสิ่งที่เป็นอนาคต ก็คือภาคการเกษตร อาหารฮาลาล ถ้าท่านทำฮาลาลแน่นอนครับ ท่านก็ต้องทำด้วย พืชเกษตรและพืชประมง แล้วก็ทางเนื้อสัตว์ประมงด้วย ดังนั้นแปลว่าสิ่งที่ได้เริ่มทำนี้ ก็จะต้องต่อเนื่องไปถึงต้นน้ำของอาหารก็คือ การจับปลา ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่า ถ้าเรามองกันที่ ๓๐๐ ลำ ๕๐๐ ลำ ท่านก็มองได้ เพียงแต่อยากดูว่าเราก็เห็นเหมือนกันว่า ฝั่งนี้อยู่ฝั่งแปซิฟิกคืออยู่ด้านนี้ แต่เรามองไปอีก ด้านหนึ่งเราก็จะไปเจอที่ทางฝั่งของพม่า มะริด ผมเคยไปครั้งสุดท้ายมี ๗,๐๐๐ ลำ เขาก็จับกันเป็นล่ำเป็นสัน ทีนี้แปลว่าเราจะอยู่ตรงไหนระหว่างเขาเรียกว่าตลาดไหน ตลาดทางนั้นจะเป็นตลาดเพื่อเอาปลามาเลี้ยงสัตว์ ทำอาหารสัตว์ อันนี้เราจะเป็น อาหารประเภทไหน เราก็คงมาดูว่าเราควรเป็นอย่างไร เมื่อความยากจนได้หาย ความเจริญ เข้ามา ทุกอย่างเข้าที่ ผมเชื่อว่าการประมงวันนี้มีการออกนอกระบบ มีการแก้กฎหมาย มีผู้ที่มีความประสงค์จะนำออกนอกระบบ จำนวนเรือก็จะหายนะครับ สิ่งที่ต่อเนื่องไม่ว่า จะเรื่องการซ่อมจะหาย แต่ทันทีที่เศรษฐกิจเริ่มมา แล้วก็มีการขาย ค้าขายทั้งเกษตร แล้วก็ประมงเกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นแน่นอน จะเกิดขึ้นมา แล้วก็คงจะดูว่า เป็นประมงประเภทไหน เป็นประมงพาณิชย์ หรือเป็นประมงพื้นบ้านที่จะเหมาะกับการที่ จะต่อยอดกับทั้งภาคเกษตรแล้วก็อาหารที่เราเตรียมตัวอยู่ ดังนั้นผมก็เรียนให้ทราบว่า แน่นอนทั้งหมดนี้มันเป็นลูกโซ่ของการทำงาน เพื่อจะให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศ แล้วก็ ภูมิประเทศที่เราอยู่ คือติดทะเลแล้วก็อยู่ใกล้ประชากร ผมอยากจะเรียนว่าถ้ามองลงไปทาง ตะวันออกเฉียงใต้ ท่านก็จะเห็นทั้งมาเลเซีย และอินโดนีเซียอยู่ตรงนั้น นั่นคือตลาดขนาดใหญ่ ของเราเลย มีประชากรอยู่หลายร้อยล้านคน เพราะฉะนั้นอันนี้ก็น่าจะเป็นโอกาสที่เรา สามารถที่จะวางวิสัยทัศน์แล้วก็วาดฝันได้ เพราะฉะนั้นวิสัยทัศน์ที่ดีก็คือเราต้องสร้าง ความฝัน แล้วเมื่อเรานำเอาหลักปฏิบัติที่ใกล้เคียงความจริง หรือเป็นความจริงเข้ามาปฏิบัติ ความฝันที่มีการปฏิบัติที่ดีก็จะไปนำสู่ความฝันที่ถูกต้อง ก็คือก็จะสร้างความยั่งยืนให้กับพื้นที่ได้ ก็จะขอรับสิ่งที่ท่านได้ถามทั้งหมดนี้มันคือคำถามเดียวทั้งนั้น แก้ความยากจนเพื่อนำไปสู่ ความรุ่งเรืองครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เป็นอันว่า จบกระทู้ถามสดด้วยวาจาที่ ๑ ขอบคุณผู้ถามและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้บริหารสมาชิกสภา พนักงาน ส่วนตำบล พนักงานจ้าง ผู้แทนกลุ่มสภานักเรียนและครู และกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อเฝ้าระวังการทุจริตขององค์การบริหารส่วนตำบลปลวกแดง อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ซึ่งกำลังนั่งฟังการประชุมของเราบนชั้น ๔ นะครับ🔗

๒. นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี ก็พร้อมที่จะตอบแล้ว ขอเชิญคุณศิริกัญญา ตันสกุล เป็นผู้ถาม🔗

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานค่ะ ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ยังอุตส่าห์เห็นคุณค่าของสภาผู้แทนราษฎร ยังคงยึดถือ หลักของการตรวจสอบถ่วงดุลจากฝ่ายนิติบัญญัติ และยังเคารพต่อหลักการว่ารัฐสภา เป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุด หรือว่า Parliamentary supremacy ท่านได้ตอบรับมาตอบกระทู้สด เวลา ๗ โมงครึ่งเมื่อเช้านี้ ดิฉันก็ขอแสดงความขอบคุณ และขอให้ครั้งนี้ซึ่งเป็นครั้งแรก ที่ท่านมาตอบกระทู้ถามสดของพรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุด แต่นี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายนะคะ สัปดาห์หน้าท่าน Clear ตารางไว้ได้เลยค่ะ เพราะว่าเราได้เตรียมข้อมูลที่จะถามท่าน นายกรัฐมนตรีเอาไว้แล้ว หรือถ้าสัปดาห์หน้า Clear ตารางไม่ทันว่า ท่านว่างวันพฤหัสบดีไหน แจ้งเรามาได้เลย เราพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกค่ะ🔗

คำถามแรกค่ะ เป็นคำถามที่ Hot มากสำหรับเมื่อวานนี้ที่มีการแถลง ของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เรื่องเกี่ยวกับ Digital Wallet ที่จะต้องนำมาถาม วันนี้เพราะว่ามีประชาชนสอบถามกันเข้ามามากมาย เรียกได้ว่า Inbox แทบพังว่า มันเกิด อะไรขึ้นกันแน่กับโครงการ Digital Wallet เมื่อวานนี้ในเนื้อหาที่ได้มีการแถลงก็มีในส่วนที่ มีการปรับแก้เงื่อนไข มีเงื่อนไขเพิ่มเติมออกมามากมายเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอดเวลา มือถือ จากเดิมที่บอกว่าซื้อได้ เมื่อวานนี้บอกย้ำอีกครั้งหนึ่งแล้วว่า ซื้อไม่ได้ ปุ๋ยวันก่อนบอกว่า ซื้อไม่ได้ วันนี้บอกว่าได้แล้วนะคะ แล้วก็มีเงื่อนไขประหลาดเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์บอกว่าจะใช้ซื้อไม่ได้ อันนี้ก็ประหลาดเพราะว่าคนไทยเองผลิตเองก็เยอะ ในหลาย ๆ ผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น พัดลม แต่ที่สำคัญที่สุด แล้วประชาชนกังวลก็คือการปรับลดเป้าหมายเหลือ ๔๕ ล้านคน โดยอ้างว่าจะมีคนที่มีสิทธิแต่ไม่มาลงทะเบียนราว ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ทำให้ลดลงจากเดิม ที่ตั้งเป้าหมายไว้ ๕๐ ล้านคน เหลือ ๔๕ ล้านคน แล้วก็มีบอกว่า อาจจะไม่ยืมเงิน ธ.ก.ส. แล้ว เท่ากับว่ามีเงินที่จะแจกเพียงแค่ ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่ามีคนที่จะมีสิทธิถึง ๕๐ ล้านคน และต้องใช้เงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คำถามก็คือว่าตอนนี้งบประมาณมีไม่พอแล้วหรือว่า อย่างไร ทำให้หามาได้แค่ ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาท งบจากปี ๒๕๖๗ จากที่เคยใช้ประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่ ๑๖๕,๐๐๐ ล้านบาท ที่เหลือจะไปใช้จากงบ ของปี ๒๕๖๘ ๒๘๕,๐๐๐ ล้านบาท คำถามที่ประชาชนสงสัยก็คือว่า แล้วอย่างนี้ถ้าสุดท้าย คนมาลงทะเบียนเต็ม ๕๐ ล้านคนจะทำอย่างไร เขายังจะได้รับสิทธิอยู่หรือไม่ แล้วถ้ามีมาครบ ๕๐ ล้านคนจริง ๆ อีก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ หรือว่าจะใช้เงินคงคลัง จริง ๆ ในเรื่องของรายละเอียดพวกนี้ ดิฉันก็คิดว่าถามไปก็เท่านั้น เพราะท่านก็คงอาจจะ ตอบว่า เดี๋ยวรอความชัดเจนก่อน เดี๋ยวรอแถลงวันจันทร์ เดี๋ยวรอแถลงวันที่ ๒๔ กรกฎาคม อย่างเป็นทางการ ก็อาจจะยังไม่ตอบ เอาเป็นว่าถ้าตอบอะไรได้ตอนนี้ก็ขอให้ตอบนะคะ แต่สิ่งที่ท่านน่าจะทราบและดิฉันก็เป็นกังวล ก็คือเรื่องของการที่บอกว่า จะต้องใช้งบ ปี ๒๕๖๗ จากการบริหารจัดการ ๔๓,๐๐๐ ล้านบาท มีการบริหารจัดการงบปี ๒๕๖๘ อีก ๑๓๒,๓๐๐ ล้านบาท มันคืออะไร คำถามก็คือว่าตกลงจะมีการใช้งบกลางของปี ๒๕๖๗ หรือไม่ หรือจะไปบริหารจัดการอย่างไร จะมีการใช้เงินทุนสำรองจ่ายที่อยู่ในอำนาจ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือไม่ ที่ต้องถามเรื่องงบกลางไว้ก่อนเพราะว่า จะ Lead ไปสู่คำถามข้อที่ ๒ ขอจบคำถามแรกเท่านี้ค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอเชิญท่าน นายกรัฐมนตรีครับ🔗

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ก็ขอยืนยันว่าให้ความสำคัญกับฝ่ายนิติบัญญัติ แล้วก็ไม่ได้ มีความประสงค์ที่จะหลีกเลี่ยงอะไรแต่มีภารกิจแน่นเหลือเกิน เมื่อเช้านี้ประมาณ ๗ โมงกว่า เพิ่งแจ้งมาเพราะว่ามีการเลื่อน พยายามจะเลื่อนประชุม เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการ ของท่านสมาชิกสภาเพราะจะได้มาตอบได้ เมื่อวานนี้เองก็ลงพื้นที่ทั้งบ่ายก็ไม่มีเวลามา ก็เห็นว่าท่านน้อยใจ บอกว่าอย่างนั้นก็จะไม่ถามผม ผมพยายาม Owner ท่าน ก็พยายาม ที่จะมาตอบให้ได้ แน่นอนครับครั้งนี้คงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย แล้วก็ถ้าเกิดพยายามได้ก็จะพยายามมา อย่างต่อเนื่อง คำถามแรกก็คือเกี่ยวกับเรื่อง Digital Wallet ท่านก็ได้กรุณาบอกไปแล้วว่า จริง ๆ แล้วก็จะมีการแถลงวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ทั้งหมดนี้ที่ยังมีการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ผมใช้คำว่า เล็ก ๆ น้อย ๆ ดีกว่า เพราะว่าเรื่องของประเภทสินค้าหรืออะไรมันก็เป็นตัว บ่งบอกอย่างหนึ่งว่า รัฐบาลเราได้ฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ผมว่าเรื่องของการที่ เราจะใช้ซื้ออะไรได้ ซื้ออะไรไม่ได้ ผมว่าก็เป็นเรื่องหนึ่งก่อนที่โครงการจะออกมาสำเร็จ เป็นรูปธรรมจริง ๆ เราก็ต้องรับฟังความคิดเห็นของทุก ๆ ภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น พี่น้องประชาชน หรือว่าผู้ประกอบการ หรือว่าจะเป็นฝ่ายค้านก็ตามทีว่าอะไรเหมาะสม อะไรไม่เหมาะสม เรื่องเหล่านี้ผมถือว่าเราให้ความสำคัญ แล้วก็มีการพูดคุยกันตลอด จะได้มีการปรับปรุงแต่งเพื่อให้โดนใจประชาชน และถูกจุดประสงค์มุ่งหมายหลักของการที่ ออกโครงการนี้มา คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจนะครับ ส่วนเรื่องของงบประมาณต่าง ๆ งบกลางเมื่อสักครู่ที่ท่านถามมา เรากันไว้ประมาณ ๔๓,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนเรื่องที่บอกว่า ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาทลงมาจาก ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราดูจากสถิติเก่าตั้งแต่รัฐบาลที่ผ่านมา ว่ามีการแจกเงิน เราก็ทำการวิเคราะห์ดูว่าจะมีคนที่ไม่มาเข้าสิทธิกี่คน แต่ว่าเราก็พยายาม เตรียมงบประมาณเพื่อให้เต็มที่ งบประมาณตัวนี้เรามั่นใจว่าเราจะใช้ความพินิจพิเคราะห์ ให้อย่างดีว่า จะต้องโดนจุดและเป็นไปตามกฎหมาย ซื่อสัตย์ สุจริต และเป็นไปตามกฎ กติกา ในการใช้งบประมาณที่ถูกต้อง🔗

เรื่อง Digital Wallet ไหน ๆ ท่านถามมาแล้วอีกทีหนึ่ง ผมก็ขออนุญาตชี้แจง เพิ่มเติมแล้วกันว่า เป็นนโยบายหลักของเรา แล้วก็เหตุผลที่เราต้องใช้เงิน ๑๐,๐๐๐ บาทต่อคน แล้วก็จำกัดพื้นที่ในการใช้ เพราะว่าเราไม่ต้องการให้เรื่องของการที่เราจำกัดของความเจริญ อยู่ในแค่หัวเมืองหลักอย่างเดียวนะครับ การที่พี่น้องประชาชนมีบัตรประชาชน แล้วก็อยู่ในอำเภอไหนแล้วก็ใช้ในอำเภอนั้น เพื่อที่เงิน ที่เราได้แจกไปจะได้ไปใช้ในอำเภอนั้น ๆ กระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดที่ยังมีการพัฒนาต่ำ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดหนองบัวลำภู หรือว่าจังหวัดบึงกาฬ หรือจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งมี GPP ยังต่ำอยู่เราก็อยากจะไปกระตุ้นตรงนั้น เพื่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค เพื่อให้ เป็นไปตามความต้องการของทุก ๆ ท่าน อันนี้ก็ถือว่าเป็นโครงการหลักของเรา เราก็มั่นใจ อีกครั้งหนึ่งว่าวันที่ ๒๔ กรกฎาคมก็จะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ในแง่ของงบประมาณ ในแง่ของประเภทสินค้าที่จะออกมา ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณศิริกัญญา ถามเป็นครั้งที่ ๒ เชิญครับ🔗

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พอท่านนายกรัฐมนตรี ตอบว่าเพราะต้องใช้งบกลาง ๔๓,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อที่จะทำ Digital Wallet ก็ทำให้ปริศนา ทุกอย่างกระจ่างขึ้น เพราะว่าที่ผ่านมาที่ท่านเริ่มบริหารราชการแผ่นดินมาตอนนี้ก็กว่า ๑๐ เดือนแล้ว เราก็มีข้อสังเกตว่าในงบกลางของปี ๒๕๖๗ แทบจะไม่ได้อนุมัติเลย แล้วจริง ๆ มันมีปัญหาของพี่น้องประชาชนหลายเรื่องที่ต้องการรอการแก้ไข แต่ว่ากลับไม่มี อะไรออกมาเลยในช่วงระยะนี้ เป็นเพราะว่าท่านต้องเก็บเงินก้อนนี้ไปไว้ใช้เพื่อ Digital Wallet นั่นเอง ซึ่งประชาชนก็ยังคงจะต้องรอต่อไปจนถึงไตรมาส ๔ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็น เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน หรือว่าเดือนธันวาคมกันแน่ที่เราจะได้รับเงินตรงนี้ หรือว่า อาจจะหลังจากนั้นก็เป็นไปได้ ที่ต้องถามเรื่องงบกลางของปี ๒๕๖๗ เพราะว่าที่ผ่านมาสภา อนุมัติงบไปประมาณ ๙๙,๐๐๐ ล้านบาท ก่อนที่สภาอนุมัติงบก็มีการใช้งบไปพลางก่อน แต่ว่ากลับมีการเบิกจ่ายเรียกว่าเบิกจ่ายไม่ได้ มีการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีไปเพียงแค่ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษเท่านั้นเอง ที่มันต้องกังวลก็เพราะว่ามันมีปัญหาที่เร่งด่วนกว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจ นั่นก็คือปัญหาเรื่องของค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนค่ะ เงินเฟ้อ มันจะลง มันจะขึ้นอย่างไร ประชาชนอาจจะไม่ได้สนใจ แต่ว่าสิ่งที่ประชาชนสนใจ และเป็นกังวล เพราะว่าเวลาที่ราคาข้าวของที่มันแพงขึ้น ราคามันไม่ได้ลดลงตามเงินเฟ้อค่ะ ท่านประธาน ถ้าเราดูราคาไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมัน โซฮอล์ ๙๕ เมื่อ ๕ ปีก่อนเราเคยจ่ายกันอยู่ ที่ลิตรละไม่ถึง ๓๐ บาท ทุกวันนี้เกือบจะ ๔๐ บาทอยู่แล้ว ราคาไข่ไก่จากเคยฟองละ ๔ บาท เมื่อ ๕ ปีที่แล้ว ตอนนี้ขึ้นมาเป็น ๕ บาทแล้วก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ราคาไก่สดเป็นตัวจาก ๕ ปีที่แล้วเคยอยู่ที่ ๒๐๐ บาท ตอนนี้ขึ้นมาเป็น ๒๓๐ บาท หมูก็มีราคาที่สูงขึ้นมาเป็น ๑๖๐ บาทตอนนี้เช่นเดียวกัน ดังนั้นค่าไฟก็ยังคงแพงเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าตอนนี้เราจะมีการ ปรับโครงสร้างอะไรแล้วก็ยังต้องเอาเงินส่วนหนึ่งไปใช้หนี้ กฟผ. อยู่ดีถึงแม้ว่าจะมีการอนุมัติ งบกลาง ๑,๙๐๐ ล้านบาท🔗

นอกจากเรื่องของราคาสินค้ามันแพงแล้วมันไม่ลงเลย แล้วเราไม่มีมาตรการ อะไรที่จะช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน ปัญหาอย่างอื่นก็ยังตามมา เพราะว่าถึงแม้ว่า ท่านจะเลิกพูดแล้วว่า เศรษฐกิจไทยมันวิกฤติ แต่ปัญหามันยังไม่ได้รับการแก้ไขเลยค่ะ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการพูดถึงเรื่องของปัญหาที่มีโรงงานปิดกิจการเป็นจำนวนมาก แล้วก็มี SMEs ทยอยล้มหายตายจากกันไประลอกใหญ่ ข้อมูลการปิดโรงงานอุตสาหกรรม มันเร่งตัวขึ้นตั้งแต่ตอนที่ปลายปีที่แล้ว อาจจะคาบเกี่ยวกับช่วงที่ท่านเข้ามาดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ถ้าผลรวมตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ ทั้งปีจนถึงไตรมาส ๒ ของปี ๒๕๖๗ มีโรงงาน ปิดตัวไปแล้วเกือบ ๒,๐๐๐ แห่ง กระทบกับการจ้างงานเกือบ ๕๐,๐๐๐ ตำแหน่ง ถ้านับ เฉพาะที่ท่านเข้ามารับตำแหน่งก็คือ ปิดไปแล้ว ๑,๒๑๗ โรง มากกว่าเปิดแค่นิดเดียว เราทราบดีว่ามีโรงงานเปิดมากกว่า แต่ว่ามีเปิดเพียงแค่ ๑,๒๖๔ โรง แถมที่ปิดไปก็เป็น โรงงานขนาดใหญ่ ในขณะที่โรงงานที่มาเปิดกลายเป็นโรงงานที่มีขนาดเล็ก คำถามก็คือ มีการของบกลางไปช่วยพยุงราคาน้ำมัน ๖,๕๐๐ ล้านบาท แต่ท่านกลับไม่อนุมัติ ทั้ง ๆ ที่ งบกลางก็ไม่ได้ใช้ มีการเบิกจ่ายไปแค่ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง จริง ๆ คำตอบของท่าน ก็น่าจะตอบแล้วว่า ท่านเก็บเอาไว้เพื่อให้ใช้กับ Digital Wallet ในปลายปีนี้ คืออยากที่จะ เสนอว่าถ้าท่านไม่อยากที่จะอุดหนุนน้ำมันด้วยการลดภาษีสรรพสามิตแบบเดิม ๆ เพราะภาษีจากสรรพสามิตก็หดหาย แล้วก็เก็บพลาดเป้าไปเกือบ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว ณ วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งน้ำมัน ทั้งรถยนต์ ทั้งบุหรี่ ท่านอาจจะเลือกอุดหนุนเฉพาะกลุ่มก็ได้ เช่น ภาคขนส่ง รถโดยสารสาธารณะต่าง ๆ แจกคูปองให้เขาได้มีน้ำมันที่มีราคาถูกลง หรือประชาชนทั่วไป เราอาจจะเลือกที่จะแจกเป็นคูปองลดเป็นลิตรละ ๕ บาท ไม่เกินกี่ลิตร ต่อเดือน อาจจะเป็น ๓๐ ลิตรต่อคนต่อเดือนก็จะใช้เงินน้อยกว่ามาก แล้วก็ไม่เกี่ยงว่าใคร จะเติมเบนซิน หรือว่าเติมดีเซล เราก็สามารถที่จะควบคุมงบประมาณได้ค่ะ แต่กลับไม่มีการ ออกมาตรการมาช่วยเหลือค่าครองชีพเลย ส่วนในเรื่องของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจฝืดเคือง ก็อาจจะมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำออกมาอยู่บ้าง ทั้งสินเชื่อ Ignite Thailand การประกันสินเชื่อ แต่มันไม่ได้มุ่งเป้าไปที่คนที่กำลังเดือดร้อน คนที่กำลังจะต้องเปลี่ยนธุรกิจไปทำอย่างอื่น เนื่องจากว่าทำแบบเดิมมันทำไม่ได้แล้ว ไม่มีการออกสินเชื่อสำหรับการปรับเปลี่ยนธุรกิจ ไม่มีการออกสินเชื่อสำหรับการที่จะไปยกเครื่องเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามา ก็อยากสอบถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า ท่านมีแนวโน้มที่จะมีมาตรการช่วยเหลือ ค่าครองชีพประชาชน หรือว่าแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ณ เวลานี้ โดยที่ไม่ต้องรอให้ Digital Wallet ออกมาหรือไม่ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่าน นายกรัฐมนตรีครับ🔗

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

เรียนท่านประธานสภาผ่านไปยัง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ขอตอบคำถามท่าน ที่ท่านบอกว่าเรื่องของงบกลาง ไม่ได้มีการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเลย อันนี้ก็ขอยืนยันเรามีการใช้งบกลางในการดูแล เรื่องค่าน้ำมันและค่าไฟไปนะครับ หลาย ๆ เรื่องเราก็มีการใช้งบกลางไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของการเกษตร ไม่ว่าดูแลเรื่องของไม่ท่วม ไม่แล้ง มีการสร้างถนน มีการดูแลของ สถานพยาบาลต่าง ๆ ถ้าเกิดมีข้อสงสัย ซึ่งจริง ๆ แล้วยังไม่กระจ่างว่างบกลางใช้อะไรบ้าง เดี๋ยวคราวหน้าผมจะมาแถลงอีกก็ได้นะครับ จะเอารายละเอียดมาให้ว่าเราใช้งบกลาง ทำอะไรบ้าง เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนนะครับ🔗

ส่วนเรื่องของเศรษฐกิจโดยรวม ท่านได้กรุณาให้ Comment มาเกี่ยวกับ เรื่องว่ามีการปิดโรงงาน แล้วก็ไม่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ นานา ผมขออนุญาตเล่า ภาพรวมให้ฟังบ้างแล้วกันนะครับ เรามีการเห็นต่างกันเยอะเหลือเกินเรื่องคำว่า วิกฤติ หรือไม่วิกฤติ ต้องกระตุ้น หรือต้องสร้าง เปลี่ยนโครงสร้างของเศรษฐกิจบ้างหรือไม่ พวกท่าน ก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ๑๐ ปีที่ผ่านมา GDP ไทยโตต่ำต้อยเหลือเกิน ไม่มี Infrastructure Development โครงการใหญ่ ๆ เลยที่เราทำกันมา ทำให้จริง ๆ แล้วส่งผลให้ Consumption โตเฉลี่ยแค่ประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ต่อปี การเจริญเติบโตส่วนใหญ่เป็น K-Shaped Recovery หรือเป็นช่วงพีระมิด K-Shaped ก็คือว่าช่วงบน ก็คือคนที่รวยแล้วก็คือรวยอีก รวยไปเรื่อย ๆ คนจนก็คือต่ำต้อยต่อไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากช่วงของวิกฤติโรคโควิดมา ก็ทำให้เห็นต่างเยอะขึ้นว่า K-Shaped Recovery ก็เกิดขึ้นแล้วในสังคมไทย การลงทุน ของทั้งภาครัฐและเอกชนก็ค่อน Flat อยู่ประมาณแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ส่งออก ก็ติดลบ การนำเข้าก็นำเข้าสินค้าเพิ่มมากขึ้นซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องวัตถุดิบ แล้วก็พลังงาน ตรงนี้ปัญหาใหญ่ ๆ มีอยู่ ๕ ข้อด้วยกัน🔗

อันแรกเลยที่ท่านกรุณาให้ Comment มาเกี่ยวกับเรื่องของการปิดตัว ของโรงงาน ชัดเจนว่าอุตสาหกรรมก็มีการปรับตัวเข้ากับความต้องการของโลกสมัยใหม่ ซึ่งเราก็มีการปรับตัวช้ามากในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา นี่ก็เป็นที่มาที่ไปทำไมผมถึงต้องเดินทาง ไปต่างประเทศ ก็ต้องมีการเจรจากับทางบริษัท Tech ใหญ่ ๆ อย่างเช่น Google Microsoft AWS เพื่อที่จะเข้ามาสร้าง Data Center เพื่อเป็น Infrastructure พื้นฐานในการที่จะรองรับ อุตสาหกรรมใหม่ ๆ เพื่อที่จะสร้างผลกำไรให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น หรือว่าแม้กระทั่งการเดินทางไปประเทศจีน เพิ่งไปพูดคุยเรื่องของการเอารถ EV เข้ามา เพื่อมาให้มีการเปลี่ยนผ่านจาก ICE ไปเป็น EV ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีบริษัทเข้ามาลงทุนในประเทศไทย มากมาย ถึงแม้ว่าเรื่องของ EV ก็จะมีการสะดุดบ้าง ยอดขายตกไปบ้าง แต่เราก็ยังเดินหน้าต่อ แล้วก็ยังมีการปรับโครงการ Incentive ทั้งหลาย ไม่ใช่แค่ EV อย่างเดียว เรื่องของ Hybrid เราก็พยายามที่จะดูแลคู่ค้าจากญี่ปุ่นมาด้วย เพื่อที่จะให้ Supply Chain ทั้งหมดแข็งแกร่ง แล้วก็อยู่ต่อไปได้ ตรงนี้ก็คงเป็นส่วนหนึ่งนะครับ🔗

ข้อที่ ๒ ก็คือเรื่องของการนำเข้าพลังงานเยอะ เพื่อเพิ่มผลิตชิ้นส่วนจำนวนมาก ซึ่งเราเป็นผู้ผลิตที่อยู่กลางน้ำ ผลิตเป็น Part เป็นหลักนะครับ🔗

ข้อที่ ๓ ข้อสำคัญมากก็คือ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเรื่องของ Trade war หรือเรื่อง Geopolitics เป็นเรื่องที่สำคัญทำให้ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีจุดยืนเป็นกลาง แล้วก็ไม่ทะเลาะกับใคร แล้วก็พร้อมที่จะเป็นคู่ค้ากับทุกคนก็ทำให้เรามีการส่งออกได้น้อยลง เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่เราจะต้องมีจุดยืนทางด้านการต่างประเทศที่ชัดเจน แล้วก็ต้อง เดินทางไปพูดคุยกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ทำให้ต้องมีการเดินทางไปพูดคุยกันตลอดเวลา เพื่อทำให้เขามีความมั่นใจในการที่จะมาลงทุน แล้วก็ซื้อสินค้าไทยด้วยนะครับ🔗

ข้อที่ ๔ คือการลงทุน ก็ตัดนะครับอย่างที่ผมเคยแจ้งให้ทางสภาทราบไปว่า ครั้งสุดท้ายที่เรามีการลงทุนโครงการใหญ่ ๆ ก็คือโครงการสนามบินสุวรรณภูมิ สมัยท่าน นายกรัฐมนตรีทักษิณเมื่อสักเกือบ ๒๐ ปีที่ผ่านมา จากนั้นมาเราไม่มีโครงการที่มีการลงทุน Infrastructure ที่ใหญ่ ๆ เลยนะครับ🔗

ข้อสุดท้ายก็คือ การบริโภคในประเทศไทย ถ้าเกิดเราตัดภาคท่องเที่ยวออกไป ก็ถือว่าไม่มีการเจริญเติบโตเท่าที่ควร ซึ่งการท่องเที่ยวจริง ๆ แล้วตั้งแต่เราเข้ามาก็เป็นการใช้ นโยบายหลัก เป็นการไม่ใช้งบประมาณเป็นหลักทำให้เป็นหนึ่งใน Growth Engine ของการ ที่เราสามารถที่จะพยุงเศรษฐกิจไปได้ ไม่ว่าจะ Visa ฟรีที่จีนก็ตามที หรือการเปิดนิทรรศการต่าง ๆ เชื้อเชิญให้ชาวต่างประเทศมาลงทุน มาท่องเที่ยวในประเทศไทย ดูแลเรื่องความปลอดภัย ควบคู่ไปกับฝ่ายความมั่นคง ทำให้ประเทศไทยเป็นที่ต้องการที่จะมาเที่ยวของนักท่องเที่ยว จากทั่วโลก ทำให้พยุงเศรษฐกิจไปได้นะครับ🔗

เรื่องแรกเลยที่ผมจะขอพูดถึงเรื่องของการบริโภค ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ อย่างที่บอกว่าเรื่องของการท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่แบกเศรษฐกิจอยู่ปัจจุบัน เราเองเราก็มุ่งมั่น ที่จะทำต่อ เมื่อวันก่อนประเทศอินเดียก็มีการยกเว้น Visa ฟรีให้กับเขาที่จะเข้ามาเป็นการ ชั่วคราว เราก็จะมีการกระตุ้นตรงนี้ต่อไปอย่างต่อเนื่อง ภาคอุตสาหกรรมก็ตกหมด Capacity Utilization ก็ต่ำมาตลอด ลดลงตลอดเวลา ต่ำกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์น แสดงว่า พวกการผลิตความต้องการไม่มีเพียงพอ คนไม่มีกิน ไม่ใช้นะครับ เพราะฉะนั้นทำไมที่มาที่ไป ของต้องเป็น Digital Wallet เพราะว่าถ้าเกิดมีเงินใหม่เข้ามาจะเป็น ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือจะเป็น ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ตามที ถ้าเป็นเงินใหม่ใส่เข้าไประบบ ท่านลองจินตนาการ ดูแล้วกันว่า โรงงานเหล่านี้จะมีการผลิตสินค้ามารองรับการซื้อของพี่น้องประชาชนที่จะมีเงิน เข้าไปในระบบหรือเปล่า ตรงนี้ก็เป็นหนึ่งในวิธีการกระตุ้นเศรษฐกิจนะครับ เกิดการผลิต เกิดการจ้างงาน ประชาชนก็เริ่มมีความหวังนะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นเรื่องของปัญหาสังคม แต่ว่ามันก็ Link กับทาง ปัญหาเศรษฐกิจด้วยก็คือ ปัญหายาเสพติด อันนี้ก็ต้องยอมรับถ้าเราจะกระตุ้นเศรษฐกิจ จะมีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ จะมีการเอาอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เข้ามา แต่ถ้าประชาชน ของเรานี่ยังถูกมอมเมาด้วยยาเสพติด ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลงพื้นที่ของผมหลายครั้งก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของยาเสพติด ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านที่นั่งอยู่ในที่นี้ผมก็เชื่อว่า ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งแล้วท่านลงไปนอกจากปัญหาปากแล้ว ปัญหายาเสพติดก็เยอะ ผมลงไปปัจจุบันนี้ในฐานะนายกรัฐมนตรีก็มีแต่คนบ่น เกี่ยวกับ เรื่องยาเสพติดทั้งหมด เมื่อวานนี้ก็มีการไปที่ตำรวจตระเวนชายแดน พวกท่านอาจจะเห็นว่า เป็นเรื่องเล็ก ๆ ไปเสียเวลาทำไม แต่ว่าในฐานะผู้ปฏิบัติเราเล็งเห็นปัญหาของการแก้ไข ปัญหายาเสพติด ตำรวจตระเวนชายแดนเป็นผู้ที่รักษาตะเข็บชายแดน เป็นพวกผู้ที่ดูแล ชายแดนเพื่อควบคู่ไปกับฝ่ายความมั่นคง เพื่อไม่ให้มีการลักลอบเอายาเสพติดเข้ามา ผมก็ไปถามดูว่าถ้าเกิดเราเองเราไม่มีการแพร่ข่าวออกไปเลยว่า ทำไมเวลาที่มีการต่อสู้กันแล้ว เจ้าหน้าที่บาดเจ็บไม่มีการเสนอข่าวเลย ผมก็บอกให้ต้องมีการเสนอข่าว แล้วก็ถ้าบาดเจ็บ ไปแล้วได้ขวัญกำลังใจเท่าไร ทาง ตชด. ก็บอกว่า ป.ป.ส. ให้มาประมาณหมื่นเดียว ผมก็เป็นการขอร้องไปที่ ป.ป.ส. ว่าต้องให้สัก ๕๐,๐๐๐ บาท เพราะปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ แล้วเราจะมีการกวาดล้างครั้งใหญ่ ซึ่งปัญหานี้ก็ถือว่าเป็นปัญหาที่ทางรัฐบาลดูแล ในทุก ๆ มิติ การลงพื้นที่ ตชด. เองไปพบปะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ลงไปอยู่หน้างานจริง ๆ ก็มีความสำคัญนะครับ เมื่อต้นอาทิตย์ผมก็ไปที่ กอ.รมน. มา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่พวกท่าน อาจจะไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไร อยากให้มีการยุบ แต่ผมเองผมเชื่อว่าท่านยังมีบทบาท ในการที่จะช่วยพัฒนาประเทศได้อีกเยอะ ไม่ว่าในมิติของการช่วยเหลือประชาชนในช่วงน้ำท่วม ในเรื่องของการกันพื้นที่ของเขตทหารมาให้พี่น้องประชาชนมีที่ดินทำกิน การดูแลชายแดน ซึ่งตรงนี้ก็มีการทำงานร่วมกันกับฝ่ายปกครอง แล้วก็ฝ่ายตำรวจอย่างใกล้ชิดเพื่อที่จะขจัด ปัญหายาเสพติดนี้ออกไปนะครับ🔗

เรื่องหนี้นอกระบบก็เป็นปัญหาเศรษฐกิจอีกอันหนึ่ง ซึ่งจริง ๆ แล้วเรา ก็ให้ความสำคัญร่วมกับฝ่ายการปกครอง ท่านรองนายกรัฐมนตรีอนุทินกับท่านประธาน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ท่านกิตติรัตน์ก็ทำงานกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ในการ พยายามที่จะให้ปัญหาหนี้นอกระบบหมดไปนะครับ ถ้าเกิดทำงานเท่าไรไม่พอใช้หนี้ ดอกเบี้ย กินหมดก็ไม่มีแรงดึงดูดใจที่จะให้ทำงานก็หันไปพึ่งยาเสพติด หรือว่าไปก่ออาชญากรรม เรื่องนี้จริง ๆ แล้วก็เป็นเรื่องของปัญหาสังคม ซึ่งผูกโยงเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจด้วยนะครับ อุตสาหกรรมเดิม ๆ ที่ไม่อยากใช้คำว่าเป็น Sunset แต่ว่าที่ต้องการการพัฒนาหรือต้องการ การเปลี่ยนถ่ายออกไป ก็ยังต้องมีการช่วยกันพัฒนาต่อไปนะครับ ตอนนี้มันต้องมีการ ดึงแหล่งเงินทุนมาใหม่ บริษัทที่ต้องมาลงทุนข้ามชาติที่เดินทางไปต่างประเทศ Foreign Daily Investment ถือว่าเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ เราแพ้อินโดนีเซีย เราแพ้เวียดนาม มาตลอด แต่ตอนนี้เรากำลังจะขึ้นมา เพราะว่ารัฐบาลนี้ให้ความสนใจ แล้วก็บินไปเจรจา การค้าเพื่อที่จะให้มีการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาเป็นรูปธรรม แต่อย่างไรก็ตาม เพิ่ง ๑๐ เดือนเท่านั้นเอง พวกท่านก็คงทราบดีว่าถ้าเกิดการจะลงทุนเป็นแสน ๆ ล้าน ต้องใช้เวลานานเท่าไรกว่าเขาจะตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย แต่ก็มีการพัฒนา ไปในขั้นตอนต่าง ๆ ที่ดี ควบคู่ไปกับเรื่องของ FTA ด้วย เพราะว่าถ้าเกิดเราไม่มีสนธิสัญญา การค้าระหว่างประเทศ เขามาตั้งโรงงานเขาก็ไม่สามารถที่จะส่งออกไปประเทศต่าง ๆ ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ทำควบคู่กันไป แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเอง ก็พยายามที่จะทำงานตรงนี้ให้หนัก การที่ลงไปพื้นที่ต่าง ๆ พูดคุยกับบริษัทใหญ่ ๆ หลาย ๆ บริษัท เรื่องบุคลากรก็เป็นเรื่องที่สำคัญ การที่เขาจะมาตั้งโรงงานใหม่ ๆ ที่เป็น อุตสาหกรรม Hitech เขาก็ต้องการบุคลากรที่มีคุณภาพ ปัจจุบันนี้ทางท่านรัฐมนตรี อว. เอง ก็มีโครงการที่เราจะทำร่วมกับเป็น Internship เข้ากับบริษัทอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ ซึ่งก็มีอยู่แล้วประมาณ ๓ เดือน แต่จากการที่ไปพูดคุยกับบริษัทใหญ่ ๆ ๓ เดือนนี้ไม่เพียงพอ กับการที่เขามา Train งานในบริษัทเขา เขาก็ขอสัก ๑ ปีได้ไหมแล้วบรรจุเข้าไปในหลักสูตร เพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการที่จะได้ปริญญาบัตรมา ตรงนี้รัฐบาลก็พยายามแก้ไข ท่านรัฐมนตรีเองก็พยายามทำงานอย่างหนัก เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องการขาดแคลน บุคลากรเหล่านี้ด้วยนะครับ🔗

เรื่องของการเกษตรก็เป็นเรื่องสำคัญ ถึงแม้จะไม่เป็นอุตสาหกรรมที่ Sexy หรือว่า High Profit ขนาดนั้น แต่ว่าพี่น้องของเราก็มีหลายสิบล้านคนที่ต้องพึ่งการเกษตรอยู่ การที่รัฐบาลเราได้ลงพื้นที่ไป ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ทำงาน อย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง หรือความแม่นยำ เกษตรแม่นยำ ที่ต้องการให้ปุ๋ยที่ตรงกับพืชต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องที่เราจะยกโครงสร้างของการเกษตรขึ้นมา ทำให้รายได้ของพี่น้องเพิ่มขึ้น ๓ เท่าภายใน ๔ ปีนะครับ🔗

เรื่องของการเปิดตลาดใหม่ ๆ ไปค้าขายใหม่ ๆ ก็เป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ บินไปเจรจาที่จะขายสินค้าต่าง ๆ นานาได้นะครับ🔗

เมื่อสักครู่นี้เข้ามาได้ฟังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาพูดถึง ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่โครงสร้างเศรษฐกิจและโครงสร้างชีวิตความเป็นอยู่ ของพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องที่สำคัญ ผมเองเดินทางไปต่างประเทศ ไปคุยกับผู้นำที่เป็นประเทศที่มีประชาชนเป็นชาวมุสลิมเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นบรูไน หรือเป็นมาเลเซีย ท่านก็มีความจำเป็นที่อยากจะให้เราช่วยเหลือทางด้านอาหารฮาลาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมก็กรุณาตั้งหน่วยงานใหม่เข้ามา บ่ายนี้ก็มีการประชุม ต่อเพื่อที่จะยกระดับทำอาหารฮาลาล เพราะว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความมั่นคง ทางอาหารสูง มีวัตถุดิบที่เพียงพอในการที่เราจะพัฒนาทำให้เป็น High Profit Higher Margin ของอาหารที่ส่งออกไปได้ ไม่ใช่ส่งออกแค่วัตถุดิบอย่างเดียวนะครับ อาหารฮาลาล ก็เป็นจุดหนึ่งที่เราสามารถที่จะยกระดับโครงสร้างรายได้ของพี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ขึ้นมาได้นะครับ🔗

เรื่องของเงินทุน เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปนะครับ ผมเองบังเอิญจริง ๆ ว่าเมื่อได้รับรายงานไป ผมก็สั่งการไปเมื่อประมาณเดือนที่แล้วว่า ให้ประธานแบงก์อิสลามลงไปกับกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ ลงไปพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อดูแลเรื่องแหล่งเงินทุนที่จะสนับสนุน ให้ธุรกิจที่ดำเนินอยู่ภาคใต้เป็นไปได้ด้วยดี เพราะว่าถ้าเกิดเราพยายามที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว เริ่มมีความมั่นคงปัญหาทุกอย่างก็เริ่มจะดีขึ้นแล้ว เราเองเราก็พยายามที่จะหาแหล่งทุน มาให้เขาด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นนี่ก็เป็นเรื่องที่เราก็ยังให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง🔗

อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญคือ เรื่องเมื่อสักครู่ท่านก็พูดแล้วเรื่องของพลังงาน ก็เป็นเรื่องที่เราเองเรานำเข้าพลังงานเยอะ แล้วก็เป็นรายจ่ายที่สำคัญ เพราะฉะนั้น ผมเรียนนะครับ หนึ่งในทางแก้ก็คือ เรื่องของ OCA เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลเราประกาศแล้วว่า เราจะต้องมีการแก้ไข เท่าที่ฟังดูตัวเลขที่มีการประเมินนะครับ แก๊สอยู่ที่ในอ่าวไทยที่เป็นพื้นที่ ทับซ้อนกับทางประเทศกัมพูชา มีมูลค่ากว่า ๒๐ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นตรงนี้เราก็ต้องมา พูดคุยกันว่าจะเอาเข้ามาใช้อย่างไร ทำให้แก้ไขปัญหาราคาโครงสร้างของพลังงานได้ไม่ต้อง Import เข้ามา เป็นพลังงานที่สามารถใช้ในประเทศได้นะครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เนื่องจากว่าเวลาของท่านหมดแล้ว เกินมา ๒ นาทีกว่าครับ🔗

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

ขอนิดหนึ่งได้ไหมครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ🔗

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

ขออีกนิดหนึ่งนะครับ เรื่องของ โครงสร้างต่าง ๆ เรื่องของ Infrastructure Development ต่าง ๆ ก็มีความสำคัญ ถ้าเรา ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมให้เป็นอุตสาหกรรม High Profit แล้วก็เรื่องโลจิสติกส์ต่าง ๆ ไม่มีการพัฒนา ไม่มีการทำอย่างต่อเนื่อง ก็ไม่สามารถที่จะดึงดูดนักลงทุนได้ เพราะฉะนั้น หนึ่งในโครงการที่เราพูดคุยอยู่ตอนนี้ก็คือเรื่องของ Aviation Hub มีการขยายสนามบิน ไปทุก ๆ ภูมิภาค มีการพูดถึงเรื่องของโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งจะช่วยร่นระยะทาง ในการขนถ่ายสินค้าจากทั่วโลกมานะครับ ประหยัดรายจ่ายด้วย แต่ว่าอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ ก็คือว่า อยากฝากให้เป็นข้อคิดไว้ว่า เราเองเราก็อยากเป็นประเทศสวิตเซอร์แลนด์ของเอเชีย ซึ่งเราไม่ได้การทะเลาะกับใคร การที่ใครก็ตามทีที่มาใช้โครงการ Infrastructure อันนี้ ก็สามารถแน่ใจได้ว่า ประเทศไทยเป็นมิตรกับทุกคนและสามารถส่งผ่านสินค้าไปได้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ต่อไปท่านศิริกัญญา ตันสกุล ท่านจะถามเป็นครั้งสุดท้าย ท่านมีเวลา อยู่อีก ๕ นาที ๒๕ วินาทีครับ แต่ถ้าท่านถามไม่จบเวลาก็ให้เวลาท่านนายกรัฐมนตรี ตอบได้อีก เพราะท่านนายกรัฐมนตรีก็ใช้เวลาเกินไปประมาณ ๓ นาทีครับ เชิญครับ ท่านศิริกัญญา🔗

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณค่ะท่านประธาน ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ดูท่าทางนายกรัฐมนตรี จะชอบการตอบคำถาม ตอบกระทู้เพราะว่าใช้ระยะเวลาได้ค่อนข้างมากนะคะ ก็อยากให้ ท่านมาบ่อย ๆ จริง ๆ แล้วเราก็เห็นว่าเวลาเกินแล้ว แต่ว่าก็ไม่ได้ลุกขึ้นประท้วง เพราะว่า เห็นท่านนายกรัฐมนตรีกำลังสามารถที่จะอธิบายไปได้เรื่อย ๆ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม การไม่ได้ตอบคำถามที่ดิฉันถามก็เท่ากับเป็นการยืนยันว่า จะไม่มีมาตรการที่จะพยุง ค่าครองชีพประชาชนในระยะสั้นเฉพาะหน้านี้ รวมไปถึงก็จะไม่มีการที่จะไปแก้ปัญหา ในเรื่องของที่มีโรงงานปิดกิจการ มี SMEs ล้มหายตายจาก เพราะว่าจากที่ท่านเล่ามาทั้งหมดนี้ แน่นอนว่าวิเคราะห์ปัญหาถูก วินิจฉัยโรคถูกหมดเลย แต่ว่าทางออกนี่ยังมืดมนไปแปดด้าน เพราะว่ายังไม่เห็นเป็นรูปธรรมว่า ณ เวลานี้ดิฉันถามว่า ตอนนี้โดยที่ไม่ต้องรอ Digital Wallet หรือว่ารอให้นักลงทุนมาลงทุน เราจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างไรคะ ท่านประธาน ถ้างบมันไม่พอหรือว่าอย่างไรที่จะเอาไปใช้ในการที่จะช่วยเหลือเยียวยา เรื่องของค่าครองชีพไปก่อน หรือว่ามากระตุ้นตอนนี้ก่อนที่จะต้องรอไปจนถึงปลายปีนี้ จริง ๆ ดิฉันมีข้อเสนอว่า จริง ๆ แล้วรัฐบาลเองสามารถที่จะสร้างแรงจูงใจให้ท้องถิ่นเอาเงิน สะสมของตัวเองออกมาใช้เพื่อเป็นโครงการลงทุนขนาดเล็กในพื้นที่ ในชุมชนให้เกิดการจ้าง งานในต่างจังหวัด ในชนบทแล้วเศรษฐกิจชุมชนจะได้มีความกระชุ่มกระชวย กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาบ้าง ซึ่งมันมีอยู่จริงเงินสะสมนี้เป็นเงินฝากที่มีอยู่จริง ไม่ต่ำกว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ารัฐบาลออกครึ่งหนึ่ง ท้องถิ่นออกอีกครึ่งหนึ่งนะคะ แล้วก็เอาไปใช้ใน การแก้ไขปัญหา ทั้งแหล่งน้ำ ทั้งน้ำประปา ทั้งการสร้างเขื่อนอะไรต่าง ๆ ที่เป็นเล็ก ๆ น้อย ๆ ในพื้นที่ รับรองว่าน่าจะสามารถทำให้เศรษฐกิจฐานรากมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้ โดยที่ไม่ต้องรอ จนถึงวันที่ Digital Wallet ออกมา ดิฉัน Review ให้ก็ได้ว่าจริง ๆ แล้วมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจที่ท่านทำนี้ ท่านก็ทำไปหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นภาษี Easy e-Receipt ตั้งแต่ เมื่อต้นปี มีการลดหย่อนภาษีเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว มีลดภาษีไวน์ มีออกมาตรการประกัน สินเชื่อ PGS11 ซึ่งดูแล้วจะเป็นการพุ่งเป้าไปที่กลุ่มที่เป็นคนรวย หรือว่าชนชั้นกลางเป็นหลัก อาจจะมีที่เป็นกลุ่มเกษตรกรบ้าง อย่างเช่น ปุ๋ยคนละครึ่ง แต่ก็ดันมาในช่วงเวลาที่เกษตรกร เขาลงปุ๋ยใส่นากันไปหมดแล้วนะคะ ตอนนี้ก็คือติดเงินเชื่อกับบริษัทขายปุ๋ยไปเรียบร้อยแล้ว ไม่รู้ว่าจะมาคนละครึ่งตอนนี้ไปทำไมนะคะ และที่สำคัญก็คือเน้นไปที่ภาคอสังหาริมทรัพย์เยอะมากค่ะท่านประธาน เดือนเมษายนนี้ ออกมาก่อนหน้านี้ ๗ มาตรการมีทั้งลดค่าธรรมเนียมการโอน ค่าธรรมเนียมการโอน ลดตั้งแต่ บ้านเล็กไปจนถึงบ้านหรู ๗-๑๐ ล้านบาท ก็อยากสอบถามว่าผลที่มันออกมาหลังจาก ๗ มาตรการนั้น ผ่านมา ๓ เดือนแล้วเป็นอย่างไร ถ้าผลออกมาแล้วก็ขอให้ช่วยเล่าให้ฟัง หน่อยว่า ผลที่มันเกิดขึ้นแล้วจากการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่านมานี้มันเป็นอย่างไรคะ และที่สำคัญอาทิตย์ที่แล้วที่ท่านมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มาตอบกระทู้เกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านอสังหาริมทรัพย์ ทั้งเรื่องของการเพิ่ม สัดส่วนต่างชาติซื้อคอนโดมิเนียม จาก ๔๙ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๗๕ เปอร์เซ็นต์ เรื่องการให้ต่างชาติ ถือทรัพยากรอิงสิทธิ หรือว่า Leasehold ได้ ๙๙ ปี ท่านระดับรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ยืนยันกับสภา ยืนยันกับประชาชนว่า นายกรัฐมนตรีเป็นต้นคิด เรื่องของการให้มีมาตรการเหล่านี้ แล้วก็สั่งกระทรวงมหาดไทยด้วยให้เร่งรัดทำ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะว่าจริง ๆ แล้วท่านเคยพูดเรื่องนี้มาก่อนเมื่อสมัยที่ท่านยังเป็น CEO บริษัทอสังหาริมทรัพย์ แล้วก็สนับสนุนแนวคิดของการที่จะให้ต่างชาติเข้ามาถือทรัพย์ อิงสิทธิได้ ๙๙ ปี แต่อย่างไรก็ตามผลกระทบในเชิงลบมีค่อนข้างมาก เราไม่ต้องมาพูดกัน เรื่องขายชาติ ไม่ขายชาติ ดิฉันไม่พูดเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ถ้าหากทำจริงมันเท่ากับว่า ถ้าเรา สามารถปล่อยขายคอนโดมิเนียมที่ทรัพย์อิงสิทธิให้กับต่างชาติได้ทั้งตึกเลยไม่ต้องไปแคร์ ๔๙ เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องไปแคร์ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำไป ผลกระทบที่มันจะเกิดขึ้น ที่จะนำไปสู่ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่จะแพงขึ้น ทั้งบ้านที่อยู่อาศัย หรือว่าคอนโดมิเนียม แน่นอนว่ามีกลุ่มหนึ่งที่จะได้ประโยชน์แน่ ๆ จากการที่ราคาอสังหาริมทรัพย์พวกนี้มันสูงขึ้น แต่ก็ยังมีประชาชนที่จะต้องได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันจากการที่ตอนนี้ยังไม่มีบ้าน ยังไม่มีที่อยู่อาศัย ก็อาจจะไม่สามารถที่จะมีเงินมากพอที่จะซื้อบ้านอีกได้แล้ว หรือว่าจะต้อง ไปเช่าบ้านของต่างชาติแทน แบบนี้แล้วสุดท้ายคนไทยจะได้อะไรจากมาตรการนี้ สัดส่วน ที่มันจะกลายมาเป็นสิ่งที่จะเกิดผลต่อเศรษฐกิจมันคืออะไร ก็อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรี ในวันนี้ที่ได้มาตอบคำถามแล้ว ก็ขอให้ได้ตอบคำถามนี้ด้วยค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณ คุณศิริกัญญา ตันสกุล ครับ เดี๋ยวเชิญท่านนายกรัฐมนตรีตอบคำถามที่ยังไม่ได้ตอบครับ เชิญครับ🔗

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ มีอยู่ ๒-๓ เรื่องที่อยากจะให้ความกระจ่างกับทางท่านสมาชิกสภานะครับ เรื่องของการกระตุ้น เศรษฐกิจเราก็ยังทำอย่างต่อเนื่อง บางอย่างไม่ต้องใช้งบประมาณก็ได้ อย่างเช่น ราคาพืชผล ใช้นโยบาย ใช้การที่เราทุ่มเทมุ่งมั่นในการที่จะดูแลเรื่องชายแดนไม่ให้มีสินค้าเกษตรเถื่อน เข้ามาทำให้รายได้ของพี่น้องประชาชนสูงขึ้นมานะครับ คือไม่ใช่ว่าทุกอย่างต้องใช้ งบประมาณ การใช้นโยบาย การใช้ความมุ่งมั่น การใช้การประสานงานร่วมกัน ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายความมั่นคง ทั้งกระทรวงการคลัง ทั้งกรมศุลกากร ทั้งฝ่ายทหาร กอ.รมน. ก็มีส่วนทำให้รายได้ของพี่น้องประชาชนสูงขึ้น🔗

ส่วนเรื่องของ ๙๙ ปีก็อย่างที่ท่านพูดไปว่า มีการเสนอให้มีการศึกษาเรื่องนี้ เกิดขึ้น เพราะว่ามันเป็นการ Link กันหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Foreign Direct Investment ที่เข้ามา ก็เป็นการเรียกร้องจากฝ่ายต่างประเทศที่อยากให้มีการพิจารณา เรื่องของการเพิ่มระยะเวลา Leasehold จาก ๓๐ ไปเป็น ๙๙ ปี ส่วนอย่างที่ท่านเรียน เรื่องของการขายชาติ คงไม่ใช่เป็นเรื่องของการขายชาติหรอกครับ ก็เป็นการให้การศึกษาว่า จริง ๆ แล้วเหมาะสมหรือเปล่าที่จะทำ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ฝากไว้ว่าให้เราต้องมาลองดูกันว่า ถ้าเกิดทำแล้วมันจะส่งผลระยะยาวให้กับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยก่อให้เกิดการลงทุนระหว่าง ประเทศสูงขึ้นหรือเปล่า ก็ขอยืนยันว่าจริง ๆ แล้วจะต้องมีการศึกษา แล้วก็ตั้งใจทำให้ซื่อสัตย์ สุจริต แล้วก็ปราศจากเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนทุก ๆ ประการ ไม่ได้มีการกดดันใครทั้งสิ้น ก็ยืนยันครับว่ารัฐบาลนี้ภายใต้การนำของผมเอง เราจะวิ่งสู้เพื่ออนาคต แล้วก็พรรคร่วม ทุก ๆ พรรคที่อยู่ในรัฐบาลเราก็จะช่วยกันวิ่งสู้ต่อไปเพื่อปัจจุบันที่ดีกว่า ก็จะต้องสู้ กับแรงค้านที่ไร้อนาคต ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เป็นอันว่า จบกระทู้ถามสดด้วยวาจาที่ ๒ ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี และคุณศิริกัญญา ตันสกุล ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้ตรวจประเมินจากสำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งกำลังมาฟังการประชุมของสภาอยู่ชั้น ๔🔗

๓. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์🔗

เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แจ้งว่า กระทู้เรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีภารกิจที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า และได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นผู้มาตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ จึงขอเชิญ คุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ถามได้ครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล จากพี่น้องชาวบางบอน บางขุนเทียน ท่านประธานครับ วันนี้ ต้องลุกขึ้นถามกระทู้ถามสดอีกครั้งกับปัญหาเดิมที่ผมเคยถามไปเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๖ ซึ่งถามในสภาแห่งนี้ และหลังจากนั้นก็ได้มีการลงพื้นที่ ๕ จังหวัด โดยท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ๑๑ มีนาคม มีการ ออกมาตรการ ๕ มาตรการเร่งด่วนในการแก้ไขเรื่องปลาหมอคางดำ วันที่ ๖ พฤษภาคม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และผมอยู่ในเหตุการณ์ในวันนั้นด้วย ท่านรัฐมนตรีประกาศว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ เรื่องเล่น ๆ ต้องยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ นี่ประกาศเมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๗ วันที่ ๑๖ พฤษภาคม มีการนัดประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ครั้งแรก โดยท่านรัฐมนตรีช่วย อรรถกรเป็นประธาน หลังจากนั้นได้มีการประชุมและตั้งคณะทำงาน ๗ จังหวัด แล้วก็ขยาย จังหวัดเพิ่มเติมต่อเนื่อง วันที่ ๓๐ มิถุนายน เสนอแผนการแก้ไข ณ วันนี้แผนที่เสนอ ยังรอสรุป วันที่ ๑๑ กรกฎาคม คือวันนี้ครับ กลับมาถามในสภาอีกครั้งท่ามกลาง การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำทั่วประเทศ ๑๓ จังหวัด ส่งผลกระทบเรียกว่า ทุกบ่อ ของพี่น้องประชาชน ก่อนหน้านี้เรียกว่า เจ๊ง แต่หลังจากวันนี้เป็นต้นไปเรียกว่า สิ้นเนื้อประดาตัว เพราะเกษตรกรกำลังประกาศขายที่นา ที่สวนของตัวเองที่ได้มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ วันนี้ จึงเป็นที่มาของการตั้งกระทู้ถามสดอีกครั้งเพื่อถามชัด ๆ ไปยังฝ่ายรัฐบาลที่บริหารราชการ แผ่นดินอยู่ในขณะนี้ ถึงแม้ว่าเรื่องจะเกิดมานานแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ที่มีการอนุมัติ ตั้งแต่ ปี ๒๕๕๓ ที่มีการนำเข้า ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ที่มีการพบครั้งแรกและตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ที่มีการแก้ปัญหา แบบผิดทิศผิดทางครั้งแรก โดยการไปประกาศรับซื้อและทำให้ระบาดเป็นทวีคูณ จนมาถึงปัจจุบันนี้ ท่านประธานครับ ผมจึงอยากจะขอถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ถึงต้นตอในการนำปลาสายพันธุ์ชนิดนี้เข้ามา วันนี้มีรายงานทั้งถูกกฎหมาย และผิดกฎหมาย พบปลาสายพันธุ์ชนิดนี้เข้าโดยวิธีการใดบ้าง และผู้ที่มีการนำเข้า ได้มีส่วนรับผิดชอบอย่างไรกับเหตุการณ์ครั้งนี้ การแก้ปัญหาของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ โดยกรมประมงได้มีการแก้ปัญหาเรื่องปลาหมอคางดำไปแล้วโดยใช้งบประมาณ ทั้งหมดเท่าไร ไปกับค่าอะไรบ้าง นี่คือคำถามแรกที่อยากจะถามไปยังท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส. จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมต้องขอบพระคุณน้องกาย ท่าน สส. ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส. กรุงเทพมหานคร จากพรรคก้าวไกล ที่วันนี้ท่านได้กรุณามาถามกระทู้นี้ ผมเข้าใจว่าเป็นครั้งที่ ๒ ครั้งที่แล้ว ที่ท่านถามนี่ท่านไม่ได้ถามผม ผมยังไม่ได้อยู่ตรงนี้นะครับ แต่ว่าสิ่งที่ผมสามารถยืนยันได้ จากสิ่งที่ท่านได้อภิปรายถามผ่านท่านประธานมายังผม มายังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า กระบวนการต่าง ๆ ที่ท่านไล่เรียง Timeline ถูกต้องครับ ในวันที่ ๖ พฤษภาคม ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะเจ้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมในฐานะรัฐมนตรี ช่วยว่าการ แล้วก็ท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ หรือว่าท่าน สส. กาย เรามีการลงพื้นที่กัน ไปรับฟังปัญหาจากพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ ณ วันนั้นเราต้องยอมรับว่า ณ วันนั้นเราใช้คำว่า ปลาหมอสีคางดำ ก่อนที่จะมีการรณรงค์ว่า อันนี้มันไม่ควรใช้คำว่า ปลาหมอสี เพราะว่าคำว่า ปลาหมอสี มันจะเหมือนการสนับสนุน เลี้ยงเพื่อความสวยงาม ซึ่งผมเชื่อว่าที่ประชุมในวันนั้นเห็นตรงกันครับ และผมต้อง ขอบพระคุณนะครับที่เมื่อสักครู่นี้ท่านก็ได้อภิปรายว่า การประกาศรับซื้อเป็นการเพิ่ม การระบาด เป็นการเพิ่มจำนวนทวีคูณ ตรงนี้ผมเห็นด้วยครับ แล้วก็ยืนยันว่าแนวทาง การทำงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราจะไม่สนับสนุนในการให้พี่น้องประชาชน ในการเลี้ยงเพิ่ม กำจัดอย่างเดียวเท่านั้น นั่นคือสิ่งที่ผมยืนยันได้ครับ กราบเรียนผ่าน ท่านประธานครับ วันนี้ผมไม่รู้ว่าผมโชคดีหรือโชคร้ายที่การตอบกระทู้สดที่สภาผู้แทนราษฎร เป็นครั้งแรกในชีวิต ผมได้มาตอบกระทู้ดาวสภา ท่าน สส. ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ก็หวังว่า จะเป็นโชคดี แต่ว่าอย่างไรก็ดีจะโชคดีหรือโชคร้าย สิ่งที่ผมยืนยันว่าการตอบในครั้งนี้ ผมหวังว่าพี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์ นั่นคือสาระสำคัญที่พวกเราเห็นตรงกันครับ ผมนำเรียนผ่านท่านประธานครับว่า แนวทางการทำงานและแนวทางการแก้ไขปัญหา ผมอยากให้มองเป็น ๓ มิติ เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกได้ถามในมิติแรกว่า เรื่องต้นตอ ของปัญหามาจากอะไร ผมขออนุญาตนำเรียนว่า ประเทศไทยมีการขออนุญาตอย่างที่ท่าน บอกเลยปี ๒๕๔๙ แล้วก็มีการอนุญาตให้นำเข้าปลาหมอ วันนั้นเขาน่าจะใช้คำว่า สีคางดำ ซึ่งก็คือปลาหมอคางดำ ปลาสายพันธุ์ Alien ที่เราเรียกกันปัจจุบันนี้ในปี ๒๕๕๓ โดยจาก ข้อมูลที่ผมได้รับจากกรมประมงว่า มีการนำเข้าปลาชนิดนี้อยู่ที่ ๒,๐๐๐ ตัว ซึ่งก็เป็น ระยะเวลา ๑๔ ปีก่อนแล้วนะครับ ซึ่งจากบริษัทที่ผมเชื่อว่าพี่น้องคนไทยเคยได้ยินชื่อ เป็นอย่างดีครับ อันนี้มันมีอยู่ในเอกสารอยู่แล้วเราไม่สามารถปฏิเสธได้ วัตถุประสงค์ ของการนำเข้าครับ ผมเชื่อว่าเป็นวัตถุประสงค์ที่ดีในการที่จะนำเข้ามาเพื่อพัฒนาสายพันธุ์ ให้เจ้าตัวปลาสามารถทนน้ำได้ดีกว่าเดิม ซึ่งกระบวนการเท่าที่ผมศึกษามานี้ก็คงจะเป็นการ ไขว้สายพันธุ์ต่าง ๆ เพื่อให้มันมีความคงทนยิ่งขึ้น เพื่อให้มันเกิดผลทางเศรษฐกิจนะครับ ผมต้องนำเรียนที่ประชุมครับเราปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่า ณ เวลานั้นในวันที่มีการนำเข้ามา ทุกอย่างนั้นเป็นไปตามตัวบทกฎหมาย มีการขออนุญาตถูกกฎหมายตาม พ.ร.บ. ประมง ปี ๒๔๙๐ ซึ่งขณะนั้น พ.ร.บ. ประมง ปี ๒๔๙๐ ระบุไว้แต่เพียงว่าจะอนุญาตหรือไม่อนุญาต ในการนำสัตว์น้ำจากต่างประเทศเข้ามา แต่การนำเข้ามันก็จะมีเงื่อนไข ซึ่งผมขออนุญาต นำเรียนเงื่อนไขว่ามันมีเอกสารมติในที่ประชุมระบุเลยว่า อนุญาตให้นำเข้าเนื่องจาก เป็นเรื่องเดิมที่เคยขออนุญาตแล้ว ซึ่งก็เคยขออนุญาตก่อนที่จะนำเข้าในปี ๒๕๕๓ คงจะมีการขอนำเข้าอยู่ประมาณ ๕,๐๐๐ ตัว แต่นำเข้าจริง ๒,๐๐๐ ตัว แต่ว่าภายใต้เงื่อนไขต่าง ๆ ๑. คือให้กรมประมงเก็บตัวอย่างครีบโดยไม่ทำให้ปลาตาย อย่างน้อย ๓ ตัว ๒. เมื่อสิ้นสุด การทดลองให้ผู้ขอนำเข้าแจ้งผลการทดลองแก่กรมประมง ๓. ควรมีการป้องกันไม่ให้ สัตว์ทดลองหลุดรอดไปในธรรมชาติ ๔. ในกรณีที่การทดลองได้ผลไม่ดี ผู้ขอนำเข้า ไม่ประสงค์จะใช้ปลาต่อไป ขอให้ทำลายและเก็บซากไว้ให้กรมประมงตรวจสอบ ผมไม่แน่ใจว่า ณ วันนี้ท่านเพื่อนสมาชิกท่านคิดอย่างไร แต่ผมนำเรียนว่าจากการตรวจสอบจากการระบาด ของปลาสายพันธุ์นี้ในช่วงปี ๒๕๖๐ และหลังจากนั้นผมก็เชื่อได้ว่ามันเป็นปัญหา ที่ลามมาจนถึงทุกวันนี้อย่างที่เราทราบกัน ผมได้ให้กรมประมงตรวจสอบย้อนหลังว่า ผมและกรมประมงยืนยันว่า ทางกรมประมงไม่พบหลักฐานของการนำส่งตัวอย่าง ของปลาสายพันธุ์นี้เข้ามาแต่อย่างใดนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็คือเป็นเรื่องน่าเสียดาย คือถ้าเรามีหลักฐานที่เคยเก็บไว้ ณ เวลานั้น การตรวจสอบย้อนกลับก็สามารถทำได้ ผมนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพว่า ผมนี่จริง ๆ มองตาท่าน ผมก็รู้ว่าท่านคิดอย่างไร ท่านมองตาผม ท่านก็รู้ว่าผมก็คิดคล้าย ๆ กับท่านเหมือนกัน แต่ด้วยเอกสารที่ขณะนี้กรมประมงเรามีค่อนข้างจำกัด ซึ่งเป็นเอกสารที่ต้องอ้างอิง เมื่อประมาณหลายปีเป็นสิบปีที่แล้ว ผมไม่สามารถระบุไปได้ว่าในปี ๒๕๖๐ นั้นในการส่งมอบ ตัวอย่างเกิดขึ้นจริงหรือไม่ อาจจะเกิดขึ้นจริงแล้วไม่ได้มีหลักฐาน หรืออาจจะไม่ได้เกิดขึ้น จริงก็ได้ ณ วันนี้ แต่ว่าอย่างไรก็ดีครับ ผมในฐานะที่อยู่ตรงนี้เบื้องต้นผมก็ต้องเชื่อว่า กรมประมงเขาไปค้นแล้วนะครับ เขาไม่มีหลักฐานในการรับตัวอย่างจริง ๆ ถ้ามีตัวอย่าง อย่างที่ผมนำเรียนด้วยเทคโนโลยีทุกวันนี้เราสามารถนำไปตรวจสอบ DNA ย้อนกลับได้ เราก็จะสามารถทำงานร่วมกันเพื่อที่จะหาผู้ที่เป็นต้นตอ แล้วก็นำมารับผิดชอบต่อไปนะครับ ดังนั้นเองผมยืนยันต่อท่านประธานว่า ถ้าเพื่อนสมาชิกหรือท่านใดมีหลักฐานที่มันสามารถ ระบุถึงต้นตอ ระบุว่าใครเป็นคนทำ บริษัทใดเป็นคนทำ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมประมงยินดีครับที่จะทำงานร่วมกับท่าน เพื่อที่จะหาแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ ต่อไปครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเชิญท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ถามเป็นครั้งที่ ๒ ครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธาน ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยนะครับ ท่านตอบในเนื้อหาที่ผมซักถามทั้งหมด ท่านตอบ นี่ท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยนะตอบดีกว่าท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อสักครู่เสียอีกนะครับ ท่านมา ทีเดียวตอบทีเดียว ๒ กระทู้เลย เพราะฉะนั้นในประเด็นข้อซักถามที่ผมถามเมื่อสักครู่ ท่านรัฐมนตรีช่วยได้ตอบแล้วว่า ถ้าเกิดเจอและพบเห็นทางกระทรวงก็ยินดีที่อยากจะหาต้นตอ และหาผู้กระทำความผิดมารับผิดชอบ ความจริงอำนาจหน้าที่ผมมีไม่มากก็เลยไม่สามารถ สืบค้นพยานหลักฐานไปได้มากกว่านี้ แต่ผมนั่งอยู่ในอนุกรรมาธิการที่ศึกษางานวิจัยเรื่องนี้ ของคณะกรรมาธิการ อว. ได้รับเอกสารเป็นเอกสารวิชาการ ที่ ๒/๒๕๖๕ จากกองวิจัย และพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อปี ๒๕๖๕ ครับ หน้าสุดท้ายเขียนไว้ว่า มีการสืบค้นข้อมูลและสุ่มจับตัวอย่างปลาจาก ๖ จังหวัดทั่วประเทศ มีจังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดชุมพร จังหวัด สุราษฎร์ธานี และจังหวัดระยอง หน้าสุดท้ายให้รายงานว่า ปลาทั้งหมดที่จับมาได้จาก ทั่วประเทศมีสายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกัน มีพันธุกรรมที่อาจเชื่อได้ว่ามาจากพ่อแม่เดียวกัน นี่คือการพิสูจน์ปลายทางว่า ที่มันระบาดเป็นหมื่นแสนล้านตัวทั่วประเทศ ณ วันนี้มีข้อมูล หลักฐานทางพันธุกรรม มี DNA ปลายทางเรียบร้อยแล้ว เหลืออะไรครับ เหลือ DNA ต้นทาง ว่าถ้าอย่างนั้น DNA ที่มันกระจายอยู่ทั่วประเทศมีแล้ว DNA บาร์โค้ดของปลาสายพันธุ์นี้ และ DNA ต้นทาง ๒,๐๐๐ ตัวที่ว่านี่มีหรือเปล่า ถ้ามีจับมาซ้อนกันและจะสามารถอนุมาน ได้ว่าปลาที่แพร่ระบาดอยู่ทุกวันนี้เป็นผลความผิดพลาดของรายใด หลังจากนั้นครับหลังจาก ทราบข้อมูลผมก็พยายามว่า ถ้ามีข้อมูลปลายทางแล้วเราจะหาข้อมูลต้นทางได้อย่างไร ผมมีเอกสารจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ลงวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๑ เป็นรายงาน การตรวจสอบเมื่อปี ๒๕๖๐ เขียนไว้ชัดเจนว่า มีการเข้าตรวจสอบศูนย์วิจัยของเอกชน แห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสงคราม และมีการสอบถามไปยังผู้จัดการในขณะนั้นว่า มีการ ทดลองปลาหมอคางดำหรือไม่ แล้วก็ได้มีการแจ้งต่อคณะกรรมการสิทธิว่า ปลาอ่อนแอ ตายหมดที่นำเข้ามา และได้มีการเก็บซากส่งกรมประมงตามขั้นตอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมก็อยากจะทราบข้อมูลที่ชัดกว่านั้น ในอนุกรรมาธิการก็ได้มีการขอข้อมูลไปยังกรมประมง ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี เชิญครั้งแรกไม่มาส่งผู้เชี่ยวชาญ ถามอะไรก็บอกว่า ขอกลับไปเอาเอกสาร เชิญครั้งที่ ๒ มอบรองอธิบดีมา แล้วก็ไม่ทราบด้วยซ้ำว่ามีรายงาน ฉบับนี้ ทั้ง ๆ ที่เป็นรายงานของกรมประมง แต่รองไม่ทราบ บอกขอกลับไปดูก่อน พอยืนยัน ถามว่า กสม. บอกว่าแล็บเอกชนส่งตัวอย่างให้กรมประมงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ๕๐ ตัว ท่านทราบหรือไม่ ก็บอกว่าไม่ทราบ เพราะไม่ได้เตรียมข้อมูลมา ทั้ง ๆ ที่หนังสือ ของกรรมาธิการส่งไปให้กรมประมงบอกชัดเจนว่า จะถามเรื่องปลาหมอคางดำ แต่ไม่มี เอกสารอะไรมาเลย วันนี้ครับเชิญเป็นครั้งที่ ๓ มีหนังสือจากอธิบดีกรมประมงบอกว่า ไม่สะดวกเนื่องจาก ติดภารกิจชี้แจงงบประมาณ งบประมาณอยู่ชั้น ๔ ผมประชุมอยู่ชั้น ๓ ท่านบอก ไม่สะดวก ต้องฝากท่านรัฐมนตรีช่วยนะครับ ท่านช่วยกำกับดูแลนิดหนึ่งว่า แว๊บลงมาประชุม ด้วยกันวันนี้จะได้ถึงบางอ้อว่า แล้วสุดท้ายมีหรือไม่มี วันนี้เวลา ๐๙.๔๗ นาฬิกา ผมนั่งเป็นประธานแทนในคณะอนุกรรมาธิการ ได้รับเอกสารจากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่มีข้อมูลทราบว่า มีการขออนุญาตนำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นั่นก็คือบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ได้มีหนังสือชี้แจงมายังคณะกรรมาธิการ และได้มีการบอกว่าทางบริษัทได้นำเข้าในปี ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นปลาหมอคางดำที่นำเข้า จากประเทศกานา เป็นปลาสายพันธุ์เดียวกับปลานิล และในปี ๒๕๕๓ นำเข้ามา ๒,๐๐๐ ตัว พบว่าสุขภาพไม่แข็งแรงและตายจำนวนมาก เหลือเพียงแค่ ๖๐๐ ตัว ได้มีการตรวจสอบ ที่ด่านกักกันของกรมประมง ทั้งนี้ ปลาสุขภาพไม่แข็งแรงจึงตายต่อเนื่องจนเหลือเพียงแค่ ๕๐ ตัว บริษัทจึงตัดสินใจหยุดการวิจัยเรื่องนี้ และทำลายซากตามมาตรฐานแจ้งต่อ กรมประมง พร้อมส่งตัวอย่างซากปลาซึ่งดองในฟอร์มาลินทั้งหมดส่งไปยังกรมประมง ในปี ๒๕๕๔ นี่เป็นเอกสารจากบริษัทเอกชนยืนยันว่า มีการส่งตัวอย่างอย่างชัดเจนให้กับ กรมประมงแล้ว แต่หน่วยงานภาครัฐภายใต้กำกับดูแลของท่านไม่รู้ ไม่เห็นและไม่ทราบเลย วันนี้เราใกล้จะรับรู้แล้วว่า ปลาสายพันธุ์นี้มันมาได้อย่างไร มันว่ายข้ามน้ำข้ามทะเล มาได้อย่างไร แต่หน่วยงานที่มีความรับผิดชอบชัดเจนอย่างกรมประมงไม่ดำเนินการต่อ รายงานฉบับนี้เสร็จไปตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ หลังจาก ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๗ มาครึ่งปีแล้วท่านทำ อะไรอยู่ วันนี้สิ่งที่เอกสารของกรมประมงชี้แจงมาที่ผม นี่เอกสารชี้แจงในตารางท่านประธาน ผมเห็นแทนสายตาของพี่น้องชาวประมงเห็นแล้วอเนจอนาถแทน รายการที่ ๔ อยู่ระหว่าง ดำเนินการ รายการที่ ๕ อยู่ระหว่างดำเนินการ รายการที่ ๖ อยู่ระหว่างการพิจารณา รายงานที่ ๗ กำลังติดตามในทุก ๆ เดือน นี่ผ่านไป ๑๐ กว่าปีภารกิจหน้าที่ของท่านโดยตรง ไม่มีเลย เพราะฉะนั้นผมถึงถามว่า วันนี้ท่านรัฐมนตรีครับประมงประกาศจับปลานี่อายเขานะ ประกาศจับปลาทุกจังหวัดเลย อายเขาวันนี้ ต้องประกาศจับต้นตอให้ได้ วันนี้ผมถึงถามว่า หลังจากมีรายงานชัดเจนแบบนี้ ทางกรมประมงในกำกับดูแลของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ดำเนินการอย่างไรต่อบ้างหลังจากเหตุการณ์นี้ครับ เผื่อผมยังไม่ทราบข้อมูล จะได้รับรู้รับทราบโดยทั่วกันในวันนี้ครับท่านประธาน ในคำถามที่ ๒🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตอบเป็นครั้งที่ ๒ ท่านยังมีเวลา เหลือทั้งหมดอีก ๘ นาที ๒๙ วินาทีครับ เชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมต้องค่อย ๆ ใช้เวลาเรียบเรียงคำถามของเพื่อน สมาชิก เพราะว่าท่านถามอยู่หลายคำถาม แต่ผมนำเรียนว่าสิ่งที่ท่านอภิปรายก่อนที่ท่าน จะถามเมื่อสักครู่นี้ ผมนำเรียนที่ประชุมแล้วก็เพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพ เมื่อสักครู่นี้ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็อภิปรายตอบคำถามได้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนนะครับ ท่านก็อย่าเอาผมไปเปรียบกับท่านนายกรัฐมนตรีเลย เพราะว่าผมอยู่ใน ครม. ก็ถือว่า เป็นลูกน้องท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ เมื่อสักครู่นี้ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนที่รับชมรับฟังอยู่ ได้ประโยชน์นะครับ นั่นคือวัตถุประสงค์ของเรา ในเรื่องของข้อสงสัยที่ท่าน สส. ณัฐชา หรือว่าท่าน สส. กาย บุญไชยอินสวัสดิ์ พรรคก้าวไกล ได้นำหลักฐานมาชี้แจงเมื่อสักครู่นี้ ผมยังยืนยันครับผมรู้สึกเหมือนกับท่าน ท่านเจ็บแค้นแทนพี่น้องประชาชนที่เขาได้รับ ความเดือดร้อน ผมมาอยู่ตรงนี้ผมก็รู้สึกอึดอัดเหมือนกัน แต่ผมนำเรียนว่าขณะนี้อย่างที่ผม นำเรียนไปการที่จะตรวจสอบหาต้นทาง ณ วันนี้เราขาดแค่ตัวหลักฐานที่เป็นปลาตายหรือว่า ปลาอาจจะป่วย ที่มันจะต้องมีโอกาสตามกฎหมายหรือว่าตามเงื่อนไขนำเข้า มันจะต้องส่ง ณ เวลานั้น แต่ ณ วันนี้ เราหาต้นตอไม่เจอนะครับ โดยเฉพาะการอ้างอิงจากเอกสารวิชาการ ฉบับที่ ๒/๒๕๖๕ เป็นการวิเคราะห์ เป็นแบบเดียวกับที่ท่านพูดเลย ผมหาเอกสารไม่เจอ แต่ผมก็นำข้อสรุปมาคร่าว ๆ ก็เหมือน กับท่านครับ แต่ว่าในข้อสรุปของผลการศึกษา ผมนำเรียนผ่านท่านประธานครับ ผมย้ำอีกทีว่า ความเป็นไปได้มันน่าจะเป็นในสิ่งที่เราคิดตรงกัน แต่ก่อนหน้านั้นผมนำเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังที่ประชุมว่า นอกจากการขออนุญาตนำเข้าแล้ว มันก็มีข่าวที่มีคนลักลอบนำเข้า ก่อนปี ๒๕๕๓ อีก ก่อนปี ๒๕๔๙ อีกเป็นการลักลอบนำปลาหมอสีคางดำเข้ามาเพื่อที่จะเลี้ยง เพาะพันธุ์เพื่อความสวยงามต่อไป ซึ่งตรงนี้มันเป็นเพียงหลักฐานที่เป็นพยานบุคคล เป็นเรื่องที่เล่าต่อกันมาแต่ว่ามีคนพบเห็น ดังนั้นเองเราก็ไม่สามารถด่วนสรุปได้ว่าต้นตอ จริง ๆ แล้วที่มันเกิดโรคระบาดนี้มันมาจากไหน แต่ผมก็พยายาม ผมต้องเรียนผ่าน ท่านประธานว่า เราก็มีความพยายามที่เราจะต้องหาต้นตอ ถ้าเราสามารถพิสูจน์ได้จริง ๆ คนที่ทำผิดก็ควรจะรับผิดชอบต่อความเสียหายระดับประเทศ อันนี้ผมเห็นด้วย และผม อ้างอิงการศึกษาการวิจัยนิดเดียว ยิ่งตอกย้ำว่าระยะห่างทางพันธุศาสตร์ของประชากร ทั้งหมด ประชากรทั้งหมดก็คือประชากรปลาหมอคางดำ มีค่าที่ต่ำแสดงให้เห็นว่า แต่ละประชากรย่อยไม่มีความแตกต่างกันมากนัก หมายความว่าอะไรครับ หมายความว่า การแพร่ระบาดมันน่าจะมาจากแหล่งประชากรเดียวกัน แต่อย่างไรก็ดีผมก็ไม่สามารถฟันธง ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกจริง ๆ คือถ้าเราไม่มีหลักฐานที่มันชี้ชัด ชี้เฉพาะเจาะจงว่าการระบาดมันเกิดมาจากใคร มันเกิดมาจาก บริษัทไหน มันเกิดมาจากที่ใด เราก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการต่อได้ แต่โชคดีเมื่อสักครู่นี้ ท่านผู้ถามกระทู้ ท่าน สส. ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ท่าน สส. กาย ท่านก็มีเอกสาร อีกฉบับหนึ่งที่จะมาค้านกับสิ่งที่ผมรับรู้รับทราบมาจากกรมประมง ดังนั้นเองผมยินดีนะครับ เดี๋ยวพอเราถามตอบกระทู้นี้เสร็จ ผมจะขออนุญาตขอเอกสารของท่านไปพิจารณาว่า เอกสารของท่านนั้นเอาไปกระทบกับสิ่งที่กรมประมงมี แล้วเราก็จะดำเนินการต่อไป และผมยืนยันว่า เรื่องนี้การที่เราจะไปถึงจุดที่ท่านต้องการได้ เราต้องอาศัยความร่วมมือ ในการทำงานร่วมกันทั้งภาครัฐ ทั้งภาคเอกชน แล้วก็ภาคประชาชนที่เราจะมาหาทางออกนี้ร่วมกัน นอกเหนือจากนั้นผมไม่แน่ใจคำถามที่ ๓ ท่านจะถามเรื่องอะไร เดี๋ยวผมเก็บไว้ก่อน และเดี๋ยวตอบท่านต่อ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณณัฐชา ถามเป็นครั้งสุดท้าย ท่านมีเวลาอีก ๔ นาที ๕๖ วินาที เชิญครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ก็เป็นอย่างที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าครับ เพราะว่าเราต้องการอยากจะทราบต้นต่อ วันนี้ มันเข้าใกล้มากแล้ว ผมไม่ได้บอกว่าทางบริษัทเอกชนแห่งนี้ที่ผมกล่าวเป็นผู้กระทำความผิด แต่ผมอยากจะยืนยันว่าตัวอย่าง DNA ของที่มันแพร่กระจายอยู่ทั่วประเทศ กับต้นตอนี่ ถ้ามันซ้อนกันได้ตรงเป๊ะ อันนี้ชัดเจนเราเจอต้นตอ แต่ถ้าเกิดตรวจสอบแล้วมันไม่ตรงกัน มันคนละเรื่องกัน มันเป็นการลักลอบนำเข้าหรืออะไรต่าง ๆ อย่างที่ท่านว่า ก็สามารถ ประกาศให้พี่น้องประชาชนทราบ และจะได้รู้ว่า โอเค ไม่ได้ผิดที่บริษัทเอกชน แต่ผิด ที่กรมประมงนี่ล่ะปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบนำเข้าปลาสายพันธุ์นี้มาได้อย่างไร จนส่งผลกระทบให้กับพี่น้องประชาชน เอาล่ะครับ ที่ผ่านมาเป็นอดีต วันนี้กลับมาปัจจุบัน ในคำถามสุดท้าย ต้องให้ความเป็นธรรมท่านรัฐมนตรีว่าการและท่านรัฐมนตรีช่วย ว่านี่คือ ความมืดมนในอดีตตลอดระยะเวลา ๑๔-๑๕ ปี วันนี้พี่น้องประชาชน พี่น้องเกษตรกร ฝากความหวังมาถึงผมให้ช่วยบอกท่านรัฐมนตรีว่า ช่วยเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ให้กับ พวกเขาได้หรือไม่ ๑๔-๑๕ ปีที่ดำมืด หาทางออกไม่ได้ หาต้นตอไม่เจอ และไม่มีใครเข้าไป เยียวยาช่วยเหลือ วันนี้เรามีเกษตรกรที่ประกาศขายโฉนดไปแล้วนับคนไม่ถ้วนแล้วครับ แต่สิ่งที่จะมาเยียวยาเขาได้คือ การประกาศให้ชัดว่าวันนี้จะเอาอย่างไรตั้งแต่ ๑๑ กรกฎาคม เป็นต้นไป ตั้งแต่วันนี้จะเอาอย่างไรกับปลาสายพันธุ์นี้ เช่น วันนี้กรมประมงผิดทิศผิดทาง จะอยู่กับมันก็ครึ่ง ๆ กลาง ๆ จะประกาศแปรรูปก็ครึ่ง ๆ กลาง ๆ จะรณรงค์ก็ครึ่ง ๆ กลาง ๆ จะกำจัดก็ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่รู้จะไปทางไหนต่อ ถ้าท่านประกาศว่า กำจัด ท่านก็บอกไปเลยว่า กำจัดอย่างเดียว แปรรูปไม่ได้ แต่ถ้าเกิดท่านบอกแปรรูปเมื่อไร มีการเอาไปโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ปลาอันนี้ดีอย่างโน้น ดีอย่างนี้ แล้วถ้าเกิดคนเข้าใจผิดเห็นหน้าฉลากผลิตภัณฑ์บอก ปลาสายพันธุ์นี้ดี เลี้ยงง่าย โตไว ไม่ตายเลย ไม่กินอะไรเลย เขาไปเลี้ยงทำอย่างไรครับ เพราะฉะนั้นมันครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบนี้มาโดยตลอด มันเลยระบาดเป็นทวีคูณขึ้น และผมการันตีเลยว่าถ้าไม่มีความชัดเจน วันนี้ ๑๓ จังหวัดจะกลายเป็น ๑๕ ๒๐ และกลายเป็นทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพราะฉะนั้นวันนี้อยากจะทราบชัดเจนว่า เราจะประกาศกำจัดอย่างเดียวโดยที่ประเทศไทย จะไม่รับรองปลาสายพันธุ์นี้เข้ามาอยู่ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ท่านต้องมีมาตรการที่ชัดเจน เช่น ในแหล่งน้ำธรรมชาติถ้าเจอทำอย่างไร ในแหล่งน้ำของเกษตรกรถ้าเจอทำอย่างไร แน่นอน ผมไม่สนับสนุนในการรับซื้อ ประกาศรับซื้อไม่สนับสนุนแน่นอน แต่เมื่อบ่อของเกษตรกร ที่เขาลงทุนไปแล้ว เลี้ยงกุ้งไปแล้ว เลี้ยงปูไปแล้ว เลี้ยงหอยไปแล้ว เขาลงทุน ๒๐๐,๐๐๐ ๓๐๐,๐๐๐๐ ๔๐๐,๐๐๐ เพื่อซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปลา พ่อพันธุ์แม่พันธุ์กุ้งมา แล้วปลาสายพันธุ์ นี้ลงไปจู่โจมไปกินเขาหมดบ่อ นี่สร้างความเสียหาย คล้าย ๆ Lumpy skin ท่านประธาน โรคระบาดที่มันมาระบาดในวัว สุดท้ายกรมปศุสัตว์ก็ต้องไปเยียวยาช่วยเหลือ หาวัคซีน มาช่วย อันนี้ก็เหมือนกันครับ มองให้ปลาสายพันธุ์นี้เป็นไวรัสที่กำลังไปกัดกินสัตว์น้ำที่พี่น้อง ประชาชนเลี้ยง กุ้ง หอย ปู ปลา รวมกันทั้งบ่อมูลค่าเป็นล้านเหมือนกันท่านประธาน ต้องชดเชยเยียวยาเหมือนกัน ผมไม่สนับสนุนในการรับซื้อ แต่ผมสนับสนุนว่าหากเกษตรกร ได้รับผลกระทบ วันนี้ท่านประกาศไปเลยว่าต้องช่วย ต้องประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ หรือต้อง ประกาศว่าจะต้องเยียวยาช่วยเหลือ บ่อนี้เสียหายเท่าไรท่านต้องรับผิดชอบในส่วนที่เกิด ความเสียหาย เนื่องจากว่าวันนี้หาต้นตอก็หาไป แต่เดินหน้าข้างหน้าที่จะต้องช่วยเหลือ เกษตรกร เพื่อหยุดยั้งไม่ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำต้องล้มหายตายจากไปมากกว่านี้ ท่านประธานครับ อยากจะเชิญท่านประธานไปขับรถดู ๓ สมุทร สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ขายที่เต็มเลย ขายที่เพราะอะไร ไม่มีเงินในการซื้อพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์กุ้งแล้วครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าปล่อยเป็นอย่างนี้ต่อไป เศรษฐกิจเรื่องของสัตว์น้ำท่านประธานครับ วันนี้ การค้าการขายกุ้ง หอย ปู ปลา สัตว์น้ำนี่มูลค่าปีหนึ่งหลายพันล้านบาท ทุกวันนี้พอเกษตรกร ขายไม่ได้ เลี้ยงไม่ได้ ทำอย่างไรครับ มีการนำเข้ากุ้งกุลาดำ มีการนำเข้ากุ้งขาวเข้ามา มีการนำเข้าปลากะพงเข้ามา และสุดท้ายทำอย่างไรครับ พี่น้องประชาชนก็ขาดรายได้ ก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้ เพราะฉะนั้นวันนี้เพื่อพยุงสถานการณ์ท่านประกาศเลยว่า หากพบปลาสายพันธุ์นี้ในบ่อของพี่น้องประชาชนที่ไม่ใช่แหล่งน้ำธรรมชาติและเกิด ความเสียหาย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะรับผิดชอบทุกบาททุกสตางค์ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ท่านถาม หมดเวลาพอดีนะครับ ขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตอบ เป็นครั้งสุดท้าย ท่านยังมีเวลา ๔ นาที ๕ วินาที เชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สส. จังหวัด ฉะเชิงเทรา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่างที่ผมบอกไปครับว่า ท่านผู้ถามนี่เป็นดาวสภา ถามปุ๊บหมดเวลาปั๊บพอดี นี่คือความเชี่ยวชาญที่ต้องบอกว่า หาคนจับได้ยาก ผมนำเรียนว่าในหลังจากการลงพื้นที่ของท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า และผม ที่เรามีโอกาสได้ประชุมร่วมกับ สส. ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ที่ในบริเวณจังหวัด ๓ สมุทรนี่นะครับ ผมต้องยอมรับว่ามีการล่าช้าไปนิดหนึ่ง เนื่องจากตอนแรกนี่เราจำกัด กรอบไว้ที่ ๗-๘ จังหวัด แต่เผอิญระยะหลังจากนั้นก็มีจังหวัดอื่นที่เขาเริ่มค้นพบ ปลาหมอพันธุ์นี้ เราก็เลยทำการเพิ่มจังหวัดขึ้นด้วย ในที่ประชุมในอยากให้ทุกจังหวัดไปประชุมกันก่อน ไปประชุมหาข้อสรุปมาก่อน แล้วก็นำมารวบรวมกันในที่ประชุมใหญ่ ดังนั้นเองผมก็ต้อง กราบขอโทษท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก แล้วก็พี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อนด้วย ที่การประชุมในครั้งถัดไปที่ผมจะนั่งเป็นประธานนะครับ มันก็ล่าช้าจากกำหนดนิดหน่อย ซึ่งผมนำเรียนว่าในการประชุมครั้งถัดไปเราจะประชุมในวันที่ ๑๖ กรกฎาคมนี้ ซึ่งก็คือ สัปดาห์หน้า ผมนำเรียนต่อเพื่อนสมาชิกเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องระบาดมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ จริง ๆ มันก็มีมาตรการของกรมประมงหลายมาตรการที่ทำมาอย่างต่อเนื่องบ้าง ไม่ต่อเนื่องบ้าง บางช่วงก็ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนบ้าง บางช่วงก็ทำให้พี่น้องประชาชนเขากระอักเลือด ยิ่งกว่าเดิม อันนี้ผมเป็นคนตรง ๆ อยู่แล้ว ผมก็ต้องยอมรับความจริงนะครับ มาตรการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกประกาศในการห้ามเลี้ยงสัตว์ชนิดนี้ในบ่อ รณรงค์ให้ช่วยกันจับ การประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ผมเชื่อว่ากรมประมงทำอย่างเดียวไม่ได้ ท่านกายมีผู้ติดตาม ใน Social Media มีเยอะ ผมเชื่อว่ามีเป็นล้านนะครับ ท่านก็สามารถเป็นอีกแรงหนึ่ง ในการช่วยรณรงค์ได้ ผมยืนยันว่าแนวทางการทำงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัสท่านประกาศแล้วว่า ห้ามส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์สายพันธุ์นี้ เพราะว่า ปลาหมอคางดำเป็นสัตว์ที่ทำลายระบบนิเวศไปอย่างย่อยยับเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ การที่เราจะสนับสนุนในเรื่องของการเพิ่มเงินให้กับคนที่จับได้ ผมมองว่ามันจะเป็นการที่เรา จะไปสนับสนุนให้มีการแพร่ระบาดของปลาหมอพันธุ์นี้มากยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ หรือแม้แต่กระทั่ง เราเอื้ออำนวยให้จับโดยเครื่องมือประมงต่าง ๆ ที่บางประเภทผมต้องนำเรียนด้วยความ เคารพที่กฎหมายห้ามไว้ ในส่วนของกรมประมงเราก็อนุญาตให้ใช้เครื่องมือต่าง ๆ อย่างที่ผมนำเรียนว่ากฎหมายห้าม แต่ว่าต้องอยู่ในการควบคุมของทางจังหวัด มีการเปิดจุด รับซื้อ มีการปล่อยปลาผู้ล่า ซึ่งมันก็รู้อยู่แล้วนะครับ แต่ผมนำเรียนว่าการปล่อยปลาผู้ล่า ไม่ว่าจะเป็นปลากะพงขาว ปลาอีกง ปลาม้า มันก็ช่วยอีกมิติหนึ่งก็คือปล่อยให้ธรรมชาติ มันทำลายกันเอง ซึ่งก็อย่างที่ผมนำเรียนมันได้ผลในบางที่ บางที่อาจจะได้ผลน้อยหน่อย แต่ผมยืนยันด้วยสิ่งที่พวกเราคิดในกรมประมงมันก็มีผลเหมือนกัน ที่สำคัญที่สุดครับ ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหามันทำแบบเดิม ๆ ณ วันนี้ผมสามารถ ยืนยันได้ว่า ตอนนี้ร่างของแผนปฏิบัติการในการแก้ไขปัญหาการระบาดของปลาหมอ คางดำอยู่ในมือผมแล้ว จะนำไปประชุมในคณะกรรมการการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ ในสัปดาห์หน้า ขณะนี้ผมนำเรียนว่าเราจะมีมาตรการต่าง ๆ หลายมาตรการ ๕ มาตรการ ๑๓ กิจกรรมย่อยด้วยกันในร่างฉบับนี้ ๑ ในมาตรการหรือว่า ๑ ในกิจกรรมที่กรมประมง ได้เร่งรัดทำอยู่ก็คือ การเหนี่ยวนำชุดโครโมโซม 4N ในปลาหมอคางดำ ซึ่งเราเชื่อว่าการทำให้ โครโมโซมเปลี่ยนจาก 2N เป็น 4N มันจะเป็นและผ่านกรรมวิธีอะไรต่าง ๆ ผมตอบไม่ได้ ผมไม่ใช่นักพันธุกรรม ขอนิดเดียวครับท่านประธาน มันจะทำให้โครโมโซมในปลาชนิดนี้เปลี่ยน แล้วเราก็ปล่อยลงแหล่งน้ำ ปล่อยลงทะเลไป พอมันไปผสมพันธุ์กันมันก็จะทำให้นอกจากตัวมัน เป็นหมันแล้ว มันก็จะไปทำให้เพื่อน ๆ ของมันเป็นหมันตามไปด้วย ซึ่งผมนำเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่า นี่คือการทำงานของผู้เชี่ยวชาญของกรมประมง และเรา คาดว่าปลาที่จะผ่านการปรับเปลี่ยนโครโมโซม การเหนี่ยวนำชุดโครโมโซมเป็น 4N จะกระโดดลงน้ำครั้งแรกภายในสิ้นปีนี้นะครับ ผมก็เวลาหมดแล้วครับท่านประธาน สุดท้ายแล้วผมขอบพระคุณท่านประธาน ขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกที่วันนี้ถามประโยชน์ แล้วผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะนำข้อมูลที่ท่านจะมอบให้ผม หลังจากนี้ หรือว่าข้อมูลที่ท่านถามผมไปดำเนินการต่อด้วยความรวดเร็ว ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็คุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ผู้ถาม เป็นอันว่าจบกระทู้ถามสดทั่วไป ๓ กระทู้ วันนี้กระทู้สดทั้ง ๓ กระทู้ ท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน ได้มาตอบพวกเราหมดแล้ว ต้องขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่ได้มาตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาด้วยตัวเอง แล้วก็ทำให้พี่น้องประชาชน ได้รับประโยชน์ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับประชาชนคนรักแม่กลอง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งมาฟังการประชุมอยู่ชั้นบน ตอนนี้ลุกขึ้นออกไปแล้วนะครับ🔗

