unknown · · 709 lines

(นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้น บัลลังก์ เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เรียนสมาชิกครับ ก่อนเริ่มระเบียบวาระจะเปิดให้หารือ ท่านแรกพร้อมไหม ท่านธัญธรครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ก่อนที่จะหารือ ผมขออนุญาต ผม มานพ อยู่ทางนี้ซ้ายมือครับท่านประธาน เมื่อวานผมได้ปรึกษาหารือ ท่านประธาน ในลำดับที่ ๑๓ ผมได้พูดชื่อรัฐมนตรีผิด ผมขออนุญาตแก้ไขในเรื่องที่ ๒ นะครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แก้จากท่านใดเป็นท่านใดครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

คือเนื่องจากท่านรัฐมนตรี ชื่อคล้าย ๆ กัน ลงท้ายด้วย ทิน เหมือนกัน คือท่านอนุทิน กับท่านสุทิน ท่านแรกถูกครับ ท่านที่ ๒ ก็คือว่าขอให้ท่านรัฐมนตรีสุทิน คลังแสง มาตอบกระทู้ในสภาด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ เชิญท่านแรก ท่านธัญธร ธนินวัฒนาธร ต่อด้วยท่านสกุณา สาระนันท์ เชิญครับ🔗

นายธัญธร ธนินวัฒนาธร กรุงเทพมหานคร

เรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางแคและเขตภาษีเจริญ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตหารือท่านประธานดังนี้ครับ🔗

เรื่องแรก ปัญหาไฟส่องสว่างบริเวณทางเดินเข้าชุมชนพัฒนาบางหว้า หมู่ ๖ และหมู่ ๗ ข้างคอนโดมิเนียมเมโทรพาร์ค กัลปพฤกษ์ ไม่มีไฟส่องสว่าง รวมถึงเสาที่มี ไฟอยู่แล้วก็มีต้นไม้บดบังทางเดินอยู่ริมคลองซึ่งเสี่ยงต่ออันตรายมาก ขอให้ กทม. ดำเนินการ ปรับปรุงแก้ไขครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ซอยเพชรเกษม ๔๘ แยก ๓๕ ไม่มีไฟส่องสว่างและกล้องวงจรปิด ประชาชนใช้สัญจรผ่านไปมาในเวลากลางคืนเกิดอุบัติเหตุบ่อย ลักษณะทางเขาก็จะเป็น โค้งหักศอกแคบและอยู่ติดคลอง ฝากหน่วยงานเข้าดูแลด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ บริเวณถนนพุทธมณฑล สาย ๑ ซอย ๙ ปากซอยตะเกียงดาว ประชาชนแจ้งว่าข้ามถนนยากมาก ไม่มีทางม้าลาย แล้วรถก็ใช้ความเร็วสูง ฝากหน่วยงาน พิจารณาด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๔ สะพานข้ามคลองภาษีเจริญสุขาภิบาล ๑ ช่วงบางแค-ท่าเกษตร ราวสะพานชำรุดมานานแล้ว ไฟส่องสว่างบนสะพานก็ไม่เพียงพอ🔗

เรื่องที่ ๕ ประชาชนร้องเรียนเรื่องกลิ่นจากโรงงานเสื้อ ชุมชนสุขสำราญ ในเขตบางแค สำนักอนามัยของกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว ก็พบว่ามีปัญหาจริง ขอให้กำชับให้ดำเนินการให้ถูกต้อง🔗

เรื่องที่ ๖ ปัญหาทางโรงงานเหมือนกันที่ซอยอินทาปัจ ๙/๔ ซอยเพชรเกษม ๖๙ มีข้อร้องเรียนจากประชาชนกรณีที่มีมลพิษกลิ่น เสียง และฝุ่นจากโรงงานปูน🔗

เรื่องที่ ๗ ชาวบ้านริมคลองบางไผ่กว่า ๒๐ หลังคาเรือนทั้งเขตบางแค และเขตภาษีเจริญไม่มีทางเข้าออก เนื่องจากมีหมู่บ้านเอกชนมาซื้อที่ทำหมู่บ้านจัดสรร เข้าออกได้ทางเรือทางเดียว คนทำงาน เด็กและผู้ป่วยก็เดือดร้อนมาก ให้กรุงเทพมหานคร เร่งเข้าดูแล และ🔗

เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ปัญหาเจ้าหน้าที่ตำรวจเล่นปิงปองกับพี่น้อง ประชาชนผ่าน Traffy Fondue ส่งเรื่องร้องเรียนไปปิดเคสทันทีด้วยการส่งรูปเดิมกลับมา ผู้ร้องตีกลับเรื่องไปมากับ สน. บุคคโล มาเป็นสัปดาห์แล้ว เลขที่เคส ๒๐๒๔-HAMY ๗๘ ลงพื้นที่ไปดูแลปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนสักนิดก็จะดีนะครับ ฝากสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการตำรวจนครบาลกำชับดำเนินการอย่างจริงจัง ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านสกุณาครับ🔗

นางสาวสกุณา สาระนันท์ สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวสกุณา สาระนันท์ สกลนคร

ท่านประธานคะ ดิฉันมีเรื่องที่จะ หารือต่อท่านประธานในวันนี้ ก็คือ เรื่อง ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ได้พิจารณาตั้งหน่วยงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสกลนคร และขอให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พิจารณากำหนดให้จังหวัดสกลนครเป็นพื้นที่เป้าหมาย ในการศึกษา และผลักดันแหล่งอารยธรรมโบราณสกลนครสู่การรับรองเป็นมรดกโลก เนื่องด้วยจังหวัดสกลนครเป็นจังหวัดที่มีความโดดเด่นในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งแต่ละด้านก็ล้วนมี ศักยภาพที่จะพัฒนาต่อยอดได้ไม่ว่าจะเป็นด้านธรรมะ ด้านธรรมชาติ ด้านวัฒนธรรม สกลนครเป็นเมืองแห่งอริยสงฆ์ สกลนครเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ แล้วก็สกลนครมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ไม่ว่าจะเป็นภูไท ไทโย้ย ไทญ้อ ไทโส้ ลาว กะเลิง แล้วมากไปกว่านั้นจังหวัดสกลนครยังมีแหล่งอารยธรรมที่เก่าแก่มีการพบ โบราณสถานหลายแห่ง เช่น พระธาตุเชิงชุม พระธาตุภูเพ็ก พระธาตุนารายณ์เจงเวง สะพานขอม และกู่พันนาค่ะ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรม ที่สร้างขึ้นในยุคที่อาณาจักรขอมเรืองอำนาจ ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๘ แล้วก็ยังมี ภูผาขาม ภูผายล มีภาพเขียนสีโบราณหลายพันปี บ้านท่าวัด ริมหนองหาร จังหวัดสกลนคร เป็นแหล่งอารยธรรมสมัยทวารวดี นอกจากนี้ยังมีแหล่งอารยธรรมบ้านดอนธงชัย ซึ่งเป็น หลักฐานชุดเดียวกับบ้านเชียง ซึ่งเป็นมรดกโลกค่ะ แหล่งโบราณสถานที่กล่าวมานี้ ยังไม่ได้ รับความสนใจจากหน่วยงานที่รับผิดชอบเท่าที่ควรจะเป็นค่ะ ดิฉัน รวมถึง สส. สกลนคร อีกหลายท่าน จึงได้หารือร่วมกับตัวแทนชมรมอารยธรรมสกลนครหลายครั้ง จนได้ข้อสรุปว่า ชาวสกลนครมีความประสงค์ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตั้งหน่วยงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสกลนครค่ะ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อย่าง เต็มที่และสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้พิจารณา กำหนดให้สกลนครเป็นพื้นที่เป้าหมายในการศึกษาวิจัย เพื่อผลักดันให้เกิดแหล่งอารยธรรม โบราณสกลนคร ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกต่อไป ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านสุรทิน พิจารณ์ ครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สส. แบบบัญชีรายชื่อ ๓ เรื่องที่กราบเรียน ท่านประธานครับ🔗

เรื่องแรก ค่าไฟ น้ำมัน ค่าแก๊สขึ้นราคาเป็นอย่างมากนะครับ ไม่ว่าจะเป็น รอบบ้านนอกคอกนาหรือในตัวเมืองค่าแก๊สขึ้นอย่างมาก แล้วก็ค่าไฟนะครับ เปรียบเทียบกับ ประเทศเพื่อนบ้าน ท่านประธานที่เคารพครับ เวียดนามค่าไฟ ๒.๗๐ บาท แต่บ้านเรา เห็นทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานตรึงไว้ราคา ๔.๑๘ บาท อยากจะให้ลดลงมาสัก ๒ บาท ท่านประธานครับ เพราะว่าค่าน้ำ ค่าไฟนี่มันเป็นสาธารณูปโภค ถ้าไฟขึ้น น้ำมันขึ้น สินค้าต่าง ๆ ก็ขึ้นไปด้วยท่านประธานครับ ฝากไปที่รัฐบาลและกระทรวงพลังงานครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องถนนซอยแม่ชี หมู่ ๑ ตำบลบึงกาสาม จังหวัดปทุมธานี ชำรุด ทรุดโทรม ที่จริงเขียนแบบไปเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่มีงบประมาณลงไปทำ ฝากไปที่ กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย🔗

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ คือถนนคนเดิน อันนี้ก็หารือมาตั้งแต่ สภาชุดที่แล้วจากสถานีรถไฟฟ้าคูคตมาที่วัดโพสพผลเจริญ ระยะทางประมาณ ๗๒๐ เมตร แบบก็ออกเรียบร้อยแล้ว งบประมาณทั้งหมด ๒๕๒ ล้านบาท อยากจะให้รัฐบาลเข้าไปดูแล เพราะว่าคนสัญจรไปมามันลำบาก อันที่ ๑ อันที่ ๒ รถราต่าง ๆ รถแท็กซี่ไปจอดรับคน ทั้งตอนเช้า ตอนเย็นรถติดเป็นจำนวนมากนะครับ เพราะถ้าหากมีถนนคนเดิน หรือว่า Walking Street มาที่วัดโพสพผลเจริญมันก็จะเป็นโอกาสดี เพราะว่ารถมาจอดรับคนตรงนี้เลย หรือมาส่งคนที่วัดโพสพผลเจริญมีที่จอดรถนะครับ ผู้รับผิดชอบคือ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านจักรัตน์ พั้วช่วย ครับ🔗

นายจักรัตน์ พั้วช่วย เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม จักรัตน์ พั้วช่วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ สส. คนไทหล่ม วันเสาร์ วันอาทิตย์ที่ผ่านมาครับท่านประธาน นอกจากจะมีเทศกาลสำคัญของพุทธศาสนิกชน ทั่วประเทศ ก็คือเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา พื้นที่ผมนะครับ โดยเฉพาะ อำเภอหล่มสัก ก็มีเทศกาลประจำปีครับท่านประธาน ก็คือเทศกาลยกของขึ้นที่สูงหนีน้ำท่วม ขอภาพประกอบด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายจักรัตน์ พั้วช่วย เพชรบูรณ์

ปัญหาเกิดจากแม่น้ำป่าสักที่มีปริมาณ น้ำมากจนไหลล้นตลิ่ง ปัญหานี้แก้ไขได้ครับ ก็คือต้องสร้างอ่างเก็บน้ำ ชื่ออ่างเก็บน้ำสะดวงใหญ่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตำบลท่าอิบุญ อำเภอหล่มสัก ช่วยตัดยอดน้ำของแม่น้ำป่าสัก แล้วก็ช่วยเก็บ กักน้ำเอาไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง อ่างเก็บน้ำนี้ได้รับงบประมาณศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ จนถึงปีนี้เกือบ ๗ ปีแล้วครับท่านประธานก็ยังไม่ได้รับการอนุมัตินะครับ จึงอยาก ฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมช่วยเร่งรัดอนุมัติให้ ด้วยครับ แล้วก็ฝากกรมชลประทานตั้งงบประมาณออกแบบก่อสร้างให้ในปี ๒๕๖๙ ให้ด้วยครับ🔗

ส่วนในปี ๒๕๖๙ ก็ขอให้กรมชลประทานตั้งงบประมาณ โครงการศึกษาความ เหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ๔ โครงการที่สำคัญ ๑. โครงการบรรเทา อุทกภัยเขตเทศบาลเมืองหล่มสักและตำบลใกล้เคียง ๒. โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ปากช่อง ตำบลปากช่อง ๓. โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำพาย ตำบลบ้านกลาง ๔. โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบุ่งน้ำเต้า ตำบลบุ่งน้ำเต้า ทั้ง ๔ โครงการนี้อยู่ในเขตอำเภอ หล่มสักทั้งสิ้นนะครับ🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมมีเอกสารที่จะฝากท่านประธานผ่านไปยัง กรมชลประทาน ในเรื่องที่ผมหารือในวันนี้เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ให้ยั่งยืน ในอำเภอหล่มสักครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก เขตมีนบุรี เขตลาดกระบัง พรรคก้าวไกล🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตหารือท่านประธาน ดังนี้ครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ถนนในซอยคุ้มเกล้า ๒๖ ถนนในซอยคุ้มเกล้า ๓๔ ถนนในซอย คุ้มเกล้า ๓๖ แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ซึ่งค่อนข้างจะทรุดโทรมแล้วก็พัง ชาวบ้านร้องเรียนมาจำนวนมากนะครับ ว่าเป็น ๑๐ ปีแล้วประสานงานหน่วยราชการไม่เคย มีการดำเนินการตลอดเส้นทาง ขอความกรุณาช่วยจัดสรรงบประมาณทำถนนใหม่หรือ ปรับปรุงถนนให้ดีขึ้นทั้ง ๓ ซอยด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ คือถนนซอยพรหมดี แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ถนนเส้นนี้ก็พังเหมือนกับไม่ใช่ถนนในกรุงเทพมหานครนะครับ แล้วพี่น้องประชาชน นักเรียนเดินทางลำบาก น้ำท่วมในช่วงนี้เต็มไปหมดเลยในส่วนนี้นะครับ ขอให้กรุงเทพมหานคร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยจัดสรรงบประมาณ ปรับปรุงพัฒนาถนนเส้นนี้ด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ พี่น้องชาวชุมชนอันนูรอยน์นะครับ แจ้งมาว่าการเชื่อมระหว่าง ซอยร่มเกล้า ๓ กับซอยบึงขวาง ๒ แขวงแสนแสบ มีนบุรี ลาดกระบัง ซึ่งระยะทางประมาณ ๔๐๐ เมตร จะทำให้เขาสะดวกยิ่งขึ้นเดิมมีไฟไหม้ แล้วก็มีผู้ป่วยมีการเสียชีวิตนะครับ ซึ่งลำบากมาก ถ้าเชื่อม ๔๐๐ เมตรตรงนี้ก็จะสามารถทำให้พี่น้องเดินทางได้สะดวกไปสู่ ถนนใหญ่ได้ปกติใช้หลายกิโลเมตรมากลำบากมากนะครับ🔗

เรื่องที่ ๔ เรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องของตลาดนัดบาแลนะครับ มีคนสัญจร พี่น้องมุสลิม แขวงหนองจอก มีนบุรี และในส่วนคลองสามวามาจับจ่ายใช้สอยมาก การข้ามถนนลำบาก เนื่องจากมีรถวิ่งเร็วนะครับ อยากให้ติดตั้งในส่วนไฟจราจรที่กดปุ่มนะครับ ผมไปเดินดูแล้วมีรถวิ่งเร็วมาก อยากจะขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรุงเทพมหานครหรือ สำนักงานจราจรขนส่ง กรุงเทพมหานคร หน่วยงานอื่นช่วยแก้ไขบรรเทาความเดือดร้อนติดตั้งไฟ จราจรให้ด้วยครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ครับ🔗

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๕ พรรคพลังประชารัฐ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

ขอหารือเรื่องของการก่อสร้าง ทางหลวงหมายเลข ๒๒๕ และทางหลวงหมายเลข ๒๒๗๕ ให้ได้มาตรฐานทางชั้นพิเศษ ๔ ช่องจราจร ทั้ง ๒ เส้นทางด้วยกัน โดยก่อนที่ดิฉันจะแจ้งปัญหาของถนนทั้ง ๒ เส้นดังกล่าว ดิฉันขอขอบคุณสำนักงานก่อสร้างทางที่ ๒ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ที่ก่อสร้าง ทางหลวงหมายเลข ๒๒๕ จากนครสวรรค์สู่ชัยภูมิ ตอนที่พาดผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่บ้านสีมงคล อำเภอบึงสามพัน เป็น ๔ เลน ระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตร แล้วเสร็จ เรียบร้อยไปด้วยดีภายใต้ระยะเวลาและเงื่อนไขของสัญญา ปัจจุบันพี่น้องประชาชนสามารถ ที่จะใช้สัญจรได้อย่างสะดวกปลอดภัยนะคะ และขอขอบคุณแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ ๒ บึงสามพัน สำนักงานทางหลวงที่ ๖ เพชรบูรณ์ ที่บูรณะซ่อมแซมทางผิว Asphaltic ทางหลวงหมายเลข ๒๒๕ ช่วงแยกราหุล ประมาณกิโลเมตรที่ ๑๑๗-๑๒๐ บ้านกันจุ จากเดิม ที่ดิฉันได้เคยหารือในสภาถึงความเดือดร้อนของผิวการจราจรเมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ บัดนี้ แขวงการทางเพชรบูรณ์ที่ ๒ ได้ดำเนินการซ่อมแซมให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยความขอบพระคุณนะคะ🔗

ดิฉันขอปรึกษาหารือท่านประธานถึงกระทรวงคมนาคมดังนี้ค่ะ เรื่องของ ถนนเส้น ๒๒๕ ซึ่งปัจจุบันขยาย ๔ เลน ตั้งแต่นครสวรรค์ที่อำเภอหนองบัว ตลอดเส้นทาง ผ่านเพชรบูรณ์จนไปถึงเชื่อมต่อกับจังหวัดชัยภูมิ ก็ยังขาดอยู่อีกตั้งแต่ กม. ที่ ๑๕๓ บ้านน้ำอ้อม บ้านซับเจริญ ผ่านบ้านซับกะโซ่ ตำบลยางสาว ประมาณกิโลเมตรที่ ๑๕๓-๑๖๐ เข้าเขตเชื่อมต่อชัยภูมิยังไม่แล้วเสร็จ ยังไม่ได้งบประมาณอยากจะได้ให้ต่อเนื่องถึง จังหวัดเพชรบูรณ์ ขออนุญาตนิดหนึ่งนะคะ🔗

ข้อที่ ๒ สำหรับทางหลวงหมายเลข ๒๒๗๕ ซึ่งดิฉันได้พยายามผลักดัน ติดตามมาโดยตลอด ขยายเป็น ๔ เลน เพื่อเป็นทางเลือกช่วยเส้น ทล. ๒๑ กรุงเทพฯ-สระบุรี ซึ่งปัจจุบันการจราจรหนาแน่นทุกสัปดาห์ และช่วงเทศกาลสำคัญ ๆ ก็จะยิ่งเป็นปัญหาเป็น อย่างยิ่ง ปัจจุบันกระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงกำลังดำเนินการก่อสร้างขยายให้แล้ว ตั้งแต่ในช่วง กม. ที่ ๗๙ บ้านหนองพลวง อำเภอบึงสามพัน ถึง กม. ที่ ๙๐ บ้านเนินคนธา อำเภอหนองไผ่ อนุมัติงบประมาณการก่อสร้างในสัญญาปี ๒๕๖๖ ถึงปี ๒๕๖๘ ประมาณ ๕๔๖ ล้านบาทเศษ ปัจจุบันก็กำลังดำเนินการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในสัญญานี้ก็คือปี ๒๕๖๘ จะได้ระยะทางประมาณอีก ๑๑ กิโลเมตร เนื่องจากตั้งแต่ กม. ที่ ๙๐ จนถึงสิ้นสุดที่อำเภอเมือง ก็คือ ๑๑๓+ นะคะ อันนี้อยากจะให้ต่อแผนการหาจัดสรรงบประมาณและดำเนินการก่อสร้าง ในปีต่อ ๆ ไปด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านสรวีย์ ศุภปณิตา ครับ🔗

นายสรวีย์ ศุภปณิตา ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสรวีย์ ศุภปณิตา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคก้าวไกล เขต ๑ ครับ กระผมขอปรึกษาหารือท่านประธานมีประชาชนร้องเรียนมา และเดือดร้อนครับ ขอภาพสไลด์ที่ ๑ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายสรวีย์ ศุภปณิตา ปทุมธานี

พี่น้องที่พักอาศัยอยู่ที่ตำบลหน้าไม้ หมู่ ๑ อำเภอลาดหลุมแก้ว ขาดสะพานลอยข้ามถนนนี้ถนนสาย ๓๔๐ บริเวณปากทางเข้ามัสยิด ระบม จุดนี้มีประชาชนสัญจรหนาแน่นและต้องการข้ามถนนอย่างปลอดภัย แต่รถยนต์วิ่งเร็ว เกิดเหตุอันตรายบ่อยครั้ง อุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงขอให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอนุเคราะห์ สร้างทางลอยข้ามทางต่างระดับ หรือสะพานลอยข้ามถนนให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

ต่อภาพที่ ๒ ประตูระบายน้ำคลองป่าฝ้ายใช้งานไม่ได้ครับ พี่น้องประชาชน ร้องเรียนว่ามีปริมาณน้ำขึ้นทุกปี ช่วงฝนตกก็น้ำท่วมแล้วครับ ตอนหน้าน้ำก็หนักเลย เพราะอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ลาดต่ำน้ำขัง พบว่าประตูระบายน้ำใช้การไม่ได้ครับ ไฟฟ้า ลัดวงจรถึงกับหม้อแปลงระเบิด แล้วเครื่องสูบน้ำก็ใช้การไม่ได้ ขอให้กรมชลประทานรีบ ดำเนินการแก้ไขด่วนครับ เพราะน้ำเริ่มมาแล้วครับ ขอภาพสไลด์ต่อไปครับ🔗

พี่น้องชาวมุสลิมบริเวณ หมู่ ๕ ตำบลคูบางหลวง อำเภอลาดหลุมแก้ว ใกล้มัสยิดยาเมี๊ยะอัตตักวา มีโรงเรียนปอเนาะเพียงแห่งเดียวของอำเภอลาดหลุมแก้วครับ ชื่อว่าโรงเรียนสอนศาสนาฮีดายาตุ้ลอารีฟีน ขาดงบประมาณดูแลครับ เด็กนักเรียนประจำ ย่อมทานอาหาร แล้วก็ค่าใช้จ่ายในการบริหารโรงเรียนไม่มีครับ ต้องจัดงานระดมทุนขอเงิน บริจาคเป็นประจำ จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการจัดงบประมาณไปดูแลด้วยครับ ผมขอภาพ สไลด์ต่อไป🔗

ปัญหาโจรผู้ร้ายลักลอบตัดสายไฟครับ อำเภอลาดหลุมแก้วและอำเภอสามโคก บนนถนนหมายเลข ๙ กาญจนาภิเษก ถนนต่างระดับวงแหวนลาดหลุมแก้วขโมยลักตัด สายไฟ อุปกรณ์ที่ควบคุมไฟฟ้าก็โดนตัดไปด้วยครับ ขาดไฟฟ้าใช้ขอให้กรมทางหลวงจัดสรร งบประมาณมาดูแลด่วนครับ เพราะพี่น้องประชาชน ใช้ถนนลำบากในยามค่ำคืน ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ ครับ🔗

นายล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ ผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต ๖ พรรคภูมิใจไทย🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ สุรินทร์

ผมขอนำปัญหาความเดือดร้อนและ ความต้องการของพ่อแม่พี่น้องหารือในที่ประชุมรัฐสภาผ่านท่านประธาน ๓ เรื่องดังนี้🔗

เรื่องที่ ๑ ถนนเส้นทางระหว่างบ้านขามน้อยถึงบ้านท่าเตียน ระยะทาง ประมาณ ๙๐๐ เมตร เขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลสังขะ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์🔗

เรื่องที่ ๒ ถนนเส้นทางระหว่างบ้านซีจรูกถึงบ้านภูมิสวาย ระยะทางประมาณ ๓,๐๐๐ เมตร เขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลดม อำเภอสังขะ สภาพถนนเสียหาย อย่างหนัก ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ ทำให้การสัญจรไปมาลำบากมาก ขอฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ช่วยผลักดันงบประมาณปรับปรุงและซ่อมแซมเพื่อแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ โครงการเกี่ยวกับปุ๋ยคนละครึ่ง พี่น้องเกษตรกรมีข้อข้องใจ และทุกข์ใจเป็นอย่างมาก เมื่อเข้าร่วมโครงการแล้วต้องหาเงินสำรองจ่ายก่อนครึ่งหนึ่ง รัฐบาลสมทบให้อีกครึ่งหนึ่ง คือไร่ละ ๕๐๐ บาท รายละไม่เกิน ๒๐ ไร่ เกษตรกรต้องไปกู้ยืม เงินมาสมทบและยังไม่สามารถนำเงินไปใช้จ่ายในการไถ หว่านและเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ซึ่งต่างจากโครงการช่วยเหลือไร่ละ ๑,๐๐๐ บาทที่โอนเข้าบัญชีโดยตรง ขอฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีได้ช่วยพิจารณาทบทวน ถ้าเป็นไปได้ เกษตรกรขอคงไว้โครงการเดิมไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท หรือทางรัฐบาลจะเห็นชอบช่วยเหลือ เกษตรกร โครงการปุ๋ยคนละครึ่งและคงไว้ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท เกษตรกรคงจะดีใจมากครับ ท่านประธานขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านพรเทพ ศิริโรจนกุล ครับ🔗

นายพรเทพ ศิริโรจนกุล นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพรเทพ ศิริโรจนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๖ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขอปรึกษาหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาในพื้นที่ทั้งสิ้น ๓ ประเด็น ดังนี้ครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ เป็นเรื่องของชลประทานครับ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายพรเทพ ศิริโรจนกุล นครราชสีมา

สภาพคันกั้นน้ำและประตู ระบายน้ำที่พังเสียหาย ทำให้อ่างเก็บน้ำบ้านโนนปอแดง ตำบลหนองบัว อำเภอคง ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่ออุปโภคบริโภคได้อย่างเพียงพอ ซึ่งผมเคยหารือไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๗ จนปัจจุบันก็ยังไม่เคยได้รับการแก้ไขนะครับ สไลด์ที่ ๒ ขอให้ก่อสร้างระบบผันน้ำที่อ่างเก็บน้ำ ห้วยตะคร้อ บ้านหนองจิกพัฒนา เพื่อผันน้ำให้พี่น้อง ในตำบลหนองมะนาว เนื่องจากเป็นพื้นที่แห้งแล้ง แล้วก็ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค พร้อมทั้งช่วยปรับปรุงผิวถนนทำนบดินเพื่อให้สัญจรไปมาได้สะดวกยิ่งขึ้น ระหว่างตำบลโนนเต็ง และตำบลหนองมะนาวให้เดินทางสะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งผมเคยหารือไปแล้วเช่นกัน ตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๖ นะครับ ซึ่งตอนนี้ก็จะ ๑ ปีแล้วนะครับ ก็ยังไม่ได้รับงบประมาณเพื่อ แก้ไข ผมจึงฝากท่านประธานไปยังกรมชลประทาน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ช่วย จัดสรรงบประมาณให้ด้วยนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ปัญหาทางด้านคมนาคม ถนนหลวงชนบทเส้น ๔๐๕๘ ช่วง หลักกิโลเมตรที่ ๕-๑๓ ตั้งแต่แยกคูเมือง อำเภอขามสะแกแสง จนถึงแยกโรงเรียนหนองบัว อำเภอคง เป็นหลุมเป็นบ่อชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก ทำให้พี่น้องชาวบ้านและนักเรียน สัญจรไปมาด้วยความลำบากนะครับ สไลด์ที่ ๔ เป็นเรื่องของถนนหลวงเส้น ๒๓๖๙ ตั้งแต่ หน้าโรงเรียนพระทองคำวิทยาไปถึงบ้านต้น อำเภอบ้านเหลื่อม ระยะทางกว่า ๔๖ กิโลเมตร นะครับ ลักษณะถนนเป็นถนน ๒ เลนแบบไหล่แคบ บางช่วงเป็นหลุมเป็นบ่อ มีรอยแตกยาว ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้บ่อยครั้งนะครับ ผมจึงฝากท่านประธานไปยังกรมทางหลวงนะครับ แล้วก็กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ให้ช่วยปรับปรุงผิวถนนทั้งสองเส้นนี้นะครับ แล้วก็ขยายให้มีไหล่กว้างด้วยนะครับ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวบ้านนะครับ🔗

ประเด็นสุดท้ายครับ ผมอยากฝากไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยพิจารณาในเรื่องของค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๑,๐๐๐ ให้แก่พี่น้องเกษตรกรในฤดูกาล เก็บเกี่ยว ๒๕๖๗/๒๕๖๘ ด้วยนะครับ เนื่องจากปัจจัยการผลิตไม่ได้มีแต่ค่าปุ๋ย แต่ยังมีค่าแรง ค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าหว่าน ค่าไถ ซึ่งต้องบอกว่าต้นทุนทุกวันนี้มีแต่จะสูงขึ้น หากราคาข้าว ในปีไหนดีก็ทำให้เกษตรกรคุ้มทุน แต่หากราคาข้าวย่ำแย่ชาวนาก็จะไม่ไหวเอานะครับ ผมฝากรัฐบาลด้วยนะครับ ให้ช่วยพิจารณาช่วยเหลือพี่น้องชาวนาด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านนิตยา มีศรี ครับ🔗

นางสาวนิตยา มีศรี สมุทรปราการ

เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นิตยา มีศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๕ พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ ตลอดที่ดิฉันอยู่ในตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ก็จะมีปัญหาของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่นำมาปรึกษาหารือในสภาแห่งนี้ จนวันนี้ก็มีหลายเรื่องที่หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวนิตยา มีศรี สมุทรปราการ

เริ่มขยับที่จะแก้ไขบ้างแล้วนะคะ อย่างเช่น บ่อขยะแพรกษาใหม่เริ่มขยับตั้งคณะกรรมการโดยมีผู้ว่าเป็นประธาน แต่ดิฉัน อยากจะฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมการชุดนี้นะคะว่า ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน ดังนั้น ปัญหาไฟไหม้อาจจะไม่มี แต่เรื่องกลิ่นนั้นค่อนข้างรุนแรงเป็นอย่างมาก ไหนจะน้ำฝน ที่กลายเป็นน้ำชะขยะที่ไหลลงมายังลำคลองสาธารณะ อย่างไรก็ฝากคณะกรรมการชุดนี้ เร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยด่วนนะคะ หรือจะเป็นคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิซึ่งตอนนี้ ก็ได้รับการแก้ไขปรับปรุงภูมิทัศน์ไปบ้างแล้วบางส่วน ณ วันนี้ต้องขอบคุณทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดภาพนี้เกิดขึ้นนะคะ โดยเฉพาะกรมชลประทานที่ประสานหน่วยงาน ต่าง ๆ ที่มีกำลังเข้ามาพัฒนาพื้นที่ ซึ่งดิฉันและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ก็อยากจะเห็นภาพ คลองส่งน้ำสุวรรณภูมิที่สวยงามแบบนี้ต่อไปนะคะ ไม่ใช่กลับมารกอีกเมื่องานจบแล้วนะคะ ท่านประธานคะ แต่ก็มีปัญหาหนึ่งเลยที่ไม่ได้รับการแก้ไข ทุกวันนี้ดิฉันได้รับเรื่องราวร้องทุกข์ จากพี่น้องประชาชนทุกวันเลยค่ะ นั่นก็คือปัญหาการจราจรในซอยวัดศรีวารีน้อย ทั้งรถติด รถพ่วง รถบรรทุกจอดข้างทางวิ่งนอกเวลาหรือจะเป็นสภาพถนนที่มีดินโคลนมีทั้งฝุ่นลอย เต็มถนนไปหมด ฝากท่านประธานผ่านไปทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างตำรวจ อบต. ในพื้นที่ ทางหลวงชนบท รวมทั้งบริษัทเอกชนต่าง ๆ ที่เป็นบริษัทเจ้าของร้านตู้คอนเทนเนอร์ หรือบริษัทเจ้าของรถ ร่วมกันบูรณาการหาแนวทางแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนนะคะ🔗

ปัญหาสุดท้ายค่ะ ท่านประธานเรื่องปลาหมอคางดำที่ระบาดอยู่ในพื้นที่ จังหวัดสมุทรปราการตอนนี้ ดิฉันฝากท่านประธานผ่านไปยังทุกหน่วยงานในพื้นที่จังหวัด สมุทรปราการนะคะ เร่งหามาตรการแก้ไขปัญหานี้ด้วยนะคะ เพราะตอนนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลาในพื้นที่เดือดร้อนกันเป็นอย่างมากค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ ครับ🔗

นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ นครสวรรค์

ท่านประธานที่เคารพครับ พีระเดช ศิริวันสาณฑ์ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคภูมิใจไทย วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือหลายเรื่อง ไม่แน่ใจว่าจะทันกี่เรื่อง ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ นครสวรรค์

เรื่องแรกนครสวรรค์ เขต ๕ ของผมมี ๓ อำเภอตาคลี อำเภอตากฟ้า อำเภอไพศาลี มันจะมีโครงการใหญ่อยู่ ๒ โครงการ โครงการแรกเป็นโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ซึ่งเข้าใจว่าจะลงทุนหลายพันล้าน ซึ่งเป็นโครงการนำร่อง ซึ่งประเทศไทยจะกำหนดให้ นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ เป็น Bio Hub ในปี ๒๕๗๐ ซึ่งมีการลงทุนไปแล้วเฟสแรก ๗,๕๐๐ ล้านบาท เฟส ๒ ๑,๔๐๐ ล้านบาท ผมเอง ด้วยความเป็นห่วงพื้นที่นะครับ ก็อยากจะขออนุญาตเสนอให้กรมทางหลวงขยายถนน เพื่อรองรับโครงการเหล่านี้ ถนนเส้นที่ผมอยากจะขอให้ขยายก็คือเส้นแรกทางหลวง ๓๓๒๙ จากแยกหัวหวาย ไปสมาคมชาวไร่อ้อยไปชนจุดตัดทางหลวงชนบท ๔๐๒๓ ซึ่งมีระยะทาง ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร เส้นที่ ๒ ทางหลวงชนบท ๔๐๒๓ จากสมาคมชาวไร่อ้อยไปชน ทางหลวงหมายเลข ๓๒๑๒ ใช้ระยะทางประมาณ ๗ กิโลเมตร และยังมีโครงการหลัก อีกโครงการหนึ่งซึ่งเข้าใจว่าน่าจะเป็นโครงการใหญ่ เป็นโครงการตาคลี Sandbox ซึ่งตั้งอยู่ที่ สถานีรถไฟจันเสน ซึ่งจะส่งเสริมการลงทุน ส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เป็นการสร้าง รายได้ เป็น Hub ของการขนส่งทางราง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของการรถไฟ ผมอยากเสนอ ให้ขยายถนนเพื่อรองรับโครงการเหล่านี้ ถนนเส้นแรก ก็คือถนนทางหลวงท้องถิ่น ซึ่งดูแล โดย อบจ. นครสวรรค์ สาย นว.ถ. ๑-๐๐๑๓ สะพานปูน บ้านช่องแคนะครับ ระยะทาง ๑๓ กิโลเมตร ขออีกนิดหนึ่งครับท่านประธาน เส้นทางอีกเส้นทางหนึ่งคือทางหลวง สาย ๓๑๙๖ จุดตัดจากทางหลวงหมายเลข ๑ ไปถึง อบต. จันเสน ๒๖ กิโลเมตร ซึ่งเป็น เส้นทางเลาะคลองอนุศาสนนันท์ จริง ๆ ผมยังมีอีก ๓ เรื่องนะครับ แต่ขออนุญาตใช้เวลา เพียงเท่านี้ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ส่งเป็นเอกสารตามมาได้นะครับ เชิญท่านวีรนันท์ ฮวดศรี ครับ🔗

นายวีรนันท์ ฮวดศรี ขอนแก่น

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วีรนันท์ ฮวดศรี ผู้แทนราษฎรคนขอนแก่น เขต ๑ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมนำปัญหาพี่น้องประชาชน ในเขตพื้นที่เทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลตำบลเมืองเก่า เทศบาลตำบลพระลับมาหารือ กับท่านประธานในประเด็นน้ำท่วม น้ำขัง น้ำรอการระบายและการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ ริมแม่น้ำชี🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายวีรนันท์ ฮวดศรี ขอนแก่น

เนื่องจากช่วงเดือนที่ผ่านมามีฝนตกอย่าง ต่อเนื่องทำให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝนตกหนักนะครับ ซึ่งแบ่งในพื้นที่ได้เป็น ๒ กลุ่มด้วยกันนะครับ🔗

กลุ่มแรก คือกลุ่มที่รับผลกระทบจากน้ำท่วม น้ำขัง น้ำรอระบาย จุดที่ ๑ ชุมชนมิตรภาพริมทางรถไฟน้ำท่วมซ้ำซากทุกปีเป็นพื้นที่ต่ำนะครับ เป็นทางน้ำ เมื่อมีฝนตกหนัก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมมากถึงมากที่สุดครับ จุดที่ ๒ ชุมชนหนองแวงตราชู ๓ บริเวณ บ้านพิมานศิลป์นะครับ ไม่มีจุดระบายน้ำ จุดที่ ๓ นะครับ ชุมชนหนองแวงตราชู ๔ เนื่องจากท่อระบายน้ำมีดินสะสมเป็นจำนวนมากนะครับ ไม่สามารถระบายน้ำได้นะครับ จุดที่ ๔ ชุมชนหนองแวงตราชู ตำบลเมืองเก่า ๒ และ ๓ บริเวณซอยเมตตา ซึ่งผมได้หารือ ในสภาแห่งนี้ไปแล้ว แต่ยังได้รับการแก้ไขครับ จุดที่ ๕ ถนนประชาสโมสรหลังมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ขอนแก่น มีน้ำรอระบายน้ำท่วมถนนนะครับ จุดที่ ๖ ถนนเส้น เทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือบ้านกอก ซึ่งเป็นรอยต่อของเทศบาลนครขอนแก่นกับ เทศบาลบ้านเป็ด จุดนี้น้ำท่วมหนักซ้ำซากทุกปีครับ จุดที่ ๗ เส้นรอบบึงแก่นนครและถนน ศรีธาตุ-บ้านตูม น้ำขังผิวการจราจรครับ จุดที่ ๘ ทางลอดใต้ทางรถไฟบ้านโนนตุ่น อุโมงค์ กลับรถบ้านกุดกว้าง ตำบลเมืองเก่า มีปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟเครื่องสูบน้ำนะครับ ทำให้ เครื่องสูบน้ำใช้การไม่ได้นะครับ เมื่อฝนตกนะครับ รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ไม่สามารถสัญจร ไปมาได้ครับ🔗

และกลุ่มที่ ๒ ที่น่าเป็นห่วงและต้องให้ความสำคัญพอ ๆ กันคือการเฝ้าระวัง สถานการณ์น้ำชีหนุนบริเวณรอบนอกเมืองนะครับ มีหลายหมู่บ้านรอบลำน้ำชี ซึ่งน่าเป็นห่วงก็คือ บ้านกุดกว้าง บ้านโนนตุ่น แล้วก็ดอนบม ตำบลเมืองเก่า บ้านผือ ตำบลพระลับ หมู่บ้าน บริเวณนี้อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงออกมาตรการในการรับมือและแจ้งเตือน สถานการณ์น้ำชีให้พี่น้องประชาชนทราบเป็นระยะ ๆ พร้อมทั้งแผนการรับมือฉุกเฉินกรณี ที่มีน้ำท่วมเฉียบพลันนะครับ จึงฝากไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายอำเภอเมือง ขอนแก่น โยธาธิการและผังเมืองขอนแก่น สำนักชลประทานที่ ๖ แขวงการทางที่ ๑ ขอนแก่น การรถไฟจังหวัดขอนแก่น เทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลตำบลพระลับ เทศบาล ตำบลเมืองเก่านะครับ แก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำขัง น้ำรอการระบายและการเฝ้าระวัง แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้กับชุมชนริมแม่น้ำชีที่เป็นปัญหาซ้ำซากตามกรอบอำนาจหน้าที่ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ชีวิตโดยปกติสุขด้วยขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านสุทธิชัย จรูญเนตร ครับ🔗

นายสุทธิชัย จรูญเนตร อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุทธิชัย จรูญเนตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย วันนี้ขออนุญาตหารือท่านประธานในโครงการพัฒนาบ่อบำบัดน้ำเสีย โรงพยาบาลตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายสุทธิชัย จรูญเนตร อุบลราชธานี

โรงพยาบาลตระการพืชผล เป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด ๑๕๐ เตียง เป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายโซน ๒ ที่ต้องรับผิดชอบ ๖ อำเภอ มีประชากรในเขตพื้นที่บริการกว่า ๔๐๐,๐๐๐ คน ด้วยจำนวนประชากรที่มาก ท่านประธานทำให้มีผู้มาใช้บริการโรงพยาบาลเป็นจำนวนมากต่อวัน สิ่งที่ตามมา ก็คือทำให้ เกิดมีน้ำเสีย ของเสีย สิ่งปฏิกูลเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก และมากเกินกว่าที่บ่อบำบัดน้ำเสีย ของโรงพยาบาลที่มีอยู่จะสามารถที่จะรองรับได้ ท่านประธานครับ บ่อน้ำเสียที่มีอยู่ ในปัจจุบันของโรงพยาบาลยังเป็นแบบเฉพาะจุดเฉพาะที่และที่สำคัญครับ อยู่ในสภาพ ที่ชำรุด ทรุดโทรม ทรุดตัว เพราะมีอายุใช้งานมากว่า ๒๑ ปี ทำให้การทำงานไม่มี ประสิทธิภาพคุณภาพน้ำที่ได้ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ทำให้เกิดการ หมักหมม เน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็นทั่วบริเวณและชุมชนใกล้เคียง สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด ท่านประธาน น้ำเสียจากโรงพยาบาลอาจจะมีการปนเปื้อนของเชื้อโรค น้ำยาต่าง ๆ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการแพร่เชื้อสู่คน ชุมชน สิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ผมเห็นว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่ร้ายแรงที่สมควรจะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน จึงขออนุญาตที่จะกราบเรียนมายังท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณ โดยเฉพาะงบประมาณคงเหลือของปี ๒๕๖๗ ในโครงการ พัฒนาบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงพยาบาลตระการพืชผล รายละเอียด เดี๋ยวผมจะได้ส่งให้ ท่านประธานภายหลังการอภิปราย ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความอนุเคราะห์เป็นอย่างดี จึงจักขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ขอบคุณมากครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ครับ🔗

นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนเครือข่ายชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ขอหารือผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ดังนี้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เมื่อวันที่ ๑๒-๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมานี้นะครับ ผมและเครือข่ายชาติพันธุ์ พรรคก้าวไกล ได้ลงพื้นที่ ไปจัดอบรมพัฒนาสินค้าจากผ้าใยกัญชงให้แก่กลุ่มแม่บ้านชาวม้งที่อำเภอพบพระ จังหวัดตาก จากการลงพื้นที่ครั้งนี้นะครับ ผมพบว่าชาวม้งที่นั่นปลูกกัญชงรวมกันมากถึงหลายพันไร่ สำหรับชาวม้งนะครับ กัญชงถูกใช้ประกอบเป็นพิธีกรรมทางความเชื่อและมีการแปรรูป เป็นสินค้าประเภทต่าง ๆ นะครับ อย่างเช่น สบู่ ยาสระผม น้ำมันนะครับ โดยเฉพาะเรื่อง ผ้าใยกัญชงนะครับ ยังสามารถพัฒนาต่อยอดได้อีกเยอะนะครับ ซึ่งในประเทศไทยเรา ยังสามารถทำได้อยู่ในระดับขั้นพื้นฐานเท่านั้นนะครับ แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะพัฒนาเป็นสินค้า ที่เชื่อมโยงกับคุณค่าทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ม้งสู่สากลได้นะครับ อย่างไรก็ตามครับ นโยบายของรัฐบาลไทยยังลุ่ม ๆ ดอน ๆ นะครับ ซึ่งชาวบ้านที่อำเภอพบพระ เขาติดตาม เรื่องนี้อย่างใกล้ชิดนะครับ ต่างก็แสดงความกังวลต่อท่าทีของรัฐบาลที่พยายามจะเอากัญชง พ่วงกับกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดเหมือนเดิมนะครับ ซึ่งนั่นจะเป็นการตัดโอกาสพัฒนา เศรษฐกิจจากฐานวัฒนธรรมของชาวม้งไปนะครับ ผมจึงขอเรียนไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขนะครับว่า ความจริงกัญชงและกัญชามีความแตกต่างกันอย่างมี นัยสำคัญนะครับ โดยกัญชงไม่อาจนำมาเสพเช่นเดียวกับกัญชาได้นะครับ แต่มีคุณประโยชน์ ในด้านการเป็นอาหารเป็นยา แล้วก็โดยเฉพาะการเป็นสิ่งทอนะครับ ซึ่งจะสามารถนำไปสู่ การพัฒนาอาชีพสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านในระดับรากหญ้าได้จริง ๆ นะครับ ก็จะเป็น Soft Power ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นในการดำเนินการต่าง ๆ นะครับ เกี่ยวกับการควบคุมกัญชาให้แยกกัญชงออกจากกัญชา ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการใช้วิธีระบุ โดยกำหนดปริมาณขั้นสูงของสาร THC หรือระบุว่าให้ยกเว้นกัญชงอย่างชัดเจนนะครับ เพื่อเปิดโอกาสให้เศรษฐกิจจากกัญชงของชาวบ้านนะครับ สามารถพัฒนาและต่อยอดเป็น ทางเลือกสำหรับอาชีพของคนรุ่นใหม่ได้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านจิรัชยา สัพโส ครับ🔗

นางสาวจิรัชยา สัพโส สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวจิรัชยา สัพโส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย วันนี้ ดิฉันมีเรื่องหารือกับท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ๓ เรื่อง ดังนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวจิรัชยา สัพโส สกลนคร

เรื่องแรกค่ะ ดิฉันขอฝากถึงกรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทย กับการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ขอสไลด์ถัดไปด้วยค่ะ บ้านวังปลาป้อมนะคะ ตำบลพรรณาไปยังบ้านหนองโดก ตำบลช้างมิ่ง อำเภอพรรณานิคม แทนสะพานไม้เดิมที่ปัจจุบันชำรุด ผุพัง คับแคบเสี่ยงต่ออันตรายในการสัญจรของพี่น้อง ในพื้นที่ และอีก ๑ จุดค่ะ บริเวณข้ามลำห้วยปลาหาง บ้านท่าสองคอน ตำบลบะฮี อำเภอพรรณานิคม ไปยังบ้านขัวขอนแคน ตำบลต้นผึ้ง อำเภอพังโคนค่ะ ซึ่งบริเวณนี้นะคะ พี่น้องจากทั้งสองฝั่งลำปลาหางไม่มีสะพานข้ามเป็นเวลานานแล้วค่ะ ดิฉันจึงฝากเร่งแก้ไข ปัญหานี้โดยด่วน🔗

เรื่องที่ ๒ ดิฉันขอฝากเรื่องนี้ไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคมค่ะ ฝากพิจารณาปรับปรุงถนนระหว่างบ้านเม่นใหญ่ ตำบลอากาศ อำเภออากาศอำนวย จังหวัด สกลนคร ไปยังบ้านท่าเรือ ตำบลท่าเรือ อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ระยะทางประมาณ ๔.๕ กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างจังหวัดสู่จังหวัด แต่สภาพถนนปัจจุบันเป็นหลุม เป็นบ่อ ประชาชนในพื้นที่สัญจรไปมาไม่สะดวก ดิฉันเข้าใจว่าบริเวณนี้นะคะ อาจจะอยู่นอก โครงข่ายทางหลวงชนบท แต่ก็ยังมีกิจกรรมที่ทำถนนเพื่อชุมชนของทางหลวงชนบท จึงฝาก ให้เข้าไปแก้ปัญหาเพื่อความสะดวกของพี่น้องประชาชน🔗

เรื่องสุดท้ายค่ะ มีเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องบ้านโคก หมู่ ๕ ตำบลไร่ อำเภอพรรณานิคม ซึ่งมีการยื่นเรื่องนี้มาตั้งแต่ตุลาคมปีที่แล้ว แต่ทุกวันนี้ค่ะ ยังไม่ได้รับ การแก้ไขจากความเดือดร้อนที่ไฟฟ้าตกและดับบ่อย เนื่องจากตอนนี้มีจำนวนครัวเรือนที่เพิ่ม มากขึ้น หม้อแปลงไฟฟ้าเดิมมีขนาดเล็กไม่เพียงพอในการจ่ายไฟ จึงขอให้การไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคได้เร่งตรวจสอบและแก้ไขปัญหากระแสไฟฟ้าให้เพียงพอต่อการใช้งาน กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านสุวรรณา กุมภิโร ครับ🔗

นายสุวรรณา กุมภิโร บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายสุวรรณา กุมภิโร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ในช่วงปิดสมัยประชุมที่ผ่านมา ผมได้ลงพื้นที่ พบปะพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดบึงกาฬ เพื่อรับฟังปัญหาของพี่น้องอย่างใกล้ชิด เป็นที่ น่าเศร้าครับท่านประธาน ผมได้เจอกับพี่น้องครอบครัวหนึ่ง ซึ่งมีผู้สูงอายุ ผู้พิการที่ป่วยติดเตียงในครอบครัว และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจในการพยุงชีพ ตลอดเวลา แย่ไปกว่านั้นครับท่านประธาน พี่น้องครอบครัวนี้ต้องประสบปัญหาจากการ ที่เครื่องช่วยหายใจที่จำเป็นในการพยุงชีพคนที่เขารักนั้นเสีย ทำให้ต้องนำไปซ่อม ที่โรงพยาบาลในพื้นที่ ซึ่งเป็นระยะเวลากว่า ๓ เดือนแล้วที่ครอบครัวนี้ไม่มีเครื่องช่วยหายใจ และท่านประธานทราบไหมครับว่า ครอบครัวนี้ต้องทำอย่างไร คนในครอบครัวเขาต้องผลัด กันมาปั๊มเครื่องช่วยหายใจด้วยมือ ผลัดกันทำตลอดเวลา ๒๔ ชั่วโมง เพื่อให้เครื่องมันทำงาน นอกจากจะไม่ปลอดภัยแก่ผู้ป่วยแล้ว ยังทำให้หัวหน้าครอบครัวที่ต้องออกไปทำมาหาเลี้ยง ปากท้องคนในครอบครัวไม่สามารถออกไปทำงานได้อย่างเต็มที่ เพราะต้องแวะเวียนกลับมา ช่วยกันปั๊มเครื่องช่วยหายใจทำให้การทำงานได้ตลอด สำหรับครอบครัวนี้ผมได้ประสาน หน่วยงานในพื้นที่ให้เร่งเข้าช่วยเหลือครอบครัวนี้ไปแล้วในเบื้องต้น แต่ได้รับรายงานว่า งบประมาณมีไม่เพียงพอในการช่วยเหลือ ท่านประธานครับ ลองนึกดูว่าพี่น้องประชาชน อีกหลายครอบครัวที่มีปัญหาเกี่ยวกับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ภาวะพึ่งพิง ป่วยติดเตียงหรือติดบ้าน อาจต้องประสบปัญหาแบบเดียวกันนี้อีกเป็นจำนวนมากและไม่มีใครเหลียวแล ยิ่งไปกว่านั้น ท่านประธานครับ ในปี ๒๕๖๗ ประเทศไทยเราเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบแล้ว เรามี ผู้สูงอายุคิดเป็น ๑ ใน ๕ ของประชากร คือ ๑๓ ล้านคน แปลว่าถ้าเรายังปล่อยให้ประชาชน ผู้สูงอายุต้องอยู่ในสภาพแบบนี้ต่อไป พี่น้องผู้สูงอายุ ผู้พิการจำนวนมากของเราก็อาจจะเจอ สถานการณ์ที่น่าเศร้าไม่ต่างกันครับ ท่านประธานที่เคารพ ในคราวประชุมสมัยที่แล้วกระผม ได้เสนอนโยบายในการดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดการดูแล ผู้สูงอายุที่มีคุณภาพตั้งแต่ในระดับชุมชนไปแล้ว แต่จากความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ที่ผมพบในครั้งนี้ทำให้ผมอยากฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในการประสานความร่วมมือในการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงจำนวนมากอีกครั้งครับ ผมขอเสนอนโยบายให้มีการจัดตั้งศูนย์พักพิงผู้สูงอายุในระดับตำบลทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนหลักการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุในพื้นที่ Long Term Care ของกระทรวงสาธารณสุขให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในทุกตำบล โดยอาศัยความร่วมมือ ของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ อาทิ กลุ่มทุนสุขภาพตำบล ทีมสหสาขาวิชาชีพจากหน่วย ปฏิบัติการปฐมภูมิ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล พี่น้อง อสม. พี่น้องอาสาสมัคร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการ บูรณาการในการทำงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงที่ถูกทอดทิ้ง ในระดับตำบลครับ🔗

สุดท้ายนี้ผมขอฝากเรื่องให้ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย ครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย นครสวรรค์

กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือ เรื่อง ผลกระทบจากการบังคับใช้ พ.ร.บ. วิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. ๒๕๓๗🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย นครสวรรค์

ขอเสนอไปยังกระทรวง สาธารณสุข ผมได้รับหนังสือจากสมาคมร้านขายยา เรามีระบบสาธารณสุขที่คอยดูแลพี่น้อง ประชาชนอย่างใกล้ชิดเวลาเจ็บป่วย ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายดูแลรักษา ประชาชน โดยใช้บัตรประชาชนใบเดียวรักษาและรับยาได้ฟรีที่ร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการ โดยมีการกำหนดคุณสมบัติของร้านยาที่จะเข้าร่วมโครงการ จะต้องมีมาตรฐานตามที่ กฎหมายกำหนดไว้ โดยข้อกฎหมายดังกล่าวบางข้อได้สร้างผลกระทบในการปฏิบัติจริง ตัวอย่างเช่น การส่งมอบยาอันตราย เช่น ทิฟฟี่ ดีคอลเจน ผงพิเศษตราร่มชูชีพ ยาคุมกำเนิด ตามภาพ ให้กับผู้มารับบริการกับเภสัชกรเท่านั้น ในหลาย ๆ กรณีที่เภสัชกรติดภารกิจ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ประชาชนที่เดินทางมารับบริการจะไม่ได้รับยา เพื่อรักษาอาการเจ็บ เบื้องต้น ข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. ๒๕๓๗ จากกฎหมายดังกล่าวมีผลกระทบทำให้เภสัชกรขอถอนตัวจากการคุมร้านยา ทำให้ร้านยา ทั่วประเทศจำนวนมากต้องปิดตัวลง เพราะไม่มีเภสัชกรตามกฎหมายทำให้ประชาชน ที่เจ็บป่วยเบื้องต้นเข้าถึงการใช้ยา เพื่อดูแลรักษาตนเองได้ยากขึ้น ส่งผลให้เป็นภาระ ที่เพิ่มขึ้นกับสถานบริการด้านสุขภาพของรัฐที่มีอยู่ อย่างจำกัดต่อการให้บริการประชาชน ข้อเสนอเพื่อลดผลกระทบ ๑. การเปิดอบรมบุคลากร เพื่อให้ความรู้เรื่องยาและการใช้ยา แก่พนักงานผู้ช่วยเภสัชกรประจำร้านยา ๒. ส่วนยาที่มีความจำเป็นจะต้องส่งมอบโดย เภสัชกร ควรกำหนดรายการและแยกส่วนให้ผู้เข้ารับบริการติดต่อกับเภสัชกรได้ทางระบบ ออนไลน์หรือ Telepharmacy และให้พนักงานที่ผ่านการอบรมเป็นผู้ส่งมอบ เช่นนี้แล้วจะ เป็นวิธีที่ช่วยให้ระบบสาธารณสุขของประเทศไทยเรา มีความสะดวกสบายและเข้าถึง พี่น้องประชาชนกันอย่างทั่วถึงครับ ผมขอฝากผ่านท่านประธานสภาถึงกระทรวงสาธารณสุข ด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่เคารพครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ ครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านพรทวี ศรีเมือง ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน บ้านนาแปน ที่อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลยครับ เรื่องการขยายเขตไฟฟ้าครับ ซึ่งขอขยายเขต นานแล้วครับ หลายครั้งแล้ว และในปัจจุบันประชาชนอยู่ในพื้นที่ชุมชนครับ ยังไม่มีไฟฟ้า ใช้เป็น ๑๐ ครัวเรือน ก็อยากฝากการไฟฟ้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับช่วยเข้าไปแก้ไข ปัญหาด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่ผมได้รับการแจ้งมาจากท่านสมคิด เกษดา ซึ่งเป็น ผอ. โรงเรียนหนองหินวิทยาครับ เกี่ยวกับโรงเรียนในปัจจุบันที่นักเรียนมีจำนวนเพิ่มขึ้นห้องเรียน ไม่เพียงพอและไม่มีพื้นที่ร่มในการทำกิจกรรมกลางแจ้งครับ โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อน จัด ๆ ทำให้อันตรายและกระทบต่อการเรียนและการทำกิจกรรม การใช้ชีวิตของนักเรียน จึงอยากฝากไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวและเข้าไปดูเรื่องนี้ เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เป็นการแจ้งการร้องเรียนจากท่านชลาลัย เสนา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ อบต. เลยวังไสย์ครับ แจ้งว่าใน ๒ หมู่บ้าน บ้านไร่สุขสันต์ และบ้านห้วยส้มป่อยที่ตำบลเลยวังไสย์ อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย มีปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคครับ ขอรูปขึ้นด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

อันนี้คือน้ำที่ชาวบ้าน ๒ หมู่บ้านต้องใช้ นะครับ อันนี้เป็นน้ำผิวดินด้วย อันนี้คือปัญหาที่ประชาชนเจอมาเป็นเวลาหลายปี อยากให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเข้าไป อันนี้คือภาพจากที่ชาวบ้านเข้าไปแล้วพยายามต่อท่อน้ำมา ใช้ซึ่งเป็นน้ำผิวดิน และน้ำผิวดินเองก็ไม่เพียงพอ น้ำที่ใช้ได้ก็สภาพอย่างที่ท่านประธานเห็นครับ จึงอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมทรัพยากรน้ำบาดาล หรือหน่วยงานอื่น ๆ เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านวรวิทย์ บารู ครับ🔗

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ปัตตานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวิทย์ บารู พรรคประชาชาติ เขต ๑ จังหวัดปัตตานีครับ มีเรื่องหารือที่เกี่ยวข้องกับ ผังเมือง ที่จริงในช่วงนี้ช่วงของการกำหนดผังเมืองใหม่ จะเห็นว่าเมื่อวานมีสมาชิกเราก็คุยกัน เรื่องผังเมือง🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ปัตตานี

ประชาชนในพื้นที่อำเภอเมือง ปัตตานี ได้นำปัญหาเรื่องของการจัดผังเมืองใหม่ เนื่องจากว่าทางโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดนะครับ ได้กำลังทำประชาคมอยู่ อันนี้ที่ปรากฏอยู่ ก็คือผังเมืองที่มีอยู่ในปัจจุบัน เราจะเห็นว่าสีชมพูที่อยู่หลังสีเขียว ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรนะครับ อันนี้คือพื้นที่ดั้งเดิมนะครับ ซึ่งประชาชนก็ไม่ได้ทำเกษตรอะไร เพราะว่าเป็นพื้นที่คล้าย ๆ แก้มลิงนะครับ ที่ตรงนี้ ในหลายแห่งในพื้นที่ ๆ มีอยู่แล้วที่กำหนดใหม่ก็มีการเปลี่ยนแปลง สไลด์ต่อไปนะครับ จากที่เดิมเป็นสีชมพูก็มาเปลี่ยนเป็นสีเขียว เป็นสีเขียว ซึ่งแน่นอนเหลือเกิน สภาพที่มันพัฒนากันอยู่ในปัจจุบัน มันก็มีการเปลี่ยนแปลง จริง ๆ แล้วเป้าประสงค์ของการ จัดผังเมืองรวมนะครับ ก็มีวัตถุประสงค์ที่มีเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่ดีนะครับ เพราะว่านอกเหนือ จากที่จะพัฒนาความเจริญเพื่อให้จัดระบบผังเมืองให้มันดีขึ้น ความยั่งยืนของพื้นที่ สุขภาพ ของประชาชน แล้วก็การเพิ่มบรรยากาศสุขภาพของประชาชนก็เป็นจุดสำคัญ ทีนี้การเติบโต ของพื้นที่ดังกล่าวนี้ ดังในสไลด์ที่เห็นอยู่ มีห้างสรรพสินค้า มีตลาดนัด มีอะไรต่าง ๆ ที่เป็น Apartment ที่เป็นอาคารพาณิชย์ แล้วก็ที่สำคัญมีเป้าหมายของการพัฒนาพื้นที่ตรงนั้น ที่สร้างแล้วคือคณะพยาบาลศาสตร์ของมหาวิทยาลัยปัตตานี แล้วก็มีโครงการจัดตั้ง โรงพยาบาลสร้างแล้ว ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ได้รับการสนับสนุนจากกษัตริย์ของกาตาร์ ซึ่งอยู่ใน เฟสที่ ๒ เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงก็น่าที่จะพิจารณาถึงสิ่งเหล่านี้ด้วย ก็ได้รับ การร้องเรียนจากประชาชน ผู้นำชุมชนในพื้นที่ครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรอมฎอน ปันจอร์ ครับ🔗

นายรอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ ผม รอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมมีเรื่อง อยากปรึกษาหารือท่านประธาน ๒-๓ เรื่อง จากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ใต้สุดเลยครับ🔗

เรื่องแรก เป็นเรื่องทุเรียนครับท่านประธาน ตอนนี้อยู่ในช่วงเวลาต้นฤดูของ ชายแดนใต้เลยครับ ในส่วนอื่น ๆ ของประเทศอาจจะอยู่ในช่วงกลาง ๆ หรือว่าช่วงปลาย ๆ ของการตัดทุเรียนแล้ว ตอนนี้ในยะลาก็เริ่มตัดกันมาได้สักสัปดาห์ ๒ สัปดาห์แล้ว แต่เราพบปัญหา ที่พี่น้องชาวสวนร้องเรียนมาว่าราคาเริ่มตกต่ำแล้ว แต่เริ่มตกต่ำนี้ก็เป็นผลมาจากข่าวว่ามีหนอน ทุเรียนอีกแล้ว ในจังหวัดยะลาเราก็ประสบปัญหาแบบนี้ แต่ว่ากรณีนี้พี่น้องชาวสวนยะลา ก็ยืนยันว่าตัวข่าวเองไม่ได้มาจากยะลา แต่ว่าก็อย่างที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ ปี ทุเรียนจากใต้สุด มักจะถูกติด Ban ให้พบหนอน แล้วก็เป็นปัญหามาตลอดทุกปี ก็ทราบดีครับว่าทางหน่วยงาน ที่รับผิดชอบตอนนี้ก็พยายามแก้ปัญหาอยู่ แต่อย่างไรก็ตามก็อยากจะให้ทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์จริงจังในการที่จะแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาวให้กับพี่น้อง เพราะ Brand ของทุเรียนยะลานี้ตกต่ำมาตลอดหลายปี จริง ๆ แล้วเรามีเทคโนโลยีเอกซเรย์ตัวหนอนข้างใน ได้แล้ว แล้วก็มีข้อเสนอด้วยว่าอยากจะให้มีการระบุ Zoning ไปเลย ถ้าเจอปัญหานี้ให้จัดให้ชัด ไม่ใช่ระบุเป็นทั้งจังหวัด อันนี้ก็ต้องฝากทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่อง DNA การตรวจเก็บ DNA โดยมีลักษณะการบีบบังคับ โดยไม่สมัครใจ เป็นปัญหาอีกแล้วครับ จริง ๆ เรื่องนี้เคยมีการหารือ แล้วก็มีการอภิปรายกัน ในกรรมาธิการหลายครั้งนะครับ คือตอนนี้ทราบว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัด ยะลามีการเก็บยอดตั้งยอดว่าแต่ละ สภ. ต้องเก็บกัน สภ. ละ ๒ ราย ๒ เคสต่อวัน อันนี้ก็เป็นปัญหา ก็อยากจะฝากทางท่านประธานได้หารือกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า ว่าให้ไปดูนะครับ เพราะว่าเรื่องการเก็บแบบนี้ไม่ชอบนะครับ เพราะว่าไม่มีความสมัครใจ🔗

สุดท้ายคือเรื่องด่านนิดเดียวครับ เรื่องด่านท่านแม่ทัพภาคที่ ๔ บอกว่า จะยกเลิกไป ๖๒๔ ด่าน อันนี้คือแจ้งกันมาทางกรรมาธิการความมั่นคง อยากเรียนถามฝาก ท่านประธานไปหารือว่ามีแผนในการลดด่านตรวจและจุดตรวจที่ตอนนี้มีอยู่ ๒,๐๐๐ กว่าแห่ง ได้อย่างไร ๖๐๐ กว่าแห่งนี้ดูท่ายังน้อยอยู่นะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านวุฒิพงศ์ ทองเหลา ครับ🔗

นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา ปราจีนบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วุฒิพงศ์ ทองเหลา สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคชาติพัฒนา วันนี้กระผม มีเรื่องหารือความเดือดร้อนในพื้นที่ต่อท่านประธาน ๑ เรื่องด้วยกัน ดังนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา ปราจีนบุรี

จากการหารือการขออนุญาตก่อสร้าง จุดจอดพักรถบรรทุกขนส่งสินค้าบริเวณริมถนนทางหลวง ๓๐๔ เมื่อปีที่แล้ว วันพุธที่ ๒๓ เป็นการหารือครั้งแรก ซึ่งเพียงเดือนเดียวจะครบ ๑ ปีแล้วครับท่านประธาน ผ่านมา ๑ ปี อุบัติเหตุยังคงอยู่ ปัญหาไม่ได้แก้ไข หน่วยงานกรมอุทยานยักไหล่ไม่ Care ครับ ไม่รับรู้ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ยังมีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วนในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ผมไม่ทราบว่าเรื่องของการขออนุญาตลานจุดพักรถขนส่งสินค้าในบริเวณริมถนนทางหลวง ๓๐๔ ต้องย้ำว่าริมถนน ผมอยากให้ท่านประธานและประชาชนที่รอคอยได้ทราบว่า เกิดความ ล่าช้าอะไรในการก่อสร้างที่จะสามารถช่วยลดอุบัติเหตุบริเวณจุดที่เรียกว่า ๕๐,๐๐๐ แสดงพิกัด UTM ๗. ภาพถ่ายสีบริเวณดังกล่าวที่จะมีการก่อสร้าง ซึ่งอุทยานก็ได้รับเอกสารจากทางแขวงทั้งหมด ก็จะมีภาพถ่ายดาวเทียมอัตราส่วน ๑ : ๕๐,๐๐๐ แผนที่รูปสีนะครับ แต่เมื่อผ่านมาแล้วผมยังเห็นว่าที่ผ่านมานะครับ ทางอุทยานถามกลับมายังหน่วยงานแขวงทางหลวงปราจีนบุรีเมื่อ ๒-๓ สัปดาห์ที่ผ่านมา ถามกลับมาอย่างเลือดเย็นครับท่านประธานว่ามีเอกสารสำรวจผลกระทบหรือไม่ ซึ่งผมอยาก เรียนผ่านท่านประธานประสานไปยังหน่วยงานว่าในบริเวณดังกล่าวมีบ้านเรือน มีร้านส้มตำ บริเวณดังกล่าวเป็นจุดพักรถ จุดนอนหลับของรถบรรทุกก่อนลงเขาครับ เป็นภาพที่ผู้ที่สัญจร เห็นจนชินตา ท่านถามกลับมาอย่างนี้ครับ ผมจึงอยากรบกวนนะครับว่ามาตรฐาน ความรับผิดชอบในเกณฑ์ที่เกิดขึ้นนี้มันเกินเยียวยาสำหรับอุทยานที่แบกเอกสารหายไป ในระยะเวลา ๑ ปี แล้วตอบคำถามเป็นปากเปล่ากลับมา อย่างไรผมอยากรบกวนให้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตอบกลับเป็นเอกสารเพื่อความชัดเจนในการ ดำเนินการอีกครั้งด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ครับ🔗

นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร ผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขต ๓ อำเภอบางกรวย ตำบลบางไผ่ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๔ เรื่องนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร นนทบุรี

เรื่องแรกนะครับ เป็นปัญหารั่วแล้ว ซึมแล้ว พังต่อ ภาพที่ท่านประธานเห็นนะครับเป็นสิ่งก่อสร้างชนิดหนึ่ง มีชื่อเรียกว่า เขื่อน พนัง และกำแพง แล้วแต่จะเรียกในสภาวะปกติเขื่อนตรงนี้มีลักษณะแข็งตัว น้ำลอด ใต้เขื่อนตลอดเวลา ทำให้น้ำท่วมบ้านของพ่อแม่พี่น้องในอำเภอบางกรวย แต่เมื่อ ๓ เดือน ที่ผ่านมาสิ่งก่อสร้างนี้ได้ถล่มและพังลงตรงบริเวณปากทางเข้าคลองบางกรวย ในช่วงฤดูนี้ เป็นฤดูน้ำหลากแล้วนะครับ เข้าสู่ฤดูฝนแล้ว ตอนนี้ชาวบ้านกังวลกันอย่างมากนะครับว่า สิ่งก่อสร้างนี้ที่มันพังลงจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าคลอง บางกรวยและท่วมบ้านเรือนของประชาชนนะครับ จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีเพื่อเร่งรัดในการซ่อมแซมชั่วคราว และหารือผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะที่กำกับดูแลชลประทาน ให้เร่งรัด ในการก่อสร้างเขื่อนถาวรนะครับ🔗

สไลด์นี้นะครับ ร้าวแล้ว ผุแล้ว เอาอย่างไรต่อ ภาพที่ท่านเห็นคือสะพาน กรุง-นนท์ มีเชิงสะพานอยู่ในเขตตลิ่งชันและตำบลมหาสวัสดิ์ของอำเภอบางกรวยนะครับ สะพานแห่งนี้สร้างเมื่อปี ๒๕๑๖ เมื่อปี ๒๕๕๘ ทางกรุงเทพมหานครได้มีการสำรวจว่า จะต้องมีการซ่อมแซม แต่จนถึงปัจจุบันนี้ยังไม่มีการซ่อม จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เพื่อร่วมกันในการเร่งรัด ซ่อมแซมสะพานดังกล่าวด้วยครับ สไลด์ถัดไปครับ🔗

ปัญหาที่ ๓ นะครับ ร้างแล้ว ร้างอีก ร้างต่อ เป็นภาพของท่าเรือพระราม ๗ และท่าเรือพระราม ๕ ที่ผู้รับเหมาทิ้งงาน จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังอธิบดี กรมเจ้าท่าให้เร่งรัดผู้รับเหมารายใหม่ เพื่อเข้าดำเนินการโดยด่วนด้วยนะครับ🔗

ภาพสุดท้ายนะครับ เป็นปัญหาที่ประชาชนฝากมานะครับ คือติดแล้วติดอีก และชนต่อนะครับ เป็น ๓ จุดที่โด่งดังของอำเภอบางกรวยนะครับ คือบริเวณหน้าโรงเรียน เอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งบนถนนนครอินทร์ บริเวณวงเวียนพระราม ๕ หน้าการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทยและแยกวัดสำโรง ถนนบางกรวย-ไทรน้อย เป็นปัญหาเรื่องสัญญาณ ไฟจราจรที่ไม่เปิดใช้ ทางร่วมทางแยกที่ไม่ปลอดภัย และไฟฟ้าส่องสว่างที่ชำรุดเสียหาย จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท เพื่อเร่งรัดแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านพิบูลย์ รัชกิจประการ ครับ🔗

นายพิบูลย์ รัชกิจประการ สตูล

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายพิบูลย์ รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย เขต ๑ จังหวัดสตูล🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายพิบูลย์ รัชกิจประการ สตูล

ขอหารือปัญหาของพี่น้องประชาชน🔗

เรื่องแรก ชาวบ้านหมู่ ๒ หมู่ ๓ ตำบลตำมะลังเดือดร้อนเรื่องไม่มีถนนภายใน หมู่บ้าน หลังจากมีโครงการสร้างสะพานตำบลตำมะลังแล้ว นายก อบต. ตำมะลัง พร้อมทั้ง ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านได้มายื่นหนังสือให้ผมช่วยผลักดันให้มีโครงการสร้างถนน ในหมู่บ้านทั้งสองหมู่ เพื่อจะได้ใช้สัญจรในหมู่บ้าน อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่ากรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ช่วยแก้ปัญหาให้ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องที่ดินทำกินของชาวบ้าน หมู่ ๙ ตำบลควนโดน และหมู่ ๖ ตำบลควนขัน โดยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๙ ตำบลควนโดน นายอานันท์ สามัญ และสมาชิก อบต. ควนขัน นายวีระศักดิ์ อำมาตี ได้ร้องเรียนมายังผมให้ผมช่วยผลักดันและประสาน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่ากรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย กรมทรัพยากรทางทะเลและ ชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้กับชาวบ้าน ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ปัญหาเรื่องความเดือดร้อนของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและ ชาวต่างชาติ ในการเดินทางเข้าออกทางด่านวังประจัน ถ้าหากเป็นช่วงเทศกาลปิดยาว หรือวันหยุดของประเทศมาเลเซีย นักท่องเที่ยวจากมาเลเซียจะเข้ามาเที่ยวในจังหวัดสตูล เป็นจำนวนมาก การบริการนักท่องเที่ยวด่านวังประจันจะล่าช้า เพราะติดในเรื่องสถานที่ ในการให้บริการไม่กว้างขวางพอหรือเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอในการให้บริการ จึงอยากให้ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ช่วยเร่งรัดในการจัดหางบประมาณมาบูรณาการ ในการสร้างที่ทำการให้ทันสมัยและกว้างขวางพอ จะได้ให้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยวได้🔗

เรื่องที่ ๔ เรื่องคนเร่ร่อนหรือคนที่มีอาการทางจิตประสาทที่มีสาเหตุมาจาก การเสพยา หรือเป็นอาการทางจิตประสาท ซึ่งในจังหวัดสตูลมีมากขึ้นทุกวัน หากปล่อยไว้ ไม่มีการแก้ปัญหาอาจจะทำให้เกิดอันตรายกับประชาชนทั่วไป ซึ่งก็เคยมีข่าวมาแล้ว ในหลาย ๆ จังหวัด จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่ากระทรวงสาธารณสุข กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ ด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านคริษฐ์ ปานเนียม ครับ🔗

นายคริษฐ์ ปานเนียม ตาก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม คริษฐ์ ปานเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก เขต ๑ พรรคก้าวไกล ผมมีเรื่องหารือดังนี้ครับ ก่อนหน้านี้เป็นเวลา ๑๐ ชั่วโมงทางเพจประชาสัมพันธ์จังหวัดตากได้ประกาศแจ้งเตือน น้ำท่วมฉับพลันครับ แต่ท่านทราบหรือไม่ครับว่าบางพื้นที่นั้น น้ำท่วมไปถึงเอวแล้วครับ นี่คือความล่าช้าครับ ต่อมาครับอุปสรรคในการบริหารงานท้องถิ่นครับ ท่านได้แต่ประกาศ การคาดการณ์การเฝ้าระวังครับ แต่การใช้งบประมาณในการป้องกันนั้น ใช้ไม่ได้ต้องรอให้ ภัยมาถึงก่อนครับ พอภัยมาน้ำมันท่วมไปแล้ว งบก็ใช้ไม่ได้ต้องรอทางจังหวัดประกาศ รายงานไปยังกรม ไปยังกระทรวง รายงาน ปภ. เพื่อขอประกาศภัยพิบัติล่าช้าไปอีกครับ แต่ความเสียหายมันเกิดขึ้นแล้วครับท่านประธาน เมื่อไรกฎหมายนี้ วิธีการนี้จะแก้ไขสักทีครับ บ้านเราเน้นบรรเทาครับ ไม่ได้เน้นป้องกัน ทั้งที่ชื่อหน่วยงานของท่านคือป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย เราหมดงบไปกับการเยียวยาแจกถุงยังชีพ วนเวียนซ้ำซากทุกปีนะครับ แจก ถ่ายรูปแล้วก็จากไป ทิ้งปัญหาไว้แบบนี้ทุกปี ๆ ครับ สิ่งที่ชาวบ้านเขาต้องการไม่ใช่ ถุงยังชีพครับ เขาต้องการระบบการเตือนภัยที่รวดเร็ว การเยียวยาที่เหมาะสมกับความ เสียหายที่เกิดขึ้นนะครับ แล้วก็ อบต. บ้านผมครับ เขาบอกว่างบประมาณที่มีไม่ได้ใช้เลย ถูกนำมาใช้ซ่อมแซมที่เสียหายทั้งหมดนะครับ อยากจะคิดพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ กลับทำไม่ได้ แล้วก็สิ่งที่ต้องการอีกอย่าง ความรวดเร็วในการเบิกจ่ายงบประมาณในการซ่อมแซม ท่านทราบไหมครับว่าถนนที่ขาด สะพานชำรุดตั้งแต่ปีที่แล้ววันนี้ยังซ่อมไม่เสร็จเลย แต่ภัยพิบัติน้ำท่วมจะเกิดขึ้นอีกแล้วนะครับ ท่านจะแก้ไขตรงนี้อย่างไร ต่างประเทศเขาเน้น ป้องกันครับ เขามีระบบป้องกันที่ดี บ้านเราเน้นเยียวยานะครับ ฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ปรับเปลี่ยนแนวความคิด แล้วก็ช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านวิทยา แก้วภราดัย ครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ขออนุญาตหารือผ่านท่านประธานสภาไปยัง ๒ หน่วยงาน หน่วยงานแรก ก็คือ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานที่ ๒ ก็คือ กรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ในปัญหาเรื่องของการดูแลกำจัดวัชพืชที่อยู่ใน แม่น้ำลำคลอง ซึ่งโดยปกติจะเกิดขึ้นมากในพื้นที่ราบลุ่ม โดยเฉพาะเมื่อวานผมได้ยินเพื่อน สมาชิกจากจังหวัดฉะเชิงเทราก็พูดถึงเรื่องนี้เหมือนกันนะครับ ก็คือเรื่องผักตบชวาเต็มอยู่ใน ลำคลองทั้งหมด ลำคลองส่วนใหญ่ในพื้นที่ราบลุ่มอยู่ในการดูแลของกรมชลประทาน เพราะพื้นที่ราบลุ่มเป็นลำคลองทั้งหมดคือพื้นที่การส่งน้ำให้กับเกษตรกร เวลาผักตบชวาเต็ม ตามลำคลอง ท้องถิ่น อบต. ต่าง ๆ ก็ต้องร้องขอให้กับกรมชลประทานเข้ามาช่วยกำจัด แต่กว่าจะจัดคิวกำจัดกันได้ ผมคิดว่ามันเลยฤดูน้ำแห้งจนกลายเป็นน้ำหลากผักตบชวา ก็หายไป แล้วก็ไปก่อให้ติดอยู่ในการระบายออกทะเลทั้งหมด เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องใหญ่ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ราบลุ่ม โดยเฉพาะพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง และพื้นที่ราบลุ่มปากพนัง ซึ่งเป็น พื้นที่ในโครงการพระราชดำริ สายคลองทุกสายคลองเป็นสายคลองที่เก็บน้ำโดยธรรมชาติ เพราะเราไม่มีแหล่งต้นน้ำจากอื่นในการที่จะส่งให้กับเกษตรกร เพราะฉะนั้นพื้นที่ราบลุ่ม ส่วนใหญ่ก็จะใช้น้ำในคลองทำการเกษตร มีทางเดียวครับท่านประธานครับ ก็ต้องให้ ชลประทานขุดทำการระบายและกำจัดผักตบชวาให้หมด แล้วโอนพื้นที่กำจัดผักตบชวา หมดแล้วให้กับท้องถิ่น ไม่ใช่โอนแต่งานเปล่า ๆ นะครับ โอนงานแล้วก็โอนเงินงบประมาณ ในการกำจัดผักตบชวาซึ่งอยู่ในกรมชลประทานให้กับท้องถิ่นไปด้วย ผมเชื่อมั่นว่าถ้าท้องถิ่น รับไปดูแลสายคลองระยะ ๕ กิโลเมตร ๑๐ กิโลเมตร เขาสามารถที่จะแบ่งความรับผิดชอบ ในการดูแลไม่ให้เกิดผักตบชวาได้ตลอดฤดูกาล เพราะฉะนั้นขออนุญาตเรียนผ่าน ท่านประธานสภาไปยังกรมชลประทานช่วยกำจัดให้เรียบร้อยและส่งมอบพื้นที่เหล่านั้น ให้กับชลประทาน ของชลประทานให้กับท้องถิ่น ต่อไปชลประทานไม่ต้องเข้าไปยุ่งเลยครับ ท้องถิ่นเขาจะได้ดูแลกันเอง พร้อมกับงบประมาณที่ถ่ายโอนไปด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญท่านวรายุทธ ทองสุข ครับ🔗

นายวรายุทธ ทองสุข จันทบุรี

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม นายวรายุทธ ทองสุข ผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๑ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือผ่าน ท่านประธานไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๒ ศรีราชา เนื่องจากพี่น้องประชาชนบริเวณโดยรอบวนอุทยานเขาแหลมสิงห์ ได้รับการก่อกวน จากลิงจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการทำมาหากิน โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาครับ ทีมงานของผมได้ลงไปเก็บข้อมูลกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้ ข้อสรุปดังนี้ ประชากรลิงบริเวณเขาแหลมสิงห์มีจำนวนประมาณ ๓๔๐ ตัว หัวหน้า วนอุทยานเขาแหลมสิงห์เสนอว่าต้องทำหมันลิง ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณราว ๓๐๐,๐๐๐ บาท และต้องประสานงานกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๒ ศรีราชา เพื่อนำบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญมาช่วยในการสำรวจและทำหมันลิง ด้านงบประมาณ นายก อบต. บางกระชาย พร้อมสนับสนุน แต่ติดปัญหาเรื่องกฎหมาย และพื้นที่ที่ต้องมีความชัดเจนว่า อบต. สามารถ สนับสนุนได้มากหรือน้อยเพียงใดครับท่านประธาน ทั้งนี้ ผมมีข้อเสนอเบื้องต้นไปยัง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดังนี้🔗

๑. ระยะเร่งด่วน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ต้องเร่งลงพื้นที่ สำรวจวางแผนการลดประชากรลิงร่วมกันกับ อบต. บางกระชาย รวมทั้งให้ความรู้กับพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ในการป้องกันความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินจากการก่อกวนของลิง🔗

๒. ระยะสั้นภายใน ๓-๖ เดือน เร่งจับลิงทำหมันให้เสร็จครับ🔗

๓. ระยะสั้นถึงกลางไม่เกิน ๑ ปี นำลิงที่ทำหมันแล้วออกจากพื้นที่ เตรียมตั้ง ทำศูนย์พักพิงให้กับลิงในพื้นที่ภาคตะวันออก🔗

สุดท้ายครับ บริเวณโดยรอบวนอุทยานเขาแหลมสิงห์มีแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งสร้างงานสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมากครับ ดังนั้นจึงอยากขอให้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เร่งดำเนินการโดยเร็ว เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดี ในการท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรีต่อไป ขอบคุณมากครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ครับ🔗

นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่าน ประธานที่เคารพ ผม ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ผู้แทนราษฎร คนจอมทอง-ท่าข้าม พรรคไทยก้าวหน้า ท่านประธานผมมีเรื่องขออนุญาตปรึกษาหารือทั้งหมด ๑ เรื่อง ก็คือ เรื่องของปัญหาการทำสัญญาตึกแถวของวัดยายร่ม เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร สไลด์ ขึ้นมาหน่อยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ กรุงเทพมหานคร

ปัญหานี้เป็นปัญหา ที่ต้องบอกว่าคาราคาซังมาอย่างยาวนาน สไลด์ต่อไปครับ ผมจะอธิบายให้ท่านฟังว่าทำไม ผมต้องขออนุญาตปรึกษาหารือตรงนี้ ท่านประธานครับ ปัญหาการทำสัญญาตรงนี้ ซึ่งทาง วัดยายร่มมีนโยบายให้ผู้เช่าตึกแถวนี่ต่อสัญญาเช่ากับวัดยายร่มต้องทำสัญญาเช่าใหม่ มีกำหนด ๑๐ ปี ผมวงเล็บไว้ก่อนนะครับ ทำสัญญาเช่าคราวละ ๓ ปี วงเล็บอีกหนึ่งอัน โดยให้ผู้เช่าวางเงินค่าหน้าดิน ห้องละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ค่าเช่าเดือนละ ๔,๐๐๐ บาท ผมจะอธิบายให้ฟังแบบนี้ท่านประธาน มันมีมัดอยู่ตรงที่ทำสัญญาเช่าคราวละ ๓ ปี กับมีกำหนด ๑๐ ปี คือถ้าเกิน ๔ ปี ท่านประธานเขาต้องรายงานไปที่สำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติ เขาก็เลยบอกว่าทำสัญญาเช่าคราวละ ๓ ปีแล้วกัน จะได้ไม่ต้องไปรายงานต่อที่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพราะไปเกี่ยวกับกฎหมาย คำถามผมเป็นแบบนี้ ท่านประธาน วันนี้มีหลายที่มีปัญหาข้อพิพาทระหว่างที่ดินในการอยู่ของภาคประชาชน กับวัดจำนวนมากในประเทศไทย ผมฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีครับ ฝากไปถึงสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติที่ท่านดูแลกำกับโดยตรงหน่อยว่า สุดท้ายท่านจะเอาแบบนี้อย่างไรดี ท่านจะเป็นพุทธศาสนา หรือว่าท่านจะเป็นพุทธพาณิชย์ หรือว่าวันนี้ที่เราบอกว่าพุทธศาสนา ที่เราจะเดินทางสายกลาง แต่ผมดูวันนี้เอาในพื้นที่ผมเลย ผมก็ไม่รู้ว่ามันเดินทางสายใครกันแล้ว เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไปถึงนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลหาคนช่วยเจรจาหน่อยว่าสุดท้าย แล้วข้อตกลงตรงนี้จะลดหย่อนกันได้อย่างไร ฝากไปถึงสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติด้วย ท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี นครสวรรค์

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร กระผม กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขตเลือกตั้งที่ ๑ คนปากน้ำโพ พรรคก้าวไกล กระผมขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรกขอสไลด์เลยนะครับ เรื่องแรกครับมาไกลหน่อย มาจากจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ มาจากระบบ Traffy Fondue ร้องเรียนเรื่องครูตีเด็ก โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พวกเขาและเธอร้องเรียนมาว่า หนูร้องเรียน สถานศึกษา พวกเราโดนตีทุกวันยืนตากแดดตอนเช้า ๆ มีเด็กเป็นลมทุกวัน แต่ครูทุกท่าน ก็ยังให้ยืนตากแดด ร้องเพลงชาติ ร้องไม่ดังก็ให้ร้องใหม่จนกว่าครูจะพอใจ สวดมนต์ไม่ดัง ก็ให้สวดใหม่ พวกหนูเป็นที่รองรับอารมณ์ของอาจารย์ จากภาพที่เห็นได้ชัดน่าจะเป็นภาพ แอบถ่ายจากนักเรียนที่รับผลกระทบ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ร้องเรียนมาตั้งแต่วันที่ ๑๑ กรกฎาคม ส่งเรื่องไปที่กระทรวงศึกษาธิการตอนนี้ยังไม่ได้แม้แต่จะกดรับเรื่องร้องเรียน ฝากกระทรวงศึกษาธิการแก้ไขเรื่องนี้และอย่าให้สถานศึกษาเป็นสถานที่บ่อเกิดแห่งความ รุนแรงนะครับ🔗

เรื่องต่อไป เป็นข้อเสนอของท้องถิ่นขอให้ สทนช. หรือสำนักงานทรัพยากร น้ำแห่งชาติ กรมทางหลวง ร่วมกับท้องถิ่นศึกษาแนวทางการทำ Floodway ยาว ๓.๘ กิโลเมตร เลียบทางเลี่ยงเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อกันน้ำจากคลองท่าขนมจีนและคลองโพธิ์ ระบายน้ำสู่แม่น้ำปิงเพื่อปกป้องน้ำท่วมย่านที่อยู่อาศัยจังหวัดนครสวรรค์ จากภาพเป็นการ ลงพื้นที่ ภาพนี้เป็นภาพดาวเทียมปี ๒๕๕๔ ภาพน้ำท่วมใหญ่ของภาคกลาง ภาพถัดมาเป็น ภาพปี ๒๕๖๔ นะครับ สไลด์ถัดไปครับ จะสังเกตในช่วงที่กลางจังหวัดนครสวรรค์ โดยเฉพาะตำบลวัดไทรเป็นพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วม จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อเสนอนี้ ไปศึกษาและปฏิบัติ สไลด์ถัดไปครับ เป็นภาพน้ำท่วมใหญ่ เป็นภาพน้ำท่วม ๕๐ ปีที่เกิดขึ้น จุดเล็ก ๆ ตรงกลาง ภาพ Floodway ๓.๘ กิโลเมตร เชื่อว่าจะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ ชุมชนย่านที่อยู่อาศัยได้ ขอบพระคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านสุพัชรี ธรรมเพชร ครับ🔗

นางสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอหารือ เรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๓ เรื่องด้วยกัน🔗

เรื่องแรก ดิฉันและท่าน สส. ร่มธรรม ขำนุรักษ์ ได้รับหนังสือจากนายราเชษฐ์ ดาเม็ง กำนันตำบลตะโหมด อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง และผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๒ ตำบลตะโหมด ในเรื่องของการจ่ายเงินทดแทน ตามที่กรมชลประทานได้ก่อสร้างโครงการคลองระบายน้ำ คลองหัวช้าง คลองอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้าง อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ ในพื้นที่ หมู่ ๒ ตำบลตะโหมด อำเภอตะโหมด ซึ่งมีระยะทางในการก่อสร้างจำนวน ๖ กิโลเมตร เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนการพังทลายของตลิ่งริมคลอง ซึ่งทางกรมชลประทาน ได้ดำเนินการขออนุมัติการใช้พื้นที่และดำเนินการเรื่องอื่น ๆ เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ แต่ได้มีการจ่ายเงินค่าทดแทน ค่าที่ดินไปแล้วบางส่วน แต่ก็ยังมีอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับ ค่าทดแทนที่ดินจำนวนหลาย ๆ แปลง จึงขอให้ทางกรมชลประทานได้เร่งดำเนินการ จ่ายเงินทดแทนค่าที่ดินให้กับราษฎรที่อยู่ในพื้นที่เขตก่อสร้างโครงการนี้ด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้ทางกรมทางหลวงชนบทเร่งรีบการแก้ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุ ตรงจุดบริเวณวงเวียน ตรงถนนมโนราห์ ตรงนั้นจะเป็นบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้งมาก จึงขอให้ทางกรมทางหลวงชนบทได้แก้ไขปัญหา เพื่อที่จะลดอุบัติเหตุตรงบริเวณวงเวียน มโนราห์ แล้วก็เพิ่มแสงสว่างในบริเวณนั้นให้พี่น้องได้สัญจรไปมาได้ดีขึ้น🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้ทางกรมทางหลวงชนบทได้เพิ่มไฟแสงสว่างของถนนริมทะเล สายลำปำ ตรงบริเวณวัดป่าลิไลยก์ไปจนถึงสะพานเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ซึ่งพี่น้อง ประชาชนได้เดินทางไปอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา อยู่มากมาย ตรงถนนเส้นนี้ยังมีบางส่วน ที่มืดอยู่นะคะ ก็เลยขอให้ทางกรมทางหลวงชนบทได้เพิ่มไฟแสงสว่างตรงถนนเส้นนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านปรีดา บุญเพลิง ครับ🔗

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน การศึกษานำการเมือง ครูพัฒนาคน ประชาชนพัฒนาชาติ รากฐานของตึกคืออิฐ รากฐานของชีวิตคือการศึกษา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี เนื่องจากผมได้ลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ไปเยี่ยม พี่น้องประชาชนที่อำเภอปาย อำเภอปางมะผ้า อำเภอสบเมย อำเภอแม่ลาน้อย อำเภอเมือง อำเภอแม่สะเรียง และอำเภอขุนยวม ได้ทราบถึงปัญหา แล้วก็นำปัญหาต่าง ๆ มาหารือ และเรียนว่าจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้น เป็นดินแดนไพรไกลปืนเที่ยง ขาดการดูแลจากรัฐบาล เกือบทุกรัฐบาลที่ผ่านมา จังหวัดแม่ฮ่องสอนส่วนใหญ่เป็นภูเขา กันดาร เสี่ยงภัยทุก ๆ ด้าน การคมนาคมลำบาก ได้รับงบประมาณในการพัฒนาก็น้อยมาก การพัฒนาก็ยังติดขัด ในเรื่องระเบียบกฎหมายเกี่ยวกับป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จึงติดขัดในการพัฒนาสร้างความเจริญให้กับท้องถิ่น จะสร้างสิ่งสาธารณูปโภค เช่น การสร้าง ถนนเข้าหมู่บ้าน การสร้างฝายน้ำล้น การเดินสายไฟฟ้า การก่อสร้างอาคารสถานศึกษา ยุ่งยากลำบากมาจากเหตุที่เกิดขึ้นคือระเบียบกฎหมายดังกล่าว ทำให้เกิดปัญหาหรืออุปสรรค และสิ่งที่น่าสงสารที่สุด ก็คือข้าราชการครูและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ บนดอยสูง กลางป่า เสี่ยงภัยในการเดินทาง เสี่ยงต่อโรคระบาด ลำบากมาก เพราะฉะนั้น อยากให้รัฐบาลนี้ได้ดูแลอย่างจริงจัง แล้วก็ถามว่ารัฐบาลได้ทราบความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนชาวแม่ฮ่องสอนหรือไม่ แล้วจะแก้ไขอย่างไร วันนี้ผมขอถามดัง ๆ ไปถึง นายกรัฐมนตรี ให้ดูแลงบประมาณช่วยในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำลงบ้าง จะได้หลุดพ้นจากจังหวัดที่มีรายได้น้อยที่สุด และจะได้ มีความสุขอย่างแท้จริงเหมือนชาวไทยจังหวัดอื่น ๆ บ้าง ขอบคุณมากครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านอภิชาติ แก้วโกศล ครับ🔗

จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล เพชรบุรี

เรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผม จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ มีเรื่องที่จะต้องขอขอบคุณนะครับ กรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ได้อนุมัติงบประมาณในการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม ในเขตเทศบาลตำบลบ้านลาด ตำบลท่าเสน ตำบลท่าช้างของอำเภอบ้านลาด ซึ่งอำเภอบ้านลาดนั้นมีพื้นที่ติดกับแม่น้ำเพชรบุรี เวลาถึงหน้าน้ำเขาจะมีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วม พื้นที่ของชาวบ้านทำให้พื้นที่ของชาวบ้านได้รับความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นพืชผล ทางการเกษตร ที่อยู่อาศัยจะได้รับความเสียหายมาเป็นเวลาอย่างยาวนานนะครับ การที่ กรมโยธาธิการและผังเมืองได้อนุมัติงบประมาณในครั้งนี้ ให้กับอำเภอบ้านลาดในพื้นที่ต่าง ๆ นั้น ถือว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์อย่างยิ่งกับพ่อแม่พี่น้องของอำเภอบ้านลาดและอำเภอ ใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี อำเภอบ้านแหลม ในการป้องกันน้ำท่วม🔗

และอีกประการหนึ่งในการก่อสร้าง ๒ เดือนที่ผ่านมา ได้เกิดมีคนร้ายได้เข้าไป ขโมยเครื่องจักรในการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม สร้างความเสียหายให้กับรัฐ สร้างความ ล่าช้าให้กับชาวบ้านนะครับ ผมก็ต้องขอขอบพระคุณท่านผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เพชรบุรี ท่านผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรบ้านลาด ที่ได้ลงพื้นที่แล้วจับคนร้ายมาลงโทษ ตามกฎหมายได้นะครับ ก็ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้นะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอขอบพระคุณนะครับ แขวงทางหลวงจังหวัดเพชรบุรี กรมทางหลวง ที่ทำการขยายถนนเข้าสู่อำเภอแก่งกระจาน ซึ่งถือว่าอำเภอแก่งกระจานนั้นนะครับ เป็นอำเภอที่มีการขยายตัวทางการท่องเที่ยว ทางการเศรษฐกิจที่มากขึ้นนะครับ แต่เส้นทาง ยังแคบอยู่ แขวงทางหลวงจังหวัดเพชรบุรีได้สร้างไหล่ทางเพิ่มขึ้น เพื่อให้พ่อแม่พี่น้องได้ใช้รถ ใช้ถนนในการสัญจรอย่างสะดวกไปมาก็ถือว่าเป็นประโยชน์กับพ่อแม่พี่น้องอย่างยิ่ง ก็ต้อง ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ครับ ขอขอบพระคุณมากครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนักศึกษา แล้วก็คณาจารย์จากมหาวิทยาลัย ราชภัฏกาฬสินธุ์ ยินดีต้อนรับนะครับ ขอเชิญท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดังนี้ค่ะ🔗

ดิฉันขอประสานท่านประธานผ่านไปถึงสำนักการโยธากรุงเทพมหานคร ที่รับผิดชอบการก่อสร้างทางยกระดับบนถนนลาดกระบัง ดิฉันได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนจำนวนมากค่ะ จากปัญหาเรื่องความไม่ปลอดภัย เช่น การคืนพื้นที่ล่าช้า การป้องกันเศษวัสดุก่อสร้างหล่นลงมาโดนรถด้านล่างที่ยังขาดความระมัดระวังอยู่ค่ะ ส่วนหนึ่งส่งผลให้เกิดการจราจรที่ติดขัดเรื้อรังเป็นเวลานาน แม้ว่าจะไม่ใช่ในเวลาเร่งด่วนนะคะ ดิฉันจึงขอกำชับให้ทางสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ได้ทำงาน แล้วก็ได้รับผิดชอบ ในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน🔗

เช่นกันค่ะการก่อสร้างถนนสารีบุตรในเขตลาดกระบัง อยู่ในความรับผิดชอบ ของสำนักการโยธา ผู้รับเหมาหยุดทำงานไปหลายวันแล้วโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้เกิดหลุม บ่อขรุขระเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก ดิฉันจึงขอให้สำนักการโยธาได้ ตรวจสอบมาตรฐานของบริษัทผู้รับเหมาค่ะ เพื่อที่เราจะได้งานที่มีคุณภาพ เพื่อคุณภาพชีวิต ที่ดีของพี่น้องประชาชนต่อไป🔗

เรื่องที่ ๓ การแก้ไขปัญหาไฟฟ้าดับบนถนนประชาอุทิศ ที่อยู่ในความดูแล ของสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ดิฉันเคยปรึกษาเรื่องนี้แล้วหลายครั้งนะคะ ได้ทราบว่า สำนักการโยธานั้นขาดทั้งผู้เชี่ยวชาญ ขาดทั้งกำลังคน ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของ พี่น้องประชาชนได้ ตอนนี้ความดูแลอยู่ในส่วนของสำนักการโยธาค่ะ ดิฉันจึงขอให้ ทางท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้โปรดทบทวนในเรื่องนี้ ที่จะคืนอำนาจหน้าที่ไปให้ การไฟฟ้านครหลวงที่มีพร้อมทั้งกำลังคน พร้อมทั้งเครื่องมือต่าง ๆ แล้วก็ความเชี่ยวชาญ ให้เป็นผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบมาดูแลเรื่องไฟฟ้าส่องสว่างในกรุงเทพมหานคร ในเส้นทางที่เป็น ถนนของสำนักการโยธาให้การไฟฟ้าได้รับผิดชอบ เพื่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดี ของพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านวิภาณี ภูคำวงศ์ ครับ🔗

นางสาววิภาณี ภูคำวงศ์ ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิภาณี ภูคำวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๘ พรรคเพื่อไทย🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาววิภาณี ภูคำวงศ์ ขอนแก่น

วันนี้ดิฉันมีปัญหาปรึกษาหารือค่ะ ท่านประธาน🔗

ประเด็นที่ ๑ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายมาโนช จันทะบาล ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๖ ตำบลดอนหัน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เรื่องขอความอนุเคราะห์ไฟฟ้าส่องสว่างถนน เนื่องด้วยบ้านดอนน้อย หมู่ ๖ ตำบลดอนหัน มีความเดือดร้อนในการสัญจรไปมา ระหว่าง บ้านดอนบม หมู่ ๖ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ถนนเส้นนี้ไม่มีไฟส่องสว่าง มานานหลายปีแล้วค่ะ ซึ่งมีพี่น้องประชาชนต้องใช้ถนนเส้นนี้เข้าสู่อำเภอเมืองขอนแก่น เป็นถนนเส้นหลักที่ใช้เดินทางขนส่งเพื่อการเกษตร และยังเป็นอีกเส้นทางไปทำงาน ไปโรงเรียนในทุก ๆ วัน ดิฉันจึงอยากฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดขอนแก่น ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคช่วยประสานงบประมาณ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้กับถนนสายนี้มีไฟฟ้าส่องสว่างเดินทางสัญจรเพื่อความ ปลอดภัยด้วยค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๒ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายพิทยาคม คะมานิคม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกุดเค้า เรื่องฟาร์มสุกรปล่อยน้ำเสียลงสู่ลำห้วยสาธารณะ ประโยชน์ หมู่ ๔ ตำบลกุดเค้า อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน จากฟาร์มเลี้ยงสุกรค่ะ บ้านขุมดินได้ปล่อยน้ำเสียลงลำห้วยทำให้น้ำในลำห้วยน้ำเสีย และมี ปลาที่อยู่ได้ตายเป็นจำนวนมากเลยค่ะ ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณและพี่น้องประชาชน ไม่สามารถใช้น้ำในลำห้วยเพื่อการเกษตรได้เลย ดิฉันจึงอยากขอฝากท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ ๑๐ ขอนแก่น ให้ลงมาตรวจสอบลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อได้แก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ🔗

เรื่องสุดท้ายค่ะท่านประธาน เรื่องขอความอนุเคราะห์ขอเอกสารสิทธิ ที่อยู่อาศัย ตำบลหนองแปน อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ที่ดิฉันเคยได้หารือไป เมื่อหลายเดือนที่แล้ว ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจสอบเลยค่ะ ดิฉันจึงอยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกรมที่ดินให้ลงพื้นที่ตรวจสอบให้กับพี่น้องประชาชนชาวตำบลหนองแปน ให้อย่างเร่งด่วนเพื่อได้แก้ไขค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับอาจารย์และนักเรียนจากโรงเรียนสารสาสน์ วิเทศร่มเกล้า และโรงเรียนสารสาสน์วิเทศนิมิตใหม่ครับ ขอเชิญท่านสรรเพชญ บุญญามณี ครับ🔗

นายสรรเพชญ บุญญามณี สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายสรรเพชญ บุญญามณี สงขลา

กระผมมีเรื่องปรึกษาหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันครับ🔗

เรื่องแรก กระผมขอติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษา การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ จังหวัดสงขลา หรือที่เรียกกันว่าอควาเรียมหอยสังข์ ซึ่งเป็น ประติมากรรมที่แสดงถึงความฉ้อฉลทุจริตก่อสร้างโครงการของรัฐที่มีความล่าช้ามากว่า ๑๖ ปีแล้วครับท่านประธานครับ โดยใช้งบประมาณไปกว่า ๑,๔๐๐ ล้านบาท และโครงการ ยังไม่แล้วเสร็จ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้เคยหารือเรื่องนี้กับท่านประธาน รวมถึง ตั้งกระทู้ถามไปยังรัฐมนตรี และติดตามความคืบหน้าผ่านการยื่นหนังสือไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องหลายครั้งด้วยกัน อีกทั้งผมยังมีหนังสือผ่านท่านประธานไปยัง ป.ป.ช. ถึงเรื่องของ การสอบสวนข้อเท็จจริง ก็ได้รับแจ้งว่าอยู่ในกระบวนการไต่สวนสอบสวน อีกทั้งเรื่องของการ ก่อสร้าง ท่านจะก่อสร้างต่อหรือไม่ อย่างไรนั้นก็เป็นเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการจะต้อง พิจารณาต่อไป ปัจจุบันผ่านมากว่า ๑ ปีแล้วครับท่านประธานครับ ที่ผมเคยหารือไว้ก็ยังไม่มี ความคืบหน้าแต่อย่างใด ผมขอหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรง เลยครับว่า ท่านจะเอาอย่างไรกับอควาเรียมแห่งนี้ก็เร่งหน่อยครับ เพราะว่าเวลาผ่านมา เนิ่นนานแล้วครับท่านประธานครับ ตลอดระยะเวลาที่กระผมเป็นผู้แทนมากว่า ๑ ปี ผมได้ใช้ ทุกกลไกของสภา แต่เรื่องก็เงียบอยู่ครับท่านประธานครับ แล้วผู้แทนอย่างเราจะเป็นตัวแทน ของพี่น้องประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร ฝากท่านประธานได้ช่วยกรุณาติดตามเรื่องนี้ อย่างใกล้ชิดอีกครั้งหนึ่งครับท่านประธานครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องปัญหาของชาวประมง กระผมได้รับการร้องเรียนจากสมาคม ประมงจังหวัดสงขลา เรื่องที่รอคอยคำตอบจากรัฐบาลครับ คือการซื้อเรือคืนจากรัฐบาล ใช้งบประมาณกว่า ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท โครงการนี้ไม่แน่ใจว่าทางท่านรองนายกรัฐมนตรี ที่เป็นประธานในเรื่องนี้มีความคืบหน้าอย่างไร นี่คือสิ่งที่สมาคมประมงจังหวัดสงขลา ได้ร้องเรียนมา และทวงถาม และรอคำตอบจากท่านครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านรัฐ คลังแสง ครับ🔗

