รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๘
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
------------------------------
ท่านสมาชิกครับ ก่อนจะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตาม ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาที ซึ่งผมจะเรียกตามลำดับดังต่อไปนะครับ ท่านแรกขอเชิญ คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกลครับ ผมได้เดินทางไปที่จังหวัดนครนายกเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมี ๓ เรื่อง ที่อยากจะนำมาหารือท่านประธานครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องของปัญหาไฟส่องสว่าง สามารถขึ้นสไลด์ได้นะครับ อันนี้ เป็นเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในบ้านหนองรี ตำบลบ้านพร้าว อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาว่าถนนเส้นหมู่ที่ ๖ ถึงหมู่ที่ ๑ ซึ่งน่าจะเป็นของ กรมทางหลวงชนบทนะครับ ไฟฟ้าดับมาเป็นปีแล้วจึงเกิดความเสี่ยงเกี่ยวกับเรื่องอุบัติเหตุ แม้ร้องเรียนไปแล้วก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขก็ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงชนบท ให้เร่งการดำเนินการ🔗
เรื่องที่ ๒ ในสไลด์ถัดไปเป็นปัญหาเรื่องน้ำประปา อันนี้เป็นเรื่องร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนในหมู่ที่ ๖ ตำบลบ้านพร้าว อำเภอบ้านนา เช่นกันว่าน้ำประปานั้นไหล ไม่ต่อเนื่อง ทางประชาชนในพื้นที่เขาเลยมีการเสนอแนวทางให้ทางประปาส่วนภูมิภาค พยายามขยายเขตประปาโดยการหาวิธีต่อท่อประปาที่ปัจจุบันมาสิ้นสุดที่หมู่ที่ ๓ ให้ข้าม คลองปอไปถึงหมู่ที่ ๖ ไม่ว่าจะเป็นการเดินท่อไปตามสะพานข้ามคลองปอที่มีอยู่แล้วนะครับ หรือว่าหากจำเป็นก็อาจจะต้องมีการสร้างตอม่อขึ้นมาเพื่อวางท่อประปา ก็ขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังประปาภูมิภาคแล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งพิจารณาข้อเสนอ ดังกล่าวแล้วก็ดำเนินการนะครับ🔗
ส่วนเรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้ายเป็นปัญหาเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา เรื่องนี้ความจริงปรากฏอยู่ในข่าวสาธารณะ ก็เป็นเรื่องราวของเจ้าหน้าที่ธุรการในโรงเรียน สังกัดเทศบาลเมืองนครนายกแห่งหนึ่งที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยรอง ผอ. โดยเหตุเกิดขึ้น เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคมเมื่อปลายปีที่แล้ว ข่าวในพื้นที่มีการรายงานว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ เป็นความพยายามครั้งแรกกับผู้เสียหายดังกล่าว แล้วก็อาจจะมีผู้เสียหายคนอื่นที่เคยเจอ เหตุการณ์แบบนี้เช่นกัน แล้วแม้ผู้เสียหายในรอบนี้จะมีการแจ้งความไปโดยทันที แต่ผ่านมา วันนี้ก็ประมาณเกือบจะ ๑ เดือนพอดี คดียังไม่ได้คืบหน้า แล้วกลายเป็นว่าผู้ก่อเหตุนั้น ก็ถูกเลื่อนขั้นไปเป็น ผอ. สังกัดโรงเรียนเทศบาลในจังหวัดเทศบาลเมืองปราจีนบุรีเป็นที่ เรียบร้อยแล้วครับ ก็ขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง สภ.อ. เมืองนครนายก ให้ดำเนินการ พิจารณาคดีดังกล่าวโดยไม่ล่าช้า แล้วก็ให้ทางกระทรวงศึกษาธิการแล้วก็หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องพิจารณาเรื่องการพักใบอนุญาต ทั้งในกรณีนี้แล้วก็กรณีอื่น ๆ ในลักษณะ คล้ายคลึงกันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ในระหว่างที่คดีอยู่ในช่วงของการ พิจารณาครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือ ๔ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรกได้รับแจ้งจากกำนันสนาน ทับทิมใส กำนันตำบลวังไผ่ อำเภอ ห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี ว่าถนนทางหลวงสายหมายเลข กจ. ๔๐๒๗ บริเวณหมู่ที่ ๙ บ้านบ่อทอง บ้านหนองเค็ด อำเภอห้วยกระเจา เป็นถนนเชื่อมต่อระหว่างอำเภอห้วยกระเจาและ อำเภอเลาขวัญ ยังเป็นถนนลูกรังอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปแก้ไขโดยด่วนด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับแจ้งจากนายเมธี สกุลธนาศร นายกองค์การบริหารส่วนตำบล เลาขวัญ อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ว่าถนนทางหลวงหมายเลข ๔๐๕๒ และ ถนนทางหลวงหมู่ที่ ๔ ตำบลเลาขวัญไม่มีไฟส่องสว่างในเวลาค่ำคืน อยากให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้ามาติดไฟส่องสว่างครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ได้รับแจ้งจากนายรัฐธิพงศ์ จรัสปิติพัฒน์ นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลหนองกร่าง อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ว่าถนนทางหลวงหมายเลข กจ. ๔๐๑๑ และถนนทางหลวงหมายเลข ๔๐๖๒ เป็นถนนเชื่อมต่อระหว่างตำบล เวลาค่ำคืน ไม่มีไฟส่องสว่าง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปติดไฟส่องสว่างให้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ได้รับแจ้งจากนายอิทธิพัทธ์ รัตนสุวรรณาชัย ว่ามีถนนทางหลวง ชนบทหมายเลข กจ. ๔๐๖๒ บ้านหลุมรัง เชื่อมต่อบ้านหนองกร่างไม่มีไฟส่องสว่าง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปติดไฟส่องสว่างให้ด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญ คุณองค์การ ชัยบุตร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชน วันนี้ ผมได้รับข้อร้องเรียนจากบุคลากรทางการศึกษาที่เกษียณอายุราชการไปแล้วและยังปฏิบัติ หน้าที่อยู่ดังนี้ครับ ท่านประธาน เขาบอกว่าเขาอยากให้แก้ไขสูตรการคำนวณบำเหน็จ บำนาญของข้าราชการ เพื่อให้สามารถได้รับเงินเดือนที่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ใหม่นะครับ ซึ่งปัจจุบันนี้เมื่อเกษียณอายุราชการไปแล้วได้รับบำนาญเดือนลดลงเหลือเพียง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ จึงขอให้รัฐบาลได้นำหลักเกณฑ์พิจารณาใหม่ เพื่อให้เขาเพียงพอต่อการดำเนินชีวิตนะครับ ในส่วนราชการที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่และมีวิทยฐานะเมื่อเกษียณราชการไปแล้วเขาก็อยากให้ ได้ค่าวิทยฐานะจนสืบต่อไปครับท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับข้อร้องเรียนจากกลุ่มผู้เลี้ยงโคขุนของจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งปัจจุบันนี้ราคาตกต่ำมากครับ ท่านประธาน ตลาดรับซื้อก็น้อยลง ต้นทุนในการขุน ก็ยาวนานมากขึ้น ราคาหัวอาหารก็แพง และทางกลุ่มก็ได้นำแนวทางข้อเสนอในการพัฒนา มายังรัฐบาลเพื่อให้รัฐบาลได้นำไปพิจารณาและสนับสนุนต่อไป เพื่อจะทำให้เกษตรกรชาวไร่ ชาวนามีกิน มีใช้ มีเกียรติ และมีศักดิ์ศรีครับท่านประธาน🔗
เรื่องต่อไป กระผมได้รับข้อร้องเรียนจากนายคำผาง วงค์กระโซ่ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๖ บ้านหนองขอนแก่น ตำบลดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร กรณีชาวบ้านได้รับผลกระทบ มลภาวะฝุ่นละออง กลิ่นเหม็นจากยางมะตอยและเสียงดังจากโรงงานคอนกรีตผสมเสร็จ ในพื้นที่นะครับ ชาวบ้านบอกว่าเคยร้องไปหลายหน่วยงานในพื้นที่แล้วแต่ยังไม่ได้รับการ แก้ไข จึงฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน โดยเร่งด่วนด้วยครับ ท่านประธานขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณษฐา ขาวขำ ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายษฐา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราชพรรค ภูมิใจไทย ขอปรึกษาหารือท่านประธานเรื่องสำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับพี่น้องชาวจังหวัด นครศรีธรรมราช คือเรื่องการขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นแหล่งมรดกโลก จากองค์การยูเนสโก ซึ่งกระผมเคยปรึกษาหารือท่านประธานมาแล้วจำนวน ๓ ครั้ง ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗ โดยในขณะนั้นได้ผ่านความเห็นชอบจาก คณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรมแล้ว ลำดับต่อไปจะต้องเป็นการดำเนินการของ คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกให้การรับรอง และเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อมีมติให้ส่งรายงานไปยังสำนักงานใหญ่ศูนย์มรดกโลกประเทศฝรั่งเศส ภายในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๘ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๘ ในการประชุม คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ซึ่งมีนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธาน ได้มีการรับรองการ ขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมเป็นที่เรียบร้อย เหลือเพียงขั้นตอนสุดท้ายครับท่านประธาน คือคณะรัฐมนตรีจะต้องมีมติให้ส่งรายงานไปยัง สำนักงานใหญ่ศูนย์มรดกโลกประเทศฝรั่งเศส ขณะนี้พี่น้องประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ให้ความสนใจและติดตามการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในเบื้องต้นมีการคาดการณ์ว่า คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คงจะได้เสนอคณะรัฐมนตรี ในวันอังคารที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๘ แต่ปรากฏว่าไม่มีเรื่องนี้เสนอแต่อย่างใด จึงเหลือเวลา ที่จะเสนอคณะรัฐมนตรีได้อีกเพียงครั้งเดียวครับท่านประธาน คือวันอังคารที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๘ จึงขอกราบเรียนท่านประธานโปรดได้แจ้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมให้นำเรื่องนี้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๘ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารได้มีโอกาสขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก ตามเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัด นครศรีธรรมราช ที่ได้รอคอยกันมาเป็นเวลา ๑๒ ปี ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ทางสำนักประธาน ส่งเรื่องด่วนไปเลยนะครับ ต่อไปขอเชิญคุณสมศักดิ์ บุญประชม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์บุญประชม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๐ จังหวัด อุบลราชธานี พรรคไทรวมพลัง กระผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๑ เรื่องครับ กระผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจากนายกิตตินันท์ กุรีวรรณ์ ผู้ใหญ่บ้านตำบลค้อน้อย หมู่ที่ ๖ นายสาคร ใจกล้า ผู้ใหญ่บ้านบ้านอาเลา หมู่ที่ ๑ และชาวเกษตรกรตำบลค้อน้อย อำเภอสำโรง จังหวัด อุบลราชธานี เรื่องชาวเกษตรกรพบปัญหาขาดแคลนน้ำการทำเกษตรหลังฤดูเก็บเกี่ยวข้าว เนื่องจากชาวไร่ ชาวนา ส่วนมากทำการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ฟักทอง พริก กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว หลังจากฤดูเก็บเกี่ยวพืชผักเหล่านี้ต้องการใช้น้ำเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีลำห้วยผับ เป็นแหล่งน้ำหลักของตำบลค้อน้อย อำเภอสำโรง โดยมีต้นน้ำจากบ้านโนนโหนน อำเภอ วารินชำราบ และปลายน้ำอยู่ที่ตำบลหนองกุง อำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ ปัจจุบัน ลำห้วยผับมีลักษณะตื้นเขินทำให้เก็บกักน้ำได้น้อย ไม่พอใช้ต่อการทำการเกษตร กระผม จึงอยากให้มีการขุดลอกลำห้วยให้ลึกกว่าเดิม เพื่อให้เก็บกักน้ำในช่วงฤดูฝนได้เพิ่มมากขึ้น และทำให้ชาวเกษตรกร ประชาชน ได้รับประโยชน์อย่างมาก ท่านประธานครับที่ผมกล่าวมา จากอำเภอวารินชำราบจนถึงอำเภอโนนคูณเป็นลำห้วยที่ยาวมาก ผมอยากให้ขุดลอก ลำห้วยผับแห่งนี้เพื่อให้พี่น้องชาวเกษตรกรที่อยู่ข้างลำห้วยแห่งนี้มีน้ำใช้ และทำเป็นฝาย เก็บกักน้ำให้กับพี่น้องทั้งอำเภอวารินชำราบ อำเภอสำโรง และอำเภอโนนคูณได้ใช้ร่วมกัน กระผมจึงอยากฝากท่านประธานไปถึงกรมชลประทาน หรือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยขุดลอกลำห้วยแห่งนี้ได้เก็บกักน้ำให้พี่น้องเกษตรกร ชาวอำเภอสำโรงด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญคุณสุภาพร สลับศรี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสุภาพร สลับศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร เขต ๑ เมืองบั้งไฟโก้ ซึ่งประกอบไปด้วยอำเภอเมือง อำเภอทรายมูล ตำบลกระจาย ตำบลศรีฐาน และตำบล ทุ่งมน วันนี้มีเรื่องหารือท่านประธานสภาของพี่น้องในพื้นที่ ๒ เรื่อง ดังนี้🔗
เรื่องแรก เป็นปัญหาเรื่องราคามันสำปะหลังตกต่ำ ท่านประธานคะ ปัจจุบัน หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จพี่น้องเกษตรกรในจังหวัดยโสธร และเชื่อว่าหลาย ๆ จังหวัด ส่วนใหญ่ใช้พื้นที่ไร่นาเพาะปลูกมันสำปะหลังซึ่งถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม การปลูกมันสำปะหลังมีต้นทุนในปัจจุบันค่อนข้างสูง ตั้งแต่เตรียมดิน ไถ พรวน ปั่น ยกร่องปลูก จนกระทั่งขนส่งไปขายที่ลานมันใกล้บ้าน และท่านประธานทราบไหมคะว่าราคา มันสำปะหลัง ณ ปัจจุบันตกต่ำมาก เมื่อวานพี่น้องเกษตรกรไปขายที่หน้าลานมันโดยไม่วัด ค่าแป้งก็ตก ๑.๘๕ บาท แต่วัดค่าแป้งก็ตก ๒ บาทต่อกิโลกรัม ทำให้ส่งผลกระทบต่อรายได้ และคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกร ดิฉันจึงเรียนปัญหานี้ผ่านท่านประธานสภา ไปยังท่านนายกรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ได้โปรดเร่งรัดพิจารณาออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร โดยการพิจารณากำหนด ราคาประกันมันสำปะหลังให้อยู่ระหว่างช่วง ๒ บาท ๕๐ สตางค์ ถึง ๓ บาท และออก มาตรการต่าง ๆ ช่วยเหลือ จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรได้🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นปัญหาเรื่องจุดกลับรถถนนอรุณประเสริฐ ทางหลวงหมายเลข ๒๐๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ถนนอรุณประเสริฐ เส้นทางสาย สำคัญที่เชื่อมจังหวัดยโสธรกับจังหวัดอำนาจเจริญว่าระยะทางระหว่างจุดกลับรถมีความยาว มากเกินไป ทำให้พี่น้องประชาชนจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะขับรถย้อนศรทำให้เกิดความ เสียหายและเกิดอุบัติเหตุได้ ดิฉันจึงขอฝากเรื่องนี้ไปยังกระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวง ได้โปรดพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าว เปิดจุดกลับรถ ๓ จุด ดังนี้🔗
๑. บริเวณหน้าโลตัส ตำบลโพธิ์ไทร🔗
๒. บริเวณปากทางบ้านกระจาย ตำบลกระจาย🔗
๓. บริเวณปากทางบ้านเชียงเพ็ง อำเภอป่าติ้ว🔗
ซึ่งเบื้องต้นซึ่งเบื้องต้นได้ประสานไปยังท่าน ผอ. แขวงทางหลวงยโสธร ท่านก็ได้เมตตาส่งเจ้าหน้าที่มาลงพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหา ต้องกราบขอบพระคุณท่าน เป็นอย่างสูง ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานสภาไปยังกระทรวงคมนาคมและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนงบประมาณเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่ของดิฉัน ด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณท่านประธานมากค่ะ🔗
ขอเชิญ คุณรอมฎอน ปันจอร์🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม รอมฎอน ปันจอร์ บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ผมมี ๒ ๓ เรื่องครับ ท่านประธานครับ เวลานี้ตอนที่เรากำลังพูดคุยกันอยู่นี้ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตอนนี้ ก็มีความเคลื่อนไหวที่ศาลปัตตานีครับ วันนี้มีการนัดพบกันเพื่อให้กำลังใจว่าที่ผู้ต้องหา ว่าที่จำเลยในคดีชุมนุมชุดมลายูรายอ วันนี้มีนัดหมายว่าทางอัยการจะนำเรื่องฟ้องต่อศาล แล้วก็มีการชุมนุมกันให้กำลังใจนะครับ คดีน่าสนใจมากครับท่านประธาน เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ก็มีการประชุมกันที่หาดวาสุกรี อำเภอสายบุรี จริง ๆ นัดกันทุกปี หลังวัน รายอ ผมจำได้ว่าผมพบท่านประธานด้วยในปีที่ ๒ ที่สายบุรี กลายเป็นว่าคดีนี้ถูกตั้งข้อหา ร้ายแรงเลยครับ คือการชุมนุมของเยาวชน ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คนในมาตรา ๑๑๖ ผมคิดว่า เรื่องนี้ถ้าผลของวันนี้จะเป็นอย่างไรก็ตาม จะมีผลต่อสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยรวม แล้วก็จะเป็นการส่งสัญญาณว่าตกลงแล้วเรารัฐบาลไทยจะเอาอย่างไร กับกระบวนการสันติภาพ เพราะว่าเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นถ้าถูกจำกัดอย่างนี้ ก็จะส่งสัญญาณในทางลบ ก็ฝากไปถึงท่าน ผอ. กอ.รมน. ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ท่านนายกรัฐมนตรีว่าก็ขอให้เร่งสร้างความชัดเจนว่าตกลงจะสร้าง สันติภาพหรือว่าจะทำลายสันติภาพ ก็จะเป็นการส่งสัญญาณเรื่องนี้ เรื่องนี้จริง ๆ สัมพันธ์กับ เรื่องความมั่นคงปลอดภัยนะครับ ผมก็ขออนุญาตใช้เวลาอีกนิดเดียวทวงเรื่องขวัญกำลังใจ ให้กับพนักงานรักษาความปลอดภัย ครู และสถานศึกษา ผมได้รับเรื่องร้องเรียนมาจาก คุณสุชาติ อะแวเต๊ะ แกเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยที่โรงเรียนบ้านมูโนะ จริง ๆ แกบอกว่าค่าเสี่ยงภัย ๒,๕๐๐ บาท ไม่ได้มาตั้ง ๖๐ กว่าเดือนแล้วครับท่านประธาน แล้วก็ เข้าใจว่าไม่ใช่แค่โรงเรียนแกเท่านั้น พนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งเป็นอัตราจ้างเหมา ทั่วทั้ง ๓ จังหวัดเลย แล้วไม่มีการชี้แจงว่าเงินที่จะเป็นขวัญกำลังใจให้กับคนที่จะต้องดูแล รักษาความปลอดภัยให้กับโรงเรียน ให้กับครูหายไป ๒-๓ ปีมานี้เป็นเพราะอะไร ไม่มี งบประมาณ ไม่มีการชี้แจงใด ๆ ท่านประธานครับ ก็ขออนุญาตฝากเรียนท่านประธานไปถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงศึกษาธิการ กอ.รมน. ว่าตกลงแล้วท่านจะคืนเงินพวกนี้ ให้กี่โมง เพราะเขาเองก็คิดว่าเป็นสิทธิที่พวกเขาควรได้รับครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณกรุณพล เทียนสุวรรณ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม กรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอปรึกษาหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ เป็นเรื่องฝากมาจาก สส.ปวิตรา จิตตกิจ กรุงเทพมหานคร ๕ เขต ๑๑ แขวงนะครับ🔗
เรื่องแรก ขอให้ท่านประธานสภาติดตามโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย ธนบุรี สัญญาที่ ๓ บางกอกน้อยและบางกอกใหญ่ วงเงินก่อสร้างกว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท และ โครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียธนบุรี สัญญาที่ ๒ บางพลัด ตลิ่งชัน และบางกอกน้อย สิ้นสุดสัญญาไปแล้วเมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๘ วงเงินกว่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท แล้วขณะนี้ พบการก่อสร้างล่าช้าไม่มีความคืบหน้าทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน แล้วล่าสุด ได้รับทราบมาว่า อันนี้ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริงนะครับ อยากจะให้ท่านประธานแล้วก็หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบนิดหนึ่งว่าผู้รับเหมาได้ไปชี้แจงกับสำนักงานเขตแล้ว แต่ว่าไม่มีการชี้แจง กับประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งในพื้นที่หน้างานก็ไม่มีการปิดป้ายโครงการที่ชัดเจนให้ประชาชน ในพื้นที่เกิดความสับสนขึ้นมาได้ จริง ๆ แล้วก็ต้องให้ข้อมูลท่านประธานสักนิดหนึ่งนะครับ โครงการก่อสร้างนี้ถูกอนุมัติขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๗ แล้วก็ถูกหยุดไปในปีเดียวกันนั่นเอง แล้วก็ ถูกปัดฝุ่นขึ้นมาเมื่อปี ๒๕๖๑ ขึ้นมาทำใหม่อีกครั้ง แต่ก็เรื้อรังจนมาถึงปัจจุบันคือ ปี ๒๕๖๘ ซึ่งถ้าเทียบกันตั้งแต่เริ่มโครงการก็เข้าปีที่ ๑๑ แล้ว ซึ่งก็ฝากคำถามจากท่านประธานไปยัง กระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารกรุงเทพมหานครว่าที่ล่าช้าเข้าสู่ปีที่ ๑๑ เพราะเหตุใด เกรงใจใครหรือไม่ เพราะถ้าไปค้นดูรายชื่อบริษัทผู้รับเหมาก็เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เอ่ยชื่อปุ๊บ เราก็จะเห็นหน้าคนบางคนโผล่ขึ้นมาทันทีนะครับ🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ ฝากท่านประธานไปยังกระทรวงดิจิทัลและสำนักงานตำรวจ แห่งชาตินะครับ ถึงการดำเนินงานปราบปรามยาเสพติดว่าท่านจะดำเนินการอย่างไร เพราะว่าตอนนี้มีการขายอุปกรณ์เสพไอซ์กันอย่างแพร่หลายนะครับ หาง่ายมากใน Social Media พิมพ์คำว่า โจ๋ หรือว่าโจ๋ แก้ว สบ ไอซ์ ขึ้นมาก็เจอทันทีนะครับ แต่ห้ามพิมพ์คำว่า สูบไอซ์นะครับ เพราะว่าเอไอมันจะจับและหาไม่เจอ เขาก็จะใช้การเลี่ยงคำว่าโจ๋ แก้ว สบ ไอซ์ ก็ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก็ฝากท่านประธานฝากจัดการเรื่องยาเสพติดด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอเชิญ คุณประเสริฐ บุญเรือง ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๖ พรรคเพื่อไทย มีเรื่องหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก คือเรื่องที่ฝากไปถึงกรมชลประทานเพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหา ภัยแล้งอย่างเร่งด่วน อ่างเก็บน้ำสายนาเวียงที่อยู่ใจกลางอำเภอเขาวงเลยนะครับ เมื่อเข้า ฤดูแล้ง ตามภาพก็จะได้เห็นน้ำตื้นเขินอยู่ในช่วงเดือนมกราคมด้วยซ้ำไปนะครับ ส่วนตรงนี้ เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก แต่ว่าใช้ทั้งผลิตน้ำประปาที่อยู่ในเขตอำเภอเขาวงทั้งหมด การประปาส่วนภูมิภาค จึงขอความอนุเคราะห์กรมชลประทานให้พิจารณางบประมาณ ขุดลอกอย่างเร่งด่วน ในกรณีอ่างเก็บน้ำตรงนี้เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่จะเกิดขึ้น🔗
เรื่องที่ ๒ ฝากไปยังกรมทางหลวงนะครับ ขอภาพด้วยครับ เนื่องจาก ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอนาคู เกี่ยวกับปรับปรุงถนน สายกุฉินารายณ์-สร้างค้อ ทางหลวงหมายเลข ๒๒๙๑ บริเวณหน้าโรงเรียนนาคูพัฒนา กรป. กลางอุปถัมภ์ ซึ่งมีการปรับปรุงมาแล้วแค่ ๒๐๐ เมตร กำลังดำเนินการอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ถ้าเสร็จแล้วก็จะมีปัญหาเรื่องถนนนะครับ เวลาน้ำมาน้ำก็จะไปขังอยู่ที่จุดสิ้นสุด ซึ่งระยะจากจุดสิ้นสุดถึงลำห้วยมะโนที่ห่างกันอยู่ประมาณเกือบ ๒๐๐ เมตร ถ้าแก้ไขปัญหา ตรงนั้นได้ ระบายน้ำลงอ่างห้วยมะโน เขตเทศบาลตำบลนาคูก็จะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นในเรื่อง น้ำท่วมขัง ก็อยากให้กรมทางหลวงพิจารณาเร่งรัดและดำเนินการอย่างเร่งด่วนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้กรมทางหลวงพิจารณาจัดสรรงบประมาณถนน สายสมเด็จ-มุกดาหาร ช่วงปรับปรุงย่านชุมชนเป็นถนน ๔ เลน ซึ่งปี ๒๕๖๗ อยู่ช่วงเทศบาล ตำบลกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ ได้รับงบประมาณไปแล้ว ๓๐ ล้านบาท แต่ว่าดำเนินการ ไปแล้วไปสิ้นสุดอยู่กลางทางพอดีนะครับ กลางหมู่บ้านเขาพอดี ทีนี้ต่อไปมันก็จะเป็นคอขวด เมื่อสร้างเสร็จแล้วรับรองเกิดปัญหาและอุบัติเหตุอย่างแน่นอน เพราะว่าเป็นชุมชน ขนาดใหญ่ ในเขตเทศบาลตำบลกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอให้กรมทางหลวง พิจารณาอย่างเร่งด่วนด้วยครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง เขต ๑ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องดังนี้ค่ะ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากในพื้นที่ ในเรื่องของการสาธารณสุข ที่ตำบลบ้านแลงค่ะท่านประธาน เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้ รพ.สต. ที่บ้านแลงสถานที่ค่อนข้าง คับแคบ แล้วก็ไม่เพียงพอต่อการให้บริการพี่น้องประชาชนที่มารับบริการในแต่ละวัน ประมาณ ๖๐-๑๐๐ คนต่อวัน ดังจะเห็นในสไลด์ก็คือต้องมานั่งรอกันด้านนอกอนามัยนะคะ ทีนี้ปัญหามันอยู่ตรงนี้ค่ะท่านประธาน เมื่อปี ๒๕๖๖ คือมีการก่อสร้างอาคาร เป็นอาคาร หลังใหม่สำหรับใช้ในส่วนของ รพ.สต. บ้านแลง ทีนี้ได้ก่อสร้างอาคารเสร็จแล้ว แล้วก็ มีการส่งมอบไปแล้ว แต่ปัจจุบันยังไม่ได้มีการดำเนินการเพิ่มเติมแล้วก็ยังไม่สามารถเปิดใช้อาคารได้ เนื่องจากว่า รพ.สต. บ้านแลงก็ได้ถูกย้ายไปอยู่ใต้สังกัดของ อบจ. แต่ที่ดินแล้วก็ตัวอาคารนี้ไม่แน่ใจว่า ยังอยู่ภายใต้การดูแลของสาธารณสุขจังหวัดหรือเปล่านะคะ ก็อยากจะเรียนถามท่านประธาน ไปยังหน่วยงาน อยากให้ สสจ. ระยองชี้แจงด้วยว่าตัวอาคารแล้วก็ที่ดินยังอยู่ภายใต้การดูแล ของ สสจ. ระยองหรือเปล่า แล้วก็จะมีการดำเนินงานอย่างไรเพื่อสามารถที่จะเปิดใช้ ตัวอาคารได้นะคะ🔗
คำถามที่ ๒ ก็คือถามผ่านไปยัง อบจ. จังหวัดระยอง ในเมื่อรับโอนมาแล้ว สามารถที่จะพูดคุยกันกับ สสจ. เพื่อที่จะได้มีการเปิดใช้สถาน รพ.สต. แห่งนี้เพื่อที่จะได้ บริการให้กับพ่อแม่พี่น้องในเรื่องของสาธารณสุขที่ตำบลบ้านแลงได้มากขึ้น ฝากเรียน ท่านประธานไปยัง ๒ หน่วยงานเท่านี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไป ขอเชิญ คุณศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ครับ ขอข้ามไปก่อนนะครับ ต่อไปขอเชิญคุณราชิต สุดพุ่ม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายราชิต สุดพุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานในเรื่องเงินเยียวยา หรือเงินชดเชยน้ำท่วมของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเกิดน้ำท่วมเมื่อวันที่ ๑๕-๑๖ ธันวาคม ที่ผ่านมาเป็นเวลา ๑ เดือนกว่าแล้วขณะนี้จังหวัดนครศรีธรรมราชได้รับเงินเยียวยา แค่ ๙๒,๒๔๙ ครัวเรือน จากจำนวนที่เสียหายทั้งสิ้น ๓๗๗,๗๖๘ ครัวเรือน ได้รับเพียง ๒๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และผมเองได้สอบถามเจ้าหน้าที่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชก็ทราบว่าขณะนี้ เอกสารนี้ได้ส่งมาเกือบหมดแล้ว ๓๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ต้องเร่งรัดให้จ่ายเงินให้กับจังหวัด นครศรีธรรมราชด้วยครับ ทีนี้สิ่งที่ผมจะนำเรียนอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าอุทกภัยที่ผ่านมานั้น หรือน้ำท่วมที่ผ่านมาเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้รับผลกระทบที่สูงมาก และ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็ได้ไปเยี่ยมเยียน พื้นที่ดังกล่าวนี้เป็นชุมชน พี่น้องประชาชน หาเช้ากินค่ำ น้ำท่วมน้ำมาเร็ว ที่นอน เครื่องนอน เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหายมาก แล้วก็ที่ทราบ กันว่าขณะนี้ยังไม่รับเงินชดเชยแม้แต่บาทเดียว ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชซึ่งมี ผู้เสียหายทั้งสิ้น ๓๒,๕๐๐ ครัวเรือน จากจำนวนทั้งสิ้น ๔๒,๓๐๐ ครัวเรือน ก็ต้องขอความ เมตตานะครับว่าพี่น้องในเขตเทศบาลเป็นพี่น้องหาเช้ากินค่ำ ต้องไปยืมเงินกู้เงินเขามา มาซื้อ ที่นอน มาซื้อเครื่องไฟฟ้าใหม่ ก็ขอให้ทางท่านประธานผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรีได้โปรดชดเชย เงินเยียวยาให้กับพี่น้องนครศรีธรรมราช และในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชด้วยครับ แล้วก็ประเด็นที่สำคัญขณะนี้มีการพูดกันหนาหูครับว่าเงินชดเชยหมดแล้ว เพราะฉะนั้น ก็เป็นที่ไม่สบายใจ ก็ขอความเมตตาท่านประธานได้กรุณาเร่งรัดเรื่องดังกล่าวด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณสาธิต ทวีผล ครับ ข้ามไปก่อนนะครับ ต่อไปขอเชิญคุณณพล เชยคำแหง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายณพล เชยคำแหง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีข้อหารือถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่มา ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากนางนภาวรรณ สุทธิแพทย์ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านขาม หมู่ที่ ๒ ตำบลนาสี ร่วมกับนายสถิตรัฐ พาไสย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาสี อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู ถึงปัญหาเรื่องน้ำที่มีใช้ไม่เพียงพอในการทำ การเกษตรในหน้าแล้งครับ สืบเนื่องมาจากฝายกั้นน้ำลำห้วยโมงที่เคยมีอยู่แล้วตามภาพ ได้ชำรุดทรุดโทรมแล้วใช้การไม่ได้ครับ ขณะเดียวกันหน่วยงานทรัพยากรน้ำที่ ๓ จังหวัดอุดรธานีก็ได้จัดสรรงบประมาณในการ ก่อสร้างฝายกั้นน้ำลำห้วยโมงแบบฝายยางไปแล้วนะครับตามพิกัด และโครงการนี้ก็ได้ผ่าน การประชาคมหมู่บ้านของราษฎรบ้านขาม หมู่ที่ ๒ ไปตั้งแต่ ๓ ปีที่แล้วครับ แต่มาถึงวันนี้ ยังไม่มีการดำเนินการก่อสร้างใด ๆ จึงร้องเรียนมายังผมให้ติดตามโครงการฝายกั้นน้ำดังกล่าว เพราะว่าราษฎรในหมู่บ้านมีความเดือดร้อนหนักมากที่น้ำไม่เพียงพอต่อการทำการเกษตร ในหน้าแล้งครับ อันเป็นหัวใจหลักของชุมชนในการดำรงชีวิต จึงเรียนมายังท่านประธาน ผ่านไปยังสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ ๓ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รีบดำเนินการเพื่อการแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ดังกล่าวครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือปัญหาในเรื่องน้ำเช่นเดียวกัน ก็คือน้ำใช้ในการอุปโภคบริโภค ในชีวิตประจำวันที่เป็นปัญหามากนะครับ อันนี้เป็นภาพรวมของจังหวัดหนองบัวลำภูเลย ก็ว่าได้นะครับ ในช่วงฤดูแล้งนั้นขาดน้ำครับ ด้วยระบบชลประทานที่มีไม่เพียงพอต่อการ ขยายตัวเพิ่มขึ้นของประชากร และอีกเรื่องหนึ่งก็คือมันเป็นระบบเดิมแล้วก็มีการชำรุด เสียหาย เก่า ขาดประสิทธิภาพไปแล้วนะครับ ดังนั้นทำให้น้ำขาดแคลนและเป็นแบบนี้ มาช้านานครับ เพราะฉะนั้นจึงนำเรียนถึงท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้พิจารณางบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าวด้วยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอเชิญคุณอลงกต มณีกาศ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์อลงกต มณีกาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับการประสานจากกลุ่มเยาวชนที่อายุเกิน ๑๖ ปีขึ้นไปในหลาย ๆ กลุ่มของจังหวัดนครพนมได้ทวงถามเรื่องเงินหมื่นดิจิทัลนะครับ ผมเชื่อว่ากลุ่มเยาวชนมีการ กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแท้จริงนะครับ เชื่อว่าถ้าได้ให้กับกลุ่ม ๑๖ ปีขึ้นไปนี้จะมีเงินหมุน ผ่านมาหลายรอบ อาจจะมากกว่ากลุ่มผู้สูงอายุด้วยซ้ำ แล้วผมมีเรื่องราวร้องทุกข์จากพี่น้อง ราษฎรในเขตของอำเภอธาตุพนมกับอำเภอเรณูนคร ในเรื่องของถนนครับ ท่านประธานครับ ถนนระหว่างอำเภอ ๒ อำเภอนี้ เส้นทางบ้านสร้างแป้น ตำบลนางงาม อำเภอเรณูนคร ไปยังหนองหญ้าม้า ตำบลนาถ่อน อำเภอธาตุพนม ถนนเส้นนี้ไม่ใช่ถนนลูกรังนะครับ แต่ว่าเหมือนกับถนนลูกรัง เนื่องจากว่าไม่มีเจ้าภาพที่มาทำถนน ผมเองเคยเป็นรองนายก อบจ. งบประมาณก็ไม่มีจาก อบจ. เนื่องจากว่าไม่ใช่สายทางของ อบจ. ถามไปทางท้องถิ่น ก็ยังไม่ทราบว่าเป็นของใครที่แน่ชัดนะครับ จึงฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้วยนะครับ ความยาวประมาณ ๓ กิโลเมตรกว่า ๆ นะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ สะพานข้ามลำน้ำบังที่บ้านนาบัว ตำบลโคกหินแฮ่ อำเภอเรณูนคร ที่จะเชื่อมกับบ้านดงอินำ ตำบลพระซอง อำเภอนาแกได้ชำรุด ซึ่งพี่น้อง ๒ อำเภอนี้ไปมา หาสู่กันไม่ได้เลยเนื่องจากว่าสะพานมันขาด ก็ฝากกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ช่วยก่อสร้าง ด้วยนะครับ รวมถึงลำน้ำบังแห่งนี้น้ำเซาะกร่อนทุกปี อยากจะฝากสร้างเรื่องเขื่อนพนัง กั้นตลิ่งกันพังด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของการสร้างอนุสรณ์สถาน ณ วันเสียงปืนแตก ที่บ้านนาบัว โคกหินแฮ่ ซึ่งอยากจะให้เป็นสถานที่เชิงท่องเที่ยวในส่วนของประวัติศาสตร์ เนื่องจากว่า วันเสียงปืนแตกนี้เป็นการต่อสู้กันระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยกับทางรัฐบาล เป็นครั้งแรกที่บ้านนาบัว ตำบลโคกหินแฮ่ เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๐๘ ครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ สนามกีฬามาตรฐานระดับอำเภอในส่วนของจังหวัดนครพนม เองมีแห่งเดียวที่อำเภอเรณูนคร ก็อยากจะให้กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาสร้างให้ครบ ทุกอำเภอครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญคุณภัณฑิล น่วมเจิม ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย พรรคประชาชนครับ🔗
เรื่องแรก ขอสไลด์ด้วยครับ ลานซ่อมสามล้อเถื่อนนะครับ ให้การทางพิเศษ ฟ้องด้วยนะครับ อยู่ชุมชนสวนไทร ซอยมูลนิธิหิมะทองคำ ส่งผลด้านมลภาวะให้กับ ชาวชุมชนที่อยู่อาศัยโดยรอบนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ หน้าถัดไปครับ ขอทานเด็กต่างด้าว นี่ผมพูดมาหลายทีแล้วนะครับ ย่านอโศกนานา สุขุมวิทนะครับ กองคุ้มครองเด็กและเยาวชนรบกวนบูรณาการร่วมกับทาง สน. ลุมพินีแล้วก็ ตม. ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องสายสื่อสารจัดระเบียบอันตรายต่อผู้สัญจร สี่แยกสุขุมวิท ๔๙/๑๑ ซอยพร้อมพรรค กสทช. บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาตินะครับ โอเพอเรเตอร์หรือ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายอื่น รวมไปถึงการไฟฟ้าแล้วก็ท้องถิ่นเขตกรุงเทพมหานคร ก็จัดการด้วยนะครับ อันนี้ผมก็หารือในรอบที่แล้วยังไม่ได้รับการแก้ไขนะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ เรื่องตัดต้นไม้บนที่สาธารณะ เอกมัย ๑๙ ชุมชนคลองเป้ง ฝ่ายรักษา เขตวัฒนา ก่อนที่ต้นไม้จะล้มลงมาแล้วก็มีใครบาดเจ็บสาหัสก็รบกวน สุดท้ายก็เป็นภาระ ท่านอยู่ดี โดยรวมครับท่านประธาน เรื่องปรึกษาหารือผมขอเสนอแนะให้มีการ Track หรือ ติดตามทั้งหมดเลย ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าที่ผ่านมาปรึกษาหารือไปแล้วมันได้ผลขนาดไหน จริง ๆ มันเก็บสถิติได้ครับ ท่านก็ให้กรอกแบบฟอร์มปรึกษาหารือ ท่านก็ไป Check สิครับ ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาดำเนินการไปถึงไหนแล้ว ก็ Report กลับมาที่สภารบกวน ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
เรื่องข้อหารือ ทางสำนักประธานก็จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าส่งไปกี่ฉบับ หน่วยงานไหน แล้วก็เมื่อ โดยประมาณ ๒ เดือน ๓ เดือน เราก็จะแจ้งไปอีกครั้งว่าได้มีการหารือหน่วยงานของ ท่านแล้ว ท่านยังไม่ได้ตอบมา โดยเฉพาะเราจะแจ้งไปให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง แล้วก็เมื่อสิ้น สมัยประชุมเราก็จะรายงานให้สมาชิกทราบด้วยนะครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธาน อีกทีหนึ่งนะครับ🔗
เชิญครับ🔗
ผมปรึกษาหารือไปทั้งหมด ประมาณ ๓ ๔ ครั้งในรอบปีครึ่งที่ผ่านมา มีแค่จดหมายฉบับเดียวไปถึงบ้านผมว่า Update เรื่องต่าง ๆ ว่าเป็นอย่างไร จากเรื่องหารือทั้งหมดประมาณ ๒๐ ๓๐ เรื่อง เรียนท่านประธาน ว่าไม่ได้เกิดกับผมคนเดียว เพื่อนสมาชิกไม่เคยได้รับทราบเลยว่าเรื่องที่ตัวเองหารือมันไป ถึงไหนแล้ว ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ เพราะว่าในส่วนสภาพยายามที่จะทำเพราะว่าเป็นเรื่องสำคัญของสมาชิก แต่ถ้าหน่วยงาน ไม่รายงานความคืบหน้าเราก็แจ้งท่านรัฐมนตรี ขอบคุณมากครับคุณภัณฑิล ต่อไปขอเชิญ คุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคกล้าธรรม ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๑ เรื่องนะครับ แต่ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณทางท่านนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก หลังจากที่ผมได้หารือต่อท่านประธานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับเรื่องการชำรุดทรุดโทรมของสะพานข้ามห้วยแม่ตื่น ตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก เมื่อวันก่อนท่านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตากพร้อมคณะทีมงาน ได้ไปสำรวจความเสียหายแล้วก็ทำการเร่งแก้ไขโดยด่วน จังหวัดตากเป็นจังหวัดที่กว้างมีพื้นที่ เขาเยอะ แล้วบุคคลส่วนใหญ่จะเป็นผู้ด้อยโอกาสที่อยู่บนเขาแล้วก็ขาดการพัฒนา องค์การบริหารส่วนจังหวัดตากเป็น อปท. ที่ใหญ่ที่สุด แล้วก็มีศักยภาพที่สุด ก็หวังว่า ในอนาคตการช่วยเหลืออย่างนี้จะเร่งด่วนอย่างนี้ตลอดนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ฝากท่านประธานไปยังกรมปศุสัตว์ การเคลื่อนย้ายโคพื้นเมือง ของจังหวัดชายแดน ย้ำนะครับ โคพื้นเมือง ไม่ใช่โคที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ โคพื้นเมือง คือโคที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้อยู่แล้ว ปรากฏว่ากรมปศุสัตว์ได้ออกระเบียบการเคลื่อนย้ายของโค ชายแดนทั้งหมด ตั้งแต่ลำพูน เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ต้องได้รับการอนุญาตจากกรมปศุสัตว์เท่านั้น ในปกติถ้าจังหวัดอื่นการเคลื่อนย้ายสัตว์ คือจะต้องติดเบอร์หูจะต้องเป็นอำนาจของปศุสัตว์อำเภอแล้วขออนุญาตปศุสัตว์จังหวัด ติดได้เลย แต่ถ้าเป็นจังหวัดเหล่านี้ทางเจ้าหน้าที่ต้องไปสำรวจในฟาร์ม เสร็จปุ๊บก็ไปลงคีย์ ระบบ คีย์ระบบเสร็จปุ๊บส่งไปที่กรม กรมถึงจะส่งเบอร์หูให้ พวกผมขาดโอกาสหลาย ๆ เรื่อง อยู่แล้ว โดยเฉพาะการไม่ให้นำเข้านี่พวกเราขาดอาชีพ แล้วก็เสียหายในธุรกิจอย่างรุนแรง เรายอมได้ แต่การจะเคลื่อนย้ายสัตว์ที่เราเลี้ยงไว้อยู่แล้วต้องทำขั้นตอนอย่างนี้มันต้อง ใช้เวลาเกือบเป็นเดือน การที่ชาวบ้านอยากเร่งด่วน อยากได้เงินเพื่อจะไปจ่ายให้ลูกหลาน เรียนหนังสือหรือใช้ด่วนอะไรอย่างนี้ต้องรอเป็นเดือนในการจะขายวัวได้ ฉะนั้นขอให้ทาง กรมปศุสัตว์เร่งด้วยนะครับ แล้วก็ที่สำคัญคือทางเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ เจ้าหน้าที่ชายแดน ต่าง ๆ ไม่เพียงพอ ขอให้ทางอธิบดีกรมปศุสัตว์เร่งพิจารณาเสริมทั้งคน เสริมทั้งเบอร์หู เสริมเรื่องต่าง ๆ เยียวยาพวกเขาด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญคุณวิภาณี ภูคำวงศ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิภาณี ภูคำวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๘ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอหารือปัญหาในพื้นที่ค่ะท่านประธาน🔗
ประเด็นที่ ๑ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายธนบดี ศรีศักดิ์ นายก องค์การบริหารส่วนตำบลท่าศาลา เรื่องขอรับการสนับสนุนงบประมาณขยายเขตไฟฟ้า แรงสูงบริเวณจากสามแยกน้ำประปาถึงบ้านท่าสวรรค์ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลท่าศาลา อำเภอ มัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ซึ่งตอนนี้ก็ยังเป็นถนนลูกรัง ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ถนนเส้นนี้ก็เป็น เส้นทางสู่แหล่งเกษตรที่พี่น้องสัญจรอย่างเป็นประจำค่ะ และทางองค์การบริหารส่วนตำบล ท่าศาลาก็ไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะดูแลและแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ดิฉันจึงอยากขอ ฝากท่านประธานผ่านไปถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จัดสรรงบประมาณให้กับพื้นที่เพื่อแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องชาวตำบลท่าศาลาให้มีไฟฟ้าใช้เพื่อการเกษตรด้วยค่ะ🔗
ประเด็นที่ ๒ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายธนกร รังสิมานพ นายก องค์การบริหารส่วนตำบลดอนหัน เรื่องติดตามความคืบหน้าการติดตั้งสัญญาณไฟจราจร ได้ขอความอนุเคราะห์ไปทั้งหมดทั้ง ๒ จุด จุดที่ ๑ บริเวณสี่แยกบ้านหนองหญ้าแพรก หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๑๑ หมู่ที่ ๑๓ บ้านหลุบหญ้าคา หมู่ที่ ๙ ตำบลดอนหัน อำเภอเมือง จังหวัด ขอนแก่น ซึ่งตัดกับทางหลวงหมายเลข ๒๐๘ และจุดที่ ๒ ขอสไลด์อีกสไลด์หนึ่งค่ะ จุดที่ ๒ บริเวณสี่แยกบ้านสว่างมรรคา หมู่ที่ ๘ ตำบลดอนหัน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ตัดกับ ทางหลวงหมายเลข ๒๐๘ ซึ่งยิ่งช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ช่วงยามเช้าและตอนเย็นรถสัญจร เยอะมาก อุบัติเหตุบ่อยครั้ง ดิฉันจึงอยากขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง ได้แจ้งความคืบหน้าและดำเนินการเพื่อการสัญจรอย่างปลอดภัยให้กับพี่น้องตำบลดอนหัน เพื่อที่จะช่วยลดอุบัติเหตุลดลงค่ะ🔗
สุดท้ายค่ะท่านประธาน พื้นที่ขอนแก่น เขต ๘ ของบ้านดิฉัน พี่น้องเดือดร้อน เรื่องราคาพืชผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นราคาอ้อย ราคามันสำปะหลัง ซึ่งตอนนี้ราคา ตกต่ำอย่างต่อเนื่องค่ะ วอนขอฝากรัฐบาลช่วยเหลือดูแลเรื่องราคาอ้อย ราคามันสำปะหลัง ให้เป็นราคามากกว่านี้ เพราะตอนนี้พี่น้องชาวไร่ชาวนารู้สึกเหนื่อยและท้อใจเป็นอย่างมากค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไป ขอเชิญ คุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครพนม เขต ๑ กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องราษฎรเดือดร้อน ร้องเรียนว่าสามีและพี่ชาย ติดยาบ้า ได้แจ้งตำรวจสถานีตำรวจภูธรศรีสงคราม อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ให้ไปจับคนขายยาบ้าที่บ้านศรีเวินชัย ที่บ้านสามผง ตำบลสามผง อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม แต่ตำรวจได้อ้างว่าไม่มีน้ำมันเติมรถยนต์ และได้ร้องเรียนกับท่านดอกเตอร์ สุทิน คลังแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอประทานโทษที่กล่าวนาม ท่านรัฐมนตรีสุทินก็ได้กำชับผมให้ประสานงานเร่งด่วน และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด นครพนม ท่านก็ได้ติดตามเร่งด่วนเพื่อให้มีการจับกุม จึงขอให้รัฐบาลได้ติดตามประเมินผล ผู้กำกับ นายอำเภอทุกอำเภอทั่วประเทศ เพราะผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้กำกับ นายอำเภอ ถ้าไม่ลงพื้นที่ ไม่ใกล้ชิดพี่น้องราษฎรจะไม่ทราบว่าในหมู่บ้านมียาบ้ายาเสพติดจำนวนมาก ที่มีผู้ค้าขายยาบ้าขายกันอย่างแบบเปิดเผย และเด็กนักเรียน พี่น้องราษฎรติดยาบ้ากัน มากขึ้น แล้วผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ได้สำรวจผู้ค้าขายยาบ้า Re X-ray ๒ รอบแล้ว ส่งรายชื่อผู้ค้า ขายยาบ้าให้นายอำเภอ ให้จังหวัด ทางนายอำเภอและจังหวัดก็ต่อว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ว่าทำไมคนขายยาบ้ามีจำนวนมากให้ไปทบทวนรายชื่อมาใหม่ ซึ่งสร้างปัญหาความอึดอัดใจ ให้กับผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เพราะทางผู้กำกับและนายอำเภอไม่ไปจับกุม ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน จับกุมมาทางนายอำเภอก็ต่อว่าว่าผู้ใหญ่บ้าน กำนันไปกลั่นแกล้งผู้ขายยาบ้า ทั้งที่มียาบ้า และเงินสดเป็นหลักฐานชัดเจน จึงขอให้รัฐบาลได้ติดตามอย่างใกล้ชิด และมีการประเมินผล กราบขอบพระคุณครับ🔗
สภาผู้แทน ราษฎรขอต้อนรับคณะอาจารย์ และนักศึกษาคณะรัฐประศาสนศาสตร์ หลักสูตร รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ภาคพิเศษ จังหวัดพิษณุโลก รุ่นที่ ๒๖ สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ ขอต้อนรับครับ ขอบคุณทุกท่าน ต่อไปขอเชิญคุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ นราธิวาส พรรคประชาชาติ ประกอบด้วยอำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ และอำเภอศรีสาคร ท่านประธานครับ ประเด็นหารือ ของผมในวันนี้ด้วยความเป็นห่วงกังวล เนื่องจากวันนี้ที่จังหวัดปัตตานี พนักงานอัยการ จังหวัดปัตตานีได้นัดส่งฟ้องผู้ต้องหา ๙ คนที่จัดกิจกรรมชุดมลายูเมื่อหลายปีก่อน ด้วยความ เป็นห่วง ผมและพรรคประชาชาติอยากให้ทางพนักงานอัยการทบทวนอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก่อน หน้านี้ทางผู้ต้องหาทั้ง ๙ คน ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมถึงอัยการสูงสุด และยื่นหนังสือ ขอความเป็นธรรมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มีหนังสือเมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๗ ให้ทางสำนักงานอัยการทบทวนพิจารณาด้วยความ รอบคอบกรณีการสั่งฟ้อง แต่ท้ายที่สุดทางสำนักงานอัยการก็มีความเห็นให้ส่งตัวฟ้องศาล ในวันนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ตาม พ.ร.บ. อัยการ มาตรา ๒๑ วรรคสอง กรณีนี้เป็นเรื่อง ละเอียดอ่อน แล้วก็เป็นเงื่อนไขที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีปัญหาความขัดแย้งมาอย่างยาวนาน ทางสำนักอัยการสามารถที่จะทบทวนโดยใช้ พ.ร.บ. อัยการ มาตรา ๒๑ วรรคสอง กรณีที่เห็นว่าคดีนี้อาจจะเป็นเรื่องกระทบต่อความมั่นคงของ ประเทศ ไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะในการฟ้องคดีแล้วก็อาจจะเกิดเงื่อนไขใหม่ในพื้นที่ ก็สามารถที่จะฟ้องได้ พรรคประชาชาติจึงขอให้ทางสำนักงานอัยการทบทวนอีกครั้งหนึ่ง สามารถที่จะดำเนินการได้🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ไม่พูดไม่ได้ก็คือมีข่าวว่าพี่น้องชาวอุยกูร์ ๔๘ ราย ที่ถูกกักตัวอยู่ที่ ตม. สวนพลู ตอนนี้มีข่าวว่าทางรัฐบาลกำลังจะส่งตัวกลับประเทศจีน หลายส่วนภาคประชาสังคมในประเทศไทย เมื่อวานผมก็ได้รับหนังสือร้องเรียนจาก ภาคประชาสังคมกรณีที่รัฐบาลมีข่าวจะส่งอุยกูร์กลับประเทศจีนนี้นะครับ อยากให้รัฐบาล ก็คือนายกรัฐมนตรีทบทวนอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าการส่งตัวพี่น้องชาวเติร์กที่อยู่ในประเทศจีน ที่ลี้ภัยมา ๑๐ กว่าปีอยู่ที่ ตม. สวนพลู ๑๐ กว่าปีมานี้ ๔๘ ราย ถ้าเกิดเขาถูกส่งตัวกลับจะขัด ต่อ พ.ร.บ. ป้องกันซ้อมทรมาน มาตรา ๑๓ และพันธกรณีระหว่างประเทศในเรื่องของ สิทธิมนุษยชน เกรงว่ากลับไปแล้วจะไม่เกิดความปลอดภัยกับตัวเขาเอง อยากให้รัฐบาล ทบทวนกรณีนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณเกียรติคุณ ต้นยาง ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม เกียรติคุณ ต้นยาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอบางบัวทอง อำเภอไทรน้อย พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องที่จะหารือกับท่านประธาน จำนวน ๓ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรกเป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ใช้ถนนปากทางเข้า โรงเรียนมารีย์วิทยา เซนต์แมรี่ ซอยไทรน้อย-ลาดบัวหลวง ตำบลคลองขวาง อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี เนื่องจากว่าถนนเส้นนี้ไหล่ทางกับพื้นถนนนี้ไม่มีความเท่าเทียมกัน ทำให้ พี่น้องประชาชนที่ขับรถ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ตอนกลางคืนจะล้มได้อย่างภาพสไลด์ ที่เป็นคลิปวิดีโอนะครับ จึงขอให้ท่านประธานประสานไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ที่จะมีการเลือกตั้งวันที่ ๑ กุมภาพันธ์นี้ ช่วยดำเนินการแก้ไขถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของไฟส่องสว่างบริเวณถนนหมายเลข ๓๒๑๕ ตำบล คลองขวาง อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ท่านประธานจะเห็นถนนเส้นดังกล่าว ผมเอาภาพเปรียบเทียบภาพกลางวันสว่างไสวครับ ส่วนกลางคืนมืดมิดสนิทนานตลอด ทั้งค่ำคืนนะครับ จึงขอให้ท่านประธานประสานไปยังแขวงการทางนนทบุรีดำเนินการแก้ไข ซ่อมแซมหรือติดตั้งให้ใหม่ พี่น้องประชาชนจะได้ใช้ถนนด้วยความปลอดภัย เรื่องสุดท้าย🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของถนนเลียบคลองตาชม เรื่องนี้ผมเคยหารือกับ ท่านประธานมาจำนวน ๓ ครั้งแล้วนะครับ ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ หลังจาก นั้นก็เป็นวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๗ แล้วล่าสุดนี้หลังปีใหม่วันที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๘ ปัญหาเดียวกันครับ รถตกถนนลงในคลอง ถนนนี้เรียกว่าถนนเลียบคลองตาชม อยู่หมู่ที่ ๘ ตำบลพิมลราช อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี จึงขอให้ท่านประธานช่วยประสานไปยังเทศบาลเมืองพิมลราช ที่เพิ่งเลือกตั้งนายกกันใหม่ ๆ ดำเนินการแก้ไขซ่อมถนน ทำไหล่ทาง หรือมีทางกั้นไม่ให้รถตกคลองอีกต่อไปนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ และปีที่ ๕ และคณะครูโรงเรียนสระกะเทียม วิทยาคม “สังวรเจษฎ์ประภาคมอุปถัมภ์” อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ซึ่งกำลังฟัง การประชุมอยู่ชั้น ๔ ขอต้อนรับทุกท่านครับ ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณอับดุลอายี สาแม็ง ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๓ ประกอบด้วย อำเภอ กรงปินัง อำเภอบันนังสตา อำเภอธารโต และอำเภอเบตง ผมอยากจะหารือกับท่านประธาน ๒ ๓ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องไฟฟ้าที่บ้านบาตูฆอ อำเภอกรงปินัง หมู่ที่ ๔ จังหวัดยะลา เนื่องจากว่าไฟฟ้าที่มีการขยายเขต ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๗ ณ วันนี้ประมาณสัก ๓๐ ปีแล้ว แล้วก็มีการขยายพื้นที่ที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตรงนี้ ทำให้แรงดันไฟฟ้า ไม่เพียงพอ ต้องการที่จะให้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปพัฒนาปรับปรุงแก้ไขในเรื่องของ แรงดันแล้วก็ระบบสายไฟ ให้มันเป็นไปตามที่ลักษณะของความต้องการ เพราะ ณ ขณะนี้ ไฟฟ้าดับทุกวัน เดือนหนึ่งก็ประมาณสัก ๒๐ ครั้ง เฉพาะปีใหม่วันเดียวก็ประมาณสัก ๕-๗ ครั้ง อยากจะนำเรียนให้ท่านประธานประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ อยากจะให้เร่งแก้ไขเรื่องของตลิ่งที่มันพัง ที่คลองยะรมของอำเภอ เบตง จังหวัดยะลา เนื่องจากว่าฝนตกหนักเมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๗ ก็ทำให้น้ำหลาก ทำให้ตลิ่งเกิดความเสียหาย แล้วก็พื้นที่การเกษตรของพี่น้องรวมถึง ที่อยู่อาศัยเกิดความเสียหายมาก แล้วก็รวมระยะทางที่เกิดความเสียหาย ณ ขณะนี้ประมาณ ๓,๑๖๐ เมตร ก็อยากจะให้ทางประธานประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อมาแก้ไข ปัญหาอย่างเร่งด่วน เพราะว่าไม่กี่วันข้างหน้าฝนก็อาจจะตกอีก แล้วความเสียหายก็อาจจะ เกิดซ้ำซากขึ้นมาอีกทีหนึ่งนะครับท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องถนนซึ่งได้รับความเสียหายจากฝนตกหนักเช่นกัน แล้วก็ ทำให้คูระบายน้ำที่อยู่ด้านข้างของถนน น้ำไม่สามารถที่จะไหลไปตามคลองได้ แล้วน้ำมันจะ บ่าถนนแล้วก็ทำให้กัดเซาะชายฝั่งพื้นที่ตรงกันข้าม ทำให้เหมือนภาพที่เราเห็นก็อยากจะให้มี การแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะ ณ ขณะนี้ชาวบ้านไม่สามารถสัญจรไปมาได้แล้วนะครับ อันนี้พื้นที่อยู่ที่ตำบลธารน้ำทิพย์ บ้านกาแป๊ะซาลัง หมู่ที่ ๓ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ขอเชิญ คุณอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๗ พรรคกล้าธรรม ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตหารือท่านประธานถึงประเด็นการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ก่อนอื่นท่านประธานเราต้องยอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยกำลังประสบ วิกฤติสภาพอากาศย่ำแย่ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อทางเดินหายใจของพี่น้องประชาชน สาเหตุที่เกิดมลพิษ PM2.5 นั้นมีหลายปัจจัย ทั้งจากรถยนต์โดยสารกระบวนการผลิตจาก โรงงานอุตสาหกรรม การเผาพื้นที่เพาะปลูกสินค้าการเกษตรอย่างในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูเก็บ เกี่ยวอ้อย จึงส่งผลให้มีการเผาใบเพื่อลดต้นทุนการเก็บเกี่ยวผมได้ติดตามการแก้ไขปัญหา ของภาครัฐ ทราบว่าหลายหน่วยงานได้พยายามเร่งแก้ไขปัญหา PM2.5 ยกตัวอย่างเช่น การประกาศกฎกระทรวงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องมาตรการการบริหารจัดการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ภาคการเกษตร และการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการ นำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ใบอ้อยมาแปรรูปและส่งเสริมให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เช่น การอัดใบอ้อยและขายให้โรงงานไฟฟ้า จากที่ผมได้พบปะพี่น้องเกษตรกร ทราบว่า ไม่มีใครอยากเผาแปลงเกษตร ยิ่งในปัจจุบันเกษตรกรสามารถขายใบอ้อยให้โรงงานได้ในตันละ ๙๐๐ บาท ยิ่งเป็นแรงจูงใจ ที่จะช่วยให้ลดการเผา แต่อย่างไรก็ตามกระบวนการตัดใบอ้อยและบีบอัดก่อนขายให้โรงไฟฟ้า นั้นมีกระบวนการที่ต้องใช้อุปกรณ์จำนวนมากและเป็นอุปกรณ์ที่แพง เกษตรกรขาดทุนทรัพย์ ผมจึงอยากฝากให้รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยจัดสรรงบประมาณ เพื่ออุดหนุนให้องค์การ ปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการเพาะปลูกอ้อยจำนวนมาก ให้ อปท. เหล่านี้มีงบประมาณในการ ซื้ออุปกรณ์เพื่อจัดสรรให้กับเกษตรกรและบริการ หน่วยงานอื่น เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข ควรเร่งประชาสัมพันธ์ถึงปัญหาของฝุ่นพิษนะครับ🔗
สุดท้ายครับ การเผาแปลงเกษตรเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่เกิด PM2.5 ยังมี ปัจจัยอื่น เช่น การใช้รถใช้ถนนที่มากเกินไปในตัวเมือง รวมถึงการผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งรัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้ มิเช่นนั้นภาคการเกษตรจะถูกมองว่าเป็นวายร้าย และอาชีพเกษตรกรจะถูกด้อยค่า ทั้ง ๆ ที่เกษตรกรในชนบทเหล่านี้เขาก็มีหัวใจเหมือนกัน เป็นคนไทยเหมือนกัน ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญคุณสยาม เพ็งทอง ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และเพื่อน สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม สยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย เรื่องที่จะขอหารือวันนี้เป็นเรื่องวัดภูทอก หรือวัดเจติยาคีรีวิหาร ที่อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ วัดภูทอกนั้นเดิมทีเป็นสถานปฏิบัติธรรมครับ ถูกค้นพบ โดยพระอาจารย์จวน และตั้งขึ้นเป็นวัดเมื่อปี ๒๔๘๓ และวิวทิวทัศน์ความงดงามของภูทอก ที่มีความสูงถึง ๔๖๐ เมตร และมีบันไดทางเดินไม้ ที่สร้างขึ้นรอบเขาหินทั้ง ๗ ชั้น รายล้อม ไปด้วยต้นไม้และธรรมชาติบนเนื้อที่กว่า ๗๘ ไร่ และมีอากาศดีตลอดทั้งปี นักท่องเที่ยว ที่มายังบึงกาฬก็มักจะมากราบพระทำบุญและพักผ่อนหย่อนใจที่ภูทอกเป็นจำนวนมาก และสามารถสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ได้อีกด้วย เป็นสถานที่ที่น่าทึ่งมากครับ ท่านประธาน ผมอยากจะเชิญชวนท่านประธานและพี่น้องชาวไทยให้ลองไปดูสักครั้งครับ มั่นใจครับว่าจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน และปัจจุบันวัดภูทอกเรียกได้ว่าเป็นสถานที่ ท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนาก็ว่าได้ครับ ท่านเจ้าอาวาสหลวงตาแยง สุขกาโม ผู้เป็นเคารพ ที่ศรัทธาของพี่น้องคนบึงกาฬ ผมไปกราบท่านบ่อย แต่หลายครั้งไม่เจอท่านครับ เพราะส่วนมากท่านมักจะพาลูกศิษย์ไปซ่อมแซมตามจุดต่าง ๆ ที่เสียหายบนภูทอกอยู่เป็น ประจำ แต่ภูทอกนั้นกว้างมาก และมีอายุยาวนาน ไม้หรือเหล็กก็ต้องผุพังไปตามกาลเวลา ซ่อมตรงนี้ตรงนั้นพัง ไม่จบไม่สิ้นครับ จะให้คณะลูกศิษย์ช่วยกันซ่อมก็คงจะลำบาก ถ้าจะให้ สมบูรณ์ทั้งหมดครับ จึงอยากให้ภาครัฐเข้าไปช่วยแก้ไขและพัฒนาดังนี้ครับ🔗
๑. ซ่อมแซมตามจุดต่าง ๆ ที่ชำรุดและป้องกันจุดเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิด อันตรายโดยรอบภูทอกทั้งหมด🔗
๒. เสริมสร้างทางเดินและบันไดให้มีความมั่นคงแข็งแรงด้วยวัสดุที่ทนทาน และมีมาตรฐาน🔗
๓. จัดระเบียบเรียบร้อยปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงามและเพิ่มสิ่งอำนวย ความสะดวก เช่น ห้องน้ำและจุดชมวิว🔗
ข้อ ๔ สำคัญที่สุดครับ คือการพัฒนาต้องรักษาความเป็นธรรมชาติเอาไว้ ให้ได้มากที่สุด และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก🔗
ท่านประธานครับ สิ่งสำคัญของการท่องเที่ยวคือความสวยงาม ความสะดวก และความปลอดภัย ถ้าภูทอกได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนา อย่างเหมาะสม เชื่อว่าจะเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดบึงกาฬ สามารถสร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดบึงกาฬอย่างยั่งยืนได้ครับ จึงอยากฝากท่านประธานไปยัง ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมโยธาธิการและผังเมืองให้ช่วยแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ดังกล่าวด้วย เพื่อการท่องเที่ยวของไทยและเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องคนบึงกาฬครับ ด้วยความเคารพครับ ท่านประธานขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญคุณวิทวัส ติชะวาณิชย์🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตเมื่อสักครู่แจ้งหน้าบัลลังก์ไปแล้วสลับคิวกันนิดหนึ่งครับ พอดีผมมีเปิดงาน ด้านล่างชั้น ๒ กับมูลนิธิ Hanns Seidel ต่อ ขออนุญาตท่านประธานด้วยนะครับ🔗
ได้ครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญคุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ก่อนเชิญครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน จากพี่น้องชาวบางบอน บางขุนเทียน ท่านประธานครับ วันนี้ขอใช้พื้นที่สภาในการหารือ ปัญหาในพื้นที่ที่พี่น้องประชาชนนั้นได้ฝากเรื่องมานะครับ🔗
เรื่องแรกครับ ปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณถนนบางขุนเทียนชายทะเล ตลอดทั้งเส้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณช่วงแยกหัวกระบือ บริเวณช่วงตลอดทางที่มีพื้นที่ การก่อสร้างหรือขยายทาง ตอนนี้ความสว่างไม่เพียงพอก็ต้องขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการเนื่องจากว่าเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือปัญหาที่อยู่อาศัยของลิงครับ เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้ลิงไป อาศัยอยู่ในที่ดินของเอกชน ทำให้เอกชนได้รับผลกระทบ ตอนนี้พอเอกชนกำลังจะเข้ามาใช้ที่ กลับมาที่ลิงได้รับผลกระทบ ถ้าเกิดพื้นที่ตรงนั้นนำไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ ก็ทำให้ลิงไม่มีที่อยู่ ก็ต้องล้นออกมาบริเวณถนนก็จะเกิดอุบัติเหตุต่อไป เพราะฉะนั้นมันจะแก้ปัญหาตรงนี้ไม่จบ แล้วกรุงเทพมหานครเองก็ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนที่จะมีงบประมาณมาดำเนินการพื้นที่ ที่อยู่อาศัยให้กับลิงได้ ลิงไม่สามารถขอโฉนดได้ครับก็เลยไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง เพราะฉะนั้น จะหาทางแก้อย่างไรให้ลิงนั้นได้มีที่อยู่อาศัยอย่างปลอดภัย อยู่ในพื้นที่ดั้งเดิมที่เขาอยู่มานั้น ต้องช่วยกันหาทางออกอีกทางหนึ่งครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องไฟจราจรบริเวณแยกคุณกะลา มันมีไม่ครบทั้ง ๔ ทิศทางก็เลย ทำให้มีความสับสนและเกิดอุบัติเหตุ ครั้งที่ผ่านมาก็เพิ่งเกิดอุบัติเหตุไป ชาวบ้านก็ได้รับ ผลกระทบก็นำเรื่องมาร้องเรียนที่ศูนย์ประสานงานผมครับ🔗
เรื่องที่ ๔ เรื่องฝาท่อชำรุดบริเวณพระราม ๒ ซอย ๖๒ ชำรุดหลายครั้ง ซ่อมแล้วซ่อมอีกก็ยังไม่เรียบร้อยครับ แล้วก็ปัญหาเรื่องของป้ายบอกทางบริเวณทางเข้า ซอยพุทธบูชารื้อออกไปแล้วหลายปี ยังไม่มีการนำกลับมาติดตั้งใหม่ ชาวบ้านฝากทวงถามมา🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ตามเงินเยียวยาเกษตรกรครับ เกษตรกรขึ้นทะเบียนไปแล้ว หลายราย เรื่องผลกระทบของปลาหมอคางดำขึ้นทะเบียนไปแล้ว ตอนนี้อยู่ในสถานะ การรอรับเงิน ไม่ทราบว่าจะมีการดำเนินการพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาให้กับพี่น้องเกษตรกร ได้ภายในช่วงเวลาใด ก่อนตรุษจีนนี้สามารถทำได้หรือไม่ ก็ต้องขอฝากไปยังหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณประภาพร ทองปากน้ำ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีข้อหารือฝากท่านประธานผ่านไปยัง ๒ หน่วยงาน ดังนี้🔗
๑. เนื่องจากได้รับการแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ ๘ บ้านตระพังโพธิ์ศรี หมู่ที่ ๔ บ้านราวรังงาม ตำบลวังทองแดง อำเภอเมือง และชาวบ้านหมู่ที่ ๑ บ้านนาขุนไกร หมู่ที่ ๓ บ้านวังพิกุล ตำบลนาขุนไกร อำเภอศรีสำโรง ว่าได้รับความเดือดร้อนมาเนิ่นนาน จากการสัญจรถนนสายเลียบคลองสระเกษ หมู่ที่ ๘ ตำบลวังทองแดง เชื่อมต่อหมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๓ ตำบลนาขุนไกร ระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร เนื่องจากลักษณะเป็นถนนลูกรัง ทำให้การเดินทางสัญจรไม่สะดวก เมื่อหน้าร้อนเวลารถวิ่งก็จะมีฝุ่นลูกรังปลิวจำนวนมาก ก่อให้เกิดอุบัติเหตุและฝุ่นละอองจากถนนเข้าบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน ส่งผลให้พี่น้อง ประชาชนที่มีบ้านเรือนในบริเวณนั้นเกิดโรคภูมิแพ้ตามมา และเมื่อหน้าฝนถนนเส้นนี้ก็จะเป็น ดินโคลนสัญจรแทบไม่ได้ ดิฉันจึงขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เร่งจัดสรรงบประมาณลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยด่วนค่ะ🔗
หน่วยงานที่ ๒ การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยกระทรวงคมนาคม เรื่องขอเรียกร้อง ให้การรถไฟช่วยชะลอการขึ้นค่าเช่ารายปี เนื่องจากดิฉันได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ที่เช่าที่การรถไฟที่เทศบาลสวรรคโลก อำเภอสวรรคโลก ว่าปัจจุบันผู้เช่าได้รับผลกระทบจาก สภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวตั้งแต่โควิดที่ผ่านมาและกิจการก็ยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลให้ไม่สามารถ แบกรับค่าเช่าที่การรถไฟจะขึ้นอีก ๕ เปอร์เซ็นต์ต่อปีไหว ประกอบกับราคาค่าเช่าที่การรถไฟ คิดในปัจจุบันก็มีราคาเหลื่อมกับราคาค่าเช่าที่ราชพัสดุ ซึ่งเท่าที่ดิฉันทราบมาปัจจุบันค่าเช่าที่ ราชพัสดุมีอัตราค่าเช่าที่ถูกกว่าการรถไฟถึง ๕ เท่า ดังนั้นพี่น้องประชาชนในพื้นที่เช่าของ การรถไฟจึงขอเรียกร้องให้การรถไฟช่วยชะลอการขึ้นค่าเช่ารายปี ๕ เปอร์เซ็นต์ไปอีกจำนวน ๒ งวดสัญญาเพื่อช่วยการลดผลกระทบและช่วยให้ผู้เช่ามีเวลาในการตั้งตัว ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน🔗
เชิญคุณศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ถนนเส้นคลองส่งน้ำหลังเซฟวัน ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างตำบล ในเมือง ตำบลปรุใหญ่ และตำบลสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้มีการวางท่อ ประปา ตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๖๗ ทำให้ต้องมีการเปิดถนนลาดยางและขุดเพื่อฝังท่อ ประปา แล้วหลังจากนั้นไม่นานก็มีโครงการวางท่อระบายน้ำเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร ซึ่งกำหนดแล้วเสร็จเดือนมิถุนายน ๒๕๖๘ แต่ท่านประธานครับ ชาวบ้านและผู้ประกอบการทั้ง ๒ ฟากถนนได้รับความเดือดร้อนมากครับ พวกเขากัดฟันแล้วเขาสู้ต่อไม่ไหวจริง ๆ ครับ ถนนเส้นนี้เป็นย่านเศรษฐกิจพี่น้องอยู่ทั้ง สองข้างทางในส่วนใหญ่เปิดร้านขายของ ร้านอาหาร ร้าน Bakery ร้านยา และของใช้อุปโภค บริโภคต่าง ๆ มากมาย ทุกคนมีต้นทุนจากค่าเช่า ค่าซื้อตึก ค่าผ่อนตึก แล้วต้นทุนอื่น ๆ อีกมากมาย นี่คืออาชีพเดียวที่พวกเขาทำ แต่วันนี้พวกเขาได้รับความเดือดร้อน การก่อสร้าง ทำให้การสัญจรไปมาลำบาก ส่งผลให้คนเลี่ยงการใช้ถนนเส้นทางนี้ ร้านค้ามากกว่า ๒๐๐-๓๐๐ ร้าน นั่นหมายความว่าโอกาสในการค้าขายก็จะลดลงไปเรื่อย ๆ อย่างมหาศาล รายได้ก็แทบไม่มี พ่อค้าแม่ค้าไม่สามารถค้าขายได้ ดูฝุ่นควันสิครับ การก่อสร้างส่งผลให้การ ใช้ชีวิตและสุขภาพของพวกเขาแย่ลง ๆ นะครับ มีร้านค้ามากมายนับหลายสิบร้านที่แบก รับภาระไม่ไหว ต้องขาย ต้องเช่า แล้วพวกเขาไม่มีทางที่จะทำมาหากินอย่างอื่นแล้วนะครับ เขาทนไม่ไหวถึงได้ร้องเรียนผ่านผมเพื่อสื่อสารไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งทางโยธาธิการ จังหวัดและท้องถิ่นดูแลพื้นที่นี้ก็ได้เข้ามาดูแลพื้นที่ทันทีหลังจากที่ติดต่อไป แต่ก็จะมีการ ขยับบ้างนะครับ ทุกครั้งที่จี้ก็จะมีการขยับบ้าง แล้ววันไหนที่ไม่จี้ก็หยุดทำ แล้วผมต้องคอยจี้ อยู่เรื่อย ๆ เขาถึงจะทำต่อนะครับ ก็อยากจะฝากผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานท้องถิ่น แล้วก็โยธาธิการและผังเมืองอยากให้ช่วยดูแลและกำชับและหาแนวทางการเยียวยาให้กับ พี่น้องทั้ง ๒ ฝั่งถนนด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ประชาชนในตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ร้องเรียนมาว่าน้ำประปาขุ่นข้นเหลือเกิน อยากจะฝาก อบต. หนองกระทุ่มให้ช่วยดูแลเรื่อง น้ำประปาให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณเทอดชาติ ชัยพงษ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ อำเภอเทิง อำเภอ พญาเม็งรายอำเภอขุนตาล และตำบลบุญเรือง อำเภอเชียงของ พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ครับ ผมมี ๒ เรื่อง วันนี้ฝากไปยังกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม🔗
เรื่องแรก ผมได้รับหนังสือจากนายพรชัย จันติ๊บ และนายบุญมี กาไชย ราษฎรบ้านเกี๋ยงใต้ ตำบลแม่ลอย เกี่ยวกับเรื่องของการมีอุบัติเหตุบนทางหลวงชนบท เชียงราย ๔๐๐๕ บ้านศรีมงคล หมู่ที่ ๑๒ ตำบลแม่ลอย อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ซึ่งถนน เส้นนี้เป็นถนนเส้นคมนาคมระหว่างอำเภอเทิงกับอำเภอป่าแดด และเป็นเส้นทางคมนาคม การขนส่งสินค้าของรถสิบล้อ จากส่วนกลางไปยังบ่อเต็น สปป. ลาว ถ้าสามารถที่จะตัดถนน ลดความสูงชันและลดความโค้งคดเคี้ยวก็จะทำให้ลดอุบัติเหตุ นี่เป็นภาพตัวอย่างครับ ท่านประธาน ทั้งรถบรรทุก รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ รถทุกชนิดได้รับอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ก็ฝากไปยังกรมทางหลวงชนบท ช่วยตัดถนน ลดความสูงชันและลดความโค้งคดเคี้ยว ซึ่งจะทำให้ลดอุบัติเหตุและลดต้นทุนการขนส่งสินค้า ระหว่างภาคกลางผ่านเส้นนี้ถึงบ่อเต็น สปป. ลาว นะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องจากนางสาวนวรัตน์ ธิโปธา ได้ผ่านมายังเฟซบุ๊ก ของผมเกี่ยวกับเรื่องของไฟฟ้าส่องสว่างถนนสายเทิง-ปางค่า ซึ่งเส้นนี้เป็นเส้นมีความมืด ในตอนกลางคืนมากและคดเคี้ยว ขึ้นดอยไปยังดอยภูชี้ฟ้าและภูชี้ดาวซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว ของจังหวัดเชียงราย ก็อยากให้กรมทางหลวงได้จัดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง ๒ ข้างทาง ซึ่งจะทำให้ เกิดรายได้ให้แก่ประชาชนในการที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวนะครับ เส้นนี้นั้นนอกเหนือจาก ที่อยู่ในพื้นที่อำเภอเทิงแล้วยังทะลุไปถึงภูผาตั้ง อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงรายด้วยครับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ สวัสดีครับ🔗
ขอเชิญ คุณสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สส. นักพัฒนา แก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องที่จะปรึกษาหารือ เรื่องความเดือดร้อนของประชาชนที่ผมได้เรียนไว้เมื่อ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๗ เรื่องการติดตาม งบประมาณการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งบริเวณหมู่ที่ ๙ บ้านท่าขี้เหล็ก ตำบลกบินทร์ อำเภอกบินทร์ จังหวัดปราจีนบุรี ว่าชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนแล้วก็ยังไม่ได้รับการ ประสานงานหรือแก้ไขปัญหาใด ๆ ทั้งสิ้น เรื่องตลิ่งพัง ดินถล่ม ถนนทรุดเสียหาย ซึ่งก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับชาวบ้านประชาชนบริเวณนั้น องค์การบริหารส่วนตำบล ก็ได้ทำเพียงแต่ซ่อมแซมถนนชั่วคราว แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาความเดือดร้อนได้ จึงกราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพช่วยติดตามหน่วยงานเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยครับ🔗
ส่วนที่ ๒ คือปกติแล้วที่อำเภอกบินทร์บุรีนี้เรามีปัญหาช้าง ซึ่งยากต่อการแก้ไข เราก็ได้ปรึกษาหารือมาหลายครั้ง แต่ก็คงจะเป็นเรื่องใหญ่มากครับที่จะแก้ไข แต่ปัจจุบันนี้ มีเรื่องสุนัขอีกแล้วครับ สุนัขจรจัดในเขตพื้นที่ชุมชนซึ่งเป็นปัญหาที่เรื้อรังและทวีความรุนแรง มากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลกระทบในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ ความปลอดภัย คุณภาพ ชีวิตของประชาชนในสังคมขยายวงกว้างจวนจะเป็นปัญหาระดับชาติแล้วครับ ดังนั้นวันนี้ ก็ได้มีโครงการมูลนิธิที่ดี ๆ นะครับ Soi Dog ซึ่งร่วมกันกับโรงเรียนสายมิตรศึกษา ได้ทำโครงการที่จะทำหมันสุนัขไร้บ้าน ถึง ๒,๔๐๐ ตัว เดือนละ ๒๐๐ ตัว โดยเริ่มโครงการ ตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๖๘ ถึงธันวาคมเลยครับ ประมาณทุก ๆ เดือนเราจะมีการทำหมัน สุนัข โดยเฉพาะเดือนหน้านี้ วันที่ ๑๐ ๑๑ ๑๒ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ดังนั้นถ้าประชาชน ท่านใดเดือดร้อนเรื่องสุนัขจรจัด หรือสุนัขบ้านก็สามารถจะเอามาทำได้ ก็กราบเรียนขอความ ร่วมมือจากหน่วยราชการ ไม่ว่าจะเป็นท่านผู้ว่าราชการจังหวัด หรือท่านอำเภอได้ประกาศ ทั่วกันว่าทุกตำบลของอำเภอกบินทร์บุรี ถ้าเกิดปัญหากระทบนี้ก็นำสุนัขหรือแจ้งให้ทราบ เพื่อจะได้ทำการประสานงานและแก้ปัญหาบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนต่อไป ขอกราบขอบคุณมากครับ🔗
ขอเชิญ คุณปิยรัฐ จงเทพ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปิยรัฐ จงเทพ ผู้แทนราษฎรเขตพระโขนงและบางนา พรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องที่ต้อง เรียนหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๑ เรื่องด้วยกันครับ แต่ว่าสาเหตุ หลัก ๆ นั้นผมอยากจะนำเสนอ วันนี้สด ๆ ร้อน ๆ ครับขออนุญาตขึ้นภาพครับ เมื่อสัก ประมาณ ๓๐ นาทีที่ผ่านมาผมไปใช้เครื่องวัดค่าฝุ่นละอองในอากาศ PM2.5 ขึ้นไปถึง ๑๗๔ ในโถงอาคารรัฐสภาเราเองครับท่านประธาน เป็นสัญลักษณ์ชัดเจนเลยครับว่านี่คืออุบัติภัย ทางอากาศนะครับ เรียกว่า วิกฤติ ก็ว่าได้ ตอนนี้ฝากเตือนพี่น้องประชาชนที่กำลัง ทำกิจกรรมในพื้นที่โล่งแจ้งระมัดระวังด้วยนะครับ แล้วปัญหานี้ในกรุงเทพมหานคร มันมาจากหลายสาเหตุด้วยกันครับ หนึ่งในนั้นก็คือปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานครครับ ท่านประธาน เอาภาพลงได้ครับ ก็เลยอยากจะหารือกับท่านประธานอย่างนี้ครับว่าตอนนี้ ปัญหาในกรุงเทพมหานครที่สัมผัสได้เลย ที่กระทบต่อการใช้ชีวิตพี่น้องประชาชนก็คือ การสัญจรเดินทาง หลายคนต้องติดอยู่บนท้องถนนหลายชั่วโมง เพราะการเดินทางอย่าง เดียวนะครับ แล้วการเดินทางนั้นก็ต้องใช้รถใช้ยานพาหนะ ซึ่งแน่นอนครับการใช้ยานพาหนะ เหล่านั้นก็มาจากเครื่องยนต์สันดาปเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็พ่นมลภาวะทางอากาศออกมา ปัญหานี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครท่านปัจจุบัน ขออนุญาตเอ่ยนามไม่เสียหายครับท่าน อาจารย์ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ถึงขนาดถ่ายทอดรายการของตนเองเลยว่า ปัญหาการจราจรใน กรุงเทพมหานครจะแก้ได้ถ้าจราจรเป็นหรืออยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรุงเทพมหานคร นั่นหมายความว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องประสานงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับผู้ว่าราชการ จังหวัดจึงจะสามารถแก้ปัญหาการจราจรได้เป็นอันเดียวกันนี้ ฉะนั้นผมจึงขอหารือกับ ท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันครับ🔗
คำถามแรก ฝากไปถามถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า เราพอจะมีแนวทางการ ปฏิรูปโครงสร้างการบริหารงานตำรวจ โดยเฉพาะตำรวจนครบาลให้ไปอยู่ภายใต้การกำกับ ดูแลงานของกรุงเทพมหานครหรือประสานงานกับกรุงเทพมหานครได้หรือไม่ครับ คำถามที่ ๑🔗
คำถามที่ ๒ ก็คือว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีมาตรการอย่างไรในการ ดูแลเรื่องงานจราจรกับกรุงเทพมหานครให้แก้ปัญหาเรื่องรถติดและปัญหามลภาวะจากรถ ได้ช่วยกันครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญคุณชัชวาล แพทยาไทย ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคาร กระผม นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๗ พรรคไทยสร้างไทย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมมีปัญหาความทุกข์ร้อนของพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวราย ย่อย ผู้เลี้ยงโคกระบือภาคครัวเรือนทั้งประเทศ ตอนนี้พี่น้องเกษตรกรเริ่มหายใจรวยริน ท่าน ประธานครับ ณ สภาแห่งนี้เคยหยิบยกปัญหาเรื่องราคาโคกระบือ ปัญหาเรื่องวัวมีชีวิตตกต่ำ มาตลอดระยะเวลา ๑ ปี ๘ เดือน ในวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๖ ผมก็ได้มีโอกาสตั้งกระทู้ถาม รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ครั้งนั้น ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเราเข้าใจ ปัญหาตรงกันครับว่า ราคาโคกระบือตกต่ำเกิดจากหลายสาเหตุ โรคระบาด วัวล้นตลาด สารเร่งเนื้อแดง ส่งออก ไม่ได้ วัวเถื่อนที่ถูกนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ตอนนี้ราคาโคมีชีวิตอยู่ที่กิโลกรัมละ ๕๐ บาท ท่านประธานครับ แต่ราคาเนื้อแดงอยู่ในตลาดกลับอยู่ที่กิโลกรัมละ ๓๐๐ บาท มันเกิดอะไรขึ้น ท่านประธานครับ ๑๐ วินาทีอันมีค่าที่ผมเงียบไปเมื่อสักครู่ ผมเงียบเพราะว่า รัฐบาลไม่มีคำตอบให้ครับท่านประธาน พี่น้องเกษตรกรรอความหวังว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหานี้ อย่างไร เพราะเขารอมา ๑ ปีกับอีก ๘ เดือนแล้วครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผู้แทนเพื่อนสมาชิกพูดเรื่องปัญหาราคาโคกระบือตกต่ำมาตลอดแต่ไม่ได้รับการแก้ไข เพราะฉะนั้นวันนี้ครับ ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องเงียบ ส่งเสียงเงียบไป ให้รัฐบาล ให้ท่านได้สนใจหน่อยครับ สนใจที่จะแก้ปัญหาราคาวัว ราคาโคกระบือตกต่ำ ด้วยครับ ฝากท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ท่านนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ฝากท่านด้วยครับ ด้วยความเคารพครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญวิทวัส ติชะวาณิชย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๕ ตัวแทนพี่น้องจากเขตคันนายาวและบึงกุ่ม เฉพาะแขวงคลองกลุ่ม จากพรรค ประชาชน ในวันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องแรก สืบเนื่องจากที่ผมได้หารือเรื่องการขอให้เพิ่มสถานีดับเพลิงในเขต บึงกุ่มและคันนายาวเมื่อครั้งก่อน ผมและทีมงานได้ลงสำรวจพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานี ดับเพลิงบางชัน และพบว่าใต้สะพานถนนรัชดา-รามอินทรา บริเวณแยก MaxValue ถนนนวมินทร์เป็นจุดที่เหมาะสมแก่การเพิ่มสถานีดับเพลิง เพราะเนื่องจากจุดนี้เป็นจุด กึ่งกลางของถนนนวมินทร์ จะทำให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงจุดเกิดเหตุได้รวดเร็วขึ้น และจะช่วย ลดเวลาเดินทางไปถนนนวลจันทร์ โดยใช้ระยะเวลาเพียง ๔ นาที และไปถนนคู้บอน เพียง ๖ นาที ซึ่งปัจจุบันถนนทั้ง ๓ เส้นเป็นจุดบอดที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุ ได้ตามเวลาอันควร สำหรับรายละเอียดต่าง ๆ ผมขออนุญาตฝากท่านประธานจากเอกสาร ชุดนี้ครับ และขอฝากท่านประธานต่อไปยังท่านอธิบดีกรมทางหลวงให้พิจารณาการ ขออนุญาตให้สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานครใช้พื้นที่ดังกล่าว เพื่อตั้งเป็นสถานีดับเพลิงย่อย เพราะผมเชื่อว่าจะมีประชาชนจำนวนมากได้ประโยชน์ จากการเพิ่มสถานีดับเพลิงในครั้งนี้ และจะช่วยลดความสูญเสียจากเหตุอัคคีภัย🔗