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗

เรื่อง ระบบน้ำประปาสำหรับอุปโภคและบริโภค นายพลากร พิมพะนิตย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

เนื่องจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คุณทรงศักดิ์ ทองศรี ซึ่งได้รับมอบหมายให้มาตอบ กระทู้ถามที่ ๑.๒.๑. แทนนั้นติดภารกิจที่สำคัญ จึงขอเปลี่ยนแปลงเอากระทู้ถามที่ ๑.๒.๒. ท่านวิรัช พิมพะนิตย์ ถามนายกรัฐมนตรี ขึ้นมาถามก่อน ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้องก็จะดำเนินการไปตามนี้นะครับ🔗

๑. เรื่อง ตรวจสอบระบบยืนยันตัวตนผู้โดยสาร (PVS : Passenger Validation System) นายวิรัช พิมพะนิตย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบแทน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม คุณมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามนี้แทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ท่านรัฐมนตรีช่วยมนพรได้มาพร้อมที่จะตอบแล้วนะครับ จึงขอเชิญคุณวิรัช พิมพะนิตย์ ได้ถามเลยครับ🔗

นายวิรัช พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม วิรัช พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรค เพื่อไทย เขต ๑ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้สนใจในปัญหากระทู้ของกระผม โดยมอบให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ มนพร เจริญศรี มาตอบกระทู้ ท่านประธานที่เคารพครับ คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าในระบบ ดิจิทัลทำให้ระบบสนามบินต้องใช้เป็น Airport Digital เพื่อพัฒนาสนามบิน เพื่ออำนวย ความสะดวก เพื่อดูแลผู้โดยสาร เพื่อความปลอดภัยและสิ่งต่าง ๆ ในสนามบิน แต่วันนี้ กระผมขอพูดถึงระบบ PVS หรือระบบตรวจสอบยืนยันตัวตนของผู้โดยสาร ท่านประธาน ที่เคารพ ท่านเดินทางบ่อย สส. ทุกท่านเดินทางบ่อย ผมจะต้องเดินทางกลับวันศุกร์ แล้วก็มาในวันจันทร์ ใช้การโดยสารของสายการบินต่าง ๆ เป็นประจำ ท่านสังเกตไหมครับว่า วันหนึ่งเมื่อสัก ๒ ปีที่แล้วเราจะต้องเดินเข้าไปที่สนามบิน ถ้าเป็นสนามบินดอนเมือง ท่านจะต้องไปตรวจบัตรพร้อมกับตั๋วโดยสารก่อน แล้วก็เอาไปแตะในเครื่องที่ว่ายืนยันตัวตน เสร็จแล้วถึงจะเข้าไป แล้วก็ไปตรวจอุปกรณ์ของติดตามตัว เสร็จแล้วเวลาจะขึ้นเครื่องก็ต้อง ตรวจบัตรโดยสารอีกรอบหนึ่งกับตั๋วอีกรอบหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุเกิดก็คือวันนี้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ทอท. หรือ AOT ได้จ้างบริษัทเอกชนบริษัทหนึ่ง ให้เขามาลงทุน เงินประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทถ้าจำไม่ผิดนะครับ เพราะขอสัญญาเขา ไม่เคยให้เพื่อว่าจะได้ยืนยันตัวตนของผู้โดยสาร แต่ที่จริงแล้วไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเลย เหตุการณ์นี้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ โดยคำนวณ Terminal ต่าง ๆ ว่าจะมีผู้โดยสารทั้งประเทศเท่าไร เสร็จแล้วก็กำหนดขั้นต่ำไว้ไม่ต่ำกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าผู้โดยสารไม่ครบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ตกลงกันไว้ AOT จะต้องเป็นคนจ่าย แต่ถ้าเกิน ๑๑๐ เปอร์เซ็นต์ AOT ไม่ต้องจ่ายเงิน แต่ส่วนที่จ่ายที่เจ็บปวดที่สุดคือ ผู้โดยสารเองจะต้องควักเงิน ๓๕ บาทบวกด้วยค่าโดยสาร บวกด้วยค่าบัตรโดยสารจ่ายให้กับเครื่องตัวนี้ให้เอกชนรายนี้ ผมไม่ได้ติดใจ ไม่ได้มีอคติ ต่อผู้ใด ไม่ได้มีอคติต่อหน่วยงานใด ไม่ได้มีอคติต่อผู้รับจ้างใด แต่ผมเดินทางมาปี ๒ ปี ๓ ปี มาคิดถึงคำหนึ่งบอกว่า สส. คือตัวแทนของปวงชนชาวไทย วันนี้เราเจอในสภาพที่ต้องไปแตะแล้วเสียเงิน แตะชาวบ้านเสียเงินเกือบ ๒-๓ ปีแล้ว ถามว่า วันนี้มันคุ้มค่ากับที่ชาวบ้านจะต้องเสียเงิน ถ้าเสียเงินแล้วก็สามารถผ่านเข้าไปทุกที่ สะดวก ปลอดภัย รวดเร็วไม่เป็นไรครับ แต่วันนี้เสียเงิน ท่านรู้ไหมครับ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ AOT นี่เก็บประจำกับผู้โดยสารทุกคน คนละ ๑๐๐ บาทอยู่แล้ว ๑๐๐ บาทนี่ต้องเสียอยู่แล้ว ก็ไม่ว่านะครับ บวกในค่าโดยสาร บวกในค่าอะไรไปนี่ เพราะเราจะต้องใช้ห้องน้ำ เราต้องใช้ อุปกรณ์ความสะดวก รักษาความปลอดภัย ๑๐๐ บาทรับได้ครับ แต่เสีย ๓๕ บาทผมถามว่า วันนี้มันได้ประโยชน์อะไรกับที่ท่านเอื้อประโยชน์หรือเปล่า แล้วการที่เสีย ๓๕ บาททำไม AOT มีฐานะมั่นคงอยู่แล้ว ได้ ๑๐๐ บาทจากประชาชนอยู่แล้วทำไมไม่ลงทุนเองครับ ทำไม จะต้องไปให้คนอื่นมากินเงินของราษฎร กินเงินของประชาชน สายการบินต่าง ๆ ก็โวยวาย ปัจจุบันสายการบินจะไม่ยอมจ่าย สุดท้าย AOT ต้องแบกภาระ แล้วสัญญานี้มีกำหนด ผมทราบว่าประมาณ ๑๐ ปี แล้วไม่สามารถยกเลิกได้ด้วย ผมก็เพิ่งเห็นในโลกว่าสัญญา ยกเลิกไม่ได้ จึงถามท่านนายกรัฐมนตรีผ่านไปที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมว่า วันนี้เราจะอยู่ในสภาพที่จะต้อง วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีขึ้นมาพูดบอกจะโปร่งใส และตรวจสอบได้ อย่างนี้โปร่งใสหรือครับ วันนี้ผมบอกว่าเงินมันต้องเอาคืนนะครับ คืนให้ราษฎร ๓๕ คูณกี่ปี คูณจำนวนกี่เดือน ต้องคืนให้ราษฎร ถ้าไม่คืนผมไม่ยอม วันนี้ มันจะต้องทำอะไรให้มันโปร่งใสและยุติธรรม ก็จะถือโอกาสถามไปก่อน🔗

๑. สายการบินมีระบบนี้อยู่แล้ว มีระบบตรวจสอบผู้โดยสารอยู่แล้ว แล้วทำไมจะต้องทำอีกครับ🔗

๒. AOT ทำไมไม่ลงทุนเอง ทั้ง ๆ ที่มีงบประมาณมากมายอยู่แล้ว มีจ่ายโบนัส จ่ายอะไรได้สนามบินดี ๆ อยู่แล้ว🔗

๓. ได้แจ้งให้ผู้โดยสารทราบหรือไม่ว่า มีการเก็บเงินค่าธรรมเนียมนี้เป็นการ เพิ่มภาระให้ผู้โดยสาร🔗

๔. เรียกเก็บค่า ๓๕ บาทผ่านอนุมัติจากหน่วยงานใด🔗

๕. ระยะสัญญา ๑๐ ปีเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน เลยจุดคุ้มทุนไปมาก เอาหลักเกณฑ์อะไรมาวัด ผมจะถามแค่นี้ก่อน แล้วจะถามต่อท่านรัฐมนตรีด้วยความเคารพครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คุณวิรัชครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมตอบครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีในประเด็นคำถามของท่านวิรัช พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย เรื่องของการตรวจสอบระบบ ยืนยันตัวตนผู้โดยสาร หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า PVS ก็คือ Passenger Validation System เป็นคำถามของท่านสมาชิก ดิฉันเห็นว่าคำถามที่ท่านถาม แล้วท่านอารัมภบทท่านใช้เวลาไป เกือบ ๖ นาที ซึ่งคำถามของท่านมีอยู่ประมาณ ๖ คำถาม แต่ว่าแตกต่างจากคำถามที่ท่านยื่น กระทู้ถามทั่วไป แต่ดิฉันจะตอบรวบกับประเด็นคำถามของท่าน เพื่อให้ท่านได้หายสงสัย แล้วก็ได้มีโอกาสได้สื่อสารเหล่านี้ไปถึงพี่น้องประชาชนว่า เรื่องของความคุ้มค่าด้วย ดิฉัน ขอสไลด์เพื่อให้พี่น้องประชาชน สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้เห็นภาพว่าเครื่องยืนยันตัวตน ของผู้โดยสารมีหน้าตาอย่างไร ขึ้นสไลด์ให้เห็นภาพว่าหน้าตาของเครื่องยืนยันผู้โดยสาร เป็นอย่างไรนะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

หลายท่าน อาจจะไม่ได้เดินทางไปที่สนามบิน หลายท่านอาจจะเห็นในภาพต่าง ๆ นี่คือหน้าตาของ ระบบยืนยันตัวตนของผู้โดยสารท่านประธาน ระบบยืนยันตัวตนของผู้โดยสารนี่เป็น ส่วนหนึ่งของกระบวนการการให้บริการของผู้โดยสารที่ขึ้นเครื่องบิน ซึ่งนำมาใช้ในการ ตรวจสอบข้อมูลว่า การเดินทางผู้โดยสารนั้นจะต้องเข้าไปในบริเวณช่องของผู้โดยสารที่ระบุ ตาม Gate นั้น ๆ ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีเขตหวงห้าม ซึ่งเราต้องรักษาความปลอดภัยของผู้โดยสารในทุกมิติ ซึ่งบริเวณเขตหวงห้าม เราก็จะไม่ให้ผู้โดยสารเข้าไปในบริเวณนั้น ซึ่ง ทอท. ได้พิจารณา และเห็นว่า การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของความปลอดภัย ผู้โดยสารของท่าอากาศยาน แล้วก็จะช่วยเรื่องของการคัดกรองผู้โดยสาร ซึ่งการเข้าไป ในพื้นที่แต่ละพื้นที่ในบริเวณอาคารผู้โดยสารนั้น เราจะต้องมีการตรวจสอบว่ามีใครเข้าออกบ้าง อย่างไร เพราะว่าผู้โดยสารมีเป็นจำนวนมาก ยิ่งในช่วงของเทศกาลที่ผู้โดยสาร ต้องเดินทางเข้าออกในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งดิฉันขอยกตัวอย่างว่า ถ้าผู้โดยสาร ในกรณีที่ท่านเดินทางไปภายในประเทศ ท่านก็จะไม่สามารถเข้าไปในช่องทางออกผู้โดยสาร ระหว่างประเทศได้ เนื่องจากเงื่อนไขในบัตรโดยสาร หรือข้อมูลการบินเป็นการเดินทาง ภายในประเทศค่ะ🔗

ท่านประธานที่เคารพคะ ต่อมาว่าการตรวจสอบบัตรโดยสารที่หลายท่าน อาจจะคุ้นเคย ซึ่งเป็นการตรวจบัตรโดยสารโดยแสดงอัตลักษณ์ของบุคคล หรือว่าข้อมูล เที่ยวบิน และเวลาตรงกับเที่ยวบินที่ท่านผู้โดยสารเดินทางในเที่ยวบินนั้นจริงหรือไม่ ซึ่งระบบเหล่านี้จะอยู่ในระบบของระบบสารสนเทศของท่าอากาศยาน หรือเป็นการ สนับสนุนการบริการของท่าอากาศยานที่เวลาเกิดอุบัติเหตุ หรือว่ามีบุคคลแปลกปลอมเข้าไป วินาศกรรม เราก็จะสามารถเก็บข้อมูลเหล่านี้ในระบบสารสนเทศของท่าอากาศยานนะคะ แต่เมื่อระบบเหล่านี้ไม่มีการยืนยันตัวตนจริงตามจุดต่าง ๆ นั่นหมายถึงว่า เป็นการช่วยลด ความหนาแน่นของผู้โดยสาร แล้วก็จะส่งให้การไหลเวียนของผู้โดยสาร อย่างกรณี ท่านสมาชิกบางท่านที่เดินทางช่วงเช้าหนาแน่นมาก นั่นก็คือจะลดความหนาแน่น ของผู้โดยสาร ทำให้เกิดการคล่องตัว และดำเนินการช่วยลดบุคลากรประจำจุดตรวจนั้น ๆ เดิมทีท่านอาจจะเห็นเจ้าหน้าที่ ๒-๓ ท่าน หรือหลาย ๆ ท่านที่ยืนอยู่ประจำจุดตรวจ แต่เมื่อเราใช้เครื่องยืนยันตัวตนผู้โดยสารนี้ ก็จะเป็นการลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของการจ้าง บุคลากร เมื่อการลดค่าใช้จ่ายในการจ้างบุคลากร นั่นก็หมายถึงเป็นการลดค่าจ้าง ค่าตอบแทน ทางรัฐวิสาหกิจ ทาง ทอท. ก็ได้ประโยชน์ในการนำเงินนี้มาก่อสร้างสิ่งจำเป็น สิ่งอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป ท่านประธานที่เคารพคะ ปัจจุบันนี้ ทอท. ได้นำเทคโนโลยีนี้เข้ามาใช้ตรวจสอบโดยเพิ่มเติมในหลาย ๆ ท่าอากาศยาน ซึ่งสอดคล้อง กับแนวคิดของการใช้งานที่เราบอกว่า ระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็คือยืนยันผู้โดยสาร เรียกว่า PVS เพิ่มเรื่องของระบบ One ID ซึ่งของสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ เขามีระบุไว้ว่า ทอท. จะต้องมีระบบนี้ ซึ่งระบบยืนยันนี้จะเป็นระบบที่คัดกรองให้ผู้โดยสาร ลดลงจากเดิม เพราะว่าถ้าเราใช้เจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบ ๑ ท่านในระบบที่ท่านเดิน เข้าไปปุ๊บ ผู้โดยสาร ๑ คนจะใช้เวลา ๑๐-๑๕ นาที แต่ถ้าเราใช้ระบบยืนยันนี้จะสามารถ ลดระยะเวลาจาก ๑๐-๑๕ นาที เหลือเพียง ๒-๓ นาทีต่อผู้โดยสาร ๑ ท่าน ซึ่งจากการนำ ระบบนี้มาใช้ก็จะส่งผลให้ผู้โดยสารเกิดความพึงพอใจในการรับบริการที่รวดเร็ว แล้วก็ สะดวกสบาย ถูกต้องและแม่นยำ มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากลนะคะ🔗

ต่อมาค่ะท่านประธาน จากประสิทธิภาพของระบบที่กล่าวมาข้างต้น เราก็จะเห็นว่ามีการนำมาใช้ประโยชน์ในการตรวจสอบคัดกรองแล้ว นอกจากการตรวจสอบ การคัดกรองแล้ว ยังรวมไปถึงความปลอดภัยในพื้นที่หวงห้าม ซึ่งดิฉันกราบเรียนตั้งแต่แรกว่า การปฏิบัติการของระบบการตรวจสอบความปลอดภัยนั้น ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ของการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือว่า ICAO และแผนการรักษาความปลอดภัย ของการบินพลเรือนแห่งชาติด้วย ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ตลอดจน อำนวยความสะดวกทั้งผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ แล้วก็ผู้โดยสารภายในประเทศ อย่างที่ดิฉันได้นำเรียนเบื้องต้นนะคะ🔗

ต่อมาค่ะท่านประธานที่เคารพ ไม่เพียงแต่ความคุ้มค่าของการลงทุนในระบบนี้ เท่านั้น ยังส่งถึงประสิทธิภาพว่าประสิทธิภาพของการบริการเหล่านี้ จะนำไปถึงประสิทธิภาพ ของการบริหารจัดการที่มีประโยชน์ทรัพยากรบุคคล แล้วก็ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ จะเห็นว่าการพึงพอใจของผู้บริการ นอกจากอาคารสถานที่แล้ว ระบบที่มีความปลอดภัยแล้ว การบริการของพนักงานแล้ว นั่นก็คือ ทอท. ได้สอดรับกับนโยบายของ Aviation Hub ของรัฐบาลที่เราจะมีการผลักดันให้กับสายการบิน หรือว่าสนามบินเป็นศูนย์การบิน ของภูมิภาค โดยเราตั้งเป้าติดอันดับ ๑ ใน ๒๐ ของโลกภายใน ๕ ปี แล้วก็สามารถรองรับ ผู้โดยสารทั้งประเทศ ปีละประมาณ ๑๕๐ ล้านคนค่ะ🔗

ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นคำถามของท่านสมาชิกในเรื่องของความคุ้มค่า ของการลงทุน ดิฉันขออนุญาตตอบไป ๑ คำถามของท่านสมาชิกที่ท่านได้คำถามไว้ในคำถาม ทั่วไปของเอกสารที่ท่านยื่นต่อประธานสภาว่า ระบบของการยืนยันตัวตนนี้เป็นส่วนหนึ่ง ของกระบวนการของการคัดกรองผู้โดยสารที่ขึ้นเครื่องบิน แล้วท่านบอกว่าไม่คุ้มค่า ก็ขออนุญาตนำเรียนว่า รูปแบบของการลงทุนดังกล่าวจะเป็นรูปแบบสัญญาที่ให้สิทธิ และสัมปทาน แต่เป็นรูปแบบสัญญาของการจ้างเหมาบริการโดย ทอท. ได้ดำเนินการสรรหา วิธีการคัดเลือกตามขั้นตอนของกรมบัญชีกลาง โดยได้เชิญผู้ที่เข้ามาสู่ระบบการประมูล หรือว่า Service Provider จำนวน ๓ ราย ซึ่งผู้รับจ้าง หรือ Provider ๓ รายนี้จะต้องมี ผลงานที่ให้บริการการท่าอากาศยานมาก่อน ซึ่งการท่าอากาศยานเหล่านั้นต้องมีพื้นฐาน ในการให้บริการอย่างน้อย ๔๕ ล้านคน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้กล่าวอ้าง หรือว่ายกขึ้นมาลอย ๆ เป็นการอ้างอิงข้อมูลสถิติของสภาสมาคมท่าอากาศยานระหว่างประเทศ หรือ ACI ท่านประธานที่เคารพคะ นอกจากนั้นการจัดหาผู้รับจ้างเหล่านี้ของ ทอท. ก็ยังมีการแข่งขัน ที่มีความเป็นธรรม แล้วก็เป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุ ภาครัฐ ปี ๒๕๖๐ และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างของกรมบัญชีกลาง🔗

ท่านประธานคะ คำถามของท่านสมาชิกได้มีความห่วงใย เรื่องของการ เปิดเผยข้อมูล เรื่องของความโปร่งใสในการหาผู้รับจ้างเอง สำหรับการเปิดเผยข้อมูล สัญญา เหล่านี้เราก็ให้สิทธิและสัมปทาน แล้วก็สามารถเผยแพร่ต่อสาธารณะ พี่น้องประชาชน สามารถตรวจสอบได้ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งถ้าท่าน สมาชิกต้องการเอกสารเหล่านี้ ท่านก็สามารถหาได้จากหน่วยงาน แล้วก็เปิดเผยข้อมูล จนกระทั่งวันนี้ทางผู้รับจ้างก็ได้บริการระบบนี้ให้กับพี่น้องประชาชน ในการไปใช้บริการ ของท่าอากาศยานค่ะ ขออนุญาตอธิบายความต่อว่า ในกรณีที่สัญญาสัมปทานเป็นลักษณะ สัญญาผูกขาด เป็นลักษณะที่ตัดตอนหรือว่าสัญญาร่วมทุนกับเอกชน ในการจัดทำบริการ สาธารณะ ซึ่ง ทอท. ก็อย่างที่นำเรียนว่า มีการเปิดเผยข้อมูลแล้วก็อย่างที่นำเรียนว่า ทุกขั้นตอนได้มีการกระทำการดำเนินการตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการสรรหาผู้รับจ้าง แล้วก็ เปิดเผยต่อสาธารณะผ่านการตรวจสอบ หรือว่าไม่มีการอุทธรณ์ใด ๆ ต่อกรมบัญชีกลาง จนกระทั่งจัดหาผู้รับจ้าง ก็ขอนำเรียนเรื่องความห่วงใยของท่านสมาชิก ที่มีความห่วงใย เรื่องของกระบวนการที่บอกว่า ไม่โปร่งใส แล้วก็คุ้มค่าในการลงทุนของโครงการนี้ ขออนุญาต ตอบคำถามของท่านสมาชิกใน ๒-๓ ประเด็นคำถาม นอกจากนั้นแล้วดิฉันก็ขอน้อมรับ ในประเด็นคำถามต่อไปของท่านสมาชิกค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณวิรัช ได้ถามเป็นครั้งที่ ๒ ครับ🔗

นายวิรัช พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

ท่านประธานที่เคารพครับ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยนะครับ ด้วยความที่ผูกพันถือว่าพี่คนหนึ่ง แต่ที่ผ่านมาไม่ได้ใช้เลยครับ ที่ว่ายืนยันตัวตนเพิ่งได้เห็น ๒ เดือนครับ มีบริษัทเอกชนไปยืนอยู่ช่องหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ใช้ ใช้แล้วก็ใช้ไม่ได้ ถามว่า คุ้มทุน AOT เก็บ ๑๐๐ บาทแล้ว ยังมาเก็บซ้ำซ้อนจากประชาชนอีก ๓๕ บาท ยุติธรรมแล้วหรือครับ สัญญาโปร่งใสแต่เป็นสัญญาที่ระบบผูกขาด เพราะว่าอะไร ถ้าขาดทุน AOT จ่ายให้ วันนี้ไม่ต้องนาย ก. นาย ข. ก็ไปลงทุนได้ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่มี ทางขาดทุนครับ เพราะว่าถึงวันปึ๊บ ถ้ารายได้ต่ำ มีโควิด มีอะไรถามว่า AOT จ่ายจนอานครับ ผมอยากทราบ กับรัฐมนตรีว่า จริง ๆ ขอถามจะเป็นเบื้องหลังก็ได้ว่า ตอนนี้จ่ายเขาไปแล้วเท่าไร ตั้งแต่ หลายปีมานี้แต่ระบบยังใช้ไม่ได้อยู่เลย วันนี้ถ้าคิดว่าดีจริงยื่น ป.ป.ช. ครับ ยื่นทุกอย่าง ที่โปร่งใส ตรวจสอบดูครับ ผมทราบว่าอาจจะทำมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่สมัยที่ก่อนแล้ว แล้วก็มีอำนาจที่มองไม่เห็น ใช้อำนาจตัวนี้บ้าง เขาเรียกว่าอย่าว่านั่นเลยครับ เท้าช้าง เหยียบปากมดครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เอาให้มันโปร่งใส เอาให้มันดูแล ถามว่าราษฎรนี่ตอนนี้ ตั๋วเครื่องบินก็แพงอยู่แล้ว ยังมาบวกเข้าไป บวกเข้าไป จะเอารวยไปถึงไหนส่วนราชการ ๑๐๐ บาท เอาไปก็ไม่ว่าหรอกครับ แต่ว่าที่เหลือ ๓๐ กว่าบาทงดเก็บเสีย ยกเลิก ไม่ต้องทำแล้วครับ ถ้าทำให้ AOT ทำเองครับ สัญญายกเลิกได้ไหมครับ ก็ยกเลิกไม่ได้ เพราะผูกพันตัวเองไว้ จนมากมาย วันนี้ผมบอกว่า ผมไม่ได้มีประโยชน์ส่วนใดไม่ได้มีอะไรเลย แต่เป็นแค่ผู้โดยสาร ที่นั่งฟังสายการบินโทรมาปรึกษามาบอกว่า ไม่ยุติธรรมสำหรับเขาที่มาบวกเขา ตอนนี้ เขารวมกันแล้วไม่จ่ายแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งหนึ่งที่ความปลอดภัยกับชีวิตและทรัพย์สิน และการเดินทางผมเห็นด้วยครับท่านรัฐมนตรี ด้วยความเคารพนะครับก็ขอให้ท่านรัฐมนตรี ลองดูสิว่าวันนี้เราจ่ายเงินกินเปล่าในระบบที่ยังใช้ไม่ได้อยู่นี่ไปเท่าไรแล้ว มันคุ้มค่ากับภาษี ประชาชนหรือเปล่า ด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมครับ เชิญครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ขอบพระคุณค่ะ สำหรับคำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เรื่องของการเรียกเก็บของการบริการต่อภาครัฐ และเอกชนที่ได้ร่วมใช้ระบบดังกล่าว ท่านพูดถึงคำถามว่า ใช้เงินไปเท่าไร ส่วนคำถามนี้ ดิฉันขอส่งเป็นเอกสารให้ท่านในภายหลัง ส่วนเรื่องของประเด็นทั้งความเหมาะสม มากน้อยเพียงใด รวมถึงรายได้ที่รัฐส่งเสริม ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานไปยังท่าน สมาชิกว่า ทอท. มีการคำนวณต้นทุนระบบของการบริการผู้โดยสาร เวลาจะขึ้นเครื่อง เราก็มีการนำระบบนี้มาใช้งานว่าความรับผิดชอบของ ทอท. ขออนุญาตนำเรียนว่า ความรับผิดชอบของ ทอท. มีอยู่ ๖ แห่ง แห่งแรกคือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยาน ดอนเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยาน แม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ท่านประธานที่เคารพคะ การคิดคำนวณต้นทุนเหล่านี้ ได้คิดการบริการรายละเอียดต้นทุนที่เกี่ยวข้องในการบริการ โดยกำหนดเรียกเก็บในอัตรา ที่เหมาะสม ที่ผ่านมาทาง ทอท. มีการเรียกเก็บบัตรผู้โดยสารขึ้นเครื่องหรือว่า Boarding Destination Fee จากผู้โดยสารขาออกในอัตรา ๓๐ บาทต่อผู้โดยสาร ซึ่ง ทอท. เรียกเก็บ ทุกสายการบินที่ทำการบินในแต่ละประเทศของท่าอากาศยาน ไม่ใช่เรียกเก็บของสายการบินใด สายการบินหนึ่งเท่านั้น ซึ่งต่อมาสิ่งที่ท่านได้มีความห่วงใยเรื่องของการเรียกเก็บ สถาบัน การบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้นำค่าใช้จ่ายบริการระบบมารวมเป็นต้นทุน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ของค่าบริการผู้โดยสารขาออก ซึ่งการคำนวณรายละเอียดของสัญญาจ้างในระบบ ในแต่ละท่าอากาศยานมีต้นทุนค่าจ้างให้บริการระบบ ซึ่งผู้โดยสารขาออกต้องปฏิบัติตาม เงื่อนไขของสัญญา แล้วก็ต้นทุนค่า Counter Check In ต้นทุนของอัตลักษณ์ที่ผู้โดยสาร เดินทางเข้าออกตามแต่ละสถานที่ ตามแต่ละท่าอากาศยาน ซึ่งเราต้องบอกว่าต้นทุน เหล่านี้ไปอยู่ที่ไหน ซึ่งเป็นค่าต้นทุนค่าตอบแทนจากการใช้ประโยชน์ในที่ดินราชพัสดุ ของแต่ละท่าอากาศยาน ท่านก็จะเห็นว่าบางที่ของท่าอากาศยานเรายังต้องใช้ที่ดิน ของราชพัสดุอยู่ อันนี้คือค่าตอบแทนให้กับส่วนของที่จะต้องไปจ่ายค่าเช่าให้ที่ราชพัสดุ นอกจากนั้นก็จะเป็นค่าตอบแทนให้สายการบิน ในเรื่องของการเรียกเก็บอัตรา แล้วก็ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเรื่องนี้ดิฉันก็ได้นำเรียนว่า ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ปี ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา ผู้โดยสารภายในประเทศจากเดิมเก็บ ๑๐๐ บาท แล้วเราก็มาเก็บเพิ่มต่อผู้โดยสารเป็น ๑๓๐ บาท เพิ่มขึ้นโดยการนำค่า Boarding Destination Fee มารวมด้วย ซึ่งต่อมาเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศจาก ๗๐๐ บาท ก็เพิ่มเป็น ๗๓๐ บาท ท่านประธาน ที่เคารพคะ ทอท. เก็บเงินเหล่านี้มา เงินเหล่านี้ไม่ได้ไปตกกระเป๋าใคร เงินเหล่านี้ไม่ได้หาย ไปไหน ทอท. เป็นรัฐวิสาหกิจในรูปแบบของจำกัดมหาชน มีการส่งเงินรายได้ภาษีนิติบุคคล ตามที่กฎหมายสรรพากรกำหนด ซึ่งปัจจุบันนี้ภาษีเงินได้เหล่านี้ในอัตราร้อยละ ๒๐ ของกำไรสุทธิ ซึ่ง ทอท. จะต้องนำรายได้เหล่านี้ไปที่ไหนบ้างคะ ท่านอาจจะมองว่า ทอท. ได้กำไรเยอะแล้วเอาสตางค์เหล่านี้ไปไหน ประชาชนได้ประโยชน์อะไร ต้องดูว่าการที่เรามี ท่าอากาศยานดี ๆ มีสถานที่พร้อมเพรียง เทคโนโลยีที่ทันสมัย ความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร นั่นก็คือตัวหนึ่งที่เป็นตัวที่จะต้องรองรับเรื่องของนักท่องเที่ยวตามนโยบายของท่าน นายกรัฐมนตรี ถามว่าเงินเหล่านี้ไปไหนบ้าง ดิฉันก็จะยกตัวอย่างคร่าว ๆ ว่า เงินเหล่านี้ เรามีโครงการ มีนโยบายที่จะปรับปรุงในสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของลานลู่วิ่ง เรื่องของ อาคารทันสมัย ห้องน้ำ แล้วก็สิ่งอำนวยความสะดวก ที่พักผู้โดยสาร รวมถึงการบริการ ของร้านค้าที่พี่น้องสามารถไปนั่งรอพักในระหว่างที่รอขึ้นเครื่อง ดิฉันก็ขออนุญาต นำภาพของโครงการที่ท่านถามบอกเงินเหล่านี้ไปไหน แล้วประชาชนได้ประโยชน์อะไรนะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

เราก็ยังมี โครงการดี ๆ ที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ต่อสิ่งแวดล้อม ต่อพี่น้องประชาชน ซึ่งกำไรเหล่านี้ นอกจากตอบแทนผู้ถือหุ้นแล้วยังกลับคืนไปสู่สังคม ในแผนงานของปี ๒๕๖๗ เราก็มี กิจกรรมในเรื่องของโครงการมอบเงินสนับสนุนสร้างโรงเรียน ตชด. ๗ แห่ง แล้วก็โครงการ ในเรื่องของจิตอาสา โครงการในเรื่องของมวลชนสัมพันธ์ นอกจากนั้นเราก็ยังมีโครงการ มอบทุนการศึกษาให้มูลนิธิต่าง ๆ ในปีนี้เรายังมีโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสครบรอบ ๗๒ พรรษา ซึ่งกิจกรรมดี ๆ เหล่านี้ ท่านประธานที่เคารพคะ เราเองได้เห็นการทำงานของ ทอท. ได้เห็นพี่น้องประชาชนมาใช้ บริการของท่าอากาศยาน แน่นอนค่ะ ในประเด็นของความห่วงใยที่ท่านสมาชิกพูดถึง ความไม่โปร่งใส ความคุ้มค่าในการลงทุนของระบบนี้ ดิฉันจะนำข้อหารือความห่วงใย ของท่านสมาชิกนำไปบอกกล่าวให้กับหน่วยงาน ทอท. แล้วก็จะสร้างมาตรฐานของ ท่าอากาศยาน สร้างมาตรฐานของสายการบินของประเทศอยู่ในอันดับต้น ๆ อย่างที่นำเรียนว่า เราจะต้องสร้างมูลค่าเพิ่มทางด้านการท่องเที่ยวของเรา ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาสนามบิน พัฒนาเรื่องของสายการบินเข้าไปสู่ Aviation Hub ตามนโยบายของท่าน นายกรัฐมนตรี ภายใต้การกำกับดูแลของท่านรองนายกรัฐมนตรีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอถือโอกาสตอบคำถามของท่านสมาชิกค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

(การประชุมดำเนินการมาถึงตอนนี้ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ เป็นอันเสร็จกระทู้ถามนะครับ เชิญครับท่าน🔗

นายวิรัช พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

ท่านประธานที่เคารพครับ ได้ฟังคำตอบ แต่จริง ๆ มันก็ไม่ตรงคำถาม เพราะว่าอะไร ผมอยากถามว่าเงิน ๓๐ บาท ไม่เก็บได้ไหม เพราะจริง ๆ เป็นภาระของประชาชน ถามว่า ๓๐ บาทอาจจะดูไม่มาก แต่ถ้าถามว่าวันนี้ ทั้งประเทศเกือบ ๙๐ ล้านเที่ยวต่อเดือน มันก็เป็นเงินมากอยู่นะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ขอบคุณกระทรวงคมนาคม ผมก็อยู่พรรคเพื่อไทยไม่ใช่ฝ่ายค้านนะครับ ก็ชื่นชมครับ แต่ว่าก็สิ่งหนึ่งความถูกต้องก็ต้องมี ผมอยากให้สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น วันนี้อันไหน กำไร AOT เอาไปหมด วันนี้ก็ฝากรัฐมนตรีกับฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หน่อยครับ ฝากท่านนายกรัฐมนตรี สนามบินอื่นที่เป็นของท่าอากาศยานช่วยพัฒนาให้ดี หน่อยครับ ไม่ใช่ว่าวันนี้พอจังหวัดอุดรธานีตอนนี้มีโครงการ ทอท. จะเอาของจังหวัด อุดรธานีไป จะเอาของจังหวัดบุรีรัมย์ไป จะเอาของจังหวัดกระบี่ไป ผมบอกว่าวันนี้ของดี ๆ เหลือไว้ให้ท่าอากาศยานบ้างเถอะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ ผมขอบคุณในคำตอบแต่ก็ยังติดใจอยู่ เพราะฉะนั้นวันนี้ขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยกรุณา ส่งสัญญา เพราะว่าวันนี้คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน ของสภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว ผมจะได้ ตรวจสอบ แล้วก็จะรายงานผลให้ท่านรัฐมนตรีทราบว่า สิ่งต่าง ๆ ถูกต้องหรือผิด ขอบคุณ อีกครั้งหนึ่งครับด้วยความเคารพ สวัสดีครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ผมขอเข้าสู่กระทู้ต่อไปเลยนะครับ🔗

๒. เรื่อง ระบบน้ำประปาสะอาดสำหรับอุปโภคและบริโภค นายพลากร พิมพะนิตย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถาม เรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ติดภารกิจสำคัญ จึงมอบหมายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ ถามแทน ซึ่งท่านประจำที่แล้วนะครับ ขอเชิญท่านพลากร พิมพะนิตย์ ครับ🔗

นายพลากร พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพลากร พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาในกระทู้วันนี้ต้องขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ถามนี้เข้าสู่ ที่ประชุมในวันนี้ และขอขอบคุณท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง มหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ที่ได้สละเวลามาตอบกระทู้ในวันนี้ ท่านประธานครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอยางตลาดและอำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับปัญหาระบบน้ำประปาทรุดโทรมใช้การไม่ได้ เนื่องจากใช้งานมามากกว่า ๒๐ ปี แม้จะมีการปรับปรุงซ่อมแซมอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่สามารถ ให้บริการพี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมได้สรุปปัญหาของพี่น้องประชาชน ในรอบนี้มาได้ ๓ ประเด็นหลัก ๆ ครับท่านประธาน ปัญหาแรกคือ อายุการใช้งานครับ บางหมู่บ้านใช้งานระบบน้ำประปาอันเดิมมากกว่า ๔๐ ปี อายุมากกว่าเพื่อนสมาชิกบางท่าน อีกนะครับท่านประธาน หรืออายุที่ใช้งานน้อยที่สุดคือ ๑๘ ปีก็มีสิทธิเลือกตั้งแล้วครับ ท่านประธาน ส่งผลให้เกิดการชำรุดทรุดโทรม ผุ กร่อน ขึ้นสนิม บางจุดที่เป็นหอถัง โครงเหล็ก พี่น้องประชาชนก็กังวลว่าจะพังลงมาในสักวันหนึ่ง ระบบกรองน้ำใช้การไม่ได้ ดูจากภาพได้ครับท่านประธาน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายพลากร พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

เช่น บ้านหนองกุง หมู่ ๑๓ ตำบลหัวงัว อำเภอยางตลาด บ้านหัวนาคำ หมู่ ๔ ตำบลเหล่ากลาง อำเภอฆ้องชัย บ้านหนองบัวนาดี หมู่ ๗ ตำบลหนองตอกแป้น อำเภอยางตลาด ทั้งหมดนี้พี่น้องประชาชนต้องรวบรวมเงินกัน ซ่อม บำรุง ซ่อมใช้พัง ซ่อมใช้พัง ซ่อมใช้พัง วนเวียนอยู่อย่างนี้ครับ แล้วก็ค่าใช้จ่าย ก็ไม่ใช่ถูก ๆ เป็นหลักหมื่นหลักแสน ทำให้เป็นภาระของพี่น้องประชาชนครับ ปัญหาต่อมา คือปัญหาที่ ๒ น้ำประปาไม่มีคุณภาพ ระบบประปาที่ชาวบ้านใช้ไม่มีระบบกรองน้ำหรือถ้ามี ก็ใช้การไม่ได้ ทั้งในเขตเทศบาลตำบลยางตลาด บ้านตูม หมู่ ๒ ตำบลเหล่ากลาง อำเภอฆ้องชัย บ้านหัวนาคำ หมู่ ๔ ตำบลเหล่ากลาง อำเภอฆ้องชัย ทั้งหมดนี้ทำให้น้ำที่ไม่มีคุณภาพ บางที่ สูบน้ำขึ้นมาก็ปล่อยน้ำออกไปสู่พี่น้องประชาชน ทำให้มีสารเคมีปนเปื้อนมา ส่งผลเสีย ต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนโดยตรง ปัญหาที่ ๓ คือปัญหาน้ำประปาไม่เพียงพอ ต่อความต้องการ คือ นอกจากน้ำจะไม่มีคุณภาพแล้วยังไม่พอใช้อีกด้วย บางครั้งในฤดูแล้ง แทบจะไม่มีน้ำใช้กันเลย ชาวบ้านต้องซื้อน้ำนำมาใส่ถังไว้ใช้เพื่ออุปโภคบริโภค เช่น บ้านหัวนาคำ หมู่ ๔ ตำบลเหล่ากลาง อำเภอฆ้องชัย บ้านหนองกาว หมู่ ๕ ตำบลนาเชือก อำเภอยางตลาด บ้านโนนชัย หมู่ ๑ ตำบลโคกสะอาด อำเภอฆ้องชัย ในวันนี้พี่น้องประชาชนกว่า ๖,๖๐๐ ครัวเรือน หรือมากกว่า ๓๐,๐๐๐ คน ได้รับผลกระทบกับน้ำประปาที่ไม่มีคุณภาพและไม่เพียงพอ ต่อการใช้งานของพี่น้องประชาชนทั้ง ๗ ตำบล ๑๐ หมู่บ้าน ตอนนี้กำลังรอคอย ความช่วยเหลือจากภาครัฐอยู่ครับ ผมจึงขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่า กระทรวงมหาดไทย ได้มีแนวทางช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการไม่มีน้ำประปาสำหรับ อุปโภคบริโภคอย่างไร ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถามท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขออนุญาต เอ่ยนามท่านนะครับ ท่านพลากร พิมพะนิตย์ ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ พรรคเพื่อไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านให้ความกรุณาได้ถามเรื่องระบบน้ำประปาสะอาด สำหรับอุปโภคบริโภค ซึ่งผมก็ต้องขอชื่นชมยินดีท่านแทนพี่น้องชาวกาฬสินธุ์ด้วยที่พี่น้อง ชาวกาฬสินธุ์ก็เลือกผู้แทนได้อย่างถูกต้อง เรื่องน้ำเป็นเรื่องที่มีความสำคัญของชีวิต เขาบอกว่า น้ำคือชีวิต อีสานเขาบอกว่าถ้ามีน้ำเยอะ นอกจากเรื่องของการอุปโภคบริโภคแล้ว เรื่องของ การเกษตรก็ถือว่าเป็นแหล่งที่จะทำให้เกิดรายได้ให้กับประชาชนกับผู้คนทั้งหลาย ในภาคอีสาน ถือว่าเป็นภาคที่มีความสำคัญเรื่องของน้ำ แต่วันนี้ท่านให้ความกรุณาได้ถาม เรื่องของน้ำบริโภค เกี่ยวข้องกับเรื่องของการประปา ผมเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก เบื้องต้นก่อนว่าในนามของกระทรวงมหาดไทย ที่ท่านได้ถามถึงเรื่องของหน้าที่นั้น ผมเรียน ท่านว่ากระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่เรื่องของการบำบัดทุกข์บำรุงสุขนี่เป็นเรื่องปกติ แล้วก็ ในเรื่องของอำนวยความเป็นธรรมของสังคม เรื่องการส่งเสริมและพัฒนาการเมืองการปกครอง พัฒนาการบริหารราชการส่วนภูมิภาค เรื่องการปกครองท้องที่ เรื่องการให้บริการ สาธารณูปโภค รวมถึงการกำกับดูแลสนับสนุน แล้วก็ส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเรื่องของการปฏิบัติงาน แล้วก็รวมถึงการจัดให้มีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค แล้วก็ เพื่อการเกษตร รวมทั้งจัดให้มีน้ำสะอาดหรือระบบน้ำประปาให้แก่ประชาชนในพื้นที่ด้วย อันนี้เป็นภารกิจหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งก็ทำอย่างต่อเนื่องมานะครับ แล้วก็ เป็นกระทรวงเดียวที่ผมเรียนท่านประธานและสมาชิกว่า เหมือนจะเป็นภารกิจงานเหมือน จะครอบจักรวาล ทุกกระทรวง ทบวง กรมทั้งหลาย เวลาทำงานอะไรก็ต้องมาพึ่งกระทรวง มหาดไทย ไม่ได้เฉพาะแต่เรื่องของน้ำนะครับ แต่ว่าน้ำก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านก็ย้ำเน้นอยู่เสมอว่า น้ำนี้เป็นปัจจัยสำคัญของการดำรงชีวิต แล้วก็พยายามเน้นเรื่องของการทำน้ำให้มี ความสะอาด มีนโยบายขับเคลื่อนในเรื่องของน้ำดื่มสะอาด ลดค่าใช้จ่ายแก่ประชาชน โดยให้องค์กรปกครองท้องถิ่น ดำเนินการเพื่อทำให้ระบบประปาทั้งหลายสามารถที่จะ บริการประชาชนได้อย่างถูกต้อง ทั้งมีคุณภาพ แล้วก็ลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน แล้วก็ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนเรื่องของน้ำประปาสะอาดแล้วก็ดื่มได้ อันนี้ผมเรียน ท่านประธานในเบื้องต้นก่อนครับ เมื่อเช้าผมก่อนที่มาที่ต้องขอเลื่อนเพราะว่ามีภารกิจ ไปเรื่องของน้ำสะอาด แต่ไม่ใช่การประปาส่วนภูมิภาค เป็นการประปานครหลวง ไปที่นนทบุรี ไปพร้อมท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ท่านก็ให้ความกรุณาไปเป็นประธาน แล้วก็มอบประกาศ เกียรติคุณให้กับหน่วยงานทั้งหลาย โดยเฉพาะการประปานครหลวงไปทำให้น้ำสะอาด เรามีนักวิทยาศาสตร์ที่ลงไปปฏิบัติการเอาน้ำมาวิเคราะห์ ในพื้นที่ทั้งหมดรวมทั้ง โรงเรียนด้วย แล้วก็ยืนยันว่าน้ำที่ใช้ของการประปานครหลวงเป็นน้ำที่สามารถดื่มได้จริง ๆ เพียงแต่ความเชื่อมั่นของประชาชนอาจจะมองถึงเรื่องว่า การดื่มน้ำจะต้องเป็นน้ำที่มาจาก ระบบการกรองตามที่เราเห็นว่าเป็นน้ำ RO อย่างนี้เป็นต้น อันนี้ผมเรียนเบื้องต้นก่อนว่า เมื่อเช้าที่มาตอบกระทู้ไม่ทันในกระทู้ที่ ๑ เพราะว่ามีภารกิจ แต่ว่าก็ด้วยความตั้งใจ แล้วก็ เห็นความสำคัญของท่านสมาชิกในการที่ถามกระทู้เรื่องของน้ำ อันนี้เบื้องต้นนะครับ🔗

สำหรับเรื่องที่ท่านให้ความกรุณาได้ถาม ผมก็มีทั้งอำเภอยางตลาด มีอำเภอ ฆ้องชัย แล้วก็มีหลาย ๆ หมู่บ้าน แต่ว่าฟังโดยภาพรวมแล้วก็น่าจะเป็นการประปาขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ผมยังตรวจสอบข้อมูลดู ๒ ส่วนว่าที่ท่านให้ความกรุณาถามนี้ เป็นส่วนของการประปาส่วนภูมิภาคหรือการประปาส่วนท้องถิ่น แต่ว่าถ้าเป็นการประปา ส่วนภูมิภาคแล้ว เขาก็มีหน่วยงานบริการที่อยู่ในจังหวัดกาฬสินธุ์นะครับ ก็มีอยู่ ๓ ส่วนด้วยกัน ทั้งที่อยู่ในตัวจังหวัดเอง แล้วก็ในส่วนของอำเภอยางตลาด แล้วก็ มีส่วนของอำเภอฆ้องชัยที่อำเภอกมลาไสย ซึ่งเป็นหน่วยงานบริการแล้วก็มีระบบการกรองน้ำ ซึ่งในขณะนี้ก็อยู่ในระหว่างการปรับปรุง ผมเรียนเบื้องต้นก่อนว่าการขยายตัวของชุมชน ทั้งหลายมันก็ขยายตัวไปเรื่อย ๆ บางทีเราก็วางแผนไปเหมือนกันว่า เผื่อใช้น้ำขนาดนี้ แต่เวลาชุมชนเติบโตไปมันก็จะต้องมีการเพิ่มกำลังการผลิตของการใช้น้ำ เบื้องต้นก่อนนะครับ เมื่อก่อนนี้ที่จังหวัดกาฬสินธุ์จะมีตัวเลขของการใช้น้ำประมาณ ๑,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อชั่วโมง ในขณะนี้มีการปรับปรุงโครงสร้างของการพัฒนา เรื่องของกำลังการผลิตให้ได้ ประมาณอีก ๘๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงเพิ่มเข้าไปอีก เพื่อรองรับในการที่จัดจำหน่ายน้ำ แล้วก็ให้บริการน้ำในพื้นที่ทั้ง ๓ ส่วนที่ผมกราบเรียนท่านประธานเป็นเบื้องต้น แล้วก็ พยายามที่จะลงไปช่วยดูแล อปท. ทั้งหลายซึ่งมีน้ำประปาเป็นของตัวเอง แต่ว่าประปา ของตัวเองก็เป็นประปาซึ่งผมก็เรียนเบื้องต้นว่า ในเรื่องของหมู่บ้านเรื่องของการผลิต น้ำประปาก็ต้องยอมรับความจริงว่า มันประสบกับเรื่องของราคา เรื่องของความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญอะไรทั้งหลาย ก็ทำให้เกิดความแตกต่างของการให้บริการ แต่ว่าสำหรับการประปาส่วนภูมิภาคเอง ผมเรียนยืนยันท่านประธานกับท่านสมาชิกว่า ที่จังหวัดกาฬสินธุ์นะครับ เมื่อเราปรับปรุงระบบโครงสร้างของการดำเนินการเรื่องน้ำประปา เสร็จเรียบร้อยนะครับ ก็สามารถที่จะบริการได้อย่างเพียงพอ แล้วก็จะไปสอดรับไปถึง การที่อาจจะต้องไปเชิญชวนให้กับองค์กรปกครองท้องถิ่นต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ของการให้บริการมาใช้การบริการของการประปาส่วนภูมิภาค เพราะว่าเรามีกำลังการผลิต เรามีปริมาณน้ำ เรามีน้ำที่มีคุณภาพ แล้วก็สามารถให้บริการได้อย่างทั่วถึง โดยการให้ท้องถิ่นทั้งหลาย ต้องมาขอขยายเขตการประปา เราก็ยินดีจะขยายเขตให้ แต่เพียงแต่ว่าการขยายเขตนั้น มันเป็นภาระหนึ่งของ อปท. เพราะว่าราคาของการคิด ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม หรือค่าน้ำมันจะมีความแตกต่างกัน อันนี้เวลาที่ท้องถิ่นจะขอใช้น้ำประปาส่วนภูมิภาค หรือขอขยายเขตก็จำเป็นต้องไปดำเนินการในเรื่องของการไปประชาคมก่อน สอบถาม ชาวบ้านว่าถ้าเราจะใช้บริการของการประปาส่วนภูมิภาคยินยอมไหม เพราะมันจะเป็นภาระ เรื่องของค่าธรรมเนียมในการติดตั้งมิเตอร์ แล้วก็อาจจะมีปัญหาเรื่องของราคาค่าน้ำประปา ซึ่งมีความแตกต่างกันนะครับ อย่างของการประปาส่วนภูมิภาคเอง ค่าธรรมเนียมเบื้องต้น ของการเก็บค่าใช้น้ำ Unit ละประมาณสัก ๑๐.๒๐ บาท แต่ว่าที่ท่าน อปท. มีพื้นที่ การให้บริการน้ำประปา เขาจะคิดค่าน้ำประปาจากประชาชนประมาณสัก ๕ บาท บางทีก็ ๘ บาท ซึ่งผมเรียนท่านประธานว่า ตัวเลขดังกล่าวนี้มันก็มีความสำคัญ การประปาเอง เขาบอกว่าตัวเลขของค่าน้ำประปาประมาณ ๑๐.๒๐ บาท เป็นต้นทุนหนึ่งซึ่งในขณะนี้ ก็บอกว่าแบกภาระการขาดทุน เพราะว่าถ้าใช้เรื่องของการครัวเรือนมาก ๆ ก็จะเป็นปัญหา เรื่องของการลงทุน แต่ว่าถ้าคิดถึง อปท. ท่านลองคิดดูว่าถ้าคิดค่าน้ำประมาณอย่างนี้ มันก็จะเป็นประเด็นว่า รายได้ที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นมันก็ไม่สามารถที่จะนำไปพัฒนา เรื่องของ ประปาให้มันได้คุณภาพตามมาตรฐานที่การประปาส่วนภูมิภาคได้ เพราะว่าจะเป็นค่าสารส้ม ค่าคลอรีน ค่าเดินท่อ ค่าการจัดเก็บ ค่าพัฒนาแหล่งน้ำดิบในการพัฒนาเป็นน้ำดื่มสะอาด มันก็จะเป็นเรื่องเป็นปัญหาก็ยังเป็นตามที่เห็นในรูป ผมก็เห็นอย่างนี้นะครับ แต่ว่าอันนี้คือ ๒ ส่วน แต่ว่าถ้าเราจะให้การประปาท้องถิ่นสามารถที่จะพัฒนาเรื่องของคุณภาพมาตรฐาน หรือแก้ปัญหานี้มันเป็นปัญหาหนึ่ง มันเป็นเรื่องที่วันนี้ท้องถิ่นทั้งหลายเป็นหน่วยงานที่ถือว่า เป็นนิติบุคคลกระจายอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทศบาล เรื่องขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัด เรื่องขององค์การบริหารส่วนตำบล หน่วยงานทั้งหลายเหล่านี้จะต้องดำเนินการเอง โดยผมเรียนท่านประธานว่า ถ้ามีงบประมาณเองก็ไปตั้งข้อบัญญัติ เทศบัญญัติในการ ดำเนินการเพื่อเอางบประมาณของตัวเองนำไปปรับปรุงนะครับ ระบบกิจการน้ำประปา อันนี้ผมต้องเรียนท่านประธานไว้ก่อนว่า อันนี้เป็นแนวทางที่เราคิดว่าถ้าเราจะปรับปรุง ประปาก็เป็นแนวทางอย่างนี้ หรือว่าถ้าท้องถิ่นนั้น ๆ ต้องการจะพัฒนาเรื่องของน้ำประปา ต่อไป แต่ว่าไม่มีงบประมาณ มีเงินไม่พอ ก็อาจจะต้องเป็นร้องขอนิติบุคคล เรื่องของท้องถิ่นอื่น ที่มันมีความกว้าง ความใหญ่กว่า อย่างเช่น อบจ. ของบประมาณที่เขามากกว่าก็เอามาช่วย เป็นเงินอุดหนุน หรือถ้าไม่พอก็อาจจะต้องใช้ขอส่งโครงการมาให้กับกระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็จะต้องรวบรวมโครงการ ซึ่ง อปท. ทั้งหลายเสนอ โครงการขอเรื่องการปรับปรุงเรื่องของน้ำประปา อันนี้เป็นแนวทางหนึ่ง แต่ว่าผมก็ต้องเรียน เพิ่มเติมว่า เวลาท้องถิ่นจะทำโครงการอะไรก็ต้องรู้ว่าวิธีการทำโครงการเรื่องของน้ำ บางที บางครั้งหลาย อปท. ไม่เข้าใจนะครับ ผมดูโครงการหลายโครงการของหลายจังหวัด เวลาเสนอโครงการเรื่องของน้ำมา โครงการถูกตีตกไป เขาเรียกว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ แต่เรื่อง ของน้ำก็จะต้องไปขอเรื่องของ Thai Water Plan คือมันต้องมีแผนของตัวเองก่อนนะครับ แล้วก็เข้าระบบ Thai Water Plan อันนี้ก็เป็นหลักเกณฑ์ในการที่ทำเรื่องน้ำ แล้วก็เข้าระบบ โซลา แล้วก็มีรูปแบบรายการ มีเรื่อง ปร.๔ ปร.๕ มีการประชาคมชาวบ้านเรียบร้อย ก็เสนอโครงการในกรอบกำหนดเรื่องของปฏิทินเวลามาสู่กระทรวงมหาดไทย โดยส่งมาที่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อันนี้เป็นแนวทางที่ผมต้องเรียนเบื้องต้นว่า กระทรวงมหาดไทยเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็พยายามเป็นพี่เลี้ยงให้ท้องถิ่นเขามีความเข้าใจว่า เวลาจะทำอะไรนั้นมีวิธีการทำอย่างไรนะครับ โดยเฉพาะท้องถิ่นเรานี้เป็นเรื่องที่หลายคน เรียกร้องเรื่องกระจายอำนาจ แต่ท่านทราบไหมครับว่า เวลาพูดถึงเรื่องภารกิจของเรื่อง น้ำประปา มันไปเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการแผนขั้นตอนการกระจายอำนาจ ไม่ได้เกี่ยวข้อง กับกระทรวงโดยตรงนะครับ เรื่องภารกิจอยู่ที่กระจายอำนาจ ถ้าเรื่องของคนอยู่ที่ ก. กลาง อันนี้เป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหา แต่ว่าในเบื้องต้นผมก็เรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกว่า ขอให้ท่านได้มีความเข้าใจ แล้วผมเองก็พยายามที่จะสื่อสารไปที่จังหวัด โดยเฉพาะ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้สื่อสารกับ อปท. ทั้งหลาย ในการที่จะเสนอโครงการ ดำเนินการเพื่อจะของบประมาณในการแก้ไขปัญหาต่อไป เบื้องต้นขออนุญาตตอบเพียง เท่านี้ก่อนครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านพลากรครับ ใช้สิทธิในรอบที่ ๒ ครับ🔗

นายพลากร พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพลากร พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเคยกล่าวในห้องประชุมนี้ไปแล้วครั้งหนึ่งว่า สิทธิในการเข้าถึง น้ำสะอาดเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนควรได้รับ ผมยังยืนยันคำเดิมครับท่านประธาน เพราะน้ำประปาที่สะอาดถือเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต เป็นหนึ่ง ในสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน และเป็นหน้าที่ ของภาครัฐที่จะต้องสนับสนุนให้มีการเข้าถึงสาธารณูปโภค ให้เกิดการเข้าถึงน้ำอุปโภคบริโภค ที่มีเพียงพอและได้มาตรฐาน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงน้ำสะอาด ในชีวิตประจำวันได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชน ผมจึงอยากขอ เรียนถามท่านรัฐมนตรี ข้อที่ ๒ ว่ากระทรวงมหาดไทยมีแผนงานที่จะดำเนินการก่อสร้าง ระบบน้ำประปาสะอาด เพื่อทดแทนระบบน้ำประปาที่ชำรุด ทรุดโทรม ใช้การไม่ได้หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมได้เรียนท่านประธานและท่านสมาชิกในเบื้องต้นว่า กระทรวงมหาดไทยเองก็ไม่ได้ นิ่งนอนใจ ก็เข้าใจตรงกันว่าน้ำประปาเป็นปัจจัยแห่งชีวิต ทุกครัวเรือน ทุกหมู่บ้าน วันนี้ ต้องมีระบบน้ำประปา ซึ่งสามารถที่จะให้บริการกับพี่น้องประชาชนได้ เพียงแต่ผมเรียน ท่านประธานด้วยนะครับว่า ระบบการพัฒนาหรือว่าการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน วันนี้มันมี ๒ ส่วนด้วยกัน ส่วนที่ ๑ เป็นงานของการประปาส่วนภูมิภาค ก็เรียนเบื้องต้นว่า ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ก็พยายามแก้ปัญหา แล้วก็เตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้าว่า ในโอกาส ที่ อปท. ทั้งหลายต้องการใช้น้ำประปา เราก็ปรับเรื่องของกำลังการผลิตให้มันรองรับ กับความต้องการของภาคประชาชน แล้วก็สามารถจะรองรับไปในพื้นที่ใกล้เคียง ในพื้นที่ ของเขตท่อ เขตการให้บริการของการประปา ซึ่งก็มีอยู่หลายส่วนผมได้ดูจากกระทู้ของท่านเอง ถามมาก็สัก ๗-๘ หมู่บ้านก็สามารถที่จะเชื่อมต่อได้นะครับ เพียงแต่ว่าจะต้องมีการร้องขอ จาก อปท. แล้วก็ต้องไปประชาคมชาวบ้าน อันนี้เป็นหลักการเบื้องต้นก่อนนะครับ แต่ว่า ถ้าจะแก้ปัญหาโดย อปท. เอง ก็เป็นเรื่องที่ อปท. นั้นจะต้องทำเรื่อง อันนี้ผมต้องเรียน เบื้องต้นก่อนว่าเราเข้าใจว่า หลาย ๆ แห่งที่มีปัญหาต้องการที่จะพัฒนา แต่การดำเนินการนั้น กระทรวงมหาดไทยเองไม่สามารถที่จะลงไปดำเนินการได้โดยตรง มันต้องผ่านองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีอยู่หลายระดับ มีทั้ง อบจ. มีทั้งเทศบาล มีทั้งองค์การบริหาร ส่วนตำบล ซึ่งวันนี้ปี ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาที่จังหวัดกาฬสินธุ์เอง ก็มีคำขอเรื่องของงบประมาณ มาพอสมควร เรื่องของการซ่อมแซมบำรุงรักษา หรือพัฒนาเรื่องของระบบน้ำประปา โดยแผนพัฒนาท้องถิ่นเอง ดูตัวเลขอย่างปี ๒๕๖๗ มีถึง ๑๙๕ โครงการด้วยกัน งบประมาณ ก็ถือว่าร่วม ๆ พันล้านบาท แต่ว่าการของบประมาณก็ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าวันนี้ ในปี ๒๕๖๗ มันก็จะมีข้อยกเว้นอยู่ว่าสำหรับองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลนคร เทศบาลเมือง อันนี้ต้องของบประมาณตรง แต่ถ้าเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลกับเทศบาล ตำบลก็สามารถขอผ่านกระทรวงมหาดไทยได้ อันนั้นสำหรับประมาณปี ๒๕๖๗ แต่ว่า ในปีงบประมาณปี ๒๕๖๘ นั้น ซึ่งเรากำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ก็จะขอได้เฉพาะองค์การ บริหารส่วนตำบลเท่านั้น ส่วน อบจ. เทศบาลต่าง ๆ ก็จะของบประมาณได้เอง เพราะฉะนั้น การของบประมาณก็ต้องจัดลำดับความสำคัญว่า ถ้าเรามีเรื่องของความต้องการเรื่องของน้ำ ท้องถิ่นทั้งหลายก็ต้องพยายามจัดลำดับความสำคัญว่า น้ำคือสิ่งจำเป็นที่ต้องมาพัฒนา ทำโครงการให้ลำดับต้น ๆ หน่อยนะครับ แล้วเสนอโครงการไปขอที่สำนักงบประมาณ โดยตรง แต่ว่าในส่วนท้องถิ่นเองเราก็ดูเหมือนกันว่า หลักเกณฑ์ทั้งหลายที่ท่านขอมา เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ เช่น มีการขอ Thai Water Plan หรือไม่ และขอ ในกรอบเวลาหรือไม่ มีเรื่องของรูปแบบรายการครบหรือไม่ อันนี้เราพิจารณาดูแต่ว่า เรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกว่าในปี ๒๕๖๗ ที่ผ่านมานี้ เอาตัวเลขเก่าก่อนของ อปท. ที่จังหวัดกาฬสินธุ์มีขอเรื่องอย่างนี้มาประมาณ ๒๔ โครงการ ที่ได้รับงบประมาณไป ประมาณสัก ๙๑ ล้านบาทเศษ แต่ว่าในปี ๒๕๖๘ ซึ่งกำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ผมก็ได้ ตรวจสอบข้อมูลดูเรื่องของ อปท. เหล่านี้ที่ท่านให้ความกรุณาว่า เป็นประเด็นปัญหาเรื่อง การก่อสร้างยังไม่มี อปท. ไหนขอมาเลยอันนี้คือประเด็นสำคัญ แต่ว่ากลับไปเดี๋ยวผม จะเน้นย้ำไปที่จังหวัดว่า อปท. ทั้งหลาย หรือว่าท้องถิ่นจังหวัดต้องไปให้ความเข้าใจกับท้องถิ่น ทั้งหลายว่า ท่านต้องทำเสนอโครงการไม่ใช่ไม่เสนอมา ถ้าไม่เสนอมาทางกระทรวงเองก็ไม่รู้ จะทำอย่างไร อันนี้ผมเรียนตรง ๆ ว่าเราจะให้โครงการ เพราะมันมีหลักเกณฑ์กำหนดว่า ต้องทำอะไรกันบ้าง อันนี้ผมเรียนเบื้องต้นก่อน แล้วก็มีข้อมูลอยู่อีกที่เดียวนะครับ ขอมา เหมือนกันที่ตำบลหนองขามของบประมาณมา ๒ โครงการ ประมาณ ๑๙ ล้านบาท อันนี้ ปรากฏว่าก็ไม่ได้ไปขอเข้าเว็บระบบของ Thai Water Plan นี่แสดงว่าท้องถิ่นทั้งหลาย อาจจะมีความไม่เข้าใจระหว่างนายกองค์การบริหารต่าง ๆ กับปลัดที่ทำหน้าที่ในการทำงาน เป็นหัวหน้าส่วนราชการหรือท้องถิ่นอาจจะไม่เข้าใจกัน ถ้าจะทำงบประมาณในการแก้ปัญหา ให้ประชาชนอย่างนี้ต้องทำอย่างไร อันนี้เรียนเบื้องต้นนะครับ แต่ว่าเรียนย้ำว่าเดี๋ยวผมตอบ กระทู้แล้ว เดี๋ยวผมจะต้องเร่งรัดดูว่าทำอย่างไรให้ อปท. ที่ท่านได้พูดถึงสามารถที่จะมี งบประมาณ มีคำขอมา แล้วเราได้พิจารณาตามความต้องการของท้องถิ่นในการที่จะนำไป แก้ปัญหาเรื่องของน้ำประปาให้มันได้ประโยชน์สูงสุด แต่ว่าก็เรียนเบื้องต้นว่าถ้าเขตตรงไหน ถ้ามันอยู่ในเขตร้อยท่อของการประปาส่วนภูมิภาค ผมคิดว่าต้องเชิญชวนประชาชน และท้องถิ่นนั้น ๆ ก็ต้องทำเรื่องขอที่เราจะได้มีโอกาสไปขยายเขตของการประปา ของการประปาส่วนภูมิภาคให้บริการได้ โดยไม่ต้องไปปรับปรุงกิจการประปาเป็นของตัวเอง อันนี้ผมเรียนอย่างนี้ เพราะว่าหลาย ๆ ท้องถิ่นเวลาทำเรื่องน้ำประปาแล้วมันไปต่อไม่ได้ เพราะเรื่องของราคาที่เป็นต้นทุนหนึ่งในการที่นำมาลงทุนในการแก้ปัญหาของตัวเองนะครับ คิด ๕ บาท ๘ บาท ไม่สามารถจะเป็นรายได้ที่นำไปพัฒนาประปาได้เลย และเป็นภาระกับท้องถิ่น แล้วก็เข้าใจเหมือนกันนะครับ บางทีนายกทั้งหลายอยากขึ้นค่าน้ำประปาก็ขึ้นไม่ได้ กลัวเวลาเลือกตั้งมันจะเสียความนิยม อันนี้ก็เรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกว่าในเบื้องต้นก่อน ผมก็จะเร่งรัดติดตามให้ท่านว่า ในส่วนที่หลาย ๆ พื้นที่ที่มีปัญหานี้ เราจะมีแนวทางในการ แก้ไขปัญหาอย่างไร ความจริงจังหวัดเองก็มีงบประมาณว่าด้วยงบจังหวัด กลุ่มจังหวัด อปท. ทั้งหลายก็สามารถทำเรื่องเดือดร้อนเหล่านี้ไปขอที่ระดับจังหวัดในเบื้องต้นก่อนได้ เหมือนกัน ก่อนที่จะมาที่กระทรวงมหาดไทยนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมากครับ ท่านพลากรมีอะไรสุดท้ายไหมครับ🔗

นายพลากร พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม พลากร พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมก็ต้องขอเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ที่ท่านได้ให้คำตอบที่พอจะชี้ ทางออกของปัญหา และคำมั่นสัญญาที่จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ให้กับพี่น้องประชาชนจริง ๆ ผมต้องขอบคุณท่านจริง ๆ🔗

สุดท้ายนี้นอกเหนือจากในพื้นที่ของผมแล้วครับท่านประธาน ยังมีพื้นที่ ของพี่น้องประชาชนคนไทยอีกหลายพื้นที่ที่ยังประสบปัญหานี้อยู่ และยังไม่ได้รับการแก้ไข ก็ต้องฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้กับพี่น้อง ประชาชนให้ได้รับน้ำสะอาด เพราะน้ำประปาจริง ๆ แล้วก็คือ รากฐานของคุณภาพชีวิตที่ดี ของคนไทยทุกคนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณนะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ให้เกียรตินะครับ🔗

๓. เรื่อง ปัญหาในการบริหารจัดการสารเคมีอันตรายในพื้นที่จังหวัด สมุทรสาคร นายศิริโรจน์ ธนิกกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีหนังสือแจ้งว่าวันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ติดภารกิจเร่งด่วน จึงขอเลื่อนกระทู้ถาม ออกไปเป็นวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๗ เชิญครับ🔗

นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

ท่านประธานครับ ผม ศิริโรจน์ ธนิกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๒ จากพรรคก้าวไกล ขอใช้สิทธิหารือ กับท่านประธานสักครู่หนึ่ง ต้องบอกว่าน่าเสียดายมาก ๆ ที่วันนี้ไม่มีโอกาสได้ถามท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ในประเด็นที่จะตั้งกระทู้ถาม เรื่องของการบริหารจัดการปัญหาสารเคมีอันตรายแคดเมียมในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ก็ไม่เป็นอะไรครับ ไว้โอกาสหน้าจะได้ถามคำถาม แต่มันน่าเสียดายตรงที่ว่าถ้าวันนี้ มีโอกาสได้ถามในหลาย ๆ คำถาม ถ้าท่านรัฐมนตรีมาตอบจะได้สร้างความกระจ่าง และความชัดเจนให้กับพี่น้องประชาชนในหลาย ๆ พื้นที่ที่ต้องประสบปัญหาพบสารเคมี อันตรายแคดเมียมในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นชาวสมุทรสาคร ชาวจังหวัดชลบุรี ชาวจังหวัดตาก หรือแม้แต่กรุงเทพมหานครเองก็ตาม รวมไปถึงหลาย ๆ คำถาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแนวทาง ในการบริหารจัดการปัญหานี้ รวมไปถึงมาตรการในการเอาผิดกับผู้กระทำผิดทั้งกระบวนการ หรือมาตรการในการเยียวยาและการวางแผนในการทำงาน ถ้าเกิดปัญหานี้อีกในอนาคต ถ้าท่านรัฐมนตรีได้ตอบ ผมเชื่อว่าจะทำให้พี่น้องประชาชนได้เห็นถึงความชัดเจน แล้วก็ แนวทางในการทำงานของกระทรวงอุตสาหกรรมที่ชัดเจนมากกว่านี้ แต่ไม่เป็นอะไรครับ ถ้าท่านรัฐมนตรียืนยันเลื่อนแล้วก็แจ้งวันที่ชัดเจนก็คือวันที่ ๑ สิงหาคม ผมก็จะรอ ในฐานะที่ท่านรัฐมนตรีก็เป็น สส. เขตเหมือนกันก็น่าจะเข้าใจความเป็น สส. เขตมาก ๆ เหมือนกันว่า ในวันหนึ่งถ้าพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขามีเรื่องเดือดร้อน เขามีความลำบาก เขาก็ต้องการความช่วยเหลือ ต้องการที่พึ่งจากผู้แทนของพวกเขาที่เขาเลือกตั้งเข้ามานะครับ อย่างไรก็ฝากท่านรัฐมนตรีให้มาตอบตามที่ได้แจ้งนัดหมายไว้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

(นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติ หน้าที่ประธานในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เรียนท่านสมาชิก ตอนนี้ขอเข้าสู่🔗

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

ก่อนดำเนินการถามและการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ขอชี้แจงที่ประชุมทราบ ดังนี้ การถามและตอบกระทู้จะต้องตอบได้เรื่องละไม่เกิน ๒ ครั้ง และต้องถามแล้วตอบให้เสร็จ ภายใน ๒๐ นาที อันนี้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ และข้อ ๑๗๓🔗

แล้วก็กระทู้ถามแยกเฉพาะที่อนุญาตให้ประชาชนเข้าร่วมฟัง จะขอความร่วมมือ ให้ปฏิบัติตามข้อบังคับทุกประการและห้ามแสดงกิริยาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แล้วก็ ห้ามบันทึกภาพ🔗

แล้วก็แจ้งที่ประชุมทราบอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เราจะมีห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะใหม่ ที่กว้างขวางกว่านี้ เพราะว่าบางทีท่านสมาชิกพาพี่น้องประชาชนที่สนใจ แล้วก็เป็นความเดือดร้อน มาด้วยแต่ว่าที่นั่งไม่ค่อยพร้อมในการรับรองท่าน ก็จะอยู่ชั้น ๒ อยู่ใกล้ ๆ ห้องประชุมเลย เราก็จะมีห้องที่ไม่ได้ใหญ่เกินไปด้วย เพราะผมก็ชอบรัฐมนตรีกับ สส. ใกล้ ๆ กันอย่างนี้ แต่ว่าก็จะรับรองท่านที่มาสังเกตการณ์ได้ดีกว่านี้นะครับ🔗

สำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ วันนี้เพื่อประโยชน์ในการถาม และตอบของท่านทั้งผู้ตั้งคำถาม แล้วก็ท่านรัฐมนตรีจะสลับลำดับกันถามและตอบดังนี้🔗

ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๒๒ ของท่านพลากร พิมพะนิตย์🔗

ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๒๓ ของท่านอาสพนธ์ สรรณ์ไตรภพ🔗

ลำดับที่ ๓ ของท่านสาธิต ทวีผล กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๒๑🔗

ส่วนลำดับ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๑๘ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๑๙ และกระทู้ถามแยกเฉพาะ ๓๒๐ ท่านรัฐมนตรีขอเลื่อน ซึ่งจะแจ้งให้ทราบต่อไป ผู้ตั้งกระทู้ถาม รัฐมนตรีไม่ขัดข้องในการสลับลำดับนะครับ ดังนั้นผมขอเข้าสู่🔗

๑. เรื่อง ไฟฟ้าส่องสว่างถนนทางหลวงชนบท ของท่านพลากร พิมพะนิตย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้ามาสนับสนุนข้อมูล ท่านแรก นายวีรเดช ชีวาพัฒนานุวงศ์ วิศวกรใหญ่ ด้านสำรวจและออกแบบกรมทางหลวงชนบท ท่านที่ ๒ นายเจษฎา วินสน ผู้อำนวยการ กองแผนงาน กรมทางหลวงชนบท และอนุญาตให้ประชาชนที่มีส่วนร่วมฟัง ๒ ท่าน ๑. ท่านพงศ์พิสิฐ เจือสนิท ๒. ท่านอนุรักษ์ สุภานนท์ ขอเชิญท่านพลากร พิมพะนิตย์ ใช้สิทธิถามในรอบที่ ๑ ครับ🔗

นายพลากร พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพลากร พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ แยกเฉพาะของผมในวันนี้ และขอบคุณท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธาน ท่านมนพร เจริญศรี เป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้เกียรติมาตอบกระทู้ของผมในวันนี้🔗

สำหรับกระทู้ถามแยกเฉพาะของผมในวันนี้คือ ปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในพื้นที่ตำบลฆ้องชัยพัฒนา และตำบลเหล่ากลาง เกี่ยวกับ ไฟส่องสว่างของทางหลวงหมายเลข กส ๔๐๒๓ ท่านประธานครับ ตำบลฆ้องชัยพัฒนา และตำบลเหล่ากลางได้รับความเดือดร้อน จากการสัญจรไปมาบนทางหลวงชนบทหมายเลข กส ๔๐๒๓ ระยะทาง ๑.๓ กิโลเมตร เริ่มจากบ้านโนนเขา หมู่ ๔ หมู่ ๕ บ้านเหล่าใหญ่ หมู่ ๖ ตำบลฆ้องชัยพัฒนา จนถึงบ้านหัวโนนเปือย หมู่ที่ ๕ ตำบลเหล่ากลาง ไม่มีไฟ ส่องสว่างรายทาง ปัจจุบันทางหลวงชนบท กส ๔๐๒๓ เป็นถนนสายหลักที่ชาวบ้าน ทั้ง ๒ ตำบล ตลอดจนพี่น้องประชาชนใช้สัญจร ไม่มีไฟส่องสว่างระหว่างทางเชื่อมต่อระหว่าง หมู่บ้าน ที่มีอยู่ก็เก่าชำรุด หลอดขาดบ้างจนให้แสงสว่างไม่เพียงพอต่อความต้องการของ พี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ หากปราศจากแสงไฟไม่เพียงแต่นำมาซึ่งความลำบาก ในการสัญจรไปมา แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความไม่ปลอดภัย แสงช่วยให้ผู้ใช้รถใช้ถนน สัญจรได้อย่างปลอดภัย คล่องตัว ป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุบริเวณที่เกิดในช่วงเวลากลางคืน ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ปราศจากสิ่งที่มองไม่เห็นจากสายตาในเวลากลางคืน และยังช่วย ป้องกันและลดอาชญากรรมให้กับประชาชนเพื่อเกิดความปลอดภัย นี่คือปัญหาของพี่น้อง ประชาชนที่เจอครับท่านประธาน ในวันนี้ผมจึงถือโอกาสที่จะได้เรียนถามท่านรัฐมนตรี ท่านมนพร เจริญศรี ๒ ข้อ ขอถามในครั้งเดียวกันเลยนะครับ🔗

ข้อที่ ๑ กระทรวงคมนาคมมีแนวทางช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จากการใช้รถใช้ถนนกรณีเกิดอุบัติเหตุสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินอย่างไร ขอทราบ รายละเอียด🔗

ข้อที่ ๒ กระทรวงคมนาคมมีแผนที่จะติดตั้งไฟส่องสว่างตามถนนทางหลวง ชนบทที่เชื่อมระหว่างหมู่บ้านและชุมชนหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มาตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะของท่าน สมาชิกนะคะ ก็ต้องขอบคุณท่านสมาชิกอีกครั้งหนึ่ง ดิฉันได้มีโอกาสมาตอบกระทู้ถาม ทั้งกระทู้ ถามแยกเฉพาะ แล้วก็กระทู้ถามทั่วไปของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ซึ่งท่านได้มีความใส่ใจ ต่อปัญหาของพี่น้องประชาชน แล้วก็ดิฉันรู้สึกปิติทุก ๆ ครั้ง เพราะดิฉันเชื่อว่าปัญหาของ พี่น้องประชาชนที่ผ่านตัวแทนพี่น้องประชาชนที่เขาเลือกตัวแทนมา นั่นก็คือการนำปัญหา ของพี่น้องประชาชนมาถกมาถามกันในสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็หวังว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ท่าน สมาชิกหลายท่านได้ถูกเลือกมาจากประชาชนจะเอาปัญหาแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นของ การตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะ กระทู้ถามทั่วไป หรือว่ากระทู้ถามสดด้วยวาจา หรือแม้กระทั่ง การถกเถียงกันในการประชุมของคณะกรรมาธิการสามัญ เป็นต้น จากประเด็นคำถาม ของท่านสมาชิกเรื่องของถนนก็ขออนุญาตนำเรียนว่า กระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวงชนบท ที่สายทางที่ท่านได้ถามถึง คือ กส ๔๐๒๓ แยกทางหลวงสาย ๒๑๑๖ ขอสไลด์นะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ที่ท่านสมาชิก ได้เห็นภาพว่า ถนนสายดังกล่าวอยู่ระหว่างอำเภอฆ้องชัยพัฒนา ไปจนถึงอำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ระยะทางที่เป็นเส้นสีแดง ระยะทางทั้งสิ้น ๑๖.๒ กิโลเมตร ซึ่งเป็นผิวจราจร ลาดยาง ขนาด ๒ ช่องจราจร กว้าง ๖ เมตรรวมไหล่ทาง ปริมาณรถที่สัญจรไปมาในเส้นทาง ดังกล่าว เนื่องจากเป็นเส้นทางระหว่างอำเภอต่ออำเภอก็มีปริมาณรถที่สัญจรไปมาประมาณ ๑,๔๖๓ คันต่อวันค่ะท่านประธาน มาดูว่าแนวเส้นทางที่พาดผ่านเส้นทางดังกล่าวประกอบ ไปด้วยพื้นที่ ๓ ตำบล ประกอบไปด้วยตำบลฆ้องชัยพัฒนา ตำบลเหล่ากลาง แล้วก็ตำบล ธัญญา ประชากรทั้งสิ้นประมาณ ๑๗,๘๘๔ คน ซึ่งเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวนำสักครู่ โดยเฉพาะกรมทางหลวงเอง เราได้เล็งเห็นถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แล้วก็ความปลอดภัยมาเป็น อันดับหนึ่ง จึงได้ดำเนินการติดตั้งไฟส่องสว่างตรงจุดเสี่ยงจุดอันตรายแล้ว ที่เห็นประมาณ ๓.๗ กิโลเมตร🔗

แนวเส้นทางสีแดงหนา ย้อนกลับไปสักครู่ค่ะสไลด์แรก ที่จะเห็นภาพตรงแนว เส้นทางแดงหนาที่เป็นจุด จุด จุด ให้เห็น นั่นคือตรงจุดที่เราติดไฟ ก็คือจุดที่บริเวณชุมชน พี่น้องประชาชนอาศัยไปมา มีพื้นที่สถานที่ราชการหรือว่าโรงเรียนซึ่งจุดนี้จะมีความสำคัญ และเป็นจุดเสี่ยง เราจึงได้ Mark เส้นสีแดงหนาให้ท่านสมาชิกได้เห็น🔗

ต่อมากรมทางหลวงชนบทก็ได้ดำเนินการติดตั้งไฟส่องสว่างตามตำบล ที่ท่านสมาชิกได้ร้องขอมาตั้งแต่ที่ผ่านมา นอกจากนั้นเรายังได้จัดสรรงบประมาณเข้าไป ในงบประมาณปี ๒๕๖๘ ที่อยู่ในชั้นของการพิจารณาคณะกรรมาธิการวิสามัญอยู่ เป็นระยะทางทั้งสิ้น ๓.๖๓๕ กิโลเมตร เป็นงบประมาณ ๕,๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยเริ่มจาก ตำบลเหล่ากลาง ที่ดิฉันชี้ลูกศรท่านเห็นไหมคะ ไปจนถึงบ้านเหล่าใหญ่เป็นแนวเส้นประ สีเหลือง ซึ่งแนวเส้นทางดังกล่าวจะเริ่มต้นหลังจากเราได้รับการจัดสรรงบประมาณ แล้วก็ จะได้มีการดำเนินการติดตั้งไฟส่องสว่างในโอกาสต่อไป ดิฉันเชื่อว่าน่าจะตรงกับปัญหาความ เดือดร้อนพี่น้องประชาชนที่ท่านสมาชิกได้นำเสนอเมื่อสักครู่ ดิฉันจำได้ว่าท่านเคยหารือ เรื่องนี้ ทุก ๆ ครั้งที่ท่านสมาชิกได้หารือประเด็นความเดือดร้อนของกระทรวงคมนาคม ท่านรัฐมนตรีสุริยะได้กำชับว่า ขอให้เอาปัญหาข้อหารือของท่านสมาชิกในตอนเช้า เอาไปให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก็บรรจุลงในแผนงบประมาณในปีถัดไป🔗

ส่วนประเด็นคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิก ท่านประธานคะ เรื่องของจะมีแผน ติดตั้งไฟส่องสว่างอย่างไร ที่เชื่อมต่อระหว่างตำบล แล้วก็หมู่บ้านและชุมชน ดิฉันขออนุญาต นำเรียนถึงข้อซักถามในข้อที่ ๒ ไปพร้อมกันเลยนะคะ โดยเฉพาะกรมทางหลวงชนบท ให้ความสำคัญในเรื่องของไฟส่องสว่าง ความปลอดภัยผู้ใช้รถใช้ถนน รวมทั้งติดตั้งสัญญาณไฟ ทั้งทางโค้ง แล้วก็ทางแยก แล้วก็จุดเสี่ยงอันตรายเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุอันตรายถึงแก่ชีวิต เพราะเชื่อว่าการก่อสร้างใด ๆ เราจะมีตัวชี้วัดเรื่องของการเกิดอุบัติเหตุการเสียชีวิตของ พี่น้องประชาชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คืออันดับหนึ่งของการสร้างความปลอดภัย ความมั่นใจในชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ท่านประธานคะ ก็ขออนุญาตนำเรียนถึงภาพรวม ของจังหวัดกาฬสินธุ์ด้วยว่า ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบทที่ดูแลในภาพรวม ของจังหวัดกาฬสินธุ์ เรามีอยู่ ๗๒ สายทาง ระยะทางประมาณ ๑,๑๑๒ กิโลเมตร กรมทางหลวงชนบทได้ติดตั้งไฟส่องสว่าง ดิฉันขึ้นตารางให้ดูเพื่อเป็นข้อมูลให้ท่านสมาชิก ด้วยว่าเราติดตั้งไฟส่องสว่างไปแล้ว ๗,๑๗๑ ต้น คิดเป็นระยะทางประมาณ ๒๑๕ กิโลเมตร ซึ่งในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ เราติดตั้งไฟส่องสว่างตามสายทางที่กรมทางหลวงชนบท รับผิดชอบไปถึง ๑,๐๒๓ ต้น ก็คือประมาณ ๓๒ กิโลเมตร และในงบประมาณปี ๒๕๖๘ เมื่องบประมาณผ่านสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว เราก็จะดำเนินการติดตั้งอีกจำนวน ๙๕๕ ต้น เป็นระยะทาง ๒๙ กิโลเมตร ท่านประธานที่เคารพคะ จากแผนงานที่กรมทางหลวง ชนบท จะติดตั้งไฟส่องสว่างตามสายทางที่กรมทางหลวงชนบทรับผิดชอบ จริง ๆ เราก็อยากจะ ติดตั้งไฟส่องสว่างให้ทั่วทุกสายทางให้เราดำเนินการก่อสร้าง แต่ด้วยข้อจำกัดของ งบประมาณเราจึงต้องพยายามจัดสรรในสายทางที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน โดยเฉพาะ งานประเภทงานของความปลอดภัย เวลาจะต้องออกแบบการก่อสร้างถนน ทางดิฉัน ก็ได้กำชับเรื่องของการออกแบบไฟส่องสว่างไปในคราวเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอุบัติเหตุ ในภายหลัง และเป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนร้องขอตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา🔗

ในภาพรวมของจังหวัดกาฬสินธุ์ ดิฉันก็ได้ฉายภาพให้เห็นถึงว่าเราจะมีการ ดำเนินการอย่างไรในสายทางของเส้นทางของทางหลวงชนบท นอกจากนั้นสิ่งหนึ่งที่เป็น ความห่วงใยของท่านสมาชิก นั่นคือเรื่องของการโจรกรรมอุปกรณ์ไฟฟ้า ไฟส่องสว่าง ดิฉัน จึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นตำรวจท้องที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีการประชาสัมพันธ์ให้ช่วยกันปกปักษ์รักษาในเรื่องของอุปกรณ์สายไฟ หม้อแปลงไฟฟ้า ให้ช่วยกันดูแลเพื่อไม่ให้เกิดการโจรกรรมในอุปกรณ์เหล่านี้ ซึ่งขณะนี้เราได้พบว่าหลายที่ได้มี การโจรกรรมอุปกรณ์ไฟฟ้า แล้วก็หม้อแปลงไฟฟ้าแม้กระทั่งฝาปิด ซึ่งดิฉันได้เคยตอบกระทู้ ของท่านสมาชิกว่า กรมทางหลวงหรือว่ากระทรวงคมนาคมได้มีความห่วงใยเรื่องนี้ ก็จะหาทางป้องกันไม่ให้เกิดมีการโจรกรรมเกิดขึ้นในท้องที่🔗

ท้ายที่สุดคำถามของท่านสมาชิกทั้ง ๒ คำถาม ดิฉันต้องถือโอกาส ขอบพระคุณคำถามของท่านสมาชิก ดิฉันหวังว่าคำตอบของดิฉันท่านสมาชิกจะได้นำไป เผยแพร่ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบรับรู้ แล้วก็ช่วยกันดูแลรักษาทรัพย์สินของทางราชการ ในเรื่องของหม้อแปลงไฟฟ้า สายไฟ แต่ว่าขณะเดียวกันสายทางที่เรายังไม่มีงบประมาณ ในการติดตั้งไฟส่องสว่าง เราเองก็จะมีแผนการดำเนินการให้ติดตั้งไฟส่องสว่างอย่างทั่วถึง นำมาซึ่งความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านพลากร ใช้สิทธิในรอบที่ ๒ ครับ🔗

นายพลากร พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

ท่านประธาน ก็ต้องกราบขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีท่านมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงคมนาคมผ่านท่านประธานไป ท่านตอบคำถามกระทู้ของผมทุกครั้งท่านตอบได้ชัดเจน แล้วก็ทำให้พี่น้องประชาชน มีความสุขทุกครั้งครับ ไม่ว่าตั้งแต่สมัยที่แล้วเป็นกระทู้เรื่องสนามบินสารสินธุ์ สะพาน ข้ามเขื่อนลำปาว แล้วก็จนมาถึงวันนี้ไฟส่องสว่างของพี่น้องประชาชน ท่านก็บอกว่า ได้ดำเนินการตั้งแต่บรรจุกระทู้เข้าไปตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายนไปบางส่วนแล้ว แล้วก็ จะดำเนินการต่อไปในอนาคตในส่วนที่เหลือ ก็ต้องขอขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนผ่าน ท่านประธานไปด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านมนพรมีอะไรไหมครับสำหรับรอบ ๒ ไม่มีแล้วนะครับ กราบขอบพระคุณ ทั้งผู้ตั้งกระทู้ถาม แล้วก็ท่านรัฐมนตรีที่ให้เกียรตินะครับ🔗

๒. เรื่อง ขอให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตรแก่พี่น้องประชาชนตำบลรังแร้ง ตำบลโพธิ์ชัย ตำบลโคกหล่าม และตำบลอีหล่ำ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

ด้วยสำนักรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า มีภารกิจ ที่นัดไว้ล่วงหน้า จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมสนับสนุน ข้อมูล ๑. นายสรยุทธ กสินธุ์มานะวาท หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม สำนักงานชลประทานที่ ๘ กรมชลประทาน แล้วก็มีประชาชนผู้เข้าร่วมรับฟัง ๒ ท่าน ๑. นายสุรชัย ศรีล้ำเลิศ และ ๒. นางสาวนันท์นภัส จันทร ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ให้เกียรตินะครับ ขอเชิญ ท่านอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ใช้สิทธิถามในรอบที่ ๑ ครับ🔗