นายรัฐ คลังแสง มหาสารคาม

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม รัฐ คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม เขต ๖ อำเภอกันทรชัย อำเภอเชียงยืน และอำเภอชื่นชม จากพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธานถึงปัญหา ความเดือดร้อนต่ออุตสาหกรรมค้าข้าวไทย ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายรัฐ คลังแสง มหาสารคาม

กรณีที่รัฐบาลประเทศแทนซาเนียได้ค้าง ชำระค่าข้าวภาคเอกชนไทยเป็นระยะเวลายาวนานกว่า ๓๘ ปีครับ สไลด์ถัดไปครับ เรื่องมีอยู่ว่าบริษัท แหลมทองค้าข้าว จำกัด ได้รับช่วงสัญญาจากกระทรวงพาณิชย์เป็นแบบ รัฐต่อรัฐ หรือว่า G to G ในการเป็นตัวแทนขายข้าวให้รัฐบาลแซนซิบาร์หรือว่าประเทศ แทนซาเนีย โดยรัฐบาลแซนซิบาร์ได้มีการติดค้างชำระหนี้ต่อบริษัทนี้ ตั้งแต่ปี ๒๕๒๙ จนถึง ปัจจุบันเป็นระยะเวลากว่า ๓๘ ปี โดยในระยะเวลาต่อมาครับ ในปี ๒๕๔๐ ศาลสูงของ รัฐแซนซิบาร์ แทนซาเนีย ได้มีการตัดสินให้รัฐบาลแทนซาเนียต้องชำระหนี้ให้บริษัท เป็นมูลค่ากว่า ๖๙ ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยทบต้นในอัตรา ๒๕ เปอร์เซ็นต์ต่อปี จนกว่าจะมีการชำระเต็มจำนวน สไลด์ถัดไปครับ ทำให้ยอดหนี้ ณ ปัจจุบันอยู่ที่ ๗๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถ้าตีเป็นเงินไทยครับท่านประธาน คือ ๒.๕ ล้านล้านบาท ฟังไม่ผิดครับ ๒.๕ ล้านล้านบาท คิดเป็น ๖๗ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่ายประเทศ ปี ๒๕๖๘ แล้วถ้าคิดเป็นภาษีที่จะเข้ารัฐบาลไทยนะครับ หากมีการชำระเงินก้อนนี้ ก็จะคิด อยู่ที่ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่เป็นมูลค่าเงินจำนวนมหาศาลที่สามารถไปผลักดัน Megaproject หลาย ๆ โครงการ กระผมจึงขอเรียกร้องให้มีการเปิดโต๊ะเจรจาระหว่าง กระทรวงการต่างประเทศกับรัฐบาลแทนซาเนีย ให้มีการชำระหนี้ก้อนนี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็น การแบ่งทยอยชำระ หรือว่าจะเป็นการชำระด้วยการให้สัมปทานในประเทศแทนซาเนียเอง ก็ตามนี่ไม่ได้เป็นเพียงการทวงความยุติธรรมให้ภาคเอกชนไทยนะครับ นี่ยังเป็นการอุ้ม อุตสาหกรรมข้าวไทย อุ้มชาวนาไทย ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาล เพราะสิ่งที่สูญเสียไป ในช่วง ๓๘ ปีที่ผ่านมาไม่ใช่แค่จำนวนเงินครับท่านประธาน แต่เป็นโอกาสในการดำเนินธุรกิจ เพื่อรับซื้อข้าวจากพี่น้องชาวนาไทย ซึ่งประเมินค่าไม่ได้ เวลาน้อยเหลือเกินครับท่านประธาน หลังจากนี้ ผมจะขออนุญาตตั้งกระทู้เพื่อติดตามความคืบหน้าจากกระทรวงการต่างประเทศ ต่อไปครับท่านประธานครับ ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความอยุติธรรมครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านศรีโสภา โกฏคำลือ ครับ🔗

นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ เชียงใหม่

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอฮอด อำเภออมก๋อย อำเภอดอยเต่า และอำเภอแม่แจ่มค่ะ วันนี้ดิฉันมีปัญหาความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จำนวน ๒ เรื่องค่ะท่านประธาน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ เชียงใหม่

เรื่องแรกเป็นเรื่องที่ดิฉันเคยหารือ ไปแล้วค่ะ แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาเพราะเป็นปัญหาที่เป็นแบบนี้ เป็นแบบเดิมทุก ๆ ปีค่ะ มันคือเส้นทางในอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ค่ะ ดูจากภาพที่ขึ้นจอในขณะนี้นะคะ สภาพ ถนนไม่สามารถใช้งานได้พี่น้องประชาชนต้องร่วมแรงร่วมใจ ในการแก้ไขปัญหานี้เพื่อให้ถนน ของพวกเขาสามารถใช้ได้ในฤดูฝนค่ะ สภาพถนนที่กลายเป็นดินโคลน ส่งผลให้การเดินทาง ของพี่น้องประชาชนในอำเภออมก๋อยยากลำบาก เด็ก ๆ ไปโรงเรียนต้องเดินเท้าค่ะ คุณครู ที่ต้องใช้มอเตอร์ไซค์ขับรถไปสอนเด็ก ๆ ก็ไม่สามารถไปได้ รถยนต์ที่ขนพืชผลทางเกษตร ไปขายก็ต้องจอดตายในโคลน ซึ่งทำให้เราได้รับความเดือดร้อนนี้ จึงอยากขอให้ท่านประธาน ช่วยแจ้งความเดือดร้อนนี้ไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงกรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้พิจารณาเข้าช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนนี้ รวมทั้ง จัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างถนนให้เป็นถนนคอนกรีต เพื่อแก้ไขปัญหานี้กับถนน ทั้งอำเภอให้ใช้งานได้โดยถาวรค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ค่ะท่านประธาน ดิฉันได้รับการประสานงานจากองค์การบริหาร ส่วนตำบลปางหินฝน อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งขอให้พิจารณาขอเข้าบรรจุถนน เข้าโครงข่ายการบำรุงรักษา กรมทางหลวง จำนวน ๒ สายค่ะ ๑. ได้แก่สายทางบ้านพุย หมู่ ๒ ถึงบ้านแม่หงาน หมู่ ๑ โดยมีระยะทางยาวกว่า ๙.๕ กิโลเมตร สายที่ ๒ บ้านกองน้อย หมู่ ๘ ถึงบ้านแปะ หมู่ ๗ มีระยะทางกว่า ๑๒.๔ กิโลเมตร ทั้งนี้ หากได้กรมทางหลวงชนบท เชียงใหม่ได้บรรจุถนน ๒ เส้นดังกล่าวจะช่วยให้ประสิทธิภาพความปลอดภัยของถนน ทั้ง ๒ เส้น รวมถึงความมั่นใจของพี่น้องประชาชนจะได้ใช้ถนนอย่างมีความปลอดภัย มากยิ่งขึ้นค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านสุดท้ายนะครับ ท่านชยพล สท้อนดี🔗

นายชยพล สท้อนดี กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชยพล สท้อนดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตหลักสี่ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล วันนี้ก็มีเรื่องหารือประมาณ ๔-๕ เรื่องนะครับ🔗

อย่างแรกเลย ก็คืออยากจะของปรึกษาหารือเรื่องของสวัสดิการของผู้ป่วย ติดเตียงที่อยู่ตามชุมชนต่าง ๆ ก็ต้องยอมรับว่าสวัสดิการของผู้ป่วยติดเตียงนั้นไม่ได้เพียงพอ ต่อการใช้ชีวิตของผู้ป่วยสักเท่าไร ก็อยากจะให้ทาง พม. นั้นช่วยในการไปตรวจสอบ แล้วก็ให้ การช่วยเหลือที่เหมาะสมกับผู้ป่วยติดเตียงทั้งหมดนะครับ🔗

ต่อมาคือเรื่องของผู้ป่วยจิตเวช เรียกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยจิตเวชนั้น เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็มีอันตรายต่อทั้งตัวเองแล้วก็คนรอบตัวด้วย แต่ทีนี้คือ Process ของการที่จะส่งผู้ป่วยติดเตียงไปรับการบำบัดหรือรับการรักษานั้นค่อนข้างยาก เลยอยากจะ ขอปรึกษาหารือในการที่จะปรับปรุงในตัว Process ได้หรือไม่ ที่จะทำให้เราสามารถนำ ผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาได้ดียิ่งขึ้น🔗

เรื่องต่อมาคือเรื่องของค่าน้ำประปาที่การเคหะหลักสี่ อยู่ ๆ ก็เกิดการ คิดเหมาขึ้นมา อยู่ ๆ ก็ไม่ได้ใช้อัตราเท่ากับบ้านเรือนเท่าเดิม แล้วทีนี้ก็คือโครงการการเคหะ มันก็เป็น Affordable Housing สำหรับคนที่รายได้ไม่ได้สูงมากอยู่แล้ว แต่ทีนี้พอเราไปคิด เรื่องของค่าใช้จ่ายที่มันเป็นเรื่องพื้นฐาน อย่างเช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ที่แพงขึ้น ก็เป็นสิ่งที่เรียกว่า ทำร้ายผู้ที่เปราะบางอยู่แล้วให้ต้องเจ็บหนักยิ่งขึ้นกว่าเดิม🔗

ต่อมานะครับ อยากจะขอหารือเรื่องของถนนกำแพงเพชรอีกแล้วครับ ถนนกำแพงเพชร เรื่องของการยื้อกันว่าจะเป็นเรื่องของการรถไฟแห่งประเทศไทยแล้วจะยก มาให้ กทม. ได้เมื่อไร ตลอดแนวโฮปเวลล์เลยครับ พอมัน Clear เรื่องของการเป็นเจ้าของ กันไม่ได้สักที มันก็ซ่อมไม่ได้สักที แล้วตอนนี้ถนนก็เริ่มกลับมาเป็นหลุมเป็นบ่ออีกแล้ว แล้วก็ เรื่องของไฟส่องสว่างก็ไม่เคยเพียงพอ เรื่องตรงนี้ก็เรียกว่าปรึกษาหารือกันมาหลายรอบแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ก็อยากให้ Clear เรื่องตรงนี้สักทีครับ🔗

ต่อมาอยากจะขอปรึกษาหารือเรื่องของ ม. เกษตร ด้วยครับ พอดีว่าได้รับ เรื่องร้องเรียนมาว่านักศึกษาภายใน ม. เกษตร ก็ได้รับการคุกคามจากคนที่อยู่รอบ ๆ ทั้งคนเมา หรือคนสถิติไม่ดี เข้าไปคุกคามทั้งข้างในรั้วมหาวิทยาลัย แล้วก็รอบ ๆ บริเวณมหาวิทยาลัย ด้วยครับ อยากจะให้ทางสภาขอปรึกษาหารือในการจัดการเรื่องตรงนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้บริหาร ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน จากองค์การบริหารส่วนตำบลป่าบอน อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ยินดีต้อนรับครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๖๓ คน
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สมาชิกครับ ตอนนี้สมาชิกลงชื่อทั้งหมด ๓๐๙ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขอเปิดการประชุม และดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถามครับ🔗

ตอนนี้กระทู้สดทั้งหมด ๓ กระทู้ มีท่านรัฐมนตรีชี้แจงว่าจะขอเลื่อนการตอบ คือกระทู้ที่ ๐๖๗ ของท่านพิทักษ์เดช เดชเดโช ส่วนอีก ๒ กระทู้รัฐมนตรียืนยันว่ามาตอบ แต่ว่ารัฐมนตรีติดภารกิจในช่วงเช้า กำลังเดินทางมา เพราะฉะนั้นเดี๋ยวเราจะพักการประชุม แล้วก็รอรัฐมนตรีมาก่อน แล้วจะเข้าสู่การถามกระทู้ของท่านศุภโชติ ไชยสัจ แต่ว่าผมยัง ไม่ทราบว่ากี่โมงนะครับ รัฐมนตรีจะมา อย่างไรจะประสานแล้วแจ้งให้กับทุกท่านทราบ อีกครั้งครับ ขอพักการประชุมครับ🔗

พักประชุมเวลา ๑๐.๓๘ นาฬิกา🔗

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๐.๕๒ นาฬิกา🔗

กราบเรียน สมาชิกครับ ผมขอดำเนินการประชุมต่อนะครับ ตอนนี้รัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านที่มีคิวตอบกระทู้ ก็ได้มาถึงที่สภาเรียบร้อยแล้วครับ ขอเข้าสู่ ๑.๑ นะครับ🔗

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗

๑. นายพิทักษ์เดช เดชเดโช เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอเลื่อนตอบนะครับ🔗

๒. นายศุภโชติ ไชยสัจ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗

นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค มาตอบแล้วนะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ผู้ถามพร้อมนะครับ ขอเชิญท่านศุภโชติ ไชยสัจ ใช้สิทธิถามในรอบที่ ๑ ครับ🔗

นายศุภโชติ ไชยสัจ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม ศุภโชติ ไชยสัจ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขอใช้สิทธิ ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อท่านรัฐมนตรีครับ แน่นอนครับ ถ้าเป็นผมคงเป็นเรื่องอื่นไปไม่ได้ นอกจากเรื่องพลังงานครับ วันนี้ผมมี ๓ ประเด็น ที่อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่อุตส่าห์ให้เกียรติกับสภาแห่งนี้ครับ🔗

ประเด็นแรกครับ เรื่องของราคาน้ำมันแพง ท่านประธานครับ ทุกวันนี้ ประชาชนเขาจ่ายน้ำมันแพงขนาดไหนครับ ถ้าเป็นแก๊สโซฮอล์ ๙๕ ปัจจุบันลิตรละเกือบ ๔๐ บาท ถ้าเป็นน้ำมันดีเซลอยู่ที่ลิตรละประมาณ ๓๓ บาท ซึ่งผมเชื่อว่าเราทุกคนในที่แห่งนี้ ในฐานะผู้แทนราษฎร อาจจะเคยได้ยินเสียงก่นด่าของพี่น้องประชาชนมาบ้างว่า ราคาน้ำมันแพง ขนาดนี้พวกเขารับไม่ไหว และล่าสุดครับ ที่ท่านออกมาตรการมาตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ ๓๓ บาทต่อลิตร มันมาพร้อมกับปัญหาครับ ปัญหาอย่างแรกผมถามท่านง่าย ๆ เลยครับ ท่านมีมาตรการออกมาช่วยผู้ใช้น้ำมันดีเซล แต่กลุ่มผู้ใช้น้ำมันเบนซินละครับ ท่านไม่มี มาตรการอะไรออกมาช่วยเหลือพวกเขาหรืออย่างไรครับ รวมไปถึงมาตรการที่ออกมาครับ กำลังสร้างผลกระทบในเชิงลบในระยะยาวครับ คำถามที่ผมอยากจะฝากไปถึงท่านรัฐมนตรี ก็คือท่านไม่มีมาตรการที่ดีกว่านี้หรืออย่างไรครับ ทำไมผมถึงถามแบบนี้ครับ เพราะท่าน กำลังทำแบบเดิม ๆ ที่ให้กองทุนน้ำมันเข้ามาแบกรับส่วนต่างทางด้านราคาครับ ซึ่งถ้าเราไปดู สถานะของกองทุนน้ำมันตอนนี้ครับ ตอนนี้กองทุนน้ำมันติดลบกว่า ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เรียบร้อยแล้วครับ เรียกได้ว่าเป็นกองทุนที่สุ่มเสี่ยงต่อการล้มละลายเป็นอย่างยิ่งครับ ท่านประธาน เอาละครับ ถึงแม้ว่าท่านจะบอกว่าเดี๋ยวให้กองทุน ไปกู้ธนาคารพาณิชย์เอาแล้วให้กระทรวงการคลังเป็นคนค้ำประกัน ผมถามหน่อยครับว่า ธนาคารที่ไหนเขาจะกล้าให้กู้ครับ ในเมื่อหนี้มันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กองทุนมันยังติดลบมากขึ้น เรื่อย ๆ อย่างนี้ ไม่มีธนาคารไหนกล้าให้กู้ครับแน่นอน หนำซ้ำครับ กองทุนยังไม่มีแผน การชำระหนี้เลย หรือจะเป็นอีกหนึ่งกลไกครับ ตามหน้าข่าวว่าท่านจะลดภาษีสรรพสามิต ท่านทราบหรือไม่ครับว่าเอาแค่สถานการณ์ตัวเลขปัจจุบัน กรมสรรพสามิตรายงานว่า ๙ เดือนที่ผ่านมาทางกรมเก็บรายได้พลาดเป้าแล้วกว่า ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท มาจากภาษีน้ำมัน อย่างเดียวก็ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทครับ ถ้ายังจะใช้กลไกเดิมลดภาษีสรรพสามิตแบบนี้ประเทศ ก็จะเก็บรายได้ ๆ น้อยลงครับ ท่านลองหันไปถามพรรคร่วมรัฐบาลครับว่า ถ้าประเทศ มีรายได้ลดลงแล้วเงินที่ทางพรรคแกนนำรัฐบาลนี่จะเอามาทำ Digital Wallet มันจะพอ หรือเปล่า ดังนั้นผมจึงอยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่านอกจากกลไกอย่างกองทุนหรือการลด ภาษีสรรพสามิต ท่านมีมาตรการหรือวิธีการอื่น ๆ อย่างไร ที่จะช่วยลดราคาน้ำมันให้กับ พี่น้องประชาชน ยิ่งไปกว่านั้นครับ กลุ่มผู้ใช้น้ำมันเบนซิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ใช้ มอเตอร์ไซค์ที่ปากท้องของเขาผูกไว้กับราคาน้ำมันเบนซิน ท่านมีมาตรการจะช่วยเหลือ พวกเขาอย่างไร ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ผมได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกแทนนะครับ ท่านติดภารกิจ วันนี้มีพิธี ๗๒ พรรษา ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับ สิ่งที่ท่านได้พูดถึงนี้ ความห่วงใยที่ท่านได้พูดถึงไม่ได้ต่างจากที่ผมเป็นห่วงเลยนะครับ ก่อนหน้าที่ผมจะมาเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนี้ผมก็คงไม่ต่างกับประชาชนทั่วไป เราก็ไม่รู้เรื่องละครับ ว่าอะไรคืออะไร ถึงเวลาเราก็ต้องไปจ่ายค่าน้ำมัน เราก็ต้องไปเติมน้ำมัน เข้าไปเติมที่ปั๊ม เขาขึ้นราคาเท่าไรเราก็จ่ายไปเท่านั้น วันนี้ขึ้น พรุ่งนี้ลง มะรืนขึ้นอีกแล้ว ก็ไปอ้างราคา ตลาดโลก เราไม่เคยรู้ครับ ผมก็ไม่เคยรู้ครับเมื่อก่อนว่าน้ำมันมันคืออะไร เท่าไร ปัญหา มันเหมือนกับจะแก้ด้านซ้ายก็มาเจอด้านขวา แก้ด้านขวาก็ไปเจอด้านซ้าย พอผมมาเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ผมก็เห็นปัญหาต่าง ๆ ก็คิดเหมือนที่ท่าน ขออภัยเอ่ยนาม ท่านศุภโชติพูดว่าปัญหาต่าง ๆ ที่มันเป็นประเด็นมาจนถึงวันนี้ รวมถึงภาระของกองทุน น้ำมัน มันไม่เคยมีใครคิดจะแก้ปัญหาเลยครับ ท่านพูดถูกเลยครับ มันถึงต้องเป็นแบบนี้ เพราะกฎเกณฑ์กติกาที่เรากำหนดเอาไว้กว่า ๔๐ ปี จริง ๆ เกือบ ๕๐ ปีแล้วด้วย มันเป็น มาแบบนี้ โดยที่ไม่เคยมีใครคิดจะปรับปรุงแก้ไข ก็ใช้กันแต่กองทุนน้ำมัน ผมไม่เคยสนใจ ภารกิจด้านนี้มาก่อน แต่เมื่อเป็นรัฐมนตรีก็ต้องสนใจ ผมถึงได้รู้ว่าค่าน้ำมันที่ท่านพูดไป เมื่อสักครู่ ๓๘ บาท ๔๐ บาท แก๊สโซฮอล์ แล้วดีเซลตอนนี้ก็ตรึงอยู่ ๓๓ บาทนี้ แท้ที่จริงแล้ว เนื้อน้ำมันมันเท่ากันเกือบทุกประเทศเลยครับ อย่าว่าแต่ประเทศไทยหรือว่ามาเลเซีย หรือว่าอินโดนีเซีย สิงคโปร์ เนื้อน้ำมันแท้ ๆ ประมาณไม่เกิน ๒๐ บาทเศษ ๆ ต่อลิตร เท่านั้นเองครับ ทุกประเทศเหมือนกันหมด แต่ราคาที่ขายที่หน้าปั๊มแต่ละประเทศที่ต่างกัน ก็อยู่ที่นโยบายรัฐบาลและวิธีการจัดการ และที่สำคัญคือการเก็บภาษีจากรัฐบาล มันเลย ทำให้ราคาปลายทางต่างกัน แต่ว่าประเทศไทยนี้มีพิเศษกับประเทศในภูมิภาคของเรา นิดหนึ่งครับ เพราะว่าในอดีตที่ผ่านมานี้ราคาแก๊สโซฮอล์หรือเขาเรียกว่า เอทานอล กับไบโอดีเซลที่ใช้ไปผสมเป็นเบนซิน แก๊สโซฮอล์กับดีเซล สมัยก่อนราคามันถูกกว่าน้ำมัน นโยบายก็คือช่วยเกษตรกรแล้วก็เอามาผสมกับน้ำมัน เพื่อให้ได้น้ำมันมากขึ้นและราคาถูกลงเพราะเอาของถูกมาผสม นโยบายวันนี้ก็ยังอยู่ครับ แต่ว่าปัจจุบันราคา ๒ ตัวนี้มันกลายเป็นว่ามันแพงกว่าน้ำมัน ก็เลยกลายเป็นว่าเราต้อง เอาของที่แพงกว่ามาผสมของที่ถูกกว่ากลับทางกันแล้วครับ ซึ่งประเทศอื่นตรงนี้ไม่มี เพราะฉะนั้นเนื้อน้ำมันของเราวันนี้โดยเฉลี่ยประมาณ ๒๑ บาทกว่า เพราะมี ๒ สูตรนี้มาผสม นี่คือเนื้อน้ำมันครับ พอหลุดจากเนื้อน้ำมันไปทีนี้ก็ภาษีแล้วครับ เราก็ต้องดูว่าภาษีตัวนี้ เราจะเอาอะไร ถ้าเราจะช่วยประชาชนเราก็ต้องเก็บเอาที่พอสมควร แต่ถ้าเราต้องการ หารายได้เข้ารัฐก็ต้องเก็บเยอะ ๆ มันสวนทางกันครับ เพราะฉะนั้นทำอย่างไรถึงจะอยู่ ในความพอดี ปัจจุบันผมเข้าใจว่าท่านศุภโชติ ขออภัยเอ่ยนามท่าน ท่านติดตามเรื่องพลังงาน มาตลอด ผมก็ชื่นชมท่านตรงนี้อยู่ ท่านคงจะรู้นะครับว่าในภูมิภาคเรา ภาษีที่เก็บจากน้ำมัน ที่เรียกว่า สรรพสามิตมีแค่ ๓ ประเทศ คือประเทศไทย สิงคโปร์และเวียดนาม ประเทศไทย เก็บสรรพสามิต ณ ปัจจุบัน ๕.๙๙ บาท สิงคโปร์ ๕.๕๔ บาท เวียดนาม ๑.๗๐ บาท ของเรา ๕.๙๙ บาท สิงคโปร์ ๕.๕๔ บาท แต่รายได้ประชากรต่อหัวของประชากรสิงคโปร์ ๗,๐๐๐ กว่าบาทเกือบ ๘,๐๐๐ บาท ของเราแค่ ๗๐๐ กว่าบาทพูดง่าย ๆ ๑๐ เท่าตัว แต่ภาษีสรรพสามิตเรา ๕.๙๙ บาท ของเขา ๕.๕๔ บาท ถ้าเทียบบัญญัติไตรยางศ์ง่าย ๆ ถ้าของเขารายได้เฉลี่ยต่อหัวเท่าของเราคือแค่ ๗๐๐ กว่าบาท สรรพสามิตเขาแค่ ๕๐ สตางค์เอง ท่านเห็นไหมครับว่าภาระส่วนที่ท่านพูดตรงนี้มันคืออะไร ของเราพิเศษอีกครับ นอกจากภาษี สรรพสามิตมีภาษีบำรุงท้องถิ่นอีก ปัจจุบันอีก ๖๐ สตางค์ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้เข้าไป ๖.๕๐ กว่าบาทแล้ว พอหลุดจากตรงนี้ก็ไปเจอแวต แล้วก็เงินเข้ากองทุนอนุรักษ์พลังงาน แล้วพอ ผู้ค้าน้ำมันจ่ายภาษีตรงนี้ไป ค่าใช้จ่ายตรงนี้ไป เอาไปขายให้ปั๊มน้ำมันไปโดนภาษีอีกรอบครับ เพราะฉะนั้นระบบภาษีของเราที่เก็บจากน้ำมันประชาชนต้องแบกภาระ ๒ ต่อครับ ตรงนี้ละ ครับ ที่เพิ่มมาอีกประมาณเกือบ ๒๐ บาทที่ท่านบอกว่าราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์มันเกือบ ๔๐ บาทวันนี้ และดีเซลถ้าไม่ตรึงไว้มันไม่ใช่ ๓๓ บาท มันเกินไปแล้ว แต่ถ้าให้ประชาชน จ่ายเนื้อน้ำมันแท้ ๆ มันแค่ ๒๐ กว่าบาทเท่านั้นละครับ ปัญหาตรงนี้ในอดีตที่ผ่านมาผมจะ เรียนท่านครับว่า เราก็ใช้บริหารจัดการโดยใช้ที่เรียกว่า กองทุนน้ำมันมากว่า ๔๐-๕๐ ปี ผมไม่เข้าใจเลยครับ สำหรับผมนี่ผมไม่คิดว่าการใช้เงินมายันน้ำมันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง หลายคน มาพูดมาบอกว่าน้ำมันมาเลเซียทำไมถูกกว่าเรา เขาขายลิตรละ ๑๐ กว่าบาท ในขณะที่ของเรา ๓๐-๔๐ บาท ที่มันถูกกว่าเพราะว่าทางมาเลเซียเขามีธุรกิจน้ำมัน เขาขุดน้ำมัน เขาเป็นเจ้าของบ่อน้ำมัน เขามีรายได้จากน้ำมัน เขาจัดงบประมาณประจำปีเหมือนที่เราจัด อยู่ตอนนี้ปี ๒๕๖๘ เขาจัดภาษีตรงนี้มาชดเชยค่าน้ำมันให้ประชาชนปีหนึ่งประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ถ้าท่านจัดงบประมาณให้ผมแบบนี้ ผมก็ไม่ต้องใช้กองทุนน้ำมัน แต่เราทำไม่ได้อย่างไร แต่ว่าอย่างนี้ท่านเชื่อไหมครับว่า ผมคิดว่า ท่านก็รู้แล้วนะวันนี้มาเลเซียก็ไปไม่ไหวแล้วครับ เลิก ขณะนี้น้ำมันดีเซลที่มาเลเซียขึ้นมา ทีเดียว ๑๐ กว่าบาทเลย เพราะเขาเลิกตรงนี้ ไปไม่ไหวเหมือนกันเห็นไหมครับ เพราะฉะนั้น ระบบแบบกองทุนน้ำมันที่ใช้เงินมายันกับเงินกับน้ำมัน สุดท้ายมันจะทำให้ไปไม่ได้ แต่ถ้าเรา ปล่อยให้สภาวะมันเป็นไปตามธรรมชาติ ประชาชนก็ต้องแบกราคา ต้องคิดครับว่า จะแก้ปัญหาอย่างไร ทีนี้สำหรับประเทศไทยในอดีตกองทุนน้ำมันไม่ได้มีกฎหมายรองรับแบบปัจจุบันนะครับ ปัจจุบันเรามีพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่งออกเมื่อปี ๒๕๖๒ แต่ก่อนหน้านั้น กองทุนน้ำมันจัดตั้งและเกิดขึ้นโดยคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งคำสั่งสุดท้าย ๔/๒๕๔๗ ได้กำหนดให้การดูแลรักษาราคาน้ำมันให้กระทรวงพลังงาน ผมใช้คำว่า กระทรวงพลังงานนะครับ มี ๒ ด้าน ๑. คือให้กระทรวงพลังงานสามารถดูแลราคาน้ำมันได้โดยวิธีกำหนดเพดานภาษีครับ และ ๒. เอาเงินจากกองทุนน้ำมัน เพราะฉะนั้นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน ผ่านคณะกรรมการที่ดูแลจึงเป็นคนกำหนดเพดานภาษีครับ แต่ไม่ใช่เป็นคนเก็บนะ คนเก็บ ก็คือกระทรวงการคลัง แต่ให้กระทรวงพลังงานเป็นคนกำหนดเพดานว่าภาษีควรจะเป็น เท่าไร ประชาชนจะได้ไม่ต้องแบกมากเกินไป ขณะเดียวกันรัฐก็มีรายได้ แต่ว่ากฎหมาย กองทุนน้ำมันที่ออกมาใหม่ไปตัดอำนาจตรงนี้ออก เหลือแต่ต้องใช้เงินอย่างเดียว นี่ละครับ คือเป็นสาเหตุที่จะให้ทำไมหนี้กองทุนน้ำมันหรือว่าเงินที่เกินวงเงินเกินบัญชี เกินอะไรต่าง ๆ เป็นหนี้ที่ท่านพูดมันทะลุขึ้นมา ณ วันที่รัฐบาลนี้เข้ามารับหน้าที่ เงินกองทุนน้ำมันเป็นหนี้อยู่ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะไม่สามารถกำหนดเพดานภาษีได้ ต้องใช้เงินอย่างเดียวจาก กองทุนน้ำมัน ทำให้ยอดภาระตรงนี้พุ่งขึ้นมาแล้ว ๕๐,๐๐๐ เกือบ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วหลังจากนั้นจนมาวันนี้ถึงได้ขึ้นมาตัวเลขที่ท่านว่า ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้น มันขึ้นมาจากช่วงที่รัฐบาลนี้มารับหน้าที่ตีเสียประมาณ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทก็มาจากปัญหา ที่ว่าเหลือขาเดียวอย่างไรครับ เพราะฉะนั้นปัญหาที่ผ่านมาที่ผมเรียนว่ามัวแต่ไปใช้เงินยันกัน อยู่แบบนี้ ไม่คิดวิธีการอื่น เหมือนที่ท่านบอกว่าไม่คิดหรือ นั่นละครับ ผมถึงคิดเหมือนท่าน อย่างไรว่าไม่คิดกันบ้างหรืออย่างไร วันนี้ผมกำลังคิดแล้วครับ และผมกำลังทำ เราจะทำอะไร ไม่ได้หรอกครับ ถ้าไม่มีกฎหมาย ผมเชื่อว่าท่านเองก็คงเคยไปดูกฎหมายกองทุนน้ำมัน ตรงนั้นท่านดูสิครับ มีอำนาจตรงไหนให้กระทรวงพลังงานหรือรัฐมนตรีพลังงานทำอะไร ได้บ้าง ไม่มีเลยครับ ผมพูดเปรียบเทียบมาตลอดครับ มาม่าจะขึ้นราคายังต้องขออนุญาต ต้องรู้ต้นทุน น้ำมันขึ้นได้เองทุกวัน ต้นทุนก็ไม่เคยรู้ ผมเพิ่งเป็นคนแรกที่ประกาศให้แจ้ง ต้นทุนราคาน้ำมัน ซึ่งแจ้งมาแล้ว ทำให้ผมได้รู้ปัญหาอีกหลายเรื่อง แต่ทางเอกชนที่เป็น เจ้าของข้อมูลเขาบอกต้องเป็นความลับ ผมก็พูดไม่ได้ แต่ผมได้ข้อมูลมาเพื่อจะแก้ไขปัญหา ต่อไป สิ่งที่ผมกำลังทำตอนนี้ถ้าท่านถาม ผมกำลังปรับปรุงแก้ไขกฎหมายน้ำมันใหม่ครับ เพื่อให้ปัญหาที่ท่านพูดเหมือนที่ผมทราบแล้วผมเป็นห่วงเหมือนท่าน มีวิธีการอื่นที่จะมา แก้ไขปัญหาของกองทุนน้ำมันและวิธีการที่จะดูแลปัญหาตรงนี้ให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป ๔๐-๕๐ ปีไม่มีใครมาลองทำ ครั้งนี้ผมจะได้ลองทำเหมือนที่ท่านพูด ก็ขอให้เมื่อมีกฎหมายเข้า ท่านก็ช่วยสนับสนุนด้วยแล้วกันนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เรียนท่านผู้ถาม แล้วก็รัฐมนตรีนะครับ เนื่องจากท่านรัฐมนตรีใช้เวลาไป ค่อนข้างเยอะนะครับ แต่เนื่องจากวันนี้เรามีเพียงแค่ ๒ กระทู้ ก็จะสามารถที่จะขยายเวลา กระทู้นี้ได้นะครับ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องใช้รายละเอียดในการตอบค่อนข้างมากนะครับ เพราะฉะนั้นผมกำหนดอยู่ที่ของท่านผู้ถามคงใช้เวลาไม่หมดนะครับ แต่ของท่านรัฐมนตรี ขอเพิ่มมาอีก ๑๐ นาที ขอเชิญท่านผู้ถามครับ🔗

นายศุภโชติ ไชยสัจ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เป็นกำลังใจให้ครับ ฟังมาตั้งนานมาเข้าใจตอนท้ายนิดเดียว ครับว่า ท่านกำลังแก้ไขกฎหมายอยู่ แต่ผมก็ไม่ค่อยมั่นใจว่า การเข้าไปแทรกแซง เรื่องราคานี่อาจจะเป็นผลดีหรือผลเสียกับพี่น้องประชาชนมากกว่ากันครับ ก็ต้องดู ในรายละเอียดของตัวกฎหมายที่จะออกมาครับว่ามันเป็นอย่างไร แล้วเราค่อยมาถกกัน ทีหลังครับ เรื่องน้ำมันผ่านไปครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะยกมาพูดกันคือเรื่องของค่าไฟแพงครับ เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคมที่ผ่านมาครับ สำนักงานกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. ประกาศว่าค่าไฟมีสิทธิ จะขึ้นไปถึง ๔.๖๐ บาท หรือแย่ที่สุดครับ ๖ บาทต่อหน่วย ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกครับ ท่านทราบไหมครับว่าค่าไฟจริง ๆ ต้นทุนมันอยู่แค่ ๔.๑๐ บาทเท่านั้น แต่การที่ กกพ. เรียกเก็บ ๔.๖๐ บาทเป็นอย่างน้อย เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าเขาต้องเอา เงินไปใช้หนี้จากมาตรการในอดีตที่รัฐบาลใช้ครับ อย่างการที่ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต แล้วก็ ปตท. แบกรับหนี้ก้อนนี้เอาไว้ พอแบกรับไปเรื่อย ๆ ครับ หนี้มันก็ค่อยพอกเป็นดินพอกหางหมู จนปัจจุบันหนี้อยู่ที่ใกล้เคียงกับกองทุนน้ำมันครับ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และเมื่อ วันอังคารที่ผ่านมาที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก็ยังไม่มีมติให้ชำระหนี้ก้อนนี้ครับ พูดง่าย ๆ ครับ ยื่นหนี้ออกไปอีก เพื่อตรึงค่าไฟให้ประชาชนอยู่ที่ ๔.๑๘ บาท ทำไมผมถึงพูดประเด็นนี้ครับ เพราะว่าในอนาคตถ้ายังหากใช้กลไกแบบเดิม ๆ หนี้มันอาจจะขยายไปถึง ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ขยายไปถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็เป็นได้ เนื่องจากความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติที่เรา ไม่สามารถควบคุมได้ คำถามคือเราจะเอาอย่างไรกับหนี้เก่าและหนี้ใหม่ในอนาคตที่มันกำลัง จะเพิ่มขึ้น ง่าย ๆ ครับ อย่างแรกผมเสนอครับ ให้ท่านกล้าคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลครับ ว่ามันจำเป็น มันถึงเวลาแล้วหรือยังครับ ที่จะต้องตั้งงบกลางเพื่อช่วยลดค่าไฟให้กับพี่น้อง ประชาชน เพื่อนสมาชิกของผมครับ คุณพริษฐ์เคยพูดในสภาแห่งนี้ไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วว่าถ้าเรา แบ่งงบกลางมา ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อช่วยค่าไฟ เราจะสามารถคงค่าไฟไว้ที่ ๔.๑๘ บาท เหมือนเดิมได้ แต่เป็น ๔.๑๘ บาท ที่สามารถใช้หนี้ให้กับการไฟฟ้า แล้วก็ ปตท. ได้ด้วย หรือถ้า ท่านกล้ามากกว่านั้นครับ ถ้าของบกลางมา ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านสามารถกดค่าไฟให้ต่ำกว่า ๔ บาทได้ง่าย ๆ ครับ คำถามคือท่านกล้าที่จะคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลของท่านหรือไม่ ลองคุย กับเพื่อนร่วมงานของท่านดูครับ แทนที่จะเอาเงินตรงนี้ไปทำ Digital Wallet ลองเอาเงินมา ลดค่าไฟ มาลดค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนครับ ท่านอย่าให้เขาเอางบกลางไปทำนโยบาย ของพรรคเขาเพียงคนเดียว แบ่งมาบ้างครับ เพราะผมจำได้ว่าพรรคท่านตอนหาเสียง ก็เคยหาเสียงไว้ว่าจะลดค่าไฟให้กับพี่น้องประชาชนเหมือนกัน ในเมื่อมันเป็นงบกลาง เป็นงบ ที่ควรจะเป็นของทุกพรรคร่วมรัฐบาล ก็ควรแบ่งมาลดค่าไฟ มาทำนโยบายที่ท่านหาเสียงไว้ ช่วยกันครับ รัฐบาลมันถึงไปต่อได้ หรือถ้าพรรคใหญ่ยังดึงดันไม่ให้ใช้งบกลาง ผมแนะนำ อย่างนี้ครับ ท่านต้องหันหลังกลับมาคุยกันภายในพรรค คุยกับนายทุนพลังงาน เจ้าของ โรงไฟฟ้า เรื่องสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ไม่เป็นธรรมกับประชาชน อย่างที่ผมพูดบ่อย ๆ ผมเชื่อว่า ท่านรัฐมนตรีมาถึงตรงนี้ ท่านเข้าใจแล้วละว่าประชาชนต้องจ่ายเงินฟรี ๆ ให้กับโรงไฟฟ้า ที่สร้างแล้วไม่ได้เดินเครื่อง แต่ก่อนเคยมีการพยากรณ์ว่าต้องใช้ ๑๐๐ ก็เลยสร้าง ๑๐๐ แต่ความจริงใช้แค่ ๘๐ ครับ ๒๐ ที่เกินมานี้ประชาชนเขาต้องแบกรับ เขาต้องจ่ายค่าไฟแพง เพื่ออุ้มโรงไฟฟ้าพวกนี้ไว้ ปีหนึ่งเป็นหมื่นล้านบาทครับ ถ้าท่านบอกว่ายกเลิกสัญญาไม่ได้ อย่างน้อยท่านควรเข้าไปเจรจายืดระยะเวลาสัญญาออกไป ยืดการจ่ายนี้ออกไป อยากเปลี่ยนง่าย ๆ ครับ ให้ท่านประธานแล้วก็พี่น้องประชาชนเข้าใจ วันนี้ที่ค่าไฟแพง เพราะเราต้องจ่ายเงินฟรี ๆ สำหรับโรงไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งาน ตก Unit ละเกือบ ๑ บาท นานแค่ไหนครับ เป็น ๒๐ ปี ๓๐ ปี ดังนั้นในฐานะรัฐมนตรีผมคิดว่าท่านควรจะเข้าไปเจรจา แก้ไขปรับระยะเวลา ลองปรับสัญญาให้นานขึ้น จากเดิมที่เคยมีสัญญา ๒๐ ปี ลองขอเขา ขยายเป็น ๒๕ ปี เพื่อลดจากเดิมที่เคยจ่ายอยู่ ๑ บาท ลดมาอยู่ที่ ๖๐ สตางค์ต่อหน่วย แค่นี้ครับ ลดได้ทันที ๔๐ สตางค์ต่อหน่วย อย่างที่ผมเรียนท่านรัฐมนตรีไปตอนต้นครับ การแก้ไขเรื่องค่าไฟในระยะสั้น ท่านแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลยครับ ท่านแค่ใช้อำนาจรัฐมนตรี ที่ท่านมีคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล คุยกับนายทุนพลังงาน ผมคิดว่าคุยได้ เพราะรูปที่ออกมา ที่เขาใหญ่ ผมคิดว่าพวกท่านสนิทกันดีทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพื่อใคร เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้อง ประชาชนครับ ดังนั้นผมขอถามท่านรัฐมนตรีสั้น ๆ ว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่ท่านจะใช้อำนาจ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของประเทศนี้ แก้ไขปัญหาเพื่อพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิก ผมคิดว่าความจริงท่านสมาชิกเข้าใจปัญหาดีเหมือนที่ผมเข้าใจวันนี้เหมือนกัน อยู่แล้ว แต่ท่านก็ต้องถามแบบที่ท่านถาม🔗

ประการแรก ผมอยากขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าน้ำมันกับไฟฟ้า ก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไร ในปัญหาต่าง ๆ ที่หมักหมมกันมา ปัญหาส่วนหนึ่งของไฟฟ้าก็คือ เรื่องสัญญาต่าง ๆ ที่ทำกันขึ้นมาก่อนที่ผมมาเป็นรัฐมนตรี ปัจจุบันมีหลายเรื่อง ผมก็ได้ให้ ทางคณะกรรมการกฤษฎีกากับทางอัยการผ่านไปทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เจรจาดูสัญญา ต่าง ๆ ว่าจะสามารถปรับลด ปรับเปลี่ยน แก้ไขอย่างไรได้บ้าง อันนี้สั่งการแล้ว แล้วก็เรื่อง ของสัญญาต่าง ๆ ผมก็บอกไปแล้วว่าให้ไปดูทบทวน ถ้าอะไรปรับปรุงแก้ไขได้ก็ให้ดำเนินการ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่เซ็นสัญญาผูกพันอะไรกันไป แต่ให้พยายามหาช่องทาง ตอนนี้เท่าที่ ผมได้รับรายงานเขาคุยกับอัยการอยู่นะครับ🔗

ประการที่ ๒ ในเรื่องของภาระต่าง ๆ ของการไฟฟ้า การไฟฟ้าเขาเป็น หน่วยงานของรัฐ เขาไม่ใช่หน่วยงานเอกชนนะครับ เขาไม่จำเป็นว่าจะต้องหาเงินกำไรมา เข้าบริษัท มาแบ่งปันให้ผู้ถือหุ้น แต่เขาต้องมีเงินที่นำส่งรัฐบาล ส่งกระทรวงการคลัง เขามีภาระอยู่เท่านั้น แต่สิ่งที่เขาต้องทำ ผมคิดว่าไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้าหรือเป็นรัฐบาล ภาระหน้าที่ส่วนหนึ่งของพวกเราก็คือดูแลประชาชนไม่ให้แบกภาระค่าใช้จ่ายพวกนี้ โดยที่ต้องยอมเอาภาระเหล่านี้มาเป็นภาระของตัวเอง แต่ภาระที่จะต้องมาเป็นภาระของ ตัวเอง ก็ต้องไม่ทำให้ตัวเองต้องถึงกับเสียหาย ราคาค่าไฟที่ท่านได้สอบถาม ๔.๑๘ บาท ในงวดปัจจุบันยังไม่ครบ ก็ ๔.๑๘ บาท แล้วในงวดหน้าก็จะเป็น ๔.๑๘ บาท ซึ่งผมคิดว่า พี่น้องประชาชนก็พอใจกับสิ่งตรงนี้ แต่การที่เราทำตรงนี้ไม่ได้แปลว่าจะสร้างความเสียหาย ให้ใคร ในงวด ๔.๑๘ บาท ปัจจุบันการไฟฟ้าฝ่ายผลิตมีเงินไปใช้หนี้ ตอนแรกคิดว่าประมาณ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่หลังจากที่ระยะเวลาผ่านมาอัตราแลกเปลี่ยนของเงินเราอ่อน ค่าแก๊ส เพิ่มขึ้นก็ได้ไปใช้หนี้ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็งวดต่อไปที่ว่าท่านถามอยู่ตรงนี้ ก็จะได้อีกประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทไปใช้หนี้ เพราะฉะนั้นหนี้ในส่วนของการไฟฟ้า ที่ท่านถาม เขาไม่จำเป็นที่จะต้องใช้วันเดียวหมด งวดเดียวหมด หรือปีเดียวหมด เขาสามารถ ทยอยใช้ได้ แต่ในส่วนที่คณะกรรมการ กกพ. ที่ท่านพูดถึง เขาคำนวณออกมา เขาคำนวณให้ แบบเต็มที่เลยครับ เขาคำนวณให้แบบเต็มที่ว่าได้เงินไปเยอะเลย ไปใช้หนี้ แต่เมื่อมาพูดคุย กันแล้วมันไม่มีความจำเป็นต้องทำแบบนั้น เขาก็อยู่กันได้ ปัจจุบันนี้สถานะของการไฟฟ้า ฝ่ายผลิตได้รับ Credit Rating จากบริษัท TRIS Rating นะครับ Triple A เป็นบริษัท รัฐวิสาหกิจที่อันดับหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งก็มีเครดิตในการได้ดอกเบี้ยถูกอีก อะไรอีก เพราะฉะนั้นในส่วนนี้หลังจากที่เจรจาพูดคุยกัน ทางการไฟฟ้าก็ดี ปตท. ก็ดี เขาคิดว่า เขาสามารถยังดูแลต่อไปได้ เพื่อให้ประชาชนไม่มีความลำบาก ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ นึกจะประกาศ ๔.๑๘ บาท ก็ประกาศเอง ไม่ใช่ครับ เผอิญช่วงที่เป็นข่าวออกมาผมไม่ได้อยู่ ผมไปประเทศ ซาอุดีอาระเบีย ไปราชการไปประชุมกับทางโน้น ผมก็เลยไม่ได้อยู่ร่วมประชุมหรือหารือ กับเขา หรือเขาจะสอบถามผมได้ เมื่อกลับมาก็มาพูดคุยกัน หาแนวทางกัน ก็ได้คำตอบ ๔.๑๘ บาท โดยที่ไม่มีใครเดือดร้อน วันนั้นถ้าท่านเห็นนะครับ ผมออกมาแถลงข่าว ก็มีท่านผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตยืนอยู่ด้วย แล้วความจริงท่านกลับไปก่อน เพราะท่านไม่ทราบว่า จะแถลงข่าวคือท่านประธาน กกพ. นะครับ กราบเรียนว่าในส่วนนี้ไม่ได้มีปัญหา ไม่ต้อง เป็นห่วงนะครับ แล้วก็ทั้งการไฟฟ้า ทั้งรัฐบาลก็ยังสามารถดูแลแก้ไขปัญหาตรงนี้ต่อไปได้ แต่ว่าผมก็เห็นตรงกับท่านครับ เราต้องมานั่งคิดว่าทำอย่างไรต้นทุนไฟฟ้ามันจะถูกลง อันนี้ ผมก็มอบนโยบายให้ท่านผู้ว่าคนใหม่ไปแล้ว ให้ไปคิดรูปแบบต่าง ๆ เพื่อที่จะให้ราคาถูกลง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านศุภโชติใช้สิทธิในรอบสุดท้ายครับ🔗

นายศุภโชติ ไชยสัจ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน จากที่ฟังท่านรัฐมนตรี ผมก็ยังรู้สึกหวั่นใจกับการที่ประเทศเราจะต้องยึดติดกับวิธีการเดิม ๆ การยืดหนี้ แบกหนี้ออกไปเรื่อย ๆ ซึ่งแน่นอนครับ มันเหมือนกับระเบิดเวลา ถ้าจุด ๆ หนึ่ง ที่มันไม่ไหว ประเทศก็จะล้ม รัฐวิสาหกิจก็จะล้มครับ แต่ว่าประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะยกมาพูดครับ เราพูดกันถึงในเรื่องของการแก้ไขปัญหา ระยะสั้นไปแล้ว ก็ไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นผลดีหรือเปล่า จากที่ท่านรัฐมนตรีพูดมา แต่เรื่องสุดท้าย คือเรื่องของการแก้ไขปัญหาราคาพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟหรือราคาน้ำมันในระยะยาว ท่านประธานครับ เรื่องค่าไฟ ราคาน้ำมันที่ผมพูดไป มันเป็นผลพวงมาจากการวางแผน ที่ผิดพลาดในอดีต มันเป็นผลพวงมาจากการสร้างโรงไฟฟ้าเกินความจำเป็นครับ มันเป็นผล พวงจากการวางแผนที่ให้ประเทศนี้ ขึ้นอยู่กับก๊าซธรรมชาติมากจนเกินไปครับ ถ้าเราจะ แก้ไขเรื่องนี้ไม่ให้ซ้ำรอยความผิดพลาดเดิมครับ ท่านต้องให้ความสำคัญกับการวางแผน พลังงานชาติฉบับใหม่ครับ ต้องลดการใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตกระแสไฟฟ้าลงครับ ควรคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคตอย่างถูกต้อง แล้วก็แม่นยำมากขึ้น เพื่อลดจำนวนการสร้างโรงไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น เพื่อความเป็นธรรมกับท่านรัฐมนตรีครับ ปัญหาที่ผมพูดมาทั้งหมด ท่านไม่ได้เป็นคนก่อครับ เพราะว่าปัญหามันมีมาก่อนที่ท่านจะเข้ามา ดำรงตำแหน่ง แต่มันจะเป็นปัญหาแน่ ๆ ถ้าท่านรัฐมนตรีไม่ได้เรียนรู้จากอดีตเลย เพราะว่า ถ้าเราไปดูร่างแผนพลังงานชาติฉบับใหม่ที่เพิ่งออกมาเมื่อเดือนก่อน ท่านกำลังทำผิดพลาด เหมือนเดิม ทำผิดพลาดภายใต้การบริหารของท่าน มีปัญหาตั้งแต่สมมุติฐานในการทำแผน กระบวนการในการทำแผนก็มีปัญหา และสุดท้ายแย่ที่สุด ผลลัพธ์หรือตัวแผนมันก็มีปัญหา เริ่มตั้งแต่สมมุติฐานที่คาดการณ์ความต้องการไฟฟ้าสูงเกินจริงอีกแล้วครับ โดยประมาณการ GDP ที่ท่านประมาณการไว้สูงเกินจริงไปมาก ๆ ในแผนสมมุติฐานตั้ง GDP ไว้ว่าจะโต ประมาณ ๓.๗ เปอร์เซ็นต์ แต่แบงก์ชาติประกาศออกมาว่า GDP ไทยโตแค่ ๑.๙ เปอร์เซ็นต์ หรือจะเป็นสมมุติฐานเรื่องจำนวนประชากรที่แผนตั้งสมมุติฐานไว้ว่า จำนวนประชากร จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ท่านประธานครับ ใคร ๆ ก็ทราบว่าประชากรไทยกำลังลดลง อัตราการเกิด มันน้อยกว่าอัตราการตายเรียบร้อยแล้วครับ ในเมื่อสมมุติฐานมันผิด ตั้งสมมุติฐานแบบนี้ ท่านกำลังจะทำให้ประเทศนี้มีโรงไฟฟ้าใช้เกินความจำเป็นเพิ่มขึ้นไปอีกครับ สมมุติฐานผิด อย่างเดียวไม่พอ กระบวนการมันก็ยังผิดอีกครับ แผนพลังงานชาติที่ออกมาตัวร่างมันควรจะ ครอบคลุมทุกอย่าง ต้องอยู่เหนือทุกอย่าง ไม่ควรมีอะไรออกมาทีหลังแล้ว แต่หลังจากนั้น ไม่นานครับ กระทรวงพลังงานประกาศแผนซ้อนแผนออกมาครับ มีโครงการ Direct PPA ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เรามีโรงไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้เพิ่มขึ้นอีก ๑-๒ โรงในอนาคต และสุดท้ายผลลัพธ์ ผมไม่ติดใจอย่างอื่น ติดใจแต่ว่าติดใจน้อยหน่อย ที่ปรากฏว่าสุดท้ายแล้วประเทศไทยเราจะมี โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นอีก ๘ โรงภายในอีก ๑๓ ปีข้างหน้าครับท่านประธาน จะเห็นได้ว่าร่างแผนนี้กำลังนำพาประเทศไปในทิศทางที่เลวร้ายขึ้น ค่าไฟแพงขึ้น ทุกครัวเรือนแน่นอนครับ มีโรงไฟฟ้ามากเกินความจำเป็นอีก ลดการปล่อยมลพิษไม่ได้ตามที่ เราประกาศไว้กับประชาคมโลก ถึงแม้ว่าแผนที่ออกมาจะเป็นแค่ร่าง ยังสามารถแก้ไขได้ครับ แต่ผมไม่แน่ใจจริง ๆ ว่ามันจะถูกแก้ไข เพราะอะไรครับ เพราะผมเชื่อว่าแผนพลังงานชาติ ก็คงจะเป็นอีก ๑ หัวข้อหลักที่มีการพูดคุยในปฏิญญาเขาใหญ่ที่ผ่านมาอย่างแน่นอน จากรูป ที่ออกมาว่อนกันอยู่ทั่ว Social Media ประชาชนเขาสงสัย เขาฝากผมมาว่า แผนพลังงาน ชาติจะถูกแก้ไขให้มันดีขึ้นกว่านี้ ให้มันเป็นไปในทางที่ถูกต้องอย่างที่ควรเป็นได้หรือไม่ หรือจะถูกแก้ไขเพื่อเอาใจนายทุนพลังงานเหมือนเดิม เขายังสงสัยอีกครับว่า ใครคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานที่แท้จริงกันแน่ ในเรื่องนี้ผมอยากจะขออย่างนี้ครับ ผมอยากจะขอให้ท่านรัฐมนตรียืนยันกับสภาแห่งนี้ ยืนยันกับประชาชนที่กำลังฟังอยู่ว่าท่านคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของประเทศไทย ท่านกำลังทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน เอาประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ทำงานเพื่อกลุ่มทุนใด หรือใครคนใดคนหนึ่ง ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตกลับไปเรื่องเมื่อสักครู่นี้ พอดีผมจบเร็วไปนิดหนึ่ง ท่านพูดถึงเรื่องงบกลาง งบกลางมันต้องใช้หลายด้าน ถ้าผมสามารถสั่งการเรื่องงบกลางได้เอง ผมก็จะใช้มากกว่านี้ แต่ว่าในส่วนงบกลางนี้ เราก็ได้ เอามาใช้ให้กับพี่น้องประชาชนที่เป็นกลุ่มเปราะบางที่ใช้ไฟไม่เกิน ๓๐๐ หน่วย ยันไว้ที่ราคา ๓.๙๙ บาท โดยใช้งบกลางได้จำนวนหนึ่ง อันนี้ก็เพิ่มเติม🔗

ส่วนเรื่องแผน PDP ตอนนี้ก็ยังไม่จบเหมือนที่ท่านบอกครับ อยู่ในร่าง ท่านไม่ต้องห่วงเลยครับ ทุกเรื่องที่มีคนแจ้งมาที่ผม ไม่ว่าที่ท่านได้พูดมา หรือว่าที่มีคนส่ง หนังสือมาถึงผมในเรื่องข้อห่วงใยต่าง ๆ ผมได้แจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องว่าต้องตอบคำถามเหล่านี้ ให้ได้ทั้งหมด ผมไม่ได้เป็นคนร่าง เพราะคนที่จะต้องร่างแผนนี้ เขาต้องเป็นพวกเทคนิค พวกที่เขามีความรู้ด้านนี้โดยตรง ผมเป็นคนกำกับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมต้องดู คือสิ่งที่ ประชาชนหรือว่าองค์กรต่าง ๆ รวมถึงท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นห่วง เหมือนที่ ท่านศุภโชติ ขออภัยที่เอ่ยนาม เหมือนที่ท่านได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ ทั้งหมดผมจะต้องมีคำตอบ ให้ได้ในแผนว่าสิ่งเหล่านี้แก้ไขหรือเปล่า จะมีเป็นไปได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ ท่านไม่ต้องห่วงนะครับ แผนยังไม่จบ คำตอบทั้งหมดจะต้องมี เรื่องผิด GDP เรื่องจำนวน ประชากรเหล่านี้ ถ้าไม่เหมาะสม ผมก็ต้องสั่งให้แก้ไข แต่ว่าในแผนเท่าที่ผมทราบ จะกำหนดค่าไฟว่าจะให้อยู่ที่ประมาณ ๓.๘๐ บาท หรือ ๓.๙๐ บาท ซึ่งตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่ผม ก็สั่งการทางการไฟฟ้าต้องไปนั่งคิดครับ ในหลายประเทศที่ผมศึกษามาหรือที่ไปดู ก็จะเห็นว่า เขาพยายามหารูปแบบใหม่ของการผลิตไฟฟ้าเพื่อที่จะลดต้นทุนลง ไม่ใช่แค่เพื่อไปสู่เรื่องของ Carbon Neutrality หรือ Net Zero ไม่ใช่แค่นั้น แต่ว่าเพื่อลดต้นทุนค่าไฟ เพราะฉะนั้น ในสูตรของเราเองที่ผ่านมา ที่ท่านพูดก็ถูกครับว่าไปยึดติดอยู่กับเรื่องของใช้แก๊ส ใช้พลังงาน เรื่อง Fossil เรื่องการเผา แต่ว่ารูปแบบใหม่มันต้องคิด วันนี้มันต้องเริ่มคิดเทคโนโลยีใหม่ ๆ มันมีมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เป็นหน่วยงานหลักต้องคิด ผมมอบนโยบายไว้ให้ตั้งคิดว่าจะ ทำอย่างไร เพื่อจะให้ค่าไฟมันถูกลง ผมคิดว่าในเรื่องนี้ไม่ว่าท่าน หรือผม หรือคนที่เกี่ยวข้องอื่น ทุกคนเป็นห่วงเหมือนกันครับ เพราะสุดท้ายผมก็ต้องเป็นคนหนึ่งที่ต้องจ่ายค่าไฟ ถ้ามันแพง เกินเหตุผมก็ต้องรับภาระตรงนี้ด้วย ผมก็จะไม่ให้มันเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นในทุกส่วน ที่ท่านพูดนี้ไม่ต้องห่วงครับ เราจะคอยดูแลในสิ่งที่ทุกท่านแจ้งมา คนที่เกี่ยวข้องในการร่างแผน ต้องตอบได้🔗

ส่วนสุดท้ายที่ท่านไม่แน่ใจ วันนี้ทุกคนทราบครับว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงานของประเทศไทยชื่อ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ถ้าท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านไม่ทราบ ผมว่าท่านต้องกลับไปทบทวนนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ เป็นอันว่าเสร็จสิ้นกระทู้ที่ ๑ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ขอเข้าสู่กระทู้ ต่อไปเลยครับ🔗

๓. นายปรเมษฐ์ จินา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านธรรมนัส พรหมเผ่า มีภารกิจสำคัญ จึงมอบหมายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ขอเชิญท่านปรเมษฐ์ จินา ครับ🔗

นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ แล้วก็เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่รักทุกท่านนะครับ ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต ๕ วันนี้ก็ขอตั้งกระทู้สดถามท่านรัฐมนตรี เกี่ยวข้องกับในเรื่องของ การบริหารจัดการน้ำ เดิมทีก็อยากจะตั้งกระทู้สดถามในเรื่องปลาหมอสีคางดำนะครับ แต่จากการที่ท่านรัฐมนตรีธรรมนัส พรหมเผ่า แล้วก็ท่านอธิบดีกรมประมง ท่านบัญชา สุขแก้ว ได้ลงไปในพื้นที่ แล้วก็รวบรวมองคาพยพต่าง ๆ ได้ดำเนินการอย่างเข้มแข็ง ผมก็มีโอกาส เข้าไปในพื้นที่ร่วมกับทั้ง ๒ ท่านอยู่บ้างนะครับ ก็เห็นว่ากลไกต่าง ๆ ก็ได้ดำเนินการไปอย่าง เข้มแข็งอยู่แล้ว ก็เลยมาดูว่าในส่วนที่เราจะเดินไปข้างหน้า เราจะเตรียมการเรื่องอะไรบ้าง ก็พบว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ที่ผ่านมา ก็มีเหตุการณ์ในส่วนของเขื่อนทะลัก ที่บ้านโนนม่วง จังหวัดชัยภูมิ แล้วก็ทำให้ประชาชน ๑,๐๐๐ กว่าหลังคาเรือนได้รับความ เดือดร้อน อันนี้ก็เป็นส่วนที่คิดว่าน่าจะมีการเตรียมการ ในเรื่องของการตั้งกระทู้ถามสด ถามท่าน รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในวันนี้ ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีหนุ่มไฟแรงที่ได้เข้ามาตอบกระทู้ถามสดในวันนี้นะครับ ความเป็นมาในเรื่องของน้ำทุกคนก็คงจะรับทราบอยู่แล้วว่า ในส่วนของทรัพยากรน้ำเป็นสิ่งที่ จำเป็น ผมเคยได้มี Slogan ในเรื่องของการทำงานกับภาคประชาชน ก็จะมี Slogan ที่กล่าวไว้ว่า น้ำคือชีวิต น้ำคือหัวใจการผลิต น้ำคือรายได้ อันนี้จำเป็นจริง ๆ ในเรื่องของเมืองเกษตรกร อย่างประเทศไทยเรา เพราะฉะนั้นถ้าเรามีการบริหารจัดการน้ำให้ดี เกษตรกรเราก็สามารถ ที่จะลืมตาอ้าปากได้ แล้วก็ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องของการประกอบอาชีพอย่างเดียว ในเรื่องของ ภัยแล้ง ในเรื่องของน้ำท่วม ในเรื่องของการรักษาสมดุลทางธรรมชาติ การที่จะป้องกัน น้ำทะเลหนุน หรือว่าในส่วนของดินเค็มเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ อันนี้ก็เป็นเรื่องของน้ำทั้งสิ้น ทีนี้เรามาดูว่าในส่วนของเราจะวางแผนล่วงหน้าไปได้อย่างไร ถ้าเราดูข้อมูล เราก็พบว่า พอเข้าฤดูน้ำหลากมันก็ไล่มาตั้งแต่ในส่วนของประเทศจีน แล้วก็เข้าสู่ประเทศไทยภาคเหนือ ตอนบน แล้วก็มาภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วก็มีภาคกลางไล่ไปสู่ ภาคใต้ตอนบน แล้วก็ภาคใต้ตอนล่าง แล้วก็ไหลลงไปสู่มาเลเซีย แล้วในส่วนของภาคใต้ ก็เช่นกัน เราก็จะพบว่าในส่วนของลมมรสุมฝั่งตะวันตก นั่นก็คือฝั่งอันดามันก็จะมาก่อน ฝั่งตะวันออก ฝั่งอ่าวไทย อันนี้ก็คือวัฏจักร หรือที่เราเรียกในปัจจุบันว่าเป็น Timeline มันเป็นปกติอยู่แล้ว แล้วก็การแก้ปัญหาผมก็พบว่า ในส่วนที่รับราชการมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ ก็พบว่าปีไหนที่เกิดปรากฏการณ์ภัยแล้ง หรือว่า El Nino ปีถัดไปมันก็จะตามมาในเรื่องของ ปรากฏการณ์ La Nina นั่นก็คือฝนตกหนักอย่างมาก อันนี้ก็คือการเก็บข้อมูลมาร่วม ๔๐ ปี เพราะฉะนั้นปีถัดไปถ้าข้อมูลมันไม่เพี้ยน งานวิจัยที่เก็บมา ๔๐ ปี มันไม่เพี้ยน ก็จะต้องมี การเตรียมการไว้มากพอสมควร เพราะฉะนั้นก็คงจะมีประเด็นที่จะเรียนถามท่านรัฐมนตรี อรรถกรนะครับว่า ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งดูแลกรมชลประทาน แล้วบ้านเราก็ต้องยอมรับนะครับว่า ในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำมีหลายกระทรวง หลายหน่วยงานเหลือเกิน อันนี้ก็คงจะเป็นโชคดีของพวกเราที่จะถามทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ซึ่งดูแลหลัก ๆ ในเรื่องของกรมชลประทานนะครับว่า ในส่วนที่เกิดเหตุของ จังหวัดชัยภูมิ แล้วก็อาจจะมีขอนแก่น อาจจะมีเชียงใหม่ ซึ่งตอนนี้ก็ไล่มาจากภาคเหนือ ไม่มั่นใจว่าทางกรมชลประทาน หรือว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีแนวทาง หรือว่า รูปแบบในการบริหารจัดการรองรับภัย หรือว่ารองรับประเด็นในเรื่องของการบริหารจัดการ น้ำเหนือเขื่อนตรงนี้อย่างไรบ้าง เป็นคำถามช่วงแรกครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส. จังหวัดฉะเชิงเทรา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันนี้ได้รับ มอบหมายจากท่านเจ้ากระทรวง ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้มาตอบกระทู้ถามสด ของท่าน สส. ปรเมษฐ์ จินา จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติ คือผมต้อง กราบเรียนผ่านท่านประธานขอบคุณไปยังท่าน สส. ปรเมษฐ์ จินา ด้วยนะครับ อย่างที่ท่าน ได้เกริ่นนำเมื่อสักครู่นี้ ด้วยที่ท่านต้องการที่จะถามกระทู้เกี่ยวกับเรื่องปลาหมอคางดำ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทางกรมประมง เราก็ได้รับคำแนะนำ เราก็ได้รับข้อสังเกต จากท่าน สส. ปรเมษฐ์ จินา หลายเรื่องที่จะดูแลน่านน้ำในแถบจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในการ หามาตรการในการแก้ไขปัญหาเรื่องปลาหมอคางดำ ในส่วนกระทู้ถามของท่านปรเมษฐ์ ที่ถามวันนี้ โดยเฉพาะในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ ในส่วนของภาคเหนือตอนบนก่อนนะครับ ผมนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่า เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศ ภูมิศาสตร์ หรือที่เราเรียกว่า Climate Change ลักษณะของฝนที่ตกในทุกวันนี้มันเปลี่ยนไป จากเมื่อก่อน เมื่อก่อนตกกระจายไปทั่ว แต่ตอนนี้ลักษณะของฝนที่ตกเป็นคล้าย ๆ กับ ศัพท์ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Rain Bomb ก็คือว่าตกมาเฉพาะจุด แต่ว่าตกเยอะนะครับ สถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทยในปัจจุบัน ต้องนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อน สมาชิกว่าขณะนี้ ถ้าเราดูค่าเฉลี่ยเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว ปริมาณน้ำฝนทุกวันนี้มีค่าเฉลี่ย ที่น้อยกว่าปีที่แล้วอยู่ประมาณ ๙ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน ฝนเฉลี่ยอยู่ที่ ๗๑๐ มิลลิเมตร ปีนี้อย่างที่ ผมนำเรียนไปว่าค่าเฉลี่ยฝนน้อยกว่าปีที่แล้วนิดหน่อยนะครับ ต้องนำเรียนผ่านท่านประธาน ครับว่า ในอ่างขนาดใหญ่และขนาดกลางของประเทศไทยของเรา มีปริมาตรความจุรวมแล้ว ๗๖,๓๓๗ ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันนี้ทางกรมชลประทานร่วมด้วยหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องในการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน ในการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำ ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก ขณะนี้เรามีน้ำอยู่ประมาณ ๓๙,๒๗๙ ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น ๕๑ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นเองเครื่องไม้เครื่องมือของรัฐบาลยังสามารถรับน้ำได้อีกถึง ๓๗,๐๕๘ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็เกือบจะ ๕๐ เปอร์เซ็นต์เลยนะครับ โดยผมนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกครับว่า ในการเตรียมความพร้อมในการรับมือ น้ำเยอะในช่วงฤดูฝน เราจะใช้ ๑๐ มาตรการด้วยกันนะครับ ซึ่ง ๑๐ มาตรการเหล่านี้ เราจะทำงาน ผ่านคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ ซึ่งได้ประกาศเห็นชอบ ซึ่ง กนช. คณะกรรมการน้ำแห่งชาติ เห็นชอบเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคมที่ผ่านมา โดยทุกหน่วยงานเราจะใช้แนวทางในการปฏิบัติ ในการบริหารจัดการน้ำในรูปแบบที่ไปในทิศทางเดียวกันครับ ผมต้องนำเรียนว่าสำหรับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราใช้มาตรการนี้เป็นหลักเช่นกันนะครับ โดยที่เราจะกำหนด พื้นที่ก็ดี กำหนดคน แล้วก็กำหนดทรัพยากรต่าง ๆ ในการลงไปช่วยในการบริหารจัดการน้ำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ผมยกตัวอย่างนะครับ วิเคราะห์พื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมสูง หรือว่าเป็น การกำหนดผู้รับผิดชอบในพื้นที่แต่ละพื้นที่ แต่ว่าในแต่ละพื้นที่คนรับผิดชอบ ก็ต้องทำงานร่วมกับพื้นที่ที่อยู่ใกล้ ๆ ด้วย เพื่อที่จะบริหารจัดการน้ำให้ไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ เรายังเตรียมความพร้อมในการจัดสรรทรัพยากรที่ต้องบอกว่าเป็นเครื่องไม้ เครื่องมือของกรมชลประทาน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรกลต่าง ๆ รถขุด หรือรถแทรกเตอร์ ซึ่งผมขออนุญาตนำเรียนว่า ในส่วนของเครื่องไม้เครื่องมือ ทางกรมชลประทานเรามีเครื่องไม้เครื่องมือทั่วประเทศอยู่ที่ ๕,๓๘๒ หน่วย ซึ่งแบ่งเป็น เครื่องสูบน้ำ ๑,๒๘๙ เครื่อง เป็นเครื่องผลักดันน้ำอีก ๖๑๗ เครื่อง แล้วก็เครื่องจักรสนับสนุนอื่น ๆ อีก ๒,๔๗๖ เครื่องด้วยกันครับ ดังนั้นเองในเรื่องของความความพร้อมในการบริหารจัดการน้ำ ของกรมชลประทาน ในส่วนของเครื่องไม้เครื่องมือ เรามีความเชื่อว่าเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ จะมีความพร้อมใช้งานในวันที่เกิดสถานการณ์น้ำมามาก นอกจากนี้ครับ ผมนำเรียนว่า ในช่วงภาคเหนือตอนบนเราก็มีเขื่อนที่สำคัญอยู่ ๔ เขื่อนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อย เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อย่างที่ผมนำเรียนครับ ขณะนี้ความจุของ เขื่อนทั้ง ๔ เขื่อนอยู่ที่ประมาณ ๓๙ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีประมาณใกล้เคียง ซึ่งน้อยกว่าปีที่แล้ว อยู่นิดหน่อย ดังนั้นเอง การบริหารจัดการน้ำในส่วนนี้ เราก็ใช้หลักในการบริหารเขาเรียกว่า Curve Rule นะครับ Curve Rule ก็หมายความว่า ในช่วงบริหารน้ำในช่วงหน้าแล้งเราต้อง เก็บกักน้ำไม่ให้ต่ำกว่าเส้นที่ทางกรมชลประทานได้กำหนดไว้นะครับ ในส่วนช่วงเวลาที่อยู่ใน หน้าฝน เขาใช้คำว่า Upper Rule Curve ก็หมายความว่า เราต้องบริหารจัดการน้ำไม่ให้สูง กว่าเส้นที่ได้กำหนดเอาไว้ นั่นคือหลักการในการบริหารจัดการน้ำหลัก ๆ ของกรม ชลประทานที่ได้ทำนะครับ ผมเกรงว่าเวลาจะไม่พอ ผมก็ตอบคำถามแรกของท่านสมาชิก ท่านปรเมษฐ์ จินา ไว้เพียงแค่นี้ก่อน ขอบพระคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ขอเชิญท่านปรเมษฐ์ใช้สิทธิในรอบที่ ๒ ครับ🔗

นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

ครับ ก็อยากจะสร้างความมั่นใจให้กับ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรในส่วนที่เป็นเส้นเลือดหลักนะครับ ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน แล้วก็ในส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในส่วนของ การผันน้ำแม่น้ำชี แม่น้ำมูล ไม่มั่นใจว่าในส่วนของทางกระทรวงได้มีแผนเพื่อที่จะคลาย ความทุกข์ หรือว่าความกังวลใจของเกษตรกรใน ๒ พื้นที่หลัก ที่เป็นเส้นเลือดหลักของ ประเทศไทยหรือไม่ครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สส. จังหวัดฉะเชิงเทรา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ต้องขอบพระคุณ ในความเป็นห่วงนะครับ ถึงแม้ว่าท่านเพื่อนสมาชิกท่าน สส. ปรเมษฐ์ จินา จะเป็นคน สุราษฎร์ธานีเป็นคนใต้ แต่ท่านก็ได้เป็นห่วงในเรื่องของสถานการณ์น้ำในระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ในคำถามแรกที่ท่านถามไป แล้วตอนนี้ท่านก็มาถามในเรื่องของ การบริหารจัดการน้ำในภาคอีสานทั้งตอนบนและตอนล่างนะครับ🔗

ผมต้องนำเรียนครับ ในประเด็นแรกที่ท่านถาม ก็คือในเรื่องของเกษตรกร กรมชลประทานเราต้องนำเรียนว่าแนวทางการทำงานในยุคสมัยของท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เรามีการประสานงานกับในพื้นที่ เราทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่มาโดยตลอดครับ ดังนั้นเองการทำงานในเรื่องของการบริหารน้ำ ในช่วงน้ำแล้งก็ดี หรือว่าในช่วงน้ำท่วมก็ดี เราต้องรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร ผมนำเรียนอย่างนี้ครับว่า ๑. นโยบายที่กรมชลประทานได้ทำ ที่ถูกสั่งการมาโดยท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า นั่นก็คือการที่จะต้องไปประชาสัมพันธ์ ไปสื่อสารกับพี่น้องเกษตรกร ในการที่จะให้เลื่อนฤดูกาลปลูก หมายความว่าเรารู้อยู่แล้ว มันมีการคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาก็ดี มีการเก็บหลักฐานข้อมูลเชิงสถิติก็ดีว่า ในช่วงไหนของปีจะเป็นช่วงที่ในพื้นที่แต่ละพื้นที่ ในแต่ละจังหวัด ในแต่ละอำเภอ ในแต่ละ ตำบล จะมีโอกาสที่น้ำจะเข้าท่วมในพื้นที่ไร่ พื้นที่นา พื้นที่สวนของพี่น้องเกษตรกร ดังนั้นเอง เราปรับการทำงานร่วมกันกับพี่น้องประชาชนเกษตรกรครับ ในการที่จะเลื่อนการระบายน้ำ ในการบริหารจัดการน้ำส่งน้ำไปยังพี่น้องเกษตรกรนะครับ ซึ่งต้องนำเรียนท่าน สส. ปรเมษฐ์ จินา อย่างนี้ครับว่า ผลตอบรับในพื้นที่ที่กรมชลประทานได้ทำร่วมกับพี่น้องเกษตรกรเป็นที่ น่าพอใจนะครับ เมื่อก่อนนี้พี่น้องเกษตรกรปลูกไปปุ๊บพอปลูกไปสักพักน้ำก็ล้น น้ำก็เข้าไป ในที่นา ที่สวน ที่ไร่ ของเขาทำให้พืชผลเสียหาย ดังนั้นเอง เนื่องจากการปรับปฏิทินในการ เพาะปลูกที่กรมชลประทานทำร่วมกับพี่น้องเกษตรกร ทำให้หลาย ๆ ครัวเรือนได้ปรับปฏิทิน ในการเพาะปลูกเร็วขึ้น เพื่อหนีน้ำท่วม ดังนั้นเองพอพี่น้องเกษตรกรได้ปรับปฏิทินของเขาแล้ว กรมชลประทานเราก็มีความจำเป็นที่จะต้องปรับปฏิทินของกรมชลประทานให้เข้ากับพี่น้อง เกษตรกร ในการที่จะปล่อยให้เขาใช้ก่อนเวลาที่เราวางแผนไว้ ดังนั้นเองการลดความเสียหาย ในเรื่องของพืชสวน นา ก็ทำได้ดียิ่งขึ้นนะครับ แล้วก็ผมนำเรียนว่า ในส่วนของบางพื้นที่ต้อง นำเรียนว่ายังไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำ นี่ก็คือเป็นอีกนโยบายหนึ่งที่ในอนาคตอันใกล้นี้ กรมชลประทานมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างแหล่งน้ำเพิ่มขึ้น เพื่อที่จะทำดำเนินนโยบาย หรือว่ามาตรการต่าง ๆ ในทำนองที่ผมได้นำเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับ ในการที่จะร่วมกันปรับเวลาของปฏิทินในการที่จะทำเกษตรให้กับพี่น้องประชาชนครับ🔗

ในส่วนของแม่น้ำชี แม่น้ำมูล ซึ่งอยู่ในภาคอีสานนะครับ ผมหาเอกสารไม่เจอ แต่นำเรียนว่าจริง ๆ แล้วแม่น้ำชี ถ้าผมจำไม่ผิดแม่น้ำชีเรามีลุ่มน้ำที่มีขนาดความยาว ยาวที่สุดในประเทศไทย เรามีเขื่อนที่คอยกักเก็บน้ำ คอยบริหารจัดการน้ำอยู่ ๖ เขื่อนด้วยกัน ส่วนแม่น้ำมูลอีก ๒ เขื่อน แต่ว่าอย่างไรก็ตามครับ ทั้งแม่น้ำชี แม่น้ำมูล ๒ สายน้ำจะไหลมา รวมกันที่อ่างเก็บน้ำ หรือว่าเขื่อนเก็บน้ำที่จังหวัดอุบลราชธานี ที่เขาเรียกว่า M7 ปีนี้ผมได้คุย กับทางกรมชลประทานครับ นโยบายและมาตรการของกรมชลประทานก็คือว่า ในส่วนของ แม่น้ำชี ๖ เขื่อนด้วยกัน เราทำการยกประตู หมายความว่าเราเร่งระบายน้ำไปเรื่อย ๆ ก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้วันที่น้ำฝนมามากกว่านี้ จะต้องทำการเร่งระบายน้ำจนเกินกำลัง นอกจากนั้นเอง เรายังมีการทำยกทำนบดิน ในเขตลุ่มแม่น้ำที่อยู่ในบริเวณของจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อที่จะ ทำให้เราสามารถระบายน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นอีก ๑.๕๐ เมตร นี่คือมาตรการที่เราทำ แล้วนอกจากนี้ ผมนำเรียนว่ากรมชลประทานเราทำงานร่วมกับประปาก็ดี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตก็ดี ในการบริหารจัดการน้ำ ในการที่จะต้องประสานกับทางประปาในพื้นที่ในการที่จะแจ้งว่า ขณะนี้นโยบายหรือว่ามาตรการแนวทางในการบริหารจัดการน้ำในการปล่อยน้ำของ กรมชลประทานเราจะทำในระยะไหน ระยะเบา ระยะกลาง หรือระยะเร่งด่วน ซึ่งตอนนี้ผมนำเรียนว่าการบริหารจัดการน้ำ ถ้าตรวจสอบเป็นตัวเลขแล้ว การบริหารจัดการน้ำ ในลุ่มแม่น้ำชี แม่น้ำมูล เราสามารถรับมือได้ดียิ่งขึ้นนะครับ แล้วก็เชื่อว่าผลกระทบต่อพี่น้อง ประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรจะมีน้อยลงมากกว่าปีก่อน ๆ ครับ จึงขออนุญาต นำเรียนตอบคำถามเพื่อนสมาชิกผ่านท่านประธานไปยังท่าน สส. ปรเมษฐ์ จินา ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เรียนท่านรัฐมนตรีครับ ยังพอมีเวลานะครับ เห็นท่านรัฐมนตรีเร่งรีบในการ ตอบมาก ข้อมูลเยอะนะครับ อย่างไรท่านปรเมษฐ์คงใช้เวลาไม่หมดครับ ก็สามารถที่จะตอบ แล้วก็ให้รายละเอียดเพิ่มเติมได้ในภายหลังนะครับ เชิญท่านปรเมษฐ์ใช้สิทธิในรอบที่ ๓ ครับ🔗

นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

ก็เรียนผ่านไปยังท่านประธาน อันนี้ ก็ไม่เป็นคำถามแล้ว เมื่อสักครู่นี้ก็ได้ทำหน้าที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำงานเพื่อชาติไปแล้ว ตอนนี้ก็ขอทำงานเพื่อคนสุราษฎร์ธานีอีกสักนิดหนึ่ง ก็ขอฝากในส่วนของท่านรัฐมนตรี นะครับว่า ในระบบชลประทานของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ณ วันนี้เราก็มีโครงการที่ดำเนินการ อยู่หลายโครงการนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้น อยากจะฝากให้กำชับหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ไปดู โครงการทุกโครงการที่ดำเนินการไปแล้วให้สามารถใช้งานได้ เพราะว่าบางส่วนบางที ชาวบ้านก็ยังติดขัดอยู่บางประการ ที่ไม่สามารถจะนำมาใช้งานได้อย่างเป็นรูปธรรม แล้วที่สำคัญเขาก็บอกว่า ถ้าต้องการที่จะแก้ปัญหาน้ำท่วมนะครับ ต้องเสนอช่วงหน้าแล้ง เพราะจะได้มีการเตรียมการทันนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร นะครับ ก็ปรับคณะรัฐมนตรีเที่ยวหน้า สอบผ่านแล้ว ก็ขอให้ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผมเห็นเวลาของผมเหลืออีก ๓ นาที ผมมือใหม่ผมก็ต้องเร่งนะครับ ผมกลัวท่านประธานจะให้ผมพูดแค่ ๓ นาที แต่ว่า ขอบพระคุณท่านประธานที่ท่านกรุณานะครับ ที่บอกว่าเนื่องจากเวลาของผู้ถามยังเหลืออีก แล้วเวลาของผมเหลืออีก ผมก็จะพยายามตอบคำถามของท่านผู้ที่ถามกระทู้ ท่าน สส. ปรเมษฐ์ ให้มากที่สุดแล้วกันครับ🔗

ในส่วนของโครงการต่าง ๆ ของกรมชลประทาน จริง ๆ แล้วมันก็เกิดขึ้น ในทุกภูมิภาค ไม่ใช่เฉพาะในภาคใต้ ไม่ใช่เฉพาะในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมต้องนำเรียนว่า ในรายละเอียดคงจะไปจำแนกเฉพาะแต่ละโครงการคงจะใช้เวลามากจนเกินไป แต่ผม นำเรียนผ่านท่านประธานไปยังที่ประชุมอย่างนี้ครับว่า หลายโครงการที่ทาง กรมชลประทาน ได้อนุมัติงบประมาณแล้วก็ทำการก่อสร้างเสร็จไปแล้ว เราได้มีการถ่ายมอบภารกิจ ถ่ายมอบ อาคาร ถ่ายมอบสถานีสูบน้ำไปให้ท้องถิ่นเขาดูแลต่อ ซึ่งตรงนี้มันก็เป็นไปตามหลักของ พ.ร.บ. ถ่ายโอนแห่งชาติอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ดีครับ ผมนำเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังเพื่อนสมาชิกว่าการถ่ายโอนผมต้องยอมรับครับว่า ในการปฏิบัติจริงมีปัญหาพอสมควร หลายที่ หลายจังหวัด ที่ท่านเจ้ากระทรวงท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ลงไปพื้นที่ ในการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเวลาน้ำท่วมก็ดี หรือว่าน้ำแล้งก็ดี เราติดปัญหา อุปสรรคใหญ่อุปสรรคหนึ่ง ก็คือว่าสิ่งที่เราถ่ายโอนลงไปยังท้องถิ่นแล้ว แล้วท้องถิ่น เขาอาจจะยังไม่มีความพร้อมในการบริหารจัดการในการซ่อมแซม หรือแม้แต่กระทั่งในเรื่อง ของตัวเงินงบประมาณที่จะนำมาใช้ซ่อมในส่วนของอาคารต่าง ๆ ในส่วนของสถานีต่าง ๆ เราทราบดีครับ ขณะนี้เรากำลังรวบรวมข้อมูลที่เป็นภารกิจที่กรมชลประทาน หรือแม้แต่ กระทั่งกรมพัฒนาที่ดินเราถ่ายโอนไปให้ท้องถิ่นแล้วนะครับ เราก็รวบรวมข้อมูล แล้วเรา ก็เชื่อว่าเราก็จะหาทางในการที่จะแก้ไขนะครับว่า ในสถานที่หรือว่าอาคารสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่ทำการถ่ายโอนไปแล้ว เราจะช่วยเหลือแก้ไขให้ได้อย่างไร🔗

ในส่วนของการบริหารจัดการน้ำในจังหวัดสุราษฎร์ธานีนะครับ วันนี้ผมก็ได้ ตอบคำถามท่าน สส. ปรเมษฐ์ จินา จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งผมก็ต้องนำเรียนอย่างที่ ผมบอกไปครับ มันมีโครงการต่าง ๆ ที่กรมชลประทานเราพยายามจะเร่งรัดให้สำเร็จ ให้แล้วเสร็จ ทราบมาว่าจะมีอย่างน้อย ๆ ๒ โครงการใหญ่ที่ขณะนี้ในเรื่องของการบริหาร จัดการน้ำแล้งและน้ำท่วมที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมจำชื่อไม่ได้ แต่เราคาดการณ์ว่าขณะนี้ แบบเสร็จแล้วนะครับ ขณะนี้เหลือแต่ว่ารองบประมาณ ถ้าเราได้งบประมาณเมื่อไร เราก็จะ ทำการก่อสร้างนะครับ ซึ่งผมเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องจังหวัดสุราษฎร์ธานี นอกจากนี้ครับ ผมนำเรียน ผ่านท่านประธานไปยังท่าน สส. ปรเมษฐ์ จินา ผมไม่ได้อยู่บนบัลลังก์นี้ตลอดนะครับ เวลาที่ ปกติผมก็ลงไปทำหน้าที่ข้างล่าง ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง ดังนั้นเองผมเชื่อว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน หรือว่าแม้แต่กระทั่งหน่วยงานอื่น ๆ อีก ๒๑ หน่วยงาน ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ เรายินดีที่จะ รับฟังความเห็น รับฟังคำแนะนำ ข้อแนะนำจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในทุก ๆ จังหวัดอยู่แล้วนะครับ ดังนั้นเองถ้ามีโอกาสผมก็คงจะต้องไปพูดคุยกับท่านว่า ในส่วนของ การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี มันขาดตกบกพร่องอะไรไปบ้าง ตรงไหนที่เป็นปัญหาอุปสรรคบ้าง เจ้าหน้าที่เป็นอย่างไรบ้าง เพราะต้องนำเรียนครับว่า ขณะนี้ผมปฏิเสธไม่ได้ว่ามีปัญหาบางจุดบางพื้นที่จริง ๆ อย่างที่ท่าน สส. ปรเมษฐ์ จินา ได้อภิปรายไป ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดตราดก็ดี จังหวัดชัยภูมิก็ดี หรือแม้แต่กระทั่งในอนาคต ข้างหน้า ในจังหวัดอื่น ๆ ซึ่งอาจจะเกิดปัญหา ซึ่งผมต้องนำเรียนว่า ในส่วนของอาคารต่าง ๆ หรือว่าเครื่องไม้เครื่องมือบางที่มันก็เกิดการหละหลวม เนื่องจากอายุการใช้งานมันมี พอสมควร แต่ก็ได้รับการสั่งการจากท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้เจ้าหน้าที่ในแต่ละ ส่วนที่มีความเกี่ยวข้องภายใต้สังกัดของกรมชลประทานลงไปดูแล ไปดูสิว่าบานประตู เป็นอย่างไร ไปดูสิว่ามีตรงไหนชำรุดเสียหายหรือไม่ แล้วก็ให้พนักงาน ให้เจ้าหน้าที่ของ กรมชลประทานทุกคน ช่วงนี้ไม่มีวันหยุดนะครับ ห้ามหยุด ถึงแม้ว่าจะเป็นวันหยุด ตามปฏิทินก็ตาม ให้โยนปฏิทินทิ้งไป แล้วก็ให้ตรวจตรา ให้รายงาน แล้วก็ให้ทำการคาดคะเนว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ เรามีข้อมูลรวมกับกรมอุตุนิยมวิทยา กรมพยากรณ์อะไรอยู่แล้ว ในการที่ จะคาดการณ์ปริมาณน้ำฝนว่าปริมาณอ่างเก็บน้ำทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก ประตู ระบายน้ำ ความสามารถในการระบายน้ำออกไปยังคลองย่อย คลองซอยต่าง ๆ ที่ไหน มีปัญหาอะไรไหม ให้ทำการบ้านในส่วนนี้ เพื่อที่จะเตรียมตัวรับน้ำที่คาดการณ์ว่าในอนาคต ข้างหน้านี้เราก็จะมีน้ำฝนเพิ่มเติมลงมาในประเทศของเรา ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้ ดังนั้นเองผมนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกครับว่า เราพร้อม จะทำงานร่วมกับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่อยู่แล้วนะครับ ก็ขอตอบแค่นี้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณนะครับ เป็นอันว่าเสร็จสิ้นกระทู้ถามสดของท่านปรเมษฐ์ จินา นะครับ กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ระเบียบวาระต่อไปนะครับ🔗

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗

๑. เรื่อง ขอติดตามโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบ ส่งน้ำและการก่อสร้างอาคารถังพักน้ำในพื้นที่ตำบลเขาขลุง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

ซึ่งเป็นการเลื่อนมาจากครั้งที่ ๖ วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ กรกฎาคม มีหนังสือจาก สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ท่านธรรมนัส พรหมเผ่า ติดภารกิจสำคัญ จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนครับ ขอเชิญท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรครวมไทยสร้างชาติ ก่อนจะถามกระทู้ท่านรัฐมนตรี อรรถกร ศิริลัทธยากร ผมขออนุญาตหารือท่านประธานนิดหนึ่งครับ เนื่องจากให้บรรยากาศในการประชุมนั้น ราบรื่น เพราะว่าประธานเองกับผมก็เคยมีความเห็นต่างในเรื่องของการถามกระทู้มาแล้ว แล้วก็เพื่อให้การประชุมในครั้งนี้มีความราบรื่น ท่านประธานครับ เนื่องจากข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร การถามกระทู้มี ๓ ประเภท ท่านประธานทราบดีอยู่แล้วครับ ๑. กระทู้ถามสด ๒. กระทู้ถามทั่วไป ๓. กระทู้ถามแยกเฉพาะ กระทู้ถามสดสามารถทำได้ ๓๐ นาที ถามได้ ๓ คำถาม อันนี้อยู่ในข้อบังคับ กระทู้ถามแยกเฉพาะถามได้ ๒๐ นาที เมื่อมีการกำหนดระยะเวลา โดยเจ้าหน้าที่สภาเขาจะแบ่งกัน ผู้ถามครึ่งหนึ่ง ผู้ตอบครึ่งหนึ่ง ก็คือท่านรัฐมนตรีกับ สส. แบ่งกันคนละครึ่ง ทีนี้กระทู้ถามทั่วไปไม่ได้มีการระบุระยะเวลาในข้อบังคับ ซึ่งผมเองก็เป็นกรรมาธิการ ที่ยกร่างข้อบังคับนี้ แล้วก็รู้ระเบียบดี รู้ข้อบังคับสภา ผมว่าใน สส. นี้ ผมก็คิดว่าไม่แพ้ใครครับ ท่านประธาน ทีนี้ก็อยากจะเรียนปรึกษาท่านประธานครับว่า กระทู้ถามทั่วไป แนวปฏิบัติ เราก็ขอ ๓๐ นาที ๓๐ นาที ก็คือผู้ถามครึ่งหนึ่ง ก็คือ ๑๕ นาที แล้วก็ท่านรัฐมนตรีมาตอบ ก็ ๑๕ นาที ทีนี้เมื่อมางวดที่แล้วท่านประธานกับผมอาจจะเห็นต่างกัน ไม่เป็นไรครับ เรื่องมันผ่านมาแล้ว แต่วันนี้เพื่อให้เกิดการประชุมมันชัดเจน ผมจะขอใช้เวลาที่มีอยู่ ๑๕ นาที ตามสิทธิที่ข้อบังคับได้ระบุไว้ ท่านประธานมีความเห็นอย่างไรครับ โดยการถาม กระทู้ข้อบังคับก็บอกว่าไม่เป็นการอภิปราย ก็จริงครับท่านประธานไม่เป็นการอภิปราย แต่การถามกระทู้ก็ต้องชี้แจงรายละเอียดของปัญหาหรือโครงการ ให้ท่านรัฐมนตรีที่มาตอบ และพี่น้องประชาชนที่ติดตามการถามกระทู้ได้เข้าใจว่า สส. นั้นเอากระทู้มาถามนี้ มีปัญหา อะไร เพื่อให้ทางท่านรัฐมนตรีได้มาตอบ แล้วพี่น้องประชาชนก็จะได้รับฟังเพื่อให้เกิดความ เข้าใจ ก็เลยขอปรึกษาท่านประธานว่าครั้งนี้ผมขอใช้สิทธิ ๑๕ นาที ในการชี้แจงรายละเอียด แล้วก็ถามกระทู้ครั้งนี้ท่านประธานติดขัดหรือไม่ ประการใดครับ ขออนุญาตเรียนปรึกษา ท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ เรียนท่านอัครเดชนะครับ การวินิจฉัยครั้งนั้นก็แน่นอนเรามีความเห็น ที่ต่างกันได้ แต่ผมจำเป็นที่จะต้องควบคุม ไม่ใช่แค่เพียงกระทู้ใดกระทู้หนึ่งเท่านั้น แต่ว่า ระเบียบวาระของทั้งวันเลย และในวันนั้นมันค่อนข้างมีเรื่องที่ต้องปรึกษา แล้วก็ Discuss กันเยอะมาก ก็เลยต้องจำกัดกระทู้ถามทั่วไปให้อยู่ในเวลาที่เหมาะสม ส่วนในวันนี้ ถ้าเราดู ในข้อบังคับ กระทู้ถามทั่วไปก็เป็นดังที่ว่าครับ ก็คือว่าไม่ได้มีการระบุเวลา ก็จะอยู่ไม่ให้เกิน ๒๐-๓๐ นาที แล้ววันนี้ก็มีกระทู้ถามที่เลื่อนด้วย เพราะฉะนั้นก็ยืนยันกับท่านอัครเดชได้เลยครับ ท่านสามารถใช้เวลาเต็มที่ได้ ๑๕ นาทีครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ขอบคุณท่านประธานครับ ก็จะใช้ เวลาที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน แล้วก็จะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ แล้วก็จะไม่วกวนซ้ำซากครับท่านประธาน🔗

ขออนุญาตเรียนเข้าสู่วาระการถามกระทู้นะครับ เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผมได้ทำกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ขอติดตามโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ และการ ก่อสร้างอาคารถังพักน้ำ ในพื้นที่ตำบลเขาขลุง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เนื่องด้วย เกษตรกรในพื้นที่ตำบลเขาขลุง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ประสบปัญหาภัยแล้ง ไม่สามารถทำการเพาะปลูกข้าวนาปีและสินค้าเกษตรอื่นได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นประจำทุกปี ในพื้นที่ดังกล่าวต้องอาศัยน้ำฝน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติเพียงอย่างเดียว เกษตรกรต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยการขุดบ่อพัก แต่เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็น ดินทรายไม่สามารถอุ้มน้ำได้ และบางครั้งฝนตกน้อย ทำให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ ประชาชนต้องประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อทำการเกษตรอุปโภคบริโภค ซึ่งต่อมา กรมชลประทานได้จัดสรรงบประมาณจัดทำโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ และการก่อสร้างอาคารถังพักน้ำ เป็นแหล่งเก็บกักน้ำในการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตร ได้ดำเนินการตามแผนงานก่อสร้างในระยะที่ ๑ ก็คือสถานีสูบน้ำบ้านห้วยดอกไม้ ติดตั้งอยู่ที่ หมู่ ๑ ตำบลเขาขลุง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ปัจจุบันโครงการ ดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้าตามแผนการก่อสร้างในระยะที่ ๒ ก็คือสถานีสูบน้ำบ้านไผ่สามเกาะ ท่านประธานที่เคารพครับ การที่ผมได้ทำกระทู้ในครั้งนี้ เนื่องจากพี่น้องเกษตรกรในเขต ตำบลเขาขลุง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี มีปัญหาความเดือดร้อนเรื่องน้ำในการทำ การเกษตร น้ำในการทำการเกษตรนั้นถือว่ามีความสำคัญมาก ที่ไหนมีน้ำที่นั่นก็จะมีความมั่งคั่ง มีรายได้ ที่ตำบลเขาลุง อำเภอบ้านโป่ง ที่ผมได้ดูแลพี่น้องประชาชนนั้น อำเภอบ้างโป่ง ประกอบไปด้วยตำบลต่าง ๆ ทั้งหมด ๑๕ ตำบล ๑๕ ตำบลนี้ ตำบลเขาขลุงถือว่าเป็นตำบล ที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุด แล้วก็อยู่ห่างไกลตัวอำเภอบ้านโป่ง หรือตัวตลาดบ้านโป่งมากที่สุด ในพื้นที่ของตำบลเขาขลุงนั้นมีถึง ๑๘ หมู่บ้าน แต่ ๙ หมู่บ้านอยู่ในพื้นที่ดอน แต่อีก ๙ หมู่บ้านอยู่ในพื้นที่ลุ่ม ซึ่งมีระบบชลประทานเข้าถึง การที่มีระบบชลประทานเข้าถึงนั้น พี่น้องเกษตรกรสามารถทำได้ทั้งข้าวนาปีและข้าวนาปรัง แล้วพื้นที่ตรงนั้นพี่น้องเกษตรกรในตำบลเขาขลุง อำเภอบ้านโป่ง ก็จะทำนา ซึ่งถือว่าเป็น อาชีพที่มีมาเก่าแก่ แล้วก็มีน้ำในการทำนาเพียงพอ แต่ว่าพื้นที่ดอนพี่น้องเกษตรกร ก็จะทำนาบ้าง ทำอ้อยบ้าง ทำมันสำปะหลังบ้าง เนื่องจากน้ำในการทำการเกษตรนั้น ไม่เพียงพอ ผมเองเมื่อเป็นผู้แทน ในสมัยที่แล้วได้ทำกระทู้แก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ ดังกล่าวของตำบลเขาขลุง ๙ หมู่บ้าน ให้กับทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในสมัยนั้น มาร่วมกันคิดแล้วก็แก้ปัญหา ซึ่งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ในสมัยนั้น ขอเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านประภัตร โพธสุธน ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งท่านเป็น สส. อยู่จังหวัดสุพรรณบุรี ท่านก็ได้แนะนำผม ในเวทีกระทู้ถามแยกเฉพาะครับ บอกว่า สส. อัครเดช ไปดูจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งทำโครงการ ผันน้ำ โดยทำสถานีสูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยามาเก็บไว้ที่บนอำเภอหลาย ๆ อำเภอในจังหวัด สุพรรณบุรี ไม่ว่าจะเป็นดอนเจดีย์ก็ดี ไม่ว่าจะเป็นเดิมบางนางบวชก็ดี ซึ่งบางพื้นที่เมื่อก่อน น้ำไม่พอทำนา แต่ปัจจุบันนี้ ตั้งแต่มีสถานีสูบน้ำ ก็ทำให้พี่น้องเกษตรกรทำได้ทั้งนาปีและ นาปรัง ผมเองก็ให้ทางทีมงาน สส. ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมชลประทานไปดูงานที่สุพรรณบุรีครับ แล้วก็กลับมาทำโครงการนี้ครับท่านรัฐมนตรี ก็คือทำโครงการสถานีสูบน้ำ สูบน้ำจากคลอง ชลประทานที่บ้านไผ่สามเกาะ ตำบลเขาขลุง ไปเก็บไว้บนเขา นี่คือสถานีสูบน้ำบ้านห้วยดอกไม้ แล้วอีกสถานีหนึ่ง ก็คือสถานีสูบน้ำบ้านไผ่สามเกาะ สูบน้ำไปเก็บไว้ที่อ่างเก็บน้ำสาธารณะ ที่บ้านสัมมาราม หมู่ ๑๔ ซึ่งเป็นพื้นที่ไกลสุด แล้วก็อยู่สูงสุดในเขตตำบลเขาขลุง แล้วก็ ปล่อยน้ำลงมาตามแหล่งน้ำสาธารณะ ทีนี้ประเด็นปัญหามันอย่างนี้ครับว่า ปัจจุบันนี้ สถานีสูบน้ำบ้านห้วยดอกไม้ได้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว โดยสร้างถังคอนกรีตในการที่จะ เก็บน้ำแล้วก็ปล่อยลงมา ปัจจุบันนี้ทางท่อที่จะกระจายน้ำไม่ได้มากับสถานีสูบน้ำด้วย ทำให้การกระจายน้ำปัจจุบันนี้ยังไม่สามารถใช้น้ำจากสถานีสูบน้ำบ้านห้วยดอกไม้ที่ไปเก็บ บนเขาได้ ก็คือปัจจุบันนี้มี Tank น้ำเก็บน้ำได้แล้ว แต่ไม่มีระบบกระจายน้ำ ผมเองก็ได้นำ ปัญหาดังกล่าวไปเรียนปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดในสมัยนั้นนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านผู้ว่ารณภพ เหลืองไพโรจน์ ท่านก็ดีครับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นความเดือดร้อน ท่านก็ให้งบจังหวัด มาทำท่อเดินกระจายน้ำที่สถานีสูบน้ำ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

นี่ครับ ให้ท่านประธานเห็น นี่คือ ผมไปลงพื้นที่กับทางผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ ๑๓ ผอ. พงษ์ศักดิ์ ฤทธิสมิต ในปี ๒๕๖๕ แล้วก็ได้ลงไปสำรวจพื้นที่ที่เป็นภัยแล้ง ตรงนั้นทำฝนหลวงเป็นประจำ แต่ทำ ฝนหลวง ท่านรัฐมนตรีครับ ฝนไม่ค่อยตกครับ เพราะว่าเนื่องจากสภาพภูมิประเทศ พอกรมฝนหลวงไปปั้นเมฆ สถานที่นั้นพอฝนจะตก จะตก ลมดูดผ่านช่องเขา ไปตกที่ท่ามะกา ไม่ตกที่บ้านโป่ง ก็ทำให้เกิดภัยแล้ง ก็ทำสถานีสูบน้ำนี้ ปัจจุบันนี้สถานีสูบน้ำตรงนี้ท่อกำลัง เดินอยู่นะครับ นี่คือสิ่งที่เดินหน้าแล้วก็คิดว่ากำลังจะเสร็จเร็ว ๆ นี้ สถานีสูบน้ำที่ ๒ ก็คือ บ้านไผ่สามเกาะ สูบน้ำไปแล้วก็ไปเก็บที่บ้านสัมมาราม ตอนนี้งบประมาณได้แล้ว ผมกลับมา เป็น สส. อีกครั้งหนึ่ง ก็มาติดตามโครงการดังกล่าว ปัจจุบันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การอนุมัติของกรรมาธิการงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ก็ได้ทำโครงการนี้ต่อเป็น เฟสที่ ๒ ก็คือสถานีสูบน้ำบ้านไผ่สามเกาะ กำลังขุดลอกอ่างเก็บน้ำตามธรรมชาติอยู่ ประเด็น ปัญหามันอย่างนี้ครับท่านประธาน เมื่อทำเสร็จ วันนี้ได้คุยกับผู้นำแล้วก็มีความเป็นห่วง เรื่องของค่าไฟ ว่าค่าไฟนั้นเราจะบริหารจัดการอย่างไร เพราะว่าเวลาใช้น้ำก็มีปัญหาเรื่องค่าไฟ ก็เลยขออนุญาตได้เรียนถามท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ครับว่า ท่านมีแนวทางในการบริหารจัดการค่าไฟในกรณีมีค่าไฟจากสถานีสูบน้ำ ทั้ง ๒ แห่ง เพื่อสูบน้ำมาให้เกษตรกรแล้วก็พี่น้องในตำบลเขาขลุง อำเภอบ้านโป่งได้ใช้ ค่าไฟ ดังกล่าวนี้ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน มีมาตรการในการดูแลค่าไฟ ให้กับพี่น้องประชาชนผู้ใช้น้ำหรือไม่ อย่างไร ขออนุญาตเรียนถามท่านรัฐมนตรีผ่าน ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส. จังหวัดฉะเชิงเทรา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

