unknown · · 457 lines

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นครราชสีมา

ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธาน ผม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี จังหวัดนครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องหารือเนื่องจากวันที่ ๒๗ ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการโอนเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทให้กับ กลุ่มผู้ที่มีอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปที่ลง Application ของรัฐบาลชื่อ App ทางรัฐ แล้วก็โครงการนี้ เขาเรียกว่าการจ่ายเงินหมื่นตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้สูงอายุ ท่านประธานครับ แต่มีปัญหาอยู่ที่ว่ามีผู้สูงอายุหลายท่านที่ลงทะเบียนผ่าน Application แล้ว และ App นั้น ค้างอยู่ในขั้นตอนที่ ๓ หรือผู้สูงอายุบางท่านนี่คิดไปเองหรือนึกว่าการโอนเงินหมื่นนี้จะโอน ผ่านระบบของผู้สูงอายุตามปกติ เพราะฉะนั้นมีผู้สูงอายุที่อายุ ๖๐ ปีขึ้นไปหลายท่านครับ เป็นจำนวนมากที่ร้องเรียนเข้ามาว่าเขาขาดสิทธิตรงนี้ไปนะครับ ก็เลยอยากจะวิงวอน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผ่านทางท่านประธานไปว่าช่วยเปิดโอกาสให้คน กลุ่มเหล่านี้ที่ลงแสดงตัวตนผ่าน Application ไม่สำเร็จ หรือว่าไม่ได้ยืนยันตัวตนนั้น ขอให้เขาได้มีโอกาสได้เข้าโครงการเงินดิจิทัลอีกสักครั้งหนึ่งนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ เรื่องการสัญจรของพี่น้องประชาชนระหว่างหมู่บ้านและระหว่าง ตำบล มีถนน ๒ เส้นที่ผมอยากจะหารือกับท่านประธานวันนี้นะครับ เส้นที่ ๑ ก็คือ บ้านสายทอง-สามแยกโนนไม้แดง ตำบลหลุ่งตะเคียน เส้นที่ ๒ ก็คือสายบ้านโนนไม้แดง ตำบลศรีละกอ ตอนนี้การสัญจรค่อนข้างที่จะลำบาก อยากให้กระทรวงมหาดไทยนั้นได้ดูแล และให้กรมส่งเสริมนั้นได้ดูแลเรื่องงบประมาณนะครับ🔗

เรื่องสุดท้ายครับ เรื่องการดูแลพี่น้องประชาชนชาวไร่อ้อยและมันสำปะหลัง เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเราได้ยินจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมว่าท่านนั้นได้เสนอ โครงการเพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวสวนอ้อยไปยัง ครม. แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัตินะครับ ไม่ว่าจะเป็นโครงการซื้อใบตันละ ๒๐๐ บาท หรือว่าโครงการตัดอ้อยสด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีการเผาเป็น ๖๙ บาทต่อตันนั้น ก็อยากจะให้ท่านประธานฝากไปถึงคณะรัฐมนตรีหรือ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งรัดโครงการเหล่านี้เพื่อมาดูแล มาสนับสนุนพี่น้องชาวสวนอ้อย และมันสำปะหลังด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เลย

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือ ปัญหาของพี่น้องชาวจังหวัดเลย ๒ เรื่องครับท่านประธาน🔗

เรื่องแรกเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวบ้านท่าบุ่ง ตำบลศรีสองรัก อำเภอเมือง จังหวัดเลย ซึ่งปัญหาเรื่องของตลิ่งแม่น้ำเลยพังทลายซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของ แม่น้ำเลย ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว บริเวณดังกล่าวนี้เป็นโค้งน้ำพอดี ผมได้มีโอกาสหารือ ต่อท่านประธานสภาเพื่อให้ทำหนังสือถึงทางกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย แต่ก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ของโยธาธิการจังหวัดหรือใครไปสำรวจ หรือดูปัญหาด้วยตัวเองเลย ดังนั้นจึงขอความกรุณาจากท่านประธานได้ทำหนังสือถึงกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้โยธาธิการจังหวัดเลย เข้าไปดูพื้นที่ความเสียหาย เพื่อป้องกัน ไม่ให้ความเสียหายมันมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งถ้าตรงนี้ได้รับการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำเลย ก็จะช่วยให้ถนนที่อยู่ในหมู่บ้านไม่เสียหายมากไปกว่าเดิมครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่ท่านผู้ใหญ่ชัด เชิดชู ผู้ใหญ่บ้านนาซำ ได้ร้องเรียนเข้ามา เนื่องจากว่าถนนสายเพื่อการเกษตร สายบ้านน้อยนาซำ ตำบลศรีสองรักไปบ้านห้วยทรายคำ ตำบลนาแขม อำเภอเมือง จังหวัดเลย ซึ่งเป็นถนนเพื่อการเกษตรใช้ขนส่งสินค้าเกษตร อยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมยังไม่ได้รับการแก้ไขครับ ก็ขอให้ท่านประธานได้กรุณาประสานไปยัง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย หรือทางจังหวัดเลยได้ดำเนินการ จัดสรรงบประมาณให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลศรีสองรัก เพื่อดำเนินการปรับปรุง ผิวจราจรด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณธัญธร ธนินวัฒนาธร ครับ🔗

นายธัญธร ธนินวัฒนาธร กรุงเทพมหานคร

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางแค ภาษีเจริญ ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายธัญธร ธนินวัฒนาธร กรุงเทพมหานคร

จากกรณีไฟไหม้ ซอยบางแวก ๑๐๔ แยก ๒-๖ แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ พบว่าไม่สามารถระงับเหตุ เพลิงไหม้ได้ทันการณ์นะครับ เนื่องจากในซอยไม่มีประปาหัวแดงครับ ข้อต่อหน่วยงานก็ต้อง ทำกันเอง มีอยู่คนละ Size ขนาดไม่มาตรฐานกันครับ ด้านอุปกรณ์ผมก็เลยรวบรวมเงินจาก สส. ทิสรัตน์ด้วยนะครับ จัดซื้ออุปกรณ์ดับเพลิงเพิ่มแรงดันน้ำ ต่อจากนี้ก็ขอให้สำนักงานเขต สำรวจพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยง ติดตั้งประปาหัวแดงเพิ่มเติมครับ รวมถึงมีการนัดพูดคุยกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงการประสานงานในการช่วยเหลือระงับเหตุอัคคีภัยให้ไม่มีการทำงาน ที่ติดขัดนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ขอติดตามการสร้างทางเดินเท้า ในสไลด์ถัดไปครับ พี่น้องประชาชนหลายหลังคาเรือนมีหมู่บ้านมาสร้างริมคลองบางแวกปิดทางเข้าออกครับ เขาต้องนั่งเรือ ผู้ป่วย ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ ก็ต้องนั่งเรือเข้าออกอย่างเดียวเลยครับ ระยะทาง ก็ค่อนข้างไกล ในคลองบางไผ่ เขตบางแค แล้วก็เขตภาษีเจริญด้วยเป็นพื้นที่รอยต่อครับ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาดำเนินการนะครับ ปัญหานี้ประชาชนก็ยื่นเรื่องต่อเขตมา ๒ ปีแล้วนะครับ อย่างไรแล้วก็ขอให้กรุงเทพมหานครเร่งพิจารณาดำเนินการให้ครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ครับท่านประธาน ปัญหา PM2.5 ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้กำเริบ ระบบทางเดินหายใจอักเสบ สะสมเป็นโรคอื่น ๆ ได้ในอนาคตนะครับ ทีมงานผมนี่ก็ปอด อักเสบ หลอดลมอักเสบกันหลายคนแล้ว ได้รับฝุ่นพิษเป็นจำนวนมากครับ ช่วงนี้รัฐบาลเอง ก็มีแผนในการขึ้นรถเมล์กับรถไฟฟ้าฟรีนะครับ แต่จะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดหรือไม่ ก็คงต้องดูในระยะยาวอีกทีนะครับ ผมขอกำชับให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบยานพาหนะที่มีสภาพเก่าชำรุด ขาดการบำรุงรักษา การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ จะเป็นสาเหตุของควันดำนะครับ นอกจากนี้ควรต้องวางแผนในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม ในด้านการส่งเสริมยานยนต์พลังงานสะอาดให้ใช้ได้จริงในประเทศไทยแล้วจะสามารถ ลดมลพิษได้ในระยะยาวอย่างยั่งยืนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล ครับ🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพครับ กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดอ่างทอง มีเรื่องหารือ ท่านประธานครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านประธานสภาเกษตรของจังหวัดอ่างทอง รวมไปถึงพี่น้องชาวนาในจังหวัดอ่างทองครับ ถึงเรื่องของราคาข้าวเปลือกที่ตกต่ำ เทียบจาก เมื่อปีก่อนนั้นราคาข้าวเปลือกเคยขึ้นไปสูงถึงตันละ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท ตอนนี้ราคาตกลงมา เหลือตันละ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาทเท่านั้นครับ ในขณะที่ต้องเจอกับปัญหาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของศัตรูพืช เช่น แมลงหวี่ขาว สภาพอากาศที่มีความหนาวเย็นทำให้ผลผลิต เฉลี่ยต่อไร่มันก็ตกต่ำลงไป มิหนำซ้ำครับต้นทุนในการผลิต ค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าต้นทุนต่าง ๆ ยังมีราคาที่สูงอยู่ ชาวนาบ่นกับผมมามากมายครับว่าถ้าราคาแบบนี้ ต้นทุนแบบนี้ สภาพเป็น แบบนี้ ชาวนาอยู่ไม่ไหวครับ ฝากให้ผมมาสะท้อนปัญหาในสภาเพื่อที่จะเร่งรัดให้ทางรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ได้เร่งหามาตรการ แล้วก็นโยบายเพื่อที่จะเอามาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวนาไทยทั้งประเทศ🔗

อีกเรื่องหนึ่งครับ ก็คือเรื่องการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ซึ่งก็คงจะทราบ ข่าวว่ารัฐบาลได้มีมาตรการในการช่วยเหลือพี่น้องในกรุงเทพมหานครด้วยการให้ขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้าฟรี อยากจะสะท้อนไปถึงรัฐบาลว่ามีอีกหลายจังหวัด นครราชสีมา ท่าน สส. เต้ย ด้านหลังของผมสุรินทร์ ผมอ่างทอง หลายจังหวัดในภาคกลาง ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ล้วนแล้วแต่เจอกับปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 อยากจะเห็นมาตรการในการช่วยเหลือครับ วันนี้ทางกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มีนโยบายกำชับเรื่องของการไม่ให้เผา แต่อยากที่จะเห็นการใช้งบประมาณผ่านทางจังหวัด เพื่อที่จะเป็นอาวุธให้กับแต่ละจังหวัด ได้ใช้มาตรการเพื่อที่จะลดปัญหา แล้วก็แก้ไขปัญหาฝุ่นควัน อย่าลืมว่าประเทศไทยไม่ใช่แค่ กรุงเทพมหานครครับ และรถเมล์ รถไฟฟ้าที่ฟรีมันไม่มีละครับ มันคือภาษีของประชาชน ทั้งนั้น ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ครับ🔗

นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ประเวศ สะพานสูง พรรคประชาชน ท่านประธานครับ นอกจากเรื่องของปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่พี่น้องประชาชน ทั้งประเทศแล้วก็กรุงเทพมหานครจะต้องพบเจอกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว แล้วก็ในพื้นที่ ของเขตประเวศแล้วก็สะพานสูง รวมถึงเขตข้างเคียงก็ยังเผชิญกับปัญหามลพิษอื่น ๆ ด้วย เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเรื่องของมลพิษจากโรงขยะ ท่านประธานครับ เดี๋ยวผม ขออนุญาตขอคลิปด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ในส่วน ของคลิปวิดีโอนี้เป็นเรื่องของการปล่อยควันพิษเตาเผาขยะติดเชื้อของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นของกรุงเทพธนาคม ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรุงเทพมหานคร เนื่องจากว่า กรุงเทพมหานครเป็นผู้ที่ถือหุ้นอยู่ ๙๙.๙๘ เปอร์เซ็นต์ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ทางพวกผมเองก็ได้ มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครั้งแล้วครั้งเล่าก็ยังไม่ได้มีการแก้ไข ดังนั้นก็ขอให้ ทางกรุงเทพมหานครช่วยดูแลไม่ให้มีการปล่อยมลพิษในลักษณะนี้ด้วยนะครับ เช่นเดียวกัน นอกจากเรื่องของปัญหาควันพิษครับท่านประธาน ยังมีเรื่องของปัญหากลิ่นเหม็นที่ก็เผชิญ กันอยู่อย่างไม่หยุดหย่อน แล้วก็พี่น้องประชาชนทุกคนเผชิญกันหมด ก็เป็นเรื่องที่เดือดร้อน กันมากท่านประธาน หลายครั้งพี่น้องประชาชนที่อยู่ในบ้านอยากจะใช้ชีวิตปกติก็ไม่สามารถ ทำได้ ก็กลายเป็นว่าต้องปิดประตูหน้าต่าง บางบ้านจะต้องเอาสก็อตเทป เอาเทปกาวมาปิด ตามช่อง ตามหน้าต่าง เพื่อไม่ให้เรื่องของกลิ่นมันเข้ามาในบ้าน มิหนำซ้ำท่านประธานครับ ยังมีเรื่องของการที่ปัจจุบันตัวของโรง ๘๐๐ ตันที่เคยถูกกรมโรงงานถูกสั่งปิดปรับปรุงไป ตอนนี้ก็กำลังอยู่ในช่วงที่มีโอกาสที่จะกลับมาเปิดก็เป็นการทดลอง ดังนั้นก็ขอให้ทาง กรมโรงงานช่วยกันดูแลอย่างใกล้ชิด ให้มีการดำเนินการให้ได้มาตรฐานเช่นเดียวกับการสร้าง ในส่วนของการทำเตาเผาขยะใหม่ ก็ขอให้มีการควบคุมเรื่องของมาตรฐานการก่อสร้างด้วย เนื่องจากว่าเมื่อไม่นานมานี้ก็เกิดอุบัติเหตุระหว่างการก่อสร้างจนมีผู้เสียชีวิต ก็ขอให้มีการ ช่วยกันดูแลในเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ผู้แทนหน้ามนคนขอนแก่น เขต ๓ พรรคประชาชน ขออนุญาต นำเรียนปัญหาพื้นที่ครับ🔗

เรื่องแรกท่านประธานครับ พี่น้องอยากให้มีการขยายถนนเป็น ๔ ช่องจราจร เนื่องจากถนนเดิมแคบไม่มีไหล่ทาง พิกัดถนนทางหลวง ๒๐๓๙ ระยะทางจากตัวเมือง กระนวนมุ่งหน้าสู่ตำบลน้ำอ้อม ช่วง กม.๓๓-๓๘ และ กม.๓๙-๔๐ ระยะทางรวมกัน ประมาณ ๖ กิโลเมตรเศษเท่านั้น ถนนเส้นนี้ตัดผ่านหลายหมู่บ้าน หลายชุมชน ไม่ว่าจะเป็น บ้านกุดจาน บ้านเวียงอินทร์ บ้านดอกเกี้ย ตำบลน้ำอ้อม และเป็นเส้นทางผ่านของพี่น้อง บ้านหนองแค-บะแต้ด้วยนะครับ จึงขออนุญาตนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังกรมทางหลวง และแขวงทางหลวงขอนแก่นที่ ๑ ให้ช่วยดำเนินการด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ขออนุญาตเป็นปากเสียงแทนพี่น้องเกษตรกร คนปลูกอ้อยครับ เนื่องจากพี่น้องคนน้ำพองและกระนวนมีการปลูกอ้อยเป็นจำนวนมาก แต่จากการ Check ค่าฝุ่นตลอดระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมา พบว่าทั้ง ๒ อำเภอนี้มีค่าฝุ่น เป็นลำดับต้น ๆ ของจังหวัดขอนแก่น ซึ่งถ้าหากเราย้อนมองกลับไปที่มาตรการในการ เตรียมการรับมือเรื่องฝุ่นอ้อยของรัฐบาล พบว่าปีนี้แตกต่างจากหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาครับ ซึ่งแต่ก่อนเราเคยกำหนดเพดานในการรับอ้อยไฟไหม้ของโรงงานน้ำตาล แต่ปีนี้เราเปลี่ยน มาเป็นมาตรการในการขอความร่วมไม้ร่วมมือจากเกษตรกรแทน จากภาพข่าวเราก็จะเห็นได้ ว่ามีหลายโรงงานน้ำตาลที่มีการรับอ้อยที่ไฟไหม้เกินกว่าค่าที่ทางรัฐบาลได้ขอความร่วมไม้ ร่วมมือไปเสียด้วยซ้ำ อีกทั้งในเรื่องของมาตรการแรงจูงใจที่ผ่านทางคณะกรรมการอ้อยและ น้ำตาลทราย ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว จนถึงขณะนี้ ๑๒๐ บาทต่อตัน พี่น้องก็ฝากทวงถาม มาว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหนบ้าง พอเรื่องราวบานปลายครับพวกเราก็มาใช้มาตรการ ขั้นรุนแรงในการบังคับเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเผาจับจริง ในเรื่องของการ ตัดสิทธิ ในเรื่องของโครงการไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท หรือแม้แต่การยึดที่คืนถ้าหากพื้นที่อยู่ใน เขต ส.ป.ก. สิ่งเหล่านี้ผมว่ามันแสดงให้เห็นถึงการที่ภาครัฐไม่มีความพร้อมที่จะเตรียมการ รับมือเรื่องฝุ่นที่ดีพอครับ แต่พอเราไปใช้มาตรการขั้นรุนแรงกับเกษตรกรโดยปราศจาก มาตรการความช่วยเหลือเกษตรกรเหล่านี้ ถ้าปล่อยเหตุการณ์ไว้อย่างนี้ต่อไปผมว่าทาง พวกเรา สส. ทุกคนก็จะลอยตัวเหนือปัญหาครับ โรงงานน้ำตาลก็จะลอยตัวเหนือปัญหา แต่คนที่ซวยคือเกษตรกรคนปลูกอ้อย แล้วก็พี่น้องที่ยังต้องสูดดมค่าฝุ่นอย่างนี้ต่อไป ผมจึงขออนุญาตนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรีได้ทบทวนมาตรการในการ รับมือเรื่องฝุ่นจากอ้อยเพื่อพิจารณาให้ค่าฝุ่นลดน้อยลง ตลอดจนมาตรการแรงจูงใจที่ทำให้ เกษตรกรไม่ต้องเผาอ้อยก่อนที่จะส่งโรงงาน รวมถึงการพิจารณาในเรื่องของการเอา เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนในการบริหารจัดการ ซึ่งจะทำได้ก็ต้องมีการเตรียมการที่ดีกว่านี้ครับ เพื่อให้ปีต่อ ๆ ไปค่าฝุ่นเราลดน้อยลง และเกษตรกรจะได้ไม่ต้องตกเป็นจำเลยของสังคม อย่างนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณสุรทิน พิจารณ์ ครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สส. แบบบัญชีรายชื่อ ๓ เรื่อง กราบเรียน ท่านประธานมีปัญหาทั้งนั้นครับ🔗

เรื่องแรกคือเงินเยียวยาผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ๖,๐๐๐ ล้านบาทที่สภาได้ ผ่านไป งบปี ๒๕๖๗ ท่านประธานครับ พี่น้องผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยอยากจะให้ทาง นายกรัฐมนตรีได้ศึกษาผลกระทบ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปราบปรามของรัฐตั้งแต่ ปี ๒๕๐๗ เป็นต้นมาว่ามีกี่ราย จากนั้นถึงจะเยียวยาให้กับพี่น้องทุกกลุ่ม ทุกคนที่ได้รับ ผลกระทบ ผู้ร้องก็คือพี่น้องผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ผู้รับผิดชอบคือนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ พี่น้องชาวประมงที่ถูกทางการพม่าจับไปอยู่ ในคุกในตะรางที่พม่า มาถึงวันนี้เป็นเวลาตั้ง ๖๐ วันแล้ว ท่านประธานครับ ยังไม่มีวี่แววว่า ทางการพม่าจะปล่อยตัวออกมาเลย อยากจะให้ทางรัฐบาลไทยติดตามเรื่องนี้ด้วย พี่น้องของ ผู้ที่ได้ตกเป็นจำเลยได้ร้องมา ผู้รับผิดชอบคือนายกรัฐมนตรีแพทองธารกับกระทรวงการ ต่างประเทศนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ เรื่องกลุ่มสมัชชาของเกษตรกรภาคอีสานได้มา ขอเงินเยียวยา นำโดยดอกเตอร์ศักดา กาญจนเสน ข้าม พ.ศ. มาแล้วท่านประธานที่เคารพ มาตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ ตอนนี้มาปี ๒๕๖๘ ข้าม พ.ศ. แล้วเรื่องยังเงียบอยู่ เรื่องอยู่ที่โต๊ะ นายกรัฐมนตรี แต่นายกรัฐมนตรีไม่เคยดูสักที ผู้ร้องก็คือกลุ่มสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน ผู้รับผิดชอบคือนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณฐากูร ยะแสง ครับ🔗

นายฐากูร ยะแสง เชียงราย

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายฐากูร ยะแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคประชาชน วันนี้ผมขอหารือกับท่านประธาน ๓ ประเด็นปัญหา ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายฐากูร ยะแสง เชียงราย

