unknown · · 601 lines

(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อรุณสวัสดิ์ท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะขออนุญาต ให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ โดยให้เวลาท่านละไม่เกิน ๒ นาทีนะครับ ในชุดแรก ๓ ท่านแรก ผมขออนุญาตขานชื่อไว้ก่อนนะครับ ท่านแรก ท่านตวงทิพย์ จินตะเวช ท่านที่ ๒ นายณรงเดช อุฬารกุล ท่านที่ ๓ ท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ขอเชิญ ท่านตวงทิพย์ จินตะเวช ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวตวงทิพย์ จินตะเวช อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน ตวงทิพย์ จินตะเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้อง อำเภอเดชอุดม ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ของดิฉันค่ะ🔗

เรื่องที่ ๑ เรื่องถนนสาย อบ. ๔๐๒๙ เส้นทางตำบลกลาง อำเภอเดชอุดม เชื่อมอำเภอนาจะหลวย ช่วงบริเวณหน้าโรงเรียนบ้านหมากมาย ตำบลกลาง ซึ่งดิฉันได้เคย หารือไปเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๗ และขณะนี้ถนนได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดใช้งานเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับพ่อแม่พี่น้องที่สัญจรไปมาแล้ว ดิฉันต้อง ขอขอบคุณกรมทางหลวงชนบท นำโดยนายจอม ตีระวณิชย์ ผอ. แขวงทางหลวงชนบท อุบลราชธานี และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนค่ะ แต่ถนนเส้นนี้ยังคงขาดแคลนไฟส่องทางอยู่ ดิฉันจึงขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงชนบทให้ได้มีการจัดสรรงบประมาณ และติดตั้งไฟส่องทางเพื่ออำนวยความสะดวกให้พ่อแม่พี่น้องที่สัญจรไปมาด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องราคามันสำปะหลังตกต่ำ ซึ่งช่วงเวลานี้กำลังเข้าสู่ ช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว แต่ราคารับซื้อมันต่ำกว่าปีที่ผ่านมาอีกค่ะ อาจเป็นเพราะ เนื่องจากกลไกตลาดต่างประเทศที่รับซื้อมันน้อยลง ซึ่งอาจเป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ราคา รับซื้อมันขณะนี้ไม่ถึง ๒ บาทเลยค่ะ ทำให้พี่น้องเกษตรกรไร่มันเดือดร้อนอย่างหนักเสี่ยงต่อ การขาดทุน เนื่องจากมีต้นทุนการผลิตที่สูงและจะทำให้เกิดปัญหาหนี้สินต่าง ๆ ตามมา อีกมากมาย ดิฉันจึงขอเป็นอีก ๑ กระบอกเสียงที่สะท้อนถึงปัญหาของพ่อแม่พี่น้องเกษตรกร ไร่มันนะคะ ฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ได้รับรู้รับทราบถึงปัญหาและหา ทางออกหาทางแก้ไขเพื่อช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรไร่มัน เพราะถ้าปล่อยไปแบบนี้ ถ้าปล่อยให้ราคาต่ำกว่า ๒ บาทแบบนี้พ่อแม่พี่น้องจะอยู่ไม่ได้เลย กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถัดไปครับท่านณรงเดช อุฬารกุล ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายณรงเดช อุฬารกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ณรงเดช อุฬารกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ จากปัญหาฝุ่น PM2.5 ทำให้รัฐบาลเร่งรัดให้กระทรวงต่าง ๆ ต้องออก มาตรการในการแก้ไขปัญหา แต่ดูเหมือนว่ามาตรการต่าง ๆ จะขาดการเตรียมการ ผมขอ ยกตัวอย่างเมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการอ้อย และน้ำตาลทราย สอน. ได้เซ็น MOA กับ ๑๐ บริษัทที่ร่วมโครงการเฝ้าระวังและป้องปราม การลักลอบเผาอ้อยเพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM2.5 สุดท้าย ๕ โรงงานน้ำตาล ที่เข้าร่วมโครงการกับติดอันดับโรงงานน้ำตาลที่รับอ้อยไฟไหม้เขาหีบสูงสุด จะเห็นว่า แม้แต่โรงงานน้ำตาลที่เข้าร่วมโครงการกับ สอน. เองก็ยังล้มเหลวในการดำเนินมาตรการ ลดฝุ่นละออง โรงงานน้ำตาลที่ถูกสั่งปิดไปเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคมก็เป็นหนึ่งในโรงงานน้ำตาล นำร่องในโครงการนี้ ท่านประธานครับ การปิดโรงน้ำตาลที่จังหวัดอุดรธานีโดยไม่มีมาตรการ รองรับส่งผลกระทบกับรถบรรทุกอ้อยกว่า ๒,๐๐๐ คันที่จอดอยู่หน้าโรงงาน ทำให้เกษตรกร ที่ตัดอ้อยสดต้องเสียหายจากการที่ต้องจอดรถรอเอาอ้อยเขาหีบแทนที่จะได้วิ่งเอาอ้อยสด มาส่งโรงงานทั้งที่ไม่ใช่อ้อยไฟไหม้ที่เป็นเป้าหมายของรัฐบาล แล้วพอจะออกมาเรียกร้อง ให้เปิดหีบก็โดนต่อต้าน สุดท้ายเกษตรกรชาวไร่อ้อยก็กลายเป็นจำเลยของสังคม ชาวไร่อ้อย เสียหายแต่ยังไม่มีใครออกมาพูดถึงมาตรการในการเยียวยา ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๗ มกราคม ที่ผ่านมาก็ได้มีประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องมาตรการบริหารจัดการป้องกัน และแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน ๒.๕ ไมครอน ภาคการเกษตร โดยท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกมาพูดว่าหากใครมีประวัติการเผาพื้นที่การเกษตร ให้ถือว่าขาดคุณสมบัติในการรับเงินช่วยเหลือไร่ละ ๑,๐๐๐ บาททันที ผมจึงอยากขอให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินมาตรการนี้ด้วยความรอบคอบ วางแนวทางปฏิบัติ แล้วออกมาชี้แจงรายละเอียดให้ชัดเจนเพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับพี่น้องเกษตรกร ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

– ๒/๑🔗

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องชาวไร่อ้อย ชาวตำบลคำบง อำเภอบ้านผือ อำเภอกุดจับ อำเภอหนองวัวซอ อำเภอน้ำโสม อำเภอนายูง อำเภอหนองแสง อำเภอ โนนสะอาด และทั้งจังหวัดอุดรธานี ท่านประธานที่เคารพครับ จากการที่อุตสาหกรรมจังหวัด ได้สั่งปิดโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานีในครั้งนี้ มีผลกระทบเกิดความเสียหายมากมายต่อพี่น้อง เกษตรกรชาวไร่อ้อยในจังหวัดอุดรธานีทุกหย่อมหญ้าเลยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องชาวคำบง หนองหัวคู อำเภอบ้านผือ ได้เมตตาเลือกผมเป็น สส. ครั้งแรกปี ๒๕๕๐ โรงงานน้ำตาลมาตั้งที่คำบง หมู่ที่ ๑๐ โนนสมบูรณ์ หมู่ที่ ๗ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ผมยังเป็น สส. อยู่เขตนี้ครับ มาถึงปีนี้พี่น้องของผมได้รับความเดือดร้อนทนทุกข์แสนสาหัสครับ ชาวไร่อ้อยทุกคน ทุกครอบครัวสูญเสียรายได้จะสิ้นเนื้อประดาตัวกันแล้วครับ กำนันวุฒิ สท. พุทธ นายกอี๊ด คำวงศ์ นายกเติม นายกประเสริฐ หนองหัวคู รองตุ่ย รองไพศาล จ่อยเพื่อนผม สจ. ดนัย ตุ๊ก ล้วนเป็นขุนพลข้างกายร่วมสู้กับผมมาตลอดซึ่งตอนนี้ เป็นผู้ประสบภัยชาวไร่อ้อย และเป็นผู้ที่คอยช่วยเหลือแก้ไขปัญหาชาวบ้านไปด้วยครับ เราโทรคุยกัน LINE หากันอยู่ตลอด ปัญหาที่เกิดขึ้นพี่น้องชาวเกษตรกรจังหวัดอุดรธานี เสียหายไปหลายหมื่นไร่ แม้จะผลักดันให้โรงงานน้ำตาลทรายขาวเริ่มอุดม หนองหาน มาช่วยรับซื้อแต่ราคายังตกต่ำ รถค้างประมาณ ๒,๐๐๐ คัน เพราะถ้าวัดผ่านจึงเอาเข้าหีบ ราคาประกันตันละ ๑,๒๑๐ บาท ถ้าอ้อยเสียวัด C.C.S ต่ำกว่า ๖ ไม่รับเข้าหีบยังตกค้าง ชาวไร่อ้อยเยอะแยะอยู่บนถนนและอยู่บนไร่ พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยของผมเดือดร้อน ท่านประธานครับ ผมจึงอยากฝากให้พี่น้องชาวไทยรู้ว่าดินแดนแห่งนี้มีแชมป์โลกชาว Jet ski คนแรกคือ ชวลิต เกื้อจรูญ โชคอุทิศ โมลี ฟลามิงโก้ รุ่นน้องหลายคนยังโลดแล่นอยู่บนวงการ Jet ski โลก ท่านประธานที่เคารพ ผมฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร อยากให้ ท่านรัฐมนตรีเอกนัฏ รัฐมนตรีนฤมล รัฐมนตรีพีระพันธุ์ ออกมาร่วมกันแก้ไขปัญหา ด้วยการรับซื้อใบอ้อยสดทำแก๊สมวลชีวภาพสร้างพลังงานทดแทนโดยชาวไร่อ้อยนำเงินตรา มาแก้ไขปัญหาได้แบบไม่ต้องเผาให้เกิดมลพิษ PM2.5 ที่สำคัญครับตอนนี้ก็อยากให้ทาง รัฐบาลแก้ไขปัญหาเยียวยาชดเชยค่าเสียหายของพี่น้องชาวไร่อ้อยของผมให้ด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ ท่านประธานปทิดา ตันติรัตนานนท์ และท่านศักดินัย นุ่มหนู เชิญท่านเชาวฤทธิ์ครับ🔗

นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผม นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องผ่านไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม มีพี่น้องประชาชนในเขตอำเภอปัว และอำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมช่วยจัดสรรงบประมาณไปก่อสร้างถนนหมายเลข ๑๐๑ ระหว่างอำเภอปัว ไปอำเภอเชียงกลาง และอำเภอทุ่งช้าง ให้เป็นถนน ๔ ช่องทาง เนื่องจากถนนสายนี้ ไปเชื่อมต่อชายแดนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีประชาชนใช้รถใช้ถนน เป็นจำนวนมาก🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนอำเภอนาน้อยและ อำเภอนาหมื่น ขอให้กรมทางหลวงช่วยจัดสรรงบประมาณมาก่อสร้างถนนสาย ๑๐๒๖ จากอำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอนาหมื่น ให้เป็นถนน ๔ ช่องทาง ปัจจุบันเป็น ถนน ๒ ช่องทาง เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งเนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากใช้เส้นทางสายนี้ ไปท่องเที่ยวดอยเสมอดาวและหมู่บ้านประมงปากนาย และอุทยานแห่งชาติขุนสถาน จึงขอความอนุเคราะห์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ช่วยจัดสรรงบประมาณให้กับ พี่น้องประชาชนในจังหวัดน่านด้วยจะได้ใช้ถนน ๔ ช่องทางเพื่อลดอุบัติเหตุ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านปทิดา ตันติรัตนานนท์ เชิญครับ🔗

นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ปทิดา ตันติรัตนานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ดิฉันขอพักหารือเรื่องปัญหาที่ดินทำกินของพี่น้องนะคะท่านประธาน วันนี้เรามีปัญหาเรื่องไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนทางหลวง สาย สร.๒๓๗ ตอนตำบลโชคนาสาม อำเภอปราสาทไปถึงตำบลจีกแดก อำเภอพนมดงรัก ซึ่งแขวงทางหลวงจังหวัดสุรินทร์ก็ไป ติดตั้งดำเนินการไปแล้วแค่ ๑ จุด คือช่วงโค้งบ้านโคกนาสาม แต่ตลอด ๒ ฝั่งของเส้นทาง สายนี้มีชุมชนแล้วก็มีโรงเรียนอีก ๔ โรงเรียน ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องมีไฟฟ้าส่องสว่างค่ะ ท่านประธาน🔗

ปัญหาที่ ๒ ก็คือไฟฟ้าส่องสว่างบนทางหลวงสายสุรินทร์-ช่องจอม สาย ๒๑๔ ค่ะท่านประธาน ติดตั้งไปแล้วบางส่วนเช่นกันค่ะแต่ยังขาดอยู่ช่วงบ้านปราสาทเบง ตำบล กาบเชิงไปถึงตลาดช่องจอม ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิงเช่นกันค่ะท่านประธาน ถนนสายนี้ เป็นถนน ๔ เลนแล้วก็เส้นตรงตลอดเส้นทางทำให้การขับขี่รถยนต์ไปด้วยความค่อนข้างเร็ว เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างก็คงจะเป็นปัญหาเรื่องความเดือดร้อนแล้วก็ความปลอดภัย ของพี่น้องประชาชน ปัญหา ๒ เรื่องนี้ดิฉันได้หารือไปแล้ว ๑ ครั้งนะคะท่านประธาน วันนี้ ก็ขอผ่านท่านประธานไปอีก ๑ ครั้ง ถึงแขวงทางหลวงจังหวัดสุรินทร์ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ให้ช่วยดำเนินการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนด้วยค่ะท่านประธาน ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สุรินทร์

ปัญหาที่ ๓ ก็คือปัญหาสะพานแคบ ติดตั้งอยู่ช่วงบ้านสวาท ตำบลสำเภาลูน อำเภอบัวเชด บนเส้นทางสาย สร.ถ ๑๔๙-๐๒ ถนนเราจะมีรถสัญจรไปมาค่อนข้างเยอะ พอมาถึงจุดที่เป็นสะพานแคบก็ทำให้เกิดปัญหา เรื่องอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง จึงขอเรียนผ่านท่านประธานสภาไปถึงสำนักงานทางหลวงชนบท จังหวัดสุรินทร์ให้ช่วยพิจารณาจัดสรรงบประมาณในการขยายสะพานตรงจุดนี้ให้ด้วยค่ะ ท่านประธาน🔗

อีกเรื่องหนึ่งสุดท้าย ขออาคารผู้ป่วยนอก ๓ ชั้น จำนวน ๑ หลัง โรงพยาบาล กาบเชิง อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เนื่องจากสภาพอาคารผู้ป่วยนอกปัจจุบันเป็นขนาด อาคารผู้ป่วยสำหรับโรงพยาบาลแค่ ๑๐ เตียงเท่านั้น เราให้บริการพี่น้องชาวอำเภอกาบเชิง ประมาณ ๗๐,๐๐๐ คน รวมถึงพี่น้องฝั่งกัมพูชานะคะ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจึงขอเรียนผ่าน ท่านประธานสภาไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ให้ช่วยพิจารณาจัดสรรตึกอาคารผู้ป่วยนอก ๓ ชั้น จำนวน ๑ หลัง ให้กับพี่น้องชาวอำเภอ กาบเชิงด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านศักดินัย นุ่มหนู เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคประชาชน ท่านประธานครับ จังหวัดตราดเป็นจังหวัดที่ติดทะเลก็จะต้องมีความสำคัญในเรื่องของฝายกั้นน้ำเค็ม ซึ่งตอนนี้ หลายพื้นที่ของจังหวัดตราดเองฝายกั้นน้ำเค็มก็ชำรุดทรุดโทรมไม่สามารถที่จะป้องกัน การรุกล้ำของน้ำเค็มเข้าไปในพื้นที่ทางการเกษตรของพี่น้องราษฎรได้ อยากจะให้หน่วยงาน ได้เข้าไปปรับปรุงในหลาย ๆ ฝายเลยครับ ตอนนี้ที่พี่น้องประชาชนร้องเรียนมาที่ผมไม่ว่าจะเป็น ฝายลำน้ำตรอกข้าวเหนียวในเขตพื้นที่ หมู่ที่ ๔ แล้วก็หมู่ที่ ๗ ของตำบลแสนตุ้ง อำเภอเขาสมิง ก็มีความชำรุดไม่สามารถที่จะป้องกันน้ำเค็มได้ แล้วในขณะนี้น้ำเค็มเองก็หนุนสูงขึ้นมาก็อยาก ให้มีการเข้าไปปรับปรุง อีกฝายหนึ่งก็เป็นฝายกั้นน้ำของหมู่ที่ ๕ บ้านห้วงบอน ตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ชำรุดทรุดโทรมอย่างหนักไม่สามารถที่จะป้องกันน้ำเค็มได้เลย ก็อยากที่จะให้เขาไปปรับปรุงเลยครับของหน่วยงานชลประทาน แล้วก็อยากให้ดูฝายกั้นน้ำเค็ม ในจังหวัดตราดอีกหลาย ๆ ฝายเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นฝายบ้านแตง ฝายอีกหลาย ๆ แห่ง ก็ได้รับทราบจากพี่น้องประชาชนว่ามีความชำรุดนะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ก็เป็นเรื่องของที่เกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ ก็คือ เรื่องของช้างป่า ที่จังหวัดตราดนี้ก็เป็นความสูญเสียที่ผมเองก็ไม่อยากจะไปพูดถึงอะไรมาก เพราะว่าเรื่องนี้เป็นการพูดกันมาค่อนข้างเยอะ มีทั้งคณะกรรมการวิสามัญ มีการตอบกระทู้ถาม ของท่านรัฐมนตรีครับ แต่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เป็นเหตุการณ์ที่อยากให้รัฐบาลได้เร่งรัด ในการที่จะเข้าไปดูแลปกป้องชีวิตของพี่น้องประชาชนในอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด ซึ่งวันที่ ๑๗ ช้างได้ทำร้ายคนที่อำเภอบ่อไร่ไป ๑ ศพ แล้ววันที่ ๑๙ ที่ผ่านมาตอนนี้ ศพก็ยังตั้งอยู่เลย ยังไม่ได้เผาศพด้วยซ้ำไป ก็ถูกช้างป่าทำร้ายแล้วยังมีติดตามเข้ามาเรื่อย ๆ ก็อยากให้รัฐบาล โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งเข้าไปหามาตรการดำเนินการโดยเร่งด่วน ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไป ท่านภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ท่านปรีดา บุญเพลิง ท่านรภัสสรณ์ นิยะโมสถ เชิญท่านภัทรพงษ์ก่อน เชิญครับ🔗

นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอหางดง และ อำเภอสันป่าตอง พรรคประชาชน วันนี้ผมขอปรึกษาหารือกับท่านประธานเรื่องประเด็น การเลือกตั้ง อบจ. ขณะนี้มีการเลือกตั้ง อบจ. อยู่ทั่วประเทศ แต่ว่าเราในฐานะสภานิติบัญญัติ ครับท่านประธาน อยากจะฝากท่านประธานจริง ๆ ช่วยกำชับไปยังสำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ตอนนี้เราจะเห็นเวทีการปราศรัยจากทุกพรรค จากทุกกลุ่มการเมืองอยู่เต็ม ทั่วประเทศไปหมด แล้วเราก็ทราบกันดีว่าหลายเวทีมีการจ่ายเงินเพื่อจัดตั้งคนมาดูเวทีปราศรัย ท่านประธานทราบดี ท่านประธานเดินสุ่มไปหาเพื่อนสมาชิกทุกพรรคเลยผมเชื่อว่าทุกคน ทราบดีแล้วตอบได้เลยว่าจำนวนเงินเท่าไร แล้วเวทีนั้นเป็นที่ไหน แล้วกลุ่มการเมืองไหน เป็นคนจัดตั้ง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย สภานิติบัญญัติแห่งนี้เราเป็นคนผ่าน พ.ร.บ. ว่าด้วยการเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกท้องถิ่น เราผ่านมาแล้ว ๓ วาระ แต่ว่าตอนนี้ กฎหมายข้อนั้น มาตรา ๖๕ เขียนไว้ชัดเจนมาก ๆ แต่เราปล่อยให้การกระทำที่มันผิดกฎหมายนี้ กลายเป็นเรื่องที่ปกติ กลายเป็นว่าเราเพิกเฉยต่อคนที่กำลังทุจริตการเลือกตั้ง ผมขอฝาก ท่านประธานนะครับ เราควรที่จะมีหนังสือจากสภาผู้แทนราษฎรของเราไปที่สำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้ง กำชับให้มีการดูแลเรื่องนี้ ให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ อย่าให้ปัญหา เรื่องนี้ที่เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ประชาชนรู้ ท่านประธานสภาที่เป็นประมุขของนิติบัญญัติก็รู้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคก็รู้ เราอย่าให้เรื่องนี้มันกลายเป็นเรื่องปกติครับ ท่านประธาน ผมขอฝากท่านประธานนะครับ เราควรที่จะมีหนังสือจากสภาแห่งนี้ไปยัง สำนักงานด้วย แล้วเร่งจัดการปัญหานี้ให้การเลือกตั้งมันสุจริต ให้การเลือกตั้งให้เสียงของ ประชาชนมันสะท้อนออกมาในผลการเลือกตั้งจริง ๆ อย่าให้เรื่องที่ผิดกฎหมายกลายเป็น เรื่องปกติที่พวกเราทุกคนเพิกเฉย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านปรีดา บุญเพลิง เชิญครับ🔗

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม เลขาธิการคุรุสภาคนที่ ๑๑ ครูพัฒนาคน ประชาชนพัฒนาชาติ รากฐานของตึกคืออิฐ รากฐานของชีวิตคือการศึกษา ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ดังนี้ ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ออกพบปะและเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน ทุกภูมิภาคได้พบปัญหาต่าง ๆ มากมาย เช่น การดำเนินกิจการของสหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์ประมง สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์นิคม สหกรณ์บริการ และ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ซึ่งแต่ละสหกรณ์ก็มีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป พร้อมทั้งผลประโยชน์ ที่สมาชิกจะได้รับ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าการบริหารงานโปร่งใสก็ไม่มีปัญหา บัดนี้ จากการติดตามข่าวพร้อมทั้งได้รับการร้องเรียนจากนางสายเดือน หมั่นการ สมาชิกสหกรณ์ การเกษตรคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ สมาชิกเลขที่ ๓๐๘๙ และเป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและ พัฒนาเกษตรกร หรือ กฟก. ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก พร้อมทั้งสมาชิกอีกมากมาย เกี่ยวกับการบริหารงานที่ไม่โปร่งใส สมาชิกเดือดร้อน และยังมีอีกหลายสหกรณ์ เช่น สหกรณ์การเกษตรเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ สหกรณ์การเกษตรปะเหลียน สหกรณ์ การเกษตรห้วยยอด จังหวัดตรัง สหกรณ์การเกษตรหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี ก็มีลักษณะการบริหารงานในลักษณะเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอให้กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกองทุนฟื้นฟู และพัฒนาเกษตรกรได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบและแก้ไขปัญหาช่วยพี่น้องประชาชนเกษตรกร ที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ทั้ง ๗ ประเภท โดยเร่งด่วนด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านรภัสสรณ์ นิยะโมสถ เชิญครับ🔗

นางสาวรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ลำปาง

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน รภัสสรณ์ นิยะโมสถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดลำปาง วันนี้มีปัญหามาหารือ ผ่านท่านประธานไปยังผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค สาขาเถิน ๒ เรื่อง ดังนี้🔗

เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องขอจากนายมานพ มโนรมย์ ให้ติดตามการขยาย เขตการประปาที่จะไปตั้ง ณ ตำบลสมัยในพื้นที่พื้นที่ใกล้ ๆ กับ อบต. สมัย เนื่องจาก ตำบลสมัยและตำบลสบปราบ ชาวบ้านต้องพบเจอกับปัญหาน้ำไหลเบา ไหลไม่เป็นเวลา จึงขอให้การประปาเถินช่วยติดตามเร่งรัดเกี่ยวกับโครงการนี้ด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ตำบลเถินบุรีและตำบลล้อมแรดประสบปัญหาเช่นเดียวกันกับ ตำบลสบปราบเลย และดิฉันทราบมาว่าการประปาส่วนภูมิภาคสาขาเถินได้มีความพยายาม ในการหาพื้นที่ในการตั้งสถานที่ในการผลิตแล้วก็ส่งน้ำแต่ว่าตอนนี้ไม่สามารถหาได้ จึงขอให้ ผู้จัดการประปาส่วนภูมิภาคเถินเร่งหาสถานที่ใหม่ที่จะใช้เป็นสถานที่ตั้งสถานีผลิตและส่งน้ำ ด้วยค่ะ🔗

เรื่องสุดท้าย ถนนทางหลวงหมายเลข ๑๐๖ สายเถิน-ทุ่งเสลี่ยม มีปัญหา ในการเกิดอุบัติเหตุบ่อย ทุกหน้าฝนถนนก็จะลื่นแล้วก็มีทางโค้ง กลางคืนก็จะมืดมาก เป็นอันตรายต่อผู้ที่สัญจร ดิฉันจึงขอฝากผ่านท่านประธานไปยังแขวงการทางที่ ๑ ให้ตั้ง งบประมาณในการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมในการที่จะขยายถนนเส้นดังกล่าวด้วย ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไป ท่านพลากร พิมพะนิตย์ ท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ วรวิทย์ บารู เชิญท่านพลากร พิมพะนิตย์ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายพลากร พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพลากร พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนบ้านหลุมข้าว หมู่ที่ ๗ ตำบลนาดี อำเภอยางตลาด ได้รับความเดือดร้อนจากสะพานพังชำรุด สะพานข้ามคลอง 1R2L ชำรุดจนพังเสียหายทั้งแผงทำให้พี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางสัญจรเสี่ยงต่อการเกิด อุบัติเหตุครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อำเภอยางตลาด ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาทางหลวงหมายเลข AH12 และ ๒๐๓๙ บริเวณจุดกลับรถ ทางแยกเข้าเขตหมู่บ้าน มีเพียง ๒ ช่องจราจรทำให้การจราจรติดขัดและเกิดอุบัติเหตุครับ จุดที่ ๑ คือ AH12 แยกบ้านดอนยานาง ตำบลดอนสมบูรณ์ จุดที่ ๒ หมายเลข AH แยกโรงเรียนพินิจราษฎร์บำรุงในเขตเทศบาลตำบลยางตลาด จุดที่ ๓ หมายเลข AH12 แยกบ้านหัวนาคำ ตำบลหัวนาคำ และจุดที่ ๔ หมายเลข ๒๐๓๙ แยกบ้านแก ตำบลอิตื้อ บ้านโนนสูง ตำบลอิตื้อ โดยทั้ง ๒ เรื่องที่ได้นำมาหารือวันนี้อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ปัญหาให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เชิญครับ🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ พรรคเพื่อไทย จังหวัดมหาสารคาม ขอนำเรียนหารือปัญหาพี่น้องประชาชนในจังหวัดมหาสารคามดังนี้ครับ🔗

๑. ปัญหาถนนทางหลวง หมายเลข มค.๒๐๐๘ มค.๔๐๔๔ ซึ่งเป็น ความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท เนื่องจากอยู่ในช่วงชุมชนเป็นจุดอันตรายไม่มี ไฟฟ้าส่องสว่างทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ขอรูปด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

ขอให้กรมทางหลวงสนับสนุน งบประมาณในการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างทั้ง ๒ ทางด้วยนะครับ คือถนนเส้น มค.๒๐๐๒ ถนนบ้านหนองอีดำไปบ้านหัวช้าง บ้านหัวช้างไปบ้านโคกก่อ บ้านโคกก่อไปบ้านหนองหิน บ้านหนองหิน-บัวค้อ บ้านเหล่าหนาดและบ้านดอนหว่านครับ และ ๔๐๔๔ เป็นถนน บ้านบัวค้อถึงบ้านสวนอ้อย ตำบลบัวค้อ🔗

๒. ผมได้รับการร้องเรียนและประสานงานจากพี่น้องเกษตรกรตำบล ราษฎร์พัฒนาประสงค์ให้กรมชลประทานได้ดำเนินโครงการสถานีสูบน้ำพลังงานไฟฟ้า บ้านป่าจั่น ตำบลราษฎร์พัฒนา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งน้ำเพื่อการเกษตร โดยการผันน้ำจากแม่น้ำชีนะครับ ติดแม่น้ำชี ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกเป็นประโยชน์ ๒,๔๐๐ กว่าไร่นะครับ และเป็นแหล่งน้ำสำหรับการอุปโภคทำการเกษตรของพี่น้องประชาชน ถึง ๘ หมู่บ้าน ในหมู่บ้านราษฎร์พัฒนา หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๑๐ หมู่ที่ ๑๑ หมู่ที่ ๑๔ หมู่ที่ ๑๖ และหมู่ที่ ๑๘ ให้มีน้ำใช้ในการอุปโภคและทำการเกษตร จึงขอให้ กรมชลประทานได้จัดการเรื่องให้รวดเร็วยิ่งขึ้นครับ🔗

๓. ปัญหาการขาดแคลนห้องเรียนในโรงเรียนอนุบาลมหาสารคาม ได้รับ การประสานงานจากท่าน ผอ. สมยศ พรเพ็ง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลมหาสารคาม เนื่องจากโรงเรียนอนุบาลมหาสารคามเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ มีนักเรียน ๒,๐๐๐ กว่าคน ขออนุญาตนิดหนึ่งนะครับท่านประธาน มีการขาดแคลนห้องเรียนถึง ๓๔ ห้อง แล้วก็เป็น โรงเรียนพระราชทาน เป็นโรงเรียนส่งเสริมพิเศษ มี Mini English Program ได้รับรางวัล ต่าง ๆ มามากมาย ผมก็เป็นศิษย์เก่าที่นี่ครับ ก็นำเรียนด้วยความเคารพว่าตอนนี้ยังขาดแคลน ห้องเรียนถึง ๓๔ ห้อง จึงขอให้คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาและกระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วนด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ปัตตานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวิทย์ บารู พรรคประชาชาติ เขต ๑ จังหวัดปัตตานี มีเรื่องขอขอบคุณ ๒ เรื่องและ หารือเรื่องอุบัติเหตุเพิ่มเติม🔗

๑. ขอบคุณนะครับที่ทางแขวงการทางปัตตานี โดยกรมทางหลวงได้แก้ไข ปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นที่โค้งบราโอ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี หลังจากที่ได้หารือ เรื่องการเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง🔗

๒. ต้องขอขอบคุณองค์การสะพานปลาปัตตานีที่ได้ใช้กระบวนการของ การพูดคุยกับพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นแม่ค้าแล้วก็ผ่อนปรนเรื่องค่าเช่าลดลงมานะครับ🔗

ส่วนเรื่องหารือวันนี้นะครับ เนื่องจากว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้งที่วงเวียน มะพร้าวต้นเดียว สาย ๔๑๘ แล้วก็ที่ใกล้กับด่านตรวจที่ดอนรัก อำเภอหนองจิก ปัตตานี ซึ่งมีอุบัติเหตุเกิดบ่อยครั้งที่บริเวณดังกล่าว ผมก็นำเรื่องไปหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องก็คือ กรมทางหลวง เนื่องจากว่าด่านที่ตั้งตรวจนั้นมันลงมาจากสะพานแล้วก็โค้งนะครับ ทางด้าน วิศวกรรมเขาบอกว่าอันตรายที่มาจากที่สูงแล้วก็โค้ง จึงไม่แปลกที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านนะครับ ถ้าหากว่าจะหาจุดอื่นที่เป็นจุดที่ จะป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแก่พี่น้องประชาชนและต่อยวดยานพาหนะก็จะทำให้เกิด ความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพราะว่าที่ตรงนี้เป็นที่ที่รถผ่านไปมาเยอะแล้วก็มีด่านตรวจ ของด่านความมั่นคง ทางฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็คือทางด้านวิศวกรรมเขาบอกว่าเขาจะไม่ทำกัน ในลักษณะที่ลงจากสะพานในพื้นที่ที่สูงแล้วก็ลงมาที่ราบ เสร็จแล้วก็มีด่านตรวจซึ่งจะเกิด อุบัติเหตุโดยที่เรามีทางที่จะเลี่ยงได้ จึงขอหารือกับท่านประธานเพื่อแจ้งไปทางผู้ที่เกี่ยวข้อง ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านประดิษฐ์ สังขจาย ท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ ท่านว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ เชิญท่านประดิษฐ์ สังขจาย ครับ🔗

นายปะดิธ สังขจาย พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ปะดิธ สังขจาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต ๕ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตนำปัญหาในพื้นที่หารือท่านประธานดังนี้🔗

เรื่องแรกขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ให้ช่วยจัดสรรงบประมาณในการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง จุดที่ ๑ ถนนทางหลวงหมายเลข ๓๑๑ เสนา-สามโคก บริเวณหน้าสวนอุตสาหกรรมบ้านแพน อำเภอเสนา จุดที่ ๒ ถนนทางหลวง หมายเลข ๓๔๕๔ เสนา-ผักไห่ บริเวณตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ ชาวบ้านร้องเรียน มากที่สุดครับ ถนนมืดเกิดอุบัติเหตุบ่อยชาวบ้านรู้สึกไม่ปลอดภัย จึงขอความกรุณา กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมได้ช่วยจัดสรรงบประมาณในการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง ในจุดดังกล่าวด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้ช่วยติดตามเรื่องการโจรกรรมอุปกรณ์ไฟฟ้าแสงสว่างในพื้นที่อำเภอเสนา อำเภอ บางซ้าย อำเภอผักไห่ และอำเภอลาดบัวหลวง ไม่ว่าจะเป็นถนนของทางหลวง ทางหลวง ชนบท ถนนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดก็ดี การโจรกรรมอุปกรณ์ไฟฟ้าแสงสว่างนั้น สร้างความเดือดร้อนให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากไฟฟ้า ส่องสว่างตามถนนต่าง ๆ กว่าจะได้รับงบประมาณในการติดตั้งนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก แต่กับถูกขโมยลักตัดสายไฟและขโมยอุปกรณ์ไปขายได้ง่าย ๆ ซึ่งขโมยที่ลักไปนั้นได้รับเงิน เพียงไม่กี่บาทเมื่อเทียบกับงบประมาณที่จะต้องสูญเสียไป และที่สำคัญเราจะต้องใช้ งบประมาณในการซ่อมแซมอีกเป็นจำนวนมาก จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น พ่อแม่พี่น้องประชาชน ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดการกระทำเช่นนี้ และต้องเร่งจับกุม ผู้กระทำความผิดมารับโทษตามกฎหมายให้ได้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจากนายธนัช มูลใจ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลก้อ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เรื่องราษฎรตำบลก้อถูกบุกรุกที่ดิน สืบเนื่องจากปี ๒๕๐๔ รัฐบาลได้มีนโยบายที่จะสร้าง เขื่อนภูมิพลที่ตำบลบ้านนา อำเภอสามเงา จังหวัดตาก และปี ๒๕๐๖ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทยได้ให้ราษฎรที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของเขื่อนภูมิพลอพยพมาอยู่ที่ ตำบลก้อ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน หลังจากนั้นต่อมาปี ๒๕๐๖ เช่นกัน รัฐบาลได้มีโครงการ ที่จะจัดสรรที่ดินให้แก่พี่น้องที่อพยพมาจำนวน ๑๕,๐๐๐ กว่าไร่ และปี ๒๕๐๙ ได้ออก ใบจองประมาณ ๖,๐๐๐ ไร่ โดยเมื่อถือใบจองครบ ๑๐ ปีแล้วพี่น้องชาวบ้านต้องติดต่อที่ดิน เพื่อขอออก น.ส.๓ ก. แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้นทางพี่น้องชาวบ้านได้ทำมาหากินโดยไม่มี ใบ น.ส.๓ ก. แต่อย่างใด แต่หลังจากนั้น ๖๐ ปีที่ผ่านมา ประมาณเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีกลุ่มคนเข้ามาปักแนวเขต เข้ามาปักป้ายห้ามบุกรุกที่ดินนะครับ ตามป้ายคือเขียนว่าพื้นที่นี้ เป็นที่มรดก คดีหมายเลขแดง ที่ ๓๐๔๐/๒๕๖๗ เนื้อที่ประมาณ ๕,๐๐๐ ไร่ มีผู้เช่าแล้ว ห้ามบุกรุก เสร็จแล้วเอารถไถเข้ามาไถที่ดินของพี่น้องเกษตรกร เข้ามาไถทางที่ดินของ เทศบาลตำบลก้อที่ทำถนนเข้าสู่พื้นที่การเกษตร หลังจากนั้นได้มีการประชุมกัน ขอบคุณ ท่านอัยการคุ้มครองสิทธิลำพูน ที่ดินอำเภอลี้ และเทศบาลก้อได้มาประชุมหารือกันนะครับ ดังนั้นผมขอท่านประธานผ่านไปยังกรมที่ดินให้ตรวจสอบด้วยว่าคนที่มาปักป้ายเป็นใคร ถ้าเข้ามาแล้วกระทำความผิดอาญาหรือความผิดอื่นใดขอให้ลงโทษบุคคลเหล่านี้ให้ถึงที่สุด และต้องออกโฉนดให้พี่น้องตำบลก้อให้เร็วที่สุดเขาเสียสละมา ๖๐ ปี เอาที่ดินไปสร้างเขื่อน ผลิตกระแสไฟฟ้า แต่บัดนี้ยังไม่ได้เยียวยาเขาเลย ๖๐ ปีที่ผ่านมาผมเรียกร้องให้กรมที่ดิน เร่งออกโฉนดให้พี่น้องตำบลก้อ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านสมชาติ เตชถาวรเจริญ เชิญครับ🔗

ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ภูเก็ต

เรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาชน วันนี้ผมขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันครับ ขอสไลด์แผ่นที่ ๑ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ภูเก็ต

เรื่องที่ ๑ ศาลฎีกาได้มี คำพิพากษา ที่ ๒๒๙๐/๒๕๖๒ ว่าการออกโฉนดทับที่อยู่อาศัยของชาวบ้านแหลมตุ๊กแก ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ตนั้นเป็นไปโดยมิชอบ ผ่านมา ๖ ปีแล้วครับ กรมที่ดิน กลับยังไม่เพิกถอนโฉนดที่ออกทับที่ดินของชาวเลแหลมตุ๊กแกทำให้คำพิพากษาศาลฎีกานั้น ไม่มีความหมายเลยครับท่านประธาน สาเหตุคือหลังจากที่ศาลได้มีคำตัดสินทางจังหวัดภูเก็ต ได้มีหนังสือที่ ภก. ๐๐๒๐.๔/๒๑๓๓๐ ลงวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๓ แจ้งกรมที่ดินว่า การออกโฉนดนั้นได้ทำตามระเบียบและขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว ขอหารือ ท่านประธานสภาครับว่าระหว่างศาลฎีกากับจังหวัดภูเก็ตที่มีการวินิจฉัยขัดแย้งกันแบบนี้ เรื่องมันควรจะจบที่คำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว เหตุใดกรมที่ดินจึงไปฟังทางจังหวัดจนทำให้ เกิดการประวิงเวลาเช่นนี้ แล้วอย่างนี้คำพิพากษาของประเทศนี้จะมีความหมายอะไรครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน มีประชาชนร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ ว่ามีเอกชนสร้างอาคารบนพื้นที่สาธารณะถนนตรัง จนถึงวันนี้ ประชาชนก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากจังหวัดภูเก็ต ผมจึงขอให้กรมที่ดินเร่งรัดทำการตรวจสอบ ให้ด้วยครับ เอาสไลด์ลงได้เลยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ครับท่านประธาน มีผู้ปกครองโรงเรียนประถมศึกษาในจังหวัดภูเก็ต จำนวน ๘ ราย เข้าแจ้งความครูกระทำอนาจารทางเพศกับเด็ก กระทรวงศึกษาธิการ ไม่สมควรปล่อยให้เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น เพราะการที่เด็กถูกกระทำแบบนี้จะทำให้เด็กนั้นมีปม ไปตลอดชีวิต ผมขอเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการจัดการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุด้วยการ เร่งสร้างพื้นที่ปลอดภัยในโรงเรียน รวมถึงติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในห้องเรียนจากเดิม ที่ติดตั้งเฉพาะบริเวณทางเดินเท่านั้น เพราะผู้ปกครองต่างก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า เหตุกระทำอนาจารนั้นเกิดขึ้นภายในห้องเรียนและภายในห้องประชุม ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านสุรินทร์ ปาลาเร่ ท่านสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ต่อด้วยท่านทศพร เสรีรักษ์ เชิญท่านสุรินทร์ ปาลาเร่ ก่อนเชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ มีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่องเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วม ในเขตอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ซึ่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติ ๒ มาตรฐาน ท่านจะเห็นภาพถ่าย ในจอว่าน้ำท่วมมีมากมายทุกพื้นที่น้ำเต็มไปหมดเลยนะครับ แล้วตัวท่านนายอำเภอเอง ก็ให้สัมภาษณ์ว่าท่วมทุกพื้นที่ ในจังหวัดสงขลาที่มีน้ำท่วมมากที่สุดคืออำเภอเทพา แต่การปฏิบัติจะไม่เหมือนกับจังหวัดอื่นนะครับ โดยเฉพาะที่จังหวัดพัทลุงสอบถาม นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ ได้ทั้งจังหวัด แต่จังหวัดสงขลา อำเภอเทพา ต้องขอทั้งที่ว่าฝ่ายท้องที่ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายท้องถิ่น นายก อบต. แล้วก็ประชาคมเรียบร้อยแล้วแต่พอไปยื่นที่ อำเภอปรากฏขอรูปถ่าย ชาวบ้านตอนนั้นมันช็อกไปหมดแล้ว หนีตายแล้วไม่เคยมีท่วมหนัก มาก่อนจะเอารูปถ่ายมาจากที่ไหนเมื่อน้ำไฟไม่มี แล้วก็ปฏิบัติตอนนี้ส่งไม่ได้ทั้งที่ว่าอำเภออื่น จังหวัดอื่นเขาได้รับเงินมาหมดแล้ว ไปสอบถามผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด มีอยู่อำเภอเดียวที่ยังไม่ส่งมาเลยไม่รู้จะพิจารณาอย่างไร ก็เลยอยากจะบอกให้นายกรัฐมนตรี ไปตรวจสอบดูครับว่าในสถานการณ์อย่างนั้นจะเอารูปถ่ายมาจากไหน ทั้งที่มติ ครม. ที่ขอทบทวนเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน กรณีที่อยู่อาศัยประจำอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ดินถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิง ไม่เกิน ๗ วันและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย หรือที่อยู่อาศัยประจำหมู่บ้านน้ำท่วมขังติดต่อกัน ทรัพย์สินไม่เสียหายหรือที่ถูกน้ำท่วม ติดต่อกัน ๗ วันก็ได้แล้ว ก็ขอให้ทบทวนด้วยครับ ขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการไปเลยครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านวัชระพล ขาวขำ เชิญครับ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างทั่วทั้งจังหวัด อุดรธานีครับ โดยเฉพาะชาวอำเภอบ้านผือและอำเภอกุดจับครับ สืบเนื่องจากกรณีที่โรงงาน น้ำตาลไทยอุดรธานีซึ่งตั้งอยู่ตำบลคำบง อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้ง ของกระผมครับ ถูกอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานีโดยกระทรวงอุตสาหกรรมสั่งหยุดโรงงาน ชั่วคราวส่งผลกระทบทำให้ชาวไร่อ้อยไม่สามารถนำอ้อยเข้าโรงงานได้ครับ ซึ่งเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจแล้วก็ปากท้องความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวไร่อ้อย จังหวัดอุดรธานี แล้วก็ยังเป็นอาชีพหลักของพี่น้องชาวจังหวัดอุดรธานีในทุก ๆ อำเภอ ตอนนี้ มีอ้อยตกค้างไม่สามารถนำเข้าโรงงานได้หลายพันคัน อย่างไรก็ตามครับ ต่อมาวันที่ ๑๗ มกราคมที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมได้อนุญาตให้เปิดโรงงานชั่วคราว แล้วก็ทยอยนำอ้อย ที่ตกค้างลานเข้าโรงงานได้ แต่ว่าตอนนี้ก็ยังมีรถอ้อยที่ตกค้างลานอยู่เกือบ ๑,๐๐๐ คัน ซึ่งมูลค่าน้ำหนักอ้อยรวมประมาณเกือบ ๒๐,๐๐๐ ตัน ตอนนี้โรงงานก็เริ่มทยอยรับไปแล้ว หลายร้อยคัน แต่ว่าบางส่วนก็ยังมีพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่มีรถค้างลานหลายวันนะครับ ซึ่งประมาณตั้งแต่วันเด็กก็ส่งผลทำให้อ้อยเน่าครับ แล้วทีนี้โรงงานก็ไม่สามารถรับได้นะครับ ทางผู้นำชุมชนครับไม่ว่าจะเป็นท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลของทุกตำบลในอำเภอ บ้านผือแล้วก็อำเภอกุดจับ ไม่ว่าจะเป็นท่านกำนัน ท่านผู้ใหญ่บ้านก็ได้ประสานงานมาที่ผม แล้วก็เข้าไปพบผมที่สำนักงานพร้อมกับท่าน สส. เทียบจุฑา ขาวขำ ซึ่งสำนักงานของผม ก็ตั้งอยู่ห่างจากโรงงานนี้ไม่ถึง ๒ กิโลเมตร พี่น้องประชาชนตอนนี้ก็เดือดร้อนจริง ๆ ท่านผู้นำ ชุมชนก็ได้แจ้งว่าซึ่งเป็นชาวไร่อ้อยรายเล็ก ๆ เขาเรียกว่าลูกไร่นี่ก็เดือดร้อนจริง ๆ หากิน ทำงานมาทั้งปีซึ่งหวังว่าจะนำอ้อยเข้าโรงงานได้แล้วก็นำรายได้มาจุนเจือครอบครัวตอนนี้ ก็ลำบากมากครับ ดังนั้นเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวไร่อ้อยครับ จึงอยากหารือผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้มีมาตรการช่วยเหลือ ชาวไร่อ้อยและเยียวยาชดเชยชาวไร่อ้อยอย่างเร่งด่วนด้วย กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านทศพร เสรีรักษ์ เชิญครับ🔗

นายทศพร เสรีรักษ์ แพร่

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย🔗

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับคำร้องเรียนจากคุณจันทร์เพ็ญ สวนอ้อย คุณผดุงเกียรติ เอื้อระพีกุล แล้วก็ สท. เขตอำเภอเมืองแพร่อีกหลาย ๆ ท่านให้ช่วยเร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยา น้ำท่วมที่จังหวัดแพร่ อันนี้ก็ฝากไปถึงจังหวัดอื่น ๆ ด้วยที่โดนน้ำท่วมก็จะต้องเร่งจ่ายเงิน เยียวยาโดยเร็ว🔗

เรื่องที่ ๒ คือได้รับการร้องเรียนจากคนไข้ที่ไปนอนโรงพยาบาลแพร่นะครับ ตอนนี้ใน Ward ต่าง ๆ ที่นอนเตียงนอนคนไข้ยังไม่เพียงพอต้องมานอนหน้าลิฟท์นะครับ ทางกระทรวงสาธารณสุขก็คงจะต้องเร่งหาอาคารที่จะดูแลผู้ป่วยให้มากขึ้น🔗

เรื่องที่ ๓ ก็คือสนามบินแพร่ ก็เป็นเวลาหลายปีแล้วที่รอเรื่องการเวนคืนที่ดิน ก็อยากให้ทางคมนาคมได้เร่งรัดเพราะว่าไม่มีเครื่องบินลงมาหลายปีแล้ว🔗

เรื่องที่ ๔ ก็คือภูพญาพ่อซึ่งเป็นเส้นทางหลังพระธาตุช่อแฮที่สวยงามมาก เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ หลังจากที่เราได้ประสานงานขยายเส้นทางให้ถนนดีขึ้นก็มีคนขึ้นไป ท่องเที่ยวมากขึ้น นักท่องเที่ยวก็ร้องเรียนมาที่ผมสังเกตว่าตอนนี้ใกล้ ๆ สำนักงานอุทยาน แห่งชาติ มีการบุกรุกป่ากันใหม่ ๆ เลย มีต้นทุเรียนเล็ก ๆ งอกหลายพื้นที่ ก็เสียดายอยากจะ ให้คงความเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ไว้เพื่อลด PM2.5 เพื่อเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารด้วย🔗

เรื่องถัดไปก็คือเรื่องสามแยก ตรงแยกเข้าตำบลเวียงทอง อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ ซึ่งผมประสานงานกระทรวงคมนาคมได้งบมา ๓๐ ล้านบาทเพื่อจะสร้าง ความปลอดภัย สร้างไฟแดงทางแยกบนถนนนะครับ ก็เห็นรื้อประตูเวียงทองซึ่งผมได้สร้าง ขึ้นมาประมาณ ๒๐ กว่าปีแล้ว ชาวบ้านเวียงทองช่วยกันสร้างขึ้นแต่ว่าตอนนี้ก็เห็นนิ่งสนิท ยังไม่มีความคืบหน้าก็ฝากช่วยเร่งรัดด้วย🔗

หมดเรื่องเร่งรัดและตอนนี้ขออนุญาตอันนี้เป็นการขอบคุณท่านประธาน อยากจะขอบคุณว่าเรื่องที่ได้ปรึกษาหารือในสภาก็ได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดี อย่างเช่น เรื่องการตีเส้นกากบาทสีเหลืองที่ซอย ๖๖ และซอย ๗๐ ตรงแยกประชานุกูลที่เคยได้แจ้ง ในที่นี้เพราะมีอุบัติเหตุมากก็ได้รับการแก้ไข แต่ตอนนี้ซอย ๖๖ พบว่ากากบาทนั้นไม่ค่อยมี คนจอดอาจจะเป็นเพราะกากบาทมันใหญ่ไปหน่อยหรือเปล่า อยากจะทำเรื่องกากบาท เส้นเหลืองทั่วกรุงเทพมหานครให้เป็นตาถี่ ๆ ที่คนจะได้เห็นชัดยิ่งขึ้นจะได้ไม่ไปจอดทับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านปรีติ เจริญศิลป์ ท่านสุรทิน พิจารณ์ และต่อด้วยท่านยุทธการ รัตนมาศ เชิญท่านปรีติ เจริญศิลป์ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายปรีติ เจริญศิลป์ นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ปรีติ เจริญศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องมาหารือท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ได้รับการแจ้งจากผู้ใหญ่สมทอง หมู่ที่ ๑๐ ตำบลละหาร ในเรื่อง ของปัญหาการเผาขยะข้างทางเป็นประจำ ช่วงวงแหวนขาขึ้นสุพรรณบุรี ถนน ๓๔๐ ตำบลละหาร อำเภอบางบัวทอง ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศและเป็นอันตรายหากไฟลุกลาม ไปยังโรงงานข้างเคียง จึงอยากฝากให้ท่านประธานแจ้งไปยังกรมควบคุมมลพิษและตำรวจ พิจารณาดำเนินการป้องกันแล้วก็ตรวจจับผู้กระทำความผิดกฎหมายครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เกิดเหตุมีการบีบเลนถนนช่วงถนนติวานนท์ เหตุเกิดจากการสร้าง รถไฟฟ้าสายสีชมพูบริเวณช่วงทางลอดใต้อุโมงค์ห้าแยกปากเกร็ดจากทางฝั่งเมืองทองธานี มุ่งหน้าทางแยกแคราย เมื่ออยู่ในอุโมงค์มี ๒ เลน แต่เมื่อขึ้นจากอุโมงค์ขึ้นมาจะเหลือเพียง เลนครึ่งถนนถูกบีบไปอาจจะก่อให้เกิดอันตรายได้ ฝากให้กรมทางหลวงช่วยพิจารณา ดำเนินการแก้ไขครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ตามที่ได้มีการร้องเรียนว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจวางตัวไม่เป็นกลาง ในการเลือกตั้ง อบจ. นนทบุรี ตำรวจมีพฤติกรรมที่มีการข่มขู่คุกคามมีการพยายามติดต่อ ไปยังแม่ผู้สมัคร สจ. พรรคประชาชน มีการติดต่อไปยังผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่รู้จักกับผู้สมัคร เพื่อขอรายชื่อผู้ช่วยหาเสียง อันนี้เป็น Chat LINE ที่มีหลักฐานออกมา ผมได้ตรวจสอบข้อมูล หลายอย่างแล้วมีข้อเท็จจริงที่เชื่อถือได้ จึงได้ทำหนังสือไปถึงผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด นนทบุรี ลงรับเลขที่ ๔๐๕ เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม แต่ปรากฏว่าเรื่องยังเงียบอยู่ ผมจึงอยาก ฝากท่านประธานแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติและ นั่งหัวโต๊ะปราบผู้มีอิทธิพลเร่งพิจารณาตรวจสอบว่าคำสั่งนี้มาจากใคร แล้วแจ้งผลให้ทราบด้วย ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านสุรทิน พิจารณ์ เชิญครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สส. แบบบัญชีรายชื่อ ๓ เรื่องที่พี่น้อง ร้องเรียนมาท่านประธานครับ🔗

เรื่องแรก ขอไฟแดงถนนชลมาร์คพิจารณ์ อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ที่แยกจตุโชติแยกนี้รถเยอะเฉี่ยวชนกันวันหนึ่งหลายคัน ท่านประธานที่เคารพ ผู้ร้องคือ พี่น้องเทศบาลเมืองลาดสวาย ผู้รับผิดชอบคือ อบจ. ปทุมธานี เทศบาลเมืองลาดสวาย และมหาดไทย🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องถนนคนเดินหรือ Walking Street ตั้งแต่ สน. คูคต ไปที่ วัดโพสพผลเจริญระยะทาง ๗๒๐ เมตร เรื่องนี้ได้หารือมาตั้งแต่สภาชุดที่แล้วท่านประธาน ที่เคารพครับ แต่ปรากฏว่าเรื่องยังเงียบอยู่ ก็ขอให้ทางกระทรวงคมนาคมเร่งรัดด้วย พี่น้อง ชาวคูคตร้องมา ผู้รับผิดชอบคือกรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคม🔗

เรื่องที่ ๓ พรรคประชาธิปไตยใหม่เห็นด้วยกับการสร้างบ้านให้กับคนจน ซึ่งมีคนไปลงทะเบียนเยอะแยะ จึงอยากฝากไปที่ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารว่าให้สร้าง บ้านให้กับคนจนที่อยู่ในคลอง ไม่ว่าจะเป็นคลองสามวา หรือคลองอื่นในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง ให้พี่น้องขึ้นจากคลองมาเป็นคนบนบกบ้าง อันนี้พี่น้องคลองสามวา เป็นผู้ร้อง ผู้รับผิดชอบคือกรมชลประทานและรัฐบาล ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านยุทธการ รัตนมาศ เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เขตเลือกตั้งที่ ๔ อำเภอชะอวด อำเภอเชียรใหญ่ และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านกำนัน สุทัศน์ ปานจีน ตำบลท่าประจะ ท่านนายกนิตย์ แก้วขุนราม นายกเทศมนตรีตำบลท่าประจะ อำเภอชะอวด และท่านผู้อำนวยการวารดี อักษรภักดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยโส อำเภอชะอวด ประปาหมู่บ้านหมู่ที่ ๓ ตำบลท่าประจะตั้งอยู่ในพื้นที่ของโรงเรียนบ้านห้วยโส อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่สามารถใช้งาน ได้มาแล้วหลายปี ซึ่งทางโรงเรียนบ้านห้วยโสได้ติดต่อให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบคุณภาพของ น้ำประปา ผลปรากฏว่าคุณภาพของน้ำประปาไม่สะอาดเพียงพอและไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ในการผลิตน้ำดื่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ท่านประธานที่เคารพครับ ถังน้ำประปาและ อุปกรณ์ที่ผลิตน้ำประปาดังกล่าวได้ชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก ทางโรงเรียนได้ดำเนินการ ติดต่อให้ช่างมาซ่อมแซมซึ่งต้องใช้งบประมาณหลายแสนบาท โรงเรียนไม่มีงบประมาณ เพียงพอที่จะดำเนินการซ่อมได้ ถังน้ำประปา ถังเก็บน้ำ และเครื่องกรองน้ำใช้งานไม่ได้เลย ถังน้ำประปามีความชำรุดทรุดโทรม มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุต่อนักเรียน ครู และบุคลากร ทางการศึกษา จึงเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ท่านดอกเตอร์เฉลิมชัย ศรีอ่อน ขอสนับสนุนงบประมาณในการซ่อมแซม ให้ใช้งานได้ตามปกติ หรือดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด หรือจำหน่ายทรัพย์สินเพื่อขอคืน พื้นที่ให้กับโรงเรียนบ้านห้วยโสใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอนต่อไป ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไปจะเป็นท่านธนเดช เพ็งสุข ท่านชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล แล้วต่อด้วยท่านประสาท ตันประเสริฐ เชิญท่านธนเดช เพ็งสุข ก่อนครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตลาดพร้าว บึงกุ่ม พรรคประชาชน ขออนุญาตหารือท่านประธานครับจากภาพฉายครับ นี่คือตลาดนัดแห่งหนึ่งย่านเกษตรนวมินทร์ที่มีการร้องเรียนค่อนข้างมากที่สุดในเรื่องของ การใช้สอยพื้นที่ผิดประเภท เพราะว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของการทางพิเศษแล้วก็มี ข้อพิพาทมาอย่างยาวนาน ประชาชนย่านนั้นได้รับความเดือดร้อนค่อนข้างเยอะ ก็เลย อยากจะวอนท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมผ่านไปยังการทางพิเศษ แห่งประเทศไทย แล้วก็ กทม. ช่วยจัดการเรื่องใบอนุญาตหรือว่าการทำทุกอย่างให้มันถูกต้อง ตามระเบียบเพราะว่าผิดระเบียบมาอย่างยาวนาน แล้วก็ถูกปล่อยปละละเลยทำให้ประชาชน ในย่านนั้นได้รับความเดือดร้อนครับ🔗

ประเด็นต่อมาครับ นี่คือผิวถนนบริเวณโชคชัย ๔ มีการซ่อมจากสำนัก การโยธา แต่ว่าการซ่อมดังกล่าวไม่ได้ดีไปกว่าเดิมเลยครับ มีการเทยางที่ไม่สม่ำเสมอ ปิดฝาท่อระบายน้ำบ้าง ประเด็นนี้อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ผ่านไปยังผู้ว่า กทม. ให้สำนักการโยธาเร่งเข้าปรับปรุงแก้ไขครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ นี่คือสวนสาธารณะบึงน้ำลาดพร้าว ๗๑ ประเด็นนี้ผมได้หารือ มาอย่างยาวนานนะครับ วอนท่านประธานผ่านไปยังผู้ว่าชัชชาติอีกคำรบหนึ่งครับว่าช่วยลง พื้นที่ตรวจสอบพัฒนา จัดสรรงบประมาณพัฒนาสวนสาธารณะแห่งเดียวในลาดพร้าวนี้ ให้ประชาชนได้ใช้สอยได้ง่ายยิ่งขึ้น ได้ดียิ่งขึ้น จากภาพดูเหมือนจะสวยงามครับ แต่ว่า ล้วนแล้วแต่มีความชำรุดแล้วก็มีเด็กได้รับอันตรายค่อนข้างเยอะครับ🔗

ประเด็นนี้ครับ อันนี้เป็นบริเวณถนนเกษตรนวมินทร์ความยาวกว่า ๑๑ กิโลเมตร กินพื้นที่เขตลาดพร้าว บึงกุ่ม บางเขน แล้วก็จตุจักรเป็นข้อพิพาทเรื่องต้นไม้การปรับปรุง Footpath มาอย่างยาวนานแล้วก็หาข้อสรุปไม่ได้ วอนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวง มหาดไทย แล้วก็ผู้ว่า กทม. ช่วยหาคนกลางมาไกล่เกลี่ยและเร่งปรับปรุงเพื่อให้ทางเท้านี้ สามารถใช้ได้ปกติด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล นครปฐม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๖ พรรคประชาชน ขอปรึกษาหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวสามพราน ผ่านท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้🔗

เรื่องที่ ๑ กรณีการลักลอบเผาขยะในพื้นที่รกร้างภายในซอยด้านหลัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ศาลายา ซึ่งจุดที่เผ่าอยู่ใกล้กับหมู่บ้าน ชัยพฤกษ์ ถนนพุทธมณฑลสาย ๕ การเผาขยะนั้นได้ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศไม่ว่าจะเป็น เขม่าควัน ฝุ่นละออง สารอินทรีย์ชนิดต่าง ๆ ที่สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพ นอกจากนี้ ควันไฟและกลิ่นเผาไหม้ยังได้สร้างความเดือดร้อนและรำคาญต่อผู้อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียง จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว🔗

เรื่องที่ ๒ กรณีขอให้แขวงทางหลวงสมุทรสาครได้พิจารณาจัดทำแผนพัฒนา ถนนพุทธมณฑลสาย ๕ เพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุที่มักเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง อาทิ การติดตั้ง สัญญาณไฟจราจรบริเวณทางแยก การสร้างสะพานลอยข้ามถนนและเส้นชะลอความเร็ว รวมถึงการติดตั้งสัญญาณเตือนต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน โดยสามารถ ดูตัวอย่างจากถนนเส้นพุทธมณฑลสาย ๗ ได้เลยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ กรณีปลาหมอคางดำแพร่ระบาดในแหล่งน้ำธรรมชาติพื้นที่อำเภอ สามพราน ซึ่งปัจจุบันยังมีผู้พบเห็นปลาหมอคางดำอยู่ในแหล่งน้ำเป็นจำนวนมาก จึงขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย🔗

เรื่องที่ ๔ กรณีปัญหาฝุ่น PM2.5 ยังคงเป็นปัญหามลพิษทางอากาศที่ส่งผล กระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนในจังหวัดนครปฐมมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวของทุกปี วันนี้ผมจึงขอฝากไปถึงทางรัฐบาลให้ช่วยเร่งพิจารณา หามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในจังหวัดนครปฐมอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะ มาตรการสำหรับเด็กนักเรียนในการที่พวกเขาต้องไปโรงเรียนทุกวันอาจจะทำให้ได้รับ ผลกระทบตรงนี้เป็นอย่างมากครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านประสาท ตันประเสริฐ เชิญครับ🔗

นายประสาท ตันประเสริฐ นครสวรรค์

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขตเลือกตั้งที่ ๖ พรรคชาติพัฒนาครับ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากการหารือของผม ๒ ครั้งเมื่อเดือนธันวาคม เรื่องราคา มันสำปะหลังตกต่ำ พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังได้รับผลกระทบอย่างมาก ท่านประธานครับ ครั้งที่ ๒ ไปแล้วปรากฏว่ากระทรวงพาณิชย์รับลูก เดินทางไปพบปะกับ พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร กำแพงเพชร นครสวรรค์มาอยู่ที่นั่น ๕,๐๐๐ คนครับท่านประธาน ผู้หลักผู้ใหญ่จากกระทรวงพาณิชย์ ไปกันเพียบคุยกันด้วยความชื่นมื่น ท่านประธานครับ สลายการประชุมในวันนั้นอย่างดี พี่น้องเกษตรกรเดินทางกลับบ้านด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส วันนี้ผ่านมาเดือนหนึ่งแล้ว ท่านประธาน เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังแกนนำทั้งหลายประชุมกันเมื่อ ๒-๓ วันมานี้ บอกว่าลงมติในที่ประชุมนะครับท่านประธาน บอกว่าพวกเราถูกหลอก มันเป็นอย่างนี้ครับ ท่านประธานไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย จุดรับซื้อต่าง ๆ ไม่เคยเกิดขึ้นเลย ราคาที่คุยกันก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้เขาก็เลยลงมติกัน ผมจำเป็นที่ต้องบอกตรงนี้ถึงกระทรวงพาณิชย์ ที่รับผิดชอบ ทั้งท่านอธิบดี ทั้งกระทรวงนะครับรวมถึงรัฐบาลด้วย กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูก มันสำปะหลัง ซึ่งเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสในวันนี้ เขาตกลงกันในที่ประชุมครับท่านประธาน บอกว่าให้เวลาอีกอาทิตย์เดียวจะเดินทางมาที่กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์รับทราบ ไว้นะครับ จะเดินทางมาที่กระทรวงพาณิชย์ด้วยรถอีแต๋น จำนวน ๕๐๐ คัน จะเอา มันสำปะหลังมาให้ท่านรัฐมนตรีด้วย อาจจะเอามาแบ่งกันทานด้วยนะครับท่านประธาน ก็เรียนอย่างนี้ว่ารอรับอีกอาทิตย์เดียวนะครับท่านประธาน นี่คือเรื่องที่ผมนำมาบอกกับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นห่วงจริง ๆ แล้วเขาเดือดร้อนจริง ๆ เพราะฉะนั้น กราบเรียนท่านประธานฝากไปถึงกระทรวงพาณิชย์ให้เตรียมต้อนรับเกษตรกรผู้ปลูกมัน สำปะหลังด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านนิยม วิวรรธนดิฐกุล ต่อด้วยท่านสหัสวัต คุ้มคง ท่านอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ เชิญท่านนิยมก่อนครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล แพร่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นิยม วิวรรธนดิฐกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ถ้าเราพูดถึงตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ทุกคนก็จะนึกถึงแต่ เขื่อนแก่งเสือเต้น แต่ปัจจุบันที่ตำบลสะเอียบเป็นแหล่งผลิตสุราชุมชนที่ใหญ่ที่สุดครับ มีโรงงานกว่า ๑๐๐ โรง เสียภาษีให้กับรัฐบาลเกือบ ๕๐๐ ล้านบาทต่อปี มียอดขายเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ตำบลสะเอียบยังมีป่าสักทองที่อุดมสมบูรณ์เป็นป่าสักทองผืนสุดท้าย ของประเทศ ซึ่งท่านจะเห็นในภาพ สไลด์ถัดไปครับ จะเห็นต้นสักที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งเรา ต้องอนุรักษ์ไว้ให้เป็นสมบัติหรือเป็นมรดกแก่ลูกหลานของเราต่อไป ตำบลสะเอียบมีภูเขาไฟ หล่มด้ง มีแก่งเสือเต้นจึงถือเป็น Unseen Thailand ที่เชิญชวนให้ทุกท่านได้เดินทางไปดู เมื่อวันที่ ๑๘ ที่ผ่านมาผมและคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขได้ไปสัมมนาร่วมกับ อสม. รพ.สต. ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น พบว่า อสม. ของทางสะเอียบยังขาดแคลนอุปกรณ์ จำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือเรื่องของเครื่องตรวจเบาหวาน เครื่องวัดความดันนะครับ🔗

อีกประเด็นหนึ่งก็คือ อสม. หมู่ที่ ๕ ซึ่งเป็นที่อยู่ที่อาศัยของพี่น้องชาติพันธุ์ อาข่าซึ่งอยู่บนภูเขามีเส้นทางที่คับแคบเป็นเส้นทางลูกรัง แต่หมู่ที่ ๕ ของตำบลสะเอียบ ตรงนี้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือเครือข่ายใดเลย ทำให้เกิดปัญหาความเดือดร้อนเมื่อมี ผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุจะไม่สามารถติดต่อกับหน่วยงานใด ๆ ได้ จึงขอนำเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือแก้ไขโดยเร็ว ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านสหัสวัต คุ้มคง เชิญครับ🔗

นายสหัสวัต คุ้มคง ชลบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคประชาชน วันนี้ขอใช้โอกาสนี้ ในการปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗

เรื่องแรกเรื่องของไฟไหม้ครับ ปัจจุบันเราอยู่ในช่วงที่อากาศแล้ง อากาศแห้ง ทำให้พบเห็นไฟไหม้ข้างทาง ไฟไหม้ต้นไม้ ไฟไหม้หญ้าเยอะแยะมากมายครับ โดยเฉพาะ ในจังหวัดชลบุรีตอนนี้ก็มีบางพื้นที่ไฟไหม้ ๒ วัน ๓ วันแล้วก็ยังดับไม่หมดนะครับ ซึ่งโอกาส เกิดไฟไหม้เยอะครับ ผมขอปรึกษาหารือท่านประธาน เรื่องแรกครับระบบรับแจ้งไฟไหม้ ซึ่งเราก็รู้กันดีครับว่าเวลาไฟไหม้นี้ให้โทร ๑๙๙ แต่ปรากฏว่าบางครั้งโทร ๑๙๙ ไปแล้ว ผ่านไป ๑๐ นาที ๑๕ นาที เราลองโทรไปที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขององค์การ บริหารส่วนท้องถิ่น ปรากฏว่ายังไม่ได้รับเรื่องเลยครับก็ยังงงว่าระบบรับเรื่องแจ้งไฟไหม้นี้ มันมีการส่งต่อไปที่ท้องถิ่นอย่างไรครับ แล้วเรื่องต่อมาครับ ความพร้อมไม่มี ความพร้อมใน เชิงอุปกรณ์ พอใช้ระบบป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่ท้องถิ่นดูแลกันเอง บางท้องถิ่น ก็มีความพร้อมในเรื่องรถดับเพลิง บางท้องถิ่นก็ไม่มีครับ และค่าตอบแทนของบุคลากรที่ต้อง มาดับไฟก็ต่ำ ทั้ง ๆ ที่คนเหล่านี้ก็เสี่ยงอันตรายในการเข้ามาดับไฟนะครับ ขอปรึกษาหารือ ท่านประธานผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี แล้วก็ผู้บริหาร อปท. ต่าง ๆ ให้มีการตั้ง War Room เกิดขึ้นครับ มีพื้นที่ประสานงานกลางเพื่อเกิดการทำงานร่วมกันระหว่าง อปท. แล้วปรับปรุงระบบรับเรื่องร้องเรียนการแจ้งไฟไหม้ให้มันฟังก์ชันกว่านี้ครับ🔗

เรื่องต่อมาครับท่านประธาน เรื่องที่สังคมกำลังให้ความสนใจแล้วก็เป็นเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับปากท้องของพี่น้องประชาชนครับ คือเรื่องการเลือกตั้ง อบจ. ในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ ขอปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยัง กกต. กลางให้เร่งแก้ไข🔗

เรื่องแรกจดหมายแจ้งสิทธิครับ หลายบ้านยังไม่ได้มีจดหมายรับแจ้งสิทธิเลย ว่าต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่ไหน ต้องทำอะไรที่ไหนยังไม่ได้เลยครับ ไม่แน่ใจว่ามีกระบวนการ Recheck หรือไม่ว่ามีการส่งจดหมายไปแล้วหรือเปล่าครับ🔗

เรื่องที่ ๒ การประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งต่ำมากครับ ทั้งที่เรื่องนี้เป็นเรื่อง ของประชาชนโดยตรง แล้วก็จดหมายขอความร่วมมือที่บอกว่าจะทำไปยังผู้ประกอบการ ว่าให้คนทำงานสามารถหยุดไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ได้ทำหรือไม่ครับ เพราะบางจังหวัดก็ทำ บางจังหวัดก็ไม่เห็นว่ามีการทำครับ อย่างไรขอปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยัง กกต. ให้เร่งประชาสัมพันธ์และจัดการให้ดีนะครับ งานของท่านมีแค่อย่างเดียวครับ คือการจัดการ เลือกตั้งครับ ทำให้ได้ ทำให้ดีด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน หมู่ที่ ๓ สัตตพรหม หมู่ที่ ๒ บ้านหนองชุมเห็ด อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี เนื่องจาก ๒ พื้นที่นี้มีอ่างขนาดเล็กเพื่อใช้น้ำอุปโภคบริโภค แต่ช่วงนี้ ๒ ปีที่ผ่านมาชลบุรีผมนั้นฝนตกน้อยแล้วทิ้งช่วง ตอนนี้ ๒ อ่างขนาดเล็กนี้ น้ำไม่พอใช้ในการอุปโภคบริโภค ในพื้นที่ผมนั้นมีอ่างเก็บน้ำคลองหลวง อันเนื่องมาจาก พระราชดำริก็เป็นโครงการขนาดใหญ่ แต่ก็มีการต่อท่อน้ำส่งไปยัง ๒ อ่างขนาดเล็ก แต่ ๒ ปีที่ผ่านมานี้ยังใช้ไม่ได้เลย ใช้งบประมาณไปไม่ต่ำกว่า ๖๐ ล้านบาท ผมเคยหารือ ท่านประธานสภาไปสมัยที่แล้ว เนื่องจากการออกแบบของกรมชลประทานนั้นใช้ท่อใยหิน ท่อแบบนี้ที่อยู่บนสไลด์นะครับ ในประเทศไทยไม่ใช้มาประมาณ ๓๐ ปีแล้ว พอเปิดแล้ว ก็แตกไม่สามารถที่จะส่งน้ำไปได้ กรมชลประทานนั้นพยายามที่จะให้ท้องถิ่นหรือเทศบาล เมืองปรกฟ้านั้นรับถ่ายโอน แต่เทศบาลนั้นเห็นว่าโครงการนี้ยังใช้การไม่ได้ก็ไม่ยอมรับ การถ่ายโอน จึงฝากท่านประธานสภาให้ทำเรื่องถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ให้ตรวจสอบโครงการนี้โดยเร่งด่วน แล้วขอให้ดำเนินการแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชน ก่อนที่จะได้รับความเสียหายในเรื่องภัยแล้งในช่วงที่จะถึงต่อไปครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไป ท่านปรเมษฐ์ จินา ท่านสรพัช ศรีปราชญ์ ต่อด้วยท่านรัชนก สุขประเสริฐ เชิญท่านปรเมษฐ์ จินา ก่อนเชิญครับ🔗

นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา รวมไทยสร้างชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต ๕ ขอนำเรียนปัญหาเสนอ ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คงจะเริ่มตั้งแต่ในส่วนของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ให้กำชับในส่วนของกรมชลประทาน เนื่องจากว่าในส่วนของพื้นที่อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี มันจะมีสายน้ำที่เป็นสายน้ำเปรียบเสมือนหัวใจในการเลี้ยงชาว อำเภอพนมประมาณ ๔๐,๐๐๐ คน นั่นก็คือคลองพนม แล้วก็ทางนายกธีรยุทธ แต่งนวล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองศก อำเภอพนม พร้อมกับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ คลองพนมได้มาหารือแล้วก็นำเรียนว่าเคยเสนอในเรื่องของการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ เพื่อที่จะกักเก็บน้ำแล้วก็ส่งระบบน้ำให้กับชาวอำเภอพนม ก็อยากจะนำเรียนให้ช่วยไปดู โครงการด้วย เนื่องจากว่าทำโครงการไปแล้วอยากจะให้ดึงโครงการตัวนี้เข้าแผนเพื่อที่จะให้ ชาวบ้านได้มีน้ำใช้เพื่อการเกษตรครับ🔗

ส่วนที่ ๒ ก็เป็นของกรมชลประทานเช่นกันนะครับ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๕ ตำบลไทรขึง อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เสนอมาว่าในส่วนของอ่างเก็บน้ำบางลอ หมู่ที่ ๕ ตำบลไทรขึง อำเภอพระแสง ได้ก่อสร้างมาเป็นเวลานานแล้วปัจจุบันมันก็ตื้นเขิน แล้วเมื่อก่อนเขาจะใช้จุดนี้เป็นจุด Check In เป็นจุดที่จัดกิจกรรมต่าง ๆ ของตำบลไทรขึง แต่ ณ วันนี้ด้วยสภาพที่เป็นเวลานานก็อยากจะให้ทางกรมชลประทานได้ลงไปปรับปรุงฟื้นฟู ให้กลับสู่สภาพดีแล้วสามารถที่จะใช้งานได้ แล้วชาวบ้านก็จะได้เป็นจุดสันทนาการ แล้วก็ จุดจัดกิจกรรมของตำบลไทรขึง อำเภอพระแสง🔗

สุดท้ายก็คงจะเป็นเรื่องของพื้นที่ ส.ป.ก. เหมืองแกะ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งถึงชาวบ้านเขาได้มีไม้ล้มแล้วก็ไปตัด ทราบว่าพอไปตัดแล้วตำรวจ ไปจับเขาแล้วตำรวจได้เอาไม้ที่เขาตัดนั้นไปจำหน่าย ก็อยากจะให้ทางโรงพักบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้เข้าไปตรวจสอบให้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านสรพัช ศรีปราชญ์ เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสรพัช ศรีปราชญ์ สระบุรี