ลำดับแรกต้องขออนุญาตท่านประธานนะครับ กราบขอโทษไปยังท่าน สส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ด้วย ซึ่งทราบมาว่าคิวกระทู้ทั่วไปของท่านที่ท่านถามวันนี้ มันอยู่คิวอาทิตย์ที่แล้ว แต่ว่าอาทิตย์ที่แล้ว ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า และผมติด ราชการเร่งด่วนลงไปพื้นที่ในต่างจังหวัด ก็เลยไม่ได้มาตอบนะครับ จึงเป็นที่มาที่ไปทำให้ทาง ท่าน สส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้มาถามกระทู้ทั่วไป เลขที่ ๒๑๗ ในวันนี้นะครับ ผมขออนุญาตนำเรียนภาพรวมก่อนครับ ผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับว่า ตำบลเขาขลุง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี อย่างที่พี่มุ่งของผม ท่าน สส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้อภิปรายถามกระทู้ไปเมื่อสักครู่นี้ ว่ามีพื้นที่ทั้งหมดถึง ๕๑,๗๖๙ ไร่ ด้วยกัน โดยพื้นที่ ๕๐,๐๐๐ กว่าไร่นี้ แบ่งเป็นพื้นที่ทางการเกษตรอยู่ ๒๓,๓๘๔ ไร่ ซึ่งก็ต้อง บอกว่าพี่น้องชาวตำบลเขาขลุงเป็นเกษตรกรเสียเป็นส่วนใหญ่ พื้นที่เกษตรกรคิดเป็น ๕๒.๖ เปอร์เซ็นต์ ปัญหาสำคัญของพี่น้องชาวตำบลเขาขลุง ก็อย่างที่ท่านบอกเลยครับว่า ประสบปัญหาภัยแล้ง แหล่งน้ำไม่เพียงพอ ระบบส่งน้ำไม่เพียงพอ ดังนั้นเองครับ ท่านประธาน ผมได้คุยแล้วก็ได้ติดตามการทำงานของท่าน สส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ มาตั้งแต่สมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว ทราบดีว่าท่านทำงานถึงลูกถึงคน นอกจากท่านจะไปช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนแล้ว ในสภาท่านก็ติดตามโครงการต่าง ๆ ความคืบหน้าต่าง ๆ ที่จะแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ ผ่านกลไกของรัฐสภาแห่งนี้ ผมต้องขออนุญาตอย่างนี้ครับว่า ผมก็จะทำการติดตามและเร่งรัดให้ทางกรมชลประทานเร่งทำการก่อสร้างสถานีสูบน้ำ บ้านไผ่สามเกาะ ซึ่งต้องถือว่าเป็นเฟสที่ ๒ เป็นระยะที่ ๒ ผมต้องนำเรียนว่า ผมอาจจะใช้ แผนที่นิดหนึ่งนะครับ เพื่อความเข้าใจ ผมนำเรียนผ่านท่านประธานครับ ข้างบนนี้คือ เขื่อนแม่กลอง ส่วนตำบลเขาขลุงน่าจะอยู่บริเวณนี้ จากที่ท่านเห็นนี้ จากเขื่อนแม่กลองมาที่ เขาขลุงระยะทางยาวครับ ขณะนี้ชลประทานได้ดำเนินการดังนี้ครับ เราก็มีคลองใหญ่ของ ชลประทานอยู่แล้วนะครับ ก็มีการส่งน้ำ ระบายน้ำมา อย่างที่ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ บอกครับว่า สถานีสูบน้ำตัวแรกที่ต้องถือว่าเป็นประตูบานแรกที่เราจะสามารถดึงน้ำแล้วก็ส่ง น้ำไปยังพี่น้องเกษตรกรในตำบลเขาขลุง ก็คือสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ บ้านห้วยดอกไม้ ซึ่งทราบมาว่าตัวนี้ดำเนินการไปแล้ว แล้วก็มีการติดตามในการบริหาร จัดการน้ำอยู่ ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ผมเชื่อว่าขณะนี้กรมชลประทานไม่ได้ละเลย ให้เข้าไปดูแลว่าปัญหาอุปสรรคติดตรงไหน แต่ว่าสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ก็คือสิ่งที่ จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องชาวตำบลเขาขลุงอย่างแท้จริง พี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่งก็คือว่า ที่ผมบอกไปครับ โครงการที่ท่าน สส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้ถามก็คือ สถานีสูบน้ำ ด้วยไฟฟ้าบ้านไผ่สามเกาะพร้อมระบบส่งน้ำ ดังนั้นเองพอเราลำเลียงน้ำจากเขื่อนแม่กลอง ลงมาผ่านสถานีส่งน้ำบ้านห้วยดอกไม้ แล้วก็ต่อลงมาที่บ้านไผ่สามเกาะ เราก็จะมีการบริหาร จัดการน้ำในการที่จะส่งเข้าไปในยังใจกลาง ไปยังที่สูงของตำบลเขาขลุงอย่างที่ท่าน สส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้บอกครับ ผ่านคลองส่งน้ำชลประทาน ๑ ขวา ผ่านสถานีสูบน้ำ บ้านห้วยดอกไม้ ระยะ ๑ แล้วก็ผ่านมาจนถึงสถานีสูบน้ำบ้านไผ่สามเกาะ ไปเก็บน้ำในสระน้ำ ที่ทางชลประทานได้กำลังจะลงมือจัดการสร้างสระน้ำให้กับพี่น้องชาวตำบลเขาขลุงนะครับ ผมต้องนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกครับว่า โครงการสถานีสูบน้ำและระบบ ส่งน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านไผ่สามเกาะนี้ ได้เริ่มก่อสร้างตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานะครับ ซึ่งขณะนี้ความก้าวหน้าของโครงการก็อยู่ประมาณเกือบจะ ๒๐ เปอร์เซ็นต์แล้วนะครับ ทางกรมชลประทานคาดว่าเราจะเร่งทำการก่อสร้างโครงการนี้ให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งก็คือ ประมาณเดือนธันวาคม ถ้าเสร็จก่อนก็ดีครับ โดยโครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณก่อสร้าง ทั้งหมด ๘๕ ล้านบาท โดยมีองค์ประกอบของโครงการ ๓ ส่วนด้วยกัน ๑. ก็คือสถานีสูบน้ำ ด้วยไฟฟ้า ๒. เราจะวางระบบท่อส่งน้ำ ซึ่งมีความยาวอย่างน้อย ๗ กิโลเมตร ๓. เราจะขุดสระ เพื่อเก็บน้ำเพิ่มเติมที่เราดึงมาจากเขื่อนแม่กลองอีก ๒ สระด้วยกันนะครับ คาดว่าเราจะสามารถ สนับสนุนน้ำเพื่ออุปโภค เพื่อบริโภค เพื่อนพี่น้องเกษตรกรได้ไม่ต่ำกว่า ๕๐๐ ครัวเรือน ในตำบลเขาขลุง โดยเฉพาะในหมู่ ๑๐ หมู่ ๑๓ หมู่ ๑๔ อำเภอบ้านโป่ง ก็เชื่อว่าโครงการนี้ หลังจากการร่วมไม้ร่วมมือของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นส่วนของหน่วยงานทางภาครัฐ กรมชลประทานก็ดี การผลักดันจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรก็ดี หรือแม้แต่กระทั่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดที่ช่วยกันหาทางออก แล้วผมต้องขอบพระคุณนะครับ ขอบพระคุณท่าน สส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ท่านถือว่าเป็นคนที่พยายามหาแนวทาง หาข้อมูล แล้วก็ไปทำงานร่วมกับพี่น้องในพื้นที่จนทำให้เกิดโครงการที่เป็นประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนในวันนี้ขึ้นมาครับ🔗

ส่วนในเรื่องที่ ๒ ที่ท่านกรุณาได้ถามนะครับว่า แนวทางการหาค่าไฟ ซึ่งต้อง บอกว่า ถึงแม้ว่าโครงการนี้จะเป็นโครงการเครื่องสูบน้ำด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งจริง ๆ แล้ว ผมต้องนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่า เรื่องค่าไฟเป็นปัญหาในทุก ๆ ที่ แต่ว่า อย่างไรก็ดีครับ ในมือผมคือเอกสารที่เป็นข้อตกลงเบื้องต้นร่วมกันระหว่าง ๓ หน่วยงาน ผมต้องขอบพระคุณนะครับ ไม่ว่าจะเป็นทางกรมชลประทานที่มีภาระหน้าที่ชัดเจนครับว่า พอท่านก่อสร้างโครงการสถานีสูบน้ำบ้านไผ่สามเกาะเสร็จปุ๊บ ภายใน ๑ ปี ท่านจะต้อง ทำการส่งมอบไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็คือ อบต. แล้วก็หลังจากนั้นยังไม่จบนะครับ ท่านจะต้องคอยให้คำแนะนำกับกลุ่มที่จะมารับผิดชอบต่อ ในส่วนที่ ๒ ต้องขอบคุณ พี่น้องเกษตรกร ซึ่งในเอกสารข้อตกลงร่วมกัน ราษฎรจะมารวมกลุ่มกัน จะมาจัดตั้งเป็น กลุ่มผู้ใช้น้ำภายในระยะเวลา ๑ ปี หลังจากที่มีการก่อสร้างเสร็จ นอกจากนี้ยังจะมาร่วมกัน รับภาระค่ากระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากการสูบน้ำ แล้วก็จะช่วยเหลือในการรักษาบำรุง ซ่อมแซมคลองส่งน้ำด้วยนะครับ🔗

ในส่วนที่ ๓ ที่อยู่ในข้อตกลงร่วม ต้องขอบคุณองค์การบริหารส่วนตำบลนะครับ ซึ่งขณะนี้มีลายเซ็นของท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาขลุงอยู่ในข้อตกลงร่วมแห่งนี้ ซึ่งจะทำหน้าที่ในการที่จะรับมอบสถานีสูบน้ำภายในระยะเวลา ๑ ปี หลังจากก่อสร้างเสร็จ ๒. จะช่วยบริหารจัดการร่วมกับกลุ่มผู้ใช้น้ำในการที่จะมาดูแลในเรื่องของระยะเวลา หรือว่า การบริหารจัดการสูบน้ำไปยังพื้นที่ให้กับพี่น้องเกษตรกร ๓. ให้การสนับสนุนในด้าน งบประมาณค่าใช้จ่ายภายหลังการรับมอบสถานีสูบน้ำไปบริหารงาน ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้าง พนักงาน ค่าซ่อมแซมบำรุงรักษา หรือว่าสมทบค่ากระแสไฟฟ้า แต่อย่างไรก็ดี ผมนำเรียน ผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกครับว่า ผมได้ประสานกับทางกรมชลประทานว่า ให้ไปหาวิธีขณะนี้ ก่อนที่จะถึงสิ้นปีนี้ที่เราจะสร้างสถานีสูบน้ำพร้อมด้วยระบบส่งน้ำแห่งนี้เสร็จ ทางกรมชลประทานนั้นจะสามารถไปช่วยเหลือได้อย่างไร ไปคุยกับในพื้นที่เสีย ไปคุยกับทาง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่า ในการที่จะลดบรรเทาภาระที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทางหน่วยงานของภาครัฐจะช่วยเหลือได้อย่างไร จึงขออนุญาตตอบคำถามของเพื่อนสมาชิก ผ่านท่านประธานไว้เพียงแค่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านเมื่อสักครู่นี้เจอท่านประธาน พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ที่ห้องแยกเฉพาะ ท่านมาทำหน้าที่ที่ห้องใหญ่ ต้องเป็นกำลังใจท่าน ท่านยังไม่ได้รับประทานข้าวเลยนะครับ ท่านทำงานต่อเนื่อง ก็เรียนพี่น้องประชาชนให้ทราบว่า งานของท่านรองประธานท่านภารกิจมากจริง ๆ มาเจอท่านในห้องนี้ ก็ขอเป็นกำลังใจ ให้ท่านครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ที่ท่านได้ชี้แจงโครงการสถานีสูบน้ำที่ท่านได้ชี้แจง ให้กับพี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรีได้ทราบ ซึ่งผมเองได้รับฟังท่านรัฐมนตรีเบนซ์ หรือท่านรัฐมนตรีอรรถกร ศิริลัทธยากร ตอบนั้น ก็รู้สึกอุ่นใจที่โครงการนี้จะดำเนินการให้กับ พี่น้องประชาชนด้วยความราบรื่น ผมเห็นวิสัยทัศน์ของท่านรัฐมนตรีแล้วก็ต้องชื่นชมในความ เป็นคนรุ่นใหม่ แล้วท่านเองอยู่กระทรวงที่สำคัญ ผมคิดว่าพี่น้องเกษตรกรโชคดีที่เราได้ รัฐมนตรีของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เป็นคนรุ่นใหม่แล้วก็มีวิสัยทัศน์ และที่สำคัญครับ ท่านเข้าใจงานสภา ท่านรัฐมนตรีเบนซ์ให้ความสำคัญกับสภาผู้แทนราษฎรของเรา ซึ่งถือว่า เป็นตัวแทนที่จะนำปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรเข้ามาสะท้อนให้กับท่านรัฐมนตรี ได้ไปดำเนินการแก้ไข ก็ขอชื่นชมท่านรัฐมนตรีมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากสถานีสูบน้ำดังกล่าวเป็นสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า อย่างที่ ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงมาว่าจะต้องมีการบริหารจัดการในลักษณะของกลุ่มผู้ใช้น้ำร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันนี้ละครับ คือปัญหาที่มันเกิดขึ้น ที่ผ่านมาเวลาสถานีสูบน้ำ มีความชำรุดเสียหายขึ้นมา หรือมีค่าน้ำขึ้นมา ในยามที่พี่น้องเกษตรกรมีรายได้พืชผลจาก การเกษตรที่ดีเรื่องของค่าไฟก็ไม่ค่อยมีปัญหา ที่ผมได้รับแจ้งมา ได้รับรายงานจากผู้นำ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการน้ำในลักษณะสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า แต่ว่าถ้าในยามใดที่พืชผลราคาเกษตรมันไม่ค่อยดีเท่าไร พี่น้องประชาชน พี่น้องเกษตรกร ก็ไม่ค่อยมีเม็ดเงินในการที่จะนำมาจ่ายค่าไฟในลักษณะของกลุ่มผู้ใช้น้ำที่ทาง อบต. นั้น เข้ามาร่วมดำเนินการแล้วก็ดูแล จะเห็นว่าหลายที่ อยากจะเรียนท่านรัฐมนตรีครับว่า หลายที่มีปัญหาค้างค่าไฟ หลายที่สถานีสูบน้ำไม่สามารถบริหารจัดการได้ ผมมีข้อเสนอนี้ ครับท่านประธาน นำเรียนท่านรัฐมนตรีอรรถกร ศิริลัทธยากร ครับว่า ขออนุญาต ท่านรัฐมนตรีเบนซ์ลองไปศึกษาอยู่ ๒ แนวทางครับ ๑. ก็คือการเปลี่ยนสถานีสูบน้ำ ด้วยไฟฟ้านี่ไม่ได้เปลี่ยนครับ แต่ว่าเราไปติดตั้งแผงโซลาเซลล์ แล้วก็มี Energy Storage หรือแบตเตอรี่ไปเก็บแล้วก็ทำการสูบน้ำเพื่อลดค่าไฟ เป็นลักษณะของ Hybrid ซึ่งปัจจุบันนี้ แผงโซลาเซลล์ เมื่อวานนี้อยู่กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ตอนนี้ท่านก็ทำโครงการโซลาเซลล์ราคาถูก ซึ่งถือว่าเป็น ทางเลือก พลังงานทางเลือก ให้กับพี่น้องประชาชน ที่ท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ตั้งใจทำให้กับพี่น้องประชาชน ผมฟังแล้วก็เป็น ความหวังที่เราจะได้ใช้พลังงานราคาถูก เพื่อที่จะได้ลดค่าใช้จ่ายทางด้านไฟฟ้า ตรงนี้ อยากเสนอทางท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีอรรถกรครับว่า เป็นไปได้ไหมที่เราจะเอา สถานีสูบน้ำในลักษณะ Hybrid โดยการลดค่าไฟด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพิ่ม เพราะว่าโซลาเซลล์ตอนนี้น้ำมันลดราคาลงมาก แล้วถือว่าปัจจุบันนี้เทคโนโลยีไปไกล แล้วทำ ให้มีประสิทธิภาพในการที่จะเก็บกระแสไฟฟ้าไว้ใช้ ก็ขอท่านรัฐมนตรีได้ศึกษาโครงการนี้ เพิ่มเติม แล้วก็ไม่ใช่ใช้เฉพาะที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เราจะได้ใช้ไปทุกสถานีสูบน้ำ ของกรมชลประทานที่มีลักษณะที่เป็นค่าไฟ ๒. มันมีอยู่กองทุนหลายกองทุนในกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกองทุนจัดรูปที่ดิน หรือกองทุนชลประทานต่าง ๆ อยากให้ ท่านรัฐมนตรีลองไปศึกษาดูว่าเงินกองทุนไหนที่มีงบประมาณหรือเงินกองทุนอยู่เยอะ แล้วสามารถที่จะมาช่วยเหลือด้านนี้ได้ ผมคิดว่าการนำมาช่วยเหลือในการที่จะแบ่งเบาค่าไฟ หรือดูค่าไฟ ดีกว่าเราไปใช้ทางด้านอื่น เพราะว่าตรงนี้เรื่องของน้ำ ท่านประธานครับ เกษตรกรเขาไม่สามารถที่จะเลือกเกิดได้นะครับว่า เขาจะไปเกิดอยู่ในพื้นที่ลุ่มที่มีระบบ ชลประทาน หรือเขาจะมาเกิดบนที่ดอน หรือเกิดบนเขา หรือเกิดในเมือง ทุกคนอยากมีพื้นที่ ของตัวเองอยู่ในพื้นที่ที่เกษตรกรมีน้ำระบบชลประทานถึง แต่ในเมื่อเขาเลือกไม่ได้ สิ่งที่สำคัญคือรัฐต้องไปจัดการตรงนี้ให้กับเกษตรกร เพื่อให้มีน้ำใช้ได้อย่างทั่วถึง ไม่ใช่บางพื้นที่ มีน้ำชลประทานใช้ฟรี บางพื้นที่เป็นที่ดอนต้องเสียเงินค่าไฟเพื่อจะได้มีน้ำชลประทานใช้ มันก็เกิดความเหลื่อมล้ำในการที่จะประกอบอาชีพเกษตรกร ทั้ง ๆ ที่อยู่ตำบลเดียวกัน อำเภอเดียวกัน จังหวัดเดียวกัน แต่หมู่นี้เสียค่าน้ำ เพราะว่าต้องไปจ่ายค่าไฟในการสูบน้ำ แต่หมู่นี้ไม่ต้องเสีย ฉะนั้นตรงนี้คือปัญหาสำคัญนะครับ อยากให้ท่านรัฐมนตรีเบนซ์ ท่านลอง ไปศึกษาดูว่ามีกองทุนไหน เพราะว่าเมื่อสมัยที่แล้วผมเป็น สส. ได้มีโอกาสทำงานใกล้ชิดกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้รู้กลไกหลายกองทุนในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมคิดว่าเงินกองทุนนั้นสามารถผันมาใช้จ่ายค่าไฟให้กับพี่น้องเกษตรกรได้ แล้วก็จะเป็น การลดภาระ เพราะว่าตอนนี้ท่านประธานครับ พืชผลทางการเกษตรก็ไม่ใช่จะดีทุกตัว บางตัวดีก็จริง แต่ดีเนื่องจาก Demand Supply คือออกมาน้อย มีภัยแล้ง El Nino ราคาสินค้าเกษตรก็ขึ้น ขึ้นเนื่องจากหลัก Demand Supply ก็คือของน้อยราคาก็ขึ้น แต่ตอนนี้หลายตัวราคาตก ฉะนั้นเมื่อราคาตกต้องมานั่งจ่ายค่าไฟอีก เพื่อที่จะได้ไปมีน้ำใช้ ในการทำการเกษตร มันก็ไม่ยุติธรรมสำหรับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ตรงนั้น ก็ขอเสนอ ๒ ทางเลือกให้ท่านรัฐมนตรีอรรถกร หรือรัฐมนตรีเบนซ์ของเรา ซึ่งเป็นรัฐมนตรีที่มีวิสัยทัศน์ แล้วก็เข้าใจในเรื่องของหลักวิศวกรรมด้วย ได้เข้ามาดูแลให้กับพี่น้องประชาชนตามข้อเสนอ ที่ได้นำเรียนท่านประธานไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส. จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในส่วนข้อห่วงใยของท่าน สส. มุ่ง ท่าน สส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ แล้วก็ข้อเสนอแนะ ก่อนอื่นผมต้องนำเรียนว่าปัญหาที่ท่านบอกนี้เกิดขึ้นจริง เกิดขึ้นหลายพื้นที่ที่มีการมอบถ่ายโอน ภารกิจในส่วนของสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าไปให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็ในช่วงที่ พี่น้องเกษตรกรมีรายได้ดีมันก็ไม่ได้มีปัญหาอย่างที่ท่านบอกเลย แต่ในช่วงที่สินค้าทาง การเกษตรบางตัวรายได้ไม่ดี ก็มักจะเกิดปัญหาอย่างนี้ ซึ่งผมนำเรียนว่าในความสัตย์จริงเลย แล้วกัน ผมไม่ได้กำกับดูแลกรมชลประทาน แต่ก็มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับกรมชลประทาน ดังนั้นเอง ๒ ข้อแนะนำของท่านเป็นสิ่งที่ผมเชื่อว่าทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราสามารถนำไปต่อยอดได้ โดยเฉพาะในเรื่องที่จะเปลี่ยนสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าในการใช้ เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการที่จะเพิ่มฟังก์ชันที่เป็นโซลาเซลล์เข้าไป เพื่อให้ค่าไฟฟ้าต่าง ๆ ที่เป็นภาระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ดี ของพี่น้องเกษตรกรก็ดี ของพี่น้องกลุ่มผู้ใช้น้ำ ในละแวกนั้นก็ดีให้ลดลงไป ดังนั้นเองในเรื่องนี้ผมเข้าใจว่า ขณะนี้มีการพูดกัน ผมไม่แน่ใจว่า มีการทำโครงการนำร่องในลักษณะนี้ไปแล้วหรือไม่ แต่ว่าแนวทางการทำงานของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เราก็เห็นตรงกันกับท่าน สส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ นะครับ🔗

ในเรื่องที่ ๒ ผมนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่ากระทรวง เกษตรและสหกรณ์เราดูแลกองทุนทั้งหมด ๑๔ กองทุนด้วยกัน ผมก็จะนำไปหารือกับทาง กองทุนต่าง ๆ ว่ามีกองทุนไหนสามารถที่จะนำมาใช้เพื่อแบ่งเบาภาระของพี่น้องเกษตรกรได้ หรือไม่ อย่างไร แต่ว่าอย่างไรก็ดีครับ การนำเงินกองทุนมาใช้นี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวบทกฎหมายด้วย แต่ว่าจะหาทางนะครับ เพราะว่าถ้าเราสามารถทำได้ ผมเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์ ข้อเสนอ ของท่าน สส. อัครเดชจะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนพี่น้องกลุ่มผู้ใช้น้ำ โดยเฉพาะพี่น้อง เกษตรกรทั่วประเทศ ต้องขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปนะครับ🔗

๒. เรื่อง ติดตามความคืบหน้ารายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการสะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี นายสาธิต ทวีผล ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท่านติด ภารกิจสำคัญที่ได้มีการนัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว ขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็น วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๗ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ นะครับ🔗

๓. เรื่อง ขอให้แก้ปัญหาการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง🔗

ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มีหนังสือแจ้งว่าติดภารกิจสำคัญ จึงได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ท่านรัฐมนตรีพร้อมแล้วนะครับ เชิญท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ถามคำถามแรกครับ เชิญครับ🔗

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม เขต ๑ ซึ่งเป็นผู้รับใช้พี่น้องประชาชน อำเภอนาทม อำเภอนาหว้า อำเภอศรีสงคราม และอำเภอบ้านแพง รวม ๔ อำเภอ ก่อนอื่นผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ถามของกระผม เรื่อง ขอให้แก้ไขปัญหาการจำหน่าย สลากกินแบ่งรัฐบาลขายเกินราคา หรือถ้าเรียกเป็นภาษายุโรปก็คือลอตเตอรี่ขายเกินราคา ที่มีปัญหาเรื้อรังมานานหลายสิบปี และต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่ท่านได้สละเวลาอันมีค่าของท่านมาตอบกระทู้ผม เป็นครั้งที่ ๒ ครั้งที่แล้วได้กราบเรียนถามเรื่องเงินดิจิทัลและเมื่อวานนี้ได้ติดตามถ่ายทอดสด ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทั้ง ๒ ท่าน ซึ่งได้ให้เหตุผลเล่าถึงความเป็นมา และเหตุผลจำเป็นที่ต้องมีเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท ให้กับพี่น้องประชาชนอายุ ๑๖ ปีขึ้นไป นั่นคือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่าผมได้ศึกษา ได้อ่าน Poll หรือสำนัก Poll สวนดุสิต ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ทำการสำรวจถาม พี่น้องประชาชนคนไทย ๗๘ เปอร์เซ็นต์ พี่น้องประชาชนคนไทยพบกับปัญหายากจน มีหนี้สินและลูกจ้างเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้าง ทำให้ชีวิตเครียด จึงขอวอนรัฐบาลได้แก้ไขปัญหา ซึ่งโครงการเงินดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างดีมาก และอีกหลาย ๆ โครงการแม้กระทั่งการส่งเสริมการท่องเที่ยว ต่างประเทศมาประเทศไทยไม่ต้องทำ Visa หลายประเทศ หรือส่งเสริมการลงทุนที่ให้นักลงทุนมาลงทุนในประเทศไทย และที่สำคัญที่สุด คือโครงการ Soft Power ก็เป็นอีก ๑ โครงการที่ ๑ ครอบครัว ต่อ ๑ อาชีพที่จะเพิ่มทักษะ เพิ่มความรู้ เพิ่มรายได้ทั่วประเทศทั้งหมด ๒๐ ล้านครอบครัว ๒๐ ล้านคนที่จะได้รับ การส่งเสริมจากรัฐบาลที่นำโดยนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ท่านประธาน ที่เคารพครับ สลากกินแบ่งรัฐบาลของประเทศไทยเรามีมาครั้งแรกในปีพุทธศักราช ๒๔๑๗ มีมา ๑๕๐ ปี แล้วก็มีการขายเกินราคาจากราคา ๘๐ บาท ขายเป็น ๑๐๐ บาท ๑๒๐ บาท ถ้าเป็นเลขชุด ๕ ใบ ขาย ๘๐๐ บาท เฉลี่ยตกใบละ ๑๖๐ บาท จากหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาล เพียง ๘๐ บาท ถ้าเป็นชุดใหญ่ ๑๐ ใบ ขายถึง ๓,๐๐๐ บาท ตกใบละ ๓๐๐ บาท นั่นก็คือ เป็นปัญหา และผมเชื่อมั่นรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านจุลพันธ์ ท่านมีประสบการณ์มาก น่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้กับพี่น้องประชาชนของเราได้ จากสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ผมซื้อมา หรือหลาย ๆ ท่านซื้อ ในหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาล จะพิมพ์ว่า รวมพลังไทยสร้างครอบครัว ชุมชนอุ่นใจ พ้นยาเสพติด ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะปัญหาเรื่องยาเสพติด ยาบ้า มีแพร่ระบาดไปทั่วทุกหมู่บ้าน แล้วผู้ติดยาเสพติดก็ต้อง ได้รับการบำบัดรักษา แล้วก็สร้างอาชีพให้มีอาชีพ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้นำเงิน งบประมาณหรือเงินที่ได้จากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลได้เข้าไปช่วยในชุมชน ไปช่วย ในหมู่บ้าน หรือได้ช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ดีและรวดเร็ว และอีกฉบับหนึ่ง สลากกินแบ่งรัฐบาล สลากสร้างสรรค์เพื่อชุมชน ซึ่งสนับสนุนสินค้า OTOP เครื่องดื่ม อาหาร เสื้อผ้า กระเป๋า ผ้าขาวม้า หรืออื่น ๆ ที่พิมพ์อยู่ในสลากงวดนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่กระทรวงการคลังควรเพิ่มการสนับสนุนพี่น้องประชาชน พี่น้องรากหญ้า คนยากคนจน คนพิการ หรือผู้สูงอายุ นั่นคือสิ่งที่สำคัญมาก เพราะในการขายลอตเตอรี่แต่ละงวด แต่ละครั้ง รัฐบาลก็จะได้เงินที่มีส่วนแบ่งมาจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ผมมีคำถามที่จะถาม ท่านรัฐมนตรีนะครับว่า กระทรวงการคลังมีนโยบายแก้ไขปัญหาการขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ลอตเตอรี่เกินราคาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้อย่างไรครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีเชิญคำถามแรกครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง อีกตำแหน่งหนึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอบพระคุณ ท่าน สส. ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ท่านเป็น สส. ที่มีความหมั่นเพียร แล้วก็ทำงานในสภาอย่าง เข้มแข็ง แล้วก็นำเอาอีก ๑ ปัญหา ซึ่งเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเข้ามาสู่ สภาผู้แทนราษฎร ผมเองมีโอกาสได้มาอยู่ตรงนี้ราว ๑ ปี ที่กระทรวงการคลังนะครับ ก็จะขอ นำเอาความคืบหน้าในความพยายามที่จะแก้ไขปัญหา ในเรื่องของสลากกินแบ่งเกินราคา มาเล่าสู่กันฟังให้กับท่านสมาชิกผ่านท่านประธานนะครับ🔗

ในประเด็นแรกนะครับ ผมขอพยายามที่จะอธิบายอย่างนี้ก่อนว่า ปัญหา สลากเกินราคามันเกิดมาไม่ใช่เพียงแค่ปีนี้ แต่มันเป็นมาโดยตลอด ซึ่งสาเหตุที่สำคัญ มันก็คือหลักการทางเศรษฐศาสตร์ในเรื่องของ Demand กับ Supply สินค้าที่ออกจำหน่าย ในรูปแบบที่เราใช้และคุ้นเคยกันอยู่คือสลากแบบใบ มันเริ่มที่จะไม่ตอบโจทย์กับตลาด ในปัจจุบัน สลากแบบใบมันมีจำนวนที่จำกัด มีเบอร์ที่จำกัด เบอร์ไหนดังก็ความต้องการสูง สุดท้ายราคาก็ถีบขึ้น ในขณะเดียวกันสลากแบบใบเมื่อส่งให้กับผู้จำหน่าย ถึงมือผู้จำหน่ายแล้ว มีตั้งแต่เบอร์ ๐๐ ถึงเบอร์ ๙๙ นะครับ ปัญหาที่เกิดขึ้น ก็คือมีสลากบางเบอร์ที่ขายยากกว่า กับบางเบอร์ที่ขายง่าย เบอร์ที่ขายง่ายก็ถีบราคาสูงขึ้น เป็นเรื่องของ Demand Supply ที่เกิดขึ้น เมื่อมีความต้องการมาก สินค้ามีน้อย ก็เกิดการซื้อขายต่อ ซึ่งกฎหมายไม่ได้ห้ามนะครับ การขายต่อ แต่เรากำหนดห้ามขายเกินราคา แต่เมื่อมีการขายต่อ ก็แน่นอนว่าต้องมีการทำ กำไรกันเป็นทอด ๆ ซึ่งนี่คือปัญหาที่มันเกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน วันนี้เราก็เห็นถึงปัญหานี้ครับ ในระยะสั้นเองท่านถามถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหา ก็จะเล่าให้ฟังราว ๓ เรื่องครับ เรื่องแรกคือระยะสั้นเฉพาะหน้าเลย สิ่งที่รัฐบาลตั้งแต่เป็นรัฐบาลมาแล้วได้กำกับ ในหน่วยงานก็คือ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้ดำเนินการในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อที่จะลดราคาสลากให้มันอยู่ในราคา ๘๐ บาท ตามที่กฎหมายกำหนด เรื่องแรกก็คือ การจัดทำจุดจำหน่ายสลากราคา ๘๐ บาท วันนี้เราได้ความร่วมมือจากหลายส่วนงาน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของจังหวัดเองก็ตาม ซึ่งมีการจัดขายอยู่ในภูมิภาคทุก ๆ จังหวัด อย่างน้อย ๑ จังหวัด ก็คือตัวศาลากลาง จะมีจุดจำหน่ายสลากทั้งสิ้น ๙๖ จุดในเบื้องต้น ๒. ก็คือในส่วนของตัวแทนจำหน่ายประเภทนิติบุคคลที่ได้รับการจัดสรรสลากตั้งแต่ ๑๐๐ เล่มขึ้นไป เราก็จัดให้มีการจัดตั้งศูนย์จำหน่ายสลากราคา ๘๐ บาท ขึ้นมา ๑๐๘ แห่ง ทั่วประเทศ ๓. ในส่วนของจุดจำหน่ายสลากซึ่งเป็นแบบใบ แล้วก็ให้ชำระเงินผ่าน Application เป๋าตังและถุงเงิน อันนี้เรากำหนดเพิ่มขึ้นมาอีกไม่ต่ำกว่า ๙๖๓ จุดทั่วประเทศ กระจายตัวกันอยู่ทั่วไป แต่ถามว่าเพียงพอหรือยัง ยัง และยังอยู่ในแผนของทางสำนักงานสลาก ในการเพิ่มจุดจำหน่ายสลากเหล่านี้ อันนี้เป็นจุดซึ่งเรานำสลากไปลงโดยตรง แล้วก็ให้ พี่น้องประชาชน ให้เอกชนที่มีความเกี่ยวข้องเป็นผู้ดำเนินการในการขายและกำกับให้อยู่ใน ราคา ๘๐ บาทให้ได้นะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ อย่างที่ผมได้เรียนไป ปัญหาในวันนี้มันเกิดจากเรื่องของ Demand Supply แล้วก็โครงสร้างของตัวสลากในแบบปัจจุบันที่มีปัญหามากขึ้น วันนี้ สิ่งที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ทำ สลากที่มีทั้งหมดในระบบตอนนี้ราว ๑๐๔ ล้านเล่ม แบ่งออกเป็นสลากแบบปกติ ๘๐ ล้าน เป็นสลากแบบดิจิทัล ๒๔ ล้าน สลากดิจิทัลนี้ เป็นกลไกที่เราพยายามนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาจับกับเรื่องของการซื้อขายแลกเปลี่ยนสลาก สามารถใช้ Application เช่น เป๋าตัง ซื้อขายสลากได้ เมื่อซื้อแล้วแน่นอนครับมันใช้ผ่าน กลไกของ Application ทำให้สามารถกำหนดราคาได้อย่างแน่นอนว่าจะไม่สามารถตั้งราคา ขายเกินกว่าราคา ๘๐ บาทได้ ซึ่งในจุดนี้ต้องเรียนด้วยความเคารพว่า เราสามารถแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นได้แล้ว ๒๔ ล้าน แต่ในส่วน ๘๐ ล้านที่เหลือ ต้องเรียนด้วยความเคารพว่า เรามีแผนในการที่จะค่อย ๆ ถ่ายโอนเปลี่ยนแปลงเพื่อนำเอาเทคโนโลยีมาจับให้ได้ครบตามจำนวนในที่สุด แต่ต้องยอมรับ ความจริงครับ วันนี้เรามีกลไกเรื่องของสลากมันไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการเสี่ยงโชค ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการซื้อขายแลกเปลี่ยน แต่มันมีกลไกที่เราเอาไว้ช่วยเหลือสังคม ในมิติต่าง ๆ ๑. ท่านก็รู้อยู่แล้วว่าตัวเงินสลากเอง เมื่อมีรายได้เข้ามาเป็นรายได้ของรัฐและ สามารถจัดสรรไปทำการกุศล ไปทำกิจกรรมเกี่ยวกับเรื่องของโรงพยาบาล เกี่ยวกับเรื่องของ อะไรต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ แต่ ๒. ก็คือกลุ่มตัวแทนในการจำหน่าย นี่คืออาชีพของเขา เช่นเดียวกัน ท่าน สส. มาจากจังหวัดนครพนม ท่านก็ทราบ เพราะว่าคนนครพนมก็เป็น ผู้ค้าอยู่เยอะ เป็นผู้ขายอยู่เยอะ นอกจากนั้น อย่างเช่น จังหวัดเลย ก็คนขายเยอะมาก กลไกเหล่านี้เป็นอาชีพที่พี่น้องประชาชนต้องพึ่งพาในการสร้างรายได้ให้กับครอบครัวตัวเอง กลุ่มอื่น ๆ เช่น กลุ่มของผู้พิการ ทหารผ่านศึกต่าง ๆ ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่เรามีความสำคัญ และเรายังมีความจำเป็นจะต้องใช้กลไกนี้ ในการที่จะให้เขามีโอกาสในการไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ให้กับครอบครัว เพราะฉะนั้นในการ Phasing เปลี่ยนแปลงจากเรื่องของสลาก แบบใบ เพื่อที่จะถ่ายโอนไปเป็นระบบของดิจิทัลยังต้องใช้เวลาพอสมควรในการเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้คนเหล่านี้สามารถปรับตัวได้ เพื่อที่รัฐจะได้สร้างโอกาส สร้างงานประเภทใหม่ ๆ รองรับให้กับคนกลุ่มนี้เช่นเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในทางลบกับกลุ่มใด ๆ ในสังคม ๓. อย่างที่ได้เรียนไป มันเป็นเรื่องของ Demand Supply ก็บอกไปแล้วนะครับ มันเป็นเรื่องที่ว่า วันนี้ตลาดรูปแบบเก่ามันเริ่มมีความเปลี่ยนแปลง สังคมมีความต้องการสลากในรูปแบบใหม่ ๆ มากขึ้น วันนี้คณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติเมื่อวันที่ ๑๑ ที่ผ่านมา ให้ความเห็นชอบกับ ข้อเสนอของกระทรวงการคลัง ในการออกสลากรูปแบบใหม่ ที่เรียกว่า สลาก ๓ หลัก เป็นตัวเลข ๓ หลัก สลากรูปแบบใหม่นี้ไม่จำเป็นต้องพิมพ์ครับ ไม่มีความจำเป็นจะต้องพิมพ์ ไม่ต้องเลือกเลขหมายล่วงหน้า ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อได้ตามความต้องการของตัวเอง โดยผู้จำหน่ายไม่ต้องมีสลากหมายเลขไว้กับมือเพื่อที่จะให้เขามาเลือกซื้อ ผู้ซื้อสามารถ เดินมาพบกับผู้จำหน่าย แล้วบอกว่าวันนี้ผมขอเลขนี้ครับ ๑ ๒ ๓ เข้าสู่ระบบ ๑ ๒ ๓ เขาสามารถซื้อได้ทันที โดยที่ผู้จำหน่ายก็ไม่จำเป็นจะต้องถือสลากอยู่ในมือ เมื่อไม่ต้องมี การผลิตสลากเอาไว้ล่วงหน้า ผู้จำหน่ายก็ไม่ต้องรับภาระความเสี่ยงจากการจำหน่ายสลาก ไม่หมด เมื่อไม่มีความเสี่ยงจากการจำหน่ายสลากไม่หมด ก็ไม่มีต้นทุนเพิ่มเติมที่จะต้องไป เพิ่มราคาให้กับสลากเบอร์อื่น ๆ เพื่อที่จะเอามา Cover การขาดทุนที่จะเกิดขึ้นกับการที่เรา ต้องถือใบสลากที่เราไม่ได้ขาย เมื่อไม่มีสลากเหลืออย่างนี้ ก็เป็นการตอบสนองในเรื่องของ กลไกที่เราจะพยายามก็คือ เรื่องของการส่งเสริมอาชีพ ประกอบกับผู้บริโภคหรือผู้ซื้อ ก็สามารถซื้อเลขหมายที่ต้องการได้ โดยไม่ขึ้นอยู่ว่าผู้จำหน่ายมีเลขหมายของตนหรือไม่ สลากตัวเลข ๓ หลักจึงเป็นสลากรูปแบบที่สามารถตอบสนองได้ทั้งผู้จำหน่ายแล้วก็ผู้ซื้อ อย่างแท้จริง จะแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาได้ใน ๒ มิติครับ🔗

ประเด็นแรก เป็นสลากที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค ได้อย่างแท้จริง อย่างที่ได้เรียนไป เพราะว่าเขาสามารถเลือกตัวเลขได้เอง หมดปัญหา ที่จะต้องมาขายเกินราคาจากเลขที่ได้รับความนิยมสูง ยังเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค มีผลิตภัณฑ์ทางเลือก สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในราคาที่กำหนดได้มากขึ้น ก็จะทำให้สลาก ที่ยังขายเกินราคาในที่สุดก็ต้องปรับตัวลดลง เพราะว่าตลาดมันเป็นตลาดแข่งขันสมบูรณ์ ถ้าพี่น้องประชาชนสามารถเลือกซื้อสลากได้ในราคาที่ไม่เกินราคาแล้ว คนที่จะขายเกินราคา ก็จะขายยากเข้า ยากเข้า ก็เป็นกลไกตลาดที่จะจับเข้าไป🔗

ประการที่ ๒ ที่สลากแบบ ๓ หลักนี้จะแก้ไขปัญหาในเรื่องของสลากเกินราคา ก็คือสามารถตอบสนองความต้องการของผู้จำหน่ายครับ ประการแรกผู้จำหน่ายไม่ต้องหา เงินมาลงทุนครับ เพราะว่าขายแล้วจึงจะชำระเงินให้กับกองสลาก ขายได้เลขหนึ่งก็ชำระ ๑ เลข ขายได้ ๑๐ เลขก็ชำระ ๑๐ เลข ไม่จำเป็นต้องเอาเงินลงทุนเป็นแสน เป็นหมื่น เพื่อที่จะไปจ่ายเงินซื้อสลากเป็นเล่มแล้วมาถือ แล้วมาเดินเร่ขาย หวังว่ามันจะขายหมด🔗

ประการที่ ๒ สามารถจัดสรรให้ได้ตามความต้องการของผู้จำหน่าย ไม่ต้องมา แย่งกันเป็นผู้ขาย เนื่องด้วยในอดีตโควตามีจำกัด ก็ต้องมาแก่งแย่งชิงดีกัน มาแย่งกันว่า ใครจะได้เบอร์สวย ใครจะได้เลขดี ใครจะได้เล่ม มีการเอาไปแบ่งจัดสรรกัน แต่ในวันนี้เราไม่มี จำกัดจำนวนสามารถที่จะซื้อเลขที่มีความนิยมได้เต็มที่ ซื้อเท่าไรก็เท่านั้น เพราะนี่คือสลากกินแบ่งรัฐบาล เราสามารถดำเนินการได้โดยที่พี่น้องประชาชนสามารถ เลือกซื้อเลขที่เขาต้องการได้โดยตรง สลากรูปแบบนี้ นอกจากข้อดีที่เกิดขึ้น ยังมีกลไก อีกหนึ่งอย่างที่เราใส่เข้าไปก็คือ ในกรณีที่ไม่มีคนถูกรางวัลอยู่ในจำนวนที่เพียงพอที่จะเอา ตามสัดส่วนของรางวัล รางวัลในส่วนที่เหลือยังสามารถยกยอดไปในงวดถัดไปได้ ๑ งวด ก็จะทำให้มูลค่าของรางวัลในงวดถัดไปใหญ่ขึ้นไปตามลำดับ ทางคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบกับ สิ่งที่กระทรวงการคลังเสนอแล้วเมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายนที่ผ่านมา วันนี้อยู่ในขั้นตอนที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลกำลังดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาระบบ เกี่ยวกับสลากกินแบ่งรัฐบาลตัวเลข ๓ หลักต่อไป จะมีการทำ Sandbox ในเร็ววันนี้ เมื่อ Sandbox สำเร็จก็จะจำหน่ายในระดับประเทศ และผมเชื่อว่านี่จะเป็นกลไกหนึ่งในการ ที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องของราคาสลาก อย่างที่ได้เรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านภูมิพัฒน์ ๑. คือกลไกในระยะสั้น คือเราสร้างจุดจำหน่ายที่ไม่เกินราคา ๘๐ บาท ๒. คือกลไกในการใช้ ดิจิทัลเข้ามา คือปรับเปลี่ยนรูปแบบจากใบมาเป็นรูปแบบดิจิทัลให้ได้มากที่สุด ๓. ก็คือเรา ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในเรื่องของสลาก ๓ หลัก ซึ่งหวังว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาในเรื่องของ สลากเกินราคาได้อย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาวต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณรัฐมนตรีครับ ต่อไปคำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครพนม เขต ๑ ขอขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีตอบได้อย่างชัดเจน ที่มีการยกเลิกโควตา แล้วก็มีการจำหน่ายการผลิต มากขึ้น ก็ฝากถึงกระทรวงการคลังได้พิจารณาให้ผู้พิการ ผู้ยากไร้ พ่อค้า แม่ค้า ที่ต้องการซื้อ ทำอย่างไรจะซื้อได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว เพราะว่าสมัยนี้เป็นโลกดิจิทัล โลกออนไลน์ จะโอน เงินกี่หมื่นบาท กี่แสนบาท กี่ล้านบาทก็ได้ผ่านมือถือ ผ่าน Application สมมุติว่าพี่น้อง ประชาชนหรือผู้ต้องการซื้อ ต้องการขายโอนเงินมา ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๒๐๐,๐๐๐ บาท กระทรวงการคลัง สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พอโอนเงินมาปั๊บก็ส่งลอตเตอรี่ไปให้กับ ผู้ค้า ผู้ขาย ให้เขาได้สะดวก สบาย รวดเร็ว เพราะว่าสมัยนี้มีไปรษณีย์ Delivery บริษัทต่าง ๆ เยอะแยะที่ส่งวันนี้ถึงปลายทาง ถึงอำเภอ ถึงจังหวัดภายใน ๑ วัน นั่นคือสิ่งที่อยากฝาก ท่านรัฐมนตรีได้ช่วยบริหารแบบสมัยใหม่ ที่ให้รวดเร็วถึงผู้ยากไร้ หรือลูกค้าตัวแทนจำหน่าย ที่อยู่ในต่างจังหวัด เพราะปัจจุบันนี้ผมเห็นไปยืนรอหน้าตู้ ATM กรุงไทยเยอะมาก วันนี้ แทนที่จะได้งวดวันที่ใกล้จะถึงนี้ คือวันที่ ๑ ก็ไม่ได้ ต้องไปได้ในงวดถัดไป คือวันที่ ๑๖ สิงหาคม นั่นถือว่าการบริหารการจัดการที่ล้มเหลว เป็นการบริหารที่ล่าช้าของสำนักงาน สลากกินแบ่งรัฐบาล🔗

แล้วเรื่องต่อมาครับท่านรัฐมนตรี ถ้ามี Demand ความต้องการมาก Supply ก็ต้องผลิตมากขึ้น หรือไม่ผลิตมากก็อาจจะเป็นเลขสุ่มก็ได้ หรือเราออกเดือนหนึ่ง ๒ งวด ก็ควรจะเพิ่มเป็น ๓ งวด หรือ ๔ งวดได้ เพราะลูกค้ามีมากอยู่แล้ว ทำอย่างไรก็ขายหมด ขายได้กำไรมาก หลาย ๆ ประเทศเขาบริหารแบบนี้ และหนำซ้ำให้บริษัทเอกชนบริหาร แทนที่หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจมาบริหารเอง อย่างเช่น Lotto อเมริกา บางครั้งรางวัล ที่เขาสะสมที่ไม่มีคนถูก เป็นมหาเศรษฐีภายในวันเดียว ได้รางวัลถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นคือการบริหารที่เขาประสบความสำเร็จไปทั่วประเทศในทุกรัฐของสหรัฐอเมริกา ผมจึงมี คำถามต่อมานะครับท่านรัฐมนตรีว่า กระทรวงการคลังมีมาตรการให้ขายในราคา ๘๐ บาท ต่อใบ จะทำได้หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีคำถามที่ ๒ ครับ เชิญครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พยายามตอบคำถามบางข้อนะครับ อย่างแรกเลยก็คือ ให้เข้าไปดูในเรื่องของกลุ่มผู้ยากไร้ ผู้พิการ อันนี้ท่านมีแนวความคิดตรงกันกับทางกระทรวงการคลัง และท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน จริง ๆ กลไกนี้อย่างที่ได้เรียนให้ทราบ ในเรื่องของการขายสลาก มิติหนึ่ง คือการทำรายได้ให้รัฐ แน่นอนครับ ในเรื่องของสลากมีรายได้นำส่งคลังนะครับ ๒. คือเป็น การใช้กลไกนี้สามารถที่จะสร้างเม็ดเงินให้รัฐ และเงินจำนวนนี้เมื่อมันเป็น Syntax ก็มีความ จำเป็นจะต้อง Direct ต้องกำกับให้มันไปลงกับการช่วยเหลือสังคม ซึ่งเรามีคณะกรรมการ เรื่องของกองทุนด้านสลากนี้โดยเฉพาะอยู่แล้ว ภารกิจที่ทำมาในรอบปีผมไม่มีในมือนะครับ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลที่จังหวัดเชียงใหม่ โรงพยาบาลที่กรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลในภาคอีสานและภาคใต้ หลายจังหวัดมากนะครับ มีโรงพยาบาลราว ๑๐ โรงพยาบาลที่ได้ตึกใหม่ ได้อาคาร ได้อะไรที่เป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้นกลไกนี้ ก็ยังคงเป็นกลไก ซึ่งสามารถทำประโยชน์ให้กับสังคมได้ในอีกหลายมิติ และในขณะเดียวกัน ก็ยังมีกลไกในเรื่องของการจุนเจืออาชีพให้กับพี่น้องประชาชนในหลาย ๆ กลุ่ม อย่างที่ท่าน ได้เรียนมา ไม่ว่าจะเป็นผู้ยากไร้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคนพิการเองก็ตามนะครับ กลไกนี้ ทางกองสลากเองยังยึดมั่นอย่างเหนียวแน่นครับว่า เราจะต้องใช้กลไกนี้ในการสร้างอาชีพ ให้กับประชาชนกลุ่มหนึ่ง เพราะมีความจำเป็น การปรับเปลี่ยนรูปแบบ อย่างที่ผมได้เรียน การ Phasing Out จากเรื่องของการทำเป็นแบบใบมาเป็นเรื่องของดิจิทัลยังต้องใช้เวลา เพราะว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนอย่างปัจจุบันทันด่วน แล้วเกิดผลกระทบกับพี่น้องประชาชน กลุ่มนี้ได้ การเพิ่มสลากก็เป็นอีกหนึ่งมิติ ซึ่งมีการคิดและพูดคุยกัน แต่ต้องอยู่ในระดับที่มี ความเหมาะสม และมีการหารือกันอย่างละเอียดนะครับ เพราะการเพิ่มมาก ก็เท่ากับคนที่ เป็นผู้จำหน่ายในปัจจุบันจำหน่ายยากขึ้น และ ๒. คือความเสี่ยงที่เขาจะต้องถือสลากที่ขาย ไม่หมดอยู่ในมือ เพราะเท่ากับคนขายสลากไม่มีหรอกครับที่อยากจะมาลุ้นโชค เขาอยากจะ ขายให้หมดเพื่อที่จะได้รับกำไรที่แน่นอน ถ้าเขายังเหลือเบอร์ที่คนอาจจะมองว่าเป็นเบอร์ ที่ไม่มีความนิยมอยู่ในมือแล้วมันไม่ออก มันมีโอกาสที่เขาจะขาดทุนได้ เพราะฉะนั้นกลไก ที่เราทำและต้องรองรับ ก็คือการมีจำนวนสลากที่มีจำนวนเหมาะสมไม่มากเกินไปด้วย อันนี้ ก็เป็นสิ่งซึ่งต้องดูให้ละเอียด ไม่ใช่สามารถเพิ่มได้อย่างทันที🔗

ในเรื่องของการจำหน่ายแล้วชำระช้า ที่ท่านบอกว่าไปต่อคิวกันที่ธนาคารกรุงไทย อันนี้ผมรับเป็นโจทย์ แล้วจะไปหารือกับทางท่านผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งว่า เราจะแก้ไขปัญหาอย่างไร เพื่อที่จะเร่งรัด เพราะว่าเรื่องของ Cash Flow เรื่องของตัวเงิน สำนักงานสลากไม่ได้มีปัญหานะครับ มันเป็นกลไกในเรื่องของการทำพิธีกรรมทางธุรกรรม เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่า ถ้าเข้าไปดูในรายละเอียดแล้ว น่าจะแก้ไขปัญหาเพื่อให้กลไกนี้มันเร่ง เร็วขึ้นได้ เดี๋ยวผมจะรับโจทย์ไปคุยให้นะครับ🔗

ในประเด็นสุดท้าย เราจะแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาอย่างไร อย่างที่ผมได้ เรียนนะครับ ก็มี ๓ ข้อที่ได้บอกไปแล้ว ๑. ก็คือเรื่องของการตั้งจุดจำหน่ายให้มันเป็น ๘๐ บาท ๒. ก็คือเรื่องของการปรับโครงสร้าง ปรับสัดส่วนจากสลากใบเป็นสลากดิจิทัล และ ๓. ก็คือการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น สลาก ๓ ตัวจะเป็นกลไกหนึ่งในการที่จะแก้ไข ปัญหาสลากเกินราคาได้นะครับ ก็ขอขอบพระคุณผ่านท่านประธานไปยังท่าน สส. ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ที่ได้ให้ความสนใจกับการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาให้กับพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณท่านสมาชิกครับ🔗

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ นครพนม

มีเรื่องขอฝากกับท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และท่านรัฐมนตรี จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ที่ได้สละเวลามาตอบกระทู้นะครับ ก็ฝากถึงรัฐบาล กระทรวงการคลัง จนถึงสำนักงาน สลากกินแบ่งรัฐบาล ในเมื่อสินค้าของเราดี สลากดี คนต้องการมาก แล้วก็ได้กำไรมาก อยากจะขอให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้นำเงินกำไรได้ไปช่วยพัฒนาประเทศ ได้ส่งเสริมอาชีพ ได้ช่วยพัฒนาหมู่บ้านห่างไกลที่อยู่ในชนบท เพราะว่าถ้าพี่น้องประชาชนได้ สาธารณูปโภคที่ดีแล้ว น้ำไหล ไฟสว่าง ถนนหนทางดี ประชาชนก็จะร่ำรวยครับ กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านสมาชิกนะครับ🔗

๔. เรื่อง ขอให้พิจารณาดำเนินการขยายช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจร นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ เชิญท่าน อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ถามคำถามที่ ๑ เชิญครับ🔗

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอ อุทุมพรพิสัย อำเภอห้วยทับทัน อำเภอเมืองจันทร์ จากพรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นผมก็ต้อง กราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีมนพร เจริญศรี ที่วันนี้ต้องกราบ ขอบพระคุณท่านที่ได้กรุณาสละเวลาอันมีค่าของท่านมาตอบกระทู้ถามของผมในวันนี้ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา ผมขออนุญาตเข้าสู่ประเด็นเลยนะครับ🔗

ผมขอตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในเรื่อง การขยายถนนจากเดิม ๒ เลน เป็นถนน ๔ เลน พร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างตามแนวถนน บนถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๐๗๖ ช่วงบ้านส้มป่อย ตำบลสำโรง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ไปสุดเขตอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวัดศรีสะเกษ ระยะทาง ๑๓.๙๘๕ กิโลเมตร และการขยายถนนจาก ๒ เลนเป็น ๔ เลน บนถนนทางหลวง หมายเลข ๒๐๘๓ จากบ้านส้มป่อย ตำบลสำโรง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ไปที่อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ระยะทาง ๒๐ กิโลเมตร จากข้อมูลของกรมทางหลวงได้ทำการสำรวจ ปริมาณการจราจรพบว่า ปริมาณการจราจรเฉลี่ยต่อวันบนถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๐๗๖ มีประมาณ ๒๐,๐๐๐ คันต่อวัน และถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๐๘๓ มีประมาณ ๑๕,๐๐๐ คันต่อวัน ซึ่งปริมาณการจราจรดังกล่าวมีความเหมาะสมในการขยายถนนจาก ๒ เลน เป็น ๔ เลน นอกจากนี้ผมได้ไปหาข้อมูลเพิ่มเติม และได้พบว่าศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ทำการศึกษาและวิเคราะห์ถึงผลกระทบของการก่อสร้างและขยายถนน ๔ เลน ต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยมีประโยชน์หลัก ๆ ๔ ด้าน ดังนี้🔗

เรื่องที่ ๑ การขยายถนน ๔ เลน สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและลด ต้นทุนโลจิสติกส์ ลงได้ประมาณ ๕-๑๐ เปอร์เซ็นต์🔗

ประโยชน์ข้อที่ ๒ สามารถลดอุบัติเหตุและการเสียชีวิตบนท้องถนน ทำให้ จำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บลดลง โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจจากอุบัติเหตุ ได้มากกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี การลดจำนวนอุบัติเหตุนี้ ทำให้ลดภาระในโรงพยาบาล ลดจำนวนผู้ป่วยที่ต้องการดูแลระยะยาว และลดการสูญเสียแรงงานจากอุบัติเหตุ ซึ่งจะช่วย ประหยัดค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจได้อย่างมาก🔗

ประโยชน์ในการขยายถนน ๔ เลน ข้อที่ ๓ สามารถช่วยเพิ่ม GDP ในจังหวัด ที่มีการก่อสร้าง รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียงได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้วิเคราะห์ว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางถนน ช่วยดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชน เนื่องจาก การเดินทางและการขนส่งที่สะดวก จะทำให้มีธุรกิจและอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เข้ามาลงทุน ในพื้นที่ และสามารถเพิ่ม GDP ได้ประมาณ ๓-๕ เปอร์เซ็นต์ ในจังหวัดที่มีการก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐานใหม่ ๆ ซึ่งผมก็ไปหาข้อมูลมาว่า GDP จังหวัดศรีสะเกษมีประมาณเท่าไร จากข้อมูลของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติปีล่าสุด GDP จังหวัดศรีสะเกษ มีมูลค่าประมาณ ๘๑,๐๐๐ ล้านบาท GDP จังหวัดสุรินทร์มีมูลค่าประมาณ ๗๘,๐๐๐ ล้านบาท และ GDP จังหวัดยโสธรมีมูลค่าประมาณ ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๓ จังหวัดรวมกันมี GDP มูลค่าประมาณ ๒๒๒,๐๐๐ ล้านบาท การลงทุนขยายถนน ๔ เลนนี้ เพิ่ม GDP ได้ ๓-๕ เปอร์เซ็นต์ จะคิดเป็นมูลค่ามากถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท🔗

นอกจากนั้น ประโยชน์ข้อสุดท้ายก็คือ จะมีการเพิ่มการจ้างงานในพื้นที่ ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่นั้น ๆ โดยสรุปเลยนะครับ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า โครงการขยายถนน ๔ เลนนี้ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า มีผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจของ ประเทศไทยในระยะยาว ผมเป็นผู้แทนราษฎรที่ให้ความสำคัญในด้านการศึกษา ปัญหา การลดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย ซึ่งจากรายงานการวิเคราะห์ สถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย ประจำปี ๒๕๖๕ ของสำนักงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พบว่าจังหวัดศรีสะเกษติด ๑ ใน ๑๐ จังหวัด ที่มีสัดส่วนคนจนสูงที่สุดในประเทศไทย และยังพบว่าจังหวัดศรีสะเกษมักจะติดอันดับจังหวัด ที่มีสัดส่วนคนจนสูงในปีอื่น ๆ ด้วย มีแนวโน้มว่าจะเป็นจังหวัดที่มีความยากจนเรื้อรัง ในรายงานดังกล่าวได้มีข้อเสนอแนะดังนี้นะครับ เพื่อให้จังหวัดศรีสะเกษหลุดพ้นจากจังหวัด ยากจน ควรมีการทบทวนแนวทางการจัดสรรงบประมาณใหม่ โดยการเพิ่มงบประมาณ ในจังหวัดยากจน จากที่ผมได้กล่าวไปในตอนต้นว่าการขยายถนน ๔ เลนนี้ จะสามารถเพิ่ม GDP ภายในจังหวัดได้มากถึง ๓-๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นเงินกว่าหมื่นล้านบาท เพิ่มการจ้างงาน ลดต้นทุนการขนส่ง ลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้ถึง ๕-๑๐ เปอร์เซ็นต์ จึงนำมาสู่คำถามของผม ไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม🔗

ข้อที่ ๑ กระทรวงคมนาคมมีแผนในการสำรวจ ออกแบบ และจะเริ่มดำเนินการ ก่อสร้างขยายถนน ๔ เลน พร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างตามแนวถนนทางหลวง หมายเลข ๒๐๗๖ บ้านส้มป่อย ตำบลสำโรง อำเภออุทุมพรพิสัย ไปสุดเขตอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวัดศรีสะเกษ ระยะทาง ๑๓.๙๘๕ กิโลเมตร และถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๐๘๓ ช่วงบ้านส้มป่อย ตำบลสำโรง อำเภออุทุมพรพิสัย ไปที่อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ระยะทาง ๒๐ กิโลเมตร เมื่อไร ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามแรก เชิญครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สส. จังหวัดนครพนมค่ะ วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มาตอบกระทู้ถามทั่วไปของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านอาสพลธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกที่ได้กรุณาถามคำถามนี้ ซึ่งคำถามนี้ก็จะโยงไปถึงคำถามที่ ๒ ด้วย สืบเนื่องจาก ประมาณ ๔ เดือนที่ผ่านมาดิฉันพร้อมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้เดินทางไปตรวจราชการที่จังหวัดศรีสะเกษ แล้วก็ได้นำปัญหาที่ท่านสมาชิก ได้นำพี่น้องประชาชนมายื่นข้อเสนอแล้วก็ความเดือดร้อนนะคะ ก่อนอื่นดิฉันขอให้ฝ่ายโสต ได้ฉายภาพในประเด็นคำถามที่ท่านสมาชิกได้ถามเมื่อสักครู่นะคะ เชิญเลยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ท่านประธานคะ คำถามของท่านสมาชิกได้ถามถึงทางหลวงทั้ง ๒ สาย ดิฉันขออธิบายความเรื่องของทางหลวง สาย ๒๐๗๖ นะคะ ทางหลวงสาย ๒๐๗๖ อยู่ที่อำเภอท่าตูม ผ่านอำเภอรัตนบุรี จังหวัด สุรินทร์ ซึ่งเชื่อมต่อกับอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวัดศรีสะเกษ แล้วก็ไปสิ้นสุดที่แยกส้มป่อย อำเภออุทุมพรพิสัย ที่มีระยะทางรวมกันประมาณ ๕๘ กิโลเมตร โดยมีเส้นทางแล้วก็เป็น ทางหลวงขนาด ๔ ช่องจราจร มีระยะทางประมาณ ๓๐ กิโลเมตร และยังคงเป็นทางหลวง ขนาด ๒ ช่องจราจร แล้วก็เป็นมาตรฐานทางในชั้นที่ ๔ ของกรมทางหลวงที่มีความกว้าง ของผิวจราจรอยู่ที่ ๓.๕๐ เมตร และมีความกว้างไหล่ทางข้างละ ๑ เมตร มีระยะทาง ประมาณ ๒๘ กิโลเมตร นี่คือสภาพของถนน ๒๐๗๖ ที่ท่านสมาชิกได้เอ่ยไปเมื่อสักครู่นะคะ ส่วนทางหลวง หมายเลข ๒๐๘๓ เริ่มต้นจากสี่แยกส้มป่อย อุทุมพรพิสัย ผ่านที่อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ไปเชื่อมต่อกับอำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร แล้วก็ไปสิ้นสุดที่ตัวอำเภอ คำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นระยะทางประมาณ ๖๐ กิโลเมตรค่ะท่านประธาน แล้วปัจจุบันเป็นทางหลวงขนาด ๔ ช่องจราจร มีระยะทางประมาณ ๒๘ กิโลเมตร และยังคง เป็นทางหลวงขนาด ๒ ช่องจราจร เป็นมาตรฐานทางหลวงชั้นที่ ๓ มีความกว้างของผิวจราจร ๓.๕๐ เมตร มีความกว้างไหล่ทางที่ ๒.๕๐ เมตร มีระยะทางตรงเส้นทางของ หมายเลข ๒๐๘๓ ระยะทางความยาวทั้งสิ้น ๓๒ กิโลเมตรค่ะท่านประธาน โดยเส้นทางทั้ง ๒ สายทางนี้ ก็จะเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง นี่คือภาพรวมของ ๒ เส้นทางที่ท่านสมาชิกได้มีประเด็นคำถามนะคะว่า จากประเด็นคำถามของท่านสมาชิก เรื่องของงบประมาณ แล้วก็โครงการที่พี่น้องประชาชนสัญจรไปมา โดยกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมก็ได้รับทราบปัญหานี้ อย่างที่ดิฉันได้เรียนตั้งแต่แรกว่าในช่วงที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ลงไปตรวจราชการ เราก็ได้ตระหนักถึงปัญหา แล้วก็ความเดือดร้อนดังกล่าว โดยถนนสาย ๒๐๗๖ นี้ปัจจุบันเป็นถนน ๔ ช่องจราจร ระยะทางก็ประมาณ ๓ กิโลเมตร ยังคงเป็นขนาด ๒ ช่องจราจรอยู่ เช่นที่ฉายภาพให้ดูนะคะ ช่วงที่มี ๒ ช่องจราจรประมาณ ๑๑ กิโลเมตร เราจึงเสนอขอรับการจัดสรรในงบประมาณ ปี ๒๕๖๘ เพื่อดำเนินการก่อสร้างให้เพิ่มประสิทธิภาพทางหลวง ช่วงอำเภอศรีสุวรรณ บ้านส้มป่อยน้อย บริเวณทางแยกเข้าตรงเทศบาลตำบลเผือกใหญ่ไปจนถึงทางแยกเข้า หมู่บ้านหนองแปน อำเภอผือใหญ่ บริเวณตรงที่อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวัดศรีสะเกษ ตรงนั้นจะเป็นบริเวณที่มีชุมชนหนาแน่น แล้วก็เป็นเส้นทางที่พี่น้องประชาชนสัญจรไปมา โดยรูปแบบของการก่อสร้างจะขยายเป็น ๔ ช่องจราจร แล้วก็ตรงช่วงที่บ้านหนองแปน ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร เราได้เสนอในการที่จะพิจารณางบประมาณดังกล่าวนะคะ วงเงินอยู่ที่ ๓๕ ล้านบาท สำหรับช่วงที่ยังคงเป็นแบบขนาด ๒ ช่องจราจรอยู่นั้น กระทรวง คมนาคมก็จะขอรับการจัดสรรในปีถัดไปให้ขยายเป็น ๔ ช่องจราจร จากตัวอำเภอศรีสุวรรณ ไปจนถึงแยกส้มป่อย ไปจนถึงอำเภออุทุมพรพิสัย ซึ่งถ้าเรามีการขยายถนนไปให้พี่น้อง ประชาชนใน ๒ อำเภอนี้ ก็จะทำให้พี่น้องประชาชนสัญจรไปมาได้รับความสะดวกขึ้นนะคะ ส่วนหากมีการปรับปรุงทางหลวงสาย ๒๐๗๖ นี้ เราเข้าใจว่าถ้าได้มีการปรับปรุงถนนในช่วง งบประมาณที่เราได้รับในปี ๒๕๖๘ นี้ เส้นทางดังกล่าวก็จะช่วยให้พี่น้องประชาชน อำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนได้เดินทางท่องเที่ยวในมิติต่าง ๆ ไม่ว่ามิติทางด้าน เพิ่ม GDP มิติทางด้านความปลอดภัย มิติทางด้านการท่องเที่ยว ดังที่ท่านสมาชิก ได้เกริ่นนำไปเมื่อสักครู่ ซึ่งถนนเส้นทางดังกล่าวก็จะเพิ่มแหล่งท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมของล่องแพที่ห้วยทับทัน แล้วนอกจากนั้นก็จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่จะ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนทั้ง ๒ อำเภอ โดยเฉพาะข้อสำคัญนั่นก็คือ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของพื้นที่อำเภออุทุมพรพิสัยค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ เนื่องจาก ข้อจำกัดของงบประมาณแต่ละปี ผนวกกับปัญหาแล้วก็ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน มีเป็นจำนวนมาก กระทรวงคมนาคมจึงได้จัดลำดับความสำคัญของแต่ละสายทาง ประกอบ กับงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรแต่ละปี แน่นอนค่ะ ในงบประมาณปี ๒๕๖๙ เราจะจัดสรร งบประมาณในเส้นทางดังกล่าวให้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเส้นทางนี้ ได้บรรจุอยู่ในแผนที่จะจัดสรรในงบประมาณปี ๒๕๖๙ แล้วค่ะ ดิฉันขออนุญาตตอบ คำถามแรกของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปคำถามที่ ๒ เชิญท่านสมาชิกถามครับ🔗

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตอำเภอ อุทุมพรพิสัย อำเภอห้วยทับทัน อำเภอเมืองจันทร์ จากพรรคภูมิใจไทย ก็ต้องกราบ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีมนพร เจริญศรี มากนะครับ ที่ได้กรุณาตอบคำถามของผม เมื่อสักครู่ผมได้นั่งฟังคำตอบของท่านรัฐมนตรี ถ้าผมเข้าใจถูกต้องท่านรัฐมนตรีชี้แจงว่า ถนนทางหลวง หมายเลข ๒๐๗๖ ช่วงบ้านส้มป่อย ตำบลสำโรง อำเภออุทุมพรพิสัย ไปยังที่สุดเขตอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวัดศรีสะเกษ ระยะทาง ๑๓.๙๘๕ กิโลเมตรนี้ จะได้รับ การบรรจุและจัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๖๙ อันนี้ถูกต้องนะครับ แล้วในส่วนถนนทางหลวง แผ่นดิน หมายเลข ๒๐๘๓ ช่วงบ้านส้มป่อย ตำบลสำโรง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ไปสุดเขตอำเภอราศีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ระยะทาง ๒๐ กิโลเมตร ผมได้มีโอกาสทำหน้าที่ กรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ปี ๒๕๖๘ ทราบว่าถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๘๓ ได้รับการจัดสรรงบประมาณปี ๒๕๖๘ จำนวน ๘๐๐ ล้านบาท แต่ได้แค่ครึ่งทาง ๑๐ กิโลเมตร ยังเหลืออีก ๑๐ กิโลเมตร ก็อยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีนะครับว่า ในส่วนที่เหลืออีก ครึ่งหนึ่ง หรือ ๑๐ กิโลเมตร ทางกระทรวงคมนาคม จะมีแผนการดำเนินการก่อสร้างต่อเนื่อง อย่างไร เมื่อไร ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญรัฐมนตรีตอบคำถามที่ ๒ ครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ขอบพระคุณ ท่านประธานค่ะ สำหรับคำถามที่ ๒ ท่านสมาชิกได้ถามถึงถนนทางหลวงสาย ๒๐๗๖ ได้รับ การจัดสรรในงบประมาณ ๒๕๖๘ นี้ค่ะ ในวงเงิน ๓๕ ล้านบาท ซึ่งอยู่ในเล่มไปเรียบร้อยแล้ว อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณางบประมาณในวาระที่ ๒ ที่ท่านสมาชิกได้เป็นกรรมาธิการ งบประมาณอยู่นะคะ🔗

ส่วนคำถามที่ ๒ ในเรื่องของถนนสาย ๒๐๘๓ ช่วงบ้านส้มป่อยถึงอำเภอราษีไศล ระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ปัจจุบันที่ดิฉันได้นำเรียนว่าเป็นทางหลวงขนาด ๒ ช่อง จราจร ตรงเส้นทางดังกล่าวก็มักจะมีปัญหาเรื่องของเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก แล้วก็ตรงบริเวณ ที่น้ำท่วมก็เกิดจากลุ่มแม่น้ำมูลที่อยู่บริเวณแนวทางของถนน ซึ่งจะมีความจำเป็นที่จะต้องมี การก่อสร้างยกระดับถนนให้มันสูงขึ้นพ้นจากน้ำ ทุก ๆ ปีที่น้ำมีความไหลหลากเข้ามาเซาะถนน แล้วปัญหาตรงนี้ก็เกิดซ้ำซาก เพราะฉะนั้นกระทรวงคมนาคมจึงได้ใส่ใจในประเด็นปัญหาของ ท่านสมาชิกนะคะ เราจึงต้องมีการยกระดับคันทางให้สูงขึ้น พร้อมทั้ง เพียงยกระดับ อย่างเดียวก็ไม่เพียงพอ เพราะว่าในเส้นทางดังกล่าวมีการจราจรหนาแน่น เราจึงมีการทั้ง ยกระดับให้สูงขึ้น แล้วให้มีการขยายถนนจาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจรในคราวเดียวกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วม แล้วก็ป้องกันอุบัติเหตุในการสัญจรไปมา ท่านประธานที่เคารพ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงจึงได้จัดสรรงบประมาณ ในเส้นทางดังกล่าวนะคะ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในงบประมาณ ๘๖๐ ล้านบาท โดยมีระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร จะเริ่มต้นที่บริเวณโรงเรียนบ้านหัวช้าง ที่ตำบลหัวช้าง ต่อไปจนถึงอำเภออุทุมพรพิสัยจะยาวไปจนถึงอำเภอราษีไศล แล้วก็ในบริเวณดังกล่าว ที่ท่านสมาชิกได้ถามเมื่อสักครู่ว่ามีอยู่ ๒๐ กิโลเมตร แต่ได้รับการจัดสรรเพียงแค่ ๑๐ กิโลเมตร แล้วอีก ๑๐ กิโลเมตรที่เหลือจะได้รับการจัดสรรเมื่อไร ท่านประธานที่เคารพคะ จากปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนและจากความใส่ใจของท่านสมาชิกที่มีความเป็นห่วง เป็นใยต่อพี่น้องประชาชนในการสัญจรไปมาทั้ง ๒ อำเภอ เราจึงได้วางแผนที่จะจัดสรร งบประมาณอีก ๑๐ กิโลเมตร ลงในแผนงบประมาณปี ๒๕๖๙ ขอความกรุณาให้ท่านสมาชิก ได้ประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยนะคะ แล้วก็ให้ความสำคัญกับการใส่ใจของ กระทรวงคมนาคมในโอกาสต่อไปด้วยนะคะ นอกจากนั้นนอกจากขยายเป็นยกระดับแล้ว ขยายเป็น ๔ ช่องจราจรแล้ว เรายังมีการติดตั้งไฟส่องสว่างรวมทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ความปลอดภัย นอกจากติดตั้งไฟส่องสว่าง ติดตั้งไฟสัญญาณจราจรแล้ว สิ่งสำคัญ คือฝากพี่น้องประชาชนได้ดูแลแล้วก็ร่วมด้วยช่วยกันในการรักษาทรัพย์สินของทางราชการ ด้วยนะคะ เรื่องของการขโมยสายไฟ เรื่องของอุปกรณ์บริเวณสี่แยกไฟแดงต่าง ๆ สำหรับ ช่วงของบริเวณแยกส้มป่อยถึงบ้านหัวช้างก็ยังคงเป็นถนน ๒ ช่องจราจร ซึ่งอย่างที่ดิฉัน กราบเรียนว่า เราจะเสนอเข้าแผนงบประมาณในปี ๒๕๖๙ ในโอกาสต่อไป นอกจากนั้นค่ะท่านประธาน ดิฉันเชื่อมั่นว่าถ้าถนนในเส้นทางนี้ได้ก่อสร้างเสร็จแล้ว ก็คือ จะช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องของการเดินทางไปสู่แหล่งท่องเที่ยวบริเวณเขื่อนราษีไศล ซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงาม สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขนส่ง สินค้าของพี่น้องเกษตรกร แล้วก็ข้อสำคัญค่ะ ทุกปัญหาของกระทรวงคมนาคมคือความใส่ใจ ต่อการเดินทางของพี่น้องประชาชนในการขับขี่แล้วก็ปลอดภัย สำคัญที่สุดก็คือเกิดความ คุ้มค่าในการลงทุนต่อภาษีอากรของพี่น้องประชาชน แล้วก็ต่อพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศค่ะ ขอบคุณทั้ง ๒ คำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดศรีสะเกษค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ศรีสะเกษ

ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมเองก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นอย่างสูง ที่ท่านได้กรุณาตอบคำถามของผมทั้ง ๒ คำถามอย่างชัดเจน ในฐานะ ผู้แทนราษฎร ในฐานะตัวแทนพี่น้องชาวจังหวัดศรีสะเกษ ผมก็ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีมนพร เจริญศรี ขอบพระคุณกระทรวงคมนาคมที่ได้เล็งเห็นความเดือดร้อน ความสำคัญของโครงการขยายถนน ๒ เลน เป็น ๔ เลน ทั้ง ๒ เส้นทางดังกล่าว แล้วผมก็ต้อง กราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับว่า ท่านเองเป็นผู้แทนราษฎร ที่มีความขยันมาก เป็นรัฐมนตรีที่มีความขยันมาก ผมเองในฐานะที่เป็นประธานวิป พรรคภูมิใจไทย เป็นรองประธานวิปรัฐบาล ได้รับฟังเสียงชื่นชมจากเพื่อนสมาชิก ถึงท่านรัฐมนตรีตลอด ก็ขอให้กำลังใจในการทำงาน แล้วก็กราบขอบพระคุณท่านประธาน มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ท่านประธาน ขออนุญาตนิดเดียวค่ะ ช่วงสุดท้ายค่ะ ต้องขอขอบพระคุณสำหรับคำชมของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรตินะคะ เพราะเราคือ สส. ที่พี่น้องประชาชนเลือกมา การทำหน้าที่ของ ผู้แทนราษฎรก็คือเงาสะท้อนของประชาชน อีก ๑ ท่านที่ดิฉันได้มีโอกาสได้ขอบคุณ ท่านสมาชิกจากพรรคเพื่อไทยอีกท่านหนึ่ง คือท่าน สส. นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร เมื่อคราวที่ ท่านรัฐมนตรีสุริยะไปตรวจราชการ ท่านก็ได้นำเสนอเส้นทางดังกล่าวร่วมกับท่านอาสพลธ์ ต้องขอบพระคุณท่านสมาชิก ทั้งท่านนุชนาถและท่านอาสพลธ์นะคะ ที่ได้ให้ข้อมูลสะท้อน ปัญหาต่อความเดือดร้อนของพี่น้องชาวศรีสะเกษค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ขอบคุณแทนพี่น้องชาวศรีสะเกษด้วยนะครับ🔗

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

ได้ดำเนินการถามและตอบที่ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะแล้วนะครับ🔗

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

ก่อนดำเนินการถามตอบกระทู้ถาม ขอชี้แจงที่ประชุมนะครับ การถาม ตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะแต่ละกระทู้ให้ถามตอบเรื่องละไม่เกิน ๒ ครั้งนะครับ และต้อง ถามและตอบให้แล้วเสร็จภายใน ๒๐ นาที ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ และข้อ ๑๗๓ ประกอบ ข้อ ๑๖๗ นะครับ ๒. กระทู้ถามแยกเฉพาะ ได้มีการอนุญาตให้ประชาชนเข้าร่วมรับฟัง ขอความร่วมมือจากผู้ที่ได้รับอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ และข้อ ๕ กำหนดให้ผู้รับอนุญาตต้องรักษามารยาทประพฤติตน ให้เหมาะสม อยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจา ส่งเสียงใด ๆ ในการกระทำใด ๆ อันเป็นการรบกวนขัดขวางการประชุม และห้ามใช้เครื่องมือ วัสดุอื่น หรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือการกระทำใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุมสู่บุคคลภายนอก โดยหากมีการฝ่าฝืนแล้วจะเชิญออกจาก ห้องประชุมนะครับ ขอแจ้งให้ทราบ🔗

ลำดับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะวันนี้ เพื่อประโยชน์ในการถาม ตอบคำถามของผู้ตั้งกระทู้ถาม และของท่านรัฐมนตรี ผมขอสลับลำดับกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้🔗

ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๓๐ ของท่านชลธานี เชื้อน้อย🔗

ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๒๐ ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์🔗

ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๒๖ ของท่านกัณตภณ ดวงอัมพร🔗

ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๒๗ ของท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์🔗

ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๒๘ ของท่านศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์🔗

ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๒๙ ของท่านอิทธิพล ชลธราศิริ ก็ตามนี้นะครับ ทั้ง ๒ ฝ่ายคงไม่ขัดข้องนะครับ🔗

๑. เรื่อง ขอให้มีการเร่งรัดกระบวนการสำรวจออกแบบสะพานกลับรถ เกือกม้า บริเวณทางแยกยกระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข ๑ และทางหลวงหมายเลข ๑๑ นายชลธานี เชื้อน้อย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ เชิญท่านชลธานี เชื้อน้อย แล้วก็ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับ เชิญเลยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายชลธานี เชื้อน้อย ลำปาง

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชลธานี เชื้อน้อย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง เขต ๓ พรรคก้าวไกล ขอตั้งกระทู้ถามผ่าน ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่อง ขอเร่งรัดกระบวนการก่อสร้าง สะพานกลับรถเกือกม้า บริเวณทางยกระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข ๑ และทางหลวง หมายเลข ๑๑ ด้วยประชาชนในพื้นที่ของเทศบาลเมืองเขลางค์นคร ร้องทุกข์ผ่านช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางของ สส. เอง แล้วก็ในทางของ Social Media ถึงการจราจรในเส้นนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดเป็นไปอย่างรวดเร็วนะครับ การก่อสร้างสะพานนี้แบ่งแยกพื้นที่เทศบาลเมืองเขลางค์นคร แบ่งเป็น ๒ ส่วน ซึ่งจริง ๆ แล้ว การที่ประชาคมหรือประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชนในจุดแรกไม่ใช่เป็นรูปแบบนี้ เป็นโครงการที่ ๑,๐๐๐ กว่าล้าน แต่เนื่องจากมีการปรับลดงบประมาณลงเกือบกึ่งหนึ่ง ทำให้การก่อสร้างเป็นไปเพื่อการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะสัญจรไปยัง ต่างจังหวัด และทำให้ความเป็นเมืองของเทศบาลนครถูกแบ่งแยกเป็น ๒ ทาง เพราะฉะนั้น การที่จะเดินทางไปกลับหรือกลับรถในจุดนี้จะทำให้พี่น้องประชาชนจะต้องกลับรถมากกว่า ๒-๓ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นก็เลยมีการออกมาพูดถึงในสื่อสังคม Social Online ค่อนข้างมากกับการที่ทำให้เกิดสะพานกลับรถแยกนี้ จึงได้มีการร้องเรียนผ่านไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัด ก็เกิดการประชุมร่วมระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้อำนวยการแขวง แล้วก็ภาคเอกชนที่มาปรึกษาหารือ ก็ได้ลงความเห็นกันว่า การเปิดจุดให้มีจุดไฟแดงกลับรถ จะเกิดอันตราย เพราะว่าเส้นทางนี้มีรถสัญจรประมาณ ๔,๐๐๐ คันต่อวันนะครับ เพราะฉะนั้นการที่จะหาทางออกร่วมกันก็คือการสร้างสะพานกลับรถเกือกม้า จะทำให้ ย่นระยะเวลาสำหรับพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ได้สัญจรได้เร็วขึ้นนะครับ และทำให้ ความเป็นเมืองของเทศบาลเมืองเขลางค์จากที่ไม่เป็นกลุ่มก้อนเดียวกันทำให้กลับมาเป็น ก้อนเดียวกันนะครับ เพราะฉะนั้นก็เลยมีการเสนอไปทางแขวงทางหลวง แล้วก็มีการกำหนด ประมาณการต่าง ๆ ซึ่งจะใช้งบประมาณในการก่อสร้างสะพานกลับรถเกือกม้าประมาณ ๑๐ ล้านบาท แต่เนื่องจากมีการเปลี่ยนตัวของผู้อำนวยการสำนักงานแขวง ก็เลยทำให้ โครงการนี้หล่นหายไปนะครับ ก็จึงเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยเร่งรัด ในการดำเนินการ แล้วก็ช่วยชี้แจงกระบวนการในการจัดทำโครงการนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีคำถามแรกครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ท่านรองนายกรัฐมนตรีและ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มาตอบกระทู้ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านชลธานี เชื้อน้อย ซึ่งท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง พรรคก้าวไกล และท่านให้ความสนใจต่อโครงสร้างพื้นฐานในเรื่องที่เกี่ยวกับกระทรวงคมนาคมหลาย ๆ ครั้ง ดิฉันต้องขอถือโอกาสขอบพระคุณท่านในความใส่ใจที่ท่านในฐานะตัวแทนพี่น้องประชาชน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ประเด็นคำถามแรกค่ะท่านประธาน ดิฉันขอฉายภาพในเรื่องของโครงการ ตรงบริเวณแยกหลักกิโลยักษ์นะคะ ซึ่งภาษาชาวบ้านเรียกว่า หลักกิโลยักษ์ ซึ่งตรงนี้ค่ะเราได้ ดำเนินการโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทางแยกจุดตัด เราเรียกจุดตัดทางหลวง หมายเลข ๑ กับทางหลวงหมายเลข ๑๑ ค่ะ โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อปี ๒๕๖๓ และได้ดำเนินการก่อสร้าง เรียกว่า ทางยกระดับ ซึ่งแล้วเสร็จเอาเมื่อปี ๒๕๖๔ ค่ะ ตามภาพที่ดิฉันได้ขึ้นจอนะคะ สภาพพื้นที่ดิฉันขออนุญาตได้นำเรียนท่านประธานไปถึงท่านสมาชิกให้มีความเข้าใจตรงกัน ของสภาพพื้นที่ดังกล่าวว่า ทล. หมายเลข ๑ มีความกว้างของถนน ๗๐ เมตร ผิวระดับจราจร ๘ ช่องจราจร แล้วก็มีเกาะกลางแบบยก ก็เป็นทิศทางวิ่งเข้าตัวเมืองลำปางตามลูกศร ถนนในเขตทางกว้างทั้งหมด ๗๐ เมตร ก็มีสะพานคู่กว้าง ๑๓ เมตร นอกจากนั้นนะคะ ยกข้ามแยกนากวมและแยกเมโทร ด้านใต้เป็นทางขนานขนาด ๒ ช่องจราจรค่ะ จะเห็นว่า รถที่มาจากจังหวัดตากที่ต้องการเลี้ยวขวาไปจังหวัดแพร่จะไม่สามารถเลี้ยวทางแยกได้ เนื่องจากว่าแต่เดิมปริมาณรถเลี้ยวขวาจำนวนน้อยจึงทำให้รถเล็กเลยแยกไปกลับรถได้ ใต้สะพานข้ามตรงทางรถไฟนะคะ เห็นไหมคะตรงภาพใต้รถไฟ แต่เมื่อเพื่อกลับเข้าแยก แล้วเลี้ยวซ้ายไปจังหวัดแพร่ ซึ่งระยะห่างประมาณ ๑,๖๐๐ เมตร รถขนาดใหญ่จึงต้อง ข้ามสะพานข้ามทางรถไฟไปกลับรถหน้าห้างแม็คโครที่บริเวณสี่แยกไฟแดง แล้วก็ กลับเข้าแยกเลี้ยวซ้ายไปจังหวัดแพร่ ซึ่งมีระยะห่างตรงนี้ประมาณ ๒,๐๐๐ เมตรค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ จากคำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขณะนี้เองกรมทางหลวง ก็ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าปริมาณจราจรในทิศทางเลี้ยวขวาจากจังหวัดตาก ไปจังหวัดแพร่มีปริมาณเพิ่มขึ้นมากกว่าที่เราคาดการณ์ไว้อย่างที่ท่านสมาชิกว่ามีรถประมาณ ๔,๐๐๐ คันต่อวัน เราจึงต้องมีการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนค่ะ แล้วเราก็ได้ตระหนักถึง ปัญหาความหนาแน่นของจราจรบริเวณทางแยกหลักกิโลเมตรยักษ์นะคะ เราจึงได้กำหนด รูปแบบจากการที่พี่น้องประชาชนไปประชุมร่วมกับผู้อำนวยการแขวง จังหวัดลำปาง แล้วก็ ประชุมร่วมกับทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เราจึงได้แก้ปัญหาว่าสำหรับเลี้ยวขวา ทางเลี้ยวขวา จากจังหวัดตากไปยังจังหวัดแพร่มี ๒ รูปแบบ ขออนุญาตยกรูปแบบแรกก่อนนะคะ เขาเรียกว่า จุดกลับรถแบบเกือกม้า ก็คือสะพานที่เห็นก็จะมีการสร้างบนทางหลวง หมายเลข ๑๑ หน้าบริเวณห้างแม็คโคร นี่เป็นตามข้อเสนอของแขวงการทางลำปางที่ ๑ เสนอมาแบบนี้ แต่ว่าในเขตดังกล่าว ซึ่งเป็นเขตทางที่เพียงพอที่จะสร้างสะพานกลับรถได้ โดยจะต้องมีการรองรับรถทั้งไปและกลับ รวมทั้งบริเวณเส้นทางดังกล่าวมีรถบรรทุก ซึ่งบริเวณที่รถบรรทุกต้องกลับ ตำแหน่งนี้ที่ทางแขวงเสนอไปเป็นตำแหน่งทีเหมาะสมแล้วก็ ไม่ส่งผลต่อการจราจรบริเวณทางแยก แต่จะมีผลกระทบต่อที่อยู่อาศัยพี่น้องประชาชนที่อยู่ ข้างทางอยู่บ้าง ท่านประธานที่เคารพคะ จะเห็นว่าโครงการใหญ่ ๆ ถ้าเราจะต้อดำเนินการ ก่อสร้างโดยอาศัยความไม่สะดวกของผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ในทางกลับกันกรมทางหลวงก็จะต้อง กระทบถึงวิถีชีวิตของพี่น้องชุมชน ๒ ข้างทางเช่นเดียวกัน ในบริเวณดังกล่าว เช่น สะพานขวาง หน้าบ้าน มลพิษทางเสียง ซึ่งการดำเนินการเป็นจริงอาจจะได้รับการคัดค้านจากพี่น้อง ประชาชน ๒ ข้างทางอย่างแน่นอน เพราะว่าจริง ๆ ชาวบ้านแถวนั้นเริ่มจะมาอาศัย แล้วก็มี ความหนาแน่นพอสมควรนะคะตามรูปแบบของชุมชนเมือง แต่ว่าค่าก่อสร้างตรงจุดนี้ ประเมินค่าก่อสร้างไว้ในวงเงิน ๒๐๐ ล้านบาท ทางกรมทางหลวงเลยมีแนวความคิด แล้วก็ได้มี การปรึกษาหารือว่า ถ้าดำเนินการโครงการดังกล่าวเราจะต้องมีผลกระทบ แล้วก็ผลกระทบนี้ เราต้องคำนึงถึงเสียงของพี่น้องประชาชนว่าจะเกิดการคุ้มค่าหรือไม่ แล้วก็จะมีปัญหา ในอนาคตต่อผู้ใช้บริการเส้นทางดังกล่าว ต่อมาเมื่อเราทราบว่าในเส้นทางทางเลือกที่ ๑ มีปัญหา กรมทางหลวงจึงเสนอเป็นทางเลือกที่ ๒ ค่ะท่านประธาน ทางเลือกที่ ๒ เป็นรูปแบบของการก่อสร้างสะพานตามที่เห็น ก็จะเป็นบริเวณก่อนถึงแยกหลักกิโลยักษ์ค่ะ จะเห็นว่าการก่อสร้างสะพาน บริเวณก่อนที่จะถึงทางแยกโดยเราได้กำหนดตำแหน่งสะพาน อยู่บนทางหลวงหมายเลข ๑ ด้านช่องจราจรชั้นในสุด ช่องข้างในนะคะ แล้วยกข้ามถนน ทางหลวงหมายเลข ๑ วนเลี้ยวขวาประกบสะพานข้ามแยกเดิม จากนั้นเมื่อถึงตำแหน่ง ที่สะพานข้ามแยกเดิมก็จะมีระดับความสูงที่ลดลง และจะวนไปทางซ้ายข้ามสะพาน โดยข้ามแยกเดิมแล้วลดระดับลงสู่ทางหลวงหมายเลข ๑๑ ซึ่งรูปแบบดังกล่าวจะส่งผล กระทบต่อพี่น้องประชาชน เพราะว่ารูปแบบสะพานมันกว้างสามารถที่จะกลับรถในรูปแบบ ของเกือกม้า และสามารถที่จะรองรับการจราจรในกรณีที่รถต้องการเลี้ยวขวาไปจังหวัดแพร่ จะดีกว่าสะพานเกือกม้านะคะ อีกทั้งยังปริมาณลดการจราจรที่จะเข้าไปสู่ทางแยกอีกด้วย ซึ่งในทางเลือกทั้ง ๒ ทาง ทางกรมทางหลวงเองก็ได้คิดว่าในโครงการนี้เราจะใช้เงินงบประมาณ ในการก่อสร้างทั้งสิ้น ๒๕๐ ล้านบาท ซึ่งคาดว่าคงจะเป็นรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับ การดำเนินการก่อสร้างนะคะ ซึ่งถ้าเราได้ไปรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนแล้วเราจะได้ จัดสรรงบประมาณในโครงการดังกล่าวอยู่ในวงเงินปี ๒๕๖๙ ซึ่งอยู่ในแผนที่เราจะต้อง จัดสรรงบประมาณลงไป ท่านประธานที่เคารพคะ จะเห็นว่าการกำหนดรูปแบบใด ๆ ก็ตาม อยู่ในระหว่างที่กรมทางหลวงรวบรวมข้อมูลให้ถูกต้องแล้วก็ครบถ้วน ประกอบกับ การพิจารณาการกำหนดทางเลือกว่าเราจะเลือกทางเลือกที่ ๑ หรือว่าจะเลือกทางเลือกที่ ๒ ซึ่งโครงการใด ๆ ก็ตามเราจะรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนผู้มีส่วนได้เสียในการที่จะต้องอยู่ อาศัยใน ๒ สายทางดังกล่าว ๑ เสียงสำคัญก็คือเสียงจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็น ตัวแทนของพี่น้องประชาชน เราจะรับฟังกระบวนการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ต่อการตัดสินใจทุกโครงการของกรมทางหลวงและของกระทรวงคมนาคมค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คำถามที่ ๒ มีไหม เชิญครับ🔗

นายชลธานี เชื้อน้อย ลำปาง

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชลธานี เชื้อน้อย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีอีก ๑ ครั้ง ขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยยืนยัน แสดงว่าโครงการของแขวงทางหลวงลำปางที่ ๑ ที่จะเสนอ แผนความต้องการปีงบประมาณ ๒๕๖๗ งานปรับปรุงทางหลวง รหัสงาน ๓๑๘๐๐ ทางหลวงหมายเลข ๑ ตอน เกาะคา-สามัคคี ระหว่าง กม. ๖๙๙ + ๖๙๐ ถึง กม. ๗๐๑ + ๔๐๐ เป็นช่วง ๆ งบประมาณ ๑๐ ล้านบาทนะครับ โดยจะเป็นการปรับปรุงจุดกลับรถเดิมที่ เป็น กม. ๖๙๙ + ๖๙๐ ให้มีความสะดวกปลอดภัยมากขึ้น เพื่อบรรเทาความไม่สะดวกของ ประชาชนผู้ใช้ทาง แสดงว่าโครงการนี้คือยกไปนะครับ แล้วก็เป็นโครงการใหม่ ก็อยากให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยยืนยันอีกทีนะครับว่าการแก้ไขปัญหาในจุดนี้จะเป็นโครงการไหนอีก ๑ รอบ แล้วก็โครงการนี้ถูกยกเลิกไปแล้วครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมค่ะ ต่อคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกนะคะว่า จริง ๆ โครงการยังไม่ถูกยกเลิก แต่เป็นโครงการ ที่เรารับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนอย่างที่ดิฉันกราบเรียนว่า ระหว่างมีทางเลือกที่ ๑ กับทางเลือกที่ ๒ ทางเลือกไหนจะมีความเหมาะสมกว่า แต่ก็ยังคงต้องรับฟังเสียงพี่น้อง ประชาชน แต่ขณะเดียวกันค่ะท่านประธาน ขณะที่เราอยู่ในระหว่างการรับฟังเสียงของ พี่น้องประชาชน เราเองก็มีมาตรการที่จะรองรับความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การเสนอแผนว่า เมื่อสามารถที่จะก่อสร้างสะพานได้แล้วเราจะทำอย่างไร ก็จะนำเรียนว่า ในเส้นทางดังกล่าวเราก็จะมีการจัดสรรงบประมาณ ๑๐ ล้านบาท ในการปรับปรุงจุดกลับรถเดิม ที่ชุมชนหนองยางหน้าหมู่บ้านกนกวิมานนะคะ แล้วก็บริเวณใต้สะพานทางรถไฟ สายเด่นชัย-เชียงใหม่ ซึ่งก่อนหน้าที่จะถึงห้างบิ๊กซี แล้วก็ได้ทำการปรับปรุงเกาะกลาง แล้วก็ โดยจะเพิ่มความยาวของช่องรถรอเลี้ยว แล้วก็ปรับปรุงผิวจราจร จนจุดกลับรถใต้สะพาน ข้ามทางรถไฟให้มีความกว้างมากขึ้น แล้วก็ให้มีรัศมีวงเลี้ยวที่เหมาะสมเวลารถจะต้องกลับ แต่ถ้ามีรัศมีความเลี้ยวแคบก็จะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งบริเวณนั้นนะคะ พร้อมทั้งติดตั้ง อุปกรณ์ความปลอดภัยสัญญาณไฟจราจร ไฟส่องสว่างนะคะ แล้วก็สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เชื่อมั่นว่าจะสามารถแก้ไขปัญหา แล้วก็บรรเทาไปก่อน ก่อนที่จะตัดสินใจว่าเราจะมี โครงการที่เป็นทางเลือกที่ ๑ หรือเป็นทางเลือกที่ ๒ ท่านประธานคะ ปัจจุบันโครงข่าย ของกระทรวงคมนาคม โครงข่ายทางหลวงได้มีการขยายออกไปนอกเขตเมืองมากขึ้น ก็จะส่งผลให้การเจริญเติบโตของเมืองมีมากขึ้น นอกจากนั้นเมื่อมีการขยายถนนออกไป ความเจริญเติบโตเกิดขึ้นก็จะมีการค้าขาย แล้วก็มีการติดต่อระหว่างชุมชนเมือง แล้วก็ชุมชนใกล้เคียง โดยเฉพาะในเรื่องของจุดกลับรถนะคะ ก็จะมีปัญหากับพี่น้อง ประชาชนเราจึงต้องพิจารณา เพราะว่าการลงทุนแต่ละครั้งก็จะไม่ให้เกิดปัญหาต่อพี่น้อง ประชาชน แล้วก็ต้องมาแก้ไขปัญหาในภายหลังนะคะ รวมทั้งนโยบายต่าง ๆ ที่เราจะต้องทำ ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการที่จะสร้างโครงการใด ๆ ก็ตามนะคะ ทั้งนี้ค่ะท่านประธานคะ การพิจารณาในเรื่องของการออกแบบก็ตาม ไม่ว่าการจราจรบนทางแยกหรือว่าการจราจร ที่ต้องข้ามสะพาน เราก็จะคำนึงถึงความสะดวก ความปลอดภัย แล้วก็ผลกระทบต่อพี่น้อง ประชาชน สุดท้ายค่ะ ความคุ้มค่าของการลงทุนที่ใช้งบประมาณของรัฐ ภาษีทุกบาท ทุกสตางค์ของพี่น้องประชาชนจะต้องได้รับการก่อสร้างหรือได้รับการลงทุนอย่างคุ้มค่า🔗

ท้ายที่สุดนะคะเนื่องจากเวลาจำกัด ดิฉันต้องถือโอกาสขอบคุณท่านสมาชิก ที่ได้แสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนจังหวัดลำปาง แล้วดิฉันก็ขอชื่นชมท่านสมาชิกที่ได้ ใส่ใจปัญหา ส่วนความคืบหน้าอย่างไรดิฉันขออนุญาตที่จะส่งเป็นเอกสาร แล้วก็รายงาน สถานะว่า ขณะนี้โครงการดังกล่าวได้มีการตัดสินใจอย่างไร จะเป็นทางเลือกไหนนะคะ ขอบพระคุณท่านประธานไปถึงท่านสมาชิกค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณรัฐมนตรีครับ ท่าน สส. ถ้าขับรถเข้าลำปางใช่ไหม เริ่มต้นมาจนทะลุออกไปที่จะไป จากตากไปทางพะเยา ไฟแดงเยอะมาก ไฟแดงนี่เยอะกว่าถนนข้างนอก ใช้เวลาประมาณ ครึ่งชั่วโมงกว่าจะผ่านลำปางได้ ไฟแดงเยอะมาก ถ้าจะแก้ไขไฟแดงได้อย่างไรก็ไม่รู้นะ ฝากท่าน สส. นะครับ คือเยอะมากมีแต่ไฟแดง แล้วก็มันมาช้าที่ในตัวเมือง ทำอย่างไร ให้ยกเลิกไฟแดงได้บ้างมันเยอะเกิน ขอบคุณครับ🔗

นายชลธานี เชื้อน้อย ลำปาง

ตอนนี้มีทางเลี่ยงเมืองแต่ยังสร้างไม่เสร็จ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อ๋อครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีกับท่าน สส. นะครับ ขอบคุณครับ🔗

๒. เรื่อง ขอให้การเคหะแก้ไขปัญหาเรื้อรังในพื้นที่เคหะนครหลวง สาขาห้วยขวาง เคหะชุมชนดินแดง ๑ และเคหะชุมชนดินแดง ๒ นายกัณตภณ ดวงอัมพร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์🔗

ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ได้อนุญาตให้ผู้แทน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนข้อมูลการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้นะครับ ๑. ท่านสมเจต ประพันธ์บัณฑิต รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ท่านที่ ๒ ท่านปรีดา สุขมิตร รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบ กระทู้ถาม ๑. ท่านเกศศิริ ทองสุข ท่านที่ ๒ ท่านชนาวุธ ชำนาญหาญ ท่านที่ ๓ ท่านอัมรินทร์ สุทัศน์ ณ อยุธยา ท่านที่ ๔ ท่านธวัช สินพันธุ์ ท่านที่ ๕ ท่านวิวัฒน์ เชาวเรศ ท่านที่ ๖ ท่านวิชญะ ศิริชัยเจริญกุล เชิญท่านกัณตภณ ดวงอัมพร ถามคำถามแรก🔗

นายกัณตภณ ดวงอัมพร กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายกัณตภณ ดวงอัมพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ตัวแทนของพี่น้องชาวพญาไท ดินแดงครับ วันนี้ผมมาเป็นตัวแทนของ ชาวแฟลตด้วยนะครับที่จะนำปัญหามาหารือกับท่านรัฐมนตรีครับ ก่อนอื่นผมต้อง ขอขอบคุณท่านวราวุธ ศิลปอาชา ท่านรัฐมนตรีที่มาตอบกระทู้ มารับฟังปัญหาของพี่น้อง ประชาชนในวันนี้ครับ รวมทั้งขอบคุณในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่บริเวณดังกล่าวในช่วงเวลา ที่ผ่านมาโดยตลอด วันนี้ผมมารวมปัญหาที่ยังตกค้างอยู่เพื่อที่จะหาทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ และยั่งยืนด้วยกับท่านนะครับ เพื่อความเข้าใจโดยง่ายนั้นผมจะแบ่งเป็น ๒ ส่วนครับ คือส่วน ของเคหะดินแดง ๑ และ ๒ นะครับ แล้วก็การเคหะนครหลวง ห้วยขวางครับ เพื่อความ กระชับผมเข้าเรื่องเลยครับ🔗

เรื่องแรก เรื่องไฟส่องสว่างพื้นที่ห้วยขวางครับ ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายกัณตภณ ดวงอัมพร กรุงเทพมหานคร

ถ้าเห็นจากภาพจะเห็นว่าดับ เป็นจำนวนมากนะครับ หลอดไฟเสีย สีดำนี่คือ ๔๘ ดวงนะครับ แล้วก็สีแดงใช้งานไม่ได้ อยู่ ๒๘ ดวง มีใช้ได้จริง ๆ ประมาณสีน้ำเงินมีแค่ ๓๙ ดวง เรื่องนี้ผมก็ได้ส่งเรื่องไปถึง การเคหะแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใดนะครับ แล้วก็ไฟส่องสว่างบริเวณดินแดง อันนี้ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่เร่งรัดในการดำเนินการจากข้อร้องเรียนที่ผมได้แจ้งไป และตอนนี้ผมก็ได้รับแจ้งความคืบหน้าจากการเคหะมาอย่างต่อเนื่องครับ🔗

เรื่องต่อมาครับ ปัญหากล้องวงจรปิดครับ จากต้นกระทู้ที่ผมเขียนไปก็มีการ ขึ้นไปขโมยสายล่อฟ้าในแฟลตห้วยขวางนะครับ แล้วก็มีการขโมยรถจักรยานยนต์หลายจุด ตรงนี้จะเรียกได้ว่ากล้องวงจรปิดก็ไม่เพียงพอนะครับ เป็นปัญหาร่วมกันของทั้งเคหะดินแดง ๑ ดินแดง ๒ และเคหะห้วยขวางครับ ปัญหาเรื่องกล้องวงจรปิดนี่ผมมองว่าเป็นเรื่องสำคัญนะครับ เพราะเป็นเรื่องปัจจัยพื้นฐานในความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งจะสร้างความ อุ่นใจด้วย🔗