ปัญหาแรกเป็นปัญหาของฝายชลประทาน เพื่อการเกษตรของพื้นที่ตำบลท่าก๊อ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ปัญหาฝายเกิดชำรุด เกิดจากอายุการใช้งานที่ยาวนาน ขาดการบำรุงรักษาที่ถูกต้อง ต้นตอของปัญหาเกิดจาก การถ่ายโอนภารกิจจากกรมชลประทานมาให้ท้องถิ่นดูแล แต่ไม่ได้มองถึงศักยภาพของ ท้องถิ่น ขอเปลี่ยนสไลด์นะครับ ท้องถิ่นขาดความพร้อมด้านบุคลากร งบประมาณและ เทคโนโลยีในการบริหารจัดการ ทำให้ไม่สามารถรับผิดชอบงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องอย่างเร่งด่วนครับ🔗

ปัญหาที่ ๒ ขอสไลด์ครับ เป็นปัญหาของพื้นที่อำเภอเวียงป่าเป้า ถนนชำรุด ในโซนของบ้านปางมะกาด ปางกุลา และถนนสาย ชร.๗๐๖๖ ของตำบลแม่เจดีย์ ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งหลักของพี่น้องตำบลแม่เจดีย์ใหม่และตำบลแม่เจดีย์ ปัจจุบัน ถนนเส้นนี้เกิดหลุมชำรุด ส่งผลต่อการเดินทางและความปลอดภัยของพี่น้อง บางจุดได้มีการ นำยางมะตอยมาซ่อมแซม แต่ซ่อมไม่ได้มาตรฐาน ถนนยังคงสร้างความยากลำบากต่อการ เดินทาง เป็นอันตรายต่อผู้สัญจร วอนขอหน่วยงานได้เข้ามาช่วยเหลือซ่อมแซมและแก้ปัญหา ให้กับถนนเส้นนี้อย่างเร่งด่วนครับ🔗

ปัญหาที่ ๓ ทางสัญจรขาดแสงสว่างในเวลาตอนกลางคืนของถนนสาย ๑๑๘ เชียงใหม่ เชียงราย ระหว่างแม่ขะจานมาบ่อน้ำพุร้อนบริเวณบ้านปางอ่าย บ้านบวกขอน บ้านห้วยชมภู เป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลถึงความปลอดภัยของผู้ที่ใช้รถใช้ถนนในเวลากลางคืน วอนขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มาติดตั้งแก้ปัญหาระบบแสงสว่างให้พี่น้องเพื่อความปลอดภัย ในการสัญจร ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณพิมพฤดา ตันจรารักษ์ ครับ🔗

นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานที่เคารพ พิมพฤดา ตันจรารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ดิฉันจะขอมาพูดในฐานะผู้แทนของคนจังหวัดพระนครศรีอยุธยาค่ะ ที่มีพื้นที่ทำนามากกว่า ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ แล้วมีเกษตรกรผู้ทำนามากกว่า ๓๕,๐๐๐ รายค่ะ เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ตัวดิฉันเองและท่าน สส. ประดิษฐ์ สังขจาย ได้เป็นตัวแทนรับหนังสือ จากพี่น้องชาวนาของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี ๓ ประเด็นดังนี้ค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๑ ทุกวันนี้ท่านประธานราคาข้าวตกต่ำมาก ปุ๋ยยาก็แพงมาก ต้นทุนการผลิตของพี่น้องชาวนาในวันนี้สูงขึ้นมาก ตอนข้าวแพงปุ๋ยก็แพง แต่ตอนนี้ข้าวถูก ปุ๋ยก็ยังแพงเหมือนเดิม พี่น้องชาวนาจึงอยากให้รัฐบาลช่วยผลักดันโครงการที่จะช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรผู้ทำนาได้บ้าง ให้บรรเทาความเดือดร้อนของชาวนาให้มีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน ก็คือการประกันราคาข้าวเพื่อเป็นการรับประกันรายได้ของพี่น้องชาวนาค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๒ ขอให้รัฐบาลเยียวยาให้ค่าเสียโอกาสในด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน กับเกษตรกรผู้ทำนาในพื้นที่รับน้ำค่ะ เพราะในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีทุ่งรับน้ำอยู่ ๗ ทุ่ง ในพื้นที่อื่นถ้าเราเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน เราสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินของเรา ๑ ปี ๑๒ เดือนเต็มค่ะ แต่ชาวนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินตัวเองได้เพียง ๘-๙ เดือน เพราะเวลาที่เหลืออีก ๑๐๐ กว่าวันนี้เราถูกบังคับให้รับน้ำ ถูกขอให้ความร่วมมือ กับทางกรมชลประทานให้ใช้เป็นพื้นที่รับน้ำเพื่อชะลอน้ำ ในวันนี้ดิฉันจึงต้องขอถามกลับไป ทางกรมชลประทานเช่นกันว่าจะต้องให้เกษตรกรผู้ทำนาของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เสียสละไปถึงเมื่อไร อย่างน้อยก็ควรจะมีค่าชดเชยในช่วงที่พี่น้องเกษตรกรเสียโอกาสไปค่ะ🔗

ประเด็นสุดท้ายค่ะ ในปัจจุบันรัฐบาลเองก็มีนโยบายไม่ให้พี่น้องชาวนา เผาตอเผาซังข้าว ซึ่งพี่น้องชาวนาเองก็พยายามที่จะให้ความร่วมมือกับทางรัฐบาลเป็นอย่างดี แต่การกำจัดด้วยวิธีการอื่น ๆ นั้นก็เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ทำนาค่ะ ในช่วงเวลาที่ราคาข้าวไม่ดีแบบนี้ ดิฉันอยากจะเสนอให้รัฐบาลหาวิธีในการช่วยพี่น้องชาวนา กำจัดตอซังข้าวหรือชดเชยค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องชาวนาค่ะ🔗

ดิฉันในฐานะผู้แทนของคนจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจึงอยากจะเรียกร้องค่ะ เรียกร้องผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ฝากช่วยพิจารณาช่วยหาแนวทางการช่วยเหลือชาวนาผู้ที่เป็นผู้ผลิต อาหารหลักของประเทศเราด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณปรีดา บุญเพลิง ครับ🔗

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้ครับ🔗

เนื่องจากผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากสมาชิก ช.พ.ค. ช.พ.ส. มีความเดือดร้อน เกี่ยวกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทาง การศึกษา ซึ่งมีชื่อย่อว่า สกสค. มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน คณะกรรมการ แล้วก็ดูแลครูและบุคลากรทางการศึกษาประมาณ ๑,๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งมีโครงการหนึ่งที่เป็นมหากาพย์ที่ดีเด่นและมีปัญหามากที่สุดจนถึงวันนี้ คือโครงการสินเชื่อ เพื่อพัฒนาชีวิตครูกับธนาคารออมสิน ซึ่งจัดตั้งกองทุนพิเศษ ช.พ.ค. โดยการหักเงินกู้ จากสมาชิกผู้กู้เข้าสมทบกองทุนและธนาคารออมสินก็ได้สมทบเงินผลกำไรประจำปี ๑ เปอร์เซ็นต์ และ ๐.๕๐ เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ จนกองทุนพิเศษ ช.พ.ค. มีเงินเกือบ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท สกสค. ก็ได้นำเงินจำนวนนี้จัดสร้างสำนักงาน สกสค. จังหวัด ๗๗ จังหวัด และจ้างเจ้าหน้าที่และผู้อำนวยการ สกสค. จังหวัดเรื่อยมา ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อมีเงินก็มีปัญหา ก็ตามมาอีกครับเรื่องเงินเหล่านี้ก็ถูกเล่นแร่แปรธาตุไป กระจัดกระจายไป หลาย ๆ แห่ง โดยเฉพาะเม็ดเงินที่เห็นอยู่ขณะนี้ก็คือ สกสค. อนุมัติเงินจำนวนนี้ให้ องค์การค้าของ สกสค. กู้ไปจำนวน ๗ ครั้ง คือนับตั้งแต่วันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๙ จนถึง วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๓ เป็นเงินจำนวน ๓,๑๓๙ บาทไปให้องค์การค้าของ สกสค. เป็นผู้ดำเนินการ วันนี้ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในฐานะประธาน สกสค. สนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง จำนวนเงินเหล่านี้ได้มาจากหยาดเหงื่อและแรงงานของครูและ บุคลากรทางการศึกษาที่เป็นผู้กู้ทั้งสิ้น และขอให้นำเงินจำนวนนี้กลับเข้ากองทุนเพื่อนำมา แก้ปัญหาของครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือจะให้ท่านประธาน สกสค. จะปล่อยเรื่องนี้ เป็นมหากาพย์ต่อไปโดยไม่มีการแก้ไข ขอเรียนท่านประธานเพื่อให้ได้มีการแก้ไขครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ครับ🔗

นายวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ลำพูน

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน เขต ๑ จากพรรค ประชาชนครับ วันนี้ผมมีเรื่องมาหารือกับท่านประธานทั้งหมดอยู่ ๓ เรื่อง ขอสไลด์นะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ลำพูน

เรื่องที่ ๑ ครับ เรื่องของไฟฟ้า ส่องสว่างบริเวณทางร่วมทางแยกของหลังตลาดป่าเห็ว ผมได้รับร้องเรียนมาจากชาวบ้าน บริเวณนั้นว่าไฟฟ้าส่องสว่างดังกล่าวชำรุดเป็นเวลานานแล้ว จึงอยากให้องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดลำพูนซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเข้าไปซ่อมแซมแก้ไขเพื่อให้ช่วยลดอุบัติเหตุบริเวณ ดังกล่าว เพราะว่าทัศนวิสัยในเวลากลางคืนค่อนข้างจะต่ำจึงเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับร้องเรียนมาจากชาวบ้านบ้านใหม่จตุจักร ตำบลป่าสัก อำเภอเมือง บริเวณลำน้ำแม่สารพื้นที่ดังกล่าวไม่เคยได้รับการขุดลอกคูคลองแล้วทำให้เกิดสิ่ง ปฏิกูลเป็นจำนวนมาก ทำให้ช่วงหน้าแล้งคลองดังกล่าวจะส่งกลิ่นเหม็นนะครับ จึงอยากให้ กรมชลประทานซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเข้าไปช่วยขุดลอกคูคลองเพื่อช่วยลดปัญหากลิ่นเหม็น ในช่วงฤดูแล้งและช่วยลดปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูน้ำหลากด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากชาวบ้านบ้านห้วยอ้อ ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ว่าปัญหาเรื่องของโรงอบลำไยใกล้เขตพื้นที่ชุมชนครับ จากภาพ ท่านประธานจะเห็นว่าโรงงานทั้ง ๓ จุดอยู่ในใจกลางชุมชนเลยครับ ช่วงเวลากลางคืนโรงงาน ดังกล่าวจะปล่อยก๊าซ Sulfur dioxide หรือก๊าซกำมะถันทำให้ส่งกลิ่นเหม็น แล้วก็ทำให้ การสูดดมของก๊าซต่าง ๆ ทำให้มีผลกระทบทางด้านอาชีวอนามัย จึงอยากให้อุตสาหกรรม จังหวัดลำพูนเข้าไปตรวจสอบการดำเนินกิจการของโรงงานครับ เพื่อความปลอดภัยสำหรับ ชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวด้วยนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณยูนัยดี วาบา ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายยูนัยดี วาบา ปัตตานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายยูนัยดี วาบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๔ จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขออนุญาตหารือปัญหาในพื้นที่อำเภอสายบุรี อำเภอไม้แก่น ๓ เรื่องด้วยกันครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายสมาน ยูโซะ นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลตะโละไกรทอง ปัญหาตลิ่งถูกกัดเซาะที่ดินชาวบ้านริมคลองไม้แก่น บ้านตะโละไกรทอง บ้านสำโรง เป็นระยะทางยาวหลายร้อยเมตร ปัญหานี้ผมเคยหารือกับ ท่านประธานมาแล้วครับ แต่ยังไม่ได้รับงบประมาณ การของบประมาณจากกรมโยธาธิการ และผังเมืองต้องผ่านการเห็นชอบจากสภาสันติสุขตำบล ทาง อบต. ได้ดำเนินการเรียบร้อย แล้วครับ จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองจัดสรรงบประมาณ ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ร่องน้ำตื้นเขิน ๒ แห่ง แห่งที่ ๑ ได้รับการร้องเรียนจากชาวประมง พื้นบ้านและกลุ่มผู้เลี้ยงปลากะพงขาวบ้านปาตาบาระ ตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี แห่งที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากนายอารง การือเซะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ดอนทราย อำเภอไม้แก่น ทั้งสองแห่งมีปัญหาความตื้นเขินของร่องน้ำ ทำให้ชาวประมง พื้นบ้านและผู้เลี้ยงปลากะพงขาวได้รับผลกระทบ และทางเจ้าท่าจังหวัดปัตตานีไม่ได้ งบประมาณมาขุดลอกหลายปีแล้ว จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมเจ้าท่า ขอจัดสรร งบประมาณเพื่อดำเนินการด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ครับเรื่องสุดท้าย ขอขยายเขตไฟฟ้าแรงสูง ได้รับการร้องเรียน จากผู้ประกอบการ Resort และร้านอาหารในตำบลดอนทราย อำเภอไม้แก่น ปัจจุบันมี นักท่องเที่ยวชาวไทย มาเลเซีย นิยมมาพักผ่อนเป็นจำนวนมาก ทาง Resort มีปัญหา เรื่องไฟตก กระแสไฟไม่เพียงพอ ถ้าท่านประธานดูจากรูปมีทั้งสวนน้ำ Resort แล้วก็ที่พัก ทางผู้ประกอบการไม่สามารถสร้างห้องพักเพิ่มเติมได้ให้เพียงพอต่อความต้องการของ นักท่องเที่ยว เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยว จึงขอฝากท่านประธาน ผ่านไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเร่งขยายเขตไฟฟ้าเป็น ๓ เฟส เริ่มจากหมู่ ๒ ตำบลรังมดแดง ไปยังหมู่ ๑ ตำบลป่าไหม้ อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานีด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ครับ🔗

นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ภูเก็ต

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ ผู้แทนประชาชน อำเภอถลาง และตำบลกะทู้ พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง ชาวภูเก็ตมาปรึกษาหารือท่านประธานดังนี้ครับ ขอสไลด์ขึ้นด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ภูเก็ต

เรื่องที่ ๑ เนื่องจากในวันที่ ๑๙ มกราคม ที่ผ่านมาเวลาประมาณสองทุ่ม ได้เกิดอุบัติเหตุรถตู้ชนคุณลุงหว้าสัน หอมหวล เสียชีวิต แล้วหลบหนี เมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดปรากฏว่าคุณภาพของ File ภาพนั้น แย่มาก ทำให้ตำรวจทำงานด้วยความยากลำบาก จึงฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งกล้อง วงจรปิดดี ๆ ที่ตำบลป่าคลอกให้ด้วยครับ อุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยมาก รวมไปถึงการขโมย ทรัพย์สินต่าง ๆ อีกด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ ในพื้นที่เดียวกัน พี่น้องตำบลป่าคลอกร้องเรียนมาว่าปัจจุบัน โจรขโมยเยอะมาก ขโมยทั้งสายไฟของแขวงทางหลวง ขโมยไฟส่องสว่างโซลาร์เซลล์ ของผู้รับเหมาของโครงการที่กำลังก่อสร้างทาง และขโมยเครื่องใช้ไฟฟ้าของประชาชน ในพื้นที่ ขอสถานีตำรวจภูธรป่าคลอกครับ ในพื้นที่ตำบลป่าคลอกด้วยครับ เนื่องจากปัจจุบัน มีโครงการหมู่บ้านเพิ่มมากขึ้น มีการก่อสร้างหลายแห่งในพื้นที่ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินลดลง ขอเป็นเรื่องเร่งด่วนเลยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เนื่องจากถนนริมหาดในทอน พก.๔๐๑๘ มีรถขับเร็ว เนื่องจากเป็น เส้นทางลัดไปสนามบิน ได้เกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวบ่อยครั้ง พี่น้องประชาชนในพื้นที่ จึงร้องเรียนมาเพื่อขอเส้นชะลอความเร็ว เพื่อชะลอความเร็วรถที่สัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าว ฝากแขวงทางหลวงชนบทดำเนินการให้ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๔ ตำบลกะทู้เกิดเหตุขโมยมากเช่นกันครับ และกล้องวงจรปิด ไม่เพียงพอ ไม่มีความคมชัด ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งกล้องวงจรปิดคุณภาพดี เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องตำบลกะทู้ด้วยครับ🔗

เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ปัจจุบันมีการปล่อยสินเชื่อรับแลกเปลี่ยน เงินตราโดยผ่าน Application WhatsApp Telegram ต่าง ๆ ไม่แน่ใจนะครับว่าได้มีการขอ อนุญาตถูกต้องกับธนาคารแห่งประเทศไทยบ้างหรือไม่ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ให้ด้วยครับ ตอนนี้ระบาดมากในจังหวัดภูเก็ต ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณทรงยศ รามสูต ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายทรงยศ รามสูต น่าน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่บริหารเกี่ยวกับการจัดการน้ำ อันนี้ก็คงเป็นกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันก่อนผมได้ไปร่วมประชุม กับสำนักงานบริหารจัดการพื้นที่ต้นน้ำน่าน ซึ่งรวบรวมเอาบุคลากรหลายฝ่าย ข้าราชการ ชาวบ้าน แล้วก็ชลประทาน หลายหน่วยงาน ดูว่าจังหวัดน่านเรามีแหล่งต้นน้ำจะทำตรงไหน บ้างนะครับ มีอยู่หลายจุด ซึ่งแต่ละจุดก็แก้ปัญหาแตกต่างกันไป เพราะว่าเราเป็นพื้นที่ป่า ซึ่งก็จะทยอยอธิบาย เพราะว่าน้ำฝน ๖,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เราเก็บได้แค่ ๖๐ ล้านลูกบาศก์เมตร วันนี้จะขออภิปรายในเฉพาะอ่างแรกก่อนนะครับ ภาพถัดไปครับ คือประตูระบายน้ำสมุน เอาภาพลงเลยก็ได้นะครับ ซึ่งจุดนี้จะอยู่ที่เขตตำบลไชยสถาน อำเภอเมือง ซึ่งจะเป็นประตูอาคารมีประตูระบายน้ำ ๓ ช่อง แล้วก็จะมีสถานีสูบน้ำอีก ๕ จุด พร้อมระบบส่ง ใช้งบประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งผมหารือหลายครั้งนะครับ ปี ๒๕๖๗ กรมชลประทานตั้งงบประมาณเวนคืนที่ดินแล้วตามหลักปี ๒๕๖๘ ปี ๒๕๖๙ ก็น่าจะตั้งงบ ปรากฏว่าไม่ได้ตั้ง ซึ่งเบื้องแรกเขากะว่าขอเฟสแรกสัก ๘๐ ล้านบาทเป็นอาคารกับประตู ระบายน้ำ ซึ่งก็ไม่ได้ตั้งนะครับ ทางพื้นที่ผมถามชลประทานเขาบอกของบเหลือจ่ายสัก ๖๐-๗๐ ล้านบาท หรือ ๕๐-๖๐ ล้านบาท พอประทังไปก่อนจะได้ทำได้ เพราะราษฎรจาก ๘ หมู่บ้าน ๒ ตำบล ๔,๐๐๐ กว่าไร่ ก็จะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ นอกจากนี้ก็ยังมีอีก หลายโครงการ เนื่องจากเวลามีจำกัดนะครับ อย่างเช่น โครงการอ่างเก็บน้ำยาว (ตะวันออก) โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำรี แล้วก็อีกหลายต่อหลายอ่างที่นำเสนอซึ่งระยะเวลามีจำกัดจะทยอย พูดทีละอาทิตย์ จะหารือเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หาทางแก้ไขอย่างน้อยพื้นที่แต่ละ พื้นที่ อย่างเช่น บางอย่างต้องการแค่อีไอเอ บางอย่างกันในเรื่องของเขตกันป่า บางอย่างก็งบ สำรวจออกแบบ ซึ่งแต่ละพื้นที่ป่ามันมีปัญหามาก โดยเฉพาะภาคเหนือ ก็ฝากทางรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งนี้เอาแค่อ่างนี้ก่อน ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณชลธิชา แจ้งเร็ว ครับ🔗

นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ปทุมธานี

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคประชาชนค่ะ ท่านประธานคะ ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาค่ะ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ได้มีการ จัดกิจกรรมวันซ้อมรับปริญญาขึ้น ซึ่งทำให้การจราจรในพื้นที่บริเวณรอบคลองหลวงแล้วก็ พื้นที่โดยรอบนี้เป็นอัมพาตอย่างแสนสาหัส ดิฉันเองก็ตกเป็นเหยื่อในวันนั้นใช้เวลาประมาณ ๔-๕ ชั่วโมงด้วยกัน ยังไม่ถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นะคะ วันนี้ดิฉันจึงมีข้อเสนอฝากทาง ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะ🔗

ข้อเสนอแรกเพื่อลดผลกระทบจากงานรับปริญญาของมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ต่อประชาชนแล้วก็พื้นที่โดยรอบ โดยจะต้องมีการประชาสัมพันธ์การเดินทาง ในวันรับปริญญา ซึ่งจะมีวันรับจริงเกิดขึ้นในวันที่ ๑-๓ กุมภาพันธ์นี้ให้มากขึ้นในทุกช่องทาง ที่สำคัญคือการประชาสัมพันธ์พื้นที่จอดรถโดยรอบให้ชัดเจนแล้วก็เข้าใจง่ายมากกว่านี้นะคะ รวมไปถึงต้องพิจารณาจัดให้มีการบริการขนส่งสาธารณะให้แก่ประชาชนหรือที่เรารู้จักกัน ในชื่อของ Shuttle Bus นั่นเองนะคะ ที่สำคัญอย่างยิ่งควรต้องมีการวางแผนการจราจร ที่รัดกุมมากกว่านี้ เนื่องจากว่าวันดังกล่าวตรงกับวันเลือกตั้ง อบจ. ซึ่งก็มีความสำคัญ อย่างมากเช่นเดียวกัน และเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ปีนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดให้มี งานรับปริญญาตรงกับวันเลือกตั้ง อบจ. ดิฉันขอฝากท่านประธานผ่านไปยังมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ เทศบาลเมืองท่าโขลง สภ. คลองหลวง แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยกันเร่ง พิจารณามาตรการในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วนนะคะ🔗