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม สรพัช ศรีปราชญ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี อำเภอเมือง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอแก่งคอย เฉพาะตำบลห้วยแห้ง จากพรรคประชาชนครับ วันนี้นำความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนมาปรึกษาหารือดังนี้ครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ถนนพหลโยธินประมาณช่วงกิโลเมตร ๑๐๐ ถึงกิโลเมตรที่ ๑๐๒ ไม่มีเสาไฟส่องสว่างถนน เนื่องจากจุดนี้เป็นถนนใช้ความเร็วได้ ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง และยังมีทางเบี่ยงเข้าทางคู่ขนานหลายจุดทำให้เกิดอุบัติเหตุในเวลากลางคืนอยู่บ่อยครั้งครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ถนนพหลโยธินกิโลเมตร ๑๑๒ ถึงกิโลเมตรที่ ๑๒๖ ไฟส่องสว่าง ถนนติด ๆ ดับ ๆ เป็นช่วง ๆ โดยจะดับเป็นระยะทางติดต่อกันในช่วงสวนพฤกษศาสตร์พุแค ซึ่งจุดนี้ได้มีการซ่อมแซมไปแล้ว แต่ผ่านไปอีกไม่ถึงปีก็ดับอีกแล้วครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ถนนหมายเลข ๓๖๒ หรือถนน Bypass สระบุรี ไฟส่องสว่างถนน มืดดับตั้งแต่กิโลเมตรที่ ๐ บริเวณวิทยาลัยสารพัดช่างสระบุรีไปจนที่สุดเส้นทางของถนน หมายเลข ๓๖๒ ไฟมืดดับเป็นช่วง ๆ และอันตรายอย่างมากบริเวณจุดกลับรถ ซึ่งถนนเส้นนี้ มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุค่อนข้างบ่อย ถนนเส้นนี้ มีประชาชนในพื้นที่ตำบลปากข้าวสาร ตำบลโคกสว่าง ตำบลนาโฉง ตำบลดาวเรือง ตำบลตะกุด ตำบลผึ้งรวง ตำบลตลิ่งชัน ตำบลกุดนกเปล้า และตำบลหนองปลาไหลร้องเรียนมาเป็น จำนวนมากครับ เพราะผ่านมาหลายปีมาก ๆ แล้วก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขใด ๆ🔗

เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องฝากจากท่านดอกเตอร์ฉัตรชัย เทียนลม นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลหนองยาว แจ้งมาว่าถนนหมายเลข ๓๐๔๒ ไฟส่องสว่างถนนไม่ติดมีพี่น้อง ประชาชนร้องเรียนกันมาเป็นจำนวนมากครับ ท่านประธานครับ จะเห็นว่าเรื่องที่ผมนำมา ปรึกษาหารือในวันนี้เป็นเรื่องไฟส่องสว่างถนนทั้งหมดครับ ทางผมก็ไม่ได้นิ่งนอนใจได้ให้ ทีมผู้ช่วยเข้าไปติดตามการแก้ไขปัญหาที่แขวงทางหลวงสระบุรีแล้ว แล้วก็ได้รับคำตอบจาก เจ้าหน้าที่มาว่ามีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบไฟตลอด ถ้าไฟดับก็ซ่อมให้ไปแล้ว ผมเลยขอตั้ง ข้อสังเกตว่าจังหวัดสระบุรีที่ผมใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับพี่น้องประชาชนที่ร้องเรียนมาเป็นจำนวนมาก กับจังหวัดสระบุรีที่ท่านปฏิบัติงานกันอยู่อาจจะเป็นคนละที่กัน ขอท่านประธานฝากไปยัง กระทรวงคมนาคมให้ช่วยแก้ไขปัญหานี้ให้ชาวสระบุรีด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านรัชนก สุขประเสริฐ เชิญครับ🔗

นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมุทรปราการ

เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคประชาชน เรื่องนำเรียนท่านประธานวันนี้มี ๑ เรื่องแต่เป็นเรื่องที่ใหญ่โตมากสำหรับ จังหวัดสมุทรปราการ ขอสไลด์ด้วยนะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมุทรปราการ

เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ที่ผ่านมาเกิดเหตุเพลิงไหม้ในบ่อขยะที่ผิดกฎหมาย ดิฉันย้ำอีกครั้งนะคะ ว่าบ่อขยะแห่งนี้ ผิดกฎหมาย เพราะว่าได้มีกฎหมายสั่งปิดไปแล้วเมื่อปี ๒๕๖๖ แต่ปัจจุบันปี ๒๕๖๘ ก็ยังคงมี การลักลอบทิ้งขยะ เพลิงไหม้ครั้งนี้ใช้เวลาประมาณถึง ๓ วันกว่าจะดับไฟได้หมด แล้วขยะ ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวเป็นขยะอุตสาหกรรม ขยะมีพิษ คิดดูนะคะว่าสมุทรปราการมีบ่อขยะ ผิดกฎหมายใหญ่ขนาดนี้อยู่แต่ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ไม่รู้จริง ๆ หรือค่ะ ไม่ทราบ จริง ๆ ใช่ไหมว่ามีบ่อขยะแห่งนี้ผิดกฎหมายตั้งอยู่ ที่สำคัญไปมากกว่านั้นค่ะท่านประธาน ประชาชนบริเวณใกล้เคียงได้รับผลกระทบเดือดร้อนอย่างหนักมากเป็นวงกว้าง เพราะว่า เพลิงไหม้ได้ลุกแล้วก็แรงมาก แล้วก็ใช้เวลาอยู่นานมากกว่าจะดับได้ ซึ่งมันเป็นควันพิษค่ะ อันตรายต่อสุขภาพแบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ มิหนำซ้ำเจ้าหน้าที่ดับเพลิงปฏิบัติหน้างานกันอยู่ ๒๔ ชั่วโมง แต่ดิฉันถามกลับไปค่ะ ทุกวันนี้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงมีค่าเสี่ยงภัยไหมคะ เงินเดือน ๙,๐๐๐ กว่าบาทเขาไม่มีค่าเสี่ยงภัยอะไรเลยนะคะ และที่สำคัญหากเขาปฏิบัติหน้าที่แล้วเขา ได้รับบาดเจ็บเขาต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง อุปกรณ์ในการอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ ดับเพลิงก็ต้องบอกค่ะ อันนี้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสะท้อนให้ดิฉันฟังเองว่าบางทีมันก็ล้าหลัง จัดซื้อมาก็ไม่ตรงกับความต้องการของเขา บางรุ่นมันก็ตกรุ่นไปแล้ว ที่สำคัญวิทยุสื่อสาร สั่งซื้อตัวดี ๆ เลยแต่ต้องเอาไปเก็บค่ะเอามาใช้ไม่ได้ แล้วก็ต้องซื้อใหม่เอง เพราะว่าเขากลัว มันชำรุด เขากลัวมันพังเขาต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย เหตุการณ์นี้ทำให้เรารู้ว่าหลาย ๆ อย่าง เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้างานอยู่ตลอด ๒๔ ชั่วโมงเขามีความเสี่ยงมาก ดิฉันอยากฝากไปถึง หน่วยงานภายในจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด ฝากผ่านท่านประธานสภาแห่งนี้ คุณไม่รู้จริง ๆ ใช่ไหมว่ามีบ่อขยะผิดกฎหมายนี้อยู่ แล้วชาวบ้านได้รับผลกระทบขนาดนี้ ดิฉันขอให้บ่อขยะนี้ เป็นบ่อขยะสุดท้ายที่จะเกิดเหตุแบบนี้ในจังหวัดสมุทรปราการนะคะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไป ท่านวิทยา แก้วภราดัย ท่านเฉลิมพงศ์ แสงดี ท่านสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ เชิญท่านวิทยา แก้วภราดัย ครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย พรรครวมไทยสร้างชาติ ผมมีเรื่องที่จะหารือท่านประธานเป็นเรื่องที่ จะเอามาเล่าต่อจากสถานการณ์ที่เกิดน้ำท่วมในจังหวัดภาคใต้ และโดยเฉพาะในสถานการณ์ น้ำท่วมก็ต้องขอบคุณหน่วยงานที่ร่วมกันรับผิดชอบทั้งหมด ไม่ว่าทางส่วนราชการของ ท่านนายอำเภอ แล้วก็ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ ๑๕ ที่เอ่ยถึงชลประทานที่ ๑๕ เพราะน้ำท่วมจังหวัดนครศรีธรรมราช ครึ่งหนึ่งจะเทไปกองอยู่ที่อำเภอปากพนังเข้าไปสู่ โครงการพระราชดำริ แล้วก็จำเป็นที่จะต้องระบายออกสู่ทะเล แน่นอนการระบายสู่ทะเลนี้ ต้องได้รับความร่วมมือจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกรมชลประทานในการช่วย ผลักดันน้ำ แล้วก็สูบน้ำออกจากพื้นที่ที่เป็นคลองลำรางสาธารณะทั้งหมดสู่แม่น้ำปากพนัง และลงสู่อ่าวปากนคร แล้วก็ได้ผลครับ ท่านประธาน ๑๕ วันน้ำก็ลดเข้าสู่ภาวะปกติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็สนับสนุนค่าน้ำมันไปในการใช้จ่ายในการผลักดันน้ำทั้งหมด แต่สิ่งที่ผมจะหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ที่จริงระยะเวลา ๑๕ วันถ้าปฏิบัติการที่สมบูรณ์จริง ๆ และกำลังคน กำลังทรัพยากรที่ลงไป ทั้งหมดจะใช้เวลาไม่เกิน ๗ วัน สาเหตุที่มันลามไปถึง ๑๕ วัน เพราะประตูระบายน้ำหรือ ท่อระบายน้ำรวมทั้งหมดในอำเภอปากพนังต่ออำเภอเชียรใหญ่ ๑๓ จุดอยู่ในสภาพชำรุด ทรุดโทรมเพราะสร้างมากว่า ๓๐ ปี ทางอำเภอแล้วก็ทางชลประทานที่ ๑๕ ก็ทำเรื่องขอ เพื่อทำการปรับปรุงประตูชลประทานทั้งหมด ๑๓ ประตูขึ้นมา และในการหารือของ คณะกรรมาธิการงบประมาณ ท่านอธิบดีกรมชลประทานท่านรับปากในที่ประชุมกรรมาธิการ งบประมาณว่าปีนี้ท่านจะเอางบเหลือจ่ายปี ๒๕๖๘ จัดสรรให้ประมาณ ๖๐ ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาทั้งหมด แต่ปัญหาท่านอธิบดีออกไปแล้วผมก็ขอฝากท่านประธานหารือ ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อแก้ปัญหาความสิ้นเปลืองและ ความเดือดร้อนของประชาชน ขอให้ท่านได้โปรดพิจารณาจัดสรรงบประมาณในการที่จะ ซ่อมแซมประตูระบายน้ำทั้ง ๑๓ ประตู วงเงินไม่เกิน ๖๐ ล้านบาท ซึ่งคิดว่าคงได้รับ ความกรุณาจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านเฉลิมพงศ์ แสงดี ครับเชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเฉลิมพงศ์ เเสงดี ภูเก็ต

เรียนท่านประธานสภา ผม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๒ พรรคประชาชน วันนี้ผมขอนำเรื่อง ความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดภูเก็ตมาหารือต่อท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกแต่ละปีมีผู้คนมาเยือน เป็นจำนวนมาก ผมมองว่าเรื่องความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ถนนหลายเส้นเชื่อมต่อกัน ทำให้การสัญจรยากลำบาก แต่ถนนหลัง King Power ถนนเส้น ๔๐๕๑ ในตำบลวิชิต ฝาคูระบายน้ำสูญหายตั้งแต่ช่วงโควิด-๑๙ จนถึงปัจจุบันนี้ยังไม่มีการซ่อมแซมหรือเพิ่มเติม ฝาคูระบายน้ำแต่อย่างใด ประกอบกับวัชพืชขึ้นเป็นจำนวนมากทำให้พี่น้องประชาชนที่ไปออก กำลังกายเกิดได้รับอันตรายตกลงในลุ่มฝาท่อได้รับบาดเจ็บ ฝากท่านประธานหารือไปยัง แขวงทางหลวงชนบท จังหวัดภูเก็ต ในกระทรวงคมนาคมด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ หลังจากที่เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้เขาทวงคืนพื้นที่ Freedom Beach ซึ่งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เคยมีการลักลอบขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลให้ชายหาด โขดหินเต็มไปด้วยขยะ รวมถึงการลักลอบปล่อยการเช่าร่มเตียงทำให้เจ้าหน้าที่เข้าไปเฝ้า จับกุมอย่างต่อเนื่องและดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่ศูนย์ป่าไม้ ภูเก็ตได้มีกำลังน้อยที่จะเฝ้าระวังถูกยิงปืนข่มขู่และโดนคุกคามจากผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ หวังที่จะจับจองพื้นที่รัฐในการทำประโยชน์ส่วนตัว จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มจำนวน เจ้าหน้าที่และเร่งผลักดันให้เป็นโครงการป่าสันทนาการ ฝากท่านประธานหารือไปยัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ🔗

เรื่องสุดท้ายครับ จังหวัดภูเก็ตได้รับผลกระทบจากการสร้างความวุ่นวาย ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ล่าสุดครับในพื้นที่ตำบลกะรนเกิดเหตุการณ์ชาวต่างชาติ ซิ่งรถกระบะหนีด่านเจ้าหน้าที่พุ่งชนรถที่จอดอยู่บริเวณด้านข้างหลาย ๑๐ คัน ส่งผลให้ ทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก สร้างความหวาดกลัวกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่และ นักท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียง ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันระหว่างแผนสำหรับ พฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่มีลักษณะนี้และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ ฝากท่านประธานหารือไปยังรัฐบาลด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ เชิญครับ🔗

นางสาวสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ดิฉัน สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในเขตพื้นที่อำเภอศรีเมืองใหม่หารือท่านประธาน ๓ เรื่องค่ะ🔗

เรื่องแรกเลยค่ะท่านประธาน ดิฉันได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ชาวอำเภอศรีเมืองใหม่ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่เป็นปัญหาที่สำคัญมาก ๆ ในการใช้ชีวิต นั่นคือ ปัญหาเรื่องของไฟฟ้าค่ะ ช่วงที่ผ่านมาอำเภอศรีเมืองใหม่มีไฟฟ้าตก ไฟฟ้าดับบ่อยเหลือเกิน บางทีต้องเห็นใจลูกทำการบ้าน อ่านหนังสือ หรือบางบ้านมีคนแก่คนชรา ผู้ป่วยติดเตียง หรือแม้กระทั่งการทำมาหากินต้องใช้ไฟฟ้าแสงสว่างค่ะ ดิฉันขอฝากท่านประธานถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดช่วยดำเนินการตรวจสอบ ถ้าหากเกิดสาเหตุจากไฟฟ้า สายไฟเก่า ที่ชำรุดหรือสิ่งใดก็ตามขอได้โปรดพิจารณาดำเนินการแก้ไขเพื่อความสะดวกของพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ หรือว่าถ้าเกิดทางการไฟฟ้าจะมีการดับไฟเพื่อซ่อมแซมก็ได้โปรดแจ้งเตือน ให้ประชาชนทราบล่วงหน้าเพื่อที่จะได้วางแผนในการใช้ชีวิตค่ะ🔗

ต่อเนื่องเรื่องของไฟฟ้า ดิฉันขอหารือในประเด็นของไฟฟ้าส่องสว่างตามถนน ทางหลวงสายหลักไม่ว่าจะเป็นถนนทางหลวงชนบทหรือถนนทางหลวงแผ่นดิน ท่านประธานคะ กว่าจะมีงบประมาณมาติดตั้งไฟเสาต้นหนึ่งไม่น้อยเลย นั่นก็เพื่อความสว่างเพื่อความสะดวก ของพี่น้องประชาชน แต่ดิฉันเห็นส่วนมากหลังจากที่ติดตั้งแล้วนั้นมีเพียงแค่เสาไฟ กับหลอดไฟแต่ไฟไม่มีเลย ดิฉันจึงอยากจะฝากถึงกระทรวงคมนาคม แขวงทางหลวง แขวงทางหลวงชนบท ได้โปรดมีหน่วยสำรวจความเรียบร้อยของไฟฟ้า สำรวจตระเวน ตรวจตราขอให้ตรวจสอบความเรียบร้อย Check หลอดไฟฟ้าที่ชำรุดเพื่อที่จะได้ตอบสนอง ความต้องการให้พี่น้องประชาชนค่ะ🔗

เรื่องสุดท้ายเรื่องของมันสำปะหลัง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาดิฉันได้หารือ ในประเด็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ทำมันสำปะหลัง ที่มีประเด็นการนำเข้า หัวมันสดจากประเทศเพื่อนบ้านที่อาจจะส่งผลทำให้ราคามันของเกษตรกรไทยตกต่ำ ก็ต้องขอบพระคุณทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้มีการดำเนินการสั่งห้ามนำเข้าหัวมันสด จากประเทศเพื่อนบ้าน แต่ดิฉันขอฝากติดตามอย่างใกล้ชิดในมาตรการที่จะช่วยเหลือพี่น้อง เกษตรกรที่ปลูกมัน ปีนี้ราคามันสำปะหลังตกต่ำมาก ๆ ค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไปนะครับ จะเป็นท่านจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ ต่อด้วยท่านสรวีย์ ศุภปณิตา ต่อด้วยท่านอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ เชิญท่านจรยุทธก่อนครับ🔗

นายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน กรุงเทพมหานคร เขต ๓ ยานนาวา บางคอแหลม ท่านประธานครับ ผมได้เคยอภิปรายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๒ เมื่อวันที่ ๔ เมษายนปีที่ผ่านมา เรื่องการจ่ายส่วยให้กับตำรวจทั่วประเทศของ บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ผ่านปี พ.ศ. มาแล้วครับ ผมยังไม่ได้รับความชัดเจนว่ามี การดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง แต่ผมเชื่อมั่นว่ามีการดำเนินการไปแล้ว มั่นใจในความศักดิ์สิทธิ์ ของสภา เพราะผมได้ยื่นหลักฐานการจ่ายส่วยต่อท่านประธานกลางสภาแห่งนี้ ตอนนี้ ผมอยากทราบผลการดำเนินการ ผมจึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ท่านกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติและอยากฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่าตั้งแต่ปีที่แล้วจนมาถึงปีนี้ดำเนินการไปถึงไหนแล้วบ้าง ท่านประธานครับ ครั้งนั้นผมได้ให้ข้อมูลไปด้วยว่าที่ตั้งของบริษัทแห่งนี้อยู่ในพื้นที่ของการรถไฟ แห่งประเทศไทย ที่ดินแปลงใหญ่ ใจกลางเมือง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เรียกว่า สถานีแม่น้ำ แต่การอยู่ของบริษัทนั้นเป็นการอยู่แบบบุกรุกไม่มีสัญญาเช่า และหลังจากการอภิปรายครั้งนั้น ผมได้มีการลงพื้นที่อีกหลายรอบ ลงกับกรรมาธิการ ลงกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ลงกับ สำนักงานเขต ทุกคนทราบถึงปัญหาว่ามีคนบุกรุกพื้นที่สถานีแม่น้ำ ที่ดินของการรถไฟ แห่งประเทศไทย ผมอยากฝากท่านประธานครับ ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมว่าท่านทราบถึงปัญหานี้แล้วแต่ทำไมถึงยังปล่อยปละละเลยอยู่แบบนี้ ทุกวันนี้ มีการบุกรุกเพิ่มเติมเกือบ ๓๐๐ ไร่ของสถานีแม่น้ำกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม กลายเป็นแหล่งมั่วสุม ล่าสุดครับท่านประธาน มีเหตุไฟไหม้เกิดขึ้นรัว ๆ ในพื้นที่สถานีแม่น้ำ เพราะขโมยสายไฟกันมาแล้วก็มาเผา แล้วก็ลามติดกันไปทั่ว ขอฝากท่านรัฐมนตรีครับ อย่าให้ต้องเกิดโศกนาฏกรรมก่อนที่ท่านจะเข้าไปจัดการเลยครับ อย่าปล่อยให้สายเกินแก้ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านสรวีย์ ศุภปณิตา เชิญครับ🔗

นายสรวีย์ ศุภปณิตา ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายสรวีย์ ศุภปณิตา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๑ พรรคประชาชน ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง ขอภาพสไลด์ที่ ๑ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสรวีย์ ศุภปณิตา ปทุมธานี

พี่น้องประชาชน หมู่ที่ ๑ ซอยสมบุญ เขตเชียงรากใหญ่ อำเภอสามโคก เดือดร้อน คลองส่งน้ำที่เคยใช้กันมาหลายสิบปี ขณะนี้ ปิดตันเพราะมีประชาชน หรือมีชาวบ้าน หรือผู้ใดไม่ทราบ นำกองหิน กองอิฐ เศษปรักหักพัง มาปิดนะครับ ปิดแล้วทางน้ำไม่ไหลฝนตกน้ำก็ท่วม พอหน้าแล้งไม่มีน้ำทำเกษตรจึงเดือดร้อน ไปร้องพื้นที่หน่วยงานท้องถิ่นก็ช่วยเหลือไม่ได้ ก็ขอให้ผ่านสภาแห่งนี้ขอให้มาบำบัดให้เรียบร้อย ช่วยเหลือประชาชนด้วยครับ🔗

ขอภาพสไลด์ที่ ๒ ครับ พี่น้องประชาชน หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๘ ตำบล คูบางหลวง อำเภอลาดหลุมแก้ว เดือดร้อนจากการที่บริษัทประกอบการทุบเศษกระจก เศษแก้วกองใหญ่เท่าภูเขา แต่พอลมพัดเศษกระจกก็สร้างเป็นมลพิษให้แก่พี่น้องประชาชน สร้างความเดือดร้อน แล้วบริษัทก็อ้างว่าจดทะเบียนเลิกอุตสาหกรรมไปแล้ว ก็ไม่ทราบว่า จดทะเบียนเลิกได้อย่างไร ทั้งที่ธุรกิจยังประกอบอยู่ครับ หนีความรับผิดชอบก็ขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยครับ บริษัทนี้อยู่ริมถนน ลาดหลุมแก้ว-กรุงเทพฯ🔗

ขอภาพสไลด์ต่อไปครับ พี่น้องประชาชนหมู่บ้านฉัตรไพลิน ตำบลหน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว ซื้อบ้านมาโฉนดและบ้านสลับแปลงไม่ตรงกัน ๑๘๐ กว่าครัวเรือน ๒๐ กว่าปี สร้างความเดือดร้อนทำนิติกรรมใด ๆ ไม่ได้ ไม่ได้รับการบำบัดมาหลายสิบปีครับ ผมได้นำเรื่องนี้เข้าสู่สภามาแล้วแต่ก็ยังไม่ได้รับการบำบัดดูแลครับ กรมที่ดินและบริษัท ผู้ประกอบการต้องร่วมกันหาทางแก้ไขครับ แต่ขณะนี้ยังเฉยอยู่ ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ เชิญครับ🔗

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องจะมาปรึกษาหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนที่เลี้ยงวัวตามหมู่บ้าน เลี้ยงวัวในครัวเรือน ไม่เฉพาะสำหรับ พี่น้องในจังหวัดศรีสะเกษแต่สำหรับพี่น้องที่เลี้ยงวัวทั่วประเทศ ปัญหาเป็นอย่างนี้ครับ ท่านประธาน เดิมทีก่อนเรามีวิกฤติโควิด-๑๙ พี่น้องสามารถขายวัวได้ตัวละ ๒๘,๐๐๐ บาท พอเรามีโควิด-๑๙ ประเทศจีนปิดประเทศ เราไม่สามารถส่งวัวไปขายประเทศจีนได้ ราคาวัว ก็ตกต่ำเหลือตัวละ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท ซึ่งพี่น้องก็เข้าใจดี แต่วันนี้วิกฤติโควิด-๑๙ หมดไปแล้วเป็นระยะเวลาหลายปี วัวนอกจากจะไม่ขึ้นราคาแล้วปัจจุบันที่ศรีสะเกษวัวไม่มี ราคา มันสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องอย่างไร ตรงที่ว่าการเลี้ยงวัวในครัวเรือนถือว่าเป็น รายได้เสริมของพี่น้องชาวนา พี่น้องที่ทำการเกษตร เมื่อไรก็ตามที่ลูกหลานเปิดเทอมไม่มีข้าว ไปขายเขาก็จะเอาวัวไปขายเพื่อเอาเงินจากการขายวัวนี้ให้ลูกหลานไปเรียน ให้ลูกหลาน ไปซื้อสิ่งของต่าง ๆ แต่วันนี้ไม่สามารถขายวัวได้เนื่องจากไม่มีคนซื้อ แต่มันเป็นที่น่าสังเกต อย่างหนึ่งตรงที่ว่าเมื่อวัวไม่มีราคา แต่พวกเราในฐานะผู้บริโภคไปซื้อวัวตามตลาดสดต่าง ๆ ราคาเนื้อวัวกลับมีราคาเท่าเดิม วัวเป็นไม่มีราคา แต่เนื้อวัวราคาแพงเหมือนเดิม ผมก็ ไม่ทราบว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ได้เชิญตัวแทนของกระทรวงพาณิชย์มาสอบถาม กระทรวงพาณิชย์ก็บอกว่าไม่สามารถส่งวัวไปขายต่างประเทศได้ เนื่องจากวัวในประเทศไทย ติดโรคระบาด ไม่ว่าจะเป็น Lumpy skin หรือวัวเท้าเปื่อย เมื่อสอบถามไปยังกรมปศุสัตว์ ว่าทำไมไม่แก้ไขปัญหา กรมปศุสัตว์ก็บอกว่าไม่มีเงินซื้อวัคซีน โยนกันไปโยนกันมา หนำซ้ำ ปัจจุบันยังมีวัวจากเพื่อนบ้านลักลอบนำเข้ามาในประเทศไทยอีก ผมจึงคิดว่าปัญหาเรื่องนี้ ต้องกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีให้ช่วยบูรณาการหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ แม้กระทั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด้วย ปัญหานี้ไม่ใช่เกิด เฉพาะจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อนผม สส. ยศวัฒน์ นั่งข้าง ๆ ที่จังหวัดกาญจนบุรีก็ได้รับ ความเดือดร้อนเช่นเดียวกัน จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีให้แก้ไขปัญหา ให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักเรียนและครู โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ ในพระราชูปถัมภ์ฯ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ ๓ ท่าน ต่อไปนะครับ ท่านไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ท่านยศวัฒน์ มาไพศาลสิน และท่านสุดท้าย สำหรับวันนี้ ท่านพนิดา มงคลสวัสดิ์ เชิญท่านไชยามพวานครับ🔗

นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปูอัด ไชยามพวาน ผู้แทนราษฎร คนจอมทอง ท่าข้าม บางขุนเทียน ท่านประธานครับขออนุญาตเปิดสไลด์หน่อยครับ เป็นเรื่องที่อยากจะมา ปรึกษาหารือ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ กรุงเทพมหานคร

เป็นเรื่องของ แก๊ง Call Center ครับ แก๊ง Call Center ปัจจุบันนี้เขาเอาซิมเป็นซิมผีนะครับท่านประธาน ที่เอา Passport ต่างด้าวแอบไปลงทะเบียนที่มาจากตัวแทนจำหน่ายแอบไปสมัครเป็น LINE แอบอ้างเป็น สภ. ต่าง ๆ แล้วประชาชนโดนหลอกกันเยอะมาก ยังไม่พอ เอาเจ้าซิมปลอม หรือซิมผีไปเปิดบัญชี TikTok อีกเพื่อหลอกเหยื่อ Add LINE ตำรวจไซเบอร์ ดูด้านขวา ด้านขวานี้เขาถึงขนาดยิง Ads ใน TikTok นะครับท่านประธาน แล้วก็บอกว่าใครที่ถูกหลอก จากแก๊ง Call Center นี้ให้กด Add มานะ พอกด Add ดูคำพูดของเขาเปิดแจ้งความ ออนไลน์ครึ่งเดือนประชาชนแจ้งมากว่า ๓,๐๐๐ เรื่อง เขาหลอกแบบนี้ครับ พอประชาชน กด Ads เข้าไปก็ไปเข้าถึง LINE และท่านประธานดูด้านซ้ายนะครับ เขาจะเขียนเป็น ๑๙๑.๖๗ ๑๙๑.๓๓ ๑๙๑.๒๒ เป็น สภ. ต่าง ๆ หลอกให้ประชาชนหลงเชื่อ แล้วก็ Add LINE แล้วก็ไปบอกเขา แล้วสุดท้ายก็โดนหลอกซ้ำโดนหลอกซ้อน ก็ฝากถึง รัฐมนตรี DE วันนี้ท่านในการตั้งรับมากแล้ว ผมว่าอีกไม่นานต้องทำนโยบายที่เป็นเชิงรุกแล้ว🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธาน วันนี้กระทรวงแรงงานได้เปิดขึ้นทะเบียนแรงงาน Name List เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ปัจจุบันนี้ก็ยังไม่ทราบว่าในส่วนของ Name List ที่มี แรงงานต่างด้าวมาลงทะเบียนจำนวนตัวเลขเท่าไร เพราะฉะนั้นการดักทางสนุ๊กของผม อย่างที่ ๑ ก็คือขอตัวเลขที่แท้จริงมาว่าวันนี้ตัวเลขที่เป็น Name List ที่ลงทะเบียนเสร็จแล้ว จำนวนเท่าไร แล้วขอจำนวนตัวเลขจริง ๆ ผมดักไว้ตรงนี้เลยว่าผมรู้ตัวเลขก่อนหน้านี้แล้ว ถ้าท่านเพิ่มมาอีก ๔๐๐,๐๐๐ ๕๐๐,๐๐๐ เดี๋ยวเจอกันตอนซักฟอกแน่นอน ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป ท่านยศวัฒน์ มาไพศาลสิน หายป่วยหรือยังครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

ไม่ป่วยก็ต้องมาครับ เรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขตอำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน พรรคภูมิใจไทย🔗

เรื่องแรก ผมจะขอหารือแล้วก็ติดตามไปยัง ครม. สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ในสมัยที่ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐาได้มีการประชุม ครม. สัญจรที่โคราช ผมจำได้แล้วพี่น้องชาวจังหวัดกาญจนบุรีไม่เคยลืม เพราะได้ประกาศว่าจังหวัดกาญจนบุรี อำเภอท่ามะกา โรงพยาบาลมะการักษ์ได้รับการอนุมัติโครงการสร้างอาคารผู้ป่วย ๓๐๐ เตียง จำนวน ๘ ชั้น ก็ปรากฏว่าได้อนุมัติแล้ว แล้ววันนี้อยู่ในขั้นตอนของการทบทวนราคาเพื่อที่จะ ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง แต่ว่าราคาจากเมื่อปีที่แล้วซึ่งเป็นผลพวงต่อเนื่องมาจากสมัย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้นำเสนอเอาไว้ ทำให้ ราคานั้นขึ้นมาถึงประมาณสัก ๕๐ ๖๐ ล้านบาท จาก ๔๖๙ ล้านบาทที่อนุมัติ วันนี้ ราคากลางได้ทบทวนอยู่ที่ ๕๑๒ ล้านกว่าบาทในการก่อสร้าง แล้วก็ทราบว่าจะมีการประชุม นำเสนอ ครม. ในช่วงเดือนมีนาคม ผมจึงวอนขอให้ทางรัฐบาลในชุดปัจจุบันท่านนายก คนใหม่นี้ รวมถึง ครม. ได้สานต่อสิ่งดี ๆ ให้กับพี่น้องชาวกาญจนบุรี เพราะว่าโรงพยาบาล มะการักษ์เป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัดแห่งที่ ๒ ครับ🔗

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องร้องเรียนที่ผมต้องร้องเลยครับว่าผมร้องมา หลายครั้งแล้ว ขอร้องถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมท่านใหม่ ท่านเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แล้วก็ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน นั่นก็คือโรงงานแปรรูปไก่ในตำบลอุโลกสี่หมื่น ไม่ขอเอ่ยนามครับ แต่มีอยู่โรงงานเดียวที่สร้างผลกระทบให้กับพี่น้องชาวอำเภอท่ามะกา ถึง ๓ ตำบลด้วยกัน ผมติดตาม ท่านนายอำเภอติดตาม ผู้นำชุมชนท้องที่ท้องถิ่นติดตาม ก็ไปแก้ที่ปลายเหตุ น้ำมันเน่าผ่านไป ๓ ตำบล ไปตำบลสุดท้ายก็คือตำบลหนองลาน บริเวณ หลังวัดจันทร์ลาดสุขสุวรรณ ผมบอกกับท่านประธานตรง ๆ เลยครับว่าถ้าโรงงานแห่งนี้ เปิดมา ๑๐ กว่าปีแล้วก็ได้มาตรฐาน ISO 14000 แต่วันนี้สิ่งแวดล้อมตามภาพที่เห็นภาพที่ ได้มาผมได้มาจาก บก. เคนจิ ซึ่งเป็นนักข่าวท้องถิ่น ขออนุญาตเอ่ยนาม ผมอยากจะบอกว่า โรงงานแห่งนี้นั้นประโยชน์มีกับชุมชนเพียงเล็กน้อย เพราะว่าพนักงานเป็นแรงงานต่างด้าว ที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่ในโรงงานที่ถูกต้องคือ ๘,๐๐๐ คนโดยประมาณ และครอบครัว เขาอีกเท่าไรไม่รู้ โดยรวมแล้วน่าจะมากกว่าคนในตำบลอุโลกสี่หมื่น ผมจึงร้องเรียนต่อ ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีเอกนัฏ ลองสิครับ ท่านรัฐมนตรีลองให้ Check ดู และถ้าลองปิด เหมือนโรงงานอ้อยที่อุดรธานีรับรองว่าโรงงานนี้จะรีบแก้ไขครับ ตอนนี้ ๑ ปีกว่า ๆ เกือบ ๆ ๒ ปีที่ผมได้ติดตามฝากท่านเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป ท่านพนิดา มงคลสวัสดิ์ เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สมุทรปราการ

เรียนประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน พนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๑ อำเภอเมือง ตำบลท้ายบ้าน ปากน้ำ บางเมือง บางโปรง บางด้วน พรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกล ดิฉันมีเรื่องหารือ ๑ เรื่องด้วยกัน ท่านประธานคะ ในวันเสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์จะมีการเลือกตั้ง องค์การบริหารส่วนจังหวัดทั่วประเทศ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งจะต้องทำการ ปิดประกาศกระดานข้อมูลการเลือกตั้งไว้ในบริเวณหน่วยเลือกตั้งเพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้เห็นผู้ลงรับสมัครเลือกตั้งในเขตพื้นที่ตัวเอง ซึ่งเราเองก็คาดหวังว่าจะได้เห็นใบแนะนำ ผู้สมัครติดเรียงกันอย่างชัดเจน ลำดับ ๑ ๒ ๓ ๔ ให้ประชาชนได้เห็นข้อมูลอย่างครบถ้วน เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้บัตรเลือกตั้งมันมี ๒ ใบ ทั้งบัตรเลือกนายก อบจ. แล้วก็บัตรเลือก สมาชิก อบจ. ซึ่งในหลาย ๆ พื้นที่แม้จะอยู่ในทีมเดียวกันก็เป็นคนละเบอร์เป็นภาระต่อ การจดจำของพี่น้องประชาชนอย่างมาก เพราะฉะนั้นบอร์ดเลือกตั้งอันนี้จะเป็นประโยชน์ ที่สุด จะเป็นการประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการจาก กกต. เป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงของ พี่น้องประชาชน แต่จากการสำรวจพบว่ามีปัญหาในหลายรูปแบบด้วยกัน การปิดประกาศ รายชื่อผู้สมัครในแต่ละหน่วยไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น ในสมุทรปราการตามสไลด์ที่กำลังขึ้นอยู่ตอนนี้ มีบางหน่วยใช้วิธีการติดใบผู้สมัคร เรียงซ้อนกันทำให้ไม่สามารถเห็นเบอร์ทุกเบอร์ได้อย่างชัดเจน อย่างที่กำลังขึ้นในรูปตอนนี้ การเรียงลำดับก็มีปัญหา ๑ ๒ ๑ ๔ แบบนี้มีปัญหาแน่นอนค่ะ เบอร์ ๓ หายไปไหน ดิฉัน ก็อยากจะฝากคำถามไปเหมือนกัน แต่ว่าร้ายที่สุดเลยคือการที่ไม่ติดเบอร์ผู้สมัครบางท่าน ลงไปบนกระดานหน่วยเลือกตั้งเลย ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อความเป็นธรรมเมื่อพวกเราเห็นปัญหา ดังกล่าวก็ได้มีการแจ้งไปยังหน่วยงานท้องถิ่นที่ดูแลรับผิดชอบในกระดานนั้น ๆ ก็ได้มี การปรับปรุงแก้ไข แต่สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งก็คือในกระดานที่พวกเรามองไม่เห็น ในกระดาน ที่เราอาจจะไม่รู้ไม่ทราบว่ามีปัญหาเกิดขึ้นพี่น้องประชาชนอาจจะเกิดความสับสนได้และ นอกเหนือจากสมุทรปราการก็ได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากหลาย ๆ จังหวัดทั่วประเทศ เช่นเดียวกัน ทั้งหมึกหมด Print ไปแล้วสีมันซีดแต่เป็นเฉพาะบางเบอร์ หรือการไม่ติดเบอร์ ในหลาย ๆ กระดาน ปัญหาแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น ทั้งนี้ดิฉันอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด กำชับไปยัง ผอ. การเลือกตั้งท้องถิ่นให้ตรวจสอบการติดประกาศแนะนำตัวผู้สมัครเลือกตั้ง บริเวณหน้าหน่วยเลือกตั้งให้ครบถ้วนทุกเบอร์ ดำเนินการตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย จาก กกต. อย่างโปร่งใส เป็นธรรม เป็นกลาง และมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ท่านประธานคะ การเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้สำคัญมาก ๆ ดิฉันหวังว่า กกต. จะให้ความสำคัญ กับการเลือกตั้งครั้งนี้เช่นเดียวกันค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ🔗

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

ท่านประธานคะ ทางนี้🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หมดหารือแล้วนะครับ เชิญท่านมัลลิกาครับ🔗

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

มีเรื่องร้องเรียนแล้วก็ขอ ความเป็นธรรม🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ สั้น ๆ ครับ🔗

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

ท่านประธานคะ มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย สืบเนื่องจาก วันพฤหัสบดีที่แล้วคุณประเสริฐพงษ์ได้มาร้องเรียนท่านประธาน ดิฉันต้องกลับไปดูคลิปใหม่ ว่าคุณประเสริฐพงษ์เอาเรื่องที่มาร้องเรียนต่อท่านประธานเอามาจากไหน วันนี้ดิฉันต้องบอก ท่านประธานว่าการพูดเท็จ การใส่ร้ายป้ายสี พูดเท็จในที่ประชุมในห้องประชุมห้องนี้ ดิฉัน มาร้องเรียนท่านประธานขอให้เอาเรื่องนี้เข้าคณะกรรมการจริยธรรม คุณประเสริฐพงษ์ไม่ได้ อยู่ในเหตุการณ์ คุณประเสริฐพงษ์ฟังจากใคร คุณประเสริฐพงษ์อ้างชื่อ สส. สาธิต ดิฉันถามว่าวันนี้ต้องการอะไร มีเจตนาอะไรที่จะต้องมาปั้นน้ำเป็นตัว เพราะคำพูดที่ คุณประเสริฐพงษ์พูดในห้องนี้กับไปแถลงข่าวกับนักข่าวไม่ใช่คำพูดของดิฉัน ถ้าคุณประเสริฐพงษ์ รับสารมาจากคนอื่น คุณประเสริฐพงษ์ใช้สมองส่วนไหนคิดคะ ใช้อะไรไตร่ตรอง เอาคำพูด ของคนอื่นแล้วมาแปลงเอง คิดเอง เออเอง เรื่องนี้ดิฉันไม่ยอมท่านประธาน ท่านประธาน ต้องส่งเรื่องนี้เข้ากรรมการจริยธรรมเพื่อความเป็นธรรมทั้งคนที่เป็นพยานด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ขอเรียนชี้แจงกับท่านสมาชิกแบบนี้นะครับ วันก่อนท่านประเสริฐพงษ์ได้ทำหนังสือ หารือมาเช่นเดียวกัน แล้วทางท่านมัลลิกานี้ได้หารือในที่ประชุมขณะนั้นท่านประธาน วันมูหะมัดนอร์ มะทา นั่งเป็นประธานอยู่ แล้วก็ได้ดำริให้ผมไปดำเนินการต่อเรื่องนี้ ผมได้ทำ หนังสือไปให้ทางท่านเลขาธิการสภาได้ตรวจสอบดู ท่านเลขาธิการเห็นว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับกรรมาธิการกิจการสภา ก็ได้ส่งเรื่องไปให้ท่านประธานประเสริฐ บุญเรือง เป็นผู้พิจารณา ซึ่งผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นสัปดาห์นี้หรืออย่างช้าคงสัปดาห์หน้า ท่านประเสริฐ บุญเรือง คงจะ เชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปชี้แจงนะครับ ก็เรียนกับท่านสมาชิกอย่างนี้นะครับ🔗

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

ท่านประธานคะ ต้องส่งเรื่องเข้า กรรมการจริยธรรมด้วยค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวให้ตรวจสอบก่อนครับ ตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อนครับ🔗

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

เพราะว่าเรื่องนี้อย่าให้หยุดแค่นี้ นะคะท่านประธาน มันจะเป็นอุทาหรณ์ของการพูดเท็จ แล้วการที่เอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาพูด หาเสียงให้ตัวเองหรืออย่างไรท่านประธาน ดังไม่พอหรือคะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แท.นราษฎร คนที่สอง

ครับ เดี๋ยวให้ท่านประเสริฐ บุญเรือง พิจารณาครับ🔗

(นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

ท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ คณะอาจารย์และนักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัด นครราชสีมาครับ ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ🔗

นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

ท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านยศวัฒน์ประท้วงอะไรครับ🔗

นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

ไม่ได้ประท้วงครับ ขออนุญาตครับ สืบเนื่อง เรื่องเดียวกับท่านมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านยืนแล้วก็ยกมือ ท่านประท้วง ตามข้อบังคับ ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ🔗

นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

ไม่ได้ประท้วงครับ ขอร้องเรียน ต่อท่านประธานครับ สืบเนื่องเรื่องเดียวกับท่านมัลลิกาครับ ซึ่งตามที่ท่านมัลลิกาบอกว่า มีการร้องเรียนถึง สส. ๒ ท่านครับ อีกท่านหนึ่ง ผมไม่ได้ร้อนตัวนะครับ เพราะว่าผมเดินผ่าน กับท่านสาธิตด้วยความสนิทกัน อยู่กรรมาธิการเดียวกันนะครับ คิดว่าถ้าเป็นผมก็อยากจะให้ บอกว่ามี สส. ๒ ท่าน ที่ทางท่านผู้ร้องเรียนบอกว่ามี สส. ๒ ท่าน ถ้าเป็นผมก็ให้ระบุชื่อ มาเลยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็เดี๋ยวไปให้ท่านประเสริฐ บุญเรือง ท่านประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ได้ลองพิจารณาดู คาดว่าน่าจะสัปดาห์นี้หรืออย่างช้าคงสัปดาห์หน้านะครับ ท่านสมาชิกครับ ก่อนจะเข้าสู่ระเบียบวาระผมขออนุญาตเวลาท่านสมาชิกสัก ๒ นาทีนะครับ เดี๋ยวกลับมา เปิดประชุมครับ🔗

พักการประชุมเวลา ๑๐.๔๑ นาฬิกา🔗

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๐.๔๔ นาฬิกา🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๔๘ ท่าน
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับขณะนี้มีผู้มาลงชื่อเข้าร่วมประชุมจำนวนทั้งสิ้น ๓๐๒ ท่าน ถือว่า ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการตามระเบียบวาระดังต่อไปนี้ครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗

๑. รับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินงานของหน่วยรับงบประมาณ ที่เกี่ยวกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สภาผู้แทนราษฎร🔗

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้แจ้ง เรื่อง รับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๗ และให้ สำนักงบประมาณรับข้อสังเกตดังกล่าวไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วให้นำมา เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป ทางเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๘ รับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินงาน ของหน่วยรับงบประมาณตามข้อสังเกตดังกล่าวตามที่สำนักงบประมาณเสนอ และแจ้งให้ สภาผู้แทนราษฎรทราบต่อไป รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิก เรียบร้อยแล้วนะครับ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒. รับทราบ เรื่อง วุฒิสภาได้ลงมติอนุมัติพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗🔗

ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๖ สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง วันจันทร์ที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณา และลงมติอนุมัติพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ แล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ เป็นเรื่องที่ ๒ ครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อันนี้ไม่มีปรากฏอยู่ในระเบียบวาระนะครับ ผมเพียงจะแจ้งให้ท่านสมาชิกทราบครับ🔗

๓. รับทราบ เรื่อง รัฐสภาร่วมเฉลิมฉลองกฎหมายสมรสเท่าเทียม🔗

ในวันพรุ่งนี้คือวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘ จะเป็นวันที่กฎหมายสมรส เท่าเทียมที่พวกเราสมาชิกทุกท่านมีส่วนร่วมในการผลักดันให้มีผลบังคับใช้ ซึ่งจะมีผลบังคับ ใช้ในวันพรุ่งนี้🔗

รัฐสภาไทยจึงต้องการที่จะร่วมเฉลิมฉลองโอกาสสำคัญในครั้งนี้ที่คนไทย ทุกคนไม่ว่าจะเป็นเพศไหนก็ตามสามารถทำการสมรสสร้างครอบครัวเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ สังคมไทยเติบโตเข้มแข็งต่อไปนะครับ โอกาสนี้ทางสภาผู้แทนราษฎรโดยการอนุญาตของ ท่านประธานรัฐสภาก็ได้มีการร่วมประดับธงสีรุ้งภายในบริเวณรัฐสภา แล้วก็จัดกิจกรรม เล็ก ๆ น้อย ๆ โดยเชิญชวนให้ประชาชนพร้อมทั้งเพื่อนสมาชิกได้ติด Sticker หัวใจสีรุ้ง เพื่อร่วมกันเฉลิมฉลองความสำเร็จที่รัฐสภาได้ร่วมกันดำเนินการเรียบร้อยนะครับ ก็ถือโอกาส ตรงนี้แจ้งต่อที่ประชุมทราบนะครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

ด้วยในคราวประชุมครั้งที่แล้ว ครั้งที่ ๘ เมื่อวันพุธที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้เลื่อนการพิจารณาระเบียบวาระนี้ออกไปพิจารณาในวันพุธที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ดังนั้นผมขอดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ ต่อไปจะเป็น เรื่องด่วนครับ🔗

เรื่องด่วน🔗

ด้วยในคราวประชุมเมื่อวันพุธที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๗ ที่ประชุมได้มีมติ เห็นชอบให้เลื่อนการพิจารณาระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๑ และเรื่องด่วนที่ ๒ ออกไปก่อน เพื่อรอการพิจารณาพร้อมกับร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวเนื่องกัน ดังนั้นก็ขอดำเนินการ ตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ🔗

๑. ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและ การให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. ... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ (ในระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๓)🔗

ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ เมื่อวันพุธที่ ๑๕ มกราคม ที่ประชุมได้ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้และร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการทำนองเดียวกัน อีก ๑ ฉบับ โดยผู้เสนอได้แถลงหลักการและเหตุผลเรียบร้อยและท่านสมาชิกได้อภิปราย แสดงความคิดเห็นพอสมควร ผมซึ่งนั่งเป็นประธานขณะนั้นได้สั่งปิดการประชุมแล้วก็นำมา พิจารณาต่อในครั้งนี้ ซึ่งวันนี้ได้มีผู้ที่ลงชื่อค้างเอาไว้ ๑๗ ท่าน แล้วก็อาจจะมีการลงชื่อ เพิ่มเติมก็ยังเปิดโอกาสให้ท่านสมาชิกที่มีความสนใจที่จะอภิปรายได้ลงชื่อเพิ่มเติมได้นะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ดีระหว่างรอท่านลงชื่อก็ให้ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปก่อน ผมเรียกทีละ ๒ ท่านนะครับ ท่านแรกเป็นท่านกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี ต่อด้วยท่านรองศาสตราจารย์ เชิดชัย ตันติศิรินทร์ เชิญท่านกฤษฐ์หิรัญครับ🔗

นายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี นครสวรรค์

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร กระผม กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขตเลือกตั้งที่ ๑ คนปากน้ำโพ พรรคประชาชนครับ วันนี้ขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านกฤษฐ์หิรัญครับ ผมขอโทษจริง ๆ ครับ ขออภัยนิดเดียวครับ พอดีมีผู้แทนจากหน่วยงาน จะขอเข้าร่วมชี้แจงด้วยเดี๋ยวจะเชิญท่านให้เข้ามานั่งฟังด้วยนะครับ มีด้วยกันหลายท่านครับ ๑. สำนักงาน ก.พ.ร. นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. ๒. นางสาวอารีย์พันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการ ก.พ.ร. ๓. นางสาวณฐิณี สงกุมาร ผู้อำนวยการกองนวัตกรรมบริการ ภาครัฐ🔗

ต่อไปเป็นสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑. ท่านจุมพล นิติธรางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และคดีปกครอง กองกฎหมายปกครอง ๒. นายปณตภร จงธีรโชติ นักกฎหมายกฤษฎีกาชำนาญการพิเศษ ฝ่ายวิจัยและพัฒนากฎหมาย กองพัฒนากฎหมาย เชิญท่านผู้ชี้แจงเข้าที่ได้เลยนะครับ เชิญท่านกฤษฐ์หิรัญต่อครับ ขออภัยจริง ๆ ครับ🔗

นายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี นครสวรรค์

ขอบคุณครับ เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร กระผม กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขตเลือกตั้งที่ ๑ คนปากน้ำโพ พรรคประชาชนครับ วันนี้เขามีส่วนร่วม ในการอภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณา อนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... โดย สส. วรภพ วิริยะโรจน์ โดยหลักการ และเหตุผลครับ ขอสไลด์นะครับพร้อมแล้ว🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี นครสวรรค์

การปรับปรุงกฎหมาย เพื่ออำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของข้าราชการ ให้ พ.ร.บ. การอำนวย ความสะดวกปี ๒๕๖๘ ทันสมัย การกำหนดเวลาให้ชัดเจน ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เทคโนโลยี การบริหารภาครัฐแล้วก็ให้ใช้ดุลพินิจอย่างจำเป็น จากปัญหาปัจจุบันประชาชนต้องเผชิญ กับขั้นตอนการขออนุญาตที่ไม่จำเป็นมากมายทำให้กระบวนการเป็นไปอย่างล่าช้ารวมถึง การพิจารณาต้องอิงให้ใช้ดุลพินิจของเจ้าพนักงานในการอนุมัติ การอนุญาตเสี่ยงสู่การทุจริต และประพฤติมิชอบ แนวทางการแก้ไขเพื่อนผู้แทนเคยได้อภิปรายไปแล้วตั้งแต่เพิ่มกลไก ทบทวนให้อนุญาตสม่ำเสมอ อาทิ ให้มีการทบทวนกระบวนการขออนุญาตทุก ๕ ปี แล้วก็ ให้หน่วยงานจัดทำคู่มือทบทวนทุก ๒ ปี หรือการเพิ่มความสะดวกในการลดระยะเวลา การขออนุญาตให้มีระบบ Fast Track โดยมีค่าธรรมเนียม การลดความซ้ำซ้อนในการ ขออนุญาต การจัดตั้งศูนย์รับคำขอกลาง รวมทั้งขั้นตอนการขอจ่ายค่าธรรมเนียมและ ยื่นคำอุทธรณ์ไว้ในจุดเดียวนะครับ🔗

ผมขอสไลด์ถัดไปนะครับ จากข้อมูลการทุจริตการรับรู้ทุจริต CPI ประจำปี ๒๕๖๖ สไลด์ถัดไปอีก ๒ สไลด์ครับ ดัชนีการรับรู้การทุจริตในประเทศไทยได้คะแนนที่ ๓๕ คะแนน หากเทียบก็ยังรั้งท้ายประเทศเวียดนาม มาเลเซียและสิงคโปร์ จากข่าวเรื่องเปิด พฤติการณ์แก๊ง ๑ เปอร์เซ็นต์ ช่างโยธา กทม. เรียกรับสินบนยึดทรัพย์กว่า ๔๒.๙ ล้านบาท เรื่องนี้เป็นข่าวเมื่อประมาณปีที่แล้ว ตำรวจ ปปป. กับตำรวจ ป.ป.ท. บุกจับนายช่างโยธา กทม. ที่เรียกรับสินบนแก้แบบถนนไม่ให้ตัดผ่านสนามกอล์ฟ จับกุม ๔ ผู้ต้องหาเจ้าหน้าที่ โยธา กทม. ที่เรียกรับสินบนกว่า ๙ ล้านบาท อันนี้เป็นแค่ตัวอย่างเดียวเพื่อแลกกับ การอนุญาตผู้ประกอบการ สไลด์ถัดไปครับ เรื่องนี้ TDRI ได้มีการเสนอข้อมูลในการแก้ไข กระบวนการขออนุญาตให้ดีขึ้น ๑. ก็คือการเพิ่มความรวดเร็วนะครับ ขั้นตอนการทำให้ การขออนุญาตดีขึ้นและโปร่งใสขึ้น ผ่าน ๔ เพิ่มนะครับ ข้อแรกก็คืออยากให้เพิ่มความเร็ว ควรผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายควบคุมอาคารอย่างน้อย ๒ ประเด็น ประการแรกก็คือ แก้กฎหมายเพื่อเปิดทางให้มีนายตรวจเอกชนเพื่อเพิ่มทางให้แก่ผู้ขออนุญาต โดยนายตรวจ เอกชนมีหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารแล้วทำรายงานเสนอต่อสำนักงานเขต แต่ว่าอำนาจ ก็ยังอยู่ในหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ภาครัฐเช่นเดิม ข้อที่ ๒ ก็คือแก้ไขกฎหมายให้ปรับปรุง ขยายเวลาในการอนุญาตก่อสร้างตามความเสี่ยงของประเภทอาคาร อาทิอาคารขนาดเล็ก ที่มีความเสี่ยงน้อยควรมีระยะเวลาในการพิจารณาน้อยกว่าอาคารขนาดใหญ่ ๒. คือเพิ่ม ความชัดเจนสามารถแยกเป็น ๒ ประเด็น ประเด็นแรกก็คือเรื่องของการปรับปรุงบัญญัติ ให้ชัดเจนเพื่อลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ๒. ก็คือการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย กฎหมายอาคารโดยกำหนดกรอบมาตรฐานกว้าง ๆ ที่ผู้ประกอบการต้องดำเนินการเพื่อให้ บรรลุเป้าหมาย ๓. ก็คือเพิ่มการเชื่อมข้อมูลครับ ควรพัฒนาระบบเชื่อมข้อมูลระหว่าง หน่วยงานที่มีการเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอาคาร และ ๔. ก็คือเพิ่มความทันสมัยด้วยการ พัฒนาช่องทางการขออนุญาตออนไลน์และควรนำเทคโนโลยีการสร้างแบบจำลองเสมือนจริง ในรูปแบบ ๓ มิติอย่างรูปแบบของระบบ BIM มาใช้ในการยื่นขออนุญาตแบบแปลน เพื่อให้เกิดความแม่นยำและลดปัญหาในการแก้ไขแบบแปลนในภายหลังครับ ท้ายนี้ผมขอ สนับสนุน พ.ร.บ. ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและ การให้บริการประชาชน พ.ศ. .... โดย สส. วรภพ วิริยะโรจน์ ฉบับนี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปรองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ เชิญครับ🔗

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย สนับสนุน พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการ ประชาชนนะครับ ท่านประธานครับรัฐบาลหรือฝ่ายบริหารก็มีระบบราชการนั่นละครับ เป็นกลไกหรือเครื่องมือที่จะขับเคลื่อนประเทศให้ไปตามนโยบายและกฎหมาย ซึ่งทำหน้าที่ กำกับดูแลหรือเรียกว่า Regulator แล้วก็ต้องทำงานตามหลักบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เพื่อบริการประชาชน ต้องอ้างกฎหมายนิดหนึ่งครับเพราะประเทศนี้ชอบอ้างกันนะครับ ตามมาตรา ๗๖ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ต้องอำนวยความสะดวก รวดเร็ว ไม่เลือกปฏิบัติ และมีประสิทธิภาพให้ประชาชนผู้เสียภาษี ซึ่งเขาเรียกว่าผู้ทรงสิทธิและมีสิทธิที่จะใช้ ตามกฎหมาย ท่านประธานครับ ข้าราชการต้องไม่ทำตัวเป็นนายประชาชนนะครับ แต่ก็มี หลาย ๆ อย่างโดยเฉพาะคนก็อยากจะมีสตางค์ก็ขออนุญาตมันก็ช้า เพราะว่าอะไรครับ เนื่องจากราชการ เขามักถูกเรียกว่าเป็นพรรคราชการอยู่มานานคนก็เยอะมีความล่าช้า ระเบียบจุกจิกหยุมหยิมยุ่งยาก ขั้นตอนมาก ซึ่งบางทีก็ใช้เวลานานเกินความจำเป็น คนที่อยากจะทำธุรกิจก็ช้าเป็นภาระเพิ่มขึ้น ท่านประธานครับที่เขาเรียกว่า Red Tape นั่นละครับ ทีนี้การปรับตัวของข้าราชการเราก็ช้าไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะยุคดิจิทัลนี้ แต่หลังจากโควิด-๑๙ ถูกบังคับให้เปลี่ยนครับ โดยเฉพาะภาวะ ที่เปลี่ยนเพราะว่าเรามี พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๕ หรือที่ เรียกว่า Work From Home ก็ทำให้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไป แล้วเรามักจะคิดว่าเราทำดีแล้ว แผนดีแล้ว แต่พอปฏิบัติจริง ๆ ไม่ได้ผลเท่าที่ควรแล้วก็เกิดด้อยประสิทธิภาพ แล้วการใช้ วิธีเดิม ๆ แบบราชการมาปฏิรูปราชการคงยากทั้ง ๆ ที่คนในระบบราชการเขาเก่งก็เยอะ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นเราจะมี พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต ของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งก็มีขีดจำกัดแล้วครับ จะทำอย่างไรก็ต้องมาแก้ไขในวันนี้ ละครับ แต่การแก้ไขควรจะต้องใช้หลักประชาธิปไตยเป็นหลักแต่ไม่ใช่ทั้งหมด ก็คือต้องมี ส่วนร่วมของประชาชน ต้องมีการกระจายอำนาจ เพราะเขาเป็นเจ้าของอำนาจเราต้องทำ ตามความต้องการตอบโจทย์ของเขา ก็คือให้ความสะดวกกับการบริการให้แก่เขา ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมครับในหนังสือที่เขาแจกคู่มือประชาชนที่ขออนุญาต มีถึง ๓,๘๗๐ คู่มือ มันก็ล่าช้าพิจารณาไม่ทัน แจ้งเหตุให้ ก.พ.ร. ก็ช้าเกิดภาระต่าง ๆ มากมาย แล้วก็ที่สำคัญคือการใช้ดุลพินิจต่าง ๆ ทำให้ประชาชนปวดหัวเป็นอุปสรรค ในการประกอบธุรกิจ ภาพรวมของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศมันก็ไปไม่ได้ ท่านประธานครับ ที่สำคัญคือมีข้อครหาเรียกรับจ่ายส่งสินบนใต้โต๊ะหรือที่เรียกว่า การทุจริต เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกที่ผ่านมาก็ได้พูดถึงว่าดัชนี Index ของการคอร์รัปชันของเราอยู่อันดับ ที่ ๑๐๘ จาก ๑๘๐ คน ท่านประธานครับ กฎหมายที่จะออกอันนี้ต้องสอดคล้องกับ การเปลี่ยนแปลงของโลกต้องใช้เทคโนโลยีโดยเฉพาะระบบดิจิทัลเอามาใช้ในการติดต่อ ระหว่างราชการกับประชาชน เพราะฉะนั้นวันนี้ฝ่ายนิติบัญญัติจะได้ช่วยกันพิจารณา ให้รอบคอบเพื่อจะทำให้บ้านเมืองเรามีความโปร่งใสสร้างความเชื่อถือให้ต่างประเทศเขาจะ ได้มาลงทุนในประเทศ ท่านประธานครับ หลักการของกฎหมายฉบับนี้จะปรับปรุงกฎหมาย อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุมัติอนุญาตของทางราชการซึ่งสั้น ๆ แต่มันกว้าง ผมไปดูแล้วมีอยู่ประมาณสัก ๙ ข้อที่น่าจะเป็นข้อที่สำคัญ🔗

ข้อที่ ๑ ต้องให้ประชาชนที่จะยื่นทำธุรกิจต้องมายื่นคำขออนุญาตก่อน แล้วถ้าอนุญาตถึงจะทำได้ ซึ่งอันนี้ก็อาจจะไม่ถูกนักแต่จำเป็นก็ยิ่งดีนะครับให้มันชัดเจน และเมื่อได้รับอนุญาตแล้วผู้อนุญาตต้องแจ้งภายใน ๗ วัน อันนี้ก็กำหนดให้มันชัดเจน🔗

ข้อที่ ๒ ผู้อนุญาตต้องทำคู่มือประชาชนภายใน ๖๐ วัน แล้วมีรายละเอียด ขั้นตอนการปฏิบัติต่าง ๆ ชัดเจนโดยมีสำนักงาน ก.พ.ร. ตรวจสอบ อันนี้สำคัญต้องตรวจ ให้เข้มนะครับ🔗

ข้อที่ ๓ ผู้รับอนุญาตสามารถชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทน การยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตได้ทุกกรณี อันนี้ดีครับ ทำให้การประกอบธุรกรรมต่าง ๆ ดำเนินอย่างไม่ติดขัด🔗

ข้อที่ ๔ กรณีมีอุปสรรคปัญหาสำนักงาน ก.พ.ร. จะเป็นเจ้าภาพที่จะบูรณาการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไข ถ้าไม่ได้ก็นำเสนอ ครม. ให้วินิจฉัยสั่งการ🔗

ข้อที่ ๕ สามารถจะตราพระราชกฤษฎีกาให้มีใบอนุญาตหลักและใบอนุญาต รองหรือที่เรียกว่า Super License อันนี้หลักการก็คือถ้าได้อันหลักก็ได้อันรองไปด้วยไม่ต้อง ไปเสียเวลา🔗

ข้อที่ ๖ การทบทวนปรับปรุงการอนุญาตและการให้บริการ อันนี้ดีครับ ก็ต้องมีการประเมินอย่างน้อยทุก ๕ ปี แล้วถ้าประเมินเสร็จก็ต้องรายงานให้ ครม. ได้รับ ทราบด้วย🔗

ข้อที่ ๗ มีการตั้งศูนย์รับคำขอกลางซึ่งสามารถจะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน มารับงานได้ โดยรับอุทธรณ์การให้ข้อมูลข้อชี้แจงแนะนำต่าง ๆ โดย ก.พ.ร. จะดูแลและ ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด อันนี้ดีมากเพื่อความสะดวกนะครับ🔗

ข้อที่ ๘ ถ้ากรณีผู้ขออนุญาตต้องการแบบเร่งด่วน ก็จะมีช่องทางพิเศษ ที่เรียกว่า Fast Track เป็นบริการเสริมจากปกติแต่ต้องจ่ายเงิน เมื่อจ่ายไปแล้วต้องนำ คืนคลัง ผมขออีกนิดหนึ่งนะครับ แต่กระทรวงการคลังสามารถอนุญาตให้เก็บเงินไว้ไม่เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์มาปรับระบบ อันนี้ก็ดีครับจะได้มีเงินใช้ปรับปรุงพัฒนาระบบ🔗

ข้อที่ ๙ นี่สำคัญคือแบบคำขอใบอนุญาตใบแทนเป็นภาษาไทยก็ได้ ภาษาอังกฤษก็ได้ หรือภาษาอื่นก็ได้เป็นการกำกับโดยเฉพาะใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว ที่เรียกว่า Work Permit นี่สำคัญ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ข้อมูลมีมากในอนาคตก็คง จะต้องมีการใช้ AI ปัญญาประดิษฐ์มาจัดการ เตรียมกันหรือยังครับ และที่สำคัญต้องระวัง ข้อมูลจะหลุดสร้างความเสียหาย อยากฝากให้ทางคนที่รับผิดชอบคือ ก.พ.ร. ดูแลด้วย และกรณีที่เจ้าหน้าที่อนุญาตแล้วไปยกเลิกใบอนุญาตโดยไม่มีเหตุผล โดยที่ไม่มีการแจ้งเตือน และไม่ปฏิบัติตามคู่มือเหมือนที่เกิดที่โรงงานน้ำตาลที่อุดรธานีอยู่ ๆ ก็ทำโดยพลการ ควรจะ มีการตรวจสอบและมีบทลงโทษ เพราะฉะนั้นผมขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. นี้ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไปนะครับ จะเป็นว่าที่ร้อยตรีหญิง อรพรรณ จันตาเรือง ท่านเจษฎา ดนตรีเสนาะ และต่อด้วยท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญท่านอรพรรณ จันตาเรือง ก่อนครับ เชิญครับ🔗

ว่าที่ร้อยตรีหญิง อรพรรณ จันตาเรือง เชียงใหม่

เรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ดิฉัน อรพรรณ จันตาเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๖ คนอำเภอเชียงดาว เวียงแหง พร้าว ไชยปราการ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขออนุญาต มีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต และการให้บริการกับประชาชน เนื่องจากพระราชบัญญัตินี้มีผลกับพ่อแม่พี่น้องประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ไม่ว่าจะทำให้เกิดความรวดเร็ว ลดขั้นตอน ปัญหาที่ซับซ้อน ระยะเวลาที่ชัดเจนในการดำเนินการ ส่งเสริมให้เกิดความโปร่งใส ประสิทธิภาพต่อการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ เช่น การใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ ในพื้นที่ห่างไกล เป็นกลยุทธ์ที่ส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล เช่น เศรษฐกิจ แล้วก็ พื้นที่ที่มีความจำกัดในด้านทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือว่าทางด้านเทคโนโลยี เพื่อสร้าง ให้กับพื้นที่ชนบทนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ลดช่องทางในการเข้าถึงบริการต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ห่างไกลไม่ว่าจะเป็นทางด้านการศึกษา ทางการแพทย์ การบริการของหน่วยงานภาครัฐ และการใช้เทคโนโลยีพื้นที่ห่างไกล การเข้าถึงทางด้านการศึกษาก็คือการนำเอาเทคโนโลยีมาเรียนเกี่ยวกับออนไลน์ การใช้ Application ให้กับเด็ก ๆ ที่อยู่พื้นที่ห่างไกลเข้าถึงระบบการศึกษาให้มีคุณภาพที่ดีขึ้นค่ะ🔗

๒. การให้บริการทางการแพทย์ ช่วยให้คนที่อยู่พื้นที่ห่างไกลได้รับคำปรึกษา และการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ต้องเดินทางเข้ามาถึงโรงพยาบาลในเมือง การใช้ Application สุขภาพและการติดตามการรักษาเป็นการลดภาระในการเดินทางไปโรงพยาบาล ที่อยู่ในเมือง แต่กลับมาดู ณ เวลานี้ในพื้นที่ของดิฉัน ซึ่งปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นการบริการของ หน่วยงานภาครัฐมีความซับซ้อน ใช้เวลานาน สร้างความล่าช้า สร้างความยุ่งยากให้กับพี่น้อง ประชาชน เมื่อประชาชนจะไปใช้บริการจากหน่วยงานต่าง ๆ ต้องใช้เอกสารจำนวนมากมาย มีความซับซ้อนทำให้เสียเวลา เสียทรัพยากรค่ะ ดิฉันขอยกตัวอย่างในพื้นที่ของดิฉันเกี่ยวกับ การใช้บริการของพี่น้องอำเภอเวียงแหง เกี่ยวกับการบริการสำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ สาขาเชียงดาว พี่น้องเวียงแหงจะต้องเดินทางจากอำเภอเวียงแหงไปจนถึงอำเภอเชียงดาว ใช้ระยะเวลา ๓ ชั่วโมง ไปกลับก็ ๖ ชั่วโมง แต่พอขาดเอกสารแค่ใบเดียวอาจจะขาดสำเนา ทะเบียนบ้านหรือเอกสารอะไรก็ตามพี่น้องประชาชนจะต้องเสียเวลาไปแล้วค่ะ ๑ วัน เสียทรัพยากร เสียน้ำมัน เสียอะไรอีกหลาย ๆ อย่าง บางครั้งถนนหนทางก็ยังไม่ดีกลับขึ้นไป กลับมาวันนี้ก็ไม่ทัน กลับมาพรุ่งนี้เจ้าหน้าที่ก็ไม่อยู่ แบบนี้มันทำให้เกิดความล่าช้าต่อไป ดิฉันได้รับเรื่องราวนี้จากพี่น้องประชาชนได้ทำหนังสือหารือไปยังสำนักงานที่ดินว่า ขอเจ้าหน้าที่สัก ๑ คนได้ไหมคะไปประจำที่สำนักงานที่เวียงแหงก่อนที่พี่น้องประชาชน จะลงมาให้ทำการคัดกรองเอกสารให้เรียบร้อยก่อน แต่ทีนี้จากวันนั้นจนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับ การบริการใด ๆ เลย และดิฉันก็เห็นว่า พ.ร.บ. นี้ถ้าหากใช้ได้ก็จะสามารถใช้กับพี่น้อง ที่อยู่ห่างไกล ชนบทที่อยู่พื้นที่ไกล ๆ ไม่ใช่แค่ส่วนใดส่วนหนึ่ง เพื่ออำนวยความสะดวก ให้กับพี่น้องประชาชน ลดความยุ่งยาก ลดขั้นตอน มันเป็นผลดีที่สุดกับพี่น้องประชาชน เป็นการปรับปรุงการให้บริการความต้องการของพี่น้องประชาชนเป็นการส่งเสริมคุณภาพ และคุ้มครองประชาชนเพื่อการป้องกันอนุระเบียบการให้บริการคุ้มครองสิทธิของประชาชน เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนนะคะ ดิฉันจึงเห็นด้วยกับ พ.ร.บ. นี้ ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านเจษฎา ดนตรีเสนาะ เชิญครับ🔗

นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจษฎา ดนตรีเสนาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๒ คนปทุม ลุ่มน้ำเจ้าพระยา พรรคประชาชน วันนี้ผมขอโอกาสร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ อำนวยความสะดวกในการพิจารณาการอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ที่เสนอโดยท่านวรภพ วิริยะโรจน์ และคณะ ด้วยเนื่องจากเห็นเป็นโอกาสอันดีครับ ท่านประธานที่ผมจะได้นำข้อเรียกร้องหรือข้อลำบากใจของประชาชนในพื้นที่ของผมได้มา แสดงให้ท่านประธานฟังครับ เป็นเรื่องของการขอใบอนุญาตจากกรมสรรพสามิต ท่านประธานโดยผมขออนุญาตสั้น ๆ ๓ ประเด็นครับ🔗

ประเด็นแรก ก็คือมีใบอนุญาตที่จำนวนมากครับท่านประธาน ร้านค้าปลีก เล็ก ๆ ๑ ร้าน หากจะขายเหล้า สุรา ยาสูบ จะต้องขอใบอนุญาตทั้งหมด ๔ ใบ และ ๖ ใบ ตามลำดับ ๔ ใบคืออะไรบ้างครับ ๔ ใบก็คือใบขายสุรา ยาสูบในประเทศแล้วก็ขายไพ่ รวมทั้งหมดเป็น ๔ ใบ แต่ถ้าหากร้านค้าเล็ก ๆ จะขายสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ จะขาย สุราที่นำเข้าจากต่างประเทศ จะขายบุหรี่ที่นำเข้าจากต่างประเทศจะต้องเสียใบอนุญาต เพิ่มอีก ๒ ใบครับท่านประธาน รวมเป็นทั้งหมด ๖ ใบ ซึ่งผมเห็นว่ามีความซ้ำซ้อน แล้วก็ เก็บค่าธรรมเนียมกับประชาชนมากเกินไป ขูดรีดกับประชาชนตัวเล็กตัวน้อยมากเกินไป ท่านประธาน ผมเห็นว่าในประเด็นนี้เราสามารถรวมกันเป็นใบอนุญาตใบเดียวได้แล้วก็จ่าย แบบเหมาไปเลยครับท่านประธาน เพื่อลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ผู้เป็นร้านค้าปลีกที่จะต้องเดินทางไปต่อใบอนุญาตทุกปีนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของข้อบังคับขายใบอนุญาตครับท่านประธาน ในจำนวนที่ผมได้นำเรียนท่านประธานไป ๖ ใบ มีใบหนึ่งครับที่ส่วนใหญ่ร้านค้าปลีกไม่ได้ขาย กันเป็นส่วนใหญ่ ก็คือใบอนุญาตขายไพ่ แต่ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าให้จ่ายร่วมเหมาไปเลย เผื่อขาย แต่ประเด็นครับท่านประธาน ไพ่ ๑ ตลับต้นทุนสูงมาก แพงกว่าขนมราคาห่อละ ๕๐ บาทที่ซื้อเป็นโหลจำนวนมากหลายเท่าท่านประธาน เพราะฉะนั้นร้านค้าปลีกส่วนใหญ่ ไม่ได้ขายไพ่ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าการขายแบบบังคับขายแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำครับ แม้ว่าราคาใบอนุญาตหรือค่าธรรมเนียมใบอนุญาตในราคาขายไพ่นี้จะไม่กี่ ๑๐ บาทก็ตาม แต่จำนวนร้านค้าปลีกทั่วประเทศที่ต้องจ่ายผมว่ามีหลายแสนร้านค้า เพราะฉะนั้นผมคิดว่า อันนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำครับ ควรจะยกเลิก🔗

ประเด็นสุดท้ายท่านประธาน ก็คือเมื่อใบอนุญาตขาดอายุแล้วหรือว่าทาง ประชาชนที่ขายปลีกไม่ได้ไปต่อใบอนุญาตภายใน ๙๐ วันก่อนกำหนด ใบอนุญาตนั้น จะขาดอายุทันทีครับท่านประธาน และไม่สามารถต่อได้จะต้องดำเนินการยื่นขั้นตอนการขอ ใหม่ทั้งหมด และผมได้หาข้อมูลจากทั้งอินเทอร์เน็ตก็ดีจากเฟซบุ๊กหรือข้อมูลของทางรัฐก็ดี ปรากฏว่าไม่ได้มีรายละเอียดที่ชัดเจนว่าการขอออกใบอนุญาตใหม่นั้นจะใช้เวลาเท่าไร แต่บอกขั้นตอนครับ บอกขั้นตอนว่า ๑. ต้องยื่นเอกสารที่ไหน ๒. ต้องทำอย่างไร แต่ไม่ได้ บอกเวลาไว้ แต่โดยปกติแล้วจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า ๓๐-๖๐ วันกว่าจะได้ใบอนุญาตใหม่ แล้วผมถามว่าขั้นตอนเหล่านี้เป็นขั้นตอนที่ผลักภาระให้ประชาชนมากไปหรือเปล่ากับการแค่ ลืมไปต่อใบอนุญาตครับ ผมคิดว่าการลืมลักษณะนี้เพียงแต่จ่ายค่าปรับเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วก็ ให้ประชาชนได้ค้าขายต่อไปในใบอนุญาตเดิม โดยไม่ต้องยื่นขอใบอนุญาตใหม่จะเป็นการที่ สมควรแก่เหตุมากกว่า เพราะฉะนั้นไม่ได้เป็นการที่ประชาชนจะหลีกเลี่ยงในการชำระ ค่าธรรมเนียมครับท่านประธาน เพียงแต่ว่าลืมเนื่องจากประชาชนบางท่านสูงอายุนะครับ เป็นคุณป้าคุณลุงที่อยู่ตามร้าน การจะออกจากบ้านครั้งหนึ่งอาจจะต้องเรียกแท็กซี่ไป แล้วก็ต้องรอคิวเป็นเวลานาน หรือว่าอาจจะต้องเรียกรถเมล์โดยสารสาธารณะไปยังหน่วยงาน ราชการที่บางครั้งก็ไม่ได้อยู่ใกล้บ้านตนทำให้เกิดความยากลำบากในการเดินทางอันนี้คือ ข้อเท็จจริงที่ประชาชนได้รับผลกระทบ แต่ทางหน่วยงานราชการก็ไม่ได้ปรับปรุงซึ่งเป็นมา นานแล้ว อย่างไรผมขออนุญาตฝาก ๓ ประเด็นนี้ ผมจึงเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติอำนวย ความสะดวกประชาชนฉบับนี้เป็นสิ่งจำเป็นและผมเห็นด้วย ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านธีระชัย แสนแก้ว ครับ เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมขอร่วมอภิปรายเพื่อสนับสนุนรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ🔗