ปัญหาต่อมาครับก็เป็นปัญหาเรื่องความปลอดภัยเช่นกันครับ แฟลตครับ มีผู้อยู่อาศัยบางตึกก็เป็น ๑๐๐ ห้องนะครับ แต่ถังดับเพลิงในแต่ละแฟลตก็ยังมีไม่เพียงพอ พร้อมกับพื้นที่ดินแดงก็มีเหตุไฟไหม้บ่อยครับ อันนี้ผมมองว่าควรที่จะมีถังดับเพลิงประจำ อยู่ในทุก ๆ ตึกของแฟลตดินแดงและห้วยขวางครับ🔗

ปัญหาน้ำรั่วจากโครงสร้างนะครับ แฟลตห้วยขวางครับ บริเวณแฟลต ๒๑-๒๘ อันนี้เป็นปัญหาจากโครงสร้างตึกนะครับ ผมทราบดีครับว่าแฟลตเก่าปัญหาก็ต้องมี ตามมา แต่วิธีการแก้ที่ผ่านมาของการเคหะก็คือแก้แบบปะผุครับ ไม่ได้แก้ที่โครงสร้างให้มัน เกิดการแก้ไขอย่างชัดเจนนะครับ แล้วประชาชนก็ซ่อมเองตามมีตามเกิดนะครับ อันนี้ก็บอก ตามตรงครับว่าถ้าเกิดจะรอโครงการฟื้นฟูเมืองให้เข้าถึงห้วยขวางเพื่อแก้ปัญหานี้ประชาชน ก็ต้องอยู่กับความทุกข์อีกหลายปีนะครับ🔗

เรื่องต่อมาก็คือเรื่องพื้นฐานครับ การตัดต้นไม้ การลอกท่อ ถนนหลุมบ่อ และปัญหาพื้นฐานเรื่องความสะอาดอื่น ๆ ตรงนี้ผมมองว่างบประมาณกับปัญหา ไม่สอดคล้องกันครับเหมือนที่ผมได้อภิปรายในงบวาระ ๑ ไปแล้วนะครับ บางจุดก็จะบอกว่า จัดการที่ดีขึ้นมากเลยครับ เช่น เคหะดินแดง ๑ ๒ ก็จัดการให้ดีขึ้น แต่ภาพรวมก็ยังเป็น ปัญหาพื้นฐานอยู่ดีครับ จึงนำมาสู่คำถามข้อที่ ๑ ว่า ท่านรัฐมนตรีมีแผนการแก้ไขปัญหา ระบบสาธารณสุขและความปลอดภัยของเคหะดินแดง ๑ เคหะดินแดง ๒ เคหะนครหลวง ห้วยขวางอย่างไร กำหนดเป้าหมายความสำเร็จและมีความคืบหน้าใดในการแก้ไขปัญหา ดังกล่าวอย่างไร ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ต้องขอบคุณท่าน สส. กัณตภณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกลท่านได้นำเอาปัญหาหลายเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับที่พักอาศัยของพี่น้องในเขตพื้นที่ของดินแดงและห้วยขวาง ที่อยู่ภายใต้การดูแลของการ เคหะมา ต้องเรียนว่าแต่ละปัญหานั้นล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่เรียกว่า On going จะมีตรงนั้น นิดตรงนี้หน่อยนะครับ ท่าน สส. ได้พูดถึง ๔ ประเด็นหลัก ๆ นะครับ มีเรื่องกล้อง CCTV เรื่องถังดับเพลิง แล้วก็เรื่องน้ำรั่วซึม รวมทั้งการจัดภูมิทัศน์🔗

ในประเด็นเรื่องของกล้อง CCTV เราติดเพื่อที่จะกันขโมย ปรากฏว่าตัวกล้อง โดนขโมยเสียเองนะครับ ฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าได้ขอให้ทางการเคหะนั้นหารือกับทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วก็พี่น้องที่เป็นผู้นำชุมชนนะครับ การที่จะช่วยกันเฝ้าระวังในชุมชน เบื้องต้นส่วนหนึ่ง แล้วก็ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะว่าในทั้งพื้นที่ดินแดงและพื้นที่ของ ห้วยขวางนั้นเป็นพื้นที่ที่ใหญ่มีคนอยู่เยอะ แถมที่ผมทราบมา ที่เคยไปดูมาคือเป็นพื้นที่เปิด มีคนเข้าคนออกไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะคนในพื้นที่ของเคหะเอง ทำให้การควบคุมคนเข้าคนออกนั้น เป็นไปอย่างค่อนข้างมีความท้าทายพอสมควรนะครับ ผมจะกำชับให้กับทางการเคหะหารือ กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตพื้นที่ดังกล่าว แล้วก็จะหารือกับทางผู้นำชุมชนด้วย ในการที่จะ มีเวรยามหรือว่าให้มีสายตรวจเข้ามาให้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงถ้าหากว่าจะติด CCTV ใหม่ จะมีมาตรการติดอย่างไรเพื่อให้มีความปลอดภัย ทำให้กล้อง CCTV ไม่หายเสียเอง อันนี้เป็นปัญหาโลกแตก เพราะว่าในต่างจังหวัดเองสายไฟฟ้าต่าง ๆ ของหน่วยงานราชการ ก็โดนขโมยเช่นกัน🔗

ในส่วนของถังดับเพลิง ขอบคุณท่าน สส. ครับที่ตั้งข้อสังเกตขึ้นมา เดี๋ยวผม จะกำชับให้ทางการเคหะมีการติดถังดับเพลิงในแต่ละชั้นในทุก ๆ ตึกที่มีอยู่🔗

ในส่วนประเด็นเรื่องน้ำรั่วซึมในอาคาร ๒๑-๒๘ ที่เคหะที่ห้วยขวางนะครับ เดี๋ยวผมจะขอให้ทางการเคหะไปเร่งดูว่าจะแก้ปัญหาให้ได้ที่ไม่ใช่เป็นแก้แบบปะผุนั้น จะดำเนินการอย่างไร แล้วจะให้นำเสนอให้ผมทราบโดยด่วนนะครับ🔗

รวมถึงการดูเรื่องภูมิทัศน์ การตัดต้นไม้ ลอกท่อ ถนน ความสะอาดต่าง ๆ การตัดต้นไม้ผมได้ขอให้ทางการเคหะไปประสานงานกับกรมป่าไม้นะครับ โดยใช้รุกขกรของ กรมป่าไม้ เพราะว่าการตัดต้นไม้ที่ถูกต้อง การตัดต้นไม้ที่เรียกได้ว่าถูกตามหลักการนะครับ ๑. จะทำให้ต้นไม้สูงชะลูดขึ้นและให้ร่มเงาโดยที่ไม่ไปตัดยอดเขาทิ้งทั้งหมดนั้น ทางรุกขกร ของกรมป่าไม้มีความสามารถเป็นอย่างยิ่ง จะขอให้เข้ามาให้ความรู้ แล้วก็สาธิตการตัด🔗

ส่วนการขุดลอกท่อ ผมได้ขอให้การเคหะนั้นดูด้วยว่าพอลอกท่อออกไปแล้ว สิ่งที่ทำให้ท่อตันคืออะไรบ้าง เป็นไขมัน หรือว่าเป็นขยะ หรือว่าเป็นสาเหตุใด เพราะว่าการดู ขยะสิ่งที่เราลอกออกมาแล้วมันจะสามารถให้เราช่วยวิเคราะห์ได้ครับว่า ที่มันตันเพราะเป็น มีขยะลงไป หรือว่าไม่มีบ่อดักไขมัน ทำให้บางครั้งเวลาพี่น้องประชาชนเทอาหารเหลือ หรืออะไรลงไปแล้วมันเกิดอาการอุดตันขึ้น ดังนั้นการขุดลอกท่อต้องมาดูด้วยว่าเศษที่ออกมา มันคืออะไรจะได้แก้ปัญหาที่ต้นทางได้🔗

ในส่วนเรื่องถนนและความสะอาด เรื่องขยะ ผมก็ได้กำชับให้ทางการเคหะนั้น เร่งประสานงานกับทางผู้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตลาด ที่มารับผิดชอบเรื่องตลาด แล้วก็ประสานงาน กับ กทม. ในเขตพื้นที่ที่ทั้งดินแดง แล้วก็ห้วยขวาง เพราะว่าเคยได้รับร้องเรียนมาว่า กทม. จะเอารถเข้าไปปรากฏว่าโดนรถจอดขวางทางอยู่ ดังนั้นการที่ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน เป็นสิ่งที่การเคหะนั้นจะต้องประสานงานกับผู้นำชุมชน ดังนั้นการแก้ปัญหาเรื่องการสาธารณสุข หรือว่าเป้าหมายต่าง ๆ ที่ได้กล่าวเมื่อสักครู่นั้น ภายในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ เอา ๒๕๖๗ ก่อนนะครับ จบกันยายนนี้ ผมจะต้องได้รับรายงานอย่างเป็นรูปธรรมจากการเคหะ ที่พูดไม่ได้ พูดเพียงแค่ให้ท่าน สส. ฟัง ผมพูดให้กับการเคหะฟังด้วยจะได้ส่งการบ้านให้กับผม ผมจะได้ ส่งการบ้านให้กับท่าน สส. ได้ ผมสัญญากับท่าน สส. ไว้แล้วอย่าทำให้ผมผิดคำพูด อันนี้ก็ฝากการเคหะเป็นการบ้าน แล้วจะได้เร่งมารายงานกับทางท่าน สส. ได้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปคำถามที่ ๒ ครับ เชิญครับ🔗

นายกัณตภณ ดวงอัมพร กรุงเทพมหานคร

ก่อนเข้าคำถามที่ ๒ ครับ ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่รับฟังแล้วก็ทำจริงนะครับ แต่ก็ท่านยังไม่ตอบผมเรื่องไฟส่องสว่าง ข้อที่ ๑ ยังค้างอยู่ที่เคหะห้วยขวางอยู่ที่ยังไม่ได้รับการดำเนินการ แล้วก็ปัญหาเรื่องกล้อง ผมว่าที่บอกว่าโดนขโมย ผมคิดว่าที่ผมไปดูเองส่วนใหญ่มันจะเสีย มันจะเสียหลายจุด อาจจะเป็นของตัวเก่าอะไรก็ตาม แต่ว่าอาจจะมีการขโมยจริงแต่อาจจะเป็นแค่บางจุด ก็ขอให้ประเมินตรงนี้ด้วย แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗

เข้าสู่คำถามข้อที่ ๒ เลยครับ จากแผนในการแก้ไขปัญหาข้อที่ ๑ ของท่านรัฐมนตรี ในแผนงานเมื่อสักครู่ท่านบอกว่างบ ๒๕๖๗ อันนี้ผมถามถึงงบ ๒๕๖๘ ในแผนงบประมาณ ปี ๒๕๖๘ ที่ท่านได้เสนอต่อสภา มีแผนงานโครงการใดที่จะนำมาใช้แก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งหมดครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาที่ทางท่าน สส. ได้พบมา เป็นปัญหาที่มีมาค่อนข้างจะนานแล้ว แล้วผมเห็นใจพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ส่วนหนึ่งจะเริ่มมีการก่อสร้างอาคารใหม่ ต้องเรียนท่าน สส. ว่า ปัญหาที่ท่านได้เคยส่งให้ผมดู ไม่ว่าจะเป็นเรื่องห้องน้ำ การที่จะให้ Wheelchair เข้าไปได้ การที่มีส่วนเปียกอยู่ข้างหน้า แล้วส่วนแห้งอยู่ข้างหลังที่มันไม่ Make Sense นั้น เมื่อสักครู่ผมได้กำชับไปกับทางการเคหะว่า จะต้องปรับเอาส่วนแห้งให้มาอยู่ข้างหน้า แล้วส่วนเปียกให้ไปอยู่ข้างหลัง ถ้าทำไม่ได้ผมไม่ให้สร้างตึก ตึกที่สร้างภายใต้ช่วงระยะเวลา ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ชื่อวราวุธนั้น Universal Design คือหัวใจสำคัญ คนพิการ Wheelchair จะต้องเข้าไปใช้ได้โดยไม่เกิดอุบัติเหตุ นอกจากนั้นแล้วการดูแลเรื่อง อย่างเช่น เวลาประตูผุ เวลาที่กำแพงราขึ้น หรือว่าประตูที่ออกไประเบียงมันพัง มันก็สืบเนื่องมาจาก การออกแบบที่ผมคิดว่ายังไม่ครอบคลุมเพียงพอ ต้องฝากท่าน สส. ไปขอโทษพี่น้อง ประชาชนด้วย การสร้างใหม่ของการเคหะจากนี้ไป เมื่อวานนี้ผมได้มีโอกาสคุยกับผู้บริหาร การเคหะบอกว่า เวลาท่านจะสร้างอะไรขอให้นึกว่าท่านกำลังสร้างบ้านของท่านเอง นึกว่าท่านกำลังจะไปอยู่เอง บ้านคนเรานั้นมันไม่มีใครเอาส่วนเปียกมาไว้อยู่ข้างหน้า เอาส่วนเปียกมาอยู่ข้างหน้าเปิดประตูเมื่อไรประตูก็พัง ประตูจะทำจาก PVC uPVC หรืออะไรก็แล้วแต่ ทนแค่ไหน แต่ว่าวันแล้ววันเล่าเจอส่วนเปียกเข้าไปเช่นนั้นประตูก็จะพัง รวมไปถึงประตูที่จะออกไปตรงระเบียง ถ้าหากระเบียงนั้นไม่มีกันสาด ไม่มีสิ่งที่จะมากันไม่ให้ แดดและฝนนั้นมาสาดเข้าประตู ไม่นานประตูก็จะพังเหมือนกัน ดังนั้นการออกแบบตึก จะต้องคำนึงถึงการใช้งานประจำวัน การจะเอายิปซัมมากรุไหม การจะยาแนวกระเบื้องที่อยู่ ในห้องน้ำเพื่อไม่ให้น้ำมันซึมจากในห้องน้ำออกมาโดนแผ่นยิปซัมข้างนอก การติดกันซึม การทำอะไรทั้งหลายเหล่านี้ ไม่ใช่มาแก้เอาหลังจากที่พี่น้องประชาชนเข้าไปอยู่แล้ว ฉะนั้นในปี ๒๕๖๘ งบประมาณที่เราตั้งไปผมให้คำมั่นกับท่าน สส. ว่า เราจะต้องเร่งแก้ ทุกปัญหาที่ท่าน สส. ได้นำเสนอมา ไฟส่องสว่างและกล้อง CCTV ที่เสียไป ขอให้ทาง การเคหะนั้นเร่งสอบรายละเอียดว่า อันนี้ย้อนกลับไปคำถามแรกว่า ไฟส่องสว่างนั้น ผมอยากจะให้แก้ให้เสร็จก่อนวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ จะทำได้หรือไม่ ขอให้ตอบผมด้วย ส่วนการแก้ปัญหาของ Unit ต่อ ๆ ไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำรั่ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิ่งสาธารณูปโภค ที่ท่าน สส. ได้กล่าวมา อันนี้ต้องขอบคุณท่าน สส. จริง ๆ เพราะว่าถ้าหากท่านไม่นำเสนอ ในที่ประชุมครับท่านประธานครับ ผมเองก็อาจจะไม่ทราบในรายละเอียด เพราะว่าในแต่ละห้อง เวลาผมเองไปเดินตรวจราชการ บางทีครั้นเราจะเข้าไปในห้องของพี่น้องประชาชนเลย มันก็กระไรอยู่ แต่ว่าท่าน สส. นั้นท่านอยู่ในพื้นที่จะมีพี่น้องประชาชนมาร้องเรียนตลอด ต้องขอบคุณท่าน สส. ที่เอาข้อมูลมาบอก ทำให้ผมจะได้เร่งแก้ได้ แล้วก็อาคารต่าง ๆ เหล่านี้ ไปที่จะเกิดปัญหาในอนาคตอย่าให้เกิด อันนี้ท่านรองผู้ว่าทั้ง ๒ ท่านมานั่งอยู่ แล้วผมก็จะกำชับ แล้วก็จะดูแลให้ดีครับท่าน สส. ฝากขอโทษพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ จะฝากใช่ไหมมีอะไรเชิญครับ🔗

นายกัณตภณ ดวงอัมพร กรุงเทพมหานคร

ขอใช้เวลาตรงนี้สั้น ๆ นิดหนึ่ง เพราะไหน ๆ ท่านรัฐมนตรีได้พูดถึงโครงการฟื้นฟูเมืองแล้ว ก็ระหว่างในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมก็ได้ไปรับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชนถึงปัญหาของอาคารใหม่ D1 เกี่ยวกับเรื่องของ การรับงานแล้วก็สภาพห้อง ผมก็ได้ทำเป็นสรุปมาให้ท่านรัฐมนตรีแล้วครับ เดี๋ยวหลังจากที่ ประชุมเดี๋ยวผมจะมอบให้ แล้วก็สรุปสั้น ๆ ให้ท่านฟังว่ามีปัญหาอะไรที่ควรที่จะพัฒนาต่อไปได้ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่าน สส. ครับ🔗

๓. เรื่อง ค่าเช่าบ้านกรณีของข้าราชการตำรวจชั้นประทวน นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้ว มีบัญชามอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ มาตอบแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑🔗

ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้ ๑. ท่านโสภณ พวงคุ้ม นิติกรชำนาญการพิเศษ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ๒. ท่านภัทรพิพัฒน์ เอี่ยมไอ นิติกรชำนาญการ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ต่อไปเชิญท่านอัครเดช ถามคำถามแรก เลยครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมได้ทำกระทู้ เรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีในกรณีค่าเช่าบ้านของข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ซึ่งท่าน นายกรัฐมนตรีนั้นมีภารกิจมาก ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง มาตอบกระทู้นี้ให้กับพี่น้องข้าราชการตำรวจ ก่อนอื่น ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และที่สำคัญยิ่ง ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ท่านรัฐมนตรีช่วยคลังครับ ซึ่งท่านภารกิจ ก็เยอะมากจริง ๆ เพราะว่าตอนนี้ท่านเป็นรัฐมนตรีที่มีประวัติสำคัญในการดูแลเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้องให้กับพี่น้องประชาชน ท่านก็ทำหน้าที่หลายด้าน แต่ว่าท่านยังสละเวลามาตอบกระทู้นี้ ให้กับพี่น้องข้าราชการตำรวจ ก็ต้องขอให้พี่น้องตำรวจนั้นได้ขอบคุณท่านรัฐมนตรีจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ มา ณ โอกาสนี้ด้วย เนื่องด้วยปัญหาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีดังนี้ ท่านประธานครับ ปัจจุบันประเทศไทยนั้นประสบปัญหาเรื่องภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ก็มีผล เรื่องของค่าครองชีพที่สูงขึ้นก็ทำให้ข้าราชการตำรวจที่ได้รับเลือกบรรจุในจังหวัด ที่นอกเหนือจากภูมิลำเนาของตน ประสบกับเรื่องของระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ไม่สามารถที่จะขออนุญาตเบิกจ่ายในเรื่องของค่าเช่าบ้านได้ ผมเองนั้นได้มีโอกาสไปลงพื้นที่ แล้วก็ไปเจอพี่น้องข้าราชการชั้นประทวน ก็ได้รับการร้องเรียนมาว่า ปัจจุบันนี้ทางสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติยังใช้ระเบียบเดิมอยู่ เมื่อเวลาจบออกมาจากโรงเรียนพลตำรวจแล้ว ซึ่งมีอยู่ ทั่วประเทศมีอยู่ทั้งหมด ๙ ภาค ก็จะมีโรงเรียนพลตำรวจเมื่อจบออกมาแล้วท่านประธาน ก็นึกออก ถ้ากลับไปแล้วเราตั้งใจจะไปลงจังหวัดไหน ถึงแม้ไม่ใช่ภูมิลำเนาจังหวัดเราเอง แต่ว่าเป็นจังหวัดที่เราประสงค์ที่เราจะไป ระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็บอกว่าเบิก ค่าเช่าบ้านไม่ได้ เพราะว่า ๑. ที่เบิกค่าเช่าบ้านไม่ได้ คือเป็นความประสงค์ของของข้าราชการ ตำรวจชั้นประทวนที่ต้องการไปจังหวัดนั้น ฉะนั้นตรงนี้เมื่อไม่ใช่ภูมิลำเนาก็ไม่มีบ้านอยู่ ก็ต้องไปเช่าบ้าน ค่าใช้จ่ายก็ต้องไปจ่าย ท่านประธานที่เคารพครับ ข้าราชการตำรวจนั้น ถือว่าเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรม เราเองพี่น้องประชาชนคาดหวังว่าเราอยากจะได้ ความยุติธรรมจากกระบวนการยุติธรรมนั้น ข้าราชการตำรวจนั้น ถ้าเราดูแลให้ดีเหมือนกับ อัยการ เหมือนกับผู้พิพากษา เราก็คิดว่ากระบวนการยุติธรรมมันก็จะโปร่งใส แล้วก็เป็น ที่พึ่งหวังของพี่น้องประชาชนได้ แต่ถ้าข้าราชการตำรวจของเราซึ่งเป็นต้นทางกระบวนการ ยุติธรรมยังไม่ได้รับการดูแลจากภาครัฐที่ดี ผมคิดว่าสิ่งที่พี่น้องประชาชนคาดหวัง หรือเรา ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคาดหวังไว้ก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะว่าในเมื่อ ปากท้องยังไม่อิ่ม ตำรวจเองถ้ากินไม่อิ่มนอนไม่หลับ บางทีก็ต้องไปทำอะไรที่มันเสี่ยงกับ การผิดกฎหมาย ฉะนั้นตรงนี้ถ้าเราอยากจะให้กระบวนการยุติธรรมมันเป็นที่พึ่งหวังของ พี่น้องประชาชนได้ เราก็ต้องดูตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ต้นน้ำคือข้าราชการตำรวจ กลางน้ำคืออัยการ ปลายน้ำคือผู้พิพากษา ตอนนี้กลางน้ำกับปลายน้ำเราดูแลดีอยู่แล้ว ท่านประธานก็ทราบดีอยู่ แต่ตอนนี้ตำรวจมักจะเป็นจำเลยของสังคมในด้านนี้ ในเรื่องของ การโปร่งใส ความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่หรือพนักงานสอบสวนก็ดี ในการทำสำนวนก็ดี หรือพนักงานจราจร เจ้าหน้าที่จราจรก็ดีหรือเจ้าหน้าที่ปราบปราม มักมีปัญหาเรื่องของ การเรียกรับเงินเพราะอะไรครับ เพราะว่าต้องยอมรับจริง ๆ นะครับท่านประธานว่าได้รับ การร้องเรียนจากข้าราชการตำรวจจริง ๆ โดยเฉพาะชั้นประทวนว่าไม่พอกินไม่พอใช้ อันนี้รัฐบาลก็ต้องไปแก้ ฉะนั้นเรื่องค่าเช่าบ้านเมื่อผมลงพื้นที่ได้รับการร้องเรียนมา สิ่งที่เราเอง ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะทำได้คือการสะท้อนปัญหาของข้าราชการตำรวจ แล้วก็ พี่น้องประชาชนผ่านกลไกรัฐสภา ฉะนั้นกระทู้จึงเป็นอีกกลไกหนึ่งของฝ่ายนิติบัญญัติที่มี ความสำคัญ ที่จะสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของข้าราชการแล้วก็พี่น้องประชาชนไปให้ รัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไข ฉะนั้นวันนี้จึงขอนำเรียนปัญหาของข้าราชการตำรวจครับว่า ในเมื่อไปบรรจุในจังหวัดที่ตนเองต้องการแต่ไม่สามารถเบิกค่าเช่าบ้านได้ ทางรัฐบาล มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้กับพี่น้องข้าราชการชั้นประทวนหรือไม่ อย่างไร จึงขออนุญาตกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามแรกครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แล้วก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอบพระคุณท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ที่ท่านได้เป็นห่วงเป็นใยข้าราชการตำรวจ แล้วก็ตรงกันกับแนวความคิดของท่าน นายกรัฐมนตรี ซึ่งถ้าท่านติดตามข่าวสารท่านจะรู้ได้ว่า ท่านนายกมีการไปแวะเยี่ยมเยียน พื้นที่พักอาศัยของพี่น้องข้าราชการหลาย ๆ ประเภท ตำรวจเป็นหนึ่งในจุดที่ท่านเคยไป เยี่ยมชม ไปเยี่ยมหากับทางแฟลตตำรวจในความเดือดร้อน นอกจากนั้นท่านไปดูในส่วนของ สาธารณสุข ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ไปดูการพักอาศัย ไปดูการดำรงชีวิตของพี่น้อง ข้าราชการโดยเฉพาะชั้นผู้น้อย ซึ่งเป็นปัญหาอย่างมาก และเราก็ได้พบปัญหาเดียวกับท่าน ในประเด็นแรกเลย ท่านถามถึงกลไกก่อน ซึ่งในขณะนี้ในปัจจุบันนี้ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า ด้วยค่าเช่าบ้านของข้าราชการไม่นับเป็นสวัสดิการสำหรับข้าราชการทุกคน ในกรณีที่รัฐ จะจ่ายค่าเช่าบ้านให้จะเป็นกรณีที่เกิดจากการที่ถูกโอนย้าย โอนเปลี่ยนแปลงที่ทำงาน ย้ายจังหวัดลักษณะนั้น จะสามารถเบิกจ่ายในลักษณะของค่าเช่าบ้านได้ ซึ่งมี Rate อยู่ ท่านก็คงจะพอทราบอยู่ใน Range ประมาณ ๒,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาทแล้วแต่ระดับชั้น แต่ในกรณีที่เป็นการบรรจุใหม่ทางภาครัฐนับเป็นการเลือกที่จะไปบรรจุอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ เมื่อเลือกแล้วก็เป็นความสมัครใจ ในกรณีนั้นไม่สามารถที่จะเบิกในลักษณะของค่าเช่าบ้านได้ แต่ในกรณีของตำรวจเองก็มีในหลายกรณีที่มีการที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการจัดสรร ที่พักให้ในบางจุด ก็จะสามารถเข้าไปใช้สิทธิการที่จะเข้าไปอยู่อาศัยได้ในกรณีที่มีบ้านพัก แต่อย่างไรก็ตามครับ กลไกการแก้ไขถ้าให้ว่ากันตามกลไกปกติก่อนก็คือการเพิ่มที่พักอาศัย เพราะในขณะนี้หากดูจากสถิติตัวเลข ข้าราชการตำรวจในระดับประทวนมีประมาณ ๒๑๓,๐๐๐ ราย บ้านพักที่อยู่ในปัจจุบันนี้ราว ๑๐๗,๐๐๐ กว่า Unit ชำรุดไป ๘,๐๐๐ แล้ว ผมเองด้วยความเคารพ เราเองก็เป็นนักการเมืองกันมานาน ๙๐,๐๐๐ ที่เหลือผมก็ว่าไม่ได้อยู่ ในสภาพที่สมบูรณ์นัก อันนี้เป็นข้อเท็จจริง แต่เราเห็นถึงปัญหานี้แต่จากการสำรวจของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเอง ต้องการของที่พักในประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของจำนวน บุคลากร เพราะฉะนั้นเราควรจะต้องมีประมาณ ๑๔๙,๐๐๐ ตีกลม ๆ ก็ ๑๕๐,๐๐๐ Unit สำหรับรองรับข้าราชการตำรวจในกลุ่มนี้ ซึ่งกลไกที่ทำอยู่ในปัจจุบันอย่างแรกเลย ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ทันใจคือการเพิ่มจำนวน Unit ที่พักอาศัย ซึ่งก็ใช้กลไกของงบประมาณ แต่งบประมาณ ในส่วนนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอตั้งปีละประมาณ ๓,๐๐๐ Unit ทางสำนักงบประมาณ ก็ให้ได้ประมาณปีละ ๒,๐๐๐ Unit ๒,๐๐๐ ขาด ๔๐,๐๐๐ ท่านคำนวณดูก็ประมาณเกือบ ๒๐ ปีกว่าจะเสร็จ ซึ่งไม่น่าจะเป็นคำตอบที่พึงพอใจ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ดำริแล้วก็สั่งการผ่านทางกระทรวงการคลัง คือการใช้กลไกอื่นของรัฐ วันนี้เราเรามี ช่องทางหนึ่งครับ นั่นก็คือธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้กำกับของ กรมธนารักษ์ ซึ่งมีความยืดหยุ่นในการทำงาน เพราะว่าถือเป็นรัฐวิสาหกิจสามารถระดมทุน ได้เอง กลไกที่เราทำถ้าท่านนึกภาพท่านจะย้อนไปเห็นก็คืออย่างเช่น ศูนย์ราชการที่ตรง ถนนแจ้งวัฒนะ ก็คือธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์เป็นผู้ระดมทุน เป็นผู้ก่อสร้าง เมื่อสร้างเสร็จแล้ว ให้หน่วยงานรัฐเข้ามาใช้ประโยชน์โดยที่ต้องตั้งงบประมาณเป็นรายปีเพื่อมาชำระคืน ก็คือเหมือนกับผ่อนผ่านทาง ธพส. นี้แหละ กลไกนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้สั่งการให้ธนารักษ์ พัฒนาสินทรัพย์ไปดูในหลาย ๆ ส่วนไม่ใช่ดูเฉพาะตำรวจ ดูทั้งเรื่องของกลุ่มบุคลากรทาง การศึกษา ไปดูในส่วนของกลุ่มกระทรวงสาธารณสุขและราชการอื่น ๆ ด้วยที่มีความจำเป็น กลไกนี้เราได้คุยกันพูดถึงตัวเลขในปีหนึ่งนับเป็นหลายหมื่น Unit ในขณะนี้เรากำลังตั้งโครง อยู่ว่า เราจะเริ่มที่ตรงไหนแล้วก็อยากจะรู้ถึงสภาพความต้องการจริง ซึ่งในส่วนนี้อาจจะต้อง ถามผ่านท่านประธานกลับไปยังท่านอัครเดชด้วย เพราะว่าตัวรัฐเองเราก็รับฟังแต่รายงาน ของราชการที่เขารวบรวมกันขึ้นมา แต่ท่านในฐานะที่เป็น สส. ที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชน ในพื้นที่ ถ้าเห็นในพื้นที่ใดที่มันมีความจำเป็นเร่งด่วน ตรงไหนอยู่ไม่ได้แล้ว ตรงไหนขาดจริง ๆ ช่วยกรุณาบอกผ่านมายังภาครัฐเพื่อที่เราจะได้รับเห็นถึงปัญหา เมื่อได้รับฟังแล้วก็เห็นถึง ปัญหา จะได้เร่งในกระบวนการเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาในจุดที่มีความเร่งด่วนต่อ ๆ ไป กลไก ของ ธพส. ซึ่งเราวางแผนในการทำ ก็จะสามารถระดมทุนมาเองก่อสร้างให้ทำเป็นลักษณะ ของแฟลต ทำเป็นลักษณะของคอนโดมิเนียม จะเป็นแนวราบแนวดิ่งก็ตาม สุดท้ายส่งมอบ ให้กับหน่วยงานรัฐ เช่น สำนักงานตำรวจเองก็ตาม ในการที่จะเข้าไปใช้ประโยชน์ที่อาศัย ให้กับข้าราชการในชั้นผู้น้อย ชั้นประทวน สุดท้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ตั้งงบประมาณ มาชำระคืนเป็นรายปี นี่จะเป็นการแก้ไขปัญหาเพราะว่าเราเองก็รับทราบดีว่า ด้วยงบประมาณ ปัจจุบันนี้มันเป็นไปได้ยากที่เราจะใส่เงินงบประมาณเข้าไปปีนึง ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท สำหรับการนี้โดยเฉพาะ เพราะว่ามีภารกิจอื่น ๆ ของรัฐที่ต้องบริการประชาชนอีกมากมาย แต่ด้วยกลไกของ ธพส. เราใช้การระดมทุนในตลาดทุน ดึงเงินมาก่อสร้างก่อนรัฐค่อย ผ่อนจ่ายเป็นรายปีด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาก มันก็จะเป็นการลดภาระในงบประมาณในรายปี ให้กับภาครัฐ แต่สามารถตอบสนองในเรื่องของความต้องการของพี่น้องข้าราชการในเรื่อง ของบ้านพักอาศัยได้ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ขอบคุณท่านประธานครับ ได้รับทราบคำตอบของท่านรัฐมนตรีแล้วก็ดีใจครับ ที่รัฐมนตรีนั้นได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจน แล้วก็เป็นข้อมูลที่ผมคิดว่านำไปสู่การแก้ปัญหาให้กับพี่น้องข้าราชการตำรวจได้จริง ๆ ว่า ปัจจุบันนี้มีความขาดแคลนกันถึง ๔๐,๐๐๐ Unit แล้วใช้ระยะเวลาเกือบ ๒๐ ปี ในการที่จะ ก่อสร้างแก้ปัญหา ฉะนั้นแนวทางที่ท่านรัฐมนตรีจุลพันธ์ได้ชี้แจงมา โดยให้ธนารักษ์พัฒนา สินทรัพย์ขึ้นมาแก้ปัญหา ผมคิดว่าเป็นวิธีการที่ดีครับ ไม่เป็นภาระงบประมาณของภาครัฐ แต่ทีนี้ท่านรัฐมนตรีชี้แจงมา ก็เผื่อแผ่ไปถึงนอกจากข้าราชการตำรวจแล้ว ยังไปถึงข้าราชการ กระทรวงสาธารณสุขด้วย ข้าราชการชั้นผู้น้อยของกระทรวงศึกษาธิการด้วย ก็เจอปัญหานี้ จริง ๆ ท่านรัฐมนตรีท่านเป็นผู้แทนราษฎรท่านก็ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน ท่านก็ทราบ ปัญหานี้ แล้วท่านก็กำลังทำโครงการนี้ ผมคิดว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์แล้วก็อยากให้ ทางท่านรัฐมนตรีได้เร่งดำเนินการ เพราะผมคิดว่าถ้าโครงการนี้มีความชัดเจนก็จะทำให้ ข้าราชการชั้นผู้น้อยสามารถที่จะแบ่งเบาภาระเรื่องของค่าใช้จ่ายได้ ซึ่งปัจจุบันนี้ค่าครองชีพ ก็ต้องเรียนท่านประธานครับว่ามันก็สูงขึ้น แล้วก็เป็นภาวะเศรษฐกิจที่มันลุกลามไปทั่วโลก เพราะว่าภาวะสงคราม ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเป็นปัจจัยที่รัฐบาลไม่สามารถที่จะควบคุมได้ เพราะเป็นปัจจัยภายนอกประเทศ แต่ในส่วนของภายในประเทศเข้าใจว่าตอนนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็คณะรัฐมนตรีกำลังแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็ม กำลังความสามารถ ฉะนั้นบางอย่างผมเข้าใจในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรการแก้ไข ปัญหาบางทีต้องใช้ระยะเวลา บางอย่างก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงที แต่ว่าถ้าเรามี โครงการที่ดีอย่างนี้แล้วถ้ารัฐมนตรีได้เริ่ม ผมคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไปปัญหามันก็จะเบาทุเลาลง ไปได้ ก็อยากให้ท่านรัฐมนตรีได้เริ่มโครงการนี้ เพื่อให้ทางข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย แล้วก็ให้ ข้าราชการกระทรวงอื่นที่มีรายได้น้อย ได้เข้ามาใช้ที่พักอาศัยที่เกิดจากการพัฒนาของธนารักษ์ พัฒนาสินทรัพย์ แล้วก็สามารถที่จะผ่อนจ่ายเป็นปีงบประมาณผ่าน ธพส. ได้ตามที่ท่านรัฐมนตรี ชี้แจง ผมเองเป็น สส. ก็เห็นด้วย แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยคลังเป็นอย่างยิ่งครับ ที่ท่านได้มาตอบคำถามนี้ เพื่อจะได้นำไปตอบให้กับพี่น้อง ข้าราชการตำรวจต่อไปครับ ขอบคุณท่านประธานและท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ถามแล้วใช่ไหมครับ ขอบคุณเลยนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ขอบพระคุณท่านอัครเดช ในความห่วงใยของพี่น้องข้าราชการตำรวจ ซึ่งท่านได้พูดในประเด็นหนึ่ง ที่น่าสนใจและผมเองก็รับประเด็นปัญหา รวมถึงอยากจะสื่อสารฝากท่านเป็นกระบอกเสียง เพราะว่าวันนี้ในรัฐบาลเดินหน้านอกจากเรื่องของการสร้างรายได้ใหม่ ๆ ให้กับประชาชน ยังพูดถึงการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ซึ่งหนี้สินในภาคตำรวจเราก็ทราบกันว่ามันมหาศาล แล้วมันเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างหนักสำหรับพี่น้องข้าราชการ เมื่อมีภาระหนี้สินมากไม่สามารถ ชำระได้ รายได้ก็ต่ำ สุดท้ายมันก็กลับไปกลายเป็นวังวนที่เราเป็นห่วง ซึ่งจุดนี้รัฐบาลให้ ความสำคัญแล้วก็มีกลไกการแก้ไขปัญหาหนี้สินในภาคราชการที่ชัดเจน ซึ่งต้องขอบคุณทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยที่ได้ดำเนินการตาม นั่นก็คือกลไกในการปรับโครงสร้างหนี้ ให้กับพี่น้องข้าราชการตำรวจ ซึ่งฝากท่านประชาสัมพันธ์แล้วก็ให้เขาเข้าสู่โครงการ เพราะในขณะนี้เราต้องการที่จะแก้ไขปัญหา ๑. คือการรวมหนี้ หนี้ซึ่งอยู่ในหลาย ๆ สถาบันการเงินให้มันอยู่จุดเดียว ๒. การปรับลดอัตราดอกเบี้ย เมื่ออัตราดอกเบี้ยก็สามารถ ปรับลดเป็นไม่เกิน ๔.๕ เปอร์เซ็นต์ จะลดภาระหนี้สินของเขาไปได้อย่างมีนัยสำคัญ ๓. คือการยืดอายุการชำระคืน ซึ่งเราสามารถยืดได้เกินกว่าอายุเกษียณราชการแล้วไปได้ถึง เข้าใจว่า ๗๕ มันก็จะลดภาระรายเดือนที่จะต้องชำระ และสุดท้ายก็คือยืนยันว่าการแก้ไข ปัญหาหนี้สินต้องปรับในเรื่องของการชำระผ่อนชำระรายเดือนให้เหลือเงินคงค้างในบัญชี ไม่ต่ำกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อที่จะเอาไว้สำหรับอยู่อาศัย สำหรับกินอยู่ ซึ่งตรงนี้เป็นกลไกสำคัญ อีก ๑ กลไกของรัฐในการที่จะลดภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องข้าราชการ ก็ต้องกราบขอบพระคุณ ในความหวังดีของท่านกับพี่น้องข้าราชการตำรวจ และกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ท่าน สส. นะครับ จริง ๆ ย้ายไปเป็นกรรมาธิการตำรวจดีกว่าไหม🔗

๔. เรื่อง ขอแนวทางแก้ไขปัญหาประชาชนโดยเฉพาะวัยรุ่นที่เป็นโรคไต เพิ่มขึ้นจากการบริโภคใบกระท่อม นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข🔗

ท่านรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทรวงสาธารณสุขมีภารกิจต้องเดินทาง ไปราชการเป็นประธานเปิดเวทีสัมมนาและโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ จึงขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๗ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง🔗

๕. เรื่อง การขยายถนนเลียบคลองสอง ซอยพหลโยธิน ๕๔/๑ และการจัดสรรที่อยู่อาศัยให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ทางสำนักนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามนี้พิจารณาแล้ว มีบัญชาให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจ จึงมอบหมายให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เกรียง กัลป์ตินันท์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถ ตอบคำถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามไปวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๗ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐🔗

๖. เรื่อง การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น นายอิทธิพล ชนธราศิริ ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยมีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ติดภารกิจสำคัญ มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจสำคัญทำให้ไม่สามารถมาตอบ กระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑ สิงหาคม ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง สำหรับวันนี้จบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะครับ ขอปิดการประชุมครับ🔗

ต่อไปนะครับ ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษา ที่ประชุมเพื่อขอนำระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ ซึ่งยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ คือคณะกรรมาธิการขอขยายระยะเวลาพิจารณาการศึกษาขึ้นมาพิจารณาก่อน จะมีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗

๑. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจ พิเศษภาคเหนือตอนล่าง ๑ และเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (Northern Economic Corridor : NEC – Creative LANNA) ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าว ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๗ นะครับ🔗

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่า เนื่องจากยังมีประเด็น ที่สำคัญที่จะพิจารณายังไม่แล้วเสร็จ ดังนั้นเพื่อให้การพิจารณาเป็นไปด้วยความรอบคอบ และครบถ้วนสมบูรณ์ และเกิดประโยชน์สูงสุด จึงขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๗ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของ คณะกรรมาธิการ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ อนุญาตนะครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลา การพิจารณาการศึกษาออกไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ นะครับ🔗

๒. คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมี ส่วนร่วมของประชาชน ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติเพื่อพิจารณาศึกษา การสร้างคนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ภายใต้ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีองค์พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗🔗

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่า เนื่องจากยังมีประเด็นที่ยัง มิได้พิจารณาศึกษาอีกหลายประเด็น ดังนั้นเพื่อให้การพิจารณาเป็นไปด้วยความรอบคอบ รอบด้าน มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ต่อการพิจารณาศึกษาดังกล่าว จึงขอขยาย ระยะเวลาในการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมาธิการ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลาการพิจารณาศึกษา ออกไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗

เรียนท่านสมาชิกนะครับ การพิจารณาเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ตามระเบียบวาระที่ ๒ จำนวน ๑๑ เรื่อง จะมีการปรับเปลี่ยนลำดับระเบียบวาระการประชุม ที่จัดไว้ เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากความพร้อมในการเข้าชี้แจง ของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งข้อบังคับ ข้อ ๒๘ กำหนดให้อาจต้องดำเนินการพิจารณาตามลำดับ ระเบียบวาระการประชุมที่จัดวางไว้ เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเป็นอย่างอื่น ดังนั้นการพิจารณา ระเบียบวาระที่ ๒ ในวันนี้ ผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอปรับเปลี่ยนลำดับระเบียบวาระ การประชุมที่จัดไว้ขึ้นมาพิจารณาก่อน จำนวน ๔ เรื่อง ตามลำดับดังนี้นะครับ🔗

๑. รับทราบรายงานประจำปีกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจ ฐานรากและสังคม ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ตามระเบียบวาระที่ ๒.๑🔗

๒. รับทราบรายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ตามระเบียบวาระที่ ๒.๔🔗

๓. รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนพัฒนา ฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ตามระเบียบวาระที่ ๒.๕🔗

๔. รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและ สร้างสรรค์ ตามระเบียบวาระที่ ๒.๑๐ นะครับ🔗

ทั้ง ๔ เรื่องจะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุม เห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗

๒.๑ รับทราบรายงานประจำปีของกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจ ฐานรากและสังคม ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕🔗

ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๗ รับทราบรายงานประจำปีกองทุนประชารัฐสวัสดิการ เพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ตามที่คณะกรรมการประชารัฐ สวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมเสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติการจัดประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานราก และสังคม พ.ศ. ๒๕๖๒ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ🔗

ท่านสมาชิกมีประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถามหรือไม่ ที่กล่าวมาครับ มีท่านสมาชิกติดใจใช่ไหมครับ เชิญท่านอดิศรครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม อดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อจากพรรคเพื่อไทย ผมยังไม่อภิปรายเรื่องที่ท่านว่านะครับ ขออนุญาตที่จะเรียนปรึกษาท่านประธานว่าตามระเบียบวาระนี้ เป็นเรื่องสำคัญที่หน่วยงาน ต่าง ๆ จะต้องมารายงานที่สภา มีหลายครั้งมีการเลื่อนวาระการประชุมแบบที่ท่านประธาน ปรึกษานี่ละครับ ผมก็อยากให้หน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าตนเองต้องมา ทำไมต้องเลื่อน เพราะที่นี่ไม่ใช่สภาเลื่อนครับ เป็นสภาผู้แทนราษฎร ผมอยากให้องค์กรต่าง ๆ ได้โปรดแสดงความรับผิดชอบ เพราะบางทีสมาชิกเราได้ไปเตรียมตัวในการที่จะอภิปราย หน่วยงานต่าง ๆ เช่นเรื่อง กสทช. ในวาระ ๒.๒ อย่างนี้เป็นต้น อยู่ ๆ ก็ไม่มา การเตรียมตัว ของเรามีทั้งทีมงาน ทั้งอะไรต่าง ๆ มากมาย จึงอยากจะเรียนไปทางท่านประธานว่า ได้โปรด แจ้งไปถึงหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะต้องมารายงานต่อสภา ได้โปรดให้ความรับผิดชอบ และเคารพสภาผู้แทนราษฎรด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านอดิศรนะครับ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรของเราพร้อมมากสำหรับรับฟังรายงาน ตอนนี้ปรากฏว่าหน่วยงานชักช้าขอเลื่อนอยู่เรื่อยครับ ไม่ส่งรายงาน ถ้าพระราชบัญญัติ คำสั่งเรียกที่เราพูดกันเมื่อวาน ที่เขาจะต้องมารายงานต่อสภาจะต้องพยายาม ไม่ผลัดวันประกันพรุ่งครับ ทุกวันนี้เราพร้อมที่จะพิจารณาให้เขารายงานต่าง ๆ แต่เขา ขอเลื่อนเรื่อย ๆ นะครับ ทำหนังสือทวงถามไปก็ยังไม่พร้อม บางหน่วยงานปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๗ ก็ยังไม่ยื่นมา อันนี้คือปัญหาที่รัฐธรรมนูญบังคับให้เขาจะต้องมารายงาน ต่อสภา แต่เขาไม่มานะครับ อันนี้ก็ต้องหารือกับคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร เดี๋ยวเอาเรื่องเข้าไปให้ท่านพิจารณานะครับ เชิญท่านครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ด้วยความเคารพ ผม อดิศร เพียงเกษ ในฐานะที่เป็นคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร จะนำเรื่องนี้ เข้าเป็นเรื่องด่วนในการประชุมในคราวถัดไป ผมก็อยากเรียนท่านประธานว่าหน่วยงานต่าง ๆ มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกำกับดูแล ผมก็อยากฝากเรื่องนี้ไปถึงรัฐมนตรี พ.ร.บ. อำนาจเรียก ที่ท่านว่านี่ เราได้อภิปรายเมื่อวานว่า มาตรา ๑๒๙ วรรคห้า ให้เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรี ที่จะต้องสั่งการ ถ้าท่านรัฐมนตรีไม่สั่งการ ท่านรัฐมนตรีจะปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติ หน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ให้เคร่งครัด เพราะสภาแห่งนี้ไม่ใช่ สภาเลื่อน ที่ผมกราบเรียนท่านครับ แล้วก็ฝากไปถึงหน่วยงานต่าง ๆ ได้โปรดเคารพสภา เพราะสภาก็มีเวลา ที่นี่ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดคือเวลานะครับ ท่านไม่ว่าง แต่พวกเราอยากใช้ ทรัพยากรช่วยเหลือ หรือตรวจสอบ หรือว่าส่งเสริมท่านด้วยความสุจริตครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ อย่างเช่น ปี ๒๕๖๕ และให้ท่านสมาชิกได้วิพากษ์วิจารณ์นี่นะครับ มันก็เลยมา หลายปีแล้ว ผมคิดว่ามันไม่เป็นปัจจุบัน เดี๋ยวเราก็ลองปรึกษาหารือกันว่าพยายามให้เขาได้ รายงานที่ปีต่อปี ผมคิดว่าการหย่อนยานอันนี้ทำให้เราตรวจสอบการทำงานของเขา ได้ช้านะครับ ให้ประเทศชาติเสียประโยชน์ มีท่านสมาชิกติดใจที่จะซักถาม ดังนั้นผมอนุญาต ให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ขอเชิญผู้มีรายชื่อต่อไปนี้ เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม ท่านที่ ๑ ท่านอัครุตม์ สนธยานนท์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ด้านบริหาร ท่านที่ ๒ ท่านเฉลิมศักดิ์ เลิศวงศ์เสถียร ที่ปรึกษา ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ท่านที่ ๓ ท่านรัชนี ชุนเจริญ ผู้อำนวยการ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ท่านที่ ๔ ท่านสุภาณี ผลวัฒนะ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ท่านที่ ๕ ท่านศรีนวล อุบลวัฒนสกุล นักวิชาการคลังชำนาญการพิเศษ กรมบัญชีกลาง เชิญท่านรองปลัดแถลงเลยครับ🔗

นายอัครุตม์ สนธยานนท์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ด้านบริหาร

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกที่เคารพ ผม นายอัครุตม์ สนธยานนท์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ขอเสนอรายงานประจำปีกองทุนประชารัฐสวัสดิการ เพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ รายงานประจำปี ซึ่งเป็น การดำเนินการตามมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติการจัดประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจ ฐานรากและสังคม พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยรายงานประจำปี ประกอบด้วย ๔ ส่วน สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ครับ🔗

ส่วนที่ ๑ ข้อมูลทั่วไป กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานราก และสังคม กองทุนจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการจัดประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจ ฐานรากและสังคม พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยกำหนดให้ตั้งไว้ที่สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้จ่ายในการจัดประชารัฐสวัสดิการที่เป็นการให้ความช่วยเหลือประชาชน ผู้มีรายได้น้อย หรือเพื่อสนับสนุนโครงการที่ให้บริการทางสังคมที่เป็นการช่วยเหลือ ประชาชนในภาวะลำบากทุกประเภท โดยมีการบริหารงานผ่านคณะกรรมการประชารัฐ สวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม🔗

ในส่วนที่ ๒ ผลการดำเนินงานของกองทุน ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ผลการดำเนินงาน ของกองทุน ประกอบด้วย การจัดสรรสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการประชารัฐ บัตรเพื่อสนับสนุนเงินค่าครองชีพ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในแต่ละช่วงเวลา เพื่อบรรเทา ภาระค่าครองชีพให้ผู้มีบัตร โดยมีการใช้เงินกองทุนรวมกว่า ๔๙,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการจัดสวัสดิการภายใต้พระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไข ปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ พ.ร.ก. เงินกู้โควิด-๑๙ โดยมีโครงการต่าง ๆ ดังนี้🔗

โครงการเพื่อช่วยเหลือเยียวยาและชดเชยให้แก่ประชาชน ซึ่งได้รับผลกระทบ จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพื่อช่วยเหลือผู้มีบัตรของกระทรวงการคลัง การเพิ่มวงเงินสนับสนุนโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตร ระยะที่ ๓ ระยะที่ ๔ และระยะที่ ๕ ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบโครงการลงทะเบียนในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ และการดำเนินการ ที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ เพื่อให้มีข้อมูลผู้มีรายได้น้อยที่เป็นปัจจุบัน ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรสวัสดิการทางสังคมของภาครัฐ โดยช่วงเวลาของ การลงทะเบียนเริ่มต้นตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม ๒๕๖๕ และสามารถเริ่มให้ สวัสดิการใหม่ให้แก่ผู้ผ่านสิทธิในเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งในการนี้ได้มีการใช้บัตรประชาชน แทนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ🔗

ในส่วนที่ ๓ ผลสัมฤทธิ์ และประสิทธิภาพการใช้จ่ายของกองทุน การรายงาน ผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการใช้จ่ายของกองทุนสามารถสรุปได้ ๓ ประเด็น ดังนี้🔗

ประเด็นที่ ๑ ผลต่อการบรรเทาภาระค่าครองชีพ การจัดประชารัฐสวัสดิการ ให้แก่ผู้มีบัตร มีส่วนสำคัญในการลดภาระค่าครองชีพ และบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ให้กับผู้มีบัตรจำนวนกว่า ๑๓,๒๐๐,๐๐๐ คน ข้อมูล ณ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ เมื่อพิจารณา สวัสดิการที่ผู้มีบัตรได้รับเป็นประจำทุกเดือน ได้แก่ วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ค่าโดยสารรถไฟ ค่าโดยสารรถทัวร์ ค่าโดยสารรถเมล์และรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนทุกประเภท และวงเงินค่าก๊าซหุงต้ม จะพบว่าการช่วยเหลือผ่านบัตร สามารถบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายได้ ร้อยละ ๔๘ ของภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือน เมื่อเทียบกับเส้นความยากจนล่าสุดของปี ๒๕๖๕ อยู่ที่ ๒,๘๐๓ บาทต่อคนต่อเดือน🔗

ประเด็นที่ ๒ ผลต่อการพยุงกำลังซื้อและการบริโภคของประเทศ การใช้จ่าย ผ่านบัตร เป็นการกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชน เข้าสู่เศรษฐกิจฐานรากโดยตรง เพราะนอกจาก การที่ผู้มีรายได้น้อยจะได้รับประโยชน์จากการถือบัตรแล้ว ผู้มีบัตรจะต้องใช้วงเงินเพื่อซื้อ สินค้าอุปโภคบริโภค และก๊าซหุงต้มกับร้านธงฟ้าราคาประหยัด และร้านค้าก๊าซหุงต้ม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกลุ่มผู้ค้ารายย่อยที่มีความเกี่ยวข้องกับชุมชน จึงนับได้ว่าเป็นการกระจาย รายได้เข้าสู่ร้านค้าชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง ซึ่งทำให้เกิดประโยชน์ต่อด้าน เศรษฐกิจมหภาคที่ทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น🔗

ประเด็นที่ ๓ ผลต่อการวางรากฐานของการพัฒนาประเทศ โครงการลงทะเบียน ส่งผลประโยชน์ทางอ้อมที่ไม่สามารถประเมินราคาเป็นตัวเงินได้ อาทิ การนำเทคโนโลยี ด้านดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาองค์กร เพื่อการเติบโตแบบก้าวกระโดด ได้แก่ Big Data และการใช้เทคโนโลยี Blockchain ซึ่งช่วยให้เกิดการบูรณาการข้อมูลระหว่าง หน่วยงานต่าง ๆ สามารถปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน และสามารถเรียกดูข้อมูลได้ตลอดเวลา ทำให้มีการเชื่อมโยงตรวจสอบข้อมูลผู้มีรายได้น้อย และนำไปปรับปรุงนโยบายหรือมาตรการ ให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น อีกทั้งยังเป็นการขับเคลื่อนให้ผู้มีรายได้น้อยจำนวนกว่า ๑๓,๒๐๐,๐๐๐ คน เข้าสู่สังคมไร้เงินสด และเรียนรู้การเพิ่มทักษะด้านดิจิทัลผ่านโครงการ ต่าง ๆ ของรัฐบาล🔗

ในส่วนที่ ๔ รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินของกองทุนประชารัฐ สวัสดิการ เพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ สำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดิน สตง. มีหน้าที่ตามกฎหมายในการตรวจสอบรายงานการเงินของ กองทุน ซึ่งประกอบด้วยงบแสดงฐานะการเงิน งบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน และงบแสดงการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์สุทธิต่อส่วนทุน และหมายเหตุประกอบรายงานการเงิน รวมถึงหมายเหตุสรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญ โดยรายงานการเงินของกองทุนสรุปได้ ดังนี้🔗

ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ สตง. แสดงความเห็นว่ารายงานการเงินข้างต้นนี้ แสดงฐานะการเงินของกองทุน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ และผลการดำเนินงานสำหรับ ปีสิ้นสุดวันเดียวกัน โดยถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญ มาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบาย การบัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด🔗

๑. งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ กองทุนมีสินทรัพย์ รวมทั้งสิ้น ๑๖,๕๑๑,๕๓๗,๘๑๖ บาท หนี้สินรวมทั้งสิ้น ๒๙๙,๔๒๒,๕๗๐ บาท รวมสินทรัพย์สุทธิ ต่อส่วนทุน ๑๖,๒๑๒,๑๑๕,๒๔๕ บาท🔗

๒. งบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ กองทุนมีรายได้รวม ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายรวม ๕๐,๔๒๐,๙๙๖,๓๙๒ บาท รวมรายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิ ๒๐,๔๒๐,๙๙๖,๓๙๒.๓๖ บาท งบแสดงการเปลี่ยนแปลง สินทรัพย์สุทธิต่อส่วนทุน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ กองทุนมียอดคงเหลือ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ จำนวน ๓๖,๖๓๓,๑๑๑,๖๓๗.๗๘ บาท และยอดคงเหลือ ณ วันนี้ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ จำนวน ๑๖,๒๑๒,๑๑๕,๒๔๕.๔๒ บาท ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกที่จะขออภิปราย ๓ ท่านนะครับ ท่านแรก ท่านธนกร วังบุญคงชนะ เชิญครับ🔗

นายธนกร วังบุญคงชนะ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมได้อ่านข้อมูลรายงานประจำปีอย่างละเอียด ก็ต้องขอขอบคุณทางกระทรวงการคลังนะครับ เพราะว่าโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นโครงการที่เกิดขึ้นในสมัย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีนะครับ แล้วก็เกิดขึ้นในสมัยปี ๒๕๕๙ ซึ่งเป็นโครงการที่เป็น ต้นแบบและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย ในการที่จะดูแลพี่น้องประชาชนผู้มีรายได้น้อย และตรงเป้าหมายที่สุด ปัจจุบันนี้มีบัตรสมาชิกสวัสดิการแห่งรัฐประมาณ ๑๔ ล้านคน ที่อยู่ในโครงการ ซึ่งในช่วงแรกโครงการดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์มากมายว่าไม่ได้ช่วยพี่น้อง คนยากคนจนนะครับ แต่สุดท้ายโครงการนี้เป็นโครงการที่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ได้รับความชื่นชมมากที่สุด เพราะว่าเป็นโครงการที่ดูแลคนยากคนจนที่ตรงเป้าหมายที่สุด เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้ผมคิดว่าโครงการนี้มีความสำคัญอยู่ แล้วก็ต้องขอบคุณรัฐบาลนี้ ภายใต้การนำของท่านเศรษฐา ทวีสิน ที่ท่านได้ดำเนินการโครงการนี้ต่อ แล้วก็ดูแลพี่น้อง ประชาชนกลุ่มเปราะบาง กลุ่มผู้มีรายได้น้อยต่าง ๆ ก็ต้องขอขอบคุณนะครับ และผมเชื่อว่า วันนี้มันมีสิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอ แล้วก็เป็นข้อเสนอแนะนะครับท่านประธาน ผมอยากให้ ทางกระทรวงการคลัง แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการปรับปรุง เนื่องจากว่าวันนี้ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศมันมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว เพราะฉะนั้น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐก็ควรที่จะปรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชน เพราะวันนี้ ราคาสินค้าต่าง ๆ มันก็เพิ่มขึ้นมามากมาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่พี่น้องประชาชนได้ ไม่ว่าจะเป็น ค่าอาหาร อุปโภค บริโภค ค่ารถ ค่าอะไรต่าง ๆ ผมคิดว่ามันต้องปรับเปลี่ยน มันต้องเพิ่มให้กับ พี่น้องประชาชนไม่มากก็น้อยนะครับ เพราะวันนี้เราสำรวจ เราได้ข้อมูลมาหมดแล้วว่า จะเพิ่มตรงไหนบ้าง ตรงนี้ผมอยากจะฝากไว้🔗

ประเด็นที่ ๒ วันนี้เรามีคนถือปฏิบัติอยู่ ๑๔ ล้านคน ใน ๑๔ ล้านคน เรามีข้อมูลทั้งหมดท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพ การศึกษา รายได้อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่ามันสามารถเอาข้อมูลตรงนี้ไปปรับปรุงออกแบบมาตรการต่าง ๆ ในการ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างตรงเป้าหมายที่สุด เพราะว่าวันนี้การช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชน ผมคิดว่าสถานการณ์เศรษฐกิจแม้ว่ามันไม่ดี แต่ว่าการจะช่วยถ้าช่วยทั้งหมด ผมคิดว่ามันน่าจะช่วยให้ตรงเป้าหมายที่สุดนะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ทางรัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อมูลเหล่านี้ไปปรับปรุงและออกแบบมาตรการในการ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในแต่ละด้าน ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นแล้ว ผมเชื่อว่าในเรื่องของการอบรมสัมมนาต่าง ๆ ของผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการรัฐ ก็ควรที่จะมี การอบรมทางด้านอาชีพให้ตรงกับตลาดของแรงงาน ในเรื่องของการศึกษา ในเรื่องของ การเข้าถึงแหล่งบริการภาครัฐต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่าจะต้องปรับนะครับ เพราะว่าเป็น โครงการที่ดีมาก เป็นโครงการที่ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศก็ชอบโครงการนี้ แล้วก็ต้องขอบคุณรัฐบาลจริง ๆ ว่าท่านก็ดำเนินการต่อนะครับ วันนี้มีโครงการที่ดีของ รัฐบาลที่แล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น EEC โครงสร้างพื้นฐาน โครงสร้างทางด้านพลังงานต่าง ๆ ผมเชื่อว่าก็เป็นที่น่ายินดี เพราะว่ารัฐบาลชุดนี้ก็เป็นรัฐบาลมืออาชีพ ก็ดำเนินการต่อ หลาย ๆ โครงการที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นแล้วผมอยากให้ทาง รัฐบาลได้ปรับปรุงให้มันดีขึ้นกว่านี้นะครับ🔗

สุดท้ายนะครับท่านประธาน ก็ต้องขอขอบคุณ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือลุงตู่ของเรานะครับ ที่ได้ฝากโครงการดี ๆ อย่างนี้ไว้ให้กับพี่น้องประชาชน แล้วผมคิดว่า วันนี้ทุกคนก็เป็นที่รับรู้กันอยู่นะครับ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ก็คิดถึงลุงตู่ที่ได้ทำโครงการดี ๆ ให้กับพี่น้องประชาชน ผมก็ขอฝากประเด็นเหล่านี้ไว้ สักเล็กน้อยนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิพนธ์ คนขยัน ครับ🔗

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก็ขออนุญาตร่วมอภิปรายรับทราบรายงานประจำปีกองทุนประชารัฐ สวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ท่านประธานครับ อ่านเรียบร้อย ขอบคุณผู้มาชี้แจง แต่วันนี้สิ่งไหนดีก็ว่าดี สิ่งไหนไม่ดีก็ว่าไม่ดี อย่างวันนี้ เพื่อนสมาชิกพูดไปแล้วท่านหนึ่งเมื่อสักครู่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเฉพาะบอกว่า ผู้มีรายได้น้อย เงินถึงจะน้อย แต่มีคุณค่าสำหรับผู้มีรายได้น้อยครับ ยกตัวอย่าง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ชาวบ้านไปกด เรียกว่าบัตรประชารัฐนั่นล่ะ บ้านผมเรียกนะครับ ที่อื่นผมไม่ทราบ ดีนะกำนันสิ้นเดือนมาอย่างน้อยมีน้ำปู น้ำปลา ข้าวสาร นี่คือคนมีรายได้น้อย มีเงิน ๒๐๐-๓๐๐ บาท ดีมากนะครับท่านประธาน ดังนั้นบัตรนี้ดี ๆ เติมเพิ่มได้ไหมกองทุนนี้ อันแรก🔗

อันที่ ๒ เบี้ยดำรงชีพสำหรับผู้พิการ ก็ทราบว่าบวกให้อีก ๒๐๐ บาท คนพิการครับท่านประธานที่เคารพ ชีวิตนี้พิการแล้วแถมรายได้น้อย มันสุดจะช้ำนะครับ เป็นไปได้ไหมท่านประธาน เงินกองทุนนี้เติมอีกได้ไหม สำหรับคนพิการให้เขามีชีวิตอยู่ใน สังคมได้แบบดีขึ้นกว่าเดิมนะครับ🔗

อีกอันหนึ่งครับท่านประธาน สวัสดิการเด็กแรกเกิดถึง ๖ ปี เดือนละ ๖๐๐ บาท เงิน ๖๐๐ บาท สำหรับครอบครัวที่มีรายได้น้อยสำคัญมากนะครับ เพราะหลักโภชนาการ สาธารณสุขบอกว่าเด็กแรกเกิดถึง ๖ ปี ต้องเตรียมตัวให้ดี ดูแลให้ดี ให้เลี้ยงดูสุขลักษณะ มันจะถูกได้อย่างไร เมื่อเงินมันน้อย พ่อแม่ผู้ปกครองก็อยากดูให้ถูกลักษณะจริง ๆ แต่มี ๖๐๐ บาทนี่ ก็เข้าใจรัฐบาลครับ วันนี้เศรษฐกิจแย่ แต่ข้างหน้าไม่แน่ครับ อาจจะรวย ฝากคณะกรรมการกองทุนวันนี้ครับว่า สิ่งนี้เด็กแรกเกิดถึง ๖ ปีนี่สำคัญในชีวิตครอบครัว และอนาคตของชาติด้วยนะครับ เพราะเด็กหากประคบประหงมดี เลี้ยงดูถูกสุขลักษณะดี ตามหลักกระทรวงสาธารณสุข เด็กก็จะมีคุณภาพ นี่คือสิ่งอยากฝาก ส่วนร้านธงฟ้าสินค้า ราคาถูก ปีที่แล้วนะครับ ปีนี้ ๒๕๖๗ ขอโทษ ร้านธงฟ้าราคาถูกไปที่อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ ชาวบ้านชื่นชอบครับ ไข่ก็ถูก มันมีความหมายสำหรับผู้มีรายได้น้อย ก็ฝากว่า ธงฟ้านี่ไปบ่อย ๆ หน่อยก็ดีทุกจังหวัดทั่วประเทศนะครับ จริงอยู่ผู้มีเงินมีทอง ผู้มีเงินมาก ท่านไม่อยากไปเดินก็เรื่องของท่าน แต่สำหรับชีวิตเกษตรกรชาวไร่ ชาวนา อยู่ชนบท มีความสำคัญมากสำหรับร้านธงฟ้าสินค้าราคาถูก ก็ฝากว่าต่อไปนี้เพิ่มให้หลาย ๆ จังหวัด ทุก ๆ จังหวัดครับ ไม่ใช่หลายจังหวัด จะเติมเพิ่มอย่างไรก็ฝากไปพิจารณา🔗

ท้ายสุดนี้ที่ผมกล่าวมาเป็นความโชคดีของผู้มีรายได้น้อย เพียงแต่ฝากว่า กองทุนนี้ต้องเติมโดยวิธีใด จะของบประมาณจากรัฐบาลเพิ่ม ผมเชื่อมั่นว่าสิ่งไหนดี ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน เอาด้วย อย่างวันนี้โครงการนี้รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ก็เอาด้วยครับ รัฐมนตรีทุกพรรคเห็นด้วย ผมเชื่อว่าทุกคนเห็นด้วยหมด เพราะเป็น ความยากแค้นโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ก็ฝากท่านประธานผ่านถึงคณะกรรมการ ที่มาชี้แจง ฝากขอบคุณกระทรวงการคลังเติมเต็มให้มากกว่านี้ครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ท่านสุดท้ายนะครับ เรียนเชิญท่านวรโชติ สุคนธ์ขจร ครับ🔗

นายวรโชติ สุคนธ์ขจร เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรโชติ สุคนธ์ขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๔ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขออนุญาตมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานประจำปีของกองทุนประชารัฐสวัสดิการ เพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้กองทุนที่ก่อตั้งโดย พรรคพลังประชารัฐ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ วันนี้ปี ๒๕๖๗ ๘ ปีแล้วครับ ทุกอย่างยังไม่ค่อยมีอะไร เปลี่ยนแปลง พี่น้องประชาชนที่ได้รับสวัสดิการกองทุนของประชารัฐเขาก็ดีใจแล้วก็เฝ้ารอ ท่านประธานครับ อย่างเช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ๓๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน ไม่พอครับ ทำอย่างไรกองทุนจะได้เพิ่มตรงนี้ ซึ่งผมก็เป็นอีกท่านหนึ่งที่เรียกร้องให้มีการเพิ่มเบี้ยตรงนี้ ให้กับพี่น้องประชาชน มันเป็นความหวังแล้วมันก็เป็นการรอคอยที่ว่า พอบัตรสวัสดิการ แห่งรัฐถึงวันนี้จะมีความสุขได้กดสิ่งของไปใช้ แต่ ๓๐๐ บาทต่อเดือน ท่านคิดดูแล้วกันว่า คนมีรายได้น้อยอยู่แล้วในการช่วยเหลือของรัฐ ๓๐๐ บาทต่อเดือน ตกเฉลี่ยวันละกี่บาท ซึ่งมันไม่พอจริง ๆ มันไม่พอที่จะดูแลของเขาจำนวน ๑ คน ๑ ครอบครัว อย่างไรผมฝาก เรียนท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกองทุนตรงนี้ด้วยว่า ท่านสมควร ไปพิจารณาและปรับปรุงได้แล้ว วันนี้ ๘ ปีแล้วครับทุกอย่างยังเหมือนเดิม🔗

อีกอันหนึ่งที่ผมอยากจะให้ท่านไปทบทวนแล้วก็พิจารณา คือผู้พิการ ๒๐๐ บาท ทำอะไรได้ครับ ๒๐๐ บาท มันทำอะไรไม่ได้นะครับ ท่านลองคิดดูว่าเงิน ๒๐๐ บาท อย่างเรา ๆ กาแฟแก้วหนึ่งก็จะหมดแล้วนะครับ แต่เขาต้องอยู่ได้ทั้งเดือนด้วยเงิน ๒๐๐ บาท ซึ่งความจริงรายได้เขาก็น้อยอยู่แล้ว กับเงิน ๒๐๐ บาท ที่เขาจะต้องประคับประคองชีวิตเขา ให้ได้ ๑ เดือน วันนี้สมควรจะปรับได้แล้ว เพิ่มขึ้นมานะครับ มันจะเพิ่มเท่าไร ก็ขอให้เพิ่ม ขึ้นมา เพื่อให้เขาอยู่ให้ได้ในสภาวะปัจจุบันที่มีเศรษฐกิจแบบนี้นะครับ ผมก็ขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการ หลาย ๆ ท่านที่ยังให้โครงการนี้คงอยู่ หลังจากที่พรรคพลังประชารัฐได้ดำเนินโครงการนี้มา ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ แต่ว่าหลายอย่างวันนี้ที่เกิดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการใช้บัตรซึ่งมันยุ่งยากมากขึ้น มีความยุ่งยากแล้วก็ละเอียดมากขึ้น ผมได้รับเสียงตอบรับแล้วก็เสียงบ่นมาว่า เดี๋ยวนี้จะให้ ลูกหลานไปกดก็ยาก เพราะว่าต้องมีการตรวจสอบ ต้องมีการ Scan ต้องมีอะไรต่ออะไร บางครั้งคนแก่ไปไม่ได้ท่านจะทำอย่างไร ตรงนี้ท่านต้องปรับปรุงนะครับ ผมฝากว่า ต้องปรับปรุงจริง ๆ ในการใช้บัตร หรือว่าในการทบทวนในการทำอย่างไรก็ได้ให้เขา สะดวกสบาย ไหน ๆ เราก็จะช่วยเขาแล้วครับ ๓๐๐ บาท มาไม่ได้ต้องจ้างคนอื่นพามา เงินก็หายไปใหญ่นะครับ ถ้าอย่างไรผมฝากตรงนี้จริง ๆ ด้วยความเคารพ อยากจะฝากเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนะครับ ๑. ที่ผมต้องการ คืออยากให้เพิ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือประชารัฐเพิ่มขึ้นมาจาก ๓๐๐ บาท ผมเคย เรียกร้องไว้ ๗๐๐ บาท วันนี้อยากจะเห็นให้เป็นรูปธรรม ผู้พิการ ๒๐๐ บาท ทำอย่างไร จะเพิ่มให้เป็น ๕๐๐ บาท ๗๐๐ บาท เท่ากันก็ยิ่งดีครับ แล้วก็ในเงินของกองทุนสวัสดิการ ของรัฐ ทำอย่างไรจะทำเรื่องอาชีพ ส่งเสริมผู้พิการก็ดี หรือว่าผู้มีรายได้น้อยให้เขามีอาชีพ ที่มั่นคงให้สมกับเขาอยู่ภายใต้ประเทศไทยของเรา ที่ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างดี ผมมั่นใจว่า ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็คณะรัฐมนตรีชุดนี้ทำได้ พวกเรารอด้วยความหวัง พี่น้องประชาชน ก็เหมือนกันรอโครงการนี้ด้วยความหวัง แล้วก็คาดว่าเร็ว ๆ นี้จะได้รับข่าวดี ไม่ว่าจะเป็น หลาย ๆ อย่างที่ผมได้นำเสนอไปอยากให้เกิดขึ้นโดยเร็ว วันนี้ต้องกราบขอบคุณท่านประธาน แล้วก็คณะทำงานทุกท่านนะครับ โดยเฉพาะคณะทำงานกองทุน ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีกท่านหนึ่งนะครับ เชิญท่านพรรณสิริ กุลนาถศิริ ครับ🔗

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุโขทัย พรรคเพื่อไทย ในวาระ รายงานประจำปีกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ในเบื้องต้น ดิฉันขอชื่นชมความตั้งใจและทุ่มเทในการทำงานของคณะผู้บริหาร กองทุน ตลอดจนคณะดำเนินงานทุกระดับ ที่มุ่งมั่นตั้งใจในการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำให้กับประชาชน โดยการจัดสวัสดิการทางสังคมให้กับผู้ที่อยู่ในภาวะ ยากลำบาก ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการในส่วนของเด็กและครอบครัว ในส่วนของการศึกษา ในเรื่องของสุขภาพ ในเรื่องของคนพิการ ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ ทำให้ประชาชนได้เข้าถึง ปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต รวมทั้งกองทุนก็มีความพยายามที่จะเพิ่ม ประสิทธิภาพในการทำงานอย่างต่อเนื่อง สำหรับข้อมูลจากเอกสารรายงานประจำปี ๒๕๖๕ ฉบับนี้ ก็ชื่นชมทำเอกสารได้อย่างดีเยี่ยม อย่างไรก็ตามดิฉันมีข้อคิดเห็นใน ๓ ประเด็นค่ะ🔗

ในประเด็นแรก ในเรื่องข้อมูลสมาชิก ภายใต้โครงการการลงทะเบียน เพื่อสวัสดิการปี ๒๕๖๕ วัตถุประสงค์ในเรื่องของทะเบียนเพื่อให้เป็นปัจจุบัน ดิฉันมีข้อเสนอว่า ควรมีกลไกการจัดทำข้อมูล และมีการตรวจสอบข้อมูลผู้มีรายได้น้อยไม่ควรข้ามปี หรือใน ระหว่างปีเทคโนโลยีที่ท่านได้เสนอแนะนั้น ดิฉันคิดว่าควรจะได้มีการนำมาใช้ในการ ตรวจสอบความเป็นปัจจุบันของสมาชิก ซึ่งในเชิงพื้นที่ประชาชนก็ฝากมาว่า ผู้ที่ควรจะมีสิทธิ ได้รับก็ยังเข้าไม่ถึง ก็ยังมีค่ะ🔗

ในประเด็นที่ ๒ การเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหากลุ่มเป้าหมาย ดิฉัน มีข้อเสนอว่า กองทุนสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้ โดยความร่วมมือกับกลไกชุมชน ตลอดจน ภาคประชาสังคมที่ทำงานใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน ที่สามารถจะช่วยเหลืออย่างสมัครใจ ในการรับรอง หรือว่าในการให้ข้อมูลรับรองสิทธิของผู้ที่มีรายได้น้อยเชิงประจักษ์ในพื้นที่🔗

ในประเด็นที่ ๒ ด้านวงเงินสวัสดิการ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความ เป็นธรรม ให้ขวัญกำลังใจกับพี่น้องประชาชนผู้ที่มีรายได้น้อยอย่างเหมาะสม ดิฉันขอเสนอให้ จำแนกกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่กำหนดไว้เป็น ๒ กลุ่ม ในกลุ่มแรก ผู้มีรายได้น้อยที่มีรายได้ ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี และกลุ่มที่ ๒ อยากจะให้จำแนกเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่มี รายได้ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาทต่อปี ในเชิงพื้นที่จังหวัดสุโขทัยบ้านดิฉันนะคะ ก็จะพูดกันว่า กลุ่มนี้เป็นผู้ที่มีรายได้น้อย ๆ ก็เป็นกลุ่มที่น่าเห็นใจ สำหรับกลุ่มที่ ๒ ก็มีข้อเสนอว่าควรเพิ่ม วงเงินสวัสดิการเพื่อให้ความช่วยเหลือเพิ่มขึ้น เช่น จากวงเงินสวัสดิการ ๓๐๐ บาท เป็น ๕๐๐ บาท หรือเป็น ๑,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ ถ้ามีข้อมูลที่มีการเพิ่ม หรือในเรื่องของรายได้ ที่เปลี่ยนแปลงไป ถ้ากองทุนมีข้อมูลปัจจุบัน ก็สามารถที่จะปรับได้ในห้วงเวลาหนึ่ง ๆ ในขณะนั้น ก็จะเป็นข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน และดูแลให้ขวัญกำลังใจกับพี่น้องประชาชนมากขึ้น🔗

ในประเด็นที่ ๓ ในด้านของการจัดสวัสดิการ จากเอกสารรายงานในฉบับนี้ เอกสารหน้าที่ ๔๘ ถึงหน้าที่ ๕๐ ได้ระบุถึงแผ่นภาพ ๕ ด้าน โครงสร้างวงเงินกลุ่มสวัสดิการ ต่าง ๆ ในบัตรปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ดิฉันเห็นว่าควรเพิ่มเติมสวัสดิการเพื่อให้ครอบคลุม ค่าใช้จ่ายของประชาชนให้มากยิ่งขึ้น แม้นว่าวงเงินในแต่ละปีอาจจะเพิ่มขึ้นไม่ได้มาก หรือยังคงอยู่อย่างเดิม แต่ควรจะเพิ่มช่องทางการเข้าถึงทั้งผู้ประกอบการและผู้ที่ใช้บัตร สวัสดิการ เช่น ในประการแรก ควรขยายฐานร้านค้าและผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน ถุงเงินประชารัฐ หรือในส่วนของต่างจังหวัด อาจจะเรื่องของตลาดสด ถนนคนเดิน ในเรื่อง ของสถานที่ท่องเที่ยว ตลอดจนสามล้อ มอเตอร์ไซค์ รถตู้ สามารถที่จะใช้ผ่านบัตรสวัสดิการ ของรัฐให้เพิ่มมากขึ้นค่ะ ในส่วนของกรุงเทพมหานคร อาทิเช่น ในเรื่องของผู้โดยสารทางเรือ หรือการโดยสาร ในส่วนของเขตปริมณฑล ช่องทางของการใช้บัตรสวัสดิการ ในเอกสารข้อมูลก็มีเรื่องของ รถบริการสาธารณะ และด้านอื่นต่าง ๆ มากมาย ดิฉันเองก็ได้มาอาศัยอยู่ในช่วงที่มาปฏิบัติ หน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ก็ได้ยินพี่น้องประชาชนได้กล่าวถึงในส่วนของผู้ที่ใช้ การโดยสารทางเรือค่ะ ซึ่งไม่ได้มีระบุอยู่ในเอกสารรายงานว่าสามารถที่จะเข้าถึงบริการตรงนี้ ได้หรือไม่ เช่น ท่าเรือคลองแสนแสบ ราคา ๑๒-๒๒ บาทต่อเที่ยว ด้านแม่น้ำเจ้าพระยา ๑๖-๓๓ บาทต่อเที่ยว รวมทั้งเรือยนต์ข้ามฟาก ๔-๕ บาทต่อเที่ยว ตรงนี้จะมีโอกาสเข้าถึง ระบบสวัสดิการแห่งรัฐหรือไม่ ดิฉันจึงขอฝากข้อมูลเหล่านี้ให้กับกองทุนและคณะ ผู้ดำเนินงานได้พิจารณาค่ะ และขอชื่นชมอย่างยิ่งในเรื่องของการทำงานอย่างต่อเนื่องของ คณะกรรมการดำเนินงานตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่ผ่านมา โดยท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านนายกรัฐมนตรี จนถึงรัฐบาลปัจจุบัน ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน และคณะทำงาน ดิฉันเห็นความก้าวหน้าที่จะดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มศักยภาพ ที่สุดก็ขอเป็นกำลังใจ ให้คณะทำงานทุกท่านทำงานอย่างมีความสุข ราบรื่น เรียบร้อย แล้วก็บรรลุวัตถุประสงค์ ทุกประการค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ในส่วนของสมาชิกมีเท่านี้ครับ เรียนเชิญทางผู้ชี้แจงครับ🔗

นายอัครุตม์ สนธยานนท์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ด้านบริหาร

เรียนท่านประธาน ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ให้กำลังใจกับ ทีมงานนะครับ ขออนุญาตที่จะกราบขอบพระคุณแทนทีมงานด้วย สำหรับข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มอบมาให้ ทางพวกเราจะรับไปดำเนินการนะครับ แล้วก็เห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านเสนอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวงเงินที่เพิ่มขึ้น มีเรื่องหนึ่งครับ ที่อยากจะกราบเรียน เรื่องเบี้ยคนพิการ จริง ๆ เบี้ยคนพิการคนที่เป็นคนพิการไม่ได้ได้ ๒๐๐ บาทนะครับ คือปกติเขาได้ ๘๐๐ บาท จากกระทรวง พม. อยู่แล้ว แล้วมติ ครม. เพิ่มให้อีก ๒๐๐ บาท เพราะฉะนั้นคนพิการก็จะได้ทั้งสิ้น ๑,๐๐๐ บาทนะครับ แล้วก็ในเรื่อง ของเรือโดยสาร ก็ต้องกราบขอบพระคุณครับ ก็เป็นสิ่งที่ดีครับ เดี๋ยวผมจะขออนุญาต รับกลับไปดำเนินการครับ เบื้องต้นมีเท่านี้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ มีสมาชิกท่านใดติดใจซักถามประเด็นใดอีกไหมครับ ถ้าไม่มีแล้ว ก็กราบขอบพระคุณทางคณะผู้ชี้แจงนะครับ🔗

๒.๒ รับทราบรายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖🔗

เข้าใจว่าตอนนี้ไม่มีผู้ลงชื่ออภิปรายนะครับ แต่สมาชิกประสงค์จะให้ทาง ผู้ชี้แจงกล่าวสรุปรายงานให้ฟังหรือไม่ครับ ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตนะครับ🔗

เลขาธิการคณะรัฐมนตรีมีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน รับทราบรายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ และได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อรับทราบตามมาตรา ๗๕ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ รายละเอียดปรากฏตาม เอกสารที่ได้วางไว้ให้แล้ว เรียนเชิญทางผู้ชี้แจงเข้าห้องประชุมตามรายชื่อดังนี้นะครับ ท่านแรกครับ ท่านสุดท้าย ชัยจันทึก ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบบัญชี ท่านที่ ๒ ท่านณฐากัญ กัจฉมาภรณ์ ผู้อำนวยการกองบัญชีภาครัฐ อันดับ ๓ ท่านรุ่งวิไล โคตรสาลี ผู้อำนวยการ กลุ่มงานประมวลบัญชีแผ่นดิน รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านบัญชี ท่านที่ ๔ คุณรดา วุฒิวงศานนท์ นักบัญชีชำนาญการพิเศษ อันนี้เป็น ๔ ท่าน จากกรมบัญชีกลาง แล้วก็อีก ๒ ท่าน จากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ท่านนพวรรณ รัตนวิจักขณ์ ผู้อำนวยการส่วนจัดการเงินกู้รัฐบาล ท่านที่ ๒ ท่านสุเนตรา เล็กอุทัย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน บริหารการชำระหนี้ ๒ ท่าน จากกรมธนารักษ์นะครับ ท่านอภินพ วัฒโน ผู้เชี่ยวชาญ ด้านบริหารที่ราชพัสดุภูมิภาค ท่านที่ ๒ ท่านสุภาพร รุ่งเรือง ผู้อำนวยการส่วนทะเบียน และหลักฐานที่ราชพัสดุ และจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจนะครับ ท่านปัญญ์สุธา รายา เลขานุการกรม และท่านชนิกานต์ สุขขะเสริมสุข นิติกรชำนาญการ พิเศษครับ สำหรับสมาชิกที่ยังไม่ได้ลงชื่ออภิปราย เราก็ยังเปิดอยู่นะครับ เดี๋ยวจะให้ทาง ตัวแทนของผู้ชี้แจงได้กล่าวสรุปรายงานให้ฟัง แล้วถ้าท่านใดมีข้อซักถาม หลังจากนี้ก็สามารถ ที่จะยกมือหรือเข้าชื่อเพื่ออภิปรายได้ครับ ขอเชิญทางผู้ชี้แจงครับ🔗

นางสาวสุดท้าย ชัยจันทึก ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบบัญชี กรมบัญชีกลาง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุดท้าย ชัยจันทึก ตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบบัญชี กรมบัญชีกลาง ขอเสนอ รายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ที่กระทรวงการคลังได้จัดทำและ ส่งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบรับรองแล้ว ตามในมาตรา ๗๕ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ ประกอบด้วยงบแสดงฐานะ การเงิน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ งบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน งบแสดง การเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์สุทธิ งบกระแสเงินสด และรายงานการรับจ่ายเงินประจำปีงบประมาณ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้🔗

รัฐบาลมีสินทรัพย์ ณ วันสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ รวมทั้งสิ้น จำนวน ๘,๕๘๐,๖๒๕.๗๕ ล้านบาท หนี้สินและภาระผูกพันรวมทั้งสิ้น จำนวน ๑๐,๓๖๗,๑๑๒.๑๑ ล้านบาท ทำให้รัฐบาลมีสินทรัพย์สุทธิหรือส่วนทุนต่ำกว่าหนี้สินและภาระ ผูกพัน ณ วันสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ จำนวน ๑,๗๘๖,๔๘๖.๓๖ ล้านบาท รัฐบาล มีรายได้รวมทั้งสิ้น จำนวน ๒,๗๘๘,๙๕๐.๐๘ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ จำนวน ๑๓๔,๓๒๑.๒๕ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๕.๐๖ ประกอบด้วยรายได้แผ่นดินจาก หน่วยงาน นำส่งเงินกำไรและเงินปันผลของแผ่นดิน และรายได้อื่น รัฐบาลมีค่าใช้จ่ายรวม ทั้งสิ้น จำนวน ๓,๓๒๘,๗๘๙.๒๐ ล้านบาท ลดลงจากปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ จำนวน ๒๓๔,๖๐๒.๕๙ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๖.๕๘ ประกอบด้วย รายจ่ายจากเงินงบประมาณ จากหน่วยงาน ค่าใช้จ่ายอุดหนุนหน่วยงานภาครัฐ และค่าใช้จ่ายอื่น ผลจากการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ รายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิ จำนวน ๕๓๙,๘๓๙.๑๒ ล้านบาท รายละเอียดปรากฏตามเล่มรายงานที่นำเรียนต่อที่ประชุมแล้ว จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ สมาชิกท่านใดมีข้ออภิปรายซักถามไหมครับ จริง ๆ สมาชิกทุกท่าน ที่เชี่ยวชาญด้านงบประมาณ ตอนนี้อยู่ของงบประมาณหมดนะครับ ก็อาจจะไม่มีท่านใด ที่ซักถามในที่นี้นะครับ สมาชิกครับ ถ้าไม่มีอะไรซักถาม ก็ติดตามทางรายงานนะครับ ขอบพระคุณนะครับ ถือเป็นอันว่าที่ประชุมรับทราบรายงานครับ🔗

๒.๓ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนพัฒนา ฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕🔗

ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๗ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนพัฒนาฝีมือ แรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และได้ให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร มีสมาชิกที่ประสงค์ จะอภิปรายตอนนี้ทั้งหมด ๖ ท่าน ผู้ชี้แจงนะครับ ขออนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมครับ ท่านแรก ท่านสุทธิพงษ์ โกศลวิริยะกิจ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ท่านที่ ๒ ท่านนภาเพ็ญ ศรีศักดิ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริม การพัฒนาฝีมือแรงงาน ขอเชิญตัวแทนผู้ชี้แจงกล่าวสรุปรายงานสั้น ๆ ครับ🔗

นายสุทธิพงษ์ โกศลวิริยะกิจ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ผม นายสุทธิพงษ์ โกศลวิริยะกิจ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานครับ กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานจัดตั้งขึ้น ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๕ เพื่อเป็นทุนหมุนเวียน สำหรับใช้จ่ายเกี่ยวกับการส่งเสริมพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่มาของกองทุนก็จะได้มาจากเงิน ที่โอนมาจากกองทุนเดิม ๒. ก็คือเงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้ ๓. เงินสมทบ ที่ผู้ประกอบกิจการส่งเข้ากองทุน ๔. คือค่าธรรมเนียมและค่าทดสอบที่จัดเก็บตาม พ.ร.บ. ส่งเสริม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๕. เงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้กองทุน ๖. ก็คือเงิน ทรัพย์สิน ที่ตกเป็นของกองทุนนอกจาก ๑-๕ นะครับ การใช้จ่ายเงินกองทุนก็จะใช้จ่ายคือโดยการ ให้กู้ยืมเงิน ให้ผู้รับการฝึกกู้ยืมเงิน ผู้ดำเนินการฝึก ผู้ดำเนินการทดสอบ และผู้ประกอบการ กู้ยืมเงินเพื่อไปใช้จ่ายในการฝึกอบรมนะครับ การใช้จ่ายเงินกองทุนเราก็จะให้เงินอุดหนุน กับผู้ดำเนินการทดสอบที่ดำเนินการทดสอบฝีมือแรงงาน และในปีที่ผ่านมามีการผ่าน การทดสอบ ๑๐๐ คนขึ้นไปนะครับ เราก็จ่ายเงินอุดหนุนให้ ๒. คือผู้ประกอบการที่อบรม ฝึกฝีมือแรงงานแก่ลูกจ้างตัวเองเกิน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ๓. จ่ายกรณีของกรมพัฒนาฝีมือ แรงงานก็เป็นเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเรื่องการดำเนินการทดสอบ กรณีที่งบประมาณของ กรมเองไม่พอในเรื่องการรับรองความรู้ ความสามารถ ก็สามารถมาขอเงินจากกองทุนได้ครับ ขอรายงานผู้สอบบัญชีแล้วก็รายงานการสอบบัญชี สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ซึ่งได้ ผ่านการตรวจสอบรับรองจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเรียบร้อยแล้ว กองทุนมีสินทรัพย์ ๑,๒๔๐,๔๐๐,๐๐๐ บาทเศษ มีหนี้สิน มีสินทรัพย์สุทธิและส่วนทุน ๑,๒๓๗,๗๐๐,๐๐๐ บาท มีรายได้ที่ได้มาจากเงินสมทบ ดอกเบี้ย เงินกู้ยืมเงิน แล้วก็รายได้จากค่าทดสอบ และมาตรฐาน ๗.๕ ล้านบาทเศษ มีค่าใช้จ่าย ๖๐ ล้านบาทเศษ โดยมีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่าย จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปเป็นการอภิปรายของสมาชิก เริ่มจากฝ่ายรัฐบาลนะครับ เชิญท่านแรก ท่านนิพนธ์ คนขยัน ครับ🔗

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตร่วมอภิปรายรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงาน การเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับสิ้นสุดปีบัญชี ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ท่านประธานครับ ได้อ่านดูแล้วก็ขอบคุณ แต่อยากฝากข้อเสนอแนะผ่านท่านประธานนะครับว่า พัฒนาฝีมือแรงงาน โดยเฉพาะพี่น้องที่อยู่ในชนบทที่ขาดโอกาส ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อระดับสูง ๆ อยู่ตามหมู่บ้าน ท้องไร่ ท้องนานะครับ โดยเฉพาะวันนี้ขอบคุณกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่มีเงินกองทุนตัวนี้ ก็อยากฝากว่า เป็นไปได้ไหม พี่น้องประชาชนสนใจมาก แต่กองทุนท่านอาจจะมีน้อย เข้าใจครับ แต่คิดว่าจะทำอย่างไร กองทุนจะมีเงินกองทุนที่มากเพิ่มขึ้น เพื่อจะให้พี่น้องที่ขาดโอกาส ได้มีโอกาสได้พัฒนาฝีมือ แรงงาน พัฒนาฝีมือทักษะได้ชำนาญ อย่างน้อยขยับจากกรรมกรขึ้นมาเป็นช่างน้อย ๆ หรืออย่างน้อยเขาก็จะมีทักษะฝีมือทำงานของเขาเองในครอบครัว หรือว่าสนับสนุนชุมชน อันนี้ก็ฝากผ่านท่านประธานนะครับว่าจะทำอย่างไร โอกาสของคนเหล่านี้ จะได้รับโอกาส จากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน วันนี้ได้รับอยู่แล้วครับท่านประธาน แต่ยังไม่เต็มที่นะครับ เพราะในชนบทนั้นผมเชื่อมั่นครับ ก็ทั่วไปชนบทเกือบทุกจังหวัดที่มีความต้องการ เมื่อเขามี ความต้องการแล้วเดินเข้าหาผู้นำ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ อบต. นายก บอกว่าผมต้องการ อยากจะฝึกทักษะฝีมือ มีความต้องการ แต่จะไปเล่า ไปเรียน ไปอยู่ จ้างเรียนไม่มีเงิน อยากผ่านกองทุนตัวนี้ ก็อยากให้ท่านเติมเต็มตัวนี้เพิ่มครับ สิ่งอื่นไม่ติดใจครับ เพียงแต่ว่า วันนี้สาขาอาชีพต่าง ๆ ที่ท่านทำ อยากให้ประชาสัมพันธ์ให้ท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท่านนายก อบต. เทศบาล หรือท่านนายอำเภอ เวลาประชุมประจำเดือน นายอำเภอเขาเรียกประชุม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มาทุกหมู่บ้าน ท่านอาจจะมีวารสาร ข่าวสารไปฝากผ่านท่านนายอำเภอว่า ถ้าลูกบ้านต้องการอยากจะฝึกทักษะฝีมือแรงงานอาชีพต่าง ๆ ก็ให้นายอำเภอประชาสัมพันธ์ แล้วก็ประสานไปทางพัฒนาฝีมือแรงงานนะครับ มันจะสะดวก โดยเฉพาะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ส่วนมากมีเสียงตามสาย เพราะว่าเขาประชุมมาเสร็จ เขาก็จะได้ขึ้นเสียงตามสายว่าวันนี้ ทางพัฒนาฝีมือแรงงานได้ประชาสัมพันธ์ว่าท่านใดต้องการฝึกทักษะอาชีพต่าง ๆ เขาก็จะได้มาสมัครผ่านท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผ่านท่านนายอำเภอ ก็ส่งไปต่อที่ หน่วยงานของพัฒนาฝีมือแรงงานประจำจังหวัดทุกจังหวัด ก็จะเป็นการบริการพี่น้อง ประชาชนที่ขาดโอกาสอยากเพิ่มทักษะในด้านอาชีพต่าง ๆ ก็ขอกราบเรียนว่าเห็นด้วย อย่างยิ่งครับ สนับสนุนและให้กำลังใจในการพัฒนาฝีมือแรงงานของพี่น้องประชาชน ก็ขอกราบขอบพระคุณผ่านท่านประธานนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านสหัสวัต คุ้มคง🔗

นายสหัสวัต คุ้มคง ชลบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคก้าวไกล ขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ท่านประธานครับ จากที่ผมอ่านรายงานฉบับนี้ ผมเห็นสภาพ การเดินบัญชีอะไรต่าง ๆ แล้ว ผมก็ไม่มีปัญหาทางบัญชีนะครับ ผมเข้าใจครับว่านี่เป็น รายงานทางการเงิน การบัญชี แต่สิ่งที่ผมต้องลุกขึ้นมาอภิปรายไม่ใช่เรื่องของการเงินโดยตรง แต่เป็นเรื่องของกองทุนและผลสัมฤทธิ์ของกองทุน ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ ผมอยากจะถาม ท่านผู้ชี้แจงนะครับ ถึงหลักเกณฑ์ในการอนุมัติโครงการต่าง ๆ เนื่องจากถ้าเห็นว่าเรากลับไป ดูสถิติแรงงาน เราพบว่าปัญหาใหญ่ของเรื่องแรงงานเกี่ยวข้องกับการพัฒนาฝีมือแรงงาน มีอยู่ ๒ ประเด็นครับ🔗

ประเด็นแรก คือผู้ที่ได้รับประกันฝีมือแรงงานและประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเด็ก จบใหม่ครับ ในโลกนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วแบบนี้ ความต้องการแรงงาน ก็เปลี่ยนไปตามครับ ผมอยากจะทราบว่าทางกองทุนมีเกณฑ์ในการให้ทุนกับโครงการเหล่านี้ อย่างไรครับ มีแผนในการให้ทุนกับบุคคลหรือองค์กรใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาฝีมือ แรงงาน ให้เข้ากับยุคสมัยนี้หรือไม่ครับ มากไปกว่านั้นครับ ปัญหาหนึ่งคือผลของการฝึกฝีมือ แรงงานครับ ผมอยากรู้ว่าทางกองทุนมีการติดตามหรือไม่ ว่าฝึกฝีมือแรงงานไปแล้ว เป็นอย่างไรบ้างครับ ได้งานทำเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะหากว่าเรากลับมาดูสถิติแรงงานในปี ๒๕๖๕ ล้อกับรายงานสถานะการเงินฉบับนี้ เราจะพบว่าการฝึกฝีมือแรงงานที่แบ่งเป็น ๓ ประเภท คือการฝึกเตรียมเข้าทำงาน การฝึก ยกระดับฝีมือและการฝึกอาชีพเสริมนั้น จะเห็นครับว่าปี ๒๕๖๕ มีผู้ฝึกในส่วนของ การยกระดับฝีมือทั้งสิ้น ๔๗,๐๐๑ คน จบการศึกษา ๔๓,๒๒๖ คน และมีผู้มีงานทำหลังจบ การฝึกเพียงแค่ ๒๕,๐๙๑ คน หมายความว่ามีคนได้งานทำเพียงแค่ ๕๓.๓๘ เปอร์เซ็นต์ จากผู้ได้รับการฝึก ส่วนอีก ๒๐,๐๐๐ กว่าคนที่เหลือนั้น ทำไมฝึกแล้วยังไม่ได้รับผลสัมฤทธิ์ที่ดี ทำไมยังไม่มีงานทำ ในอีกส่วนครับ คือการฝึกอาชีพเสริม เราพูดกันเยอะว่าก็ต้องมี อาชีพเสริม มีการ Multi Skill ต้องหารายได้เสริมโน่น นี่ นั่น เพราะงานเดียวไม่เพียงพอครับ สถิติปี ๒๕๖๕ ผู้เข้ารับการฝึก ๓๔,๔๑๑ คน ฝึกจบ ๓๓,๗๐๒ คน แต่มีผู้มีงานทำเพียง ๑๖,๕๘๐ คน คิดเป็นสัดส่วนคือ ๔๘.๑๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เกินครึ่งนิดเดียวเท่านั้นครับ ในการเตรียมเข้าทำงานทั้งสิ้น ฝึกทั้งหมด ๔,๒๙๕ คน จบการฝึก ๓,๐๐๗ คน มีผู้มีงานทำ เพียงแค่ ๑,๑๓๕ คนเท่านั้น คิดเป็น ๒๖.๔๒ เปอร์เซ็นต์ น้อยมากนะครับ นี่คือการฝึก เพื่อหางานทำ แล้วถ้าเรามาดูจำนวนผู้ว่างงาน โดยเฉพาะจำนวนคนที่ต้องฝึกเพื่อไปทำงาน สำหรับกลุ่มเด็กจบใหม่ จากสถิติแรงงานเราพบว่าอายุ ๑๘-๑๙ ปี มีคนว่างงานถึง ๒๔,๒๐๐ คน ส่วนกลุ่มที่จบปริญญาตรี หรือ ๒๐-๒๔ ปี ว่างงานอยู่ถึง ๑๗๒,๔๐๐ คน ตัวเลขนี้น่าตกใจมาก แต่การฝึกฝีมือที่เกิดขึ้นกลับมีงานทำกันแค่นี้ ผมอยากจะเรียนถามครับว่า ทางกองทุนเอง หรือแม้กระทั่งกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเอง มีแผนจัดการปัญหานี้อย่างไรครับ กองทุน มีนวัตกรรม มีหลักเกณฑ์ หรือมีโครงการใหม่ ๆ ที่ช่วยให้การฝึกฝีมือมีคุณภาพมากขึ้น หรือไม่ ฝึกเสร็จแรงงานก็มีงานทำ มีค่าจ้างที่ดีขึ้นได้ไหมครับ โดยเฉพาะโลกที่เราชอบพูดว่า Disruption ต้องการทักษะใหม่ ๆ ทักษะที่หลากหลาย มีโครงการที่จะฝึกแล้วได้ผลสัมฤทธิ์ มากกว่า ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์บ้างไหมครับ ไม่ใช่แค่เกินครึ่งมานิดหน่อยแบบนี้ ผมเห็นใจ พวกท่านครับ และเห็นความสำคัญของกองทุนนี้ เข้าใจว่ากองทุนก็ไม่ได้มีเงินอะไรมากมาย แต่ท้ายที่สุดครับ งานต่าง ๆ โครงการต่าง ๆ ที่พวกท่านอนุมัติมีความสำคัญมากกับแรงงาน ที่ควรจะมีงานทำและมีค่าแรงที่ดีขึ้น ยกระดับเรื่องเหล่านี้ไปพร้อมกันได้อย่างไรบ้าง นี่คือโจทย์สำคัญของกองทุนนะครับ ผมอยากจะทราบจริง ๆ ครับว่าอนุมัติอะไรไปบ้าง หลักเกณฑ์อะไรไปบ้าง ตัวเลขสถิติรายงานถึงออกมาแบบนี้นะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านรวี เล็กอุทัย ครับ🔗

นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทยครับ ขอสไลด์ขึ้นด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ท่านประธานครับ ในรายงานของผู้สอบบัญชี และรายงานการเงิน ในส่วนของกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ปีสิ้นสุด ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ นี้ แม้ว่าจะมีความล่าช้าอยู่พอสมควร เพราะว่าตอนนี้ปี ๒๕๖๗ แล้ว แต่ผมคงไม่ยกเอามาเป็นประเด็นการอภิปรายในครั้งนี้นะครับ แต่ประเด็นที่มีความสำคัญ ครับท่านประธาน แล้วก็เป็นสิ่งที่กองทุนนี้ควรจะมีส่วนร่วมในการทำให้เกิดขึ้น นั่นก็คือ การทำให้พี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงการพัฒนาทักษะในการประกอบอาชีพ เพื่อต่อยอด ไปสู่การมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่เหมาะสมในการดำรงชีวิตต่อไปครับท่านประธาน โดยเมื่อผม ได้พิจารณาถึงวัตถุประสงค์ของกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่มีจุดมุ่งหมายในการเป็นทุน หมุนเวียนสำหรับใช้จ่ายเกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน จะพบว่ากองทุนนี้นั้น มีวัตถุประสงค์ที่ดีครับ ไม่ว่าจะเป็นทั้งการให้ผู้รับการฝึกและผู้ดำเนินการฝึกสามารถเข้าถึง การกู้ยืมเงินเพื่อฝึกอบรมฝีมือแรงงานได้ ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พุทธศักราช ๒๕๔๕ หรือการช่วยเหลืออุดหนุนกิจการ หรือองค์กรอาชีพที่มีส่วนร่วมในการ พัฒนาฝีมือแรงงาน และที่สำคัญที่สุดอีกประการหนึ่ง นั่นก็คือการช่วยเหลือหรืออุดหนุน การดำเนินงานของศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ ในการรับรองความรู้ความสามารถของ แรงงาน เพื่อให้การประกอบอาชีพเพียงพอต่อความต้องการของตลาด ท่านประธานครับ ทั้งหมด นี้ล้วนเป็นวัตถุประสงค์ที่ดี แต่คำถามก็คือ ในความเป็นจริงแล้วนั้น ทางกองกองทุนสามารถ ดำเนินการได้ตอบโจทย์ตามวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วหรือไม่ เพราะเมื่อลองพิจารณาในมิติความต้องการของตลาดแรงงานในปี ๒๕๖๕ เราจะพบว่า มีตำแหน่งงานที่ว่างเพื่อรอรับคนเข้าทำงานอยู่กว่า ๕๑๕,๙๒๖ ตำแหน่ง🔗

สไลด์ถัดไปครับ แต่กลับมีการบรรจุเข้าทำงานเพียง ๒๖๑,๑๔๕ คนเท่านั้น โดยเป็นสัดส่วนของภาคการผลิตที่มีตำแหน่งงานว่างมากที่สุดที่ ๒๒๐,๖๑๑ ตำแหน่ง ในขณะที่สถิติแรงงานไทยที่ต้องการไปทำงานอยู่ต่างประเทศจะอยู่ที่ ๑๓๐,๐๐๐ กว่าคน โดยมีแรงงานที่ผ่านการรับรองความรู้ความสามารถและได้รับอนุญาตให้ไปทำงาน ต่างประเทศอยู่ที่ ๘๘,๑๕๔ คน แบ่งเป็นอาชีพผู้ปฏิบัติงานด้านเกษตรและประมงครับ เป็นกลุ่มที่มีการได้รับอนุญาตให้เดินทางไปทำงานต่างประเทศได้มากที่สุด อยู่ถึง ๒๗,๒๗๙ คน และที่ไม่ต่างกันมากครับ นั่นก็คือผู้ปฏิบัติงานในโรงงาน หรือผู้ควบคุมเครื่องจักรที่มีถึง ๒๕,๓๕๓ คน ซึ่งหากรวม ๒ กลุ่มนี้เข้าด้วยกันจะมีสัดส่วนเกินครึ่งของผู้ที่ได้รับอนุญาต ทั้งหมดครับ🔗