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ศรีสะเกษ

ขอบคุณครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับ การขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อทำการเกษตรของพี่น้อง ๔ ตำบล ตำบลรังแร้ง ตำบลโคกหล่าม ตำบลอีหล่ำ ตำบลโพธิ์ชัย อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ จึงเป็นที่มา ของการตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีในวันนี้ ก่อนอื่นก็ต้องกราบเรียนท่านประธานสภา ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ที่ได้กรุณาสละเวลาอันมีค่ายิ่งของท่านมาตอบกระทู้ของผมในวันนี้ ก่อนจะเข้าสู่ประเด็น คำถามผมจะขออนุญาตเล่า Background เกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่ ดังนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ศรีสะเกษ

ตำบลรังแร้งมีประชากรจำนวน ๕,๑๒๖ คน พื้นที่การเกษตร ๑๐,๖๘๒ ไร่ มีแหล่งน้ำทั้งสิ้น ๘ แห่ง เก็บกักน้ำได้ ๑๒๗,๕๐๘ คิว ตำบลอีหล่ำมีประชากรจำนวน ๓,๙๗๒ คน มีพื้นที่การเกษตร ๗,๖๙๐ ไร่ มีแหล่งน้ำทั้งสิ้น ๑๕ แห่ง เก็บกักน้ำได้ ๑,๓๒๔,๗๕๐ คิว ตำบลโพธิ์ชัยมีประชากรจำนวน ๔,๖๕๒ คน พื้นที่การเกษตร ๑๑,๘๓๐ ไร่ มีแหล่งน้ำทั้งสิ้น ๘ แห่ง เก็บกักน้ำได้ ๕๑๕,๙๒๕ คิว ตำบลโคกหล่ามมีประชากรจำนวน ๓,๖๒๖ คน พื้นที่การเกษตร ๘,๕๔๔ ไร่ มีแหล่งน้ำทั้งสิ้น ๑๑ แห่ง เก็บกับน้ำได้ ๔๙๙,๓๗๐ คิว รวม ๔ ตำบลมีประชากรจำนวน ๑๗,๓๗๖ คน มีพื้นที่ การเกษตร ๓๘,๗๔๖ ไร่ แหล่งน้ำทั้งสิ้น ๔๒ แห่ง สามารถเก็บกักน้ำได้ทั้งสิ้น ๒,๔๖๗,๕๕๓ คิว จังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดที่อยู่ในภาคอีสานตอนล่าง มีแม่น้ำสำคัญที่ไหลผ่านก็คือ แม่น้ำมูล โดยแม่น้ำมูลที่ผ่านจังหวัดศรีสะเกษมีโครงการชลประทานขนาดใหญ่ มีอาคาร ขนาดใหญ่ที่ก่อสร้างไปแล้ว ก็คือฝายราศีไศลและฝายมูลล่าง เพื่อทำหน้าที่เก็บกักน้ำ เอาไว้ใช้ในหน้าแล้ง รวมทั้งภารกิจอื่น ๆ ของกรมชลประทานให้กับพี่น้องประชาชน แต่ว่า ในหน้าฝนแม่น้ำมูลก็เป็นเหมือนหลายๆ ที่ หน้าฝนน้ำจะเต็มแม่น้ำ บางปีก็เอ่อล้นตลิ่ง ล้นแม่น้ำมาแล้วก็ท่วมไร่นาบ้านเรือนพี่น้องเสียหาย พอมาหน้าแล้งน้ำที่อยู่ตามแหล่งน้ำต่าง ๆ ในเขต ๔ ตำบลที่ผมกล่าวไปทั้งหมด ๔๒ แห่ง ซึ่งเก็บได้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านกว่าคิว พอหน้าแล้งก็ไม่มีน้ำอย่างที่ปรากฏในรูป ถามว่าเราไม่มีน้ำต้นทุนหรือ ไม่ใช่ เรามีน้ำ แต่วันนี้ การบริหารจัดการน้ำมันไม่ดี หน้าฝนน้ำก็เยอะจนท่วม พอหน้าแล้งก็ไม่มีน้ำ สิ่งที่ผมพูดวันนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเกิด แต่มันเกิดมาตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย จึงเป็นที่มาของการตั้งกระทู้ในวันนี้ว่า ถ้าหากว่าผมตั้งกระทู้แล้วปัญหานี้ได้รับการแก้ไข มันก็เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ทุกคน ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของผู้แทนราษฎรที่จะต้องมาสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของเขา ให้กับท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ฟังในวันนี้🔗

เมื่อสักครู่ผมก็ได้กล่าวไปแล้วว่า ในหน้าแล้งก็ตามสภาพนี่พื้นที่จริงไม่ว่า จะเป็นการตื้นเขินไม่มีน้ำ พอประชาชนไม่มีน้ำ น้ำกินไม่มี น้ำใช้ไม่มี น้ำเพื่อการเกษตรไม่มี แล้วเขาจะอยู่ในพื้นที่ เขาจะอยู่ในหมู่บ้านในชุมชนได้อย่างไร เขาก็ต้องมากรุงเทพฯ ก็มาเป็นภาระ กทม. อีก นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น ดังนั้นผมเองก็เลยตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะ แล้วก็มีคำถาม ๒ คำถาม แต่ก่อนที่ผมจะเข้าสู่คำถาม พี่น้องประชาชนในพื้นที่ มีความต้องการโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำพร้อมระบบส่งน้ำไหม มีความต้องการ จากภาพนี้ ผมได้ประสานกับทางหัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ ให้ทำประชาคมให้เห็นว่า ใน ๔ ตำบล ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น แม้กระทั่งพี่น้องประชาชน เขามาร่วมรับฟัง และทำประชาคมรวมทั้งเซ็น MOU เอกสารนี้อยู่ที่นายอำเภออุทุมพรพิสัยว่า เขามีความ ต้องการจริง ๆ แต่วันนี้ยังไม่มีหน่วยงานไหนไปแก้ปัญหาให้เขา จึงเป็นที่มาของการตั้งคำถาม🔗

ข้อที่ ๑ ดังนี้ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน จะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร ในพื้นที่ตำบลรังแร้ง ตำบลโพธิ์ชัย ตำบลโคกหล่าม และตำบลอีหล่ำ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัด ศรีสะเกษ โดยการก่อสร้างสถานีสูบน้ำพร้อมระบบส่งน้ำอย่างไร ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สส. จังหวัด ฉะเชิงเทรา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันนี้ได้รับมอบหมายจากท่าน รัฐมนตรีว่าการ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้มาตอบคำถามเพื่อนสมาชิก ท่าน สส. แนน อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ด้วยความเคารพ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดศรีสะเกษครับ ผมนำเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า สิ่งที่ท่านผู้ถามกระทู้ ท่าน สส. แนน อาสพลธ์ ได้กรุณา ถามกระทู้แยกเฉพาะผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เมื่อสักครู่นี้ แสดงให้เห็นว่าท่านมีความห่วงใยและท่านทำการบ้านในพื้นที่เป็นอย่างดี วันนี้ท่านก็มาถาม กระทู้ต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยการแต่งตัวที่สดใส ก็ทำให้สภาเราสดใสไปด้วยนะครับ🔗

ผมนำเรียนว่าความห่วงใยของท่าน สส. แนน อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ จากพรรคภูมิใจไทย พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ โดยเฉพาะในตำบลรังแร้ง ตำบลโพธิ์ชัย ตำบลโคกหล่าม ตำบลอีหล่ำ ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภออุทุมพรพิสัย ผมนำเรียนว่า ในจังหวัดศรีสะเกษนั้น แล้วก็ในภาคอีสานตอนล่าง ลุ่มน้ำมูลเป็นหนึ่งลุ่มน้ำที่มีความสำคัญ ที่หล่อเลี้ยงพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นน้ำกิน น้ำใช้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำเพื่อการเกษตร หรือว่า การใช้น้ำเพื่อทำประโยชน์ต่าง ๆ จริง ๆ แล้วภาคอีสานตอนล่างที่ครอบคลุมลุ่มแม่น้ำมูล ประกอบไปด้วยลุ่มน้ำทั้งหมด ๕๓ สาขาด้วยกัน ซึ่งประกอบไปด้วยหลายจังหวัด มีปริมาณ น้ำฝนทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดศรีสะเกษที่ไหลลงพื้นดินมากกว่า ๑๙,๘๓๕ ล้านลูกบาศก์เมตร มีความต้องการที่จะใช้น้ำรวมอยู่ที่ ๑๘,๑๗๙ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งขณะนี้ผมนำเรียนว่า ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำมูลมีโครงการที่เกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำ โดยกรมชลประทานอยู่ทั้งหมด ๒,๖๓๒ โครงการด้วยกัน ซึ่งสามารถเก็บกักน้ำได้เพียง ๔,๘๗๕ ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้นเอง นี่คือปัญหาที่จริง ๆ แล้วหลายจังหวัดหลายภูมิภาคในประเทศไทยเราเจอ ก็คือวันที่มีน้ำ น้ำฝนในช่วงหน้าฝน น้ำมันก็เอ่อล้นเกิดท่วมไร่นา เกิดท่วมพื้นที่อยู่อาศัยของพี่น้อง ประชาชน แต่ว่าในเวลาที่น้ำแล้งมันก็ไม่มีน้ำเพียงพอที่จะไปใช้ในการประทังชีวิต ในการกินดื่ม หรือว่าในการใช้ในพื้นที่เกษตรกร ดังนั้นเองผมขออนุญาตนำเรียนว่าเบื้องต้นจากคำถามที่ ๑ ของท่าน สส. แนน อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ท่านเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องทั้ง ๔ ตำบล ซึ่งมีอยู่ ประมาณ ๑๗,๐๐๐ คนด้วยกัน ในช่วงหน้าน้ำผมนำเรียนว่าวิธีการในการที่จะแก้ไขปัญหา ให้ยั่งยืน ก็คือเราจะต้องให้ชลประทานวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้ครบทั้งระบบ ไม่ใช่ เฉพาะใน ๔ ตำบล ไม่ใช่เฉพาะในอำเภออุทุมพรพิสัยอำเภอเดียว แต่ว่ามันไล่เรียงมา แต่ละจังหวัดจะต้องมีการบริหารจัดการน้ำที่สอดคล้องกัน ในช่วงที่น้ำมาเครื่องไม้เครื่องมือ ของชลประทานในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ก็คือการสูบน้ำออกจากที่ที่น้ำเยอะ ไปปล่อย นั่นก็คือสิ่งที่พวกเรากำลังพยายามจะทำอยู่ทั้งในปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ ปี ๒๕๖๙ และปี ๒๕๗๐ ในส่วนช่วงที่น้ำแล้งก็เหมือนกันครับ ผมนำเรียนว่าผมเข้าใจดีว่าทางพื้นที่ มีความต้องการในเรื่องของสถานีสูบน้ำ ซึ่งตัวสถานีสูบน้ำที่กรมชลประทานจะลงไป ดำเนินการ ผมนำเรียนว่าจะช่วยในการสูบน้ำไปหล่อเลี้ยงพี่น้องประชาชน พี่น้องเกษตรกร ในวันที่เขาต้องการ อันนั้นคือหลักการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานอยู่แล้ว ดังนั้นเองเพื่อเป็นการตอกย้ำ ไม่ให้พี่น้องประชาชนที่ไปรวบรวมการทำประชาคมกัน เขาเสียเวลาเปล่า ผมขออนุญาตเดี๋ยวจะให้ทางชลประทานในจังหวัดศรีสะเกษลงไปตาม เรื่องนี้ เพื่อไปดูสิว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่เขาเห็นตรงกัน ถึงขั้นทำ MOU อยู่ที่อำเภอแล้ว โครงการนั้นเราสามารถบริหารจัดการต่อได้อย่างไร เพื่อที่จะให้ทาง กรมชลประทาน โดยเฉพาะชลประทานที่จังหวัดศรีสะเกษไปเตรียมทำโครงการ ถ้าความต้องการดังกล่าวไม่ขัดต่อหลักกฎหมาย ก็ขออนุญาตตอบคำถามแรกผ่าน ท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านอาสพลธ์ ใช้สิทธิในรอบที่ ๒🔗

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภาพ ศรีสะเกษ

ขอบคุณครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ คำตอบที่ได้รับจากท่านรัฐมนตรีก็ไม่แน่ใจว่าชัดเจนหรือเปล่า แต่ก็คิดว่าเป็นข่าวดี เนื่องจากว่าท่านได้สั่งการให้ชลประทานจังหวัดศรีสะเกษจะได้ลงมา สำรวจพื้นที่เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ อันนี้ผมเข้าใจได้นะครับว่าอยู่ดี ๆ จะให้ โครงการเกิดขึ้นทันทีมันคงเป็นไปไม่ได้ แต่อย่างน้อยผมเองก็ต้องกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะได้กรุณาสั่งการให้ชลประทานจังหวัดศรีสะเกษ ได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจออกแบบ และศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ หลังจากนั้นเมื่อเรามี ข้อมูลคร่าว ๆ ว่าต้องใช้เงินงบประมาณเท่าไร และไม่ขัดต่อกฎหมายแล้วก็จะได้ทำให้ ความเดือดร้อนของพี่น้องได้รับการแก้ไข อันนี้ก็ต้องกราบขอบพระคุณทางท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มา ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ แล้วก็จริง ๆ คำถาม ก็หมดไปแล้ว แต่ว่าก็ขอถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ซึ่งผมเอง ได้มีโอกาสไปต้อนรับท่านที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งท่านก็แซวผมว่าทำไมไม่เชิญมาที่จังหวัด ศรีสะเกษบ้าง ก็ขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า หากปิดสมัยประชุม มีเวลาก็เรียนเชิญจังหวัดศรีสะเกษ ผมจะได้พาไปดูความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ด้วยกัน ซึ่งท่านเองก็เป็นผู้แทนเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา ผมก็มีความมั่นใจว่าท่านก็รู้อยู่แล้วว่า ต้องทำอย่างไรเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สส. จังหวัดฉะเชิงเทรา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประธาน ผมจะขออนุญาตท่านประธานในฐานะที่ผมเห็นว่าเวลาของผมเหลืออีก ๕ นาทีกว่า เวลาของท่านแนนอาสพลธ์ เหลืออีกเกือบ ๔ นาที เพื่อให้มีความกระจ่างมากยิ่งขึ้น เพราะว่า ผมทราบดีครับรู้จักท่าน สส. อาสพลธ์ มาปีนี้เข้าสู่ปีที่ ๖ ทำงานร่วมกันมาโดยตลอด เข้าใจดีถึงความห่วงใยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพื่อความกระจ่างท่านประธานครับ ท่านประธานอนุญาตให้ผมตอบใช่ไหมครับ ผมจะชี้แจงเพิ่มเติมนะครับ กลับมาที่อำเภอ อุทุมพรพิสัย ซึ่งต้องบอกว่าเป็นบ้านเกิดของ สส. อาสพลธ์ เป็นเขตพื้นที่ที่ท่านดูแลอยู่ด้วย เป็นเขตเลือกตั้งที่ท่านดูแลอยู่ จริง ๆ แล้วผมนำเรียนว่าทางกรมชลประทานเรามีแผน ที่จะพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับคนอำเภออุทุมพรพิสัย ผมนำเรียนว่าในปี ๒๕๖๘ เราจะมีโครงการที่เป็นลักษณะการปรับปรุงสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า มีการสร้างแก้มลิง มีการเพิ่มประสิทธิภาพของอ่างเก็บน้ำในอำเภออุทุมพรพิสัยอำเภอเดียว ท่านประธานครับ ทั้งหมด ๑๘ โครงการด้วยกัน ซึ่งเราคาดการณ์ว่าการลงมือของเราในปี ๒๕๖๘ ที่จะถึงนี้ ซึ่งก็คือตั้งแต่ปลายปีนี้จนถึงเดือนกันยายนปีหน้า จะสามารถเพิ่มความสามารถในการส่งน้ำก็ดี หรือว่าเพิ่มความสามารถในการจัดเก็บน้ำให้กับพี่น้องชาวอำเภออุทุมพรพิสัย แล้วพี่น้อง ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงเพิ่มได้ ดังนั้นเองนอกจากนี้ผมต้องนำเรียนว่า ในปีนี้ซึ่งก็เป็น ปีงบประมาณปี ๒๕๖๗ ทางกรมชลประทานเรามีโครงการที่จะสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า บ้านหนองเหล็ก ตำบลก้านเหลือง อำเภออุทุมพรพิสัย โดยโครงการนี้เริ่มก่อสร้างไปแล้ว กรมชลประทานได้อนุมัติเงินงบประมาณจำนวนทั้งหมด ๓๕ ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จ ในปีหน้า ซึ่งประเมินว่าจะสามารถช่วยพื้นที่ทางการเกษตรได้ไม่ต่ำกว่า ๒,๐๐๐ ไร่ด้วยกัน🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณนะครับ ก็เป็นอันเสร็จกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๒๓ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ที่ประชุมพร้อมนะครับ🔗

๓. เรื่อง ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในการเดินทางจากชนบท เข้าสู่ตัวเมืองชาวอำเภอพัฒนานิคม นายสาธิต ทวีผล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ🔗

โดยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม ท่านสุรพงษ์ ปิยะโชติ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนครับ🔗

ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ ได้อนุญาต ให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสนับสนุนข้อมูล ดังนี้ ท่านแรก ท่านปิยะ โยมา ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งผู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบก ท่านที่ ๒ ท่านโสภิดา พรหมหาญ นักวิชาการขนส่งชำนาญการพิเศษ ขอเชิญท่านสาธิต ทวีผล ใช้สิทธิในการถาม รอบที่ ๑ ครับ🔗

นายสาธิต ทวีผล ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม สาธิต ทวีผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้ของผม ซึ่งเป็น กระทู้ที่เป็นความหวังของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอพัฒนานิคม และพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดลพบุรี เข้าสู่ห้องแยกเฉพาะแห่งนี้ และขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ได้กรุณามอบหมายให้ ท่านสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้มาตอบกระทู้ของผมครับท่านประธาน🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องด้วยพี่น้องประชาชนชาวอำเภอพัฒนานิคม ของจังหวัดลพบุรี และพี่น้องประชาชนชาวอำเภอวังม่วงของจังหวัดสระบุรีในบางส่วน เดิมที พี่น้อง ๒ อำเภอนี้จะมีรถโดยสาร ๑ สายที่จะวิ่งเข้ามายังตัวจังหวัดลพบุรี ก็คือลพบุรี-วังม่วง หมายเลขรถก็คือ ๖๐๑ ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อประมาณ ๑๐-๑๕ ปีที่ผ่านมา เป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้ผู้ประกอบการรถโดยสารได้มีการชะลอตัว เนื่องด้วยสถาบันการเงินนั้นได้ปล่อยกู้ง่าย ก็คือ Finance สามารถอนุมัติให้ออกรถได้ง่าย ประชาชนจึงมีความนิยมที่จะใช้รถยนต์ ส่วนตัวกันเป็นจำนวนมากในหลายครัวเรือนนะครับ ทำให้รถโดยสารมีจำนวนที่ลดน้อยลง และต่อมาเข้าสู่สถานการณ์โควิด-๑๙ ทำให้รัฐบาลในยุคนั้นได้ประกาศสภาวะฉุกเฉิน ประกาศ Lockdown ประกาศหยุดการเรียนการสอน ให้มีการเรียนการสอนแบบออนไลน์ การทำงานแบบ Work From Home จึงทำให้รถโดยสารที่วิ่งอยู่ในขณะนั้นหยุดการวิ่งลง แล้วก็นำรถไปวิ่งในระบบอื่น ก็คือไปวิ่งในระบบโรงงานทำสัญญา ๕ ปีอะไรทำนองนี้ครับ ท่านประธาน พอสถานการณ์โควิด-๑๙ กลับมาสู่สภาวะปกติ รถโดยสารไม่ได้กลับมาด้วย แต่มีพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ยังมีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางเข้าไปยังตัวจังหวัดลพบุรี ไปทำกิจธุระต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเข้าไปเพื่อรับการรักษาพยาบาล ติดต่อ งานราชการ เข้าไปรับการศึกษาในระดับชั้นต่าง ๆ ซึ่งในตัวจังหวัดลพบุรีนั้นมีมหาวิทยาลัย มีสถาบันศึกษาชั้นนำในหลาย ๆ โรงเรียนครับ ดังนั้นจึงเกิดปัญหากับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ ก็คือต้องนำรถยนต์ส่วนตัวเพื่อเข้าไปยังตัวจังหวัดลพบุรี ทำให้เกิดสภาวะการจราจร ติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วน คือประชาชนในพื้นที่ไม่มีทางเลือกครับ ก็คือถ้าไม่มีรถก็ไปไม่ได้ ก็ต้องมีการเช่าเหมารถซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่แพง ส่วนบ้านไหนที่มีรถยนต์ส่วนตัว ก็มีค่าใช้จ่าย ในการเติมน้ำมัน หากเป็นรถที่ใช้น้ำมันเบนซินจะอยู่ที่ประมาณ ๗๐๐-๘๐๐ บาท ณ ขณะนี้ ส่วนรถยนต์ดีเซลจะใช้อยู่ที่ประมาณ ๕๐๐-๖๐๐ บาท ตัวเลขที่ผมได้บอกไปจะเห็นได้ว่า พี่น้องประชาชนยังไม่ได้จับจ่ายใช้สอยกับอะไรเลยครับ หมดไปกับค่าน้ำมัน หมดไปกับค่ารถ ถ้าบ้านไหนไม่มีรถยิ่งหนักเลยครับท่านประธาน ก็ต้องมีการเหมารถเข้ามายังตัวจังหวัดลพบุรี ซึ่งค่าใช้จ่ายก็อยู่ที่ประมาณ ๑,๕๐๐ บาท ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มารับการรักษาพยาบาล ตามนัดของแพทย์ในโรงพยาบาลสมเด็จพระนารายณ์ครับท่านประธาน ผมจึงมีคำถาม ถามท่านรัฐมนตรีว่า ท่านทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ของ ๒ อำเภอนี้หรือไม่ครับ และถ้าหากว่าท่านทราบท่านจะมีแนวทางในการดำเนินการ ช่วยเหลือแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนอย่างไร กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ และท่านผู้เข้าร่วมประชุม กระผม นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับ ในฐานะที่กำกับดูแล กรมการขนส่งทางบก ในฐานะที่เป็น Regulator จากคำถามของท่านสมาชิก ก็ถือว่า ท่านได้ทำการบ้านมาดีนะครับ คือจริง ๆ แล้วปัญหาเรื่องของหลังจากโควิดมาผลกระทบ ของระบบขนส่งก็ต้องยอมรับว่า มันมีมาทั่วประเทศไม่ได้มีเฉพาะตรงลพบุรี-วังม่วงนะครับ เรื่องนี้ถามว่ากรมการขนส่งทางบกทราบเรื่องไหม ทราบครับ ว่ามีการหยุดวิ่งมาตั้งแต่ ปี ๒๕๖๔ รถนี้เริ่มมาตั้งแต่ประมาณปี ๒๕๑๙ หยุดวิ่งเมื่อปี ๒๕๖๔ แต่ปัจจุบันนี้น่าจะมีรถ ของนักเรียนวิ่งอยู่ประมาณ ๒๐ คัน มีรถของ Commercial ที่วิ่งที่ไม่ใช่รถนักเรียนประมาณ ๕ คันที่หยุดไป กรมการขนส่งทางบกได้ไปสำรวจแล้วก็ไปปรับ เมื่อก่อนจะล็อกไว้เฉพาะ เป็นรถบัส วันนี้เราได้ไปปรับให้รถที่วิ่งเล็กลงได้ เป็น Mini Bus ก็ได้ เป็นรถสองแถวก็ได้ ที่วิ่งเพื่อบรรเทา เพราะว่านั่นเป็นเส้นทางรอง ไม่ได้เป็นเส้นทางหลัก ใช้รถ Bus อาจจะไม่คุ้มครับ ระหว่างนี้อยู่ระหว่างการเปิดให้ผู้มีความประสงค์จะเข้าไปประกอบการในฐานะ Operator ก็เข้าไปสมัครได้หมดเขตวันที่ ๒๖ กรกฎาคม เปิดมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน อันนี้คือสิ่งที่เรา ดำเนินการอยู่นะครับ ที่แตกต่างจากเดิมคือเมื่อก่อนล็อกเฉพาะว่าเป็นรถ Bus เพราะว่า มันข้ามจังหวัด วังม่วงอยู่จังหวัดสระบุรี พัฒนานิคมอยู่จังหวัดลพบุรี มันก็เลยต้องเป็นรถ อีกประเภทหนึ่ง แต่วันนี้เราได้ปรับเงื่อนไขของกฎกระทรวงหลาย ๆ แบบเพื่อให้สอดคล้อง กับสถานการณ์ปัจจุบัน ต่อไปคือลักษณะทางภูมิศาสตร์ ชุมชนได้เคลื่อนย้ายไปตามถนน ที่ตัดใหม่ ไปตามเส้นทางคมนาคมที่ใหม่ ๆ เพราะฉะนั้นรูปแบบการเดินรถแบบเดิม มันจะไม่ Update ตามเหตุการณ์สถานการณ์จริงนะครับ จริง ๆ แล้วผมก็ได้มีคำสั่งการ ให้ไปสำรวจรูปแบบใหม่ทั่วประเทศที่ตอบสนอง เหมือนที่ทางจังหวัดลพบุรีได้เกิด แต่อันหนึ่ง ผมเคยได้ไปตอบกระทู้ที่ในสภาใหญ่แล้วอันหนึ่ง เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ผมได้มีประกาศ กฎกระทรวงซึ่งผมได้เสนอแก้กฎกระทรวงไปเมื่อปลายปีที่แล้ว แล้วก็มีผลเมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ให้ท้องถิ่นสามารถประกอบการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในกรณีอย่างนี้ได้ ก็คือ ให้ท้องถิ่นประชุมกับคณะกรรมการขนส่งกลางจังหวัด แล้วก็กำหนดเส้นทางที่เหมาะสม และท้องถิ่นสามารถเป็น Operator คือเป็นผู้ประกอบการได้ โดยไม่ผิดกฎหมายท้องถิ่น ซึ่งอันนี้มันจะเป็นการตอบสนอง ตอบโจทย์ได้อย่างตรงประเด็นนะครับ เพราะสุดท้าย ขนส่งประกาศหาผู้ประกอบการก็อยู่ในท้องถิ่น แต่ Process มันยาว วันนี้ผมได้แก้ไข กฎกระทรวงว่าให้ท้องถิ่นสามารถทำได้ แล้วไม่ขัดกับกฎหมายท้องถิ่นด้วยว่า ห้ามประกอบธุรกิจ แข่งขันกับเอกชน เพราะอันนี้เป็นกฎกระทรวง ถือว่าเป็นบริการสาธารณะ เพราะฉะนั้นวันนี้ ฝากข้อมูลตรงนี้ไปถึงทุกจังหวัดว่า วันนี้กฎกระทรวงที่แก้ใหม่เอื้อให้กับจังหวัดสามารถ ออกแบบการขนส่งได้เอง ขนส่งสาธารณะนะครับ ประกอบการเป็น Operator ได้ โดยผ่าน คณะกรรมการขนส่งจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน แล้วมีท้องถิ่นเป็นกรรมการ มีขนส่งจังหวัดเป็นเลขานุการ อันไหนถ้าไม่ข้ามจังหวัดก็ทำได้เลย อันไหนถ้าข้ามจังหวัด ก็เข้ามาขนส่งกลางก็อนุมัติให้ไม่เกิน ๓๐ วัน เขาประชุมเดือนละ ๑ ครั้งนะครับ อันนี้จะเป็นการ คล่องตัว เราเอาผ้าเป็นม้วนไปให้ท่าน ท่านไป Design ตัดเองตามความเหมาะสม ของพื้นที่นั้น ๆ อย่างวังม่วงเคยข้ามจังหวัด วันนี้กลับไปยังทันนะครับ วันที่ ๒๖ กรกฎาคม ถ้าเราจะมีกลุ่มจังหวัด คือ อบจ. หรือเทศบาลที่สามารถ Support ตรงนี้ได้ ถ้าไม่มี งบประมาณ ก็สามารถมาลงทะเบียนเป็น Operator ได้ ก็หารถร่วมมาวิ่งได้ แต่ Control โดยจังหวัดนะครับ ไม่ต้องเข้ามาที่ส่วนกลาง วันนี้เราพยายามจะให้คล่องตัวที่สุด ให้จังหวัด ดูแลตัวเอง เราผ่อนปรนเรื่องของกฎจากส่วนกลางลงไป ซึ่งจริง ๆ แล้วคือผมมาจากท้องถิ่น ผมเข้าใจปัญหา ผมเห็นจุดไหนที่มันกระจายอำนาจได้แล้วมันคล่องตัว ผมพยายามจะแก้ไข ให้ตลอด อันนี้ก็เป็นปัญหาหนึ่ง แล้วก็ไม่ได้มีตรงจุดเดียวมีหลาย ๆ จุดทั่วประเทศไทย ผมก็ได้ใช้วิธีการนี้ เมื่อสักครู่เรียนท่านว่า ให้ออกหนังสือเป็นทางการให้บูรณาการร่วมกันว่า ให้ไป Design Route เส้นทางการขนส่งสาธารณะสำหรับพี่น้องประชาชนที่เข้าไม่ถึงบริการ สาธารณะ ก็เรียนไปยังท่านประธานนะครับว่าวันนี้กระทรวงคมนาคมเอง โดยเฉพาะ กรมการขนส่งทางบกก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เราพยายามศึกษาตลอด เราพยายามติดตามตลอด ถึงมีการแก้กฎกระทรวง ถึงมีการไปดู ลงไปตรวจพื้นที่ หลาย ๆ ครั้งผมก็จะไปแวะขนส่ง ทุกครั้ง แล้วก็จะสอบถามปัญหาตัวนี้ทุกครั้ง เพราะประชาชนที่อยู่ตามชนบทจะเข้าไม่ถึง บริการสาธารณะ แล้วก็จะเสียค่าใช้จ่ายในการเหมารถออกมามันแพง เข้าใจเลยครับ เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่สามารถ Support ตรงนี้ได้ก็คือท้องถิ่นเป็นหลัก เหมือนกันครับ ถ้าไปผ่านให้ขนส่งมา Approve มาให้เป็น Operator ก็ใช้ค่าใช้จ่ายเดียวกัน เพราะฉะนั้น เราเลยโยนไปให้ที่ท้องถิ่นสามารถดำเนินการได้ อันนี้เป็นการที่คล่องตัวที่สุด แล้วตัดอำนาจ จากส่วนกลางไปอยู่ที่ท้องถิ่น ซึ่งสามารถจัดการเองได้โดยอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธาน ขนส่งเป็นเลขา Support ในเรื่องของกฎให้ อย่างตรงนี้ที่คำถามเมื่อสักครู่ ทราบไหม ทราบครับ แล้วก็แก้ไขอย่างไร ก็ให้ไปสำรวจเปลี่ยนรูปแบบใหม่จากเมื่อก่อน กำหนดเฉพาะเป็นรถบัส ๕ คัน วันนี้สามารถเป็นได้ทั้งรถสองแถว เป็นได้ทั้ง Mini Bus เป็นได้ทั้งรถบัส เดี๋ยวพยายามจะให้เป็นรถตู้ เดี๋ยวไปปรับอีกหน่อยหนึ่ง ไปแก้ไขกฎ คณะกรรมการกลางอีกอันหนึ่ง เพื่อให้เกิดความคล่องตัวระดับระยะใกล้ไม่เกิน ๑๐๐ กิโลเมตรเพื่อความปลอดภัย อันนี้ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับท่านประธาน ฝากท่านประธานไปถึงท่านสมาชิกนะครับ ก็ได้ดำเนินการ อยู่ระหว่างการดำเนินการดีกว่า แล้วมันเป็นช่วงรอยต่อของการจัดการระหว่างรัฐบาลที่แล้วกับรัฐบาลนี้ พอรัฐบาลนี้ มาจากการเลือกตั้งก็อย่างนี้ละครับ ดีเลยครับก็ขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณ ที่ช่วยชี้แนะ แล้วก็ชี้เป้าหมายให้กับทางกระทรวงคมนาคม บางทีกระทรวงเองก็มีหน่วยงาน แต่เสียงสะท้อนที่ดีที่สุด คือเสียงสะท้อนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งใกล้ชิดกับประชาชน มากที่สุด อันนี้ก็ได้เรียนให้กับท่านสมาชิกผ่านไปทางท่านประธานนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านสาธิตใช้สิทธิในรอบที่ ๒ ครับ แล้วก็ถ้ายังมีประเด็นซักถามเพิ่มเติม ท่านรัฐมนตรีแทบไม่เหลือเวลาแล้วนะครับ ท่านอาจจะกระชับแล้วก็ให้เวลาที่เหลือกับ ท่านรัฐมนตรีได้นะครับ🔗

นายสาธิต ทวีผล ลพบุรี

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรเคารพครับ ผม สาธิต ทวีผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคก้าวไกล ในส่วนของคำถามผมหมดแล้วครับท่านประธาน ก็จะขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้แสดง ความห่วงใยไปถึงพี่น้องประชาชนชาวอำเภอพัฒนานิคมและพี่น้องชาวอำเภอวังม่วง แล้วก็ทางพี่น้องประชาชนก็คงจะรอความหวังนี้ ให้ทางกระทรวงของท่านได้ดำเนินการแก้ไข เพราะมันเป็นปัญหาเรื้อรังมานานครับท่านประธาน จริง ๆ ปัญหานี้มีตั้งแต่ก่อน ปี ๒๕๖๔ ด้วยซ้ำ ก็คือพี่น้องประชาชนลำบากครับ ต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนต่าง ที่จากค่ารถแค่ ๔๐-๕๐ บาท ก็ต้องใช้จ่ายถึง ๑,๕๐๐ บาท ถ้ามีรถส่วนตัวก็ ๗๐๐ บาท ๖๐๐ บาท ตามลำดับครับ ต้องขอบคุณท่านประธานและขอบคุณท่านรัฐมนตรีไว้ ณ ที่นี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ เป็นอันเสร็จกระทู้ที่ ๓๒๑ ของท่านสาธิต ทวีผล ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ🔗

๔. เรื่อง การแก้ไขปัญหาขยะอาหาร (Food Surplus) นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เลื่อนไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๘ สิงหาคมครับ🔗

๕. เรื่อง การพัฒนาและต่อฟีเจอร์ของ Traffy Fondue แพลตฟอร์ม ในการรับเรื่องและการบริหารจัดการปัญหาเมือง นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนนตรี เลื่อนไปเป็นวันที่ ๑๘ กรกฎาคม🔗

๖. เรื่อง ค่าเช่าบ้านกรณีข้าราชการตำรวจชั้นประทวน นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี เลื่อนไปเป็นวันที่ ๑๘ กรกฎาคม สำหรับวันนี้จบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะครับ ขอปิดประชุมครับ🔗

ครับ ขอบพระคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของท่านวุฒินันท์ บุญชู จากจังหวัดสมุทรปราการ บางพลีนะครับ🔗

เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อนำระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม แล้วก็การตั้ง กรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างตามระเบียบวาระที่ ๗.๑ ๗.๒ ๗.๔ ๗.๖ ๗.๘ และ ๗.๑๐ ที่ยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระอีก ๑ คณะ แล้วก็จะมีเรื่องของการขอขยายระยะเวลา การพิจารณาของคณะกรรมาธิการตามระเบียบวาระที่ ๗.๕ และ ๗.๙ ขึ้นมาพิจารณาก่อน มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้ครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม🔗

ขอรับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๑ จำนวน ๔ ครั้ง คือ ครั้งที่ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ครับ ซึ่งได้วางไว้ให้กับท่านสมาชิกได้ตรวจดูก่อน ที่จะเสนอให้กับทางสภารับรองแล้วครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น จะถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมทั้ง ๔ ครั้ง ดังกล่าวครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗

๑. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์)🔗

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ ท่านจักรัตน์ พั้วช่วย ได้มีหนังสือแจ้งว่า ขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากท่านชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ได้ขอลาออก จากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่งที่ว่างลงเป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ขอเสนอชื่อ กรรมาธิการพร้อมขอผู้รับรองด้วยครับ เชิญพรรครวมไทยสร้างชาติครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอชื่อกรรมาธิการแทน สัดส่วนที่ว่างลงในสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติเป็น ท่านสันต์ แซ่ตั้ง ครับ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไป🔗

๒. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการกีฬา แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช)🔗

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ ท่านปัญญา ฤกษ์หร่าย ได้มีหนังสือแจ้งว่า ขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของท่านณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช สิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๓) ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ทำให้ ตำแหน่งกรรมาธิการว่างลง เป็นสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการกีฬา แทนตำแหน่งที่ว่างลงเป็น นายมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เดี๋ยวขอสมาชิกช่วยกันรับรองด้วยนะครับ เพราะต้องใช้ ๒๐ ท่าน ขอบคุณครับ ต่อไปนะครับ🔗

๓. ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการ เพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (ว่าที่พันตรี สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม)🔗

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ ท่านจักรพล ตั้งสุทธิธรรม มีหนังสือแจ้งว่า ขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง ว่าที่พันตรี สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ได้ขอลาออก จากตำแหน่งกรรมาธิการ ตำแหน่งที่ว่างลงเป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการครับ🔗

นายอัคร ทองใจสด เพชรบูรณ์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอัคร ทองใจสด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่างลงของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พ.ร.บ. อากาศสะอาด พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐคือ นายพรรษศรณ์ สาครเสถียร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป🔗

๔. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว แทนตำแหน่ง ที่ว่าง ๒ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นางสาวจิราพร สินธุไพร และนายสะถิระ เผือกประพันธุ์)🔗

ด้วยประธานกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่า ขอให้ตั้งกรรมาธิการแทน ตำแหน่งที่ว่าง เพราะท่านจิราพร สินธุไพร และท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ ได้ขอลาออก จากตำแหน่งกรรมาธิการ ตำแหน่งที่ว่างลงเป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย และพรรคพลังประชารัฐ ขอเชิญเสนอรายชื่อครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการสามัญ คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวแทนตำแหน่งที่ว่างลง ท่านชนก จันทาทอง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องครับ🔗

นายอัคร ทองใจสด เพชรบูรณ์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายอัคร ทองใจสด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ครับ ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการการท่องเที่ยว แทนตำแหน่งที่ว่างลงในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐครับ คือ นายองอาจ วงษ์ประยูร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถูกต้องครับ ต่อไปครับ🔗

๕. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการทหาร แทนตำแหน่ง ที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นายองอาจ วงษ์ประยูร)🔗

นายอัคร ทองใจสด เพชรบูรณ์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอัคร ทองใจสด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการการทหาร แทนตำแหน่งที่ว่างลง สัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐครับ คือนายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไป🔗

๖. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข แทนตำแหน่ง ที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นายมนัสนันท์ หลีนวรัตน์)🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่างลงในคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข ขอเสนอท่านเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องครับ🔗

๗. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ แทนตำแหน่ง ที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นายจาตุรนต์ ฉายแสง) สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ขอเชิญ เสนอครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่างลงในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ขอเสนอชื่อท่านศักดิ์ชาย ตันเจริญ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป🔗

๘. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการถ่ายโอนธุรกิจ ของกองทัพไปอยู่ในความดูแลของหน่วยงานอื่นหรือย้ายไปสถานที่อื่นที่เหมาะสม ขอขยาย ระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวไปอีก ๙๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๗ เป็นการขยายครั้งที่ ๒ มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปนะครับ🔗

๙. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางในการควบคุม และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ขอขยาย ระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๗ เป็นการขอขยายในครั้งที่ ๒ มีสมาชิกท่านใดคัดค้านหรือเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีก็ถือเป็นมติของที่ประชุมนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗

๓. รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภา จำนวน ๕ เรื่อง🔗

(๑) รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน และรายงาน การประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕🔗

(๒) รายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖🔗

(๓) รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของ ประเทศไทย ปี ๒๕๖๖ และรายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖🔗

(๔) รายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของกองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษา🔗

(๕) รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕🔗

เรื่องที่แจ้งให้ทราบมีเพียงเท่านี้นะครับ และได้รับการประสานงานว่า จะมีการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เรื่องด่วน🔗

๑. เรื่องการแก้ไขปัญหาและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุ เพลิงไหม้ที่เยาวราช นายปารเมศ วิทยารังสรรค์ เป็นผู้เสนอ🔗

นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑ พรรคก้าวไกล ผมขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) เรื่อง การแก้ไขปัญหาและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุ เพลิงไหม้ที่เยาวราชและชุมชนแออัดครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีท่านใดคัดค้านเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ มีเพื่อนสมาชิกเสนอ ญัตติเพิ่มเติมไหมครับ เชิญท่านธีรรัตน์ครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขออนุญาตเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง การพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบกรณีเหตุเพลิงไหม้ชุมชนแออัด และชุมชนเก่าในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ขอผู้รับรองค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญท่านอนุชาครับ🔗

นายอนุชา บูรพชัยศรี แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ กระผม อนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ อยากจะขอปรึกษาท่านประธานครับ คือเมื่อวานนี้ผมได้ทำหนังสือเพื่อที่จะเสนอญัตติด่วน ในเรื่องในลักษณะเดียวกัน คือเร่งศึกษาการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย แล้วก็การป้องกัน การเกิดอัคคีภัยในกรุงเทพมหานคร ในกรณีของเยาวราชเป็นกรณีตัวอย่าง ก็เลยอยากจะขอ ปรึกษาท่านประธานว่า ถ้าหากเป็นไปได้จะกรุณานำญัตติที่ผมเสนอด้วยเอกสารเมื่อวานนี้ มารวมในส่วนของการอภิปราย หรือว่าการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเป็นขั้นต่อไปครับ ท่านประธานครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้มีการตรวจสอบแล้วก็เป็นตามที่ท่านอนุชาได้แจ้งนะครับ และทางฝ่ายเลขาฝ่ายสำนัก ประชุมก็เห็นชอบตรงกันว่า จะได้ให้บรรจุระเบียบวาระของท่านอนุชา เรื่อง ขอให้สภา ผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาการเร่งให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย และแนวทาง การป้องกันการเกิดอัคคีภัยในกรุงเทพมหานคร เข้ามาประกบกับญัตติด่วนด้วยวาจา ในวันนี้ด้วยครับ ทั้งนี้ ข้อบังคับ ข้อ ๒๘ กำหนดให้ที่ประชุมจะต้องพิจารณาเรื่องที่อยู่ ในระเบียบวาระเท่านั้น เพราะฉะนั้นผมขอถามที่ประชุมว่ามีท่านใดคัดค้านไหมครับ ที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอญัตติทั้ง ๓ ญัตตินี้🔗

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ผมขออาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถือว่าที่ประชุมลงมติเห็นชอบให้พิจารณาญัตติด่วน ดังกล่าวครับ🔗

สำหรับญัตติของสมาชิกที่เสนอเป็นหนังสือของท่านอนุชาที่ยังไม่ได้บรรจุ ระเบียบวาระ ให้เจ้าหน้าที่แจกให้กับสมาชิกเพื่อพิจารณา ขอเชิญเจ้าหน้าที่แจกเอกสารครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการแจกเอกสาร)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เพราะฉะนั้นก็จะเรียงลำดับตามที่มีการเสนอ เชิญท่านแรกท่านปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ เชิญเสนอญัตติครับ🔗

นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑ เขตสัมพันธวงศ์ พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย บางรัก และดุสิต พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ในวันนี้ผมขอใช้เวลาเพื่ออภิปราย ญัตติด่วนด้วยวาจา กรณีการแก้ไขปัญหาและการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุ เพลิงไหม้เยาวราช ผมขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ให้โอกาสผมได้ยื่นญัตติด่วน ด้วยวาจาครั้งนี้ และขอให้ทุกท่านร่วมกันพิจารณาและสนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของลูก ๆ หลาน ๆ ของพวกเราทุกคน สิ่งที่ผมกำลังจะอภิปราย ไม่ใช่เป็นการโจมตีหรือติติงหน่วยงานใด แต่เป็นการอภิปรายเพื่อที่จะสร้างความตระหนัก และความสำคัญของการป้องกันเหตุสาธารณภัยอย่างเอาจริงเอาจัง ผมเข้าใจครับว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ผมเชื่อว่าเราทำได้ดีกว่านี้ ก่อนอื่นผมต้อง ขอแสดงความเสียใจกับผู้ประสบภัยทุกท่าน และผมเชื่อว่าทุก ๆ ท่านในที่นี้น่าจะได้เห็นข่าว เหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ ๗ กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น ที่ชุมชนตรอกโพธิ์ ถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ผมดูแล ท่านประธานครับ ผมอยากให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกดูครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดภาพ)
นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ กรุงเทพมหานคร

นี่คือภาพความเสียหาย ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เราจะต้องสูญเสียที่พัก ทรัพย์สิน และสิ่งของ หรือสัตว์เลี้ยง ที่เรารักกันอีกเท่าไร ผมต้องขอชมเชยเจ้าหน้าที่ดับเพลิง และหน่วยกู้ภัยทุกท่านที่เหตุเพลิงไหม้ ครั้งนี้เราไม่ได้สูญเสียชีวิตใด แต่ผมอยากจะฝากไปยังทุกท่านที่กำลังฟังอยู่ว่าในอนาคต เราอาจจะไม่ได้เคราะห์ดีเช่นเดียวกับครั้งนี้ จากเหตุการณ์ครั้งนี้ผู้ประสบภัยรวมทั้งสิ้น ๓๔๔ ราย นับเป็น ๑๙๘ ครอบครัว โดยมีบ้านเรือนและอาคารที่เสียหายรวมทั้งหมด ๖๖ ครัวเรือน ท่านประธานครับ เหตุการณ์ในวันนั้นผมมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ประสบภัยหลายท่าน ที่มีความผูกพันกับบ้านและชุมชนนี้อย่างมาก เพราะเราต้องสูญเสียพื้นที่ที่เป็นความทรงจำ ร่วมกันโดยไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุแบบนี้ ได้แต่มองดูโดยไม่สามารถทำอะไรได้ซึ่งเป็นความ น่าเศร้าสลดที่เกิดขึ้นในวันนั้น🔗

ผมอยากจะให้ดูคลิปสั้น ๆ ครับ นี่เป็นคลิปที่ผมลงพื้นที่ ณ วันเกิดเหตุ หากย้อนกลับไปคืนนั้นเหตุเพลิงไหม้ได้เกิดขึ้นในเวลา ๒ ทุ่ม ๔๑ นาที โดยรถดับเพลิง เข้าไปถึงที่เกิดเหตุภายในประมาณ ๖-๗ นาที ส่วนผมเองเข้าไปถึงพื้นที่ในตอนเวลาประมาณ ๓ ทุ่ม ๔๕ นาที ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครดับเพลิงทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง ที่ได้จัดการเพลิงไหม้โดยใช้เวลาประมาณ ๔ ชั่วโมง ถึงแม้จะมีข้อจำกัดและอุปสรรค อยู่หลายประการ นอกจากนี้ผมขอขอบคุณท่านปลัดกระทรวง พม. ท่านปลัดอนุกูลที่ได้ ลงพื้นที่อย่างรวดเร็วหลังจากที่ผมได้โทรไปประสานกับท่าน เพื่อเข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในพื้นที่ และขอขอบคุณหน่วยงาน กทม. สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน เหตุเพลิงไหม้ที่ชุมชนตรอกโพธิ์เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เราต้องหวนคิดถึงความสำคัญในการ วางแผนและการรับมือกับภัยพิบัติในชุมชนแออัดอย่างจริงจัง เพราะแต่ละชุมชนก็จะมี อายุมากขึ้นและเก่าลงเรื่อย ๆ ซึ่งหากเรามาดูกายภาพของชุมชนตรอกโพธิ์นั้น เป็นชุมชน ที่เก่าแก่มีอายุกว่า ๖๐ ปี และเป็นบ้านเรือนส่วนใหญ่ที่ทำมาจากวัสดุติดไฟง่าย อย่างเช่น ไม้ เป็นต้น มีลักษณะภูมิศาสตร์ที่แออัด ซึ่งมีถนนกว้างไม่เกิน ๓ เมตร เป็นชุมชนไข่แดง ที่ล้อมรอบด้วยตึกสูง ทำให้การเข้าถึงพื้นที่ในชุมชนทำได้ยาก ส่งผลกระทบให้การเคลื่อนย้าย และการเข้าถึงของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงนั้นเป็นไปได้ยาก และที่สำคัญรถดับเพลิงขนาดใหญ่ ไม่สามารถเข้าได้ครับ ด้วยลักษณะภูมิศาสตร์และผังเมืองเช่นนี้ที่เป็นชุมชนแออัด และเข้าถึงยาก ผมจึงอยากจะฝากผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและ คณะรัฐมนตรีว่าเราจะถอดบทเรียนจากการสูญเสียครั้งใหญ่ครั้งนี้ เพื่อเป็นแนวทางในการ แก้ไขปัญหา และมาตรการการป้องกันและรับมืออย่างไร จากข้อมูลพบว่าในพื้นที่ กรุงเทพมหานครมีชุมชนจัดตั้งทั้งหมด ๒,๐๐๘ ชุมชน โดยเป็นชุมชนที่มีความเสี่ยงด้านความ ปลอดภัยทั้งหมด ๖๓๔ ชุมชน แบ่งเป็นชุมชนที่รถเข้าออกไม่ได้มากถึงจำนวน ๒๕๖ ชุมชน ผมเข้าใจว่าจะมีเพื่อน ๆ สมาชิกท่านอื่นที่จะมาร่วมลงชื่ออภิปรายและเสนอแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ในลักษณะนี้ในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศหลังจากนี้ ท่านประธานครับ กรุงเทพมหานครเป็นเมืองแห่งเศรษฐกิจที่มีคนอยู่ร่วมกันกว่า ๑๐ ล้านคน ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับต้น ๆ ของโลก แต่ขอให้ทุกท่านลองดูข้อมูลตัวนี้ นี่คือสถิติการเกิดอัคคีภัย ๔ ปีย้อนหลังของกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ นี่คือจำนวน ของสถิติการเกิดอัคคีภัยในช่วงปี ๒๕๖๗ เป็นแท่งสีม่วงครับท่านประธาน ในระยะเวลาเพียง ๖ เดือนกว่า ๆ เท่านั้น แต่จำนวนเหตุเพลิงที่ไหม้ใกล้เคียงกับปี ๒๕๖๖ ที่มีแท่งสีน้ำเงินทั้งปี ผมดูแล้วก็ตกใจ สาเหตุเป็นเพราะอะไร ทำไมจำนวนอัคคีภัยเหตุเพลิงไหม้นี้ถึงเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา ๔ ปีติด ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ จนถึงปัจจุบัน ผมว่านี่เป็นสัญญาณ อันตรายที่เราไม่สามารถมองข้ามได้ครับ เราต้องหาสาเหตุให้เจอ ต้องเก็บสถิติอย่างมี ประสิทธิภาพ เพื่อจะได้วิเคราะห์และหาทางป้องกันเหตุเหล่านี้ในอนาคตอย่างแม่นยำ ผมได้หารือกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทางกรุงเทพมหานคร และผมเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำหน้าที่เต็มสุดความสามารถ โดยข้อจำกัดและอุปสรรคที่มีครับ ผมจึงอยากฝากท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า ท่านต้องลงมาดูปัญหาดังกล่าว ด้วยตัวเองครับ เพื่อที่จะสั่งการและวางแผน เพราะเรื่องนี้เป็นปัญหาระดับประเทศ ท่านประธานครับ จากการลงพื้นที่รวมถึงได้มีโอกาสสัมผัสหน้างานของเหตุอัคคีภัย อยู่หลายครั้ง ทำให้ผมได้เรียนรู้ถึงข้อจำกัดและอุปสรรคต่าง ๆ ที่มีในการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ผมได้เรียนรู้และไปร่วมหารือกับทางหน่วยงาน กทม. รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันและหาทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ผมจะขอชี้อุปสรรคและข้อจำกัด ในการปฏิบัติหน้าที่ ณ หน้างานทั้งหมด ๓ ข้อหลัก ๆ ครับ🔗

ข้อที่ ๑ มีปัญหาเรื่องด้านการสื่อสารครับ การสื่อสารในสถานการณ์ฉุกเฉิน มีความจำเป็นที่จะต้องประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ จากจุดเดียวกัน เพื่อความแม่นยำ และครบถ้วนของข้อมูล เพื่อที่จะประเมินสถานการณ์อย่างถูกต้อง จากที่ผมได้ลงพื้นที่ และปรึกษากับเจ้าหน้าที่หลายท่านพบว่า หน่วยงานและอาสาสมัครในกรุงเทพมหานครนั้น มาจากหลากหลายหน่วยงานครับ จึงยังไม่มีการประสานงานแบบสั่งการจากศูนย์กลาง ดังนั้นการสื่อสารระหว่างหน่วยงานภาครัฐ อาสาสมัคร และมูลนิธิต่าง ๆ อาจจะขาด ความแม่นยำ รวดเร็ว และถูกต้อง ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้เกิดการสื่อสารที่ผิดพลาดของข้อมูล เช่น หากเกิดเหตุรถจากหลายหน่วยงานจะเข้ามาครับ กรูกันเข้ามาทำให้การจราจรติดขัด และการจอดรถที่ทำให้เข้าถึงพื้นที่หน้างานนั้นล่าช้าลงไป หรือในการเข้าช่วยเหลือประชาชน ที่ติดอยู่ข้างในอาคาร หากสื่อสารแบบซ้ำซ้อนกลุ่มอาสาสมัครหรือเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน อาจจะปฏิบัติหน้าที่แบบซ้ำซ้อนกัน ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงให้กับเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร ดับเพลิงได้ ไม่ใช่แค่การสื่อสารหน้างานเท่านั้นครับ แต่รวมถึงการสื่อสารแจ้งเหตุสาธารณภัย ที่ใช้สื่อสารกับประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง ดังนั้นเราควรตั้งศูนย์สั่งการ แบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน หรือที่เราเรียกว่า Command Center ที่สามารถสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อดึงศักยภาพ ที่มีอยู่จำนวนมากนั้นมาใช้ตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วครับ🔗

ถัดมาเป็นเรื่องของระบบการจัดการบุคลากร พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ ตามมาตรา ๔ ระบุว่า อาสาสมัคร หมายความว่า อาสาสมัคร ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนตามพระราชบัญญัตินี้ โดยผมขอเสนอให้มีการแก้ไขเนื้อหา ในมาตรา ๔ เพื่อเปิดโอกาสให้อาสาสมัครจากมูลนิธิ หรือองค์กรอื่น ๆ เข้ามามีบทบาท เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานครับ ในกรณีที่เกิดเหตุสาธารณภัย โดยอาสาสมัครเหล่านี้จะต้องผ่าน การอบรม และได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในการป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย เช่นเดียวกับอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หรือที่เราเรียกกันว่า อปพร. หากอาสาสมัครไม่ได้รับรองการเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานได้พังประตูเข้าไป เพราะมีเหตุจำเป็น อาจจะถูกฟ้องจากเจ้าของอาคารได้ เพราะไม่ได้เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน จึงไม่ได้รับ การคุ้มครองตามกฎหมายนี้ครับ🔗

ข้อถัดไป ข้อที่ ๓ และเป็นข้อสุดท้ายครับ เป็นข้อที่เราต้องไปทบทวน กระบวนการการซ่อมแซมครุภัณฑ์ อุปกรณ์ที่ใช้ในการบรรเทาสาธารณภัย อย่างเช่น รถดับเพลิง เป็นต้น ปัจจุบันจำนวนรถดับเพลิงที่มีในสังกัดสำนักป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยของกรุงเทพมหานครนั้นมีทั้งหมด ๗๖๖ คัน แต่ที่พร้อมใช้งานจริง ๆ อย่างเต็ม ประสิทธิภาพมีเพียงแค่ ๕๐๕ คันเองครับ ส่วนที่เหลือนั้นรอซ่อมอุปกรณ์ชำรุดและอื่น ๆ รวมทั้งสิ้น ๒๖๑ คัน หรือคิดเป็นจำนวนมากกว่า ๑ ใน ๔ ของจำนวนทั้งหมดครับ ท่านประธานครับ ผมจึงมีข้อเสนอแนะไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ใช้อำนาจตามมาตรา ๕๖ ของพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ขอให้มีการ ออกระเบียบเพื่อเร่งรัดขั้นตอนในการจัดซื้อจัดจ้าง สำหรับการซ่อมแซมและบำรุงรักษา ครุภัณฑ์เร่งด่วน ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งในสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ เชื่อไหมครับว่า รถดับเพลิงบางคันต้องจอดรอการซ่อมแซม รอกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างนานถึง ๓ เดือน ๖ เดือน บางคันรอเป็นปียังมีเลยครับ🔗

ท่านประธานครับ ผมก็มีคำถามที่อยากจะทวงถามถึงหน่วยงานต่าง ๆ ครับ ข้อแรกครับ ผมอยากจะทวงถามและติดตามไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ในเรื่องที่ท่าน ได้ให้สัมภาษณ์ในวันที่ ๘ กรกฎาคมว่าจะมีการเยียวยาให้กับผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด แต่ปัจจุบันยังเกิดการล่าช้าขึ้นนะครับ ผมเข้าใจว่ากระบวนการต่าง ๆ นั้น ต้องเป็นไปตาม กฎหมาย แต่เอกสารครับเอกสารสิทธิต่าง ๆ สิ่งสำคัญต่าง ๆ นั้นถูกไหม้ไปกับเพลิงในบ้านเขา เรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นผมอยากจะทวงถามและเร่งรัด ติดตามการเยียวยาสำหรับผู้ประสบภัย ทุกท่านครับ การเยียวยาที่ล่าช้านั้นเป็นการซ้ำเติมต่อผู้ประสบภัย ฉะนั้นอยากจะฝาก และวิงวอนไปยังท่านนายกรัฐมนตรีครับ รบกวนช่วยเร่งรัดให้ผู้ประสบภัยเหล่านั้น ได้รับการ เยียวยาอย่างเหมาะสมด้วยครับ🔗

คำถามถัดมาครับ อยากจะฝากคำถามผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงาน กองพิสูจน์หลักฐานว่า สาเหตุที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ของชุมชนตรอกโพธิ์นั้นคืออะไร เพื่อนำ ต้นเหตุมาวิเคราะห์และวางมาตรการ เพื่อป้องกันในอนาคตครับ🔗

ฝากข้อที่ ๓ เป็นการฝากสุดท้ายครับผมทราบดีว่า ปัจจุบันมีหน่วยงาน จัดฝึกอบรมและให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องของแผนเผชิญเหตุ แต่ท่านจะหาวิธีใดครับ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนเข้าร่วมซ้อมแผนเผชิญเหตุให้มากขึ้น เพราะจากตัวเลขที่ผม ได้รับมาครับ มีประชาชนเข้าร่วมแผนซักซ้อมน้อยมาก ๆ ไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะมีสถิติ ที่ชี้ให้เห็นว่า ประชาชนสามารถช่วยระงับเหตุเพลิงในขั้นต้น หรือแม้แต่ดับเพลิงไหม้เองได้ เป็นจำนวน ๑ ใน ๓ ของเหตุอัคคีภัยทั้งหมดในกรุงเทพมหานคร ฉะนั้นต้องฝากด้วยนะครับ ว่าท่านจะมีแรงจูงใจอย่างไร ให้คนมาร่วมซ้อมแผนเผชิญเหตุให้มากขึ้น🔗

ท้ายที่สุดครับเหตุการณ์นี้เป็นการเตือนใจของเราทุกคนครับ ให้เห็นถึง ความสำคัญของมาตรการการป้องกันอัคคีภัย รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการตอบสนอง ต่อเหตุฉุกเฉินของเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ ภาพเหตุการณ์ยังคงฝังลึกในจิตใจ ของพวกเราทุกคนครับ โดยเฉพาะผู้ประสบภัย เราต้องไม่ปล่อยให้ความหวาดกลัวนั้น ได้เกิด และสร้างความสูญเสียเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงเวลาแล้วครับที่เราทุกคนต้องหันมาใส่ใจ ในเรื่องการป้องกันเหตุอัคคีภัยอย่างจริงจังเพื่อชุมชนที่ปลอดภัย และเพื่ออนาคตของลูก ๆ หลาน ๆ เราทุกท่านครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญผู้เสนอญัตติท่านที่ ๒ นะครับ ท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขออนุญาตเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง การให้สภาผู้แทนราษฎรร่วมกันพิจารณา หาแนวทางแก้ไขปัญหาและเยียวยาผลกระทบกรณีเหตุเพลิงไหม้ในชุมชนแออัดต่าง ๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียงนะคะ ก่อนอื่นเลยดิฉันก็ต้องกล่าวขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน หลังจากที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้น ท่านเองไม่รอช้าค่ะ ได้ดำเนินการประสานงานสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รีบลงไปดูแล พี่น้องประชาชนให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด ซึ่งอีกสักครู่ดิฉันจะกล่าวให้ชัดในรายละเอียด ไม่ว่า จะเป็นในส่วนของกระทรวงมหาดไทย กระทรวง พม. ในส่วนของกรุงเทพมหานครที่อยู่ ในพื้นที่โดยตรง ล้วนแล้วต่างทำงานกันอย่างเข้มแข็งค่ะ ท่านประธานคะ ปัญหาเพลิงไหม้ ในชุมชนแออัดหรือชุมชนเก่าแก่ที่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้นที่ผ่านมาครั้งนี้เกิดขึ้นที่ชุมชน ตรอกโพธิ์ เขตสัมพันธวงศ์ ไม่ใช่ครั้งแรกมีการสูญเสียเกิดขึ้น มีบ้านเรือนกว่า ๕๐ หลัง ซึ่งคิดเป็น ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นมีผู้ได้รับผลกระทบถึง ๒๔๕ คน โดยประมาณ แต่ก็ถือว่าเป็นความโชคดีที่ไม่มีผู้ใดเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ แต่เรา อาจจะไม่โชคดีอย่างนี้ตลอดนะคะ ถ้าหากว่าเรายังไม่มีการเตรียมพร้อม ไม่มีการป้องกัน ในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างนี้ที่เพียงพอ รวมถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นก็ยังไม่มีการระบุ ได้อย่างชัดเจนว่าเป็นเพราะเหตุใด ดิฉันคิดว่าก็ต้องฝากความหวังไว้ที่ทางเจ้าหน้าที่ ได้ดำเนินการสืบสวน เพื่อที่เราจะได้แก้ไขปัญหาได้ตรงจุดที่สุด ท่านประธานคะ ปัญหานี้ ถ้าหากว่าย้อนกลับไปเมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๕ ก็ได้มีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนของพี่น้อง ประชาชนในลักษณะที่คล้ายกันภายในชุมชนบ่อนไก่ ถนนพระราม ๔ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ถ้าหากว่าพวกเรายังจำกันได้ก็จะมีเหตุการณ์ที่พี่น้องประชาชนนั้น บ้านเรือนได้รับความเสียหายมากกว่า ๑๐๐ หลังคาเรือน แล้วก็มีผู้ที่ได้รับผลกระทบมากมาย แล้วบางท่านก็ยังไม่มีที่อยู่ที่เหมาะสมด้วย ถ้าหากว่าเราจะใช้เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นบทเรียน แล้วก็เร่งแก้ไขเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่พี่น้องเรียกร้อง ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกได้ย้อน เหตุการณ์ไปถึงเพลิงไหม้ที่มีสารเคมีระเบิดที่บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด จังหวัด สมุทรปราการ ก็ถือว่าเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับกรุงเทพมหานครเมื่อหลายปีก่อนนะคะ แต่เราทุกคนต่างจำเหตุการณ์นั้นได้ดี มีผู้ที่ต้องลนลานอพยพหนีออกมาจากในพื้นที่ด้วย ตนเอง โดยขาดการช่วยเหลือจากทางเจ้าหน้าที่รัฐ ในวันนั้นพื้นที่ของดิฉันในเขตลาดกระบัง ก็เป็นพื้นที่รับผู้ประสบภัยเช่นเดียวกัน พี่น้องย้ายเข้าไปอยู่ในวัดลานบุญกันเป็นจำนวนมาก แล้วก็ได้พลังจากพี่น้องประชาชนนี้ค่ะต่างที่จะช่วยเหลือกันนำอาหาร นำเครื่องนุ่งห่ม นำที่นอนมามอบให้ ดิฉันเองไปดูในพื้นที่เกิดเหตุก็เกิดความคิดที่ว่าถ้าหากว่า เราไม่ป้องกัน เพียงพอเหตุการณ์ซ้ำ ๆ เช่นนี้ก็จะเกิดขึ้น ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นมูลค่ามหาศาล ในวันนั้น ที่ดิฉันต้องการจะยื่นญัตติด่วน แล้วก็รวมถึงกระทู้สดสำหรับรัฐบาลสมัยชุดที่แล้ว ในเรื่องของ การให้ทางหน่วยงานราชการดูในเรื่องกฎหมายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการตรวจสอบ สภาพโรงงาน สถานที่เก็บสารเคมีมีความเหมาะสมหรือไม่ เครื่องมือในการป้องกันอุบัติภัย ต่าง ๆ ครบถ้วนหรือเปล่านะคะ ในเหตุการณ์ที่ย้อนกลับไปดิฉันก็ยังจำได้ดีแล้วก็ไม่อยาก ที่จะให้เกิดความสูญเสียขึ้นมาอีกค่ะ ย้อนกลับมาที่ชุมชนตรอกโพธิ์นี้ได้มีการสำรวจว่า เหตุหนึ่งที่ทำให้การช่วยเหลือเข้าไปได้อย่างล่าช้า เนื่องจากว่าเป็นชุมชนที่มีความแออัด แล้วก็มีความคับแคบ ถนนทางเดินที่ใช้ในการสัญจรก็มีการวางข้าวของของพี่น้องประชาชน ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงอย่างระเกะระกะ ทำให้การสัญจรนั้นเป็นไปด้วยความลำบาก เราต้อง ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนนั้นได้เก็บของของตนเองให้อยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม ในกรณี ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ทางเจ้าหน้าที่ก็จะสามารถช่วยเหลือได้อย่างราบรื่น ไม่มีสิ่งใดกีดขวางอยู่ รวมถึงจากที่รับทราบตามข่าวสาร รวมถึงที่ทางกรุงเทพมหานครได้แจ้งให้ทราบว่า ในชุมชน ตรอกโพธิ์นั้นมีประปาหัวแดงอยู่เพียงพอ ๓ จุดด้วยกัน แต่ทำไมเราถึงรู้สึกว่าการช่วยเหลือ มันยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ดิฉันคิดว่าอาจจะเป็นส่วนที่ว่าพี่น้องประชาชนไม่ได้รับการฝึกฝน ไม่ได้รับการฝึกซ้อมว่าการที่เราจะใช้ประปาหัวแดงนั้นจะใช้ได้ด้วยวิธีใดบ้าง แล้วก็ด้วยความห่างเราอาจจะต้องลงไปสำรวจว่า มีความเหมาะสมแล้วหรือไม่ว่า ๓ จุด ที่มีอยู่นั้น แต่ละจุด ๆ นั้นอยู่ในจุดเสี่ยงหรือว่าจุดที่พร้อมใช้อย่างไร ถ้าหากว่ามีความจำเป็น ที่จะต้องเพิ่มใหม่ ก็คงจะต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาทำการเพิ่มจำนวนประปา หัวแดงเพื่อให้มีความเหมาะสมพร้อมใช้ต่อไปในอนาคตค่ะ นอกจากเรื่องเหตุเพลิงไหม้ที่ดิฉัน ได้กล่าวไปแล้ว การเยียวยาผลกระทบหลังเกิดเหตุก็เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ ที่ดิฉันคิดว่า เพื่อนสมาชิกทุกคนก็จะต้องได้ร่วมกันเสนอความคิดเห็น เพื่อส่งต่อให้กับรัฐบาลในวันนี้ด้วย ในเหตุการณ์ชุมชนตรอกโพธิ์นี้เกิดความเสียหายหลายส่วนค่ะ แล้วก็เมื่อเพลิงสงบแล้ว เราจะพบว่าบ้านเรือนเหลือเพียงเศษซากเท่านั้นเอง ไม่สามารถที่จะซ่อมแซมได้ ฉะนั้น จึงเป็นความจำเป็นที่จะต้องสร้างขึ้นมาใหม่ ซึ่งในการสร้างขึ้นมาใหม่ค่ะมันมีขั้นตอน หลายขั้นตอนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเจ้าของที่ดินเองก็จะต้องยื่นแบบขออนุญาต สร้างอาคารตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๘ ใหม่ทั้งหมดนะคะ ดูแล้ว ถ้าหากว่าจะต้องไปตามกระบวนการเหล่านี้ที่เป็นเรื่องเร่งด่วน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจจะต้องมาอำนวยความสะดวกโดยเฉพาะ เพราะดิฉันเคยลงไปดูแลแล้วก็ช่วยเหลือ คนในพื้นที่ชุมชนจัดสรรวัดลาดกระบังไฟไหม้บ้าน แต่กว่าที่จะได้รับการช่วยเหลือต้องติดขัด ในเรื่องของกระบวนการ ด้านเอกสาร ด้านงบประมาณที่อยู่กันคนละหน่วยงาน ทำให้ การช่วยเหลือนั้นก็ใช้เวลาหลายวันเหมือนกันกว่าที่หน่วยงานต่าง ๆ จะเข้ามา แต่ถ้าหากว่า เราได้ลองปรับปรุงกฎหมายที่มีอยู่ให้เกิดความสะดวกกับผู้ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเหล่านี้ได้ ที่เขาไม่มีบ้านอยู่อาศัยแล้วค่ะ ให้เขาสามารถที่จะบรรเทาความทุกข์เหล่านั้นให้เบาลงได้ ดิฉันก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างยิ่งค่ะ🔗

ท่านประธานคะ ในพื้นที่เยาวราชที่เพิ่งเกิดเหตุไป ถือว่าเป็นพื้นที่ที่มี ความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจมาก ๆ ถ้าดิฉันไม่ได้เอ่ยถึงก็คงจะไม่ได้นะคะ ที่สัปดาห์ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมามีศิลปินระดับโลก ลิซ่าก็ได้มาถ่ายทำมิวสิกวิดีโอที่นี่ทำให้เป็นสถานที่ ที่โด่งดังไปทั่วโลก มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาถ่ายภาพ Check In แล้วก็ได้สร้างเศรษฐกิจ ให้ดีขึ้นตามลำดับ ดิฉันจึงคิดว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ ของรัฐบาลในการ Promote เรื่อง Soft Power เรื่องแหล่งท่องเที่ยวด้วย เป็นความจำเป็น เร่งด่วนจริง ๆ ค่ะที่จะต้องเร่งเข้าไปฟื้นฟู รวมถึงดูแลความปลอดภัยในจุดอื่น ๆ ในพื้นที่ เยาวราชนี้ให้มีความปลอดภัย แล้วก็สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทาง เข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยนี้ แล้วก็ควบคู่ไปกับเร่ง Promote จุดที่มีความสวยงาม มีความสมบูรณ์ของพื้นที่อยู่แล้วให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางเพิ่มมากขึ้นค่ะ🔗

ท่านประธานคะ ดิฉันได้สอบถามความคืบหน้าเรื่องนี้ไปทางสภา กรุงเทพมหานคร ทาง ส.ก. ของพรรคเพื่อไทยหลาย ๆ ท่านก็ได้สะท้อนปัญหา ไม่เพียงแต่ ในจุดที่เกิดเหตุเท่านั้น แต่ในพื้นที่แออัดในเขตต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร ดิฉันจะขออนุญาต ยกตัวอย่างเช่น ท่าน ส.ก. กนกนุช กลิ่นสังข์ ส.ก. เขตดอนเมือง ได้รายงานให้ดิฉัน ได้ทราบว่า เหตุถังดับเพลิงระเบิดที่เกิดขึ้นน่าที่จะช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาที่มีการซ้อม ใช้ถังดับเพลิงในสถานศึกษาแห่งหนึ่ง แล้วถังดับเพลิงกลับระเบิดเสียเองทำให้มีนักเรียน ที่ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทางกรุงเทพมหานครก็ได้มีการไปเรียก ถังดับเพลิงที่มีสภาพไม่พร้อมใช้งานแล้วค่ะกลับมาเพื่อที่จะทำการตรวจสอบ แต่ปัญหา มันคืออะไรคะท่านประธาน ปัญหาคือเมื่อเรียกกลับมาแล้วยังไม่ได้เอาไปเติมเพิ่มให้มันมีครบ ตามจำนวน ตามความจำเป็นถ้าหากเกิดเหตุฉุกเฉินที่ต้องการใช้ได้ แล้วทาง ส.ก. ก็ได้ ทวงถามไปทางกรุงเทพมหานครก็ได้คำตอบกลับมาว่า ในขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบของ สตง. เองก็ตาม ตามระเบียบข้อบังคับการใช้งบประมาณ แผ่นดินก็ตาม ทั้งนั้นแล้วก็ขอให้ทางหน่วยงานกรุงเทพมหานครได้เร่งดำเนินการเติมถัง ดับเพลิงเหล่านี้ให้ครบตามจำนวนที่เหมาะสมกับความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนค่ะ อีก ๑ ท่าน ท่าน ส.ก. เนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย ท่าน ส.ก. เขตบึงกุ่ม ได้มีการยื่นญัตติต่อสภา กทม. เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ในเรื่องถังดับเพลิงเช่นเดียวกันที่มีความขาดแคลน ไม่เพียงแต่ ในชุมชนเท่านั้น แต่ในโรงเรียน ในสถานพยาบาล ในวัดตอนนี้ทราบว่าบางแห่งมีไม่ถึง ๑๐ ถัง ซึ่งเราก็ต้อง Check ข้อมูลกลับไปทางสำนักงานเขตก็ได้รับแจ้งว่า ทางเขตแจ้งว่าทาง กทม. ให้ใช้เงินอุดหนุนจากทาง กทม. ได้ แต่ความคิดเห็นของท่าน ส.ก. ที่ได้สะท้อนกลับมาบอกว่า ในเรื่องนี้แล้วควรที่จะให้รัฐบาลได้เข้ามาช่วยดูแล ช่วยอุดหนุนงบประมาณในส่วนนี้ด้วย เพราะว่าหากคิดดูแล้วความปลอดภัยที่จะเกิดขึ้น เปรียบเทียบกับความสูญเสีย ถ้าหากว่า เราไม่อุดหนุนงบประมาณในส่วนนี้ไป ความสูญเสียนั้นจะเกิดขึ้นมากกว่างบประมาณที่เรา จะใช้เพื่อการป้องกันค่ะ อีกท่านหนึ่งท่าน ส.ก. สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ท่านเป็นประธานสภา กรุงเทพมหานครในขณะนี้ อยู่ในเขตลาดกระบัง ก็มีความคิดเห็นที่ตรงกับดิฉัน ที่ดิฉัน อยากที่จะใช้โอกาสนี้ในการที่จะบอกถึงสถานการณ์ในพื้นที่ด้วย อย่างเช่น ในพื้นที่เขต ลาดกระบังเองนั้นมีชุมชนแออัดหลายแห่ง พื้นที่หนึ่งที่ทุกท่านน่าจะรู้จักได้ก็คือชุมชน เคหะร่มเกล้า มีชุมชนที่ย้ายมาจากทางคลองเตยด้วย มีชุมชนจากหลาย ๆ แห่งที่ย้ายเข้ามา อยู่ในพื้นที่นี้ ทำให้ประกอบด้วยพี่น้องประชาชนมากมาย แล้วก็มีสถานีดับเพลิงย่อย ๑ แห่ง แต่สถานีดับเพลิงย่อยนี้ค่ะทางเจ้าพนักงานดับเพลิง ด้วยความที่ดิฉันเองมีความกังวลมาก ๆ ว่าในปัจจุบันนี้สวัสดิภาพ สวัสดิการของพวกเขาต้องอยู่ในตู้ Container ที่เอาไปไว้เพียง ได้แค่กันแดดเท่านั้นเอง ซึ่งมันไม่ควรที่จะเป็นอย่างนั้น มันควรจะมีอาคารที่มีความพร้อม ในการใช้งานอยู่เสมอ ดิฉันเคยไปศึกษาดูงานที่ต่างประเทศเราจะพบว่า อาคารดับเพลิง ของประเทศต่าง ๆ เขาจะมีชุดพนักงานดับเพลิงแขวนไว้เลยที่พร้อมใส่มาก ๆ เวลาประชาชน กดออดว่า มีเหตุเพลิงไหม้ที่นี่ปุ๊บ หรือมีสัญญาณเตือนภัยจากอาคารชุดต่าง ๆ ว่ามีควัน เกิดขึ้นในอาคาร เจ้าพนักงานดับเพลิงสามารถที่จะแค่ใส่แขนลงไป ใส่ขาลงไปสวมชุด แล้วก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เลย นี่คือความรวดเร็ว แล้วก็ความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้แล้ว ๑ วินาที หรือ ๒ วินาที นี่หมายถึงชีวิตของพี่น้องประชาชน ที่จะต้องสูญเสียไปเลย นี่เป็นเหตุการณ์หนึ่งแล้วก็ตัวอย่างหนึ่งที่ดิฉันอยากจะสะท้อน ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าให้ได้ลงไปดูแล ไม่ว่าจะเรื่องของเหตุเพลิงไหม้ เหตุการณ์เยียวยา สวัสดิการของเจ้าพนักงานดับเพลิงที่จะสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพวกเขาในการปฏิบัติ หน้าที่ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกันค่ะ แต่เกร็ดนิดหนึ่งดิฉันต้องเรียนท่านประธานให้ทราบ นั่นก็คือในพื้นที่สถานีย่อยในเคหะร่มเกล้า สถานีดับเพลิงย่อยมันมีข้อพิพาทกันอยู่ มันมีอาคารที่กำลังสร้างแต่ถูกทิ้งร้างไป เนื่องจากผู้รับเหมาหนีงานเมื่อหลายสิบปี ที่ผ่านมาแล้ว ดิฉันสอบถามจากทางเจ้าหน้าที่น่าจะประมาณ ๒๐ ปี แต่ก็ทิ้งร้างไว้อย่างนั้น แล้วก็คดีอยู่ในศาลหรือเปล่า ดิฉันเองก็อยากจะให้ทางกรุงเทพมหานครได้เร่งสะสาง ในเรื่องนี้ เพื่อที่เราจะได้ปรับปรุง แล้วก็ใช้พื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนได้มากที่สุด แล้วก็มีอาคารสถานีดับเพลิงย่อยที่เหมาะสม สำหรับการใช้งานได้อย่างทันท่วงที ทันเวลา เมื่อเกิดเหตุที่ฉุกเฉินขึ้นนะคะท่านประธาน ดิฉันเคยพาท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ท่านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงไปในพื้นที่ ท่านเอง ก็ได้เห็นถึงปัญหา แล้วก็ได้ดำเนินการรับปากว่าจะสะสางเรื่องนี้ แล้วก็ถ้าหากว่าจำเป็น ที่จะต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้างอาคาร ดิฉันมั่นใจว่าทางรัฐบาลเอง ทางท่าน นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน เองจะไม่รีรอที่จะอนุมัติการสร้างอาคารเหล่านั้นให้เกิดขึ้น ได้จริง นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ดิฉันได้รับแจ้งมาจากเพื่อนสมาชิกจากสภากรุงเทพมหานคร ในส่วนของปัญหาในพื้นที่ที่เราอยากจะให้เจ้าหน้าที่นั้นได้ไปติดตามแล้วก็แก้ไขไม่เพียงแค่ ๓-๔ เขตดิฉันได้กล่าวมา แต่ทั้ง ๕๐ เขตในกรุงเทพมหานคร พี่น้องประชาชนจะต้องอยู่ อย่างปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้ได้ค่ะ🔗

ท่านประธานคะ ในลำดับต่อไปดิฉันอยากจะเชิญชวนเพื่อนสมาชิกให้ได้มา ช่วยกันวิเคราะห์ถึงปัญหา แล้วก็แนวทางแก้ไขเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นในชุมชน ดิฉัน จะกล่าวถึงกฎกระทรวงฉบับที่ ๕๕ ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งมีการระบุให้มีการเว้นที่ว่างระหว่างอาคารไว้ให้ชัดเจน โดยสิ่งที่ดิฉันจะกล่าวนี้ มี ๓ ประเด็นด้วยกัน นั่นก็คือเรื่องของการเกิดเหตุเพลิงไหม้ แล้วก็การดับเพลิงในชุมชนเก่า ชุมชนดั้งเดิม เรื่องที่ ๒ การเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ แล้วก็ประเด็นสุดท้ายนั้นก็คือ ข้อเสนอแนะที่จะส่งต่อไปค่ะ🔗

เรื่องการเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่พบบ่อยนะคะ เรื่องชุมชนที่เป็นไม้เก่านี่ค่ะมันเร็ว ต่อการเป็นเชื้อเพลิงมาก ๆ เวลาเกิดขึ้นทีหนึ่งก็คือ เพลิงลุกกระจายไปหมด อย่างเช่น ที่ตลาดไม้หัวตะเข้เกิดเหตุหลายครั้งค่ะ ดีว่าพี่น้องประชาชนมีความตื่นตัว แล้วก็เตรียมพร้อม ในการป้องกันเหตุอยู่เสมอ ส่วนหนึ่งที่ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ชุมชนที่สร้างมาดั้งเดิม โดยมากจะใช้สายไฟที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรมแล้ว เสี่ยงต่อการเกิดปะทุของไฟ ทำให้เกิดเหตุ บ่อยครั้ง และอีกส่วนหนึ่งถ้าหากว่าเราจะนึกภาพออกก็คือ การที่มีเหล็กดัดค่ะ แต่ละบ้าน ป้องกันโจรขโมยโดยใช้เหล็กดัด แต่นั่นทำให้เวลาเกิดเหตุแล้วทำให้พี่น้องประชาชนนั้น หนีออกมาจากเพลิงไหม้ได้อย่างลำบาก ดิฉันเคยได้ยินคำกล่าวที่บอกว่า โจรขึ้นบ้าน ๗ ครั้ง ไม่เท่าไฟไหม้บ้านครั้งเดียว แล้วถ้าไม่เกิดขึ้นเลยนี่ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ดิฉันก็ขอนำเรียน ท่านประธานได้ทราบในส่วนสาเหตุที่จะทำให้เกิดเพลิงไหม้ลุกลามเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว อุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนจะต้องระมัดระวังให้มีอายุการใช้งานที่สมบูรณ์ อยู่เสมอ อย่าไปเสี่ยง บางทีจะเกิดปะทุไฟหรือว่าต่อไฟสายเล็ก ๆ น้อย ๆ ล้วนแต่เป็นสาเหตุ ในการเกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ทั้งสิ้น ฉะนั้นก็ต้องระมัดระวังนะคะ🔗

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ อยากที่จะให้พวกเราได้ช่วยกันดูแลในเรื่องของลักษณะ ทางกายภาพของถนน การใช้วิถีชีวิตของชาวบ้านว่าที่เคยวางกระถางต้นไม้เกะกะ ทางเดิน อาจจะต้องแอบเข้าไปให้เรียบร้อย เราไม่รู้ค่ะว่าเหตุฉุกเฉินเหล่านี้จะเกิดขึ้นวันใด แต่ถ้าหากว่าเราเตรียมพร้อมอยู่เสมอ นั่นก็หมายถึงความปลอดภัยที่จะเกิดขึ้นตามมาด้วย แล้วก็บางท่านอาจจะมีข้อเสนอแนะว่า ประปาหัวแดงที่ไม่เพียงพอ ฉะนั้นแล้วก็อาจจะต้องเพิ่ม รวมถึงการเน้นการฝึกซ้อมการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ให้กับพี่น้องประชาชนในชุมชน อย่างสม่ำเสมอด้วยค่ะ จากเหตุการณ์ที่ตรอกโพธิ์ ดิฉันได้รับทราบจากทางผู้เกี่ยวข้องว่า มีถังดับเพลิงประมาณ ๒๐ ถัง ถือว่าเกินมาตรฐานที่จัดไว้ว่า ๕ ครัวเรือน สามารถมีถังดับเพลิงได้ ๑ ถัง แต่ว่าในชุมชนตรอกโพธิ์นั้นมี ๖๙ ครัวเรือน ก็ถือว่ามีปริมาณที่ตรงตามมาตรฐาน แต่ถ้าหากว่าจะให้ดีขึ้น ดิฉันอยากให้เปลี่ยนเป็น ๑ ครัวเรือน ต่อ ๑ ถังดับเพลิงเลย ก็ถือว่าจะเป็นประโยชน์มาก ๆ🔗

ดิฉันจะกล่าวต่อไปในประเด็นของการแก้ไขปัญหา นั่นก็คือเรื่องของการ ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของชุมชน อย่างที่ดิฉันกล่าวไปว่าชุมชนที่มีพื้นที่คับแคบ เดินทาง ไม่สะดวกนั้น ก็อาจจะต้องได้รับการปรับปรุงขยายทางเข้าออก ทำความสะอาดทางเดินเท้า ให้มีความสะดวกสบายในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการเดินทางอยู่เสมอ แล้วก็ต้องให้ ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ช่วยกันไปตรวจตรา แล้วก็ต้องขอความร่วมมือจากพี่น้อง ประชาชนได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วยนะคะ เวลาที่เขาไปขอให้เราได้เคลื่อนย้าย สิ่งกีดขวางเหล่านี้ เพื่อความปลอดภัยของทุก ๆ คนโดยรวมทั้งนั้นเลยค่ะ ส่งเสริม ให้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย นั่นก็คือตรวจสอบ แล้วก็ปรับปรุงอาคาร ให้เป็นไปตามข้อกำหนดค่ะ อย่างที่ดิฉันเรียนไปว่าในชุมชนเก่า ส่วนมากก็คือปลูกตึก ติด ๆ กันเลยใช่ไหมคะ เป็นคูหาติดกันเลย แต่ถ้าหากว่าปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่ นั่นก็คือต้องมีช่องเว้นว่าง เพื่อที่จะให้เกิดความปลอดภัยเวลาที่เกิดเหตุฉุกเฉินด้วย ก็ต้องมีการปฏิบัติตามนะคะ ในการฝึกอบรมอย่างที่ดิฉันบอกไปแล้วว่า ต้องมีการฝึกอบรม อยู่เสมอ ซึ่งในชุมชนตรอกโพธิ์นี้ดิฉันได้ทราบจากทางเจ้าหน้าที่ว่า เพิ่งมีการฝึกซ้อมไป เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมานี้เองค่ะ แต่ทราบว่าในจุดที่เกิดเหตุนี่เป็นจุดของประชาชนที่เข้ามา อยู่ใหม่ ฉะนั้นแล้วถ้าหากว่ามีการฝึกซ้อม ตรวจสอบว่าท่านใดมีความรู้ในเรื่องของการป้องกันภัย เหล่านี้อยู่เสมอก็จะเป็นประโยชน์มาก ๆ ค่ะ ท่านประธานคะ ในส่วนที่ดิฉันได้เรียนไปว่า ได้มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการที่จะเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชน รวมถึง การเยียวยาเรื่องที่อยู่อาศัย อย่างเช่น ในหน่วยงานที่ได้ลงพื้นที่ไปในปัจจุบันนี้แล้วที่ดิฉัน ได้รับทราบก็คือ อย่างเช่น กองทัพบก ทางคณะทูตเองก็ตาม ทางคณะแม่บ้าน ทางแม่บ้าน ตำรวจได้ลงไป ทางกรุงเทพมหานครได้รับผิดชอบในเรื่องของการประสานงาน แล้วก็จัดการ ฟื้นฟูพื้นที่ให้พี่น้องประชาชน รวมถึงได้รับความช่วยเหลือจากพี่น้องประชาชนที่นำสิ่งของ ไปให้มากมาย แต่ว่าเจ้าหน้าที่ก็คอยดูแลความสะดวก คอยจัดความเป็นระเบียบอยู่ จนทำให้ พี่น้องประชาชนนั้นสามารถได้รับการบรรเทาทุกข์ได้อย่างทั่วถึงค่ะ ดิฉันต้องขอบคุณทาง ท่านผู้ว่าชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เพราะทราบว่าทางสำนักงานเขตก็ได้มีการตั้งกองอำนวยการ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วย มีการตั้งที่อยู่ชั่วคราว ไม่ว่าจะเป็นการเช่าห้องพักในราคาถูก ให้ผู้ที่ประสบภัยนั้นได้ไปอยู่อาศัยชั่วคราว ในขณะที่รอการสร้างบ้านใหม่ด้วยค่ะ ในส่วนของ กระทรวงมหาดไทย ที่ดิฉันอาจจะได้แนะนำไปแล้ว นั่นก็คือในเรื่องของกฎหมายการสร้าง อาคารชุดต่าง ๆ อาจจะต้องให้มีความเข้มข้น แล้วก็ได้เอื้อให้พี่น้องประชาชนที่ประสบภัย อย่างเร่งด่วนนี้ให้ได้รับการดูแลด้วยค่ะ แล้วกระทรวงแรงงานที่อาจจะต้องลงไปช่วยเหลือ ผู้ที่ประสบภัย จนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ไปทำงานได้แล้ว หรือว่าการจัดหางานให้กับ ผู้ที่ประสบภัยอยู่ในขณะนี้ ดิฉันก็คิดว่าน่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะเติมเต็มการช่วยเหลือให้เกิด ความสมบูรณ์ขึ้นได้ อย่างที่ดิฉันบอกไปว่าในส่วนที่เป็นข้อเสนอแนะ ดิฉันอยากที่จะให้ ทุกชุมชนมีการติดตั้งระบบสัญญาณเตือนภัยในชุมชน เวลาที่กดปุ่มเตือนภัยปุ๊บนี่ทุกคน รู้หมดว่าเกิดเหตุอะไร รวมถึงดิฉันทราบว่าจากกระทรวง DE เอง ตอนนี้ก็มีการจัดทำระบบ Cell Broadcast ขึ้นถ้าหากว่าใช้ได้เร็ว ก็หมายถึงความปลอดภัยของพี่น้องที่จะได้รู้เหตุด่วน ล่วงหน้าก่อนด้วยนะคะ ก็ขอให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงไปดูแลพี่น้องประชาชน ในส่วนนี้ นี่คือข้อเสนอแนะบางส่วนที่ดิฉันได้รับฟังจากพี่น้องประชาชน จากเพื่อนสมาชิก ฝากส่งต่อถึงรัฐบาล เมื่อท่านรู้แล้วและได้เกิดการทำงานอย่างจริงจัง ได้มีการกำชับ ให้หน่วยงานนั้นลงไปดูแลแก้ไข ฟื้นฟูสภาพจิตใจ รวมถึงเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ แล้วก็ จุดไหนที่เป็นปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกฎหมาย เร่งแก้ไขให้ได้ทันท่วงทีไม่ให้เกิดเหตุการณ์ ที่มีความเสียหายรุนแรงนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ดิฉันขอฝากทางรัฐบาลส่งต่อไปถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบคุณท่าน ประธานค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ผมขอหารือท่านสมาชิกสักเล็กน้อยก่อนนะครับ เพราะว่าตอนวิปตกลงกัน คาดว่าจะใช้เวลากับญัตตินี้ประมาณ ๑ ชั่วโมงครึ่งนะครับ แต่ตอนนี้มีสมาชิกที่ลงชื่อแล้ว เกือบ ๒๐ ท่าน ก็น่าจะเกิน ๒ ชั่วโมง ทีนี้ถ้าสามารถตกลงกันได้ เพราะมันจะกระทบ ต่อการรับทราบรายงานทีหลังด้วย ก็อยากให้ทางวิปหารือกันใหม่นะครับ แล้วก็หลังจาก ที่ท่านอนุชาได้เสนอญัตติแล้ว ผมจะปิดรายชื่อเพื่อการอภิปราย ผมเข้าใจว่าประเด็น ก็น่าจะซ้ำ ๆ แต่ว่าจะได้รับรู้ถึงสภาพที่แตกต่างหลากหลายของแต่ละพื้นที่นะครับ จะไม่ใช้เวลากับเรื่องนี้มากจนเกินไปครับ เชิญท่านอนุชาครับ🔗

นายอนุชา บูรพชัยศรี แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม อนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ จากกรุงเทพมหานครครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณ ท่านประธานที่อนุญาตให้ญัตติของผมที่ได้เสนอตั้งแต่เมื่อวานนี้เป็นลายลักษณ์อักษร ตามที่ท่านสมาชิกได้รับแจกจากเจ้าหน้าที่มาบรรจุเป็นญัตติด่วนในวันนี้ต่อเนื่องมานะครับ🔗