เรื่องที่ ๒ ผมขออนุญาตฝากท่านประธานไปยังสำนักระบายน้ำกรุงเทพมหานคร เรื่องทบทวนการพิจารณาโครงการก่อสร้างทางเดินเลียบสะพานข้ามคลองหลอแหล ใหม่อีกครั้ง เพราะผมทราบมาว่าโครงการดังกล่าวถูกปัดตกไปเมื่อปีก่อน เนื่องจากอยู่ติดกับ โรงเรียนและนิคมอุตสาหกรรมบางชัน แต่ทุกวันนี้นักเรียน ผู้ปกครอง รวมถึงประชาชน จำนวนมากได้รับความเดือดร้อน และเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุจากการที่ต้องเดินสัญจรผ่านถนน ในเส้นดังกล่าว🔗
สุดท้ายนี้ครับ ผมขอฝากสั้น ๆ ครับ เรื่องของแก๊ง Call Center ที่ยังคง ระบาดอย่างหนัก สำหรับพ่อแม่พี่น้องทางบ้านหากท่านหรือคนรอบตัวท่านถูกมิจฉาชีพ หลอกให้โอนเงิน โปรดรีบโทรเบอร์ ๑๔๔๑ สายด่วนตำรวจไซเบอร์เพื่อที่จะระงับบัญชี ดังกล่าวได้อย่างทันท่วงทีครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม รัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก เขต ๒ พรรคประชาชน ดูแลพื้นที่อำเภอ แม่สอด อำเภอพบพระ และอำเภออุ้มผาง วันนี้ขอหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนในเขตพื้นที่ ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ จังหวัดตากออกประกาศห้ามเผา ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร งานในส่วนนี้แม้ผมไม่ใช่ผู้บังคับใช้กฎหมายโดยตรง แต่สิ่งนี้คือความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ผม จึงขอทำหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชนโดยการตั้ง War Room รับแจ้งเหตุทำงานควบคู่ไปกับกลุ่มอาสาและเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอเพื่อเข้มงวดกวดขัน และคาดโทษเอาผิดอย่างจริงจัง หากประชาชนในพื้นที่พบการเผาไร่ซึ่งหน้า โปรดอย่ารอช้า รีบแจ้งเพื่อลงตรวจและแจ้งความทันที ขอเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนมาช่วยกันครับ เพื่อสุขภาพ ของประชาชน🔗
เรื่องที่ ๒ เสนอแนะให้รัฐบาลเข้มงวดและเร่งดำเนินการลงทะเบียนซิม ให้เสร็จโดยเร็ว ปัญหาอาชญากรรม Call Center Scammer ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ตก็ส่วนหนึ่งครับ แต่หัวใจสำคัญคือหน่วยงานรัฐตั้งใจที่จะทำจริงจังแค่ไหน วันนี้ลงทะเบียนซิมไปถึงไหนแล้ว ทำไมซิมเถื่อนยังคงเกลื่อน บัญชีม้ายังคงเยอะ ๒ สิ่งนี้คือหัวใจของแก๊ง Call Center หรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี วันนี้เรา Check จากการแจ้งความได้ว่าเบอร์ไหน ค่ายไหน ใช้โทรมาหลอก หลอกไปบัญชีไหน ชื่อใคร รับแจ้งความแล้วเรียกเจ้าของบัญชีมาสืบหา ข้อเท็จจริงลงโทษอย่างจริงจัง ซิมม้าบัญชีเถื่อนจะได้หมดไป อาชญากรรมต้องลดลงครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เกี่ยวข้องกับทุนเทาอย่างแน่นอนหรือเปล่าครับ สายการบิน ที่เดินทางมาอำเภอแม่สอด ผมขออนุญาตถามว่าทุกวันนี้สายการบินที่ให้บริการอยู่นี้ตั้งใจ บริการคนไทยจริงหรือไม่ คำว่าสนามบินนานาชาติแม่สอดที่มีเที่ยวบินวันละ ๒-๓ Flight ไป-กลับ ยังคงราคาที่ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท หันซ้ายหันขวามีแต่คนจีน เขาไปไหนกันครับ เขามาแล้วเขาอยู่ส่วนไหนในแม่สอด แม่สอดมีอะไรให้เที่ยว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคยเก็บ สถิติข้อมูลไหมครับ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจคนเข้าเมืองช่วยเก็บข้อมูลต่างชาติเหล่านี้ ว่ามาแล้วไปไหน อยู่กี่วัน สุดท้ายฝากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมช่วยหันมามอง สนามบินแม่สอดว่า ๒-๓ Flight แต่ละวันที่มีแต่คนจีนเต็มเครื่องบินเขาไปไหนกัน ราคา แบบนี้สมควรหรือไม่ อย่างไร ฝากด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณสมดุลย์ อุตเจริญ ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม สมดุลย์ อุตเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๗ อำเภอฝาง แม่อาย ไชยปราการ พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
๑. ขอติดตั้งโคมไฟส่องสว่างข้างทาง ทางเข้าบ้านสันปาข่า หมู่ที่ ๙ ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีระยะทางประมาณ ๑,๒๐๐ เมตร ห่างจากถนน ๑๐๗ เป็นเส้นทางที่ประชาชนในพื้นที่ใช้สัญจรจำนวนมาก รวมทั้งใช้ขนส่งผลิตผลทางการ เกษตรด้วย โดยเฉพาะในเวลากลางคืนมักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง รวมทั้งอาชญากรรมที่อาศัย ความมืดทำผิดกฎหมายอื่น ๆ สร้างความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในพื้นที่ จึงขอให้หน่วยงานท้องถิ่น เช่น อบต. หรือ อบจ. จัดสรรงบประมาณเข้าไปดูแลด้วยครับ🔗
๒. ฝายน้ำล้นบ้านหัวฝาย หมู่ที่ ๑๐ ตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ปี ๒๕๖๔ ทำให้ประชาชนขาดแคลนน้ำ สำหรับอุปโภคบริโภค และเพื่อใช้การเกษตรส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ ของประชาชนในพื้นที่ ด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลศรีดงเย็นมีงบประมาณไม่เพียงพอ ที่จะเข้าไปดำเนินการแก้ไข ดังนั้นจึงขอความอนุเคราะห์ไปยังสำนักงานกรมชลประทาน ที่ ๑ จังหวัดเชียงใหม่ ให้ช่วยซ่อมแซมฝายน้ำล้นบ้านหัวฝาย ตามเอกสารเลขที่ ชม. ๗๒๐๐๑.๕-๑๒๓๓ ด้วยครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะผู้บริหาร พนักงานส่วนตำบล พนักงานจ้าง ผู้นำชุมชน องค์การบริหาร ส่วนตำบลนาประดู่ อำเภอนาประดู่ จังหวัดปัตตานี ซึ่งกำลังนั่งฟังอยู่ชั้น ๔ ของห้องประชุมนี้ ขอต้อนรับทุกท่านครับ ขอขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญ คุณวิชัย สุดสวาสดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขต ๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้กระผมขอนำเรียนท่านประธานด้วยกัน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องของน้ำกัดเซาะ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
น้ำกัดเซาะริมชายฝั่งครับท่านประธาน ช่วงเดือนธันวาคม มกราคม เป็นช่วงมรสุมของภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดชุมพรเป็นพื้นที่ ที่ติดทะเลยาวที่สุด แต่ตอนนี้เกิดปัญหาน้ำกัดเซาะมาหลายปี ผมเองนั้นหารือกับ ท่านประธานและสภาแห่งนี้หลายครั้ง เพื่อที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ไปดำเนินการแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ออกไปสำรวจแล้วก็เขียนแบบเพื่อ ก่อสร้างเพื่อลดปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แต่เกิดปัญหาในเรื่องของการทำอีไอเอ เพราะฉะนั้นแล้วผมก็ขอนำเรียนท่านประธาน ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลดขั้นตอนในเรื่อง ของการทำเรื่องอย่างนี้นะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องน้ำกัดเซาะเหมือนกัน ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๔ ที่ผมหารือในสภาแห่งนี้ เกี่ยวกับเรื่องน้ำกัดเซาะที่ตำบลหาดทรายรี วัดสุวรรณคูหาวารีวงศ์ หรือวัดถ้ำโพงพาง ถ้าเห็นตามภาพเหลืออีกประมาณสัก ๑ เมตรถึงพระอุโบสถ เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่ ท่านเจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัดเอาเศษหิน เศษปูนเอาไปทิ้งก็เกิดการผิดกฎหมาย เหมือนกัน โดยกรมอุทยานแห่งชาติได้ท้วงติงหลายครั้ง ผมไม่ทราบด้วยเหตุผลอันใด ท่านประธานครับในเมื่อทำอีไอเอเสร็จเรียบร้อย แล้วก็เอาไม้ไผ่ไปปักเพื่อกั้นทรายและ กั้นคลื่น ไม่รู้เอาความคิดตรงไหนเอามาทำอย่างนี้ แล้วตรงนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับ ๑ ของจังหวัดชุมพร ท่านประธานต้องดูว่าในเมื่อไม้ไผ่ปัก ไม้ไผ่ผุ ไม้ไผ่หักโค่นลงมา ที่เหลือใต้ดิน ไม่ตำขาพวกท่องเที่ยวหรือครับ เพราะฉะนั้นก็ขอฝากนำเรียนท่านประธานฝากถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยลดขั้นตอนเรื่องการทำและทำเพื่อตอบสนองความต้องการให้กับ พี่น้องประชาชนและชุมชนแห่งนี้ด้วย ผมหารืออย่างนี้เพื่อตั้งใจว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมโยธาธิการและผังเมือง จะได้ทำงานได้สะดวก แก้ไขปัญหาให้กับตำบลหาดทรายรี ซึ่งเป็นคำขวัญของจังหวัดชุมพร ขอบคุณมากครับ🔗
ขอเชิญคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ🔗
ขออภัยประธานฝุ่นมันเยอะ จริง ๆ เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคประชาชน วันนี้ผมขอนำเรื่องหารือท่านประธานประมาณ ๔ เรื่อง🔗
เรื่องแรก อย่างไรฝากถึงท่านผู้ว่าชัชชาติ แล้วก็สำนักงานเขต รวมถึง การจราจรกลางด้วยนะครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วในเขตคลองสานโดยเฉพาะบริเวณ ท่าดินแดง จริง ๆ เป็นเขตที่มีตลาด มีของ มีวัฒนธรรมที่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว แต่ภายหลัง มีนโยบายของผู้ว่าจัดระเบียบทางเท้า หรือชาวบ้านเขาจะเรียกว่าไล่คนออกถนนต้อนคน เข้าห้างก็ทำให้การค้าขายยากลำบากมาก ประกอบกับจราจรกลางปฏิบัติหน้าที่ได้ดีเกิน คนมาซื้อของบริเวณท่าดินแดง จริง ๆ แล้วมันไม่มีทางไปไหน จอดวันคู่วันคี่ก็จริง บางที ก็มาล็อกเขาเลย แป๊บเดียวเท่านั้นเองครับท่านประธาน ก็อยากให้ทางจราจรกลางแล้วก็ทาง ผู้ว่าชัชชาติ ช่วยเศรษฐกิจเขตคลองสานด้วย อาจจะปิดถนนท่าดินแดงเป็นถนนคนเดิน อะไรก็ได้ให้มันมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้นหน่อยครับ จะได้ไม่โดนหาว่าไล่คนออกถนนต้อนคนเข้าห้าง อย่างที่ชาวบ้านเขาคุยกันนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ แน่นอนอย่างที่ผมฟึดฟัด ๆ อยู่นี้ก็คือเรื่องฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในเขตเลือกตั้งของผมเองมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่ไปสุดที่ราษฎร์บูรณะ ตั้งแต่วงเวียนใหญ่ ตั้งแต่สะพานพุทธมาเลยครับ ฝุ่นจากที่อื่นมาก็ลำบากอยู่แล้วครับ ท่านประธานฝุ่นจากการก่อสร้างนี้ก็มาอีกตอนนี้ไม่ไหวแล้วอยากให้ รฟม. แล้วก็ กทม. ช่วยกำชับในการเก็บกวาดฝุ่น ดินโคลนต่าง ๆ คือเกลื่อนถนน บางทีรถวิ่งไปรถล้มก็มีครับ ท่านประธาน🔗
เรื่องต่อมาเป็นเรื่องของถนนเทอดไท ๓๓ มีความขรุขระเยอะ แล้วก็มี แสงสว่างไม่เพียงพอหลายจุด ฝากเขตธนบุรีช่วยเข้าไปสำรวจด้วย🔗
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ซอยสุขสวัสดิ์ ๓๐ มีปัญหาการจราจรติดขัด อย่างยิ่ง จริง ๆ แล้วถนนมันแคบก็พอเข้าใจอยู่ แต่หลัง ๆ นี้มีการวางของระเกะระกะ ของส่วนตัวอะไรต่าง ๆ ฝากเทศกิจเข้าไปตรวจสอบว่าการที่ตั้งอย่างนั้นถูกต้องหรือไม่ ท่านประธานครับ อย่างไรขอให้สุขภาพแข็งแรง ใส่หน้ากากกันทุกคนครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ขอเชิญ คุณกาญจน์ ตั้งปอง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกาญจน์ ตั้งปอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง เขต ๔ จากพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นเลยนั้นผมขอแสดงความยินดีกับพ่อแม่พี่น้องชาว LGBTQ ที่วันนี้สมรสเท่าเทียม มีผลบังคับใช้ได้แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับ การแพทย์และการสาธารณสุขครับ สืบเนื่องจากช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ตัวกระผม ได้ไปพบปะพ่อแม่พี่น้องในอำเภอย่านตาขาว อำเภอสิเกา และอำเภอกันตัง พร้อมทั้งรับฟัง ปัญหาเพื่อนำปัญหามาสะท้อนในสภาแห่งนี้ ปัญหาหนึ่งที่พ่อแม่พี่น้องทั้ง ๓ อำเภอ พูดเป็นเสียงเดียวกันก็คือความแออัดของการเข้าใช้บริการของโรงพยาบาลตรังที่ต้อง รอคิวนานและเดินทางไกล เพราะสืบเนื่องจากโรงพยาบาลประจำอำเภอไม่มีความพร้อมในการให้บริการทั้งทางด้านสถานที่ อาคารสถานที่ก็ดี หรือเครื่องไม้เครื่องมือที่ไม่มีความเท่าเทียม เพียงพอ หรือทันสมัยเหมือนกับ โรงพยาบาลในเมือง จึงขอเป็นตัวแทนพ่อแม่พี่น้องใน ๓ อำเภอ รวมถึงพ่อแม่พี่น้อง ชาวจังหวัดตรัง ขอเสนอท่านประธานสภาผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ช่วยผลักดัน🔗
๑. อาคารทันตกรรมและกายภาพบำบัดของโรงพยาบาลกันตัง🔗
๒. โครงการห้องผู้ป่วยสามัญพิเศษในโรงพยาบาลสิเกา🔗
และในส่วนที่ ๓ ของโรงย่านตาขาวนั้นอยากให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขช่วยจัดหารถเอกซเรย์เคลื่อนที่แบบภาพดิจิทัล เนื่องจากโรงพยาบาลแห่งนี้ มีความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน การที่ได้รถเอกซเรย์เคลื่อนที่นี้มาจะเป็นการช่วยยกระดับ ขีดความสามารถของโรงพยาบาลย่านตาขาว เพราะรถคันนี้ช่วยลดปริมาณ ประหยัดเวลา ผู้ป่วยที่จะเข้ารับการบริการ เข้าถึงชุมชนในหลายพื้นที่ที่มีผู้ป่วยที่หนาแน่น เพื่อลด ความแออัดในการเข้าใช้บริการในโรงพยาบาลย่านตาขาวรวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
ขอเชิญคุณกุลวลี นพอมรบดี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ ดิฉันมีเรื่องขอหารือท่านประธานไปยังกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท กระทรวง คมนาคม ดังนี้นะคะ🔗
ข้อหารือแรก ดิฉันขอหารือไปยังแขวงทางหลวงราชบุรี กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม โดยขอให้เข้าดำเนินการขยายถนนจาก ๒ ช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจร บนถนนทางหลวงหมายเลข ๓๐๘๗ ช่วงบริเวณหน้าวัดอรัญญิกาวาส ตำบลเจดีย์หัก อำเภอ เมืองราชบุรี พิกัดกิโลเมตรที่ ๑+๘๐๐ ถึง ๓+๒๐๐ ซึ่งเป็นช่วงฟันหลอที่ยังไม่ได้ขยายถนน ระยะทางไม่เกิน ๒ กิโลเมตร โดยที่ผ่านมาบริเวณดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตบ่อยครั้ง🔗
จุดที่ ๒ Run คลิปต่อเลยนะคะ เป็นถนนเส้นเดียวกันเลยค่ะ คือทางหลวง หมายเลข ๓๐๘๗ ช่วงโค้งห้วยกระแทก ตำบลหินกอง อำเภอเมืองราชบุรี พิกัดกิโลเมตร ที่ ๑๑+๕๐๐ ถึง ๑๑+๙๐๐ ซึ่งเป็นช่วงโค้งที่อันตราย โดยขอให้เข้าดำเนินการติดตั้ง Barrier บริเวณเกาะกลางถนนเพื่อลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้รถที่เสียหลัก หลุดจากถนนพุ่งชนกับรถอีกฝั่ง เนื่องจากพี่น้องที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวร้องเรียนมาว่า เวลาเกิดเหตุรถวิ่งเสียหลัก หลุดทางโค้งและพุ่งชนข้ามเลนมาเป็นประจำ ต่อด้วยคลิปเลยนะคะ🔗
จุดที่ ๓ ขอให้เขาดำเนินการติดตั้งสัญญาณไฟเขียวไฟแดง บริเวณหน้าวัด หนองหอย ตำบลเขาแร้ง อำเภอเมืองราชบุรี บนถนนทางหลวงหมายเลข ๓๒๙๑ กิโลเมตร ที่ ๙+๑๘๗ จากคลิปท่านจะเห็นว่าบริเวณดังกล่าวนี้เป็นย่านชุมชนแล้วก็เป็นจุดวัดใจ ที่บ่อยครั้งก็เกิดการประสานงาเป็นประจำ พระคุณเจ้าวัดหนองหอยและทางท่านผู้นำ ในพื้นที่ได้ประสานมาค่ะ🔗
ข้อหารือที่ ๒ ท่าน Run คลิปต่อได้เลยนะคะ ดิฉันขอหารือไปยังแขวงทาง หลวงชนบทราชบุรี กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม โดยขอให้แขวงทางหลวงชนบท ราชบุรีช่วยรับมอบถนนเส้นบ้านทุ่งน้อย บ้านนาสมอ ระยะทาง ๘.๘ กิโลเมตร ซึ่งเป็นถนน ที่เชื่อมต่อกัน ๓ ตำบล อันได้แก่ ตำบลหินกอง ตำบลเกาะพลับพลา อำเภอเมือง และตำบล ปากช่อง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เนื่องจากเกินศักยภาพในการดูแลของทั้ง ๓ ท้องถิ่น ทำให้ถนนเส้นนี้ปัจจุบันผิวถนนเริ่มชำรุดและตลอดเส้นทางไม่มีไฟฟ้าแสงสว่าง โดยท่าน นายกทั้ง ๓ ท้องถิ่นได้ทำหนังสือถึงทางหลวงชนบทราชบุรีให้ช่วยรับมอบถนนเส้นนี้เข้าไป ดูแลและใช้งบประมาณฟังก์ชันของกรมในการตั้งงบประมาณ ดำเนินการต่อให้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอเชิญคุณสังคม แดงโชติ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมานำเรียนต่อ ท่านประธานจำนวน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก สืบเนื่องมาจากโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ช่วงนครปฐม-ชุมพร ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนรายใหญ่เป็นผู้รับจ้าง แล้วผมเองได้รับ เรื่องร้องเรียนมาจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ว่าทางลอดอุโมงค์รถไฟซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ สัญญาจ้าง ปัจจุบันนี้มีสภาพทรุดโทรมไม่สามารถใช้การได้ เนื่องจากมีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะ จุดตัดตำบลกุยบุรี-กุยเหนือ และจุดตัดกุยบุรี-บ่อนอก รวมทั้งอีกหลาย ๆ จุดในอำเภอกุยบุรี อำเภอสามร้อยยอด แล้วก็อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น เครื่องปั๊มน้ำแล้วก็ตู้ควบคุมได้ชำรุดเสียหาย แล้วผมก็ทราบมา ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยมีแผนที่จะถ่ายโอนทางลอดอุโมงค์รถไฟให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการต่อ แต่ผมก็ได้รับเสียงสะท้อนมาจากท้องถิ่นครับว่าหากโอน ให้แต่ภารกิจแต่ไม่โอนงบประมาณมาให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ไม่สามารถรับไปดูแล ต่อได้ครับ เนื่องจากมีงบประมาณจำกัด จึงเป็นปัญหาที่ชาวบ้านจะได้รับความเดือดร้อน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับท่านประธาน🔗
อีก ๑ ประเด็นครับท่านประธาน สะพานเกือกม้าทางรถไฟในจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์สร้างเสร็จหลายจุดแล้วครับ แต่เกือบทุกจุดมีสภาพไม่เรียบร้อย เช่น ไม่มีไฟส่องสว่างบนสะพาน พื้นผิวจราจรมันเป็นคลื่นครับ วิ่งเป็นคลื่น ๆ บางจุดก็ผิวจราจร ขรุขระไม่เรียบร้อยอย่างที่ควรจะเป็นครับ และในจุดบางจุดทางลงไม่มีวงเวียนป้องกัน อุบัติเหตุครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจุดหลังโรงเรียนประจวบวิทยาลัย อำเภอเมืองครับ ทำให้ผู้สัญจรไปมาและนักเรียนได้รับความเดือดร้อนอย่างมากครับ ผมจึงนำเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทยให้ช่วยกันดำเนินการ แก้ไขปรับปรุงให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งหาแนวทางร่วมกันกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเรื่องการรับไปดูแลรักษาต่อไปครับ ขอเวลาท่านประธาน อีกสักครู่นะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาเรื่องการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับสัตว์ป่าครับ โดยเฉพาะ อุทยานแห่งชาติกุยบุรีซึ่งมีปัญหาช้างป่าและกระทิงจำนวนมาก ปัญหาช้างป่าและกระทิง มาทำลายผลผลิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ครับ ผมได้รับเสียงสะท้อนมาว่าอยากให้ รัฐบาลเพิ่มมาตรการเยียวยาความเสียหายกรณีช้างป่า กระทิงป่าทำลายผลผลิตทางการ เกษตรของพี่น้องประชาชนครับ ซึ่งในปัจจุบันใช้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พุทธศักราช ๒๕๖๖ ในการชดเชยให้กับเกษตรกรครับ และอยากจะเสนอให้ภาครัฐช่วยตั้งกองทุน เพื่อเยียวยาปัญหาดังกล่าว แทนที่จะเบิกจ่ายจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพียงอย่างเดียว ผมนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังกรมอุทยานแห่งชาติและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อหามาตรการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป ท่านสุดท้ายนะครับ ขอเชิญคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย ผู้แทนเมืองสุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม ประคำสวย ร่ำรวย ปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรม นี่คือ Slogan ของจังหวัด ท่านประธานวันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ อยากจะนำเรื่องดีมาก่อน เมื่อวานนี้กับวันนี้ ผมได้รับคำชมจากกลุ่ม LGBTQ หรือกลุ่มสมรสเท่าเทียม ที่รัฐบาลภายใต้การนำของ พรรคเพื่อไทยและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรค ได้ขับเคลื่อนกฎหมายฉบับนี้ จนบรรลุผลสำเร็จเป็นประเทศต้น ๆ ในโลกนี้ แล้ววันนี้มีผลแล้วครับ หลายท้องที่ที่จดทะเบียน สมรสก็ครึกครื้นมาก มีความสุขกัน แม้กระทั่งที่อุดรธานี ท่านธีระชัย ได้นำรถขบวนแห่ ธีระชัย แสนแก้ว แล้วก็เพื่อนผู้แทนผมหลายคน ก็ขอบคุณไปยังรัฐบาลแล้วก็เพื่อนผู้แทน แทนกลุ่มสมรสเท่าเทียมนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ก็คือกลุ่มผู้สูงอายุที่เกิน ๖๐ ปีที่จะรับเงินดิจิทัล เฟส ๒ ประมาณ ๔ ล้านคนจากรัฐบาลในวันที่ ๒๘ หรือก่อนวันตรุษจีนครับ วันนี้ ก็เริ่มเทศกาลตรุษจีนมาแล้ว คนที่ได้รับก็ขอแสดงความดีใจด้วยเพราะว่าเฟสแรกรับไปแล้ว ๑๔ ล้านคน และเฟส ๓ กำลังที่จะรับอีกในโอกาสต่อไป แต่ปัญหาอย่างนี้ครับ กลุ่มที่ตกหล่น ท่านประธาน ที่ไม่มีสมาร์ตโฟนนะครับ ท่าน สส. โกศลกำชับมาเลยนะครับ นี่นั่งอยู่ ใกล้ผมจากนครราชสีมาเป็นห่วงเป็นใยมากไม่ใช่เรื่องอ้อยเรื่องเดียวนะครับ กำชับมาเลยว่า เขาไม่มีสมาร์ตโฟน และลูกหลานก็ไม่อยู่ ทำอย่างไรเขาถึงจะได้มีโอกาสได้รับ อันนี้ฝาก รัฐบาล มันเป็นความจำเป็นครับ เพื่อนรุ่นเดียวกันได้รับ ท่านประธานมองออก คิดออกนะครับ เพื่อนเราได้รับแล้วเราไม่ได้รับ หรือเราได้รับเพื่อนเราไม่ได้รับ ความรู้สึกของคน เงินตั้ง ๑๐,๐๐๐ บาทนะครับ รังสรรค์บอกว่าลำพูนผมหลายครอบครัวเหมือนกันมาบ่น ผมก็เลย มาบอกท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๓ สั้น ๆ นะครับ รัฐบาลต้องเร่งรีบกับคนที่ตกหล่น คนที่ได้ไม่มีปัญหา หรอกครับ เขารอแล้วนะครับ รออยู่ รอแบงก์ ไปนอนรอบางคน ๒ คืนแล้วครับ กลัวกด ไม่ทัน🔗
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานเห็นไหมครับในทีวีวันนี้ จะประกาศโฆษณาสินค้า ให้คนมันชวนเชื่อ แล้วท้ายที่สุดมันก็เป็นปรากฏการณ์เหมือนกับการต้มตุ๋นบางกรณี เพราะการออกทีวีแต่ละช่องคนดูจำนวนมากเขาก็เชื่อ มันเหมือนกับเป็นสินค้าทางออนไลน์ แต่ทีนี้คุณภาพ แล้วสิ่งที่จะเกิดกับประชาชนมันมีคุณภาพจริงไหมที่เขาโฆษณาชวนเชื่อ ผมอยากให้ทางรัฐบาลให้สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคได้ติดตามเรื่องนี้หน่อย เพราะมัน โฆษณากันเหลือเกินมีแต่ยาวิเศษ มีแต่น้ำวิเศษ มีแต่สินค้าวิเศษทั้งนั้น ซึ่งมันก็เป็นอันตราย มันไม่ใช่อันตรายเฉพาะหวยออนไลน์ การพนันออนไลน์ สินค้าออนไลน์ก็นำมาซึ่งทำให้พี่น้อง ประชาชนเดือดร้อนมันก็เหมือนกับเป็นขบวนการแชร์ลูกโซ่หรือต้มตุ๋นก็ได้ ก็ขอฝากให้ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคได้ติดตามเรื่องนี้หน่อยเพื่อเป็นประโยชน์กับประชาชน ขอขอบคุณท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗
ขอบคุณ คุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อเพื่อเข้าประชุมจำนวน ๒๘๒ ท่านแล้วนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ ผมก็ขอดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ ต่อไปนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
ท่านสมาชิกครับ สำหรับกระทู้ถามแยกเฉพาะจะดำเนินการถามและตอบ ในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ บริเวณชั้น ๑ ควบคู่กับการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา และกระทู้ถามทั่วไปในห้องประชุมนี้นะครับ ต่อไปก็เป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจานะครับ🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑. นายธีระชัย แสนแก้ว เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม🔗
กระทู้สดด้วยวาจาของคุณธีระชัย แสนแก้ว ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม ซึ่งขณะนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเข้ามาในห้องประชุมพร้อม ที่จะตอบแล้วนะครับ ผมจึงขอเชิญคุณธีระชัย แสนแก้ว ถามได้เลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมขอตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาเพื่อที่จะสอบถาม ฯพณฯ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม เกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวไร่อ้อยที่ถูกอุตสาหกรรม จังหวัดสั่งปิดโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานีซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะถาม ฯพณฯ ท่านรัฐมนตรีผมขอเรียงลำดับอะไรสักเล็กน้อย เพื่อให้ได้เข้าประเด็นคำถามเพราะว่าเป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจเพราะ สื่อมวลชนต่าง ๆ ได้มีการลงข่าวในเรื่องการปิดโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี มาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จนถึงวันนี้ข่าวก็ยังลงประปราย และมีนักวิชาการบางคนก็ได้นำข่าวไป ตีประเด็นในเรื่องต่าง ๆ อีกมากมาย ท่านครับโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย ภายหลังจากที่คำสั่งปิดโรงงานเพื่อที่จะมีการปรับปรุงอะไรบางอย่างนั้นทำให้ความเดือดร้อน ของพี่น้องชาวไร่อ้อยได้มีความเดือดร้อนอย่างมาก ท่านครับอ้อยไฟไหม้ที่เราได้รับนโยบาย จากรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่อง PM2.5 นั้น ในส่วนของโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานี บ้านผือ มีอ้อยที่ไฟไหม้ที่หลงเหลือตั้งแต่ก่อนปีใหม่ เพราะว่ามีคำสั่ง ๗ วันอันตราย แล้วหลังจากนั้น เมื่อวันหลังจากปีใหม่แล้วก็มีคำสั่งวันเด็กอีกนะครับ เพราะฉะนั้นอ้อยไฟไหม้ในส่วนนั้น เราพยายามในการที่จะแก้ปัญหาในการทยอยเข้าไปในโรงงานน้ำตาล คณะทำงานควบคุม ประจำโรงงานในส่วนของท้องถิ่นได้มีการเสนอเมื่อวันที่ ๑๓ เพื่อที่จะผ่อนคลาย ซึ่งมีอ้อย ไฟไหม้บางส่วนที่ยังอยู่ที่เราจะปฏิบัติตามภารกิจเพื่อที่จะกระชากอ้อยไฟไหม้ลงมาตามที่ นโยบายของรัฐบาลซึ่งโรงงานน้ำตาลก็พยายามที่จะทำ เพราะว่าอ้อยไฟไหม้นั้นมันมีไหม้ หลายประการ ๑. ไหม้โดยธรรมชาติ ๒. ไหม้โดยเจตนา ๓. ไหม้ด้วยการเผา เผาอย่างไรครับ คือลักลอบเผานะครับ โจรเผานะครับ เพราะฉะนั้นมันมีองค์ประกอบหลายด้าน เพราะฉะนั้นความทุกข์ยากของ พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่มันไหม้แล้วมันก็ส่งผลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้คนหลายด้าน เพราะฉะนั้นในส่วนของพื้นที่ ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะนายก สมาคมชาวไร่อ้อยที่อยู่จังหวัดอุดรธานีก็ต้องตั้งกระทู้ถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรมว่าในส่วนของจังหวัด ผมต้องขอขอบคุณจังหวัดอุดรธานีที่เขาเตรียมการเร่ง ประชุมเลย พอมีปัญหาวันที่ ๑๓ พอวันที่ ๑๔ เขาก็ประชุมกัน ๑๕.๐๐ นาฬิกา โดยผู้ว่า ราชการจังหวัด ต้องชมเชยครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดท่านราชันย์ นามสกุลยาก ๆ หน่อย เพราะฉะนั้นทั้งลองและกระบวนการทั้งหลายที่ได้มีการประชุมเพื่อที่จะแก้ไขปัญหา เรื่องนี้ โดยมีการประชุมอ้อยไฟไหม้ที่ยังหลงเหลืออยู่ประมาณสัก ๑,๐๐๐ กว่าคันหรือ ๒,๐๐๐ คัน จำไม่ได้ตัวเลขที่ชัดเจนว่าจะต้องมีการทยอยเข้า โดยมีตัวแทนของสำนักงาน คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายได้ไปร่วมประชุมด้วย ไปร่วมประชุมและจะมีการแก้ไข มีข้อตกลงต่าง ๆ มีการเซ็นหนังสือเรียบร้อยนะครับ แล้วในขณะเดียวกันแล้วโดยให้อ้อย ไฟไหม้เข้าไป ๔๐ เปอร์เซ็นต์ และ ๖๐ เปอร์เซ็นต์เป็นอ้อยสดเพื่อที่จะเคลียร์ของเก่า แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้นทางจังหวัดได้บันทึกเข้าไปถึงกระทรวงอุตสาหกรรมหรือถึงไหน ไม่ทราบน่าจะเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั่นล่ะ บอกว่ามติในที่ประชุมได้มีการแก้ไขอย่างนี้ ในส่วนต่อไปนั้นทางพี่น้องชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลก็จะหีบอ้อยสดตามกติกา ที่ได้กำหนดไว้ ก็คืออ้อยสดไม่เกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ก็คงจะทยอยลงมานะครับ แล้วทีนี้พอ วันที่ ๑๕ ได้มีคำสั่งด่วนจากอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี ได้มีคำสั่งปิดนะครับ คำสั่งปิดไม่ใช่ ปิดโรงงานน้ำตาลนะครับ แต่เป็นคำสั่งปิดบริษัท ไทยอุดรธานี เพาเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็น เกี่ยวกับเรื่องหม้อน้ำ โดยเอาระบบคำสั่งปิดจากพระราชบัญญัติของกรมโรงงาน โดยไม่ได้ใช้ องค์ประกอบความรู้ทางด้านพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทรายมาเป็นองค์ประกอบด้วย ว่าถ้าท่านสั่งปิดแล้วชาวไร่อ้อยที่ทั้งอ้อยสดและอ้อยไฟไหม้มันก็ไม่สามารถที่จะนำอ้อยเข้าไป สร้างความเสียหายได้ ปกติแล้วอ้อยจะเข้าหีบไม่ต่ำกว่าวันละ ๓๐,๐๐๐ ตัน ๒๙,๐๐๐ ๓๐,๐๐๐ กว่าตันนะครับ เพราะฉะนั้นจะเป็นรายได้ที่ถ้าคิดว่าเป็นรายได้ของพี่น้องเกษตรกร ชาวไร่อ้อย ประมาณสัก ๕๐ กว่าล้านบาทต่อวัน ๕๔ ล้านบาท ๔๐ กว่าล้านบาทแล้วแต่ จะอ้อยมากอ้อยน้อย ซึ่งคูณเป็นเงินครับ ๑,๔๐๐ กว่าบาทต่อตันอ้อย ท่านประธานที่เคารพครับ ไทยอุดรธานีที่มีอ้อยยังหลงเหลืออยู่นั้น และการแก้ปัญหาซึ่งทางจังหวัดซึ่งเป็นส่วนท้องถิ่นที่ อยู่ด้านงานเขาพยายามที่จะแก้ปัญหาในส่วนของปกครอง ข้าราชการดี ๆ ก็มีครับ แต่ใน ขณะเดียวกันผมก็ไม่ทราบว่า ฯพณฯ ท่านรัฐมนตรีทราบหรือไม่นะครับว่าอุตสาหกรรม จังหวัดอุดรธานีเป็นผู้ออกคำสั่งปิดอย่างกะทันหันโดยพลการ มีการกล่าวกันหนาหูว่า ท่านเลือกปฏิบัติ ก็คือกระทรวงอุตสาหกรรมเลือกปฏิบัติ ผมไม่ได้กล่าวหาท่านรัฐมนตรี ข้าราชการเป็นผู้ลงนาม เพราะฉะนั้นผมว่าท่านสั่งด้วยวาจาหรือทำอะไรท่านหรือ ท่านสั่งปลัดกระทรวง ปลัดกระทรวงสั่งออกมา ทำให้ผู้น้อยที่อยู่ในจังหวัดนั้นออกคำสั่งตาม อำเภอใจ ลุแก่อำนาจครับท่านครับ เพราะฉะนั้นขอตัวเลขของโรงงานน้ำตาลที่มีอ้อย ด้วยครับ อันดับที่ ๑-๑๐ เมื่อสักครู่เขาโชว์ไปแล้ว ก็คือนี่ล่ะครับโรงงานน้ำตาลที่อยู่แถวนี้ ก็เห็น ๆ ๕๑ เปอร์เซ็นต์ ที่ ๒ ๔๗ เปอร์เซ็นต์ ที่ ๓ ๔๓ เปอร์เซ็นต์ และลงมาใน ๑๐ อันดับแรก ซึ่งก็มีแนวโน้มลักษณะไม่เท่ากันนะครับ ตามข้อกำหนดกติกาว่าไม่เกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ที่ท่าน นายกอุ๊งอิ๊ง ชินวัตร ให้นโยบายออกมาว่า ณ วันนี้ก็ลดลงมา ๆ เรื่อย ๆ ท่านเลือกปฏิบัติ หรือไม่ครับ ขอถามครับ ท่านเลือกปฏิบัติหรือไม่ ขอถามเป็นข้อแรกครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม ก็ขอบคุณคำถามจากท่านธีระชัย แสนแก้ว เพื่อนสมาชิก ผมเรียนอย่างนี้ครับ จริง ๆ การปิดโรงงานไทยอุดรธานีก็ต้องพูดกันตรงไปตรงมาว่าเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ สำคัญของรัฐบาลชุดนี้ที่จะช่วยกันลดฝุ่น PM2.5 ถ้าท่านเดินทางมาสภาเช้านี้ท่านก็จะเห็นว่า ตอนนี้ในช่วงฤดูหนาว ในช่วงที่อากาศปิดเราจะประสบปัญหา PM2.5 เป็นปัญหาหลัก และเป็นปัญหาระดับประเทศ แล้วผมก็เรียนเลยว่าในภารกิจในการแก้ปัญหา PM2.5 ไม่มี เส้นแบ่งระหว่างพรรคการเมืองหรือรัฐมนตรีกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่เป็นภารกิจที่ท่าน นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญอย่างมาก ในส่วนของอ้อยก็ต้องเรียนว่าเป็นพืชเศรษฐกิจ ชนิดเดียวที่อยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรมเพราะมีพระราชบัญญัติพิเศษ คือ พ.ร.บ. อ้อยและน้ำตาลทราย ถึงแม้ว่าจากการศึกษามีนักวิชาการหลายคนบอกว่าปัญหา PM2.5 มีต้นตอที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของท่อไอเสียรถยนต์ หรือการเผา พืชเกษตร ซึ่งพืชเกษตรก็ไม่ได้จำกัดเฉพาะอ้อย จะเป็นข้าว เป็นข้าวโพด อ้อยก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ผมมีความตั้งใจว่าในจังหวะที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผมอยากจะทำ ให้ดีที่สุด แล้วให้ตัวอ้อยเป็นพืชเศรษฐกิจ เป็นพืชเกษตรตัวอย่างที่เราสามารถทำมาค้าขาย เกษตรกรขายอ้อยได้ในราคาที่ดี โรงงานน้ำตาลเป็นอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสำคัญ ของประเทศนะครับ เราส่งออกน้ำตาลเป็นอันดับ ๒ ของโลก เป็นอุตสาหกรรมเป็นการทำ การเกษตรที่มีความรับผิดชอบ ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าทำได้ แล้วก็ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณทั้งโรงงาน ทั้งเกษตรกรวันนี้ตัวเลขการเผาอ้อยต่ำที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ เมื่อวานนี้ต่อวันที่เราตั้งเกณฑ์ ๒๕ เปอร์เซ็นต์เหลือเพียง ๑๑ เปอร์เซ็นต์กว่าเท่านั้น ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ สมัยก่อนนี้ ๕ ๖ ปีที่แล้วเผากัน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ลดลงมาเหลือปีที่แล้ว ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่จากการช่วยกันเมื่อวานนี้ ๑๑ เปอร์เซ็นต์ครับ ทางฝั่งเกษตรกร โรงงานน้ำตาลทุกคน รวมถึงพวกเราเองจะได้พูดด้วยความภูมิใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ได้เกิดมาจากการ เผาอ้อย เพราะฉะนั้นผมก็ขออนุญาตนะครับ บางทีการตัดสินใจไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่าย แต่ว่าเราก็ต้องช่วยกัน แล้วการที่จะแก้ปัญหานี้บางทีมันก็มีต้นทุนที่ต้องจ่าย แต่ในเรื่องของ การลดการเผาอ้อยไม่ใช่เรื่องใหม่แล้วไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ เราได้สื่อสาร ได้ประกาศทุกปี ปีนี้ชัดเจนในการประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายตั้งแต่เดือน ตุลาคม ระหว่างโรงงาน เกษตรกร แล้วก็กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ขอความร่วมมือลดการ เผาไม่ให้เกินวันละ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ขอให้โรงงานไม่รับอ้อยเผาเกินวันละ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจริง ๆ การเผาทุกวันนี้ก็เป็นการลักลอบเผา เพราะการเผาพืชเกษตรในที่โล่งผิดกฎหมาย สิ่งแวดล้อม เราไม่ได้มีอำนาจเข้าไปจัดการกับเกษตรกรที่เผาบนพื้นที่ แต่ผมเข้าใจว่า ทางกระทรวงมหาดไทยฝ่ายปกครองก็ใช้ความเข้มงวดอยู่ กระทรวงอุตสาหกรรมเราจะ ขอความร่วมมือกับโรงงานน้ำตาลไม่ให้รับอ้อยเผาเกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีการประกาศไว้ ล่วงหน้า แล้วผมต้องเรียนกับท่านว่าหนักไปกว่านั้นจริง ๆ มติของ ครม. ที่ส่งมาถึงผมได้ ขอความร่วมมือให้กระทรวงอุตสาหกรรมออกมาตรการ เพิ่มมาตรการงดรับอ้อยเผา โดยสิ้นเชิงด้วยซ้ำ แต่ผมเข้าใจครับตามที่ท่านได้พูดมาก่อนหน้านี้ บางทีการเผาก็ไม่ได้เกิด จากความตั้งใจ บางทีเกิดจาก Accident บางทีแปลงเล็กแปลงน้อย เนื่องจากวันนี้เรายังขาด ระบบ ขาดอุปกรณ์ที่จะเข้าไปตัดใบก่อนที่จะเข้าไปตัดตัวอ้อยก็ทำให้เกษตรกรต้องใช้วิธีเผา ก่อนที่จะเข้าไปตัดอ้อย แต่ทั้งหมดนี้ในการแก้ปัญหาผมยืนยันว่าไม่ใช่ใช้ความเข้มงวดในการ บังคับใช้กฎหมายอย่างเดียวเท่านั้น แต่ว่า ณ วันนี้ที่เราพูดคุยกันอยู่กำลังออกแบบระบบใหม่ ที่ใช้มูลค่าทางการเกษตรเป็นแรงจูงใจ ส่งเสริมให้เกษตรกรไปตัดใบ รวบรวมใบส่งโรงงาน แล้วผลิตไฟฟ้าขาย ซึ่งถ้าระบบนี้ออกมาสมบูรณ์แบบผมมั่นใจเลยครับว่าจากนี้ไปจะไม่มีใคร จะพยายามไม่เผาใบ ถ้าใครมาลักลอบเผาหรือมี Accident มาต้องช่วยกันกันไม่ให้เผา ด้วยซ้ำ เพราะตัวใบมันจะมีมูลค่าสามารถรวบรวมไปขายโรงงานนำไปผลิตไฟฟ้าต่อได้ ไปใช้ประโยชน์ได้ แล้วก็ไม่ต้องเสียเงินปีละเกือบ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทไปชดเชยช่วยเหลือ อ้อยสดตันละ ๑๒๐ บาท ซึ่งมาตรการการช่วยเหลือชดเชยทั้งตัวอ้อยสดทั้งตัวใบ ผมก็ได้เสนอต่อ ครม. ไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนแล้ว ทีนี้ถ้ามาดูตัวเลขอย่างที่ผมบอก ณ วันนี้ตัวเลขดีครับ ๑๑ เปอร์เซ็นต์ แต่หลังปีใหม่มาเราได้ออกคำสั่งให้หยุดรับอ้อยในช่วง ปีใหม่ สิ้นสุดวันที่ ๒ มกราคม หลังปีใหม่มาผมแล้วก็ทางกระทรวงตรวจดูตัวเลขการรับ อ้อยเผาทุกวันครับ เพื่อที่จะสื่อสารไปถึงโรงงานว่าตอนนี้เผาเยอะไปลดหน่อยได้ไหม ก็มีการ สื่อสารกับโรงงานตลอด ตัวเลขอันนี้ผมเรียนกับท่านโดยตรงว่าเราไม่ได้ดูเฉพาะตัวเปอร์เซ็นต์ สะสมเท่านั้น เราดูตัวเลข ๓ ตัวครับ ๑. ก็คือเปอร์เซ็นต์สะสมตั้งแต่ต้นฤดูกาลว่าเผาไป เท่าไร ตัวที่ ๒ ก็คือเปอร์เซ็นต์เผาต่อวัน เราจะดูว่าเมื่อมีสะสมเยอะถ้าเราสื่อสารไปต่อวัน เขาลดลงหรือเปล่า อีกส่วนหนึ่งก็คือตัวปริมาณการเผา บางโรงงานรับอ้อยสด อ้อยเผา ไม่เท่ากัน อ้อยไฟไหม้ไม่เท่ากัน ในส่วนของไทยอุดรธานี จริง ๆ ผมเองก็ไม่อยากจะไปนำ ตัวเลขออกมาประจานโรงงานเขา เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่เราได้ออกคำสั่งไปมีการพูดคุย สื่อสารผมก็ต้องพูดตรงไปตรงมาว่าทางโรงงานก็ให้ความร่วมมือดี ปัจจุบันรับอ้อยสด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำหลังจากที่ทางกระทรวงได้ออกคำสั่งไป แต่ก่อนวันที่อุตสาหกรรมจังหวัด เข้าไปตรวจโรงงาน ก็ต้องพูดตรงไปตรงมาว่าโรงงานไทยอุดรธานีมีปริมาณรับอ้อยเผาเป็น ปริมาณสูงสุดของประเทศครับ ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ตัน แล้วตัวเปอร์เซ็นต์ในวันที่ ๑๐ กับ ๑๑ ต่อวันก็เป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงสุด ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ โรงงานอื่น ๆ เมื่อเราเห็นตัวเลข ว่ามีการรับอ้อยเผาเกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์จากที่เราได้สื่อสารไป โรงงานอื่น ๆ ก็กดตัวเลข ลงหมดต่อวัน เราก็เห็นเลยครับว่าลดลงหมด ก็เหลืออยู่ไม่กี่โรงงานโดยเฉพาะในที่อุดรธานี ซึ่งโรงงานที่รับอ้อยเป็นปริมาณสูงสุด ๔๐๐,๐๐๐ ตันตั้งแต่ต้นฤดูกาลก็คือไทยอุดรธานี แล้วเปอร์เซ็นต์การรับอ้อยเผาต่อวันในวันที่อุตสาหกรรมจังหวัดเข้าไปตรวจของไทยอุดรธานี ก็มากสุดอยู่ที่ ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งการไปขอความร่วมมือกับโรงงานก็เป็นเรื่องที่เราทำ อยู่แล้ว ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ต้นฤดูกาลมานี้มีการออกไปขอความร่วมมือไปตรวจโรงงาน เป็นภารกิจที่ทางกระทรวงทำอยู่แล้ว แล้วโรงงานไทยอุดรธานีก็ไม่ใช่โรงงานแรกครับ ก่อนหน้านี้ก่อนปีใหม่ที่ลพบุรีก็มีอีก ๑ โรงงานที่เข้าไปตรวจแล้วพบเห็นว่าการประกอบการ ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งของไทยอุดรธานีพอเราเข้าไปขอความร่วมมือตรวจโรงงาน ทางอุตสาหกรรมจังหวัดก็เห็นว่าโรงไฟฟ้าที่ไปติดตั้งใกล้กับโรงงานน้ำตาลตัว Boiler ไม่ได้ มีมาตรฐาน ไม่ได้มีวิศวกรควบคุมก็ขอสั่งให้หยุด สั่งให้หยุดแล้วก็เพื่อที่จะไปปรับปรุง หลังจากนั้น ๒ วันเขาปรับปรุงเสร็จตอนนี้ก็ให้ทดลอง ซึ่งหมายความว่าสามารถรับอ้อยได้ โรงงานใน ๒ ๓ วันแรกก็ดีมากครับ รับอ้อยสด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับ ส่วนอ้อยเผา ที่คาอยู่หลายพันคัน ท่านก็ทราบดีว่าผมเองให้ความสนใจกับเรื่องนี้มาก อุตสาหกรรมจังหวัด สั่งปิดโรงงานเพื่อจะลดการปล่อย PM2.5 เจตนาเราไม่ใช่ให้กระทบกับชีวิตหรือรายได้ ของพี่น้องเกษตรกร ผมนี่รับโทรศัพท์จนถึงเที่ยงคืน ตีหนึ่ง ตีสอง และสั่งการเองวันนั้นเลย ด้วยซ้ำ ประสานทั้งโรงงาน ประสานทั้งสำนักงานอ้อยและน้ำตาลทราย แล้วก็จังหวัดอุดรธานีว่าตัวอ้อยที่มาคาอยู่หน้าโรงงานนี้ถึงแม้จะเป็นอ้อยเผาขอให้รับก่อน ได้ไหม ในที่สุดเลขาสำนักงานอ้อยน้ำตาลทรายก็มีหนังสือถึงโรงงานนะครับว่าขอความ ร่วมมือให้รับอ้อยจำนวนนั้นให้หมด ก็มีการรับอ้อยในจำนวนนั้น มีการเซ็น MOU กันในคืน วันนั้นด้วยซ้ำ เข้าใจว่ามีท่าน สส. เพื่อนสมาชิกไปเซ็น MOU ร่วมด้วย มีทั้งฝ่ายจังหวัด มีทั้งโรงงาน แล้วก็มีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานอ้อยน้ำตาลทรายอยู่ด้วย แล้วผมยืนยันว่า เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากการปิดโรงงานถึงแม้จริง ๆ แล้วถ้าเราพบว่าโรงงานไหน ไม่ใช่เฉพาะเรื่องอ้อยน้ำตาลอย่างเดียว แต่โรงงานไหนที่ทำผิดกฎหมายประกอบการไม่ได้ มาตรฐานถูกสั่งปิดไป ความเสียหายที่เกิดขึ้นเขาต้องชดใช้เอง แต่เนื่องจากความเสียหาย ตรงนี้เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวเกษตรกร ผมก็ได้กำชับกับเจ้าหน้าที่ว่าให้ไปตรวจดู ตัวเลขให้ชัด มีปริมาณกี่คัน กี่ตันที่รออยู่ไม่สามารถเข้าได้ แล้วถ้ารอนานเกินไปนี้อ้อยเน่า ไม่สามารถเข้าหีบได้ก็ให้จดตัวเลข บันทึกตัวเลขไว้หมดครับ ได้ประสานขอให้โรงงานนี้ ได้ช่วยเข้าไปชดเชย แล้วทางเราเองก็จะหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรทุกคน สำหรับทุกตันอ้อยครับ เพราะเข้าใจดีว่าอันนี้เป็นรายได้สำคัญของเขานะครับ เขาทำ การเกษตรมาทั้งปี ความตั้งใจของเราคือลดปัญหา PM2.5 ซึ่งวันนี้ผมก็ดีใจที่สามารถพูดกับ ท่านได้ว่ายอดการรับอ้อยเผาต่ำที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทยอยู่ที่ ๑๑ เปอร์เซ็นต์ เราสามารถช่วยไม่ให้มีการปล่อย PM2.5 ได้ แต่สำหรับเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน ตัวอ้อยไปรออยู่ที่หน้าโรงงานไทยอุดรธานีผมก็พยายามแก้ไขด้วยทุกวิถีทาง ส่วนใหญ่ตอนนี้ ก็รับเข้าไปหีบเรียบร้อยหมดแล้ว ส่วนไหนที่เน่าก็จะมีมาตรการเยียวยาออกมาครับ ขออนุญาตตอบท่านเพื่อนสมาชิกไว้เท่านี้ก่อนครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ขอเชิญคุณธีระชัย แสนแก้ว ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมที่ได้มีการแก้ไขปัญหา แต่ในขณะเดียวกัน ผมอยากจะขอกราบเรียนกับท่านรัฐมนตรีนะครับว่า ต่อไปในวันข้างหน้าเราต้องมาวางแผน ในการที่จะดำเนินการอย่างเป็นจริงเป็นจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและ น้ำตาลทรายซึ่งเป็นกรม ๆ หนึ่งแล้วเป็นกรมใหญ่ด้วยเทียบเท่ากับกรม ข้าราชการก็ ซี ๑๐ เพราะฉะนั้นต้องสร้างบทบาทเรื่องนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ใช่ว่าลอยตัว ลอยไป ลอยมา ใบน้อยนี่เป็นใบเฟิร์น แล้วต้องขออนุญาตก็น้องนุ่งกันนี้ล่ะเมื่อสักครู่ก็เจอ เพราะฉะนั้นต้องมีความตั้งใจในการทำงาน ต้องนั่งอยู่ใกล้ ๆ ท่านรัฐมนตรี ต้องทำความ เข้าใจเพราะว่าเราทำงานอยู่ในกระทรวงมานาน ข้าราชการระดับสูงก็เช่นเดียวกัน การผลิต โรงงานน้ำตาลโดย Boiler หรือหม้อน้ำที่ท่านพูดสักครู่นี้นั้น ๔ หน่วยงานนั้นที่ไม่มีวิศวะ ควบคุม ผมอยากจะขอกราบเรียนกับท่านทั้งหลายว่าโรงงานทุกโรงงานทั่วประเทศไทย ก่อนจะเป็นเปิดหีบอ้อยน้ำตาลเขาจะต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่เดือนกันยายน กันยายน คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายจะต้องสั่งการให้ไปตรวจโรงงาน ก็จะมีการตรวจ ความพร้อม โรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานีสร้างมาประมาณ ๑๐ กว่าปี บางโรงงาน ๑๐๐ กว่าปีนะครับ ๑๐ กว่าปีนี่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เพราะฉะนั้นในการกระทำครั้งนี้มีการ นินทากันว่ามีการเลือกปฏิบัติครับท่านครับ มีการเลือกปฏิบัติอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น ถ้าไปตรวจก็เกือบทุกโรงจะเป็นโรงไม่ต้องโรงอ้อยล่ะโรงอย่างอื่นก็แล้วแต่ เรื่องวิศวะประจำ โรงงานก็ต้องตักเตือนเขาสิ มันก็เหมือนเราขับรถมอเตอร์ไซค์ไปจราจรเรียกใบขับขี่ก็มี ทะเบียนรถก็ไม่ขาด คุณแต่งตัวไม่เรียบร้อย ในเมื่อเขาแต่งตัวไม่เรียบร้อยเขาก็รีบ ไปแต่งตัว แต่ไปแต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็ยังโยกโย้อีก ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงอุตสาหกรรมเดินขึ้น เดินลง ทำงานอย่างกับธุรการนะครับ บอกต้องเอาให้ได้ ต้องเอาอย่างใดอย่างหนึ่งให้ได้ จริง ๆ แล้วเขาทำอำนวยความสะดวก เมื่อวานนี้ก็มีการพิจารณากฎหมายเรื่องอำนวยความสะดวกของพี่น้องประชาชน แต่ได้เห็นแล้ว ถ้าทำวันหนึ่งก็ได้ครับแค่วิศวะควบคุม ท่านครับต้องขอความกรุณาต่อไปในอนาคตอย่าไปทำ ถึงแม้ว่าจะร่ำรวย ถึงแม้ว่าจะทำงานอะไรต่าง ๆ อยากให้เห็นหัวพี่น้องประชาชนบ้าง เคยออกไปตรวจไหม เคยออกไปตรวจโรงงานไหม เคยไปเยี่ยมเยียนอุตสาหกรรมอ้อย และน้ำตาลทรายไหม ท่านประธานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายผมอยากจะให้ ไปเรียนรู้กับท่านมนู เลียวไพโรจน์ ท่านปรีชา อรรถวิภัชน์ ถ้าท่านยังไม่เสียชีวิตนะครับ ท่านเชิดพงษ์ สิริวิชช์ ทุกท่านเป็นปลัดกระทรวงทั้งนั้น แล้วมาจากเลขาธิการสำนัก คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งนั้นครับ เพราะฉะนั้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เท่าที่ผม Check ได้ ปีหนึ่งเต็ม ๆ ประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายเพียง ๔ ครั้ง เท่านั้นเอง มันจะเอาที่ไหนล่ะครับ และระเบียบแบบแผนที่สั่งมาโดยเป็นมติโดยปากเปล่านั้น ก็ยังไม่มีเอกสารให้พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย รู้แต่ว่าเขาให้ ๒๕ เปอร์เซ็นต์นะ เดี๋ยวนี้ยังใช้ กฎระเบียบเก่าอยู่ก็คือระเบียบหักอ้อยไฟไหม้ ๓๐ บาทต่อตันอ้อยครับท่านครับ กติกา ออกมาใหม่โดยท่านประธานกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายที่บอกมาว่าจะต้องหักอีก หักให้ มันหมดไปเลยถ้าใครตัดอ้อยไฟไหม้ ชาวไร่เขาก็กลัวครับ เท่าไรก็ได้ แต่ความหมายก็คือว่า ยังไม่ออกกฎกติกาออกมา ไม่ได้ผ่านกติกาก็ต้องผ่าน ครม. ก็ต้องลงนาม เพราะว่าระเบียบ ภายใต้พระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทรายก็คือจะต้องหัก ๑๓๐ บาทก็เป็นที่รู้ทั่วไป ที่ผ่านมานั้นอดีตท่านนายกรัฐมนตรีหลายท่าน รัฐบาลเก่า ๆ ประมาณ ๓ ปีที่เขาได้ช่วยเหลือ ๑๒๐ บาท พี่น้องชาวไร่อ้อยทุกท่านก็รู้ เพราะว่าการตัดอ้อยไฟไหม้นั้นมันตัดง่ายกว่า ตัดอ้อยสดอันนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่ง แล้วทีนี้เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ นั้นทางรัฐบาล ก็ได้ช่วยเหลือแบ่งเบาภาระให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่เกือบ ๒ ล้าน ครอบครัวนะครับ คู่สัญญาก็ ๓๐๐,๐๐๐ กว่า รายได้นำเข้าประมาณ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี เป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ ใหญ่กว่าทุกอย่างด้วย เพราะฉะนั้นเราต้องส่งเสริม และสนับสนุน กฎหมายมันมีลักษณะกฎหมายสนับสนุนและส่งเสริมก็คือพระราชบัญญัติ อ้อยและน้ำตาลทราย ส่งเสริมที่จะต้องทำให้ชาวไร่มีรายได้ มีระบบแบ่งปันผลประโยชน์ อย่างที่ท่านได้เรียนไปเมื่อสักครู่นี้แล้ว ท่านเข้าใจดีมาก นี่ท่านเพิ่งมาได้ ๒ ๓ เดือน ยังเข้าใจ กว่าคนที่เป็นข้าราชการที่นั่งอยู่ตรงนั้นมาทั้งชีวิต ผมบอกให้ท่านได้รับทราบด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้และกฎหมายอีกอย่างหนึ่งก็มีกฎหมายควบคุม แต่ท่านเลือกที่จะใช้ กฎหมายควบคุมคือคุมมันเลย คุมบี้เอามันให้ตายเลย เอาให้มันเสร็จภายในวันนี้ วันพรุ่งนี้ แล้วเลือกปฏิบัติด้วย ผมไม่เชื่อว่าจะไม่เลือกปฏิบัติ เพราะฉะนั้นไม่อย่างนั้นก็ปิดเลยที่ผม อภิปรายไปเมื่อวานนี้ ถ้าคิดว่า PM2.5 เกิดจากอ้อย ความจุความร้อนที่ดูเมื่อวานนี้ ทั้งหมดทั่วประเทศมัน ๑๐,๐๐๐ กว่าจุความร้อน แต่ของอ้อยมัน ๘๐๐ ความร้อน และคิด เป็น ๖ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ เท่านั้นเองของความจุความร้อน และ PM2.5 มันก็ไม่ได้มากมาย มันมาจากรายละเอียดอีกเยอะแยะอย่างที่ท่านได้เข้าใจ ได้กราบเรียนไปที่ท่านได้เรียนไป เบื้องต้นสักครู่นี้ เพราะฉะนั้นผมไม่ต้องการอยากให้ไปออกข่าวว่าพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย เป็นตราบาปให้พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยอย่างเดียว ว่าเกิดมามึงทำลายสุขภาพชีวิตของคน มึงทำลายโน่นนี่นั่นอย่างเดียว ที่ผมพูดผมต้องการส่งเสริมสนับสนุนเช่นเดียวกัน หลาย ๆ รัฐบาลที่ผ่านมามีการส่งเสริมด้วยเงินและส่งเสริมบวกกันไปด้วยเงินในการชดเชยเหมือน ชดเชยนาข้าว แต่นี่ยังไม่ได้เลยครับ ท่านจะช่วยเขาไหมล่ะครับ ๑๒๐ บาท ปี ๒๕๖๖/๒๕๖๗ เขาทำมาได้ ๒๙ เปอร์เซ็นต์หรือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ ก็ไม่รู้อยู่ไหน อยู่ในนภากาศอย่างไรขอให้ท่านได้กรุณาด้วยนะครับ เพราะตรงนี้เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ ผมอยากจะกราบเรียนเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว กลไกของท่าน นี่ก็คือข้าราชการที่เป็นกลไกที่มีความสำคัญที่สุดในการที่จะทำงาน พี่น้องชาวไร่อ้อยและ โรงงานน้ำตาล ท่านเป็นหนึ่งในรักษาการณ์ตามพระราชบัญญัติอ้อยน้ำตาลทราย ก็คือ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อุตสาหกรรมผลิต พาณิชย์ขาย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งเสริม แต่หลัก ๆ ก็คืออยู่กระทรวงอุตสาหกรรม นี่ล่ะ ท่านต้องดูว่าคนที่จะมาทำงานช่วยท่านท่านต้องเลือกเอาให้ดี ขงจื้อเคยกล่าวไว้ว่า คนฉลาดและขยันควรส่งเสริมให้เป็นแม่ทัพครับ คนฉลาดและขี้เกียจควรเลี้ยงไว้เป็นฝ่าย เสนาธิการ วางแผนอยู่เบื้องหลัง คนโง่และขี้เกียจเก็บไว้ทำงานตามคำสั่งก็พอไหวครับ แต่ถ้าเจอคนโง่และขยันต้องเอาไปตัดคอทิ้งครับ🔗
หมดเวลาแล้วครับ🔗
ผมขอขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมครับ🔗
อย่าถึง ขั้นต้องนำไปตัดคอทิ้งเลยนะครับ ผมเรียนกับท่านอย่างนี้ครับ เอาหลักง่าย ๆ คือเราพยายาม จะช่วยกันลด PM2.5 แล้วทุกคนก็ให้ความร่วมมือ ผมยืนยันกับท่านว่าผมไม่มีการเลือก ปฏิบัติแน่นอน ตั้งแต่ผมมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านเห็นเลยและผม ไม่ใช่รัฐมนตรีที่นั่งอยู่เฉย ๆ ในห้องแอร์นะครับ ผมออกไปตรวจจับ เรื่องการจัดระบบใหม่ ในภาคอุตสาหกรรมนี้ ปัญหากากอุตสาหกรรม ปัญหาสินค้าด้อยคุณภาพนี่ พวกโรงเหล็ก ที่แอบลักลอบนำมาเอาของไม่ได้คุณภาพมาผลิตหรือนำเข้ามาในประเทศนี้ ไปหลอกขายอยู่ แล้วก็ทำร้ายไม่ใช่แค่คนไทยอย่างเดียวคือธุรกิจของประเทศไทยด้วย ผมสั่งปิดสั่งจับ มาหมดแล้วครับ ดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดครับ จนวันนี้เขาวางค่าตัวไว้แล้วว่ามีเงิน ๒๐๐-๓๐๐ ล้านบาทจะมาย้ายรัฐมนตรี แต่ผมไม่เคยกลัวหรอกครับเพราะผมมีหน้าที่ที่จะต้องทำ มีความ รับผิดชอบที่ต้องทำครับ แล้วรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวมนะครับ ในส่วนของอ้อยผมบอก แล้วว่าเรามีกฎหมายพิเศษ มี พ.ร.บ. พิเศษ กระทรวงอุตสาหกรรมดู แล้ววันนี้ก็ได้รับความ ร่วมมือจากทั้งเกษตรกรแล้วก็โรงงาน ตัวเลขการเผาอ้อยน้อยที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ ๑๑ กว่าเปอร์เซ็นต์ ผมว่าน่าจะเป็นความภาคภูมิใจนะครับ แต่ผมก็ไม่ได้คิดที่จะใช้มาตรการ ใช้ไม้แข็งอย่างเดียว ใช้มาตรการไปบังคับอย่างเดียว หรือบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด อย่างเดียว ซึ่งในการบังคับใช้กฎหมายนี้ถ้ามันไม่เผาหรือไม่เผาเกินมันก็ไม่ถูกปิดหรอกครับ แต่วันนี้ผมว่าต้องมาช่วยกันคิดมากกว่าว่าจะสร้างระบบใหม่อย่างไร เรื่องแรงจูงใจนี่ การช่วยเหลืออ้อยสด ๑๒๐ บาท ปีนี้ก็มาปรับมาตรการใหม่เอาอ้อยสดผสมกับเรื่องใบเข้าไป ผมได้เสนอเข้า ครม. ไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนแล้ว แต่ผมก็ไม่อยากให้แรงจูงใจเป็นการให้ เงินเปล่าทุกปี ๆ ปีหนึ่งเกือบหมื่นล้านบาทครับ อยากจะสร้างมูลค่าในระบบเศรษฐกิจของ อ้อยน้ำตาลทรายก็คือนำตัวซากของเหลือนี้ของส่วนอ้อย จะเป็นใบ เป็นชาน เป็นกากอ้อย อะไรก็แล้วแต่ไปผลิตไฟฟ้าครับ ถ้ามีระบบ มีแรงจูงใจที่เกิดขึ้นจากมูลค่าทางเศรษฐกิจ คือไปขายไฟ โรงงานไปขายไฟ ส่วนเกษตรกรแทนที่จะเผาตัดใบเสร็จรวบรวมใบ ส่งใบให้กับ โรงงาน ก็ขายใบให้กับโรงงานแล้วโรงงานก็นำไปผลิตไฟ ถ้ากำหนดราคาที่เป็นธรรม โรงงาน ก็ได้บวก Premium เข้าไปส่วนต่างตรงนี้ก็เอามาทอยกลับคืนมาให้กับพี่น้องเกษตรกร แทนที่จะเผาตัดใบส่งโรงงานก็เป็นรายได้เสริมให้กับเขาอีก ไม่ต้องมาเสียเงิน ๑๒๐ บาท ต่อตันปีละหมื่นล้านบาท ซึ่งตอนนี้สำหรับฤดูกาลถัดไปนี้ถ้าเราช่วยกันทำงาน ผมตั้งใจว่า จะต้องวางระบบนี้ให้เสร็จก่อนฤดูเปิดหีบปีหน้า เพราะหลายครั้งมาตรการที่เราประกาศ ออกมาไปประกาศหลังจากที่เปิดหีบไปแล้วครับน่าเสียดาย เกษตรกรก็ไม่รู้ว่าทำดีควรจะทำ อย่างไร ทำดีแล้วได้อะไร แต่ผมมีความตั้งใจมากว่าจะประกาศนโยบายก่อนที่จะมีการ เปิดหีบ และเป็นที่มาว่าทำไมผมเสนอมาตรการช่วยเหลือไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน แล้วถึงแม้ผมไม่สามารถประกาศได้เพราะ ครม. ยังไม่มีมติ ผมก็ให้ทั้งปลัดแล้วก็เลขา อ้อยน้ำตาลทรายได้ประกาศมาตรการออกไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมขอยืนยันว่า ไม่มีการเลือกปฏิบัติอย่างแน่นอน ผมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แล้ววันนี้ก็ขอบคุณโรงงาน น้ำตาล เกษตรกรที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แล้วผมก็ยืนยันว่ามาตรการของเราไม่ได้ มีเจตนาไปทำร้ายพี่น้องชาวเกษตรกรที่ทำอาชีพโดยสุจริต ทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากการ ตัดสินใจก็ต้องได้รับการเยียวยา แต่วันนี้การทำมาหากิน การประกอบการก็ขอให้มีความรับผิดชอบ สร้างรายได้แล้ว ก็ไม่สร้างผลกระทบกับชีวิตของพี่น้องประชาชน เพราะเราก็ทราบดีวันนี้เดินทางมาที่สภา ท่านเดินออกไปข้างนอกก็เห็นว่าปัญหาฝุ่น PM2.5 วันนี้เป็นปัญหาระดับชาติ เป็นปัญหา ที่ทำร้ายสุขภาพ ทำร้ายชีวิตของพี่น้องประชาชน ผมก็ยังยืนยันว่าอ้อยอาจจะเป็นสัดส่วนที่ น้อยมาก หรืออาจจะเป็นสัดส่วนที่ไม่ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญเลยก็ว่าได้ครับ แล้วยิ่งวันนี้เรารับ อ้อยเผา ๑๑ กว่าเปอร์เซ็นต์เองต่ำที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ แต่เมื่อเรามีกฎหมายพิเศษ เรามีระบบพิเศษเราก็ควรจะเป็นตัวอย่างที่ดี ผมหวังว่าถ้าเราทำกันสำเร็จความสำเร็จของ ระบบอ้อยน้ำตาลทรายจะถูกนำไปใช้กับพืชเศรษฐกิจอื่น ไม่ว่าจะเป็นข้าว เป็นข้าวโพด แทนที่จะเผาเอาไปใช้ประโยชน์ไปสร้างมูลค่าครับ เกษตรกรก็มีรายได้ไม่ต้องมาเผา ไม่ต้อง เพิ่ม PM2.5 ไม่ต้องทำร้ายชีวิตของพี่น้องประชาชน ก็ฝากไว้เท่านี้ครับ กราบขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมนะครับ คุณธีระชัยท่านใช้เวลาหมดแล้วแต่ว่า อนุญาตให้ท่านสั้น ๆ ได้ครับ🔗
นิดเดียวครับ พูดในทางดีครับ ผมต้อง ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ท่านมีวิสัยทัศน์กว้างไกลในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ชาวไร่อ้อย และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีที่สุด ในส่วนที่ท่านกำลังดำเนินการอยู่นั้นเราก็ มาคุยนอกเวทีก็แล้วกัน ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรในการที่เราจะนำเงินกองทุนอ้อยน้ำตาล ทรายไปเยียวยาอ้อยที่มันบูดเน่าที่เขาอยู่นานก็คงไม่เท่าไร กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี และกราบขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพด้วยครับ🔗
จบกระทู้ถาม ที่ ๑ ครับ ขอบคุณท่านธีระชัย แสนแก้ว และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมนะครับ🔗
สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะอาจารย์เจ้าหน้าที่นิสิตหลักสูตร รัฐศาสตรมหาบัณฑิตสาขาบริหารงานยุติธรรมและสังคม มหาวิทยาลัยบูรพา อำเภอเมือง ชลบุรี จังหวัดชลบุรี ซึ่งกำลังฟังการประชุมอยู่ชั้นบน ขอต้อนรับทุกท่านครับ🔗
๒. คุณภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
กระทู้สดด้วยวาจาของคุณภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ถามท่านนายกรัฐมนตรีครับ🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งมาว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้ว มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามนี้แทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ขณะนี้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมมานั่งพร้อมที่จะตอบแล้ว ขอเชิญคุณภัทร์พงษ์ ลีลาภัทร์ ถามได้เลยครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขตอำเภอหางดง และอำเภอสันป่าตอง พรรคประชาชนครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหมที่มาตอบกระทู้ถามสดในประเด็นฝุ่นพิษ PM2.5 ของผมในวันนี้ แน่นอนครับ ความตั้งใจของผมต้องการให้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกที่ดูแลประเด็น PM2.5 โดยตรง แต่ทราบดีว่าทั้ง ๒ ท่านเดินทางไปต่างประเทศ เพราะฉะนั้นในวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี มอบหมายท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมมาตอบ ผมจะถือว่าคำตอบของท่าน คือคำตอบของนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมจะไม่อ้อมค้อมเพราะเราทราบกันดีอยู่แล้วว่า ผลกระทบจาก PM2.5 ปัจจุบันนี้ปัญหามันรุนแรงขนาดไหน แล้วปัญหาด้านสุขภาพจาก PM2.5 มันมากมายเท่าไร เข้าประเด็นกันเลย หนึ่งในสาเหตุของ PM2.5 นั่นก็คือเรื่องของ การเผา ในปี ๒๕๖๖ ประเทศไทยมีพื้นที่เผาไหม้อยู่ทั้งหมด ๑๑ ล้านไร่ ปี ๒๕๖๗ มีพื้นที่ เผาไหม้เพิ่มขึ้นเป็น ๑๙.๕ ล้านไร่ แล้วหนึ่งในพื้นที่ที่มันเพิ่มขึ้นมามาก ๆ เลย นั่นก็คือพื้นที่ เกษตรและพื้นที่ ส.ป.ก. ที่มีพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้นกว่า ๖ ล้านไร่ ในส่วนนี้ในวันแรกที่รัฐบาล แพทองธารได้มาแถลงนโยบาย ผมได้อภิปรายเสนอแนะแนวทางมาตรการพร้อมกรอบเวลา ที่ชัดเจนในการจัดการป้องกันปัญหานี้ไปแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมขอให้พื้นที่ท่านก่อนเลย ให้ท่านตอบให้ประชาชนก่อนเลยว่ารัฐบาล มีแนวทางได้ดำเนินการมาตรการอะไรเพื่อป้องกันฝุ่นพิษ PM2.5 จากการเผาภาคการเกษตร ก่อนที่มันจะเกิดฝุ่นบ้าง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในวันนี้ผมได้รับมอบหมาย จากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ของท่านผู้ทรงเกียรตินะครับ ทั้งนี้เนื่องจากตามที่ ท่านได้กล่าวนำไปแล้วนะครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ในเรื่องนี้ติดราชการต่างประเทศ เพราะฉะนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรีภูมิธรรมท่านเห็นว่า กระทรวงกลาโหมเป็นส่วนหนึ่งที่มีส่วนร่วมในการร่วมในการปฏิบัติการแก้ปัญหานี้ จึงมอบ ให้ผมมาตอบ แล้วตามที่ท่านห่วงใยว่าคำตอบของผมนั้นจะต้องเป็นคำตอบของท่าน นายกรัฐมนตรี ซึ่งเรื่องนี้ผมมิได้ห่วงใย เพราะว่าถึงแม้ท่านนายกรัฐมนตรีจะมาตอบก็ตาม ท่านก็ต้องฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบนะครับ ในวันนี้ ก่อนที่ผมจะมาตอบ ผมได้รับทราบในเวลาประมาณ ๐๙.๐๐ นาฬิกา ผมก็ได้เชิญหน่วยที่ เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ข้อมูลในการเตรียมการตอบในวันนี้ เพราะฉะนั้นผมจะตอบในส่วนที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูลมาเท่านั้น จะไม่ได้ตอบโดยใช้ดุลยพินิจของตัวเองนะครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ก็คือในภาพรวมของการแก้ปัญหาของการดับไฟป่า หรือฝุ่นมลพิษนั้น ในระดับรัฐบาลมีคณะกรรมการอำนวยการเพื่อการจัดการมลพิษทาง อากาศ ซึ่งมีท่านรองนายกรัฐมนตรีประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นประธาน แล้วก็มีกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นฝ่ายเลขานุการนะครับ สำหรับในห้วงเวลาที่ผ่านมา ในการเตรียมการที่จะป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบหลาย กระทรวง กระทรวงแรกก็คือได้แก่กระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรปกครองส่วนภูมิภาคในการที่จะเตรียมการแจ้งเตือน พี่น้องประชาชนในการเตรียมการป้องกันการแก้ปัญหา หรือเตรียมการที่จะขจัดปัญหาที่จะ เกิดขึ้นที่เป็นสาเหตุในการทำให้เกิดอากาศเป็นพิษนะครับ ซึ่งผมจะได้กล่าวในรายละเอียด ต่อไปนะครับ สำหรับกระทรวงคมนาคมก็ดูแลในเรื่องยานพาหนะไม่ให้ปล่อยมลพิษออกมา โดยเฉพาะควันดำ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็จะมีการแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนมิให้ มีการเผา ซึ่งการเผานี้จะทำให้เกิดมลพิษในอากาศ เพราะฉะนั้นพืชหลักที่เป็นสาเหตุของการ เผาได้แก่ข้าวโพดและข้าวในส่วนที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับผิดชอบนะครับ ในส่วน ของอ้อยนั้นกระทรวงอุตสาหกรรมได้รับผิดชอบในเรื่องนี้ ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรมได้มาชี้แจงเบื้องต้นแล้ว นอกจากนั้นในปีนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมฝนหลวงได้พิจารณาดำเนินการเตรียมการในการที่จะใช้มาตรการเจาะชั้นบรรยากาศ เพื่อระบายฝุ่นที่อยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นพิษ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบภารกิจให้ กรมฝนหลวงปฏิบัติการเจาะชั้นบรรยากาศเพื่อให้ฝุ่นที่อยู่ในพื้นที่ระบายผ่านชั้นบรรยากาศ ขึ้นไป ทั้งในพื้นที่นั้นเอง ยกตัวอย่างเช่น ในพื้นที่กรุงเทพมหานครก็มีทั้งการเจาะพื้นที่รอบ ๆ นอกแล้วก็พื้นที่ในกรุงเทพมหานครนะครับ แล้วนอกจากนั้นกรมฝนหลวงก็ยังเตรียมการ ปฏิบัติการในการช่วยเหลือหลังจากประมาณหลังเดือนเมษายนไปแล้ว ซึ่งสภาพอากาศ เหมาะแก่การทำฝนหลวงนะครับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็จะมุ่งไปที่ พื้นที่ป่าร่วมกับกระทรวงกลาโหมโดยการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในการที่มีกลุ่มผู้ไม่เข้าใจหรือกลุ่มที่ไม่ทราบว่าจะเกิดปัญหาในการที่จะไปเผาป่า เพื่อประกอบอาชีพของตนเอง อันนี้ก็ร่วมกับกระทรวงกลาโหมในการดำเนินการที่เป็น ชุดเตรียมพร้อมที่จะดับไฟป่านะครับ🔗
ประการต่อไป กระทรวงอุตสาหกรรมก็มีเตรียมมาตรการในการลดการรับซื้อ ผลผลิตที่เกิดจากการเผา แล้วนอกจากนั้นก็มีมาตรการเตรียมการในการช่วยเหลือเกษตรกร ตรวจสอบโรงงานที่จะเป็นเหตุให้เกิดมลพิษ กระทรวงพาณิชย์ก็เตรียมมาตรการในการห้าม นำสินค้าเกษตรที่ผ่านการเผา ห้ามรับซื้อสินค้าเกษตรที่ผ่านการเผามานะครับ กระทรวง การต่างประเทศได้มีการประชุมหารือกับประเทศเพื่อนบ้านในการที่จะร่วมกันเตรียมมาตรการ ในการป้องกันที่จะเกิดขึ้น กระทรวงสาธารณสุขก็เตรียมมาตรการในการป้องกันและดูแล สุขภาพของประชาชน ในกรณีที่เกิดมลพิษขึ้นมา แล้วทาง GISTDA ก็เตรียมข้อมูลแผนที่ พื้นที่ที่น่าจะเกิด แล้วกระทรวงกลาโหมก็ได้มีการเตรียมการในการจัดชุดดับไฟป่า แล้วก็ เตรียมยานพาหนะในการเสริมที่จะดับไฟป่า นอกจากนั้นก็มีหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ขออนุญาตตอบในขั้นต้นเพียงเท่านี้ครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เชิญครับ คุณภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดเชียงใหม่ เขตอำเภอหางดงและอำเภอสันป่าตอง ผมขออนุญาตย้ำอีกครั้งนะครับ ผมถามค่อนข้าง ชัดเจนว่ามาตรการที่ได้ดำเนินการเพื่อป้องกันการเผาภาคการเกษตรก่อนที่ฝุ่นจะเกิด ผมถามแค่นี้ประโยคเดียว ตอบไม่ได้ตรงคำถามเลย แล้วก็ถ้าเราฟังคำตอบของท่านรัฐมนตรี ท่านจะพูดคำว่า เตรียม เยอะมาก ๆ เตรียมทุกอย่าง แต่ผมขอชี้แจงอย่างนะครับ นี่คือการ เตรียมทุกอย่างที่ไม่ได้ทำสักอย่างเลย ผมขอไล่ทีละข้อเลยที่ผมเคยเสนอแนะรัฐบาลไป อันแรก ๆ ครับ สิ่งแรกที่ทำได้เลยนั่นก็คือมาตรฐานบังคับสินค้าการเกษตรที่มีที่มาจาก การเผา เรามีกฎหมายอยู่แล้ว พ.ร.บ. มาตรฐานสินค้าอาหารและสินค้าเกษตรสามารถบังคับ ใช้ได้เลยท่านไม่ทำ เราสามารถกำหนดกฎเกณฑ์ในการห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรที่มีที่มา จากการเผา ที่เมื่อสักครู่ท่านก็บอกว่า เตรียมทำ อันนี้ทำได้เลยนะครับ ตาม พ.ร.บ. ฉบับเดิม ที่ผมกล่าวเมื่อสักครู่ในการห้ามนำเข้าตามมาตรฐานบังคับท่านก็ไม่ทำ แล้วกระทรวงพาณิชย์ ทำอะไรครับ ออกประกาศนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แบบปลอดภาษี ออกมาเนื้อหาไม่ได้ ต่างอะไรกับปี ๒๕๖๗ เลย ไม่ได้มีการให้ผู้นำเข้าระบุพื้นที่แปลงเพาะปลูกพิกัดไม่บอกเลย Location ไม่มีระบุแม้แต่นิดเดียวในประกาศฉบับนี้ ไม่ได้สนใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมอีก เหมือนเคย ในเรื่องของการเพิ่มเงื่อนไขในมาตรการสนับสนุน ง่าย ๆ เลยครับ ที่เราสนับสนุน ชาวนาไร่ละ ๑,๐๐๐ ไม่ได้มีเงื่อนไขในเรื่องของการเผาในการสนับสนุนด้วยซ้ำ มาพูดถึงเรื่อง อ้อย ๑๒๐ บาทต่อตัน สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายผ่านมติภายในไป ตั้งนานแล้ว เสนอต่อ ครม. ไปตั้งแต่ ๒๙ พฤศจิกายน มาถึงปัจจุบันอ้อยเปิดหีบไปกว่า ๑ เดือนแล้ว ๑๒๐ บาทตรงนี้ยังไม่ผ่านมติ ครม. ด้วยซ้ำไป มาถึงเรื่องของการปรับอ้อย ไฟไหม้ยังเป็นแค่ร่างระเบียบอยู่เลย ที่จะปรับ ๑๓๐ บาทต่อตันตรงนี้ยังเป็นแค่ร่างระเบียบ เพิ่งปิดรับฟังความคิดเห็นไปเมื่อเดือนธันวาคม ไม่มีมาตรการอะไรเลย แล้วเรื่องของการปิด โรงงานอ้อยและน้ำตาลทรายนะครับ ท่านไม่ได้ใช้กฎหมายในการปิดโรงงานที่เขารับอ้อย ไฟไห้มนะครับ ท่านเอากฎหมายอื่นมาบังคับใช้ แล้วตอนนี้มันเป็นอย่างไรมันฟังดูเหมือนจะดี ใช่ไหมครับ แต่ว่าตอนนี้โรงงานที่ท่านไปปิดที่แรกที่ลพบุรีตอนนี้กลับมาเปิด แล้วก็รับอ้อย ไฟไหม้เหมือนเดิมเพราะอะไร เพราะรัฐบาลไม่มีมาตรการจัดการ ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน สักอย่างเดียว คำตอบก็มีแต่เตรียม ๆ ท่านมองออกนอกหน้าต่างท่านเห็นฝุ่น นั่นละครับ คำตอบท่านเลยมีแต่ฝุ่น🔗
คำถามต่อไปครับ ในเรื่องของประเด็นไฟป่า ผมเชื่อว่ารัฐบาลทราบดีอยู่แล้ว ว่ารัฐบาลตัดงบด้านไฟป่าไปเยอะมากขนาดไหน อุทยานขอไป ๑,๕๐๐ ตัดเหลือ ๔๐๐ แห่ง ท้องถิ่นขอไป ๑,๘๐๐ แห่งได้แค่ ๙๐ แห่ง เพราะฉะนั้นท่านทราบดีอยู่แล้วว่าปัญหามันคือ อะไร ตอนนี้งบกลางหน่วยงานจัดทำเสร็จตั้งแต่พฤศจิกายน ตอนนี้ก็ยังไม่ผ่านมติ ครม. ยังไม่ออกมาเลย แล้วไฟป่าปัจจุบันเราเจอกันกี่ที่แล้ว เขาลอยโคราชมาจนถึงเพชรบูรณ์ กาญจนบุรี ชลบุรีนี้กี่อำเภอ บางละมุง บ้านบึง สัตหีบ มาถึงอำเภอเมืองชลบุรีแล้ว งบประมาณไม่มี อุปกรณ์ไม่พอ เจ้าหน้าที่ไม่ต้องพูดถึง งบกลางก็ยังไม่มา ปัญหาชัดเจน ขนาดนี้ท่านจะตอบอย่างไรดีกับเรื่องไฟป่า แล้วในส่วนนี้ปัญหาปัจจุบันพอเกิดไฟป่าขึ้นมา ประชาชนไม่สามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารอะไรได้เลย ไม่มีการแจ้งเตือนอะไรเลย ยกตัวอย่าง ถ้าผมเป็นชาวสวนอยู่ที่จังหวัดชลบุรี บ้านผมอยู่อำเภอเมือง แต่สวนผมอยู่ที่บ้านบึง ถ้าเกิดมี ไฟป่าที่บ้านบึงแล้วอยู่ใกล้แนวสวนของผม ไม่มีการแจ้งเตือนอะไรให้ผมรู้เลยนะครับ ผมไม่มี ทางรู้ได้เลย ต่อให้ผมอยู่ในพื้นที่ผมเห็นควันมันขึ้นจากป่าผมรู้แล้วมีไฟป่า ผมยังไม่รู้เลยว่า ไฟป่าที่มันเกิดขึ้นนี้มันเกิดจากการชิงเผา การบริหารจัดการเชื้อเพลิงที่ควบคุมได้ของรัฐ เกิดจากการลุกลามจากการบริหารจัดการเชื้อเพลิงที่ผิดพลาด หรือเกิดจากการลักลอบเผา ผมไม่มีข้อมูลอะไรเลย เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมขอถามท่านรัฐมนตรีที่ตอบแทนท่านนายก ในวันนี้นะครับ เกณฑ์การแจ้งเตือนในเรื่องของไฟป่าท่านทำอย่างไร ที่ผ่านมาท่านไม่ได้ทำ อยู่แล้วผมทราบดี ท่านจะทำอย่างไร แล้วเกณฑ์การแจ้งเตือนค่ามาตรฐาน PM2.5 นี้ กทม. ปริมณฑลพุ่งขึ้นกว่า ๒๐๐ ไม่มีการแจ้งเตือนอะไรเลย ท่านจะแจ้งเตือนด้วยวิธีไหน ระบบ Location Based SMS ท่านจะตั้งเกณฑ์เท่าไรถึงจะใช้เอสเอ็มเอสในการแจ้งเตือน แล้วผมย้ำอีกครั้งนะครับเพื่อไม่ให้ตอบและเสียเวลา Location Based SMS ไม่ใช่ Cell Broadcast Cell Broadcast ผมเข้าใจดีรัฐบาลทำงานช้ามาก ตอนนี้เลื่อนไปถึงกรกฎาคม ปี ๒๕๖๘ กว่าจะได้ใช้ อันนี้ผมทราบดีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมขอฝากท่านประธานครับ ถามสั้น ๆ ง่าย ๆ ขอตอบให้ตรงประเด็นด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ครับ เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ เมื่อสักครู่ตามที่ผม ได้กราบเรียนไปแล้วในเรื่องหน่วยงานที่รับผิดชอบว่ามีหลายกระทรวงนะครับ ในส่วนของ ผมเองนั้น ผมมีส่วนรับผิดชอบในการที่อยู่ในคณะกรรมการในการประชุมคณะกรรมการ เพราะฉะนั้นรายละเอียดจะทราบในหลักการหรือว่ารายละเอียดสำคัญ ๆ แต่ท่านผู้ทรงเกียรติ ได้กรุณาสอบถามในประเด็นย่อย ผมก็จะตอบคำถามตามที่หน่วยงานที่รับผิดชอบได้ส่งมา ดังนี้นะครับ🔗
ประการแรก ในมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดไฟเผา เมื่อสักครู่ท่านได้ทวงว่า ผมยังตอบคำถามไม่ชัดเจนนั้น ขออนุญาตตอบคำถามเพิ่มเติมนะครับว่าได้มีการจัดทำ ฐานข้อมูลเกษตรก่อนเพื่อบริหารจัดการเชื้อเพลิง คือพื้นที่ใดนะครับ จริง ๆ แล้วผมได้ รับทราบจากหน่วยงานว่าการป้องกันนั้นไม่ใช่ห้ามเผาทั้งหมด เพียงแต่เป็นการบริหารจัดการ พื้นที่ว่าพื้นที่ใดเผาก่อน เผาจำนวนเท่าไร เพราะบางครั้งนั้นเราไม่สามารถที่จะช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรโดยห้ามเผาทั้งหมดนะครับ แล้วพี่น้องเกษตรกรก็มีความเดือดร้อน เพราะฉะนั้นเราใช้วิธีในการบริหารจัดการนะครับ🔗
ประการที่ ๒ ก็คือปรับเปลี่ยนการปลูกพืช ให้มีการปรับเปลี่ยนการปลูกพืช สนับสนุนพืชที่มีมูลค่าบนพื้นที่สูง เช่น เปลี่ยนข้าวโพดเป็นพืชอย่างอื่น แล้วก็ส่งเสริมการใช้ เศษวัสดุการเกษตรมาใช้ประโยชน์ ซึ่งมีการทำมาแล้วอันนี้ไม่ได้มีการเตรียมการ🔗
สำหรับในเรื่องงบประมาณนั้น งบกลางดับไฟป่า กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เสนอ ครม. เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แล้วก็งบกลางของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์อยู่ที่สำนักงบประมาณกำลังพิจารณาจัดสรรให้นะครับ สำหรับ งบประมาณของจังหวัดเชียงใหม่อยู่ที่สำนักงบประมาณกำลังพิจารณาให้เช่นเดียวกันนะครับ สำหรับเกณฑ์การแจ้งเตือนดับไฟป่านั้น กทม. แจ้งเตือนผ่าน LINE ALERT ดำเนินการทุกวัน และกรมควบคุมมลพิษก็มีการแจ้งเตือนด้วยนะครับ ค่าของมันจะมีการเปลี่ยนแปลงไป สำหรับประเด็นที่ท่านซักถามว่าร่างระเบียบที่ชดเชยดูแลพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย จริง ๆ แล้ว ที่ท่านถามมาท่านก็ได้ชี้แจงไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นเวลาผมตอบท่านก็จะบอกว่า ตอบไม่ตรงคำถาม เพราะฉะนั้นในร่างระเบียบตัวนี้เนื่องจากการที่จะทำออกระเบียบ แต่ละครั้งเราต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ มีการร่วมปรึกษาหารือ ร่วมหารือกับส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ เพราะฉะนั้นก็ต้องใช้เวลา ซึ่งหน่วยที่รับผิดชอบได้ชี้แจงมาว่าปัจจุบันกำลังเร่งรัดดำเนินการครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญคุณภัทรพงษ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน ก็อาจจะต้องแปลให้ประชาชนเข้าใจ ง่าย ๆ นะครับ อย่างแรกเลยก็คือไม่ได้มีมาตรการอะไรที่ชัดเจนในเรื่องของการเกษตรเลย ท่านพูดในเรื่องของการใช้เศษวัสดุทางการเกษตร ซึ่งก็มีการใช้จริงอันนี้ก็เป็นผลงานที่ เห็นจริง แต่ว่าก็ยังมีตกค้างอยู่ถึง ๑๕ ล้านไร่ในปีที่แล้ว ปีนี้ก็ไม่ได้มีงบประมาณ ผมพูด ไปแล้วตั้งแต่งบประมาณปี ๒๕๖๘ ว่าต้องเพิ่มงบตรงนี้เพื่อให้มันไม่มีตกค้างอีก ๑๕ ล้านไร่ เหมือนปีที่แล้วแต่ก็ไม่ได้มีงบประมาณนะครับ มาในส่วนของการแจ้งเตือน ท่านตอบการ แจ้งเตือนในเรื่องของ Application ซึ่งอันนั้นก็ทราบดีมีการแจ้งเตือน แต่ว่าที่ผมถาม คือ Location Based SMS เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงโดยทั่วกัน เพราะ Application ตรงนี้มันต้องกดดาวน์โหลดคนเข้าถึง Application ไม่ได้เยอะอยู่แล้ว ท่านทราบดีอยู่แล้ว ผมถามว่าเกณฑ์การแจ้งเตือนที่จะแจ้งเตือนเมื่อค่า PM2.5 มันสูงนี่ท่านเอาเกณฑ์เท่าไร เป็นการแจ้งเตือนกี่ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถ้าท่านจะย้อนมาตอบสักนิดหนึ่งในคำถามที่ ๓ ก็ได้นะครับยินดีมาก ๆ เลย มาในคำถามที่ ๓ ปัจจุบันกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เจอค่าฝุ่น PM2.5 หนักมาก ๆ แล้วแน่นอนว่าฝุ่นที่ถูกพัดออกมาจากการเผาภาคการเกษตร เข้ามากรุงเทพมหานครก็มีด้วยเช่นกัน แต่ว่าส่วนหนึ่งที่เราจะไม่พูดไม่ได้เลยของ กรุงเทพมหานคร นั่นก็คือมลพิษทางอากาศที่มาจากไนโตรเจนไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ แล้วก็สารอินทรีย์ระเหยง่ายหรือ VOCs เพราะส่วนนี้สำคัญมาก ๆ ก๊าซแล้วก็สารที่ผมพูดมา อันตรายต่อสุขภาพมาก ๆ ไนโตรเจนไดออกไซด์ถ้าเรารับไปนาน ๆ มันกินเนื้อปอดนะครับ มันทำให้การทำงานของปอดลดลงนะครับ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ถ้าไปจับกับอนุภาคในอากาศ กลายเป็นซัลเฟตนี้รุนแรงกับโรคระบบทางเดินหายใจแล้วก็โรคหัวใจมาก ๆ แล้วก็เมื่อสาร ไนโตรเจนออกไซด์หรือว่าซัลเฟอร์ออกไซด์เมื่อมันไปจับกับสารอินทรีย์ระเหยง่ายทำปฏิกิริยา กับแสงอาทิตย์ก็กลายมาเป็น PM2.5 ให้เราสูดดมเข้าไปอีก แล้วค่าไนโตรเจนไดออกไซด์ครับ ท่านประธาน ของกรุงเทพมหานครเมื่อวานใกล้ ๆ นี้เลย วันนี้ผมยังไม่ได้ดูตอนเช้า เมื่อวาน ขึ้นไปสูงถึง ๑๒๕ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อันนี้คือไนโตรเจนไดออกไซด์นะครับ แล้วค่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลกอยู่ที่เท่าไรครับ ๒๕ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เราต้องพูดถึงก๊าซพิษพวกนี้ด้วย เพราะฉะนั้นคำถามต่อมาผมจึงอยากจะถามท่านรัฐมนตรี เลยว่ารัฐบาลได้เตรียมการในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบมลพิษทางอากาศจาก ไนโตรเจนไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ แล้วก็สารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือว่า VOCs ตรงนี้ อย่างไรสำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพราะตรงนี้เปิดแผนที่ Application ภาพถ่ายทางดาวเทียมมันชัดเจนอยู่แล้วว่ากรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่ามันสูงมาก ๆ หนาแน่นสูงมาก ๆ ติดอันดับของโลกเลย ผมขอถามต่อไปครับ ระหว่างนี้ก็อาจจะให้ทาง หน่วยงานที่มาช่วยชี้แจงอาจจะมีการเตรียมคำตอบให้รัฐมนตรีด้วย ต่อมาในประเด็น PM2.5 แน่นอนว่าการแก้ปัญหานี้เราต้องกระจายอำนาจ ผมยกตัวอย่างเหตุการณ์ The Great Smog ที่ประเทศอังกฤษ ปี ๑๙๕๓ สิ่งแรกที่รัฐบาลอังกฤษกระทำเพื่อที่จะแก้ปัญหานี้คือ การกระจายอำนาจ แต่ตอนนี้ ปี ๒๐๒๕ ประเทศไทยยังแทบไม่มีการกระจายอำนาจเลย ใน พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมมีการให้กำหนดเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษ ในการจัดการ ในเรื่องของมลพิษทางอากาศได้ แต่ปัจจุบันรัฐบาลก็ยังไม่ได้แต่งตั้ง กทม. หรือว่านายก อบจ. ให้เป็นเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษเลยด้วยซ้ำ เราสามารถกระจายอำนาจให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมาจัดการได้ตามกฎหมายที่เรามี ไม่ต้องรอ พ.ร.บ. อากาศสะอาด แต่คุณไม่ทำ แล้วเรายังมีกลไกเรื่องของเขตควบคุมมลพิษ ที่รัฐมนตรีมีอำนาจในการประกาศเขตควบคุม แล้วให้ท้องถิ่นจัดทำแผนการดำเนินการพร้อมกับของบประมาณมาทางรัฐบาลได้ ตรงนี้ ก็ไม่มีการดำเนินการอะไรเลย ผมต้องเรียนถามอีกทีหนึ่ง ย้ำ ๆ อีกทีหนึ่งเลยว่าเขตควบคุม มลพิษตรงนี้รัฐบาลตั้งเกณฑ์ไว้เท่าไรถึงจะประกาศเขต เพราะตอนนี้กรุงเทพฯ ทะลุ ๒๐๐ แต่ก็ไม่มีการประกาศเขตใด ๆ เลย เรายังจะควบคุมมลพิษอยู่หรือเปล่า เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตทวนคำถามนะครับ รัฐบาลมีมาตรการในการเตรียมการป้องกันและบรรเทา มลพิษทางอากาศจากไนโตรเจนไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ แล้วก็สารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือว่า VOCs อย่างไร และมีเกณฑ์ในการประกาศเขตควบคุมมลพิษกับประเด็น PM2.5 อย่างไรบ้าง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมต้องกราบขออภัยที่ผม อาจจะตอบคำถามไม่สามารถที่จะลงรายละเอียดได้ ผมตอบได้แค่ประเด็นสำคัญ ๆ เพราะว่า จากแค่ได้รับทราบรายชื่อท่านผู้ทรงเกียรติที่กรุณาซักถาม ผมก็ค่อนข้างห่วงใยตัวเองนิด ๆ เพราะว่าผมติดตามใน Social ท่านได้ศึกษาเรื่องนี้มาอย่างละเอียด ผมติดตาม Social เพราะว่าการเตรียมการของผมคือดูว่าท่านมีพื้นฐานอย่างไร ผมยอมรับว่าท่านมีพื้นฐานที่ ละเอียดมาก ผมค่อนข้างจะห่วงว่าวันนี้ผมจะมาตอบท่านได้เท่าที่ท่านต้องการหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามผมพยายามจะตอบตามที่หน่วยราชการที่รับผิดชอบได้ให้ข้อมูลมานะครับ🔗