สไลด์ถัดไปครับ และเมื่อมาดูมิติการพัฒนาฝีมือแรงงานและการได้งานทำ จะพบว่าในปี ๒๕๖๕ มีผู้เข้ารับการอบรมรวม ๘๕,๗๓๗ คน โดยอบรมแล้วมีงานทำรวม ๔๒,๘๐๖ คน ซึ่งจะอยู่ในช่วงอายุ ๒๐-๒๔ ปี และเป็นช่วงอายุที่ได้รับการพัฒนาฝีมือแรงงาน มากที่สุดรวม ๑๑,๕๙๓ คน รองลงมาคือช่วงอายุ ๖๐ ปี จำนวน ๑๐,๔๐๓ คน โดยกลุ่ม อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นกลุ่มที่ได้รับ การฝึกอบรมมากที่สุด🔗

ท่านประธานครับ จากข้อมูลข้างต้นที่ผมได้อภิปรายไป ผมเชื่อครับว่า ทางท่านผู้บริหารกองทุนและผู้บริหารของกระทรวงแรงงานคงทราบดีอยู่แล้ว และมีความรู้ ลึกซึ้งในเชิงข้อมูลมากกว่าผม เพราะกองทุนนี้ไม่ได้เพิ่งเริ่มดำเนินงาน แต่ท่านทำงานด้านนี้ มาเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว และที่สำคัญครับ ท่านอยู่ภายใต้การบริหารของข้าราชการประจำ ที่ผมเชื่อมั่นว่าท่านต้องมีความแม่นยำในเรื่องของกฎหมาย แต่นั่นก็ทำให้ผมเกิดข้อสงสัย และอยากขอตั้งเป็นข้อสังเกตเอาไว้ครับว่า ท่านได้บริหารกองทุนนี้ให้สามารถดำเนินการได้ ตามวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพแล้วจริง ๆ หรือไม่ เพราะในปี ๒๕๖๕ ท่านมีรายได้ รวมกว่า ๗๕ ล้านบาท🔗

ขอสไลด์ถัดไปครับ แต่กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานนี้ กลับนำรายได้ส่วนนั้น ลงไปกับค่าใช้จ่ายบุคลากร ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ค่าสาธารณูปโภค รวมทั้งหมดกว่า ๓๒ ล้านบาท มากกว่าหมวดค่าใช้จ่ายจากการอุดหนุนอื่นและการบริจาค ที่ท่านใส่เป็นค่าใช้จ่ายไว้เพียง ๒๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ทั้ง ๆ ที่ในส่วนนี้ควรจะเป็นส่วนที่ท่านนำเงินเอาไปใช้ประโยชน์ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของกองทุน ในการสนับสนุนพัฒนาและเพิ่มจำนวนฝีมือแรงงาน ให้ตรงตามความต้องการของตลาด ตามสถิติรายงานประจำปี ๒๕๖๕ อย่างที่ผมได้อภิปราย ไว้ข้างต้น ผมจึงอยากฝากคำถามและข้อสังเกตเหล่านี้ ผ่านท่านประธานไปยังผู้บริหารของ กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานครับ โปรดช่วยพิจารณาถึงสัดส่วนความเหมาะสมของการใช้จ่าย เงินกองทุนนี้ด้วยครับ เพราะพันธกิจหรือวัตถุประสงค์ของท่านที่ท่านวางไว้ เป็นเป้าหมาย ที่ใหญ่ และมีความสำคัญเป็นอย่างมาก จึงจำเป็นที่จะต้องมีการจัดสรรเงินอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องแรงงานและผู้ประกอบการไทย🔗

โดยสรุปครับท่านประธาน ผมอยากเห็นกองทุนนี้เป็นกองทุนที่มีประสิทธิภาพ เป็นกองทุนที่สามารถช่วยพัฒนาฝีมือแรงงานไทยให้ตอบโจทย์ต่อความต้องการของตลาด และเป็นกองทุนที่มุ่งเน้นในการดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของกองทุนอย่างแท้จริง เพราะสิ่งสำคัญของเรื่องนี้ครับ นอกจากจะเป็นการช่วยให้แรงงานไทยสามารถเข้าสู่ระบบ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้มากยิ่งขึ้นแล้ว ยังเป็นการช่วย ให้พี่น้องประชาชนสามารถมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านวิภาณี ภูคำวงศ์ ครับ🔗

นางสาววิภาณี ภูคำวงศ์ ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิภาณี ภูคำวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๘ พรรคเพื่อไทย จากที่ดิฉันได้ศึกษารายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ดิฉันมีข้อสงสัย และข้อสังเกตอยู่บางประการค่ะ จึงขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายครั้งนี้ กองทุนพัฒนา ฝีมือแรงงานถือว่าเป็นอีก ๑ หน่วยงานที่มีภารกิจสำคัญ ในการส่งเสริมและสนับสนุน การพัฒนาศักยภาพของคนทำงานและผู้ประกอบการกิจการให้สอดคล้องกับความต้องการ ของตลาดแรงงานและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ซึ่งในปัจจุบันโลกแห่งการทำงานได้มี การเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัยค่ะ และเทคโนโลยีได้เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกมิติ ของสังคม โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และการจ้างงาน ซึ่งประเด็นที่ท้าทายสำหรับ แรงงาน คือการปรับตัวอย่างไร เพื่อให้ตามทันเทคโนโลยี โดยเฉพาะในยุคที่มีผู้คนกำลัง กังวลว่า AI จะเข้ามาแทนมนุษย์ และทักษะดิจิทัลจะกลายเป็นทักษะพื้นฐานที่ตลาดแรงงาน ต้องการ ในส่วนนี้ค่ะ ทางหน่วยงานได้วางแนวทางในการดำเนินงานอย่างไรในการที่จะ ส่งเสริมหรือพัฒนาทักษะทางด้านอาชีพต่าง ๆ ให้กับคนทำงาน เพื่อให้มีศักยภาพที่จะ สามารถแข่งขันกับแรงงานในตลาดโลกได้ จากหมายเหตุที่ ๑๓ และหมายเหตุที่ ๑๖ พบว่า ทางหน่วยงานมีลูกหนี้ความรับผิดชอบทางละเมิดที่เกิดจากการกระทำทุจริตของเจ้าหน้าที่ ผู้มีหน้าที่เบิกจ่ายเงินค่าครองชีพ โดยการทำการปลอมแปลงเอกสารทะเบียนคุมลูกหนี้ และการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในแผ่นบันทึกข้อมูล ในการดำเนินการโอนเงิน ค่าครองชีพเข้าบัญชีตนเอง ๒ บัญชี รวมเป็นเงิน ๔ ล้านกว่าบาท ซึ่งข้อมูลในรายงาน ได้ระบุไว้ว่าปัจจุบันหาผู้กระทำความผิดได้เสียชีวิตไปแล้ว ทำให้หนี้ในส่วนของจำนวน ที่ยังไม่ได้รับการชำระจะกลายเป็นหนี้สูญ ในส่วนนี้ค่ะ จึงอยากจะสอบถามทางหน่วยงานว่า มีแนวทางและมาตรการอย่างไร ในการที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตกับเจ้าหน้าที่อีก เพื่อไม่ให้เกิดหนี้สูญอีกในอนาคต นอกจากนี้ ข้อมูล ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ทางหน่วยงานได้ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีกับลูกหนี้เงินกู้ตาม พ.ร.บ. ๒๕๓๙ จำนวน ๙๕ คดี โดยมีทุนทรัพยากรอยู่ที่ ๓ ล้านกว่าบาท จึงอยากจะทราบว่า ในส่วนของหนี้ที่กำลัง ดำเนินอยู่นั้น มีแนวทางว่าจะได้รับการชำระหนี้คืนหรือไม่ อย่างไร เพราะจากที่ดูข้อมูล ในรายงานแล้ว ดิฉันพบว่าในหมายเหตุที่ ๙ เงินให้กู้ยืมมีระยะยาว มีการหักค่าเผื่อหนี้ สงสัยจะสูญเป็นจำนวนเงินมาก ๆ ในหลายรายการค่ะ🔗

ในเรื่องของค่าใช้สอย ในหมายเหตุที่ ๒๔ พบว่าค่าประชาสัมพันธ์ในปี ๒๕๖๕ เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๔ ถึงร้อยละ ๙๕ จึงอยากสอบถามทางหน่วยงานว่าได้นำเงินไปใช้จ่าย ประชาสัมพันธ์ในเรื่องใดบ้าง และก่อให้เกิดผลดีต่อกองทุนหรือการพัฒนาแรงงานอย่างไร สามารถประชาสัมพันธ์สิทธิประโยชน์จากกองทุนในเรื่องของการส่งเสริมและสนับสนุน การพัฒนาฝีมือแรงงาน รวมถึงภารกิจของกองทุนเกี่ยวกับการบริการเงินกองทุนและ เงินช่วยเหลือ หรืออุดหนุนให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ หรือสามารถเผยแพร่ข้อมูล ให้ผู้ประกอบกิจการ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการกู้ยืมเงิน และการขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน เพื่อนำไปพัฒนาฝีมือแรงงานให้แก่ลูกจ้างอย่างไร ได้บ้าง นอกจากนี้ค่ะ ในเรื่องค่าจ้างที่ปรึกษาที่ในปี ๒๕๖๔ ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายจำนวนนี้ แต่ปรากฏว่าในปี ๒๕๖๕ ได้มีค่าจ้างที่ปรึกษา จำนวน ๑,๙๓๖,๐๐๐ บาท จึงอยากทราบว่า ทางหน่วยงานจ้างที่ปรึกษามาให้คำปรึกษาในด้านใด และก่อให้เกิดประโยชน์กับกองทุน เรื่องใดบ้าง สามารถให้คำปรึกษาที่จะช่วยในการขับเคลื่อนภารกิจกองทุนให้บรรลุเป้าหมาย อย่างมีประสิทธิภาพได้หรือไม่ อย่างไร ดิฉันจึงเรียนขอฝากท่านประธานค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สมาชิกท่านสุดท้ายนะครับ ท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินของกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนา ฝีมือแรงงาน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ผมคงไม่ต้องนั่ง Time Machine ย้อนกลับไปในอดีตเพื่อจะไปดูรายงานและตัวเลขทางการเงิน เพราะคงไม่ใช่สารัตถะสำคัญ แม้ว่าถ้าตั้งข้อสังเกตจากการที่เราไล่เลียงในการอ่านรายงานรู้ ดูรายงานเห็นนี่นะครับ ในหน้า ๖ มีประเด็นว่ารายได้หลาย ๆ ตัวนั้นปรับเพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากเงิน สมทบและเงินเพิ่ม รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม และค่าปรับรับ รายได้ค่าทดสอบมาตรฐาน ฝีมือแรงงาน รายได้ค่าธรรมเนียม เราก็ตั้งคำถามว่ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ถ้าหากว่า มีเงินที่กองครบอยู่ในระบบมากเกินกว่าความจำเป็น มันก็จะเกิดสภาวะที่คนเข้าไม่ถึงกองทุน วัตถุประสงค์ที่บอกว่าจะให้เป็นเงินช่วยเหลือ เงินทุนหมุนเวียน มันก็ไม่เกิดภาพของเงินหมุนไป เพื่อพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ท่านประธานที่เคารพครับ กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานนั้น จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน วัตถุประสงค์หลักของกองทุน ก็คือว่าเพื่อให้ใช้เป็นกองทุนหมุนเวียนให้กับสถานประกอบกิจการเอาไปใช้กู้ยืม ใช้ในการ พัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน เรียกว่ามาใช้เงินกองทุนไปพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานของคน ในองค์กรของท่านเอง ของผู้ประกอบการเอง คำถามคือว่า แล้วที่ผ่านมามีผู้ประกอบการ เข้าถึงกองทุนนี้ได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร เพราะถ้าเราไปยึดตามประกาศนี่นะครับ วัตถุประสงค์เขาบอกว่า ใครบ้างที่สามารถเข้าถึงเงินกองทุนเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานนี้ กลุ่มแรกเป็นกลุ่มผู้ประกอบกิจการ ซึ่งผมเห็นจากรายงานแล้ว ยังเห็นว่ายังมีความจำเป็น ที่ต้องเพิ่มตัวเลขและเพิ่มการเข้าถึงผู้ประกอบการกิจการมากขึ้น ๒. กลุ่มผู้ดำเนินกิจการ ในการทดสอบทักษะฝีมือแรงงาน ๓. ศูนย์ประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะแรงงาน เขาเปิด ๓ ช่องนี้ให้ไปยื่นขอรับเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน พอได้แล้วเอาไปทำอะไรครับ ได้แล้วก็เอาไปลงทุนในการจัดหลักสูตรฝึกอบรม ในการซื้อเครื่องมือเครื่องไม้ ในการพัฒนา ทักษะฝีมือแรงงาน เรียกว่าเอาเงินกองทุนมาหมุนเวียนเอาไปใช้ก่อน แต่ว่ากองทุนพัฒนา ทักษะฝีมือแรงงานนั้น จะเป็นประโยชน์มากขึ้นครับ เมื่อเป็นกองทุนที่เสมอภาค เที่ยงธรรม แล้วก็ลดความเหลื่อมล้ำ ถ้าให้เฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางค่อนไปทางใหญ่ ขนาดเล็ก ค่อนมาทางกลาง เข้าถึงยากกว่า อย่างนี้ก็ไม่เกิดประโยชน์ หรือเกิดประโยชน์น้อย เพราะเมื่อเขาได้เงินแล้วครับ เขาจะเอาไปทำในการลดต้นทุนให้กับสถานประกอบการ ในเรื่องของการฝึกอบรม เรื่องของการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ๒. เอาไปพัฒนาทักษะ ฝีมือแรงงานของพนักงานในองค์กรของตัวเอง ๓. จะเอาไปยกระดับความสามารถ พัฒนา ทักษะฝีมือแรงงานจากระดับชุมชนท้องถิ่นขึ้นมาเป็นระดับประเทศ ระดับภูมิภาคอาเซียน ระดับทวีป ไปกระทั่งระดับโลกต่อไป🔗

ข้อสังเกตสำคัญก็คือว่า ณ ปัจจุบันนี้สถานประกอบการยังไม่สามารถเข้าถึง การขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุนพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ผมมี ๓ Model ในการ จะเสนอเพื่อทำให้ทุกคนนั้น สามารถเข้าถึงกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานอย่างเป็นธรรม และไม่เหลื่อมล้ำ🔗

๑. ท่านต้องไปดูว่ากิจการประเภทที่ส่งเสริมทักษะฝีมือแรงงานที่เป็นการรองรับ ทักษะฝีมือแรงงานเพื่อการแข่งขันในอนาคต มีบทวิเคราะห์ครับว่าธุรกิจของไทยบางส่วนนั้น เป็นธุรกิจแบบโลกเก่า ธุรกิจแบบสมัยใหม่ ประเภท Big Data ประเภท AI การลงทุน ใน Chip เพื่อการพัฒนา AI นั้นยังมีน้อย ดังนั้นถ้าหากว่าใครเอาไปส่งเสริมพัฒนาทักษะฝีมือ แรงงานในด้านนี้ ก็ควรจะลดเงื่อนไขหรือผ่อนปรนกติกาบางอย่างเพื่อให้เกิดการเข้าถึง ได้มากขึ้น🔗

๒. ลดเงื่อนไขที่ทำให้บริษัทที่ยังไม่มีความพร้อมที่เข้าถึงยาก ให้เข้าถึงกองทุน ได้ง่ายขึ้น🔗

๓. การยกเว้นค่าจัดเก็บ ค่าทดสอบ ยกเว้นค่าทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ จากรายงานหน้า ๖ ที่ผมบอกเมื่อสักครู่นี้ครับว่า ค่าธรรมเนียม ยังเก็บได้สูงและรายได้อื่นยังสูงมันน่าจะแปลก ๆ ครับ เราควรจะทำให้เงินนั้นหมุนไปสู่ ผู้ประกอบการ แล้วเกิดการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ท่านประธานที่เคารพครับ ในสภาแห่งนี้ เราพูดเรื่องของการ Upskill Reskill ครับ แต่ว่า Upskill Reskill มันทำได้ในเฉพาะ บางองค์กรที่มีความพร้อมเท่านั้น แต่ถ้าหากเราต้องการยกระดับทักษะฝีมือแรงงานไทย ที่เป็นมาตรฐานที่ Worldwide ระดับสากล ระดับโลกนั้น เราต้องใช้กองทุนนี้เป็นเครื่องจักร เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งครับ เงินในสถาบันการเงิน เงินในธนาคาร ผู้ประกอบการบอกว่าเข้าถึงยาก ก็ไปกองล้นในระบบ ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้นในกองทุนพัฒนา ทักษะฝีมือแรงงานและผมเชื่อมั่นนะครับว่าข้อสังเกตนี้ แม้ว่าบรรยากาศในสภาอาจจะไม่ได้ คึกคักครับ แต่เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว ผมเข้าใจว่าข้อเสนอ ๓ ช่องทาง ๓ เครื่องมือ ที่ผมเสนอไปนั้น ถ้าท่านได้รับฟังและนำไปปรับใช้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ จะเป็น ประโยชน์ต่อการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน เพื่อให้กองทุนนี้เป็นกองทุนที่มีประสิทธิภาพ สมชื่อคำว่า กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ขอบพระคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ของเทศบาล เมืองบางกรวย อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ยินดีต้อนรับครับ สำหรับรายชื่อผู้อภิปราย เพียงเท่านี้ครับ ขอเชิญทางผู้ชี้แจงให้ข้อมูลครับ🔗

นายสุทธิพงษ์ โกศลวิริยะกิจ ผู้ตรวจราชการกรม

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่ห่วงใยนะครับ จริง ๆ แล้วกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานอย่างที่บอกครับ จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการพัฒนาฝีมือแรงงานครับ กองทุนตรงนี้วัตถุประสงค์ คือให้การกู้ยืมเงินกับผู้ประกอบการ ผู้ดำเนินการทดสอบ อย่างที่ท่านสมาชิกท่านกล่าวถึง โดยในตัว พ.ร.บ. ตรงนี้เอง ก็เป็นเรื่องของการส่งเสริมให้สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ ๑๐๐ คน ต้องอบรมลูกจ้างของตัวเอง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าตัวเองอบรมไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ต้องส่งเงินเข้ากองทุน ซึ่งตรงนี้จะเป็นการส่งเสริมให้ตัวสถานประกอบการเอง ต้องฝึกพัฒนา ลูกจ้างตัวเอง แต่กองทุนนี้คงไม่ได้เข้าไปร่วมในเรื่องของการที่บอกเรื่องของตำแหน่งงาน เรื่องว่างอะไรอย่างนั้น เพราะจริง ๆ แล้วเราสนับสนุนทางผู้ประกอบการในการที่จะส่งเสริม ที่จะพัฒนาต่อยอดในเรื่องทักษะฝีมือในสถานประกอบการเท่านั้นนะครับ แต่โครงการที่ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกล่าวถึงว่า ทำไมส่งเสริมพัฒนาฝีมือแรงงานแล้วคนที่จบมา ทำไมยังต้องตกงานอยู่ จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องงานภารกิจของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานนะครับ ซึ่งการที่จะตอบสนองความต้องการว่าจบแล้วมีงานทำ ตรงนั้นคือปัจจุบันงานของกรมพัฒนา ฝีมือแรงงานก็เรื่องของการส่งเสริม เราส่งเสริมตามความต้องการของตลาดแรงงานนะครับ ในแต่ละปีเราก็จะมีการสำรวจความต้องการของคนในพื้นที่ทั้งหมดนะครับว่า ในแต่ละพื้นที่ มีความต้องการตำแหน่งงานอะไรบ้าง ซึ่งกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เรามีหน่วยงานอยู่ใน ภูมิภาคทุกที่ ซึ่งเราก็ได้รับทราบตำแหน่งงานในแต่ละที่ว่าเขาขาดแคลนในตำแหน่งไหนบ้าง เราก็ฝึกอบรมตามความต้องการของคนในพื้นที่นะครับ ซึ่งอย่างน้อยก็ให้ตอบโจทย์ในเรื่อง ของการมีงานทำ อย่างนี้ครับว่าหลังจากฝึกแล้ว คนกลุ่มนั้นก็ได้มีงานทำ เพราะตามปกติแล้ว เวลาเราอบรมคนที่มาอบรมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเอง หลังจากจบการอบรม เราจะมี การติดตามผลว่าคนกลุ่มนี้ได้มีงานทำหรือไม่ มีรายได้เพิ่มขึ้นไหม ซึ่งจากการติดตาม ผลการสำรวจ ก็มีรายได้เพิ่มขึ้น บางคนก็ได้งานทำนะครับ ก็ประมาณสัก ๖๐ เปอร์เซ็นต์ได้ครับ ก็เรียนที่ประชุมเพื่อทราบครับ ส่วนในเรื่องของทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือคุณวิภาณี มีข้อสังเกตเรื่องของข้อมูลเรื่องการทุจริต เดี๋ยวจะมอบน้องอีกคนหนึ่งชี้แจงเพิ่มเติมครับ🔗

นางสาวนภาเพ็ญ ศรีศักดิ์ ผู้ชี้แจง

เรียนท่านประธานสภาและท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านค่ะ สำหรับในกรณีที่ท่านถามมานะคะ ที่บอกว่าที่มันมี ทุจริตเราดำเนินการอย่างไร ในกรณีทุจริตตรงนั้นมันเป็นการที่เกิดข้อผิดพลาดมาตั้งแต่ ปี ๒๕๔๖ มา เสร็จแล้วคราวนี้ในเรื่องของการดำเนินงานเราก็มีการเรียกทางละเมิดกับ เจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการ สำหรับแนวทางในการแก้ไขปัญหาเช่นนั้น ในปัจจุบันการดำเนินงานของ กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานมีความรัดกุมยิ่งขึ้น เราใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้ในการ ดำเนินงาน🔗

สำหรับที่ท่านสมาชิกถามมาว่าค่าใช้จ่ายในการจ้างที่ปรึกษาเราเอามาทำอะไร ที่ปรึกษาของเรานะคะ เนื่องจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานมันดำเนินการภายใต้ กรมบัญชีกลาง แล้วก็มีในเรื่องที่เกี่ยวกับการประเมินตัวชี้วัดในการดำเนินงาน แล้วก็มีเรื่องของ ผลิตภาพแรงงาน เราก็เลยมีการจ้างที่ปรึกษามาให้คำปรึกษาแนะนำในการดำเนินงาน ตรงนั้นค่ะ🔗

สำหรับในกรณีที่ท่านถามว่า การที่เรากู้ยืมเงินไป มันมีความคุ้มค่าไหม แล้วก็มี ผู้ที่เข้าถึงไหม สถานประกอบกิจการคือกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน มีการให้กู้ยืมเงินกองทุน มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ จนถึงในปัจจุบันมีสถานประกอบกิจการตั้งแต่ขนาดที่ ๑๐๐ คนขึ้นไป แล้วก็ขนาดที่ต่ำกว่า ๑๐๐ คนขึ้นไป มีมากู้ยืมเงินแล้วในปัจจุบันนี้ ๖๐๗ แห่ง แล้วก็ ยังจะมีอีกนะคะ🔗

แล้วก็สำหรับในกรณีที่ว่ามีงบประมาณที่เราใช้จ่ายไปตั้งแต่เราตั้งกองทุนมานี้ เราก็จัดสรรไปประมาณ ๓๙๐ กว่าล้านบาทแล้วค่ะ🔗

สำหรับในเรื่องของการประชาสัมพันธ์นะคะ ที่บอกว่าเรานำเงินไปใช้ในการ ประชาสัมพันธ์อย่างไร ก็อย่างที่ทางท่านสมาชิกได้กล่าวถูกต้องแล้วค่ะ เราก็จะใช้ไปในเรื่องของ การจัดทำข้อมูลต่าง ๆ เป็นเรื่องของการพัฒนาระบบ แล้วก็ในเรื่องที่เกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ จัดทำช่องทางทุก ๆ ช่องทางในการประชาสัมพันธ์ มันก็เลยทำให้งบประมาณในการดำเนินงาน ในการประชาสัมพันธ์มันเพิ่มมากขึ้น ขอนำเรียนเพียงเท่านี้ค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ สมาชิกท่านใดมีประเด็นซักถามเพิ่มเติมไหมครับ เชิญท่านรวีครับ🔗

นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ขอบคุณท่านประธานครับ รวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทยครับ ผมยังมีประเด็นอยากจะ ขอซักถามเพิ่มเติมไปทางผู้ชี้แจงในประเด็นที่ผมได้อภิปรายไป ในส่วนของรายได้ในปี ๒๕๖๕ ที่ท่านว่ารวมรายได้อยู่ ๗๕ ล้านบาท แต่ว่าสัดส่วนค่าใช้จ่ายที่ท่านระบุไว้ในหน้า ๖ เป็นค่าใช้จ่ายจากการอุดหนุนอื่นและบริจาค ที่ผมอภิปรายว่าท่านเอาไปลงในส่วนนี้อยู่เพียงแค่ ๒๐ ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปี ๒๕๖๔ ด้วยซ้ำ เพราะปี ๒๕๖๔ ท่านระบุว่าท่านใช้จ่ายในส่วนนี้ ๒๗ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มันเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อเอาไปใช้ในการอุดหนุน แล้วก็พัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน แต่ในส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ท่านเพิ่มเข้ามามันกลับเป็น ค่าใช้จ่ายของบุคลากร ค่าใช้สอย ค่าวัสดุที่เพิ่มมากขึ้น มันก็เลยทำให้รู้สึกว่าจะย้อนแย้ง กับวัตถุประสงค์ของกองทุนตัวนี้นะครับ อยากให้ท่านช่วยชี้แจงว่าทำไมมันถึงเป็นลักษณะ แบบนี้ขึ้นมาได้ เพราะว่าถ้าไม่อย่างนั้น การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานที่กองทุนนี้ตั้งเป้าไว้ มันก็จะใช้เงินไม่ถูกวัตถุประสงค์ครับ รบกวนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญผู้ชี้แจงครับ🔗

นางสาวนภาเพ็ญ ศรีศักดิ์ ผู้ชี้แจง

ขออนุญาตชี้แจงนะคะ ในกรณี ที่ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากรนี้ ก็คือเป็นค่าใช้จ่ายเป็นเงินเดือนของลูกจ้างกองทุนพัฒนา ฝีมือแรงงานทั่วประเทศ ๑๒๐ อัตรา เดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท ที่บอกว่าประมาณ ๒๑ ล้านบาท และสำหรับค่าใช้จ่ายเงินอุดหนุนอื่น ๆ คือค่าใช้จ่ายในเงินอุดหนุนที่ท่านบอกว่าทำไม น้อยกว่าปี ๒๕๖๔ เนื่องมาจากว่าในปี ๒๕๖๕ นี้ เงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานที่เราเอามา ใช้เป็นเรื่องของเงินอุดหนุน ใช้จ่ายเงินอุดหนุน เนื่องจากว่าเรามีหลักเกณฑ์ในการที่จะ จ่ายเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนตรงนี้ เสร็จแล้วทีนี้เนื่องจากว่าในการดำเนินงานเมื่อมันเกิด สถานการณ์โควิดใน ๒ ปีนี้ สถานประกอบกิจการไม่มีการฝึกอบรม แล้วเราก็มีการลดสัดส่วน ในการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน เพื่อที่จะเยียวยาให้กับสถานประกอบกิจการที่ได้รับผลกระทบ จากโควิดนะคะ พอเขาฝึกอบรมไม่ถึง เขาก็มาขอใช้เงินอุดหนุนตัวนี้น้อย แล้วก็ในส่วนของ การดำเนินงานอื่น ๆ ก็จะน้อยตามไปด้วย ก็เลยทำให้ ๒ ปีนี้ค่าใช้จ่ายในเรื่องของเงินอุดหนุน ก็เลยดูน้อยไปค่ะ การดำเนินงานสำหรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ก็จะเป็นค่าใช้จ่ายที่เราจะต้องใช้ ในการบริหารกองทุน ก็คือในกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานอยู่ภายใต้การดูแลของกองส่งเสริม การพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งก็จะเป็นการดำเนินงานเกี่ยวกับโดยทั่ว ๆ ไป ซึ่งก็จะมี ค่าสาธารณูปโภคที่เราจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเอง โดยที่ไม่ได้เบิกจากเงินงบประมาณแผ่นดิน แล้วก็จะมีค่าใช้จ่ายในเรื่องเกี่ยวกับการดำเนินการพวกโครงการอะไรต่าง ๆ ที่เราจะต้องมี การพัฒนาให้กับเจ้าหน้าที่ของเราด้วย มันก็เลยออกมาเป็นลักษณะเช่นนี้ค่ะ แต่ว่างบของ ๒ ปีนี้ ปี ๒๕๖๔ กับปี ๒๕๖๕ เนื่องจากมันเป็นสถานการณ์โควิด มันก็เลยออกมาดูจะ ไม่ค่อยมากเท่าไรนะคะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านอนุสรณ์ครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอขอบคุณสำหรับคำตอบที่ทางผู้ชี้แจงได้กรุณาตอบให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ว่าประเด็น ของผมนอกเหนือจากการให้กำลังใจนะครับ ผมสนใจแนวทางในการส่งเสริม หรือมาตรการ ในการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการนั้นเข้ามาใช้บริการ มารับเงินช่วยเหลือ รับเงินอุดหนุนจาก กองทุน จากรายงานหน้า ๖ รายได้จากดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม ค่าปรับ รับรายได้จากค่าทดสอบ มาตรฐานฝีมือแรงงาน รายได้ค่าธรรมเนียม เป็นไปได้หรือไม่ครับว่า เราจะยกเว้นการเรียกเก็บ หรือปรับลด Rate หรืออัตราในการเรียกเก็บ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงกองทุน พัฒนาฝีมือแรงงานได้มากขึ้น และผมถามเผื่อไปเลยนะครับว่า หากไม่สามารถยกเว้นได้ เป็นเพราะอะไร เป็นเพราะว่าระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องไม่สามารถ ยกเว้นหรือปรับลดการเรียกเก็บจากผู้ประกอบการใน ๒-๓ ส่วนที่ผมได้นำเรียนครับ ขออนุญาตเรียนถามครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นางสาวนภาเพ็ญ ศรีศักดิ์ ผู้ชี้แจง

ขอเรียนให้ทราบนะคะว่า ในกรณี ที่ในเรื่องของรายได้จากค่าทดสอบ อันนี้เราจะเก็บคนละ ๑๐๐ บาท ต่อ ๑ สาขา มันก็เคยมี ในกรณีที่ว่าในเรื่องของการลดตรงนี้เราเคยมี เวลาที่อย่างเป็นของขวัญปีใหม่ หรือจะเป็น มาตรการเฉพาะกิจอะไรอย่างนี้ เราก็เคยมีค่ะ แต่ว่าในการดำเนินงานของเรา แล้วอีกอันหนึ่งนะคะ ค่าธรรมเนียมในการประเมินความรู้ ความสามารถที่เราเก็บ ๑,๐๐๐ บาท เหล่านี้เป็นระเบียบของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นระเบียบของคณะกรรมการส่งเสริม การพัฒนาฝีมือแรงงาน ในการที่เราจะดำเนินการอะไร หรือว่าจะแก้ไขอะไร เราก็ต้องไปผ่าน จากบอร์ดใหญ่ ก็คือบอร์ดของคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน การดำเนินการต่าง ๆ นี้ มันก็เลยทำให้กว่าที่จะมีการแก้ไขอะไรได้ ก็จะมีความเห็นของ คณะกรรมการในหลากหลาย ซึ่งเห็นด้วย แล้วก็ไม่เห็นด้วยในบางกรณีค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมว่าพอสมควรนะครับ ขอบพระคุณนะครับ ขอบคุณสำหรับการถามและการตอบที่ได้ลง รายละเอียดเพิ่มเติมด้วยนะครับ ที่ประชุมครับ เป็นอันว่าที่ประชุมรับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กราบขอบพระคุณ ผู้ชี้แจงด้วยครับ สมาชิกครับ เราเหลืออีก ๑ รายงานเท่านั้นสำหรับวันนี้ครับ🔗

๒.๑๐ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์🔗

ด้วยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ได้เสนอรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อรับทราบตามมาตรา ๓๓ ของพระราชบัญญัติกองทุน พัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ รายละเอียดได้ปรากฏตามเอกสารที่ได้ชี้แจง ไปแล้วนะครับ ขอเชิญผู้มีรายชื่อต่อไปนี้ เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุมครับ ท่านแรก ท่านธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ๒. ท่านชำนาญ งามมณีอุดม รองผู้จัดการกองทุน ๓. ท่านปราโมทย์ บุญนำสุข ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายยุทธศาสตร์ และวิจัย ๔. ท่านพัชรพร พงษ์ทัดศิริกุล ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อและ เฝ้าระวังสื่อ และ ๕. ท่านสุธิตา หมายเจริญ ผู้อำนวยการส่วนภาพลักษณ์องค์กร สำหรับ รายงานฉบับนี้มีสมาชิกที่ประสงค์จะอภิปราย ๓ ท่านนะครับ เดี๋ยวจะให้ทางตัวแทนของ ผู้ชี้แจงได้กล่าวสรุปรายงานสั้น ๆ ก่อนครับ🔗

นายธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพ กระผม นายธนกร ศรีสุขใส ขออนุญาตสรุปประเด็นสั้น ๆ ประกอบการนำเสนอรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและ สร้างสรรค์ก็เป็นองค์การมหาชน ซึ่งตั้งขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ภายใต้พระราชบัญญัติ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ มีวัตถุประสงค์อยู่ ๗ ข้อตามมาตรา ๕ นะครับ เราทำยุทธศาสตร์การพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์มาแล้ว ๒ ฉบับ ตอนนี้เป็นฉบับที่ ๒ เริ่มปี ๒๕๖๖ ไปสิ้นสุด ๒๕๗๐ จาก ๕ ยุทธศาสตร์ ซึ่งล้อมาตามมาตรา ๕ สำนักงาน ก็แบ่งเป็น ๕ กลยุทธ์ในการดำเนินงาน สรุปสั้น ๆ ง่าย ๆ ในเวลาจำกัด ก็คือว่าเราเน้น เรื่องของการสร้าง ๕ สร้าง ตั้งแต่สร้างสื่อทำให้มีสื่อดี ๆ ที่เป็นทางเลือกให้กับการเปิดรับ ข้อมูลข่าวสารสำหรับพี่น้องประชาชน เด็กและเยาวชน สร้างที่ ๒ เป็นการสร้างบุคลากร ที่จะมาผลิตสื่อ สร้างที่ ๓ คือสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กเยาวชน ประชาชนทั่วไปมีทักษะในการ รู้เท่าทันสื่อ แล้วก็สร้างที่ ๔ คือสร้างองค์ความรู้ เราก็สนับสนุน ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรม การวิจัยการศึกษา สร้างที่ ๕ ก็เป็นเรื่องของการสร้างการมีส่วนร่วม หรือการสร้างเครือข่าย และประการสุดท้าย เป็นการสร้างองค์กร หรือพัฒนาองค์กรของเราเอง การดำเนินงาน ในปี ๒๕๖๖ กองทุนก็มีงบประมาณอยู่ ๕๕๗ ล้านบาทเศษ จริง ๆ ก็ได้รับเงินสนับสนุน งบประมาณจาก กสทช. อยู่ทุกปีนะครับ ปีละ ๕๐๐ ล้านบาท นี่ก็รวมกับเงินเหลือจ่ายแล้ว ๒๕๖๖ ก็ ๕๕๗ ล้านบาท ในต้นปีเราก็นำ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ คือ ๓๐๐ ล้านบาท มาจัดสรรในรูป ของการให้ทุน เปิดรับข้อเสนอโครงการ ซึ่งมีทุนทั้งหมดอยู่ ๓ ประเภท ตั้งแต่เปิดรับทั่วไป ทุนประเภทเชิงยุทธศาสตร์ แล้วก็ทุนประเภทความร่วมมือ ส่วนที่เหลือก็เป็นการดำเนินการเอง ของสำนักงานนะครับ ซึ่งกองทุนก็ใช้ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเหมือนกับหน่วยงานของรัฐอื่น ๆ นะครับ ในการดำเนินงานก็จะมีการประเมินผลใน ๔ มิติ ตั้งแต่เรื่องของประสิทธิผล ประสิทธิภาพ คุณภาพการให้บริการ และประการสุดท้ายคือด้านการพัฒนาองค์กร ปี ๒๕๖๖ เรามีคะแนน จากที่เต็ม ๕ เราได้ ๔.๘๙๘ ก็ถือว่าเป็นการพัฒนาดีขึ้นเป็นลำดับ นอกเหนือจาก ๔ มิติ ในการประเมินแล้ว ซึ่งดูตัวเลข ดูรายละเอียดต่าง ๆ กองทุนก็ยังให้ความสำคัญกับผลกระทบ ทางด้านสังคมควบคู่ไปกับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจด้วย พยายามที่จะมาคิดว่าเม็ดเงิน ที่ลงไปมันมีผลย้อนกลับ หรือผลในการหมุนเศรษฐกิจเท่าไร ก็มีตัวเลขอยู่ในรายงานฉบับนี้ ส่วนเรื่องงบการเงินหรือรายงานของผู้สอบบัญชี ปี ๒๕๖๖ ก็เป็นปีหนึ่งที่ผู้ตรวจสอบบัญชี ก็ตรวจสอบแล้วก็รายงานการตรวจสอบแบบไม่มีเงื่อนไข ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ การดำเนินการในครั้งก่อน ในปีก่อนนะครับ ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานของกองทุน พัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ความจริงแล้วทางสำนักงานก็ได้เคยแถลงในสภาแห่งนี้ มาหลายครั้งว่าระเบียบข้อบังคับ แล้วก็กฎหมายบางอย่างก็ค่อนข้างแข็งตัว เราพยายามปรับ ที่จะให้รูปแบบหรือหลักเกณฑ์วิธีการจัดสรรกองทุน ให้มันสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ซึ่งวันนี้ต้องเรียนว่ายังไม่สามารถทำได้นะครับ นอกจากนี้ก็มีความพยายามที่จะจัดทำข้อมูล ที่เป็นปัจจุบัน ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ทั้งหมด ในปี ๒๕๖๖ เรายังมีความริเริ่มที่จะทำให้กองทุนสามารถที่จะนำผลงาน หรือผลผลิตของเราไปหารายได้ เนื่องจากว่างานของเรามันเป็นงานทางด้านลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา ปีที่แล้วเราก็ได้ มีการเสนอโครงสร้างของสำนักงานที่จะมารองรับงานดังกล่าวนะครับ🔗

ส่วนประการสุดท้าย โลกเปลี่ยนเร็ว การปรับเปลี่ยนมุมมองทัศนคติและวิธี คิดเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ กองทุนก็เช่นเดียวกันนะครับ ในสำนักงานกองทุน พัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เราก็ให้ความสำคัญในการที่จะปรับเปลี่ยน การพัฒนา นวัตกรรมทางความคิดให้กับคนทำงาน ทั้งหมดก็อยากจะนำเรียนว่า ก็เป็นไปตามลำดับ บางเรื่องก็อาจจะมีความคืบหน้าเห็นได้ชัด บางเรื่องก็อาจจะยังต้องอยู่ในกระบวนการ ที่จะต้องทำงานอยู่นะครับ🔗

สุดท้ายนี้อยากจะกราบเรียนว่ากองทุนเองทำงานในระบบเปิด แล้วก็พร้อม ที่จะรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะของสมาชิกทุกท่านนะครับ ในเบื้องต้นผมขอกราบ นำเรียนเพียงเท่านี้ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ขอเชิญท่านแรกนะครับ ท่านนิพนธ์ คนขยัน ครับ ท่านขยันจนรายงาน สุดท้ายเลยครับ🔗

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตร่วมอภิปรายรับทราบรายงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์ ผมอ่านดูแล้วก็ต้องขอบคุณครับ แต่อยากฝากให้ดีกว่านี้ ท่านก็ไปคิด แล้วกันว่าอย่างไรจะดีกว่านี้ เพราะสื่อมีอิทธิพลมากครับ มากมาย วันนี้ท่านประธานครับ ผม ๖๕ ปี สมัยเก่าไม่มีหรอกโทรศัพท์ ไม่มีไฟฟ้า วันนี้สื่อต่าง ๆ เห็นแล้วลูกหลานอายุ ๒ ปี เด็ก ๒ ปีวันนี้ยังทันสมัยแล้ว ถ้าผลิตสื่อไม่กำกับดูแลสื่อให้ดี ผมคิดว่าอนาคตข้างหน้า โลกมนุษย์นี้เด็กเกิดขนาด ๒ ปียังตามสื่อตอด ๆ ๆ แล้วท่านประธาน ดังนั้นวันนี้ขอบคุณ ท่านพัฒนาสื่อดีแล้ว ให้ดีกว่านี้ ถ้าไม่ดีกว่านี้มันตามโลกาภิวัตน์ไม่ทันแน่ครับ ท่านประธานครับ ผมสังเกต ผมก็อย่างว่าอายุมาก อย่างวันนี้โลกแปลกนะครับ กางเกงดี ๆ ยังไปตัดให้มันขาดเสียหมด เขาบอกว่ากำนันคุณนี่เชยแล้ว คือตามไม่ทันครับท่านประธาน ฉะนั้นวันนี้ก็ขอบคุณ จะทำอย่างไรเด็กตัวเล็ก ๆ ท่านก็ไปพัฒนาสื่อก็แล้วกันว่าให้มันดีเลิศ กว่านี้ เพราะเด็กเล็ก ๆ ในวันนี้จะเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า ถ้าเด็กเล็ก ๆ รับสื่อที่ไม่ดี ผมเชื่อมั่นว่าไปแน่ครับ ไปในทางไม่ดี เยาวชนก็เหมือนกันครับท่านประธาน วันนี้เยาวชน ของชาติก็ยิ่งสำคัญครับ ข้างหน้าจะเป็นผู้ใหญ่รับใช้ชาติบ้านเมือง ดูแลบ้านเมืองแทน ผู้อาวุโสทั้งหลาย ซึ่งจะปลดระวางไปในอนาคต ดังนั้นวันนี้เยาวชนนี่สำคัญ แม้แต่ผู้ใหญ่วันนี้ บางครั้งยังรับสื่อแทบไม่ทัน AI ออกมาวันนี้ตัดต่อกันอุตลุดเลย เห็นไหมครับ ภาพที่ไม่ขอ วิจารณ์ แต่ขอพูดหน่อยว่าบางครั้งสื่อทำให้คนเข้าใจผิด ถ้าสื่อไม่สร้างสรรค์ มันก็ผิดใจกัน ทะเลาะกัน กว่าจะอธิบายได้ก็พอสมควร ฉะนั้นวันนี้ก็ฝากผ่านท่านประธานไปยัง คณะกรรมการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ก็อย่างที่ผมกราบเรียนนะครับ วันนี้สื่อ มีอิทธิพลมาก ก็จะทำอย่างไร เด็กขนาดนี้ผมไม่ทราบนะครับ เด็กขนาดนี้โตขึ้นมาหน่อย เยาวชน ผู้ใหญ่อย่างที่ผมกราบเรียน แม้แต่ผู้ใหญ่วันนี้ยังทะเลาะกันเพราะสื่อ ไม่ปฏิเสธครับ เพราะอาจรู้สึกไม่พอใจ ถ้าสื่อให้ความบริสุทธิ์ ดีที่สุด ฝ่ายตรวจสอบผมไม่ทราบหรอกว่าใคร ตรวจสอบ ก็ว่ากันไป อย่างที่สื่อออกมาวันนี้ อ่านแล้วก็อะไรมันถึงเป็นเช่นนี้ ดังนั้นขอบคุณ ท่านประธานครับ ฝากให้ดีกว่านี้ ไม่ติดใจครับ ดีใจด้วยซ้ำไป ถ้าสื่อสิ่งพิมพ์ดี ๆ ท่านออกดี ๆ ลูกหลานเราก็จะมีอนาคต ประเทศชาติบ้านเมืองก็จะไม่วุ่นวายครับท่านประธาน ขอกราบ ขอบพระคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านต่อไป ท่านเชตวัน เตือประโคน ครับ🔗

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี พื้นที่เทศบาลเมืองคูคต เมืองลำสามแก้ว และเมืองลาดสวาย ขอร่วมอภิปรายรายงานของกองทุนพัฒนาสื่อ ปลอดภัยและสร้างสรรค์ อภิปรายสื่อหน่อย ในฐานะที่เคยเป็นสื่อ กลัวคนจะลืมนะครับ อภิปรายแต่กองทัพมา ท่านประธานครับ ผมเปิดอ่านรายงานชิ้นนี้แล้วติดใจกับความเป็นสื่อ ที่ผมให้ความสำคัญอยู่ ๒ แขนงนั่นคือภาพยนตร์และหนังสือ เริ่มต้นกันที่ภาพยนตร์ครับ รายงานเล่มนี้บอกผมว่าผลงานเด่นของกองทุนในปี ๒๕๖๖ นั้น คือภาพยนตร์เรื่องพระร่วง เด่นมาเบอร์ ๑ เลยนะครับ แล้วผมก็ไปค้นมา มีชื่อเต็มอย่างเป็นทางการว่า พระร่วง พระราชาผู้ทรงธรรม ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนในปี ๒๕๖๔ ๓๐ ล้านบาท มากที่สุดสำหรับการสนับสนุนในปีนั้น แล้วก็เป็นข่าวคราวใหญ่โตด้วยนะครับ ผมมี ๑-๒ ประเด็นที่ติดใจ อยากได้รับคำอธิบายจากท่าน ๑. พระร่วงเคยแสดงในรูปแบบ ของละครเวที The Musical ในปี ๒๕๖๑ ไม่มีคนชมนะครับ คนชมไม่ได้เยอะแยะมากมาย ขณะที่สื่อแห่งหนึ่งยังกล่าวไว้ในบทเกริ่นหลังจากที่ทราบว่ากองทุนได้อนุมัติงบให้ผู้สร้าง เดียวกันนี้ กับบทเดียวกันนี้ ได้รับเงินอุดหนุนถึง ๓๐ ล้านบาท เพื่อมาสร้างเป็นหนังแทนว่า เจาะลึกหนังรักชาติ อดีตละครเวทีที่ไม่มีคนดู ท่านน่าจะเคยได้ยินนะครับ ถามหน่อยครับ ผลลัพธ์ที่ว่า ขออภัยครับ ข้ามหน้าไป ผมไม่ได้พูดเองครับ มันเป็นคำของสื่อมวลชนเขาเขียน มาอย่างนี้ ซึ่งก็นำมาสู่คำถามว่า ละครเวทีที่ขาดทุน แต่อะไรเป็นเหตุให้กองทุนอุดหนุนงบถึง ๓๐ ล้านบาท เพื่อให้บริษัทเดียวกันนี้ นำบทเดียวกันนี้ไปสร้างเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ความยาว ๙๐ นาที ท่านมีเกณฑ์พิจารณาอย่างไร ท่านประธานครับ ในรายงานนี้ ผมเปิดมาดูในส่วนของผลความสำเร็จของโครงการภาพยนตร์ พระร่วง ท่านบอกว่าผลผลิตคือภาพยนตร์พระร่วงความยาว ๙๐ นาที จำนวน ๑ เรื่อง โดยมีกำหนดการจัดฉายทางโรงภาพยนตร์ภายในปี ๒๕๖๗ ท่านครับ ผมเคยไปดู ในเว็บไซต์ของท่าน แล้วก็มีรายงานการชี้แจงต่อวุฒิสภา ท่านบอกตอนนั้นนะครับว่า ภาพยนตร์พระร่วงพระราชาผู้ทรงธรรม อยู่ในระหว่างแก้ไขรอบสุดท้าย ปลายปี ๒๕๖๖ นี้ ได้รับชมแน่นอน ปีนี้กรกฎาคม ๒๕๖๗ จะปลายปี ๒๕๖๗ แล้วครับ ถามหน่อยว่าแก้ไข รอบสุดท้ายเสร็จกี่โมงครับ แล้วผมก็งงว่าในเมื่อหนังยังไม่ฉาย ทำไมท่านถึงกล้าทำรายงาน แบบนี้ครับ ท่านบอกว่าผลลัพธ์คือ ภาพยนตร์ได้สอดแทรกแนวคิดการใช้คุณธรรมในการ แก้ไขปัญหาและการสร้างความสามัคคีที่ประชาชนพึงมีต่อประเทศชาติ รวมถึงสะท้อน ให้เห็นถึงหน้าที่ของผู้นำที่มีต่อประชาชน และหน้าที่ของประชาชนที่มีต่อผู้นำ ซึ่งเป็นหลัก คุณธรรมที่ประเทศชาติต้องการในปัจจุบัน ถามหน่อยครับ ผลลัพธ์ที่ว่านี้คือท่านคาดการณ์ ใช่ไหมครับ หนังยังไม่ฉายเลยครับ ท่านคิดว่าประชาชนจะดูแล้วรู้ซึ้งถึงคุณธรรมที่ท่าน อยากให้เป็นอย่างนี้หรือครับ ผมคนหนึ่งที่ไม่ครับ เพราะภาพยนตร์ที่ได้แรงบันดาลใจจาก พระราชนิพนธ์พระร่วงของรัชกาลที่ ๖ นั้น ทางรายงานบอกว่า ท่านบอกว่าอาศัยข้อมูล ประวัติศาสตร์การสถาปนาชาติไทย ที่ปรากฏในศิลาจารึกวัดศรีชุมในสมัยสุโขทัย ท่านประธานครับ ยุคนั้นไม่มีชาติครับ และสุโขทัยก็ไม่ใช่ราชธานีแห่งแรก รวมถึง ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสุโขทัย ก็เพิ่งสร้างหลังจากที่รัชกาลที่ ๕ ทรงตั้งโบราณคดีสโมสร และปีเดียวกันนั้น สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งต่อไปคือรัชกาลที่ ๖ ก็ประพาสหัวเมืองเหนือ และปีต่อมาก็ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือเที่ยวเมืองพระร่วงตีพิมพ์ ออกมา นี่คือช่วงของการสร้างชาติสมัย ร. ๕ ที่มีสุโขทัย มีพระร่วงเป็นส่วนหนึ่ง และสุดท้าย ก็กลายเป็นประวัติศาสตร์กระแสหลักของประเทศไทยเราปัจจุบัน เป็นประวัติศาสตร์แต่งให้คน ต้องอพยพมาจากเทือกเขาอัลไต หนีจีนถอยร่นมาจนถึงสุโขทัยตั้งราชธานีแห่งแรกที่นี่ ทั้ง ๆ ที่ในดินแดนแห่งนี้มันมีผู้คน มีบ้านเมือง มีรัฐต่าง ๆ อยู่เยอะแยะเต็มไปหมดครับ เราไม่เคยอพยพมาจากที่ไหน มีอยู่เยอะแยะเต็มไปหมดครับ ละโว้ อโยธยา สุพรรณบุรี สุพรรณภูมิ ศรีจนาศะ อังกอร์ราฐ ปัตตานี ศรีวิชัย คนไทยอยู่ที่นี่ เกิดที่นี่จากหลากหลาย เผ่าพันธุ์ ร้อยพ่อพันแม่ เราไม่เคยอพยพมาจากเทือกเขาอัลไตนะครับ ย้ำอีกครั้ง และพระร่วง ก็ไม่ได้มีตัวตนครับ เป็นเพียงวีรบุรุษในตำนานของคนแถบสุโขทัย พิษณุโลกบ้านท่านประธาน เช่นเดียวกับพระเจ้าอู่ทองที่เป็นวีรบุรุษในตำนานของคนแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก เช่นเดียวกับพระเจ้าพรหมมหาราชที่เป็นวีรบุรุษในตำนานของคนล้านนา เช่นเดียวกับท้าวฮุ่ง ท้าวเจือง ที่เป็นวีรบุรุษในตำนานของคนลานช้าง ผมคิดว่าถ้าเราจะทำความเข้าใจว่าทำไม ประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับพระร่วง โดยเฉพาะจากพระราชนิพนธ์ของ ร. ๖ ไม่ควรใช้คำว่าประวัติศาสตร์การสถาปนาชาติไทย ผมอยากแนะนำท่านประธานผ่านไปถึง ผู้มาชี้แจงว่าควรไปศึกษางานวิจัยเล่มนี้ครับ วิทยานิพนธ์ เรื่อง “รุ่งอรุณแห่งความสุข” การสร้างประวัติศาสตร์ “สุโขทัย” พ.ศ. ๒๔๕๐-๒๕๓๔ ซึ่งวันนี้จัดพิมพ์เป็นเล่ม ในชื่อเล่มว่า ประวัติศาสตร์สุโขทัย ที่เพิ่งสร้างผลงานของคุณวริศรา ตั้งค้าวานิช คนพิษณุโลกบ้านเดียว กับท่านประธาน🔗

ท่านประธานครับ สื่ออีกแขนงที่ผมอยากพูดถึงสั้น ๆ เกี่ยวกับงานของกองทุน นั่นก็คือหนังสือ ในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่มีผลงานเคยตีพิมพ์มาหลายเล่มอยู่นะครับ ไปหาอ่านได้ ผมพลิกมาเจอหน้านี้ ยุทธศาสตร์ที่ ๔ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม พัฒนาเครือข่าย เพื่อการเข้าถึง เผยแพร่และนำไปใช้ประโยชน์เชิงสังคม ที่หน้านี้ครับ ท่านยกตัวอย่างการเข้าร่วมงาน สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ ๕๑ และงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ ๒๑ ซึ่งจัดในช่วง เดือนเมษายนที่ผ่านมา นิดเดียวครับท่านประธาน เมษายน มีนาคม ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ถ้าเป็นผม ผมจะไม่กล้ารายงานแบบนี้ ผมจะไม่เขียนแบบนี้ ว่ากองทุน ร่วมกับสมาคมผู้จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย เราจะไม่เอาเราขึ้นก่อนครับ ในฐานะคนที่ไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติทุกครั้ง ไม่ว่าจะจัดที่ ศูนย์สิริกิติ์ ไม่ว่าจะย้ายไปจัดที่เมืองทอง ไม่ว่าจะมาจัดที่สถานีกลางบางซื่อ หรือปัจจุบันนี้กลับมาที่ศูนย์สิริกิติ์อีกแล้ว ทุกคนทราบดีว่าเจ้าภาพงานนี้ คือสมาคมผู้จัดพิมพ์ และจัดจำหน่ายหนังสือ ท่านแค่ไปร่วมออก Booth เหมือนกับสำนักพิมพ์อื่น ๆ ครับ ท่านแย้งผมนะครับ ถ้าไม่จริง ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ กองทุนสนับสนุนสมาคม ผู้จัดพิมพ์ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ได้ ๒ Booth ให้ท่านไปจัดนิทรรศการที่แทบไม่ค่อยมีคนดู มี Mascot นกสีฟ้าตัวนี้เดินไปเดินมางง ๆ นะครับ ซึ่งตรงนี้ท่านก็ไม่ควรจะ Claim ด้วย ในส่วนของผลลัพธ์ ท่านไม่ควรจะ Claim ผลลัพธ์ที่บอกว่าสถิติผู้เข้าร่วมงาน จำนวน ๑,๑๔๘,๖๗๔ ราย อันนี้เป็นคนที่เขาไปร่วมงานสัปดาห์หนังสือครับ ส่วนคนที่ไป Booth ท่านไม่ได้เยอะขนาดนั้น ผมไปงานหนังสือทุกปีผมแทบไม่รู้เลยว่า Booth ของท่านอยู่ ตรงไหนด้วยซ้ำ ผมเพิ่งมาเห็นในรายงานเล่มนี้เองครับ ท่านประธานนี่เป็นข้อสังเกตบางส่วน ด้วยเหตุผล ๒ ประการที่ผมอยากอภิปรายให้เห็นก็คือว่า อยากเห็นการที่กองทุนใช้เงินอย่าง คุ้มค่า เกิดประโยชน์กับประชาชนที่สุด และอีกเรื่องหนึ่งอยากเห็นการอุดหนุนงบประมาณ กับโครงการผลิตสื่อที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ยอมรับในความหลากหลาย และเชิดชูศักดิ์ศรี ในความเป็นมนุษย์🔗

สุดท้ายจริง ๆ ครับ ปิดท้ายนิดเดียวครับท่านประธาน ผมเห็นรายงานเล่มนี้ ใช้คำว่า Soft Power นะครับ ใช้คำว่า Soft Power อย่างกลัวคนอื่นจะไม่รู้ว่าท่านกำลัง ทำงานเกี่ยวกับ Soft Power มีคำอธิบายอยู่ปกในด้วยนะครับว่า แนวคิดในการออกแบบ เป็นอย่างไร ลองเปิดดูได้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่า Concept ของคำว่า Soft Power ไม่ใช่การประกาศโต้ง ๆ ว่าฉันนะ Soft Power ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่การพันผ้าขาวม้าแล้วเดินไป เดินมาบอกใครต่อใครว่า Soft Power นะจ๊ะ นะจ๊ะ ไม่ใช่ครับ ฝากด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เนื่องจากท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด จะขออภิปรายเป็นท่านสุดท้ายนะครับ เพราะฉะนั้นจะกลับมาที่ฝ่ายค้านเหมือนเดิมนะครับ เชิญท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ ครับ🔗

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ขออนุญาตมีส่วนร่วมในการ อภิปรายรายงานประจำปีของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ก็ต้องยอมรับครับว่า กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์นั้น ขออภัยครับท่านประธานมันมีเสียง Fire Alarm🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วยนะครับ🔗

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

ได้ครับ ก็ต้องยอมรับครับว่า กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์นั้น เป็นกองทุนที่พี่น้องประชาชนและสังคม เขาคาดหวังให้มีบทบาทสำคัญ ในการช่วยส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงสื่อที่เป็นประโยชน์ แล้วก็ส่งเสริมให้ผู้ผลิตสื่อรายย่อยนั้นสามารถเติบโตได้ เราเข้าใจกันดีครับว่ากลไกสำคัญ ที่กองทุนใช้ในการทำงาน ก็คือการอุดหนุนทุนให้กับโครงการต่าง ๆ ด้านการพัฒนาสื่อ ซึ่งคิดเป็น ๘๔ เปอร์เซ็นต์ของรายจ่ายทั้งหมด หรือว่าอยู่รวมกันที่ ๔๙๖ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๖ โดยเงินอุดหนุนก้อนนี้ ก็จะแบ่งออกเป็นการอุดหนุนโครงการทั้งหมด ๒ ประเภท โครงการประเภทที่ ๑ ก็คือโครงการที่ถูกคัดเลือกมาจากบุคคล หรือว่าองค์กรต่าง ๆ ที่เสนอโครงการเข้ามาแข่งกันขอทุน ปี ๒๕๖๖ ก็รวมกันอยู่ที่ประมาณ ๓๒๘ ล้านบาท ส่วนโครงการประเภทที่ ๒ ก็คือโครงการที่กองทุนนั้นเป็นคนขับเคลื่อนดำเนินการเอง ซึ่งปี ๒๕๖๖ นั้นก็อยู่ที่ประมาณ ๑๖๘ ล้านบาท มันเลยเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าเสียดายครับ ท่านประธานว่า แม้รายงานประจำปีจะวาดภาพว่าโครงการทั้ง ๒ ประเภทนี้นั้น สามารถ สร้างประโยชน์ต่อสังคมมากมาย แต่ผมได้รับเรื่องร้องเรียนเข้ามาเกี่ยวกับโครงการทั้ง ๒ ประเภทนี้ ที่ผมต้องขออนุญาตใช้เวทีสภาแห่งนี้ในการอภิปรายแล้วก็ซักถามทางผู้บริหาร🔗

ขอเริ่มต้นที่โครงการประเภทที่ ๑ ก็คือโครงการที่คนนอกนั้นเสนอโครงการ เข้ามาแข่งกันขอทุน ถ้าเราพลิกไปดูหน้าหนึ่ง ๑๓๙-๑๔๑ ของรายงานประจำปี ก็จะมี การนำเสนอเรื่องราวความประทับใจของผู้รับทุนต่าง ๆ แต่ก็คงไม่ใช่ผู้รับทุนทุกคนที่อาจจะมี ประสบการณ์ที่น่าประทับใจกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพราะหากเราไปดู เมื่อ ๑ เดือนที่แล้ว ซึ่งอันนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ทางผู้บริหารกองทุนน่าจะทราบดี เพราะว่าปรากฏ อยู่ในข่าว ก็มีผู้รับทุนท่านหนึ่งครับ ขออนุญาตใช้ตัวอักษรย่อ นศ. ครับ ได้ยื่นเรื่องร้องเรียน ไปที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ก็คือ ป.ป.ช. รวมไปถึง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ หรือว่า ป.ป.ท. โดยเป็นข้อร้องเรียน ที่มีข้อกล่าวหาว่าเขาถูกนางสาวตัวอักษรย่อ อ ซึ่งหากอ้างอิงจากข่าวเป็นผู้บริหารบริษัท Agency โฆษณาเรียกรับเงินทอนครับ อยู่ที่มูลค่า ๑.๕ ล้านบาท คิดเป็น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ของทุนที่เขาได้รับจากกองทุนที่อยู่ที่ ๕ ล้านบาท โดยอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่จะให้ผู้ใหญ่ ในกองทุนนั้น หรือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้ใหญ่ในกองทุนนั้นเรียกขอ เพื่อให้รับประกันว่า เขาจะได้งานแน่นอนเรื่องนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็ผมจำเป็นจริง ๆ ครับ ที่ต้องถาม ท่านประธานผ่านไปยังผู้จัดการกองทุนว่า ท่านสามารถยืนยันในสภาแห่งนี้ได้หรือไม่ว่า ท่านแล้วก็ทุกคนในกองทุนนั้น ไม่รู้เห็นเป็นใจกับการกระทำของ นางสาว อ ในที่นี้ เพราะพอผมไปค้นดูข้อมูลเบื้องต้น อันนี้เป็นการสำรวจข้อมูลเบื้องต้น จะค้นพบว่า นางสาว อ นั้น ไม่เพียงแต่อ้างชื่อองค์กรของท่านในการไปเรียกรับเงินถอนครับ แต่หาก นางสาว อ นั้น ใช้บัญชีที่รับเงินทอนตรงกับชื่อนามสกุลจริงของตัวเองนะครับ เราจะค้น พบว่า นางสาว อ นั้น ยังเป็นหรือเคยเป็นผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจของบริษัท ที่เคยได้รับ ทุนจากกองทุนท่านรวมกันอยู่หลายล้านบาทในช่วง ๓ ปีที่ผ่านมา เพื่อไปผลิตรายการครับ ที่ไม่น่าเชื่อเลยครับท่านประธาน ผลิตรายการที่เกี่ยวกับการสร้างคนดี ดังนั้นผมจำเป็นต้อง ถามท่านประธานผ่านไปยังผู้จัดการกองทุนว่า ถ้าท่านยังยืนยันไม่ได้ว่ามีคนในกองทุนท่านรู้ เห็นเป็นใจหรือไม่ ผมก็ต้องถามต่อครับว่า แล้วท่านได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง เพื่อพยายาม จะสืบค้นข้อเท็จจริง แล้วหากการสืบค้นนั้นนำไปสู่ข้อเท็จจริงที่ว่ามีคนของกองทุนไปมีส่วน เกี่ยวข้องจริง ท่านจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่ในทางกลับกันครับ หากท่านสามารถ ลุกขึ้นมายืนยันในสภาแห่งนี้วันนี้ได้เลยว่า กองทุนท่านนั้นไม่มีใครรู้เห็นเป็นใจ ผมก็ต้องถาม ต่อเหมือนกันครับ ด้วยความเคารพว่า ถ้าทุกคนในกองทุนนั้นบริสุทธิ์จริง แล้วเหตุใดครับ คณะทำงาน แล้วก็อนุกลั่นกรองของท่านถึงทำงานอย่างหละหลวม ถึงขั้นไปอนุมัติ งบประมาณ ๕ ล้านบาท ให้กับโครงการที่ความจริงแล้วมีมูลค่าเพียงแค่ ๓.๕ ล้านบาท เท่านั้น เรื่องนี้ทำให้ผมไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน ด้วยความเคารพ ไม่ว่าเรื่องนี้ จะจบลงอย่างไร ผมคิดว่ามันเป็นภาพสะท้อนที่ไม่ดีมากนักสำหรับกองทุน หากกองทุน มีคนที่เข้าไปเกี่ยวข้องจริง ประชาชนก็ย่อมจะตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของกองทุน หรือหาก กองทุนพิสูจน์ได้ว่าไม่มีคนเข้าไปเกี่ยวข้องจริงประชาชนก็อาจจะยังคงตั้งคำถามถึง ประสิทธิภาพของกองทุน ในการจัดสรรทุนให้สอดคล้องกับมูลค่าจริง ๆ ของโครงการที่ถูก เสนอเข้ามา🔗

ส่วนถ้าเราขยับมาโครงการประเภทที่ ๒ อันนี้คือโครงการที่ทางกองทุนนั้น เป็นคนขับเคลื่อนและดำเนินการเอง ผมก็เข้าใจดีครับว่ากองทุนก็อาจจะมีโครงการ บางประเภทที่จำเป็นที่จะต้องมาขับเคลื่อนด้วยตนเอง แต่พอผมลองไปดูตัวอย่างของ โครงการในประเภทนี้ครับ โดยเฉพาะในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ก็มีหลายโครงการเหมือนกัน ที่ผมจำเป็นต้องตั้งคำถามถึงความคุ้มค่านะครับ เรามีโครงการบางโครงการครับที่ดูจะใช้ งบประมาณสูงเป็นพิเศษจนเกิดคำถามในใจผมครับ ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่มีการจัดเสวนา ออนไลน์ใช้งบประมาณ ๑๖๐,๐๐๐ บาท มีโครงการจัดประชุมออนไลน์ที่ใช้งบ ๒๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็มีโครงการจัดทำหนังสือผลงานประจำปี ภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่ใช้งบประมาณ รวมกันอยู่ที่ ๗๐๐,๐๐๐ บาท นอกจากนั้นเรามีโครงการที่ดูแล้วก็ดูเหมือนจะเป็นภารกิจ ของหน่วยงานรัฐที่ควรจะจัดสรรงบประมาณของตัวเองในการดำเนินการมากกว่ามาขอให้ ทางกองทุนสื่อนั้นเป็นคนดำเนินการ รวมไปถึงในภาพรวมโครงการหลาย ๆ ส่วนนั้น ก็มีลักษณะเบี้ยหัวแตกครับ จนทำให้เห็นภาพไม่ชัดว่ายุทธศาสตร์สำคัญของกองทุนนั้น คืออะไร ยกตัวอย่างเช่น โครงการประชาสัมพันธ์ก็มีเป็นสิบ ๆ โครงการครับ มูลค่ารวมกัน หลายล้านบาท ที่ผมจำเป็นต้องพูดแบบนี้ท่านประธาน ก็เพราะว่าหากเราจัดงบในส่วนนี้ อย่างไม่มีประสิทธิภาพ คนที่เสียประโยชน์ก็ไม่ใช่คนอื่นใด แต่ก็คือประชาชนที่ต้องการ จะบริโภคสื่อสร้างสรรค์ แล้วก็ประชาชนที่อาจจะต้องการเข้ามาผลิตสื่อสร้างสรรค์ เพราะว่า ทุกบาทที่เราสามารถประหยัดได้จากโครงการประเภทที่กองทุนขับเคลื่อนเองนั้น ก็จะเป็น งบประมาณเพิ่มเติมที่เรามีในการจัดสรรทุนให้กับประชาชนที่ทำโครงการขอเข้ามา ซึ่งปัจจุบันจากการดูตัวเลขล่าสุด ก็มีการของบประมาณเข้ามามากกว่าที่สามารถถูกจัดสรร ได้เกือบ ๑๕ เท่า ดังนั้นครับท่านประธาน ท้ายสุดนี้ก็หวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าทางผู้บริหาร กองทุนนั้นจะใช้เวลาในสภาแห่งนี้ในการตั้งใจรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะจากพวกเรา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะคนนอกที่อาจจะมาสอบถามแทนพี่น้องประชาชน อีกทีหนึ่งครับ ที่พูดแบบนี้ เพราะว่าพอเราพลิกไปดูหน้า ๑๓ ซึ่งเมื่อสักครู่ผู้จัดการกองทุน ก็ได้พูดถึงเช่นกันนะครับ เราจะเห็นว่าหน่วยงานท่านได้รับการประเมินอยู่ที่ ๔.๘๙๘ เต็ม ๕ คิดเป็น ๙๘ เปอร์เซ็นต์ แล้วจากที่ผมทราบมา ท่านผู้จัดการกองทุนเองก็ได้รับการประเมิน ด้วยคะแนนประมาณ ๙๘-๙๙ เปอร์เซ็นต์มา ๓ ปีติด ดังนั้นผมก็เกรงว่า ถ้าท่านฟัง แต่เสียงจากคนภายใน หรือว่าคนที่ท่านตั้งขึ้นมาประเมินท่านเองตามกลไก กระบวนการ แล้วก็ตัวชี้วัดปัจจุบัน ท่านอาจจะคิดว่าหน่วยงานท่านนั้นไม่มีที่ติ และไม่มีอะไรที่ต้อง ปรับปรุงอีก ซึ่งคงเป็นแนวคิดที่ไม่ดีมากนักสำหรับการพัฒนากองทุนของท่านให้เป็นองค์กร ที่พี่น้องประชาชนแล้วก็สื่อมวลชนสามารถฝากความหวังไว้ แล้วก็สามารถไว้วางใจได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ครับ🔗

นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมในฐานะที่นอกจากเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ติดตามสื่อ โดยเฉพาะในประเด็นที่ท่านพาดหัวปกว่า Soft Power หรือคำว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ พอเปิดเข้าไปในเล่มผมดูจำนวนโครงการ วิธีการบริหารงาน ตั้งแต่ท่านเบิกจ่ายเงินงบประมาณ เราก็เห็นได้เลยว่า ในงานที่เบิกเงินงบประมาณของท่าน ที่เบิกจ่ายจริง ท่านเบิกได้แค่ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือก็ต้องไปเป็นงบค้างปีผูกพันต่อไปอีก ๕๙ เปอร์เซ็นต์ ผมเชื่อว่าเจตนา ของการให้งบประมาณที่แบ่งมาจาก กสทช. ปีละ ๕๐๐ ล้าน ก็อยากเห็นประสิทธิภาพของ เงินที่ออกมาปีต่อปี แต่ท่านกลับใช้เงินได้ไม่ตรงตามเจตนาของเงินงบประมาณที่ได้มา แล้วมาลงดูในรายละเอียด ในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ท่านแบ่งประเภทของโครงการไว้ ๓ ประเภท ก็คือ ทั่วไป ยุทธศาสตร์ แล้วก็ความร่วมมือ โครงการที่คนส่งเข้ามาขอท่านจะอยู่ ในส่วนโครงการประเภททั่วไปเสียจำนวนมาก คือ ๙๓๙ โครงการ รวมทั้งหมด ๙๓๙ โครงการ จะเป็นทั่วไป ๔๗๐ โครงการ แล้วก็ยุทธศาสตร์ ๔๕๕ โครงการ แต่ตอนอนุมัติ มันเป็นงานทางด้านยุทธศาสตร์เป็นส่วนใหญ่ สิ่งที่ผมอยากจะสื่อถึงก็คือว่า สัดส่วนของคนที่ สนใจกับสัดส่วนที่ท่านสนใจมันไม่ตรงกัน แทนที่ท่านจะให้กับสัดส่วนของคนที่สนใจ ในประเด็นต่าง ๆ ให้มันมีสัดส่วนที่เยอะมากกว่า โดยเฉพาะตอนที่แบ่งไปเป็นตัวเงินมันกลับ ทำให้สัดส่วนมันยิ่งน้อยลงไปใหญ่ อันที่ ๒ ที่ผมอยากเห็น ความจริงประเด็นก็คล้าย ๆ กับ สส. เชตวัน ที่พูดไป อย่างเช่น ในโครงการพระร่วง ซึ่งมันเป็นสัดส่วนของอันที่ผมเชื่อว่า คงเป็นงานยุทธศาสตร์ เพราะว่าตัวงบประมาณมันเยอะมากคือ ๓๐ ล้านบาท แต่ตัวชี้วัดต่าง ๆ ผลลัพธ์ของโครงการมันกลับไม่ได้แสดงน้ำหนักความรู้สึกเลย ผมไม่พูดซ้ำกับผลลัพธ์ ในโครงการ เพราะเนื่องจากว่าโครงการของหนังเรายังไม่ทราบ แต่ผลลัพธ์ในโครงการที่เขียนมา มันเป็นความอธิบายที่ท่านเข้าใจเอาเองว่า ผลลัพธ์ของการถ้าได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้จะรู้สึก ว่าอะไร ไปดูในการเขียนผลลัพธ์ของทุก ๆ โครงการก็คล้าย ๆ กัน ท่านเขียนนี่มันเป็น ความรู้สึกของโครงการที่ท่านคิดว่าคนชมหรือคนเข้าไปร่วม รู้สึกว่าอะไร ผมอยากเห็น ผลลัพธ์ที่มันเป็นตัวชี้วัดได้ พอไปเปิดดูก็คล้ายกับที่ว่าคืองานหนังสือแห่งชาตินั่นแหละ คือมีคนเข้าสนใจท่านล้านกว่าคน ผมก็คงคิดว่า Booth ท่านแตกแน่ ถ้าคนไปเดินล้านกว่าคน บนตารางเมตรที่ท่านมีอยู่ ท่านลองไปดูแล้วก็ไปปรับปรุงเรื่องการทำผลลัพธ์ การกำหนด KPI OKR กันใหม่เถอะครับ เพื่อเราจะได้รู้ความจริงกับเงิน ๕๐๐ ล้านบาทที่ลงไป มันมีประสิทธิภาพ มันมีประสิทธิผล มันส่งผลไปกับคนประชาชนมากน้อยแค่ไหน ผมอยากเห็น เช่น ผลลัพธ์ประเภทแบบที่สังคมส่วนใหญ่ฟังและตื่นเต้น ถ้าท่านติดตามละคร อย่างเช่น สืบสันดาน ท่านก็จะเห็นเลย บอกเลยว่าเขาเป็นอันดับ ๒ ของหนังที่ฉายอยู่ใน Netflix ที่ทั่วโลกที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษสนใจภาพยนตร์ คือ Reference ดูมันน่าเชื่อถือ มันไม่ใช่ Reference คนล้านคนเดินเข้าไปใน Booth แตก อันต่อมา เช่น ท่านเขียนบอกว่าร่วมมือ กับ CCTV ของจีน เนื่องจากผมก็ไม่แน่ใจว่าวันนี้ท่านไปฉายที่เมืองจีนได้ครบตามจำนวน ตอนที่บอกมาหรือยัง แต่สิ่งที่สำคัญทั้งหมดในโครงการที่ท่านเขียนมานี่ ผมมีความรู้สึกว่า เราในฐานะที่ทำกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เราน่าจะเป็น Part หนึ่ง ของการที่ จะช่วยกระตุ้น ทำให้คนที่ผลิตสื่อ ผลิตสื่อที่มีคุณภาพ แต่เราไม่ใช่เป็นคนที่ไปทำสื่อแข่งขันกับคนที่เขามีอาชีพสื่ออยู่แล้ว ท่านไม่ต้องไปทำรายการ เกมโชว์ ท่านไม่ต้องไปทำหนัง ท่านไม่ต้องไปทำสารคดี ท่านไม่ต้องไปทำแฟลตฟอร์มอะไร ที่ไปแข่งกับเอกชนหรอกครับ แต่ท่านทำอย่างไร ส่งเสริมให้เอกชนเขาทำสื่อให้มันสร้างสรรค์ ให้มันมีคุณภาพ ผมว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นที่สำคัญ🔗

อันสุดท้าย เรื่องที่ท่านทำนั้นนะครับ เนื่องจากว่าในรายงานที่ท่านส่งมาให้ เวลาภาคผนวก ท่านก็จะยกเฉพาะตัวอย่างอันที่เปิดรับทั่วไปให้ฟังว่ามันมีเงินจำนวนเท่าไร ใครรับเท่าไร ในเล่มหน้าผมหวังว่าท่านคงเขียนให้ครบนะครับว่า ในส่วนที่เงินอุดหนุนของ ยุทธศาสตร์เท่าไร อันที่ท่านให้ความร่วมมือกันท่านให้เท่าไร ใครรับ จำนวนเท่าไร จะได้เข้าใจง่าย ๆ🔗

ข้อสรุปสุดท้ายผมในฐานะคนที่ทำงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์มา ๒๐ ปี เป็นอย่างน้อย ผมไม่ได้รู้สึกเลยว่างานที่ท่านทำกลายเป็นหน้าปกที่ท่านเขียนว่า Soft Power ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านพรรณสิริ กุลนาถศิริ ครับ🔗

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคเพื่อไทยค่ะ ในวาระรับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ในการรายงานในครั้งนี้ ดิฉันมีข้อคิดเห็นอยู่ ๒-๓ ประเด็นด้วยกันค่ะ แต่ในเบื้องต้น ขอชื่นชมกองทุนและคณะทำงานที่ได้จัดทำเอกสารในฉบับนี้ ที่มีรูปลักษณ์น่าสนใจ แล้วก็สื่อสารให้เห็นภาพของการทำงานที่มีการพัฒนา และคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเยาวชน ประชาชน และพี่น้องประชาชนโดยภาพรวมค่ะ ดิฉันมีข้อคิดเห็นใน ๒-๓ ประเด็นด้วยกันค่ะ🔗

ในด้านผลงานเด่นได้กล่าวไว้ ตลอดจนในเรื่องของการใช้ภาษาถ้อยคำ ดิฉันขอชื่นชมในบางเรื่องที่เขียนภาษาแล้วก็โดนใจ ทำให้เป็นเรื่องน่าอ่าน น่าสนใจ เช่น การใช้ ถ้อยคำคำว่า ผู้เฒ่ากับดาวรุ่ง สิ่งเหล่านี้สามารถสะท้อนความรัก ความสามัคคี ความอบอุ่น ของสังคมไทย ก็ขอชื่นชมในการใช้ถ้อยคำนี้ค่ะ มากน้อยแตกต่างกันสำหรับภาษาที่ใช้🔗

ในอีกประเด็นหนึ่งค่ะ คนรุ่นใหม่อยากปรับ แต่คนรุ่นเก่าไม่ยอมเปลี่ยน ดิฉันมองว่าประเด็นนี้ก็อาจจะน่าสนใจน้อยกว่าคำแรก แต่อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้เกิด มุมของความคิดที่เป็นเชิงลบ อย่างน้อยก็ขอให้เสมอตัว หรือเป็นเชิงบวกค่ะ🔗

ในประเด็นรายละเอียดของการเลือกชิ้นงาน แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาพยนตร์เรื่องพระร่วง ดิฉันขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดทำเรื่องนี้ ภายใต้ผลงานความสำเร็จ ของโครงการในเรื่องของผลผลิตความยาว ๓๐ นาที แล้วก็จะมีการเปิดฉายในโรงภาพยนตร์ ในปี ๒๕๖๗ ดิฉันเป็นคนหนึ่งค่ะ แล้วก็พี่น้องประชาชนชาวสุโขทัย ๖๐๐,๐๐๐ กว่าคน ดิฉันจะส่งเสริมให้ชมเรื่องนี้ให้ได้ค่ะ ผลลัพธ์ด้วยความคาดหวังของผลลัพธ์ ในเรื่องของการใช้ คุณธรรมในการแก้ไขปัญหาและการสร้างความสามัคคีของประชาชนที่มีต่อประเทศชาติ รวมทั้งสะท้อนให้เห็นถึงหน้าที่ของผู้นำที่มีต่อประชาชน และหน้าที่ของประชาชนที่มีต่อผู้นำ ซึ่งนี่ละค่ะ คือวัฒนธรรมของการมีส่วนร่วมของคนทุกเพศทุกวัยที่จะขับเคลื่อนการพัฒนา สังคมและประเทศชาติได้ค่ะ บนฐานคิดที่ดีเยี่ยมที่ท่านได้กล่าวถึงว่ามีแรงบันดาลใจจากบท พระราชนิพนธ์เรื่องพระร่วง ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ เนื้อหาภาพยนตร์เรื่องนี้อาศัยข้อมูลประวัติศาสตร์ในเรื่องของข้อมูลที่ปรากฏในศิลาจารึก วัดศรีชุมค่ะ การกล่าวอ้าง การเทิดทูนในสถาบัน ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เป็นแรงจูงใจอย่างสำคัญ ตลอดจนในความรู้สึกของการจะขยายไปสู่ Soft Power หรือใด ๆ ก็ดีค่ะ ดิฉันมองว่า สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดการสืบค้น เกิดการค้นคว้า แล้วก็นำไปสู่การเรียนรู้ให้เยาวชน คนรุ่นหลังได้หาข้อเท็จจริง ได้หาข้อมูลเชิงลึกต่อไป ทำไมองค์การสหประชาชาติจึงประกาศ ให้ศิลาจารึกหลักที่ ๑ ของจังหวัดสุโขทัยเป็นมรดกโลก เป็นมรดกในด้านความทรงจำที่มวล มนุษยชาติจะต้องได้ศึกษาและหวงแหนไว้ และในส่วนของประวัติศาสตร์ของสุโขทัยที่ได้รับ การเชิดชูว่า กำแพงเพชร สุโขทัย ศรีสัชนาลัย เป็นเมืองมรดกโลก เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ ย่อมมีที่มาแล้วก็ที่ไป ดังนั้นในสิ่งที่เกิดขึ้นตรงนี้ ศิลาจารึกที่จะสืบค้นอีกมากมาย ดิฉันคิดว่า เป็นการจุดประกายที่ดีให้กับสังคมค่ะ ต้องขอชื่นชมและขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง🔗

ส่วนข้อคิดเห็นอีกประเด็นหนึ่งค่ะ ในเรื่องของการประเมินผลจากเอกสาร หน้าที่ ๙๑ เป็นต้นไป ในเรื่องของการวัดผล ประเมินผล มีตัวชี้วัดประการแรกในมิติ ของด้านประสิทธิผล ประการที่ ๒ คือด้านมิติด้านงานวิจัย ประการที่ ๓ เป็นในเรื่องของ คุณภาพการให้บริการ และประการที่ ๔ ในเรื่องของการพัฒนาองค์กร ในเรื่องของ การประเมินผลตรงนี้ ด้านที่ ๑ ด้านที่ ๒ ทั้ง ๒ มิติบอกว่าผลเหมือนเดิม ทั้งปี ๒๕๖๕ และปี ๒๕๖๖ ดิฉันมองว่าตัวเลขที่เท่าเดิมโดยมีน้ำหนักร้อยละ ๕๕ มั่นใจหรือว่าค่อนข้าง จะเข้าใจว่าตัวชี้วัด หรือ KPI อาจจะไม่ได้จำแนกแยกแยะเพื่อให้เห็นข้อมูลที่เป็นจริง ตัวเลข ที่เท่ากัน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ตรงนี้ค่ะ ดิฉันมองว่าเป็นตัวเลขเชิงอุดมคติมากไป จึงขอเสนอแนะ ให้ตัวชี้วัดมีรายละเอียดมากยิ่งขึ้นค่ะ ส่วนในประเด็นอื่น ๆ บอกว่ามีศักยภาพเพิ่มขึ้น ตรงนี้ ก็เช่นเดียวกันค่ะ นอกจากในเรื่องของการบริหารจัดการ หรือในเรื่องของการประเมินผล ดิฉันมองว่าการประเมินที่แท้จริงควรจะประเมินจากผลผลิตของโครงการ ประเมินจากสื่อ ทุกชนิดที่ได้ทำ แล้วควรจะประเมินจากพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนให้ครอบคลุมทั่วถึงค่ะ การเลือกกลุ่มประชากร ก็ขอให้ใช้หลักสถิติและตัวชี้วัดที่มีหลักวิชาที่เชื่อมั่นแล้วก็น่าเชื่อถือ ในเบื้องต้น สำหรับสื่อในปี ๒๕๖๖ ที่ได้นำมาเสนอในเอกสารนี้ ก็ขอชื่นชมแล้วขอเป็น กำลังใจให้ ตลอดจนคิดว่าจะมีผลงานดี ๆ จากกองทุนเพิ่มขึ้นมาอีกค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ผู้อภิปรายท่านสุดท้ายนะครับ เชิญท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ส่งเข้าประกวด กรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการในการอภิปรายวาระนี้ ต่อรายงานประจำปีของกองทุน พัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ผมต้องขออนุญาตเรียนนะครับว่า ทั้ง ๒ กรรมาธิการ ที่ผมอยู่นี้เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงที่จะได้อภิปรายให้ความเห็น พร้อมใส่รายละเอียด ต่อรายงานฉบับนี้ เพราะทั้ง ๒ กรรมาธิการนั้นว่าด้วยเรื่องกระบวนการมีส่วนร่วมว่าด้วย เรื่องของสื่อ ว่าด้วยเรื่องของพี่น้องประชาชน ผมอ่านรายงานก่อนจะมาถึงเนื้อในนี้ ดูหน้าปกก็สบายใจไปเปลาะแรก เพราะเขียนว่า Soft Power พอเปิดเข้ามาข้างในก็ทราบว่าปีงบประมาณ ๒๕๖๖ นั้น ถือเป็นปีแรกของ การดำเนินงานของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ภายใต้ยุทธศาสตร์กองทุนสื่อ ปลอดภัยและสร้างสรรค์ระยะ ๕ ปี ก็คือเริ่มปี ๒๕๖๖ ถึงปี ๒๕๗๐ ผมอ่านวิสัยทัศน์ก็ชื่นชม ท่านบอกว่าท่านจะเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ เนื้อหาผู้ผลิตสื่อและนวัตกรรม มีส่วนร่วม เพื่อขับเคลื่อนสังคมแห่งการเรียนรู้ แล้วก็ต้องขอเรียนนะครับว่าทั้ง ๒ กรรมาธิการนั้น ก็มีโอกาสได้ใช้บริการครับ เชิญผู้แทนจากกองทุนของท่านมาชี้แจงให้ข้อมูลข่าวสารร่วมกับเรา หลายวาระและโอกาส เปิดมาดูรายงานหน้า ๑๗ ครับ ท่านบอกว่ากองทุนได้มีมาตรการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้สำเร็จด้วยกลยุทธ์ ๖ สร้างด้วยกัน🔗

สร้างแรกก็คือสร้างสื่อ ต้องขออนุญาตเรียนครับว่า วันนี้ใคร ๆ ก็สามารถ ผลิตสื่อได้ อย่างที่เขาบอกว่ามนุษย์คือสื่อ สื่อคือภาพสะท้อนของมนุษย์ ทุกคนสามารถ จะเป็น Creative Content Provider ได้ แต่ไม่ใช่แค่ปริมาณครับ เราต้องลงลึกไปถึงเนื้อหา และคุณภาพของ Content ด้วย วันนี้สื่อมีเยอะครับ แต่สื่อที่สร้างสรรค์ สื่อที่ปลอดภัย สังคมไทยยังต้องการอีกมาก ผมยกตัวอย่างครับ คนจะไปดูว่ากองทุนของท่านนี้มีองค์ความรู้ ในการผลิตสื่อสร้างสรรค์ปลอดภัยอย่างไร เขาก็ไปดูคลิป ไปดูเนื้อหา ไปดู Content ที่ท่าน ผลิตละครับ ผมก็ไปดู จริง ๆ ยอดวิวก็เป็นหนึ่งในปัจจัยของตัวชี้วัด อาจไม่ใช่ทั้งหมด แต่มันคือภาพสะท้อน ต้องขอเรียนตรงไปตรงมาครับว่า ยอดวิวส่วนใหญ่ไม่ค่อยสูงครับ มันก็อาจจะส่งผลกระทบไปลดทอนความน่าเชื่อถือ แล้วก็อยากจะขอแนะนำว่าจริง ๆ ท่านอาจจะไม่ต้องมุ่งเน้นในการสร้างสื่อด้วยตัวเองหรอกครับ แต่มุ่งเน้นในการสร้าง กระบวนการมีส่วนร่วมให้สังคมนี้ลุกขึ้นมาช่วยกันสร้างสื่อที่สร้างสรรค์และปลอดภัย น่าจะเป็นประโยชน์และเหมาะสมกว่า ผมยกตัวอย่างครับ ถ้าเราเปิดไปดูคลิปใน YouTube หัวข้อใน YouTube น่าสนใจมากครับว่า แนวทางการสร้างคลิป ๑๐๐ ล้านวิว ใน ๑ วัน ผมคลิกเข้าไปดูครับ Post มา ๓ ปีที่แล้วมีอยู่ ๘ วิว อย่างนี้ถือว่ากระทบความน่าเชื่อถือ ดังนั้นการสร้างสื่อต้องไม่ใช่การผลิตกันเอง ดูกันเอง ชมกันเอง และที่ยอดวิวหลักร้อยนี้ ไม่ใช่ดูหลายคนนะครับ ก็ดูกันในกองทุนนี้ละครับ วนไปวนมา ต้องไม่เป็นในรูปแบบนั้น แต่ผมเรียนครับว่าการสร้างสื่อก็ไม่ใช่แนวทางที่น่าห่วงครับ🔗

แนวทางที่ ๒ สร้างที่ ๒ คือสร้างคน อย่างที่ผมเรียนครับ มนุษย์คือสื่อ คนทุกคนสามารถเป็น Creative Content Provider ได้ แต่เราจะสร้างคนอย่างไรละครับ ให้สามารถเข้าถึงและเข้าใจการผลิตสื่อที่สร้างสรรค์และปลอดภัย🔗

สร้างที่ ๓ ท่านว่าสร้างองค์ความรู้ ผมฝากครับว่าต้องเป็นองค์ความรู้ที่ Update ครับ องค์ความรู้ไม่ใช่สร้างแล้วสร้างเลย สร้างจบแล้วไม่สร้างต่อ🔗

สร้างที่ ๔ สร้างภูมิคุ้มกัน วันนี้ต้องขอเรียนนะครับว่า คนในสังคมใช้เวลากับ สื่อที่แตกต่างหลากหลาย มนุษย์สามารถเลือกได้ครับว่าจะเสพสื่อประเภทใด แต่ถามว่า กองทุนได้สร้างภูมิคุ้มกันให้กับสังคมบ้างหรือไม่ ก็ต้องตอบว่าสร้างครับ แต่ถ้าจะตรวจวัด ระดับความเข้มข้นของภูมิคุ้มกันต้องบอกว่า อยากจะได้ภูมิคุ้มกันที่เข้มข้นกว่านี้ เพื่อสร้าง การตระหนักรู้และตื่นรู้ร่วมกันในการส่งเสริมภูมิคุ้มกัน🔗

สร้างที่ ๕ สร้างเครือข่าย สิ่งนี้สำคัญครับ ท่านมีเครือข่ายผู้ผลิตสื่อ ทั้งในประเทศ ต่างประเทศเข้มแข็งมากมาย นี่เห็นด้วยครับ แต่แนวทางการสร้างเครือข่าย ที่ยังไม่เข้มแข็งพอ น่าจะเป็นเครือข่ายภาคประชาชนและภาคประชาสังคม เพื่อนสมาชิก อภิปรายไปแล้วนะครับ กรณีข่าวมีการเรียกรับ กรณีการเข้าถึงเงินของกองทุนสื่อปลอดภัย ซึ่งท่านต้องชี้แจง ดังนั้นการสร้างเครือข่ายต้องไม่เลือกปฏิบัติ ต้องไม่ ๒ มาตรฐาน หรือไร้มาตรฐาน🔗

แนวทางที่ ๖ การสร้างองค์กร ซึ่งก็ถือว่าท่านเดินมาถูกทางระดับหนึ่ง แต่จะไปต่อนั้นต้องไม่ใช่องค์กรแบบปัจจุบัน แต่ต้องเป็นองค์กรที่รองรับการเติบโตแบบ Trend ของโลก แบบศตวรรษ ๒๑ ศตวรรษ ๒๒ มองไกล ๆ มองไปอนาคตครับ ท่านจะใช้ Big Data จะใช้ AI มาผนวกและพัฒนาศูนย์ข้อมูลของท่านให้เป็นองค์กรที่ทันสมัยระดับโลก ได้อย่างไร ดังนั้นผมจึงเรียนครับว่าแนวทางที่ท่านวางไว้ ๒๐ ปี มันแทบจะไม่เกิดประโยชน์ หรือเกิดประโยชน์น้อย หาก ๒๐ ปีนั้นท่านทำซ้ำ ๆ มันก็ไม่ต่างอะไรครับ กับท่านทำงาน ๑ ปีแต่มันเป็น ๑ ปีที่ผลิตซ้ำ ๒๐ รอบ ขอเป็นกำลังใจให้กับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์ครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ผู้อภิปรายมีเพียงเท่านี้ครับ ขอเชิญผู้ชี้แจงครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมเพิ่งลงชื่อครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ มีท่านใดเพิ่งลงชื่ออีกไหมครับ เชิญท่านอดิศร เพียงเกษ ครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม อดิศร เพียงเกษ สส. บัญชีรายชื่อ จากพรรคเพื่อไทย มาช้าหน่อย เพราะประชุมกรรมาธิการ วิสามัญวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อยู่นะครับ ผมสนใจเกี่ยวกับรายงานประจำปีของ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ สนใจตั้งแต่หน้าปกที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไป Soft Power เปิดไปดูด้านในเจอคำแปลครับ อยู่ที่หน้า ๔๖ เขาแปล Soft Power ว่า เป็นอำนาจละมุน ผมก็งงไปใหญ่มันละมุนได้อย่างไร จึงขออนุญาตที่จะเอาที่ประชุมแห่งนี้ เราเข้าใจคำว่า Soft Power มากกว่าคำว่า อำนาจละมุน ครับ แม่ใหญ่ศรีพ่อใหญ่จันทา ผมก็ Soft Power แล้วครับ ไปเยี่ยมชาวบ้าน แปลว่าอย่างไร บ่ฮู้จัก โอเคแม่ใหญ่ศรครับ คือโอเคแล้วไม่จ่าย บ้านผม ผมขอชื่นชมนะครับ ผมเข้าใจว่ากองทุนนี้กระทรวงวัฒนธรรม มีส่วนดูแล เป็นรองประธานกรรมการ กระทรวงวัฒนธรรมเป็นกระทรวงเกรด A นะครับ คนไหนได้ไปอยู่ถือว่าเป็นกุศลบุญของท่านที่จะได้สร้างสิ่งที่เป็นมรดก เป็นสิ่งที่ชาติบ้านเมือง ได้สร้างสมไว้ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ผมสนใจเรื่องหนึ่ง เรื่องท่านทำสื่อ เรื่องยุทธศาสตร์ เกี่ยวกับสื่อวิดีทัศน์ ที่ใช้หัวข้อว่า ฉันจะไปอนุสาวรีย์ ผมเปิดดูแล้วเห็นคุณดุษฎี พนมยงค์ บุญทัศนกุล ลูกสาวนายปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส ผมดีใจมากครับ เพราะสื่อสาธารณะ ไม่ค่อยได้ปรากฏนามรัฐบุรุษอาวุโสท่านนี้เลย ผมจบธรรมศาสตร์ ผมเห็นอนุสาวรีย์ของ ท่านปรีดี พนมยงค์ อยู่หน้าตึกโดมครับ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าพระจันทร์ แล้วมีรูปอีกว่า ฉันจะไปอนุสาวรีย์ ปรีดี พนมยงค์ นักกฎหมายผู้เปลี่ยนแปลงการเมืองไทย วิดีทัศน์ที่ท่าน ได้เสนอไปยาว ๕ นาที จำนวน ๕๒ ตอน ผมอยากได้ สภาแห่งนี้อยากได้ เพราะท่านปรีดี พนมยงค์ ต้องเป็นรัฐบุรุษที่ชนรุ่นหลังจะต้องศึกษาอย่างเที่ยงธรรม เพราะหากไม่ศึกษา ให้เกียรติท่านอย่างเที่ยงธรรม ท่านปรีดี พนมยงค์ จะกลายเป็นจำเลยของสังคมในระบอบ ประชาธิปไตย จึงขอชื่นชมที่ท่านได้กล้าที่จะมาศึกษา ฉันจะไปที่อนุสาวรีย์ พร้อมกับฉัน จะไปอนุสาวรีย์วีรไทย อนุสาวรีย์จ่าดำ ยังมีอนุสาวรีย์ของกรรมกรชาวไร่ ชาวนา คนที่ไม่ ปรากฏ ผมอยากให้ท่านได้ทำวีดิโอนี้ เพื่อปลูกจิตสำนึก เป็นสื่อที่เป็นสาธารณะให้แก่พี่น้อง ประชาชน ท่านประธานครับ ชื่อนั้นสำคัญไฉน ถ้าประวัติศาสตร์เขียนไม่ตรงไปตรงมามันก็จะไม่ได้รับ ผลอานิสงส์ตรงตามสิ่งที่เกิดขึ้น ผมอยู่กรรมาธิการกิจการสภา เป็นผู้เสนอญัตติเกี่ยวกับชื่อ สภาแห่งนี้ ผมว่าเหมาะสมหรือไม่ที่จะเรียกสภาแห่งนี้ว่า สัปปายะสภาสถาน ซึ่งผมมี ความเห็นว่าที่นี่มันไม่ใช่สบาย ๆ ตามความหมายนัย ที่นี่มันเป็นเหตุเป็นผลจะต้องถกเถียงกัน เดี๋ยวนี้อยู่ขั้นตอนคณะกรรมาธิการกิจการสภาจะส่งเรื่องให้พวกผมไปพบกับท่านประธาน วันมูหะมัดนอร์ มะทา ว่าสัปปายะสภาสถาน มันไม่ใช่ชื่อเป็นทางการที่จะมาเรียกที่ประชุม ที่ท่านนั่งอยู่เป็นประธานขณะนี้ ที่ประชุมสุริยัน แล้วไปตั้งวุฒิสภาว่าจันทรา ผมไม่เห็นด้วย อย่างนี้เป็นต้นครับ ประวัติศาสตร์ไม่เกี่ยวกับประชาธิปไตยบ้านเมืองเราเลย อยากให้พูดตาม ความเป็นจริง อยากให้ที่ประชุมแห่งนี้ตั้งชื่อว่าที่ประชุมประชาธิปก หรือที่ประชุมปรีดี พนมยงค์ ลักษณะอย่างนี้ ให้มันเกี่ยวโยงกับประชาธิปไตย ซึ่งไม่เกี่ยวกับรายงานฉบับนี้ แต่ขอโดยสารอภิปรายไปด้วย จึงขอชื่นชม ผมอยากให้ท่านไป ฉันจะไปอนุสาวรีย์ที่เป็น ประโยชน์ต่อคนระดับล่าง ไม่ใช่คนระดับสูงมีทั้งหมดอนุสาวรีย์ทั่วประเทศไทย แต่คนระดับล่าง ไม่ได้รับเกียรตินั้น จึงให้กำลังใจนะครับ รูปร่างหน้าตาสวยงาม Soft Power อำนาจละมุน จริง ๆ ครับ ผมอยากให้ท่านได้ตั้งรางวัลประกวดกลอนอะไรก็ได้ หรือชื่อคำแปลว่า Soft Power มันควรจะเป็นภาษาไทยง่าย ๆ อย่างไร ไม่มีเงิน เดี๋ยวผมจะเบิกกับท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นรางวัลให้ก็ได้ ในการที่จะประกวดร้อยกรอง หรือคำแปลของ Soft Power จึงขออนุญาตอภิปรายโยงเรื่องนั้นกับเรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกันครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ท่านสมพงษ์ใช้สิทธิพาดพิงไหมครับ ขอบคุณมากครับ ผู้อภิปรายมีเพียง เท่านี้ ขอเชิญผู้ชี้แจงเลยครับ🔗

นายธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ สมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ ผม ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ คงไม่ใช้เวลาที่จะได้ ตอบคำถามทุกประเด็นนะครับ แต่ว่าเรื่องสำคัญ ๆ คิดว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องชี้แจง ให้สภาแห่งนี้ได้รับทราบนะครับ🔗

เรื่องแรก เรื่องภาพยนตร์เรื่องพระร่วง อันนี้ก็ยอมรับตรงไปตรงมาว่าคิว ในการที่จะลงฉายในโรงล่าช้าจริง ๆ นะครับ ภาพยนตร์เรื่องพระร่วง ต้องเรียนว่าจริง ๆ แล้ว มันไม่ใช่ภาพยนตร์เชิงประวัติศาสตร์นะครับ ถ้าฝรั่งก็จะใช้คำว่า Inspired By คือได้รับ แรงบันดาลใจมาจากบทละคร เป็นพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ เรื่องก็จะเดินเป็น การเล่าเรื่องจากเวทีละครไปสู่ภาพยนตร์ แล้วก็แน่นอนว่ามีการแต่งเติมเสริมเข้าไปของ ผู้เขียนบท แต่ว่าในมิติหรือข้อเท็จจริงที่พาดพิงกับข้อมูลในเชิงประวัติศาสตร์นั้น เรามีนักวิชาการที่ได้รับการยอมรับมาตรวจสอบข้อมูลก่อน มีการทำรายงาน แล้วก็อย่างที่ หลายท่านบอกว่าค่อนข้างล่าช้า ตอนนี้ยังไม่ได้ดู เหตุแห่งความล่าช้าผมบอกว่าเรื่องนี้ มีรายละเอียดที่เป็นประเด็นอ่อนไหวอยู่หลายเรื่องด้วยกัน เพราะฉะนั้นอย่างตัวผมเองได้ดู มาแล้ว ๔ ครั้ง แล้วเดิมกำหนดจะเปิดตัวตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา วันนี้ก็กำลังเตรียมคุย กับผู้จัดจำหน่าย เพราะหนังเรื่องนี้เราคิดว่านอกจากว่าจะสามารถสร้างผลกระทบทางสังคมแล้ว ก็สามารถที่จะสร้างรายได้ให้กับกองทุนด้วย ก็เรียนว่าอยากฝากติดตามนะครับ หนังได้ลงโรง ฉายแน่นอน แล้วก็อาจจะไปจัดกิจกรรมในจังหวัดที่มีฉากในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องนี้จำเป็นมาก ๆ ที่ทางท่านสมาชิกจากพรรคก้าวไกลได้นำเสนอ เรื่องของการที่มีผู้รับทุน มีร้องเรียนในวันที่คณะกรรมการกองทุนพิจารณาต่อสัญญาจ้าง ผู้จัดการพอดี ส่วนตัวผมยืนยันด้วยเกียรติของผู้ทำงานคนหนึ่งว่า คนในกองทุนไม่มีส่วน เกี่ยวข้องกับการแสวงหาผลประโยชน์เรียกรับสินบนในการทำงานของเราผู้รับทุน หรือผู้เกี่ยวข้องทุกกรณีนะครับ แล้วเราก็เสียใจที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เรายังเห็นใจ และเสียใจว่าผู้รับทุนมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ได้อย่างไร ถามว่าแล้วเราทำอะไรต่อ สัปดาห์ ที่แล้วเราก็ได้ทำงานร่วมกับ ป.ป.ท. ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่รับเรื่อง ในส่วนของกองทุนพัฒนา สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เอง ประธานก็ได้ถามเหมือนกันว่าสำนักงานได้ดำเนินการอย่างไร ตอนนี้สำนักงานได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบข้อเท็จจริงแล้ว และผมเรียนว่าคนที่ไปแอบอ้าง กองทุนทำเรื่องเสื่อมเสียแบบนี้ขึ้นมา เราจะไม่ผ่อนปรน แล้วก็จะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ ขึ้นอีก เพราะฉะนั้นการดำเนินการต่อไปที่จะไปสู่คดีความ หรืออะไรก็สุดแท้แต่ เป็นเรื่องที่ สำนักงานจะดำเนินการอย่างจริงจัง ผมให้สัญญานะครับ🔗

เรื่อง KPI ผลงานของกองทุน อันนี้ต้องกราบขอบพระคุณนะครับ แล้วก็ เห็นด้วยนะครับว่า เราจะทำให้มีความชัดเจนมากขึ้น แต่ต้องเรียนอย่างนี้ว่ากองทุนก็มีปัญหา อุปสรรคและข้อจำกัด ในการนำผลงานของปีที่ผ่านมา มานำเสนอในปีนี้ ผลงานที่ผ่านมาของ ทุกปี ทุกท่านจะทราบว่าเรารับเงินงบประมาณจาก กสทช. ปีงบประมาณของ กสทช. เป็นปี พ.ศ. เขาจะสิ้นสุดใน ๓๑ ธันวาคม ในขณะที่ปีงบประมาณของกองทุนเริ่มในวันที่ ๑ ตุลาคม ในปีเดียวกัน กว่าเราจะได้เงินงบประมาณมา มันผ่านไปแล้ว ๕ เดือนทุกปี เพราะฉะนั้น เวลาเราประกาศทุนไปแล้ว พิจารณาไปแล้ว ถ้าเงินไม่มาเราก็ยังทำสัญญาไม่ได้ ทุกปีเวลาเรา จะทำสัญญาให้ทุน ก็ล่วงมาเกินครึ่งปีงบประมาณแล้ว เพราะฉะนั้นงบประมาณส่วนใหญ่ ก็เป็นงบผูกพันในปีถัดไป อันนี้เราก็พยายามที่จะแก้อยู่ว่าจะปรับได้ไหม ซึ่งมันเป็นรายละเอียด อยู่ในพระราชบัญญัติ แต่ในด้านหนึ่งการที่มีงบประมาณผูกพัน แล้วงานปีที่แล้วที่ไม่แล้วเสร็จ มันจึงไม่สามารถที่จะนำเสนอผลลัพธ์ในเชิงประจักษ์ได้ เมื่อไม่สามารถนำเสนอผลลัพธ์ ในเชิงประจักษ์ได้ สิ่งที่เราจะทำคืออะไร ก็เอาความคาดหวังว่าเมื่อผลงานชิ้นนี้ออกมาแล้ว เราคาดหวังว่าเราจะสามารถวัดผลได้ในเรื่องอะไรบ้าง ข้อสังเกตนี้ก็ทำให้เราได้คิดเหมือนกันว่า ต่อไปนี้เราจะนำกลับมารายงานอีกทีหนึ่ง ตามที่เราตั้งเป้าไว้ว่าเมื่อผลงานแต่ละชิ้น ผลลัพธ์ ผลผลิตจะออกมา เราตั้งความคาดหวังไว้ ตั้งเกณฑ์ไว้ แล้วข้อเท็จจริงในการเข้าถึง หรือผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไรนะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องของการกำหนดบทบาทของกองทุนเอง ที่จะไม่เป็นผู้ผลิตเอง ไม่ไปผลิตแข่งกับผู้ผลิตที่เราพึงมีหน้าที่ในการส่งเสริมและสนับสนุน รวมถึงเราก็ไม่ควรเป็น คนที่เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มเอง อันนี้เป็นจุดยืนที่ชัดเจน ว่าเรามุ่งมั่นในบทบาทของการส่งเสริม และสนับสนุนให้ผู้ผลิตหรือคนทำงานในการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ในมิติต่าง ๆ ได้แสดงศักยภาพให้เต็มที่นะครับ🔗