ก่อนอื่นผมก็อยากจะขออนุญาตที่จะกล่าวถึงญัตตินี้ก่อนว่า ญัตตินี้ก็คือ ญัตติที่ขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้มีการพิจารณาศึกษาการเร่งให้ความช่วยเหลือ แล้วก็เยียวยา ผู้ประสบภัย แล้วก็แนวทางการป้องกันการเกิดอัคคีภัยในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเรื่องนี้เกิดจาก การที่มีเหตุเพลิงไหม้เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ในช่วงค่ำประมาณ ๒๐ นาฬิกา ๔๐ นาที ซึ่งก็ได้เกิดอัคคีภัยในชุมชนตรอกโพธิ์ ถนนทรงสวัสดิ์ แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งทุกท่านทราบดีว่าตรงนั้นที่เราเรียกกันว่า เป็นเยาวราช เป็นชุมชน ที่แออัด แล้วก็มีลักษณะเป็นบ้านไม้ปลูกติดกันหลายหลังคาเรือน แล้วก็ล้อมรอบด้วยอาคารสูง แล้วก็มีต้นเพลิงเกิดขึ้นจากภายในชุมชนดังกล่าว แล้วจากรายงาน ณ ปัจจุบันก็มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวนทั้งสิ้น ๕ ราย แล้วก็สร้างความเสียหายให้กับชุมชนทั้งสิ้นจำนวน ๓๗ ครัวเรือน มีบ้านจำนวน ๖๖ หลังคาเรือน เพลิงยังได้อีกลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียงอีกมากมายด้วย รวมทั้งสิ้นแล้วพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากรายงานอยู่ที่ประมาณ ๑ ไร่เศษ และในเบื้องต้น มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ แล้วก็มีเหตุทำให้มีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเกิดขึ้นจำนวนมาก แล้วก็เป็นกรณี ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องมีการเยียวยา แล้วก็ช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมทั้ง ควรจะต้องมีการดำเนินการแนวทางการป้องกัน ซึ่งผมจะได้มีการอภิปรายต่อไป เพื่อไม่ให้ เกิดเหตุดังกล่าวขึ้นอีก ทั้งนี้ หากรัฐบาลมีการเร่งให้การช่วยเหลือเยียวยา แล้วก็มีการ วางแนวทางในการป้องกันในเรื่องอัคคีภัยดังกล่าวได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น แน่นอนครับ ย่อมส่งผลให้ประชาชนที่ได้รับการบรรเทาความเดือดร้อนมีความสบายใจ และมีกำลังใจมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่น แล้วก็ช่วยฟื้นฟูให้สภาพเศรษฐกิจ ของประเทศกลับมาดีขึ้นได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย จึงควรมีการพิจารณาศึกษาแนวทาง ดังที่ผมได้เสนอญัตติในวันนี้ นอกจากนั้นก็ขอเสนอให้มีการพูดคุยกันเพื่อที่จะนำ การอภิปรายของสมาชิกในวันนี้เสนอให้กับทางรัฐบาลเพื่อดำเนินการต่อไป ก่อนอื่นผมต้อง ขอกล่าวถึงความช่วยเหลือของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ก่อนที่จะนำเสนอในเรื่องของแนวทางที่ผมจะนำเสนอในเรื่องที่จะให้รัฐบาลดำเนินการ ณ ปัจจุบันมีผู้มายื่นคำร้องแล้ว ๓ วันที่ผ่านมา รวมทั้งสิ้นประมาณ ๓๖๙ ราย เป็นคนไทย ๑๘๐ ราย แล้วก็เป็นคนต่างด้าว ๑๘๗ ราย มีหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นมากมาย เลยครับ ขออนุญาตกล่าวคร่าว ๆ ก็คือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มีการรับลงทะเบียนเพื่อที่จะช่วยเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่ง มีการลงทะเบียน เพื่อที่จะช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุในภาวะยากลำบาก มีการช่วยเหลือจากเงินกองทุน คุ้มครองเด็กและเงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน แล้วก็มีการลงทะเบียนเพื่อช่วยเหลือ เงินสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการด้วย🔗

หน่วยงานที่ ๒ เป็นหน่วยงานจากกรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัย ก็มีหน่วยปฐมพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุขที่ ๑๓ ไมตรีวานิช ให้บริการด้านสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นให้ความช่วยเหลือด้านยารักษาโรค หรือว่าผู้ที่ต้องการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น จากเหตุไฟไหม้นี้นะครับ มีการตรวจสุขภาพเรื่องของกรองเชื้อโควิด มีคัดกรองสุขภาพจิต มีช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงด้วยไปยังศูนย์พักพิงสัตว์ ประเวศ จากสำนักป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย กทม. เองก็มีการสนับสนุนเตียง จำนวน ๑๐๐ เตียง มีการลงทะเบียน ผู้ประสบภัยเพื่อรับถุงยังชีพและพิจารณารับเงินเยียวยาด้วย ทางสถานีตำรวจก็ดำเนินการ อย่างดี ทางสถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย ๒ แล้วก็สถานีตำรวจนครบาลจักรวรรดิ ก็ได้ดำเนินการอำนวยความสะดวกในการรับแจ้งความในเรื่องของเหตุอัคคีภัยด้วย มูลนิธิอื่น ๆ ทางด้านองค์กรเอกชนก็เข้ามาช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีการรับลงทะเบียนเพื่อรับเงินเยียวยา มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ อย่างที่ผมเรียนไป ในเบื้องต้นเพื่อรับถุงยังชีพพระราชทาน ปัจจุบันก็จะมีเรื่องของครัวพระราชทานด้วยนะครับ บริการอาหารให้กับผู้ประสบภัย แล้วก็เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ กทม. เช่นเดียวกันครับ สำนักสิ่งแวดล้อม มีการสนับสนุนเรื่องของรถสุขา กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย ก็มีการรับคำร้องเพื่อพิจารณาเงินเยียวยาค่าซ่อมแซมบ้าน ซึ่งก็จะมีการดำเนินการหลังจากนี้ อปพร. สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ก็มีการสนับสนุน เรื่องของการอำนวยการ กองทัพเรือก็มาช่วยเรื่องของถุงยังชีพ สมาคมแม่บ้านสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ก็มามอบถุงยังชีพหรือเงินช่วยเหลือแล้ว ในส่วนของมูลนิธิร่วมกตัญญู ให้ความช่วยเหลือด้านเครื่องอุปโภค บริโภค แล้วก็สมาคมแม่บ้านทหารเรือ ก็มีการมอบเครื่องนุ่งห่ม แล้วก็ชุดชั้นในหญิงและชาย แล้วก็ผ้าอ้อมให้กับทางด้านผู้สูงอายุด้วย ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้ เพื่ออยากที่จะให้เราได้เห็นว่า เมื่อคนไทยเราเกิดปัญหาหรือว่าต้องการความช่วยเหลือ ไม่ใช่เฉพาะในส่วนของหน่วยงานของภาครัฐอย่างเดียว หน่วยงานภาคเอกชน มูลนิธิต่าง ๆ ก็พร้อมที่จะเข้ามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของกรุงเทพมหานครได้ดำเนินการมา อย่างต่อเนื่อง ก็ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนทุกองค์กรที่ได้ดำเนินการ ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ด้วยครับ🔗

ต่อไปครับก็คือ อยากที่จะนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องของข้อเสนอแนะที่ผม อยากจะให้ทางรัฐบาลได้ดำเนินการ แล้วก็หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องได้นำไปพิจารณา ผมมี ๕ เรื่องสำคัญ ๆ เรื่องแรกเป็นเรื่องที่เป็นประเด็นอยู่บ่อยครั้ง ทุกครั้งที่มีการดับเพลิง แล้วก็มีการพูดถึงก็คือ เรื่องของหัวแดงดับเพลิง ซึ่งท่านประธานครับ เราคงจะทราบกันอยู่ว่า มีการพูดเสมออยู่ตลอดเวลาว่า หัวแดงดับเพลิงนั้นมีจำนวนเพียงพอหรือไม่ และกระจาย ไปในจุดที่เหมาะสมหรือเปล่า อย่างไรก็ตามครับประเด็นที่น่าสนใจก็คือว่า หัวแดงดับเพลิง เหล่านี้เป็นทรัพย์สินของการประปาครับ ดังนั้นการจะทำเรื่องติดตั้งหัวแดงดับเพลิงต่าง ๆ ในแต่ละจุดในกรุงเทพมหานคร ก็จะต้องขออนุมัติกับทางการประปา แล้วก็ต้องเป็นไปตาม หลักเกณฑ์ของการประปาด้วย เพราะฉะนั้นส่วนของงบประมาณในการติดตั้งเป็นของ กทม. เพราะฉะนั้นในพื้นที่ กทม. ทั้งหมดจะต้องใช้เงินอุดหนุนของทาง กทม. เพราะฉะนั้นคราวนี้ เรามาดูจำนวนหัวแดงดับเพลิงกันบ้างในปัจจุบัน หัวแดงดับเพลิงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตอนนี้มีทั้งหมด ๒๔,๖๙๓ หัว ถามว่าจำนวนเท่านี้เพียงพอหรือไม่ ก็ต้องเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับว่าทาง กทม. ได้ร่วมกับทางการประปาทำการสำรวจพื้นที่ในกรุงเทพมหานครแล้ว ปรากฏว่ามีความจำเป็นต้องติดตั้งหัวแดงดับเพลิงเพิ่มอีกทั้งสิ้น จำนวนประมาณ ๒๕๘ หัว อย่างไรก็ตามครับ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ นี้ ทางกรุงเทพมหานครได้เตรียมงบประมาณ ในการที่จะติดตั้งหัวแดงดับเพลิงไว้เพิ่มอีกเพียงแค่ ๔๐ จุดเท่านั้น ยังขาดอีก ๒๑๘ จุด ซึ่ง ณ วันนี้คงไม่อยากที่จะลงรายละเอียดว่า ๒๑๘ จุด เป็นจุดไหนบ้าง เพราะไม่อยากให้ ประชาชนเกิดความตระหนก แต่อย่างไรก็ตามผมอยากที่จะเสนอแบบนี้ครับท่านประธาน คือแทนที่เราจะใช้งบประมาณในการติดตั้งหัวแดงดับเพลิงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จากงบอุดหนุนของ กทม. อยากจะเสนอให้ใช้งบประมาณจากงบกลางของรัฐบาล มอบภาระ ติดตั้งหัวแดงดับเพลิงที่เหลือทั้งหมด ๒๕๘ หัว ต่อจากนี้ไปให้เป็นหน้าที่ของการประปาไปเลย ได้หรือไม่ แล้วก็ดำเนินการติดตั้งหัวแดงทั้งหมดที่ไป Survey กันมาแล้ว ทั้งในส่วนของ กทม. และการประปาไปในคราวเดียวกันด้วยความเร่งด่วนเลย เอาให้เสร็จภายในปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๗ นี้เลย นี่คือการให้ความสำคัญเร่งด่วนเป็นลำดับต้น ๆ ของการแก้ไขปัญหาการดับเพลิง ในพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเมืองหลวง โดยในปัจจุบันสามารถ ดำเนินการได้ทันทีถ้าเราใช้ในส่วนของงบกลางที่พิจารณาไปดำเนินการได้ทันที นอกจากนี้ ผมได้รับข้อมูลมาว่ามีประชาชนบางส่วนก็มีการลักลอบการใช้น้ำจากหัวแดงที่ไว้สำหรับ จ่ายดับเพลิง ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาอาจจะนำไปเล่นสาดน้ำสงกรานต์บ้างในเทศกาล บางราย ก็นำไปจำหน่ายบ้างก็มี ทั้งนี้ โดยทั่วไปการเปิดจ่ายอุปกรณ์หัวดับเพลิงดังกล่าวนี่จะต้องมี อุปกรณ์เฉพาะ แต่ว่าปรากฏว่ามีประชาชนบางกลุ่มก็ยังสามารถเปิดได้ ก็อยากที่จะเรียนว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นอยากให้ทาง กทม. สั่งการไปยัง ทางด้านเจ้าหน้าที่เทศกิจ แล้วก็ประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยออกตรวจพื้นที่ ด้วยว่าหัวแดงดับเพลิงต่าง ๆ เหล่านี้อยู่ในสภาพที่สามารถใช้งาน แล้วก็สามารถดำเนินการ ที่จะทำให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ทั้งหมดเลยทั้ง ๒๐,๐๐๐ กว่าหัว นอกจากนี้ก็ขออนุญาต ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนด้วย บางครั้งเราเอารถของเราไปจอดกีดขวางหัวจ่ายดับเพลิง ในที่สาธารณะ ซึ่งแน่นอนครับก็อาจจะต้องโดนใบสั่ง แต่ที่เลวร้ายไปกว่านั้นถ้าเกิดเหตุการณ์ อย่างเช่นที่เยาวราชขึ้นมา มันทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงไม่สามารถดำเนินการในส่วนของการ ที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นขอความกรุณาประชาชนให้ความร่วมมือตรงนี้ด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ ต่อมาเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณอีกเช่นกันครับ ท่านประธาน คือเรื่องของการที่จะต้องเตรียมงบประมาณในการจัดซื้อรถดับเพลิงเพิ่มเติม ซึ่งแน่นอนครับว่ารถคันหนึ่งมีราคาสูง เพราะมันเป็น Specialized Vehicles มันเป็นรถ ที่เรียกว่าไม่ใช่รถปกติที่จะประกอบขึ้นมาได้ มันเป็นรถพิเศษ เพราะฉะนั้นคงจะต้องมี ความจำเป็นในการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน แล้วก็เร่งด่วนจากนี้ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รถดับเพลิงที่ต้องใช้กับตึกสูง ตรงนี้ก็บอกว่าทาง กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ต้องบอกว่ามีความขาดแคลนอย่างมาก ซึ่งในปัจจุบัน กทม. มีตึกสูงอยู่มากมาย ทั้งในส่วนของ CBD หรือว่าส่วนของใจกลางกรุงเทพมหานคร และตอนนี้ก็มีไปบริเวณรอบ ๆ ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นการที่เราจะต้องจัดซื้อจัดหารถดับเพลิง สำหรับใช้ในการที่จะบรรเทา สาธารณภัยต่าง ๆ สำหรับตึกสูงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยก็คงต้องคำนึง แน่นอนเรื่องของ การใช้งบประมาณที่เหมาะสม คุ้มค่า แล้วก็โปร่งใส นอกจากนี้ยังมีเรื่องของงบค่าซ่อม รถดับเพลิงด้วย แล้วก็อุปกรณ์ดับเพลิงที่เคยจัดซื้อมาแล้ว แต่ทราบว่ายังมีหลายส่วน ที่ยังไม่สามารถดำเนินการนำมาใช้ปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งก็เป็นความล่าช้าในเรื่องของการจัดซื้อ จัดหา เนื่องจากรถดับเพลิงอย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่าไม่ใช่รถทั่วไป แล้วก็เป็นยี่ห้อเฉพาะ ๆ เพราะฉะนั้นการสั่งซื้อ แล้วก็รออะไหล่ส่วนใหญ่จะมาจากต่างประเทศ ก็ต้องใช้เวลานาน แล้วก็มีราคาแพง ทำให้ไม่สามารถซ่อมบำรุงได้ทันต่อการใช้งานในปัจจุบัน ก็ขอให้ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วยเช่นเดียวกัน🔗

เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับทางด้านบุคลากร ในปัจจุบันในส่วนของ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า อปพร. มีทั้งสิ้นตอนนี้ ในกรุงเทพมหานครประมาณ ๖๐,๐๐๐ คน แต่ว่าไม่แน่ใจว่าทั้ง ๖๐,๐๐๐ คน สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้จริงกี่คน และใครสามารถที่จะมีความรู้ในการที่จะเข้าระงับเหตุเพลิงไหม้ได้ ตามที่ได้มีการอบรม หรือการที่ได้มีการเข้าพื้นที่แล้วสามารถจะทราบข้อเท็จจริงว่า จะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง ก็ขอเสนอให้ทางกรุงเทพมหานคร ทำการสำรวจอย่างจริงจังว่า บุคลากรในส่วนของ อปพร. ทั้งหมดจะต้องมีการจัดอบรมอย่างไรบ้าง แล้วก็มีการดำเนินการเพื่อที่จะให้พร้อม ทำงาน ถ้าเรามี อปพร. เกือบ ๖๐,๐๐๐ คนแล้วสามารถที่จะช่วยบรรเทาสาธารณภัย หรือว่าเหตุการณ์อื่น ๆ ในกรุงเทพมหานครได้ทันท่วงทีอย่างแน่นอน นอกจากนี้ก็อยากที่จะ ขอเสนอให้มีการจัดกลุ่ม อปพร. ใหม่ โดยอาจจะจัดตามกลุ่มอายุ แล้วก็จัดตามทักษะ โดยอาจจะแบ่งเป็นกลุ่มปฏิบัติการที่อาจจะมีความคล่องแคล่ว และมีทักษะในการลงพื้นที่ ดับเพลิงจริง แล้วก็กลุ่มที่เรียกว่าเป็นผู้สูงวัยขึ้นมานิดหนึ่งก็อาจจะเป็นผู้ที่จะสนับสนุน สำหรับคอยช่วยเหลือแล้วก็อำนวยการ อันนี้ก็จะสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระเบียบ รูปธรรมได้มากขึ้น แล้วก็อาจจะต้องมีการพูดคุยในเรื่องของการที่แนวคิด ความเหมาะสม ในการที่จะให้ อปพร. ขึ้นตรงกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือไม่ จากเดิม ที่ในปัจจุบันขึ้นตรงอยู่กับทางด้านผู้อำนวยการเขตอยู่🔗

เรื่องที่ ๔ เป็นเรื่องเกี่ยวกับทางด้านกฎหมาย สืบเนื่องจากปัญหาด้าน บุคลากร เหตุไฟไหม้ในช่วงที่ผ่านมาจะมีทางองค์กรเอกชน มีมูลนิธิและสมาคมต่าง ๆ เข้ามาช่วยเหลือในการดับเพลิงด้วยนะครับ อย่างไรก็ตามยังมีปัญหาในเรื่องของการ ประสานงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการสั่งการหน้างานว่า ใครคือผู้รับผิดชอบสูงสุด ใครควรจะต้องรับฟังคำสั่งจากใคร ดังนั้นจึงขอเสนอให้ทาง กทม. ได้เร่งทำความเข้าใจ ที่ถูกต้องกับองค์กรต่าง ๆ อย่างชัดเจน เพื่อให้การระงับเหตุมีประสิทธิภาพสูงสุด แล้วก็ อยากจะเสนอแนวทางแก้ไขพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยขอให้ตั้ง อปพร. กลางขึ้นมา แล้วก็มีมูลนิธิและสมาคมเข้ามาร่วมด้วย แต่ให้อยู่ภายใต้การสั่งการ ของกรุงเทพมหานคร เพื่อที่จะได้ให้มีการยอมรับในเรื่องของการที่จะมีระบบคำสั่งเดียว หรือว่า Single Command เกิดขึ้นโดยเร็ว ซึ่งจะช่วยให้การดับเพลิงสามารถเป็นไป ด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วก็ช่วยในเรื่องของการปรับปรุงเรื่องของการ ประสานงานของหน่วยงานต่าง ๆ ในการเข้าพื้นที่ไฟไหม้ เพื่อให้เกิดความคล่องตัว ในการดับเพลิงอีกด้วย🔗

เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ขอเสนอให้ กทม. ให้ความสำคัญกับเรื่อง ของการอบรม แล้วก็ซ้อมแผนอพยพกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งทราบอยู่ว่าตอนนี้กำลัง ดำเนินการอยู่ แต่อาจจะต้องมีความจำเป็นในการที่จะต้องเพิ่มในส่วนของจำนวน ที่จะดำเนินการในแต่ละปี ๆ เพื่อให้ประชาชนในชุมชนต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร มีความมั่นใจ แล้วก็มีการเข้าใจที่ถูกต้องเมื่อเกิดเหตุอัคคีภัยเกิดขึ้น ท่านประธานครับ ทราบว่ายังมีสมาชิกอีกหลายท่าน แสดงความจำนงที่จะอภิปรายข้อเสนอแนะอีกมากมาย ที่เป็นประโยชน์ ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าการเสนอญัตติด่วนในการประชุม สภาผู้แทนราษฎรของผมในวันนี้ เพื่อพิจารณาดำเนินการเร่งให้การช่วยเหลือเยียวยา และเยียวยาผู้ประสบภัย และเสนอแนะแนวทางการป้องกันการเกิดอัคคีภัย แล้วก็ การดำเนินการดับเพลิงโดยเฉพาะชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานครนั้น หลังจากการอภิปราย ของผมแล้ว รวมถึงท่านสมาชิกอื่น ๆ ด้วยทางสภาผู้แทนราษฎรจะได้นำข้อเสนอแนะนี้ ส่งให้กับทางด้านรัฐบาลรับไปดำเนินการต่อไปครับ ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณนะครับ ผู้เสนอญัตติทั้ง ๓ ท่าน สมาชิกครับ ตอนนี้มีเพื่อนสมาชิกที่ลงชื่อ อภิปราย ฝ่ายค้าน ๑๘ ท่าน ฝ่ายรัฐบาล ๓ ท่านนะครับ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่วโมงครึ่ง เราจะได้กะเวลาสำหรับการเข้าสู่เรื่องวาระต่อไปได้นะครับ ขอปิดการเข้าชื่อเพื่ออภิปราย ครับ ผมขออนุญาตเรียกเป็น ๓ : ๑ นะครับ ฝ่ายค้าน ๓ แล้วสลับมาที่ฝ่ายรัฐบาลนะครับ ขอเชิญ ๓ ท่านแรกนะครับ ท่านศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ท่านปวิตรา จิตตกิจ และท่านภัณฑิล น่วมเจิม ครับ🔗

นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๙ พรรคก้าวไกลครับ ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความเสียใจกับพี่น้องที่เยาวราช รวมไปถึง พื้นที่อื่น ๆ ที่เคยประสบเหตุไฟไหม้มา ณ ที่นี้ด้วย ท่านประธานครับ ผมขอถอดบทเรียน เหตุเพลิงไหม้ที่เยาวราชและในที่อื่น ๆ ในกรุงเทพมหานคร ออกมาเป็นข้อเสนอ ๓ มิติ ๗ ประเด็นย่อย ดังนี้ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

มิติที่ ๑ ด้านกายภาพ ก็มี ๓ ประเด็นย่อยด้วยกัน🔗

ประเด็นย่อยที่ ๑ คือปัญหาทางเข้าที่แคบเกินไป รถดับเพลิงเข้าไม่ได้ครับ ไม่ว่าจะเยาวราชหรือชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานคร ในพื้นที่อื่น ๆ นั้นล้วนแล้วแต่เป็นพื้นที่กึ่ง Land Lock คือรถและรถดับเพลิงเข้าออกไม่ได้ ชีวิตประจำวันใช้มอเตอร์ไซค์กับการเดินเท้า เข้าออกเป็นหลัก ซึ่งมีความเสี่ยงมากต่อการควบคุมเพลิง ซึ่งถึงเวลาแล้วหรือไม่ ที่รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานคร ต้องเริ่มใช้ พ.ร.บ. จัดรูปที่ดิน อย่างจริงจัง เพื่อให้ได้ถนนที่กว้างมากพอ ให้ได้รูปที่ดินที่มีความสวยงามและควรกำหนด ขนาดความกว้างของถนนเอกชนว่า ต้องมีขั้นต่ำเท่าไรที่รถดับเพลิงจะผ่านเข้าออกได้ ถ้าตรงไหนกว้างไม่พอ ก็ไม่ควรออกใบอนุญาตก่อสร้างให้หรือไม่🔗

ประเด็นย่อยที่ ๒ คือปัญหาด้านการสร้างบ้านผิด พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร ทำไม พ.ร.บ. ควบคุมอาคารต้องกำหนดเรื่องของระยะร่นจากกำแพงครับ ก็เพราะว่าที่มา ของ พ.ร.บ. นี้คือการป้องกันและควบคุมไม่ให้เกิดเหตุเพลิงไหม้ลุกลามแบบเคสที่เยาวราช บ้านสองชั้นโดยทั่วไปแล้วถ้าเกิดทำกำแพงเป็นทึบ ต้องมีระยะร่นประมาณ ๐.๕ เมตร จากแนวรั้ว ถ้าเกิดเป็นกำแพงที่มีช่องเปิด มีหน้าต่าง มีระเบียง มีประตู ท่านต้องเว้นระยะ อย่างน้อย ๒ เมตรจากแนวรั้ว แต่สภาพเป็นจริงครับทุกคนรู้ครับ เราต่อเติมกันหมด ผิดกันหมดครับ เราอาจจะไม่ทราบกฎหมาย ไม่เข้าใจที่มาของกฎหมาย แต่ที่แปลกคือ เจ้าหน้าที่ปล่อยให้ต่อเติมมาได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่สร้างเก่าหรือบ้านที่เพิ่งจะ สร้างใหม่ทุกวันนี้ก็ต่อเติมผิดแทบทุกหลัง บางคนบอกว่าที่ดินของเขาครับ เขาอยากจะ ต่อเติมชนกำแพงมันก็เรื่องของเขา ผมก็ต้องบอกว่าถ้าท่านไม่ได้ต่อเติมไปชนกับกำแพง ของบ้านท่านอื่นมันคงไม่มีปัญหาหรอกครับ การที่เราต่อเติมจนไปชิดกับกำแพง ของเพื่อนบ้าน นั่นเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับบ้านที่อยู่ติดกัน และทำให้เกิดเหตุการณ์ แบบนี้เกิดขึ้น ยิ่งชุมชนแออัดส่วนใหญ่ก็เป็นบ้านไม้ มีการสร้างติดกัน หรือประชากร มีความหนาแน่นย่อมมีความเสี่ยงที่สูงขึ้น สิ่งที่ กทม. ต้องทำครับ เร่งรัดในเรื่องของการ กำกับควบคุมการใช้กฎหมายควบคุมอาคารเสียที และกระทรวงมหาดไทยควรต้อง ออกระเบียบเรื่องของการใช้วัสดุกันไฟในการสร้างสิ่งปลูกสร้างครับ🔗

ประเด็นย่อยที่ ๓ ของเรื่องกายภาพก็คือ เรื่องของปัญหาระบบไฟฟ้าเก่า มิเตอร์เก่า สายไฟเก่า ทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรได้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลควรมีเจ้าหน้าที่ตรวจระบบ ไฟฟ้าในอาคารเก่า และควรออกนโยบายสนับสนุนการเปลี่ยนระบบไฟใหม่ เดินสายใหม่ โดยอาจจะใช้เงินกองทุนของกระทรวงพลังงานหรือการไฟฟ้าเข้ามา Support ก็ได้ ซึ่งด้านหนึ่งจะช่วยในการส่งเสริมเรื่องของความปลอดภัย และอีกด้านหนึ่งก็คือในเรื่อง ของการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ได้อีกด้วย🔗

มิติที่ ๒ คือด้านของการเตรียมความพร้อมและการป้องกันครับ ซึ่งมี ๒ ประเด็นย่อยด้วยกัน🔗

ประเด็นย่อยที่ ๑ หลายท่านที่อยู่ที่หมู่บ้าน และอยู่ที่คอนโดมิเนียมอาจจะ ไม่ทราบว่าจริง ๆ แล้ว กทม. มีการฝึกอบรมดับไฟ หนีไฟ ใช้ถังดับเพลิงหรือแม้กระทั่ง แจกถังดับเพลิงฟรีให้กับพี่น้องในชุมชนอยู่ตลอดครับ แต่ปัญหาคือการอบรมนั้นไม่ได้ เป็นภาคบังคับให้ทุกคนต้องเข้าร่วม และบางทีถังที่ให้ไปก็วางผิดตำแหน่งบ้าง บางชุมชน ไม่มีที่วางก็เอาไปรวมกันอยู่ที่เดียว พอเกิดไฟไหม้ขึ้นมาก็วิ่งไปส่วนกลาง เพื่อไปเอาถัง และวิ่งกลับมาเพื่อดับไฟ สุดท้ายมันก็สายเกินไปแล้ว กทม. มีความจำเป็นต้องลงไปตรวจดู เรื่องพวกนี้แทนที่จะเน้นแค่เรื่องของการแจกฟรีเพียงอย่างเดียว🔗

ประเด็นย่อยที่ ๒ คือเรื่องของสถานีดับเพลิงครับ ปัจจุบันกรุงเทพมหานคร เรามีสถานีดับเพลิงทั้งหมด ๔๘ แห่งเท่านั้นครับ โดยตามหลักไฟไหม้แล้ว เจ้าหน้าที่ ควรต้องถึงที่เกิดเหตุไม่เกิน ๘ นาที เดี๋ยวขอสไลด์ถัดไปครับ แต่ถ้าเกิดดูในแผนที่ครับ เราจะพบว่าเป็นไปได้หรือครับ ที่กรุงเทพมหานครจะเข้าถึงพื้นที่ได้ภายใน ๘ นาที ตามสถานีดับเพลิงที่มีอยู่ในภาพนี้ เพราะฉะนั้น กทม. มีความจำเป็นต้องสร้างสถานีดับเพลิง ย่อยเพิ่มครับ แต่ที่น่าเสียดาย กทม. ติดปัญหาคือไม่มีที่ดิน แต่หน่วยงาน อย่างเช่น การรถไฟ การทางพิเศษ ธนารักษ์ แม้กระทั่งที่ดินของทหาร หรือมหาวิทยาลัยของรัฐยังมีที่ดิน เหลือเยอะมาก และหลายที่ก็นำที่ดินเหล่านั้นไปปล่อยเช่าหาเงินเข้าองค์กร ไปทำสนามกอล์ฟ โดยที่ไม่ได้แบ่งให้ กทม. ไปทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ แม้กระทั่งจะสร้างโรงพยาบาล ในเขตของผมเอง ยังไม่มีที่ดินจะสร้างโรงพยาบาลเลยครับท่านประธาน รัฐควรต้องเข้ามา จัดการ Clear เรื่องนี้อย่างจริงจังได้แล้ว รวมถึงเรื่องของรถดับเพลิงที่เป็นระบบ Mobile Unit คือตามจุดต่าง ๆ หรือเรือดับเพลิง ในพื้นที่ที่รถเข้าไม่ได้ กทม. ก็ต้องรีบจัดซื้อ และวางกระจายตามจุดต่าง ๆ ให้เพียงพอ🔗

มิติที่ ๓ คือเรื่องของกฎหมาย การชดเชย การเยียวยา คุ้มครอง ซึ่งมีทั้งหมด ๒ ประเด็นย่อยด้วยกันครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ คือเรื่องของระเบียบที่รัฐบาลเยียวยา ท่านประธานครับ โจรปล้น ๑๐ ครั้งไม่เท่าไฟไหม้ครั้งเดียว แต่ระเบียบที่มีอยู่ตอนนี้นั้น รู้หรือไม่ครับช่วยค่า ซ่อมบ้านทั้งหมดเท่าไรครับ ๔๙,๕๐๐ บาทเท่านั้นครับ ไหม้ทั้งหลังรัฐบาลช่วย ๔๙,๕๐๐ บาท รวมถึงค่าครองชีพและค่าของอื่น ๆ ต่าง ๆ รวมกันไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท ซึ่งรัฐควรต้องปรับ Rate ใหม่แล้วหรือไม่ และควรที่เริ่มคิดถึงเรื่องของการร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบอัคคีภัย หรือไม่ ซึ่งเป็นในแนวเดียวกันกับการทำ พ.ร.บ. รถยนต์ คือเป็นรูปแบบของประกัน หรือแม้กระทั่ง จะทำเป็นเรื่องของการมีกองทุน พอเกิดไฟไหม้ปุ๊บจ่ายปั๊บทันที เพราะมีเพื่อนสมาชิก หลายคนบอกว่า การได้เงินนั้นล่าช้า เริ่มกันถึงกระทั่งการที่ต้องมีการสนับสนุนการซื้อ ประกันอัคคีภัยหรือไม่ แล้วนำเงินตรงนี้ไปลดหย่อนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้บางส่วน🔗

ประเด็นสุดท้าย คือเรื่องของการดูแลอาสาสมัครกู้ชีพกู้ภัยจากมูลนิธิต่าง ๆ ที่มาช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ ปัจจุบันแน่นอนครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิกบอกครับ อาสาเหล่านี้ ไม่มีสถานะเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ได้รับการคุ้มครองจาก พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิด ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งวันนี้ผมดีใจที่เพื่อนสมาชิกหลายคนพูดถึงอาสาหลายท่าน ผมจึงต้องขอใช้ โอกาสนี้ในการประกาศผ่านท่านประธาน ไปยังพี่น้องอาสาสมัครทั่วประเทศ รวมถึง เพื่อนสมาชิกด้วยว่าผมและพรรคก้าวไกลนั้น กำลังเตรียมยื่นเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ อาสาสมัครกู้ชีพกู้ภัย ที่จะยกระดับ จัดระเบียบ เพิ่มการคุ้มครองทางกฎหมาย และช่วยเหลือ ค่ารักษาพยาบาล กรณีที่อาสาได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตระหว่างเสี่ยงชีวิตช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนให้กับอาสาสมัครทุกท่านที่อยู่ในระบบมูลนิธิอย่างถูกต้อง แล้วผมหวังว่าเมื่อร่างนี้ เข้าสู่รัฐสภาแห่งนี้แล้วเพื่อน ๆ สมาชิกจากทุกท่านที่ช่วยกันพูดถึงเรื่องนี้ก็จะช่วยสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านปวิตรา ครับ🔗

นางสาวปวิตรา จิตตกิจ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน ดิฉัน ลูกเกด ปวิตรา จิตตกิจ ผู้แทนราษฎร เขตบางกอกใหญ่ ธนบุรี ภาษีเจริญ แขวงศิริราช และแขวงบางเชือกหนัง กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย ในญัตติด่วนเกี่ยวกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในแหล่งชุมชน แต่มิติที่ดิฉัน จะพูดถึงเป็นมิติของการป้องกันค่ะท่านประธาน เอาจริง ๆ ประเด็นนี้ดิฉันเคยตั้งกระทู้ถาม ที่ห้องแยกเฉพาะไปแล้ว ถึงแนวทางการจัดสรรถังดับเพลิง ประปาหัวแดง และแผนภัยพิบัติเมือง ต่อท่านรัฐมนตรีช่วยเกรียง ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะคะ ตั้งแต่สมัยประชุมที่แล้วค่ะ ท่านประธาน ท่านบอกว่าจะให้เอกสาร Update มาชี้แจงถึงเรื่องการแจกจ่ายถังดับเพลิง และ Update ความคืบหน้า แต่ว่าจนตอนนี้ดิฉันยังไม่ได้รับอะไรจากท่านเลยนะคะ แล้วก็ไม่มี หน่วยงานใดแจ้งติดต่อกลับมา จากวันนั้นจนถึงวันนี้ กรุงเทพมหานครยังไม่ได้เปลี่ยนอะไร ไปเลยแถมยังมีเหตุไฟไหม้ซึ่งเสียหายมากกว่าเดิมด้วย ดิฉันก็ขอเชิญชวนท่านประธาน รวมกันตั้งคำถามว่า จากเหตุเพลิงไหม้ครั้งที่ผ่านมาส่วนใหญ่ทำไมมันถึงบานปลาย และเสียหายลุกลาม ตั้งแต่ดิฉันเป็น สส. ในพื้นที่ที่ดิฉันดูแลทั้ง ๕ เขต ๑๑ แขวง เกิดเหตุ เพลิงไหม้ ๑ ครั้ง เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ที่ชุมชนบุปผาราม เขตธนบุรี ในนั้นมีผู้เสียชีวิต ๑ ราย ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ทราบว่า ได้รับการชดเชยเยียวยาเรียบร้อยแล้วหรือยัง รวมถึงได้รับอุปกรณ์ ป้องกันเพลิงไหม้ครบเรียบร้อยแล้วหรือยัง หมายถึงของใหม่นะคะ จนกระทั่ง กรุงเทพมหานครมีนโยบายให้แต่ละสำนักงานเขตทั่วทั้งกรุงเทพมหานคร ช่วยกันสำรวจ ชุมชนแออัด เพื่อให้สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ดำเนินการ จัดซื้อถังดับเพลิงให้แก่ชุมชนแออัด ทำกันทั่วถึงทั้ง กทม. ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ดีค่ะ สำนักงาน เขตในพื้นที่ก็ได้ทำการตรวจสอบ สำรวจชุมชนแออัดกันถ้วนหน้าเลยนะคะ แล้วก็ส่งข้อมูล ไปแล้ว แต่ทว่าตอนนี้ชุมชนแออัดก็ยังไม่ได้รับถังดับเพลิงเลยค่ะท่านประธาน สำนักป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ไม่ได้ส่งมอบให้สักที ตัวอย่างเช่น ชุมชนแออัด ในพื้นที่เขตภาษีเจริญ จำนวนทั้งหมด ๑๒ ชุมชน ตามภาพค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดภาพ)
นางสาวปวิตรา จิตตกิจ กรุงเทพมหานคร

ทำการสำรวจไปแล้วตั้งแต่ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ และปัจจุบันเราอยู่ในปี ๒๕๖๗ ๓ ปีแล้วค่ะท่านยังไม่ได้รับถังดับเพลิง ดิฉันก็ไม่ทราบว่าเขาไปจัดซื้อกันแถวไหนคะ ทำไมยังไม่ส่งมอบให้กับประชาชนสักทีค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขอชวนดูข้อมูลจากสำนักงานเขตภาษีเจริญ เกี่ยวกับข้อมูล ถังดับเพลิงในปัจจุบันนะคะ สำนักงานเขตได้กำหนดจำนวนถังดับเพลิงที่ควรจะมีในแต่ละชุมชนทั้ง ๑๒ ชุมชมนี้ว่า ควรมี ทั้งหมดอยู่ที่จำนวน ๓๐๗ ถัง แต่ทว่าในความเป็นจริงมีถังดับเพลิงเพียงแค่ ๒๓ ถังค่ะ ดูในรายละเอียดชุมชนวัดจันทร์ประดิษฐาราม เขต ๓ มีจำนวนทั้งหมด ๒๓๘ หลังคาเรือน ต้องมีถังดับเพลิงทั้งหมด ๔๘ ถัง แต่จากการสำรวจของสำนักงานเขตภาษีเจริญปรากฏว่า ไม่มีเลยสักถัง เป็นศูนย์ เกิดอะไรขึ้นคะท่านประธาน ทำไมไม่มีถังดับเพลิงให้ประชาชนเลยค่ะ เราไปกันที่อีกเขตหนึ่งเขตบางกอกใหญ่ จากข้อมูลของสำนักงานเขตบางกอกใหญ่ที่สำรวจ ถังดับเพลิงในชุมชนเมื่อต้นปี ๒๕๖๗ พบว่ามีชุมชนแออัด ๒๗ ชุมชนจากทั้งหมด ๒๙ ชุมชน ๒๗ ชุมชน จาก ๒๙ ชุมชน เกือบทั้งหมดเป็นชุมชนแออัด แต่ที่เขตบางกอกใหญ่นี้ก็ดีกว่า เพื่อนหน่อยค่ะ เมื่อปี ๒๕๖๖ ได้รับถังดับเพลิงมา ๑๙๖ ถัง และปี ๒๕๖๗ ก็ได้เพิ่มขึ้นมาอีก ๒๘ ถัง รวมทั้งหมดเป็น ๒๒๔ ถัง ๒๒๔ ถัง จากทั้งหมดที่จำนวนถังดับเพลิงที่สำนักงานเขต ประเมินและกำหนดไว้ว่าควรจะมี ๕๘๙ ถัง นั่นหมายความว่าสำนักป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยแจกจ่ายถังดับเพลิงให้กับประชาชนยังไม่ถึงครึ่งเลยค่ะท่านประธาน ถ้าดูในสไลด์ จะเห็นมันตัวเล็กนิดหนึ่ง ชุมชนปรกอรุณเป็นพื้นที่ที่มีสถานท่องเที่ยว อย่างวัดอรุณ ราชวรารามวรมหาวิหารมีนักท่องเที่ยวมากมาย ถังดับเพลิงยังไม่ได้รับจัดสรรเหมือนกัน ตอนนี้ทั้งชุมชนมีใช้อยู่แค่ ๘ ถังเท่านั้นนะคะ ไม่ต้องนึกว่าเกิดเหตุจะทำอย่างไร จะเสียหาย มากน้อยแค่ไหน จะต้องวิดน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาหรือจะโดดลงเจ้าพระยานะคะ ทั้งหมด ทั้งมวลค่ะท่านประธาน ข้อมูลเหล่านี้อาจเป็นคำตอบว่าทำไมเวลาเกิดเหตุเพลิงไหม้ ถึงได้บานปลาย การจัดซื้อที่ล่าช้าแบบนี้เสมือนจับประชาชนเป็นตัวประกัน รอวันไฟไหม้ แต่ไม่มีอะไรให้เขาป้องกันกันเลย และชุมชนอื่นที่ไม่ได้จดทะเบียน ไม่มีประธานชุมชน ไม่มี กรรมการชุมชน ทุกวันนี้เขาก็ไม่ได้รับโอกาสที่จะจัดสรรถังดับเพลิงไปใช้ในกรุงเทพมหานคร เลยค่ะ ท่านประธานคะ เวลาไฟไหม้มันไม่ได้เลือกว่าจะไปไหม้ที่ชุมชนที่จดทะเบียน หรือชุมชนที่ไม่ได้จดทะเบียน และประชาชนที่อยู่ในชุมชนที่ไม่ได้จดทะเบียนก็ฝากสะท้อน มาค่ะท่านประธานว่าคนกรุงเทพฯ ก็จ่ายภาษีเท่ากันแต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสวัสดิการ ที่เท่ากันนะคะ🔗

สุดท้ายฝากท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานครว่า ต้องมีคำตอบเรื่องนี้อย่างชัดเจน และปัญหาแบบนี้ควรจะต้องมีคนรับผิดชอบค่ะ ถ้าท่าน ไม่สะดวกที่จะตอบคำถามนี้ในสภา ดิฉันขอเชิญชวนท่านไปลงพื้นที่ด้วยกันค่ะ ไปดูด้วยกัน แล้วก็ไปฟังประชาชนร่วมกันว่าเขาเดือดร้อนกันขนาดไหนค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านภัณฑิลครับ🔗

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองเตยและเขตวัฒนาครับ ก็ขอร่วมอภิปรายในญัตติด่วนนี้นะครับ คำถามและข้อเสนอแนะ🔗

ประเด็นแรก Single Chain of Command ศูนย์บริการบูรณาการสั่งการรวม เวลาเราเห็นในข่าวเลยเกิดเหตุเพลิงไหม้ทั้งเขต ทั้ง กทม. ดับเพลิง อาสาสมัครมูลนิธิต่าง ๆ สมาคม โดยเฉพาะจากเขตคลองเตยผมก็ต้องรีบวิ่งไปช่วยในเขตสัมพันธวงศ์ ไฟฟ้า ประปา บรรเทาสาธารณภัยมากันเยอะมาก แต่ขาดการรวมศูนย์ในการสั่งการนะครับ อันนี้อาจจะต้องมี Protocol มีแนวทางที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาตรงนี้ ไม่อย่างนั้นก็ไปออกันอยู่ข้างหน้า นะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ เรื่อง Emergency Alert ระบบข้อความเตือนอัตโนมัตินะครับ คือ กทม. หรือท้องถิ่นมีแผนที่ความเสี่ยงอยู่แล้วคือมี Risk Map สามารถชี้เป้าจุดเสี่ยง ในชุมชนเมืองแออัดขนาดใหญ่ได้ มีการประชาสัมพันธ์ครับ ยกตัวอย่างเช่น ในชุมชนให้มีการ ติดธง มีระบบสัญญาณเตือนอื่น ๆ เพิ่มเติมที่เพื่อน สส. บางท่านได้อภิปรายไปแล้ว🔗

ประเด็นที่ ๓ สัดส่วนอาสาสมัครป้องกันภัยพลเรือน หรือ อปพร. มีจำนวน ค่อนข้างต่ำต่อประชากร เมื่อเทียบกับนานาอารยประเทศอื่น คือน้อยมาก อยู่ที่ประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์ซึ่งความพร้อมอายุเฉลี่ยถ้าเผื่อท่านไปดู อปพร. ในชุมชน ในเมือง ในกรุงเทพมหานครอายุเยอะนะครับ ไม่ใช่เป็นชายกำยำที่จะพร้อมไปลุยกับเหตุเพลิงไหม้ ท่านดูได้ Fire Fighter ในอเมริกากับ อปพร. ในเมืองไทยภาพลักษณ์จะต่างกันสิ้นเชิงเลย มันก็มาจากอะไร มาจากผลตอบแทนครับ เบี้ยเสี่ยง Training สมรรถนะของเขามันไม่ได้ จริง ๆ ก็มีความจำเป็นในการที่จะแก้ พ.ร.บ. อาสาป้องกันสาธารณภัย อย่างที่ท่าน สส. ศุภณัฐได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ อาสามันต้องแยกเป็นประเภทปฏิบัติการ อำนวยการ สนับสนุน เพราะแต่ละคนมีบทบาทหน้าที่ไม่เหมือนกัน ประเด็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ก็มีปัญหา เพราะว่ามูลนิธิ สมาคม เขาเป็นเอกชน มีปัญหาในการที่จะเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน อย่างถูกต้อง เพราะว่าในเรื่องการรับผิดก็จะมีปัญหานะครับ ข้อจำกัดในเรื่องอัตรากำลัง ปัจจุบันพนักงานท้องถิ่น รวมถึงพนักงานสถานีดับเพลิงต่าง ๆ ถูก Cap ไว้หรือไม่เกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณก็เป็นอีกข้อจำกัดหนึ่งนะครับ เสียงสะท้อนจากพนักงานดับเพลิงครับ ต้องมีอำนาจหน้าที่ใน พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร คือเข้าไป ตรวจสอบได้ คือเขาเป็นคนที่เผชิญหน้างาน แต่ปรากฏตอนไปตรวจในอาคารต่าง ๆ เขาควรจะ Comment ได้ครับ รวมถึง Investigate เหตุผลเวลาเกิดเหตุเพลิงไหม้ ไม่ใช่แค่ตำรวจ อย่างเดียว พนักงานดับเพลิงควรจะมีส่วนเข้าไปตรวจสอบเรื่องสาเหตุด้วยการประเมิน ความเสี่ยง กทม. หรือท้องถิ่น เมื่อเทียบกับประปานครหลวงนี่คนละเรื่องกันครับ การประปา นครหลวงเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงมหาดไทย ก็อาจจะไม่ได้ทำงานร่วมกับ กทม. ใกล้ชิดขนาดนั้น กทม. เขารู้เรื่องจุดเสี่ยง แต่การประปานครหลวงหน้าที่หลักเขาดูแล เรื่อง Utility หรือดูแลเรื่องการส่งน้ำประปา สาธารณูปโภคให้กับพี่น้องประชาชน มันเหมือน คนละพันธกิจกัน เพราะฉะนั้นมันก็มีปัญหาเรื่องข้อตกลง MOU ระหว่างประปากับ กทม. ที่ยังมีปัญหาเรื่องการออกงบว่าใครจะออกเท่าไร อย่างไรนะครับ สถิติต้นเหตุเพลิงไหม้สูงสุด ที่เรียกดูเกี่ยวกับสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้า บวกกับการลักไฟด้วย คือพ่วงไฟ การไฟฟ้า เคยได้เข้าไปตรวจสอบหรือไม่ครับ หรือมีแนวทางในการสำรวจข้อเท็จจริงหรือไม่ว่า มันมีการลักไฟ มีการพ่วงไฟมากน้อยขนาดไหน ความจริงมันสามารถเข้าไปวิเคราะห์ได้นะครับ🔗

ประเด็นสุดท้ายครับ ก็อยากฝากไปในเรื่องของการใช้กองทุนพลังงานไฟฟ้า เพื่อติดตั้งตัวขัดขวางวงจร Arc Force หรืออุปกรณ์ตรวจสอบ Arc Force คือพวก Breaker ที่จะสามารถตัดวงจรเมื่อพบไฟฟ้า หรือสัญญาณการเชื่อมต่อที่หลวมในการเดินไฟภายใน ครัวเรือน ชุมชนเมืองในกรุงเทพฯ ก็ฝากประเด็นไว้ประมาณนี้ ขอบคุณมากครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปไปที่ฝั่งรัฐบาลนะครับ ขอเชิญท่านทศพร เสรีรักษ์ ครับ🔗

นายทศพร เสรีรักษ์ แพร่

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ก็อาจจะแปลกนิดหนึ่งว่า ทำไมผมต้องลุกขึ้นมาร่วมอภิปรายด้วย ทั้ง ๆ ที่ผมอยู่ที่จังหวัดแพร่ ด้วยเหตุผล ๒ ประการ ประการที่ ๑ ผมก็มีบ้านอยู่ในกรุงเทพฯ มีคอนโดมิเนียมอยู่ในกรุงเทพฯ ด้วย ประการที่ ๒ ก็คือว่าผมลงมาเสนอญัตติไม่ทัน พอดีวันนี้ประชุมหลายคณะตั้งแต่เช้า อยากจะเสนอญัตติ ด้วยว่าเรื่องของการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากเรื่องไฟไหม้คงไม่ใช่เฉพาะในกรุงเทพฯ อย่างเดียว เพราะต่างจังหวัดเราก็มีปัญหากันอยู่เป็นประจำ สิ่งที่ท่านสมาชิก ๒-๓ ท่าน ได้ลุกขึ้นมาพูดความจริงเป็นประเด็นที่ดีมาก แทบจะครบหมดแล้วนะครับ ผมอาจจะไม่ต้อง พูดอะไรมากนัก แต่ก่อนอื่นก็จะขอแสดงความเสียใจต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ไฟไหม้ในครั้งนี้ อยากจะบอกว่าในต่างจังหวัดก็มีปัญหา🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดภาพ)
นายทศพร เสรีรักษ์ แพร่

เรื่องชุมชนแออัดเช่นกัน ปัญหาไม่ต่างจาก ในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในตัวเมืองในต่างจังหวัด ที่ข้างหน้าเราเห็นเป็นตึกนะครับ พอเข้าซอกเข้าซอยไปก็จะมีบ้านไม้ บ้านเก่า ๆ อยู่ใกล้ชิดติดกัน แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อย่างที่จังหวัดแพร่ ก็จะเป็นบ้านที่สร้างด้วยไม้หรือครึ่งตึกครึ่งไม้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็อายุหลายสิบปี เพราะคนต่างจังหวัดส่วนใหญ่ก็ฐานะไม่ค่อยดีนัก แล้วสายไฟก็มักจะเป็นสายไฟเก่า ๆ แล้วก็ เกิดปัญหาเรื่องไฟลัดวงจรอยู่ตลอดเวลา ขอย้อนกลับไปสไลด์แรกนิดหนึ่งนะครับ อันนี้ก็เป็น เหตุการณ์ที่บ้านปทุม อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ก็มีผู้เสียชีวิต อันนี้ก็เป็นที่ตำบลน้ำชำ อำเภอ สูงเม่น จังหวัดแพร่ ก็เป็นครอบครัวที่มีลูกสาว ๒ คน พอไฟไหม้ขึ้นมาก็ไปโรงเรียนไม่ได้เลย ชุดนักเรียนก็หมด ก็ไม่มีที่อยู่ ตอนนี้ไปอาศัยบ้านญาติอยู่ บ้าน ๒-๓ หลังที่อยู่ติดกันไหม้ ทีเดียว ๓ หลัง อันนี้ก็เป็นที่ดอนมูล ที่บ้านดอนแท่น อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ ท่านผู้สูงอายุ แต่ตอนนี้ก็กำลังสร้างบ้านใหม่อยู่ อันนี้ก็เป็นที่บ้านดอนมูล อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ เช่นกัน อันนี้ที่เขตสวรรคนิเวศ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ในตัวเมืองนี่เอง แล้วบ้านก็ชิด ๆ ติดกันมากจนน่ากลัวเกิดจาก สายไฟที่เก่ามาก อันนี้เป็นเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อ ๓-๔ วันที่แล้วเอง ที่ตำบลเตาปูน อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ที่บ้านถูกตัดไฟไม่มีสตางค์จ่ายค่าไฟ แล้วจุดเทียนใช้ในบ้านแล้วก็เกิดเพลิงไหม้ ก็เป็นเรื่องอะไรที่น่าเศร้านะครับ ก็ต้องฝากไปยังกระทรวงมหาดไทย ถ้าในกรุงเทพมหานคร ก็ กทม. ด้วย ไม่ว่าเรื่องการชดเชย การเยียวยาต้องเร่งด่วน สิ่งสำคัญก็คือเรื่องการเตรียม ความพร้อม เพราะรู้สึกว่าเราหละหลวมกันมาก ในเรื่องของการป้องกัน แล้วเราก็จะเจอ ปัญหาไฟไหม้อยู่ตลอดเวลา การให้ความรู้เรื่องการป้องกันไฟไหม้คือสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งควรจะเริ่มให้ตั้งแต่เด็ก ๆ เรื่องของอาสาสมัคร เรื่องของหน่วยดับเพลิง เรื่องการจราจร เรื่องถนนหนทางโดยเฉพาะในซอกในซอยที่คับแคบ เรื่องหัวจ่าย รวมทั้งเครื่องดับเพลิง ซึ่งเดี๋ยวนี้จะเห็นน้อยลง เรื่องการฝึกซ้อมนะครับ ตรงนี้ก็จะทำให้เกิดปัญหา แล้วที่น่ากลัว อย่างยิ่งในกรุงเทพมหานครอีกอันหนึ่งที่อยากจะเรียนถามไปยังกระทรวงมหาดไทย และ กทม. ก็คือเรื่องของตึกสูง ซึ่งสมัยหนึ่งเราเคยพูดกันว่าเราสามารถดับไฟดับเพลิง ในตึกสูงได้ไม่เกินกี่ชั้น ๆ เดี๋ยวนี้ตึกสูงหลายสิบชั้นหรือว่าเป็นร้อยชั้น เราสามารถดับเพลิง เราสามารถช่วยได้แล้วหรือยัง ถ้ามีไฟไหม้อย่างนั้นเกิดขึ้นนะครับ วันนี้ผมก็ขออนุญาต รบกวนเวลาเพียงแค่นี้ อยากจะให้กำลังใจอีกครั้งหนึ่งสำหรับผู้ประสบภัย แล้วก็อยากให้ทาง รัฐบาล ทาง กทม. ทางกระทรวงมหาดไทย ได้เร่งเข้าไปชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยเร็ว ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ๓ ท่านของฝ่ายค้านนะครับ เชิญท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ ครับ🔗

นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรี สะพานสูง พรรคก้าวไกล วันนี้ขอร่วมอภิปรายเรื่องไฟไหม้นะครับ ก่อนอื่นก็เช่นเดียวกันครับ ขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่ประสบภัยครับ ทีนี้คำว่า ไฟไหม้ ภาษาอังกฤษก็คือ FIRE วันนี้ ขออนุญาตใช้ Model FIRE เข้ามาร่วมอภิปรายนะครับ🔗

F ตัวแรก ก็คือคำว่า Fact แปลว่า ความเป็นจริงกับเรื่องไฟไหม้ ก็คือก่อนเลย เราจะป้องกันได้ โดยทำให้มันมีระบบในการจัดการเรื่องเกี่ยวกับไฟไหม้เลยครับ ต้องแก้เรื่องของ กฎหมายเพื่อน ๆ อ.เอท พูดไปหลายท่านแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. บรรเทาสาธารณภัย ปี ๒๕๕๐ แล้วก็เรื่อง พ.ร.บ. บริหารของ กทม. ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดูแลอาคาร ซึ่งตรงนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้ที่มีอำนาจหลัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผู้ว่า ปลัด หรือผู้อำนวยการ แต่จริง ๆ เมื่อเกิดไฟไหม้คนที่ดูแลจริง ๆ ก็คือ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยซึ่งเขาแทบจะไม่มี อำนาจ ตรงนี้จะทำอย่างไรให้เขามีอำนาจเบ็ดเสร็จ ถ้าเทียบกับต่างประเทศเขาจะมีอำนาจ เบ็ดเสร็จ Fire Department เขาจริงจังมากนะครับ เพราะฉะนั้นเราเหมือนอำนาจ ยังคานกันไปคานกันมาอยู่ นี่คือประเด็นแรกที่ อ.เอท อยากจะสื่อสารว่า ความเป็นจริงแล้ว อำนาจเป็นของใครกันแน่ เราควรจะแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ นั่นก็คือเรื่องของ พ.ร.บ. หรือกฎหมาย🔗

อันที่ ๒ ครับ คือตัว I คือคำว่า Incident ครับ Incident แปลว่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์เวิลด์เทรด ไฟไหม้บ้านเรานะครับ เวิลด์เทรด เมเจอร์ปิ่นเกล้า HBC หรือซานติก้าผับ ก็เป็นที่ที่พวกเราหลาย ๆ ท่านอาจจะเคยได้ยินก็คือ ไฟไหม้ สิ่งเหล่านี้ แล้วมาล่าสุดเลยครับที่เยาวราชนะครับ เขามีการทำสถิติว่า ส่วนมากแล้วที่ที่เป็นไฟไหม้ หรือ Incident หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะเป็นบ้านคนถึงประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ บ้านคนนะครับ หรือเป็นชุมชน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือ ๒๕ เปอร์เซ็นต์จะเป็นอาคารพาณิชย์ ที่มีความหนาแน่น นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฉะนั้นเราจะต้องมีการดูแลว่าในเรื่องของอาคาร ที่ สส. แบงค์ หรือเพื่อน ๆ หลาย ๆ ท่านพูดไปนะครับ มันมีการดูแลอย่างจริงหรือเปล่า ฉะนั้นเราควรจะให้อำนาจ เรื่องของเจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเข้าไป ตรวจสอบตึกให้ได้มากกว่านี้ ป้องกันก่อนที่จะเกิด นี่คือสิ่งที่เราต้องการมากที่สุดนะครับ และนั่นคือตัว I🔗

ต่อมาครับคือตัว R ในทีนี้ก็คือ Risen เมื่อสักครู่เพื่อนหลาย ๆ ท่านพูดแล้ว ปัญหาของการเกิดไฟไหม้ อ.เอท ขออนุญาตนะครับ หลัก ๆ เลยคืออาจจะเป็นไฟฟ้าลัดวงจร หรือจะเป็นสายไฟ แต่อุปกรณ์ก็สำคัญครับ อุปกรณ์ที่เราเสียบปลั๊กนะครับ เพราะฉะนั้น บางครั้งเราไปซื้อของออนไลน์บ้างถูกไหมครับ ก็ไปเจอของมันไม่ได้มาตรฐาน ฉะนั้น ฝาก มอก. หรือฝากกระทรวงอุตสาหกรรม อันนี้สำคัญเลยครับท่านต้อง Check แล้ว พัดลม อ.เอท ก็เคยซื้อครับ พัดลมตัวละ ๑๕๐ บาท ท่านว่ามันจะไหวครับ พัดลมตัวละ ๑๕๐ บาท คือบางคนเขาก็นะ มันผ่านการตรวจสอบมาตรฐานอุตสาหกรรมหรือเปล่า อันนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยนะครับ ไม่เช่นนั้นเราก็คงจะมีไฟไหม้กันตลอดไป อันนี้ยังไม่ได้พูดถึง อุปกรณ์ที่เพื่อน ๆ พูด ประปาหัวแดงเอยอะไรต่ออะไรที่มันเป็นตัวที่เสริม หรือไม่ก็อุปกรณ์ รถยนต์ รถดับเพลิงที่ยังขาดเรื่องของประสิทธิภาพและประสิทธิผล อันนี้ก็ยังไม่พูด แต่ว่า ทุกท่านคงจะรู้หมดแล้ว อ.เอท ไม่ขอเสียเวลาตรงนั้นนะครับ🔗

ต่อมาตัวสำคัญเลยครับ ตัวสุดท้ายครับ FIRE ตัว E ในที่นี้ อ.เอท ขอเน้น คำว่า Employee ครับ Employee คืออะไรครับ Employee คือบุคลากรครับ เมื่อสักครู่นี้ พูดถึงอาสานะครับ เรามาดูกันครับว่าประเทศไทยเรามีบุคลากรที่เป็นผู้ดับเพลิงประมาณ ๒,๐๐๐ ท่าน ในกรุงเทพฯ เรามีสถานีดับเพลิงอยู่ประมาณ ๔๗ ที่ ถ้าเปรียบเทียบกับ ที่ญี่ปุ่นเมือง ๆ เดียวเขามีอยู่ประมาณ ๒๙๐ ที่ ที่สิงคโปร์มีอยู่ ๑๐๙ ที่ แม้กระทั่งที่ Korea หรือที่เกาหลี หรือที่เมืองเขาประมาณสัก ๔๙ ที่ คือเขามีมากกว่าเราทุกที่เลยนะครับ ต่อประชากรต่อแสนคนครับ ของเราประมาณสัก ๓๐ กว่า ๔๐ กว่าต่อแสนคน ที่ญี่ปุ่น คือถ้าพูดเปรียบเทียบกับทุกที่เขามีเป็นร้อยหมดเลยครับ เปรียบเทียบกับร้อยคน ที่เป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน เห็นไหมครับว่าเรายังขาดตรงนี้ แล้วก็ถ้าเผื่อพูดถึงอาชีพเหล่านี้ ถ้าเป็นที่อเมริกาเขาเดือนละ ๒๐๐,๐๐๐ บาทครับ ที่ญี่ปุ่น เดือนละเกือบ ๆ ๒๐๐,๐๐๐ บาทครับ ที่สิงคโปร์ก็เป็น ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท บ้านเรา ๑๒,๐๐๐ บาทต่อเดือน อ.เอท ก็ไม่ได้หมายความว่าให้เขามีรายได้เพิ่มขึ้น แต่อย่างน้อย ก็ควรที่จะเหมาะสม เป็นการทำให้เขามีกำลังใจในการที่จะช่วยดับเพลิงนะครับ ฉะนั้นนี่ก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญครับว่า ทำไมเราต้องมาร่วมกันทำให้เรื่องของผู้ที่ทำอาชีพ ที่เสี่ยงเหล่านี้เขาต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น🔗

แล้วก็มาถึงการสรุปว่าสุดท้ายนี้ อ.เอท อยากเห็นคำว่า FIRE ถ้าเราพูดว่า I’m on FIRE แปลว่าฉันเท่ห์มาก แต่ถ้าเกิดว่าบ้านท่านไฟไหม้ มันคือความเสียหายที่หาที่สุด ไม่ได้ อย่างไรก็ฝากให้พวกเราช่วยกันแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญท่านนิติพล ผิวเหมาะ ครับ🔗

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิติพล ผิวเหมาะ บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมจะอภิปรายในหัวข้อที่เกี่ยวกับเรื่อง การช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงในพื้นที่ประสบภัย เพื่อที่จะไม่ได้ทับซ้อนหรือว่าซ้ำกับประเด็นของเพื่อน สมาชิกท่านอื่น ๆ แล้วก็ต้องขอเริ่มการอภิปรายด้วยการแสดงความเสียใจต่อผู้ประสบภัย ไฟไหม้ที่เยาวราชในครั้งนี้ด้วย และที่สำคัญเช่นเดียวกันต้องขอขอบพระคุณ คุณสุชาติ คุณเมศ คุณแป๊ก แล้วก็คุณแดง ซึ่งเป็นทีมอาสาสมัครเฉพาะกิจของมูลนิธิอนุรักษ์ช้าง และสิ่งแวดล้อมที่ลงไปช่วยเหลือสัตว์ในบริเวณไฟไหม้ที่เยาวราช แล้วก็ขอบคุณไปยัง คุณจ๋าด้วยที่บริจาคอาหารสัตว์มาเป็นร้อยกิโลกรัมเลยตั้งแต่วันเกิดเหตุ เริ่มการอภิปราย แบบนี้ท่านประธาน ผมจะพูดถึงเหตุการช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงในพื้นที่ประสบภัยเรื่องไฟไหม้ ผ่าน ๓ ช่วงเหตุการณ์สำคัญ ๆ แบบนี้ครับ ช่วงแรกเลยก็คือ ช่วงไฟไหม้ ช่วงที่ ๒ สุดท้ายเลย ก็คือช่วงตอนที่ไฟดับแล้ว แล้วข้อเสนอของผมมันจะมาตอนช่วงตรงกึ่งกลางนี่ครับ ตอนช่วง ระหว่างที่มันกำลังชุลมุนวุ่นวายกันอยู่นี่ละ ๓ ช่วงเหตุการณ์สำคัญ ๆ แบบนี้ครับ ถ้าท่าน เป็นผู้ประสบภัยท่านจะเข้าใจดีเลยว่า มันต้องอะไรบ้าง มันชุลมุนชุลเกวุ่นวายกันขนาดไหน มันบีบหัวจิตหัวใจขนาดไหน หรือถ้าท่านต้องเป็นผู้ประสานงานอยู่หน้างานเหมือนเพื่อน สมาชิกของผม สส. ปรเมศวร์ ในตอนคืนเกิดเหตุโทรหาเขาคุยได้เต็มที่ ๒-๓ คำ คุยได้เต็มที่ ๒-๓ คำ เพราะว่ามันวุ่นวายต้องคอยประสานงานอยู่หน้างานแบบนี้ ถ้าท่านเป็นผู้ประสบภัย หรือว่าเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ท่านจะเข้าใจเป็นอย่างดี แต่ถ้าท่านไม่ได้อยู่กลุ่มคนเหล่านี้ ผมขอให้ท่านลอง Google ก็ได้ครับ ย้อนอดีตกลับไปไฟไหม้ที่บริษัท หมิงตี้เคมีมอล จำกัด เป็นอย่างไร ไฟไหม้ที่จตุจักรเป็นอย่างไร โรงงานระเบิด โรงงานพลุระเบิดอะไรต่าง ๆ นานา ที่เราเคยอภิปรายกันในสภามาแล้ว ท่านลอง Google ดูท่านจะย้อนภาพท่านจะไป เห็นว่ามันมีความสำคัญและมีสิ่งที่ต้องช่วยเหลือ แล้วสิ่งที่โดนทิ้งเรียกว่าไม่ให้ความสำคัญ มากที่สุดก็คือสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นครับ เอาตอนไฟไหม้ครับท่านประธาน เหตุการณ์แรก ตอนไฟไหม้ครับ อันนี้ไม่ต้องคิดหน้าคิดหลังแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นคน ไม่ว่าจะเป็นหมา เป็นแมว เป็นสัตว์อะไรต่าง ๆ หนีครับ หนีอย่างเดียวเลย ไม่คิดชีวิตแล้วเตลิดเปิดเปิงไปหมด คว้าอะไรได้ก็คว้าไป วิ่งไปก่อนเอาตัวรอดให้มันพ้นจากสถานที่หน้าไฟไปก่อน แล้วพอตอนที่ไฟดับแล้ว ถ้ามันพอเข้าพื้นที่ไปได้คนก็เดินกลับเข้าไปคอยดู ที่บ้านของเรา เป็นอย่างไร เตียงของเราอยู่ตรงไหน พ่อแม่ของเรา ญาติพี่น้องเราอยู่ตรงไหน นี่คือเขา ก็ย้อนกลับไปดูนะครับ ไปดูคน ไปดูญาติ ไปดูบ้าน ไปดูสถานที่ที่เขาผูกพัน หมา แมว ก็เหมือนกันครับ เขาก็ย้อนกลับไปบ้านเขา หมา แมวที่มีเจ้าของ เจ้าของก็ดีใจเจอหมา แมว เขาก็ช่วย เขาก็อุ้มออกมา แต่ในพื้นที่ที่เข้าได้นะครับ แต่ในพื้นที่ที่เข้าไม่ได้ เขาก็หากันอยู่ อย่างนั้น หมา แมว เขาก็เดินเข้าไปในจุดของเขาที่เขาเคยอยู่ ที่เขาเคยเรียกว่ามันเป็นจุด ปลอดภัยของเขา เขาไม่รู้จักที่อื่นแล้วถ้าเป็นสัตว์เลี้ยง เขาก็จะไปแอบอยู่ตามรูตามซอก ตามหลืบต่าง ๆ แต่ที่น่าสงสารอีกกลุ่มหนึ่งก็คือเป็นพวกหมา แมวจรจัดครับ เขาก็ไปแอบอยู่ ตามรูตามอะไร แต่นี่คือเขาไม่มีเจ้าของ แต่เขาก็ต้องย้อนกลับไปในจุดที่เขารู้สึกว่าเขาอุ่นใจ ก็ไปซุกซ่อนอยู่แบบนั้นนะครับ ผมไปที่พื้นที่เยาวราชของ สส. ปารเมศ ตั้งแต่ตอนวันวันเกิดเหตุ เขาก็ประสานหน้างานตลอดเวลา วันรุ่งขึ้นหมา แมวก็ยังไม่ออกมา ถัดไปอีกวันหนึ่งครับ อ้าวนี่เข้าวันที่ ๓ แล้ว เริ่มทยอยออกมาแล้ว เพราะว่าหิวเต็มที่แล้ว อาหารก็ไม่มี อะไร ก็ไม่มี ความช่วยเหลือต่าง ๆ ก็ไม่มี เดินเข้าไปก็เหมียว ๆ ไปตะโกน ไปร้องเรียวแมวเหมียว ๆ ไปร้องเรียกแมวเป็นชั่วโมงก็ไม่ออกมา เราก็เข้าไปไม่ได้เพราะเป็นพื้นที่ที่เขากันเอาไว้นะครับ ยังเป็นพื้นที่อันตรายและต้องมีการพิสูจน์อะไรต่าง ๆ นานา เขาก็ไม่ออกมา ทีนี้ความสำคัญ อยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน ตรงช่วงระหว่างกลางตอนไฟติดกับตอนไฟดับ ในช่วงระหว่างกลาง ปัญหาหน้างานเป็นแบบนี้นะครับ นี่ขอเป็นข้อเสนอไว้เลยผ่านจากท่านประธานไปสู่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปเสริมกับที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พูดไปแล้วว่า การช่วยเหลือ คนนี่ต้องมีอะไรบ้าง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ List ไปประมาณสัก ๑๐๐ ข้อแล้ว ขอเพิ่มไปอีกสัก ๒-๓ ข้อ สำหรับการช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงในพื้นที่ประสบภัย หน้างานเลยครับ ปัญหาหน้างานเลย พอจุดตรงนั้นเสร็จปุ๊บ กู้ภัยหมา แมวนี่ไม่เคยมีหน่วยงานไหนมันมี สิ่งที่เขาทำก็คือว่า เขาก็พยายามจะขึ้นไปดูจุดเกิดเหตุ ไปที่บริเวณที่เยาวราชวันนั้น เขาต้องไปขอชาวบ้าน ที่บริเวณอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุที่สุดว่า เขาขอขึ้นไปอยู่บนยอดตึก ขออภัยครับ บนยอดอาคาร ของเขาเพราะว่าเป็นลักษณะเป็นตึกคูหาไปขออยู่ดาดฟ้า ไปขอ Mark จุดเฉย ๆ ว่าเขาเห็น แมวกระโดดตรงนั้น เห็นหมาวิ่งอยู่ตรงนี้ ถ้าใครที่ดูถ่ายทอดสด ดู Live ในวันนั้น จะมีที่เป็นหน้าโรงแรม สส. ปารเมศ ที่เป็นหลังคาสีขาว ๆ จะมีแมวอยู่ตัวหนึ่งตรงนั้น เขาขอแค่ไป Mark จุดตรงนั้นแค่นั้นล่ะ เพื่อที่ว่าเวลาตอนที่ไฟดับแล้วเขาสามารถที่จะเข้าไป ช่วยเหลือได้ โดยกระบวนการวิธีต่าง ๆ ซึ่งเขามีความชำนาญ นั่นก็คือขอพื้นที่ให้สำหรับ อาสาสมัครในการช่วยเหลือหมา แมวเหล่านี้ให้เขาได้เข้าไปอยู่ในบริเวณที่ปลอดภัย และไม่กีดขวางการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผมย้ำไว้ตรงนี้ว่า เราไม่ได้เข้าไปกีดขวาง เราไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ขอให้แค่มีพื้นที่ในการเข้าไปดูเข้าไปเห็นบ้าง วันนั้นก็คือ เขาวิ่ง ๆ ไปเสร็จปุ๊บ อยากจะขอขึ้นไปในจุดที่มันใกล้ ขยับไปมากกว่านั้น เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ก็บอกไม่ได้ ๆ เข้ามาไม่ได้ ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่เขาต้องใช้ในการดับเพลิง ซึ่งก็เข้าใจ เราก็ต้อง มีการตะโกนบอกว่า ขอร่วมเข้าไปด้วย นี่เป็นทีมอาสา เป็นทีมที่จะมาช่วยเหลือสัตว์เลี้ยง ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรทั้งนั้น เขาก็อนุญาตให้เข้าไปได้ การทำงานควรจะทำงาน ให้มันร่วมกัน อาจจะมีสัญลักษณ์อะไรสักอย่างจะเป็นปลอกแขน จะเป็นอะไรก็ได้นะครับ ให้ทีมอาสาเหล่านี้เขาได้รู้ว่าทีม ๆ นี้เข้ามาเพื่อช่วยใคร ช่วยอะไร ทำอย่างไรนะครับ ให้มีความชัดเจน แล้วก็ให้พื้นที่กับทีมอาสาเหล่านี้ด้วย เพราะท่านอย่าลืมว่า ท้ายที่สุดแล้ว คนที่ถูกทิ้งก็ไม่พ้นสัตว์ ซึ่งไม่สามารถพูด ไม่สามารถแสดงอะไรต่าง ๆ ได้ ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือ ตอนไฟไหม้ที่จตุจักร เสียหายหมดครับ คนก็วิ่งหนีกันชุลมุนชุลเกวุ่นวายเต็มไปหมด สัตว์ที่ขายในนั้นก็ล้มหายตายจากกันเป็นพัน ๆ ชีวิต เสียทั้งธุรกิจ แล้วมองในแง่ของ มนุษยธรรมเราก็เสียอีกหลายชีวิตในบริเวณตรงนั้นลงไปด้วย ก็ต้องฝากเรื่องนี้สู่รัฐบาล เพื่อนำไปเป็นข้อสังเกต แล้วก็เป็นข้อฝากไว้ให้ท่านพึงปฏิบัติอีกครั้งหนึ่งด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอแทรกตรงนี้ นิดหนึ่งครับ ผมขอเชิญท่านสมาชิกที่ไม่ติดภารกิจประชุมอะไรที่อยู่ข้างนอกกรุณาเข้ามา ในห้องประชุมหน่อยครับ เพราะเราจะได้ต้อนรับบุคคลสำคัญที่มาเยือนรัฐสภาในวันนี้ครับ เชิญครับที่อยู่ข้างนอกไม่ได้ติดภารกิจอะไรก็เชิญเข้ามา ผมจะกดเสียงเรียกหน่อย ไม่ได้ลงมติ มาเพื่อเข้าห้องประชุมนิดหนึ่ง🔗

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณเชิญ สมาชิกเข้าห้องประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ ท่านสมาชิกที่ไม่ได้ติดประชุมกรรมาธิการอะไรที่อยู่ข้างนอกเชิญเข้ามาร่วมต้อนรับบุคคล สำคัญของรัฐสภาในวันนี้ด้วยนะครับ เข้ามาแล้วเข้ามาข้างหน้าหน่อยก็ดีจะได้มองเห็น เพราะว่าท่านอยู่ชั้น ๔ เข้ามานั่งข้างหน้าหน่อยครับ ขอแทรกนิดหนึ่งก่อนที่จะประชุม ดำเนินการต่อไปนะครับ เดี๋ยวเราก็จะประชุมตามปกติต่อไปจนครบวาระนะครับ วันนี้เรามี อีกหลายเรื่องที่จะต้องประชุมกันต่อนะครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่นับถือ ทุก ๆ ท่านครับ วันนี้ถือโอกาสที่ดียิ่งเรามีบุคคลสำคัญมาเยือนรัฐสภาของเรา วันนี้เราได้มี โอกาสมาต้อนรับประธานรัฐสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ท่านสมเด็จมหารัฐสภาธิการบดี ควน โซะดารี กับคณะ ซึ่งมาเยี่ยมและชมการประชุมของเราอยู่บนชั้น ๔ นี้ครับ ขอให้ พวกเรากรุณายืนขึ้น แล้วก็ปรบมือต้อนรับท่านกับคณะนะครับ🔗

(มีสมาชิกได้ยืนขึ้นและปรบมือ)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอต้อนรับ ท่านกับคณะอย่างดียิ่งครับ เดี๋ยวสักครู่ผมก็จะนำท่านประธานรัฐสภากัมพูชาเข้าเฝ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านครับ เราก็ดำเนินการประชุมของเรา ต่อไปนะครับ ต่อไปก็เป็นการอภิปรายต่อครับ เชิญท่านเจษฎา ดนตรีเสนาะ เชิญครับ🔗

นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจษฎา ดนตรีเสนาะ ผู้แทนราษฎรปทุมธานี เขต ๒ พรรคก้าวไกล คนปทุมลุ่มน้ำ เจ้าพระยาครับท่านประธาน วันนี้ขออนุญาตร่วมอภิปรายญัตติด่วนของท่านปารเมศครับ ปทุมธานีบ้านผมก็ได้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้หลายครั้งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แล้วก็มี เพลิงไหม้ใหญ่หลายครั้งเหมือนกัน ผมก็ได้รับการประสานงานให้ไปดูที่เกิดเหตุทำให้ทราบว่า เหตุเพลิงไหม้ในหลายครั้งเป็นเหตุที่รุนแรง แล้วก็สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนของ พ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นอย่างมากนะครับ แต่วันนี้ผมไม่ได้มาพูดถึงเรื่องในมุมของพ่อแม่ พี่น้องประชาชน แต่พูดมุมของผู้ปฏิบัติงานครับ ขออนุญาตขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ ปทุมธานี

ในมุมผู้ปฏิบัติการซึ่งเป็นมุมเล็ก ๆ มุมหนึ่งที่อาจจะมีเพื่อนสมาชิกพูดไปแล้ว แต่ผมก็ขออนุญาตเอาข้อมูลในพื้นที่ของผม มาร่วมอภิปรายด้วยนะครับ ค่าตอบแทนของนักผจญเพลิงหลายท่านอาจจะเรียกว่า เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นักดับเพลิงหรือนักผจญเพลิง แต่สำหรับผมนี่ ผมขออนุญาตใช้คำว่า นักผจญเพลิง เพราะว่าสถานการณ์บางครั้งหน้างานมีความรุนแรงมาก แล้วก็มีเพลิงไหม้ แต่พี่ ๆ เจ้าหน้าที่นักผจญเพลิงก็ไม่มีทางเลือก ต้องเสี่ยงกับภัยข้างหน้า เพื่อไปช่วยเหลือผู้อื่น เพื่อบรรเทาสาธารณภัย บรรเทาทุกข์ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนอยู่ในขณะนั้น ทีนี้ผมขออนุญาตเชิญชวนทุกท่านมาดูค่าตอบแทน ของนักผจญเพลิง อันนี้ข้อมูลผมได้จากพื้นที่ปทุมธานีบ้านเกิดผมเอง เราไปดูที่ลูกจ้างชั่วคราว มีเงินเดือน ๙,๐๐๐ บาท บวกได้ค่าครองชีพ ๑,๐๐๐ บาท แล้วก็หักค่าประกันสังคม ๕ เปอร์เซ็นต์ ๕๐๐ บาท เท่ากับจะได้รายได้รวม ๙,๕๐๐ บาท อันนี้ในกรณีที่ ๑ ซึ่งเป็น ลูกจ้างชั่วคราวนะครับ กรณีที่ ๒ เป็นกรณีของลูกจ้างตามภารกิจ เงินเดือน ๑๑,๔๐๐ บาท บวกด้วยค่าครองชีพ ๒,๐๐๐ บาท แล้วก็หักด้วยประกันสังคม ๕ เปอร์เซ็นต์ ๖๗๐ บาท เท่ากับจะมีรายได้ ต่อเดือน ๑๒,๗๓๐ บาทครับท่านประธาน กรณีที่ ๓ เป็นข้าราชการวุฒิ ปวส. เงินเดือน เริ่มต้นที่ประมาณ ๑๒,๐๐๐ บาท รายได้รวมก็ประมาณ ๑๒,๐๐๐ บาท ซึ่งอาจจะมี ค่าอื่น ๆ อีก แต่ไม่มีข้อมูลในส่วนนี้นะครับ ซึ่งจะเห็นได้ว่าจากข้อมูลไม่ว่าจะเป็นลูกจ้าง ชั่วคราว ลูกจ้างตามภารกิจ หรือแม้กระทั่งข้าราชการที่เป็นข้าราชการประจำก็มีรายได้ น้อยมาก เมื่อต้องเทียบกับเหตุการณ์ที่ท่านเหล่านั้นต้องไปเผชิญเหตุนะครับ ขออนุญาต สไลด์ถัดไปครับ ทีนี้เมื่อสักครู่เราดูค่าตอบแทนของนักผจญเพลิงในประเทศไทยไปแล้ว ผมขออนุญาตเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านของเราในอาเซียนนะครับ ๓ ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม ลาว แล้วก็ไทย โดยของเวียดนามมีค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ ๒๓๐ บาท แต่ค่าแรง ของนักผจญเพลิงจะมีอยู่ที่ ๔๖๖ บาท คิดเป็น ๑๙๔ เปอร์เซ็นต์ของค่าแรงขั้นต่ำ ประเทศที่ ๒ ก็คือประเทศลาว ค่าแรงขั้นต่ำ ๑๐๐ บาท นักผจญเพลิงมีรายได้อยู่ที่ ๒๙๑ คิดเป็น ๒๙๑ เปอร์เซ็นต์ ส่วนไทย ๓๘๐ บาทค่าแรงขั้นต่ำ ค่านักผจญเพลิงอยู่ที่ ๔๔๒ บาท คิดเป็น ๑๑๖ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นครับ เกือบจะต่ำที่สุดในอาเซียนนะครับ ทั้งนี้ ไม่ต้องเปรียบเทียบ กับประเทศในยุโรปหรือประเทศอเมริกาเลยนะครับ ที่ค่าตอบแทนของผู้ที่มีอาชีพเสี่ยงภัย สูงกว่าประเทศไทยเป็นอย่างมากนะครับ ขออนุญาตขอสไลด์ถัดไป ก็นำมาสู่ข้อเรียกร้อง ที่ผมได้ฟังจากพี่ ๆ นักผจญเพลิง โดยแบ่งเป็น ๒ ตาราง ก็คือนักผจญเพลิงของจังหวัด ปทุมธานี ก็จะได้รับเงินเดือน ค่าครองชีพ ส่วนเงา ๆ ก็คือสิ่งที่พี่ ๆ นักผจญเพลิงอยากได้ เพิ่มเติมแต่ยังไม่ได้ของในจังหวัดปทุมธานี ก็คือเรื่องของค่าเสี่ยงภัยกับของค่าอาหาร ตาราง ที่เปรียบเทียบกันก็คือ เป็นนักผจญเพลิงของกรุงเทพมหานคร ก็มีเงินเดือน มีค่าครองชีพ มีค่าเสี่ยงภัยเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ค่าเสี่ยงภัยตามข้อมูลมีการทบทวนจะเพิ่มขึ้นตั้งแต่ ปี ๒๕๖๕ แต่ปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการทบทวนให้เพิ่มขึ้น ซึ่ง ๕,๐๐๐ บาท เมื่อเทียบกับ ค่าเงินปัจจุบันแล้วก็ต้องตอบว่าไม่ได้มากเลย ส่วนอีกอันหนึ่งก็คือเป็นเรื่องของค่าอาหาร ที่จะได้รับแบบเหมา ๆ วันละ ๒๐๐ บาทในวันที่เข้าประจำการ ซึ่งเมื่อบวกลบทั้งหมดแล้ว ก็จะเห็นได้ว่า ถึงแม้ว่านักผจญเพลิงของกรุงเทพมหานครจะได้รับสวัสดิการและค่าตอบแทน อย่างเหมาะสม แต่ก็ต้องตอบว่าเป็นค่าตอบแทนที่น้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ อย่างนั้น ก็อยากฝากไปยังรัฐบาลว่า ผู้ที่อยู่หน้างานเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงภัยมาก ก็อยากให้ทางรัฐบาล ช่วยดูแลผู้ที่ต้องทำงานเสี่ยงภัยหน้างานให้มากกว่านี้ รวมทั้งสวัสดิการอื่น ๆ เพื่อที่จะให้พี่ ๆ นักผจญเพลิงไม่ต้องกังวลมากเรื่องสวัสดิการในอนาคตว่า เขาจะต้องเกิดเหตุอะไรกับตัวเอง ทั้งนี้ก็เพื่อให้พี่ ๆ สามารถปฏิบัติงานได้อย่างดีเยี่ยม แล้วก็ทำงานบรรเทาทุกข์ให้กับพ่อแม่ พี่น้องประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินการมาถึงตอนนี้ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านศุภโชค ศรีสุขจร ครับ🔗

นายศุภโชค ศรีสุขจร นครปฐม

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายศุภโชค ศรีสุขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ ลำดับแรกผมต้องขอแสดงความเสียใจกับ ผู้ประสบภัยจากเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นในชุมชนตรอกโพธิ์ เยาวราช ซึ่งถือเป็นพื้นที่ ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานครของเรา ซึ่งในไม่กี่เดือนที่ผ่านมามีเหตุเพลิงไหม้ในลักษณะ เดียวกันในพื้นที่จังหวัดนครปฐมในเขตเทศบาลสามพราน ก็เพิ่งเกิดเหตุเพลิงไหม้ในลักษณะ คล้าย ๆ กัน ซึ่งเป็นชุมชนแออัด บ้านส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้ ซึ่งง่ายต่อการติดไฟ และไม่มีพื้นที่ สำหรับรถดับเพลิงขนาดใหญ่สามารถเข้าไประงับและดับเพลิงได้ครับ เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เกิดความเสียหายต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วยกัน ๒๔ ครัวเรือน มีผู้ประสบภัย ทั้งสิ้น ๔๖ ชีวิต ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามยังมีความโชคดี ในความโชคร้ายนะครับ ที่ทุกภาคส่วนในจังหวัดนครปฐมมีการประสานงาน มีการร่วมด้วย ช่วยกันในการยับยั้งดับเพลิงไม่ให้ลุกลามไปในวงกว้าง และยังมีการระดมทุกสรรพกำลังในการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องผู้ประสบภัย ไม่ว่าจะเป็นทาง หน่วยงาน อปท. อย่างเช่น อบจ. หรือเทศบาลสามพรานก็ดี ท่านนายกจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม ท่านนายกธรรมศักดิ์ นายกเทศบาลเมืองสามพราน ขออนุญาตเอ่ยนามทั้ง ๒ ท่านนะครับ ท่านได้ลงพื้นที่นำถุงยังชีพและทำโรงครัวชั่วคราว เพื่อช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยจากอัคคีภัยในครั้งที่ผ่านมาทันทีหลังจากเกิดเหตุ นอกจากนี้ ยังมีเรียกประชุมเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาอัคคีภัย และเตรียมความพร้อมรับมือ กับเหตุอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นซ้ำได้ในเขตชุมชนสามพรานนะครับ ซึ่งบ้านเรือนส่วนใหญ่นั้น เป็นบ้านเรือนที่เป็นชุมชนแออัด และเป็นบ้านเรือนที่ติดริมแม่น้ำ จึงมีการวางแผนที่จะจัดซื้อ เรือดับเพลิงเพื่อใช้ในกรณีเหตุที่เกิดเพลิงไหม้ครั้งต่อไปนะครับ นอกจากนี้แล้วต้อง ขอขอบคุณทุกหน่วยงานในจังหวัดนครปฐม ไม่ว่าจะเป็นท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่าน ปภ. จังหวัด ท่าน พมจ. สภากาชาด และอีกหลากหลายหน่วยงานที่ผมอาจจะไม่ได้เอ่ยถึงครับ ที่เรียกว่าร่วมด้วยช่วยกันเยียวยาพี่น้องผู้ประสบภัย อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ การเยียวยาไม่ใช่แนวทางการแก้ไขปัญหาเหตุอัคคีภัยที่เกิดขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นแล้ว ผมคิดว่าหัวข้อญัตติด่วนที่ท่านปารเมศได้เสนอในวันนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลด ผลกระทบการสูญเสียทรัพย์สินและชีวิตของพ่อแม่พี่น้องประชาชนในอนาคต และเป็นการ เตรียมความพร้อมในการรับมือกับเหตุอัคคีภัย ทั้งนี้ ผมเชื่อว่าเหตุการณ์ไฟไหม้ที่เกิดขึ้น ที่เยาวราชไม่ใช่เหตุการณ์ไฟไหม้รุนแรงครั้งแรกและจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย หากเราไม่มี การศึกษาถึงต้นเหตุต้นตอของปัญหา และหาแนวทางป้องกันร่วมกัน จากสถิติของสำนักงาน บรรเทาและป้องกันสาธารณภัยในปี ๒๕๖๗ อัคคีภัยมีสัดส่วนถึง ๕๒.๔ เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนสาธารณภัยทั้งหมด และพื้นที่ที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดนั่นก็คือกรุงเทพมหานครนะครับ โดยในครึ่งปีแรกมีเหตุอัคคีภัยใหญ่เกิดขึ้นไปแล้วถึง ๓๑ ครั้ง เมื่อดูจากข้อมูลจะพบว่า เหตุเพลิงไหม้ในกรุงเทพมหานครนั้นมักจะเกิดขึ้นในพื้นที่แออัด และอาคารที่มีสายไฟชำรุด ทรุดโทรม ไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลง เหตุการณ์ไฟไหม้ที่เยาวราชถือเป็น Case Study ที่สำคัญที่ทุกหน่วยงานในภาครัฐควรศึกษาและเตรียมแผนรองรับ โดยสาเหตุหลัก ๆ เหมือน เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กล่าวไปแล้วคือ เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร โดยเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้แล้ว ชุมชนแออัดมักจะเกิดผลกระทบร้ายแรงกว่าพื้นที่อื่น ๆ เนื่องจากตัวอาคารส่วนใหญ่สร้างขึ้น จากไม้และพื้นที่ของครัวเรือนมักจะมีช่วงที่ติดกัน ทำให้เวลาไฟลุกลามสามารถลุกลามได้ ในวงกว้างและยากต่อการยับยั้งครับ🔗

แต่อีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญ คือความสามารถในการเข้าถึงพื้นที่ที่เกิดเหตุ ของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง รถดับเพลิง กรณีที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ชุมชนตรอกโพธิ์ และมีตรอก ซอกซอยที่แคบ ทำให้เจ้าหน้าที่และรถดับเพลิงไม่สามารถเข้าไประงับยับยั้งเหตุได้ ผมจึงอยากขอเสนอให้ทุกหน่วยงานในภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งมี หน้าที่ในการดูแลวางผังเมือง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ซึ่งมีหน้าที่ ในการระงับเหตุอัคคีภัย ควรมีการบูรณาการร่วมกันว่าพื้นที่ใดเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุ เพลิงไหม้ และหากเกิดแล้วสามารถหาแนวทางป้องกันยับยั้งได้อย่างไรให้ทันท่วงที หรืออาจทำเป็น Command Center แบบที่ ท่าน สส. ปารเมศ ได้เสนอไปนะครับ ให้มีการประสานงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน ในการช่วยกันสอดส่องดูแล ระงับเหตุและป้องกันเหตุไม่ให้เกิดขึ้นครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านสิริลภัส กองตระการ ครับ🔗

นางสาวสิริลภัส กองตระการ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ ผู้แทนราษฎรจากกรุงเทพมหานคร บางกะปิ วังทองหลาง พรรคก้าวไกล จากญัตติด่วนที่เพื่อนสมาชิกดิฉันได้ตั้งขึ้นมา ดิฉันขอเรียนว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิด ที่เยาวราชเพียงอย่างเดียวนะคะ แต่ยังมีอีกหลายพื้นที่เลยค่ะ ที่เข้าข่ายว่าจะมีความเสี่ยง ที่จะเกิดความสูญเสียอย่างรุนแรงเมื่อเกิดอัคคีภัย สาเหตุก็เพราะว่ามีปัญหาในเรื่องเส้นทาง ที่จะเอื้ออำนวยให้กับรถดับเพลิงได้เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ใกล้ที่สุด ในพื้นที่เขตบางกะปิ- วังทองหลางเอง ก็มีหลายชุมชนมากเลยที่เส้นทางการสัญจรในชุมชนไม่เอื้ออำนวยต่อการ ทำงานของพี่ ๆ พนักงานดับเพลิงหลายชุมชนเป็นชุมชนริมคลอง เส้นทางสัญจรใช้ได้แค่เพียง มอเตอร์ไซค์ จักรยาน หรือว่าการเดินเท่านั้น ดิฉันขอยกตัวอย่าง อย่างเช่น ชุมชนวังโสม ชุมชนริมคลองกะจะ ชุมชนสามัคคีพัฒนา ชุมชนลำสาลี ชุมชนลำสาลีพัฒนา ชุมชนมัจฉา ชุมชนวังใหญ่ ชุมชนริมคลองหัวหมากน้อย ชุมชนจันทรางสุข หรือชุมชนลาดพร้าว ๙๑ และรวมไปอีกหลายพื้นที่เลยค่ะ ที่ในทางเข้าเป็นซอยแคบ ปัญหาร่วมกันของพื้นที่เหล่านี้ก็คือ เส้นทางในการสัญจรแคบมาก มีบ้านเรือนที่อยู่ติดกัน ติดกันมากเกินไปนะคะ เมื่อเกิดเหตุ เพลิงไหม้ไฟก็จะสามารถลุกลามติดไปที่บ้านข้าง ๆ ได้ง่ายมาก อีกทั้งบ้านเรือนบางพื้นที่ ก็ยังเป็นไม้ ซึ่งเป็นวัสดุที่ติดไฟได้ง่ายมาก เป็นอันตรายอย่างมากเมื่อเกิดอัคคีภัยค่ะ ถึงแม้ว่า จะมีหน่วยงานมีการมอบถังดับเพลิง หรือว่ามีการติดประปาหัวแดง แต่ว่าเส้นทางที่จะทำให้ รถดับเพลิงได้เข้าไปนี่ค่ะ เข้าไปถึงยากมากเลย บางส่วนก็ชำรุด ทางก็เป็นทางที่ขาด เป็นอุปสรรคในการทำงานของพี่ ๆ ดับเพลิงให้เข้าทำงานได้ถึงอย่างทันท่วงที ในเขตพื้นที่ บางกะปิของดิฉันสถิติย้อนหลังเพียงแค่ ๓ เดือนนี้มีไฟไหม้ถึง ๘ ครั้งด้วยกัน บางชุมชน บางพื้นที่ก็โชคดีที่มีการเข้าเยียวยาช่วยเหลือได้ทัน แต่สุดท้ายความเสียหายเกิดขึ้นอยู่ดี แต่ท่านลองนึกภาพนะคะว่าในชุมชนที่เฉพาะเส้นทางสัญจรเวลาจะขี่มอเตอร์ไซค์หรือเดิน เรายังต้องหลบกันเลยค่ะ เพราะฉะนั้นเวลาเกิดเหตุไฟไหม้ มันจะยากมากเลยในการที่จะให้ รถดับเพลิงถึงแม้ว่าจะเป็นรถขนาดเล็กเข้าไปถึงลำบากมาก ๆ ดิฉันอยากให้ท่านได้ดูทางเดิน ในชุมชน แล้วก็จะดูว่าท่านจะมีวิธีในการแก้ไขปัญหานี้อย่างไรเมื่อเกิดปัญหาอัคคีภัย ดิฉัน ก็ขอใช้เวลาไม่มากนะคะอยากจะสะท้อนปัญหาให้เห็นจริง ๆ ว่าจริง ๆ แบบนี้มันควร จะหาทางป้องกันไว้ก่อนดีกว่ามาแก้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวสิริลภัส กองตระการ กรุงเทพมหานคร