สำหรับเกณฑ์การแจ้งเตือนที่กรมควบคุมมลพิษได้แจ้งมาใช้เกณฑ์ ๓๗.๕ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรที่ใช้เป็นเกณฑ์ สำหรับการเตรียมการในเรื่องที่ป้องกันไนโตรเจน ปัญหาเรื่องไนโตรเจนก็จะมีการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ให้เป็นยูโร ๕ แล้วก็ปรับเปลี่ยน คุณภาพน้ำมัน พัฒนาคุณภาพน้ำมันให้ดีขึ้นเพื่อรองรับกับเครื่องยนต์ที่จะปรับเปลี่ยนเป็น ยูโร ๕🔗
สำหรับในเรื่องการกระจายอำนาจนั้น กระทรวงมหาดไทยชี้แจงมาว่าในเรื่อง การประกาศเขตควบคุมมลพิษนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะว่าอย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทยก็กำลังให้ข้อเสนอแนะในการพิจารณาที่จะประกาศ เพราะว่าจะมี ผลกระทบต่อการท่องเที่ยว หรือกระทบต่อบรรยากาศภาพลักษณ์ของประเทศ แต่มิใช่ว่า รัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับปัญหาเรื่องนี้ เพียงแต่ว่าเมื่อถึงจุด ๆ หนึ่งก็จะประกาศ เขตควบคุมมลพิษโดยได้พิจารณาอย่างรอบคอบจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยมิให้ มีผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญคุณภัทรพงษ์ เป็นครั้งสุดท้ายสั้น ๆ นะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดเชียงใหม่ ท่านประธาน อาจจะต้องเรียนกับท่านรัฐมนตรีอย่างนี้นะครับ กลัวที่มันจะกลายเป็นความเข้าใจ ที่คลาดเคลื่อน ๓๗.๕ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรอันนั้นคือเกณฑ์คุณภาพอากาศของ ประเทศไทย ผมคิดว่าตรงนี้ไม่ใช่เกณฑ์การแจ้งเตือนแน่ ๆ เพราะถ้าต้องแจ้งเตือน ๓๗.๕ แจ้งเตือนทั่วประเทศและแจ้งเตือนทุกวันนี้ อันนี้ขอเน้นย้ำกับทางท่านรัฐมนตรีอาจจะต้อง มีการประกาศเกณฑ์ที่จะต้องแจ้งเตือนให้ชัดเจน ให้ทางกรมควบคุมมลพิษและกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยที่มีหน้าที่ตรงนี้ได้ดำเนินการอย่างชัดเจนในระบบ SMS Alert ด้วย แล้วก็ในส่วนของเขตควบคุมมลพิษ อันนี้ท่านรัฐมนตรีอาจจะเข้าใจสับสนกับเขตภัยพิบัติ เขตควบคุมมลพิษคนที่มีหน้าที่ในการประกาศคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันนี้จะคนละเรื่องกับเขตภัยพิบัติ เพราะฉะนั้นตรงนี้อาจจะต้อง ทำให้ชัดเจนสักเล็กน้อย รัฐบาลต้องชัดเจนว่าเราจะใช้เขตควบคุมมลพิษในเกณฑ์ที่เท่าไร อันนี้ก็ขอฝากเอาไว้ด้วย แล้วก็สุดท้ายนี้ขอสั้น ๆ ครับท่านประธาน กับประเด็นเรื่องของ PM2.5 ผมพูดตรง ๆ ว่า ผมค่อนข้างที่จะผิดหวังกับการตอบสนองจากรัฐบาลและผลการดำเนินการจากรัฐบาล เป็นอย่างยิ่ง ผมได้อภิปรายเสนอแนะแนวทางตามกรอบเวลาที่ชัดเจนและลงรายละเอียด มาก ๆ ไปหลายต่อหลายครั้ง แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาแทบจะเป็นศูนย์เลย ผมย้ำอีกครั้ง นะครับ กับการแก้ไขปัญหา PM2.5 เราต้องเข้าใจในกรอบเวลาที่ชัดเจนในการแก้ปัญหา ไม่ชะลอปัญหามันเกิดแล้วแล้วมาแก้เอาตอนที่มันจวนตัว เพราะฉะนั้นนะครับท่านประธาน สุดท้าย จากคำถามและคำตอบที่ผมได้รับมาทั้งหมด ผมขอฝากท่านประธานไปยังวิปรัฐบาล นะครับ ส่งข้อความนี้ไปยังนายกรัฐมนตรีในการตอบกระทู้ถามสดวันพฤหัสบดีหน้าถ้าท่าน กล้าก็มาตอบด้วยตัวเอง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ก็เป็นอันว่าจบกระทู้ถามสดที่ ๑.๑.๒ ครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และคุณภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ครับ ในฐานะที่เป็นประธานก็อยากจะเรียนนิดหนึ่งว่าความ แตกต่างระหว่างกระทู้ถามสดกับกระทู้ถามทั่วไปหรือญัตติ กระทู้ถามสดนั้นบางครั้งอาจจะ ไม่ได้รายละเอียดมากนักเพราะว่าเป็นการถามสด ถามมาตอบไป ตอบเท่าที่จะตอบได้ ส่วนถ้าต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมก็ควรจะเป็นญัตติหรือกระทู้ถามทั่วไปนะครับ แต่ก็ ดำเนินการด้วยดีขอขอบคุณรัฐบาลที่ได้มาพยายามตอบกระทู้ถามสดตามที่ท่านสมาชิก ต้องการ แล้วก็ตามที่วิปทั้ง ๒ ฝ่ายได้ประสานครับ ขอบคุณทั้งผู้ถามและท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหมครับ🔗
๓. นายเซีย จำปาทอง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง แรงงาน🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานได้มีหนังสือแจ้งว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ ติดภารกิจที่สำคัญไม่สามารถจะมาตอบกระทู้ถาม ในวันนี้ได้ จึงขอเลื่อนกระทู้ถามนี้ออกไปก่อนตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ก็แจ้งมาให้ทราบนะครับ คุณเซียถ้าติดใจก็ถามในคราวต่อไปนะครับ เชิญคุณเซียครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนเครือข่ายผู้ใช้แรงงาน ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีความตั้งใจที่จะถามกระทู้ถามสดรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน และก่อนหน้านี้เราเองก็ได้ตรวจสอบแล้วว่าท่านรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานไม่ได้ติดภารกิจ สำคัญ ท่านไม่ได้เดินทางไปร่วมประชุม DAVOS กับท่านนายกรัฐมนตรี คิดว่าท่านจะมาตอบ กระทู้ถามในวันนี้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อท่านไม่มาผมจะขอพูดถึงประเด็นกระทู้ถามสดที่เป็น ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องผู้ใช้แรงงานสักเล็กน้อยได้หรือไม่ครับท่านประธาน🔗
ก็พูดประเด็น ที่สำคัญได้ครับ แต่ว่าอย่างลึกถึงกระทู้ถามเอาไว้ให้รัฐมนตรีตอบเองครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ผม เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในสัดส่วนของเครือข่ายผู้ใช้แรงงาน ท่านประธานครับ จริง ๆ กระทู้ถามสด ที่ผมจะถามรัฐมนตรีในวันนี้ก็คือประเด็นเกี่ยวกับเรื่องปัญหาการจ้างงานในประเทศไทย ซึ่งเป็นปัญหาและเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องผู้ใช้แรงงานอย่างมาก ที่ผ่านมาท่านประธาน และสมาชิกทุกท่านอาจจะได้ติดตามข่าวว่ามีการประกาศเลิกจ้างปิดกิจการเป็นจำนวนมาก ผมอยากจะให้ข้อมูลท่านประธานเพื่อเป็นข้อมูลในการประกอบการพิจารณา แล้วก็พี่น้อง ประชาชนที่ติดตามพี่น้องผู้ใช้แรงงานที่ติดตามการประชุมสภาจะได้ทราบข้อมูล ว่าข้อมูล ที่ผมจะนำเสนอและสอบถามท่านรัฐมนตรีมีข้อมูลอย่างไรบ้าง เสียดายจริง ๆ วันนี้เสียดาย ที่ท่านรัฐมนตรีหนีและไม่มาตอบกระทู้ถามในวันนี้ หวังว่าครั้งหน้าท่านรัฐมนตรีจะไม่หนี การตอบกระทู้ถามอีกนะครับ ท่านประธานครับ ขอสไลด์แป๊บหนึ่งครับ🔗
มีข้อมูลครับท่านประธาน🔗
ถ้ารายละเอียด เอาไว้ตอนที่รัฐมนตรีมานะครับ🔗
ครับ ผมสั้น ๆ ครับ ผมให้เห็นภาพ แบบสั้น ๆ จริง ๆ ครับ ข้อมูลของกรมโรงงานอุตสาหกรรมนะครับว่าในปี ๒๕๖๗ มีการ ปิดกิจการเลิกจ้างเป็นจำนวนมาก มีการปิดกิจการตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม-พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ถึง ๑,๐๐๐ กว่าแห่งนะครับ เฉลี่ยก็ตกประมาณ ๑๐๐ กว่าแห่งต่อเดือนนะครับ มีคน ถูกเลิกจ้าง ๓๐,๐๐๐ กว่าคน แล้วก็สร้างความเสียหายมากกว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ท่านประธานครับ นอกจากนั้นแล้วข้อมูลของสำนักงานประกันสังคม สไลด์ต่อไปครับ ผมเอา แบบกระชับสั้น ๆ เลย มีคนว่างงานนะครับท่านประธาน มีคนว่างงานที่ไปขึ้นทะเบียนกับ สำนักงานประกันสังคมมากถึง ๑๒,๐๐๐ คน หรือเฉลี่ยเดือนละ ๒,๓๐๐ คน คนตกงาน เยอะจริง ๆ ครับ แล้วก็ที่ผ่านมาท่านอาจจะได้เห็นข่าวว่ามีสถานประกอบการ มีกิจการ หลายแห่งปิดกิจการนะครับ ผมยกตัวอย่าง ๒ ประเด็นสั้น ๆ ก็แล้วกันครับท่านประธาน🔗
เอาสุดท้ายเลยนะครับ🔗
ก็คือว่าเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๗ ที่ผ่านมานะครับ บริษัท ฟูไน (ไทยแลนด์) จำกัด ที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาครับ ปิดกิจการเลิกจ้างไม่จ่ายเงินค่าชดเชยลูกจ้าง ๘๐๐ กว่าคน ปิดกิจการเลิกจ้างไม่จ่ายเงิน ค่าชดเชย ทั้ง ๆ ที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานบอกว่าถ้านายจ้างปิดกิจการแล้วต้องจ่ายเงิน ค่าชดเชย แต่พวกเขานะครับ ข้อมูลบนสไลด์นี้ก็คือนายจ้างปิดกิจการไม่จ่ายเงินค่าชดเชย เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๗ เช่นเดียวกันครับ บริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ผลิตชิ้นส่วน ยานยนต์อยู่ที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ปิดกิจการเลิกจ้างไม่จ่ายเงินค่าชดเชย ๘๐๐ กว่าคน ๘๐๐ กว่าคนยังไม่รวมคนในครอบครัวของเขาอีกนะครับ ท่านประธาน ถ้ารวม คนในครอบครัวของเขาไปด้วยก็หลายพันคน🔗
คุณเซียครับ🔗
สิ่งที่สำคัญนี้นะครับ ก็คือว่ากรณี ในลักษณะนี้มีให้เห็นเป็นจำนวนมาก สิ่งที่สำคัญที่อยากจะบอกท่านประธานในช่วงสุดท้าย ก็คือว่า🔗
ท่านประธานครับ พอสมควร หรือยังครับท่านประธาน🔗
การปิดกิจการเลิกจ้างที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานไม่ได้บังคับใช้กฎหมายเพื่อติดตามนายจ้างนำเงินมาจ่าย🔗
ท่านประธานครับ🔗
ให้ลูกจ้างอย่างจริงจัง ทำให้ลูกจ้าง ได้รับความเดือดร้อนและ🔗
ท่านประธานครับ ลึกไปแล้วครับ ท่านประธาน🔗
มีผู้ประท้วง แล้วครับคุณเซียครับ ผมว่าพอแล้วครับ คุณไชยวัฒนานะครับ🔗
ไชยวัฒนา ติณรัตน์ ครับ จังหวัด มหาสารคาม พรรคเพื่อไทยครับ มันลึกไปแล้วครับท่านประธาน ขออนุญาตท่านผู้อภิปราย เอาไว้ท่านรัฐมนตรีมาก็เอากันเต็ม ๆ เลยครับ ไม่ได้ขัดข้องหรอกแต่ว่า🔗
ก็พยายามเตือน คุณเซีย ผมว่าจบได้แล้วครับคุณเซีย🔗
วันนี้ขอให้ท่านประธานวินิจฉัย ให้เกียรติกันนะครับ ผมให้เกียรติผู้อภิปราย🔗
ได้เลยครับ พอดี ผมก็พยายามเตือน ทีนี้พอดีมีผู้ประท้วงแล้วมันผิดข้อบังคับจริง ๆ เพราะว่าเมื่อรัฐมนตรี ไม่มาตอบตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ แล้วก็ต้องเอาไว้ทีหลังนะครับ ได้นะครับ ความจริงผมก็ ปล่อยให้เยอะแล้วนะครับคุณเซีย ขอบคุณมาก เห็นว่าเป็นกระทู้ถามที่มีประโยชน์ก็เลย ปล่อยให้ถามนะครับ ขอบคุณครับ🔗
นิดเดียวจริง ๆ ครับท่านประธาน สั้นนิดเดียว🔗
คงไม่อนุญาตแล้ว เพราะมีผู้ประท้วงแล้ว ให้เยอะจริง ๆ ทุกครั้งเราไม่เคยให้ได้ขนาดนี้ เพราะถือว่าต้องการ จะชี้แจงว่าทำไมจึงถามเรื่องนี้ ปัญหาจริง ๆ อยู่ที่ไหน ถ้าเป็นรายละเอียดเอาไว้ตอนที่ รัฐมนตรีมาตอบ ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะว่าอันนี้เป็นไปตามข้อบังคับนะครับ ผมก็ปล่อยให้มันผิดข้อบังคับไปบ้าง แต่เข้าใจอยากจะให้ความสำคัญกับประเด็นกระทู้ถาม แล้วก็ท่านผู้ถามนะครับ พอสมควรนะครับ คุณปกรณ์วุฒิเชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะวิปฝ่ายค้านครับ ก็อยากจะขอความกรุณาท่านประธานอีกครั้งครับ ผมเข้าใจแล้วก็ เคารพท่านประธานในการวินิจฉัยนะครับ แต่ทุกครั้งที่ผ่านมานะครับ ๔-๕ ปี ๕-๖ ปีที่ผม เป็น สส. มา ท่านประธานที่ทำหน้าที่ก็จะให้โอกาสผู้ที่ถามกระทู้ถามและทางรัฐมนตรีไม่มาตอบ ได้ชี้แจงแล้วก็ได้บอกถึงปัญหาที่เขาต้องการที่จะอยากให้ทางรัฐบาลแก้ไขแล้วมาตอบคำถาม แต่ทางคณะรัฐมนตรีไม่มาตอบ🔗
ครับ ขอบคุณครับ คุณปกรณ์วุฒิก็นั่งฟังครับ ได้ชี้แจงมากพอสมควรแล้วครับ🔗
ผมก็ขอความกรุณาให้ ท่านประธานให้โอกาสทางสมาชิกพอสมควร🔗
ได้ครับ🔗
คงมีหลายครั้งนะครับ ที่ท่านรัฐมนตรีไม่มาตอบ แล้วอย่างที่ท่านประธานบอกเลยครับว่าพอรัฐมนตรีไม่มาตอบมันก็ ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นประโยชน์ที่จะมีได้ก็คือให้ทางสมาชิกได้บอกกล่าวเล่าปัญหาที่เขาต้องการให้ทาง รัฐบาลแก้ปัญหาได้อย่างชัดเจนนะครับท่านประธาน สุดท้ายท่านประธานผมก็ขอบอก อีกครั้งวันนี้ผมพยายามเลี่ยง ครั้งที่แล้วผมบอกไปแล้วว่าจะไม่ประสานล่วงหน้าว่าจะถามใคร แต่ผมก็พยายามเลี่ยงแล้วก็ดูข่าวว่ารัฐมนตรีท่านใดบ้างที่ไปภารกิจต่างประเทศ ผมก็เลี่ยง ไม่ถามรัฐมนตรีที่ไปภารกิจต่างประเทศ แต่รัฐมนตรีที่อยู่ที่กรุงเทพฯ ก็จะยังไม่มาตอบอยู่ดี ปัญหานี้ก็ยังคงมีอยู่เหมือนเดิม ฝากทางรัฐบาลดูแลให้ทางคณะรัฐมนตรีช่วยมาตอบกระทู้ถามสด ถามทางฝั่งฝ่ายค้านด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณเซียให้ ๑ นาทีครับ🔗
ขอบคุณครับท่าน ประธาน ผม เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนเครือข่าย ผู้ใช้แรงงาน ท่านประธานครับ ขอบคุณครับที่ให้โอกาสผมได้ชี้แจงถึงปัญหาของพี่น้องผู้ใช้ แรงงาน พี่น้องบริษัท ฟูไน จำกัด พี่น้องบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด ที่ตกงาน ๘๐๐ กว่าคน รวมแล้วก็คนในครอบครัวด้วยก็ ๒,๐๐๐ กว่าคน ๓,๐๐๐ คน เขาเดือดร้อนมากนะครับ เสียดายที่ว่าวันนี้รัฐมนตรีไม่มาตอบกระทู้ถามสดนะครับ ดังนั้นแล้วจะทราบข้อมูลที่ผมจะให้ ข้อมูลกับรัฐมนตรีเพื่อนำข้อมูลที่ผมจะเสนอต่อท่านรัฐมนตรีหรือคำถามที่ผมจะเสนอแนะ นำไปแก้ไขปัญหาของพี่น้องผู้ใช้แรงงานที่เกิดขึ้นนะครับ ผมก็หวังว่าในคราวหน้าท่าน รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ ขออภัยที่เอ่ยนาม จะไม่หนีการตอบ กระทู้ถามสดดังเช่นครั้งนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
เป็นอันจบวาระกระทู้ถามสดด้วยวาจานะครับ ต่อไปเข้าสู่🔗
ขออนุญาตสักครู่ค่ะ ท่านประธาน ท่านประธานทางนี้ค่ะ ท้ายห้อง🔗
คุณแนนไปนั่งอะไรข้างหลัง เชิญครับ🔗
ท่านประธานคะ แนน บุณย์ธิดา สมชัย พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานขออนุญาตสักครู่เดียว เพราะว่าเมื่อสักครู่ก็คือ เกรงว่ามันจะกลายเป็นมาตรฐานและเป็นบรรทัดฐานใหม่ จริง ๆ ที่ลุกขึ้นยกมือประท้วงนี่ คือการประท้วงค่ะท่านประธาน เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านประธานวันมูหะมัดนอร์ได้แจ้งว่า ได้กล่าวไว้ว่าผมนี่ยอมให้ผิดข้อบังคับไปบ้าง แต่จริง ๆ มันก็ไม่ควรจะมีการอะลุ่มอล่วย ในเรื่องการผิดข้อบังคับค่ะท่านประธาน แล้วก็เข้าใจว่าท่านประธานได้อธิบายความ ไปหมดแล้ว แต่ก็ต้องขอความกรุณาท่านประธานว่าเหตุกรณีแบบนี้แล้วก็จะมาบอกว่า ยอมให้ผิดข้อบังคับ จริง ๆ ก็ไม่ควรนะคะ ซึ่งก็ฝากไว้ด้วยในเรื่องนี้ประเด็นนี้ เพราะว่า ในเรื่องบางเรื่องถ้าเราจะอะลุ่มอล่วยโดยใช้คำว่ายอมให้ผิดไปบ้าง ดิฉันเกรงว่ามันก็จะเป็น แบบนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วเราก็จะหาบรรทัดฐานมาตรฐานจากข้อบังคับที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ไม่ได้ ท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗
เข้าสู่ระเบียบวาระถัดไปเลยนะครับ🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑. เรื่อง วิกฤตเด็กเกิดต่ำ และนโยบายของรัฐบาลที่เอื้อต่อการมีลูก นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านวราวุธ ศิลปอาชา เป็นผู้มาตอบกระทู้ถามแทน ซึ่งท่าน ได้อยู่ที่นี่แล้วนะครับ เชิญทางผู้ตั้งกระทู้ถาม ถามได้เลยเชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ เขตสายไหม พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันมาตั้งกระทู้ถามจริง ๆ ตั้งใจจะถามท่านนายก เพราะว่าปัญหานี้ไม่ได้เป็นปัญหาแค่เฉพาะกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่เป็นปัญหาที่หลาย ๆ กระทรวงต้องทำงานร่วมกันนะคะ ร่วมมือกันกำหนดเป็นวิกฤติของประเทศที่ต้องทำงาน ร่วมกันในหลาย ๆ กระทรวงนะคะ วิกฤติเด็กเกิดต่ำดิฉันพูดในสภามาไม่ต่ำกว่า ๑๐ ครั้ง ทั้งในการอภิปรายนโยบายครั้งแรกในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐาดิฉันก็ชี้ให้เห็นปัญหานี้ แล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเด็กเกิดต่ำประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คน ต่อมาอภิปรายนโยบายอีกครั้ง ในสมัยของท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารซึ่งก็เป็นคุณแม่เหมือนดิฉันนะคะ ก็ได้ชี้ให้เห็น ปัญหาเรื่องวิกฤติเด็กเกิดต่ำอีกครั้งเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณที่ไม่ได้เป็นการแก้ไข ปัญหาอย่างแท้จริงค่ะ จากสถานการณ์ปัจจุบันค่ะท่านประธาน จากตอนนั้นเด็กเกิดต่ำ ๕๐๐,๐๐๐ คน ขอสไลด์ด้วยนะคะ🔗
ปัจจุบันวิกฤติเด็กเกิดต่ำ ต่ำกว่าเดิมอีกค่ะ ไม่ใช่แค่ ๕๐๐,๐๐๐ แล้วนะคะตอนนี้เหลือแค่ ๔๖๑,๔๒๑ คนเท่านั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ นะคะ แต่ดิฉันยังไม่เห็นว่าจะมีวิธีการแก้ไขอย่างไรนะคะ วิกฤติเด็กเกิดต่ำตอนนี้เด็กเกิดปีที่แล้ว ปี ๒๕๖๗ ๔๖๑,๔๒๑ คน ในขณะที่จำนวนการตาย อยู่ที่ ๕๗๑,๖๔๖ คน สิ่งที่ประเทศไทยกำลังเผชิญตอนนี้วิกฤติเด็กเกิดน้อย คนไทย มีลูกน้อยลงนะคะ ในปีล่าสุดที่ลดน้อยไปจากเดิมนะคะจาก ๕๐๐,๐๐๐ เป็น ๔๐๐,๐๐๐ กว่า ๆ ซึ่งในอนาคตก็มีงานวิจัยว่าอาจจะลดลงกว่านี้หากเรายังไม่ทำอะไร และผลสำรวจ ความคิดเห็นจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์หรือ Nida Poll นี่ได้บอกอีกว่าร้อยละ ๔๔ ของสิ่งที่ทำให้คนไทยหรือว่าประชาชนไม่อยากมีลูกมาจากสาเหตุของเรื่องค่าใช้จ่าย และภาระในการเลี้ยงลูก รวมถึงสภาวะสังคมแล้วก็การเมืองที่ทำให้คนไม่ได้อยากมีลูกด้วย แม้ว่าปัญหาเด็กเกิดต่ำจะเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลกหลายประเทศก็เผชิญวิกฤตินี้ เช่นเดียวกันนะคะ เช่นทางเกาหลีใต้ก็ได้มีมาตรการในการแก้ไขปัญหานี้ในเรื่องของการ เพิ่มเงินอุดหนุนประชาชนจาก ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ เป็น ๒๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ทางสิงคโปร์ ในปีที่ผ่านมานี้ก็มีการเพิ่มเงินอุดหนุนเลี้ยงดูเด็กเป็น ๓๐ เปอร์เซ็นต์รวมถึงมีการจัดการเรื่อง Baby Bonus Support ให้คนอยากมีลูกมากขึ้นนะคะ ซึ่งในการอภิปรายงบประมาณ เมื่อปี ๒๕๖๗ ดิฉันก็ได้อภิปรายในประเด็นนี้นะคะ ขอสไลด์ด้วยค่ะ และได้เสนอแนวทางการ แก้ไขปัญหานะคะผ่าน Baby Birth Journey เป็นการแก้ไขวิกฤติเด็กเกิดต่ำเอาไว้ ๔ ข้อ ตอนอภิปรายครั้งแรกกำหนด ๔ ข้อนะคะ ๑. เรื่องของสิทธิลาคลอดที่ต้องเป็น ๑๘๐ วัน ทั้งพ่อและแม่ด้วยเพื่อให้ได้ค่าจ้างเต็มเวลาด้วย ๒. เป็นเรื่องของเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด ๐-๖ ปี และถ้วนหน้า ๓. คือเกี่ยวกับเรื่องของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่มีมาตรฐานมีจำนวนมากขึ้น แล้วก็ยืดหยุ่นในเรื่องของเวลาการเปิด-ปิด ๔. รัฐบาลจะต้องสนับสนุนสร้าง Ecosystem ที่ทำให้คนอยากมีลูกมากขึ้น มาตรการการลดหย่อนภาษีต่าง ๆ ห้องให้นมและห้องเปลี่ยน ผ้าอ้อมสาธารณะ แน่นอนค่ะว่าในหลายประเทศมีการพยายามจัดสรรนโยบายต่าง ๆ เพื่อให้ คนอยากมีลูกมากขึ้นแต่อัตราการเกิดก็ยังต่ำอยู่ แต่อย่างน้อย ๆ ค่ะท่านประธานในขณะที่ อัตราการเกิดต่ำถ้าเรามีนโยบายที่ Support อย่างเป็นระบบจัดสรรงบประมาณอย่าง มีคุณภาพ เด็กที่เกิดน้อยอยู่แล้วก็จะเป็นเด็กที่เกิดอย่างมีคุณภาพเช่นเดียวกัน ปัญหาเด็ก เกิดต่ำกระทบกับประเทศของเราอย่างไร ไม่ได้เป็นปัญหาของแค่ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง ถ้าเด็กเกิดต่ำมากขึ้นก็จะเป็นปัญหาในระยะยาว หมายความว่าอัตรากำลังของชนชั้นแรงงาน หรือว่าคนทำงานที่ต้องเสียภาษีให้กับรัฐบาลก็จะน้อยลงไปด้วย ในขณะที่ในช่วงวัยนี้ที่เติบโต เข้าสู่วัยผู้สูงอายุก็ต้องมีภาระทางภาษีเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ แต่เข้าใจว่าในทางการเมืองอาจจะไม่ค่อยได้รับความสนใจ เพราะว่ามันเป็นปัญหาที่แก้แล้ว ต้องใช้เห็นผลในระยะยาว แต่หลายประเทศก็บอกว่าการจัดสรรงบประมาณเกี่ยวกับเด็กเล็ก จะช่วยแก้ไขปัญหาในปลายเหตุได้อีกหลายอย่าง ดิฉันก็มีข้อเสนอบันได ๖ ขั้น ขอสไลด์ ด้วยนะคะ หลังจากนั้นดิฉันก็พยายามพูดถึงข้อเสนอแนะในหลาย ๆ การอภิปรายไม่ว่า จะญัตติใด ๆ ก็ตามที่มันเกี่ยวกับเรื่องเด็ก ดิฉันก็พยายามบอกรัฐบาลว่าช่วยเอานโยบาย ๖ ขั้นนี้ไปใช้เถอะ ดิฉันไม่ต้องการ Claim เป็นผลงานตัวเองก็ได้นะคะ นโยบาย ๖ ขั้น มีอะไรบ้างคะ ๑ เรื่องของวันลาเลี้ยงลูก ๑๘๐ วัน เงินอุดหนุนแล้วก็ห้องปั๊มนมในที่ทำงาน การแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ให้นมต่าง ๆ นะคะ แล้วก็บันไดขั้นที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องเงินอุดหนุนเด็ก แรกเกิดและกล่องรับขวัญนะคะ เงินอุดหนุนถ้วนหน้า เรื่องของกล่องรับขวัญคือว่าพอเกิด แล้วก็มี Baby Box ด้วยนะคะ ซึ่งอันนี้ใช้งบประมาณไม่เยอะ เพราะว่าเด็กเกิดต่ำอยู่แล้ว จริง ๆ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดีมาก ๆ ที่เราจะสนับสนุนงบประมาณเกี่ยวกับเด็กเพราะว่าเด็กเกิด ต่ำอยู่แล้วใช้งบประมาณไม่เยอะ บันไดขั้นที่ ๓ เกี่ยวกับเรื่องโรงเรียนพ่อแม่นะคะ เด็กที่เกิด มาต้องมีคุณภาพด้วย หรือในช่วงที่เด็กเกิดต่ำถ้าเกิดต่ำแล้วก็อย่างน้อย ๆ ให้มีคุณภาพด้วย โดยการมีโรงเรียนพ่อแม่ หรือเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพจิตของมารดาสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะส่งผลต่อเด็กโดยตรงนะคะ งบคัดกรองเด็กต่าง ๆ งบสุขภาพจิตมารดาเด็กต่าง ๆ ซึ่งจริง ๆ อันนี้เป็นกระทรวงสาธารณสุขดูแล ศูนย์เด็กเล็กใกล้บ้านค่ะ งบอุดหนุน ศูนย์เด็กเอกชนหรือที่ทำงานต่าง ๆ อันนี้ก็เป็นกระทรวง พม. กระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงศึกษาธิการก็ตาม🔗
บันไดข้อที่ ๕ เกี่ยวกับเรื่องการศึกษา อันนี้เป็นกระทรวงศึกษาธิการดูแล หรือว่ากระทรวงมหาดไทยในเรื่องของเด็กท้องถิ่นด้วยก็ได้ หลักสูตรที่ดี โรงเรียนที่ปลอดภัย การที่ไม่มีความรุนแรง อำนาจนิยมในโรงเรียน🔗
บันไดขั้นที่ ๖ เกี่ยวกับเรื่องผู้สูงอายุ อันนี้อาจจะดูเหมือนมันจะเกี่ยว ได้อย่างไร แต่ความเป็นจริงในการที่เราสนับสนุนผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ดูแล ก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้คนตัดสินใจที่จะมีลูกง่ายขึ้น เพราะว่าปัจจุบันที่เราไปสำรวจกันมาคนที่ไม่อยากมีลูก เพราะต้องดูแลคนข้างหลังอีกเยอะ ต้องพะวงหลังจะไปข้างหน้าก็เลยไม่ได้ เพราะฉะนั้นการ จัดสวัสดิการที่ครบถ้วนเป็น Value Chain ครบถ้วนทั้งต้นจนปลายจะทำให้เราสามารถ จัดการเรื่องนี้ได้ ก็อยากถามถึงรัฐบาลแล้วกันค่ะ🔗
ข้อแรก รัฐบาลมีความเห็นต่อข้อเสนอของดิฉันอย่างไร และปัจจุบันนี้มีการ นำข้อเสนอดังกล่าวไปปฏิบัติแล้วหรือไม่ ขอทราบรายละเอียด ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขออนุญาตตอบคำถามกระทู้ถามของ สมาชิกศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ จากพรรคประชาชน กรณีเกี่ยวกับ นโยบายของรัฐบาลที่เอื้อต่อการมีลูกนะครับ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมท่านสมาชิกมีการทำ Research แล้วก็มีข้อเสนอแนะที่ดีหลายอย่าง แต่ไม่ใช่ว่าทางรัฐบาลจะไม่มี แล้วก็มี บางประเด็นที่บันได ๖ ขั้นเมื่อสักครู่ที่ทางรัฐบาลเห็นพ้องและมีบางประเด็นที่เราเห็นต่าง ขออนุญาตว่าปัจจุบันเมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาทางกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ได้เชิญทุกกระทรวงมาทำ Workshop ด้วยกัน ทุกกระทรวงคือ ๒๐ กระทรวงในประเทศไทยเลย เป็นผู้บริหารระดับกระทรวงมาไม่ใช่เป็นระดับ ผอ. แต่เป็น Key Decision Maker ของแต่ละกระทรวงมา นอกจากนั้นเรายังเชิญองค์กรนานาชาติ ระหว่างประเทศอีก ๘ องค์กร มีทั้ง UNDP UNFPA UNWOMEN UNICEF UN-HABITAT รวมถึง UNV เกี่ยวกับ Volunteers ของ UN รวมถึง World Bank แล้วก็ WHO World Health Organization ทั้งหมดเหล่านี้เรามาทำ Workshop กัน แล้วเราตกผลึกกันออกมา เป็นนโยบายของรัฐบาล เราเรียกว่านโยบาย ๕ คูณ ๕ ฝ่าวิกฤติประชากร นโยบายนี้ได้รับ ผ่านการเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีเมื่อตอนเดือนเมษายน ๒๕๖๗ และตอนช่วงปลายเดือน เมษายนปีที่แล้ว ผมเองได้นำนโยบายนี้ไปนำเสนอต่อที่ประชุมของสหประชาชาติเป็น กรรมาธิการว่าด้วยประชากรและการพัฒนาเมื่อตอนปลายเดือนเมษายนปีที่แล้ว รายละเอียดของนโยบาย ๕ คูณ ๕ ฝ่าวิกฤติประชากรครับท่านประธาน ๕ คูณ ๕ คืออะไร คือนโยบายที่มีอยู่ด้วยกัน ๕ ยุทธศาสตร์ แล้วแต่ละยุทธศาสตร์นั้นจะมี ๕ มาตรการด้วยกัน บางประเด็นจะสอดคล้องกับบันได ๖ ขั้นที่ท่านสมาชิกได้นำเสนอเมื่อสักครู่ เพราะว่า ยุทธศาสตร์แรกเราพูดกันถึงการสร้างศักยภาพให้กับคนวัยทำงาน เอื้อให้พวกเขาเหล่านั้น มีงานการที่สามารถสร้างรายได้ที่เพียงพอในการที่จะเลี้ยงดูครอบครัว รวมไปถึงการมีที่พัก อาศัยที่เพียงพอ หนึ่งในนโยบายสำคัญนั้นวันนี้รัฐบาลได้มีนโยบายบ้านเพื่อคนไทยออกมา นี่ก็เป็นหนึ่งในแนวทางที่จะสนับสนุนเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับคนในวัยทำงาน ทำให้เขานั้น จะมีครอบครัวได้อย่างมั่นคง และที่สำคัญเตรียมตัวเข้าสู่วัยของสังคมสูงอายุด้วยของคน วัยทำงาน🔗
ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ครับท่านประธาน เป็นยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเด็ก จะคล้ายคลึงกับที่ท่านสมาชิกได้กล่าวเมื่อสักครู่คือว่า ถึงแม้ว่าปัจจุบันเด็กเราจะมีน้อยลง ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าคนเท่านั้นที่เพิ่งเกิดมาเมื่อปี ๒๕๖๗ เราต้องทำให้เขามีคุณภาพ มากขึ้น มีคุณภาพทั้งกาย พัฒนาทั้งกายและด้านจิตใจ ซึ่งกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ จะครอบคลุมหลายกระทรวงด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวง วัฒนธรรม กระทรวงคมนาคม จึงเป็นเหตุให้นโยบายที่ผมพูดถึงนี้มาจากทั้ง ๒๐ กระทรวง และหน่วยงานนานาชาติด้วย🔗
ยุทธศาสตร์ที่ ๓ เราพูดถึงเรื่องคนทำงานแล้ว เราพูดถึงเรื่องเด็กเล็กแล้ว ยุทธศาสตร์ที่ ๓ เราพูดถึงเรื่องคนผู้สูงอายุซึ่งจะคล้าย ๆ กันอีกเช่นกัน เพราะว่าการที่จะต้อง ดูแลผู้สูงอายุทำให้พวกเขาเหล่านั้นมี Active Ageing หรือว่าอย่างกระฉับกระเฉงอยู่ในวัย เกษียณเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้พวกเขาเหล่านั้นเป็นกำลังในการที่จะผลักดันเศรษฐกิจของ ประเทศไทย สังคมไทยเดินไปข้างหน้า และที่สำคัญคนสูงอายุในวันนี้ไม่ใช่สถานะเดียวกันกับ เมื่อ ๔๐ ๕๐ ปีที่แล้ว คนอายุ ๖๐-๗๐ ปีในวันนี้ครับท่านประธาน มีกำลังทั้งกำลังกาย กำลัง สมอง ต่างจากเมื่อ ๓๐ ๔๐ ปีที่แล้ว ดังนั้นผู้สูงอายุเหล่านี้จะสามารถมาเป็นกำลังได้อีก แนวทางหนึ่ง🔗
ยุทธศาสตร์ที่ ๔ ท่านประธานครับ เราพูดถึงการเสริมพลังให้กับคนพิการ ซึ่งก็สอดคล้องกับที่ท่านสมาชิกได้กล่าวสักครู่ ในการนี้ทางกระทรวง พม. เราได้ลงนาม ใน MOU กับกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวง อว. ในการใช้เงินจากกองทุนส่งเสริมและ พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการให้กับทุก ๆ สถาบันการศึกษาระดับสูงทั่วประเทศ แล้วก็ Recruit คนพิการเข้ามาแห่งละประมาณ ๕๐-๖๐ คน และประสานงานกับภาคเอกชนที่อยู่ ในพื้นที่ของแต่ละมหาวิทยาลัยในการที่จะหางานให้กับคนพิการต่าง ๆ โครงการนี้เราได้ ทดลองทำ Pilot Project มาเมื่อตอนปี ๒๕๖๗ ท่านประธานครับ แล้วเราใช้กับ ๖ มหาวิทยาลัย ภาคเหนือ กลาง อีสาน ใต้ มีทั้ง มช. มข. ลาดกระบัง มีบางมด มีทั้งสวนดุสิต ที่สุพรรณบุรี แล้วก็ มอ. ที่สงขลา เราทดลอง Recruit คนพิการมา ๓๐๐ คนทั่วประเทศ แล้วท้ายที่สุดประมาณ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของคนที่เราได้ทดลองนั้นมีงานทำ ดังนั้นปีนี้ เราถึงได้ขยายผลเซ็นสัญญาลงนามใน MOU กับ อว. แล้วก็กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อที่จะให้ คนพิการนั้นได้มี เรียกว่ามีกำลังที่จะสามารถ Support ตัวเองได้ในสังคม🔗
ยุทธศาสตร์สุดท้าย เกี่ยวกับเรื่องการสร้างระบบนิเวศที่จะทำให้คนทุกวัย คนทุก Gen นั้นสามารถอยู่ด้วยกันได้ แล้วก็สามารถทำให้รู้สึกอยู่ปลอดภัย เติบโตขึ้นมาใน สภาพแวดล้อมที่เอื้อให้กับคนแต่ละรุ่นนั้นอยู่ด้วยกัน ทำให้คนรุ่นใหม่นั้นสามารถมีความหวัง ในการที่จะมีครอบครัว แล้วก็สามารถ Support ลูกที่จะเกิดขึ้นมาในอนาคตได้ ดังนั้นปัจจัย ต่าง ๆ เหล่านี้แน่นอนอย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวครับ ไม่ใช่ของ พม. อย่างเดียว แต่วันนี้ต้อง เรียนว่ารัฐบาลมีนโยบายนี้ออกมาแล้วทุกกระทรวงกำลังเร่งดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นระบบ การขนส่งสาธารณะเพื่อที่จะเอื้อให้คนทำงานนั้นเดินทางได้สะดวกมากขึ้น ในอีก หลาย ๆ ส่วนตามที่ผมได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ ดังนั้นนโยบาย ๕ คูณ ๕ ฝ่าวิกฤติประชากร ก็เป็นคำตอบที่ทางรัฐบาลนั้นมีในการที่จะแก้ปัญหาวิกฤติ ไม่ใช่เพียงแค่เด็กเกิดใหม่น้อยครับ แต่เป็นปัญหาวิกฤติโครงสร้างประชากร เพราะว่าการที่มีเด็กเกิดน้อย มีผู้สูงอายุเยอะ และในอนาคตอันใกล้ที่เราจะมีแรงงานน้อยลงนั้นภาพรวมนี้เราเรียกว่าเป็น Population Crisis หรือเป็นวิกฤติโครงสร้างประชากร ซึ่งวันนี้ต้องเรียนว่ายังไม่มีประเทศไหนในโลก ที่ประสบความสำเร็จในการที่จะเพิ่มจำนวนประชากร เพราะว่ามันไม่ใช่เพียงแค่เงิน อย่างเดียว ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกจากการที่ทำข้อมูลมาเยอะจะทราบดีว่าแม้แต่สิงคโปร์ ให้กันขนาดนี้ประชากรของสิงคโปร์เด็กเกิดใหม่ก็ยังไม่เพิ่มขึ้น ดังนั้นวันนี้เราหวังเป็นอย่างยิ่ง ครับว่านโยบาย ๕ คูณ ๕ ฝ่าวิกฤติประชากร จะสามารถตอบคำถามแล้วก็ทำให้ประชากร เด็กเกิดใหม่ในประเทศไทยได้มีเพิ่มมากขึ้นครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญท่านศศินันท์ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านราวุธค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉันก็ติดตามท่านอยู่ใน TikTok ก็นโยบาย ๕ คูณ ๕ เองที่ท่านได้ มีการนำเสนออย่างเข้าใจง่าย ๆ ดิฉันขอถามคำเป็นคำถามที่ ๒ ท่านประธาน อันนี้ก็คือ เมื่อสักครู่ได้ฟังแล้วว่ามียุทธศาสตร์อย่างไร รัฐบาลมีความคิดในการจะแก้ไขอย่างไร ดิฉัน ขอถามต่อไปในเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณแล้วกันค่ะท่าน เพราะว่าสุดท้ายนี้ก็ต้องไปอยู่ที่ว่า จะมีการจัดการงบประมาณอย่างไร คำของบประมาณในปีต่อไป ปี ๒๕๖๙ จะไปในทิศทางนี้ หรือไม่ อยากถามว่าทางรัฐบาลในงบประมาณปี ๒๕๖๙ รัฐบาลมีแนวทางในการปรับเพิ่ม งบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาวิกฤติเด็กเกิดน้อยอย่างไร อยากให้ท่าน อธิบายเป็นรายละเอียดจะได้ใช้ในการติดตามต่อในการอภิปรายงบประมาณค่ะ ขอบคุณ ท่านประธานค่ะ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณท่าน สส. ท่านได้ถามคำถามได้ ตรงประเด็น แล้วก็ท้ายที่สุดทางคณะรัฐมนตรีโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวง พม. ก็คงต้องขอ ยืมพลังของท่าน สส.เวลาอยู่ในคณะกรรมาธิการงบประมาณปี ๒๕๖๙ เพราะว่าในปี ๒๕๖๙ ท่านประธานครับ ทางกระทรวง พม. เราตั้งงบประมาณในการที่จะอุดหนุนเลี้ยงดู เด็กแรกเกิดตั้งแต่ ๐-๖ ปี จากเมื่อก่อนเราให้กันเป็นแบบ Selective คือว่ายังไม่ได้ ให้ครอบคลุม จากประมาณเกือบ ๆ ๔ ล้านคน ๓,๘๐๐,๐๐๐ คนนั้นเราให้งบประมาณดูแล ประมาณ ๒,๒๐๐,๐๐๐ คน หรือประมาณ ๕๕-๖๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ในปี ๒๕๖๙ เราได้เพิ่ม เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดนั้นจากจำนวน ๕๕ เปอร์เซ็นต์นั้นเป็นถ้วนหน้า คือจะอยู่ที่ประมาณ ๓,๒๑๐,๐๐๐ กว่าคนครับท่านประธาน งบประมาณที่เราเสนอไปก็คืออยู่ที่ ๒๓,๑๗๑ ล้านบาทเศษ นอกจากนั้นยังมีงบประมาณในการพัฒนาศักยภาพเด็กปฐมวัยแล้วก็ยกระดับ การพัฒนาสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพราะว่าวันนี้ ท่านประธานครับ ศูนย์พัฒนาเด็กหรือว่าศูนย์ดูแลเด็กเล็กในประเทศไทยนั้น ส่วนใหญ่จะรับเด็กตั้งแต่อายุ ๓ ขวบขึ้นไปนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องเรียนว่าปัจจุบันภายใต้ กฎหมายที่ทางกระทรวงแรงงานดำเนินการหรือและเป็นไปตามกติกาของ ILO เราสามารถ ให้คุณแม่ลาคลอดได้อยู่ที่ ๙๘ วัน ซึ่งคำถามอยู่ที่ว่าพอพ้น ๙๘ วันไปแล้ว วันที่ ๙๙ เราจะ เอาลูกไปไว้ที่ไหน ที่ผ่านมาบางครั้งคุณพ่อคุณแม่ก็จะส่งลูกกลับไปให้กับปู่ย่าตายาย ซึ่งบางครั้งก่อให้เกิดปัญหามากขึ้น เพราะว่าบางครั้งคนในต่างจังหวัดวิธีที่จะเลี้ยงดูเด็กเล็ก เพื่อให้อยู่เงียบก็จะโยน Tablet ให้หรือบางครั้งก็จะโยน Smart Phone ให้ซึ่งก่อให้เกิด ปัญหาหนักกว่าเดิม ดังนั้นแนวทางของกระทรวง พม. คือเราอยากจะลดเพดานอายุของ สถานดูแลเด็กปฐมวัยจาก ๓ ขวบลงมาให้อยู่ที่ประมาณ ๓ เดือน เป็นเรื่องที่ท้าทายนะครับ แล้วเรากำลังขอทดลองเป็น Pilot Project ในการของบประมาณอยู่ที่ประมาณเกือบ ๔๐ ล้านบาทครับในการที่จะพัฒนาศูนย์ เรียกว่าศูนย์พัฒนาสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่อยู่ใน การดูแลของกระทรวง พม. เพราะว่าดูแลเด็ก ๓ ขวบกับดูแลเด็ก ๓ เดือน ผมเชื่อว่า ท่านสมาชิกทราบดีว่าต่างกันหนังคนละเรื่องเลย คอก็ยังไม่แข็งแล้วต้องมีการเลี้ยงดูอย่าง ประคบประหงมพอสมควรนะครับ แล้วนอกจากนั้นเรายังมีการตั้งงบประมาณในหลักเกณฑ์ เด็กตอนแรกมีเด็กที่อยู่ในครัวเรือนยากจน แต่ตอนนี้เราก็ให้เป็นถ้วนหน้าไปแล้วนะครับ อย่างที่ผมได้เรียนไปว่าอยู่ที่ ๒๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในส่วนของกระทรวงอื่น ๆ อยากจะ สอบถามเหมือนกันแต่เผอิญว่าตอนนี้ข้อมูลยังมาไม่ถึง ได้แต่ในส่วนของกระทรวง พม. ดังนั้น ถ้าหากว่าในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ การตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณครับ เราอยากจะเสนอแนวทางว่านอกจากให้เด็กแรกเกิดตั้งแต่ ๐-๖ ปีแล้ว เราอยากจะถอยหลัง กลับไปตั้งแต่ตอนอยู่ในครรภ์คุณแม่ ตั้งแต่อายุ ๔ เดือนมาจนถึงแรกเกิดจนถึง ๖ ปี งบประมาณน่าจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณเกือบ ๆ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท คงต้องขออนุญาต ฝากท่านประธานไปยังท่านสมาชิกครับว่าได้ช่วยกันสนับสนุนงบประมาณปี ๒๕๖๙ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่านศศินันท์🔗
มีเวลาเหลือ อีกนิดหนึ่งค่ะท่านประธาน ขอเวลาอีกนิดหนึ่งค่ะ ทีนี้นอกจากเรื่องงบประมาณ ก็ขอขอบคุณ ท่านวราวุธที่ตอบมาค่อนข้างครบถ้วนนะคะ แล้วก็เดี๋ยวจะต้องติดตามต่อในงบประมาณ ปี ๒๕๖๙ ต่อไป แล้วก็เห็นด้วยกับการเพิ่มงบประมาณในแต่ละส่วนที่ท่านพูดมานะคะ ทีนี้ขอสุดท้ายค่ะ คำถามสุดท้ายค่ะท่านประธาน เป็นเกี่ยวกับเรื่องของกฎหมายการแก้ไข กฎหมายต่าง ๆ ที่อาจจะช่วยในเรื่องของการให้ประชาชนมีบุตรมากขึ้นหรือว่าเพิ่มคุณภาพ ในการมีลูก เพราะว่าทางรัฐบาลมีแนวทางในการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างไร คำถาม สุดท้ายค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณมากครับ ท่านสมาชิกจริง ๆ กระทู้ถามทั่วไปนี่มันไม่เหมือนกระทู้ถามสดนะครับ มันถามได้แค่ ๒ ครั้ง แต่ไม่เป็นไรอนุโลมให้นะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ต้องชมท่านสมาชิกนะครับ ท่านถาม นโยบาย ถามเงิน ถามกฎหมาย ๓ เรื่องค่อนข้างจะครอบคลุมนะครับ ที่เรากำลังพิจารณาอยู่ ในขณะนี้ในส่วนของกฎหมายครับ ท่านประธานครับ เรามีอยู่ ๓ ฉบับที่เรากำลังเร่งแก้อยู่ กฎหมายฉบับแรกเป็นร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดขึ้นโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการ เจริญพันธุ์ทางการแพทย์ รายละเอียดของกฎหมายนี้ทางกระทรวง พม. เราทำร่วมกันกับ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นการปรับปรุงเพื่อที่จะเอื้อให้กับบุคคลทุก ๆ คนสามารถ ได้รับการคุ้มครองแล้วก็สามารถมีลูกมีบุตรโดยการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็น IF หรือไปทำ GIFT อะไรต่าง ๆ เพราะว่าวันนี้เองก็ต้องขอ แสดงความยินดีกับพี่น้องประชาชน กลุ่ม LGBTQIA+ เพราะว่าวันนี้ท่านสามารถจดทะเบียน ได้แล้วจากกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไป ต้องขอบคุณสมาชิกทุกท่านนะครับ และจากกฎหมายฉบับนั้นเองเป็นเหตุที่วันนี้เรากำลังจะต้องแก้ร่างกฎหมายฉบับนี้จากคำว่า สามีภรรยา หรือว่าสามีหรือภรรยานั้นให้เปลี่ยนเป็นคำว่า คู่สมรส เพื่อที่จะเอื้อให้กับคนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชายเป็นหญิง หรือเป็นเพศใดก็แล้วแต่สามารถที่จะมีบุตรได้ตามกฎหมาย ฉบับดังกล่าว นี่เป็นกฎหมายฉบับแรกที่ทางกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวง พม. เรากำลังเร่งแก้อยู่นะครับ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็น การทำ ประชาพิจารณ์แล้ว คาดว่าในครึ่งหลังของปี ๒๕๖๘ ปีนี้จะสามารถดำเนินการแล้วก็ประกาศ ในพระราชกิจจานุเบกษาได้ ในกฎหมายฉบับที่ ๒ เป็นการปรับปรุงพระราชบัญญัติคุ้มครอง ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ต้องเรียนว่าการสร้างสถาบันครอบครัว ให้มีความเข้มแข็งจะเป็นปัจจัยอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้คนรุ่นใหม่ แล้วครอบครัวคนรุ่นใหม่นั้น คิดที่จะมีลูกมากขึ้นนะครับ ซึ่งกฎหมายนี้อยู่ในการพิจารณาของสำนักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีนะครับ แล้วก็แจ้งเวียนไปยังหน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงานขอความเห็นเพิ่มเติม อยู่ และกฎหมายฉบับสุดท้ายเป็นการพัฒนาแล้วก็แก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติส่งเสริม การพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัวครับ ซึ่งในการนี้ทางกรมกิจการสตรี และสถาบันครอบครัวของกระทรวง พม. เราได้ให้ทางสถาบันวิจัยให้คำปรึกษา แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดำเนินการศึกษาอยู่ว่าการที่จะสร้างโครงสร้างครอบครัวไทย ให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น หรือจะเป็น Intergeneration house เหมือนอย่างที่เราเคยดูหนังเรื่องหลานม่า ที่วันนี้กำลัง กลายเป็น Global Finnomena กำลังส่งชิงรางวัล Oscar อยู่นั้น จะทำอย่างไรให้สถาบัน ครอบครัวของไทยนั้นมีความอบอุ่นได้มากขึ้น และส่งเสริมเอื้อให้กับคนใน Gen Y Gen Z และในอนาคต Gen Alpha และ Beta นั้นอยากจะมีลูกแล้วก็เพิ่มจำนวนประชากรของ ประเทศไทย เป็นกฎหมาย ๓ ฉบับครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เป็นอันจบกระทู้ถามทั่วไปกระทู้แรกสำหรับวันนี้นะครับ ต่อไปเข้าสู่ ระเบียบวาระที่ ๑.๒.๒🔗
๒. เรื่อง แนวทางแก้ไขปัญหาในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถามนายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้ตอบกระทู้ถาม แทนได้รับแจ้งจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมว่าติดภารกิจสำคัญได้นัดหมายไว้ ล่วงหน้าแล้ว จึงได้ขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ต่อไประเบียบวาระที่ ๑.๒.๓🔗
๓. เรื่อง ความชัดเจนเรื่องโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ นางสาวภคมน หนุนอนันต์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถามนายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นผู้ตอบกระทู้ ถามแทน แต่ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วย ท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ท่านรัฐมนตรีมานั่งรออยู่แล้วนะครับ เชิญท่าน สส. ภคมน ครับ🔗
เรียนท่านประธานนะคะ ดิฉัน ภคมน หนุนอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ดิฉันได้ตั้งกระทู้ถามทั่วไป ไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อสอบถามความชัดเจนเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ สวัสดี ท่านรัฐมนตรีมนพรด้วยนะคะ ดิฉันจะไม่ขอย้อนความให้ยืดยาวเนื่องจากปัจจุบันมันมีความ ชัดเจนอยู่แล้วว่ารัฐบาลของคุณแพทองธาร ชินวัตร จะผลักดันร่างพระราชบัญญัติระเบียง เศรษฐกิจพิเศษภาคใต้หรือ SEC และนโยบายเรือธงที่เป็น Megaproject ในพื้นที่ภาคใต้ อย่าง Land Bridge ก็จะผลักดันผ่าน พ.ร.บ. SEC ด้วยเช่นกัน โดยดิฉันจะขอไล่ Timeline ของรัฐบาลสักเล็กน้อยก่อนที่จะขอความชัดเจนจากท่านรัฐมนตรีนะคะ เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๖๗ รัฐมนตรีคมนาคมได้ให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่าทาง DP World หรือ Dubai Ports World ได้ให้ความสนใจโครงการ Land Bridge อย่างมาก และทั้งสองฝ่ายก็ตกลงตั้ง คณะทำงานร่วมกันเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนของทั้งสองฝ่าย โดยจะใช้เวลา ศึกษาเป็นเวลา ๔ เดือน ซึ่งถ้านับตั้งแต่วันที่ท่านรัฐมนตรีให้ข่าวกับสื่อมวลชนจนถึงวันนี้ ก็คาดว่าผลการศึกษาร่วมนั้นแล้วเสร็จแล้วนะคะ แต่เมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้พบกับ DP World ที่กรุง DAVOS ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยรายละเอียดของการพูดคุยระบุ ในข่าวว่า DP World พร้อมจะเดินหน้าศึกษาโครงการ Land Bridge เพื่อสนับสนุนไทยเป็น ศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งถ้าอ่านจากข่าวที่ระบุความคืบหน้า ก็ไม่ได้ต่าง กับช่วงที่คุณเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะขณะนั้น DP World ก็ได้แสดงความ จำนงว่ามีความสนใจและจะจัดตั้งคณะศึกษาร่วมหลังนายกแพทองธารรับไม้ต่อทันที ถ้าไล่ Timeline กันแบบนี้ท่านสุริยะบอกว่าตั้งแล้วใช้เวลา ๔ เดือน ท่านนายกรัฐมนตรี ไปพบ DP World ที่ดาวอสก็บอกว่าเขาสนใจ ซึ่งถ้าย้อนกลับไปนายกเศรษฐาก็บอกว่า เขาสนใจพร้อมเดินหน้าเช่นกัน ดังนั้นคำถามก็คือ ณ ปัจจุบันนี้สรุปว่าไทยและ Dubai Ports World ได้ร่วมศึกษาถึงความเป็นไปได้ของโครงการ Land Bridge แล้วหรือยัง เพราะถ้า อ่านจากข่าวก็อย่างที่บอกไปนะคะ และถ้าคืบหน้าที่สุดเมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีไปพบ Dubai Ports World ก็ดูเหมือนจะเป็นการเพิ่งเริ่มต้น และหากยังไม่ศึกษาร่วมขณะนี้ ขั้นตอนอยู่ขั้นตอนไหน เมื่อไรที่มีการสอบถามความคืบหน้าของโครงการ Land Bridge ก็จะ มีข้อความแบบนี้ค่ะโผล่ออกมาทันทีว่า Dubai Ports World พร้อมศึกษาร่วม ดังนั้นวันนี้ ดิฉันขอความชัดเจนว่าสถานะปัจจุบันของการศึกษาร่วมของไทยและ Dubai Ports World อยู่ในขั้นตอนไหน🔗
ต่อมาในช่วงนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ได้มี Roadshow โครงการ Land Bridge ไปทั่วโลกตั้งแต่ปลายปี ๒๕๖๖-๒๕๖๗ มีการออกข่าวและพูดหลายครั้งว่านักลงทุน จากต่างประเทศสนใจจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดอย่างจริงจังสักครั้ง และจำนวนรายชื่อบริษัทที่พร้อมลงทุนประมูลโครงการร่วมกัน จนกระทั่งปลายปีที่ผ่านมา เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๗ ท่านรัฐมนตรีสุริยะได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่ามีตัวแทนบริษัท China Harbour Engineering จำกัด ได้เข้าพบเพื่อหารือความคืบหน้าโครงการ Land Bridge สนใจลงทุนพร้อมมีนักลงทุนประเทศญี่ปุ่นให้ความสนใจและขอข้อมูล🔗
ดังนั้นคำถามที่ ๒ ในช่วงแรก ณ ตอนนี้มีการติดตามทำข้อมูลตัวเลขและ รายชื่อบริษัทนักลงทุนที่พร้อมลงทุนหากเปิดประมูลโครงการตามขั้นตอนและระเบียบ กฎหมายไว้หรือไม่ และตอนนี้มีจำนวนเท่าไร ดิฉันเข้าใจดีว่าต้องรอเปิดประมูลก่อนถึงจะได้ ตัวเลขและรายชื่อเอกชนที่แน่ชัด แต่ Project ที่มันใหญ่ขนาดนี้มีเม็ดเงินจำนวนมหาศาล ขนาดนี้แถมมีการ Road Show ไปทั่วโลกด้วยน่าจะมีการเก็บข้อมูลเบื้องต้นเอาไว้เป็น พื้นฐานเพื่อประเมินความคุ้มค่าในการลงทุน เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในโครงการให้กับ ประชาชนในพื้นที่ด้วย และถ้าเกิดว่าตัวเลขที่มีเป็นตัวเลขที่น้อย ดิฉันคิดว่าไม่ใช่ปัญหาค่ะ เพราะเข้าใจดีว่ามันจำเป็นต้องมีการนำเสนอและขั้นตอนการตัดสินใจการลงทุนของเอกชน เพราะเงินจำนวนมากแต่ปัญหาอยู่ที่ว่าตอนนี้ประชาชนอยากทราบว่าขั้นตอนความคืบหน้า ที่ชัดเจนจริง ๆ ตอนนี้อยู่ตรงไหน อย่างน้อย ๆ วันนี้ดิฉันคิดว่าท่านรัฐมนตรีตอบในวันนี้ จะเป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลมีความจริงใจมุ่งพัฒนาโครงการดังกล่าวไปในแนวทางใด ๒ คำถามสำหรับช่วงแรกค่ะ🔗
ขอบคุณมากครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ท่านภคมน หนุนอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรค ประชาชนค่ะ ดิฉันต้องถือโอกาสขอบคุณท่านสมาชิกที่ท่านได้ให้ความสนใจต่อโครงการของ Land Bridge แล้วดิฉันก็ได้ถือโอกาสใช้เวทีของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนี้สื่อสารไปถึง พี่น้องประชาชนด้วยว่า โครงการ Land Bridge เป็นโครงการเรือธงอย่างที่ท่านสมาชิกได้ นำเรียนสักครู่ว่าเป็น Megaproject อีก ๑ โครงการของรัฐบาลหลังจากที่ท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตรได้แถลงนโยบายนี้ต่อที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งโครงการ Megaproject ดังกล่าว ขออนุญาตว่ากระทรวงคมนาคมเองได้มอบหมายให้สำนักงาน สนข. ได้ดำเนินการ โครงการในการที่จะศึกษาความเหมาะสม ซึ่งโครงการดังกล่าวเริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ จนถึง ปัจจุบันนี้ แล้วเราจะเห็นว่าการศึกษาความเหมาะสมเองก็ต้องใช้เวลา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ของมิติที่จะเกิดขึ้นในโครงการดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นมิติของเศรษฐกิจทางด้านการเงิน ทั้งเรื่องของวิศวกรรม ทั้งเรื่องของทางด้านสังคม จนกระทั่งในเรื่องของการออกแบบเบื้องต้น นะคะ ซึ่งองค์ประกอบของ Land Bridge ก็จะประกอบไปด้วยท่าเรือบริเวณอ่าวอ่าง แล้วก็จังหวัดระนอง แล้วก็รวมถึงบริเวณแหลมริ่วจังหวัดชุมพร แล้วก็เป็นเส้นทางที่จะเชื่อม กับรถไฟรางคู่ ดิฉันได้ขออนุญาตฉายภาพของ Land Bridge ซึ่งจะเห็นภาพให้ชัดเจน มากยิ่งขึ้นนะคะ🔗
แล้วก็ Motorway ซึ่งระยะทางทั้งสิ้น ๙๐ กิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันผลของการศึกษาโครงการ Land Bridge ก็อยู่ในขั้นตอนที่เราคาดการณ์ว่าเราวางแผนไว้ว่าจะต้องให้แล้วเสร็จภายใน ปี ๒๕๖๘ ซึ่งจากที่ท่านสมาชิกบอกว่าท่านสุริยะเคยให้สัมภาษณ์ระยะเวลา ๔ เดือนนั้น ซึ่งขณะนี้ผลของการศึกษาอยู่ในขั้นตอนของการรับฟังความเห็นเกือบจะเสร็จแล้ว แล้วขั้นตอนนั้นก็คือเราจะนำไปซึ่งการออกกฎหมายในเรื่องของ SEC ซึ่งจะล้อไปกับนโยบายของ EEC ซึ่งขณะนี้ดิฉันขออนุญาตหลังจากที่ฉายภาพให้เห็นถึงภาพของโครงการ Land Bridge แล้ว นอกจากที่ทาง สนข. ได้ทำอยู่เราก็เตรียมเอกสารเพื่อจะเชิญชวนให้ทางบริษัทเอกชน ที่มีความสนใจที่จะเข้าร่วมโครงการ Land Bridge ขออนุญาตเพิ่มเติมขั้นตอนนิดหนึ่งว่า ในระหว่างที่เราได้ทำการศึกษาแล้วก็เชิญชวน ก่อนที่จะเชิญชวนบริษัทเราก็มีขั้นตอนของ การหารือกับภาคเอกชน โดยที่มติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๖ ว่าให้กระทรวง คมนาคมรับฟังความเห็นทั้งนักลงทุนในประเทศแล้วก็ทางต่างประเทศ นั่นหมายถึงว่า เรามีการ Roadshow ในประเทศและต่างประเทศ แล้วก็เชิญชวนในเรื่องของกลุ่มประเทศ เป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศญี่ปุ่น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ประเทศฝรั่งเศส ประเทศอิตาลี และประเทศจีน แต่ขออนุญาตว่าจริง ๆ พอเราได้ Roadshow ไปแล้วมีกลุ่มประเทศที่ให้ความสนใจเป็นพิเศษ นั่นคือกลุ่มของ Dubai World แล้วก็กลุ่มของกลุ่มจีน ก็คือกลุ่มของ China Harbour ขณะที่กลุ่มของ Dubai World ของ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นผู้บริหารของท่าเรือแล้วก็มีกลุ่มบริษัทอันดับ ๒ ของโลก มีเรือ ขนส่งสินค้าประมาณ ๑,๗๐๐ ลำ ในส่วนของบริษัท China Harbour ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ ของประเทศจีนซึ่งมีกิจการในเรื่องดูแลระบบโลจิสติกส์ แล้วก็บริษัทก่อสร้างและก็บริษัท ท่าเรือ ซึ่งขณะนี้เราได้มีการทำงานร่วมกันในการที่จะศึกษาความเป็นไปได้ว่าขณะนี้กลุ่ม Dubai World ก็ให้ความสนใจ เราได้ทำงานร่วมกันก็คือมาวางแผนที่จะดำเนินการร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น Dubai World หรือเช็ก เรามีการตั้งคณะทำงานร่วมกัน ซึ่งทำไมกระทรวง คมนาคมถึงมีการคัดเลือก แล้ว ๒ บริษัทนี้ถึงให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะ ๒ บริษัทนี้ มองเห็นโอกาสค่ะว่าในขณะที่การลงทุนแล้วก็การแข่งขันในเรื่องของการขนส่งทางน้ำ เป็นการขนส่งที่สามารถลดต้นทุนการผลิต ซึ่งขณะนี้ใน ๒ บริษัทนี้เมื่อมีการตั้งคณะทำงาน ร่วมกันแล้วเราก็จะเอาการทำงานร่วมกัน ซึ่งในส่วนของประเด็นไม่ว่าจะเป็น China Harbour ไม่ว่าจะเป็น Dubai World เขาให้ความสนใจในเรื่องของการขนส่งสินค้า แต่ขณะเดียวกันการขนส่งสินค้าที่จะลดระยะเวลาการเดินทางการขนส่งนั้นมีองค์ประกอบ ของการศึกษานั่นก็คือในเรื่องของการศึกษาเรื่องของภาวะสิ่งแวดล้อม เรื่องดังกล่าวอยู่ใน ขั้นตอนของการรับฟังความคิดเห็นแล้วก็ลงไปดูในเรื่องผลตอบแทนต่าง ๆ ก็ขออนุญาต กราบเรียนว่าความคืบหน้าของ ๒ บริษัทนี้เราจะทำให้แล้วเสร็จ ซึ่งท่านสมาชิกได้พูดถึงว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเองได้ไปประชุมที่ DAVOS แล้วก็ได้พูดกับนักธุรกิจของ Dubai World นั้น ก็เป็นหนึ่งในโครงการที่ Dubai World ให้ความสนใจในเรื่องของ Land Bridge เองแล้วก็ใน เรื่องของโครงการก่อสร้างในเรื่องอื่น ๆ ซึ่งท่านสมาชิกต้องการให้ดิฉันตอบว่าจะแล้วเสร็จ เมื่อไร ในกรอบของงบประมาณภายในปี ๒๕๖๘ ในขั้นตอนแรกที่เราดำเนินการไปแล้ว แต่ขณะนี้รอผลของการศึกษาเรื่องของผลกระทบสิ่งแวดล้อม เหลือเพียงแค่ขั้นตอนเดียว ถ้าเราได้ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเข้ามาในส่วนของการตั้งคณะทำงานร่วมกันก็น่าจะเข้า ไปสู่ปลายทางการตัดสินใจว่า ๒ บริษัทนี้จะเข้าร่วมการประมูลในการลงทุนของโครงการ Land Bridge หรือไม่ ขออนุญาตตอบคำถามแรกของท่านสมาชิกค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญคำถามที่ ๒ ครับ🔗
เรียนท่านประธานค่ะ เท่าที่ฟังและถ้าดิฉันจะพอสรุปตามที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงมาก็เท่ากับว่าตอนนี้ Dubai Port World กับไทยได้ตั้งคณะกรรมการศึกษาร่วมกันแล้วถูกต้องไหมคะ และดิฉันไม่ได้สอบถาม ว่าเมื่อไรจะแล้วเสร็จ เพียงแต่อยากทราบว่าขั้นตอนขณะนี้อยู่ที่ไหน เพราะว่าหลายบุคคล สำคัญในรัฐบาลเวลาที่พูดถึงการศึกษาก็จะมีความคลาดเคลื่อนไม่ตรงกัน แต่ท่านรัฐมนตรี ตอบแบบนี้ก็ขออนุญาตสรุปว่าขณะนี้มีการตั้งคณะทำงานร่วมกันแล้ว🔗
ในส่วนของร่าง พ.ร.บ. SEC ก็เหมือนเดิมว่าเมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๗ ท่านรัฐมนตรีสุริยะก็ให้ข่าวไว้ล่าสุดเรื่องนี้เหมือนกันว่าขณะนี้รอคณะกรรมการ นโยบาย พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือ กพศ. ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านพิชัย เป็นประธานเพื่อเปิดประชุมและมอบหมายให้ สนข. จัดทำร่าง พ.ร.บ. SEC จนถึงขณะนี้ ปัจจุบันดิฉันอยากทราบว่ามีการเปิดประชุมของคณะกรรมการชุดนี้ไปแล้วหรือยัง มีการ ตั้งวาระการประชุมเพื่อจะดำเนินการพิจารณาของ สนข. ในการจัดทำ พ.ร.บ. ไปแล้วหรือยัง และคำถามสำคัญที่ดิฉันกังวลและต้องการความชัดเจน ร่าง พ.ร.บ. SEC ถ้าพูดกันอย่างตรงไปตรงมานะคะ เมื่อดูรายละเอียดแล้วปฏิเสธไม่ได้ว่า ถอดมาจากร่าง พ.ร.บ. ของ EEC ในรัฐบาลของพลเอก ประยุทธ์ ดังนั้นวันนี้ดิฉันอยากได้ยิน คำยืนยันจากท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลว่าประชาชนในพื้นที่ภาคใต้เขาจะมั่นใจได้อย่างไรว่า พ.ร.บ. SEC ถ้าเกิดขึ้นจะไม่เหมือน พ.ร.บ. EEC ดิฉันขอยกตัวอย่างความเหมือนและความ น่ากังวลของ พ.ร.บ. SEC ที่ถอดมาจาก EEC นะคะ ความน่ากังวลแรก พ.ร.บ. EEC มีการ เปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม ในการใช้ประโยชน์ที่ดินและทรัพยากรโดยรอบ ผ่านการสร้างภาวะยกเว้นต่อการจัดทำผัง เมืองรวม EEC ส่งผลต่อพื้นที่เกษตรกรรมรวมถึงชาวประมงในพื้นที่ ข้อกังวลที่ ๒ ค่ะ ด้วยกระบวนการตามข้อกังวลแรกส่งผลต่อการจำกัดสิทธิเสรีภาพและขาดการมีส่วนร่วมของ ประชาชน อีกทั้ง พ.ร.บ. EEC ยังอนุญาตให้ใช้อำนาจได้อย่างกว้างขวาง ขาดดุล กลไกในการ ตรวจสอบและไม่มีระยะเวลาการบังคับใช้ ซึ่งถ้าพูดกันตรง ๆ ผลพวงจาก EEC เรายังไม่เห็น ความสำเร็จอื่น ยกเว้นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน ที่ผ่านมาภาคประชาชน ภาคประชาสังคม เขาได้ยื่นหนังสือทักท้วงต่อเรื่องนี้หลายครั้ง ตั้งแต่ช่วงนายกเศรษฐา นายกแพทองธาร และถ้าจำกันได้ภาคประชาสังคมเขามายื่นหนังสือร้องทั้ง ๓ ฝ่าย รวมถึงพรรคฝ่ายค้านเอง ในส่วนของเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๗ เขามีความกังวลต่อโครงการนี้ และเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ กรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วม ของประชาชน เราเคยเข้าไปรับฟังข้อเรียกร้องของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการนี้ เป็นประชาชนจริง ๆ ไม่ใช่กลุ่มเอ็นจีโอหรือกลุ่มใด เป็นประชาชนที่โครงการนี้จะพาดผ่าน หน้าบ้านเขา ซึ่งความเห็นส่วนใหญ่ประชาชนเขามองว่ารัฐบาลควรต่อยอดโครงการที่มีอยู่ หรือถ้าจะทำโครงการ Land Bridge จริง ๆ ควรต้องศึกษาพื้นที่ยุทธศาสตร์หรือ SEA ให้เหมาะสมก่อน ซึ่งกระบวนการของ สนข. ที่ผ่านมายังขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ดังนั้นวันนี้รัฐบาลและท่านรัฐมนตรีพอจะยืนยันกับดิฉันได้ไหมว่า SEC มันจะไม่เหมือน EEC และความชัดเจนของรัฐบาลที่มีต่อประชาชนในพื้นที่ ๔ จังหวัดภาคใต้ ระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราชในบางอำเภอ ว่าวันนี้รัฐบาลมีการกำหนดให้พวกเขา และภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในร่าง พ.ร.บ. ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ในแนวทาง และบทบาทใดบ้างนอกเหนือจากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของ สนข. ที่ทำอยู่ก่อนหน้า นี้จนถึงปัจจุบันค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ คำถามที่ ๒ ครับ🔗
ก็ต้องกราบเรียน ท่านประธาน ขอขอบคุณในคำถามที่ ๒ ขออนุญาตตอบในคำถามที่ ๒ ในประเด็นแรกนะคะว่า ท่านสมาชิกได้ถามถึงขั้นตอนของการร่าง พ.ร.บ. SEC ขณะที่ ดิฉันขอนำเรียนอย่างนี้นะคะ เราทำงานควบคู่กันไปขณะที่เราทำเรื่องของขั้นตอนเชิญชวน นักลงทุนภาคเอกชนมาลงทุน ขณะเดียวกัน สนข. ก็ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาในการร่าง พ.ร.บ. SEC ขณะนี้ในการ ร่าง พ.ร.บ. SEC ถ้าบอกว่าเป็นเปอร์เซ็นต์ก็เกือบจะครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ผ่านความเห็นของกฤษฎีกาแล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าประมาณเดือนหน้าก็จะเสนอ เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี หลังจากผ่านคณะรัฐมนตรีเสร็จแล้วก็จะเปิด ให้พี่น้องประชาชนรับฟังความคิดเห็น ใช้เวลาประมาณ ๓๐ วันถึง ๔๕ วัน เมื่อผ่าน กระบวนการรับฟังความคิดเห็น แล้วหลังจากนั้นก็จะกลับเข้า ครม. อีกครั้งหนึ่ง เมื่อ ครม. ได้เห็นชอบแล้วก็จะส่งเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร ก็จะเปิดกว้างให้พี่น้องสมาชิกทุกท่านนะคะ ได้แสดงความคิดเห็น พิจารณาแล้วว่าโครงการนี้ SEC นี้ พ.ร.บ. SEC จะเป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชนอย่างไร ซึ่งท่านสมาชิกเองก็สามารถเข้ามาเป็นตัวแทนของพรรคการเมือง ในการเข้ามาเป็นกรรมาธิการวิสามัญแล้วก็พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ SEC นี้ไปด้วยกัน นะคะ ก็ขออนุญาตนำเรียนถึงขั้นตอนว่าร่างของ พ.ร.บ. SEC นี้ไปถึงไหนแล้ว ในส่วนของ ข้อกังวลแล้วก็ความห่วงใยของท่านสมาชิกก็นำเรียนอย่างนี้ค่ะว่า จริง ๆ ดิฉันได้กราบเรียน ตั้งแต่แรกแล้วว่าโครงการ SEC มันหมายถึงโอกาส เพราะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแล้วก็ โครงการ Land Bridge เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้น ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มนายทุน หรือว่าพี่น้องประชาชนจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง แต่เราโฟกัสไปที่การพัฒนาในเรื่องของเส้นทาง เดินเรือโลกระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเรานำเรียนว่าโครงการ Land Bridge เหล่านี้ประโยชน์ก็จะตกกับพี่น้องประชาชน เกิดการพัฒนาในเรื่องของ อุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แล้วข้อสำคัญเราได้ผลการศึกษามาว่าถ้าโครงการนี้ เกิดขึ้นจีดีพีในภาคใต้ที่จะสามารถเพิ่มขึ้น ปัจจุบันนี้เราอยู่ประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์ก็จะเพิ่ม ขึ้นอยู่ในประมาณ ๓-๓.๕ เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นค่ะ กราบเรียนท่านสมาชิกว่าโครงการ ดังกล่าวสืบเนื่องมาจากสมัยที่รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้าใครมาเป็นรัฐบาลเชื่อมั่นว่า รัฐบาลไหนก็ต้องการที่จะเกิดให้มีโครงการสำคัญ ๆ ที่จะสร้างจีดีพีให้กับประเทศ แล้วก็ โครงการเหล่านั้นก็ต้องเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและต่อพี่น้องประชาชน ในกลุ่มของ จังหวัดที่จะได้รับประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร จังหวัด นครศรีธรรมราช หรือว่าจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในโครงการที่เราวางเป้าหมายไว้ในระยะแรก จะเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างสูง จะใช้เงินในระยะเริ่มต้นถึง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะคะ ซึ่งโครงการดังกล่าวที่เราเรียกว่า SEC ก็จะนำมาซึ่งการขับเคลื่อนโครงการแล้วก็ขับเคลื่อน การพัฒนา ซึ่งขณะนี้ในเรื่องของข้อกังวลที่ท่านสมาชิกให้ข้อกังวลเรื่องของพี่น้องประชาชน เราก็จะเห็นว่านับตั้งแต่เรามีรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตย เราจะเห็นว่าทุก ๆ โครงการจะมี กระบวนการสร้างความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งโดยเฉพาะโครงการเมกะโพรเจกต์ ขณะนี้เราก็จะเห็นว่าขั้นตอนของการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนที่ดิฉันขึ้นภาพให้เห็น เพื่อให้ท่านสมาชิกได้ติดตาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแนะนำโครงการ การลงพื้นที่ ประชาสัมพันธ์ การประชุมกลุ่มย่อย นอกจากการลงประชุมกลุ่มย่อยแล้ว ที่ผ่านมาท่าน สมาชิกก็คงทราบว่ารัฐบาลท่านนายกเศรษฐา ทวีสิน ก็ให้ความสำคัญในการรับฟังเสียงของ พี่น้องประชาชน จึงมีการประชุม ครม. สัญจรที่จังหวัดระนอง เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ปี ๒๕๖๗ ท่านประธานที่เคารพค่ะ ในข้อห่วงใยนั้นก็คือเรื่องของที่พี่น้องประชาชนสะท้อน มาพี่น้องประชาชนมีความห่วงใยในเรื่องของการเวนคืนที่ดิน เช่น ค่าชดเชย ค่ารื้อย้าย หรือว่าค่าชดเชยพืชผล สวนมังคุด สวนทุเรียน รวมถึงเงินเยียวยาที่จะต้องย้ายออกจากที่ดิน ดังกล่าว ข้อที่ ๒ เรื่องของกลุ่มเปราะบางที่เขาไม่ได้รับสิทธิในเรื่องของบัตรประชาชน โดยที่เราเรียกว่าคนไทยพลัดถิ่นหรือกลุ่มอ่อนไหวในชุมชน เขาอาจจะได้รับผลกระทบ ทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการพัฒนาโครงการดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลก็ได้ออกมาตรการ ในเรื่องของการช่วยเหลือนี้ในเรื่องของการพิสูจน์สัญชาติ แล้วก็ทราบว่าพี่น้องประชาชน ได้รับบัตรประชาชน ได้รับสัญชาติไปจำนวนหลายร้อยราย แต่ก็ยังมีคงค้างอยู่ ดิฉันทราบจาก กระทรวงมหาดไทยว่าทางกระทรวงมหาดไทยก็เร่งรัดเรื่องนี้อยู่เพื่อเตรียมความพร้อมในการ ดำเนินการขั้นตอนในเรื่องของการใช้พื้นที่ดังกล่าวกับพี่น้องประชาชนค่ะ🔗
ประเด็นอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องของข้อกังวลเรื่องของขบวนการ เรื่องของการขาย ที่ดิน เรื่องของการเปลี่ยนสีผังเมืองนะคะ เรื่องของสิ่งเหล่านี้ก็ขออนุญาตว่า จริง ๆ เรื่องของ การเปลี่ยนสีผังเมืองใด ๆ ก็ตามว่าจะเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนหรือไม่ การเปลี่ยนสีผังเมือง มีองค์ประกอบหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกรมโยธาธิการและผังเมือง การกำหนด สีผังเมืองจะต้องได้ความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน จังหวัดนะคะ ซึ่งการเปลี่ยนสีผังเมืองหรือสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ดิฉัน ก็นำเรียนว่าทุกกระบวนการของการรับฟังเสียงของประชาชน นอกจากพี่น้องประชาชนให้ ความให้เห็นในเชิงบวกแล้ว เราก็ไม่ละเลยในเสียงที่เห็นต่าง เสียงของประชาชนเสียงเล็ก ๆ ที่เห็นต่างจึงทรงความหมาย จึงทรงคุณค่าที่สุดของการรับฟังเสียงเห็นต่าง เพราะเราเชื่อมั่น ว่าเสียงที่เห็นต่างเหล่านั้นย่อมมองเห็นถึงคุณค่าของพี่น้องประชาชนที่เขามาอยู่มาตั้งแต่ รุ่นพ่อรุ่นแม่มา แล้วเขาจะต้องย้ายถิ่นฐานออกไปเพราะโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้ ทางกระทรวงคมนาคมเอง ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเองได้ให้ความสำคัญ แล้วก็ลงไปรับฟัง เสียงความเห็นต่าง ๆ เหล่านี้ นอกจากนั้นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนที่ท่านสมาชิก ให้ความเห็น ดิฉันก็เชื่อมั่นว่าภายใต้รัฐบาลของท่านนายกแพทองธารเอง ในการที่จะสร้าง ความโปร่งใสให้กับการทำงานของทุกกระทรวง ทบวง กรม นั่นก็คือสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องทำ แล้วก็ขอความร่วมมือว่าโครงการ Land Bridge ดังกล่าว หรือว่าร่าง พ.ร.บ. SEC ดังกล่าว เมื่อเข้ามาสู่การพิจารณาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ขอให้พวกเราได้ร่วมกันผลักดัน โครงการให้เกิดขึ้น ซึ่งดิฉันทราบว่าทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเอง ท่านภคมนเองก็อยู่ใน สัดส่วนของทางภาคใต้ก็อยากจะให้เกิดโครงการเหล่านี้ ร่วมมือกันในการสร้างงาน สร้างอาชีพสร้างสิ่งเหล่านี้ จะให้ลูกหลานคนภาคใต้จดจำว่า ครั้งหนึ่งที่เราได้มาเป็นตัวแทน ของพี่น้องประชาชน เราได้เกิดเมกะโพรเจกต์เหล่านี้ แล้วก็สร้างความโปร่งใสร่วม กระบวนการตรวจสอบไปด้วยกันค่ะ🔗
ท้ายที่สุด ดิฉันต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้ให้ความสนใจ ถ้ามีความคืบหน้า ในเรื่องของร่าง พ.ร.บ. SEC เข้าสู่การประชุม ครม. เมื่อไรนะคะ ดิฉันก็จะมานำเรียนให้ท่าน สมาชิกทราบอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็จะเร่งรัดดำเนินการในกระบวนการขั้นตอนของสภาในโอกาส ต่อไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่านภคมนครับ🔗
ดิฉันมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่ใช่เป็นการถามได้ไหมคะ ฝากถึงท่านรัฐมนตรี🔗
สั้น ๆ นะครับ🔗
ตามที่เรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีค่ะ ตามที่ท่านบอกว่าได้มีกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๖๗ ที่ท่านนายกเศรษฐาลงไป เหตุการณ์ครั้งนั้นละค่ะที่ทำให้ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองต้องลงไปอีกครั้งหนึ่งนะคะ เพราะว่าประชาชนในพื้นที่ เขามีความรู้สึกว่าเขามีเวลาน้อยเกินไปในการสะท้อนปัญหาต่าง ๆ ดังนั้นดิฉันคิดว่าวันนี้ ไม่มีใครปฏิเสธการพัฒนาค่ะ เพียงแต่ว่าถ้ากระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนมันน้อย เกินไป ทุกการพัฒนาไม่ว่าจะใหญ่โตขนาดไหนดิฉันคิดว่าจะไม่ใช่การพัฒนาที่ยั่งยืนอย่าง แน่นอนและวันนี้ขอบคุณท่านรัฐมนตรีเพียงแต่ต้องเรียนตรง ๆ จริง ๆ ค่ะว่าคำตอบของท่าน รัฐมนตรีไม่ได้มากและชัดเจนไปกว่าข้อมูลที่ดิฉันหาได้แต่เป็นกำลังใจให้ท่านนะคะ เข้าใจดี ค่ะโครงการที่ใหญ่โตเม็ดเงินมหาศาลขนาดนี้ถ้าเริ่มต้นที่ไม่ได้ชัดเจนบางทีการตอบ มันก็อาจจะเป็นลักษณะอย่างนี้ล่ะค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ท่านรัฐมนตรีครับ เชิญครับ🔗
ต้องขอบคุณนะคะ เนื่องจากว่าความที่ว่าชัดเจนหรือไม่ชัดเจนก็อยู่ที่ความรู้สึกของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ แต่ดิฉันกำลังพูดถึงขั้นตอนแล้วก็กระบวนการของกฎหมายให้ แล้วก็ความคืบหน้าของการ ทำร่าง พ.ร.บ. SEC ในโอกาสต่อไปค่ะ🔗
ขอบคุณมากครับ เป็นอันจบระเบียบวาระกระทู้ถามทั่วไปในวันนี้นะครับ🔗
ต่อไประเบียบวาระ ๑.๓ กระทู้ถามเฉพาะ วันนี้เราได้ดำเนินการถาม และตอบที่ห้องกระทู้แยกเฉพาะบริเวณด้านล่างเรียบร้อยแล้วนะครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ก่อนดำเนินการถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะผมขอชี้แจงให้ที่ประชุม ได้ทราบนะครับ🔗
๑. การถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะแต่ละกระทู้ ให้ถามและตอบได้ เรื่องละไม่เกิน ๒ ครั้ง แล้วต้องถามและตอบให้เสร็จภายใน ๒๐ นาที ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ ข้อ ๑๗๓ และข้อ ๑๖๗🔗
๒. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ได้มีการอนุญาตให้ประชาชนเข้าร่วมรับฟัง ขอความร่วมมือจากผู้ที่ได้รับอนุญาตกรุณาปฏิบัติตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการ อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ และข้อ ๕ ซึ่งกำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตต้องรักษามารยาทประพฤติตนให้เหมาะสมอยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจาส่อเสียดใด ๆ การกระทำใด ๆ อันเป็นการรบกวนขัดขวางการประชุม และห้ามใช้เครื่องมือหรือวัสดุอุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำการใด ๆ เป็นการถ่ายทอดสดสู่บุคคลภายนอก โดยหากมีการฝ่าฝืนก็จะเชิญออกจากห้องประชุม ขอแจ้งให้ทราบนะครับ🔗
สำหรับพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะในวันนี้ เห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการ ถามและตอบกระทู้ถามของผู้ตั้งกระทู้ถามและของท่านรัฐมนตรี ขอสลับลำดับคำถามและ คำตอบกระทู้แยกเฉพาะดังนี้🔗
ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๑ ของท่านศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์🔗
ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๕ ของท่านสกล สุนทรวาณิชย์กิจ🔗
ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๗ ของท่านฐิติมา ฉายแสง🔗
ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๙ ของท่านศรีโสภา โกฏคำลือ🔗
ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๘ ของท่านภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์🔗
ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๑๐ ของท่านรวี เล็กอุทัย ไม่มีใครขัดข้องนะครับ🔗
๑. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๑ เรื่อง ขอให้เปิดเส้นทางเข้า-ออกหมู่บ้าน เอื้ออาทรสายไหม บริเวณถนนคลองหกวาสายล่าง และการปรับปรุงบ่อหน่วงน้ำให้ใช้งานได้ ท่านศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านวราวุธ ศิลปอาชา เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ได้อนุญาตให้ผู้แทน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้🔗
๑. นายธวัช สินพันธุ์ รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ🔗
๒. นางสาวกนกพร แสงแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานชุมชนกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลตอนบน การเคหะแห่งชาติ และได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟัง ในการตอบกระทู้ถามดังนี้ ๑. นายอาทิตย์ ชูสกุลธนะชัย ๒. นายศิรชัช ตรีวิศวเวทย์ ๓. นายวัชระ เพียรจัด ๔. นายศักดา ศรีเผือก ๕. นางเกษร แก้วทับ ๖. นางสาวธนศร บรรลุศิลป์ ๗. นายภมร พลจันทร์ ๘. นายกฤษจา แสงประการ สวัสดีครับ ต่อไปเชิญท่านศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ถาม ท่านรัฐมนตรีเป็นคำถามแรกเชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ เขตสายไหม พรรคประชาชน วันนี้มาตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องการขอเปิดเส้นทางเข้า-ออก บริเวณหมู่บ้านเอื้ออาทรสายไหม บริเวณคลองหกวาสายล่าง แล้วก็เรื่องเกี่ยวกับการ ปรับปรุงบ่อหน่วงน้ำให้ใช้งานได้ เท้าความนิดหนึ่งค่ะท่านประธาน ดิฉันอยากจะเล่าว่าทาง หมู่บ้านเอื้ออาทรสายไหม อยู่บริเวณซอยสายไหม สาย ๓/๑ เป็นชุมชนขนาดใหญ่ของ เขตสายไหม มีการก่อสร้างและดำเนินการโดยการเคหะแห่งชาติ ที่นี่มีประชาชนอาศัยอยู่ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ มีการจดทะเบียนนิติบุคคลในปี ๒๕๕๕ โดยมีการแบ่งการบริหารเป็น ๒ นิติบุคคล นิติบุคคลที่ ๑ มีประมาณ ๑,๑๔๐ ยูนิต แล้วนิติบุคคลที่ ๒ มีประมาณ ๑,๑๘๔ ยูนิตรวมทั้งหมดกลม ๆ ประมาณ ๒,๓๒๔ ยูนิต แล้วก็มีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมาก ประมาณ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ คน ต่อมามีการได้มอบถนนแล้วก็ไฟฟ้าในชุมชนให้เป็นสาธารณะ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ด้วยจำนวนผู้อยู่อาศัยที่หนาแน่นมาก ๆ ทำให้การเดินทางในช่วงที่ชั่วโมง เร่งด่วนมีการจราจรค่อนข้างติดขัด ดิฉันก็เลยได้มีการลงพื้นที่ร่วมกับกรรมการนิติบุคคล แล้วก็เจ้าหน้าที่จากการเคหะแห่งชาติ เมื่อปี ๒๕๖๗ หรือประมาณปีที่แล้วค่ะ ซึ่งทาง ประชาชนได้เสนอแนวทางให้หน่วยงานภาครัฐช่วยมาดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องการเปิด-ปิด ทางเข้าออกหลังโครงการซึ่งอยู่ติดกับถนนคลองหกวาสายล่าง เพื่อเป็นอีก ๑ ช่องทาง ในการเดินทางให้สะดวกมากขึ้น เพราะว่าในบริเวณถนนคลองหกวาจะมีทางเชื่อมต่อไปยัง สะพานไม้สีส้มไปยังรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว ซึ่งปัจจุบันสายไหมประชาชนมีจำนวนมากก็ใช้ รถไฟฟ้ากันเป็นหลักแล้วก็มีการเดินทางตรงนั้นค่อนข้างหนาแน่นค่ะ แล้วปัจจุบันพื้นที่ ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของอาคารควบคุมระบบหน่วงน้ำของโครงการ และทางนิติบุคคลเท่าที่ สอบถามมาก็ยินดีที่จะแบ่งพื้นที่บางส่วนเพื่อเปิดเป็นทางเข้า-ออก ให้กับสมาชิกในโครงการ ซึ่งในปัจจุบันเท่าที่สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก็คือว่าเด็ก ๆ ใช้วิธีการปีนกำแพงไปเพื่อเดินไป ขึ้นรถไฟฟ้า ซึ่งก็คิดว่าถ้ามันมีการเปิด-ปิด จะช่วยให้การสัญจรสะดวกยิ่งขึ้นนะคะ รวมถึง ต้องการให้ทางการเคหะเข้ามาปรับปรุงบริเวณบ่อหน่วงน้ำของโครงการซึ่งอาจจะไม่ได้ใช้ งานมาตั้งแต่ส่งมอบนิติบุคคลมาค่ะ ส่งผลให้คุณภาพไม่ได้มาตรฐาน เข้าสู่คำถามแรกค่ะ ท่านประธานก็อยากจะสอบถามหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง จริง ๆ ก็จะมีสำนักงานเขตสายไหม แต่ไม่ได้มาในวันนี้ ที่ดูแลเรื่องถนนด้วย รวมถึงการเคหะแห่งชาติว่าจะมีแนวทางในการ อนุญาตให้เปิดเส้นทางเข้า-ออก ตรงบริเวณนี้ที่ดูคือเด็ก อันนี้ปีนจริง ๆ นะคะไม่ใช่ทดสอบ ปีนว่าปีนอย่างนี้กันจริง ๆ แล้วก็อาจจะมีการอนุญาตให้เปิดทางอย่างไร แล้วก็ทางนิติบุคคล มีอำนาจในการแบ่งพื้นที่ตรงนี้เพื่อเปิดเป็นทางเข้า-ออก หรือไม่ เพื่ออำนวยความสะดวก ให้คน เด็ก ๆ หรือผู้สูงอายุเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น แล้วก็ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย แล้วก็เพื่อความปลอดภัยด้วย อันนี้เป็นคำถามแรกที่ขอทราบรายละเอียดค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีคำถามแรกครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ครับ ขออนุญาตตอบกระทู้คำถามของ ท่านสมาชิก ท่านศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ จากกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับเรื่องบ้านเอื้ออาทร สายไหม ที่บริเวณคลองหกวาสายล่าง ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านสมาชิกครับท่านประธาน ที่ได้ยกประเด็นนี้ขึ้นมา เพราะว่าทุกครั้งที่มีการตั้งกระทู้ขึ้นมานั้นมันจะทำให้ปัญหา ต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนได้รับการแก้ไขได้รวดเร็วขึ้น ในกรณีนี้ก็เช่นกันครับ ประเด็นแรก เกี่ยวกับเรื่องการเปิดพื้นที่ของถนนซึ่งผมเชื่อว่าทุกท่านคงทราบดีครับว่าถนนวันนี้ได้ทาง นิติบุคคลได้ยกให้เป็นของสำนักงานเขตเรียบร้อยแล้วนะครับ ดังนั้นการที่จะเปิดพื้นที่ให้ ก็เป็นที่น่ายินดีครับ ทราบมาว่าทางนิติบุคคลนั้นอนุญาตให้ใช้พื้นที่บางส่วนในบริเวณ บ่อหน่วงน้ำที่จะเปิดไปยังถนนที่เลียบกับคลองหกวาด้านหลัง ทีนี้ประเด็นก็คือว่าในฐานของ การเคหะแห่งชาติ เราเป็นหนึ่งในผู้ที่ถือ เรามีห้องอยู่ประมาณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์เกือบ ๆ จะ ๒๕ เปอร์เซ็นต์อยู่ในนิติแรก แล้วก็อีกประมาณ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ในนิติที่ ๒ ทีนี้การที่จะทำ อย่างไรก็แล้วแต่นะครับทางนิติก็จะเป็นผู้ที่ลงความเห็นแล้วก็อนุญาตหรือไม่อนุญาตอย่างไร ทราบจากท่าน สส. มาว่าทางนิติอนุญาตแล้ว ก็เป็นความรู้อีกอันหนึ่งเหมือนกันว่าการที่จะ เปิดรั้วทางด้านหลังของโครงการเพื่อที่จะเชื่อมต่อไปยังถนนนั้นทางนิติคงจะต้องประสานงาน ไปยังสำนักงานเขต ซึ่งในกรณีนี้ถ้าหากว่าติดขัดเช่นไรผมจะได้ขอให้ทางการเคหะแห่งชาติ ได้ช่วยประสานงานกับทางสำนักงานเขตอีกทางหนึ่ง เพราะว่าดูจากภาพเมื่อสักครู่ที่ท่าน สส. ได้นำเสนอนั้นจะเห็นว่าพอออกจากรั้วโครงการแล้วก็จะเจอกับถนนทันที ดังนั้นถ้าหากว่า ไม่มีมาตรการที่ปลอดภัยหรือว่ามาตรการที่รัดกุมนั้นมันก็จะเกิดอุบัติเหตุกับคนที่เดินออก จากรั้วไปได้ รวมถึงบริเวณพื้นที่ข้างหลังอาคารสูบน้ำของพื้นที่ที่เป็นบ่อหน่วงน้ำจะมีพื้นที่อยู่ ประมาณ ๒ เมตรกว่า ๆ ไม่ถึง ๓ เมตร แล้วก็จะมีบานกระจกเป็นบานเกร็ดนั้นสามารถเข้า ไปในอาคารได้ ดังนั้นถ้าหากว่าจะเปิดพื้นที่นี้จริงก็คงต้องขอฝากข้อสังเกตผ่านท่านประธาน ไปยังท่าน สส. และทางนิตินะครับว่าคงจะต้องมีมาตรการดูแลเรื่องความปลอดภัยของอาคาร สูบน้ำดังกล่าว รวมถึงการที่จะมีไฟฟ้าส่องสว่างหรือแม้แต่การติดกล้องวงจรปิด ซึ่งในการ เปิดถนนดังกล่าวนั้นผมเชื่อว่าทางเขตไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ทางการเคหะจะเป็นอีกหนึ่ง กำลังที่จะช่วยประสานงานให้นะครับ แล้วก็การที่จะเปิดพื้นที่ไปข้างหลังก็คงจะต้องมีการ วางมาตรการที่รัดกุมเพื่อไม่อยากให้เห็นภาพเด็ก ๆ ของเราจะต้องปีนรั้วขึ้นไปก่ออันตราย แต่ว่าเปิดรั้วแล้วต้องทำให้อันตรายน้อยลงไม่ใช่อันตรายมากขึ้น ทางการเคหะก็ยินดีที่จะ สนับสนุนการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ คำถามที่ ๒ ครับ🔗