ประการแรก ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีเจตนารมณ์ เพื่อเพิ่มความสะดวก สร้างความรวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชนและเข้าไป ขอใบอนุญาตต่าง ๆ จากส่วนราชการ เพราะพระราชบัญญัติฉบับนี้คือต้นทางจุดเริ่มต้น ของการแก้ไขปัญหาที่ไม่ดีของหน่วยงานราชการ และเป็นการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ของหน่วยงานรัฐ เพราะมีการกำหนดให้หน่วยงานรัฐต้องมีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน การทำงานแต่ละขั้นตอน แล้วจะต้องให้พี่น้องประชาชนรับทราบการขอใบอนุญาตขั้นตอน ใด ๆ ก็ตามแต่ที่จะได้รับใบอนุญาต ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ยังกำหนดอีกนะครับว่าให้ หน่วยงานราชการต้องลดขั้นตอนไม่จำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกบริการแก่พี่น้องประชาชน เพื่อขจัดความยุ่งยากน่ารำคาญของพี่น้องประชาชนที่มาติดต่อราชการ ท่านประธานครับ ในเรื่องนี้กระผมอยากจะขอกราบเรียนว่ามันเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ ดังที่เป็นข่าวก็คือการที่ ราชการบอกตรง ๆ ครับ คืออุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานีได้ไปสั่งปิดโรงงานน้ำตาล ไทยอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ท่านประธานครับ สร้างความเจ็บปวดรวดร้าวให้กับพี่น้อง เกษตรกร การที่จะทำอะไรก็แล้วแต่มันจะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะต้องติดตามมา มันจะต้องดูทุกทาง มันไม่ใช่ว่าจะลุแก่อำนาจแล้วก็บ้าอำนาจอย่างกับเผด็จการด้วยการ จัดการอะไรก็แล้วแต่ จะได้รับคำสั่งจากใครก็แล้วแต่ ก็ขอให้ผู้บังคับบัญชาขั้นต้นได้รับไว้ พิจารณาด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมอยากจะขอกราบเรียนในเรื่องนี้ว่ามัน เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัตินี้โดยตรงที่จะอำนวยความสะดวกกับพี่ประชาชน แต่ข้าราชการ ทุกวันนี้กลับบั่นทอนชีวิตความเป็นอยู่กับพี่น้องประชาชนในการทำธุรกิจหรืออะไรก็แล้วแต่ เรื่องที่เกิดขึ้นผมอยากจะขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า นโยบายของรัฐบาลเพื่อที่จะให้มี การแก้ไขปัญหา PM2.5 อันนี้เป็นที่ยอมรับได้ ทำกันได้ พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยซึ่งเป็น ส่วนร่วมในการแบ่งผลประโยชน์กับพี่น้องชาวโรงงานน้ำตาล แต่ในขณะเดียวกันกระผม อยากจะขอกราบเรียนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแต่มันเป็น การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพื่อเอาใจนายเฉย ๆ ครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ในเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองทั้งสิ้น ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรมทั้งสิ้น แต่เป็นการเกี่ยวข้องกับการดำเนินการโดยพลการ จะเป็นของใคร ก็แล้วแต่นะครับท่านประธาน อันนี้คือเขาใช้อำนาจของเขาเพราะว่าพระราชบัญญัติ ซึ่งมีหลายพระราชบัญญัติที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรเพื่อที่จะเอาไปกำหนดกฎกติกาให้กับ พี่น้องประชาชนหรือบุคคลทั่วไป ก็คือพระราชบัญญัติมีทั้งส่งเสริม สนับสนุน มีพระราชบัญญัติทั้งควบคุม มันต้องไปบูรณาการ ในเหตุการณ์ครั้งนี้เขาไม่ได้ใช้ พระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทรายแม้แต่มาตราเดียว ในการไปแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องชาวจังหวัดอุดรธานี และชาวจังหวัดอุดรธานีก็ถูกตราหน้าว่าเป็นคนทำให้ PM2.5 มีปัญหามากมาย ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องอ้อยน้ำตาลพี่น้องตาดำ ๆ ซึ่งเขาจะต้องส่งเสริมสนับสนุนให้พี่น้องได้ลืมตาอ้าปากได้ แต่กลับมาทำลายชีวิตของเขา ทั้งชีวิต การแก้ไขปัญหามันไม่ได้มีการแก้ไขปัญหาอย่างเดียวด้วยการปิดโรงงาน ถ้าปิด โรงงานน้ำตาลแล้วทำให้ PM2.5 อยู่ในกรุงเทพมหานคร อยู่ในสมุทรปราการ อยู่ใน สมุทรสาคร มันไม่มี PM2.5 ก็ปิดทั้งหมดเลยครับ ๕๘ โรงงานน้ำตาลในประเทศไทย และจังหวัดอุดรธานี โรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานีแห่งนี้ก็มี PM2.5 ที่ว่าเป็นความจุ ความร้อน และมีอ้อยไฟไหม้ไม่ได้จุความร้อนอะไรหรอกครับ แต่เป็นอ้อยไฟไหม้ที่ส่งอ้อยเข้าโรงงาน น้ำตาลเป็นอันดับ ๔ อันดับที่ ๑ อยู่แถวสุพรรณบุรีนั่นล่ะครับ อันดับที่ ๒ ก็อยู่แถว ๆ นี้ล่ะครับ ภาคกลาง ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ และ ๑ ใน ๑๐ อันดับนั้นก็ยังมีอ้อยไฟไหม้ยังหลงเหลืออยู่ เขาพยายามมีการแก้ไขอยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกันผมอยากจะถาม อยากจะขอกราบเรียนกับท่านทั้งหลายว่าทำไมต้องปิด โรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานีแห่งเดียว ทำไมพี่น้องชาวจังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองคาย จังหวัดขอนแก่น จังหวัดหลาย ๆ จังหวัดเลยที่มีการส่งอ้อยเข้าโรงงานน้ำตาลมีปัญหาทั้งนั้น ครับท่านประธาน พรุ่งนี้ผมตั้งกระทู้ถามแน่นอน ผมอยากจะขอกราบเรียนว่า ณ วันนี้ ข้าราชการผู้บังคับใช้กฎหมาย โดยไม่ได้คำนึงถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยไม่คำนึงถึงความรอบด้าน โดยใช้ลุแก่อำนาจว่าถ้ามึงทำไม่ได้ กูปิด โดยไม่รู้ว่าพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยต่าง ๆ ที่อยู่ ตามท้องไร่ท้องนายากจน ใช้รถอีแต๋น รถอีแต๊ก รถสาลี่ ขนอ้อยเข้ามา เขาบอกว่าถ้าปิดแล้ว มึงก็ไปโรงงานอื่นเสีย แล้วโรงงานอื่นมันจะไปได้อย่างไรครับเป็นร้อย ๆ กิโลเมตร และ ในขณะเดียวกันปัญหาที่เกิดขึ้นนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมหรือนโยบายของ ประเทศไทยบอกว่าให้มีการส่งอ้อยไฟไหม้ไม่เกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ใน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งดำเนินการมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อนมาจนถึงชุดปัจจุบันของท่านนายกรัฐมนตรี อุ๊งอิ๊ง ชินวัตร ท่านก็ลดลงมาเหลือ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ รายละเอียดต่าง ๆ มันมีเยอะแยะ ทุกคนรู้หมดคนที่อยู่ในแวดวงวงการอ้อยน้ำตาลทรายเขาก็รู้หมดว่าคืออะไรที่มันเกิดขึ้น แล้ว PM2.5 ที่เขาไปแอบอ้างใช้กฎหมายอื่นมาดำเนินการก็คือไปใช้กฎหมายของโรงงาน ควบคุมโรงงาน แล้วกฎหมายขออนุญาต นิดหนึ่งครับท่านประธาน ใบอนุญาตเอากฎหมาย ควบคุมโรงงานแต่ไม่ได้ปิดโรงงานคือปิดโรงงานน้ำตาล แต่ดันหาความผิดไม่ได้ครับ ท่านประธาน พอหาความผิดไม่ได้ก็ดันไปปิดโรงงานไฟฟ้าเขาซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันครับ มันผิดพลาดไหมเรื่องอย่างนี้ มันต่อเนื่องกันคนละเรื่องครับ บริษัทน้ำตาลไทยอุดรธานีกับ น้ำตาลไทยอุดรธานี เพาเวอร์ หรืออะไรผมก็ไม่ทราบ เขาไปปิดโรงงานไฟฟ้าเขานั่นละครับ แล้วคนเดือดร้อนคือใครครับ เกษตรกรครับ เกษตรกรที่สะสมอ้อยมาตั้งแต่ก่อนปีใหม่ ๗ วันอันตราย หลังปีใหม่ วันเด็กอีก มันก็ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าตัน ๒,๐๐๐ คันรถ และ ประมาณเกือบ ๓๐,๐๐๐ ตัน วันหนึ่งเขาจะเสียหายไปจากการปิดโรงงานน้ำตาลนี้นะครับ วันละ ๕๔ ล้านบาท ๔๐ กว่าล้านบาท ๓๐ กว่าล้านบาท เหตุการณ์อย่างนี้ถ้าไม่ใช่โรงงาน ของพ่อแม่เขาหรือโคตรตระกูลเขามันจะรู้ได้อย่างไร คนที่สั่งปิดผมถามหน่อย เพราะฉะนั้น คือการบริหารราชการแผ่นดินต้องคิดให้ตระหนัก คิดดูให้รอบด้าน คิดดูทั้งพระราชบัญญัติ อ้อยน้ำตาลทราย คิดดูทั้งพระราชบัญญัติควบคุมโรงงาน เพราะมีทั้งพระราชบัญญัติควบคุม และส่งเสริม เพราะฉะนั้นอุตสาหกรรมอ้อยน้ำตาลทราย จะล่มสลายถ้ามีข้าราชการแบบนี้ ที่ไม่มีความคิด ที่ไม่ได้ใช้สมอง ลุแก่อำนาจ ผมอยากจะขอกราบเรียนนะครับท่านประธานว่า ณ วันนี้เดือดร้อนกันถ้วนทั่ว แล้วก็มาชี้เป็นประเด็นการเมืองว่าเฮ้ยตรงนั้นของพรรคเพื่อไทย มันไม่ใช่ครับ มันเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน มันไม่ใช่พรรคไหนครับ มันคือ พรรคของพวกเรานี่ละครับ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนที่ไหนอะไรก็แล้วแต่ มันต้องแก้ไข ปัญหา คนที่เดือดร้อนที่สุดก็คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนที่สร้างปัญหาไม่เคยออกไป หน้างานแม้แต่วันเดียวครับท่านประธาน พรรคราชการนี่ละครับที่สร้างปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนคือพรรคราชการ ราชการคือมีหน้าที่ในการรับใช้พี่น้องประชาชนใช่ไหมครับ กินเงินเดือนพี่น้องประชาชนใช่ไหมครับ มีหน้าที่ในการรับใช้ประชาชนใช่ไหมครับ ทำไม ต้องมาทำลายพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้ต้องเอาให้เข้มข้น เข้มแข็ง แล้วเอาอย่างไรก็แล้วแต่เพื่อให้มีข้อลงโทษของราชการด้วย งานนี้คงไม่ยอม พรุ่งนี้ผมก็จะพูด เบา ๆ เพราะผมมีการตั้งกระทู้ถาม วันนี้ก็ขออภัยท่านด้วยครับท่านประธานที่เคารพ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ขอสนับสนุนพระราชบัญญัตินี้เพื่อที่จะให้ราชการได้รับฟัง ให้พี่น้องประชาชนได้รู้ว่าผู้แทนราษฎรเข้ามามีบทบาทในการที่จะออกกฎหมายฉบับนี้ เพื่อที่จะให้เข้มข้นต่อไปนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ใจเย็น ๆ ครับ ดื่มน้ำดื่มท่าเสียหน่อยเดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไป สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ คณะผู้บริหารครูและนักเรียนโรงเรียนสอนศาสนาศาสนูปถัมภ์ คลองเคล็ด เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร โดยท่าน สส. ยูนัยดี วาบา จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ ต่อไปนะครับท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ท่านณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล ท่านปิยชาติ รุจิพรวศิน แล้วต่อด้วยท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ครับ เชิญท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ก่อนครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนสัดส่วนภาคใต้ ขออภิปรายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติอำนวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่พี่น้องประชาชน พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการแก้ไข ตัวกฎหมาย ปี ๒๕๕๘ ต้องขอบพระคุณสำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้รวบรวมเอกสารวิชาการ รวบรวมความคิดเห็นแล้วก็รวบรวมตัวร่างทั้ง ๒ ร่างมาให้ สส. อย่างพวกเราได้อ่านเปรียบเทียบได้โดยสะดวก ซึ่งตัวร่าง พ.ร.บ. ฉบับใหม่อันนี้มีการรวบรวม กฎหมายเกี่ยวกับการอนุญาตประกอบกิจการหรือประกอบอาชีพทั้งหมดตั้ง ๙๗ ฉบับ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจนะครับท่านประธานว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาคประชาชน ๙๗ ฉบับนี้ ส่วนใหญ่ก็คือตัว พ.ร.บ. หรือประกาศที่เกี่ยวข้องที่ราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ใช้บังคับกับประชาชนครับ แทบจะน้อยมากเลยครับ แทบไม่มีราชการส่วนท้องถิ่นเลยที่อยู่ ในตัวร่าง พ.ร.บ. อันนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากมาเน้นว่าเวลาพี่น้องประชาชน เขาเดือดร้อนในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับหน้าก่อนเพื่อน แต่ปรากฏว่าปัญหา อุปสรรค ณ วันนี้ที่เรากำลังแก้ไขตัวร่างนี่นะครับ คือตัวข้าราชการที่อยู่ส่วนกลางและ ส่วนภูมิภาคแทบทั้งสิ้นเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน ความสัมพันธ์แบบนี้นะครับ เกิดตั้งคำถามเกี่ยวกับบรรดาผู้ปฏิบัติงานตามกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้ง ๙๗ ฉบับ ก็คือข้าราชการ เพราะวันนี้มันมีคนที่รู้จักกับไม่รู้จักครับท่านประธาน วันนี้ถ้าเรารู้จัก ข้าราชการในพื้นที่งานคล่องครับ มันมีคำว่าเส้นใครกับไม่มีเส้นครับท่านประธาน ถ้านุ่งผ้าถุง ใส่รองเท้าแตะ เดินเท้าเปล่า ใส่เสื้อขาด ๆ วิ่น ๆ ไปติดต่อราชการอาจจะอยู่ท้ายหน่อย ถ้าไม่มีการจัดวางลำดับการไปติดต่อราชการ มันมีคำว่าเส้นใหญ่กับไม่มีเส้นด้วยครับ ราชการทุกวันนี้ถูกรณรงค์ว่าต้องมีหลักธรรมาภิบาล ต้องบำบัดทุกข์บำรุงสุข โดยเฉพาะ กระทรวงมหาดไทย ผมคิดว่าเรื่องการรับใช้ประชาชน สส. หลายท่านพูดนะครับว่า ข้าราชการไม่ใช่นายประชาชน แต่วันนี้ตัวร่างอันนี้ผมยังกังขาครับท่านประธาน ผมยังกังขา สงสัยว่าวันนี้เราให้ ก.พ.ร. เป็นเจ้าภาพหลักว่ากรณีเกิดปัญหาก็ให้บูรณาการให้ร้องเรียน ผ่านเขาแล้วก็ไปเสนอ ครม. แสดงว่าที่ผ่านมาที่มีความล่าช้าที่เกิดขึ้น ก.พ.ร. ยังทำงานได้ ไม่เต็มที่ใช่หรือไม่ เป็นคำถามนะครับ คณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการมีประสิทธิภาพ มากน้อยแค่ไหน เพราะที่ผ่านมามีประเด็นปัญหาระหว่างประชาชนกับส่วนราชการ ยกตัวอย่างบ้านผมครับที่อำเภอเกาะลันตา ที่อำเภอคลองท่อมหรือแทบทั้งจังหวัดละครับ ๘ อำเภอ เวลาไปขอออกโฉนดที่ดินทำไมถึงไม่ได้โฉนดตามเวลา ทำไมในบางพื้นที่ ที่เกาะลันตา พี่น้องประชาชนได้เอกสารทางราชการไปแต่ไม่ระบุวันที่ ไม่ระบุเดือน เจ้าหน้าที่ทำอะไรอยู่ ทำไมสร้างเงื่อนไขต้องมีอะไรใต้โต๊ะหรือเปล่าถึงกล้าจะเซ็นหนังสือ ให้พี่น้องประชาชน และยังมีการสื่อสารระหว่างส่วนราชการเองนะครับที่มีความล่าช้า ผมยกตัวอย่างสนามบินนานาชาติจังหวัดกระบี่ทุกวันนี้ยังไม่สามารถมีการประมูลที่จอดรถ เพื่อเก็บรายได้ให้กับรัฐบาลได้เลย ก็เพราะว่ามี ๒ กรมที่ติดต่อกันอยู่และมีปัญหา มีข้ออ้าง กันเสมอครับระหว่างกรมท่าอากาศยานกับราชพัสดุ หรือกรมธนารักษ์ ทำไมไม่รีบคุยกันครับ เสียเวลากันมากครับ เสียโอกาส เสียรายได้ หรือแม้กระทั่งเรื่องสนามกีฬาจังหวัดกระบี่ บ้านผมครับ ระหว่างส่วนราชการกันแท้ ๆ ถ่วงเรื่องกันไปถ่วงกันมา คนที่เสียประโยชน์ คือพี่น้องประชาชนครับค้างกันมา ๘ ปีแล้วครับเอาอย่างไรก็เอากันครับ เรื่องแบบนี้ผมจึง คิดว่าต้องฝากไปยังกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมาเรื่องนี้ว่าถ้าจะให้ ก.พ.ร. บูรณาการเรื่องนี้ก็ต้อง ทบทวนพฤติกรรม ทบทวนการกวดขัน ทบทวนการสื่อสารระหว่างส่วนราชการด้วยกัน และผมก็ยังยืนยันนะครับว่าถ้าเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนเวลาไปติดต่อ ขอโน่นขอนี่ขอใบอนุญาตประกอบอาชีพกิจการอะไรก็แล้วแต่ เขาจะเร่งรีบทำให้อย่างชัดเจน มีหน่วยงานที่เข้าไปตรวจสอบ สตง. นะครับ หลาย ๆ หน่วยงานเข้าไปตรวจ หน่วยตรวจสอบ ภายในเอ่ยนะครับ เรื่องแบบนี้ท้องถิ่นเขาเร่งดำเนินงานได้และพี่น้องประชาชนฟ้องผู้บริหาร ท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งได้ แต่ราชการส่วนกลางส่วนภูมิภาคสิครับโอ้โฮเวลาจะร้องเรียน ที่โน่นเขาไม่ Care หรอกครับประชาชน เพราะเขา Care อธิบดี Care รัฐมนตรีที่จะโยกย้ายเขา เพราะฉะนั้นก็ต้องฝากล่ะว่าตัวร่างกฎหมายนี้โดยท่าน สส. วรภพ วิริยะโรจน์ ที่เสนอมา เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องสนับสนุนให้เกิดขึ้นให้ได้🔗

ที่สำคัญอีกประเด็นครับท่านประธานว่าร่างกฎหมายนี้มันมีบางมาตรา ที่บอกว่าจะต้องออกกฎกระทรวงครับท่านประธาน เวลาออกกฎกระทรวงที่ผ่านมา หลาย พ.ร.บ. นะครับ พ.ร.บ. ประกาศใช้แล้วร่างกฎกระทรวงยังไม่ออกเลย ผมไม่อยาก ยกตัวอย่าง แต่วันนี้ฝากท่านที่มารับฟังข้อมูลประเด็นที่มานั่งบนบัลลังก์ว่ากฎกระทรวง ที่ท่านบอกจะยกร่าง จะยกกฎกระทรวงตามมาช่วยทำเร่งรีบต่อเนื่องไปให้เสร็จสิ้นเลยนะครับ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนที่เขาเดือดร้อน เรื่องใบอนุญาตใช้เรืออะไรก็ตามที่กระบี่บ้านผม ยังมีอีกหลายเคสของกรมเจ้าท่าก็เช่นเดียวกัน หรือแม้กระทั่งการอำนวยความสะดวก ของพี่น้องประชาชนที่มีกรณีพิพาทกันในส่วนปาล์มน้ำมันก็ปรากฏว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ของเราตอนนี้ก็พยายามจะสร้างเงื่อนไขกับคนในพื้นที่ที่อำเภอปลายพระยาบ้านผมด้วย อันนี้ต้องฝากเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ เลยเวลามานิดหน่อยก็ไม่เป็นอะไรเพราะว่า เมื่อสักครู่ท่านประธานขออนุญาตสำหรับคนที่เลยเวลา ผมก็คิดว่าการอภิปรายของผมวันนี้ จะเป็นประโยชน์กับสภา เป็นประโยชน์กับข้าราชการที่มานั่งฟังเรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่อง การออกกฎกระทรวงอย่างรวดเร็ว แล้วก็ช่วยแก้ปัญหาความเร่งด่วนด้วย ก.พ.ร. ก็คงจะเป็น ความหวังอีกเช่นกันนะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา เจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จากองค์การบริหารส่วนตำบลนาดี อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งกำลังฟังการประชุม อยู่ข้างบนครับ ขอต้อนรับแล้วขอขอบคุณทุกท่านนะครับ ต่อไปขอเชิญ คุณณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล ครับ🔗

นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน เชียงใหม่ เขต ๓ สันกำแพง แม่ออน ดอยสะเก็ด สำหรับ พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกในการให้ใบอนุญาต วันนี้นะครับ ก่อนจะเข้าประเด็นขอสื่อสารตรงนี้เล็กน้อยว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ พรรคประชาชน ได้ยื่นเข้าสภาตั้งแต่เป็นพรรคก้าวไกลครับ ตั้งแต่เปิดสมัยประชุมที่หนึ่ง เรายื่นเข้ามาตั้งแต่ ตอนนั้นแล้วเพราะอยู่ในเซตกฎหมายที่จะช่วยผู้ประกอบการ SMEs ทั่วประเทศที่ได้รับ ผลกระทบจากการรอคอยใบอนุญาต พอดีว่ามีประชาชนบางส่วนที่บอกว่าเรายื่นประกบ ครม. ไม่ใช่นะครับ เรายื่นก่อนแล้วร่างของ ครม. เพิ่งเข้ามานะครับ อันนี้ก็ขอใช้พื้นที่ตรงนี้ ในการสื่อสารนะครับ ผมคงไม่ลงรายละเอียดเยอะสำหรับร่างนี้ เพราะว่าเพื่อนสมาชิกพูดกัน ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วว่า พ.ร.บ. นี้จะมีประโยชน์อย่างไร Fast Track ที่เปิดช่องให้จ่ายเงิน เพื่อขอใบอนุญาตได้เร็วขึ้น จ่ายแบบถูกต้องนะครับ จากที่เคยจ่ายอยู่แล้วแบบไม่ถูกต้อง ก็จ่ายให้มันถูกต้อง Super License ขอทีเดียวได้ทุกใบที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนั้นนะครับ One Stop Service อันนี้ดีหมดครับ ก็เป็นข้อดีที่ตรงกันทั้ง ๒ ร่างของร่าง ครม. กับร่างของ สส. วรภพ ทีนี้ประเด็นสำคัญของผมอยู่ตรงนี้คือกลไก Auto Approve ที่หายไปในร่างของ ครม. กลไก Auto Approve มีอยู่ในร่างของ สส. วรภพ Auto Approve ก็คือว่าเมื่อเรา ไปขออนุญาตแล้วหน่วยงานกำหนดกรอบระยะเวลาแล้วว่าจำเป็นต้องอนุญาตให้จบภายใน ระยะเวลาที่กำหนด แต่ถ้าเกิดว่ามีเหตุขัดข้องใด ๆ เกินเวลาอันพอสมควรก็ถือว่าคำขอนั้น ได้รับอนุญาตไปโดยปริยาย ทีนี้กลไก Auto Approve นี้ครับมันหายไปในร่างของ ครม. ซึ่งผมจะถามทางท่านเลขาธิการ ก.พ.ร. นะครับว่าทำไมท่านถึงหยิบกลไก Auto Approve นี้ออกไป เพราะเท่าที่ผมจำได้ ผมเคยเห็นร่างของ ก.พ.ร. มาก่อนหน้านี้ ถ้าผมจำผิดผมก็ขออภัยว่าร่างของท่านก่อนหน้านี้ มีกลไก Auto Approve อยู่ในนั้น ทีนี้เดี๋ยวท่านได้ชี้แจงตอนท้ายก็จะรอฟังคำชี้แจงว่าเหตุใด ถึงหยิบตรงนี้ออกไป ทีนี้ผมก็ไปอ่านในรายละเอียดของร่าง ครม. นะครับ เมื่อหยิบกลไก Auto Approve ออกไปแล้ว ใส่กลไกอะไรเข้ามาแทน ก็คือแน่นอนว่ามีกำหนดระยะเวลา แต่ถ้าหากหน่วยงานนั้นไม่สามารถให้ใบอนุญาตในกำหนดระยะเวลานั้นได้ก็ให้ทำการแจ้ง ผู้ขออนุญาตทุก ๆ ๗ วัน และทำการแจ้งทาง ก.พ.ร. ทุก ๆ ๑๕ วัน คำถามของผมคือ เราอุตส่าห์จะแก้ พ.ร.บ. ตัวนี้เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนผู้ขอใบอนุญาต ต่าง ๆ แต่ท่านก็ยังคงกลไกให้เกิดการประวิงเวลาของหน่วยงานไปเรื่อย ๆ ทีนี้มันก็ยังพอ เข้าใจได้ว่าให้แจ้ง ก.พ.ร. ทุก ๆ ๑๕ วัน แต่ต้องแจ้งไปถึงเมื่อไรครับ แล้วแจ้งไปท่านก็บอกว่า ก.พ.ร. ก็จะเอาคำแจ้งเหล่านี้มาพิจารณาอีกครั้งแล้วเสนอ ครม. อีกครั้งให้ไปปรับแก้ กระบวนการ คือ ครม. เราทุกวันนี้ก็ประชุมกันเยอะมาก วาระเยอะมากนะครับ สุดท้ายแล้ว ประโยชน์สูงสุดของการแก้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนมันไปไม่สุด ผมไม่ได้นั่ง ในกรรมาธิการนี้แน่ ๆ แต่ผมอยากวิงวอนอีกครั้งนะครับ ฝากไปยัง ก.พ.ร. กรรมาธิการ สัดส่วนรัฐมนตรี กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่นะครับ พิจารณา Auto Approve กลับมา อีกครั้งได้ไหม ซึ่งอาจจะไม่ต้อง Auto Approve กับทุกใบอนุญาตก็ได้ ผมเข้าใจว่ามันมี ใบอนุญาตความเสี่ยงสูง ใบอนุญาตความเสี่ยงต่ำ อย่างเพื่อน สส. ผมข้างหลัง สส. เพชรรัตน์ สัปดาห์ก่อนอภิปรายไว้ว่าในประเทศเรานี้มันมีใบอนุญาตความเสี่ยงต่ำอยู่ประมาณ ๒๐๐ ๓๐๐ ใบ ใบพวกนี้ผมคิดว่าน่าจะใส่กลไก Auto Approve ให้อนุญาตโดยอัตโนมัติ ๑๕ วัน ผมคิดว่าตรงนี้ไม่มีปัญหานะครับ🔗

แล้วก็สุดท้ายนี้ ผมขออนุญาตยกคำอภิปรายของท่านอดิศร เพียงเกษ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ท่านพูดตรงใจมากว่าพรรคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยคือพรรคราชการ ราชการมีหน้าที่ที่จะต้องอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การแก้ไข พ.ร.บ. นี้ก็เป็นอำนาจของนิติบัญญัติแล้วที่เราจะทำให้กลไกของราชการนั้นทำงาน ได้อย่างเต็มที่สูงสุดนะครับ ผมก็วิงวอนไปทางทุกพรรคนะครับว่ากลไก Auto Approve ถ้าเราหยิบใส่กลับเข้ามามันจะสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนได้สูงสุดได้มากกว่านี้นะครับ ก็เข้าใจว่าวันนี้เรารับหลักการทั้ง ๒ ร่าง แต่เราไม่ได้เลือกร่างหลักนะครับ ผมก็อยากให้ท่าน ย้อนไปตรงชื่อร่างของ พ.ร.บ. มันก็เป็นข้อสังเกตเล็ก ๆ ว่าร่าง พ.ร.บ. ของทางฝั่ง ครม. ชื่อว่าอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของราชการ แต่ร่าง พ.ร.บ. ของ พรรคประชาชนคืออำนวยความสะดวกในการอนุญาตให้กับประชาชน แค่ชื่อร่างก็ต่างแล้ว อยากให้ใส่ใจตรงนี้นะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณปิยชาติ รุจิพรวศิน ครับ🔗

นายปิยชาติ รุจิพรวศิน นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ปิยชาติ รุจิพรวศิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๒ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ประเทศไทยของเรายังมีปัญหาในการขออนุญาตในการที่จะทำอะไร สักอย่างกับราชการครับ และก่อนที่จะไปฟังปัญหาที่ผมจะนำมาอภิปรายในวันนี้ ผมขอพา ท่านประธานไปดูข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ประเทศเวียดนามครับ ที่ประเทศเวียดนาม มีการประกาศยุบกระทรวงที่ไม่จำเป็น มีการควบรวมกระทรวงที่ทำงานซ้ำซ้อนกันรวมถึง มีการปลดข้าราชการกว่า ๑๐๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศครับ ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการทำงานและเป็นการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศ กลับมาที่ประเทศไทยครับ ท่านประธานครับ อาชีพของผมก่อนมาเป็น สส. คือเป็นดีเจ เป็นนักดนตรี วันนี้ผมจึงอยากจะขอพูดในส่วนของงาน Festival หรือว่างานคอนเสิร์ต ที่มีปัญหาในการขออนุญาตจัดงานครับ ท่านประธานครับ การเติบโตของอุตสาหกรรม บันเทิงเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลก ซึ่งแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคืองาน Festival และงานคอนเสิร์ตต่าง ๆ ครับ อย่างไรก็ตามครับเพื่อให้การเติบโตนี้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีการบูรณาการร่วมกันนะครับ จะต้องมีการร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการแก้ไขปัญหาและส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม บันเทิงให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมครับ ท่านประธานครับ งาน Festival หรืองานคอนเสิร์ตจึงเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจของประเทศนะครับ เพราะนอกจากจะสร้างรายได้จากทั้งแฟนเพลงทั้งในประเทศ และต่างประเทศแล้ว นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล เราจะเห็นเอาใกล้ ๆ นี้เลยนะครับ เมื่องาน Countdown ที่ผ่านมาเราได้เห็นคอนเสิร์ต เราได้เห็นงาน Festival ดี ๆ เกิดขึ้นในประเทศไทยมากมาย ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ ดึงดูดแฟนเพลงทั้งในไทยทั้งต่างประเทศเข้ามาในไทยสร้างเม็ดเงินอย่างมหาศาลให้กับ ประเทศไทย แต่ท่านประธานครับ ในขณะที่การเติบโตของอุตสาหกรรมเทศกาลดนตรีสูงขึ้น ความท้าทายและอุปสรรคหลากหลายประการก็สูงขึ้นเช่นกันทั้งในและต่างประเทศ ทั้งในส่วนเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และที่สำคัญการขออนุญาตที่ยังเป็น อุปสรรคสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตและการขัดขวางการเติบโตของอุตสาหกรรมดนตรี Festival และคอนเสิร์ต ท่านประธานครับ และนี่คือข้อเท็จจริงและข้อมูลจากที่ผมได้พบมา และได้คุยกับเรา Stakeholder ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้ประกอบการจัดงานคอนเสิร์ต จัดงาน Festival กระบวนการขออนุญาต ขั้นตอนการขออนุญาตในปัจจุบันเพื่อการจัดงาน ณ ตอนนี้มีความซ้ำซ้อน ซับซ้อน และไม่เป็นมาตรฐาน ส่งผลให้ผู้จัดงานประสบปัญหา และล่าช้าในการดำเนินการ ทำให้เกิดความยุ่งยากเกินความจำเป็นแก่ผู้จัดงาน เราจะพบว่า ในการจัดงานแต่ละครั้งต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือประกาศที่เกี่ยวข้องหลายฉบับนะครับ เช่น พ.ร.บ. ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. ๒๔๙๓ พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นต้น โดยผู้จัดงานต้องดำเนินการยื่นขออนุญาตจัดงานหรือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกหลาย หน่วยงาน เช่น หน่วยงานฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธรจังหวัด แขวง เขต ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น หน่วยงานด้านสาธารณสุขทั้งระดับจังหวัดและอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงาน ที่เป็นผู้ดูแลรักษาหรือครอบครองพื้นที่จัดงาน เช่น กรมธนารักษ์ กรมป่าไม้ กรมเจ้าท่า เป็นต้น และถึงแม้บางกรณีผู้จัดงานจะได้รับอนุญาตจากจังหวัดแล้ว ทางผู้จัดก็ยังต้องดำเนินการ ขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่วนอื่น ๆ อีก ในระดับพื้นที่ท่านประธานเห็นไหมครับ ว่าความยุ่งเหยิงในการขออนุญาตจัดงานที่หลายหน่วยงานขนาดนี้เราจะมองอีกนัยหนึ่งว่ายัง เป็นโอกาสในการลดการแข่งขันหรือส่งเสริมให้มีผู้จัดงานรายใหม่เกิดขึ้น เนื่องจาก ผู้จัดงานรายใหม่ไม่มีประสบการณ์และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการขออนุญาตจัดงาน ประเภทนี้ ท่านประธานครับ การขออนุญาตจัดงานคอนเสิร์ตหรือจัดงาน Festival ในแต่ละที่ ในแต่ละจังหวัดก็ไม่เหมือนกันนะครับ เช่น ขออนุญาตจัดงานในโคราชบ้านเกิดผม หรือจะ ขออนุญาตจัดงานที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร การขออนุญาตก็ไม่เหมือนกันนะครับ ใครมี Connection ก็โชคดีไป ใครไม่มี Connection ก็จะยุ่งยากหน่อย ท่านประธานเห็นไหมครับ ว่ามันยุ่งเหยิงจริง ๆ ครับ ณ ตอนนี้ ผมมีโอกาสได้คุยกับผู้ประกอบการหลาย ๆ ท่านนะครับ พวกเขาทุกคนยินดีทำตามเงื่อนไข ยินดีทำตามกฎหมายทุกอย่างเลยครับ เพียงแต่อยากจะ ให้ลดขั้นตอนในการขออนุญาต และทั้งหมดที่ผมกล่าวมานี้จะเป็นปัญหาที่พวกเขาต้อง พบเจอ วันนี้ผมจึงขอนำปัญหานี้มาพูดเพื่อเป็นปากเป็นเสียงแทนคนดนตรี แทนผู้จัดงาน ดนตรีในประเทศไทยในการหาทางแก้ไขปัญหานี้ ผมจึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ที่ทาง สส. วรภพ วิริยะโรจน์ จากพรรคประชาชนเป็นผู้เสนอครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ครับ🔗

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... เป็นร่างพระราชบัญญัติ ที่เกิดขึ้นมาเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาที่ประชาชนขออนุญาตหรือรับบริการจากรัฐแล้วเกิด ความล่าช้า ขาดประสิทธิภาพ รวมทั้งในบางครั้งก็จะมีการเรียกรับสินบนหรือเงินใต้โต๊ะด้วย การมีร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาก็จะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องนี้ได้ ความเป็นมาของ กฎหมายที่เกี่ยวกับการให้บริการประชาชนนั้นจริง ๆ แล้วมีมาตั้งแต่สมัยปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ตั้งแต่สมัยที่มีพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปี ๒๕๓๙ ซึ่งยุคนั้นเป็นยุคที่ประชาธิปไตยเบ่งบาน จนกระทั่งเรามีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งถือว่าเป็น รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ก็มีพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการบริการ ประชาชนติดตามมา เช่น พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการบริหารบ้านเมืองที่ดี ในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งออกในสมัยท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ซึ่งก็เป็นกฎหมาย ที่ดีเช่นเดียวกัน ก็จะมีการกำหนดมาตรการต่าง ๆ ในการที่รัฐจะให้บริการกับประชาชน รวมทั้งรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ปี ๒๕๖๐ ในมาตรา ๗๖ ก็มีการพูดถึงหลักการบริหารบ้านเมือง ที่ดีเช่นเดียวกัน จนในที่สุดก็มีการตราพระราชบัญญัติว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการ พิจารณาอนุญาตให้ประชาชน แต่พระราชบัญญัติดังกล่าวก็ยังไม่ครอบคลุม ยังไม่สมบูรณ์ ยังมีประเด็นปัญหาอยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนหรือภาครัฐ ข้าราชการต่าง ๆ ก็มักจะเข้าใจว่าพระราชบัญญัติว่าด้วยการอนุญาตนั้นเป็นเรื่องของการอนุญาตเท่านั้น ไม่ได้พูดถึงเรื่องของการบริการประชาชน การที่ ครม. และทางท่านวรภพ วิริยะโรจน์ ได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าสู่สภาก็เป็นเรื่องดีครับ เพราะว่าได้มีการเพิ่มเติม ในเรื่องของการให้บริการกับประชาชนเข้ามาด้วย ซึ่งการให้บริการประชาชนถือว่าเป็น หลักการสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในมาตรา ๘ ถือว่า เป็นหัวใจของร่างพระราชบัญญัติ ผมขออนุญาตอ่านเฉพาะบางประเด็นที่ถือว่าเป็น เรื่องสำคัญ มาตรา ๘ บอกว่าอย่างนี้ครับ หน่วยงานของรัฐพึงพัฒนาระบบการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการประชาชนให้เป็นไปตามหลักการ บริหารบ้านเมืองที่ดี โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพการณ์ โดยรัฐพึงตระหนักว่า ประชาชนเป็นประธานแห่งสิทธิที่จะได้รับบริการจากรัฐตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รวมทั้งตลอดพัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีศักยภาพ ความซื่อสัตย์สุจริต และทัศนคติในการ เป็นผู้ให้บริการประชาชนให้ได้รับความสะดวกรวดเร็ว ไม่สร้างภาระและขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และไม่เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม จะเห็นว่าหลักการของพระราชบัญญัติมีการเขียน อย่างชัดเจนว่าเปลี่ยนประชาชนให้เป็นผู้รับบริการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้ให้บริการ ซึ่งถือว่าเป็นการเปลี่ยนในหลักการที่สำคัญ ในพระราชบัญญัติฉบับนี้โดยหลักการก็จะมี การกำหนดให้มีคู่มือของประชาชนในการรับบริการ ประชาชนเวลาที่ไปติดต่อกับหน่วยงาน ของรัฐก็จะดูจากคู่มือ แล้วก็จะทราบว่าขั้นตอนการขออนุญาตหรือการขอรับบริการจะต้อง ทำอย่างไรบ้าง เมื่อยื่นเอกสารครบแล้วจะได้รับการพิจารณาอนุญาตหรืออนุมัติภายในกี่วัน ก็จะมีอยู่ในคู่มือของประชาชน ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดีครับ ซึ่งถ้าหากว่ามีการแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้วก็มีการดำเนินการอย่างจริงจัง ผมก็เชื่อว่าในที่สุดเวลาที่ ประชาชนไปติดต่อกับทางรัฐก็จะเกิดความรวดเร็ว อย่างเช่นถ้ามีคนจะทำร้านอาหาร พอไปจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในเรื่องของการจะเปิดบริษัทแล้วก็เปิด ร้านอาหารก็จะขออนุญาตในส่วนของร้านอาหาร ขออนุญาตสร้างร้านอาหาร ขออนุญาต ขายสุรา ขออนุญาตสะสมอาหาร หรือถ้าหากว่าจะมีดนตรีสด ก็จะสามารถขออนุญาต เรื่องสถานบริการได้ไปในคราวเดียวกัน หรือผู้ที่จะประกอบกิจการโรงงานเวลาไปจดทะเบียน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก็จะสามารถขออนุญาตตั้งโรงงานไปได้ในเวลาเดียวกัน เช่นเดียวกัน รวมทั้งถ้าหากว่าประชาชนจะสร้างบ้านหรือผู้ประกอบการจะสร้างคอนโด เวลาไปจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก็จะสามารถทำเรื่องการขออนุญาตในเรื่อง การก่อสร้างคอนโด หรือขอ EIA ได้ในทำนองเดียวกัน การบริการที่มีการรวมศูนย์ก็จะช่วยให้ การทำงานของภาครัฐเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพและให้บริการประชาชนได้ดีขึ้น แต่อย่างไร ก็ดีกฎหมายฉบับนี้ผมคิดว่ายังมีส่วนที่ยังไม่มีความสมบูรณ์หรือมีข้อสงสัยอยู่บ้างอยู่ประมาณ ๓ ประเด็นนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ ก็เป็นเรื่องของศูนย์บริการในมาตรา ๑๓ กับศูนย์รับคำขอกลาง ในมาตรา ๒๘-๓๑ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่ามันแตกต่างกันอย่างไร ถ้าอ่านดูในข้อความแล้วถ้าเป็นไปได้ ผมคิดว่าน่าจะรวมทั้ง ๒ อย่างเข้าไปอยู่ด้วยกัน แล้วก็ให้ทำฟังก์ชันทำหน้าที่ทำนองเดียวกัน ให้หมดครบถ้วน เพราะว่าเวลาที่เรามีศูนย์หลาย ๆ ศูนย์ เวลาที่ประชาชนไปติดต่อก็จะเกิด ความสับสนครับ🔗

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมสงสัย ก็คือว่าการขออนุญาตต่าง ๆ มาตรา ๑๐ บอกว่า ๑๕ วัน แต่ว่าถ้าหากไปดูในร่างมาตรา ๑๔ บอกว่ามีคู่มือ เวลาไปขอก็เลยเกิดข้อสงสัยว่า ถ้าหากว่าในคู่มือเกิดเขียนว่าเกิน ๑๕ วันขึ้นมาจะมีปัญหาหรือไม่ ก็เป็นสิ่งที่เป็นข้อสงสัย แล้วถ้าหากเป็นไปได้ผมคิดว่าควรจะใช้หลักการว่าในคู่มือนั้นต้องต่ำกว่า ๑๕ วัน ก็คือ การพิจารณาอนุญาตหรือการให้บริการประชาชนไม่ควรเกินกว่า ๑๕ วัน🔗

และอีกประเด็นหนึ่งที่ถือว่าเป็นประเด็นที่สำคัญมาก ก็คือพระราชบัญญัติ ทำนองนี้ อย่างเช่นพระราชบัญญัติว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต ในสมัยปี ๒๕๕๘ ปรากฏว่าแม้พระราชบัญญัติจะออกมาแล้วแต่ผลบังคับใช้ในทางปฏิบัติ มักจะไม่ค่อยได้ผล สาเหตุส่วนหนึ่งผมคิดว่าเกิดจากการที่พระราชบัญญัติไม่ได้มีการกำหนด โทษว่าถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ทำตามพระราชบัญญัติ ถ้าผู้อนุญาตไม่ทำตามพระราชบัญญัติ จะมีโทษอย่างไร ซึ่งจริง ๆ แล้วอย่างที่เราพบกันว่าการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ในการอนุญาต หรือการบริการประชาชนบางครั้งก็ทำให้เกิดความเสียหายกับประชาชนอย่างเช่นในกรณีที่ เพื่อนสมาชิกขออภัยที่เอ่ยนามครับ ท่านธีระชัย แสนแก้ว ได้กล่าวถึงการใช้อำนาจของ เจ้าหน้าที่โดยมิชอบปิดโรงงานอ้อยและน้ำตาลทำให้ประชาชนเดือดร้อน ซึ่งถ้าหากว่า ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะได้มีการกำหนดโทษเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการประชาชนไม่ถูกต้อง หรือใช้อำนาจในการพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตโดยไม่ชอบ ถ้ามีโทษทั้งทางวินัยและ อาญาก็จะทำให้พระราชบัญญัติฉบับนี้สามารถนำมาใช้ในทางปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งขึ้น ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณจุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม ครับ🔗

นางจุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม เชียงราย

เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงราย เขตพื้นที่อำเภอแม่สาย อำเภอแม่ฟ้าหลวง แล้วก็อำเภอแม่จัน ๔ ตำบล พรรคประชาชนค่ะ วันนี้ดิฉันขออนุญาต ในการที่จะร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต และการให้บริการแก่ประชาชน พศ. .... ซึ่งชื่อของพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็บ่งบอกแล้วว่า ต้องการที่จะอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในเรื่องของการติดต่อการพิจารณาอนุญาต ของทางหน่วยงานราชการเพื่อให้เกิดความทันสมัยมากขึ้น โดยมีกำหนดเวลาดำเนินการในแต่ละ ขั้นตอนที่ชัดเจนขึ้น ลดขั้นตอนการอนุญาตที่ไม่จำเป็น นำเทคโนโลยีมาใช้ในการอนุญาต และการให้บริการภาครัฐ และให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจในการอนุมัติอนุญาตเพียงเท่าที่จำเป็น ซึ่งสำหรับพื้นที่ของดิฉันท่านประธานในปัญหาตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ แล้วก็ดิฉัน เห็นว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็จะช่วยทำให้ประชาชนในเขตพื้นที่ของดิฉันได้มีความสะดวก มากขึ้นในการเข้ารับบริการจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งดิฉันเคยนำปัญหาร้องเรียนของชาวบ้าน มายังท่านประธานครั้งหนึ่งตอนช่วงปรึกษาหารือ แล้วก็เห็นว่าในการแก้ไขตรงนี้ พ.ร.บ. นี้ ถ้าเกิดขึ้นแล้วใช้ได้จริงก็จะเป็นประโยชน์กับชาวบ้านในพื้นที่ เรื่องของการขอตั้งสำนัก ทะเบียนสาขาในเขตพื้นที่ให้กับพี่น้องอำเภอแม่ฟ้าหลวงทั้งหมด ๓ ตำบลที่ชาวบ้านอยู่กัน อย่างหนาแน่นที่ตำบลแม่สลองใน แม่สลองนอก แล้วก็เทอดไทยนะคะ ซึ่งดิฉันได้นำเรื่องนี้ หารือต่อท่านประธานเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๖ ที่ผ่านมานะคะ แล้วก็ต้องขอขอบพระคุณ ท่านประธานด้วยนะคะ ที่ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนถึงพื้นที่ที่ว่าการอำเภอ แม่ฟ้าหลวง ดิฉันก็ติดตามว่าเรื่องนี้ทางพื้นที่ดำเนินเรื่องหรือรับเรื่องไปถึงไหนบ้างนะคะ ซึ่งทางอำเภอก็บอกว่าตอนนี้จะต้องหาสถานที่สำหรับการตั้งสำนักทะเบียนสาขาแล้วก็หา บุคลากรในการที่จะมาอยู่ประจำในสำนักทะเบียนสาขา ซึ่งตรงนี้ก็เป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่งค่ะ ท่านประธานในการที่จะขับเคลื่อนแก้ไขตรงนี้ได้ เมื่อมาดูถึง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ถ้าจะเกิดขึ้นจริง จะช่วยเหลือชาวบ้านในเรื่องตรงนี้ได้มาก ๆ เพราะว่าในเขตพื้นที่ของดิฉันในการเดินทาง จะไปแค่อำเภอต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทาง ๑ ชั่วโมงกว่า ๆ และไม่ได้เป็นทางง่าย ๆ มีเป็นทางชัน เป็นเหว เป็นดอยนะคะ แล้วก็บางครั้งชาวบ้านต้องลางาน ๑ วันเหมารถกันไป เพื่อจะไปที่อำเภอ ไปถ่ายบัตรประชาชน ไปแจ้งเกิด แจ้งตาย ซึ่งใช้เวลาแล้วก็เสียค่าใช้จ่าย เป็นจำนวนมากในแต่ละคนแต่ละครั้งนะคะ ซึ่งดิฉันก็มองว่าถ้าพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้ผ่านการพิจารณาแล้วก็ได้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการก็เชื่อว่าพ่อแม่พี่น้องในเขตพื้นที่ ดิฉันก็จะได้รับประโยชน์จากตรงนี้มาก ๆ นะคะ🔗

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งนะคะท่านประธาน จากปัญหาในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นปัญหาที่เป็นมายาวนานมาก ๆ เรื่องของการทุจริตในการออกบัตรประชาชน ซึ่งตรงนี้ เราจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในส่วนของที่ว่าการอำเภอหรือฝ่ายทะเบียน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องมันปฏิเสธได้ยากมาก ถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ออกมาแล้วประกาศใช้ได้จริง ๆ ดิฉันเชื่อว่าจะลดในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันได้อย่างดีเยี่ยมเลยนะคะ ฉะนั้นดิฉันก็ขอมี ส่วนร่วมแล้วก็เห็นชอบสำหรับพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณา อนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ค่ะท่านประธาน ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล ครับ🔗

นายชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล นครปฐม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๖ พรรคประชาชน ผู้แทนจากพี่น้องชาวสามพรานครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย สนับสนุนหลักการของร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต และการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ร่าง โดยเฉพาะร่างที่ท่านวรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะเป็นผู้เสนอจากพรรคประชาชน ซึ่งผมเองก็ได้ร่วมลงชื่อในร่างนี้ด้วยครับ เนื่องจาก ตัวของผมเองนั้นได้เห็นถึงสิ่งที่พี่น้องประชาชนจะได้รับนั้นมีมากมายหลายประการ ไม่ว่า จะเป็นในการได้รับการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อราชการอย่างโปร่งใสและชัดเจน โดยประชาชนสามารถเข้าถึงและรับทราบข้อมูลการให้บริการทั้งขั้นตอนและระยะเวลา ที่ต้องใช้ รวมถึงช่องทางในการให้บริการต่าง ๆ ของภาครัฐได้อย่างถูกต้องครบถ้วนผ่านคู่มือ สำหรับประชาชน ทำให้สามารถจัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ และค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้ได้อย่าง ถูกต้อง ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาติดต่อหน่วยงานของรัฐหลายครั้ง โดยสามารถยื่นคำขอแบบ One Stop Service ได้เลย ซึ่งสาระสำคัญที่มีความแตกต่างระหว่างร่างของคณะรัฐมนตรี กับร่างของพรรคประชาชนใน พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและ การให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ก็คือเรื่องของกรอบระยะเวลาครับ Auto Approve หรือการอนุมัติให้ใบอนุญาตนั้นมีผลบังคับใช้โดยอัตโนมัติ หากเจ้าหน้าที่ไม่ให้คำตอบหรือ ไม่สามารถพิจารณาคำขออนุญาตให้กับประชาชนเสร็จภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนดได้ โดยกฎหมายฉบับนี้เกี่ยวข้องกับประชาชนทุกระดับ ผู้ประกอบอาชีพทุกอาชีพ รวมถึง ผู้ประกอบการทุกกลุ่ม ตั้งแต่การขอใบอนุญาตก่อสร้าง การเปิดร้านอาหาร หอพัก โรงแรม โรงงาน ซึ่งถ้านับรวมกฎหมายที่กำหนดให้ต้องมีการขออนุญาตในทุกกลุ่มอาชีพและทุกกลุ่ม อุตสาหกรรมแล้วจะนับรวมกันได้ทั้งสิ้น ๙๗ ฉบับด้วยกัน โดยกฎหมายที่กำหนดเรื่อง การอนุญาตเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการหรือประกอบอาชีพจะสามารถ แบ่งออกได้เป็น ๒ กลุ่มดังนี้ครับ กลุ่มที่ ๑ กลุ่มกฎหมายด้านการประกอบอาชีพและกิจการ จำนวน ๖๓ ฉบับ เช่น พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ ส่วนในกลุ่มที่ ๒ เป็นกลุ่ม กฎหมายด้านความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชน จำนวน ๓๔ ฉบับ เช่น พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ หากเรานับเฉพาะใบอนุญาตก่อสร้างสำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. เคยรายงานผลสำรวจ ในปี ๒๕๖๑ ว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนการขอออกใบอนุญาตก่อสร้างนั่นคือค่าเร่งเวลา ที่พี่น้องประชาชนจะต้องจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ ทั้งที่ไม่ควรต้องจ่ายแม้แต่บาทเดียวด้วยซ้ำ นี่ยังไม่รวมเฉพาะประเทศอื่น ๆ ที่ผู้ประกอบการต้องจ่าย โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจ ที่มีภาระดอกเบี้ย ทุกวันที่ล่าช้าคือต้นทุนที่ต้องจ่ายและถูกใช้เป็นช่องทางในการเรียกรับ ส่วยสินบน เป็นเงินใต้โต๊ะที่ต้องจ่ายให้กับทางเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่ออำนวยความสะดวก ในการพิจารณาให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการกำหนดกรอบระยะเวลา Auto Approve หรือ การบัญญัติในกฎหมายว่าบรรดาใบอนุญาตต่าง ๆ ตามกฎหมายแต่ละฉบับ หากประชาชน หรือผู้ประกอบการได้ยื่นคำขอตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว และเจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้คำตอบ ภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าได้รับอนุญาตโดยอัตโนมัติจะเป็นการอุดช่องโหว่ ป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้เป็นช่องทางในการเรียกรับส่วยหรือเงินใต้โต๊ะแบบที่เป็นอยู่ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยร่างฉบับพรรคประชาชนจะรู้ผลของการขอใบอนุญาตภายใน ๑๕ วัน โดยกำหนด ระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตไว้ในคู่มือฉบับประชาชน ซึ่งอาจเป็นได้ทั้ง ๑๕ วัน ๓๐ วัน ๙๐ วัน หรืออื่น ๆ โดยค่าเริ่มต้นคือไม่เกิน ๑๕ วัน หากครบกำหนดแล้วแต่รัฐยังไม่ แจ้งผลให้ประชาชนทราบถือว่ารัฐอนุญาตแล้ว โดยยกเว้นการอนุญาตบางส่วนที่จำเป็น ต้องใช้เวลานานกว่านั้นก็เปิดช่องให้กำหนดในกฎกระทรวงได้ จึงถือได้ว่ากฎหมายฉบับนี้ คืออีกหนึ่งตัวอย่างของการที่พรรคประชาชนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหา เชิงโครงสร้าง การต่อสู้กับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันซึ่งเป็นปัญหาหลักที่กำลังกัดกิน ประเทศไทยของเราอยู่ในขณะนี้ และนี่คือข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่างร่างของคณะรัฐมนตรี และร่างของพรรคประชาชนที่พวกเราจะช่วยกันผลักดันให้มีการบรรจุ Auto Approve ไว้ใน กฎหมายฉบับนี้ต่อไป จากทั้งหมดที่ผมได้กล่าวมานี้ผมจึงขอสนับสนุนให้สภาได้รับหลักการ ของร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ แล้วก็ร่วมกันพิจารณาเพื่อประโยชน์สูงสุดของ พี่น้องประชาชน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณฐากูร ยะแสง ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายฐากูร ยะแสง เชียงราย

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฐากูร ยะแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขตเลือกตั้งที่ ๓ อำเภอแม่ลาว อำเภอแม่สรวย อำเภอเวียงป่าเป้า พรรคประชาชน วันนี้ผมขออภิปรายร่วมสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... โดย สส. วรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะเป็นผู้เสนอ ปัจจุบันพื้นที่ของผมมีปัญหาในการให้บริการ กับพี่น้องประชาชนอยู่หลายด้าน ปัญหาที่พบแล้วก็จะยกตัวอย่างคือปัญหาการขออนุญาต ก่อสร้างครับ🔗

๑. ไม่เร็ว การขออนุญาตในการก่อสร้างใช้เวลานาน ซึ่งก่อให้เกิดต้นทุนทาง สังคมจำนวนมาก🔗

๒. ไม่ชัด กฎหมายไม่ชัดทำให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจมากและหลายครั้ง🔗

๓. ไม่เชื่อม เอกสารและข้อมูลไม่เชื่อมกันสร้างภาระแก่พี่น้องประชาชน การยื่นเอกสารหลายชุดและต้องไปหลายหน่วยงานจนเป็นต้นทุนของผู้ขออนุญาต🔗

๔. กระบวนการยื่นขอไม่ทันสมัย การยื่นเอกสารทางออนไลน์ยังไม่สะดวก เจ้าหน้าที่เน้นการพิจารณาจากกระดาษ🔗

ควรปรับปรุงคือ🔗

๑. เพิ่มความเร็ว การแก้กฎหมายรองรับนายตรวจเอกชนแทนเจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีจำนวนจำกัด ซึ่งจะช่วยลดการรอคิวของเจ้าหน้าที่รัฐเพิ่มความเร็วในการอนุมัติ แก้กฎหมายเพื่อปรับปรุงเวลาในการพิจารณา โดยพิจารณาตามความเสี่ยงเพื่อให้ความเสี่ยงต่ำ ได้รับการอนุญาตอย่างรวดเร็ว🔗

๒. เพิ่มความชัดเจนของกฎหมายและระบบการขออนุญาตเพื่อลดการใช้ ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ โดยกำหนดเอกสารที่ต้องยื่นให้ชัดเจน แก้ไขกฎหมายแม่บท ให้สามารถอนุญาตโดยอ้างอิงมาตรฐานที่กำหนดโดยองค์กรวิชาชีพ เพิ่มความชัดเจน ของระบบการอนุญาต เช่น การพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางที่สำคัญให้อ้างอิงได้ เช่น ฐานข้อมูลความกว้างถนนเพื่อคำนวณระยะร่นอาคารและลดการตีความที่แตกต่างกัน จัดทำคู่มือแนวทางที่เป็นมาตรฐานและตอบข้อสงสัยที่พี่น้องประชาชนถามบ่อย ตลอดจน พัฒนาระบบแพลตฟอร์มกลางในการยื่นให้เป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกพื้นที่🔗

๓. เพิ่มการเชื่อมข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อให้พี่น้องประชาชนไม่ต้อง เสียเวลาในการเดินทางไปในหลายหน่วยงานและยื่นเอกสารหลายชุด🔗

๔. เพิ่มความทันสมัยส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่รัฐและพี่น้องประชาชนใช้ช่องทาง การขออนุญาตระบบออนไลน์ สามารถยื่นและติดตามสถานะการขออนุญาตได้🔗

๕. แก้ไขกฎหมายส่งเสริมให้เอกสารดิจิทัล ลดการยื่นเอกสารให้เหลือเอกสาร ดิจิทัลเพียงชุดเดียวแทนการยื่นสำเนาหลายชุด🔗

๖. พัฒนาระบบติดตามการขออนุญาตออนไลน์🔗

ผมขอยกตัวอย่างของประเทศนอร์เวย์ครับ ประเทศนอร์เวย์มีระบบ Altinn ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการบูรณาการข้อมูลของภาครัฐและการให้บริการ ช่วยลดภาระงาน ด้านเอกสารเพิ่มความสะดวกสบายให้กับภาคธุรกิจและพี่น้องประชาชน สรุปนะครับ การบริการที่ดีเริ่มต้นจากความเข้าใจและความสะดวกของพี่น้องประชาชน ลดเวลา การรอคอย เข้าถึงบริการผ่านระบบออนไลน์ ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เพิ่มความ พึงพอใจต่อการบริการของภาครัฐ ลดปัญหาทุจริตด้วยความโปร่งใส เพิ่มประสิทธิภาพ การทำงานของเจ้าหน้าที่ ระบบการจัดเก็บ ลดการใช้เอกสารกระดาษช่วยลดต้นทุนด้านวัสดุ และพื้นที่ในการจัดเก็บ การเข้าถึงที่รวดเร็ว เจ้าหน้าที่และประชาชนสามารถค้นหาและ ดึงข้อมูลได้ทันทีผ่านระบบออนไลน์ ความปลอดภัยระบบดิจิทัลสามารถกำหนดสิทธิ การเข้าถึงเอกสารและป้องกันการสูญหายหรือสูญเสียของข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจ ช่วยสนับสนุนการลงทุนและธุรกิจที่ต้องการการบริการอย่างรวดเร็ว ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณบุญเลิศ แสงพันธุ์ ครับ🔗

นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมุทรปราการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๗ พรรคประชาชน วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวก ในการพิจารณาการอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... เพื่อน ๆ สส. หลายท่าน ได้มีการพูดถึงหลักการและเหตุผลต่าง ๆ ไปเยอะพอสมควร ผมก็ต้องขอสนับสนุน ในส่วนของการแก้ไขเพิ่มเติมด้วยหลักและเหตุผล โดยที่พระราชบัญญัติการอำนวย ความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นกฎหมายกลาง ในการกำหนดขั้นตอนการพิจารณาและระยะเวลาในการขออนุญาตอันเป็นการอำนวย ความสะดวกแก่ประชาชนในการประกอบกิจการ แต่ยังขาดบทบัญญัติและกลไกการอนุญาต กรณีหน่วยงานราชการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ เราต้องบอกอย่างนี้ครับกฎหมายแต่ละตัว มันมีช่องว่างไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเรื่องเวลา ๓๐ วัน ๔๐ วัน อะไรก็แล้วแต่ แต่สุดท้าย ในการบริการอำนวยความสะดวก กฎ ระเบียบต่าง ๆ เราอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน จริงหรือไม่ เพราะสิ่งสุดท้ายในการอำนวยความสะดวกไปแล้วมันตามมาด้วยบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของใส่ซองไหม ใต้โต๊ะไหม อยากได้เร็วไหม มันเป็นช่องทางลัดโดยตลอด ก็ต้องฝากในส่วนเรื่องนี้เราควรจะแก้ไขได้แล้ว แล้วเพื่อน สส. หลายท่านก็ได้พูดถึงเป็นลักษณะ ส่อในการทุจริตหรือไม่ แล้วผมขออนุญาตพูดไปถึงอำเภอพระสมุทรเจดีย์มีการอนุญาต ใบอนุญาตการประกอบธุรกิจบางตัว ผมต้องบอกอย่างนี้ มันมีการประกอบธุรกิจฆ่าสัตว์และ โรงชำแหละเนื้อสัตว์เช่นสุกรในหมู่ที่ ๘ ในตำบลคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งปัญหานี้มีการเริ่มทำธุรกิจ กิจการ วันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา แต่หลังจากนั้นสิ่งที่ตามมาคือประชาชนได้แจ้งมาทางบุญเลิศ แสงพันธุ์ ถึงผลกระทบที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยเลือดของสุกร หรือว่าสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ ลงสู่คลองสาธารณะ แล้วก็ได้มี ปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น อบต. ในคลองบางปลากด รวมไปยังถึง ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ แต่ระยะเวลาที่ผ่านมามีการประชุมน่าจะประมาณกลางปีที่แล้ว จนมาปัจจุบันเมื่อพฤศจิกายนประชาชนยังส่งคลิปให้ผมอยู่เลย ยังมีการปล่อยน้ำเสีย มีเลือดหมู ออกมาสีแดง ๆ เลยครับ แต่ต้องขออภัยด้วยพอดีคลิปมันหมดอายุก็เลยไม่สามารถส่งทาง ฝ่ายสื่อและเปิดได้นะครับ มันเห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าในการกระทำผิดครั้งนี้ท่านมีการละเลย ในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ทำไมประชาชนยังต้องรับความเดือดร้อนของการละเลยหรือ การเอาเปรียบของผู้ประกอบการอยู่เลยนะครับ มีอีกเคสหนึ่งครับโรงเผาถ่านเป็นปัญหาในชุมชนมานานมากแล้ว แล้วก็หลายปีแล้วครับ เขาแจ้งไปทุกที่ว่า โรงเผาถ่านเมื่อก่อนต้องบอกอย่างนี้ครับมันมีการเปิดเป็นโรงเผาถ่าน โดยชุมชน โดยบ้านบางหลังก็สามารถเผาขายเป็นธุรกิจเล็ก ๆ ย่อม ๆ ได้นะครับ แต่สิ่งที่ เกิดขึ้นต้องบอกทุกวันนี้มันเป็นชุมชนครับ มันเป็นชุมชนไปแล้ว มันเป็นหมู่บ้านไปแล้ว เรื่องนี้ก็เข้ามายังผมเหมือนกัน สุดท้ายเราก็ได้แจ้งไปยังศูนย์ดำรงธรรมแจ้งหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง แจ้งยัง อบต. ในคลองบางปลากดซึ่งคุณมีหน้าที่ปฏิบัติอยู่แล้ว คุณมีองค์กร คุณมีหน่วยงานที่จำเป็นอยู่แล้วที่ต้องไปปฏิบัติหน้าที่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ปัญหานี้ยังไม่ถูก แก้ไขเลยปีกว่าแล้ว ผมพยายามปล่อยเวลาให้หน่วยงานราชการหรือคนที่มีอำนาจหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องไปปฏิบัติหน้าที่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นท่านละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่หรือโรงเผาถ่านนี้ เป็นญาติกับอดีต สท. ของคนในปัจจุบันหรือเปล่าท่านเลยไม่กล้าที่จะพูดอะไร ไม่กล้าที่จะทำ อะไร ผมว่าไม่ใช่ครับ สิ่งพวกนี้อย่าเกรงใจกันครับ ในเมื่อกระทำความผิดหรือเป็นหน่วยงาน ต่าง ๆ ก็แล้วแต่ท่านต้องปฏิบัติหน้าที่ เพราะคนที่เดือดร้อนคือประชาชน จงนึกเสมอ ไตร่ตรองเสมอ วันที่ท่านไปขอคะแนนเสียงท่านยกมือไหว้ประชาชน แต่หลังจากท่านเป็นแล้ว ท่านไม่เห็นความเดือดร้อนของประชาชนเลย ผมว่าท่านเอาเปรียบคนพวกนี้มากเกินไปนะครับ🔗

สุดท้ายนี้ครับ อย่างร่างที่มีการนำเสนอในการพิจารณาอนุญาตและให้บริการ แก่ประชาชน ผมเห็นเป็นอย่างยิ่งที่จะกำหนดกลไกการพิจารณาอนุญาตให้มันมีความ สะดวกสบายมากขึ้น แต่ต้องไม่สอดคล้องร่วมมากับการทุจริตของหน่วยงานราชการในการ ที่จะอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ปีนี้มันปี ๒๕๖๘ แล้วนะครับ โทรศัพท์ทุกวันนี้ มันคุยเห็นหน้าแล้วนะ บางทีระยะเวลาการขออนุญาตมันนานไปแล้วครับ ๓๐ วัน ๖๐ วัน ๙๐ วันกว่าจะกลับไปยังหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งมันล่าช้าเกินไปนะครับ ถ้าอย่างนั้น ผมเห็นสมควรแล้วครับที่ต้องแก้กฎหมายที่มันล่าช้าและล้าหลังให้มันก้าวหน้าได้แล้วครับ สุดท้ายนี้ผมขอสนับสนุนร่างนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกที่จะ อภิปรายเป็นท่านสุดท้ายคือคุณอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด หลังจากคุณอนุสรณ์แล้วผู้เสนอญัตติ ทั้ง ๒ ท่านสามารถจะสรุปได้อีกครั้งหนึ่งนะครับ เชิญคุณอนุสรณ์ครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวก ในการ ขออนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ความจริงต้องขออนุญาตกราบเรียน เรื่องของการอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนให้กับภาคเอกชนนั้นมีความพยายาม ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนว่าความต้องการอาจจะยังไม่สอดรับกับสถานการณ์ และความเป็นไปในโลกปัจจุบัน เราเคยมีการปรับปรุงกฎหมายการอำนวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการในปี ๒๕๕๘ แต่ก็ดูเหมือนว่าจากปี ๒๕๕๘ จนถึง ปัจจุบันโลกไปไวครับ แต่ว่ากฎหมายของเรานั้นยังตามไม่ทัน ดังนั้นก็ถือว่าโอกาสนี้จะเป็น วาระโอกาสสำคัญที่เราจะได้ร่วมด้วยช่วยกันในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้มีความเป็น ปัจจุบันแล้วก็สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เพราะว่าถ้าเราไม่ปรับไม่แก้จะเกิดวิกฤติ ความซับซ้อนของระบบการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งเมื่อมีความซ้ำซ้อนมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ก็จะเปิดช่องให้มีการกระทำการที่อาจจะไม่สุจริตหรือเอื้อต่อการทุจริต เป็นการบั่นทอน ศักยภาพการแข่งขันของประเทศด้วยกระบวนการการขออนุญาตที่กระจัดกระจาย ซ้ำซ้อน ไม่เป็นหมวดหมู่ ในอดีตเคยมีความพยายามที่จะสร้างศูนย์ One Stop Service หรือ ศูนย์บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ แต่ดูเหมือนว่าก็ยังไม่บรรลุผล จนปัจจุบันนี้อันดับ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในบางปีก็พุ่งสูงขึ้น ในบางปีก็ปรับตัวลดต่ำลง ดังนั้นถ้าเราได้ปรับแก้กฎหมายนี้ ผมเชื่อว่าจะเป็นการเสริมศักยภาพและเป็นการเพิ่มขีด ความสามารถศักยภาพการแข่งขันของคนไทยและประเทศไทย ท่านประธานใน พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกฉบับนี้จะสร้างขึ้นเพื่อหวังสร้างความเปลี่ยนแปลงโดยมิติในเชิงบวก ให้กับประเทศไทย ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๕ ประการด้วยกันครับ🔗

ประการที่ ๑ เป็นการลดต้นทุนของภาคธุรกิจ ช่วยลดค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็น การติดต่อราชการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแปลเอกสาร ซึ่งถ้าเราสามารถปรับลดได้ เราจะประหยัดได้ถึง ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีโดยประมาณ รวมถึงจะไปประหยัดค่าใช้จ่าย อื่น ๆ เฉลี่ยได้ถึง ๑๐๐ ล้านบาทต่อปี เพราะฉะนั้นต้องร่วมด้วยช่วยกันนะครับ จัดตั้ง กรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้และนำไปสู่การปรับแก้โดยด่วน โดยเร็วนั้นก็เป็นเรื่องที่ดี🔗

ประการที่ ๒ เป็นการเพิ่มความสะดวกและเพิ่มความรวดเร็ว เป็นการพัฒนา ระบบการขอใบอนุญาตที่เรียกว่า Super License ใบอนุญาตหลายประการหลายใบนั้น ต้องกราบเรียนท่านประธานครับ ในอดีตผมเคยเป็นเลขารัฐมนตรีในกระทรวงอุตสาหกรรม ก็จะมีการขอใบอนุญาตที่เขาเรียกว่าใบ ร.ง. ก็คือใบขออนุญาตประกอบกิจการโรงงาน โดยเฉพาะ ร.ง.๔ ย้อนกลับไปหลายสิบปี ฝ่ายราชการซึ่งจะต้องออกใบอนุญาตก็ถูก ภาคเอกชนตั้งข้อสังเกตว่าใบ ร.ง. ที่ว่านี้ ร.ง. หมายถึงใบอนุญาตขอประกอบกิจการโรงงาน หรือ ร.ง. ที่แปลว่ารอเงิน แต่นั่นเป็นเหตุการณ์หลายสิบปี ปัจจุบันนี้เราก็พัฒนาดีขึ้นมา โดยลำดับ ถ้าหากเรามี Timeline ที่ชัดเจนว่าใบอนุญาต ร.ง.๔ หรือ ร.ง. อื่น ๆ นั้นจะมี ช่วงเวลา Timeline ในการพิจารณาอนุมัติวัน ว. เวลา น. ที่จะแล้วเสร็จเมื่อไรอย่างไร ก็จะทำให้มีความโปร่งใสและสะดวกในการตรวจสอบมากยิ่งขึ้น🔗

ประการที่ ๓ การสนับสนุนระบบราชการที่เรียกว่าเป็นราชการในระบบดิจิทัล ในอดีตประชาชนเวลาไปติดต่อหน่วยงานภาครัฐ ที่ที่ประชาชนไปเยอะ ๆ ไม่กี่ที่ละครับ ๑. ไปติดต่องานทะเบียนราษฎร์ ๒. ไปติดต่อเรื่องที่ดิน ๓. ไปต่อทะเบียนรถ ไปเสียภาษีรถยนต์ ภาษีรถยนต์ ปัจจุบันนี้ผมยกตัวอย่าง เช่น กรมการขนส่งทางบกเขามีการให้บริการแบบ ต่อทะเบียนชนิดที่เรียกว่าขับรถผ่านไปเลื่อนล้อต่อภาษี ลดขั้นตอน และมีประสิทธิภาพ ได้ความรวดเร็ว แต่ว่าหลายหน่วยงานก็ต้องยอมรับยังไม่สามารถที่จะปรับเปลี่ยน ปรับปรุง ให้ทันสมัย เช่นถ้าเราไปติดต่อราชการต้องให้เขียนก่อนครับ คือเขียนคำร้อง คุณป้ามาช่องนี้ ป้าไปช่อง ๒ ไปเขียนคำร้องก่อน เราไปช่อง ๒ แล้วให้ไปช่อง ๓ ดีครับเราไม่ไปหนองแขม หาให้เราเขียนคำร้องครับ เราบอกว่าเรามีแต่ทำนองไม่มีคำร้องได้ไหม ทำนองก็ไม่ได้ครับ ต้องเขียนคำร้อง จะถ่ายเอกสารแต่ละครั้งเชื่อไหมครับ ต้องเดินไปอย่างน้อย ๒ ๓ กิโลเมตร แล้วถ้าจะขอภาคราชการถ่ายเอกสารให้ ต้องเขียนคำร้องอีกแล้วครับ จริง ๆ จะถ่ายเอกสาร แผ่นเดียวแต่เสียทรัพยากร เสียงบประมาณในการไปเขียนคำร้องและมีกระบวนการอนุมัติ จากผู้บริหารระดับสูง นี่ครับถ้าเราไม่ปรับแก้เราจะไปสู่ระบบราชการที่เป็นดิจิทัลได้อย่างไร🔗

ประการที่ ๔ เราจะยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ถ้าเราทำได้ เขาบอกว่ามาประเทศไทยโปร่งใสชัดเจน กระบวนการในการขอใบอนุญาต มี Timeline ที่ชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ ทุกประเทศเขาก็อยากมาลงทุน เกิดความเชื่อมั่น เมื่อมีความโปร่งใส🔗

ประการสำคัญครับ ประการที่ ๕ ก็คือการสร้างความโปร่งใส ยกเลิกขั้นตอน ที่ไม่จำเป็น แล้วก็ลดช่องโหว่การใช้อำนาจในทางที่มิชอบ นำไปสู่การบริหารที่มีธรรมาภิบาล มากยิ่งขึ้น อภิปรายโดยสรุปเห็นภาพง่าย ๆ พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็คือการเอาการอำนวยความสะดวก ขึ้นมาไว้บนดิน การอำนวยความสะดวกต้องไม่เป็นเครื่องมือในการเรียกรับผลประโยชน์ การอำนวยความสะดวกต้องไม่เป็นการเพิ่มต้นทุนในการผลิตหรือต้นทุนในการดำเนินการ ของภาคเอกชน การดำเนินการที่เป็นการอำนวยความสะดวกนั้นต้องเป็นการเสริมศักยภาพ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย ดังนั้นจึงขออภิปรายว่าการที่สภา จะสนับสนุนให้มีการตั้งกรรมาธิการเพื่อจะพิจารณาและเสนอกฎหมายเรื่องนี้อย่างชัดเจน เป็นรูปธรรมนั้นเป็นสิ่งจำเป็น และต้องทำโดยเร่งด่วนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแล้วก็เป็น การเสริมศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจไทยและคนไทย กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ที่เสนอร่าง พ.ร.บ. นี้จะใช้สิทธิในการสรุป ๑ ท่านนะครับ คือคุณวรภพ วิริยะโรจน์ หลังจากคุณวรภพ วิริยะโรจน์ ได้กล่าวสรุปแล้วก็จะมีการลงมติเพื่อว่าจะสมควรรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้หรือไม่ จึงขอเชิญสมาชิกที่อยู่ข้างนอก อยู่ในห้องกรรมาธิการ อยู่ในห้องต่าง ๆ เตรียมตัวเข้ามาเพื่อแสดงตน แล้วก็จะได้ก่อนลงมติต่อไปนะครับ ต่อไปขอเชิญคุณวรภพ วิริยะโรจน์ ครับ🔗