ข้อเสนอที่ ๒ เป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว เป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับ เรื่องแรกค่ะท่านประธาน เพราะปัญหาคอขวดของถนนเส้นหลักโดยรอบมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ทั้งฝั่งพหลโยธินและฝั่งเชียงรากนั้นโดยปกติแล้วก็ต้องแบกรับ ปริมาณรถแล้วก็การสัญจรที่แออัดอยู่แล้วค่ะ เนื่องจากไม่มีถนนเส้นรองที่จะสามารถช่วย ถ่ายเทถนนแล้วก็การจราจรในพื้นที่โดยรอบได้ ดังนั้นเมื่อเกิดสถานการณ์ที่มีรถสะสม เพิ่มขึ้นก็จะยิ่งทำให้การจราจรในเส้นนั้นเป็นอัมพาตได้ง่ายขึ้น ผนวกกับอีก ๑ ปัญหาที่สำคัญ คือระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่ที่มีอย่างจำกัดไม่เพียงพอ มีรถเมล์แค่เพียง ๑ สายเท่านั้น ที่วิ่งผ่านเส้นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ดิฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเร่ง พิจารณาเรื่องของการเพิ่มขนส่งสาธารณะในพื้นที่ให้เพียงพอต่อการเติบโตของประชากร ในพื้นที่ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณรวี เล็กอุทัย ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตปรึกษาหารือในปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดอุตรดิตถ์ ๓ เรื่องดังนี้ครับท่านประธาน🔗

เรื่องแรกเป็นประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ในการคมนาคมสัญจรบนทางหลวง ๑๐๔๑ สายพระแท่น-อุตรดิตถ์ บริเวณสี่แยกก่อนถึง โรงพยาบาลลับแลครับ เนื่องจากถนนเส้นนี้เป็นเส้นทางหลักในการเดินทางเชื่อมต่อระหว่าง อำเภอเมืองและอำเภอลับแล รวมถึงบริเวณใกล้จุดสี่แยกยังมีโรงพยาบาลลับแลซึ่งเป็น โรงพยาบาลสำคัญที่มีผู้คนเข้าไปใช้บริการอยู่เป็นประจำ เพราะฉะนั้นจึงมีการใช้รถใช้ถนน ผ่านจุดสี่แยกนี้เป็นจำนวนมากในทุก ๆ วัน แต่จุดสี่แยกนี้ปัจจุบันยังไม่มีการติดตั้งสัญญาณ ไฟจราจร ทำให้มีความสุ่มเสี่ยงและมักเกิดอุบัติเหตุอยู่เป็นประจำครับ ดังนั้นผมจึงขอเรียน ผ่านท่านประธานไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม โปรดช่วยจัดสรรงบประมาณลงไปติดตั้ง สัญญาณไฟจราจรบริเวณจุดสี่แยกดังกล่าวนี้ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนให้กับ พี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่ทาง อบต. น้ำอ่าง ประสบปัญหาขาดแคลน งบประมาณในการก่อสร้างระบบผลิตน้ำประปาที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เพื่อรองรับการ อุปโภคบริโภคของพี่น้องประชาชนกว่า ๘๐๐ ครัวเรือน ในพื้นที่หมู่ที่ ๑ บ้านเหนือใหญ่ ตำบลน้ำอ่าง อำเภอตรอน ดังนั้นผมจึงขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังกรมส่งเสริมการ ปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย โปรดช่วยพิจารณาจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้าง ระบบผลิตน้ำประปาที่ได้มาตรฐานให้กับทาง อบต. น้ำอ่าง เพื่อสามารถดูแลพี่น้องประชาชน ในการเข้าถึงน้ำประปาที่มีคุณภาพต่อไปด้วยครับ🔗

เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน เป็นประเด็นของการดูแลสวัสดิการให้กับพี่น้อง อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนหรือพี่น้อง อปพร. ที่เป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือ สนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ ทั้งในส่วนของการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัย รวมไปจนถึงการช่วยปราบปรามเหตุร้ายต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการช่วยเหลือเรื่องการปราบปรามยาเสพติดด้วยซ้ำครับ นอกจากนั้นผมเชื่อว่า พี่น้อง อปพร. กว่า ๖๔๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศต่างเป็นผู้เสียสละที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนอย่างเต็มความสามารถ รวมถึงเป็นกำลังสำคัญในการระมัดระวังป้องกันมลพิษ ฝุ่นควันซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทยเรา ณ ขณะนี้ด้วยครับ ดังนั้นจึงขอเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย โปรดช่วยพิจารณา แนวทางในการช่วยเหลือดูแลสวัสดิการแก่พี่น้อง อปพร. อย่างเหมาะสม เพื่อเป็นการ ตอบแทนและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่พี่น้อง อปพร. ทั่วประเทศต่อไปด้วย ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณวรายุทธ ทองสุข ครับ🔗

นายวรายุทธ ทองสุข จันทบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายวรายุทธ ทองสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี พรรประชาชน เขต ๑ วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรกครับ ความคืบหน้าในการดำเนินการจัดที่ดินทำกินชุมชน คทช. ในพื้นที่ตำบลบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จากที่ผมได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ก็ทราบว่าจังหวัดจันทบุรีเป็น ๑ ใน ๑๑ จังหวัดที่เป็นพื้นที่นำร่องเขตพัฒนาเศรษฐกิจ พอเพียง กระทรวงมหาดไทย ที่เข้าร่วมโครงการจัดสรรที่ดินทำกินชุมชน ทั้งนี้ผมอยากฝาก ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องของการสำรวจพื้นที่ตำบลบางสระเก้า เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา ว่าผลการสำรวจเป็นอย่างไร และจะมีความ คืบหน้าอย่างไรต่อจากนี้ เนื่องจากพี่น้องประชาชนกำลังตั้งตารอด้วยความหวังที่จะ ได้รับสิทธิ รับที่ดินใช้ทำกินต่อไป ผมจึงอยากฝากท่านประธานให้ช่วยติดตามเรื่องนี้ และสอบถามไปยังกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ว่าขณะนี้ขั้นตอนการดำเนินการ ถึงไหนแล้ว และคาดว่าจะจัดสรรที่ดินให้พี่น้องชาวบางสระเก้าได้เมื่อไรครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ปัญหาน้ำทะเลหนุนรุกพื้นที่ทำกินเกษตรกรในตำบลบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี เนื่องจากพี่น้องประชาชนในหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ และหมู่ที่ ๕ ของตำบลบางสระเก้า ประสบปัญหาน้ำทะเลหนุนเข้ารุกพื้นที่กักเก็บน้ำ ในการทำเกษตรกรรม ทำให้ไม่สามารถใช้น้ำในการทำเกษตรได้ เช่น การทำนาข้าว การทำสวน โดยในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ สำนักงานชลประทานที่ ๙ ได้ทำรายงานศึกษา เบื้องต้นพบว่าควรมีการสร้างท่อระบายน้ำ พร้อมบานระบาย เพื่อช่วยทดเก็บกักน้ำในคลอง ท่าฝากพื้นที่หมู่ที่ ๔ เพื่อป้องกันการรุกล้ำของน้ำทะเลเข้าคลอง และยังช่วยเก็บกักน้ำไว้ใช้ ในฤดูแล้ง ซึ่งหากมีการก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยเหลือพี่น้องที่ทำการเกษตรได้ตั้งแต่หมู่ที่ ๑ ถึงหมู่ที่ ๕ ดังนั้นผมจึงอยากฝากท่านประธานไปยังกรมชลประทาน กรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยติดตามเร่งรัดและเริ่มดำเนินการโดยเร็วที่สุด เนื่องจากพี่น้องประชาชนชาวบางสระเก้ารอการแก้ไขปัญหานี้มากว่า ๕ ปีแล้วครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ครับ🔗

นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตอำเภอ ปากช่อง พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน เจ้าหน้าที่ของบริษัท ฟูไน (ไทยแลนด์) จำกัด ที่ถูกเลิกจ้างและไม่ได้เงินชดเชย เยียวยา ท่านประธานครับ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๗ จนกระทั่งถึงมกราคม ๒๕๖๘ ๓ เดือนแล้วครับ พนักงานได้รับผลกระทบไม่มีเงินจ่ายค่าดำรงชีวิต ไม่มีเงินในการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ และค่าเทอมลูกก็ไม่มี หลังจากที่ถูกบอกเลิกจ้างแล้วบางรายเกิดอาการเครียด ป่วย ผมยกตัวอย่างเช่น นายธนเดช วงศ์คีรี ซึ่งเป็นพนักงานบริษัท ฟูไน (ไทยแลนด์) จำกัด ป่วยด้วยเส้นเลือดในสมองแตก ต้องใช้เครื่องหายใจอยู่ในขณะนี้ครับ สาเหตุก็มาจาก ความเครียดตกงานและไม่มีรายได้ในการจุนเจือครอบครัว ชักหน้าไม่ถึงหลัง ในกรณี พนักงานที่มีอายุ ๔๐ ปี ถึง ๕๐ ปีก็ยังต้องดิ้นรนหางานทำ ซึ่งก็หางานทำไม่ได้เพราะอายุ มากแล้ว ต้องขายบ้าน จำนำรถเพื่อหาเงินจุนเจือครอบครัว ดำเนินชีวิตด้วยความยากลำบาก ผมเคยนำเรื่องนี้มาหารือท่านประธานในสภาแห่งนี้วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๗ แต่ก็ไม่มีอะไร คืบหน้า ต่อมาวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๗ ผมและท่าน สส. เซีย จำปาทอง ขออภัยที่เอ่ยนาม ไม่เสียหาย ได้นำเรื่องเข้าสู่ห้องกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎรแล้วแต่ก็เงียบ ท่านประธานครับ ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ยากไร้จะเงียบไม่ได้ครับ เพราะดำเนินชีวิตต้องกิน ต้องอยู่ ผมจึงนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงอื่น ๆ ที่มีความรับผิดชอบและเกี่ยวข้อง ให้ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะอาจารย์และนักศึกษาชั้นปีที่ ๑ หลักสูตรศึกษาศาสตร์บัณฑิต วิชาเอกสังคม ศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งกำลังฟังการประชุมอยู่ชั้นบน ขอต้อนรับ ทุกท่านครับ ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณสุภาพร สลับศรี ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสุภาพร สลับศรี ยโสธร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสุภาพร สลับศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร เขต ๑ เมืองบั้งไฟโก้ ซึ่งประกอบไปด้วย อำเภอเมือง อำเภอทรายมูล ตำบลกระจาย ตำบลศรีฐาน และตำบล ทุ่งมน วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานสภา ๑ เรื่อง นั่นก็คือปัญหาราคาโค กระบือตกต่ำ ท่านประธานสภาที่เคารพคะ ปัจจุบันเกษตรกรผู้ที่เลี้ยงโค กระบือกำลังประสบปัญหาราคา โค กระบือตกต่ำอย่างหนัก ถึงขั้นที่หลายครอบครัวเลี้ยงวัวไปด้วยพร้อมน้ำตา เพราะราคา ซื้อขายไม่คุ้มทุน พี่น้องเกษตรกรต้องแบกรับภาระ ทั้งค่ายาเวชภัณฑ์ ค่าอาหารสัตว์ บางปีมีปัญหาภัยแล้งทำให้ขาดแคลนฟางหญ้าต้องซื้อเพิ่มอีก ยิ่งทำให้ต้นทุนสูงมากยิ่งขึ้น และในช่วงที่ผ่านมาค่ะท่านประธาน โค กระบือตกต่ำอย่างมาก ในขณะเดียวกันราคาเนื้อวัว ที่ขายตามท้องตลาดกลับราคาคงที่และสูงขึ้น หากพิจารณาตามสไลด์ราคาวัวมีชีวิต ณ ตอนนี้เฉลี่ยอยู่กิโลกรัมละ ๖๕ บาท ถึง ๗๐ บาทต่อกิโลกรัม แต่ราคาเนื้อสดหน้าเขียง กลับอยู่ระหว่าง ๒๖๐ บาท ถึง ๒๘๐ บาทต่อกิโลกรัม ความแตกต่างนี้สร้างความท้อใจให้กับ พี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างมาก ดิฉันจึงอยากเรียนปัญหานี้ผ่านท่านประธานสภาไปยังรัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้ามาเร่งช่วย แก้ปัญหาราคาโค กระบือที่ตกต่ำอย่างเร่งด่วน พี่น้องเกษตรกรฝากมาว่าอย่างน้อยราคา ๘๐ บาทขึ้นไปก็สามารถพออยู่ได้และช่วยหาช่องทางในการจำหน่าย โค กระบือมากขึ้น โดยถูกต้องตามกฎหมายเพื่อพี่น้องเกษตรกรจะได้ไม่โดนกดราคา🔗

สุดท้ายค่ะท่านประธาน อันนี้เป็นกลุ่มที่พี่น้องเกษตรกรที่เคยกู้ยืมเงิน เพื่อเลี้ยงโค กระบือฝากมา โปรดช่วยพักชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ ให้นานขึ้น จะทำให้พี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงโค กระบือ มีกำลังใจและสามารถหายใจได้ต่อ กราบขอบพระคุณท่านประธานมากค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง วันนี้ผมมี ๔ เรื่องหารือ และ ๑ เรื่องประชาสัมพันธ์ของพี่น้องชาว อ่างทองผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ปัญหาเรื่องรถขนดินทรายครับ ที่เป็นการวิ่งในหลักเป็นพัน ๆ คัน บนถนนหมายเลข ๓๕๐๑ มีทรายตกบนถนนมีฝุ่นฟุ้งกระจาย บางครั้งก็มีการวิ่งเร็วและวิ่งใน เวลากลางคืน ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัยในหมู่ที่ ๕ ถึงหมู่ที่ ๘ ตำบล โผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เรื่องนี้ขอให้ทางจังหวัดอ่างทองเร่งปฏิบัติตาม กฎหมาย แล้วก็เร่งลดผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องสืบเนื่องจากปริมาณฝุ่น PM2.5 ที่มีค่าสูงมาตลอดหลาย สัปดาห์ที่ผ่านมาในพื้นที่ของจังหวัดอ่างทอง ถ้าท่านประธานดูในสไลด์หน้าถัดไปเป็น เรื่องที่ ๒ จะเห็นได้ว่าปริมาณฝุ่นนั้นมีค่าสูง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรณีของเด็ก คนป่วย คนชรา ผู้สูงอายุเป็นอย่างยิ่ง บางวันมีค่าสูงสุดในประเทศถึง ๒๙๑ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ผมฝากท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทย กระทรวง สาธารณสุข และจังหวัดอ่างทอง เร่งระบบการแจ้งเตือน เร่งคัดกรองภาวะเสี่ยง แล้วก็พูดถึง เรื่องมาตรการในเชิงการป้องกันและแก้ไขปัญหาในระยะยาวด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องปัญหาน้ำทำการเกษตรไม่เพียงพอ ถ้าท่านประธานดู คลองชลประทานที่เห็นนั้นเป็นคลองชลประทานที่เลียบถนนหมายเลข ๓๐๙ แต่มันมีคลอง ซอยย่อย ๆ เข้าไปที่เรียกว่า คลองไส้ไก่ ซึ่งประตูระบายน้ำเข้าคลองไส้ไก่นั้นอยู่สูงกว่าระดับ น้ำในคลอง เรื่องนี้เกิดขึ้นตลอดพื้นที่ของตำบลราชสถิตย์ ตำบลเทวราช ตำบลไชโย อำเภอ ไชโย จนถึงตำบลย่านซื่อ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ก็ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และจังหวัดอ่างทอง เร่งแก้ไขปัญหาเรื่องนี้เพื่อพี่น้องเกษตรกรชาวอ่างทองด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๔ เป็นปัญหาเรื่องการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งในพื้นที่ของหมู่ที่ ๓ และหมู่ที่ ๒ ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง บางจุดทรุดตัว ท่านโยธาธิการ จังหวัดก็ไปดูด้วยกัน เรื่องนี้ฝากกรมโยธาธิการจังหวัดเข้าไปเร่งรัดการดำเนินการด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๕ ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผม ท่านภราดร ท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล และท่านเพ็ญชิสา หงษ์อุปถัมภ์ชัย ได้ร่วมกันเปิดงานเกษตรและของดีเมืองอ่างทองที่เกิดขึ้น ที่วัดขุนอินทประมูล อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ฝากประชาสัมพันธ์ครับ งานนี้ถึง วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ก็อยากเรียนเชิญทุกท่านไปเยี่ยมเยือนจังหวัดอ่างทอง พวกเรายินดีต้อนรับ ทุกท่านด้วยความจริงใจเป็นอย่างยิ่งครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณรำพูล ตันติวณิชชานนท์ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๙ พรรคไทยสร้างไทย ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานดังนี้ค่ะ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจาก นายชวนสุข พรมตา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๙ บ้านขอนแป้น ตำบลคอแลน นายปรีชา ศรประสิทธิ์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นายทองสรรค์ บัวริน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นายสำเริง รัตนภู่ ผรส. ชาวบ้าน ขอนแป้น และชาวอำเภอบุณฑริกา ได้รับความเดือดร้อนจากถนนลาดยางของกรมทางหลวง หมายเลข ๒๓๙๖ ช่วงกิโลเมตรที่ ๓๒ ถึง กม.๓๔ ที่จริงก็เยอะกว่านั้น แต่อันนี้สาหัสที่สุด จากบ้านขอนแป้น หมู่ที่ ๙ ถึงบ้านศิลาชัย หมู่ที่ ๑๓ ตำบลคอแลน ถนนลาดยางผิวจราจร หมดสภาพ หลุดร่อนชำรุดเสียหายเป็นหลุม ถนนสายนี้เป็นถนนสายยุทธศาสตร์เลียบ ชายแดน มีรถบรรทุกพ่วงสิบแปดล้อบรรทุกสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ก็คือ สปป. ลาว ผ่านด่านช่องเม็ก อำเภอสิรินธร มาอำเภอบุณฑริกา ไปอำเภอนาจะหลวย ไปอำเภอน้ำยืน ข้ามไปอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เข้าสู่กรุงเทพมหานคร จะเห็นว่าเส้นทางนี้มีรถ ใช้มาก ถนนก็แคบไม่มีไหล่ทางค่ะท่านประธาน เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง สูญเสียชีวิต และทรัพย์สินมากมาย หน่วยงานในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นหมวดทางหลวงบุณฑริกหรือว่า แขวงการทางที่ ๒ อุบลราชธานี ก็ได้ซ่อมกลบหลุมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแต่ก็ใช้งานได้ ชั่วคราว ชาวบ้านต้องการให้กรมทางหลวงซ่อมบูรณะผิวจราจรช่วงสั้น ๆ เป็นการเร่งด่วน ขยายถนนให้มีไหล่ทางกว้างขึ้น เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนในเขตอำเภอชายแดนนะคะ ดิฉันขอฝากเรื่องหารือนี้กับ ท่านประธานสภาถึงท่านอธิบดีกรมทางหลวง ท่านอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย ฯพณฯ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอขอบพระคุณท่านประธานสภาค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณอำนาจ วิลาวัลย์ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอำนาจ วิลาวัลย์ ปราจีนบุรี

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม อำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย ท่านครับ ผมมีปัญหาที่จะปรึกษาหารือกับท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนี้ครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ปัญหาเรื่องราคาข้าวตกต่ำ ปัจจุบันราคาข้าวเปลือกที่มีความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์จะเฉลี่ยอยู่ที่ราคาประมาณ ๘,๐๐๐ กว่าบาทต่อตัน ต่ำกว่าฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งมีราคาอยู่ที่ ๑๑,๐๐๐ บาทต่อตันนะครับ ปัจจุบันชาวนาขายข้าวได้ในราคาประมาณ ๗,๒๐๐-๗,๕๐๐ ต่อตัน เป็นข้าวสดที่มีความชื้นสูงเกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ และในเดือน กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ปลายเดือนจะมีข้าวที่ได้อายุเก็บเกี่ยวอีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ ในอำเภอบ้านสร้างก็ ๖๑,๐๐๐ ไร่ จึงอยากให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ช่วยเร่งรัดหาวิธีการแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำในขณะนี้ เพราะจากที่ทราบมีแนวโน้มว่า ราคาจะตกต่ำลงกว่านี้อาจจะถึง ๖,๐๐๐ บาทต่อตัน จึงอยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ช่วยเร่งรัด🔗