จริง ๆ ท่านรัฐมนตรี ก็ตอบไปถึงคำถามข้อที่ ๒ แล้วนะคะ แต่มีอีกคำถามหนึ่งเพิ่มเติมค่ะเกี่ยวกับปัญหาเรื่อง ระบบน้ำเสียของโครงการที่ใช้การไม่ได้ ซึ่งทางนิติบุคคลได้ให้ข้อมูลกับดิฉันว่าไม่สามารถ ใช้การได้ตั้งแต่โครงการเสร็จ แล้วก็ไม่เคยมีการเซ็นรับใด ๆ ซึ่งการเคหะสามารถปรับปรุง บ่อบำบัดน้ำเสียหรือว่าบริเวณที่เรียกว่าบ่อหน่วงน้ำในโครงการเอื้ออาทรได้หรือไม่ อย่างไร อันนี้เป็นคำถามสุดท้ายค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ในประเด็นเรื่องบ่อหน่วงน้ำแล้วก็โรงสูบ ก่อนอื่นขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกและทางพี่น้องประชาชนว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นบ่อหน่วงน้ำไม่ใช่เป็นโรงบำบัดน้ำเสีย น้ำที่จะมาอยู่ในบ่อนี้ บ่อนี้มีหน้าที่ เก็บกักน้ำไม่ว่าจะเป็นน้ำฝน รวมถึงน้ำที่ได้รับการบำบัดแล้วจากแต่ละอาคารแล้วก็ไหลมา รวมอยู่ที่บ่อหน่วงแห่งนี้ถึงได้ชื่อว่าเป็นบ่อหน่วงน้ำ ก่อนที่จะสูบลงไปยังคลองหกวา บ่อนี้ก็จะมีหน้าที่เอาน้ำที่ได้รับการบำบัดแล้วมาผึ่งแดดผึ่งลมให้ตกตะกอนแล้วก็สูบน้ำ เพื่อที่จะลงไปในคลองหกวาไม่ให้น้ำคุณภาพแย่จนเกินไป อันนี้คงต้องหารือ เดี๋ยวจะให้ ทางการเคหะหารือกับทางนิติครับท่านประธานครับว่าน้ำที่ออกมาจากแต่ละอาคาร ทราบมา ว่าแต่ละอาคารนั้นจะมีระบบเติมอากาศระบบบำบัดในแต่ละอาคารก่อนที่จะมาลงรวมกันอยู่ ที่บ่อหน่วงแห่งนี้ ต้องดูว่าคุณภาพน้ำที่ออกมาจากแต่ละอาคารนั้นมีการบำบัดมากน้อย หรือว่าเป็นไปตามมาตรการมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ส่วนเรื่องโรงสูบถ้าหากว่าไม่ทำงาน หรือว่าชำรุดอย่างไร เดี๋ยวจะขอให้ทางการเคหะหารือกับทางนิติบุคคลซึ่งในการประชุม ครั้งต่อ ๆ ไปของทางนิตินั้นจะได้ดูว่าใช้งบประมาณในการซ่อมแซมอาคารสูบน้ำ หลังนี้อย่างไร แต่ขออนุญาตตั้งข้อสังเกตว่าการที่ทางเคหะนั้นได้มอบกรรมสิทธิ์ได้โอน กรรมสิทธิ์ให้กับทางนิติเพราะว่านิตินั้นได้ส่งมอบอาคารไปเมื่อเดือนธันวาคม ปี ๒๕๔๙ แล้วทางนิติบุคคลทั้งหลายก็ได้รับมอบเข้าไป พอรับมอบไปแล้วคงต้องดูถึงมาตรการ การตรวจรับ เพราะผมมั่นใจได้ว่าตอนช่วงระหว่างส่งมอบนี่จะต้องมีการตรวจสินทรัพย์ว่า มีสภาพดี สภาพบกพร่องอย่างไร เพราะถ้าหากว่าบกพร่องไปทางนิติก็คงจะไม่สามารถ รับได้ แต่ถึงอย่างไรก็แล้วแต่ครับ ท่านประธานผมจะขอให้ทางการเคหะนั้นได้ประสานงาน กับทางนิติ แล้วก็ดูว่าจะสามารถซ่อมแซมได้อย่างไร เพราะว่าก่อนที่น้ำจะลงไปอยู่ใน คลองหกวาเราต้องให้น้ำเหล่านั้นได้รับการบำบัดให้อยู่ในคุณภาพดีเสียก่อน แล้วก็ได้ถ่าย ลงไปยังคลองหกวาต่อไปครับ เดี๋ยวจะขอให้ทางการเคหะไปประสานกับนิติครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗
หมดคำถามค่ะ ท่านประธาน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีด้วยค่ะที่เสียสละเวลามาตอบในวันนี้ค่ะ แล้วก็ขอบคุณ ท่านประธานด้วยค่ะ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณท่าน สส. นะครับ🔗
๒. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๕ เรื่อง การขยายเส้นทางการให้บริการ รถโดยสารประจำทางในจังหวัดปทุมธานี นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วมีบัญชามอบให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุรพงษ์ ปิยะโชติ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาต ให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้ ๑. นายปิยะ โยมา รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ๒. นายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร และได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วม เข้ารับฟังการตอบกระทู้ถาม คือนายนันทพงษ์ รัตนเสวี สวัสดีครับ ต่อไปเชิญท่านสกล ถามท่านรัฐมนตรีคำถามแรก เชิญเลยครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สกล สุนทรวาณิชย์กิจ ผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ ในเขตเทศบาล นครรังสิต เทศบาลเมืองคลองหลวงและตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี จากพรรคประชาชน กระผมต้องขอขอบพระคุณท่านสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมที่ได้สละเวลามาตอบคำถามกระทู้ของผมแทนท่านนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลเมืองคลองหลวงและพื้นที่ใกล้เคียงครับ ท่านประธานครับ ตามที่คราวการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๙ สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ กระผมได้มี ข้อปรึกษาหารือตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ กรณีมีประชาชนในเขตอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีไม่มีรถโดยสารสาธารณะที่ใช้ครอบคลุมในพื้นที่ ทำให้การเดินทางไป รักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลคลองหลวงต้องอาศัยบริการรถแท็กซี่ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายไปกลับสูงถึง ๔๐๐ บาทต่อมาในวันพฤหัสบดีที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๗ ได้มีหนังสืออ้างถึงองค์การขนส่ง มวลชนกรุงเทพหรือ (ขสมก.) ที่ ขสมก ๕๐๕/๒๕๖๗ ได้ชี้แจงว่า โดยสรุปเส้นทางในพื้นที่ โรงพยาบาลคลองหลวง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ขสมก. ยังไม่ได้รับใบอนุญาต ประกอบการขนส่งให้จัดการเดินรถขยายรถถึงพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งหากกรมการขนส่งทางบก มีประกาศให้ยื่นคำขอประกอบการเดินรถ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพจะพิจารณา ดำเนินการเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ต่อไป ท่านประธานครับจากการรวบรวมข้อมูลเส้นทางการให้บริการรถประจำทางในพื้นที่ ดังกล่าว พบว่ามีรถโดยสารประจำทางให้บริการ จำนวน ๒ เส้นทาง แต่ปรากฏข้อมูลใน Application ViaBus Application นำทาง และ Application TSB Go Plus ของบริษัท ผู้ได้รับสัมปทาน ทั้งหมดเพียง ๑ เส้นทางนั่นคือสาย ๑-๓๑ อาคารรัฐประศาสนภักดี อาคาร B ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะถึงสถานีตำรวจภูธรคลองห้า จำนวน ๖ คัน ความถี่ในการให้บริการ ๑-๒ ชั่วโมงต่อคันโดยประมาณ ส่วนอีกเส้นทางหนึ่งคือสาย ๑๐๐๘ รังสิต-หนองเสือ หรือที่ ประชาชนในท้องถิ่นเรียกว่ารถเมล์เขียวสะอื้น จำนวน ๑ คัน ความถี่ให้บริการวันละ ๕ เที่ยว ท่านประธานครับ แม้ว่าจากการสำรวจของผมสาย ๑๐๐๘ จะจอดป้ายโรงพยาบาล คลองหลวงก็จริง แต่ด้วยความถี่ที่น้อยทำให้ประชาชนต้องรอเป็นเวลานาน รวมถึงไม่มีข้อมูล ในการให้บริการที่ประชาชนจะติดตามทั้งออนไลน์และ Onsite อย่างเช่นบนถนน คลองหลวง-บางขัน ก็ไม่มีป้ายรถเมล์ที่ประชาชนจะได้ทราบว่าต้องขึ้นรอรถที่ไหน และรถ จะมาเมื่อไร มันทำให้รอนานจนประชาชนต้องไปใช้บริการแท็กซี่อย่างที่ผมได้กล่าวข้างต้นครับ🔗
ความต้องการของผมก็คือเพียงขอให้มีการขยายเส้นทางในการให้บริการของ สาย ๑-๓๑ จนถึงโรงพยาบาลคลองหลวง จำนวน ๔ ป้ายเพิ่มขึ้น ระยะทางประมาณ ๔.๕ กิโลเมตร ขอสไลด์ที่ ๒ นะครับ จนถึงโรงพยาบาลคลองหลวง จำนวน ๔ ป้าย ระยะทางประมาณ ๔.๕ กิโลเมตร ซึ่งเป็นทางผ่านก่อนเข้าจุดพักรถของบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด ที่คลองหก อยู่แล้ว จึงขอเรียนถามเข้าสู่คำถามครับว่ากรมการขนส่งทางบกจะมีประกาศให้ยื่นคำขอ ประกอบการเดินรถในพื้นที่เส้นทางโรงพยาบาลคลองหลวง อำเภอคลองหลวง จังหวัด ปทุมธานีหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีคำถามแรกครับ🔗
เรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ แล้วก็ท่านผู้เข้าร่วมฟังคำชี้แจง เดี๋ยวผม ขออนุญาตดีกว่านะครับ พอดีมีข้อมูลให้ความเข้าใจกับท่านประธานสภาผ่านไปยัง ท่านสมาชิกนะครับว่าวิธีการหมวดหมู่ของรถประจำทางเป็นอย่างไร ขอเชิญสไลด์ที่ ๑ ครับ🔗
สไลด์ที่ ๑ นี้ก็คงเป็นข้อมูลเดียวกันนะครับว่ามีรถวิ่งกี่คัน อย่างไรบ้าง ผมตอบคำถามก่อนว่าสิ่งที่ มันเชื่อมไม่ถึงนะครับ อาทิตย์ที่แล้วได้สั่งการไปแล้วนะครับว่าเห็นด้วยที่ว่ามันขาดอีกนิดหนึ่ง ที่จะเชื่อมให้ถึง ได้สั่งการไปทางกรมการขนส่งทางบกไปเชื่อมต่อให้ถึง ก็คือเส้น ๑-๓๑ ส่วนอันนี้จะอยู่ในอำนาจของ ขบ. กรมการขนส่งทางบกที่จะอนุญาตแล้วก็มีอำนาจที่จะ สั่งการ คือรถที่ออกจากกรุงเทพมหานครแล้วเลยข้ามไปยังจังหวัดที่ติดต่อกับกรุงเทพมหานคร อันนี้อยู่ในขนส่งกลางที่เป็นคนสั่งการ ส่วนรถที่เป็นหมวด ๓ เราได้กระจายอำนาจไปให้ กับทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นผู้ประกอบการได้ แล้วคณะกรรมการกลางจังหวัดที่มี ใบอนุญาตประกอบการของจังหวัดตัวเองได้นะครับ ท้องถิ่นสามารถที่จะเอารถมาเป็นฝ่าย ให้บริการประชาชนเป็นโอเพอเรเตอร์ได้โดยศูนย์กลางก็อยู่ที่จังหวัดนะครับ เพราะฉะนั้น วันนี้จังหวัดสามารถไปออกแบบความต้องการของรถได้เอง หาผู้ประกอบการได้เองสำหรับ หมวดที่เป็นของอำนาจจังหวัดนะครับ ส่วนที่เป็นอำนาจของส่วนกลางก็คือที่ออกจาก กรุงเทพมหานครไปยังบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด ถ้าไม่ถึงสามารถให้ไปเชื่อมถึงได้ ก็ได้สั่ง การไปแล้วนะครับ สั่งการไปให้ทำแล้วก็เรียบร้อย ก็เรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังท่าน สมาชิกนะครับว่าให้แบ่งเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มหนึ่งที่ออกจากส่วนกลาง กับอีกส่วนหนึ่งที่เราได้ กระจายอำนาจเราแก้กฎกระทรวงไปแล้วนะครับว่าคณะกรรมการขนส่งกลางจังหวัดที่มี ท่านผู้ว่าราชการเป็นประธาน มีขนส่งจังหวัดเป็นเลขานุการสามารถกำหนดประเภทรถ เส้นทางรถ แล้วก็ประกอบการได้เลยครับ อันนี้เข้าใจนะครับ🔗
แล้วก็อีกอันหนึ่งครับที่มันเลยจังหวัดไปจังหวัดก็สามารถทำได้ครับ โดยการ MOU ร่วมกันก็คุยกันได้เลยครับไม่มีปัญหา เพราะจริง ๆ ก็กระจายออกไปประมาณสัก ปี ๒๕๖๖ เราได้มีหนังสือแก้กฎกระทรวงไปเรียบร้อยนะครับ ตอนนั้นผมเคยไปตอบที่ ห้องใหญ่ทีหนึ่งแล้ว อันนี้ก็คือหลักการในการที่จะไปทำต่อไป เอาแผนที่ขึ้นอันใหม่ ให้หน่อยครับ ที่สั่งต่อให้ครับอันนี้ที่เราจะต่อให้ไปถึงโรงพยาบาลใช่ไหมครับ โรงพยาบาล มีการขยายตัวแล้วก็เพิ่มเตียงขึ้นเราก็ทราบล่วงหน้า แต่ยังไม่ได้เปิดทำการแบบเต็มรูปแบบ แต่ต่อไปการเดินทางจริง ๆ กรมการขนส่งเขาก็คิดอยู่แล้วว่าจะต้องเสิร์ฟเรื่องของจำนวนรถ ให้ไปถึงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนนะครับ อันนี้เขาก็ได้ทำการบ้าน มาล่วงหน้าแล้ว เพียงแต่ว่าวันนี้โรงพยาบาลยังไม่ได้เปิด แต่ว่าวันนี้เราพอเห็นว่าเดือดร้อน เราก็ขยายให้ไปก่อนก็คือเติมให้ถึง แล้วให้ไปดูข้อมูลนะครับ อย่างรถสาย ๑-๓๑ ๖๐ นาที ออก ๑ คัน ช่วงตี ๕ ถึง ๑๑ โมง ๔ โมง ถึง ๑๘.๐๐ นาฬิกา แล้วก็ ๓๐ นาทีต่อคัน ก็เวลา ๑๕.๐๐-๑๖.๐๐ น. ช่วงที่คนเดินทางนะครับ ต่อวันของบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด ประมาณ ๔๖๔ คน ตัวเลข เดี๋ยวเอา Soft File ให้ทางท่านสมาชิกเอาไปบริหารดูได้นะครับ เดี๋ยวส่งให้ได้ ก็ประมาณนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณรัฐมนตรีครับ เชิญท่าน สส. คำถามที่ ๒ ครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ในประเด็นที่ ๒ ด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีกำหนดให้มีการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชน ครั้งที่ ๓ โครงการศึกษาความเหมาะสม การออกแบบและศึกษาผลกระทบ สิ่งแวดล้อม ระบบขนส่งมวลชนจังหวัดปทุมธานี ในวันเสาร์ที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา เบื้องต้นกำหนดให้ใช้ระบบขนส่งมวลชนในโครงการเป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว Monorail โดยมีเส้นทางนำร่องในโครงการผ่านถนนรังสิต-นครนายก และลำลูกกาคลอง ๔ หรือ ปท. ๓๐๑๗ ซึ่งในปัจจุบันมีรถโดยสารประจำทางเดิมให้บริการอยู่ประมาณหนึ่งแล้วครับ แต่ว่า ยังมีในหลายพื้นที่ที่ยังขาดแคลนขนส่งสาธารณะในพื้นที่อื่น ๆ เช่น ถนนเลียบคลองสอง หรือซอยรังสิต-นครนายก ๓๑ และถนนตามแนวคลองระพีพัฒน์ ซึ่งจะมีผู้ได้รับผลประโยชน์ ถึง ๓ จังหวัด คืออยุธยา ปทุมธานี และสระบุรี จึงกราบขอเรียนถามว่ารัฐบาลหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องมีนโยบายจัดทำบริการขนส่งสาธารณะรูปแบบอื่นหรือขยายเส้นทางการให้บริการ รถโดยสารประจำทางให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ยังขาดแคลนบริการขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะ ซอยรังสิต-นครนายก ๓๑ หรือถนนเลียบคลอง ๒ หรือตามแนวคลองระพีพัฒน์ ซึ่งอยู่ ระหว่างรอยต่อจังหวัดปทุมธานีและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และมีประชาชนอาศัยอยู่ อย่างหนาแน่นหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ🔗
คำถามยาว เชิญท่านรัฐมนตรี ครับ🔗
เรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิกนะครับ เอาเรื่อง Monorail ก่อนนะครับ Monorail จริง ๆ แล้วเป็นโครงการที่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ทางท่านนายก อบจ. มีดำริที่จะทำนะครับ ส่วนของกระทรวงคมนาคมเราจะเป็นแค่ Regulator ในการอนุญาต ให้ทำตามกฎระเบียบของมาตรฐานความปลอดภัย มาตรฐานการประกอบการ อันนี้ เป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคม คือกรมรางจะเป็น Regulator เหมือนขนส่ง เป็น Regulator เป็นคนคุมกฎ ส่วนการประกอบการหรือการก่อสร้างหรือเรื่องอะไรจังหวัด เขาจะเป็นคนดำเนินการเอง อันนี้ตอบให้คร่าว ๆ แต่ขณะเดียวกันโครงการนี้ทาง สนข. เอง ของกระทรวงคมนาคมก็ได้มีการศึกษาไว้ให้ล่วงหน้าแล้ว แต่วันนี้คิดว่าทางจังหวัด ปทุมธานีคงดำเนินการเอง แต่ว่า Under ของการ Control ของทางกรมรางซึ่งเราก็ยินดีที่ จะอำนวยความสะดวกอยู่แล้วครับ สำหรับการบริการขนส่งสาธารณะทางรางซึ่งจะประหยัด ต้นทุนไปได้มากกว่า แล้วก็เป็นระบบที่เป็นเชื่อมโยงกับสายสีแดงที่เราต่อขยายออกไปที่รังสิต ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอยู่แล้วในการจะเดินทางระหว่างรังสิต-กรุงเทพฯ ส่วนรถโดยสารภายในพื้นที่เป็น Area ก็ต้องกลับไปเข้าหมวดเดิมให้คณะกรรมการขนส่ง กลางจังหวัดประชุม แล้วก็กำหนด Route กำหนดเส้นทาง กำหนดประเภทก็ประกอบการ ได้เลย มันมีผู้ประกอบการที่เขาทำอยู่แล้วครับ เพียงแค่ว่าคณะกรรมการจังหวัดต้องอนุญาต ให้เขาประกอบการ ให้เขาไปเป็น Operator คณะกรรมการกลางจังหวัดก็คือเป็น Regulator ในการ Control ส่วนอันที่มันเกินข้าม ๒ ๓ จังหวัด มันก็จะมีรถหมวดที่เขาวิ่ง ข้ามจังหวัดอยู่แล้ว ถ้ามันไม่พออย่างไรก็ฝากท่านรองฯ ไปดูนะครับที่มันข้ามจังหวัด ข้ามจังหวัดของกันเอง จังหวัดต่อจังหวัดคุยกันได้โดยคณะกรรมการจังหวัด แต่ถ้าจาก กรุงเทพฯ แล้วออกไปจังหวัดต่อไปอันนี้อำนาจอยู่ที่ขนส่งกลางให้เข้าใจกลไก แล้วที่มีหนังสือ ถามไปที่ ขสมก. ขสมก. ก็คือโอเพอเรเตอร์ คนหนึ่ง อย่างของไทยสมายล์บัสก็เป็นโอเพอเรเตอร์ คนหนึ่ง ส่วน Regulator จริง ๆ ก็คือขนส่งกลาง ตรงนั้นที่เป็นขนส่งดูแลตรง ๆ ก็คือเส้นของ สมายล์บัสที่ไม่ออกจากกรุงเทพฯ แล้วก็วิ่งเข้าไปนะครับ ส่วนที่เหลือที่ทางท่านสมาชิกถาม ก็กลับเข้าไปสู่กระบวนการขนส่ง คณะกรรมการขนส่งกลางจังหวัดนะครับ ซึ่งประกอบการ ได้เลยนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ครับ🔗
ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี สุรพงษ์ ปิยะโชติ ที่ได้มาตอบคำถามที่ถามไปนะครับ ขอขอบคุณมากนะครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่าน สส. นะครับ เรียบร้อยครับ🔗
๓. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๗ เรื่อง ความปลอดภัยบนท้องถนนทางหลวง แผ่นดินหมายเลข ๓๐๔ สุวินทวงศ์-ฉะเชิงเทรา นางฐิติมา ฉายแสง ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ได้อนุญาตให้ผู้แทน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้ ท่านแรก ท่านธวัชชัย แสงรัตน์ วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ กรมทางหลวง กระทรวง คมนาคม ๒. ท่านรังสิมันตุ์ อิ่มมาก วิศวกรโยธาชำนาญการ กรมทางหลวง กระทรวง คมนาคม และได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถาม ดังนี้นะครับ ท่านแรกท่านปรีชา บุณยกิดา สวัสดีครับ ๒. ท่านจุฑามาศ โตเจริญ ๓. ท่านวิโรจน์ บุญ สมพงษ์ ๔. ท่านขนิษฐากาญจน์ น้อยสุวรรณ ๕. ท่านณัฐวุฒิ แก้วมรกต เชิญท่านฐิติมา ถามคำถามแรกครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ พรรคเพื่อไทย จังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณทางสภาผู้แทนราษฎรที่ได้จัดกระทู้แยกเฉพาะของดิฉัน ให้ดิฉันมีโอกาสมาพูดคุย วันนี้ดิฉันขอนำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อาศัย อยู่บริเวณใกล้ ๆ ถนนสาย ๓๐๔ สุวินทวงศ์-ฉะเชิงเทรา มาเพื่อพูดคุยแก้ปัญหาในจุด จริง ๆ แล้ว มันมีจุดอันตรายถึง ๓ จุดด้วยกันท่านประธาน แต่ดิฉันจะขอแบ่งการอภิปรายออกเป็น ๒ ช่วงนะคะ โดยการตั้งคำถาม ๒ ช่วงนี้เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีได้ช่วยตอบในการแก้ปัญหานี้ จุดแรกเป็นถนน ๘ เลนของถนนสาย ๓๐๔ แล้วก็เป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ ทั้ง ๒ ฝั่ง มีทั้งตลาดสด ตลาดนัด ห้องเช่า โรงงาน ธนาคาร วัด หมู่บ้านจัดสรรหลายแห่งเลย มีการสัญจรไปมามากมายทีเดียว แต่ทีนี้ปัญหาก็คือว่าไม่รู้สร้างถนนกันอย่างไร มีสัญญาณ ไฟจราจรฝั่งเดียวค่ะท่านประธาน ฝั่งเดียวคือฝั่งที่เป็นถนนจากฉะเชิงเทรามุ่งหน้าสู่ กรุงเทพมหานคร ฝั่งนี้มีไฟจราจรฝั่งเดียว แต่ฝั่งจากกรุงเทพมหานครที่จะเข้าจังหวัด ฉะเชิงเทราไม่มีสัญญาณไฟจราจรที่เป็นไฟเขียว ไฟแดง มีแต่ไฟเขียว เพราะฉะนั้นรถก็วิ่งกัน เต็มที่เลยไม่มีวันหยุด คนก็ข้ามถนนด้วยความยากลำบาก ดูวิดีโอต่อไปนะคะ🔗
ไม่มีไฟสัญญานจราจรเห็นไหมคะ มีแต่ ไฟเขียว วิ่งกันด้วยความเร็วแล้ววิ่งอย่างนี้มาตลอด ในการสร้างถนนสายเส้นนี้วิ่งมาตลอดเลย ทีนี้ดิฉันก็เลยนำเรื่องแบบนี้ถามว่าทำอย่างไร เคยหารือในสภาผู้แทนราษฎรไปรอบหนึ่ง เพราะมีการชนคนตาย เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๗ เกิดอุบัติเหตุ มีคนเสียชีวิตรถยนต์ ชน ๑ ราย ดูนะคะ นี่คือสภาพประชาชนข้ามถนนอยู่เยอะแยะ เพราะว่ามันมีโรงงานเต็ม ไปหมดเลย คนก็ข้ามถนนกันแบบนี้ จุดนี้เป็นจุดที่ถึงแม้มีไฟเขียวไฟแดงก็ยังมีการชนกันตาย และที่ไม่มีไฟเขียว ไฟแดงอะไรจะเกิดขึ้น นี่คืออันตรายของพี่น้องประชาชน ดูวิดีโอนะคะ ชนลอยเลยค่ะ เดี๋ยวดูนะคะ นี่นะคะเป็นชาวเมียนมาชนกันอย่างนี้เลย นี่คือสิ่งที่ดิฉัน ได้หารือไปแล้ว แต่เรากลัวมากเหลือเกินว่าทางการคงจะยังไม่ทำอะไร เราก็จึงนำเรื่องนี้มา เป็นกระทู้แยกเฉพาะเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานคะ มีคนมาร้องเรียน ทางเพจเฟซบุ๊กของดิฉันด้วยนะคะ เขาก็บอกว่ามีการชนแบบนี้อันตรายอยากให้มีไฟเขียว ไฟแดง ดิฉันจึงอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีก่อนเลยในช่วงคำถามแรกนี้ว่าเป็นไปได้ หรือไม่ที่เราจะต้องทำไฟเขียว ไฟแดงอีกซีกหนึ่งเพื่อไม่ให้รถวิ่งกันอย่างเดียวเลย คืออะไร สมมุติว่าคนอยากจะข้ามถนน ดิฉันเสนออย่างนี้นะคะว่าทำปุ่มกดไฟแบบอัจฉริยะ เช่น เรากดปุ่มแล้วไฟก็หยุดแดง เหมือนที่อื่นนะคะ ก็มีมิสเตอร์กรีนเดิน ตึ๊ก ๆ มีเสียงด้วย มีเสียง เพื่อช่วยให้คนที่เป็นคนพิการเขาได้รับรู้ว่าอันนี้เป็นไฟเขียว ไฟแดงอย่างนี้นะคะ แล้วเราข้าม ถนนไป แต่ถ้าไม่มีคนกดคุณก็วิ่งไปสิ รถก็วิ่งกันไปอย่างนี้ค่ะ จึงถามคำถามกับท่านรัฐมนตรี ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะแก้ปัญหาจุดหน้าตลาดสุวินทวงศ์นี้ เพื่อให้มีสัญญาณไฟจราจร ที่ชัดเจน แล้วก็มีไฟอัจฉริยะอย่างที่ดิฉันเรียนปรึกษาไว้ นี่คือคำถามที่ ๑ ถามกับ ท่านรัฐมนตรี ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรี ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในการมาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรตินะคะ ท่านฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยค่ะ ในประเด็นคำถามของท่านสมาชิกเรื่องของความปลอดภัยบนท้องถนน แผ่นดินหมายเลข ๓๐๔ เส้นสุวินทวงศ์ไปถึงฉะเชิงเทรา ซึ่งประเด็นคำถามนี้ท่านสมาชิก ได้เคยตั้งกระทู้ถาม ตอนนั้นท่านสมาชิกได้มีความห่วงใยว่าถนนเส้นทางดังกล่าวไม่มีความ ปลอดภัยก็เสนอเรื่องของการก่อสร้างสะพานลอย ก็ปรากฏว่าการก่อสร้างสะพานลอย โดยระเบียบแล้วเราจะต้องลงไปถามความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนทั้ง ๒ ฝั่ง ถ้าฝั่งซ้าย เห็นด้วยก็ต้องไปถามฝั่งขวา ถ้าฝั่งขวาไม่เห็นด้วยก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการก่อสร้าง สะพานลอยได้ กระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวงเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจว่าปัญหาของถนน เส้นทางดังกล่าวได้เกิดปัญหาในเรื่องของพี่น้องประชาชนข้ามถนนแล้วก็สัญจรไปมา แล้วก็ เป็นถนนสายหลัก ขออนุญาตว่าถนนดังกล่าวขออนุญาตได้บรรยายถึงกายภาพของถนนก่อน ถนนดังกล่าวเป็นถนนพื้นผิวจราจรเป็นคอนกรีต มี ๑๐ ช่องจราจร มีเส้นทางสายหลักทั้งซ้าย และขวา ๓ ช่องจราจร ฝั่งขาออกอีก ๓ ช่องจราจร ทางขนานฝั่งขาเข้า ๒ ช่องจราจร รวมทั้งทางขนานฝั่งขาออกอีก ๒ ช่องจราจร ดังที่ดิฉันได้ขึ้นภาพให้เห็นนะคะ แล้วก็ปริมาณ จราจรต่อวันประมาณ ๕๑,๒๔๕ คัน ก็เป็นจำนวนมากนะคะ รวมทั้งมีทางเท้าทั้ง ๒ ข้างทาง ถนนหมายเลข ๓๐๔ ท่านประธานคะ ก็อย่างที่ท่านสมาชิกได้กราบเรียนว่าเป็นถนน เส้นทางหลัก มีทั้งตลาด มีชุมชน มีทั้งวัด มีทั้งบ้านแล้วก็โรงเรียน แล้วก็โรงงานอุตสาหกรรม เป็นจำนวนมาก ซึ่งพี่น้องประชาชนทั้งใช้รถ ใช้ถนน แล้วก็สัญจรไปมา รวมทั้งในช่วงของ อันตรายก็คือช่วงตอนเช้าแล้วก็ช่วงตอนเย็นที่จะต้องใช้ถนนเส้นทางดังกล่าวสัญจรไปมา แล้วก็ข้ามถนนค่ะ จากปัญหาที่ท่านสมาชิกได้นำเสนอว่าเห็นควรจะมีการสร้างสะพานลอย จากการที่เราได้ลงมือไปสอบถามก็ปรากฏว่าเราไม่มีความพร้อม เพราะพี่น้องประชาชนไม่ให้ ความร่วมมือ เพราะเขาเกรงว่าสร้างสะพานลอยก็จะไปปิดบังบริเวณหน้าบ้านของผู้ที่อาศัย อยู่บริเวณนั้น เราจึงเห็นว่าความจำเป็นในการที่พี่น้องประชาชนได้สูญเสียชีวิตแล้วก็ ทรัพย์สิน ทางกรมทางหลวงจึงได้มีการสั่งการ ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จึงได้มีการสั่งการให้ กรมทางหลวงของจังหวัดฉะเชิงเทราใช้งบปกติในการที่จะทำติดตั้งไฟสัญญานจราจร ซึ่งวงเงิน ๘๒๐,๐๐๐ บาท พร้อมทั้งทำทางม้าลายแล้วก็ติดตั้งป้ายเตือนมาตรฐานของ กรมทางหลวง ซึ่งงบประมาณดังกล่าวก็จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ รวมทั้งติดตั้ง ไฟสัญญานจราจรแล้วก็ทำทางม้าลายทั้งสองข้างทางที่บริเวณฝั่งซ้ายแล้วก็ฝั่งขวาให้พี่น้อง สามารถใช้เส้นทางดังกล่าว ในระยะเวลาคือดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จเดือนพฤษภาคม ในปีนี้นะคะ แล้วหลังจากนั้นที่ท่านสมาชิกได้บอกว่าน่าจะมีการใช้ไฟสัญญานจราจรแบบ อัจฉริยะ แต่ในสัญญาณจราจรที่เราจะติดตั้งให้ในเดือนพฤษภาคมจะใช้ระบบตัวเลขค่ะ ก็คือ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ เพราะว่าเวลาผู้ขับขี่รถจะได้เห็นระยะไกลว่าตัวเลขมีระยะ ๑ ๒ ๓ แล้วก็ จะได้พูดถึงความเร็วว่านี่ไฟเหลืองนะ ไฟแดงเตรียมตัวไป ซึ่งสัญญาณจราจรที่ท่านสมาชิก ได้เสนอว่าควรจะเป็นเสียงด้วยเพื่อเตือนให้สัญญาณที่ผู้พิการสามารถฟังเสียงได้นั้น ก็ขออนุญาตกราบเรียนค่ะว่าบริเวณเส้นทางดังกล่าวเป็นรถขนส่งขนาดใหญ่ เสียงมันจะ ดังมาก อาจจะไม่ต้องใช้ถึงขนาดเสียงคือกดปุ่มแล้วก็ไฟเขียวแล้วก็ให้รถข้าม แบบนี้ก็คือ ถ้าเทียบระหว่างตัวเลขแล้วทางหลักวิศวกรรมมองเห็นว่าทางเรื่องของตัวเลขจะมีความ ปลอดภัยกว่า เนื่องจากตรงนี้มันจะมีเสียงดัง บางทีสัญญาณของผู้พิการอาจจะไม่ได้ยินเสียง ในเบื้องต้นก็ขอให้มีการติดตั้งไฟสัญจรแบบตัวเลขแล้วก็เพื่อให้อำนวยความสะดวก ในการสัญจรไปมาอย่างปลอดภัย ก็ขออนุญาตตอบคำถามเบื้องต้นของท่านสมาชิกเรื่องของ การจัดสรรงบประมาณในการติดตั้งไฟสัญญานจราจร แล้วก็ทำทางม้าลายทั้ง ๒ ข้าง ในวงเงิน ๘๒๐,๐๐๐ บาท แล้วก็จะดำเนินการติดตั้งให้แล้วเสร็จประมาณเดือนพฤษภาคม ในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ก็เหลือเวลาอีกประมาณ เดือนนี้เดือนมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน พฤษภาคมก็ใช้เวลาประมาณ ๓ เดือนก็จะแล้วเสร็จค่ะ ก็ขออนุญาตตอบคำถาม ของท่านสมาชิกในคำถามแรกค่ะ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ฐิติมา ฉายแสง จังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตท่านประธานค่ะ เนื่องจากเวลาดิฉันยังเหลืออยู่ประมาณ ๖ นาที ขอให้จบเป็น เรื่อง ๆ ไปได้ไหมคะท่านประธาน คือถ้าเกิดว่าจะมาบอกว่าเป็นคำถามที่ ๒ ของโน่น นี่ นั่น แล้วเดี๋ยวมันจะไม่ Cover นะคะ ท่านประธานคะคืออย่างนี้ดิฉันเองไปต่างประเทศมาก็หลายครั้ง เราจะเห็นว่าเวลาที่เราแล่นรถกันไปบางทีเขาจะมีสัญญาณไฟเหลืองกระพริบก่อนล่วงหน้า มี ๒๐๐ ๓๐๐ เมตร ทำให้คนที่ขับมารู้เลยว่านี่คือสัญญานไฟที่ฉันต้องหยุดแล้วนะ เพราะมันจะมีไฟแดงอยู่ข้างหน้านะ ก็ยังสามารถช่วยได้ แต่ถ้าไม่มีเลยเป็นเพียงทางม้าลาย มันอาจจะไม่เพียงพอ ในขณะเดียวกันอีกฝั่งที่ดิฉันบอกไว้ก็คือว่าไฟเขียว ไฟแดงยังชนชาว เมียนมาเสียชีวิตได้เลย เพราะฉะนั้นมันไม่ได้หมายความว่ามีไฟเขียว ไฟแดงแล้วมันจะ ปลอดภัย จึงอยากที่จะได้ไฟ พูดตรง ๆ ว่าไฟอัจฉริยะให้ชาวบ้านได้ทันสมัยกันหน่อยด้วย แล้วก็ช่วยชีวิตเขาด้วย นี่คือเรื่องที่ ๑ ที่ผ่านไป🔗
เรื่องต่อไปค่ะท่านประธาน มันเป็นอีก ๒ จุดอันตรายที่ดิฉันอยากจะพูดถึง คือจุดหนึ่งเป็นจุดที่ดิฉันก็ได้หารือไปด้วยในสภาผู้แทนราษฎร อยู่บนถนนสาย ๓๐๔๐ สุวินทวงศ์-ฉะเชิงเทรา อยู่เลยค่ะ คือบริเวณร้านนายก๊วกมันไม่มีป้ายแจ้งเตือนผ่านภาพเลย ไม่มีป้ายแจ้งเตือน ไม่มีไฟส่องสว่างในเวลากลางคืน ทำให้มองไม่เห็นหลักแบ่งเส้นจุดกลับรถ แล้วเมื่อวานนี้เองค่ะท่านประธาน เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๘ ก็เกิดอุบัติเหตุตรงจุดนี้ ล่ะค่ะเสียชีวิต ๑ ราย นั่นหมายความว่าจุดกลับรถตรงนี้มันมีอันตรายอยู่นะ ต้องการให้ทาง กระทรวงคมนาคมได้แก้ปัญหาให้เรียบร้อย อันนี้ก็เลยต้องการคำถามถึงท่านรัฐมนตรีว่า ถนนเส้นนี้มันเป็นจุดที่อันตรายเยอะแยะไปหมดเลย เพราะรถมันวิ่งกัน ๕๐,๐๐๐ กว่าคัน อะไรที่ท่านบอกไว้ แล้วก็เป็นจุดที่จะมีถนนวงแหวนรอบเมืองฉะเชิงเทราด้วย เพราะฉะนั้น ในอนาคตด้วยมันจะยิ่งมีคนมากันมากขึ้น รถมอเตอร์ไซค์ก็เยอะ จุดนี้จะต้องการเรียนถาม เป็นคำถามแรกของครั้งที่ ๒ นี้ว่าท่านจะแก้ไขได้อย่างไร🔗
อีกจุดหนึ่งค่ะ เป็นจุดที่เป็นอันตรายเช่นเดียวกัน ดิฉันเองเคยถามในกระทู้ แยกเฉพาะนี้แล้วท่านรัฐมนตรีมนพร เจริญศรี ก็ได้มาตอบ นั่นคือจุดหน้าตลาดคลองเจ้า เป็นจุดที่มีประชากรใช้ตลาดแห่งนี้ข้ามไปมา ประชาชนก็ต้องการที่จะข้ามถนน เป็นจุดที่ อยากจะได้สะพานลอยข้าม และตอนนั้นก็มีปัญหาอย่างนี้ค่ะว่าเจ้าของที่ไม่อนุญาต ไม่อนุญาตก็เป็นสะพานลอยไม่ได้ แต่ตอนนี้ผู้นำท้องถิ่นหลังจากที่เราปรึกษาหารือกัน ผู้นำท้องถิ่นเขาไปเจอที่ราชพัสดุทั้งสองซีกแล้ว เรียบร้อยแล้วแต่ขาดงบประมาณค่ะ เพราะฉะนั้นกระทรวงคมนาคมจะช่วยจัดงบประมาณในการทำสะพานลอยได้ไหม เพราะมัน อยู่เชิงสะพานของสะพานคลองเจ้า มันอยู่เชิงสะพานเราจะมานั่งทำทางม้าลายข้ามไม่ได้แล้ว ละค่ะ มันต้องคำนึงถึงความปลอดภัยมากขึ้น ดังนั้นจึงอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่า ทั้ง ๒ จุดนี้ จุดแรกหน้าร้านนายก๊วกท่านจะแก้ปัญหาอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย เมื่อวาน เพิ่งมีคนเสียชีวิตไป จุดที่ ๒ คือหน้าตลาดคลองเจ้า หน้าวัดคลองเจ้า ตรงนี้จะมีสะพานลอย ได้หรือไม่ด้วยการใช้งบประมาณจากกระทรวงคมนาคมค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรี ๒ คำถามนะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพค่ะ ในประเด็นคำถามที่ ๒ เรื่องของการติดตั้งเพิ่มสัญญาณไฟจราจร แล้วก็ตีเส้นทางม้าลายเรื่องของความปลอดภัยที่ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใย ก็ขออนุญาตว่า ในเส้นทางที่ท่านสมาชิกได้เอ่ยถึง ๑. ในส่วนของกรมทางหลวงก็ได้เตรียมการที่จะติดตั้ง สัญญาณไฟจราจรเรียกว่าไฟกระพริบสีเหลืองก่อนจะถึงประมาณ ๒๐๐ เมตร ซึ่งสามารถ ดำเนินการติดตั้งได้ก่อนที่จะถึงตรงนั้น ในระยะ ๓๐๐ เมตร และ ๔๐๐ เมตร เพื่อให้ผู้ขับขี่ สามารถชะลอความเร็วนอกจากนั้นก่อนที่จะถึงทางแยกก็จะทำให้เมื่อสักครู่ท่านสมาชิก ได้พูดถึงว่าจุดกลับรถแล้วก็เกิดอันตรายไฟส่องสว่างมืด ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าดิฉันได้สั่ง การให้ทางกรมทางหลวงไปเพิ่มไฟส่องสว่างตรงบริเวณจุดกลับรถ แล้วก็นอกจากเมื่อสักครู่ เราจะมีไฟกระพริบสีเหลืองคอยเตือนแล้ว ก็จะทำเรื่องของคลื่นบนถนนให้รถได้ลดความเร็ว ลงเพื่อเป็นสัญญาณเตือนอีกครั้งหนึ่ง ใน ๒ ภารกิจนั้นจะได้ดำเนินการในโอกาสต่อไปค่ะ แต่ว่าในส่วนของตรงนี้จะดำเนินการให้ก่อนเรื่องของติดตั้งสัญญาณไฟกระพริบเตือนก่อน จะถึง ในวงเงินงบประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาท ก็จะเร่งดำเนินการให้เลย โดยใช้งบประมาณของ สำนักงานทางหลวงชนบท จังหวัดฉะเชิงเทรา ส่วนเรื่องของจุดตลาดหน้าคลองเจ้าที่ท่าน สมาชิกได้แนะนำว่าน่าจะมีสะพานลอยตรงนั้น การทำสะพานลอยอย่างที่นำเรียนว่า ๑. ก็จะต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในตรงนั้น ไม่ว่าจะเป็น อบต. หรือเทศบาลไปทำ ประชาคมถึงความพร้อม เมื่อทำประชาคมความพร้อมแล้ว ถ้าที่ดินตรงนั้นเป็นที่ดินของ ราชพัสดุ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๑. ทำประชาคมของพี่น้องประชาชนรวมทั้งหนังสือ ยินยอมของสองฝั่งว่าสะพานลอยไปอยู่หน้าบ้านใครจะต้องมีหนังสือยินยอม เพราะว่าการทำ ก่อสร้างสะพานลอยนั้นบางทีจะไปบดบังอาคารหรือว่าสถานที่บ้านพักที่อยู่อาศัย ๒. องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นทำบทประชาคมแล้ว ให้ความยินยอมของสะพานลอยทั้งซ้ายและ ขวาแล้ว ก็จะต้องทำหนังสือถึงที่ราชพัสดุว่าขออนุญาตใช้สถานที่ก่อสร้างนี้แล้วที่ราชพัสดุ เหล่านั้นจะยินยอมให้กรมทางหลวงไปสร้างที่ราชพัสดุเหล่านั้นก็จะกลายเป็นที่ดินหรือความ รับผิดชอบของกรมทางหลวงทันที ถ้ากระบวนการขั้นตอนนี้เสร็จทางกระทรวงคมนาคม หรือกรมทางหลวงถึงจะสามารถตั้งงบประมาณตรงนี้ให้ได้ ซึ่งจริง ๆ งบประมาณก่อสร้าง สะพานลอยแต่ละแห่งแล้วแต่ความความยาวก็จะใช้งบประมาณ ๒ ล้านกว่าบาท ๒,๔๐๐,๐๐๐-๒,๕๐๐,๐๐๐ ซึ่งเป็นงบประมาณที่ไม่ใช่จำนวนมาก แต่เมื่อเทียบกับความ เสียหายแล้วก็ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเรื่องนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ก็ขออนุญาตให้ ท่านสมาชิกได้ประสานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างที่ดิฉันกราบเรียน ไม่ว่าจะเป็นองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นไปทำประชาคมทั้งสองฝั่ง แล้วก็ให้ทำผ่านมติของสภา เมื่อผ่านมติ ของสภาแล้วก็ขอให้ทำหนังสือถึงอธิบดีของราชพัสดุขออนุญาตใช้ที่ตรงนี้ แล้วส่งเรื่องมาที่ กรมทางหลวง กรมทางหลวงก็จัดเตรียมในการตั้งงบประมาณในโอกาสต่อไป ก็ขออนุญาต ตอบคำถามในคำถามที่ ๒ ค่ะ🔗
เข้าใจนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง จังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ เวลาดิฉัน เหลืออยู่ ๒ นาที อยากที่จะขออนุญาตใช้เวลานี้ให้เต็มที่ ขอทำความเข้าใจกับท่านรัฐมนตรี ค่ะท่านประธาน คือการที่ดิฉันขอจากการที่เราเคยทำกระทู้แยกเฉพาะไปแล้ว ขอสะพานลอย ณ ตอนนั้นสะพานลอยหน้าตลาดคลองเจ้าเราหาเจ้าของที่ไม่ได้ ต่อมาก็ไป เรียกว่าทั้งนายก อบต. ก็ดี ทางแขวงการทางก็ไปทำงานร่วมกัน จนกระทั่งขณะนี้เขาได้ ข้อมูลเรียบร้อยแล้วว่าเจ้าของที่นี้ไม่เกี่ยวแล้ว เขาไม่ให้แล้ว แต่มีที่ราชพัสดุทั้ง ๒ ฝั่งเลย นั่นหมายความว่าเราสามารถที่จะหาจุดลงได้แล้วในการที่จะทำสะพานลอยข้ามถนน การที่ จะให้ สส. ไปประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ดีหรือแขวงหรืออะไรก็แล้วแต่ จริง ๆ มันไม่ใช่หน้าที่ มันต้องเป็นหน้าที่ของแขวงการทางฉะเชิงเทราต้องรีบไปคุย เพราะผู้นำ ท้องถิ่นนี้เขาก็บอกลอย ๆ มาแล้วแต่ให้ สส. ไปติดต่อโดยตรงนี้มันไม่ได้ ควรจะสั่งการให้ แขวงการทางรีบไปดำเนินการ ทำอะไร ไปคุยเสียให้เรียบร้อยในเมื่อเขาบอกมาแล้วว่า ที่ราชพัสดุมี ก็ไปทำจดหมายสิ ไปทำหนังสือสิ ไปทำโน่นทำนี่ไปให้มันเสร็จเรียบร้อย เพราะว่า สส. ทำหน้าที่ในสภาเต็มที่ตรงนี้แล้วท่านประธาน จึงขอเรียนท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าท่านสั่งการไปเถอะเพราะว่าทุกอย่างมัน Work กันไปจนกระทั่งจะปีหนึ่งแล้วค่ะ จวนจะเรียบร้อยแล้ว อย่าได้รอให้ สส. ต้องลงไปคุยหรือไปอะไร เพื่อให้งานนั้นมันเรียบร้อย ต่อไป ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน🔗
ครับ เดี๋ยวผมลองดูที่ท่านรัฐมนตรีพูดนี้มันต้องมีประชาคมใช่ไหมครับ คือท้องถิ่นตรงนั้น มันจะต้องมีการยินยอมที่เป็นลายลักษณ์อักษร มีประชาคมของชาวบ้านสองฝั่ง เสร็จแล้วพอ มีประชาคมเสร็จก็ต้องเอาเข้าสภาของเทศบาลใช่ไหม ท่านรัฐมนตรีใช่ไหมเอาประชาคม เอาเข้าสภาของเทศบาล อบต. จะต้องขอราชพัสดุใช่ไหมครับ มันต้องเป็นท้องถิ่นขอ ไม่ใช่ แขวงนะครับ ใช่ไหมครับ🔗
ท่านประธานคะ แขวงนี่เป็นตัวกลาง ในการที่จะไปพูดคุยกับ อบต. ให้ อบต. ดำเนินการ แต่ไม่ใช่ สส. ไปบอกกับ อบต. ว่า อบต. ทำประชาคมเถอะอย่างนั้น อย่างนี้ สส. ทำไม่ได้ค่ะ🔗
ท่านรัฐมนตรีว่าอย่างไร🔗
ก็ขออนุญาตค่ะ ในความห่วงใยของท่านสมาชิก จริง ๆ เราเองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจาก การทำงานใด ๆ ที่ประชาชนเขาเดือดร้อนเขาก็จะมองเห็นภาพลักษณ์ของ สส. โผล่ขึ้นมาว่า เขาต้องไปหา สส. แม้กระทั่งวันนี้ที่ท่านถามกระทู้ก็เป็นหน้าที่ สส. ที่ทำหน้าที่แทนตัวแทน พี่น้องประชาชน แต่สิ่งที่ดิฉันจะสื่อไปดิฉันเข้าใจค่ะว่าไม่ใช่หน้าที่ของ สส. แต่ดิฉันได้อธิบาย ถึงขั้นตอนว่าการที่จะริเริ่มดำเนินการโครงการนี้มันเริ่มจากกระบวนการขั้นตอนไหนบ้าง ดิฉันไม่ได้หมายถึงว่าให้ สส. แต่การที่เรามี สส. ไปยืนอยู่ท่ามกลางความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนที่เขาเลือกเรามาเขาก็ต้องการสิ่งเหล่านี้ละค่ะ ไม่ได้ต้องการเพียงแค่ว่า สส. เราทำ หน้าที่อยู่ในสภา แต่ถ้าเราจะไปเพิ่มบทบาทของตัวเราเองไปยืนอยู่ท่ามกลางความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ที่เราเคยพูดตลอดว่าผู้แทนราษฎรคือเงาสะท้อนประชาชน เพราะประชาชนเขาเลือกเรามา ดิฉันเองมาจาก สส. เขต ดิฉันก็เอาจิตสำนึกเหล่านี้ละค่ะ ที่มาสะท้อนว่าให้ท่านสมาชิกไปประสานท้องถิ่นดู แต่ในกระบวนการขั้นตอนเป็นหน้าที่ของ ทางกระทรวงคมนาคมอยู่แล้วที่เราอยากจะให้เกิดสะพานลอยเหล่านี้ขึ้นมา แล้วก็ได้อธิบาย ถึงขั้นตอนต่าง ๆ ที่นำเรียนท่านประธานสภาผ่านไปถึงท่านสมาชิก ก็ขออนุญาตว่าไม่ว่า จะเป็นถนน ๖ เลน ๑๐ เลน หรือ ๘ เลน หรือว่าเราจะสร้างสะพานลอยสิ่งหนึ่งที่เกิด อุบัติเหตุนั้นก็คือเรื่องของจิตสำนึกของผู้ใช้รถใช้ถนน เรื่องของความปลอดภัยขณะที่ถนน มันใช้รถความเร็วขนาดนี้ถ้าเราได้เพิ่มไฟแดงก็ตาม หรือไฟอัจฉริยะอีกกี่สิบจุดก็ตาม แต่ถ้าคนขับรถไม่มีจิตสำนึกของการชะลอความเร็วบริเวณแยก บริเวณจุดกลับรถเราก็ พยายามรณรงค์เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุเหล่านี้เกิดขึ้น ไม่เพียงแต่มีกฎหมายบังคับใช้แต่การ สร้างจิตสำนึกของพี่น้องประชาชนก็คือส่วนหนึ่ง ซึ่งกระทรวงคมนาคมเองพยายามที่จะขยาย โครงสร้างพื้นฐานก็คือเน้นเรื่องของความสะดวก เน้นเรื่องของความปลอดภัย เน้นเรื่องของ การใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย เน้นเรื่องของการออกกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ ทั้งหมดทั้งมวล คือสิ่งที่เป็นนโยบายของกระทรวงคมนาคมที่เราจะบอกว่าลดอุบัติเหตุ แล้วก็ใช้รถใช้ถนน ด้วยความปลอดภัย ก็ขออนุญาตค่ะว่าอยากจะให้ท่านสมาชิกได้เข้าใจถึงขั้นตอน แต่ว่าดิฉัน ก็จะได้สั่งการให้ถ้าเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะเป็นองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นหรือกรมทางหลวงก็จะได้ดำเนินการขั้นตอนในโอกาสต่อไปค่ะ🔗
โอเคนะครับ ก็ให้ผู้ช่วย สส. สักคนหนึ่งมาประสานกับทางแขวง ทางรัฐมนตรี เพราะว่า อย่างไรแล้วอยู่ดี ๆ กระทรวงคมนาคมจะไปจัดให้ไม่ได้นะ ต้องมีคำขอจากพื้นที่ ถ้าไม่มีคำขอ จากพื้นที่อยู่ ๆ ดีไปสร้างสะพานลอยมันไม่มีคำขอเหมือนโยธาธิการและผังเมืองเหมือนกัน ถ้าไม่มีคำของบ งบไม่มานะครับ ฉะนั้นมันจะต้องเป็น อบต. ใช่ไหมที่ขอมา โดยปกติจะต้อง มีความเดือดร้อน คือความเดือดร้อนของพื้นที่คือประชาคมก่อน แล้วก็เอาไปเข้าที่ อบต. อบต. จะต้องไปขอใช้ที่ราชพัสดุนะครับ ใช้ที่ราชพัสดุจะต้องวัดกว้างคูณยาวด้วยทั้ง ๒ ข้าง กว้างเท่าไร ยาวเท่าไร อาจจะเป็น ๔ คูณ ๔ เมตร ใช่ไหมครับ ๔ คูณ ๖ เมตร ๒ ข้าง เขาก็จะอนุมัติมาอันนี้ถึงจะใช้งบ ๒ ล้านบาทไปทำได้นะครับ ฉะนั้นก็ให้ใครประสานหน่อย ให้ผู้ช่วย ส.ส. ประสานโครงการหน่อย ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณครับท่าน สส. ครับ สวัสดีครับ🔗
๔. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๙ เรื่อง การบริหารจัดการแก้ไขปัญหา ทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบและโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่มีศักยภาพในเขตพื้นที่ รวมถึง หลักเกณฑ์และแนวทางการจ่ายเงินเยียวยาให้กับเกษตรกรในเขตพื้นที่ชลประทานของ อำเภอดอยเต่าและอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีภารกิจที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงได้ มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง ท่านรัฐมนตรีอัครา พรหมเผ่า🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้ ท่านแรก ท่านปรัชญา ฉายวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา กรมชลประทาน ๒. ท่านจิรชัย พัฒนพงศา ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา กรมชลประทาน และได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถามดังนี้ ท่านแรก นางสาวนันฑกา กนกะปิณฑะ ๒. นายวุฒิภัทร ผิวสว่าง ๓. นายธนสาร ธรรมสอน ๔. ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรพิชย์ พรหมสิทธิ์ ต่อไปเชิญท่านศรีโสภา โกฏคำลือ ถามท่าน รัฐมนตรีเป็นคำถามแรกเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้มอบหมาย ให้ท่านอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นอย่างสูงที่ได้ กรุณามาตอบกระทู้ถามของดิฉันด้วยตัวเองนะคะ แล้วก็ต้องขอบคุณท่านประธานมาก ๆ เลยค่ะที่ได้บรรจุกระทู้ถามของดิฉันเพื่อได้รับคำตอบจากการแก้ไขปัญหาจากท่านรัฐมนตรี เช่นเดียวกันค่ะ ก่อนอื่นที่จะเริ่มดิฉันขอเล่าความเป็นมาถึง ๕ คำถามนี้ที่ดิฉันตั้งใจจะถามค่ะ แต่ในขณะเดียวกันนะคะถ้าเกิดว่าเวลาไม่พอดิฉันจะขออนุญาตข้ามคำถามที่ดิฉันเห็นว่าเป็น ความสำคัญที่ควรได้รับการแก้ไขมาเป็นลำดับต้น ๆ ค่ะ ท่านประธานคะ พื้นที่ของดิฉัน โดยเฉพาะอำเภอดอยเต่า และอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอำเภอที่ถือว่าเป็นต้นน้ำของ แม่น้ำปิงก่อนที่จะไหลสู่เขื่อนภูมิพลในจังหวัดตาก โดยอดีตโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี ๒๕๖๗ ที่ ผ่านมาค่ะท่านประธาน ในช่วงฤดูแล้งเราก็จะประสบปัญหามีน้ำไม่พอใช้สำหรับอุปโภค บริโภคหรือทำการการเกษตร และส่วนในช่วงฤดูฝนก็จะเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ทำให้มีน้ำป่า ไหลหลาก น้ำไหลไม่สามารถกักเก็บไว้ได้ส่งผลทำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ได้รับความ เสียหายทั้งบ้านเรือนที่อยู่อาศัย และทำกินเกษตรกรค่ะ และนี่คือความจำเป็นที่ดิฉันขอทราบ รายละเอียดในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๘ ในพื้นที่ของทั้ง ๒ อำเภอเพื่อทราบ ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาของการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ที่เป็นปัญหาผ่านมาได้จัดการ อย่างถูกต้องและเป็นระบบ🔗
ซึ่งในคำถามแรก ดิฉันขอกล่าวถึงอ่างเก็บน้ำแม่หาดในหมู่ที่ ๕ ตำบลโปงทุ่ง อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันตัวอ่างเก็บน้ำแห่งนี้มีสภาพตื้นเขินไม่สามารถ เก็บกักน้ำในช่วงฤดูแล้งไว้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่พอถึงฤดูฝนก็จะมีปริมาณน้ำที่เกินกว่า ขนาดอ่างสามารถที่จะเก็บกักน้ำ จึงส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนของประชาชนค่ะและทำให้ พื้นที่เกษตรกรในช่วงพื้นที่นั้นได้รับความเสียหาย ดิฉันจึงขอถามท่านรัฐมนตรีว่า กรมชลประทานจะสามารถเข้าดำเนินขุดลอกอ่างเก็บน้ำแม่หาดได้เมื่อไร เพื่อให้อ่างเก็บน้ำ แห่งนี้ได้ใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ขอทราบรายละเอียดด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบคำถามแรกครับ🔗
เนื่องจากคำถามที่ท่านสมาชิกท่านศรีโสภาตั้งกระทู้ถาม ในพื้นที่ก็ขออนุญาตขมวดตอบเป็น ลุ่มน้ำเลยได้ไหมครับท่านประธาน เพราะว่าในพื้นที่ของท่านศรีโสภานี่เป็นลำน้ำที่ไหลลงสู่ เขื่อนภูมิพล นั่นก็คือทะเลสาบดอยเต่าถูกต้องไหมครับ ทะเลสาบดอยเต่านี้ประกอบไปด้วย ในพื้นที่ของท่านก็จะมีอ่างเก็บน้ำทั้งหมด ๒ อ่าง ก็คือลำน้ำ ขอ Zoom in ได้ไหมครับ🔗
ลำน้ำในพื้นที่ก็คือที่ท่านศรีโสภาถามเมื่อสักครู่คือแม่หาดกับแม่ตูบ ถูกต้องไหมครับ🔗
ใช่ค่ะ🔗
ลำน้ำแม่หาดโดยปัจจุบันที่เจอปัญหาก็คือในเรื่องของความตื้นเขิน ก็คืออ่างแม่หาด จริง ๆ แล้วลำน้ำแม่หาดที่มีอ่างแม่หาดอยู่จริง ๆ ความจุด้วยศักยภาพสามารถที่จะบรรจุน้ำ ได้เยอะนะครับ แต่สภาพปัจจุบันเนื่องจากมีตะกอนดิน ตะกอนทรายทับถมทำให้อ่างและ ลำน้ำมีความตื้นเขิน ด้วยศักยภาพจริง ๆ ถ้าเกิดเราขุดลอกเสร็จความจุก็จะเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันนี้แม่ตูบก็น่าจะมีปัญหาในเรื่องของลำน้ำต้นทุนทางธรรมชาติที่ไหลลงสู่อ่างแม่ตูบ ไม่เพียงพอ เราก็จะมีนโยบายในการผันน้ำจากอ่างแม่หาดไปสู่แม่ตูบ ก่อนที่เราจะผันน้ำลงสู่ แม่น้ำตูบกรมชลประทานเรามีโครงการในการที่จะขุดลอกตะกอนดิน ตะกอนทรายที่ทับถม ในอ่างอยู่นะครับ ประกอบกันเราใช้มาตรา ๑๙ ที่เปิดให้ทาง สวพส. ซึ่งเป็นหน่วยงานของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพิ่มในการสร้างฝายในพื้นที่ของอุทยาน ซึ่งผมให้นโยบายกับ ทางกรมพัฒนาที่ดินได้เพิ่มพื้นที่เก็บกักน้ำในส่วนของโครงการทำฝายขนาดเล็ก ขนาดกลาง ที่มีความจุไม่เกิน ๑ ล้านลูกบาศก์เมตร ในลำน้ำสาขาทั้งหมดทั้งแม่ตูบ แม่ขาน ที่จะไหลลงสู่ อ่างทั้งหมด แล้วก็กรมพัฒนาที่ดินมีโครงการที่จะสร้างฝายเก็บกักน้ำไว้ในเขตอุทยาน เพื่อที่ ๑. ชะลอเรื่องของตะกอนดิน ตะกอนทราย ปัจจุบันต้องยอมรับนะครับว่ากรมชลประทาน เราตั้งงบในการขุดลอกตะกอนดิน ตะกอนทรายในอ่างที่อยู่ในภารกิจของชลประทาน เยอะมาก ซึ่งเราต้องยอมรับว่าเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ช่วงที่ผมเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านว่าการก็มอบให้ผมกำกับในเรื่องของ กรมพัฒนาที่ดิน แล้วก็มีโอกาสที่ใช้ประสบการณ์ตอนที่เป็นผู้บริหารท้องถิ่นก็คือตอนที่ ผมเป็นนายก อบจ. ได้ออกแบบการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ โดยเฉพาะผมจะใช้ Model ที่ผมเคยทำที่พะเยา อย่างลำน้ำแม่ขาน แม่ตูบก็เหมือนกันก่อนที่จะไหลลงสู่ลำน้ำแม่ขาน แม่ตูบเราต้องสำรวจก่อนว่าลำน้ำสาขาที่ไหลลงสู่แม่ขาน แม่ตูบมีลำน้ำสาขากี่สาขา พอเรารู้ ว่าข้อมูลที่ผมเชื่อว่าชลประทานเขามีข้อมูลอยู่แล้วลำน้ำสาขาที่ไหลลงสู่ทั้ง ๒ สาขาใหญ่นี่ มีกี่สาขา เราก็ใช้มาตรา ๑๙ ที่เปิดให้ สวพส. แล้วผมก็ใช้กรมพัฒนาที่ดินไปพัฒนาเรื่อง แหล่งน้ำนอกเขตชลประทานดักตะกอนชะลอน้ำไว้ ต้นน้ำเราเก็บน้ำไว้ให้ได้มากที่สุด ในลักษณะของอ่างพวงก่อนที่ไหลลงสู่จริงนะครับ กลางก็พยายามที่จะชะลอน้ำไว้ให้ มากที่สุด ส่วนปลายน้ำกรณีที่ฝนตกชุกชุมก็อาจจะเกินศักยภาพของทั้ง ๒ ลำน้ำทั้ง ๒ อ่าง เราก็ผันน้ำลงสู่ทะเลสาบดอยเต่านั่นก็คือเขื่อนภูมิพล ผมไม่แน่ใจผมตอบครบ ๓ ข้อไหม ที่ท่านศรีโสภาถามมาใช่ไหมครับ ยังมีประเด็นไหนที่ผมยังไม่ได้ตอบไหมครับ🔗
ดิฉันขอไปคำถามที่ ๓ เลยก็ได้ค่ะ คำถามแรกก็โอเคแล้วค่ะ ดิฉันก็รู้สึกยินดีค่ะที่เรายังจะมีความเป็นไปได้ว่าเราจะได้ขุดลอก เพราะว่ามันประสบปัญหาถ้าเราไม่ขุดอย่างไรเสียในปีหน้าถ้ามีน้ำท่วมมาพวกดิฉันก็ต้อง เข้าไปหาชาวบ้านที่น้ำท่วมอยู่ดี🔗
ชลประทานช่วงที่ผมเข้ามาเป็นรัฐมนตรีเรามีมิติการทำงานอีกแบบหนึ่งนะครับ เราไม่ต้อง ไปรองบประมาณ เรามีศูนย์เครื่องจักรกลโดยเฉพาะที่เชียงใหม่เรามีเครื่องจักรกลอยู่ กรณีที่ เรารองบประมาณเราก็ตั้งแปรเปลี่ยนแปลงงบประมาณมาเป็นค่าน้ำมัน แล้วใช้เครื่องจักรกล เราขุดลอกเพื่อบรรเทาพี่น้องประชาชนไปก่อน ไม่ใช่แค่ในพื้นที่ของท่านศรีโสภานะครับ ทุกลำน้ำที่เชียงใหม่ที่เราได้รับผลกระทบจาก Climate Change ที่เกิด Rain Bomb แล้วฝนตกชุกชุมแบบเป็นจุด ๆ ที่ทำให้พี่น้องได้รับผลกระทบน้ำท่วมตะกอนดินตะกอนทราย ไหลมาทับถมมันไม่ใช่แค่น้ำอย่างเดียวตอนนี้มันเหมือนเป็นสึนามิบกที่เชียงใหม่กับเชียงราย เรากระทบนะครับ ทางชลประทานเราก็เปลี่ยนแปลงในเรื่องของงบประมาณ เปลี่ยนจากงบ โครงการมาเป็นงบในการซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงแล้วก็ใช้เครื่องจักรของเรา แล้วก็บูรณาการ ร่วมกับท้องที่ท้องถิ่น ซึ่งถ้าท่านศรีโสภาติดตามเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายนที่ผ่านมาผมได้ให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำ MOU ร่วมกับ ๓ สมาคม นั่นก็คือ อบจ. แห่งประเทศไทย สันนิบาตแห่งประเทศไทยก็คือเทศบาล แล้วก็ อบต. มาบูรณาการร่วมกัน ถ้าตรงไหน ที่ท้องถิ่นโดยเฉพาะ อบต. หรือเทศบาล อบจ. สามารถทำได้เราก็ไปช่วยเสริมศักยภาพเขา กรณีที่เกินศักยภาพเขาชลประทานก็ลงไปช่วย อันนี้เป็นมิติการทำงานของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ที่ตั้งแต่ผมเข้ามากับท่านรัฐมนตรีว่าการ แล้วก็รัฐมนตรีช่วยอีกท่านหนึ่งเข้ามา เราก็กำหนดนโยบายในการบูรณาการร่วมกันนะครับ🔗
ขอบคุณมากค่ะ ดิฉันขอข้ามไป คำถามที่ ๓ เลยนะคะ เนื่องจากว่าคำถามนี้ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยในแม่น้ำ แม่แจ่มในพื้นที่อำเภอหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เราจะมีอยู่ฝายหนึ่งนะคะนี่คือ สภาพที่ทุกคนเห็นมันเกิดขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ แต่จริง ๆ แล้วฝายนี้มันพังแล้วใช้การไม่ได้ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๑ มาแล้ว ซึ่งถึงปัจจุบันตอนนี้เราอยู่ในปี ๒๕๖๗ สภาพก็ยังเป็นอย่างที่เห็นอยู่นี่ละค่ะ ที่ดิฉันได้รับเอกสารล่าสุดจากกรมชลประทานเขาบอกกับดิฉันว่าอยู่ในขั้นตอนออกแบบ รายละเอียดทั่วไป คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมปี ๒๕๖๗ ดิฉันมีคำสั่งเลข ออกแบบด้วยค่ะ ตามคำสั่งกรมชลประทานที่ ๑๖๓/๒๕๖๔ ซึ่งดิฉันต้องการคำตอบว่าเมื่อไร เราจะได้เห็นฝายนี้เสร็จสมบูรณ์และใช้ปกติค่ะ เพราะว่าดิฉันเห็นฝายนี้พังมาตั้งแต่สมัย คุณพ่อของดิฉันเป็น สส. แล้ว และตอนนี้ดิฉันได้เป็น สส. ดิฉันก็อยากเห็นมันใช้งานได้ปกติค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗
จริง ๆ ผมก็อยากเห็นภาพรัฐมนตรีลงพื้นที่กับ สส. เหมือนกันนะครับ นี่ฝายแม่แจ่มใช่ไหมครับ ฝายแม่แจ่มผมจำได้ว่าก่อนหน้านี้ตอนที่เขาสมบูรณ์เขาจะมีสะพานด้วยใช่ไหมครับ ท่านศรีโสภา ขอภาพประกอบได้ไหมครับ เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาไหมครับ🔗
ผมมองไม่เห็น ไม่เป็นไรครับ ขอตอบกรณีที่ฝายแม่แจ่มใช่ไหมครับ คือตอนนี้เราต้องยอมรับ ว่ามันเกิดวิกฤติตั้งแต่เกิด Rain Bomb ที่จังหวัดเชียงใหม่ตะกอนดิน ตะกอนทรายทับถม บริเวณหน้าฝาย ฝายนี้ก่อนหน้านั้นมีการออกแบบเรื่องการบริหารจัดการน้ำ การผันน้ำ ลงคลอง ไม่ว่าจะเป็นคลองหลักและคลองไส้ไก่ แต่พอมีตะกอนดินมาทับถมเยอะ ๆ แล้วก็มี ปริมาณน้ำที่สะสมจากวิกฤติเรื่องของภาวะโลกร้อนปีที่ผ่านมาทำให้ฝายส่วนฝั่งซ้าย ถ้าผมจำไม่ผิดที่ผมลงพื้นที่ไป ฝั่งซ้ายฝายจะทรุด ฝั่งขวานี่จะตื้นเขิน พอเราจะผันน้ำลงคลอง ผมไม่แน่ใจคลองฝั่งขวาใช่ไหมครับ ผันไม่ได้เพราะว่าตะกอนดินตะกอนทรายมันไปปิดคลอง ไส้ไก่ที่เราจะผันน้ำลงไป จริง ๆ ฝายนี้มีศักยภาพในการผันน้ำเข้าแปลงเกษตรพี่น้อง เกษตรกรเยอะมาก แต่เมื่อตะกอนดิน ตะกอนทรายทับถมขนาดนี้กรณีที่เราจะตั้ง งบประมาณในการซ่อมใช้เวลานานด้วยเรื่องของเชิงวิศวกรรม ผมก็เลยให้นโยบายทาง กรมชลประทานเมื่ออาทิตย์ที่แล้วที่ลงพื้นที่ไปบอกว่าสิ่งที่ต้องแก้ปัญหาเร่งด่วนกรณีที่พี่น้อง เกษตรกรขาดแคลนน้ำ เนื่องจากตะกอนดิน ตะกอนทรายทับถมไปปิดประตูระบายน้ำ หรือว่าคลองที่จะผันน้ำลงสู่แปลงเกษตรทางฝั่งขวาเราก็ต้องขุดลอก ในเมื่อปัญหาเกิดจาก ตะกอนทับถมเราก็ต้องขุดลอกตะกอนออกไปก่อน ในระยะยาวถ้ากรณีที่ฝายนี้ไม่สามารถ ที่จะซ่อมสร้างใหม่ได้เราก็เลื่อนจุดพิกัดออกไปนะครับ อาจจะขึ้นไปสูงอีกนิดหนึ่งแล้วก็เป็น ลักษณะของประตูระบายน้ำ ประตูระบายน้ำนี่เนื่องจากคลองนี้มีความกว้างน่าจะ ๑๐๐ กว่าเมตร ก็คงต้องใช้ระยะเวลาการออกแบบก่อสร้างใหม่ สิ่งที่มาตรการเร่งด่วนที่เราต้องทำก็คือ การขุดลอก หลังจากที่เราขุดลอกเพื่อบรรเทาปัญหาพี่น้องเกษตรกรในการกระจายน้ำไปแล้ว ชลประทานก็จะมีการสำรวจออกแบบก่อสร้างประตูระบายน้ำใหม่เพื่อที่จะแก้ปัญหาให้ พี่น้องเกษตรกรแบบยั่งยืน ๑. ก็คือช่วงแล้งจัดประตูระบายน้ำก็จะปิดประตูเพื่อเก็บกักน้ำไว้ ใช้น้ำแล้ง กรณีที่มีน้ำหลากมาก ๆ ประตูนี้สามารถยกขึ้นได้ในกรณีที่ลดความเสียหาย ลดความรุนแรงไป กรมชลประทานเรามีนโยบายในการบริหารจัดการน้ำที่เป็นรูปแบบที่ ชัดเจนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นทุกลำน้ำไม่ใช่แค่เชียงใหม่ ทุกจุด ทุกที่ของประเทศแล้วแต่บริบท ภูมิภาคนะครับ ส่วนของภาคเหนือรูปแบบของการบริหารจัดการน้ำเราคือ ๑. กรณี ที่โครงการชลประทานมีนโยบายในการสร้างอ่างเก็บน้ำ ไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ที่ ผ่านอีไอเอ ผ่านการประชาพิจารณ์เสร็จแล้วก็จะอยู่ในการบรรจุแผนเพื่อที่ขอรับกาสนับสนุน งบประมาณจากรัฐบาล กรณีแหล่งน้ำที่รอการอนุมัติงบประมาณหรือการศึกษาผ่านอีไอเอ ทั้งหลายแหล่ ขอเวลาอีก ๒ นาทีได้ไหมครับ กรณีที่รองบประมาณในการสร้างอ่างขนาด ใหญ่ ผมก็ใช้มาตรา ๑๙ ที่ได้กล่าวถึงเมื่อสักครู่ให้ทาง สวพส.กรมพัฒนาที่ดินแล้วก็อุทยาน บูรณาการร่วมกันในการสร้างฝายขนาดเล็กเก็บกักน้ำเพื่อชะลอทั้งน้ำ ทั้งตะกอนดิน ตะกอน ทรายไว้ทั้งหมดที่ท่านศรีโสภาถามมานะครับ แล้วก็เมื่อสักครู่เขาส่ง Short Note มาผมว่า ผมน่าจะตอบให้ครอบคลุมหมดแล้วนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านคะ ถ้าเกิดเสร็จแล้วดิฉัน ขออนุญาตถามท่านนอกห้องต่อนะคะ อาจจะมีอะไรหลายอย่างที่ โอเคค่ะขอเป็นคำถาม สุดท้ายแล้วกันนะคะ คำถามสุดท้ายมีความตั้งใจที่จะถามต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ค่ะ ทางกระทรวงเองมีหลักเกณฑ์หรือแนวทางการจ่ายเงินเพื่อเยียวยา ความเสียหายให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติ ดิฉันต้องการทราบถึง ๑. วิธีการตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย ทางกระทรวงมีวิธีใดบ้างคะ เช่น การใช้แผนที่ ดาวเทียมตรวจสอบ หรือใช้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบลงพื้นที่ค่ะ ดิฉันขอทราบรายละเอียดนะคะ ๒. ทางกระทรวงได้กำหนดดุลยพินิจด้วยตัวเองหรือไม่คะ หรือว่าได้ร่วมกับหน่วยงานอื่น เพื่อจ่ายเงินเยียวยาให้กับเกษตรกรที่ได้รับความเสียหาย ๓. หากจะพอแจ้งรายละเอียด เกี่ยวกับระยะเวลาในการจ่ายเงินเยียวยาและวิธีรับเงินเยียวยาได้ ขอให้ท่านรัฐมนตรีแจ้ง ในห้องที่ประชุมกระทู้ถามนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗
ท่านรัฐมนตรีครับ สั้น ๆ ครับ🔗
เรื่องเยียวยานี้รู้สึกจะเป็นประเด็นหลักวาระแห่งชาติเลย ต้องขอบคุณนะครับท่าน สส. ที่ตั้งกระทู้ถามมา หลักเกณฑ์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ง่าย ๆ คือกรณีที่จะรับเงิน เยียวยาพี่น้องเกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนกับกระทรวง ในระบบของการสำรวจข้อมูลการเก็บ ข้อมูลทั้งสิ้นไม่ต้องหรอกครับ การสำรวจข้อมูลเก็บข้อมูลทั้งสิ้นเรามีภาคีเครือข่ายของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๑. เกษตรจังหวัด ก็คือ กษ. เรามีเกษตรอำเภอ เรามีสภา เกษตรและสหกรณ์แห่งชาติ เรามีหมอดินชาวบ้านที่จะเข้าร่วมสำรวจ แล้วก็ในระดับจังหวัด ภาคีเครือข่ายเราก็จะเป็นท่านผู้ว่าราชการจังหวัด กรณีที่จะได้รับเงินเยียวยานั้นในระดับ จังหวัดท่านผู้ว่าราชการท่านต้องประกาศก่อนเป็นเขตภัยพิบัตินะครับ เมื่อประกาศเป็นเขต ภัยพิบัติเสร็จแล้วเกษตรกรก็ต้องไปยื่นคำร้องยืนยันสิทธิของตัวเองว่าเราอยู่ในเขตพื้นที่ หรือเปล่าก็คือการลงทะเบียนนะครับ เมื่อมีการลงทะเบียนเสร็จแล้วข้อมูลทั้งหมดก็จะมีการ เข้ามาสำรวจข้อเท็จจริงโดยมีภาคีเครือข่ายของเรา ปัจจุบันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราพยายามที่จะใช้เทคโนโลยีเข้ามาจับในเรื่องของภัยพิบัติที่เกิดขึ้น อย่างล่าสุดในเรื่องของ ฝุ่นแล้วก็ PM2.5 แล้วภัยพิบัติที่คาดว่าจะเกิดขึ้นข้างหน้า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ แล้วระดับการเยียวยาก็อย่างที่เรียนให้ทราบแล้วพี่น้องเกษตรกร เราไปขึ้นทะเบียนก่อน แล้วก็หลังจากขึ้นทะเบียนเสร็จทางจังหวัดโดยท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดประกาศภัยพิบัติแล้วพี่น้องเกษตรกรไปยืนยันสิทธิ หลังจากนั้นก็จะเป็นการตรวจสอบ แล้วก็จ่ายเงินเยียวยาต่อไป ตอนนี้ก็ทยอยจ่ายไปหลายจังหวัดนะครับ จังหวัดไหนที่ส่งมา รู้สึกไม่แน่ใจว่าล่าสุดที่ผมลงนามไปน่าจะเป็นหนองบัวลำภู เชียงใหม่น่าจะทยอยมาเร็ว ๆ นี้ อย่างไรเดี๋ยวจะตรวจสอบแล้วก็ติดตามให้นะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่าน สส. ครับ🔗
๕. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๘ เรื่อง การบริหารจัดการลำน้ำแม่ท่าช้าง และลำน้ำแม่ขาน ในพื้นที่อำเภอหางดงและอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีภารกิจที่นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอัครา พรหมเผ่า เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการ ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุน ข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้ ๑. นายปรัชญา ฉายวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้าน วิศวกรรมโยธา กรมชลประทาน ๒. นายจิรชัย พัฒนพงศา ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการ น้ำและบำรุงรักษา กรมชลประทาน และได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังความ คิดเห็นในการตอบกระทู้ถามดังนี้ นายธนสาร ธรรมสอน ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรพิชย์ พรหมสิทธิ์ ต่อไปเชิญ ท่านภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ถามท่านรัฐมนตรีเป็นคำถามแรกครับเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชนครับ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยนะครับที่มาตอบคำถามในกระทู้แยกเฉพาะของผมในวันนี้นะครับ ในประเด็นเรื่องของการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อำเภอหางดงและสันป่าตอง มี ๒ ลำน้ำด้วยกัน ก็คือลำน้ำแม่ท่าช้าง หลัก ๆ คืออำเภอหางดงเลย แล้วก็ลำน้ำแม่ขาน หลัก ๆ ก็คืออำเภอ สันป่าตองนะครับ เมื่อสักครู่ท่านได้ตอบในส่วนของอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ก็ขอพาท่านขับรถ ขึ้นทางทิศเหนือมาสักประมาณ ๒-๓ ชั่วโมงครับ มาถึงสันป่าตอง มาถึงหางดง แล้วก็เมื่อสักครู่ เราจะเห็นในแผนที่ว่าทางโซนใต้มีอ่างเก็บน้ำค่อนข้างที่จะเตรียมรับน้ำได้ดีเลย แต่ว่าโซนที่เรา กำลังจะพูดถึงหางดง สันป่าตองไม่มีจุดกักเก็บน้ำเลย น้ำท่วมทุกปีเลยนะครับ แล้วก็อาจจะไม่ได้ รับความสนใจมากนักเลยด้วยซ้ำในพื้นที่นี้ทั้งที่ท่วมทุกปี ย้อนกลับไปก่อนที่ผมจะเป็น สส. ในแผนที่เสี่ยงพื้นที่ภัยพิบัติอุทกภัยของจังหวัด ทางผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นผู้อำนวยการ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดไม่ได้มีการบรรจุพื้นที่อำเภอหางดงและอำเภอสันป่าตอง ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยด้วยซ้ำนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เราก็จะมาพูดกันถึงเรื่องการบริหาร จัดการน้ำใน ๒ พื้นที่ตรงนี้ อาจจะต้องอธิบายให้ทางท่านประธานได้เข้าใจสักเล็กน้อย ด้วยครับ ในพื้นที่ ๒ พื้นที่ตรงนี้มันจะเป็นพื้นที่ติดกับดอยก็คือพื้นที่สูงเลย น้ำจะไหลมาจาก พื้นที่อำเภอสะเมิงในพื้นที่สูง แล้วก็ไล่ลงมาในพื้นที่ต่ำเรื่อย ๆ มาจนถึงอำเภอหางดงและ อำเภอสันป่าตองแล้วก็ไปออกที่แม่น้ำปิง ก็คือจะเป็นลักษณะนี้ทุกปี แล้วก็ไม่มีการกักเก็บน้ำ อะไรได้เลย น้ำที่ตกหนัก ๆ บนดอยก็จะไหลมาท่วม น้ำป่าไหลหลากท่วมในพื้นที่ตัวเมือง แล้วก็ออกสู่น้ำปิง ปีไหนน้ำปิงต่ำก็มาไวไปไว ปีไหนน้ำปิงขึ้นมาด้วยก็จะติดค้างกันไป ๓-๔ วัน ก็ว่ากันไปแล้วแต่ระดับของน้ำปิงนะครับ เพราะฉะนั้นในวันนี้ก็อยากจะมาสอบถามกับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในประเด็นของการจัดการบริหารน้ำ ในส่วนนี้ ผมขออนุญาตรวบคำถามที่ ๑ และคำถามที่ ๒ ไปเลยนะครับ เพราะว่าคำถามที่ ๑ มันจะเป็นแม่ขาน คำถามที่ ๒ จะเป็นแม่ท่าช้าง ในส่วนของการบริหารจัดการน้ำในส่วนโซนของ แม่ขาน ในอดีตปีประมาณ ๒๕๔๐ มีโครงการที่จะทำอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ตรงนั้น แต่ว่าตอนนั้นก็ติดเรื่องของการจัดการเรื่องของการอพยพหมู่บ้านออกไปทั้งหมู่บ้าน ไม่สามารถทำได้ สุดท้ายอ่างเก็บน้ำไม่เกิดครับก็เลยไม่มีที่เก็บน้ำใด ๆ เลย มาถึงปัจจุบันก็จะ ไปจัดทำโครงการเดิม แน่นอนการอพยพตอนปัจจุบันยากกว่าสมัยนั้นหลายเท่า เพราะฉะนั้น ผมก็ได้เคยเสนอในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรตอนปี ๒๕๖๖ ก็คือการทำอ่างเก็บน้ำพลวง ก็คืออ่างเก็บน้ำเล็ก ๆ หลาย ๆ จุดตลอดลำน้ำแม่ขาน เพื่อที่จะได้กักเก็บน้ำแล้วก็รองรับไว้ใช้ ในหน้าแล้งได้นะครับ แต่ในส่วนนี้ก็ได้มีการพูดคุยกับทางชลประทานจังหวัดในพื้นที่นะครับ ก็เตรียมมีการทำอ่างเก็บน้ำพลวงตรงนี้แล้ว แต่ว่าส่วนที่อาจจะยังไม่เห็นความชัดเจนมากนัก ก็คือเรายังไม่แน่ใจว่าจะจัดทำในส่วนนี้เมื่อไร แล้วก็จะได้ไปตอบให้ประชาชนชัดเจนว่า ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองก็มีแนวทางแผนงานที่จะชัดเจนในโครงการเหล่านี้ ในปีอะไรอย่างนี้ครับ ผมก็อยากได้ความชัดเจนในส่วนนี้ด้วย แล้วก็แนวทางที่ชัดเจนของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่จะดำเนินการจะดำเนินการอย่างไร ลักษณะแบบไหน แล้วก็ พอมันเกิด ปี ๒๕๖๗ ไปแล้ว ตอนนี้ข้อดีของเราก็คือเราสามารถเรียนรู้จากกรณีที่มันเลวร้าย ที่สุดแล้ว ปี ๒๕๖๗ มันรุนแรงมาก ๆ มันคือ Worst case เพราะฉะนั้นเราสามารถคำนวณ ได้เลยว่าปริมาณอัตราการไหลของน้ำลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเราต้องกักเก็บน้ำในพื้นที่ อ่างเก็บน้ำพลวงแต่ละจุดเท่าไรถึงจะบรรเทาปัญหาในกรณีที่มันเกิดวิกฤติรุนแรงเหมือน ปี ๒๕๖๗ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้เรามีตัวเลขอ้างอิงที่สามารถนำมาศึกษากับการจัดทำ โครงการนี้ได้ ก็อยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำของลำน้ำ แม่ขาน แล้วก็ในส่วนของแม่ท่าช้างครับ แม่ท่าช้างลักษณะเดียวกันไม่มีอ่างเก็บน้ำเช่นกัน นะครับ แล้วก็ผมเห็นในโครงการแผนที่ One Map ของกรมชลประทานได้มีการเตรียม วางแผนในเรื่องของอ่างเก็บน้ำห้วยแม่นาไทรในพื้นที่อำเภอหางดง แต่ตอนนี้ก็ยังไม่เห็น ความคืบหน้าของโครงการตรงนั้น ก็จึงอยากจะสอบถามทั้ง ๒ ประเด็น ๒ คำถามรวบไปเลย ในส่วนของแม่ท่าช้าง อำเภอหางดง แล้วก็แม่ขาน อำเภอสันป่าตองครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ต้องขอบคุณท่านภัทรพงษ์มากเลยครับ ข้อมูลค่อนข้างจะแน่นนะครับ จริง ๆ ผมมี กำหนดการอยู่แล้วในเดือนกุมภาพันธ์นี้จะลงพื้นที่ของท่านอยู่ครับ ชลประทานเรามีแนวคิด ในการบริหารจัดการน้ำค่อนข้างชัดเจนนะครับ ท่านถามในเรื่องของลำน้ำแม่ขานและ แม่ท่าช้างรูปแบบการบริหารจัดการน้ำก็ไม่ต่างจากที่ผมตอบท่านศรีโสภาไป คือเราทำเป็น ลุ่มน้ำนะครับ อย่างลำน้ำแม่ขานข้อมูลทางชลประทานที่เราสำรวจมาทั้งหมด มีลำน้ำสาขา ทั้งหมดถ้าจำไม่ผิดน่าจะ ๑๘ ลำน้ำสาขาใช่ไหมครับท่าน ๑๘ สาขา เนื่องจากที่ท่านภัทรพงษ์ ให้ข้อมูลเมื่อสักครู่ว่าลำน้ำแม่ขานมีโครงการที่จะทำอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่นะครับ แต่ด้วย สภาวะแวดล้อม ณ ตอนนั้นถ้าเกิดเรามีการก่อสร้างเกิดขึ้นน้ำส่วนหนึ่งจะเอ่อล้นไปท่วม ชุมชน ท่วมวัด ท่วมโรงเรียน ซึ่งค่อนข้างจะละเอียดอ่อนแล้วสร้างความเดือดร้อนให้พี่น้อง ประชาชน แล้วก็ถ้าเกิดมีการก่อสร้างจริงรัฐบาลก็ต้องจัดสรรในพื้นที่ที่จะรองรับกรณีที่มีการ อพยพเกิดขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นโครงการสร้างอ่างขนาดใหญ่ลำน้ำแม่ขานก็เลยถูกพับไป ชลประทานเราไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ หลังจากที่โครงการนี้ได้ถูกพับไปก็มีการสำรวจ ออกแบบการบริหารจัดการน้ำเหมือนที่ท่านภัทรพงษ์ได้ให้ข้อมูลไปว่าเราจะทำลักษณะ ของอ่างพลวงนะครับ อ่างพลวงก็เป็น Wording หนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมา บริบทจริง ๆ ก็คือ เหมือนที่ผมพูดถึงเรื่องที่ดอยเต่าที่ท่านศรีโสภาได้ตั้งกระทู้ถาม ก็คือเราใช้มาตรา ๑๙ ที่เปิดให้ สวพส. สร้างฝายขนาดเล็กขึ้นในพื้นที่ของอุทยาน ทางเทคนิคแล้วทาง สวส. ซึ่งภารกิจของท่านก็คือโครงการพระราชดำริ หน่วยงานของท่านคือสถาบันวิจัยพื้นที่สูง เรื่องของการเอา Knowhow เอาองค์ความรู้ไปส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกร แต่เมื่อโครงการ พระราชดำริแล้วก็ สวพส. ภารกิจของท่านจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีน้ำ เพราะว่าภารกิจของท่าน เกี่ยวกับการเกษตร ก็เลยใช้มาตรา ๑๙ เพิ่มแหล่งน้ำในพื้นที่สูงนั่นก็คือลำน้ำสาขาทั้ง ๑๘ สาขา ที่ไหลลงสู่ลำน้ำแม่ขานนะครับ จริง ๆ ก็ไม่เฉพาะแค่ในพื้นที่ของท่านภัทรพงษ์ ไม่ใช่ แค่ลำน้ำแม่ขาน ลำน้ำแม่วาง แล้วก็แม่ท่าช้างใช่ไหม ที่เชียงใหม่เขาเรียกแม่ตาช้างใช่ไหม ทั้ง ๓ สาขานี้เราก็ใช้ Model เดียวกันในการบริหารจัดการน้ำ ๑. ต้นน้ำเราก็ต้องพยายาม เก็บกักไว้ให้ได้มากที่สุด ทั้งน้ำต้นทุน ทั้งตะกอนดิน ตะกอนทรายที่จะไหลลงสู่อ่างขนาดใหญ่ หรือลำน้ำขนาดใหญ่ที่ชลประทานและกรมเจ้าท่าบูรณาการร่วมกันนะครับ ดักน้ำไว้นะครับ ในลำน้ำสาขา ๑๘ สาขา ผมเชื่อแน่ว่าถ้าเราทำลักษณะของอ่างพลวงเหมือนที่ท่านภัทรพงษ์ ได้ให้ข้อมูลเมื่อสักครู่ ดักไว้ให้มากที่สุด ปริมาณน้ำฝนสะสมที่จะไหลลงสู่ทั้งแม่น้ำลำน้ำขาน แม่ท่าช้าง แล้วก็แม่วาง เราดักไว้ได้มากที่สุดอย่างน้อยก็บรรเทา บรรเทาเรื่องอะไรบ้าง เหมือนที่เชียงรายเจอก็คือมันไม่ใช่แค่น้ำ มันเป็นตะกอนดิน ตะกอนทรายที่เกิดการชะล้าง เนื่องจากเราต้องยอมรับว่าการทำพื้นที่การเกษตรในภาคเหนือส่วนหนึ่งก็เป็นพืชล้มลุก อาจจะเป็นพวกข้าวโพดปลูกเสร็จแล้วก็เผานะครับ เผาเสร็จหน้าดินถูกชะล้างไม่มีป่าที่จะ ชะลอเรื่องตะกอนดิน ตะกอนทรายก็ทำให้เกิดเหมือนสึนามิบก ดินก็ถูกชะล้างถล่มลงมา ข้างล่าง เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาของชลประทานและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เราไม่ได้ แก้ปัญหาแค่เรื่องน้ำแล้ง น้ำท่วมอย่างเดียวนะครับ วิกฤติตอนนี้สิ่งที่เราต้องทำคือเปลี่ยน พฤติกรรมการเพาะปลูกของพี่น้องเกษตรกรนะครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรามี นโยบายในการทำเกษตรทันสมัยนะครับ ก็คือปลูกพืชในโรงเรือน ทำอย่างไรให้ลดต้นทุนของ พี่น้องเกษตรกร ๒. ผลที่เราจะได้รับ ก็คือในเรื่องของการลดฝุ่น PM แล้วก็เพิ่มรายได้ของ พี่น้องเกษตรกร ผมขอยกตัวอย่างที่ชุมชนมิ่งเอี้ยน แล้วก็พี่น้องลีซูที่บ้านแม่ต๋ำน้อยที่จังหวัด พะเยาที่ผมเอาเกษตรทันสมัยเข้าไปเปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดของพี่น้องชาติพันธุ์ พอเขาปลูกข้าวโพดปีหนึ่งเนื้อที่ประมาณผมไม่แน่ใจว่า ๕ หรือ ๑๐ ไร่ ปีหนึ่งเขาขายได้ ประมาณ ๖๐,๐๐๐ เสร็จเก็บข้าวโพดเขาก็เผา เผาเพื่อที่จะปลูกถั่วเหลือง ปลูกฝ้ายต่อ ผมก็เลยเปลี่ยนเป็นเกษตรทันสมัย เอา สวพส. ไปให้องค์ความรู้แล้วก็เอาพัฒนาที่ดิน ไปพัฒนาเรื่องแหล่งน้ำ ให้ชลประทานไปทำเรื่องแหล่งน้ำให้พี่น้องชาติพันธุ์เสร็จให้เขา ปลูกพืชในโรงเรือน เชื่อไหมครับเนื้อที่ไม่ถึงไร่เขาปลูกแตงกวาญี่ปุ่น ปลูกฟักทองญี่ปุ่น เขาเรียกบัตเตอร์นัต บัตเตอร์นัตนี่ถ้าเกิดบอกว่าฟักทองไปขายตลาดกิโลละ ๕ บาท พอเป็นบัตเตอร์นัต ขาย ๓๕ บาท นี่ก็คือเกษตรทันสมัยนะครับ เกษตรมูลค่าสูงที่เราจะไปทำ เปลี่ยน เปลี่ยนอย่างไร เปลี่ยนจากข้าวโพดก็เป็นพืชพวกนี้ครับ เราเกษตรนำสมัยเพิ่มจีดีพี ให้พี่น้องชาติพันธุ์ แล้วก็พัฒนาเรื่องแหล่งน้ำ ที่ลำน้ำทั้ง ๓ ลำน้ำ ทั้งแม่วาง แม่ขาน แล้วก็ แม่ท่าช้างที่ท่านพูดถึงเมื่อสักครู่ก็ใช้ Model นี้ครับ หลังจากที่พัฒนาเรื่องแหล่งน้ำทำ อ่างพลวงเสร็จเราก็เปลี่ยนพฤติกรรมพี่น้องเกษตรกรในการเพาะปลูกพืช เอาเกษตรนำสมัย เข้าไป ตลาดนำ นวัตกรรมเสริมนี่คือนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เราอยู่แล้ว หลังจากที่ผมตอบกระทู้วันนี้ท่านภัทรพงษ์ ผมก็มีแผนที่จะลงพื้นที่ อย่างไรเชิญท่านลงพื้นที่ ด้วยกัน ผมชื่นชมแนวคิดของท่านสมาชิกที่ตั้งกระทู้ถามตรงนี้ แล้วก็อยากได้ภาคีเครือข่าย ทำงานร่วมกันนะครับ ผมชื่นชมและขอบคุณมากที่ตั้งกระทู้ถามนะครับ ขอเชิญคำถามต่อไป เลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้ตอบคำถามของผม ท่านรัฐมนตรีพอจะชี้แจงได้ไหมครับว่าเราจะสามารถดำเนินการอ่างเก็บน้ำพลวงในส่วนของ แม่ขานภายในประมาณช่วงปีอะไร แล้วตอนนี้คือมีการตั้งแผนไว้เบื้องต้นประมาณปีอะไรที่ เราจะได้สามารถไปแจ้งประชาชนได้ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองไม่ได้เพิกเฉยต่อปัญหานี้นะ ตอนนี้วางกรอบไว้แล้วว่า ระยะประมาณปีนี้เราจะมีโครงการแบบนี้เข้ามาเพื่อลดปัญหาน้ำท่วมที่เจอทุกปีของพื้นที่ ลำน้ำแม่ขานครับ🔗
ผมมีแผน กำหนดการลงพื้นที่เดือนกุมภาพันธ์ หลังจากผมลงลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาแล้วไปดูเรื่อง บริบทของพื้นที่จริงนะครับก็จะรีบสั่งการไปที่กรมชลประทาน ลำน้ำแม่ขานเรามีฝายเดิมอยู่ ถ้าจำไม่ผิด ๘ จุดใช่ไหมครับ ซึ่งด้วยระยะเวลาที่ก่อสร้างมานานแล้ว ส่วนหนึ่งอาจจะเป็น ภารกิจถ่ายโอนไปให้ท้องถิ่นนะครับ ซึ่งเราต้องยอมรับว่าท้องถิ่นเวลาตั้งงบประมาณในการ สร้างฝายหนึ่ง เชิงเทคนิค เชิงวิศวกรรม การสำรวจออกแบบอาจจะไม่ชำนาญการเหมือนที่ ชลประทานทำ ในเมื่อเป็นภารกิจถ่ายโอนแล้วชลประทานไม่สามารถที่จะเข้าไปซ่อมสร้างได้ หลังจากที่ผมลงพื้นที่เดือนกุมภาพันธ์ที่กำหนดการลงไปแล้ว นโยบายของกรมชลประทาน กรณีที่เป็นภารกิจถ่ายโอนแล้วก็จะเลื่อนจุดสร้างใหม่ สร้างใหม่ให้ทั้ง ๘ จุด ก่อนที่จะมีการ ก่อสร้างด้วยเรื่องของงบประมาณ ปัญหาตอนนี้ก็คือเนื่องจากฝายชำรุดแล้วก็ลำน้ำมีการตื้นเขิน จากตะกอนดิน ตะกอนทรายทับถม การเปลี่ยนแปลงงบประมาณของชลประทานเราทำได้ กรณีที่เป็นโครงการเร่งด่วนนะครับ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมชลประทาน เรามีนโยบายในการเปลี่ยนแปลงงบประมาณนะครับ เปลี่ยนแปลงอย่างไรครับ ส่วนหนึ่ง อาจจะเข้ามาในเรื่องของภารกิจของเครื่องจักรของกรมชลประทาน ซึ่งเรามีศูนย์ เครื่องจักรกลอยู่ที่เชียงใหม่อยู่แล้วนะครับ ส่วนหนึ่งก็เปลี่ยนแปลงมาเป็นค่าเชื้อเพลิงในการ ขุดลอกนะครับ กรณีที่ฝายทั้ง ๘ จุด ไม่สามารถซ่อมสร้างได้เนื่องจากเป็นภารกิจถ่ายโอน เราก็จะขยับจุดขึ้นมาแล้วก็ออกแบบใหม่ ไม่เป็นฝายแล้วครับจะทำเป็นประตูระบายน้ำ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำได้ดีขึ้น แล้วก็หลัง ๆ มานี้ชลประทานเราได้ใช้ เทคโนโลยีเอไอการบังคับประตูปิดเปิดน้ำโดยใช้เอไอ อาจจะปิดเปิดประตูระบายน้ำด้วย มือถือก็ได้ กรณีที่เจ้าหน้าที่ของกรมชลประทานอยู่ที่ไหนก็สามารถบังคับน้ำได้กรณีเกิดวิกฤติ ทั้งแล้ง ทั้งน้ำท่วมนะครับ นี่ก็เป็นโครงการระยะยาวที่เราจะทำกัน ฝายทั้ง ๘ แห่งนะครับ ท่าน สส. ผู้ทรงเกียรติท่านภัทรพงษ์ รบกวนเป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาลนิดหนึ่งว่า กรมชลประทานเรามีนโยบายที่จะเปลี่ยนจากฝายให้เป็นประตูระบายน้ำนะครับ ซึ่งหลังจาก ที่เราลงพื้นที่ร่วมกันแล้วนะครับ ก็อยากให้พี่น้องประชาชนกลุ่มผู้ใช้น้ำ เวลารัฐมนตรีลงไป อยากให้พี่น้องสะท้อนปัญหานิดหนึ่งนะครับ ผมขอใช้เวทีตรงนี้สะท้อนไปถึงพี่น้องประชาชน กลุ่มผู้ใช้น้ำในเขตพื้นที่ของท่านภัทรพงษ์นะครับ เดือนกุมภาพันธ์นี้ผมมีตารางที่จะลงไป ตรวจราชการในพื้นที่ของเชียงใหม่ทั้งของท่านศรีโสภาแล้วก็ท่านภัทรพงษ์ครับ ในจังหวัด เชียงใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบริหารจัดการน้ำ ในเรื่องของอาชีพที่ผมจะเข้าไป เพราะว่าผมกำกับของพัฒนาที่ดิน กรมการข้าว แล้วก็ สวพส. ด้วยนะครับ ผมว่ารูปแบบการ บริหารจัดการน้ำน่าจะเป็นรูปธรรมมากขึ้น แล้วก็ต้องขอบคุณท่าน สส. ด้วยที่สะท้อนปัญหา ตรงนี้นะครับ ปัญหาทุกปัญหาที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านสะท้อนมาจะเป็นสารตั้งต้น ในการยกร่างการทำแผนงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขอ อนุญาตคำถามสุดท้ายสั้น ๆ นะครับท่านรัฐมนตรีจะได้ใช้เวลาของผมในการตอบได้เลยครับ🔗
ประเด็นสุดท้าย เราพูดกันถึงเรื่องการบริหารจัดการน้ำที่ไหลจากป่าถูกไหมครับ ตอนนี้ทางพื้นที่หางดง สันป่าตอง จะมีอีกประเด็นหนึ่งท่านรัฐมนตรีครับ ก็คือเรื่องของคลอง ส่งน้ำชลประทานสายหลักเลย ก็คือไหลจากแม่แตงมาสิ้นสุดที่พื้นที่อำเภอสันป่าตอง ปล่อยลงที่ลำน้ำแม่ขานนะครับ ประเด็นแรกอยากจะขอฝากรัฐมนตรีเลยนะครับ ตอนนี้ พอน้ำท่วมแน่นอนทุกคนเดือดร้อนวิกฤติกันหมด แล้วก็แน่นอนว่าทุกคนจะโทษนั่น โน่น นี่ ไปหมดอย่างนี้ครับ แต่ทีนี้พอมันเกิดความขัดแย้งระหว่างคลองชลประทานที่ปล่อยน้ำลงน้ำ แม่ขานที่มันมาเยอะอยู่แล้ว ถ้าเป็นตัวเลขสถิติอันนี้ผมเข้าใจทางชลประทานเลยว่าตัวเลข จริง ๆ น้ำจากคลองชลประทานที่ลงแม่ขานมันไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำนะครับ มากสุด ไม่มีทางเกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นน้ำท่วมไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคลองส่งน้ำชลประทาน ส่งมาที่ลำน้ำแม่ขาน แต่ว่าประชาชนเขาไม่ได้เห็นตัวเลขที่ชัดเจนนะครับ ทีนี้ก็อยากจะฝาก ท่านรัฐมนตรีครับ อาจจะเป็นการติดเครื่องวัดปริมาตรระดับของน้ำ แล้วก็ปริมาตรการไหล ของน้ำก่อนที่จะปล่อยออกประตู อย่างน้อย ๆ ถ้าเกิดน้ำท่วมจริง ๆ ประชาชนแห่มาที่ ชลประทานในจังหวัดในพื้นที่ตรงนั้นก็จะได้มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ข้อมูลอ้างอิง ที่ชัดเจนว่า นี่เปิดให้เห็นเลยนี่เครื่องวัดมันเป็นแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ของน้ำที่ไหลมาจากบนดอย ให้เขาเห็นว่าน้ำที่ท่วมของเขาชัดเจนว่า ๙๕ เปอร์เซ็นต์มาจากพื้นที่ดอยอย่างนี้ครับ ก็ขอฝากท่านรัฐมนตรีเพื่อจะทำให้เจ้าหน้าที่ชลประทานที่ทำงานอยู่ในพื้นที่จริง ๆ เขาทำงานได้สะดวกมากขึ้นนะครับ🔗
แล้วก็อีกประเด็นหนึ่ง ในเรื่องของคลองส่งน้ำชลประทานสายนี้จะมีการ ก่อสร้างในส่วนของคลอง ๒๑ ซ้าย อันนี้จะเป็นพื้นที่หางดง แม่ท่าช้าง และคลอง ๒๑ ซ้าย ตรงนี้ทางชลประทานได้มีการวางแผนว่าจะมีการผันน้ำแม่ท่าช้างมาลงที่คลอง ๒๑ ซ้าย เพื่อระบายลงสู่น้ำปิงได้เร็วขึ้นด้วยนะครับ แต่ว่าปัญหาครับ ปัญหาคือคลอง ๒๑ ซ้ายสายนี้ มีการตั้งงบประมาณไม่ได้มีโครงการแยกเฉพาะ เป็นโครงการถ้าผมจำชื่อไม่ผิดคือช่วยเหลือ ในเหตุอุทกภัยอย่างนี้ครับซึ่งเป็นโครงการภาพรวม แล้วชลประทานก็ไปจัดทำกันเอง ตามงบประมาณตรงนี้ ทำให้การใช้งบประมาณเหล่านี้โครงการทั้งหมดต้องใช้เวลาประมาณ ๘ ปี เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการที่จะทำโครงการที่มันไม่ได้ใหญ่มาก ไม่ได้ยาวมากเลย ระยะทางทั้งหมดประมาณ ๕-๘ กิโลเมตรตรงนี้นะครับ เราไม่ควรที่จะทำถึง ๘ ปีครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาจจะขอฝากสักเล็กน้อย ทางเจ้าหน้าที่ชลประทานในพื้นที่ก็ยังเหลืออยู่ไหมครับ ท่านเจ้าหน้าที่ชลประทานในพื้นที่ ก็บอกว่าเราต้องระวังเพราะว่าปีหนึ่งเราทำงานได้แค่ประมาณ ๑๘๐ วัน เพราะว่าอีกที่เหลือ ปล่อยน้ำให้เกษตรกรถูกไหมครับ อันนี้ผมเข้าใจดี แต่ทีนี้ใน ๑๘๐ วันตรงนี้ผมว่าถ้าเรา จัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ เราสามารถดับเบิลการทำงาน จากตอนนี้ที่ต้องรอ ๕ ปี อาจจะเหลือ ๒ ปีครึ่งหรือว่า ๓ ปีก็ยังดีครับ ผมคิดว่าเรื่องของการผันน้ำจากอุทกภัยเราควร ที่จะมีการทำตามกรอบเวลาที่เหมาะสม ผมคิดว่าถ้าเกิดต้องรอ ตอนนี้ทำมาแล้ว ๓ ปี ถ้าต้องรออีก ๕ ปีผมว่าอาจจะเป็นระยะเวลาที่นานเกินไป ตรงนี้ขอฝากท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีก็ลงพื้นที่อยู่แล้วนะครับ เดี๋ยวท่านไปทำการบ้านก่อน แล้วก็ไปเจอกันที่ เชียงใหม่ แล้วก็เอามวลชนไปด้วยนะจะได้เข้าใจ🔗
ท่านประธานขออนุญาตครับ จริง ๆ ทางชลประทานให้ข้อมูลผมมาแล้วนะครับกระทู้ถามนี้ แต่ว่าผมเป็นคนที่นิสัยเสียอยู่อย่างครับ ท่าน สส. ถ้าผมไม่มั่นใจผมจะไม่ตอบนะครับ ขอผมลงพื้นที่ก่อนเหมือนท่านประธานกล่าวว่าเดี๋ยววันที่ผมลงพื้นที่กรุณาเอากลุ่มผู้ใช้น้ำ พี่น้องประชาชนแล้วก็มาออกแบบการทำงานร่วมกัน มาสะท้อนปัญหาครับ ขอบคุณ ท่านประธานมากครับ🔗
ขอบคุณรัฐมนตรีครับ ท่าน สส. เตรียมคนที่มีปัญหาเอาไปเยอะ ๆ ไปเจอท่านรัฐมนตรี ขอบคุณมากครับ ไม่ไปเชียงรายหรือครับ🔗
วันไหนครับ🔗
เดี๋ยวค่อยนัดกันอีกทีนะ🔗
พรุ่งนี้ไป ขอนแก่นแล้วก็เข้านครพนม แล้วก็เชียงรายน่าจะไปอ่างแม่ตาช้างก่อน พื้นที่ของแม่สรวย🔗
ไปเชียงใหม่ก่อน เชียงรายค่อยทีหลังครับ ขอบคุณครับ🔗
๖. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๑๐ เรื่อง แนวทางการจัดการทรัพยากรที่ดิน และป่าไม้ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ นายรวี เล็กอุทัย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีหนังสือแจ้งว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน ติดภารกิจสำคัญที่มีการนัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามดังกล่าวออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง ก็ถือว่าจบกระทู้ถามสำหรับวันนี้นะครับ ขอปิดประชุมครับ🔗
ท่านสมาชิกครับก่อนที่จะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระถัดไปนะครับ ผมปรึกษาหารือ ที่ประชุมเพื่อนำระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องรับรองรายงานการประชุม แล้วก็ระเบียบวาระที่ ๗.๓ ๗.๔ ขึ้นมาพิจารณาก่อนนะครับ ที่ประชุมจะเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
หากไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็เป็นอันว่าที่ประชุมให้ดำเนินการตามที่ว่านะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม🔗
รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง ครั้งที่ ๔ วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗ และครั้งที่ ๕ (เป็นพิเศษ) วันพุธที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกได้ตรวจสอบดูแล้วก่อนที่จะเสนอ ให้ทางสภารับรองนะครับ เมื่อมีสมาชิกท่านใดมีความเห็นอย่างไรไหมครับ ถ้าไม่มีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ ครั้งดังกล่าวนะครับ ต่อไป🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗
๑. เสนอชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเป็นกรรมการสโมสรรัฐสภา จำนวน ๑๖ คน ตามข้อบังคับสโมสรรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๖๗ ข้อ ๑๗🔗