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็เป็นเรื่องที่น่าดีใจนะครับถ้าฟังจากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ร่วมกัน อภิปรายแล้วก็สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน ในครั้งนี้ ก็ยืนยันว่าเรื่องที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงส่วนใหญ่ก็ต้องการเห็นเป้าหมายในการ ลดการทุจริตคอร์รัปชันหรือการทำให้ลดธุรการต่าง ๆ ขั้นตอนต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชน ให้ได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งแน่นอนครับมันสื่อถึงว่านี่คือเรื่องใหญ่ นี่คือกฎหมายสำคัญที่สภาแห่งนี้ กำลังจะได้ออกกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้นะครับ แน่นอนครับนอกเหนือจากเรื่องของ ใบอนุญาตของประชาชน ก็ยังมีหลายท่านก็พูดถึงการอนุญาตในระหว่างหน่วยงานรัฐ ด้วยกันเอง อันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจที่คิดว่าถ้าเราใช้มาตรฐานที่ไม่แตกต่างกันกับประชาชน ก็ทำให้การอนุญาตระหว่างหน่วยงานรัฐกันเองทำได้รวดเร็วขึ้น และแน่นอนมันก็จะส่งผล ไปเรื่องประโยชน์ของพี่น้องประชาชนตามมา และสิ่งสุดท้ายที่อยากจะฝากพิจารณากันต่อ ในกรรมาธิการก็คือสิ่งที่ผมเคยอภิปรายไปแล้วว่าในร่างของ พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวก ที่ผมยื่นต่อสภาผู้แทนทางโน้นจะมีกลไกที่ช่วยอำนวยความสะดวกมากกว่าร่างของ ครม. ที่เสนอเข้ามา ก็คือการมีกลไก Auto Approve หรือว่ามีกำหนดระยะเวลาไว้เลยว่า เมื่อพิจารณาถึงระยะเวลาตามที่กำหนดแล้วถือว่าได้อนุญาตไปแล้วนะครับ เหตุผลหนึ่ง ที่ผมอาจจะขอย้ำอีกทีหนึ่งครับ เพราะว่าการกำหนด Auto Approve เหล่านี้ไว้แน่นอน มันคือการยืนยันว่าพี่น้องประชาชนหรือภาคเอกชนในการขอใบอนุญาตต่าง ๆ รับรู้รับทราบ ระยะเวลาที่แน่นอนในการที่จะรับใบอนุญาตตรงนั้น แล้วก็เป็นหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ ที่จะต้องดำเนินการให้พิจารณาอนุญาตต่าง ๆ ให้เสร็จสิ้นภายในตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ แน่นอนซึ่งหมายความว่าจริง ๆ แล้วระยะเวลาที่กำหนดก็เป็นระยะเวลาที่หน่วยงานรัฐนั้น ๆ เขากำหนดขึ้นมาเองว่าเขาสามารถทำได้ ก็เป็นหน้าที่ของรัฐ รัฐบาล หน่วยงานรัฐที่จะ จัดสรรทรัพยากรเพื่อให้สามารถพิจารณาอนุญาตตามที่กำหนดไว้ตามที่ได้แจ้งต่อพี่น้อง ประชาชนไว้ ก็เป็นกลไกสำคัญครับที่ยังอยากให้กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมานี้พิจารณา ในประเด็นนี้ แล้วก็ผลักดันตรงนี้ออกมาให้เป็นพี่น้องประชาชน ซึ่งแน่นอนครับถ้าเราไปถาม หน่วยงานรัฐด้วยกัน หน่วยงานรัฐก็ย่อมตอบว่า Auto Approve นั้นมีความท้าทายหรือ อาจจะไม่เหมาะสม เพราะว่าแน่นอนมันทำให้เป็นการผูกมัดหน่วยงานรัฐที่จะต้องพิจารณา ใบอนุญาตต่าง ๆ ให้เสร็จก่อนระยะเวลาที่กำหนดไว้ แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้มันควรจะเป็น ประเด็นนโยบายที่ฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายนโยบายตัดสินใจว่าเราจะยืนยันอยู่บนประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนหรือเอาบนความสะดวกของหน่วยงานของรัฐในการพิจารณาอนุญาต เมื่อไรก็ได้ ถ้าเป็นฝ่ายการเมืองเป็นเรื่องของนโยบายที่ตัดสินใจขึ้นมาแล้วว่าการที่หลัก Auto Approve คือหน่วยงานรัฐต้องพิจารณาให้เสร็จภายในระยะยาวที่กำหนด ผมคิดว่า กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมานี้ก็ควรจะพิจารณาเดินหน้ากลไก Auto Approve นี้ไปเพื่อเป็น ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของการที่ต้องมีร่างกฎหมายฉบับนี้ครับ นั่นคือการอำนวยความสะดวกใบอนุญาตต่าง ๆ ให้แก่พี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปก็จะเป็นการลงมติในวาระที่หนึ่งเพื่อจะลงมติว่าจะสมควรรับหลักการหรือไม่รับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ ก่อนจะลงมติผมก็ขอตรวจสอบ องค์ประชุมครับ ขอให้ท่านสมาชิกทุกท่านกรุณาเข้ามาในห้องประชุมครับ🔗

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิก อาจจะอยู่ในหลายห้องรวมทั้งที่ห้องอาหารด้วยนะครับ ท่านสมาชิกที่เข้ามาในห้องแล้ว กรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายภาณุ พรวัฒนา อุดรธานี

เรียนท่านประธาน ๒๗๘ แสดงตนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๗๘ แสดงตน เจ้าหน้าที่จดด้วยนะครับ ท่านสมาชิกกำลังเดินเข้ามาหลายท่านนะครับ🔗

นายรชตะ ด่านกุล นครราชสีมา

ท่านประธานครับ ๒๙๓ แสดงตนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๙๓ แสดงตน จดด้วยนะครับ🔗

นายเกรียงไกร กิตติธเนศวร นครนายก

๐๒๗ เกรียงไกร แสดงตนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๐๒๗ แสดงตนนะครับ🔗

นางสาวชญาภา สินธุไพร ร้อยเอ็ด

๐๗๐ แสดงตนค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๐๗๐ แสดงตน จดไว้นะครับ กำลังทยอยเข้ามาหลายท่านนะครับ เข้ามาแล้วกรุณากดบัตรแสดงตนเลยครับ🔗

นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สุโขทัย

ท่านประธานครับ ๐๔๖ แสดงตนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๐๔๖ แสดงตน เจ้าหน้าที่ครับจดไว้🔗

นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

๓๖๘ แสดงตนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๓๖๘ แสดงตนนะครับ🔗

นางสาวกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ระยอง

ท่านประธานคะ ๐๐๑ แสดงตนค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๐๐๑ แสดงตนนะครับ🔗

นายกาญจน์ ตั้งปอง ตรัง

ท่านประธานครับ ๐๑๖ แสดงตนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๐๑๖ แสดงตนนะครับ🔗

นางสาววรรณิดา นพสิทธิ์ ชลบุรี

๓๒๒ รายงานตัวค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รายงานตัวนะครับ🔗

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นครราชสีมา

ท่านประธาน ๒๔๓ แสดงตนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๔๓ แสดงตน จดด้วยครับ มีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้แสดงตนไหมครับ เพิ่งเข้ามาแสดงตนด้วยนะครับ กรุณาแสดงตนทุกท่านนะครับ มีท่านใดยังไม่ได้แสดงตนครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการแสดงตน ขอให้เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ เดี๋ยวเอาผลที่สมาชิกออกเสียงมารวมด้วยครับ ตอนนี้คะแนน ที่กดแสดงตน ๓๙๖ ท่าน เดี๋ยวบวกเท่าไรนะครับ มีผู้แสดงตนที่ขานชื่ออีก ๑๐ ท่าน รวมกับ ๓๙๖ ท่าน ก็เป็น ๔๐๖ ท่าน ขณะนี้มีผู้มาแสดงตนทั้งหมด ๔๐๖ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม🔗

ต่อไปก็จะเป็น การลงมตินะครับ ท่านสมาชิกอย่าเพิ่งไปไหนนะครับ จะมีการลงมตินะครับ ถ้าท่านผู้ใด เห็นว่าสมควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใดเห็นว่าไม่สมควรรับหลักการกรุณา กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ลงมติได้ครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านผู้ใดที่มีปัญหา เรื่องลงคะแนนกรุณาแจ้งและบอกชื่อด้วยนะครับ มีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ลงคะแนนครับ ถ้าไม่มีก็ปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๐๘ ท่าน เห็นด้วย ๔๐๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน ก็เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นสมควรรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้🔗

ขอเชิญเรื่อง ตั้งกรรมาธิการครับ เชิญครับ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ จำนวนกรรมาธิการ จำนวน ๓๑ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง กรรมาธิการวิสามัญ ๓๑ ท่าน ก็เป็นสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๗ ท่าน เชิญคณะรัฐมนตรี เสนอก่อนครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ คณะรัฐมนตรี จำนวน ๗ ท่าน ดังนี้ ๑. นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ๒. นางสาวณฐิณี สงกุมาร ๓. นายจุมพล นิติธรางกูร ๔. นายปณตภร จงธีรโชติ ๕. นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ ๖. นายนิธิ อธิคมเวโรจน์ ๗. นายยูนัยดี วาบา ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีนะครับ ต่อไปก็เป็นสัดส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๒๔ ท่าน ตามสัดส่วนดังนี้นะครับ พรรคประชาชน ๗ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๗ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน พรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน พรรคกล้าธรรม ๑ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคประชาชาติ ๑ ท่าน เชิญพรรคประชาชนครับ🔗

นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนพรรคประชาชน จำนวน ๗ คน ดังนี้ ๑. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ๒. นายวีรนันท์ ฮวดศรี ๓. นายปิยชาติ รุจิพรวศิน ๔. นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู ๕. นายสุรงค์ บูลกุล ๖. นายสันติธาร เสถียรไทย ๗. นายธิปไตร แสละวงศ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคเพื่อไทยครับ🔗

นางสาววิภาณี ภูคำวงศ์ ขอนแก่น

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิภาณี ภูคำวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๗ ท่าน ดังนี้ ๑. นายสุรเกียรติ เทียนทอง ๒. นางสาวขัตติยา สวัสดิผล ๓. นายประเสริฐ พัฒนผลไพบูลย์ ๔. นายวิเชียร หาญประวีณ ๕. นายธนา อัครกุญ ๖. ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร ๗. นายธนวิน สี่พร ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ🔗

นายลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคภูมิใจไทย กระผมขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่าน ดังต่อไปนี้ครับ ๑. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ๒. นายชลัฐ รัชกิจประการ ๓. นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปเป็นพรรครวมไทยสร้างชาติครับ🔗

นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ สุราษฎร์ธานี ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวน ๒ ท่าน ดังนี้ ๑. นายวิทยา แก้วภราดัย ๒. นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ครับ🔗

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอำนวยความสะดวกในการพิจารณา อนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๑ ท่าน คือท่านราชิต สุดพุ่ม ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคพลังประชารัฐครับ🔗

นายอัคร ทองใจสด เพชรบูรณ์

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอัคร ทองใจสด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วน ของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๑ ท่าน ดังนี้ครับ ท่านอนันต์ ผลอำนวย ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคกล้าธรรมครับ🔗

นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน สส. บัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม ผมขอเสนอรายชื่อของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการอำนวย ความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคกล้าธรรมดังนี้ครับ นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนาครับ🔗

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอชื่อ นายนิกร จำนง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ🔗

นายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส ปัตตานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนพรรคประชาชาติ นายอิมรอน เส็นหลีหมีน จำนวน ๑ ท่าน ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ครบแล้วนะครับ ต่อไปเชิญเลขาธิการอ่านรายชื่อครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการ แก่ประชาชน พ.ศ. .... จำนวน ๓๑ ท่าน ๑. นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ๒. นางสาวณฐิณี สงกุมาร ๓. นายจุมพล นิติธรางกูร ๔. นายปณตภร จงธีรโชติ ๕. นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ ๖. นายนิธิ อธิคมเวโรจน์ ๗. นายยูนัยดี วาบา ๘. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ๙. นายวีรนันท์ ฮวดศรี ๑๐. นายปิยชาติ รุจิพรวศิน ๑๑. นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู ๑๒. นายสุรงค์ บูลกุล ๑๓. นายสันติธาร เสถียรไทย ๑๔. นายธิปไตย แสละวงศ์ ๑๕. นายสุรเกียรติ เทียนทอง ๑๖. นางสาวขัตติยา สวัสดิผล ๑๗. นายประเสริฐ พัฒนผลไพบูลย์ ๑๘. นายวิเชียร หาญประวีณ ๑๙. นายธนา อัครกุญ ๒๐. ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัศมิ์ ทองสลวยกร ๒๑. นายธนวิน สี่พร ๒๒. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ๒๓. นายชลัฐ รัชกิจประการ ๒๔. นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ ๒๕. นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ๒๖. นายวิทยา แก้วภราดัย ๒๗. นายราชิต สุดพุ่ม ๒๘. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ๒๙. นายอนันต์ ผลอำนวย ๓๐. นายนิกร จำนง และ ๓๑. นายอิมรอน เส็นหลีหมีน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครบถ้วนนะครับ ต่อไปก็ขอความเห็นชอบในเรื่องว่าใช้เวลาแปรญัตติกี่วันครับ เชิญครับ🔗

นายวรวงศ์ วรปัญญา ลพบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๑๕ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง เสนอเวลาแปรญัตติ ๑๕ วัน มีเสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีก็เป็นไปตามนี้ แปรญัตติ ๑๕ วันครับ🔗

ต่อไปก็จะถามมติที่ประชุมว่าในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ จะใช้ฉบับใดเป็นหลักในการพิจารณา เชิญครับ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ ให้ใช้ร่าง ครม. เป็นร่างหลักในการพิจารณาครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง เสนอใช้ พ.ร.บ. ของคณะรัฐมนตรีเป็นหลัก มีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีก็จะใช้ ร่างของคณะรัฐมนตรีเป็นหลักในการพิจารณาในวาระที่สองนะครับ ระเบียบวาระที่ ๔ ได้เลื่อนมาพิจารณาร่วมกับระเบียบวาระที่ ๓ ซึ่งพิจารณาไปแล้วนะครับ ต่อไปเป็น เรื่องด่วนที่ ๕ เชิญครับ🔗

๒. ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ กระผม นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะตัวแทนวิปรัฐบาล จะขอเสนอท่านประธานให้เลื่อนวาระเรื่องด่วนที่ ๕ ออกไปก่อนนะครับ แล้วให้นำเรื่อง ที่ค้างพิจารณาในวาระ ๕.๑ เข้ามาพิจารณาต่อแทนครับ เนื่องจากเรื่องด่วนที่ ๕ เป็นเรื่องที่ ทาง ครม. ได้มีการรับไปพิจารณาแล้ว ๖๐ วันครับ แต่ได้รับทราบจากทาง ครม. ว่าร่างที่ทาง ครม. ดำเนินการอยู่ปัจจุบันยังอยู่ในชั้นการพิจารณาและกำลังเร่งรัดเพื่อนำกลับเข้ามา พิจารณาร่วมกันในสภาผู้แทนราษฎร ก็เลยอยากจะขอความร่วมมือของผู้แทนทั้งฝั่งรัฐบาล แล้วก็ฝั่งฝ่ายค้านให้เลื่อนวาระตัวนี้ออกไปก่อนเพื่อรอร่างของ ครม. มาพิจารณาร่วมกัน ขอผู้รับรองครับท่านประธาน🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง คือเลื่อนเรื่องด่วนที่ ๕ ออกไปก่อนนเพราะว่าจะรอร่างของ ครม. ไปพิจารณาพร้อมกัน ในขณะเดียวกันก็จะเลื่อน เดี๋ยวก่อนครับอย่าเพิ่งครับ เอาเรื่องนี้ก่อนมีความเห็น เชิญครับ🔗

เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตลาดพร้าว บึงกุ่ม พรรคประชาชนครับ ในฐานะที่เป็นผู้เสนอร่างนี้ครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ถูกยื่นต่อสภาเมื่อครั้งตั้งแต่วันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๖ แล้วเราก็มาอภิปรายกันเมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๗ วันนี้ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๘ กว่า ๑๒๗ วัน ที่รัฐบาลยังทำไม่เสร็จในการนำมาประกบ คือประเด็นนี้ผมข้องใจและค้างคามานานมากว่า มันติดขัดอะไร ผม สส. ภูมิ ครับ ทำเสร็จมาปีกว่า แต่ท่านรัฐมนตรีภูมิธรรมตกลงท่านจะทำ หรือไม่ทำ ร้อยกว่าวันที่ยังไม่เสร็จนี้สะท้อนอย่างยิ่งว่า พ.ร.บ. กลาโหมมีปัญหา เพราะท่าน เป็นถึงประธานสภากลาโหม ท่านต้องสั่งและกำชับได้ว่าร่างวัน ว. เวลา น. ต้องเสร็จ ห้วงเวลาใด แต่ทำไมปล่อยให้ล่วงเลย ถ้าหากยังจำกันได้ร่างนี้จะนำไปสู่การปฏิรูปกองทัพ ชวนย้อนกลับไปคิดตั้งแต่ห้วงของการเลือกตั้งหาเสียง พรรครัฐบาลท่านก็พูด พรรคผมก็พูด แต่วันนี้เดี๋ยวเลื่อน ๆ มันสะท้อนซึ่งความไม่จริงใจและขาดซึ่งการรับผิดชอบต่อคำพูด ต่อพี่น้องประชาชน ผมผิดหวังเป็นอย่างยิ่งในการที่เลื่อนแล้วเลื่อนอีก เอาละครับถ้าวันนี้ จะเลื่อนกันผมขอฝากท่านประธานถามไปยังฝ่ายรัฐบาลจะเลื่อนเป็นวันไหน เวลาไหน กำหนดให้ชัดแจ้ง แล้วบันทึกให้มันศักดิ์สิทธิ์ไปเลยว่านี่จะเป็นการเลื่อนขั้นสุดท้าย แล้วกลับมาแน่ ๆ วันไหน วัน ว. เวลา น. ต้องชัดเจน เรียนท่านประธานประเด็นนี้ครับ ขอทราบความชัดเจนว่ากี่วัน กลับมาวันไหนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข เจ้าของญัตติเดิมก็ขอทราบจากรัฐบาลว่าจะเลื่อนไปเสนอพร้อมกับ คณะรัฐมนตรีได้เมื่อไร เชิญท่านรัฐมนตรีมนพรครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะวิปของคณะรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ว่าตามที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับของกระทรวงกลาโหม แล้วก็ได้อนุมัติให้คณะรัฐมนตรีไปพิจารณาก่อนที่ประชุมจะมีการลงมติในวาระที่หนึ่ง ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๘ นั้น คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคมปี ๒๕๖๗ แล้วก็ได้ส่งคืนร่างนี้ได้แจ้งให้ความเห็นรัฐมนตรีว่าร่างพระราชบัญญัติเป็นเรื่องที่จะต้อง มีการปรับปรุงโครงสร้าง ซึ่งการปรับปรุงโครงสร้างไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ไม่ใช่พูดกันแค่บอกว่า จะเสร็จวันไหน ชั่วโมงไหน แต่ว่ามันเป็นการบริหารราชการของกระทรวงกลาโหม และองค์ประกอบทั้งหมดของกระทรวงกลาโหมค่ะ ซึ่งการปรับปรุงในเชิงหลักการ ทางคณะรัฐมนตรีแล้วก็กระทรวงกลาโหมมีความเห็นว่าถึงจะใช้เวลาแล้วก็ความรอบคอบ ให้ความเห็นทุกฝ่ายที่จะเกิดประโยชน์กับนโยบายของการปฏิรูปที่หลายท่านได้มีความห่วงใย โดยเฉพาะเรื่องของในเชิงหลักการแล้ว ความรอบคอบก็คือจะนำมาซึ่งกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ ในการปฏิรูปของกระทรวงกลาโหมค่ะ ประกอบกับขณะนี้หลังจากมีร่างของ ครม. ๑ ฉบับแล้ว ก็ยังมีร่างของกระทรวงกลาโหม ซึ่งขณะนี้ร่างของกระทรวงกลาโหมได้ผ่านการพิจารณาของ สภากลาโหมไปเรียบร้อยแล้วนะคะ แล้วก็เห็นบอกว่าจะต้องมีการชะลอร่างนี้ส่งให้กฤษฎีกา แล้วก็ทบทวนถึงความคิดเห็นต่าง ๆ แล้วก็หนังสือเวียนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ก็ขออนุญาตว่าร่างของ พ.ร.บ. กระทรวงกลาโหมจะเร่งรัดแล้วก็จะส่งกลับมาให้สภา พิจารณาอย่างเร็วที่สุดค่ะ ซึ่งกฎหมายหลายฉบับที่เรามองเห็นว่าถึงแม้ก่อนที่จะมี การลงมติรับหลักการในวาระที่หนึ่ง แต่ถ้ากฎหมายฉบับนั้นยังไม่มีความสมบูรณ์ สมาชิก มีความเห็นแตกต่างกันจำนวนมากเราก็ไม่ควรจะเร่งรีบ เพราะกฎหมายนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะ กระทรวงกลาโหม แต่มีผลบังคับใช้ต่อพี่น้องประชาชนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าทางดิฉันเอง ทางท่านรองนายกรัฐมนตรีภูมิธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็ได้ตอบกลับมาท่านเร่งรัดอยู่แล้ว แล้วสภากลาโหมก็ให้ ความเห็นในเรื่องของร่างจากกระทรวงกลาโหมไปแล้วนะคะ แต่ว่าในเรื่องของกระทรวง กลาโหมแล้วก็ร่างของ ครม. นี้จะต้องมีความสอดคล้องกันเพื่อให้เป็นประโยชน์สูงสุด ต่อการตัดสินใจต่อการพิจารณาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในโอกาสต่อไปค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านรัฐมนตรี เชิญคุณธนเดชครับ🔗

เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ กระผม เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตลาดพร้าว บึงกุ่ม พรรคประชาชน ท่านประธานที่เคารพคือผมว่าไม่โอเคมาก ๆ เลยกับการที่ท่านรัฐมนตรี ไม่สามารถตอบวัน ว. เวลา น. ที่ชัดแจ้งให้กับสภาแห่งนี้ได้ คือผมว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่นะครับ จริงอยู่ว่าร่างนี้มีความละเอียดอ่อน มีการบังคับใช้ที่กว้างขวาง และจะเปลี่ยนแปลง หลาย ๆ อย่างในกองทัพ แต่ความเป็นรัฐบาล ความเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ความเป็นประธานสภากลาโหมนะครับ ท่านไร้ซึ่งอำนาจในการกำหนดวันขนาดนี้เลยหรือ ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีภูมิธรรมว่าวันนี้ท่านเป็นรัฐมนตรีหรือเป็น ผู้ช่วย ผบ. เหล่าทัพ สั่งง่าย ๆ วัน ว. เวลา น. ให้ชัดแจ้ง จริง ๆ ๔ เดือนนี้ก็มากพอแล้ว ที่จะกำหนดวันเวลาได้ แต่ไม่เป็นอะไรครับผมช่วยกัน แต่ว่าท่านต้องตอบให้ได้อย่างน้อย ท่านจะกลับมาตอบผมวันไหนว่าจะเข้ามาสู่เมื่อไร นี่ผมขยายขยับให้เรานะ อย่างน้อย ต้องตอบวัน เวลา ผมให้ได้ ท่านพร้อมจะกลับมาตอบผมได้วันไหนว่าร่างนี้จะใช้เวลากี่วัน ของกระทรวงกลาโหมถึงจะสำเร็จ ของรัฐบาลถึงจะแล้วเสร็จแล้วเอาเข้ามาสู่สภา ตอบผม ได้เมื่อไร วอนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คุณธนเดช สิ่งที่คุณธนเดชต้องการเพียงว่าจะมาตอบเมื่อไรใช่ไหมครับ ไม่ได้หมายความว่า จะนำมาเสนอเมื่อไรใช่ไหมครับ มาตอบแล้วก็อาจจะเสร็จแล้วมาที่นี่อีกทีหนึ่งใช่ไหมครับ🔗

เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ เดิมทีผมต้องการวันเวลาที่ชัดแจ้ง🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ใช่ครับ อันนี้ เอาไว้ในขั้นตอนหนึ่ง เพราะท่านรัฐมนตรีต้องไปตรวจสอบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวง กลาโหมใช่ไหมครับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะเสร็จเมื่อไร แต่ว่าจะมาตอบท่านอีกครั้งหนึ่ง ว่าเมื่อไร อาจจะตอบส่วนตัวก็ได้นะครับ🔗

เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข กรุงเทพมหานคร

อยากให้ตอบตรงนี้ครับ จะได้บันทึกเอาไว้เป็นหลักฐานที่ชัดแจ้ง เป็นที่ประจักษ์ต่อพี่น้องประชาชน ว่าความจริงใจ ในการทำร่าง พ.ร.บ. ในการปฏิรูปกองทัพยังมีอยู่หรือว่าเก็บลงกระเป๋าไปหมดแล้วครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ ท่านรัฐมนตรีไม่ได้เสนอร่างเข้ามานะครับ เพียงแต่ว่าความคืบหน้าเรื่องนี้เมื่อไรจะมาบอก คุณธนเดชและสภาได้นะครับ ท่านรัฐมนตรีอาจจะยังไม่ได้คำตอบนะครับ เพราะว่าไม่ใช่ เรื่องของกระทรวงของท่าน เอาอย่างนี้ครับเพื่อจะได้เดินรุกหน้าต่อไปก็มอบหมายให้ รัฐมนตรีไปสอบถาม เมื่อไรที่ชัดเจนท่านจะมาตอบ เชิญคุณธนเดชสั้น ๆ ครับ🔗

เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตลาดพร้าว บึงกุ่ม พรรคประชาชน เอาแบบนี้ครับท่านประธาน ผมใจกว้างพอเพราะผมทำเสร็จนานแล้ว อาทิตย์หน้ามาตอบผมได้ไหมครับว่าร่างนี้จะกลับเข้าเมื่อไร🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อาทิตย์หน้า สั้นไปหน่อยไหมครับ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีจะต้องไป🔗

เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข กรุงเทพมหานคร

ผมขอถามแค่นี้พอว่า อาทิตย์หน้าจะกลับมาตอบวัน ว. เวลา น. ที่ร่างนี้จะแล้วเสร็จได้เมื่อไร อันนี้ชัดเจนนะครับ นี่ผมช่วยสุด ๆ แล้ว ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อาทิตย์หน้า มาตอบหรือครับ🔗

เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข กรุงเทพมหานคร

ได้ไหมครับท่านรัฐมนตรี สะดวกไหมครับ เรียนถามท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรี คือยังไม่ได้ข้อมูลมาผมก็เข้าใจ ผมก็เข้าใจคุณธนเดชด้วยนะครับ เข้าใจท่านรัฐมนตรีด้วย เพราะว่าอาจจะประชุม ครม. นอกสถานที่อะไรนะครับ เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีไปขอใช้เวลา เพื่อจะมาตอบอีกสักครั้งหนึ่งว่าได้เมื่อไร สัก ๒ สัปดาห์ได้ไหมครับท่านรัฐมนตรี ท่านจะได้ ไปหาข้อมูล มาตอบว่าจะได้เมื่อไรเท่านั้นนะครับ โอเคนะครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาอย่างนี้ก่อน เดี๋ยวฟังเสียงท่านรัฐมนตรีพยักหน้าว่า ๒ สัปดาห์ก็จะมาตอบความคืบหน้าเรื่องนี้ว่าจะได้ เมื่อไรนะครับ โอเคครับ ได้ครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับเนื่องจากว่า เรามีการเสนอญัตติเพื่อขอเลื่อนการพิจารณาวาระนี้ ซึ่งพวกผมเองถึงแม้จะไม่เห็นด้วย แต่ว่าถ้าฟังด้วยเหตุและผลเห็นว่ามีความจำเป็นเราก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างไรนะครับ แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ เวลาเลื่อนนี้มันจะค้างอยู่ในวาระ ฉะนั้นสิ่งที่ท่านธนเดช เสนอนี้ต้องขอประทานโทษท่านประธานจริง ๆ ว่าเมื่อค้างอยู่ในวาระสัปดาห์หน้าวาระนี้ ก็ยังอยู่ ฉะนั้นนี้อย่างน้อยที่สุดท่านธนเดชไม่ได้เสนออะไรที่ผิดไปจากวาระเลยครับ ก็คือว่า สัปดาห์หน้าเมื่อถึงวาระนี้เราขอคำตอบเบื้องต้นได้ไหม ซึ่งท่านอาจจะกลับไปบอกสัปดาห์หน้า กลับมาบอกวันนี้ได้รับคำตอบมาแบบนั้นแบบนี้ หรือท่านภูมิธรรมอาจจะกรุณามาตอบเอง ก็ได้ ฉะนั้นยังอยากขอว่าเป็น ๑ สัปดาห์ก่อนเพราะวาระมันอยู่อยู่แล้ว มิฉะนั้นสัปดาห์หน้า พวกผมก็ต้องถามอีก ส่วนเมื่อมาตอบสัปดาห์หน้าตอบได้เมื่อไร อย่างไรนั้นพวกผมก็แล้วแต่ การพิจารณาของทางคณะรัฐมนตรีครับ แต่ยังอยากคงไว้สัก ๑ สัปดาห์ ก็ต้องขอรบกวน ท่านประธานอยากให้ท่านประธานแจ้งแบบนี้กับทางตัวแทนของรัฐบาลน่าจะเป็นประโยชน์ ต่อสภาที่สุดครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือตามที่ได้รับ การประสานจากวิปก็อยากจะขอเลื่อนวาระขึ้นมาพิจารณาก่อน คำว่า เลื่อนขึ้นมา พิจารณาก่อน ก็หมายความว่าร่างพระราชบัญญัติแก้ไข พ.ร.บ. กลาโหมก็ยังอยู่นะครับ แต่เสนอว่าจะขอพิจารณาขึ้นมาก่อน ๒ ฉบับ คือ ๕.๑ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วอีกฉบับหนึ่งเลื่อนทีเดียวเลย แต่ว่าจะไล่มา ตามแต่ละฉบับ ๕.๒ ร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์โคนม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จะพิจารณารวมกับ ๕.๖ ผมเข้าใจว่าเลื่อนทีเดียว ๒ ฉบับนี้เพื่อให้ฉบับนั้นจะได้เข้ามา ซึ่งมิได้หมายความว่าร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดินขอถอนไป หรือตก ยังอยู่ครับ แต่ต้องพิจารณา ๒ ฉบับนี้ให้เสร็จก่อนนะครับ เชิญคุณปกรณ์วุฒิครับ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะวิปฝ่ายค้าน ผมขอเรียนท่านประธานแบบนี้ครับ ผมคิดว่าผมอยากจะขอความกรุณา ท่านประธาน จริง ๆ แล้วหลัง ๆ ท่านประธานก็มีดำริถ้าเป็นส่วนของสภาผู้แทนราษฎรเอง เวลากรรมาธิการมาขอขยายเวลาท่านประธานก็กำชับทุกครั้งว่าควรใช้เวลาอย่างคุ้มค่า ให้เป็นประโยชน์ ใน พ.ร.บ. ระเบียบราชการกลาโหม ทาง ครม. ได้ขอรับไปพิจารณาแล้ว ๑ รอบ และนำกลับมาแล้ว ไม่ใช่เพิ่งนำกลับมาแล้วเพิ่งบรรจุ คือนำกลับมาสักระยะหนึ่งแล้ว เพียงแต่ว่ามันยังไม่ได้เข้าวาระ เพราะมีเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วมาคั่นเพื่อต้อง พิจารณาก่อนหลายฉบับนะครับ ดังนั้นผมคิดว่าผมขอความกรุณาท่านประธานให้กำชับว่า อย่างน้อย ๆ ๑ สัปดาห์ข้างหน้า วันพุธหน้าเราจะต้องเลื่อนอีกครั้งแน่ ๆ แต่ขอความชัดเจน ไม่อย่างนั้นมันนานเกินไปครับท่านประธาน ไม่อย่างนั้นก็กลายเป็นว่าฝ่ายบริหารก็ปล่อยให้ สภาต้องเลื่อนวาระต่าง ๆ ได้ไปเรื่อย ๆ เรามีอยู่แล้วนะครับคิวก่อนหน้านี้เรื่องด่วนที่ ๑ คาอยู่หลายเดือนมากแล้วนะครับ แล้วผมก็อยากได้ความมั่นใจว่าร่างนี้จะไม่เป็นเช่นนั้น ก็อยากได้คำตอบในสัปดาห์หน้าให้ชัดเจนเลยครับว่าจะใช้เวลากี่วันในการที่จะนำร่างของ ครม. กลับมาประกบอีกครั้ง ขอความกรุณาท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คิดว่าคงไม่ใช่ เป็นปัญหาอะไรนะครับ เพราะเพียงแค่มาบอกว่าจะนำมาเสนอเมื่อไรนะครับ เพราะว่า เอาไปดูคุยกันคราวหน้ามาบอกว่าเมื่อนั้นเมื่อนี้ก็ได้ แต่ว่าคราวหน้ามาบอกเท่านั้น พ.ร.บ. นี้ ยังอยู่นะครับยังอยู่ ต้องพิจารณา ๒ ฉบับไปก่อนครับ เชิญครับ🔗

เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน กระผม เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลาดพร้าว บึงกุ่ม พรรคประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากได้ยินคำตอบจากตัวแทนคณะรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ด้านหน้า บัลลังก์ว่าสัปดาห์หน้าท่านจะตอบได้หรือไม่ คือคำถามนี้ผมถามมาห้วงเวลาสั้น ๆ ประมาณ ๓ ๔ นาทีแล้ว แต่ว่าท่านรัฐมนตรียังไม่ได้ตอบเลยว่าจะได้หรือไม่ได้ ผมอยากได้ยินคำรับปาก การให้ความสำคัญกับสภาแห่งนี้ การให้ความสำคัญกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จากตัวแทน คณะรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ ได้ ไม่ได้ ท่านก็พูดมาเลยครับ หรือท่านจะโทรหาท่านรัฐมนตรีภูมิธรรม สักครู่หนึ่งผมก็ยินดี ผมรอได้ เพราะอยากได้ยินคำตอบหรือคำรับปากจากท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธาน🔗

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ เรื่องพระราชบัญญัติฉบับนี้ต้องเรียนว่าไม่ใช่ฝ่ายรัฐบาลนิ่งเฉยนะครับ ต้องเรียน ท่านว่าเมื่อต้นปีนี้ผมก็ไปติดตามที่สำนักปลัดกระทรวงกลาโหมเพื่อไปพบท่านรัฐมนตรี ภูมิธรรม ก็ได้ถามท่าน ท่านก็บอกเรื่องนี้ได้ส่งกลับไปสภากลาโหมเพื่อให้ส่งกลับเข้ามา ดังนั้นเรื่องที่ท่านเป็นห่วงว่าอาทิตย์หน้าตอบไม่ได้นี่ผมรับจะไปประสานให้มาตอบ เพื่อจะ ตอบให้ได้ว่าจะนำกลับเข้ามาเมื่อไร ผมว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ครับมันควรจะจบได้ แล้วก็ดำเนินการ ประชุมสภาต่อไปครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านประธานวิปมากครับ ก็โอเคเราก็ดำเนินไปตามนี้นะครับ โดยถือว่าได้มีการเสนอให้เลื่อน ระเบียบวาระ พ.ร.บ. กลาโหม ไปพิจารณาภายหลังนะครับ โดยขอเลื่อนระเบียบวาระที่ ๕.๑ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... รวมกับวาระที่ ๕.๒ ถ้าไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็จะพิจารณา ๕.๑ ก่อน เชิญคุณปกรณ์วุฒิครับ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะวิปฝ่ายค้าน ก็ตามที่ทางเจ้าของร่าง สส. ธนเดช ได้กล่าวไปนะครับ แล้วก็ทาง ท่านประธานวิปได้รับปากผมก็ขอบคุณมากนะครับ ก็ยืนยันว่าเดี๋ยวสัปดาห์หน้าขอให้มี การรายงานความคืบหน้าว่าร่างนี้จะมาเมื่อไรนะครับ ขอบคุณท่านประธานวิปมากนะครับ ก็ตามนี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คุณปกรณ์วุฒิครับ ต่อไปก็จะเป็นการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องค้างพิจารณานะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา🔗

๑. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กับคณะ เป็นผู้เสนอ (ในระเบียบวาระที่ ๕.๑)🔗

ด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างพระราชบัญญัติมายังสภา ผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ (๒) ซึ่งสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรได้จัดทำรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายเพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ วรรคสอง และประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการรับฟังความคิดเห็น วิเคราะห์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากร่างบัญญัติที่เสนอ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ ดังรายละเอียด ปรากฏตามเอกสารที่ได้วางให้สมาชิกแล้ว ต่อไปขอเชิญคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กับคณะ เสนอหลักการและเหตุผลครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมขอเปิด การอภิปรายครั้งนี้ด้วยการตั้งคำถามไปยังเพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่าน ผมอยากได้คำ ๑ คำ ที่เพื่อนสมาชิกเห็นถึงหลักการสาระที่สำคัญที่สุดของร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน ฉบับนี้ว่าท่านนึกถึงคำว่าอะไรครับ สำหรับผมหลาย ๆ ท่านอาจจะนึกถึงคำว่า ที่ดิน อาจจะ นึกถึงคำว่า กรรมสิทธิ์ที่ดิน อาจจะนึกถึงคำว่า การพัฒนาที่ดินที่ประชาชนใช้สอยประโยชน์ ร่วมกัน แต่สำหรับผมในฐานะผู้เสนอร่างผมไม่ได้นึกถึงคำว่า ที่ดิน เป็นหลัก ผมนึกถึงคำว่า การกระจายอำนาจ การเพิ่มอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปแก้ไขปัญหา หน้าบ้านให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่านได้ส่งข้อหารือเข้ามายังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้หลาย ๆ เรื่องครับ เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาถนนหนทางในการสัญจร ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การลอกท่อ การจัดการปัญหาขยะ การแก้ไขปัญหาการลักลอบ การทิ้งขยะและการเผาขยะข้างทาง ที่หลาย ๆ ครั้งครับ ยกตัวอย่างแค่ปัญหาขยะ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นจะเข้าไปเก็บขยะในที่ดินรกร้างว่างเปล่าต่าง ๆ เหล่านั้นยังทำไม่ได้ ทำไม่ได้เพราะเป็นที่ดินเอกชนหรือเป็นที่ดินของหน่วยงานอื่นที่ท้องถิ่นเกรงว่า กลัวว่า ถ้าเข้าไปจัดการบนที่ดินต่าง ๆ เหล่านั้นแล้ว เขาจะถูกฟ้องร้องตามกลับมาภายหลัง ยังมี ปัญหาเรื่องไฟส่องสว่างต่าง ๆ ในชุมชน ถนนหนทางต่าง ๆ ที่ท้องถิ่นยังเข้าไปจัดการไม่ได้ ปัญหาหน้าบ้านต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าทุกท่านลองไปสืบค้นในระบบของสภาผู้แทนราษฎรเรามี ข้อหารือที่ยังค้างยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เป็นร้อย ๆ เป็นพัน ๆ เรื่องครับ ที่เพื่อนสมาชิก ทุกท่านโดยเฉพาะแบบแบ่งเขตที่เสนอเข้ามาทั่วทั้งประเทศเป็นปัญหาหน้าบ้านของพ่อแม่ พี่น้องประชาชน แต่ทุกวันนี้ยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมอยากนำเรียน ท่านประธานสอบถามเพื่อนสมาชิกทุกท่านว่า ท่านคิดว่าหน่วยงานที่อยู่ใกล้ชิดพ่อแม่พี่น้อง พี่น้องประชาชนมากที่สุด และควรจะต้องเป็นหน่วยงานที่เข้าไปแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้กับ พ่อแม่พี่น้องประชาชนควรจะเป็นรัฐ ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค หรือจริง ๆ ควรจะเป็น ท้องถิ่น เป็น อบต. เป็นเทศบาล เป็น อบจ. ที่อยู่ใกล้ชิดกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนมากที่สุด และประชาชนเป็นคนเลือกมากับมือกันแน่ครับ🔗

ดังนั้นสำหรับสาระสำคัญของการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้ ผมเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องของที่ดินครับ แต่เป็นเรื่องของการเพิ่มอำนาจให้กับท้องถิ่นนั่นเอง ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกที่จะลุกขึ้นอภิปรายต่อจากนี้ต่อจากผม ผมเชื่อว่าจะเป็น ตัวอย่างที่สำคัญที่จะทำให้ประชาชนทางบ้านที่กำลังติดตามฟังการอภิปรายครั้งนี้ตระหนักรู้ และเห็นถึงความสำคัญของการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ว่าจะเป็นกฎหมายที่ช่วยแก้ไขปัญหา ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนจริง ๆ ปัญหาหน้าบ้านที่ทุกท่านประสบพบเจออยู่ทุก ๆ วัน แต่สภาผู้แทนราษฎรของพวกเรายังไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับพวกเขาได้ผ่านกลไก การตั้งข้อหารือในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ ดังนั้นสิ่งที่ผมอยากจะส่งข้อเรียกร้องไปยัง เพื่อนสมาชิกทุกท่านผ่านท่านประธานไปครับ ผมอยากจะให้เพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะ จากฝั่งรัฐบาล อยากจะให้ท่านตระหนักรู้ถึงสาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ ไม่อยากจะให้ ท่านลงมติโหวตตามความคิดเห็นของกรมที่ดินที่เขาได้แสดงความเห็นในที่ประชุมวิปรัฐบาล มาแล้วว่าอยากให้คว่ำร่างประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้ ผมอยากให้ทุกท่านตระหนักรู้ ว่าสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้สามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ของท่าน ได้ด้วยเช่นเดียวกัน แบบที่พรรคประชาชนเราเคยโหวตสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. จัดสรรที่ดิน ของท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ที่แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในโครงการหมู่บ้านจัดสรร ทั้ง ๆ ที่ร่างของท่านธีรรัตน์ถูกคัดค้านจากกรมที่ดินเช่นเดียวกัน เพราะมีบทบัญญัติที่ไปเพิ่ม อำนาจให้ท้องถิ่นเข้ามาบริหารจัดการปัญหาในโครงการหมู่บ้านจัดสรร และกรมที่ดิน ก็ให้ความเห็นคล้าย ๆ กับประมวลกฎหมายที่ดินของผมครับ กรมที่ดินให้ความเห็นว่า การไปเพิ่มอำนาจให้กับท้องถิ่นอาจจะทำให้เกิดปัญหาความทับซ้อนในเรื่องของอำนาจ ที่มีหน่วยงานอื่นจัดการเรื่องโครงการหมู่บ้านจัดสรรอยู่แล้ว ประมวลกฎหมายที่ดินนี้ ก็เช่นเดียวกัน ผมตั้งใจเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่อเพิ่มอำนาจให้กับท้องถิ่นเข้าไปจัดการ แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ แต่กรมที่ดินก็คัดค้านมีข้อกังวลในเรื่องของกรรมสิทธิ์ที่ดิน และกังวลในเรื่องของความทับซ้อนกับอำนาจของหน่วยงานอื่นอีกเช่นเดียวกัน ดังนั้นสิ่งที่ผม อยากจะเรียกร้องสื่อสารถึงเพื่อนสมาชิกทุกท่านรวมถึงฝั่งรัฐบาลโดยเฉพาะ ผมอยากให้ ทุกท่านโหวตด้วยเจตจำนง โหวตด้วยจิตสำนึกของความเป็นผู้แทนราษฎร ที่ทุกท่านเป็น ผู้แทนราษฎรได้รับฟังปัญหา ประชาชนมีปัญหาอะไรนึกถึงท่านก่อนคนแรก ไม่ได้ไปนึกถึง อธิบดี ไม่ได้ไปนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่าง ๆ แต่นึกถึง สส. ในพื้นที่ก่อนเป็นลำดับแรก ผมอยากจะให้ทุกท่านโหวตรับหลักการร่างกฎหมายฉบับนี้แล้วไปถกเถียงกันในประเด็น รายละเอียดอื่น ๆ ในชั้นกรรมาธิการวาระที่สองครับ แต่ก่อนที่จะไปพูดถึงวาระที่สอง ผมอยากจะยืนยัน ๓ เรื่องด้วยกันที่เป็นข้อกังวลที่พวกเราได้รับฟังข้อคิดเห็นมา ได้รับฟัง เสียงสะท้อนมาว่าการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้จะสร้างผลกระทบอะไร ที่ทุกท่านมีข้อกังวลอยู่บ้าง ๓ เรื่องนั้นก็คือการรับประกันในการคุ้มครองเจ้าของกรรมสิทธิ์ ที่ดินเดิมครับ🔗

ประการแรก เราเขียนบทบัญญัติไว้อย่างชัดเจนมากว่าการที่ให้ท้องถิ่นเข้าไป ปรับปรุงสภาพที่ดินเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนตามร่างแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้จะเป็น การแก้ไขเป็นการชั่วคราว ไม่เป็นการกระทบกรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่ดินเดิม เพราะฉะนั้น ประการแรกครับ รับรองเรื่องกรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่ดินเดิมว่าไม่กระทบแน่นอน🔗

ประการที่ ๒ สิ่งที่ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้รับประกัน ก็คือการคุ้มครองว่าจะ ไม่มีผู้บุกรุกไปยังที่ดินของเจ้าของที่ดินนั้น ๆ ในบทบัญญัติในประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้ เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าท้องถิ่นจะสามารถเข้าไปทำได้ก็ต่อเมื่อเจ้าของที่ดินมิได้หวงกัน คำว่า มิได้หวงกัน แปลว่าถ้ามีเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินออกมาแสดงความเห็นคัดค้านไม่อยากจะให้ ท้องถิ่นเข้าไปทำ ท้องถิ่นก็ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นประการที่ ๒ รับประกันสิทธิคุ้มครองแน่นอน ว่าจะไม่มีการบุกรุกที่ดินโดยเจ้าของที่ดินไม่ยินยอม🔗

ประการที่ ๓ คือในเรื่องของการคุ้มครองว่าจะไม่ทำให้ที่ดินนั้น ๆ เสียหาย หลาย ๆ ท่านอาจจะมีข้อกังวลว่าถ้าเข้าไปทำแล้วจะต้องมีการขุดที่ดิน มีการก่อสร้าง โครงสร้างถาวร มีการลงเสาเข็มจะทำอย่างไร ทำให้ทรัพย์เจ้าของที่ดินเสียหายหรือไม่ ในประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้วรรคท้ายมีการเขียนบทบัญญัติไว้อย่างชัดเจนมากว่าวิธีการ ในการปรับปรุงสภาพที่ดินต่าง ๆ เหล่านั้นให้เป็นไปตามกฎหมายลำดับรองที่อธิบดีกรมที่ดิน กำหนด แปลว่าอะไรครับท่านประธาน อธิบดีมีอำนาจอยู่ในการที่จะควบคุมการเข้าไป ปรับปรุงสภาพที่ดินของท้องถิ่นว่าสามารถทำอะไรได้บ้างที่จะไม่เป็นการทำให้ที่ดินนั้น เสียหายถาวรแก่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินเดิม ดังนั้นข้อกังวลหลาย ๆ เรื่องที่ผมได้ยินเสียง สะท้อนมาอยากจะให้เพื่อนสมาชิกมีความเข้าใจที่ตรงกันว่าร่างฉบับนี้คุ้มครองสิทธิเจ้าของ ที่ดินถึง ๓ ประการด้วยกัน ก็คือเรื่องกรรมสิทธิ์ การไม่บุกรุก และไม่ทำให้เสียทรัพย์🔗

ดังนั้นสิ่งที่ผมอยากจะสรุปในการเปิดการอภิปรายครั้งนี้ อยากจะให้ เพื่อนสมาชิกทุกท่านลองติดตามฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกอีกหลาย ๆ ท่านต่อจากนี้ แล้วทุกท่านจะเห็นว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ของท่าน ได้จริง และผมก็ยังหวังว่าการลงมติรับหลักการในร่างประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้นั้น ทุกท่านยังมีโอกาสที่จะกลับมติวิปรัฐบาลเพื่อที่จะรับหลักการร่างประมวลกฎหมายที่ดิน ในฉบับนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อเพื่อจะขออภิปรายทั้งหมด ๒๐ ท่าน จากพรรคฝ่ายค้าน ๑๙ ท่าน พรรครัฐบาล ๑ ท่าน ก็ยังเปิดโอกาสให้มาลงชื่อสำหรับผู้ประสงค์จะอภิปราย ได้สัก ๑๐ นาทีนะครับ ๑๓.๒๐ นาฬิกา เราก็จะปิดเสนอรายชื่อนะครับ ช่วงนี้ก็จะเป็น การอภิปราย เนื่องจากว่าทางพรรคฝ่ายค้านจำนวนมากก็อยากจะให้ทางพรรคฝ่ายค้าน อภิปรายสัก ๓ ท่าน แล้วก็มาพรรครัฐบาล ๑ ท่านนะครับ ท่านแรกขอเชิญคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายสนับสนุน แล้วก็จริง ๆ แล้วถือว่าเป็นคนแรกนะครับ ก็เลยอยากวางหลักวางเกณฑ์อะไรสักหน่อย เพื่อความเข้าใจของหลาย ๆ ท่าน ผมก็เป็นผู้แทนแบบเขตครับท่านประธานที่ก็มีปัญหา อยู่ร่ำไป ตั้งแต่เป็นมา ๕ ปี ๖ ปีก็มีการร้องเรียนประชาชนเยอะแยะครับ สส. มาซ่อมถนน ให้หน่อย โน่น นี่ นั่น ก็ต้องยืนยันไปหลายครั้งว่าไม่มีงบประมาณ หลายครั้งก็ต้องทนควัก กระเป๋าตัวเองครับ อย่างการซื้อยางมะตอยไปโรย อย่างในชุมชนสองร้อยห้องเหมือนหลุมดำ เลยครับท่านประธาน อยากให้ทาง อว. ไปพิสูจน์ครับ อาจจะเป็นหลุมดำที่อยู่ในประเทศไทย ก็ได้ครับ ไม่ได้อยู่ในอวกาศอย่างเดียว เพราะเทไปเท่าไรสักเดือนหนึ่งก็พัง ๆ เรื่อย ๆ ครับ บอกให้ กทม. ไปซ่อมก็ไม่ได้เพราะว่าเป็นที่ของเอกชนนะครับ ซึ่งในบริเวณนั้นมันเป็น ตึกแถวที่มันทำแล้วมันอยู่นานมากครับ จนเจ้าของที่เป็นเจ้าของเขาหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ แต่คือก็ยังเป็นบ้านที่เป็นกรรมสิทธิ์ของคนหลาย ๆ ท่านอยู่ ยกเว้นแต่ตรงส่วนที่เป็นถนน เท่านั้นครับ ผมเชื่อว่าจะมีเพื่อนสมาชิกขึ้นมาบ่นอย่างนี้เยอะอย่างที่หัวหน้าพรรคของผม ได้พูดไปครับเรื่องหารือส่วนใหญ่ผมกล้าพูดเลยครับใน กทม. ๖๐ เปอร์เซ็นต์เป็นเรื่อง เกี่ยวกับเรื่องนี้หมด ดังนั้นผมจะขออภิปรายในฐานะที่เป็นนักกฎหมายเก่าด้วย ในการวางหลัก ให้ทำความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกและประชาชนกันก่อนครับ ในอันดับแรกกฎหมายฉบับนี้ มันเป็นกฎหมายที่เรียกว่าเป็นกึ่งมหาชนใช่ไหมครับ เพราะมันมีการใช้อำนาจจากรัฐเข้าไป แทรกแซงกรรมสิทธิ์ของประชาชนด้วย กฎหมายมหาชนอยากให้เพื่อนสมาชิกพอพิจารณา อันนี้ใส่ความเป็นผู้แทนราษฎรอย่างที่ท่านหัวหน้าพรรคได้พูดและบอกว่าอันนี้เราทำเพื่อ ประโยชน์ของสาธารณะเป็นที่ตั้งในส่วนหนึ่งด้วย แต่เราก็จะไม่ละเลยความเป็นเอกชนของ กฎหมายนี้ครับ ในเรื่องของกรรมสิทธิ์ที่ในบทบัญญัติก็ชัดเจนว่ามีสิทธิให้หวงกันได้เป็นต้น จะมาพูดกันครับว่าเรื่องของกรรมสิทธิ์หรือกรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นมาอย่างไรนะครับ ท่านประธาน เอาแต่ก่อนเดิมทีเลยคนสมัยก่อนยุคหินเขาเป็น Collective หมดก็คือเป็น สังคมนิยมก็คือทุกอย่างมันใช้สอยร่วมกันหมดครับ เราเพิ่งมารู้จักกรรมสิทธิ์กันมา ไม่กี่ร้อยปีมานี้ที่เป็นจริง ๆ จัง ๆ นะครับ แต่ก่อนในยุคกลางหรือในประเทศไทยเองก่อน ร.๕ มันก็เป็นของพระมหากษัตริย์หมดใช่ไหมครับที่ดิน เราเลยเรียกว่าพระเจ้าแผ่นดิน ใช่ไหมครับ การมีกรรมสิทธิ์เกิดขึ้นตามกฎหมายแบบฝรั่งก็เริ่มเดิมทีมาจากปรัชญาเมธี ๓ ท่าน ผมจะไล่เรียงให้ฟังครับ แล้วเราจะเห็นภาพชัดเจนว่าจริง ๆ แล้วกรรมสิทธิ์มันไม่ใช่ ของใครจริง ๆ จัง ๆ หรอกครับ มันมีข้อยกเว้นของมันทั้งนั้น มันไม่ได้เป็นของตายตัว ท่านแรกครับ ปรัชญาเมธีคนนี้ชื่อว่าจอห์น ล็อก (John Locke) เขาบอกว่าการที่เราให้ กรรมสิทธิ์ที่ดินกับคนไป เอาจากเจ้าขุนมูลนายมาแล้วแบ่งให้ไพร่มันทำให้การใช้ประโยชน์ ที่ดินมันดีขึ้น ท่านประธานก็จะเห็นว่าอันนี้มันเพื่อเป็นประโยชน์ในการพัฒนาสังคมโดยรวม ให้สร้าง Productivity ขึ้น แต่อดัม สมิธ (Adam Smith) ก็บอกว่าจริง ๆ แล้วรัฐมีอำนาจ ในการที่จะมาปกป้อง มาขีดเขียนว่าอะไรเป็นของเอกชน อะไรเป็นของรัฐ ซึ่งอันนี้ก็จะเป็น ปัจจุบันที่เรามีกรมที่ดินมาออกโฉนดกันอย่างนี้ครับ ท่านที่ ๓ ท่านสุดท้ายครับ น่าสนใจอย่างยิ่งครับ คาร์ล มาคส์ (Karl Marx ) ผู้เขียนหนังสือ Communist Manifesto เขาบอกว่าที่ดินจริง ๆ แล้ว Private Property หรือกรรมสิทธิ์ ต่าง ๆ มันควรจะไปใช้ประโยชน์ในแง่ของเพื่อสังคมในแง่ของการผลิต ดังนั้นมันควรจะเป็น ของทุกคนใช่ไหมครับ ในแง่มุมนี้มันมองได้หลายอย่าง บางที่ก็ตีความไปว่ายึดไปเลย บางที่ ก็บอกว่าจริง ๆ แล้วคุณก็มีที่ดินของคุณเองได้ แต่ถ้าที่ดินอันไหนที่ควรเป็นสาธารณประโยชน์ มันก็ควรจะเป็นสาธารณะประโยชน์มากกว่าเป็นข้อยกเว้นนะครับ ซึ่งไล่เรียงกันมาดูตัวบท ได้ครับท่านประธาน อันแรกน่าสนใจมากว่าอันนี้ไม่ใช่ไปเอาของใครมาก็ได้ ต้องใช้ที่ดินนั้น อย่างเปิดเผยเป็นระยะเวลา ๓ ปี ถนนในชุมชนที่ผมบอกสองร้อยห้อง เขตคลองสาน อยู่กัน มาเกิน ๓๐ ปีแล้วครับท่านประธาน ก็ไปอย่างนี้เรื่อย ๆ ก็ไม่มีใครซ่อม ไม่มีใครยกอะไรได้ เขตก็บอกให้ไปหาเจ้าของที่มาก็ไม่รู้ไปอยู่สวรรค์ที่ไหนแล้วหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจนะครับ ตามหาญาติพี่น้องกันไม่เจอแล้ว แล้วที่นี่ยังบอกอีกว่าการไปขอให้องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น ในตัวอย่างผมคือ กทม. เขาไปใช้ประโยชน์ได้เพียงชั่วคราว ดังนั้นมันจะต่างและผมว่า คนที่เป็นเจ้าของที่ดินกรรมสิทธิ์นั้นควรจะ Happy นะครับ เพราะว่าอันนี้ป้องกันข้อพิพาท หลายครั้งที่บอกว่าอันนี้มันเป็นสาธารณะประโยชน์แล้ว ใช้มาเกิน ๑๐ ปีแล้ว ซึ่งตาม กฎหมายไทยปัจจุบันมันมีอยู่แล้วเขาเรียกว่าการยกให้เป็นสาธารณประโยชน์โดยปริยาย ซึ่งอันนี้มีคำสั่งศาลฎีกาที่พิจารณาคดีแล้วบอกไว้แล้วครับว่าการที่อยู่ดี ๆ อบจ. ไปใช้ถนนนี้ แล้วใช้เกินมา ๑๐ ปี แม้นาย ก ที่เป็นเจ้าของที่ดินนั้นจะไม่ได้มีเจตนาให้ก็ถือว่ายกให้เป็น สาธารณประโยชน์โดยปริยาย ดังนั้นถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกการทำอย่างนี้กฎหมาย ฉบับนี้ละครับที่จะประกันกรรมสิทธิ์ของคนร่ำคนรวยที่มีที่ดิน แล้วลืมว่าที่ดินตัวเองอยู่ไหน เพราะว่าอันนี้ละครับที่จะเป็นตัวบอกว่าเขาไม่ได้แสดงเจตนาว่าเขาจะให้ เขาให้แค่ ตามกฎหมายนี้มิใช่กฎหมายครอบครองปรปักษ์เพื่อสาธารณประโยชน์เช่นกฎหมายเดิม หรือคำพิพากษานั้นครับ ซึ่งอันนี้เองก็อยากให้เพื่อนสมาชิกฝั่งรัฐบาลที่จริง ๆ ผมว่าร่ำรวย กว่าผมเยอะ แล้วก็มีที่ดินเยอะไม่ต้องเป็นกังวล รวมถึงพ่อแม่พี่น้องหรือนายทุนทั้งหลาย ในประเทศนี้ไม่ต้องบล็อกกฎหมายนี้หรอกครับ เพราะสุดท้ายการทำเช่นนี้จะเป็น สาธารณประโยชน์ให้ที่ให้ถนนมันดีขึ้น ให้ชุมชนเขาได้มีความแน่นแฟ้นเพราะว่าที่รกร้าง ว่างเปล่าบางที่ก็มาทำเป็นศูนย์ชุมชนได้ เป็นอาคารสาธารณะได้ เป็นศาลาประชาคมได้ กทม. เราก็จะลดฝุ่น PM2.5 ได้ เพราะเราจะมีสวนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำ โอเคถ้าคุณไม่เอาแล้ว ก็ไม่เป็นอะไร และผมมองอีกอย่างหนึ่งครับ เจ้าของที่ดินจะได้ประโยชน์จากการพัฒนาที่ดิน ตรงนั้นด้วย และบริเวณโดยรอบก็จะมีมูลค่าขึ้น ที่ดินคุณก็จะมีมูลค่ามากขึ้นด้วยครับ ท่านประธาน ดังนั้นจงอย่าเป็นกังวลครับ เอาความเห็นแก่ตัววางไว้บ้างคิดถึงประโยชน์ สาธารณะครับ เพราะคุณไม่ได้เสียอะไรเลยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณเชตวัน เตือประโคน ครับ🔗

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานีนะครับ ตัวแทนพี่น้องประชาชนชาวเทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลเมือง ลาดสวาย ขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นผู้เสนอ กับการแก้ไขเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อยครับ แต่ก็ให้ประโยชน์กับประชาชนมหาศาล นั่นก็คือ การให้เพิ่มข้อความตามสไลด์ต่อไปนี้นะครับ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

ท่านประธานครับ แปลเป็นไทยเป็นไทย จากประโยคตรงนี้ได้ความว่า ถ้ามันมีที่ทางของเอกชนที่คนส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน อย่างน้อยก็ ๓ ปีกว่า โดยที่เจ้าของที่เขาอนุญาตก็สามารถที่จะขอหรือถ้าองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ซึ่งในที่นี้คือ อบจ. คือเทศบาล คือ อบต. เห็นเข้าก็สามารถที่จะใช้งบประมาณ ในการดูแลพื้นที่ดังกล่าวที่คนส่วนใหญ่ ย้ำนะครับ คนส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ สไลด์ลงเลยครับ ท่านประธานสภาพแบบนี้มีอยู่เยอะแยะมากมายกรณีที่ทางเอกชนที่ให้ ประชาชนใช้ประโยชน์เป็นทางเดิน เป็นทางน้ำ เป็นที่ออกกำลังกาย ซึ่งใช้ไปสักพักแล้ว ประชาชนเขาอยากพัฒนาให้มันดีขึ้นก็ทำไม่ได้ เพราะกฎหมายท้องถิ่นไม่ให้อำนาจ ผู้บริหาร ท้องถิ่นจะนำงบประมาณมาลง จะนำงบประมาณมาดูแลก็ทำไม่ได้ไปใช้บนที่ดินเอกชน ก็ทำไม่ได้ครับ ทางเดินทางน้ำที่ออกกำลังกายที่คนส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์ที่ดินของเอกชนนั้น ก็เลยไม่เคยได้รับการพัฒนา งบประมาณมาลงไม่ได้ แล้วถามว่าอย่างนี้คนที่เสียผลประโยชน์ใช่ประชาชนหรือไม่ ประชาชนเสียผลประโยชน์ครับ แน่นอนข้ออ้างของฝ่ายที่คัดค้านเรื่องพวกนี้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้และมักจะใช้เป็น ข้ออ้างยืนยันเสมอคือเกรงว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะใช้งบประมาณไปเอื้อเอกชน เอาไปพัฒนาที่ดินเอกชนเกิดการฮั้ว เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน ฟังอย่างนี้แล้วปวดหัวครับ คือร่างกฎหมายฉบับนี้ก็บอกชัดว่าที่ดินซึ่งประชาชนทั่วไป ใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยสงบเปิดเผยเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปีติดต่อกันโดยผู้มีสิทธิ ในที่ดินมิได้หวงกัน ตรงนี้พวกเราปุถุชนทั่วไปจะต้องกลัวอะไรครับที่ผ่านมาประชาชน ส่วนใหญ่เขาก็ใช้ประโยชน์ร่วมกันอยู่แล้ว ใช้ประโยชน์ร่วมกันจนแทบจะเรียกว่าเป็นพื้นที่ สาธารณะไปแล้ว และก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันเพียงแค่วัน ๒ วัน ไม่ใช่แค่เดินผ่านเหมือน สนามหญ้าหน้าบ้าน แต่หัวหน้าพรรคผมเสนอเป็นกำหนดระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี โดยที่ เจ้าของที่ดินไม่ได้หวงกันด้วย🔗

ท่านประธานครับ อภิปรายมาถึงตรงนี้พาไปดูตัวอย่างดีกว่าครับเผื่อยัง ไม่เห็นภาพ ไปกันทีจุดแรกตรงนี้คือซอยลำลูกกา ๑๗ กลางเมืองเลยครับ ลำลูกกา ๑๗ อยู่ข้างโลตัสลำลูกกาคลองสองชนิดที่แบบว่ากำแพงรั่วเดียวกันเลย ผมมีโอกาสได้ไปเยือนที่นี่ หลายครั้งครับ ประชาชนร้องเรียนมาก็ไปหาจัดกิจกรรมปั่นจักรยานกับคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกของผม ก็ไปดูปัญหาเหล่านี้ ปัญหาคือซอยลำลูกกา ๑๗ แม้จะเป็นทางเดินรถ แม้จะลัด ไปสู่หมู่บ้านแอร์วิลล่า ตามภาพนะครับ ในเทศบาลเมืองลำสามแก้วได้ แต่เนื่องจากเป็นที่ดิน ของเอกชน แม้เอกชนยินยอมให้มีการใช้เป็นทางหากแต่ที่ผ่านมาสภาพผุพังเป็นหลุมเป็นบ่อ หน้าแล้งฝุ่นคลุ้ง หน้าน้ำน้ำท่วมขังเป็นแอ่งอย่างชนิดที่ว่าถ้าเราพารถไปอาจจะได้ทดสอบ ช่วงล่างของรถกันนะครับ คือพี่น้องประชาชนชาวหมู่บ้านแอร์วิลล่าก็พูดถึงเรื่องนี้ตลอด เล่าให้ผมฟังถึงปัญหาเรื่องนี้อยู่เรื่อย ๆ ผมก็รับปากครับว่าตอนที่คุณณัฐพงษ์เสนอกฎหมายนี้ เราก็คุยกันว่ามีความจำเป็นเพราะประโยชน์มันจะเกิดกับคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่เรื่องที่คิดว่าจะ เป็นการไปเอื้อให้กับเอกชน เพราะอะไรครับ เพราะหากประชาชนใช้ประโยชน์ที่ดินติดต่อกัน มากกว่า ๓ ปีแล้ว วันหนึ่งเทศบาลมาเทคอนกรีตมาพัฒนาพื้นที่ให้มันดีตามกฎหมายนี้ แล้วอยู่ ๆ ไม่กี่วันต่อมาเอกชนมาทวงคืนมาบอกว่าห้ามประชาชนใช้ ถ้าเป็นอย่างนั้นเอกชน คนนั้นก็คงไม่มีที่ยืนในสังคมแล้วละครับ🔗

ต่อไปเลยครับอีกตัวอย่างหนึ่งสราสินีวิลล์ ๑ และ ๒ ในตำบลคูคต ปัญหา ตรงนี้ก็คือเป็นปัญหาที่ผมไม่เข้าใจเลยถ้าจะไม่รับในหลักการของกฎหมายฉบับนี้ ดูตัวอย่าง สราสินีวิลล์เป็นชุมชนที่มีคนอาศัยอยู่หนาแน่น มีทั้งคอนโดมิเนียม มีทั้งบ้านจัดสรรและ บ้านเรือนอีกเยอะแยะมากมาย แบ่งเป็นวิลล์ ๑ อยู่ต้นซอย วิลล์ ๒ อยู่ติดคลองด้านหลัง ปัญหาคืออย่างนี้ครับ ชุมชนสราสินีต้นซอยที่ค่อนมาทางพหลโยธินอันนี้ไม่ค่อยมีปัญหา แต่ด้านหลังซึ่งติดกับคลองสอง ปัญหาคือว่าท้ายหมู่บ้านนี้มันมีที่ดินของเอกชนเกือบ ๑๐ ไร่ ซึ่งมีอยู่ปีหนึ่งปรากฏว่าฝนตกแล้วก็น้ำท่วมในหมู่บ้าน ท่อระบายน้ำของเทศบาลไม่สามารถ ระบายน้ำได้ทันแล้วครับ ไม่มีศักยภาพ เอกชนเขาก็เลยขุดที่ของเขาให้เป็นทางน้ำไหลผ่าน แล้วก็ช่วยระบายน้ำ นับจากนั้นเป็นต้นมาจนวันนี้ ๓ ๔ ปีแล้วเอกชนเองก็อยากกลับไป บริหารที่ของเขาเอง แต่มันทำไม่ได้เพราะยังมีร่องน้ำที่เขาเคยขุดช่วยชุมชนอยู่ เขาก็อยากจะ ให้ทางเทศบาลมาช่วยวางท่อให้หน่อยแล้วถมที่ให้เขาหน่อยเพื่อที่จะได้มีน้ำไหลลงคลองได้ ยังช่วยชุมชนระบายน้ำได้ เพราะไม่อย่างนั้นถ้าเขาถมลงไปเลยชุมชนกลับมาเดือดร้อนอีกแน่ ๆ นี่ครับตัวอย่างที่เทศบาลสามารถไปใช้ที่เอกชนในการดูแลประชาชนอย่างนี้ได้ เจ้าของที่ เขาขออนุญาตนะครับ วางท่อแล้วให้น้ำไหลลอดไปเขาก็จะได้ปิดหน้าดินของเขา🔗

อีกตัวอย่าง หมู่บ้านวังทองริเวอร์ปาร์ค เทศบาลลำสามแก้ว ตรงนี้ก็เป็นที่ดิน เอกชนที่ถูกทำเป็นลานกีฬาของหมู่บ้านมาตั้งแต่นานแล้ว เป็นพื้นที่สาธารณะที่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นก็เกรงเรื่องของการไปช่วยพัฒนาลานออกกำลังกายให้กับประชาชน นี่อย่างไรครับคือเหตุผลว่าทำไมเราต้องแก้ไข พ.ร.บ. ประมวลกฎหมายที่ดิน ว่าทำไมเราควร รับหลักการ ผมมองไม่เห็นเหตุผลอื่นเลยที่จะไม่ให้กฎหมายฉบับนี้ผ่าน จินตนาการไม่ออก จริง ๆ เลยครับว่าพรรคร่วมรัฐบาลท่านจะคว่ำกฎหมายฉบับนี้ทำไม หรือแค่เห็นว่าเป็น ร่างของพรรคประชาชน โดยที่ไม่สนใจประโยชน์ที่ประชาชนจะได้เลยหรือครับ ผมย้ำอีกครั้ง สุดท้ายครับย้ำอีกครั้ง ร่างกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินที่พวกเราเสนอไม่ว่าจะประมวลกฎหมาย ที่ดินตั้งแต่สมัยคุณอภิชาติ ศิริสุนทร อดีตเลขาธิการพรรคก้าวไกล ซึ่งถูกคว่ำไป มาจน ร่างจัดสรรที่ดินซึ่งคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นผู้เสนอ และขณะนี้อยู่ในชั้นกรรมาธิการ และมาจนร่างประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้ที่เรากำลังพิจารณากันอยู่นะครับ ทั้งหมดทั้งมวล คือให้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ครับ นี่คือจุดตั้งต้นของพวกเรา ผมคิดว่า สส. ซึ่งมาจากประชาชนคนส่วนใหญ่ด้วย ก็น่าจะเห็นด้วยและโหวตสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ ครับ🔗

นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรี สะพานสูง วันนี้ร่วมอภิปรายใน พ.ร.บ. ประมวลกฎหมายที่ดิน คำว่า ที่ดิน ภาษาอังกฤษง่าย ๆ ก็คือ คำว่า Land วันนี้ก็ขออนุญาตที่จะมานำเสนอ Model ง่าย ๆ แต่มีประโยชน์กับทุกท่าน อย่างแน่นอน L a n d Land เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ใช้ทั้งด้านการเกษตร ใช้ทั้งเป็นที่อยู่ เป็นสาธารณประโยชน์ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเศรษฐกิจอย่างจริงจังและเป็นสิ่งที่ เราต้องการ แต่ตอนนี้ครับสิ่งที่มีปัญหากับ Land เอาอย่างนี้ง่าย ๆ ครับให้ทุกท่านได้เห็น ภาพแบบเดียวกับ อ.เอท นะครับ สมมุติว่าที่ดินของประเทศไทยมีทั้งหมด ๑๐ แปลง ๑๐ แปลงนั้นประมาณ ๔ แปลงที่มีโฉนดได้ ไม่ว่าจะเป็นโฉนดที่เป็นโฉนดปกติ หรือเป็น โฉนดที่เรียกว่า น.ส.๓ น.ส.๓ ก. อะไรก็แล้วแต่ ต่อมาอีก ๖ แปลงก็จะเป็นของรัฐที่มี การควบคุม แสดงว่าเราที่อยู่ในพื้นที่ที่มีโฉนดนั้นบางครั้งก็มีสิทธิบ้าง ไม่มีสิทธิบ้าง หรือบางครั้งก็ยังคงไม่สามารถที่จะใช้การได้ เอาเป็นว่าซูมลงมาเล็ก ๆ เข้าไปที่พื้นที่ของ อ.เอท เลย ก็คือพื้นที่สะพานสูงกับพื้นที่มีนบุรี ทั้ง ๒ พื้นที่นี้ครับท่านประธานมีแปลง ที่รกร้างหรือรู้สึกว่าจะมีการทอดทิ้งอยู่ที่ประมาณกว่า ๒,๐๐๐ ไร่ สะพานสูงเองก็ประมาณ พันกว่าไร่ และมีนบุรีเองก็อีก ๙๐๐ กว่าไร่ รวมกันประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ครับท่านประธาน และที่สำคัญครับถ้าเอาทั้งกรุงเทพมหานครไม่รวมถึงนนทบุรีขอ สส. โป้ง กรุงเทพมหานคร กว่า ๒๕,๐๐๐ ไร่ที่โดนทอดทิ้ง หรือที่ถูกทอดทิ้ง หรือที่ที่ควรที่จะมีการพัฒนาได้มากกว่าเดิม เพราะว่ามันคือที่อยู่ มันคือที่ที่สามารถทำกินและสร้างประโยชน์ได้อย่างมากมาย และนี่คือ สิ่งที่ อ.เอท อยากที่จะบอกกับพวกเราว่า Model Land🔗

L ตัวแรกเลยก็คือคำว่า Local Local คือที่ดินที่เป็นท้องถิ่นควรที่จะถูก พัฒนาได้แล้ว เพราะหลาย ๆ ที่ หลาย ๆ ไร่ หลาย ๆ แปลงมีการพิสูจน์แล้วว่าใช้งานได้จริง หรือเอาไปใช้ในที่ที่เป็นสาระประโยชน์ ๑๐ ปี ๒๐ ปี เมื่อสักครู่ สส. เท่าพิภพ พูด เมื่อสักครู่ สส. เชตวัน พูด บางครั้งอยู่กันมาในพื้นที่เราเองครับ บางครั้ง ๓๐ ปี ๔๐ ปีผ่านเข้าออก ๆ จนกระทั่งชาวบ้านเขาชินไปหมด แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้ครับ ทางเขตเองก็มาบอก อ.เอท ว่ามันทำไม่ได้นะ อ.เอท นะ มันเป็นที่ของเอกชน สิ่งเหล่านี้ครับ และเมื่อสักครู่นี้ท่านที่เป็น หัวหน้าเท้งของพวกเราก็บอกชัดเจนแล้วว่าที่ดินเหล่านี้กรรมสิทธิ์ก็ยังคงเป็นของใครครับ ก็เป็นของผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดินอยู่ ไม่ได้มีปัญหาอะไรที่เกี่ยวข้องกับใครทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ อ.เอท อยากที่จะบอกท่านประธานว่าตัว L ตัวนี้ให้ Local ให้มันเป็น Global ที่จะทำจากท้องถิ่นให้มันเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถใช้งานได้อย่างจริงจังเพื่อประโยชน์สุข ของไทยทุกคน🔗

ต่อมาเป็นตัว A เพราะ Model Land นะครับ Land L ตัวแรกคือ Local A ที่ ๒ คือ Alternative แปลว่าทางเลือกครับ เราจะมีทางเลือกอย่างไรก็แน่ ๆ ครับ ทางเลือกง่ายสุดครับก็ให้ท้องถิ่นเขาไปดูแลได้บ้างเพื่อประโยชน์สุข สุดท้ายแล้วเป็นของ ประชาชนอย่างแท้จริง หรือให้สิทธิชุมชนต่าง ๆ เขาได้เลือกครับ เพราะตอนนี้ถ้าเกิดท่าน ไปดูใน สคทช. สคทช. คืออะไร สำนักคณะกรรมการควบคุมนโยบายที่เอาที่ดินแห่งชาติ มาใช้งาน ต้องมีการพิสูจน์สิทธิอะไรต่าง ๆ ซึ่งให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม นี่คืออีกหนึ่ง ทางเลือกของประชาชนนะครับ และอีกหนึ่งทางเลือกก็ให้เขาทุกคนเหล่านั้นให้มีประชาชน เข้าไปมีส่วนร่วมในการที่จะพิสูจน์สิทธิ ใช้เรื่องของเทคโนโลยีต่าง ๆ เทคโนโลยีที่เป็น ดาวเทียมเข้ามาบอกเลยว่าตรงนี้มันถูกการใช้งาน มันถูกผ่านมาแล้วกว่าสิบ ๆ ปีก็ให้พี่น้อง เขาได้มีโอกาสได้มีชีวิตที่ดีขึ้นเถอะ ทางผ่าน ทางอะไรก็ตามแต่ ให้เขต ให้ผู้ดูแล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาดำเนินการดูแลได้ และนี่คือตัว A🔗

ต่อมาคือตัว N N คืออะไรครับ N คือ Natural Resource ซึ่งก็แปลว่า ทรัพยากรธรรมชาติ แน่นอนครับ ดินเมื่อก่อนนี้ทางก้าวไกลหรืออนาคตใหม่เคยมีบอกว่า อย่างไรครับเรื่องของการเกษตร จะดูแลพี่น้องเกษตรได้ กระดุม ๕ เม็ด เม็ดแรกที่สำคัญที่สุด คือที่ดินครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นตรงนี้คือ Pain Point ของทุกคนจริง ๆ เพราะฉะนั้น ที่ดินเปรียบเสมือนทองคำ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าที่ดินที่มีอยู่แล้ว แต่บังเอิญว่าถูกทอดทิ้ง ถูกรกร้างก็ควรที่จะให้ที่ดินเหล่านั้นกลับมามีประโยชน์ให้ทุกคนได้เข้ามาใช้สอยอย่างจริงจัง และให้มีการพัฒนาได้อย่างแท้จริงสักที แล้วนี่คือคำว่า Natural Resource ให้ประชาชน ได้มีโอกาส เพราะตอนนี้เขา ๑. เสียโอกาส ๒. ถูกลดทอนบทบาท แล้วก็กำจัด ถูกกำหนดสิทธิ กำจัดสิทธิด้านกฎหมายไม่มีอะไรเลยที่ประชาชนจะทำได้ ยกเว้นรอ รอ รอ แล้วก็เจ็บ อย่างเดียวนะครับ นี่คือสิ่งที่ อ.เอท อยากที่จะบอกว่าทรัพยากรเป็นของทุกคนควรที่จะเอา มาใช้อย่างเหมาะสม แล้วก็มาถึงตัวสุดท้าย L Local A Alternative N ก็คือ Natural Resource🔗