ส่วนเรื่องของหลายท่านที่ถามในกระบวนการการทำงานของกองทุน ผมกราบเรียนว่าอย่างปีที่แล้ว ตอนที่เราประกาศผลการพิจารณาทุนเสร็จแล้ว ทุกปีก็จะมีคน ร้องเรียน แล้วก็ไปขอดูรายละเอียด ปีที่แล้วมี ๑๗ กรณี เราให้ดูทั้งหมดเลยว่าที่ได้เพราะอะไร ไม่ได้เพราะอะไร ผมก็อยากจะขอความเป็นธรรมต่อที่ประชุมแห่งนี้เหมือนกันว่า กรณีที่มีคน มาร้องเรียนว่าขอทุนแล้วไม่ได้ ผมก็อยากให้ทางนี้ส่งตัวแทนพร้อมกับผู้ที่มาร้องเรียน แล้วไปดูที่ กองทุนว่าทำไมเขาถึงไม่ได้ และกระบวนการในการพิจารณาของเราแต่ละกระบวนการ มันมีจุดบกพร่องตรงไหน อันนี้เรียนด้วยความเคารพว่ากองทุนพร้อมที่จะรับข้อเสนอแนะ และพร้อมที่จะปรับปรุงนะครับ🔗

ส่วนคำชื่นชมหรือกำลังใจ ทางสำนักงานขอรับไว้นะครับ รวมถึงรายละเอียด ที่เป็นข้อเสนอแนะต่าง ๆ ผมเรียนด้วยความเคารพอีกครั้งหนึ่งว่าผลการประเมินองค์กรก็ดี ผลการประเมินผู้จัดการก็ดี ไม่ได้ทำให้เราปิดรับข้อเสนอแนะ ข้อติติง เราพร้อมที่จะปรับปรุง พัฒนาการทำงานให้เป็นที่เชื่อมั่น เป็นที่เชื่อถือ และสร้างผลกระทบทางสังคมให้สามารถ มีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ กราบเรียนด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สมาชิกท่านใดยังมีประเด็นติดใจไหมครับ มีท่านเชตวันท่านเดียวนะครับ เชิญท่านเชตวันครับ🔗

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

ท่านประธานครับ เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี ผมก็ลืมไปแล้วว่าตัวเองทำงานเรื่อง Soft Power เรื่องศิลปะสร้างสรรค์อะไรนี้ด้วย อภิปรายแต่กองทัพมาเยอะนะครับ วันนี้ได้มาใน Feel ที่ตัวเองถนัดบ้าง ท่านประธานครับ ที่ติดใจก็คือว่ามันมีบางประเด็นที่ท่านผู้ชี้แจงยังไม่ได้ ชี้แจงนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการให้ทุนกับบริษัทที่ทำหนังเรื่องพระร่วงนี้ครับ คำที่ทาง สื่อมวลชนเขาให้คำจำกัดความ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ที่เขาทำเป็นละครเวที แล้วเขาก็ขาดทุนไป แต่ว่าเขาก็เอาบทละครเวทีนั้นมาทำเป็นหนัง สุดท้ายท่านก็ให้งบในปี ๒๕๖๔ ในคำที่เขาใช้ ถึงขั้นว่า เจาะลึกหนังรักชาติ อดีตละครเวทีที่ไม่มีคนดู ท่านใช้เกณฑ์อะไรในการให้งบเขาถึง ๓๐ กว่าล้านบาท ตรงนี้ท่านก็ไม่ได้ชี้แจงนะครับ แล้วเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกเอง ในส่วนของ เพื่อนสมาชิกของผมนะครับ อาจารย์อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ซึ่งผมติดตามงานท่านตั้งแต่ สมัยที่ท่านทำเรื่องนี้มา ก็ยังไม่ได้รับคำชี้แจงเหมือนกัน แล้วก็ชอบที่ท่านบอกว่า ในส่วนที่ท่าน ผู้ชี้แจงประเมินผลลัพธ์ นี่ส่วนใหญ่เป็นการคาดเดาใช่ไหมครับ เป็นการคาดเดาว่าผลลัพธ์ จะได้มาแบบนี้นะครับ ท่านครับ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทางกองทุนพัฒนาสื่อสร้างสรรค์มาชี้แจง แล้วผมก็อยากจะย้ำตรงนี้ด้วยอีกครั้งนะครับว่า ในส่วนของคำว่า Soft Power ที่ท่าน พยายามเหลือเกิน เอามาบนปกนี่นะครับ ท่านต้องเข้าใจนะครับ ท่านเป็นกองทุนพัฒนาสื่อ ปลอดภัยและสร้างสรรค์ การทำหนังสือนี้ ก็เป็นการทำสื่อนะครับ ผมเห็นปกปุ๊บ ผมรู้สึกว่า ท่านจงใจในการจะ Soft Power เกินไป จงใจมาก ๆ แล้วพอผมมาอ่านรายละเอียดนะครับ เขาบอกว่าจุด ๓ จุดนี้คือ Matrix dot ใช่ไหมครับ จะทำให้รู้สึกเหมือนโลกดิจิทัล ผมดูปกแล้ว มีใครดูปกแล้วรู้สึกว่านี่คือเราอยู่ในโลกดิจิทัลไหมครับ สังคมดิจิทัลไหม ผมไม่รู้สึกเลย เพราะฉะนั้นผมยืนยันคำนี้ครับว่า Concept ของ Soft Power ไม่ใช่การประกาศโต้ง ๆ กับใครว่าฉันนั้น Soft Power นะ ไม่ใช่การไปใส่ผ้าขาวม้าเดินอยู่ในที่โน่นที่นี่แล้วบอกว่า Soft Power นะจ๊ะ นะจ๊ะ ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่แบบนั้นแน่ ๆ นะครับ🔗

สุดท้ายครับ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกของเรานะครับ ผมอย่างนี้แล้วกันครับ ท่านมาชี้แจงครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ แล้ว ผมคิดว่าครั้งแรกท่านก็เคยชี้แจงมา ก็ประมาณนี้ละครับ คุณรักชนก ศรีนอก ก็เคยถามถึงหนังเรื่องพระร่วงแล้วเช่นกัน ผมจำได้ แล้วครั้งที่ ๒ นี้ ก็มาในลักษณะเดิมเลยนะครับ ผมไม่อยากเสนอให้ไม่มีการรับรายงานนี้นะครับ เอาเป็นว่า ถ้าครั้งที่ ๓ ยังกลับมาในสภาชุดนี้แบบรูปรอยนี้อีก ผมคิดว่าก็คงอาจจะต้องมีการเสนอไม่รับ รายงานนะครับ🔗

สุดท้ายจริง ๆ ครับ ท่าน สส. ผู้อาวุโส ท่านอดิศร เพียงเกษ อยากเห็น การประกวดบทกลอน Soft Power ผมก็เลยนั่งแต่งเล่น ๆ นะครับ Soft Power Error งุนงง เราต่างหลงควานหาแล้วควานหาเล่า ๑ ครอบครัว ๑ Soft แบบเบา ๆ กอดเข่าคอตก ตกม้าตาย ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะประชาชนจากพื้นที่จังหวัดสระแก้วเข้ามา เยี่ยมชมสภาผู้แทนราษฎรครับ ขอบคุณนะครับ🔗

ผมคิดว่าประเด็นครบถ้วนนะครับวันนี้ แล้วก็เมื่อสักครู่นี้มีสมาชิกที่แจ้ง ความประสงค์ว่าเราจะมีการเสนอญัตติด่วนด้วยนะครับ ผมขอจบการรับทราบรายงาน เพียงเท่านี้นะครับ ขอบพระคุณครับ เรียนท่านสมาชิกครับ ขอตัวแทนจากทางวิป หรือว่า ท่านผู้เสนอญัตติได้แสดงความจำนงด้วยครับ🔗

นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สมุทรสาคร

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด สมุทรสาคร เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคก้าวไกล ผมขออาศัยข้อบังคับการประชุม ข้อ ๕๔ (๑) ขอเสนอให้มีเรื่องด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางการแก้ปัญหา เร่งด่วน การระบาดของปลาหมอคางดำใน ๑๗ จังหวัด ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ เชิญครับ🔗

นายพิทักษ์เดช เดชเดโช นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพและสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออาศัยข้อบังคับที่ ๕๔ (๑) ขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหา ปลาหมอคางดำและการจัดการสายพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน เพื่อให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องครับ เรื่องปลาหมอคางดำที่เป็นการระบาดในทั้ง ๑๗ จังหวัด แล้วก็เรื่องของ สายพันธุ์ Alien ต่างถิ่นรุกเข้ามาในน่านน้ำนะครับ อาศัยตามข้อบังคับ ข้อ ๕๐ พูดถึงกรณี สำคัญของประเทศและมีความจำเป็นเร่งด่วน แล้วก็ ข้อ ๕๔ (๑) พิจารณาเป็นเรื่องด่วนครับ แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้รับการบรรจุในระเบียบวาระ แต่ข้อบังคับ ข้อ ๒๘ กำหนดให้ที่ประชุม ต้องพิจารณาเฉพาะที่อยู่ในระเบียบวาระเท่านั้นครับ ดังนั้นผมต้องถามที่ประชุมท่านอื่นก่อน ครับว่า จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ไม่มีนะครับ ถ้าอย่างนั้นสภาของเรา รับพิจารณาญัตติด่วนของทั้ง ๒ ท่านนะครับ แต่เนื่องจากเรื่องทำนองเดียวกันมีอยู่ใน ระเบียบวาระแล้วอีก ๑ เรื่อง ก็คือญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญศึกษาแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ของท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ถึงจะคนละเป้าหมายกัน ของท่านณัฐชา ให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญใช่ไหมครับ แต่ทางญัตติด่วน ๒ ท่าน ขอให้พิจารณาแนวทาง และส่งต่อรัฐบาล แต่เนื่องจากเป็นเรื่องทำนองเดียวกัน เนื้อหาสาระทำนองเดียวกัน เดี๋ยวเรา สามารถที่จะคุยกันในเรื่องปลายทางได้อีกครั้งหนึ่งนะครับ สามารถรวมระเบียบวาระตาม ข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) ได้ครับ เชิญท่านณัฐชาครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล จากพี่น้องชาวบางขุนเทียน บางบอน ท่านประธานครับ เนื่องจากญัตติของผมที่เขียนไว้ ซึ่งล่วงเลยผ่านมาก็เป็นระยะเวลาหลายเดือนแล้วนะครับ ก็ค้างอยู่ในระเบียบวาระ ซึ่งเป็นเรื่องที่จะเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งในขณะนั้น คิดว่าจะทันท่วงที แต่เนื่องจากขณะนี้มีทางท่าน สส. ทั้ง ๒ ท่าน จาก ๒ พรรคฝ่ายค้าน ได้เสนอเป็นญัตติด่วน ผมก็ขอถอนในเรื่องของการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เป็นเสนอความเห็น ถึงรัฐบาล เพื่อแก้ไขให้เร่งด่วนและทันท่วงทีครับท่านประธาน🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวขอทางเจ้าหน้าที่ช่วยประสานกับท่านณัฐชา แล้วก็แก้ไขด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอเริ่มต้นตามลำดับดังนี้นะครับ แถลงหลักการและเหตุผล โดยท่านณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ตามด้วยท่านพิทักษ์เดช เดชเดโช และท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ท่านสมาชิก สักครู่นะครับ พอดีประธาน ๒ ท่านไม่ว่างที่จะสลับคิวผม แล้วผมนั่งมาตั้งแต่เที่ยงแล้ว ผมขอเบรก ๕ นาทีได้ไหมครับ แล้วเดี๋ยวเรามาต่อญัตติด่วนกันยาว ๆ เลยนะครับ ขออภัย ท่านณัฐพงษ์ด้วยนะครับ ขอเบรก ๕ นาทีครับ🔗

พักประชุมเวลา ๑๖.๐๔ นาฬิกา🔗

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๖.๐๗ นาฬิกา🔗

ขอดำเนินการประชุมต่อนะครับ เชิญท่านณัฐพงษ์ สุมโนธรรม เสนอญัตติแถลงหลักการ และเหตุผลครับ🔗

นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สมุทรสาคร

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด สมุทรสาคร เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธานและเพื่อน สมาชิกทุกท่านที่อนุญาตให้ญัตติด่วนด้วยวาจาอันนี้ ได้นำมาพูดคุยกันในรัฐสภาแห่งนี้ เพราะพี่น้องประชาชนเดือดร้อนกันมาก อีกอันหนึ่งผมก็คงต้องขอชื่นชมท่าน สส. ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ที่ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมาเป็นระยะเวลายาวนาน แล้วก็ขอบคุณ ท่าน สส. พิทักษ์เดช ที่ร่วมเสนอญัตตินี้ร่วมกัน จริง ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน แล้วก็เป็น ปัญหาใหญ่ที่ประชาชนให้ความสนใจและมีผลกระทบเป็นวงกว้าง เมื่อไม่กี่วันก่อนเรื่องนี้ ยังจำกัดอยู่แค่ ๑๖ จังหวัด มาวันนี้มาเป็น ๑๗ จังหวัดแล้ว ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ ที่ถ้าเกิดเราสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะที่ได้รับเลือกมาจากประชาชนโดยตรง ก็ถ้าเกิดเรา นิ่งนอนใจ ผมคิดว่ามันก็คงไม่เป็นผลดีนะครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนเขาลำบากยากเข็ญ จากเรื่องนี้มาก ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมก็ต้องส่งกำลังใจให้กับทางกรมประมง แล้วก็พี่น้องชาวประมงทุกท่านที่ต่อสู้เรื่องนี้อย่างเต็มที่ กรมประมงในชุดปัจจุบัน ก็ขอส่ง กำลังใจ แต่ในขณะเดียวกันก็คงจะต้องบอกนะครับ ขอเตือนไปยังรัฐบาลว่า ท่านพูดมา โดยเสมอว่าเรื่องนี้จะต้องเป็นวาระแห่งชาติ ต้องเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่ผมไม่แน่ใจว่าวาระ แห่งชาติสรุปแล้วจะเป็นชาตินี้ หรือชาติหน้าครับ นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนชาวประมง ก็สงสัยว่าสุดท้ายแล้วเรื่องนี้จะเป็นวาระแห่งชาติเมื่อไรกัน มีการไปให้คำสัญญาว่าจะใช้ งบกลาง จะเพิ่มงบประมาณ แต่วันนี้ก็ยังไม่เห็นนะครับ พี่น้องชาวประมงเขาก็เฮกันแล้วนะครับ ถ้าเป็นเช่นนั้น ขอเสียงเฮของพี่น้องชาวประมงคืนได้ไหมครับ ท่านประธานครับ ญัตตินี้สำคัญอย่างไร ผมคิดว่าการแก้ปัญหาก็จำเป็นนะครับ แต่การหา คนรับผิดชอบก็จำเป็นไม่แพ้กัน เพราะอะไร เราอย่าไปดูเบานะครับ ความโกรธ ความไม่พอใจของ ประชาชน เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือนนะครับ เพราะอะไรครับ ณ วันนี้กฎหมายอาจยังไปไม่ถึง ยังเอาผิดไม่ได้ แต่ดูบริบทแวดล้อมสังคมเขาก็พอเห็นแล้วครับว่ามันเกิดจากสาเหตุอะไรกัน แน่ มันทำให้การระบาดของปลาหมอคางดำเป็นความรู้สึกร่วมของสังคมที่พี่น้องประชาชน จำนวนมากได้รับผลกระทบ รวมถึงก็มีความโกรธ รู้สึกไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ก็อย่างที่บอกไปในตอนแรกนะครับ ระบาดไปถึง ๑๗ จังหวัดแล้ว ถ้ายังปล่อยต่อไป ผมไม่แน่ใจว่าจะไปถึง ๖๐-๗๐ จังหวัดหรือไม่ นี่ก็เป็นเรื่องเร่งด่วนที่เราคงจะต้องมาพิจารณากัน ในวันนี้นะครับ🔗

ท่านประธานครับ ผมเดินทางไปในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัด สมุทรสาคร พื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม แล้วก็ไปดูงานในหลาย ๆ ที่ที่มีการระบาดของ ปลาหมอคางดำ สิ่งที่เกิดขึ้น พี่น้องประชาชนก็มาเล่าให้กับผมฟังว่าพวกเขาตั้งใจเอาเงินที่ เก็บหอมรอมริบ สะสมเงินทุน หรือไปกู้หนี้ยืมสินมา มาเช่าที่ทำวังปลา วังกุ้ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คืออะไรครับ สิ่งที่เกิดขึ้นคือพอวิดบ่อออกมา ปลาหมอคางดำเต็มวังกุ้ง เต็มบ่อของพี่น้อง ประชาชน พี่น้องชาวประมงเกษตรกรทั้งนั้นนะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าจากที่เขาตั้งใจว่า จะสามารถที่จะก่อร่างสร้างตัวเป็นรายได้ให้กับครอบครัวในการใช้ชีวิตในทางเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ปลาหมอคางดำที่ว่ากัดกินโอกาสในทางการศึกษาของลูกหลาน ของพี่น้อง เกษตรกร กัดกินปลาพื้นถิ่น รวมถึงทุกวันนี้กัดกินโฉนดชาวบ้านไปจำนวนมาก หลายคน ต้องเอาที่ไปเข้าแบงก์ เพื่อเอาเงินมาต่อยอดทำวังปลา วังกุ้ง หลายคนก็ยังต้องเช่าบ่อ ก็ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า ปัญหาเรื่องนี้บานปลายจริง ๆ ครับ ผมไปเห็นก็เห็นใจ แล้วก็คิดว่า เป็นเรื่องเร่งด่วน เราจะไม่ทำอะไรเลยก็คงไม่ได้ ก็เป็นที่มาที่เราถึงได้มาเสนอญัตติอันนี้ครับ ท่านประธาน🔗

ทุกวันนี้ผมก็ยังต้องบอกว่าเราต้องยอมรับนะครับว่าจริง ๆ แล้วเรื่องนี้ ก็มีปัญหาตั้งแต่หลายกระบวนการ ตั้งแต่ต้นทาง ถ้าย้อนกลับไปตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ก่อนหน้านี้ เราก็มีการแพร่ระบาดในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาตอนปี ๒๕๐๒ ที่รัฐฟลอริดา หรือว่าที่มลรัฐฮาวาย ในปี ๒๕๑๕ หรืออย่างประเทศฟิลิปปินส์เอง ก็เคยระบาด ก็ช่วงประมาณปี ๒๕๕๘ ฟิลิปปินส์อาจจะมาทีหลังนะครับ แต่ตอนปี ๒๕๔๙ ก็มีรายงาน มีข่าวว่ามีปลาหมอคางดำ หรือว่าปลาหมอเทศข้างลายที่เมื่อก่อนเรียกชื่อ หรือแม้แต่ปลานิล ที่เรียกชื่อตอนแรก หรือว่าที่ต่างประเทศเขาเรียกกันปลานิลน้ำเค็ม ก็มีการรายงาน การระบาดครับท่านประธาน รายงานการระบาดว่าไประบาดไปสร้างมลภาวะเป็น Alien Species ในต่างประเทศ คำถามที่สำคัญเลยครับว่า ณ ตอนนั้นอนุญาตได้อย่างไร ประเด็นนี้ ก็เป็นประเด็นใหญ่ ณ วันนั้นเราเชื่อว่าการขออนุญาตอย่างเดียว ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ไปดูหรือเปล่าว่าทำไมถึงเชื่อในสิ่งที่เป็น ณ ตอนนั้น เราไปดูเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ว่าทำไม ถึงได้อนุญาต ท่านประธานครับ และยังไม่นับเงื่อนไขการนำเข้าที่มีปัญหา ที่บอกว่าจะต้องมี ๓-๔ ข้อ แต่ที่เป็นเงื่อนไข ไม่ว่าจะเป็นต้องตัดครีบ เงื่อนไขจะต้องส่งซากที่ว่ากันมา จริง ๆ แล้วก็อ่อนมาก เพราะว่ามันอาจจะต้องมีการคุมเข้มอะไรมากกว่านี้หรือไม่ แล้วก็มี การจะต้องดำเนินการอย่างอื่นมากขึ้นกว่านี้หรือไม่ แต่ที่ว่ามาเงื่อนไขที่ว่าอ่อน สุดท้ายแล้ว ก็ยังทำไม่ครบถ้วน ยังหละหลวมนะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นประเด็นว่าเงื่อนไขเหล่านี้ เราจะต้องมาทบทวนหรือไม่ ในอนาคตเราจะยังใช้เงื่อนไขแบบนี้ในการอนุญาต ในการศึกษา วิจัยหรือไม่ ก็คงต้องตั้งประเด็นไว้ในสภาแห่งนี้ครับ🔗

สุดท้ายนะครับท่านประธาน ผมไม่ได้มาพูดเพื่อฟื้นฝอยหาตะเข็บนะครับ แล้วก็คิดว่าเพื่อน ๆ สส. ของผมที่จะมีการอภิปรายต่อกัน ก็คงจะมาเล่าที่มา มาบอกว่า สุดท้ายแล้วที่มาถึงวันนี้ เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร เดี๋ยวก็คงจะมีเพื่อน ๆ สส. มาช่วยกันเล่า แต่ที่ผมมาเสนอญัตติอันนี้ จริง ๆ เราก็อยากจะเสนอทางแก้ไข ก็อยากจะให้รัฐบาล ลองมา Shopping ดูว่าข้อเสนอไหนที่จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องชาวประมง พี่น้องประชาชน ในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เพราะว่าเราเองก็คงนิ่งนอนใจไม่ได้ ถ้าเราคิดอะไรได้ หรือเราไป ศึกษาข้อมูล หรือเราไปรู้อะไรมา เราก็คงอยากจะมาเสนอเพื่อให้รัฐบาล ผู้มีอำนาจลองมา เลือกดูว่าข้อเสนออันไหนเหมาะสมในการมาหยิบใช้ แล้วก็เอามาคิดพิจารณาดู เพราะสุดท้ายผมเข้าใจดีครับว่า ข้อเสนอก็คงมาจากทุกทิศทุกทาง แต่เราก็คงต้องเลือกดู ผู้มีอำนาจก็คงต้องเลือกดูว่าอะไรจะเหมาะสม ที่ผ่านมาก็ต้องบอกว่าทางหน่วยงาน ก็พยายามที่จะมีมาตรการต่าง ๆ หลาย ๆ เรื่องมาตรการก็ค่อนข้างที่จะทำไปบ้างแล้ว แต่หลาย ๆ เรื่องก็ต้องบอกว่ายังไม่ได้ทำ หรือหลาย ๆ เรื่องที่ยังติดขัดบางด้าน หรือหลาย ๆ เรื่องก็ต้องบอกว่า ถ้าลำดับความสำคัญดีกว่านี้ จัดกลุ่มในการทำดีกว่านี้ อาจจะมีประสิทธิภาพกว่านี้หรือไม่ ผมเองก็มีข้อเสนอที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ในการแก้ไข ปัญหาเรื่องนี้ อย่างที่ผมเคยนำเรียนไปก่อนหน้านี้ แล้วก็คงจะต้องมาพูดในที่ประชุมสภา แห่งนี้ เพื่อให้มีการบันทึกเอาไว้ด้วยว่า เราคงจะต้องจำกัดพื้นที่ จำกัดการขยายพันธุ์ ลดพื้นที่ ลดการขยายพันธุ์ รวมถึงก็คงจะต้องไปศึกษาวิจัยข้อมูลว่ามันต้องศึกษาอย่างไรบ้าง รวมถึงไปดูกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีข้อเสีย มีข้อช่องโหว่อย่างไรบ้าง หรือแม้กระทั่งการเยียวยา ที่จะต้องมองในมิติต่าง ๆ ด้วยกัน แล้วก็ต้องจับตา Alien Species อื่น ๆ ด้วยนะครับว่า จะส่งผลอะไรต่อเหมือนที่จะเกิดขึ้นกับปลาหมอคางดำอีกหรือไม่ จำกัดพื้นที่ครับ ท่านประธาน อย่างที่ผมบอกนำเรียนไปตอนแรก ว่าขณะนี้ระบาดไปแล้ว ๑๗ จังหวัดครับ ท่านประธาน แต่เมื่อไม่กี่วันก่อนผมดูข่าว ยังมีอยู่แค่ ๑๖ จังหวัด ไม่กี่วันขยับไปอีกนิดหนึ่งก็มี อยู่ ๑๕ จังหวัด ค่อย ๆ ถูกกินรวบมาเรื่อย ๆ คำถามคือ ถ้าเราไม่จำกัดพื้นที่ สิ่งที่เกิดขึ้น คือมันจะขยายไปเรื่อย ๆ สิ่งที่หน่วยงานจะต้องทำ ผมคิดว่าทางผู้มีอำนาจ ท่านรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องนี้ หรือนายกรัฐมนตรีเอง คงจะต้องลงมาดูว่าสุดท้ายแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เกี่ยวข้องกับพี่น้อง ประชาชนจำนวนมาก ก็คงจะต้องมาดู มาให้ความสำคัญ อย่างที่ผมบอกครับว่าอาจจะต้องมี แอปพลิเคชันหรือรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ เราจะต้องมีการให้ประชาชนสามารถ ที่จะแจ้งได้ว่า สุดท้ายแล้วมีปลาหมอคางดำระบาดที่ไหนบ้าง ไม่ใช่ทุกวันนี้กลายเป็นแค่มี ข่าวว่ามาจังหวัดนี้แล้ว มาจังหวัดนี้แล้ว คำถามคือ ถ้าเกิดหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ได้มีข้อมูล ที่เห็นร่วมกันและเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ก็จะเกิดความตื่นตระหนกแบบที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เป็นผลดีในการแก้ไขปัญหาทั้งในระยะเร่งด่วนและในระยะยาวครับ ท่านประธาน ท่านประธานครับจริง ๆ ไม่ต้องดูอันไหนไกลอื่นครับ จริง ๆ ศูนย์ AOC ที่กระทรวง MDES ก็พยายามตั้งศูนย์ AOC ในการรับแจ้งเรื่องอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่มี การหลอกลวงทางออนไลน์ก็มีศูนย์นี้ในการผูกเอาไว้ ผมคิดว่าก็อาจจะเอามาปรับใช้ได้ หรือไม่ ก็อาจจะต้องลองพิจารณาดูถึงความเหมาะสมในประเด็นเหล่านี้ ที่สำคัญนะครับ ลำพังหน่วยงานรัฐ เจ้าหน้าที่รัฐอาจจะไม่เพียงพอ ควรให้ประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วม ควรให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูล ได้มีการรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนได้แจ้งว่า ขณะนี้มีแหล่งน้ำที่ไหนระบาดแล้วบ้าง ก็แจ้งเข้ามานะครับ รวมถึงอาจจะเป็นการเก็บรวบรวม ด้วยครับว่า พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมีมูลค่าอย่างไรบ้าง เพื่อในอนาคตหากมีการจะต้อง เยียวยา จะได้ใช้ข้อมูลตรงนี้ในการเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบครับ อย่างที่ผมบอก ต่อไปนะครับ อย่างเมื่อสักครู่ก็คือการจำกัดพื้นที่ จำกัดการขยายพันธุ์ เรื่องนี้ก็ควรจะต้อง ศึกษา เพราะต้องยอมรับว่าเรารู้จักปลาหมอคางดำผมคิดว่าน้อยเกินไปนะครับ เลยมีข่าวลือ เต็มไปหมดว่านกกินไข่แล้วไปขับถ่าย แล้วไข่ก็ฟักตัว เรื่องเหล่านี้เราไม่รู้ว่าจริงเท็จอย่างไร เพราะอะไรครับ เพราะว่าเรามีข้อมูลน้อยเกินไป หรือแม้กระทั่งการปล่อยปลานักล่า แน่นอนว่ามีความจำเป็น ก็เป็นหนึ่งในมาตรการ แต่คงจะต้องศึกษาว่าขนาดเท่าไร หรือขนาด ๔ นิ้ว กินลูกปลาโอเคแล้วหรือไม่ แล้วขนาดอื่น ๆ จะอย่างไรต่อ รวมถึง เราอย่าทำเป็น Event ครับ มันจะต้องทำอย่างต่อเนื่องนะครับ แล้วก็มีกระบวนการในการ ประเมินผลว่าได้ผลดีอย่างไร ไม่นับว่าควรจะต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ไม่ใช่ว่าคุณปล่อย วันนี้ พรุ่งนี้ก็เปิดให้คนมาจับ สุดท้ายแล้วปลาที่เราตั้งใจจะให้เป็นนักล่ากลายไปเป็นเหยื่อ เสียเองครับ ผมคิดว่านี่ก็จะเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ตำน้ำพริกละลายงบประมาณ ของประเทศ ก็ไม่ควรจะเป็นแบบนั้นครับท่านประธาน🔗

ท่านประธานครับ อีกอันหนึ่งที่ผมคิดว่าควรจะต้องศึกษาอย่างจริงจัง และเป็นวิทยาศาสตร์นะครับ คือเรื่องการเหนี่ยวนำโครโมโซมที่มีข่าวว่าจะมีการเหนี่ยวนำ โครโมโซมให้มี 4n แล้วให้ไปผสมกับปลาหมอคางดำที่มี 2n แล้วจะเหลือเป็น 3n ให้เป็นหมัน ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็คงจะต้องมีการค้นคว้าวิจัยอย่างจริงจัง เพราะผมกลัวจริง ๆ ว่า ถ้าไม่มี ข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์ สุดท้ายแล้วจะสร้างปัญหาที่ใหญ่ขึ้นหรือไม่ ก็ตั้งเป็นข้อสังเกต และเป็นข้อกังวล แต่ผมไม่ได้คัดค้าน ถ้าข้อมูลวิจัยบอกว่าจำเป็นแล้วจะเป็นการแก้ไขปัญหา ก็สามารถเดินได้ แต่ถ้าสมมุติว่ามันจะสร้างปัญหาที่ใหญ่ขึ้น ผมไม่แน่ใจว่ามันจะทำให้ปัญหานี้ ยิ่งบานปลายหรือไม่ ก็ฝากหน่วยงานลองวิจัยแล้วก็ติดตามเรื่องนี้อย่างดีนะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน การประสานขอความรู้จากต่างประเทศ ก็คงเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันนะครับ เพราะเราไม่ใช่ประเทศแรกที่มีการแพร่ระบาดของ ปลาหมอคางดำนี้ เรามีประเทศอื่นอีกมากมายที่เคยมีการแพร่ระบาดแล้ว เราควรจะมี การเรียนลัด ไม่จำเป็นที่ต้องไปลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง บางเรื่องเราอาจจะใช้บทเรียน ในต่างประเทศมาปรับใช้ มาใช้แก้ ในอเมริกาเขาใช้สารเคมี เรื่องนี้เราก็ยังไม่รู้ว่าข้อดี ข้อเสีย เป็นอย่างไร ก็คงจะต้องไปศึกษาแล้วก็คงไปขอความรู้ หรือแม้กระทั่งการ Shot ไฟฟ้าครับ ก็คงต้องไปดูว่ามีความเหมาะสม บริบทประเทศไทยทำได้ไหม แล้วถ้าเกิดทำไม่ได้แล้วมันมี ความจำเป็นจะต้องแก้ ทำได้หรือไม่ ก็คงจะต้องฝากหน่วยงานลองไปพิจารณาดูนะครับ🔗

ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ที่ผมคิดว่าเราคงจะต้องคุยกันเรื่อง เยียวยา ต้องบอกกันตรงนี้ในที่ประชุมสภาแห่งนี้ การรับซื้อไม่ใช่การเยียวยาครับ ผมย้ำอีกครั้งนะครับ การรับซื้อไม่ใช่การเยียวยา เพราะอะไรครับ เพราะว่าการรับซื้อคือ แรงจูงใจให้ประชาชนเกษตรกรไปจับเพื่อให้ปลาหมอออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติ แหล่งน้ำปิด แหล่งน้ำเปิดอะไรก็ว่าไป แต่ไม่ใช่การเยียวยา การเยียวยาคือการไปชดเชย ในสิ่งที่เขาได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นวังปลา วังกุ้ง เกษตรกรประมงพื้นบ้านต่าง ๆ ชายฝั่ง ที่เขาได้รับผลกระทบ นี่คือการไปดูข้อมูลว่าเขาเสียหายอย่างไรบ้าง เมื่อถึงเวลาจริง ก็ให้มีการประเมินทางเศรษฐกิจก็จะได้มาเยียวยากันอย่างตรงจุด แล้วก็มีข้อมูลรองรับ ก็ต้องฝากไว้นะครับเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกของผมก็น่าจะมาอภิปราย มาพูดเรื่องนี้นะครับว่า เรื่องนี้มีความจำเป็นอย่างไรบ้างนะครับ🔗

อีกอันหนึ่งนะครับ เรื่องการเอาผิด สุดท้ายแล้วครับท่านประธาน การเอาผิด ก็เป็นเรื่องสำคัญ ก็คงจะต้องใช้กระบวนการต่าง ๆ ในการเสาะแสวงหาข้อเท็จจริง เพื่อหา ผู้ที่กระทำความผิดเป็นต้นก่อกำเนิดปัญหานี้มารับผิดชอบ ก็ได้แต่หวังนะครับว่าเรื่องนี้ จะได้รับการคลี่คลาย ความจริงต้องปรากฏต่อสังคมว่าเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร กระบวนการตรงไหนที่เป็นสาเหตุในการทำให้ปลาหมอคางดำระบาดจนเกิดผลกระทบ เป็นวงกว้างขนาดนี้นะครับ🔗

ท่านประธานครับ สุดท้ายแล้วนะครับ มาตรการสุดท้ายที่ผมอยากจะเสนอ คือการจับตาสายพันธุ์ Alien Species อื่นว่า ที่ประเทศไทยเอง เรามีอะไรที่มีโอกาสจะแพร่ ระบาดแบบปลาหมอคางดำบ้าง หรือแม้แต่การที่ในต่างประเทศเขาขึ้นบัญชีเอาไว้นะครับ แต่ประเทศไทยเรายังไม่ได้ขึ้น ก็คงจะต้องไปจับตาดู แล้วก็คงไปขึ้นทะเบียนเพื่อป้องกันสิ่งที่ เกิดขึ้น หรือแม้กระทั่งการแก้กฎหมายว่า กฎหมายมีความหละหลวม มีช่องโหว่อะไรหรือไม่ ที่จะไม่ทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอีกในประเทศไทย🔗

สุดท้ายแล้วนะครับท่านประธาน ผมสุดท้ายมาหลายรอบแล้ว คราวนี้ ก็สุดท้ายจริง ๆ ครับ ตอนนี้เรื่องนี้ผ่านมาแล้ว ท่านณัฐชาก็เคยพูดไปแล้ว ผ่านมาแล้ว ๘ อธิบดี อธิบดีกรมประมงผ่านมาแล้ว ๘ ท่าน แล้วรัฐมนตรีผ่านมาแล้ว ๗ ท่าน ก็หวังเป็น อย่างยิ่งนะครับว่า เรื่องนี้จะจบลงในยุคสมัยนี้ ที่เรื่องนี้จะได้รับการแก้ไขเสียทีนะครับ เพื่อเราจะได้ผ่านไปด้วยกัน แก้ไปด้วยกัน ผู้แทนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลเราก็คง อยากเห็นว่าปัญหานี้จะถูกคลี่คลาย ผมก็คงจะเป็นส่วนหนึ่งที่หากมีข้อเสนออะไร ก็พยายาม จะส่งเสียง เพื่อเป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชน แล้วก็คิดว่าเรื่องเหล่านี้ เรื่องปลาหมอ คางดำเป็นบทเรียนราคาแพงของประเทศไทย ที่หวังว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกในประเทศไทย ไม่ทำให้พี่น้องประชาชนต้องเดือดร้อนแบบนี้อีกครับ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิทักษ์เดช เดชเดโช ครับ🔗

นายพิทักษ์เดช เดชเดโช นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิทักษ์เดช เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนว ทางแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ และการจัดการสายพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน เพื่อให้รัฐบาล พิจารณาดำเนินการ โดยมีหลักการและเหตุผล ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่เห็นปัญหาของพี่น้อง ประชาชนในเรื่องสัตว์ต่างถิ่นรุกราน ปลาหมอคางดำเข้ามาทำลายระบบนิเวศในพื้นที่ของ ประเทศไทยรวมไปถึง ๑๗ จังหวัด วันนี้ถือว่าสภาแห่งนี้ให้โอกาสนำปัญหาที่เป็นเรื่องเร่งด่วน เข้าสู่สภา เพื่อทำการฝากไปถึงรัฐบาล เพื่อดำเนินการยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ให้อย่างทันท่วงที ท่านประธานที่เคารพครับ จากปัญหาการแพร่กระจายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ของปลาหมอคางดำ ซึ่งเป็น Alien Species สัตว์ต่างถิ่นที่รุกราน จากการรายงานของ กรมประมงมีการระบาดในประเทศไทย ในพื้นที่ ๑๗ จังหวัด ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ โซนริมชายฝั่งทะเล ท่านประธานครับ เบื้องต้นของการระบาดอาจจะเกิดจากการลักลอบ นำเข้าสู่ในประเทศไทย และมีการขออนุญาตนำเข้าเมื่อปี ๒๕๕๓ เพื่อการทดลอง แล้วอาจจะมีการหลุดรอดเข้าสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือไม่ ผมก็ไม่ทราบเช่นกัน ซึ่งทำลาย ต่อระบบนิเวศทำให้เกิดการสูญเสียสัตว์น้ำประจำถิ่น สร้างความเสียหายต่อผลผลิตของ เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างมากมาย ปลาหมอคางดำเป็นปลาชนิดเดียว ซึ่งอยู่ลักษณะ คล้ายคลึงกับปลาหมอเทศในพื้นที่บ้านเรา แต่มีลักษณะภายนอกคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะ ในระยะวัยอ่อน เมื่อโตเต็มวัยจะสังเกตเห็นได้ชัดขึ้นว่าขนาดโตเต็มวัยปลาหมอคางดำจะมี ขนาดความยาวถึง ๘ นิ้ว หรือมากกว่า การจำแนกเพศของปลาชนิดนี้จากภายนอกไม่ชัดเจน เมื่อโตเต็มวัยเพศผู้จะมีสีดำบริเวณหัวและบริเวณแผ่นปิดเหงือกมากกว่าเพศเมีย มีถิ่นกำเนิด อยู่ในทวีปแอฟริกา ในประเทศไทยที่พบอาศัยแล้วมีอยู่ ๔ น้ำครับ น้ำเค็ม น้ำจืด น้ำกร่อย และทุกวันก็อยู่ในน้ำเน่าเสีย สิ่งที่ปลาหมอคางดำอยู่ไม่ได้คือในน้ำซุปครับท่านประธาน ในน้ำซุปอยู่ไม่ได้จริง ๆ สิ่งเหล่านี้ท่านประธานครับ ปลาหมอคางดำเป็นสัตว์น้ำที่ทนต่อ ความเค็มได้สูง สามารถปรับตัวอยู่ในน้ำได้ที่มีออกซิเจนต่ำ มีนิสัยดุร้าย ชอบกินสัตว์มากกว่า กินพืช ทำลายสัตว์น้ำพื้นถิ่น ในพื้นที่ผมท่านประธานครับ ตามแนวริมชายฝั่ง ปลากระบอก กุ้งแม่น้ำ ตอนนี้หมดแล้วครับ พี่น้องประชาชนเดือดร้อน และวันนี้ลุกลามไปถึงฟาร์มเลี้ยงกุ้ง บ่อเลี้ยงกุ้ง บ่อเลี้ยงปลา ของพี่น้องประชาชน สร้างความเดือดร้อน สร้างหายนะให้กับพี่น้องประชาชน เรื่องนี้ถ้าเรา ไม่พูดก็มองว่าเหตุผลใดที่ปลาหมอคางดำเข้าสู่ในประเทศไทย วันนี้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ ที่รัฐบาลจะต้องสืบเสาะหาความเป็นจริงว่าปลาหมอคางดำเข้ามาในประเทศไทยได้อย่างไร เข้ามาเพราะอะไร ใครเป็นผู้นำเข้า แล้วแพร่กระจายได้อย่างไร วันนี้ถ้าผมไม่พูดก็เดี๋ยวพี่น้อง ประชาชนบอกว่า ท่าน สส. พิทักษ์เดช โดนซาลาเปาใบละ ๒๘ บาท มาปิดปากไว้แล้ว ใครปิดผมไม่ได้หรอกครับ แต่วันนี้จะต้องให้รัฐบาลสืบเสาะหาแนวทางความเป็นจริงในการ แพร่กระจายของปลาหมอคางดำเข้าสู่ประเทศไทย วันนี้สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง ประชาชนผู้ประกอบอาชีพประมง ผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์น้ำ ชาวประมงก่อนจากนี้ ก็ได้รับความเดือดร้อนอย่างมากมายจากกฎหมายประมง วันนี้สัตว์น้ำพื้นถิ่นถูกรุกราน ยิ่งสร้างความเจ็บช้ำให้กับพี่น้องชาวประมง ไม่มีใครแก้ไข ไม่มีใครเข้าไปรับการเยียวยา เหมือนที่ท่าน สส. ณัฐพงษ์ สุมโนธรรม พูดว่า วันนี้ไม่ใช่เยียวยาแค่กิโลกรัมละ ๑๕ บาท แต่วันนี้ต้องเยียวยาผู้ประกอบอาชีพทางด้านการประมง ผู้ประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ วันนี้กุ้งขาวแวนนาไมราคาก็ตกต่ำ พอจะจับพบแต่ปลาหมอคางดำ ท่านประธานครับ กุ้งขาว ราคาตก ปลาหมอคางดำกินกุ้งหมด เหลือปลาหมอคางดำในบ่อกิโลกรัมละ ๑๕ บาท จบชีวิตเอ๋ยประเทศไทยท่านผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ วันนี้รัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี จะต้องรับฟังเรื่องนี้ เพื่อนำไปสู่การแก้ไข วันนี้เราต้องหาแนวทางในการควบคุมไม่ให้ ปลาหมอคางดำระบาด ควบคุมอย่างไร เมื่อวานซืนบอกว่า ๑๖ จังหวัด วันนี้ขึ้นมา ๑๗ จังหวัด แล้ววันนี้ถ้าเราไม่ได้พูด ไม่ขึ้น ๑๘ ๑๙ หรือครับท่านประธาน เราจะรับฟังกันได้ หรือครับ วันนี้ขอบคุณสภาที่ให้โอกาสได้มาพูด ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกทุกคนในห้องนี้ ก่อนจากนี้ก็มีหารือกันเรื่องปลาหมอคางดำเยอะแยะ ผมว่าวันนี้ถ้าไม่ได้เข้ารู้สึกตะขิดตะขวงใจ กระอึกกระอักเป็นอย่างยิ่ง เรื่องสำคัญท่านประธานครับ ในการควบคุมและการจำกัดไม่ให้ ปลาหมอคางดำลุกลาม เราจะต้องใช้วิธีอย่างไร เรื่องนี้ก็เหมือนในสมัยก่อนใช้โจรไปปราบโจร วันนี้ก็ต้องใช้ชาวประมงไปจัดการเรื่องประมง ให้หาแนวทางในการใช้เครื่องมือในการจัดการ กับปลาหมอคางดำ ให้ชาวประมงเราหาแนวทาง หาทางออก ให้ใช้เครื่องมือที่เขาสามารถ จัดการได้โดยเร็ว วันนี้ในต่างประเทศ ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเป็นอเมริกาหรือจีน เขาใช้ เรื่องกระแสไฟฟ้าในการจัดการปลาสายพันธุ์ Alien แต่ประเทศไทยติดขัดด้วยข้อกฎหมาย ไม่มีการดำเนินการ เพราะปลาหมอคางดำ ถ้าดูโดยสภาพลักษณะทั่วไปจะเป็นปลาอยู่ที่ผิวน้ำ ถ้าเราใช้กระแสไฟที่มันเหมาะสมสำหรับการทำให้มันสลบไปแล้วตักมันขึ้น ผมเชื่อว่า จะกำจัดได้อย่างรวดเร็วมากกว่า แต่ถ้าเราโอเคทางกรมประมงวันนี้คิดปล่อยปลากะพงขาว ลงไป เพื่อให้ไปกัดกินปลาหมอคางดำ แต่เราต้องรู้ว่าจากที่เราปล่อยไประยะเวลาเท่าไร ที่ปลากะพงสามารถไปกินไข่ หรือกินลูกปลาหมอคางดำได้ ผมเชื่อว่าถ้าเราปล่อยปลากะพง ตัวเล็กไปมันก็ใช้ระยะเวลานานที่เราจะกำจัดได้ เพราะระยะการฟักไข่ท่านประธานครับ ปลาหมอคางดำ ๒-๓ สัปดาห์ต่อ ๑ รอบ เอา ๓๖๕ หารดูกับ ๒๑ วัน แล้วปลาหมอคางดำ วันนี้ทั่วครับ ตัวเท่านี้ท่านประธานครับ ๒ นิ้วไข่แล้วครับ ในเขตผมไข่เร็วจริง ๆ พวกนี้ ถ้าเป็นเด็กเร็วกว่าก่อนจะโต พวกนี้ร่วมเพศอย่างรุนแรง แล้วโตเร็ว แต่ท่านประธานต้องรู้ว่า ปลาหมอคางดำมันจะไม่มีเนื้อ เนื้อจะน้อยมาก เพราะพวกนี้ตัวเมียก็กินสารอาหารเพื่อไป สร้างไข่ ตัวผู้ก็กินสารอาหารเพื่อไปสร้างน้ำเชื้อ สิ่งสำคัญเหล่านี้ ท่านประธานครับ จะต้องหา แนวทางแก้ไขการควบคุมไม่ให้ปลาหมอคางดำลุกลามระบาดไปในพื้นที่แหล่งน้ำต่าง ๆ วันนี้ อยู่ในแหล่งน้ำโซนชายฝั่งทะเลเข้าสู่ลงในแม่น้ำลำคลองสาขา แต่วันนี้ถ้ากระจายลงในทะเลสาบ หรือเขตป่าพรุที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำทางธรรมชาติ สัตว์น้ำพื้นถิ่นที่เป็นแหล่งสร้างระบบนิเวศอันสวยงามของประเทศไทย เราจะแก้ไขอย่างไร วันนี้จะปกป้องทะเลสาบสงขลาไว้ได้หรือไม่ จากปลาหมอคางดำ เขตลุ่มน้ำต่าง ๆ ที่อยู่ใน พื้นที่ตั้งแต่ภาคกลางลงไปถึงภาคใต้เราจะปกป้องได้อย่างไร อย่าคิดว่า ๑๗ จังหวัด เป็นจังหวัดส่วนน้อย ท่านประธานครับ เนื้อร้ายแม้จะเป็นเนื้อร้ายบางส่วน ถ้ามันลุกลาม ไปทั้งประเทศ ก็อาจจะก่อให้เกิดถึงชีวิตได้ สิ่งสำคัญที่เพื่อนสมาชิกหลังจากนี้จะต้องมาพูด แนะนำวิธีการ เพื่อเสนอปัญหาแนวทางในการแก้ไขจัดการปลาหมอคางดำที่ลุกลามไปทั่ว ประเทศ ต้องอาศัยฝากไปถึงรัฐบาล กรมประมง จะต้องดูแลเรื่องข้อกฎหมายในการใช้ วิธีการที่มันรวดเร็วกว่านี้ วันนี้เราปล่อยให้ระยะเวลาแพร่กระจาย ปล่อยระยะเวลา มันล่วงเลยมาเป็นเวลานาน เป็นห่วงลูกหลานที่อยู่ริมชายฝั่ง เพราะอนาคตวิถีอาชีพประมง จะสูญหายไป เพราะสัตว์ Alien เหล่านี้ เราจะนั่งดูกันไม่ได้ท่านประธานครับ วันนี้ปลาหมอ คางดำทำลายอะไรไปแล้วบ้าง ทำลายระบบนิเวศ สัตว์น้ำพื้นถิ่นสูญหาย ทำลายอาชีพของ พี่น้องชาวประมง ทำลายอาชีพพี่น้องผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์น้ำ ทำลายอนาคตของ ลูกหลานที่เป็นเชื้อสายของชาวประมง ทำลายสัตว์น้ำพื้นถิ่นที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน หมดแล้วครับท่านประธาน สัตว์น้ำพื้นถิ่นที่ชาวบ้านจะต้องหากิน แม้แต่ปลาหมอเทศ ปลานิลในพื้นที่ลุ่มน้ำวันนี้ไม่มีที่จะให้ชาวบ้านไปหากิน เราพูดได้ว่าวันนี้มีการ Kick Off Kick Off Kick Off ปลาหมอคางดำ ถ้าจัดอยู่แบบนี้ จัดอยู่วันเดียวจบ วันเดียวจบ เมื่อไร มันจะหมด วันนี้เราต้องคิดว่าควบคุมอย่างไรไม่ให้ลุกลาม สืบปัญหาสาเหตุให้ได้ว่าปลาหมอ คางดำเข้ามาในประเทศนี้อย่างไร และจะส่งเสริมอย่างไร ให้นำปลาหมอคางดำมาสร้าง อาชีพให้กับพี่น้องประชาชน🔗

ส่วนที่ ๓ เราจะเยียวยาพี่น้องประชาชนอย่างไร ที่ได้รับผลกระทบจาก ปลาหมอคางดำ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่รัฐต้องคิด เป็นสิ่งที่ผมจะต้องเสนอให้ทางรัฐบาลได้รับฟัง เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและการแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมหวังว่าสิ่งที่ผมพูดวันนี้ด้วยหลักการและเหตุผล จะเป็นสิ่งให้รัฐบาล ซึ่งเป็นความคาดหวัง ของพี่น้องประชาชนที่สามารถแก้ไขปัญหากับพี่น้องให้ได้ ด้วยที่ว่าสืบเสาะปัญหาข้อเท็จจริง การนำเข้าปลาหมอคางดำสู่การรับผิดชอบ การเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากปลาหมอคางดำ การควบคุมไม่ให้ปลาหมอคางดำลุกลามไปมากกว่านี้ กระบวนการจัดการ ให้กรอบอำนาจ หรือแก้ไขกฎหมาย โดยเฉพาะในการจัดการปลาหมอคางดำกับผู้ประกอบ อาชีพประมง สิ่งเหล่านี้เราจะต้องประมวลจัดตั้งเป็นแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ เป็นเรื่องวาระ เร่งด่วนให้กับพี่น้องประชาชนในการแก้ไขปัญหา ให้รัฐบาลหลังจากนี้ เราพูดเสนอเป็นญัตติด่วน รัฐบาลเสนอแผน ๑ ๒ ๓ ๔ ให้มีความชัดเจนมากกว่านี้ ผมหวังว่าสิ่งที่ผมพูดวันนี้ ท่านผู้มี อำนาจของรัฐบาลจะได้สดับรับฟังอย่างมีเหตุผลและสามารถนำไปพึงกระทำได้ ผมเชื่อว่า พี่น้องประชาชนจะรู้สึกสบายใจขึ้น หากรัฐบาลให้ความดูแลเอาใจใส่แยแสเรื่องที่เกิดขึ้น ในพื้นที่มากกว่านี้ ขอให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านให้โอกาสเรื่องนี้สนองไปถึงรัฐบาล ให้นำไปสู่ การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว ขอกราบขอบพระคุณและสวัสดีครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ เชิญท่านที่ ๓ ท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ แต่ก่อนท่านณัฐชาจะอภิปราย ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ บอกว่าการแก้ไขเพิ่มเติมญัตติ หรือการถอนญัตติที่ประธานสภาสั่งบรรจุ เข้าระเบียบวาระ จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมของที่ประชุมนะครับ อย่างไรรบกวน ท่านณัฐชาอ่านหัวข้อญัตติใหม่อีกครั้งหนึ่ง แล้วผมจะสอบถามจากที่ประชุมว่ามีท่านใดติดขัด หรือไม่นะครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณครับท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล จากพี่น้องชาวบางบอน บางขุนเทียนครับ ในส่วนของญัตติ ที่ผมได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วนั้น แล้วก็มีการแก้ไข ก็คือแก้ไขถ้อยคำที่ว่า จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการแก้ปัญหาการแพร่ระบาด ก็จะเปลี่ยนเป็น การขอให้สภาผู้แทนราษฎรส่งข้อเสนอในการแก้ไขการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ที่ประชุมไม่ติดขัดนะครับ อันนี้เป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ขอบคุณครับ เชิญท่านณัฐชา🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

เนื่องจากว่าผมใช้ หลายวิธีการ หลายเวที หลายรูปแบบ หลายกลยุทธ์มาก ในการที่จะนำเสนอเรื่องของปัญหา เหล่านี้ ผมเองได้รับเรื่องจากพี่น้องประชาชนเกษตรกรแขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ในห้วงเวลาประมาณเดือนสิงหาคม กันยายน ๒๕๖๖ ซึ่งในขณะนั้น ผมเพิ่งทำเรื่องของหอยแครง น็อกน้ำจืด แล้วก็ได้รับการเยียวยาช่วยเหลือให้กับเกษตรกร รายละ ๕๐,๐๐๐ บาทไปแล้ว เมื่อสำเร็จผมก็คิดว่าได้แบ่งเบาภาระความเดือดร้อนของพี่น้อง เกษตรกร ก็ได้ไปเยี่ยมเยียนที่บ่อ หลังจากนั้นก็เห็นปลาอยู่ชุกชุมมากในบ่อ ก็เลยแซว เกษตรกรไปว่า โอ้โฮ บ่อพี่อุดมสมบูรณ์มาก ในบ่อปลาเต็มเลย แล้วผมก็โดนต่อว่าอย่างรุนแรง บอกท่าน สส. ท่านพูดอย่างนั้นไม่ได้ เกษตรกรชาวบางขุนเทียนได้รับผลกระทบจาก ปลาสายพันธุ์นี้กำลังรุกราน ท่านมาบอกว่าอุดมสมบูรณ์ได้อย่างไร บ่อผมเลี้ยงกุ้ง ถ้ามีปลา ในบ่อ นั่นหมายความว่ากุ้งผมไม่เหลือแล้ว และเขาก็ได้เริ่มต้นในการนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ให้กับผม ผมเองได้ศึกษาเรื่องราว เนื่องจากว่าโดนพี่น้องประชาชนต่อว่ามา ยอมรับอย่าง ตรงไปตรงมาครับ ตั้งแต่วันนั้นผมศึกษาเรื่องนี้ แล้วก็นำเข้าสู่การตั้งกระทู้ ซึ่งเป็นกระทู้ทั่วไป ถามท่านรัฐมนตรีในขณะนั้น เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๖๖ และหลังจากนั้นก็ได้รับความร่วมมือ จากทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นอย่างดีและดีมาก ในการที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ โดยท่านรัฐมนตรีได้ตั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นประธานในการแก้ไข ปัญหาเรื่องนี้ และท่านก็เรียกว่าใส่ใจและสนใจลงพื้นที่ร่วมกับผมในหลายเวที นี่คือที่ไปที่มา ของการเริ่มต้น ต่อมาครับ ผมเองเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาได้มีการตั้งกระทู้ถามสดอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากว่ามันติดขัดปัญหาหลาย ๆ อย่างที่พี่น้องประชาชนบอกว่ามันยังไม่มีทิศทาง ในการแก้ไขปัญหา ท่านรัฐมนตรีก็ได้มาตอบในเวทีแห่งนี้ และหลังจากการตอบก็ได้ไปตั้ง คณะกรรมการในการประชุมร่วมกัน ก็หาทางออกกันอีกครั้ง แน่นอนครับ ในขณะที่ผม ตั้งกระทู้ถามครั้งแรก ระบาดอยู่ประมาณ ๑๒ จังหวัด ในขณะที่ผมตั้งกระทู้ถามครั้งที่ ๒ ระบาดอยู่ประมาณ ๑๔ จังหวัด ในขณะที่ผมไปประชุมร่วมกับท่านรัฐมนตรีระบาดอยู่ ๑๖ จังหวัด และในวินาทีนี้ที่ผมกำลังนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ที่ขออภิปรายร่วมในญัตติด่วน ครั้งนี้ มันระบาดไป ๑๗ จังหวัดแล้วท่านประธาน ความตั้งใจของผมไม่มีอะไรมากเลย อยากให้เรื่องนี้ได้รับการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว วันนี้ผมได้รับการประสานว่าจะมีการนำญัตตินี้เข้า ผมเองได้ยินเสียงสะท้อนจากเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คน เดินผ่านกันก็สอบถามว่า เฮ้ย ปลานี้ อร่อยไหม รสชาติเป็นอย่างไร พี่น้องประชาชนที่บ้านบอกว่าจะเอาไปทำผลิตภัณฑ์อะไรต่าง ๆ เยอะแยะไปหมด ผมเองก็มีความตั้งใจ ก็เลยโทรบอกชาวบ้านบอกช่วยจับมาสัก ๒๐ กิโลกรัม ได้ไหม เช้านี้ทอดมาเสร็จสรรพเรียบร้อย เอามาให้เพื่อน สส. รับประทานในห้องอาหาร และผมก็อยากจะสอบถามเพื่อน สส. ในแต่ละคนว่า ท่านรับประทานแล้วรสชาติเป็นอย่างไร อร่อยหรือไม่อร่อย ชอบหรือไม่ชอบ ดีหรือไม่ดี แค่นั้นเองท่านประธาน ก็นำปลาเข้าไปที่ ห้องอาหาร ท่านรองพิเชษฐ์ก็ส่งตัวแทนไปบอกว่า ผมไม่สามารถสอบถามแล้วก็ถ่ายทอด ให้กับพี่น้องประชาชนในแต่ละเขตของท่านได้ ผมบอก เอ๊ะ เพราะอะไร แล้วผมนำปลามา ๒๐ กิโลกรัม เขาก็บอกว่าไม่ให้ผู้ช่วยผมเข้า ผมบอกว่าขอช่วยให้ช่วยยกเข้าไปได้ไหม เขาบอกให้เอาออกไปเลย ผมบอกว่าเรื่องราวเหล่านี้มันเป็นเรื่องรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ผมเพียงต้องการให้เพื่อนสมาชิกได้ชิมแค่นั้นเอง นี่คือความติดใจ ติดขัดของผมเมื่อเช้าวันนี้ ต่อมาได้รับเสียงแว่ว ๆ ว่าไม่อยากให้มีการเสนอญัตติ ผมก็บอกว่าไม่ได้ ไม่เสนอญัตติวันนี้ ไม่ได้ ปลาหมอคางดำมันระบาดเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นทุกวินาที ถ้าไม่เสนอวันนี้รัฐบาลคางเหลือง แน่นอน ผมจึงบอกว่า ถ้าไม่ได้เสนอญัตติวันนี้ผมไม่ยอม จึงเป็นที่มาในการนำเสนอ ก็ต้องขอขอบคุณว่าสุดท้ายก็มีการยอมกัน แล้วก็ได้มีการนำเสนอ ผมจะยกตัวอย่าง ให้ท่านประธานเห็นภาพชัด ๆ อย่างนี้ว่า ในสังคมเรามีการวิพากษ์วิจารณ์กัน เรื่องของ กลุ่มทุนใหญ่บ้างละ เรื่องของการนำเข้าผิดกฎหมายบ้างละ แล้วสุดท้ายมันเป็นผลกระทบ เป็นวงกว้างกับพี่น้องประชาชน ถ้ารัฐบาลที่แล้ว ในห้วงเวลาที่ผ่านมา เราปฏิเสธไม่ได้เรื่องที่ โด่งดังที่สุด เรื่องหมูเถื่อน หมูเถื่อนระบาดเป็นวงกว้างมากท่านประธาน และสุดท้ายจุดจบ เป็นอย่างไรผมไม่ลงรายละเอียด เดี๋ยวมันจะเป็นคนละเรื่อง แต่ที่ผมพยายามจะสื่อสารวันนี้ เพราะว่าไม่มีใครรับผิดชอบ ไม่มีต้นตอสาเหตุ และไม่รู้ไม่เห็นว่าเป็นไปอย่างไรถึงมาระบาด ในบ่อชาวบ้านได้ ผมก็เลยถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบอกว่า มีผู้รับอนุญาตเพียงรายเดียว มีเงื่อนไข ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ แล้วสุดท้ายการนำเข้าเขาก็บอกว่า เขาทำตามเงื่อนไข ส่วนหน่วยงานที่บอกว่าต้องกำกับดูแล เขาก็บอกว่าไม่ได้รับตามเงื่อนไขนั้น ก็ไม่ตรงกัน ก็เลยเป็นที่ไปที่มาของการตั้งอนุกรรมาธิการในการศึกษาหาข้อมูลรายละเอียด เรื่องนี้ ก็ใช้เวทีอนุกรรมาธิการอย่างเต็มประสิทธิภาพ ใช้ทุกสรรพกำลังเท่าที่มีในฝ่าย นิติบัญญัติ เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมประมงหรือหน่วยงานต่าง ๆ ก็ได้รับ ข้อมูล เชิญบริษัทเอกชน เชิญไปแล้ว ๒ ครั้ง เมื่อเช้านี้เชิญอีกครั้ง ก็มีการตอบคำถามมา แต่ไม่ได้เข้าร่วม แน่นอนท่านประธาน ฝ่ายนิติบัญญัติทำได้เพียงขอความร่วมมือ ส่วนเขา จะให้ความร่วมมือหรือไม่ ก็แล้วแต่ดุลยพินิจเขา เราทำได้แค่นี้ เมื่อวานมี พ.ร.บ. คำสั่งเรียกเข้า เพื่อนสมาชิก ท่านทิสรัตน์ เลาหพล ก็ได้ยกตัวอย่างมาแล้ว ว่าเราถูกปรามาสจากพี่น้อง ประชาชนเวลาจะแก้ไขปัญหา และเชิญหน่วยงานใดก็ได้มาว่าเป็นเสือกระดาษ ในห้อง ประชุมอนุกรรมาธิการชาวบ้านมานั่งฟัง ฟังแล้วก็อเนจอนาถใจ กดไมโครโฟนพูด บอกอนุกรรมาธิการเป็นเสือกระดาษหรือเปล่า ทำอะไรไม่ได้เลย ผมก็คับแค้นอย่างมากว่า เอ๊ะ ปัญหาของพี่น้องประชาชนมันจะแก้อย่างไร เพราะฉะนั้นวันนี้ในเมื่อหาต้นตอไม่ได้ วันก่อนท่านนายกรัฐมนตรีแถลงอยู่บนบันไดทำเนียบ บอกเรื่องนี้ต้องหาต้นตอสาเหตุให้ได้ ต้องแก้ปัญหาให้เร็ว นี่ผ่านมากี่วันแล้วครับ มาถึงวันนี้ต้นตอสาเหตุท่านดำเนินการอย่างไร เพราะฉะนั้นวันนี้เรายังไม่ได้ข้อสรุปจากอนุกรรมาธิการ แต่ผมขอสรุปเลยว่า ณ สถานการณ์ ตอนนี้นี่คือปลาเถื่อน ดูสิว่าระหว่างหมูเถื่อนกับปลาเถื่อนอันไหนมันรุนแรงกว่ากัน และครั้งนี้ นักวิชาการหลายสำนักยืนยันแล้วว่า การระบาดของปลาสายพันธุ์นี้ในแหล่งน้ำธรรมชาติ เป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดท่านประธาน แล้วเราจะปล่อยไว้อย่างนี้หรือ แล้วเราจะปล่อยให้ระบบ นิเวศที่ไม่สมบูรณ์ส่งต่อให้คนรุ่นลูก รุ่นหลาน ด้วยรัฐบาลนี้หรือ เราเป็นผู้แทนราษฎร ๑๖-๑๗ จังหวัดที่ระบาดไป ท่านนั่งฟังข่าวอย่างเดียวหรือ วันนี้ไม่คิดจะทำอะไรกันเลย ใช่ไหม ทุกเวทีมีปัญหาทั้งหมด กลไกสรรพกำลังอนุกรรมาธิการผมทำเต็มที่แล้ว มันไปได้แค่นี้ ก็เลยมาเสนอในสภาผู้แทนราษฎรให้ทุกฝ่ายได้เห็น ให้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันแก้ไข นี่คือหนทาง เท่าที่เราทำได้🔗

มาเรื่องต่อไปที่อยากให้จับตาระหว่างหมูเถื่อนกับปลาเถื่อน อันไหนจะเดือด กว่ากัน ต่อมามีคนพูดบอกว่าต้องตามหาความจริงให้ได้ พูดอย่างเท่ห์เลย ท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน บอกว่าต้องตามล่าหาความจริงให้ได้ ต้องหาต้นตอให้ได้ ท่านรัฐมนตรีก็รับลูก ทันที บอกว่าตั้งคณะกรรมการต้องสืบหาข้อเท็จจริงภายใน ๗ วัน ผมทราบข้อมูลว่า ยกหูโทรศัพท์ตั้งกันเมื่อตอนเวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกาของวันศุกร์ที่ผ่านมา ถ้านับจากวินาที ๑๗.๐๐ นาฬิกาของวันศุกร์ที่แล้ว วันพรุ่งนี้ ๑๗.๐๐ นาฬิกาตรงจะครบ ๗ วัน เหลือเวลาอีก ไม่ถึง ๒๔ ชั่วโมง ผมอยากถามว่าหน่วยงานฝ่ายรัฐบาล หน่วยงานที่กำลังบริหารประเทศอยู่ ท่านมีข้อมูลมากน้อยแค่ไหนว่า ใครคือต้นตอสาเหตุกันแน่ นี่คือสิ่งที่ประชาชนต้องการ เรื่องจับปลา เรื่องปล่อยปลา เรื่องต่าง ๆ เขารู้มาแล้ว เรื่องทำ Menu อาหาร เรื่องอะไรต่าง ๆ เขารับทราบหมดแล้ว แต่วันนี้เขาสงสัยว่าใครมาทำลายอนาคตของลูกหลานเขา นี่คือความ ต้องการ และคณะทำงาน ๗ วัน ผมรอดูครับ วันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร🔗

เรื่องต่อมาอีกเรื่องหนึ่งไม่พูดไม่ได้ เรื่องของบประมาณในการช่วยเหลือ เยียวยา วันนี้มีมาตรการต่าง ๆ เยอะแยะไปหมด วันก่อนคุยกับทางท่านอธิบดีกรมประมง บอกว่ามีการของบประมาณรอไว้แล้ว ๑๘๑ ล้านบาท แต่ไม่รู้ว่าจะได้รับการอนุมัติหรือเปล่า วันก่อนไปประชุมร่วมกับทางท่านรัฐมนตรี ท่านบอกว่ามีการขออนุมัติวงเงินจากการยาง แห่งประเทศไทยอีก ๕๐ ล้านบาท ผมก็บอกว่างบประมาณ ๕๐ ล้านบาท ถ้าท่านลองหารดู กิโลกรัมละ ๒๐ บาท เพราะท่านรับซื้อ ๑๕ บาท มีค่าบริหารจัดการอะไรของท่านอีก ๕ บาท รวมเบ็ดเสร็จทั้งหมดท่านรับซื้อได้ ๒.๕ ล้านกิโลกรัม ๒.๕ ล้านกิโลกรัม วันนี้จังหวัด สมุทรสาครจังหวัดเดียว วันเดียว ระยะเวลาเดียว ปาไปเป็น ๑๐๐,๐๐๐ กิโลกรัมแล้วครับ จนถึงวันนี้ ๕๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม ๕๐๐,๐๐๐ กิโลกรัมคืออะไรครับ ถ้าจับมาเรื่อย ๆ ผมเชื่อว่า สมุทรสาครจังหวัดเดียว ๒,๕๐๐,๐๐๐ กิโลกรัมเป็นไปได้ นั่นหมายความว่าอย่างไรครับ มันระบาดอยู่ ๑๖-๑๗ จังหวัด นี่แค่จังหวัดเดียวยังไม่พอเลย และที่ผมจะบอกอีกก็คือว่า งบประมาณงบกลางที่อยากจะนำเสนอต่อรัฐบาลว่า ต้องรีบอนุมัติลงมาเพื่อช่วยเหลือพี่น้อง เกษตรกรในการเยียวยาช่วยเหลือ วันนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็ยังไม่ชัดเจนว่า จะสามารถประกาศเป็นเขตภัยพิบัติได้หรือไม่ ได้ยินแต่หน้าข่าวว่ากรมประมงได้สอบถาม กรมบัญชีกลางไปแล้ว แต่ผ่านไปเดือนครึ่งระยะเวลาที่รอหนังสือท่านประธานรู้หรือไม่ว่า มันระบาดไปกี่ตัวแล้ว มันระบาดไปกี่ล้านตันแล้ว เพราะฉะนั้นทุกวินาทีวันนี้มีความหมาย และผมจะเรียบเรียงให้ท่านประธานฟังว่า และวินาทีต่อจากนี้ไป ทำไมมันถึงรอไม่ได้ ถ้าเกิดไม่เร่งอนุมัติงบประมาณมาช่วยเหลือเกษตรกร มาเยียวยาเกษตรกรอย่างที่ท่าน สส. ณัฐพงษ์ ว่า ผมคิดว่าเรื่องนี้จะไม่ใช่ปัญหาของประเทศไทยเพียงอย่างเดียว จะยกระดับ เป็นปัญหาระดับภูมิภาค ท่านประธานครับ มาตรการต่าง ๆ วันนี้ที่ผมบอกในหลายเวทีคือ ชัดเจน ถูกต้อง แต่ผิดเวลา ควรเกิดขึ้นเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว ถ้า ๑๐ ปีที่แล้วเกิดวันนี้ไม่ต้องมา พูดกัน แต่สิ่งที่วันนี้มันต้องพูดและต้องเร่งด่วน ต้องภายในวันนี้ให้ได้ เพราะ ๑ ใน ๑๗ จังหวัด ที่ท่าน สส. ฟลิ้น ได้อภิปรายไปแล้ว มันมีจังหวัดตราดของท่าน สส. ศักดินัย นุ่มหนู นั่งอยู่ตรงนี้ ถ้ามันผ่าน ตม. นิดเดียวมันออกกัมพูชาท่านประธาน ถ้ามันผ่านจังหวัดตราด ไปอีกจังหวัดเดียวมันออกกัมพูชา แล้ววันนี้ใน DNA Bank ของกรมประมง เรามี DNA ชัดเจนว่าปลาพวกนี้เข้าไทย ประเทศไทยไม่สามารถรู้ได้ว่าใครเอาเข้ามา แต่ออกจากไทยไป เขารู้แน่นอน เพราะ DNA มันอยู่ใน DNA Bank และใต้สุด โกเท่ห์มาพูดเมื่อสักครู่ ลุ่มน้ำ ปากพนังมันเลยไปแล้ว เลยไปสงขลาแล้ว ถ้าเลยสงขลาไปออกอะไรอีก มาเลเซีย สิงคโปร์ ทำอย่างไร นี่คือสิ่งที่ผมบอกว่ามันรอไม่ได้ ท่านต้องดำเนินการเลย ดำเนินการเลยในที่นี้คือ วินาทีนี้ท่านต้องดำเนินการเลย อย่างน้อย ๆ เอาจากชายขอบก่อน ไล่เข้ามา ไล่เข้ามา ไล่เข้ามา มาตรการศูนย์กลางข้อมูลท่าน สส. เมื่อสักครู่ได้บอกไปแล้วทำหรือยัง ศูนย์กลางข้อมูล ที่จะให้ข้อมูลวันนี้บางที่เข้าใจผิดบอกไปทางหนึ่ง อีกที่หนึ่งบอกไปทางหนึ่ง ท่านอธิบดี คนเดียวท่านไม่ไหว ไปออกรายการโน้น รายการนี้ ท่านไล่ตอบไม่ไหวหรอกครับ ท่านต้องมี ศูนย์กลางข้อมูล เมื่อมีข่าวออกมา ไอ้นี่ใช่ ไอ้นี่ไม่ใช่ มันต้องดำเนินการเลย และอีกส่วนหนึ่ง ที่ผมอยากจะบอกก็คือ วันก่อนผมนำเสนอคณะรัฐมนตรีไปแล้ว แต่อยู่ที่ว่าเดี๋ยวระหว่าง กระบวนการท่านรัฐมนตรีจะดำเนินการอย่างไร เรื่องของการประกาศเขต ใน ๑๗ จังหวัดนี้ ท่านประกาศเลย ยกตัวอย่างเลยว่าจังหวัดนี้ชักธงแดง ชักธงแดงคืออนุญาต อนุโลมอุปกรณ์ การจับปลาทุกชนิด อาจจะผิดกฎหมายบ้าง อาจจะอะไรบ้าง แต่ประกาศของกรม ประกาศ ของกระทรวงสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นเรืออวนรุน หรืออวนลาก หรืออะไรต่าง ๆ เพราะมัน ระบาดไปเป็นวงกว้างแล้ว ในน้ำไม่มีปลาสายพันธุ์อื่นแล้ว อันนี้ท่านชักธงแดงเลยจับปลา ขนาดใหญ่ให้หมด และแต่ละจังหวัดมันเสร็จไม่เท่ากันหรอก มันเสร็จไม่พร้อมกันหรอก ความมากน้อยมันแตกต่างกันออกไป เมื่อแต่ละจังหวัดเขาไปดูแล้วว่าจับปลาโดยการอนุมัติอนุโลม ให้ใช้เครื่องไม้เครื่องมือ แบบพิเศษนั้น เรียบร้อยดี จับได้เยอะ ท่านชักธงเหลือง ปล่อยปลาสายพันธุ์นักล่าไปกินลูก ๆ วันนี้ทิศทางการปล่อยไม่ชัดเจน ทิศทางการจับไม่ชัดเจน เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา วันนี้ก็เลยไม่รู้ว่า เขตไหนจับ เขตไหนปล่อย ก็ไปจับตัวที่ปล่อยเมื่อวาน มันวุ่นวายไปหมด เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดมันมีชัดเจนแบบนี้ คณะทำงานแต่ละจังหวัด ท่านชักธงได้เลยว่าสถานการณ์ของท่าน อยู่ในสถานการณ์ไหน ไม่อย่างนั้นเรืออวนรุน อวนลากไปรุนปลากะพงที่ท่านปล่อยหมด ถ้าเกิดไม่มีทิศทางชัดเจน ต่อไปถ้าเกิดจับเรียบร้อย ลดธงแดงลง ชักธงเหลืองขึ้น ต่อไป ท่านชักธงเขียว ชักธงเขียวคืออะไร เฝ้าระวัง ยังมีเจ้าหน้าที่อยู่ ยังคอยมีการเฝ้าระวังอยู่ ดูว่ามันมีการแพร่ระบาดเพิ่มเติมไหม ดูว่าที่มันเป็นลูกเล็กเด็กแดงอะไรต่าง ๆ มันโตขึ้นมา หรือเปล่า แล้วก็ไปทบทวนดูว่า ถ้ามันระบาดอีกครั้ง กลับไปชักธงแดงอีกรอบ แต่ถ้าเกิดท่าน ไม่ชักธงอะไรเลย รัฐบาลท่านชักธงขาวได้เลย ยอมแพ้ยุบสภาไป นี่คือสิ่งที่ผมจะนำเสนอ ในวันนี้ แล้วผมบอกเลยว่าท่านช้าแม้แต่วินาทีเดียวไม่ได้ เกษตรกรวันนี้ตายรายวัน การเยียวยาช่วยเหลือ ท่านต้องเร่งอนุมัติ ท่านต้องเร่งดำเนินการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งประกาศเขตภัยพิบัติแล้วเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกรก่อน วันนี้มีเสียงเกษตรกรคุยกับผม บอกท่าน สส. อนุกรรมาธิการท่านทำไปนานมากแล้ว มีข้อมูลอะไรต่าง ๆ เปิดเผยต่อสังคม จนมันชัดเจนมากแล้ว แต่ดูไปดูมาดูวัตถุพยานอะไรต่าง ๆ แล้ว แกก็บอกว่าสรุปมันเป็น การหลุดเล็ดลอด หรือเป็นการตั้งใจที่จะนำมาปล่อยกันแน่ เพราะวันนี้เกษตรกรตายหมด ปลาต่าง ๆ ที่นำเข้ามา ภาคใต้ปลากะพงต้องนำเข้าจากมาเลเซีย ท่านดูข้อมูลได้ ปลากะพง วันนี้ไปเขตท่าน สส. อานุภาพ ที่สมุทรสงคราม บ่อปลากะพงแท้ ๆ ที่บอกว่าเป็นนักล่า ปลาหมอคางดำ บ่อเลี้ยงปลากะพง พบปลาหมอคางดำแล้ว นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเมื่อบ่อชาวบ้านเกิดวิกฤติ เมื่อเกษตรกรประสบปัญหาหาทางออกไม่ได้ สิ่งเดียวที่จะสามารถดำเนินการได้ ก็คือภาคเอกชน ที่เขานำเข้ามาบ้างละ ที่เขาเลี้ยงด้วย ความปลอดภัยบ้างละ ที่เขามีสรรพกำลังในการดำเนินการที่จะสามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ของเขาได้บ้างละ นี่คือข้อกังวลสงสัยและความเจ็บแค้นในหัวใจเกษตรกรทั้งประเทศ เราจะปล่อยไว้อย่างนี้หรือครับ เราปล่อยไว้ไม่ได้ นี่คือข้อเสนอของพวกผมที่จะต้องลุกขึ้น อภิปราย และเรามีรายงานชิ้นสำคัญ ที่ต้องเปิดต่อเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๕๐๐ คนในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ คือรายงานการตรวจค้นปี ๒๕๖๐ ที่ สส. บุญเลิศ จะลุกขึ้นพูดต่อไปนี้ที่ สส. สุรสิทธิ์ จะลุกขึ้นพูดต่อไปนี้ นี่คือรายงานชิ้นสำคัญที่จะเปิดให้ สภาผู้แทนราษฎรได้รับรู้ว่าความจริงที่ไปที่มามันเป็นอย่างไร ข้อมูลมันไปถึงไหน และ ณ วันนี้ สุดทางของฝ่ายนิติบัญญัติที่พึงกระทำได้แล้ว ขอส่งต่อให้ฝ่ายบริหารที่มีสรรพกำลัง มีอำนาจ มีงบประมาณ จะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ขอฝากไว้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ผู้เสนอญัตติทั้ง ๓ ท่าน ก็เสนอและแถลงรายละเอียดเรียบร้อยแล้วนะครับ ต่อไปเป็นการอภิปรายของสมาชิกครับ ตอนนี้มีฝ่ายค้านลงชื่อ ๑๐ ท่าน ฝ่ายรัฐบาล ๖ ท่าน ยังไม่ปิดรับการลงชื่อนะครับ ผมขอท่านแรก ท่านร่มธรรม ขำนุรักษ์ ครับ🔗

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขออภิปรายในญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางแก้ไข ปัญหาปลาหมอคางดำและการจัดการสายพันธุ์รุกรานต่างถิ่น โดยเป็นญัตติที่ท่านพิทักษ์เดช ท่านณัฐพงษ์ และท่านณัฐชา เป็นผู้เสนอ ผมขออนุญาตเริ่มต้นด้วยการชื่นชมการทำงาน ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราที่ใช้กลไกของสภาแห่งนี้ ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา ปลาหมอคางดำได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งผ่านการปรึกษาหารือ การตั้งกระทู้ถาม เสนอญัตติ และโดยเฉพาะ ผมต้องขอชื่นชม ท่านณัฐชาและคณะอนุกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นมา เพื่อศึกษาการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ ที่ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และต้องขอชื่นชมผู้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาในวันนี้ครับ ที่เป็นการเปิดโอกาสให้ สส. แต่ละพื้นที่ได้มาสะท้อนปัญหาและเสนอแนะแนวทางในแต่ละพื้นที่ และเป็นอีกครั้งที่สะท้อนให้เห็นว่าสภาแห่งนี้ สามารถขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนได้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ้นสุดท้ายของวันนี้รัฐบาลจะรับไปดำเนินการอย่างเร่งด่วน ท่านประธานครับ หนึ่งในภัยคุกคามต่อความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย และหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกครับ ที่น่ากังวลเป็นอันดับต้น ๆ ก็คือสายพันธุ์รุกรานต่างถิ่น หรือที่เราเรียกว่า Invasive Alien Species แต่เป็นภัยคุกคามที่มักจะถูกมองข้ามครับ แม้ได้สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลก็ตาม สายพันธุ์รุกรานต่างถิ่นก็คือสิ่งมีชีวิตทั้งพืช และสัตว์ที่ถูกนำเข้ามาจากท้องถิ่นอื่น และเมื่อถูกปล่อยหรือหลุดไปสู่ธรรมชาติแล้ว ทั้งโดยตั้งใจ และไม่ตั้งใจ แต่หากมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการเติบโต มันก็จะสามารถปรับตัวและขยาย ประชากรได้อย่างรวดเร็ว เกิดการแก่งแย่ง รุกราน หรือทำลายสิ่งมีชีวิตพื้นถิ่นดั้งเดิม จนกระทั่ง เป็นการทำลายระบบนิเวศ และที่สำคัญครับ ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานเหล่านี้ ได้ส่งผลกระทบ สร้างความเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ทั้งในด้านอาชีพ รายได้ และความเป็นอยู่ ในประเทศไทยเรามีชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานอยู่นับร้อยชนิด เช่น ปลา Sucker หอยเชอรี่ ผักตบชวา จอกหูหนู ซึ่งต้องใช้กำลังและงบประมาณในแต่ละปี เพื่อจัดการอย่างมหาศาลครับ บางชนิดอยู่มานานแสนนานหลายสิบปี เป็น ๑๐๐ ปี ก็กำจัดไม่หมดสิ้นเสียที และประเด็นสำคัญ ที่เราพูดกันในวันนี้ ก็คือมหากาพย์ปลาหมอคางดำ ที่กำลังสร้างปัญหาที่รุนแรงต่อระบบนิเวศ และต่อพี่น้องประชาชน ปลาหมอคางดำเป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา โดยมีการ รายงานการนำเข้ามาในประเทศไทยในปี ๒๕๕๓ โดยบริษัทเดียวที่ได้รับการอนุญาตจากกรม ประมง จำนวน ๒,๐๐๐ ตัว เพื่อนำมาทดลองวิจัย เพื่อเป็นปลาเศรษฐกิจที่อำเภออัมพวา จังหวัด สมุทรสงคราม หลังจากนั้นก็มีรายงานว่าได้มีการทำลายไปทั้งหมดแล้วในปี ๒๕๕๔ อย่างไร ก็ตามครับ ต่อมาในปี ๒๕๕๕ ได้มีการพบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำเป็นครั้งแรก ในพื้นที่เดียวกัน อำเภอเดียวกันกับที่ได้มีการทดลอง แต่ที่น่าเศร้าก็คือว่า ในขณะนั้นไม่มี การแก้ไขปัญหาการจัดการ หรือการรับผิดชอบจากหน่วยงาน หรือบริษัทใดอย่างจริงจัง จากวันนั้นมาถึงวันนี้เวลาล่วงเลยมา ๑๐ กว่าปี วันนี้ปลาหมอคางดำถูกพบในแหล่งน้ำ ธรรมชาติแทบทุกประเภทใน ๑๗ จังหวัดทั่วประเทศ มันอยู่รอดทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็ม น้ำเสีย น้ำเย็น น้ำร้อน วันนี้หลายส่วนกังวลว่าไม่มีน้ำมันก็อาจจะอยู่รอด ปลาหมอคางดำ สามารถออกลูก ออกหลาน ขยายประชากรได้อย่างรวดเร็ว มันกัดกินทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่สนลูกใคร ทั้งปลาหรือกุ้งที่อยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ หรืออยู่บ่อ หรือฟาร์มของพี่น้อง ประชาชน สร้างความเสียหายอย่างมาก และจะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น วันนี้ผมจึงขอ ร่วมสะท้อนปัญหา แล้วก็เสนอแนะแนวทางให้รัฐบาลได้ดำเนินการ เพื่อจัดการปลาหมอคางดำ และสายพันธุ์รุกรานต่างถิ่นอื่น ๆ โดยต้องขับเคลื่อนยกระดับให้สมกับเป็นวาระแห่งชาติ โดยเร็วที่สุด🔗

ประเด็นที่หนึ่ง ก็คือการหาสาเหตุและต้นตอของปัญหา ตามที่เพื่อนสมาชิก หลายท่าน รวมถึงท่านณัฐชา ท่านพิทักษ์เดช ได้พูดไป วันนี้สิ่งที่สำคัญคือเราต้องแสวงหา ข้อเท็จจริงครับ ว่าปลาหมอคางดำหลุดไปสู่ธรรมชาติได้อย่างไร เพราะมันไม่สามารถเดินมา ตามลำพัง ว่ายมาตามลำพังจากแอฟริกามาสู่แหล่งน้ำในประเทศไทยได้ ทั้งนี้ เราต้องหา ข้อเท็จจริงเพื่อที่เราจะต้องหาผู้รับผิดชอบและเพื่อเป็นบทเรียน แนวทางในการป้องกันไม่ให้เกิด เหตุการณ์ซ้ำรอย แต่สิ่งที่ปรากฏในวันนี้คือความไม่ชัดเจนจากข้อมูลของหน่วยงานที่ขัดแย้ง กับข้อมูลที่บริษัทชี้แจง ทำให้สังคมเกิดความสับสน กรมประมงก็บอกว่ามีการอนุญาตนำเข้ามา บริษัทเดียวในปี ๒๕๕๓ แต่ไม่ได้รับการส่งครีบหรือตัวอย่างซากปลาให้กับกรม อีกด้านหนึ่งทางบริษัทก็บอกว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลุดไปสู่ธรรมชาติ และยืนยันว่า ได้ส่งหลักฐานให้กับกรมประมงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มันหมายความว่าอะไรครับ แล้วล่าสุด ก็มีข้อมูลจากกรมประมงชุดใหม่ ก็บอกว่าในปี ๒๕๖๐ มีการพบปลาหมอคางดำในบ่อ เพาะเลี้ยงของบริษัทดังกล่าวอยู่ที่อำเภออัมพวา จึงได้เก็บตัวอย่างจากครีบและชิ้นเนื้อเอาไว้ ข้อมูลอีกชุดหนึ่งครับท่านประธาน บอกว่าในช่วงปี ๒๕๕๖-๒๕๕๙ มีบริษัทไทยหลายบริษัท ได้ส่งออกปลาหมอคางดำเป็นปลาสวยงามไปจำนวนนับแสนตัว แล้วใครนำเข้ามาครับ แล้วนำเข้ามากี่บริษัท แล้วทำไมถึงส่งออกไปได้มากมายขนาดนั้น แล้วมันจะไม่หลุดไปสู่ ธรรมชาติได้อย่างไร หลังจากนั้นต่อมาก็ได้มีการห้ามส่งออกในปี ๒๕๖๑ ข้อมูลเหล่านี้ สะท้อนความไม่ชัดเจน และอาจชี้ไม่ได้ครับว่าสาเหตุมาจากอะไร และรุกรานไปในธรรมชาติ ได้อย่างไร อาจมีจุดเริ่มต้นมาจากหลายทางหรือไม่ แต่ขอเรียนกับท่านประธานครับว่า วันนี้ พี่น้องประชาชนต้องการจะรู้ว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อการสูญเสียทั้งรายได้และเสียหาย ต่อระบบนิเวศ หากเรื่องเหล่านี้ไม่มีความชัดเจน เราก็ไม่สามารถหาแนวทางป้องกันได้ ในอนาคต🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าการป้องกันไม่ให้มีปลาหมอคางดำ หรือสายพันธุ์ต่างถิ่น รุกรานชนิดอื่น ๆ หลุดรอดไปสู่ธรรมชาติเพิ่มเติมได้อีก วันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องนำ เหตุการณ์นี้มาเป็นบทเรียนในการปรับปรุงกฎหมาย นโยบายมาตรการเพื่อปกป้องไม่ให้มี สายพันธุ์ Alien รุกรานต่างถิ่นอื่น ๆ มาทำลายระบบนิเวศของเราอีก ไม่ว่าจะเป็นการห้าม นำเข้า ห้ามส่งออก ห้ามเพาะเลี้ยง แล้วก็ต้องมีบทลงโทษที่รุนแรง เข้มงวดต่อผู้ที่เป็นต้นตอ ของปัญหานี้ แล้วผู้ที่ต้องรับผิดชอบเหล่านั้น ต้องชดเชยค่าเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน ให้กับระบบนิเวศของประเทศของเรา เรื่องนี้เห็นได้ชัดครับว่า ดอกเตอร์เฉลิมชัย ศรีอ่อน ขออภัยที่เอ่ยนามครับ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านได้ให้ ความสำคัญอย่างยิ่งนะครับ ขณะที่ท่านได้ดำรงตำแหน่งก็ได้มีการห้ามนำเข้า ห้ามเพาะเลี้ยง สัตว์น้ำ ๑๓ ชนิด ซึ่งปลาหมอคางดำก็เป็นหนึ่งในนั้น🔗

ประเด็นที่ ๓ ก็คือการเร่งควบคุม จัดการ และใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำ ด้านการควบคุม หน่วยงานจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจำกัดไม่ให้ปลาหมอคางดำขยายวงกว้าง ไปยังแหล่งน้ำอื่น ๆ ที่ยังไม่มีการระบาด หรือมีการระบาดอยู่น้อย โดยจำเป็นต้องร่วมกัน ทำงานกับท้องถิ่นและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงในพื้นที่ต่าง ๆ ผมยกตัวอย่างเช่น ในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรน้ำและแหล่งธรรมชาติ ที่สำคัญ และมีความอุดมสมบูรณ์ หากมีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง ก็จะส่งผลกระทบต่อ พี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัด ทั้งนครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลาอย่างมาก ขอเรียนว่า ขณะนี้เรายังไม่มีมาตรการควบคุม หรือจำกัดพื้นที่ที่ยังไม่มีการระบาด หรือมีความเสี่ยงได้ดี เท่าที่ควร🔗

ต่อมาด้านการจัดการครับ ขณะนี้กรมประมงก็ได้มีมาตรการหลาย ๆ มาตรการ แล้วก็ได้ทำร่างแผนปฏิบัติการต่าง ๆ ทั้งการเร่งกำจัด หรือการเร่งจับออกมาจาก ระบบนิเวศ การปล่อยปลาผู้ล่า คือปลากะพงขาวไปจัดการ การทำให้ปลาหมอเป็นหมัน การรับซื้อ การนำไปใช้ประโยชน์ เช่น นำไปทำปลาป่น ทำเมนูอาหารต่าง ๆ ผมก็เห็นด้วย ในหลายมาตรการนะครับ ซึ่งผมคิดว่าต้องทำอย่างต่อเนื่อง ทำอย่างมีแผนที่ชัดเจน แล้วก็ ต้องทำในระดับแต่ละจังหวัด ให้มีคณะทำงานประสานงานความร่วมมือ แล้วก็ต้องสนับสนุน งบประมาณที่เพียงพอไปให้กับแต่ละพื้นที่ และที่สำคัญ ผมคิดว่ารัฐบาลต้องเรียนรู้แนวทาง การจัดการจากต่างประเทศที่เขาสามารถประสบความสำเร็จในการจัดการปลาหมอคางดำ และต้องปรับเปลี่ยนแผนอยู่อย่างสม่ำเสมอ แต่ประเด็นที่ผมไม่อาจเห็นด้วยกับรัฐบาล ก็คือการที่มีความพยายามจะไปใช้เงินของกองทุนการยางแห่งประเทศไทย ไปอุดหนุนให้กับ กรมประมงในการรับซื้อปลาหมอคางดำ เพราะอาจเข้าข่ายในการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ หรือไม่ เพราะกองทุนนี้มีไว้เพื่อช่วยเหลือชาวสวนยาง สร้างเสถียรภาพทางราคา และพัฒนาการยางของประเทศไทย ผมคิดว่ารัฐบาลต้องเร่งการใช้งบกลาง ซึ่งมีรายการ ที่เฉพาะ ก็คือรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน จึงจะเป็นการใช้เงินที่ถูกจุดที่สุด ไม่ใช่ไปล้วง เงินของชาวสวนยางที่ขณะนี้เผชิญปัญหาราคาผันผวน แล้วมาใช้กับเรื่องที่อาจจะ ผิดวัตถุประสงค์🔗

ประเด็นที่ ๔ ท่านประธานครับ ขอเวลาเพิ่มอีกสักนิดครับ คือการลด ความเสียหายต่อชาวประมงและการฟื้นฟูทรัพยากร ต้องขอเรียนกับท่านประธานครับว่า ตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างจากการ แพร่ระบาด สิ้นเนื้อประดาตัว สูญเสียรายได้ ผมขอเสนอให้รัฐบาลต้องมีมาตรการในการ ช่วยเหลือเฉพาะหน้า และให้การเยียวยากับพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเสียหาย ทั้งเรื่อง เงินทุน เรื่องความรู้ และเครื่องไม้เครื่องมือในการป้องกันและการประกอบอาชีพ อีกประการ ที่สำคัญ ก็คือการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำท้องถิ่น ในแหล่งน้ำตามธรรมชาติให้กลับมาสมบูรณ์ เหมือนเดิม รัฐบาลจะต้องสนับสนุนการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำท้องถิ่นครับ เพื่อมาทดแทนฟื้นฟู ระบบนิเวศที่สูญเสียไปให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์🔗

ประเด็นที่ ๕ ประเด็นสุดท้ายครับ ก็คือการสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาค ท่านประธานครับ วันนี้มีความกังวลอย่างยิ่งว่าปลาหมอคางดำอาจจะแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง และอาจจะกลายเป็นปัญหาในระดับภูมิภาค ระบาดไปสู่กัมพูชา มาเลเซีย และประเทศอื่น ๆ หากเราไม่สามารถหยุดยั้งไว้ได้ นอกจากการทำงานในประเทศแล้ว ผมขอเสนอให้รัฐบาล ได้ทำงานร่วมกันกับผู้นำในภูมิภาคอาเซียนอย่างใกล้ชิด เพื่อที่เราจะได้ร่วมกันป้องกัน และควบคุมไม่ให้ส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชนไปมากกว่านี้🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายนี้ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำข้อเสนอแนะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนในวันนี้ ไปดำเนินการ เพื่อลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน และลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ของประเทศเรา และขอเป็นกำลังใจให้กับรัฐบาล รัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหามหากาพย์ปลาหมอคางดำ และขอเป็นกำลังใจไปถึงพี่น้องชาวประมง ที่ได้รับผลกระทบ ได้รับความสูญเสีย เสียหายไปมากแล้วในช่วงเวลาที่ผ่านมา ผมขอให้ รัฐบาลได้มีคำตอบที่ชัดเจนว่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างไร จะหาต้นตอของปัญหานี้ อย่างชัดเจน เพื่อที่จะรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และเยียวยาพี่น้องประชาชนได้อย่างไร สุดท้ายนี้ผมคิดว่า หากเราผ่านพ้นวิกฤติปัญหาปลาหมอคางดำนี้ไปได้ เราจะผ่านวิกฤติอื่น ๆ ไปได้ในอนาคตด้วยโดยดีครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข ครับ🔗

นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ตาก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ ผมขอร่วมอภิปรายในญัตติด่วนด้วยวาจา ในเรื่องเกี่ยวกับผลกระทบเกิดขึ้นจากปลาหมอ คางดำแพร่ระบาด จริง ๆ ผมก็ไม่ได้รู้จักปลาหมอคางดำเยอะ เพราะบ้านผมอยู่จังหวัดตาก เป็นแหล่งน้ำจืด ตอนนี้ยังไม่ปรากฏข่าวว่าจะมีหรือไม่มี แต่ผมเห็นทางเพื่อนสมาชิกได้ให้ ความสนใจมาก มีการตั้งอนุกรรมาธิการ มีการเชิญผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมประมงมาชี้แจง ในกรรมาธิการต่าง ๆ มีการตั้งกระทู้ถามสดถามรัฐมนตรี ซึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาก็มีเหตุการณ์ อย่างนี้ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนมีความรู้สึกว่าเริ่มกลัวแล้วว่าจังหวัดตากจะมีการแพร่ระบาดปลา หมอคางดำหรือไม่ จริง ๆ ก็อุ่นใจนะครับ เพราะบ้านผมไกล กว่าปลาจะว่ายไปถึงเขื่อนภูมิพล น่าจะใช้เวลาพอสมควร แล้วเขื่อนผมสูงครับ กระโดดข้ามไม่ได้แน่ ก็ภาวนาว่าไม่ให้ จะเกิดขึ้นที่ทางกลาง เหนือนะครับ เมื่อวานมีโอกาสที่ทางคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ และทรัพย์สินทางปัญญา ได้เชิญกรมประมงมาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องปลาหมอคางดำ มีท่าน ผอ. ส่วนวิจัยสัตว์น้ำของกรมประมงมาให้ข้อมูล ท่านได้ตอบว่าตอนนี้ระบาดอยู่ ที่เพื่อนสมาชิกบอกว่าตอนนี้ ๑๗ จังหวัดแล้ว ก็คือจังหวัดแถวภาคกลางติดชายทะเลไล่ ๆ เลาะ ๓ สมุทรและบริเวณใกล้เคียง ยังไม่ปรากฏขึ้นทางภาคกลาง ยังภาคเหนือ แล้วตะวันออกหรืออีสาน แต่ผมเชื่อว่าพี่น้องสมาชิกที่อยู่อีสานบอกว่า ถ้าไปอยู่อีสานไม่ได้ เรื่องตลกนะครับ ก็อาจจะไม่เหลือก็ได้ เพราะว่าพวกคนอีสานหากินเก่ง อันนี้เป็นเรื่องตลก แต่ผลกระทบเกิดขึ้นแน่นอนนะครับว่า ถ้าเกิดมีการระบาด เพราะว่าอย่างที่ทราบกัน เพื่อนสมาชิกทุกคนก็บอกว่ามันมีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว แล้วก็ทน แข็งแรงนะครับ เมื่อวาน ผอ. ส่วนวิจัยที่มาให้ความรู้ ท่านบอกว่าเจริญเติบโตได้ดีที่สุดคือน้ำกร่อย น้ำเค็ม จริง ๆ ก็มีข้อจำกัด และน้ำเค็มก็ต้องนิ่งด้วย การว่ายลงแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นไปข้างบน ก็เป็นไปได้ยาก แต่ก็เป็นไปได้ แต่ที่สำคัญที่สุดพอปลาหมอคางดำ ถ้าไปอยู่ในแหล่งน้ำ ที่ไม่เหมาะสม การแพร่พันธุ์จะน้อยลงเหลือประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้คือหลักวิชาการที่ผม ได้ยินมาเมื่อวาน แต่ที่ผมรับรู้ที่สุด และเบาใจที่สุด คิดว่ามันจะขึ้นไปทางภาคกลาง ภาคเหนือ เนื่องจากที่ผ่านมาผมรับทราบข้อมูลและได้เห็นประจักษ์ด้วยสายตา ที่ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก ลงพื้นที่ ไม่ว่าสมุทรสาคร ๓ สมุทรบ่อยครั้ง มีการจัดการปลาหมอ คางดำอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรสาครเท่าที่ผมได้สอบถามเพื่อนสมาชิก สมุทรสาครที่อยู่พรรคพลังประชารัฐ ท่านบอกว่าจังหวัดสมุทรสาครได้ร่วมบูรณาการกับ กรมประมงตั้งแต่วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๖ ปีที่แล้ว มีการจับปลาหมอคางดำ ให้รางวัล จัดกิจกรรมล่า หลังจากนั้น ในวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๗ ทางกรมประมงก็อนุญาตให้มี การจับปลาหมอคางดำ โดยใช้อุปกรณ์ เช่น มีอวนรุนทำประมงได้ในของสมุทรสาคร มีการจับอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสมุทรสาครหลายต่อหลายครั้ง รัฐมนตรีว่าการก็ลงไปบ้าง แล้วต่อนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้ตั้งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นหัวหน้าในการจัดการตามปลาหมอคางดำ เป็นคณะทำงาน หลักที่ทำงานเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันนี้เหมือนท่านสมาชิกบอกครับ เฉพาะสมุทรสาคร เราจับได้ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ กว่ากิโลกรัม ก็ประมาณ ๕๐๐ กว่าตัน มีการตั้งรางวัลนำจับ ผมใช้คำพูดรางวัลนำจับก็แล้วกัน ก็คือไปรับซื้อจากพี่น้องกิโลกรัมละ ๑๕ บาท ณ วันนี้ กิโลกรัมละ ๑๕ บาท ที่ผ่านมา ผมก็พอทราบจากพื้นที่ว่าเอกชนเขารับซื้ออยู่แล้ว ๑๐ บาท ไปทำโรงงานปลาป่นประมาณนี้ ๗ บาท ๘ บาท ๙ บาท ๑๐ บาท ไปทำปลาป่นมีการรับซื้อ แต่มันไม่เยอะ วันนี้พอทางกระทรวง ทางรัฐบาลได้มีการ Promote มีรางวัลนำจับ ผมเชื่อว่า การกำจัดปลาหมอคางดำก็จะมีการกระตุ้น มีการที่ทำให้ชาวบ้านตื่นตัว จนบางครั้งเรากลัวว่า ชาวบ้านจะไปจับปลาหมอคางดำเป็นอาชีพหลักแล้วตอนนี้ เพื่อจะเอามาขายเพราะมันเยอะ ทำการจับทีอย่างเมื่อสักครู่ท่านสมาชิกบอกว่าวันเดียว ๑๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม ก็ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ๑๕ บาทนี่เป็นอาชีพหลักได้เลย ฉะนั้นการ Promote เรื่องนำจับผมคิดว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่ดี กระตุ้นให้ประชาชนจับปลาหมอค้างดำแล้วก็เอามาทำเป็นกิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะตอนนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ร่วมบูรณาการระหว่างกรมประมง การยาง กรมพัฒนาที่ดิน นำปลาหมอคางดำมาทำปุ๋ย บูรณาการร่วมกัน ตอนนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้สั่งการเรียบร้อย แล้วก็มีการวางมาตรการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุม การกำจัดปลาหมอคางดำ การนำเอาปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศ การสร้างความรู้ การสำรวจเฝ้าระวัง รวมถึงที่สมาชิกหลาย ๆ ท่านพูด คือใช้หลักวิทยาศาสตร์ ปรับเปลี่ยน โครโมโซมบ้าง เอาปลานักล่ามาบ้าง ผมเชื่อว่าแนวทางเหล่านี้ ทางกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ภายใต้การนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า และสั่งการไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ทำงานอย่างเป็นระบบ แล้วที่สำคัญกรมประมงก็สอดรับ ชาวบ้าน เห็นความสำคัญแล้ว เนื่องจากรัฐบาลประกาศเป็นวาระแห่งชาติ ผมว่าการทำงานระบบนี้ ทำให้ผมในฐานะคนภาคเหนืออุ่นใจขึ้นว่าปลาหมอคางดำไม่น่าจะระบาดไปถึงภาคเหนือได้ ขอบคุณครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ครับ🔗

นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมุทรสงคราม

ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสงคราม พรรคก้าวไกล ผมขอร่วมอภิปรายในญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน การระบาดของปลาหมอคางดำ ใน ๑๗ จังหวัด ท่านประธานครับ ญัตตินี้เป็นญัตติที่ด่วนจริง ๆ เพราะปัญหานี้มีความ เกี่ยวข้องกับพ่อแม่พี่น้องในหลายจังหวัด จนเป็นปัญหาระดับประเทศ โดยปัญหาปลาหมอ คางดำนี้มีจุดกำเนิดที่บ้านผม คือที่ หมู่ ๔ ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ท่านประธานครับ ขณะนี้ปัญหานี้กำลังทวีความรุนแรงขึ้น และยังไม่มีทีท่าว่าจะทุเลาเบาบางลง สร้างความเสียหายทั้งกับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ ชาวประมงชายฝั่ง ชาวประมงพาณิชย์ รวมถึงระบบนิเวศของประเทศไทยที่ต้องเกิดความเสียหายอย่างมหาศาลนะครับ ก่อนอื่นเลย ผมต้องย้อนไปถึงที่มาของปลาหมอคางดำก่อนเลย เมื่อปี ๒๕๔๙ คณะกรรมการด้านความ หลากหลายและความปลอดภัยทางชีวภาพของกรมประมง หรือ IBC ได้อนุญาตให้เอกชน รายใหญ่ ชัด ๆ นะครับ เอกชนรายใหญ่นำเข้าปลาหมอคางดำ เพื่อปรับปรุงพัฒนาสายพันธุ์ ปลานิล ต่อมาเดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๓ บริษัทดังกล่าว บริษัทรายใหญ่นี้ ได้นำปลาหมอคางดำ จำนวน ๒,๐๐๐ ตัว มาทำการทดลองวิจัยที่ หมู่ ๔ ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา ซึ่งเป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์นที่ปลาหมอคางดำได้มาแหวกว่ายในดินแดนประเทศไทย หลังจากนั้น ในปี ๒๕๕๔ ต่อเนื่องถึงปี ๒๕๕๕ มีชาวบ้านที่มีอาชีพหาปลา หาสัตว์น้ำในแหล่งน้ำ สาธารณะ พบปลาหมอคางดำขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งก็ไม่ใช่ที่ไหนไกลนะครับ ที่ที่พบคือ หมู่ ๔ ตำบลยี่สาร ที่ติดกับศูนย์วิจัยของเอกชนที่นำปลาหมอคางดำเข้ามานั่นเองละครับ คนที่พบแรก ๆ เขาไม่รู้หรอกครับว่าเป็นปลาอะไร เขาเห็นตัวมันสวย ๆ ก็เลยเอาไปประกอบอาหาร แต่เขาบอกว่าเนื้อมันแข็ง ก้างก็เยอะ รับประทานไม่อร่อย ก็จับทิ้งลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติไป ท่านประธานครับ ต่อมาเริ่มมีการระบาดขยายวงกว้างถึงจังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดเพชรบุรี และเริ่มสร้างปัญหาเพราะว่าอะไรครับ เพราะว่ามันกินกุ้งในบ่อเพาะเลี้ยงของเกษตรกร กินสัตว์น้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ตามแหล่งน้ำสาธารณะ จนลดลง กระทบต่อวิถีชีวิต ชาวบ้านที่เขาหาเช้ากินค่ำ กระทบกระเทือนต่อชีวิตเขา หน่วยงานราชการ ซึ่งขณะนั้น ไม่ทราบว่าทำอะไรอยู่ แก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้ ปลาชนิดนี้ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ขยายพันธุ์ ได้ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็ม น้ำเสีย เป็นปลานักล่าอยู่รวมกันเป็นฝูงตามภาพข่าวที่ทุกท่าน ได้เห็นนะครับ เมื่อมันอพยพย้ายถิ่นขยายพันธุ์ไปตรงไหน ปลาพื้นที่พื้นถิ่นตรงนั้น เรียบครับ ไม่มีเหลือ จนปี ๒๕๖๐ ประชาชนเกษตรกรผู้เดือดร้อนทนไม่ไหวแล้วครับ ได้รวมตัวกัน นำโดยกลุ่มประชาคมคนรักแม่กลองเป็นแกนนำร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ หรือ กสม. จึงเป็นจุดเริ่มต้นมีการตรวจสอบที่มาที่ไป สำรวจความเสียหายการแพร่ ระบาด รวมทั้งขอรายละเอียดต่าง ๆ จากกรมประมง จึงเป็นที่มาของการเข้าตรวจสอบ ศูนย์วิจัยของเอกชนรายใหญ่รายนั้น ซึ่งบริษัทเอกชนผู้นำเข้าได้ชี้แจงว่าได้ทำลายฝังกลบ ไปหมดแล้ว ปลาหมอคางดำตายหมดแล้ว ฝังกลบไปหมดแล้ว แล้วก็ได้ส่งตัวอย่างให้ กรมประมง ซึ่งขณะนี้หลาย ๆ หน่วยงานและรัฐบาลประกาศออกมาแล้วว่าจะตรวจสอบ ข้อเท็จจริงเรื่องนี้อยู่ แต่ประชาชนในพื้นที่ชาวบ้านเขารู้กันดีว่าจุดเริ่มต้นปัญหานี้มันมาจากใคร เพราะจุดที่พบ ปลาชนิดนี้ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ในบ่อเพาะเลี้ยงของเกษตรกรที่แรก ๆ คือหมู่ ๔ ตำบลยี่สาร ที่ติดกับศูนย์วิจัยของเอกชนแห่งนี้นั่นเอง ท่านประธานครับ เมื่อครั้งที่สมุทรสงครามบ้านผม ประสบปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำเมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว ได้สร้างความเสียหาย ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลากะพง และสัตว์น้ำอื่น ๆ นับได้ว่าเป็นหายนะต่อระบบ เศรษฐกิจสัตว์น้ำ และเป็นหายนะของระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมท้องถิ่นเป็นอย่างมาก แม้ว่า ตอนนั้นรัฐบาลจะมีมาตรการต่าง ๆ จะพยายามแก้ไขปัญหา แต่มันไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งมาตรการตอนนั้นก็คล้าย ๆ กับมาตรการตอนนี้ ที่รัฐบาลได้ประกาศออกมา ไม่ว่าจะเป็น ควบคุมโดยการจับ การกำจัดโดยปลานักล่า การนำไปใช้ประโยชน์ การแจ้งเก็บข้อมูล การสร้างการรับรู้ การตระหนักให้มีส่วนร่วม จะเห็นว่าตอนนั้นมาตรการทำแบบนี้เปี๊ยบเลย ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากเห็นคือการรีบกำจัดปลาหมอคางดำโดยเร็วครับ การรับซื้อ เป็นวิธีหนึ่ง แต่ผมมีข้อกังวลคือไม่มีการประกาศมาอย่างชัดเจนว่าจะรับซื้อถึงเมื่อไร คราวที่แล้วรับซื้อไม่กี่วัน เกษตรกรไม่มีใครรับทราบข่าวสารเลย วงเงินที่เรารับซื้อรัฐบาล เตรียมไว้เท่าไร เครื่องมือที่จะให้ชาวประมงไปจับปลาหมอคางดำขึ้นมาขายมีอะไรบ้าง ชาวประมง ประชาชนยังงงอยู่ครับ การปล่อยปลานักล่ามี Timeline สอดคล้องสัมพันธ์ กับการกำจัดหรือไม่ ไม่ใช่ปล่อยปลานักล่าไป เราก็ไปจับปลานักล่าเอง ซึ่งวันนี้ไม่มีความ ชัดเจนอะไรเลย กลัวว่ามันจะซ้ำรอยปี ๒๕๖๐ ที่เรามีบทเรียนไปแล้วครับ ผมขอเลยเวลา นิดหนึ่งนะครับ เพราะว่ามันเป็นปัญหาที่เกิดจากจังหวัดผมครับ ท่านประธานครับ ปัญหานี้ เป็นปัญหาที่ซับซ้อน ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ไม่ใช่เฉพาะกรมประมง แบบเดิมอีกแล้วนะครับ ปัญหานี้มันมีรายละเอียดปลีกย่อย มีสิ่งที่เราต้องพิจารณา หลายอย่าง เพราะแต่ละพื้นที่นั้นมีความแตกต่างกัน พื้นที่น้ำเค็ม พื้นที่น้ำกร่อย พื้นที่น้ำจืด ระบบแบบปิดอยู่ในบ่อ ระบบแบบเปิดในแหล่งน้ำสาธารณะ รวมถึงการใช้เครื่องมือ ที่เหมาะสม แม้ว่ารัฐบาลตอนนี้ได้ตั้งคณะกรรมการแต่ละจังหวัด เพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่ ของตัวเอง แต่เหมือนว่าบางจังหวัดยังไม่มีการขับเคลื่อนอะไรสักเท่าไรเลย ถ้าแต่ละจังหวัด ทำคนละทีสองที ใช้งบประมาณ ๑๘๑ ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการที่ตั้งไว้เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาถึงกันยายน ปี ๒๕๖๘ ปีหน้า รวม ๑ ปี ๒ เดือนเศษ ๆ ผมคิดว่า เสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ครับ ปัญหาไม่ถูกแก้แน่นอน เพราะเมื่อปี ๒๕๖๐ ก็ทำแบบนี้ หมดงบประมาณไปเป็นสิบ ๆ ล้านบาท เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ทั้งที่ตอนนั้นการระบาด ยังน้อยกว่าทุกวันนี้ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ปลาหมอคางดำที่นำเข้ามา ประเทศไทย ๑๐ กว่าปีแล้ว มันเข้ามานานแล้ว ทุกท่านทราบไหมครับ ว่าทำไมมันเพิ่งมี การระบาดหนักในปีนี้ ความจริงมันมีการระบาดทุกปี แต่ที่สมุทรสงครามบ้านผมเกษตรกร ต้องกัดเลือดกล้ำกลืนฝืนทนต้องช่วยเหลือตัวเอง ต้องกำจัดเอง เขาปรับตัวกับมัน จนอยู่กับมัน ได้แล้ว คนที่ปรับตัวไม่ได้ ไม่มีทุน เขาเลิกครับ เขาไปทำอาชีพอื่นนานแล้วครับ เขาไม่ทำ เกษตรกรเพาะเลี้ยงแล้ว เขาไม่เป็นชาวประมงแล้ว เขาไปเป็นลูกจ้างแล้วครับ ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๗ คือปีที่แล้วกับปีนี้สถานการณ์หนักขึ้น มีสาเหตุหนึ่งคือรัฐบาลมีส่วนทำให้เกิดวิกฤตินี้ คือการปล่อยให้ราคาปลากะพงตกต่ำมาเรื่อย ๆ ตอนนี้กิโลกรัมละ ๖๐-๗๐ บาท เกษตรกร เพาะเลี้ยงปลากะพงเจ๊งครับ ไม่ได้ทำนะครับ ในหลาย ๆ จังหวัดปลาหมอคางคำที่อยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ และในบ่อของเกษตรกร ที่เขาเอามาเป็นเหยื่อปลากะพง ไม่ได้ถูกกำจัดโดยวิธีนี้นะครับ ปลาหมอคางดำที่อยู่ในตาม แหล่งน้ำธรรมชาติ ตามลำคลอง มันเลยเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ แพร่กระจายไปถึง ๑๗ จังหวัด ด้วยความล่าช้า ด้วยการแก้ไขที่ล่าช้าของรัฐบาลด้วยครับ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤตินี้ ผมจึงขอเสนอว่า ถ้าท่านอยากจะแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ การแก้ปัญหาราคาปลากะพง จะเป็นการช่วยแก้ปัญหาอีกวิธีหนึ่งครับ🔗

สุดท้ายนี้นะครับ ผมหวังว่าการอภิปรายนี้ จะช่วยให้การแก้ปัญหาได้รับ การแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง รวดเร็ว ทันเหตุการณ์ ไม่ต้องลองผิดลองถูก ช่วยให้ระบบนิเวศ ที่ตอนนี้ถูกทำลายไปอย่างมาก ให้ถูกทำลายน้อยที่สุด ท่านประธานครับ พรรคก้าวไกลของผม ได้ติดตามปัญหานี้มาตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วนะครับ โดยมีการยื่นกระทู้ถามท่านรัฐมนตรี ถึง ๒ ครั้ง มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษาและแก้ปัญหาเรื่องปลาหมอคางดำ มีการยื่น ญัตติในสภาแห่งนี้ มีการลงพื้นที่รับฟังปัญหาอย่างสม่ำเสมอ จนมีส่วนทำให้ปัญหานี้ถูกหยิบยก ขึ้นมาในสังคม จนสังคมให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง และหวังว่ารัฐบาลนี้จะแก้ปัญหาโดยเร็ว ขอบคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ เชิญครับ🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อำเภอ สัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐครับ วันนี้ผมขอท่านประธานอภิปรายในเรื่องของ ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Blackchin Tilapia ซึ่งผมอยู่จังหวัดชลบุรี ก็เป็นสิ่งที่น่ากังวลและต้องให้กำลังใจพี่น้อง ประมงทั้ง ๑๖ จังหวัด ไม่ว่าจะเป็น ๓ สมุทร หรือว่าแม้กระทั่งจังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง ภาคตะวันออกของผมเองเช่นกัน ท่านประธานครับ ญัตตินี้เป็นญัตติด่วนที่เพื่อนสมาชิก ทุก ๆ ท่านพร้อมมอบข้อเสนอ หรือแสดงความคิดเห็นให้กับทางรัฐบาล หรือแม้กระทั่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านธรรมนัส หรือแม้กระทั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านอรรถกร ผมก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งครับ ท่านประธานครับ รัฐบาล รัฐมนตรีว่าการ และรัฐมนตรี ช่วยว่าการ ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ท่านก็ลงพื้นที่ทันที ทั้งนี้ ทั้งนั้น ปัญหานี้มีปัญหามาตั้งแต่ ๘ รัฐมนตรีแล้ว เพราะฉะนั้นปัญหาไม่ได้เกิดวันนี้ ปัญหามันเกิดมา เป็นหลายสิบปีแล้ว อาจจะแก้ปัญหาอย่างไร ผมขอพูดในเรื่องของการบริหารจัดการครับ การแก้ปัญหา โดยเฉพาะวาระแห่งชาติ อันดับแรกเราต้องทราบบ่อเกิดของปัญหา อันดับที่ ๒ เราต้องทราบตัวปัญหา หรือเขาเรียกว่าสาระของปัญหา และสุดท้าย อันดับที่ ๓ คือสิ่งสุดท้ายที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเวลาเช่นนี้ คือการแก้ปัญหา🔗

ทีนี้เรามาดูอันแรกท่านประธานครับ บ่อเกิดของปัญหานำเข้าอย่างไร จากกานา แอฟริกามาไทยได้อย่างไร ผู้ที่ต้องรับผิดชอบคือใคร ผมก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งครับ ท่านประธาน เพราะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์เรียบร้อยแล้ว จะช้าหรือเร็วนั้นมันต้องมีการสอบสวนครับ เราไม่ใช่ ความผิดซึ่งหน้า ถ้าเป็นตำรวจความผิดซึ่งหน้าเราจับได้เลย เพราะทั้งนี้ ทั้งนั้น เราต้องมี การสอบสวนจะช้าหรือเร็ว ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งครับ ทางรัฐบาล หรือแม้กระทั่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะหาผู้กระทำผิดมาลงโทษ อันนี้คือบ่อเกิดของ ปัญหาว่ามันเข้ามาได้อย่างไร มันไม่ใช่แค่ประเทศไทยนะครับ แม้กระทั่งสหรัฐอเมริกา ยุโรป แม่น้ำดานูบเข้ามาหมดนะครับ🔗

อันดับต่อไปครับ สาระของปัญหาหรือตัวปัญหา อันนี้ผมพูดถึงเรื่องหลัก วิชาการ ปลาหมอคางดำนั้นเกิดอย่างไร มีพฤติกรรมอย่างไร ทำอย่างไร อันนี้คือหน้าที่ของ นักวิชาการที่จะต้องมาถอดบทเรียน เพราะปัญหาไม่ได้เกิดแค่วันนี้ ปัญหามันเกิดมา ๑๐ ปีแล้ว นักวิชาการต้องช่วยกัน หรือแม้กระทั่งภาคเอกชนครับ เพราะสหรัฐอเมริการ่วมกันกับ ภาคเอกชน ปัญหาตรงนี้เราต้องร่วมกันระหว่างรัฐบาลและเอกชน ท่านประธานครับ ปลาหมอคางดำพฤติกรรมเป็นอย่างไร ปรับเปลี่ยนอย่างไร สปีชีส์เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ อย่างไร นักวิชาการต้องช่วยกัน แล้วผมก็เชื่อว่าส่วนราชการ ไม่ว่าจะเป็นอธิบดีกรมประมง ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ อันนี้คือสาระของปัญหา และสุดท้ายครับท่านประธาน ผมขอสไลด์ ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

ท่านประธานครับ กรณีศึกษา การจัดการปลาหมอคางดำในต่างประเทศ ถัดไปครับ ดูสหรัฐอเมริกาเขาใช้สารเคมี Rotenone ครับ Rotenone ทำให้แหล่งน้ำมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเป็นสารเคมี แต่กำจัดปลาหมอคางดำได้รวดเร็ว ทำไมเราไม่ใช้ครับ เพราะมันมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อันนี้คือการแก้ไขปัญหาระยะสั้น🔗

ต่อไปครับ ใช้เครื่องดักปลาจับปลา หรือแม้กระทั่งปล่อยปลานักล่า หน้าถัดไปครับ อันนี้คือการควบคุมปลาหมอคางดำออสเตรเลีย เขาใช้อะไรครับ ใช้สารเคมี อีกแล้ว และมีการตกปลาดักปลา อันนี้คือเขาใช้แบบนี้ หน้าถัดไป อันนี้คือปลาหมอคางดำ ที่เกิดขึ้นในแม่น้ำดานูบ แม่น้ำดานูบ ในยุโรปมีทั้งหมด ๙ ประเทศ มีเยอรมัน ออสเตรเลีย ฮังการี บัลแกเรีย ยกตัวอย่างเช่น ๙ ประเทศที่เกิดเขาใช้อะไรครับ เขายังใช้อาจจะเป็นปลา ชะโดนักล่าก็ได้ หรือแม้กระทั่งการดักปลา จับปลา อันนี้คือการแก้ปัญหา เขายังใช้การดัก ปลา จับปลาอยู่เลย แต่เราทำอย่างไรครับท่านประธาน ล่าสุดผมทราบมา ทางกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขาผ่อนผันให้ใช้เครื่องมืออวนรุนจับปลาหมอคางดำครับ ท่านไม่ได้นิ่งดูดายนะครับ ตั้งแต่กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๗ ถึงกรกฎาคม ปี ๒๕๖๗ ๖ เดือนครับ จับไปทั้งหมด ๓๗๐,๐๐๐ กิโลกรัม ๖ เดือนนะครับ อันนี้นิ่งนอนใจหรือไม่ อย่างไร ผมก็เชื่อ ว่าท่านไม่ได้นิ่งนอนใจ อันนี้คือการแก้ปัญหาระยะสั้น ถ้ารวบรวมทั้งหมดแล้วจากข้อมูล ที่ผมมีรวบรวมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแพปลาที่รวมกันมาด้วยรวมทั้งหมดแล้ว ตอนนี้ ข้อมูลที่ผมมีสรุปยอดปลาหมอคางดำที่ได้จับรวบรวมทุกวิธีตั้งแต่กุมภาพันธ์ ถึง ๒๐ กรกฎาคม ทั้งหมด ๕๖๔,๗๘๙ กิโลกรัม ท่านประธานครับ อันนี้ผมเชื่อว่าไม่ใช่การนิ่งนอนใจ แล้วผมเชื่อว่ารัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีช่วยว่า การกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ได้นิ่งนอนใจ แล้วทั้งรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการ และ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ผมเชื่อว่าวันนี้จะเป็นวันที่ดีครับ ผมเชื่อว่าทุกท่านพร้อมที่จะรับฟังความ คิดเห็นของเพื่อนสมาชิกทุก ๆ พรรคการเมือง เพราะความเห็นของเราเพื่อนสมาชิกทั้งห้อง ไปสู่รัฐบาลเป็นการแก้ปัญหาร่วมกันครับ ยังไม่มีประเทศไหนที่กำจัดได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ละครับ คือวันที่เรามาช่วยกันครับ ช่วยกันว่าเราจะแก้ปัญหาปลาหมอคางดำให้ผ่อนผัน ช่วยเหลือเยียวยาให้กับพี่น้องประมงอย่างไร🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน นอกจากมีการช่วยแล้ว เมื่อสักครู่ผมพูดถึงระยะสั้น การใช้อวนรุนก็ดี การช่วยผู้ประกอบการแพปลาก็ดี ระยะยาวครับ อย่างไรเราก็ต้องออก กฎกระทรวง หรือแม้กระทั่งแก้กฎหมาย ล่าสุดมีการออกกฎกระทรวงแล้ว ห้ามเพาะเลี้ยง ถ้าเพาะเลี้ยงปรับ ๒ ล้านบาท ถามว่ามีใครกล้าไหมครับโดนจับ ถามว่าถ้าเรามีการซื้อกัน ซื้อเข้าเยอะ ซื้อเข้าเยอะ เป็นการอุดหนุนส่งเสริมให้เกษตรกรประมงเพาะเลี้ยงมากขึ้น ผมว่าไม่มีใครกล้าหรอกครับ โดนปรับ ๒ ล้านบาท ใครจะกล้าครับ ผมคนหนึ่งที่ไม่กล้าเลี้ยง จริงไหมครับท่านประธาน และนี่คือการแก้ปัญหาระยะยาวของรัฐบาลและทางกระทรวง เกษตรและสหกรณ์🔗

ท่านประธานครับ สุดท้ายนี้อย่างที่ผมนำเรียนครับ ทุกเหตุผล ทุกข้อเสนอ ผมเชื่ออย่างยิ่งว่าทางรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมรับฟัง ข้อเสนอ แล้วข้อเสนอไหนดี ท่านนำไปปฏิบัติอยู่แล้วครับ ๘ รัฐมนตรีครับ และผมเชื่อเป็น อย่างยิ่งว่าการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือในยุคของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธรรมนัส และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อรรถกร ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศิรสิทธิ์ สงนุ้ย เชิญครับ🔗

นายศิรสิทธิ์ สงนุ้ย สมุทรสาคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศิรสิทธิ์ สงนุ้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคก้าวไกล ผมขอร่วม อภิปรายในญัตติด่วนปลาหมอคางดำครับ ปลาหมอคางดำเป็นนักล่าโดยแท้ กินทั้งสิ่งมีชีวิต กินทุกอย่าง แต่ไม่รู้ว่ากินแบงก์เทา แบงก์แดงด้วยหรือไม่ ทุกท่านครับ วันนี้ผมจะมาพูดถึง ผลกระทบของปลาหมอคางดำ ทั้งในจังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรปราการ และจังหวัดของ ผมเอง จังหวัดสมุทรสาคร รวมทั้งหมดกว่า ๑๗ จังหวัด ท่านประธานครับ จังหวัดสมุทรสาครนั้น เป็นจังหวัดที่ท่านรัฐมนตรี ท่านธรรมนัส พรหมเผ่า มาน่าจะบ่อยที่สุด รองจากพะเยาแล้ว ก็หวังว่าน่าจะเป็นจังหวัด Model ในการแก้ไขปัญหาให้คลี่คลาย ท่านประธานครับ ปัญหา ที่เกิดขึ้นที่ผมได้ลงพื้นที่พบพี่น้องเกษตรกร ทั้งอำเภอบ้านแพ้ว อำเภอเมือง ทั้งที่เป็น เกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ประสบปัญหาอยู่ตอนนี้ ทุกท่านครับ ปัญหาของปลาหมอ คางดำที่แพร่ระบาดในบ่อของเกษตรกร ทุกครั้งที่เกษตรกรวิดน้ำออกมาพบปลาหมอคางดำ เป็นตัน ๆ ตรงนี้ครับท่านประธาน ต้องบอกว่าปลาหมอคางดำแพร่ระบาด แม้กระทั่งบ่อกุ้ง บ่อปลา แหล่งน้ำธรรมชาติ ลำคลอง หนอง บึง ลำประโดง ทุกที่ ทั้งกินสัตว์แหล่งน้ำธรรมชาติ สัตว์พื้นถิ่น กินไปหมดทุกอย่าง ทุกท่านครับ ความสำคัญตรงนี้ต้องบอกว่าแหล่งเพาะพันธุ์ สัตว์น้ำที่สำคัญของสัตว์น้ำ ก็คือป่าชายเลนและอ่าวตัว ก ทุกท่านครับ ปลาหมอคางดำ เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ได้ในหลายแหล่งน้ำ ชอบที่สุดคือน้ำกร่อย ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายศิรสิทธิ์ สงนุ้ย สมุทรสาคร

ป่าชายเลนนั้นเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ที่สำคัญต่อระบบนิเวศ มีทั้ง กุ้ง หอย ปู ปลา ปลาเศรษฐกิจมากมาย พี่น้องชาวประมง ทั้งประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์ ตอนนี้เดือดร้อนเป็นอย่างมาก ถ้าปล่อยให้ปลาหมอคางดำ แพร่ระบาดต่อไป และไม่มีมาตรการที่ช่วยเหลือ ไม่มีมาตรการระยะยาวที่ดีพอ ต้องหวังว่า ระบบนิเวศของประเทศเราจะไม่ล่มสลาย ทุกท่านครับ ผลกระทบที่เกิดขึ้นตอนนี้นั้น มหาศาล ผมจึงต้องขอย้อนอดีตกลับไปนะครับว่าเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง ขออนุญาตนะครับ อันนี้อ้างอิงตามเอกสารที่อนุกรรมาธิการ อว. นะครับ ย้อนกลับไปเมื่อปี ๒๕๔๙ มีบริษัท เจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP ไปขออนุญาต IBC หรือคณะกรรมการความหลากหลายทางชีวภาพ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดูตรงนี้ดี ๆ นะครับ โดยมีเงื่อนไข ๔ ข้อ ๑. กรมประมงจะขอเก็บตัวอย่างครีบ โดยไม่ทำให้ปลาตายทั้ง ๒ ชนิด จำนวนอย่างน้อย ๓๐ ตัวต่อชนิด เพื่อใช้เป็นข้อมูลทางวิชาการ ซึ่งสถาบันวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ จะเป็นผู้ดำเนินการ ๒. ตรงนี้สำคัญ เมื่อสิ้นสุดการทดลอง ขอให้บริษัทแจ้งผลการวิจัย แก่กรมประมง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการอ้างอิง ๓. ควรมีการป้องกันและระมัดระวังไม่ให้ สัตว์ทดลองหลุดรอดไปในธรรมชาติ ๔. กรณีการวิจัยได้ผลไม่ดี เมื่อบริษัทไม่มีความประสงค์ จะใช้ปลาดังกล่าวต่อไป จะต้องทำลายและเก็บรักษาซากเพื่อให้กรมประมงได้มีการตรวจสอบ แต่พอปี ๒๕๕๓ มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ในข้อ ๑ ให้กรมประมงเก็บตัวอย่างครีบโดยไม่ ทำให้ปลาตายอย่างน้อย ๓ ตัว ปริมาณแตกต่างกันชัดเจนนะครับ ๒. เมื่อสิ้นสุดการทดลอง ให้ผู้ขอนำเข้าแจ้งผลการทดลองแก่กรมประมง ๓. ควรมีการป้องกันไม่ให้สัตว์ทดลอง หลุดรอดไปในธรรมชาติ ๔. ในกรณีที่การทดลองได้ผลไม่ดี ผู้ขอนำเข้าไม่ประสงค์จะใช้ปลา ต่อไป ขอให้ทำลายและเก็บซากไว้ให้กรมประมงตรวจสอบ ตรงนี้เนื้อ ๆ เน้น ๆ นะครับ จะบอกว่า ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ปี ๒๕๕๓ กรมประมงได้ทำหนังสือไปยังบริษัท เจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP โดยมีเงื่อนไขว่า ๑. เก็บตัวอย่างครีบดองในน้ำยาเก็บตัวอย่างส่งมา ที่กลุ่มความหลากหลายทางชีวภาพสัตว์น้ำ ๒. เมื่อสิ้นสุดการทดลอง ให้รายงานผลการศึกษา หากผลการศึกษาที่ได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และไม่ประสงค์จะทำการศึกษาต่อ ให้ทำลาย ปลาชุดดังกล่าวทั้งหมด โดยแจ้งกรมประมง เพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทำลายต่อไป ทุกท่านครับ ทั้งนี้ ทั้งนั้น ต้องมีการตรวจสอบหาความจริง ทุกอย่างต้องมีหลักฐาน ข้อมูล จากกรมประมงพบว่าไม่มีบันทึกการส่งหลักฐานใด ๆ ต่อกรมประมงที่มอบให้กับกรมประมง แต่ผู้ขออนุญาตหรือบริษัทอ้างว่าได้ส่งหลักฐานไปแล้ว ทุกท่านครับ เวลาทุกคนยื่นเอกสาร ให้กับหน่วยงานราชการ ก็จะมีการเซ็นรับตรารับวันที่เท่าไร ใครรับ อะไร อย่างไร บริษัท เป็นบริษัทที่ใหญ่ ทำไมไม่ได้เก็บหลักฐานตรงนี้ไว้ อันนี้ก็ฝากไปอีกเรื่องหนึ่ง ทุกท่านครับ หลักฐานตรงนี้บ่งชี้ว่าไม่ได้ทำตาม IBC ก็ย่อมต้องสันนิษฐานไว้ว่ามิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ข้อ ๒ จาก ๔ ข้อ ทั้งหมดใช่หรือไม่🔗

สุดท้ายครับ ประชาชนถ้าเกิดข้อสงสัยปลาหมอคางดำหลุดรอดออกจาก แหล่งเพาะเลี้ยงหรือไม่ ก็แปลว่า เอ๊ะ มาตรการข้อ ๓ ที่ว่าการป้องกันไม่ให้สัตว์ทดลองหลุดรอด ไปในธรรมชาติมีข้อผิดพลาดหรือไม่ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรัฐมนตรีอรรถกร ศิริลัทธยากร ขอใช้สิทธิอภิปราย เชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สส. จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธานและที่ประชุม ใช้สิทธิในฐานะ สส. ในการอภิปรายเพื่อให้ความเห็นต่อเรื่องนี้นะครับ เพราะว่าถ้าตาม วัตถุประสงค์ของการเสนอญัตติด่วนในวันนี้ ก็คือพวกเราในฐานะ สส. เสนอความเห็น เสนอ แนวทางการแก้ไขไปยังรัฐบาล ผมเสนอไป ผมเป็นรัฐบาล ผมเสนอให้ตัวเอง มันก็คงจะ แปลก ๆ แต่ก็ขออนุญาตท่านประธานครับ ถือโอกาสชี้แจงว่าแนวทางในการแก้ไขปัญหาของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่องของการกำจัดปลาหมอคางดำคืออะไรบ้าง ต้องนำเรียน ผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกครับว่า ทุก ๆ เรื่องที่เพื่อนสมาชิกได้พูดในวันนี้ ไม่ว่าจะ เป็นเพื่อนสมาชิกจากพรรคฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ผู้เสนอญัตติทั้ง ๓ ท่าน จริง ๆ แล้วผมก็เห็น ด้วยเกือบทุกเรื่อง อย่างไรก็ดีครับ เรื่องที่เกิดขึ้นผมต้องนำเรียนผ่านท่านประธานด้วยความ เคารพนะครับว่า การขออนุญาตในครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๔๙ ก็เมื่อเกือบ ๒๐ ปีที่แล้ว การนำเข้ามาจริงครั้งแรกก็ตามเอกสารหลักฐานที่กรมประมงมี ที่กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์มี ก็นำเข้ามา ๒,๐๐๐ ตัว ในปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ มีการชี้แจงว่าทำลายทิ้งหมดแล้ว ไปพบหลักฐานอีกทีปี ๒๕๖๐ เรื่องราวต่าง ๆ นี้ ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถหาได้ตามสื่อต่าง ๆ อยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ดีครับ ผมนำเรียน ว่าแนวทางการแก้ไขปัญหา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่ได้ไว้วางใจนะครับ ตั้งแต่ที่ท่านเข้ามารับตำแหน่งในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านก็ได้ดำเนินการเรื่องนี้อยู่ ดังที่จะเห็นได้จาก เพื่อนสมาชิกก็ได้พูดว่า มีการจับปลาหมอคางดำขึ้นมาจำนวนมาก แล้วก็เอาไปทำปลาป่น อะไรต่าง ๆ แต่ผมนำเรียนท่านประธานครับว่า เราพิสูจน์แล้วครับว่า การขับเคลื่อนโดยกรม ประมงกรมเดียวไม่สามารถที่จะทำลายได้มากกว่าปริมาณที่ปลาหมอคางดำมันออกลูกเพิ่ม ขึ้นมา เพราะว่าปลาหมอคางดำชนิดนี้ออกลูกทุก ๆ ๒๒ วัน ออกทีก็ ๓๐๐-๕๐๐ ฟอง ดังนั้นเองครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมก็ได้รับการมอบหมายจากท่านเจ้ากระทรวง ท่านร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้เป็นประธานคณะทำงานในการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ เนื่องจากการที่ท่านว่าการก็ดี แม้แต่ตัวผมก็ดี แนวทางการทำงานก็คือว่าเราต้องลงพื้นที่ เราต้องลงไปคุย ไปพูดจา ไปรับฟังจากผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อม ดังนั้น มีหลายโอกาสครับที่เราลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาจากพี่น้องชาวประมงที่เป็นตัวแทน สมาคมต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้อง แม้แต่กระทั่งเราก็มีความยินดีที่จะร่วมมือทำงานกับ สส. สจ. ในพื้นที่ ไม่ว่าท่านจะอยู่พรรคอะไรก็ตาม ไม่ว่าท่านจะเป็นกองเชียร์พรรคการเมืองใดก็ตาม เราไม่ได้ ติดใจครับ เราเชื่อว่าการแก้ไขปัญหายิ่งมีคนมาช่วยกันคิดมากเท่าไร ยิ่งเป็นเรื่องที่ดีครับ ดังนั้นเองหลังจากที่ผมได้รับมอบหมาย ผมก็ได้เรียกประชุมขึ้นมา โดยมีกรมประมง ทางท่าน อธิบดีกรมประมงเป็นเลขาของคณะ เราก็ได้หารือ ณ วันนั้นมีการพบเจอ แล้วก็ต้องบอกว่า มีการแพร่ระบาดในบางจังหวัด แต่มีการพบเจอทั้งหมดในประเทศไทย ๑๖ จังหวัดด้วยกัน เราก็ได้มอบหมายให้กรมประมงแต่ละจังหวัดไปตั้งคณะกรรมการ อนุกรรมการขึ้นมา ในการนำเสนอ ในการร่างมาตรการในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ซึ่งมาตรการต่าง ๆ ทางกรมประมง ก็ได้สรุปรวบรวมเป็นทั้งหมด ๕ มาตรการด้วยกัน ๑. ควบคุมกำจัด ๒. ปล่อยปลาผู้ล่า ๓. นำปลาหมอออกจากระบบนิเวศไปใช้อย่างอื่น ๔. สำรวจเฝ้าระวัง ๕. สร้างความรู้ และการตระหนักรู้ของพี่น้องประชาชน หลังจากนั้น ในวันที่ ๒๒ ที่ผ่านมาครับท่านประธาน ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ชวนผมไปจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อไปรับฟังอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดำเนินการต่อ ผมนำเรียนว่าเราได้รับข้อเสนอที่ น่าสนใจจากสมาคมประมงแห่งประเทศไทย สมาคมประมงพื้นบ้าน ๙ มาตรการด้วยกัน ผมสรุปสั้น ๆ ง่าย ๆ นะครับว่า ๑. คือการยกระดับ เสนอให้ยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ ๒. คือผ่อนผันเครื่องไม้ เครื่องมือ ซึ่งต้องนำเรียนท่านประธานครับ เรื่องการผ่อนผัน เครื่องไม้เครื่องมือ ทางกรมประมงเราได้ผ่อนผันไปตั้งนานแล้วนะครับ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นประธานในแต่ละพื้นที่เป็นคนตัดสินใจว่าจะใช้เครื่องมืออะไรได้บ้าง ในการที่จะ ช่วยกันจับ ไล่ ล่า ปลาหมอคางดำครับ นอกจากนั้นยังมีการทำงานในระดับภาพรวม ก็คือ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วเราก็ได้มอบหมายไปยังแต่ละจังหวัดให้ทำงาน เพราะเราเชื่อว่าปัญหาแต่ละจังหวัด การนำจับในแต่ละจังหวัดมันมีความแตกต่างกัน เครื่องไม้เครื่องมือ ความชำนาญของพี่น้อง ที่เป็นนักล่า พี่น้องที่เป็นชาวประมงมีความแตกต่างกัน หลังจากนั้น เราก็ต้องมาหาทาง ที่จะรับซื้อ หลังจากนั้นก็ต้องช่วยกันแจ้ง ช่วยกันจับ แล้วสุดท้ายเราก็ต้องหาทางฟื้นฟู คุณภาพของแหล่งน้ำต่าง ๆ ผมนำเรียนท่านประธานครับ จากร่างของกรมประมงที่เรา รวบรวมจาก ๑๖ จังหวัดแล้ว ลองเอามาพิจารณาร่วมกับข้อเสนอจากสมาคมประมง แห่งประเทศไทย ผมเห็นได้ว่าข้อเสนอต่าง ๆ มีความใกล้เคียงกัน ขณะนี้ผมได้เร่งให้ กรมประมงนำทั้ง ๒ ร่าง ทั้ง ๒ ข้อเสนอมารวมกัน เพื่อที่จะนำเสนอต่อไปยังผู้นำประเทศ ซึ่งต้องกราบเรียนผ่านท่านประธานครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ท่านให้ ความสำคัญกับเรื่องนี้ ท่านสั่งการว่าให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พยายามจะแก้ไขปัญหา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุด ผมยืนยันครับท่านประธานว่า การทำงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เราไม่ได้ทำคนเดียว เราทำพร้อมกับคนในพื้นที่ เราทำพร้อมกับผู้นำในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นท่าน สส. ก็ดี ท่าน สจ. ท่านกำนัน ท่านผู้ใหญ่บ้าน หัวหน้าหน่วยราชการ ดังนั้นเองผมยกเคสที่จังหวัดสมุทรสาครที่ได้ข้อมูลล่าสุด อย่างที่เพื่อน สมาชิกได้บอกไป ท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านบอกว่ามีการจับ ขึ้นมาแล้วมากกว่า ๕๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม ผมนำเรียนท่านประธานครับ คืออย่างที่ผมบอกไป เราพิสูจน์ไปแล้วว่าการจับธรรมดามันไม่สามารถลดปริมาณลงได้เพียงพอกับการเกิดใหม่ ขึ้นมา ดังนั้นเองท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ท่านเป็นห่วงเรื่องนี้ ท่านก็คิดว่าจะทำ อย่างไรดี ในเมื่อการไล่ล่าของกรมประมงก็ดี ของพี่น้องประชาชนที่เป็นชาวประมงก็ดี แล้วก็ มีบริษัทใหญ่ บริษัทที่มารับซื้อไปทำปลาป่นที่มาคอยช่วยเหลือทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลังก็ดี มันยังไม่สัมฤทธิ์ผล ดังนั้นเองเรื่องที่เราได้รับฟังมามากที่สุด ผมขออนุญาตท่านประธาน นิดเดียวครับ ก็คือการตั้งค่าหัวของปลาหมอคางดำ การตั้งค่าหัว ๑๕ บาท ผมนำเรียนว่า ไม่เคยมีมาก่อนนะครับ หลังจากที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกข่าวไปเมื่อช่วง ต้นอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้ข่าวว่าบริษัทยักษ์ใหญ่บางรายก็ขยับตาม ก็จะรับซื้อ ๑๕ บาท ตามมาตรการของท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า นะครับ ผมนำเรียนว่าเพื่อนสมาชิก อาจจะบอกว่า ขณะนี้มันไม่ใช่หรอกที่ให้การยางแห่งประเทศไทยมาเป็นคนรับซื้อ แต่ ณ วันนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า เราต้องเอา อีโกไว้ข้างหลังครับ ผมเชื่อว่า ณ วันนี้การยาง แห่งประเทศไทยที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขาคิดว่าเขามี ความพร้อมในการที่จะอนุมัติเงินงบประมาณ เงินกองทุนนี้มาช่วยในการล่าค่าหัวของ ปลาหมอคางดำ หลังจากนั้นทำอะไรครับท่านประธาน หลังจากนั้นก็ได้ประสานกับ กรมประมง ได้ประสานกับกรมพัฒนาที่ดิน ในการที่จะรับปลาหมอคางดำเอาไปทำน้ำหมัก น้ำหมักก็คือปุ๋ยหมัก แต่ว่าเป็นน้ำหมัก ซึ่งมาจากปลาหมอคางดำ ซึ่งเราสามารถพิสูจน์ได้ว่า น้ำหมักชนิดนี้ มันจะส่งผลให้พี่น้องชาวสวนยางสามารถนำไปใช้ในสวนของเขา ทำให้เกิด การให้ปริมาณน้ำยางได้เพิ่มขึ้น นี่คือการบูรณาการร่วมกันของ ๓ หน่วยงาน ภายใต้สังกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เราต้องเร่งทำอย่างนี้เพราะอะไรครับ ถ้าเราไม่เริ่มทำวันนี้ ณ วันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมในส่วนที่จะทำตรงนี้ แต่เราไม่ได้บอกว่า งบประมาณ ๕๐ ล้านบาทของการยางที่เราจะใช้มันจะเป็นทั้งหมดแล้ว ไม่ใช่ครับ เราก็มี ความจำเป็นที่จะต้องวางแผนในระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาวของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ พร้อมด้วยรัฐบาล ซึ่งเป็นรัฐบาลของพี่น้องประชาชนคนไทย ในการที่จะต้องอนุมัติ งบประมาณลงมาก้อนหนึ่งในการไล่ล่าก่อน ผมนำเรียนว่าก่อนที่เราจะทำอย่างอื่น เราต้อง ทำการไล่ล่าเพื่อให้ปริมาณของมันลดเหลือน้อยลงที่สุด หลังจากนั้นครับ พอไล่ล่า เสร็จปุ๊บ พอปริมาณปลาในแหล่งน้ำเหลือน้อยปุ๊บ เราก็อาจจะปล่อยปลานักล่ามา เราก็ทำ การฟื้นฟูมา และอีก ๑ แนวทางที่ผมมีความจำเป็นนะครับ แล้วผมก็ยืนยันต่อท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งทำก็คือ ให้กรมประมงเตรียม ในการปล่อยปลาที่ถูกเหนี่ยวนำโครโมโซมไปเรียบร้อยแล้วนะครับ ก็คือทุกวันนี้ปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำเราโครโมโซมคือ 2n ครับท่านประธาน ถ้าเรา สามารถเหนี่ยวนำเป็น 4n ได้มันจะเป็นหมัน พอมันลงไป ไปเจอเพื่อนมัน ไปผสมพันธุ์กัน มันก็ทำให้เพื่อนมันเป็นหมันไปด้วย นั่นก็คือมาตรการที่เราจะทำไปด้วยนะครับ แล้วจริง ๆ ต้องกราบเรียนผ่านท่านประธานว่ายังมีหลายมาตรการที่เราจะทำไป แต่ระหว่างที่เราไล่ล่า เราก็จะประเมินเป็นระยะว่ามาตรการใดที่เราสามารถทำได้ต่อ แล้วมันมีความสอดคล้องกัน เราก็จะทำนะครับ ผมคงจะไม่ใช้เวลาไปมากกว่านี้แล้วครับ เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิก แล้วก็ วันนี้ผมมายืนอยู่ตรงนี้ในฐานะ สส. นะครับ แต่ผมนำเรียนท่านประธานว่า ผมจะไปขอรายงาน ที่ท่านประธานจะรวบรวมความคิดเห็นจากเพื่อนสมาชิกทุกคนในค่ำคืนนี้ไปทำงานต่อ เพราะเราเชื่อว่าทุกคนเราเสนอญัตตินี้ด้วยความหวังดี ผมในฐานะ สส. คนหนึ่งก็อยากจะเห็น การแก้ไขปัญหาของรัฐบาลในเรื่องของการกำจัดปลาหมอคางดำให้ดีที่สุดครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ มีแม่บ้านฝากมาบอกท่านรัฐมนตรีว่า ขอเอาไปทำน้ำปลาด้วย ที่ซื้อไป กิโลกรัมละ ๑๕ บาทนั้น เขาขอแบ่งไปทำน้ำปลาด้วยนะครับ ไปหมักน้ำปลา ต่อไปท่านรัชนก สุขประเสริฐ เชิญครับ🔗

นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมุทรปราการ

เรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคก้าวไกลค่ะ จากการที่มีข่าวเผยแพร่การระบาดของปลาหมอคางดำ และมีข่าวว่า มีการส่งออกปลาหมอคางดำเมื่อปี ๒๕๕๖ ถึงปี ๒๕๕๙ จำนวน ๑๑ รายนั้น จากการสืบหา ข้อมูลของคณะอนุกรรมาธิการที่ดิฉันนั่งเป็นโฆษกอยู่นั้น ก็เกิดการสับสนค่ะท่านประธาน เพราะเมื่อไม่กี่วันมานี้มีบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งค่ะ เปิดข้อมูลก่อนว่ามีการส่งออก จำนวน ๑๑ บริษัท ทางคณะอนุกรรมาธิการไม่ได้นิ่งนอนใจเลยค่ะ พอได้ทราบข่าวก็เลยสอบถาม กับทางท่านอธิบดีในขณะนั้นที่ท่านมาประชุมอยู่ที่สภาแห่งนี้พอดี ท่านอธิบดีตกใจค่ะ ท่านประธาน ท่านอธิบดีบอกว่าผมขอกลับไปตรวจสอบข้อมูลก่อน ท่านอธิบดีแจ้งในที่ประชุม แบบนี้นะคะ แล้วผ่านไปไม่กี่วัน ท่านอธิบดีก็นำส่งข้อมูลให้กับทางคณะอนุกรรมาธิการ ท่านอธิบดีทราบเมื่อวันพฤหัสบดี และเมื่อวันอังคารก็ได้ทำข้อมูลส่งเรา ก็ต้องขอชื่นชมนะคะ แล้วก็ขอบคุณท่านอธิบดีที่ทำงานอย่างรวดเร็วค่ะ แต่ที่น่าตกใจยิ่งไปกว่านั้นค่ะท่านประธาน วันนี้ทางบริษัทเอกชนรายหนึ่งได้ส่งเอกสารมาทางคณะอนุกรรมาธิการ ในเอกสารนั้นมีชื่อ ท่านอธิบดีเป็นนิติกร ๗ ชำนาญการ อยู่ในหนังสือฉบับนั้นด้วย ซึ่งเป็นหนังสือเมื่อปี ๒๕๕๑ อันนี้ไม่ทราบว่าเขาจะมีการบ่งบอกอะไรกันหรือเปล่า เป็นนัยอะไรให้คณะอนุกรรมาธิการ ทราบนะคะ และเอกสารที่เราได้รับจากกรมประมง ก็ปรากฏว่ามีบริษัทจำนวน ๑๑ ราย ที่มีการแจ้งส่งออกเป็นจำนวนทั้งสิ้น ๓๒๐,๐๐๐ ตัว ส่งออกไปยัง๑๗ ประเทศ แต่ทาง กรมประมงก็ชี้แจงว่ามีการตรวจสอบแล้ว พบว่าบริษัททั้ง ๑๑ บริษัทนั้น มีการ Key ข้อมูลผิด ไม่ได้มีบริษัทไหนส่งออกปลาหมอคางดำแต่อย่างใด ทางคณะอนุกรรมาธิการที่มีคุณหมอ วาโยเป็นประธาน ก็เกิดความกินแหนงแคลงใจอย่างมาก แล้วก็เกิดข้อสงสัยอย่างมากว่า เอ๊ะ การที่จะ Key ข้อมูลผิดโดยที่เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับปลา จะ Key ข้อมูลผิดนี่ มันก็เป็นเรื่องที่น่าสงสัย ทางเราก็เลยสอบถามต่อค่ะว่า แล้วทางกรมประมงเชื่อได้อย่างไรว่า เขา Key ข้อมูลผิด กรมประมงยืนยันได้อย่างไรว่า ทางบริษัทเอกชน ๑๑ รายนั้น Key ข้อมูลผิด ทางกรมประมงก็ชี้แจงกับทางคณะอนุกรรมาธิการว่า เขาได้รับเอกสารจากบริษัทเอกชน ทั้ง ๑๑ ราย มีการตรวจสอบแล้ว พบว่าการส่งออกนั้นมีใบ Invoice ตรงกับทางต้นทาง และปลายทาง ซึ่งจริง ๆ แล้วเอกสารอยู่ในนี้ทั้งหมดเลยนะคะ ถ้าทางรัฐบาลต้องการเอกสาร เราก็ยินดีส่งให้ เพื่อไปตรวจสอบต่อไป คือจริง ๆ แล้วดิฉันก็ยังงงอยู่ดีว่ามัน Key ข้อมูลผิด หรืออะไร เราก็ถามกันต่อค่ะ ในอนุกรรมาธิการเราก็ไม่ย่อท้อค่ะ ถามต่อ ทางกรมประมง ก็ชี้แจงว่า เป็นไปได้ที่เขาจะ Key ข้อมูลผิด เพราะว่าเนื่องจากบริษัทเหล่านี้มักใช้ Chipping เป็นคน Key ข้อมูล แล้วก็ประกอบกับการที่เขาเรียกบริษัทเอกชนเข้ามาชี้แจงแล้ว บริษัทเอกชนก็มีหลักฐานมาแสดง แล้วก็ชี้แจงได้อย่างครบถ้วนค่ะท่านประธาน ต่อจากนั้นพวกเราก็ไม่ได้หยุดคิดค่ะ ก็ยังคงคิดอยู่ดีค่ะท่านประธานว่า แล้วความจริงมันคือ อะไรคะท่านประธาน นี่คณะอนุกรรมาธิการมาตามสอบหาความจริง แล้วหน่วยงานที่ต้อง รับผิดชอบล่ะคะ จะเอาอย่างไรกันต่อ ดิฉันขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ช่วยเร่งสอบหาความจริง และช่วยทำให้เรื่องนี้กระจ่าง เพื่อให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริง อย่างตรงไปตรงมา อย่าปล่อยให้ประชาชนกินแหนงแคลงใจกับเรื่องนี้เลยค่ะ และที่สำคัญ เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบค่ะ ไม่ใช่ใช้แต่เงินภาษีประชาชนไปแก้ปัญหานี้แทนใครค่ะ🔗

อีกอย่างหนึ่งนะคะ ข้อสุดท้ายเลยค่ะ ขอฝากไปยังรัฐมนตรีช่วยเมื่อสักครู่นี้ คุณอรรถกร ก็จริง ๆ แล้วเมื่อตอนปี ๒๕๖๐-๒๕๖๑ เคยมีการรับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ ๒๐ บาทไปแล้ว ใช้งบประมาณไปที่ ๑๑.๔ ล้านบาท ก็ฝากไว้เท่านี้นะคะท่านประธาน ก็อย่าให้ภาษีประชาชนไปเป็นหนังหน้าไฟแก้ไขปัญหาให้ใครอีกเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฐิติมา ฉายแสง เชิญครับ🔗

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ เรื่องปลาหมอคางดำเราให้ความสนใจกันอย่างมาก ณ ขณะนี้ มีญัตติถึง ๓ ญัตติด้วยกันที่มาพูด ซึ่งทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นห่วงเป็นใย ท่านประธาน ประเทศไทย เราเป็นพื้นที่ที่เราเคยใช้คำว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แต่ตอนนี้ในน้ำมีปลา มันอาจจะมีแต่ ปลาหมอคางดำนี่สิคะ เพราะว่าปลาหมอคางดำนั้นกินทุกอย่าง อย่างที่พวกเราพูดกันอยู่ หลายคนพูดกันเลยว่ามันกินทุกอย่างเลยทีเดียว กรมประมงเองก็มีความพยายามในการที่จะ ใช้มาตรการต่าง ๆ เช่น ใช้เครื่องมือประมงที่เหมาะสมกับพื้นที่อย่างนี้นะคะ เช่น จะใช้แห ทอดแห จะยกยอ จะใช้อวนทับตลิ่งเอย วิดจับแห้งเอย อวนรุน วันนี้ในกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ก็พูดกันถึงเรื่องอวนรุนว่าต้องใช้แบบเชือกนะ อย่าใช้แบบโซ่ เดี๋ยวมัน จะไปทำลายปะการังอะไรก็แล้วแต่ ก็พูดกันเยอะแยะ กรมประมงซึ่งใช้อยู่แล้วนะคะ ปล่อยปลานักล่า เช่น ปลากะพงขาว เรารับทราบตรงนั้นอยู่ ปลาอีกงลงไปกินเพื่อควบคุม ลดจำนวนประชากรของปลาหมอคางดำ มีการใช้วิธีการเหนี่ยวนำ ที่เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรี ก็มาพูดว่ามีการเหนี่ยวนำโครโมโซมในการที่จะจับปลาหมอคางดำให้มันเป็นหมัน ท่านประธานคะ ๓ ประการที่ดิฉันพูดมา ก็คงเป็นส่วนหนึ่งที่กรมประมงพยายามทำอยู่ แต่อยากจะบอกว่าการเหนี่ยวนำมันอยู่ในช่วงของการทดลองเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น การทำงานของเขามีทั้งระยะเฉพาะหน้า ระยะไกล แต่ว่ามาตรการเหล่านี้มันจะเพียงพอ หรือไม่คะ มันจะทันการณ์ไหม มันทันกับการขยายพันธุ์ของมันไหม ที่ ๑ ตัวใช้เวลา ๒๒ วัน ออกไข่อีกแล้วอย่างนั้น อย่างนี้ แล้วพรุ่งนี้ก็มีอีก มันเยอะไปหมด มันจะไม่ทันการณ์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดิฉันเป็นห่วงเป็นใยก็คือว่า ประเทศไทยมันจะขาดโปรตีนธรรมชาติที่สำคัญ จะขาดมากขนาดที่เรียกว่าเราไม่เคยประสบพบเจอ นี่คือปัญหาใหญ่มาก จึงอยากจะ เรียกร้องไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า ที่เราพูดกันวาระแห่งชาติ ท่านต้องทำให้เป็นวาระ แห่งชาติจริง ๆ ท่านต้องลงมาบัญชาการ ท่านมาต้องมาบูรณาการงาน ปล่อยกรมประมง ปล่อยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำงานอย่างเดียวไม่ได้ เช่น ท่านจะลงมา บอกว่ารับซื้อ ๑๕ บาทต่อกิโลกรัมอย่างนั้น อย่างนี้ ไม่ทันการณ์ ดิฉันคิดว่าเราจำเป็นต้องรีบ จึงอยากที่จะให้มีการทำงานอย่างเข้มข้น มีการแพร่ระบาดขนาดนี้ ต้องทำงานอย่างเข้มข้น ต้องมีความชัดเจน ต้องมีแผนงานระยะเร่งด่วน ระยะกลาง ระยะไกล กรมประมงเองวันนี้ ยอมรับว่าการที่จะกำจัดปลาหมอคางดำให้เหลือศูนย์มันเป็นไปได้ยาก เพราะฉะนั้นมันคงจะ ไม่มีวันหมดไป ดังนั้นเราต้องอยู่กับมันใช่หรือไม่คะ เราต้องอยู่กับวิกฤตินี้ใช่หรือไม่คะ แล้วเราจะอยู่กับวิกฤตินี้อย่างไร มันต้องหาคำตอบให้ได้ ท่านประธานคะ วันนี้ในคณะกรรมาธิการการเกษตรเราพูดกันเยอะแยะมากทีเดียว เราพยายาม หาแรงจูงใจโน่น นี่ นั่น กันนะคะ ซึ่งทั้งการประชาสัมพันธ์ของสมาคมอะไรก็แล้วแต่ พยายามทำ กำหนดแล้ว แต่มันยังไม่กว้างขวางเพียงพอ ดังนั้นเมื่อเป็นวาระแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีลงมา บัญชาการเองเลย มีการบูรณาการกัน ดิฉันจึงอยากจะบอกว่า การบูรณาการงานนั้นจำเป็น ที่จะต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม ให้จังหวัดเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ท่านประธานรู้ไหม ดิฉันยังไม่ได้ยินผู้ว่าราชการจังหวัดตามที่ต่าง ๆ ออกมาพูดจาอะไรเลย เรายังคงเห็นความเงียบอยู่ เห็นข่าวกันบ้าง เห็นผู้ว่าชัชชาติลงมาทำอย่างเร่งด่วน แต่จังหวัดอื่น ยังไม่ค่อยมี ซึ่งตรงนี้ไม่ได้นะคะ จำเป็นที่จะต้องลงมาทำงานอย่างแท้จริง การที่จะสร้าง แรงจูงใจอาจจะต้องหาวิธีการ ดิฉันอยากจะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ช่วยทำเป็นมือไม้ที่ดีของท่านนายกรัฐมนตรีและทำงานอย่างจริงจัง ท่านจะต้องตั้ง คณะทำงานแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของหน่วยงาน ทุกภาคส่วนจริง ๆ ต้องทำการจัดการให้มีประสิทธิภาพ มันต้องใช้งบประมาณอย่างขนานใหญ่ ไม่ใช่การตั้งงบประมาณคนละเล็กคนละน้อย มันไม่มีทางเพียงพอ ต้องฝากท่านนายกรัฐมนตรี จริง ๆ ค่ะว่า ต้องประเมินผลอย่างจริงจังแล้วรีบเร่งด่วน เพราะไม่อย่างนั้นไม่ทันการณ์ อย่างยิ่งนะคะ เมื่อเช้าเราก็เห็นข่าวแล้วว่ามีคนเจอปลาหมอคางดำหนักตั้ง ๘ ขีด แสดงว่า มันโตมานาน อย่างจังหวัดฉะเชิงเทราในช่วงที่น้ำทะเลรุกเข้าไปในคลองประเวศบุรีรมย์ ท่านประมงจังหวัดก็บอกว่าตอนนี้มันเข้าไป เพราะมันชอบน้ำกร่อย มันชอบน้ำเค็มอยู่ ๕-๒๕ PPT ซึ่งน้ำกร่อย น้ำเค็มตอนนั้นมันเข้ามาได้ และมันเข้ามามีบางส่วน แล้วเดี๋ยวมันก็รุก เข้าไป รุกเข้าไป ซึ่งจังหวัดฉะเชิงเทราเป็น ๑ ใน ๑๗ จังหวัดแล้ว ตอนนี้เราต้องพูด จังหวัดตราดด้วยอีกจังหวัดหนึ่งเป็น ๑๗ จังหวัด แล้วเดี๋ยวมันจะเป็น ๑๘ ๑๙ ๒๐ แล้วเรา จะอย่างไร เราจะอยู่วิกฤติแบบนี้ไปตลอดขนาดไหน ต้องหาวิธีการค่ะท่านประธาน ดิฉันคิดว่า การกำจัดการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำนั้น จำเป็นต้องให้นายกรัฐมนตรีลงมา บัญชาการอย่างเร่งด่วน ดิฉันขอเรียกร้องอย่างนั้นจริง ๆ นะคะ ท่านประธานคะ ก็ขออนุญาต มีส่วนร่วมในการอภิปรายในวันนี้ แล้วก็ร่วมด้วยในการที่จะกังวล แล้วก็อยากที่จะให้ ประชาชนได้รับรู้ถึงข้อมูลนะคะว่า ประกาศของกรมประมงบอกว่า การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ในราชอาณาจักร คือต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี หรือปรับไม่เกิน ๑ ล้านบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ และหากนำไปปล่อย ปล่อยอีกระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๒ ปี และไม่เกิน ๒ ล้านบาท อยากให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้ว่ามันมีโทษมหันต์จริง ๆ มันจะกินทุกอย่างจนกระทั่งเราขาด โปรตีนธรรมชาติค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเจษฎา ดนตรีเสนาะ เชิญครับ🔗

นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจษฎา ดนตรีเสนาะ ผู้แทนราษฎรปทุมธานี เขต ๒ พรรคก้าวไกล คนปทุมธานีลุ่มน้ำ เจ้าพระยาครับ ขออนุญาตขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ ปทุมธานี

วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายญัตติด่วน เรื่อง การระบาดของปลาหมอคางดำ ขอสไลด์ถัดไปครับ ณ ปัจจุบัน อันนี้เป็น ๑๖ นะครับ ผมได้ข้อมูลมาเมื่อวันที่ ๑๗ นะครับ ยังไม่ได้ Update แต่วันนี้เป็น ๑๗ จังหวัดแล้ว แล้วก็วิตกกังวลว่าอย่างที่ท่านเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ ก็คือ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ มันจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถามว่าทำไมผมถึงต้องกังวลขนาดนั้น เพราะว่า ณ ปัจจุบันนี้มีข่าวออก เมื่อ ๒-๓ วันก่อน มีคนตกได้หน้ารัฐสภาเราเอง ท่าน้ำข้าง ๆ รัฐสภานี้นะครับ แล้วจังหวัด ที่ใกล้ถัดไปขึ้นเหนือ ก็คือจังหวัดนนทบุรีและปทุมธานีบ้านผมครับ ถามว่าความกังวลของผม คืออะไร ความกังวลของผมก็คือ ช่วงเวลาอันใกล้นี้ ในเดือนกันยายน หรือเดือนตุลาคม หรือเดือนพฤศจิกายน จะเป็นเดือนที่น้ำทะเลหนุนสูงของทุกปี แล้วน้ำทะเลก็จะดันเข้าไป ประกอบกับน้ำเหนือที่ลงมา มันก็จะทำให้มีการน้ำท่วมในวงกว้าง แล้วน้ำท่วมวงกว้างนี่ เกิดอะไรขึ้น มันจะแพร่ระบาดได้เร็วมากขึ้น หากเราไม่รีบป้องกันครับท่านประธาน ความหมายของผมก็คือ กรุงเทพมหานครมีคลอง ๑๔๐ กว่าคลอง นนทบุรีมี ๓๕ คลอง ปทุมธานีมี ๕๕ คลอง หากรวมกันทั้งหมดมัน ๒๐๐ กว่าคลอง แล้วระดับน้ำท่วมนี้มันจะเป็น ตัวเร่งการแพร่กระจายมากขึ้น หากเราไม่รีบแก้ไขภายในเร็ว ๆ นี้ ก่อนที่น้ำทะเลหนุนสูง และน้ำเหนือจะลงมาครับท่านประธาน ตอนนี้มันชอบน้ำกร่อย ปทุมธานีกร่อยไหม กร่อยครับ แต่ยังกร่อยในปริมาณที่ปลาหมอคางดำยังไม่ชอบมาก เพราะฉะนั้นผมก็เลยอยากเสนอว่า เราควรจะต้องเร่งกักบริเวณปลาหมอคางดำให้อยู่ภายในปากแม่น้ำ หรือว่าโซนที่เป็น น้ำกร่อย จะด้วยวิธีการใดก็ได้ครับท่านประธาน แต่ต้องเร่งดำเนินการนะครับ🔗

ขอสไลด์ถัดไปครับ รายงานการประชุมคณะกรรมการระดับสถาบัน ความปลอดภัยและความหลากหลายทางชีวภาพ ของกรมประมง ครั้งที่ ๒/๒๕๖๓ มีข้อตกลงว่า อนุญาตให้บริษัทเอกชนรายใหญ่นำเข้าปลาหมอคางดำมาได้ เพื่อการปรับปรุงพันธุ์ โดยมี ข้อตกลง IBC จำนวน ๔ ข้อ🔗

ขออนุญาตขอสไลด์ถัดไปครับ ข้อ ๑ ให้กรมประมงเก็บตัวอย่างครีบ โดยไม่ทำ ให้ปลาตายอย่างน้อย ๓ ตัว ข้อที่ ๒ เมื่อสิ้นสุดการทดลอง ให้ผู้นำแจ้งผลการทดลองแก่ กรมประมง ข้อที่ ๓ ควรมีการป้องกันไม่ให้สัตว์ทดลองหลุดรอดไปในธรรมชาติ ข้อที่ ๔ ในกรณีที่การทดลองได้ผลไม่ดี ผู้ขอนำเข้าไม่ประสงค์จะใช้ปลาต่อไป ขอให้ทำลายและเก็บ ซากให้กรมประมงตรวจสอบ🔗

ขอสไลด์ถัดไปครับ อันนี้คือแผนที่ศูนย์วิจัยดังกล่าว ผมอยากนำเสนออย่างนี้ครับ สีฟ้าก็คือคลองที่อยู่รอบบริเวณศูนย์ดังกล่าว แต่ผมอยากชี้ให้ท่านเห็นบริเวณที่สำคัญ ขอให้ท่านช่วยจำวงกลมสีส้ม ๆ ไว้นะครับ ที่เขียนว่าบ่อพักน้ำที่อยู่ใกล้คลองดอนจั่นนี้🔗

ขอสไลด์ถัดไปครับ จากรายงานของกรมประมง ปี ๒๕๖๐ รูปร่างด้านซ้าย เป็นรูปที่เป็นโครงสร้างของฟาร์มแล้วก็มีบ่อเลี้ยงอยู่ แต่หากเทียบกับรูปเมื่อสักครู่ เราจะเห็นว่า รูปของปี ๒๕๕๓ หรือปี ๒๕๕๔ เป็นลักษณะของบ่อน้ำ ผมยังมองไม่เห็นอาคารที่จะใช้ของ การเลี้ยงปลานะครับ เพราะฉะนั้นในข้อที่ ๔ เขียนว่าการจัดการระหว่างการเลี้ยงปลาสำหรับ การเลี้ยง ฟาร์มได้จัดบ่อ จำนวน ๓ บ่อ แต่ปลามีจำนวนน้อย ก็เลยจัดให้อยู่บ่อเดียวนะครับ ก่อนปล่อยน้ำทิ้งก็ได้ใส่คลอรีนลงไป แล้วก็ทำการปล่อยลงยังคลองที่เป็นคลองภายในของ ฟาร์มเอง แต่รูปข้างล่างถัดมา R1 เป็นบ่อพักน้ำที่รับน้ำหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ และรับน้ำใหม่ จากคลองธรรมชาติที่มีท่อลอดระหว่าง R0 R1 และ R2 และคลองธรรมชาติเป็นพื้นที่สีเขียว รูปซ้ายด้านบน รูปสีขาวด้านบนทั้งหมด ก็คือกรอบสีส้มในรูปก่อนที่เป็นบ่อพักน้ำ เพราะฉะนั้น จุดนี้ละครับท่านประธาน ที่เป็นจุดที่เชื่อมระหว่างฟาร์ม คลองในฟาร์ม คลองภายในของฟาร์ม และคลองธรรมชาติ จุดนี้อาจจะเป็นจุดที่ปลาเล็ก ๆ ลูกปลาเล็ก ๆ ได้หลุดรอดออกไปหรือไม่ เพราะว่าลูกปลาหมอคางดำตัวเล็กมีขนาดศูนย์จุดเลยครับท่านประธาน เล็กมากนะครับ เพราะฉะนั้นหากหลุดรอดจากอันนี้ ก็แปลว่าละเมิด IBC ข้อที่ ๓ ควรมีการป้องกันไม่ให้ สัตว์ทดลองหลุดออกไปในธรรมชาติหรือไม่🔗

ขอสไลด์ถัดไปครับ อันนี้รูปซ้ายหลังจากปลาตายทั้งหมด ฟาร์มไม่ได้แจ้ง ให้กรมประมงตรวจสอบเป็นลายลักษณ์อักษร ขออนุญาตสไลด์ถัดไปครับ เมื่อสิ้นสุด การทดลองให้ผู้นำเข้าแจ้งผลการทดลองแก่กรมประมง และปลาได้ตายหมดนะครับ จุดฝังกลบปลาเดิมเป็นจุดบริเวณคันบ่อครับท่านประธาน ปัจจุบันได้สร้างอาคารทับ พอสร้างอาคารทับผมก็อยากจะตั้งเป็นข้อสังเกตว่า ข้อ ๔ กำหนดไว้ว่าในการทดลอง หากได้ผลไม่ดี ผู้นำเข้าไม่ประสงค์จะใช้ปลาต่อไป ขอให้ทำลายและเก็บซากให้กรมประมง การฝังซากปลานับว่าเป็นการทำลายหรือไม่ และได้เก็บซากปลาให้กรมประมงหรือไม่ แต่ตามข้อเท็จจริงเราจะไปเอาซากปลาที่อยู่ใต้อาคารนี้ได้อย่างไรครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นก็เลยเป็นข้อสังเกตว่าบริษัทดังกล่าวตั้งใจไม่ปฏิบัติตาม หรือต้องการละเมิด ข้อตกลงที่ได้ให้ไว้หรือไม่ เพราะฉะนั้นกฎของ IBC ๔ ข้อที่ได้ทำการตกลงกัน บริษัทดังกล่าว ไม่ได้ทำตามข้อตกลงทั้งหมดเลยหรือไม่ เพราะฉะนั้นการทดลองปลาหมอคางดำที่ระบาด หากบริษัทดังกล่าวไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ได้ ก็คงจะต้องมีส่วนรับผิดชอบในการ ระบาดครับท่านประธาน อย่างไรก็ขออนุญาตฝากข้อสังเกตทั้งหมดนี้ไปยังรัฐบาลด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอดิศร เพียงเกษ เชิญครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอดิศร เพียงเกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดขอนแก่น ผมเรียน ท่านประธานว่าพรรคเพื่อไทยเห็นความสำคัญของปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เราจึงพร้อมใจให้มีญัตติด่วนด้วยวาจา ได้มีการถกแถลงกันในสภาแห่งนี้ ทั้ง ๆ ที่คณะกรรมาธิการ ที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น กรรมาธิการการเกษตร อนุกรรมาธิการในสภา ก็ได้ศึกษาเรื่องนี้กันมา อย่างต่อเนื่อง ปัญหาของพี่น้องในจังหวัดใดก็ตามในประเทศไทย เมื่อมีความเดือดร้อน จังหวัดอื่น คนที่อื่นก็มีความเดือดร้อนเช่นกัน ปลาหมอคางดำ ปลาหมอบ้านผมเรียกว่า ปลาเข็ง ถ้าใครอยู่สภาเก่าที่ถนนอู่ทอง ที่สามแยกพิชัย ข้าราชการสภาจำได้ มีร้าน ๆ หนึ่ง ที่ปิ้งปลาหมอขาย เรียกว่า ร้านจั๊กกะหน่อย จำได้ไหมครับ จั๊กกะหน่อยกินน้อยอร่อยมาก จั๊กกะหน่อยกินมากอร่อยหลาย เมนูเด็ดเขาคือปิ้งปลาเข็งขาย ปิ้งปลาหมอ ปลาหมอคางดำ ก็คือปลาเข็งคางดำนั่นละครับ กินได้ วันนี้เพื่อนจากพรรคก้าวไกลก็เอามารับประทาน เอร็ดอร่อยครับ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ท่านดอกเตอร์ชัชชาติ สิทธิพันธ์ ขออนุญาต เอ่ยนาม ก็ทดลองรับประทาน เนื้อปลาหมอมันอร่อยนะครับ ไม่ทราบว่าทางเชียงรายท่าน ยังรับประทานปลาหมอไหม แต่ก้างมันเยอะแค่นั้นเอง กินปลาให้ระวังก้าง ค่อย ๆ กิน ค่อย ๆ รับประทานครับ ผมคิดว่าทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ทุกฝ่าย รวมทั้งคณะรัฐมนตรี ก็ได้ดูแลเรื่องนี้มาอย่างใกล้ชิด นายกรัฐมนตรีก็ให้ความสนใจ โดยเฉพาะทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ทั้งว่าการ ทั้งช่วยว่าการ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ติดใจเรื่องนี้ ไม่ได้ปล่อยวาง เราแก้ปัญหาไปด้วยกัน มิใช่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่ทำปัญหาให้มันมีความลุล่วงไปในการ แก้ไขปัญหา ท่านประธานสภาที่เคารพครับ มีคนพูดหลายครั้งว่าคนอีสานไปไหนนี่ปัญหา อุปสรรคที่ร้ายแรง เช่น เรื่องหนองงูเห่า งูเห่าต่าง ๆ พอคนอีสานไปงูเห่าเรียบร้อยหมดครับ จับหางถก ดึงหางเลย ตายเรียบร้อย เขาบอกว่าปลาหมอคางดำถ้าหลุดไปทางขอนแก่นบ้าง จะไม่ไว้หน้าเลย จะจับยัดลงที่ไหเลย ความคิดนี้สอดคล้องกับท่าน สส. จากจังหวัด กำแพงเพชรครับ ท่าน สส. ไผ่ ลิกค์ เมื่อสักครู่นี้เจอกัน หลานชายผม บอกว่าท่านจะรับซื้อ ๑๐ ตันเลย กิโลกรัมละ ๑๕ บาท ซื้อไปทำไมละครับ ทำปลาร้าแจกชาวบ้าน เรายังมีหนทาง อีกมากมาย กรมประมงก็เห็น ผมก็เห็นท่าน สส. ไปตรวจดูต่าง ๆ กรมประมงตัดครีบ แต่ดูประหนึ่งว่าวันนี้เราอยากเสาะแสวงหา ส่องหาอดีตว่าปลาหมอคางดำมันมาประเทศไทย ได้อย่างไร คล้าย ๆ ว่าอยากจะล่าหาอดีต แต่ความเป็นจริงปลาหมอธรรมชาติต่อไปจะต้อง ควบคุมดูแลกัน ดอกเตอร์ปลอดประสพ สุรัสวดี ท่านอยู่กรมประมงมาก่อน ท่านก็เล่าประวัติ เดี๋ยวนี้คนทั้งประเทศเขารู้เรื่องปลาหมอคางดำหมดแล้วครับ ท่านประธานครับ จนเป็นเพลง ใน TikTok ขอโทษนะครับ ถ้าอยากฟังจบที่ TikTok นะครับ ผมต้องขอขอบพระคุณเจ้าของ เพลงนี้ แสดงว่าข่าวสารต่าง ๆ ที่เราพูดกันจนกลายเป็นเพลง ฟังเพลงนี้จบรู้ว่าปลาหมอคางดำ คืออะไร ท่านประธานครับ ทุกคนเป็นเจ้าภาพหมด ปลาหมอคางดำเป็นศัตรูเราหรือเปล่า หรือว่าเป็นมิตรเรา ประชาชนแยกแยะได้ คนกินก็กิน คนกำจัดก็กำจัด ไม่ใช่ว่าฝ่ายรัฐบาล ไม่ทำ ไม่ใช่ว่า สส. รัฐบาล สส. ฝ่ายค้านไม่ทำ ไม่ใช่ว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่สนใจ เราเห็น ปัญหากัน สมานสามัคคีออกความเห็นอย่างนี้ละครับ คือความงามของระบอบประชาธิปไตย ถ้าไม่ใช่ประชาธิปไตยพูดอย่างนี้ไม่ได้หรอกครับ นี่คือฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลแก้ปัญหาร่วมกัน ผมจึงอยากให้ท่านทั้งหลายที่รับฟังการถ่ายทอดอยู่ว่า สภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลก็ให้ความสนใจ ที่สภาเรามีปลาอันหนึ่งนะครับ ที่เป็นบ่อปลา แต่เป็นอนุสาวรีย์ครับ เรียกว่า ปลาอานนท์ ท่านเคยเห็นไหมครับ อยู่ใต้พิภพ อยู่ป่าหิมพานต์ พลิกตัวทีไรแผ่นดินไหว นี่คือปลาอานนท์ครับ ถ้ามีอนุสาวรีย์ปลาหมอคางดำ คนจะมาเยี่ยมสภาเรามากกว่านี้นะครับ เพราะฉะนั้นไม่ใช่ สิ่งที่จะแก้ไขปัญหาไม่ได้ ทุกปัญหามีทางออก ไม่ใช่ทุกทางออกมีปัญหา เชื่อมั่นว่า ด้วยความสมานสามัคคีของพวกเรา เราจะแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ เหมือนเพลงที่ผมขอ อนุญาตท่านเปิดที่ยังไม่จบ ได้สรุปว่าปลาหมอคางดำคืออะไร ขอให้กำลังใจ และขอให้ ประชาชนศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย สวยงามความคิดเห็นแตกต่าง ลักษณะสร้างสรรค์ กันอย่างนี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านบุญเลิศ แสงพันธุ์ เชิญครับ🔗

นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ และอำเภอพระประแดง เฉพาะตำบลบางจาก จังหวัดสมุทรปราการ พรรคก้าวไกล วันนี้ ผมขอร่วมอภิปรายญัตติด่วน เรื่อง ปัญหาปลาหมอคางดำระบาด ด้วยความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง สำหรับพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวเกษตร ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าในภาวะวิกฤติอย่างนี้ คนจำเป็นต้องไวกว่าปลานะครับ รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้เร็วกว่าปลาที่ว่ายน้ำ เพียงแก้ปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำโดยด่วน ผมเห็นข่าวแวบ ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ใน หน้า Social ต่าง ๆ เตรียมอิ่มทั่วหน้าเมนูปลาหมอคางดำเสิร์ฟขึ้นโต๊ะ ครม. เชื่อมาถูกทางแล้ว เตรียมดัน Soft Power ผลักดันเมนูปลาหมอคางดำ ขอหน้าถัดไปด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมุทรปราการ

นี่มันเรื่องตลกร้ายชัด ๆ ครับ ท่านประธาน ชาวบ้านเขารู้แล้วครับว่ามันรับประทานได้ เขาทำรับประทานกันมานาน หลายปีแล้วครับ เพราะหาปลามา ตกปลามา เมื่อก่อนเคยได้ปลาช่อน ปลากระบอก ปลากุเลา หรือปลาท้องถิ่น แต่ตอนนี้มันได้แต่ปลาหมอคางดำ เขาก็ต้องทำกินครับ ทาเกลือ ตากแดด ทำปลาร้า ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรเลยครับท่านประธาน เรื่องกินไม่ใช่ปัญหา มันเกิดได้ครับ มันกินได้ แต่ปัญหาคือมันทำลายระบบนิเวศ มันกินทุกอย่าง กินกุ้ง หอย ปู ปลา และโฉนดที่ดินของเกษตรกร พ่อแม่พี่น้องที่ทำวังปลา วังกุ้ง ในอำเภอพระสมุทรเจดีย์ อันนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กนะครับ เรื่องใหญ่ คุณพูดกันผลักดันวาระแห่งชาติ ชาติไหนครับ นานไหมครับ กี่เดือนแล้วครับ คุณบอกว่า ๕-๖ เดือนที่ผ่านมาคุณไปจับปลาได้เป็นแสนแสนตัน ฝากด้วยครับ สมุทรปราการแวะไปหน่อยครับ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการ ช่วยเลี้ยวโค้ง เข้าไปสมุทรปราการหน่อย เพราะผมก็ไปตาม ๓ สมุทร ไม่ว่าสมุทรสาคร สมุทรสงคราม ยังไม่เลี้ยวเข้าไปหาผมเลย ผมจึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาลผ่านท่านประธานเร่งดำเนินการ ผมเข้าใจในสิ่งที่เรียกร้องท่านกำลังทำอยู่🔗

๑. เร่งออกมาตรการเฉพาะพื้นที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ที่ท่านออกมาตรการแก้ไขปัญหาแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ผมอยากจะย้ำนะครับ ยาเม็ดเดียวแก้ทุกโรคไม่ได้ เลิกเสียเถอะครับ พวกยาเม็ดเดียว เสื้อตัวเดียวแก้ปัญหาทั้งหมด เลิกทำแบบนี้ครับ เราไม่สามารถใช้มาตรการเดียวแก้ปัญหาทุกพื้นที่ เพราะจะยิ่งทำให้ การแก้ปัญหามีความล่าช้าบานปลาย ท่านเห็นได้ชัดก่อนหน้านี้ ๑๑ จังหวัด ตอนนี้ ๑๖ จังหวัด เพิ่มมาอีกหนึ่งแล้วครับ ไม่ช้านี้จะเพิ่มอีก ๒ เป็น ๑๙ รู้ตัวหรือยังครับ เพราะแต่ละพื้นที่ สภาพพื้นที่ไม่เหมือนกัน เขตผม ๓ น้ำ คุณมีแนวทางแก้ไขอย่างไรบ้าง🔗

อันที่ ๒ เร่งจัดสรรงบประมาณรายจังหวัด ขอบคุณมากครับ ผมก็เพิ่งจะเห็น รายงานในการของบประมาณ จังหวัดสมุทรปราการ ๖,๗๖๗,๔๐๐ บาท เมื่อมีการตั้ง คณะทำงาน งบประมาณควรมาเร็วกว่านี้ อย่ารอเลยครับ เหมือนที่หลายท่านบอก ๒๒ วัน มันก็ออกลูกแล้ว ออกไข่แล้ว ๓๐๐-๕๐๐ ใบแล้ว มาตรการที่ท่านเสนอมามี ๕ ข้อ ตั้งแต่เดือน มิถุนายน กรกฎาคม ไปถึงกันยายน ๒๕๖๘ รวมเป็น ๑๒ เดือน ๑ ปี นะครับท่านประธาน ตอนนี้มันเป็น ๑๖ จังหวัด งบประมาณที่ท่านขอรวม ๑๘๑,๙๐๗,๘๐๐ บาท ท่านต้องเพิ่มงบ หรือไม่ หรือว่าอย่างไร หรือคุณมาถูกทางแล้วถ้วนหน้า ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมุทรปราการ

อันที่ ๓ เร่งให้ความรู้นะครับ ยังมีผู้เข้าใจผิดเรื่องปลาหมอคางดำ อย่าบอกนะครับ เราต้องคุยกันตามตรงว่าประชาชน ทั้งหมดรู้จักปลาหมอคางดำ ไม่ใช่ครับ คุยกันใหม่ เอาความจริงมาคุย บางท่านยังไม่รู้เลยว่า อะไรคือปลานิล ว่าอะไรคือปลาอะไร ท่านอย่าคิดไปเองว่าปลาหมอคางดำมันเหมือน ปลาหมอเทศบ้าง ปลานิลบ้าง ซึ่งจะทำให้เกิดการแพร่ระบาด หรือส่งต่อการขยายพันธุ์ อันนี้ย้ำเลยครับ ต้องเร็วกว่านี้นะครับ ผมยังขอฝากเรียนถามรัฐมนตรีผ่านท่านประธาน ๒ ข้อ ทำไมราคาปลากะพงที่กรมประมงปล่อยนั้นมีราคาแพงกว่าท้องตลาดครับ โดยที่ กรมประมงเอามาราคานิ้วละ ๒ บาท ขนาด ๔ นิ้ว ๘ บาท แต่หน้าฟาร์มล่าสุดสมุทรสงคราม ขายกันอยู่นิ้วละ ๑ บาท ขนาด ๔ นิ้ว ราคาเพียง ๔ บาทเท่านั้นเอง นี่คือการบริหาร งบประมาณที่ไม่คุ้มค่า หรือว่าท่านไปหมดงบประมาณกับกระป๋อง กระแป๋ง กะละมัง ยืมวัดได้ ถ้าท่านไม่มี🔗

คำถามที่ ๒ เหตุใด แพลตฟอร์มในการแจ้งเบาะแสจึงแบ่งเกรดของความ รุนแรงของปัญหา โดยกำหนดช่วงห่างของจำนวนปลาที่พบไว้แคบมาก สิ่งที่ผมสังเกตเห็น แพลตฟอร์มที่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม รวมถึงตัวผมเองที่ได้ลงไปปัก สามารถแบ่งเกณฑ์ ระบาดของปลาหมอคางดำได้อย่างน้อยมาก น้อย ๑-๑๐ ตัว ปานกลาง ๑๑-๓๐ ตัว มากกว่านั้น ๓๐ ตัวขึ้นไป ถ้าผมเจอสัก ๑,๐๐๐ ตัว คุณจะเอาข้อมูลชุดนี้ไปทำอย่างไร อันไหนคือสีเขียว อันไหนคือสีเหลือง อันไหนคือสีแดง แล้วคุณจะแก้อย่างไร ช้าไปหรือไม่ และล่าสุด ผมฝากบอก ไปแล้วเจอหน้ากันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อธิบดีกรมประมง แล้วก็รับปากว่าจะแก้ให้ นี่ ๑ สัปดาห์ แล้วครับ ท่านยังไม่แก้เลย ฝากด้วยนะครับ อย่าดีแต่รับปากแล้วทำไม่ได้ และข้อมูลอันนี้ ก็ต้องขอบคุณคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขปัญหาของปลาหมอคางดำที่เรามีการ ถกเถียงข้อมูลต่าง ๆ เล่มหนา ท่านเห็นอยู่แล้ว ในสื่อข่าว ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แจ้งว่ามีการส่งตัวอย่าง แต่เนื่องจากพอเราสาวไปเรื่อย ๆ เอาข้อมูล หรือว่าบันทึกของกรมประมง ก็แจ้งมาว่าไม่ได้ รับตัวอย่าง สรุปอย่างไรกันแน่ เราอยู่จักรวาลเดียวกันไหมครับ คุณจะเอาอย่างไรครับ หรือคุณอยู่ในช่วงของเวลาไหน ใครโกหกใคร อันนี้ก็ฝากถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเอกชน ไม่ว่าจะเป็นคนที่รับโหล โหลหายไปไหน ฝากด้วยนะครับ ขวด ๒ ขวดครับ🔗

สุดท้ายนี้ ท่านประธานครับ ผมได้เสนอมาตรการเร่งด่วน ๓ ประการ และคำถาม ๒ ข้อสำคัญ และอันสุดท้ายสรุปเราจะเอาอย่างไร หาความจริงหน่อย ฝากหน่อย ฝากไปยังนายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยนะครับ ต้องไวกว่านี้ครับ อย่าช้ากว่าปลา ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านละออง ติยะไพรัช เชิญครับ🔗

นางสาวละออง ติยะไพรัช แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงราย ดิฉันเองก็เป็นหนึ่งในอนุกรรมาธิการในการแก้ไขปัญหา ปลาหมอคางดำ ซึ่งในกรรมาธิการเองเราก็ได้ศึกษาเหมือนกับท่านสมาชิกทั้งหลายได้พูดถึง ปัญหาและสาเหตุ แล้วก็เรื่องราวต่าง ๆ ก็เป็นความจริงที่ในกรรมาธิการเราได้คุยกัน แต่วันนี้ ดิฉันขอสรุปประเด็นปัญหาที่ดิฉันมีความข้องใจมาก ในเรื่องของ ๓ ประเด็น ก็คือปัญหา และสาเหตุของปัญหาปลาหมอคางดำที่เกิดขึ้น ก็คือมาจากไหน มาอย่างไร แล้วก็ในส่วน ของกรมประมงเองมีวิธีการควบคุมต่าง ๆ ในการที่ IBC อนุญาตให้บริษัทเอาปลาหมอคางดำมา ซึ่งในการศึกษาของเรา เราก็พยายามว่าหา Proposal หรือว่าเอกสารที่จะทำการวิจัยของ บริษัทว่าเขาจะวิจัยกันอย่างไร แล้วก็วิจัยไม่สำเร็จเขาจะทำอย่างไร เราก็พยายามนะคะ ท่านประธานว่าเราจะค้นหาความจริงได้อย่างไร ซึ่งการค้นหาความจริงดิฉันเป็นห่วงมากว่า ๑. ที่เราเข้าไปเอกสารไม่มี ๒. ที่เราเข้าไปเอกสารไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่กรรมาธิการได้ สอบถามกับตัวบุคคล อันนี้ก็คือส่วนหนึ่ง ก็คือว่าในส่วนของกรมประมงเอง เรามองว่าระบบ ในการจัดเก็บเอกสาร เราเหมือนกับว่าไม่มีกฎหมายควบคุมเลยจริง ๆ ท่านประธาน และดิฉันก็เป็นห่วงจริง ๆ ว่าอนาคตหรือวิธีการทำงานของพวกเราเอง ทางกรมประมงเอง หรือกรมวิชาการ เราได้เก็บรักษาข้อมูลต่าง ๆ อย่างไร ซึ่งเราก็ได้ไปกรมประมง เริ่มแรก เราก็พยายามที่จะไปดูหาขวดโหล ซึ่งบริษัทบอกว่าได้ให้ปลาที่ไม่ได้ทดลองส่งมาตัวละ ๑ กรัม ๒๕ ตัว มา ๒ ขวดโหล เราก็พยายามไปหาว่ามันมีไหม เพื่อกรรมาธิการที่จะมาดูว่า DNA ของปลาที่มาจากต้นกำเนิด กับ DNA ในแม่น้ำมันจะตรงกันไหม เราก็พยายามว่าจะให้ ความเป็นธรรมกับทั้ง ๒ ฝ่าย ก็คือฝ่ายที่เสียหายกับฝ่ายที่นำเข้า เราก็พยายามหาปัญหา สาเหตุ แต่จริง ๆ แล้วดิฉันอยากให้กรมประมงวันนี้เป็นวิกฤตที่เป็นโอกาสที่จะต้องถอด บทเรียนในเรื่องของเรื่องนี้ว่า ปัญหาสาเหตุการวิจัยมีทั้งบวก ทั้งลบ เราจะต้องควบคุม อย่างไร วิธีการวิจัยมันคงจะมีอยู่แล้วท่านประธาน แต่ว่าคนทำวิจัยจะทำหรือไม่ เราไม่ทราบว่า เขาทำเป็นขั้น เป็นตอนอย่างไร ไปหาเอกสารว่าครีบ ๓ ครีบ ที่ทาง IBC ต้องการให้เก็บไว้ที่ กรมประมงมีไหม อยู่ที่ไหน ก็ไม่มี อันนี้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ก็คือการเสาะหาความจริงมันยาก แต่วันนี้มันเป็นบทเรียน ควรจะให้ทางกรมวิชาการเกษตร หรือกรมประมงช่วยกัน ถอดบทเรียน แล้วก็ทำเอกสาร หรือทำเกี่ยวกับตัวอย่างต่าง ๆ ให้อยู่ในที่ที่เหมาะสม ถ้าท่านประธานหรือใครเข้าไป ก็จะรู้ว่าการเก็บตัวอย่างต่าง ๆ มันเป็นการเก็บอย่างที่ไม่มี ระบบเลย ก็คือเป็นการลงสมุดธรรมดา แต่ไม่ได้ลงในคอมพิวเตอร์ว่ามาวันนั้น วันนี้ วันนี้ดิฉันยังสงสัยว่าสมุดเล่มนั้นมันจริงหรือไม่จริง อันนี้ก็ไม่ได้ว่าอะไร ในความคิดของ ดิฉันเองนะคะ🔗

อันที่ ๒ เรื่องของเยียวยา เยียวยากับพี่น้องเกษตรกร วันนี้ทางรัฐบาลจะช่วย เยียวยาเกษตรกรอย่างไร มีงบประมาณไหม แล้วงบประมาณนี้มาจากไหน อันนี้คือสิ่งที่เรา ในฐานะกรรมาธิการ เราก็ต้องการทราบว่าเยียวยาอย่างไร🔗

อันที่ ๓ ก็คือการกำจัด วันนี้เราก็ไปที่แม่น้ำต่าง ๆ ก็เห็นปลาหมอคางดำ ลอยเป็นหมื่น ๆ ตัว เป็นแสน ๆ ตัว ทำให้เหมือนกับว่าไม่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ แล้วก็ การจัดการไม่เป็นระบบนี้ มันทำให้ปลาหมอคางดำยิ่ง ๒๒ วันนี้มันแพร่ไวมาก มันก็จะทำให้ ระบบนิเวศของเรามีปัญหา แล้วก็การสื่อสารความรู้ วันนี้ดิฉันก็ตกใจนะคะ ที่จะเอาไปปล่อย หรือว่าจะเอามาทำอาหาร จะเอามาทำอะไร วันนี้ดิฉันอยากจะให้ทั้งทางรัฐบาล หรือว่าทางกรมวิชาการเกษตร หรือว่ากรมประมง ต้องให้ความรู้ว่าปลาหมอคางดำ เป็นปลาหมอที่ทำลายระบบนิเวศ เพราะปลาหมอคางดำมันกินทุกอย่าง ๒๔ ชั่วโมง ๒๔ ชั่วโมง ก็คือถ้าอยู่ในที่สมบูรณ์ปลาหมอคางดำจะแพร่ระบาดได้ดีมาก แล้วมันก็จะกิน สัตว์เล็ก สัตว์น้อยที่มันเป็นปัญหาของพี่น้องเกษตรกรที่ในการประมง และเป็นปัญหาระบบ นิเวศในอนาคต อันนี้มันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะคะ มันเป็นเรื่องจริงที่มันต้องช่วยกันกำจัดให้ไว ที่สุด อันนี้ความรู้ของทางด้านประมงหรือการสื่อสาร ต้องให้กับพี่น้องประชาชนอย่างจริงจัง อันนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ว่าจะไปทำปลาร้า ปลาแจ่วอะไรนี่ ดิฉันฟังแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจว่า อันนี้มันเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ มันเป็นเรื่องความสำคัญของวิถีชีวิตของชาวประมง เราเอาจริงเอาจังอย่างไร อันนี้ทั้งเยียวยา เรื่องกำจัด ดิฉันอยากให้รัฐบาลเอง ไม่ใช่ว่าต้องตั้ง กรรมการให้ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีเบนซ์ได้พูดนะคะว่า เราได้ตั้งกรรมการ ตั้งกรรมการไป วันนี้มันยังเห็นปลาหมอคางดำเป็นล้าน ๆ นะคะท่านประธาน มันเหมือนไม่มีการแก้ไขปัญหา อย่างแท้จริง วันนี้ดิฉันอยากจะเห็นนะคะว่าเราจะต้องทุ่มเงินอย่างไร เราจะมี Timeline อย่างไรที่กำจัดปลาหมอคางดำ หลังจากเรากำจัดปลาหมอคางดำ เราจะปล่อยปลากะพงนี้ ไปตอนไหน วันนี้ถ้าสมมุติว่าปล่อยปลากะพงก่อน โดยที่เราไม่ดูว่าปลาหมอคางดำมันยัง ตัวโต ๆ แล้วปล่อยลูกปลากะพงไป มันก็กินลูกปลากะพงหมด อันนี้มองไปมันก็เป็นเรื่องที่ ท่านอาจจะไม่ได้คิดเหมือนดิฉันคิดก็ได้ แต่มันก็คิดได้นะคะว่าเราจะต้องทำอะไรก่อน อะไรหลัง เราจะต้องทำว่าเรากำจัดมันอย่างไร อันนี้ก็คือเรื่องสำคัญ แล้วเขาบอกว่าไม่มีเงิน วันนี้รัฐบาลต้องดูแล เพราะอันนี้มันคือประเทศของเรา ที่มันเป็นเรื่องเร่งด่วน ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ วันนี้ขอฝากท่านประธานไปถึงการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำให้กับรัฐบาลได้รับรู้รับทราบ ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านแอนศิริ วลัยกนก เชิญครับ🔗

นางสาวแอนศิริ วลัยกนก กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวแอนศิริ วลัยกนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะ แขวงราษฎร์บูรณะ พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันขอร่วมอภิปราย ญัตติเกี่ยวกับปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ ปลาหมอคางดำเป็นภัยคุกคามสัตว์น้ำ ท้องถิ่น ปลาที่ถูกตั้งให้เป็น Alien Species ที่สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศเป็นอย่างมาก ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจระดับประเทศ ปลาหมอคางดำคือปลาที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อม กินเยอะ กินทุกชั่วโมง กินพืช กินผัก และกินสัตว์เล็กทุกชนิด แถมยังแพร่พันธุ์ได้อย่าง รวดเร็ว การระบาดของปลาหมอคางดำที่ส่งผลกระทบในทุกพื้นที่ อาจส่งผลให้ในอนาคต ที่จะกระจายพันธุ์ของปลาหมอคางดำจนไม่เหลือทรัพยากรท้องถิ่น การแพร่ระบาด ในประเทศไทยกินพื้นที่กว่า ๑๗ จังหวัด ตามที่เพื่อนสมาชิกของพรรคก้าวไกลของเรา ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ และสำหรับในกรุงเทพมหานครนั้น ปัจจุบันมีการพบการระบาด รุนแรงปลาหมอคางดำทั้งหมด ๓ เขต คือเขตบางขุนเทียน เขตทุ่งครุ เขตบางบอน ซึ่งเขตทุ่งครุ คือเขตความรับผิดชอบของดิฉันเองค่ะ ในพื้นที่ทุ่งครุมีเกษตรกรทั้งหมด จำนวน ๙๒ ราย ที่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมประมง จากการ ตรวจสอบพบว่าปลาหมอคางดำส่งผลกระทบต่อเกษตรกรโดยตรง บ่อเพาะเลี้ยงประสบ ปัญหาเลี้ยงปลา แต่ไม่ได้ปลาที่เลี้ยง เลี้ยงปลานิล เลี้ยงปลาสวาย แต่ได้ปลาหมอคางดำ จากที่จะนำปลาสวาย ปลานิลไปขายได้กิโลกรัมละ ๕๐ บาท กลายเป็นต้องมากำจัด ปลาหมอคางดำนำไปจำหน่ายได้กิโลกรัมละ ๑๕ บาทแทน ทุกท่านทราบดีค่ะว่า การลงทุน ทำอะไรสักอย่างมีค่าใช้จ่ายและต้นทุน เกษตรกรหว่านก็อยากจะหวังผลได้ผลผลิตที่คุ้มค่า กับการลงทุน แต่พอถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตที่เราหว่านไว้ กลายเป็นหว่านกลับได้อะไรไม่รู้ ขาดทุน ได้รับผลเสียหายตาม ๆ กัน นอกจากการระบาดในบ่อเพาะเลี้ยงแล้ว บริเวณแหล่งน้ำ ธรรมชาติแทบทุกคลองในพื้นที่เขตทุ่งครู ยังพบปลาหมอคางดำอีกจำนวนมาก ซึ่งทีมงาน และดิฉันได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและได้มีการพูดคุยกับเกษตรกรในพื้นที่สำนักงานเขตและ เจ้าหน้าที่ประมงประจำเขต ถึงแนวทางการแก้ปัญหา ตอนนี้การแก้ไขปัญหาก็ยังพบการจับ ปลาหมอคางดำไปแปรรูปทำอาหาร หรือจับไปจำหน่ายให้กับผู้รับซื้อ นอกจากจะจับ เพื่อแปรรูปและจำหน่ายต่อแล้ว ยังมีมาตรการหยุดระบาด ซึ่งกระบวนการจัดตั้งเพื่อให้ความรู้ ทางวิชาการ ให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องของการขนย้าย การขนย้ายไม่ให้ปลาที่มีไข่ไหลลงสู่ แหล่งน้ำสาธารณะ เพราะถ้าหากไม่มีความรู้ในการขนย้าย การพยายามลดปริมาณอาจจะเกิด การแพร่ระบาดปลาหมอคางดำแทนค่ะ การปล่อยปลากะพงขาวเพื่อกำจัดลูกปลาหมอคางดำ ถือเป็นแนวทางที่ดีเพื่อที่จะลดปริมาณปลาหมอคางดำได้ แต่ดิฉันอยากจะเสนอแนะเกี่ยวกับ การลดปริมาณปลาหมอคางดำด้วยการใช้ปลานักล่าท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่ เช่น ในพื้นที่ของ ดิฉันมีปลาช่อนและปลาชะโดที่เป็นปลาท้องถิ่น หากมีข้อมูลเชิงวิชาการที่จะให้ความรู้กับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ว่าควรปล่อยปลานักล่า ควรจะมีสายพันธุ์อะไร ขนาด น้ำหนัก และอายุ ช่วยกำจัดปลาหมอคางดำได้ก็จะดีค่ะ เมื่อพูดถึงแนวทางในการแก้ปัญหาในสภา ดิฉันก็ทราบว่ามีการตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมา ซึ่งขณะนี้ก็มีการทำงานอย่างขยันขันแข็ง มีการ Active มาก ทั้งที่รู้ว่าเพิ่งตั้งอนุกรรมาธิการได้เพียง ๖ สัปดาห์เท่านั้น แต่ในส่วนของ ฝั่งรัฐบาลดิฉันทราบว่ามีการตั้งตั้งแต่วันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ทางรัฐบาลได้มีการจัดตั้ง กรรมการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ซึ่งคณะกรรมการมีตั้งแต่รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนกรมการค้าภายใน ผู้แทนกรมพัฒนาที่ดิน ผู้แทนสำนักสหกรณ์ ประธานสภาจังหวัดสมุทรสงคราม ตัวแทนประมงระดับจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ จันทบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ไปจนถึงนักวิชาการต่าง ๆ รวมคณะกรรมการทั้งหมดทั้งสิ้น ๔๗ ท่าน ดิฉันในฐานะผู้แทน ของประชาชนจึงอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามว่า จากวันที่แต่งตั้งคณะกรรมการจนถึงปัจจุบันนี้ ท่านทำอะไรไปแล้วบ้างคะ สถานการณ์การแพร่ระบาดตอนนี้เกินควบคุมแล้วค่ะ ทั้งบ่อเพาะ และแหล่งน้ำธรรมชาติเต็มไปด้วยปลาหมอคางดำ เกษตรกรเดือดร้อนทั่วถึง แต่การแก้ปัญหาจาก รัฐบาลยังไม่มีความชัดเจน ตั้งคณะกรรมการมาจนจะครบ ๓ เดือนแล้ว อำนาจหน้าที่ที่ท่าน ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ท่านบอกว่ามีแนวทางที่จะเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหา และมีการจัดทำแผนปฏิบัติการ ไม่ทราบว่าแผนปฏิบัติการของท่านไปถึงไหนแล้วค่ะ ช่วยบอกให้พวกเราและประชาชนทราบทีค่ะ ว่าท่านดำเนินการไปถึงไหน ประชาชนจะต้อง ทำอย่างไรกันต่อไป หรือจะต้องจับปลากินกันต่อไปเรื่อย ๆ แบบนี้ประชาชนคนไทยต้องรับ จบแบบเดิมหรือเปล่า พอเกิดปัญหาทีก็พึ่งพาใครไม่ได้ ต้องดูแลตัวเองแล้ว ดูแลตัวเองอยู่ ดูแลตัวเองต่อ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญครับ🔗