ด้วยข้อบังคับสโมสรรัฐสภา ปี ๒๕๖๗ ข้อ ๔๖ กำหนดให้ในวาระเริ่มแรก ให้ประธานของแต่ละสภาเรียกประชุมสมาชิกสามัญเพื่อมีมติเสนอชื่อคณะกรรมการสโมสร รัฐสภาภายใน ๙๐ วันนับแต่วันที่ข้อบังคับนี้มีผลบังคับใช้ และข้อ ๑๗ กำหนดให้ คณะกรรมการสโมสรรัฐสภาประกอบด้วยกรรมการจำนวน ๒๓ คน ในจำนวนนี้ต้องเป็น สมาชิกสามัญก็หมายความว่าเป็น สส. ที่ได้รับการเสนอชื่อจากสภาจำนวน ๑๖ คน โดยมี จำนวนตามหรือใกล้เคียงกับอัตราส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละพรรคการเมือง ที่มีอยู่ ดังนั้นผมจะขอดำเนินการเพื่อให้ที่ประชุมแต่งตั้งกรรมการสโมสรรัฐสภา ในสัดส่วน ของสภาผู้แทนเรานะครับ กรรมการที่ได้รับเสนอชื่อของสภาผู้แทนจำนวน ๑๖ คน มีสัดส่วน ของแต่ละพรรคการเมืองดังนี้นะครับ พรรคประชาชนได้สัดส่วน ๕ คน พรรคเพื่อไทย ๕ คน พรรคภูมิใจไทย ๒ คน พรรครวมไทยสร้างชาติ ๑ คน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ คน พรรคกล้าธรรม ๑ คน พรรคพลังประชารัฐ ๑ คน ขอเชิญแต่ละพรรคการเมืองได้เสนอชื่อกรรมการ ตามสัดส่วน และขอผู้รับรองตามข้อบังคับนะครับ พรรคประชาชน เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ พรรคประชาชนครับ ขอเสนอสัดส่วน คณะกรรมการสโมสรรัฐสภา สัดส่วนพรรคประชาชน จำนวน ๕ ท่าน ดังนี้ ๑. นิติพล ผิวเหมาะ ๒. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ๓. ทิสรัตน์ เลาหพล ๔. ภคมน หนุนอนันต์ ๕. ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ช่วยรับรองกันหน่อยนะครับ ขอบคุณมากครับ ต่อไปพรรคเพื่อไทยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ รายชื่อกรรมการสโมสรรัฐสภา ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๕ ท่าน ดังนี้ ๑. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ๒. นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ๓. นายประเสริฐ บุญเรือง ๔. นางสาวเพ็ญชิสา หงษ์อุปถัมภ์ชัย ๕. นายก่อแก้ว พิกุลทอง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมการสโมสรรัฐสภา ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๒ ท่าน ท่านแรกนางนันทนา สงฆ์ประชา ท่านที่ ๒ นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรครวมไทยสร้างชาติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทย สร้างชาติ ขอเสนอกรรมการสโมสรรัฐสภา จำนวน ๑ ท่าน คือท่านวิทยา แก้วภราดัย ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอบคุณครับ พรรคประชาธิปัตย์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ศุภโชค ศรีสุขจร ผู้แทนราษฎรนครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอกรรมการสโมสรรัฐสภา ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๑ ท่าน ได้แก่ ท่านร่มธรรม ขำนุรักษ์ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไปพรรคกล้าธรรมครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมการสโมสรรัฐสภา ในสัดส่วนของพรรคกล้าธรรม จำนวน ๑ ท่าน คือ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ขอผู้รับรองด้วย ครับ🔗
ขอบคุณครับ พรรคพลังประชารัฐ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอัคร ทองใจสด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๑ ท่าน ดังนี้ คือนายคอซีย์ มามุ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมการครับ🔗
รายชื่อกรรมการสโมสรรัฐสภา ในสัดส่วนของสภา ผู้แทนราษฎร จำนวน ๑๖ คน ๑. นายนิติพล ผิวเหมาะ ๒. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ๓. นางสาวทิสรัตน์ เลาหพล ๔. นางสาวภคมน หนุนอนันต์ ๕. นายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ ๖. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ๗. นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ๘. นายประเสริฐ บุญเรือง ๙. นางสาวเพ็ญชิสา หงษ์อุปถัมภ์ชัย ๑๐. นายก่อแก้ว พิกุลทอง ๑๑. นางนันทนา สงฆ์ประชา ๑๒. นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ๑๓. นายวิทยา แก้วภราดัย ๑๔. นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ ๑๕. นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว และ ๑๖. นายคอซีย์ มามุ🔗
มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบรายชื่อดังกล่าว เป็นอันว่าที่ประชุมได้แต่งตั้งกรรมการสโมสรรัฐสภาในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเมื่อได้กรรมการสโมสรรัฐสภาในสัดส่วนของวุฒิสภาครบถ้วน ตามข้อบังคับของสโมสรรัฐสภา ข้อ ๑๗ ผมจะแจ้งให้ที่ประชุมพวกเราทราบในโอกาสต่อไป ต่อไประเบียบวาระที่ ๗.๔🔗
๗.๔ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจ พิเศษภาคเหนือตอนล่าง ๑ และเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (Northern Economic Corridor : NEC – Creative LANNA) ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าว ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่าทางคณะกรรมาธิการยังมี ประเด็นสำคัญที่จะพิจารณาไม่แล้วเสร็จ จะต้องรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำและตรวจสอบความ ถูกต้อง ความสมบูรณ์ของรายงาน ดังนั้นทางคณะกรรมาธิการจึงขอขยายระยะเวลาการ พิจารณาศึกษาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ซึ่งครั้งนี้เป็นการ ขอขยายครั้งที่ ๔ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมาธิการก็จะต้องสอบถาม ท่านสมาชิกว่ามีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ทางกรรมาธิการเชิญชี้แจงสักนิดหนึ่งว่า ดำเนินการไปถึงไหนแล้วอย่างไร แล้วกะว่าจะเสร็จเมื่อไรครับ🔗
เรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการพัฒนาพื้นที่ เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือตอนล่าง ๑ และเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ NEC–Creative Lanna ก็ขอเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗
คณะกรรมาธิการของเราได้ดำเนินการจัดทำร่างเอกสารเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ แต่เป็น กระบวนการศึกษาเชิงการวิจัย เรามีในส่วนของการกำหนดกรอบการศึกษาทั้งเชิงพื้นที่ แล้วก็เชิงประเด็น ในการนี้ก็ได้นำเสนอข้อมูลผลงานฉบับร่างนี้ไปยังคณะกรรมการนโยบาย การพัฒนาเขตเศรษฐกิจ หรือ กพศ. โดยมีท่านพิชัย ชุณหวชิร ท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะที่ท่านเป็นประธานคณะกรรมการนโยบาย การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งท่านก็ได้กรุณาให้โอกาสเข้าพบแล้วก็นำเสนอข้อมูล เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา ท่านเห็นชอบด้วยในแนวคิด หลักการ และการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ในขณะเดียวกันท่านก็มีข้อคิดเห็นแล้วก็เสนอแนะอยู่ ๒ ๓ ประการ เช่น ในเรื่องของศักยภาพภาพรวมของเขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วประเทศเลยตอนนี้ รวมทั้งขณะนี้ก็คงจะทราบว่ามีญัตติในทำนองเดียวกันนี้เสนอเข้ามาในสภาเพื่อรองรับ มาตรฐานการขับเคลื่อนด้านการค้าแล้วก็การลงทุน ท่านได้ฝากในประเด็นถึงความซ้ำซ้อน ในเรื่องของอุตสาหกรรมเป้าหมายก็ดี ในเรื่องของศักยภาพเชิงพื้นที่แล้วก็การพึ่งตนเอง ในระยะยาว รวมทั้งการศึกษาเชิงพื้นที่ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ๑ ประชาชน ความต้องการของพื้นที่ก็ออกมาในรูปแบบของเกษตรเชิงรุก Advanced Agrotech ซึ่งตรงนี้ ท่านก็มีประเด็นว่าควรให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้วิเคราะห์เชิงลึก เพื่อให้นวัตกรรมนั้นไม่ซ้ำซ้อนกัน แล้วแต่ละพื้นที่ก็มีความโดดเด่นด้วย🔗
และอีกประเด็นหนึ่งในเรื่องของความต้องการเชิงพื้นที่ รวมทั้งการเสนอ ในรูปแบบของพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้มีกระแสเข้ามามาก ก็มองว่าในเรื่องนี้ ควรได้มีการยกระดับหน่วยงาน กพศ. ควรจะมีอำนาจหน้าที่ หรือว่าตลอดจนในเรื่องของ หน่วยงานต่าง ๆ ระดับกระทรวง ทบวง กรม น่าจะมีการยกระดับหรือไม่ อย่างไร ดังนั้น ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้คณะกรรมาธิการก็เลยมีความเห็นว่าจะขอศึกษาเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ ข้อมูลสมบูรณ์และครบถ้วน เป็นประโยชน์ต่อเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เฉพาะเจาะจงของ การศึกษาแล้วก็ในภาพรวมของประเทศด้วย จึงขอขยายเวลาอีกครั้งหนึ่งเป็นเวลา ๙๐ วัน ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
ท่านประธานคาดว่าขยายครั้งนี้การศึกษาจะเรียบร้อยไหมครับ🔗
ในเบื้องต้นขณะนี้ฉบับร่างก็เรียบร้อย แล้วค่ะ แต่ประเด็นเพิ่มเติม ๒ ๓ ประเด็นตรงนี้คาดว่าจะมีการประชุมอีกสัก ๒ ๓ ครั้ง ก็จะ เรียบร้อยและแล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน ขอบคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณมากครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ คณะกรรมาธิการขยายเวลาการพิจารณาออกไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๑. รับทราบเรื่อง วุฒิสภาได้พิจารณารับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินงาน ในภาพรวมของทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี ๒๕๖๕🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๖ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ประชุม วุฒิสภาได้พิจารณารับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินงานในภาพรวมของกองทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี ๒๕๖๕ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ🔗
๒. รับทราบรายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติ การบริหารหนี้สาธารณะ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยครับ ก่อนเข้าระเบียบวาระที่ ๒.๒ ผมขอ อนุญาตขอเสนอญัตติเพื่อเปลี่ยนแปลงระเบียบวาระการประชุม ครั้งที่ ๑๐ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒) โดยขอนำร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กับคณะ และของนายกฤดิทัช แสงธนโยธิน กับคณะ ซึ่งเป็น ระเบียบวาระที่ ๕.๒ และ ๕.๔๖ ขึ้นมาพิจารณาก่อนระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว เพื่อที่ประชุมจะได้เสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ให้แล้วเสร็จ โดยให้มีผลในการประชุมครั้งถัดไปในวันพุธที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๘ ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ หมายความว่าท่านเลื่อนเรื่อง ๕.๒ ใช่ไหมครับ ขึ้นมาพิจารณาต่อ จากเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
ก่อนครับท่านประธาน เพื่อตั้งกรรมาธิการ เนื่องจากเมื่อวานเราได้มีการโหวตรับหลักการและเหลือการตั้งคณะกรรมาธิการ จึงขอเลื่อน ขึ้นมาเพื่อตั้งกรรมาธิการก่อนที่จะเข้าเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วในการพิจารณา ในวันพุธหน้าครับ🔗
มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ วิปฝ่ายค้านครับ ท่านประธานครับ จริง ๆ เรื่องของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโคนม และผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็เป็นที่ชัดเจนว่าสภาได้รับหลักการไปแล้ว ที่เหลือก็ คงเป็นขั้นตอนทางธุรการนะครับ ฉะนั้นผมเห็นพ้องด้วยครับว่าถ้าได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณา เป็นลำดับแรกในวันพุธหน้ากระบวนการขั้นตอนก็จะได้ดำเนินการจนแล้วเสร็จนะครับ ผมขออนุญาตทบทวนความเข้าใจนิดเดียวครับว่าถ้าเราหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาก่อนเรื่องที่ คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วก็เท่ากับว่าจะมาอยู่ก่อนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิ และส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง พ.ศ. .... นะครับ ซึ่งกรณีของกฎหมาย คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์นั้นเราพิจารณาค้างอยู่ที่มาตรา ๒๗ และทางสภาก็ มีการพิจารณาขอให้เลื่อนออกไปก่อนนะครับ ซึ่งมีข้อตกลงกันไว้ว่าก็น่าจะกลับมาพิจารณา ต่อในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์นะครับ ขณะนี้ทางคณะกรรมาธิการก็กำลังพิจารณาทบทวน ในประเด็นที่เราค้างการพิจารณาอยู่ ถ้าเป็นเช่นนั้นพวกผมก็เห็นพ้องด้วยครับ แล้วก็จะได้ทำ ให้การพิจารณากฎหมายต่าง ๆ นั้นเป็นไปตามลำดับและใช้เวลาของสภาอย่างเต็มที่ครับ ท่านประธาน ไม่ค้านครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ก็เป็นอันว่าเลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนเรื่องที่ คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วในการประชุมครั้งหน้านะครับ ต่อไปครับ เข้าสู่ระเบียบ วาระที่ ๒.๒ นะครับ🔗
๒.๒ รับทราบรายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติ การบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗🔗
ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าทางคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ รับทราบรายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๗ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทราบตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว รายละเอียดปรากฏตามเอกสาร ที่ได้วางไว้ให้สมาชิกแล้วนะครับ ท่านสมาชิกมีประเด็นติดใจที่จะซักถามหรือไม่อย่างไรครับ แต่ระหว่างรอท่านสมาชิกนะครับ ผมจะอนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ขอเชิญผู้ที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้า ที่ประชุมนะครับ ท่านจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ที่ปรึกษาด้านหนี้สาธารณะ สำนักงานบริหาร หนี้สาธารณะครับ ท่านถาวร เสรีประยูร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงาน บริหารหนี้สาธารณะ ท่านที่ ๓ ท่านอัคนิทัต บุญโญ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาระบบประเมินผล และการบริหารโครงการเงินกู้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ และท่านที่ ๔ ท่านเปรมจิตต์ เอื้อบุณยะนันท์ ผู้อำนวยการส่วนนโยบายและแผน สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะนะครับ พร้อมแล้วนะครับ ขอเชิญผู้แทนหน่วยงานแถลงต่อสภาครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านนะคะ ดิฉัน นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ที่ปรึกษาด้านหนี้สาธารณะ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง ขอกราบเรียนว่าตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้ สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติมบัญญัติไว้ว่าภายใน ๖๐ วันนับแต่ วันสิ้นปีงบประมาณให้กระทรวงการคลังรายงานการกู้เงินและการค้ำประกันที่กระทำ ในปีงบประมาณที่ล่วงมาแล้วให้รัฐสภาทราบ โดยรายงานดังกล่าวอย่างน้อยต้องระบุ รายละเอียดของการกู้เงินและการค้ำประกัน รวมถึงผลสัมฤทธิ์ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับค่ะ กระทรวงการคลังขอรายงานผลการกู้เงินตามพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ สำหรับปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ดังนี้นะคะ การบริหารหนี้สาธารณะของประเทศในแต่ละปี คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะมีหน้าที่ในการจัดทำแผนการ บริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณขึ้น เพื่อเป็นกรอบในการกู้เงินและการบริหารหนี้ ของกระทรวงการคลัง รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ โดยในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติแผนการบริหารหนี้สาธารณะและมีการปรับปรุงในระหว่างปีอีก ๓ ครั้ง ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้เงินกู้ของหน่วยงานต่าง ๆ โดยมีผลการกู้เงิน ตามพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ดังนี้🔗
แผนแรก เป็นแผนการก่อหนี้ใหม่ โดยมีผลการก่อหนี้ใหม่ จำนวน ๗๘๘,๖๓๐ กว่าล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๖๙.๐๒ ของแผนการก่อหนี้ใหม่🔗
แผนที่ ๒ คือแผนการบริหารหนี้เดิม มีผลการบริหารที่เดิม จำนวน ๑,๗๖๑,๒๔๑ กว่าล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๘๖.๗๗ ของแผนการบริหารหนี้เดิมค่ะ🔗
แผนที่ ๓ คือแผนการชำระหนี้ มีผลการชำระหนี้ จำนวน ๔๙๑,๗๑๗ กว่าล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๑๐๘.๒๗ ของแผนการชำระหนี้ค่ะ โดยมีรายละเอียด ประกอบด้วยดังนี้🔗
แผนที่ ๑ ผลการก่อหนี้ใหม่ จำนวน ๗๘๘,๖๓๐ ล้านบาท ก็จะแบ่งใหญ่ ๆ เป็น ๒ รายการด้วยกันนะคะ รายการแรกเป็นการกู้เงินใหม่ของรัฐบาล จำนวน ๖๙๙,๒๕๒ ล้านบาท ประกอบด้วยการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗ จำนวน ๖๖๐,๐๐๐ ล้านบาท และส่วนที่ ๒ เป็นการที่รัฐบาลกู้มาเพื่อให้รัฐวิสาหกิจ กู้ต่อ ซึ่งเป็นโครงการประเภท Public Service จำนวน ๓๙,๒๕๒ กว่าล้านบาท ส่วนที่ ๒ ที่เป็นการก่อหนี้ใหม่กู้เงินใหม่ของรัฐวิสาหกิจ มีจำนวน ๘๙,๓๗๗ ล้านบาท โดยเป็นการ กู้เงินเพื่อลงทุนตามภารกิจของหน่วยงาน จำนวน ๔๓,๙๙๗ ล้านบาท และเป็นการกู้เงิน เพื่อดำเนินโครงการหรือเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการทั่วไป จำนวน ๔๕,๓๘๐ ล้านบาท🔗
ส่วนแผนที่ ๒ มีผลการบริหารหนี้เดิม จำนวน ๑,๗๖๑,๒๔๑ กว่าล้านบาท โดยแบ่งเป็นการบริหารหนี้เดิมของรัฐบาล จำนวน ๑,๖๖๔,๑๐๘ ล้านบาท และการบริหาร หนี้เดิมของรัฐวิสาหกิจ จำนวน ๙๗,๑๓๒ ล้านบาท🔗
ทั้งนี้ การบริหารที่เดิมก็จะมีวัตถุประสงค์เพื่อการบริหารความเสี่ยงและปรับ โครงสร้างหนี้ที่จะครบกำหนดของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจในอนาคต เป็นการบริหารต้นทุน การกู้เงินของรัฐบาลให้สอดคล้องกับภาวะตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการปิด ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับเงินกู้ต่างประเทศของทางรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจค่ะ🔗
สำหรับแผ่นที่ ๓ มีผลการชำระหนี้ จำนวน ๔๙๑,๗๑๗ ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการชำระหนี้จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗ จำนวน ๓๔๕,๗๑๓ ล้านบาท และการชำระหนี้จากแหล่งอื่น จำนวน ๑๔๖,๐๐๓ ล้านบาท🔗
สำหรับระดับหนี้สาธารณะคงค้างในสิ้นปีงบประมาณ ๒๕๖๗ มีจำนวนอยู่ที่ ๑๑,๖๒๗,๘๕๓ กว่าล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณที่แล้ว จำนวน ๔๙๖,๒๐๐ กว่า ล้านบาท โดยหนี้ที่เพิ่มขึ้นมาก็จะมาจากการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ของรัฐบาล และรัฐบาลกู้เงินเพื่อให้กู้ต่อสำหรับโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภายใต้ ยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งนี้การกู้เงินของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐเป็นการกู้เงิน เพื่อใช้จ่ายลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคม และเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน ในการดำเนินกิจการทั่วไปค่ะ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ ประเทศให้เศรษฐกิจขยายตัวและเติบโตได้ตามศักยภาพในระยะยาวนะคะ โดยระดับหนี้ สาธารณะของประเทศก็ยังคงอยู่ภายใต้กรอบการบริหารหนี้สาธารณะที่คณะกรรมการนโยบาย การเงินการคลังของรัฐกำหนด คือไม่เกินร้อยละ ๗๐ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือที่เรียกว่าจีดีพี ตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงินของรัฐนะคะ ทั้งนี้ -หนี้สาธารณะต่อจีดีพี🔗
- - และสิ้นปีงบประมาณ ๒๕๖๗ อยู่ที่ร้อยละ ๖๓.๓๒ ค่ะ นอกจากนี้กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะก็ได้ดำเนินการติดตามและประเมินผลสัมฤทธิ์โครงการ พัฒนาและโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จของรัฐวิสาหกิจตามหลักเกณฑ์ของการประเมินผล โครงการใน ๕ ด้านด้วยกันนะคะ คือด้านความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ ประสิทธิผล ผลกระทบ ประสิทธิภาพ และความยั่งยืนของโครงการ โดยแบ่งเป็นโครงการพัฒนาจำนวน ๑๑ โครงการ และโครงการ จำนวน ๓ โครงการด้วยกัน รวมเป็นทั้งสิ้น ๑๔ โครงการ โดยผล การประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการพบว่าโครงการส่วนใหญ่มีผลสัมฤทธิ์เป็นไปตาม เป้าหมายนะคะ ได้แก่ระดับ A หรือที่เรียกว่าพึงพอใจมากที่สุด จำนวน ๗ โครงการ ระดับ B หรือพึงพอใจมาก จำนวน ๖ โครงการ และระดับ C คือพึงพอใจ จำนวน ๑ โครงการ โดยมี รายละเอียดดังนี้ค่ะ🔗
โครงการที่มีผลการประเมินระดับ A จำนวน ๗ โครงการก็จะประกอบด้วย โครงการแรก โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครใต้ ชุดที่ ๓ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย โครงการที่ ๒ คือโครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าบริเวณจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดยโสธร และจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อรองรับการซื้อไฟฟ้าจากโครงการ ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวของ กฟผ. เช่นเดียวกันค่ะ โครงการที่ ๓ คือ โครงการขยายเขตไฟฟ้าให้บ้านเรือนราษฎรรายใหม่ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โครงการ ที่ ๔ คือโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาคสาขาเวียงเชียงของ อำเภอ เชียงของ จังหวัดเชียงรายของการประปาส่วนภูมิภาคเช่นเดียวกัน โครงการที่ ๕ คือโครงการ ก่อสร้างปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาคสาขาปทุมธานี อำเภอเมืองปทุมธานี สามโคก ลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานีของการประปาส่วนภูมิภาค โครงการที่ ๖ โครงการพัฒนา สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางบริเวณสถานีสะพานพระนั่งเกล้าของการ รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย รฟม. สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วง บางใหญ่-บางซื่อ โครงการที่ ๗ โครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนหรือ Local Economy Loan ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME Bank นะคะ🔗
สำหรับผลการประเมินระดับ B หรือที่เรียกว่าพึงพอใจมาก จะมีจำนวน ๖ โครงการด้วยกันนะคะ โครงการแรกคือโครงการเพิ่มความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้าระยะ ที่ ๒ ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โครงการที่ ๒ คือโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานี ไฟฟ้าระยะที่ ๘ ส่วนที่ ๒ ของ กฟภ. เช่นเดียวกัน โครงการที่ ๓ คือโครงการก่อสร้าง ปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาคสาขาตะกั่วป่า อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงาของ การประปาส่วนภูมิภาค โครงการที่ ๔ คือโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วง Bearing สมุทรปราการของกรุงเทพมหานคร โครงการที่ ๕ โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกร เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางของการยางแห่งประเทศไทย โครงการที่ ๖ คือโครงการ สร้างมูลพันธ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายางของการยางแห่งประเทศไทยเช่นเดียวกันนะคะ🔗
สำหรับโครงการประเภทที่ ๓ มีผลการประเมินระดับ C หรือเรียกว่าพึงพอใจ มีจำนวนโครงการคือ ๑ โครงการ คือโครงการก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำไปยังเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานีของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคค่ะ โดยกระทรวงการคลังก็จะนำบทเรียนจาก การประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการดังกล่าวมาใช้ในการปรับปรุงโครงการที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต สำหรับโครงการในส่วนที่เหลือกระทรวงการคลังก็จะดำเนินการประเมินผล โครงการที่แล้วเสร็จตามกำหนดเวลาแล้วเสร็จของแต่ละโครงการ แล้วก็จะรายงาน คณะรัฐมนตรีรัฐสภาเพื่อทราบในโอกาสต่อไปค่ะ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบค่ะ🔗
ขอบคุณมากนะครับ มีสมาชิกท่านใดมีประเด็นที่จะติดใจซักถามหรือไม่ อย่างไรครับ ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดติดใจที่จะซักถามแล้วก็ถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานผลการ ดำเนินการตามมาตรา ๑๗ แห่งพระบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติมประจำปี ๒๕๖๗ ขอบคุณทางหน่วยงาน ขอบคุณทุกท่านนะครับ ระเบียบวาระถัดไป🔗
ท่านสมาชิกเนื่องจากว่าระเบียบวาระ ๒.๓ กับ ๒.๔ เป็นเรื่องจากหน่วยงาน เดียวกันที่จะมาชี้แจง🔗
๓. รับทราบรายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการภายใต้นโยบาย และแผนระดับชาติว่าด้วยการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ปีงบประมาณ ๒๕๖๖🔗
๔. รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการ ปราบปรามยาเสพติด ประจำปี ๒๕๖๖ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกันผมเห็นว่าสามารถที่จะ รวมพิจารณาได้ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ หากไม่มีก็ดำเนินการตามนี้นะครับ ให้หน่วยงานเข้ามาชี้แจงแล้วเราก็พิจารณาในวาระเรื่อง เพื่อทราบ ๒.๓ กับ ๒.๔ พร้อมกันนะครับ ขอเชิญหน่วยงานเข้าชี้แจงนะครับ ผมขออนุญาต อ่านรายชื่อดังต่อไปนี้ ท่านศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ท่านวีระพล ใจจันทร์ ผอ. สถาบันสำรวจและควบคุมพืชเสพติด ท่านที่ ๓ ท่านจิตติมา อุดมกุศลศรี นิติกรชำนาญ การพิเศษ ท่านที่ ๔ ท่านรัฐการ ศรีศกุน นิติกรชำนาญการพิเศษ ท่านที่ ๕ ท่านกรรณิกา วงศ์ขัติย์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ท่านที่ ๖ ท่านจันท์สุดา ตันติวิชญวานิช นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ท่านสุดท้ายครับ ท่านขวัญกมล ศรีชัยวรรณ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ เชิญทุกท่านนะครับ หน่วยงานพร้อมแล้วเชิญผู้แทนแถลงต่อสภา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่าน กระผม นายศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการ ป.ป.ส ขอเสนอรายงานผลการดำเนินงานตามวาระที่ ๒.๓ รายงานผลการดำเนินงาน ตามแผนปฏิบัติการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๖ และวาระที่ ๒.๔ รายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปราม ยาเสพติด ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้🔗
รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการภายใต้นโยบายและแผน ระดับชาติว่าด้วยการป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด มีด้วยกัน ๖ มาตรการ สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้🔗
มาตรการที่ ๑ คือมาตรการด้านการป้องกันยาเสพติด ทุกหน่วยบูรณาการ ที่ทำภายใต้แผนบูรณาการได้ช่วยกันดำเนินการในการป้องกันในกลุ่มประชากรทั้งหมด ได้ทั้งสิ้น ๒๗,๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน และแบ่งเป็นเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาประมาณ ๓ ล้านกว่าคน เด็กเยาวชนนอกสถานศึกษาประมาณ ๒๖,๐๐๐ คน แล้วก็กลุ่มแรงงาน ประมาณ ๘๒๐,๐๐๐ คน แล้วก็ประชาชนทั่วไปประมาณ ๒๓ ล้านคน เป็นการป้องกัน ในหมู่บ้านชุมชนที่มีเป้าหมายรุนแรง เป้าหมายอยู่ที่ ๑๑,๘๒๑ ดำเนินการได้ประมาณ ๘๔ เปอร์เซ็นต์🔗
มาตรการที่ ๒ คือมาตรการปราบปราม เราดำเนินการสกัดกั้นยาเสพติดได้ ๑๒,๑๐๐ กิโลกรัมจากการจับกุมทั่วประเทศ ประมาณ ๘๐,๙๐๐ กิโลกรัมหรือคิดเป็นร้อยละ ๑๕ แล้วกิจกรรมด้านมาตรการปราบปรามเครือข่ายนักค้ายาเสพติดที่ทำเป็นกลุ่มขบวนการ ทั่วประเทศเราดำเนินการได้ ๔๕๘ เครือข่าย🔗
กิจกรรมที่ ๓ คือการดำเนินงานต่อข้อร้องเรียนที่ประชาชนร้องเรียน เราดำเนินการได้ ๑๒,๙๐๔ เรื่อง กิจกรรมต่อไปเป็นการทำดำเนินงานต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ถูกร้องเรียน เราสามารถดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีการกระทำผิด เราดำเนินการได้ ๒๗๗ ราย สรุปการจับกุมภาพรวมจับกุมได้ ๑๙๗,๗๘๐ คดี ได้ผู้ต้องหา ๒๐๔,๓๔๖ ราย🔗
มาตรการที่ ๓ เป็นการสรุปผลการดำเนินงาน คือมาตรการยึดทรัพย์สิน คดียาเสพติด สามารถยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบเบื้องต้น รวมทั้งสิ้นได้ ๒๑,๖๑๐ ล้านบาทเศษ🔗
มาตรการที่ ๔ มาตรการบำบัดรักษา สามารถดำเนินการบำบัดรักษาในทุก ระบบภาพรวมดำเนินการได้ ๑๔๕,๕๗๗ ราย เราสามารถเข้าไปดูแลช่วยเหลือตามที่ผู้ป่วย สมัครใจให้ดูแลช่วยเหลือเราสามารถดูแลได้ประมาณเกือบ ๕,๐๐๐ ล้าน หรือ ๔,๙๙๘ ราย เราสามารถพัฒนาหน่วยบริการบำบัดรักษาฟื้นฟูตามประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ ๒๕๖๔ เราสามารถไปพัฒนาประสิทธิภาพและประสิทธิผลได้จำนวน ทั้งสิ้น ๑๓,๙๕๐ แห่ง และมาตรการอีกมาตรการหนึ่งที่ช่วยเสริมในการบำบัดรักษาก็คือการให้คำปรึกษาด้านจิต สังคมบำบัดของระบบศาล เพื่อป้องกันในการลดทอนความเป็นคดีอาญา ศาลสามารถ ดำเนินการช่วยในกิจกรรมด้านบำบัดรักษาได้ทั้งสิ้น ๔๖,๓๓๓ ราย นี่คือมาตรการบำบัด🔗
มาตรการที่ ๕ มาตรการความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับหน่วยงานภายในประเทศ รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านเปิดปฏิบัติการแผนปฏิบัติการ แม่น้ำโขงปลอดภัย ๖ ประเทศ ประกอบด้วยจีน ลาว เขมร เวียดนาม พม่า แล้วก็ไทย สามารถประสานงานการข่าวจับกุมผู้ต้องหาร่วมกันที่เป็นผู้ก่ออาชญากรรมข้ามชาติ ได้ทั้งสิ้น ๘๒๑ คดี ผู้ต้องหา ๑,๔๓๖ คน ยึดของกลางยาบ้าได้ ๔๐๐ กว่าล้านเม็ด ไอซ์ประมาณ ๒๖,๐๐๐ กิโลกรัม แล้วที่สำคัญก็คือสารตั้งต้นที่จะนำไปผลิตยาเสพติด มีงานข่าวที่ร่วมมือกัน ใน ๖ ประเทศ เราสามารถดำเนินการจับสารตั้งต้นเคมีภัณฑ์ได้ ๔๒,๘๗๘ กิโลกรัม🔗
มาตรการที่ ๖ มาตรการสุดท้ายเป็นมาตรการตามตัวชี้วัดตามมาตรา ๓ นโยบายและแผนระดับชาติ สัดส่วนผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดต่อประชากรลดลงมีผลการ ดำเนินงานในปี ๒๕๖๖ ๗.๕๖ คนต่อประชากร ๑,๐๐๐ คน🔗
มาตรการที่ ๒ ด้านบริหารจัดการคือร้อยละของคดีอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่อง กับยาเสพติดลดลง ผลการดำเนินงานอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดประมาณ ๕.๕๓🔗
ประเด็นสุดท้ายของมาตรการบริหารจัดการคือร้อยละของความพึงพอใจ และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการดำเนินงานป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหา ยาเสพติด ผลการดำเนินงานได้ร้อยละ ๘๔ เปอร์เซ็นต์🔗
ปัญหาอุปสรรคต่อการดำเนินงานสรุปได้ที่สำคัญตามมติคณะรัฐมนตรีที่ให้ ความเห็นก่อนที่จะนำเสนอต่อสภาผู้แทน🔗
แนวทางการแก้ไขที่ ๑ ในมาตรการป้องกันปัญหาหลัก ๆ อยู่คือการมีส่วน ร่วมจากภาคประชาชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด มีแนวทางการแก้ไขที่สำคัญ ในปี ๒๕๖๗ และ ๒๕๖๘ ก็คือกระบวนการส่งเสริมอาสาสมัครหรือการจัดตั้งประชาชน ให้เกิดความเข้มแข็ง ดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน ชุมชน แล้วก็เพื่อให้บ้าน วัด ราชการ หรือบวร หรือบ้าน ราชการ มัสยิด หรือโบสถ์คริสต์ ราชการ บ้าน มาปรับให้เกิด ความเหมาะสมในบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ความเข้มแข็งในกระบวนการหมู่บ้าน ชุมชน เป็นเสาหลักในการเฝ้าระวังเสริมสร้างหมู่บ้านให้เข้มแข็งนะครับ🔗
แนวทางการแก้ไขที่ ๒ ก็คือเป็นปัญหาที่มติคณะรัฐมนตรีให้ความสำคัญมา ก็คือการแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชนนอกสถานศึกษา มีแนวทางแก้ไข ที่สำคัญก็คือกลไกของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต้องเชื่อมโยง ประสานสอดคล้องเพื่อแก้ไขปัญหากลุ่ม เปราะบางก็คือกลุ่มที่เป็นกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มเด็กที่ออกจากระบบการศึกษาก่อนภาคบังคับ อันนี้เป็นป้องกันเพื่อไม่ให้เขาเป็นกลุ่มผู้เสพและกลุ่มผู้ใช้รายใหม่ ด้วยการบังคับใช้กฎหมาย ที่จะนำเด็กและเยาวชนไทยเข้าไปสู่กระบวนการเสพหรือค้ายาเสพติด โดยกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องถูกบังคับอย่างจริงจังนะครับ🔗
มาตรการที่ ๒ ก็คือมาตรการปราบปรามยาเสพติดนะครับ มีข้อสำคัญของ ปัญหาอยู่ ๒ ข้อ ข้อที่ ๑ ก็คือปัญหาเกี่ยวกับการซื้อขายยาเสพติดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ การรับส่งยาเสพติดผ่านระบบขนส่งไปรษณียภัณฑ์ และกลุ่มผู้ส่งอาหารหรือ Rider เป็นเครื่องมือการแพร่กระจายการค้ายาเสพติดลงสู่ประชาชน หรือกลุ่มเด็กและเยาวชน แนวทางแก้ไขเราต้องเพิ่มมาตรการปกครองในการป้องกันระบบการรับส่ง การบริการขนส่ง พัสดุภัณฑ์ทางไปรษณีย์นะครับ กำกับการให้ความรู้ การเฝ้าระวังเกี่ยวกับกลุ่มไรเดอร์ กลุ่มประชากรต่าง ๆ รวมถึงการสร้างแรงจูงใจมอบรางวัลเมื่อมีการแจ้งเบาะแสและนำไปสู่ การจับกุมและการยึดทรัพย์ของผู้ค้ายาเสพติดจากกลุ่มเป้าหมายจากการเป็นลบ ให้กลายเป็นบวกให้เป็นกำลังประชาชนในฝ่ายของราชการนะครับ🔗
ปัญหาที่ ๒ ในด้านปราบปราม ก็คือประสิทธิภาพของการสกัดกั้น การลักลอบนำเข้ายาเสพติดบริเวณชายแดนนะครับ ต้องยอมรับความจริงในประเทศ เพื่อนบ้านเรา ณ วันนี้การนำเข้ายาเสพติดจำนวนมาก แล้วการปฏิบัติการภายนอกประเทศ มันเป็นการปฏิบัติการต้องมีส่วนร่วมต่าง ๆ เรามีแนวทางการแก้ไขประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๕ (๑๐) ให้อำนาจคณะกรรมการ ป.ป.ส. กำหนดพื้นที่ที่มีปัญหาเร่งด่วนนะครับ มติคณะกรรมการ ป.ป.ส. จึงกำหนดให้มีหน่วยบัญชาการปราบปรามยาเสพติดและสกัดกั้น สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ตามแนวชายแดนนะครับ ซึ่งเป็นพื้นที่เร่งด่วนในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะจังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งสิ้น ๑๔ จังหวัด ๕๑ อำเภอ ถ้าเราหยุดในพื้นที่ ๕๑ อำเภอได้ นั่นก็คือเกือบ ๆ จะ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ของการนำเข้ายาเสพติดก็จะยุติและหยุดไว้ที่ในพื้นที่ชายแดนดังกล่าวนะครับ🔗
มาตรการต่อไป คือมาตรการบำบัดรักษานะครับ สภาพปัญหาที่ยังคงอยู่ครับ ก็คือการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ฉบับใหม่ ยังไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมมากนัก แนวทางแก้ไขที่สำคัญก็คือ กรณีสมัครใจเข้ารับการบำบัด อันนี้เป็นเจตนารมณ์ของ UN เลย การสมัครใจแบบ บำบัดรักษาเป็นเป้าหมายหลักนะครับ เนื่องจากกฎหมายใหม่จะมีศูนย์ต่าง ๆ เกิดขึ้นนะครับ ตั้งแต่ศูนย์คัดกรอง ศูนย์คัดกรองเป็นจุดแตกหักในการคัดแยกผู้ป่วยอันนำไปสู่การ บำบัดรักษาที่ถูกต้องนะครับ มติคณะรัฐมนตรีให้ความสำคัญในการจำแนกคือกลุ่ม ผู้ป่วยสีเขียว ได้แก่ กลุ่มผู้ใช้ยาเสพติด การบำบัดรักษาอาจจะไม่ต้องใช้ยา ใช้กระบวนการ ครอบครัว กระบวนการชุมชนในการบำบัดรักษา กลุ่มที่ ๒ คือกลุ่มผู้ป่วยสีเหลืองหรือกลุ่ม ผู้เสพยาเสพติด ก็ดูมิติของตัวยา มิติของการรักษา กลุ่มที่ ๓ คือกลุ่มสีแดง คืออาการรุนแรง ก็คืออาจจะมีอาการต่อภาวะจิตประสาท อาการควบคุมตัวเองไม่ได้ อาการทำให้เกิดสิ่ง ต่าง ๆ ที่ทำให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อนะครับ กลุ่มนี้ต้องอยู่ในการกำกับดูแลของแพทย์ และพยาบาล โดยสถานพยาบาลจะกำหนดแผนในการบำบัดรักษาเป็นรายบุคคล เพื่อให้ เหมาะสมกับสภาพความรุนแรงของการติดยาเสพติด ความเสี่ยงทางกายหรือสุขภาพจิต ของผู้ป่วยให้เป็นไปตามแนวทางและมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดนะครับ🔗
มาตรการที่ ๔ คือมาตรการด้านบริหารจัดการนะครับ เป็นมาตรการของผลการ ดำเนินงาน ปี ๒๕๖๖ มาตรการสุดท้าย พบว่าบุคลากรที่ปฏิบัติงานในด้านป้องกันและแก้ไขปัญหา ยาเสพติด หลัก ๆ ขาดขวัญและกำลังใจและแรงจูงใจนะครับ มีทั้งผู้เสพรายใหม่ ผู้ค้ารายใหม่ ผู้เสพซ้ำ ผู้ค้าซ้ำเกิดขึ้นนะครับ แนวทางแก้ไขก็คือ ๑. การหามาตรการและนวัตกรรมในเชิงความรู้ ในการแก้ไขปัญหาให้ตรงกับบริบทของพื้นที่ การเพิ่มมาตรการแรงจูงใจ ความดีความชอบบางเรื่อง และต้องดำเนินการเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเด็ดขาดที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากความ พยายามของหน่วยงานบูรณาการ ๒๘ หน่วยงาน และทุกภาคส่วนในสังคมยังมีช่องว่างของการ พัฒนาที่ต้องผลักดันให้ยกระดับในการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายตามประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่และกฎหมาย อื่น ๆ อย่างจริงจัง เช่น เพราะบัญญัติการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินหรือพระราชบัญญัติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่จะเอาถึงตัวการหรือผู้อยู่เบื้องหลังเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมาตรการ บังคับใช้กฎหมาย ในส่วนเรื่องของอุปสงค์ก็คือผู้เสพ ผู้ติด ต้องมีการขยายแนวคิดเปลี่ยน ผู้เสพเป็นผู้ป่วย ลดการตีตราทางสังคม ให้โอกาสเป็นคนดีสู่สังคม เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย สูงสุดคือปัญหายาเสพติดได้รับการแก้ไขจนไม่ส่งผลกระทบต่อการบริหารและพัฒนาประเทศ นี่คือข้อสรุปของวาระ ๒.๓🔗
๒.๔ รายงานผลการปฏิบัติของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติด ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๖ มี ๔ ประเด็นหลักด้วยกันนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ก็คือผลการปฏิบัติงานโดยการใช้บัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีผลการจับกุม ผมได้นำเรียนไปแล้วประมาณ ๑๖๐,๐๐๐ กว่าคดี ของกลางได้ยาบ้า ๔๒๙ ล้านเม็ด ไอซ์ ๑๘,๐๐๐ กว่ากิโลกรัม เฮโรอีน ๘๒๔ กิโลกรัม จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตามประมวลกฎหมายใหม่ และจากประมวล กฎหมายใหม่เราได้นำไปสู่การขยายผล นำไปสู่การริบทรัพย์ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งกฎหมายบอกไว้ให้อำนาจในการริบทรัพย์แบบมูลค่า กล่าวโดยสรุปการขยายผลสู่การ ยึดและอายัดทรัพย์สิน ปี ๒๕๖๖ เราสามารถยึดได้ประมาณ ๒๑,๖๑๐ ล้านบาท และนำไปสู่ การดำเนินงานมาตรการสมคบก็คือบุคคล ๒ คนขึ้นไปที่อาจจะไม่มียาเสพติดอยู่กับตัว แต่พยานหลักฐานไปถึงก็ดำเนินการในข้อหาสมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือ จำนวนทั้งสิ้น ๒,๓๒๗ ราย🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือรายงานผลการปฏิบัติของการใช้บัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. สำนักงาน ป.ป.ส. เล็งเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวการใช้ปฏิบัติเป็นการใช้อำนาจก็ต้อง มีข้อควบคุม มีระเบียบการปฏิบัติ ระเบียบการปฏิบัติกำหนดไว้ว่าเมื่อใช้บัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. แล้วต้องรายงานการปฏิบัติงานการใช้อำนาจนะครับ หลังจากการใช้อำนาจต้อง รายงาน และรายงานนั้นต้องส่งมาอยู่ในระบบที่ ป.ป.ส. กำหนด ทั้งเว็บไซต์หรือในระบบผ่าน ทางโทรศัพท์ ปรากฏผลการรายงานการใช้บัตรรวมทั้งสิ้น ๑๑,๒๓๕ ครั้งในปี ๒๕๖๖🔗
ประเด็นที่ ๓ การกระทำผิดของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ตรวจสอบและยกเลิกบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ปี ๒๕๖๖ จำนวนทั้งสิ้น ๘ ราย เนื่องจากมี ๓ ประเด็นที่เกี่ยวข้อง ๑. เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นั้นเป็นความผิดเฉพาะตัว ถูกร้องเรียนและ ดำเนินคดีทางอาญา ๒. คือการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คือการใช้อำนาจโดยมิชอบนะครับ ๓. คือการไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบที่ ป.ป.ส. กำหนดนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๔ ก็คือปัญหาและอุปสรรค และแนวทางการแก้ไขปัญหา ในปี ๒๕๖๗ และปี ๒๕๖๘ นะครับ เรื่องที่ ๑ กรณีที่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีจำนวนกำลัง ที่จะอบรมแล้วก็เพิ่มขึ้น ก็ปรากฏว่าในปีนี้มีข้าราชการโดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. น้อยลง เนื่องจากมีการเกษียณ มีการโอนย้าย มีการลาออก จากราชการจึงขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องประมวลกฎหมายยาเสพติดและพระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ และแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ๒ ฉบับใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งมีรายละเอียดในการคุ้มครองการใช้อำนาจไว้ จึงทำให้การอบรมต้องเข้มข้นและ ดำเนินการให้สอดคล้องกับประมวลกฎหมายใหม่นะครับ🔗
แนวทางการแก้ไขของปัญหานี้ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ดำเนินการจัดอบรม หลักสูตรให้กับผู้ขอรับการแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เพื่อให้มีความรู้ด้านกฎหมายและ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ให้มีความสามารถ มีประสบการณ์ก่อนการปฏิบัติ หน้าที่ โดยมีหลักสูตรที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการ ป.ป.ส. ตามพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ มาตรา ๕ นะครับ และต้องผ่านเกณฑ์การประเมินก่อนได้บัตรเจ้าพนักงาน ตามที่ระเบียบเลขาธิการ ป.ป.ส. กำหนด ในปี ๒๕๖๖ และปี ๒๕๖๗ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีการแต่งตั้งเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดขึ้นใหม่ รวม ๑๔ หน่วยงาน จำนวน ๑๓,๔๑๓ ราย อาทิเช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับการแต่งตั้ง ๘,๔๔๑ ราย กรมการปกครอง ๒,๔๕๖ ราย🔗
ปัญหากรณีที่ ๒ เรื่องเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ก็คือกรณีกฎหมายและระเบียบที่มี การกำหนดวิธีการ ขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่เข้มงวด อาจจะทำให้ เกิดความล่าช้าหรือยุ่งยากต่อการปฏิบัติหน้าที่🔗
แนวทางการแก้ไข เนื่องจากอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เป็น อำนาจพิเศษจากกฎหมายทั่วไป ดังนั้นการดำเนินการใด ๆ ที่กระทบต่อสิทธิของบุคคล พึงต้องใช้อย่างระมัดระวัง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีระเบียบคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามยาเสพติด ว่าด้วยการแต่งตั้งการปฏิบัติหน้าที่และการกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พ.ศ. ๒๕๖๕ ขึ้นมากำกับก่อนการใช้อำนาจ และเมื่อดำเนินการต่าง ๆ ในการใช้บัตรเจ้าพนักงานแล้ว ต้องรายงานให้กับเลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบภายใน ๑๕ วัน นับตั้งแต่วันปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเป็นการกำกับดูแลการใช้อำนาจอีกทางหนึ่ง สำนักงาน ป.ป.ส. ในฐานะผู้แต่งตั้งและการกำกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ได้มีหนังสือถึง ต้นสังกัดให้กำชับ เน้นย้ำเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในสังกัดให้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ อย่างเคร่งครัด และเมื่อมีการปฏิบัติหน้าที่แล้วต้องรายงานการใช้อำนาจต่อเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงาน ป.ป.ส. และผ่านช่องทาง Application บนโทรศัพท์มือถือ ทั้งนี้จะทำให้การควบคุมและการกำกับการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงขอกราบเรียนมายังท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อรับทราบรายงานทั้ง ๒ ฉบับต่อไป ขอขอบคุณครับ🔗
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะประชาชนเขตมีนบุรีและเขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ ท่าน สส. อ.เอท ดูแลพี่น้องด้วยนะครับ🔗
ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกได้อภิปรายตามลำดับรายชื่อที่ได้ลงชื่อไว้นะครับ ผมเชิญทีละ ๒ ท่าน ท่านแรกครับ ท่านชุติมา คชพันธ์ ต่อด้วยท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เชิญ ท่านชุติมาครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนค่ะ ดิฉัน ขอใช้เวลาสั้น ๆ ในการถามคำถามในวันนี้ เนื่องจากดิฉันได้อ่านเล่มทั้ง ๒ เล่มในรายงานผล การปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และรายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการ ภายใต้นโยบายและแผนระดับชาติ ซึ่งดิฉันอดไม่ได้จริง ๆ ที่จะถาม เนื่องจากว่าพอดู งบประมาณที่ท่านได้ใช้ไป ทั้งงบประมาณที่ได้จากแผนงานบูรณาการ แล้วก็งบประมาณของ สำนักงาน ป.ป.ส. เองโดยตรงรวมแล้วถึง ๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในขณะเดียวกันเมื่อมองไป รอบ ๆ ตัวประชากรของเราที่ยังติดยาเสพติดเยอะมาก โดยเฉพาะเยาวชนเยอะมากขึ้นทุกปี ดิฉันก็เลยมีคำถามประมาณ ๖ คำถามที่อยากจะถามท่านจากที่อ่านรายงานมาค่ะ🔗
คำถามแรกเลยเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลานะคะ ดิฉันมีความความสงสัย จากข้อมูลที่ท่านแจ้งว่า ในปีที่ผ่านมาพบการจับกุม ตรวจยึดยาบ้าในพื้นที่ภาคใต้เยอะขึ้น กว่าทุกปีที่ผ่านมานะคะ สิ่งที่ดิฉันอยากจะถามก็คือว่า เหตุใดจึงมีการระบายยาเสพติดไปใน พื้นที่ภาคใต้มากขึ้น ท่านได้หาสาเหตุหรือไม่นะคะ ดิฉันในฐานะที่เป็น สส. จากพื้นที่ภาคใต้ ก็อดไม่ได้จริง ๆ ที่จะเป็นห่วงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ จริง ๆ ก็เป็นห่วงทุกภาคนะคะ แต่ว่าด้วยรายงานบอกว่าไปพื้นที่ภาคใต้มากขึ้น ดิฉันอยากจะทราบสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร และทางหน่วยงานของท่านได้หาแนวทางแก้ไขปัญหาไว้หรือไม่ที่จะไม่ให้ระบาดมากกว่านี้ ในปีต่อ ๆ ไป เพราะตอนนี้ลูกหลานคนใต้เองเราก็เรียกกันตลอดเลยว่าตอนนี้เชือนกันไป หมดแล้วหลาย ๆ ตำบล หลาย ๆ หมู่บ้านก็จะเจอผู้ที่ติดยาเสพติดจนพ่อแม่กลุ้มใจกันไม่เป็น การทำงานทำการอยู่แล้วในทุกวันนี้🔗
คำถามต่อมาค่ะ จริง ๆ แล้วที่เรากำลังคุยกันอยู่ทุกวันนี้เรากำลังแก้ปัญหากัน ที่ปลายเหตุหรือเปล่า ดิฉันอ่านทั้ง ๒ เล่มนี้แล้วดิฉันก็ยังไม่เจอสาเหตุที่แท้จริง ก็เลยอยากจะ ถามท่านว่าทางหน่วยงาน ป.ป.ส. เคยได้หาสาเหตุที่แท้จริงหรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วสาเหตุของ การยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดของประชากร ของประชาชนของพวกเราคืออะไร สาเหตุมาจาก อะไร แล้วเราควรจะแก้ที่ต้นตอ เราควรจะแก้ที่ต้นเหตุใช่หรือไม่ เพราะตอนนี้ต่อให้เราทุ่ม งบประมาณไปปีละกี่พันล้านบาทก็ตาม สุดท้ายเราก็คุยกันแต่เรื่องเดิม ๆ และ ป.ป.ส. ก็ก่อตั้งมาไม่ต่ำกว่า ๒๐ ปีแล้ว ถ้าเป็นบริษัทเอกชนเราทุ่มงบประมาณไปเยอะขนาดนี้ ในแผนก ๆ หนึ่ง แต่พอเราดูผลการดำเนินงานเคพีไอดูดีมากเลยค่ะ แต่ในความเป็นจริงที่เรา ประสบพบเจอกันอยู่เรากลับพบสถิติสูงขึ้นทุกปี ไปหมู่บ้านไหนก็เจอทุกหมู่บ้าน ดิฉันลงพื้นที่ ก็จะมีประชาชนมาชี้เป้าบอกว่าไปบ้านหลังนั้นสิ ไปจุดนั้นสิ นั่นแหล่งมั่วสุมเต็มเลย ดิฉันก็งง ว่าแล้วเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. หรือตำรวจอยู่กันอย่างไร แล้วพอมาอ่านเล่มก็ปรากฏว่า โอ้โฮ เจ้าหน้าที่กลับทำผิดเสียเอง แล้วลูกหลานของเราจะปลอดภัยได้อย่างไร เราจะมั่นใจ ได้อย่างไรว่าลูกเราไปโรงเรียนตอนเช้าจะไปเจอกับอะไรบ้าง จะเดินสวนกับผู้ติดยา เสพติดไหม หรือเขาจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดไหม ในขณะที่พ่อแม่ผู้ปกครองตอนนี้ ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ทุกคนก็ต้องยุ่งกับการทำมาหากินหาเลี้ยงชีพ เราจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าลูกหลานของเราเมื่อเติบโตเป็นวัยรุ่นจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด หน่วยงานของท่าน เป็นหน่วยงานที่สำคัญมากนะคะที่จะช่วยแบ่งเบาภาระเรื่องนี้ของประชาชนไป เพราะฉะนั้น สาเหตุที่แท้จริงคืออะไร ดิฉันไม่เห็นในเล่มนี้ เพราะฉะนั้นถ้าท่านมีเก็บไว้ช่วยแจ้งดิฉัน ช่วยส่งมาหน่อย ถ้าวันนี้ไม่เตรียมมาก็ส่งมาตามหลังก็ได้ ดิฉันอยากทราบจริง ๆ นะคะ🔗
คำถามต่อมา เราจะระงับยับยั้งการแพร่ระบาดอย่างไรต่อไป คือใน ๒ เล่มนี้ ดิฉันก็ยังไม่ชัด ท่านบอกมาตรการแนวทางแต่ว่าดิฉันก็ยังไม่มั่นใจว่าจะยับยั้งได้จริงหรือ จะป้องกันการแพร่ระบาดได้จริงหรือเพราะมันมากขึ้นทุกปีจริง ๆ🔗
ข้อที่ ๔ การขยายตัวของเครือข่ายอาชญากรรมยาเสพติดข้ามชาติ ท่านพูดถึง สถานการณ์แนวโน้มว่ามีมากขึ้น แต่ท่านไม่ได้บอกวิธีการแก้ไขไว้ในนี้เลย ดิฉันเปิดดูทุกหน้า แล้วดิฉันไม่เจอคำตอบ เพราะฉะนั้นดิฉันขอคำตอบด้วยว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร หรือถ้าดิฉัน อ่านข้ามไปก็อธิบายได้นะคะ🔗
ต่อมาในเรื่องของการบำบัด ดูตัวเลขก็ดูโอเค ตัวเลขก็ดี ท่านมีบอกชัดเจน มากเลย แต่จากที่ดิฉันลงพื้นที่จริง ๆ ในฐานะ สส. ไปพบเจอประชาชน ประชาชนก็ร้องเรียน มาเช่นกันก็อยากจะแจ้งไปทางท่านด้วยเผื่อท่านไม่ทราบข้อมูลนี้ คือในรายการบำบัด บางครั้งต้องมีค่าธรรมเนียม มีค่าใช้จ่ายที่สูงมากในบางจังหวัด ในบางพื้นที่ที่ห่างไกลออกไป พี่น้องประชาชนเราบางคนหาเช้ากินค่ำ ลูกหลานก็ติดยาเสพติด หนำซ้ำพ่อแม่เองก็ยุ่งกับ การทำมาหากิน ไม่มีเงินแม้จะเสียค่าธรรมเนียมในการบำบัดด้วยซ้ำ ท่านจะช่วยได้อย่างไร จะแก้ไขอย่างไรในตรงนี้🔗
ต่อมาการรับส่งยาเสพติดทางพัสดุภัณฑ์จะมีการตรวจสอบอย่างไร จะนำ เทคโนโลยีอะไรมาใช้หรือไม่ เพราะมันมากขึ้นทุกปีจริง ๆ ในนี้ก็ไม่ได้บอกวิธีการแก้ไขไว้ค่ะ ดิฉันจึงอยากจะทราบและอยากจะถามประมาณ ๖ ข้อตามนี้ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครพนม เขต ๑ กระผม ต้องขอขอบพระคุณท่านรองเลขาธิการ ป.ป.ส. ผู้บริหาร เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่ได้มารายงาน ผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการภายใต้นโยบาย และแผนระดับชาติว่าด้วยการป้องกัน ปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด และรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติดประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ผมต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้ตรวจฉี่ ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการ และราษฎรทุกคน ตั้งแต่อายุ ๑๒ ปีขึ้นไปจนถึง ๖๕ ปี ที่จังหวัดนครพนม และสั่งการให้ผู้กำกับการตำรวจจับมือกับนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด จับมือกับผู้การจังหวัด ปราบปรามและยึดทรัพย์ให้หมดไป และมีการติดตามประเมินผลว่าพี่น้องราษฎรในหมู่บ้าน พอใจหรือไม่ และต้องขอขอบพระคุณท่านพลตำรวจตรี ศักดิ์ชาย สาดมะเริง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนมที่ได้ย้ายมาใหม่ ได้ประสานงานอย่างรวดเร็ว ได้ดำเนินการจับกุม ผู้ค้ายาบ้า ขอขอบพระคุณพี่น้อง อสม. กำนัน ผู้ใหญ่ ฝ่ายปกครอง ข้าราชการทุกหน่วยงาน ได้มาระดมตรวจฉี่สีม่วง เด็กตั้งแต่ ๑๒ ปีขึ้นไปถึง ๖๕ ปีนะครับ ที่สำคัญที่สุดพี่น้องข้าราชการ ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ร้องเรียนมาว่า ในการทำงานงบประมาณมีน้อย ค่ากระดาษ ๑ แผ่นก็ไม่มี และในการทำงานก็ไม่มีงบประมาณให้ ผมก็ได้ปรึกษากับ ท่านเลขาธิการ ป.ป.ส. ท่านเลขาธิการ ป.ป.ส. ก็แจ้งผมว่างบบูรณาการจังหวัดก็มีเยอะ น่าจะใช้ งบบูรณาการจังหวัดหรืองบอื่น ๆ นั่นเป็นปัญหามากในเรื่องงบประมาณ ทางเจ้าหน้าที่หลายท่าน หลายฝ่ายก็บอกไม่มีแม้กระทั่งค่าถ่ายเอกสาร และบางสถานีตำรวจ เช่นที่ผมอภิปราย เมื่อเช้านี้ พี่น้องชาวบ้านศรีเวินชัย บ้านสามผง ตำบลสามผง อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ร้องเรียนกับท่านดอกเตอร์สุทิน คลังแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ท่านก็ได้กำชับกับผมให้ไปแก้ไขปัญหาให้ได้ เพราะพี่น้องประชาชน ร้องเรียนบอกว่า พี่ชายและสามีติดยาบ้า แจ้งตำรวจตำรวจก็บอกว่าไม่มีเงินค่าน้ำมัน ไม่มีน้ำมันเติมรถยนต์ไปจับผู้ขายยาบ้า หลายคนร้องเรียนไม่ไว้ใจตำรวจและกล่าวหาว่า ตำรวจเป็นคนส่งยาบ้าเอง ขายยาบ้าเอง จับไปก็เป็นคนของตัวเองแล้วก็ปล่อย ยิ่งระบุไป ชัดเจนเลยว่าเป็นตำรวจฝ่ายสืบจับ จับแล้วเรียกเงินรับส่วยส่งผู้กำกับ พี่น้องประชาชน ทั่วประเทศครับ สส. หลายท่านแล้วก็เพื่อน ๆ สว. ก็ร้องเรียนกัน แม้กระทั่งข้าราชการ ด้วยกันก็ยังร้องเรียน รองผู้กำกับฝ่ายปราบปราม รองผู้กำกับฝ่ายสอบสวนก็ยังร้องเรียนว่า ผู้กำกับไม่ปราบยาบ้า ตำรวจหลายคนอยากเข้าไปช่วยในการจับกุมก็จับกุมไม่ได้เพราะเป็น หน้าที่ของตำรวจฝ่ายสืบสวน นั่นคือเป็นปัญหาไปทั่วประเทศ ปลัดอำเภอก็ยังร้องเรียนครับ ท่านประธานนั่นคือเป็นปัญหา หลายคนหลายหมู่บ้านยาบ้าระบาดเต็มไปหมด พระอาจารย์ เจ้าอาวาส พระสงฆ์ก็ร้องเรียน เด็กนักเรียนติดยาบ้ากันไปหมด นั่นคือผมอยากให้ ป.ป.ส. ได้เป็นเจ้าภาพบูรณาการกับตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เพราะผู้ขายยาบ้า ในหมู่บ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทราบดีใครขาย และได้สำรวจรายชื่อผู้ขายยาบ้า Re X-ray ที่จังหวัดนครพนม ๒ รอบแล้ว และส่งให้นายอำเภอ ส่งให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัด ก็โดนนายอำเภอ โดนผู้ว่าต่อว่าทำไมรายชื่อผู้ขายยาบ้ายาเสพติดเยอะจังให้ไปทบทวน มาใหม่ ซึ่งสร้างปัญหาให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ฝ่ายปกครอง ผู้นำหมู่บ้านหนักใจมาก ส่งรายชื่อ ไปก็ให้ไปทบทวน จับคนขายยาบ้าได้ยาบ้ามา ได้เงินสดมา มีของการของกลางมา นายอำเภอ ก็ไปต่อว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านว่ากลั่นแกล้งคนขายยาบ้า ทุกคนหมดกำลังใจในการทำงาน นั่นคือ ป.ป.ส. ต้องเข้าไปบูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครองกับตำรวจ ทุกวันนี้บอกอย่างเดียวว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. น้อยไม่มีอำนาจสั่งการตำรวจ ไม่มีอำนาจในการสั่งการผู้ว่า เงินงบประมาณก็ จัดลงไปให้เยอะมากแล้ว แต่ความจริงในพื้นที่มันตรงกันข้ามผมเห็นหลายท่านได้แต่สั่งการ ๆ แต่ไม่ติดตามประเมินผล เหมือนเพื่อน ๆ สส. ร้องเรียน ได้อภิปรายกันแทบทุกวันเรื่องยาบ้าในหมู่บ้านมีจำนวนมาก ผู้ว่าราชการ หัวหน้าส่วน ราชการ นายอำเภอ ผู้กำกับเข้าเกียร์ว่างไม่ยอมจับ วันก่อนผมเจอเพื่อนที่เรียนสถาบัน พระปกเกล้าเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด แกบอกว่าจังหวัดผมโชคดียาบ้าน้อย พอไปถาม สส. พรรคเพื่อไทย ๖ คน บอกยาบ้าระบาดเต็มไปหมด นั่นคือข้อเท็จจริงที่ผู้บริหารหัวหน้า ส่วนราชการไม่ลงพื้นที่ ไม่เข้าถึงประชาชน นายอำเภอก็ไม่ทราบ ผู้กำกับก็ไม่ทราบ เลยเข้าเกียร์ว่างกันเป็นลักษณะแบบนี้ โชคดีผมได้ผู้การจังหวัดมาใหม่ พอแจ้งท่านปั๊บ ท่านสั่งการให้ทันที ผู้กำกับบางสถานีตำรวจได้ไปติดตามจับกุมให้ทันที นั่นคือสิ่งที่ต้องมีการ เปลี่ยนแปลงใหม่ ให้รัฐบาลนำนายอำเภอ ผู้กำกับ ผู้การจังหวัด หน่วยงานต่าง ๆ ที่ใครอยาก สมัครมาปราบปรามยาบ้าได้เร่งปราบทั่วประเทศ ๗๗ จังหวัด อย่าปราบแต่ ๑๐ จังหวัด ๑๕ จังหวัด ตอนนี้มันระบาดในหมู่บ้านเต็มไปหมด อย่าไปปราบแต่ริมชายแดน ริมแม่น้ำโขง ของจังหวัดนครพนม ท่านปราบอย่างไรก็ไม่หมด ท่านจะเห็นได้เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ใช้ Drone ส่งยาบ้ามาที่อำเภอบ้านแพง ข้ามแม่น้ำโขงมา ๕๖๔,๐๐๐ เม็ด ท่านตามจับ อย่างไรก็ไม่หมด ต่างประเทศเขาจะใช้หน่วยงานในประเทศไปร่วมกับต่างประเทศ ทลายแหล่งผู้ค้า ผู้ขาย ผู้ผลิต ทลายแหล่งโรงงานท่านต้องไปจับที่ประเทศเพื่อนบ้าน และหลายประเทศเขาสอนลูกหลานเด็กนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล พิษภัยของยาเสพติด ตอนนี้เด็กนักเรียนชั้นประถมเริ่มติดยาบ้า น้ำกระท่อม กัญชา บุหรี่ไฟฟ้ามั่วกันไปหมด นับวันก็จะมากขึ้นเรื่อย ๆ ป.ป.ส. ก็จะไม่มีเงินงบประมาณหรือบุคลากรซึ่งมีน้อยอยู่แล้ว ก็ฝากรบกวนทาง ป.ป.ส. ได้กราบเรียนผู้บริหารระดับสูงหรือรัฐบาล ในส่วนตัวผมก็ได้ กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีเป็นการส่วนตัวเพื่อช่วยท่าน ป.ป.ส. อีกหนึ่งแรง ขอกราบ ขอบพระคุณครับ🔗
๒ ท่านถัดไป นะครับ ท่านสิริลภัส กองตระการ ต่อด้วยท่านวิรัช พิมพะนิตย์ เชิญท่านสิริลภัส กองตระการ🔗
เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ ผู้แทนราษฎร จากกรุงเทพมหานคร บางกะปิ วังทองหลาง พรรคประชาชน ท่านประธานตอนนี้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ในปัจจุบันก็มีแนวโน้มสูงขึ้น เรื่อย ๆ แล้วก็มีข้อมูลว่าผู้เสพหน้าใหม่มีแนวโน้มที่จะมีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ เช่นเดียวกัน ในเขตพื้นที่บางกะปิ วังทองหลางของดิฉัน หลังจากที่ดิฉันได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพูดคุยกับ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายที่ก็ได้รับการสะท้อนมาว่า ปัญหายาเสพติดในพื้นที่นั้นเป็นโจทย์ที่ยาก และมีความท้าทาย เพราะด้วยสภาพแวดล้อมของชุมชน การเข้าถึงง่ายขึ้น ราคายาเสพติด ที่ถูกลง เมื่อตำรวจไปลงพื้นที่ตรวจสอบยังเดินไม่ทันถึงหน้าปากซอยหมู่บ้านเลย Line บอก กันแล้วก็แยกย้ายแล้วค่ะ พอตำรวจไปตรวจสอบก็ไม่เจอ ท่านประธานนอกจากนี้ดิฉันเชื่อว่า เพื่อนสมาชิกและท่านประธานก็ทราบกันดีว่าตอนนี้มันมีวิธีการหลอกล่อให้มีผู้เสพหน้าใหม่ เกิดขึ้น แล้วผู้ที่ถูกหลอกล่อนั้นก็มีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ ยกตัวอย่าง อย่างเช่นยาบ้า ผู้ค้าก็จะ หลอกล่อให้เด็ก ๆ ให้ฟรีก่อน ให้สูบฟรี เสพฟรีจนติดค่ะ พอติดแล้วต้องทำอย่างไร🔗
ข้อแรกต้องไปหาเงินมา อาจจะไปขโมยมา อาจจะไปหาวิธีอื่นมาเพื่อมาซื้อยา🔗
ข้อ ๒ ไปเป็นเด็กเดินยา เป็นเด็กเดินยาเพื่อที่จะเอามาเป็นค่าตอบแทน ในการเสพยา หนักไปกว่านั้นค่ะ เดี๋ยวดิฉันอยากให้ดูข่าว นี่นะคะพ่อแม่ตั้งวงเสพยา ลูกอยู่ด้วย แล้วก็บังคับลูกซึ่งเป็นลูกสาว วัยแค่ ๖ ขวบให้ไปเป็นเด็กเดินยาด้วยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันเชื่อว่ากฎหมายในการที่จะ บังคับใช้เรื่องของการปราบปรามยาเสพติดนั้นก็มีความเข้มข้น และเข้มงวดอยู่แล้วนะคะ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือผู้ที่มีอำนาจ หรือว่าผู้ที่มีกฎหมายในมือที่จะใช้กฎหมายนั้นได้ จากรายงานสถิติการร้องเรียนของเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในรายงาน ปี ๒๕๖๖ ที่ท่านมานี้อยู่ที่ ๒๗๗ ราย แต่ว่ารายงานการกระทำความผิดของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่โดนคำสั่งยกเลิกการแต่งตั้งมีเพียง ๘ รายเท่านั้น ดิฉันอยากให้ขึ้นสไลด์ดูนะคะ มีการปลดออกแค่ ๓ ราย อีก ๕ รายนอกนั้นอยู่ในระหว่างการพิจารณาดำเนินคดีค่ะ ดิฉัน ได้ยินท่านที่ปรึกษาของท่านนายกรัฐมนตรีที่บอกว่า กลับมาเมื่อไรยาเสพติดหมดประเทศไทย แน่นอน ดิฉันก็อยากฝากท่านประธานนะคะ แล้วก็ทางท่าน ป.ป.ส. ฝากไปบอกท่าน ที่ปรึกษาด้วยนะคะว่า นอกจากพ่อค้ารายใหญ่ที่ท่านต้องการที่จะปราบปรามแล้ว คนที่ บังคับใช้กฎหมายท่านก็ไม่ควรที่จะมองข้ามนะคะ นอกเหนือจากยาบ้าค่ะตอนนี้ดิฉันอยาก ให้ท่านจับตาดูยาเสพติดชนิดใหม่ที่ดิฉันเชื่อว่าเข้ามาอยู่ในวงการยาเสพติดนั้นนานแล้วค่ะ จากข้อสังเกตของคณะรัฐมนตรีเรื่องของยาเสพติดสังเคราะห์ หรือที่เราเรียกว่า Happy Water นะคะ ที่อยู่ในรายงานว่าตอนนี้มีการระบาดในหมู่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก แต่นอกเหนือจากการตั้งข้อสังเกตสิ่งที่ดิฉันอยากเห็นคือการเร่งการกวาดล้าง เพราะการค้า ยาเสพติดชนิดนี้ดิฉันเข้าไปดูใน Social Media แพลตฟอร์มหนึ่งนะคะ ขายกันเหมือนอาหาร เสริมเพิ่มความสวยเลยค่ะ ท่านประธานดูนะคะ ยอดติดตามเป็นหมื่นค่ะ ยอด View เป็นแสนที่ปักหมุดไว้ เห็นไหมคะเป็นแสนนะคะ บางอันเป็นหมื่นเลยค่ะ Comment สนใจ ค่ะ สนใจครับ สนใจกันบ้างไหมคะเรื่องนี้ ท้าทายอำนาจ ป.ป.ส. มากเลยค่ะจริง ๆ แล้วยังมี อีก บอกไปถึงแหล่งขายเลยค่ะ ขอสไลด์ถัดไปค่ะ ดินแดง ห้วยขวาง ทักมาครับ หรือที่อื่นส่ง หมด รับครับ ราคาถูก นี่ถ้าดิฉันดูผ่าน ๆ คิดว่า ป.ป.ส. ทำงานร่วมกับสืบนครบาลหรือเปล่า ยอดน้านี้อาจจะเป็นยอดน้าสารวัตรแจ๊ะก็ได้นะคะที่อาจจะปลอมแปลง Account ในการ ที่จะไปบุกสืบหรือว่าไปจับกุมแก๊งผู้เสพยาค่ะ โอ้โฮ ท่านประธานขา ขายกันลอยหน้าลอยตา แบบนี้ ป.ป.ส. ยอมไม่ได้แล้ว นอกจากนี้เราทราบกันดีว่ายาเสพติดนั้นส่งผลในการที่จะ ทำลายสมองทำให้ผู้เสพกลายเป็นผู้ป่วยจิตเวชได้ แล้วนอกจากนี้ตอนนี้จำนวนผู้ป่วยจิตเวช ที่มีอยู่จำนวนผู้ป่วยจิตเวชทั่วไปเทียบกับจำนวนจิตแพทย์แล้วนี้ สถานการณ์ที่จะทำให้ จำนวนจิตแพทย์เพียงพอกับจำนวนผู้ป่วยนั้น ดิฉันขอเปรียบเทียบเลยค่ะว่าเหมือนกระต่าย ใส่ Skate วิ่งแข่งกับเต่าแบกยางรถยนต์ค่ะท่านประธานเราจะเพิ่มจิตแพทย์อย่างไรก็คง ไม่พอแน่นอนค่ะ ดิฉันอยากให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกดูอีกข่าวหนึ่งค่ะ แม่ลูกอ่อน เสพยาในขณะที่อุ้มลูกเพียงแค่ ๕ เดือน ท่านประธานลองคิดดูสิคะว่า ผลของการเสพยานั้น ควันจากยาบ้า ควันจากยาเสพติดที่เขาเสพนี้จะไปส่งผลกระทบถึงสมองของเด็กวัย ๕ เดือน นี้อย่างไร ในทุกวันนี้ประเทศไทยมีวาระเด็กเกิดต่ำอยู่แล้ว แล้วเมื่อเขาเกิดมาเขายังจะต้องมา เผชิญกับปัญหาคุณภาพชีวิตแบบนี้อีกหรือนะคะ🔗
ต่อไปเป็นเรื่องของการวัดผลสัมฤทธิ์ แผนบูรณาการป้องกันปราบปรามและ บำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดค่ะ จากรายงานเป้าหมายที่ ๑ ที่ท่านบอกว่าจะลดกลุ่มเป้าหมาย ที่จะเข้าไปเกี่ยวข้อง กลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ประมาณ ๖๖ ล้านคน ท่านรายงานมาว่ามีประชากร ที่เกี่ยวข้องประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คนเท่านั้น มีประชากรที่ไม่เกี่ยวข้องถึง ๖๕ ล้านคน แต่จาก ข่าวที่เกิดขึ้นและจากการลงพื้นที่ที่ท่าน สส. เพื่อน สส. หลายคนได้อภิปรายไป ดิฉันก็อด ไม่มั่นใจไม่ได้ค่ะว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นสถิติจริงหรือไม่ และนอกจากนี้ที่บอกว่าจะทำให้ ประชากรทุกกลุ่มเป้าหมายได้รับการป้องกันยาเสพติดที่ทำได้เกินนะคะ เกินเป้าหมาย ถึง ๑๐๑.๒๕ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันอยากให้ท่านมาแก้ไขปัญหานี้ที่เขตบางกะปิ วังทองหลาง มาก ๆ เลยค่ะเพราะว่ายังมีประชาชนกลุ่มเป้าหมายอีกหลายกลุ่มที่ยังสามารถเข้าถึงได้ และไม่นับ Happy Water ที่ดิฉันได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นะคะ ขายกันเกลื่อน Social Media ขายกันแบบลอยหน้าลอยตาอยู่หน้าท่านเลยค่ะ🔗
เป้าหมายที่ ๓ ก็คือผู้ป่วยยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดการรักษาที่ท่าน ได้รายงานว่ามีการทำเป้าหมายได้สูงมากกว่าที่ตั้งไว้ ดิฉันก็ขอชื่นชมแต่ว่าก็ขอสะท้อนเสียง หรือว่าสะท้อนปัญหาให้ท่านได้ฟังด้วยว่าตอนนี้ก็มีการสะท้อนปัญหามาให้ดิฉันฟัง อยู่บ่อยครั้งว่าการส่งผู้ป่วยไปรักษานี้ไปรักษาอยู่ได้ไม่กี่วัน ก็ถูกปล่อยตัวกลับมาอีก เหมือนเดิม รวมไปถึงสถานที่บำบัดรักษาผู้ป่วยติดยาเสพติดนั้นมีเตียงไม่เพียงพอค่ะ ประเด็นต่อไปเรื่องของกองทุนในการป้องกัน ดิฉันก็ขอชื่นชมในจุดประสงค์ของกองทุน ในการป้องกัน บำบัด รักษา แล้วก็ฟื้นฟูสมรรถภาพ ฟื้นฟูสภาพทางสังคม ท่านประธาน ดิฉันไปศึกษาดูงานมาที่โรงพยาบาลศรีธัญญาก็ได้รับข้อมูลที่น่าสนใจมาว่า งบที่น่าลงทุนที่สุด คืองบของการฟื้นฟูผู้ป่วยค่ะ ทำให้เขามีเป้าหมายในการกลับมาใช้ชีวิตให้ดียิ่งขึ้น ทำให้ผู้ป่วย ที่ผ่านกระบวนการบำบัดรักษามาแล้วมีเป้าหมายอยากจะใช้ชีวิต สิ่งที่ยากที่สุดคือการทำให้ เขาเคารพในตัวเองและเห็นคุณค่าในตัวเองค่ะ มีอาชีพ มีที่ยืนในสังคม ไม่รู้สึกเป็นภาระของ คนอื่น ซึ่งจะทำให้เขาไม่กลับเข้าไปสู่วงจรเดิม ๆ เพราะว่างบประมาณตรงนี้มันสำคัญมากค่ะ ท่านประธานเพราะว่าเมื่อเราทำให้เขามีความมั่นใจ เขามีพื้นที่อยู่ใหม่ เขามีสภาพแวดล้อม ใหม่ ๆ เขาก็จะไม่กลับไปเป็นผู้เสพที่จะต้องใช้งบประมาณบำบัดรักษาเป็นงูกินหางแบบนี้ ก็อยากให้ทาง ป.ป.ส. ช่วยพิจารณาสัดส่วนเรื่องของการบำบัด รักษา แล้วก็การฟื้นฟู อาจจะ ต้องจัดสรรงบประมาณกองทุนนี้ให้มีความเฉลี่ยให้มันเท่ากันมากขึ้นด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน🔗
ต่อไปท่านวิรัช พิมพะนิตย์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิรัช พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทยครับ วันนี้ขอร่วม อภิปรายรายงานผลการดำเนินงานของ ป.ป.ส. แล้วก็รับทราบการปฏิบัติงานของพนักงาน ป.ป.ส. ก็ต้องบอกว่า ป.ป.ส. เองก็พยายามทำหน้าที่ได้ดีพอสมควร แต่ก็ยังไม่ดีพอนะครับ จริง ๆ ด้วยความที่เป็นชุดหลักที่จะต้องดูแลเรื่องยาเสพติด วันนี้ประชาชนชาวไทยเจ็บปวด กับเรื่องยาเสพติด หลาย ๆ ท่านที่บอกว่าวันนี้ ป.ป.ส. มีก่อกำเนิดขึ้นมาหลายปีแต่ยาเสพติด กลับเพิ่มขึ้น ผมให้กำลังใจนะครับ จริง ๆ โดยท่านรัฐมนตรีท่านพยายามจะลงพื้นที่แล้วก็ไป ดูแลเรื่องยาเสพติดในพื้นที่ของจังหวัดผมและภาคอีสานหลาย ๆ ที่ ทั้ง ๆ ที่ท่านไม่ได้เป็น สส. ในภาคอีสาน แต่ท่านทวี สอดส่อง ก็พยายามไปทุกจังหวัด ไปดูแลแล้วก็ไปให้นโยบาย วันนี้เรื่องยาเสพติดมันเป็นปัญหาระดับชาติ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกภูมิธรรม ท่านรัฐมนตรีต่าง ๆ ก็ได้ให้นโยบายว่าจะเป็นการปราบปรามเป็นนโยบายแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ด้วยในปัญหาที่เกิดขึ้นในท้องที่ท้องถิ่นมันเจ็บปวดกับพี่น้อง ประชาชนเหลือเกินครับ ที่บ้านผมกาฬสินธุ์มีหลานฆ่าตากับยาย มีหลานฆ่ายาย มีฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ เมื่อเร็ว ๆ นี้เมื่อวันที่ ๒ ผมไปเยี่ยมด่าน กำลังเยี่ยมด่านที่จุดตรวจสกัดในงาน ช่วงต้อนรับปีใหม่ ก็มีผู้เสียหายจากบ้านโนนสมบูรณ์ ตำบลลำปาว อำเภอเมือง จังหวัด กาฬสินธุ์ ลูกปาดคอมารดาตัวเองแต่ก็ไม่ได้เสียชีวิตแต่วิ่งออกมา ก็ไปสกัดจับลูกชาย ซึ่งเหตุการณ์อย่างนี้ผมว่าในประเทศมันไม่น่าจะมีแล้ว วันนี้ผมขอกราบฝาก ป.ป.ส. หน่อยครับ ผมดูว่าท่านเองก็ทำงานกันเต็มที่อยู่ แต่ทีนี้สิ่งหนึ่งคือวันนี้เราต้องปัดกวาด บ้านของเรา ทุกหน่วยงานราชการจะต้องดำรงซึ่งการปราบปรามยาเสพติดร่วมกัน ไม่ใช่ว่า ให้แต่ ป.ป.ส. ผมดูพนักงาน ป.ป.ส. มีพนักงานอยู่ไม่กี่คนเองจะไปดูแลทั้งประเทศได้อย่างไร วันนี้ส่วนราชการต่าง ๆ จะต้องเอาเรื่องยาเสพติดเป็นเรื่องวาระแห่งชาติ เพราะถ้าตรวจ พบว่าพนักงานของหน่วยงานตัวเองมีปัญหา เรื่องยาเสพติดผมว่ามันต้องมีการเตือน และให้หัวหน้าหน่วยงานนั้นรับผิดชอบด้วย ถ้าทุกหน่วยงานทั้งองค์กรท้องถิ่น ทั้งส่วนราชการต่าง ๆ ถ้าทุกอย่างปลอดยาเสพติดแล้ว วันหนึ่งมันก็จะลามไปถึงทุกหน่วยงาน แม้แต่ตำรวจเอง ผมก็บอกว่าวันนี้มันต้องจับตรวจ เสียก่อนแล้ว ผู้ว่าเองต่าง ๆ ที่นายอำเภอเอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท้องถิ่นต่าง ๆ เรื่องยา เสพติดจะต้องหายไปครับ วันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานครับ จังหวัดผมเคยได้เป็นจังหวัด แรกที่ปลอดยาเสพติด ท่านอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร ท่านไปเปิดเมื่อปี ๒๕๓๕ แต่วันนี้ มันเกิดยาเสพติดมากมายมหาศาลเกิดขึ้นในจังหวัด ผมก็กำลังจะชวนชาวบ้านไปทุบป้าย ที่หน้าศาลากลางหลังเก่าอยู่ครับ มันจะได้ทุบถ้าโดนคดีอย่างไรท่านประธานก็ไปช่วยประกัน ผมหน่อยแล้วกัน เพราะว่าเดี๋ยวนี้ยาเสพติดมันมาก แต่ป้ายก็ยังอยู่เป็นจังหวัดปลอด ยาเสพติด ผมกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้ ป.ป.ส. และราชการต่าง ๆ ผมขอยืม ศอ.บต. ใน ๓ จังหวัดชายแดนมาใช้ได้ไหมครับ ผมอภิปรายเรื่องกำนัน ผู้ใหญ่บ้านหลายคนก็ไม่เข้าใจ จริง ๆ ผมอยากให้ตั้งงบประมาณผ่านกระทรวงมหาดไทย ผ่านท่านนายอำเภอ ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเขาสามารถปราบปรามยาเสพติดได้ เขามีเงินในการดำเนินการปราบปราม ยาเสพติด ที่ ศอ.บต. ที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กับ ๕ อำเภอของจังหวัดสงขลา มีผู้ช่วย ผู้ใหญ่บ้านถึง ๖ คน มีเงินช่วยเหลือในการปราบปรามต่าง ๆ ๒๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน มีอาสาสมัคร หรือ อส. ให้ประจำแต่ละตำบล มีสิทธิสวัสดิการต่าง ๆ ที่ช่วยต่าง ๆ ผมอยาก ยืมตรงนี้มาใช้เป็นนโยบายแห่งชาติเพื่อปราบปรามยาเสพติด วันนี้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เขาน่าสงสารที่สุด เขาไปปราบปรามยาเสพติด ตั้งด่านก็กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่เขาไม่มี งบประมาณในการดำเนินการต่าง ๆ เลย ผมอยากให้สิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด ถามว่าท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้านพอทราบไหมว่าใครค้ายาเสพติด พอทราบครับ แต่ในเมื่อเหตุการณ์ต่าง ๆ กฎหมายไม่ได้ให้ข้อที่เขาสามารถจะดำเนินการจับกุม ผมว่า ป.ป.ส. การตั้งผู้ช่วยเจ้า พนักงาน หรือบัตรเจ้าพนักงานกระจายลงไปถึงหน่วยงานที่ปกครองท้องถิ่นบ้าง เขาจะได้ ช่วยท่านเพื่อปราบปรามยาเสพติด แล้วอีกอันหนึ่งเงินพัฒนา เงินซีอีโอของท่านผู้ว่านี่ครับ อย่าทำแต่เรื่องพัฒนานักเลย พัฒนาที่คนก่อนครับ พัฒนาเรื่องปราบปรามยาเสพติดให้ หน่อยครับ ผมอยากให้แบ่งส่วนหนึ่งเพื่อปราบปรามยาเสพติด แล้วก็องค์กรท้องถิ่นต่าง ๆ ให้ปราบปรามยาเสพติดให้ชัดเจน กีฬาต่อต้านยาเสพติดก็เปลี่ยนเป็นนโยบายอย่างอื่นเพื่อ จะได้ปราบปรามยาเสพติดให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ผมให้กำลังใจ ป.ป.ส. ผมคิดว่าวันนี้ท่านก็ทำดีอยู่แล้ว แต่ยังไม่ดีพอ วันนี้ต้องทำให้ยาเสพติดหมดไปจากประเทศ แล้วหัวหน้าส่วนราชการจะต้อง รับผิดชอบในพนักงานของตัวเองที่ติดยาเสพติด กราบขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ🔗
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ และอาจารย์โรงเรียนสาธิต แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ🔗
ต่อไปท่านเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ท่านนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ และต่อด้วย ท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญท่านเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ก่อนครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย แลกเปลี่ยนซักถามต่อรายงานผลการ ดำเนินงานแก้ไขปัญหายาเสพติดของสำนักงานคณะกรรมการปราบปรามยาเสพติด ท่านประธานครับ ปัญหายาเสพติดทุกคนรู้ดีว่าเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทย แต่ถ้ามาดูห่วงโซ่ อุปทานของยาเสพติดเราแยกได้เป็นใหญ่ ๆ มีอยู่ ๓ กลุ่ม ก็คือกลุ่มผู้เสพ กลุ่มคนขาย แล้วก็กลุ่มผู้ผลิต รวมทั้งกลุ่มผู้คุมกฎ ในฐานะผู้เสพเราอาจจะ เรียกว่าเป็นเหยื่อหรืออาจจะเรียกว่าเป็นผู้ป่วย คนขายหลายคนอาจจะคิดว่าคนขายเป็น สาเหตุใหญ่ของปัญหา แต่จริง ๆ แล้วคนขายเป็นเพียงแค่เครื่องมือ ปัญหาที่เป็นต้นตอใหญ่ ก็คือผู้ผลิตและผู้คุมกฎหมายบ้านเมืองของรัฐ ๒ กลุ่มนี้เป็นทั้งผู้กระทำและผู้ได้รับ ผลประโยชน์ในห่วงโซ่อุปทานปัญหายาเสพติดครับ พอเรามาดูรายงานของสำนักงาน คณะกรรมการยาเสพติดมีทั้ง ๒ ฉบับ ดูรายละเอียดแล้วไม่ปรากฏคำว่า ทุจริตในรายงาน ฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตในด้านต่าง ๆ อะไรก็แล้วแต่ แม้ว่าต้นตอสาเหตุใหญ่ ๆ ก็คือเจ้าหน้าที่มีส่วนอย่างมากในการทำให้เกิดปัญหายาเสพติด แต่ในรายงาน ๒ ฉบับนี้ กลับไม่ปรากฏคำว่า แก้ไขการทุจริตในหน่วยงานของรัฐอยู่ในนี้ด้วย ในนโยบายทั้ง ๖ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการป้องกัน ปราบปราม ยึดทรัพย์ บำบัด สร้างความร่วมมือกับต่างประเทศ รวมทั้งเรื่องของการบริหารจัดการ ไม่มีด้านการจัดการปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในองค์กร สิ่งที่ผมอยากจะตั้งเป็นคำถามไปเลยนะครับ การดำเนินงานมันมีการเขียนรายงานว่า ได้ดำเนินการต่อข้อร้องเรียนหรือการแจ้งเบาะแสมานะครับ รับเรื่องร้องเรียนมาทั้งหมด ๑๕,๐๐๐ กว่าเรื่อง ดำเนินการไปแล้ว ๑๒,๐๐๐ กว่าเรื่อง คิดเป็นร้อยละ ๘๐ ในขณะที่กรณี มีการร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีทั้งหมด ๒๗๗ เรื่อง จับกุมลงโทษเพียง ๒๙ เรื่อง คิดเป็น ร้อยละ ๑๐ คำถามก็คือทำไมการดำเนินงานต่อเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกร้องเรียนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ถึงน้อยมากนะครับ🔗
คำถามที่ ๒ ก็คือมีการดำเนินการกับกลุ่มเครือข่ายค้ายา ๔๕๘ เครือข่าย คำถามก็คือว่าที่มีการปราบปราม มีการดำเนินการไปแล้ว เครือข่าย ๔๕๘ เครือข่ายเหล่านี้มี เจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องกี่เครือข่าย รวมทั้งอยากจะทราบจริง ๆ ด้วยว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็น เจ้าของเครือข่ายเหล่านี้เท่าไร ด้วยหรือไม่ เรื่องนี้ผมคิดว่าอย่ามาบอกว่าไม่รู้ คือมันรู้อยู่แล้ว ในฐานะผู้ปฏิบัติงาน ท่านมีเครือข่าย ท่านมีสายสืบแทรกซึมอยู่ทั่วทุกที่ทุกมุม ท่านรู้อยู่แล้ว🔗
คำถามที่ ๓ ก็คือสำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีแผนหรือนโยบายที่จะจัดการกับ เจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติดนี้หรือไม่ อย่างไร เพราะในรายงานไม่ปรากฏ ทีนี้ในอนาคตข้างหน้าซึ่งท่านก็รู้ดีอยู่แล้วว่าเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องในทุกระดับ ท่านจะ ดำเนินการอย่างไร ถ้าไม่ได้ดำเนินการส่วนนี้ไม่มีทางที่จะแก้ไขปัญหาได้นะครับ🔗