และตัวสุดท้ายคือตัว D เรากำลังพูดถึงประมวลกฎหมายที่ดินและตัวที่ดิน ที่เรากำลังพูดถึงคือตัว D ตัวนี้ละครับ ก็คือคำว่า Deserted Deserted แปลว่าอะไรครับ ถูกทำให้มันรกร้างหรือถูกทอดทิ้ง Deserted แปลว่า ทอดทิ้ง เพราะฉะนั้นคำว่าทอดทิ้ง หมายความว่าอะไร บางที่บางท่านมีที่ดินเยอะ แต่ก็เอาที่ดินบางส่วนครับ เอาที่ดินบางส่วน ไปทำอะไรครับ เหมือนกับว่าจะเอาไปปลูกผัก ปลูกต้นไม้ ทำเป็นเกษตร แต่จริง ๆ แล้ว ท่านก็ไม่ได้ทำเกษตรถูกไหมครับ กลายเป็นบางส่วนมันควรที่จะเอามาใช้สอยให้กับพี่น้อง ประชาชน แต่ที่ดินเหล่านั้นก็ยังเป็นของท่านอยู่ เพราะฉะนั้นท่านครับ ท่านที่มีที่ดิน เยอะแยะมากมาย ส่วนจะเอาไปแชร์ให้กับพี่น้องประชาชนนั้นก็ยังเป็นสิทธิของท่านอยู่ ให้พวกเรา ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เข้าไปมีส่วนร่วมในที่ดินที่ถูกทอดทิ้ง เพราะฉะนั้นวิธีการดูง่ายมากครับ เขาจะมีเรื่องของการพิสูจน์ก่อนเป็นการทำ Survey ว่าที่ดินตรงไหนบ้างที่ถูกทอดทิ้ง แล้วก็ให้ตัวที่เป็น สคทช. สำนักที่มาดูแลนโยบายด้านที่ดิน เข้าไปบอกว่าจะตัดสินใจอย่างไรกับที่ดินนี้ดี จะเป็นที่ทอดทิ้ง ที่รกร้าง หรือจะมีการเอาไปเช่า บางที่ก็เป็นการเช่าด้วย และนี่คือสิ่งที่เขาต้องทำแล้วก็ให้คนที่อยู่ในสมาคมหรือสำนัก มีประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม เพราะเขาถูกทอดทิ้ง ไม่ใช่แค่ทอดทิ้งที่ดิน ประชาชนก็ถูก ทอดทิ้ง อีกประมาณ ๓๐ วินาทีนะครับ อ.เอท ก็จะบอกว่ายังมีระบบที่ตรวจสอบสิทธิได้อีก Tax ครับ Tax คืออะไร ก็คือเรื่องของการเสียภาษี ก็มาดูได้ว่าอันนี้ที่ดินตรงนี้เป็นของใคร ถูกใช้อย่างไร ใช้เทคโนโลยีเข้ามาจับเขาจะได้มีความสุขกัน นี่คือสิ่งที่ อ.เอท อยากจะบอกว่า ที่ดินเหล่านี้ในพื้นที่ อ.เอท และพื้นที่ทั่วประเทศมีสิ่งเหล่านี้เยอะจริง ๆ และสุดท้ายนี้ครับ อ.เอท ก็อยากจะเห็นกฎหมายของเราเกี่ยวกับที่ดินนี่จะต้องมีอีกแล้วครับ ๓ ป. ๓ ป. ต้องเข้ามาอีกแล้วครับ ๓ ป. คืออะไรครับ ปก ปรับ ประ ปกคืออะไรครับ ปกก็คือให้ที่ดิน ที่เป็น อปท. ส่วนท้องถิ่นเข้ามาปรับปรุงพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดเป็นของประชาชน ขอบพระคุณท่านประธานครับ Respect🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ เชิญครับ🔗

นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอร่วมอภิปรายในวาระ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... ท่านประธาน หลังจากที่ดิฉันได้ศึกษาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เมื่อพิจารณาในร่างกฎหมายฉบับนี้แล้ว ดิฉันก็มีความกังวลในเนื้อหาของร่างกฎหมายฉบับนี้ในหลายประเด็นด้วยกัน และนั่นอาจ เป็นเหตุผลที่ทำให้ดิฉันไม่สามารถลงมติเห็นชอบกับร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ค่ะท่านประธาน ไม่ใช่เพราะว่ามันเป็นร่างกฎหมายที่เสนอโดยฝ่ายค้าน แต่เพราะว่าเราใส่ใจและไต่ตรอง อย่างรอบคอบแล้ว และเห็นว่านี่คือร่างกฎหมายที่สุดโต่งที่จะสร้างความเดือดร้อน ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับกฎหมาย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จนถึงพี่น้องประชาชนคนไทย ทุกคนที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินค่ะ เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นค่ะท่านประธาน ดิฉันขอเริ่มต้น จากกฎหมายที่ดิน ร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่เสนอโดยเพื่อนสมาชิกพรรคประชาชนเป็นตัวแบบ ที่ขัดแย้งกับกฎหมายที่มีอยู่อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกฎหมายพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งมีเนื้อหาและเจตนารมณ์ที่ครอบคลุมอยู่แล้ว เพื่อชี้ให้เห็นถึง ความซ้ำซ้อนนั้น ดิฉันขอหยิบยก มาตรา ๘ (๘) มาให้เห็นว่าการบัญญัติไว้แล้วว่าทรัพย์สิน ของเอกชนเฉพาะส่วนที่ได้ยินยอมให้ทางราชการได้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ ทั้งนี้จะได้รับ การยกเว้นการจัดเก็บภาษีอยู่แล้ว และสิ่งที่บัญญัติไว้ในกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ก็เป็นตัวอย่างที่มีให้ใช้อยู่แล้วในปัจจุบันไม่ใช่อนาคตอันไกลสิ่งใดเลยค่ะ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนี่เองที่ได้ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติที่มีอยู่เดิมนี้เปลี่ยนแปลง พื้นที่รกร้างของเอกชน โดยความยินยอมของเจ้าของที่ดินให้เป็นสวนสาธารณะและเป็นพื้นที่ สาธารณประโยชน์ของชุมชน ซึ่งท่านผู้ว่าก็ได้มีการกำหนดกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน ในการดำเนินโครงการบนที่ดินแต่ละผืน แต่ร่างกฎหมายที่เรากำลังอภิปรายกันอยู่ในขณะนี้ค่ะ ท่านประธาน เพื่อนสมาชิกกลับมองว่ามันยังตามไม่ทันกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันเสียด้วยซ้ำ และกลับเป็นกฎหมายที่ไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ดิฉันมีเหตุผลหลัก ๆ ๒ เรื่อง ที่จะชี้ให้ท่านประธานเห็นค่ะ ที่ดิฉันไม่สามารถสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ได้🔗

เหตุผลแรกก็คือท่านประธานคะ เพราะร่างดังกล่าวนี้ไม่มีการกำหนด ส่วนกรอบระยะเวลาและเงื่อนไขที่จำเป็นต่อการทำสาธารณประโยชน์อย่างแท้จริงเลย ซึ่งจะกลายเป็นกฎหมายที่เปิดช่องอันตรายและอาจกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน นอกจากร่างพระราชบัญญัติที่ดินดังกล่าวแล้วยังมีประมวลกฎหมายอาญาด้วยค่ะ และเชื่อว่า เพื่อนสมาชิกบางคนอาจจะคาดไม่ถึง นั่นก็คือประชาชนทั่วไปสามารถร้องขอองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นให้เปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ดังกล่าวได้ หากประชาชนทั่วไปใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยสงบต่อเนื่องกันน้อยกว่า ๓ ปีติดต่อกัน และเจ้าของที่ดินไม่ได้หวงกั้น แต่อย่างไรก็ตามค่ะ ท่านประธาน แม้จะไม่มีการหวงกั้นจากเจ้าของที่ดิน การกำหนดในลักษณะเช่นนี้ อาจส่งเสริมให้เกิดการบุกรุกที่ดินหรือข้อพิพาทโดยไม่จำเป็น ซึ่งถือเป็นความผิดประมวล กฎหมายอาญาฐานบุกรุกทำให้เกิดข้อพิพาทที่ไม่จำเป็นระหว่างประชาชนได้ค่ะ🔗

เหตุผลข้อที่ ๒ ค่ะท่านประธาน การที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจ ในการเปลี่ยนแปลงสภาพที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนใช้ประโยชน์ทั่วไป สามารถใช้สอยร่วมกันเป็นการชั่วคราวได้นั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งทั่วประเทศ ปัจจุบันเราทราบกันดีอยู่แล้วค่ะว่ามีภาระงานที่มากมายอยู่แล้ว ต้องรับภาระเพิ่มขึ้น อย่างมหาศาลจากการดูแลที่ดินก็ดี โดยการแปลงสภาพที่ดินและต้องมีงบประมาณสำหรับ การบำรุงรักษาในระยะยาว อีกทั้งในกรณีที่หากเกิดความขัดแย้งระหว่างเจ้าของที่ดินและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากศาลตัดสินให้เจ้าของที่ดินชนะ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้ลงทุนไปล่ะ ทั้งงบประมาณก็ดี ทรัพยากรก็ดีก็อาจเกิดการสูญเปล่า และที่เลวร้าย กว่านั้นอาจเป็นการเปิดช่องให้มีการทุจริตและเอื้อประโยชน์ในบางกรณีสำหรับเจ้าหน้าที่ ผู้มีอำนาจได้ค่ะ และแน่นอนที่สุดค่ะท่านประธาน ผู้ที่เสียมากกว่าได้ก็คือพี่น้องประชาชน คนไทย ท่านประธานคะ แล้วก็ไม่ลืมว่าสิทธิในร่างกายและทรัพย์สินเป็นสิทธิพื้นฐานที่ถูก รองรับโดยรัฐธรรมนูญ และเป็นสิทธิที่รัฐต้องคุ้มครองค่ะ ดังนั้นกลายเป็นว่ากฎหมายฉบับนี้ อาจจะเกิดความขัดแย้งได้ ท่านประธานคะ สุดท้ายกฎหมายฉบับนี้มันก็มีกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ก็ได้มีการวางหลักเกณฑ์เจตนาสละสิทธิในที่ดินอยู่แล้ว และไม่ทำประโยชน์เกินกว่า ๑๐ ปีก็มีอยู่แล้วเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างคุ้มค่า🔗

สุดท้ายค่ะ ดิฉันขอยืนยันว่าการออกกฎหมายใด ๆ ก็ตามควรคำนึงถึง ผลกระทบในทุกมิติ ไม่ใช่เพียงแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่หากต้องวางรากฐานที่มั่นคง และยั่งยืนสำหรับอนาคตของประชาชนและประเทศชาติค่ะ ร่างกฎหมายฉบับนี้ดิฉันเข้าใจดี ว่ามีเจตนาดี แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดกลับพบว่ามันมีช่องโหว่และอาจนำไปสู่ปัญหา มากมายทางกฎหมาย การบริหารจัดการและการละเมิดสิทธิของประชาชน ดังนั้นในฐานะ ผู้แทนของประชาชนเช่นกัน ดิฉันจึงขอเป็นอีก ๑ เสียงที่ยืนยันว่าไม่สามารถสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้ได้ค่ะ เพราะเชื่อว่าความเดือดร้อน ที่อาจเกิดขึ้นจากการออกกฎหมายฉบับนี้จะส่งผลเสียมากกว่าผลดี แม้เจตนาในการเสนอ ร่างกฎหมายฉบับจัดสรรที่ดินนี้จะเป็นสิ่งที่ดี แต่เป็นกฎหมายที่คิดไม่รอบคอบค่ะท่านประธาน หรือจะให้พูดสั้น ๆ ก็คือคิดใหญ่แต่ทำไม่เป็น ดังนั้นดิฉันขอยืนยันในหลักการไม่สนับสนุนค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ อีก ๓ ท่านนะครับ ท่านชิตวัน ชินอนุวัฒน์ ท่านพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ท่านณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล เชิญท่านชิตวัน ชินอนุวัฒน์ เชิญครับ🔗

นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน เขต ๑ อำเภอเมือง จากจังหวัดเชียงราย ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมเห็นด้วยกับหลักการของร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนที่ได้นำเสนอ โดยหลักการพื้นฐานที่ง่ายที่สุดคือการจัดการทรัพยากร ที่มีคุณค่าอย่างอสังหาริมทรัพย์ซึ่งบางครั้งถูกทิ้งร้างไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์ ผมขอให้ทุกท่าน ลองดูที่จังหวัดเชียงรายมีบางพื้นที่ของหน่วยงานราชการที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งชุมชนละแวกนั้น สามารถนำมาใช้เป็นที่ทำการชุมชน หรือให้ผู้สูงอายุได้ใช้เป็นลานอเนกประสงค์ในการ ออกกำลังกายและเป็นกีฬาสำหรับเด็กได้ ยังทำประโยชน์อื่น ๆ ได้อีกเยอะแยะมากมายเลยครับ ในขณะที่เรามองพื้นที่สาธารณะในประเทศไทยก็มีค่อนข้างจำกัดพอสมควร แล้วการใช้หรือ การพัฒนาที่ดินดังกล่าวไม่ได้เป็นการยึดหรือครอบครองของเอกชน ไม่ได้เป็นการลิดรอนสิทธิ แต่เป็นการนำทรัพยากรของแผ่นดินมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ถ้าจะมีคนเห็นแย้งก็อาจจะ บอกว่าเป็นการกลัวการยึดครองที่ดิน ท่านประธานครับผมขอยกตัวอย่างในต่างประเทศ ซึ่งมีการปฏิรูปที่ดินในรัสเซียหลังจากการปฏิวัติบอลเชวิค ๑๙๑๗ ที่ดินของชนชั้นขุนนาง ถูกโอนมาเป็นของรัฐบาลหรือว่าการปฏิรูปที่ดินในจีน โดยภายใต้การนำของท่านเหมา เจ๋อตง (Máo Zédōng) ซึ่งก็มีการยึดที่ดินของเจ้าของรายใหญ่หรือจัดสรรให้เกษตรกรที่มี ความยากจน เพียงแต่ว่าที่ไหนมันรกร้างว่างเปล่าก็สามารถทำให้คนในชุมชนนั้นเห็นร่วมกัน แล้วก็เอามาใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ครับ คนรวยก็มีที่ดินเปล่าทิ้งไว้เยอะแยะมากมายครับ ส่วนคนจนยังนอนอยู่ข้างถนนเลยครับ หรือต้องหาที่ก่อสร้างโรงพยาบาล เรื่องแบบนี้ ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เนื่องจากที่ดินผูกขาดโดยชนชั้นนายทุนหรือผู้มีอำนาจ ทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ชนชั้นแรงงานหรือผู้ยากจนขาดโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรที่ดิน กฎหมายที่ไม่ได้ไปยกเลิกกรรมสิทธิ์ของเอกชน แค่แบ่งปันชั่วคราวให้ทรัพยากรที่ดินนำมาใช้ เป็นที่ส่วนรวมของหมู่บ้านครับเพื่อประโยชน์ของสังคมทั้งมวล ประโยชน์ที่ได้ชั่วคราว หรือเรียกกันง่าย ๆ ว่าการใช้ประโยชน์จากพื้นที่รกร้างเพื่อสาธารณประโยชน์ มีตัวอย่าง ให้เราเห็นหลากหลายประเทศทั่วโลกครับ วันนี้ผมขอยกตัวอย่างอีกประเทศหนึ่งก็คือ ประเทศสหรัฐอเมริกานะครับในบางรัฐ เช่น นิวยอร์ก แล้วก็ดีทรอยต์ มีโครงการสนับสนุน ให้ใช้พื้นที่รกร้างที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของเอกชนหรือรัฐบาล เป็นสวนชุมชน Community Garden เพื่อให้ประชาชนสามารถปลูกผักหรือจัดกิจกรรมชั่วคราวได้ ในดีทรอยต์หลังจาก การล่มสลายของเศรษฐกิจเมืองที่มีพื้นที่รกร้างจำนวนมากถูกนำมาใช้โดยชุมชนเพื่อทำ การเกษตรในเมืองก็คือ Urban Farming โดยมีทั้งการร่วมมือทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน แล้วก็ องค์กรไม่แสวงหาผลประโยชน์ อย่างเช่น Detroit Future City ที่ช่วยจัดการพื้นที่แห่งนี้ แล้วก็มีที่สเปน บาร์เซโลนา ก็มีโครงการสนับสนุนพื้นที่รกร้างในเขตให้กับชุมชน เช่น การสร้างพื้นที่สีเขียวหรือการสร้างฟาร์มในเมืองเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินราคาถูก สุดท้ายนี้ครับ ท่านประธาน สิ่งที่ผมอธิบายไปทั้งหมดก็อยากจะขอให้เพื่อน ๆ สมาชิกช่วยสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ เชิญครับ🔗

นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดที่กำลัง รับชมการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในขณะนี้ ดิฉัน สส. พิมพ์ พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ผู้แทนประชาชนจากเขตคลองสามวา อดีตพรรคก้าวไกล ปัจจุบันสังกัดพรรคประชาชนค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขอเริ่มต้นการอภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ด้วยการตั้งคำถามว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ พร้อมที่จะเป็นความหวังให้กับประชาชนในการตั้งต้นแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อ ชีวิตประจำวันของประชาชนได้กี่โมง ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะคะรวมถึง พ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ติดตามการประชุมสภารู้ดีว่าปัญหาในการปรึกษาหารือช่วงเช้า กว่าครึ่งหนึ่งจะหมดไปทันทีหากเราตั้งต้นเริ่มแก้ไขประมวลกฎหมายฉบับนี้สำเร็จ ดิฉัน ขอหยิบยกปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่เขตคลองสามวาของดิฉันมาเป็นตัวอย่างเพื่อสะท้อน ให้เห็นว่าความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหานี้มีอะไรบ้าง ขอสไลด์ต่อไปเลยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ กรุงเทพมหานคร

ถนนเส้นที่ ทุกท่านเห็นอยู่ตรงนี้เป็นถนนที่ถ้าใครไปเขตคลองสามวาก็จะต้องเคยคุ้นกันค่ะ เพราะเป็น ถนนทางเข้าซาฟารีเวิลด์ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างถนนเลียบคลองสองแล้วซอยหทัยราษฎร์ ๓๙ ในบริเวณนั้นมีหมู่บ้านจำนวนมาก มีโรงเรียน มีวัด เชื่อมต่อมากมายเป็นเส้นที่ประชาชน ใช้สัญจรไปมามากมายเป็นเส้นทางสำคัญในเขตเลยทีเดียว แต่แม้ว่าเส้นทางนี้จะเชื่อมต่อกับ หมู่บ้าน ชุมชน วัด ชุมชนอย่างไร มีปัญหาน้ำท่วมแค่ไหน ไฟฟ้าส่องสว่างไม่เพียงพออย่างไร ถนนแตกระแหงจนก่อให้เกิดอุบัติเหตุอย่างไร สำนักงานเขตก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปแก้ไขได้ ทันทีทันใดค่ะ เพราะมันเป็นพื้นที่เอกชน การจะแก้ไขใด ๆ ต้องอาศัยความร่วมมือหลายฝ่าย เป็นคราว ๆ ไป สไลด์ต่อไปค่ะ ตรงนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนค่ะ เป็นพื้นที่ชุมชน บำรุงสุขบุญมา ซึ่งประชาชน ลูกเด็กเล็กแดง คนเฒ่าคนแก่ ต้องอาศัยสะพานนี้ในการสัญจร ทุกวัน แต่หน่วยงานท้องถิ่นอย่างสำนักงานเขตเขาก็ไม่มีอำนาจที่จะไปสร้างสะพานที่มันมี ความมั่นคงแข็งแรงกว่านี้ได้ค่ะ เพราะแม้ว่าฝั่งหนึ่งจะเป็นที่สาธารณะ เป็นพื้นที่ชุมชน แต่อีกฝั่งมันเป็นถนนเอกชน ได้แต่ซ่อมแซมกันด้วยไม้เป็นครั้งเป็นคราวบรรเทาปัญหา ปล่อยให้ประชาชนต้องใช้ชีวิตอยู่บนความเสี่ยงมาเนิ่นนาน สไลด์ต่อไปค่ะ ส่วนนี่เป็นตัวอย่าง พื้นที่ส่วนบุคคลที่มันถูกทิ้งรกร้างในเขตของดิฉันค่ะ พื้นที่แบบนี้ก็จะถูกซุกซ่อนอยู่ในบริเวณ ชุมชน อยู่ในบริเวณหมู่บ้านเอกชนต่าง ๆ พอมันไม่มีการล้อมรั้วไม่มีผู้ดูแลมันก็กลายเป็น พื้นที่ที่มีการลักลอบนำขยะมาทิ้ง นานวันเข้าก็เกิดเป็นที่ซ่องสุมของผู้ที่เสพยาเสพติด นานวันเข้าก็เกิดการลักลอบเผาขยะส่งผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพของเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น ประชาชนร้องเรียนเรื่องกลิ่นเหม็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไร มากที่สุดเจ้าหน้าที่ก็ทำได้แค่ตักเตือนและปรับ หน่วยงานในพื้นที่จะเข้าไปปิดล้อมรั้ว แก้ไขปัญหาระยะยาวใด ๆ ก็ทำไม่ได้เพราะมันเป็นที่ดินเอกชน นี่เป็นแค่ไม่กี่ตัวอย่างในพื้นที่ ของดิฉันนะคะ ยังมีพื้นที่อีกมากมายหลายกรณีจากหลาย ๆ พื้นที่ หลาย ๆ จังหวัด ซึ่งเพื่อนสมาชิกทุกจังหวัดต้องเจอปัญหาแบบนี้ ข้อจำกัดในที่ดินเหล่านี้ประชาชน ไปร้องเรียนองค์กรปกครองที่ไหนเขาก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาไม่มีอำนาจ หรือหากจะ ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างทันท่วงทีเขาก็มีข้อกังวลว่ามันจะเป็นการนำ งบประมาณของรัฐไปลงให้กับพื้นที่ของเอกชน ซึ่งจะทำให้เขาโดนร้องเรียนถูกข้อครหา แม้ว่าจะเป็นข้าราชการน้ำดีที่หวังจะทำประโยชน์ให้แก่ประชาชน ท่านประธานคะ เมื่อสักครู่ มีผู้ที่กังวลว่าจะเกิดเรื่องราวของการทุจริตเกิดขึ้น แต่หากท่านเปิดไปที่บทวิเคราะห์ ซึ่งรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นที่จัดทำอย่างรัดกุมโดยสำนักงานเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎรก็ระบุแค่พวกเราเพียงต้องออกกฎให้รัดกุมมากขึ้น แล้วร่างแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็ไม่พบผลกระทบที่อาจจะส่งผลให้เกิดการทุจริตแต่อย่างใดเลยค่ะท่านประธาน พวกเรา สส. เขตและหน่วยงานในพื้นที่เห็นปัญหากันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เวลาเข้าพื้นที่ไปพบปะ ประชาชนเราเจอกันอยู่ทุกวันค่ะ แต่ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาที่ต้นตอให้กับประชาชน ได้เลย ทำได้เพียงแต่เรื่องปะผุเรื่องเฉพาะหน้าพอบรรเทาเท่านั้น ซึ่งมันก็เกิดขึ้นจากข้อจำกัดของกฎหมายที่ยังไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และไม่เอื้อต่อการทำงานของหน่วยงานท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อสักครู่มีคนยกตัวอย่างกรณีของกรุงเทพมหานครใช่ไหมคะ ดิฉันก็เป็น สส. กรุงเทพมหานคร ปัญหามันก็เห็นอยู่ว่ามันยังเกิดขึ้น กฎหมายมันยังไม่ครอบคลุมและยังมีปัญหาในทางปฏิบัติ มากมาย สิ่งที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ที่ถืออำนาจนิติบัญญัติอยู่ควรจะทำ ผู้ที่พี่น้อง ประชาชนเลือกให้มาเป็นปากเป็นเสียงของพวกเรา เราก็ควรจะแก้ไขกฎหมายที่มันมีปัญหา เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาตามความต้องการของพี่น้องประชาชนได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่ต้องมารอให้เกิดการกดดันทางสังคมอย่างที่เราเรียกกันง่าย ๆ ว่าทัวร์ลงบ้าง การด่าลงสื่อ Social ต่าง ๆ บ้าง เพื่อมาเป็นพลังขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหากันเป็นครั้งคราว เมื่อเกิดขึ้น แล้วพอเรื่องมันดังหลาย ๆ ครั้งก็เร่งแก้ไขปัญหากันแบบรวบรัดเพื่อให้เรื่องสงบโดยเร็วที่สุด พอเรื่องมันซาปัญหาเดิม ๆ ในพื้นที่เดิม ๆ หรือพื้นที่อื่น ๆ มันก็กลับมาเกิดซ้ำค่ะ ท่านประธานคะ พรรคประชาชนไม่ได้คิดใหญ่แต่ทำไม่เป็นค่ะ การแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้จะเป็นการลงมีดผ่าตัดที่จุดต้นตอของปัญหา ส่งเสริมการปฏิบัติงานของหน่วยงาน ท้องถิ่นที่ใกล้ชิดประชาชนที่สุด ช่วยให้ข้าราชการน้ำดีมีใจในการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน ในประเทศของเรานี้เขาได้มีหลักพึ่งพิง มีเครื่องมือในการทำงานดูแลประชาชนได้อย่าง คล่องตัวและมีประสิทธิภาพ ผลของการแก้ไขกฎหมายนี้คือประชาชนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ชุมชนรอบข้างมีที่ดินที่สามารถใช้ประโยชน์ทำกิจกรรมร่วมกัน เสริมสร้างความสัมพันธ์ ในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมทางสังคม ส่งเสริมงานด้านวัฒนธรรม หรือกระทั่ง การจัดการแข่งขันกีฬาต่าง ๆ เจ้าของที่ดินเองก็ยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ของตัวเอง เจ้าหน้าที่รัฐได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างเต็มศักยภาพ รวมถึงท้องถิ่นก็สามารถแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยไม่ติดข้อจำกัดทางกฎหมาย ในวันนี้ ดิฉันขอให้ผู้แทนทุกท่านที่ต่างก็รับทราบปัญหาของพี่น้องประชาชนกันอยู่ทั้งวัน ร่วมกันค่ะ แก้ไขกฎหมายนี้ปลดล็อกอำนาจให้ท้องถิ่น อย่าลืมว่าท่านเข้ามาในสภาแห่งนี้เพื่ออะไร ใช้มือของท่านในการใช้อำนาจนิติบัญญัติของท่านในการกดโหวตเพื่อรับหลักการกฎหมาย ที่จะเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนที่เลือกพวกเราเข้ามาเป็นตัวแทน เรายังสามารถ ไปถกเถียงรายละเอียดกันได้ในชั้นกรรมาธิการ อย่าให้ประชาชนต้องตั้งข้อสงสัยค่ะว่าคิดใหญ่ แล้วเมื่อไรจะลงมือทำ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล เชิญครับ🔗

นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

เรียนประธานสภาที่เคารพ ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จากจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๓ สันกำแพง แม่ออน ดอยสะเก็ด สำหรับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ ย้ำอีกครั้งนะครับหลักการง่าย ๆ คือการให้อำนาจ แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปปรับปรุง ไปแก้ไขปัญหาในที่นั้น ๆ แม้ว่าที่นั้นจะมี เอกชนเป็นเจ้าของก็ตาม แต่ว่าที่นั้นต้องถูกใช้เป็นสาธารณะมาอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๓ ปี มันมีข้อตรงนี้อยู่ ทีนี้ผมน่าจะต้องอภิปรายให้กับทางเพื่อนสมาชิกจากฟากฝั่งอื่นที่จะ โหวตคว่ำวันนี้ อยากจะให้ท่านได้เข้าใจและเห็นภาพ ผมขอยกตัวอย่างเคสที่เกิดขึ้นจริง จาก สส. เขตอย่างผม สไลด์มาได้เลยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ผมพาท่านประธานไปที่หมู่บ้าน แห่งหนึ่งครับ ชื่อสันกำแพง ปาร์ควิลล์ หมู่บ้านแห่งนี้มีมาก่อนที่จะมี พ.ร.บ. จัดสรรที่ดิน นั่นหมายความว่าหมู่บ้านนี้ไม่ได้มีเจ้าของโครงการที่มีหน้าที่จะต้องดูแลสาธารณูปโภค ไม่ได้มีการจัดตั้งนิติบุคคลใด ๆ ทั้งสิ้น ก็คือเจ้าของซอยแปลงขายที่ ทำถนนไว้ตั้งแต่อดีต แล้วก็ไม่ได้มีภาระหน้าที่ใด ๆ ที่จะต้องมาดูแลถนนนั้นให้มีสภาพที่ดี ทีนี้ผมก็ได้รับการติดต่อ จากพ่อแม่พี่น้องประชาชน รวมถึงได้รับการติดต่อจากเทศบาลตำบลสันกำแพงว่าขอให้ ท่าน สส. ช่วยมาดูหน่อยว่าเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร สไลด์ต่อไปได้เลยครับ ปัญหาเล็กน้อย มากครับ ถนนบางจุดในซอยก็ชำรุดทรุดโทรม คอสะพานทรุด ท่อระบายน้ำรางระบายน้ำ อุดตัน เทศบาลทราบปัญหานี้ดี ผอ. กองช่างอยากแก้ให้ลูกบ้านมาก ๆ แต่ทำไม่ได้เลย ทำไม่ได้เลยเพราะที่พวกนี้ไม่ได้เป็นที่สาธารณะ ไม่ได้เป็นภาระจำยอม เป็นพื้นที่ที่ถูกใช้เป็น สาธารณะแต่เป็นโฉนดที่ดินมีเจ้าของหมดเลยนะครับ สไลด์ต่อไปครับ ผังอาจจะดูไม่ชัด ผมขอเปิดผังหมู่บ้านนี้ที่ผมได้รับมาอาจจะดูไม่ค่อยชัด แต่อยากจะชี้ให้เห็นว่าถนนที่ลูกบ้านใช้กันในหมู่บ้านนี้รอบหมู่บ้านเป็นพื้นที่ที่มีโฉนด ๑๐ แปลง มีเจ้าของชื่อไม่ซ้ำกันเลย ๑๐ คน โชคดีนะครับ มีอยู่ ๒ แปลงที่ตามหาเจ้าของ โฉนดได้แล้วเจ้าของเขาก็ยินยอมยกให้เป็นสาธารณะ ส่วนที่ยินยอมเทศบาลสามารถเข้าไป ซ่อมบำรุงได้นะครับ แต่อีก ๘ โฉนด ๘ แปลงหาเจ้าของไม่เจอ เจ้าของเปลี่ยนมือไปไม่รู้กี่ครั้ง ต่อกี่ครั้งแล้ว เจ้าของบางคนหาเจอแต่ว่าประวิงเวลาไม่ยอมทำอะไรสักอย่าง ซ่อมก็ไม่ซ่อม จะยกจะโอนอะไรก็ไม่ทำ ทีนี้เราแก้ปัญหาอย่างไร สไลด์ต่อไปครับ กรมที่ดินที่ท่าน ให้ความเห็นว่าจะคว่ำร่างนี้ ผมถามจริง ๆ เถอะ กฎหมายก็ให้เปิดช่องไว้ว่าถ้าอยากจะให้ เจ้าของที่นั้นเขายกให้เป็นสาธารณะ พิสูจน์ได้ว่าถูกใช้เป็นสาธารณะก็ต้องไปฟ้อง โอเค กฎหมายเปิดช่องให้ฟ้องแต่ลูกบ้านต้องทำผ้าป่าเพื่อหาเงินจ้างทนายเขียนคำฟ้องแล้วไปฟ้อง แล้วผ้าป่านี้ สส. เขตหลาย ๆ ท่านอาจจะเคยต้องเอาเงินไปช่วยป่าด้วยซ้ำนะครับ ผมถาม กรมที่ดินครับ ถ้าท่านรับเป็นเจ้าภาพฟ้องแทนประชาชนได้อันนี้ก็ดีสิ เราจะได้ไม่ต้อง ไปหาทำผ้าป่าหาเงินไปฟ้องกันเองนะครับ เทศบาลทำไม่ได้อยู่แล้ว อยากทำใจจะขาดนะครับ ผมอยากให้ฝ่ายเพื่อนสมาชิกที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขนี้ ท่านบอกว่าถ้าเรามอบภารกิจนี้ ให้อำนาจนี้กับท้องถิ่นไปมันจะกลายเป็นภาระของท้องถิ่น เพราะไม่มีงบประมาณ ต่าง ๆ นานา ผมต้องบอกอย่างนี้ครับ การแก้ไขนี้คือเราให้อำนาจกับท้องถิ่น ซึ่งท้องถิ่น จะทำ หรือไม่ทำนั้นงบประมาณเพียงพอหรือไม่เขาก็ต้องไปทำประชาคมกับลูกบ้านนั้น ๆ ว่าแผนซ่อมถนนนี้ลูกบ้านจะผ่านประชาคมไหม แล้วค่อยเอาแผนบรรจุเข้าในแผน งบประมาณซึ่งมันไม่ได้ Guarantee ใด ๆ ว่าจะได้ซ่อมหรือเปล่า แต่อย่างน้อยท้องถิ่น วันไหนที่เขาพร้อมเขาสามารถบรรจุแผนได้ จัดสรรลำดับความสำคัญของโครงการได้ เขาก็จะได้ซ่อมบำรุงในเคสลักษณะนี้นะครับ ส่วนที่ท่านกังวลว่าถ้าเราให้อำนาจนี้ไปอาจจะมี การทุจริตหรือไม่ อาจจะไปเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนบางรายอะไรหรือไม่ อันนั้นไม่ใช่หน้าที่ เราที่ต้องกังวล ณ ขณะนี้นะครับ เพราะเรามีหน่วยงานอย่าง สตง. ป.ป.ช. และ ถ้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นทำลักษณะนั้นจริง ๆ ก็ถือว่าให้เป็นความรับผิดชอบ ทางการเมืองของท้องถิ่นนั้น ๆ ก็ได้นะครับ นี่คือตัวอย่างเดียวที่ผมอยากจะหยิบยกและมัน เห็นภาพที่สุด เรื่องนี้ไม่ได้เกิดแค่ กทม. หรือปริมณฑล เกิดทั่วประเทศครับ หัวเมืองใหญ่ จังหวัดใหญ่ เชียงใหม่มีลักษณะนี้เยอะนะครับ ขอนแก่น ภูเก็ต มีหมดนะครับ พวกเราเชื่อว่า การให้อำนาจกับท้องถิ่นตรงนี้สามารถจะแก้ไขปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้ นี่คืออำนาจในมือของนิติบัญญัติที่เราทำได้นะครับ ผมก็อยากวิงวอนเพื่อนสมาชิกที่ยัง ไม่เห็นด้วยพิจารณากันอีกครั้งอย่างรอบคอบ เราถกกันในรายละเอียดในชั้นกรรมาธิการ ได้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครูนักเรียน โรงเรียนอำนาจเจริญ อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ จำนวน ๔๑ ท่านนะครับ สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไปทางฝั่งรัฐบาลท่านสุดท้าย ท่านวิทยา แก้วภราดัย เชิญครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม วิทยา แก้วภราดัย พรรครวมไทยสร้างชาติ แบบบัญชีรายชื่อ ผมดูการเสนอกฎหมาย ฉบับนี้แล้วก็ยังมีความรู้สึกว่ามันเป็นกฎหมายที่ไปไม่สุดครับ จะทำให้เกิดปัญหาระยะยาว ขออนุญาตที่จะทำความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกนะครับ ปัญหาแรกที่ผมติดใจก็คือที่ดินที่มี เจ้าของ ปัญหาก็คือที่ดินที่มีเจ้าของตามกฎหมายปัจจุบันนี้มีเจ้าของกี่ประเภทครับ ที่ดิน ที่มีเจ้าของแต่ละประเภทที่ผมพอจะลำดับจำความได้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน คือที่ดิน ที่มีคนครอบครองอยู่แม้จะไม่มีเอกสารสิทธิใด ๆ ก็ตามแต่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ เขาไป ครอบครองอยู่เขาก็เป็นเจ้าของ สิทธิเขาจะหายไปเมื่อไรครับ เขาลุกจากที่ดินแปลงนั้น ออกไป คนอื่นมาตั้งหลักแทน คนนั้นก็จะเป็นเจ้าของ น.ส.๓ ไม่มี ส.ป.ก. ไม่มี ส.ค.๑ ไม่มี โฉนดไม่มี ไม่มีหลักฐานอะไรทั้งหมดและไม่เป็นที่หลวง ก็ถือว่าเป็นที่ครอบครอง ที่หัวไร่ปลายนาตามภาษาโบราณ ใครครอบครองอยู่ก็จะเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนั้น แต่ถ้า ลุกขึ้นจากที่ดินแปลงนั้นออกไปวันเดียวคนอื่นมาครอบครองแทนที่ดินแปลงนั้นก็จะเปลี่ยน เจ้าของ ที่ดินที่มีเอกสารเรื่องที่ ๒ อันนี้ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาก ศักดิ์สิทธิ์เทียบเท่าโฉนดที่เรียกว่า ส.ป.ก. ส.ป.ก. คือที่ดินที่ให้สิทธิทำกินเพื่อการเกษตรให้กับเกษตรกรผู้ยากไร้ตามที่ มีการแก้ไขประมวลกฎหมายปฏิรูปที่ดินเมื่อปี ๒๕๓๔ จัดสรรที่ดินที่เป็นที่ป่าที่สงวน แล้วก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ แล้วหมดสภาพความเป็น โอนให้กับประชาชน ที่ดิน ส.ป.ก. เพื่อการเกษตรแล้วก็จะตกทอดกันไปให้ทายาท คนอื่นมายึดอย่างไรก็ไม่ได้ เข้าไปครองอย่างไรก็ไม่ได้ ที่ดินประเภทต่อไปที่เป็นเจ้าของได้ก็คือท่านคงจำได้ครับ รุ่นโบราณ ส.ค.๑ ส.ค.๑ คือการแจ้งครอบครองที่ดินตั้งแต่ประมวลกฎหมายที่ดินออก ครั้งแรกให้ใครก็ตามในประเทศนี้ที่เป็นเจ้าของที่ดินมาขึ้นทะเบียนกับอำเภอเลยว่าที่ดิน ทิศตะวันออกจรดที่นาย ก ทิศตะวันตกจรดที่นาย ข ทิศเหนือจรดที่นาย ค ทิศใต้จรดที่นาย ง กว้างด้านหน้ากี่เส้น ด้านข้างกี่เส้น ด้านนั้นกี่เส้น แจ้ง ส.ค.๑ แล้วหลังจากนั้นภายใน ๑ ปี ต้องไปทำ น.ส.๓ อันนั้นประมวลกฎหมายที่ดินกำหนด ที่ดิน ส.ค.๑ ก็ดีก็คล้ายเคียงกับ ที่ดินครอบครอง ใครเป็นที่ดินเจ้าของ ส.ค.๑ คนอื่นเขาเอาไปใช้ปีหนึ่ง ลุกขึ้นไปเขาเอามาใช้ ก็เป็นของคนนั้น ถ้าที่ดิน ส.ค.๑ เป็นทางแล้วก็เพื่อนมาวิ่งทำถนนวิ่งกัน ๑๐ วันก็เป็นสิทธิ ที่ประชาชนใช้ร่วมกันทันที ถ้าที่ดิน น.ส.๓ การที่จะได้สิทธิอันนั้นใช้เวลา ๑ ปีในการวิ่ง บนถนนเส้นนั้น ถนนเส้นนั้นก็เป็นถนนภาระจำยอมสิทธิที่ประชาชนจะใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทันที แต่ที่โฉนดถ้าวิ่งต้องวิ่งให้ครบ ๑๐ ปี ถ้ามีที่โฉนดอย่างที่เพื่อนแสดงกันทั้งหมดครับ ผมเข้าไปปลูกบ้านสักหลัง ขนำสักหลัง แล้วก็ไปปลูกต้นไม้ไว้ ๔-๕ ต้น ครอบครองที่ ๒๐๐ ตารางวา เจ้าของผ่านไปผ่านมาผมก็ยืนยิ้มหน้าบ้านเปิดเผย เขาเรียกว่า ครอบครอง โดยสงบเปิดเผยมีเจตนาเป็นเจ้าของ ผมไปนอนนิ่ง ๆ อยู่ ๑๐ ปี ผมก็จะได้สิทธิครอบครอง ปรปักษ์ ไปร้องต่อศาล ศาลก็จะเปลี่ยนสิทธินั้นเป็นผมทันที แต่คราวนี้ปัญหาว่าเพื่อนสมาชิก กำลังเสนอแก้ปัญหาเรื่องที่ดินที่ถูกทอดทิ้ง ผมก็เลยอธิบายว่าที่ดินมันมีกี่ประเภท ที่ดิน ถูกทอดทิ้งบางประเภท ทอดทิ้งทันที หายทันที ถนนที่ว่ากันเป็นที่ ส.ค.๑ หรือเปล่าครับ ถ้าเป็นที่ ส.ค.๑ มันหายตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาเอารถวิ่งกัน โดยเจ้าของไม่ออกมาคัดค้าน ถ้าเป็น น.ส.๓ วิ่งกันปีหนึ่งจบแล้วครับ สิทธิก็จะมา ถ้าเป็นโฉนดวิ่งกัน ๑๐ ปี จบครับ มันจะกลายเป็นที่สาธารณะที่ประชาชนใช้ทางสัญจรไปมาเป็นสิทธิที่ปิดไม่ได้แล้วต่อไป ปัญหาว่าจะแปลงที่ดินนั้นโดยกฎหมายฉบับนี้ ผมก็ไม่เข้าใจครับ การใช้ประโยชน์ชั่วคราว คืออะไร สมมุติผมเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนี้และถนนเส้นนี้ตัดบนถนนหน้าบ้านผมไป ผมก็อยาก จะจัดสรรที่ตรงนี้ แต่ตรงนี้เป็นโคลนทั้งนั้น ผมก็จะให้วิ่งกันไปมาครับ วิ่ง ๓ ปีผมก็ไม่ห้ามอะไร แล้วสุดท้ายประชาชนที่นั่นจับมือกับท้องถิ่น อบต. หรือผู้ว่าราชการ กทม. ก็ตาม ขอใช้สิทธิ ในถนนเส้นนี้เป็นการชั่วคราว ผมก็บอกได้ครับ ผมให้เวลาคุณ ๕ ปี คุณก็เล่นมาทำถนน ติดไฟฟ้า เสาไฟฟ้า เทคอนกรีตอย่างดี ระยะทาง ๑ กิโลเมตรตามหน้าที่ดินของผม ผมให้ระยะเวลาคุณ ๕ ปี คุณวิ่งมาแล้ว ๓ ปี คุณใช้ประโยชน์อีก ๒ ปี ครบ ๕ ปีกลับมาเป็น ของผมเหมือนเดิมครับ หลวงไม่ได้ไปเลย เพราะฉะนั้นผมบอกออกกฎหมายทีออกในที่สุด เลยครับ ถ้าจะได้ก็ออกให้เป็นของหลวงทันทีเลย แต่ถ้าออกมาว่าขอใช้ชั่วคราวอย่างนี้ ผมคิดว่ามันเป็นช่องทางให้ต้มกันครับ ต้มกันอย่างไรครับ ผมจะจัดสรรที่ดินไม่มีสตางค์ลงทุน ทำถนน คุณล่อทำถนน ๔ เลนหน้าบ้านผม ติดไฟฟ้าสว่างไสว หลังจากนั้นผมก็แบ่งโฉนด ด้านหลังไล่ไปเรื่อย ๆ จัดสรรที่ดินโดยไม่ต้องทำถนน เป็นถนนสาธารณะด้วยครับ แล้ว กทม. ดูแลให้ตลอด ไฟดับเทศบาลมาดูแล กทม. มาดูแล ถนนทรุด ถนนพัง ไม่ต้องยุ่งครับ ด้านหลังผมทำหมู่บ้านจัดสรรเสร็จ เพราะว่าคุณเอาที่ดินผมไปใช้ชั่วคราว คราวนี้อธิบายผมว่า ที่ดินที่พูดถึงเป็นที่ดินประเภทไหนที่จะให้ท้องถิ่นจับมือไปใช้ชั่วคราว แล้วถ้าเพื่อนสมาชิก ข้องใจว่าที่ดินที่โชว์กันตามแผนที่ว่าเขาทำแล้วทิ้งไว้อย่างนี้ ประชาชนใช้กันมา ๑๐ ปีแล้ว ยังไม่ได้สิทธิ ง่ายครับ ไม่ต้องลงทุนลงขัน ไม่ต้องทอดผ้าป่า ไปหาสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ ให้เขายื่นฟ้องให้กับท้องถิ่นเพื่อประกาศเป็นที่ดินที่ประชาชนมีสิทธิใช้ร่วมกัน เท่านั้นจบครับ มันจะขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนมีสิทธิใช้ร่วมกัน ไม่ต้องไปชั่วคราว แต่ถ้าชั่วคราวอย่างนี้เสร็จครับท่านประธาน ออกกฎหมายทีหนึ่งไปเอื้อให้กับคนที่เจ้าของ ที่ดินที่ปล่อยประโยชน์ให้คนอื่นใช้ชั่วคราวและพากลับไปเป็นของตัวเอง หลวงก็ลงทุน ทำถนนไว้ ๔๐ ๕๐ ล้านบาทสูญเปล่าครับ ถ้าเอาจริง ๆ ถ้าวิ่งมาครบ ๑๐ ปีรอดเลยครับ แล้วก็ไม่ต้องไปลงทุนครับ ใช้อัยการเลยครับ ผมมีสำนักงานคุ้มครองสิทธิฟ้องคดีอย่างนี้ ให้ฟรีทั้งหมด และที่เหล่านั้นก็จะกลายเป็นที่สาธารณะที่ท้องถิ่นเข้ามาดูแลได้ทันทีครับ ขออนุญาตที่จะเสนอความเห็นครับ ผมรับร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ครับ เพราะมันไปไม่สุด แล้วก็จะเป็นปัญหาระยะยาวเอื้อประโยชน์ให้กับคนบางกลุ่มครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนพดล ทิพยชล เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายนพดล ทิพยชล นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นพดล ทิพยชล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพี่น้องจังหวัดนนทบุรี เขต ๔ อำเภอปากเกร็ด พรรคประชาชน วันนี้ครับท่านประธานผมขอมีส่วนร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยเพื่อนสมาชิก พรรคประชาชน ท่าน สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมรอ พ.ร.บ. ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้ ว่าเมื่อไรจะเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเราเสียที เพราะอะไรครับ เพราะว่า ประชาชนเขาก็รอเช่นกันครับท่านประธาน เมื่อไรสภาผู้แทนราษฎรของเราแห่งนี้ จะแก้ปัญหาที่เป็นปัญหาหน้าบ้านที่เรื้อรังมานานนี้ให้กับประชาชนเสียทีครับท่านประธาน ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วสภาแห่งนี้ได้เคยพิจารณารับร่างหลักการ พ.ร.บ. จัดสรรที่ดิน ไปแล้ว โดยที่ พ.ร.บ. จัดสรรที่ดินฉบับนั้นเมื่อผ่านการพิจารณาจากสภาแห่งนี้ก็จะสามารถ ช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในการจัดตั้งนิติบุคคลในพื้นที่ที่เป็นที่ดินจัดสรรให้กับ พี่น้องประชาชนมาแล้วครับท่านประธาน แต่คราวนี้ปัญหาเรื่องที่ดินนอกจากที่ดินในพื้นที่ จัดสรรแล้ว ความเสื่อมโทรมของที่ดินนอกพื้นที่จัดสรรที่ประชาชนนั้นใช้ประโยชน์ร่วมกัน ก็เป็นปัญหาใหญ่ไม่แพ้กันครับท่านประธาน คำถามคือทำไมเราจึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้ ในฐานะที่ผมเป็นผู้แทนราษฎรของพี่น้องชาวจังหวัดนนทบุรี ผมจะพาท่านประธานไปดูตัวอย่างที่เป็นคำตอบของความเดือดร้อนที่นนทบุรีซึ่งเป็นพื้นที่ เขตของผมเองครับท่านประธาน🔗

ไปดูที่แรกครับ หมู่บ้านศรีทับทิม หมู่บ้านแห่งนี้อยู่ที่ตำบลบางพูด อำเภอ ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ท่านประธานจะเห็นจากภาพสไลด์ ฝนตกเมื่อไรน้ำก็ท่วมขังถนน และซอยภายในหมู่บ้านทุกครั้งน้ำระบายไม่ได้ เนื่องจากท่อระบายน้ำไม่ได้รับการขุดลอก มานานปีแล้วครับ รวมทั้งถนนและท่อระบายน้ำก็ต่ำกว่าพื้นที่รอบนอกเขาอีก เพราะไม่เคย ได้รับการปรับปรุงดูแลรักษามาก่อนเลย แต่ในขณะเดียวกันกลับกันในพื้นที่ชุมชนที่อยู่รอบ ๆ หมู่บ้านเขาได้รับการปรับปรุงทำใหม่ไปหมดแล้ว ประชาชนในหมู่บ้านทนอยู่กันแบบนี้ มานานนับ ๑๐ ปีแล้วครับท่านประธาน มีการร้องขอไปยังเทศบาลเพื่อให้เข้ามาช่วยแก้ไข แต่เทศบาลก็ตอบว่าไม่สามารถนำงบประมาณเข้ามาปรับปรุงแก้ปัญหาให้ได้ เพราะว่าที่ดิน แห่งนี้ยังไม่ได้ยกให้เป็นสาธารณประโยชน์กับทางรัฐ ไปต่อครับท่านประธาน เช่นเดียวกันกับ ที่ซอยต้นสน ๑๑ ตำบลบางพูดเช่นกัน อำเภอปากเกร็ด ซอยนี้มีความยาวอยู่ประมาณ ๕๐๐ เมตร แต่ท่านประธานดูนะครับสภาพถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ท่อระบายน้ำก็ไม่มี ประชาชนเขาเดือดร้อนมากครับ ฝนตกเมื่อไรวิกฤติน้ำท่วมมาเยือนเมื่อนั้น ท่านประธานครับ ประชาชนเขาได้สะท้อนปัญหาผ่านผมมาว่าสภาพถนนที่ขรุขระเขายังพอทนรับได้ครับ เขารับสภาพได้เนื่องจากเขาอยู่กับปัญหาสภาพเดิม ๆ แบบนี้มานานนับ ๑๐ ปีแล้วครับ ท่านประธาน แต่ที่เขาต้องการเร่งด่วนให้แก้ปัญหาจริง ๆ คือเรื่องการระบายน้ำครับ ท่านประธาน ฝนตกน้ำมันระบายไม่ได้ เพราะว่าถนนมันไม่มีท่อระบายน้ำ ฝนตกมาน้ำมัน ก็ท่วมขังอยู่แบบนี้ ร้องไปเทศบาลก็ปัญหาเดียวกันกับหมู่บ้านศรีทับทิมที่ผมได้เล่า ให้ท่านประธานฟังเมื่อสักครู่ครับ ซอยยาว ๕๐๐ เมตร แต่มีเพียงประมาณไม่กี่สิบเมตรครับ ท่านประธานช่วงปากซอยก่อนที่จะไปตัดกับถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด มันยังเป็นที่ดิน กรรมสิทธิ์ของเอกชนอยู่ครับท่านประธาน เทศบาลก็ไม่สามารถนำงบประมาณไปปรับปรุง ให้ใหม่ได้เช่นกัน ขออนุญาตนำสไลด์ลงได้เลยครับ ท่านประธานผมเข้าใจแล้วก็เห็นใจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเขามีความตั้งใจและอยากที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยความจริงใจ แต่มันติดอยู่ที่ตรงกฎหมายของเราที่มันยังเป็นแบบนี้ หากนำงบประมาณไปปรับปรุงพื้นที่ดินที่เป็นของเอกชนเขาก็กังวลว่าจะโดน สตง. ลงมา ตรวจสอบเขาอีก ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน แต่ภาครัฐ กลับไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลืออะไรเขาได้เลย แล้วจะให้ประชาชนเขารอเทวดาที่ไหน มาช่วยแก้ปัญหาให้ครับท่านประธาน จะให้เขาอยู่แบบสิ้นหวังไปวัน ๆ แบบนี้ไปถึงเมื่อไร หากเพื่อนสมาชิกฝั่งรัฐบาลเตรียมจะโหวตคว่ำ ท่านช่วยเสนอแนะหน่อยครับ แล้วจะ แก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนในเคสกรณีแบบนี้อย่างไร โดยเฉพาะร่างกฎหมายฉบับนี้เขาก็ระบุชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ให้อำนาจองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นแบบลอย ๆ เลย จะไปทำที่ไหนก็ได้มันทำแบบนั้นไม่ได้นะครับ ต้องมีการพิสูจน์ ทราบก่อนว่าที่ดินนั้นมีประชาชนเขาใช้ประโยชน์ร่วมกันมาไม่น้อยกว่า ๓ ปี หรือถ้าท่านติดใจ เรื่องระยะเวลาในชั้นกรรมาธิการเราก็เพิ่มเป็น ๕ ปี หรือ ๑๐ ปีก็ได้ เราก็มาคุยกันต่อ ในชั้นกรรมาธิการ แค่นั้นยังไม่พอนะครับ มันต้องมีประชาชนที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันลงชื่อ อย่างน้อยไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งอีก มิหนำซ้ำถึงจะปรับปรุงไปแล้วกรรมสิทธิ์ที่ดินก็ยังเป็นของ เจ้าของเดิมอยู่ครับท่านประธาน ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินแต่อย่างใด ท่านประธานครับ หน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรเราในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติเมื่อปัญหาของ พี่น้องประชาชนได้สะท้อนเข้ามาในสภาของเราแห่งนี้ ผมเห็นควรว่าเราต้องแก้ไขประมวล กฎหมายที่ดินปลดล็อกครับ เพื่อสร้างผนังทองแดงกำแพงให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เขาได้มีที่พิง ให้เขาได้เดินหน้าแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนได้ครับ ท่านประธาน สุดท้ายครับ ผมจึงเห็นด้วยและขอสนับสนุนให้สภาผู้แทนราษฎรรับร่าง แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดินเพื่อเพิ่มอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถ ปรับปรุงสภาพพื้นที่ดินเอกชนที่ประชาชนโดยรอบใช้สอยประโยชน์ร่วมกันได้ครับ ท่านประธาน ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปรีติ เจริญศิลป์ เชิญครับ🔗

นายปรีติ เจริญศิลป์ นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ปรีติ เจริญศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี วันนี้ผมขอ อภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของ สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เนื่องจากในนนทบุรีมีปัญหาหลายอย่างที่ต้องใช้ กฎหมายเข้ามาแก้ไขครับ ผมเองและเพื่อนสมาชิกในจังหวัดนนทบุรี ผมเชื่อว่าปัญหา คล้าย ๆ กันครับ ปัจจุบันนนทบุรีเป็นเมืองแห่งการอยู่อาศัยนะครับ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายปรีติ เจริญศิลป์ นนทบุรี

มีประชากรมากกว่า ๑.๓ ล้านคนครับ ความหนาแน่นตอนนี้คืออันดับ ๒ ของประเทศ รองจากกรุงเทพมหานครแค่นั้นเอง แต่ส่วน รายได้เป็นอันดับ ๑ ๔๐,๐๐๐ กว่าบาทครับ นนทบุรีเป็นเมืองที่อยู่อาศัยที่คนกรุงเทพฯ ย้ายออกมามากที่สุดครับ เพราะในกรุงเทพฯ พื้นที่แน่นแล้วราคาสูงครับ เขาก็จะย้ายมาอยู่ นนทบุรีกันจำนวนมากครับ ปัจจุบันข้อมูลจากสำนักงานที่ดิน หมู่บ้านจัดสรรมีมากกว่า ๑,๗๓๗ โครงการ พันกว่าโครงการนะครับ ไม่ใช่หลังนะครับ รวมแล้ว ๓๐๐,๐๐๐ กว่าหลัง ยังไม่รวมคอนโดมิเนียมอีกที่มีเป็นจำนวนมากครับ มากกว่า ๑๖๐,๐๐๐ ห้องชุดในนนทบุรี ดังนั้นจึงเกิดหมู่บ้านจำนวนมากที่มีหลากหลายรูปแบบ สไลด์ถัดไปครับ หมู่บ้านก็มีทั้ง หมู่บ้านที่ยังไม่มีนิติบุคคล เช่น หมู่บ้านใหม่ที่เพิ่งเริ่มขายเริ่มทำขึ้นมานะครับ หมู่บ้านที่มี นิติบุคคลแล้วก็คือขายเสร็จแล้ว มีการจัดตั้งเรียบร้อยแล้วตามกฎหมาย พ.ร.บ. จัดสรรที่ดิน อันนี้ไม่มีปัญหาครับ มีการจัดตั้งนิติบุคคล เก็บค่าส่วนกลาง บริหารจัดการเป็นระบบ แต่หมู่บ้านอีกรูปแบบหนึ่งอันที่ ๓ หมู่บ้านที่เคยมีนิติบุคคลแต่ปัจจุบันไม่มีแล้ว หรือว่า เกิดมาก่อน พ.ร.บ. จัดสรรที่ดิน ปี ๒๕๔๓ นี่ละครับ ประเด็นตรงนี้มีปัญหาจำนวนมาก ทั้งที่หมู่บ้านเหล่านี้ก็มีประชากรที่เสียภาษีเหมือนกับหมู่บ้านอื่น ๆ ทั่วไป แต่เขาไม่ได้รับ งบประมาณในการสนับสนุนจากท้องถิ่นเลย เคยไปถามว่าท้องถิ่นทำไมเขาไปสนับสนุน หมู่บ้านที่ไม่มีนิติบุคคล หมู่บ้านเอกชนที่เป็นส่วนของเอกชนได้หรือไม่ เขาบอกไม่ได้ ท้องถิ่น อบต. เทศบาลเอางบไปลงไม่ได้เพราะเป็นพื้นที่ของเอกชน แต่ปรากฏว่าผมก็ไปถามว่า แล้วคนในหมู่บ้านเก่าเหล่านี้ที่มีอายุสัก ๓๐ ๔๐ ปีเขาจะทำอย่างไร ท้องถิ่นเขาบอกว่า คุณต้องยกพื้นที่ส่วนกลางนั้นให้กับเทศบาล ให้กับ อบต. ก่อนเขาถึงเข้าไปทำได้ แต่ปรากฏว่า ในสมัยก่อน ๓๐ ๔๐ ปีที่แล้วหมู่บ้านเหล่านี้ บริษัทที่เขาขายหมู่บ้านเขาไม่ได้โอนภาระ จำยอมให้กับผู้ซื้อ ชื่อยังเป็นชื่อของบริษัทอยู่เลย นี่ละคือปัญหาที่คนที่เสียภาษีด้วยกัน อย่างเท่าเทียมแต่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมาช่วยเหลือจากท้องถิ่นเพราะติดเรื่องนี้ นี่คือกฎหมายที่ควรจะต้องแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ผมจึงอยากให้มีการสนับสนุนกฎหมายตัวนี้ หน้าถัดไป อันนี้หมู่บ้านก็อยู่ในพื้นที่ของผม ปากเกร็ดวิลเลจก็เป็นหมู่บ้านเก่าเหมือนกัน หน้าถัดไปครับ หมู่บ้านดิเอมเมอรัลด์นี่เห็นชัด นี่คือพื้นที่ส่วนกลางท้ายหมู่บ้านที่ไม่มี การจัดสรรงบประมาณมาดูแล เป็นพื้นที่เก่า เป็นชื่อของบริษัทหมู่บ้านเอกชน ซึ่งตอนนี้ หาตัวตนไม่ได้แล้ว ไม่รู้จะให้เขาโอนให้ท้องถิ่นอย่างไร กลายเป็นที่รกร้างว่างเปล่า บางบ้าน ก็เอาผ้ามาตากอย่างนี้ครับ ดูครับนี่คือพื้นที่ส่วนกลางที่ควรจัดสรรให้กับประชาชนได้ใช้ และประชาชนในพื้นที่ที่เขาเสียภาษีควรได้รับการดูแลจากท้องถิ่นเช่นกัน นี่ละครับ ผมจึงอยากสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้เพื่อแก้ปัญหา เมื่อใดก็ตามหมู่บ้านเหล่านี้ไฟฟ้าดับ ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ส่วนกลางเสื่อมโทรมไม่มีใครมาช่วยเขาดูแล ทำอย่างไรครับ มันต้อง ช่วยกันสนับสนุนกฎหมายตัวนี้ ท่านอาจจะไม่เห็นฝ่ายรัฐบาลก็ตามเพราะท่านไม่ได้มี สส. ในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือปริมณฑลเหมือนกับพรรคประชาชน ผมจึงอยากสะท้อนให้ท่านเห็น มาช่วยกันสนับสนุนกฎหมายตัวนี้ให้ผ่านให้ได้ ไม่อย่างนั้นแล้วแก้ปัญหาให้กับประชาชน ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลที่มีหมู่บ้านจัดสรรที่ไม่มีนิติบุคคลเหล่านี้หรอกครับ มันแก้ ไม่ได้แน่นอนถ้าท่านไม่ช่วยกันสนับสนุนกฎหมายนี้ ฝากไว้เท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอนุสรณ์ แก้ววิเชียร เชิญครับ🔗

นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร นนทบุรี

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี อำเภอบางกรวย ตำบลบางไผ่ พรรคประชาชน วันนี้ผมขออนุญาตมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ก่อนอื่นผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ก่อนว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของที่ดินทั้งหมด กระจุกอยู่ที่คนรวยที่สุดเพียงแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ของคนไทยไม่มีที่ดินเป็นของ ตนเอง วันนี้เป็นอะไรกันครับ พอเราพูดปัญหาเรื่องที่ดินกันทีไรมีคนร้อนรน มีคนทนไม่ได้ เพราะอะไรครับ เพราะที่ดินเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของผู้ที่มีความมั่งคั่งของประเทศนี้ นอกเหนือจากหุ้น ทองคำ ก็ที่ดินนี่ละครับ ที่ดินมันไม่สามารถเพิ่มปริมาณได้แล้ว จึงเป็น สัญลักษณ์แสดงความมั่งคั่งของกลุ่มคนบางกลุ่ม ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าตั้งแต่ มีการใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๗ การนำที่ดินมาบริหารจัดการเพื่อให้ใช้ ประโยชน์อย่างทั่วถึงมีบัญญัติไว้แล้วตั้งแต่ต้น ในปี ๒๔๙๗ ก็มีการพูดถึงไว้ในมาตรา ๖ ว่าที่ดินที่รกร้างว่างเปล่าหรือไม่ได้รับการใช้ประโยชน์ให้ตกเป็นของรัฐภายในระยะเวลา ที่กำหนด เช่น โฉนดที่ดินก็ใช้เวลา ๑๐ ปี ที่ดินที่ไม่มีโฉนดที่ดินก็ใช้เวลา ๓ ปี หลังจากนั้นหลังจากมีการใช้ประมวลกฎหมายที่ดินมามีประกาศคณะปฏิวัติ ซึ่งอันนี้ผมก็ ไม่เข้าใจว่ามันค้างอยู่ในระบบกฎหมายเราได้อย่างไร สภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือองค์กร นิติบัญญัติยอมให้คำสั่งคณะปฏิวัติอยู่ในพระราชบัญญัติได้อย่างไร ปัจจุบันนี้ประกาศ คณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๙๖ ก็ไปเพิ่มเติมเงื่อนไขในมาตรา ๖ ของประมวลกฎหมายที่ดินว่า เมื่อท่านไม่ใช้ที่ดินแล้วให้อธิบดีกรมที่ดินไปยื่นคำร้องต่อศาล มันทำให้ขั้นตอนยากขึ้นนะครับ ต่อมามีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ระบุถึงการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในมาตรา ๑๓๘๒ กรณีที่มีบุคคลเข้าไปครอบครองที่ดินของบุคคลอื่นโดยสงบ เปิดเผย และด้วยเจตนา เป็นเจ้าของ ระยะเวลาถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ก็ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลา ๑๐ ปี แต่ถ้า เป็นสังหาริมทรัพย์ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลา ๕ ปี ถามว่าเหตุผลที่ผมยกอันนี้มาอภิปราย คืออะไรครับ ผมกำลังจะบอกเพื่อนสมาชิกว่าการแย้งซึ่งกรรมสิทธิ์หรือการรอนสิทธิ ซึ่งกรรมสิทธิ์มันมีบัญญัติอยู่ในกฎหมายครับ ในประมวลกฎหมายที่ดินดึงกรรมสิทธิ์ของคน ที่ปล่อยทิ้งร้าง รกร้างว่างเปล่า ไม่ใช้ประโยชน์ให้มาเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐ ส่วนในประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในมาตรา ๑๓๘๒ เป็นการเอากรรมสิทธิ์มาเป็นของบุคคลคนอื่น ท่านจะเห็นตรงนี้มันคือการแย่งกันซึ่งกรรมสิทธิ์ ฝ่ายหนึ่งคือให้ไปเป็นของรัฐ อีกฝ่ายหนึ่ง ให้มาเป็นของเอกชน แต่สิ่งที่ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นำเสนอนี้ไม่ได้เป็นการแย่ง กรรมสิทธิ์ เพราะฉะนั้นไม่ต้องเดือดร้อน ไม่ต้องดิ้นรน Landlord ทั้งหลายไม่ต้องดิ้นรน ไม่ได้แย่งกรรมสิทธิ์ เพียงแต่ว่าเอาทรัพย์สินนี้มาใช้ประโยชน์กับประชาชน วันนี้เราต้อง ยอมรับว่ากฎหมายของประเทศเราไม่มีการระบุถึงที่รกร้างว่างเปล่า นอกเหนือจากของ เอกชนแล้วผมอยากพูดไปถึงหน่วยงานของรัฐบางหน่วยงานที่ถือครองที่ดินจำนวนมาก แล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์ ท่านทิ้งไว้ทำไม มันยังมีพี่น้องประชาชนของเราอีก ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่มีที่ทำกิน แล้วมันมีปัญหาอะไรมากมายในสภาแห่งนี้นักหรือครับ เวลาที่เราจะโอน อำนาจของเราให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เขามาจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนเหมือนกัน กับเราในสภาแห่งนี้ กฎหมายของท่านณัฐพงษ์ไม่ได้บอกว่าที่ดินทุกแปลงที่รกร้างว่างเปล่า ต้องถูกนำไปใช้ประโยชน์แบบนี้นะครับ ท้องถิ่นเขามีดุลพินิจครับ เขาเลือกได้ว่าแปลงไหน สมควรใช้ประโยชน์ แปลงไหนไม่สมควรใช้ประโยชน์ นอกเหนือจากนั้นกฎหมายเขียนไว้ ในวรรคสองในร่างกฎหมายอย่างชัดเจนว่า ให้อธิบดีไปออกระเบียบในการแปลงสภาพที่ดิน มันจะอยู่ในอำนาจของฝ่ายบริหาร ท่านเป็นรัฐบาลท่านก็ไปออกกฎระเบียบกฎหมายลูก ตรงนี้ได้ มันไม่มีปัญหาเลยครับ เหมือนที่ผมเรียนถ้ากรรมสิทธิ์เป็นของรัฐก็ใช้ประมวล กฎหมายที่ดิน ถ้าจะแย่งกรรมสิทธิ์มาเป็นของเอกชนก็ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ถ้าที่ดินนั้นมันรกร้างว่างเปล่า ถ้าเจ้าของเขายินยอม ถ้าท้องถิ่นเขายินยอมพร้อมใจ ที่จะเอาไปทำมันมีปัญหาอะไรนักหนาหรือครับ เพราะฉะนั้นผมอยากฝากเพื่อนสมาชิก ท่านคิดให้ดี ๆ ว่าพื้นที่ท่านมีปัญหาเหมือนที่พวกผมอภิปรายไปแล้วหรือเปล่า จังหวัดนนทบุรี นะครับท่านประธาน มีพื้นที่สีเขียวน้อยที่สุดในประเทศไทย มีเพียง ๓.๙๒ ตารางเมตร ต่อ ๑ ประชากร น้อยที่สุดในประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ของผมอำเภอบางกรวย มีประชาชน ที่ครอบครองที่ดินอยู่แล้วปล่อยให้เป็นที่รกร้าง มันมีทั้งงู มีทั้งหนู มีทั้งแมลงสาบ มีทั้งวัชพืช มันจะมีปัญหาอะไรถ้าท้องถิ่นจะเข้าปราบวัชพืชเหล่านี้และทำปรับปรุงให้มันเป็นสวนสาธารณะ ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับไม้ยืนต้น ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของท่าน กรรมสิทธิ์ยังเป็นของท่าน ประโยชน์ก็ตกอยู่กับประชาชนในพื้นที่ เวลาที่พรรคประชาชนหรือพวกผมพูดถึงการกระจาย อำนาจสู่ท้องถิ่นทีไร เหนื่อยครับ ต่อต้านกันตลอด มันมีปัญหาอะไรนักหนากับสภาแห่งนี้ ในการมอบอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมขอสรุปช้า ๆ ชัด ๆ ครับท่านประธาน ทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์ในที่ดิน ปล่อยให้ที่ดินรกร้างว่างเปล่า ๓ ปีติดต่อกัน และมิได้หวงกัน เมื่อประชาชนหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเห็นและประสงค์จะแปลงสภาพที่ดินเป็นพื้นที่ เพื่อประโยชน์ที่ประชาชนใช้สอยรวมกันเป็นการชั่วคราว เป็นการชั่วคราวนะครับ และ สุดท้ายยังบัญญัติไว้อีกว่าไม่กระทบต่อกรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่ดิน มันชัดเจนอยู่ในตัว แล้วครับ มันชัดเจนอยู่ในตัวแล้วว่าเราจะหาประโยชน์จากที่ดินรกร้างว่างเปล่าให้กับ ประชาชนในท้องถิ่นของเราอย่างไร วันนี้สภาอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้กำลังจะบอกพี่น้องประชาชน ที่มีปัญหาเรื่องที่ดิน ที่มีปัญหาเรื่องพื้นที่สีเขียว ที่มีปัญหาเรื่องประโยชน์ใช้สอยในพื้นที่ของ ตัวเองว่าเราจะอนุญาตให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาแก้ปัญหานี้หรือเปล่า รับผิดชอบนะครับ ใครที่คัดค้านท่านเตรียมตอบคำถามกับประชาชนในพื้นที่ของผม ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครู นักเรียน โรงเรียนบ้านไอบาตู อำเภอ สุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส จำนวน ๔๖ ท่าน สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ คณะที่ ๒ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้นำประชาชนอำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน ๑๐ ท่าน สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับครับ ต้องขอโทษท่านอดิศรนะครับเมื่อสักครู่ ข้ามไป เชิญท่านอดิศร เพียงเกษ ครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดขอนแก่นครับ ต้องขอขอบพระคุณที่ท่านกรุณาไม่ลืม เพราะผมถือว่าการอภิปรายในสภาเป็นหน้าที่ของ ผู้แทนราษฎร เพราะที่นี่ความคิดเห็นอาจจะต่างกันนะครับ เป็นเรื่องธรรมดา ผมไม่อยากให้ พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งมาเอาความคิดเห็นของตนเองเป็นใหญ่ เหตุผล แต่ละเหตุผล แต่ละพรรค เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนที่พรรคแต่ละพรรคต้องไปประชุม ต้องมีวิปของพรรค ถ้าอยู่รัฐบาลก็มีวิปรัฐบาล ถ้าอยู่ฝ่ายค้านก็มีวิปฝ่ายค้าน วันนี้หากจะเป็น การแสดงความคิดเห็นก็เป็นความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมา ถ้าผมไม่เห็นด้วยกับท่าน ท่านก็กรุณา อย่ากล่าวว่าผมไม่ก้าวหน้า หรือพรรคการเมืองพวกผมไม่เห็นแก่ประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน เพราะที่นี่เขาอาศัยเสียง อาศัยมือ ถ้ามือใดมากมือนั้นชนะ มือไหนน้อยมือนั้นแพ้ ผมจำได้ว่า กฎหมายประเภทเดียวกันทางพรรคที่ทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านได้เสนอมาครั้งหนึ่งในสภาแห่งนี้ แต่ก่อนชื่อว่าพรรคก้าวไกล โดยเลขาธิการพรรคก้าวไกลในอดีต ขออนุญาตเอ่ย สภาแห่งนี้ ก็ไม่รับหลักการแล้วก็คว่ำไป ก็เป็นสิทธิของสภานะครับ คว่ำแล้วกรุณาอย่าไปแถลงข่าว ข้างนอก แพ้ชนะให้มันจบอยู่ที่นี่ครับ ผมก็ไม่ค่อยชอบเท่าไรว่าถ้าแพ้แล้วต้องไปแถลงข่าวแพ้ เพราะอันนั้นเพราะอันนี้ คนที่ไม่เห็นด้วยมันเป็นเพราะอันนั้นเพราะอันนี้มันไม่ได้ประโยชน์ อะไรครับ กฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดินที่ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หัวหน้าพรรคประชาชนเสนอก็เป็นสิ่งที่ท่านได้เจียระไน ว่าสิ่งเหล่านี้มันเหมาะสมกับสถานการณ์ในความเห็นของพรรคท่าน แต่พรรคของกระผม ที่เรียกว่าพรรคเพื่อไทยก็ดี พรรคร่วมรัฐบาลก็ดี ได้ถกเถียงกันว่ากฎหมายเรื่องกรรมสิทธิ์ ในที่ดินมันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ครับ มันเป็นเรื่องรัฐธรรมนูญบัญญัติรับรองไว้ เรื่องกรรมสิทธิ์ เป็นเจ้าของที่เจ้าของทาง การที่จะไปรุกล้ำหรือไปบุกรุกหรือไปทำให้สิ่งเดิมที่เขามีกรรมสิทธิ์อยู่ หายจากกรรมสิทธิ์ไปมันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ เรามีสิทธิที่จะปรึกษาหารือ เรามีสิทธิที่จะ เห็นด้วยกับท่านและมีสิทธิที่จะไม่เห็นด้วยกับท่านด้วยในขณะเดียวกัน เราสงสัยว่าการที่ ออกกฎหมายดังกล่าวนั้นกฎหมายดังกล่าวที่ท่านกำลังเสนอนั้นเป็นการส่งเสริมให้มีการบุกรุก ที่ดินของบุคคลอื่นหรือเปล่า ในพรรคเพื่อไทยก็ถกเถียงกันครับ ถ้าเป็นการบุกรุกที่ดินก็มี ความผิดด้านเกี่ยวกับกฎหมายอาญาบุกรุกที่อยู่แล้ว เราถกเถียงกันว่าเมื่อมีกรณีกฎหมาย ที่ท่านจะออกมาในปัจจุบันเกิดคดีความข้อพิพาทมากขึ้นทั้งในทางตรงและทางอ้อมหรือไม่ เราถกเถียงกันว่ามีผลกระทบกับความเชื่อมั่นในการถือครองที่ดินของประชาชนหรือไม่ เราถกเถียงกันว่าประชาชนจ่ายภาษีในการถือครองที่ดินให้แก่รัฐ แม้ยังไม่ได้เข้าทำประโยชน์ แสดงว่าประชาชนยังหวงแหนแทนสิทธิในที่ดินที่ดังกล่าวอยู่ บุคคลใดไม่ทำประโยชน์ นายทุนมีที่ดินไม่ทำประโยชน์เขาต้องเสียภาษีอัตราก้าวหน้ารุนแรงนะครับ รุนแรงเหมือนกัน เราเห็นว่าปัจจุบันนี้มีหน่วยงานสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ สคทช. ได้จัดทำโครงการจัดทำมาตรการส่งเสริมการใช้ที่ดินที่ถูกทิ้งร้างให้เกิดประโยชน์สูงสุดอยู่แล้ว เราคิดอย่างนี้ครับ แต่บังเอิญว่าความคิดที่ผมพูดไม่ตรงกับฝ่ายท่าน ท่านต้องทำใจนะครับ ทำใจเป็นฝ่ายค้านแล้วก็ทำใจเป็นฝ่ายรัฐบาลในอนาคตด้วย ผมว่าชนะอยู่ที่พวก สะดวกอยู่ที่เงิน เจริญอยู่ที่นาย ข้อ ๔ ฉิบหายอยู่ที่ปาก ขออนุญาตถอนคำว่า ฉิบหาย เพราะฉะนั้นผมพูด ในวันนี้ด้วยความเกรงใจและให้กำลังใจท่านทั้งหลายที่เสนอกฎหมาย ณ ที่นี่ครับ พรรคเพื่อไทย อาจจะเห็นไม่ตรงท่าน เรามีหลายฉบับที่เห็นตรงกันนะครับ วันนี้กฎหมายการสมรส เท่าเทียมวันนี้แจก Sticker กัน เราเห็นตรงกัน มีหลายฉบับเห็นตรงกันครับท่านก็ยกย่อง สรรเสริญพวกผม แต่วันนี้ไม่เห็นตรงกัน อ้าวจะมารุมสกรัมเสียแล้วผมคิดว่ายังไม่บรรลุ นิติภาวะในทางการเมือง จึงขออนุญาตที่จะพูดตรงไปตรงมาอย่าโกรธกันครับ มติจะออกมา เป็นอย่างไรเราไม่ทราบ ท่านทราบได้อย่างไรว่าเราจะยกมือให้อย่างนั้น เพราะเราฟังครุ่นคิด ฟังการเทศนาจากผู้นำฝ่ายค้านก็ทนอยู่นะครับ ผมก็พยายามฟังว่าไม้จะสอนขวานอย่างไร ผมก็พยายามนั่งฟัง จึงขออนุญาตที่จะปรับความเข้าใจ แพ้วันนี้ก็ชนะในวันหน้า แพ้วันนี้ อย่าออกไปแถลงข่าวมาทับถมคนที่ออกเสียงต่างจากท่านครับ จึงขออนุญาตว่ากฎหมาย ฉบับนี้พวกเราเห็นว่ายังมีสิ่งที่บกพร่องมากมายเราควรจะทบทวน ในสภาวันนี้ไม่ควรจะ ผ่านไป หรือในระยะเวลาที่เหมาะสมในอนาคตถ้ามันมีจังหวะโอกาสก็กลับเสนอเข้ามาใหม่ เท่านั้นนะครับ ผมอภิปรายวันนี้ด้วยความเกรงใจทั้ง ๆ ที่ไม่อยากพูดเรื่องที่พูดไปแล้ว แต่ก็อยากให้สติสภาแห่งนี้ว่าคะแนนออกมาเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นครับ นี่คือระบบ รัฐสภา ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เหลืออีก ๑๗ ท่าน อีก ๑๗ ท่าน เป็นฝั่งนี้ล้วน ๆ นะครับ ท่านบุญเลิศ แสงพันธุ์ ๗ นาที หลังจากท่านบุญเลิศก็ขอเป็น ๕ นาที เพราะว่าเยอะมากก็ซ้ำ ๆ กันนะครับ เชิญท่านบุญเลิศครับ🔗

นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ อำเภอพระประแดง เฉพาะตำบลบางจาก จังหวัดสมุทรปราการ พรรคประชาชน วันนี้ ผมขออนุญาตมีส่วนร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ได้ถูกเสนอโดยณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ซึ่งเป็นหัวหน้า พรรคประชาชน ท่านประธานครับ เพื่อกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจ เปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั่วไปให้ใช้สอยร่วมกัน ซึ่งเป็นที่ดิน ที่เจ้าของที่ดินมิได้ทำประโยชน์และเป็นที่ดินที่ประชาชนทั่วไปใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยสงบ เปิดเผยโดยเจ้าของที่ดินมิได้หวงกัน พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้หรือที่เรากำลังจะนำเสนออยู่ คือการแก้ไขปัญหาหน้าบ้าน ผมไม่รู้ว่าบางท่านมีหน้าบ้านของตัวเองหรือเปล่าก็อยากจะ รบกวนหลาย ๆ ท่านนะครับ เพื่อนสมาชิกผู้แทนหลาย ๆ ท่าน ปัญหาที่เพื่อน สส. หลายคน ที่ได้พูดถึงเราเข้าใจเป็นอย่างดี หน้าบ้านท่านถนนอาจจะสูงน้ำก็เลยไม่ท่วม ไม่มีพื้นที่ ที่ประชาชนหรือสมาชิกผู้แทนที่รับเสียงจากประชาชนมาสะท้อนในสภาแห่งนี้ที่ท่านบอกว่า สิ่งที่นี่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว มีการรวมความคิดต่างคนต่างคิดแตกต่างกันได้นะครับ ท่านลองฟังเสียง ประชาชนสักนิดหนึ่งว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ขออนุญาตสไลด์ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมุทรปราการ

ซึ่งวันนี้ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง ปัญหาในพื้นที่ดังกล่าวในพื้นที่ของผมเองในอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ภาพแรกจะเป็นปัญหา น้ำท่วมถนน ท่านดูจะชัด ๆ นะครับเพื่อนสมาชิก ระยะทางถนนตรงนี้ประมาณ ๙๐ เมตร ไม่เยอะเลย ๙๐ เมตรเองครับ แต่เด็กนักเรียนต้องเดินลุยน้ำ ผู้ปกครองก็ไม่สามารถที่จะ เข้าไปส่งได้ อันนี้ผมแค่ยกตัวอย่างบางภาพมานะครับ ประมาณหัวเข่าครับ ท่านอาจจะนั่ง รถเก๋งมีคนขับ แต่ทีนี้ไม่มีคนขับไปส่งนะครับ มีแต่ผู้ปกครองที่ต้องส่งขับมอเตอร์ไซค์หรือ นั่งมอเตอร์ไซค์วิน หรือปั่นจักรยานมา มีครู ๒๕ คน มีนักเรียน ๔๐๐ กว่าคน ท่านลองนึก สภาพครับ อะไรมันเกิดขึ้นแค่ระยะทางประมาณ ๙๐ เมตรเอง สไลด์ถัดไปอันนี้ก็เป็นจัดสรร มีโครงการในการแบ่งขายที่ดิน สุดท้ายหลายสิบปีที่ผ่านมาทุกวันนี้มีอยู่ ๒ ซอย จัดสรรตาเบิ้ม ซอย ๔ กับ ซอย ๒ ตามภาพเลยครับ ตามภาพที่พ่อแม่พี่น้องประชาชนทางบ้านได้เห็น ไม่สามารถสัญจรได้ครับถนนมันพัง อันนี้ผมต้องบอกยืนยันอีกครั้งอำเภอพระสมุทรเจดีย์ เป็นอำเภอน้ำท่วมนะครับ น้ำทะเลหนุนสูง มันก็เลยเกิดสภาพแบบนี้โดยตลอด เวลาน้ำขึ้น น้ำทะเลหนุนประชาชนออกไม่ได้เลยครับ ออกไม่ได้เลย ๒ ซอยนี้ ขอสไลด์ถัดไปครับ แล้วเมื่อสักครู่ผมต้องบอก ๒ ตัวอย่างเมื่อสักครู่ไประยะทางต้นซอยยันท้ายซอย สุดซอย ไปไหนไม่ได้ สุดซอยแล้วนะครับ อันนี้ถนนบุญเลิศพัฒนา ผมก็อยากจะพัฒนาตามชื่อ เหลือเกินนะครับ เป็นชื่อผมด้วยบุญเลิศพัฒนา ปัญหานี้เกิดมาหลายสิบปีแล้ว ซึ่งถนนเส้นนี้ เป็นของเอกชนเป็นรอยต่อระหว่าง อบต. บ้านคลองสวน ระหว่าง อบต. นาเกลือ แต่พอดี มันอยู่ตรงกลางที่มันเป็นของเอกชน ท่านดูคอสะพานครับ ผมถามว่าประชาชนจะตกตาย เมื่อไรครับ หรือคนที่สัญจรไปมาเขารู้สึกอย่างไรกับถนนเส้นนี้ คอสะพานก็เป็นแบบนี้ สภาพถนนก็แย่ครับ เดี๋ยวว่าง ๆ ผมพาไปเข้าพื้นที่ประมาณสักทุ่มนะครับ แล้วประมาณสัก สี่ทุ่มถนนมืดครับ แสงสว่างก็ไม่มี ริบหรี่มากเลยนะครับ อันนี้ผมต้องยืนยันอย่างนี้ครับ แล้วก็ ฝากถึงเพื่อนสมาชิกว่าง ๆ เดี๋ยวผมพาไปอำเภอพระสมุทรเจดีย์ไปดูปัญหาด้วยกัน ไม่ว่า จะเป็นน้ำท่วมหรือแม้แต่ถนนพวกนี้ที่คุณบอกว่ามันเป็นส่วนของพื้นที่เอกชนกลัวจะโน่น นี่ นั่น แต่ผมยืนยันอีกครั้งนะครับ การแก้กฎหมายเพิ่มเติมมันอาจจะไม่ส่งผลกระทบอะไร กับพวกท่านมากมาย แต่ผมบอกเลย ๓ ตัวอย่างนี้ส่งผลกระทบเป็นจำนวนมากสำหรับ ผู้สัญจร ท่านลองเดินไปแล้วท่านลองไปดูประชาชนเดือดร้อนแค่ไหน ท่านอาจจะสะดวกสบาย แต่คนพวกนี้ไม่ได้สะดวกสบายเลย หรือท่านมีความกังวลในส่วนของพื้นที่ที่ท่านจะเสียไป ท่านอาจจะมีพื้นที่เยอะอาจจะเป็นมรดกหรือโน่น นี่ นั่น หรือแม้แต่ตัวผมเองผมไม่มีที่ดิน เพราะบิดามารดายังไม่มอบมรดกให้ ก็มีแค่บ้านที่ผ่อนอยู่ หรือแม้แต่โครงการเอื้ออาทรที่ยัง ผ่อนไม่หมดเลย ท่านกลัวจะเสียที่ดินหรือ อันนี้คือการแก้ไขเพื่อให้พ่อแม่พี่น้องประชาชน รู้สึก หน่วยงานรัฐหรือแม้แต่ผู้แทนราษฎรเห็นถึงความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ แล้วผมต้องบอกว่าอีกหลายจุดผมแค่ยกตัวอย่างแค่ ๓ จุดเอง ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้าน จัดสรรที่โดนละเลยจากโครงการปล่อยทิ้งร้าง ปัญหาทุกวันนี้ยังเกิดขึ้นอยู่เลย และสิ่งที่ เกิดขึ้นต้องยืนยันอีกครั้งผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากตรงนี้ การใช้พื้นที่รกร้างอย่างมี ประสิทธิภาพ เช่น การจัดการสวนสาธารณะ ตลาดท้องถิ่น หรือสถานที่สาธารณะประโยชน์ อื่น ๆ การลดความขัดแย้งระหว่างประชาชนในชุมชนที่ต้องการใช้พื้นที่กับเจ้าของที่ดิน ที่ไม่ใช้ประโยชน์จากที่ดิน หรือแม้แต่การพัฒนาสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ ผ่านการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ ขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมายนี้จะให้ หน่วยงานท้องถิ่นสามารถเข้าไปจัดสรรและวางแผนการใช้พื้นที่รกร้างได้ภายใต้เงื่อนไข ที่กำหนด ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดครับ เท่ากับเจ้าหน้าที่ต้องยินยอม โดยเจ้าของที่ยังคงมี สิทธิเต็มที่ในทรัพย์สิน ฟังชัด ๆ นะครับเผื่ออ่านไม่ออก โดยเจ้าของที่ดินยังคงมีสิทธิเต็มที่ ในทรัพย์สิน🔗

สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน ผมจึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ที่สร้างสมดุลระหว่างสิทธิเจ้าของที่ดินและความต้องการของชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ดิน สิ่งแวดล้อมเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนของคนทุกคนด้วยครับ เรากล้าคิด แล้วเราก็กล้าทำนะครับ ขอฝากเสียงพ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วย แล้วผมขอ ยกตัวอย่างอีก ๒ ตัวอย่างสุดท้ายนะครับ ถนนเส้นนี้ในซอยกระทิงแดงน้ำท่วมทุกวันเลยครับ ท่านดูดี ๆ เวลาไม่ว่าจะเป็นเที่ยงหรืออะไรก็แล้วแต่ อันนี้ตกเป็นของท้องถิ่นแล้วนะครับ ก็คือ อบต. ขอสไลด์ถัดไปครับ นี่ก็เป็นถนนอีกเส้นหนึ่งเป็นของ อบจ. พ่อแม่พี่น้องประชาชน ท่วมอยู่ตลอดเวลา แต่ประชาชนตั้งคำถามว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือแม้แต่เป็น อบต. เอง เรามีการแก้ปัญหาเดิม ๆ หรือไม่กับสิ่งที่เกิดขึ้น ท่านไม่ต้องกลัวครับว่ากฎหมายฉบับนี้ จะผ่านแล้วท้องถิ่นรับลูกไปแล้วเอางบประมาณไปลงเขาจะโกง เขาจะไปกิน เขาจะไปทุจริต อะไรก็แล้วแต่ ท่านไม่ต้องกลัว เพราะทุกวันนี้คำว่า โกงกับทุจริต มีเต็มประเทศเลยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธิษะณา ชุณหะวัณ เชิญครับ🔗

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน สาทร และราชเทวี พรรคประชาชน ท่านคะ กรุงเทพมหานคร เขต ๒ ในพื้นที่ของดิฉันมีประชากรที่ค่อนข้างหนาแน่นค่ะ และกรรมสิทธิ์ในที่ดินในหลายพื้นที่ มีทั้งเป็นของส่วนบุคคลมีเจ้าของแล้ว จึงทำให้เกิดการดำเนินการจัดการที่ดินหลายจุด โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือสำนักงานเขตค่อนข้างยากลำบากค่ะ และส่วนของพื้นที่ ชุมชนแออัดส่วนมากก็ตั้งอยู่บนพื้นที่ของภาครัฐ มักถูกปล่อยปละละเลยให้กลายเป็นพื้นที่ รกร้างเต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูล บ่มเพาะปัญหาสุขอนามัยค่ะท่าน ดิฉันเห็นมาหลายจุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่ดินรกร้าง เช่นตัวอย่างในเขตของดิฉันค่ะ การรถไฟแห่งประเทศไทยพื้นที่ ตรงมักกะสันมีพื้นที่ที่มาพัฒนาเป็นโครงการสถานีรถไฟ Airport Rail Link มักกะสัน หรือมักกะสัน Complex และอยู่ภายใต้การดูแลของการรถไฟแห่งประเทศไทย มีพื้นที่ ทั้งหมด ๔๙๗ ไร่ โดยแบ่งเป็น ๔ ส่วนค่ะท่านประธาน มีส่วนหนึ่งที่เป็น ๑๕๐ ไร่ แปลงสุดท้ายที่ยังไม่ได้นำมาพัฒนาเป็นเมกะโปรเจกต์ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาล บุรีฉัตรไชยากร โรงพยาบาลรถไฟ สถานีตำรวจรถไฟฟ้ามักกะสัน และ ๕ ชุมชนที่มี ผู้อยู่อาศัยรวมกว่า ๓,๐๐๐ ครัวเรือน หรือประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน ซึ่งกำลังจะมีการเวนคืน พื้นที่โดยที่ที่ดินนั้นไม่ได้ถูกนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อคนส่วนมากในประเทศ แต่ให้ประโยชน์กับกลุ่มทุนผูกขาดเพียงบางบริษัทที่มากว้านซื้อที่ดินเพียงเท่านั้นค่ะ นอกจากนั้นยังไม่สามารถให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปซ่อมแซมต่อเติมหรือทำนุบำรุง สาธารณูปโภคพื้นฐานได้อีกด้วยค่ะท่านประธาน นอกจากนั้นเรามีพื้นที่รกร้างสีเขียวของ กรุงเทพมหานครประมาณ ๔,๐๐๐ ไร่ ๗,๐๐๐ แปลง แต่ถ้าดูข้อมูลในส่วนของประชาชน ที่เคยปักหมุดกันไว้ถึงโอกาสในการเปลี่ยนพื้นที่รกร้างมาเป็นพื้นที่สีเขียวหรือนำมาใช้ ประโยชน์ส่วนรวมให้ได้มากที่สุดค่ะ และนอกจากนั้นยังมีที่ดินของภาครัฐที่มีชุมชนจัดตั้ง อย่างถูกกฎหมายในเขตของดิฉัน อย่างเช่น ชุมชนการเคหะบ่อนไก่ภายใต้รัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวง พม. พัฒนาบ่อนไก่ ชุมชนหลังวัดปทุมวนาราม ชุมชนกุหลาบแดง ชุมชน นิคมมักกะสัน ชุมชนโรงเจมักกะสัน ชุมชมริมทางรถไฟมักกะสัน ชุมชนกรมทางหลวง และอื่น ๆ อีกมากมายค่ะท่านประธาน ดิฉันไม่สามารถเอ่ยชื่อได้หมด ชุมชนเหล่านี้อำนาจ ของกรุงเทพมหานครไม่สามารถเข้าไปปรับปรุงซ่อมแซมแม้กระทั่งทางออกหนีไฟเพื่อความ ปลอดภัยและสุขอนามัย และความปลอดภัยในทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน รวมถึงชีวิต ด้วยค่ะท่านประธาน ที่ดินที่อยู่ในภาครัฐและท้องถิ่นไม่มีอำนาจขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่จะนำงบประมาณมาปรับปรุงประสบปัญหาจากการจัดการองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นพ่วงกับปัญหาไล่เวนคืนพื้นที่ทั้ง ๆ ที่ชุมชนเหล่านี้อยู่มาไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ปี แต่ไม่มีการปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างพื้นฐาน และต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐหรือ งบประมาณของกรุงเทพมหานครหรือท้องถิ่น ท่านคะ พ.ร.บ. ดังกล่าวนี้จะช่วยปลดล็อก เพิ่มศักยภาพพื้นที่หลายเขตในเขตกรุงเทพมหานครและท้องถิ่นในต่างจังหวัดให้นำมาใช้ เป็นประโยชน์สาธารณะต่อส่วนรวมได้ค่ะท่านประธาน ปัญหาเรื่องกรอบอำนาจเจ้าหน้าที่ ระดับพื้นที่ท้องถิ่นควรจะเร่งรัดให้สามารถพัฒนาปรับปรุงเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ เช่น สำนักงานต่าง ๆ ที่กำกับโดยรัฐ การรถไฟแห่งประเทศไทย กรมธนารักษ์ และอื่น ๆ ที่เป็นที่ดินของเอกชน วัดวาอาราม รัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ในพื้นที่ของเขตดิฉันจากประสบการณ์ ที่ผ่านมามีชาวบ้านร้องเรียนมากมายอยู่หลายกรณีค่ะ เพื่อให้ทีมงานได้ประสานขอความ ช่วยเหลือไปยังสำนักงานเขตพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะการขอให้มีการปรับปรุงระบบ สาธารณูปโภคสาธารณะ บางพื้นที่มีน้ำท่วมขังซึ่งเกิดจากการไม่ได้ลอกท่อจนกลายเป็น แหล่งบ่มเพาะและเจริญพันธุ์ของสัตว์มีพิษหรือพาหะนำโรคต่าง ๆ จนกลายเป็นปัญหาต่อ พี่น้องประชาชน และในชุมชนบ่อนไก่ประสบปัญหาไฟไหม้กว่า ๒๐๐ ครัวเรือน เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๕ แต่ไม่ได้รับการปรับปรุงขั้นพื้นฐานในสาธารณูปโภคหรือทางออก หนีไฟเพื่อรองรับภัยพิบัติ เช่น ทางหนีไฟ สัญญาณเตือนภัย ระบบระบายน้ำที่ยังไม่ถูกต้อง ตามกระบวนการเหมาะสมหรือการวางระบบระบายน้ำลงแหล่งน้ำต่าง ๆ ที่สร้างความเสียหาย ให้กับแหล่งน้ำเป็นแหล่งทรุดโทรม ซึ่งหน่วยงานรัฐก็ไม่มีอำนาจตามกฎหมายเท่าที่ควรค่ะ ท่านประธาน ท่านจะให้พี่น้องในชุมชนแออัดเรี่ยไรเงินเพื่อจะไปปรับปรุงเอง เขาแค่เงิน จะเลี้ยงชีพตัวเองวันต่อวันก็ไม่มีแล้วค่ะท่านประธาน ความปลอดภัยขั้นพื้นฐานในพื้นที่ เช่น ไฟฟ้าส่องสว่างมีอยู่แต่ยังไม่เพียงพอหรือไม่มีเลยก็มีเรื่องร้องเรียนบ่อยมากค่ะ ท่านประธาน แต่ถ้าอยู่ในพื้นที่ภาครัฐ กทม. ไม่มีอำนาจก็ทำอะไรไม่ได้ ยับยั้งไม่ให้เกิด อาชญากรรมได้นะคะท่านประธานในโครงสร้างพื้นฐานกรณีที่มีข้อจำกัดพื้นที่เอกชน เป็นที่ของหน่วยงานโน่น นี่ นั่น แม้แต่เป็นของรัฐเองก็ทำให้กระบวนการล่าช้าต้องเจรจา กับเจ้าของที่ดิน บางทีเจ้าของที่ดินหายสาบสูญไปแล้วก็ไม่สามารถทำอะไรได้กับที่ดิน ดังต่อไปนี้ เพราะฉะนั้นร่างดังกล่าวที่ดินที่ปล่อยรกร้างกว่า ๓ ปีขึ้นไปให้เป็นอำนาจของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเข้าไปจัดการได้โดยเป็นไปตามระเบียบกรมการที่ดิน มาตรา ๘/๑ ซึ่งจะต้องมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนผู้อยู่อาศัย ในพื้นที่โดยรอบอยู่แล้วว่าจะจัดการที่ดินเหล่านั้นให้ไปพัฒนาด้านไหนในกรุงเทพมหานคร และในต่างจังหวัด เป็นเขตปกครองพิเศษที่กฎหมายเอื้อต่อเจ้าหน้าที่รัฐยังมีแค่กฎหมาย ลำดับรอง เจ้าหน้าที่ที่ทำการพัฒนาพื้นที่อาจมีความกังวลที่จะไปขัดต่อกฎหมายที่ลำดับ สูงกว่า สร้างความลำบากต่อเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่กังวลต่อการเข้าไปพัฒนาในพื้นที่นั้น ๆ และอาจจะกลายเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักกฎหมาย หรือกระทำไปโดยมิได้อยู่ในกรอบ ของกฎหมายก็ได้ เป็นการสร้างปัญหาที่คาราคาซังไม่มีใครกล้าไปทำอะไรค่ะท่านประธาน ไม่ได้รับการแก้ไข ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม ดิฉันมีความเห็นใจในเจ้าหน้าที่ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่าง พ.ร.บ. มีจุดเด่นสำคัญอยู่ที่ ๑. การระบุแรงจูงใจทางภาษี ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญของท้องถิ่นในการติดต่อเจ้าของที่ดิน ๒. ขณะเดียวกันช่วยให้เจ้าของ ที่ดินได้ประโยชน์อีกจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ดินเพิ่มขึ้นจากการใช้ประโยชน์ของที่ดิน นั้น ๆ ไม่ใช่ว่าร่าง พ.ร.บ. นี้แก้ไขเพิ่มเติมเป็นแนวทางแก้ปัญหาที่ดินรกร้างที่ไม่ได้ใช้ ประโยชน์ แต่เป็นทางเลือกในการบรรเทาภาระรายจ่ายภาษีของเจ้าของที่ดินอีกด้วยค่ะ เป็นการให้อำนาจกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปปรับปรุงโดยไม่ได้ก้าวก่าย ละเมิด หรือลิดรอนกรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่ดินแต่อย่างใด เป็นการแก้ปัญหาในพื้นที่แล้วยังช่วย จัดสรรที่ดินที่สำคัญต่อพี่น้องในเขตกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่างจังหวัดที่ต้องประสบปัญหา บ่อย ๆ อย่างที่ดิฉันกล่าวไปข้างต้นค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธัญธร ธนินวัฒนาธร เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายธัญธร ธนินวัฒนาธร กรุงเทพมหานคร

เรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางแค ภาษีเจริญ จากพรรคประชาชน ผมขอใช้เวลาในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้อภิปราย ญัตติพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... เสนอโดย สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และคณะ ในร่าง พ.ร.บ. นี้ก็มีใจความสำคัญอยู่ที่ การเพิ่มเติมข้อความในมาตรา ๖ ซึ่งเดิมก็มีเนื้อความว่าบุคคลใดมีสิทธิตามโฉนดหรือหนังสือ รับรองการทำประโยชน์ แต่ทอดทิ้งหรือปล่อยที่ดินเป็นที่รกร้างว่างเปล่าเกินกว่าเวลา ที่กำหนดให้ถือว่ามีเจตนาสละสิทธิเฉพาะส่วนที่ทอดทิ้ง โดยเพิ่มข้อความในมาตรา ๖/๑ มีเนื้อหาคือหากที่ดินเป็นที่ที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยเปิดเผยติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๓ ปี โดยผู้มีสิทธิในที่ดินไม่ได้หวงกัน พูดง่าย ๆ ก็คือถ้าเกิดว่ามีการใช้สอยที่ดินตรงนั้นประชาชน หรือแม้แต่กระทั่งท้องถิ่นสามารถรวมตัวกันขอร้องให้ตรงนั้นเปลี่ยนเป็นใช้สอยร่วมกัน เป็นการชั่วคราวได้โดยไม่กระทบต่อกรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่ดิน และร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็ยังสอดคล้องกับเนื้อหาในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๖ ที่ระบุว่ารัฐต้องจัดทำหรือดำเนินการให้มี สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง ตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนครับ ที่ดินซึ่งเป็นที่สาธารณประโยชน์เป็นหน้าที่ของรัฐ ในการปรับปรุงดูแล หรือปรับปรุงให้ใช้สอยประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ฉันใดก็ฉันนั้นครับ ท่านประธาน เพื่อให้ผลิดอกออกผลนั้นพื้นที่ที่ประชาชนได้ใช้สอยร่วมกันก็ควรได้รับ การปรับปรุงดูแลเพื่อให้พื้นที่นั้นไม่ถูกปล่อยปละละเลยนะครับ แล้วควรเป็นอำนาจของรัฐ ในการเข้าไปทำหน้าที่ดอกผลที่ว่าจึงตกแก่พี่น้องประชาชนตามสมควรครับ ในฐานะที่ผม เป็น สส. เขตในกรุงเทพมหานครก็มักจะได้รับเรื่องร้องเรียนทราบปัญหาจากประชาชน อยู่บ่อยครั้ง ให้หน่วยงานเข้าไปปรับปรุงซ่อมแซมไฟทางเดินต่าง ๆ แต่เมื่อตรวจสอบก็พบว่า เป็นที่ดินของเอกชน หน่วยงานรัฐไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ ท่านประธานดูในรูป ด้านซ้ายนั้นก็เป็นที่ที่ผมเข้าไปเดินเป็นทางสัญจรของพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานคร เราจริง ๆ นะครับ ตรงนั้นทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ ใช้กันทุกวัน มีสายไฟห้อยระโยงระยาง ถ้าฝนตก น้ำก็ท่วม ที่บนขวาตรงนั้นก็เป็นที่ตาบอดต้องอาศัยที่ดินที่รกร้างว่างเปล่าในการสัญจร เข้าออก รวมถึงภาพล่างขวาตรงนั้นเมื่อเป็นที่เอกชนก็ขาดการปรับปรุงดูแล ถนนก็ผุพัง แบบนั้นนะครับ และความจำเป็นก็คือเงื่อนไขหลักที่ทำให้ประชาชนต้องใช้ที่ดินเหล่านั้น หากมีตัวเลือกอื่นที่สามารถทำได้มีหรือว่าประชาชนจะไม่เลือกนะครับ และปัญหาเหล่านี้ ยังนำไปสู่ปัญหาเรื้อรังในชีวิตประจำวันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงภัยต่าง ๆ และปัญหา อาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้นได้ครับ เพราะฉะนั้นครับท่านประธานตามที่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน ก็มีผู้เห็นด้วยกับร่างร้อยละ ๖๖ ต่อ ๓๓ ความเห็นส่วนใหญ่มองว่าประชาชนจะได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินนั้น ๆ ได้อย่างยั่งยืน และมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ ความเห็นหนึ่งที่ผมมองว่าน่าสนใจคือการปรับที่ดินนั้น ให้กลายเป็นสวนสาธารณะหรือสถานที่ออกกำลังกายกับประชาชนทั่วไป ตรงนี้ผมมองว่า ก็ค่อนข้างที่จะมีประโยชน์เพราะว่าสัดส่วนของพื้นที่สีเขียวและพักผ่อนหย่อนใจของ พี่น้องประชาชนในเขตเมืองนี้ก็ค่อนข้างน้อยอยู่แล้ว มีประโยชน์อย่างยิ่งทั้งระยะสั้นก็คือ การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และระยะยาวก็คือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้อง ประชาชนนะครับ🔗

อย่างไรก็ตามครับท่านประธานในการเปิดรับฟังความคิดเห็นมีความเห็นหนึ่ง ที่ตั้งแง่มุมว่าจะเป็นการลิดรอนสิทธิเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินหรือไม่นั้น เนื้อหาในร่างก็ระบุ ไว้อยู่แล้วในมาตรา ๖/๑ ลงท้ายว่าให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจเปลี่ยนสภาพที่ดิน ให้เป็นพื้นที่ใช้สอยประโยชน์ร่วมกันเป็นการชั่วคราวโดยที่ไม่กระทบกับเจ้าของกรรมสิทธิ์ ที่ดินนะครับ นอกจากนี้ผมมองว่ายังเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของที่ดินอีกด้วย โดยเฉพาะในกรณี ที่เจ้าของที่ดินอนุญาตให้เข้าไปปรับปรุงเป็นพื้นที่ที่ใช้สอยร่วมกันในด้านกีฬาก็จะเข้าเงื่อนไข ในการขอลดหย่อนอัตราชำระภาษีที่ดินตามพระราชกฤษฎีกาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปี ๒๕๖๓ มาตรา ๔ (๘) ครับท่านประธาน ที่ให้ลดภาษีในอัตราร้อยละ ๙๐ ของจำนวนภาษี ที่ต้องเสียสำหรับที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นสถานที่ให้บริการแก่ประชาชนเป็นการทั่วไป เพื่อการเล่นกีฬานะครับ🔗

โดยสรุปสาระสำคัญนะครับท่านประธาน จากที่ผมและเพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายก็คงให้เห็นภาพว่าที่ดินที่ประชาชนได้ใช้ประโยชน์อย่างสงบเปิดเผย เจ้าของ มิได้หวงกันประชาชนก็สามารถที่จะร้องขอต่อหน่วยงานรัฐให้หน่วยงานรัฐเข้ามาปรับปรุง ดูแลเปลี่ยนสภาพพื้นที่ดังกล่าวให้สามารถใช้สอยใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและ ยั่งยืน ส่วนในเรื่องระยะเวลานั้นที่อาจจะยังมีความเห็นแตกต่างกัน ท่านเห็นด้วยหรือไม่ กับตัวเลข ๓ ปีนั้นเราสามารถพิจารณาร่วมกันในวาระถัดไปได้ครับ ดังที่ผมได้กล่าวมา ไม้ทุกต้นสมควรได้รับการดูแลเพื่อผลิดอกออกผล ดอกผลที่ว่านั้นมิใช่เพียงเพื่อเด็ดลง วางประดับให้สวยงามครับ แต่ยังแตกยอดไปสู่ประโยชน์โพดผลได้อีกมาก พื้นที่รกร้างเหล่านี้ นอกจากจะได้รับการดูแลให้สมบูรณ์มีชีวิตชีวาแล้วยังช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในชีวิต ประจำวันของพี่น้องประชาชนได้ แก้ปัญหาความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจนถึง สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน แก้ไขปัญหาหน้าบ้านของประชาชน ได้ด้วยครับ พวกเราจึงหวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าท่านประธานและสมาชิกทุกท่านจะเล็งเห็น ถึงความสำคัญของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขดังที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ได้ในเร็ววันครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เชิญครับ🔗

นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เชียงใหม่

ขอบคุณค่ะท่านประธาน เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู ผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชน เขตเลือกตั้งที่ ๑ ยกเว้นตำบลหนองหอย หนองป่าครั่ง ท่าศาลา และวัดเกต วันนี้ดิฉันขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้าน ในการที่จะยื่นแก้เสนอร่างฉบับนี้เพื่อเป็นประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน จากที่เพื่อนสมาชิก ของดิฉันได้อภิปรายไปแล้วถึงประโยชน์แล้วก็สาเหตุที่จะต้องแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ดิฉัน อยากจะย้ำให้ชัด ๆ อีกสักครั้งหนึ่งว่าเราจะเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๖/๑ แห่งประมวล กฎหมายที่ดิน ซึ่งมาตรา ๖/๑ ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เชียงใหม่

มาตรา ๖/๑ นี้ก็ตีความไว้ว่า เจ้าของที่ดิน หากทิ้งที่ดินที่รกร้างว่างเปล่า ไม่ทำประโยชน์ และเป็นที่ดินที่พี่น้องประชาชน ใช้ประโยชน์ร่วมกันมากกว่า ๓ ปีขึ้นไป พี่น้องประชาชนสามารถที่จะร้องขอต่อองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในการที่จะเข้าไปปรับปรุงสภาพแล้วทำให้ถนนหนทางหรือที่ดินแห่งนั้น มีสภาพที่ดีขึ้น เพราะเนื่องจากปัจจุบันการเข้าไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงที่ดินที่รกร้างว่างเปล่า ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องรอถึงระยะเวลา ๑๐ ปี และตามด้วยระเบียบ กระทรวงมหาดไทย ที่ว่าด้วยเรื่องของการดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินที่ถูกทอดทิ้งไม่ทำ ประโยชน์จะต้องมีกระบวนการอีก ๓ เดือน และหลังจากนั้นก็ต้องตั้งคณะกรรมการเพื่อเสนอ อัยการอีก ซึ่งการใช้ที่ดินดังกล่าวเป็นระยะเวลา ๑๐ ปี ๒๐ ปี หรือ ๓๐ ปี เป็นธรรมดา อยู่แล้วที่ที่ดินเหล่านี้จะทรุดโทรมชำรุดผุพังลง ถึงแม้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมี ความมุ่งหวังดีที่อยากจะเข้ามาดูแลซ่อมแซมและพัฒนาที่ดินแห่งนี้ให้เป็นสภาพที่ดีขึ้น แต่ว่า ถ้าเข้าไปทำแล้วอาจจะมีความเสี่ยงในการที่จะถูก สตง. เข้าตรวจสอบ เกิดเป็นคดีความ ข้อขัดแย้งกันเกิดขึ้น กลายเป็นอุปสรรคที่พี่น้องประชาชนจะต้องรับกรรมต่อไปค่ะ เกิดความขัดแย้งและความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนที่มีต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยกตัวอย่างพื้นที่ของดิฉันเองในพื้นที่ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ อย่างหมู่บ้านโมเดิร์นทาวน์และรุ่งสุริยาวิลล่า หมู่ที่ ๑๓ ตำบลป่าแดด พื้นที่แห่งนี้เป็น หมู่บ้านจัดสรรที่สร้างมาแล้วกว่า ๓๐ ปี แต่ว่าด้วยถนนหนทางยังเป็นที่ดินของเอกชน ซึ่งเทศบาลตำบลป่าแดดก็มีความมุ่งหวังที่ดีที่จะเข้าไปปรับปรุงแต่ก็ไม่สามารถทำได้ ทำให้ พี่น้องประชาชนกว่าหลายร้อยหลังคาเรือนก็ต้องทนกับความยากลำบากในการสัญจร กับถนนที่ผุพังแบบนี้ การที่ไม่มีไฟถนนที่ทำให้การสัญจรในเวลากลางคืนก็มีความอันตราย เกิดขึ้น และในอีกพื้นที่ในตำบลช้างเผือกหมู่บ้านในซอยโพธาราม ก็มีลักษณะคล้าย ๆ ตำบลป่าแดดเช่นเดียวกันนะคะไม่มีไฟส่องสว่างที่ถนน แล้วถนนก็เป็นหลุมเป็นบ่อ เทศบาลตำบลช้างเผือกก็ไม่สามารถเข้าไปบำรุงรักษาดูแลได้ค่ะ พี่น้องประชาชนก็ต้อง ควักกระเป๋าจ่ายเงินกันเองในการติดตั้งเสาไฟโซลาร์เซลล์ LED ที่ติดตั้งได้เฉพาะหน้าบ้าน ของพวกเขาเอง ทางผู้ใหญ่บ้านหรือเทศบาลตำบลช้างเผือกก็พยายามที่จะเข้าไปช่วยเหลือ แต่ก็ไม่สามารถทำได้นะคะ และอีกพื้นที่หนึ่งในตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ในซอยวัดร่ำเปิง ซอย ๑ หมู่ที่ ๕ ซึ่งเป็นถนนที่พี่น้องประชาชนใช้สัญจรกันสิบกว่าปีแล้ว แล้วก็เป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวก็เข้ามาพักอาศัยอยู่ชั่วคราวในระยะเวลาที่ท่องเที่ยวในจังหวัด เชียงใหม่ค่ะ ยิ่งช่วงฝนตกก็เกิดน้ำขังในพื้นที่ ตอนกลางคืนก็มืดไม่มีไฟส่องสว่างในถนนนะคะ ก็อยากจะย้ำเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่งค่ะว่าการแก้ไข พ.ร.บ. ประมวลกฎหมายที่ดินในครั้งนี้ ไม่ได้มีการกระทบต่อกรรมสิทธิ์ที่ดินแต่อย่างใด ทั้งหมดที่ดิฉันอภิปรายไปเป็นการแสดงถึง เหตุจำเป็นต่าง ๆ ว่าทำไมเพื่อนสมาชิกของดิฉันในห้องแห่งนี้ และสมาชิกในการประชุม สภาแห่งนี้ควรที่จะผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่สาเหตุที่ทางเพื่อนสมาชิกฝั่งรัฐบาล ที่ได้โต้แย้งว่ามันไม่สมควรที่จะผ่านในสภาแห่งนี้ ที่ดิฉันจับได้ประเด็นหลัก ๆ ๓ ประเด็น ด้วยกันค่ะท่านประธาน🔗

ประเด็นแรก ท่านโต้แย้งว่างบประมาณของท้องถิ่นมีน้อยอยู่แล้ว มีภาระงาน ที่มากอยู่แล้ว ที่ท่านพูดแบบนี้ออกไปท่านไม่ไว้ใจ แล้วก็ไม่ไว้วางใจท้องถิ่นให้ทำงานใช่ไหมคะ จริง ๆ แล้วการแก้ไขว่างบประมาณท้องถิ่นมีน้อยแล้วภาระงานที่เยอะสามารถแก้ไขได้อยู่ ๒ ประการด้วยกันค่ะ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้ทราบดีอยู่แล้วว่าการที่จะแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ก็ต้องมีการทำแผนชุมชน แผนหมู่บ้าน เพื่อเสนอโครงการให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อยู่แล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็สามารถที่จะจัดลำดับ จัดความสำคัญว่าเขาจะทำที่ไหน ก่อนหลัง🔗

ประการที่ ๒ ในฐานะผู้แทนราษฎร จริง ๆ แล้วควรที่จะผลักดันในเรื่องของ นโยบายและงบประมาณต่าง ๆ สำหรับท้องถิ่นเพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. แผนและขั้นตอน กระจายอำนาจที่ระบุไว้ที่ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ และเพื่อนสมาชิกของดิฉันฝั่งรัฐบาลที่ได้โต้แย้ง ว่าเป็นกฎหมายของ สส. ที่ไม่บรรลุนิติภาวะ ดิฉันคิดว่าเพื่อนสมาชิกของดิฉันทุกคน ในห้องแห่งนี้อายุมากกว่า ๒๐ ปีอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นไม่สามารถที่จะมาพูดแทนพี่น้อง ประชาชนได้นะคะ และอีกอย่างหนึ่งการคิดใหญ่ทำเป็นค่ะ การคิดใหญ่ทำเป็นของพวกเรา ก็คือเป็นการคิดใหญ่รู้ว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ทำเป็นในเรื่องของการแก้กฎหมายฉบับนี้และการรับหลักการกฎหมายฉบับนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสกล สุนทรวาณิชย์กิจ เชิญครับ🔗

นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สกล สุนทรวาณิชย์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ จากพรรคประชาชน วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กับคณะ เป็นผู้เสนอ โดยมีหลักการเพื่อกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจเปลี่ยนแปลง สภาพพื้นที่ ประชาชนทั่วไปได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันเป็นการชั่วคราว โดยที่เจ้าของที่ดินมิได้ หวงกั้นครับ ท่านประธานครับ จังหวัดปทุมธานีเป็นจังหวัดที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการขยายตัวของกรุงเทพมหานคร ทำให้ประชากรจำนวนมากไหลเข้ามาอยู่ ในปริมณฑลรวมถึงปทุมธานี เมื่อมีความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้นทำให้ภาคเอกชน โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ถือโอกาสกว้านซื้อที่ดินเพื่อเตรียมจัดทำเป็นหมู่บ้านจัดสรรหรือ คอนโดมิเนียมจำนวนมาก หากเพื่อนสมาชิกท่านใดมีโอกาสเดินทางโดยใช้ถนนพหลโยธิน บริเวณตรงข้ามโรงกษาปณ์ หรือช่วงถนนรังสิต-นครนายก หมวดทางหลวงรังสิต ท่านจะ พบว่าเจอกับที่ดินว่างเปล่าขนาดใหญ่ที่รอการพัฒนา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะพัฒนา แต่ที่แน่ ๆ พื้นที่เหล่านี้ก็ได้กลายเป็นพื้นที่ทิ้งขยะหรือเป็นแหล่งก่ออาชญากรรม ไม่ว่าจะเป็น การลักลอบค้ายาเสพติดหรือการเผาสายไฟฟ้าที่ไปลักตัดมา หรือในปีที่ผ่านมาพื้นที่ลักษณะนี้ ก็เกิดเหตุเพลิงไหม้เนื่องจากเผาดอกของธูปฤาษี เกิดมลพิษควันฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วอำเภอธัญบุรี และพื้นที่ข้างเคียง ซึ่งผมเองก็เคยได้ปรึกษาหารือไปแล้ว อภิปรายญัตติก็แล้วนะครับ แต่รัฐบาลที่คิดใหญ่ทำเป็นทำงานมาแล้ว ๒ ปี ก็ยังไม่เคยแก้ไขปัญหาอะไรได้เลยครับ ตอบกลับมาในปรึกษาหารือของผมว่าสั่งให้ทำอะไรครับ กำชับ ๆ ยังแก้ไขปัญหาไม่ได้เลย ดังนั้นถ้าด้วย พ.ร.บ. ฉบับนี้ เทศบาลก็จะสามารถเข้าไปจัดการดูแลทุ่งธูปฤาษีนั้นได้ และเจ้าของที่ดินเองก็มีสิทธิที่จะปฏิเสธได้ด้วยถ้าไม่อยากให้จัดการ ก็ยังถือว่ายังมีสิทธิเต็ม อยู่ในที่ดินครับ อีกตัวอย่างพื้นที่ที่ถูกพัฒนาแล้ว หมู่บ้านจัดสรรในเขตเทศบาลนครรังสิตและ เทศบาลเมืองคลองหลวงครับ ในหลายพื้นที่ถนนหรือพื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการชำรุด เสียหาย เนื่องจากขาดการบำรุงรักษา หมู่บ้านจัดสรรบางหมู่บ้านก็ประสบปัญหาน้ำท่วมขัง แต่เทศบาลก็ไม่สามารถเข้ามาลอกท่อสูบน้ำหรือปรับปรุงวางท่ออะไรได้เลย เนื่องจากว่า ไม่ถูกยกให้เป็นพื้นที่สาธารณะ สภาพปัญหาเหล่านี้ครับพี่น้องประชาชนก็ทนอยู่กับมันมา นานนับสิบปี เนื่องจากหมู่บ้านไม่สามารถจัดตั้งนิติบุคคลได้จากการขายโครงการได้ไม่ถึง เป้าหมายหรือที่เรียกว่า นิติเก๊ ซึ่งผู้ดำเนินโครงการก็มักหาเหตุผลต่าง ๆ นานา สุดท้าย โครงการก็ไม่สามารถดำเนินส่งมอบได้ตามที่โฆษณาไว้ หาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่านนะครับ ปัญหาก็จะไม่ยืดเยื้อไปถึงปีที่ ๑๑ ปีที่ ๑๒ ปีที่ ๑๓ แต่ก็แก้ได้เลยตั้งแต่ปีนี้ ท่านประธานครับ ที่ดินถือว่าเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่ควรใช้ประโยชน์ทั้งทางเศรษฐกิจหรือส่งเสริม วิถีความเป็นอยู่ชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้น แทนที่จะปล่อยให้พี่น้องประชาชนต้อง อดทนอยู่ในสภาพปัญหาเช่นนี้มานานนับสิบปี ก็ถึงเวลาแล้วครับที่เราควรจะปลดล็อกสิทธิ ให้ภาครัฐเข้ามาดูแลประชาชนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ผมก็เชื่อว่ากฎหมายก้าวหน้าเช่นนี้ เป็นโอกาสที่ดีที่เพื่อนผู้แทนในรัฐสภาชุดนี้จะมาช่วยกันผลักดันเพื่อประชาชนส่วนใหญ่ ในพื้นที่ของท่าน และมาช่วยคิดเพื่อประชาชนกันนะครับ และอีกอย่างกฎหมายนี้ก็ยัง ไม่ละเมิดกรรมสิทธิ์เจ้าของที่ดินแน่นอนครับ มาร่วมกันเห็นชอบหลักการกันนะครับแล้วไป ลงรายละเอียดในชั้นกรรมาธิการนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ เชิญครับ🔗

นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ประเวศ สะพานสูง พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ในการทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรของผมตลอดระยะเวลา ปีกว่า ๆ ที่ผ่านมาก็อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้มีการระบุไปแล้วว่าพวกเราเองนั้น ก็ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนทุก ๆ วันท่านประธาน ทุกวันไม่เว้นแต่ละวันครับ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ใช้งบประมาณมากเลยท่านประธาน เป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อย เรื่องธรรมดา เรื่องพื้นฐานในชีวิตประจำวันมาก ๆ อย่างเช่น เรื่องของไฟส่องสว่าง ไฟไม่สว่าง น้ำท่วมต่าง ๆ ถนนเป็นหลุมเป็นหลุมบ่อนะครับท่านประธาน เดี๋ยวขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ปัญหา เหล่านี้เกิดขึ้นทั่วกรุงเทพมหานครแล้วก็ทั่วทั้งประเทศไทย ท่านประธานครับ เกิดปัญหา ลักษณะนี้ที่พี่น้องประชาชนนั้นต้องเผชิญกับเรื่องของปัญหาในชีวิตประจำวันของพวกเขา ต้องเสี่ยงกับเรื่องของอาชญากรรมในยามค่ำคืน เสี่ยงกับการที่รถจะต้องมาพังจากเรื่องของ การที่ถนนมันไม่ดีครับท่านประธาน ซึ่งเวลาที่พี่น้องประชาชนได้ไปประสานงานต่อ ได้ไปแจ้ง กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ไปแจ้งกับเขต ได้ไปแจ้งกับเทศบาลก็ปรากฏว่าไม่สามารถที่จะ ดำเนินการได้ ถึงแม้ว่าเขตจะอยากแก้ไขให้ก็ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะว่าติดที่เรื่องของ การเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ท่านประธานครับ พื้นที่ผมเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งที่ท่านก็จะเห็นว่า ประสบปัญหาทั่วไปหมดครับ ทั้งที่พี่น้องประชาชนก็จะเห็นว่าเอ๊ะบริเวณเหล่านี้เป็นซอยทะลุ เป็นซอยเชื่อมต่อ มีหมู่บ้านมากมายหรือว่าเป็นพื้นที่ที่พวกเขาใช้ในการที่เด็ก ๆ เดินทาง ไปโรงเรียนก็ไม่สามารถที่จะมีเรื่องของสาธารณูปโภคที่ดีได้ หรือแม้แต่บางครั้งที่พี่น้องประชาชน ก็ใช้เส้นทางเหล่านี้ในการที่จะเดินทางไปละหมาดที่มัสยิดท่านประธาน หลายเส้นทางเหล่านี้ กลายเป็นว่าต้องจบที่พี่น้องประชาชนระดมทุนรวบรวมเงินกันเองในการดำเนินการครับ เดือนหน้านี้ก็มีเรื่องของการจัดโต๊ะจีน Buffet ระดมทุนในการที่จะแก้ปัญหาเรื่องของถนนพัง สไลด์ต่อไปครับ ท่านประธานครับ ในส่วนของเอกชนก็เรื่องหนึ่งหรือแม้แต่หน่วยงานรัฐเอง ก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน ที่ดินของหน่วยงานรัฐหลาย ๆ ที่ อย่างเช่น เรื่องของที่ดินของ การรถไฟก็ไม่ได้ดูแลเรื่องของถนนเพราะว่าเขาสนใจเรื่องของรถไฟ เพราะฉะนั้นมันก็ทำให้ พี่น้องประชาชนประสบปัญหาก็ต้องควักเงินกันเองในการที่จะซ่อมแซมดูแลพื้นที่ เช่นเดียวกันกับพื้นที่ที่ดินเรื่องของคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกระทรวงมหาดไทย ท่านประธาน น้ำเจิ่งนองตลอดเวลาพี่น้องประชาชนก็อยู่กันอย่างยากลำบาก ก็แก้ปัญหา ไม่ได้ครับ พี่น้องประชาชนก็ต้องการที่จะฝากพวกเราในการที่จะแก้ปัญหานี้ ๗๐ ล้านคน เลือกพวกเราเข้าสู่สภา ๕๐๐ คน จาก ๗๗ จังหวัด ๔๐๐ เขตเลือกตั้ง เลือกเรามาเข้าสู่สภา ในการทำงานเอาปัญหาพวกเขามาแก้ในสภาผู้แทนราษฎร สไลด์ต่อไปครับ อันนี้เป็นสิ่งที่ ทางหัวหน้าพรรคประชาชน ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้มีการแก้ไขในร่าง พ.ร.บ. นี้ นั่นคือการที่จะให้มีการระบุในการแก้ไขเรื่องของประมวลกฎหมายที่ดินว่า มาตรา ๖/๑ ในการที่จะให้เรื่องของที่ดินที่เป็นที่ดินที่ประชาชนมีการใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยสงบเปิดเผย เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปีขึ้นไป โดยที่เจ้าของที่ไม่ได้ห้ามใช้ก็อนุญาตให้ท้องถิ่นสามารถที่จะ มาดำเนินการในการที่จะให้พื้นที่นั้นมีประโยชน์ที่จะดำเนินการดูแลเรื่องสาธารณูปโภค ได้เช่นเดียวกันโดยที่ไม่กระทบต่อกรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่ดิน อันนี้คือสิ่งที่พี่น้องประชาชน ก็ฝากพวกเรามาทำไม่ใช่หรือครับ เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนก็ฝากพวกเราเข้ามาแก้ปัญหา เอาปัญหาพวกเขามาแก้ในสภาครับ ถ้าหากว่ากฎหมายนี้ผ่านก็ทำให้พวกเราสามารถ แก้ปัญหาให้ประชาชนได้ทั้งกรุงเทพมหานครแล้วก็ทั้งประเทศไทยด้วยซ้ำไป สไลด์ต่อไปครับ อาจจะไม่ใช่เพียงแค่การแก้ปัญหาเท่านั้นท่านประธาน ยังอาจจะรวมถึงเรื่องของการที่จะ พัฒนาพื้นที่พัฒนาเมืองได้ด้วยเช่นเดียวกันครับ เรื่องของพื้นที่รกร้างในกรุงเทพมหานคร ที่ผมได้รับข้อมูลมาจากฐานข้อมูลของกรมพัฒนาที่ดินปรากฏว่ามีพื้นที่รกร้าง ๙๔,๙๑๓ ไร่ ท่านประธาน เกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ ทั่วกรุงเทพมหานครับ พื้นที่เหล่านี้หลาย ๆ พื้นที่ ก็เป็นที่ดินของรัฐด้วยซ้ำก็ควรที่จะนำมาใช้ประโยชน์ให้พี่น้องประชาชนสามารถดำเนินการ ในการที่จะใช้ชีวิตให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนมากขึ้น นั่นก็คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนได้ฝากเรามา สไลด์สุดท้าย ท่านประธานครับ ผมอาจจะฝาก ท่านประธานก่อนที่พวกเราจะมีการลงมติกันในวันนี้ ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนได้ให้โอกาส พวกเราได้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ๕๐๐ คน จากการที่ได้รับเลือกตั้งพี่น้องประชาชน ๗๐ ล้านบาท มาจาก ๗๗ จังหวัด สส. เขต ๔๐๐ เขตท่านประธาน สส. เขตได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ๔๐๐ เขตเยอะมากท่านประธานทุกวี่ทุกวัน เราได้รับการร้องเรียนทุกวันแน่นอน ดังนั้นผมคิดว่านี่ก็เป็นโอกาสสำคัญที่พวกท่านจะเลือก ว่าพวกท่านจะเลือกที่จะแก้ปัญหาให้ประชาชนให้พวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หรือว่า ท่านจะเลือกที่จะปล่อยให้พวกเขายังคงเผชิญกับภาวะชีวิตปกติที่พวกเขาก็มีความเสี่ยง ในชีวิตประจำวันว่าจะอยู่ในเรื่องของซอยหน้าบ้านพวกเขาได้อย่างมีความสุขได้อย่างไร ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวีรภัทร คันธะ เชิญครับ🔗

นายวีรภัทร คันธะ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรภัทร คันธะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๖ อำเภอพระประแดง ยกเว้นตำบลบางจาก พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมขอเรียนแบบนี้ว่าปัญหาอย่างที่ เห็นอยู่ว่าเป็นเรื่องที่ดินผมว่ามันไม่ใช่เพิ่งเกิดเมื่อวาน ไม่ได้เกิดปีที่แล้วเกิดมา ๒๐-๓๐ ปี หรืออาจจะมากกว่านั้น บางท่านผมว่าท่านเป็น สส. มาหลายสมัยท่านก็ควรจะเห็นว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่น่ากังวลมันเป็นความเดือดร้อนของประชาชน ท่านครับผมว่าหลายท่านเติบโต มาก็เป็นนักการเมืองผมคิดว่าท่านต้องเคยโดนร้องเรียนปัญหาเหล่านี้ไม่มากก็น้อย แต่อย่างน้อย ท่านก็ต้องมีการถูกพูดถึงโดยประชาชนล่ะครับ เรื่องนี้มันเป็นปัญหาทางกฎหมายล้วน ๆ เลย ที่ว่าเรื่องของการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ไม่ได้มีการเข้าไปใช้มีการมอบให้ชาวบ้านอย่างที่ พระประแดงเองเจ้าของที่ดินเขาให้ชาวบ้านใช้ที่แต่ว่าไม่ได้ยกให้ ทีนี้พอถนนพัง ไฟไม่สว่าง โรงงานบางโรงงานมาช่วยทำถนนไว้ก็มีแล้วสุดท้ายเป็นอย่างไรครับ โรงงานเจ๊ง ออกนอก พื้นที่ไปแล้วแต่ว่าประชาชนยังคงอาศัยอยู่บริเวณนั้น สิ่งที่ตามมาคืออะไรครับ ก็คือเทศบาล อบต. ไม่สามารถเข้าไปจัดการดูแลปัญหาได้ เวลาประชาชนถามเขาก็มาถามว่าเทศบาล เวลาเขานึกออกเขาก็นึกถึงเทศบาล นึกถึงหน่วยงานท้องถิ่น ผมพูดตรง ๆ ตรงนี้คือผม มีความเข้าอกเข้าใจโดยเฉพาะผู้บริหารท้องถิ่นว่ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกจะทำอย่างไรปัญหานี้ ท่านครับการใช้ประโยชน์จากที่ดินเหล่านี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญจำเป็นเร่งด่วนโดยเฉพาะ สส. เขตที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกน่าจะพูดกันหลายคนแล้ว และถ้าผม เอาสไลด์มาขึ้นอีกสักคนหนึ่งมันก็คงไม่ต่างจากท่านอื่น แต่ผมอยากจะถามไปตรง ๆ นะครับ โดยเฉพาะทางรัฐบาลนะครับ การคว่ำร่างกฎหมายฉบับนี้ผมคิดว่าคงไม่ได้เป็นทางออกที่ดี หรือที่ถูกต้องนะครับ ผมคิดว่าประชาชนทางบ้านรอฟังอยู่เขาก็รอดูว่ากฎหมายนี้จะช่วย แก้ปัญหาให้กับเขาได้ แล้วกฎหมายนี้จะเป็นกฎหมายที่มีความเป็นประโยชน์อย่างมาก ผมคิดว่าการที่ท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ท่าน สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ท่านได้เสนอ ร่างนี้ขึ้นมาก็เพราะว่าเห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเรื่องของการใช้ประโยชน์ ของที่ดินที่ถูกปล่อยเป็นที่รกร้างนะครับ ท่านครับผมเดินทางไปหลายที่ไม่ใช่แค่พระประแดง ไม่ใช่แค่สมุทรปราการ ผมไปหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ผมเห็นเลยว่าเรื่องนี้ถ้าท่านปล่อยไว้ มันจะกลายเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก ท่านครับผมเข้าใจว่าบางท่านก็มีพูดข้อเสนอว่าโอเค มีความกังวลเรื่องของทุจริตคอร์รัปชัน ความโปร่งใส เดี๋ยวมีฮั้วกันอะไรอย่างนี้ ผมคิดว่า เรื่องนี้เป็นเหมือนอุปสรรคที่เราคิดไปก่อน แต่ปัญหาก็คือเราไม่เคยมีข้อเสนอที่ดี และ กฎหมายฉบับนี้ ร่างฉบับนี้คือข้อเสนอที่จะนำมาช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ท่านครับการขยายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปบริหารจัดการที่รกร้าง เพื่อประโยชน์สาธารณะเป็นแนวทางที่มีเป้าหมายเชิงบวก ร่างนี้ก็มีการทำผลสำรวจแล้วว่า จะมีโอกาสในการเกิดความโปร่งใสถ้าสมมุติว่ามีการดำเนินการอย่างเปิดเผย ข้อกังวล ที่ผู้มีอำนาจมักจะเพิกเฉยต่อปัญหาความโปร่งใสก็คือเรามักจะกังวลกันไปก่อนจนลืมคิดว่า เราควรหาวิธีป้องกันมากกว่าการหันหลังให้กับปัญหา ก็เปรียบเสมือนกับการหันหลังให้กับ โอกาสสำคัญในการนำพื้นที่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ผมขอเสนอแนวทางในการ แก้ปัญหาความไม่โปร่งใสอย่างเป็นรูปธรรมด้วยการกำหนดการมีส่วนร่วมของประชาชนก็เปิด ให้ประชาชนในพื้นที่ร่วมกันตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้ที่ดินแล้วก็มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ทุกขั้นตอน การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอิสระในการดูแลนะครับ แล้วก็มีกลไกกำกับดูแลโดยหน่วยงานกลางที่ไม่เกี่ยวข้องกับ อปท. เพื่อป้องกันปัญหา ประโยชน์ทับซ้อน การสร้างระบบเปิดเผยข้อมูลสาธารณะทุกขั้นตอนการจัดสรรที่ดินก็ต้อง โปร่งใสแล้วก็ตรวจสอบได้ง่ายเพื่อป้องกันการทุจริต แล้วก็มีการกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน หากมีการพบว่ามีการใช้อำนาจโดยมิชอบก็ต้องมีบทลงโทษที่เหมาะสมกับผู้กระทำผิด เพื่อป้องปรามการทุจริตในอนาคต การขยายอำนาจ อปท. ให้บริหารที่ดินรกร้างนี้ก็เพื่อ ประโยชน์ของประชาชนแล้วก็เป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ ถ้าหากไม่วางมาตรการ ป้องกันความโปร่งใสให้รัดกุมก็จะกลายเป็นการสูญเสียโอกาสไปโดยเปล่าประโยชน์ ประชาชนก็ไม่ได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริง แล้วก็อาจเกิดข้อครหาในเรื่องของความโปร่งใส อย่างไรผมก็ถือเป็นตัวแทนคนคนหนึ่งที่อยู่ในลักษณะชุมชนที่มีความพยายามในการแก้ไข กฎหมายฉบับนี้ ผมเชื่อ ๆ อย่างจริงใจว่าถ้าท่านได้ลองไปอยู่กับพี่น้องประชาชนจริง ๆ แล้วท่านจะเข้าใจว่าทำไมกฎหมายฉบับนี้จึงจำเป็นต้องเข้าสู่สภาแล้วก็ผ่านเป็นกฎหมาย ที่มีประโยชน์ต่อประชาชนในอนาคตครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพนิดา มงคลสวัสดิ์ เชิญครับ🔗

นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สมุทรปราการ

เรียนประธานที่เคารพ ดิฉัน พนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๑ อำเภอเมือง ตำบลท้ายบ้าน ปากน้ำ บางเมือง บางโปรง บางด้วน พรรคประชาชน วันนี้ขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจเข้าไปเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ เพื่อประโยชน์ที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยรวมกันเป็นการชั่วคราวที่นำเสนอด้วยคุณเท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งดิฉันมองเห็นว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ต่อการยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ ท่านประธานคะ นับตั้งแต่ ดิฉันศึกษาเดินพื้นที่ในฐานะว่าที่ผู้สมัคร สส. จนวันนี้ได้รับความไว้วางใจเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแล้วเรื่องร้องเรียนที่ได้รับมาเป็นจำนวนมาก แล้วยังไม่สามารถจัดการ ประสานงานให้เกิดการแก้ไขได้ล้วนเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและ การบริการสาธารณะในชุมชนที่อยู่อาศัย ทั้งพื้นที่รกร้างในเขตชุมชนขาดการบำรุงรักษา ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ ปัญหาท่อระบายน้ำชำรุด ไม่มีการขุดลอก น้ำท่วมขัง ปัญหา ขาดแคลนไฟส่องสว่าง ไม่มีสวนสาธารณะชุมชน ขาดพื้นที่สีเขียว ปัญหาสภาพถนนหนทาง ที่ชำรุดทรุดโทรมเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ที่แม้ดิฉันจะเห็น ตรงกันกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครองท้องที่ แล้วก็หน่วยงานส่วนภูมิภาค ในจังหวัดต่าง ๆ เราต่างรับทราบปัญหาร่วมกันดี ยืนยันว่าสิ่งนี้คือความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนแล้วก็ต้องการจะแก้ไขมีงบประมาณพร้อมใช้ แต่ก็ไม่สามารถจัดการแก้ไข ปัญหาได้เพราะติดกรอบกฎหมาย หากท้องถิ่นฝืนนำเงินงบประมาณไปใช้แก้ปัญหา ให้ประชาชนก็อาจถูกกล่าวหาว่าบุกรุกที่เอกชนบ้าง เอื้อประโยชน์เอกชนบ้าง ผิดกฎหมาย เสี่ยงคุกเสี่ยงตารางไปอีก ส่วนในด้านเจ้าของพื้นที่เองถ้าเราไม่สามารถติดต่อไปได้ก็เท่ากับว่า พื้นที่นั้น ๆ ไม่สามารถถูกแก้ไขได้เลย หรือหากติดต่อได้เจ้าของพื้นที่เห็นใจในปัญหา ผู้อยู่อาศัยขนาดไหนก็ตาม หากไม่มีกำลังทรัพย์เพียงพอทางเดียวที่จะทำให้สามารถจัดการ แก้ไขปัญหานี้ได้ก็คือเจ้าของต้องยกพื้นที่ให้เป็นสาธารณะ ซึ่งก็จะทำให้หมดกรรมสิทธิ์ ในที่ดินผืนนั้น ๆ ไป ท่านประธานคะในสถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ตัดสินใจยากมากในฐานะเจ้าของพื้นที่ ทั้งที่จริง ๆ แล้วดิฉันมองว่ารัฐควรมีอำนาจในการ บริหารจัดการทำบริการเหล่านี้ตามรัฐธรรมนูญที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่ารัฐก็มีความสามารถ ในการรัฐต้องจัดและดำเนินการให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของ ประชาชนอย่างทั่วถึงตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน ท่านประธานคะทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า สิ่งเดียวที่เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนก็คือตัวกฎหมาย ฉบับนี้นี่เองที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่างปัญหา ความเดือดร้อนของพื้นที่ดิฉันให้ขึ้นมาเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนของกฎหมายฉบับนี้ด้วยกัน นะคะ สไลด์ขึ้นมาเรียบร้อยแล้วนะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สมุทรปราการ

นี่คือหมู่บ้านวิวัฒน์โฮม ตำบลบางเมือง เทศบาลเมืองปากน้ำ พื้นที่นี้พี่น้องประชาชนไม่มีไฟส่องสว่างในถนนที่ใช้ ร่วมกันของคนในชุมชนถนนพังตลอดทั้งเส้นทางเลยค่ะ ดิฉันได้มีโอกาสเข้าพื้นที่ไปรับฟัง ปัญหาด้วยตัวเองหลายต่อหลายครั้งฟังแล้วก็เจ็บปวดค่ะท่านประธาน หลายท่านต้องออก เดินทางตอนดึก ๆ ถนนมืดมิดกังวลเรื่องความปลอดภัยบางท่านเป็นพยาบาลต้องออกไป เข้าเวรตอนกลางคืนขับมอเตอร์ไซค์ออกไปคนเดียวตอนสี่ทุ่ม กังวลมาก ๆ รู้สึกไม่ปลอดภัย ตั้งแต่ก้าวขาออกจากบ้านก้าวแรกแล้ว ทั้งมองทางไม่ชัดถนนเป็นหลุมเป็นบ่อจะถูกคุกคาม เมื่อไรก็ไม่ทราบ จะถูกจี้ปล้นเมื่อไรก็ไม่ทราบ ไม่เพียงเท่านี้เด็กนักเรียน นักศึกษาที่เลิกเรียน ตอนค่ำหน่อยกลับเข้าบ้านมาก็รู้สึกไม่ปลอดภัยแล้วค่ะ ปัญหาเหล่านี้เทศบาลทราบดี ได้มีการรับทราบเรื่องร้องเรียนไปรับฟังความคิดเห็นด้วยกันกับดิฉัน ผู้บริหารท้องถิ่นมี ความพยายามที่จะแก้ไขไปซื้อโซลาร์เซลล์อะไรมาติดเรียบร้อย ประชาชนควักเงินในกระเป๋ามา ซื้อโซลาร์เซลล์ติดเรียบร้อย แต่ก็ยังไม่สามารถเพียงพอต่อการเพิ่มแสงสว่างในชุมชนได้ เพราะฉะนั้นความเห็นที่เราเห็นตรงกันก็คือโอเคแนวทางที่จะแก้ไขปัญหานี้มีแนวทางเดียว ก็คือการที่จะต้องไปขอความอนุเคราะห์จากเจ้าของพื้นที่ให้ยกที่ดินตรงนี้เป็นพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้ท้องถิ่นได้มีอำนาจเข้าไปจัดการแก้ไขได้ ดิฉันเองก็ได้มีส่วนร่วมค่ะ ขอสไลด์ถัดไป ได้เลยนะคะ เข้าไปประชุมในวันเสาร์ที่ ๒๗ เมษายนปีที่ผ่านมา ๒๕๖๗ จัดทำประชาคม รวบรวมรายชื่อพี่น้องประชาชนเรียบร้อยเลยเพื่อประสานเจ้าของพื้นที่ให้รับรู้ปัญหาดังกล่าว จนเจ้าของพื้นที่เองก็ยินยอมที่จะยกถนนให้เป็นพื้นที่สาธารณะ แต่จนแล้วจนรอดเวลา ล่วงเลยมาเกือบปีแล้วกระบวนการทางกฎหมายก็ยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี พี่น้องประชาชน ยังคงต้องอาศัยอยู่ในความมืดมิดยามค่ำคืน มีเพียงแสงสว่างจากบ้านเรือนเท่านั้นที่ยังทำให้ พี่น้องประชาชนยังมองเห็นอยู่บ้าง สิ่งที่ดิฉันเห็นจากเคสนี้คือทุกคนพยายามค่ะท่านประธาน ทุกคนมีความพยายามที่อยากจะแก้ไขปัญหานี้ร่วมกันเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน แต่ยังติดกรอบข้อกฎหมาย กระบวนการทางกฎหมายคืออุปสรรคที่ทำให้เรายังไม่สามารถ ทำอะไรมากไปกว่านี้ได้ และนี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเดียว ๑ ชุมชนในเขตพื้นที่ทั้งหมดของ ดิฉันเท่านั้น แล้วดิฉันก็เชื่อมั่นว่า ๔๐๐ ท่านที่เป็น สส. เขตในที่นี่ก็พบเจอปัญหาเดียวกัน หลาย ๆ พื้นที่ปัญหาเดียวกันนี้เจ้าของพื้นที่ปล่อยให้มีพื้นที่รกร้างว่างเปล่าในเขตชุมชน กลายเป็นที่ลักลอบทิ้งขยะ บางวันก็เกิดไฟไหม้ เกิดปัญหาในชุมชนเป็นฝุ่น PM ขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่ขณะเดียวกันคนในชุมชนเองไม่มีพื้นที่ส่วนกลาง เด็กไม่มีที่วิ่งเล่น ขาดพื้นที่สาธารณะ ที่จะใช้ประโยชน์ร่วมกันค่ะ ท่านประธานคะ เราจะยอมให้ลูกหลานเราใช้ชีวิตอยู่บนความเสี่ยง ที่รัฐดูดายกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ขนาดนี้เลยหรือคะ เมื่อเราเอา ประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง ดิฉันเห็นว่าหากกฎหมายฉบับนี้ผ่านจะแก้ปัญหา ในชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชนได้มาก ชาวชุมชนจะมีสิ่งแวดล้อมที่ดี ผู้เป็นเจ้าของ ที่ดินก็จะถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินของตัวเองและยังสามารถลดหย่อนภาษีได้ถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ หากท้องถิ่นเข้าไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ดังกล่าวให้ใช้สอยร่วมกันได้ในด้านกีฬา หรือด้านสวนสนุกที่มีเครื่องเล่นตามพระราชกฤษฎีกาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างชัดเจนว่า ทุกคนได้ประโยชน์ ทั้งนี้หากมีข้อคิดเห็นที่แตกต่างในรายละเอียดอย่างใดค่ะท่านประธาน ไปคุยกันในห้องกรรมาธิการ ดิฉันไม่เห็นว่าข้อโต้แย้งใด ๆ ที่หลาย ๆ ท่านได้สื่อสารออกมา จะล้มล้างร่างแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้ได้🔗

สุดท้ายค่ะท่านประธาน ร่างกฎหมายฉบับนี้คือหมุดหมายสำคัญที่เรา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนครั้งใหญ่ด้วยการ แก้ไขปัญหาขั้นพื้นฐานที่อยู่ใกล้ตัวประชาชนมากที่สุด แก้ไขปัญหาที่อยู่หน้าบ้านของทุกคน เปลี่ยนความเดือดร้อนความรำคาญประจำวันเป็นพื้นที่แห่งโอกาสและการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ให้อำนาจกับคนที่สมควรจะมีอำนาจในการใช้วิสัยทัศน์และงบประมาณอย่างเต็มที่ เพื่อคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนค่ะ ให้รัฐได้มีโอกาสดูแลทุกคนอย่างทั่วถึง และเท่าเทียม ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี เชิญครับ🔗

นายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี นครสวรรค์

เรียนท่านประธานสภา กระผม กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขตเลือกตั้งที่ ๑ คนปากน้ำโพ พรรคประชาชน วันนี้ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดย สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สไลด์พร้อมเชิญนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี นครสวรรค์

โดยหลักการและเหตุผล พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ เพื่อประโยชน์เป็นการชั่วคราว โดยมีพื้นที่รกร้างว่างเปล่าเกิน ๓ ปีติดต่อกันและเจ้าของที่ดิน ไม่ได้หวงกั้น เมื่อประชาชนร้องขอให้ท้องถิ่นนั้นเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ให้ได้ใช้ประโยชน์ ที่ดินได้ ขอสไลด์ถัดไปครับ ในจังหวัดนครสวรรค์มีพื้นที่เป็นพื้นที่สาธารณะไม่มากนักนะครับ พื้นที่ในแผนที่ของกรมที่ดินนี้ผมลองซ้อนทับกับแผนที่ของกรมที่ดินเส้นสีแดงจะเป็นเส้นของ ที่ดิน เส้นสีฟ้าจะเป็นพื้นที่ของ น.ส.ล. หรือว่าพื้นที่ของระบบสืบค้นหนังสือสำคัญสำหรับ ที่หลวงนะครับ แปลงใหญ่ที่เป็น น.ส.ล. พื้นที่กว่า ๒๖๕ ไร่ ซ้ายมือจะเป็นพื้นที่หนองผักตบ หรือประชาชนนครสวรรค์เรียกทนายวอ พื้นที่กว่า ๕๕ ไร่ เพื่อให้เห็นภาพปัญหานะครับ ถัดไปครับ มีความพยายามจากท้องถิ่น อาทิ ในปี ๒๕๖๓ ช่วงกันยายน เทศบาลนครนครสวรรค์ ให้เครดิตเทศบาลนครสวรรค์ มีความพยายามที่จะทำให้พื้นที่โซนย่านศรีไกรลาศเป็น พื้นที่ที่เป็นพื้นที่เมืองเก่า พื้นที่ที่ไว้จัดงานประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ติดต่อกันกว่าร้อยปี ให้เกิดการพัฒนาขึ้น เนื่องจากในพื้นที่เมืองปัจจุบันมีความซบเซาจากการที่ประชาชน ย้ายพื้นที่ย้ายถิ่นฐาน การค้า ศูนย์การค้าก็ย้ายพื้นที่ไปฝั่งตะวันออกของเมืองนะครับ ความพยายามนี้เทศบาลนครสวรรค์ได้จัดโครงการที่เรียกว่า Smart Block เพื่อพัฒนาพื้นที่ ให้เกิดมีความคับคั่งทางการค้าและผู้คนและให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงเชิญชวน พี่น้องประชาชนจากสไลด์ทำแบบสอบถามประชาชนให้ร่วมแสดงความคิดเห็นการใช้พื้นที่ ให้เกิดสาธารณประโยชน์ครับ แต่แล้วกว่า ๔ ปีก็ยังไม่ได้เกิดขึ้น โครงการนี้ยังไม่เกิดขึ้น ภาพนี้เป็นภาพจาก Google Map ภาพจากสี่แยกไกรลาศ ภาพนี้จุดนี้ในช่วงทุกปีช่วงเวลานี้ จะมีงานประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่จัดงาน ๑๒ วัน ๑๒ คืน อันนี้เป็นภาพที่ท้องถิ่นโดยเฉพาะ เทศบาลนำเสนอนะครับ จะเป็นการปลูกต้นไม้ทำภูมิทัศน์ให้เหมาะสมให้สวยงามขึ้น ใช้พื้นที่ ที่เป็น Footpath พื้นที่ที่เป็นจุดที่รกร้างว่างเปล่าให้มาทำประโยชน์เพื่อเป็นพื้นที่สาธารณะ ให้พี่น้องประชาชน นี่เป็นตัวอย่างของท้องถิ่นที่ไม่สามารถแก้ไขหรือพัฒนานำที่ดินไปใช้ ประโยชน์ หากกฎหมายฉบับนี้ผ่าน ทุกท่านในที่นี้สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะทำให้ พื้นที่รกร้างว่างเปล่าเหล่านี้นำมาใช้ประโยชน์ได้ครับ และท้ายนี้ก็ขอสนับสนุนและเชิญชวน พี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว ชวนเที่ยวงานประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพ ปีที่ ๑๐๙ ที่จัดขึ้นแล้ววันนี้จนถึงวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ แล้วก็ย้ำนะครับวันที่ ๓๑ จะเป็นวันชิวซา ก็คืองานขบวนแห่ วันที่ ๑ จะเป็นวันที่มีขบวนแห่กลางวันก็เชิญชวนพี่น้องประชาชนครับ แล้วก็ในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์จะเป็นวันเลือกตั้งก็เชิญชวนพี่น้องประชาชนทั่วประเทศออกไป ใช้สิทธิเลือกตั้งรวมถึงคนในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิติพล ผิวเหมาะ เชิญครับ🔗

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จะมาอภิปรายในการสนับสนุน ร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดินของคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ประชาชน ก็จะมีอยู่ ๒ ประเด็นหลักๆ ท่านประธาน ประเด็นแรกก็จะเป็นประเด็นในส่วน ของข้อกฎหมาย ส่วนประเด็นที่ ๒ ก็จะเป็นส่วนของการพัฒนาพื้นที่ท้องถิ่นทั่วประเทศไทย🔗