เรื่องที่ ๒ ปัญหาเรื่อง PM2.5 ผมเห็นด้วยกับรัฐบาลที่จะเอาจริงเอาจังกับการ เผาทุ่งเพื่อลดปัญหา PM2.5 แล้วก็ยอมรับว่าการเผาทุ่งก็เป็นปัจจัยหลักซึ่งก่อให้เกิดปัญหา PM2.5 แต่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายที่ท่านจะตัดสิทธิชาวนา เพราะว่าทุกวันนี้ชาวนาก็ไม่ได้รับ ความเหลียวแลจากรัฐบาล เงินช่วยเหลือปัจจัยการผลิต ๒๐ ไร่ ๒๐,๐๐๐ บาท ท่านก็ตัด เหลือแค่ ๑๐ ไร่ ๑๐,๐๐๐ บาท เงินช่วยเหลือส่วนต่างราคาข้าวที่เคยช่วยเหลืออยู่ไร่ละ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อตัน ท่านก็ตัดออกไม่มีให้ ผมจึงอยากเสนอให้รัฐบาลช่วยสนับสนุน ให้ชาวนาไม่เผาตอซังข้าวเหมือนชาวไร่อ้อย ให้ขายอ้อยสด อยากให้ท่านประธานประสาน ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยหาเงินสนับสนุนให้กับชาวนาที่ไม่เผา ตอซังข้าวโดยการให้เงินเป็นค่ารถไถ เพื่อเขาจะได้เอาเงินนี้ไปจ้างรถไถไปกลบตอซังข้าวนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ผมได้รับหนังสือจากสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จังหวัด ปราจีนบุรี และเอกสารข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของเครือข่ายเด็กและเยาวชน YSDN Thailand ให้ผมนำหนังสือวิจัยเพื่อส่งต่อให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษากฎหมายและมาตรฐานควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย ผมจะฝากเอกสารนี้ ให้ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการทั้ง ๒ คณะด้วยครับ กราบขอบคุณครับผม🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณทินพล ศรีธเรศ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายทินพล ศรีธเรศ กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายทินพล ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานดังนี้ครับ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากฤดูฝนที่ผ่านมาหลายพื้นที่ในภาคอีสานมีปริมาณฝนน้อยครับท่านประธาน ตอนนี้ผมได้รับร้องเรียนจากพี่น้องบ้านด่านแต้ ตำบลดอนจาน อำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ ว่าแหล่งน้ำแห้งขอดแล้วครับท่านประธาน แหล่งน้ำนี้จะนำไปใช้ผลิต น้ำประปาเพื่ออุปโภคบริโภคในหมู่บ้าน ตอนนี้ใช้การไม่ได้แล้วครับ ทางเทศบาล ตำบลดอนจานแก้ปัญหาโดยการขออนุญาตใช้น้ำจากน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรบรรทุกใส่ รถน้ำแล้วก็มาเติมเข้าระบบเพื่อบริการประชาชน แล้วก็ไม่รู้ว่าจะได้อีกนานเท่าไร จึงอยากจะเรียนท่านประธานฝากไปถึงกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ช่วยไปดูแลเรื่องปัญหาภัยแล้งให้พี่น้อง เรื่องน้ำอุปโภคบริโภคให้พี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอขยายถนนทางหลวงหมายเลข ๒๓๖๗ ตอนควบคุมที่ ๐๒๐๒ จาก ๒ เลนอยากจะขยายเป็น ๔ เลนครับ เพราะว่าถนนเส้นนี้ผ่านทางเข้าโบราณสถาน ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์คือพระธาตุยาคู ตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ พระธาตุยาคูจะจัดงานนมัสการพระธาตุทุก ๆ ปีนะครับ เป็นงานประจำปี และจัดงานทีไรรถจะติดมากครับทางเข้าพระธาตุ แล้วก็เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง จึงอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมให้ช่วยพิจารณาหาทาง ขยายถนนเส้นนี้ด้วยครับ และงานพระธาตุใกล้จะถึงเร็ว ๆ นี้ ท่านประธานที่เคารพครับ คืองานมาฆปูรณมีบูชาที่จะจัดขึ้นในวันที่ ๗-๑๖ กุมภาพันธ์ จึงอยากจะเรียนเชิญทุกท่าน รวมทั้งท่านประธานด้วย ไปเที่ยว ไปชม ไป Shop ไปกินของอร่อย ๆ ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่งานนมัสการพระธาตุยาคูครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณณกร ชารีพันธ์ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายณกร ชารีพันธ์ มุกดาหาร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ณกร ชารีพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคประชาชน มีเรื่องปรึกษาหารือ ท่านประธานทั้งหมด ๕ เรื่องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสนามบินจังหวัดมุกดาหาร มุกดาหารเป็นเมืองชายแดนการค้าที่สำคัญ แต่ยังขาดการเดินทางที่สะดวกสบาย จึงขอให้ รัฐมนตรีคมนาคมสนับสนุนงบประมาณเร่งรัดก่อสร้างสนามบินจังหวัดมุกดาหารเพื่อรองรับ นักท่องเที่ยว เพื่อเปิดประตูเมืองรองดังที่รัฐบาลสัญญาไว้กับพี่น้องประชาชนนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ติดตามความคืบหน้าการปรับภูมิทัศน์ตลาดอินโดจีนครับ ตลาดอินโดจีนเหมือนเป็นประตูการค้าของจังหวัดมุกดาหาร มีข้อติดขัดหลายประการตั้งแต่ ปี ๒๕๖๑ กว่า ๘ ปีแล้วยังสร้างไม่เสร็จเลยครับท่านประธาน ปัจจุบันยังสร้างไม่เสร็จ ขอให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด กรมโยธาธิการและผังเมือง รวมไปถึงรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย เร่งรัดแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อปลุกเมืองมุกดาหารให้รุ่งเรืองอีกครั้งครับท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้ตรวจสอบสินค้าผิดกฎหมายที่ผ่านด่านศุลกากรจังหวัดมุกดาหาร มีทั้งบุหรี่ไฟฟ้า ของต้องห้าม อย. จับได้บ่อยครับ จึงอยากให้เข้มข้นการตรวจสอบสินค้า ผิดกฎหมายเนื่องจากผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนพี่น้องจังหวัดมุกดาหารและพ่อค้าแม่ค้า ในประเทศครับ🔗

เรื่องที่ ๔ ขอให้ตรวจเข้มปราบปรามยึดทรัพย์พ่อค้ายาเสพติดครับ ปัญหา ยาเสพติดในจังหวัดมุกดาหารส่งผลรุนแรงมาก เด็กตั้งแต่ ๑๐ ขวบครับท่านประธาน เริ่มต้มน้ำกระท่อม สูบกัญชา จนถึงใช้ยาเสพติดชนิดอื่นครับ อยากให้ ป.ป.ส. เข้มข้นในการ แก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังเพื่ออนาคตของลูกหลานเรา เอาชีวิตลูกหลานเราออกจาก ความดำมืดสู่แสงสว่างที่สดใสอีกครั้งครับ🔗

เรื่องที่ ๕ ขอสนับสนุนการสร้างอาคารผู้ป่วยโรงพยาบาลคำชะอี เนื่องจาก พอมีปัญหายาเสพติดครับท่านประธาน ทำให้ผู้ป่วยจิตเวชเพิ่มขึ้น ทำให้เตียงล้น ส่งผลให้ เตียงไม่พอ จึงขอให้รัฐมนตรีสาธารณสุขสนับสนุนงบประมาณในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณภคมน หนุนอนันต์ ครับ🔗

นางสาวภคมน หนุนอนันต์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนประธานสภาค่ะ ดิฉัน ภคมน หนุนอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชนค่ะ ดิฉันมีเรื่องสำคัญ เพื่อปรึกษาหารือกับท่านประธานนะคะ เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๘ ดิฉันได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชว่าขณะนี้นครศรีธรรมราชมีการ ติดป้ายโฆษณาเว็บพนันออนไลน์บนรถสองแถวกันอย่างโจ่งแจ้งนะคะ และหลังจากได้รับ เรื่องร้องเรียนดิฉันก็ให้ทีมงานพรรคประชาชนนครศรีธรรมราช คุณปกรณ์ อารีกุล ไปสำรวจ พื้นที่จริง ปรากฏว่าทีมงานพรรคประชาชนนครศรีธรรมราชนั่งเฝ้าติดตามดูภายในเวลา ๑ ชั่วโมงพบรถที่ติดป้ายแบบนี้ไม่ต่ำกว่า ๑๐ คัน และรถคันดังกล่าววิ่งผ่านสถานีตำรวจ ทุกวัน ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าที่ผ่านมาแล้วอยู่กันอย่างไร หลังจากนั้นพวกเราได้ทำหนังสือ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ขอให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวนะคะ และเมื่อวานนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชก็ได้สั่งปลดป้ายแล้ว แต่ท่านประธานคะปัญหามันไม่ได้ อยู่ที่การปลดป้ายค่ะ ดิฉันคาดหวังเป็นอย่างยิ่งและเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้ ติดตามเรื่องนี้ให้ถึงต้นตอและเรียกร้องไปยังกระทรวงดีอีให้ท่านเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้สักที เพราะว่าขณะนี้รัฐบาลก็กำลังผลักดันกาสิโนถูกกฎหมาย และถ้าเว็บพนันออนไลน์มันยัง สามารถที่จะโฆษณากันได้แบบนี้ ดิฉันคิดว่าประชาชนเขาไม่สามารถเชื่อมั่นได้หรอกค่ะ ว่ารัฐบาลจะเอาอยู่เรื่องการพนันทุกรูปแบบ ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณสุรพันธ์ ไวยากรณ์ ครับ🔗

นายสุรพันธ์ ไวยากรณ์ นนทบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสุรพันธ์ ไวยากรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน วันนี้ขอปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับพื้นที่ในอำเภอเมืองนนทบุรี ๒ เรื่องดังนี้🔗

เรื่องแรก เป็นเรื่องเกี่ยวกับวินัยจราจรในพื้นที่ถนนรัตนาธิเบศร์ ขอสไลด์ด้วย🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสุรพันธ์ ไวยากรณ์ นนทบุรี

โดยเฉพาะบริเวณจุดใต้สะพานกลับรถ ถนนรัตนาธิเบศร์ถือเป็นถนน Main ของอำเภอเมืองจังหวัดนนทบุรีนะครับ มันไม่ได้แค่ มอเตอร์ไซค์ย้อนศรเท่านั้นนะครับท่านประธาน ตอนนี้มีการพัฒนาไปถึงขั้นขับรถยนต์ ย้อนศรกันแล้วนะครับ รถยนต์ย้อนศรคือในถนนเส้น Main ด้วย เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุอย่างมาก จึงเรียนท่านประธานผ่านไปยัง สภ. รัตนาธิเบศร์ ในการกวดขันวินัยจราจรสำหรับเรื่องนี้ ด้วยนะครับ🔗

เรื่องต่อมาเป็นเรื่องปัญหาเกี่ยวกับฝุ่นและ PM2.5 ในจังหวัดนนทบุรี โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเมือง เพราะว่าเป็นพื้นที่ที่ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือการจราจรในเมือง มีผลอย่างมาก ตอนนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีมาตรการป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการ เผาในพื้นที่โล่งแจ้ง ควบคุมยานพาหนะ และควบคุมการก่อสร้าง ตอนนี้ในพื้นที่ถนน รัตนาธิเบศร์บริเวณซอยรัตนาธิเบศร์ ๒๘ ตามภาพคือจะมีการก่อสร้าง Size ขนาดใหญ่ บริเวณตรงนั้นผมคิดว่าน่าจะเป็น Central รัตนาธิเบศร์เก่านะครับ มีประชาชนร้องเรียนมา ไม่ว่าจะเป็นรถขนของ รถเทรลเลอร์ หรือว่ารถบรรทุกต่าง ๆ ที่เข้าออก รวมถึงการก่อสร้าง ในโครงการ ก่อปัญหาฝุ่นอย่างมากในพื้นที่นะครับ จึงเรียนท่านประธานผ่านไปยังเทศบาล นครนนทบุรีให้เข้าไปตรวจสอบ Site ก่อสร้างนี้ด้วยนะครับ🔗

เรื่องสุดท้ายนะครับ เกี่ยวกับเรื่องของการแก้ปัญหาฝุ่น PM ในสถานศึกษา ทางจังหวัดเองก็ได้มีการแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นการงดกิจกรรมกลางแจ้ง หาเครื่องฟอกอากาศ ในห้องเรียน ซึ่งตอนนี้ผมทราบว่าทางกระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการในเรื่องของการแจก แมสก์ให้กับประชาชนนะครับ จึงเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขนะครับ อยากให้ช่วยจัดสรรแมสก์ให้กับเด็กในสถานศึกษาเป็นการด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ครับ🔗

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ เขต ๕ จังหวัดเพชรบูรณ์ ขอสไลด์เลยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

เป็นสไลด์เกี่ยวกับปัญหาของ อ่างเก็บน้ำบ้านลำกง ตำบลวังท่าดี อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นโครงการ ในพระราชดำริที่สร้างมาแล้วเสร็จตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ แล้วจะมีระบบส่งน้ำ คลองส่งน้ำนี่ ประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันความจุของอ่างที่จะเก็บได้ก็คือประมาณ ๔๘ ล้าน แล้วก็ระบบส่งปัจจุบันนี้ยังไม่แล้วเสร็จ แล้วก็มีปัญหาน้ำท่วมทุกปี แสดงว่าปริมาณน้ำจาก ข้างนอกอ่างมันเหลือ มันเยอะ ยังมีมากพอที่อ่างจะรับน้ำได้ แต่ก็มีทั้งน้ำท่วมแล้วก็ภัยแล้ง เพราะฉะนั้นก็เลยอยากจะขอความกรุณาในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และ สำนักงบประมาณในการที่จะพิจารณาจัดสรรงบประมาณทำในส่วนของระบบให้แล้วเสร็จ เพราะเกือบ ๒๐ ปีแล้วที่พี่น้องประชาชนขาดโอกาสแล้วก็เสียหาย จากความเสียหาย จากอุทกภัยน้ำท่วม นาข้าวก็ ๕๐,๐๐๐ ไร่ในส่วนของตรงนั้น ปีที่แล้วหน้าแล้งน้ำก็ไม่พอใช้ นี่คือน้ำประปาของหมู่บ้านของที่ตำบลวังโบสถ์ พี่น้องประชาชนตรงนั้นประมาณ ๓ หมู่ พันกว่าครอบครัวไม่มีน้ำใช้ ก็จำเป็นที่จะต้องขอชักน้ำมาจากอ่างเก็บน้ำลำกง ก็ขอความ กรุณาคณะผู้บริหารของรัฐบาลนะคะ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการที่จะ พิจารณาดำเนินการให้โครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับระบบส่งน้ำของอ่างเก็บน้ำบ้านลำกง ได้แล้วเสร็จให้พี่น้องประชาชนได้มีความสบายใจและอุ่นใจ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณชยพล สท้อนดี ครับ🔗

นายชยพล สท้อนดี กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชยพล สท้อนดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตหลักสี่ จตุจักร พรรคประชาชน วันนี้ผมมี เรื่องปรึกษาหารือท่าน ๒ เรื่องนะครับ🔗

อย่างแรกเลยคือผมอยากขอติดตามความคืบหน้าของเรื่องที่ผมเคยได้ ปรึกษาหารือไว้ในรอบที่แล้วนะครับ ก็คือเรื่องของสิทธิ สปสช. ที่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ได้ออกจากระบบของ สปสช. ในเขตหลักสี่ทำให้ระบบสาธารณสุขหรือการเบิกจ่ายของ ประชาชนในเขตหลักสี่แล้วก็เขตอื่น ๆ ที่อยู่รอบข้างเกิดอาการสะดุดทำให้ไม่สามารถเข้าถึง ระบบการรักษาพยาบาลของภาครัฐได้ ผมไม่ได้มาปรึกษาหารือเพื่อที่จะทวงหนี้ให้กับ โรงพยาบาลเอกชนหรอกนะครับ แต่ผมอยากจะถามทางหน่วยงานรัฐมากกว่าว่ามีแผน อย่างไร ทำไมระบบสาธารณสุขของเขตที่อยู่ในบริเวณตรงนั้นถึงได้ไปหวังพึ่งไปแขวนอยู่กับ โรงพยาบาลเอกชนเพียงโรงพยาบาลเดียว เรามีแผนอื่น ๆ ที่จะรองรับความต้องการทาง สาธารณสุขอย่างตรงนี้เพิ่มหรือเปล่า ทำไมตรงนั้นถึงได้ไม่มีโรงพยาบาลรัฐเพิ่ม แล้วเรา จะทำอย่างไรดีกับประชาชนคนที่สิทธิยังค้างอยู่ที่ตรงนั้น แล้วเขาจะเข้าถึงระบบการรักษา ได้อย่างไรในช่วงเวลานี้ที่ยังรอแผนการอื่น ๆ ในระยะยาวต่อไปนะครับ ก็อยากจะขอฝาก ท่านประธานปรึกษาไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนะครับ🔗

ส่วนประเด็นถัดไป ก็จะเป็นประเด็นเรื่องของปัญหายาเสพติด ในเขตหลักสี่ ก็เป็นเขตที่เรียกว่าตลกดีเหมือนกัน เพราะเราก็มี ป.ป.ส. มีสโมสรตำรวจ มีหน่วยงานตำรวจ เยอะแยะมากมายครับ คฝ. ก็อยู่ที่ตรงนี้ แต่ว่าทำไมปัญหายาเสพติดถึงได้หนาแน่นเหลือเกิน ในเขตหลักสี่ตรงนี้ ถ้าให้เล่าเรื่องง่าย ๆ เลยนะครับก็คือตั้งแต่ตรงที่คลองเปรมประชากรนี่ มันเริ่มมีการรื้อถอนบ้านนะครับก็เกิดอาการผึ้งแตกรัง คนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของยาเสพติด ก็ได้นำธุรกิจส่วนตัวของตัวเองตรงนี้ย้ายไปเช่าบ้านอยู่ในชุมชนอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกัน แล้วปรากฏว่าก็นำพาปัญหาอื่น ๆ ตามมาด้วยเหมือนกัน ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาการ ปล้นชิงทรัพย์ ปัญหาการขโมยของต่าง ๆ ก็อยากสงสัยนะครับว่า สน. ทุ่งสองห้องนั้น ไหวหรือไม่ ถ้าไม่ไหวเรียกกำลังเสริมหน่อยดีไหมเพราะตำรวจก็ตั้งอยู่ตรงนั้นตั้งเยอะตั้งแยะ ก็อยากจะขอฝากปรึกษาหารือไปยังนายกรัฐมนตรี แล้วก็ฝากไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณปรเมษฐ์ จินา ครับ🔗

นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี วันนี้ขอหารือท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานแรกก็คงจะเป็นกรมชลประทาน สืบเนื่องจากว่า เมื่อวานนะครับใน Page ของผมมีการ Comment มาใต้ Page ว่าช่วยนำเสนอเรื่องของ การแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ตลาดตำบลท่าชนะ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานีนะครับ สืบเนื่องจากว่าเวลาฝนตกมันก็จะไหลจากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออกแล้วก็จะมีที่ราบสูง ทางตะวันตก แล้วก็ไหลผ่านตลาดท่าชนะไปลงทะเลพื้นที่ฝั่งตะวันออก เขาก็จะต้องขน ข้าวของเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วก็เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่สามารถโดนน้ำได้ทุกครั้งที่ฝนตกเยอะนะครับ ก็เลยเป็นปัญหาว่าจะแก้ปัญหากันอย่างไร เผอิญเขาบอกว่าเขาผ่านไปที่ตลาดไชยา อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับงบประมาณ จากกรมชลประทานแก้ปัญหาโดยทำทางเบี่ยงน้ำ แล้วก็ทำเขื่อนกั้นน้ำ น้ำท่วมมันจะไม่เหนือ เขื่อนกั้นน้ำครับ เลยรอดปลอดภัยในตลาดไชยา เขาก็อยากจะเห็นอำเภอท่าชนะสามารถ แก้ปัญหาเหมือนที่อำเภอไชยา อันนี้ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานลงไป สำรวจให้กับพี่น้องชาวอำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วยนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คงจะเป็นปัญหาเรื้อรังเกี่ยวกับเรื่องของที่ดินทำกินที่หมด สัมปทานของบริษัทที่ไปเช่าที่ แล้วก็จะต้องคืนให้กับภาครัฐเพื่อจัดสรรให้พี่น้องประชาชน วันนี้ก็ขอเสนอในพื้นที่ของอำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน ๓ แปลง แปลงแรก ก็เป็นของบริษัท ภูสวัสดิ์ จำกัด ตำบลชัยบุรี อันนี้ก็อยากจะให้ทาง ส.ป.ก. แล้วก็ คทช. จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ช่วยเร่งรัดดำเนินการ เพราะว่ากระบวนการแต่ละขั้นตอนก็ได้ ดำเนินการมาโดยตลอดอยู่แล้วนะครับ แปลงที่ ๒ ก็เป็นบริษัท พันธ์ศรี จำกัด ตำบลไทรทอง อำเภอชัยบุรี ก็ให้ คทช. เร่งรัดจัดระเบียบแล้วก็เดินหน้าให้เขาด้วย แปลงที่ ๓ รวมชัยบุรี ปาล์มทอง จำกัด ตำบลไทรทอง พื้นที่ของ ส.ป.ก. เช่นกัน ก็ขอความกรุณาเร่งรัด ๓ แปลงนี้ ให้มีความก้าวหน้าในการดำเนินการด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณศิรสิทธิ์ สงนุ้ย ครับ🔗

นายศิรสิทธิ์ สงนุ้ย สมุทรสาคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศิรสิทธิ์ สงนุ้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคประชาชนครับ ผมขอเรียนปัญหาของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่อง เป็นเรื่องเถื่อน ๆ ขอภาพด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายศิรสิทธิ์ สงนุ้ย สมุทรสาคร