คำถามสุดท้าย ในระดับพื้นที่เพื่อน สส. ผมที่อยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฝากถามมาว่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นทั้งทางผ่าน จุดกระจายยาลงไปยังชุมชน และเป็นจุดกระจายยาในพื้นที่ภาคกลาง เป็นพื้นที่วิกฤตินะครับ พื้นที่วิกฤติเหล่านี้ไม่ได้มีแค่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีอีกหลาย ๆ พื้นที่มาก กรณีแบบนี้จะดำเนินการอย่างไรครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปครับ ท่านนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ เชิญครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน วันนี้ก็ขออภิปรายในประเด็น สำคัญที่เกี่ยวข้องกับมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะในมิติในการ ดำเนินงานในระดับชาติ แล้วก็รวมถึงสถานการณ์ยาเสพติดในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการแพร่ระบาดของยาเสพติด โดยการอภิปรายนี้จะประกอบ ไปด้วยในเรื่องของการพูดถึงการทำงานเชิงรุกในพื้นที่ แล้วก็ข้อเสนอที่จะนำเสนอให้กับ หน่วยงาน ป.ป.ส. นะครับ ก่อนอื่นผมขอชื่นชมการทำงานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดนะครับ ขอเริ่มต้นด้วยการชื่นชมท่าน ก็คือการทำงานของท่านนะครับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการ ปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดโดยการจับกุมแล้วก็ยึดของกลางจากกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ข้ามชาติที่เห็นอยู่มากมายทางหน้าสื่อนะครับ รวมถึงในเรื่องของการบำบัดและฟื้นฟูผู้ติด ยาเสพติดที่เป็นนโยบาย โดยการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูแล้วก็ใช้วิธีการบำบัดที่เหมาะสมนะครับ แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือในเรื่องของการสร้างการรับรู้ในพื้นที่ชุมชนด้วยการรณรงค์ แล้วก็ให้ ความรู้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของในสถานศึกษา ชุมชน เพื่อไม่ให้เยาวชนแล้วก็ประชาชนเข้าใกล้ ยาเสพติดนะครับ การดำเนินงานของ ป.ป.ส. ก็ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการช่วยลดปัญหา ยาเสพติดในระดับประเทศ แล้วก็ขอชื่นชมความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน อันนี้ผมจะขออนุญาตพูดถึงปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีนิดหนึ่งนะครับ โดยนนทบุรีก็ถือเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในการแพร่ระบาดของยาเสพติดนะครับ แล้วก็ ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอบางบัวทอง อำเภอไทรน้อย หรือแทบจะทั้งจังหวัด ก็จะเห็นข่าวในเรื่องของการจับกุมยาเสพติดบ่อย ๆ นะครับ ทีนี้อยากจะขอให้ทาง ป.ป.ส. มีมาตรการในการ ๑. เสริมสร้างเครือข่ายในการป้องกันยาเสพติดในชุมชน ให้มากกว่าที่เป็นอยู่นะครับ ควรจะมีการให้ความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงของยาเสพติด ในโรงเรียนและสถานศึกษาต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการ เผยแพร่ข้อมูลเพื่อให้รับรู้เป็นการทั่วกันนะครับ ๒. ก็คือในการสร้างเครือข่ายกับผู้นำชุมชน ซึ่งปัจจุบันอาจจะมีแค่บางพื้นที่ที่ได้รับร่วมโครงการนี้นะครับ ก็อยากจะปูพรมให้จังหวัด นนทบุรีทุกพื้นที่มีการสร้างเครือข่ายผู้นำชุมชน เพื่อตั้งเป็นเครือข่ายป้องกันปัญหายาเสพติด ในชุมชนรวมถึงองค์กรภาคประชาสังคมนะครับ การปราบปรามยาเสพติดแล้วก็ในเรื่องของ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ก็คือควรจะเสริมสร้างมาตรการในการตรวจสอบ การขนส่งยาเสพติดโดยใช้เทคโนโลยี แล้วก็ติดตามการตรวจจับลักลอบขนส่งยาเสพติด นะครับ ซึ่งปัจจุบันผมคิดว่าทางเจ้าหน้าที่ก็อาจจะใช้ในเรื่องของสายสืบแล้วก็เรื่องของ เขาเรียกว่า ทางตำรวจอย่างเดียวนะครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะขอให้ท่านทบทวนแล้วก็ทำให้มันแข็งแกร่งขึ้น นิดหนึ่งก็คือการสร้างการฟื้นฟูบำบัด และการบำบัดผู้ติดยาเสพติด ก็คือการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟู ในจังหวัดให้มากขึ้น ปัจจุบันคงมีอยู่แต่ว่าอาจจะไม่ได้เพียงพอนะครับ ก็คืออยากจะขอให้ ท่านปรับปรุงแล้วก็ตั้งศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติดในจังหวัดนนทบุรีเพื่อให้บริการแก่ผู้ที่ต้องการ ฟื้นฟูทางด้านกายแล้วก็จิตใจนะครับ อีกอย่างหนึ่งนะครับ หลังจากที่เขาติดยาเสพติด เสร็จแล้วนะครับ หลังจากนั้นชีวิตของเขาก็จะต้องมีการสร้างงานแล้วก็สนับสนุนอาชีพ ก็คือควรจะสร้างโครงการฝึกอบรมอาชีพ ฝึกอบรมอาชีพนี้ก็คือต้องเป็นอาชีพที่ทันสมัย แล้วก็เท่าทันเทคโนโลยีปัจจุบันนี้ให้แก่ผู้ติดยาเสพติดเพื่อให้เขาสามารถกลับมาสู่สังคม ได้อย่างมีคุณภาพและไม่เป็นภาระสังคมต่อไปนะครับ แล้วก็ในเรื่องของการสร้างระบบ ติดตามแล้วก็การประเมินผลผู้ที่บำบัดนะครับ โดยมีการติดตามผลการดำเนินงานต่าง ๆ เพื่อประเมินโครงการหรือปรับปรุงมาตรฐานต่อผู้ติดยาเสพติดนะครับ ข้อเสนอแนะที่ผมจะ พูดเพิ่มเติมก็คืออยากจะขอให้มีการสนับสนุนงบประมาณให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการ พัฒนาความสามารถแล้วก็ตรวจสอบปราบปรามยาเสพติดนะครับ สร้างโปรแกรมฟื้นฟู ในชุมชนที่สนับสนุนการสร้างอาชีพแล้วก็ฝึกทักษะที่ผมได้กล่าวมา สรุปก็คือการแก้ไขปัญหา ยาเสพติดเป็นภารกิจที่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับ นานาชาติ การบูรณาการร่วมกันทำงานในหน่วยงานต่าง ๆ ควรจะใช้เทคโนโลยีที่มันมี ความทันสมัยแล้วก็พัฒนาเพิ่มขึ้นนะครับ แล้วก็เหมาะสมที่จะต่อสู้กับยาเสพติด ที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน อย่างไรผมหวังว่าเราจะสามารถร่วมมือกันสร้างสังคมที่ปลอดภัย จากยาเสพติดได้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณมากครับ ท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน กระผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย เพื่อที่จะรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานภายใต้ นโยบายและแผนระดับชาติ ในการปราบปรามป้องกันในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี ๒๕๖๖ ของ ป.ป.ส. ตอนนี้ก็ปี ๒๕๖๗ และปี ๒๕๖๘ ผมวาดหวังว่าในปีต่อ ๆ ไปผลงาน ต่าง ๆ ของพวกท่านน่าจะมีตัวเลขที่ดีกว่านี้ ท่านประธานครับ ผมดูในส่วนที่ ๓ ในรายงานฉบับนี้บอกเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านป้องกัน และปราบปรามด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดของ ป.ป.ส. มีทั้ง ๖ มาตรการ และในการ แก้ไขปัญหายาเสพติดครับ ขออนุญาตยกตัวอย่าง มาตรการในการป้องกันยาเสพติด ป.ป.ส. เน้นไปสร้างความรู้ให้แก่เยาวชน สถานศึกษาหรือแม้แต่ตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้มีการ บรรจุหลักสูตรคณะนิติศาสตร์บรรจุในเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องกฎหมายยาเสพติด เพื่อให้ พี่น้องลูกหลานของเราในระดับปริญญาตรีได้ศึกษา มาตรการอีกทางหนึ่งที่กระผมเห็นว่า มีความสำคัญในการป้องกันยาเสพติด ก็คือป้องกันในกลุ่มของผู้ใช้แรงงานไม่ว่าจะเป็น แรงงานที่อยู่ในอุตสาหกรรมก็ดี แรงงานเกษตรก็ดี แม้กระทั่งแรงงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการ ก่อสร้างนะครับ แรงงานที่ผู้ใช้แรงงานจริง ๆ ท่านประธานครับ กลุ่มผู้ใช้แรงงานกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดที่มีการใช้ยาเสพติด ทั้งยาบ้า กัญชา สารระเหย กระท่อม เพราะกลุ่ม ผู้ใช้แรงงานมีการใช้ยาเสพติดเพื่อเป็นการกระตุ้นประสาท เขามีความเชื่อครับว่าถ้าหาก ทำงานมาเรื่อย ๆ จะกระตุ้นด้วยการใช้ยาเสพติดมันจะมีแรงในการทำงานต่อไป อดทน ได้นาน บางคนใช้ยาเสพติดเป็นการฝืนร่างกายที่มีความอ่อนแอ ฝืนร่างกายที่ป่วยพักผ่อน ไม่เพียงพอใช้ยาก็สามารถทำงานได้ พอเสพไปเสพมาก็เป็นบ้าไปเลยครับ บางคนครับ ท่านประธานติดยาเสพติดเพราะสภาพการทำงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่อง Furniture เรื่องทาสี งานซ่อมรถยนต์ งานพวกนี้ต้องอยู่กับสารเสพติดตลอดเวลา พวกทินเนอร์ พวกอะไรต่าง ๆ พวกนี้พวกสารระเหยนานเข้า ๆ ก็กลายเป็นอยากเสพนะครับ ซึ่งในรายงานฉบับนี้ ป.ป.ส. รายงานว่ามาตรการป้องกันยาเสพติดในกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ป.ป.ส. ได้สนับสนุนเครื่องทดสอบ ยาเสพติดจำนวน ๕๐,๐๐๐ ชุด ให้กรมสวัสดิการและกรมคุ้มครองแรงงาน มีการรณรงค์ สร้างสื่อเพื่อเป็นการป้องกันผู้ใช้แรงงานรับรู้และรับโทษยาเสพติดครับท่านประธาน มีโครงการให้กับผู้เสพติดคืนคนดีสู่สังคมอีกมากมาย มีการรณรงค์ต่าง ๆ เยอะแยะไปหมด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีการเล่นกีฬา ทั้งกีฬาตั้งแต่ปีใหม่ สงกรานต์ ตรุษจีน เล่นกีฬา ทั้งโรงเรียน ทั้ง อบต. อบจ. เทศบาลอะไรต่าง ๆ หน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้ได้มีการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์แต่ก็ไม่ได้ผลครับ ท่านประธานครับ ตัวกระผมคิดว่ามาตรการพวกนี้ดีไหม ผมว่าก็ดีนะแต่ไม่ดีทั้งหมด รณรงค์มาเท่าไร ๆ ยาเสพติดก็เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ๆ จนถึง ปัจจุบันนี้ ท่านประธานครับ จากสำนักสถิติแห่งชาติรายงานว่าปี ๒๕๖๖ ประเทศไทย มีประชากรวัยแรงงานตั้งแต่ ๑๕ ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นวัยแรงงาน จำนวน ๕๘ ล้านคนเกือบ ๖๐ ล้านคน ที่ยังไม่นับรวมแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาแบบผิดกฎหมายอีกหลายล้านคนนะครับ การที่ ป.ป.ส. แจกชุดตรวจเพียง ๕๐,๐๐๐ ชุด มันไม่เพียงพอหรอกครับ ผมว่าไม่เพียงพอ ๕๐,๐๐๐ ชุดกับคนนับล้าน ๆ คน ที่จะให้กับผู้ใช้แรงงาน แล้วมาตรการในการที่จะสร้างสื่อ เพื่อประชาสัมพันธ์ยาเสพติดก็เหมือนกันครับ ป.ป.ส. ไม่ได้มีตัวชี้วัดแล้วไม่มีรายงาน ผลสำเร็จและใช้สื่อเพื่อป้องกันปัญหายาเสพติดในกลุ่มผู้ใช้แรงงาน กระผมคิดว่ามาตรการนี้ จะป้องกันยาเสพติดได้จริง ๆ นะครับถ้าหากว่ามีการดำเนินอย่างนี้ ดังนั้นในประเด็นนี้ กระผมอยากจะขอให้ ป.ป.ส. เพิ่มงานแบบเข้มข้นในการแก้ไขปัญหายาเสพติด🔗
ประการที่ ๒ คณะรัฐมนตรีมีข้อสังเกต มีข้อกังวลอีกอย่างหนึ่งก็คือเสพติด สังเคราะห์นะครับ Happy Water ที่ตอนนี้กำลังเป็นภัยคุกคามสังคมอย่างมาก Happy Water เอายาสูตรเดิม ๆ มาผสมให้มันกินง่าย ให้มันดื่มง่าย ก็คือยาอี ยาเค ยานอนหลับ สังเคราะห์ให้เป็นยาสีขาว แล้วเอามาบรรจุในซองผลิตภัณฑ์และดื่มง่าย ๆ นะครับ ผสมน้ำก็ดื่มได้เลย เกลือแร่ ทำให้ พกพาได้ง่าย เพราะฉะนั้นประเด็นตรงจุดนี้มันก็เป็นประเด็นหนึ่งที่เราจะต้องมีวิธีการในการ ป้องกันแล้วก็เอามา มันแทรกซึมมา เพราะฉะนั้นยาบ้ามันก็เป็นเม็ด ๆ ข้ามมาแต่มันมาผสม ในตรงนี้เพื่อที่เด็กเยาวชนมันจะมีปัญหานะครับ ท่านประธานครับ เราต้องบูรณาการร่วมกัน ป.ป.ส. อย่างเดียวไม่ได้ ป.ป.ส. ก็คือ ป.ป.ส. นั่นล่ะครับก็มารายงานให้พวกเราได้ทราบ คนที่จะทำงานจริง ๆ ก็คือ ๑. เจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งกำลัง แต่งตั้งต้องเอาจริงเอาจัง อันนี้คนผู้ถืออาวุธ คำว่า ผู้ถืออาวุธ ก็คือกฎหมายนั่นล่ะ ประการที่ ๒ ก็คือฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทยก็คือผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้า ระหว่าง ผู้ว่าราชการจังหวัด รองลงมาผู้กำกับกับนายอำเภอ รองลงมาก็ว่ากันเอาจริงเอาจัง พี่น้อง ประชาชนรู้ดีว่าใครค้ายาบ้า ใครเป็นผู้ส่งยาบ้า ใครอะไรต่าง ๆ กำนันผู้ใหญ่บ้านทุกอย่างต้อง เอกซเรย์ทุกพื้นที่ พวกนี้ก็ต้องรายงานให้ ป.ป.ส. ได้รับทราบ ป.ป.ส. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลัก จะต้องรู้ ป.ป.ส. ไม่มีทางหรอกครับบุคลาการมีแค่นี้ ไม่มีทางในการที่จะทำงานได้ ทุกหน่วยงานเดี๋ยวนี้พยายามในการที่เร่งรัดอย่างเต็มที่ เพราะคนมากมันทำอะไรได้หมด เมื่อ ๒ วันก่อนยายบ้านั่นก็ไปเขวี้ยงพุทราขึ้นบนเวทีปราศรัย ก็สอบประวัติแล้วก็บอกว่า เคยถูกจับยาเสพติดมา ๑๒๒ เม็ด ก็เห็น ๆ กันอยู่ พวกนี้มันไม่กลัวอะไรครับ เดี๋ยวนี้ถ้าท่าน ประธานเดินไปตามไม่รู้ว่าอ่างทองมีหรือเปล่าครับ เดินไปตามหมู่บ้านจะมีคนบ้าไม่ต่ำกว่า ๑ หมู่บ้านที่ถอดเสื้อผ้าแล้วก็เดิน เดินอยู่ตามหมู่บ้าน พวกนี้ถ้าเดินเฉย ๆ ไม่เป็นไรครับ แต่ถ้าหากว่าเผาบ้านเผาเรือน เผาอะไรต่าง ๆ พวกนี้มันทำได้หมดครับ ปัญหาเรื่องไฟไหม้ป่า ก็เหมือนกัน พวกบ้านี่ล่ะมันเป็นบ้า มันไม่รู้เรื่องรู้ราวหรอก ไฟไหม้อ้อยที่เป็นข่าวเยอะแยะ อย่างนี้มันก็มาจากพวกบ้านี่เช่นกันครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ไม่ต้องพูดเลยครับเราจะมีวิธีแก้แบบไหนที่ตรงจุด มีกระบวนการแบบไหน ผมขอเสนอแนะ นิดหนึ่งก่อนจบนะครับ ต้องให้ฝ่ายปกครองร่วมกับตำรวจจัดพี่น้องประชาชน จัดงบประมาณ แต่งชุด อปพร. หรือแต่งชุดปราบยาเสพติด เขาเรียกว่าอาสาสมัคร ป.ป.ส. จังหวัดสมมุติว่า อุดรธานีเอากันสัก ๓๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ คน ทุกหมู่บ้านเหมือน อสม. เลยครับ ท่านประธานครับ เอากันเลยแต่งชุดโก้ ๆ พวกนี้จะเป็นตัวที่จะเอกซเรย์ให้กับพวกเรา โดยให้กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดงบประมาณบูรณาการ ไม่ต้องไปจัดพริก เขือ เกลือ ปลาร้า จัดงบประมาณไม่รู้ไปทำอะไรบ้าง ไปขุด ไปรอก ขุดแล้วขุดอีก ทำโน่นทำนี่ กินบ้านกินเมือง โกงกัน ต้องทำอย่างนี้ครับ ท่านประธานเพราะฉะนั้นถ้าพูดแล้วมันเริ่มมีอารมณ์ ต้องขออนุญาตด้วยในเรื่องอย่างนี้กับข้าราชการพวกนี้ พี่น้องแล้วก็ท่านที่เป็น ป.ป.ส. ที่อยู่ตรงนี้ก็รับฟังเป็นเสียงสะท้อนจากพวกผมที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีความกดดัน มากครับ เวลาออกไปพื้นที่หรือใครปราศรัยที่ไหนอะไรก็แล้วแต่ สิ่งที่พี่น้องประชาชน ต้องการมากที่สุดกว่าอื่นใด จะให้ทำอะไรบอกรัฐบาลชุดนี้ บอกว่าปราบปรามยาเสพติด ให้ราบคราบก็เพียงพอแล้วครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนเมืองพัทยา ๑๑ มัธยมสาธิต พัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรีครับ ยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไป ๓ ท่านนะครับ ท่านองค์การ ชัยบุตร ท่านณกร ชารีพันธ์ และสุดท้ายนะครับท่านฐิติมา ฉายแสง เชิญท่าน องค์การ ชัยบุตร ก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ มุกดาหารส่งเข้าประกวด ท่านประธาน ต่อกรณีรายงานของสำนักงาน ป.ป.ส. ผมเองก็ได้เคยร่วมแสดงความคิดเห็นตั้งรอบ ๒ รอบแล้ว ก่อนอื่นยินดีที่สถิติการจับกุมของท่านมันเพิ่มขึ้น ผมเองไม่ได้ดูในเอกสาร ที่ท่านทำมาเท่าไร แต่ฟังรายงานท่านก็เห็นว่าท่านเองก็มีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหา ที่สภาเคยให้คำแนะนำไปรอบ ๒ รอบแล้ว แต่เที่ยวนี้ผมก็ยังเห็นท่านไม่ได้ทำเองหรืออาจจะ มีหน่วยงานอื่นมาร่วมด้วย เช่น ว่า ป.ป.ส. ที่มีกำลังจากตำรวจหรือฝ่ายปกครอง มันลดน้อยลง อาการนี้น่าเป็นห่วงท่านประธาน ผมเคยเสนอว่าทำไม ป.ป.ส. เองไม่ทำองค์กร องคาพยพตัวเองที่มีบทบาทปราบปรามที่มันพอเพียง โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติดที่มันเพิ่มขึ้น การจับกุมก็เพิ่มขึ้นนะท่านประธาน แต่ปริมาณยามันก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เรียกว่า อุปสงค์ อุปทานตาม ๆ กันไปไม่มีวันสิ้นสุด ปัญหามันจะเพิ่มมากขึ้นแล้วท่านมีทรัพยากรในหน่วย ที่น้อยลง ท่านจะปราบอย่างไรมันก็ปราบไม่ทันหรอกเพราะว่าปริมาณมันเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้น แล้วกระบวนการองคาพยพหน่วยงานราชการที่บูรณาการกับท่าน ผมไม่มั่นใจว่าบางหน่วย มีความตั้งใจที่จะทำให้ยาเสพติดหมดสิ้นไปด้วยหรือไม่ เพราะว่า ๑. ชายแดนบ้านผม มุกดาหาร นครพนม อุบลราชธานีมันติดน้ำโขงตั้งแต่เชียงรายลงมา ขบวนการจับได้แต่ละที มันไม่ใช่ทีละแสนนะท่านประธาน มันทีละครึ่งล้านแล้ว ผมเองก็ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมบางช่วง มันลดลง แต่บางช่วงมันเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะท่านประธาน ไม่ทราบว่าจะกระทบใครบ้าง เพราะว่า ๑. ช่วงเลือกตั้งการเมืองทุกระดับมันจะเพิ่มขึ้น ไม่ทราบว่าเงินส่วนหนึ่งเอามาสู่กระบวนการเลือกตั้งด้วยหรือเปล่า อันนี้ผมสังเกตมา หลายรอบแล้ว แล้วก็เห็นข่าวบอกว่าบางทีโดนจับกุมไป ก็ออกข่าวบอกว่าหาเงินไปเตรียม เลือกตั้งตรง ๆ อย่างนี้นะท่านประธาน อย่างนี้จะทำอย่างไร ถ้าท้องที่ ท้องถิ่น ผู้มีส่วน เกี่ยวข้องไม่ดูแลอย่างตรงไปตรงมา ท่านเปิดช่องว่างให้กันด้วยหรือไม่อันนี้คือส่วนหนึ่งที่ถาม ไป ในส่วนที่ปลายน้ำผมไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไร เพราะว่า ๑. ใช้งบประมาณไปเยอะเท่าไร มันก็ไม่สำเร็จ ไม่บรรลุผล แต่กระบวนการต้นน้ำต้องตัดต้นตอต่าง ๆ ให้เรียบราบ ๑. นโยบายรัฐต้องชัดเจน ต้องกล้าที่จะกระทำกับคนที่อยู่ในส่วนของผู้มีส่วนร่วมที่จะทำให้ กระบวนการนี้ลดลงด้วย ก็ไม่ขอเสนอแนะอะไรมากก็ให้กำลังใจท่าน แต่ก็อยากเห็นว่า ปริมาณจับกุมเพิ่มขึ้น ปริมาณผลิตยาการนำเข้า การลักลอบเข้าตามลำน้ำโขงหรือตาม ช่องทางธรรมชาติต่าง ๆ ลดน้อยลงก็น่าจะดีขึ้น เพราะว่าเด็กทุกวันนี้ที่บ้านผมก็เอะอะ อาละวาด พ่อแม่ก็อยู่ในอันตรายด้วย เพราะว่า ๑. บ้านเมืองเด็ก ๆ ทุกวันนี้มันอันตราย วัน ๒ วันผมลงพื้นที่ก็เห็นเขาอาละวาดกัน ก็วิ่งไล่จับกัน อสม. คุมประพฤติตัวหนึ่ง ตัวคุม ประพฤติรับงานมาก ๆ เลย ท่านประธานเยอะมากเลย ขอบคุณมากท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณกร ชารีพันธ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ณกร ชารีพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคประชาชน วันนี้ขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายรายงานแสดงความคิดเห็นเล็กน้อยของรายงาน ป.ป.ส. ก่อนอื่นเลยก็ขอ ชื่นชมเจ้าหน้าที่แล้วก็ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อสกัดกั้นป้องกัน ยาเสพติดรวมไปถึงยึดทรัพย์พ่อค้ายาต่าง ๆ แต่ผมว่าการแก้ไขปัญหายาเสพติดลำพัง แค่ ป.ป.ส. อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ต้องอาศัยหน่วยงาน อาศัยจุดมุ่งหมายในการแก้ไข จริง ๆ รวมไปถึงการแก้ปัญหาคอร์รัปชันด้วย ผมขอตั้งคำถามอยู่ทั้งหมด ๓ ประเด็น ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
นี่คือปัจจุบันนะครับ แก๊งยาเสพติด ใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ในการลักลอบขนยาเสพติดไม่ว่าจะเป็นใช้ Drone ในการขนยา ข้ามแม่น้ำโขง จังหวัดมุกดาหารก็เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีการจับยาเสพติดได้เยอะพอสมควร แต่ก็ยังไม่สามารถป้องกันได้สักที ผมจึงอยากถามไปว่า ป.ป.ส. มีแนวทางการใช้เทคโนโลยี ในการสกัดกั้นป้องกันยาเสพติดในบริเวณชายแดนได้อย่างไร ไม่ว่าการใช้กล้องวงจรปิด การใช้เครื่อง Anti Drone ท่านมีการตั้งงบประมาณไว้หรือไม่ คำถามที่ ๑ นะครับ สไลด์ ถัดไปครับ🔗
คำถามที่ ๒ ปัจจุบันนี่เป็นงานวิจัยนะครับท่านประธาน งานวิจัยของ จุฬาลงกรณ์ทำงานร่วมกันกับ สสส. ว่ากัญชานำไปสู่ยาเสพติดชนิดอื่นหรือไม่ และที่สำคัญ งานวิจัยฉบับนี้ผมอยากให้ ป.ป.ส. ไปอ้างอิงคุยกับรัฐบาลเลยนะครับว่าต้นทุนปี ๒๕๖๕ ที่เราต้องใช้ในการบำบัดผู้ป่วยจิตเวชอยู่ที่ ๒๑,๐๐๐ ล้านบาทนะท่าน มีคนบอกว่าถ้าปลูก กัญชาแล้วเกษตรกรจะร่ำรวย ร่ำรวยไม่รู้ล่ะครับ แต่ปลูกกัญชาปีนี้เราใช้งบประมาณในการ แก้ไขปัญหาผู้ป่วยจิตเวช ปีหนึ่ง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมอยากรู้ว่า ป.ป.ส. มีแนวทาง แก้ไขปัญหากัญชานำไปสู่ยาเสพติดชนิดอื่นอย่างไรครับ🔗
คำถามถัดไปครับ นี่ครับท่านประธานข่าวนี้รวบพ่อค้ายาเสพติดยึดเจ้าเพชร ควายงาม ฟอกเงินโดยการใช้การซื้อควายงามนะครับ ผมอยากถามไปที่ ป.ป.ส. ว่าปัจจุบัน ท่านมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาการยึดทรัพย์และการฟอกเงินของยาเสพติด และเครือข่าย ต่าง ๆ ได้อย่างไรบ้าง จังหวัดมุกดาหารผมเป็นจังหวัดที่น่าสนใจอยากให้ท่านไปดูนะครับว่า ฟอกเงินได้หลายวิธีมาก พยายามอยากมีอำนาจในการเข้ามาเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชน อย่างไรปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ แล้วก็อยากให้กำลังใจ ป.ป.ส. และส่งกำลังใจไปที่ รัฐบาลว่าอยากให้ท่านเอาจริงเอาจังจริง ๆ ครับ จังหวัดมุกดาหารก็เป็นจังหวัดหนึ่ง ที่ประสบปัญหายาเสพติดมากครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านสุดท้าย ท่านฐิติมา ฉายแสง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขออภิปรายในเรื่องเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด จากรายงานผลการ ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการภายใต้นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการป้องกัน ปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ แล้วก็ผลการดำเนินงาน ของ ป.ป.ส. สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของหน่วยงานต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหานี้ ทั้งใน ด้านการปราบปราม การบำบัด แล้วก็การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่อย่างไร ก็ตามตัวเลขก็ดี สถิติก็ดี รวมทั้งข่าวคราวที่พวกเรานั้นรับรู้อยู่จะเห็นได้ว่าปัญหายาเสพติด มันไม่ได้ลดลงไปเลย มันยังคงมีอยู่แล้วก็มีความจำเป็นที่เราต้องกลับมาทบทวนกันว่า แนวทางที่ใช้อยู่นั้นมันเพียงพอหรือเหมาะสมแล้วหรือยังนะคะ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อ ๒๐ ปีก่อนนี้เราจะเห็นว่าประเทศไทยเราเผชิญกับปัญหายาเสพติดอย่างรุนแรง แล้ววันนี้ปัญหายาเสพติดหรือปัญหาเดียวกันนี้มันยังคงอยู่ในรูปแบบเดิมค่ะ ชุมชนยังคงเต็ม ไปด้วยผู้ค้ารายย่อย ผู้เสพ แล้วก็เยาวชนที่ถูกดึงเข้ามาในวงจรนี้อยู่นะคะ เมื่อวานนี้เอง ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากประธานชุมชนคนหนึ่ง เขาก็บอกว่าท่าน สส. ครับ ทำอย่างไร เราถึงจะปราบยาเสพติดในชุมชนให้มันหมดไป สิ้นซากไปเสียทีหนึ่งครับ ดิฉันคิดว่า เสียงสะท้อนนี้ไม่ใช่มาจากชุมชนเดียวหรอก แต่ว่ามันเป็นคำถามที่เขาถามมาจากคน ทั้งประเทศเลยทีเดียวก็ว่าได้ ซึ่งดิฉันเชื่อมั่นว่าพวกเราก็ดีไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน หรือว่าเป็นประชาชน หรือเป็นพ่อแม่ผู้ปกครองผู้ที่กำลังเผชิญกับลูกหลานที่อยู่ในสภาพที่ ซูบผอม หรือปากเป็นสีม่วงเลยด้วยซ้ำนี่ พวกเราทุกคนย่อมต้องการที่จะกำจัดยาเสพติด ให้หมดไป ดังนั้นดิฉันจึงอยากจะหยิบยกตัวอย่างถึงความสำเร็จในอดีต ที่ครั้งหนึ่งที่ท่านดอกเตอร์ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะคะว่าท่านทำคุณงาม ความดีไว้ นั่นก็คือท่านเน้นค่ะ เน้นย้ำถึงการตัดต้นตอของปัญหายาเสพติดซึ่งมันเป็นการ ทำลายแหล่งผลิตแล้วก็ปราบปรามเครือข่ายผู้ค้า ซึ่งทำให้ปริมาณยาเสพติดในประเทศนั้น ลดลงอย่างเห็นผลได้ชัดเจน เมื่อเร็ว ๆ นี้ท่านได้กล่าวไว้ในการหาเสียง บนเวทีปราศรัย หาเสียงนะคะ ท่านกล่าวว่ายาเสพติดเป็นปัญหาหนักสุดของประเทศหลังจากที่ตน ถูกรัฐประหาร ทุกอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม พ่อค้าทั้งหลายก็กลับมาสนับสนุน กระบวนการ แต่วันนี้หากพ่อค้าคนใดยังไม่เลิกค้ายาก็ขอให้รู้ไว้เลยว่า ทักษิณกลับมาแล้ว และจะทำให้การปราบปรามยาเสพติดนั้นเป็นภารกิจแรก คำพูดนี้ดิฉันคิดว่ามันสะท้อน ถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจจริง ๆ ที่ชัดเจนของดอกเตอร์ทักษิณนะคะ ที่ท่านต้องการที่จะทำให้ ปัญหายาเสพติดนั้นมันหมดไปจากสังคมไทย ในส่วนนี้ดิฉันอยากที่จะแทรกถึงคำพูดเพิ่มเติม ของท่านทักษิณเกี่ยวกับการตัดกระแสไฟฟ้าค่ะท่านประธาน ซึ่งเดิมทีท่านเสนอเรื่องการ ตัดกระแสไฟฟ้าเพื่อแก้ปัญหา Call Center ท่านก็กล่าวว่าการตัดไฟฟ้าในพื้นที่ฐาน ปฏิบัติการจะช่วยกดดันเครือข่ายเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวทางเดียวกันนี้สามารถ นำมาใช้กับเรื่องการปราบปรามยาเสพติด ดิฉันขอเสนอตรงนั้นนะคะ โดยการตัดกระแสไฟฟ้า ในพื้นที่แหล่งผลิต คือชายแดนไทย-เมียนมา จะสามารถขัดขวางการดำเนินการของเครือข่าย ผู้ค้ายาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพดิฉันเชื่อมั่นอย่างนั้น เชื่อว่าการตัดไฟเปรียบเสมือนการ ยิงกระสุนนัดเดียวได้นก ๒ ตัว เพราะว่าสามารถแก้ปัญหาได้ทั้งเรื่อง Call Center แล้วก็ เรื่องยาเสพติดในเวลาเดียวกัน สำหรับการบำบัดรักษาดิฉันก็สังเกตว่าเราไม่มีสถานที่ บำบัดรักษาในทุก ๆ จังหวัด จะเห็นว่าหลายคนจะรู้สึกว่าถ้ามีสถานบำบัดแล้วก็มีการ ประสานงานกับกระทรวงกลาโหมใช้ค่ายทหารเป็นสถานที่ในการบำบัด ดิฉันเชื่อมั่นว่า สถานที่ของทหารนี้จะเป็นที่ ๆ เหมาะสมที่สุดนะคะ อยากที่จะให้ทุก ๆ จังหวัดได้มีการแก้ไข แน่นอนทุกจังหวัดไม่ได้มีค่ายทหาร แต่ที่ใดมีค่ายทหารได้โปรดให้ความช่วยเหลือเถอะค่ะ ดิฉันเชื่อมั่นว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ แล้วก็คิดว่าพ่อแม่ผู้ปกครองหรือผู้ที่มีลูกหลาน ติดยาเสพติดอยู่จะรู้สึกอุ่นใจแล้วก็สบายใจ เหมือนอย่างที่คนบึงกาฬเขารู้สึกอบอุ่นใจ สบายใจ ตามที่ท่าน สส. นิพนธ์ คนขยัน ท่านได้พยายามเหลือเกินที่จะให้มีที่ ๆ จะบำบัดรักษาซึ่งท่าน ก็ประสบความสำเร็จด้วย สรุปแล้วท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าบทเรียนนี้ทั้งอดีตแล้วก็ แนวทางใหม่เราควรที่จะมานึกถึงว่าเราจะต้องทำอย่างไรบ้าง การตัดไฟฟ้าดิฉันยังคง ยืนกรานอยู่ แต่ก็ต้องเรียนถามทางท่านผู้มาชี้แจงว่าทำได้หรือไม่ อย่างไรในการตัด กระแสไฟฟ้าเพื่อให้ยุติตรงนี้ ในขณะเดียวกันเรื่องที่จะให้อนาคตของลูกหลานเรานั้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ให้มีปัญหายาเสพติดกันต่อไป และปัญหายาเสพติดในปี ๒๕๖๘ ต้องไม่ใช่ภารกิจแค่เพียงของรัฐบาล แต่ต้องเป็นภารกิจของสังคมไทยทั้งหมดทุกคนด้วยการ สร้างอนาคตที่ปลอดภัยให้กับคนรุ่นต่อไปของเราค่ะ ขอบพระคุณค่ะประธาน🔗
ขอบคุณมากครับ เป็นอันหมดผู้ซักถามแล้วนะครับ🔗
ท่านประธาน ผมใช้เวลาประมาณ ครึ่งนาทีครับท่านประธาน นิดเดียวครับ พอดีประเด็นสำคัญครับ🔗
เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่า พื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับรายงานฉบับนี้ แต่สิ่งที่ผม อยากจะฝาก ป.ป.ส. เพื่อที่จะไปจัดทำแผนร่วมกับหลายส่วนหน่วยงาน เมื่อ ๒ วันที่แล้วครับ ท่านประธาน คือแถลงการณ์ของรัฐบาล เพื่อนบ้านเรานี่ครับ รัฐบาลเมียนมาชัดเจน สำนักข่าวอิรวดีก็ลงมาว่าประเทศเพื่อนบ้านและกลุ่มต่อต้าน เป็นผู้สนับสนุนกลุ่มอาชญากรรม ไม่ว่า Call Center Scammer รวมถึงกลุ่มที่ผู้ผลิตยา เสพติด เพราะฉะนั้นเป็นข้อกล่าวหาประเทศไทยที่ร้ายแรง สิ่งที่ผมอยากจะฝากกับท่าน ป.ป.ส. เรื่องนี้ผมคิดว่าผมได้ประชุมกรณีเรื่องเราจ่ายไฟฟ้าให้กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะที่แม่สายมันเป็นการทำสัญญาของการไฟฟ้ากับกลุ่มบริษัท และที่สำคัญก็คือ พอสถานการณ์ความขัดแย้งภายในประเทศเพื่อนบ้าน แล้วอยู่ ๆ ก็มีแถลงการณ์ออกมา อย่างนี้ว่าประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งหมายถึงไทยนี่ละครับว่าเป็นผู้สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการโทรคมนาคม ด้านอินเทอร์เน็ต ด้านไฟฟ้า ผมเข้าใจว่าตอนนี้เรามีหลายจุดมาก ในประเทศรอบบ้านที่เราขายไฟฟ้าให้เขา สิ่งที่เกิดขึ้นผมคิดว่าข้อมูลชุดนี้ อยากจะฝาก ป.ป.ส. ร่วมกับสภาความมั่นคง ร่วมกับหน่วยข่าวกรอง การไฟฟ้าและกระทรวงการ ต่างประเทศ ผมคิดว่าได้เอาข้อมูลนี้ในการพิจารณาเพื่อที่จะทำแผน ถ้าเราสกัดพื้นที่ในแหล่ง ผลิตได้ผมคิดว่ากระบวนการจัดการภายในก็จะเบาลง แล้วเราก็ทราบดีอยู่แล้วในอดีต ที่ผ่านมาที่ทำได้ก็คือเราจัดการที่ต้นทางฝ่ายผลิต ท่านประธานครับ เรื่องนี้สำคัญนะครับ เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย การที่มีการกล่าวหาเราแบบลอย ๆ หรือว่า จะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้อง เรื่องนี้อยากจะฝาก ป.ป.ส. ช่วยเอาประเด็นนี้ไปพิจารณา ในแผนงานด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญทาง ป.ป.ส. ได้ตอบข้อซักถามของท่านสมาชิกครับ เชิญครับ🔗
ต้องกราบเรียนแล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ให้ความเห็นทั้งหมด ๑๑ ท่าน แล้ว ๑ ท่านขอเป็นความเห็นนอกรอบส่วนตัว ยินดีนะครับ ทั้ง ๑๑ ท่าน ทุกคำถามมีประโยชน์ ป.ป.ส. จะนำไปปรับแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับบริบท ของปัญหา ผมขออนุญาตตอบอาจจะตอบได้ไม่ทั้งหมด เพราะว่าประเด็นคำถามมีหลายเรื่อง จะตอบหลัก ๆ และทำความเข้าใจร่วมกัน แล้วก็จะขอความร่วมมือ ขอความอนุเคราะห์ ผมยืนยันอีกครั้งว่าสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับส่วนราชการตามแผนบูรณาการ ๒๘ หน่วยงาน ข้าราชการระดับจังหวัด อำเภอ ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงไปจากปีงบประมาณ ๒๕๖๖ มาก ปี ๒๕๖๖ เป็นการใช้กฎหมายใหม่ได้ ๑ ปี คือยกเลิกกฎหมายเก่า ๗ ฉบับ รวมเป็นประมวล กฎหมายยาเสพติด ปี ๒๕๖๔ มีผลบังคับใช้ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป อันนี้ผมยอมรับนะครับว่า กระบวนการยกเลิกกฎหมาย ยกเลิกบางเรื่อง เช่น การบังคับบำบัดเรายกเลิกแล้วรวมเป็น มาตรา ๑๑๔ ความผิดต่อเจ้าพนักงาน อันนี้เป็นเรื่องที่ตัวเลขบางอย่างท่านจะเห็นว่า ปี ๒๕๖๖ เดี๋ยวผมจะวิเคราะห์ให้ท่านฟังโดยสรุปที่ท่านถาม ผมขอเกริ่น ๓ เรื่องก่อนนะครับ ว่าโลกเราปัญหาตอนนี้มันมี ๓ เรื่อง ก็คือ ๑. ในพื้นที่สามเหลี่ยมพระจันทร์เสี้ยว ขออนุญาต ไม่เอ่ยประเทศ ซึ่งรบมา ๒๐ ปีกับประเทศมหาอำนาจ และยุติการรบ การรบตลอด ๒๐ ปี จะจบลงด้วยการเจรจา และพื้นที่นี้ก็มาปลูกฝิ่นก็ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน กลายเป็นเฮโรอีน แล้วก็นำส่ง ปี ๒๕๖๗ ประเทศเพื่อนบ้านเราเกิดความไม่สงบ ปัญหาก็นำเข้า เราจับกุมยาเสพติด ในพื้นที่ภาคเหนือเมื่อปี ๒๕๖๗ ได้ทั้งหมด ๖๕ เปอร์เซ็นต์ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จับได้ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ พื้นที่อื่น ๆ ภาคใต้ ภาคกลาง จับได้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่า ผมจะสรุปว่าทิศทางทั้งหมดเรานำเข้าแบบ Over Supply คืออุปทานมันล้นตลาด เราไม่สามารถเอากำลังเรารุกเข้าไปตีประเทศอื่น ๆ ได้ แต่เดี๋ยวผมจะพูดว่านโยบายรัฐบาล ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ให้ความสำคัญประชุมกับ ป.ป.ส.ประมาณ ๑๗ ๑๘ ครั้ง แล้ววันที่ ๓๐ ก็จะเปิดนโยบายใหม่ในการสกัดกั้นปราบปรามในพื้นที่ชายแดนต้องล็อก การนำเข้าสารเคมี พื้นที่ตรงอำเภอเชียงแสนตรงกันข้ามก็มีกลุ่ม ๆ หนึ่งสร้างอาณาจักร พื้นที่แม่สอดก็มีกลุ่ม ๆ หนึ่งตรงกันข้ามสร้างอาณาจักร ขออนุญาตไม่เอ่ยนามนะครับ พบสารเคมีโทลูอีนที่ผลิตยาเสพติดเพิ่งจับได้เป็น ๔,๐๐๐ ๕,๐๐๐ ๖,๐๐๐ กิโลกรัม เพื่อจะนำเข้า ก็ตอบกลับที่ท่านพูดเรื่องเกี่ยวกับกระแสไฟฟ้าเดี๋ยวผมจะนำเรียนต่อ นี่คือสภาพปัญหา ป.ป.ส. ยอมรับครับว่าประเทศไทยตอนนี้ประสบปัญหาเรื่องการนำเข้ายาบ้าจำนวนมาก และพฤติกรรมผู้บริโภคของเด็กและเยาวชนไทยเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมเสพ ๑ เม็ด ๓ เม็ด ณ วันนี้ ๑๐ เม็ด ๒๐ เม็ด ๓๐ เม็ด การบำบัดรักษายาที่ควบคุมอาการหรือลักษณะต่าง ๆ ยาไม่เพียงพอต่ออาการ ป.ป.ส. ทำ MOU กับ มข. กับเชียงใหม่จะหายาประเภทกลุ่มจิตเวช ตามมาตรา ๕๕ (๓) และมาตรา ๕๕ (๒) เพื่อหายารักษายาบ้า นี่เป็นประเด็นที่ ๑ ที่ปัญหา มันไม่ลดเพราะเราไม่มียาในการรักษา แต่เรารู้แล้วว่า ณ วันนี้เราสรุปด้วยกันกับกระทรวง สาธารณสุข กับ ป.ป.ส. กับอาจารย์มหาวิทยาลัยว่าเราต้องพึ่งตนเองหายาในการรักษา รวมถึงมีแนวคิดการใช้เรื่องกระท่อมในการรักษายาพวกนี้ ผมนำเรียนก่อนว่าปัญหา ณ วันนี้ ป.ป.ส. มีอัตรากำลังข้าราชการ ๑,๐๔๐ คน มีลูกจ้างประมาณ ๔๐๐ คน รับผิดชอบในฐานะ แผนบูรณาการลำดับต้น ๆ เป็นการขับเคลื่อน ปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ คุยกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครอง ชุมชน มวลชน ที่ ป.ป.ส. จัดตั้ง มวลชนที่ปกครองจัดตั้ง มวลชนที่ อสม. กระทรวงสาธารณสุขจัดตั้ง เราบูรณาการ เราคุยกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุก ๒ อาทิตย์ ดูเรื่องเป้าหมาย กรอบกิจกรรม ตัวชี้วัด ข้อเสนอวิธีแก้ แล้วนำเสนอให้กับคณะกรรมการ ติดตามเร่งรัดซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจเอก ทวี เป็นประธาน แล้วข้อเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ส. คณะกรรมการ ป.ป.ส. ปีที่ผ่านมากฎหมายบังคับให้ ปีหนึ่งประชุม ๔ ครั้ง ประเด็นทางนโยบายก็เข้าสู่การประชุม แล้วก็จะเปิดนโยบายในเชิงรุก ในใหม่ ๆ ผมขอนำเรียน ขอออกตัว ไม่ใช่ออกตัวหรอกครับเป็นข้อเท็จจริงของปัญหา เราจะ อยู่อย่างไรกับปัญหาโดย Just Say No ปฏิเสธยา และเจ้าหน้าที่ของรัฐ เดี๋ยวผมจะพูด สุดท้ายนะครับ เรื่องชายแดนจะมี ๔ ตัวชี้วัดที่จะวัดเลยว่าต้องหยุดให้ได้อย่างนี้เพื่อสร้าง สังคมปลอดภัย ชุมชนปลอดภัย ครอบครัวปลอดภัย แล้วก็สุขภาพของผู้เกี่ยวข้องปลอดภัย นี่เป็นตัวชี้วัดในปี ๒๕๖๘ เดี๋ยวผมพูดเสร็จเดี๋ยวผมจะแถลงให้ท่านได้อีก ๑ ปีเพราะผมจะเกษียณ ถ้าผมพูดแล้วถ้าทำไม่ได้ท่านถามผมเลย ผมอยากจะตอบมาก ผมอยู่ในกรรมาธิการ สส. มาทั้งชีวิตในการตอบเรื่องนี้ ก็มีความรู้สึกขอบคุณนะครับ ขอบคุณ สส. ท่านสมาชิกหลายคน หลายท่านเป็นคำถามที่ดี ๆ ผมขออนุญาตตอบข้อเท็จจริงในหลาย ๆ เรื่อง แล้วในหลายเรื่อง ก็อาจจะตอบเป็นเอกสาร แล้วหลายเรื่องเดี๋ยวผมลงไปผมจะโทรศัพท์หาท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่ให้ผมโทรหา ก็เห็นด้วยนะครับแต่เรื่องนี้ขอก่อนนะครับ เรื่องเจ้าหน้าที่รัฐนโยบายดำเนินการ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ที่ สส. ท่านหนึ่งที่ถามผมว่าอันนี้ร้องเรียนประชาชนทั่วไป แต่ถ้าร้องเรียนเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐทำทันทีครับ แต่ต้องทำภายใต้พยานหลักฐานที่กฎหมาย ให้ไว้ อันนี้หลักการขอน้อมรับ เรื่องนี้เรื่องชายแดนเดี๋ยวจะเปิดปฏิบัติการวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ข้าราชการการเมือง ข้าราชการท้องถิ่น ทุกข้าราชการ ประมวลกฎหมายยาเสพติดเพิ่มโทษเป็น ๓ เท่า อันนี้ไม่ใช่ข้าราชการ ป.ป.ส. หรือเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. อย่างเดียว ข้าราชการทุกระดับที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ๑. กระทำผิดโดยตรง ก็โดนกฎหมายโดยตรง ๒. เกี่ยวแบบบาง ๆ หรือเทา ๆ ก็มีระเบียบสำนักนายกว่ารัฐมนตรี ว่าด้วยเข้าไปจัดการ ๓. หย่อนยานหรือหย่อนประสิทธิภาพก็มีมาตรการโยกย้ายโดยมาตรา ๑๔ ของ ป.ป.ส. ความดีความชอบโยกย้าย ผมเห็นด้วยหลาย ๆ เรื่องถ้าเราเป็นข้าราชการ ของแผ่นดินทำงานเพื่อประชาชนแล้วมีส่วนร่วมต้องดำเนินการเด็ดขาด นี่เป็นนโยบายของ ท่านรัฐมนตรี ท่านทวีและท่านเลขาธิการ ป.ป.ส. ผมเพิ่งได้ประชุมกับท่านรองนายกรัฐมนตรี เกือบ ๒ เดือน ในการที่เราจะยุติ หรือการควบคุม หรือการสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ ชายแดน ผมขอตอบของท่าน สส. ชุติมา ถ้าผมจดไม่ทันผมต้องขออนุญาตด้วยนะครับ จากพรรคประชาชน ทำไมภาคใต้ปัญหายิ่งมากขึ้น ณ วันนี้เราตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้น ยาเสพติด เราจะล็อกไว้ที่ประจวบคีรีขันธ์ ตอนนี้ปี ๒๕๕๘ มีผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองสรุปแล้วว่ายาเสพติดเราลงใต้มากโดยเฉพาะ ทางทะเล จึงมี พ.ร.บ. ศรชล. มีจัดตั้ง ศรชล. สิ่งของที่ลอยน้ำที่มีเหตุอันควรสงสัยสามารถ เข้าค้นได้ เราต้องไวครับเพราะสินค้าออกทางทะเล ท่านอาจเคยได้ยินข่าวเยอะมากที่ไอซ์ ลอยน้ำ การจัดตั้งแหล่งข่าวทางฝั่งอ่าวไทย ฝั่งอันดามัน อันนี้ ศรชล. ก็จะมาเป็นหน่วย บูรณาการร่วมกันในการจัดตั้งแหล่งข่าว การสืบสวน การใช้เครื่องมือพิเศษ ภาคใต้มีผู้ใช้ ยาเสพติดน้อย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีผู้ใช้ยาเสพติดมาก แต่สิ่งที่เข้าไปมันส่งผลเห็นว่า เป็นการส่งออกทางทะเลแล้วก็พื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน กฎหมายแรงนะครับแค่กัญชา ก็อาจจะประหารชีวิตแล้ว ยาเสพติด ณ วันนี้เราต้องหยุดที่ท่าแซะ รัฐบาลให้เครื่องมือพิเศษ ในการสืบสวน ให้รถเอกซ์เรย์ต่าง ๆ เยอะมาก ไม่ใช่เยอะมากหรอกครับก็ระดับหนึ่งที่เราจะ พอต่อกร แต่ความทันสมัยทางเทคโนโลยีที่หลายท่านพูดเรื่อง Drone เรื่อง Anti Drone เรื่องอะไรต่าง ๆ เครื่องมือการสืบสวนเราก็ได้รับการสนับสนุนจากทบวงมหาวิทยาลัย จากนักวิชาการหรือจากประเทศเพื่อนบ้าน ณ วันนี้เราจะประชุม CND เรื่องสหประชาชาติ ประเทศไทยแสดงจุดยืนเรียกร้องให้นานาประเทศมาช่วยเหลือประเทศไทยในการปิดล้อม สามเหลี่ยมทองคำ ที่ผมบอกว่าเรามีแผนปฏิบัติการ ๖ ประเทศเพื่อเราจะปิดล้อมสามเหลี่ยม ทองคำ สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ เราแลกเปลี่ยนข่าวสาร ปีที่แล้วเราจับนายอ่อง กิม วาห์ (Omg Gim Wah) ขออนุญาตที่เอ่ยนามเพราะเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ คนนี้บงการค้าไอซ์ ข้ามชาติใน ๕ ประเทศอาเซียนโดยความร่วมมือของประเทศเพื่อนบ้าน เขาสามารถมีกำลัง ผลิตจากการสืบสวนทางลับแล้วกันนะครับ เขามีกำลังผลิตประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เราก็ได้ความร่วมมือ ณ วันนี้นักค้าที่มีหมายจับหนีไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้านในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือของเราเยอะมาก แล้วในภาคตะวันตกของเราก็เยอะมาก อันนี้ก็เป็น ความร่วมมือในระดับทวิต่าง ๆ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็ให้ความสำคัญที่คุยกับเจ้าแขวงอะไร ต่าง ๆ อันนี้เราได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ภาคใต้อย่างที่ผมบอกว่า ๑. เป็นแหล่งส่งออก จำนวนผู้เสพสัดส่วนน้อยลงกว่าทุกภาคต่าง ๆ แล้วพื้นที่เพื่อนบ้านของเราเป็นตลาดใหญ่ เราจะเห็นว่าอำเภอหาดใหญ่ เวลามีงานมีเทศกาลต่าง ๆ จะมีการเสพอะไรต่าง ๆ มีการแพร่ ระบาด อันนี้ผมนำเรียนว่าถ้าเราหยุดได้ที่ท่าแซะ แล้วที่ด่านหม้อแกงสิ่งต่าง ๆ จะดีขึ้น เราเตรียมอุปกรณ์เตรียมเทคโนโลยีประสานสอดคล้องพลเรือน ตำรวจ ทหาร และบางหน่วย มีขีดความสามารถมาก ยกตัวอย่างเช่น กองบัญชาการสอบสวนกลางก็เข้ามาร่วมกันแบบ บูรณาการ ป.ป.ส. จะโอบให้ทุกหน่วยเดินไปด้วยกัน เราจะไม่ให้หน่วยใดหน่วยหนึ่งเดิน ล้ำแล้วกัน เป็นแผนประสานสอดคล้อง ปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ ผมยกตัวอย่างนะครับ เราสามารถจับยาบ้าโดยการประสานสอดคล้องสูงได้ถึง ๑๓๘ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๖๖ ผมนำ เรียนยาบ้าเราจับได้ประมาณ ๖๐๖ ล้านเม็ด ปี ๒๕๖๗ เราจับได้ ๑,๐๒๐ ล้านเม็ด เพราะอุปกรณ์ที่สภาอนุมัติงบประมาณให้กับส่วนราชการในการดำเนินการให้ทันต่อปัญหา🔗
ประเด็นต่อมาปัญหา ป.ป.ส. ไม่ได้แก้ที่ปลายเหตุ ทุกส่วนราชการไม่ได้แก้ ที่ปลายเหตุครับ เพราะเราเริ่มต้นตั้งแต่ EF ก็คือการจัดการสมองส่วนหน้าของกลุ่มเด็ก อนุบาล กว่าจะถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว การป้องกันแบบปฐมภูมิก็คือป้องกันกับกลุ่มเสี่ยง งานยาเสพติดเป็นงานความมั่นคง เพราะฉะนั้นต้องทำกับกลุ่มเสี่ยงเพื่อไม่ให้กลุ่มเสี่ยงนี้เป็น กลุ่มผู้เสพ กลุ่มผู้ติด กลุ่มผู้ค้า หรือ Just Say No อยู่กับยาโดยไม่ใช้ยา เมื่อลูกเราเสียไปแล้ว โอกาสจะกลับมาเป็นคนนี่ก็มีโอกาสแต่ต้องใช้เวลา ๒. เรื่องทุติยภูมิของการป้องกันก็คือทำกับ ผู้เสพ ผู้ติดแล้ว กระทรวงสาธารณสุขเรามีคณะกรรมการบำบัดรักษาโดยมีรองนายก เป็นประธาน การประเมินคุณภาพ วิธีการต่าง ๆ ช่วยกันมากครับ โดยคณะกรรมการ ป.ป.ส. จะกำหนดทิศทางต่าง ๆ อันนี้ผมนำเรียนว่าเราไม่ได้แก้ที่ปลายเหตุ สาเหตุจริง ๆ ของการ ติดยา งานวิจัยทั่วโลกยืนยันแล้วว่ามี ๓ ประเด็น ๑๐ องค์ประกอบเท่านั้น ๑. ก็คือตัวยา ๒. ก็คือผู้เสพ ๓. ก็คือสิ่งแวดล้อม ตัวยาเราแก้ไม่ได้เพราะว่าโลกมนุษย์ใบนี้ถ้าไม่มาจากพืช ก็มาจากสารเคมี สารเคมีมีทั้งเป็นแป้ง มีทั้งเป็นน้ำ มีทั้งเป็นฝุ่น มีทั้งเป็น Spary มันเป็น Future Scenario ซึ่งเราต้องยอมรับเรื่องเภสัชวิทยา บางตัวยาออกฤทธิ์ กดประสาท เช่น ผงขาว บางตัวยาออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท เช่น ยาบ้า ไอซ์ บางตัวยา ออกฤทธิ์ผสมผสานเหมือนกับหลายท่านพูดเรื่อง Happy Water Happy Water เป็นยาที่ ออกฤทธิ์ผสมผสานโดยใช้ยาหลอนประสาทเป็นตัวนำ และใช้ยากลุ่มกระตุ้นประสาท เหมาะกับการอยู่ในสถานบริการบันเทิง หรือ Club Drugs เรื่องพวกนี้เป็นวาทกรรมมันจะ เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ครับ เรื่อง Club Drugs แต่ส่วนผสมใน Drugs Profile มันคืออะไร การติดมันจะติดว่า Dose หรือปริมาณยาที่อยู่ใน Happy Water นั้นมันใช้อะไรผสมเยอะ อันนี้เราก็ต้องตามนะครับ จะเหมาะกับสถานบริการบันเทิง แต่ก่อนเรามี LSD มี Magic Paper MDMA MDA MDE อันนี้เป็นภาษากฎหมายหมดนะครับ แต่ตอนนี้เราเจอ Happy Water หรืออะไรต่าง ๆ หรืออเมริกาเจอ Fentanyl ยาแก้ปวด ๕๐๐ มิลลิกรัม ๑๐๐๐ มิลลิกรัม พอฉีดไปแล้วหรือทานไปแล้วมันกดประสาทนะครับ อันนี้เราก็ตั้งรับแล้วก็ให้ ความรู้นะครับโดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชน ยอมรับตรง ๆ นะครับว่าตั้งแต่มีสื่อสังคม ออนไลน์การเข้าถึงลักษณะนี้ค่อนข้างเยอะเป็นวินาทีนะครับ เพราะเราควบคุมไม่ได้ Server ของสื่อสังคมออนไลน์อยู่ต่างประเทศหมดไม่ได้อยู่ในประเทศไทย การสืบสวนต้องขอความ ร่วมมือนะครับ อันนี้ก็ขอนำเรียนโดยเฉพาะสิ่งที่สำคัญ ณ วันนี้เราพบว่ากระทรวงสาธารณสุข รายงานตอนประชุม เราพบผู้เสพซ้ำกับเสพใหม่ประมาณครึ่งต่อครึ่ง เท่ากับการดำเนินการ ลงทุนเราได้คนดีกลับมาครึ่ง เราได้คนซ้ำมาครึ่ง เพราะสาเหตุที่ผมบอก ๑. เราไม่มียาที่รักษา โดยตรง แต่เรามีวิจัยและพัฒนาตามประมวลกฎหมายใหม่นะครับ ถ้าเราคุมได้เหมือนกัน ทั่วโลก แต่การบริโภคของคนไทยแตกต่างกัน บางประเทศท่าน ๑ เม็ด ๒ เม็ด ๓ เม็ด เมื่อปี ๒๕๔๐ ๑ เม็ด ๒ เม็ด ๓ เม็ด ที่โคกสำโรง ที่เขาย้อยเป็นตลาดการค้ายาบ้าอันดับหนึ่ง ๓ เม็ด ๑๐๐ ๔ เม็ด ๑๐๐ ตอนนี้ก็กลับมา เมื่อ Over Supply ราคายาก็ถูกลง มันถึงว่า ถ้ายาหาง่าย ราคาถูก กลุ่มเพื่อนใช้เยอะ ชุมชนใช้เยอะ เด็กทุกคนก็จะมีโอกาสเสี่ยงในการ ไปใช้ยา นี่คือหลักการที่ทั่วโลก ถ้ายาราคาแพง หายาก กลุ่มเพื่อนไม่ได้ใช้ สังคมในชุมชน เขาไม่ได้ใช้โอกาสเด็กจะไปลองยาก็น้อยนะครับ อันนี้เราก็พยายามศึกษาตาม Tailor Made ต่าง ๆ ที่จะเป็นนะครับ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะใช้กันเยอะมาก แต่ปริมาณ นำเข้า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ที่ผมนำเรียน ตอนนี้เคพีไอสูงสุด ป.ป.ส. ใน ๒๕๖๘ โอเคนะครับ ที่ผ่านมาเราต้องสร้างสังคมปลอดภัย ชุมชนปลอดภัย ครอบครัวปลอดภัย การบำบัดรักษา ณ วันนี้ต้องเอาครอบครัวเข้ามาบำบัดรักษาเพื่อป้องกันการ Craving Craving คืออะไรครับ คือความอยากใช้ในใจคือตัวมันสั่น คือยามันออกฤทธิ์ทางสมองมันทำให้อยาก เหมือนคน อดบุหรี่นะครับ ผมเคยสูบบุหรี่มา ๒๐ กว่าปีแล้วเลิกมา ๓๐ กว่าปี เรารู้ว่าตอนที่เราเลิกบุหรี่ ใหม่ ๆ เราเป็นอย่างไร นี่ละครับเขาเรียกว่าอาการ Craving แต่การใช้ยามัน Push ให้อาการ อยากนั้นมันแรงขึ้น ถ้าเป็นผงขาวมันอ้วกแตก อุจจาระราด อะไรต่าง ๆ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ จะชี้ให้เห็นว่าเราต้องร่วมกัน ส่วนราชการฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายต่าง ๆ ก็ช่วยผม ช่วยส่วน ราชการนะครับ ป.ป.ส. เป็นหน่วยบูรณาการตามกฎหมายก็พยายามผลักดัน ทุก ๆ ๒ อาทิตย์ทุก ๆ เดือนกลไกมีการเคลื่อนทั้งหมด มีระบบการรายงาน มีระบบการกำกับ ติดตามและประเมินผล ทรงเริ่มดีนะครับ ทรงเสริมดีแต่ว่าจะชนะทางยุทธศาสตร์อย่างไร เราอาจชนะทางยุทธวิธีแต่เราแพ้ทางยุทธศาสตร์ คือตอนนี้เราตั้งรับกับการนำเข้ามาก นะครับ อันนี้ก็ขอขอบคุณท่าน สส. ชุติมา การยับยั้งต้องเป็นการยุทธศาสตร์ระยะยาว ในแผนยุทธศาสตร์ชาติก็ขอให้สังคมปลอดภัยแล้วก็ไม่กระทบต่อการบริหารประเทศ ผมก็หวังเป็นอย่างนั้น ผมก็จะเฝ้ามองอย่างนั้นนะครับ เรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ ต้องขอบคุณมาก เพิ่งรับนโยบายมา ๒ เดือน เดี๋ยวจะปฏิบัติการเรื่องยาเสพติดจะเกี่ยวกับ การพนัน จะเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ จะเกี่ยวกับแก๊ง Video Call แล้วก็เรื่องการฟอกเงิน หรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี มันเป็นขบวนการองค์กรอาชญากรรมกฎหมายประมวล ยาเสพติด ให้มองปัญหายาเสพติดเป็นองค์กรอาชญากรรม เป็นการเตรียมการบุคคล ๓ คน ขึ้นไป อันนี้เข้าพระราชบัญญัติองค์กรอาชญากรรมข้ามชาตินะครับ ตอนนี้เริ่มมองเห็นแล้วว่า ทิศทางนักธุรกิจตามแนวชายแดนหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เราพิสูจน์ได้นะครับว่าด้วยการติดต่อสื่อสารหรือเส้นทางการเงิน ตอนนี้เส้นทางทางการเงิน มันไปเร็ว ตระกูล Cryptocurrency ตระกูล Bitcoin มีหลายท่านบอกฟอก คือทุกอย่างนะครับ ผมยกตัวอย่างเช่น รถ แต่ก่อนเราจับรถ ยึดรถได้ เดี๋ยวนี้เราจับรถยึดรถเป็นรถ Finance หมดนะครับ เราได้เฉพาะส่วนต่าง ทรัพย์สินบางตัวที่สกปรกหรือมันมีลักษณะที่ไม่สมควรเก็บ ก็ต้องเร่งรัดในการขาย เขาก็สู้เรื่องเงิน เขาก็มีการสู้เรื่องเงินอะไรต่าง ๆ อันนี้ก็ตรงนะครับว่า ป.ป.ส. จะมองนโยบายปัญหายาเสพติดเกี่ยวโยงผมไปพบผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ท่านบอกว่าไม้ ม้า หมา ผมขออนุญาตพูดแบบสรรพนามนะครับ ก็คือเป็นองค์กร เป็นกลุ่มองค์กรเดียวกัน แต่ ณ วันนี้ไม่ใช่ ประโยคนั้นเมื่อ ๑๔ ปีที่แล้ว ประโยคนี้คือ การพนันข้ามชาติ Server เราไปประเทศเพื่อนบ้านหมด แก๊ง Video Call บช.ก. จับ ๖๐๐,๐๐๐ ซิม เมื่อครั้งที่แล้วกระทำผิดทั้งหมดนะครับ การบำบัดรักษาก็ไม่มีค่าใช้จ่าย ยกเว้นอาการแทรกซ้อน ท่านต่อไปนะครับ เรื่องการบูรณาการ ป.ป.ส. นำเรียนว่า ป.ป.ส. เป็นหน่วยบูรณาการสนับสนุนจะบังคับใช้กฎหมายในคดีที่ยากและสำคัญ แล้วก็มียุทธการ เด็ดปีกผู้ค้ารายย่อย คือผู้ค้าซ้ำซากและมีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังนะครับ อันนี้เราจะ ดำเนินการโดยกำลังแล้วก็จะออกแผนกวาดล้างเพื่อกดดันตลอดนะครับ เรื่องในจังหวัด นครพนมผมขอนำเรียนว่า ป.ป.ส. มีแผนใหญ่มีเป้าหมายระดับอำเภอ เป็นแผนแบบมีส่วนร่วม ของทุกส่วนราชการระดับอำเภอ จังหวัดขึ้นมา นี่คือแผนใหญ่ ๗๗ จังหวัด ตอนนี้ในระดับย่อย เรามีแผน ๑๒ จังหวัดนำร่องนะครับเป็นแผนสำคัญมากเป้าหมายก็คือปลอดภัยจากยาเสพติด โดยใช้การตรวจปัสสาวะเป็นการนำนะครับ เช่น จังหวัดนครพนม จังหวัดสกลนคร จังหวัด ร้อยเอ็ด หรือที่ท่านได้เคยได้ยินธวัชบุรี Model มีการเตรียมการก็คือใช้ปัสสาวะอายุ ๑๒-๖๕ ปี ตรวจกับกลุ่มเสี่ยงและปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝึกอาชีพ มีงานทำ อย่า Dropout ให้มี การศึกษา และข้าราชการยั่งยืนดึงชุมชนกำลังประชาชนมีส่วนร่วม มาตรวจเยี่ยม มาป้อนยา มาให้กำลังใจ มีจิตอาสาจนกลับไปเรียน กลับไปมีงานทำ กลับไปอะไรต่าง ๆ นะครับ อันนี้ เราก็จะวัดทำทั้งจังหวัดให้เกิดความปลอดภัย อันนี้ก็จะเป็นต้นแบบที่จะขยาย เราทำ ๗๗ จังหวัดเลย งบประมาณจริง ๆ ปี ๒๕๖๖ เราได้ ๔,๑๐๐ กว่าล้านบาท เป็นงบเงินเดือน ก็ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นงบค่าครุภัณฑ์ก็ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท งบแก้ไขปัญหามี ๒,๐๐๐ ล้านบาทเอง ก็สู้กับปัญหาก็พอสมควรอันนี้ก็นำเรียน ก็ขอขอบคุณท่าน สส. ภูมิพัฒน์ มีอะไร รายงาน ป.ป.ส. กับเรื่องเจ้าหน้าที่รัฐ ท่านเลขาดำเนินการเต็มที่แล้วก็เฉียบขาด แต่ต้องขออนุญาตนิดหนึ่งนะครับเราจะดำเนินการภายใต้หลักนิติรัฐ ภายใต้การสืบสวน ทั้งระบบที่ชอบด้วยกฎหมาย อันนี้เป็นหลักการใหญ่ ผมอยู่ปี ๒๕๔๖ มาเป็นหัวหน้า ฝ่ายยุทธศาสตร์มา ผมเห็นการเปลี่ยนแปลงของการแก้ไขปัญหาโดยตลอด ณ วันนี้มาเป็น ผู้บริหารก็จะขอน้อมรับความคิดเห็นทุกท่านไปปรับให้เหมาะสมนะครับ ต่อมาเรื่องผู้เสพ หน้าใหม่ เรื่องเสพฟรี การเดินยามันเหมือนกันกับประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลกนะครับ คือจะใช้กลุ่มเด็กและเยาวชน ท่านจะสังเกตว่าวันเสาร์ อาทิตย์ จะมีกระบวนการจับกุมเด็ก และเยาวชนมันมีกฎหมายหลายกฎหมายครับ แต่ก็ไม่ละเลยดำเนินการ ผมเคยนำเรียน เมื่อสักครู่ผมกล่าวไปแล้วว่าเด็กไทยเรา Dropout ก็คือเรียนต่ำกว่า ม. ๓ ตัวเลขถ้าผมจำไม่ผิด ตอนนี้น่าจะประมาณเกือบ ๕๐๐,๐๐๐ คน คือถ้าอย่างนี้มันจะมี ๒ ทางก็คือเด็กมีคุณภาพ ชีวิตที่ดีกับเด็กเป็นกลุ่มเสี่ยงแล้วเข้าสู่กระบวนการอาชญากรรม ท่านคิดว่าเศรษฐกิจเราเป็น อย่างนี้เด็กจะเดินทางไหน เรื่องนี้ต้องขอบคุณรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาว่าทุกวันพุธนี้ท่านตาม เด็กที่ Dropout หรือหยุดจากภาคบังคับให้กลับมาเรียน มาเรียน กศน. หรือมาเรียนอะไรก็ได้ คือบางทีงาน ป.ป.ส. อาจจะไม่แก้โดยตรง เราอาจจะแก้แบบสแกนดิเนเวีย ยุโรป มีการศึกษาที่ดี มีอาชีพเสียสละ มีระเบียบวินัย ผมกลับมาจากญี่ปุ่นเพิ่งกลับมานะครับ เขามีระเบียบวินัย เรื่อง Dropout การศึกษาเขาดี มหาวิทยาลัยโตเกียว มหาวิทยาลัยวาเซดะ เขาดีมากเขามีคนอะไรต่าง ๆ แต่นั่นก็อีกอย่างหนึ่งเขาแพ้เรื่องหนึ่งการนำเข้ายาเสพติด ในทางทะเลในทางน้ำ เพราะว่ามันต้องใช้เครื่อง Scan ที่รุนแรงแล้วมันอาจจะเกิดผลกระทบกับบุคคล อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องเด็กนี้ เราให้ความสำคัญมากเรื่องนี้นะครับ โดยทุกหน่วยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ก็พูดคุยกัน กระทรวงศึกษาธิการ เด็ก เยาวชนนอกสถานศึกษาอันนี้ต้องให้ ความสำคัญอย่างมากซึ่งเป็นเด็กกลุ่มเสี่ยง ทำอย่างไรให้เด็กพวกนี้ เด็กน้อง ๆ กลุ่มนี้กลับมา เรียนหนังสือจนจบมีงานทำ มาเสียภาษี มาพัฒนาประเทศ มาช่วยกัน นี่ก็เป็นนโยบายหลัก ของ ป.ป.ส. จะทำกับกลุ่มเสี่ยงและจะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ก็คือ Just Say No อันนี้ก็เป็น เป้าหมายหลัก เรื่อง Happy Water ผมนำเรียนไปแล้ว ยาเสพติดทั่วโลกไม่มีประเทศไหน หมดไปครับ มีแต่ปลอดภัย อยู่กับยาโดยไม่ใช้ยา เหมือนกับเราเลี้ยงลูก ลูกเราอาจจะมีเพื่อน ติดยาแต่ลูกเรา Just Say No อันนี้เป็นเป้าหมายหลักของการป้องกันครับ🔗
สส. ท่านต่อไป ท่านวิรัช ผมขอนำเรียนสั้น ๆ ประมาณ ๒ ประเด็นนะครับ ประเด็นเรื่องเจ้าหน้าที่ของรัฐผมนำเรียนไปแล้วนะครับ เรามีประมวลพระราชบัญญัติ วิ. ยาเสพติด ๑๑/๔ เรื่องข้าราชการทุกระดับ ข้าราชการทุกระดับสอดคล้องกับประมวล กฎหมาย ๑๗๘ กับ ๑๘๐ โดน ๓ เท่าหมด ข้าราชการการเมืองก็โดนหมดนะครับ ข้าราชการ ทุกระดับนะครับ เรื่องจิตเวชเป็นเรื่องใหญ่ แต่พอตอนกระทรวงสาธารณสุขวิเคราะห์แล้ว มันมี ๓ ๔ ประเด็นเท่านั้นครับ ๑. คนนอนไม่หลับ ทานยากลุ่มอาการจิตประสาท เป็นกลุ่มจิตเวชกลุ่มหนึ่ง เป็นหลักหลายล้านคนนะครับ ผมไม่ขอบอกตัวเลขแล้วกันนะครับ เพราะว่าเป็นข้อมูลตาม พ.ร.บ. กรมสุขภาพจิตมีเยอะนะครับประเทศไทย ถ้าท่านเห็นตัวเลขแล้ว ท่านกรรมาธิการก็อาจจะเรียกกรมสุขภาพจิตมาถามก็ได้ ผมเห็นตัวเลขแล้วก็เยอะ ๒. จิตเวช และมีการใช้ยาเสพติดและมีพฤติการณ์ ๓. คือใช้ยาเสพติดและมีพฤติการณ์เป็นจิตเวช ๔. ใช้ยาเสพติดล้วน ๆ ก็มีอาการได้ เช่น อยากยาหรือคลุ้มคลั่งแต่ ณ วันนี้พอตอนทำตัวเลข ดี ๆ แล้ว ยาแล้วไปจิตนี้มันน้อย จิตแล้วใช้ยาแล้วเกิดอาการนี้ก็ยังน้อยอยู่นะครับ แต่น้อยคือ สัดส่วนของเปอร์เซ็นต์ของคนที่มีอาการจิตและประสาทนะครับ แต่เรื่องนี้เราไม่ละเลยนะครับ เพราะเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองมีอำนาจในการลดอาการคลุ้มคลั่งหรือลดอาการเดือดร้อน ของชาวบ้านนะครับ🔗
เรื่องเกี่ยวกับค่าตอบแทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือประชาชนในการทำงานช่วยรัฐ ในการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ป.ป.ส. พยายามทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง ตลอดนะครับ เพื่อจะอย่างน้อยเมื่อเราจัดตั้งประชาชน กำลังประชาชนมอบภารกิจเราก็ควร จะมีสินน้ำใจให้ ก็พยายามจะผลักดันทุกระดับ เรื่องนี้จะรับไปนะครับ ก็ตกลงมาปีกว่าแล้ว ก็ยังไม่ได้รับการตกลง เพราะปัญหาสุดท้ายอยู่ที่ประชาชนนะครับ ประชาชนจะอยู่กับปัญหา ๒๔ ชั่วโมง แล้วก็จับกลุ่มนะครับ เหมือนกับในต่างประเทศเขาเรียกว่า Social Safety Net การสร้างความปลอดภัยเครือข่ายทางสังคม ประเทศไทยเราก็อยากเห็น ญี่ปุ่น ๒๔ ชั่วโมง ไม่มีปัญหาอาชญากรรม แต่เนื่องจากการเก็บดีเอ็นเอตั้งแต่แรกเกิด ปัญหาอาชญากรรม เมื่อเกิดอาชญากรรมแล้วเขาถึงจับได้ เขาใช้เรื่องเทคโนโลยีเรื่องกล้องมาเป็นตาสับปะรด ในการมองปัญหาก็ควบคุมปัญหาได้ อันนี้ก็จะรับไปแล้วก็จะทำให้อย่างสุดความสามารถนะครับ🔗
ถ้าผมออกเสียงผิดก็ขออนุญาตด้วย ท่านเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล จากพรรค ประชาชน เรื่องเจ้าหน้าที่รัฐผมนำเรียนนะครับ เดี๋ยววันที่ ๑ จะมีการปฏิบัติการเรื่อง ชายแดนในพื้นที่ที่นำเข้าที่เป็นโจทย์ใหญ่จะต้องยุติให้ได้นะครับ การนำเข้ายาเสพติด ใน ๑๔ จังหวัด ๕๑ อำเภอ เราต้องยุติให้ได้ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ๙๐ เปอร์เซ็นต์จาก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เรายอมให้หลุดได้เพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่ของรัฐใน ๑๔ จังหวัด ๕๑ อำเภอนี้เราจะทำ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย มีข่าวเรารวมถึงการหย่อนประสิทธิภาพการทำงาน เมื่อรับนโยบายไปแล้วไม่บูรณาการ คือกลไกของ ป.ป.ส. มีการตั้งศูนย์ป้องกันปราบปราม ยาเสพติดระดับอำเภอ ระดับท้องถิ่น ระดับท้องถิ่น ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด แล้วก็ มีส่วนกลางประสานสอดคล้องประชุมแลกเปลี่ยนกัน อันนี้เราจะดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐ ในพื้นที่ชายแดน ๑๔ จังหวัด ๕๑ ทำไมเราไม่ทำทั้งหมดครับ กำลังงานข่าวบางทีการจับ เจ้าหน้าที่รัฐต้องใช้การสืบสวน หลายวิธีครับ แล้วต้องมีพยานบุคคลที่กล้ายืนยันที่จะดำเนินคดีได้ แต่ก็จะมีมาตรการ การโยกย้ายคือสมัครใจยินยอมในการย้ายถ้าเกิดการทำงานไม่มีประสิทธิภาพ อันนี้กราบ นำเรียนว่าเป็นเรื่องใหญ่กับผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ภายใต้ กฎหมายที่ให้อำนาจและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมกับหน่วยบูรณาการทั้งหมดนะครับ เครือข่ายที่ท่านพูดว่า ๔๕๘ เครือข่าย ปี ๒๕๖๖ ที่เราทำได้มีเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ แต่พยานหลักฐาน ยังไปไม่ถึง อยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวน ตอนนี้ท่านรองนายกภูมิธรรม ให้เอา ปปง. มาร่วมอย่างเต็มที่ ถ้าเรามีเครื่องมือและกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตอนนี้อยู่ในแผนบูรณาการกับ ป.ป.ส. ก็มีอำนาจต่าง ๆ ป.ป.ส. ก็มีอำนาจได้ระดับหนึ่ง แล้วตอนนี้ก็มีพระราชกำหนด เรื่องปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยี เรื่องการติดต่อสื่อสาร เรื่องเส้นทางการเงินก็จะเป็น ประโยชน์ต่อการดำเนินการเกี่ยวกับบุคคลที่เกี่ยวข้องนะครับ อันนี้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือในพื้นที่ภาคกลางเป็นพื้นที่พักคอยตลาดไท พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ผมเคยปราบปราม ยุทธการ ๓๑๕ กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเกิดความชะงักงันเกิดขึ้น เดี๋ยวผมรับไป แล้วก็อาจจะเสนออีกยุทธการหนึ่ง เพราะถ้าเราล็อกกรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้ ยาเสพติดมันไม่สามารถลงใต้ได้ สุดท้ายจบกันทีท่าแซะ มันมีพื้นที่เล็กนิดเดียวถ้าเราล็อก ตรงนี้ได้ เราใช้เทคโนโลยีตรงนี้ได้สภาผู้แทนราษฎรผ่านงบประมาณ ๒๕๖๘ ๒๕๖๙ ครั้งนี้ ก็จะเต็มที่นะครับ เพราะว่าจากเราเพิ่มประสิทธิภาพ เมื่อสักครู่มี สส. หลายท่าน เรื่อง Anti Drone มีลูกซองไฟฟ้า Anti Drone จริง ๆ อยากนำภาพให้ท่านเห็นว่าตอนดึก ๆ แม่น้ำโขงนี่ Drone บินเต็มไปหมดเลย เราจับได้ ๑ แค่แชร์ Location ก็เห็นแล้ว ใครอยู่ที่สูงกว่ากัน จะได้เปรียบ คือเขาเรียกว่า อวกาศ Location ละติจูด ลองติจูดก็ส่งกันแล้ว อันนี้คือโลก ที่มันเปลี่ยนแปลงไป แต่ราชการเราเปลี่ยนแปลงไม่ทันเขา แต่ก็พยายามจะต้องให้ทันนะครับ เรื่องนี้ ก็ขอความร่วมมือจากประเทศจีน ขอความร่วมมือจากหลายประเทศในทางเทคโนโลยี ผมไปญี่ปุ่นผมก็ถามเรื่องนี้เหมือนกันว่าถ้าอย่างนี้แล้วคุณจะแก้อย่างไร ผมก็ได้รับข้อมูลมา ก็เตรียมรายงานนะครับ พอดีท่านเลขา ณ วันนี้ก็ลาไปต่างประเทศจะไปศึกษาเครื่องมือ พิเศษต่าง ๆ เพราะงบ ปี ๒๕๖๙ กำลังจะเข้าสภา พรุ่งนี้ผมก็จะบูรณาการงบ ปี ๒๕๖๙ ต่าง ๆ ฉะนั้นสรุปว่าเจ้าหน้าที่รัฐกับผู้มีอิทธิพล นโยบายถ้าเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดดำเนินการ อย่างเต็มที่นะครับ และถ้ามีเบาะแสอย่างไรแจ้งไปที่เลขาธิการ ป.ป.ส. หรือผมก็ได้นะครับ เดี๋ยวผมจะดำเนินการให้ตามหลักของกฎหมายนะครับ ท่าน สส. นนท์ ก็ขอบคุณมาก เรื่องเครื่องมือการสืบสวนผมนำเรียนไปแล้วครับ ศูนย์บำบัดฟื้นฟูก็พยายาม เรามี คณะกรรมการบำบัดกระจายตัวไปทุกจังหวัด แต่ต้องมีมาตรฐาน มีเกณฑ์ มีวิธีการ เราจะ ไม่มีการจัดตั้งเอาวัดมาบำบัดรักษานะครับ เพราะว่าเดี๋ยวจะมีเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับ คดีอาญาในการฟ้องร้อง มีการกระทำอะไรต่าง ๆ ที่ท่านเห็น จะมีมาตรฐานในการบำบัด ที่ผมนำเรียนตั้งแต่ต้น มีคุณภาพต่าง ๆ ต้องขอเวลาอีกสักนิดนะครับกฎหมายเพิ่งบังคับใช้ได้ ๓ ปีในการจัดตั้ง ตอนนี้ค่ายทหารจัดตั้งแล้วเกือบ ๓๐๐-๔๐๐ ค่าย เป็นศูนย์ฟื้นฟู สมรรถภาพ ก็มีหมอต่าง ๆ ก็มีโรงพยาบาลทหาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการ อย่างชัดเจนแล้วเรื่องนี้ ปีนี้ก็จะเห็นผลเดี๋ยวผมจะมาแถลงอีก เดี๋ยวผมจะแยกให้เห็นเลยว่า ทหารมีส่วนร่วมอย่างไรกับกำลังในการพัฒนาในการฝึกอาชีพอะไรต่าง ๆ นะครับ เรื่องต่อไป เรื่องตัวชี้วัดเกี่ยวกับแรงงาน เราต้องยอมรับว่าแรงงานข้ามชาติ ที่นโยบายของท่านประธาน ป.ป.ส. รองนายกภูมิธรรม การค้ามนุษย์ การค้ามนุษย์ไม่ใช่หมายความว่าเอามนุษย์ไปค้า ให้กับมนุษย์นะครับ เป็นการค้ามนุษย์ที่อวัยวะภายในมีการตัดแล้วไปขายนะครับ อันนี้เป็น เรื่องรุนแรง หรือเด็กที่ถูกการค้าต่าง ๆ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เรายังไม่มีหน่วยงานสำนักงาน ป.ป.ม. สำนักงานป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ นั่นหมายความว่าเราไม่มีฐานข้อมูลเป้าหมาย ทางยุทธศาสตร์ที่จะดำเนินการ ป.ป.ส. ทำเรื่องยาเสพติด แต่บางเรื่องอาจจะเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ แต่เรื่องนี้จะมีการจัดตั้งมาหลายปี ถ้าสำเร็จในยุคนี้ก็จะเป็นประโยชน์ในเรื่องการค้ามนุษย์ เพราะมันจะไปเกี่ยวกับ Tier 2 ครับ มันจะเกี่ยวกับการกีดกันทางเศรษฐกิจ ซึ่งผมก็ไม่อยาก ให้เห็นว่าปัญหายาเสพติดเราจะไปพันกับค้ามนุษย์ แล้วมันไปเข้ากับ Tier 2 มันก็จะเป็นเรื่องหนึ่งซึ่งเมื่อเทคโนโลยีมันเปลี่ยน เดี๋ยวนี้ญี่ปุ่นจาก 5G จะไป 6G และเป็น Encrypt เป็นรหัส การสืบสวนมันจะยากขึ้น แต่เราต้องทัน เรื่องนี้ ก็รับไปนะครับ เรื่องแรงงานก็ต้องเต็มที่ ป.ป.ส. ก็มี Safe อยู่ เราจะสืบสวนลักษณะข่ายงาน ตำรวจภูธรภาคก็จะสืบสวนเป็นกลุ่มจังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัดก็มีสืบสวนจังหวัด ก็ประสานนะครับ มีการประชุมกฎหมายเรื่องคณะอนุกรรมการสมคบ คนที่ไม่เกี่ยวกับยา อธิบดีอัยการก็มานั่ง มากรองสมคบให้ว่าถ้าเกี่ยวข้องครบองค์ประกอบก็ออกสมคบยึดทรัพย์เลย ก็มีหน่วยงานแบบ บูรณาการทำ เรื่องร้องเรียนตำรวจภูธรภาครับเรื่องส่งตำรวจภูธรจังหวัด ตอนนี้ฝ่ายปกครอง ก็จะร่วมกันไปดำเนินการทันทีตามพยานหลักฐานนะครับ ท่าน สส. องค์การ ชัยบุตร ก็ขอบคุณนะครับ ก็เห็นตรงกันครับ ป.ป.ส. ให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนเพราะจะต้อง เติบโตมา เดี๋ยวผมเกษียณแล้วผมก็ต้องดูแลเด็กและเยาวชน อัตราการเกิดเราก็น้อย ถ้าอัตรา การเกิดเด็กและเยาวชนเราไม่มีคุณภาพการได้งานทำ การเสียภาษีอะไรต่าง ๆ มันจะกระทบ เป็นลูกโซ่ต่าง ๆ เป็นห่วงโซ่ที่ทุกท่านพูด อันนี้ผมกับใน ๑๔ กรมกระทรวงศึกษาธิการคุยกัน เรามีอนุกรรมการป้องกันก็พูดคุยกันตลอด โดยเฉพาะดูแลในกลุ่มเสี่ยง อันนี้ก็ขอขอบคุณนะครับ ท่าน สส. ณกร ถ้าผมเอ่ยชื่อผิดผมต้องขออนุญาตด้วยนะครับ สส. มุกดาหาร เรื่องเครื่องมือ บอกท่านเลยผมก่อนเกษียณเครื่องมือครั้งนี้ ป.ป.ส. คิดว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ผมให้ ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ ดีกว่าตั้งแต่ผมรับราชการเมื่อ ๓๐ กว่าปีที่แล้วมากเลย ผมยอมรับ ท่านเห็นตำรวจไทยไหมที่จับซิม ๗๐๐,๐๐๐ ซิม กลางกรุงเทพมหานครมูลค่าความเสียหาย เดี๋ยวจะมีการขยายผลอีก จะมีกลุ่มจีนเทาเราพูดได้นะครับ ผมถอนก็ได้ครับ คือจะมี กลุ่มลักษณะองค์กรพวกนี้กลับมา ท่านจะดูรูปทรงตึกรูปอะไรต่าง ๆ มันเป็นวัฒนธรรม มันเป็นหลาย ๆ เรื่อง มันเป็นอะไรที่เราเห็นแล้วมันเอ๊ะประเทศเรามันเกิดอะไรขึ้น เรื่องนี้ การค้ามนุษย์ องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติมันเหมือนกันทั่วโลก ประเทศบางประเทศ ก็มีกลุ่มคนผิวดำ มีกลุ่มลักษณะอะไรต่าง ๆ ที่เป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพล แถวสุขุมวิทก็ดำเนินการ มี สส. ต้องขอบคุณ สส. พรรคประชาชนแล้วกันนะครับ ขออนุญาตที่แนะนำให้ข่าว ผมก็ไปดำเนินการที่สุขุมวิทซอย ๑๑ ให้ ก็เอาทีมงานตำรวจ ทหารไปทำงาน มีข้อมูลข่าวสารแจ้ง แต่ใจเย็นนิดนะครับ แต่ทำทันที ต้องรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการ อันนี้เรื่อง เครื่องมือก็ดีขึ้น แต่ว่าเนื่องจากเทคโนโลยีมันเปลี่ยน License มันเปลี่ยน อุปกรณ์มันเปลี่ยน ก็จะต้องพัฒนากันไป แล้วสิ่งสำคัญที่สุดคนไทยเราเขียนโปรแกรมได้ พัฒนาคณะวิศวกร ดี ๆ นะครับก็จะมามีส่วนร่วม เรื่องการฟอกเงินผมนำเรียนแล้วนะครับ สส. ท่านสุดท้าย ผมขออนุญาต ถ้าท่านใดแต่ว่าอาจจะขออนุญาตตอบเป็นเอกสารถ้าไม่ Clear นะครับ ท่าน สส. ฐิติมา ฉายแสง ปี ๒๕๔๖ ผมรับนะครับ ก็เป็นนโยบายที่ดีระดับหนึ่ง มีผู้เสพ ผู้ค้า ออกมามอบตัว แล้วรัฐก็ดำเนินการบำบัด ผมจำตัวเลขว่ามอบตัวผู้เสพ ๖๐๐,๐๐๐ คน ผู้ค้ามอบตัว ๔๐,๐๐๐ กว่าคน ผู้เสพเราเอาเข้าบำบัดหมด ผู้ค้าเราใช้โครงการทำความดี เพื่อแผ่นดินดู ๑ ปี รายงานตัวต่อเจ้าพนักงานปกครองก็เป็นตัวแบบที่ดี ๆ ในปี ๒๕๔๖ แต่ปีนี้ก็จะมีนโยบายจะไม่หมดอย่างนี้นะครับ แต่ภายใต้หลักนิติรัฐ ภายใต้ประมวลกฎหมาย ยาเสพติดเราจะทำให้มีคุณภาพ แล้วก็ตรวจสอบ โปร่งใสในการใช้อำนาจรัฐครั้งนี้🔗
เรื่องไฟฟ้า ขอนำเรียนว่า ป.ป.ส. ดำเนินการอยู่ มีบางท่านศาลอาจจะยกฟ้อง แต่มีเป้าหมายในกลุ่มได้หลบหนีแล้วมีเส้นเงินอยู่ ตอนนี้อยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวน ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยที่ท่านบอกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เราไม่ปล่อยปละละเลย แต่บางเรื่องขออนุญาตว่ายังอยู่ในระหว่างการสืบสวน ผมนำเรียนแล้วว่าเรื่องชายแดน เป็นเรื่องที่สำคัญ กลุ่มทุน กลุ่มอิทธิพล นักค้า ณ วันนี้ไม่ได้คิดแบบหนึ่งต่อหนึ่งครับ เขาก็มี วิสัยทัศน์ เขามีเครื่องมือและการตัดสินใจ มีทุนในการเปลี่ยนแปลง แต่เราข้าราชการแล้วก็ทุกหน่วย ภาคี รวมกระทั่งท่านสมาชิกสภาผู้แทนเดี๋ยววันที่ ๒๘ ผมก็จะมาชี้แจงท่านวุฒิสภานะครับ ก็ขอขอบคุณอีกครั้ง สำนักงาน ป.ป.ส. จะน้อมรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทุก ๆ ท่านที่ให้ไป ปรับแผนให้เกิดประโยชน์กับประชาชนทุกท่านครับ ขอขอบคุณครับ สวัสดีครับ🔗
ขอบคุณท่าน รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ครับ ท่านวิทยา แก้วภราดัย จะขออภิปรายซักถามเพิ่มเติม ที่ยกมือ เดี๋ยวผมจะให้อภิปรายต่อ เชิญท่านวิทยาก่อนครับ🔗
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผม วิทยา แก้วภราดัย พรรครวมไทยสร้างชาติ ฟังข้อชี้แจงและข้อซักถามจากเพื่อนสมาชิก และท่านรองเลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กรุณาชี้แจงแล้วผมก็ค่อนข้างจะเห็นใจนิดหนึ่ง คือภารกิจ ป.ป.ส. มันใหญ่มากครับ ดูอัตรากำลัง ๑,๔๐๐ คน กับลูกจ้างอีกสัก ๔๐๐ คน แล้วก็ไปรับมือ กับปัญหาที่ฟังทั้งหมดแล้วผมบอกว่าเรารบแพ้นะครับ เพราะฉะนั้นความหวังที่จะมีกับ ป.ป.ส. ก็คือท่านจะต้องเป็นคลังสมองสำหรับคิดค้นแนวทางการต่อสู้กับปัญหายาเสพติด ผมฟังปัญหาหลายเรื่องที่มันสะท้อนตรงกันครับท่านประธาน แล้วผมก็เจอในสภานี้ทุกเรื่อง เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่อง Call Center เราได้ยินว่าทั้งหมดก็เกิดจากนอกราชอาณาจักรเพื่อนบ้าน เรื่องที่ ๒ เรื่องบ่อนออนไลน์ มันก็ออกจากเพื่อนบ้านอีก เรื่องที่ ๓ ยาเสพติด เพื่อนบ้านอีกครับ ท่านประธาน ทั้งหมดเรื่องไม่ได้เกิดที่บ้านเรา เราไม่สามารถสร้างปราการป้องกันการทะลักไหล พวกนี้ได้ทั้งหมด ผมก็ขออนุญาตที่จะออกความคิดเห็นไว้ในเบื้องต้นว่าบางครั้งท่านต้องช่วยคิด กับพวกผมด้วยว่ากำลังขนาดนี้ท่านต้องวางยุทธศาสตร์แล้วครับ เพราะท่านต้องใช้กำลัง ของตำรวจ ใช้กำลังของทหารเป็นหน่วยหลักในการแก้ไขปัญหาผมฟังแล้วทั้งหมดก็พอสรุปได้ว่า เราต้องอยู่ได้กับมัน ท่านประธานครับ สงครามครั้งนี้เราแพ้ครับ เราแพ้สงครามยาเสพติด เราแพ้สงครามบ่อนออนไลน์ เราแพ้สงคราม Call Center เคยจับ Call Center ได้ที่ นครศรีธรรมราช ผลสรุปเป็นอย่างไรครับ ปรากฏว่าขยายผลไม่ได้ เพราะลูกค้า Call Center ที่นครศรีธรรมราชกลายเป็นชาวจีนกับชาวรัสเซีย ไม่มีกำลังที่จะส่งคนไปสอบผู้เสียหาย ที่ในจีน ในรัสเซีย เรื่องต่าง ๆ ก็เลยค่อย ๆ หายไปทีละนิด ๆ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเมื่อเรา แพ้ทีละเรื่อง ๆ ต้องคิดต่อไปครับ เพราะการแพ้กับยาเสพติดเราเลยถอยกฎหมายมาถึงจุดที่ ผู้ป่วยคือผู้เสพ ผู้ค้าคือฆาตกร เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจับคนที่เมายาบ้า เมายาเสพติดส่งตำรวจ ตำรวจเก่งที่สุดก็คือพาไปที่โรงพยาบาลแล้วก็ฉีดยา ให้ยา พอสงบสติแล้วก็ปล่อยต่อไป แล้ววันนี้มันเต็มบ้านเต็มเมืองทั้งหมด อย่างที่ท่านรองเลขาธิการพูดว่าเราสกัดได้ภาคใต้ครับ ท่านประธาน ซึ่งภาคใต้มันก็ ๑๔ จังหวัดภาคใต้ ท่านสกัดที่ท่าแซะถูกแล้วครับเป็นคอคอดที่ แคบที่สุด แต่เป้าหมายของการผ่านภาคใต้ทั้งหมดมันเต็มภาคใต้แล้วมันทะลักต่อครับ ทะลัก ต่อไปประเทศเพื่อนบ้าน เราคือกลายเป็นผู้ส่งออกแล้วเราสกัดตรงนั้น ถ้าเราถอยไปสกัดที่ ภาคใต้เท่ากับเรายอมแพ้เหนือ อีสาน ยอมแพ้ภาคกลางทั้งหมด เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ผมไม่ต้องการใช้กำลัง ป.ป.ส. ในการไปปราบ แต่ผมจะใช้กำลัง ป.ป.ส. ทั้งหมดใน ๑,๔๐๐ คน รวมทั้งท่านรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้วย ระดมคิดว่าเราจะรับมือกับมันอย่างไร แม้จะต้องอยู่กับมันตามข้อสรุปว่าเราต้องอยู่กับมันได้โดยไม่เสพ ซึ่งพูดได้ครับแต่เป็นไปไม่ได้ เลย ประการที่ผมจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับท่านก็คือ กรณีเมื่อผู้เสพเป็นผู้ป่วย ผมก็ฝาก ท่านไปช่วยคิดด้วยว่าเราจะเอาอย่างไรก็ผู้ป่วย คือแค่คำว่าผู้ป่วยแล้วจะส่งโรงพยาบาล อย่างเก่งหมอก็ฉีดยาให้สงบแล้วก็ปล่อยกลับออกมา ก็กลับไปวนอยู่อย่างนี้ครับ ตำรวจก็อาชีพเดี๋ยวนี้ไม่ต้องพกปืนแล้วครับ มีไม้ค้ำคอท้ายรถ แล้วก็เตรียมค้ำคอคนที่อาละวาดอยู่ตามถนนส่งโรงพยาบาล คราวนี้การเป็นผู้ป่วย ผมคิดว่า ท่านช่วยคิดให้กับสภาด้วยครับ เพราะท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญอยู่วงการนี้มาก่อน เพราะฉะนั้น ท่านช่วยคิดด้วยว่าผู้ป่วยเอาอย่างไรดี ผู้ป่วยคือผู้ที่ต้องการการรักษา ผมเคยเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมาครับ และผมคิดว่าขณะนี้โดยสภาพความเป็นจริง โรงพยาบาลทั่วประเทศไม่พร้อมที่จะรับผู้ป่วยจากยาเสพติดเข้าไปอยู่ข้างในทั้งหมด ผมไม่มี หลักประกันว่าหมอพยาบาลผมจะโดนเชือดคอเมื่อไร ถ้าเอาผู้ป่วยทั้งหมดไปขังเอาไว้ ในโรงพยาบาล เพราะฉะนั้นช่วยคิดให้กับพวกผมครับว่าเราจะเอาผู้ป่วยพวกนี้ไปจบ กระบวนการอย่างไร ถ้าเข้ากระบวนการรักษาให้หายเด็ดขาดไม่ได้ เราต้องถอยอีกก้าวครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลต้องแจกยาบ้าเอง ผมคิดว่าเราต้องถึงจุดนั้นแน่ถ้าอาการมันไป อย่างนี้ รัฐบาลแจกยาบ้าแล้วขึ้นทะเบียนทั้งหมดครับ วันนี้ผมทราบว่าที่นครศรีธรรมราช ทางจังหวัดมีนโยบาย Scan ทั้งตำบลไว้ ๑ ตำบล โดยมุ่งหวังไปที่อำเภอปากพนัง จับตรวจ ปัสสาวะหมดทั้งตำบลได้ไปประมาณเกือบ ๒๐๐ คน ถามว่า ๒๐๐ คนนี้จะเอาไปไหน ใครก็ ตอบไม่ถูกครับท่าน ถ้าเอากันจริง ๆ ผมคิดฝากท่านนะครับ ไม่ได้คิดเล่น ๆ ผมก็คิด มานาน เพราะเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมคิดว่ายาบ้ามันต้นทุนต่ำมาก วันนี้อย่างท่านว่า ๓ เม็ด ๑๐๐ บาทหาซื้อได้ทั่วไป อย่างเพื่อน ๆ พูดในทางอีสาน เกือบทั่ว ทั้งประเทศแล้วครับเพราะต้นทุนมันต่ำมาก และถ้ามันเสพติดแล้วไม่หาย ผมคิดว่าต้องขึ้น ทะเบียนผู้ป่วยยาเสพติดทั้งหมดทั่วประเทศโดยวิธีการอย่างไรท่านลองนึกดู แล้วก็รัฐต้อง เป็นคนให้ยาเสพติดเสียเอง ควบคุมปริมาณทางการแพทย์ดูว่าวันนี้มึงติดหนัก วัน ๕ เม็ด ๑๐ เม็ดจะลดลงปริมาณเรื่อย ๆ จนสุดท้ายเข้ากระบวนการรักษาที่หาย ขึ้นทะเบียนผู้ป่วย และเข้ากระบวนการรักษา แล้วไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลรัฐครับ เอาไว้ที่นั่นล่ะ ชุมชนร่วมกัน ตำบลทุกตำบล อบต. ทุกตำบลร่วมมือกัน ตั้งแต่สถานีอนามัยตำบลเลยครับ รพ.สต. รับเป็น คนที่จ่ายยา เกิดเจอยาบ้าคุ้มคลั่งมากก็ขังไว้ใต้ถุน อบต. คือมันต้องให้สังคมทั้งหมดในตำบล รู้ว่าเด็กคนนี้คือเด็กติดยาปิดกันไม่ได้แล้ว เพราะไม่เช่นนั้นแล้วที่ท่านบอกว่าเราต้องอยู่กับ มันโดยไม่ติด ก็มีวิธีการอย่างเดียวครับให้ทั้งสังคมที่นั่นรู้แล้วก็ช่วยกัน เพราะว่าเราถอยทีละ เรื่องท่านประธาน เพราะเราแพ้ แพ้ท่านประธานรู้ไหมว่าเดี๋ยวนี้ท่านกับผมอยู่ภาคใต้ด้วยกัน เรารู้ดีว่าขบวนการค้ายาเสพติดยิ่งใหญ่มาก เงินทองมหาศาลมาก แล้วก็เริ่มขยับเข้าการเมือง ท้องถิ่น ไม่รู้ว่าสักพักหนึ่งขบวนการเหล่านี้อาจจะมานั่งหน้าสลอนร่วมกันอยู่ที่นี่ เพราะเงินทุนมหาศาล เงินมหาศาล🔗
ประเด็นสุดท้าย ผมเรียนถามท่านรองเลขาธิการนิดหนึ่งครับ วันเลือกตั้ง เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๖ มีการจับยาไอซ์ได้ ผมเข้าใจว่า ๑๐ กว่าตัน ที่อำเภอ ท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช จับในเรือ ซึ่งปลายทางไม่ใช่อยู่ที่ท่าศาลาแน่ครับ ลงเรือ เสร็จแล้ว ป.ป.ส. ร่วมกับตำรวจไปจับมาได้ ได้ผู้ต้องหามาทั้งหมด ๙ คน เรือลำนี้ไม่ได้คิดว่า เวียนอยู่ขายแถวนั้นครับ เรือลำนี้ไปต่างประเทศ ผมยังไม่เคยได้รับการสรุปรายงานคดีเลย ครับว่ายาเสพติดตัวนี้เป้าหมายประเทศไหน แต่ชาวบ้านเขารู้กันทั้งเมืองครับว่าอย่างน้อย ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ หรือครั้งที่ ๓ ในการส่งไปประเทศเพื่อนบ้าน โน้น ทวีปที่อยู่สุดทางใต้ จนถึงวันนี้ครับ ผมก็อยากเรียนถามท่านเลขาธิการ ป.ป.ส. ว่าเราสกัดท่าแซะถูกต้องครับ แต่ขบวนการที่ออกไปอย่างนั้น ท่านลองสรุปผลคดีของท่าน คดีที่ผมพูดถึงเมื่อสักครู่ครับว่า ไปถึงไหน ผู้ต้องหาได้ไป ๙ คน รู้ไหมครับว่าตัวการคือใครสุดท้าย ถ้ารู้ตัวการเป็นใคร ผมคิดว่า ฝากท่านทำรายชื่อขบวนการตัวการเหมือนกับที่ผมเสนอให้ทำบัญชีผู้ติดยาบ้า เอาว่าผู้ค้า ทั้งหมดทำบัญชีรายชื่อไว้ด้วย จะได้รู้ว่าเรามีข้อมูลเพียงพอที่จะเริ่มปฏิบัติการเมื่อใดก็ได้ ขออนุญาตฟังคำตอบนะครับ แล้วก็ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญคุณวิรัช พิมพะนิตย์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิรัช พิมพะนิตย์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ ก็ได้ฟังคำตอบของท่านรองเลขาธิการ ๓๘ นาที ก็คิดว่ายาบ้าหรือยาเสพติดก็คงถึงเวลาที่ ป.ป.ส. จะจัดการให้เรียบร้อย แล้วก็ขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร พร้อมทั้งคณะรัฐมนตรีทุกท่าน ที่ D-Day วันที่ ๓๐ มกราคม จะเป็นการปราบยาบ้าและ Seal ชายแดนให้เห็นผลภายใน ๖ เดือน และอีกอย่างหนึ่งก็มีคำพูดเรื่องยาบ้าที่ดีที่สุดในประเทศไทยจากปาก ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรแห่งประเทศไทย วันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ผมอยากได้คำแนะนำจากท่านประธานอีกสักครั้งครับ ผมจะได้จดจำแล้วก็บันทึกไว้อีก สักครั้งเพื่อเป็นภารกิจในการที่ทุกท่านจะปราบยาบ้า ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณคุณวิรัชครับ ทางรองเลขาธิการจะมีอะไรเพิ่มเติมไหมที่คุณวิทยาถามครับ🔗
ขอขอบคุณท่านอาจารย์ สส. วิทยานะครับ จริง ๆ เมื่อปี ๒๕๔๑ ผมอยู่ศูนย์ปฏิบัติการยาเสพติดแห่งชาตินะครับ ผมอยู่กับท่านอาจารย์ผม พลตรี สนั่น ก็ระดมพลเรือน ตำรวจ ทหารมาช่วยกันในการป้องกันปราบปรามนะครับ ที่ท่านให้มา ต้องขอขอบคุณครับ วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๖ เราจับไอซ์ ๑๐ ตัน ที่นครศรีธรรมราช ผมขออนุญาตตอบเป็นหนังสือนะครับ เพราะว่ามันจะเกี่ยวกับการสอบสวนบางเรื่อง มันเชื่อมโยงกันหมด คือผมนำเรียนผมอาจจะพูดสั้นไปนิดหนึ่งครับ จริง ๆ ผมจะสื่ออีกทางหนึ่ง ว่าอันดามันกับอ่าวไทยเป็นโจทย์ใหญ่ที่ยามันเข้านะครับ เป็นโจทย์ใหญ่ซึ่งกระบวนการ การจัดตั้งแหล่งข่าวการสืบสวนเรายังมีจุดอ่อนอยู่ เพราะว่าอะไรรู้ไหมครับ เพราะว่า ชาวประมง ไม่ว่าไม่ใช่ชาวประมง เอาเป็นให้ตรงกันนะครับว่าผู้ที่ขนส่งทางเรือเรามี หลายสัญชาติ เราเคยมีการสืบสวนว่าชาวแอฟริกันที่หลบมาก็หลบเข้าทางอันดามันนะครับ หลบเข้ามาทางเรือพาณิชย์จากการสืบสวนที่ร่วมกันกับทางตำรวจนะครับ ฉะนั้น ผมขออนุญาตท่านอย่างนี้ว่าเดี๋ยวผมขอตอบเป็นเอกสาร ขอไปรื้อแล้วก็จะเครือข่ายอย่างไร ที่เปิดเผยได้หรืออยู่ในระหว่างการสืบสวน หรือผมจะมาพบท่านก็ได้ ผมขออนุญาตอย่างนี้นะครับ🔗