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมใคร่ขออนุญาตในการที่จะอภิปรายเรื่องปลาหมอคางดำ ตั้งแต่เกิดมาผมก็เพิ่งทราบ นี่ละครับ เพราะว่าในทางอีสานของผมมันยังไม่ระบาดไป ก็ไม่แน่เหมือนกัน เพราะว่า เพื่อนสมาชิกได้ยื่นญัตติวันนี้ ซึ่งผมก็มานั่งฟังประมาณสักบ่าย ๆ นะครับ ผมก็เลยฉุกคิด ขึ้นว่าตัวเราเองจะช่วยเหลือได้อย่างไร ท่านประธานครับ ผมได้ศึกษาค้นมาว่าปลาหมอคางดำ ได้มีการแพร่ขยายตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ เดี๋ยวนี้ปี ๒๕๖๖ แล้ว เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้มันมี ความจำเป็น ผมจะไม่บอกว่าปี ๒๕๖๐ รัฐบาลไหนปกครองเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง พอเพื่อนพี่น้องได้มีการตั้งกระทู้ก็ดี ยื่นญัตติก็ดีในวันนี้ ผมก็เลยบอกว่ามันจะพ้นความรับผิดชอบของรัฐบาลก็ไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลก็ไม่ได้ นิ่งนอนใจ ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐาเองก็แล้วแต่ ได้สั่งการให้ท่านธรรมนัส เพราะในสิ่งที่ มันระบาดมาแล้วมันก็ต้องดำเนินการไปพร้อม ๆ กัน ความหมายก็คือพร้อม ๆ กับทางวิจัย ว่าเราจะทำอย่างไร ในการที่จะขจัดมันได้ เพราะเราก็ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน ผมจะไม่เอ่ยอ้าง ว่ามาอย่างไร เพราะว่าตัวผมเองก็รู้นะครับว่ามีแต่ปลาน้ำจืดทั่วไป ซึ่งทุกคนก็รู้ บ้านผมก็มี ปลาดุก ปลาช่อน ปลาคอก ปลาลูกคอก ปลาขาว ปลานิล ปลาอะไรต่าง ๆ ที่เป็นปลาน้ำจืด ปลาน้ำโขงก็จะมีปลาเนื้ออ่อน ปลาบึก ปลาอะไรต่าง ๆ ทุกปลาเดี๋ยวนี้เลี้ยงเกือบได้หมด มีการเลี้ยงเกือบได้หมด แล้วทีนี้ปลาหมอคางดำพอมาดูแล้ว ผมก็ดูแล้วดูอีก ดูจากสื่อมวลชน แล้วท่านอภิปรายก็หลายท่าน เพิ่งทราบนะครับ แต่พี่น้องที่บ้านเขาไปถ่ายรูปมา เขาบอกว่า ปลาหมอคางดำในฐานะชาวบ้านที่อยู่ชนบทมาตลอด ซึ่งเขาก็ไม่ใช่นักวิชาการ เป็นชาวบ้าน ธรรมดา เขาว่าเป็นปลานิลครับ ปลานิล แล้วทีนี้พอต่างกับปลาหมอเยอะ ปลาหมอ หรือว่า ทางบ้านผมเขาเรียกว่า ปลาเข็ง อีสานนี่ละ แล้วส่วนข่าวต่าง ๆ ก็ว่าเจอในบ่อปิดบ้าง บ่อเปิดบ้าง น้ำหนักเกือบกิโลกรัม เยอะแยะไปหมด มันปลาหมอที่ไหน นั่นละก็งงไปหมด อาจจะเป็นปลาหมอโลกนี้กระมังครับ ถ้าเป็นปลาหมออีสานมันก็จะตัวไม่ใหญ่ แต่ถ้าเป็น ปลาหมอตัวผลิตภัณฑ์ที่เอามาเลี้ยงมันก็ใหญ่ขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง ผมคิดว่าปลาหมอที่เขาปิ้งขาย ย่างขายคือปลาหมอเลี้ยง แต่มันไม่คางดำครับที่อยู่อีสานผม มันก็ตัวใหญ่ขึ้นมาอีก เมื่อก่อน ปลานาธรรมดามันอร่อยมาก ผมจะเปรียบเทียบให้ดูนะครับ เขาก็บอกว่าอย่างไรก็ปลานิล มันเถียงกันอยู่เดี๋ยวนี้ เพียงแต่ว่าคางมันดำเฉย ๆ นี่เขาถ่ายมาปลานิลคางดำครับ ผมก็เลยบอกว่าจะเรียกอะไรก็แล้วแต่ เดี๋ยวนี้เราต้องมาช่วยกัน ช่วยกันแบบไหนละครับ ผมเชื่อมั่นว่าผมเป็น สส. รัฐบาล เราก็บอกรัฐบาล เวลาไปประชุมพรรคเรื่องนี้ก็เป็นเรื่อง ที่เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องทั้งประเทศ ๑๖ จังหวัด มันอาจจะระบาดเป็น ๑๗ จังหวัด ๑๘ จังหวัดอะไรก็ได้ ท่านประธานครับ ผมเป็นประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกร ชาวสวนยางของประเทศนี้ ก็ดูพี่น้องชาวสวนยางทั้งหมด ก็ได้มีการหารือว่าเราจะช่วย อย่างไร ท่านประธานบอร์ดการยางก็คือผู้ใหญ่ เพิก เลิศวังพง ก็หารือกันไปว่าจะช่วยกัน อย่างไร รัฐบาลจะช่วยกันอย่างไร งบประมาณไม่มี คือเราไปค้าขายยาง เขาเรียกว่า BU พอ BU ก็หาได้กำไรมาบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ เพราะว่ามันจะมีพระราชบัญญัติการยาง มันจะมี ตั้งแต่ ๔๙ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) แล้วแต่ไม่ต้องอธิบาย BU เขาหาสตางค์ได้ เขาจะช่วย อย่างไรครับ ณ วันนี้เขาประกาศออกมาว่า เขาจะดูแลโดยใช้งบประมาณของพวกยางนี่ละ ซึ่งเป็นงบร่วม ของพวกผม ซึ่งเป็นชาวสวนยางด้วย แล้วเราก็ยินดีจะช่วยคนละไม้คนละมือ กยท. หรือการยางแห่งประเทศไทย ก็อยู่ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้ดำเนินการว่า คือกินมันเยอะ กินอย่างไรก็ไม่หมด ปลาธรรมดาเราก็กินจนไม่หมดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น เขาจะเอาไปทำปุ๋ย เราจะนำร่องนะครับ ผมจะอธิบายครับ นำร่องทั้ง ๑๖ จังหวัด อะไร ก็แล้วแต่ในช่วงปลายปีงบประมาณนี้ละ โดยจะใช้ปริมาณ ๑ ล้านกิโลกรัม ซึ่งจะมีผู้มีส่วน เกี่ยวข้องในการร่วมกันทำ ประมงก็ต้องมาดู กรมส่งเสริมสหกรณ์ก็ต้องมาดู การยางก็ต้องมาดู เพราะมันเป็นเงินการยาง แล้วจะต้องมีผู้รวบรวมก็คือเกษตรกรนี่ละ เกษตรกรคือพวก แพปลา ผู้ประกอบการประมง สหกรณ์การประมง ขั้นตอนการประชาสัมพันธ์ อะไรต่าง ๆ เหล่านี้มาลงทะเบียน คือเราใช้งบประมาณ ๕๐ ล้านบาท ถึงแม้จะระบาดเยอะ อันนั้นก็เป็น อีกส่วนหนึ่ง ผมต้องการอยากประชาสัมพันธ์ของผมที่เป็นประธานเครือข่ายการยางนี่ละ เป็นส่วนหนึ่งเล็ก ๆ ในการที่จะต้องขจัดนี้ เขาจะเอาปลาหมอคางดำไปทำปุ๋ย โดยให้ พด. กรมพัฒนาที่ดินไปดำเนินการในการจัดการตามวิชาการ เพราะเขาได้พิสูจน์แล้วว่าเขาจะเอา ไปทำปุ๋ย เรากินไม่หมด ก็เลยจะเอาไปทำปุ๋ยนำร่องนี่ละครับ โดยใช้ปุ๋ยหมัก หมักกระจาย น้ำธรรมชาติ เพื่อที่จะเอาไปให้พี่น้องเกษตรกรยางพาราไปผสมปุ๋ยใช้ NPK เอามาผสม โดยใช้ผสมอินทรีย์ ผสมกับ NPK ก็จะลดต้นทุนตัวนี้อีก ตรงนี้เราได้ดำเนินการมาช่วงเวลานี้แล้ว และมีแผนงานต่าง ๆ ซึ่งจะต้องดำเนินการตั้งแต่เดือนนี้ กรกฎาคมมีแผนออกมา ๓๐ กันยายน ก็จบแล้วครับ แต่จะทำจริง ๆ สิงหาคม มีแผนดำเนินการอย่างดี ณ วันนี้ ท่านประธาน นี่ก็เป็นคนละไม้คนละมือ คือเพื่อนสมาชิกทั้งหลาย ผมพูดในฐานะที่เป็น ตัวแทนปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ เป็น สส. ภาคอีสาน แต่ก็ด้วยความห่วงของพี่น้องทุกท่าน ที่ประสบอย่างนี้ แต่ในเรื่องวิจัย ในเรื่องขจัด ในเรื่องอะไรต่าง ๆ ที่ต้องดำเนินการมันไม่ใช่ วันเดียวหรอกครับ ที่จะต้องบอกอะไรก็นายกรัฐมนตรีเศรษฐา อะไรก็ธรรมนัส ซึ่งเขา ดำเนินการอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมอยากจะขอกราบเรียนกับเพื่อนสมาชิกว่า นานาจิตตัง ที่เป็นความคิด เอาละคนมันกดดัน เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหมือนกัน พี่น้อง เดือดร้อนเขาก็มาหาผู้แทน ผู้แทนเดือดร้อนก็ต้องไปหาคนที่มีส่วนรับผิดชอบว่าจะช่วยเหลือ อย่างไร เอาละเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทยได้ช่วยท่านไปแล้ว เพราะฉะนั้นชาวสวนยางมายุ่งอะไร ก็เป็นคนในประเทศไทย ราคายางมันดีขึ้นครับ เดี๋ยวนี้ ถึงว่าลดลงมาหน่อย เราได้กำไรมานิดหน่อย เราก็เลยไปช่วย ๕๐ ล้านบาทครับ นำรอง ไปเสียก่อน ๒ เดือน ถ้าหากมันมีความจำเป็นที่จะต้องทำ มันก็เหมือนวิจัยนัย ๆ นี่ละ ถ้าทำได้ ต่อไปอาจจะต้องมีการหางบจากรัฐบาลอะไรก็แล้วแต่ อันนี้เป็นโครงการต่อไป ในการที่จะดำเนินการ เราคิดไม่ออก เพราะเราก็เป็น สส. เหมือนกันกับพวกท่าน แต่เราคิด แบบนี้ เราคิดในการที่จะช่วยเพื่อน ช่วยพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ผมก็ไม่ อยากจะให้ระบาดไปหรอก เดี๋ยวนี้ปลาก็กินไม่หมด ทางบ้านผมโอ้โฮออกมา ปลาที่มันเป็น ปลาธรรมชาติเยอะแยะ เพราะฉะนั้นเอาไปปลาเลี้ยงก็มี เอาไปก็จะมีปัญหาหมดนะครับ เพราะฉะนั้นเราจะขจัดไป กยท. ร่วมกับเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง เริ่มต้น ในการช่วยเหลือพี่น้องอย่างนี้ ผมขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสในวันนี้ กราบขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศักดินัย นุ่มหนู เชิญครับ🔗

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมอยู่จังหวัดตราดเป็นจังหวัดท้ายสุดของภาคตะวันออกนะครับ เลยจากจังหวัดตราดก็เป็น ประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ก่อนหน้านี้มีการแจ้งเรื่องการระบาดของปลาหมอคางดำ ก็ยังไป ไม่ถึงจังหวัดตราด ไม่กี่สัปดาห์มานี้เองครับ ผมไปที่ประมงจังหวัดตราด ก็ได้พูดคุยกัน ก็รับทราบข้อมูลนะครับว่า ปลาหมอคางดำยังไม่ระบาดเข้าไปในพื้นที่ของจังหวัดตราด เพียงแต่วันนี้ดูเหมือนจะมีข้อมูลว่ามีการพบปลาหมอคางดำที่จังหวัดตราดแล้ว อย่างที่ผมบอกครับท่านประธาน ถัดจากจังหวัดตราดก็จะเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ตรงนี้ เป็นเรื่องที่น่ากังวลเหมือนกันนะครับ ว่าจะเป็นประเด็นระหว่างประเทศหรือไม่ เพราะฉะนั้น จะมีมาตรการในการที่จะสกัดและป้องกันตรงนี้กันไว้อย่างไร ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องควรที่ จะต้องใส่ใจ ตระหนักอย่างจริงจังสำหรับที่จะต้องกำหนดมาตรการที่จะไม่ให้หลุดออกไปถึง ประเทศเพื่อนบ้าน อันนี้ก็สำคัญครับ ทีนี้ท่านประธานครับ ผมคิดว่าหลายภาคส่วนเอง ก็มีข้อเสนอแนะ มีข้อห่วงกังวลในหลาย ๆ มาตรการที่ออกมาว่าจะได้เป็นมาตรการที่ดีที่สุด รัดกุม แล้วก็รอบคอบ วันนี้กรรมาธิการการเกษตรเอง ก็ได้มีการเชิญทั้งในส่วนของสมาคม การประมงแห่งประเทศไทย แล้วก็สมาพันธ์สมาคมประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย ที่เราเชิญมาก็เพราะว่า พวกเขาเองนั้นมีส่วนได้รับผลกระทบโดยตรง และมีส่วนได้เสีย โดยตรง เขามีมาตรการ มีความคิดเห็น มีข้อเสนอต่อหน่วยงานภาครัฐอย่างไรบ้าง กรรมาธิการการเกษตรก็ได้เชิญทั้ง ๒ ภาคส่วนนี้มา ของสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ก็ได้มีการเสนอไว้ ๙ มาตรการด้วยกัน และในส่วนของทางสมาพันธ์ประมงพื้นบ้านเสนอไว้ ๔ มาตรการด้วยกัน ที่จะให้ทางหน่วยงานภาครัฐรับไปดำเนินการ ผมสรุปอย่างนี้ครับ ท่านประธาน ว่ามาตรการของกรมประมงก็น่าจะเป็นเจ้าภาพที่จะต้องดำเนินการอย่างที่สุด กรมประมงเสนอไว้มี ๖ มาตรการด้วยกัน เพื่อในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาด กำหนดไว้ เป็น ๓ ระยะด้วยกัน ทั้งระยะเร่งด่วนและมี ๓ มาตรการด้วยกัน ระยะกลางมี ๒ มาตรการ แล้วก็ระยะยาว ๑ มาตรการ ในระยะเร่งด่วน ในมาตรการที่ ๑ ว่าด้วยเรื่องของการที่จะ ควบคุม แล้วก็การกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด อันนี้กำหนด ไว้นะครับ จะมีการควบคุมแล้วก็กำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำที่มีพื้นที่การระบาด อันที่ ๒ มีการนำปลาหมอคางดำที่กำจัดแล้วออกจากระบบนิเวศเพื่อไปใช้ประโยชน์ อันที่ ๓ มีการสร้างการรับรู้ ความตระหนักรู้ และการมีส่วนร่วมในการกำจัดปลาหมอคางดำ ผมคิดว่าในระยะเร่งด่วนตอนนี้มาจากจันทบุรีไปถึงตราด การสร้างการรับรู้ด้วยการตระหนักรู้ ผมคิดว่าอันนี้อาจจะล่าช้าและไม่ทันไปแล้วด้วยซ้ำไป ในระยะกลางมี ๒ มาตรการด้วยกัน ที่ทางกรมประมงเสนอต่อกรรมาธิการ การกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยปล่อยปลาผู้ล่าอย่างต่อเนื่อง อันนี้ก็บอกว่าในครั้งแรกจะใช้คนเป็นผู้ล่าก่อน หลังจากใช้ มนุษย์เป็นผู้ล่าแล้ว มันก็จะมีความเบาบางลงไป ก็จะมีการปล่อยปลาผู้ล่า บอกไว้อย่างนั้น อันที่ ๒ บอกว่าจะทำการสำรวจแล้วก็เฝ้าระวังการแพร่ระบาดการกระจายประชากร ปลาหมอคางดำในพื้นที่เขตกันชนที่ติดกัน แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ทันแล้ว ก็ต้องไปเฝ้าระวัง ที่จะไม่ให้ออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนในระยะยาวว่าด้วยเรื่องของการศึกษาวิจัย เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาด โดยการปรับปรุงพันธุกรรมสัตว์น้ำ เพื่อควบคุมประชากรปลาหมอคางดำ โดยการเหนี่ยวนำโครโมโซมให้เป็นปลา ให้เป็น 4n ก็เหมือนกับทำให้ปลาเป็นหมัน ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมมองดู ทั้ง ๓ ระยะที่ทางกรมประมงเสนอ ขึ้นมา โดยหลาย ๆ เรื่องก็จะเป็นเรื่องที่เป็นนามธรรมเสียเป็นส่วนใหญ่นะครับ ท่านประธาน ดูเป็นนามธรรม พูดโดยหลักการทั่วไปว่าจะต้องมีการควบคุมอย่างจริงจัง แค่ไหนเรียกจริงจัง จริงจังกันเมื่อไร อย่างไร สิ่งที่เป็นรูปธรรมจากที่เราได้เห็น วันนี้มีการพูด บอกว่าจะมีการรับซื้อจากชาวบ้านทั่วไป ที่มีการจับปลาหมอคางดำ กิโลกรัมละ ๑๕ บาท ในวันที่ ๑ สิงหาคม แต่เป็นอย่างนี้ครับ รับซื้อ ๒ เดือน แต่ยังไม่บอกเลยว่าจะซื้อ ตรงจุดไหนบ้าง และมีการจ่ายเงินสดหรือไม่ เวลาซื้อ ซื้อวันนี้ จ่ายเงินสดหรือไม่ ทางกรมประมงยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนออกมา ซื้อแล้วได้เงินหรือเปล่า ได้เงินทันทีหรือไม่ อันนี้ยังไม่มีคำตอบ เพราะฉะนั้นก็ยังไม่มีอะไรที่เป็นความชัดเจน ที่เป็นรูปธรรมของการที่จะ แก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง อย่างเป็นรูปธรรมว่า จะซื้อ ซื้อแล้วจ่ายเงินเขาหรือเปล่า ซื้อไป ๒ เดือนแล้วหลังจากนั้นอย่างไรต่อ ทีนี้เรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะเสนอ ก็คือเรื่องของมาตรการที่จะมี การเยียวยาสำหรับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน เพราะมันเกิดขึ้นแล้วจริง ๆ สำหรับผู้ที่เดือดร้อน ผมก็ทราบว่าทางกรมประมงมีหนังสือด่วนที่สุดไปถึงทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กับกรมบัญชีกลาง เพื่อหารือแนวทางในการปฏิบัติ ในการที่จะให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ในกรณีการแพร่ระบาดของปลาหมอ ซึ่งทางกรมประมงก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากกรมบัญชีกลางว่าจะสามารถดำเนินการตาม ระเบียบของกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบ ภัยพิบัติในกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้หรือไม่ ผมจึงอยากที่จะขอให้ทางกรมบัญชีกลางเร่งให้ คำตอบนี้ด้วยนะครับ ว่าจะมีการช่วยเหลือ ชดเชย เยียวยา อย่างไร หรือไม่ เพราะว่า เรื่องส่งไปเมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๗ แล้ว ก็ใกล้จะ ๓ เดือนแล้ว ทีนี้ประเด็นที่ผมจะมี ข้อเสนอต่อรัฐบาล ต่อสภา ต่อท่านประธานไปถึงรัฐบาลมี ๓ ข้อด้วยกัน🔗

ข้อแรกครับ ต้องผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้มีการทำงานอย่างเป็น เอกภาพ เราบอกถึงว่าจะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดให้มาเป็นประธานในจังหวัดแต่ละจังหวัด เข้าไปดำเนินการ เพราะฉะนั้นทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็คงไม่พอ เพราะฉะนั้น ในการให้เป็นวาระแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีดำเนินการสั่งการอย่างเป็นเอกภาพนะครับ🔗

ข้อที่ ๒ ก็ให้กรมประมงเสนอการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยเฉพาะในมาตรา ๖๕ ประกอบมาตรา ๑๔๔ เพื่อใช้กฎหมายเป็นกลไก ในการที่จะป้องกัน และในขณะเดียวกันจะต้องมีบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับผู้ที่เป็นต้นเหตุ ของการแพร่ระบาดด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เราก็ยังพูดกันถึงว่าเราจะทำอย่างไรกับผู้ที่เป็น ต้นเหตุแบบนี้ ไม่ให้มันเกิดปรากฏการณ์ซ้ำ ๆ🔗

สุดท้ายครับ ก็อยากที่จะให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องประสาน ขอความร่วมมือกับทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือว่า DSI เพื่อที่จะรับเรื่องดังกล่าวนี้ เป็นคดีพิเศษครับ เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงแล้วก็เอาผิด และดำเนินคดีกับผู้ที่เป็นต้นเหตุของ การแพร่ระบาดโดยเร็ว ไม่ใช่ปล่อยให้พี่น้องต้องรับกรรม รับชะตากรรมที่มีความยากลำบาก และขณะเดียวกันก็ต้องสูญเสียงบประมาณในการบริหารจัดการตรงนี้ครับ เพราะฉะนั้น ผมสะท้อนปัญหาต่อมาตรการ สร้างความห่วงใยต่อมาตรการของทางกรมประมง และขณะเดียวกัน ข้อเสนอที่ผมเสนอต่อสภาแห่งนี้ ผ่านท่านประธาน ก็อยากที่จะให้รัฐบาล ได้รับไปพิจารณาด้วยครับ ขอขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ท่านครับ วันนี้ปัญหาปลาหมอคางดำเป็นสิ่งที่พวกเรา ทุกคนได้ตระหนักรู้ว่ามันทำให้ระบบนิเวศของเราเสียหายมากน้อยขนาดไหน ท่านครับ ผมเองขนาดเป็นแค่ผู้แทนธรรมดา ๆ คนหนึ่ง แล้วตอนนี้ในพรหมพิราม ในพิษณุโลก ก็ยังไม่ได้มีปัญหานี้ แต่ว่าผมเอง แล้วก็ สส. พรรคเพื่อไทยทั้งหมด รวมทั้งผู้บริหารของ พรรคเพื่อไทย เราก็เป็นห่วง เป็นห่วงจริง ๆ นะครับ ผมเองไม่ใช่เป็นคนที่จะชอบมาพูดโกหก ใครต่อใคร พวกเราเป็นห่วงจริง ๆ ขนาดผมเป็น สส. ธรรมดายังเป็นห่วงขนาดนี้ เพราะฉะนั้น ผมเองนึกถึงท่านนายกรัฐมนตรี นึกถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการเลย ว่าเขาเอง ท่านรัฐมนตรีเหล่านั้น ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องหนักใจมากกว่าพวกผมอีกมากมาย ท่านครับ ถ้าว่ากันตามตรงเรื่องปลาหมอคางดำ มันก็มีปัญหามาตั้งแต่ ๑๐ กว่าปีแล้วกระมังครับ แต่ว่าเพิ่งจะมาเป็นข่าว เป็นคราว และผมคิดว่าทุกคนในสภานี้รู้ข่าวพร้อม ๆ กันละครับ ไม่ได้มีใครรู้ก่อนใครละครับ เรามา ช่วยกันไม่ดีกว่าหรือครับ แล้วปัญหานี้พวกเราที่อยู่ในที่นี้ทั้งหมด ๕๐๐-๖๐๐ คน ไม่ได้เป็น คนก่อสักคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นแล้วเรามาตั้งหน้าตั้งตาที่จะช่วยกันในการที่จะกำจัด ปลาหมอคางดำไม่ดีกว่าหรือครับ คือหลาย ๆ ท่าน อันนั้นก็เป็นสิทธิของแต่ละท่านนะครับว่า ท่านจะแสดงความคิดเห็นอย่างไร บางท่านก็บอกว่าให้หาตัวผู้กระทำผิดมาให้ได้ก่อน บางท่าน ก็บอกให้กำจัดก่อน บางท่านก็ให้เยียวยาก่อน แต่ในความรู้สึกผม ผมคิดว่ารัฐบาลวันนี้ ทำทุกอย่างพร้อม ๆ กัน ทั้งในเรื่องของการกำจัดปลาหมอคางดำ ทั้งในเรื่องของการเยียวยา พี่น้องเกษตรกร หรือแม้แต่ประชาชนที่ไม่ได้เป็นเกษตรกร แต่ปลาหมอคางดำมันทำให้เกิด ความเสียหายแก่ประชาชนท่านนั้น ผมว่ารัฐบาลเขาก็คิดเหมือนกันนะครับ แล้วก็ ๓. ในเรื่องของการสอบสวนหาผู้กระทำความผิด ผู้ที่จะต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นเอกชน หรือว่าการปล่อยปละละเลยของหน่วยงานราชการก็ตาม จะต้องเอามารับโทษให้ได้นะครับ ผมคิดว่ารัฐบาลทำพร้อม ๆ กัน และดีไม่ดีผมว่ารัฐบาลจะต้องนำเอาสิ่งนี้ ซึ่งมันเป็นปัญหา ใหญ่โตแล้วตอนนี้ ได้นำมาเป็นบทเรียนที่จะปรับปรุงระเบียบกฎหมายทั้งหลาย ที่เกี่ยวกับเรื่องของการนำเข้า พันธุ์ปลาที่มาจากต่างประเทศ ท่านครับ ว่าก็ว่าเถอะนะครับ ผมเองได้เห็นเอกสารเกี่ยวกับ เรื่องของทางประมงฉบับหนึ่ง เขาบอกว่าปลาต่างถิ่นที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยตอนนี้ มีไม่น้อยกว่า ๓,๕๐๐ ชนิด แต่ ๓,๕๐๐ ชนิดนี้มันแบ่งออกเป็น ๒ จำพวก จำพวกแรกก็คือ โอเค ก็ไม่ได้มีอะไรละครับ เรียกว่าปลาไม่ได้รุกรานก็แล้วกัน ส่วนอีกจำพวกหนึ่งที่มีอยู่ ๓๒๘ ชนิดนี้ พวกนี้นี่ละเป็นพวกที่อันตราย คือเป็นปลาประเภทรุกราน มันจะรุกรานปลา ในท้องถิ่นทั้งหมดละครับ ผมอยากจะให้รัฐบาลได้ใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงกฎหมาย ทั้งในเรื่องของการลงโทษ การป้องกัน การเยียวยาทั้งหลายทั้งสิ้น เอาเสียคราวเดียวกันเลย ท่านครับ อีกอย่างหนึ่งที่ทุกอย่างมันไปไว ผมมั่นใจว่ารัฐบาลไม่ได้ปล่อยปละละเลยหรอกครับ เพียงแต่ว่ารัฐบาลก็รู้พร้อม ๆ กัน เพราะอย่าลืมว่ารัฐบาลงานไม่ใช่มีหน้าเดียว มีหลายสิ่ง หลายอย่างต้องทำทุกอย่างพร้อม ๆ กัน สมองท่านนายกรัฐมนตรีกับสมองพวกเรามันก็ขนาด พอ ๆ กันละครับ มันก็ไม่ได้ใหญ่กว่ากันสักเท่าไรหรอกครับ เพราะฉะนั้นหลาย ๆ อย่าง เหมือนอย่างผมเหมือนกัน จะทำอะไร จะรู้อะไรก็มีคนมาบอกถึงรู้ ไม่อย่างนั้นบางที เราก็ไม่ได้ตรัสรู้ถึงขนาดนั้นนะครับ ในความรู้สึกผมอีกอย่างหนึ่ง คนไทยเราต้องยอมรับว่า เราเป็นคนใจดี เราเป็นคนชอบทำบุญ ผมอยากจะเสนอแนะให้รัฐบาลได้ใช้โอกาสนี้ในการที่ จะแนะนำและบอกกล่าวกับประชาชนในเรื่องของการทำบุญ โดยเฉพาะการปล่อยปลา เราก็รู้ ๆ อยู่ไม่ต้องอะไร ไม่ต้องสัตว์ต่างถิ่นหรอกครับ ปลาดุก จริง ๆ แล้วปลาในกลุ่มปลาดุก ควรปล่อยไหมครับ ในแหล่งน้ำธรรมชาติ มันไม่ควร เพราะปัจจุบันมันมีปลาดุกยักษ์ ผมก็ไม่สันทัดเรื่องปลาด้วยนะครับ มันเป็นปลาที่ผสมมา เป็นลูกผสมมา เพราะฉะนั้นมันมี ความดุร้ายในตัวของมัน เพราะฉะนั้นเขาถึงได้บอกนักบอกหนาว่า พยายามอย่าปล่อยปลาดุก ในแม่น้ำ อีกอันหนึ่งอย่าลืมว่าปลาที่มีปัญหาอีกอย่างหนึ่ง คือประเภทปลาสวยงาม Sucker เป็นอย่างไรละครับ ผมว่ารัฐบาลเที่ยวนี้ไหน ๆ ก็จะกำจัดแล้ว ปลา Sucker ตอนนี้ มันก็ระบาดอยู่ทั่ว ถ้ามีใครดำเนินเรื่องปลาหมอคางดำแล้วเห็น Sucker ก็จัดการด้วยนะครับ เอาเสียทีเดียวเลย หรือว่าปลาอะไรก็แล้วแต่ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมต้องชื่นชมรัฐบาลอีกอย่างหนึ่ง ก็คือว่าตั้งแต่มีเรื่องปลาหมอคางดำขึ้นมา ได้มีการบอกกล่าว ผมเกิดมาผมก็ไม่รู้จักปลาหมอ คางดำ แต่ผมก็เพิ่งมารู้จักจากสื่อนี่ละครับ มาจากสิ่งที่รัฐบาลพยายามกระจายบอกพี่น้อง ไม่ใช่พยายามทำให้พี่น้องตกใจนะครับ แต่ทำให้พี่น้องได้เข้าใจ อย่างน้อยก็ได้เห็นลักษณะว่า มันเป็นอย่างไร มันมีอันตรายไหม มันกินได้หรือเปล่า มันไม่ใช่เรื่องเหลวไหล แต่ถ้าสมมุติว่า รัฐบาลไม่อธิบาย หรือรัฐบาลไม่ได้เอามาทำให้ประชาชนเห็นว่ามันรับประทานได้ อะไรได้ เกิดมันมีข่าวลือขึ้นมาละ ข่าวลือที่ไม่ดี ถามว่าตรงนั้นรัฐบาล ผมเองก็ไม่อยากจะให้อภัย รัฐบาลหรอกครับแบบนี้ แต่อย่างนี้ถูกแล้วครับ ท่านเองได้พยายามที่จะบอกในแง่มุมของทาง วิชาการที่ได้มีการพิสูจน์กันแล้วว่า ปลาชนิดนี้จริงมันรุกรานปลาในท้องถิ่น ทำลายเศรษฐกิจ ทำลายปลาเล็ก ปลาน้อย เกษตรกรที่เขาเลี้ยงสัตว์น้ำ อันนั้นใช่ครับ แต่ว่าอีกด้านหนึ่ง มันกินได้ นี่ผมไม่ได้เชียร์ว่าจะไม่ปราบปลาหมอคางดำนะครับ ยังต้องปราบต่อไปละครับ เพราะว่ามันทำให้สัตว์น้ำอื่นเสียหาย เพราะฉะนั้นแล้วผมเองให้กำลังใจรัฐบาล ในการที่จะ ดำเนินการเกี่ยวกับปลาหมอคางดำในครั้งนี้นะครับ แต่ผมขอย้ำว่าอยากให้ครั้งนี้เป็นบทเรียน เป็นโอกาสที่รัฐบาลควรจะต้องนำกฎหมายหรือระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการนำเข้าสัตว์น้ำ หรือการที่มีคนปล่อยปละละเลยจากหน่วยงานราชการ จะต้องลงโทษให้หนัก เพื่อไม่ให้กรณีนี้ เกิดขึ้นอีก กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพงศธร ศรเพชรนรินทร์ เชิญครับ🔗

นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ระยอง

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พงศธร ศรเพชรนรินทร์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง อำเภอแกลง อำเภอเขาชะเมา จากพรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ เจ้าปลาหมอคางดำ Alien Species ตัวร้ายตัวนี้ มันระบาดมาถึงระยองบ้านกระผมสักพักใหญ่แล้วครับ พบเจอในหลายแหล่งน้ำ ไม่ว่าจะเป็น แม่น้ำประแสร์ แม่น้ำพังราด บริเวณสะพานรักษ์แสม หรือแม้กระทั่งชายทะเลน้ำเค็ม สัปดาห์ก่อนชาวประมงพบเจอที่หาดแม่รำพึง เมื่อเช้าครับ สด ๆ ร้อน ๆ เพิ่งเจออยู่ที่ หาดเภตรา บ้านเพ นี่ครับอยู่ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็ม มันร้ายจริง ๆ ครับ ดังนั้นวันนี้ ผมก็รู้สึกยินดี เป็นนิมิตหมายอันดีที่ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลเห็นตรงกันว่าต้องร่วมมือกัน แก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังเสียที ผมได้ยินเพื่อนสมาชิกจากรัฐบาลหลายท่านพูดและเห็น ตรงกันว่าต้องใช้มาตรการต่าง ๆ หลาย ๆ มาตรการไปพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแรก เป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องเร่งหาต้นเหตุ ต้นตอ ผู้ก่อปัญหาเอามาลงโทษให้ได้ ว่าใครกันแน่ ที่เป็นต้นเหตุในการปล่อยปละละเลยจนเกิดวิกฤติการณ์ครั้งนี้ เอาใจช่วยครับ ผมเอาใจช่วย รัฐบาล ทุกหน่วยงาน หาคนผิดมาลงโทษให้ได้ ที่ต้องควบคู่กันไปครับ แน่นอนว่าเราต้องหา มาตรการทุก ๆ มาตรการดำเนินการเพื่อที่จะกำจัดและจำกัดจำนวนมันให้ได้ทุกมาตรการ ซึ่งเรื่องนี้ด้านหนึ่งเราก็ต้องยอมรับกันว่า เราตื่นตัวเรื่องนี้กันช้าไปหน่อย เพราะรัฐบาล ที่ผ่าน ๆ มาไม่ได้ให้ความสำคัญ ไม่ได้กำจัดมันอย่างจริงจัง มันจึงผ่านมาแล้วหลายปีครับ จึงเป็นปัญหาหนักที่เราต้องร่วมมือกันในวันนี้ ซึ่งแน่นอนว่าเราคงไม่อาจจะกำจัดมันให้หมด ไปได้อย่างสิ้นเชิง แต่เราต้องจำกัดจำนวนมันให้ไม่เป็นอันตรายต่อระบบนิเวศด้วยหลากหลาย วิธีการ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยว่าจะต้องมีการสนับสนุนให้ชาวประมงจับมันขึ้นมา มีการตั้งค่าหัวรับซื้อนำไปใช้ประโยชน์ ตรงนี้เห็นด้วยครับ เพราะว่าไม่มีใครจับปลาเก่ง เท่าชาวประมงแน่ ๆ ดังนั้นต้องส่งเสริมให้ชาวประมงจับมาให้ได้เยอะที่สุด เพราะชาวประมง จับปลาตลอดเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่เหมือนหน่วยงานรัฐที่จับได้แค่บางเวลา ดังนั้นเรื่องนี้ต้องดำเนินการอย่างถึงที่สุด ให้ชาวประมงจับมาให้ได้มากที่สุด และมีทางออก ทางไปที่คุ้มค่าคุ้มทุนกับการจับ แน่นอนครับ ๑๕ บาท ราคาค่าหัวอาจจะเป็นราคาที่เหมาะสม ที่จะทำให้ชาวประมงมีแรงจับมันขึ้นมาให้ได้มากที่สุด เพราะว่าข้อห่วงกังวลเรื่องการเพาะเลี้ยง มีคนพูดถึงเรื่องนี้กันขึ้นมา ผมก็ได้เข้าไปศึกษาพบปะชาวประมง ชาวเพาะเลี้ยง พี่น้องชาวประมงบอกว่า ไม่ต้องห่วงเลี้ยงไปไม่คุ้ม เลี้ยงไปไม่คุ้ม เพราะมันโตช้ามากนะครับ ๑ ครับ ให้อาหารไป ๖ กิโลกรัม มันโตขึ้นแค่ ๑ กิโลกรัม ดังนั้น ถ้าราคาอยู่ประมาณ ๑๕ บาท หรือ ๒๐ บาท อย่างไรเพาะเลี้ยงก็ไม่คุ้มค่า อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ต้องทำอย่างชัดเจน มีมาตรการเฝ้าระวังมอนิเตอร์ไม่ให้เกิดปัญหาการลักลอบ เพาะเลี้ยงในระยะยาว ดังที่ท่านประธานที่ปรึกษาพรรคก้าวไกล และท่านหัวหน้าพรรค ได้แสดงความกังวลไว้ก่อนหน้านี้ ดังนั้นเรื่องนี้ดำเนินการควบคู่กันไป ส่งเสริมให้ชาวประมง จับมาได้มากที่สุด มีช่องทางไป มีการส่งเสริมให้คนกินให้มาก เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ถูกที่ถูกทาง แต่ว่าต้องทำควบคู่ไปในหลาย ๆ มาตรการ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการในการดำเนินการที่จะให้ ชาวประมงจับนั้น ก็จะต้องมีการประกาศยกเว้นเครื่องมือบางประเภทที่อาจจะผิดกฎหมาย ในปัจจุบัน เพื่อให้ชาวประมงสามารถจับมาได้มากขึ้น โดยมีการควบคุมของกรมประมง ซึ่งมีการทำไปแล้วหลายพื้นที่ แต่บางพื้นที่ยังไม่ได้มีการประกาศ ตรงนี้ก็น่าจะต้องมี การดำเนินการให้ครบทุกพื้นที่ที่มีการระบาดนะครับ รวมไปถึงการ Matching เพราะว่า การรับซื้อโดยราชการอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ หรือจากเอกชนบางรายอาจจะ ไม่เพียงพอ เพราะว่าจำนวนมันมากเหลือเกิน ราชการทำหน้าที่อำนวยความสะดวก Matching ผู้ที่ต้องการปลาในราคาต้นทุนต่ำไปแปรรูป ไม่ว่าจะทำเป็นน้ำปลา ไม่ว่าจะเป็นปลาร้า หรือว่าตากแห้ง ให้เขามีช่องทางจัดจำหน่ายให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้จับมาให้ได้มากที่สุด รวมไปจนถึงมาตรการในการปล่อยปลานักล่า ตรงนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญนะครับว่า การปล่อย ปลากะพงไปแล้วก็เป็นสิ่งที่ดีครับ แต่ว่าอาจจะต้องศึกษาปล่อยปลานักล่าที่หลากหลายชนิด มากขึ้น เพื่อให้สามารถจับเจ้าปลาหมอคางดำให้ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะว่าเจ้าปลากะพง ลักษณะเขาไม่สามารถที่จะเข้าไปจับในระดับน้ำตื้น หรือบริเวณโขดหินได้ อาจจะต้องใช้ ปลาเก๋าเข้าไปเสริม ในบริเวณน้ำจืดอาจจะต้องใช้ปลากราย ปลาม้า ที่ล่าปลากลางแม่น้ำลึก ใช้ปลาช่อนล่าเขตน้ำจืด น้ำตื้นในคลอง หรือว่าปลาชะโดที่เป็นนักล่าที่มีประสิทธิภาพสูง จะใช้ในพื้นที่ไหน ตรงนี้ต้องหานักล่าที่หลากหลายมากขึ้น เพราะเราจะต้องอยู่กับมันไปอีก หลายปี จะได้ช่วยกันจำกัดจำนวนให้ได้มากที่สุด รวมไปจนถึงเรื่องของการไล่ล่าจับกุมตัว เจ้าปลาหมอคางดำ โดยหน่วยงานรัฐที่ดำเนินการกันอยู่ เรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ และเมื่อมีการประกาศแล้วว่าจะดำเนินการให้เป็นวาระแห่งชาติ ผมคิดว่าต้องขอฝาก ท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีครับ น่าจะต้องลงมาดูแลเรื่องนี้ให้มากขึ้น จะปล่อย ให้เป็นภาระของท่านรัฐมนตรีช่วยอรรถกร ของท่านรัฐมนตรีธรรมนัส เฉพาะกระทรวง เกษตรและสหกรณ์กระทรวงเดียวอาจจะไม่ทันการแพร่ขยายตัวของมัน จำเป็นหรือไม่ ที่จะต้องตั้งหน่วยงานที่บูรณาการหลายกระทรวงมากขึ้น ให้มีทรัพยากร มีบุคลากร มาช่วยกันจับ ช่วยกันล่าอย่างจริงจังมากกว่าที่ผ่านมา ดังนั้นครับ ในฐานะที่เราเห็นตรงกันว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ ก็ขอฝากรัฐบาลให้ดำเนินการอย่างจริงจัง บูรณาการ ทุ่มเท ทรัพยากรที่มีอยู่ ช่วยกันจำกัดจำนวนของมันให้เหลือน้อยที่สุด เท่าที่จะไม่เป็นปัญหา กับระบบนิเวศ เพื่อให้เกษตรกร เพื่อให้ชาวประมงได้คืนวิถีชีวิตที่ถูกทำลายไปหลายปีที่ผ่านมา ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิติพล ผิวเหมาะ เชิญครับ🔗

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิติพล ผิวเหมาะ บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลครับ การอภิปรายถึงหายนะของปลาหมอ คางดำต่อระบบนิเวศของไทยใน ๗ นาทีของผมนี้ มี ๒ คำสำคัญเท่านั้นนะครับ คือรู้หรือไม่รู้ ๒ เรื่องสำคัญ ๒ คำสำคัญเท่านั้นครับท่านประธาน🔗

ไปในส่วนของเรื่องแรกกันก่อน คือตอนแรกผมจะตั้งประเด็นว่า เรารู้กันไหมว่า กรณีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ไม่ว่าจะเป็นเข้ามาในลักษณะว่าเป็นปลาสวยงามก็ดี เข้ามาลักษณะเป็นเอามาบริโภคในประมงก็ตามที ต่างประเทศเขาเคยมีกรณีแบบนี้ไหม ไม่ต้องถามคำถามนี้แล้วนะครับ เพราะเพื่อนสมาชิกของผมหลายท่านก็ได้อภิปรายไปแล้วว่า มันมีกรณีที่เกิดขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าจะเกิดที่อเมริกา เกิดที่ออสเตรเลีย เกิดที่ยุโรป รวมไปถึง เพื่อนสมาชิกของผมจากพรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังประชารัฐก็เอาตัวอย่างไว้ให้ด้วย บอกว่าที่อเมริกาเขาแก้ไขปัญหาอย่างไร ที่ยุโรปแก้ไขปัญหาอย่างไร ออสเตรเลียแก้ไขปัญหา อย่างไร เพราะฉะนั้นเรื่องนี้รู้อยู่แล้ว ต่างประเทศมีปัญหารู้อยู่แล้ว รู้วิธีการจัดการที่จะ เรียกว่าถูก จะเรียกว่าผิดอะไรต่าง ๆ รู้อยู่แล้ว แต่ก็ยังเข้ามาสู่ในประเทศไทย ผมไม่ย้อนกลับ ไปแล้วกัน เพราะซ้ำกับที่เพื่อนสมาชิกของผมหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว จะไปค้นหาต้นตอ อะไรต่าง ๆ ผมสนับสนุนนะให้หาต้นตอให้ได้ว่ามาจากไหน อะไร อย่างไร ในขณะเดียวกัน ที่จะสืบเนื่องต่อไปที่มันเกี่ยวกับระบบนิเวศครับท่านประธาน ในเรื่องสิ่งแวดล้อม ผมไม่พูด ไม่ได้ คือมันมีผลกระทบต่อเรื่องระบบนิเวศแน่นอน ประเทศไทยเรามีทั้งน้ำจืด มีทั้งน้ำเค็ม เรามีระบบนิเวศ ไม่ว่าจะเป็นในน้ำจืด แล้วก็เป็นในน้ำเค็ม แต่สิ่งที่เหมือนกัน ไม่ว่าระบบนิเวศ ในน้ำจืดหรือน้ำเค็มที่มี นั่นก็คือสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในระบบนิเวศนั้น น้ำจืดก็มี กุ้ง หอย ปู ปลา น้ำทะเลก็มี กุ้ง หอย ปู ปลา และเช่นเดียวกันครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นระบบนิเวศ ในน้ำจืดหรือในน้ำเค็ม คำนี้สำคัญนะครับ ล้วนเป็นทรัพยากรธรรมชาติของรัฐทั้งสิ้น ตรงนี้ ต้องขีดเส้นใต้ไว้ตัวโต ๆ เลยครับ ว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติของรัฐทั้งสิ้น แล้วเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็บอกแล้วว่าปลาหมอคางดำอยู่ได้ทุกน้ำ อยู่ได้ทุกน้ำ พอเข้าไป อยู่น้ำจืดกินทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในน้ำจืด เข้าไปอยู่น้ำเค็มกินทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในน้ำเค็ม แล้วกินเยอะขนาดไหนท่านประธาน ผมคิดว่าเราคงมีการเรียกว่าพอจับปลาหมอคางดำ มาแล้ว คงมีการผ่าพิสูจน์แล้วละ มันไม่ใช่แค่ว่ามีไข่เยอะ ออกลูกได้เยอะต่าง ๆ นานา ถ้าผ่าท้องออกมาเอาไส้ปลาหมอคางดำยืดออกมายาว ๔ เท่าของตัวปลา ท่านประธาน ลองคิดดูไส้มันยาว ๔ เท่า กินทั้งวัน เดี๋ยวก็กิน เดี๋ยวก็กิน เดี๋ยวก็กิน กินแล้วย่อยเร็วด้วย ย่อยเร็วขนาดไหน เอาพื้นที่ที่ สส. ณัฐชา พูดไปว่าบ่อเลี้ยงกุ้งที่ในพื้นที่ เวลาปลาหมอคางดำ กินกุ้งเข้าแป๊บเดียว ๓๐ นาทีย่อยแล้ว นั่นเท่ากับว่าพอกินท้องอิ่มเสร็จปุ๊บว่ายไปแป๊บเดียว อีก ๓๐ นาทีกินต่อแล้ว ว่ายไปแป๊บเดียวอีก ๓๐ นาทีกินต่อแล้ว กินทั้งวัน กินทั้งคืนจริง ๆ แล้วการที่ปลาหมอคางดำ ซึ่งถือว่าเป็น Alien Species เพราะมันไม่ได้เป็นปลาที่อยู่ในบ้านเรา เข้ามาอยู่ในระบบนิเวศของไทย ผลกระทบคืออะไรครับ ก็ทำให้ระบบนิเวศของไทยพังลงไป แล้วโรคต่าง ๆ ที่อยู่ในปลาหมอคางดำ ซึ่งไม่ใช่สัตว์ที่อยู่ในประเทศไทย แล้วมาอยู่ในประเทศไทย ถ้ามีการแพร่ระบาดของโรค ก็อาจจะเกิดเป็นโรคอุบัติใหม่ได้ สิ่งที่ผมพูดนี้ไม่ใช่เรื่องเกินเลย ในการประชุมของสภาสมัยที่แล้วที่เราอยู่อภิปรายกัน เราพูดถึงการแพร่ระบาดของโรค Lumpy skin เราพูดถึงการแพร่ระบาดของกาฬโรคแอฟริกาในม้า แล้วเหล่านั้นมาจากไหน มันก็เกิดจากการที่เอา Alien Species เอาม้าลาย ซึ่งไม่ได้เป็นม้าในประเทศไทยเข้ามาอยู่ใน ประเทศไทย หลายปีแล้ว เอาเข้ามาจะขาย จะเป็นจุดพัก จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ก็ระบาด เข้าไปสู่ในม้าในประเทศไทย Lumpy skin ก็เช่นเดียวกัน ก็ถือว่าเป็นโรคอุบัติใหม่ นี่คือสิ่งที่ต้อง กังวล เพราะตอนนี้เรามีปลาหมอคางดำ ซึ่งถือเป็น Alien Species อยู่ในระบบนิเวศทั้งน้ำจืด อยู่ในระบบนิเวศทั้งน้ำเค็ม พร้อมที่จะแพร่เชื้อที่มันไม่ได้เป็นโรคในประเทศไทย เข้าสู่ ทรัพยากรธรรมชาติของรัฐ ผมย้ำคำนี้ครั้งที่ ๓ แล้ว เพราะมันจะสืบเนื่องไปถึงรู้หรือไม่รู้ สุดท้ายครับท่านประธาน หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าในประเทศไทยเรามีคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ แต่แน่นอนถ้าท่านมาสายสิ่งแวดล้อมท่านรู้ว่าเรามีคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พูดผ่านท่านประธานไปให้กับหลาย ๆ ท่านที่อาจจะงง ๆ ว่าคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีอะไร เอาสรุปสั้น ๆ ง่าย ๆ ก็คือมีหน้าที่ในการดูแลต่าง ๆ ในเรื่อง สิ่งแวดล้อมของประเทศไทยไม่ให้เกิดความเสียหาย อะไรที่คิดว่าจะสร้างความเสียหายให้กับ สิ่งแวดล้อมไทย ต้องรีบจัดการ ต้องรีบบริหารจัดการ แล้วคนที่นั่งเป็นประธานคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติคือใคร ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ปี ๒๕๓๕ ประธานที่นั่งหัวโต๊ะคือนายกรัฐมนตรี รักษาการโดยตำแหน่ง รองประธานลำดับ ถัดลงไปมีคนที่สำคัญมากและไม่เคยอยู่ในหน้าสื่อเลย ในกรณีของความเสียหายจาก การระบาดเรื่องของปลาหมอคางดำ นั่นคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ไม่เคยอยู่ในหน้าสื่อเลย แต่ท่านทราบไหมว่าท่านเป็นรองประธาน ในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านอาจจะมีหลายเรื่องที่ท่านต้อง ไปประชุม ท่านต้องรีบแก้ไขต่าง ๆ นานา แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นี่หน้าที่ท่านโดยตรงเลยนะ ท่านทำอะไรอยู่ บอกให้กับพี่น้องประชาชนรู้ หรือจริง ๆ แล้วนายกรัฐมนตรีรู้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมท่านรู้เช่นเดียวกัน ว่าท่านมีตำแหน่งเป็นรองประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม แห่งชาติ แต่ท่านพยายามเงียบ หายเข้ากลีบเมฆ เหมือนที่หลาย ๆ ครั้งไม่ยอมมาตอบ กระทู้ถามต่าง ๆ ในสภา เพราะเหตุผลว่า ใน พ.ร.บ. ส่งเสริม ปี ๒๕๓๕ ที่ผมพูดไปนี้ กรณีนี้ การระบาดของปลาหมอคางดำสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศไทย ซึ่งถือเป็น ทรัพยากรธรรมชาติของรัฐ แล้วกฎหมายฉบับนี้กำหนดเอาไว้ว่าต้องเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ ค่าเสียหายแก่รัฐทั้งหมด ฝากพี่น้องสื่อมวลชนด้วยครับ เอาไมโครโฟนไปถามกับทาง ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ถามทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ถึงความเสียหายเหล่านี้ และต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายเหล่านี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ก่อนที่ท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด จะอภิปรายนะครับ ผมขออนุญาตชี้แจง ที่มีการพาดพิงถึงผมช่วงที่ผมไม่อยู่นะครับ ก็ได้มีท่านสมาชิก ท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ได้เอาผลิตภัณฑ์ปลาหมอคางดำประมาณ ๒๐ กิโลกรัม เข้าไปในห้องอาหารของท่าน สส. ซึ่งเป็นเขตหวงห้าม ให้เข้าได้เฉพาะ สส. เท่านั้น แล้วท่านก็ได้เอาปลาเข้าไป แล้วก็เอาผู้ช่วย สส. และเอาทีวี เอาช่างภาพเข้าไป แล้วก็ไปเพื่อที่จะไปให้ท่านสมาชิกได้ลองชิม ได้ลอง บริโภค ซึ่งทางฝ่ายรักษาความปลอดภัยก็ได้ห้ามปราม แต่ท่านก็ไม่ฟังนะครับ เขาก็เลย รายงานมาให้ผมว่ามีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น ผมเลยบอกทางท่าน ผอ. ไปว่าไม่ได้นะครับ ท่านจะมาแบบว่าจะใช้อภิสิทธิ์เข้ามาในห้องอาหารโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต ไม่ได้ ผู้ติดตาม ก็เข้าไม่ได้นะครับ แล้วหนำซ้ำจะเอาทีวี เอาช่างภาพไปถ่ายไม่ได้ มันเป็นเอกสิทธิ์นะครับ มันเป็นพื้นที่หวงห้ามเฉพาะ สส. เท่านั้น ทีนี้ท่านบอกว่าเอาอาหารมาให้ท่าน สส. ได้ชิม ท่านสมาชิกครับ อาหารถึงจะเป็นหูฉลามหรือจะเป็นอาหารชั้นดีก็ตาม ในเขตนี้ ถ้าเกิดว่ามันมีการเป็นพิษขึ้นมา ฉะนั้น สส. ก็ถือว่าเป็นตัวแทนของประชาชน ทุกสิ่งทุกอย่าง จะต้องอยู่ในระเบียบ กฎเกณฑ์ ฉะนั้นอยากจะเรียนให้ท่านณัฐชาได้ทราบนะครับว่า หลักการข้อบังคับเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสถานที่แห่งนี้ เราต้องรักษากฎระเบียบไว้ อย่างไร ก็เรียนท่านนะครับว่าบุคคลภายนอกเราไม่อนุญาตให้เข้าไป ฉะนั้นถ้าจะเข้าไปต้องทำ หนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร ท่านมีอะไรจะพูดไหมครับ ท่านเดินเข้ามา เชิญครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผมวิ่งลงมาจากชั้น ๓ เพื่อจะมาชี้แจงให้ท่านทราบ เนื่องจากว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้น คือผมนำปลาเข้ามาด้วยเหตุผลประการใด ผมได้แจ้งในการอภิปรายเมื่อสักครู่แล้ว ก็คือว่า มีเพื่อน สส. หลาย ๆ ท่านก็ได้ถามว่า เอ๊ะ ในภาคอีสานต้องการ ในภาคเหนือต้องการ หรืออะไรต่าง ๆ ผมก็ใช้พื้นที่ตรงนี้ในการนำมาให้ท่านได้ชิม ซึ่งเป็นห้องอาหาร ไม่ใช่ ห้องประชุม ซึ่งก็ได้ทราบจากเจ้าหน้าที่ว่าต้องขออนุญาต ผมก็ให้เจ้าหน้าที่คนที่มาบอกนั้น ได้ช่วยดำเนินการในการขออนุญาต ส่วนที่ท่านบอกว่าผู้ช่วยเข้ามา ก็เพราะว่าปลา มันจำนวนมาก ๒๐ กิโลกรัม ก็ขอให้ผู้ช่วยได้ช่วยยกเข้ามา ซึ่งผมเห็นเป็นปกติเวลารัฐมนตรี เดินแล้วเหาฉลามเดินตามเขาก็ไม่ได้ขออนุญาต แล้วก็ผ่านในห้องอาหาร ผมก็คิดว่าการเดิน ยกมาให้สามารถทำได้ เพราะเห็นรัฐมนตรีหลายท่านเวลาท่านเดินมาพร้อมเหาฉลามก็ไม่ได้ มีการขออนุญาต ในส่วนของเรื่องปลาที่ท่านบอกต้องขออนุญาต ผมก็ได้แจ้งเจ้าหน้าที่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมจะต้องดำเนินการในการที่จะหยิบยกเรื่องของรสชาติ เรื่องของอะไรต่าง ๆ มาให้เพื่อนสมาชิก และขอใช้พื้นที่ตรงนั้นเพียงเล็กน้อย ผมไม่ได้มาหว่านข้าวในสภา ผมไม่ได้ เอาปลาหมอคางดำมาปล่อยในบ่อมรกต สิ่งที่ผมทำ ผมทำถูกต้อง วันนี้คือสิ่งที่เราต้องการ หยิบยกมาให้เพื่อน สส. ในฐานะที่เป็นตัวแทนของคนทุกจังหวัด เขาไม่ต้องเดินทาง เขาสามารถลองชิม แล้วเขาสามารถไปบอกกับประชาชน บอกกับพี่น้องประชาชนได้ ผมคิดว่า มันไม่ได้เป็นเรื่องเหลือบ่ากว่าแรงใด ๆ ส่วนเรื่องการถ่าย ผมนำมาให้ชิมเพื่อรู้แล้วบอกต่อ ผมไม่ได้เอามาให้กินให้อิ่มนะครับ สมัยที่แล้วท่านประธานน่าจะจำได้ มีเพื่อนสมาชิก เอ่ยนามได้ ไม่เสียหาย ท่านรังสิมา ท่านก็นำหอยดองในจังหวัดสมุทรสงครามมา หรืออะไรต่าง ๆ เราก็ได้ชิม ได้อะไรกัน ก็เป็นเรื่องที่ทำได้ แต่เรื่องนี้มันเป็นประเด็นร้อนแรง เป็นกระแสร้อนแรง ผมก็บอกว่าผมขออนุญาตนำเข้ามานี่ เขาบอกต้องขออนุญาต ผมก็บอก เจ้าหน้าที่ว่าขออนุญาตอย่างไรให้แจ้ง เขาก็แจ้งกลับมาว่าท่านพิเชษฐ์ห้าม ผมก็ถามว่าท่านพิเชษฐ์ห้ามด้วยเหตุผลอะไรเท่านั้นเอง เสร็จปุ๊บเขาก็บอกว่าหัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็ไม่ได้ อันนี้ใคร อันนี้ผู้ช่วย ผู้ช่วยก็ต้องออกไป ห้ามเข้า ผมบอกท่าน ผมให้เขายกมาให้แค่นั้นเอง ยกมาพื้นที่ที่ห้ามคือห้ามผู้ช่วยมากินข้าว แต่นี่ผมไม่ได้พาผู้ช่วยผมไปกิน ผมให้ผู้ช่วยผมเขาช่วยยกปลาเข้ามาให้ นี่ขอนำเรียน ท่านประธานครับ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ และด้วยท่วงทำนองของการนำเสนอต่อพี่น้อง ประชาชน และผมเชื่อว่าที่ประชุมแห่งนี้ คือที่ที่จะนำเสนอปัญหาความทุกข์ร้อนของพี่น้อง ประชาชน และนั่นคือหนึ่งในกระบวนการในการนำเสนอ และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เพื่อน สมาชิกจากทั่วทั้งประเทศเขาได้รู้จากจุดนี้เลย วันพรุ่งนี้เขากลับพื้นที่ มีใครมาบอกว่าขอให้ นำไปหน่อยเขาได้พูดได้ เขาได้บอกได้ เขาได้บอกว่าได้ลิ้มรสแล้ว ได้ลิ้มลองแล้ว แล้วช่างภาพ ที่ผมพาเข้ามา ผมไม่ได้พาช่างภาพที่อื่นเข้ามา ผมขอทีวีสภา ผมขอช่างภาพสภา เพราะผม เกรงใจว่าพื้นที่นี้เป็นพื้นที่สภา ต้องให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ของสภาเท่านั้น เขาเป็นข้าราชการ ด้วยครับ เป็นข้าราชการสภา ๒ ท่านที่ผมเป็นคนโทรศัพท์ขอ นี่ครับท่านประธาน เรื่องทั้งหมดเป็นกระบวนการแบบนี้ เป็นการต้องการอยากจะถ่ายทอดให้พี่น้องประชาชน ได้รับรู้ รับทราบ ให้ตัวแทนของพี่น้องประชาชนได้รับรู้ รับทราบ เรื่องมีเพียงเท่านั้นเองครับ ท่านประธาน ท่านประธานจะมาบอกว่าผมใช้อำนาจบาตรใหญ่ หรืออะไรต่าง ๆ ผมคิดว่า ไม่ใช่ครับ มันเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอและเป็นพื้นที่ที่ดีด้วยที่จะให้เพื่อนสมาชิกทุกท่าน ได้รับรู้ รับทราบครับท่านประธาน ด้วยความเคารพท่านประธานอย่างยิ่ง ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เรียนท่านณัฐชานะครับ ว่ามันไปรบกวนสิทธิส่วนบุคคล เขตหวงห้ามยิ่งเอาสื่อเข้าไป มันไม่ได้นะครับ คืออย่างนี้นะครับ ท่านจะเอาปลามาห้องแถลงข่าวท่านก็ไปแถลงข่าว แล้วท่านให้ผู้สื่อข่าวข้างล่าง ชั้น ๑ ซึ่งเป็นสถานที่ที่จะแถลงข่าวแล้วก็บอกข่าวอันนี้ทำได้ ผมคิดว่าผมชี้แจงนะครับ ท่านพาดพิงถึงผม ก็คิดว่าจบไหม🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

นิดเดียวครับ ท่านประธานเดี๋ยวจะคลาดเคลื่อน ท่านประธานบอกว่าผมนำไปแถลงข่าวแล้ว แล้วยังจะ นำมานี่อีก คนละเวลากันครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ใช่ครับ ท่านมานี่ก่อนแล้วก็ลงไปแถลงข่าว🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ใช่ คือความตั้งใจเดิมของผม ไม่ได้จะนำไปให้นักข่าว ท่านประธาน คือนำมาจะให้เพื่อนสมาชิกทั้ง ๕๐๐ คน ได้รับประทาน เนื่องจากว่าห้วงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเจอเพื่อนสมาชิกหลายท่านมากเลยถามรสชาติ เป็นอย่างไร อะไร อย่างไร ก็นี่ความตั้งใจของผม เสร็จปุ๊บทางนี้เจ้าหน้าที่ของท่าน ผมไม่ทราบว่า ได้รับมอบหมายจากท่านหรืออย่างไร บอกว่าหัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็ให้เข้าไม่ได้ ผมบอก เรื่องมันไม่ได้ใหญ่โตอะไรขนาดนั้นนะพี่ เรื่องมันแค่นี้เอง เสร็จปุ๊บเขาบอกว่าไม่ได้ ผมก็เลย บอกว่า ถ้าอย่างนั้นไปเอารถเข็นมา เข็นไปให้นักข่าวชิมก็ได้ แค่นั้นครับ ไม่ได้ว่า ไปนักข่าวแล้ว แล้วขึ้นมานี่ด้วย ไม่ใช่🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือต้องขอโทษท่านนะ มันเป็นหลักการนะครับ ไหน ๆ มันก็ผ่านไปแล้ว ทุกคนก็รับทราบ กันหมดแล้ว วันนี้เราก็มีญัตติด่วนเข้ามาแล้ว ให้มันผ่านไปนะครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

เนื่องจากว่าผมเอง โดยส่วนตัวเคารพท่านประธานพิเชษฐ์มาก แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องอาหารผมก็กังวลว่า มันไม่น่าจะเป็นเรื่องของทางท่านพิเชษฐ์ ผมยังบอกให้เจ้าหน้าที่ของท่านโทรศัพท์หาท่านเลย ผมบอกว่าโทรศัพท์หาท่านพิเชษฐ์เลย ถ้าผมได้คุยกับท่านพิเชษฐ์ท่านน่าจะเข้าใจ เพราะผม กับท่านท่วงทำนองในการจะนำเสนอข้อมูล หรืออะไรต่าง ๆ ไม่แตกต่างกัน ผมก็เรียนรู้มา จากท่าน ผมเป็นรุ่นน้อง เพราะฉะนั้นผมก็จะให้ความเคารพท่านมาก และผมพยายาม อยากจะติดต่อกับเขาด้วย แต่เจ้าหน้าที่ที่ท่านส่งมาก็เลยมีการกระทบกระทั่งกัน เพราะฉะนั้นก็อยากจะขอโทษท่านประธานนะครับ ถ้าเกิดทำให้เรื่องมันต้องลุกลาม บานปลาย แต่ผมแจ้งต่อพื้นที่ตรงนี้ว่าเจตนารมณ์ของผมจริง ๆ คล้าย ๆ ท่าน คือผมต้องการ ที่จะนำเสนอปัญหาของพี่น้องประชาชนด้วยวิธีการอย่างหนึ่ง อย่างใด ผมคิดว่าพื้นที่แห่งนี้ เป็นพื้นที่ที่สามารถทำได้ ในความเข้าใจของผม แต่ถ้าเกิดท่านประธานบอกว่ามีกรอบกติกา อะไรต่าง ๆ ก็ขอน้อมรับไว้ครับท่านประธาน ด้วยความเคารพท่านประธานพิเชษฐ์อย่างมาก โดยเฉพาะท่านเลยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวนะครับ ผมเข้าใจครับ ก็เข้าใจเจตนาดี แต่ว่าก็รักษากฎระเบียบนะครับ ในเมื่อมันผ่านไป ก็จบ ๆ ไปนะครับ เชิญครับท่าน🔗

นายวรวงศ์ วรปัญญา ลพบุรี

ไม่ได้ประท้วงนะครับ ไม่ได้ยกมือเหนือ ศีรษะ ขออนุญาตหารือท่านประธานครับ ผมเข้าใจความหวังดีของเพื่อนสมาชิกนะครับ กระผม วรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะของ วิปรัฐบาลด้วย ผมคิดว่าการที่เราจะดำเนินขั้นตอนต่าง ๆ ในสภาทุกอย่างมีขั้นตอน ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าทุกอย่างทำไปโดยตามขั้นตอนแล้ว ได้มีการขออนุญาต และได้มีการ ปรึกษาหารือกัน ก่อนที่จะให้มีเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้น ซึ่งผมยืนยันได้เลยครับว่าเรามี โอกาสที่จะหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายได้ ผมก็อยากจะขอบรรทัดฐานกับ ท่านประธานนะครับว่า สรุปแล้วทำได้ไหม สรุปแล้วควรจะทำไหม สรุปแล้วคนอื่นก็ทำได้ ใช่หรือไม่ ไม่อย่างนั้นก็จะไม่มีบรรทัดฐานในสภาครับท่านประธาน สภาแห่งนี้ก็จะลดความ ศักดิ์สิทธิ์ลง วันนี้ผมเข้าใจในสิ่งที่ท่านประธาน แล้วก็ท่านเพื่อนสมาชิกได้มีการพูดคุยกัน เมื่อสักครู่ แต่จริง ๆ แล้วปัญหามันไม่ได้อยู่เลยครับว่าเป็นปลาชนิดใด แต่ผมว่าอยู่ที่ขั้นตอน ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะวิปฝ่ายค้านนะครับ คือผมคิดว่าเรื่องนี้ที่มันเกิดเหตุขึ้น ผมเข้าใจว่ามันก็คงไม่เคยเกิดลักษณะแบบนี้มาก่อน อย่างน้อยทั้งชุดนี้และชุดที่แล้ว ทีนี้ผมคิดว่าอยากจะให้มองว่าสุดท้ายพื้นที่สภามันเป็นพื้นที่ ที่เราจำเป็นต้องสื่อสารถึงความทุกข์ร้อนของประชาชน ผมคิดว่าท่านพิเชษฐ์ก็เข้าใจในเรื่องนี้ แน่นอน ท่านรองประธานเข้าใจแน่นอน ผมเลยอยากจะเสนอว่า กรณีในลักษณะแบบนี้ ผมเข้าใจว่ามันต้องมีกฎระเบียบ มันต้องมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย รับประทานอาหารอยู่ จะมีกล้องไปถ่ายกันตลอดเวลา ผมเข้าใจว่ามันก็คงมีความอึดอัดแน่นอน แต่ถ้าเป็นกรณี บางอย่างที่มันอาจจะอนุมัติโดยดูเป็นรายกรณีไป โดยท่านรองประธานเป็นคนพิจารณา ผมก็คิดว่าเราหาจุดสมดุลทั้งในเรื่องของความเรียบร้อย แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถที่จะ ถ่ายทอดในเรื่องของความเดือดร้อนของประชาชน ยกตัวอย่างเช่น กรณีของทางท่านณัฐชา ก็สามารถที่จะถ่ายทอดออกไปได้ ซึ่งรูปแบบนี้ผมคิดว่ามันก็ควรจะเป็นบรรทัดฐานว่าต่อไปนี้ ถ้าเกิดว่าสมมุติมีการขออนุญาตแล้ว ท่านก็อาจจะกรุณาดูในเรื่องของความเป็นระเบียบ เรียบร้อย ถ้ามันจัดการกันได้ ไม่ได้ไปรุกล้ำอะไรใคร กล้องไม่ได้หันให้เห็นภาพของทุก ๆ คน อาจจะเจาะเฉพาะคนใดคนหนึ่งที่เขายินดีที่จะแสดงความคิดเห็น ถ้าเป็นลักษณะแบบนี้ ผมก็คิดว่าน่าจะพอรับกันได้ครับ ก็อยากให้ท่านรองประธานได้พิจารณาได้ในเรื่องเหล่านี้ ขอบคุณครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ นิดเดียว ผมเสียหาย ไม่อย่างนั้นไม่จบ คือเมื่อสักครู่นี้บอกว่าเรื่องของกติกา เรื่องของอะไรต่าง ๆ ผมคิดว่าถ้าเกิดข้อบังคับเราครอบคลุมไปถึงห้องอาหารนี่จะยุ่งนะครับ ต้องยกช้อนเฉพาะมือ ขวาหรือเปล่า มันจะวุ่นวายไปกันหมด วันนี้ข้อบังคับเราใช้ในห้องประชุม ส่วนในห้องอาหาร เมื่อสักครู่นี้ ถ้าพูดกันถึงเรื่องตากล้อง นักข่าว พี่น้องประชาชนฟังอยู่ที่บ้านจะงงว่าผมขน นักข่าวขึ้นไปหรือเปล่า ไม่ใช่นะครับ นั่นเจ้าหน้าที่ข้าราชการอยู่ทีวีสภา ๒ ท่าน ๑ ท่าน คือตากล้องที่อยู่ในห้องประชุมอย่างนี้ ผมให้ความเคารพสถานที่ และผมขออนุญาต ทีวีสภา ซึ่งเป็นข้าราชการของสภาในการที่จะขอความร่วมมือเพื่ออยากจะนำเสนอ และในการ นำเสนอเพื่อที่จะให้เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านเขาได้นำกลับไปใช้ได้ เป็นบทบาทหนึ่ง ของสภาผู้แทนราษฎรเรา ส่วนเรื่องของกติกาอะไรต่าง ๆ ถ้าท่านจะวางกรอบกติกา ผมว่าร่างกันเลยข้อบังคับการใช้ห้องอาหารว่าจะต้องยกจานมือไหน อะไร อย่างไร จะได้รับประทานกันอย่างนั้นเลย หรืออย่างไร ผมคิดว่ามันจบตั้งแต่ผมกับท่านประธาน ได้สื่อสารกันแล้วน่าจะจบครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จบนะครับ พอแล้ว มันเรื่องเล็กน้อย เดี๋ยวคุยกันนะ มันเรื่องเล็กน้อย🔗

นายวรวงศ์ วรปัญญา ลพบุรี

นิดเดียวครับ ผมจะพูดกับทางวิปฝ่ายค้านครับ พูดนิดเดียวครับท่านประธาน วรวงศ์ วรปัญญา พรรคเพื่อไทย วิปรัฐบาล เห็นด้วยกับ ท่านรังสิมันต์ในส่วนของวิปฝ่ายค้าน แล้วก็เชื่อว่าทำงานร่วมกันได้นะครับ แต่ก็อยากจะถาม ไปยังท่านวิปฝ่ายค้านนิดหนึ่งว่า สิ่งที่ท่านพูดมาเมื่อสักครู่กับการกระทำในวันนี้มันสอดคล้องกัน หรือไม่ เท่านั้นเองครับ ฝากทางวิปฝ่ายค้านด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ถ้าอย่างนั้นไม่จบครับ ท่านประธาน บอกมาเลยครับ การกระทำอย่างไรครับ ต้องเอาให้ชัด ท่านพูดลอย ๆ อย่างนี้ ไม่ได้ การกระทำเรื่องอะไร ไม่เหมาะสมตรงไหน อย่างไร ท่านบอกมาเลย ไม่ใช่ท่านพูดลอย ๆ อย่างนี้ท่านประธานไม่จบ แบบนี้ไม่จบ ท่านพูดมาเลย🔗

นายวรวงศ์ วรปัญญา ลพบุรี

ไม่แน่ใจพูดถึงใครครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ดูท่าทางเข้าใจยากครับ ท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่เป็นไรครับ พอแล้วครับ เดี๋ยวผมพูดนะครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

สรุปจะอย่างไรครับ ท่านประธาน ก็คือสภาแห่งนี้พูดลอย ๆ อย่างไรก็ได้ แล้วสุดท้ายลุกขึ้นมาบอกไม่เข้าใจ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้นะครับท่าน วันนี้ปลาหมอคางดำดังไปทั้งประเทศแล้ว พรุ่งนี้ก็ดังเพิ่มขึ้นไปอีก🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธาน ผมกับ ท่านประธานสื่อสารกันผมคิดว่าเข้าใจแล้ว แล้วก็ท่วงทำนองต่าง ๆ ผมคิดว่าท่านประธาน กับผมเข้าใจกันดี ไม่ได้มีปัญหาอะไรใด ๆ เลย แต่ถ้าพูดอย่างนี้ผมคิดว่าไม่จบ🔗

(นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประท้วงครับ🔗

นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ดิฉันขอประท้วงท่านประธานนะคะ ท่านต้องควบคุมสมาชิกให้มีความเรียบร้อยในที่ประชุม ข้อ ๙ นะคะ ขอให้ท่านควบคุม สมาชิกให้อยู่ในข้อบังคับการประชุมค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวผมวินิจฉัยทุกท่านนะครับ ขอร้องท่านรังสิมันต์ครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานผมนิดเดียว ไม่มีอะไร เลยครับ คือพอมันพาดพิง คือผมแค่จะบอกว่าจริง ๆ เรื่องนี้ในส่วนของวิปนะครับ อย่างผมกับท่านวิสุทธิ์เราก็คุยกันได้ แล้วก็ปรึกษาหารือเพื่อสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อย และจริง ๆ ข้อเสนอผมน่าจะดีที่สุด เพราะว่าสุดท้าย ถ้าเกิดมันจะมีประเด็นอย่างนี้ ก็ขออนุญาต ก็ขอกันไป ก็จบแค่นั้นเอง ซึ่งผมคิดว่าไม่ได้มีการก้าวล่วงอำนาจใครนะครับ แต่ก็เข้าใจว่าท่านก็อยากจะพูดอะไรสักหน่อย ขอสักนิด ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่รู้จะพูดทำไม จริง ๆ ต้องฝากท่านประธานวิปช่วยควบคุมวิปของท่านหน่อย🔗

นายวรวงศ์ วรปัญญา ลพบุรี

พาดพิงครับ ถ้าพูดกันอย่างนี้ก็ไม่จบครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอย่าสวนขึ้นมา พูดทีละคนนะครับ ต้องขออนุญาตนะครับ เชิญท่านวิสุทธิ์ครับ🔗

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาลนะครับ บรรยากาศหลายวันที่ผ่านมาเป็นไป ด้วยความเรียบร้อย โดยเฉพาะวันนี้เรื่องญัตติปลาหมอคางดำ ทางฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล วิปทั้ง ๒ ฝ่ายได้เจรจากัน และบรรยากาศเป็นข้อตกลงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหลือท่าน สุดท้ายแล้วครับ ก็อยากให้การทำหน้าที่ของเราทั้ง ๒ ฝ่ายเป็นไปด้วยความเรียบร้อยนะครับ ไม่อยากให้มีเหตุการณ์รุนแรง แล้วคนที่ติดตามก็อยากฟังเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ ทราบว่าเหลือผู้อภิปรายอีกท่านเดียว ผมก็ขอให้ท่านประธานได้สั่งการให้ยุติทั้ง ๒ ฝ่าย โดยเฉพาะวิปได้คุยกันอย่างดีอยู่แล้วนะครับ ผมว่าพอสมควรแล้วนะครับ เชิญท่าน ให้ผู้อภิปรายท่านต่อไปได้ทำหน้าที่เลยครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านประธานวิปครับ วันหลังก็ต้องบอกกันล่วงหน้านิดหน่อยนะครับ แล้วก็ ผมเป็นห่วงว่า คือห้องอาหารถ้าเกิดว่ามีเหตุเหมือนข่าวที่ว่ามีสารพิษนิดหน่อย มันก็จะเกิด ความเสียหาย ฉะนั้นก็เป็นการระแวดระวังนะครับ วันหลังก็บอกล่วงหน้า เรายินดีที่จะให้ ประชาสัมพันธ์กันเต็มที่ พอแล้วนะครับ เชิญท่านอนุสรณ์ต่อเลยครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เรามีคำขวัญว่าประเทศไทยนั้น ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เรามีภาพสะท้อน ของการบรรยาย ลักษณะทางภูมิศาสตร์ว่าในช่วงเดือนอ้าย เดือนยี่ เลยมาถึงเดือนสี่ เดือนห้า ถึงช่วงปรากฏการณ์ข้าวใหม่ปลามัน แต่บางครั้งต้องยอมรับครับว่า การโหมกระพือ นำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ไม่ได้เน้นในการสร้างความตื่นรู้ แต่มุ่งไปสู่การสร้างความตื่น ตระหนกนั้นเป็นปัญหาไม่น้อย ผมอยาก Highlight พาดหัวข่าวเนื้อหาในการอภิปรายของ ผมในวันนี้ว่า อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เสนอ ๑๐ มาตรการ โดยการแก้ปัญหาการแพร่ระบาด ของปลาหมอคางดำ🔗

มาตรการที่ ๑ ผมคิดว่ารัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น จะต้อง เร่งยกระดับประกาศแนวทางมาตรการการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ แต่ไม่ต้องถึงขั้นเป็นวาระแห่งชาติ เอาเป็นวาระกระทรวง เป็นประกาศกระทรวงที่สร้าง ความตื่นรู้ ไม่มุ่งสู่ความตื่นตระหนก🔗

มาตรการที่ ๒ ต้องบูรณาการการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างมียุทธศาสตร์ ท่านประธานครับ ที่บอกว่าไม่ต้องไปประกาศวาระแห่งชาติครับ เอาวาระกระทรวงก็พอ เราไปดูหน่วยงานต่าง ๆ ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นกรมประมง เฉพาะกรมนี้ กรมเดียว นักปราชญ์ ราชบัณฑิต ผู้รู้ ดอกเตอร์ เดินไหล่เบียดชนกันทั้งกระทรวง ทั้งกรม ถ้าไม่พอครับ ไปที่กรมวิชาการเกษตร ข้ามกระทรวงไปที่ อว. ด้วยก็ได้ครับ ไป ปภ. ป้องกัน บรรเทาสาธารณภัยของกระทรวงมหาดไทย ไป สธ. กับกระทรวงสาธารณสุขครับ ไปกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเชื่อมโยงบูรณาการการแก้ปัญหา อย่างมียุทธศาสตร์และเป็นระบบ🔗

แนวทางที่ ๓ ต้องช่วยกันสร้างความรู้ ความเข้าใจ ต้องยอมรับครับว่า ถ้าไม่มีการนำเสนอข่าวในลักษณะของการมุ่งไปสู่การตื่นตระหนกนั้น ปัญหาก็จะไม่ลุกลาม บานปลายเท่านี้ครับ มีรายการสนทนาประเภท Low Cost ต้นทุนต่ำ เปิดรายการมา รายการมี ๘ เบรก เล่าปลาหมอคางดำไป ๔ เบรกแล้วครับ นี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และภาครัฐนั้น ต้องไปจัดการเชื่อมโยงบูรณาการและจัด ระเบียบข้อมูลข่าวสารให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ประชาชนนั้นตื่นตระหนก🔗

แนวทางที่ ๔ ผมเห็นด้วยกับมาตรการในการตั้งจุดรับซื้อปลาหมอคางดำ กิโลกรัมละ ๑๕ บาทนี่เหมาะสมครับ เทียบกันหมัดต่อหมัด ปอนด์ต่อปอนด์ ถือว่ามาถูกที่ ถูกเวลา เวลาที่รับซื้อ ๒ เดือน ก็เป็นช่วงเวลาที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสมครับ ทำไมถึงบอกว่า กิโลกรัมละ ๑๕ บาทเหมาะครับ เพราะถ้าแพงกว่านี้ โอ้โฮสภาพก็คงจะจับกันอุตลุดครับ หรือถ้าราคาถูกกว่านี้ ก็คงไม่เกิดแรงจูงใจ แต่สิ่งที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องไปทำ ก็คือการเพิ่มและขยายจุดรับซื้อปลาหมอคางดำให้มากขึ้น เพิ่มจุดรับซื้อนะครับ แต่ไม่ต้อง เพิ่มราคา แล้วก็ไม่ต้องขยายเวลา ๒ เดือนครับ เพราะถ้าขยายยาวไปกว่านี้ อาจจะมีคน หัวหมอไปเพาะเลี้ยงเติมปัญหาเข้าไปในระบบเข้าไปอีก ทำให้แก้ยาก หนักเข้าไปกว่าเดิม🔗

แนวทางที่ ๕ ผมเห็นพาดหัวข่าวแล้วสบายใจ เขาบอกว่ารัฐมาถูกทางครับ มีโรงงานรับซื้อปลาไปทำปลาป่น ทำให้ปลาหมอคางดำลดปริมาณลงไป ๘๐ เปอร์เซ็นต์ครับ นี่เฉพาะทำปลาป่นนะครับ ถ้าทำปลาร้าที่กาฬสินธุ์ ปลาร้าสกลนคร ผมว่าจะดึงปริมาณออก จากระบบสิ่งแวดล้อมไม่น่าจะต่ำกว่า ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วจะเอาไปทำอาหารแมว แข่งกับ Whiskas แข่งกับหลายยี่ห้อ ไปกันใหญ่ครับ ดังนั้นการแปรรูปไปเป็นปลาป่น ปลาร้า ปลาส้ม หรือจากอาหารคนไปสู่อาหารแมว ก็ยังสามารถทำได้ ถือว่ามาถูกทาง🔗

แนวทางที่ ๖ แนวทางการป้องกันปลาหมอคางดำลงสู่ทะเล อย่างที่เราศึกษาว่า น้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็มอยู่ได้ ดังนั้นครับ ถ้าหลุดไปสู่ท้องทะเลจะไปกระทบกับ กุ้ง หอย ปู ปลา หนักไปกว่านั้นครับ คนที่นิยม Menu ปลากะพงทอดราดน้ำปลาต้องระวังครับ ถ้าปลาหมอคาง ดำมันลงไป อาจจะกระทบกับปลากะพงในทะเลได้ จังหวัดแถบที่ติดทะเล ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด หลายจังหวัด ต้องให้ Seal ให้แน่นครับ เพื่อความมั่นใจว่าปลาหมอคางดำ จะไม่ออกไปสู่ท้องทะเลครับ🔗

แนวทางที่ ๗ ต้องเร่งฟื้นฟูระบบนิเวศ ดิน น้ำ เราไปติดตามงานวิจัยพบว่า ปลาหมอคางดำพอเจอนี่นะครับ รื้อบ่อทำให้บ่อร้าง ให้ดินแห้งแตกระแหงไป ๔-๕ เดือน พอฝนมามันกลับมาใหม่ครับ ดังนั้นต้องฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างเป็นระบบ🔗

แนวทางที่ ๘ ต้องสอบสวนหาสาเหตุว่า ใครคือสารตั้งต้นในการปล่อยให้ ปลาหมอคางดำนั้นเข้าสู่ระบบนิเวศ🔗

แนวทางที่ ๙ ต้องไปเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นบ่อปลา สระปลา สถานที่ในการเพาะเลี้ยงพันธุ์สัตว์น้ำต่าง ๆ ที่พอปลาหมอคางดำมันเข้าไป มันทำลายระบบ นิเวศ ทำให้เกิดความเสียหาย แต่การเยียวยานั้น ต้องมีการพิสูจน์สิทธิ ไม่ให้มีการสวมสิทธิ ผู้เสียหายต้องได้รับการชดเชยเยียวยาที่เหมาะสมและเป็นธรรม🔗

แนวทาง ๑๐ ต้องถอดบทเรียนว่า เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมา ๑ ๒ ๓ ๔ จะแก้อย่างไร กฎหมายที่เกี่ยวข้องถึงเวลาจะต้องสังคายนา เพื่อเราไม่ตื่นตระหนก วันนี้ เราต้องสร้างองค์ความรู้ให้กับสังคมไทย แล้วสร้างความตื่นรู้ว่าปัญหาการแพร่ระบาดของ ปลาหมอคางดำเราสามารถแก้ไขได้ วันนี้เรามาถูกทาง และผมเชื่อมั่นรัฐบาล มั่นใจกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ว่าปัญหาแค่นี้ ถ้าเรามองให้เล็กเราก็จะมีความมั่นใจ มีความอุ่นใจ แล้วเราจะถอดบทเรียน เพื่อจะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอนาคตร่วมกันต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านวาโย อัศวรุ่งเรือง เป็นผู้สรุปเพียงท่านเดียว แทนท่านณัฐพงศ์และท่านณัฐชา เชิญท่านหมอวาโยครับ🔗

นายวาโย อัศวรุ่งเรือง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ กับการอภิปรายในญัตติปลาหมอคางดำในวันนี้ ผมเชื่อว่าภาพสะท้อนในสภาผู้แทนราษฎรของเราวันนี้ เป็นภาพที่น่าชื่นใจ เพราะว่า ทั้งฝ่ายค้านเอง แล้วก็ฝ่ายรัฐบาลเอง มีความกระตือรือร้นอย่างยิ่งในวาระนี้ที่กลายเป็น วาระแห่งชาติแล้ว แล้วก็เห็นตรงกันว่ามันเป็นปัญหาจริง ๆ ญัตติของเรานี่ถึงกับขนาดว่า มีรัฐมนตรี ท่านอรรถกร ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน มาอภิปรายด้วยตนเองด้วยนะครับ ถือว่ามีทั้ง ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล แล้วก็ตัวรัฐมนตรีเองด้วยที่ให้ความสนใจในวันนี้นะครับ ผมขออนุญาต สรุปอีกครั้งหนึ่งแบบสั้น ๆ เข้าใจง่าย ๆ นะครับท่านประธาน แต่ผมคิดว่าในเรื่องของ ความน่ากลัว ในเรื่องของพิษภัยต่าง ๆ ของตัวปลาหมอคางดำคงไม่ต้องสรุปแล้วนะครับ ขออนุญาตนำสไลด์ขึ้นนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายวาโย อัศวรุ่งเรือง แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตสรุปเหตุการณ์ อีกครั้งหนึ่งนะครับว่า ในประเทศไทยของเราไม่เคยมีสัตว์สายพันธุ์นี้เข้ามาเหยียบอยู่ใน แผ่นดินเราเลย นับตั้งแต่เป็นประเทศไทยย้อนกลับไปถึงเป็นสยามประเทศ ไม่มีนะครับ มีครั้งแรกที่มันจะปรากฏเข้ามา เหยียบมาเป็นชื่อวิทยาศาสตร์ตอนปี ๒๕๔๙ มีบริษัทเอกชน ขอนำเข้ามาวิจัยและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ IBC คือคณะกรรมการความหลากหลาย ทางชีวภาพของกรมประมง ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย มาตรา ๕๔ ของ พ.ร.บ. การประมง ๒๕๙๐ ต้องขออนุญาต แต่การอนุญาตนั้นมีเงื่อนไขครับ การอนุญาตแบบมีเงื่อนไขมันจะไม่ ครั้งเดียวจบท่านประธาน มันจะมีอายุ ใบอนุญาตมีอายุสักประมาณ ๑ ปี ปี ๒๕๔๙ จบปี ๒๕๕๐ ยังไม่เอาเข้ามา ปี ๒๕๕๑ ขอใหม่ท่านประธาน จบปี ๒๕๕๒ ยังไม่พร้อมเอา เข้ามา ปี ๒๕๕๓ เลยขอใหม่อีกรอบหนึ่ง เพราะบอกว่าติดต่อกับบริษัทผู้ขายปลาที่กานา ได้แล้ว แล้วก็นำเข้ามาเหยียบแผ่นดินไทยครั้งแรก ปลาหมอคางดำเข้ามาในแผ่นดินไทย ครั้งแรกเดือนธันวาคม ๒๕๕๓ ผ่านไปเดือนเดียวท่านประธาน มกราคม ๒๕๕๔ ทางบริษัทเอกชนผู้ทำวิจัยบอกว่าเจ๊ง ไม่ทำแล้ว ปลาตายหมด เหลือ ๕๐ ตัว เลิก แต่หลังจากนั้นท่านประธานครับ หลังจากนั้นภายในปีเดียวกัน จากรายงานกรมประมงในช่วง ปลายปี ๒๕๕๔ ชาวบ้านพบปลาหมอคางดำที่ไม่เคยปรากฏเลยในประเทศไทยมาก่อน จนมีคนเอาเข้ามาตอนปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ เจอเลยในปีเดียวกันนั่นละครับ แล้วเจอที่ไหน เจอแถว ๆ คลอง รอบ ๆ ศูนย์วิจัย หลังจากนั้นก็เริ่มแพร่ระบาดออกไปในจังหวัดใกล้เคียง เป็น ๒ จังหวัด ๓ จังหวัด ๔ จังหวัด ๕ จังหวัด ๖ จังหวัดว่ากันไป มีข้อถกเถียงในช่วง ปี ๒๕๕๖ ถึงปี ๒๕๕๙ ว่ามันระบาดจนถึงขนาดว่ามันมีการส่งออกปลาหมอคางดำหรือเปล่า ตรงนี้ยังเป็นข้อถกเถียงกัน ปี ๒๕๖๐ ชาวบ้านเริ่มไปร้อง เพราะมันไม่ไหวแล้วจริง ๆ ระบาดไป ๕-๖ จังหวัด ชาวบ้านไปร้องคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ชาวบ้านไปร้องที่กรมประมง ลงไปตรวจในพื้นที่ Lab ตรงนั้น ปรากฏหว่านแหไปในบ่อพักน้ำเจอปลาหมอคางดำใน Lab ของกรมประมง ใน Lab ของบริษัทเอกชนยังอยู่ตรงนั้นเลย ทีนี้มันเลยเกิดคำถามครับ ท่านประธาน🔗

สไลด์ถัดไปครับ มันจึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า สรุปแล้วปลาที่ระบาดกันอยู่นี้ มันหลุดมาจากการวิจัยหรือเปล่า ผมก็เลยต้องสืบค้นต่อไป ท่านประธานครับ ปรากฏมี ท่านอาจารย์อภิรดี ท่านได้ทำวิจัยเรื่องนี้เอาไว้แล้ว และตีพิมพ์ตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ โดยท่านเก็บ ตัวอย่างตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ไล่เรื่อยเป็นต้นมา โดยยังมีการเปรียบเทียบถึงตัว พันธุกรรมของปลาที่จับได้ในบ่อพักใน Lab ของเอกชนตอนปี ๒๕๖๐ ด้วย งานวิจัยนี้ชื่อว่า การวิเคราะห์เส้นทางการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำในเขตพื้นที่ชายฝั่งของไทย จากโครงสร้างทางพันธุกรรมของประชากร ผมก็ไปอ่านว่าเรื่องของพันธุกรรมมันจะช่วย หาต้นตอเส้นทางการแพร่ระบาดและแหล่งที่มาของปลาที่มันระบาดได้อยู่หรือไม่🔗

สไลด์ถัดไป ท่านอาจารย์อภิรดีได้สรุปผลการศึกษางานวิจัยนี้ออกมาว่า ระยะห่างทางพันธุศาสตร์ท่านว่ามันต่ำ ความใกล้ชิดกันของ DNA มันต่ำมาก แสดงให้เห็นว่า อะไรครับ แสดงให้เห็นว่า แต่ละประชากรย่อยของปลานี่ไม่มีความแตกต่างทางพันธุกรรม มากนัก การศึกษาในครั้งนี้ช่วยยืนยันที่มาของการแพร่ระบาด โดยข้อมูลระยะห่างทาง พันธุศาสตร์และการจัดลำดับความสัมพันธ์เชิงวิวัฒนาการ ชี้ให้เห็นว่าประชากรปลาหมอ คางดำที่แพร่ระบาดในประเทศไทยมีแหล่งที่มาร่วมกัน คือมันเป็นพี่น้องกันหมดว่าอย่างนั้น ท่านประธาน มาจากพ่อแม่กันแค่ไม่กี่คู่ มันมาร่วมกัน🔗

สไลด์ถัดไปครับ จากการศึกษาโดยกรมประมงนี้เอง ที่ตีพิมพ์ตอนปี ๒๕๖๕ ได้มีข้อเสนอแนะออกมาครับว่า การระบุแหล่งต้นกำเนิดนะครับ ต้นกำเนิดเลยว่าสรุป มันมาจากไหน ในการศึกษาครั้งนี้ยังทำไม่ได้ครับ เพราะไม่มีตัวอย่าง DNA ตอนต้น มาเทียบ อาจารย์จึงแนะนำว่า ดังนั้นการเก็บตัวอย่าง DNA ของสัตว์น้ำที่นำเข้ามาเพื่อเป็น ตัวอย่างอ้างอิงในทุก ๆ ครั้งสำหรับสัตว์น้ำที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด จึงมีความจำเป็น อย่างยิ่ง เพื่อเอามาเป็นตัวเทียบ ซึ่งจะทำให้การวิเคราะห์และพิสูจน์แหล่งประชากร ต้นกำเนิดนั้นเป็นไปได้โดยง่าย แล้วก็ถูกต้องมากยิ่งขึ้น เมื่อเราทราบอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมก็นั่งอ่านแล้วก็นั่งคิดตามไป เอ๊ะ แล้วประเทศไทยเราไม่มีกฎหมายที่จะกำหนดให้คนที่ ขออนุญาตนำเข้ามานี่ต้องเก็บตัวอย่าง DNA หรือ🔗

สไลด์ถัดไปครับ ผมก็เลยต้องย้อนกลับไป สืบค้นพบว่ามติ IBC คือมติความ หลากหลายทางชีวภาพของกรมประมง ครั้งที่ ๒/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๓ ที่อนุญาตให้บริษัทเอกชนนำเข้าปลาหมอคางดำอย่างมีเงื่อนไขนั้น ปรากฏ ๔ ข้อในการประชุม ของเขา🔗

๑. ให้กรมประมงเก็บตัวอย่างครีบโดยไม่ทำให้ปลาตาย ๓ ตัว เก็บตัวอย่างครีบ ผมก็ไปสืบค้นต่อว่าเก็บทำไม ปรากฏว่าไอ้คำ ๆ นี้มันเป็นคำทางเทคนิคท่านประธาน ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Fin Clipping การทำ Fin Clipping มันทำเพื่อเก็บ DNA โดยเฉพาะ วันก่อนผมไปดูมาแล้วครับ ที่ DNA Bank ที่กรมประมง ชั้น ๖ ก็คือตัวอย่างครีบแบบนี้ละ เขาเก็บเพื่อสำหรับตรวจ DNA ก็ตรงตามที่ท่านอาจารย์อภิรดีว่าไว้เมื่อสักครู่นี้🔗

๒. เมื่อสิ้นสุดการทดลอง ให้ผู้ขอนำเข้าแจ้งผลการทดลองกับกรมประมงด้วย มันก็แน่นอน ก็ควรจะต้องเป็นอย่างนั้น🔗

๓. ควรต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้สัตว์ทดลองหลุดรอดไปในธรรมชาติด้วย ก็แน่นอน🔗

๔. ในกรณีที่ผลทดลองได้ผลไม่ดี ผู้นำเข้าไม่ประสงค์จะใช้ปลาต่อไป ขอให้ ทำลายแล้วก็เก็บซากไว้ให้กับกรมประมงตรวจสอบนะครับ ทำลายแล้วเก็บซากเอาไว้ ให้กรมประมงตรวจสอบ ไม่ใช่ทำลาย ฝังกลบ หายไป สร้างตึกทับนะท่านประธาน🔗

สไลด์ถัดไปครับ ทีนี้พอไปฟังในข่าว เขาก็บอกว่ามี ๒ เงื่อนไขบ้าง เอ๊ะเรา อ่านมามี ๔ เงื่อนไข อ๋อ ๒ เงื่อนไขมันปรากฏอยู่ในหนังสือที่กรมประมง IBC ส่งให้กับ บริษัทเอกชน เมื่อสักครู่นี้เขาประชุมกันวันที่ ๒๒ เมษายนใช่ไหมท่านประธาน ออกมา ๔ ข้อ แต่ถึงเวลาจริงส่งไปให้บริษัทเอกชนส่งไป ๒ ข้อ อันนี้ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน แต่โอเคละ เพื่อความเป็นธรรมถือว่าบริษัทบริษัทเอกชนได้รับแค่ ๒ ข้อ รับอะไรไปบ้าง ๑. ให้เก็บตัวอย่างครีบ ๒. เรื่องของการทำลาย ขอใช้เวลาตรงนี้นิดหนึ่ง เพราะตรงนี้สำคัญ ให้เก็บตัวอย่างครีบ ก็คือ Fin Clipping ในน้ำยาเก็บตัวอย่างแล้วก็ส่งมา อันนี้คือแปลว่า อะไรท่านประธาน เป็นหน้าที่ของบริษัทเอกชนนะ IBC บอกให้บริษัทเอกชนเก็บครีบ แล้วก็ ดองใส่น้ำยาเก็บ แล้วก็ส่งมาที่กลุ่มความหลากหลายทางชีวภาพสัตว์น้ำ ให้หมายเลข โทรศัพท์ไว้ด้วย ข้อ ๒ เมื่อทดลองเสร็จแล้วก็ให้แจ้งผลการศึกษา แต่หากผลการศึกษา ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เรียกว่าเจ๊งก็แล้วกัน และไม่ประสงค์ที่จะทำการศึกษาต่อ ให้ทำลาย ปลาชุดดังกล่าวทั้งหมด โดยต้องแจ้งกรมประมงเพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบการทำลาย ต่อไปด้วย ปัญหาก็คือท่านประธานครับ ผมได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมา ก็คือคณะ อนุกรรมาธิการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำก็แล้วกัน เรียกสั้น ๆ ผมเป็นประธาน ก็พยายาม ที่จะหาข้อมูล เราก็พยายามหาตัวอย่างครีบ เราหาทำไม หาเพราะว่ามันจะมี DNA ถูกไหมครับ แล้วถ้ามันมี DNA มันก็จะไปตอบโจทย์ของอาจารย์อภิรดีเมื่อสักครู่นี้ แล้วมันก็จะเชื่อมได้ว่า สรุปแล้วปลานี้มาจากไหนกันแน่ มาจากการทดลองจริงหรือเปล่า แล้ว ๒. สิ่งที่ผมกำลัง พยายามตามหามา ผมประชุมกันมาวันนี้ครั้งที่ ๗ ปาไปเดือนครึ่ง จะ ๒ เดือนท่านประธาน ผมยังไม่ได้เลย คือข้อเสนองานวิจัย รายงานวิจัย Progression ของงานวิจัย และรายงานผล การทดลอง ขอกรมประมงไปก็ไม่ได้ ขอบริษัทเอกชนไปก็ไม่ให้ แต่ถ้าเราดูตามนี้ เมื่อสิ้นสุด การทดลอง ให้รายงานผลการศึกษา แล้วถ้าไม่รายงานผลการศึกษาแปลว่ายังไม่สิ้นสุด การทดลองหรือเปล่า หากผลการศึกษาไม่เป็นไปตามเป้าหมายและไม่อยากจะทำต่อ ให้ทำลายปลาทั้งหมดแล้วก็แจ้งกรมประมงเข้าตรวจสอบ หลักฐานหาไม่ได้เลยท่านประธาน ว่าตกลงทำลายหรือเปล่า ถ้าอนุมานว่าไม่ได้ทำลาย แปลว่าประสงค์จะศึกษาต่อหรือเปล่า สรุปการทดลองนี้มันสิ้นสุดหรือยังครับ และถ้าการทดลองนี้สรุปออกมาว่ายังไม่สิ้นสุด แล้วที่กรมประมงเข้าไปตรวจสอบที่ Lab ตอนปี ๒๕๖๐ แล้วเจอสัตว์ทดลองอยู่ก็คือ ปลาหมอคางดำที่ขออนุญาตเข้ามาทดลอง แล้ว DNA มันตรงกันหมด ทีนี้อาจจะจบได้ เหมือนกันท่านประธานครับ แต่สรุปเป็นอย่างไร ผมก็ไม่รู้ พยายามใช้หน้าที่และอำนาจ ในขอบเขตอย่างเต็มที่ ในฐานะอนุกรรมาธิการภายใต้ กมธ. อว. สผ. แล้ว ไม่รู้จะไปอย่างไรจริง ๆ ท่านประธาน เชิญเอกชนไปก็แล้ว ๒ ครั้ง ไม่มา ขอเอกสารไปแล้วเขียนอย่างละเอียดยิบ ไม่ให้ กรมประมงก็ไม่ให้ เอกชนก็ไม่ให้ มันเลยเป็นที่มาของวันนี้ว่าฝ่ายนิติบัญญัติไม่รู้จะทำ อย่างไร หน้าที่และอำนาจของเรามันถูก Nerf ลงจากรัฐธรรมนูญของ คสช. อย่างเต็มที่แล้ว อำนาจในการสอบสวนอะไรต่าง ๆ เราไม่มีเลยท่านประธาน อำนาจในการเรียกก็ไม่มี ต้องฝากผ่านท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการจริง ๆ ว่า คำถามเหล่านี้เราจะตอบกันได้อย่างไร แล้วท่านก็อาจจะถามผมกลับมาว่า หมอจะมา Obsession อะไรกับหาครีบปลา ก็เพราะกฎหมายมันกำหนดว่า ห้ามนำเข้าปลาที่กำหนด พวกปลา Alien Species โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่การอนุญาตนี้ เป็นการอนุญาตแบบมี เงื่อนไขใช่ไหมครับท่านประธาน ๒ ข้อ อย่างน้อยเมื่อสักครู่นี้ ผมยกตัวอย่างแบบนี้ ท่านประธานครับ สมมุตินะ สมมุติท่านประธานขอมาบ้านผม บอกหมอขอไปเที่ยวบ้านหน่อย ผมก็บอกว่าได้ครับท่านประธาน ท่านประธานเข้าบ้านผมได้ แต่ต้องถอดรองเท้า แต่ถ้าท่านประธานมาถึงท่านประธานไม่ยอมถอดรองเท้าแล้วเดินย่ำเข้าบ้านผมเลย หมายความว่าผมอนุญาตให้ท่านประธานเข้าบ้านไหมครับ ก็ต้องแปลว่าไม่ ถูกต้องไหมครับ ท่านประธานก็คือบุกรุกบ้านผม ถูกไหมครับ อันนี้สมมุตินะ เพราะฉะนั้นการอนุญาตแบบมี เงื่อนไข หากผู้ได้รับอนุญาตไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ก็เท่ากับไม่ได้รับอนุญาต สรุป ๒ เงื่อนไข ให้ตัดครีบ และให้ทำลายซากแล้วเก็บเอาไว้ให้กรมประมงตรวจสอบไม่ได้ทำทั้งคู่ แบบนี้ เรียกว่าได้รับอนุญาตไหมครับ ถัดไปครับ กฎหมายที่ผมว่าถึงก็คือตามนี้ครับ แล้วก็มีโทษตามมาตรา ๖๒ โทษปรับมันก็แค่ เล็กน้อยไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกก็ลงกับนิติบุคคลไม่ได้ แต่ยังมีข้อถกเถียงกันด้วยซ้ำว่า ตกลงจะใช้กฎหมายมาตรานี้ได้หรือไม่ เพราะปัจจุบันมี พ.ร.ก. การประมงปี ๒๕๕๘ สไลด์ถัดไปครับ ซึ่งก็คล้าย ๆ เดิม โทษหนักขึ้นนิดหน่อย กลายเป็นปรับ ๑ ล้านบาทได้ แต่ในกรณีอย่างนี้ ถ้าบริษัทเอกชนมีความผิดจริง การปรับ ๑ ล้านบาทนั้น ก็ถือว่ากระจอกมาก ๆ ถัดไปครับ ปัญหานี้ปัจจุบันมันไม่ใช่แค่เรื่องของการระบาดไปแล้วก็ระบาดมา แต่มันเป็นเรื่อง ที่ท่าน สส. นิติพล ได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้ว่า มันเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม มันเป็นการทำลาย ทรัพยากรธรรมชาติ มันเป็นการทำลายอนาคตของลูกหลานไทยทรัพยากรธรรมชาติ ที่สูญเสียไปของประเทศไทยตีมูลค่าเท่าไร ปรับเมื่อสักครู่ ๑ ล้านบาทพอหรือเปล่า แต่เอาจริง ๆ ก็ยังไม่มีเจ้าภาพ กรมประมงก็ยังไม่ดำเนินการใด ๆ แต่มีกฎหมายนี้ครับ พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ปี ๒๕๓๕ มาตรา ๙๗ เขาบอกว่าใครทำลาย สิ่งแวดล้อมมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมด ตอนนี้ ทุกมาตรการที่รัฐมนตรีเองก็ตาม หน่วยงานต่าง ๆ เองก็ตามพยายามจะรับซื้อ พยายามที่จะ แก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ใช้เงินทั้งนั้นท่านประธาน เงินคือเงินภาษีของพวกเราและประชาชน ถ้ามันมีผู้ที่ควรจะต้องรับผิดชอบเขาควรจะต้องเป็นคนจ่ายเงินนี้แทนพวกเราทั้งหมด แล้วใครครับที่ต้องเป็นเจ้าภาพ รักษาการตาม พ.ร.บ. นี้คือใครครับ คือนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จนถึงบัดนี้ผมยังไม่เห็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกมาพูดเรื่องนี้เลยแม้แต่ ครั้งเดียว สไลด์ถัดไปครับ ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถหาหลักฐานครีบของปลาตั้งแต่ต้นได้ แต่ท่านประธานลองย้อนดูอีกทีนะครับ ผมจะจบที่สไลด์นี้ ประเทศไทยก่อนปี ๒๕๕๓ ไม่เคยมีปลาหมอคางดำมาก่อนเลย เราไม่รู้จักปลาชนิดนี้ ไม่มีแม้แต่ชื่อเรียกท่านประธาน เข้ามา ๔-๕ ปีแรกยังเรียกชื่อกันมั่วซั่วไปหมด บางคนยังเรียกเป็นปลานิล เป็นปลาอะไร มั่วซั่วกันไปหมด ปลายปี ๒๕๕๓ คือธันวาคม บริษัทเอกชนนำเข้ามาเหยียบแผ่นดินไทย ที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ต้นปี ๒๕๕๔ บอกเลิกวิจัย ปลายปี ๒๕๕๔ เจอครั้งแรกในแหล่งน้ำแถว ๆ คลองตรงนั้นที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม มันคิดเป็นอื่นได้จริง ๆ หรือท่านประธาน งานวิจัยยังบอกอีกว่าที่มันระบาดเป็นแสน เป็นหมื่นล้านตัว ประชากรปลาหมอสีคางดำที่แพร่ระบาดในประเทศไทยมีแหล่งที่มา เดียวกัน แล้วมันเจอครั้งแรกที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม คนเอาเข้ามา ครั้งแรกที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม บอกว่าเลิกวิจัยต้นปี ๒๕๕๔ เจอครั้งแรกปลายปี ๒๕๕๔ มีเหตุอันควรเชื่อได้อย่างยิ่งท่านประธาน ถ้าเป็นคดีอาญา แล้วประชาชนฟ้องเอง แบบนี้ไต่อย่างไรศาลก็ว่ามีมูล แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีเจ้าภาพแม้แต่ คนเดียว ที่จะออกมาต่อสู้เพื่อเงินภาษี ต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อม ต่อสู้เพื่ออนาคตของลูกหลาน ของเรา จึงขออนุญาตเรียกร้องผ่านท่านประธานจริง ๆ ไปถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ช่วยรับภารกิจนี้จากสภาผู้แทนราษฎร ช่วยรับภารกิจนี้จากฝ่ายนิติบัญญัติ ไปปฏิบัติการด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอบคุณท่านสมาชิกฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลนะครับ ที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับ การแก้ปัญหาปลาหมอคางดำนี้ ทุกคนมีความตั้งใจ รัฐบาลแล้วก็พี่น้องประชาชน วันนี้เป็น วาระแห่งชาติที่เราจะต้องร่วมกันแก้ไขนะครับ เนื่องจากญัตติเรื่องนี้ ผู้เสนอได้เสนอมา ก็เพื่อขอให้ส่งเรื่องให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการ ซึ่งจากการอภิปรายของท่านสมาชิกนั้น มีความเห็นให้ส่งเรื่องไปให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการ ดังนั้นผมขอถามมติที่ประชุมว่า ญัตติเรื่องนี้จะให้ส่งเรื่องให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่ครับ ส่งให้รัฐบาลไปแก้ไขปัญหานะครับ เรื่องที่เราอภิปรายกันในวันนี้ ถ้าไม่มีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องไปให้รัฐบาลพิจารณา ดำเนินการตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ เชิญครับ🔗

นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมุทรปราการ

ขออนุญาตครับ พอดีผมมีเรื่อง กลัวท่านประธานจะปิดประชุมก่อน ก็มีเรื่องปรึกษานิดเดียวครับท่านประธาน พอดีวันนี้ มีลิฟต์ เลขที่ CBPL02/1 ลิฟต์ไม่เปิดครับ กดชั้นมาแล้ว ลิฟต์ไม่เปิด แล้วก็เมื่อวานนี้ครับ น่าจะเป็นลิฟต์ด้านหน้าห้องประชุมเลยครับ ประมาณชั้น ๓ ชั้น ๔ ได้ยินเสียงข้าง ๆ ลิฟต์ ไม่มั่นใจว่าสายไฟ หรืออะไรมันถูกกัดด้วยปลาหมอคางดำหรือเปล่า ก็ฝากท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบด้วยครับ ช่วงนี้มีคนเข้าสภาเยอะนะครับ ช่วงงบประมาณ มีคนมาชี้แจงเยอะ ลิฟต์เสียหลายตัว เจ้าหน้าที่ช่วยแก้ไขด้วยครับ วันนี้พอสมควรนะครับ ขอบคุณทุกท่านครับ ขอปิดประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๒๐.๑๑ นาฬิกา