เรื่องแรกเมื่อวานนี้เองครับท่านประธาน โรงงานโกดังไฟไหม้ใหญ่ที่ตำบลยกกระบัตร อำเภอบ้านแพ้ว พอตรวจสอบไปตรวจสอบมา พบว่าไม่มีทั้งชื่อ ไม่มีทั้งใบอนุญาต มีรายงานว่าเป็นโรงงานของทุนจีนเทา เรื่องนี้ครับ ท่านประธาน ผมพูดในสภาหลายครั้งตั้งแต่ปีที่แล้วว่าให้มีการตรวจสอบในพื้นที่ว่ามีโรงงาน ไหนบ้างที่ผิดกฎหมาย นำเศษวัสดุ นำกากอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ผิดกฎหมายนำเข้ามาใน ประเทศไทยและเข้ามาในจังหวัดสมุทรสาคร ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจริงจังปราบปราม ทุนจีนเทาเสียที ขอให้มีการตรวจสอบทางการเงิน แล้วก็วัตถุดิบที่นำเข้ามาในแต่ละพื้นที่ ก็ขอฝากเรื่องนี้ไปทางจังหวัดสมุทรสาครอย่างจริงจังด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องนี้สมาชิกหลายท่าน แล้วก็ในหลาย ๆ พรรคได้พูดถึงเรื่องของ ปัญหายาเสพติด ในจังหวัดสมุทรสาครเอง บ้านผมนี่ห่างจาก ป.ป.ส. ภาค ๗ ไม่กี่ร้อยเมตร ในชุมชนพี่น้องประชาชนร้องเรียนมาหลายครั้งว่ามีการระบาดของยาเสพติด ก็ขอให้จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลบุตรหลาน ดูแลประชาชนในพื้นที่ ปราบปรามอย่างจริงจังด้วย ส่วนอีกนิดหนึ่งครับท่านประธาน ในโครงการบำบัดผู้เสพยาเสพติด ตอนนี้เจ้าหน้าที่ ขอฝากมาว่าโครงการนี้ดีครับ แต่ขอให้มีการปรับปรุงสักเล็กน้อย เนื่องจากนำผู้บำบัดจาก หลายที่มารวมกัน ตรงนี้ทำให้เป็นการสร้างเครือข่ายของผู้ติดยาเสพติดต่อไป ถ้าให้ดีก็เข้า ค่ายทหารปราบปรามอย่างจริงจังทั้ง ๒ เรื่อง ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณมังกร ยนต์ตระกูล ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายมังกร ยนต์ตระกูล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม มังกร ยนต์ตระกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีรวมไทย กระผมขอหารือท่านประธาน ภาค ๒ ของ กยศ. กองทุนย่ำยีผู้กู้เงินยืมเงินเพื่อการศึกษา ไม่ใช่ครับ กองทุนกู้ยืมเงิน เพื่อการศึกษา หลังจากผมหารือท่านประธานเรื่องนี้เมื่อวันที่ ๙ มกราคมที่ผ่านมา ปรากฏว่า วันที่ ๒๓ มกราคม มีข่าวออกทางสื่อว่า กยศ. พร้อมจะคืนเงินให้ผู้กู้ ๒๘๐,๐๐๐ ราย ภาพต่อไปครับ นี่คือรายละเอียดของหนังสือที่พร้อมจะคืนเงินให้ผู้กู้ ภาพต่อไปครับ แต่ App ของผู้กู้เข้าแล้วมีลักษณะอย่างนี้ครับ ๑. ไม่สามารถลงทะเบียนได้ ๒. ท่านยังไม่ได้ทำสัญญา ปรับโครงสร้างหนี้ ภาพต่อไปครับ กองทุนได้รับข้อมูลการลงทะเบียนแล้วกำลังจะตรวจสอบ นี่ครับ App นี้ เข้ายากมาก กองทุน กยศ. มีเงินหมุนเวียนปล่อยหนี้ทั้งหมด ๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใหญ่กว่าธนาคารบางธนาคาร ผมไม่เข้าใจว่าการพัฒนา App ทำยากขนาดนั้นหรือครับ บริษัทเล็ก ๆ เขายังทำได้ ภาพต่อไปครับ ก็ยังมีจดหมายทวงหนี้ พ.ร.บ. ใหม่ใช้เมื่อ มีนาคม ๒๕๖๖ แต่ตุลาคม ๒๕๖๖ ก็ยังทวงหนี้โดยใช้ยอดหนี้เดิม ดอกเบี้ยเดิมและเบี้ย ปรับเดิม แล้วเมื่อไรครับ พ.ร.บ. นี้ใช้มา ๒ ปีคืนเงินได้ ๒๘๐,๐๐๐ ราย ต้องประมาณ ๑๔ ปีกว่าจะครบ ๒ ล้านราย ท่านประธานครับ ภาพต่อไปครับ ผมคำนวณหนี้ง่าย ๆ เงินต้น ๑๐๐,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ย พ.ร.บ. เดิม ๑๘ เปอร์เซ็นต์ต่อปี ๑๐ ปีเป็นดอกเบี้ย ๑๘๐,๐๐๐ บาท รวมแล้ว ๒๘๐,๐๐๐ บาท แต่ พ.ร.บ. ใหม่ เงินต้น ๑๐๐,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ย ๑.๕ ดอกเบี้ยแค่ ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๐ ปี รวมเป็นเงิน ๑๑๕,๐๐๐ บาท ทำไมไม่ทำ ให้เขาละครับ ผมส่งรายละเอียดลูกหนี้ให้สถาบันการศึกษาคำนวณหนี้สถาบันละ ๑๐๐,๐๐๐ รายชื่อ ๒๐ สถาบัน ๒ ล้านรายชื่อให้เสร็จภายในกุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ แล้วมีนาคมท่านเรียก มาปรับโครงสร้างหนี้ทั้งหมด แล้วก็เอาผู้ค้ำประกัน ๒.๘ ล้านรายออก ลงมือปฏิบัติเถอะครับ บอร์ดกองทุน กยศ. ผู้จัดการกองทุน กยศ. อันความกรุณาปรานีจะมีใครบังคับหาได้ไม่ ทำเถอะครับเพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของลูกหลานไทย ๒ ล้านราย ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณนิยม วิวรรธนดิฐกุล ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล แพร่

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ก็ขอเรียนปรึกษากับทางท่านประธานครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ก็ได้รับการร้องเรียนจากท่านนายกวสันต์ ร้อนเร็ว นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลไผ่โทน อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ จากความเดือดร้อนที่เป็นผลกระทบ จากอุทกภัยครั้งใหญ่และน้ำป่าไหลหลากในฤดูฝนที่ผ่านมา ทำให้สะพานขาด ประชาชน เดือดร้อนเดินทางไปมาไม่สะดวกนะครับ จึงได้ของบประมาณผ่านจังหวัดแพร่มาแล้วก็คือ🔗

โครงการที่ ๑ โครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กบ้านไทรพร้าว หมู่ที่ ๑ ตำบลไผ่โทน อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่🔗

โครงการที่ ๒ ก็คือการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กบ้านไผ่โทน หมู่ที่ ๒ ตำบลไผ่โทน อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ ซึ่งผมได้มอบเอกสารของทางองค์การบริหาร ส่วนตำบลผ่านท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและกำนันลิขิต จันทร์ยอด เรื่องสะพานข้ามแม่น้ำยม บริเวณบ้านวังดิน ตำบลบ้านกลาง อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็น สะพานขนาดใหญ่ แล้วก็มีความเสียหายจากอุทกภัย ซึ่งจากในภาพจะเห็นว่าสะพานจะขาด ตรงกลางเลย ซึ่งปัจจุบันต้องใช้สะพานแบริง ซึ่งไม่สะดวกและไม่สามารถรับน้ำหนักได้เยอะ ปัจจุบันยังไม่ได้แก้ไข ซึ่งจะเป็นปัญหาในอนาคตต่อไปอีก โดยเฉพาะฤดูฝนที่จะถึงนี้ และถนนสายนี้และสะพานนี้จะเป็นทางเลี่ยงถ้าหากถนนสายหลักก็คือสาย ๑๐๓ มีปัญหา จะต้องเลี่ยงเส้นนี้เส้นเดียว เพราะฉะนั้นก็ขอนำเรียนให้ทางกรมทางหลวงชนบทเร่งรีบ ในการก่อสร้างสะพานเส้นนี้เพื่อเป็นสะพานถาวรต่อไปนะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งครับ เป็นเรื่องฝากฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวกับเรื่องของ ยาเสพติดที่ระบาดมากมายในพื้นที่ และเป็นทางผ่านของยาเสพติดไปยังจังหวัดอื่น ๆ ด้วย ก็ขอให้เข้มงวดและเอาจริงเอาจัง ประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่า รัฐบาลนี้จะเอาจริงเอาจังกับการค้ายาเสพติด และผู้เสพจะต้องถูกนำมาบำบัด กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณเทียบจุฑา ขาวขำ ครับ🔗

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานค่ะ ดิฉันขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือกับท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะคะ🔗

เรื่องที่ ๑ ดิฉันได้รับร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรของอำเภอบ้านผือ อำเภอน้ำโสม และอำเภอนายูง ซึ่งมีอาชีพหลักในเรื่องของการเกษตรและปลูกมันสำปะหลัง ตอนนี้ราคามันสำปะหลังตกต่ำมากเลยค่ะท่านประธาน ดิฉันเองก็ขอฝากท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงพาณิชย์ ช่วยเข้ามาแก้ปัญหาราคามันสำปะหลังที่ตกต่ำด้วยนะคะ🔗

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยของอำเภอ บ้านผือ อำเภอน้ำโสม อำเภอนายูง ซึ่งเป็นอาชีพหลักอีกละค่ะ เกษตรกรชาวไร่อ้อยทำอ้อย เป็นจำนวนมาก หลายหมื่น หลายแสนหลังคาเรือน ซึ่งเป็นอาชีพที่มั่นคงของเขานะคะ เขาฝากทวงถามโครงการเงินสนับสนุนตัดอ้อยสดในอัตราร้อยละ ๒๐ บาทต่อตัน ซึ่งสืบเนื่องจากรัฐบาลเคยได้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสด คุณภาพดี เพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โครงการนี้เริ่มต้นตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ คณะรัฐมนตรีก็มีมติเห็นชอบโครงการดังกล่าวแล้วนะคะ แต่ในปีนั้นก็ได้รับการสนับสนุน ไปแล้ว ๑๒๐ บาทต่อตัน แต่ต่อมาในปี ๒๕๖๖ ซึ่งเริ่มฤดูกาลผลิตอ้อยของปี ๒๕๖๖ แล้วก็ปี ๒๕๖๖ คณะรัฐมนตรีก็ได้อนุมัติโครงการดังกล่าวแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับเงินนะคะ ดังนั้นพี่น้องประชาชนชาวไร่อ้อยตาดำ ๆ ที่ยังรอคอยอยู่เรื่องโครงการสนับสนุนเงิน ๑๒๐ บาทต่อตันของปี ๒๕๖๖ ถึงปี ๒๕๖๗ ที่ยังไม่ได้รับ ดิฉันก็พยายามติดตามสอบถาม ทราบว่ากระทรวงอุตสาหกรรมได้นำเสนอ ครม. แล้ว ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่รับผิดชอบ คือกระทรวงอุตสาหกรรมและคณะรัฐมนตรี ได้เร่งรัดจัดเงินสนับสนุน โครงการอ้อยตัดสดในราคา ๑๒๐ บาทต่อตันให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วย กราบขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณกรวีร์ สาราคำ ครับ🔗

นายกรวีร์ สาราคำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกรวีร์ สาราคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ครับ กระผมได้รับเรื่อง ร้องเรียนจาก นายอภิรักษ์ สิงห์สาธร ผู้ใหญ่บ้านบ้านนาฮัง และนายศรีอุบล ศรีพวง ผู้ใหญ่บ้านหนองกุง ตำบลผักตบ อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เกี่ยวกับเรื่องถนนเส้น ระหว่างบ้านนาฮังไปบ้านหนองกุง พี่น้องประชาชนสัญจรไปมาลำบาก เพราะถนนเส้นนี้ เป็นถนนลูกรัง เวลาหน้าฝนยิ่งเดินทางลำบาก จึงมีความประสงค์อยากจะให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทำถนนลาดยางให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เพื่อการสัญจรไปมาได้อย่างสะดวก จึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งแก้ไขปัญหาให้ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายยุรนันท์ แก้ววิเชียร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านยา อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี อยากขอความ อนุเคราะห์จากกระทรวงคมนาคมในการสร้างสะพานลอยบนถนนทางหลวงหมายเลข ๒๒ เนื่องจากมีโรงเรียนติดกับถนนเส้นนี้ และมีนักเรียนข้ามไปและกลับเป็นจำนวนมาก และเกรงว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุกับนักเรียน ประกอบกับตรงบริเวณโรงเรียนเป็นทางเข้าของ จังหวัดอุดรธานีที่มีรอยต่อติดกับเขตของจังหวัดสกลนคร ทำให้รถที่สัญจรไปมามีความเร็ว และอันตราย ผมจึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขปัญหา ให้ด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายศักดา ห้าวหาญ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านโคกถาวร หมู่ที่ ๑๐ ตำบลพังงู อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนสายจากทางวัดป่าหนองคำศรีเชื่อมไป บ้านหนองบัวแดง ทางไปบ้านเม็กใหญ่ ชำรุดเสียหายอย่างมาก และเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ ชาวบ้านใช้เป็นประจำในการขนผลผลิตสินค้าทางการเกษตรและเป็นถนนเชื่อมระหว่าง ตำบล ส่งผลกระทบให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่และพี่น้องตำบลใกล้เคียง ซึ่งได้รับความ เดือดร้อนเป็นอย่างมาก ผมจึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่ง แก้ไขปัญหาให้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณร่มธรรม ขำนุรักษ์ ครับ🔗

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ขออนุญาต นำปัญหาและความต้องการของพี่น้องประชาชนมาหารือดังต่อไปนี้ครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ขอให้รัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้แก้ไขปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราอย่างจริงจังครับ ซึ่งได้มีการระบาด ในหลายพื้นที่ รวมถึงในจังหวัดพัทลุงของผมด้วยครับ ที่ได้มีการระบาดในทุกอำเภอ ส่งผลกระทบต่อพี่น้องชาวสวนยางเป็นวงกว้างทำให้มีผลผลิตที่น้อยลง จึงขอให้มีการจัดสรร งบประมาณให้ กยท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาและจัดการ ไม่ว่าจะเป็น การสนับสนุนการบำรุงต้นด้วยปุ๋ย การส่งเสริมพันธุ์ยางที่ต้านทานโรค การส่งเสริมความรู้ และหาแนวทางแก้ไขปัญหาในระยะยาวให้กับพี่น้องชาวสวนยางด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงวัฒนธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้สนับสนุน งบประมาณเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาอาคารมัสยิดกลางประจำจังหวัดพัทลุง อำเภอ ป่าบอน โดยมัสยิดดังกล่าวอยู่ติดถนนเอเชีย หากได้รับการปรับปรุงจนแล้วเสร็จจะสร้าง ความสะดวกต่อพี่น้องมุสลิมในพื้นที่และต่อพี่น้องมุสลิมที่เดินทางทั้งในประเทศ และต่างประเทศในการประกอบศาสนกิจและเป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศได้อีกด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้รัฐบาล กระทรวงคมนาคม และกรมทางหลวง ได้พิจารณา สนับสนุนงบประมาณกลางปี ๒๕๖๘ ในการแก้ไขปัญหาคอสะพานชำรุดบริเวณหน้าที่ว่าการ อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ในทางหลวงหมายเลข ๔๑๒๑ ตอนแม่ขรี-โล๊ะจังกระ โดยสะพานดังกล่าวเกิดชำรุดหลังจากเหตุอุทกภัยน้ำท่วมเมื่อปีที่ผ่านมา ขณะนี้ต้องปิด การจราจรเหลือช่องทางเดียว จึงขอให้สนับสนุนงบประมาณเพื่อให้แขวงทางหลวงพัทลุง ได้ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมโดยเร่งด่วนนะครับ เนื่องจากสะพานและถนนดังกล่าว มีพี่น้องประชาชนใช้สัญจรจำนวนมากอาจเกิดอันตรายได้ โดยควรที่จะขยายสะพานดังกล่าว ให้เป็น ๔ ช่องจราจร และควรขยายถนนบริเวณหลังสะพานดังกล่าวให้เป็น ๔ ช่องจราจร ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๔ เรื่องสุดท้ายครับ ด้วยผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากครอบครัวทายาท ของข้าราชการตำรวจหลายรายผู้เป็นสมาชิกสหกรณ์ตำรวจจังหวัดพัทลุงว่าไม่สามารถถอนเงิน ค่าหุ้นได้ภายหลังจากที่ตำรวจเหล่านั้นได้เสียชีวิตไปแล้วนะครับ โดยทราบว่าขณะนี้มีผู้ได้รับ ความเสียหายซึ่งไม่ได้รับเงินมีจำนวนมากกว่า ๖๐ ราย คิดเป็นเงินจำนวน ๒๙ ล้านบาท โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากการทุจริตภายในสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง ทำให้เกิด ความเสียหายกว่า ๑,๔๐๐ ล้านบาท จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐบาล สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เข้าไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน แล้วก็ให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวและทายาทของข้าราชการตำรวจด้วยครับ โดยผมก็จะ ยื่นเรื่องนี้ผ่านกรรมาธิการการตำรวจอีกทางหนึ่งครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ก่อนที่จะ หารือท่านประธานผมขออนุญาตท่านประธานได้ติดตามข้อหารือของผมแล้วก็เพื่อนสมาชิก พรรครวมไทยสร้างชาติที่ได้หารือไปตั้งแต่ปีที่แล้ว จนปัจจุบันนี้ยังไม่ได้รับหนังสือจากทาง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเลยว่าเรื่องที่หารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน หน่วยราชการดำเนินการไปถึงไหนแล้ว ซึ่งก็ติดตามมาหลายครั้งแล้ว แต่ปัจจุบันนี้ยังไม่ได้รับ หนังสือสักฉบับเลยนะครับ เลยขออนุญาตท่านประธานได้ติดตาม ขออนุญาตท่านประธาน ได้นำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดราชบุรี อำเภอบ้านโป่ง มากราบเรียน ท่านประธานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาดำเนินการครับ🔗

เรื่องแรก ถนนสายเลียบคลองชลประทานตำบลลาดบัวขาว-ตำบลเบิกไพร ซึ่งกรมทางหลวงชนบทได้ดูแลอยู่ได้ทำเฟสแรกไปตั้งแต่ถนน ๔ เลนเบิกไพรไปที่ หนองปลาหมอได้ทำไปแล้วเฟสหนึ่ง ตอนนี้เหลือเฟสที่ ๒ ที่จะไปถึงที่ตำบลลาดบัวขาว ยังชำรุดทรุดโทรมอยู่ จึงขอให้กรมทางหลวงชนบทได้เร่งดำเนินการด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ถนนเพชรเกษมช่วงหน้าห้างแมคโคร จังหวัดนครปฐม จนถึง แยกหนองโพ ซึ่งผ่านอำเภอบ้านโป่ง อยากให้ทางกรมทางหลวงได้ขยายจาก ๔ ช่องจราจร เป็น ๘ ช่องจราจร ซึ่งได้เคยเสนอให้กรมทางหลวงพิจารณาแล้ว ปัจจุบันนี้โครงการดังกล่าว ยังไม่มีความคืบหน้า จึงขอให้ท่านประธานได้เร่งให้กรมทางหลวงได้พิจารณาเร่งรัด ดำเนินการ เนื่องจากการจราจรติดขัดมากครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้เร่ง ดำเนินการทำตลิ่งริมแม่น้ำแม่กลองช่วงตำบลเบิกไพร ตั้งแต่วัดบางพังถึงวัดปลักแรด ริมแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งปัจจุบันนี้กระแสน้ำได้กัดเซาะริมตลิ่งชำรุดเสียหาย เจ้าอาวาสทั้ง ๒ วัด ไม่ว่าจะเป็นวัดบางพังแล้วก็วัดปลักแรดได้ขอให้ทางผมได้เร่งดำเนินการให้พี่น้องประชาชน ด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เรื่องที่คุณอัครเดชได้ทักท้วงมาขอให้เลขาธิการได้ช่วยติดตามแล้วก็แจ้งด้วย ก็อยากจะเรียน ให้ทางรัฐบาลแล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ เมื่อมีข้อหารือในสภานี้แล้วนะครับ ทางสำนักงาน เลขาธิการก็จะส่งข้อหารือไป ขอให้กรุณาได้ตอบมาด้วยว่าดำเนินการถึงแค่ไหน อย่างไร หรือยังขัดข้องเรื่องอะไรครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ตลิ่งริมแม่น้ำ หมู่ที่ ๑๐ บ้านขอนอ้าปาก ตำบลบ้านไร่ อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก จุดนี้อยู่บริเวณโค้งน้ำพอดีนะคะ ได้ถูกกระแสน้ำ กัดเซาะอย่างต่อเนื่องทำให้ตลิ่งพังทลาย โดยเฉพาะในช่วงฤดูน้ำหลากทำให้กระแสน้ำ มีความแรงมากกว่าปกติ ส่งผลให้ถนนบริเวณดังกล่าวทรุดตัวลงแล้วก็พังสู่แม่น้ำหลายจุด พี่น้องใช้สัญจรไปวัด ไป รพ.สต. เพื่อไปหาหมอและรวมถึงเด็ก ๆ ได้ใช้เส้นทางนี้ไปโรงเรียน ด้วยค่ะ มากกว่า ๕๐๐ หลังคาเรือน ดิฉันจึงขอเร่งรัดให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนริมตลิ่ง หมู่ที่ ๑๐ บ้านขอนอ้าปาก ตำบลบ้านไร่ อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก โดยเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัยของพี่น้อง ประชาชน ขอบคุณค่ะ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อเมื่อเลิกประชุม ๓๕๙ คน
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปก็จะเป็น🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

เรียนท่านสมาชิกทุกท่านรับ ในการพิจารณากระทู้ถามนี้จะมีกระทู้ถามสด ด้วยวาจาและกระทู้ถามทั่วไป สำหรับกระทู้ถามแยกเฉพาะนั้นก็จะไปดำเนินการพิจารณา พร้อม ๆ กัน ณ ชั้น ๑ ของตึกนี้นะครับ🔗

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗

๑. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ขณะนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ได้มาพร้อมแล้ว ขอเชิญท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

เรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมตั้งกระทู้ถามสดเกี่ยวข้องกับเรื่องฝุ่นพิษและการกระจายอำนาจ จึงเป็นที่มาที่ตั้งกระทู้ถามสดถึงท่านนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการ กระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเกี่ยวข้องกับทุกกระทรวง แต่อย่างไรก็ตาม วันนี้ก็ต้องขอบคุณท่านรองนายกครับ ในฐานะที่ท่านดูแลเรื่องฝุ่นพิษโดยตรง เป็นที่ปรึกษา บกปภ.ช. เป็นทั้งประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศครับ ท่านประธานครับ ผมขอเริ่มจากเรื่องของปัญหาฝุ่นก่อนและการถามครั้งต่อไปจะเกี่ยวข้อง กับการกระจายอำนาจ ซึ่งอยากให้ท่านรองนายกตอบในฐานะตัวแทนของรัฐบาลครับ ขอสไลด์ขึ้นนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ หากดูเรื่องของ Action หรือการกระทำที่ผ่านมาของรัฐบาลเพื่อไทยตั้งแต่ สมัยนายกเศรษฐาจนถึงสมัยนายกแพทองธาร เราจะเห็นว่ามีการผ่านมติ ครม. ถึง ๒๔ ครั้ง ออกข้อสั่งการถึง ๔๓ ครั้ง มีการให้ข่าวว่าจะจัดการกับปัญหาเรื่องฝุ่นถึง ๗๑ ครั้ง ทุกครั้ง ที่ผ่านมาเราเห็นผลลัพธ์อะไรที่เกิดขึ้นบ้างครับ ลองติดตามดูผลลัพธ์จากตัวชี้วัดที่รัฐบาล พรรคเพื่อไทยเป็นคนตั้งเองในปี ๒๕๖๗ ผมพูดโดยสรุปเพื่อไม่ให้เสียเวลา ตกเป้าทุกตัวชี้วัด ที่ท่านชี้วัดว่าปี ๒๕๖๗ จะต้องลดพื้นที่การเผาไหม้ได้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ พลาดเป้าทุกกรณีครับ มาถึงในยุครัฐบาลของคุณแพทองธารครับ ปัญหาฝุ่นพิษเราทราบกันดีอยู่แล้วว่าตอนนี้ มีปัญหาที่หนักหน่วงมากขึ้น เอาสไลด์ลงได้แล้วนะครับ ผมทราบดีครับว่าท่านรองนายกรู้ดี ว่าปัญหาฝุ่นมาหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นข้ามพรมแดนที่เรากำลังจะพิจารณา พ.ร.บ. อากาศ สะอาด อยู่ในชั้นกรรมาธิการจะเข้าสภากลางเดือนหน้านี้ มีฝุ่นในไร่ฝุ่นในนาครับที่วันนี้ สส. ณรงเดช ข้าง ๆ ผมตั้งใจจะมาถามกระทู้ถามต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ แต่เสียดายครับถูกเลื่อนตอบกระทู้ถามสด วันนี้ผมตั้งใจมาถามในเรื่องของฝุ่นในป่าและฝุ่นในเมืองที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่น เกี่ยวข้องกับ การกระจายอำนาจโดยตรงครับ เรื่องของฝุ่นในป่าครับท่านประธาน ผมทราบดีว่าตอนนี้ ท่านนายกออกมาให้ข่าวแล้วว่ามีการจัดสรรงบกลาง ๖๒๐ ล้านบาท แต่เราก็ยังมีคำถามต่อ ผมทราบดีว่ารัฐบาลมีการตั้งพื้นที่ ๑๔ กลุ่มป่าเป้าหมายที่วันนี้ยังไม่ชัดเจน อยากได้คำตอบ จากท่านรองนายกชัด ๆ ครับว่าท่านจะจัดการไฟป่าอย่างไรในพื้นที่นอก ๑๔ กลุ่มป่า อย่างเช่น โคราช ลพบุรี ชัยนาท และชลบุรีที่มีปัญหาไฟป่าเช่นเดียวกันครับ หรือแม้แต่ ปัญหาฝุ่นในเมืองครับ สด ๆ ร้อน ๆ ช่วง ๒-๓ วันที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครออกมาให้ข่าว ว่าวันนี้เขายังไม่สามารถที่จะตรวจและปรับในเรื่องของรถบรรทุกและรถขนส่งโดยสาร สาธารณะที่มีจำนวน ๖ ล้อขึ้นไปได้ เพราะเขายังไม่ใช่พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ. ขนส่งทางบกครับ ทำได้แค่เพียงการขอความร่วมมือ ปัญหาฝุ่นในเมืองยังไม่หมดแต่เพียง เท่านี้ครับท่านประธาน ยังมีในเรื่องแหล่งกำเนิดฝุ่นที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรม จากมูลนิธิ บูรณะนิเวศครับ เขามีการออกข้อศึกษามาล่าสุดว่าในเขต กทม. และปริมณฑลฝุ่นจาก โรงงานอุตสาหกรรมก็เป็นแหล่งกำเนิดที่สำคัญเช่นเดียวกัน ดังนั้นครับในคำถามรอบแรก ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องฝุ่น ผมอยากจะตั้งคำถามถึงท่านรองนายกที่ดูแลเรื่องฝุ่น ๓ ข้อด้วยกัน🔗

อย่างแรกครับเรื่องงบประมาณ เมื่อสักครู่สอบถามไปแล้วงบกลาง ๖๒๐ ล้านบาท เราไม่อยากให้เกิดระบบการจัดสรรงบประมาณแบบปีต่อปีที่ต้องให้นายก ใช้ดุลยพินิจจะใช้งบกลาง ไม่ใช้งบกลางครับ ในงบปี ๒๕๖๘ ทราบแล้วว่าได้งบกลาง ๖๒๐ ล้านบาท อยากจะถามล่วงหน้าถึงงบปี ๒๕๖๙ และงบปีต่อ ๆ ไปครับท่านประธาน ว่ารัฐบาลมีแนวโน้มอย่างไรที่จะออกข้อสั่งการหรือบอกสำนักงบให้จัดสรรงบประมาณปีต่อปี เป็นงบประจำ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีงบประมาณเพียงพอในการจัดการไฟป่า ผมยกตัวอย่างงบปี ๒๕๖๘ ขอไป ๑,๘๐๐ แห่ง ได้จัดสรรงบประมาณมาเพียงแค่ ๙๐ แห่ง เท่านั้นครับ🔗

อย่างที่ ๒ เรื่องปัญหาฝุ่นในเมือง เมื่อสักครู่ได้สอบถามไปแล้วครับว่ารัฐบาล มีแนวนโยบายที่จะให้รัฐมนตรีที่รักษาการพระราชบัญญัติแต่ละฉบับออกคำสั่งแต่งตั้ง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจในการกำกับดูแลตาม พ.ร.บ. แต่ละฉบับ อย่างเช่น พ.ร.บ. ขนส่งทางบก และ พ.ร.บ. โรงงาน หรือไม่ อย่างไร🔗

อย่างที่ ๓ ครับ ในเรื่องของการแปลผล Burn Scar ภาพจากดาวเทียมที่ดู รอยเผาไหม้ เพื่อติดตามการเผาไหม้ในพื้นที่ภาคการเกษตรครับ ผมทราบมาว่าล่าสุด ณ ตอนนี้ยังมีปัญหาเรื่องการแปลผลทางเทคนิคครับที่ยังไม่สามารถเอาภาพถ่ายทาง ดาวเทียมที่เป็นรอยเผาไหม้มาใช้ในการวิเคราะห์ได้ อยากจะขอความชัดเจนจากท่าน รองนายกรัฐมนตรีในฐานะท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและ สังคมด้วย ว่าเรื่องนี้มีความคืบหน้าอย่างไร และรัฐบาลมีความพร้อมแค่ไหนในการเอา ภาพถ่ายจากดาวเทียมที่เป็น Burn Scar มาใช้ติดตามในการลดการเผาไหม้ในภาค การเกษตรครับ สำหรับการถามครั้งแรกขอตั้งคำถาม ๓ คำถามครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คุณณัฐพงษ์ครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ🔗

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมาย จากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามสดในสภาโดยท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมเรียน ท่านสมาชิกว่ารัฐบาลนี้มีความห่วงใย แล้วก็ได้มีการจัดการประชุมหลายครั้งในหลาย หน่วยงาน ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเองได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากนะครับ ในการประชุม คณะรัฐมนตรีทุกครั้งท่านได้หยิบยกประเด็นนี้มาแล้วก็มีข้อสั่งการตลอด แล้วก็หลายข้อ สั่งการนั้นได้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งผมจะขออนุญาตได้นำเรียนดังนี้นะครับ คำถามที่ท่านได้ กรุณาถามมาเรื่องงบประมาณ จริง ๆ แล้วเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเราได้อนุมัติงบกลางไป ๖๐๐ กว่าล้านบาทตามที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปนะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งที่ท่านมีความห่วงใยก็คือว่าในการจัดสรรในอนาคตในปีต่อ ๆ ไป ในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจะมีแนวทางอย่างไร ผมขออธิบายอย่างนี้นะครับว่า ในกรณีที่ ท่านถามมาว่าเรื่องของไฟไหม้ป่า การจัดการกับไฟป่า การป้องกันและการแก้ไขปัญหา ไฟป่ามีอยู่ ๒ กรณี ในกรณีที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติจะเป็นการถ่ายโอนภารกิจจากกรมป่าไม้ มีแนวทางในการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนสำหรับภารกิจป้องกันและควบคุมไฟป่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและจัดชุดเฝ้าระวัง ซึ่งเราได้ดูถึงว่าชุดเฝ้าระวังนี้ควรจะเป็นคน ในท้องถิ่นที่ช่วยกันดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการลาดตระเวน การดับไฟป่าในพื้นที่ที่มี ความเสี่ยง จากผลการดำเนินงานเรื่องป่าสงวน เป็นการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไป สำหรับภารกิจป้องกันและควบคุมไฟป่าให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เสี่ยง จำนวน ๙๐ แห่ง งบประมาณ ๑๒๒ ล้านบาท แล้วก็ยังมีการจัดโครงการอบรมเสริมสร้าง การแก้ไขปัญหาด้านไฟฟ้าหมอกควัน PM2.5 เป็นการสร้างความตระหนักรู้ถึง ๔ รุ่นด้วยกัน ให้กับผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ๑๗ จังหวัดในเขตภาคเหนือ ในจำนวนทั้งสิ้น ๑,๗๐๐ กว่าคน สำหรับการดำเนินการในระยะถัดไปกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ร่วมกับกรมป่าไม้ กรมควบคุมมลพิษ ปภ. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำแนวทางให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปจัดทำแผนป้องกัน และควบคุมไฟป่าให้มีประสิทธิภาพนะครับ🔗

ในกรณีที่ ๒ ก็คือพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ก็ได้มีประกาศคณะกรรมการการกระจาย อำนาจให้ อปท. เรื่องการกำหนดกิจการอื่นใดที่เป็นประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น ในพื้นที่ที่เป็นอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเรื่องของการจัดทำแผน แผนงาน แผนปฏิบัติการ ระบบแจ้งเตือน อาสาสมัคร และเครื่องมืออื่น ๆ ขณะนี้ผลการดำเนินการ ดำเนินการไปแล้ว ๑๙ องค์กรท้องถิ่น ในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการประสบภัย เรื่อง PM2.5 แล้วก็ขณะนี้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็มีการสำรวจพื้นที่ เพิ่มเติม🔗

ผมขออนุญาตได้พูดไปถึงเรื่องมาตรการที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นต่อในเรื่องนี้ ขณะนี้ท่านบอกว่าให้งบกลางไปแล้ว แล้วปีต่อ ๆ ไปจะทำอย่างไร ต้องเรียนว่าขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทยเองได้มีข้อสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นก็ได้ให้นโยบายในฐานะที่กำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลายเรื่องด้วยกัน ผมขออนุญาตได้นำเรียนท่านสมาชิกดังนี้นะครับ ให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทุกแห่งสามารถจัดทำแผนดำเนินงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง ขนาดเล็ก PM2.5 ได้อย่างต่อเนื่อง แล้วก็บรรจุกิจกรรมโครงการที่เกี่ยวข้องในแผนพัฒนา ท้องถิ่นเพื่อตั้งงบประมาณ ตรงนี้คิดว่าเป็นภารกิจที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นสามารถ ทำได้ และที่สำคัญนั้นก็คือว่าให้ชี้แจงและแนะนำทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ให้ตระหนักถึงสถานการณ์และอันตรายของฝุ่นขนาดเล็กที่เกิดขึ้น จากนั้นแล้วก็ยังมีอีก หลายมาตราในเรื่องการประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายต่อ สุขภาพของพี่น้องประชาชน การดำเนินการตามอำนาจหน้าที่กับผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ. การสาธารณสุข นอกจากนั้นแล้วยังมีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการ แก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ท่านได้พูดถึงเรื่องปัญหาการเผาไหม้ ท่านพูดเรื่องมันลดลงหรือไม่ ต้องเรียนว่าในเรื่องนี้ได้มีนโยบายในการบูรณาการกับ หลายหน่วยงาน ผมขออนุญาตเอาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมมีการงดรับซื้ออ้อยไฟไหม้ ห้ามรับซื้ออ้อยที่เผาเกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้อ้อยที่เกิดจากการเผาลดลง เดิม ๒๗ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ตัวเลขลดลงจากนโยบายของ กระทรวงอุตสาหกรรมเหลือแค่ ๑๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และที่ผ่านมานี้เราได้มีมาตรการ อย่างเข้มงวด ใครไม่ปฏิบัติตามเราได้มีการจัดการอย่างเด็ดขาด ที่ผ่านมานี้ได้มีการปิด โรงงานในเขตจังหวัดภาคอีสานโรงงานหนึ่ง นอกจากนั้นแล้วยังมีอีกหลาย ๆ มาตรการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีมาตรการในการงดเว้นสิทธิเกษตรกรที่เผาไร่ ที่เผานา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตัดสิทธิความช่วยเหลือ จริง ๆ มีอยู่หลายกระทรวง ผมจะพูดเฉพาะตัวเลขที่ท่านพูดว่าการเผาไหม้ลดลงหรือไม่ แม้กระทั่งใน กทม. เองก็ยังมีมาตรการหลายอย่างในเรื่องของการขอความร่วมมือเรื่องฝุ่น ท่อไอเสีย ละอองไอเสียที่เกิดจากรถ เป็นการควบคุมในเขต อย่างเช่น การห้ามรถหกล้อ เข้าไปในพื้นที่เขตที่มีฝุ่นมาก แล้วก็มีการจัด Campaign ต่าง ๆ มีการจัดให้มีห้องเรียน ปลอดฝุ่น ปัญหาของ กทม. อย่างหนึ่งก็คือว่าจังหวัดรอบปริมณฑลซึ่งบางพื้นที่มีการเกษตร แล้วก็มีการเผาบางส่วน ก็จะมีฝุ่นละอองที่อาจจะปลิวเข้ามาในเขตกรุงเทพมหานครนะครับ ซึ่งมีการติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด🔗

ในเรื่องของ GISTDA ที่ท่านกรุณาได้แนะนำมานะครับว่าในภาพถ่าย ดาวเทียม จริง ๆ แล้วเราใช้ประกอบกัน เราใช้ประกอบกันทั้ง GISTDA ทั้งกรมควบคุมมลพิษ ทั้งกรมอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ทาง กระทรวงมหาดไทยเองได้มีการจัดการประชุมทุกวันเลยนะครับ โดยให้ ปภ. เป็นหน่วย ปฏิบัติแล้วทำหน้าที่มอนิเตอร์ในเรื่องนี้อย่างเกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วนให้กับ พี่น้องประชาชนและผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อไป ผมขออนุญาตได้ตอบคำถามแรกให้ท่าน สมาชิกได้รับทราบ ขอขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านรองนายก ขอเชิญคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ถามเป็นครั้งที่ ๒ ครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านประธานครับ จากคำตอบของท่านรองนายกผมเองก็ยังได้คำตอบหลาย ๆ อย่างที่ยังไม่ ชัดเจนเพียงพอ อย่างไรก็ตามในส่วนของมาตรการในการรับซื้ออ้อยเผาครับ ตามหน้าข่าว ที่ผ่านมาเราจะเห็นว่ามีพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรไปจอดรถ อ้อยที่ขายไม่ได้เป็นจำนวนหลาย พันคัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงมาตรการที่รัฐบาลดำเนินการล่าช้าหรือดำเนินการสายเกินไปนะครับ วันนี้จึงเป็นสิ่งที่พวกเราอยากจะได้มาตรการที่มีความชัดเจนว่าท่านเริ่มดำเนินการแล้วปีหน้า จะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกครับ สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันครับท่านประธาน ที่บอกว่าอยากจะ แก้ปัญหาระยะยาว ไม่ได้อยากจะแก้ปัญหาปะผุปีต่อปี ก็คือในเรื่องของการกระจายอำนาจ ในการเพิ่มอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่วันนี้คำตอบของท่านรองนายกครับ จะเป็นคำตอบที่สำคัญที่จะทำให้เสียงของพ่อแม่พี่น้องที่จะออกไปเลือกตั้งวันเสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์นี้มีความหมายกับพวกเขามากน้อยเพียงใด ท่านประธานครับ ในฐานะที่ท่าน รองนายกรัฐมนตรีสังกัดพรรคที่เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล วันนี้ครับผมอยากทราบ อยากถามถึงความชัดเจนจุดยืนของพรรคเพื่อไทยในความจริงใจต่อการกระจายอำนาจ แต่ก่อนที่จะตั้งคำถาม ผมมีข้อมูลบางอย่างเล็ก ๆ น้อยที่อยากจะนำเสนอท่านประธานผ่านไป ทางท่านรองนายกครับ พฤติกรรม พฤติการณ์ที่ผ่านมาของพรรคเพื่อไทยครับ ผมยกตัวอย่าง อย่างเช่นตั้งแต่สมัยของรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ที่มีการบรรจุนโยบายผู้ว่าซีอีโอลงไปใน คำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ใคร ๆ ก็รู้ครับ นักปกครองที่ไหนก็รู้ สส. ที่ไหนก็รู้ ว่านโยบาย ผู้ว่าซีอีโอนั้นอยู่ตรงข้ามกับการกระจายอำนาจ ที่คนที่มีอำนาจสูงสุดในจังหวัดควรจะต้องมา จากการเลือกตั้งของประชาชน ไม่ได้มาจากการแต่งตั้ง ยังมีในเรื่องของการที่เคยปัดตก นายกไม่เซ็นรับรองครับ พ.ร.บ. แผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ที่เสนอโดย สส. วรภพ ที่มีหลักใหญ่ใจความในการเพิ่มสัดส่วนรายได้ให้กับท้องถิ่นปีละ ๑ เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ถึง เป้าหมาย ๓๕ เปอร์เซ็นต์ในอนาคต และสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยสื่อสารมาโดยตลอด ว่าอยากจะเพิ่มสัดส่วนรายได้ให้กับท้องถิ่น แล้วไหนละครับการกระทำ แล้วสัดส่วนรายได้ ท้องถิ่นเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องฝุ่นก็อย่างที่ผมได้นำเรียนไปแล้วครับ อย่าใช้วิธีปะผุจัดสรรเป็น งบกลางปีต่อปีครับ ท่านต้องมีกระบวนการที่แก้ไขปัญหาเหล่านี้ระยะยาว ต้องเพิ่มอำนาจ ให้กับท้องถิ่น งบประมาณให้กับท้องถิ่น ให้เขาจัดสรรงบประมาณจัดการปัญหาในพื้นที่ เขาได้เองครับ ยังมีในเรื่องของ พ.ร.บ. การปลดล็อกการเวนคืนที่ดินที่ผมเป็นผู้เสนอครับ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับจังหวัดสามารถจัดการปัญหาที่ดินในจังหวัดเขาได้เอง อย่างเช่น การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM2.5 เรื่องนี้อดีตนายกก็ปัดตก ไม่เซ็นรับรอง เพราะเป็นร่างการเงินครับ มาถึงรัฐบาลชุดนี้ครับ นายกแพทองธาร ชินวัตร ทุกท่านจำกันได้ไหมครับสมัยประชุมที่แล้ว พรรคประชาชนมีการเสนอ พ.ร.บ. ขนส่งทางบก เข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก็ถูกโหวต คว่ำในวาระที่หนึ่งครับ หลักใหญ่ใจความของ พ.ร.บ. ขนส่งทางบก คือการกระจายอำนาจ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับจังหวัดสามารถกำหนดมาตรฐานขนส่งสาธารณะ ให้ใช้พลังงานสะอาด อย่างเช่น รถเมล์อีวีครับ ก็ถูกโหวตคว่ำในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เช่นเดียวกัน ล่าสุดสด ๆ ร้อน ๆ ครับท่านประธาน พ.ร.บ. อากาศสะอาด ที่ สส. ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ลงไปแถลงข่าวว่าเป็นชัยชนะเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพวกเราที่ต้องการเพิ่มอำนาจให้กับ ท้องถิ่น เพราะเราได้รับเสียงความร่วมไม้ร่วมมือจากพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคที่โหวตเป็น กรรมาธิการเสียงข้างมากให้นายก อบจ. มานั่งเป็นหัวโต๊ะของคณะกรรมการอากาศสะอาด จังหวัด แต่ท่านประธานครับมีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยจากพรรคเพื่อไทยที่สงวนความเห็น ไว้ว่า🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอประทานโทษ คือผมไม่อยากให้เอ่ยชื่อพรรคใด เพราะว่าเราอภิปรายซักถามรัฐบาลนะครับ ก็อาจไปบ้าง ต่อไปก็ขอความกรุณา พรรคหนึ่งก็ได้ พรรคใหญ่ก็ได้ แต่ว่าอย่ากรุณาเอ่ยชื่อพรรค โดยไม่จำเป็น ขอความกรุณาหน่อยนะครับ เชิญต่อเลยคุณณัฐพงษ์ครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ พรรคของท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ มี สส. จากพรรคของท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ สงวนความเห็นในชั้นกรรมาธิการครับว่าอยากจะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั่งเป็นหัวโต๊ะของ คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัดครับ ไม่เพียงแค่เพื่อนสมาชิก ไม่เพียงแค่รัฐมนตรีครับ แต่ยังมีบุคคลอีกบางบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับท่านนายกรัฐมนตรี ผมขออนุญาต ไม่เอ่ยนาม เดี๋ยวท่านประธานจะต้องเบรกผมอีกนะครับ ขึ้นเวทีปราศรัยในหลายจังหวัด เชียงราย มหาสารคาม ที่บอกว่าแต่ก่อนเขาไม่เคยเห็นความสำคัญขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เพราะแต่ก่อนพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตครับ พรรคของท่านรองนายกรัฐมนตรี🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอความกรุณา อย่าเอ่ยชื่อพรรคนะครับ เพราะว่าเดี๋ยวจะมีการประท้วง ผมไม่อยากให้เสียบรรยากาศ และคุณณัฐพงษ์ก็จะเสียสมาธิด้วย ไม่อยากให้เกิดประท้วง กรุณาอย่าเอ่ยชื่อพรรคนะครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ครับ พรรคของท่านรองนายกรัฐมนตรีเคยคุมได้ทุกกระทรวง แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปครับ จึงเริ่มเห็นความสำคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการปราศรัยอีกครับว่ามองท้องถิ่น เป็นมือ เป็นไม้ เป็นแขน เป็นขา ทำงานให้กับพรรคของท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ทัศนคติ แบบนี้ การกระทำที่ผ่านมาแบบนี้ครับที่ทำให้วันนี้ผมต้องมาตั้งกระทู้ถามสด อยากถาม จุดยืนชัด ๆ เป็นคำถามดังต่อไปนี้ครับ ผมเชื่อว่าท่านรองนายกทราบดีอยู่แล้วว่าการกระจาย อำนาจหัวใจสำคัญนั้นประกอบไปด้วย ๔ ส่วน ก็คือการกระจายอำนาจ การกระจายงาน การกระจายเงิน และการกระจายคนครับ ๔ คำถามดังต่อไปนี้🔗