ขอบคุณครับ ผมฟังท่านรองเลขาธิการพูดเมื่อสักครู่ ผมสนใจเรื่องท่านบอกว่าท่านมีตัวเลขผู้ป่วยจิตเวช ที่ติดยาอยู่ทั่วไป มีเท่าไรแต่ท่านไม่แจ้งมา ไม่เป็นไรครับ ถ้าท่านมีเรื่องผู้ป่วยจิตเวชที่เกี่ยวกับ ยาเสพติดมีเท่าไรท่านช่วยส่งให้ผมด้วยนะครับ ถ้าให้วันนี้ไม่ได้ก็ให้ส่งภายหลัง อันที่ ๒ ตัวเลขผู้ติดยาเสพติดที่คุณวิทยาได้ถามแล้วก็อยู่ตามโรงพยาบาลรัฐไม่พอก็ไม่เป็นไร ถ้าส่งให้ ได้ก็ดีผมอยากจะได้ คุณวิรัชบอกให้ผมพูดอีกครั้งหนึ่งเรื่องนโยบายยาเสพติดที่ผมได้พูดไว้ เนื่องจากว่าเรื่องยาเสพติดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้นำมาพูดในสภาหลายครั้ง ด้วยความ ห่วงใย แล้วเมื่อสักครู่ก็มีพูดถึงว่าเราแพ้ยาเสพติดขณะนี้ ผมอยากจะบอกคุณวิรัชและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าเราแพ้ไม่ได้ครับเรื่องนี้ เราแพ้ไม่ได้ เพราะถ้าเราแพ้เรื่องการ ปราบปรามยาเสพติดแล้วเราจะแพ้ทั้งประเทศ แล้วเราจะแพ้ทุกด้าน เราจะแพ้ทั้งเรื่อง การศึกษา เราจะแพ้ทั้งเรื่องเยาวชน เราจะแพ้ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ประเทศเราพังพินาศเลย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่เราจะยอมแพ้ไม่ได้ แล้วการทำเรื่องนี้จะกล้า ๆ กลัว ๆ ไม่ได้ครับ ผมฟังท่านรองเลขาธิการพูดสักครู่ผมก็ดีครับ แต่ผมรู้สึกว่ากล้า ๆ กลัว ว่าเราจะดำเนินการภายใต้บทกฎหมายครับ ถูกต้องครับเราต้องดำเนินการภายใต้บท กฎหมาย แต่อย่าลืมว่าพวกยาเสพติดมันไม่สนใจเรื่องกฎหมายครับ มันไม่กลัวกฎหมาย เพราะฉะนั้น เราทำอย่างไรเราอย่าไปกลัวพวกยาเสพติด ต้องให้เขากลัวเรา ผู้ปราบยาเสพติด เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร ป.ป.ส. ต้องให้เขากลัวครับ ถ้าเรากล้า ๆ กลัว ๆ วันนี้ไม่หมดแน่ แต่ก็จะรอดู มาตรการของรัฐบาล วันที่ ๓๐ มกราคมนี้ที่จะเรียกว่าปราบปรามยาเสพติดจะไม่เรียกว่า สงครามก็ไม่เป็นไร ปี ๒๕๔๖ เราเรียกว่าสงครามยาเสพติด คำว่า สงคราม พวกค้ามันฟัง แล้วมันก็กลัว พวกติดยานี่เราเมตตาแต่เมตตาบนฐานของการที่จะทำให้สังคมหมดยา ขณะที่ เราดำเนินการในตอนนั้นบังเอิญผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ ยาบ้า ๕๐๐ ยังซื้อไม่ได้ครับเพราะเรากวาดล้างเกือบหมด ตอนนี้ ๓ เม็ด ๑๐๐ มันก็พุ่งไปเยอะ ทำอย่างไรครับ รายใหญ่ต้องหมด รายย่อยต้องไม่มี เวลานี้ก็ต้องฝากไว้ เพราะนี่มันอนาคต ประเทศของเรา อนาคตทุกอย่าง ถ้าไม่ทำตรงนี้มันจะไปหมด Call Center นั้นก็ยังรองจาก ยาเสพติดนะครับซึ่งต้องทำเหมือนกัน แล้วผมคิดว่านอกจากเราดำเนินการภายในประเทศ แล้วความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านต้องทำอย่างจริงจัง ซึ่งมียุทธศาสตร์หลาย ๆ วิธี ผมคิดว่าเรามีความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งระดับประเทศและระดับภูมิภาค ต้องเอาเรื่องยาเสพติดพูดในคณะกรรมการร่วมมือระดับภูมิภาค อย่าไปพูดเรื่องเศรษฐกิจกับ เรื่องความมั่นคงอย่างเดียว ยาเสพติดมันต้องมาก่อนเรื่องความมั่นคงและเรื่องเศรษฐกิจ ด้วยซ้ำไป ก็ฝากท่าน ป.ป.ส. เพราะว่าท่านจะต้องเป็นคนทำ Paper ที่จะประชุมในวันที่ ๓๐ นี้นะครับ ข้อมูลทั้งหลายที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนฝากท่านท่านก็ช่วยเอาไปด้วย ผมในฐานะ เป็นผู้แทนประชาชนผมก็เป็นห่วงมากเรื่องนี้ครับ ห่วงเด็ก เยาวชนอนาคตของประเทศมันอยู่ ตรงนี้ครับ มันท้าทายมากครับ ท่านบอกว่าจะทำให้หมดภายใน ๑ ปีใช่ไหมครับ ผมว่า ๑ ปี ถ้าทำจริง ๆ ๖ เดือนต้องให้ได้ผล แล้วก็ ๑ ปีต้องหมดจริง ๆ มันบอกว่ายาก ทำไมประเทศ ลาวมันน้อยกว่าเรา พม่าแหล่งผลิตคนติดยาน้อยกว่าเราครับ มาเลเซียก็น้อยกว่าเรา เราทำไมเยอะครับ อันนี้เป็นเรื่องที่ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องนำไปคิดทำไมเราเยอะ เราไม่ได้ผลิต ทำไมเราเยอะ เราก็มีหน่วยปราบปรามมีอะไร คือผมพูดทั้งหมดยังไม่ได้พูดอะไรให้กำลังใจ คนทำ แต่บอกว่าไม่มีการยอมแพ้เรื่องนี้ได้เลยครับ แพ้มันต้องแพ้ทั้งประเทศครับ ไม่อยากจะ พูดถึงเรื่องเอกราชนะครับ มันแพ้ทั้งประเทศ มีเอกราชอยู่แต่มีคนติดยาเสพติดเต็ม ทั่วประเทศไม่มีประโยชน์อะไรเท่าไรครับ เราจะไปปกครองใคร จะให้ใครเสียภาษีให้เราครับ อันนั้นผมฝากไว้ เพราะที่คุณวิรัชพูดครับ ให้ผมพูดกับท่านท่านช่วยเอาข้อคิดนี้ไปใส่ในข้อมูล เพื่อให้ดำเนินการต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ เมื่อไม่มีสมาชิกท่านใดเพิ่มเติมแล้ว ถ้าท่านมี ข้อมูลเรื่องจิตเวชผมสนใจมากครับว่ามีอยู่เท่าไรช่วยเอามาให้ผมด้วยนะครับ ท่านอดิศร เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดขอนแก่น เมื่อได้ฟัง ท่านประธานได้พูดเรื่องยาเสพติดเป็นครั้งที่ ๒ บนบัลลังก์อันทรงเกียรติ ของก็ขึ้นครับ ท่านพูดตรงประเด็น ผมมีโอกาสไปเป็นผู้ช่วยหาเสียง อบจ. นี่ละครับไปที่นครพนม ๓ เวที มาบึงกาฬ หนองคาย ๒ เวที โพนพิสัย ท่าบ่อ ไปมหาสารคาม ๓ เวที ปัญหาที่ประชาชนสะท้อนที่เขาสนใจอยากจะให้ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะรัฐบาล ไม่ว่า ส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่นแก้ไขอย่างเร่งด่วนคือปัญหายาเสพติด ยาบ้า ตรงกันเลยครับ ผมไป พูดที่นครพนมว่าที่นครพนมไม่มียาเสพติด ไม่มียาบ้าแล้วดีใจด้วย ผมถามว่าทำไมไม่มี ก็เอา ไปขายบึงกาฬหมดแล้ว ผมยิงคำถามเดียวกันที่บึงกาฬ บอกบึงกาฬเบิ่ดแล้ว เอาไปขาย หนองคายเบิ่ดแล้ว ไปถามหนองคายก็บอกเอาไปขายมหาสารคามไปขอนแก่นบ้านผม มีปัญหา ๓ เม็ด ๑๐๐ บาท ๕ เม็ด ๑๐๐ บาทคือยาบ้า ผมพูดปรึกษากับประชาชน ซึ่งเขาพอใจเหมือนผมพอใจฟังท่านประธานวันนี้ ผมบอกว่าถ้ายาเสพติด ๓ คน ๔ คน ต่อไปนี้ไม่รู้เรื่องว่ามียาเสพติดใครค้าใครขาย ไม่มีแมวตัวไหนรู้หรอก นี่ยังไม่ถึงหมานะครับ ๑. ผู้ว่าราชการจังหวัด มหาดไทย ๒. ผู้การตำรวจ ๓. ผู้การทหาร และฝ่ายประสานงาน ปราบปรามยาเสพติด ถ้าคนเหล่านี้ไม่รู้ไม่มีไก่ตัวไหนรู้ ประชาชนปรบมือครับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่ท่านบอกว่าต้องเอกซเรย์เดี๋ยวนี้ตาบอดหมด ไม่เห็นเขาค้าขาย ไม่รู้ว่าลูกหลาน ตนเองติดยาบ้าพัฒนาเป็นยาไอซ์ ผมเห็นใจรองเลขาธิการซึ่งจะเกษียณไว ๆ นี้ ต่ออายุได้ไหม ครับวันนี้ ต่ออายุให้ท่านเป็นเพราะท่านรับราชการมาทั้งชีวิตปราบยาเสพติดไม่ได้ พวกผมเป็นผู้แทนหลายสมัยก็ปราบยาเสพติดไม่ได้ เพื่อนผมวิทยา แก้วภราดัย เป็นรัฐมนตรี สาธารณสุขโก้หรูปราบยาเสพติดไม่ได้ ท่านครับผมปราศรัยกับพี่น้องบอกว่าสมัยก่อน สมัยหนึ่งนายกรัฐมนตรีที่ปราบยาเสพติดจับได้ ๒ โมงเช้า บ่ายสองส่งวัด ไม่ต้องสวดชยันโต ยถาไม่ต้อง เขาปรบมือครับ เพราะเราไม่เอาจริงเอาจัง แน่นอนผู้ป่วยก็คือผู้ป่วย แต่คนขาย ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน สารวัตรกำนัน อบต. อบจ. นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ตำรวจ ไม่รู้ไม่ได้หรอก ตำรวจบอกผมเฮ็ดบ่ได่ ผมทำไม่ได้เพราะเจ้านายมันขาย อันนี้ต้องเปิดโปงในที่ประชุมสภา แห่งนี้ ผมดีใจนะครับไม่ใช่ว่าโยนความผิดให้ใคร วันนี้เราพูดเราให้กำลังใจกันแต่ต้องทำให้ เป็นผล รัฐบาลบอกว่าอีก ๖ เดือนจะปราบยาเสพติดให้สิ้นซาก ผมจะรอดู ถ้าปราบไม่ได้ พวกเราไม่ควรกลับมาเป็นผู้แทนราษฎร รัฐมนตรีไม่ควรกลับมาเป็นรัฐมนตรี ประธานเอง ก็ไม่ควรกลับมาเป็นประธาน เพราะเราทำงานไม่สำเร็จลุล่วง นี่คืออนาคตของชาติ คนมีลูก ถึงรู้ ผมมีลูก ๓ คน ผมกล้ำกลืน เรียนโรงเรียนดัง ๆ รอบ ๆ โรงเรียนทั้งนั้น สยามสแควร์ ทั้งนั้น และถามว่าผู้กำกับไปทำอะไรอยู่ เอาหูไปนาเอาตาไปไร่อย่างไร ยิ่งลึกยิ่งเห็น ยิ่งโรงเรียนดังระดับ ๑ ของประเทศยิ่งมี มันอะไรล่ะ แล้วจะปราบยาเสพติดอย่างไร ได้ยิน ข่าวอ่านหนังสือพิมพ์ ผอ. โรงเรียนขายเสียเองอีก เราต้องตรวจเอาจริงเอาจัง วันนี้ขอให้พูด ขอให้ท่านประธานพูดเป็นครั้งสุดท้ายเถอะครับ บนบัลลังก์นะครับ ถ้าครั้งต่อไปลงมาพูด เหมือนผมเลยข้างล่าง ล่อกันเรื่องยาเสพติดเพราะว่าปัญหายาเสพติดมันเป็นปัญหาหัวใจของ พี่น้องประชาชน ถ้าแก้ไม่ได้เที่ยวหน้าไปหาเสียงจะว่าอย่างไร ไม่ว่าพรรคการเมืองขวามือ ซ้ายมือ เขาถามตอบไม่ได้แล้วเป็นหาสิแตกหยัง เป็นทำไมผู้แทนราษฎร ขอโทษนะครับ วันนี้ให้กำลังใจท่านประธานซึ่งถอดหัวใจมา ๒ ครั้งแล้ว หัวใจหนุมานออกมา หัวใจของ พี่น้องประชาชนฝากไว้กับท่านประธาน ดีใจนะครับ ท่านตอนเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ผมก็ติดตามท่าน จับได้ ๒ โมงเช้า บ่าย ๒ ส่งวัด เขาบอกว่าพ่อค้ายามันหักหลังกันเอง อย่างนี้ผมไม่ใช่ว่าจะให้ใช้วิธีการรุนแรง แต่ว่าพ่อค้ายามันไม่กลัวกฎหมาย เดี๋ยวนี้ไม่มี กฎหมาย ย มันหาย เงินที่ให้ไปไม่รู้ให้สีไหนบ้าง เห็นต่อหน้าต่อตาก็ไม่จับเพราะว่าผมส่งคุณ ทุกเดือนแล้วคุณจะมาจับอะไรผม นี่ล่ะครับปัญหาของชาติบ้านเมือง จึงขออนุญาตมาเกือบไม่ทัน ผมไปงานศพเพื่อนเทพศิรินทร์มาครับ ทยอยไป ๆ รุ่นผมก็ทุกวันครับ ก็ขออำนวยอวยพร ให้ท่านประธานจงเป็นผู้นำของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นิติบัญญัติของผู้แทนวุฒิ นำพาต่อสู้ ยาเสพติดเคียงคู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับนายกรัฐมนตรี และให้กำลังใจรองเลขาธิการพร้อมจะ ต่ออายุทางพฤตินัยให้ท่านวันนี้ในการทำงานปราบปรามยาเสพติดครับ จากคนอีสาน จากคนขอนแก่น จากคนนครศรีธรรมราช ทุกที่ไม่มียาบ้าไม่มี ผมบอกขอนแก่นบ้านผม ๕ เม็ด ๑๐๐ บาท ที่นี่เท่าไร โอ้ คือขายถึกแท้ อยู่อุดรธานี ๓ เม็ด ๑๐๐ บาท มันมีทุกที่ไม่ใช่ พูดเล่น ให้ขวัญกำลังใจเถอะครับ ให้ขวัญกำลังใจขอให้ยาเสพติดจงพินาศ เอาอนาคต เยาวชนของชาติคืนมา เอกราชทางยาเสพติดผมเสริมท่านประธานให้กลับคืนมา เพื่อให้ ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธศาสนา เป็นเมืองที่นับถือศาสนาแบบท่านประธาน ทุกศาสนา ไม่ต้องการให้มีเรื่องยาเสพติด ขอให้มีความสำเร็จ สำเร็จ และสำเร็จ ขอให้รองเลขาธิการ รักษาการจนกว่าชีวิตจะหาไม่ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านอดิศรครับ ผมขอยืนยันกับท่านอดิศรและสมาชิกว่า ประชาชนนั้นให้ความสำคัญ กับเรื่องยาเสพติดครับ เพราะเราเคยทำ Poll ครับ สำนักงานสถิติแห่งชาติทำ Poll เมื่อปี ๒๕๔๖ บอกว่านโยบายอะไรที่ประชาชนชอบที่สุดที่รัฐบาลทำ ถ้าให้ผมเดาใจประชาชน ผมนึกว่าชอบเรื่อง ๓๐ บาทรักษาทุกโรค หรือจะชอบเรื่องกองทุนหมู่บ้านเพราะได้ฟรี ๆ แต่ปรากฏสถิติเป็นอันดับหนึ่งของประชาชนทั่วประเทศที่เขาลงว่าเขาชอบที่สุดคือนโยบาย ปราบปรามยาเสพติด ไม่น่าเชื่อผมนึกว่าจะเป็นลำดับ ๓ ลำดับ ๔ ด้วยซ้ำไป แต่ประชาชน ในหัวใจของประชาชนเขาบอกปราบปรามยาเสพติด นี่เขาชอบมาก อันนี้สำนักงานสถิติ แห่งชาติเป็นคนทำ Poll ครับ ไม่ใช่ Poll ของใคร แล้วก็ยืนยันกับอดิศรอีกครั้งหนึ่ง ผมเคย ไปหาเสียงตอนเลือกตั้งซ่อม ประชาชนบอกว่าท่านไม่ต้องมาหาเสียงหรอกครับ เพราะจะให้ คะแนนอยู่แล้ว ผมว่าให้ทำไม เขาบอกเพราะท่านปราบยาเสพติดอย่างจริงจัง ฉันได้ลูกคืนมา ฉันเสียลูกแล้วกำลังจะเสียผัวอีก เพราะผัวก็มาด่า เขาเป็นครูลูกติดยา ผัวเป็นตำรวจ ผัวมา ด่าเขาว่าเป็นครูอย่างไรไม่สอนลูก เขากำลังจะเลิกกับผัว กำลังจะเสียลูก แต่พอเราปราบ อย่างจริงจังครับ ลูกเขาซึ่งเรียนอยู่ต่างจังหวัด ตอนนั้นเรียนอยู่จังหวัดใหญ่ เลิก เพราะหายา ไม่ได้ ในที่สุดเขาบอกเขาได้ลูกคืน เพราะฉะนั้นอย่างไรเขาต้องเลือกคนที่ช่วยปราบยา เพราะฉะนั้นมั่นใจเถอะครับ ใครที่ทำงานเรื่องปราบปรามยาเสพติดท่านจะได้ความชอบจาก ประชาชน แต่พวกยาเสพติดมันไม่ชอบแน่ ขนาดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมันยังขู่ มันส่งจดหมายไปที่บ้านผมเลย บอกว่าท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่เป็นไร ทำอะไรไม่ได้เพราะมีคนคุ้มกัน แต่ระวังลูกหลานของท่านไปเรียนหนังสือนี่ไม่มีใครคุ้มกัน เขาต้องจัดการ ถ้าเรากลัวเราก็จะรอมือเพราะกลัว ผมบอกมาเลยพระเจ้ามี ถึงคราวจะตาย คนเรามันต้องตาย ถึงคราวไม่ตายก็ไม่ตาย ผมยิ่งรุกหนักเข้าไปอีกครับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หลายคนผมให้เซ็นใบลาออกครับ เขาถามว่าผมผิดอะไร ผมว่าท่านไม่ผิดหรอกครับ แต่ท่าน ขาดคุณสมบัติของการจะเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เขาถามว่าขาดคุณสมบัติอย่างไร ยังแข็งแรงอยู่ ผมว่าท่านขาดคุณสมบัติเพราะท่านตาบอด หูหนวก คุณสมบัติข้อหนึ่งของการเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้านมันต้องไม่เป็นคนตาบอด ไม่เป็นคนหูหนวก เป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเขาบอกว่า เขาตาดี ตาดีอย่างไรเขาขายข้างบ้านคุณ คุณยังไม่เห็น คุณไม่ได้ยินหรือรอบ ๆ หมู่บ้านของ คุณคนขายยามีอยู่ ผมยังรู้เลยผมเอาชื่อให้เขา เขาก็เลยบอกต่อไปนี้เขาจะไม่แล้ว ถ้าอย่างนั้นเขายินดี ที่จะลาออก มันต้องเป็นอย่างนั้น ผู้ว่าราชการบางท่านผมย้ายจากผู้ว่าราชการจังหวัดมาเป็น ผู้ตรวจเลยนะครับ เขาบอกว่าอย่างไรเขาอยู่จังหวัดใหญ่งานทำไม่ไหวหรอกครับยาเสพติด ผมบอกดีแล้ว ผมจะให้งานน้อย ๆ มาเป็นผู้ตรวจเลยนะครับ ทุกคนก็เลยต้องทำงาน เพราะฉะนั้นความเข้มข้นของการปราบยาเสพติดนี่มันต้องทำมากกว่าเรื่องอื่น เพราะมัน ผลประโยชน์เป็นพันล้าน เป็นหมื่นล้าน มันเสี่ยงได้ ที่กลัวมากที่สุดก็คือการจับกุมแล้ว ก็ยึดทรัพย์ นักการเมืองท้องถิ่น นายก อบต. ผมไม่บอกจังหวัดไหนครับ ผมไปจับกุม ยึดทรัพย์ คลองเตยนี่เงียบเลยช่วงนั้น ร้านค้าเงียบแล้วบ่นเลย บอกว่าทำไมเงียบ เพราะผู้ค้า ผู้ขาย ผู้เสพ ไม่มีครับ ต้องเอาตำรวจ ตชด. มาเฝ้าเลยคลองเตยตอนนั้น ผมจึงหวังว่า ๓๐ มกราคมนี้จะต้องมีอะไรใหม่ ๆ แล้วก็ทำให้ไม่มีใครมาพูดว่า ผมก็พูดวันนี้เป็นครั้งสุดท้าย ตามที่อดิศรพูด เพราะพวกเราก็คงรอดูนะครับ แล้วก็พวกเราต้องช่วยครับ เราต้องช่วยกัน อย่างที่ว่าเรื่องยาเสพติดทุกฝ่ายต้องช่วย เป็นเรื่องที่ประชาชนเขาอยากให้เราทำ อยากให้เรา ทำทันทีและต้องทำอย่างจริงจัง ทำด้วยหัวใจสิงห์ไม่ใช่หัวใจธรรมดาครับ ไม่จบครับเรื่องนี้ ขอบคุณครับ เมื่อไม่มีสมาชิกท่านใดจะอภิปรายแล้วก็ถือว่าที่ประชุมนี้รับทราบรายงานผล การดำเนินการตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารงานของ ป.ป.ส. แล้วนะครับ ก็ถือว่ารับทราบ ขอบคุณท่านรองเลขาธิการและคณะที่มาชี้แจงครับ🔗
ต่อไปก็จะเป็นระเบียบวาระต่อไปนะครับ เห็นว่ามีการประสานงานจะเสนอครับ คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เชิญครับ🔗
เรื่องด่วน🔗
- เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอมาตรการเร่งด่วนและนโยบาย ในการแก้ไขปัญหาระยะยาวต่อการจัดการปัญหาฝุ่นพิษในอากาศให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา รับไปดำเนินการ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคประชาชนครับ ขออนุญาตใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๕๐ ประกอบข้อที่ ๕๔ เพื่อเสนอ ญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอมาตรการเร่งด่วน และแนวนโยบาย ในการแก้ไขปัญหาระยะกลางและระยะยาวต่อการจัดการปัญหาฝุ่นพิษในอากาศ ให้คณะรัฐมนตรี รับไปพิจารณาดำเนินการครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องกล่าวแสดงความยินดีที่วันนี้เป็นวันแรกที่กฎหมายสมรส เท่าเทียมมีผลบังคับใช้ เป็นกฎหมายที่แสดงความก้าวหน้าของประเทศไทยในสายตาชาวโลก แต่ในขณะเดียวกันท่านประธานทุก ๆ นาทีต่อจากนี้ในประวัติศาสตร์สังคมไทยที่จะเป็น ความก้าวหน้าที่เรามีความเท่าเทียมมากขึ้น ทุก ๆ นาทีต่อจากนี้ที่คณะรัฐมนตรี รัฐบาล ดำเนินการปัญหาการแก้ฝุ่นพิษล่าช้า คือความถดถอยของปัญหาสุขภาพของประชาชนคนไทย ทั่วทั้งประเทศครับ ท่านประธานครับ ผมมีหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งจากกรุงเทพธุรกิจวันนี้ พาดหัวตัวโต ๆ ครับฝุ่นพิษเพิ่มแรงฉุดเศรษฐกิจ คาด กทม. กระทบ ๓,๐๐๐-๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่องเที่ยวเหนือกระทบนัก นี่เฉพาะในพื้นที่ของกรุงเทพมหานครนะครับ ตัวเลขจากศูนย์วิจัย ของกสิกรไทย ๓,๐๐๐-๖,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นครับท่านประธาน ผมเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง เร่งด่วนที่วันนี้อยากจะให้เพื่อนสมาชิกครับร่วมกันอภิปรายเพื่อส่งข้อเสนอแนะไปยัง คณะรัฐมนตรีให้เร่งดำเนินการโดยเร็วครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมเพิ่งทราบข่าว ล่าสุดจากคณะรัฐมนตรีครับ จากหน้าเว็บไซต์ของทางสำนักนายก ที่บอกว่าท่านนายก ได้มีการสั่งการประชุมเร่งด่วนเมื่อประมาณ ๔๐ ๕๐ นาทีที่แล้วครับ แต่ผมเองก็ต้อง แสดงความเสียดายเล็กน้อยครับ ที่หลาย ๆ มาตรการที่นายกสั่งการเร่งด่วนจากต่างประเทศนั้น ยังไม่ตรงจุดครับ ยังมีอีกหลาย ๆ มาตรการที่วันนี้ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกจะมานำเสนอ ให้พวกเราเห็นครับว่าที่ผ่านมา🔗
เดี๋ยวครับ เดี๋ยวผมจะให้อภิปรายต่อไป เพราะว่าเรื่องนี้เป็นการเลื่อนระเบียบวาระเป็นญัตติด่วน ต้องถามจากที่ประชุมว่าจะยินดีที่จะให้พิจารณาเรื่องนี้ขึ้นมาก่อนญัตติที่เรียงลำดับ เรื่องรายงานนั้นก่อน แล้วก็พอจบแล้วก็จะให้ท่านณัฐพงษ์ได้ชี้แจงต่อไปนะครับ ขอให้เป็นไป ตามข้อบังคับนะครับ เนื่องจากวันนี้มีการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาเสนอมาตรการเร่งด่วนและนโยบายแก้ปัญหาระยะยาวต่อการจัดการปัญหาฝุ่นพิษ ในอากาศให้คณะรัฐมนตรีรับไปพิจารณาดำเนินการ แล้วก็มีผู้รับรองถูกต้องตามที่เสนอ เนื่องจากข้อบังคับ ข้อ ๒๘ กำหนดให้ที่ประชุมต้องพิจารณาเฉพาะเรื่องที่อยู่ในระเบียบวาระ การประชุมและเป็นไปตามลำดับที่อยู่ในระเบียบวาระ เว้นแต่ที่ประชุมจะเห็นเป็นอย่างอื่น ผมจึงจะขอถามจากที่ประชุมว่าจะมีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ตามที่คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาขึ้นมาพิจารณาในวันนี้นะครับ เมื่อไม่มีความเห็น เป็นอย่างอื่น ผมจึงถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบให้พิจารณาเรื่องญัตติด่วนด้วยวาจาเป็นเรื่องด่วน ตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ เพราะฉะนั้นขอเชิญคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้เสนอแถลงเหตุผล ของการเสนอเรื่องนี้ เชิญเลยครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธานครับ ขออนุญาตต่อนะครับ ขออภัยท่านประธานเมื่อสักครู่ ผมเองเมื่อได้ เสนอญัตติเสร็จแล้วก็ทิ้งเวลาสักครู่ เห็นท่านประธานไม่ได้ขานอะไรต่อก็เริ่มอภิปรายเลย ต้องขออภัยนะครับที่ผมอาจจะเข้าใจผิด ก็ขออนุญาตต่อนะครับ การสั่งการของท่านนายก ผมคิดว่ายังมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้ตอบโจทย์สิ่งที่พวกเราได้นำเสนอไว้ ลองดูในสไลด์ หน้าถัดไปนะครับ🔗
ท่านประธานครับก่อนหน้านี้พรรคก้าวไกล พรรคประชาชนเราได้เสนอมาตรการให้รัฐบาล ได้ดำเนินการมาแล้วหลายต่อหลายครั้งครับ แผนภาพหน้านี้ได้แสดงตั้งแต่เดือนกันยายน ปี ๒๕๖๖ สมัยที่รัฐบาลของนายกเศรษฐา ทวีสิน ขึ้นมารับตำแหน่งหน้าที่ไม่นานนะครับ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ หลาย ๆ มาตรการรัฐบาลยังไม่ได้ดำเนินการเลยครับ ผมยกตัวอย่าง อย่างเช่น ในเรื่องของเดือนกันยายนปี ๒๕๖๖ เรามีการเสนอมาตรการการห้ามนำเข้า สินค้าเกษตรที่มาจากการเผา เรายังมีการเสนอว่าการนำเข้าสินค้าเกษตร อย่างเช่น ข้าวโพด จะต้องมีการระบุในเรื่องของที่มาหรือ Geolocation ครับเพื่อให้พวกเราสามารถติดตาม ย้อนหลังไปได้ว่าข้าวโพดนำเข้าต่าง ๆ เหล่านั้นมาจากพื้นที่ที่มีการเผาหรือไม่ ปัจจุบันก็ยังไม่ มีความชัดเจนในมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ ยกตัวอย่างต่อไปครับท่านประธาน ในตอนเดือน มกราคมปี ๒๕๖๗ เรื่องการจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอกับการต่อสู้ปัญหาฝุ่น PM2.5 และ การจัดสรรงบประมาณให้กับท้องถิ่นครับ เพื่อนสมาชิกของผมท่านภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ก็ได้ ตั้งกระทู้ถามสดเมื่อเช้านี้ครับ การตั้งงบประมาณอุดหนุนให้กับท้องถิ่นในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ขอไปเป็นพันล้านบาท ท่านประธานได้รับการจัดสรรเพียงแค่หลักร้อยล้านบาท ยังมีในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณปี ๒๕๖๙ ที่พวกเราอยากจะเห็นข้อสั่งการของ นายกครับ สั่งการมาให้ชัดเจนครับท่านประธาน ตอนนี้อยู่ในกระบวนการการส่งคำของบ ปี ๒๕๖๙ อยากจะให้ท่านสั่งการตอนนี้ให้ชัดเจนครับ ว่าให้สำนักงบประมาณจัดสรร งบประมาณในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ให้กับท้องถิ่นอย่างดีเพียงพอ ยังมีมาตรการอื่น ๆ อย่างเช่นในช่วงเดือนเมษายนปี ๒๕๖๗ ข้อเสนอที่บอกว่าให้เพิ่มโรคมะเร็งปอดเป็นโรค ที่ต้องป้องกันและเฝ้าระวังจากปัญหาฝุ่นพิษครับ มาตรการนี้มีความสำคัญอย่างไรครับ ท่านประธานปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถตั้งงบประมาณมารองรับกับโรคร้าย ที่เกิดขึ้นได้จากปัญหาฝุ่น PM2.5 ถ้ารัฐบาลยังไม่ออกมาประกาศมาตรการตรงนี้ให้เกิดความ ชัดเจนครับ ยังมีในเรื่องของการออกกฎหมายลำดับรองต่าง ๆ ตาม พ.ร.บ. มาตรฐาน สินค้าเกษตร เพื่อควบคุมการนำเข้าส่งออกสินค้าเกษตรต่าง ๆ ครับว่าจะต้องไม่เกิดจาก การเผา มาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ตามแผนภาพที่ทุกท่านเห็นอยู่นี่ครับ ท่านประธานพวกเราได้ นำเสนอก่อนหน้านี้มาเป็นระยะเวลานานแล้ว ดังนั้นสิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำอีก ๑ ครั้ง วันนี้ ทุก ๆ นาทีที่เสียไปสิ่งที่ยังขาดความชัดเจน สิ่งที่ยังขาดการสั่งการและการกระทำจากรัฐบาลอย่างดีเพียงพอนั้นย่อมหมายถึงความ ถดถอยด้านสุขภาพของประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศครับ🔗
ขอสไลด์ถัดไปครับ ท่านประธานครับ หากจะให้ผมกล่าวโดยสรุปว่าปัญหา ฝุ่นนั้นมาจากที่ใดบ้าง ผมคงจะกล่าวได้ว่าก็มีจากฝุ่นในไร่ ฝุ่นในป่า ฝุ่นในเมือง แล้วก็ฝุ่น ข้ามพรมแดนครับ จาก ๔ แหล่งหลัก ๆ นี้สรุปออกมาเป็นมาตรการทั้ง ๕ ด้านด้วยกัน ไม่ว่า จะเป็นมาตรการด้านงบประมาณ ด้านกฎหมาย ด้านการจัดการกับการเกษตร ด้านไฟป่า แล้วก็ระบบการแจ้งเตือนและฐานข้อมูลต่าง ๆ ครับ มาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ที่เราได้สรุป ออกมาในแผนภาพเดียวที่เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกร่วมพรรคของผมจะลุกขึ้นมาอภิปรายเพื่อส่ง ข้อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี ผมขอยกตัวอย่างมาตรการที่สำคัญ ๆ เพียงไม่กี่ข้อนะครับ เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาในที่ประชุมมากเกินไป ยกตัวอย่างในเรื่องของการให้เงินอุดหนุน แก่ชาวนาไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ที่ผ่านมาพวกเราก็มีข้อเสนอครับท่านประธาน ว่าให้เงิน อุดหนุนอย่างมียุทธศาสตร์ คำว่า ให้เงินอุดหนุนอย่างมียุทธศาสตร์หมายถึงว่า แทนที่เราจะ ให้ไปโดยเปล่า ๆ ถ้าเราทำความรู้ความเข้าใจกับพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรครับ ถ้าเขาทำเกษตร โดยไม่ใช้การเผาเขาจะได้เงินอุดหนุนเพื่อสนับสนุนการทำเกษตรในรูปแบบนั้นครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เงื่อนไขและมาตรการแบบนี้รัฐบาลสามารถดำเนินการได้เลย แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจน ออกมาครับ ล่าสุดในเรื่องของปัญหาอ้อยครับ ท่านประธานที่มีตามหน้าข่าว มีพ่อแม่พี่น้อง เกษตรกรต้องจอดรถบรรทุกอ้อยเผาจำนวนหลายร้อยคันครับ เป็นเพราะที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีชุดนี้ไม่มีความชัดเจนครับ ผมขอยืนยันว่าที่ผ่านมาในการดำเนินการของปี ก่อน ๆ เคยมีการตั้งเพดานการรับซื้ออ้อยเผาแล้วครับท่านประธาน แล้วก็ได้ผลดีด้วย เพียงแต่ในปีนี้รัฐบาลไม่ยอมออกผ่านมาเป็นมติ ครม. หรือไม่ได้ออกมาเป็นประกาศที่ชัดเจน ทำให้เกษตรกรในฤดูกาลนี้ตอนเก็บเกี่ยวเขาก็ใช้วิธีการเผา แล้วถึงเวลามาใช้มาตรการ ขอความร่วมมือไปบอกกับโรงงานว่าไม่ให้รับซื้ออ้อยเผา สุดท้ายก็เลยเกิดปัญหาอ้อยเผาต้อง จอดค้างเป็นจำนวนมาก นี่คือหนึ่งตัวอย่างที่รัฐบาลขาดความชัดเจน ขาดการวางแผน ล่วงหน้าครับ ถ้าที่ผ่านมารัฐบาลมีความชัดเจนประกาศแผนต่าง ๆ เหล่านี้ล่วงหน้า ให้ทั้ง เกษตรกร ให้ทั้งโรงงานที่จะรับซื้ออ้อยรับรู้ตัวเลขร่วมกันปัญหาจะไม่เกิดขึ้นอย่างที่เป็นอยู่ ในทุกวันนี้ครับ ยังมีในเรื่องของหลักเกณฑ์แล้วก็การแจ้งเตือนต่าง ๆ นะครับท่านประธาน สิ่งที่รัฐบาลสามารถทำได้เลย ก็คือในเรื่องของการประกาศหลักเกณฑ์ว่าค่าฝุ่นเมื่อถึงจุด วิกฤติเท่าใดแล้ว จะต้องมีการแจ้งเตือนต่อประชาชนและให้พ่อแม่พี่น้องประชาชน ดำเนินการอย่างไรบ้าง ที่ผ่านมาเราจะเห็นแต่การประกาศจากกรุงเทพมหานครใช่ไหมครับ ว่าให้ขอความร่วมไม้ร่วมมือหยุดเรียนหรือว่าให้ฝ่ายราชการ Work from Home ได้ คำถาม ก็คือทำไมต้องเฉพาะเป็นจังหวัดต่อจังหวัด รัฐบาลสามารถออกประกาศแบบนี้ให้มีผล โดยทั่วไปได้ ทำเป็นหลักเกณฑ์กลางหลักเกณฑ์มาตรฐานครับ เมื่อค่าฝุ่นถึงค่าวิกฤติค่าหนึ่ง ทุก ๆ คนรู้วิธีการในการปฏิบัติตัวทันทีครับ ยังมีมาตรการในด้านอื่น ๆ อีกเยอะแยะนะครับ ท่านประธาน ที่วันนี้ถ้าผมจะใช้เวลาในการอภิปรายทั้งหมดก็อาจจะลงรายละเอียดมาก เกินไป ไม่ว่าจะเป็นนโยบายในเรื่องของสาธารณสุขแล้วก็เรื่องของระบบแจ้งเตือนภัยที่วันนี้ เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกของผมจะลุกขึ้นอภิปรายต่อจากนี้ ดังนั้นวันนี้เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ในที่ประชุมแห่งนี้ครับ อยากจะเสนอญัตตินี้เข้าสู่ที่ประชุมสภา แล้วก็ขอการสนับสนุนจาก เพื่อนสมาชิกทุกคนให้ส่งมาตรการเร่งด่วนให้คณะรัฐมนตรีรับไปดำเนินการครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณณัฐพงษ์ครับ ขณะนี้มีสมาชิกที่จะลงชื่อขออภิปรายแล้วจำนวน ๑๗ ท่าน สำหรับผู้ที่ยัง ไม่ได้ลงชื่อขอให้มาลงชื่อที่โต๊ะหน้าบัลลังก์นี้ให้เวลาอีก ๑๕ นาทีเข้ามาลงชื่อได้นะครับ โดยผมจะเรียกชื่อ ตามลำดับที่ลงชื่อโดยจะเรียกฝ่ายค้าน ๓ ท่าน เพราะฝ่ายค้านมีทั้งหมด ๑๓ ท่าน ฝ่ายรัฐบาล ๔ ท่าน ก็จะเรียก ๓ ต่อ ๑ เชิญคุณณรงเดช อุฬารกุล เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณรงเดช อุฬารกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ผมได้ปรึกษาหารือในสภาแห่ง นี้โดยได้แสดงความกังวลต่อนโยบายของรัฐบาลในการจัดการฝุ่น PM2.5 ภาคการเกษตร ว่าอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อพี่น้องเกษตรกร เพราะเป็นการสั่งการโดยไม่ได้มีมาตรการ รองรับชัดเจน ไม่ได้มีการเตรียมการ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๗ มกราคมที่ผ่านมา ขอสไลด์ ด้วยครับ🔗
จึงเรียกได้ว่าเป็นนโยบาย ปากเปล่า ปล่อยให้แต่ละหน่วยงานทำอะไรก็ทำเอง ที่เห็นเป็นรูปธรรมที่สุดก็คือการสั่งปิด โรงงานน้ำตาล ๒ แห่ง ที่จังหวัดลพบุรีและจังหวัดอุดรธานี โดยไม่มีมาตรการรองรับที่ชัดเจน ให้พี่น้องเกษตรกรที่ตัดอ้อยมารอเข้าหีบ ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมากต่อพี่น้อง เกษตรกรชาวไร่อ้อยไม่ว่าจะตัดอ้อยสดหรืออ้อยไฟไหม้ที่ต้องรอว่าจะเปิดหีบเมื่อไร ท่านประธานครับ จากที่ท่านนายกสั่งการมาจากต่างประเทศผมค่อนข้างแปลกใจครับ ที่กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดมาตรการห้ามนำเข้าอ้อยไฟไหม้ ผมไม่ทราบว่ามีโควตาอ้อยไฟไหม้นำเข้าประเทศไทยตั้งแต่เมื่อไร อุตสาหกรรมอ้อย และน้ำตาลเป็นอุตสาหกรรมที่มีระบบระเบียบชัดเจน ใครจะปลูกอ้อย ใครจะส่งอ้อย ใครจะ ตัดอ้อยต้องมีการขึ้นทะเบียนวางแผนปลูก วางแผนในการตัด แล้วก็วางแผนในการส่งกัน เป็นปี มีความผูกพันตามสัญญาการรับซื้อ ใครได้โควตาไปเท่าไร ต้องเอาไปส่งโรงงานไหน มีการคิดค่าปรับตามกฎหมายครับ ไม่ใช่นึกอยากจะไปส่งที่ไหนก็ไปส่งได้โดยไม่มีการกำหนด ใด ๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นการที่พูดกันทั่วไปว่าโรงงานน้ำตาลจะถูกปิดเพราะไม่ทำตามนโยบาย ของรัฐบาลที่ไม่ให้รับอ้อยไฟไหม้เข้าหีบเกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อดูคำสั่งจะเห็นว่าเป็นการ สั่งปิดโรงงานตามอำนาจของ พ.ร.บ. โรงงานเรื่องมาตรฐานโรงงาน ไม่เกี่ยวกับสัดส่วนการ รับอ้อยไฟไหม้เข้าหีบแต่อย่างใด ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นครับ ท่านประธานครับกฎหมายที่ใช้ ควบคุมกิจการอ้อยและน้ำตาลทรายคือ พ.ร.บ. อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๒๗ โดยให้ คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายออกระเบียบว่าด้วยการตัดและส่งออกให้แก่โรงงาน การตรวจสอบคุณภาพอ้อยและการรับรองจากชาวไร่อ้อย หรือหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อย พ.ศ. ๒๕๕๓ หมวด ๑ การตัดและการส่งอ้อยและการรับอ้อย ข้อ ๑๒ ให้โรงงานมีสิทธิ ปฏิเสธการรับซื้ออ้อยจากชาวไร่อ้อยได้ในกรณีดังต่อไปนี้🔗
ข้อ ๑ เมื่อคุณภาพอ้อยต่ำกว่า ๖ ซี.ซี.เอส.🔗
ข้อ ๒ อ้อยไฟไหม้มีความบริสุทธิ์ไม่ได้มาตรฐานตามที่คณะทำงานควบคุม การผลิตประจำโรงงานตัดสิน🔗
ข้อ ๓ อ้อยไฟไหม้ที่เกินกว่าปริมาณที่โรงงานสามารถรับได้ตามข้อ ๑๑ (๓)🔗
ท่านประธานครับ ที่เขากำหนดไว้นี้เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมาย ในการคุ้มครองเกษตรกรชาวไร่อ้อยครับ ไม่ให้โรงงานเอาเปรียบ โดยปฏิเสธการรับซื้ออ้อย จากเกษตรกรโดยไม่มีเหตุผล ดังนั้นที่รัฐบาลร้องขอให้โรงงานรับอ้อยไฟไหม้ไม่เกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เขาจึงไม่สามารถทำได้หากไม่เป็นไปตามประกาศ และท่านเองก็ไม่มีอำนาจ ในการไปบังคับเขาด้วย คำสั่งปิดโรงงานกระทรวงอุตสาหกรรมจึงต้องใช้อำนาจอื่นโดย ไม่อาจให้เหตุผลได้โดยตรงว่าสั่งปิดเพราะรับอ้อยไฟไหม้เกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วข้อ ๑๒ (๓) คืออะไร ทำไมไม่นำมาใช้รับ ที่ท่านเห็นนี่คือสถิติสัดส่วนอ้อยไฟไหม้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ จนถึง ปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าก่อนฤดูการผลิต ๒๕๖๒/๒๕๖๓ โรงงานน้ำตาลมีสัดส่วนการรับอ้อย ไฟไหม้มากกว่า ๖๐ เซนติเมตร เห็นกราฟทางด้านซ้ายใช่ไหมครับ แต่อยู่ ๆ ก็ลดลงมาเหลือ ๔๙.๖ เปอร์เซ็นต์ และลดลงเหลือ ๒๖.๔๑ เปอร์เซ็นต์ในปีถัดมาทางด้านขวานะครับ เพราะในปี ๒๕๖๓ ได้มีการแก้ไขระเบียบคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย โดยเพิ่ม ข้อ ๑๑ (๓) ในฤดูการผลิตปี ๒๕๖๒/๒๕๖๓ ให้โรงงานรับอ้อยไฟไหม้จากชาวไร่อ้อย หรือหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อยคู่สัญญาไม่เกินร้อยละ ๕๐ ของปริมาณอ้อยที่รับทั้งหมด หากมีปริมาณอ้อยไฟไหม้เกินปริมาณที่กำหนดให้นำปริมาณอ้อยไฟไหม้ที่เกินไปรวมคำนวณ ในวันถัดไป และเมื่อรวมทั้งฤดูกาลผลิตโรงงานรับอ้อยไฟไหม้ได้ไม่เกินร้อยละ ๕๐ ของ ปริมาณอ้อยที่โรงงานรับทั้งหมดในฤดูกาลนั้น และข้อ ๑๒ (๓) ให้โรงงานสามารถปฏิเสธการ รับซื้ออ้อยไฟไหม้ ในปีถัดมาก็ได้มีการแก้ระเบียบดังกล่าวอีกทั้งเป็นฤดูการผลิต ๒๕๖๓/๒๕๖๔ ทำให้เปอร์เซ็นต์อ้อยไฟไหม้ที่เข้าหีบในปี ๒๕๖๔ ลดลงอีก ๒๓ เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง ๒๖.๔๑ เปอร์เซ็นต์ครับ แต่หลังจากนั้นครับท่านประธานก็ไม่ได้มีการแก้ไข ประกาศดังกล่าวอีกเลยครับ ทำให้เปอร์เซ็นต์การรับอ้อยไฟไหม้เข้าหีบกลับมาเพิ่มขึ้น ดังกราฟ เพราะการไม่มีการกำหนดเพดานการรับอ้อยไฟไหม้สำนักงานคณะกรรมการอ้อย และน้ำตาลทรายได้เข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่ากำลังมีการแก้ไขระเบียบ กอน. ว่าด้วยการตัดอ้อย มีการแก้ไขข้อ ๑๒ (๒) ขอสไลด์ด้วย โดยได้อนุญาตให้โรงงานมีสิทธิปฏิเสธการรับซื้ออ้อยจากชาวไร่อ้อยได้ แต่เมื่อผมดูร่างแก้ไข ของ กนอ. ข้อ ๑๑ (๓) ที่ควบคุมปริมาณการรับอ้อยไฟไหม้ของโรงงานน้ำตาลและ ข้อ ๑๒ (๓) ที่อนุญาตให้โรงงานสามารถปฏิเสธอ้อยไฟไหม้ที่เกินกว่าที่กำหนด ในข้อ ๑๑ (๓) กลับถูกตัดทิ้งครับ ถ้าตามตารางก็จะเป็นการเปรียบเทียบในช่องที่ ๒ หมายความว่าต่อไปนี้จะไม่มีการควบคุมเพดานการรับอ้อยไฟไหม้ตามกฎหมาย จะรับหรือ ไม่ก็แล้วแต่โรงงานครับ ท่านประธานครับ การควบคุมโควตาการรับอ้อยไฟไหม้เข้าหีบตาม ๑๑ (๓) เป็นภาระของโรงงานที่มีหน้าที่ต้องควบคุมอ้อยเข้าหีบในแต่ละวันให้ไม่เกินจำนวน ที่กฎหมายกำหนด และให้อำนาจอยู่แล้วว่าสามารถปฏิเสธรับอ้อยไฟไหม้ได้หากเกิน ที่กฎหมายกำหนดไว้ใน ๑๒ (๓) วันนี้ กอน. ยกเลิกมาตรการดังกล่าวทั้ง ๑๑ (๒) และ (๓) แต่ยกอำนาจการตัดสินใจให้โรงงานน้ำตาลโดยไม่มีเพดานรับซื้ออ้อยไฟไหม้ จะเป็นการ เอื้อประโยชน์ให้โรงงานน้ำตาลให้เอาเปรียบพี่น้องชาวไร่อ้อย ท่านประธานครับประกาศ ดังกล่าวต้องลงนาม ๓ กระทรวง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ดังนั้นถ้ารัฐบาลจริงใจในการแก้ปัญหาโรงงานน้ำตาลรับอ้อยไฟไหม้เข้าหีบ รัฐบาลสามารถแก้ไขได้ทันทีโดยตัดฤดูกาลผลิตออกจากระเบียบในข้อ ๑๑ (๓) รัฐบาล สามารถตัดได้ทันทีจากด้านบนนะครับ ผมมีข้อสังเกตว่าในร่างแก้ไขมีการแก้ไขข้อ ๑๘ (๒) อ้อยที่ถูกเผาไม่เกินร้อยละ ๒๕ ของปริมาณอ้อยที่โรงงานทั้งหมดใน ๑ วันจะถูกหักค่าอ้อย ออกจากโรงงานข้างต้น ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลทราบหรือไม่ว่าเพดานปัจจุบันที่กำหนดให้ ระเบียบคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายว่าด้วยการตัดและส่งออกให้แก่โรงงานตาม ข้อ ๑๑ (๓) อยู่ที่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งท่านจะอนุญาตให้โรงงานน้ำตาล รับไว้ได้โดยมีค่าปรับ🔗
สรุปได้แล้วครับ เพราะเกินเวลา มีผู้อภิปรายหลายท่าน สรุปเลยครับ🔗
สุดท้ายแล้วครับ สรุปแล้วครับ การแก้ไขของ กอน. ในฉบับนี้จะเปิดโอกาสให้โรงงานน้ำตาลสามารถรับซื้ออ้อยไฟไหม้ได้เกิน กว่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์โดยใช้วิธีการจ่ายค่าปรับแทน แทนที่จะกำหนดมาตรฐานขั้นสูงไว้ ท่านประธานครับ การปิดโรงงานน้ำตาลทั้ง ๆ ที่ไม่มีมาตรการรองรับและสุ่มเสี่ยงต่อการ เลือกปฏิบัติทำให้พี่น้องชาวไร่อ้อยเสียหายหนักและกลายเป็นจำเลยของสังคม เกษตรกรเป็น อาชีพที่มีความเสี่ยงสูงแต่รายได้ต่ำ วันนี้การดำเนินนโยบายภาคการเกษตรของรัฐบาล นอกจากจะไม่อุดหนุนส่งเสริมมาตรการการตัดอ้อยตันละ ๑๒๐ บาทตามที่ได้รับปากไว้ กับพี่น้องเกษตรกร ยังออกมาตรการต่าง ๆ มาลงโทษพี่น้องเกษตรกร ระวังเกษตรกร จะลงโทษนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดลำพูน พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายปัญหาเกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 นะครับ อย่างที่ทุกท่าน ทราบครับว่าปัญหาฝุ่น PM2.5 มีจากหลายปัจจัยนะครับ แล้วก็ไฟป่าก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เกิดฝุ่น PM2.5 นะครับ และนับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นต้นมาครับ ไฟป่าเริ่มเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดฝุ่น PM2.5 ซึ่งมีค่าการเผามากกว่าภาคการเกษตรนะครับ โดยเฉพาะภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ พื้นที่ไฟไหม้ ป่ามีพื้นที่มากถึง ๔ ล้านไร่ หรือคิดเป็นพื้นที่มากกว่า ๖,๔๐๐ ตารางกิโลเมตร เพื่อให้ ท่านประธานได้เห็นภาพชัดก็คือใหญ่กว่าจังหวัดกรุงเทพประมาณ ๔ เท่า ดังนั้นการมี มาตรการดูแลป้องกันไฟป่าจึงมีความสำคัญที่จะช่วยควบคุมปริมาณฝน PM2.5 ซึ่งในช่วง ต้นปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา พรรคก้าวไกลซึ่งตอนนั้นยังไม่ถูกยุบ ได้มีโครงการก้าวไกล สู้ไฟป่า ให้กับ สส. ภาคเหนือ ได้ลงพื้นที่ในการศึกษาหน้างานจริงนะครับ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ ของจังหวัดตาก สส. คริษฐ์ ปานเนียม พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ก็คือ สส. ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ และเพื่อน สส. จังหวัดเชียงใหม่แล้วก็เชียงราย รวมถึงจังหวัดลำปาง แล้วก็ลำพูนของผม เพื่อเข้าไปศึกษาและช่วยแก้ไขปัญหาของหน้างานจริง แล้วก็ช่วยให้เจ้าหน้าที่ช่วยกัน ปฏิบัติงานช่วยกันดับไฟป่านะครับ แล้วหลังจากได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจะต้องมาถอดบทเรียน เพื่อเสนอแนะแนวทางให้กับทางรัฐบาลได้นำปัญหาต่าง ๆ เข้าไปแก้ไขและสามารถลดปัญหา ฝุ่น PM2.5 จากไฟป่าได้ครับ ผมจึงมีข้อเสนอแนะให้กับทางรัฐบาลอยู่ ๔ ข้อ เพื่อให้ทาง รัฐบาลได้นำไปปรับใช้🔗
ข้อที่ ๑ คือการรณรงค์และการบังคับใช้มาตรการงดเผาในที่โล่งครับ ซึ่งรัฐบาลสามารถใช้กลไกของกรมการปกครองได้เลยนะครับ และผมทราบมาว่าทางท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปให้ทางผู้ว่าราชการเป็นแม่งาน โดยที่จังหวัด ลำพูนครับ ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาทางท่านผู้ว่าได้สั่งการให้ทางท่านนายอำเภอทั้ง ๘ อำเภอในจังหวัดลำพูนได้ลงพื้นที่กำชับเรื่องของการเผาแล้วก็หาจุด Hotsport ต่าง ๆ อันนี้จะเป็นส่วนที่ช่วยให้การรณรงค์ในการงดเผาในที่โล่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนข้อที่ ๒ การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้รับทราบถึงข่าวสารต่าง ๆ ขอสไลด์ ที่ ๒ เพราะว่าว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างเดียวอาจจะเป็นทำให้ประชาชนได้รับ ข่าวสารในเชิงลบมากไป ต้องมีการช่วยรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ครับ ในพื้นที่จังหวัด ลำพูนได้มีสื่อสารมวลชนท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่าง Page ฮาลำพูนซึ่งมีผู้ติดตามในพื้นที่ มากกว่า ๕๐๐,๐๐๐ คน ทำให้เข้าถึงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ของการรณรงค์ป้องกันการ เผา แล้วก็ปัญหาฝุ่น PM2.5 ได้ และยิ่งไปกว่านั้นผมเองก็ได้ทำแผ่นพับประชาสัมพันธ์ให้กับ พื้นที่ชุมชนที่ใช้ประโยชน์กับพื้นที่ป่านะครับ และใช้ประโยชน์เข้าไปในป่าเพื่อรณรงค์ป้องกัน การงดเผานะครับ ส่วนข้อที่ ๓ การทำแนวกันไฟอย่างมีประสิทธิภาพ อันนี้ก็เป็นส่วนที่ สำคัญมาก เพราะว่ากันแนวกันไฟนี้ป้องกันการลุกลามของไฟป่า ต้องมีการศึกษาลงพื้นที่จริง วางแผนร่วมกัน แล้วก็มีการเตรียมการล่วงหน้าเพราะว่าในทุก ๆ ปีที่ผ่านมาครับ การทำแนว กันไฟก็จะทำในช่วงหลังจากเกิดไฟแล้วนะครับ แต่ส่วนที่ผมกำลังนำเสนอนี่คือเป็นการ ทำแนวกันไฟในช่วงก่อนที่จะเกิดไฟ แล้วจากการลงพื้นที่ลองทำงานจริงในช่วงปีที่ผ่านมา เราได้มีข้อมูลร่วมกันกับทางวิชาการ ก็คือระยะแนวป้องกันไฟที่มีความเหมาะสมอยู่ในช่วงที่ ๖-๑๐ เมตรครับ และยิ่งไปกว่านั้นหลังจากทำแนวกันไฟเสร็จแล้วเราต้องเอาให้การอบรม เจ้าหน้าที่ไม่ว่าจะเป็น ทสม. หรือ ชรบ. เข้าไปสำรวจแนวกันไฟที่เราทำไปแล้วนะครับ เพราะป้องกันใบไม้หรือว่าแหล่งเชื้อเพลิงใหม่ที่จะเข้ามาทับถมในพื้นที่แหล่งแนวกันไฟ ที่เราทำแนวไว้เพื่อป้องกันการเกิดไฟไหม้ข้ามแนวกันไฟนะครับ แล้วข้อที่ ๔ การอบรม อาสาสมัครป้องกัน ๆ ไฟป่านะครับ อย่างที่ทุกท่านทราบครับว่าเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกัน ไฟป่าส่วนมากจะมาจาก ทสม. หรือ ชรบ. ในชุมชนนะครับ เจ้าหน้าที่กลุ่มนี้จะมีความชำนาญในการดับไฟในพื้นที่โล่ง แต่ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ดังกล่าว จะไม่มีความชำนาญหรือทักษะในการดับไฟป่า หรือเข้าไปเผชิญเหตุในพื้นที่ป่าครับ อย่างที่ ท่านได้เห็นทุกวันว่าจะมีข่าวทุก ๆ ปีว่าเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าเสียชีวิตขณะปฏิบัติในป่า หรือประสบอุบัติเหตุในป่าเพราะว่ายังขาดทักษะการดับไฟในพื้นที่ป่า และการเผชิญเหตุ ในพื้นที่ที่มีความลาดชัน ดังนั้นการเพิ่มทักษะหรือการอบรมเสริมทักษะให้กับเจ้าหน้าที่ ป้องกันไฟป่าจะมีการเพิ่มศักยภาพให้กับเจ้าหน้าที่ในการดับไฟป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากทั้ง ๔ ข้อที่ผมได้นำเสนอให้กับรัฐบาลเข้าไปดำเนินการ และสามารถทำได้เลยนะครับ เพราะว่ามีความพร้อมและมีศักยภาพทั้งด้านงบประมาณครับ ผมจะขอนำเสนอในสไลด์ สุดท้าย สไลด์ที่ ๕ นะครับ เนื่องจากเราต้องทำศึกษาตั้งแต่ปีที่ผ่านมาครับ ปีนี้เราเลย ประสานงานกับหน่วยงานราชการในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นทางท่านนายอำเภอเมืองและอำเภอ แม่ทาว่าจะขอทำแนวกันไฟในพื้นที่มากกว่า ๕ กิโลเมตร เราเริ่มทำโครงการนี้ตั้งแต่ช่วงเดือน พฤศจิกายนที่ผ่านมาจนถึงเดือนมกราคม มีการฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า และเดิน สำรวจแนวไฟป่าเมื่อปีที่ผ่านมาที่มีการเกิดซ้ำบ่อย ๆ แล้วก็เริ่มมีการประชาสัมพันธ์แจก แผ่นพับให้รณรงค์ให้กับชุมชนที่อยู่ติดป่า หรือว่าชุมชนที่เข้าไปใช้ทรัพยากรในป่าครับ เพื่อป้องกันการงดเผา แล้วก็มีติดแผ่นป้ายการงดเผาในพื้นที่ป่าชุมชนหรือว่าป่าอนุรักษ์ เพื่อให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ครับ และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือน พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ตอนนี้เรากำลังรอให้ต้นไม้กำลังผลัดใบแล้วจะทำแนวกันไฟป้องกัน ไฟป่า แล้วก็ในช่วงระหว่างนั้นเราก็จะทำเรื่องของการเดินสำรวจซ้ำว่าแนวกันไฟที่เราทำไว้ จะไม่มีใบไม้มาทับถมเพื่อให้การป้องกันแนวกันไฟสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ ซึ่งหลังจากที่ผมได้อภิปรายผมหวังว่าจังหวัดลำพูนจะเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่จะช่วยลดไฟป่า เพื่อลดฝุ่น PM2.5 ให้กับประเทศไทยได้นะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ก็จะให้ฝ่ายค้าน อีกท่านหนึ่งแล้วก็จะไปที่รัฐบาล ผมจะให้คุณสาธิต ทวีผล ฝ่ายค้าน แล้วหลังจากนั้น คุณรวี เล็กอุทัย เตรียมตัวได้ครับ ขอเชิญคุณสาธิต ทวีผล ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สาธิต ทวีผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนญัตติด่วนด้วยวาจา ชื่อเรื่องญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอมาตรการเร่งด่วนและนโยบายในการแก้ไขปัญหา ระยะยาวต่อการจัดการปัญหาฝุ่นพิษในอากาศให้คณะรัฐมนตรีพิจารณารับไปดำเนินการ ที่เสนอโดยท่าน สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ท่านประธานที่เคารพ ปัจจุบันปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ยิ่งทวีคูณความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทั่วประเทศไทยครับ ปัญหาดังกล่าวเกิดจากอะไรสาเหตุหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุจาก โรงงานอุตสาหกรรม จากท่อไอเสียรถยนต์ จากการเผา และจากไฟป่า ท่านประธานที่เคารพ จังหวัดลพบุรีมีพื้นที่ภูเขา มีพื้นที่ป่าไม้ และมีพื้นที่สำหรับเกษตรกรรมเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าในพื้นที่ของจังหวัดลพบุรีนั้นเกิดทั้งปัญหาไฟป่าและปัญหาการเผาของ ภาคเกษตรกรรม เนื่องด้วยปัจจุบันนี้เป็นฤดูหนาวทำให้อากาศแห้งแล้งและเสี่ยงต่อการเกิด ไฟไหม้ได้ง่ายครับ โดยไฟป่าสามารถเกิดได้จาก ๒ สาเหตุ สาเหตุแรกคือเกิดจากฝีมือมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการเผาเพื่อล่าสัตว์ หรือเผาเพื่อหาของป่า ส่วนสาเหตุที่ ๒ นั้นเป็นสาเหตุที่เกิดจากธรรมชาติ ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด ถ้าหากเกิดไฟป่าแล้วสิ่งที่จะมีผลตามมาก็คือหมอกควัน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้อากาศเป็นพิษ ฝุ่น PM2.5 ครับ ผมเชื่อว่าถ้าหากเรามีการป้องกันที่ดี มีการสื่อสาร มีการประชาสัมพันธ์ มีการร่วมมือร่วมใจกันป้องกันที่จะแก้ไขปัญหา ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 จะทุเลาลงอย่างมากครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดอากาศเป็นพิษฝุ่น PM2.5 นั้นมาจากการ ลดต้นทุนของพี่น้องเกษตรกร อันนี้เราปฏิเสธไม่ได้ครับข้อเท็จจริงมันมีอยู่ ดังนั้นพี่น้อง เกษตรกรเลือกวิธีเผา ซึ่งปัจจุบันพืชที่มีการเผาในจังหวัดลพบุรีมากที่สุดก็คืออ้อย ปัจจุบันนี้ พี่น้องประชาชนเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยนั้นได้ร้องเรียนมายังผมมากมายครับว่าให้ช่วยติดตาม ทวงถามเงินเยียวยาค่าตัดอ้อยสดตันละ ๑๒๐ บาทจากรัฐบาล เพื่อที่จะไม่ต้องมีการเผา เพื่อไม่ต้องให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ถ้าหากรัฐบาลช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย ผมเชื่ออย่างยิ่งครับว่าจะสามารถลดปัญหาการเผา ซึ่งเป็นสาเหตุเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิด ฝุ่น PM2.5 ได้อย่างแน่นอนครับ สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน ผมสนับสนุนญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอมาตรการเร่งด่วนและนโยบายการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ต่อการจัดการปัญหาฝุ่นพิษในอากาศ ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณารับไปดำเนินการเพื่อให้ พี่น้องประชาชนชาวไทยได้มีอากาศบริสุทธิ์ที่จะหายใจครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณรวี เล็กอุทัย ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ญัตติเรื่องการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 นี้เป็นญัตติที่ผมคิดว่ามีความสำคัญ เป็นอย่างมากครับ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตัวแทนของพี่น้องประชาชน รวมถึง ในฐานะคณะกรรมาธิการผู้ร่างกฎหมายอากาศสะอาดอยู่ ณ ปัจจุบัน ท่านประธานครับ เรื่องของการแก้ไขฝุ่น PM2.5 หรือมลพิษทางอากาศนั้นเป็นเรื่องที่ใหญ่มากครับ เพราะมัน ครอบคลุมในเรื่องของการแก้ไขปัญหากับหน่วยงานราชการหลายหน่วยงานหลายภาคส่วน เป็นอย่างมาก รวมไปจนถึงการที่จะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเราทราบกันดีครับอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ได้อภิปรายไปแล้วว่าการเกิดของฝุ่น PM2.5 ก็ดีหรือหมอกควันต่าง ๆ ก็ดีมันมาจาก หลายภาคส่วนมาก ๆ การจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้มันจึงจำเป็นจะต้องมีการถก มีการแก้ไข ปัญหาในหลากหลายมิติ ซึ่งรัฐบาลเราก็มีการดูแลเรื่องนี้ ติดตามเรื่องนี้อยู่เป็นประจำ สม่ำเสมอ ตามมติ ครม. ของคณะรัฐมนตรีประจำวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๘ ทาง ครม. ได้มี การให้ความใส่ใจในเรื่องของการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 มาโดยตลอดครับ ไม่ว่าจะเป็นทาง กระทรวงสาธารณสุขเอง ที่มีการขยายการบริการนักการแพทย์ ดูแลสุขภาพของพี่น้อง ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้เปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์บริการฉุกเฉินด้านการแพทย์เพื่อรับมือกับกรณีหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก กระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้กำหนดมาตรการเพิ่มเติมกับผู้ประกอบการในการงดการรับซื้อ อ้อย แต่ในส่วนนี้อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พูดถึงเรื่องของมาตรการที่มีการ ปิดโรงงานแล้วส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวอ้อย ทางรัฐบาลเองไม่ได้มองข้ามเรื่องนี้ครับ โดย สส. ของพรรคเพื่อไทยเราเองก็ดี ไม่ว่าจะเป็นท่านธีระชัย แสนแก้ว ท่านเทียบจุฑา ขาวขำ หรือท่านวัชระพล ขาวขำ ได้ติดตามลงไปในพื้นที่เพื่อสอบถามแล้วก็ดูแลพี่น้องประชาชนชาวไร่อ้อย ซึ่งตอนนี้รัฐบาล เรามีการพูดคุยถึงเรื่องการเยียวยาต่าง ๆ ให้กับพี่น้องเกษตรกรที่มีการตัดอ้อยสด ซึ่งสิ่งนี้ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมต้องยืนยันว่ามันเป็นเรื่องที่เราต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และมันเป็นการทำให้เห็นว่ารัฐบาลเรามีความมุ่งมั่น และเข้มงวดมากขึ้นในการลดปัญหา เรื่องการเผาพืชเรื่องอ้อย เพราะฉะนั้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีการ ทำงานร่วมกันกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการบังคับใช้กฎหมาย ส่งเสริม และรักษา คุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเผาป่า ตรวจจับผู้เผาป่า ผู้เผาตอ ซังข้าว ข้าวโพด อ้อย และพืชอื่น ๆ กระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงเกษตรได้มีการกำหนด มาตรการห้ามนำเข้าอ้อยไฟไหม้ รวมถึงพืชเกษตรอื่น ๆ ที่มีการเผา กระทรวงกลาโหม หน่วยงานความมั่นคง และกรมศุลกากรได้มีการตรวจสอบการลักลอบนำเข้าพืชที่ผ่านการ เผาทุกชนิดตามแนวเขตชายแดน กระทรวงคมนาคมมีการตรวจสอบและห้ามใช้ยานพาหนะ ที่ปล่อยควันดำเกินมาตรฐาน โดยเฉพาะรถกระบะ รถขนส่งโดยสารสาธารณะ รถบรรทุก ขนาดใหญ่ กระทรวงมหาดไทยมีการควบคุมการก่อสร้างในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ รวมทั้ง กำหนดมาตรการป้องกันการปล่อย PM2.5 จาก Site งานก่อสร้าง มีการกำชับกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย ผู้ว่าราชการจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อเตรียมการ ป้องกันกรณีที่มีการลักลอบการเผาและเกิดไฟไหม้ลุกลามในวงกว้าง กระทรวง DE กระทรวง อุดมศึกษา แล้วกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีการพัฒนาร่วมกันในการ พัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลกลางเกี่ยวกับจุด Hotspot และการระบายอากาศหมุนเวียน โดยใช้ข้อมูลจากจานดาวเทียม หรือใช้ Sensor วัดคุณภาพอากาศ รวมถึงกระทรวงการ ต่างประเทศได้มีการหารือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อร่วมมือกันหารือในการหามาตรการ ในการลดฝุ่นต่าง ๆ ท่านประธานครับ อย่างที่ผมกล่าวไปว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก แล้วต้องมีการพูดคุยกับหลาย ๆ ภาคส่วน การที่รัฐบาลเรามีการออกมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่ทำให้เห็นว่าเราไม่ได้ละเลยพี่น้องประชาชนอย่างที่มีใครหลายคนกล่าวอ้าง ตัว พ.ร.บ. อากาศสะอาดเองก็ดี เป็นสิ่งที่เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็นเครื่องมือในการ แก้ไขปัญหาระยะยาวเรื่องฝุ่น เรื่องมลพิษทางอากาศ เพราะเราไม่ได้มองเรื่องการแก้ไข ปัญหาที่ปลายทาง แต่เรามองไปจนถึงเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ หรือแหล่งกำเนิด มลพิษทางอากาศต่าง ๆ ซึ่งท่านวิสาระดีที่อยู่ข้าง ๆ ผมนี้จะเป็นคนพูดต่อไปว่ามีอะไรบ้าง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่อยากจะขอสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนทุกท่าน รวมถึง สส. ผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้ทุกท่านว่าเรามีความมุ่งมั่นตั้งใจจริง ๆ ในการที่จะแก้ไขเรื่องฝุ่น PM2.5 ให้มันลดน้อยถอยไป เพราะเราทราบกันดีครับว่าทุกวันนี้เราอยู่ในสภาพภูมิอากาศ ที่มันแย่จริง ๆ อันนี้ปฏิเสธไม่ได้ ผมเองปกติก็เป็นคนที่ไม่ได้แพ้อากาศอะไร แต่สถานการณ์ ฝุ่นที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวันนี้ก็ส่งผลกระทบต่อตัวผมเองรวมถึงคนในครอบครัวด้วยเช่นกัน มันจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ผมขอยืนยันแล้วก็สนับสนุนในญัตตินี้ว่า การแก้ไขปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 เป็นเรื่องใหญ่ที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดีการแก้ไขเรื่องนี้นั้น เรามีความพยายามในการที่จะทำให้ทุกหน่วยงานนั้นมองเห็นเรื่องฝุ่น เรื่องของสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องเรื่องเดียวกัน ปัจจุบันกฎหมายไทยเรายังมีช่องว่าง เรามีช่องโหว่อยู่ในการที่จะต้อง ทำให้หน่วยงานราชการต่าง ๆ นั้นไม่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ เพราะฉะนั้น ตัวกฎหมายอากาศสะอาดที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้จะเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยทำให้การ ทำงานของภาครัฐนั้นสามารถเชื่อมโยงถึงกันได้ การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 จะต้องเข้าไป อยู่ในนโยบายของทุกนโยบายในของทุกกระทรวง ต้องมีการคำนึงเรื่องสิ่งแวดล้อม ต้องมีการ คำนึงเรื่องการลดปริมาณฝุ่น ส่วนมาตรการต่าง ๆ ในการแก้ไขระยะสั้น ระยะกลางรัฐบาล ไม่ได้ละเลยแน่นอน อย่างที่ผมได้กล่าวไปว่าทางท่านรัฐมนตรีได้มีการสั่งการกระทรวงต่าง ๆ ให้มีการดูแลกำชับอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา และในระยะยาวเราก็เชื่อมั่นว่าเมื่อกฎหมาย อากาศสะอาดออกมาแล้วเราจะสามารถทำให้การลดฝุ่น ลดมลพิษทางอากาศนั้นลดลง ได้จริง ๆ และคืนอากาศที่บริสุทธิ์ให้กับพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ ผู้แทนเขต ๓ จังหวัดนครราชสีมา พรรคประชาชนนะครับ วันนี้ผมขอ ร่วมอภิปรายญัตติในญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอ มาตรการเร่งด่วน และนโยบายในการแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อการจัดการปัญหาฝุ่นพิษ ในอากาศให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วไปดำเนินการ เรียนท่านประธานที่เคารพและสมาชิก ทุกท่านครับ ประเทศไทยเป็นดินแดนที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ พื้นที่ป่าไม้ของเรา คือขุมทรัพย์แห่งความหลากหลายทางชีวภาพที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจ สุขภาพ และชีวิตของ ประชาชน แต่ในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาเราต้องเผชิญกับภัยคุกคามที่ร้ายแรง นั่นก็คือปัญหาไฟป่า ซึ่งนับวันจะยิ่งสร้างความเสียหายมากขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ ของประชาชนและภาพลักษณ์ของประเทศ ผมขอพูดถึงกรณีที่เกิดขึ้นในตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เหตุการณ์ไฟป่าในครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ถึงผลกระทบและจุดอ่อนในการบริหารจัดการที่เราต้องเร่งแก้ไข สถานการณ์ที่เกิดขึ้น คืออะไร เมื่อต้นเดือนมกราคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา มีสถานการณ์ไฟไหม้ป่าบริเวณพื้นที่ป่า สงวนแห่งชาติ ป่าเขาเสียดอ้า ป่าเขานกยูง และป่าเขาอ่างหิน ตำบลพญาเย็น อำเภอ ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งอยู่ห่างจากแนวเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประมาณ ๕ กิโลเมตร สถานการณ์นั้นน่าเป็นห่วงครับ เจ้าหน้าที่จากศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่า นครราชสีมา ศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าปราจีนบุรี หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นม.๑ และศูนย์ปฏิบัติการไฟป่านครราชสีมา กรมอุทยาน ปภ. กองทัพภาค ๒ ทุกคนต้องประสาน กำลังกันเพื่อควบคุมไฟป่าอย่างเร่งด่วนทั้งกลางวันและกลางคืน พิกัดไฟไหม้เป็นหน้าผา สูงชัน เจ้าหน้าที่ได้ปรับวิธีการควบคุมด้วยการลงมาควบคุมที่ชายเขา และทำแนวตัดขึ้นไป บนเขาพร้อมจัดชุดเฝ้าระวังเป็นจุด ๆ ทั่วเขา ความยากในการดับของมันก็คือเป็นเขาสูงชัน และเป็นหน้าผา เป็นหิน เจ้าหน้าที่ขึ้นได้ยากลำบาก สิ่งที่เขาทำได้ก็คือต้องรอเฮลิคอปเตอร์ มาโปรยน้ำดับ และประกอบกับกระแสลมแรง เชื้อเพลิงเป็นต้นไม้แห้ง หญ้าแห้งทำให้ ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ที่ทำแนวกันไฟไว้กว้าง ๒ เมตรแต่กั้นไม่อยู่ เขาได้เพียงแต่ มองครับ มองรอเฮลิคอปเตอร์ รอให้เฮลิคอปเตอร์เอาน้ำมาโปรย แล้วหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ จะต้องเดินเท้าเข้าไปไล่ดับ ในจุดที่สูงชันก็ใช้ Drone ตรวจจับความร้อนที่บรรจุน้ำ ๕๐ ลิตร ไล่ฉีดให้มอดสนิท พร้อมกับกระจายกำลังตรวจสอบป้องกันอย่างเข้มข้น เขาใช้เวลากัน ๑๐ กว่าวันจึงแล้วเสร็จ และป่าก็ถูกเผาไป ๒,๐๐๐ กว่าไร่ ไฟป่าครั้งนี้เจ้าหน้าที่สันนิษฐาน ว่าเกิดจากฝีมือมนุษย์ที่ต้องการล่าสัตว์และเผาป่า ดีนะครับที่ไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่ที่น่าเป็นห่วง ก็คือพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติได้รับความเสียหาย ส่งผลต่อการสูญเสียความหลากหลายทาง ชีวภาพ และความสามารถในการดูดซับก๊าซเรือนกระจก แน่นอนครับฝุ่น PM2.5 ที่เกิดขึ้น จากไฟป่าทำให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงต้องเผชิญกับมลพิษทางอากาศ ซึ่งอาจก่อให้เกิด โรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และมะเร็ง ไฟป่าหากดับได้ไวก็เสียหายน้อย แต่เราทำแบบนั้น ไม่ได้เพราะอะไรครับ ผมขอพูดถึงข้อจำกัดในระบบปัจจุบันนะครับ🔗
ข้อ ๑ การเฝ้าระวังที่ไม่ครอบคลุม ระบบตรวจจับไฟป่าของเรายังไม่เพียงพอ การใช้เทคโนโลยีตรวจจุดความร้อน เช่น ดาวเทียมนั้นต้องใช้เวลา ๔ ชั่วโมงกว่าจะหมุนครบ กลับมารอบหนึ่ง ไฟก็ลามไหม้ไปเป็นวงกว้างแล้วเราจะเฝ้าระวังกันอย่างไรละครับ โดยแนว ปฏิบัติหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ต่าง ๆ จะถูกแบ่งให้เฝ้าระวังเรื่องไฟ ยกตัวอย่างเช่น ทางหลวงก็ต้องดูแลพื้นที่ทั้ง ๒ ฝั่งถนน ซึ่งต้องมีมาตรการป้องกันไฟ หากเพลิงไหม้พวกคุณ ก็ต้องจัดการให้เรียบร้อยอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนของเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็รับผิดชอบ ในปัจจุบันเกษตรกรปลูกข้าวให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีและมีการช่วยกันวาง มาตรการป้องกันไฟ เกษตรตำบลได้เข้าไปช่วยบริหารจัดการซึ่งดูแลได้เป็นผลอย่างดี ดังนี้แล้วหน่วยงานเจ้าของพื้นที่จะต้องรัดกุมและมีมาตรการชัดเจนในการเฝ้าระวัง ช่วยเหลือกัน เพิ่มเติมจากข้อมูลที่เพื่อนข้าราชการของผมได้เล่าให้ฟังว่าพื้นที่อุทยาน แห่งชาติส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีความเสี่ยง จะมีความเสี่ยงน้อยต่อการเกิดไฟป่า แต่พื้นที่ที่เสี่ยง ต่อการเกิดไฟป่าส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ป่าสงวนนะครับ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้ชุมชน และไฟป่านั้นมักจะมาจากฝีมือของมนุษย์ นั่นหมายความว่า เราทุกคนจะต้องตระหนักและช่วยเหลือกัน ไม่ก่อกิจกรรมที่อาจจะทำให้เกิดไฟและมีความ เสี่ยงที่จะทำให้เกิดไฟลุกลามไปในพื้นที่ป่าและทำลายทรัพยากรธรรมชาติของเรานะครับ ๒. ทรัพยากรไม่เพียงพอนะครับ เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าของกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และท้องถิ่นมีจำนวนไม่เพียงพอและขาดอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการ เข้าพื้นที่ยาก เช่น บนเขาสูงชันไม่สามารถเดินขึ้นไปได้ ต้องใช้ ฮ. หรือ Drone การดับไฟป่า ที่ดงพญาเย็นที่ผ่านมามีทั้งเฮลิคอปเตอร์ของอุทยาน ปภ. และกองทัพ เฮลิคอปเตอร์ของ อุทยานเป็น ฮ. ที่เป็นแบบปกติครับ หิ้วถังน้ำได้ ๑,๐๐๐ ลิตร จุได้จริงก็น่าจะสัก ๙๐๐ ลิตร สำหรับไฟที่มีวงกว้างและใหญ่ขนาดนี้ ๙๐๐ ลิตรก็เหมือนเอาน้ำไปโปรย ๆ ให้มันชื้น ๆ แล้วเดี๋ยวสักพักมันก็ผุด ๆ ลุกลามขึ้นมาใหม่ครับ ส่วนของกองทัพบรรจุได้ ๓,๐๐๐ ลิตร แต่การโปรยในที่สูงมันก็กระจายออกไป มันก็ไม่มีประสิทธิภาพครับ แต่เฮลิคอปเตอร์ของ ปภ. มีประสิทธิภาพมาก ใช้งานได้ดี ดับไฟได้ดี แต่มีจำนวนน้อยครับ หากเราดับไฟได้ไว ก็จะลดการสูญเสียทรัพยากรและลดมลพิษที่เกิดจากควันไฟได้นะครับ และเมื่อถึงเวลาที่ ดับไฟได้แล้วเราก็ต้องระวังตอไฟที่กำลังคุกรุ่นอยู่ก็ต้องคอยดับอยู่เรื่อย ๆ นะครับ และเมื่อ เกิดเหตุขึ้นเราก็ยังขาดการแชร์ข้อมูลระหว่างหน่วยงานจากฐานข้อมูลที่ไซโลอีกนะครับ หน่วยงานต่าง ๆ ยังขาดการแชร์ข้อมูลร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเกิด ไฟไหม้ขึ้นมาและเป็นเหตุด่วน กว่าจะสอบถามข้อมูลว่าไฟไหม้ตรงไหน อะไร อย่างไร โน่นครับไฟลามไปหมดแล้วเรียบร้อยนะครับ เราควรมีระบบฐานข้อมูลกลางที่แจ้งให้ ทุกหน่วยงานได้ทราบว่าตรงนั้น ตรงนี้ มีเหตุไฟไหม้นะครับ ยิ่งเรารู้ได้ไว จัดการได้ไว เราก็จะ ไปดับได้ไว จะเกิดความสูญเสียน้อยที่สุดนะครับ สิ่งนี้เราสามารถทำได้นะครับ ถ้าเราบริหาร จัดการอย่างเข้มข้นและเอาใจใส่ ทำอย่างไรดี สำนักงานป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ควรมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น ดาวเทียม เอไอ และ Drone เพื่อจัดการเฝ้าระวังนะครับ เราต้องพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า เพิ่มงบประมาณให้กรมป่าไม้ กรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และท้องถิ่น จากข้อมูลที่ผมได้ทราบมานะครับ อบต. พญาเย็นได้รับงบประมาณไฟป่าแค่ปีเดียว ถ้าไม่ปี ๒๕๖๕ ก็ปี ๒๕๖๖ นี่ล่ะครับ เป็นเงิน จำนวน ๑๘,๐๐๐ บาท และไม่เคยได้รับเงินงบประมาณไฟป่าอีกเลย หลังจากนั้น ๑๘,๐๐๐ บาทกับพื้นที่กว่าหมื่นไร่นะครับ คิดดูตกไร่ละ ๑.๘๐ บาทโดยประมาณนะครับ ก็อยากให้ จัดตั้งทีมไฟป่ามืออาชีพที่มีการฝึกอบรมและมีอุปกรณ์พร้อมสำหรับพื้นที่สูงชัน ทำไมผม ถึงพูดแบบนี้ครับ ก็เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ดงพญาเย็นเป็นพื้นที่สูงชัน ไม่ใช่ว่ามี เฮลิคอปเตอร์แล้วจะส่งเจ้าหน้าที่ขึ้นไปดับไฟได้นะครับ ทุกคนไม่สามารถโรยตัว จากเฮลิคอปเตอร์ได้ ดังนั้นจึงต้องมีการฝึกฝนและอบรมจนชำนาญ เพราะคนเป็นกำลัง สำคัญ ตัดสินใจและตอบสนองได้ไวต่อเหตุการณ์ที่มีประสิทธิภาพในการดับไฟนะครับ สุดท้ายนะครับ ผมขอเรียกร้องอยากให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอ และสนับสนุน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เราต้องไม่ปล่อยให้ไฟป่ากลายเป็นปัญหาซ้ำซากที่ทำลาย ทรัพยากรธรรมชาติ สุขภาพของประชาชน และอนาคตของประเทศอยู่แบบนี้จนกลายเป็น เรื่องปกติ ทุกครั้งที่ไฟไหม้ป่าคืออนาคตของลูกหลานของเราที่ได้รับผลกระทบ เรามาช่วยกัน รักษาทรัพยากรป่าไม้และอากาศบริสุทธิ์ไร้ฝุ่นควันเพื่อให้คนรุ่นถัดไปกันเถอะครับ เอาจริง สักทีครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สมาชิกผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตประเวศ สะพานสูง พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ในฐานะที่ผมเองเป็นผู้แทนราษฎรของกรุงเทพมหานคร ซึ่งในวันนี้กรุงเทพมหานครเองก็ประสบปัญหาอย่างหนักนะครับ ผมเองก็จึงขออภิปราย ในเรื่องเกี่ยวกับปัญหาฝุ่นในพื้นที่เมืองนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นสำคัญครับ ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ในส่วน ของสถานการณ์ในส่วนของค่าฝุ่นของกรุงเทพมหานครในวันนี้นะครับ อย่างที่ทุกท่านน่าจะ เห็นในหน้าสื่อต่าง ๆ ไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เช้าวันนี้นะครับ ก็จะเห็นว่ากรุงเทพมหานครของ เราก็ถือว่าเป็นเมืองระดับโลกครับท่านประธาน ถือว่าเป็นเมืองที่ประสบปัญหาเรื่องของฝุ่นติดอันดับโลกครับ เช้าวันนี้เรามีอยู่ทั้งสีแดงบ้าง สีม่วงบ้างสลับกันไป ท่านประธานครับ แต่ว่าสุดท้ายเราก็จะโผล่มาในอันดับที่ Top 6 ของโลก ท่านประธานครับ ก็ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบในเรื่องของสุขภาพ อย่างหนัก แล้วก็พวกเราทุกคนเองก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ครับเพราะว่าอากาศเป็นสิ่งที่ พวกเราเองก็ต้องหายใจแล้วก็เป็นทั้งกรุงเทพมหานคร อย่างที่ท่านจะเห็นในภาพสีดำ ด้านขวาล่างนะครับ ท่านจะเห็นว่าอันนั้นเป็นภาพที่ถ่ายลงมาจากเครื่องบิน ท่านประธานครับ อันนี้ทาง สส. ชยพล สะท้อนดี เพื่อนสมาชิกกรุงเทพมหานครของผมก็ส่งภาพมาให้ครับ ว่าที่เครื่องบินถ่ายลงมาจะเห็นว่าฝุ่นปกคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งเมือง ทำไมถึงเป็น เช่นนั้น เดี๋ยวขอสไลด์ถัดไปครับ แหล่งกำเนิดของฝุ่นของกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ สิ่งที่พวกเราพบเจอกันก็แน่นอนอย่างที่หลายท่านเองก็คงจะทราบดีว่าฝุ่นที่เจอใน กรุงเทพมหานคร หลายครั้งนี้ก็เป็นฝุ่นที่อยู่ด้านนอกที่ลอยเข้ามาจากการที่เป็นการเผาใน พื้นที่รอบนอก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ต่างจังหวัดหรือว่าต่างประเทศนะครับ แต่ว่าขณะเดียวกันก็ ยังมีพื้นที่บางส่วนมีฝุ่นหลาย ๆ ส่วนที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครเอง ท่านประธาน อันนี้ เป็นข้อมูลที่ผมได้รับจาก Page ของกรุงเทพมหานครนะครับ ซึ่งก็อ้างอิงมาจากงานวิจัยของ อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ท่านประธานครับ จะเห็นว่าในส่วนของฝุ่นที่เกิดขึ้น ในกรุงเทพมหานครเองนั้น ส่วนใหญ่ ๕๗ เปอร์เซ็นต์เกิดขึ้นจากการจราจรจากรถดีเซล เป็นหลัก ท่านประธาน แต่เมื่อรวมแล้วรวมกับอีก ๘ เปอร์เซ็นต์ที่เกิดขึ้นจากรถเบนซิน จะเห็นว่าจราจรอย่างเดียวก็ปาเข้าไปแล้ว ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันก็คงมีเรื่องสำคัญ อื่น ๆ อย่างเช่น เรื่องของการเผาในที่โล่งในพื้นที่กรุงเทพมหานครเอง หรือว่าเรื่องของฝุ่น ทุติยภูมิที่เกิดขึ้นในพื้นที่ หรือว่ายังรวมถึงในส่วนอื่น ๆ อย่างเช่น เรื่องของโรงงาน อุตสาหกรรมเองก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่น้อยไปกว่ากัน ท่านประธาน ต่อมาครับในส่วนของสไลด์ ถัดไป ท่านประธานครับ ท่านจะเห็นว่าเหตุผลที่ฝุ่นเกิดขึ้นเช่นนั้นเพราะอะไร ท่านประธานครับ จะเห็นว่าเกิดขึ้นเนื่องจากว่าโครงสร้างเมืองของเรา ณ ปัจจุบันที่เราจะเห็นว่าปัจจุบันในส่วน ของเมืองของเรานั้นเป็นเมืองที่เป็นการเอื้อให้เกิดฝุ่นได้ง่ายมาก ท่านประธานครับ เมืองกรุงเทพมหานคร ณ ปัจจุบันท่านจะเห็นว่ามีเนื้อเมืองที่มีการแผ่ขยายตัวไปอย่าง ไร้ทิศทาง เป็นเนื้อเมื่องที่กว้างใหญ่มาก ท่านประธานครับ แล้วท่านจะเห็นว่าการที่มี เนื้อเมืองที่กว้างใหญ่เช่นนี้ทำให้พี่น้องประชาชนที่อยู่พื้นที่บริเวณชานเมืองแล้วเดินทาง กลับเข้าไปทำงานในเมืองในตอนเช้าของแต่ละวัน ทำให้พวกเราจะต้องขับรถยนต์เข้าไป ทำงาน เดินทางไปแต่ละวัน ๓๐-๔๐ กิโลเมตรก็มีครับ เดินทางใช้เวลาในการที่จะอยู่บนรถ ในแต่ละวันปาเข้าไป ๒-๓ ชั่วโมงต่อวัน อันนี้เป็นอะไรที่มันทำให้พวกเรามีความจำเป็นต้อง ใช้รถมาก ท่านประธานครับ เพราะว่าระบบขนส่งสาธารณะไม่สามารถที่จะพัฒนาอย่าง ครอบคลุมเพียงพอได้ ท่านประธานครับ แล้วก็คุณภาพของระบบขนส่งสาธารณะเอง ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกัน จากการที่เนื้อเมืองเป็นเช่นนี้ ท่านประธานครับ มันยังมีปัญหา ในเรื่องของพื้นที่สีเขียวเช่นเดียวกัน ว่าปัจจุบันเมืองในกรุงเทพมหานครของเรามีพื้นที่สีเขียว ที่มีคุณภาพที่เราจงใจให้มันเป็นอย่างเรื่องของสวนสาธารณะมีความจำกัดมาก แต่สิ่งที่เรา มีมากคือเรื่องของพื้นที่รกร้าง พื้นที่ว่างเปล่าที่เราไม่อยากให้มันรกร้าง ท่านประธานครับ มันเป็นสิ่งที่มันมักจะเกิดขึ้นกับเรื่องที่ทำให้พื้นที่ว่าง ๆ หลาย ๆ ที่ก็เกิดการเอาขยะไปกอง ไปทิ้งกันหลายครั้ง การเอาขยะไปกองไปทิ้งกันก็กลายเป็นเกิดการเผาไฟขึ้นมาแล้วก็ทำให้ เกิดเป็นฝุ่น PM2.5 เพิ่มขึ้นมาอีก ท่านประธานครับ อีกอย่างแน่นอนที่ปฏิเสธไม่ได้ก็เป็นเรื่อง ของฝุ่นจากการขนส่ง จากการก่อสร้าง ที่ถึงแม้ว่าหลายครั้งเราจะบอกว่าจะเป็นฝุ่นที่มี อนุภาคที่ใหญ่กว่าก็คือเป็น PM10 แต่ก็เกิดผลกระทบกับพี่น้องประชาชนเช่นเดียวกัน🔗
อีกเรื่องก็เป็นเรื่องของพื้นที่ของ กทม. ที่มีการขยายตัวไปแทบจะชน กับจังหวัดอื่นอย่างแยกกันไม่ได้แล้วเพราะว่าเราไม่มีพื้นที่กันชน อันนั้นก็เป็นสิ่งที่ทำให้ฝุ่น จากภายนอกสามารถที่จะลอยเข้ามาในเมืองได้ง่าย ท่านประธานครับ สไลด์ถัดไปครับ โอเคครับ ก็แน่นอนเมื่อพูดถึงเรื่องของฝุ่นในเมือง เรื่องของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ผมคิดว่าสิ่งที่เราจะหลีกเลี่ยงไม่ได้คือกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในเมือง เมื่อสักครู่ ผมพูดถึงเรื่องของโครงสร้างของเมือง ซึ่งแน่นอนพี่น้องประชาชนทุกคนได้รับผลกระทบ แล้วพวกเราก็คงจะมีวิธีการเอาตัวรอดที่แตกต่างกันไปครับ แต่ว่าพี่น้องประชาชนหลายคน จำนวนมากที่เป็นคนจนเมือง หรือว่ามีในส่วนของรายได้ต่อวัน ต่อเดือน ต่อคน ๓,๐๐๐ บาทเท่านั้นเองท่านประธานครับ พวกเขาไม่สามารถที่จะซื้อหน้ากากอนามัยในการ ที่จะมาสวมใส่ได้ ท่านประธานครับ คนจนที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจนมีมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ คนในกรุงเทพมหานคร ประชาชนอีกพันกว่าคนครับ ท่านประธานครับ เป็นคนไร้บ้าน ที่ไม่มีที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานคร คนจนเมือง ๖๐๐,๐๐๐ คนในพื้นที่ชุมชนแออัด ๖๔๐ แห่ง ในกรุงเทพมหานครคนกลุ่มนี้ไม่มีสภาพแวดล้อมที่ดีในการอยู่อาศัย แล้วพวกเขา ก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ด้วยการ Work form Home ท่านประธาน นำมาสู่ข้อเสนอ ของผมในสไลด์สุดท้ายครับ ปัญหาเหล่านี้ ท่านประธานครับข้อเสนออาจจะมีอยู่ทั้งในส่วนของ ระยะสั้นและระยะยาว บางส่วนอาจเป็นสิ่งที่รัฐบาลแล้วก็ทาง กทม. อาจจะมีการดำเนินการ ไปแล้วบ้างท่านประธาน อย่างเช่นเรื่องของระยะสั้น เรื่องการ Work from Home เรื่องของการจำกัดรถบรรทุกไม่ให้เข้ามาในพื้นที่ของวงแหวนรัชดาภิเษก อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่ง ที่ทางรัฐบาลก็คงพยายามดำเนินการอยู่ ถึงแม้ว่าอาจจะทำได้บ้างไม่ได้บ้างก็ตาม ท่านประธาน ผมคิดว่าทางรัฐบาลเองหรือว่าทาง กทม. เองก็ควรที่จะให้ความสำคัญ มากยิ่งขึ้นในการที่จะแก้ปัญหาฝุ่นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพื้นที่รกร้าง ต่าง ๆ ท่านก็คงจะต้องตรวจตราไม่ให้มีการมาทิ้งขยะ ไม่ให้มีการมาลักลอบดำเนินการแบบนี้ เพราะมันมีความเสี่ยงมากกับการที่จะมีการเผาไฟ และมีการเผาในที่โล่งที่มันจะเพิ่มในส่วนของ ฝุ่น PM2.5 ในเมือง ท่านประธาน เช่นเดียวกันกับโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยมลพิษ ต่าง ๆ นานาก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญเช่นเดียวกัน ในส่วนของคนจนเมืองที่พวกเขา ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ เพราะพวกเขาทำงานแต่ละวันรับรายได้เป็นรายวันครับ ไม่ได้รับ รายได้เป็นรายเดือน ไม่สามารถแก้ด้วยการ Work form Home อาจจะต้องมีการพิจารณาว่า จะทำอย่างไรให้คนกลุ่มนี้เข้าถึงในส่วนของหน้ากาก N95 ได้ง่ายมากยิ่งขึ้นครับ ขณะเดียวกัน ระยะยาว ท่านประธานครับ ใกล้จบแล้วครับ ๑ นาที ระยะยาวในขณะนี้ก็แน่นอนว่า ทางภาครัฐเองก็คงจะมองไปในทิศทางเดียวกันในหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการ ที่จะพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองอันนี้ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ แต่สิ่งที่เรายังไม่เห็นว่ารัฐบาลดำเนินการ ผมคิดว่ารัฐบาลอาจจะเอาไป พิจารณาต่อคือเรื่องของการที่จะบังคับให้มีเรื่องของผังเมืองให้มีการใช้อย่างจริงจังในการ ที่จะจัดทำผังเมืองเฉพาะในการที่จะจัดการควบคุมให้เมืองโตไปในทิศทางที่ควรจะเป็น ในการที่จะวางพื้นที่สีเขียวไปในทิศทางที่ควรจะเป็น สุดท้ายท่านประธานครับ ในส่วนของ รถเมล์ระบบขนส่งสาธารณะครับ ก่อนหน้านี้สภากรุงเทพมหานครได้มีการพิจารณา ในส่วนของข้อบัญญัติรถเมล์เพื่ออนาคต ซึ่งจะทำให้กรุงเทพมหานครมีรถเมล์เป็นรถเมล์ไฟฟ้า ที่ไม่ปล่อยมลภาวะครับ ในส่วนนี้ท่านประธานครับอยากจะให้ทาง กทม. ไปพูดคุยหารือกับทาง กรมการขนส่งทางบกเพื่อให้นำในส่วนของรายละเอียดของข้อบัญญัตินั้นมาบังคับใช้ให้ได้ ดำเนินการจริง เนื่องจากว่าอำนาจนั้นอยู่ที่กรมการขนส่งทางบก ทั้งหมดทั้งมวลนี้ที่ผมได้ อภิปรายทั้งหมด ท่านประธานครับ ก็เป็นสิ่งที่พวกเราทั้งสภาก็คงจะมีวัตถุประสงค์ที่ดีในการ ที่จะทำให้พี่น้องประชาชนหลุดพ้นจากปัญหาฝุ่นพิษเหล่านี้ PM2.5 ให้ประชาชนกลับมา มีอากาศดี ๆ ให้หายใจอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านวาโย อัศวรุ่งเรือง เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชี รายชื่อ พรรคประชาชนครับท่านประธาน กับปัญหาวาระแห่งชาติในวันนี้นะครับ PM2.5 สไลด์ขึ้นได้เลย🔗
ผมเชื่อว่าวาระเรื่องนี้เราค้าง กันมาตั้งแต่สมัยสภาชุดที่ ๒๕ แล้ว จนตอนนี้เป็นชุดที่ ๒๖ นะครับ ปัญหานี้ก็ยังคงอยู่เสมือน หนึ่งว่าเรายังไม่เคยได้เปลี่ยนรัฐบาลกันเลย ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วนายกรัฐมนตรีเปลี่ยน ไปแล้ว ๓ คนจนถึงปัจจุบัน ข้อมูลต่าง ๆ อย่างที่ผมนำแผ่นฉายขึ้นแสดงในที่ประชุมแห่งนี้ ก็จะเห็นว่าข้อมูลเราย้อนหลัง ท่านประธาน เก็บกันนี่ไม่ใช่แค่ไม่กี่ปี เก็บกันแค่ไม่ใช่ไม่กี่วัน ไม่กี่เดือน นี่ย้อนหลังไป ๑๕ ปี ถามว่าข้อมูลที่ย้อนหลังไป ๑๕ ปีหน้าตาในแต่ละปีนั้น แตกต่างกันโดยที่ทำให้เราไม่สามารถออกมาตรการใด ๆ หรือพยากรณ์ใด ๆ หรือจะทำอะไร ที่จะปกป้องประชาชนของเราในแต่ละช่วงเวลาได้เลยหรือ ท่านประธานย้อนดูไปเกือบ ๑๐ ปี ย้อนดูไป ๑๐ กว่าปีที่แล้วเราก็เห็นกันอยู่ว่า PM2.5 ที่มันเกิดปัญหาขึ้นในประเทศไทย มันก็เกิดตอนต้นปี แล้วก็ตอนปลายปี หลัก ๆ สาเหตุเราก็รู้ว่ามันมาจากไหน จากการเผา ในพื้นที่เกษตรอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้พูดกันไป แล้วถามว่าในวันที่มันเป็นสีส้ม ในวันที่มันเป็นสีแดง ขอแค่การแก้ปัญหาปลายเหตุให้กับพี่น้องประชาชนมีบ้างหรือเปล่า สไลด์ถัดไปครับ มาดูข้อมูลที่มันเป็นตัวเลขที่มันเป็นหลักเป็นเกณฑ์ในเรื่องของวิทยาศาสตร์ ในเรื่องของสาธารณสุขกันหน่อย ท่านประธานครับ เป้าหมายเขามีเอาไว้ให้เดินไปถึง ไม่ใช่ เป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ลอย ๆ ทำไม่ได้แล้วขยับเป้าหมายต่อไป แล้วบอกว่าฉันจะทำให้ได้ อันนี้ เป็นคำแนะนำจากองค์การอนามัยโลก ท่านประธาน WHO เป้าหมายคือช่องขวาสุดค่า PM2.5 เฉลี่ยต่อปีไม่ควรเกิน ๕ ๕ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรต่อวัน ไม่ควรเกิน ๑๕ แต่ละ ขั้นตอนก็คือขั้นตอนที่ ๑ ขั้นตอนที่ ๒ ขั้นตอนที่ ๓ ขั้นตอนที่ ๔ ก็คือ Interim กว่าจะไปถึง เป้าหมายได้นี้ประเทศไทยติดแหง็กอยู่ตรงขั้นตอนที่ ๒ มานานมาก เพิ่งจะปรับเป็นขั้นตอนที่ ๓ Interim ที่ ๓ เมื่อไม่นานมานี้ แต่ถามว่าตอนที่เราปรับจาก ๒ มาเป็น ๓ แปลว่าเรา ประสบผลสำเร็จจาก ๒ เป็น ๓ ไหม จาก ป. ๒ ขึ้น ป. ๓ สอบผ่านหรือเปล่า ต้องบอกว่า เปล่า สอบตก แต่ครูดันให้ผ่านขึ้นมา สอบยังไม่ผ่าน ป. ๒ ขอขึ้น ป. ๓ มาแล้ว บอกว่าฉัน นักเรียนชั้น ป. ๓ จะตั้งเป้าหมายค่า PM2.5 ต่อปีให้ได้ไม่เกิน ๑๕ ต่อวันให้ได้ไม่เกิน ๓๗.๕ ปรากฏข้อมูลออกมาท่านประธานรู้ไหมของเราเท่าไร เกินกว่าค่ามาตรฐาน คือเป้าหมายไป ๔.๗ เท่า สไลด์ถัดไปครับ อย่างที่ผมบอกว่าเกณฑ์ปัจจุบันเราใช้ Interim ที่ ๓ หรือ ป. ๓ เกณฑ์ปัจจุบันคือ ๓๗.๕ เป้าหมายเอาแค่ ณ ปัจจุบันนี้ ๓๗.๕ ก็ยังเกิน จะต้องสอบผ่าน ระดับชั้นมหาวิทยาลัยจะต้องเอา ๑๕ ยอมรับกันได้ ท่านประธานว่าในแต่ละปีมันอาจจะมี ช่วงวงสวิงที่มันอาจจะเลยเถิดไปบ้าง เขาให้กันไม่เกิน ๓ ๔ วันเท่านั้นล่ะ ท่านประธานทราบ ไหมครับว่า ระดับ PM2.5 ของประเทศไทยเราที่เกินกว่าระดับเป้าหมายของขั้น ป. ๓ ๓๗.๕ เอาแค่ปีที่ผ่านมาท่านประธานคิดว่าเกินไปกี่วัน เกินไปกี่ ๑๐ วันก็ได้ ไม่ใช่ ท่านประธานดู เกินไป ๑๒๐ วัน เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งยังไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงด้วย เป็นเป้าหมายกำลังคลำทางไปแต่ยังเกินเป้าหมายไป ๑๒๐ วัน การจะตั้งเกณฑ์ ท่านประธาน ตั้งเกณฑ์วันนี้เมื่อตอน ๑๐ โมงผมฟังข่าวอยู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านสมศักดิ์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านประชุมน่าจะเมื่อวาน วันนี้ก็มีข่าวออกมา ประชุมกับคณะกรรมการควบคุมโรค ตั้งเกณฑ์ขึ้นมาว่าพื้นที่สีแดงค่า PM2.5 ถ้าเกินค่า ๗๕ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรติดต่อกันเกินกว่า ๓ วันให้ประกาศพื้นที่สีแดงเลย ให้ผู้ว่า ต่าง ๆ สามารถมีอำนาจปิดโรงเรียน ปิดหน่วยราชการ ให้ Work from Home มีคำสั่ง ต่าง ๆ ได้มากมาย แต่จากการประชุมท่านประธาน ยังไม่ปรากฏว่ามีพื้นที่ไหนเลยใน ประเทศไทยในวันนี้ที่เป็นพื้นที่สีแดง เพราะยังไม่เกิน ๓ วัน เพราะอะไรรู้ไหมท่านประธาน เพราะที่มันหนักมันเกิดเมื่อวาน เมื่อวานซืน ก็ผ่านมา ๒ วัน วันนี้เป็นวันที่ ๓ จากข้อมูล ท่านแถลงท่านบอกว่า ในช่วงกรุงเทพมหานครตรงนี้มันเป็นพื้นที่ลุ่มภาคกลาง ท่านประธาน ตอนนี้อากาศมันหนัก ลมมันน้อย แล้วก็มีเผามีอะไรไหลกันมา อากาศมันก็อยู่ตรงนี้ ลมมันจะเริ่มมาหลังจากวันที่ ๒๕ เป็นต้นไป เมื่อวานหนักคือวันที่ ๒๒ เริ่มต้นมาประมาณ สักวันที่ ๒๑ ท่านรัฐมนตรีประชุมเมื่อวานมันก็เลยเป็นวัน ๒ วันนี้วันที่ ๓ เลยยังไม่ปรากฏ ติดต่อกันเกิน ๓ วัน แต่นับไปถึงวันที่ ๒๕ นี่มัน ๕ วัน ท่านประธาน ผมถามว่าเอาแค่ข้อมูล แค่นี้ท่านคาดการณ์ล่วงหน้าได้ไหม ท่านมีมาตรการล่วงหน้าได้ไหมที่จะให้พี่น้องประชาชน ได้มั่นใจว่าฉันจะได้รับการบริการอย่างไรจากรัฐบาลในยุคที่การพยากรณ์อากาศเขาคำนวณ ล่วงหน้ากันเป็นเดือนเป็นปี ค่า PM2.5 ค่าคุณภาพอากาศเรารู้หมดว่ามันมาจากไหน มาจาก แผ่นดินจีน มาจากประเทศนั้นประเทศนี้ ลมมันเคลื่อนตัวด้วยความเร็วเท่าไร ต่างประเทศ เขาคำนวณกันหมด ท่านประธานว่าสัปดาห์หน้านี่วันพุธ PM2.5 มันเท่าไร ประเทศเรา ไม่ทำเลย เมื่อวานท่านประธาน ผมพบว่าค่า PM2.5 ไม่ใช่ค่า AQI นะ ค่า PM2.5 ในหลาย พื้นที่เกินกว่า ๑๐๐ ขึ้นไป รัฐมนตรีบอกว่าค่าเกิน ๗๕ ถือว่าอันตราย ในทางการแพทย์ เราจะมีค่าที่เราคุยกับคนไข้ง่าย ๆ ก็คือค่าเจ็บได้ เกิน ๗๕ มันเจ็บได้แล้ว เกิน ๑๐๐ เริ่ม เจ็บหนัก เกิน ๑๕๐ นี่ตายได้ เมื่อเช้าเพื่อนสมาชิกผมเดินไปวัดเครื่อง PM2.5 ตรงทางเดิน เชื่อมอาคารเราได้ ๑๗๐ ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ เด็ก ผู้ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจ ผู้ป่วย ด้วยโรคหลอดเลือดสมอง และผู้ป่วยด้วยระบบทางเดินหายใจเหล่านี้อันตรายมาก ท่านประธาน เรียกว่าถึงค่าวิกฤติที่สามารถตายได้ แต่ยังไม่มีใครแจ้งเตือนอะไรผมเลย มือถือ ผมนี่ดังกริ๊งกรั๊ง กริ๊งกรั๊ง กริ๊งกรั๊ง มีแต่เอสเอ็มเอสเข้ามาบอกว่าให้กู้เงินได้ให้กดลิงค์ แต่เอสเอ็มเอสที่เป็นการแจ้งเตือนจากรัฐบาลว่า คุณเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือเปล่า สตรี มีครรภ์ไหม อายุเท่านี้อย่าออกจากบ้านอันตรายหลายอย่าง ไม่มี แล้วเราจะทำกันอย่างไร ขอฝาก ท่านประธานครับ มาตรการระยะสั้น มาตรการระยะยาว ตั้ง Command Center ขึ้นมาเลย แล้วประกาศปรับเกณฑ์ให้มันชัดเจน พยากรณ์ล่วงหน้าไปเลยว่าสัปดาห์หน้านี้ท่านจะ ออกนโยบายอย่างไร โรงเรียนไหนจะต้องปิด พื้นที่ไหนจะต้องไม่ควรออกจากบ้าน สั่งการไปที่สถานพยาบาลครับ ตอนนี้หน้าโรงพยาบาล PM2.5 ๑๒๐ ท่านคิดว่า ในโรงพยาบาลนี้ปลอดภัยไหม ในโรงพยาบาลตรวจออกมาได้เท่าไรได้ ๘๐ อันตรายอยู่ดี ผู้ป่วยเข้ามาก็ยังได้รับ PM2.5 ดูดเข้าไป ห้อง Positive Pressure ก็ไม่พอ ระยะยาว Clean Air Act ไปถึงไหน Transboundary Haze Pollution Act ไปถึงไหน Clean Air Committee ตั้งหรือยัง เป้าหมายตาม WHO ท่านจะทำให้ได้จริงหรือเปล่า ภายในกี่ปีไม่มีบอก ผ่านจาก ป. ๓ ไป ป. ๔ จะสอบผ่านไหม หรือจะขึ้นไปเฉย ๆ Health Literacy ต้องบอกกับ ประชาชนให้มีความตื่นรู้ และสุดท้ายคือการจัดสรรงบประมาณในระยะยาวให้กับหน่วยงาน ต่าง ๆ แล้วก็สถานพยาบาลเขาได้เตรียมทรัพยากรในการเตรียมรับมือกับสถานการณ์วิกฤติ ที่มันเกิดทุกปีในช่วงปลายปีแล้วก็ต้นปี ฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ท่านวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ก็ขอใช้โอกาสนี้ร่วมอภิปรายถึงปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่กลับมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่สามารถมองข้ามได้ การเกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ระดับสูงในขณะนี้ได้สร้าง ผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง โดยค่าฝุ่นในตอนนี้สูงจนถึงขั้นระดับ สีส้มและสีแดงแล้ว ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่อันตรายต่อร่างกายของพวกเราค่ะ จากสถิติ ๗ วันที่ผ่านมา ค่าฝุ่น PM2.5 นี่สูงเกินกว่ามาตรฐานองค์การอนามัยโลก โดยเฉพาะในเขต กรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล ค่าฝุ่นเกิน ๑๐๐ ไมโครกรัมลูกบาศก์เมตร ซึ่งส่งผล กระทบต่อสุขภาพต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมากค่ะ อีกซ้ำโรงเรียนหลายแห่งจะต้องปิด การเรียนการสอนลง ยกตัวอย่างในกรุงเทพมหานครปิดไปแล้ว ๑๘๕ แห่ง การทำงาน ในภาคเอกชนก็หลายแห่งก็ต้องมาปรับกันค่ะว่าให้เป็นระบบแบบทำงาน Work from Home แม้ว่าปัญหานี้จะเป็นปัญหาที่เกิดต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน แต่สิ่งที่ทุกคนเฝ้ารอ และคาดหวังมากที่สุดก็คือการแก้ปัญหานี้ให้สำเร็จและมีประสิทธิภาพ ซึ่งหนึ่งในเครื่องมือ ที่สำคัญที่สภาผู้แทนราษฎรเราได้ผ่านไปแล้วในวาระหนึ่ง นั่นก็คือ พ.ร.บ. อากาศสะอาด ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน และดิฉันมั่นใจว่าไม่ว่า จะเป็นในส่วนของรัฐบาลหรือส่วนฝ่ายค้าน และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พวกเราไม่ได้ นิ่งนอนใจกับเรื่องนี้อย่างแน่นอนค่ะ ดิฉันเองในฐานะที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการในชุดนี้ ขอให้ความมั่นใจกับทุกคนได้ค่ะว่าพวกเราเองกำลังเร่งดำเนินงานทุกขั้นตอนอย่างเต็มที่ และระยะเวลาที่ใช้ไปไม่ได้สูญเปล่าค่ะ เราใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกมามีความครอบคลุม มีมาตรการที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการควบคุม แหล่งมลพิษ แหล่งกำเนิดมลพิษ ๖ แหล่งนะคะ ภาคเมือง ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตร ภาคป่าไม้ ภาคคมนาคม และภาคมลพิษข้ามแดนค่ะ อีกทั้งการบังคับใช้กฎหมายที่มี ประสิทธิภาพเพื่อควบคุมตั้งแต่ต้นตอค่ะ และการติดตามตรวจสอบผลกระทบในระยะยาว ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยลดปัญหาฝุ่นในอากาศได้จริงค่ะ ดิฉันเองค่ะ ต้องขอขอบคุณ ท่านนายกแพทองธาร ชินวัตร และรัฐบาลชุดนี้ค่ะ ที่ได้สั่งดำเนินการแก้ไขปัญหา ที่วิกฤติอย่างนี้อย่างเร่งด่วนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการ เช่นการเจาะชั้นบรรยากาศชั้นใน โดยใช้น้ำแข็งแห้งเพื่อให้ฝุ่นละอองระบายได้ดียิ่งขึ้น โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งต้องบอกว่าปีนี้เป็นปีแรกที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำการบินในเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน หรือจะเป็นการติดตามจุด Hotspot เพื่อประเมินพื้นที่เสี่ยงซ้ำซาก และในส่วนของภาค เกษตรกรเองก็มีจัดทำทะเบียนเกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้ไฟ ผ่าน App FireD และ VR-Model ที่จะบริหารวัสดุเหลือใช้มาทดแทนการเผา มีการกำหนดให้ทางกระทรวง พาณิชย์ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ค่ะ ห้ามนำเข้าพืชเกษตรต่าง ๆ ที่ผ่านทางการ เผาและมีมาตรการลงโทษอย่างเข้มงวด ในด้านสาธารณสุขก็มีค่ะ มีการขยายบริการห้อง ปลอดฝุ่น และจัดตั้งคลินิก PM2.5 ท่านประธานค่ะ การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 มันไม่ใช่ เป็นแค่การบังคับใช้นะคะ แต่ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนค่ะ ดิฉันเชื่อว่า ถ้าเราร่วมมือกันไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคประชาชน เราจะสามารถแก้ไข ปัญหาฝุ่น PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนค่ะ และดิฉันขอยืนยันและเป็นกำลังใจ ให้กับท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้ค่ะ และขอยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่เคยนิ่งนอนใจ มุ่งแก้ปัญหาฝุ่น PM ให้หมดไปแน่นอนค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ตอนนี้เหลืออีก ๑๑ ท่านนะครับ แล้วก็จะมีท่านผู้นำฝ่ายค้าน สรุปอีกนะครับ ถ้าเราใช้คนละ ๕ นาทีก็ร่วมชั่วโมงนะครับ แล้วบวกการสรุปของท่านผู้นำ ฝ่ายค้านอีก ดังนั้นจากท่านณัฐชาไปขอคนละ ๕ นาทีนะครับ เพราะว่าซ้ำ ๆ กันแล้วนะครับ ท่านณัฐชา เชิญครับ ท่านประธานวิป🔗