เข้าสู่ประเด็นแรกก่อนเลยในร่างแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้มาตราที่สำคัญซึ่งเพื่อน สมาชิกทุกท่านก็ได้พูดไปแล้วนะครับ แต่ขออนุญาตเน้นย้ำอีกสักนิดหนึ่งในส่วนของมาตรา ๖/๑ มีอยู่ ๒ ประเด็นที่สำคัญนะครับ ตามถ้อยคำนี้มันจะมีอยู่ประโยคหนึ่งที่บอกว่า โดยผู้มีสิทธิ ในที่ดินมิได้หวงกั้น นั่นหมายความว่าเจ้าของที่ดิน เจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินมีการยินยอม แล้วก็มีการตกลงกันภายในท้องถิ่น ซึ่งมันไม่เข้ากรณีในการครอบครองปรปักษ์นะครับ หลายท่านที่เป็นนักกฎหมาย หรือนักศึกษากฎหมายที่ฟังการอภิปรายอยู่ในวันนี้ท่านก็จะ ทราบว่าตอนเราเรียนกฎหมายกันมาการครอบครองปรปักษ์มันก็มีหลักเกณฑ์ของมัน แต่ถ้าเป็น กรณีว่าเราไปทำสัญญาเช่ากับคนที่มาใช้สิทธิในที่ดินของเรา แม้จะเช่าแค่เดือนละ ๑ บาท ก็ตามทีมันก็ไม่ถือเป็นการครอบครองปรปักษ์ เพราะฉะนั้นในร่างฉบับนี้ก็มีการระบุไว้ชัดเจน อยู่แล้วว่ากรณีแบบนี้คุณจะใช้ไปกี่ปีก็ตามทีผู้ที่มาใช้สิทธิประชาชนที่มาใช้สิทธิในพื้นที่ ตรงนั้นก็ไม่สามารถอ้างการครอบครองปรปักษ์ได้นะครับ🔗

ในประเด็นถัดไปที่น่าสนใจหรือถ้าเป็นกรณีว่าให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีอำนาจในการพิจารณาในการเปลี่ยนแปลงพื้นที่นั้นได้ถ้าหากเห็นว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ รกร้างว่างเปล่า กรณีนี้ก็เช่นเดียวกันครับในทางปฏิบัติแล้วคงไม่มี อปท. ไหนบอกว่าตรงนั้น ว่างปุ๊บแล้วก็ไปใช้ประโยชน์ในที่ดินนะครับ แน่นอนว่าเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินเขาก็ไป ฟ้องร้องกันได้ในทางปฏิบัติแน่ ๆ อยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นในประเด็นเรื่องข้อกฎหมาย ก็อยากจะให้เพื่อนสมาชิกได้สบายใจและได้มั่นใจในการโหวตในร่างแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ หากท่านมีความเห็นว่ามันไม่ใช่ตามที่ผมพูดมาก็ไปว่าไปพิจารณากันในส่วนของชั้นกรรมาธิการ🔗

ในประเด็นที่ ๒ ที่สำคัญก็คือการพูดถึงการพัฒนาพื้นที่ทั่วประเทศไทย นี่ผมพูดถึงทั่วประเทศไทยเลยนะครับ เพราะว่าเราพูดถึงที่ดินรกร้างว่างเปล่าทั่วประเทศไทย แล้วคนที่ใกล้ชิดกับพื้นที่มากที่สุดก็คือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะประเด็นสำคัญ อยู่ที่ว่ามันเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า คำถามก็คือมันอยู่ตรงไหนอะไรที่มันรกร้างว่างเปล่า แล้วมันรกร้างว่างเปล่าจริงไหม อปท. รู้ดีที่สุดครับรู้ดีที่สุดเพราะเขาใกล้ชิดกับพื้นที่มากที่สุด แล้วก็ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดในขณะเดียวกัน ผมยกตัวอย่างสัก ๒ จังหวัดในการแก้ไข เอาเป็นว่าในการพัฒนาพื้นที่ก็แล้วกัน เอาสักพื้นที่แรกก่อนแล้วกันพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ บ้านผม และเป็นปัญหาที่ไม่ได้มีปัญหาแค่เฉพาะเชียงใหม่ทีเดียวเป็นปัญหาในทุก อปท. ผมมั่นใจว่าเป็นอย่างนั้น แม้กระทั่งในกรุงเทพมหานครเอง นั่นก็คือเรื่องปัญหาหมา แมวจรจัด เร็ว ๆ นี้มีเพื่อนสมาชิกในพรรคผมมาบอกว่าในพื้นที่เขามีบ้านอยู่หลังหนึ่ง เลี้ยงแมวไว้ เป็นร้อยตัวเลย แต่ตอนนี้เขาไม่มีศักยภาพในการที่จะดูแลต่อได้แล้ว อยากจะขอพื้นที่ สักพื้นที่หนึ่งในการดูแลแมว ไม่มีครับ หาให้ไม่ได้หรอกผมจะไปหาที่ไหนได้เอาแมวตั้งร้อยตัว ไปอยู่ในพื้นที่เหล่านั้น แต่ถ้าเป็นกรณีว่าเอาพื้นที่ว่างเปล่าในพื้นที่ที่ อปท. เห็นว่า สร้างประโยชน์ได้ ที่เชียงใหม่บ้านผมมีการสร้างเป็น Shelter ขึ้นมาแล้วเอาแมวจรที่อยู่ใน บริเวณในพื้นที่ใน อปท. ตรงนั้นเอามาเลี้ยงตรงนั้น เอามาเลี้ยงในพื้นที่ตรงนั้น แล้วใคร เป็นคนเลี้ยงครับ ก็คือคนในชุมชน จ้างคนในชุมชนมาเลี้ยงแมวตรงนั้น แล้วยังเปิดรับให้กับ การท่องเที่ยวได้ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวที่เรียกว่าการท่องเที่ยวเชิงอาสาสมัคร อันนี้ไม่ได้พูดเล่น ผลประโยชน์ตอบแทนเรียกว่าสูงมาก ๆ เลย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็เป็นชาวต่างชาติ เอาชาวต่างชาติมาดูแลแมวมาดูแลพื้นที่ตรงนั้น เวลาเขามาแม้จะบอกว่าเป็นอาสาสมัคร แต่มันไม่ได้อาสาสมัครแบบไม่มีสตางค์เขาจ่ายสตางค์มาดูแล ที่เชียงใหม่เขาคิดกันสัปดาห์ละ เป็นหมื่นบาท นี่คือสิ่งที่สามารถพัฒนาพื้นที่และแก้ไขปัญหาเรื่องแมวจรจัดได้ ในอีกพื้นที่หนึ่งยกตัวอย่างเช่นจังหวัดลำพูนก็แล้วกัน จังหวัดลำพูนติดกับเชียงใหม่มากเลย บรรยากาศดี อากาศดี อาหารอร่อยต่าง ๆ นานาเยอะแยะมากมายอยู่ที่จังหวัดลำพูน ยกตัวอย่างเช่น ให้ อบจ. ลำพูนสร้างอาจจะเป็น Café แมว หรือจะเป็น Shelter แมวก็ตามที เอาคนในจังหวัดลำพูนนั่นละมาเลี้ยงมาดูแมว นักท่องเที่ยวใครไปใครมาเขาก็ไม่ได้คิดแค่ว่า แค่จังหวัดลำพูนจะเป็นทางผ่าน ผ่านเสร็จก็ไปเชียงใหม่เขาอาจจะนอนที่ลำพูนก็ได้ เลือกใช้เวลา เลือกใช้ชีวิตอยู่ลำพูนสัก ๑ สัปดาห์ ๒ สัปดาห์ก็เป็นไปได้ กาแฟลำพูนก็อร่อยเช่นเดียวกัน นั่งจิบกาแฟไป นั่งเลี้ยงแมวไปมีอาสาสมัครที่เป็นชาวต่างชาติ มีนักท่องเที่ยวที่เป็นคนกรุงเทพฯ ที่เวลาจะไปเชียงใหม่ไม่มีใครเหลียวลำพูนเลย ลำพูนไปเต็มที่ไหว้พระแล้วก็กลับไปที่ เชียงใหม่เขาสามารถใช้เวลาเป็นสัปดาห์อยู่ที่จังหวัดลำพูนได้ ก็อยากจะสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพราะว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่ได้เป็นการพูดถึงแค่การเอาที่ดินรกร้างว่างเปล่ามาทำ ประโยชน์ แต่เป็นการยกระดับการพัฒนาประเทศในทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสรวีย์ ศุภปณิตา ครับ🔗

นายสรวีย์ ศุภปณิตา ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายสรวีย์ ศุภปณิตา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๑ อำเภอ ลาดหลุมแก้ว อำเภอสามโคก และอำเภอเมืองอีก ๓ ตำบล คือตำบลบางหลวง ตำบลบางเดื่อ และตำบลบ้านฉาง วันนี้ผมจะอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายที่ดินของท่านหัวหน้าพรรคว่ามีประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนมากอย่างไรครับ และสมควรให้ผ่านครับ คือเรื่องปัญหาเกี่ยวกับที่ดินนี้มีมายาวนานแล้ว แต่รัฐบาลได้เคย แก้ไขหลายรอบ เริ่มจากเมื่อสมัยประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘๖ ปี ๒๕๑๕ นั้นก็ได้มี การรวบรวมปัญหาต่าง ๆ ของการจัดสรรที่ดิน ซึ่งสมัยนั้นไม่มีคำสั่งให้บังคับบ้านจัดสรร จะต้องมีการจดทะเบียนแล้วก็มีการทำรูปแบบแปลนต่าง ๆ ตามที่เหมาะสมเพื่อให้ประโยชน์สุข แก่ผู้บริโภค แต่ต่อมาบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปปัญหามันก็เพิ่มขึ้น ปัญหาเปลี่ยนแปลงไป ตามบริบทของบ้านเมืองที่เจริญขึ้น ก็มีการออกประกาศ พ.ร.บ. จัดสรรที่ดิน ปี ๒๕๔๓ ก็มีการควบคุมดูแลบ้านจัดสรรได้ดีขึ้นพอสมควร แต่ปัญหามันก็ไม่หมดบ้านเมืองมันเจริญขึ้น ผู้คนย้ายถิ่นฐาน ความเจริญก็มากขึ้น ก็จำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายที่ดินฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อให้ทันสมัย ทันเหตุการณ์ โดยเฉพาะที่ดินที่รกร้างว่างเปล่า ที่เกิน ๓ ปีนี้จำเป็นที่จะต้องให้รัฐบาลหรือท้องถิ่นเข้ามาดูแลได้ พี่น้องประชาชนที่เป็น เจ้าของพื้นที่ก็ไม่เสียหายต้องได้รับความเห็นชอบก่อน แล้วสามารถเพิกถอนคืนได้ถ้าหากว่า ไม่ถูกต้องหรือว่าไม่ได้ขอร้องกันก่อน ไม่ได้บังคับกัน ปัญหาที่เห็นก็คือบ้านจัดสรรบางแห่ง ไม่มีศักยภาพพอที่จะทำบ้านจัดสรรได้ก็มาทำบ้านจัดสรร แล้วก็ไม่ได้ขออนุญาตจัดสรร แบ่งที่ดินตามที่กฎหมายเปิดช่องไว้ โดยโฉนดแปลงละ ๙ แปลง ๆ เป็น ๑๐ ครั้งเท่ากับเป็น ร้อย ๆ แปลง ปัญหาตามมาก็คือสาธารณูปโภคยังเป็นของเจ้าของบริษัทจัดสรรจะเป็นนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดาก็แล้วแต่ แต่เมื่อเจ้าของนิติบุคคลร้อนเงินหรือสภาพคล่องไม่พอก็ไปกู้ สถาบันการเงิน ต่อมาถูกยึดก็มีปัญหาอีกเอาถนน เอาสาธารณูปโภคไปขายทอดตลาด บางรายสถานการณ์ผู้จัดสรรประสบความสำเร็จขายได้จบหมดแต่ก็มีปัญหาตามหลังมาอีก เพราะว่าสาธารณูปโภคเป็นของส่วนบุคคล แล้ววันเวลาผ่านไปถนนพัง สาธารณูปโภคพัง ประชาชนผู้ซื้อบ้านเดือดร้อน ฝนตกน้ำท่วมถนนพังไม่มีเงินบูรณะปรับปรุงก็ไปร้องขอต่อ หน่วยราชการมาบูรณะซ่อมแซมก็ไม่ได้ เพราะขัดต่อกฎหมายที่จะนำเงินของแผ่นดิน มาบูรณะถนนหรือสาธารณูปโภคของเอกชนไม่ได้ผิดกฎหมายก็ติดขัดกันอยู่ครับ ต่อมา บ้านจัดสรรก็เจริญขึ้น ผู้มีอันจะกิน ผู้จัดสรรระดับสูงก็ทำมาสำเร็จขายแล้วมีการตั้งนิติบุคคล ขึ้นมา นิติบุคคลบ้านจัดสรรก็มีดีและมีจุดช่องโหว่ที่ผู้บริโภคบางคนไม่ต้องการ เช่น ผู้ซื้อบ้าน บางคนตอนไปจองบ้านฐานะรายได้ดีผ่อนไหว จ่ายค่าส่วนกลางไหวก็ผ่อนกันไป แต่พอเจอภาวะ โควิดตกงานหลายปีไม่มีเงินจ่ายค่าส่วนกลางก็ได้ ถึงตอนนั้นก็ทุกข์ใจเพราะถนนมันพัง สาธารณูปโภคพังจะเอาเงินที่ไหนมาซ่อมครับ นิติบุคคลบ้านจัดสรรก็ไม่มีปัญญาหรือไม่มีทุนทรัพย์ที่จะมาซ่อมได้ จึงเห็นสมควร ให้สาธารณูปโภคต่าง ๆ ควรเป็นสาธารณะในทันทีที่บ้านจัดสรรจัดสรรสำเร็จแล้ว แล้วก็ ตั้งนิติบุคคลอาคารชุด หรือนิติบุคคลบ้านจัดสรรไม่สำเร็จก็ควรจะให้เป็นสาธารณะ โดยบทบัญญัติของกฎหมายในทันที หรืออาจจะไปถกเถียงกันเพิ่มเติมว่าผู้ซื้อบ้านจัดสรรบางคน ต้องการความเป็นส่วนตัว ฐานะรวยแล้วไม่อยากให้มีใครมาวุ่นวายยุ่งยาก แล้วก็มีทรัพย์ พอที่จะดูแลสาธารณูปโภคได้ อันนั้นก็มีข้อยกเว้นคุณประกาศขายสิครับ ประกาศตอน จัดสรรเลยว่าหมู่บ้านนี้รวมแต่คนรวยซื้อไปแล้วจะต้องเป็นนิติบุคคลร้อยเปอร์เซ็นต์ คุณจะ ไปยุบเป็นสาธารณะไม่ได้ บุคคลดูแลกันได้ อย่างนั้นคุณก็ประกาศไปเลยคนที่ไม่แน่ใจว่าจะมี ปัญญาจ่ายค่าส่วนกลางในโอกาสหน้าก็ได้ตัดสินใจไม่ต้องไปซื้อ ไปซื้อบ้านที่เขามีทุนทรัพย์น้อย แล้วก็ในอนาคตถ้าตั้งนิติบุคคลไม่สำเร็จก็พร้อมที่จะนำสาธารณูปโภคต่าง ๆ ถนน สนามเด็กเล่น ยกเป็นสาธารณะ เมื่อมันชำรุดทรุดโทรมก็สามารถขอเงินต่อท้องถิ่นหรือต่อรัฐมาดูแลได้ก็เป็น ประโยชน์แก่ผู้บริโภค ก็ประกาศชัดเจนไปเลยว่าอันไหนจะเป็นนิติบุคคลอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ สมบูรณ์แบบ ไม่มีสิทธิเปลี่ยนแปลงก็ประกาศไปเลย ส่วนบ้านที่ลังเลผู้ซื้อยังมีโอกาสที่จะ ของบประมาณแผ่นดินมาบูรณะซ่อมแซมได้ก็ควรจะทำไป มีบ้านจัดสรรบางแห่งชื่อว่า ซอยกำนันพบที่อำเภอลาดหลุมแก้ว ปทุมธานี บ้านจัดสรรทำแล้วล้มเหลว ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ เป็นดวงพระจันทร์มาแล้วหลายสิบปี ขณะนี้ต้องการงบประมาณมาบูรณะก็ไม่ได้ ขอไปทาง ราชการไม่ทำให้เนื่องจากผิดกฎหมาย มาร้องเรียนผมซึ่งเป็นผู้แทนราษฎรในเขตนี้ก็หมดปัญญา ที่จะทำเพราะว่าถนนเป็นส่วนบุคคลรัฐบาลเข้าไปทำไม่ได้ ก็เป็นถนนแบบนี้ทั่วประเทศ มีจำนวนมากครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ เชิญครับ🔗

นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดปทุมธานี เขต ๗ พรรคประชาชน วันนี้ผมก็ขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่อภิปรายก็คือต้องการที่จะมาสนับสนุนหลักการเพราะไม่เห็นถึงปัญหาของ ร่างกฎหมายฉบับนี้เลย ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมฝ่ายรัฐบาลถึงไม่เห็นด้วย ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี

เรื่องแรก ตอนที่ผมก่อนที่จะมา เป็น สส. เราก็คุยกัน หนึ่งในเรื่องแรก ๆ ที่เราคุยกันก็คือ Public Space หรือว่าพื้นที่ สาธารณะซึ่งในปทุมธานีแทบจะหาพื้นที่สาธารณะไม่ได้เลย อันนั้นดูตารางสีนะครับ อันนั้น คือพื้นที่ของผม ๑๔ ตำบลอยู่ใน ๓ อำเภอ พื้นที่ ๔๖๗ ตารางกิโลเมตร ถ้าหากหลับตาจิ้ม ในพื้นที่ที่มีสีพื้นที่ผมนี่ภายใน ๕ ตารางกิโลเมตร ท่านจะพบพื้นที่รกร้างแน่นอน แต่ถ้าท่าน ไปถามคนในปทุมธานี ท่านไปถามคนในพื้นที่ผม ๔๖๗ ตารางกิโลเมตรว่ามีสวนสาธารณะ ที่ไหนบ้าง ผมว่าแทบจะไม่มีใครนึกออกเลยว่ามันมีอยู่ตรงไหน ขอภาพต่อไปนะครับ อันนี้ ก็เป็นสวนสวยงามมากเลย ผมก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าสวนสาธารณะได้หรือไม่ เพราะมันเป็นพื้นที่ ในที่ทำการของ อบต. บึงคำพร้อย อบต. บึงคำพร้อยปีหนึ่งมีงบประมาณหลายร้อยล้านบาท ไม่รู้จะเอาไปพัฒนาพื้นที่ไหนก็พัฒนาอยู่หน้า อบต. นั่นละครับ ทำเป็นสวนน้ำ ทำเป็นเขาเรียกว่าสะพานลอย ๒ ชั้น แล้วก็มีสวนโน่นสวนนี่ มีสนามกีฬา มีสนามเด็กเล่น มีเต็มไปหมดเลย ทำดีมาก ๆ เลยนะครับ แต่พื้นที่ที่อื่นไม่มีเลยนะครับ สวนสาธารณะ ถ้าคุณอยากจะใช้พื้นที่สาธารณะก็ต้องไปที่ อบต. บึงคำพร้อย อันนี้คือ อบต. เดียวใน ๑๔ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของพื้นที่ผม นอกนั้นแทบจะคิดไม่ออกเลยครับว่า อยู่ที่ไหน อันนี้คือปัญหาของการไม่มีพื้นที่สาธารณะ ไม่มีพื้นที่ออกกำลังกาย ไม่มีพื้นที่ในการ พักผ่อนหย่อนใจนะครับ คนปทุมธานีทำงานหนักก็อยากจะมีพื้นที่ที่จะได้ออกกำลังกายบ้าง ได้ออกมาพักผ่อนบ้าง อันนี้หายากมาก ๆ เลยนะครับ ขอสไลด์ถัดไปเลยครับ แล้วก็พื้นที่ ที่เราเจอปัญหากันรู้สึกว่าทุกท่านก็จะพูดถึงก็คือพื้นที่ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ ไม่สามารถที่จะ ซ่อมแซมได้เพราะพื้นที่นี้เป็นของเอกชนนะครับ อันนี้คือชุมชนวัดกล้าชอุ่ม คลอง ๑๒ พื้นที่ ของหนองเสือ ประชาชนในพื้นที่นั้นก็ไม่ได้มีฐานะดีสักเท่าไร ทุก ๆ ปีพอฝนตก หลังฝนตก ก็ต้องหาหินกรวดมาโรยนะครับ แล้วพื้นที่หินกรวดก็คือต้องไปตามขอมาแทบจะไม่มีเงินของ นิติบุคคลเลยเพราะว่าตรงนี้ไม่ได้เป็นนิติบุคคลนะครับ ชาวบ้านไม่ค่อยมีเงินที่จะมาลงทุน กันตรงนี้ ทุกปีจึงต้องขอหินกรวดมาโรยคัน ๒ คันรถ ขอจากไหนก็ไม่บอกแล้วกันนะครับ แล้วปัญหาของเขาก็คือว่าเมื่อเป็นพื้นที่เอกชนทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถ ไปช่วยอะไรได้ ไม่สามารถเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหา ไปซ่อมถนน ไปทำอะไรได้เลย อันนี้คือ ปัญหาที่เราเจออีกรูปหนึ่งก็คือพอรกร้างก็กลายเป็นที่ทิ้งขยะนะครับ ตรงนี้ก็คือปัญหา เหมือนกันที่หลาย ๆ ท่านพูดถึง และแนวคิดประโยชน์ของกฎหมายฉบับนี้คืออะไรนะครับ เรื่องกรรมสิทธิ์หลาย ๆ ท่านพูดถึงว่ากลัวจะโดนยึดพื้นที่เมื่อ อปท. ไปพัฒนาแล้วก็ถูกยึด อันนี้ ไม่ใช่มันคือตรงข้ามเลยมันกลายเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ ข้อแรก ก็คือว่าเมื่อเป็นที่รกร้างว่างเปล่า เจ้าของที่ต้องจ่ายภาษีสูงขึ้นนะครับ แต่ถ้าเกิดนำเอามาใช้ประโยชน์ใช้สอยภาษีก็จะลดลง เรื่องที่ ๒ ก็คือว่าไม่มีการครอบครองปรปักษ์เกิดขึ้นด้วย พื้นที่รกร้างอาจจะถูกครอบครอง ปรปักษ์ แต่พอ อปท. เข้าไปทำงานให้ไปทำเป็นพื้นที่สาธารณะตรงนั้นก็คือถูกใช้สอยแล้ว ก็ไม่เป็นการครอบครองปรปักษ์อีกต่อไปนะครับ เจ้าของพื้นที่ก็สบายใจได้อยากจะขอคืน เมื่อไรก็ได้ พื้นที่รกร้างก็ยังสุ่มเสี่ยงต่อไฟไหม้มีหญ้าธูปฤาษีที่รบกวนประชาชน เป็นที่อยู่ อาศัยของสัตว์ร้ายมีแต่ปัญหาทั้งนั้นนะครับ การที่ อปท. จะนำพื้นที่ไปใช้สอยใช้ประโยชน์ ก็คือการเอามาสร้างสนามบอลก็ได้นะครับ สนามเด็กเล่น สนามแบดมินตัน จริง ๆ ใช้เงิน งบลงทุนไม่เยอะเลย บางแห่งอาจจะใช้แค่แสนสองแสนบาทเท่านั้นนะครับ พื้นที่สาธารณะ ข้อโต้แย้งอีกอันหนึ่งนะครับกลัวว่าท้องถิ่นจะนำเงินไปใช้ในทางที่ผิดไปพัฒนาพื้นที่ตัวเอง หรืออะไรก็ตามนะครับ คือจริง ๆ แล้วถ้าเกิดท้องถิ่นจะคอร์รัปชันเขาสามารถคอร์รัปชัน ได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องอาศัยกฎหมายฉบับนี้นะครับ แล้วผมก็ไม่อยากให้มองท้องถิ่น ในแง่ร้ายอย่างนั้นนะครับ เพราะท้องถิ่นก็อยู่ใกล้ชิดประชาชน สมัยนี้ประชาชนสนใจ การเมืองมากขึ้น การคอร์รัปชันก็ลดน้อยลงนะครับ ประชาชนก็ตรวจสอบมากขึ้น เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าท้องถิ่นก็จะเอาเงินไปคอร์รัปชันนะครับ แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่า ท้องถิ่นจะงบไม่พอ เพราะการพัฒนาพื้นที่รกร้างนี้เรียกว่าวิจารณญาณของท้องถิ่น ถ้างบไม่พอ ก็ยังไม่ต้องทำครับ งบพอเมื่อไรหรือมีเงินเยอะ ๆ ก็ค่อยเข้าไปทำได้พัฒนาพื้นที่หลาย ๆ พื้นที่ให้เป็นสวนสาธารณะ ให้เป็นที่พักผ่อนของประชาชนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวีรนันท์ ฮวดศรี เชิญครับ🔗

นายวีรนันท์ ฮวดศรี ขอนแก่น

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรนันท์ ฮวดศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๑ ตำบลในเมือง ตำบลเมืองเก่า ตำบลพระลับ ขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายที่ดิน ที่เสนอโดยท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนด้วย ๒ เหตุผลหลัก ๆ ดังต่อไปนี้ครับ🔗

ประการแรก ในเรื่องของหลักการและเหตุผล แล้วก็เรื่องของเนื้อหา เป็นหลักการที่ดีมาก ๆ ที่นำที่ดินที่รกร้างว่างเปล่าหรือว่าที่ดินที่ถูกทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์ หรือว่าที่ดินที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันมาจัดทำบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ในการใช้ที่ดิน อย่างคุ้มค่าและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ที่จะใช้ที่ดินร่วมกันโดยการดำเนินการ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ ไม่ว่าท้องถิ่นจะเห็นปัญหาเองหรือว่าพี่น้องประชาชน ร้องเข้ามาที่ท้องถิ่นก็สามารถแก้ไขปัญหาแล้วก็ทำที่ดินในบริเวณดังกล่าวให้เกิดประโยชน์ กับสาธารณะให้มากที่สุดได้ครับ แล้วก็ถึงข้อห่วงกังวลสำหรับเพื่อนสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล ที่ร่วมอภิปราย ๓ ท่านนะครับ ผมขอย้ำเรื่องของกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวที่ท่านกังวลว่าแบบนี้เจ้าของในที่ดินเสียสิทธิ ในที่ดินสิ ผมย้ำนะครับว่ากฎหมายมาตรา ๖/๑ นี้ไม่กระทบต่อการถือครองกรรมสิทธิ์ ของเจ้าของที่ดินนะครับ และไม่เป็นการเอื้อประโยชน์ต่อเอกชนเพราะเป็นการพัฒนา ในพื้นที่ว่างเปล่าที่รกร้างและประชาชนไม่ใช้ประโยชน์ร่วมกันตรงนี้เกิน ๓ ปี มีหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ชัดเจนนะครับ ไม่ใช่ท้องถิ่นอยากจะเข้าไปจัดการและพัฒนาบนพื้นที่แปลงใด แปลงหนึ่งแบบชี้เฉพาะเจาะจงได้ครับ แล้วก็ในเนื้อหาไม่ได้พูดถึงเรื่องของการเข้าไปแย่ง กรรมสิทธิ์การครอบครองนะครับ ไม่มีตรงไหนเลยหรือว่าส่วนไหนของกฎหมายที่แก้ไข พูดถึงว่าสนับสนุนให้พี่น้องประชาชนเข้าไปบุกรุกในที่ของเอกชนหรือว่าแย่งการครอบครอง กรรมสิทธิ์ของเอกชนคนอื่นนะครับ ในส่วนของเนื้อหาร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ตัดทอน รอนเนื้อหาของประมวลกฎหมายที่ดินเดิมแต่เป็นการเพิ่มเติมเนื้อหาให้สอดรับกับสภาพ ปัญหาที่มันเกิดขึ้นจริงในปัจจุบันนะครับ แล้วปัญหากฎหมายที่ดินปัจจุบันนี่ไม่สามารถเข้าไป แก้ไขหรือว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถเข้าไปแก้ไขได้ในส่วนของที่ดินรกร้างว่าง เปล่านะครับ🔗

ประการที่ ๒ ในเชิงของข้อเท็จจริงผมขอยกตัวอย่างปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นในเขตพื้นที่ที่ผมเป็นผู้แทนราษฎร ปัญหาของหมู่บ้านรุ่งอรุณ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เป็นหมู่บ้านจัดสรรที่มีมาก่อน พ.ร.บ. จัดสรรที่ดิน ปี ๒๕๔๓ ปัญหาของหมู่บ้านคือตามซอยหมู่บ้านมันต่ำไม่มีรางระบายน้ำหรือท่อระบายน้ำ ทำให้เกิดน้ำท่วม น้ำขัง น้ำรอการระบาย ฝนตกมากตกน้อยหรือว่าตกนิดเดียวก็ท่วมก็ขัง เป็นปัญหาที่คาราคาซังซ้ำซากมาตลอดเป็นสิบ ๆ ปีครับ แล้วผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก คุณนุจรีย์ คุณฐานิตา คุณจำพิลาที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านรุ่งอรุณว่าปัญหาดังกล่าวมันขังจนมันเน่า ท่านประธานครับ แล้วก็เรื่องเดียวกันในส่วนนี้อีกเรื่องหนึ่งที่อยู่ในหมู่บ้านรุ่งอรุณก็คือ คุณสุเทพแจ้งเข้ามาว่าเรื่องทางเชื่อมซอยในหมู่บ้านที่มันมีปัญหาเรื่องคอสะพานทรุด ร้าว เป็นหลุมเป็นบ่อเทศบาลก็เข้ามาดูแล แต่ว่าทำได้แค่เอายางมะตอยมาโปะไว้ไม่กล้าซ่อมใหญ่ ซึ่งผมก็ยังสอบถามไปยังเทศบาลตำบลเมืองเก่า ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่รับผิดชอบโดยตรงได้รับแจ้งว่าได้ให้ฝ่ายช่างเข้าไปดู ไปตรวจสอบ ไปเตรียมทำแบบไว้แล้ว พร้อมดำเนินการ แต่ติดปัญหาว่าหมู่บ้านดังกล่าวเป็นนิติบุคคลที่ยังไม่ได้โอนให้เทศบาล แล้วก็ตามหานิติบุคคลไม่เจอนะครับ จึงทำได้แค่ซ่อมเบาซ่อมเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อบรรเทา ปัญหาเฉพาะหน้าให้ประชาชนไปก่อนนะครับ ท่านประธานครับ ที่ผมเล่ามาเป็นเพียง ข้อเท็จจริงบางส่วนที่มันเกิดขึ้นสำหรับเพื่อนสมาชิกพรรคประชาชนทั้งประเทศก็ได้บอกได้ กล่าวได้เล่าถึงปัญหาให้สภาแห่งนี้ฟังนะครับ ให้สภาแห่งนี้รับทราบพี่น้องที่อยู่ทางบ้าน รับทราบ รวมถึงเพื่อนสมาชิกฝั่งรัฐบาลรับทราบว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นจริง ๆ ในพื้นที่ของ ท่านเองในเขตของท่านเอง ผมเชื่อนะครับว่าเราปฏิเสธไม่ได้ครับว่าเราไม่เคยได้ยินปัญหา เหล่านี้เลยนะครับ เราลงพื้นที่เราเจอประธานชุมชน เราเจอผู้นำชุมชน เราเจอฝ่ายปกครอง เราย่อมได้รับเรื่องนี้ อย่างล่าสุดก่อนที่ผมมาประชุมผมก็ได้รับการสอบถามจากพี่น้องประชาชน จากประธานชุมชนว่าปัญหาเรื่อง พ.ร.บ. กฎหมายเรื่องที่ดินที่แก้ไขถึงไหนแล้วนะครับ ผมก็บอกว่ากำลังเข้าสภาในสัปดาห์นี้เพื่อพิจารณานะครับ พี่น้องเราตามดูอยู่ว่ากฎหมายต่าง ๆ ที่เราผลักดันเข้าสภาในฐานะผู้แทนราษฎรที่เอาปัญหาไปแก้ไขให้พี่น้องมันถึงไหนแล้ว ทีนี้ ถ้าหากกฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่านสภาพวกเราในฐานะผู้แทนราษฎรก็ต้องไปตอบคำถามของ แต่ละท่านของแต่ละฝ่ายเองว่าเหตุผลกลใด หรือว่าเหตุผลอะไรกันแน่ที่ทำให้กฎหมายฉบับนี้ ไม่ผ่านวาระรับหลักการนะครับ สุดท้ายครับท่านประธานจริง ๆ ผมอยากจะขอคิวจาก เพื่อนสมาชิกขอพูดหลังท่านอดิศรอภิปรายนะครับ เพราะว่ากลัวประชาชนทั้งประเทศ จะเข้าใจผิดว่า สส. ขอนแก่นจะไม่มีวุฒิภาวะเหมือนกันทั้งหมดนะครับ ท่านประธานครับ หนามใหญ่นับมื้อตู้ครับหนามน้อยนับมื้อแหลมขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล เชิญครับ🔗

นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ภูเก็ต

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นผู้เสนอ ท่านประธานครับ ที่ดินรกร้างว่างเปล่าหลาย ๆ ท่านก็คงจะทราบโดยเฉพาะเป็น สส. เขตก็จะทราบว่าที่ดินบางแปลง รกร้างว่างเปล่าจนเกิดเหตุไฟไหม้ก็ดี สัตว์เลื้อยคลานก็ดี เลื้อยเข้าไปสู่บ้านข้างเคียงจนได้รับ ความเดือดร้อนรำคาญ บางครั้งจะให้เทศบาลไปดำเนินการตัดหญ้าก็มีปัญหา และเช่นกัน มีที่ดินอยู่ชุมชนหนึ่งอยู่บริเวณบ้านนาเหนือ ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นที่ดินของสหกรณ์ที่ผ่านมาในอดีตมีการจัดสรรที่ดินเรียบร้อย แต่ต่อมาเรื่องการบริหาร จัดการบางอย่างทำให้สภาพถนนที่ชำรุดทรุดโทรม ไม่มีไฟส่องสว่าง ทางเทศบาลไม่สามารถ เข้าไปดำเนินการใด ๆ ได้ เนื่องจากติดขัดกฎหมายข้อระเบียบเหล่านี้ละครับ กฎหมายเหล่านี้ พวกเราเป็น สส. สมัยแรกพวกเราก็อยากเอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาแก้ไข ปัญหาในสภา ก็อยากเรียนเชิญทางเพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลว่ามาร่วมกันรับหลักการ มาช่วยกันแก้ไขติดขัดปัญหาตรงไหนก็มาถกเถียงกันในชั้นกรรมาธิการ และที่สำคัญ การแถลงข่าวเป็นการสรุปข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับรู้ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม การสื่อสาร กับประชาชนว่าเราคิดอย่างไรเกิดอะไรขึ้น อันนี้จะขอฝากไปทางท่านอดิศรขออนุญาตเอ่ยนาม ไม่เสียหายอะไร และที่สำคัญในร่างประมวลกฎหมายเพื่อนสมาชิกผมได้พูดไปแล้วก็คือ สิ่งเหล่านี้จะไม่กระทบสิทธิของเจ้าของที่ดิน อันนี้ย้ำกันเลยเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านเข้าใจ ผิดกันอยู่ว่าจะมีการเข้าไปบุกรุกบ้างล่ะ จะเข้าไปครอบครองปรปักษ์บ้างล่ะ อันนี้ย้ำเป็น ประเด็นสำคัญนะครับ แล้วก็จากข้อมูลในการประชุมวิปที่ผ่านมากรมที่ดินเป็นคนคัดค้าน ท้องถิ่น ผมก็จะขอฝากไปยังกรมที่ดินว่าทำหน้าที่ของท่านให้ดีก่อนเถอะครับ ไปเอาที่ดิน จากเขากระโดงกลับมาก่อน ก่อนที่จะมายุ่งยากกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เขามีความตั้งใจ จะเข้าไปบริหารจัดการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องราษฎรในพื้นที่ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของ พวกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็ฝากทุกท่านว่ากรมที่ดินเป็นเพียงข้อเสนอแนะไม่ใช่ คำสั่งการให้พวกเราต้องรับฟังและดำเนินการตาม เราเป็นรัฐบาลแล้วเรามีนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทยอยู่ภายใต้นายกรัฐมนตรีนะครับ เราไม่ควรไปรับฟังกรมที่ดินที่อยู่สังกัด กระทรวงมหาดไทยในการที่จะไม่แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ฝากไว้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธีรัจชัย พันธุมาศ เชิญครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตมีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง พรรคประชาชนครับ ขออนุญาตอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....ที่ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้เสนอขึ้นมา ท่านประธานครับ ที่ดินเป็นทรัพย์ที่มีจำกัดถ้าใครได้ครอบครองขึ้นมาก็จะมีอำนาจ มีสิทธิ ต่าง ๆ ที่เหนือกว่าคนปัจจุบัน ที่ดินในประเทศไทยนั้นมีทั้งหมดประมาณ ๓๒๐ ล้านไร่ ประมาณ ๑๐๐ ล้านไร่นั้นเป็นที่ดินเอกชน ประมาณ ๒๐๐ กว่าล้านไร่นั้นเป็นที่ดินของรัฐ ที่ดิน เอกชนประมาณ ๑๐๐ ล้านไร่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ถือครองโดยคนไทยเพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง ฉะนั้นคนจำนวนน้อยในการที่จะถือครองขึ้นมา ใน ๖๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๖๐ เปอร์เซ็นต์นั้นก็มีการใช้ที่ดินไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นก็คือประมาณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ๒๕ ล้านไร่ ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือบางทีอาจจะเป็นที่รกร้างว่างเปล่า จำนวนที่ที่เป็นมหาศาลมาก สืบเนื่องจากในระบบการถือครองที่ดินไม่ได้มีการควบคุมการใช้ ประโยชน์ในกฎหมายไทยไม่มี ทำให้คนที่มีฐานะร่ำรวยเป็นเศรษฐีสามารถถือที่ดินมาก บางคนเป็นแสนไร่ บางคนเป็นหมื่นไร่ บางคนไม่ถึง ๑ ไร่ ก็มีในส่วนนี้ แต่บางคนไม่มีที่จะ ซุกหัวนอน ถามว่ากรณีอย่างนี้มันเป็นหลักการใช้ที่ดินที่เป็นประโยชน์สูงสุดหรือไม่ คุ้มค่า ทางการพัฒนาเศรษฐกิจหรือประโยชน์ของประเทศชาติได้จริงหรือไม่ ในระเบียบ กระทรวงมหาดไทยปี ๒๕๒๒ ให้รัฐสามารถที่จะดูแลสอดส่องที่ดินที่รกร้างว่างเปล่าแล้วก็ มาดำเนินการตรวจสอบและสามารถเพิกถอนสิทธิได้แต่มีขั้นตอนยาวมาก นั่นหมายถึงว่าที่ดิน ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ขึ้นมายากมาก นั่นเป็นคดีกรณีที่รัฐเขาจะมา ในประเทศออสเตรเลีย รัฐแทสมาเนีย เขามีการประกาศที่ดินที่รกร้างว่างเปล่าเพื่อจะเข้าสู่ กระบวนการในการเพิกถอนเพื่อให้เป็นของรัฐกลับมา แต่ของไทยไม่มีในส่วนนี้ ไม่เคยมี ประกาศราชกิจจานุเบกษา ประกาศหนังสือพิมพ์ ประกาศอะไรก็แล้วแต่ เขามี ของเราเป็น กระบวนการแต่ช้ามากน้อยมากที่จะทำได้ สำหรับในกรณีนี้ไม่ใช่การที่จะไป เขาเรียกว่า ไปเพิกถอนสิทธิแต่เป็นกรณีของการพบกันครึ่งทาง กรณีการเพิกถอนสิทธิมีหลายแบบ รัฐเพิกถอน เอกชนเพิกถอนครอบครองปรปักษ์ ๑๐ ปีในที่โฉนด ๕ ปีในที่หนังสือรับรอง การทำประโยชน์ในการครอบครอง แต่ในส่วนของกฎหมายฉบับนี้เปิดโอกาสให้ท้องถิ่น สามารถให้เอาที่ที่รกร้างว่างเปล่านั้นมาใช้ประโยชน์ได้ชั่วคราวไม่มีการถอนกรรมสิทธิ์ นี่คือพบกันครึ่งทางแต่ที่ดินนั้นได้ใช้ประโยชน์เต็มที่ถึงประชาชน ผมเป็น สส. เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง เห็นที่ดินประชาชนมาร้องเรียนเสมอบางทีถนนให้ไปซ่อมประสานทาง ท้องถิ่นกรุงเทพมหานครเขาบอกซ่อมไม่ได้เพราะเป็นที่ของเอกชนแต่รกร้างว่างเปล่า บางที ที่เป็นทุ่งนาเต็มไปหมดเลยแถบหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง มีปล่อยไว้ไฟไหม้หญ้ารกขึ้นมา ไฟไหม้ข้างเคียงก็ลำบากเกิดมลพิษในฝุ่นต่าง ๆ มากมายไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้เลย บางทีที่อยู่ในชุมชนมีหมู่บ้านจัดสรรมาตัด แต่กรณีนี้มันอาจจะเป็นเรื่องของ พ.ร.บ. บ้านจัดสรร ก็มีอีกส่วนหนึ่งเข้ามาถูกทิ้งร้างไปก็ไม่สามารถใช้ประโยชน์อะไรได้เวลาซ่อมแซมหรือบางที จะปักเสาไฟฟ้าเข้าไปบริการสาธารณะก็ไม่สามารถทำได้ ท้องถิ่นไม่สามารถทำได้ เรื่องแบบนี้ มันเป็นเรื่องที่เราจะหาทางแก้ไขดีไหมครับ ผมเรียนอย่างนี้ในส่วนของพรรคประชาชน ถ้าเราต้องการที่จะแก้ไขปัญหาประชาชนและพบกันครึ่งทางระหว่างการยึดกรรมสิทธิ์ของที่ ไม่ใช้ประโยชน์มาเป็นของรัฐ แต่ตรงนี้เป็นเรื่องของการใช้ประโยชน์ชั่วคราวมันเป็นกฎหมาย ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างยิ่ง และคนที่เป็นเศรษฐีทั้งหลายที่เป็นเจ้าของนี่นะครับ เขาไม่ต้องไปปลูกที่ดินปลอม ๆ เพื่อลดภาษี ไปปลูกต้นไม้ ปลูกมะม่วง ปลูกต้นกล้วยอะไร เต็มไปหมดในกรุงเทพมหานครเยอะแยะไปหมดเลย ถ้าเอามาใช้ตรงนี้ก็ถือว่าที่ดินได้ใช้ ประโยชน์แล้ว การทำให้การที่ดินนั้นใช้ได้ดีมากยิ่งขึ้น กฎหมายฉบับนี้ในส่วนตัวผมอยากจะ ให้มันผ่าน ผมก็เลยอยากจะขอเรียนไปยังพรรคฝ่ายรัฐบาลซึ่งมติวิปออกมาบอกว่าจะคว่ำ ท่านคว่ำก็เหมือนกับท่านตัดหนทางประชาชนที่จะได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินกำลังปิดกั้นไม่ให้ ที่ดินที่เอกชนขวางความเจริญต่าง ๆ นั้นไม่ได้ใช้ประโยชน์เลยและไม่ได้มีการยึดด้วย สิ่งเหล่านี้ฝากรัฐบาลได้ทบทวนอีกครั้งได้ไหมครับ ประชุมลับ ๆ อีกนิดหนึ่งนะครับ อย่าคว่ำเลย ร่างฉบับนี้ และให้ร่างฉบับนี้เป็นกฎหมายที่เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งเป็นการเปิดช่องอีกช่องหนึ่ง เพื่อให้ประโยชน์ที่ดินของรัฐนั้นใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนได้หรือไม่ขอฝากด้วยครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฉัตร สุภัทรวณิชย์🔗

นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ฉัตร สุภัทรวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ หน้าย่าโม พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายที่ดินเพื่อกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ เพื่อประโยชน์ที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยร่วมกันเป็นการชั่วคราวนะครับ ท่านประธานครับ ในเขตจังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะอำเภอเมืองแล้วก็ในใจกลางเมืองที่เป็นพื้นที่เทศบาล นครนครราชสีมาเราก็มีพื้นที่รกร้างว่างเปล่าจำนวนมากนะครับ หลายที่ต้นไม้ก็ขึ้นรกรุงรัง บางที่เริ่มประสบปัญหาแสงไฟแสงสว่างไม่เพียงพอมีปัญหาภูมิทัศน์นานไปหน่อยก็เริ่มหวังดี เอาขยะมาสุม ๆ กันไว้นะครับ ทีนี้เจ้าของที่ก็ไม่ได้แวะเวียนมาใส่ใจดูแล ติดต่อไปเทศบาล บอกว่าช่วยมาจัดการตรงนี้หน่อยขยะล้นเป็นกองแล้ว บางครั้งเทศบาลก็ตอบว่าตรงนั้น เป็นพื้นที่เอกชนถ้าจะทะเล่อทะล่าเข้าไปก็จัดการอะไรได้ยากไม่สามารถทำได้ รวมไปถึงหลายจุด ที่เป็นปัญหาและตรงนี้การแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดินครั้งนี้ก็จะให้อำนาจองค์กรปกครองท้องถิ่น ถ้าในพื้นที่ผมก็คือเทศบาลนครนครราชสีมาสามารถเข้าไปดูแลพื้นที่เข้าไปตกลงและอย่าลืม ตรงนี้เขาใช้คำว่าเป็นการชั่วคราวครับ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเหตุและผลประกอบกัน ซึ่งเป็นประโยชน์มากมายจะทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหา เข้าไปจัดการดูแลสาธารณูปโภคก็ได้ดูแลภูมิทัศน์ต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น ท่านครับประโยชน์ของ กฎหมายฉบับนี้เป็นที่ทราบกันว่าจะทำให้องค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่ผมก็คือเทศบาล นครนครราชสีมาสามารถไปดูแลพื้นที่ที่รกร้างว่างเปล่าไปปรับปรุงดูแลโดยสมาชิกหลายท่าน ก็เกรงว่ามันจะเกิดปัญหาเกิดกรณีปลีกย่อยในอนาคต อยากจะเชิญชวนให้เพื่อนสมาชิก ได้คิดตามว่าอย่าเพิ่งไปกลัว ถ้าเราแก้ปัญหากันแบบเดิมอยู่กันแบบเดิมไม่ทำอะไรแบบเดิม ๆ ปัญหามันก็เหมือนเดิมมันก็ไม่ได้แก้นะครับ เชิญชวนให้ออกนอกกรอบแล้วก็รับร่างรับเหตุผลในวันนี้เพื่อที่จะไปถกกันให้เกิดประโยชน์ ยิ่ง ๆ ขึ้นไป หากปัญหาใด ๆ จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้นเราสามารถบริหารจัดการอย่างรัดกุมได้ แล้วเราก็มีกระบวนการที่จะตรวจสอบเอาผิดติดตามได้นะครับ แล้วก็มีเพื่อนสมาชิกได้แสดง ความห่วงใยว่าสภาแห่งนี้วัดกันด้วยมือก็เป็นข้อเท็จจริงที่ใครพอจะเข้าใจได้ จึงอยากจะ เรียกร้องเพื่อน ๆ สมาชิกที่เป็นวิญญูชนมีวิจารณญาณได้ตระหนักถึงประโยชน์ที่จะตกกับ พี่น้องประชาชนโดยทั่วไปเลย มาร่วมกันยกมือสนับสนุนเพื่อที่จะได้ไปถกกันต่อในขั้นต่อ ๆ ไป ในกรรมาธิการ และผมเองในฐานะ สส. เขตก็อยากจะเรียกร้องว่าตัวผมเองอภิปรายตรงนี้จุดยืน ชัดเจนว่าสนับสนุนและอยากจะให้มีการเพิ่มอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะได้ ไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ ผมกลับไปเดินในเขตของผมไปใช้ชีวิตในพื้นที่เทศบาล นครนครราชสีมา ผมตอบพี่น้องประชาชนได้ ผมอยากให้ สส. เขตทั้งหลาย พรรคอื่น ๆ ทุกพรรค สามารถกลับไปแล้วไปตอบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ ไปตอบพี่น้องประชาชนได้ว่า กฎหมายนี้มันดีมันมีประโยชน์อยากจะสนับสนุนเพื่อให้เกิดการปรับปรุงแก้ไขให้ประโยชน์ นั้นตกกับพี่น้องประชาชนทุกคน ท่านประธานครับ ยืนยันอยากจะให้มีการรับหลักการแก้ไข เพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดย สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จะสร้างประโยชน์ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุดท้ายท่านภัณฑิล น่วมเจิม เสร็จแล้วท่านผู้เสนอจะได้สรุป เชิญครับ🔗

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย พรรคประชาชน ก็ขอร่วมสนับสนุนการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้ ก็ยืนยันว่าเป็นประโยชน์กับประชาชน แล้วผมก็ต้อง ออกไปบอกพี่น้องประชาชนหลังการประชุมวันนี้ไม่มีสิทธิมาห้ามผมแถลงข่าว ผมก็จะไปบอก ผมก็ไม่แน่ใจว่าประเด็นที่ท่านอภิปรายท่านเข้าใจกันถูกต้องหรือเปล่า สส. พรรคร่วมรัฐบาล เพราะว่าเราไม่ได้ไปรอนสิทธิใคร ครอบครองเป็นเจ้าของมันก็คนละเรื่องกัน เราแค่อนุญาตให้ ท้องถิ่นเข้ามาดูแล กรรมสิทธิ์ก็ยังเป็นของเจ้าของที่ดินผมคงไม่ต้องไปพูดซ้ำประเด็นว่าเรื่อง หมู่บ้านจัดสรรที่ไม่สามารถจัดตั้งนิติบุคคลได้ก่อนปี ๒๕๔๓ เจ้าของที่ดินจัดสรรให้พื้นที่ ส่วนกลางของหมู่บ้านหาประโยชน์มีการให้บุคคลอื่นมาเช่าที่ดินปัญหามันเยอะมาก เกิดปัญหา น้ำท่วมขัง ปัญหาถนนชำรุด พวกผม ๒๐ คนอภิปรายยืนยัน สส. เขตเห็นปัญหาเยอะมาก ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน สส. ที่อภิปราย ๒ ๓ ท่าน ฝั่งโน่นบัญชีรายชื่อผมก็อยากจะพาลงไป ที่เขตเหมือนกัน จริง ๆ ประชุมกรรมการเขตประจำเดือนผมจะไปแถลงเลยว่าผมช่วยท่าน เต็มที่แล้วหน่วยงานภาครัฐท่านก็มีปัญหาเยอะมาก แต่ที่ไม่สำเร็จเพราะอะไรผมต้องไปพูด ให้ประชาชนฟัง ท่านประธานครับ ที่ดินเป็นทรัพยากรที่มีค่ามีมูลค่าเพิ่มสูงที่สุดโดยเฉพาะ เขตใจกลางเมืองอย่างในสุขุมวิท พระราม ๔ ราคาสูงเกินกว่าที่ประชาชนจะเข้าถึงได้ แต่แปลกใจไหมครับที่ดินโครงการพัฒนาอสังหาเอกชนจำนวนมากถูกทอดทิ้งให้เป็นที่รกร้าง ผมดูสถิติในเอกสารประกอบเขตคลองเตย เขตวัฒนา ๘๐ ที่ ๑๒๐ แห่ง มีตั้ง ๑๔๖ ไร่ ๒๙๐ ไร่ หารออกมาที่ที่ถูกรกร้างว่างเปล่า ปล่อยรกร้างว่างเปล่าตกประมาณ ๒ ๓ ไร่เลย ผมก็แปลกใจว่าทำไมในทางปฏิบัติคือทางร่วมภาระจำยอมทั้งหลายอยู่ในความครอบครอง ของเอกชนผู้พัฒนาโครงการ แต่เจ้าของโครงการผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างปล่อยปละละเลย บางทีอาจจะเสียชีวิต มีปัญหาเรื่องพิพาทมรดก หรือบางทีพยายามจะหาช่องทางเก็บ ผลประโยชน์ส่งให้ทรัพย์ส่วนกลางถนน ทางเท้า ท่อระบายน้ำ ที่ทรัพย์สินของเจ้าของ โครงการไม่ใช่สาธารณะ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร้องเรียนไปที่เขตเขาก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่สามารถนำงบประมาณมาใช้ในการบำรุงรักษาได้ จริง ๆ ไม่ได้มีใครเดือดร้อนเลยครับ ประชาชนได้ประโยชน์ หน่วยงานรัฐก็สามารถทำงานได้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเห็นแย้งทำไม หรือจะไปลงรายละเอียดได้กฎหมายรองจะต้องมีข้อกังวลอะไรบ้าง วาระที่สองท่านก็ไปคุยกันได้ ผมก็เรียกร้องจริง ๆ ว่าเรื่องงบประมาณที่ท่านโต้แย้งมาจริง ๆ มันอยู่ในภารกิจถ่ายโอน อยู่แล้ว รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการถ่ายโอนงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติการกระจายอำนาจเพื่อให้ อปท. สามารถมีศักยภาพในการดูแลรักษา ที่ดินแต่ก็ยืนยัน เขาบอกเฉย ๆ ว่าให้อำนาจมันไม่ได้เป็นการบังคับอะไร แต่จริง ๆ มันมี หน่วยงาน สตง. อะไรพวกนี้เขาตรวจสอบเข้มข้นอยู่แล้วในเรื่องของระเบียบการเบิกจ่าย งบประมาณ เพราะฉะนั้นข้อกังวลผมว่าไม่น่าจะเป็นที่กังวลก็อยากจะให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นสามารถเข้ามาดูแลสาธารณูปโภคของเมืองได้เพื่อประโยชน์ของประชาชน ก็ยืนยันนะครับผมก็จะออกไปบอกกับพี่น้องประชาชนว่าเกิดอะไรขึ้นในสภาแห่งนี้ ขอบคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณนะครับเป็นอันหมดผู้อภิปรายแล้วนะครับ ตามข้อบังคับท่านผู้เสนอมีสิทธิที่จะ อภิปรายสรุปท่านใช้สิทธิไหมครับ เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านเชิญครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาสรุปสั้น ๆ เพื่อตอบชี้แจงเพื่อนสมาชิกที่ลุกขึ้นอภิปรายบางส่วนอาจจะเข้าใจผิดหรืออาจจะไม่เห็นด้วย ในเรื่องของประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้ครับ🔗

ท่านแรก ขออนุญาตเอ่ยนามท่านลิณธิภรณ์จากพรรคเพื่อไทย ที่ท่านได้กล่าวว่า พวกผมมีความคิดสุดโต่ง ท่านอาจจะเข้าใจผิดในเรื่องที่ว่าพวกเรากำลังจะไปลิดรอนในเรื่อง ของกรรมสิทธิ์ที่ดินของเจ้าของที่ดินหรือเปล่า ผมอยากยืนยันอีกครั้งนะครับเพื่อนสมาชิก หลายท่านก็ได้ตอบชี้แจงไปแล้ว รวมถึงบทบัญญัติในประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้ก็เขียนไว้ อย่างชัดเจนว่าเราไม่ได้ยุ่งเรื่องของกรรมสิทธิ์ เพียงแต่เรากำลังแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเพื่อให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปใช้ประโยชน์ที่ดินหรือว่าปรับปรุงสภาพที่ดินที่ประชาชน ใช้สอยร่วมกันได้ ตามเงื่อนไขที่ในกฎหมายฉบับนี้กำหนดไว้นะครับ หรือการที่ท่านอาจจะ บอกว่าพวกผมคิดใหญ่ทำไม่เป็น เพราะว่ากรุงเทพมหานครก็มีข้อบัญญัติในลักษณะนี้อยู่แล้ว ผมเข้าใจว่าท่านน่าจะหมายถึงข้อบัญญัติการพัฒนาที่ดินที่ประชาชนใช้สอยร่วมกันบนที่ดิน เอกชน ผมทราบครับว่ากรุงเทพมหานครมีข้อบัญญัติฉบับนี้อยู่แล้วนะครับ แต่ถ้าท่าน มีประสบการณ์เคยลงพื้นที่เข้าไปพบปัญหาในพื้นที่จริง ๆ ท่านจะทราบครับว่าปัจจุบัน ข้อบัญญัติฉบับนี้ของกรุงเทพมหานครไม่มีผลบังคับใช้ได้จริง เนื่องจากว่าถ้าสำนักงานเขต หรือกรุงเทพมหานครไม่ได้รับลายเซ็นยินยอมจากเจ้าของที่ดิน ซึ่งในหลาย ๆ กรณีตามหา เจ้าของไม่ได้แล้วครับ กรุงเทพมหานครก็จะไม่สามารถเข้าไปปรับปรุงสภาพที่ดินเหล่านั้น ได้อยู่ดีครับ ดังนั้นผมอยากจะยืนยันอีกครั้งว่าพวกเราเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายที่ดินฉบับนี้ พวกเราเข้าใจสภาพปัญหาดีครับ แล้วก็รู้ว่ากรุงเทพมหานครมีกลไกต่าง ๆ เหล่านั้นอยู่ เพียงแต่ว่าข้อบัญญัติปัจจุบันอยู่ต่ำกว่ากฎหมายระดับพระราชบัญญัติครับ เขาไม่สามารถที่จะเข้าไปปรับปรุงสภาพที่ดินให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ถ้าไม่ได้รับลายเซ็น ยินยอมจากเจ้าของที่ดิน ซึ่งหลาย ๆ กรณีย้ำอีกครั้งนะครับ ถ้าท่านรู้ปัญหาหน้างานจริง หลาย ๆ กรณีตามหาตัวเจ้าของที่ดินไม่ได้แล้วครับ จึงเป็นที่มาที่เราบัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า กฎหมายฉบับนี้ใช้กับที่ดินรกร้างว่างเปล่าหรือไม่ได้ใช้ประโยชน์ครับท่านประธาน ท่านอื่น ๆ ผมอาจจะขออนุญาตสรุปประเด็นโดยสรุป🔗

จากกรณีของที่ท่านวิทยาจากพรรครวมไทยสร้างชาติ อันนี้ต้องยอมรับว่า เหตุผลที่ท่านให้ก็เป็นเหตุผลที่มีน้ำหนัก แต่เหตุผลที่ท่านให้จะให้ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องของกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นหลัก ผมจึงอยากยืนยันอีกครั้งจากที่ท่านได้นำเรียนว่าในกรณีของ การยึดคืนเป็นที่หลวงตาม มาตรา ๖ ของประมวลกฎหมายที่ดินมีอยู่แล้ว ไม่ได้ทำประโยชน์ ๑๐ ปีขึ้นไป อันนั้นถูกต้องครับ🔗

อีกกรณีหนึ่งครอบครองปรปักษ์ก็เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งทั้ง ๒ กรณีนี้เป็นในเรื่องของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ผมอยากจะยืนยันอีกครั้งครับว่าร่างนี้ไม่ได้ เกี่ยวข้องกับกรรมสิทธิ์ที่ดิน แต่เป็นการเพิ่มอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไป แก้ปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่หน้างานได้ก่อนครับ ดังนั้นด้วยเหตุและผลทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ผมก็อยากจะเชิญชวนเพื่อนสมาชิกทุกท่านอีกครั้งตามที่ท่านอดิศรได้กล่าวไว้ว่าพวกผม จำนวนมือน้อยกว่าในสภาครับ แต่อย่างไรก็ตามผมก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งที่ผ่านมาสภาผู้แทนราษฎร ของพวกเรามีการอภิปรายมีข้อโต้แย้งด้วยเหตุและผล แต่หลาย ๆ กรณีพวกเราก็ยกมือ สนับสนุนในกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้ ผมย้ำอีกครั้งกรณี พ.ร.บ. จัดสรรที่ดิน ที่เราผ่านสภากันไปของท่านธีรรัตน์กรมที่ดินก็แย้งในปัญหาเดียวกันว่าไม่อยากให้ท้องถิ่น มีอำนาจทับซ้อนกับส่วนอื่น ๆ อย่างเช่น คณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดต่าง ๆ และกรมที่ดิน ก็ไม่เห็นด้วยกับร่างของท่านธีรรัตน์ พวกผมก็ยกมือสนับสนุนให้ครับ เพราะเราเชื่อว่า เอาเจตจำนงของประชาชนเป็นตัวตั้งแล้วไปคุยกันในกรรมาธิการวาระที่สอง วาระที่สามได้ กฎหมายฉบับนี้ก็เช่นเดียวกันถึงแม้ว่าผมเป็นพรรคฝ่ายค้านมือน้อยกว่าท่านครับ พวกผม ก็อยากให้ทุกท่านมองเห็นถึงเจตนา มองเห็นถึงหลักการ เอาเจตจำนง เอาปัญหาประชาชน เป็นตัวตั้ง แล้วรายละเอียดอื่น ๆ เราไปคุยกันได้ในชั้นกรรมาธิการครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ อยู่ในวาระที่หนึ่งชั้นรับหลักการก็อยากจะให้ทุกท่านโหวตรับหรือไม่รับโดยดูที่หลักการของ ประมวลกฎหมายที่ดินฉบับนี้ครับ อย่าตีตกเพราะมองว่าพวกผมจำนวนมือน้อยกว่าในสภา เป็นพรรคฝ่ายค้านเท่านั้นครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปก็จะลงมติในวาระที่หนึ่งว่าจะรับหลักการหรือไม่นะครับ ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗

(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านที่เข้ามาแล้วเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายจีรเดช ศรีวิราช พะเยา

จีรเดช ศรีวิราช ๐๕๖ แสดงตนครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพริษฐ์เข้ามาใหม่กดบัตรหรือยังครับ กดบัตรแสดงตนด้วยครับ ท่านนิติพลแสดงตน หรือยังครับ แสดงตนด้วยนะครับ มีท่านใดยังไม่แสดงตนไหมครับ ปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่ แสดงผลเลยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น ๒๕๐ ท่าน ท่านสมาชิกครับมีผู้เข้าร่วมประชุม ทั้งสิ้น ๒๕๐ ท่าน ทางเจ้าหน้าที่ท่านลอง Check ดูระบบนิดหนึ่งเท่าที่ดูในสภานี่ผมว่า สมาชิกน่าจะเข้ามาเกิน ๒๕๐ ท่าน แต่ทำไมมีผู้แสดงตน ๒๕๐ ท่าน ลอง Check ระบบดูนะครับ🔗

ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุม ก็จะถามว่าท่านสมาชิกจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับ ..) พ.ศ. .... หรือไม่นะครับ ขอเชิญท่านสมาชิก ใช้สิทธิออกเสียงนะครับ ผู้ใดเห็นควรว่าควรรับหลักการกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นว่าไม่ควร รับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายสิริน สงวนสิน กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ สิริน ๔๒๐ พรรคประชาชน เห็นชอบครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านใดยังไม่ใช้สิทธิไหมครับ ใช้สิทธิครบถ้วนแล้วปิดการลงมติ เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ มีจำนวนผู้ลงมติทั้งสิ้น ๓๘๖ ท่านบวก ๑ ท่านเป็น ๓๘๗ ท่าน เห็นด้วย ๑๔๒ ท่าน บวก ๑ ท่านเป็น ๑๔๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๔๓ ท่าน งดออกเสียง ๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติไม่รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เนื่องจากว่าสภาลงมติในวาระที่หนึ่งไม่รับหลักการ ดังนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นอันตกไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๔ นะครับ🔗

ระเบียบวาระถัดไปครับ🔗

๒. ร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กับคณะ เป็นผู้เสนอ (ในระเบียบวาระที่ ๕.๒)🔗

เนื่องจากว่ามีพระราชบัญญัติทำนองเดียวกันอีก ๑ ฉบับ คือร่างพระราชบัญญัติ โคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน กับคณะ เป็นผู้เสนอ (ในระเบียบวาระที่ ๕.๔๖) เห็นว่าสามารถรวมระเบียบวาระการประชุมเพื่อนำมาพิจารณาพร้อม กัน และลงมติในวาระที่หนึ่งรวมกันตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) และ ข้อ ๑๑๗ จะมีสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็หมายความว่าที่ประชุม เห็นชอบก็ขอดำเนินการตามนี้นะครับ🔗

ด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างพระราชบัญญัติมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ (๒) โดยร่างของท่านวิโรจน์กับคณะ สำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดทำรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายแล้ว สำหรับร่างของท่านกฤดิทัชกับคณะเป็นร่างที่มี หลักการทำนองเดียวกัน สำนักงานจึงไม่ได้จัดทำรับฟังความคิดเห็น โดยให้นำรายงาน ของร่างที่ได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นแล้วมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการ ตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ วรรคสอง และประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการรับฟังความคิดเห็น และวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิกหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ รายละเอียด ปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางไว้ให้แล้วนะครับ🔗

ต่อไปขอเชิญท่านผู้เสนอได้แถลงหลักการและเหตุผลตามลำดับเลยครับ ขอเชิญร่างแรกครับ ร่างของท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กับคณะ เชิญท่านวิโรจน์ครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันปัญหาใหญ่ที่สุดปัญหาหนึ่งในการเลี้ยงโคนมก็คือ ปัญหาด้านต้นทุนการผลิต ซึ่งมาจากอาหารสัตว์ ต้นทุนด้านพลังงานที่มีการปรับตัว เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ราคากลางรับซื้อน้ำนมดิบแม้ว่าจะได้รับการอนุมัติจาก Milk Board ให้ปรับราคาเพิ่มขึ้นมาบ้าง แต่การอนุมัติก็มักจะมีความล่าช้าและไม่สามารถ ที่จะชดเชยกับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้อย่างทันท่วงทีเลยสักครั้ง ทำให้เกษตรกรโคนม เลิกกิจการไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณอุปทานน้ำนมดิบในตลาดลดลงตามลำดับ ท่านประธานครับ เนื่องจากนมและผลิตภัณฑ์นมที่อยู่ปลายน้ำเป็นสินค้าควบคุมที่ไม่สามารถ ปรับราคาได้ตามสภาวะทางเศรษฐกิจ จึงทำให้โรงงานแปรรูปนม ศูนย์รวมนมไม่อาจจะปรับ ราคารับซื้อน้ำมันดิบจากเกษตรกรได้โดยทันที ในขณะที่เกษตรกรต้องแบกรับกับภาระต้นทุน ค่าอาหารสัตว์ที่เพิ่มสูงขึ้น ต้นทุนด้านพลังงาน ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าแรงงาน ดอกเบี้ยสหกรณ์ที่เพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ จนเกษตรกรจำนวนมากประสบกับภาวะขาดทุน ราคาปลายน้ำที่ตึงตัวเมื่อผนวกกับปัญหาหนี้สินและภาวะการขาดทุนของเกษตรกรโคนม ทำให้ตลอดห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมนมตั้งแต่เกษตรกรโคนม ศูนย์รวมนม จนกระทั่ง โรงงานแปรรูปไม่มีแรงจูงใจทางเศรษฐกิจในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องลดภาษีนำเข้าน้ำมันดิบ นมผงขาดมันเนย และเครื่องดื่มประเภทนม UHT จากประเทศออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์เป็น ๐ เปอร์เซ็นต์ ตามข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย และไทย-นิวซีแลนด์ ซึ่งประเทศไทย เราได้ลงนามเอาไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ แต่ประเทศไทยของเราขอเวลาปรับตัวนานถึง ๒๐ ปี ท่านประธานครับ แต่ที่ผ่านมารัฐบาลก่อน ๆ ไม่เคยที่จะดำเนินมาตรการในการสนับสนุน การปรับตัวที่มีประสิทธิผลต่อเกษตรกรโคนมเลย จนทำให้ ๒๐ ปีที่ผ่านมากลายเป็น ความสูญเปล่าโดยสิ้นเชิง เหมือนซื้อเวลาหลอกให้เกษตรกรโคนมทยอยล้มตายไปเรื่อย ๆ ขาดทุนแล้วก็เลิกกิจการไปเรื่อย ๆ ดังนั้นเพื่อให้พระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม สามารถเป็นกลไกในการรักษาผลประโยชน์และสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ในอุตสาหกรรมนมทั้งระบบ อันได้แก่ เกษตรกรโคนม ศูนย์รวมนม โรงงานแปรรูปนม ตลอดจน ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมและผู้บริโภคเพื่อรองรับเอฟทีเอ ไทย-ออสเตรเลีย และ ไทย-นิวซีแลนด์ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายฉบับนี้โดยมี สาระสำคัญที่ผมจะนำเสนอต่อท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่าน🔗

ประการแรก ก็คือการแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการโคนมและ ผลิตภัณฑ์นมหรือที่เราเรียกกันอย่างคุ้นปากว่า Milk Board ให้มีความเชื่อมโยงกับ ภาคประชาชนและผู้ที่มีส่วนได้เสียในอุตสาหกรรมมากขึ้น โดยลดจำนวนข้าราชการที่ซ้ำซ้อน ใน Milk Board ลง และเพิ่มผู้แทนของเกษตรกรโคนมและผู้แทนจากผู้บริโภคเข้าไปแทน ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน Milk Board แทนปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์เพื่อความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรโคนม ผู้ประกอบการ ผลิตภัณฑ์นม และผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงที สามารถเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีหรือ ครม. ได้โดยทันที โดยมีปลัดกระทรวงทำหน้าที่เป็นรองประธาน ตัดเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือเลขาสภาพัฒน์ออกจาก Milk Board เนื่องจากมีผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมและเลขาธิการสำนักงาน เศรษฐกิจการเกษตรเป็นองค์ประกอบอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้ไม่ได้มีความน่ากังวลใจใด ๆ ท่านประธานครับ เพราะจากรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา ๗๗ ของ รัฐธรรมนูญ สภาพัฒน์เองก็เห็นด้วยกับการตัดเลขาสภาพัฒน์ออกจาก Milk Board นอกจากนี้ยังเสนอให้เพิ่มตัวแทนเกษตรกรโคนม ๓ ท่าน เพิ่มผู้แทนจากสภาองค์กรของ ผู้บริโภคอีก ๑ ท่าน เข้าไปใน Milk Board และยังมีการปรับเปลี่ยนเลขาธิการของ Milk Board จากผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทยหรือ อ.ส.ค. ซึ่งผู้อำนวยการ อ.ส.ค. ในโครงสร้างก็ยังคงเป็นคณะกรรมการใน Milk Board อยู่เช่นเดิม เพียงแต่ไม่ได้เป็นประธานเท่านั้นเอง โดยผมเสนอให้อธิบดีกรมปศุสัตว์มาเป็นเลขาธิการแทน เพื่อป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เพราะว่า อ.ส.ค. มีวัตถุประสงค์ทางด้านอุตสาหกรรม โคนมแบบครบวงจร ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย สาระสำคัญอีกเรื่องหนึ่งในการแก้ไข พ.ร.บ. โคนมและผลิตภัณฑ์นมฉบับนี้ก็คือ การกำหนดหน้าที่ในการปฏิบัติงานของ Milk Board ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น สามารถ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรโคนม ศูนย์รวมนม ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นม และผู้บริโภค ได้อย่างทันท่วงที จึงกำหนดให้มีการประชุมไม่น้อยกว่าปีละ ๔ ครั้ง ในมาตรา ๙ โดยมีวาระ ที่ต้องพิจารณาทบทวนเป็นวาระประจำ อันได้แก่ นโยบายแผนงานและมาตรการเพื่อส่งเสริม และพัฒนาการเลี้ยงโคนม การผลิต และการจำหน่ายน้ำนมโค และผลิตภัณฑ์นมภายใน ประเทศและต่างประเทศ กำหนดปริมาณและเงื่อนไขการนำเข้าและการส่งออกน้ำนมโค นมผง และผลิตภัณฑ์นม ซึ่งทั้งหมดนี้มีความจำเป็นอย่างมากต่อการรับมือเอฟทีเอ ไทย-ออสเตรเลีย และไทย-นิวซีแลนด์🔗

อีกวาระหนึ่งที่ผมเสนอให้เป็นวาระประชุมประจำก็คือการกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการในการคำนวณต้นทุนในการผลิตน้ำนมโค การกำหนดราคารับซื้อน้ำนมโคและ ผลิตภัณฑ์นมตลอดห่วงโซ่อุปทาน เริ่มตั้งแต่น้ำนมดิบ ศูนย์รวมนม โรงงานแปรรูปเพื่อให้ เกษตรกรและผู้ประกอบการเข้าใจที่มาที่ไปในการกำหนดราคา และจะได้เกิดความเป็นธรรม ตลอดห่วงโซ่อุปทาน แก้ไขปัญหาการเอารัดเอาเปรียบที่เกิดขึ้น สำหรับกรณีที่สำนักงาน เศรษฐกิจการเกษตรกังวลว่าจะเป็นการเปิดเผยความลับทางการค้า ผมยืนยันครับท่านประธาน ว่าไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลใด ๆ เพราะข้อมูลที่เปิดเผยนั้นเป็นข้อมูลการประมาณการได้มาจาก ค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ไม่ได้เป็นข้อมูลที่มาจากผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง และ ที่สำคัญครับท่านประธานการเปิดเผยในลักษณะนี้ยังได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๗ ของพระราชบัญญัติความลับทางการค้า โดยใน (๒) ข ได้ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า ในกรณี จำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ ซึ่งมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้ามิให้ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิ ในความลับทางการค้าแต่อย่างใด ดังนั้นความกังวลที่เกิดขึ้นของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร จึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลแต่อย่างใด🔗

ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ก็คือการ กำหนดให้มีการเผยแพร่รายงานผลการดำเนินงานประจำปีของ Milk Board และรายงาน ผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการต่อสาธารณชนภายในระยะเวลา ๑ เดือน หลังจากที่ Milk Board รับรองรายงานการประชุม ทั้งนี้ก็คือเพื่อความโปร่งใสและเป็นประโยชน์ ต่อการปรับตัวของทั้งเกษตรกรโคนม ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมและผู้บริโภคทั้งระบบ การแก้ไข พ.ร.บ. โคนมในครั้งนี้ ท่านประธานครับ ผมยืนยันว่ามีความจำเป็นอย่างมาก เพื่อให้รัฐบาลสามารถปกป้องและส่งเสริมเกษตรกรโคนมและผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นม ให้สามารถรับมือกับเอฟทีเอ ไทย-ออสเตรเลีย และไทย-นิวซีแลนด์ได้อย่างทันท่วงที รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สามารถเป็นที่พึ่งที่เกษตรกรโคนมสามารถ ฝากผีฝากไข้ได้ ในการเผชิญหน้ากับภาษีนำเข้านม ๐ เปอร์เซ็นต์จากออสเตรเลียและ นิวซีแลนด์ได้อย่างมั่นใจ ผมจึงขอให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรค ทุกท่าน ร่วมกันรับหลักการในการแก้ไขพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นมในครั้งนี้ด้วย ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ผู้เสนอร่างอีกท่านหนึ่งอีกฉบับหนึ่งก็คือท่านกฤดิทัช แสงธนโยธิน และคณะ เชิญท่านกฤดิทัช เชิญครับ🔗

นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน ผมขอในฐานะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์โคนมที่มีการแก้ไขที่ผมและคณะ ได้นำเสนอเพื่อให้สมาชิกได้มีการพิจารณาฉบับนี้ เหตุผลมาจากการที่เรามีข้อตกลง เขตการค้าเสรีกับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อย่างที่ทราบเรื่องนี้เรามีการทำบันทึกข้อตกลงกัน มานาน แต่ปัจจุบันนี้ประเทศไทยเราได้ผลิตน้ำนม ผลิตภัณฑ์นมต่าง ๆ ต่อสู้กับต่างชาติไม่ได้ เพราะต้นทุนการผลิตที่สูงกว่า เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตไม่ว่าจะเป็นอาหารสัตว์ หรือสิ่งต่าง ๆ แม้แต่ราคาที่ขายก็สู้ไม่ได้ เหตุผลความจำเป็นเราจึงต้องมีการแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หลักการในการแก้ไข มีการแก้ไขบทนิยามเพื่อให้มีความชัดเจน มีการเพิ่มเติมคำว่า ผลิตภัณฑ์นม น้ำนมโค เกษตรกรโคนม และผู้แทนผู้ประกอบการอุตสาหกรรม เพิ่มบทนิยามคำว่า ผู้แทนเกษตรกรโคนม และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนม และมีการยกเลิกคำนิยามผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นม และผู้แทนผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นม เพื่อให้มันสอดคล้องกับปัจจุบัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เราทำเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรคนไทยให้มีการปรับตัวให้มีการปรับปรุงวิธีการเลี้ยง วิธีการผลิตเพื่อให้ต่อสู้กับสิ่งที่จะหลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทยเรา เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่แก้ไขคือเราต้องการให้เกษตรกรไทยปรับตัว อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น หน่วยงานทั้งหมดที่เป็นคณะกรรมการ Milk Board วันนี้เราก็ต้องมีการปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้ทันสมัยมากขึ้น ลดคณะกรรมการ Milk Board ในส่วนที่ไม่จำเป็นและไม่สำคัญ และมีส่วนที่จะเข้าไปมีส่วนได้เสียออกไป แล้วก็เอาคนหรือหน่วยงานมีส่วนสำคัญและจำเป็น เข้ามาเพื่อให้คณะกรรมการ Milk Board มีความคล่องตัวในการจัดการปัญหาให้กับพี่น้อง เกษตรกร วันนี้เราแบ่งคณะกรรมการออกเป็นสัดส่วนของพี่น้องเกษตรกร ๔ ท่าน แล้วก็ ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมอีก ๔ ท่าน รวมเป็น ๘ ท่าน แล้วก็มีนักวิชาการหรือผู้มี ความชำนาญอีก ๒ ท่าน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราปรับปรุงเพื่อให้คณะกรรมการ Milk Board มีความชัดเจนมีความคล่องตัว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำเพื่อพี่น้องเกษตรกร เราเองอยากเห็น พี่น้องเกษตรกรสู้กับต่างชาติที่เราจะถูกนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้เข้ามาตีตลาดในประเทศไทย พี่น้องเกษตรกรต้องปรับตัว คณะกรรมการที่มีหน้าที่การกำกับดูแลไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ แม้แต่การกำหนดราคาหรือสิ่งต่าง ๆ ที่มีความสำคัญและ จำเป็น คณะกรรมการชุดนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงจำเป็นจะต้องอาศัยหน่วยงานที่มีความคล่องตัวแล้วก็ตัดความยืดหยุ่นต่าง ๆ ออกไปให้มัน มีความชัดเจน พี่น้องเกษตรกรเราจะได้รับการดูแลแล้วก็สามารถผลักดันนโยบายในเรื่องของ การกำหนดราคารับซื้อ กำหนดราคาการจำหน่ายซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ ทิศทางต่าง ๆ เหล่านี้ ถือเป็นบทบาทเป็นหน้าที่ของ Milk Board ในการที่จะจัดการปัญหา🔗

ประเด็นต่อมาในเรื่องของการรายงาน การทำรายงานหลังจากมีการประชุม กำหนดไว้ เดิมเรามีการกำหนดไว้ว่าให้มีการประชุมทุกไตรมาสใน ๑ ครั้ง แต่ไม่เป็นอะไร ต่อไปนี้เรากำหนดไว้กว้าง ๆ ดูความเหมาะสม ดูความจำเป็น ๑ ไตรมาสเราอาจจะมี การประชุม ๒ ครั้งก็ได้ อันนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายหรือทิศทางการตลาดของการค้าระหว่าง ประเทศว่ามันจะมีความจำเป็นเร่งด่วนอะไรก็สามารถจัดประชุมได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องรอ เป็นไตรมาส ๆ ไป และที่สำคัญในร่างฉบับนี้เราต้องการปกปิดข้อมูลในส่วนที่เป็นต้นทุน การผลิตของเราพี่น้องเกษตรกรชาวไทย เพื่อไม่ให้เป็นข้อมูลที่จะนำไปเปรียบเทียบให้กับ ผลิตภัณฑ์ที่จะหลั่งไหลเข้ามาจากต่างชาติ แล้วก็เอามาเป็นกำหนดแนวทางเพื่อเอา ผลิตภัณฑ์ที่จะหลั่งไหลเข้ามาเป็นวัตถุดิบในการผลิตนม หรือผลิตภัณฑ์นม หรือผลิตภัณฑ์ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรชาวไทยได้ต่อสู้กับการที่จะหลั่งไหลเข้ามาของ ผลิตภัณฑ์นมที่เป็นไปตามข้อตกลงเขตการค้าเสรี เพราะฉะนั้นผมจึงขอให้สมาชิกรัฐสภา แห่งนี้ช่วยกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์โคนม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้ เพื่อให้สิ่งที่เราจะพิจารณาแล้วก็ขอให้รับหลักการแล้วก็มีการดำเนินกระบวนการไปเพื่อให้ ผลประโยชน์ตกกับพี่น้องประชาชนคนไทยให้สามารถต่อสู้และแข่งขันกับข้อตกลงเขตการค้า เสรีที่เราจะต้องรับภาระในการที่จะต้องต่อสู้ต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก เพื่อนสมาชิกครับ ทางผู้เสนอได้แถลงหลักการและเหตุผลเรียบร้อยนะครับ ต่อไปเป็นส่วนของท่านสมาชิกที่จะอภิปรายนะครับ ผมเรียกชื่อทีละ ๒ ท่าน ท่านแรก ท่านวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ต่อด้วยท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร เชิญท่านวิทวิสิทธิ์ก่อนครับ เชิญครับ🔗

นายวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ลำพูน

เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูนจากพรรคประชาชนครับ ผมขอสนับสนุนและมีส่วนร่วมที่จะอภิปรายร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอให้กับสภาแห่งนี้นะครับ โคนมเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ที่สำคัญที่ได้รับการส่งเสริมให้มีการเลี้ยงในประเทศ เนื่องจากมีความต้องการบริโภคน้ำนม เพิ่มมากขึ้นและเพิ่มอย่างต่อเนื่องขึ้นทุกปีครับ และเป็นการลดการนำเข้าน้ำนมจาก ต่างประเทศ แต่จำนวนผู้เลี้ยงโคนมกลับได้รับผลกระทบอย่างตรงกันข้ามครับ เพราะจาก การประชุมคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม ครั้งที่ ๓ ประจำปี ๒๕๖๗ มูลค่าทาง เศรษฐกิจของน้ำนมดิบสูงถึง ๒๒,๖๖๐ ล้านบาท ขอสไลด์ที่ ๑ นะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ลำพูน

แต่สถานการณ์ผู้เลี้ยงโคนม มีจำนวน ลดลงจากปี ๒๕๖๖ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมมีจำนวนถึง ๒๒,๕๐๗ ราย แต่ปัจจุบันปี ๒๕๖๗ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมลดลงเหลือเพียง ๑๖,๕๐๐ ราย เกษตรกรลดลงไปถึง ๖,๐๐๗ ราย หรือคิดเป็นร้อยละ ๒๖.๖๘ ซึ่งปัญหาดังกล่าวผมได้ลงพื้นที่เพื่อไปเก็บข้อมูลและสะท้อน ปัญหาจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในพื้นที่จังหวัดลำพูนของผมครับ ขอสไลด์ที่ ๒ ในช่วงเดือน กันยายน ๒๕๖๗ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในจังหวัดลำพูนลดเหลือเพียง ๓๗๙ ราย ลดลงไปถึง ๓๗ ราย และมีแนวโน้มที่จะลดลงไปอย่างต่อเนื่องครับ ซึ่งจากการเก็บข้อมูลผมสามารถที่จะ สรุปปัญหาในการลดลงของจำนวนผู้เลี้ยงโคนมได้อยู่ ๕ ประการ🔗

ประการที่ ๑ ทางด้านต้นทุน เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนทางด้าน อาหารสัตว์ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นทั้งอาหารหยาบและอาหารข้น ทางด้านอาหารหยาบ ในจังหวัดลำพูนมีพื้นที่ในการเพาะปลูกที่จะปลูกสำหรับให้อาหารโคนมไม่เพียงพอ ต้องไปซื้อ อาหารหยาบไม่ว่าจะเป็นซังข้าวโพด ฟาง หรือหญ้าจากจังหวัดข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็นจังหวัด ลำปาง จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพิษณุโลก หรือจังหวัดสุโขทัย ทำให้ต้นทุนทางด้านการขนส่ง เพิ่มมากขึ้น🔗

ประการที่ ๒ ทางด้านอาหารข้น เช่น อาหารสำเร็จรูป ถั่วเหลือง มันเส้น เมล็ดข้าวโพดบด ซึ่งมีราคาผันผวนค่อนข้างมากและมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นทุก ๆ ปีครับ แต่ราคากลางที่รับซื้อน้ำนมดิบยังคงที่ราคาเดิม ทำให้ส่วนต่างของราคาที่ผันผวนเกษตรกร ผู้เลี้ยงโคนมต้องแบกรับภาระทั้งหมด จึงเป็นสาเหตุหลักที่เกษตรกรในจังหวัดลำพูน เริ่มทยอยเลิกกิจการไปนะครับ🔗

ประการที่ ๓ ปัญหาทางด้านราคาน้ำนมดิบ ราคาน้ำนมดิบในช่วงไตรมาสที่ ๒ ประจำปี ๒๕๖๗ ช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน เกษตรกรสามารถขายได้ในราคา ๒๐.๙๕ บาท ถึง ๒๒.๒๕ บาทต่อกิโลกรัม แต่ต้นทุนเฉลี่ยของฟาร์มขนาดเล็กที่มีโคนม อยู่จำนวน ๑-๒๐ ตัว ราคาต้นทุนอยู่ที่ ๑๙.๒๐ บาท ซึ่งเกษตรกรโคนมส่วนใหญ่ในพื้นที่ จังหวัดลำพูนของผมเป็นฟาร์มขนาดเล็กทำให้ราคาส่วนต่างที่เกษตรกรได้รับกำไรอยู่ที่ ๓.๕ บาท คิดง่าย ๆ เกษตรกรในฟาร์มขนาดเล็กที่จะส่งน้ำนมดิบได้วันละร้อยกิโลกรัม จะมีรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายจะเหลือเพียงวันละ ๓๓๐ บาท ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการสะท้อนข้อมูลทางด้านการคิดราคาต้นทุนจากเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน เศรษฐกิจการเกษตร หรือที่เราเรียกว่า สศก. การเก็บข้อมูลของเจ้าหน้าที่ สศก. จะใช้วิธีการ เก็บแบบสุ่ม ซึ่งผมเคยเข้าไปสอบถามกับเกษตรกรที่เคยได้รับการสุ่มจากเจ้าหน้าที่ ก็บอกว่า ข้อมูลที่ต้องกรอกนี่มีปริมาณที่มาก มีความยุ่งยากและมีความซับซ้อนการให้ข้อมูลกับ สศก. จะทำให้ข้อมูลที่ได้รับไปอาจจะไม่ถูกต้องและไม่เพียงพอ เพราะข้อมูลที่ สศก. ได้ไปเป็น การสุ่มอาจจะไม่ทั่วถึงครอบคลุมทุกพื้นที่นะครับ เพราะฉะนั้นเกษตรกรมีความกังวล ว่าข้อมูลที่ทาง สศก. ให้กับ Milk Board เพื่อเป็นการกำหนดราคาต้นทุนอาจจะไม่ถูกต้อง และไม่ครอบคลุมเท่าที่ควรครับ🔗

ประการที่ ๔ เรื่องของปัญหาทางด้านคุณภาพของน้ำนมจะเป็น การต่อเนื่องมาจากการรับซื้อของราคาน้ำนม เพราะเกษตรกรขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบ เพราะรายได้ที่เขาได้รับมีรายได้ที่น้อยมากเฉลี่ยอยู่ที่ ๓๓๐ บาทต่อวัน เขาไม่สามารถที่จะนำ เงินทุนมาพัฒนาฟาร์ม หรือสามารถหาแหล่งอาหารข้นเพื่อให้โคนมได้บริโภคเพื่อผลิตน้ำนม ที่มีคุณภาพครับ ทำให้สหกรณ์โคนมหรือศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบปฏิเสธในการรับซื้อ หรือจะต้องกดราคาลงอีก เพราะเนื่องมาจากจำนวนจุลินทรีย์ที่สูงเกินไป หรือเนื้อนม ที่มีองค์ประกอบของไขมันหรือโปรตีนที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ปัญหาดังกล่าวทำให้เกษตรกร ในพื้นที่จังหวัดลำพูนของผมเริ่มทยอยที่จะเลิกกิจการไปครับ ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่ผม สนับสนุนในร่างของ พ.ร.บ. โคนมและผลิตภัณฑ์นม เพราะว่าในร่างของท่านวิโรจน์ มีวาระการประชุมที่ชัดเจน และมีเรื่องของการพิจารณาราคาต้นทุนที่ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่ อุปทานจะช่วยทำให้เกษตรกรบริหารจัดการฟาร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผมยังมี ข้อเสนอแนะเพื่อให้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้สามารถพิจารณาได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น ก็คือ เรื่องของความแม่นยำและการครอบคลุมของทางด้านข้อมูล ทางด้านเรื่องของการคิด ราคาต้นทุนของ สศก. ควรจะทำแบบฟอร์มที่เกษตรกรเข้าใจง่ายไม่ซับซ้อนและทำ แบบฟอร์มในรูปแบบของออนไลน์ เพื่อให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทุกพื้นที่ทั่วประเทศสามารถ เข้าถึงข้อมูลและสามารถกรอกข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์ให้กับ Milk Board ได้พิจารณา แหล่งต้นทุนที่แท้จริงครับ ข้อที่ ๒ สศก. ควรเปิดเผยข้อมูลที่นำมาคิดราคาต้นทุนเพื่อให้ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมสามารถปรับตัวได้เข้ากับภาวะเศรษฐกิจ🔗

สุดท้ายประการที่ ๕ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์นม ควรมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรมีองค์ความรู้ทางด้านการบริหารจัดการฟาร์ม ทั้งการบริหารต้นทุนฟาร์ม การทำบัญชีฟาร์ม รวมไปถึงการบริหารจัดการคุณภาพสำหรับ อาหารเพื่อให้โคนมได้ผลิตนมที่มีคุณภาพครับ สิ่งที่นำเสนอทั้ง ๕ ข้อที่ผ่านมาเพื่อเป็นการให้ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในประเทศไทยอยู่รอดกับสภาวะปัจจุบัน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านอรรถกร เชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ฉะเชิงเทรา

ขอบพระคุณครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธาน ในการอภิปรายให้ความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งต้องนำเรียนต่อท่านประธานว่าเป็น ๒ ร่าง ที่เพื่อนสมาชิกจากทางพรรคร่วมฝ่ายค้าน และเพื่อนสมาชิกจากทางพรรคร่วมรัฐบาลเสนอมาในวันนี้ โดยเฉพาะในร่างที่ผมจะ ลงรายละเอียดเป็นพิเศษก็คงจะเป็นร่างของท่าน สส. กฤดิทัช แสงธนโยธิน จากพรรคกล้าธรรม ท่านประธานครับ ร่างนี้เป็นร่างที่ต้องบอกว่ามีรากฐานมาจากกฎหมายฉบับที่เราใช้อยู่ ปัจจุบันซึ่งก็ได้ถูกตราออกมาใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ แต่หลังจากนั้นกระบวนการต่าง ๆ หรือว่า มีการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม หรือว่าเกษตรกรรมโคนมหรือว่าผลิตภัณฑ์นมมากมาย ปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภายในหรือภายนอกต่างประเทศทำให้การปรับกฎหมายฉบับนี้ ผมเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมก็ดี เกิดประโยชน์แก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นมก็ดี ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตลงไปในสาระสำคัญที่เพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ท่าน ได้นำเสนอ ต่อที่ประชุม โดยร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่อนสมาชิกได้นำเสนอจะมีการปรับในเรื่องของ คำนิยามต่าง ๆ อยู่บ้างบางเรื่อง ซึ่งแน่นอนการปรับคำนิยามก็เป็นการปรับให้มีความเหมาะสม ขึ้นกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ผมยกตัวอย่างอย่างเช่น การปรับคำนิยามในเรื่องของคำว่า น้ำนมโค โดยนิยามที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันก็คือ น้ำนมโคคือน้ำนมที่รีดมาจากแม่โคหลังจาก คลอดลูกได้แล้ว ๓ วัน เพื่อให้ปราศจากน้ำนมเหลือง แต่ในร่างที่เพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะ ท่าน สส. กฤดิทัช จากพรรคกล้าธรรมเสนอ คำนิยามน้ำนมโคจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำนมที่รีด จากแม่โคหลังจากคลอดลูกไม่มี ๓ วันนะครับ โดยปราศจากน้ำนมเหลือง ซึ่งแน่นอน เจตนารมณ์ของผู้เสนอชัดเจนว่าจะเป็นการกำหนดให้ชัดลงไปเลยว่าน้ำนมโคที่จะถูกนำไปใช้ ถูกนำไปขายให้กับผู้บริโภคในปัจจุบันหลังจากนี้จะต้องไม่มีส่วนผสมของน้ำนมเหลือง โดยเรื่องนี้ผมนำเรียนท่านประธานว่าผมเข้าใจได้พูดคุยกับพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมหลายคน หลายท่าน หลายราย พี่น้องเกษตรกรก็เข้าใจในเรื่องนี้ดีอยู่แล้ว แต่ว่าการเสนอแก้กฎหมาย ฉบับนี้มันจะทำให้การบริหารการจัดการมันมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ท่าน สส. กฤดิทัชจากพรรคกล้าธรรมก็ยังให้ความสำคัญไปถึงเรื่องของโครงสร้างของคณะกรรมการ โคนมและผลิตภัณฑ์นม โดยท่านกฤดิทัชได้เสนอให้คงประธานไว้ก็คือปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ แต่เผอิญเมื่อสักครู่นี้ต้องขอบพระคุณท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผมขออนุญาต เอ่ยชื่อท่านนะครับ ได้เสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน คณะกรรมการแทน ก็ไม่แน่ใจว่าท่านนั้นเชื่อมั่นในอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ร้อยเอก ธรรมนัส หรือว่าศาสตราจารย์ ดอกเตอร์นฤมลหรือไม่ ถึงอยากจะให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาเป็นประธาน แต่ผมนำเรียนอย่างนี้ว่า ผมเข้าใจเจตนารมณ์ของท่าน สส. กฤดิทัช ที่ให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานคณะชุดนี้ เพราะว่าในทางการเมืองมันจะมีช่วงที่เขาเรียกว่า สุญญากาศ ยกตัวอย่างในช่วงของการเลือกตั้ง อาจจะไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนั้นเองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะสามารถทำงานในส่วนนี้ได้อย่างไร้รอยต่อ แต่ที่เสนอเปลี่ยนครับ ก็คือเปลี่ยนเลขานุการจากเดิมเป็น ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริม กิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรือว่า อ.ส.ค. ขอเปลี่ยนเป็นอธิบดีกรมปศุสัตว์ ตรงนี้มีเหตุผลครับท่านประธานเนื่องจาก ผอ. อ.ส.ค. นั้นเป็นหน่วยงานที่นอกจากจะเป็น Regulator กำกับดูแลกิจการเกี่ยวกับโคนมแล้วก็ยังเป็นผู้ผลิต เป็นผู้จำหน่ายด้วย ดังนั้นเอง เพื่อป้องกันเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างที่เพื่อนสมาชิกท่านวิโรจน์ได้นำเรียนต่อที่ประชุม เราไป ผมก็เห็นด้วยในการที่จะปรับจาก ผอ. อ.ส.ค. มาเป็นอธิบดีกรมปศุสัตว์ มาเป็นเลขา คณะชุดนี้ ดังนั้นเองนอกจากนี้ยังมีการเสนอในส่วนของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากเดิม ก็มีจำนวนเท่าหนึ่ง แต่ว่าในร่างของท่าน สส. กฤดิทัชก็มีการเสนอกรรมการที่มาจาก ภาคการเกษตรและมาจากภาคอุตสาหกรรมให้มีจำนวนที่เท่า ๆ กัน เหตุผลก็คือว่าถ้า ๒ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตรกรรมหรือภาคอุตสาหกรรมฝ่ายไหนมีจำนวนกรรมการมากกว่ามันก็จะ ไม่สามารถตรวจสอบ Check and Balance ได้ ซึ่งเรื่องนี้ทางคณะกรรมการชุดนี้ Milk Board ก็วางรากฐาน วางโครงสร้างที่ให้ทั้ง ๒ ฝั่ง มีจำนวนที่เท่าเทียมกันมาอยู่แล้ว ตรงนี้ก็เห็นด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ตามที่กระผมได้นำเรียนไปในช่วงตอนต้นของการอภิปราย ขณะนี้ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับเรื่องการเกษตร ที่เกี่ยวกับโคนมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ความต้องการในการนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นมนั้นมีเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในเรื่อง ของนมผง ซึ่งอย่างที่เราทราบกันดีเกษตรกรไทยกำลังจะได้รับผลกระทบจากเอฟทีเอ ที่เปิดโอกาสให้เราสามารถนำนมผงเข้ามาปลอดภาษีจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ดังนั้น การที่จะกำหนดให้คณะกรรมการชุดนี้มีการประชุมกันบ่อย ๆ อย่างน้อยปีละ ๔ ครั้ง ถือว่า เป็นเรื่องที่ดีครับ ซึ่งต้องนำเรียนว่าก่อนหน้านี้ผมเข้าใจว่าคณะกรรมการชุดนี้แต่ละปีก็มี การประชุมเกิน ๔ ครั้งต่อปีอยู่แล้ว แต่ในร่างฉบับนี้ที่ท่าน สส. กฤดิทัช หรือแม้แต่กระทั่ง ท่าน สส. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้นำเสนอนี้ก็กำหนดให้ชัดเจนไปเลยว่าจะต้องประชุม ไม่น้อยกว่า ๔ ครั้งต่อปี แน่นอนครับการพูดคุยที่บ่อยขึ้นระหว่างการทำความเข้าใจร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเกษตรกร ภาคอุตสาหกรรม ภาคเอกชน มันก็จะเกิดประโยชน์ ต่อทุกฝ่ายที่มาเกี่ยวข้องกับในเรื่องของอุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรมที่เกี่ยวกับโคนม แต่สิ่ง ที่ผมต้องขออนุญาตให้ความเห็นต่อท่านประธานและที่ประชุมนะครับ ผมให้ความสำคัญ ในช่วงท้ายของร่างที่ท่าน สส. กฤดิทัชได้นำเสนอต่อท่านประธานและที่ประชุมว่าเป็น การกำหนดหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ซึ่งต้องนำเรียนว่าท่าน สส. กฤดิทัชได้เสนอ เพิ่มเติมในหลาย ๆ อนุมาตรา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของหน้าที่ ซึ่งกระผมก็ไม่ได้ติดใจครับ ผมขออนุญาตท่านประธานด้วยความเคารพต่อเวลาให้ผม สักนิดหนึ่งนะครับ ขอบพระคุณครับ ก็ไม่ได้ติดใจแต่อย่างไร แต่สิ่งที่ผมต้องเน้นย้ำ ผ่านท่านประธานไปยังที่ประชุมก็คือว่าการจัดทำรายงานในที่ประชุมเป็นสิ่งที่ดี และรายงานผล ของการดำเนินการต่าง ๆ ที่คณะกรรมการชุดนี้จะประชุมกันเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น แต่เรื่อง ข้อมูลในเรื่องของโครงสร้างต้นทุน โครงสร้างราคานมในประเทศ ผมไม่เห็นด้วยกับการที่จะ นำข้อมูลเหล่านี้ออกมาเผยแพร่สู่สาธารณชน เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะว่าขณะนี้ ต้องยอมรับตรง ๆ ผมก็มีโอกาสได้คลุกคลีกับพี่น้องที่เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมมามากมาย สิ่งหนึ่งที่เราต้องยอมรับว่าเรายังสู้ประเทศคู่ค้า หรือว่าประเทศคู่แข่งที่เขามีความสามารถ ในการผลิตน้ำนมคุณภาพ ทั้งคุณภาพและปริมาณมาก ๆ สิ่งที่เราแพ้ก็คือราคาต้นทุน แล้วถ้าเรากำหนดลงไปในกฎหมายฉบับนี้ว่าคณะกรรมการ Milk Board จะต้องถูกบังคับให้ รายงานโครงสร้างราคาต้นทุน ผมไม่แน่ใจว่าการบังคับไปแบบนั้นผลร้ายหรือผลดีอะไร จะมากกว่ากัน สรุปเลยครับท่านประธาน สรุปแล้วคนแรกที่ผมต้องขอบพระคุณนะครับ ต้องขอบพระคุณท่าน สส. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร จากพรรคประชาชน ซึ่งต้องบอกว่าท่านเป็น คนแรกในสมัย สส. รอบนี้ที่เสนอกฎหมายเกี่ยวกับโคนม เกี่ยวกับการปรับปรุงคณะกรรมการ Milk Board ชุดนี้นะครับ แล้วก็ต้องขอบพระคุณท่าน สส. กฤดิทัช จากพรรคกล้าธรรมด้วย ที่ท่านก็ให้ความสนใจแล้วก็เสนอกฎหมายฉบับนี้เข้ามาด้วย ซึ่งการที่จะเสนอครั้งนี้ก็ต้อง ยอมรับตรง ๆ ทำให้หน่วยงานโดยเฉพาะภาครัฐมีความตื่นตัว ภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ อ.ส.ค. ผมทราบมาว่าก็ได้ทำการศึกษาแล้วก็กำลังเร่งที่จะเสนอกฎหมายเข้ามา ให้ทันกับกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรเหมือนกันนะครับ ดังนั้นจากร่างที่ท่าน สส. กฤดิทัช จากพรรคกล้าธรรมได้เสนอมีหลายมิติ มีหลายมาตรา มีหลายข้อที่ถูกใจผม ผมก็เลยอยากจะ ขออนุญาตเชิญชวนเพื่อนสมาชิกให้ช่วยกันเห็นชอบรับหลักการร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ของทั้ง ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล แล้วก็เชื่อว่าการรับหลักการของกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ก็จะเป็น ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไป ๒ ท่าน เชิญท่านปรีติ เจริญศิลป์ แล้วต่อด้วยท่านร่มธรรม ขำนุรักษ์ เชิญท่านปรีติก่อนครับ🔗

นายปรีติ เจริญศิลป์ นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ปรีติ เจริญศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน ในอดีตผมเองเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิใน Milk Board ครับ สัดส่วนของผู้แทน ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมนมครับ ผมเคยเข้าประชุม Milk Board ผมจะสะท้อน ข้อเท็จจริงให้ท่านทราบครับ ในอุตสาหกรรมของนมเกี่ยวกับโคนมคำนิยามสั้น ๆ ๖ ข้อครับ ข้อแรก คือกฎหมายที่ไม่ชัดเจน ข้อที่ ๒ ความลับเยอะมาก ข้อที่ ๓ ขุมทรัพย์มันคือนมโรงเรียน ข้อที่ ๔ ต้นทุนสูงแต่ปรับราคาไม่ได้ ข้อที่ ๕ มีการบังคับซื้อนมไทยเพื่อให้ได้โควตานมผง นำเข้า ข้อที่ ๖ รัฐแข่งขันกับเอกชนเองครับ สิ่งเหล่านี้ละครับแก้ไม่ได้โดยอำนาจของ ฝ่ายบริหารแต่ต้องแก้โดยกฎหมายในสภาแห่งนี้ ซึ่งคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้เสนอแก้ไข ในหลายประเด็นในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ ผมขอสรุปสั้น ๆ ๓ ประเด็น เรื่องเกี่ยวกับ องค์ประกอบของ Milk Board ครับ ที่ผ่านมาในปัจจุบันนี้ผู้แทนภาคเอกชนมีการจัดตั้ง สมาคมขึ้นมาเหมือนกัน บางสมาคมที่ได้สัดส่วนเข้ามาเป็นตัวแทน Milk Board ยอดขาย ก็ไม่เยอะซื้อนมดิบก็น้อยครับ แต่มีการจัดตั้งขึ้นมาเพราะเขาก็มีเส้นมีสาย สิ่งเหล่านี้ล่ะครับ มันแปลกดีครับ ที่องค์ประกอบของ Milk Board มีความจำเป็นต้องแก้ไข ในการประชุม Milk Board ทุกครั้งในกฎหมายจะให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน แต่ทุกครั้ง ก็มอบให้รองอยู่ดี ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้เปลี่ยนแปลงครับ ประธานต้องเป็นรัฐมนตรี เพื่อเชื่อมโยงกับนโยบายของรัฐบาล ถ้าหากมีการมอบก็ควรมอบให้รอง รัฐมนตรีช่วยว่าการ เข้ามาประชุมแทนครับเป็นประธาน ถัดมาครับผู้แทนเกษตรกรโคนมเขาใช้คำว่า ผู้แทน องค์กรนะครับ สุดท้ายแล้วคนที่มาเป็นผู้แทนองค์กรเกษตรกรโคนมเป็นคนที่มียศ ส่วนใหญ่ ขึ้นต้นว่ากำนันโน่นกำนันนี่ทั้งนั้น ไม่ได้เป็นเกษตรกรที่เขาเดือดร้อนจริง ๆ มันยังสะท้อน ปัญหาไม่ได้ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ละครับเป็นการสะท้อนเพิ่มให้มีผู้แทนเกษตรกรโคนมจริง ๆ และมีการกำหนดคำนิยามมาอย่างชัดเจนครับว่าเกษตรกรโคนมคืออะไร ยิ่งไปกว่านั้นมีการเพิ่ม ผู้แทนสภาองค์กรผู้บริโภคเข้ามาด้วยครับ อีกหน่วยหนึ่งเรื่องของเลขาของ Milk Board ที่มี การเปลี่ยนครับ เนื่องจาก อ.ส.ค. หรือองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทยมีส่วนได้เสีย เขาเรียกว่าเป็นผู้ขายนมด้วยครับ หรือที่เรียกว่านมวัวแดงครับ ตราวัวแดงครับ ซึ่งก็ต้อง มาแข่งขันกับเอกชนอาจจะไม่เหมาะสมที่จะมาเป็นเลขาครับ คนที่เหมาะก็คือเป็นทาง กรมปศุสัตว์ครับ นี่คือองค์ประกอบของ Milk Board ที่จะต้องแก้โดยกฎหมายครับ เรื่องถัดมา ผมจะบอกว่าการประชุม Milk Board หรืออนุของ Milk Board เป็นการประชุมที่แปลกครับ ในเล่มการประชุมเวลาคุณเข้าประชุมจะมีเอกสารปะหน้าในเล่มการประชุมว่าห้ามเปิดเผย ข้อมูลให้เซ็นไว้ด้วยครับ แปลกไหมครับมันดูมีความลับอะไรลึกลับมากครับ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว การประชุมพวกนี้ควรเปิดเผยและโปร่งใส ไม่อย่างนั้นเราไม่สามารถตรวจสอบได้เลยครับ มีการ Make จำนวนนมขึ้นมาหรือเปล่า เพื่อมา Claim โควตาให้ได้นมโรงเรียนครับ สิ่งเหล่านี้ตรวจสอบไม่ได้แน่ถ้าไม่มีการเปิดเผยข้อมูลครับ รวมถึงการจัดสรรโควตานมผง นำเข้าให้เอกชนพวกนี้ครับ หลักการในการจัดสรรควรเปิดเผยและโปร่งใส กฎหมายที่เรา ร่างกันขึ้นมา กฎหมายร่างที่เราเสนอกันของคุณวิโรจน์ได้มีการเสนอให้มีการเปิดเผยข้อมูล การประชุม Milk Board และอนุภายใน ๓๐ วันนับแต่มีการรับรอง นี่คือการเปลี่ยนแปลง ที่เอาสิ่งที่ไม่มีใครมองเห็นมาอยู่บนดินให้ทุกคนสามารถตรวจสอบได้ครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งเรื่องสำคัญในร่าง พ.ร.บ. แก้ไข พ.ร.บ. โคนมฉบับนี้มีการเพิ่ม อำนาจ Milk Board ให้เหมือนกับกฎหมายอื่น ๆ ที่เขาเรียกว่ากฎหมายเฉพาะสินค้านั้น ๆ เช่น พ.ร.บ. อ้อยและน้ำตาลทราย หรือกฎหมายเกี่ยวกับด้านพลังงานที่เขามีอำนาจปรับ ราคาเองได้นะครับ ปัจจุบันการกำหนดราคาต้นน้ำ Milk Board ทำได้ ต้นทุนอาหารสัตว์เพิ่ม คำนวณต้นทุนปุ๊บเสนอออกมาเลยว่าปรับราคาที่เกษตรกรขายให้กับศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ เท่าไรครับ ศูนย์รวบรวมน้ำดิบจะเป็นกลางน้ำที่จะต้องไปขายต่ออุตสาหกรรมเขาก็สามารถ กำหนดราคาได้ครับ แต่ปรากฏว่าปลายน้ำเมื่อมีการปรับราคามาจากต้นทางและปลายทาง ถูกกระทรวงพาณิชย์ควบคุมราคาอยู่ เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์ก็มีกฎหมายอีก ๑ ฉบับ ที่คอยควบคุมราคาสินค้า ปรากฏว่าปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องการทำงานระหว่าง ๒ กระทรวง ที่มีกฎหมายคนละฉบับกันครับ การแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเพิ่มอำนาจให้มี Milk Board มีสิทธิปรับราคาได้ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง เพื่ออะไรครับ เพื่อให้ในห่วงโซ่ เป็นราคาในรูปแบบเดียวกัน ต้นทางเพิ่ม กลางทางเพิ่ม ปลายทางก็ต้องเพิ่มได้ครับ นี่ละครับ คือความสำคัญในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ครับ🔗

อีกประเด็นหนึ่งเรื่องการประชุม Milk Board ไม่ได้มีการประชุมกันบ่อย ๆ บางการประชุมบางวาระเช่นเรื่องต้นทุนอย่างนี้ไม่มีการพูดถึงเลยว่ามีการปรับเพิ่มขึ้นเท่าไร อย่างไร ส่วนใหญ่จะไปประชุมเรื่องการพิจารณาโควตานมผงต่าง ๆ มากกว่าครับ คราวนี้ มีการบังคับให้ต้องมีการประชุมให้มากขึ้นครับ แล้วก็ต้องมีรายงานออกมาอย่างเปิดเผย และโปร่งใสครับ นี่ละครับที่จะแก้ปัญหาเรื่องต่าง ๆ ที่มันเรียกว่าอยู่ใต้ดินเอาขึ้นมาบนดิน ให้ทุกคนได้เห็นด้วยว่าอุตสาหกรรมโคนมของประเทศไทยมันเป็นอย่างไรครับ ดังนั้นผมก็จึง อยากสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. แก้ไข พ.ร.บ. โคนมฉบับนี้ของคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านร่มธรรม ขำนุรักษ์ เชิญครับ🔗

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายให้ความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งท่านวิโรจน์และท่านกฤดิทัช กับคณะเป็นผู้เสนอครับ ท่านประธานครับ อุตสาหกรรมโคนมและผลิตภัณฑ์นมเป็นหนึ่งในภาคการเกษตรที่สำคัญของประเทศครับ โดยมีบทบาทในการสร้างเศรษฐกิจ สร้างรายได้ แล้วก็สร้างอาชีพให้กับพี่น้องเกษตรกร และผู้ประกอบการในวงจรการผลิตทั้งระบบครับ อีกทั้งอุตสาหกรรมโคนมยังเป็นการสร้าง ความมั่นคงทางอาหาร สร้างสุขภาพให้กับพี่น้องประชาชนอีกทางด้วยครับ โดยเฉพาะ ในจังหวัดพัทลุงเรามีสหกรณ์โคนมพัทลุง ซึ่งปัจจุบันเป็นสหกรณ์โคนมแห่งเดียวในภาคใต้ มีการแปรรูปผลิตภัณฑ์มีนม มีไอศกรีมหลากหลายรสชาติที่ได้สร้างอาชีพ สร้างรายได้กับ ทั้งสมาชิก พนักงาน เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ตัวแทนจำหน่าย ไปจนถึงผู้ขายวัตถุดิบอาหาร ที่เกี่ยวข้องในจังหวัดไม่ว่าจะเป็นรำ หญ้า ฟาง กากปาล์ม อาหารสัตว์ ทั้งวงจรจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้สหกรณ์โคนมพัทลุงแห่งนี้สามารถส่งนมได้ ๑๗๐,๐๐๐ กล่องต่อวัน มีน้ำนม ๓๐ ตันในการผลิตต่อวัน โดยแบ่งเป็นน้ำนมที่ผลิตในจังหวัดได้ ๑๐ ตันต่อวัน ที่เหลือก็ซื้อ มาจากจังหวัดอื่น ๆ ซึ่งเราก็จะเห็นว่าเราสามารถผลักดันแล้วก็ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชน ในจังหวัดพัทลุงแล้วก็จังหวัดใกล้เคียงสามารถเลี้ยงโคนมและผลิตนมได้มากขึ้นครับ ซึ่งจะ เป็นการสร้างรายได้สร้างอาชีพที่มั่นคงในท้องถิ่นได้อีกทางครับ สำหรับในประเด็นที่เรา พิจารณาในวันนี้นะครับปัจจุบันเรามี พ.ร.บ. โคนมและผลิตภัณฑ์นม พ.ศ. ๒๕๕๑ ครับ มีความประสงค์ที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมรักษาผลประโยชน์แล้วก็สร้างความเป็นธรรม ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ ไปจนถึงผู้บริโภคครับ โดยกลไกจากร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นมขึ้นมาหรือที่เรียกว่า Milk Board โดยมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน และคณะกรรมการก็ประกอบไปด้วย ผู้แทนจากหลายภาคส่วนทั้งหน่วยงานของรัฐ นักวิชาการ องค์กร ผู้ประกอบ เกษตรกรโคนม เป็นต้น โดยคณะกรรมการ Milk Board มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดแนวทางบริหารจัดการ กำหนดนโยบายและมาตรการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ อย่างไรก็ตามครับพบว่ากฎหมายฉบับนี้บังคับใช้มาก็ ๑๖ ปี ก็ยังมีปัญหาบางประการ🔗

โดยหนึ่งในประการที่สำคัญก็คือว่าคณะกรรมการนี้มีเพียงอำนาจในการ กำหนดราคาซื้อน้ำนมโคแล้วก็ผลิตภัณฑ์นม แต่ก็ไม่มีอำนาจในการกำหนดราคาขายทำให้ การปรับราคาน้ำนมให้เหมาะสมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไม่สามารถทำได้อย่างทันท่วงที ผมขอยกตัวอย่างในจังหวัดพัทลุงอีกครั้งในอดีตเรามีเกษตรกรโคนมจำนวนมาก แต่ปัจจุบัน เกษตรกรประสบปัญหาต้นทุนสูง วัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาสูงทำให้หลายรายต้องเลิกเลี้ยงไป จากเมื่อก่อนเรามีเกษตรกรโคนมในจังหวัดพัทลุงมากกว่า ๔๐๐ ราย ปัจจุบันเหลือเพียง ๗๗ รายเท่านั้น นอกจากนี้สหกรณ์โคนมจังหวัดพัทลุงเองก็ประสบปัญหาต้นทุนที่สูงครับ ไม่สอดคล้องกับราคาขายทำให้ช่วงที่ผ่านมาใน ๒ ปีที่ผ่านมาประสบปัญหาการขาดทุน เดือนละประมาณ ๑ ล้านบาท แล้วปัจจุบันก็มีปัญหาสภาพคล่องเหลืออยู่เพียง ๓๐ ล้านบาท ซึ่งผมก็ทราบว่าสหกรณ์โคนมหลากหลายแห่งก็เผชิญปัญหาเฉกเช่นเดียวกันนี้ทำให้ล้มหาย กันไปหลายแห่ง แล้วเมื่อสหกรณ์ล้มเกษตรกรในแต่ละจังหวัดในแต่ละพื้นที่ก็ได้รับผลกระทบ ตามมาอีกเช่นกัน ตรงนี้จึงจะขอฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดูแลแล้วก็ส่งเสริมเกษตรกร และสหกรณ์โคนมให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นนะครับ🔗

อีกประการที่พี่น้องเกษตรกรโคนมมีความกังวลอย่างมากในขณะนี้ก็คือ เรื่องของเขตการค้าเสรีหรือว่าเอฟทีเอระหว่างไทย-ออสเตรเลีย แล้วก็ไทย-นิวซีแลนด์ ในเรื่องของการยกเว้นภาษีนำเข้าในกรณีของการนำเข้านมผงที่เพิ่มมากขึ้น ได้ทำให้เกิด ความกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทยจนอาจทำให้เกษตรกรโคนมของไทยล้มตาย แล้วก็อุตสาหกรรมหายไปได้ในที่สุด จึงฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดูแลพี่น้องเกษตรกร แล้วก็สหกรณ์โคนมเป็นหลักครับ แล้วก็หาทางออกในประเด็นนี้ด้วยครับ🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ พ.ร.บ. โคนมและผลิตภัณฑ์นม ๒๕๕๑ ที่มี การบังคับใช้มาในเวลาหลายปีนี้มีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน แล้วก็ความท้าทายที่เกิดขึ้นต่ออุตสาหกรรมโคนมของประเทศในขณะนี้ครับ ผมจึงเห็นด้วยว่า เราควรจะมีการปรับปรุง พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อให้การบริหารจัดการอุตสาหกรรมโคนมแล้วก็ ผลิตภัณฑ์นมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียเพื่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน แล้วผมได้ดูจากทั้ง ๒ ร่าง ที่มีการเสนอเข้ามาในวันนี้ ก็พบว่ามีประเด็นหลายประเด็นสำคัญที่มีการปรับปรุง🔗

ประการที่ ๑ ก็คือเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมอำนาจของคณะกรรมการโคนม และผลิตภัณฑ์นม ร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ร่าง ที่ได้มีการเสนอเข้ามานี้ต้องการที่จะแก้ไขเพิ่มเติม อำนาจของคณะกรรมการมี Milk Board ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะมีการแก้ไขให้ Milk Board สามารถกำหนดราคาซื้อแล้วก็ราคาจำหน่ายในเชิงโครงสร้างได้ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญ ในการแก้ไขปัญหาแล้วก็ลดอุปสรรคในการปรับราคาน้ำนมโคและผลิตภัณฑ์นมให้เหมาะสม แล้วก็ทันท่วงที ซึ่งจะเป็นการช่วยบรรเทาผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรในด้านต้นทุนการผลิต ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนผู้บริโภคในคราวเดียวกันด้วยนะครับ ก็จะส่งผลดีต่อทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ แล้วก็พี่น้องประชาชน🔗

ประการที่ ๒ ก็คือการแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการนะครับ ทั้ง ๒ ร่างที่ได้มีการเสนอเข้ามามีความตั้งใจอันดีครับที่จะเพิ่มการมีส่วนร่วมของหน่วยงาน ภาครัฐที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น รวมไปจนถึงผู้มีส่วนได้เสียทั้งเกษตรกรแล้วก็ผู้ประกอบการ แล้วก็ตัวแทนของผู้บริโภคให้เข้ามามีส่วนร่วมในคณะกรรมการ Milk Board เพื่อทำให้ การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพให้มีข้อมูลแล้วก็มุมมองที่หลากหลายรอบด้านมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามทั้ง ๒ ร่าง ก็มีความแตกต่างกันในเรื่องของผู้ที่ควรมาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ แล้วก็สัดส่วนของคณะกรรมการทั้งโดยตำแหน่งแล้วก็กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิก็มีความแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามประเด็นนี้ ท่านประธานครับผมคิดว่าเราก็สามารถไปพูดคุยกันได้ในชั้นกรรมาธิการ แต่ก็ขอให้ได้มีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วก็คำนึงถึงผลประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน เป็นสำคัญที่สุด🔗

ประการที่ ๓ ประการสุดท้ายนะครับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ต้องการที่จะเพิ่ม ประสิทธิภาพแล้วก็เพิ่มความโปร่งใสของคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม เราจะเห็นว่า ร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับ ที่มีการเสนอเข้ามานี้ต้องการทำให้การดำเนินงานของ Milk Board มีประสิทธิภาพแล้วก็มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดให้มีการประชุมอย่างน้อย ๔ ครั้งต่อปี กำหนดให้มีการจัดทำรายงานการประชุม รายงานผลการดำเนินงานของ คณะกรรมการแล้วก็เผยแพร่ต่อสาธารณชนก็ถือเป็นเรื่องที่ดีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าโดยรวมแล้วร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นมที่เสนอเข้ามาทั้ง ๒ ฉบับ ในวันนี้มีจุดประสงค์เหมือนกันก็คือการแก้ไขปรับปรุงการดำเนินงานของคณะกรรมการโคนม และผลิตภัณฑ์นมหรือ Milk Board ให้มีประสิทธิภาพ มีความชัดเจนแล้วก็เป็นธรรมมากยิ่งขึ้น เพิ่มการมีส่วนร่วมของหลายภาคส่วนเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้เกี่ยวข้องในระบบแล้วก็ พัฒนาอุตสาหกรรมนมของประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้นต่อไปในความท้าทายที่เราเผชิญกันอยู่ ขณะนี้นะครับ แต่ทั้ง ๒ ร่างก็ยังมีความแตกต่างในเชิงรายละเอียด ซึ่งผมคิดว่าหากได้ผ่าน ไปสู่การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการเราก็จะหาจุดที่ลงตัวแล้วก็พิจารณาอย่างรอบคอบได้ แล้วก็ขอฝากพิจารณาให้ถี่ถ้วนให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนนะครับ วันนี้ ผมก็ทราบว่ายังมีร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นมอีกฉบับที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี แล้วก็ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการนำเสนอแล้วก็พิจารณานะครับ ก็ขอฝากให้รีบเร่งขั้นตอน ต่อไปเพื่อเข้ามาสู่การพิจารณาแล้วก็ได้บังคับใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่ออุตสาหกรรม โคนม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านอรพรรณ จันตาเรือง ต่อด้วยท่านรชตะ ด่านกุล เชิญท่านอรพรรณ ก่อนครับ🔗

ว่าที่ร้อยตรีหญิง อรพรรณ จันตาเรือง เชียงใหม่

เรียนประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน อรพรรณ จันตาเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๖ คนอำเภอเชียงดาว เวียงแหง พร้าว ไชยปราการ อดีตพรรคก้าวไกล ปัจจุบันพรรคประชาชน วันนี้ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายในเรื่องของพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์โคนมนะคะ ซึ่งในพื้นที่ของดิฉันส่วนหนึ่งในอำเภอไชยปราการก็มีพี่น้องประชาชนเลี้ยงโคนม ผลิตภัณฑ์โคนม พระราชบัญญัตินี้มีความสำคัญมากต่ออุตสาหกรรมโคนมและผลิตภัณฑ์โคนมเป็นการช่วยกัน แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมโคนมเพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ของประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรแยกเป็นทั้งหมด ๕ ประเด็น ดังต่อไปนี้นะคะ🔗

ประเด็นที่ ๑ เหตุผลที่เราจะต้องมีการแก้ไขในเรื่องของ พ.ร.บ. กฎหมาย เกี่ยวกับโคนมนี้ ก็คือว่าปัจจุบันกฎหมายที่มีอยู่ในตอนนี้มันยังพบปัญหาอีกหลายอย่างไม่ว่า จะเป็นในเรื่องการผันผวนของราคาน้ำนมดิบ ปัญหาต้นทุนการผลิตขาดมาตรฐานและ ขาดความสามารถในการแข่งขันสินค้าต่างประเทศ และกฎหมายที่มีอยู่ปัจจุบันยังไม่กำหนด บังคับใช้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับการควบคุมราคาและการพัฒนาเกี่ยวกับการผลิตนะคะ🔗

ประเด็นที่ ๒ เกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นมที่เรียกกันว่า Milk Board ซึ่งตัวนี้เป็นหน้าที่สำคัญในการกำหนดนโยบายกำกับดูแลการผลิต กำกับดูแล เกี่ยวกับราคาและมาตรฐานการผลิตโคนมของประเทศไทยเพื่อสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ คณะกรรมการนี้ประกอบไปด้วยผู้แทนจากเกษตรกร ผู้ประกอบการ และหน่วยงานของ ภาครัฐ หน้าที่หลัก ๆ ก็คือ ๑. กำหนดราคาน้ำนมดิบ ควบคุมตั้งแต่ราคาตลาดเพื่อป้องกัน ทุนผูกขาด ๒. ก็คือพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์นมตั้งแต่การเก็บนมจนถึงการแปรรูปของ ผลิตภัณฑ์นม ๓. สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา จัดการฟาร์มโคนมมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ๔. การบริหารจัดการส่งออกหรือเรียกกันว่านำนมไทยไปต่างประเทศ แต่ดิฉันจะขอเพิ่มเติม อีกประเด็นหนึ่งในสัดส่วนของผู้แทนเกษตรกรโคนมที่เราตั้งไว้ตามคณะกรรมการ Milk Board ได้เขียนไว้ก็คือจะมีสัดส่วนของผู้แทนเกษตรกรโคนม ดิฉันเห็นว่าควรจะมีเกษตรกรโคนม ในหลาย ๆ ฟาร์ม ซึ่งของเราก็จะประกอบไปด้วยฟาร์มขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ซึ่งดิฉันเห็นว่าต้นทุนของแต่ละฟาร์มมีความแตกต่างกันพอสมควรถ้าหากเราได้ตัวแทน ทั้ง ๓ ฟาร์ม เข้ามาอยู่ด้วยก็จะมีการพูดถึงในราคาต้นทุนที่มันแตกต่างกันได้ค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๓ เป็นประเด็นในการสนับสนุนเกษตรกรและการลดต้นทุน ไม่ว่า จะเป็นการเข้าถึงแหล่งทุนพระราชบัญญัตินี้จะสนับสนุนให้เกษตรกรเข้าถึงสินเชื่อที่ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อพัฒนาฟาร์มโคนม และการพัฒนาโคนมให้มีผลผลิตสูงไม่ว่าจะเป็นให้พันธุ์โคนมที่ทนทาน ต่อโรคและสามารถผลิตโคนมได้ผลผลิตที่ดีขึ้นและสูงขึ้น สร้างเครือข่ายของโคนมเพื่อมี การแลกเปลี่ยนระหว่างเกษตรกรโคนมด้วยกัน🔗

ประเด็นที่ ๔ เป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมโคนมอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น การใช้เทคโนโลยีมาเพิ่มผลทางการผลิต การรักษาสิ่งแวดล้อม การจัดการฟาร์มโคนม ให้มีผลต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เช่น การใช้พลังงานทดแทนไม่ว่าจะเป็นมูลโคนม การรักษา ความสะอาดและรักษาอนามัยของฟาร์ม และอันที่ ๓ การพัฒนาผลผลิต การควบคุม ผลิตภัณฑ์โคนมให้มีคุณภาพสูง ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของผู้บริโภค สามารถแข่งขัน ในตลาดโลกได้🔗

ประเด็นที่ ๕ ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่สำคัญมาก ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพ ในการผลิตนมคุณภาพสูงมาก ยกตัวอย่าง อย่างสหกรณ์โคนม อำเภอไชยปราการ จังหวัด เชียงใหม่ ในเขตพื้นที่ของดิฉันสามารถผลิตโคนมออกมาได้ดีแล้วจำนวนมากได้ด้วย เป็นการ สร้างโอกาสในการส่งออกผลิตภัณฑ์โคนมโดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์โคนมให้สอดคล้อง ไปตามมาตรฐานสากล เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลกได้ ส่งเสริมให้เฉพาะ ในกลุ่มผู้บริโภคหันกลับมาดูแลสุขภาพของตัวเอง โดยการเอานมที่ผลิตในพื้นที่ของตัวเอง มาเป็นตลาดในการขาย อันที่ ๓ เป็นการนำผลผลิตในพื้นที่มาเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว ก็คือทำให้ผลผลิตมีมูลค่าที่สูงขึ้นจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเกษตรกรได้ด้วย ยกตัวอย่าง อย่างในต่างประเทศ ก็คือประเทศนิวซีแลนด์จะมีอุตสาหกรรมโคนมที่มีความเข้มงวดและ การกำหนดราคามาตรฐานผลผลิตที่เข้มงวดอยู่แล้ว จึงทำให้ประเทศของเขาดูแลในเรื่องของ ผลิตภัณฑ์และส่งออกผลิตภัณฑ์นมได้ดีมาก และนิวซีแลนด์มีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ สหรัฐและเป็นประเทศที่สามารถส่งออกผลิตภัณฑ์นมไปทั่วโลกได้ด้วย ในเมื่อต่างประเทศ สามารถทำได้ค่ะท่านประธานแล้วทำไมประเทศไทยของเราจะทำไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่เรามีทรัพยากร มีบุคคลทั้งหมดที่ทำออกมาคุณภาพได้ดีถึงขนาดนี้ เพื่อความเสมอภาคและเท่าเทียมดิฉัน ขอสนับสนุน พ.ร.บ. นี้ทั้ง ๒ ฉบับ เพื่อพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจะก้าวสู่ความสำคัญและ พัฒนาอุตสาหกรรมโคนมของประเทศไทยอย่างแท้จริง เหล็กบ่เลี่ยมเปิ้นบ่เอามาจี้ คนบ่ดี เปิ้นตึงบ่เอามาใช้ พ.ร.บ. นี้ถ้าหากเป็นปัจจุบันแล้ว สภาวะปัจจุบันก็คงจะไม่มีการแก้ไข แต่ในเมื่อ พ.ร.บ. นี้เราต้องมีการแก้ไข เพราะให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านรชตะ ด่านกุล เชิญครับ🔗

นายรชตะ ด่านกุล นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม รชตะ ด่านกุล นครราชสีมา เขต ๑๕ พรรคเพื่อไทย ประเทศไทย นะครับท่านประธาน มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่ขึ้นทะเบียนทั้งสิ้น ๑๕,๗๕๙ ราย ซึ่งลดลงจาก ปี ๒๕๖๖ ถึง ๖,๗๓๘ ราย โดยมีโคนมท้องอยู่ที่ ๕๖๘,๑๐๐ ตัว มีอัตราการผลิตน้ำนมอยู่ที่ ๑.๒-๑.๕ ล้านตันต่อปี มูลค่าทางเศรษฐกิจเมื่อเดือนมกราคมถึงเดือนตุลาคมปี ๒๕๖๗ อยู่ที่ ๒๐,๖๐๐ ล้านบาท จุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์หลักของ พ.ร.บ. โคนมและผลิตภัณฑ์นม จะต้องเป็นการจัดทำขึ้นเพื่อรักษาผลประโยชน์และความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรและ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นมทั้งระบบ รวมถึงที่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตน้ำนมโคในประเทศให้มีคุณภาพและสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ ดังนั้นในการ ดำเนินการให้สัมฤทธิ์ผลเราจึงมีความจำเป็นต้องให้คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือ Milk Board เป็นผู้กำหนดแนวทางการบริหารการกำหนดนโยบาย แผนการดำเนินงาน และมาตรการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมทั้งระบบ แต่ท่านประธานครับ อย่างไรก็ดี พ.ร.บ. โคนมและผลิตภัณฑ์โคนม ฉบับปี ๒๕๕๑ ที่บังคับใช้อยู่ในขณะนี้ ไม่มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ผมจึงเห็นสมควรให้มีความเห็นให้เพิ่มเติม แก้ไของค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ ขออนุญาตว่าเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๖ ท่านไชยา พรหมา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของพรรคเพื่อไทย ได้เดินหน้าแก้ไขปัญหาในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกรมปศุสัตว์ ท่านได้รับฟังปัญหา และอุปสรรค ข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและอุตสาหกรรมโคนมทั้งระบบ จากการปรึกษาหารือนั้นมีแนวทางแก้ไขปัญหาดังนี้ครับท่านประธาน🔗

๑. การปรับราคากลางรับซื้อนมโคและผลิตภัณฑ์นมให้สอดคล้องกับต้นทุน ที่แท้จริง🔗

๒. ข้อนี้สำคัญครับท่านประธานสนับสนุนให้นักเรียนได้ดื่มนมครบ ๓๖๕ วัน และขยายถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ หรือ ม. ๓ เป็นภาคบังคับ🔗

๓. การกำหนดประกาศหลักเกณฑ์โครงการอาหารเสริมนมของโรงเรียน ประกาศล่วงหน้าอย่างน้อย ๖ เดือน🔗

๔. ประกาศหลักเกณฑ์ ควรทำประชาพิจารณ์รับฟังข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วน อย่างเปิดเผย🔗

๕. สนับสนุนส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้สามารถประกอบกิจการ ได้อย่างยั่งยืน🔗

ท่านประธานครับ ต่อมารัฐบาลโดยการนำของท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พี่น้องประชาชนได้ปรึกษา หารือร่วมกันได้มีมติให้ปรับราคาน้ำนมดิบขึ้นเป็น ๒๒.๗๕ บาทต่อกิโลกรัม หรือเพิ่มขึ้น ๒.๒๕ บาทต่อกิโลกรัม เพื่อลดภาระต้นทุนให้กับเกษตรกรโคนม ซึ่งมีการปรับราคาขึ้น ในวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๗ จะเห็นว่ารัฐบาลแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง แต่ท่านประธานครับ จากการปรับราคาน้ำนมดิบนั้นก็ทำให้ผู้ผลิตนม Pasteurized ต่าง ๆ ก็ขอปรับราคานม เพื่อการพาณิชย์ขึ้นด้วย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางสหกรณ์โคนมที่ผลิตอาหารเสริม นมโรงเรียนไม่ได้ปรับราคาขึ้น ฉะนั้นเรื่องนี้ทางรัฐบาลเองก็ได้นำปัญหานี้เข้าไปสู่ การพิจารณา จนในวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ รัฐบาลโดยการนำของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร มีมติประกาศปรับราคาโครงการนมโรงเรียนขึ้นหน่วยละ ๔๖ สตางค์ เป็นเงินทั้งสิ้น ของงบประมาณปี ๒๕๖๗ ก็คือ ๗๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ จากปัญหา ที่เกิดขึ้นผมได้มีโอกาสประชุมร่วมกับพี่น้องเกษตรกรโคนมในพื้นที่ทั้งสหกรณ์โคนม อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เพื่อร่วมฟังปัญหาและการแก้ไขจึงมีความเห็นว่า ควรจะแก้ไขร่าง พ.ร.บ. โคนม ผลิตภัณฑ์นม พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ โดยมี ๓ ข้อ ดังต่อไปนี้🔗

๑. เห็นควรยกเลิกคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน โดยให้ คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นมหรือ Milk Board จัดตั้งคณะอนุกรรมการอาหารเสริม นมโรงเรียนแทน ซึ่งในคณะกรรมการต้องเป็นผู้ที่ไม่มีส่วนได้เสียในอุตสาหกรรมนมนั่งอยู่ด้วย เพื่อลดปัญหาความซ้ำซ้อนของการดำเนินการอันเกี่ยวข้องกับโคนมและผลิตภัณฑ์นม รวมทั้ง ขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำในการปรับราคาน้ำนมดิบและผลิตภัณฑ์นมให้มีความสอดคล้องกัน ทั้งระบบ และลดปัญหาการแบกรับต้นทุนของเกษตรกรโคนม และผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นม ครับท่านประธาน🔗

๒. เห็นควรเพิ่มเติมและแก้ไขหลักการใหม่และการเพิ่มบทนิยาม รวมถึง ปรับปรุงองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ตลอดจนองค์ประกอบซึ่งสำคัญมาก คือของคณะอนุกรรมการ หรือคณะที่แต่งตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติดังกล่าว🔗

๓. เห็นควรมีการกำหนดให้เปิดเผย เผยแพร่รายงานการประชุม รวมถึง ผลการดำเนินงานอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ🔗

ทั้งนี้การปรับปรุงกฎหมายและดำเนินการที่เสนอข้างต้น ผมเชื่อว่าจะช่วย เสริมสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรโคนม และผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมรายย่อยได้ ในระยะยาว ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒ ท่านสุดท้ายนะครับ จะเป็นท่านสมดุลย์ อุตเจริญ และท่านสุดท้ายคือท่านอดิศร เพียงเกษ เชิญท่านสมดุลย์ อุตเจริญ เชิญครับ🔗

นายสมดุลย์ อุตเจริญ เชียงใหม่

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมดุลย์ อุตเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๗ อำเภอฝาง แม่อาย ไชยปราการ ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์โคนม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และคณะผู้เสนอ โดยเฉพาะคำนิยามคำว่า ผู้แทนเกษตรกรโคนม เป็นเกษตรกร ผู้เลี้ยงโคนมจะทำให้มีผู้แทนเกษตรกรโคนมจากเกษตรกรนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ อย่างแท้จริง สืบเนื่องจากอำเภอไชยปราการของเชียงใหม่ เขต ๗ มีการเลี้ยงโคนมจำนวนมากอยู่ในอันดับ ต้น ๆ ของประเทศไทย มีผลิตผลน้ำนมดิบที่มีคุณภาพค่อนข้างสูง เน้นอีกทีค่อนข้างสูง ถึงวันละประมาณ ๒๐๐ ตัน ซึ่งเป็นจำนวนมากครับ ผมมีข้อกังวลบางอย่างเรื่องนี้เนื่องจาก ที่ผ่านมาข้อตกลงเพื่อจัดทำการค้าเสรีอาเซียน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์หรือเอฟทีเอที่ผ่านมา อาจทำให้มีผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมภายในประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รัฐบาล ควรมีมาตรการดูแลและเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ซึ่งขณะนี้มีจำนวนเหลือไม่มาก เหมือนกับที่ท่านวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ได้พูดแล้วตอนนี้เหลือนิดเดียว การนำเข้านมผงจาก ประเทศดังกล่าวในปริมาณและจำนวนมากเข้าใจอยู่ว่าเป็นการนำนมผงเข้ามามีความจำเป็น ต่ออุตสาหกรรมด้านต่าง ๆ เช่น ขนมและอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีความขาดแคลนนมผงอยู่ พ.ร.บ. นี้จะช่วยให้ขับเคลื่อนเพื่อสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เช่นเราสามารถที่จะให้ระบุ ในฉลากสินค้าต่าง ๆ ว่าสินค้ามีส่วนประกอบผลิตภัณฑ์โคนมในประเทศ ต่างประเทศ หรือว่าโคนมจากนมสดร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะว่าปัจจุบันฉลากที่อยู่ข้างนอกเขียนว่า ทำจากโคนมสดแท้ แต่ส่วนผสมก็ยังมีนมผงผสมอยู่ แล้วอีกอย่างหนึ่งที่เป็นเรื่องผลกระทบ ต่อเกษตรกรคือเรื่องภาษีรายได้ที่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากจาก การจัดเก็บภาษีได้จากยอดขาย ไม่สามารถนำ Bill ต้นทุนต่าง ๆ ประเภทหญ้า แรงงานเข้ามาหัก ค่าใช้จ่าย ซึ่งทำให้ต้นทุนในการเลี้ยงโคนมสูงขึ้นแล้วน้ำนมก็มีราคาสูงขึ้นครับ ผมมีข้อเสนอ ที่จะนำไปสู่การพิจารณาโคนมต่อไปก็คือนมโรงเรียนจะต้องใช้นมดิบที่มีคุณภาพจาก ในประเทศร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมอยากให้โรงงานที่เกี่ยวข้องกับนมโรงเรียนไม่มีสิทธินำเข้านมผง ควรมีสัญลักษณ์แสดงบนบรรจุภัณฑ์ชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยจำนวนที่ตามวันเวลา ดังกล่าวมีปรากฏว่าใช้นมสดในประเทศร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือมีส่วนประกอบนมผง กี่เปอร์เซ็นต์ให้ชัดเจน ๔. พ.ร.บ. หรือกฎกระทรวงที่รองรับให้ฟาร์มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม สามารถแปรรูปสินค้าแบบ Homemade ได้ มีมาตรฐานในการผลิตได้ ๕. ส่งเสริมให้มี การผลิตแปรรูปนมในรูปแบบสินค้าต่าง ๆ ในพื้นที่นั้น ๆ ๖. โรงเรียนในพื้นที่มีการเลี้ยงโคนม ที่มีการเลี้ยงโคนมในปริมาณที่เหมาะสมกับจำนวนนักเรียนและให้ใช้นมดิบในพื้นที่ก่อนที่จะ นำเข้าจากนอกพื้นที่ หากไม่พอจึงมีการนำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เข้ามาผสม ๗. กำหนดปริมาณ และเงื่อนไขการนำเข้านมผง โดยต้องมีสัดส่วนกับโคนมกับน้ำนมสดภายในประเทศ อย่างเหมาะสม กับผลการผลิตโคนมในประเทศ ผมจึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร จากพรรคประชาชน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านอดิศร เพียงเกษ เชิญครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดขอนแก่น ร่างพระราชบัญญัติ โคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีผู้เสนออยู่ ๒ ฉบับ คือของคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กับคณะ กับคุณกฤดิทัช แสงธนโยธิน กับคณะ ผมถือว่าเป็นการทำงานของ พรรคการเมืองที่มีประโยชน์ ในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์มาก่อน ได้มีโอกาสดูแลกิจการโคนมและเห็นการเปลี่ยนแปลงในวันนี้ ก็มีความสุขครับ เพื่อจะได้ส่งเสริมอุตสาหกรรมโคนมให้มีประโยชน์ มีวัตถุประสงค์ มีคณะกรรมการที่ทันสมัย สภาแห่งนี้ทางพรรคเพื่อไทยแม้ไม่ได้เสนอร่างกฎหมายประกบ ก็เห็นว่าทั้ง ๒ ร่างนั้นเป็นกฎหมายที่มีประโยชน์ น่าจะสนับสนุนและน่าจะรับหลักการ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญมาพิจารณา ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีแม้ว่าจะสนใจเรื่องนี้ แต่วันนี้ เสนอไม่ทันก็ไม่จำเป็นต้องรับไปพิจารณาให้เสียเวลา ถือว่าสิ่งใดที่มีประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชน พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลก็จะสนับสนุน ก็ขอแสดงความยินดีทั้งของ คุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร จากพรรคประชาชน และของคุณกฤดิทัช แสงธนโยธิน จากพรรค กล้าธรรม ขอให้มีกฎหมายที่มีประโยชน์ลักษณะอย่างนี้ไม่มีข้อขัดแย้งกัน ไม่เป็นกฎหมาย ทางการเมืองที่จะมาโต้เถียงเอาแพ้เอาชนะ วันนี้จึงขอแสดงความยินดีกับโคนมและ ผลิตภัณฑ์โคนม ซึ่งจะได้เป็นกฎหมายในเร็ว ๆ นี้ต่อไปครับ จึงขอแจ้งให้ประชาชนทราบว่า สภาแห่งนี้เมื่อมีกฎหมายที่มีประโยชน์พรรคเพื่อไทยก็จะสนับสนุนโดยไม่มีเงื่อนไขครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ เป็นอันจบผู้อภิปรายแล้วนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ท่านผู้เสนอญัตติ ก็มีสิทธิที่จะสรุปญัตติอีกครั้งนะครับ ไม่ทราบทั้ง ๒ ท่าน จะใช้สิทธิสรุปญัตติไหมครับ ท่านวิโรจน์ครับ เชิญครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

สั้น ๆ ครับท่านประธานที่เคารพ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก่อนอื่น ผมอยากจะฝากความขอบคุณผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกทุกคน โดยเฉพาะหลาย ๆ ท่านที่ร่วม อภิปราย ไม่ว่าจะเป็นท่านกฤดิทัช แสงธนโยธิน ท่านวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ท่านอรพรรณ จันตาเรือง ท่านร่มธรรม ขำนุรักษ์ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ท่านสมดุลย์ อุตเจริญ และท่านรชตะ ด่านกุล แล้วก็ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านอดิศร เพียงเกษ แล้วก็เพื่อนสมาชิก ทุก ๆ ท่าน ซึ่งผมได้นั่งรับฟังการอภิปรายทุกท่านนะครับ ซึ่งทุกท่านก็มีความเห็นตรงกันว่า พ.ร.บ. โคนมฉบับนี้การแก้ไขในครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการปกป้องและให้ความเป็นธรรม กับเกษตรกรโคนมที่มีอยู่ราว ๆ ประมาณ ๑๖,๐๐๐ คนทั่วประเทศ ๑๖,๐๐๐ คน ผมคิดว่า ถ้านับเป็นจำนวนครัวเรือน นับถึงจำนวนลูกหลานของเกษตรกรโคนมยังมีอีกหลายชีวิตครับ ผมว่าเป็นหมื่น ๆ เป็นแสน ๆ ชีวิตที่น้ำนมของโคนมจะหล่อเลี้ยง แล้วก็ให้คุณภาพชีวิตที่ดี กับพวกเขา อย่างไรก็ตามสำหรับข้อกังวลของร่าง พ.ร.บ. โคนมของรัฐบาลที่เสนอโดย องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทยหรือ อ.ส.ค. ผมก็ทราบมาว่าร่างแก้ไขของ รัฐบาลฉบับนี้ก็ได้รับฟังความคิดเห็นทางเว็บไซต์ของกฤษฎีกาตั้งแต่วันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๗ ถึงวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ซึ่งเนื้อหาสาระและหลักการก็ไม่ได้แตกต่างจากร่างของ กระผมและคณะแล้วก็ร่างของท่านกฤดิทัชเลย ถ้าเกิดสภาแห่งนี้รับหลักการในวาระที่หนึ่ง ก็จะสามารถนำเอาร่างของคณะกรรมการกฤษฎีกามาร่วมพิจารณาได้ ทั้งนี้ก็คือเพื่อประโยชน์ ของชาวเกษตรกรโคนมทั่วประเทศนะครับ🔗

อย่างไรก็ตามในท้ายที่สุด ผมยืนยันว่าผมดีใจมาก ๆ ที่สภาแห่งนี้เห็นถึง ความสำคัญของเกษตรกรโคนมทั่วประเทศ หลาย ๆ คนรู้สึก ประหวั่นพรั่นพรึงแล้วก็วิตกจริต อย่างมาก ๆ ตั้งแต่มกราคมที่ผ่านมาที่เอฟทีเอ ไทย-นิวซีแลนด์ เอฟทีเอ ไทย-ออสเตรเลีย ได้บังคับใช้ที่สามารถนำเข้านมผงจากต่างประเทศโดยปลอดภาษี เกษตรกรหลายคน ก็มีความกังวลอย่างมากว่าวิถีชีวิตและอนาคตของพวกเขาจะเป็นอย่างไร ผมว่าวันนี้เป็น นิมิตหมายอันดีมาก ๆ เพราะเดือนมกราคมปี ๒๕๖๘ เอฟทีเอเริ่มใช้ มกราคมในปีเดียวกัน ถัดมาอีกแค่ไม่กี่สัปดาห์สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ทุกพรรค ทุกฝ่ายต่างเห็นความสำคัญ ที่จะต้องใช้กฎหมายฉบับนี้เป็นกลไกสำคัญในการปกป้องเกษตรกรโคนมทั่วประเทศ ไม่มี การแบ่งฝ่ายว่าฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลทุกคนเห็นตรงกันว่าต้องปกป้องผลประโยชน์ของ พี่น้องเกษตรกรโคนมเป็นหลักเอาไว้ก่อน อย่างไรครับก็ฝากความห่วงใยถึงเกษตรกรโคนม จากในหลายพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรโคนมที่หนองโพ ราชบุรี มวกเหล็ก สระบุรี แม่ทา ลำพูน ไชยปราการ เชียงใหม่ พัฒนานิคม ลพบุรี ศรีนคร สุโขทัย ชะอำ เพชรบุรี และยังอีก หลายพื้นที่ที่มีการเลี้ยงโคนมกัน วันนี้เกษตรกรโคนมหลายท่านเคยฝากผมก่อนการที่จะ อภิปรายในวันนี้ว่าอยากจะบอกเพื่อนสมาชิก สส. ทุกคนว่าน้ำนมพวกเขายังต้องรีดออกมา แต่ ณ วันนี้เกษตรกรอยู่ดี ๆ น้ำตาก็ไหลออกมาเอง วันนี้น้ำตาแห่งความเศร้าเสียใจ น่าจะผ่านไปแล้ว น่าจะเป็นน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มใจที่เห็นสภาแห่งนี้ทุกฟากฝ่าย เห็นความสำคัญของเกษตรกรโคนม ก็ขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ให้ความสำคัญกับ วิถีชีวิต คุณภาพชีวิตของเกษตรกรโคนม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากฎหมายฉบับนี้ร่างของทั้ง ตัวกระผมเอง แล้วก็ร่างของท่านกฤดิทัชจะผ่านวาระที่หนึ่งไปด้วยความราบรื่นและเป็น ฉันทามติที่ดีของสภาแห่งนี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับท่านกฤดิทัช ใช้สิทธิไหมครับ ใช้สิทธินะครับ เชิญครับ🔗

นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม กฤดิทัช แสงธนโยธิน สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ผมเองก็ต้องขอขอบพระคุณ ท่าน สส. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร แล้วก็คณะ รวมทั้งผู้อภิปราย ทุกท่านที่จะเห็นด้วยหรือเห็นต่าง แต่วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการที่เราในฐานะเป็น ตัวแทนของพี่น้องประชาชนคนไทยได้ดูแลพี่น้องที่เป็นเกษตรกรเกี่ยวกับโคนม วันนี้เราสู้ ต่างชาติไม่ได้ แต่วันนี้ถ้าเราออกกฎหมายมาเพื่อให้กลไกต่าง ๆ มันได้มีการเคลื่อนไหวหรือ มีการกระชับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันจะช่วยพี่น้องเกษตรกรที่กำลังจะลำบากหรือลำบากอยู่แล้ว มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการ Milk Board ก็ดี หรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีส่วนร่วม ผมเองก็ต้องกราบขอบพระคุณหน่วยงานรัฐที่มี ส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน พี่น้องคนไทยที่ประกอบอาชีพโคนม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่านที่จะช่วยกันผลักดันกฎหมายฉบับนี้ให้ออกมาทันท่วงทีหลังจากที่มีการบังคับใช้ เขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย แล้วก็นิวซีแลนด์ที่มีผลบังคับใช้ไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๘ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เราไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายว่าเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล แต่เรา จะช่วยกันร่วมมือกันผลักดันกฎหมายฉบับนี้เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน คนไทยที่ประกอบอาชีพเลี้ยงโคนม ขอกราบขอบพระคุณทุก ๆ ท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปนะครับ ผมจะต้องขอมติจากที่ประชุมเนื่องจากว่าผู้อภิปรายทั้ง ๒ ร่าง ก็มีความเห็น ไปในแนวทางเดียวกันก็เลยขอให้ลงมติ ทั้ง ๒ ฉบับ พร้อมกันเลย ก่อนลงมติก็ขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อน เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ด้านนอกครับ🔗

(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกกรุณาเสียบบัตรแสดงตนนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

แสดงตนกันครบถ้วนแล้วนะครับ มีท่านใดยังไม่แสดงตนไหมครับ ท่านวรสิทธิ์เชิญครับ ท่านธนยศเชิญครับ ท่านรังสิมันต์เชิญครับ มีท่านใดยังไม่แสดงตนไหมครับ แสดงตน ครบถ้วนแล้วผมขอปิดการแสดงตน เชิญเจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีจำนวนผู้เข้าประชุมทั้งสิ้น ๓๖๓ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไปผมจะขอถามมติจากที่ประชุมนะครับว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๒ ฉบับหรือไม่นะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิลงคะแนนนะครับ ท่านใดเห็นว่า สมควรรับหลักการทั้ง ๒ ฉบับ กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการทั้ง ๒ ฉบับ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดต้องการงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิเลยครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายสิริน สงวนสิน กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ หมายเลข ๔๒๐ เห็นชอบครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ใช้สิทธิครบถ้วนแล้วนะครับ ขอปิดการลงมตินะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีจำนวนผู้ลงมติ ทั้งสิ้น ๓๖๖ ท่านบวก ๑ ท่านเป็น ๓๖๗ ท่าน เห็นด้วย ๓๖๔ ท่านบวก ๑ ท่านเป็น ๓๖๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๐ ท่าน งดออกเสียง ๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติ เห็นด้วย นั่นหมายความว่ารับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนะครับ🔗

ต่อไปขอเชิญเสนอจำนวนคณะกรรมาธิการครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ท่านประธานครับ ขออนุญาตสักครู่ เนื่องจากมีเรื่องของการประสานงานอยู่ครับ เรียนท่านประธาน ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ พรรคประชาชน ในฐานะวิปฝ่ายค้าน เรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า เนื่องจากตอนนี้ มีปัญหาเรื่องการประสานงานและรายชื่ออยู่ แล้วเราได้ผ่านการลงมติรับหลักการในวาระแรก ไปแล้ว ทีนี้อาจจะด้วยระยะเวลาและเพื่อความเรียบร้อยของทุกพรรคการเมืองที่ได้ไป ประสานงานเรื่องกรรมาธิการ ก็อยากจะเสนอว่าสัปดาห์หน้าเรามาว่ากันเรื่องการตั้ง กรรมาธิการได้ไหมครับ ขอเสนอท่านประธานอย่างนี้ครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หมายความว่าวันนี้เอาเท่านี้ใช่ไหมครับ ฝ่ายรัฐบาลว่าอย่างไรครับ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม วัชระพล ขาวขำ ในฐานะวิปรัฐบาล ก็เห็นด้วย ไม่ขัดข้องครับ ก็ขอให้ตั้งกรรมาธิการในคราวหน้าครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เห็นพ้องต้องกันนะครับ เราเลิกกันเร็ว ๆ สักวันหนึ่งก็แล้วกันนะครับ ปิดประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๗.๔๖ นาฬิกา