เรื่องแรกครับที่พรรคของท่านรองนายกเคยมีนโยบายตอนหาเสียงว่า พร้อมที่จะให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการทุกจังหวัดที่มีความพร้อม ผมอยากจะถามตอนนี้ จังหวัดที่มีความพร้อมในใจของท่านมีกี่จังหวัด และท่านยังจะดำเนินนโยบายแบบนี้เมื่อไร🔗

คำถามที่ ๒ เรื่องการกระจายเงินที่บอกไปแล้วว่าสัดส่วนรายได้ขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นต่อรัฐส่วนกลางที่นานาอารยประเทศที่เขาเจริญแล้วสัดส่วนรายได้ ท้องถิ่นเขาเกินครึ่งนะครับ บ้านเรายังคาอยู่ที่ ๒๙ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ สัดส่วนรายได้ท้องถิ่น ของรัฐบาลชุดนี้แทบไม่เพิ่มขึ้นเลยเมื่อเทียบกับรัฐบาลของพลเอก ประยุทธ์ อยากจะ สอบถามเจตนารมณ์ของรัฐบาลชุดนี้ ของพรรคที่ท่านรองนายกสังกัด ท่านมีแนวคิดที่จะเพิ่ม สัดส่วนรายได้ท้องถิ่นให้ถึง ๓๕ เปอร์เซ็นต์เมื่อไร🔗

สุดท้ายครับในเรื่องของการจัดการเรื่องบุคลากร สมัยประชุมสภาที่แล้ว ทุกท่านทราบกันดีครับ พ.ร.บ. บริหารบุคลากรท้องถิ่น ต้องล่ม ต้องถอนออกจากสภา สมัยประชุมนี้ครับข้าราชการส่วนท้องถิ่นจำนวนหลายหมื่นคนกำลังรอฟังพวกเราอยู่ครับ ว่าตกลงเราจะยกเลิกคำสั่ง คสช. เพื่อผูกขาดการจัดสอบบุคลากรท้องถิ่นไว้ที่ส่วนกลาง หรือไม่ ขณะนี้พรรคประชาชนเราเสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เข้าสู่สภาทันทีที่เปิดสมัยครับ เปิดรับฟังความคิดเห็นอยู่ อยากจะถามจุดยืนของพรรคท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าท่านจะ ผลักดันเรื่องนี้ต่อหรือไม่ และเมื่อไรครับ ขออนุญาต ๔ คำถามในครั้งที่ ๒ ครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรองนายก ตอบเป็นครั้งที่ ๒ เชิญครับ🔗

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี ต้องขอบคุณท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับ ต้องเรียนว่าคำถามท่านมีหลายเรื่อง ก่อนที่ท่านจะเข้าคำถามท่านได้อารัมภบทมาหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตได้เริ่มเลยนะครับว่า หลายมาตรการเกี่ยวกับ PM2.5 เราได้ดำเนินการแล้ว แล้วก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจในระดับที่ ต้องดำเนินการต่อ ถือว่าภารกิจยังไม่สิ้นสุด ผมได้ยกตัวอย่างเบื้องต้นอย่างเรื่องการเผาลดลง อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นท่านถามว่าปีหน้าจะเกิดไหม เราไม่อยากให้เกิดครับ ไม่มีใครอยาก ให้เกิด ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน แม้กระทั่งพี่น้องประชาชนและบุคลากรที่ได้รับ ผลกระทบไม่มีใครอยากให้เกิด เพราะฉะนั้นแล้วจุดยืนของพรรคเพื่อไทยในเรื่องนี้ท่านถาม เลยมาถึงจุดยืนเรื่องการกระจายอำนาจ พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญในเรื่องของการ กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเป็นอย่างยิ่ง ท่านอาจจะมีความรู้สึกว่ากฎหมายหลายฉบับที่ พรรคประชาชนเสนอมาอาจจะไม่ได้รับการตอบรับในสภา แต่ก็มีหลายเรื่องที่กฎหมาย ที่หลายพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นได้รับการตอบรับในสภา พรรคเพื่อไทย ก็เคยเสนอ หลายพรรคก็เคยเสนอ อย่างเช่น พ.ร.บ. เรื่องสุราเสรีนี้ก็มีการดำเนินการไปแล้ว ก็เป็นเรื่องของท้องถิ่น มิใช่เราไม่ให้ความสำคัญนะครับ แต่การผ่านกฎหมายแต่ละฉบับนั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและเรื่องสำคัญมาก แล้วก็เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎรที่ประกอบ ไปด้วยพรรคการเมืองหลายพรรค ต้องรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน ท่านถามว่านโยบาย ผู้ว่าซีอีโอนี้ไม่เกี่ยว จริง ๆ แล้วมันไม่ใกล้เคียงกันมากกับเรื่องที่ท่านมองว่าถ้าเป็นผู้ว่านี่ การกระจายอำนาจไม่เกิด จริง ๆ ไม่อยากให้คิดอย่างนั้นเลยนะครับ เป็นการบูรณาการ การทำงานร่วมกันเสียมากกว่า พ.ร.บ. ปลดล็อก จริง ๆ แล้วในวันนี้ทางกระทรวงมหาดไทย ได้คลายมาตรการแล้วก็ขอความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายอย่าง ตามที่กระผมได้กราบเรียนท่านณัฐพงษ์เบื้องต้น อย่างเช่นวันนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถทำแผนได้ในการแก้ไขปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 และเรื่องอื่น ๆ แล้วก็สามารถบรรจุ กิจกรรม โครงการ เข้ามาในแผนงานงบประมาณได้ ผมเข้าใจดีว่าการเปลี่ยนแปลงจาก สัดส่วนวงเงินงบประมาณอะไรต่าง ๆ หรือสัดส่วนเรื่องรายได้จริง ๆ แล้วก็เป็นเรื่องสำคัญ พรรคให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามเรื่องภาระงบประมาณแผ่นดินนี้ต้องดูควบคู่ ประกอบไปด้วยหลายอย่าง เพราะฉะนั้นแล้วคำถามของท่านหลายเรื่องผมขออนุญาต ได้ตอบเลยนะครับ🔗

คำถามของท่านก็คือนโยบายเรื่องการเลือกผู้ว่าราชการจังหวัด จริง ๆ แล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ แล้วก็ผมว่าเรื่องนี้หลายพรรค พรรคเพื่อไทยก็อยู่ระหว่างการ พิจารณาถึงเหตุ ถึงความเหมาะสม แล้วว่าถ้าจะเริ่มจะเริ่มที่ไหนก่อนดี เพราะปัญหานี้ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญและมีความละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง เราให้ความสำคัญ อยู่ระหว่างการ พิจารณาดำเนินการในเรื่องนี้นะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ สัดส่วนรายได้ผมไม่ตอบนะครับ ท่านเห็นด้วยหรือไม่ พ.ร.บ. บ้านเกิดเมืองนอน จริง ๆ แล้ว พ.ร.บ. นี้เข้าใจว่ายังไม่ได้เสนอเข้าสภา ยังไม่เห็นรายละเอียด ตัวผมเองก็ยังไม่เห็น เพียงแต่ได้ทราบจากสื่อสารมวลชนว่าจะมีการนำเสนอเรื่องนี้เพื่อให้ ความสำคัญกับท้องถิ่น อันนี้ยังตอบแทนไม่ได้ครับ🔗

เรื่องท้องถิ่นยังขาดอำนาจในการถ่ายโอนภารกิจหลาย ๆ อย่าง ก็ได้ตอบ ไปแล้วว่าวันนี้ท้องถิ่นสามารถทำภารกิจได้พอสมควรตาม พ.ร.บ. เรื่องของการกระจาย อำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็น PM ก็เรื่องของสิ่งแวดล้อม แล้วยังมีข้อสุดท้ายนะครับ ให้อำนาจท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาในเรื่องอื่น ๆ เพราะฉะนั้นภารกิจของท้องถิ่นเป็นภารกิจ ที่มากพอสมควรนะครับ🔗

ท่านถามเรื่องของบุคลากร แล้วก็เน้นในเรื่องว่าหลายอย่างเสนอไปไม่ได้รับ การตอบรับ จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องของสภา ถ้าท่านสามารถให้เหตุ ให้ผลในสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาได้ สภานี้ประกอบไปด้วย สส. ทุกพรรคการเมือง แล้วก็ผมเข้าใจว่า สมาชิกแต่ละท่านนั้นคงจะมีเหตุ มีผลในการพิจารณาร่างกฎหมายแต่ละฉบับ จุดยืนของ พรรคเพื่อไทย ผมไม่อยากใช้คำว่า พรรคเพื่อไทย เราเป็นนักการเมือง เราเห็นความสำคัญ ของพี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่าทุกพรรคการเมืองนั้นให้ความสำคัญกับการยกระดับ ความสำคัญของการทำให้องค์กรท้องถิ่นนั้นมีการบริหารกิจการท้องถิ่นที่มีประสิทธิภาพ แล้วก็มีสัดส่วนสามารถแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนให้ได้มากขึ้นเป็นอย่างดีนะครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านรองนายกครับ ขอเชิญคุณณัฐพงษ์ถามเป็นครั้งสุดท้าย ครั้งที่ ๓ ท่านยังมีเวลาเหลือ ประมาณ ๒ นาที เชิญครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านประธาน แล้วก็ท่านรองนายกนะครับ จากคำตอบของท่านหลาย ๆ คำตอบ ผมเชื่อว่า พ่อแม่พี่น้องที่กำลังรับฟังอยู่ก็อาจจะมีข้อคิดเห็นคล้าย ๆ กับผมที่หลาย ๆ อย่างก็ยังไม่ได้รับ คำตอบที่ชัดเจนเพียงพอสักเท่าไร มีประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อยากผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรองนายกครับ ในเรื่องของการเสนอกฎหมายที่ท่านบอกว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องอย่าลืมว่าถ้าหากเป็นพระราชบัญญัติที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีจะเป็นเรื่องด่วนครับ ตอนนี้ร่าง พ.ร.บ. บริหารบุคลากรท้องถิ่น ที่ สส. วรภพ เสนอเข้าสู่วาระ มีการเปิดรับฟัง ความเห็นอยู่นั้น สุดท้ายก็ต้องไปต่อคิวครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้ถ้ารัฐบาล ถ้า ครม. ไม่มี Action ไม่มีการกระทำเรื่องนี้อย่างจริงจังเพียงพอ เรื่องนี้ผมก็เชื่อว่าหมดสภาสมัยนี้ หมดสภาชุดนี้ เราก็ยังผลักดันเรื่องการกระจายอำนาจไปไม่ถึงไหน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ อยากจะฝากครับ ท่านรองนายกวันนี้จะตอบได้ ไม่ได้ เป็นตัวแทนของท่านนายกที่ท่านนายก มอบหมายมาด้วยตัวเอง ท่านจะตอบแทนท่านนายกได้ ไม่ได้ ผมไม่อาจทราบได้ แต่พ่อแม่ พี่น้องประชาชนที่กำลังรับฟังอยู่ทางบ้านเขารอฟังอยู่ครับว่าตกลงแล้วการกระทำของรัฐบาล ในฐานะฝ่ายบริหารเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้แค่ไหน ท่านประธานครับ ที่ผมยกประเด็นเรื่อง พ.ร.บ. บ้านเกิดเมืองนอน ขึ้นมาเพราะอะไรครับ เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นการตั้งคำถาม กระทู้ผมเปิดให้ทุกท่านเห็นว่าตั้งแต่สมัยรัฐบาลเศรษฐามาถึงรัฐบาลแพทองธารมีการออก ข้อสั่งการ มีการผ่านมติ ครม. มีการสั่งการข้าราชการไปแล้วกี่ครั้ง แต่ผลแทบไม่เกิดขึ้นเลย สิ่งที่เราเห็นคือ Action การกระทำจากพรรคร่วมรัฐบาลที่เขาเตรียมเสนอร่างกฎหมายของ ตัวเองเข้ามา ก็อยากจะฝากท่านรองนายกผ่านท่านประธานไปครับ สิ่งที่วันนี้พวกเราต้องการเห็น คือความจริงใจ การกระทำ การกระจายอำนาจจากพรรคแกนนำรัฐบาล ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คุณณัฐพงษ์ครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ🔗

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ท่านประธานที่เคารพครับ คำถามข้อสุดท้าย ของท่านสมาชิกนะครับ ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องเรียนว่าทุก พ.ร.บ. ต้องมีคณะกรรมการกลั่นกรอง มีการดูหลายขั้นตอนซึ่งท่านก็ทราบดีนะครับ ผมเรียนว่า ในฐานะที่เป็นรัฐบาลจะรับเรื่องนี้ไปดูให้ท่านอีกทางหนึ่ง แล้วก็เข้าใจว่าร่างนี้เป็นร่าง พ.ร.บ. การเงิน เพราะฉะนั้นยิ่งต้องมีการดูแลที่ละเอียดมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่ารัฐบาล จะดูร่างนี้ แล้วก็ถ้ามีความสำคัญแล้วก็เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน โดยส่วนมากรัฐบาล ก็ยินดีครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ จบกระทู้ถามที่ ๑.๑.๑ ขอบคุณคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ🔗

๒. นายณรงเดช อุฬารกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คุณนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คุณอิทธิ ศิริลัทยากร เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากในวันนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ มีภารกิจสำคัญทำให้ไม่สามารถจะมาตอบกระทู้ถามนี้ได้ จึงขอเลื่อนตอบ กระทู้ถามนี้ออกไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ถ้าคุณณรงเดชยังประสงค์จะถามต่อไปก็ขอให้ เสนอใหม่ในการประชุมครั้งต่อไปนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๙ คุณณรงเดช อุฬารกุล จะพูดอะไรไหมครับ ผมจะอนุญาตครับ ก่อนที่คุณณรงเดชจะพูดอะไรเล็กน้อย เนื่องจากการ ถามกระทู้ถามสดในครั้งนี้รัฐมนตรีไม่ได้มา ตามข้อบังคับแล้วก็เป็นไปตามนี้ แต่เนื่องจากว่า กระทู้ถามสดด้วยวาจานั้นเป็นกระทู้ถามที่สำคัญ เป็นกระทู้ถามที่ประชาชนทั่วไปสนใจและ เป็นกระทู้ถามด่วนซึ่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้อนุญาตเป็นกระทู้ถามสด ด้วยวาจาแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อท่านรัฐมนตรีไม่มา ผมก็ต้องอนุญาตให้ผู้ถามกระทู้ถามสด ด้วยวาจาซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนนี้ได้พูดเล็กน้อย แต่ท่านอย่าไปลงลึกในเรื่องกระทู้ถามนะครับ ท่านพูดว่าเร่งด่วนอย่างไร และถ้าไม่ตอบวันนี้จะเสียหายอย่างไร สั้น ๆ นะครับ เดี๋ยวจะมี ประท้วง ผมไม่อยากให้เกิดการประท้วง แต่ผมอนุญาตให้ท่านเชิญคุณณรงเดชครับ🔗

นายณรงเดช อุฬารกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณรงเดช อุฬารกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ เสียดายนะครับที่วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านนฤมลติดภารกิจไม่สามารถมาตอบได้ แต่ที่ผมต้องถามกระทู้ถามสดในวันนี้ก็เนื่องจากว่า ผมไม่เห็นบทบาทของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการออกมาแก้ไขปัญหา PM2.5 ในช่วง ๑ เดือนที่ผ่านมาครับ สัปดาห์ที่ผ่านมาเราก็ต้องนั่งฟังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ตอบปัญหา PM2.5 เมื่อสักครู่ก็ต้องฟังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม DE มาตอบเรื่องฝุ่น PM2.5 แล้วกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หายไปไหน ท่านประธานครับ อาจจะขอแสดงความสำคัญของปัญหาอย่างที่ท่านประธานพูดถึงนะครับ ยกตัวอย่างเรื่องอ้อยไฟไหม้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่มีการปิดโรงงาน เรื่อง พ.ร.บ. อ้อยไฟไหม้ พ.ร.บ. อ้อยและน้ำตาลทราย กำหนดให้ ๓ กระทรวงดูแล คือกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ แล้วก็กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขากำหนดให้มีหน้าที่ดูแลพี่น้องเกษตรกรไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ แต่ผมก็แปลกใจว่า พอมีการปิดโรงงานน้ำตาล ผมกลับไม่เห็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกมาดูแลพี่น้อง ชาวไร่อ้อย นี่ก็คือความสำคัญของปัญหานะครับ🔗

เรื่องสุดท้ายก็คือว่านอกจากผมจะไม่เห็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกมา ดูแลเกษตรกรแล้ว มาตรการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พูดถึงในสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็คือการลงโทษพี่น้องเกษตรกรที่ทำการเผาในภาคการเกษตร ซึ่งอันนี้พี่น้องเกษตรกร ก็มีความกังวลเป็นอย่างมาก ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการออกมาบอกว่าถ้ามีการเผาในภาค การเกษตรจะโดนลงโทษ จะถูกตัดสิทธิไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ชาวนาเขาฝากมาถามครับว่า สรุปปีนี้จะมีโครงการไร่ละ ๑,๐๐๐ บาทใช่ไหมครับ แล้วจะไม่ได้เหลือครึ่งเดียวแบบปีที่แล้ว ใช่ไหมครับ ซึ่งเรื่องนี้พี่น้องเกษตรกรก็มีความเป็นห่วงและมีความกังวล นอกจากท่านจะไม่ ช่วยเหลือแล้วท่านยังตัดสิทธิอยู่ ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ที่จะต้องออกมาชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกรครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมคิดว่า พอสมควรแล้วครับ🔗

นายณรงเดช อุฬารกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗

๓. นายบุญแก้ว สมวงศ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ คุณสุชาติ ชมกลิ่น ซึ่งกำลังเดินทางมานะครับ อาจจะยังมาไม่ทันตอนนี้ ผมจะอนุญาตให้ เลื่อนกระทู้นี้ไปช่วงที่ท่านรัฐมนตรีมาถึง ในช่วงที่เป็นกระทู้ถามทั่วไปจะอนุญาตนะครับ ก็เรียนให้คุณบุญแก้วรอสักนิดหนึ่ง ก็จะเริ่มเป็นกระทู้ถามทั่วไปเลยนะครับ คุณบุญแก้ว มาแล้วกรุณารอนะครับ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีแจ้งว่ากำลังเดินทางครับ🔗

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗

๑. เรื่อง ปัญหาท่าเทียบเรือและคลังสินค้าริมแม่น้ำป่าสักในพื้นที่อำเภอ นครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชริน วงศ์พันธ์เที่ยง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน🔗

ในการนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คุณทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจาก วันนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจสำคัญที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามนี้ออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ นะครับ🔗

๒. เรื่อง ปัญหาและแนวทางการแก้ไขน้ำเน่าเสีย นายสรพัช ศรีปราชญ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้แจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ท่าน นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน🔗

ในการนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คุณซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ซึ่งขณะนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการซาบีดามาพร้อมแล้วนะครับ เชิญคุณสรพัช ศรีปราชญ์ ถามได้ครับ🔗