ขอบคุณท่านประธาน ครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล วิปฝ่ายค้าน เนื่องจากได้รับทราบจากท่านผู้นำฝ่ายค้าน ว่าท่านผู้นำฝ่ายค้านจะไม่ได้ใช้สิทธิในการสรุปญัตติ ท่านประธานถ้าให้เพื่อนสมาชิกอาจจะ ได้อภิปรายในเวลาเดิมที่เคยลงไว้ก็จะเป็นความกรุณาอย่างยิ่ง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ ท่านณัฐชาเขาขอ ๕ นาทีนะ🔗
ท่านประธานครับ ไม่ใช้เวลาสภามากนักนะครับ ก็จากที่ได้เดินทางมาประชุมที่สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธาน วันนี้เกือบหลงครับ เนื่องจากว่ามองไม่เห็นเครื่องยอดแล้ววันนี้สถานการณ์หมอกควัน บ้านเรา เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะนำเรียนท่านประธานก็คือว่าสิ่งที่พี่น้องเผชิญชะตากรรม อยู่รายวัน เมื่อสักครู่คุณหมอวาโยบอกแล้วว่าค่าที่เห็นอยู่ ณ ขณะนี้มันเป็นค่าที่เกิน มาตรฐาน เมื่อเกินมาตรฐานมันสามารถทำให้ตายได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ถามว่าพี่น้อง ประชาชนที่ใช้ชีวิตอยู่ภายนอกสภาแห่งนี้ครับ เขามีค่าใช้จ่ายทุกเดือน ทุกปี ทุกวัน เขามี ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าพวกนี้เมื่อก่อนไม่เคยมีหรอกครับ แต่มาปัจจุบันและในอนาคตอันใกล้ผมคิดว่าอีกไม่นานเกินรอ ไม่น่าจะเกิน ๑๐ ปีนี้จะต้อง มีค่าอากาศบริสุทธิ์ที่จะต้องหายใจ จะหายใจกันอากาศบริสุทธิ์กี่วัน กี่เดือน กี่ปี ท่านเลือก เอาได้เลย จ่ายค่าบริการเป็นรายเดือนมา นี่ไม่ได้พูดเล่นนะครับ ท่านประธาน มันเกิดขึ้นจริง แน่ ๆ เพราะว่าวันนี้ยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจนในการที่จะมาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เมื่อสักครู่ผมฟัง เพื่อนสมาชิกทั้งจากฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ทุกพรรค ทุกฝ่าย วันนี้ไม่มีความชัดเจนใด ๆ สิ่งที่ นำเสนอในวันนี้ก็คือสิ่งที่จะทำ จะทำ จะทำ ในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ตั้งแต่ พลเอก ประยุทธ์ ก็พูดกันอย่างนี้ครับ สมัยรัฐบาลเศรษฐาก็พูดกันอยู่อย่างนี้ พอมาวันนี้ค่าฝุ่นพุ่งขึ้นสูงก็เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ก็พูดกันแบบนี้อีกว่า จะทำโน่น จะทำนี่ ต้องแก้อย่างนั้น ต้องแก้อย่างนี้ เพราะฉะนั้นไม่โทษ ใครครับ มันทนไม่ไหวกับการที่เราเป็นผู้แทนราษฎร เราต้องมาเห็นเด็กไทยที่เกิดขึ้นใน ประเทศนี้หายใจเข้าเป็นอากาศ หายใจออกไปเลือด มันทนไม่ได้ ท่านประธาน แล้วมันจะ แก้ไขกันอย่างไรต่อ มาตรการที่ชัดเจน คน เงิน ของ วันนี้เป็นใคร นายกอยู่ต่างประเทศ วันนี้สั่งการ สั่งการทันทีครับ ให้ระดมทุกหน่วยงานแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ผมโทร Check หลาย หน่วยงาน ท่านนายกสั่งระดมทุกหน่วยงานยังดมอากาศพิษอยู่เลยไม่รู้จะทำอย่างไร มีหลาย หน่วยงานบอกว่าให้ใช้ นี่มาตรการบอกว่าให้สกัดการเผา ลดเหตุฝุ่นพิษ และแก้ไขปัญหา โดยเร็วที่สุด นี่ระดับเจ้ากระทรวง แล้วระดับเจ้ากรม อธิบดีกรม กอง ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ออกข่าว ให้ข่าว ให้สัมภาษณ์พี่น้องประชาชนเห็นแล้วน้ำตาตกใน ท่านประธาน เพราะเขา เลือกไม่ได้ วันนี้เขาต้องตัดสินใจครับ ท่านประธาน เพื่อนสมาชิกที่เคารพทั้งหลายครับ เขาต้องตัดสินใจว่าจะออกไปเผชิญชะตากรรมแบบตายผ่อนส่ง คือออกไปทำมาหากินแล้วสูด ฝุ่นพิษ หรือจะตัดสินใจตายวันนี้คืออดอยาก ไม่มีเงินทองทำมาหากินเพราะไม่อยากออกไป สูดฝุ่นพิษแต่ก็ต้องตายด้วยการหิว เพราะมันตายได้ คุณหมอ Guarantee นั่งอยู่ข้าง ๆ เพราะฉะนั้นมันปฏิเสธไม่ได้เลย พี่น้องประชาชนที่พอมีฐานะ ขนาดเขาซื้อเครื่องฟอกอากาศ ไว้ที่บ้าน ออกมาทำงานเขาก็ไม่สามารถกลั้นหายใจไปหายใจที่บ้านได้ คนมีโอกาส เมื่อเหตุการณ์วิกฤติแบบนี้ คุณหมอบอกว่าค่าเกินกี่เปอร์เซ็นต์ กี่วันติดต่อกัน คนที่เขา มีโอกาสเขากับบินไปหายใจเข้าปอด บินไปหาอากาศที่ดีที่สุดหายใจเข้าปอดเขาทำได้ แต่พี่น้องประชาชนวันนี้เลือกไม่ได้ครับ เลือกไม่ได้แม้กระทั่งว่ารัฐบาลนี้ยังนิ่งนอนใจ กับปัญหาที่เกิดขึ้น หน่วยงานไหน ใคร งบประมาณเท่าไรที่จะชัดเจน เมื่อสักครู่ สส. มานพ คีรีภูวดล ยกตัวอย่างให้ผมดูบอกว่างบประมาณมหาดไทยสนับสนุนไปให้องค์กรระดับ ท้องถิ่นขนาดเล็กให้ ๓๕๐,๐๐๐ บาท ขนาดกลางให้ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ขนาดใหญ่ให้ ๑ ล้านบาท บอกว่าใช้สำหรับการกำจัดเรื่องของต้นเหตุฝุ่นพิษ เรื่องของต้นเหตุไฟป่า แต่ไป ตีกรอบ ไปตีกรอบเขา ให้เงินไปแล้วสุดท้ายใช้ไม่ได้คืน เพราะไปตีกรอบเขามากเกินไป อันนั้นเบิกไม่ได้ อันนี้เบิกไม่ได้ อันนั้นทำไม่ได้ คุณให้ไปแล้ว สส. มานพ บอกดูเป้าหมายเลย ถ้าเกิดแก้ไขปัญหาได้ ระงับยับยั้งได้ คุณอย่าไปตีกรอบเขา ทำได้ให้ต่อ ทำไม่ได้หยุดให้ เปลี่ยนใหม่ มันต้องแก้ปัญหาแบบนี้ และต้องทำทันที ทำให้ดีที่สุดครับ แต่วันนี้ผมไม่โทษใคร โทษพวกเราทุกคนในวันนี้มาเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชน แต่ปล่อยให้พี่น้องประชาชนต้อง ทนทุกข์ทรมานแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วก็นั่งภาวนากันว่าปีนี้ฉันจะมีอากาศดีหายใจกี่วัน เวลานี้พี่น้องประชาชนจะต้องดำเนินการอย่างไร โรงเรียนจะหยุดไหม โรงพยาบาล ห้องภายนอกที่ไม่ได้เป็นห้องแอร์จะทำอย่างไร ต้องใช้อากาศภายนอกหายใจเหมือนกัน คนที่ เป็นโรคภัยเขาอยู่ในโรงพยาบาลตายแหล่ไม่ตายแหล่ ครึ่ง ๆ แล้ว อยู่ในห้องธรรมดาหายใจ ฝุ่นพิษไปอีก คืน ๒ คืน ๓ คืน ตายเลย นี่วิธีการลดประชากรหรือครับ เพราะฉะนั้นถ้าไม่ใช่ รีบดำเนินการทันที ที่ระดม ระดม ระดมนี่สั่งให้ชัดเจนกว่านี้ ว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะมี มาตรการอย่างไร ไม่อย่างนั้นไม่แตกต่างจากรัฐบาลที่ผ่านมาในอดีตทั้งหมดครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศนิวาร บัวบาน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ศนิวาร บัวบาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ดิฉันต้องขออนุญาตใส่แมสก์อภิปรายนะคะ ท่านประธาน ไม่ทราบว่า ท่านประธานได้ยินดิฉันชัดเจนไหมคะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน คือที่ดิฉันต้องใส่แมสก์ ไม่ใช่เพราะ Gimmick หรืออะไรนะคะ แต่เป็นเพราะดิฉันภูมิแพ้กำเริบจากฝุ่นพิษ PM2.5 แล้วก็ไม่ใช่เพียงแค่ดิฉันที่เกิดภาวะผลกระทบจากฝุ่นพิษนี้ ประชาชนที่อยู่ภายนอกอาคาร รัฐสภาล้วนแล้วแต่เดือดร้อนจากภัยวิกฤตินี้ถ้วนทั่วกัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเสี่ยงทั้งผู้ที่ทำงาน กลางแจ้ง ลูกเล็กเด็กแดง ผู้สูงอายุ คนจนเมืองอย่างที่เพื่อน สส. ดิฉันได้อภิปรายไปในข้างต้น กลุ่มเปราะบางต่าง ๆ ได้รับ ผลกระทบหมดค่ะ งานวิจัยนะคะท่านประธาน ดิฉันเคยอ่านงานวิจัยรายงานว่า อายุไขเฉลี่ย ของคนไทยในอีก ๒๕ ปีข้างหน้าจะมีแนวโน้มเป็นไปตามอายุไขเฉลี่ยของประชากรโลก ซึ่งจะ มีอายุไขเฉลี่ยประมาณ ๗๗ ปี ในขณะที่คนไทยจะมีอายุไขเฉลี่ยในอีก ๒๕ ปีข้างหน้านี้ ๘๐ ปี แต่พอมา ณ ตอนนี้ดิฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่างานวิจัยชิ้นนั้นควรที่จะทำการศึกษาวิจัย ใหม่หรือไม่ ถ้าเกิดประชาชนคนไทยยังดำรงอาศัยอยู่ในภาวะที่เต็มไปด้วยมลพิษแบบนี้นะคะ คือการที่จะจัดการกับฝุ่นพิษ PM2.5 จะต้องจัดการที่ต้นตอ และแน่นอนค่ะแต่ละพื้นที่ก็จะมี สาเหตุการเกิดฝุ่นพิษที่แตกต่างกัน จากผลการศึกษาของเจน ชาญณรงค์ และคณะ ๒๕๖๔ พบว่าเขาได้สำรวจพื้นที่เผาไหม้ซ้ำซากทั้งหมดเกือบ ๑๐ ล้านไร่ พบว่าเป็นพื้นที่ป่า มากกว่าครึ่งประมาณ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเป็นภาคเกษตรประมาณ ๓๒ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๑ ใน ๓ จากการเผาไหม้ทั้งหมด แล้วถ้าเกิดเราเจาะลึกในเรื่องของการ เผาไหม้ในภาคเกษตร เราจะพบว่าพื้นที่นาข้าวเป็นพื้นที่ที่มีการเผาไหม้มากที่สุด นั่นคือ ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วยไร่ข้าวโพด แล้วก็พื้นที่เกษตรอื่น ๆ อีกนะคะ ต้องบอก อย่างนี้ค่ะว่าประเทศไทยมีฟางที่เหลือจากการทำนาแล้วประมาณ ๓๐ ล้านตันต่อปี มีการ นำไปใช้ประโยชน์เพียงแค่ประมาณ ๖.๔ ล้านตันต่อปีเท่านั้น ที่เหลือนำไปไหนคะ ที่เหลือ ก็นำไปเผาค่ะ ก็คือประมาณเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของฟางที่ได้จากการทำนาถูกนำไปเผา คือนอกจากเจ้าฝุ่นจิ๋ว PM2.5 จะส่งผลต่อสุขภาพเราแล้ว Black คาร์บอน หรือภาษาไทย ที่เรียกว่าผงฝุ่นเขม่าดำที่เป็นองค์ประกอบหลักของฝุ่น PM2.5 ก็ยังเป็นหนึ่งในกลุ่ม สารมลพิษที่มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย คือมันส่งผลให้เกิดภาวะ โลกร้อน โลกรวน แล้วก็สภาพอากาศสุดขั้ว ถ้าร้อนก็ร้อนจัด หนาวก็หนาวจัดแบบที่เรา ประสบกันอยู่ตอนนี้ค่ะ ดิฉันจึงขอเสนอการปลูกข้าวลดโลกร้อน ประกอบไปด้วย ๓ ลดค่ะ ลดอะไรบ้างนะคะ อันดับแรกลดการขังน้ำในนาซึ่งจะก่อให้เกิดก๊าซมีเทน ลดการใช้ปุ๋ยเคมี เกินความจำเป็น และลดการเผาฟางในนาข้าว โดยในที่นี้ดิฉันจะขอเน้นย้ำไปที่การลด การเผาฟางในนาข้าวซึ่งจะเป็นบ่อเกิดของ PM2.5 คือถ้าเกิดเราลดการเผาฟางแล้ว นอกจากจะลดฝุ่นซึ่งจะดีต่อสุขภาพแล้วก็ยังดีต่อโลกเพราะ Black คาร์บอนก็จะลดลงตาม ไปด้วยค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นเรามีด้วยกัน ๒ ทางเลือกด้วยกัน ก็คือว่าฟางที่ได้จากการทำนา สามารถนำไปไถกลบตอซังแล้วก็ฟางข้าวได้โดยใช้น้ำหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพจะช่วย ย่นระยะเวลาการย่อยสลายของตอซังลงเหลือประมาณ ๗-๑๕ วัน หลังจากนั้นเกษตรกรก็จะ สามารถไถนาปั่นฟางได้ ซึ่งวิธีการนี้จะเป็นการช่วยการปรับปรุงดินสำหรับที่จัดการทำนา รอบถัดไปได้อีกด้วยค่ะ นอกจากนั้นเรายังสามารถเก็บรวบรวมฟางมาใช้ประโยชน์อีกได้ อันนี้จะเหมาะสำหรับเกษตรกรที่ทำปศุสัตว์ อาจจะอัดก้อนฟางแล้วก็สามารถนำไปใช้ ประโยชน์ในอนาคตนะคะ นอกจากนั้นเรายังสามารถใช้เครื่องจักรบดแล้วก็สับ แล้วก็ทำมัน ออกมาให้เป็นเชื้อเพลิงอัดเม็ดแล้วส่งต่อไปยังโรงไฟฟ้าชีวมวลได้อีกด้วยค่ะ และเมื่อตอนต้น เพื่อน สส. ฝ่ายรัฐบาลบอกว่าจะต้องอาศัยระยะเวลา จะต้องมีการพูดคุยกับเกษตรกร จะต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ท่านคะ คือพรรคเราได้ลงพื้นที่พูดคุยกับเกษตรกรแล้ว เกษตรกรก็ยินดีที่จะทำ คือถ้าเกิดเขามีทางเลือกเขาก็ไม่เลือกที่จะเผาหรอกค่ะ และทั้งนี้ ทั้งนั้นมีชุมชนที่ทำแล้วประสบความสำเร็จแล้วด้วย เช่น ที่จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดชัยนาท เป็นต้น ถ้าทางฝั่งรัฐบาลอยากดูรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้ในเว็บไซต์ Think Forward Center ของพรรคเราค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นค่ะรัฐบาลอาจจะต้องให้เงินสนับสนุนเล็กน้อย โดยอาจจะเป็นเงินสนับสนุนแบบมีเงื่อนไข อย่างเช่นว่า ถ้าเกิดเขาทำนาลดการเผาจะได้เงิน สนับสนุน เป็นต้น หรืออาจจะสนับสนุนผู้ประกอบการรถเกี่ยวนวดข้าวให้ติดชุดอุปกรณ์ กระจายฟาง ก็จะช่วยลดเงื่อนไขในการเผาได้ค่ะ ดิฉันและเพื่อน สส. พรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะทำอย่างจริงจังเสียทีนะคะ ไม่ใช่น้ำท่วมทีก็จะต้องมาตั้ง ญัตติด่วนหารือกันที ฝุ่นพิษมาทีก็ต้องมาตั้งญัตติด่วนหารือกันที ไม่อย่างนั้นเราก็ต้องมาตั้ง ญัตติด่วนแบบนี้ร่ำไปนะคะ ขอเถอะค่ะ ลดการเผาฟางไม่ใช่เพียงแค่รณรงค์แบบไฟไหม้ฟาง อีกต่อไปขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จากจังหวัดเชียงใหม่ครับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพกับท่านประธานท่านก็คนเชียงราย ผมก็คนเชียงใหม่ เรื่องฝุ่น PM2.5 ว่ากันตามตรง ณ วันนี้สถานการณ์ในบ้านเรายังค่อนข้างดีกว่ากรุงเทพ แต่เมื่อมีญัตตินี้เข้ามาก็ต้องพูดไว้ล่วงหน้าครับ เพราะยังคงเชื่อว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้า PM2.5 ในภาคเหนือก็จะกลับมา วันนี้ผมคงไม่พูดลงไปถึงต้นเหตุของไฟแล้ว เพราะเรารู้ อยู่แล้วว่ามาจากไฟข้ามแดน ไฟเพื่อนบ้าน ไฟการเกษตร ไฟป่าต่าง ๆ นานา แต่ผมได้รับ มอบหมายให้พูดถึงเรื่องของการท่องเที่ยว ท่านประธานครับ เชียงใหม่ เชียงราย พึ่งพา การท่องเที่ยวนะครับ ในความรู้สึกของเรา ในความรู้สึกของท่านประธาน ช่วงฤดูกาลที่คนไป ท่องเที่ยวภาคเหนือที่สุดก็คือช่วงหน้าหนาว อันนั้นคือในความรู้สึกนะครับ ผมก็มีข้อมูล ที่จะมาทำให้ท่านประธานได้เห็นว่าความรู้สึกของเรานั้นเป็นจริง สไลด์แรกมาได้เลยครับ🔗
ถ้าเราดูจำนวนนักท่องเที่ยว ในปี ๒๐๑๙ ก่อนโควิดนะครับ อันนี้เป็นจำนวนนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวเชียงใหม่ในช่วงหน้า High เราก็จะเห็นว่าช่วงเดือนธันวาคม มกราคม นักท่องเที่ยวตอนนั้นมีประมาณ ๗ ล้านกว่าคน ถ้าเทียบกับช่วง Low สุด ๆ มีนักท่องเที่ยวประมาณ ๓ ล้านคน อันนี้เป็นข้อพิสูจน์หนึ่งว่า ภาคเหนือเราพึ่งพาการท่องเที่ยวในช่วงหน้าหนาว แต่ความท้าทายที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน มันมีข้อมูลงานวิจัยจาก TDRI ว่าสภาพแวดล้อม สภาพอากาศของโลกเรามันทำให้หน้าหนาว ของเราสั้นลง เมื่อหน้าหนาวของเราสั้นลงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับการท่องเที่ยวของภาคเหนือของ เราคืออะไรครับ ช่วงเวลาที่จะทำให้คนอยากมาเที่ยวมันก็สั้นลง ช่วงเวลาที่ผู้ประกอบการ จะกอบโกยรายได้มันก็สั้นลง อันนั้นคือความท้าทายที่ ๑🔗
ความท้าทายที่ ๒ คือเรื่อง PM2.5 ภาพบนคือสถิติฝุ่นที่เกิดขึ้นในกรุงเทพ ซึ่งเมื่อสักครู่คุณหมอวาโยได้พูดไปแล้วของกรุงเทพฯ แต่ภาพล่างคือสถิติการเกิดฝุ่นพิษของ เชียงใหม่ในช่วง ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา ท่านเห็นไหมครับมันเกิดซ้ำ ๆ กันในช่วงมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน ซ้ำกันอยู่แบบนี้ทุกปี ไม่อาจเรียกเป็นสถานการณ์นะครับ สำหรับคนภาคเหนืออย่างเรา เราเรียกว่าฤดูฝุ่น ซึ่งเรารู้อยู่แล้วว่าอย่างไรมันก็ยังมา แล้วปีนี้ ก็น่าจะมา เมื่อเราเอาจำนวนนักท่องเที่ยวเส้นสีส้มมาเทียบกับฤดูกาลเกิดฝุ่น ท่านเห็นไหมว่า การท่องเที่ยวของภาคเหนือเรามันกระจุกตัวอยู่ในหน้าหนาว ซึ่งมันก็ตรงกับฤดูฝุ่นพอดีเลย คนเชียงใหม่เราบอกว่าเรามีหน้า High อยู่แค่ ๔ เดือน ที่เหลือคือ Low หมด หารายได้ แทบไม่ได้นะครับ แต่การที่เกิดฝุ่นซ้ำ ๆ อยู่แบบนี้มันทำให้ช่วงเวลาหน้า High สั้นลง ๆ เรื่อย ๆ ผมรับประกันถ้าถามผู้ประกอบการเชียงใหม่ ณ ตอนนี้ ยอดจองที่พักช่วงเดือนนี้ ดีครับ แต่กุมภาพันธ์ มีนาคม มั่นใจได้เลยว่ายอดจองยังมาไม่ถึง ๓๐ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ เพราะความกังวลเรื่องฝุ่น ท่านประธานครับ ผมคิดว่ารัฐบาลปัจจุบันให้ความสำคัญกับการ ท่องเที่ยว มีนโยบายพูดกันมาตั้งแต่ต้นว่าฟรี Visa อยากทำให้ไทยเป็นที่จัดงาน Event Festival ระดับโลก อยากทำให้เราเป็น Hub การเดินทางต่าง ๆ พยายามทำสื่อสาร Soft Power ล่าสุดพยายามทำ Entertainment Complex สิ่งเหล่านี้ประชาชนรู้ครับว่า โอเครัฐบาลปัจจุบันให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว สิ่งที่ผมอยากเห็น ปัญหา PM2.5 ที่มันกระทบกับคนเชียงใหม่ผู้ประกอบการการท่องเที่ยวในภาคเหนือ เราอยากเห็นการให้ความสำคัญให้ความพยายามกับเรื่องนี้ให้มันเทียบเท่าได้กับความ พยายามเหมือนที่ท่านจะทำ Entertainment Complex นะครับ คือคิดแบบติดตลกนะครับ ท่านไม่ตั้งใจหรือไม่รู้วิธีแก้ PM2.5 ท่านเลยจะแบบทำ Entertainment Complex เพื่อให้นักท่องเที่ยวไปหลบฝุ่นอยู่ในกาสิโน เรื่องนี้พูดกันอย่าง ตรง ๆ ไม่เสียหายด้วย ท่านนายก ท่านอดีตนายกด้วยความเคารพนะครับ ท่านคนเชียงใหม่ ท่านน่าจะเข้าใจความรู้สึกของพี่น้องคนเชียงใหม่ได้เป็นอย่างดี เราแทบจะไม่คาดหวังอะไร เลยครับนอกจากการแก้ปัญหา PM2.5 นะครับ ผมอยากจะทิ้งท้ายไว้แบบนี้ ถ้าผมมาว่าท่าน อย่างเดียวมันก็คงจะไม่ถูกต้องเท่าไร ก็มีข้อเสนอบางประการที่ภาคการท่องเที่ยวอาจจะทำ ได้นะครับ ขอสไลด์สุดท้ายนะครับ ลำพังแค่หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวไปแก้เรื่อง PM2.5 ไม่ได้เพราะการท่องเที่ยวหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของประเทศเราทำได้แค่การ Marketing ส่งเสริมการตลาด โฆษณา จัด Event ประชาสัมพันธ์นะครับ แต่ก็มีข้อเสนอ เช่น การกระจายการท่องเที่ยวให้ไปหน้า Low มากขึ้นนะครับ การทำการตลาดมีอยู่แล้ว แต่ว่าการกระจายออกไปนั้นหมายถึงว่าหน่วยงานอื่นก็ต้องไปลงทุน ปรับปรุง พัฒนาแหล่ง ท่องเที่ยวต่าง ๆ ออกไปด้วยนะครับ นั่นหมายถึงไปส่งเสริมเมืองรอง เมืองน่าเที่ยวอื่นที่จะ เป็นการกระจายนักท่องเที่ยวออกไปไม่ให้เกิดการแออัด อีกข้อหนึ่งคือระบบขนส่งสาธารณะ ในเมืองใหญ่ ท่านประธานครับ คนเชียงใหม่ คนภูเก็ต ทุกวันนี้รถติดขึ้นเรื่อย ๆ ยังไม่ต้องถึง ช่วงท่องเที่ยวขนาดนั้นก็ได้ ล่าสุดก็มีข่าวว่าเชียงใหม่รถติดอันดับแซงกรุงเทพมหานคร ระบบขนส่งสาธารณะ ผมไม่ได้บอกว่าต้องลงทุนอะไรมากมายขนาดใหญ่นะครับ แค่จัดการมีรถไฟฟ้า จัดการเส้นทาง จัดการรู้ที่มันตอบโจทย์ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ เท่านี้เองมันก็ช่วยบรรเทาได้ แล้วข้อสุดท้าย กรมการท่องเที่ยวกระทรวงการท่องเที่ยว ของเรามีมาตรฐานด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ เยอะนะครับ ๕๖ มาตรฐาน มาตรฐานเหล่านี้ ก็ถูกใช้ในแง่ของเอา Sticker ไปให้ได้รับการรับรองนะ ท่านจะได้รับการส่งเสริมมากขึ้น แต่มันไม่มีผลบังคับใช้ด้านกฎหมายใด ๆ ผมก็อยากจะเสนอข้อเสนอนี้ให้กับกรมการ ท่องเที่ยวนะครับว่าให้นำ ๕๖ มาตรฐานนั้นมาปรับปรุงหน่อย เพิ่มมิติด้านสิ่งแวดล้อมเข้าไป แล้วหยิบจับบ้างมาตรฐานที่จำเป็นจริง ๆ ที่จะส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวเราไม่ไปเป็นปัจจัย หนึ่งของปัญหาสิ่งแวดล้อมนะครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากท่านประธานนะครับ ท่านคน เชียงราย ผมคนเชียงใหม่ อยากให้แก้เรื่อง PM2.5 นะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ เชิญครับ🔗
เรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยค่ะ ขอร่วมอภิปรายในญัตติด่วนในประเด็น ฝุ่นควันขนาดเล็กหรือ PM2.5 ท่านประธานที่เคารพค่ะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบพระคุณ เพื่อนสมาชิกที่มีความห่วงใยในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เราทุกคนในที่นี้ค่ะ ล้วนสูดอากาศเดียวกันและได้รับผลกระทบเหมือนกัน ดังนั้นสิ่งที่ดิฉันจะพูดต่อไปนี้จึงเป็น การแสดงจุดยืนให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่ สมัยอดีตนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน จนมาถึงนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร เราใส่ใจ ปัญหา PM2.5 อย่างจริงจังและเร่งแก้ไขอย่างยั่งยืนค่ะ สิ่งที่ดิฉันท่านกำลังจะพูดเป็น หลักฐานอย่างชัดเจนตั้งแต่นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร เข้ามาบริหารประเทศ ได้กำหนดให้ปัญหา PM2.5 เป็นวาระแห่งชาติ และได้แถลงต่อรัฐสภาแห่งนี้นะคะ นอกจากนี้ หลายคนอาจจะบอกว่าทำไมไม่มีการเตรียมความพร้อม รัฐบาลนี้มีแต่คำสั่งการแต่ไร้ซึ่งการ ปฏิบัติ ซึ่งข้อเท็จจริงรัฐบาลนี้ได้แสดงความพร้อมมาโดยตลอดสำหรับแนวทางการแก้ไข แต่อย่างที่เพื่อน ๆ สมาชิกรับทราบค่ะ ปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นปัญหาเรื้อรังและเป็นปัญหา ที่เกี่ยวข้องในหลากหลายมิติ การแก้ไขจึงไม่สามารถแก้ไขได้อย่างรวดเร็วและทันใจ สิ่งที่เรา ทำมาโดยตลอดตั้งแต่เดือนตุลาคม นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งในทุกกระทรวงค่ะ นายกรัฐมนตรีแพทองธารให้มีการบูรณาการทุกภาคส่วนราชการให้เข้ามาแก้ไขปัญหา ฝุ่นควัน PM2.5 ที่กำลังกระทบต่อพี่น้องประชาชนนี่เรากำลังพูดถึง Time Line ในเดือน ตุลาคม หลังจากนั้นก็ได้มีมาตรการออกมาที่เห็นกันชัด ๆ และต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นมาตรการ ที่รัฐบาลได้ดำเนินการการลดพื้นที่การเผาในพื้นที่โล่งแจ้ง นอกจากนี้การใช้มาตรการทาง ภาคการเกษตรโดยการไม่รับซื้อสินค้าข้าวโพดและอ้อยจากพื้นที่เผาทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ เมื่อเราเข้ามาเป็นรัฐบาล และสถิติ ที่แน่นอนและแน่ชัด เมื่อเทียบอัตราฝุ่นในปีเดียวกัน เดือนเดียวกันก่อนที่รัฐบาลเพื่อไทยจะ เข้ามาบริหาร เราพบว่าอัตราของ PM2.5 ลดต่ำลง เนื่องจากเรามีมาตรการอย่างชัดเจน อย่างที่คุณกายณัฐชาได้บอกไม่เคยเห็นว่ามีมาตรการอะไร ก็อยากจะขอนำเรียนอย่างนี้ค่ะ แล้วสั่งการไปตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ เรื่องการสั่งจ่ายงบประมาณกว่า ๒๗๒ ล้านบาทค่ะ ในวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา โดยให้มีการกำหนดการใช้เป็นกรณีฉุกเฉินเพื่อแก้ปัญหาไฟป่าค่ะ และการสั่งการนี้ได้เพิ่มพื้นที่ในการเฝ้าระวังกว่า ๑,๕๘๒ จุด ครอบคลุมกว่า ๑๗ อุทยาน ในพื้นที่ภาคเหนือและกาญจนบุรี นี่คือสิ่งที่เราทำและทำให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ และชุมชน สิ่งเหล่านั้นเป็นประจักษ์พยานว่าเมื่อปี ๒๕๖๗ อัตราของฝุ่น PM2.5 ลดต่ำลง เมื่อเทียบกับปี ๒๕๖๖ แต่เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันมีความแตกต่าง มวลอากาศและ การเปลี่ยนแปลงของ Climate Change ทำให้อากาศลดต่ำลง และอุณหภูมิความหนาวเย็น จากจีนแผ่ลงมาในประเทศไทยอย่างนานขึ้นและยาวนานขึ้น เราจึงเกิดสภาวะของฝุ่น PM2.5 ที่หนักหน่วงกว่าเดิม แต่รัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจก่อนบินไปประชุมนานาชาติ นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ก็ได้สั่งการให้ทุกภาคส่วนดำเนินการในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะสั่งการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าให้เร่งป้องกันควบคุมไฟป่า กระทรวงอุตสาหกรรมเข้มงวดจริงจังมาตรการโรงงาน ไม่รับซื้อเผาอ้อยที่ตกลงกันไม่เกินกว่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกนโยบายโทษแล้วก็บังคับมีการดำเนินคดี กับผู้เผานาแล้วเผาในพื้นที่โล่งแจ้ง กรมฝนหลวงเร่งมาตรการในการแก้สภาวะอากาศปิด ถ้าเกิดมีความจำเป็น นอกจากนี้ กทม.ก็ยังมีมาตรการชัดแจ้งในเรื่องของ Work form Home ด้วย ซึ่งผู้ว่าชัชชาติ ก็เพิ่งสั่งการไป กองทัพอากาศในกรณีที่มีไฟป่าให้เร่งดับไฟ แล้วก็ฝนหลวง รวมถึงใช้กระทรวงสาธารณสุขในการดูแลผู้ป่วย แล้วก็ต้องป้องกัน กลุ่มเปราะบางค่ะ นอกจากนี้ในคำสั่งการที่ท่านนายกรัฐมนตรีล่าสุดก็ยังสั่งการท่าน วิดีโอ Conference มาจากดาวอสด้วย ว่าให้ดำเนินการในการสั่งการในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นมาตรการสำหรับ กทม. ก็อย่างที่บอกว่าถ้ามีฝุ่นควันมากและมีสถานการณ์ รุนแรงก็ Work from Home มาตรการระดับกระทรวงก็ยังคงยืนยันการงดรับซื้อผลิตภัณฑ์ การเกษตรที่เกิดจากการเผาไหม้ นอกจากนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมปีนี้ ก็ยังรับบทบาทเดิมคือการตั้งศูนย์ปฏิบัติการใน ๑๔ กลุ่มพื้นที่ป่า แล้วก็ยังคงใช้คนในพื้นที่ ในการเฝ้าระวังกว่า ๑,๕๘๕ จุด แล้วก็ยังมีมาตรการด้านการคมนาคม ซึ่งนายกสั่งการมา ล่าสุดก็ให้กวดขันจับกุมยานพาหนะที่ปล่อยควันดำใน ๔ จุดทั่วมุมเมืองกรุงเทพมหานคร แล้วก็มีมาตรการด้านเทคโนโลยี เมื่อสักครู่ว่าทำไมรัฐบาลถึงไม่มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ ล่าสุดก็ได้สั่งการให้มีการพัฒนาแพลตฟอร์มฐานข้อมูลกลางหรือว่า Hotspot ที่มีอยู่เพื่อให้ สามารถนำเอาข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมและ Sensor ในการติดตามเพื่อแจ้งเตือนเฝ้าระวังภัย ซึ่งได้มีคำสั่งการมาด่วนค่ะ นอกจากนี้ปัญหาฝุ่นควันมันไม่ได้แก้ได้ด้วยเรา เรารับทราบกันดีว่า ประเทศเพื่อนบ้านด้วยต้นทุนและการเกษตรที่ต่ำกว่าเราเขายังคงใช้วิธีในการเผา ฝุ่นควัน ส่วนหนึ่งจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากระหว่างประเทศด้วย กระทรวงต่างประเทศก็รับหน้าที่ว่า จะไปประสานงานกับเพื่อนบ้านเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นควันข้ามแดน และถ้ายังจำกันได้นะคะ แล้วถ้ายังจำกันได้ในสภาแห่งนี้ สมัยที่แล้วในรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐบาล พรรคเพื่อไทยนี่ละค่ะที่ได้เสนอ พ.ร.บ. อากาศสะอาดเข้าสู่สภาแห่งนี้ และ พ.ร.บ. อากาศ สะอาดก็ได้ถูกผลักดันในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนของการ ตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียด สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนความจริงใจและความ ไม่นิ่งนอนใจของพรรคเพื่อไทย และรัฐบาลเพื่อไทย ภายใต้การนำของนายกแพทองธาร ชินวัตร นี่คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าเราทุกคนอยากได้อากาศสะอาด และเราทุกคนอยากได้ อากาศบริสุทธิ์ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสิริลภัส กองตระการ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาค่ะ ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ ผู้แทนจากพรรคประชาชนค่ะ ท่านประธานคะ ฝุ่น PM2.5 ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบถึงด้านสุขภาพกายตามที่ สส. วาโยได้อภิปรายไป แต่ว่ายังส่งผล กระทบต่อสุขภาพจิตในหลายมิติค่ะ ซึ่งในวันนี้นะคะดิฉันอยากจะมาอภิปรายให้ ท่านประธาน เพื่อนสมาชิกและประชาชนที่ได้รับฟังรับชมการประชุมสภานี้ให้ได้รับฟังกันค่ะ🔗
ฝุ่น PM2.5 นั้นสามารถ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของประชาชนทุกช่วงวัยค่ะ ดิฉันขออ้างอิงจากบทความจาก The Guardian เรื่อง Depression and Socitling to Air Pollution in New Global Study หรือว่าผลการศึกษาระดับโลกเรื่องภาวะซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายนั้นมีความเชื่อมโยง กับมลพิษทางอากาศ เพราะฝุ่น PM2.5 เป็นอนุภาคมลพิษทางอากาศที่เล็ก ขนาดของมันอยู่ ที่เส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน ๒.๕ ไมครอนเท่านั้นเองนะคะ หรือว่า ๑ ใน ๒๕ ของเส้นผมมนุษย์ เท่านั้นเองค่ะ ทีนี้เมื่อเราสูดอากาศเข้าไป ฝุ่น PM2.5 นี้มันก็จะเข้าไปในจมูก ไปเกาะตาม อวัยวะต่าง ๆ รวมไปถึงสมอง มันจะทำให้อาการอักเสบของสมองเกิดขึ้นได้ ทำลายเยื่อ ประสาทและทำให้สารสื่อประสาทในสมองนั้นทำงานอย่างผิดปกติ มีผลกระทบต่อการ เปลี่ยนแปลงฮอร์โมน และนี่ล่ะค่ะจะเป็นสาเหตุที่จะมีผลที่จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต ตามมาค่ะ บทความจาก Thai PBS ขออภัยค่ะ ก็ได้ให้ข้อมูลงานวิจัยของประเทศ สหรัฐอเมริกาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้ป่วยโรคซึมเศร้ากับมลพิษทางอากาศไว้นะคะว่า หากพื้นที่ไหนยิ่งมีปริมาณมลพิษทางอากาศมาก จำนวนคนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้านั้นก็ยิ่ง มีมากเพิ่มขึ้นตามไปด้วยค่ะ และนอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Psychiatry แสดงให้เห็นว่าเขตพื้นที่มลพิษทางอากาศมากนั้นสัมพันธ์กับปริมาณจำนวน ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งข้อมูลนี้มีการศึกษาจากประชากรกว่า ๓๙๐,๐๐๐ คน และศึกษามาเป็นเวลากว่า ๑๑ ปีแล้วค่ะ เรามาดูค่ะว่าฝุ่น PM2.5 นั้น ส่งผลกระทบต่อเยาวชนและเด็กอย่างไร บทความจาก สสส. ได้รายงานการวิจัยของซูซานน์ โรเบิร์ต (Suzanne Robert) และคณะที่ได้ทำงานวิจัยศึกษาเกี่ยวกับการสำรวจมลพิษ ทางอากาศและปัญหาสุขภาพจิตในตัวอย่างเด็กจำนวน ๒๘๔ คนในประเทศอังกฤษ ผลวิจัย ได้ออกมาว่าคุณภาพอากาศที่ไม่ดีจะส่งผลต่อปัญหาสุขภาพจิตที่มากขึ้น ผลการศึกษาได้บ่งชี้ ว่าหลักฐานความสัมพันธ์ระหว่างการสัมผัสหรือว่าไปสูดอากาศมลพิษนี้ส่งผลให้เด็กอายุ ๑๘ ปีมีภาวะซึมเศร้าได้ค่ะ ในวัยเด็กก็มีข้อมูลแสดงให้เห็นว่ามลพิษทางอากาศสามารถเข้าสู่ สมองอย่างที่ดิฉันบอกไปว่ามันจะทำให้ก่อเกิดการอักเสบของเส้นประสาท และอาจส่งผล กระทบมากกว่าผู้ใหญ่ด้วยซ้ำไป เพราะว่าอัตราการหายใจของเด็กตามสัดส่วนของร่างกาย อยู่สูงกว่าผู้ใหญ่ และใช้เวลาในการทำกิจกรรมกลางแจ้งมากกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งมันจะเพิ่มความ เสี่ยงต่อการที่จะทำให้เด็กนั้นมีโรคสมาธิสั้น Autistic อาการวิตกกังวล ซึมเศร้า และมีปัญหา ทางด้านพฤติกรรมในวัยเด็ก🔗
ทีนี้มาดูเรื่องของวัยทำงานกันบ้างดีกว่าค่ะ นอกเหนือจากนี้ผลกระทบ ทางจิตใจอีกอย่างหนึ่งที่จะเกิดเพิ่มขึ้นขึ้นมาอีก ๑ ปัจจัย นั่นก็คือความเครียดจากการ เสพข่าวท่านประธาน เราตื่นมาดูการรายงานข่าวในทุก ๆ เช้าที่เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ ของตัวเองว่ามีค่าอยู่ที่เท่าไร ส้มไหม แดงไหม หรือว่าม่วงไหม แล้วก็มานั่งกังวลค่ะว่าฝุ่นนี้ มันจะกระทบต่อลูกเรา หรือว่าพ่อแม่ที่แก่เฒ่าของเราหรือไม่ ก็จะทำให้วัยทำงานเหล่านี้ เกิดความเครียดวิตกกังวล โดยเฉพาะกับคนผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงอยู่เป็นประจำนะคะ และนอกจากนี้มีการรายงานศึกษาการค้นคว้าในประเทศไทยเรื่องความชุกของภาวะ ความเครียดของประชาชนต่อสภาวะหมอกควันของชุมชน ตำบลพระบาท อำเภอเมือง ในจังหวัดลำปางนะคะ ผลการศึกษาออกมาแล้วค่ะว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ ๖๖.๔ มีความเครียดและวิตกกังวลต่อสถานการณ์หมอกควันในระดับมากถึงมากที่สุดค่ะ หมอกควันในระดับมากถึงมากที่สุดค่ะ และมองว่าปัญหานี้ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังค่ะ เนื่องจากผลกระทบอันดับแรกเลยก็คือด้านสุขภาพกาย และอันดับรองลงมาก็คือด้านสุขภาพจิต นั่นก็คือความเครียด วิตกกังวล แล้วก็ความหดหู่ ซึ่งภาวะนี้มีศัพท์ที่เรียกว่า Solastalgia หรือว่าภาวะเครียดและซึมเศร้าของมนุษย์จากการ เปลี่ยนแปลงที่เสื่อมลงของอากาศและสิ่งแวดล้อมบนโลก นอกจากนี้ฝุ่น PM2.5 ยังบังคับให้ คนจะต้องอยู่ในบ้าน อยู่ในห้อง ไม่สามารถออกไปทำกิจกรรมภายนอกได้ พื้นที่สีเขียว ก็ไม่สามารถออกไปทำกิจกรรมได้ ยิ่งทำให้คนที่ป่วยอยู่แล้วมีอาการซึมเศร้ามากขึ้นไปอีก หรือคนที่มีภาวะความเสี่ยงที่จะเป็นก็จะทำให้เขากลายมาเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้าได้ค่ะ ถึงแม้ว่าในตอนนี้ในประเทศไทยจะยังไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 มากนักนะคะ แต่ว่าก็ยังมีบทความที่อ้างอิงจากงานวิจัยจากต่างประเทศค่ะ เช่น งานวิจัย จากสหรัฐอเมริกา ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Network Open เปิดเผยว่าผลการศึกษาข้อมูล ของชาวอเมริกันที่อยู่ในระบบแผนประกันสุขภาพของรัฐบาลอเมริกานั้น ระหว่างปี ๒๐๐๕ ถึงปี ๒๐๑๖ ผู้ที่มีอายุสูงกว่า ๖๔ ปีได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า จำนวน ๑.๕๒ ล้านคน แต่ทีนี้เมื่อทีมวิจัยนำข้อมูลมาเทียบที่อยู่อาศัย ก็พบว่าแผนที่มลพิษทางอากาศ ปรากฏว่าเขตที่มีพื้นที่มลพิษทางอากาศนั้นมีความสัมพันธ์กับจำนวนผู้ป่วยโรคซึมเศร้า อย่างมีนัยสำคัญ ท่านประธานคะ สถานการณ์ที่ว่านี้ผู้ป่วยสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ประชาชนมีความเครียดวิตกกังวล ถือว่ามีภาวะซึมเศร้าจากปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจ สังคม ล้วนเป็นปัจจัยกระตุ้นทั้งนั้นค่ะ ซึ่งตอนนี้ดิฉันคิดว่าฝุ่น PM2.5 นี้ ก็เปรียบเสมือนภัยเงียบที่กำลังจะเข้ามาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยกระตุ้นให้ประเทศของเรามีผู้ป่วย ทางด้านสุขภาพจิตเพิ่มขึ้น จากเดิมตอนนี้อยู่ที่หลัก ๑๐ ล้านคนแล้วนะคะ เราไม่ควรที่จะทำ ให้เรื่องนี้ ภัยเงียบนี้เป็นเรื่องที่เงียบลงไปค่ะ อย่างน้อยข้อเสนอแนะของดิฉันนี่รัฐบาลจัดทำ งบประมาณได้ไหมคะ สนับสนุนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ว่ามีส่งผลกระทบต่อ ปัญหาสุขภาพจิตของคนไทยอย่างไร ให้ประเทศไทยเรามีผลงานวิจัยที่เป็นของตัวเองได้แล้ว ไม่ต้องอ้างงานวิจัยจากต่างประเทศค่ะ ดิฉันในฐานะผู้แทนราษฎรที่พยายามผลักดันประเด็น เรื่องปัญหาสุขภาพจิตมาโดยตลอดนะคะ ถึงแม้ว่าดิฉันอาจจะเห็นว่ารัฐบาลยังไม่ได้ ให้ความสำคัญหรือว่าใส่ใจกับปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นมากนักอย่างจริงจังเท่าไร แต่ดิฉันก็ มีความหวังว่าท่านจะมุ่งแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่มันเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดภาวะเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า อย่างจริงใจและตั้งใจนะคะ เพื่อไม่ให้สถานการณ์สุขภาพจิตของคนไทย เป็นปัญหาที่ย่ำแย่มากลงไปกว่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ชอบคุณครับ ต่อไปท่านศุภณัฐ มีนชัยนันท์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่ เคารพครับ กระผม นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ท่านประธานครับ อย่างที่ทราบกันหนึ่งในสาเหตุสำคัญของ PM2.5 ที่เกิดในกรุงเทพมหานคร มาจากรถยนต์และรถบรรทุก โดยจากผลสำรวจพบว่าในแต่ละวันมีรถ ทั้งมอเตอร์ไซค์ ทั้งรถยนต์ ทั้งรถบรรทุก วิ่งในกรุงเทพมหานครไม่น้อยกว่า ๕.๘ ล้านคันต่อวันครับ ในขณะที่ ผู้ใช้รถไฟฟ้าและรถเมล์รวมกันประมาณสัก ๒.๓ ล้านเที่ยวต่อวัน นี่คือนับจำนวนไป-กลับ ถ้านับเป็นจำนวนหลายหัวต้องบอกว่ามีเพียงประมาณ ๑ ล้านคนเท่านั้นต่อวัน ซึ่งถ้าเกิด เทียบกับต่างประเทศถือว่าน้อยมาก ๆ เพราะฉะนั้นถ้าเราจะลดปัญหา PM2.5 ได้ หนึ่งในนั้นก็คือการเปลี่ยนให้คนที่ใช้รถมาใช้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะแทน แต่เหตุที่คน ไม่ใช้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะเพราะว่าเขาเข้าไม่ถึง หรือเพราะว่ามันเข้าถึงได้ยาก เพราะฉะนั้นผมก็ขอเสนอ ๓ มาตรการส่งเสริมการเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ หรือการจอดแล้วจร ซึ่งทางรัฐบาลสามารถทำได้เลย ทำทันที โดยไม่ต้องอ้างว่าต้องรอ พ.ร.บ. อากาศสะอาดแต่อย่างใด มาตรการที่ ๑ คือการแก้ปัญหาที่จอดรถรอบสถานีรถไฟฟ้า จากข้อมูลเราจะพบว่าที่จอดรถรอบสถานีรถไฟฟ้าทั้งของภาครัฐและภาคเอกชนมีเพียงแค่ ๓๐,๐๐๐ คันเท่านั้นครับ จากสถานีส่วนใหญ่ ๆ ในกรุงเทพมหานครต้องบอกว่าไม่มีที่จอดรถ หรือมีที่จอดรถน้อยมาก ๆ เพราะฉะนั้นรัฐควรเอาที่ดินที่อยู่ในมือ อย่างที่ดินไม่ว่าจะเป็น ของทหารก็ดี การรถไฟก็ดี ที่ดินใต้ทางด่วนก็ดี หรือของธนารักษ์ก็ดี มาจัดทำเป็นที่จอดรถให้ พี่น้องประชาชน รวมถึงในช่วงวันธรรมดาหลังเลิกงาน หรือในวันเสาร์และวันอาทิตย์ รัฐก็ควรอนุญาตให้ประชาชนเข้าไปจอดในพื้นที่ของหน่วยราชการเพื่อที่จะใช้รถไฟได้ อีกส่วนคือรัฐสามารถที่จะเช่าที่ดินเอกชนในการทำที่จอดรถ หรือสนับสนุนเอกชนที่ทำธุรกิจ ในที่จอดรถอยู่แล้ว หรือแม้กระทั่งการ Collab กับภาคเอกชนอย่างคอนโด ซึ่งในตอนเช้า รถในคอนโดหลาย ๆ คันเขาก็จะออกไปทำงานกันบางส่วน เพราะฉะนั้นก็จึงมีที่จอดว่าง เราก็สามารถ Collab ให้คนไปจอดในคอนโดได้ หรือแม้กระทั่งห้างสรรพสินค้า หรือ Community Mall ใกล้รถไฟฟ้าก็ตาม ในวันธรรมดาคนอาจจะไม่เยอะมากนัก เราอาจจะ Collab กันขอมาสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ให้ทำที่จอดรถเพื่อให้คนขึ้นรถไฟฟ้าได้ครับ🔗
มาตรการที่ ๒ คือเรื่องของการยกระดับคุณภาพการให้บริการระบบขนส่ง มวลชนสาธารณะ ระยะสั้น คือรัฐจำเป็นที่จะต้องเพิ่มรอบไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรถเมล์ และรถไฟฟ้าเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชน รวมถึงการเร่งจัดหาขบวน รถให้โดยเร็ว แล้วในระยะยาวแน่นอนเรามีความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูประบบรถสองแถวและ สร้าง Feeder ในซอยเพื่อที่จะดึงพี่น้องประชาชนที่อยู่ในซอยต่าง ๆ ให้เข้าถึงระบบขนส่ง มวลชนสาธารณะให้ได้มากยิ่งขึ้นครับ🔗
มาตรการที่ ๓ ก็เป็นมาตรการระยะยาว คือการส่งเสริมการจัดรูปที่ดินและ พัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าผ่านการทำ TOD เพื่อเพิ่มศักยภาพในการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อนำมาพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ และการทำที่อยู่อาศัยในราคาถูกจำนวนมากรอบสถานี รถไฟฟ้าเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงรถไฟฟ้าได้ง่ายครับ ๓ มาตรการข้างต้นที่ผมกล่าวไปนั้นเป็น มาตรการที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ แต่ยังมีอีก ๓ มาตรการที่แม้ว่าตอนนี้ ทางกรุงเทพมหานครได้เริ่มดำเนินการแล้ว แต่ผมคิดว่ารัฐควรต้องเข้าไปช่วยสนับสนุน ผลักดัน เพื่อทำให้เกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้🔗
มาตรการที่ ๑ คือเรื่องของการห้ามรถบรรทุกวิ่ง ต้องบอกว่าเราจะห้าม รถบรรทุกวิ่งไม่ได้เลยถ้าตำรวจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของท่านนายกไม่ทำงานอย่างเต็มที่ และตรงไปตรงมา อย่าลืมว่าทุกวันนี้พี่น้องตำรวจยังปล่อยให้รถบรรทุกวิ่งผิดเวลาอยู่ทุกวัน ท่านประธาน เพราะอย่างนั้นท่านนายกจำเป็นต้องสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการตรวจสอบและควบคุมรถบรรทุกในเขตกรุงเทพมหานครตามประกาศของ กรุงเทพมหานคร ที่สำคัญครับมาตรการห้ามวิ่งรถบรรทุกทำได้แค่ระยะสั้น ๆ เท่านั้น เพราะถ้าเราจะทำเป็นปีก็คงกระทบกับระบบโลจิสติกส์ในวงกว้าง เรื่องของราคาสินค้าต่าง ๆ และแม้ว่ากระทรวงอุตสาหกรรมเองได้มีการกำหนดมาตรฐานยูโร ๕ แล้วซึ่งถือว่าเป็นเรื่อง ที่ดี แต่มาตรฐานนี้จะนำมาใช้กับรถคันใหม่เท่านั้น ไม่สามารถหรือว่าไม่ได้ถูกบังคับใช้กับรถ คันเก่านั่นเอง เพราะฉะนั้นยังมีรถบรรทุกเก่าจำนวนมากที่ยังวิ่งอยู่ที่ไม่ผ่านมาตรฐานยูโร ๕ เพราะฉะนั้นรัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการในการส่งเสริมในการเปลี่ยนแปลง รถเหล่านี้ที่มีอายุการใช้งานสูง รถบรรทุกต่าง ๆ รวมถึงรถยนต์ด้วยให้เปลี่ยนมาใช้เป็นยูโร ๕ ยูโร ๖ เพื่อที่จะช่วยลดมลพิษทางอากาศ รวมถึงต้องสั่งการให้กรมการขนส่งทางบกได้ทำการ ตรวจสภาพรถอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ในส่วนของรถยนต์ท่านประธานทราบไหมครับ ว่ารถยิ่งเก่าแม้ว่าจะปล่อยมลพิษเยอะขึ้นแต่ค่าต่อทะเบียนรถถูกลง เพราะฉะนั้นรัฐควรสร้าง กลไกในการเพิ่มค่าธรรมเนียมการต่อทะเบียนรถสำหรับรถที่มีการปล่อยมลพิษที่สูงขึ้น เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เจ้าของเกิดการปรับตัวไปใช้เทคโนโลยีที่สะอาดมากกว่าเดิม🔗
มาตรการที่ ๒ ของทางกรุงเทพมหานคร คือการให้โรงเรียนหยุดเรียนและ ส่งเสริมให้โรงเรียนปลอดฝุ่น แน่นอนครับการหยุดเรียนในระยะเวลาสั้น ๆ สามารถทำได้ แต่การหยุดเรียนในระยะยาวคงเป็นไปไม่ได้ เรามีความจำเป็นต้องทำให้โรงเรียนกลายเป็นที่ ที่ปลอดภัยและปลอดฝุ่น สิ่งที่รัฐบาลสามารถทำได้เลยคือการให้โรงเรียนในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการของตนเองเริ่มดำเนินการการติดแอร์ รวมถึงเครื่องฟอกอากาศได้ทันที รวมถึงการผลักดันร่วมมือกับการไฟฟ้าและกระทรวงพลังงานในการติดโซลาร์เซลล์ให้ โรงเรียน เนื่องจากว่าโรงเรียนหลายที่กังวลว่าถ้ามีการติดแอร์แล้วค่าไฟจะแพงขึ้น งบประมาณที่ได้รับมาจะไม่เพียงพอครับ🔗
มาตรการที่ ๓ ของกรุงเทพมหานคร คือการส่งเสริมการ Work from Home แต่ทว่าสิ่งนี้ขาดเรื่องของการส่งเสริมและแรงจูงใจ เช่น การส่งเสริมสนับสนุนเรื่องของ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ให้กลุ่มพนักงานในการที่จะสามารถทำงาน Work from Home ได้ หรือการส่งเสริมให้กับบริษัทต่าง ๆ ในการเปลี่ยนผ่านระบบหลังบ้านของตัวเองต้องมีการ ลงทุนต่าง ๆ เกิดขึ้นในการทำระบบหลังบ้าน ระบบข้อมูล ระบบโปรแกรมต่าง ๆ ในการที่จะ ดำเนินการแบบ Work from Home ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลยังไม่ได้มีการ สนับสนุนเลยครับ🔗
ต้องบอกว่า ๓ มาตรการหลังที่ กทม. ทำอยู่ เราไม่สามารถปล่อยให้ทางผู้ว่า กทม. สามารถทำคนเดียวได้ รัฐบาลมีความจำเป็นต้องลงมือเข้าไปช่วยผลักดันและส่งเสริม สนับสนุนอย่างจริงจังเพื่อทำให้กลไกมันมีประสิทธิภาพ แล้วผมขอย้ำว่าทุกมาตรการที่ผมพูด ไปทั้งหมดนั้นรัฐบาลสามารถทำได้ทันทีเพราะมีกลไกอยู่แล้วในมือ ไม่ต้องมารอ พ.ร.บ. อากาศสะอาดแต่อย่างใด ก็ขอให้รัฐบาลนำมาตรการเหล่านี้ ข้อเสนอของ สส. ในพรรค ประชาชนก็ดี หรือ สส. ของรัฐบาลก็ดีนำไปปรับและทำด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๑ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผมต้องลุกขึ้นยืนอภิปราย ในฐานะตัวแทนประชาชนคนไทยที่กำลังประสบกับปัญหาวิกฤติฝุ่น PM2.5 ทั่วประเทศไทย ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรวย คนจน โดนกันถ้วนหน้าครับ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่เป็นผู้ประสบภัยเช่นกัน เสียงของวันนี้ผมอาจจะไม่เหมือนปกติ อาจจะแหบ เล็กน้อย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาผมไปลงพื้นที่เขตดุสิตและเขตพระนคร เป็นเวลา ๖ ชั่วโมง รวมกันครับ กลับมาตอนเย็นผมก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว แสบคอ คัดจมูก มีน้ำมูก ผ่านมาแล้ว ๕ วัน เสียงผมยังเป็นอย่างนี้อยู่เลยครับ หลาย ๆ ท่าน เพื่อนสมาชิกต่าง ๆ ก็ได้พูดกัน มาอย่างยาวนานแล้วในสภาแห่งนี้ แต่ผมเองก็ยังไม่เห็นแนวทางมาตรการการป้องกันและ การขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจัง ช่วงวิกฤติฝุ่นก็นำปัญหานี้มาพูด แต่พอวิกฤติฝุ่นหายไป สักพักเรื่องนี้ก็เงียบไป ไม่เห็นความต่อเนื่องจนประชาชนต้องถามว่าเมื่อไรเราจะได้หายใจ ในอากาศสะอาดสักที สไลด์ถัดไปเลยครับ ผมต้องขอเล่าประสบการณ์ตรงที่สามารถถอดมา เป็นบทเรียนได้จากการที่ผมเคยได้ไปเรียนและศึกษาอยู่ประเทศจีนเป็นเวลากว่า ๘ ปี ย้อนกลับไปเมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว บนสไลด์นี่คือภาพของกรุงปักกิ่งที่ผมมีโอกาสได้ไปใช้ชีวิต และผ่านมาเพียงไม่กี่ปีเราก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลง พลิกฟ้า พลิกดินเลยครับ สมัยนั้นค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งแตะสูงสุด ๓๐๐-๔๐๐ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนตอนที่ผมอายุเฉลี่ยไม่ต่ำ กว่า ๑๕๐-๑๘๐ เลย ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งหมอกควันของโลก แต่เมื่อผมกลับไปเยือน ปักกิ่งอีกทีเมื่อปีที่แล้ว ฟ้าใสก็สะอาด ค่าฝุ่นในหลายพื้นที่ลดเหลือเพียงหลักสิบเท่านั้น นี่คือ ผลจากการที่รัฐบาลจีนประกาศสงครามต่อสู้กับฝุ่นมลพิษที่เอาจริงเอาจัง บังคับใช้กฎหมาย อย่างเข้มงวดและเด็ดขาด จนเมื่อไม่กี่ปีมานี้รัฐบาลจีนได้ประกาศชัยชนะทวงคืนท้องฟ้า ในหลาย ๆ พื้นที่ที่สดใสให้กับประชาชนชาวจีน ผมอยากเห็นท่านนายกรัฐมนตรีของเรา เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ ไม่ต้องรอให้เป็นข่าว ไม่ต้องรอให้เป็นกระแส แต่ทำในฐานะผู้บริหาร สูงสุดของประเทศ เพราะคนไทย ๖๐ ล้านกว่าคนรอความหวังจากท่านอยู่ครับ วันนี้ผมจะ ขอนำเสนอให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทุกท่านได้ฟังว่าประเทศจีนเขาจัดการกับปัญหา นี้อย่างไรบ้าง คร่าว ๆ นะครับ สไลด์ถัดไปเลยครับ🔗
๑. ควบคุมและจัดทำผังเมืองกับพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม โดยใช้นโยบาย ส่งเสริมเพื่อย้ายฐานถิ่นการผลิตให้ห่างไกลจากพื้นที่ประชากรหนาแน่น หากมีการละเมิด หรือลักลอบจะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด🔗
๒. ให้อำนาจเต็มกับผู้บริหารท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาคในการจัดการปัญหา ดังกล่าว ถ้าเทียบกับบ้านเราก็คือระดับผู้ว่าและนายก อบจ.🔗
๓. ลดการใช้งานพลังงานฟอสซิล และส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน สะอาดภาคประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่กั๊กเหมือนบ้านเรานะครับ สุดท้ายทำไปทำมาก็อยู่ใน โควตาสัดส่วนสัมปทานของนายทุน ประเทศจีนได้บรรลุเป้าหมายการใช้พลังงานสะอาด หมุนเวียนจากแหล่งที่ไม่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลกว่า ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ประเทศไทยตอนนี้ มีเพียงประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น🔗
๔. ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว ใช้พื้นที่ทุกพื้นที่ให้เป็นประโยชน์สูงสุด ใช้ต้นไม้ให้ต้นไม้ ได้ทำหน้าที่เป็นเครื่องฟอกอากาศตามธรรมชาติ จนปักกิ่งมีสัดส่วนพื้นที่สีเขียวในเมืองถึง ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่กรุงเทพมหานครตอนนี้มีพื้นที่สีเขียวเพียง ๒.๗ เปอร์เซ็นต์ครับ🔗
๕. ติดตั้งเครื่องกรองอากาศขนาดใหญ่ในพื้นที่วิกฤติ เช่น ย่านธุรกิจหรือ สถานีขนส่ง สถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน🔗
๖. จัดตั้งกองกำลังตำรวจสิ่งแวดล้อม อันนี้ประเทศจีนเขาจัดตั้งเลยนะครับ กองกำลังหน่วยงานพิเศษให้มีตำรวจคอยตรวจตราและจับตาอย่างเคร่งครัดเข้มงวดนะครับ เป็นหน่วยงานพิเศษเลย อันนี้เราน่าศึกษานะครับ🔗
๗. ส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า EV แบบครบวงจร มีเป้าหมายเชิงนโยบาย และอุดหนุนการเงินที่ชัดเจน รวมถึงนโยบายจูงใจต่าง ๆ สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าพลังงาน สะอาดและเพิ่มหลักเกณฑ์และข้อจำกัดสำหรับรถสันดาปครับ จนทำให้จีนมีสัดส่วนยอดขาย รถพลังงานไฟฟ้ามากถึง ๔๘ เปอร์เซ็นต์ในปี ๒๐๒๔ รวมถึงส่งเสริมขยายสถานี Change ไฟ มากกว่า ๖ ล้านจุด โดยเมืองปักกิ่งเปลี่ยนรถแท็กซี่เก่าจำนวน ๓๐,๐๐๐ คันภายใน ระยะเวลา ๓ ปีเท่านั้น ปิดสไลด์ได้เลยครับ ผมอยากจะเสริมในเรื่องประเด็นของยานยนต์ ไฟฟ้า EV ครับ ล่าสุดผมเชิญหลาย ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสอบถามเกี่ยวกับนโยบาย ยานยนต์ไฟฟ้า แต่สิ่งที่ผมได้นะครับ ประกาศจากสำนักงบในหลักเกณฑ์การใช้ของหน่วยงาน ภาครัฐและภาคราชการ กฎเกณฑ์และ Spec ต่าง ๆ ล้าหลังมากครับ เพิ่งประกาศมา ๓ เดือนที่แล้วแต่เป็น Spec ของ ๓ ปีที่แล้วครับ แล้วอย่างนี้เราจะมีหน้าไปเป็นต้นแบบให้ เอกชนได้อย่างไร เรายังใช้ Spec เก่า แล้วเราจะไปบอกให้ประชาชนให้เอกชนเขาใช้ แล้วเรา ไม่อายตัวเองหรือครับ หน่วยงานราชการเราควรจะปรับปรุงกฎหมายให้ทันต่อเทคโนโลยี และสังคมไม่ใช่ล้าหลังแบบนี้ครับ นี่เป็นเพียงมาตรการบางส่วนเท่านั้นที่ผมได้พูดมาของ ประเทศจีน บางส่วนทำได้บางส่วนอาจจะทำไม่ได้ไม่เป็นอะไรครับ วันนี้หากนายกยัง ไม่เอาจริงเราก็คงจะได้อภิปรายวนเวียนซ้ำซากอยู่ในสภานี้โดยที่ไม่มีผลลัพธ์ที่ประชาชน จับต้องได้ สุดท้ายครับ ผมฝากสุภาษิตจีนโบราณที่บอกว่า เชียนจิน หนานม่าย เจี้ยนคังเซิน แปลว่าทอง ๑ พันชั่งก็ไม่อาจซื้อสุขภาพที่ดีได้ ท่านนายกต้องประกาศสงครามกับฝุ่นมลพิษ ได้แล้วครับ คืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับประชาชนคนไทยสักทีครับ ขอบคุณครับ🔗
ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิรัช พิมพะนิตย์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิรัช พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย เมื่อเช้านี้ได้ฟังข่าวเรื่อง PM2.5 ที่มันระบาดแล้วมันก็โจมตีกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงอย่างใหญ่หลวง ขอบคุณ นายกนะครับ ที่แม้แต่อยู่ต่างประเทศก็ยังให้ความสนใจ สั่งให้เครื่องบินบินขึ้นเพื่อแก้ ภาวะฝุ่นแล้วก็ภาวะสิ่งต่าง ๆ วันนี้ต้องยอมรับครับ สุขภาพเราจะต้องรักษา เมืองไทยของ เราค่อนข้างจะโชคร้าย เห็นด้วยว่าช่วงลมร้อนตะวันตกเฉียงใต้ทยอยงัดกับลมหนาว ตะวันออกเฉียงเหนือเลยทำให้ฝุ่นจากทั้ง ๒ ทิศมาคนให้ผสมกันโดยมีเราประเทศไทย อยู่ตรงกลางแนวปะทะ สภาพลมจึงระบายฝุ่นช้า เพราะเหมือนฝุ่นถูกตลบไปอยู่บริเวณ ท้องฟ้าเหนือเรา ชาวกรุงเทพฯ ต้องแคร์กับไฟป่าและการเผาในที่โล่ง คุณภาพย้อมสีรายวัน เห็นได้ชัดว่าชีวิตคนกรุงเทพฯ จะได้รับมลพิษสูงมาก เริ่มจากการเผาอ้อย เผานา ในภาคอีสานและภาคกลาง ลมจะพัดเข้าหากรุงเต็ม ๆ ตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นมา ความซวยก็จะเกิดหนักขึ้นก็คือระหว่างเดือนมกราคม กลางกุมภาพันธ์ เพราะจะมีลมพัดเข้า จากกัมพูชาที่เผาหนักมาก เข้ามาร่วมบางครั้งและช่วงนี้ลมมรสุม ๒ ทิศจะผลัดกันแพ้ชนะ ระหว่างที่เปลี่ยนผู้ชนะนี่ละครับ ลมจะอ่อนทำให้ความซวยเกิดหนักขึ้นนะครับ ผ่านมาเดือน กุมภาพันธ์ลมใต้จะชัดเจนและคงตัวมากขึ้น ฝุ่นกรุงเทพฯ จะค่อย ๆ บรรเทาลง และจะ หายขาดจากฝุ่นเมื่อฝนลงเป็นประจำ ในเดือนพฤษภาคม คงจะต้องชัดเจนนะครับว่าทำไมต่อไปคนกรุงเทพฯ จะต้องสนใจเรื่อง ไฟป่าและการเผาในที่โล่งในภาคอีสานและภาคกลางให้มาก ๆ ชัดเจนแล้วว่าเป็นตัวสร้างให้ เราอายุน้อยลง กราบขอบคุณท่านประธานสภา ลมหายใจกรุงเทพฯ เป็นข้อคิดของคุณ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ในเรื่องมลภาวะ PM2.5 ผมว่าส่วนหนึ่ง ก็เกิดจากรถรับจ้าง รถที่เกิดมลภาวะและการก่อสร้างในกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้น วันนี้มันต้องใช้ความเข้มแข็ง รถที่ก่อสร้าง รถที่รับจ้าง เราจะต้องเริ่มให้หายไปจากเมืองไทย เราจะต้องเอารถที่เข้ามาวิ่งในกรุงเทพฯ ที่เป็นไฟฟ้าและรถปลอดจากภาวะที่เกิดมลพิษ ผมเรียนท่านประธานที่เคารพว่าวันนี้รัฐบาลเองผมดูจากที่แถลงการณ์ต่าง ๆ ก็พยายามทำ เต็มที่ แต่ในเมื่อมันเป็นธรรมชาติเพราะฉะนั้นวันนี้เราคงจะต้องต่อสู้กับธรรมชาติ ถ้าเราเหมือนประเทศจีนได้ดีมากครับ เราใช้ความเด็ดขาดในการแก้ปัญหา แต่เมืองไทย ไม่ใช่เป็นอย่างนั้นแค่ทำมือ Heartbeat ก็มีคนไปร้องแล้วครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เมืองไทย ประเภทนักร้องเรียนมันเยอะมาก วันนี้ขจัดพวกนักร้องเรียนให้หมด ๆ ไปก่อน แล้วเราก็ จะได้รู้ว่าเราจะได้แก้ปัญหาด้วยความเข้มแข็งและจริงจัง ผมให้กำลังใจรัฐบาลในฐานะที่เป็น สส. รัฐบาลแล้วก็ให้กำลังใจคนทำงานทุกคน แต่ต้องเหมือนกับที่ท่านสมาชิกพูดครับ ทุกหน่วยงานจะต้องร่วมกันในการที่จะช่วยแก้ปัญหาพวกมลพิษต่าง ๆ กรมการขนส่งทางบก คงจะต้องเป็นจุดที่จะต้องรับหน้าที่ตรงนี้ให้มากที่สุด เพราะว่าจริง ๆ รถรับจ้างต่าง ๆ หรือสิ่งต่าง ๆ ในรถส่วนตัวต่าง ๆ มันเกิดมลพิษมากที่สุด วันนี้ถ้ารถไฟฟ้า รถรับจ้าง มันก็เป็นผลดีที่ทำให้รัฐบาลจะได้รีบเร่งในการทำ ๒๐ บาทตลอดสายให้เสร็จ ๆ มันจะทำให้ เกิดสิ่งดี ๆ กลับมา เห็นไหมครับมลพิษตอนนี้ที่กรุงเทพฯ มัน ๑๗๒ มันค่อนข้างจะอันตราย กับพี่น้องประชาชน ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าเราจะต้องใช้ความเด็ดขาดในการ แก้ปัญหามลพิษต่าง ๆ วันนี้การเผาป่ามันเกิดจากคนครับ เกิดจากมนุษย์ทั้งนั้นล่ะครับ ดูการเผาป่าต่าง ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้กฎหมายจะต้องแรงกว่านี้ เพราะว่าจริง ๆ ประมวล กฎหมายอาญาก็บอกผู้ใดวางเพลิงเผาทรัพย์โทษก็คือประหารชีวิตอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ มันต้องใช้ยาแรงฉีดสำหรับการเผาป่า เรื่องเผาป่าที่เกิดขึ้น ๙๙ เปอร์เซ็นต์ เกิดจากคน เกิดจากมนุษย์ วันนี้ก็ขอบคุณที่รัฐบาลออกกฎเรื่องสินค้าการเกษตรต่าง ๆ ถ้าเกิดจากพื้นที่ ที่มีประวัติในการเผาจะไม่รับซื้อต่าง ๆ ประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ กฎกระทรวงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมดีใจที่ต้องใช้ความเข้มแข็ง ปี ๒๕๒๔ กรุงเทพฯ มีอากาศดีเพียง ๙๐ วัน เพราะฉะนั้นทุกท่าน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติพร้อมทั้ง พี่น้องประชาชนต่าง ๆ จะต้องรณรงค์แล้วนะครับ สิ่งแวดล้อมมันเป็นของพี่น้องเอง อากาศ หายใจเป็นของพวกเรากันเอง เพราะฉะนั้นมลพิษต่าง ๆ การเผาขยะ การทำอะไรต่าง ๆ แล้วปลูกต้นไม้ในบ้านของที่ว่างเปล่า บ้านเศรษฐีก็อย่าปลูกแต่ต้นกล้วยนัก ให้ปลูกต้นที่ มันสามารถจะดูดซับอากาศ ดูดซับมลพิษต่าง ๆ ผมเข้าใจนะครับ ผมว่าท่านนายกขนาดอยู่ ต่างประเทศยังพยายามจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ แล้วก็ผมคิดว่าเราแก้ปัญหาเรื่องพวกนี้ได้อย่าง แน่นอนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิตยา มีศรี เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวนิตยา มีศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๕ ตําบล แพรกษาใหม่ บางปลา บางโฉลง ราชาเทวะ หนองปรือ และศีรษะจระเข้น้อย พรรคประชาชนค่ะ ท่านประธานคะดิฉันขอมี ส่วนร่วมอภิปรายสนับสนุนญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องปัญหาฝุ่นควันพิษ PM2.5 และขอเป็น ตัวแทนเพื่อน สส. จังหวัดสมุทรปราการทุกท่านมาแชร์ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในจังหวัด สมุทรปราการในครั้งนี้ด้วยนะคะท่านประธานคะ ปัญหา PM2.5 ในจังหวัดสมุทรปราการ ได้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เลยนะคะ ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุไฟไหม้บ่อขยะเก่า ซอยชำนิ ที่ผ่านมาจะเห็นจากภาพสไลด์นะคะ แสดงค่าวัด PM2.5 หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวก็ทวี ความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไฟไหม้บ่อขยะอาจจะไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้สภาพอากาศที่จังหวัด สมุทรปราการประสบอยู่ในปัจจุบัน แต่ก็ถือว่าเป็นสาเหตุหนึ่งด้วยเช่นกันนะคะ จะเห็นได้ว่า ช่วงเช้าวันนี้ของจังหวัดสมุทรปราการมีค่าฝุ่นแตะถึง ๒๓๘ เลยทีเดียว แล้ววันนี้ค่ะช่วงบ่าย สามโมงที่ผ่านมาเลยทุกอำเภอของจังหวัดสมุทรปราการมีค่าฝุ่น PM2.5 ที่สูงมาก ๆ ซึ่งดิฉัน ขอฉายภาพปัญหาฝุ่น PM2.5 ของจังหวัดสมุทรปราการเป็นรายอำเภอเลยแล้วกัน เริ่มจากที่ อำเภอพระประแดง ท่านประธาน คุ้มบางกระเจ้าที่ถือเป็นปอดของคนกรุงเทพฯ แต่วันนี้ ค่าฝุ่นของ PM2.5 สูงกว่าใจกลางกรุงเทพมหานครอีก อาจเป็นเพราะอยู่ใต้สะพานภูมิพล ซึ่งกรุงเทพฯ มีมาตรการไม่ให้รถบรรทุกวิ่งช่วงเวลากลางคืน แต่ก็ทำให้เส้นรอบนอกอย่าง วงแหวนอุตสาหกรรมมีรถบรรทุกวิ่งมากขึ้นเพราะพื้นที่ตรงนั้นติดทั้งท่าเรือและเป็นทั้งแหล่ง รวมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ด้วยนะคะ หรืออำเภอพระสมุทรเจดีย์ ท่านประธานที่อำเภอนี้ มีพื้นที่ติดทะเลเป็นพื้นที่โล่ง ๆ ค่าฝุ่น PM ก็มีค่าฝุ่นสูงไม่แพ้กับอำเภออื่น ๆ เลยค่ะ อยู่ที่ ๑๔๓ ท่านประธานอำเภอเมืองสมุทรปราการก็เช่นกัน พื้นที่มีพื้นที่แนวยาวติดทะเล ติดปากแม่น้ำเจ้าพระยา วันนี้ในเมืองสมุทรปราการเองก็วิกฤติไม่แพ้กัน พื้นที่เหล่านั้นมีค่า ฝุ่น PM หนามาก ๆ จนแทบมองไม่เห็นรถคันข้างหน้าเลย อาจเป็นเพราะมีโครงการก่อสร้าง ขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วเมือง หรือที่ผ่านมาตำบลบางปูหรือตำบลบางปูใหม่เองก็อาจได้รับ ผลกระทบจากควันไฟไหม้บ่อขยะซอยชำนิมาหลายวัน เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นสภาพอากาศ ก็ไม่ต่างอะไรไปจากเดิมเช่นกันนะคะ อำเภอบางบ่อ บางเสาธงเป็นอำเภอที่อยู่ห่างไกล อยู่ทางด้านตะวันออกของจังหวัดสมุทรปราการ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตร ค่าฝุ่น PM2.5 ก็ไม่น้อยเช่นกันค่ะ บางเสาธงอยู่ที่ ๑๕๑ บางบ่ออยู่ที่ ๑๗๐ เลยทีเดียวนะคะ และอำเภอบางพลี ท่านประธานอำเภอบางพลีนี้พื้นที่ไหนที่เราเคยเห็นได้ระยะไกล ๆ อย่างคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิหากขึ้นสะพานกลับรถก็จะเห็นได้ระยะไกล ๆ แต่วันนี้กลับมองเห็น ได้ไม่กี่ร้อยเมตร หรืออย่างสนามบินสุวรรณภูมิ สไลด์ถัดไปเลยนะคะ ที่เป็นประตูด่านแรก ที่เข้าสู่ประเทศไทย จากที่เคยเห็นสุดลูกหูลูกตาเป็นสนามบินสวยติดอันดับโลก แต่วันนี้ เมื่อตอน ๙ โมงเช้าดิฉันใช้เส้นทางนั้นผ่านมายังสภาแห่งนี้ พบว่าแทบมองไม่เห็นเครื่องบิน ที่จอดเรียงรายกันอยู่เลยนะคะ หรือแม้กระทั่งตัวสนามบินเองก็แทบมองไม่เห็นค่ะ Runway สนามบินยังมีการเปิดไฟแนวทางจุดเริ่มต้นของ Runway หรือจุดปลายของ Runway อยู่เลย ถึงแม้ว่าสนามบินเองจะมีเครื่องช่วยเดินอากาศอาจจะไม่ส่งผลกระทบที่อันตราย แต่อย่าลืม วิสัยทัศน์ของนักบินย่อมไม่เท่าเดิมแน่ ๆ เลยค่ะ หรือบุคลากรที่ต้องทำงานภาคพื้นที่ต้องอยู่ กลางแจ้งยิ่งได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากเลย และ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมา ท่านประธาน ท่านประธานทราบไหมคะว่าจังหวัดสมุทรปราการเกิดเหตุไฟไหม้เกือบทุกวันเลยค่ะ ไม่ว่าจะ เป็นไฟไหม้บ้านเรือนพี่น้องประชาชน ไฟไหม้พื้นที่รกร้าง ไฟไหม้ขยะข้างทางเป็นต้นนะคะ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุทำให้จังหวัดสมุทรปราการมีสภาพอากาศเป็นแบบวันนี้ และยังมี การคาดการณ์ได้อีกว่ามีโอกาสเกิดไฟไหม้อยู่อีกเรื่อย ๆ ค่ะ แต่นี่ยังดีว่ายังไม่เกิดเหตุไฟไหม้ ภูเขาขยะขนาดใหญ่ที่แพรกษาใหม่ หากเกิดไฟไหม้ขึ้นมาแล้วจัดการไม่ได้ภายใน ๑-๒ ชั่วโมง คนสมุทรปราการอยู่ไม่ได้แน่ ๆ ค่ะ แต่ที่ผ่านมาหน่วยงานต่าง ๆ ในสมุทรปราการ ไม่เคยออกมาตรการใด ๆ มาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเลย ทั้งไม่ว่าจะเป็นมาตรการ Work from Home หรือให้น้อง ๆ นักเรียนหยุดเรียน ทุกหน่วยงานเงียบกริบทำเป็นเรื่องปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งวันนี้หลาย ๆ โรงเรียนถึงได้เริ่มสั่งหยุดเรียน แต่ท่าน ประธานคะกว่าจะสั่งหยุดเรียนก็มีน้อง ๆ นักเรียนอนุบาลในจังหวัดสมุทรปราการรายหนึ่ง ได้รับผลกระทบ น้องมีอาการเลือดกำเดาไหลไม่หยุด ซึมออกมาเป็นระยะเวลาเกือบ ๒ ชั่วโมง ไหลเป็นลิ่มเลือด ไหลออกมาเป็นก้อน ซึ่งหมอบอกว่าน้องมีโพรงจมูกบวม อักเสบ จนเส้นเลือดฝอยในโพรงจมูกแตกจึงทำให้เลือดออกมาเยอะขนาดนี้ อาการโดยรวมน่าจะ มาจากฝุ่น PM2.5 ด้วยเหตุนี้ย่อมตอกย้ำให้เห็นว่า PM2.5 ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมองข้ามได้อีก ต่อไป แต่ต้องร่วมกันแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังค่ะ วันนี้สมุทรปราการวิกฤติแล้วจริง ๆ ไม่แพ้ จังหวัดไหนเลย ขึ้นเป็นจังหวัดที่อากาศแย่เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ ไม่กี่วันมานี้ดิฉัน ขอเป็นอีก ๑ เสียงจากจังหวัดสมุทรปราการสนับสนุนญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องฝุ่นควันพิษ PM2.5 ที่ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคประชาชนได้นำเสนอต่อสภาไปสู่คณะรัฐมนตรี และรวมถึงข้อเสนอต่าง ๆ ของเพื่อน สส. พรรคประชาชนที่ได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้ว ไปดำเนินการหาทางแก้ไขต่อไป ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปารมี ไวจงเจริญ เชิญครับ🔗
กราบเรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ดิฉันจะขอพูดเน้นในประเด็นปัญหาฝุ่น PM2.5 ในสถานศึกษา การรับมือกับฝุ่น PM2.5 ในโรงเรียนเป็นเรื่องสำคัญมากท่านประธาน เพราะว่าปัญหานี้กระทบต่อสุขภาพของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ฝุ่น PM2.5 มีอันตรายหลายอย่างต่อสุขภาพกายและส่งผล ต่อเนื่องไปถึงสุขภาพจิต ความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาสำคัญ ที่สุดค่ะท่านประธาน แต่ดิฉันก็เพิ่งรับทราบมาไม่กี่ชั่วโมงนี้เองว่าตอนนี้กระทรวงศึกษาธิการ ก็สั่งปิดโรงเรียนในพื้นที่สีแดง อันนี้ดิฉันก็ต้องขอขอบคุณ คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ได้ยื่นญัตติด่วนนี้เข้าสภา จึงทำให้หน่วยงานต่าง ๆ ขยับทันที แล้วก็ต้องขอขอบคุณไปยังกระทรวงศึกษาธิการด้วยที่ได้ดำเนินการทันทีในการสั่งปิด โรงเรียนในพื้นที่สีแดง แต่ว่าสั่งการปิดไป ๗ วัน ท่านประธานดิฉันยังมีความเห็นว่าอาจจะ ไม่เพียงพอ เพราะปัญหาฝุ่น PM2.5 น่าจะรุนแรงต่อเนื่องอีกหลายวัน จึงขอวิงวอน กระทรวงศึกษาธิการรวมไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งกำกับดูแลโรงเรียนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร หรือเทศบาลต่าง ๆ อยากจะให้ตั้ง War Room ขึ้นมาเลยค่ะ เพื่อตั้ง War Room แล้ววิเคราะห์วันต่อวันเลยค่ะ ปัจจุบันนี้เรามีเครื่องมือใช่ไหม เรามีเครื่องมือ Application ต่าง ๆ ที่ใช้วิเคราะห์สภาพอากาศที่ทันสมัยและแม่นยำมาก ดิฉันขอตั้งข้อสังเกตสักเล็กน้อยว่ากระทรวงศึกษาเพิ่งขยับปิดวันนี้ แต่จริง ๆ ปัญหาฝุ่นมีมา หลายวันแล้ว แต่เทคโนโลยีหรือ Application วิเคราะห์สภาพอากาศทันสมัยมากท่านน่าจะ นำมาใช้ประโยชน์ให้เร็วกว่านี้ เพราะฉะนั้นดิฉันขอเสนอข้อเสนอแนะเร่งด่วนกับ ข้อเสนอแนะระยะยาวสั้น ๆ นะคะท่านประธาน ไม่รบกวนเวลาท่านมาก ข้อเสนอแนะ เร่งด่วน ๕ ประการ🔗
ประการแรก เรื่องกรณีปิดโรงเรียน แต่อันนี้ก็ได้ดำเนินการปิดไปแล้ว แต่ดิฉัน ก็ขอเน้นย้ำให้กระทรวงศึกษาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่าลืมที่จะตั้ง War Room วิเคราะห์รายวันด้วย🔗
ข้อที่ ๒ มาตรการเร่งด่วน ปิดโรงเรียนแค่ ๗ วันเหมือนอย่างที่ดิฉันบอกไม่พอ ช่วงฤดูกาลฝุ่น PM2.5 ซึ่งพบในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และอีกหลาย ๆ จังหวัด ดิฉันขอเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นงดกิจกรรมหน้าเสาธง และกิจกรรมกลางแจ้งทุกประเภทเลย เพราะว่าตอนนี้ไว้ใจไม่ได้เลย ฝุ่นมีกระจายฟุ้งไปทั่ว ต้องงดทันทีเลยค่ะท่านประธาน🔗
ข้อเสนอเร่งด่วนที่ ๓ โรงเรียนควรจัดเตรียมหน้ากากอนามัย N95 เพราะ หน้ากากอนามัยหรือแมสก์ปกติไม่พอสำหรับการจะป้องกันฝุ่น PM2.5 อยากให้โรงเรียน จัดเตรียมหน้ากากนี้ให้กับนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาด้วย🔗
ข้อเสนอเร่งด่วนที่ ๔ ดิฉันอยากวิงวอนให้กระทรวงศึกษาธิการ องค์กร ปกครองท้องถิ่นและโรงเรียนต่าง ๆ รณรงค์ทำความสะอาดโรงเรียนให้ปราศจากฝุ่น โดยเฉพาะ โต๊ะ เก้าอี้นักเรียนค่ะท่านประธาน เป็นที่หมักหมมของฝุ่นเป็นจำนวมาก อยากให้ทุกโรงเรียนดำเนินการ Big Cleaning กัน ทุกสัปดาห์เลย ทำกันตลอดต่อเนื่องไปเลยยิ่งดี🔗
เร่งด่วนอันที่ ๕ ดิฉันขอวิงวอนให้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องสร้างห้องเรียนสะอาด ห้องเรียนปลอดฝุ่น ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในห้องเรียน ต่าง ๆ เหล่านี้ แต่ดิฉันเข้าใจเรื่องติดที่งบประมาณ ในบางโรงเรียนที่ยังไม่มีงบอาจจะหาพื้นที่ ปลอดภัยที่เป็นพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องประชุม ห้องสมุด ห้องกิจกรรม แล้วติดตั้งเครื่อง ฟอกอากาศในห้องนั้น เพื่ออย่างน้อยให้นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาได้มีพื้นที่ ปลอดภัยปราศจากฝุ่นในโรงเรียน🔗
ส่วนมาตรการระยะยาว ดิฉันอันดับแรกขอเสนอให้โรงเรียนต่าง ๆ ติดตั้ง อุปกรณ์เพื่อดักจับและลดฝุ่นในโรงเรียนจะได้ช่วยป้องกันและลดฝุ่นตรงนี้ได้🔗
มาตรการระยะยาวที่ ๒ อันนี้อาจจะต้องใช้เวลาหน่อย แต่ถ้าเราจริงจังและ จริงใจที่จะทำดิฉันว่าทำได้ คือขอความร่วมมือจากผู้ปกครองให้จอดรถนอกโรงเรียน และรณรงค์ให้ทุกคนในโรงเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษาดับเครื่องยนต์ขณะจอดรถทั้งใน อาคารและนอกอาคารในโรงเรียนก็จะช่วยได้🔗
อีกประเด็นหนึ่งคือเรื่องปลูกต้นไม้ โรงเรียนต่าง ๆ เดี๋ยวนี้สร้างแต่สิ่ง ปลูกสร้างที่เป็นอาคารคอนกรีต แต่เราปลูกต้นไม้กันน้อยมาก ต้นไม้นี่สำคัญมากนะคะ ท่านประธาน ถ้าเราปลูกต้นไม้มากขึ้นจะช่วยดักฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศได้ เหล่านี้ เป็นมาตรการเร่งด่วนและระยะยาวที่ดิฉันเห็นว่าจะช่วยบรรเทาปัญหานี้ได้ ก็อยากจะขอให้ คณะรัฐมนตรีรับญัตติด่วนของคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน ไปพิจารณา ดำเนินแก้ไขโดยเร่งด่วน ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน ดิฉัน ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ เขตสายไหม พรรคประชาชน แล้วก็คุณแม่ลูกสองที่กำลังเผชิญมลภาวะอยู่ในตอนนี้เช่นเดียวกันค่ะ ท่านประธานคะ ก่อนจะเริ่มการอภิปรายขออนุญาตโชว์เป็นเครื่องวัดฝุ่นในห้องนี้ พอดีตอนแรก ก็สงสัยว่าทำไมอยู่ในห้องยังรู้สึกว่าเจ็บคอ แสบตา แล้วก็รู้สึกมีเลือดกำเดาไหลด้วยนะคะ เมื่อประมาณ ๑ ชั่วโมงที่แล้ว ก็เลยเอาเครื่องวัดฝุ่นมาวัดค่ะ สูงสุดอยู่ประมาณ ๗๐ กว่า PM ในห้องนี้ นี่ขนาดในสภาของเราในห้องที่เราคิดว่ามันปลอดภัยที่สุด ค่าฝุ่นก็ยังเยอะอยู่ ถึง ๗๕ นะคะ เรากำลังเผชิญปัญหาเดียวกับคนข้างนอก แต่ถ้าภายในนี้เรายังแก้ปัญหาไม่ได้ นิติบัญญัติเรายังแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้เราก็คงจะแก้ไขปัญหาข้างนอกไม่ได้เหมือนกันค่ะ ขอสไลด์ขึ้นด้วยค่ะ🔗
ดิฉันขออนุญาตพูด ในทีมของดิฉันเลยแล้วกันเกี่ยวกับ PM2.5 เกี่ยวกับพัฒนาการเด็กค่ะ ขอสไลด์ถัดไปค่ะ ต้องบอกว่า PM2.5 เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ทำไมถึงสำคัญ ทำไมถึง ต้องมาตอกย้ำในสภาแห่งนี้อีกหลาย ๆ ครั้ง เพราะว่ามีการศึกษาผลวิจัยเยอะมากที่บอกว่า การได้รับ PM2.5 ตั้งแต่ในครรภ์ ก็คือผ่านคุณแม่ที่ตั้งครรภ์แล้วก็สูด PM เข้าไปทำให้ มีโอกาสเกิดโรคหัวใจพิการตั้งแต่กำเนิดค่ะ ปัจจุบันอัตราการเกิดของเด็กในประเทศไทยเรา ต่ำมากอยู่แล้ว ในประมาณที่ต่ำแบบนี้ยังมีคุณภาพที่แย่อีกก็จะส่งผลในระยะยาว แล้วเขา บอกว่า PM2.5 ของแม่ท้องได้รับเฉลี่ยประมาณ ๕๖.๕๑ มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งทุก ๆ ๑๐ จะมีปริมาณฝุ่นที่สูงขึ้นแล้วก็จะเพิ่มอัตราในการที่จะเกิดโรคหัวใจพิการตั้งแต่กำเนิด เพิ่มขึ้นด้วยนะคะ คำนวณเป็นความเสี่ยงประมาณ ๑.๐๔ เท่า สไลด์ถัดไปค่ะ หลังจาก ในท้องการที่ออกมาข้างนอกคุณแม่อย่างเราต้องเผชิญปัญหาหลายอย่างในการเลี้ยงลูก ในสภาวะสังคมแบบนี้แล้วยังต้องมาเจอปัญหาเรื่องฝุ่นอีก PM2.5 ส่งผลในเรื่องของเด็กเล็ก ปฏิเสธไม่ได้ว่าแม่ ๆ อย่างเราเวลาเรามีลูกเล็ก การนอนของลูกนี่สำคัญมาก ถ้าลูกไม่นอนเรา ก็ไม่ได้นอนนะคะ เพราะฉะนั้นเขาบอกว่าฝุ่น PM2.5 จนส่งผลต่อคุณภาพการนอนของ เด็กด้วย ตั้งแต่ทารกในครรภ์จนถึงวัยเด็กเล็ก เขาบอกว่าเด็กอนุบาล ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน จาก ๕๕๑ เมืองในประเทศจีนที่สัมผัสฝุ่น PM2.5 ตั้งแต่ในครรภ์จนถึงเด็กเล็ก ส่งผลต่อการ นอนที่แย่ลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าสัมผัสฝุ่นในช่วง ๐-๓ ปี ก็จะส่งผลยิ่งมากขึ้นด้วย แล้วก็ สุขภาพการนอนของเด็กที่ถูกรบกวนระหว่างนอนทำให้พัฒนาการสมองกระทบกระเทือน อย่างที่คุณสิริลภัสหรือคุณหมิวได้พูดไปแล้ว สไลด์ถัดไปค่ะ นอกจากนั้นทางกรมการแพทย์ เองก็ได้มีรายงานบอกว่าฝุ่น PM2.5 ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวันส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็ก ที่อายุต่ำกว่า ๕ ปี เพราะว่าเด็กอายุต่ำกว่า ๕ ปีจะเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับผลกระทบมาก เป็นพิเศษค่ะ อย่างที่บอกว่ายิ่งเด็กอายุน้อยเท่าไรก็จะยิ่งทำให้การหายใจเข้าต่อนาที ถี่มากขึ้น ลองสังเกตลูกดูได้นะคะเขาจะหายใจค่อนข้างเร็ว เพราะฉะนั้นเขาก็จะสูดได้เข้าไป มากกว่าเรา แล้วปริมาณเมื่อเทียบกับอัตราปริมาตราร่างกายของเด็กมันส่งผลมากกว่าผู้ใหญ่ แน่นอนค่ะ สไลด์ถัดไปค่ะ นอกจากนั้นเราพูดถึงเรื่อง EF บ่อยมากในสภาแห่งนี้ในช่วงบ่าย ที่มีการอภิปรายรายงานเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดแล้วก็พูดถึงเรื่อง EF EF ส่งผลต่อพัฒนาการ ของเด็กเยอะมาก ๆ แล้วก็ส่งผลมาถึงวัยผู้ใหญ่ด้วย ปัญหาสังคมแต่ละครั้งแต่ละอย่าง ในประเทศเราตอนนี้ปัญหาเรื่องความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาเรื่องยาเสพติด ปัญหาเรื่อง อาชญากรรม อาชญากรต่าง ๆ นี่ก็เกิดจากการที่สมองส่วนหน้าพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ EF ไม่แข็งแรงค่ะ เขาก็บอกอีกว่า PM2.5 ส่งผลกระทบโดยตรงกับ EF ค่ะ ก็คือเกี่ยวกับการ พัฒนาการเด็กโดยตรง เพราะว่าฝุ่น PM2.5 พอมันผ่านโพรงจมูกขึ้นไปมันจะไปทำลายสมอง ส่วนหน้าโดยตรงเลยนะคะ ดูตามลูกศรนะคะ แล้วก็ทำให้เซลล์สมองเสื่อมสภาพ มีความ เสี่ยงต่อการบกพร่องด้านการคิด พัฒนาการผิดปกติ และนำไปสู่โรคทางจิตเวชได้ ซึ่งอันนี้ ทางคุณเหมียวก็ได้พูดไปแล้วเช่นเดียวกันค่ะ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญและอยากให้รัฐบาลให้ ความสำคัญ โดยเฉพาะท่านนายกที่ท่านก็มีลูกในวัยที่ใกล้เคียงกับดิฉันมาก ๆ ถ้าท่านมีความ ตระหนักในเรื่องนี้ อยากให้ท่านนำเรื่องนี้มาแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนค่ะ สไลด์ถัดไปค่ะ🔗
สุดท้ายค่ะ ดิฉันได้ตั้งกระทู้ทั่วไปในวันนี้เกี่ยวกับเรื่องวิกฤติเด็กเกิดน้อยนะคะ หรือว่าเด็กเกิดต่ำ และเหตุผลที่คนไทยไม่อยากมีลูกค่ะ และแน่นอน PM2.5 ก็เป็นอีกหนึ่ง สาเหตุหลักที่หลาย ๆ คนรู้สึกว่าไม่ได้อยากจะมีลูกในประเทศนี้อีกแล้วเพราะว่าไม่ต้องการ ให้ลูกมาเผชิญปัญหามลภาวะแบบนี้ เอาอากาศแย่ ๆ แบบนี้สูดให้เต็มปอดให้จบทีรุ่นเรา เสียดีกว่าคะท่านประธาน ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ท่านผู้เสนอไม่สรุปใช่ไหมครับ ท่านจะมีอะไรฝากนิดหน่อยใช่ไหม เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้เสนอญัตติครับ ไม่ได้ใช้สิทธิในการกล่าวสรุป การปิดญัตตินะครับ แต่เพียงแต่ว่าเพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมครับท่านประธาน ได้ปรึกษากับเจ้าหน้าที่ทางสำนักการประชุมว่าเพื่อให้การประชุมครั้งนี้มีประโยชน์สูงสุดครับ ผมในฐานะผู้เสนอญัตติได้ทำเอกสารประกอบ โดยรวบรวมข้อคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกทุกคน แยกเป็นมาตรการเร่งด่วน กับมาตรการระยะกลาง และระยะยาว ก็อยากจะขออนุญาต ท่านประธานที่จะแนบหนังสือฉบับนี้ครับส่งไปยังทางสำนักการประชุมให้ใช้ประกอบกับ เพื่อนสมาชิกท่านอื่นเพื่อส่งไปยังคณะรัฐมนตรีให้พิจารณาดำเนินการครับ🔗
เดี๋ยวก็มายื่นที่หน้าบัลลังก์นะครับ ก็เนื่องจากว่าญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องนี้นะครับ ผู้เสนอ ได้เสนอมาเพื่อขอให้ส่งเรื่องให้รัฐบาลเพื่อพิจารณาดำเนินการนะครับ ซึ่งจากการที่ได้รับฟัง การอภิปรายของท่านสมาชิก มีความเห็นไปในแนวทางเดียวกันกับผู้เสนอญัตติ สมาชิก ท่านใดจะคัดค้านหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีท่านใดคัดค้านผมจะขออาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถามมติจากที่ประชุมว่าจะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้รัฐบาล เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปนะครับ สำหรับวันนี้เราประชุมมาพอสมควรแล้วครับ ขอปิดประชุมครับ🔗