ดิฉันขอชื่นชมการทำงาน ของพี่ ๆ ดับเพลิงทุกท่าน แล้วอาสาทุกท่านที่เวลาเกิดเหตุแล้วเข้าถึงสถานที่ได้อย่างทันท่วงที และรวดเร็ว แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกของดิฉันก็ได้พูดไปแล้ว นั่นก็คือเรื่องของสวัสดิภาพ ที่ดีให้กับพี่ ๆ ดับเพลิง ท่านควรจะต้องอำนวยความสะดวกในการทำงานให้กับพวกพี่เขาด้วย การมีอุปกรณ์ดับเพลิงที่ดี มีชุดกันไฟที่มีคุณภาพ รวมไปถึงการส่งเสริมให้หน่วยงาน มีการจัดการซ้อมการหนีไฟสำหรับชุมชนที่มีความเสี่ยงค่ะ เหตุการณ์ไฟไหม้ไม่มีใคร อยากให้เกิดขึ้นหรอกค่ะท่านประธาน แต่ว่าสิ่งที่เราสามารถป้องกันแล้วจัดการได้ก่อน ก็คือการวางแผน การเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ซักซ้อมเผื่อมีกรณีฉุกเฉินแบบนี้เกิดขึ้น เพื่อนสมาชิกดิฉันอาจจะได้พูดเรื่องของการเยียวยา เรื่องทรัพย์สินหรือว่าชีวิตไปแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ดิฉันจะไม่พูดไม่ได้เลย นั่นก็คือการเยียวยาเรื่องจิตใจที่เวลามีการเกิดเหตุการณ์ ความรุนแรงหรือความสูญเสียทุกครั้ง ดิฉันก็ขอเรียกร้องให้มีการเยียวยาทางจิตใจทุกครั้ง ในเหตุการณ์นี้ก็เช่นเดียวกันค่ะ คนที่ประสบปัญหาหรือว่าต้องเผชิญปัญหาความสูญเสีย เหล่านี้ แน่นอนว่าอาจจะมีภาวะ PTSD หรือที่ดิฉันเคยอภิปรายไปแล้วคือ ภาวะวิตกกังวล หลังเผชิญเหตุการณ์ความรุนแรง หรือความผูกพันในสถานที่ ในบ้านของเขา หรือความสูญเสีย แต่ละคนมีการรับมือกับความสูญเสีย หรือความเสียใจนั้นไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะเสียใจมาก บางคนอาจจะเสียใจน้อย ดิฉันจึงขอเรียกร้องให้มีการนำทีม การเยียวยาจิตใจ หรือว่าทีม MCATT ลงไปดูแลสภาพจิตใจของผู้ที่ประสบภัยในเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นด้วย โจรปล้นบ้าน ๑๐ ครั้งค่ะท่านประธาน ยังไม่เท่ากับไฟไหม้บ้านเพียงครั้งเดียว ดิฉันก็อยากให้กรณีที่เกิดขึ้นกับเยาวราช ซึ่งดิฉันต้องขอแสดงความเสียใจด้วยเป็น Case Study ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาดูแลพื้นที่ จัดการนโยบายให้ดี วางแผนในการป้องกัน และแก้ไขหรือว่ามีแนวทางในการที่จะจัดการนโยบายนี้ ไม่ให้เกิดปัญหาที่จะก่อให้เกิด ความสูญเสียตามขึ้นมาอีก แล้วก็ฝากพื้นที่ของดิฉันด้วยเขตบางกะปิ-วังทองหลาง ขอให้หน่วยงานลงมาดู แล้วก็หาทางแก้ไข แล้วก็หาทางป้องกันร่วมกัน เพื่อที่เราจะได้ไม่เกิด ความสูญเสียให้มากไปกว่าที่เกินจำเป็นค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเราทุกคนคงรับทราบถึงผลกระทบและความรุนแรงของเหตุ อัคคีภัยหรือว่าเหตุเพลิงไหม้ที่กระทบกระเทือนถึงบ้านเป็นวงกว้างอยู่แล้ว เหตุมันเกิดปั๊บ มันไม่ได้เกิดแค่เฉพาะบ้านที่เป็นต้นเพลิงครับ แต่มันเกิดลุกลามแล้วก็บานปลายไปยังบ้าน ข้างเคียงด้วย ยิ่งเฉพาะชุมชนที่อยู่กันอย่างหนาแน่น ชุมชนแออัดที่ผมคิดว่าเป็นพื้นที่เมือง ไม่ใช่เฉพาะแค่กรุงเทพมหานครเท่านั้น ยังมีพื้นที่เมืองในจังหวัดอื่น ๆ ถ้าเกิดเหตุเพลิงไหม้ ขึ้นมาก็จะมีความเสียหายไปหลายครัวเรือนหลายครอบครัว และครอบครัวที่เสียหาย ส่วนใหญ่ก็จะมีภาวะทางเศรษฐกิจ หรือว่าความยากจนค่อนข้างสูง เพราะว่าถ้าเกิดเป็นบ้าน ที่มีรายได้สูงก็จะมีระยะร่น มีระยะห่าง แล้วก็ไม่ได้มีความแออัดมากมายนัก แต่ถ้าเกิดเป็น บ้านขนาดเล็กที่ปลูกติด ๆ กัน ความเสียหายก็มากมายมหาศาล อย่างกรณีชุมชนตรอกโพธิ์ เยาวราช ที่เหตุเกิดเมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคมที่ผ่านมา ผมเข้าใจว่าตอนนี้ทางกรุงเทพมหานคร ก็มีมาตรการในการช่วยเหลือเยียวยาตามสมควรแล้ว ซึ่งก็มีเพื่อนสมาชิกอภิปราย ไว้หลายท่าน แล้วก็ต้องชื่นชมทางกรุงเทพมหานครที่ตอนนี้ก็เร่งมาตรการในการป้องกัน และบรรเทาอัคคีภัยอย่างเต็มที่เลย เท่าที่ผมทราบกำลังจะมีการเร่งติดตั้งประปาหัวแดง ดับเพลิงเพิ่มอีก ๒๕๘ จุด ซึ่งเป็นไปตามรายงานการวิเคราะห์เมื่อปี ๒๕๖๕-๒๕๖๖ เข้าใจว่า ในปี ๒๕๖๗ น่าจะติดตั้งเพิ่มได้ ๔๔ จุด แล้วก็ในปี ๒๕๖๘ ก็น่าจะได้อีก ๒๑๔ จุด น่าจะครบ ๒๕๘ จุด ตามที่ทาง กทม. วางแผนเอาไว้นะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งที่ทาง กทม. ก็กำลังดำเนินการอยู่ในการเร่งจัดหาถังดับเพลิง ให้กับชุมชนจำนวนประมาณสัก ๒,๘๐๐ ชุมชน ในอัตรา ๕ หลังคาเรือนต่อ ๑ ถังดับเพลิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนแออัดที่มีอยู่จำนวน ๖๓๔ ชุมชน ซึ่งในจำนวนนี้เข้าใจว่ามีชุมชน ที่รถเข้าออกลำบากคือสวนกันไม่ได้ ๔๕๙ ชุมชน แล้วก็ถ้าเรานับชุมชนที่เข้าได้เฉพาะ การเดินเท้าหรือมอเตอร์ไซค์ก็เข้าใจว่า มีประมาณสัก ๒๐๐ กว่าชุมชน ซึ่งชุมชนเหล่านี้ เวลาเกิดเหตุเพลิงไหม้รถดับเพลิงก็จะเข้าไประงับเหตุได้ค่อนข้างลำบากมาก ๆ ผมแจ้งข่าวดี นิดหนึ่งนะครับ สำหรับถังดับเพลิงในเดือนกรกฎาคม-กันยายน ปี ๒๕๖๗ เข้าใจว่าน่าจะ ติดตั้งได้ ๒๗,๖๑๑ ถัง เดือนตุลาคมก็จะติดตั้งเพิ่มเติมได้อีก ๙,๙๗๙ ถัง แต่สังเกตไหมว่า ทั้ง ๒ ส่วนมาตรการที่ กทม. เตรียมเอาไว้จะเป็นมาตรการที่เกิดขึ้นหลังจากที่เพลิงไหม้ เกิดขึ้นแล้วทั้งนั้น ใช่ไหมครับ ทั้งประปาหัวแดงก็มีความจำเป็นเมื่อไฟมันไหม้แล้ว ถังดับเพลิงก็เหมือนกันที่ ๓๐,๐๐๐ กว่าถัง มันก็มีความจำเป็นเมื่อไฟมันไหม้แล้วครับ ท่านประธาน แต่ถ้าเกิดท่านประธานดูรายงานว่า สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้เกิดจากอะไรครับ หนึ่งในสาเหตุที่ยอดนิยมแล้วก็ตามสถิติเก็บเอาไว้ก็รายงานยืนยันตรงกันก็คือ เหตุไฟฟ้า ลัดวงจร และถ้าท่านประธานไปดูบ้านเรือนของประชาชน โดยเฉพาะในชุมชนแออัด ท่านประธานจะตกใจครับว่า การเดินไฟของครัวเรือนจะพาดไปพาดมา สุ่มเสี่ยงที่จะขัด กับหลักวิศวกรรมครับ หลายบ้านไม่ได้มี Breaker หลายบ้านยังใช้ Cutout แบบสับมือ อยู่เลยครับ ต่อให้เป็น Breaker ปกติ Circuit breaker ปกติ Breaker ที่เราใช้กัน ในบ้านเรือนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นมา หรือไม่ได้ติดตั้งเพื่อป้องกันการไฟไหม้ หรือเกิด ประกายไฟ Breaker ทั่วไปที่เราติดกันก็จะใช้เพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้าเกินครับ แล้วก็ กระแสไฟฟ้าลัดวงจร แต่เวลาไฟไหม้ที่เกิดบอกว่า เกิดจากเหตุลัดวงจรคือมันเกิดประกายไฟ หรือที่เรียกว่า Arc แล้ว Arc อุณหภูมิมันประมาณสัก ๓,๐๐๐ องศาเซลเซียส แล้วมันลามครับ แล้วถ้าเกิดไฟไหม้มันลุกลามประมาณสัก ๑๐ กว่านาที มันก็ยากเกินกว่าประชาชนคนปกติ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในชุมชน ในเวลาที่ทำงานวันจันทร์ถึงวันศุกร์ก็จะเป็นผู้สูงอายุ ก็จะไม่มี ศักยภาพ ต่อให้มีถังดับเพลิงอยู่ตรงหน้า การแหวกและเดินเข้าไป ไปจุดที่เป็นต้นเพลิง เพื่อฉีดน้ำยาดับเพลิงก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ คราวนี้ถามว่าแล้วเรา จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไรดี ประเทศเรามีกองทุนอยู่ ๒ กองทุนที่น่าสนใจ ก็คือกองทุนพัฒนา ไฟฟ้า ซึ่งเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ นี้ เอาข้อมูลล่าสุดก่อนนะครับ มีประมาณสัก ๒๙,๑๓๓ ล้านบาท แล้วก็มีกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เข้าใจว่ามีอยู่ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ารัฐบาลใช้กลไกของกองทุนต่าง ๆ เหล่านี้ในการอุดหนุนให้กับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นและกรุงเทพมหานคร ในการที่จะทำโครงการเปลี่ยน Breaker หรือ เปลี่ยน Cutout ที่มีอยู่ ที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะบ้านที่มีการใช้ปลั๊กพ่วงเยอะแยะนี่ อันตรายมาก แล้วติดตั้ง Breaker ที่กันประกายไฟ ที่เรียกว่า Arc Fault Circuit Interrupter ซึ่งตรงนี้ก็ต้องหารือกับทางวิศวกรดูอีกทีหนึ่ง แต่ถ้าเกิดติดตั้ง Breaker ประเภท Arc Fault Circuit Interrupter หรือที่เรียกว่า AFCI นี่นะครับ ก็จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิด ประกายไฟหรือการเกิด Arc ซึ่งเป็นต้นเหตุในการเกิดไฟไหม้บ้านเรือน ครัวเรือนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการติดตั้ง Circuit Breaker หรืออย่างไรก็ตาม การติดตั้ง Circuit Breaker มันก็ดีกว่าการติดตั้ง Cutout ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอยู่แล้ว ผมใช้เวลาอีก ๒๐ กว่าวินาที ผมฝากไว้ด้วยว่าถ้าเกิดกองทุนนี้มันสามารถใช้การได้ อีกกรณีหนึ่งที่สามารถ ทำได้คือการอุดหนุนไปที่โรงเรียน และเพื่อเปลี่ยน Breaker ที่ใช้อยู่ให้เป็น Residual Current Circuit Breaker หรือ RCCB หรือจะใช้ Earth Leakage Circuit Breaker แปลง่าย ๆ คือ Breaker กันไฟดูดครับ ในโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต่าง ๆ เพื่อให้ประเทศนี้ไม่มีเด็กถูกไฟดูดตาย ในโรงเรียนอีกต่อไป ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ครับ🔗

นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สกล สุนทรวาณิชย์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ ในพื้นที่เทศบาล นครรังสิต เทศบาลเมืองคลองหลวง และตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมือง จากพรรคก้าวไกล วันนี้ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายญัตติด่วน เรื่องเพลิงไหม้ที่เยาวราช ก่อนอื่นก็ขอแสดงความ เสียใจกับผู้ประสบเหตุทุกท่าน ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ปทุมธานี

ผมจะขอเล่าว่ามีตัวอย่างเคสไฟไหม้ เคสหนึ่งคล้ายกับที่เยาวราช แต่เกิดที่อำเภอคลองหลวง ตำบลคลองหนึ่ง จังหวัดปทุมธานี เหตุเกิดในอดีตที่ซอยคุณพระ หรือซอยคลองหลวง ๒๗ แยก ๓ ซึ่งในซอยมีหอพัก และที่อยู่อาศัยจำนวนมาก แต่ไม่มีบริเวณจอดรถที่บ้านตัวเองหรือหอพัก ทำให้ผู้คน เขาก็นำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของตนเองมาจอด ๒ ข้างถนนสลับไปสลับมา เหลือเพียงแค่ ๑ เลนที่พอจะสวนได้ วันหนึ่งเกิดเหตุไฟไหม้ที่บ้านท้ายสุดของซอย รถดับเพลิงมาถึงปากซอย อย่างรวดเร็วภายใน ๑๐ นาที แต่กลับเข้าไปในพื้นที่ซอยจุดเกิดเหตุไม่ได้ เพราะว่าถนน ในซอยนั้นแคบมาก รถขนาดปกติก็สวนกันก็ลำบากแล้ว และยิ่งรถขนาดใหญ่อย่างรถดับเพลิง ก็ไม่สามารถเข้าไปได้ หัวท่อส่งน้ำดับเพลิงก็ไม่มี สุดท้ายบ้านหลังนั้นก็ไหม้วอดไปจนหมดหลัง อย่างน่าเศร้า ซึ่งหากมีการดับไฟขั้นต้นก็อาจจะทำให้สถานการณ์ไม่บานปลายจนไฟไหม้ หมดทั้งหลัง การดับไฟขั้นต้นหมายถึงตั้งแต่เห็นเปลวไฟไม่เกิน ๔ นาที จนสามารถดับไฟได้ สามารถใช้ถังดับเพลิงดับเพลิงได้เบื้องต้น แต่ผู้ใช้จะต้องเคยฝึกการอบรมการใช้เครื่องดับเพลิง มาก่อน จึงจะมีโอกาสระงับได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ ในการดับไฟขั้นต้นหากจะทำให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุดควรจะดำเนินการติดตั้งถังดับเพลิงในบ้านหรือในชุมชน ยิ่งหากเป็นชุมชน ที่มีความเก่าแก่ ควรจะเพิ่มมาตรการเทศบัญญัติ หรือกฎหมาย ควบคุมให้มีการติดตั้งถังดับเพลิง เพื่อใช้ในการดับเพลิงก่อนที่จะลุกลาม ถังดับเพลิงเป็นสิ่งที่ควรมีในทุกบ้าน แต่เนื่องจากเป็นภาระ ของประชาชน รัฐควรมีมาตรการในการดำเนินการติดตั้งถังดับเพลิง และหมั่นตรวจสอบคุณภาพ ของถังดับเพลิงให้สามารถใช้งานได้อย่างทันท่วงที และมีประสิทธิภาพ รัฐควรจัดให้มีการอบรมใช้ถังดับเพลิงเพื่อป้องกันไฟไหม้ หรือไฟลุกลามอย่างเสมอ ปัญหา ที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากหลายประเด็นของในเคสนี้ ๑. คือผังเมืองและเทศบัญญัติ เราไม่มี การกำหนดอย่างชัดเจนว่า การสร้างที่อยู่อาศัยจะต้องมีถังดับเพลิงหรือมีที่จอดรถอย่างไร จึงใช้พื้นที่เต็มโดยไม่เผื่อที่จอดรถ ทำให้คนเข้ามาจอดรถในที่ดินของตัวเองอย่างนี้ครับ ๒. การเตรียมการในกรณีการเกิดภัยพิบัติ ไม่มีการวิเคราะห์พื้นที่เกิดเหตุไฟไหม้ จำลอง สถานการณ์ที่ต้องส่งรถดับเพลิงเข้าไปหากเกิดเหตุไม่คาดฝันจริง ๆ และการเตรียมวางหัวท่อ ดับเพลิงในจุดเสี่ยงนั้น และอุปกรณ์ดับเพลิงเบื้องต้น ปัจจุบันอากาศของประเทศไทย ก็ร้อนขึ้นอย่างมาก เพราะว่าเรากำลังเข้าสู่สภาวะโลกเดือด เหตุการณ์ไฟไหม้ก็เกิดขึ้น ได้บ่อยมากเช่นกัน เพราะไฟฟ้าลัดวงจร ความร้อนสูงของสายไฟฟ้าที่ลัดวงจรก็ไม่สามารถ ระบายความร้อนได้ทัน เพราะว่าอากาศร้อนรอบ ๆ อยู่แล้ว🔗

ดังนั้นผมจึงมีข้อเสนอ ให้ทางกระทรวงมหาดไทย ออกประกาศไปยังจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ให้สำรวจพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อประเมินจำลองสถานการณ์ ดับเพลิงในพื้นที่ที่เข้าไม่ได้ ควรมีหัวท่อส่งน้ำดับเพลิงในระยะสั้น และระยะยาวคือ การปรับปรุงผังเมือง และให้ความรู้ประชาชนในเรื่องการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน ไม่ให้ใช้ อุปกรณ์ที่กินกระแสสูงหลาย ๆ อุปกรณ์รวมกันผ่านสายไฟเส้นเดียว เช่น เตารีดรวมกับตู้เย็น รวมกับโทรทัศน์อะไรอย่างนี้นะครับ หรือใช้กำลังเกินสายไฟรวมของทั้งบ้าน รวมถึง การติดตั้งอุปกรณ์ตัดไฟกรณีกระแสเกิน ก็จะช่วยป้องกันเหตุไฟลัดวงจรจำนวนมาก ในพื้นที่ได้ ผมก็เชื่อว่าข้อเสนอแนะนี้ก็จะเป็นประโยชน์ ไม่เพียงกับแค่พื้นที่ที่เกิดเหตุ อย่างกรุงเทพมหานคร หรือพื้นที่ในเคสตัวอย่างที่ผมยกตัวอย่างปทุมธานี แต่จะมีผลดี ต่อภาพรวมทั้งประเทศครับ ขอบคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เชิญครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายในญัตติด่วนที่เสนอด้วยวาจาเกี่ยวกับ เรื่องไฟไหม้ ท่านประธานครับ เขตผมก็เป็นเขตเมืองเก่าไม่แพ้กับเขตของท่านปารเมศ ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ผม แล้วก็มีเหตุไฟไหม้เยาวราชไปครั้งก่อน จริง ๆ ก็เรียกได้ว่าเขตคลองสาน ของผมนี่ก็เป็นเยาวราชสาขา ๒ ก็ว่าได้ เพราะว่าเป็นพี่น้องไทยเชื้อสายจีนที่ล้นมาจากทาง เยาวราช แล้วก็มาตั้งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยานั่นเองครับ ในสภาพที่มา เมื่อประมาณ ๕๐-๖๐ ปีก่อนเขาสร้างตึกแถวกันเรียงราย ก็หนาแน่นพอสมควร ก็เกิดเหตุ ไฟไหม้หลายต่อหลายครั้ง ผมก็ได้เข้าไปพบปะผู้ประสบภัยอยู่มาก ก็เป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่เสมอ ในทุก ๆ ครั้ง หลายท่านได้พูดมาแล้วครับเรื่องอะไรต่าง ๆ นานาเกี่ยวกับถังดับเพลิงเอย อะไรเอย ผมไม่ขออภิปรายซ้ำครับ แล้วผมอยากจะชี้ให้เห็นถึงประเด็นใหม่ในเชิงที่อาจจะ เป็นมิติทางโครงสร้าง ท่านประธานครับ เวลาผมไปประชุมเขตรายเดือนที่เขตคลองสาน สถานีดับเพลิงเขตคลองสานก็จะอยู่ใกล้ ๆ ตรงปากคลองสานนั่นละครับ แล้วผมก็มักจะเดิน เข้าไปในสถานีดับเพลิง ไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงบ่อย ๆ พบว่าสภาพความเป็นอยู่ ก็มีแฟลตครับ แต่ก็ไม่เพียงพอตามสูตรนะครับ แล้วอุปกรณ์อะไรต่าง ๆ ก็ไม่ได้มีพร้อมเพรียง ผมก็มานึกหลายครั้งครับท่านประธาน ในประเทศไทยเราก็มีอะไรที่แปลก ๆ เรามักจัด ความสำคัญเรื่องต่าง ๆ ผิดครับ ตอนนี้เรื่องของดับเพลิงมาเป็นของท้องถิ่นแล้วใช่ไหมครับ หลายที่ครับผมก็ถามเพื่อนสมาชิกที่อยู่ต่างจังหวัด ทางภาคเหนือเอง ขออนุญาตเอ่ยนาม คุณหมอทศพรเมื่อสักครู่ครับ ก็ไปถามว่าแล้วต่างจังหวัดเป็นอย่างไรครับ บาง อบต. ไม่มี รถดับเพลิงครับ การที่เราไม่มีกฎหมายที่บังคับให้สิ่งที่มันเป็นเรื่องพื้นฐานของชีวิตของคนเรา อย่างนี้เป็นความสำคัญลำดับต้น ๆ นี่ ผมว่าประเทศนี้มีปัญหาครับ อย่างนี้ครับทุกวันนี้ต้องขอบคุณพี่ ๆ อปพร. อาสาทุกคนครับ ผมยืนยันว่าถ้าไม่มีพี่ ๆ เขา วันนี้วันใดในประเทศนี้หรือลองดูครับ ถ้าดีดนิ้วแล้วหายไป อาสาดับเพลิงเอย หรือมูลนิธิต่าง ๆ ร่วมกตัญญูหรือป่อเต็กตึ๊ง ประเทศไทยเรียกว่าล่มสลายเลยก็ว่าได้ เราควรจะให้ความสำคัญ กับเรื่องนี้มากกว่านี้ครับ อย่างการเพิ่มงบประมาณในการที่ทำให้สถานีดับเพลิงต่าง ๆ ไม่ว่าใน กทม. หรือต่างจังหวัดเองมีเทคโนโลยีที่มากขึ้น เราอาจจะต้องเพิ่มกำลังคนด้วย เพราะสิ่งนี้มันเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ไม่มีประเทศไหนในโลกหรอกครับที่อยู่ดี ๆ ให้ประชาชนที่เป็นอาสาสมัครเข้าไปลุยไฟ มันเป็นเรื่องอันตรายมากเลยครับ ให้นึกสภาพ ถ้าวันหนึ่งเรามีงบประมาณ เราเอาพี่ ๆ อปพร. เหล่านี้บรรจุเป็นข้าราชการประจำ ให้เขา ได้มีสวัสดิการ มีขวัญกำลังใจในการทำงานเป็นนักดับเพลิงของท้องที่นั้น ๆ ก็ได้ นี่เป็นสิ่งที่ แสดงว่ารัฐเราล้มเหลวอย่างหนัก ที่อยู่ดี ๆ เราก็ใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือในการดับเพลิง ในการกู้ภัยจนรัฐไทยเคยตัวครับ ไม่จัดสรรงบประมาณมาเรื่องนี้ ให้นึกง่าย ๆ ว่าวันนี้ หลายคนก็มาบ่นว่า มีหลายหน่วยงาน ประสานงานไม่มีประสิทธิภาพเอย อะไรเอย ความสามารถของแต่ละคนไม่เท่ากัน ก็แน่นอนอยู่แล้วละครับ ให้นึกภาพเหมือนนโยบาย ของพรรคก้าวไกลเราครับ เหมือนว่าเราอยากยกเลิกการเกณฑ์ทหาร คนก็บอกว่า โอ้โห ประเทศชาติจะล่มจม แต่ไม่ใช่ครับ เราอยากทำให้ทหารเป็นทหารอาชีพหมด ก็เช่นกันครับ อย่างที่ผมพูดว่าอยากให้พี่ ๆ อปพร. ได้รับการบรรจุเป็นนักดับเพลิงอย่างมืออาชีพ มีการฝึก ทัดเทียมกับต่างประเทศ🔗

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน การใช้เทคโนโลยี ถ้าเราเห็นความสำคัญ ของเรื่องนี้เป็นลำดับแรก ๆ การใช้เทคโนโลยีที่มุ่งเน้นไม่ใช่แค่ดับไฟให้เร็ว หรือช่วยเหลือ ชีวิตคนในนั้น แต่ปกป้องชีวิตของผู้ปฏิบัติงานก็เป็นส่วนหนึ่งสำคัญที่จะเป็นไปได้ ปัจจุบัน การต่อสู้กับเพลิงไหม้ของเรา ตั้งแต่มีตำรวจดับเพลิงจนมาถึงการนี้เทคโนโลยีไม่ได้ต่าง ไปเลย เรายังใช้น้ำ เรายังใช้เครื่องฉีดน้ำ มากหน่อยก็มีเพิ่มโฟมมาบ้าง ยังเหมือนเดิมครับ แต่ปัจจุบันครับในโลกใบนี้ ในประเทศที่เจริญแล้วมีการใช้แม้กระทั่ง AI ในการมาช่วย ในการดับเพลิง เขาเรียกว่า Predictive AI แล้วก็ Analyze ก็คือทั้งเมืองเขาสามารถดู Pattern ของสภาพอากาศอะไรต่าง ๆ นานา เพื่อให้รู้ว่าจุดไหนตอนนี้เป็นจุดเสี่ยงที่สุด เพื่อให้พนักงานดับเพลิงไปรอแถว ๆ นั้นได้ครับ🔗

อันที่ ๒ การช่วยชีวิตคนครับ เดี๋ยวนี้ถ้าเรามีเครื่องมือที่ดีอย่างพวกกล้อง Thermal ที่ดู เพราะว่าการดับเพลิงเวลาเราเข้าไปประตูไหนเราเปิดไป บางทีมันมีเขาเรียกว่า ไฟที่มันพุ่งออกมา อันนี้ก็เป็นอันตราย ประเทศไทยมีไหมครับ สถานีดับเพลิงในท้องถิ่นไหน มีบ้าง ผมเชื่อว่าต่างจังหวัดนี่น่าจะยาก กรุงเทพฯ ก็น่าจะยากเหมือนกัน🔗

อันที่ ๓ ครับท่านประธาน เรื่องของการใช้เทคโนโลยีในการที่ อย่างเช่น Drone ดับเพลิง เป็นต้น อันนี้ก็ง่าย ๆ ครับ จริง ๆ แล้วถ้ามีงบประมาณจัดซื้อได้ทันที เอา Drone ไปบินอยู่ด้านบน ดูได้ครับว่าไฟไหม้ถึงไหนแล้ว ทิศทางลมพัดไปทางไหนแล้ว อีกอันหนึ่งครับท่านประธานที่สำคัญมาก ที่จริง ๆ แล้วหลายท่านพูดถึงเรื่อง พ.ร.บ. ควบคุม อาคารอะไรต่าง ๆ นานา แล้วก็จริง ๆ ผมเห็นใจนักดับเพลิงที่ขาดกำลังคน การที่เรามี แผนผังของอาคารใหญ่ ๆ ที่ดีที่ตรง อันนี้ก็สำคัญสำหรับนักผจญเพลิงเช่นกัน ในการเขา เข้าถึงส่วนต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง ในต่างประเทศครับท่านประธานไม่ใช่แค่ผัง หรือ Blueprint แล้วครับ เขาใช้เทคโนโลยี AR ครับท่านประธาน ก็คือคล้าย ๆ กับที่เราเล่น Pokemon Go คือเขาก็ใส่แว่นเลย แล้วเขาจะเห็นเลยครับผ่านม่านหมอกเข้าไปเลยว่า ตรงนี้ประตูมันจะอยู่ตรงไหน เขาก็เดินไปตรงนั้น อยากให้ท่านประธานลองหาบริษัท ที่ทำเกี่ยวกับอันนี้มาทำที่รัฐสภาเราเป็นนำร่องก่อนก็ได้ อันนี้ทำได้แน่นอน เพราะว่ารัฐสภา เราก็พูดกันตามตรง เสี่ยงต่อเพลิงไหม้อย่างแรงครับ ไม้เยอะมาก ทางหนีไฟเรายังมีไม้เลย อันนี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทางหนีไฟนี้คือปลอดภัยจริง ๆ หรือเปล่า ก็อยากฝาก ท่านประธานเท่านี้ครับ แล้วก็เป็นกำลังใจให้อาสาสมัครดับเพลิง แล้วก็ตำรวจนักดับเพลิง ทุกท่านในทุกที่ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกัณตภณ ดวงอัมพร เชิญครับ🔗

นายกัณตภณ ดวงอัมพร กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กัณตภณ ดวงอัมพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ตัวแทนของพี่น้องชาวพญาไท-ดินแดง วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายในญัตตินี้ด้วยนะครับ ถ้าไฟไม่ไหม้ที่เยาวราช เราจะมีญัตติวันนี้ไหมครับ เราต้องสูญเสียอีกเท่าไรครับรัฐบาล ถึงจะหันมาให้ความสนใจในการป้องกันอย่างจริงจัง พื้นที่ชุมชนตรอกโพธิ์เป็นจุดเกิดเหตุ ไฟไหม้ สภาพครับไม่สามารถกลับมาซ่อมแซมได้ ต้องรื้อถอนออกไปเท่านั้น ความเสียหาย ครั้งนี้สร้างทั้งบาดแผลให้กับคนในชุมชน แล้วก็สร้างความวิตกกังวลให้กับชุมชนแออัด ที่มีลักษณะคล้าย ๆ กันเป็นอย่างมาก ผมเชื่อว่าปัจจัยที่น่ากลัวจริง ๆ คือ เรื่องสภาพชุมชน และความแออัดคับแคบ ย้อนกลับมาเราขอมาลองดูสถิติเหตุอัคคีภัยในเขตบ้านผมบ้างครับ พญาไท ดินแดง ตั้งแต่ต้นปี ๒๕๖๗ ครับ จากทีมงานผมได้ไป Check ข่าวการเกิดอัคคีภัย เว็บไซต์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขึ้นมาแค่ ๑ ครั้งถ้วน ซึ่งจริง ๆ แล้วข้อมูล ที่ผมได้รวบรวมกับทางทีมงานไว้ตั้งแต่ต้นปี ๒๕๖๗ ในเขตพญาไท ดินแดง มีทั้งหมด ๘ ครั้ง แต่ขึ้นในเว็บไซต์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพียงแค่ครั้งเดียว ๘ ครั้งนั้น มีทั้งการไหม้บ้านเรือนประชาชน แฟลตการเคหะ ยานพาหนะ แล้วก็มีทั้งผู้เสียชีวิตด้วย อีกทั้งเดือนมิถุนายน เดือนเมษายน ในเว็บไซต์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก็ไม่มีการบันทึกไว้เลย ท่านลืมหรืออย่างไรครับ เรื่องง่าย ๆ ที่กรมทำได้ แค่จดสถิติ ยังรวบรวมไม่ได้ จะถามถึงการป้องกัน การวางแผนสาธารณภัยก็ยิ่งน่าเป็นห่วงใช่หรือไม่ครับ ท่านประธานครับ หลักสากลการเข้าถึงที่เกิดเหตุไฟไหม้ในสหรัฐอเมริกา สมาคมดับเพลิง แห่งชาติ หรือ NFPA ได้กำหนดมาตรฐานว่า รถดับเพลิงควรไปถึงที่เกิดเหตุภายใน ๔-๖ นาที หลังจากที่ได้รับแจ้งเหตุ เพราะว่าเป็นระยะที่ดีในการที่จะระงับเหตุและป้องกันการลุกไหม้ ขยายได้อย่างดี ย้ำนะครับหลังจากที่เกิดเหตุภายในเวลา ๔-๖ นาทีนะครับ สำหรับ ในกรุงเทพมหานครเรามีเกณฑ์ที่จะถึงที่เกิดเหตุภายใน ๘ นาที แต่ใน ๘ นาทีนี้ผมเอง ก็ไม่ทราบเกณฑ์ว่า นับเวลาหยุด ณ ที่จุดไหนครับ รถคันแรกไปถึงหรืออย่างไร หรือต้องรถ ที่มีความพร้อมไปถึงในการดับเพลิงถึงจะเริ่มหยุดเวลา ผมขอยกตัวอย่างอีกกรณีหนึ่งนะครับ ในเขตพื้นที่บ้านผม เหตุไฟไหม้ที่บ้าน สส. ธิษะณา ชุณหะวัณ ที่ซอยราชครู เขตพญาไท เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายนที่ผ่านมา รถคันแรกไปถึงเป็นรถที่ไม่ได้พร้อมที่จะมีน้ำใช้ต้องไปสูบ เอาจากบ่อในบ้าน ผมถามครับหากเกิดเหตุในลักษณะเดียวกัน ไม่มีบ่อในบ้านแล้วท่านจะจับ เวลาอย่างไรครับ มาตรฐาน ๘ นาทีของท่านคือนับอย่างไร เป็นรถคันเล็ก รถคันใหญ่ หรือรถที่พร้อม อันนี้ก็ขอฝากไว้ให้เป็นคำถาม ผมเข้าใจดีว่าปัญหาเรื่องการจราจร ในกรุงเทพมหานครที่ครองอันดับรถติดมากที่สุดในโลก อีกทั้งปัญหาการวางผังเมืองที่ไม่ได้ ระบบที่ดี ทุกวินาทีมีค่าครับ เพราะว่าทุก ๆ วินาทีหมายถึงชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้อง ประชาชน ถ้าเรามีแผนป้องกันสาธารณภัยที่ดี มีอุปกรณ์ที่ดี จะช่วยแบ่งเบาจากหนักให้เป็นเบาได้ มากขึ้น อย่างที่เพื่อน ๆ สส. พรรคก้าวไกลได้อภิปรายลงรายละเอียดไว้เยอะแยะมากมาย ผมเองก็เคยนำประเด็นอัคคีภัยมาหารือในสภานะครับ ผ่านประธานสภาในวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๗ กรณีปัญหาการเกิดเพลิงไหม้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในช่วงตั้งแต่ เดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคมมีเหตุการณ์เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ดินแดง ซึ่งในการหารือครั้งนั้นผมได้อ้างอิงถึงข้อมูลสถิติย้อนหลัง ๖ ปี ซึ่งไม่มีแนวโน้มว่าเหมือนกัน ว่าอัตราการเกิดอัคคีภัยจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาตรการและแผนงานป้องกันอัคคีภัย ก็ไม่ได้ส่งกลับมา ไม่มีการตอบกลับ ผมก็สงสัยจริง ๆ ว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ท่านนิ่งดูดายได้ขนาดนี้เลยหรือครับ หรือว่ากระทรวงมหาดไทยกำกับดูแล กทม. ได้ไม่ดีพอ พอหนังสือส่งออกไปแต่ก็ไร้ซึ่งการตอบกลับมาให้ผู้แทนราษฎร เราเองครับก็คงต้องตั้งคำถาม กลับไปที่ กทม. ว่าท่านได้รับเรื่องรับฟังปัญหามาโดยตลอด แต่วิธีการ แนวทางการป้องกัน ยังไม่ชัดเจนเอาเสียเลยครับ เหตุการณ์ไฟไหม้ที่ตรอกโพธิ์ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่เราได้เห็น ความน่ากลัวของอัคคีภัย แล้วผมก็หวังว่าครั้งนี้จะเป็นบทเรียนอีกครั้งที่สำคัญที่ท่าน จะตระหนักและเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกัน การเข้าระงับเหตุและการเยียวยาให้กับพี่น้อง ประชาชนให้ดียิ่งขึ้น ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ต่อไปท่านสรพัช ศรีปราชญ์ เชิญครับ🔗

นายสรพัช ศรีปราชญ์ สระบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สรพัช ศรีปราชญ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี อำเภอเมือง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และ อำเภอแก่งคอยเฉพาะตำบลห้วยแห้ง จากพรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอรบกวนเวลาในสภา ไม่นานครับ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายนที่ผ่านมาท่านก็คงได้ทราบเกิดเหตุ ไฟไหม้ที่ตลาดสุขุมาลย์หรือที่ชาวสระบุรีจะเรียกว่า ตลาดใน ซึ่งเป็นตลาดใจกลางเมือง สระบุรี เหตุการณ์วันนั้นก็เป็นที่สนใจของประชาชนทั้งจังหวัด ท่านประธานครับ ตลาด สุขุมาลย์เป็นตลาดเก่าที่เราพบเห็นกันทั่ว ๆ ไป ในหลายตลาดที่เป็นตลาดเก่าแก่ก็จะมีสภาพ ที่แออัดครับ เป็นตลาดที่คนสระบุรีส่วนใหญ่จะไปจับจ่ายใช้สอยกัน เหตุการณ์ในวันนั้น ทำให้พ่อค้า แม่ค้าต้องหนีกันชุลมุนเลยครับ ในความโชคดีนั้นก็คือไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในวันนั้น ท่านประธานครับ เมื่อได้มาถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ ในครั้งนี้แล้วก็ต้องขอชื่นชมท่านผู้ว่าที่ได้ลงพื้นที่อย่างรวดเร็ว ทางเทศบาลเมืองสระบุรี โดยท่านนายกธีรรัตน์ จึงยิ่งเรืองรุ่ง และท่านรองนายกกตกร ภู่ขาว พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ ฝ่ายป้องกันบรรเทาสาธารณภัยที่ได้เข้าดับเพลิง และควบคุมเพลิงในเวลาอันรวดเร็วนะครับ ทำให้ความเสียหายไม่ลุกลามไปทั้งตลาด แต่ในการเข้าพื้นที่มันก็เข้าไปด้วยความยากลำบาก เพราะว่าพื้นที่ถนนในตลาดนั้นก็มีสิ่งของกีดขวางเต็มไปหมด ทำให้ทำงานไม่สะดวก นอกจากรถดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปได้แล้ว ก็ยังมีความคับแคบ รวมถึงความแออัด ในสถานที่เกิดเหตุ แต่ด้วยความสามารถของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่ได้รับการฝึกอบรมมาอย่างดี ก็เลยสามารถควบคุมเพลิงได้อย่างรวดเร็ว ท่านประธานครับ ด้วยสถานการณ์เฉพาะหน้า อย่างนี้ เจ้าหน้าที่ที่ได้รับอบรมมาอย่างดี ก็เลยสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ อย่างถูกต้องตามขั้นตอนที่ได้รับการฝึกอบรมมา การพัฒนาบุคลากรจึงเป็นเรื่องที่ควร ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ หากเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้รับการฝึกอบรมมาอย่างดี ก็อาจจะใช้ เวลาควบคุมเพลิงได้ล่าช้า และอาจเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงอันตราย ต่อผู้ปฏิบัติงานเองด้วย ท่านประธานครับ ผมได้พูดคุยกับท่านรองนายกซึ่งเป็นผู้อำนวยการ ณ ขณะนั้น นอกจากการพัฒนาบุคลากรแล้ว การใช้เครื่องมืออุปกรณ์ เทคโนโลยีต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่จะทำให้สามารถควบคุมเพลิงได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว ในวันนั้น ก็มีการใช้เครื่องตรวจจับความร้อน ที่มีการไปหาจุดความร้อนสะสม มีการใช้ Drone บิน ตรวจสอบความเสียหาย ซึ่งเป็นจุดที่อับสายตา เราไม่สามารถมองเห็นได้ว่า หลังคาตรงไหน มันจะถล่มลงมาก็จะมี Drone ในการช่วยในวันนั้น แล้วก็ยังมีรถดับเพลิงที่มีบันไดสำหรับ ในพื้นที่ที่รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปได้มาช่วยในการดับเพลิง ท่านประธานครับ สิ่งที่ผม ได้อภิปรายมาข้างต้นแล้ว ก็ยังเป็นการแก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้าอยู่ครับ ก็แล้วแต่ ขีดความสามารถของผู้ปฏิบัติงาน และศักยภาพของแต่ละจังหวัดในการที่จะมีอุปกรณ์ และเครื่องมือเทคโนโลยีต่าง ๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดควรจะเป็นเรื่องในการป้องกันเหตุการณ์ ฉุกเฉินต่าง ๆ ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของไฟไหม้เท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงเหตุการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นด้วย เช่น การขนย้ายผู้ป่วย การก่อการร้ายในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงสาธารณภัย อื่น ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องเกิดจากการร่วมมือ ของทุกภาคส่วน ซึ่งจะต้องประสานงานและออกมาตรการร่วมกัน รวมถึงการเยียวยา ผู้ประสบภัยเบื้องต้น หลังจากออกมาตรการร่วมกันแล้ว ต้องมีการฝึกซ้อมจำลองเหตุการณ์ ป้องกันภัยในสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อลดความเสียหายต่อทรัพย์สิน และยังเป็นการให้ ประชาชนและผู้ปฏิบัติหน้าที่มีความเข้าใจร่วมกัน ท่านประธานครับ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมหวังว่าเราจะนำมาเป็นบทเรียน และมีการปรับปรุงขั้นตอนการบรรเทาสาธารณภัย ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สร้างความปลอดภัยให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวีรภัทร คันธะ เชิญครับ🔗

นายวีรภัทร คันธะ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรภัทร คันธะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อำเภอพระประแดงยกเว้นตำบลบางจาก จังหวัดสมุทรปราการ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมมาจากอำเภอพระประแดง เป็นชุมชนโรงงานที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ แล้วก็มีประชาชนที่อพยพมาจากหลากหลายถิ่น ทำให้เกิดชุมชนแออัด ท่านประธานทราบไหมครับว่า จากประสบการณ์ที่ผมได้ลงไป ในพื้นที่ของชุมชนแออัดเหล่านี้ ร่วมกับทีมงานแล้วก็ผู้นำชุมชน ก็ได้สังเกตเห็นว่าสาเหตุ ของการเกิดเพลิงไหม้ในชุมชนก็อาจจะเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสายไฟ ระโยงระยาง เรื่องของเปลือกหุ้มสายไฟชำรุด เห็นไปถึงไส้ทองแดงเลยนะครับ ความไม่เป็น ระเบียบของสายไฟฟ้าหรือเป็นระบบหม้อแปลง ก็มีนักวิชาการด้านวิศวกรรมเขาออกมาพูด ว่าพื้นที่ในชุมชนแออัดมีระบบไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้พื้นที่ชุมชนแออัดทั้งในกรุงเทพฯ หรือพื้นที่แออัดทั่วประเทศ มีโอกาสเกิดไฟไหม้มากกว่าพื้นที่ชุมชนปกติ นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมเราควรแก้ปัญหาอัคคีภัยสำหรับชุมชนที่แออัดโดยเฉพาะ เนื่องจากสาเหตุข้อที่ ๑ ก็อย่างที่ผมเกริ่นไว้ก่อนหน้าว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้ง่าย และ ๒. ผลที่ตามมาเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างและควบคุมได้ยากกว่าพื้นที่ชุมชนปกติ เพราะบ้านเรือน สร้างหลายหลังติดต่อกัน ชาวบ้านในพื้นที่ก็ต้องอยู่กันด้วยความหวาดกลัว และตื่นตระหนก ต้องเฝ้าระวังกันตลอดเวลา ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจมาก ท่านประธานครับ ผมมีสถิติไฟไหม้ ในไทยในปี ๒๕๖๕-๒๕๖๖ ในปี ๒๕๖๕ มีจำนวนเหตุการณ์ไฟไหม้สูงถึง ๗๓๗ ครั้ง เป็นอัคคีภัยเทียบกับสาธารณภัยคิดเป็น ๗๐.๓๙ เปอร์เซ็นต์ ส่วนในปี ๒๕๖๖ มีจำนวน เหตุการณ์ไฟไหม้ ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ๒๔๖ ครั้ง โดยเป็นอัคคีภัยคิดเป็น ๘๖.๐๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในสถิติเหล่านี้ผมคาดการณ์ว่า มีพื้นที่ชุมชนแออัดอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นเราจึงควรมีกลไกที่เข้ามาช่วยจัดระเบียบผังเมือง เพื่อลดการเกิดไฟไหม้เจาะจง สำหรับพื้นที่แออัด โดยเฉพาะการนำวิศวกรรมความปลอดภัยด้านอัคคีภัยเข้ามา เป็นสิ่งที่เรา ควรผลักดัน การใช้วิศวกรรมความปลอดภัยด้านอัคคีภัยเข้ามาตรวจหาเปลวไฟ มีระบบ สัญญาณเตือนไฟไหม้ และระบบเรียกหาพนักงานดับเพลิง การที่วิศวกรป้องกันอัคคีภัย สามารถระบุความเสี่ยง และออกแบบการป้องกันที่ช่วยในเรื่องการควบคุมและบรรเทา ผลกระทบจากการเกิดเพลิงไหม้ได้ก็เป็นเรื่องที่ดี ซึ่งถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีระบบวิศวกรรม การป้องกัน และระงับอัคคีภัยที่ถูกกำหนดไว้ในกฎหมาย แต่ในทางมาตรฐานการควบคุมจริง ๆ กลับทำงานได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากเป็นการเริ่มต้นจากการพัฒนา โดยสถาบันการศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐที่เพียงพอนะครับ ขาดการร่วมมือจากหลายฝ่าย🔗

อีกประเด็นหนึ่งท่านประธานครับ ปัญหาการฝึกอบรมให้ความรู้ประชาชน ให้นำมาใช้จริงไม่ได้ ประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจเมื่อเกิดเหตุอัคคีภัย ท่านเชื่อไหมว่า ในเขตพื้นที่ผม มีทีมงานผม ขออนุญาตเอ่ยชื่อ คุณโชคชัย แจ้งจิต ได้เข้าไปให้ความรู้ อบรม ชาวบ้านในชุมชนแออัดเมื่อเกิดเพลิงไหม้ว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร แต่สุดท้ายต้องยอมรับ ตามตรงว่าหลายต่อหลายครั้ง พอไฟไหม้จริงตระหนกตกใจลืมไปหมดต้องทำอะไรบ้าง การให้ความรู้เรื่องของการใช้อุปกรณ์ดับเพลิงตามขั้นตอนที่ได้อบรมมา ชาวบ้านน้อยคนครับ ที่จะจำได้ ไปถามมานะครับ หน้าบ้านหลังหนึ่งผมไปถามเองเลยว่า ถังดับเพลิงที่วางไว้ อยู่หน้าบ้านรู้ไหมว่าใช้อย่างไร เขาบอกว่า ไม่รู้ เขามาตั้งไว้เท่านั้นละครับ ไปดูที่ตัวถัง ก็หมดอายุแล้ว ผมคิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากจะบรรจุองค์ความรู้ด้านการใช้ อุปกรณ์แล้ว เราควรผลักดันการฝึกอบรมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ฝังลึกลงไปในพฤติกรรม สัญชาตญาณของคนเลยครับ เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นเราไม่ได้ทราบล่วงหน้าว่าอีกไม่กี่นาที ข้างหน้าจะไฟไหม้ สิ่งนี้มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วครับท่านประธาน ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องจัดอบรมให้มีความเข้าใจ โดยมีความเข้าใจถึงพฤติกรรมของมนุษย์ว่า เมื่อมนุษย์ ประสบเหตุจริง ๆ แล้วเราจะต้องทำอย่างไร เพื่อรับมือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น🔗

สุดท้ายนี้ผมในฐานะ สส. เขตพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มี แรงงานผู้พลัดถิ่นชาวต่างชาติเข้ามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ที่ทำให้เกิดชุมชนแออัดนะครับ ก็ขอเป็นอีกกระบอกเสียงหนึ่งให้กับชาวบ้านในพื้นที่ของผมเองครับว่า อยากให้รัฐบาล ให้ความสำคัญกับปัญหาไฟไหม้ในชุมชนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เกิดความสูญเสียทั้งทรัพย์สิน และชีวิตของประชาชน ผมสนับสนุนให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหานี้ ผลักดันนโยบายที่จะช่วย แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนในชุมชนแออัดอย่างชัดเจนและเป็นระบบ เพื่อให้พี่น้อง ประชาชนได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ เชิญครับ🔗

นายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ ผู้แทนราษฎรคนอำเภอนครไทย อำเภอชาติตระการ และอำเภอ วัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก พรรคก้าวไกล ขอร่วมอภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องการแก้ไข ปัญหา แล้วก็เยียวยาผู้ประสบภัยเกี่ยวกับเหตุเพลิงไหม้ แน่นอนครับ เหตุอัคคีภัย เพื่อนสมาชิกก็พูดกันไปเยอะถึงเรื่องแนวทางการป้องกัน การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อัคคีภัย ก็เป็นภัยสาธารณะอย่างหนึ่ง ภัยสาธารณะหรือภัยพิบัติยังหมายรวมไปถึง วาตภัย อุทกภัย ภัยแล้ง หรือว่าไฟป่า หรือว่าภัยหนาว หรือแม้กระทั่งโรคระบาดต่าง ๆ นั่นก็ถือเป็นภัยพิบัติ อย่างหนึ่ง🔗

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ การเยียวยาผู้ประสบภัย ผมอยากพูดถึงหลักเกณฑ์ในการใช้จ่ายเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๓ ของกระทรวงการคลัง เนื่องจากว่าเวลาเกิดเหตุภัยพิบัติฉุกเฉิน กระทรวงการคลังมีระเบียบในการใช้จ่ายเงินทดรองจ่ายของราชการ โดยให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ไปสำรวจความเสียหาย ปัญหามันอยู่ตรงนี้คือเวลาสำรวจความเสียหาย แน่นอน ปภ. ของอำเภอเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่กลั่นกรองเกี่ยวกับเกณฑ์ของผู้ที่จะได้รับเงิน เยียวยา แต่ท้องถิ่นจะเป็นผู้สำรวจนะครับ ทีนี้ในข้อ ๕.๑ ด้านการดำรงชีพ ข้อ ๕.๑.๕ ค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำตามความเป็นจริงไม่เกิน ๔๙,๕๐๐ บาท ประเด็นมันอยู่ ตรงนี้ คือการตีความของกฎหมาย แล้วก็ปัจจุบันนี้ราคาของวัสดุก่อสร้างต่าง ๆ ราคามันขึ้น ไปหมดแล้ว หลักเกณฑ์ในการจ่ายเงินแก้ไขเมื่อปี ๒๕๖๓ ซึ่งแก้ไขมาจากปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๒ ก็แก้ไขมาจากปี ๒๕๕๖ อีกทีหนึ่ง ใช่ครับ มีการขยับเงินจ่ายเยียวยาขึ้นเรื่อย ๆ แต่ว่า ณ ปัจจุบันนี้ค่าวัสดุก่อสร้างขึ้นไปเป็นจำนวนมาก ขึ้นไปเยอะแล้วนะครับ โดยเฉพาะ ในพื้นที่ที่ห่างไกลอย่างบ้านผม อำเภอนครไทย อำเภอชาติตระการ ค่าเหล็ก ค่าอิฐ หิน ปูน ทราย ราคาขึ้นหมด เพราะว่ามันต้องบวกค่าขนส่ง ค่าน้ำมันจากปี ๒๕๖๓ ดีเซลลิตรละประมาณ ๒๐ บาท ปัจจุบัน ๓๔ บาทแล้ว ราคาน้ำมันมันขึ้นไปเยอะนะครับ เพราะฉะนั้นเกณฑ์ ของการจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย อาจจะต้องมีการปรับเกณฑ์ ในการขึ้นราคาในการจ่ายค่าวัสดุซ่อมแซมครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ พิษณุโลก

อีกปัญหาหนึ่งก็คือ ในหลักเกณฑ์นี้ ความเข้าใจ แล้วก็การตีความของผู้ปฏิบัติงานหน้างาน ยกตัวอย่าง กรณีของตำบลนครชุม เป็นผู้ประสบเหตุวาตภัยเป็นพายุเข้า เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน มีผู้เสียหายทั้งหมด ๑๐๙ หลังคาเรือน ได้รับความช่วยเหลือเพียงแค่ ๘๒ หลังคาเรือน นอกนั้นไม่เข้าเกณฑ์ครับ อีก ๒๗ หลังคาเรือนไม่เข้าเกณฑ์ เหตุผลหลัก ๆ ก็คือโครงสร้างที่ต่อออกมาจากตัวบ้าน เขาไม่นับเป็นที่อยู่อาศัยประจำ มีการตีความว่าห้องน้ำที่อยู่นอกตัวบ้านไม่นับเป็นที่อยู่อาศัย ประจำ ซึ่งจริง ๆ แล้วในเขตชนบท ในเขตบ้านนอกส่วนใหญ่ชาวบ้านมักจะนิยมใช้ห้องน้ำ อยู่นอกตัวบ้าน อันนี้คือบ้านที่ได้รับความช่วยเหลือ ๔๙,๕๐๐ บาทนะครับ เกณฑ์นี้คือ หลังคาไปหมดเลย ผมก็ไม่แน่ใจว่า ๔๙,๕๐๐ บาทจะช่วยเหลือเขาได้มากน้อยแค่ไหน ดูคนที่ไม่เข้าเกณฑ์ครับ สไลด์ถัดไปครับ อันนี้คือไม่เข้าเกณฑ์ห้องน้ำอยู่นอกตัวบ้าน แต่ห้องน้ำก็ไปหมดเหมือนกัน ห้องครัวนี่ก็จำเป็นต่อการดำรงชีวิต แม้กระทั่งกันสาด ที่ยื่นต่อออกมาจากตัวบ้านก็ไม่นับเป็นส่วนหนึ่งของตัวบ้านครับ อันนี้ก็จะไม่เข้าเกณฑ์ ในการได้รับเงินเยียวยา แต่ในกรณีนี้ที่ตำบลนครชุม ท่านนายอำเภอนครไทยก็ได้แจ้งมาแล้ว ท่านได้ประสานงานเป็นอย่างดี ท่านนายอำเภอไสว เจริญศรี ได้แจ้งมาว่าพ่อแม่พี่น้อง ที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาสามารถยื่นอุทธรณ์มาได้ ก็ฝากถึงพ่อแม่พี่น้องด้วยที่ยังไม่ได้รับ เงินเยียวยานะครับ🔗

ต่อมาครับตามหลักเกณฑ์นี้ มีการจ่ายเงินเยียวยาให้กับบ้านที่เป็นที่อยู่ประจำ แต่ไม่มีการจ่ายเงินให้กับภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการธุรกิจในชุมชน มีหลักเกณฑ์ของ กระทรวงการคลังจ่ายค่าบ้านที่อยู่ประจำ จ่ายค่ายุ้งข้าว คอกสัตว์ เพราะมองว่ายุ้งข้าว เป็นที่เก็บข้าวสำหรับใช้ดำรงชีวิต มันจำเป็นสำหรับการดำรงชีพ เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ แต่ในภาคธุรกิจ สินค้าที่เสียหาย รวมถึงบ้านพัก โฮมสเตย์ต่าง ๆ โกดังเก็บสินค้า หรือแม้กระทั่งคอมพิวเตอร์ ในร้านอินเทอร์เน็ต นั่นก็เป็นยุ้งข้าวของเขาเหมือนกันครับ นั่นก็คืออู่ข้าวอู่น้ำในการประกอบอาชีพ เลี้ยงชีพทำมาหากินเขาเหมือนกัน ร้านค้าในชุมชนสร้างเศรษฐกิจให้กับชุมชนครับ เสียภาษีให้กับท้องถิ่น บางครั้งสร้างการจ้างงานได้ด้วย แต่ร้านค้าเหล่านี้ไม่ได้รับการเยียวยา ในเรื่องของสินค้า ดังนั้นก็ควรจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้อู่ข้าวอู่น้ำของเขาได้รับการ เยียวยาเช่นกัน ท่านประธานครับ กรณีภัยพิบัติที่เกิดขึ้นตามเกณฑ์ข้อ ๕.๑ เรื่องการจ่ายเงิน ด้านการดำรงชีพ ข้อ ๕.๑.๔ ระบุว่าให้จ่ายค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพเบื้องต้น กรณีที่อยู่อาศัย ได้รับความเสียหายทั้งหลัง เสียหายทั้งหลังนะครับครอบครัวละ ๓,๘๐๐ บาท🔗

ขอสไลด์ครับ เวลามันเกิดภัยพิบัติขึ้น เวลาพายุมาพอหลังคามันเปิดแบบนี้ ข้างในบ้านแทบจะไม่เหลืออะไรเลยนะครับ คือฝนมันกระหน่ำติดต่อกันหลายวัน พอหลังคาเปิด ที่นอน หมอน มุ้ง ตู้เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า น้อยกว่าไฟไหม้นิดเดียวครับ คือมันยังเหลือซาก อยู่ครับแต่มันก็ใช้งานแทบไม่ได้ เครื่องใช้ไฟฟ้าก็พังหมด เครื่องมือประกอบอาชีพหลายอย่าง เสียหาย แต่ครอบครัวละ ๓,๘๐๐ บาท ผมก็ไม่แน่ใจว่ามันจะช่วยเยียวยาเขาได้มากน้อย แค่ไหน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่พายุเข้าแล้วหลังคาเปิดแบบนี้ แล้วฝนกระหน่ำอยู่หลายคืน ติดต่อกันครับ🔗

เรื่องสุดท้ายครับ ก็ขอติดตามงานให้กับพ่อแม่พี่น้องอำเภอชาติตระการ ที่หมู่ ๕ ตำบลท่าสะแก สะพานข้ามลำน้ำพึงที่ประสบเหตุวาตภัยพายุโคลนถล่ม สะพานหาย ทั้งสะพานครับ เมื่อเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๖๕ ท่านประธานดูในสไลด์ ปี ๒๕๖๕ สะพานหาย ทั้งสะพานก็จะเห็นเหลือแต่ลำน้ำอยู่นะครับ ปรากฏว่าทาง อบต. ทั้ง ๒ อบต. เนื่องจาก มันเป็นสะพานที่เชื่อมต่อ ๒ อบต. มันเลยต้องใช้หน่วยงานระดับ อบจ. ทาง อบต. ท่าสะแกเอง ก็ประสานไปยัง อบจ. อบจ. รับปากครับ แต่ปัจจุบันก็ยังไม่มีการทำสะพานมาอยู่ดี จน อบต. ท่าสะแก และ อบต. ชาติตระการเองต้องร่วมมือกันเอาดินมาถม แล้วทำเป็นถนนดินแล้วก็มี ท่อลอด ปรากฏว่าในปัจจุบันก็คือเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๖๗ ภาพปัจจุบันขวามือก็กลายเป็น ลำน้ำที่ถูกดินถมแล้วก็มีท่อลอดเข้ามา ๓ ท่อเพื่อให้น้ำไหลผ่าน ปัญหาคือลำน้ำมันแคบลง คนที่อยู่ปลายน้ำแทบจะไม่มีน้ำใช้ในปัจจุบันนี้ครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสรุปเลยนะครับ🔗

นายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ พิษณุโลก

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมอยากจะฝากให้มีการพิจารณาแก้ไขหลักเกณฑ์ในการจ่ายเงินทดรองจ่ายของราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินในปี ๒๕๖๓ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ในปัจจุบัน แล้วก็ครอบคลุมถึงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนทุกกลุ่ม ด้วยความห่วงใยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปท่านทิสรัตน์ เลาหพล เชิญครับ🔗

นางสาวทิสรัตน์ เลาหพล กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวทิสรัตน์ เลาหพล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพฯ ผู้แทนชาวบางแค หนองแขม พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันขอร่วมอภิปรายสนับสนุนญัตติด่วน การแก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ ท่านประธานคะ จากเหตุไฟไหม้ที่เยาวราช เขตสัมพันธวงศ์พื้นที่ สส. ปารเมศ ทำให้ดิฉันย้อนคิดถึงพื้นที่อื่น ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ ของดิฉันเขตบางแค หนองแขม ซึ่งเป็นพื้นที่ชานเมือง มีปัญหาเรื่องความพร้อมในการรับมือ กับปัญหาอัคคีภัยและขั้นตอนการเยียวยาผู้ประสบภัยในพื้นที่ ดิฉันจึงขอรวบรวมข้อมูล ปัญหาต่าง ๆ มาอภิปรายดังนี้ค่ะ🔗

เรื่องแรก การช่วยเหลือขณะเกิดเหตุ ในพื้นที่บางแค หนองแขมนี้ พบว่า ยังขาดแคลนเครื่องมือและทรัพยากรในการบรรเทาเหตุอัคคีภัย ทั้ง ๆ ที่พื้นที่ทั้ง ๒ เขต รวมกันมีขนาดประมาณ ๘๐ กว่าตารางกิโลเมตร แต่กลับมีสถานีดับเพลิงเพียงแค่ ๒ สถานี เท่านั้น นอกนั้นมีเพียงแค่อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย อาจส่งผลทำให้เกิดการดับเพลิง และการช่วยเหลือประชาชนเป็นไปได้อย่างล่าช้า ดิฉันจึงอยากผลักดันให้มีระเบียบ การจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ในการระงับเหตุ เพื่อให้การซ่อมบำรุงและการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ ดับเพลิงและรถดับเพลิงสามารถทำได้อย่างเร่งด่วน และช่วยให้การระงับเหตุสาธารณภัย มีความพร้อมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังควรมีการสำรวจพื้นที่เพื่อให้การจัดซื้ออุปกรณ์ดับเพลิง เหมาะสมกับพื้นที่นั้น ๆ เช่น ในพื้นที่ชุมชนแออัดอย่างชุมชนหลังวัดวงษ์ลาภาราม แขวงหนองค้างพลู ที่รถดับเพลิงขนาดใหญ่อาจจะเข้าถึงได้อย่างลำบาก ควรต้องมีการ พิจารณาจัดซื้ออุปกรณ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ดังกล่าว ปัจจุบันเขตพื้นที่ชานเมือง เช่น บางแค หนองแขม มีการขยายตัวของชุมชนได้อย่างรวดเร็ว จำนวนสถานีดับเพลิงและอุปกรณ์ ดับเพลิงในปัจจุบันยังมีไม่เพียงพอ อีกทั้งกรณีอุบัติเหตุไม่นานมานี้ที่เกิดจากถังแก๊ส Acetylene ระเบิดภายในซอยเพชรเกษม ๗๗/๘ หมู่บ้านเพชรเกษม ๑ ซึ่งส่งผลให้มี ผู้เสียชีวิต ๑ ราย ยังสะท้อนถึงการขาดการทำงานเพื่อป้องกันเหตุในเชิงรุก และการ ตกสำรวจจุดเสี่ยงภัย ดิฉันจึงเล็งเห็นความจำเป็นอย่างยิ่งว่านอกจากการพัฒนาในด้าน อุปกรณ์นี้แล้ว การแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้อาสาสมัคร หรือองค์กรต่าง ๆ ที่มีส่วนร่วมในการบรรเทานี้ให้มีสถานะเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน จะได้ช่วย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างแรงจูงใจในการทำงานเชิงรุกอีกด้วย เพราะอาชีพนี้ ถือว่าเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงมาก แต่คนทำงานด้านนี้กลับไม่ได้ค่าตอบแทน ที่สมเหตุสมผลต่อชีวิตและครอบครัวพวกเขา🔗

เรื่องที่ ๒ หลักเกณฑ์การเยียวยา การกำหนดหลักเกณฑ์เยียวยาผู้ประสบภัย ในแต่ละพื้นที่ยังไม่มีความชัดเจนและมาตรฐานเดียวกัน ในหลาย ๆ ครั้งการประเมิน ความเสียหายและให้ความช่วยเหลือที่มีความเหลื่อมล้ำระหว่างพื้นที่ และความล่าช้าทำให้ ประชาชนรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ดิฉันจึงอยากเสนอให้มีการสร้างการเยียวยาที่เป็น มาตรฐานและรัดกุมมากขึ้นเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และประชาชนได้รับการเยียวยา ที่เป็นธรรม ซึ่งควรมีหลักเกณฑ์ที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่การประเมินความเสียหาย จนถึงการจ่ายเงินเยียวยา และต้องมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้มีความยืดหยุ่นและเหมาะสม กับสภาพความเป็นจริงของผู้ประสบภัยในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือทั่วถึง ดิฉัน จึงขอเสนอให้มีการจัดทำแนวปฏิบัติเยียวยาที่มาตรฐานเดียวกันในทุกพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ และประชาชนมีความเข้าใจตรงกัน และดำเนินได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากหลักเกณฑ์ การเยียวยาที่ต้องชัดเจนแล้ว ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ดำเนินการเยียวยาอย่างล่าช้า ทำให้ ประชาชนต้องเผชิญกับความเดือดร้อนเป็นเวลานาน และไม่ได้รับการช่วยเหลือที่เพียงพอ การประเมินความเสียหายและการจ่ายเงินชดเชย มักใช้เวลานานทำให้ผู้ประสบภัยต้อง รอคอยความช่วยเหลืออย่างไร้ความหวัง ดิฉันขอเสนอให้มีการปรับปรุงการเยียวยาให้มี ความรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ โดยการใช้เทคโนโลยีและระบบการจัดข้อมูลที่ทันสมัย เพื่อให้การประเมินความเสียหาย และการจ่ายเงินเยียวยานี้เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำ เช่น การนำข้อมูลเข้ามาใช้ หรือพัฒนาจากสิ่งที่มีอยู่แล้วให้เข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน และสร้างความโปร่งใสของการนำงบประมาณมาใช้ ในการเยียวยา ดิฉันหวังว่าการอภิปรายครั้งนี้ในวันนี้จะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นถึง ปัญหาและเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนได้รับการเยียวยา อย่างทันท่วงทีและเป็นธรรมค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธิษะณา ชุณหะวัณ เชิญครับ🔗

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ พรรคก้าวไกล จากรณีเพลิงไหม้ เยาวราช ดิฉันมาอภิปรายสนับสนุนร่างญัตติของเพื่อนสมาชิกเกี่ยวกับเพลิงไหม้ที่เยาวราช ขอตั้งข้อสังเกตถึงทางออกหนีไฟของชุมชนแออัดที่ไม่มีทั้งสัญญาณเตือนไฟไหม้ หรือ Sprinkler ที่สำหรับดับไฟเมื่อมีสัญญาณเตือนภัยก็จะมีน้ำพุ่งออกมานะคะ ซึ่งในชุมชน ทั้งแฟลตการเคหะ และชุมชนแออัดก็ไม่มี แม้กระทั่งสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้ และเมื่อ สอบถามชาวบ้านก็ทราบว่าสัญญาณเตือนไฟไหม้ ยังไม่ทราบว่าใช้ได้อยู่หรือไม่ เพราะว่า ติดตั้งมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้วค่ะ และประชาชนในชุมชนพัฒนาบ่อนไก่ต้องทุบกำแพง เพื่อจะหนีอัคคีภัยนะคะ ดิฉันขออนุญาตขึ้นวิดีโอที่ดิฉันส่งไปให้ฝ่ายสื่อค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

นี่นะคะ เป็นภาพเหตุการณ์จริง ท่านจะเห็นนะคะ คนผมสั้น ๆ คือดิฉันเอง เจ้าหน้าที่ต้องทุบกำแพงเพื่อที่จะเข้าไปดับเพลิง เพราะว่าสายดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปถึงจุดตรงที่เพลิงไหม้ได้ อีกทั้งยังต้องหลบหนีเพลิง ผ่านการทุบกำแพงออกมา เพราะว่าไม่มีทางออกหนีไฟ ถ้าจะออกหนีไฟก็ต้องเดินไกล มากกว่าจะได้ออก ก็อาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการเสียชีวิต ร่างกาย อนามัยและทรัพย์สินได้ค่ะ ดิฉันขอยกตัวอย่างอีกกรณี เมื่อไฟไหม้ลุกลามในการเคหะบ่อนไก่เกือบ ๒๕๐ กว่าครัวเรือน บ้านในชุมชนส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้ ๒ ชั้น ปลูกสร้างติดกัน และเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ ทำให้เกิดไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว และรถดับเพลิงจะเข้าทางถนนใหญ่ คือ ถนนพระราม ๔ ซึ่งต้องเข้าไปอีก ๑๐๐ เมตรจึงจะถึงซอยกลางซึ่งเป็นจุดกำเนิดเพลิง แต่พบว่าลักษณะ ทางกายภาพ เช่น แคร่ เพิงที่ดิฉันโชว์ในวิดีโอเมื่อสักครู่นี้ ร้านค้าที่ยื่นออกมาทำให้รถสัญจร ได้แค่เลนเดียวเป็นอุปสรรคในการดับไฟที่ล่าช้า และอีกข้อจำกัดคือเมื่อเจ้าหน้าที่พยายาม สูบน้ำจากท่อระบายน้ำขึ้นมาช่วยดับเพลิงด้วยการใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า ตัวหนอนลงไปสูบน้ำ ขึ้นมาแต่น้ำแห้ง จึงต้องต่อสายยางเชื่อมหัวฉีดถ่ายน้ำจากรถน้ำที่อยู่จากถนนใหญ่เข้ามาค่ะ ทำให้เกิดเหตุล่าช้า ไหม้ไปกว่า ๒๐๐ ครัวเรือน และเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัย ยังสะท้อนว่า ชุมชนเมืองไม่มีพื้นที่สำหรับกางขาหยั่งให้กับรถดับเพลิง หรือกระเช้าดับเพลิง ในที่สูงอีกด้วยค่ะท่านประธาน ดิฉันอยากเรียนฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ตรวจสอบพื้นที่ชุมชนแออัดทั่วประเทศว่า มีความพร้อมทางออกหนีไฟ Sprinkler และ อุปกรณ์ดับเพลิงครบหรือไม่กับประชาชนที่เกิดเหตุเช่นนี้ค่ะ🔗

ขอสไลด์ที่ ๒ ปัญหาที่ ๒ ทางกรุงเทพมหานครได้พัฒนา Application ขึ้นมา ชื่อ BKK Risk Map หรือว่า One Map แต่อีกปัญหาที่ดิฉันเห็นสำคัญมาก ๆ สำหรับ One Map ที่ทำมาเพื่อแก้ไขเรื่องไฟไหม้โดยที่มีเขตของดิฉันเป็นตัวนำร่องนะคะ ก็คือ หลังเหตุการณ์ไฟไหม้บ่อนไก่ครั้งใหญ่ก็ได้มีการพัฒนา App อันนี้ขึ้นมา แต่ยังไม่ตอบโจทย์ ในขณะที่เกิดเพลิงไหม้ซึ่งเกิดกับตัวดิฉันเอง เมื่อสักครู่ท่าน สส. กัณตภณ ที่อยู่เขตพญาไท ก็ได้อภิปรายไปแล้ว ขณะที่เกิดเหตุไม่มีใครหรอกที่จะเข้าไปใน Application โทรศัพท์ ไม่มีใครมีสติขนาดนั้น ทุกคนพยายามที่จะช่วยกันโทรหารถดับเพลิง หรือว่าหาอุปกรณ์ ดับเพลิงมาดับเพลิง แล้วก็ไม่มีเวลามากด Application ตอบ Line หรือว่าอะไรอย่างนี้ ไม่มีใครเขามีเวลา ขนาดรับโทรศัพท์มือถือดิฉันยังไม่รับเป็น ๑๐๐ สายเลยนะคะ หรือจะกดหา App ในสถานีดับเพลิงว่าสถานีที่ใกล้ที่สุด หรือถังดับเพลิงที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน รัฐควรทำให้ Application ใช้งานง่าย อีกทั้งยังไม่มีการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง ดิฉันยังไม่ทราบถึง Application นี้ตอนที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่บ้านของตัวเองเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว และยังไม่ทราบว่า ใช้งานอย่างไร ซึ่งควรจะต้องพัฒนาให้เป็นสายด่วนที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการทำเป็น Application และรวดเร็วในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ความเดือดร้อนของประชาชน มากกว่านี้ โดยเฉพาะในชุมชนที่สิ่งปลูกสร้างเป็นวัตถุไวไฟ อย่างเช่น ในชุมชนแออัด โครงสร้างเป็นไม้ เป็นสังกะสี ชุมชนยากที่จะเข้าถึง เพื่อนสมาชิกหลายคนอภิปรายไปแล้วว่า ทางเข้าแคบมาก เข้าได้แค่ทางเดินเท้ากับรถมอเตอร์ไซค์เท่านั้น จึงไม่สามารถทำให้ รถดับเพลิงขนาดใหญ่สามารถเข้าถึงได้ค่ะ รัฐเองก็ต้องทำให้ง่ายและสะดวกต่อประชาชน มากที่สุดในการแจ้งเหตุค่ะ🔗

ดิฉันขออนุญาตสไลด์ที่ ๓ เรื่องที่ ๓ อุปกรณ์ดับเพลิงไม่เพียงพอ ปัญหา การขาดแคลนวัสดุ ในเรื่องของอุปกรณ์ดับเพลิงที่ไม่ได้ตอบโจทย์เพลิงไหม้ครั้งใหญ่ เพียงแค่เพราะถังดับเพลิงไม่สามารถยุติไฟไหม้ครั้งใหญ่ได้ค่ะท่านประธาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในชุมชนแออัด อย่างเช่น เหตุเยาวราช เหตุของเพื่อนสมาชิกคุณปารเมศที่ได้อภิปราย ไปก่อนหน้านี้ เป็นเหตุการณ์ไฟไหม้คล้ายกับชุมชนบ่อนไก่ ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตปทุมวัน ของดิฉันเอง ซึ่งสิ่งที่ดิฉันได้เห็นในทั้ง ๒ พื้นที่ มีหัวแดงแต่ไม่สามารถใช้งานได้ หรือที่แย่ กว่านั้นในบางพื้นที่ก็ไม่มีเลยค่ะ อย่างเช่น ในกรณีที่บ้านของดิฉันเองไม่มีหัวแดงแถวนั้นเลย ท่านประธานทราบไหมคะว่า ปัญหาจากกรณีการจัดซื้อรถดับเพลิงในอดีตยังส่งปัญหา ในปัจจุบันในทุก ๆ เขตของกรุงเทพมหานคร ทุกสถานีดับเพลิงมีปัญหาการขาดแคลน รถดับเพลิงค่ะท่านประธาน รวมไปถึงเครื่องช่วยชีวิตที่มีอยู่ก็ยังไม่ทันสมัย และไม่เพียงพอ ในการป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของผู้ปฏิบัติหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่และของเหยื่ออัคคีภัยด้วย เจ้าหน้าที่ไม่สามารถทำงานได้อย่างทันท่วงที เราเห็นตัวอย่างมานับแล้วนับเล่านะคะ ครั้งล่าสุดหลังจากมีการพัฒนา Application One Map ก็ยังไม่สามารถที่จะ Safe ชุมชน ในเยาวราชได้ ยังเกิดเหตุไฟไหม้ใหญ่ และไม่สามารถที่จะประสานงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพอย่างที่โฆษณาไว้ เป็นภัยที่เกิดขึ้นได้ทุกวันค่ะ ตัวอย่างเช่น ถ้าไม่ใช่ในเหตุ ที่เกิดขึ้นในเยาวราชหรือในบ้านดิฉัน อย่างเช่น ไฟไหม้รถ EV ไฟไหม้ตึกคอนโดมิเนียม อาคารสูง ซึ่งเราไม่สามารถใช้วิธีการดับเพลิงแบบปกติได้ จึงจำเป็นที่จะต้องมีอุปกรณ์ แบบพิเศษที่เกิดขึ้น นั่นหมายถึงการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนค่ะ🔗

ขอสไลด์ที่ ๔ ค่ะ การตรวจสอบชุมชนแออัดที่มีโครงสร้างที่เสี่ยงต่อการ เกิดเพลิงไหม้ เช่น สถานที่ที่เป็นไม้และสังกะสี การติดตั้งสัญญาณเตือนไฟไหม้ที่เชื่อมต่อ ไปยังสถานีดับเพลิง หมายความว่าเมื่อได้เห็นสัญญาณไฟไหม้ขึ้นปุ๊บ สถานีดับเพลิงต้องทราบปั๊บ ว่ามีเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้น ณ จุดไหน ต้องมีการติดสัญญาณที่ดักควันไฟในแต่ละชุมชน เมื่อควันไฟเกิดขึ้นสถานีดับเพลิงต้องทราบเลย ไม่ใช่ว่าท่านไปกด One Map One App อะไรของท่าน ไม่มีใครมากดทัน คนเฒ่า คนแก่เขาไม่มี Application เขาใช้ไม่เป็นหรอกค่ะ ส่วนมากคนที่อยู่ในชุมชนและเสียชีวิตก็จะเป็นผู้ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงหรือเป็นผู้สูงอายุ อย่างชุมชนบ่อนไก่ เป็นผู้สูงอายุ อายุ ๙๑ ปี อยู่มาตั้งแต่เกิดแล้วก็ตายในชุมชน เพราะว่า หนีออกมาไม่ทันนะคะ🔗

อีกประเด็นที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ การฝึกอบรมอาสาสมัครดับเพลิงค่ะ เพราะเรื่องนี้ดิฉันเห็นกับตาตัวเองในตอนเกิดไฟไหม้ของบ้านตัวเอง มีเด็กอายุประมาณ ๗-๘ ขวบตัวเท่านี้นะคะ ถึงจะมีอุปกรณ์ดับเพลิงที่ครบ คือมีหมวกดับเพลิงและชุดกันเพลิง แต่ว่าเด็กขนาดนั้นท่านเอามาทำงานได้อย่างไรคะ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องอันตรายและเป็นเรื่อง ความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน อันนี้อาจจะผิดกฎหมายด้วยซ้ำ อันนี้อาจจะเป็นการใช้ แรงงานเด็กหรือหรือไม่ และอีกกรณีหนึ่งที่เยาวชนมาปฏิบัติหน้าที่และเสียชีวิตคือ น้องพอสค่ะ ตัวอย่าง โรงงานหมิงตี้เคมีคอล จำกัด อายุ ๑๗ ปี ต้องเสียชีวิตเพราะดับเพลิง และไม่เคยอบรมมาก่อน มีใจที่อยากจะช่วยจิตสาธารณะค่ะท่าน แต่ว่าไม่มีองค์ความรู้ ไปประกอบ อายุ ๑๗ ปีต้องมาเสียชีวิต เพราะต้นเหตุของเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นมีจาก หลากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร ปัญหาที่เกิดจาก ความผิดพลาดของบุคคล การขาดความรู้ ความชำนาญของคนทั่วไปในการฝึกอบรม การดับเพลิงขั้นต้นค่ะ การดับเพลิงแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน เราต้องมีการอบรมให้กับผู้คน ในชุมชนที่เสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ ในการดับเพลิงแต่ละชนิดที่ไม่เหมือนกัน เช่น เพลิงที่เกิดจากสารเคมีก็ดับต่างกันกับเพลิงที่เกิดจากเพลิงไหม้ ไฟไหม้ป่าค่ะท่าน และใช้อุปกรณ์ ดับเพลิงที่ไม่เหมือนกัน น้ำไม่สามารถดับเพลิงได้ทุกชนิด จากปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ดิฉัน มองว่าผู้คนที่จะเข้ามาช่วยเหลือในการดับเพลิง ต้องเป็นผู้ที่เข้าช่วยเหลือปกป้องชีวิต และทรัพย์สิน และควรมีวุฒิภาวะในการตัดสินใจ มีการอบรมอย่างรอบคอบ ประเมิน สถานการณ์ได้ และด้วยเหตุนี้ในการให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องถึงต้นเหตุของปัญหา รับมือกับการเกิดเหตุอย่างถูกต้องและมีแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกันค่ะ เพราะฉะนั้น ควรจะมีงบประมาณของอาสาสมัครที่เพิ่มขึ้น เพราะว่านักดับเพลิงที่มาถึงบ้านของดิฉัน คนแรกคืออาสาสมัครดับเพลิงค่ะ แต่อาสาสมัครดับเพลิงนั้นไม่มีน้ำดับเพลิง ต้องไปสูบน้ำ ดับเพลิงจากแหล่งน้ำที่หน้าบ้าน เพราะฉะนั้นรัฐนะคะ สำนักงานป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยควรจะจัดสรรงบประมาณให้กับอาสาสมัครดับเพลิงเหล่านี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ ขออภัยที่เกินเวลาค่ะท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ขอบคุณครับ ท่านร่มธรรม ขำนุรักษ์ เชิญครับ🔗

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขออภิปรายในญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง การแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ จากเหตุเพลิงไหม้ที่เยาวราช ที่ท่าน สส. ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ และเพื่อนสมาชิก อีก ๒ ท่านเป็นผู้เสนอ🔗

ลำดับแรกครับ ผมต้องขอแสดงความเห็นใจถึงพี่น้องประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟไหม้เยาวราชในชุมชนตรอกโพธิ์ วันที่ ๖ กรกฎาคมที่ผ่านมา แล้วก็ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชน ภาคประชาสังคมและหน่วยงานอื่น ๆ ที่ได้ให้ ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ หลังจากนี้ผมก็คงขอให้มีการเร่งรัด การเยียวยาให้เหมาะสม และสอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด ท่านประธานครับ เหตุการณ์ไฟไหม้เยาวราชได้สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน ต่อทรัพย์สินของพี่น้อง ประชาชน และได้สร้างความสะเทือนใจ ความห่วงใยจากคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะ เยาวราชเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอันดับต้น ๆ ของประเทศ สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ครับ พรรคประชาธิปัตย์ โดยท่าน ดอกเตอร์สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ท่าน สก. พินิจ กาญจนชูศักดิ์ ท่านอดีต สส. เจิมมาศ อดีต สส. อรอนงค์ และทีมงานของพรรค ขออภัยที่เอ่ยนาม ได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมและมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย ได้ไปสังเกตการณ์และรับฟังปัญหา ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งผมเองวันนี้ขอทำหน้าที่เป็นตัวแทนในสภาแห่งนี้ เพื่อนำปัญหา และข้อเสนอแนะมาอภิปราย ซึ่งหวังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับไปพิจารณาดำเนินการ ต่อไป ท่านประธานครับ ขณะนี้แม้ว่าสาเหตุยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ผมคิดว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ ทำให้เราได้บทเรียนที่สำคัญที่รัฐบาล กทม. หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องเร่งแก้ไข ปัญหาที่เราพยายามซุกไว้ใต้พรมตลอดที่ผ่านมา นั่นก็คือปัญหาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในชุมชนแออัดที่ซ่อนอยู่หลังความเจริญ ที่มีอยู่ทั่วประเทศครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ คือการเตรียมความพร้อม ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุอัคคีภัยรวมถึง สาธารณภัยอื่น ๆ ผมขอเสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความสำคัญกับการสำรวจ และตรวจจุดเสี่ยงเกิดเหตุอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในทุก ๆ ชุมชน แล้วก็ย่านธุรกิจที่มี ความหนาแน่น ช่วงที่ผ่านมาเกิดเหตุไฟไหม้ในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ในชุมชนที่ใกล้เคียงกัน อยู่บ่อยครั้งครับ หน่วยงานจึงจำเป็นที่จะต้องดำเนินการสำรวจ กำจัดปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจจะ ทำให้เกิดความเสี่ยงไฟไหม้ เช่น ระบบไฟฟ้า สายไฟ สายสื่อสารและความปลอดภัย ของอาคารบ้านเรือน🔗

ประการต่อมาครับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องจัดสรรบุคลากรและอุปกรณ์ ดับเพลิง ทั้งรถดับเพลิง ถังดับเพลิง ประปาหัวแดงให้เพียงพอ และกระจายให้ครอบคลุม วันนี้ทราบว่ากรุงเทพมหานครและหลาย ๆ หน่วยงานยังไม่มีบุคลากรที่เพียงพอ ไปจนถึง อุปกรณ์ในการดับเพลิงต่าง ๆ ยังไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในประเด็นนี้ ผมคิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ควรที่จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยเหลือด้วยเช่น อุปกรณ์ตรวจจับควันไฟ อุปกรณ์แจ้งเตือน แล้วก็กรณีเหตุเกิดในชุมชนแออัดซอกซอย ขนาดเล็กครับ เราอาจจะจำเป็นจะต้องใช้รถดับเพลิงขนาดเล็ก หรือว่า Drone ดับเพลิง ในอนาคต แล้วก็อุปกรณ์อื่น ๆ เข้ามาช่วยครับ นอกจากนี้การเตรียมความพร้อม การฝึกซ้อม แผนอัคคีภัยของหน่วยงาน ร่วมกับประชาชนในแต่ละพื้นที่ ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกันครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนในแต่ละพื้นที่ได้มีความรู้ และมีความพร้อมในการรับมือกับ สาธารณภัยได้🔗

อีกประการที่สำคัญครับ ก็คือในระยะยาว ควรมีการจัดระเบียบพื้นที่ต่าง ๆ ปรับปรุงถนนทางเข้าออก ควบคุมอาคารบ้านเรือน โครงสร้างพื้นฐานให้มีความปลอดภัย และเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับเหตุอัคคีภัยและสาธารณภัยอื่น ๆ🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คือการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบเหตุให้เหมาะสมครับ ก่อนอื่นผมเองก็ต้องขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ หน่วยงานด่านหน้าองค์กรและภาคประชาสังคม ที่ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเบื้องต้นจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ขณะนี้พี่น้อง ที่ได้รับผลกระทบต้องสูญเสียที่อยู่อาศัย แล้วก็ทรัพย์สินไปจนหมดสิ้น ผมก็ขอให้รัฐบาล ได้สนับสนุนเงินช่วยเหลือเยียวยาให้พี่น้องประชาชนได้รวดเร็วที่สุดนะครับ🔗

ประเด็นต่อมา ก็คือว่าก็ผมเองก็ขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันฟื้นฟูชุมชนตรอกโพธิ์แห่งนี้กลับขึ้นมาใหม่ตามความต้องการของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่นะครับ ให้มีอาคารบ้านเรือนที่มีความปลอดภัย มีทางเข้าออกที่สะดวก และมีระบบ ป้องกันสาธารณภัยที่พร้อมเพรียง🔗

ประเด็นที่ ๓ ก็คือ การผลักดันให้มีองค์กรอิสระเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ ต้องขอเรียนกับท่านประธานว่า ปัจจุบันเหตุภัยพิบัติ สาธารณภัยเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แล้วก็ มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ไฟไหม้ โรงงานระเบิด โกดังเก็บพลุระเบิด สารเคมีรั่ว สะพานถล่ม ล้วนสร้างความเสียหายต่อประชาชนที่ใช้ชีวิตตามปกติ ในชีวิตประจำวันของพวกเขาทั้งสิ้น สะท้อนว่าประเทศนี้ยังไม่มีความปลอดภัยในชีวิต ของพี่น้องประชาชน เราจึงควรมีองค์กรเจ้าภาพที่มีความเป็นอิสระ เป็นตัวแทนของพี่น้อง ประชาชนในการทำหน้าที่รับเรื่อง ดูแล ติดตาม แล้วก็ถอดบทเรียนจากภัยพิบัติ หาผู้รับผิดชอบ แล้วก็ติดตามการเยียวยาผู้สูญเสียจากเหตุสาธารณภัยต่าง ๆ แล้วก็เสนอแนะ มาตรการต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในหลายประเทศก็มีองค์กรเช่นนี้ครับ โดยขณะนี้ท่าน ดอกเตอร์สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ก็ได้ร่วมกับภาคประชาชน ได้เสนอร่าง กฎหมายพระราชบัญญัติเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ เข้ามายังสภาแห่งนี้แล้วนะครับ ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า สภาแห่งนี้จะร่วมกันผลักดันกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้เกิดองค์กร เพื่อความปลอดภัยสาธารณะที่มีความเป็นกลาง ใช้หลักการทางวิชาการ เพื่อสร้างสังคม สร้างประเทศ สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป🔗

สุดท้ายนี้ท่านประธานครับ ผมหวังว่าเหตุการณ์ไฟไหม้เยาวราชในครั้งนี้ จะเป็นบทเรียนที่สำคัญที่จะทำให้รัฐบาล หน่วยงาน และท้องถิ่นได้ดำเนินการเตรียม ความพร้อม และป้องกันเหตุสาธารณภัยอย่างจริงจัง และช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชน ให้เหมาะสมกับความเสียหายที่เกิดขึ้น วันนี้เราต้องปรับเปลี่ยนการทำงาน ต้องพอกันที กับการทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก ทำงานแบบผักชีโรยหน้า เน้นให้ภาพสวยเมื่อดูจาก ภายนอก แต่ภายในกลวง ปัญหาหมักหมมเต็มไปหมดครับ วันนี้รัฐบาลและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญ และมองลึกไปถึงพี่น้องประชาชนที่ลำบากที่สุดในสังคม ในพื้นที่ที่ลำบากที่สุดที่ถูกซุกซ่อนไว้ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่มีความสวยงามเช่นนี้ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปท่านไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ เชิญครับ🔗

นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปูอัด ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนจอมทอง ท่าข้าม บางขุนเทียน ญัตติด่วนนี้ต้องขอบคุณจริง ๆ ครับที่ให้ผมได้มาพูด อีก ๑ คน เพราะว่า กทม. นี่ไม่พูดไม่ได้โดยเฉพาะฝั่งธนบุรี ท่านประธาน ญัตติไฟไหม้นี่ ผมอยากจะโชว์ให้ดูอีก ๑ ตัวอย่างในฝั่งธนบุรี ท่าข้าม บางขุนเทียน จอมทองนี่ครับ ผมมีสไลด์มาให้ดูอันหนึ่ง🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ กรุงเทพมหานคร

เหตุการณ์นี้ เกิดเพลิงไหม้ชุมชนหลังโรงเรียนสวนกุหลาบธนบุรี เหตุการณ์นี้ท่านประธานผมต้องปีนกำแพง เพราะว่าอะไร ๑. รถดับเพลิงก็เข้าไม่ได้ มีอย่างเดียวที่เข้าได้ คือ เรือจ้ำบึ๊ดจ้ำเบ้าตรงนั้นครับ แล้วถามว่าดับทันไหมก็ต้องบอกว่าไม่ทัน อาสากู้ภัยแทบจะทุบกำแพงหมู่บ้านเข้าไป เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ถูกไฟลัดวงจรตรงนี้ เพลิงไหม้ไปทั้ง ๒ หลัง ท่านประธานครับ นี่เป็นเหตุการณ์อย่างหนึ่งที่บอกว่า ผมจะตั้งคำถามว่าเมื่อไรประปาหัวแดงมันจะได้ การสำรวจแบบมีหลักการกับเขาสักทีหนึ่ง อันนี้คือเหตุการณ์ที่ ๑ ที่ช่วยเหลือประชาชน และบ้านเรือนไม่ทัน อีกอันหนึ่งท่านประธาน อันนี้เป็นชุมชนเพลิงไหม้ชื่อว่า ชุมชนแก้วกลม ในเขตจอมทอง ชุมชนนี้เป็นชุมชนเอกชนที่รถยนต์เข้าถึงไม่ได้ ชุมชนนี้เข้าได้เพียงแค่ มอเตอร์ไซค์ที่จะดับเพลิงเท่านั้น ถามว่าประปาหัวแดงมาตอนไหน มาหลังจากบ้านนี้ไหม้ครับ มันเป็นแบบนี้ เหมือนกับงานวันนี้ที่เรามาพูดกันทำไม กทม. ถึงไม่วางแผนโครงสร้าง เรื่องประปาหัวแดงให้ครอบคลุมตั้งแต่วันแรก พอมาวันนี้ก็มาวัวหายล้อมคอก ผมจะพาไปดู อีกหนึ่งอย่างท่านประธาน ผมเพิ่งถ่ายเมื่อเช้านี้เลยที่ชุมชนในเขตจอมทอง นี่คือสภาพ ถังดับเพลิงในชุมชนครับ ท่านประธาน ด้านล่างนี่ไม่ใช่อะไร สนิมทั้งนั้น อันนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ คำถามคือเวลาจะใช้ต้องทำอย่างไร ประธานชุมชนเล่าให้ผมฟังแบบนี้ ท่านประธานครับ วันนี้ถ้าจะใช้ต้องเอามาเขย่าก่อน เขย่าเสร็จไม่พอ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสนิมที่มือจะโดน มันจะบาดเราหรือเปล่า แล้วไม่รู้ว่าถ้าเกิดเหตุเพลิงไหม้จะใช้ได้ไหม อันนี้เพิ่งถ่ายเมื่อเช้านะ แล้วต่อมาท่านประธาน ถามว่าอยากจะได้ถังดับเพลิงในชุมชน ผมถามหน่อยมันมี Bug จำนวนมากใน กทม. ผมจะมาอธิบายให้ฟัง ท่านประธานทราบไหมครับว่า จะเป็นชุมชนได้ จะมีถังดับเพลิงมาสนับสนุนจาก กทม. ต้องเป็นชุมชนก่อน เพราะฉะนั้นระเบียบเขาคือ ต้องมีอย่างน้อย ๑๐๐ หลังคาเรือน ท่านประธาน หมู่บ้านแบบเรา ๕๐ หลังคาเรือนก็ใหญ่แล้ว นี่เขาต้องรวมให้ได้ ๑๐๐ หลังคาเขาถึงจะมีสิทธิเข้าถึงสวัสดิการของ กทม. โอ้โห มันน่าเจ็บใจมากครับท่านประธาน อยากจะได้ถังดับเพลิง อยากจะได้ถังขยะแค่นี้ ต้องให้ได้ ๑๐๐ หลังคาเรือนถึงจดได้ ยังไม่พอต้องเป็นชุมชนที่ไม่เป็นสาธารณะด้วย แล้วถ้าเป็นนิติบุคคลต้องได้รับการเซ็นยินยอมให้เป็นชุมชนอีก มันถึงมีชุมชนไร้ตัวตน ใน กทม. จำนวนมาก พี่น้องชุมชนที่ฟังผมอยู่นะก็ต้องอุทานว่านี่เลยคือเรื่องจริง ถามว่า ลดให้หน่อยได้ไหมให้เหลือแค่ ๕๐ หลังคาเรือนเหมือนเมื่อก่อน ก็ฝากท่านประธานไปถึงสภา กทม. ฝากพิจารณาจริง ๆ เพราะว่าวันนี้อย่าว่าแต่ถังดับเพลิงเลย ท่านประธานทราบไหมว่า ถังดับเพลิงครั้งที่แล้วมีการเรียกเก็บไปจาก กทม. เพื่อไปตรวจ Check แต่วันนี้เรื่องจริง ก็คือเอาไปตรวจ Check แล้ว แต่ยังไม่ได้กลับมาสักถังในเขตจอมทอง จะเอาอย่างไรครับ ความหมายคือถ้าท่านจะบอกแบบนี้ นั่นหมายความว่าหลังจากนี้ในเขตพื้นที่ผมจะไม่มี ไฟไหม้เกิดขึ้นเพราะว่าไม่มีถังดับเพลิงแบบนี้หรือ นี่คือสิ่งที่ผมมาเรียกร้องให้พี่น้องประชาชน ใน กทม. ทั้งหมด เพราะฉะนั้นท่านประธาน ผมจะมาบอกว่าสาเหตุหลัก ๆ ที่เพลิงไหม้นี่ ปฏิเสธไม่ได้ท่านประธานดู ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ที่ผมวงเล็บสีแดง ๆ ไฟฟ้าลัดวงจร ๕ ราย ชุมชนแบบผมไฟฟ้าลัดวงจรสภาพเป็นอย่างไร เดี๋ยวผมจะมีสไลด์อีกอันหนึ่งให้ดู นี่อันขวา สภาพเป็นแบบนี้ท่านประธาน คืออยากจะเชิญท่านประธานไปชุมชนบ้านผมจริง ๆ เลย เอาเป็นว่าไม่ A ก็ B ในการเสียบ ท่านประธานเสียบก่อนไม่เป็นไรก็โอเค ถ้าผมเสียบต่อไป ถ้าผมซื้อมาฝากท่านประธานช่วยผมด้วยแล้วกัน นี่มันเป็นแบบนี้ เพราะฉะนั้น กทม. ต้องมี นโยบายแล้วท่านประธาน ควรจะร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวงได้แล้ว เข้า Check ในทุกพื้นที่ ถ้าเป็นชุมชนแออัดแบบนี้ เพื่อป้องกันสาเหตุแบบนี้ทั้งหมด และท้ายที่สุดท่านประธาน ผมฝากจริง ๆ นี่คือเหตุการณ์จริงไม่ได้อิงในนิยาย จอมทองเมื่อไรไฟไหม้ปุ๊บ สุดท้ายสิ่งที่ผมเจอ คืออะไร คือการเยียวยาไม่ทันครับ ท้ายที่สุดวันนี้เขาก็มาถามแล้วว่า ไฟไหม้ตอนเช้าตอนเย็น ถามแล้วฉันจะนอนที่ไหนปูอัด ญาติก็ไม่มี สุดท้ายเขาต้องไปนอนวัด อย่าให้เกิดเหตุการณ์ แบบนี้อีกเลยท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ก็ถือว่าหมดผู้อภิปรายแล้วนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอมีสิทธิอภิปราย สรุปได้อีกอีกครั้งหนึ่งก่อนที่เราจะลงมตินะครับ เชิญท่านปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ เชิญครับ🔗

นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑ เขตสัมพันธวงศ์ พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย บางรัก ดุสิต และเป็นผู้แทนชาวเยาวราช ผมอยากจะสรุปสั้น ๆ เพื่อนสมาชิกได้พูดมาตรการข้อเสนอต่าง ๆ และเราได้ส่งเสียงไปยังฝ่ายรัฐบาลแล้วนะครับ🔗

สุดท้ายผมขอสรุปสั้น ๆ เลยว่าให้ทางรัฐบาลเอาจริงเอาจังกับมาตรการต่าง ๆ อยากให้ท่านเน้นในการรับมือ ในการป้องกันในอนาคตมากกว่ามาแก้ไขปัญหาทีหลังครับ เพราะความสูญเสียที่เกิดครั้งแล้วครั้งเล่าเป็นบทเรียน เราถอดบทเรียนกันหลายครั้งแล้วครับ สิ่งที่ทำได้ครับขอให้ท่านเร่งดำเนินการโดยด่วน ขอให้ท่านมี Action Plan ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวที่เป็นรูปธรรม เพื่อนสมาชิกแต่ละท่านก็เป็นผู้แทนแต่ละเขต แต่ละจังหวัด เราลงพื้นที่จริง เราทราบปัญหาครับ และวันนี้เราเอามาบอกในสภา บอกกับฝั่งรัฐบาล ให้ท่านรีบไปดำเนินการ เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ถือว่าโชคดีอีกครั้งนะครับ ที่เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ที่เยาวราชไม่มีผู้สูญเสียชีวิต แต่ผมว่าเราทำได้ดีกว่านี้ครับ อะไร ที่เตรียมการได้เตรียมไปเถอะครับ ถ้าท่านติดในเรื่องข้อบัญญัติ ในเรื่องกฎหมายท่านก็ส่งมา ที่สภา พวกเราในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติพร้อมที่จะร่วมมือกับท่าน หากท่านติดอุปสรรคใด ๆ ในเชิงกฎหมาย ขอให้เป็นเรื่องประโยชน์ของประชาชน เราพร้อมอยู่แล้วครับ เวลาเยาวราช ดังเป็นพลุแตก เพราะว่าศิลปินชาวไทยสร้างชื่อเสียง ทุกท่านก็ล้วนแต่ชื่นชม ไปเยาวราชกันครับ ไป Check In วันนี้เป็นวันที่ยากลำบาก เป็นวันที่มีผู้ประสบภัยจำนวนมาก หลายท่านเสียบ้าน เสียคนรัก เสียของรัก ไม่ใช่แค่เหตุการณ์เยาวราชนะครับ เหตุแบบนี้เกิดขึ้นอยู่ทั่วประเทศครับ ผมอยากให้ฝ่ายรัฐบาล อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรี เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ เรื่องแบบนี้ ท่านจะนิ่งนอนใจไม่ได้อีกต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ขอบคุณครับ เนื่องจากว่าญัตติเรื่องนี้ผู้เสนอได้เสนอมาเพื่อขอให้สภาพิจารณาและส่งรัฐบาล ดำเนินการต่อไปนะครับ ซึ่งสมาชิกได้อภิปรายสนับสนุนดังกล่าวแล้วนั้น ผมจะขออาศัย อำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ในการถามมติว่า จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ที่จะส่งรัฐบาล ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมลงมติเห็นชอบ ให้ส่งต่อรัฐบาลพิจารณาดำเนินการต่อไป ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความเห็นนะครับ เชิญครับ ท่านศรัณย์🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ผมขอเสนอญัตติตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒) ขอเปลี่ยนแปลงระเบียบวาระการประชุม โดยขอให้พิจารณาวาระรับทราบ ตามลำดับดังต่อไปนี้🔗

พิจารณาวาระที่ ๒.๘ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๕ ของสถาบันเทคโนโลยี ป้องกันประเทศ หลังจากนั้นพิจารณาวาระที่ ๒.๕ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชี และรายงานการเงิน และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของกองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ต่อมาครับเป็นวาระที่ ๒.๑๒ รับทราบรายงาน ผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๖ ของสภาองค์กรของผู้บริโภค และหลังจากนั้นพิจารณา วาระที่ ๒.๖ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม ขอให้เรียงลำดับตามนี้ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้อง ไม่มีผู้ใดขัดข้องนะครับ เนื่องจากว่ามีท่านสมาชิกขอเปลี่ยนระเบียบวาระ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒) และมีผู้รับรองถูกต้อง โดยขอนำระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธาน จะแจ้งต่อที่ประชุม ตามระเบียบวาระที่ ๒.๘ ๒.๕ ๒.๑๒ และ ๒.๖ ซึ่งเป็นเรื่องรับทราบ รายงานของหน่วยงานต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนดขึ้นมาพิจารณาตามลำดับ จะมีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ถ้าไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้ ต่อไปนะครับ🔗

๔. รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๕ ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ🔗

ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๗ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๕ ของสถาบันเทคโนโลยี ป้องกันประเทศ ตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อรับทราบตามมาตรา ๔๑ แห่งพระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๒ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้ว ท่านสมาชิกมีประเด็นปัญหา ติดใจที่จะซักถามหรือไม่ครับ มีท่านสมาชิกที่จะขออภิปราย ๑ ท่าน เชิญท่านเอกราช อุดมอำนวย ท่านเอกราชอยู่ไหม ท่านไม่อยู่ เชิญหน่วยงานเลยครับ ไม่อยู่นี่ก็ขอบคุณ หน่วยงานไปเลยไหม ท่านนำเสนอก่อนครับแล้วก็ไม่มีผู้ติดใจอะไรจะได้ผ่านครับ เชิญครับ ฉุกละหุกหน่อยนะครับ เชิญครับ ท่านบอกชื่อด้วยนะครับ🔗

พลเอก ชรัติ อุ่มสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ กระผม พลเอก ชรัติ อุ่มสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ขอเรียน ข้อมูลประกอบการเสนอรายงานประจำปี ๒๕๖๕ ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ หรือ สทป. หรือเรียกย่อภาษาอังกฤษว่า DTI ดังนี้🔗

รายงานประจำปี ๒๕๖๕ ฉบับนี้ดำเนินการเสนอต่อรัฐสภา ซึ่งเป็นการ ดำเนินการตามพระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๒ ตามมาตรา ๔๑ ซึ่งกำหนดให้ สทป. จัดทำรายงานประจำปีเสนอตามลำดับขั้นจนถึงรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และเสนอรายงานต่อรัฐสภาเพื่อทราบ สทป. เป็นหน่วยงานของรัฐที่เป็นองค์การมหาชน มีพระราชบัญญัติเฉพาะใช้เป็นกฎหมายที่มอบหน้าที่และอำนาจให้ดำเนินการ มีที่ตั้ง ส่วนที่ปฏิบัติงานอยู่ด้วยกัน ๓ แห่ง คือ สำนักงานส่วนกลาง อยู่ที่อาคารสถาบันเทคโนโลยี ป้องกันประเทศ เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี และมีโรงปฏิบัติการ ๒ แห่งที่จังหวัด นครสวรรค์และจังหวัดลพบุรี การดำเนินงานของ สทป. ตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ อยู่ด้วยกัน ๒ ยุทธศาสตร์ คือยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง และยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน🔗

สรุปผลการดำเนินงานของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศในปี ๒๕๖๕ โดย สทป. ได้ดำเนินงานตามนโยบาย และเป้าหมายการดำเนินงานของสถาบัน ในด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐ จำนวน ๕ ด้านด้วยกัน ประกอบด้วย🔗

ด้านที่ ๑ ด้านการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี ป้องกันประเทศ และดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องหรือต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่อุตสาหกรรม ป้องกันประเทศ🔗

ด้านที่ ๒ ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ของกระทรวงกลาโหม หน่วยงานอื่นของรัฐและภาคเอกชน🔗

ด้านที่ ๓ ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการฝึกอบรม การค้นคว้า วิจัย การเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ และการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ🔗

ด้านที่ ๔ ด้านการประสานความร่วมมือด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศกับหน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษาและภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ🔗

และด้านที่ ๕ ด้านการเป็นศูนย์ข้อมูลความรู้ด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ให้แก่กระทรวงกลาโหมและหน่วยงานของรัฐ เพื่อใช้ ในการกำหนดนโยบายและแผนการพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ🔗

ผมขอสรุปผลงานที่สำคัญในปี ๒๕๖๕ ดังนี้🔗

๑. มีการส่งมอบหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดรุ่น D-Empir รวมทั้งซ่อมคืนสภาพ หุ่นยนต์รุ่น Guardian ให้กับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า🔗

๒. ซ่อมคืนสภาพยานสำรวจใต้น้ำให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย🔗

๓. ปรับปรุงแนวทางการวิจัยในด้านอากาศยานไร้คนขับให้ครอบคลุม ๖ มิติ ซึ่งประกอบด้วย อากาศยานไร้คนขับขนาดเล็ก อากาศยานไร้คนขับขนาดกลาง อากาศยาน ไร้คนขับติดอาวุธ การพัฒนาศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับ เทคโนโลยีการต่อต้าน อากาศยานไร้คนขับ และศูนย์ซ่อมระบบอากาศยานไร้คนขับ🔗

๔. วิจัยและพัฒนาเครื่องช่วยฝึก สำหรับการสอนวิชาอาวุธศึกษา ด้วยเทคโนโลยี Visual Reality ให้กับโรงเรียนเตรียมทหาร🔗

๕. ส่งมอบระบบอ่านป้ายทะเบียนโดยใช้ Smartphone ระบบอ่านป้ายทะเบียน แบบเคลื่อนย้ายได้ ระบบการตรวจหาอุปกรณ์มือถือเป้าหมายให้กับกองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า🔗

๖. ส่งมอบต้นแบบยานเกราะล้อยาง แบบขับเคลื่อน ๔ ล้อ ขีดความสามารถ ป้องกันทุ่นระเบิด และป้องกันการโจมตี ชื่อรุ่น D-Lion ให้กับกองบัญชาการกองทัพไทย🔗

๗. วิจัยและพัฒนาออกแบบรถสะพานเครื่องหนุนมั่น ที่มีสะพานชั้นรับน้ำหนัก ได้ถึง ๓๐ ตัน และ ๖๐ ตัน🔗

๘. พัฒนาต้นแบบระบบส่งข้อมูลผ่านวิทยุ สำหรับอำนวยการยิงปืนใหญ่ ตลอดจนพัฒนาสายเชื่อมโยงข้อมูลที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลแบบ Analog ให้เป็นแบบ ดิจิทัลให้กับหน่วยทหารปืนใหญ่ของกองทัพบก🔗

๙. เตรียมความพร้อมองค์ความรู้ให้กับบุคลากร ในการวิจัยและพัฒนา ปืนใหญ่ ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้งขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร🔗

๑๐. เตรียมความพร้อมทั้งตัวจรวด และระบบที่เกี่ยวข้องในการยิงทดสอบ จรวดระยะไกล ณ ต่างประเทศของจรวดรุ่น DTI-1G ซึ่งเป็นจรวดนำวิถี ระยะยิง ๑๕๐ กิโลเมตร🔗

๑๑. วิจัยและพัฒนาจนได้ต้นลูกจรวดขนาด ๑๒๒ มิลลิเมตร ชื่อรุ่น DTI-2 ระยะยิง ๓๐ กิโลเมตร และระยะยิง ๔๐ กิโลเมตร และในปี ๒๕๖๕ สทป. ได้ดำเนินการ ร่วมทุนและส่งเสริมการประกอบกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยจัดตั้งนิติบุคคล เพื่อผลิตและขายจำนวน ๓ บริษัท ได้แก่ บริษัท ไทยดีเฟนส์อินดัสตรี จำกัด เป็นเรื่องของ กิจการยานเกราะล้อยางแบบ ๔x๔ บริษัท แอร์โร เทคโนโลยี อินดัสทรี จำกัด กิจการ อากาศยานไร้คนขับขนาดกลาง บริษัทอุตสาหกรรมผลิตอาวุธ จำกัด เป็นเรื่องของกิจการ อาวุธปืน ทั้งหมดเป็นรายละเอียดการดำเนินงานที่สำคัญโดยสรุปตามรายงาน ประจำปี ๒๕๖๕ ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ได้กราบเรียนต่อท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรและเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อกรุณาทราบ ทั้งนี้ สทป. น้อมรับ ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงาน เพื่อขับเคลื่อน อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของประเทศไทยต่อไปครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านอดิศรครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม อดิศร เพียงเกษ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านอุตส่าห์มาที่สภาของเรานะครับ ได้ชี้แจง การปฏิบัติงานในสมัยที่พวกเรายังไม่ได้เข้ามาสู่สภาแห่งนี้ ผมติดใจไม่ทราบว่าจะไปถามใคร ท่านพยายามที่จะพัฒนา ที่จะสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ เป็นสิ่งที่ดีนะครับ เพราะเราไม่ต้องไปเสียเงินเสียทองซื้อมาจากต่างประเทศ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่มีเอกชนรายหนึ่งที่ไม่เอ่ยชื่อ ที่เขาเรียกว่า เจ้าแม่รถถัง ได้ยินข่าวว่าส่งสินค้าเกี่ยวกับ ยุทโธปกรณ์ไปขายทั่วโลก แม้กระทั่ง UN องค์การสหประชาชาติ ผมอยากถามทางสถาบัน แห่งนี้หรือถามกองทัพไม่รู้ว่าถามถูกที่หรือเปล่า ทำไมต่างประเทศเขาซื้อจากเอกชน ของเรา แล้วหน่วยงานราชการเองทำไมไม่ซื้อสินค้าต่าง ๆ เกี่ยวกับยุทโธปกรณ์จากเอกชน รายนี้ มีคนพูดเข้าหูผมซึ่งผมไม่เชื่อ เพราะสถาบันนี้โปร่งใส ปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน เขามากระซิบข้างหูผมว่า เขาไม่ซื้อหรอกเพราะไม่มีเงินทอน อย่างนี้จริงหรือเปล่า ซึ่งผมไม่เชื่อว่ายุคนี้จะเป็นอย่างนั้น จึงอยากถามว่าเอกชนรายนี้หรือรายอื่น ๆ ที่ผลิต ยุทโธปกรณ์ ท่านได้จับมือหรือว่าท่านได้ให้ความสนใจในการที่จะเสริมศักยภาพ ให้เอกชน มามีส่วนร่วมในการวิจัยหรือสร้างยุทโธปกรณ์ เพื่อสร้างสมรรถภาพของประเทศ ให้เป็นที่เกรงขามของประเทศต่าง ๆ ที่จะมารุกล้ำ รุกรานบ้านเรา จึงขออนุญาตเสียมารยาทครับ ไม่ได้ลงชื่ออภิปราย เห็นท่านมาแล้วไม่มีแขกต้อนรับ ไม่มีเจ้าบ้านต้อนรับก็เลยขออนุญาต ถามเรื่องเบา ๆ มีเงินทอนจริงหรือเปล่าครับ🔗

พลเอก ชรัติ อุ่มสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ

เรียนท่านอดิศรครับ ขอบคุณที่ท่านถามนะครับ ผมขอตอบอย่างนี้ว่า สทป. ได้มีการร่วมทุน ตามมาตรา ๒๒ (๓) ของบริษัท ชัยเสรีเม็ททอลแอนด์รับเบอร์ จำกัด เราร่วมทุนในนาม ของบริษัท ไทยดีเฟนส์อินดัสตรี จำกัด ซึ่ง สทป. ถือหุ้นอยู่ ๗ เปอร์เซ็นต์เพื่อสร้างโอกาส ในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยุทโธปกรณ์แบบรัฐบาลต่อรัฐบาล ในส่วนของบริษัทนี้เราดำเนินการอยู่ แต่ว่าการที่เราเหล่าทัพจะซื้อหรือไม่นั้น อันนี้ผมไม่ขอตอบครับ แต่ว่าทางท่านรัฐมนตรี ท่านมีนโยบายที่จะส่งเสริมสนับสนุนภาคเอกชน แล้วก็ สทป. ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มี ท่านสมาชิกท่านอื่นติดใจสงสัยนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๕ ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศแล้วนะครับ ต้องขอบคุณท่าน พลเอก ดอกเตอร์ชรัติ อุ่มสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ท่าน พันเอก ดอกเตอร์อำพันธ์ จันทร์เพ็งเพ็ญ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและแผน ท่าน นาวาโท มนูญศักดิ์ ปรีชาพร ผู้อำนวยการส่วนบริหารนโยบายและกลยุทธ์ ขอบคุณมากครับ🔗

๕. รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน และรายงาน การประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ เชิญผู้ชี้แจงครับ ในการนี้ผมได้อนุญาต ให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ มีรายชื่อดังต่อไปนี้ ท่านที่ ๑ ท่านบัญญัติ คันธา รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ท่านที่ ๒ ท่านบุศรา วงศ์กำแหง ที่ปรึกษาด้านการเงินและบัญชี ท่านที่ ๓ ท่านสุรเชษฐ์ คล้ายแจ้ง ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานงานทะเบียนและภาษีรถ ท่านที่ ๔ ท่านฐิฏิมา นิวาสะบุตร ผู้อำนวยการสำนักบริหารการคลังและรายได้ ท่านที่ ๕ ท่านสมพงษ์ ผิวทอง หัวหน้าสำนักงานกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ท่านที่ ๖ ท่านอภิรดี ไพจิต หัวหน้าส่วนการเงินและบัญชีเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการ ใช้รถใช้ถนน ท่านที่ ๗ ท่านนิตยา สุวรรณไกรษร นักวิชาการขนส่งชำนาญการพิเศษ ท่านที่ ๘ ท่านธนภัทร จันต๊ะ นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ เชิญท่านบัญญัติ ท่านจะรายงานก่อนไหมครับ เชิญครับ🔗

นายบัญญัตติ คันธา รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม บัญญัติ คันธา รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมคณะ ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงข้อมูล เพื่อประกอบการพิจารณารายงานของผู้ตรวจสอบงบการเงินของกองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕🔗

ก่อนอื่นขอเล่าความเป็นมาของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เป็นกองทุนที่ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๔๖ โดยมีการตราพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ แก้ไขพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๕๒ โดยเพิ่มมาตรา ๑๐/๑ เข้าไป กำหนดให้อธิบดีกรมการขนส่งทางบก สามารถนำหมายเลขทะเบียน ซึ่งเป็นที่นิยม เป็นที่ต้องการของประชาชนออกประมูลเป็นการทั่วไป โดยเงินรายได้จากการประมูลทั้งหมด ให้นำเข้าสู่กองทุน ชื่อว่า กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยกองทุนนี้ มีวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายกำหนด คือ เพื่อเป็นทุนสนับสนุนและส่งเสริมด้านความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอันเกิดจากการใช้รถใช้ถนน อย่างไรก็ตาม ในระดับถัดไปก็มีการออกกฎกระทรวง กำหนดขอบเขตการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อรองรับ กับพระราชบัญญัติ โดยกองทุนนี้คณะกรรมการกองทุนเพื่อความปลอดภัย สามารถที่จะใช้เงิน ภายในกรอบดังต่อไปนี้🔗

ข้อที่ ๑ เป็นเงินช่วยเหลืออุดหนุนหรือค่าใช้จ่ายเพื่อการลดอุบัติเหตุทางถนน ตามโครงการและแผนงานของกรมการขนส่งทางบก🔗

ข้อที่ ๒ สนับสนุนค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ อันเนื่องมาจากการประสบภัย ที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนน ในส่วนที่นอกเหนือจากค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พุทธศักราช ๒๕๓๕🔗

ข้อที่ ๓ สนับสนุนส่งเสริมการศึกษาวิจัยด้านความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนน และ🔗

ข้อที่ ๔ สนับสนุนส่งเสริมการจัดการประมูลหมายเลขและการบริหารงาน ของกองทุน🔗

โดยคณะกรรมการของกองทุน ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน และประกอบด้วย กรรมการผู้แทนที่มาจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวง สาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทน สนข. รวมทั้ง ผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแต่งตั้งอีกจำนวน ๒ ท่าน โดยมีอธิบดี กรมการขนส่งทางบก เป็นกรรมการและเลขานุการ🔗

เนื่องจากกองทุนนี้เป็นกองทุนนอกงบประมาณ กฎหมายฉบับดังกล่าว ก็ได้กำหนดแนวทางว่า ถ้ามีการทำงบการเงินเรียบร้อยแล้ว กรมการขนส่งทางบกจะต้องส่ง งบการเงินนี้ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ เมื่อ สตง. ได้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ก็ให้เสนอรายงานผลต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา หลังจากนั้นก็นำลงประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาต่อไป🔗

ผลการตรวจสอบรายงานการเงินของ พ.ศ. ๒๕๖๕ ของสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดิน ได้ตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะไว้ให้ กปถ. ดำเนินการ โดยประเด็น สำคัญมีดังนี้🔗

ประเด็นแรก กระบวนการตรวจสอบลูกหนี้ ค่าหมายเลขทะเบียนรถ ก่อนนำออกประมูลใหม่ โดยลูกหนี้ส่วนหนึ่งก็จะเป็นลูกหนี้ที่ล้มละลายและเสียชีวิต ก่อนที่จะนำเอาหมายเลขทะเบียนออกประมูลใหม่ ซึ่งประเด็นนี้ทางกรมการขนส่งทางบก ก็ได้มีการกำชับและซักซ้อมให้หน่วยปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนกลาง หรือว่าสำนักงานขนส่ง จังหวัดทั่วประเทศทำการตรวจสอบสถานะการเสียชีวิต แล้วก็การล้มละลายของลูกหนี้ ที่ยังค้างชำระค่าหมายเลขทะเบียนอยู่เป็นประจำทุกเดือน กรณีที่ตรวจพบก็ให้ยื่น เฉลี่ยทรัพย์นอกจากนั้นกรมการขนส่งทางบกก็เตรียมที่จะทำการเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อให้ ทราบสถานะของบุคคลของลูกหนี้ที่อาจล้มละลาย หรืออาจเสียชีวิตโดยเชื่อมโยงข้อมูล กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้รู้โดยอัตโนมัติ แล้วก็สามารถติดตามได้ทันท่วงที ไม่ว่า จะเป็นยื่นขอชำระหนี้ ไปขอเฉลี่ยทรัพย์ หรือไปยื่นขอส่วนแบ่งที่ได้จากการเป็นมรดก ประเด็นที่ ๒ ทาง สตง. ได้กรุณาให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับเงินที่ได้รับอนุมัติจากโครงการไม่เต็ม ตามกรอบวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้ในแต่ละปี นั่นหมายความว่าปกติกองทุนเพื่อความ ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน จะกำหนดว่าปีนี้จะมีวงเงินทั้งหมดเท่าไร เช่น ๒,๕๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าพอเสร็จสิ้นปีงบประมาณเงิน ๒,๕๐๐ ล้านบาทที่ตั้งไว้ก็ไม่ถูกใช้ให้ครบถ้วน ตามกรอบวงเงิน ซึ่งกรมการขนส่งทางบกเดิมได้มีการกำหนดกรอบงบประมาณไว้เลย จึงทำให้เกิดประสบปัญหาตามที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ให้ข้อสังเกต แต่ปัจจุบันก็ได้ ทำการสำรวจว่า หน่วยงานที่จะมาขอรับเงินสนับสนุนต้องยื่นคำขอมาก่อน พอหลังจาก ยื่นคำขอแล้วถึงจะเป็นการรวบรวมเงินทั้งหมดเข้าสู่คณะกรรมการ เพื่อเป็นการกำหนด กรอบวงเงินของปีนั้น ๆ อันนี้ก็จะสามารถช่วยให้ปัญหาความเสี่ยงในการอนุมัติโครงการ แล้วก็มีเงินไม่เต็มตามกรอบวงเงินงบประมาณก็ลดไปนะครับ🔗

ส่วนประเด็นที่ ๓ การบริหารโครงการ การใช้จ่ายเงินที่ได้รับอนุมัติ มีประสิทธิภาพต่ำ ความหมายก็คือว่าโครงการที่ได้รับอนุมัติไปสำเร็จค่อนข้างน้อย ซึ่งกรมการขนส่งทางบกก็ได้มีมาตรการ ๑. ก็คือว่าการที่จะขอรับจัดสรร ส่วนใหญ่ ความล่าช้าจะเกิดอยู่ที่การจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยที่ขอรับ เราก็บังคับให้ต้องมี TOR แผนงาน เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างมาพร้อมในการที่จะขอรับจัดสรรเงินทุน นอกจากนั้นก็ได้ปรับ ระยะเวลาและขั้นตอน จัดทำคู่มือสำหรับผู้ที่มาขอรับเงินจัดสรร เพื่อจะได้ไปบริหารโครงการ ได้ตามกรอบระยะเวลา🔗

สุดท้ายเราก็มีคณะอนุกรรมการกำกับ ติดตาม เร่งรัดการปฏิบัติงานโครงการ ที่ได้รับอนุญาตไปเป็นประจำทุกเดือน อันนี้ก็จะเป็นตัวที่ช่วยสนับสนุนให้ข้อห่วงใยของทาง สตง. ได้ลดลง อันนี้ก็เป็นภาพรวมผลการตรวจสอบงบการเงินของกองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนที่ สตง. ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกที่ยังติดใจสงสัยที่จะซักถามอยู่ ท่านแรก ท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญครับ🔗

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผม ขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะอภิปรายสอบถาม ท่านบัญญัติ คันธา และคณะ วันนี้ ต้องขออนุญาตในฐานะที่ท่านได้มานั่งตรงนี้ก่อนเกษียณในสภาแห่งนี้ ก็ถือว่าในเรื่องส่วนตัว เราก็คบค้ากันมา แต่ในที่นี้ผมอยากจะสอบถามเกี่ยวกับเรื่องรายงานผู้สอบบัญชีการเงิน ที่ท่านได้กรุณาอภิปรายไปแล้ว สิ้นสุด ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ดังนี้🔗

ประเด็นแรก ท่านประธานครับ ในรายงานทรัพย์สินของกองทุนความปลอดภัย ใช้รถใช้ถนนปี ๒๕๖๕ มีทรัพย์สินรวม ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๔ มากถึง ๒,๐๐๐ ล้านบาท และในหน้าที่ ๖ รายงานว่า กองทุนมีรายได้จากการประมูล หมายเลขทะเบียนรถ ปี ๒๕๖๕ มากถึง ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งเพิ่มมากขึ้นจากปี ๒๕๖๔ เกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ รายได้ของกองทุนนี้เกิดจากกรมการขนส่ง เปิดการประมูลหมายเลขสวย ๆ ที่กระผมเปรียบเทียบให้ท่านถึงรายได้ของปี ๒๕๖๕ ที่เพิ่มขึ้นถึง ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท มากจากปี ๒๕๖๔ แสดงให้เห็นว่าพี่น้องประชาชน จำนวนมากที่สนใจหมายเลขทะเบียนสวย ๆ แล้วก็มีหมายเลขทะเบียนรถสวย ๆ ซึ่งเป็นเลขที่เป็นมงคล ซึ่งเป็นความเชื่อของพี่น้องผู้มีอันจะกินในการที่จะไปประมูล ซึ่งเป็นความนิยมมากยิ่งขึ้น เรื่องนี้กระผมถือว่าเป็นเรื่องดีนะครับท่านประธาน คือนอกจาก กองทุนจะมีรายได้มากแล้ว ก็ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องรถยนต์กระเตื้องขึ้นตามไปด้วย แต่ท่านประธานครับ แม้กองทุนจะมีรายได้เพิ่มมากมาย แต่ในรายงานบริหารโครงการ และการใช้จ่ายของโครงการนั้นได้รับอนุมัติ ในหน้า ๕๖ กลับมีผลดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ ค่อนข้างต่ำ ต้องอนุญาตนะครับ เนื่องจากรายงาน รายงานว่ากองทุนมีการอนุมัติโครงการปี ๒๕๖๕ จำนวน ๑๙๔ โครงการ และโครงการที่ได้รับการอนุมัติจัดสรรปีก่อนดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ก่อนปี ๒๕๖๕ ๑๒๗ โครงการ รวมทั้งหมด ๓๒๑ โครงการครับ แต่กองทุนสามารถดำเนินการไปเพียง ๑๓๐ โครงการ คิดเป็นเพียงร้อยละ ๔๐ เท่านั้น และพบว่าโครงการที่ดำเนินการไม่แล้วเสร็จ มีตั้ง ๑๘๖ โครงการ คิดเป็นสัดส่วนเกือบ ๕๘ เปอร์เซ็นต์ แล้วยังพบอีกว่า ยกเลิกค่าโครงการ จะเห็นได้ชัดว่า การบริหารจัดการโครงการกองทุนมีประสิทธิภาพ ผมไม่อยากจะว่า มีประสิทธิภาพต่ำนะครับ ยังค่อนข้างต่ำอยู่ ในเรื่องนี้กระผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ผู้บริหารกองทุน จะต้องใช้ความใส่ใจ ความสนใจ เพราะกองทุนนี้เป็นกองทุนสำคัญให้ความช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนทั้งประเทศ ท่านประธานครับ กระผมเห็นด้วยกับข้อเสนอแนะ ของ สตง. ที่บอกว่ากองทุนจะต้องเร่งรัดปรับปรุงกระบวนการ ให้ดำเนินการโครงการต่าง ๆ ให้สำเร็จเป็นรูปธรรมขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยการดำเนินการของผู้บริหารกองทุนจะต้องกำหนด TOR และข้อสัญญาให้ชัดเจนมาตั้งแต่ระดับผู้ขออนุมัติโครงการ ผู้ประสานงาน งานก่อสร้าง งวดต่าง ๆ จนถึงขั้นการตรวจรับโครงการ🔗

ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ เรื่องที่ ๒ ข้อมูลสถิติผู้เสียชีวิตในปี ๒๕๖๖ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขแสดงให้เห็นว่า ประเทศเรามีผู้เสียชีวิตอุบัติเหตุบนท้องถนน ๑๗,๕๐๐ คนครับท่านประธาน ไม่ใช่น้อย ๆ เลยนะครับ ทำให้สถิติของพี่น้องประชาชน ผู้เสียชีวิตในช่วง ๑๐ ปีหลังนี่ไม่ได้ลดน้อยลงเท่าไรนัก แล้วสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาหรือ TDRI ก็ได้มีการวิจัยคำนวณมูลค่าของผู้สูญเสียชีวิต ๑ รายจะมีมูลค่าเท่ากับ ๑๐ ล้านบาท คือคนหนึ่งตายจากอุบัติเหตุนี้จะมีมูลค่า ๑๐ ล้านบาท ค่าตัวของพวกเรา ๑๐ ล้านเท่านั้นเอง จากเฉลี่ยทั่วไปจากการวิจัยของ TDRI และมีการเสียชีวิต ๑ ราย และขณะที่มีการบาดเจ็บ เรามีมูลค่าสูญเสียเท่ากับ ๓ ล้านบาทต่อราย คือเสียทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งถ้าเราตีมูลค่า ประเมินความสูญเสียของทั้งประเทศจะพบว่ามูลค่าอุบัติเหตุต่อปี ๕๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เลยทีเดียว คิดเป็นร้อยละ ๖ ของ GDP ภายในประเทศเลยทีเดียวท่านประธานครับ นี่ละครับมันมีความสำคัญนะกองทุนนี้เป็นกองทุนที่ดีมาก ที่ผมพูดเมื่อคราวที่แล้วผมก็พูด ปีที่แล้วผมก็พูดนะครับ ซึ่งผมก็ถือว่าเราเป็นห่วงผู้ใช้รถใช้ถนน ดังนั้นกระผมจึงขอฝาก ทางกองทุนเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน เร่งรัดและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ โครงการต่าง ๆ ที่เป็นการช่วยเหลือชีวิตพี่น้องประชาชน ทั้งที่เป็นผู้ขับขี่เองหรือผู้ที่ไม่ได้ขับขี่ ก็ตาม ขอให้ท่านเร่งรัดจัดทำโครงการเกี่ยวกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ให้กับ ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น กระผมขอให้ท่านส่งเสริมและยกระดับ มาตรฐานด้านการขับรถและการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย สร้างให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมีวินัย มากกว่านี้ ซึ่งมันก็หลายองค์กรที่จะมาช่วย แต่ในขณะเดียวกันในเมื่อท่านมาแล้วก็ต้อง เสนอแนะแบบนี้นะครับ กระผมขอให้ท่านได้เร่งรัดที่เกี่ยวข้องเรื่องกฎหมายก็ดี ยกระดับก็ดี เพราะว่ากรมการขนส่งทางบกเป็นเจ้าภาพอยู่แล้ว ให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ สอดคล้อง กับสถานการณ์ความอันตรายบนท้องถนนให้ถูกต้อง🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน กระผมขอฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมการ ที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งประชาสัมพันธ์ เร่งรัดความช่วยเหลือ สนับสนุนค่าอุปกรณ์ หรือผู้พิการ ผู้ประสบภัยในการใช้รถใช้ถนนด้วยความเสมอภาค โปร่งใส โดยรวมบูรณาการกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง และเร่งรัดพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาสร้างความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศด้วยครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปท่านภัณฑิล น่วมเจิม เชิญครับ🔗

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย พรรคก้าวไกล ก็ขอร่วมอภิปรายในประเด็นผลการดำเนินงาน ในรายงานการใช้จ่ายของกองทุนเพื่อความ ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน จริง ๆ ประเด็นหลักก็คือ ไม่สอดคล้องกับการเกิดอุบัติเหตุ ที่พุ่งสูงขึ้น เพราะว่าอันนี้ก็เป็นตัวชี้วัดของท่านใช่ไหม เงินของท่านที่ท่านเก็บมาจาก การขายทะเบียนเลขสวยก็เพื่อจะไปทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อทำให้ลดการเกิดอุบัติเหตุ การดำเนินการโครงการและงบประมาณของกองทุนเพื่อความปลอดภัยของการใช้รถใช้ถนน ในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมาตามสถิติที่เขียนไว้ในรายงาน ประเมินแล้ว ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ เปรียบเทียบโครงการก็จะเป็นหน้า ๑๗ ของรายงานการประเมินใช้จ่ายทรัพย์สิน ของท่าน คือจำนวนตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๖๕ มันก็ขึ้น ๆ ลง ๆ จากระดับหลักร้อยไป ๒๐๐ บ้าง แล้วก็งบประมาณมันก็ผันแปรไปตั้งแต่หลัก ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท จนถึง ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่อีกประเด็นหนึ่งก็คือ ท่านไม่ได้ใช้เต็มกรอบวงเงินที่กำหนด ก็คือ นั่นเป็นคำถามเรื่องประสิทธิภาพในการเบิกจ่ายของท่าน🔗

ในส่วนของผลการดำเนินงาน โครงการต่อเนื่องจากปีก่อน ๆ ที่ยังไม่แล้วเสร็จ ท่านก็พูดเองเมื่อสักครู่ตอนที่ท่านแถลงว่า มีหลายโครงการที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ คือในปี ๒๕๖๕ เยอะมากนะครับ ๑๔๓ โครงการ จาก ๑๙๔ โครงการ เทียบกันแล้ว จากที่อนุมัติดำเนินการเสร็จ แล้วเสร็จ และยังไม่เสร็จ แล้วก็มียกเลิกและส่งเงินคืนด้วย อันนี้ก็เป็นอีก ๑ ประเด็น สำหรับการดำเนินการโครงการในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา ไปไล่ดูจำนวน โครงการและงบประมาณนั้นก็มีความสอดคล้องกับเป้าหมายของการป้องกันอุบัติเหตุ บนท้องถนนอย่างครอบคลุม ความจริงก็เป็นโครงการที่ดี ส่วนใหญ่ใช้ดำเนินการโครงการต่าง ๆ โครงการตรวจสภาพ การซ่อมบำรุง เพิ่มสมรรถนะของรถยนต์ โครงการตรวจความเร็ว ของรถยนต์ จัดหารถยนต์ จัดหาอุปกรณ์การแพทย์สำหรับผู้พิการที่ได้รับอุบัติเหตุ จากการใช้รถใช้ถนน โครงการฝึกอบรม การวิจัยพัฒนาโครงการต่าง ๆ ที่จะสนับสนุน เพื่อความปลอดภัยของการใช้รถใช้ถนนนะครับ อย่างไรก็ตามการตั้งงบประมาณของกองทุน ส่วนมากส่วนหนึ่งก็ได้เป็นลักษณะการดำเนินงานแบบ Event คือไม่รู้จะหวังผลได้หรือเปล่า เข้าใจว่า ต้องรณรงค์ ต้องประชาสัมพันธ์นะครับ รวมถึงการออกแบบโครงการด้วยจำนวน โครงการจำนวนมาก ตั้งงบประมาณที่สูง แต่เบื้องต้นก็ยังพบว่าไม่เสร็จสิ้นและค้าง ในงบประมาณแต่ละปีในสัดส่วนที่แตกต่างกัน คือมันก็ Fluctuate คือมันขึ้น ๆ ลง ๆ ซึ่งการดำเนินการโครงการและงบประมาณดังกล่าว ไม่สมเหตุสมผลตามหลักของการป้องกัน อุบัติเหตุบนท้องถนนที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างที่เพื่อนสมาชิกก่อนหน้านี้ได้อภิปราย ในสถิติเราก็จะเห็นว่า ในปีหนึ่งเกิดอุบัติเหตุภาพรวม ๒๐,๐๐๐ กว่าครั้ง เสียชีวิตหลัก ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาดเจ็บ ๑๕,๐๐๐-๑๗,๐๐๐ ในช่วง ๔ ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ฝากไว้ด้วย ถึงความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณ แล้วก็ประสิทธิภาพในการเบิกจ่าย ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ต่อไปท่านนิพนธ์ คนขยัน เชิญครับ🔗

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ท่านนิพนธ์ อนุญาตให้ดิฉันพูดก่อนค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านเทียบจุฑา เชิญครับ🔗

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอร่วมอภิปรายรายงานของผู้สอบบัญชี รายงานการเงินกองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน สำหรับปีสิ้นสุดในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ท่านประธานคะ ตามที่คณะกรรมการของกองทุนได้รายงานถึงพันธกิจ ถึงวัตถุประสงค์ ของโครงการ โดยเน้นว่ากองทุนนี้เป็นกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน วัตถุประสงค์ก็เพื่อเป็นทุนสนับสนุน และส่งเสริมด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอันเกิดจากการใช้รถใช้ถนน ดังนั้นกองทุนนี้มีรายได้ มาจากเงินค่าธรรมเนียมพิเศษจากการประมูลหมายเลขทะเบียนสวย ๆ เลขเด่น ๆ ตอง ๑ ตอง ๒ ตอง ๗ ตอง ๘ ต่าง ๆ ทั้งภาคกลางและส่วนภูมิภาค ทั่วทุกจังหวัดจะมีการประมูล เลขนี้กันนะคะ หรือรายได้จากเงินทรัพย์สินต่าง ๆ ที่มอบให้สมทบกับกองทุน และได้จาก ดอกผลรายได้จากกองทุนที่นำฝากไว้ที่ไม่ได้ใช้ แล้วก็รายได้จากกองทุนนี้ก็ได้เงิน แล้วก็ ทรัพย์สินอื่น ๆ ที่ตกเป็นของกองทุน ขณะเดียวกันกองทุนนี้สำนักงานตั้งอยู่ที่ กรมการขนส่ง ทางบก กระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ กองทุนนี้มีวัตถุประสงค์ เน้นในเรื่องของกิจกรรมด้านสังคม ด้านการรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุในท้องถนน ดิฉันย้ำ ในท้องถนน ช่วยเหลือผู้พิการ และผู้ที่ได้รับอุบัติเหตุบนท้องถนน พูดง่าย ๆ ว่าอุบัติเหตุ ปัจจุบันนี้เยอะมากค่ะ เพราะว่าการใช้รถใช้ถนนของพี่น้องประชาชนใช้กันเป็นจำนวนมาก ถนนก็กว้างอาจจะขาดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของการใช้รถใช้ถนน ดังนั้นดิฉันก็เห็น การเกิดอุบัติเหตุนี่อยู่บ่อย ๆ บนท้องถนนนะคะ พูดง่าย ๆ ว่าเรื่องการสัญจรบนท้องถนน สายหลัก สายรองเกิดอุบัติเหตุเป็นประจำ โดยเฉพาะพื้นที่ของจังหวัดอุดรธานีเป็นพื้นที่ราบ แล้วก็เป็นเชิงเขา ถนนก็แคบ คนก็ใช้รถเยอะ อุบัติเหตุเกิดขึ้นประจำ ทั้ง Pickup มอเตอร์ไซค์ที่เกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ของดิฉันเป็นจำนวนมากนะคะ และขณะเดียวกันพี่น้อง ในพื้นที่ที่ได้รับอุบัติเหตุจำนวนมากนี่จะไม่ค่อยรู้จัก ยังไม่ค่อยทราบว่ามีเงินกองทุนนี้ คอยช่วยเหลือพวกเขาอยู่ ทั้งเรื่องค่ารักษาพยาบาล ค่าแขนเทียม เก้าอี้รถเข็น ซึ่งดิฉัน ก็คิดว่ากองทุนนี้เป็นกองทุนที่ดีที่เข้ามาช่วยเหลือดูแลผู้ประสบภัยบนท้องถนน ซึ่งดิฉันคิดว่า อาจจะเป็นการขาดการประชาสัมพันธ์หรือเปล่าคะ หรือมีการประชาสัมพันธ์น้อยไป หรือเปล่าคะ โดยเฉพาะพื้นที่ของดิฉันเป็นพื้นที่ก็เรียนให้ทราบแล้วนะคะท่านประธาน เป็นพื้นที่อยู่ที่ราบเชิงเขา แล้วการติดต่อข้อมูลข่าวสารอะไรต่าง ๆ อยู่ห่างไกล อาจจะต้องใช้ ทั้งวิทยุ ทั้งแผ่นป้าย หรือต้องอาศัยหน่วยงานที่มีส่วนร่วม เช่น อำเภอ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น กับนักเรียน โรงเรียน มาช่วยกันรณรงค์ น้อยไปหรือเปล่าคะ อันนี้ดิฉันก็ฝากท่าน เป็นข้อคิดด้วยนะคะ🔗

ขณะเดียวกันดิฉันก็มาดูในข้อเสนอแนะของ สตง. ที่ให้ความเห็นไว้ถูกใจ ดิฉันค่ะ พอดีดิฉันพูดถึงเรื่องของการประชาสัมพันธ์ ขอให้เพิ่มการประชาสัมพันธ์นี้ ท่านก็ได้ นำเสนอ ดิฉันเห็นด้วยกับ สตง. ที่ตรวจสอบ ให้คำแนะนำในรายงานฉบับนี้ ในข้อ ๒ ดิฉันสนับสนุนในข้อ ๒ หน้า ๕๕ และหน้า ๕๖ ควรเพิ่มการประชาสัมพันธ์ นำเสนอโครงการ ในภาคส่วนอื่นที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนอย่างเป็นรูปธรรม ค่ะท่านประธาน เพื่อเพิ่มโอกาสของ กปถ. ในการรับทราบปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับ การบริหารจัดการความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนเฉพาะพื้นที่ค่ะ ในการกำหนดมาตรการ วิธีการ เครื่องมือ และสนับสนุนเรื่องอื่นให้สอดคล้องกับความต้องการของทุกภาคส่วน ดิฉันขอสนับสนุนให้กองทุนนี้ได้บูรณาการทำงานร่วมกับทุกองค์กร ทุกภาคส่วนในพื้นที่ เช่น อบต. อปท. เทศบาลนะคะ🔗

สุดท้ายนี้ดิฉันก็ขอความกรุณา ขอความอนุเคราะห์ท่านว่า ดิฉันได้มาเปิดดู ในหน้า ๒๗ ถึงหน้า ๒๙ พอพูดถึงเรื่องประชาสัมพันธ์เมื่อสักครู่ลืมพูดถึงนะคะ ไม่ค่อยมีโครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เลย มีทั้งหมด ๒๐ กว่าโครงการ แต่มีอยู่แค่ ๓ โครงการ ใช้เงินไม่มากค่ะ ดิฉันต้องขอเน้นย้ำกับท่านอีกครั้งหนึ่งว่า ขอให้ท่านเร่งรัด รณรงค์ประชาสัมพันธ์ในการใช้รถใช้ถนนให้มากกว่านี้ แล้วก็เพิ่มวิธีการให้องค์ความรู้ ทักษะต่าง ๆ และให้มีกระบวนการช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยบูรณาการกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ย้ำนะคะ ทันท่วงทีค่ะ และดิฉันก็ขอชื่นชมคณะกรรมการทุกท่านที่ได้มาชี้แจง ในวันนี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุก ๆ ท่านด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ขอบคุณครับ สลับไปที่ฝั่งนี้นะครับ ท่านปรีติ เจริญศิลป์ เชิญครับ🔗

นายปรีติ เจริญศิลป์ นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ปรีติ เจริญศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขออภิปราย เรื่องเกี่ยวกับรายงานของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนครับ ซึ่งผมได้ลอง เปิดดูรายงานแล้วครับ กับข้อเท็จจริงที่ได้รับการร้องเรียนโดยทาง Social Media หลายเรื่อง จริง ๆ ที่มาของเงินในกองทุนนี่ผมลองไปศึกษาดูก็คือ จะเป็นเงินจากค่าธรรมเนียมพิเศษ จากการประมูล ก็คือเรียกว่าเป็นการประมูลทะเบียนสวยของคนที่มีเงินแล้วกัน โดยในปี ๒๕๖๕ มีรายได้ที่เข้ามาจากการประมูลถึง ๔,๐๕๒ ล้านบาท มากกว่าปีที่ผ่านมาก็คือปี ๒๕๖๔ ถึง ๒๑๓ เปอร์เซ็นต์ครับ แล้วก็เหตุผลที่แจงในรายงานก็คือมันเนื่องจากช่วงโควิด จะไม่มีการประมูล แล้วก็มีการมาประมูลแน่นขึ้นในปี ๒๕๖๕ แต่ที่มาของเงิน ผมยังคิดว่า มันยังมีช่องโหว่อยู่อีกหลายเรื่องที่ผมได้รับทราบมานะครับ อย่างในระเบียบของกฎกระทรวง ที่กำหนดเลขสวยที่ทางกรมการขนส่งทางบกเป็นคนกำหนด เขาจะกำหนดไว้แค่ ๓๐๑ หมายเลข ช่วยเปิดสไลด์นะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายปรีติ เจริญศิลป์ นนทบุรี

เช่น ตัวเลขตัวเดียวครับ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ อย่างนี้นะครับ เลข ๒ ตัวเหมือนกัน เช่น ๑๑ ๒๒ ๓๓ อย่างนี้ครับ เลข ๓ ตัว เหมือนกันก็เลขตองนะครับ ๔ ตัวเหมือนกัน แล้วก็เลขพันก็ ๑๐๐๐ ๒๐๐๐ ๓๐๐๐ ๔๐๐๐ หรือเลขเรียง ๓ ตัวก็คือ ๑๒๓ เลขเรียง ๔ ตัวก็ง่าย ๆ ๑๒๓๔ เลขคู่ก็เลขคู่เหมือนกัน เลขหาม เลขสลับนะครับ แต่ยังมีบางเลขที่ผมเห็นว่ามันก็ยังมีเรียกว่า มีความต้องการ ของตลาด แต่ว่าไม่สามารถหาได้โดยทั่วไป นี่ก็เป็นการแบ่งกลุ่มเรียกว่าเอกชนแบ่งออกมาว่า เลขไหนที่มัน Premium มันเริ่มต้นไม่เท่ากันครับ ลองดูหน้าถัดไปครับ สไลด์ถัดไปครับ ด้านซ้ายจะเป็นเลขประมูลที่อยู่ในหลักเกณฑ์ ๓๐๑ เลขที่มีการประมูล ผมลองให้ทีมงาน Check ราคาประมูลออกมาด้านซ้ายก็มีราคาที่สูงมาก แต่ส่วนด้านขวานะครับ คนทั่วไปจอง แต่ปรากฏว่าเขาก็แจ้งกันมา พูดคุยกันต่าง ๆ นานาว่าไม่สามารถจองได้โดยง่าย แต่มีขายทาง เว็บไซต์ต่าง ๆ มากมาย ซึ่งดูแล้วเลขพวกนี้ทำไมไม่อยู่ในหลักเกณฑ์การประมูลครับ เลขที่ เขาบอกว่าเรียงตาม ๓๐๑ เลข เป็นการเรียงไปข้างหน้าประมูล แต่เรียงกลับกลับไม่ประมูลครับ ๑๒๓๔ นี่เงินเข้ากองทุน แต่ ๔๓๒๑ เงินเข้าใครผมไม่ทราบ แต่ประชาชนจองยากมาก แล้วดู เลข ๑๑ นี่เป็นเลขคู่ครับ แต่เลข ๑๓ นี่ไม่มีประมูลแต่ราคาสูงกว่า อันนี้มันก็เป็นเรื่องแปลก เหมือนกันที่ผมลองหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตมา ตามที่มีคนเขาเล่ากันมาว่าเลขพวกนี้ มันจะต้องจ่ายใต้โต๊ะบ้าง หรือต้องไปซื้อผ่าน Agent บ้างถึงจะได้ อันนี้ก็จะเป็นข้อสังเกต อันหนึ่งที่คิดว่าถ้าหากว่าเลขทุกเลขนี้เข้าประมูลหมด ผมเชื่อว่ากองทุนมีเงินเพิ่มแน่นอนครับ ดังนั้นผมก็จึงอยากเสนออีกครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่ง ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับค่าบริหารจัดการประมูลครับ ที่ผมดูในงบ การเงินแล้ว ปีล่าสุดใช้ถึง ๓๑๙ ล้านบาท ผมคิดว่ามันก็เป็นจำนวนที่มากพอสมควรครับ ซึ่งหากเราสามารถเปลี่ยนระบบมาเป็นออนไลน์ทั้งหมด ผมว่าตัวนี้ก็จะลดลงได้มากเลยครับ🔗

ข้อสังเกตอีกอันหนึ่งครับ ปัจจุบันนี้ทางกรมการขนส่งทางบกมีการประมูล เลขที่มีตัวหนังสือออกมา เช่น มีชื่อเลย ตัวหนังสือไม่เกิน ๗ ตัว อย่างผมลองไป Search หาข้อมูลดู เลข หล่อ ๙๙๙๙ มีคำว่า หล่อ ๙๙๙๙ ราคามันอยู่ ๑.๕ ล้านบาท แต่อย่างเลขเก่า ๆ ที่เคยมีการประมูลกันนี่ ๑กข ๙๙๙๙ ๑.๗ ล้านบาท ผมเลยไม่แน่ใจว่าการประมูลเลข ที่มีตัวอักษรนี่ครับ มันจะทำให้การประมูลเลขทั่วไปมีความต้องการลดลงหรือเปล่า เพราะทุกคนจะหันมาประมูลเลขที่มีตัวอักษรมากกว่า ทั้งที่มันดูมีคุณค่ามากกว่า เราสามารถ ใส่ชื่อเข้าไปได้แต่ราคามันถูกกว่าครับ อันนี้ก็จึงเป็นข้อสังเกตครับ ดังนั้นคำถามของผม อันหนึ่งก็อยากจะถามในประเด็นที่ได้กล่าวไปแล้วว่า ทำไมเราถึงไม่จัดการประมูลเลขทุกเลข ให้หมดเลยครับ เพื่อนำรายได้เข้ากองทุนให้มากกว่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิพนธ์ คนขยัน เชิญครับ🔗

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตร่วมอภิปรายรับทราบรายงานกองทุนเพื่อความปลอดภัย การใช้รถใช้ถนน ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตพูดเรื่องข้อ ๗.๔.๓ โครงการจัดสรรเงิน ค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ อันเนื่องจากการประสบภัยที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนน ในส่วนนอกเหนือจากสินไหมทดแทน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๓๕ ท่านประธานครับ ผมอ่านดูแล้วผมอยากฝากถามคณะกรรมการไปนิดหนึ่ง ในประเด็นที่ว่า สาเหตุผู้พิการไม่ได้รับจัดสรรเงินช่วยเหลือตามคำร้อง ส่วนเรื่องอื่น ผมไม่ติดใจครับ ทำไมถึงติดใจประเด็นนี้ เพราะเป็นการช่วยเหลือคนพิการ🔗

อันแรกนะครับ อุปกรณ์วงเงินรวมต่อรายเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ราคาสูงกว่า ท้องตลาด ๗ คนที่ช่วยตัวเองไม่ได้ ก็เลยข้องใจว่าตรงนี้มันเป็นเพราะอะไร เพิ่มได้ไหม ประเด็นแรกนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ข้อมูลคลาดเคลื่อน อุปกรณ์จึงไม่เหมาะสมกับผู้พิการ ๑ คน อย่าลืมว่าเขาเป็นผู้พิการนะครับ ข้อมูลคลาดเคลื่อนนี่ชีวิตเขาทั้งชีวิต พิการอยู่แล้วข้อมูล แค่คลาดเคลื่อนตามเอกสารนะครับ ไม่ได้อุปกรณ์มันจะทรมานมากท่านประธานครับ อุปกรณ์ไม่มีในบัญชีสถาบันสิรินธรและสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ๑ คน ถ้าไม่อยู่ ในบัญชีนี้ เอาล่ะมันจะเป็นระเบียบอย่างไรผมไม่ทราบนะครับ แต่ต่อไปอยากฝากว่า จะทำอย่างไรเมื่อคนพิการ ๑ คน แค่ไม่มีในบัญชีของสถาบันสิรินธรและสำนักงาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไปเติมได้ไหมเพื่อเป็นการช่วยเหลือคนพิการ มันทรมานจริง ๆ ครับ🔗

และอีกประเด็นครับ ผู้แทนโรงพยาบาลไม่รับรองคุณสมบัติผู้พิการ ๒ คน ๑. อาจจะเป็นเอกสารหรืออะไรมันไม่เข้าเกณฑ์อย่างไรผมไม่ทราบ แต่เห็นตัวหนังสือ มาอย่างนี้ แต่ติดใจว่าผู้แทนโรงพยาบาลไม่รับรองคุณสมบัติผู้พิการ ๒ คน ความเห็นผมวันนี้ บุคคลเหล่านี้พิการจากการใช้รถใช้ถนนและเงินกองทุนตัวนี้บอกว่า ใช้ไม่ได้ตามที่ผมกล่าว มานี้ อยากฝากผ่านท่านประธานไปถึงคณะกรรมการครับ โปรดได้เมตตาสงสารคนพิการ เหล่านี้ว่า ระเบียบมันติดขัดแก้ได้ไหมครั้งต่อไป โดยเฉพาะข้อบอกว่า ข้อมูลคลาดเคลื่อน มันติดใจมากนะครับ สมมุติ ผมไม่รู้ว่าพิการขนาดไหน ขาขาดหรือไม่ ข้อมูลคลาดเคลื่อน ไม่สามารถได้รับการช่วยเหลือมันทรมานมากนะครับ ส่วนอื่น ๆ ผมไม่ติดใจหรอกครับ ติดใจว่าเมื่อคนพิการแล้วแทนที่จะได้รับการเยียวยาตามระเบียบ อย่างว่าระเบียบมันติดขัด แก้ได้ไหม ก็กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมการเพียงเท่านี้ครับ กราบขอบคุณ ครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล เชิญครับ🔗

นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขอเรียนถึงท่านประธาน เรื่องกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ซึ่งเจตนาหลักของกองทุนนี้พูดถึง เรื่องการสนับสนุน เพราะรายได้ของเงินจากกองทุนที่จากการประมูลเลขสวย แล้วก็เอามา เป็นค่าใช้จ่าย ก็คือเรื่องสนับสนุนและการส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้ถนน และให้ความ ช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุอันเกิดจากการใช้ถนน ผมคิดว่าวัตถุประสงค์ของกองทุน ก็ชัดเจนนะครับ รายได้ก็ชัดเจน แต่พอมาอย่างเช่นในปีนี้ปี ๒๕๖๕ ก็มีรายได้รวมตั้ง ๔,๐๗๓ ล้านบาท แล้วก็มีค่าใช้จ่ายอยู่ ๒,๐๒๗ ล้านบาท ก็มีเงินเหลือในปี ๒๕๖๕ นะครับ แล้วก็ตัววิธีการต่าง ๆ ในการตรวจสอบของกองทุน ผมอ่านตามรายงานของสำนักงาน ตรวจเงินแผ่นดิน คำแนะนำของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ให้ข้อเสนอไว้🔗

ในข้อที่ ๒ โดยเฉพาะในคำแนะนำข้อที่ ๓ ก็คือการพิจารณาทบทวน คำแนะนำนะครับได้เขียนไว้ว่า การพิจารณาทบทวนเป้าหมายและวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ ทั้งในระยะสั้น ระยะยาว เพื่อสนับสนุนแนวคิดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ การใช้รถใช้ถนน ให้ถึงแก่ชีวิตให้เป็นศูนย์ได้ ที่เขาวงเล็บภาษาอังกฤษว่า (Vision Zero) ก็คือให้คนไม่มี อุบัติเหตุจากการใช้ถนน แล้วก็🔗

ในข้อที่ ๓ ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินก็พูดถึงเรื่อง ค่าใช้จ่ายในโครงการต่าง ๆ ในโครงการของปี ๒๕๖๕ มีอยู่ ๑๙๔ โครงการ แต่โครงการข้อสรุปของสำนักงาน ตรวจเงินแผ่นดินบอกว่า โครงการนี้ใช้เงินไม่ทันเวลา ข้อที่ ๒ ก็คือจำนวนเงินที่ใช้ไปน้อยกว่า เป้าหมายเยอะมาก จากผลสำรวจจากเงินเบิกจ่ายในปีงบประมาณ ๓,๓๙๓ ล้านบาท ซึ่งช้ากว่าเป้าหมายถึง ๓๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ประสิทธิภาพในการบริหารโครงการให้แล้วเสร็จ ให้ทันภายในปีงบประมาณนี้ค่อนข้างน้อย ผมเลยเชื่อว่าการใช้เงินไม่ตรงตามระยะเวลา ทำให้ประสิทธิผลของการที่เราจะเห็นเรื่องการลดอุบัติเหตุบนถนนให้เป็น Vision Zero นี่ เป็นไปได้ยากขึ้น โดยเฉพาะในข้อที่ผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนตระหนักแล้วก็สนใจ เพราะทุกครั้ง ในการอ่านหนังสือพิมพ์ ๗ วันอันตรายของประเทศไทย เราก็จะเห็นตัวเลขที่เรารู้สึกว่า ทำไมมันถึงมีตัวเลขที่มันสูงขึ้น เช่น ในปีที่ผ่านไปในปี ๒๕๖๗ เรามีอุบัติเหตุเสียชีวิตกัน ๒๗๘ ราย บาดเจ็บไป ๒,๐๐๐ กว่าราย แต่ถ้าเผื่อเราไปย้อนดูในคนเสียชีวิตในตัวเลขเก่า ๆ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ เรามีค่าเฉลี่ยจากอุบัติเหตุคนเสียชีวิต ๔๑ คนต่อวัน ๘๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นมอเตอร์ไซค์ อีก ๑๕ เปอร์เซ็นต์เป็นรถยนต์ ในปี ๒๕๖๕ รวมทั้งปีเรามีคนตายไปถึง ๑๗,๐๐๐ คน ค่าเสียหายทางเศรษฐกิจ ๕๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ยิ่งไปดูในสถิติโลกนะครับ ลองย้อนถอยหลังไปดูในสถิติโลกดู เรากลับกลายเป็นประเทศ ที่อยู่ในอันดับ ๑ ของเอเชียกับการเสียชีวิตในอุบัติเหตุ เราเป็นอันดับ ๙ ของการเสียชีวิต บนท้องถนน เรารณรงค์กันหลายเรื่องกับเรื่องสุขภาพ เรารณรงค์กันหลายเรื่องกับการที่เรา จะบอกว่า ประชาชนควรรักษาสุขภาพให้ดี เพื่อมีคุณภาพชีวิต เพื่อมีการศึกษา เพื่ออะไร แต่ท้ายที่สุดเรามาตายด้วยเรื่องอุบัติเหตุซึ่งเป็นเรื่องพื้นมาก เพราะฉะนั้นความหวัง ของกองทุนในข้อที่ทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ให้คำแนะนำก็คือว่า ๑. เงินมันใช้จ่าย ไม่ทัน ๒. โครงการที่มีอยู่ทั้งหมด ๑๐๐ กว่าโครงการ โดยเฉพาะในโครงการที่เป็นกิจกรรม ประมาณ ๕๐ กว่าโครงการ ผมอยากให้ท่านโฟกัสโครงการที่มันไปแก้ปัญหาในเรื่องของ การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เพราะฉะนั้นคำเสนอแนะของผมหรืออยากให้ท่านทวนดู ฝากให้ท่านประธานฝากต่อไปกับผู้บริหารกองทุนก็คือ ทบทวนว่าโครงการสำคัญเป้าหมาย สำคัญของกองทุนคือเรื่องการลดผู้เสียชีวิตจากตัวเลข ๑๗,๐๐๐ คนท่านตั้งเป้าได้ไหมครับ เช่น ในปี ๒๕๖๘ ที่จะเกิดขึ้นลดลงมาเหลือสัก ๑๒,๐๐๐ คนไหวไหม ๗ วันอันตรายตัวเลข ที่เราบ่นกันทุกวัน ทุกปีเลยของสงกรานต์ ของช่วงปีใหม่จากตัวเลข ๒๗๐ คนในช่วงสงกรานต์ บางทีเราเคยเห็นตัวเลขขึ้นไป ๓๐๐ คน ๔๐๐ คน ลองลดไปให้ได้ปีละ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ได้ไหมครับ ท่านทำโครงการวิจัยหลายโครงการลองตรวจสอบดูสิครับว่า ผมเชื่อว่าเรามีวิธี ที่จะทำได้ ไม่อย่างนั้นในทวีปยุโรปในกลุ่มสแกนดิเนเวียไม่สามารถลดอุบัติเหตุได้หรอกครับ คนตายในอุบัติเหตุของในกลุ่มทวีปยุโรปที่น้อยที่สุดในโลก ตัวเลขอยู่ที่ ๒๑ คนต่อคน ๑ ล้านคน คือทำไมตัวเลขเราต่างกันขนาดนั้นครับ เรื่องอื่นตัวเลขเราก็ต่างกัน พอเรื่องอุบัติเหตุ ตัวเลขเราก็ต่างจากคนอื่นเขา เพราะฉะนั้นทั้งด้านบวกและด้านลบทำไมเราต่างกับเขา ได้ทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นเงินในกองทุนบริหารกองทุนเพื่อลดในบางเรื่อง เห็นแก่คนที่ใช้รถใช้ถนนครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิรัช พิมพะนิตย์ เชิญครับ🔗

นายวิรัช พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิก ผม วิรัช พิมพะนิตย์ สส. กาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมอยากอภิปรายเรื่องกองทุน ความปลอดภัยเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนน ทราบว่ากองทุนนี้หาเงินเก่งโดยเฉพาะท่านรอง อธิบดีเข้ามามีโครงการที่จะตั้งป้ายที่พิมพ์ชื่อ ก็หางวดนั้นได้อีก ๓๐๐ กว่าล้านบาท ถึง ๘๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ วันหนึ่งที่เราหาเงินมา ถ้าหาไม่ใช้นี่ ไม่มีความสุขนะ ผมว่าวันนี้หาเงินกองทุนจากการประมูลเลขสวยต้องใช้แล้วครับ ต้องเอามาใช้ สำหรับผู้ที่เกิดอุบัติเหตุจากท้องถนน อาจจะมีข้อจำกัดหลายอย่างบอกว่า ท้องถนนตรงนี้ ถ้าไม่ใช่ทางหลวงกับทางหลวงชนบทก็อาจจะไม่ได้ ผมว่าอย่าจำกัดเลยครับ อุบัติเหตุนี่ ไม่มีใครอยากให้เกิด ถนนในหมู่บ้าน ถนนซอย ถนนอะไรก็ได้ถ้าขี่มอเตอร์ไซค์ล้ม หรือขี่รถยนต์ชนเสา หรืออะไรนี่ หรือจูงจักรยานแล้วมันลื่นล้ม มันก็ควรจะให้เขานะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ผมบอกว่ากองทุนความปลอดภัยให้ใช้หลากหลาย ให้ใช้อบรมนักเรียน นักศึกษาที่มีอายุถึงเกณฑ์อย่าง ๑๕ ปีสามารถมีใบขับขี่ได้ โรงเรียน ถ้าตรงไหนที่มีโครงการที่ดี ๆ อบรมใบขับขี่ หรืออบรมอะไรนี่ก็ควรจะเป็นงบจัดอบรม เพื่อสร้างระเบียบวินัยของนักเรียน ผมเห็นแจกหมวกกันน็อกก็ดีครับ เป็นเรื่องที่ดีทุกอย่าง ที่ทำ ถามว่าเงิน ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าท่านไม่เอาออกมาใช้เลย ผมว่าคนประมูลขับรถไป ๑๑๑ ๙๙๙ ตองอะไรก็ไม่มีความสุขนะ ถ้าวันหนึ่งที่เขาคิดว่าเขาขับรถไปแล้ว ๑๑๑ ๒๒๒ ตองอะไรต่าง ๆ หรือ Four อะไรนี่ ที่เขาประมูลเสียไปเป็นล้าน ๒ ล้านบาท ๓ ล้านบาท เคยมีถึง ๒๐ กว่าล้านบาท ๓๐ กว่าล้านบาท ๑ กก ๑๑๑๑ เกือบ ๓๐ กว่าล้านบาท เขาจะได้ มีความสุขครับว่าเงินที่เขาประมูลเลขสวยต่าง ๆ เขาได้ไปทำบุญ เขาได้ไปช่วยคนที่พิการ เขาได้ไปทำในสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์กับสังคม ท่านกองทุนครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพบอกว่า วันนี้เรามาคุยกันด้วยเหตุผลเอาฝากไว้กินดอกไม่มีประโยชน์ หรอกครับ กรมการขนส่งทางบกจริง ๆ ในภารกิจที่จะต้องทำคือ ไม่ใช่ออกแต่ใบอนุญาต ไม่ใช่ออกแต่ใบอนุญาตรถยนต์ ไม่ใช่ออกใบอนุญาตใบขับขี่ มันต้องมีภารกิจที่จะส่งเสริม ให้รู้จักบ้าง ให้รู้จักความปลอดภัยในท้องถนน วันนี้เมื่อเช้าที่ผมจะมาสภาอีกเลนหนึ่ง มอเตอร์ไซค์เต็มหมดเลยครับ มีอยู่ ๒ เลนรถติด ๒ เลน แต่มอเตอร์ไซค์ไปอีกเลนหนึ่ง วันนี้ ความที่ไม่เข้าใจต้องจัดอบรม จัดระเบียบเขาบ้าง เพื่อเขาจะได้มีความรู้🔗

อีกเรื่องหนึ่งจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวแต่ฝากกับทางกองทุนว่า รถรับจ้าง อย่างสมมุติว่า แท็กซี่ลดซีซีลงมาหน่อยครับ มันจะได้ประหยัดคน เดี๋ยวนี้รถ ๑,๒๐๐ ซีซี ที Grab ทีรถไฟฟ้าสามารถจะเอาออกมาวิ่งได้ แต่รถรับจ้างต้อง ๑,๖๐๐ ซีซีอย่างเดียว ขอบคุณนะครับสำหรับกองทุนที่หาเงินเพื่อช่วยชาวบ้านมาตลอด ให้ใช้ให้เป็นประโยชน์นะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญกองทุนชี้แจงครับ🔗

นายบัญญัติ คันธา รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก

กราบเรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผมก็ต้องขอกราบขอบพระคุณสมาชิกสภาผู้แทน ทุกท่านที่ได้กรุณาให้คำแนะนำ ให้ข้อสังเกตกับกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนนมาโดยตลอด กองทุนเรามีพัฒนาการที่ดีได้ก็เริ่มจากหลาย ๆ ส่วน แต่ที่สำคัญ ก็คือคำแนะนำต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคำแนะนำของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็ดี ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็ดี รวมทั้งวุฒิสภาด้วยครับ หลายท่านก็ได้ส่งความปรารถนาดี และความห่วงใยมาที่กองทุนเพื่อความปลอดภัย ผมก็ขอน้อมรับที่จะไปดำเนินการต่าง ๆ ตามที่ท่านได้ให้คำแนะนำมานะครับ แต่อย่างไรก็ตามก็อยากจะเรียนข้อมูลเพิ่มเติม ดังนี้🔗

ในปี ๒๕๖๔-๒๕๖๕ ที่ยอดการประมูลรายได้ของกองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนมียอดสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ผมเรียกได้ว่าเป็นประวัติการณ์นะครับ ก็เนื่องจากว่าในช่วงปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ เป็นช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด การประมูลก็ลดน้อยถอยลง เพราะว่าเราไม่สามารถรวมตัวในห้องประชุมได้ ทางคณะกรรมการ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ก็มีข้อสั่งการมีมติให้หาวิธีการอื่นในการ ประมูลรูปแบบอื่นนะครับ ช่วงนั้นผมก็ได้เข้ามารับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสำนักมาตรฐาน งานทะเบียนและภาษีรถพอดี ซึ่งดูแลกองทุนนี้ ก็ได้ดำเนินการให้มีการจัดประมูล ทางออนไลน์ที่เสมือนจริง เป็นผลให้มียอดเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ อาจจะประกอบด้วยเหตุผลที่อั้นกันมานาน สะสมกันมานาน รวมทั้งมีหมวดอักษร ที่ประชาชนชื่นชอบ นำหน้าด้วยคำว่า ๙ รวมทั้งมีเทคโนโลยีในการเข้ามาช่วยให้การประมูล ถึงพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง สะดวก ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ร้านอาหาร อยู่ที่บ้านพัก หรืออะไรก็แล้วแต่ ท่านก็สามารถที่จะประมูลได้ ทำให้ฐานลูกค้าได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้รายได้ ที่เพิ่มขึ้นก็เป็นเพราะว่าการดำเนินการประมูลหมายเลขทะเบียนในหมวดลักษณะพิเศษ เช่น สวย ๙๙๙ เศรษฐี ๘ เศรษฐี ๙ เป็นต้น ก็อย่างที่ท่านได้ทราบเมื่อสักครู่ รอบแรกเรา ก็ได้เงินเข้ากองทุนประมาณ ๓๗๒ ล้านบาท อันนี้ก็เป็นยอดที่เพิ่มขึ้น แต่ที่เราจะรับไป ดำเนินการต่อก็คือว่า เงินที่ได้มานี้ถูกใช้ไม่มาก ก็น้อมรับที่จะเอาไปดำเนินการ ทีนี้ในส่วนเงิน ที่มีอยู่ตอนนี้กรมการขนส่งทางบกมีความห่วงใยในความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนน เราก็ได้มีโครงการต่าง ๆ ที่มีความเป็นรูปธรรม ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง โครงการมั่นใจทั่วไทย รถใช้ GPS โดยกรมการขนส่งทางบกได้กำหนดให้รถโดยสารสาธารณะ รถบรรทุกบางประเภท จะต้องติด GPS เพื่อควบคุมความเร็วรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถโดยสารประจำทางนี้ ก่อนหน้า ที่จะมีโครงการติดตั้ง GPS มีผู้โดยสารเสียชีวิตจากรถโดยสารประจำทางประมาณปีละ ๓๕๐ ราย หลังจากนั้นปี ๒๕๖๐ ก็มีการเริ่มใช้ GPS เริ่มใช้กฎกติกาบังคับให้ติด ความเสียหายด้านชีวิต ของพี่น้องประชาชนก็ได้ลดลงมา ซึ่งปัจจุบันนี้เหลือประมาณปีละ ๖๐-๗๐ รายต่อปี ก็เท่ากับว่าความเสียหายที่พี่น้องไม่ต้องจากเราไปโดยอุบัติเหตุทางถนนนี่ก็ประมาณปีละ ๒๕๐ ราย ถ้ามูลค่าชีวิตตามผลงานวิจัยที่ได้วิจัยไว้ ชีวิตของพี่น้องประชาชนต่อคนอยู่ที่ ๑๐ ล้านบาท ก็จะอยู่ประมาณ ๒,๕๐๐ ล้านบาท ที่เรารักษาชีวิตของพี่น้องประชาชนได้ เพราะฉะนั้นงบประมาณของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ประมาณปีละ ๒,๕๐๐ ล้านบาท ผมก็ถือว่าในส่วนนี้คุ้มค่า นอกจากนั้นเรายังมีการส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน ได้รับการอบรมเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นสนามจราจรเยาวชน นักเรียนรุ่นใหม่มีใบขับขี่ต่าง ๆ รวมทั้งการที่เข้าไปร่วมกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ในการลดอุบัติเหตุ มีการส่งเสริมความปลอดภัย ลงในพื้นที่ ปีที่ผ่านมานั้นเราได้ตั้งงบประมาณ ๒๘๐ ล้านบาทในการกระจายงบประมาณ ลงสู่จังหวัดต่าง ๆ เป็นจังหวัดที่ทุกจังหวัดจะได้เงินตรงนี้ไปดำเนินการขับเคลื่อน โดยเรา วางกติกาไว้ว่า จะต้องไปเน้นที่การรณรงค์การลดอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ รถจักรยานยนต์เป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สูงที่สุดในบรรดารถประเภทต่าง ๆ ถ้าสามารถ ลดตรงนี้ได้ก็จะทำให้การสูญเสียของพี่น้องประชาชนลดลงไปมาก จังหวัดต่าง ๆ ที่ได้รับเงินไป จังหวัดเราแบ่งเป็น S M L คือใหญ่ กลาง เล็ก ถ้าจังหวัดใหญ่ได้งบประมาณ ประมาณจังหวัดละ ๔,๗๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนจังหวัดกลางได้ประมาณ ๓,๗๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็จังหวัดเล็กได้ประมาณ ๓,๓๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้กรมการขนส่งทางบก กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ก็ส่งเงินไปที่จังหวัด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ในจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น ปภ. ก็ดี สาธารณสุขก็ดี ตำรวจก็ดี ฝ่ายปกครอง หน่วยงานต่าง ๆ ครับ ผมอาจจะเอ่ยไม่ครบ แต่ว่าอันนี้ให้งบประมาณไปแล้วจังหวัดไปขับเคลื่อน เราก็มีหน้าที่สนับสนุนในด้านการเงิน แล้วจังหวัดก็เป็นคนช่วยดูแล ก็หวังว่าโครงการนี้ถ้าครบสิ้นปีแล้วอาจจะมีผล การเปลี่ยนแปลง ซึ่งเราก็จะประเมินอีกครั้งหนึ่งว่า แนวทางอย่างนี้เราควรจะปรับปรุง อย่างไร เพื่อให้การดำเนินการไปสู่ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของพี่น้องประชาชน นอกจากนั้นเราก็ได้เพิ่มบทเรียนเรื่อง Hazard Perception คือการคาดการณ์สถานการณ์ต่าง ๆ ในการขับรถ เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้เรียนรู้และได้นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีการเพิ่มบทเรียน ทางออนไลน์ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่กรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการ อย่างไรก็ตามข้อห่วงใย ของทุกท่าน กรมการขนส่งทางบกก็มีความห่วงใยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุบัติเหตุ ในรถยนต์ส่วนบุคคลยังสูงอยู่ เพราะฉะนั้นในตัวนี้เราเป็นส่วนหนึ่งกองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถ ใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก เป็นส่วนหนึ่งของภาคีเครือข่ายในการลด และป้องกันอุบัติเหตุของประเทศ เรายินดีที่จะสนับสนุนทุกหน่วยที่มีพันธกิจที่ตรงกับกองทุน ซึ่งเราก็ได้ให้ความสนับสนุนไปหลายหน่วยงาน🔗

ในส่วนการประชาสัมพันธ์ก็ขอน้อมรับว่า เป็นข้อเสนอที่เราจะต้องรับไป ดำเนินการ ถึงแม้ว่าในวันนี้เราจะมี ๑ นาที กปถ. ที่เปิดทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม เราก็ได้สั่งการให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศไปประชาสัมพันธ์โครงการของกองทุน กับสถานีวิทยุชุมชน วันละประมาณ ๑ ชั่วโมง อันนี้ก็ดำเนินการทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ก็คิดว่าอาจจะไม่เพียงพอ เราก็จะรับข้อสังเกตของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติไปดำเนินการครับ🔗

สำหรับเรื่องอุปกรณ์คนพิการ อันนี้ผมก็ต้องขอบคุณนะครับ เพราะว่าท่าน ก็ได้บอกถึงความทุกข์ของพี่น้องประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุทางถนนที่ยังขาดการได้รับ การช่วยเหลือ ผมขออนุญาตรับข้อมูลไปตรวจสอบแล้วก็ดำเนินการนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ขออนุญาตว่า การดำเนินการมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการของกองทุนของเรา เดิมเราดำเนินการในอีกรูปแบบหนึ่ง แต่สุดท้ายหน่วยงานที่ตรวจสอบก็ได้ตั้งข้อสังเกตว่า กรมการขนส่งทางบกไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในการพิจารณาอุปกรณ์ว่า อุปกรณ์นั้นเหมาะสม กับผู้พิการหรือเปล่า ในที่สุดทางคณะกรรมการกองทุนก็มีมติให้กรมการขนส่งทางบก ไปร่วมกับหน่วยงานกระทรวงสาธารณสุข ในการยกระดับมาตรฐานการมอบอุปกรณ์ ช่วยเหลือผู้พิการให้มีมาตรฐานยิ่งขึ้น ในการดำเนินการนี้เราก็ได้ร่วมหารือกับสำนักงาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข สถาบันสิรินธร จนได้ข้อยุติว่ากรมการขนส่งทางบก สำนักงาน ขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ มีหน้าที่ในการรับคำขอของผู้พิการที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนน ไม่ว่า จะเกิดจากการรถชนรถ หรือว่ารถชนคนเดินถนน หรือรถจากที่วิ่งอยู่บนถนนขึ้นไปปีน ทางเท้าแล้วไปชนพี่น้องประชาชนได้รับบาดเจ็บ อันนี้ได้รับความช่วยเหลือทั้งหมดนะครับ อันนี้ผมขออนุญาตยืนยันว่า ถ้าเป็นอุบัติเหตุที่มาจากรถหรือรถมีส่วนไปเกี่ยวข้องก็จะได้รับ ความช่วยเหลือนะครับ ทีนี้ในการดำเนินการกรมการขนส่งทางบก สำนักงานขนส่งจังหวัด ทุกจังหวัดมีหน้าที่เปิดรับคำขอ ซึ่งเราจะเปิดรับคำขอในเดือนพฤศจิกายนกับเดือนธันวาคม ของทุก ๆ ปี เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน โดยเมื่อยื่นคำขอเอกสารครบถ้วนแล้ว เราจะส่งข้อมูลแล้วก็ส่งพี่น้องไปตรวจร่างกายกับนายแพทย์ประจำโรงพยาบาลจังหวัด ที่กระทรวงสาธารณสุขมอบหมาย นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็จะเป็นผู้วินิจฉัยว่า พี่น้องประชาชนที่มีร่างกายพิการจากรถการใช้รถ ใช้ถนน เช่น ขาขาดท่อนบน ขาขาดท่อนล่าง แขนขาด หรือมีปัญหาเรื่องกระดูกสันหลังต่าง ๆ เป็นผู้ป่วยติดเตียง มีความเหมาะสมกับอุปกรณ์ชนิดไหน จะต้องใช้ Wheelchair แบบธรรมดา หรือ Wheelchair แบบไฟฟ้า ซึ่งที่ผ่านมาก็จะได้รับความช่วยเหลือทุกราย อาจจะมี ๒ รายที่ท่านพูดถึง ผมก็จะขออนุญาตรับไปดำเนินการตรวจสอบนะครับ การมอบ อุปกรณ์ของกองทุนนี้ทางคณะกรรมการกำหนดไว้ที่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท อนุกรรมการมีอำนาจ พิจารณา ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ก็มีบางกรณีที่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ก็ต้องเข้าอนุมัติในบอร์ดใหญ่ ส่วนอุปกรณ์ที่ไม่มีอยู่ในบัญชีสถาบันสิรินธร หรือสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ก็ใช้มาตรฐานของกรมบัญชีกลางคือ สามารถเทียบราคา ๓ บริษัทได้ไม่มีข้อจำกัด เพราะว่า เรามีเจตนารมณ์ที่จะช่วยเหลือดูแลพี่น้องผู้พิการจากการใช้รถใช้ถนนอยู่แล้ว อันนี้เป็นเรื่องที่ ขออนุญาตกราบเรียนนะครับ ที่ผ่านมาเราได้สนับสนุนดูแลคนพิการร่วม ๒๐,๐๐๐ คน อันนี้ เป็นเงินประมาณเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ทางกองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนก็ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมประมูล แล้วก็ขอบคุณในคำแนะนำที่กรุณาให้กับ ทางกองทุนนะครับ🔗

สำหรับอีกประเด็นหนึ่งนะครับ เรื่องของหมวดพิเศษมีผลต่อการประมูล หมวดทั่วไปหรือเปล่า อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ขออนุญาตยืนยันว่า ในช่วงนั้นผมก็ได้ตรวจสอบว่า มันมีผลกระทบหรือเปล่า ก็ได้รับทราบว่าคนที่เสนอหมวดพิเศษจะเป็นคนที่ต้องการ อย่างเช่น มีชื่อของตัวเองไปอยู่ในแผ่นป้ายทะเบียน เพราะฉะนั้นเลขพวกนี้จะไม่นิยมซื้อขายกัน ในท้องตลาด เพราะว่าชื่อจะไม่ตรงกับผู้ที่ซื้อ ยกเว้นแต่คำที่เป็นกลาง ๆ นั้นก็อาจจะเป็น ที่ต้องการ อย่างเช่น ชื่อผมจะให้ใครมาประมูลก็คงไม่มีประมูลนะครับ อันนี้ก็ขออนุญาต เรียนว่า ไม่มีผลกระทบต่อหมวดทั่วไป แล้วก็ส่วนเลขอื่น ๆ ที่ท่านกรุณาแนะนำ ผมขออนุญาต รับไปเสนอผู้บริหารในการพิจารณาต่อไป ส่วนแผนงานทุกปี กปถ. จะมีแผนงาน ๕ ปี แต่ในทุกปีก็จะมีการทบทวนแผน เพราะเนื่องจากว่ามีตัวชี้วัดใหม่นะครับ มีสถานการณ์ ที่เปลี่ยนไปก็จะมีการเปลี่ยนแปลงทบทวนอยู่ทุก ๆ ปี อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ดำเนินการอยู่นะครับ🔗

อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ในเรื่องของโครงการที่ไม่มีประสิทธิภาพหรือ มีประสิทธิภาพต่ำการบริหารโครงการ ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่า จริง ๆ แล้วกองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนไม่ใช่ผู้ดำเนินโครงการแต่เป็นผู้ให้ทุน หลังจากที่เรา ได้อนุมัติโครงการไปแล้ว เราก็ต้องติดตามหน่วยที่มาขอทุนนะครับ ซึ่งหน่วยที่มาขอทุน แบ่งเป็น ๒ ส่วน คือหน่วยที่อยู่ข้างใน หน่วยที่อยู่ข้างใน กรมการขนส่งทางบกก็สามารถ ควบคุมกำกับดูแลได้ในระดับที่ดีนะครับ ส่วนหน่วยนอกที่ขอการสนับสนุนก็ดี เราพบว่า ในส่วนสำคัญคือการจัดซื้อจัดจ้างไม่เป็นไปตามกรอบระยะเวลา แล้วก็ไม่มีการติดตาม การบริหารสัญญาที่ดีพอ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็ได้มีการแจ้งให้เวลาจะขอรับจัดสรร ต้องมี TOR มีแผนงาน แผนเงินให้เรียบร้อย นอกจากนั้นผมขออนุญาตเรียนในเรื่องตัวเลข ที่มีโครงการที่ล่าช้าอยู่ประมาณ ๑๗๖ โครงการ หรือคิดว่าเป็น ๕๘ เปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของโครงการเป็นเรื่องของการจ้างบุคลากร ซึ่งการเบิกจ่ายก็จะ ล่วงเลยระยะเวลาเดือนกันยายน อันนี้ก็จะทำให้ตัวเลขตรงนี้มีข้อที่น่าสงสัย แต่อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องของการผูกพันงบประมาณที่จะข้ามปี พอถึงเวลาตัดรอบก็จะทำให้ตัวเลขที่ค้างอยู่ มันโด่งอยู่ อย่างไรก็ตามเราก็จะไปกำกับดูแลให้เป็นไปตามข้อห่วงใยของทุกท่าน🔗

ในโอกาสสุดท้ายนี้ ผมก็ขออนุญาตประชาสัมพันธ์ว่าในเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๗ นี้เป็นช่วงที่กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เปิดให้ผู้พิการจากการใช้รถใช้ถนนยื่นขอรับการช่วยเหลือที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ อันนี้ก็อยากจะฝากสื่อสารไปทางท่านเพื่อกระตุ้นเตือนทางพี่น้องด้วย อย่างไรก็ตาม เราก็จะให้สำนักงานขนส่งจังหวัดและโรงพยาบาลประจำจังหวัด ช่วยกันประชาสัมพันธ์ โครงการนี้ให้มากยิ่งขึ้น ให้เกิดความทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นสื่อวิทยุก็ดี สื่อ Social ก็ดี เราก็จะ พยายามทำงานเต็มที่ เพื่อให้เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้รับความกรุณาจากผู้ประมูลหมายเลข ทะเบียน ได้ถูกนำไปใช้เพื่อคุ้มครองชีวิตของพี่น้องประชาชน รวมทั้งถ้าเมื่อมีความพิการ เกิดขึ้นก็จะได้รับการดูแลจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่ง ทางบก ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านรองนะครับ มีสมาชิกท่านใดซักถามอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีถือว่า ที่ประชุมมีมติรับรายงานฉบับนี้ครับ ขอบพระคุณทุกท่านนะครับ ผมขอเข้าสู่ ๒.๖ นะครับ🔗

เรื่อง รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุน ประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕🔗

ขออภัยนะครับ ที่เราเปลี่ยนระเบียบวาระจะเป็น ๒.๑๒ เข้าก่อนนะครับ รายงานสภาองค์กรของผู้บริโภคครับ🔗

๖. รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๖ สภาองค์กร ของผู้บริโภค🔗

ด้วยเลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค ได้เสนอรายงาน ผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๖ และแถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๑๘ ของ พ.ร.บ. สภาองค์กรของผู้บริโภค ปี ๒๕๖๒ เรียนเชิญทุกท่านนะครับ🔗

ในการนี้ได้อนุญาตให้ผู้แทนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ ท่านแรก ท่านบุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค ท่านที่ ๒ ท่านสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค ท่านที่ ๓ ท่านอิฐบูรณ์ อ้นวงษา รองเลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค ท่านที่ ๔ ท่านณัฐฐิญา ภู่ริยะพันธ์ หัวหน้างานฝ่ายเลขาธิการ ท่านสุดท้าย ท่านวนันต์ธรณ์ สีวิเส็ง เจ้าหน้าที่แผนยุทธศาสตร์ และติดตามการประเมินผล🔗

เนื่องจากมีสมาชิกติดใจมีข้อซักถามที่จะอภิปรายทั้งหมด ๗ ท่านนะครับ เดี๋ยวจะให้ทางท่านประธานได้สรุปรายงานคร่าว ๆ ใช้เวลาไม่เกิน ๑๐ นาทีนะครับ เรียนเชิญครับ🔗

นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค

กราบเรียน ท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค วันนี้เราก็จะมาชี้แจงผลงาน ของปี ๒๕๖๖ แต่ก่อนไปถึงปี ๒๕๖๖ ก็จะบอกว่า สภาองค์กรของผู้บริโภคเริ่มทำงานตั้งแต่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔ จนถึงวันนี้ก็เป็นระยะเวลาย่างเข้าปีที่ ๓ ของการทำงานขององค์กรนี้ องค์กรนี้จากการทำงานมา ๓ ปี ตอนนี้เรามีสมาชิกของสภา ๓๒๘ องค์กรสมาชิก ถามว่า ทำไมเพิ่งจะมีหลักร้อย เพราะว่าการที่จะมาเป็นสมาชิกสภาองค์กรของผู้บริโภคได้ต้องไป จดแจ้งกับ สปน. สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อให้รับรองว่าเป็นองค์กรของผู้บริโภค ถึงจะมาเป็นสมาชิกสภาได้ เพราะฉะนั้นถ้า สปน. ยังไม่รับรองก็ไม่สามารถจะมาเป็นสมาชิก สภาองค์กรของผู้บริโภคได้นะคะ ตอนนี้ ๓๒๘ องค์กรกระจายอยู่ ๔๘ จังหวัดทั่วประเทศ หลังจากที่เราทำงานมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๔-๒๕๖๗ เราสามารถที่ทำให้เกิดโอกาสที่จะมีการ ชดเชยเยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหาย ๕๔๓ ล้านบาท แล้วก็มีการเปิดโอกาสให้ประชาชน สามารถเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ในชั้นศาล ๙๘ คดี แล้วก็มีโอกาสเข้าถึงความเป็นธรรม ทั้งสิ้น ๔๓,๘๓๘ คน ก็ ๓๓๘ เรื่อง ต่อจากนี้ดิฉันจะบอกว่าเราเป็นองค์กรที่เป็นที่พึ่ง ของผู้บริโภคชัดเจน เรายืนอยู่ข้างผู้บริโภคอย่างชัดเจน ยืนอยู่ข้างผู้บริโภคอย่างไร เดี๋ยวต่อด้วย ท่านเลขาสารี อ๋องสมหวัง จะรายงานผลการดำเนินงานของสภาองค์กรของผู้บริโภค ปี ๒๕๖๖ ให้ท่านสมาชิกทุกท่านได้รับทราบค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉันขออนุญาตให้ข้อมูลโดยสรุปว่าในปี ๒๕๖๖ ประชาชนได้อะไรบ้างจากสภาองค์กร ของผู้บริโภคนะคะ🔗

ประเด็นแรก ดิฉันคิดว่าแน่นอนเราได้ช่วยเหลืออย่างที่ท่านประธานได้เรียน กับที่ประชุมไปว่าเราได้ช่วยผู้บริโภค แล้วก็ในปี ๒๕๖๖ มีเรื่องร้องเรียนที่สภาองค์กร ของผู้บริโภคได้รับทั้งหมดจากประชาชน ๑๖,๑๔๒ เรื่อง แล้วเราแก้ไขจนได้ข้อยุติ ใน ๑๖,๑๔๒ เรื่อง ประมาณ ๗๙ เปอร์เซ็นต์ จำนวน ๑๒,๘๓๗ เรื่อง ปัญหาที่เรียกว่า อันดับแรกก็อย่างที่คิดว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็คงจะทราบ ก็เป็นปัญหาเรื่องสินค้า และบริการออนไลน์ที่เป็นปัญหาสำคัญของผู้บริโภค🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็เป็นเรื่องการเงิน การธนาคาร🔗

ประเด็นที่ ๓ ก็เป็นเรื่องการสื่อสารแล้วก็โทรคมนาคม🔗

เนื่องจากปีที่แล้วดิฉันจำได้ว่า มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สอบถามว่า เรื่องที่เราดำเนินการเราสามารถไกล่เกลี่ยได้กี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็ต้องเรียนว่าขณะนี้ เรื่องที่เข้ามาใน ๑๖,๑๔๒ เรื่อง แล้วเรายุติได้ ๗๙ เปอร์เซ็นต์ เราสามารถให้คำปรึกษา ทำหนังสือถึงผู้ประกอบการแล้วเขาก็แก้ไขปัญหาให้หรือไกล่เกลี่ย หรือว่าทางเจ้าพนักงาน ตำรวจสนับสนุนในการดำเนินคดีทั้งหมดประมาณ ๖๗ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีการฟ้องคดี ตัวเลขจำนวนฟ้องคดี ๙๒๗ คน แต่ว่าบางคดีก็เป็นคดีกลุ่มที่ฟ้องรวมกัน แล้วก็สามารถ ดำเนินการสำเร็จไกล่เกลี่ยในชั้นศาล ๕๒๕ คดี แล้วก็มีคำพิพากษาถึงที่สุดไปแล้ว ๑๐๑ ไม่ใช่คดี แต่ว่าเป็นจำนวนผู้เสียหายที่รวมกัน🔗

นอกจากนั้นดิฉันคิดว่าประเด็นที่ ๒ คดีที่สำคัญ ๆ ก็ต้องเรียนว่าจุดของสภา องค์กรของผู้บริโภค เนื่องจากผู้บริโภคที่ถูกฟ้องคดี สภาองค์กรของผู้บริโภคก็สามารถ เข้าไปช่วยเหลือได้ ซึ่งประเด็นนี้ก็ทำให้ผู้บริโภคที่ถูกฟ้องคดีจากความไม่เป็นธรรมทั้งหลาย ได้รับการช่วยเหลือ อย่างเช่น กรณีที่อยู่อาศัย หรือกรณีของการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร ซึ่งปีนี้ก็มีทั้งหมด ๓๒ คดีที่เป็นกลุ่มคดีนะคะ แล้วก็แน่นอนเราได้พยายามที่จะทำให้ผู้บริโภค ได้รับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ มากมาย ซึ่งปี ๒๕๖๖ ก็มีคนเห็นงานที่สภาองค์กรของผู้บริโภค ได้เผยแพร่ทั้งหมดประมาณ ๓๐ ล้านครั้ง ขณะนี้เรามีคนที่ติดตามผลงานของสภามากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บัญชี แล้วก็ถ้าคิดเป็นมูลค่าประชาสัมพันธ์ดิฉันก็คิดว่ามากกว่า ๒๐๐ ล้านบาท🔗

ส่วนที่ ๓ ซึ่งแน่นอนงานของสภาจะมี ๔ ส่วนที่สำคัญ ซึ่งงานแรกที่ดิฉัน ได้เรียนไปแล้วก็คือ งานคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ ส่วนที่ ๒ ก็คืองานสนับสนุนและสร้าง เครือข่ายให้กับผู้บริโภค ซึ่งทำอย่างไรที่จะทำให้มีเพื่อนของผู้บริโภคในพื้นที่ที่ประชาชน ใช้ชีวิตอยู่ เราเริ่มต้นจากมีองค์กรที่เป็นผู้ก่อการ ๑๕๒ องค์กร ในปี ๒๕๖๓ แล้วก็เริ่ม ปฏิบัติงานจริง ๆ เดือนกรกฎาคมอย่างที่ท่านประธานได้เรียน แล้วก็ครอบคลุมจังหวัด ทั่วประเทศในเบื้องต้น ๓๓ จังหวัด ขณะนี้ปี ๒๕๖๗ เรามีสมาชิกทั้งหมด ๓๒๘ องค์กร อยู่ใน ๔๘ จังหวัด แล้วก็ต้องเรียนว่าเราก็เพิ่งมีข่าวดีอย่างน้อย ๔ จังหวัดที่ผ่านการจดแจ้ง กับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เราจะมีสมาชิก ๕๒ จังหวัดในไม่ช้านี้นะคะ แล้วก็ ขออนุญาตเรียนว่า นโยบายที่สภาองค์กรของผู้บริโภคได้ดำเนินการจัดทำข้อเสนอมีทั้งหมด ๒๕ เรื่อง ใน ๘ ด้านที่สำคัญในปีที่ผ่านมา ซึ่งด้านการเงินการธนาคารก็ได้ดำเนินการ เรื่อง Application ดูดเงิน แล้วก็การจัดตั้งกองทุนบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ อันนี้ก็เป็น ความร่วมมือกับเครือข่ายองค์กรที่ทำเรื่องรัฐสวัสดิการ แล้วก็การจำหน่ายหุ้นกู้ STARK ให้กับผู้ถือหุ้นรายย่อย ซึ่งขณะนี้ก็มีการดำเนินคดีอยู่นะคะ ส่วนด้านบริการขนส่งมวลชน ก็ต้องถือว่าสภาองค์กรของผู้บริโภคเอง เป็นแกนนำในแง่ที่จะทำให้ข้อเสนอที่มองว่า ทำอย่างไรให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการขนส่งมวลชนได้โดยที่ไม่มีอุปสรรค ทุกคนขึ้นได้ทุกวัน แล้วเราก็สนับสนุนที่รัฐบาลดำเนินการเรื่อง ๒๐ บาทตลอดสาย เพราะเราคิดว่าเป็นเรื่องที่ เป็นไปได้ แล้วก็ไม่มีประเทศไหนให้ประชาชนจ่ายค่าโดยสาร เรียกว่าค่าลงทุนทั้งหมด ในบริการขนส่งมวลชน ดิฉันคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ดิฉันเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนไม่น้อยขณะนี้ที่เห็นความสำคัญเรื่องนี้ แล้วก็ผลักดันเรื่องนี้ว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้ เราเดินออกจากบ้าน ๕๐๐ เมตร เจอป้ายรถสองแถว เจอป้ายรถเมล์ทั่วประเทศ แล้วก็ค่ารถ โดยสารของเราไม่เกินร้อยละ ๑๐ ซึ่งก็ควรจะเป็นค่าโดยสารที่ทุกคนสามารถขึ้นได้ทุกวัน ร้อยละ ๑๐ ของค่าแรงขั้นต่ำ ถ้าเมื่อไรที่เราขึ้น ๔๐๐ เราก็พร้อมที่จะจ่าย ๔๐ บาท แต่ขณะนี้ก็ต้องบอกว่า ปัจจุบันเรายังไม่ได้ราคานี้นะคะ แล้วเราพยายามสนับสนุน ให้มีรถนักเรียนที่ปลอดภัย แล้วก็แน่นอนขณะนี้การติดเบรก ABS CBS ในรถจักรยานยนต์ ร่วมมือกับหลายองค์กรในการทำเรื่องนี้ แล้วก็ด้านที่อยู่อาศัย จริง ๆ ด้านที่อยู่อาศัยก็ได้รับ การสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากหลายพรรคการเมืองทีเดียว ในการที่คัดค้าน ผังเมืองของกรุงเทพมหานครในขณะนี้ที่ต้องเรียนว่า ไม่เป็นมิตรกับผู้บริโภค แล้วก็ไม่ได้ ทำให้เกิดคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคที่ดิฉันคิดว่าเป็นประเด็นสำคัญ ผังเมืองนี้ไม่ได้แก้ปัญหา ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แล้วก็ไม่ได้ทำให้จะแก้ปัญหาในอนาคต แล้วขณะเดียวกันเราก็ไม่เห็น อนาคตจากผังเมืองฉบับนี้นะคะ ซึ่งแน่นอนถึงแม้ว่าได้ริเริ่มไปแล้ว แต่ดิฉันเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อย ที่สนับสนุนให้ไปเริ่มต้นใหม่นะคะ เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรที่ทำให้ผังเมืองอย่างน้อย ซึ่งเหมือนกับธรรมนูญของเมืองที่จะต้องทำให้ผู้คนในเมืองมีคุณภาพชีวิตร่วมกัน ส่วนการ ตรวจสอบเรื่องธุรกิจบ้านจัดสรรที่ไม่ได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ. จัดสรรที่ดิน อันนี้ก็เป็นอีก ๑ นโยบายที่เราได้ทำข้อเสนอไปนะคะ ส่วนด้านอาหารและยาเราก็ได้เสนอเรื่องระบบ การเฝ้าระวังอาหารปลอดภัย ซึ่งขณะนี้ได้ทดลองดำเนินการใน ๗ จังหวัดกับสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็เป็นเรื่องการกำกับ การขาย การโฆษณา กัญชง กัญชา ในอาหาร ซึ่งเราจะเห็นว่ามีเยอะมากก่อนหน้านี้ ส่วนด้านบริการสุขภาพ สภาองค์กร ของผู้บริโภคเอง ได้สนับสนุนสำนักงานหลักประกันที่จะทำให้เห็นถึงการยุติการเรียกเก็บเงิน ที่เราเรียกว่า Extra Billing แล้วก็การกำกับค่ารักษาพยาบาลผ่านการแสดงต้นทุน ค่ารักษาพยาบาลที่เป็นเรื่องที่เก็บของหน่วยบริการ🔗

ประเด็นที่ ๓ เราก็สนับสนุนให้การทำเสริมสวยต้องผ่านมือของผู้ประกอบ วิชาชีพอย่างแท้จริงไม่ใช่เป็นพื้นฐาน ส่วนเรื่องสินค้าและบริการทั่วไป จริง ๆ แล้วดิฉัน ก็ต้องขอบคุณสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ได้รับข้อเสนอทั้งจากกระทรวง DE ซึ่งมีส่วนสำคัญในการทำเรื่องนี้ แล้วก็สภาองค์กรของผู้บริโภคที่ได้มีข้อเสนอ เรื่องการเปิด ก่อนจ่ายที่จะให้ผู้บริโภคลดปัญหาในการซื้อของที่ไม่ตรงปก ซื้อของที่ชำรุดบกพร่อง หรือแม้กระทั่งเราไม่ได้สั่งของแต่ของไปที่บ้าน ส่วนเรื่องการจัดระเบียบร้านค้าออนไลน์ ก็ต้องเรียนว่าขณะนี้ยังไม่สำเร็จ เรายังมีร้านค้าที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน เรามีร้านค้าที่หลอกลวง และโดยเฉพาะอยู่บน Platform Facebook มากมาย ส่วนการเรียกคืนถุงลมนิรภัยทาคาตะ ก็ยังมีถุงลมที่อันตรายอยู่ในท้องถนน ดิฉันเชื่อว่าขณะนี้ยังมีไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ใบ ที่อยู่กับรถที่อาจจะวิ่งอยู่บนท้องถนนด้วยส่วนหนึ่ง แล้วสภาเองได้ให้ความเห็นเรื่อง พ.ร.บ. ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า ซึ่งอันนี้ก็เป็นจุดที่ทำให้เราเองได้พัฒนา ร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า ที่เป็นร่างของสภาองค์กร ของผู้บริโภคด้วยนะคะ แล้วก็แน่นอนค่ะ ด้านสื่อและโทรคมนาคมเราได้พยายามที่จะเตือนภัย แต่ก็ยังมีผู้เสียหายรายวันจากทั้งแก๊ง Call Center SMS Spam Force ต่าง ๆ ที่เป็นภัย ต่อผู้บริโภค แล้วก็ถึงแม้เราจะสามารถจับบัญชีม้าจับคนที่ดำเนินการได้ แต่ว่าการเยียวยา ที่มีต่อผู้บริโภคน้อยมาก และขณะนี้สภาองค์กรของผู้บริโภคเองเราได้เสนอเรื่องของการหน่วง การจ่ายเงิน หรือการจ่ายเงินที่ช้าในกรณีที่ไม่ใช่เป็นการซื้อของในชีวิตประจำวันของเรา ซึ่งนั่นคือกรณีที่มีเงินมากกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท จะหน่วงเงินไม่ให้เงินประสบความสำเร็จ อย่างไร ดิฉันเองได้มีโอกาสรับฟังปัญหาของผู้บริโภคที่สูญเสียเงิน ไม่ว่าจะรายล่าสุด ๒๒ ล้านบาท ๑.๕ ล้านบาท ๒๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ว่าบางคนเราอาจจะบอกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ ๑๐๐,๐๐๐ บาทก็เป็น ๑๐๐,๐๐๐ บาทสุดท้ายของชีวิตเขา เพราะฉะนั้น เราจะทำอย่างไรที่จะทำให้มีมาตรการ ทั้งการกำกับในเรื่องของการเรียกว่าหน่วงเงิน ในการจ่ายเงินหรือมีบุคคลที่ ๓ ในการจ่ายเงิน หรือมีกฎหมายที่ชัดเจนในเรื่องนี้ แล้วก็ แน่นอนปัญหาเรื่องการควบรวมกิจการอินเทอร์เน็ตทั้งบนมือถือและอินเทอร์เน็ตบ้าน ขณะนี้ ผู้บริโภคก็รับภาระอยู่ แล้วเรื่องนี้เองดิฉันก็คิดว่ามันมีประเด็นที่เราพยายามทำให้ผู้บริโภค สามารถที่จะต้องขึ้นทะเบียนโทรศัพท์มือถือ หรือ SIM ของตัวเอง แต่เราก็ได้ให้ข้อแนะนำ กับทางสำนักงานคณะกรรมาการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม หรือ กสทช. ว่าหากผู้บริโภคไปเปลี่ยน Package หรือขึ้นทะเบียน SIM อย่าใช้โอกาสนี้ในการที่เปลี่ยน Package เขา แล้วก็เรียกค่าบริการที่แพงขึ้นนะคะ🔗

ส่วนด้านพลังงานบริการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ดิฉันคิดว่าสภา ผู้แทนราษฎรคงสนับสนุนสภาองค์กรของผู้บริโภคเต็มที่ เพราะว่าเราก็รู้กันอยู่ว่าขณะนี้ เราจ่ายไฟจากค่าสำรองไฟ เราไม่ได้จ่ายค่าไฟฟ้าจากราคาไฟฟ้าที่เราใช้จริง เพราะฉะนั้น การจะลดอุปสรรคในการใช้โซลาเซลล์เพื่อลดค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค หรือการปรับเรื่อง ค่าไฟฟ้าผันแปร ดิฉันคิดว่าอันนี้ก็เป็นนโยบายที่มีความสำคัญต่อผู้บริโภคค่ะ🔗

ส่วนความร่วมมือที่สภาองค์กรของผู้บริโภคได้รับ อย่างน้อยดิฉันคิดว่า จริง ๆ มีมากกว่านี้แต่ขอเอ่ยถึง ๕ หน่วยงานที่ให้ความร่วมมือกับการคุ้มครองผู้บริโภค ในรอบปี ๒๕๖๖ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานพัฒนา ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคออนไลน์ ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ร่วมมือเป็นอย่างดีในการจัดการปัญหาภัยธุรกิจทางการเงิน สำนักงานหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติ เรื่องการเรียกเก็บเงิน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และกรมขนส่ง ทางรางที่สนับสนุนการทำงานเรื่องการเข้าถึงรถโดยสาร หรือบริการขนส่งมวลชนที่สำคัญ ส่วน ๔ หน่วยงานที่ตอบสนองต่อข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการและผังเมืองที่ลดเรื่องการไม่ต้องมี วิศวกรรับรองในกรณีการติด Solar Rooftop ที่บ้านนะคะ แล้วก็กระทรวงสาธารณสุข ที่รับข้อเสนอมาตรการเรื่องพืชกัญชา พืชกัญชง แล้วก็แน่นอนกระทรวง DE ที่ขณะนี้ ก็เป็นกำลังสำคัญที่มีหน่วย One Stop Service ๑๔๔๒ แต่อย่างไรก็ต้องขอให้กระทรวง DE มีตำรวจรับแจ้งความด้วยค่ะ🔗

ขออนุญาตไปผลงานเด่น ๓ ผลงานโดยสรุป ซึ่งอันนี้ก็เป็นความสำเร็จที่เรา ทำให้หนี้อาจจะเรียกว่า ไม่ใช่หนี้นอกระบบ แต่ว่าเป็นหนี้ที่ไม่ใช่สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ ธนาคาร แต่ว่าผู้บริโภคถูกเอาเปรียบเยอะ แล้วเราก็ชนะคดี ผู้บริโภคชนะ เรียกว่าสถาบัน การเงินศรีสวัสดิ์ที่ใช้เอกสารต่าง ๆ และขณะนี้ก็เป็นคดีที่เรียกว่า เป็นคดีของ DSI ไปแล้วค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๒ เรื่องรถไฟฟ้าดิฉันพูดไปแล้วก็ขอข้ามไปเลยนะคะ🔗

ส่วนประเด็นที่ ๓ ก็คือเรื่องหมวกกันน็อก ซึ่งอยากเรียนว่ารถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งถือเป็นอัตราการเสียชีวิตที่มาก แล้วก็หมวกกันน็อกก็ยังมีหมวกกันน็อกที่ตกมาตรฐาน โดยเฉพาะหมวกกันน็อกของเด็ก ๕ ยี่ห้อที่เราทดสอบนี่ตกมาตรฐานทั้งหมดเลยนะคะ เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรที่ประชาชนจะใช้ข้อมูลในการเลือกหมวกกันน็อก แล้วก็จัดการ กับหมวกกันน็อกที่ไม่ได้มาตรฐาน สภาองค์กรของผู้บริโภคก็ทำกิจกรรมหลายส่วน🔗

ประเด็นสุดท้ายนะคะ ปีนี้เป็นปีที่ ๓ ที่เรามารายงานกับสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็จากพระราชบัญญัติของการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภคในมาตรา ๑๗ กำหนด ให้สภาองค์กรของผู้บริโภคร่วมกับสถาบันวิชาการในการทำประเมินผล ซึ่งปีนี้เราได้รับ การสนับสนุนจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ทำการประเมินสภา ใน ๔ มิติที่สำคัญก็คือ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล การพัฒนาสภาผู้บริโภค การสนับสนุน จากประชาชน แล้วก็รวมทั้งการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ ๕ ปีของสภาองค์กรของผู้บริโภคค่ะ🔗

ส่วนประเด็นที่เป็นยุทธศาสตร์ ๕ ปีที่เราได้ปรับปรุงจากยุทธศาสตร์เดิม ก็มองว่าสภาองค์กรของผู้บริโภคควรเป็นกลไกผลักดันนโยบาย เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับ ความเป็นธรรม ดิฉันคิดว่าชัดเจนว่าเราจะทำอย่างไรที่จะทำให้ผู้บริโภคคุ้มครองตนเองได้ แล้วสภาก็เป็นกลไกสนับสนุนเพื่อให้เกิดการคุ้มครองผู้บริโภค เราจะพยายามผลักดัน นโยบายกฎหมาย มาตรการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค และดิฉันก็เชื่อว่าถ้าเราทำให้องค์กรสมาชิกเรา ๓๒๘ องค์กร สามารถอธิบายให้คำแนะนำ อย่างน้อยองค์กรละ ๑๐ คน ๓,๒๘๐ คนนี่ก็จะทำให้เกิดเรียกว่า เกิดประสิทธิภาพต่อการ คุ้มครองตนเองของผู้บริโภคมากขึ้น แล้วก็ดิฉันคิดว่าสภายังทำไม่สำเร็จ เรื่องการสร้าง วัฒนธรรมและมุมมองใหม่ว่า การคุ้มครองผู้บริโภคเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย เพราะจริง ๆ แล้ว การคุ้มครองผู้บริโภคไม่ได้เป็นผลเสียต่อธุรกิจ แต่ยิ่งทำให้ธุรกิจแข่งขันได้ แต่ว่าอันนี้ก็ต้อง เรียนว่าสภายังต้องทำงานอย่างเข้มแข็งในส่วนนี้ แล้วก็สนับสนุนให้มีการบริโภคที่ยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งเป็นงานที่สภายังต้องดำเนินการอีกมาก สื่อสารและสร้าง เครือข่ายกับทุกภาคส่วนเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค แน่นอนค่ะ ถึงแม้ว่าจะมีคนดูเราถึง ๓๐ ล้านคน ๓๕ ล้านคน แต่ว่าความเปลี่ยนแปลงต่อนโยบายคุ้มครองผู้บริโภคก็ยังไม่ได้ง่าย อย่างที่เราตั้งใจ🔗

ส่วนปัญหาอุปสรรคก่อนแล้วกันนะคะท่านประธาน ขออนุญาตอีก ๒ นาทีค่ะ ก็คือปัญหาเรื่องงบประมาณก็ยังเป็นปัญหาสำคัญ อย่างเช่น ปี ๒๕๖๗ หน่วยงานอื่นอาจจะมี เรียกว่า งบใช้พลางก่อน แต่สภาองค์กรของผู้บริโภคเราไม่มีงบใช้พลางก่อน เพราะฉะนั้น เราใช้ทุนประเดิมประมาณ ๕๐ ล้านบาท งบกลาง ๒๐ ล้านบาท งบปี ๒๕๖๗ ๑๔๙ ล้านบาท ซึ่งในขณะที่ปี ๒๕๖๘ เราได้ ๑๔๙ ล้านบาท แต่สมาชิกเราเพิ่มขึ้น กิจกรรมต่าง ๆ ของเรา เพิ่มขึ้น เราก็กังวลว่างบประมาณที่เราได้รับการจัดสรรในปี ๒๕๖๘ จะไม่เพียงพอ ซึ่งก็ต้อง ขอความกรุณาท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นกรรมาธิการงบประมาณด้วย ถ้าอย่างไร ก็ขอสนับสนุนสภาองค์กรของผู้บริโภคด้วย ส่วนความท้าทายแน่นอนดิฉันได้เรียนไปแล้วว่า ทำอย่างไรให้ผู้บริโภคคุ้มครองตัวเองได้ โดยเฉพาะในยุคออนไลน์แล้วก็ปัญญาประดิษฐ์ ส่วนการผลักดันกฎหมายขณะนี้เราเห็นว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคใช้มาแล้วก็มีการ ปรับแก้ แต่ว่าสิทธิผู้บริโภคก็ยังไม่ทัดเทียมกับสากล เพราะฉะนั้นสภาองค์กรของผู้บริโภคเอง ก็ได้ร่วมมือกับกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคของสภาผู้แทนราษฎรด้วยนะคะ ในการปรับปรุง กฎหมายฉบับนี้ แล้วก็มีพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคของสภาองค์กรของผู้บริโภคด้วย ที่จะเข้าชื่อกัน ๑๐,๐๐๐ ชื่อ🔗

ประเด็นที่ ๒ ดิฉันคิดว่าเราเห็นเรื่องการทุบรถ เห็นเรื่องการทุบสินค้าที่ชำรุด บกพร่อง เพราะฉะนั้นเราเรียกว่า ถกเถียงเรื่องพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความชำรุด บกพร่องของสินค้ามานาน แต่เรายังไม่เกิดขึ้นเลย เพราะฉะนั้นน่าจะเป็นโอกาสในการทำให้ กฎหมายฉบับนี้ได้เกิดขึ้นจริง ๆ แล้วก็ พ.ร.บ. อาหาร เราเป็นประเทศผู้ผลิตอาหาร แต่เรายังมี ลูกชิ้นสำหรับเด็กที่ไม่ปลอดภัย เรามีอาหารหน้าโรงเรียนที่ไม่ปลอดภัย หรือเรายังมีอาหาร ที่โฆษณาเกินจริงรักษาโรคไม่น้อย เพราะฉะนั้นดิฉันก็หวังว่า พ.ร.บ. ทั้ง ๓ ฉบับนี้จะได้รับ การสนับสนุนจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการดำเนินการ แล้วก็เราก็คาดหวังว่า เราจะมีองค์กรของผู้บริโภคครบถ้วนใน ๗๗ จังหวัดค่ะ อันนี้ก็คงเป็นความท้าทายที่สภา องค์กรของผู้บริโภคจะได้ดำเนินการในปี ๒๕๖๗ ต่อเนื่องถึงปี ๒๕๖๘ แล้วก็แน่นอนค่ะ ขณะนี้เราก็ได้ปรับปรุงกลไกในการทำงาน โดยที่ให้อนุกรรมการอย่างน้อย ๓ คณะ ทำงาน ร่วมกันเพื่อที่จะทำให้เกิดพลังในการทำงานเรื่องภัยจากออนไลน์มากขึ้น แล้วก็หวังว่า ข้อเสนอเรื่อง Slow Payment หรือการหน่วงเงินที่ธนาคารสามารถดำเนินการได้ หากมี ยอดเงินเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ทำไมต้องเป็น ๑๐,๐๐๐ บาท เราศึกษาตัวเลขว่าผู้บริโภคซื้อของ ๑๗,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี เพราะฉะนั้นเดือนหนึ่งคุณใช้เงินประมาณ ๑๔,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นถ้าเรากำหนดว่าการโอนที่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ถ้าผู้บริโภคต้องการจะทำให้ Default ว่าช้าลงก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อเศรษฐกิจ แล้วก็แน่นอนจะมีระบบบุคคลที่สาม หรือจะมี ระบบที่ Set default ให้กับผู้บริโภคเอง อันนี้ดิฉันก็คิดว่าเป็นรายละเอียดที่จะต้องหารือ กับหน่วยงานที่จะช่วยสนับสนุนในการดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป ดิฉันเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นที่ดิฉัน ได้มีโอกาสมาเรียนกับท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะไม่เกิดขึ้นได้เลย ถ้าสภาองค์กรของผู้บริโภคไม่ได้รับแรงสนับสนุนจากสมาชิกของสภาองค์กรของผู้บริโภค หน่วยงานประจำจังหวัด ซึ่งขณะนี้เรามีอยู่ ๑๘ แห่ง หน่วยงานเขตพื้นที่ที่เป็นกำลังสำคัญ ในการทำงานเรื่องนี้ แล้วก็ท้ายที่สุดขอบคุณสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีด้วยนะคะ ถึงแม้ว่าสภาองค์กรของผู้บริโภคจะได้เงินไม่มาก แต่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีก็เป็น ผู้สนับสนุนที่สำคัญ แล้วก็เป็นผู้สนับสนุนที่สนับสนุนเราด้วยดีตลอดมา ขอบพระคุณมากค่ะ ท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นการอภิปรายของสมาชิกนะครับ เชิญท่านแรกครับ ท่านขัตติยา สวัสดิผล ครับ🔗

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน ขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉันแล้วก็ สส. รวี เล็กอุทัย ในฐานะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ทำงานโดยได้รับความร่วมมือ เป็นอย่างดีมาโดยตลอดจากทางสภาองค์กรของผู้บริโภค ก็ต้องขอถือโอกาสนี้ในการที่ชื่นชม แล้วก็ขอบคุณในการทำงานเป็นอย่างดีที่ท่านได้ให้การช่วยเหลือ ปกป้อง รวมถึงพิทักษ์สิทธิ ของผู้บริโภค ซึ่งก็คือประชาชนทุกคนนั่นเอง โดยเราเห็นได้ชัดค่ะจากรายงานของการ ดำเนินงานของหน่วยงานที่ท่านได้รับเรื่องร้องเรียนกว่า ๑๖,๐๐๐ เรื่อง และท่านสามารถ แก้ไขเรื่องต่าง ๆ จนเป็นที่ยุติได้ถึง ๑๒,๐๐๐ เรื่อง หรือคิดเป็น ๗๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ทำให้ ผู้บริโภคได้รับการชดเชยเยียวยากว่า ๗๑ ล้านบาท อันนี้ก็ต้องขอชื่นชมและขอบคุณนะคะ🔗

แล้วก็มีผลงานอีกด้านหนึ่งของสภาองค์กรของผู้บริโภคที่โดดเด่นไม่แพ้กัน นั่นก็คือการสื่อสารเพื่อให้ความคุ้มครองต่อผู้บริโภค ซึ่งสภาองค์กรของผู้บริโภคเป็นหนึ่ง ในไม่กี่หน่วยงานที่มีการปรับตัวตามพฤติกรรมของผู้บริโภค หรือที่เรียกว่าท่านเสพสื่อ ของประชาชนนั้นได้อย่างรวดเร็ว ท่านมีการสร้างช่องทางการสื่อสารในสื่อสมัยใหม่ ช่องทาง ทาง Social Network ต่าง ๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ Facebook Twitter หรือ X นะคะ Instagram Line OA YouTube รวมไปถึง TikTok ค่ะ ที่มีการผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพ แล้วก็ให้ความรู้กับทางผู้บริโภค มียอดคนดูเป็นที่น่าพอใจ ยกตัวอย่างใน Platform TikTok ค่ะ บางเนื้อหามียอดคนดูถึง ๒ ล้านวิวด้วยกัน ดิฉันจึงขอชื่นชมแล้วก็ให้กำลังใจท่านในการที่จะพัฒนา ที่จะผลิตเนื้อหาดี ๆ อย่างนี้ต่อไปเพื่อเป็นการสื่อสารเตือนภัย รวมถึงให้ความรู้อันเป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนค่ะ แต่นอกเหนือจากความสำเร็จที่ดิฉันได้กล่าวไปแล้วนะคะ ดิฉันก็มีประเด็นที่อยากจะติดตาม แล้วก็ฝากข้อเสนอแนะให้กับทางหน่วยงานค่ะ🔗

ประเด็นแรก ท่านสารีได้กล่าวไปแล้วก็คือร่างพระราชบัญญัติความรับผิด เพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .... หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ Lemon Law นะคะ ซึ่งกฎหมายนี้มีสาระสำคัญในการที่จะกำหนดความรับผิดของผู้ประกอบธุรกิจต่อความชำรุด บกพร่องของสินค้าประเภทต่าง ๆ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์และรถจักรยานยนต์นะคะ รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ความสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือการให้ ความคุ้มครองผู้บริโภคจากความชำรุดบกพร่องของสินค้าที่อาจไม่สามารถเห็นได้ในวันที่ท่าน รับสินค้า นั่นทำให้ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องรับภาระในการพิสูจน์ถึงความบกพร่องของสินค้านั้น ดังนั้นยิ่งกฎหมายนี้ร่างสำเร็จเร็วเท่าไร ยิ่งกฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้เร็วเท่าไร ก็ย่อมเป็น ผลดีต่อพี่น้องประชาชนมากขึ้นเท่านั้นค่ะ🔗

ประเด็นต่อมาค่ะ ดิฉันขอพูดถึงปัญหาและอุปสรรคที่ทางหน่วยงานกำลัง เผชิญนั่นก็คือด้านงบประมาณ ดิฉันเข้าใจว่าทางสภาองค์กรของผู้บริโภคเป็นหน่วยงาน ที่ไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากรายงานฉบับนี้ที่แสดงงบ การเงินของปี ๒๕๖๕ ว่าขาดการสนับสนุนงบประมาณประจำปี ซึ่งอาจทำให้การดำเนินงาน ตามแผนงานนั้นไม่มีความต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลต่อขีดความสามารถของหน่วยงานที่จะให้ ความคุ้มครองผู้บริโภคที่อาจทำได้ไม่ทั่วถึงค่ะ แล้วก็ยังมีกระบวนการในการเสนอ งบประมาณที่ยากกว่าหน่วยงานรับงบประมาณของรัฐโดยทั่วไป ซึ่งเป็นการเสนอผ่าน สปน. หรือสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งจำเป็นต้องมีการวางแผนงบประมาณล่วงหน้า ยาวกว่าหน่วยงานอื่น ๆ นอกจากจะเป็นการเพิ่มภาระให้กับทางสภาองค์กรของผู้บริโภคแล้ว ยังอาจทำให้การใช้งบเพื่อแก้ปัญหาของผู้บริโภคในสถานการณ์เฉพาะหน้านั้นทำได้ยาก จากการที่เราไม่สามารถวางแผนล่วงหน้าในระยะสั้นได้ ปัญหาเหล่านี้ทางสภาผู้แทนราษฎร รับทราบ และดิฉันก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลให้พิจารณาปรับปรุงกระบวนการ ในการเสนองบประมาณ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ทางหน่วยงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการที่จะคุ้มครองผู้บริโภคด้วยนะคะ🔗

ประเด็นที่ ๓ เป็นข้อเสนอแนะของดิฉันไปยังหน่วยงานสภาองค์กรของ ผู้บริโภค เพื่อที่จะให้ท่านเตรียมความพร้อมกับความท้าทายใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แล้วก็ จะส่งผลต่อผู้บริโภคนะคะ🔗

เรื่องแรกค่ะ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับธุรกิจสินค้าและบริการสมัยใหม่ ปัจจุบัน พฤติกรรมของผู้บริโภคนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อความซับซ้อนของสินค้า และบริการที่ต้องตามให้ทันความต้องการของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นบริการทางด้านการเงิน ในรูปแบบใหม่ ๆ เช่น บริการด้านสินเชื่อ หรือบริการในการประกันภัยรูปแบบใหม่ ๆ เรามี บทเรียนจากการประกันช่วงโควิดมาแล้ว จึงเป็นหน้าที่ที่เราจะต้องมีการเตรียมความพร้อม ให้ความคุ้มครองกับผู้บริโภคให้มีความทันสมัยมากขึ้น หรืออีกตัวอย่าง เช่น บริการ การลงทุนใน Cryptocurrency ที่ต้องอาศัยความรู้ ความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะในการที่จะให้ การคุ้มครองผู้บริโภคกลุ่มนี้ เป็นต้น อีกตัวอย่างหนึ่ง ได้แก่ กลุ่มธุรกิจ Platform ที่ใช้สำหรับ ซื้อขายออนไลน์ หรือ e-Commerce เนื่องจากปัจจุบัน Trend การซื้อสินค้าใน Platform เหล่านี้มีจำนวนมาก ซึ่งก็เป็นช่องทางหนึ่งที่อาจทำให้มิจฉาชีพแฝงตัวมาในฐานะ ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าบน Platform โดยที่ Platform ไม่ได้ตรวจสอบให้ดี แล้วก็ มีการอนุมัติให้มีการเปิดร้านค้าออนไลน์ จึงอยากฝากพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการออก มาตรการที่จะกำกับดูแล Platform เหล่านี้ เพื่อเป็นการป้องกันแล้วก็รับประกัน ความปลอดภัยของผู้บริโภคค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ดิฉันอยากพูดถึงการควบรวมกิจการและการผูกขาด เมื่อสักครู่ ทางหน่วยงานก็ได้เกริ่นไปแล้วบ้าง ในเรื่องนี้นอกเหนือจากที่เราในฐานะประชาชนต้องแบกรับ ความเสี่ยงในกรณีที่มีกลุ่มธุรกิจผูกขาดขนาดใหญ่จากต่างประเทศเข้ามามีอิทธิพลกับเราแล้ว เช่น กลุ่มธุรกิจ Platform เรายังต้องแบกรับความเสี่ยงจากการควบรวม และการผูกขาดกิจการ ในประเทศไทยด้วยเช่นกัน ซึ่ง Trend ของการควบรวมกิจการก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้น แล้วก็มีแนวโน้มที่จะเป็นกิจการที่สำคัญแล้วก็ใกล้ตัวกับประชาชนมากขึ้นด้วยเช่นกัน เช่น กรณีกิจการการควบรวมของโทรคมนาคมที่ผ่านมา ซึ่งนำมาด้วยการผูกขาด และการมีอำนาจเหนือตลาด ผู้บริโภคมีทางเลือกน้อยลงจึงอาจจะต้องฝากให้ทางหน่วยงาน พิจารณาถึงการเตรียมความพร้อมในการรับมือปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตนะคะ🔗

เรื่องที่ ๓ ดิฉันอยากจะพูดถึงการเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล จากการที่มีกลุ่มทุนขนาดใหญ่มีแนวโน้มที่จะทำธุรกิจในรูปแบบบริษัทที่ประกอบธุรกิจ หลายประเภทรวมกัน ซึ่งเป็นการดำเนินธุรกิจในหลายอุตสาหกรรมภายใต้กลุ่มบริษัท เดียวกัน ทำให้มีฐานลูกค้าจำนวนมากค่ะ ซึ่งนั่นหมายถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ของผู้บริโภคเอาไว้เยอะมาก ทางสภาองค์กรของผู้บริโภคในฐานะองค์กรที่ทำหน้าที่ในการ ที่จะคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค จึงควรที่จะมีมาตรการในการที่จะกำกับดูแล ในการเก็บ แล้วก็ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้ไม่ให้เกิดความเสียหายต่อผู้บริโภค แล้วก็ไม่ให้ ใช้มากไปเกินกว่าที่ผู้บริโภคนั้นได้ให้ความยินยอมไว้ค่ะ ทั้งนี้ ในอนาคตหากทางหน่วยงาน มีเรื่องร้องเรียนหรือมีปัญหาอะไรที่อยากได้รับความร่วมมือจากทางสภาผู้แทนราษฎร หรือคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภคค่ะ ก็สามารถที่จะนำเสนอได้ เพื่อที่เราจะได้ ทำงานร่วมกัน เราจะได้ปรับปรุงพัฒนาระบบการคุ้มครองและพิทักษ์ผู้บริโภคให้มี ประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อให้พี่น้องประชาชนเป็นผู้บริโภคที่ได้รับประโยชน์สูงสุดค่ะ🔗

สุดท้ายนี้ค่ะท่านประธาน สิ่งที่รายงานฉบับนี้ทำได้ดีที่สุด ไม่ใช่การรายงาน ถึงผลสัมฤทธิ์ ไม่ใช่การรายงานแผนปฏิบัติการใด ๆ ของหน่วยงานค่ะ แต่คือการที่ท่าน ทำให้ประชาชนนั้นมีรอยยิ้ม ท่านได้เห็นความหวังของผู้เสียหายในกรณีต่าง ๆ ที่ทางสภาองค์กร ของผู้บริโภคนั้นได้ให้ความช่วยเหลือ เช่น ในกรณีจดหมายของผู้ร้องเรียนกรณีเข้ารับบริการ Chelation ที่ไม่ได้มาตรฐานที่ส่งมาให้กับหน่วยงาน ในฐานะที่ดิฉันเองเป็นผู้บริโภคคนหนึ่ง จึงขอขอบคุณแล้วก็ขอมอบความไว้วางใจให้กับทางสภาองค์กรของผู้บริโภคในการที่จะ คุ้มครองดูแลและพิทักษ์สิทธิของประชาชนทุกคนในฐานะผู้บริโภคค่ะ ขอบพระคุณนะคะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านเอกราช อุดมอำนวย ครับ🔗

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมืองจากพรรคก้าวไกล ผมก็รับฟัง ท่านเลขาธิการรายงานของสภาองค์กรของผู้บริโภค ปี ๒๕๖๖ ก็ชื่นชมในการทำงาน แล้วก็ ให้กำลังใจ เมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณที่ท่านได้รับแล้วก็ผลงานที่มี แต่อย่างไรก็ตาม ผมขอพูดถึงแนวทาง และข้อเสนอแนะหลังจากในการเป็นผู้แทนที่ไปรับฟังปัญหา ของประชาชนมาที่ท่านจะได้ดำเนินการในปีถัด ๆ ไปนะครับ โดยเฉพาะในปีปัจจุบันนี้ ทั้งเรื่องแรกที่เป็นห่วงมากคือ สถานบริการของโรงพยาบาลเอกชนมีราคาที่สูง ที่แพงมาก จะทำอย่างไรได้บ้างครับ ปรึกษาทางสภาองค์กรของผู้บริโภค จะช่วยกันผลักดันอย่างไรครับ ให้ค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนที่สูง หรือแม้กระทั่งตามคลินิกต่าง ๆ ที่พอจะดูแล ให้ราคาที่สามารถเข้าถึงได้นะครับ เพราะบางครั้งโรงพยาบาลของรัฐแออัดเมื่อแลกกับเวลา ที่เขาจะต้องต่อคิวเข้าแถวแล้ว บางคนก็เลือกที่จำใจจะต้องไปเข้าโรงพยาบาลเอกชน เข้ารักษาธรรมดานี่ครับ แต่เดินเข้าไปครั้งหนึ่งออกมาไม่ต่ำกว่า ๑,๕๐๐-๓,๐๐๐ บาทแล้วครับ ตรวจอย่างเดียวรับยาไม่เท่าไร🔗

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ก็คือเรื่องของอาหารออนไลน์ การสั่งอาหาร ปกติเราก็รู้อยู่แล้วว่า ราคาค่าอุปโภคบริโภคมันสูงขึ้นตามปัจจัยเงินเฟ้อ แล้วอาหารเวลาเราทาน ที่ร้านก็ราคาหนึ่ง แต่ว่าเวลาอาหารที่เราเรียกจากผู้ให้บริการนี่อาจจะสูงกว่า แน่นอนก็ต้องมี การบวกค่าเดินทาง แต่บางครั้งนี้มันสูงจนเกินไปครับ มันสูงเกินความสมเหตุสมผล จะมีมาตรฐานหรือมาตรการอย่างไรได้บ้าง ที่อาจพอเรียกผู้ให้บริการมาพูดคุยทำความเข้าใจกัน🔗

ประเด็นที่ ๓ ก็คือเรื่องของค่าทางด่วน เรื่องนี้กระทบกับการใช้รถใช้ถนน เข้าใจละครับว่า Trend แนวทางของประเทศเรานี่ เราก็ต้องการที่จะผลักดันให้คนใช้บริการ สาธารณะมากขึ้น แต่ตอนนี้มันไม่ทันแล้วครับ คนที่ซื้อรถมาแล้วที่มันจำเป็นต้องใช้รถ บนท้องถนนนี่ครับ ต้องวิ่งแล้วผ่านทางด่วนทุกวัน โดยเฉพาะทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์ แพงมากเลยครับ ก็เข้าใจว่าติดสัญญาของรัฐ แต่อย่างไรก็ได้ครับที่อยากจะใช้สภาเป็นปาก เป็นเสียงให้กับผู้บริโภคร่วมกับผู้แทนหน่อยครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธานก็คือ Application กู้ยืมเงินครับ มีประชาชน เดือดร้อนมากทีเดียวครับ กรณีที่เข้าไปในเว็บไซต์ต่าง ๆ แล้วก็ถูกล่อลวง แยกจากกรณี ที่เป็นมิจฉาชีพนะครับ แต่ว่ากรณีที่พอเวลาไม่เท่าทันโฆษณาผ่านรายการโทรทัศน์ ดาวเทียมบ้าง ผ่านการให้บริการต่าง ๆ ของเจ้าปกตินี่ครับ แต่มีการแอบแฝงเข้าไปจนทำให้ คนแก่ ผู้ที่อาจจะไม่รู้เท่าทันบางทีก็ไป Load Application มา ก็เป็น Application กู้ยืมเงินบ้าง Application ลงทุนบ้าง แล้วก็โดนหลอก ผมก็คิดว่าสภาองค์กรของบริโภคมีพลังในการ ส่งเสียงพอสมควรในเรื่องนี้ จริง ๆ ถ้าท่านช่วยกันขยับเรื่องนี้ เป็นอีกเสียงหนึ่ง ผมก็คิดว่า ไม่เกินศักยภาพแน่นอนนะครับ ก็อยากจะเห็นว่าจะช่วยกันเรื่องนี้อย่างไร🔗

และเรื่องสุดท้ายที่จะฝากไปถึงท่านคณะกรรมการก็คือ เรื่องของกรณี ผู้ที่เช่าซื้อหรือว่าผู้ที่ใช้บัตรกดเงินสด บัตรเครดิตถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีแพ่งต่อศาลยุติธรรม ทั่วประเทศ ประเด็นไม่ได้อยู่เรื่องการฟ้องร้องหรอกครับ ประเด็นอยู่ที่เรื่องของการต่อสู้คดี หลาย ๆ ครั้งนี่นะครับเขาไม่รู้สิทธิ ฟ้องมาหมดอายุความบ้าง ฟ้องมาถูกเอาเปรียบเรื่อง เรียกค่าเสียหายเกินจริงบ้าง ค่าทวงถามบ้าง แต่ว่าผู้บริโภคไม่มีกำลังหรอกครับท่านที่จะไปสู้คดี บางครั้งยอดฟ้องมา ๓๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๐๐๐ บาท พอจะมีอย่างไรได้บ้างที่ท่านอาจจะ พอช่วยเหลือผู้บริโภคเป็นกระบอกเสียงหรือส่งเสียงให้เขาก็ได้ อย่างน้อยยื่นให้การต่อสู้ไว้ ไม่ต้องไปสืบพยานอะไร ศาลก็พิจารณาตามหลักวิธีพิจารณาความผู้บริโภคอยู่แล้ว ซึ่งก็ยึดถืออยู่แล้ว แล้วก็มีระเบียบอะไรต่าง ๆ ที่ต้องนำสืบ แต่อย่างน้อยผมเข้าใจว่า ถ้าเป็นจำเลยในคดีแพ่งสู้เรื่องอายุความเข้าไป สู้เรื่องอะไรพวกนี้เขาหลุดพ้นได้ ศาลวินิจฉัยได้ แต่ถ้าไม่ไปเลยนี่บางทีเสียหาย รวมมูลค่าพวกนี้เยอะมากครับ อันนี้ผมคิดว่าถ้าช่วยกันเรื่องนี้ ก็จะทำให้พี่น้องประชาชนที่ลำบากอยู่แล้ว ไม่ต้องลำบากต่อจากการถูกยึดทรัพย์สิน ถูกตาม แล้วบางครั้งเครียดครับ ไม่รู้กฎหมาย ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ก็ฝากพลังจากองค์กร ของผู้บริโภคช่วยพี่น้องประชาชนไปด้วยกันนะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านอดิศร เพียงเกษ ครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อดิศร เพียงเกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคเพื่อไทย และจากแดนอีสานขอนแก่นครับ ผมนั่งฟังคำบรรยายขององค์กรอิสระที่เรียกว่า สภาองค์กรของผู้บริโภค บรรยายใช้เวลาถึง ๒๕ นาที ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้วพวกเราก็ได้รับเอกสารนะครับ เราสนใจเราก็อ่าน จึงโดยสาร ณ เวลานี้บอกผ่านท่านประธาน บอกองค์กรอื่น ๆ ว่า ไม่ต้องบรรยายให้เราฟัง มาฟังเราพูด เราอ่านแล้วเราจะถามท่านว่า ท่านทำอะไรด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่าจะไปวิจารณ์ ท่านให้เสียหายนะครับ ท่านคล้าย ๆ ว่าอ่านจะสรุปในหนังสือ ๑๙๘ หน้าที่ท่านทำสวยหรู อธิบายปั๊บให้พวกเราเข้าใจ ผมชื่นชมในการทำงานแบบทุกอย่างทุกเรื่อง ตรงนี้ทำงาน หนักมาก ท่านพยายามอธิบายว่า ท่านทำอะไรไปบ้าง ผมสนใจงานในเรื่องการสื่อสาร โทรคมนาคม เทคโนโลยีและสารสนเทศ งานด้านที่ ๘ บริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับกิจการไฟฟ้าครับ เราเป็นผู้แทนราษฎรได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนว่า ค่าไฟฟ้าแพง พี่น้องประชาชนไม่มีเงินไปชำระก็ถูกตัด ถูกยกหม้อไป กิจการไฟฟ้าในหน้า ๑๑๖ เป็นความกล้าหาญของสภาองค์กรของผู้บริโภค สภาองค์กร ของผู้บริโภคร่วมกับศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา จัดกิจกรรมแถลงข่าว ค่าไฟต้อง Fair ข้อเสนอภาคประชาชน สังคม และเอกชนถึงรัฐบาลใหม่ ผมไม่ได้พูดในนามเป็น สส. รัฐบาลนะครับ พูดในการที่กล้าหาญในการทำเรื่องนี้ของสภาของท่าน มันแพงจริง ๆ ครับ สำหรับการแก้ไขปัญหาค่าไฟแพง ดังนี้ ท่านเสนอ ๕ ข้อนะครับ ประชาชนทางบ้าน ถ้าติดตามรับฟังจะมีประโยชน์คือ ๑. ยุติการลงนามสัญญารับซื้อไฟฟ้า PPA จากโครงการ ขนาดใหญ่แห่งใหม่ทุกโครงการจนกว่าไฟฟ้าสำรองจะลดลงสู่มาตรฐาน ๒. เร่งเดินหน้า นโยบาย Net metering คือระบบหักลบหน่วยไฟฟ้ากับพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงาน หมุนเวียนอื่น ๆ บนหลักการที่เสรีและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย และครอบคลุมทั้งประเทศ ๓. เปิดรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวาง โปร่งใส ตรวจสอบได้ ต่อร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า PDP และร่างแผนพัฒนาอื่น ๆ ๔. พัฒนาระบบซื้อขายส่งไฟฟ้าที่สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมสำหรับการผลิต และจำหน่าย ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการเจรจาลดภาระที่ไม่เป็นธรรม ในสัญญาโรงไฟฟ้าต่าง ๆ ที่มีอยู่ ๕. ให้นำต้นทุนก๊าซธรรมชาติจากแหล่งก๊าซที่มีราคาถูกกว่า ได้แก่ ก๊าซอ่าวไทยและก๊าซจากพม่าไปคิดเป็นต้นทุนการผลิตไฟฟ้า นอกจากนั้นยังได้ยื่น เรื่องขอเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อเสนอนโยบายราคาไฟฟ้าที่เป็นธรรม เป็นข้อเสนอที่ดีครับ ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลไหนที่เข้ามาทำงาน ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม ท่านก็บอกท่านก็มี มันแพง มันถูกปกปิดอะไร ท่านทำหน้าที่นี่กล้าหาญ ผมอยากให้เปิดเผย ว่าต้นทุนจริง ๆ ให้ทำเรื่องนี้ต่อไป ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะ ลดได้ไหมค่าไฟ ลดได้ไหม ค่าน้ำมัน ซึ่งเป็นปัญหาที่มีประจำทุกครัวเรือนของพี่น้องประชาชน ท่านครับ ท่านทำต่อไป🔗

แล้วอีกเรื่องหนึ่งท่านก็กล้าหาญเรื่องบริการสุขภาพ ท่านเสนอการผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุและบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ โอ้โหไปไกล เหมือนพรรคการเมือง พวกกระผมหาเสียงเลยครับ ท่านมีอยู่ตรงนี้ ท่านบอกว่าเห็นด้วยในการที่จะมี พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ และบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ เดี๋ยวนี้พรรคการเมืองก็แย่งกันบอกว่าผมเป็นคนเสนอเอง คนนี้เสนอเอง เดือนละ ๓,๐๐๐ บาท จะผลักดัน GDP ของประเทศสูงขึ้นถึง ๔.๑๗ ท่านสัมมนา เรื่องนี้แล้วส่งการสัมมนาไปไหนครับ ไปให้รัฐบาลหรือพรรคการเมืองที่ทุกพรรคที่ต้องการ จะเอาเงินมาจากไหนให้บำนาญ ๓,๐๐๐ บาท ท่านต้องเปิดเผยเรื่องนี้ต่อสาธารณะ อย่าให้ พรรคการเมืองมาแย่งผลงานกันสิครับ ท่านเป็นองค์กรกลาง ผมนี่ก็อยู่วัยชราแล้วครับ เผื่อจะได้โดยสาร ท่านประธานเผื่อจะได้โดยสาร นี่คือการทำงานที่เหมือนยักษ์ ดูท่าน เป็นยักษ์นะครับ แต่ดูแล้วไม่มีอาวุธเลย กระบองก็ไม่มี ท่านทำทุกเรื่องใหญ่โตมโหฬาร เพื่อพิทักษ์รักษาสิทธิของผู้บริโภคเป็นสิ่งที่ชอบแล้ว ข้าง ๆ ผมท่านเป็น สส. บัญชีรายชื่อ เหมือนผม ท่านนิคม บุญวิเศษ ท่านบินไปทั่วประเทศ เพราะเป็น สส. บัญชีรายชื่อ แต่สนามบินร้อยเอ็ดมันผูกขาดหรือเปล่า ราคาเครื่องบินราคาโดยสารแพงจริง ๆ อย่างนี้ ท่านได้ไปแตะไหมครับ งานของท่านมีมากมาย แต่วันนี้ผมพูดรัฐบาลก็อย่าโกรธผม เรื่องไฟฟ้า กับเรื่องน้ำมัน เรื่องก๊าซนี่ครับจะให้ใครแก้ จึงขอโดยสารเรื่องนี้ขอให้ท่านสรุปให้ผมฟัง อีกครั้งหนึ่งนะครับ เรื่อง พ.ร.บ. บำนาญ ๓,๐๐๐ บาทกับเรื่องไฟฟ้า เรื่องแก๊สจะลดหรือไม่ลด ได้อย่างไร ต้นทุนมันอยู่ตรงไหน เอาเปรียบอย่างไร Ft มันเป็นอย่างไร พี่น้องประชาชน จะได้อานิสงส์จากรัฐบาลชุดนี้ ชุดหน้า ชุดต่อไป ชุดอดีตอย่างไรไม่ทราบ จึงขอโดยสาร ท่านนะครับ ผมให้อภัยที่ท่านใช้เวลา ๒๕ นาที ตอบคำถามผมใช้เวลาเต็มที่เลยนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ก็เพื่อความเป็นธรรมกับหน่วยงานที่ชี้แจงด้วยนะครับ พอดีตอนแรกก็เป็น ข้อตกลงว่ามีท่านสมาชิกปรึกษาว่า เวลาที่หน่วยงานเข้ามาอยากให้สรุปสั้น ๆ แต่พอดีท่าน ใช้เวลาเยอะไปสักนิดหนึ่งนะครับ แต่อย่างไรถ้าท่านสมาชิกอยากเห็นว่าหน่วยงานต่อ ๆ ไป ไม่จำเป็นต้องมาสรุปแล้ว เดี๋ยวทางวิปปรึกษากันได้นะครับ แต่ว่าตั้งแต่เราเปิดสภามา เราใช้แนวทางนี้ตลอดนะครับ เชิญท่านภัณฑิล น่วมเจิม ครับ🔗

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกลนะครับ ก็ขอชื่นชมสนับสนุนการทำงานสภาองค์กร ของผู้บริโภค ของผมสั้นนิดเดียวไม่เกิน ๕ นาทีนะครับ ทั้งในเชิงข้อเสนอแนะ เชิงนโยบาย เรื่องการรณรงค์เชิงประเด็น เรื่องร่างกฎหมาย การแก้ปัญหาความเดือดร้อน ข้อร้องเรียน ให้พี่น้องประชาชนนะครับ🔗

เรื่องแรก ข้อเสนอนโยบายของท่านด้านมาตรการเพื่อแก้ปัญหาภัยธุรกิจ ทางการเงิน อันนี้ดีมากนะครับ การเตือนภัย Facebook Fanpage เลียนแบบนำมาแอบอ้าง หลอกลวงผู้บริโภค อันนี้เราก็เจอเยอะในกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค กรณีการให้บริการ สินเชื่อส่วนบุคคลของบริษัทศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชัน และบริษัทเครือข่ายที่อาจเข้าข่าย ผิดกฎหมาย ซึ่งทำให้ประชาชนผู้ขอสินเชื่อนั้นสับสน หลงผิดและถูกเอาเปรียบอย่างมาก มีการคิดดอกเบี้ยในอัตราสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดแล้วบีบบังคับซื้อประกันพ่วง อันนี้ ผมก็ได้รับเรื่องร้องเรียนเองโดยตรงนะครับ กรณีมิจฉาชีพใช้ App ดูดเงินจากบัญชีธนาคาร โดยที่สถาบันการเงินไม่ใช้อำนาจดำเนินการตามกฎหมาย ท่านก็ทำ President Case ขึ้นมา ครั้งแรกแล้วที่ธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งต้องยอมจ่ายนะครับ อีกมาตรการหนึ่งที่ท่านเสนอ คือการหน่วงเงิน คือการมีคล้าย ๆ กับ Escrow Account Escrow Payment มากักเงินไว้ก่อน ในกรณีที่มีการโอนเงินจำนวนมาก อันนี้น่าสนใจก็น่าที่จะศึกษาและดำเนินการต่อนะครับ นโยบายเพื่อแก้ปัญหาจากอาคารสูง เรื่องผังเมืองท่านก็ขับเคลื่อนเต็มที่ มีผู้เดือดร้อน จากการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ในซอยแคบ ท่านก็รณรงค์เรื่องนี้อย่างแข็งขันนะครับ ข้อเสนอแนะและผลักดันให้มีระบบและค่าโดยสารร่วมตลอดเส้นทาง อันนี้ก็ขอสนับสนุน เช่นกัน แต่คงเป็นประเด็นที่เราจะต้องคุยกันยาวต่อนิดหนึ่ง อีกอันหนึ่งที่ผมขอฝากไว้นะครับ ค่าทางด่วนประเคนสัญญาสัมปทานให้บริษัทเอกชน นายทุนขนาดใหญ่ แทนที่จะเปิดประมูล ใหม่นะครับ แทนที่เราจะได้มีค่าทางด่วนที่ถูกลง แต่กลับกลายเป็นว่าไปพ่วงขยายสัมปทาน ออกไปให้เขาหากินไปได้อีกยาวเลย อันนี้ก็ฝากท่านว่าเดี๋ยวเรารณรงค์ประเด็นนี้ร่วมกัน เรื่องสัมปทานทางด่วนผูกขาดประเคนให้นายทุน ไม่เอาแล้วนะครับ ข้อเสนอให้บริษัท ผู้บริการขนส่งสินค้าออกประกาศรับรองสิทธิ และขั้นตอนในการเปิดบรรจุภัณฑ์สินค้า ก่อนจะส่งมอบ Cash On Delivery แล้วก็จ่ายค่าสินค้า ขยายเวลาในการถือเงินก่อนโอนให้ เจ้าของสินค้า การแสดงข้อความบนกล่อง หรือซองเอกสารพัสดุ แจ้งเงื่อนไขระยะเวลา ในการถือเงินรับประกัน อันนี้ก็ดีนะครับ อีกประเด็นหนึ่งที่ท่านรณรงค์แข็งขัน เราก็เห็นด้วย เป็นอย่างยิ่งคือ คัดค้านการควบรวมกิจการของบริษัท Ture Corporation และ Dtac รวมถึง AIS กับ 3BB ซึ่งเราก็เห็นแล้วควบรวมเป็นอย่างไร ผลกระทบกับค่าบริการมัน Common Sense มันเห็นได้ง่ายอยู่แล้ว ท่านก็พยายามรณรงค์ เดี๋ยวผมจะเรียกเข้ามา ในกรรมาธิการอีกทีหนึ่ง สอบถามว่ามันเป็นอย่างไร Track สิปีหนึ่ง ๒ ปีผ่านไป แล้วมันดีจริงหรือการควบรวมของคุณนะครับ ประเด็นมาตรการการรับซื้อไฟ Solar Rooftop Net metering อย่างเป็นธรรม อันนี้ก็ผูกกับเรื่องของค่าไฟด้วย ทำไมเราจะขายคืน ในราคาที่เราซื้อไม่ได้ใช่ไหมครับ กรณีสำนักการบินพลเรือนไม่แจ้งผลตรวจสอบ เรื่องสายการบิน ยกเลิกและเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน อันนี้ก็มีข้อร้องเรียนเข้ามาเหมือนกัน เราก็เคยเรียก สำนักการบินพลเรือน แล้วก็สายการบินเข้ามาชี้แจงในชั้นกรรมาธิการ มีกรณีราคาบัตร คอนเสิร์ต ท่านก็จับทุกประเด็นเลยดีมากนะครับ การช่วยเหลือผู้บริโภคในกรณีการซื้อ อสังหาริมทรัพย์ บ้าน คอนโดมิเนียม ที่อยู่อาศัย และบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ขนาดใหญ่ ไม่ส่งมอบสาธารณูปโภคส่วนกลางตามที่ได้ขออนุญาตจัดสรรและโฆษณาเอาไว้ ข้อร้องเรียนนี้ก็เยอะมาก ก็ขอบคุณทางสภาองค์กรของผู้บริโภคที่เป็นตัวแทนผู้บริโภค ช่วยกันร้องเรียน เพราะว่าผู้บริโภคตัวเล็ก ๆ บางทีไปสู้กับบริษัทกลุ่มทุนขนาดใหญ่ก็ไม่ไหว สุดท้ายนะครับ ร่าง พ.ร.บ. ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า ซึ่งมีสาระสำคัญ เป็นการกำหนดความรับผิดชอบผู้ประกอบธุรกิจต่อความชำรุดบกพร่องสินค้าประเภท เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์และจักรยานยนต์ที่เป็นสินค้าใหม่ อันนี้ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ล่าสุดเราก็เรียกผู้ผลิตรถยนต์ EV เข้ามา มีปัญหาเยอะ น่ากลัวมาก ต้องรีบผลักดัน เดี๋ยวผมก็จะช่วยผลักดันเรื่อง Lemon Law ต่อไป ก็ขอบคุณมากครับ สำหรับการสนับสนุนและการช่วยเหลือประชาชนของสภาองค์กรของผู้บริโภค ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านเกียรติคุณ ต้นยาง ครับ🔗

นายเกียรติคุณ ต้นยาง นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม เกียรติคุณ ต้นยาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขต ๗ อำเภอไทรน้อย อำเภอบางบัวทอง พรรคก้าวไกล ดีใจนะครับที่ได้มาเจอกันอีกครั้งหนึ่ง เหมือนเพื่อนมาเจอกัน ปีละหนคนกันเอง เราเจอกันล่าสุดก็เมื่อ ๑๖ สิงหาคมปีที่แล้ว วันนี้ก็จะขวบปีที่แล้วที่เรา มาเจอกันอีก ผมก็ขออนุญาตอภิปรายในฐานะที่เป็นกัลยาณมิตร ถ้าปีที่แล้ว Digital Footprint กลับไป ก็จำได้ว่าผมมีอยู่ ๓ ประเด็นที่ฝากท่านไว้คือ ๑. เรื่องของความเสียหายที่เกิดขึ้น ปีที่แล้วท่านบอกว่าธนาคารมากกว่าสินค้าทั่วไป แต่ปีนี้สินค้าทั่วไปมากกว่าธนาคารแล้ว อย่างที่ผมเคยอภิปรายไว้ ๒. ก็คือเรื่องของความเสียหายที่เกิดขึ้น ปริมาณที่เกิดขึ้น ยุติเรื่อง ได้มากน้อยขนาดไหน ดีใจครับ ๓ ขวบปีนี้เจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด ผมดีใจ ดีใจแทนพี่น้อง ประชาชนชาวจังหวัดนนทบุรี แต่มีอีกนิดหนึ่งที่ยังแอบเสียใจเล็ก ๆ ก็คือรายงานที่ท่านเขียนมา ทั้งหมดนี้ดีหมดเลย กระทั่งหน้าแรกเห็นชื่อองค์กรคงยาวเกินไปกระมัง สภาองค์กรของผู้บริโภค ท่านบอกเรียกสั้น ๆ ก็ได้ สภาผู้บริโภค อย่างนั้นก็ได้ ผมก็เรียกสภาผู้บริโภคก็ได้ เรื่องที่เป็นผลงาน ที่ท่านภูมิใจเสนอมา ๓ เรื่อง ดีครับ เพราะอะไรที่เราไปตามตึกอาคารพาณิชย์ต่าง ๆ จะเห็นเลย สินเชื่อเงินด่วน สินเชื่อโน้น นี่ นั้น แต่เราไม่รู้เลยว่าเราถูกเอาเปรียบ ท่านคือตัวแทนของประชาชน ประชาชนที่เขาหมดหนทางที่จะไปพึ่งหมวกกันน็อก ก็กลัวว่าจะถูกทวงหนี้อย่างไม่เป็นธรรม จะไปกู้นอกระบบก็กลัวว่าจะถูกทวงหนี้ไม่เป็นธรรม อุตส่าห์เข้าไปในระบบก็ยังไม่เป็นธรรมอีก แต่ท่านมองเห็นไปช่วยพี่น้องประชาชนคนตาดำ ๆ ที่เขาไม่สามารถเข้าไปหาธนาคารได้เอง ก็ต้องไปหาสินเชื่อรายย่อยอย่างนี้ อันนี้ผมขอขอบคุณมาก ๆ ที่ช่วยพี่น้องประชาชน คนตาดำ ๆ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนจังหวัดนนทบุรีของผม ปีที่แล้วมีประชากรอยู่ ๑,๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน ปีนี้ปี ๒๕๖๗ ประชากรเพิ่มขึ้นแล้วเป็น ๑,๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน ไม่รวมประชากรที่จรอีก ๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน เบ็ดเสร็จแล้ววัน ๆ หนึ่งคนที่ใช้ชีวิตในจังหวัด นนทบุรีกว่า ๒ ล้านคน แต่ทำไมจังหวัดนนทบุรีของผมไม่ปรากฏในแผนที่ของท่านเลย ทำไม จังหวัดนนทบุรีของผมประชากรตั้ง ๒ ล้านคน ไม่มีแผนที่ของท่านเลย อยู่ที่หน้า ๓๙ มีหมด ทุกจังหวัด ทุกเขต ทุกภาค แต่ทำไมจังหวัดนนทบุรีของผมไม่มี ไม่ใช่ว่าผมดูไม่ละเอียด พับแล้วพับอีก พับอีกพับแล้ว หน้าไหนบ้างล่ะที่ไม่อ่าน ไม่ต้องบอกว่าหน้าสุดท้ายเลขอะไร ผมรับประกันว่าผมอ่านทุกหน้า ดูก็ได้ ผมพับมาละเอียดทุกหน้า มาเจอหน้าสุดท้าย เหมือนรุ่นพี่ผมบอกว่าให้ดูหน้าสุดท้ายแล้วบอกเลยจะรู้ว่า เราอ่านทุกหน้าไม่จำเป็นครับ ไม่เชื่อหันมาดูอีกต่างหาก มีครับ จังหวัดนนทบุรีของผมมีครับ มีอยู่หน้าสุดท้าย อยู่ที่ตำบล บางรักพัฒนา ผมเข้าใจความมุ่งมั่นของท่านนะครับ ที่จะเพิ่มปริมาณองค์กรของท่าน ให้ครอบคลุม ๗๗ จังหวัดทั่วประเทศ ปีที่แล้วมีแค่ ๑๔ หน่วย รายงานเล่มนี้ปี ๒๕๖๖ บอกมี ๑๕ เมื่อสักครู่นี้ท่านขึ้นจอบอก ๑๘ โอ้โห ดีใจตัวเลขก้าวกระโดดมากเลย แล้วท่านบอก อีกว่าจะเพิ่มให้ครบ ๗๗ จังหวัด ตัวเลข ปริมาณ หรือคุณภาพครับที่สำคัญกว่า ท่านจะเร่ง ผลิตองค์กรให้ครบ ๔๐๐ กว่าองค์กรก็ได้ ครอบคลุม ๗๗ จังหวัดก็ได้ ปริมาณมันสร้างกันได้ แต่ขอคุณภาพได้ไหม พี่น้องตำบลพิมลราช อำเภอบางบัวทอง ถนนบ้านกล้วย-ไทรน้อย กว่าจะออกมาหาที่ร้องเรียนได้ รอรถสองแถวครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่เจอ สองแถวคันใหญ่ ๑ ชั่วโมงมา ๑ คัน สองแถวคันเล็ก ครึ่งชั่วโมงมา ๑ คัน จากบ้านกล้วย-ไทรน้อยกว่าจะมา ตลาดบางบัวทองใช้เวลาเกือบ ๒ ชั่วโมง ฝากท่านด้วยนะครับ เมื่อสักครู่ท่านบอกไว้แล้ว ๕๐๐ เมตรออกมาเจอป้ายรถเมล์ ๑๕ นาทีต้องได้ขึ้นรถโดยสาร สิ่งที่น่าภูมิใจอีกอย่างหนึ่ง ก็คือที่ท่านบอกว่ารถไฟฟ้า จังหวัดนนทบุรีของผมก็มีตั้ง ๒ สีนะครับ สีม่วงเจ้าเดิม สีชมพู เจ้าใหม่ ฝากค่าโดยสารด้วยนะครับ ดูให้จังหวัดนนทบุรีด้วยนะครับ คนนนทบุรีไม่ใช่คนรวย ทุกคนนะครับ ทุกคนยังต้องอาศัยรถไฟฟ้าอยู่ สิ่งที่น่าฝากไว้กับท่านด้วยความรักจริง ๆ สิ่งที่ผมอยากจะเห็นในรายงานปี ๒๕๖๗ ปีหน้า เล่มดีแต่ขอคุณภาพ ให้พี่น้องประชาชน คนนนทบุรีของผมสามารถรู้ได้ว่า เวลาเขามีปัญหาเรื่องบริโภค เรื่องที่เขาซื้อของไม่ตรงปก เรื่องที่เขาเสียหายจากการที่เป็นผู้บริโภค เป็นคนที่ใช้สินค้า เขาจะได้รู้ว่าออกจากบ้าน เขาจะไปหาใคร ไปหาท่านได้ที่ไหน จะไปจตุจักร ลาดพร้าว จะไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะไปจังหวัดนครปฐม คนนนทบุรีจะต้องไปไหน มีอยู่บางรักพัฒนาบอกหน่อยได้ไหมว่า อยู่ตรงไหน เขาจะได้ไปกันถูก ฝากไว้ด้วยนะครับ ทุกข์มีแล้ว แต่ไม่รู้จะไปหาที่ร้องทุกข์ ตรงไหน ฝากอีกเรื่องเดียวถ้าท่านมีได้ครบ ผมบอกว่าปีหน้าผมไม่ลุกขึ้นพูดแล้ว ผมจะขอพูด เป็นปีสุดท้าย ถ้าท่านทำได้ให้จังหวัดนนทบุรีของผมมีที่รับร้องทุกข์เหมือนจังหวัดอื่น ๆ เขา จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดนครปฐม จังหวัดพระนครศรีอยุธยาใกล้ ๆ นี่มีศูนย์ด้วยนะครับ มีอยู่ในแผนที่ของท่านเลย ผมเปิดเห็นแล้วน้ำตาแทบร่วง จังหวัดนนทบุรีไม่มีในแผนที่นะครับ เป็นไปได้ปีหน้าใส่จังหวัดนนทบุรีให้ผมด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ รายชื่อที่สมาชิกอภิปรายเพียงเท่านี้ครับ ขอเชิญทางหน่วยงานครับ🔗

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานองค์กรของผู้บริโภค

ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกนะคะ ก่อนอื่นดิฉันก็ต้องขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ทั้ง ๕ ท่าน ไม่ว่าจะเป็น ท่านขัตติยา ท่านเอกราช อุดมอำนวย ท่านอดิศร เพียงเกษ ท่านภัณฑิล น่วมเจิม แล้วก็ ท่านเกียรติคุณ ต้นยาง ที่กรุณาอย่างน้อยก็ให้กำลังใจกับสภาองค์กรของผู้บริโภค แล้วก็ ชื่นชมการทำงานของสภาองค์กรของผู้บริโภค🔗

ดิฉันขออนุญาตตอบท่านเกียรติคุณ ต้นยาง ก่อนเลยว่าทำไมไม่มีหน่วยงาน ประจำจังหวัดที่นนทบุรี ขออนุญาตเรียนนิดหนึ่งว่า หลักเกณฑ์ของสภาองค์กรของผู้บริโภค ก็คือถ้าจะมีหน่วยงานประจำจังหวัดได้ อย่างน้อยต้องมีสมาชิก ๕ องค์กร ซึ่งการที่จะมี สมาชิกอย่างที่ท่านประธานได้เรียนว่า มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับสภาองค์กรของผู้บริโภคเราอยากมี สมาชิก แต่ว่าสมาชิกต้องไปจดแจ้งกับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แล้วก็ไปแสดง ให้เห็นว่าตัวเองมีผลงานในการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็องค์กรมีวัตถุประสงค์ในการคุ้มครอง ผู้บริโภคอย่างน้อย ๒ ปีก่อนวันยื่นจดแจ้ง ซึ่งขณะนี้สภาองค์กรของผู้บริโภคเองได้พยายาม ที่สนับสนุนให้องค์กรผู้บริโภค ที่อาจจะเป็นองค์กรใหม่ดำเนินการซึ่งเราได้มีโครงการ ๒๐๐ กว่าโครงการที่สนับสนุนให้องค์กรผู้บริโภค อย่างน้อยมีบทบาทในการรับเรื่องร้องเรียน ออนไลน์ แล้วก็ถึงแม้ว่าเรายังไม่มีหน่วยงานประจำจังหวัดที่นนทบุรี แต่ศูนย์คุ้มครองสิทธิ ที่จังหวัดนนทบุรี ขณะนี้เราถือว่าเป็นหน่วยประสานงาน จุดให้การช่วยเหลือของจังหวัดนนทบุรี อันนี้ก็ขออนุญาตเรียนท่านเกียรติคุณ ต้นยาง ดิฉันก็สนับสนุนท่านว่าเราให้ความสำคัญ กับเรื่องคุณภาพ เพราะฉะนั้นเราก็ไม่ได้ตัดรองเท้าเบอร์เดียว เพราะฉะนั้นก็คิดว่าจำนวน หน่วยประจำจังหวัดขึ้นอยู่กับศักยภาพขององค์กร อย่างเช่น คุณจะเป็นหน่วยประจำจังหวัดได้ อย่างน้อยองค์กรต้องมีคนทำงาน ๓ คน แล้วสภาเองก็ให้เขาเลือกกันว่าเขาจะให้ ๕ องค์กรนั้นองค์กรไหนเป็นหน่วยงานประจำจังหวัดค่ะ เพราะฉะนั้นเราก็คาดหวังว่า จะมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็จากที่เข้มแข็งแล้วก็เป็นหน่วยประจำจังหวัดที่พอที่จะพัฒนา หรือบริหารจัดการองค์กรได้ ขณะนี้เราใช้ชื่อว่า หน่วยประสานงานสภาองค์กรของผู้บริโภค ก็เป็นอีกระดับหนึ่ง แล้วก็มีระดับสมาชิกทั่วไปที่เราให้การสนับสนุนค่ะ🔗

ส่วนประเด็นเรื่องรถไฟฟ้า ดิฉันก็ต้องขอบคุณและคิดว่ามีโอกาสได้ทำงาน กับท่านแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นตัว Feeder ในการทำงานที่จะร่วมไม้ร่วมมือกันในการที่ทำให้ ประชาชนเข้าถึงบริการขนส่งมวลชนที่เป็นขนส่งหลัก แล้วก็ต้องขอบพระคุณแล้วก็คิดว่า ถึงแม้เรายังไม่มีหน่วยประจำจังหวัดทุกจังหวัด ขณะนี้สภาองค์กรของผู้บริโภคเอง เรามีคนร้องเรียนทั้ง ๗๗ จังหวัดผ่าน ๑๕๐๒ แล้วสมมุติว่าในหน่วยงานประจำจังหวัด หรือในส่วนของหน่วยประสานงาน ถ้ามีเรื่องร้องเรียนมาแล้วเราตกลงกัน เรื่องร้องเรียนนั้น ก็จะไปอัตโนมัติที่หน่วยงานประจำจังหวัด เพื่อให้เขาได้สนับสนุนผู้บริโภคในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ ของเขานะคะ ก็ขออนุญาตเรียนท่านเกียรติคุณไว้ประมาณนี้นะคะ🔗

ส่วนท่านขัตติยา สวัสดิผล พรรคเพื่อไทย ดิฉันก็ต้องขอบพระคุณมากนะคะ ที่ให้กำลังใจ แล้วก็สนับสนุนการทำงานของสภาองค์กรของผู้บริโภค ดิฉันขออนุญาตเรียน นิดหนึ่งว่าที่เราใช้ชื่อย่อว่า สภาผู้บริโภค ซึ่งเดิมเราเคยใช้ชื่อย่อว่า สอบ. มันก็ไปใกล้เคียงกับ สคบ. ซึ่งคนก็แยกยากอยู่แล้วว่า สอบ. กับ สคบ. คืออะไร เพราะฉะนั้นก็เลยเรียกตัวย่อว่า เป็น สภาผู้บริโภค เพื่อที่จะให้ประชาชนสามารถที่จะจำได้ง่าย ส่วนท่านขัตติยาที่ได้แนะนำ เรื่อง พ.ร.บ. ความรับผิดต่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า หรือ Lemon Law ดิฉันก็คิดว่า อย่างไรก็คงได้มีโอกาสทำงานกับท่าน แล้วก็ทางกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภคที่จะผลักดัน กฎหมายฉบับนี้และหวังว่าพรรคต่าง ๆ จะช่วยสนับสนุนในการเสนอกฎหมายฉบับนี้ด้วยนะคะ แล้วก็ต้องขอบพระคุณท่านที่จะสนับสนุนให้มีการจัดสรรเงินให้กับสภาองค์กรของผู้บริโภค มากขึ้น แล้วก็ปี ๒๕๖๘ นี้เราก็อาจจะได้รับงบประมาณที่เรียกว่าจริง ๆ ก็เท่าเดิม แต่ว่า เท่าเดิมแล้วโดยภาพรวมก็น้อยลงกว่าเดิมค่ะ ก็ต้องขอบพระคุณนะคะ🔗

ส่วนข้อสังเกตเรื่องให้สภาเตรียมความพร้อม ดิฉันก็จะขออนุญาตรับไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจสินค้าสมัยใหม่ จริง ๆ เรามีกรณีร้องเรียนอยู่บ้าง ก็คิดว่าอันนี้น่าจะเป็น โอกาสในการทำงานเพิ่มเติม ส่วน Platform Online ดิฉันคิดว่าขณะนี้เป็นปัญหาใหญ่มาก เนื่องจากการไปขึ้นทะเบียนของ Platform Online กลายเป็นเรียกว่า เขาใช้ชื่อว่าเขาเป็น เครือข่าย Global Social Network ก็คือเรียกว่า Platform ที่เชื่อมโยงของประชาชน ไม่ใช่เป็น Platform การค้าใน Social Online เพราะฉะนั้นตรงนี้เองก็ยังเป็นปัญหาในเชิง ของการขึ้นทะเบียน แล้วก็ความรับผิดต่าง ๆ ที่จะมีต่อสมาชิกหรือประชาชนในประเทศไทย เนื่องจากการที่บริษัทเองก็อาจจะมีบริษัทใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์ต่าง ๆ ซึ่งดิฉันคิดว่าอันนี้ ก็คงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือของหลายภาคส่วน ที่จะทำให้การขายสินค้าบน Platform Online หรือ Social Media มีการกำกับที่ชัดเจนมากขึ้นนะคะ🔗

ส่วนเรื่องการควบรวมกิจการการผูกขาด ก็คงเป็นประเด็นสำคัญที่สภาองค์กร ของผู้บริโภคจะติดตามต่อไป แล้วก็เรื่องการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลก็ต้องขออนุญาตเรียนว่า เราให้ความสำคัญมาก แล้วก็พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคที่สภาองค์กรของผู้บริโภค ได้ยกร่างแก้ไขในขณะนี้เราให้เพิ่มเติมสิทธิเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือสิทธิ ที่ผู้บริโภคจะต้องได้รับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครอง ผู้บริโภคด้วย ก็ขออนุญาตเรียนท่านขัตติยานะคะ🔗

ส่วนท่านเอกราช อุดมอำนวย จากพรรคก้าวไกล ดิฉันคิดว่าสภาก็คงต้อง ขอความร่วมมือจากท่าน สส. ด้วยไม่ว่าจะเรื่องค่าบริการ ซึ่งขณะนี้ค่าบริการของสถานพยาบาล มีกรมการค้าภายในกำกับดูแล แต่ก็กำกับในลักษณะที่ให้แจ้งราคา แล้วก็ถ้าประชาชนสงสัย หรือมีราคาที่แพงก็ให้ใช้กลไกร้องเรียน แม้กระทั่งเรื่องราคายา แล้วก็ค่ารักษาพยาบาล เพราะฉะนั้นเป็นการกำกับในระดับของการแจ้งราคาให้กับผู้บริโภคเท่านั้น และดิฉันคิดว่า จริง ๆ สภาองค์กรของผู้บริโภคเราได้ทำงานวิจัยชิ้นหนึ่ง แล้วก็อยู่ในช่วงที่ได้ผลงานวิจัยแล้ว ว่าจริง ๆ การจ่ายเงินในกรณีฉุกเฉิน เร่งด่วนหรือที่เราเรียกว่า UCEP ขณะนี้ใช้ระบบ ที่เรียกว่า Fee schedule ก็คือ จ่ายตามการรักษาจริงที่อยู่ในขอบเขตของกลุ่มเงิน กลุ่มรายการ เพราะฉะนั้นการกำกับเรื่องค่ารักษาพยาบาล ดิฉันคิดว่าจริง ๆ สามารถใช้ ต้นแบบจากการจ่ายในกรณีฉุกเฉินได้ ซึ่งถือว่าเป็นการจ่ายที่โรงพยาบาลเอกชนก็ไม่ขาดทุน แต่ว่าจะทำอย่างไร อย่างเช่น สิงคโปร์เขาก็ใช้ Blue Box หรือ Blue print ที่จะกำกับว่า ห้ามเกินกว่านั้น ถ้าเกินกว่านั้นต้องมีเหตุผล เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าอันนี้ก็เป็นทิศทาง ที่น่าจะร่วมมือ หรือได้รับการสนับสนุนจากทั้งทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะทำให้เรื่องนี้ เดินหน้าได้นะคะ🔗

ส่วนเรื่องค่าทางด่วนแพงซึ่งมีทั้งท่านเอกราช แล้วก็ท่านภัณฑิล ดิฉัน ก็สนับสนุนนะคะ จริง ๆ ดอนเมืองโทลล์เวย์ องค์กรผู้บริโภคโดยมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้ฟ้องคดีและชนะคดีในศาลชั้นต้น แล้วก็มีคำพิพากษาที่น่าสนใจมากว่า การขึ้นราคาจริง ๆ เป็นการสร้างภาระกับผู้บริโภค แล้วก็ไม่ได้มีกระบวนการที่รับฟังความคิดเห็นขององค์กร ผู้บริโภค และรวมถึงการมอบอำนาจรัฐให้กับเอกชนในการขึ้นราคา เราจะเห็นว่า เมื่อดอนเมืองโทลล์เวย์จะขึ้นราคา ติดป้ายประกาศ ๓๐ วันเท่านั้นเองนะคะ นั่นหมายความว่าเรามอบอำนาจรัฐให้กับเอกชน แต่ศาลปกครองสูงสุดเราก็แพ้คดี เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่า ขณะนี้ดอนเมืองโทลล์เวย์ซึ่งควรจะหมดสัมปทานเมื่อปี ๒๕๕๕ แต่ขยายไปถึงปี ๒๕๗๗ และขณะนี้รัฐบาลเองก็เตรียมการที่จะขยายโดยให้คงราคาเดิม ดิฉันคิดว่าอันนี้ก็ต้องตรวจสอบ แล้วก็ทำงานร่วมกันกับทางคณะกรรมาธิการการคุ้มครอง ผู้บริโภคของสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เช่นเดียวกันกับทางด่วนระยะที่ ๒ เช่นเดียวกัน ซึ่งเราขยายไปแล้ว ๑๕ ปี แล้วขณะนี้ก็ดูเหมือนจะก่อสร้างขยายระยะเวลาอีก ดิฉันคิดว่า อันนี้เป็นโจทย์ของประชาชน แล้วก็สภาผู้แทนราษฎรด้วยว่าเราจะร่วมมือกันอย่างไรในการ ทำเรื่องนี้ให้ประสบความสำเร็จ🔗

แล้วก็เรื่องการกู้ยืมเงิน เรื่องบัตรเงินสด ดิฉันเรียนได้เลยว่าถ้าประชาชน ถูกฟ้องคดีหรือถูกดำเนินการคดีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กฎหมายออกแบบให้สภาองค์กร ของผู้บริโภคสามารถช่วยเหลือได้ก็ ขออนุญาตเรียนท่านประธาน แล้วก็ท่าน สส. ผ่านไปถึง ประชาชนด้วยว่าสามารถไปร้องเรียนที่สภาองค์กรของผู้บริโภคได้ หรือใช้โทรศัพท์ ๑๕๐๒ เราชนะคดีเรื่องการกู้ยืมเงินที่ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมมาพอสมควร และคิดว่า เรามีบทเรียน แล้วขณะนี้สภาเองได้จัดทำหลักสูตรเรียกว่า แก้หนี้แบบยั่งยืนที่จะให้ตัวแทน ของสมาชิกสภาเป็นหน่วยแก้หนี้ในพื้นที่ เพื่อที่จะทำให้ประชาชนอย่างน้อยมีที่พึ่ง รู้หนี้แบบไหนดอกเบี้ยเท่าไร หนี้แบบไหนจะต้องทำอย่างไร ดิฉันก็หวังว่าเราจะสามารถ ทำเรื่องนี้ได้มากขึ้น🔗

ส่วนท่านอดิศร เพียงเกษ ก็ต้องขอขอบพระคุณคำแนะนำต่าง ๆ ที่ท่านให้กับ สภาองค์กรของผู้บริโภค ดิฉันคิดว่าค่าไฟฟ้าแพงก็ยังทำไม่สำเร็จ แต่แน่นอนเราจะร่วมมือกัน ทำให้สำเร็จอย่างไร สภาเองก็มีข้อเสนอต่อเรื่องนี้ไม่น้อย ส่วนเรื่องบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ จริง ๆ คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ได้มีรายงานในการหาแหล่งเงินที่มาว่า เราจะทำเรื่องนี้อย่างไร แล้วดิฉันเองจริง ๆ ก็คิดว่าเราไม่ได้มีปัญหาเรื่องงบประมาณ แต่เรา มีปัญหาเรื่องการจัดลำดับการใช้งบประมาณแผ่นดิน เพราะฉะนั้นถ้าเราจะทำเรื่องบำนาญ พื้นฐานแห่งชาติจริงนี่ก็อาจจะเริ่มต้นได้เลย โดยที่ค่อยเป็นบันไดก็ได้ ไม่ต้อง ๓,๐๐๐ บาท ทีเดียว อาจจะ ๒,๐๐๐ บาทก่อน แล้วก็เป็น ๓,๐๐๐ บาทในอีกกี่ปีเหมือนที่เราคาดหวังว่า เราจะมีบริการขนส่งสาธารณะไม่เกินร้อยละ ๑๐ ขณะนี้ร้อยละเกือบ ๓๐ แต่ว่าเราพูดกัน เรื่องอนาคตที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น แต่แน่นอนดิฉันก็อยากเห็นในชีวิตการทำงาน ของดิฉันเช่นเดียวกัน🔗

แล้วก็ส่วนเรื่องการจัดตั้ง ดิฉันคิดว่าอันนี้ก็คงเป็นสิ่งที่อยากเห็นรัฐบาล ช่วยสนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ขณะนี้ทางสภาองค์กรของผู้บริโภคได้ส่งให้กับคณะรัฐมนตรี ตามอำนาจหน้าที่ของสภาองค์กรของผู้บริโภคในมาตรา ๑๔ ที่ให้สภานี่เสนอนโยบาย กฎหมายต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งเราได้นำเรียนไปแล้ว แล้วประชาชนเองก็เข้าชื่อเสนอกฎหมาย ฉบับนี้มากกว่า ๑๐,๐๐๐ ชื่อ โดยกลุ่มที่ทำงานเรื่องรัฐสวัสดิการ เพราะฉะนั้นดิฉันหวังว่า ท่านสมาชิกจะช่วยร่วมมือ แล้วก็ผลักดันให้รัฐบาลอย่างน้อยเซ็นรับรอง เนื่องจาก เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน แน่นอนแหล่งเงินที่มาที่ท่านถามไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริม การลงทุน BOI หรือการเก็บภาษีเรียกว่า ที่ดินอสังหาริมทรัพย์ซึ่งขณะนี้เพดานสูง และจริง ๆ คนที่เป็นรายเล็ก ๆ เสียเปรียบมากกว่าคนที่มีทรัพย์สินที่มากกว่า หรือแม้กระทั่ง ภาษีโอกาสทางนโยบายอื่น ๆ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ในท้ายที่สุดถ้ามีความจำเป็น แต่ว่าก็ต้องทำให้ ประชาชนมีความมั่นใจว่า เงินที่เก็บจากภาษีมูลค่าเพิ่มจะไปทำในเฉพาะบำนาญประชาชน เท่านั้น ดิฉันคิดว่าจริง ๆ ตัวงบประมาณว่าจะมาจากไหน มีการศึกษาไว้หมดแล้วนะคะ แล้วเรา ก็ไม่เคยมีการศึกษาเลยว่า ถ้ามีบำนาญแล้วจะเป็นอย่างไร แล้วก็อย่างที่ท่านได้เรียน ให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า ถ้าเราทำเรื่องนี้ท้ายที่สุดแล้ว GDP จะไปมากกว่า ๔ เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ดิฉันก็ขออนุญาตสรุปประมาณนั้นนะคะ🔗

ส่วนท่านภัณฑิล ซึ่งดิฉันก็ต้องขอบคุณนะคะ ไม่ว่าจะเป็นท่านขัตติยา หรือท่านภัณฑิล ก็สนับสนุนการทำงานเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคมาโดยตลอด แล้วก็เรื่องค่าทางด่วน ดิฉันคิดว่าอันนี้ก็คงต้องทำงานร่วมกัน แล้วก็จะทำอย่างไรที่ทำให้เห็น ความสำเร็จในเรื่องนี้🔗

ดิฉันคิดว่าดิฉันก็ได้ตอบข้อซักถาม แล้วก็ต้องขอบคุณสำหรับคำแนะนำ ที่จะให้สภาผู้บริโภคให้ความสำคัญกับประเด็นในอนาคต แล้วก็ประเด็นที่เป็นปัญหา อยู่ปัจจุบันของผู้บริโภค ท่านประธานคะ จะขออนุญาตตอบเพิ่มเติมค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค

เรียนท่าน ประธาน ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ อันนี้ต้องขอความร่วมมือกับท่านอดิศรนะคะ เพราะว่าท่านอยู่พรรคเพื่อไทย ขณะนี้กฎหมายเรื่องบำนาญมันไปดองอยู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรี ติดอยู่นิดเดียว คือเพราะว่ามันเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเซ็นปุ๊บ มันสามารถที่จะเอาเข้ามาพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ได้เลย เพราะฉะนั้นถ้าท่านอยากจะให้มันเกิดความสำเร็จ ท่านช่วยไปบอกท่านนายกรัฐมนตรี ว่าช่วยเซ็นกฎหมายอันนี้ เพราะว่าจริง ๆ แล้วขณะนี้ก็กลายเป็นว่าท่านนายกรัฐมนตรี มีอำนาจคนเดียวในการตัดสินใจว่า จะเซ็นหรือไม่เซ็นกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งในฐานะของเรา เป็นสภาองค์กรของผู้บริโภค เราอยากจะบอกว่า จริง ๆ แล้วสภาผู้แทนราษฎรต่างหากที่ควร จะมีสิทธิที่จะพิจารณากฎหมายฉบับนี้ เพราะฉะนั้นขอแรงทางพรรคเพื่อไทย แล้วก็ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลช่วยส่งเสียงบอกท่านนายกรัฐมนตรีแทนสภาองค์กรของผู้บริโภคหน่อยว่า ช่วยเซ็นรับรองกฎหมายฉบับนี้หน่อย เพื่อที่เราจะได้มาพิจารณากันว่ามันเป็นอย่างไรนะคะ🔗

อีกเรื่องหนึ่งที่เราจะบอกว่า เราทำงานมานี่ส่วนตัวดิฉันเองทำงานมา ๓๐ กว่าปีแล้วเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค จะบอกว่าจริง ๆ แล้วอุปสรรคเลย อุปสรรค ส่วนใหญ่ของการทำงานคุ้มครองผู้บริโภค คือกติกาและกฎหมายจำนวนไม่น้อยเลยที่เขียนไว้ เอื้อต่อการเอาเปรียบผู้บริโภค เพราะฉะนั้นเวลาเราทำไปก็ไปติดกฎหมายติดงึกติดงัก ดิฉันคิดว่าตรงนี้ต่างหากที่เราจะต้องร่วมมือกับสภาผู้แทนราษฎร ในการที่จะมาดูว่าตรงไหน มันเป็นอุปสรรคในการที่จะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสิทธิ เราจะได้ร่วมไม้ร่วมมือกัน แล้วอีกอย่าง ที่อยากจะบอกว่าสภาองค์กรของบริโภคอาจจะไม่เหมือนองค์กรอื่น ๆ เพราะว่าเราไม่ต้องรอ ให้ใครมาร้องเรียน เราเห็นว่าเรื่องไหนมันไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค เราทำงานเชิงรุกเลยนะคะ แล้วก็จะบอกว่า ๑๕๐๒ ของเรา เรารับโทรศัพท์ตลอด แล้วเราเป็น One Stop Service อันนี้ฝากไปถึงผู้บริโภคทางบ้านด้วยว่า ไม่ว่าเรื่องไหนถ้าคุณมาที่สภาองค์กรของผู้บริโภค จะไม่มีวันโยนไปหน่วยงานอื่น ถึงแม้จะไม่เกี่ยวกับผู้บริโภค แต่เราพร้อมที่จะช่วยคุณค่ะ ก็บอกไว้ตรงนี้เลย ดิฉัน ๖๓ ปีแล้วนะคะชีวิตที่เหลือก็เพื่อผู้บริโภคค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สมาชิกมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ เชิญท่านอดิศรครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อดิศร เพียงเกษ สส. บัญชีรายชื่อจากพรรคเพื่อไทย ต้องขอขอบพระคุณความกล้าหาญ ของสภาองค์กรของผู้บริโภค แน่นอนครับ ถ้าถามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่นี่ ๕๐๐ คน เดี๋ยวนี้เหลืออยู่ ๔๙๙ คน คงเห็นด้วยกับพระราชบัญญัติบำนาญของประชาชน ดูได้จาก การหาเสียงของทุกพรรค ซึ่งเราเห็นตรงกัน ท่านโดยสารผม ผมก็จะโดยสารต่อไป วันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีมาสภา ถ้ามีโอกาสผมเองจะลุกขึ้นถามกระทู้สดว่าสภาองค์กร ของผู้บริโภคเขาฝากมา ฝากการบ้านเบา ๆ ท่านหาเงินได้ไหม ท่านต้องถามองค์กรอะไรหรือไม่ เกี่ยวกับ พ.ร.บ. บำนาญประชาชน ทำไมถึงไม่เซ็นรับรอง อย่าใช้คำว่า ดอง นะครับ เพราะนายกรัฐมนตรีแต่ละคนมีหน้าที่ มีองค์กรต่าง ๆ ในการพิจารณากฎหมาย อันไหนเป็นการเงิน ไม่การเงิน รับรอง ไม่รับรอง ถ้าเป็นรัฐบาลถึงจะรู้ แต่ต้องถามอุปสรรคว่าเหตุที่ไม่เซ็นรับรองมามันมีอุปสรรค อะไร ปัญหาเรื่องการเงินการทองหรือไม่ จึงขอให้กำลังใจนะครับ ผมยินดีที่จะติดตาม เรื่องไฟฟ้าราคาแพงนี่นะครับ ท่านรับปากแล้ว ฝากเรื่องน้ำมันด้วยนะครับ ผมในฐานะ ที่เป็นประชาชนฝากเรื่องแก๊สหุงต้มด้วย อันนี้ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนจริง ๆ ขอให้กำลังใจ แม้จะเป็นยักษ์วัดแจ้ง ยักษ์วัดโพธิ์ก็ช่าง กระบองของท่านไม่ได้ใช้ แต่ว่าวันนี้ใช้อาวุธ ทางการอภิปราย ทางการชี้แจงระหว่างท่านกับผม นี่เป็นอาวุธที่ยิ่งใหญ่ที่ประชาชนได้มอบ ให้แก่สภาแห่งนี้ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ เป็นอันเสร็จสิ้นสำหรับการรับทราบรายงานครับ กราบขอบพระคุณ ทุกท่านนะครับ เพื่อนสมาชิกครับเราเหลืออีก ๑ รายงานนะครับ🔗

๗. รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินของกองทุน ประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕🔗

ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๗ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน ของกองทุนประกันสังคม ได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรทราบตามพระราชบัญญัติ ประกันสังคมปี ๒๕๓๓ มีสมาชิกที่มีประเด็นจะซักถามนะครับ จะขอเชิญผู้ชี้แจง จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง ขอเชิญตามรายชื่อนี้เลยนะครับ ๘ ท่าน ท่านแรก ท่านบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการ ๒. ท่านนันทินี ทรัพย์ศิริ ที่ปรึกษาด้านประสิทธิภาพ ๓. ท่านจีระภา บุญรัตน์ รองเลขาธิการ ๔. ท่านธีระเดช ฉัตรกุล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ กองบริหารการเงินและบัญชี ๕. ท่านสุภาวดี พระภายไชย ผู้อำนวยการกองบริหาร การลงทุน ๖. ท่านปาริฉัตร จันทร์อำไพ ผู้อำนวยการสำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์ ๗. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดอกเตอร์ นครินทร์ ปิ่นปฐมรัฐ ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนา และสุดท้ายท่านจีริสุดา เอี่ยมสกุล นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ ถ้าอย่างนี้รายงาน ฉบับนี้ผมเริ่มอภิปรายเลยแล้วกันนะครับ เพราะทุกท่านอ่านรายงานกันเรียบร้อยแล้วครับ ขอเชิญท่านแรกครับ สั้น ๆ นะครับ เพราะว่าตอนนี้สมาชิกก็เริ่มจะล้ากันแล้วนะครับ🔗

นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ขออนุญาต กราบเรียนรายงานดังนี้🔗

ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ บัญญัติให้จัดตั้งกองทุนหนึ่ง ในสำนักงานประกันสังคมเรียกว่า กองทุนประกันสังคม เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายให้ผู้ประกันตน ได้รับประโยชน์ทดแทน ในกรณีประสบอันตราย เจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือตาย อันไม่ใช่ เนื่องจากการทำงาน รวมถึงการคลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน โดยนายจ้างผู้ประกันตนและรัฐบาล ร่วมกันจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ กำหนดให้คณะกรรมการ เสนองบการเงินกองทุนในปีที่ล่วงมาแล้วต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภายใน ๖ เดือน นับแต่วันที่สิ้นปีปฏิทิน เพื่อตรวจสอบรับรองก่อนเสนอต่อรัฐมนตรี ให้รัฐมนตรีเสนอ งบการเงินกองทุนตามวรรคหนึ่ง ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาเพื่อทราบและประกาศในราชกิจจานุเบกษา🔗

บัดนี้ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ตรวจสอบรับรองรายงานของผู้สอบ บัญชีและรายงานการเงินของกองทุนประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ เรียบร้อยแล้ว มีสาระสำคัญขออนุญาตกราบเรียนโดยสรุปดังนี้🔗

ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ มีสถานประกอบการจำนวน ๕๐๖,๒๙๙ แห่ง เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๔ จำนวน ๑๕,๔๓๑ แห่ง มีผู้ประกันตนทั้งสิ้นจำนวน ๒๔,๓๙๘,๘๓๕ คน เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๔ จำนวน ๖๕๗,๘๘๑ คน ฐานะการเงินกองทุนประกันสังคม ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ กองทุนมีทรัพย์สิน ๒,๓๖๑,๙๓๙.๒๕ ล้านบาท มีหนี้สินรวม ๑,๘๖๓,๕๖๙.๖๓ ล้านบาท ประมาณการหนี้สินประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพสะสม จำนวน ๑,๘๔๒,๒๘๘.๒๓ ล้านบาท หนี้สิน ๒๑,๒๘๑.๔๔ ล้านบาท สินทรัพย์สุทธิส่วนทุน ๔๙๘,๓๖๙.๕๘ ล้านบาท ผลการดำเนินงานของกองทุนประกันสังคมสำหรับสิ้นปีสิ้นสุด วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ มีรายได้ ๒๕๓,๙๕๓.๐๑ ล้านบาท ค่าใช้จ่าย ๑๗๗,๙๐๒.๒๕ ล้านบาท รายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายก่อนหักประมาณการหนี้สินกรณีชราภาพ ๗๖,๐๕๐.๗๖ ล้านบาท ประมาณการหนี้สินประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ ๑๐๒,๙๔๓.๗๖ ล้านบาท กองทุน มีรายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิ ๒๖,๘๙๒.๔๐ ล้านบาท ผมขอน้อมรับคำแนะนำ ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะจากท่านไปบริหารจัดการสำนักงานประกันสังคมต่อไป จึงเรียนท่านประธาน และสมาชิกสภาผู้แทนที่เคารพทุกท่านเพื่อโปรดทราบ ขอกราบขอบคุณมากครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ขอเชิญสมาชิกนะครับ เชิญท่านแรกครับ ท่านเอกราช อุดมอำนวย ครับ🔗

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมืองจากพรรคก้าวไกลครับ ขออนุญาตอภิปราย เรื่องของกองทุนประกันสังคม ก็ขอบคุณท่านผู้ชี้แจงที่ได้ให้เกียรติสภาแห่งนี้ที่มารับฟัง ท่านประธานกองทุนประกันสังคมเราก็รู้กันอยู่ว่า สถานะตอนนี้ก็ไร้เสถียรภาพ ไร้ความเชื่อมั่น แล้วก็เสี่ยงที่อาจจะเกิดภาวะการล้มละลายได้ เพราะว่าสถานะในปี ๒๕๖๕ รายรับ แล้วก็เงินทดแทนที่มีให้กับผู้ประกันตน ตัวเลขกลม ๆ ดูแล้วรายรับสูงกว่ารายจ่าย ประมาณ ๗,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น แล้วก็ Trend ในอนาคตเราก็เห็นอยู่ว่ามันมีความเสี่ยง รายรับกับรายจ่ายที่ใกล้เคียงกันอย่างนี้ ถ้าเทียบเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วกองทุนก็จะมีเขาเรียกว่า รายรับที่มากกว่านะครับ แล้วก็แสดงให้เห็นว่าตอนนี้มันห่างกันไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วครับท่านประธาน ก็เลยไม่รู้ว่าประกันสังคมตัวสำนักงานนี่จะดูเรื่องเกณฑ์พวกนี้อย่างไร ในการป้องกัน ในการพยายามรักษาสถานะทางการเงิน ซึ่งจริง ๆ ปีที่แล้วผมก็ได้พูด แล้วก็เพื่อนสมาชิกหลายคนก็ได้อภิปรายเรื่องนี้ไปนะครับ ผมก็กังวลเพราะว่าสังคมสูงวัย ก็มีผู้ประกันตนก็จะเข้าสู่ระบบลดลง แล้วก็ต้องอาศัยเงินบำนาญจากกองทุนมากยิ่งขึ้น แล้วก็อยากจะสอบถามแนวทางกรณีที่ผู้เกษียณมากขึ้น แล้วก็แรงงานในระบบลดลง แผนของการลงทุนที่จะรักษากองทุนในสภาวะสังคมสูงวัย อยากจะสอบถามว่าทางกองทุน จะทำอย่างไร อยากจะรู้เพื่อที่จะได้สื่อสารช่วยกันกับพี่น้องในเขต เพราะว่าผู้แทน ก็อยากจะทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนด้วย กองทุนก็พยายามปรับเปลี่ยนหลายอย่าง ก็ให้กำลังใจในการที่จะต้องเพิ่มกองทุนต่าง ๆ นะครับ🔗

ต่อไปครับท่านประธาน ในประเด็นก็คือรายงานหน้า ๓๕ ก็คือกองทุน มีการทำสัญญาซื้อขายเงินตราล่วงหน้ากับธนาคารพาณิชย์ ๑๐๖ สัญญา ซึ่งมีกำไรที่ยัง ไม่เกิดขึ้นจริงจากสัญญาซื้อขายประมาณ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็เลยอยากจะขอสอบถามว่า กองทุนพอจะส่งเอกสารเพิ่มเติมได้ไหม หรือว่ารายละเอียดเกี่ยวกับสัญญาดังกล่าว ก็อยากจะดูแลเหมือนกันนะครับ แล้วก็อยากจะสอบถามว่าท่านพยายามที่จะดึงให้รัฐบาล ใช้หนี้อย่างไร🔗

สุดท้ายนะครับที่ผมอยากฝากก็คือ มีคณะทางโรงพยาบาลแห่งหนึ่งก็คือ ประกาศถอนตัวออกจากการเป็นคู่สัญญาประกันสังคม ก็ส่งผลให้กับผู้ประกันตนที่รักษา ก็ได้รับผลกระทบ แต่ก็พยายามมีการจัดการเรื่องนี้อยู่ แต่ว่าอย่างนี้ครับท่านประธาน ในกรุงเทพมหานครภาคเหนือ โดยเฉพาะดอนเมือง สายไหม มีโรงพยาบาลอยู่ไม่มาก อย่างในเขตดอนเมืองก็มีโรงพยาบาลเพียงแห่งเดียวคือ สีกัน แล้วก็ไม่ได้อยู่ในประกันสังคม ต้องไปใช้โรงพยาบาลภูมิพล คำถามก็คือประกันสังคมพอจะหาแนวร่วมโรงพยาบาล หรือจะรองรับผู้ประกันตนอย่างไรได้บ้างที่อยู่ในโซนกรุงเทพมหานครภาคเหนือนะครับ อยากให้ทางกองทุนลองช่วยดูหน่อย แล้วก็อยากให้ทางกองทุนประกาศหน่อยนะครับ ในความเชื่อมั่นในสิทธิการรักษา เพราะว่าหลาย ๆ สิทธิท่านก็ทราบดีเมื่อเทียบกับ ของบัตรทองแล้วนี่กลายเป็นว่าน้อยกว่า มันก็จะทำให้คนที่เข้าก็รู้สึกว่าไม่ได้รับสิทธิ พอสมควร หรือว่าบางคนก็ไม่อยากที่จะมีแรงจูงใจในการเข้ากองทุนมากขึ้นนะครับ🔗

แล้วก็สุดท้ายก็คือ ประเด็นเรื่องของสำนักงานกองทุนประกันสังคม สำนักงานที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่ครับ โทรติดต่อยาก ท่านจะแก้อย่างไรดี คือผมเข้าใจนะครับ พวกท่านก็พยายามว่าจะให้โทรเข้าไปที่ Call Center แล้ว Call Center ก็จะ Link เข้าไป ตามแก้ปัญหา แต่มันกลายเป็น ๒ ระบบ แต่ว่าพอเวลาที่ประชาชนที่เขาติดต่อสำนักงาน อยู่แล้วนะครับ เขารู้แล้วว่าสำนักงานพื้นที่นี้ถ้าจะต่อสายตรงเข้ามา หรือว่าจะคุยกับแผนกนี้ ไม่มีคนรับเลยครับ เข้าใจว่าทุกคนทำงาน แต่ว่าพอโทรเข้าเบอร์ส่วนกลางของสำนักงาน ก็ไม่มี คราวนี้เขาไม่แน่ใจว่าถ้าไปเพิ่มการรับมันก็จะ Operate ยากอย่างไร ไม่แน่ใจ แต่ประชาชนสะท้อนมาครับท่านประธานว่า โทรติดต่อยาก ท่านช่วยหน่อยเถอะว่า จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร แล้วก็ชมเชยจากปีที่ผ่านมาจนถึงปีนี้ก็คือ ท่านไปดูเรื่องของ นายจ้างที่การทำข้อมูลผ่านอิเล็กทรอนิกส์ ชื่นชมจริง ๆ ว่ามันสะดวก แล้วก็มีการพัฒนา ระบบจ่ายเงินที่สะดวกมากขึ้น ไม่ต้องไปประกันสังคม ลดกระดาษ ลดคาร์บอนอะไรได้เยอะเลย แล้วก็ให้กำลังใจพัฒนาระบบพวกนี้ขึ้นเยอะอีกว่า อย่างเช่น การรายงานตัวผ่านโทรศัพท์ ที่เชื่อมโยงกันกับสำนักงานอื่น หรือว่าการกดระบบออนไลน์ การให้บริการพวกนี้ดีขึ้นมาก แล้วนะครับรักษาต่อไป เพียงแต่ว่าก็ฝากไปในเรื่องของการให้เสถียรภาพของระบบนะครับ เรื่องของการรับเรื่องผ่านโทรศัพท์ที่ผมบอกครับ บางที Analog ยังจำเป็นสำหรับ คนที่ต้องการนะครับ ก็ฝากไว้เท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านนิพนธ์ คนขยัน ครับ🔗

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตร่วมอภิปรายรับทราบรายงานกองทุนประกันสังคม สำนักงาน ประกันสังคม เรื่องอื่น ๆ อ่านมาแล้วไม่ติดใจครับ อยากฝากประเด็นนี้ประเด็นเดียว แต่ก่อนอื่นขอขอบคุณครับ ก่อนหน้านี้ชาวบ้านร้องผู้แทนเยอะ ผู้ประกันตนหรือว่า ประกันสังคม เวลาเกิดอุบัติเหตุทำงานกับนายจ้าง แต่อย่างที่ผมเรียนเมื่อสักครู่นี้แล้วว่า วันนี้ร้องเรียนผมน้อยแต่ก่อนมาก ร้องเรียนอย่างไร เวลาผู้ประกันตนไปขอใช้สิทธิ ไปยื่นต่อประกันสังคม ส่วนมากในอดีตเจ้าหน้าที่ประกันสังคมก็อย่างว่า มนุษย์หรือว่าคน มันก็แล้วแต่บุคคล วันนี้ดีบ้างก็ถือว่าใส่ใจต่อผู้ประกันตน แต่ก็ยังมีบ้างที่ผมต้องได้โทรศัพท์ ประสานว่า งานนี้ ๆ ลูกบ้านมาติดต่อก็ขอความกรุณาให้ทำตามระเบียบหน้าที่เท่านั้นล่ะ ไม่ให้นอกเหนือหน้าที่ ไม่ต้องเอาเปรียบนายจ้าง แล้วก็ไม่ต้องเอาเปรียบลูกจ้าง อันนี้คือ ประเด็น วันนี้ฝากท่านเลขาธิการประกันสังคมและคณะ เมื่อผู้ประกันตนมาเข้าทำงานกับนายจ้าง เมื่อเขาจะรับสิทธิตามสิทธิเขา ก็ขอความกรุณาได้บริการให้ตามอำนาจหน้าที่ อย่าไปเข้าข้าง นายจ้าง แล้วก็ไม่ต้องเข้าข้างลูกจ้าง ส่วนมากลูกจ้างไม่เคยเข้าข้างหรอกครับ จะเข้าข้าง แต่นายจ้าง ฝากแค่นี้นะครับท่านประธาน ขอเถอะเพราะว่าคนชนบทมารับจ้างอยู่ในโรงงาน อยู่ในบริษัท เมื่อประกันตนเสร็จเกิดอุบัติเหตุก็ขอความกรุณาว่า ให้ดูแลให้เต็มที่หน่อย อย่างที่ผมเรียนว่าวันนี้ครับท่านประธานดีมาก แต่ยังมีบ้าง แต่ก่อนร้องเรียนผมมาก เสียเหลือเกินแต่วันนี้เหลือน้อยแล้ว แต่ฝากว่าครั้งต่อไปทั่วประเทศผู้ประกันตนไม่ว่าจะเป็น ภาคเหนือ ภาคอะไรก็แล้วแต่ เมื่อเขาไปขอใช้สิทธิก็ขออำนวยความสะดวกตามสิทธิเขา ผมก็มีเรื่องฝากเรื่องประกันสังคม หรือเรื่องที่เขาจะใช้สิทธิเวลาเขาครบที่จะได้รับเงินประกันตน ก็ขอความกรุณาให้รีบดำเนินการตามสิทธิของเขา ขอฝากผ่านท่านประธานไปท่านเลขาธิการ และคณะกรรมาธิการทุกท่านครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านสหัสวัต คุ้มคง ครับ🔗

นายสหัสวัต คุ้มคง ชลบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ บ่อวิน หนองขาม เขาคันทรง และตำบลบึง พรรคก้าวไกล ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานของผู้สอบบัญชีรายงาน การเงินของกองทุนประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม ผมมีประเด็นคำถามที่อยากจะถาม ทางท่านเลขาธิการประกันสังคม ในส่วนของปีนี้อันนี้เป็นรายงานการเงินของปี ๒๕๖๕ นะครับ ปี ๒๕๖๕ ก็ยังเป็นปีที่บอร์ดประกันสังคมยังมาจากการแต่งตั้งอยู่นะครับ ตัวเงินสมทบ ค้างชำระของเอกชนที่เป็นเงินสมทบครบค้างชำระหลายงวดของนายจ้างและผู้ประกันตน ที่บอกว่ามีค้างชำระ กรณีที่หลายงวด ๖,๒๐๔ ล้านบาท ตรงนี้ครับอยากจะให้ทางผู้ชี้แจง ได้ชี้แจงให้ฟังหน่อยว่า เงินค้างชำระเหล่านี้ซึ่งเข้าใจว่าส่วนมากจะเป็นฝั่งนายจ้างนะครับ มันอยู่ที่บริษัทไหนบ้าง รอบที่แล้วที่ผมถามท่านในสภาแห่งนี้ท่านบอกว่า เป็นบริษัทเล็ก ๆ เงินค้างไม่ได้ ๆ เยอะเท่าไร แต่เราก็พบเคสของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ที่ค้างหลักร้อยล้าน ตอนนี้อยากจะทราบเลยว่าค้างแบบนี้มันมีเยอะขนาดไหนครับ เพราะว่านี่คือเรื่องสำคัญนะครับ เงิน ๖,๐๐๐ ล้านบาทเป็นเงินของนายจ้างกลุ่มหนึ่ง ที่ไม่ยอมเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขตามเป้าหมายของกองทุนกับผู้ประกันตน🔗

แล้วอีกคำถามแล้วเงินก้อนนี้ครับ ท่านมีแผนจะตามทวงหนี้อย่างไร เพราะว่า อันนี้สำคัญนะครับ สำหรับหนี้รัฐบาลเองเดี๋ยวเราจะช่วยท่านทวงในชั้นกรรมาธิการ งบประมาณ อันนี้เป็นเรื่องที่เราสงสัยเป็นอย่างมากเลยครับว่า เงินสมทบค้างชำระ ของผู้ประกันตนกับนายจ้างมันอยู่ที่ไหนบ้าง คือถ้าทำเอกสารชี้แจงให้กับสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้เป็นเอกสารทั้งหมดเลยว่า มีกี่บริษัทที่ค้าง แต่ละบริษัทค้างอยู่เท่าไรจะเป็นประโยชน์ มาก ๆ เลย เพราะเราจะได้ช่วยกันทวงว่า มีบริษัทไหนบ้างที่เอาเปรียบผู้ประกันตน🔗

อีกส่วนหนึ่งเป็นข้อเสนอจากผมเองที่ได้รับเสียงสะท้อนมาจากหลาย ๆ ท่าน ทั้งฝั่งผู้ประกันตนเอง เขาฝากเรื่องการให้บริการของเจ้าหน้าที่ประกันสังคมในหลายจังหวัด ที่เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่อาจจะงานเยอะ แต่ว่าบางครั้งผู้ประกันตนเข้าไปด้วยความไม่รู้ ไม่รู้ ทั้งสิทธิของตัวเอง ไม่รู้ว่าตัวเองเบิกอะไรได้บ้าง เบิกอย่างไรบ้าง บางครั้งก็จะถูกเจ้าหน้าที่ดุ เพราะความไม่รู้อะไรอย่างนั้นนะครับ อันนี้อาจจะฝากทางผู้ชี้แจงติดตามเรื่องนี้หน่อยว่า มันมีประชาชนจำนวนมากจริง ๆ ที่ไม่รู้กลไกการใช้สิทธิของตัวเองนะครับ อันนี้อย่าเพิ่งไปดุ เขาเลยครับ พยายามช่วยกันให้เขารู้ดีกว่านะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สะท้อนมาจากหลายฝ่ายมากนะครับ เรื่องของสิทธิในการรักษาพยาบาลของประกันสังคมที่อาจจะด้อยกว่า สปสช. ซึ่งอันนี้ ผมคิดว่าเป็นโจทย์หนึ่งที่เราจะต้องยกระดับสิทธิของประกันสังคมให้เทียบเท่ากับ สปสช. อย่างไรได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นอาจจะควบรวมกองทุนรักษาพยาบาลหรือไม่ หรือว่าให้ สปสช. ดูแลรักษาพยาบาลไป แต่เราเป็นคนจ่ายสตางค์อะไรอย่างนี้นะครับ อันนี้ไม่แน่ใจว่า มีแผนจะพัฒนาสิทธิอย่างไร รวมถึงเรื่องที่หลาย ๆ คนกังวล เรื่องความเสถียรภาพ ของกองทุน ตรงนี้ผมมีข้อเสนออย่างหนึ่งคือ เราจะทำอย่างไรให้แรงงานอิสระ มาตรา ๔๐ เข้ามาเป็นผู้ประกันตนให้มากขึ้น เพื่อจะได้มีคนมาสมทบมากขึ้น ซึ่งอันนี้ก็เป็นโจทย์สำคัญ ที่ผมคิดว่าการประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ รวมถึงการออกแบบสิทธิประโยชน์ของมาตรา ๔๐ พัฒนาได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อจะกระตุ้นให้ผู้ประกันตนมาตรา ๔๐ สมทบเงินเข้ามามากขึ้น แรงงานอิสระต่าง ๆ เข้ามาเป็นผู้ประกันตนในมาตรา ๔๐ มากขึ้น อันนี้เป็นข้อเสนอ ที่อยากจะเสนอนะครับ🔗

ส่วนข้อสุดท้าย ผมไม่แน่ใจว่าปีนี้ยังจะมีการผลิตปฏิทินประกันสังคม อีกหรือไม่นะครับ เพราะว่าอันนี้ก็เป็นการใช้จ่ายงบประมาณที่ค่อนข้างจะสูงของสำนักงาน ประกันสังคม ถ้าเลิกผลิตไปได้หรือทำอะไรที่มันจะเป็นการสื่อสารสิทธิของผู้ประกันตน ได้มากขึ้นก็จะดีกว่านะครับ รวมถึงวารสารประกันสังคมที่ผลิตรายเดือนด้วย ผมเข้าใจว่า ก็ต้องการสื่อสารภารกิจของประกันสังคม แต่ว่าก็ต้องยอมรับครับว่าวารสารนี่ปัจจุบัน คนอ่านน้อยลงมาก ๆ ถ้าเกิดสามารถสื่อสารในทางอื่นให้คนเห็นมากขึ้นได้ แล้วใช้ งบประมาณน้อยกว่าอาจจะเป็นการดีกว่านะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านสุเทพ อู่อ้น ครับ🔗

นายสุเทพ อู่อ้น แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เครือข่าย แรงงาน ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานของผู้ตรวจสอบบัญชีการเงินของกองทุน สำนักงานประกันสังคม สิ้นสุดเมื่อ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ ขอดูสไลด์สักนิดหนึ่งนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายสุเทพ อู่อ้น แบบบัญชีรายชื่อ

ผมจะมีคำถามที่มีการฝากมานะครับ นี่คือคำถามที่ได้ฝากมาจากพี่น้องผู้ใช้แรงงาน แล้วโดยเฉพาะผ่านมาจากคณะกรรมการ บอร์ดประกันสังคมของผู้ประกันตนว่า ขณะนี้เรื่องเกี่ยวกับเรื่องกองทุนต่าง ๆ ที่จะมี ความพร้อมและมั่นคงขนาดไหน เมื่อสักครู่ก็ได้มีผู้อภิปรายไปแล้ว ผมคงไม่ต้องลงลึก แต่ชัดเจนว่า ในเรื่องของเมื่อมีผู้ประกันตนที่เขาข่ายเรื่องได้รับบำนาญมากขึ้น นั่นก็หมายความว่า เม็ดเงินก็จะมีการถูกถ่ายออกไปเพื่อดูแลตามเงื่อนไข ดังนั้นเมื่อดูจากตัวเลข การประกอบการดำเนินการจะลดลง เราก็ยังมีความกังวลว่าในอนาคตผู้ประกันตนจะได้รับ การดูแลเยียวยาเงื่อนไขอย่างไร ดังนั้นก็ไปในส่วนของสไลด์ที่ ๒ ที่มีการฝากมา เมื่อสักครู่ ก็พูดถึงเรื่องเงินที่เป็นเงินค้างจ่าย จะเห็นได้ชัดเจนว่าเงินค้างจ่ายนี่เกิดขึ้น โอเค เมื่อสักครู่ หลายท่านถามเรื่องบริษัทต่าง ๆ แล้วหลายท่านก็คุยถึงรัฐบาล จากข้อมูลจะต้องถาม สำนักงานประกันสังคมว่า เงินที่ยังคงค้างปัจจุบันของรัฐบาลนี่เป็นยอดเงินที่เท่าไร เพื่อให้ ชัดเจน และสำคัญยิ่งกว่านั้นเงินที่คงค้างนี่มีการดำเนินการอย่างไร ในการที่จะให้รัฐบาล ในการจ่ายและมีการเรียกปรับในเรื่องของเขาเรียกว่า ดอกเบี้ยหรือไม่ เพราะเงินในยอดนี้ หลาย ๆ หมื่นบาทนะครับ อย่างเช่นตัวอย่าง ๘๐,๐๐๐ บาท ลดลงมาเหลือ ๗๐,๐๐๐ บาท ๖๐,๐๐๐ บาท ซึ่งถ้าดูจากตัวเลขการจ่ายและชำระอย่างนี้จะเป็นอีก ๑๐ ปีเม็ดเงินนี้ ก็ยังไม่ถูกจ่ายให้ครบ ถ้าเกิดมีการจ่ายครบก็จะทำให้สำนักงานประกันสังคมเอง จะได้มีการนำเงินเหล่านี้ไปสร้างมูลค่าเพิ่มจากการออกดอกผลต่าง ๆ หรือการลงทุน นี่คือสิ่งที่อยากจะฝากสำนักงานประกันสังคมได้ชี้แจงว่า กระบวนการในการติดตาม จากรัฐบาลดำเนินการอย่างไรอยู่และติดขัดประการใดนะครับ เพื่อที่จะให้สภาแห่งนี้ ได้รับทราบ และร่วมกันในการที่จะทำให้เกิดการชำระได้ครบและรวดเร็วยิ่งขึ้น นั่นคือ สิ่งที่เราต้องการอยากเห็นนะครับ🔗

แล้วอีกนิดหนึ่งนะครับ ในเรื่องของงบประมาณที่ได้มีการใช้จากตัวเลข ของทีมทำงานในบอร์ดประกันสังคมก็ได้มีความกังวลในเรื่องงบประมาณที่มีการใช้ในการ บริหารสำนักงาน ซึ่งดูจากงบประมาณที่เกิดขึ้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นความเหมาะสม กรอบการใช้งบประมาณ รวมถึงการเปิดเผยงบประมาณที่มีการใช้แจ้งให้กับผู้ประกันตน ได้รับทราบว่า การใช้งบประมาณเกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ นั้นมีคุณค่าและเกิดประโยชน์ ต่อผู้ประกันตนได้อย่างไรบ้าง ที่ผ่านมางบประมาณไม่ได้ถูกเปิดเผย ทำกันอย่างไม่ได้ มีการชี้แจง อันนี้ก็ต้องฝากท่านประธานไปยังสำนักงานประกันสังคมว่าผู้ประกันตน อยากเห็นในเรื่องของการใช้งบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ในการบริหารจัดการ🔗

ขอสไลด์ถัดไปอีกสักนิดหนึ่งนะครับ อันนี้ชัดเจนเมื่อสักครู่หลายท่านพูดถึง เมื่อมันมีประกาศออกมาจากสถานประกอบการก็คือ โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ที่ ๓/๒๕๖๗ คืออย่างนี้นะครับที่ผมต้องขออนุญาตคุยในวันนี้ เพราะว่าเมื่อมันมีการประกาศออกมา และผลของการประกาศในฉบับนี้ระบุว่า คู่สัญญาของผู้ประกันตนนั้นในกลางปีหน้า ปี ๒๕๖๘ โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะจะขอถอนตัวออกจากคู่สัญญากับสำนักงานประกันสังคม ซึ่งในกรรมาธิการการแรงงานก็มีความกังวลใจได้มีการเชิญโรงพยาบาลมาคุยเมื่อวานนี้ ได้มีการแจ้งว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง หมายความว่าจะไม่ได้มีการยกเลิก ซึ่งเรื่องนี้ เป็นการพูดลอย ๆ จึงต้องฝากสำนักงานประกันสังคม เพื่อให้เกิดความชัดเจนเมื่อมีประกาศ ออกมาขนาดนี้ แล้วทำให้ผู้ประกันตนมีความสับสน แล้วก็ในเรื่องของการที่จะเป็น ผู้ประกันตนต่อไปหรือไม่ ลักษณะอย่างนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๖๒ เช่นกัน ก็ต้องฝาก สำนักงานประกันสังคมว่า มิให้เกิดความสับสนกับผู้ประกันตน และที่สำคัญอย่างยิ่ง สำหรับเงื่อนไขของสถานประกอบการที่รับสิทธิของผู้ประกันตนไป ถ้าหลาย ๆ ที่มีพฤติกรรม อย่างนี้กับผู้ประกันตน อยากให้สำนักงานประกันสังคมนั้น ได้มีเงื่อนไขที่จะคัดกรอง สำหรับสถานพยาบาลต่าง ๆ เห็นได้ชัดเจนว่า ข้อมูลเหล่านี้สำนักงานประกันสังคมเรา เกิดขึ้นมาเกือบ ๓๐ กว่าปีแล้ว สถานประกอบการเกี่ยวกับโรงพยาบาลต่าง ๆ ก็มีกิจการ ที่เจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้น ดังนั้นสิ่งเหล่านี้ไม่ควรที่จะมาใช้ในเรื่องของการโต้ตอบ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าผู้ประกันตนเป็นตัวต่อรองนะครับ🔗

ท้ายที่สุดท่านประธานนะครับ สไลด์ต่อไปสักนิดหนึ่งครับ ก็ต้องฝากจาก คณะประกันสังคมก้าวหน้า ตรงนี้เองเป็นการสื่อสารถึงผู้ประกันตนในฐานะคณะกรรมการ ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้าไป เรามีช่องทางที่ต้องการให้มีการสื่อสารปัญหาและความเดือดร้อน ให้กับผู้ประกันตน คณะกรรมการบอร์ดประกันสังคมจึงได้มีการจัดทำประกันสังคม ก้าวหน้าที่จะช่วยกันในการที่จะรับข้อมูลต่าง ๆ จากผู้ประกันตน ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๙ และมาตรา ๔๐ โดยเฉพาะขณะนี้ มาตรา ๓๙ เกี่ยวกับเม็ดเงินที่จะได้รับ เมื่อเป็นเงินบำนาญ สูตรคำนวณต่าง ๆ มีการใช้การคำนวณที่ทำให้เม็ดเงิน ถ้าคิดถึงสูตร ของมาตรา ๓๓ แล้ว ถ้าเป็นมาตรา ๓๙ ส่งต่อจะได้รับเป็นเงินที่น้อยกว่า ผู้ประกันตนเอง ก็ฝากว่าอยากจะให้ทางสำนักงานประกันสังคม คำนวณด้วยว่าส่งกันมาตามเงื่อนไขครบ ๑๘๐ เดือนแล้ว แต่พอมีการส่งต่อในมาตรา ๓๙ แล้วถูกลิดรอนด้วยจำนวนเงิน นั่นก็ถือว่า ไม่เป็นธรรม และเรื่องที่สำคัญก็คือเรื่องของมาตรา ๔๐ ซึ่งผมก็คุยเรื่องนี้มาทุกปีว่า เนื่องจากว่ามาตรา ๔๐ นั้น โอเค เมื่อมันเกิดการระบาดของโควิดในปี ๒๕๖๓ รัฐบาล และสำนักงานประกันสังคม ได้ทำความร่วมมือในการเยียวยาผู้ประกันตนโดยให้เข้าระบบ มาตรา ๔๐ จากเดิมที่ผู้ประกันตนอยู่ประมาณ ๓.๖ ล้านคน เพิ่มมาเป็น ๑๐ ล้านคน อยากจะให้ใช้ตัวเลขเหล่านี้ในการขับเคลื่อน เพื่อที่จะนำผู้ประกันตนนั้นเข้ามาเป็น ผู้ประกันตน เพราะว่าฐานของประกันสังคม นั่นก็คือคนส่วนใหญ่ คำว่า ประกันสังคม ควรจะได้รับการดูแลผู้ประกันตนทั้งประเทศ ก็ฝากท่านประธานเรียนไปยังสำนักงาน ประกันสังคม และขอขอบคุณท่านเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมที่ได้มาทำการรายงาน ในวันนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านเซีย จำปาทอง ครับ🔗

นายเซีย จำปาทอง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วน เครือข่ายผู้ใช้แรงงาน ท่านประธานครับ ผมขอร่วมอภิปรายในวาระรับทราบรายงาน ของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินของสำนักงานประกันสังคม สำหรับสิ้นสุด ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ เช่นเดียวกับที่ผมเคยได้กล่าวในสภาแห่งนี้ในที่ประชุมแห่งนี้หลายครั้ง ผมเองอดีตเคยเป็นผู้ใช้แรงงานและเป็นผู้ประกันตนมานานกว่า ๓๐ ปี เคยได้ร่วมผลักดัน ให้เกิดประกันสังคมครบทั้ง ๗ กรณี เพราะตอนที่ผมเพิ่งเข้าเริ่มทำงานใหม่ ๆ ประกันสังคม เพิ่งเริ่มตั้งไข่บังคับใช้เพียง ๔ กรณีเท่านั้น และผมก็เคยได้ใช้สิทธิจากกองทุนประกันสังคม หลายครั้งหลายกรณีเช่นกัน อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณเลขาธิการและตัวแทนสำนักงาน ประกันสังคมที่ให้เกียรติมาร่วมประชุม นำเสนอรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ด้วยตัวท่านเอง ไม่เหมือนรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานที่กำกับดูแลสำนักงานประกันสังคม ที่ผมรอถามกระทู้ถามสดมา ๒ อาทิตย์แล้ว เรื่องปัญหาการเลิกจ้างที่ขยายวงกว้างเรื่อย ๆ แล้วก็รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังที่ปรากฏเป็นข่าว ท่านก็ยังไม่ให้ความสำคัญต่อสภาแห่งนี้ มาตอบกระทู้ที่ผมจะได้ถามสักที ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องอยู่ ๒-๓ ประเด็นที่จะตั้ง ข้อสังเกต และอยากสอบถามไปยังสำนักงานประกันสังคม🔗

ประเด็นแรก พอที่จะเป็นไปได้หรือไม่ในวาระรายงานของผู้สอบบัญชีรายงาน การเงินฉบับนี้ที่ท่านมานำเสนอข้อมูล สามารถเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะเป็นของปี ๒๕๖๖ เพราะว่าถ้าดูจากหน่วยงานอื่น รายงานประจำปีของสภาองค์กรของผู้บริโภคเป็นปี ของปี ๒๕๖๖ แต่ว่าของสำนักงานประกันสังคมเป็นปี ๒๕๖๕ ซึ่งมันไม่ทันต่อสถานการณ์ ล่าสุด ท่านประธานครับ ผมอยากจะบอกท่านว่าสิ่งที่เราอยากเห็นก็คือข้อมูลล่าสุด และใกล้เคียงกับสถานการณ์ที่เป็นปัจจุบันที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ เราจึงจะเห็นข้อมูล ที่ใกล้เคียงที่สุดครับท่านประธาน🔗

ประเด็นที่ ๒ จากเล่มรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินฉบับนี้ ฉบับที่ท่านนำเสนอฉบับนี้ หน้าที่ ๓๕ หมายเหตุ ๗ เงินสมทบค้างรับ จะเห็นได้ว่ามีตัวเลข เงินสมทบค้างรับ กรณีหลายงวดจากนายจ้างและผู้ประกันตนในปี ๒๕๖๕ จำนวน ๕,๘๘๔ ล้านบาท หากนับรวมกับส่วนผู้ประกันตนโดยสมัครใจและจากส่วนราชการ รวมถึง กิจการที่ไม่แสวงหากำไรจะมีเงินสมทบค้างรับกรณีหลายงวดมากถึง ๖,๒๐๔ ล้านบาท หากแยกตามอายุหนี้ในข้อ ๒ จะพบว่าเงินสมทบที่ค้างชำระไม่เกิน ๑๒ เดือนมีมากถึง ๑,๕๓๓ ล้านบาท ค้างชำระเกิน ๑๒ เดือน แต่ไม่เกิน ๒๔ เดือน ๓๕๐ ล้านบาท ค้างชำระเกิน ๒๔ เดือน แต่ไม่เกิน ๖๐ เดือน มากถึง ๑,๑๔๑ ล้านบาท และค้างชำระเกิน ๖๐ เดือนขึ้นไป มากถึง ๓,๑๗๘ ล้านบาท ท่านประธานครับ ในขณะเดียวกันมีค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ เงินสมทบค้างรับจำนวน ๔,๕๐๓ ล้านบาท ซึ่งหนี้สงสัยจะสูญก็หมายถึงหนี้ค้างชำระที่คาดว่า ไม่สามารถเรียกเก็บได้ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่สำนักงานประกันสังคมอาจจะต้องสูญเสีย เงินนี้ไป นี่ยังไม่รวมดอกเบี้ยร้อยละ ๒ ต่อเดือนจากเงินสมทบที่นายจ้างยังมิได้นำส่งตาม พ.ร.บ. ประกันสังคมมาตรา ๔๙ ท่านประธานครับ นอกจากนี้ผมได้ข่าวมาว่า มีบริษัทยักษ์ใหญ่ หลายแห่งในประเทศนี้ที่ยังค้างจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม แม้กระทั่งในปัจจุบัน ก็ยังได้ข่าวว่า บริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านั้นยังมียอดค้างเงินสมทบอยู่อีกจำนวนไม่น้อย ประกอบกับว่ามีลูกจ้างหลายรายมาร้องเรียนกับผมว่า มีนายจ้างหักเงินจากเขาแล้วไม่นำส่ง เข้ากองทุนประกันสังคม ทำให้เขาขาดสิทธิความเป็นผู้ประกันตน และขาดสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ไม่สามารถใช้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่เขาควรพึงได้รับได้ ท่านประธานครับ สำนักงาน ประกันสังคมจะแก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้อย่างไร พอจะเป็นไปได้ไหมครับที่ทางสำนักงาน ประกันสังคมจะนำรายชื่อ และยอดเงินสมทบค้างชำระของบริษัทเหล่านี้มารายงานให้สภา แห่งนี้ได้รับทราบ🔗

ประเด็นที่ ๓ ผมอยากให้สำนักงานประกันสังคมหามาตรการแก้ไขปัญหา กรณีที่นายจ้างสั่งหยุดงานและไม่จ่ายค่าจ้างลูกจ้างตามกฎหมาย และนายจ้างหักเงินสมทบ ของลูกจ้างน้อยลง แล้วก็นำเงินส่งเข้ากองทุนประกันสังคมน้อยลง ซึ่งส่งผลให้การคำนวณ เงินสมทบกรณีที่ลูกจ้างจะมีสิทธิได้รับต่าง ๆ ลดลงด้วย เช่น ล่าสุดลูกจ้างบริษัท แอลฟ่า สปินนิ่ง จำกัด ตั้งอยู่ที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ ลูกจ้าง เขาเล่าให้ผมฟังว่า เขาทำงานมานานกว่า ๓๐ ปีนายจ้างประกาศลดค่าจ้างเขา กฎหมาย คุ้มครองแรงงานห้ามไม่ให้นายจ้างลดแต่นายจ้างก็ลด กระทรวงแรงงานไม่สามารถบังคับ ใช้กฎหมายได้ ลูกจ้างไม่ทราบสิทธิก็ไม่ได้ไปร้องเรียนต่อสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เมื่อสั่งหยุดแล้วต่อมานายจ้างก็ปิดกิจการลอยแพทิ้งลูกจ้างไป เมื่อลูกจ้างไปยื่นใช้สิทธิ ประกันสังคมกรณีว่างงาน จากที่นายจ้างลดค่าจ้างเขาทำให้เขาได้สิทธิกรณีว่างงาน เพียงวันละ ๗๐ กว่าบาทเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่อย่างน้อยเขาควรได้รับสิทธิวันละไม่ต่ำกว่า ๑๗๐ บาท และผู้ที่อายุเกิน ๕๕ ปีไม่ได้รับสิทธิว่างงาน เพราะเงื่อนไขของอายุที่กำหนดไว้ เมื่อเขายื่นขอใช้สิทธิกรณีบำนาญชราภาพเขาได้รับเงินเพียงเดือนละ ๒,๐๐๐ กว่าบาท ทั้ง ๆ ที่อย่างน้อยเขาควรได้รับเดือนละ ๔,๐๐๐ กว่าบาท เพราะประกันสังคมกำหนด หลักเกณฑ์ฐานเงินเดือน ๖๐ เดือนสุดท้าย เรื่องเงินบำนาญชราภาพ แบบนี้ทำให้ลูกจ้าง เขาเสียโอกาสครับท่านประธาน เสียโอกาสที่จะมีโอกาสที่เขาจะมีรายได้ที่มันจะเพียงพอ ต่อการดำรงชีพ และนี่ไม่ใช่ความผิดของลูกจ้างด้วยครับท่านประธาน เป็นความผิด ของนายจ้าง ดังนั้นแล้วผมถึงฝากเรื่องนี้ผ่านท่านประธานไปถึงสำนักงานประกันสังคม วันนี้ท่านเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมก็มาร่วมประชุม และนำเสนอรายงานด้วย ช่วยตรวจสอบเรื่องในลักษณะนี้ เมื่อนายจ้างไม่ส่งเงินตามกำหนดหรือค้างจ่ายเงินเข้ากองทุน ประกันสังคมต้องติดตามตรวจสอบอย่างเร่งด่วนนะครับ ต้องติดตามตรวจสอบอย่างเร่งด่วน เพื่อมิให้เกิดปัญหาดังกล่าวข้างต้น และจะได้ไม่เกิดหนี้สงสัยจะสูญมากเหมือนที่ผ่านมา ไม่เช่นนั้นแล้วในอนาคตจะมีผลต่อเสถียรภาพของกองทุนประกันสังคมครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านชุติมา คชพันธ์🔗

นางสาวชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เราทุกคนก็รู้ดีว่า กองทุนประกันสังคมเป็นกองทุนที่ดีและประเทศนี้ขาดกองทุนนี้ไม่ได้นะคะ แต่เช่นเดียวกัน เราก็รู้กันมาหลายปีแล้วว่ากองทุนนี้ก็มีความเสี่ยงในเรื่องล้มละลาย ดิฉันไม่อยากจะพูด ประเด็นที่ซ้ำกับเพื่อนสมาชิกท่านอื่น ก็เลยจะขอใช้เวลาสั้น ๆ ในบางประเด็น ดิฉันมีความกังวล เพราะว่าเราพูดเรื่องเดิมกันมาตลอดทุก ๆ ปี ปีที่แล้วดิฉันเป็นคนหนึ่งที่อภิปรายกองทุนนี้ เช่นเดียวกัน และปีนี้ดิฉันก็ต้องมาพูดเรื่องนี้อีกเช่นเดิมนะคะ ขอภาพด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

สิ่งที่ดิฉันกังวล ปีที่แล้วดิฉัน จำได้ว่าเราพูดเรื่องเสี่ยงล้มละลายกัน มี สส. หลายท่านที่อภิปรายเรื่องนี้ เรื่องหนี้สูญเยอะ กำไรน้อยและอาจจะไม่พอจ่ายกลับคืนให้กับผู้ประกันตนใน ๓๐ ปีข้างหน้า แล้วปีนี้ ก็ยังเหมือนเดิมจากดิฉันดูตัวเลขก็คงต้องกลับมาพูดกันอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็เรื่องเดิมค่ะดิฉัน เคยอภิปรายไปเมื่อปีที่แล้วว่าทำไมข้อมูลไม่ Update เลย ปีนี้ก็เหมือนเดิม นี่ปี ๒๕๖๗ แล้ว เรายังต้องมาดูตัวเลขของปี ๒๕๖๕ ขาดไปอีก ๑ ปี ดิฉันขอฝากไว้ว่าปีหน้านะคะปี ๒๕๖๘ เราคงจะได้เห็นตัวเลขทั้งปี ๒๕๖๖ หรือปี ๒๕๖๗ ก็ได้ควบกันมาพร้อมกันเลย แต่ไม่ใช่ว่า ห่างกันเป็นปีหนึ่งแบบนี้ซึ่งทำให้เราไม่ได้รู้ข้อมูลสถานะปัจจุบันที่ Update ล่าสุดนะคะ กลับมาในเรื่องของวิธีการหาเงินเพิ่ม ดิฉันกังวลอย่างที่เราพูดกันมาทุกปีเลยในเรื่องของเสี่ยง ล้มละลายอีก ๓๐ ปี ดิฉันอยากจะให้ท่านไปดูตัวอย่างของต่างประเทศ มันมีบางประเทศ ที่เขาเจอลักษณะใกล้เคียงกับกองทุนประกันสังคมของเราเหมือนกัน แต่เขาสามารถมีวิธี พลิกฟื้นกลับมาได้ มีวิธีหาเงินได้นะคะ ก็ลองดูว่าเขาทำได้อย่างไร ในส่วนของเราเอง เราจะหาเงินเพิ่มขึ้นได้อย่างไรที่แตกต่างจากเดิม ท่านรัฐมนตรีตั้งไว้น้อยมากเลยค่ะบอกว่า ให้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็นบริษัทเอกชนดิฉันมองว่าทำไมตั้งน้อยจังเลย ตั้ง ๕ เปอร์เซ็นต์แล้วท่านจะได้กำไรได้อย่างไร ดิฉันอยากจะฝากให้กับทุกหน่วยงาน ทุกท่าน ลองกลับไปดูว่าจะทำอย่างไร ถ้าเป็นบริษัทเงินแค่นี้ไม่เพียงพอแน่กับค่าใช้จ่าย และทำ อย่างไรให้ไม่ล้มละลายนะคะ🔗

ประการต่อมาค่ะ ดิฉันได้ยินหนาหูมากประชาชนบอกว่า ตอนนี้ประกันสังคม เวลาที่เราใช้สิทธิคุณภาพตอนนี้ด้อยกว่า ๓๐ บาทรักษาทุกโรคแล้ว ไม่ว่าจะเป็นยา หรือแม้กระทั่งการบริการ ท่านลองกลับไปทบทวนดูว่าทำไมผู้ประกันตนถึงรู้สึกแบบนั้น และน่ากลัวมาก ๆ อันตรายมาก ๆ ถ้าวันหนึ่งข้างหน้าเขารู้สึกแบบนี้กันเยอะ ๆ แล้วไม่ส่ง เงินกองทุนแล้วนะคะ ปัญหาที่เราเจออยู่จะยิ่งหนักกว่าเดิม จะยิ่งหมักหมมมากกว่าเดิม และในขณะเดียวกันดิฉันคิดว่า ท่านต้องทำบางอย่างให้ผู้ประกันตนรู้สึกว่าเขาได้บางอย่าง ที่มีสิทธิพิเศษเหนือกว่าที่ได้อยู่ของบัตรทอง เพราะเขามีความรู้สึกว่าเขาจ่ายเงินทุกเดือน แต่สิ่งที่เขาได้กลับด้อยกว่า ท่านลองมองดูว่าถ้าเป็นท่านเอง ท่านจะยังจ่ายกองทุนประกันสังคม ต่อไปไหม อาจจะไม่นะคะ อันนี้เราต้องฉุกคิดในเรื่องนี้นะคะ🔗

ประการต่อมาค่ะ ดิฉันดูในเล่มนี้ดิฉันสงสัยในตัวเลขที่บอกว่า มีค่าใช้จ่าย ผู้จัดการกองทุน ๔๙ ล้านกว่าบาท เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้วถึง ๔๐ ล้านบาท ดิฉันเห็นท่าน ไปลงใน Port ต่าง ๆ นานา หลาย Port เลย บาง Port ได้กำไรมากกำไรน้อยแตกต่างกันไป คำถามคือท่านจ้างผู้จัดการกองทุนตั้ง ๔๐ ล้านบาท แล้วมั่นใจได้อย่างไรว่ากองทุนที่ลงไปนี่ จะได้ผลตอบแทนคุ้มค่าแบบนี้ตลอด แล้วท่านมั่นใจแล้วใช่ไหมทุก ๆ กองทุนที่ท่านไปลงทุน ว่าจะไม่มีปัญหานะคะ🔗

ดิฉันอยากจะฝากในประเด็นต่อไป ดิฉันจำได้ว่าปีที่แล้วดิฉันก็ถามคำถามนี้ เลยค่ะ ปีที่แล้วดิฉันกังวลแล้วเพราะหนี้สูญถึง ๘๐ ล้านบาท ตอนนั้นดิฉันก็ตกใจแล้ว กังวลแล้วว่าท่านจะทำอย่างไรถึงจะได้คืนมา แล้วทำไมถึงปล่อยให้เป็นอยู่แบบนั้น ปรากฏว่า ปีนี้ตกใจหนักกว่าเดิม ๒๑๔ ล้านบาทเลยค่ะที่เป็นหนี้สูญ ทำไมถึงพุ่งขึ้นมาได้ขนาดนี้ ดิฉันกังวลแล้วกังวลอีกมากกว่าเดิมอีกสำหรับปีนี้ หวังว่าปีหน้าคงไม่กระโดดไปเป็น ๓๐๐ ล้านบาท ๔๐๐ ล้านบาท ๕๐๐ ล้านบาท คงต้องมานั่งดูกันว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปนะคะ🔗

อีกประการหนึ่ง อันนี้ดิฉันอยากจะฝากไปถึงรัฐบาลด้วย คือดิฉันดูตัวเลข ณ เดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๕ เงินสมทบค้างรับอยู่ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในนั้นเป็นเงินที่รัฐบาล ค้างกองทุนถึง ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ฝากไปถึงรัฐบาลค่ะเมื่อไรจะจ่าย แล้วกองทุนจะไปต่อ ได้อย่างไร นี่ดิฉันเป็นปากเป็นเสียงแทนทางกองทุนให้แล้วนะคะท่าน ทวงรัฐบาลให้แล้วนะคะ เพราะฉะนั้นฝากท่านทำหน้าที่ของท่านในอย่างอื่นต่อไป คือฝากรัฐบาลดูเงินดูงบก้อนนี้ด้วย แทนที่ท่านจะเอาไปทำอย่างอื่นที่สุรุ่ยสุร่ายมากกว่านี้ คืนให้กับกองทุนประกันสังคมเถอะค่ะ ทำไมดิฉันพูดอย่างนี้ เพราะประโยชน์ทดแทนค้างจ่ายตอนนี้ค้างอยู่เกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าค้างอะไรบ้าง ทดแทนเจ็บป่วย นี่ไม่ได้จ่ายให้ผู้ประกันตนนะคะ ค้างผู้ประกันตนอยู่ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะเงินไม่มี เงินไม่ได้เข้ามา ค้างทดแทนสงเคราะห์บุตร ค้างจ่ายอยู่ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผู้ประกันตนยังเบิกไม่ได้ ณ เดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๕ และอื่น ๆ อีก เงินชราภาพ เงินว่างงาน เงินคลอดบุตร ทุพพลภาพต่าง ๆ นี่คือผู้ประกันตนยังเบิกไม่ได้เลย นั่นคือตัวเลข ณ ปี ๒๕๖๕ ดิฉันเลยอยากรู้ว่าปี ๒๕๖๖ เป็นอย่างไร เราจะได้วิเคราะห์กันถูก แต่ถึงดูตัวเลขนี้เราก็ตกใจแล้วล่ะค่ะว่า ผู้ประกันตนจ่ายเงินทุกเดือน แต่ว่าเบิกไม่ได้ นี่ค้างตั้ง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้คือปัญหาที่เราจะปล่อยผ่านไม่ได้ ดิฉันมองว่าสำหรับดิฉัน เป็นเรื่องใหญ่ ผู้ประกันตนทุกคนล้วนแต่ต้องการที่จะได้ผลประโยชน์ ไม่อย่างนั้นจะจ่ายทำไม ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นเราต้องกลับมาดู🔗

และที่น่าเป็นห่วงอีกประการค่ะ ดิฉันก็ได้ข่าวมาเช่นเดียวกันว่า โรงพยาบาล หลาย ๆ โรงพยาบาลถอนตัวไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพิ่งเหตุการณ์เร็ว ๆ นี้ที่เราเพิ่งพูดถึงกัน ก่อนหน้านั้นมองย้อนกลับไป หลาย ๆ โรงพยาบาลก็ถอนกลับไปเช่นกัน เราก็รู้ใช่ไหมคะ บางอย่างถอนเพราะอะไร บางครั้งดิฉันได้ฟังเสียงสะท้อนมาว่า บางโรงพยาบาลจำใจต้องถอน เพราะเงินที่ค้างอยู่ที่เขาเรียกเก็บไม่ได้ ที่กองทุนไม่สามารถจ่ายให้เขาได้นี้ มันทำให้เขาหมุนเงิน ไม่ทันใช่ไหมคะ เพราะในธุรกิจโรงพยาบาลมันต้องใช้เม็ดเงินสูงมาก ทีนี้พอจ่ายช้าทำให้เขา มีปัญหาซึ่งอันนี้ก็น่าเห็นใจ เราคงต้องกลับมาคุยเรื่องนี้กันอย่างจริงจังว่าจะทำอย่างไร ให้ดีขึ้น ก็เป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ประกันสังคมทุกท่าน ดิฉันเองก็เป็นหนึ่งในคนที่คลุกคลี เพราะดิฉันก็เป็นผู้ประกันตนเหมือนกัน ดิฉันก็ชื่นชมมาก และล่าสุดท่านมีระบบออนไลน์ อะไร ให้ Key ข้อมูลอะไรต่าง ๆ อันนี้ดีมาก ชื่นชม ขอให้ท่านนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เป็น ประโยชน์ต่อไปเพื่อผู้ประกันตน ก็ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านชิตวัน ชินอนุวัฒน์ ครับ🔗

นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๑ อำเภอเมือง จากพรรค ก้าวไกลครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายในการตั้งข้อเสนอแนะและข้อสังเกต จากการได้รับรายงานจากผู้สอบบัญชีและรายงานเงินกองทุนประกันสังคม ในฐานะที่เคย ทำงานในบริษัทจัดการกองทุนรวมที่มีกองทุนประกันสังคมเป็นลูกค้าอยู่ ก็อย่างที่เราทราบ กันดีว่า กองทุนประกันสังคมเป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีมูลค่ารวมอยู่ที่ ๒.๓ ล้านล้านบาท ครอบคลุมประชากรเกือบ ๒๐ ล้านคน มีกำไรประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต่อปี แต่ท่านประธานครับ สิทธิประกันสังคมที่ผู้ประกันตนจะได้รับมีอยู่ ๗ สิทธิด้วยกัน หากเรามองความคุ้มค่า แล้วการจะจ่ายเงินประกันสังคมต่อปี ปีละ ๙,๐๐๐ บาท ก็ถือว่าได้รับสิทธิในการว่างงาน คลอดบุตร ดูแลบุตร ชราภาพ ทุพพลภาพ การรักษา พยาบาล หรือเสียชีวิต ก็ถือว่าได้รับสิทธิมากกว่าประกันชีวิตอื่น ๆ แต่เมื่อเรามองย้อน และเอกซเรย์สิทธิต่าง ๆ อีกครั้ง ปัจจุบันประเทศไทยครับก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็ม รูปแบบ จากฐานข้อมูลปี ๒๕๖๖ จากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ประเทศไทย ก็มีประชากรผู้สูงอายุคิดเป็น ๑ ใน ๕ ของจำนวนประชากรทั้งประเทศก็คือ มีประมาณ ๑๓ ล้านคนจากประชากรทั้งประเทศ ๖๖ ล้านคน และกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย แบบสุดยอดในอีกไม่ช้า ตัวเลขที่เกิดขึ้นนี้แสดงถึงอัตราการเกิดของเด็กที่ลดน้อยลง ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจและแรงงานเข้าสู่ตลาดแรงงานก็น้อยลงตามไปด้วยเช่นกัน หลักใหญ่ใจความที่คนรุ่นใหม่ลดการมีบุตร สาเหตุสำคัญก็คือ ๑. ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ๒. เงินคลอดบุตร ๓. เงินเลี้ยงดูบุตร แล้วก็สุดท้ายครับ ไม่เพียงพอต่อการดูแลบุตร ท่านประธานครับ แต่เมื่อปลายปี ๒๕๕๖ การพลิกวงการประกันสังคมครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้น ก็คือการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจากผู้ประกันตนโดยตรง เมื่อชำแหละกองทุนออกมา กลับพบว่าผู้ประกันตนได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลดีแล้วหรือยัง สวัสดิการที่ได้รับเต็มที่ เพียงพอแล้วหรือยัง อีกสิทธิหนึ่งที่ผู้ประกันตนเริ่มลังเลว่า สิทธิการเข้ารับการรักษาสุขภาพ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้วหรือยัง เมื่อเทียบกับสิทธิประกันสังคมกับระบบหลักประกัน สุขภาพถ้วนหน้า หรือ สปสช. ที่สามารถใช้บริการโรงพยาบาลรัฐแห่งใดแห่งหนึ่ง เพียงการใช้ บัตรประชาชนใบเดียว และสามารถเปลี่ยนโรงพยาบาลหลักได้ถึง ๔ ครั้งต่อ ๑ ปี การรักษา โรคมะเร็งและโรคร้ายแบบไม่จำกัด ค่ารักษาพยาบาลก็แบบไม่จำกัดนะครับ แล้วก็ทันตกรรม มีแบบไม่จำกัดครั้ง ไม่จำกัดวงเงิน แต่สิทธิประกันสังคมนั้นต้องไปรักษาพยาบาลที่เรา ได้ลงทะเบียนไว้ แล้วก็มีสิทธิในการเปลี่ยนแค่ปีละ ๑ ครั้ง การรักษาโรคมะเร็งก็จำกัด เพียงปีละ ๕๐,๐๐๐ บาท รวมถึงการรักษาโรคร้ายก็ต้องสำรองจ่ายไปก่อน การทันตกรรม จำกัดที่ปีละ ๙๐๐ บาท รวมถึงยารักษาโรคที่ไม่ได้กำหนดอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ แต่ให้สิทธิโรงพยาบาลแต่ละแห่งในการจ่ายยาให้กับคนไข้ ซึ่งก็เปิดช่องว่างให้โรงพยาบาล แต่ละโรงพยาบาลที่อาจจะสามารถจ่ายยาราคาถูกให้คนไข้ประเภทหนึ่ง แล้วก็พิจารณา ให้ยาราคาแพงกับคนป่วยเป็นราย ๆ ไป จึงอาจจะเป็นการรักษาที่ไม่ดีพอเมื่อเทียบกับ สปสช. รวมถึงการปฏิบัติงานของราชการในยุค ๙๐ ที่ยังต้องใช้การอนุมัติเป็นขั้นตอน ความล่าช้าต่อการรักษา ปัจจุบันแต่ละหน่วยงานมีการใช้งบประมาณที่เกี่ยวกับการพัฒนา ระบบราชการเป็นระบบดิจิทัลแล้วนะครับ แล้วมันจะดีกว่าไหมครับถ้าเราจะให้การเข้าถึง สิทธิง่ายขึ้น เพียงทำงานผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยปลายนิ้ว ดีกว่าไปนั่งรอคิวที่สำนักงาน ประกันสังคมเพื่อส่งเอกสารรอการอนุมัติ กองทุนประกันสังคมนี้เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิต ของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศนี้นะครับ🔗

สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน การลดช่องว่าง ลดความเหลื่อมล้ำ การจัด รัฐสวัสดิการที่เท่าเทียมทั้งในระบบและนอกระบบแรงงาน เพื่อให้ประเทศไทยก้าวหน้า เข้าถึงสิทธิอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้คุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนดีขึ้นด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ผู้อภิปรายมีเพียงเท่านี้นะครับ ขอเชิญท่านผู้ชี้แจงครับ🔗

นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม

ก่อนอื่น ต้องกราบขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ที่กรุณาให้คำแนะนำ ให้ข้อชี้แนะ และให้ข้อท้วงติง ผมขอน้อมรับข้อท้วงติง ข้อแนะนำของทุก ๆ ท่านไปปรับใช้ในการบริหาร จัดการให้สำนักงานประกันสังคม เพื่อให้บริการผู้ประกันตนและนายจ้างได้ดียิ่งขึ้นนะครับ มีบางประเด็นที่อยากจะกราบเรียน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันกับท่านที่ได้สอบถาม แล้วก็เสนอความคิดเห็นนะครับ🔗

ท่านแรกท่านเอกราช อุดมอำนวย ท่านบอกว่ากองทุนไร้ความเชื่อมั่น ผมอยากกราบเรียนอย่างนี้ครับ ทางสำนักงานประกันสังคมขอยืนยันว่า กองทุนประกันสังคม ยังคงมีความมั่นคงที่แน่วแน่และเชื่อมั่นได้นะครับ ที่เรียนอย่างนี้เพราะว่าทางสำนักงาน ประกันสังคมมีการพัฒนาเพื่อให้ผลตอบแทนที่มากขึ้น นำเงินมาให้กับผู้ประกันตน แล้วก็นายจ้าง ไม่ว่าจะเป็นด้านการเพิ่มอายุการเกษียณ การเพิ่มการลงทุนที่มีผลตอบแทน หรือมี Income มากขึ้น การเพิ่มเรื่องการจ่ายเงินสมทบที่เพิ่มขึ้น หรืออัตราเงินสมทบ ที่เพิ่มขึ้น เหล่านี้เป็นต้น ทางสำนักงานประกันสังคมคิด แล้วก็เดี๋ยวพอตกผลึก ผมจะกราบเรียนให้ทุกท่านได้กรุณารับทราบไปพร้อมกับประชาชนทั่วประเทศครับ เพราะฉะนั้นก็ให้ความเชื่อมั่นว่า ในสังคมผู้สูงอายุที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ทางประกันสังคมถ้าเป็นผู้ประกันตนเราดูแลจนกระทั่งท่านเสียชีวิต ก่อนอื่นผมอยากเรียน นิดหนึ่งว่า ทุกครั้งไม่ว่าจะไปประชุมที่ใดก็ตาม ไม่ว่าจะไปชี้แจงที่ใดก็ตาม ผมใช้เวลาไม่เกิน ๑๐ นาทีครับท่านประธาน จะเจอคำถามว่า ทำไมประกันสังคมดูแลเรื่องการรักษาพยาบาล ไม่ดีเลย ประกันสังคมดูแล ๗ ประเภท ๗ กรณี ๗ สิทธิ ตั้งแต่ครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน ผมเรียนอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นพอเกิดออกมาได้ค่าสงเคราะห์บุตรครับ ค่าเกิดครับ ค่าคลอดบุตร สุดท้ายเวลาทำงานว่างงาน ได้ค่าว่างงานครับ เวลาออก เวลาเกษียณ ได้ชราภาพ ได้บำเหน็จครับ สุดท้ายจริง ๆ เวลาไม่อยู่ในโลกนี้แล้ว ได้ค่าเสียชีวิตหรือค่าตาย แต่ในส่วนอื่นกองทุนอื่น ผมไม่เรียนว่ากองทุนไหนที่ท่านพูดเมื่อสักครู่ ดูเรื่องรักษาพยาบาล อย่างเดียวครับ ถ้าประกันสังคมดูแลเรื่องรักษาพยาบาลอย่างเดียวครับท่าน เข้าโรงพยาบาล ระดับ Supra ได้เลย ถามว่าแล้วประกันสังคมแก้ปัญหานี้อย่างไร ปัจจุบันคณะกรรมการ ประกันสังคม คณะกรรมการการแพทย์ ท่านรัฐมนตรี แล้วก็ทีมงานผู้บริหารกำลังคิด ที่จะดูแลเรื่องสิทธิประโยชน์ โดยผู้ประกันตนสามารถเข้ารักษาพยาบาลโดยไม่ต้อง เสียค่าใช้จ่ายครับท่าน เพราะฉะนั้นท่านให้สบายใจได้ว่า ทางประกันสังคมไม่เคยทอดทิ้ง ผู้ประกันตนและนายจ้าง ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นยังพิจารณาเมื่อสักครู่ผมได้ตอบท่านเลย ท่านสุดท้ายที่ได้กรุณาเรียนถามว่า แล้วประกันสังคมจะมีการพัฒนาอะไรไหม ต่อไป เรื่องมะเร็งไม่ต้องจ่ายครับท่าน ที่สำคัญไม่ต้องจ่าย แล้วก็ไม่ต้องเข้าคิวรอนาน ภายใน ๑๕ วัน ใน ๕ โรค ไม่ว่าเป็นโรคหัวใจ โรคสมอง โรคมะเร็งท่อน้ำดี มะเร็งเต้านม มะเร็ง ปากมดลูก ถ้าเป็นหมอวินิจฉัยว่าเป็นเข้ารับการผ่าตัดรักษาภายใน ๑๕ วัน ไม่ต้อง เสียค่าบริการและค่าใช้จ่ายครับ ผมกราบเรียนท่านครับ🔗

เรื่องที่ท่านถามจากสัญญาเอกสาร ขอส่งเอกสารทั้งหมด เดี๋ยวผมขออนุญาต นำเอกสารที่บอกว่าตรงไหนเป็นหนี้บ้าง มาให้ท่านเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นเอกสาร จะได้เร็วขึ้น มีโรงพยาบาลแห่งหนึ่งนะครับ ท่านเอกราชบอกว่า มีโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง อยากจะถอนตัวจะจัดการอย่างไร อยากจะเรียนว่าเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนระหว่าง สำนักงานประกันสังคมและสถานพยาบาล ผมรับเดี๋ยวผมจะไปกรุณาเรียนหารือกับท่านเอง ที่สำคัญครับท่านบอกว่า มีการถอนตัวของโรงพยาบาลทุกปี ๆ ไม่ใช่ครับ ปีที่แล้วมีการสมัคร ๑๐ แห่งครับ ปีนี้เพิ่มเข้ามาอีก ๔ แห่ง เพราะฉะนั้นไม่มีการถอนตัว ตั้งแต่ผมมารับราชการ ที่นี่เมื่อปี ๒๕๖๔ มีแต่โรงพยาบาลเพิ่มครับ และเราก็ดูแลโรงพยาบาลอย่างดี เรียนว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกันตน ไม่ว่าจะเป็นนายจ้าง ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้าง ผมดูแลเท่าเทียมกันครับ🔗

อีกคำถามหนึ่ง ท่านถามว่าสำนักงานที่มีอยู่ปัจจุบันแต่ละพื้นที่ติดต่อยาก จะแก้อย่างไร ผมรับไปแก้ไขครับ บางทีผู้ประกันตนแต่ละแห่งเยอะมาก โทรเข้ามาบางทีว่าง ด้วยระบบอัตโนมัติ AI มันทำให้ว่าง แต่ไม่มีคนรับ ผมเรียนยืนยันว่าบางแห่งเป็นเรื่องจริงครับ เพราะว่านี่คือปัญหาในการสื่อสาร ขอน้อมรับในคำชี้แนะที่ท่านแนะนำ ผมไปปรับใช้ ให้มันดีขึ้น แต่คงไม่เพิ่มคน เพิ่มระบบให้มากขึ้น สุดท้ายก็กราบขอบคุณท่านที่ชมเชยนะครับ ก็ขออนุญาตไม่บอกว่าชมเชยอะไรบ้าง🔗

ส่วนท่านที่ ๒ ท่านนิพนธ์ คนขยัน ก็ขออนุญาตน้อมรับคำแนะนำที่ท่านให้ไป พิจารณาแก้ไขปรับปรุงในเรื่องการให้บริการ เวลาผู้ประกันตนไปใช้สิทธิจะพิจารณาให้เร็วขึ้น และเรียนว่าในปีหน้าปี ๒๕๖๘ ผู้ประกันตนไม่ต้อง Walk-in ไปที่สำนักงานประกันสังคมแล้ว ใช้ระบบดิจิทัล ใช้ระบบ e-Service e-Claim ผ่านระบบได้เลย Key แล้วก็สามารถ ตอบโจทย์ได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้สำนักงานประกันสังคมกำลังแก้ไข แล้วก็ปรับปรุงเรื่องระบบ IT อยู่ครับ ก็ขอเรียนยืนยันว่าในอนาคตอันใกล้ผู้ประกันตนไม่ต้องเดินไปที่สำนักงาน ประกันสังคมครับ🔗

ท่านที่ ๓ ท่านสหัสวัต คุ้มคง ก็กราบขอบคุณอย่างยิ่งที่ท่านให้คำแนะนำ เงินสมทบที่ค้างชำระจำนวนมาก อยากเรียนว่าในระบบบัญชีตั้งแต่ปี ๒๕๓๓ ที่ตั้งสำนักงาน ประกันสังคมมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันครับ เงินที่ค้างชำระเรามาใส่ไว้บัญชีทั้งหมด จึงแยกให้ท่าน เห็นว่าค้าง ๑๒ เดือน ค้าง ๒๔ เดือนมีตรงไหนบ้าง ส่วนจำนวนที่ค้างใหม่ ๆ ค้างเก่า ๆ กว่าจะติดตามหนี้ หนี้ล้มละลาย หรือสูญหาย หาเจ้าตัวไม่เจอ มีค่อนข้างเยอะ ผมแก้ปัญหา โดยประการที่ ๑ ตั้งชุดเฉพาะกิจ ประการที่ ๒ ตั้งกองหรือสำนักที่เป็นสำนัก หรือกอง ที่ติดตามหนี้ที่ค้างชำระครับท่าน ในระยะเวลาอันใกล้นี้ผมเชื่อมั่นว่า หนี้ที่ค้างชำระ ในระยะเวลาอันใกล้จะได้คืนขึ้นมาจำนวนมาก เมื่อปี ๒๕๖๔ เคยตั้งชุดเฉพาะกิจเราได้หนี้ ที่ค้างชำระคืนมา ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่า Way นี้หรือช่องทางนี้ จะทำให้หนี้ที่ค้างอยู่มันคืนมาได้ในระดับหนึ่ง ขอเรียนยืนยันว่าประกันสังคมไม่เคยนิ่งดูดาย พยายามหาทางที่จะให้หนี้ที่ค้างอยู่กลับคืนมาให้มากที่สุด แต่หนี้ที่เกิดก่อนหน้านี้ โดยข้อกฎหมายเราติดตามตามระบบทุกอย่าง แต่ถึงเวลาไปเจอล้มละลายไปแล้ว หาเจ้าตัวไม่ได้ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นครับ🔗

อันนี้เมื่อสักครู่ได้เรียนไปแล้วนะครับ ข้อเสนอของท่านทั้ง ๔ ข้อ ขอน้อมรับ แล้วก็เดี๋ยวนำไปใช้ในการบริหารจัดการประกันสังคมที่ดุนะครับ จะให้ดุน้อยลง จะให้พูดเพราะ มากขึ้น ผมก็เน้นย้ำทุกครั้งนะครับ ก่อนหน้านี้มีการร้องเรียนว่า เจ้าหน้าที่พูดจาไม่ค่อยเพราะ แต่ก็เรียนยืนยันว่าบางทีการพูดของแต่ละบุคคลก็เป็นอัตลักษณ์ บางทีผมฟังมันอาจจะ ไม่รื่นหู แต่อีกคนฟังอาจจะรื่นหู ผมไม่แน่ใจ แต่ว่าข้อนี้ก่อนหน้านี้มีการร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ พูดจาไม่เพราะ ให้บริการไม่ดี มาอยู่ในอันดับ ๓ อันดับ ๒ ตอนนี้ลดลงแล้วครับ ลดลงเรื่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ ก็ขอน้อมรับไปปรับปรุงในข้อแนะนำของท่านทั้ง ๓ ข้อนะครับ🔗

ท่านสุเทพ อู่อ้น ขออนุญาตตอบ ขณะนี้กองทุนมีความมั่นคงขนาดไหน มั่นคงครับท่านครับ ก่อนหน้านี้มีหนี้ค้างเมื่อปี ๒๕๕๘-๒๕๕๙ เรามีหนี้ค้างชำระประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ณ ปีนี้นะครับ จะมีประมาณ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท หรือถ้าย่างเข้า ปี ๒๕๖๘ ก็จะเหลืออยู่ประมาณ ๕๘,๐๐๐ ล้านบาท ได้มีโอกาสคุยกับทางสำนักงบประมาณ ท่านเรียนยืนยันว่า จะจ่ายหนี้ที่ค้างชำระให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด แล้วได้คุยในเบื้องต้นว่า ถ้าจ่ายประมาณปีละไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เกิน ๔ ปี หนี้ทั้งหมด ก็จะหมดครับ ส่วนเงินสมทบในแต่ละปีท่านไม่ค้างเลยครับ เพราะฉะนั้นเรียนยืนยันท่านว่า รัฐได้ชำระเงินด้วยการบริหารจัดการที่ประสานงานเป็นการภายในอย่างต่อเนื่องครับ🔗

อีกข้อหนึ่ง เงินค้างจ่าย เมื่อสักครู่ผมตอบไปแล้วนะครับ เงินที่มีการใช้บริหาร สำนักงาน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ งบประมาณผมเรียนว่า โดยข้อกฎหมายให้อำนาจสำนักงาน ประกันสังคมสามารถนำเงินที่จัดเก็บได้ในแต่ละปีมาใช้จ่ายได้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จริงอยู่ครับ แต่สำนักงานไม่เคยใช้ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์เลยทุกปี ผมใช้ ๒ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๒.๕ เปอร์เซ็นต์บ้าง สูงสุดประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็พยายามกดงบประมาณให้ต่ำที่สุดเพื่อให้เกิดความคุ้มค่า และคุ้มทุนในการลงทุนให้มากที่สุดครับ🔗

ต่อไปนะครับ การเตรียมตัวเรื่องการถอนตัวจากโรงพยาบาล เมื่อสักครู่ เรียนแล้วว่า เป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน แล้วก็เดี๋ยวผมเองจะเข้าไปนำเรียนหารือกับทาง อาจารย์หมอที่ได้มีการประกาศ หรือการชี้แจงผ่านสื่อนะครับ หรือที่มาพบคณะกรรมาธิการ การแรงงานเมื่อวานนี้นะครับ🔗

สูตรการคำนวณ มาตรา ๓๙ ก็กำลังพิจารณาที่จะปรับแก้ไขกฎหมาย ให้มันดีขึ้นนะครับ ซึ่งคิดว่าในเร็ว ๆ นี้จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกท่าน มาตรา ๔๐ มีความสำคัญมากอยากให้ใช้ตัวเลขที่มีอยู่ขับเคลื่อน ตอนนี้มีโครงการที่เรียกว่า ครอบครัวคุณ ครอบครัวเราครอบครัวประกันสังคม ก็คือว่าผู้ประกันตนที่เป็นมาตรา ๓๓ สามารถ นำผู้ประกันตน หรือนำผู้ประกอบอาชีพอิสระมาขึ้นสู่ระบบประกันสังคม มาตรา ๔๐ ได้มากขึ้น เอาญาติของตนเองมาขึ้นได้ แล้วก็ที่สำคัญอยากจะเรียนว่ากำลังพัฒนามาตรา ๔๐ พลัส รวมทั้งเพิ่มสิทธิประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน ขอให้ระเบียบและกฎหมายออกมาก่อนถึงจะตอบ เพราะว่าพูดตอนนี้มันไม่ดีครับ แต่ทำแล้ว ๓-๔ แนวทางซึ่งคณะกรรมการประกันสังคม ชุดปัจจุบันได้หารือแล้วพิจารณาเรื่องนี้อย่างรวดเร็วนะครับ🔗

ต่อไปท่านที่ ๔ ท่านเซีย จำปาทอง เป็นไปได้ไหมในรายงานการเงินจะเป็น ของปี ๒๕๖๖ ผมเรียนอย่างนี้ครับท่าน งบการเงินของผมต้องให้พี่ สตง. ได้กรุณาตรวจสอบทุกปี ตอนนี้ตรวจสอบปี ๒๕๖๖ อยู่ครับ แล้วก็ผมต้องเสียค่าตรวจสอบปีละ ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาท ผมไม่สามารถรับรองงบได้ก็ขอความกรุณาท่านอยู่ บางครั้งท่านมีข้อท้วงติง ท่านจะเห็นว่า ในงบการเงินหน้าแรก มีข้อท้วงติง ข้อท้วงติงเกิดมา ๓ ปี ในปีที่แล้วผมแก้ไขปัญหา ปี ๒๕๖๖ เรื่องการเชื่อมข้อมูลระหว่างองค์การเภสัชกรรม ระหว่าง สปสช. เพื่อให้ยาเอดส์ มันสามารถ Update แล้วเป็นปัจจุบันมากขึ้นว่าใช้ไปกับใครบ้าง สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งท่านมีข้อ Comment เพราะฉะนั้นเรียนยืนยันว่า ประกันสังคมพัฒนาขึ้นเยอะครับ นายจ้างหักแล้วไม่จ่ายที่ท่านบอก บางท่านจริงครับท่าน ผมเรียนตอบพี่เซียเลยครับว่า มีจริง แต่ว่าถ้าเป็นผู้ประกันตนถึงแม้หักเงินแล้วไม่จ่าย แต่ผู้ประกันตนโดยข้อกฎหมายเขามีสิทธิ ได้รับสิทธินั้นครับ และประกันสังคมมีหน้าที่จะต้องไป Audit ไปตรวจติดตาม ไปดำเนินการ กับนายจ้างรายนั้น เพราะนั้นเรียนยืนยันพี่ว่า โดยข้อกฎหมาย โดยระเบียบ เมื่อลูกจ้าง เข้าทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างหักค่าจ้างเพื่อส่งเงินสมทบให้กับประกันสังคม แล้วไม่ส่ง ลูกจ้างยังคงมีสิทธิครับท่าน เพราะฉะนั้นถ้ามีเคสตรงไหนที่มีประเด็นมีปัญหา พี่เซียบอกผม ผมขออนุญาตจะรับไปดำเนินการแบบเฉียบขาดกับสถานประกอบการ หรือนายจ้างนั้น ยิ่งไปกว่านั้นอยากจะบอกว่า เมื่อสักครู่มีหลายท่านที่บอกว่า มีสถาน ประกอบการขนาดใหญ่บางรายได้ค้างจ่ายเงินสมทบกับสำนักงานประกันสังคม ก่อนหน้านี้จริง แต่พอปลายปี ๒๕๖๖ แล้วก็เป็นต้นปี ๒๕๖๗ ๒-๓ เดือนเขามาชำระหมดแล้ว เพราะว่า ผมไม่ยอมครับ ผมลงด้วยตนเองกับ ผอ. เขต ผอ. สำนัก เพราะฉะนั้นตอนนี้จะมีค้างจ่าย ก็ช่วงที่เกิดโควิดที่ผ่านมาครับ มันก็เกิดปัญหาที่ตามมาอย่างต่อเนื่อง ก็พยายามติดตาม เพื่อให้มีเงินกลับเข้าสู่ระบบประกันสังคมให้มากขึ้นครับ นายจ้างสั่งหยุดงานไม่จ่ายเงิน หักแล้วไม่จ่าย กรณีนายจ้างสั่งหยุดงาน ผมขออนุญาตน้อมรับไปหารือกับทางกรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงานครับ ส่วนกรณีที่เขาไม่จ่ายเงินสมทบ เช่น บริษัทเมื่อสักครู่ที่ท่านพูดนะครับ เดี๋ยวที่ลดค่าจ้าง ที่จังหวัดสมุทรปราการ เดี๋ยวผมขออนุญาตประสานกับทางสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จังหวัด เพื่อติดตามเรื่องนี้ แล้วก็ในส่วนของลูกจ้างไปใช้สิทธิว่างงานใช้ไม่ได้ เดี๋ยวขออนุญาต ไปหาข้อมูล ข้อเท็จจริงนิดหนึ่งครับ เพราะว่าตอนนี้ผมไม่มีข้อมูลจริง ๆ เดี๋ยวตอบท่านไป แล้วผิดพลาดมันไม่เหมาะสมครับ ต้องติดตามตรวจสอบอย่างเร่งด่วน กราบน้อมรับ ในข้อแนะนำของท่าน เดี๋ยวผมจะนำไปขับเคลื่อนเรื่องนี้โดยเร่งด่วนครับ🔗

ท่านที่ ๕ ท่านชุติมา ปีที่แล้วผมก็จำได้ท่านถามผมก็ตอบ ผมจำได้เพราะว่า ผมจดไว้เป็นปึ๊งเลยครับ ๒๒ หน้า ๙๘ คำถาม ๒๒ ท่านที่ถามผม มีพี่เซีย มีพี่ชุติมา ที่ถามวันนี้ผมมีหมดเลยครับ แล้วก็ผมพร้อมที่เอามาอ่าน แล้วก็ตอบของท่านนะครับ มีความเสี่ยงที่จะล้มละลาย ผมตอบไปแล้ว ไม่ล้มนะครับถ้าวันที่ ๒๕ วันที่ ๒๖ ตุลาคม เราไปร่วมกันแสดงความคิดเห็นในเรื่องเสถียรภาพของกองทุนประกันสังคม แต่เบื้องต้น ทางท่านรัฐมนตรี ทางคณะกรรมการประกันสังคม แล้วก็ผู้บริหารของสำนักงานประกันสังคม คิดไว้ในเบื้องต้น ๓-๔ แนวทาง แนวทางแรก คือการขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศ ได้มากขึ้น แทนที่จะลงในประเทศไทย เพราะประเทศไทย Port มันเล็ก การลงนี่เสี่ยง เสี่ยงมาก เพราะเราเป็น Port ใหญ่ เพราะฉะนั้นไปลงทุนในต่างประเทศ ลงทุนเรา ได้ผลตอบแทน ๕ ๖ ๗ ๘ เปอร์เซ็นต์นะครับ บางแห่งเราได้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถามว่า เราต้องขยายมากขึ้น ต้องขยายครับ ถ้าไม่ขยาย ถ้าลงทุนแบบเดิม เงินฝากธนาคารอย่างเดิม ซื้อตราสารหนี้ที่มีความมั่นคงอย่างเดิมก็เป็นอย่างนี้ต่อไป แล้วก็เพิ่มสิทธิประโยชน์เรื่อย ๆ โดยไม่เพิ่มเงินสมทบ ไม่เพิ่มฐานเงินสมทบ อีก ๓๐ ปีก็ไปไม่รอดเหมือนกันครับ เราตั้ง สำนักงานประกันสังคมมาปีนี้ปีที่ ๓๔ ไม่เคยเพิ่มสัดส่วนเงินสมทบ ไม่ว่านายจ้างหรือลูกจ้าง มีการพัฒนาเรื่องการลงทุนในต่างประเทศให้มากขึ้น เพราะฉะนั้นหลังจากยุทธศาสตร์ การลงทุนเสร็จ ในเดือนหน้าเดือนสิงหาคมครับ ก็จะนำเข้าคณะกรรมการประกันสังคม เพื่อพิจารณาใช้ แล้วก็ลงทุนให้มี Income มากขึ้น เพราะฉะนั้นผมให้ความมั่นใจกับท่าน สมาชิกทุกท่านว่า ประกันสังคมไม่ล้มครับท่าน ถ้าพัฒนาตามแนวทางที่ ๓ ส่วนกำหนดไว้ เมื่อสักครู่ แล้วก็ทุกท่านได้ไปร่วมแสดงความคิดเห็นนะครับ ซึ่งเมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม หลายท่านก็ได้กรุณาให้ความคิดเห็นในเรื่องนี้แล้วด้วยส่วนหนึ่งนะครับ🔗

ในส่วนข้ออื่น ๆ ผมขออนุญาต กองทุน ๔๙ ล้านบาท เป็นการจ้างบริษัท ลงทุนครับพี่ชุติมา จ้าง บลจ. เขาเรียกว่า ให้ค่าธรรมเนียมกับ บลจ. ในการที่นำไปลงทุน ครั้งที่แล้วผมก็ถูกทักท้วงว่า ทำไมให้ บลจ. ไปลงทุน โดยจ้างเขาลงทุนในเงิน ๔๐,๐๐๐- ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และเราให้ผลตอบแทนเขาปีละประมาณ ๔๐-๔๙ ล้านบาท เมื่อสักครู่นี้ เนื่องจากว่าในปีที่ผ่านมาในปี ๒๕๖๕ ผมจ้างบริษัท บลจ. ประมาณ ๕ บริษัทเพื่อจะให้ลงทุน ให้มีรายได้เข้ามา มีดอกเบี้ยหรือมีผลตอบแทนเข้ามา แต่ปรากฏว่าการที่ผมนำเงิน ที่มีอยู่ไปลงทุนใน Overseas หรือต่างประเทศ ผมได้ Income มากกว่า ปี ๒๕๖๕ เราได้ผลตอบแทน ๗๓,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ แต่เราได้ผลตอบแทนจากการลงทุน โดยเสียค่าธรรมเนียม ๔๙ ล้านบาทที่บอกท่าน แค่ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทซึ่งมันน้อย แต่เราไปลงทุนเองดีกว่า เพราะฉะนั้นเมื่อถึงเวลาครบ Due อาจปีนี้ ปีหน้า พอครบ Due ครบสัญญานะครับ เราสัญญาลงทุน ๕ ปี ๖ ปีแล้วแต่ เราก็จะนำมาลงทุนเอง ซึ่งจะมี Income มากขึ้น อันนี้คือค่าธรรมเนียมในการจ้างเขาลงทุนครับ🔗

ขออนุญาตท่านอีกข้อหนึ่งครับ หนี้สูญ ต่อไปจะให้หนี้สูญน้อยลงครับท่าน จาก ๘๐ ล้านบาท เป็น ๒๑๔ ล้านบาทนะครับพี่ชุติมา เงินสมทบค้างรับรัฐบาลจะจ่ายคืน ให้เมื่อไร เมื่อสักครู่ได้กรุณาเรียนแล้วนะครับ ขออนุญาตไม่เรียนซ้ำ แล้วก็ข้อที่ ๗ ที่ท่านถามว่า โรงพยาบาลหลายแห่งขอถอนตัวออก จ่ายช้า ไม่จริงครับท่าน ผมเรียนยืนยัน ผมว่า ภายในไม่เกิน ๑ เดือน ผมจ่ายหมดเลยโรงพยาบาล มีอันเดียวที่มีประเด็นในปีนี้ก็คือ เงินค้างที่ท่านบอกว่า ค้างจ่าย ๆ นั่นคือเงินที่โรงพยาบาลยังไม่ Key ข้อมูลมาครับท่าน คือก่อนที่จะจ่ายเงินให้โรงพยาบาล โรงพยาบาลต้อง Key ข้อมูลมาผ่านระบบการตรวจสอบ และผมไป Audit ว่าเป็นจริงตามนั้นไหม แต่ก่อน Audit เราจะจ่ายก่อนตามที่เขา Key มา เมื่อไป Audit ถ้าสมมุติว่า Audit Over Code เราก็จะไปเรียกเงินคืนแล้วก็มีเบี้ยปรับ แต่เรียนยืนยันว่ามาตรการเหล่านี้ สำนักงานประกันสังคมไม่เคยทอดทิ้งหรือไม่เคย ปล่อยปละละเลย เพราะฉะนั้นเงินที่เป็นเหมาจ่ายโดยปกติทุกเดือนภายในวันที่ ๗ เราจ่าย ให้ก่อนเลยครับ เพราะฉะนั้นไม่มีการว่าค้างจ่าย ท่านไปถามทุกโรงพยาบาล มีหน่วยงาน หลายหน่วยงานที่บอกว่า เขาไม่อยากเอาแล้ว เขาขอเป็นประกันสังคมดีกว่า เพราะจ่ายเงินเร็ว หน่วยอื่นวันก่อนท่านก็เห็นว่า ประท้วง ระดับโรงพยาบาล Supra โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ไปเดินประท้วง เพราะค้างจ่าย ๕ พันล้านบาท ๔ พันล้านบาท ๓ พันล้านบาท เป็น ๒-๓ หมื่นล้านบาททั่วประเทศนะครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตไม่กล่าวถึงหน่วยอื่น นะครับ🔗

สุดท้ายนะครับ ขออนุญาตตอบพี่ชุติมาหมดแล้วนะครับ ขอไปที่พี่ชิตวัน คนสุดท้าย พี่ชิตวันเสนอข้อแนะนำท่านก็อยู่ บลจ. มาก่อน ท่านให้คำแนะนำ แล้วก็ท่าน ชื่นชมว่าผู้ประกันตนได้รับบริการดีแล้วหรือ ยังครับ ถ้าพูดถึงการให้บริการ ผมน้อมรับว่า บางจุดบางส่วนผิดพลาด แต่ผมขอน้อมรับข้อแนะนำ ข้อเสนอแนะของท่านไปปรับปรุง อีกอันหนึ่งในเรื่องทันตกรรม ในเรื่องวงเงินที่รักษา ในเรื่องมะเร็ง เมื่อสักครู่ผมเรียนไปแล้ว กำลังคิดทันตกรรม ท่านรู้ไหมผมคุยกับทันตแพทย์ แพทยสภาเขาบอกว่าประมาณ ๗๐๐ บาทเขาอยู่ได้ แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามประกันสังคมบอกว่าจะจ่าย ๒,๐๐๐ บาท หน่วยบริการ คลินิก หรือสถานประกอบการเขาก็ขึ้นไป ๒,๐๐๐ บาท เหมือนท่านประกาศ ขึ้นค่าแรงนะครับ ค่าสินค้าขึ้นไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่ข้อเท็จจริงมันสามารถจะรักษาในปริมาณ หรือในจำนวน ในมาตรฐานที่เป็นไปได้ ผมเรียนเพิ่มนิดหนึ่งตอนนี้คิดไว้หลาย ๆ แนวทาง ไม่ว่าจะเป็นว่าเพิ่มค่าทันตกรรมมากขึ้น เพื่อทดแทนมากขึ้น รวมทั้งถ้าสมมุติปี ๒๕๖๗ ผมได้ค่ารักษาทันตกรรม ๙๐๐ บาท แต่ผมไม่ได้รักษา ปีหน้าผม Top Up ให้เป็น ๑,๘๐๐ บาท หรือ ๑,๓๕๐ บาท กำลังคิดช่องทางนี้ แต่เพิ่มแน่นอนท่านสบายใจได้ครับ เพราะฉะนั้น ผู้ประกันตนจะได้รับการดูแลอย่างดียิ่งครับท่าน การเข้าถึงสิทธิน้อยลงลดช่องว่างให้มากขึ้น ก็ขอน้อมรับคำแนะนำของพี่ชิตวันไปปรับใช้ เพื่อให้เกิดการบริการที่ผู้ประกันตนได้รับ การบริการที่เข้าถึง รวดเร็ว แล้วก็เป็นธรรม ทั่วถึงอย่างทันใจครับ ท่านประธานครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สมาชิกท่านใดยังติดใจประเด็นไหนไหมครับ ตอบได้ครบถ้วนนะครับ เชิญท่านเซียครับ🔗

นายเซีย จำปาทอง แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนเครือข่าย ผู้ใช้แรงงาน มีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องลูกจ้างที่ผมได้เอ่ยชื่อบริษัทนะครับ ซึ่ง ณ ขณะนี้ เขาได้รับเงินกรณีบำนาญชราภาพน้อยจริง ๆ เมื่อท่านเลขาธิการรับปากว่าจะประสานงาน เกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ ผมเองก็จะประสานกับลูกจ้างให้เข้าไปติดต่อที่สำนักงานประกันสังคม ที่พระสมุทรเจดีย์เช่นเดียวกันนะครับ ขอบคุณที่รับหลักการแล้วก็จะพยายามที่จะติดตาม นายจ้างที่ค้างชำระ หรือว่าหักเงินกับลูกจ้างแล้ว ซึ่งไม่ใช่มีเฉพาะบริษัทที่ผมได้เอ่ยชื่อไป ก่อนหน้านี้ มีอีกหลายบริษัทนะครับ ซึ่งท่านก็รับหลักการว่าเห็นด้วยว่ามันมีที่ผ่านมา มันเป็นแบบนั้นนะครับ เดี๋ยวผมจะประสานลูกจ้างให้เข้าไปติดต่อที่สำนักงานประกันสังคม ที่พระสมุทรเจดีย์ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ถ้าไม่มีท่านใดแล้วก็ถือเป็นมติที่ประชุมรับรองรายงานของสำนักงานกองทุน ประกันสังคม กราบขอบพระคุณผู้ชี้แจงนะครับ สมาชิกครับ วาระการประชุมในวันนี้ มีเพียงเท่านี้ครับ ขอปิดการประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๒๐.๕๕ นาฬิกา