นายสรพัช ศรีปราชญ์ สระบุรี

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม สรพัช ศรีปราชญ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี อำเภอเมือง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอแก่งคอย เฉพาะตำบลห้วยแห้งจากพรรคประชาชนครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณ ท่านประธานครับที่บรรจุวาระกระทู้ถามของกระผมเข้ามาในวาระการประชุมในวันนี้นะครับ แล้วก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ที่ได้สละเวลามาตอบกระทู้ถามซึ่งเป็นความเดือดร้อนเกือบ ๒๐ ปี ของประชาชนชาวสระบุรี ก่อนอื่นผมขอสไลด์ก่อนเลยครับ ท่านประธานหยุดเวลาให้ผมด้วย สไลด์ยังไม่มาครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถามได้ระหว่างที่ รอสไลด์จะขึ้นภาพใช่ไหมครับ ฝ่ายโสตมีปัญหาอะไรไม่ทราบครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสรพัช ศรีปราชญ์ สระบุรี

ท่านประธานที่เคารพ ปัญหาน้ำเน่าเสีย ได้มีการเกิดขึ้นมานานมากครับ ประชาชนมีการร้องเรียนกันมาหลายต่อหลายปี ผมขอลำดับ เหตุการณ์ให้ท่านประธานและท่านรัฐมนตรีเข้าใจเพิ่มขึ้นดังนี้นะครับ🔗

ปัญหานี้เริ่มต้นเกิดขึ้นที่คลองเกดและคลองห้วยตะเข้ กินพื้นที่ตำบล กุดนกเปล้า ตำบลหนองปลาไหล และตำบลปากข้าวสาร อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี น้ำนี่เน่าเสียและมีกลิ่นเหม็นมาก ประชาชนที่อยู่บริเวณนั้นไม่สามารถใช้ชีวิตนอกบ้านได้เลย เพราะกลิ่นสร้างความเดือดร้อนรำคาญมากครับ ผมได้นำเรื่องนี้มาปรึกษาหารือในสภาตั้งแต่ ได้รับเลือกตั้งใหม่ ๆ แต่ผลที่ได้รับนั่นก็คืออะไรครับ ไม่มีการแก้ไขใดๆ จากหน่วยงาน นี่ครับดูสภาพน้ำเน่าเสียดำเหม็นขนาดนี้ครับท่านประธาน ขอรูปต่อไปเลยครับ นี่ครับก็เป็นน้ำที่เน่ามาก เหม็นมากนะครับ ชาวบ้านอยู่กันแทบไม่ได้ ขอต่อไปครับ นี่เป็นเสียงสะท้อนนะครับที่ประชาชนผ่านทางออนไลน์กลุ่มข่าวด่วนสระบุรี ต่อไปเลยครับ นี่ก็เป็นข่าว โอเคครับ เอาสไลด์ลงได้เลยครับ ปัจจุบันนี้นอกจากไม่มีการแก้ไข ปัญหาใด ๆ แล้ว ต้นเหตุผลทดสอบน้ำก็ยังไม่รู้ว่าเกิดขึ้นจากที่ไหน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมงง แล้วก็สงสัยเป็นอย่างมากว่าทำไมการทดสอบน้ำหรือหาสาเหตุมันยากเย็นขนาดนี้ครับ ท่านประธานครับ จากที่ตอนแรกปัญหาน้ำเน่าเสียยังไม่ขยายเป็นวงกว้าง เมื่อไม่ได้รับการ แก้ไขหน่วยงานต่าง ๆ นิ่งเฉยไปหมด เลยทำให้น้ำมันเริ่มเน่าเสียเพิ่มขึ้นทุกวัน จนทำให้ ปัจจุบันปัญหานี้ลุกลามขึ้นเรื่อย ๆ เพราะปลายทางของคลองที่เกิดน้ำเน่าเสียมันจะไปลงที่ อ่างเก็บน้ำคลองเพรียว อ่างเก็บน้ำคลองเพรียวผมก็คิดว่ามันมีขนาดค่อนข้างที่จะใหญ่มาก สามารถเก็บน้ำได้เป็นจำนวนมาก แต่การไม่ถูกการจัดการแก้ไขเลยทำให้น้ำกลายเป็นน้ำเน่า ไปทั้งอ่าง แล้วน้ำจะไปไหนต่อละครับท่านประธาน อ่างเก็บน้ำคลองเพรียวปล่อยน้ำออกเป็น ๒ ทางนะครับ คือ ๑. ตามคลองชลประทาน ๒. ลงแม่น้ำป่าสัก ท่านประธานครับ ปัญหานี้ จะไม่ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างในจังหวัดสระบุรีเลยถ้าเทศบาลเมืองสระบุรีไม่ใช้น้ำจากแม่น้ำ ป่าสักตรงนี้เป็นแหล่งน้ำดิบผลิตน้ำประปาและให้บริการประชาชน เพราะว่าน้ำที่ปล่อยจาก อ่างเก็บน้ำคลองเพรียวในส่วนที่ไปลงแม่น้ำป่าสักนี่มันไปตรงจุดที่มันสูบขึ้นมาทำน้ำประปา ของตัวเทศบาลเมืองสระบุรีพอดิบพอดีนะครับ ทีนี้คนที่ใช้น้ำประปาก็จะเดือดร้อนกันไป เพราะว่าบริเวณพื้นที่ให้บริการของเทศบาลเมืองสระบุรีก็เป็นในเขตของตำบลปากเพรียว น้ำที่ชาวบ้านได้รับไปมันทั้งคัน ทั้งเหม็น บางคนก็ทนไม่ไหวต้องไปซื้อน้ำมาใช้เอง ก็อย่างข่าว ที่สไลด์เมื่อสักครู่ที่ผมยกให้ดู หลังจากเกิดเหตุเป็นวงกว้างทางจังหวัดก็ได้มีการแก้ไขซึ่งเป็น แนวทางที่ดีขึ้นนะครับ มีการตั้งคณะกรรมการโดยมีตัวแทนของประชาชนเข้าไปร่วมแก้ไข ปัญหานี้ด้วย แต่ก็ยังไม่มีแผนที่จะแก้ไขปัญหานี้ให้พี่น้องประชาชน หรืออาจจะมีแล้วแต่ว่า ประชาชนไม่รู้ก็เป็นไปได้🔗

คำถามแรกที่ผมจะถามนั้นก็คือ จากปัญหาที่เกิดขึ้นทางรัฐบาลจะช่วยแก้ไข ปัญหาในระยะสั้น ระยะยาว เพื่อคืนสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตให้ประชาชนอย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณคุณสรพัช ศรีปราชญ์ ครับ เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ🔗

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสรพัช ศรีปราชญ์ ในเรื่องของการจัดการปัญหาน้ำเสียในพื้นที่จังหวัดสระบุรี เดิมดิฉันต้องขออธิบายข้อเท็จจริง ก็คือในเรื่องของปัญหาน้ำเสียในพื้นที่จังหวัดสระบุรี เดิมทีแล้วปัญหานี้เกิดในช่วง Peak สุด ก็ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาค่ะ เพราะว่าช่วงตุลาคมที่ผ่านมานี้เป็นช่วงที่สภาพอากาศ เปลี่ยนแปลงแล้วก็เป็นเหตุการณ์ที่เราไม่สามารถที่จะรับมือกับสภาวะที่เปลี่ยนแปลงไปได้ ก็เกิดมีฝนตกอย่างหนัก ก็คือ Rain Bomb ทำให้การควบคุมปริมาณน้ำเสียที่ไหลลงสู่ แหล่งน้ำไม่สามารถที่จะควบคุมได้ ซึ่งเดิมทีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมจังหวัดหรือว่า จะเป็นกรมควบคุมมลพิษก็พยายามที่จะเข้าไปควบคุมแล้วก็ตรวจสอบวัดคุณภาพน้ำอยู่เสมอ แต่ว่าในกรณีที่ฝนตกชะสิ่งปฏิกูลลงสู่แม่น้ำ เรียกว่าอาจจะเกินกำลังความสามารถ แต่ว่าทุกหน่วยงานก็พยายามดำเนินการแก้ไข แล้วทางจังหวัดเองก็ได้มีการหารือกันเรื่องนี้ มีการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมากนะคะ ทางจังหวัดสระบุรีนำโดยท่านผู้ว่า ราชการจังหวัดก็ได้มีการประชุมร่วมกัน ๓ ฝ่าย ก็คือฝ่ายของทางหน่วยงานราชการ ภาคเอกชนก็คือผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม แล้วก็ฝ่ายของพี่น้องประชาชน การหารือก็ได้ข้อสรุปนะคะว่าขอให้ปิดฝายที่จะส่งน้ำนั้นไปสู่ชุมชน ก็ปิดฝายในช่วงต้นก่อน ก่อนที่จะไหลเข้าสู่ชุมชน เพื่อทำการบำบัดน้ำเสียในจุดนั้นแล้วก็ไม่ให้น้ำเสียนั้นถูกปล่อยลงสู่ แม่น้ำลำคลองที่จะไหลไปสู่คลองปากเพรียว แล้วก็ลงสู่แม่น้ำป่าสักค่ะ🔗

ในกรณีที่ ๒ ที่ท่านได้พูดถึงในเรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ำประปานะคะ ดิฉันขอเรียนชี้แจงว่าน้ำประปานี้อยู่ในเขตพื้นที่ของเทศบาลเมืองสระบุรีนะคะ เนื่องจากว่า ในพื้นที่นั้นมีจุดสูบน้ำ สถานีสูบน้ำ ซึ่งเป็นน้ำที่ได้รับน้ำเน่าเสียมาใช่ไหมคะ ทางเทศบาลเอง ก็ได้มีการแก้ไขโดยการที่จะเพิ่มสถานีสูบน้ำ แล้วก็เพิ่มกำลังการผลิตน้ำเพื่อให้อยู่เหนือ แหล่งน้ำที่มีสิ่งปฏิกูลลงไป ก็เพิ่มการผลิต ซึ่งงบประมาณตอนนี้ก็คาดว่าได้รับการจัดสรรแล้ว แล้วก็มีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน คาดว่าโครงการนี้จะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคมปีนี้นะคะ ก็จะทำให้เรื่องของการจ่ายน้ำประปาไปยังพี่น้องประชาชนไม่เกิดปัญหาในกรณีที่เกิดสภาวะ วิกฤติธรรมชาติที่เราไม่สามารถที่จะควบคุมได้🔗

อีกกรณีหนึ่งก็คือเรื่องของการผลิตน้ำประปาตรงนี้เราก็ยังใช้ตัวเก่าอยู่ แต่ว่าในสภาพการณ์ปกติ ในสถานการณ์ปกติการผลิตน้ำยังคงเป็นไปด้วยความมี ประสิทธิภาพ ไม่ได้เกิดปัญหาในการผลิตแต่อย่างใด ไม่ส่งกลิ่นเน่าเหม็น แล้วปัญหาที่เกิด ตอนนี้ดิฉันก็ได้มีการประสานไปทางจังหวัดสระบุรี ซึ่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีการรายงาน มาว่าตอนนี้เรื่องของปัญหาน้ำเน่าเสียมีกลิ่นเหม็นไม่ได้เป็นปัญหา แต่ว่าอาจจะเป็นในช่วง ของเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แน่นอนค่ะว่าดิฉันได้รับทราบถึงปัญหาแล้วก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ จริง ๆ ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติด้วยนะคะที่ใช้สถานที่รัฐสภาอันทรงเกียรติ แห่งนี้เป็นการสะท้อนในเรื่องของปัญหาพี่น้องประชาชน ก็ขอเรียนให้ทราบว่าดิฉันก็จะเร่ง ติดตามอย่างใกล้ชิด ขอบคุณค่ะ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญผู้ตั้งกระทู้ถามครับ🔗

นายสรพัช ศรีปราชญ์ สระบุรี

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม สรพัช ศรีปราชญ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี อำเภอเมือง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอแก่งคอย เฉพาะตำบลห้วยแห้งจากพรรคประชาชน ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี สำหรับคำถามแรก แต่ว่าปัญหานี้มันกระทบใน ๒ ด้าน แบ่งเป็น ๑. คือด้านของเรื่องกลิ่น และ ๒. ด้านอุปโภคบริโภค ในวันนี้เรื่องของด้านอุปโภคบริโภคของเทศบาลเมืองสระบุรี ที่ประชาชนเอาน้ำประปาไปใช้อาจจะไม่มีปัญหาแล้ว ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ให้ งบประมาณไปช่วยซ่อมแซมด้วยนะครับ แต่ในเรื่องของกลิ่น ผมขอยืนยันกับท่านรัฐมนตรี ว่ายังมีปัญหาอยู่ครับท่านรัฐมนตรี คือกลิ่นถ้าหากว่าวันไหนท่านว่าง ๆ โทรหาผมก็ได้ครับ เดี๋ยวผมจะพาท่านลงพื้นที่ไปดูว่าทุกวันนี้กลิ่นมันเน่าจริง ๆ แล้วก็กลิ่นตัวนี้ประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนมา ๑๐ กว่าปีแล้วครับท่านประธาน🔗

สำหรับผมในคำถามที่ ๒ ก็คือในเรื่องของด้านกลิ่นนี่ละครับ ด้านกลิ่น ผมอยากจะสอบถามว่าจากผลกระทบที่ประชาชนเผชิญอยู่นี้รัฐบาลจะเยียวยาประชาชน จากเรื่องกลิ่นอย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ🔗

ขอถามเป็นคำถามที่ ๓ ไปด้วยทีเดียวเลยนะครับ ทุกวันนี้เรารู้กันครับว่า ทางรัฐบาลก็มีการสั่งการอะไรอย่างนี้ไปมากมาย แต่ว่าทางหน่วยงานบางทีก็เพิกเฉย เมินเฉย รวมถึงไม่เกิดการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน🔗

อีกคำถามหนึ่งของผมก็จะถามท่านรัฐมนตรีทีเดียวไปเลยนะครับว่า หากรัฐบาลมีคำสั่งให้แก้ไขไปแล้ว แต่หน่วยงานต่าง ๆ ยังคงเพิกเฉย จะมีแนวทางจัดการ ปัญหานี้อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ขอเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติดังนี้นะคะ ในเรื่องของ ปัญหาเรื่องกลิ่น เมื่อวานนี้หลังจากที่ดิฉันได้รับทราบถึงปัญหาก็ได้มีการเรียกประชุมหารือ หลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นในบทบาทของกระทรวงมหาดไทยก็ดูในเรื่องของ แนวนโยบาย บทบาทของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเองก็มีกรมควบคุม มลพิษเข้ามาหารือแล้วก็แนะแนวทางในการแก้ไข แล้วก็มีอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี ได้มีการหารือร่วมกัน แล้วก็ดิฉันได้มีการขอความร่วมมือจากองค์การจัดการน้ำเสียของ กระทรวงมหาดไทยได้มาให้ความรู้ แล้วก็แนวทางในการกำจัดน้ำเสียให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งเดิมทีการกำจัดน้ำเสีย อจน. ไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ของ อปท. ได้ เนื่องจากว่าศักยภาพของพื้นที่ไม่สามารถที่จะควบคุมได้ เราจึงให้ อจน. เข้าไปเป็นพี่เลี้ยง เข้าไปดูแหล่งน้ำชุมชน เพื่อให้ชุมชนพี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะแน่นอนว่า เรื่องของกลิ่นเหม็นเอย หรือว่าเรื่องของการอุปโภคบริโภคย่อมส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ของพี่น้องประชาชน จึงให้หลายหน่วยงานร่วมกันหารือแล้วก็เป็นการบูรณาการร่วมกัน หลายภาคส่วน ทางกรมควบคุมมลพิษเองก็ได้มีการแนะแนวทางในเรื่องของการใช้ EM ในการกำจัดกลิ่นเหม็น แล้วก็ในเรื่องของกระทรวงอุตสาหกรรมเองก็ได้มีการตรวจวัด คุณภาพน้ำ ซึ่งเป็นการสุ่มตรวจ อาจจะมีรอบการตรวจเพิ่มมากขึ้น แล้วเมื่อเช้าดิฉันก็ได้ หารือกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ท่านก็รับทราบ ถึงปัญหา ท่านก็บอกว่าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับท่าน ท่านก็พยายามจะไปผลักดัน ท่านก็มีการ ต่อสายถึงทางจังหวัดสระบุรีให้ดูแนวทางแก้ไขเรื่องของการปล่อยสิ่งปฏิกูลจากโรงงาน อุตสาหกรรม ซึ่งอย่างที่ท่านสมาชิกได้เรียนตอนแรกว่าในเรื่องของประเด็นปัญหาดิฉัน ก็พยายามที่จะซักถามเช่นกันว่ารากของปัญหาคืออะไร เพื่อที่จะได้นำไปสู่การแก้ไขที่ถูกต้อง ซึ่งรากของปัญหาคือเป็นการปล่อยน้ำเสีย ซึ่งเราไม่สามารถหาที่มาที่ไปได้ แต่ทางนักวิชาการ ก็ได้มีคำแนะนำว่าเราสามารถที่จะใช้วิทยาศาสตร์ในการตรวจสอบได้ว่าสารปนเปื้อนในน้ำนี้ มาจากแหล่งไหน ซึ่งเราก็สามารถที่จะย้อนกลับไปต้นน้ำได้ว่าเหตุเกิดนั้นเกิดจากที่ไหน กันแน่ เพื่อที่ว่าเราจะได้เข้าไปควบคุม แล้วก็เข้าไปตรวจสอบอย่างจริงจัง แล้วก็เข้มข้นนะคะ🔗

ในส่วนของแผนระยะยาวนะคะ ซึ่งตอนนี้ทางจังหวัดราชบุรีก็ได้มีการขอ งบประมาณ ขอสนับสนุนงบประมาณโดยกรมชลประทานในการก่อสร้างฝาย เพื่อให้มวลน้ำ ทั้งหมดมากักเก็บตรงนี้ แล้วก็ปรับปรุงน้ำ แล้วก็คืนน้ำดีให้สู่สภาพแวดล้อม ให้สู่แหล่งน้ำ ต่อไปนะคะ ก็เป็นการบำบัดน้ำเสียในส่วนหนึ่งที่คาดว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนชาวจังหวัดสระบุรีได้ แล้วอย่างที่ท่านเรียนว่าถ้าดิฉันลงพื้นที่ ดิฉันก็ยินดีนะคะ ยินดีที่จะไปทำงานร่วมกับท่าน เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าอย่างที่เรียน ให้ทราบว่าเมื่อปัญหามาถึงโต๊ะแล้ว ดิฉันไม่สามารถที่จะนิ่งนอนใจแล้วก็ปล่อยให้ปัญหา กลับไปสู่พี่น้องประชาชน ดิฉันไม่สามารถทำได้ ก็ขอเรียนให้ทราบว่าก็พยายามจะเร่งมือ ในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ในอีกส่วนหนึ่งก็คือท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านก็ได้มีการสั่งการไปที่จังหวัด ราชบุรีว่าให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดควบคุมการประชุมโดยการที่มีหน่วยงานทุกหน่วยงาน มาร่วมกันบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อเคาะประเด็นปัญหาต่าง ๆ แล้วก็เพื่อที่จะขับเคลื่อนไป แล้วก็ให้มีการรายงานผลดำเนินการกลับมายังส่วนกลางทุกเดือน และส่วนตัวดิฉันเองก็จะ ติดตามอย่างใกล้ชิดเช่นกันค่ะ แล้วอย่างที่เรียนให้ทราบว่าทุกหน่วยงานมีความพร้อมที่จะ เข้ามาช่วยเหลือบูรณาการ เพราะว่าจากการที่ดิฉันได้มีการประชุมย่อยเมื่อวานนี้ก็ทำให้ ทราบว่าทุกหน่วยงานพยายามที่จะเข้ามาแก้ไขในเรื่องนี้ แล้วก็แน่นอนว่าถ้ารัฐบาลมีความ ตื่นตัวมีความจริงจังที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แน่นอนดิฉันว่าส่วนราชการ ก็พร้อมที่จะร่วมขับเคลื่อนไปกับดิฉันแน่นอน ในส่วนของบทลงโทษแน่นอนมีอยู่แล้วค่ะ แต่ดิฉันมีความเชื่อมั่นว่าข้าราชการทุกท่านก็พร้อมที่จะร่วมขับเคลื่อนไปด้วยกัน ขอบคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายสรพัช ศรีปราชญ์ สระบุรี

เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม สรพัช ศรีปราชญ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้มา ตอบคำถาม แต่ว่าอยากจะฝากท่านรัฐมนตรี ๑ เรื่อง ก็คือพอเราได้แผนระยะสั้น ระยะยาว มาแล้วก็อยากให้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบด้วยว่าจะมีการแก้ไข ภายในกี่เดือน เราจะได้เห็นอะไร ภายใน ๑ ปีเราจะได้เห็นภาพอะไร ผมเข้าใจครับ ท่านรัฐมนตรีว่าภายในระยะเวลาอันสั้นมันไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ เพราะเป็นปัญหา ที่หมักหมมมาเกือบ ๒๐ ปี แต่ว่าก็อยากจะมีแผนให้ประชาชนได้เห็นว่า ๑ ปีเราจะได้เห็น อะไร ๒ ปีจะได้เห็นอะไร หรือระยะสั้น ๓ เดือนเห็นอะไร ๖ เดือนเห็นอะไร ฝากท่าน รัฐมนตรีไว้เท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เป็นอันจบกระทู้ถามทั่วไปที่ ๑.๒.๒ ต้องขอบคุณทางท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ ต่อไปครับ🔗

๓. เรื่อง ปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าตามแนว เส้นทางคมนาคม นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทนนะครับ🔗

ในการนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คือท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้มาตอบกระทู้ถามแทนนะครับ แต่เนื่องจากว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ติดภารกิจราชการที่ได้ นัดหมายไว้แล้ว จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ก็แจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ🔗

ระเบียบวาระต่อไปคือ ๑.๓. กระทู้ถามแยกเฉพาะ วันนี้ได้ดำเนินการถาม และตอบที่ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ชั้น ๑ ไปเรียบร้อยแล้วนะครับ🔗

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

ก่อนดำเนินการถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอชี้แจงให้ที่ประชุม ทราบดังนี้นะครับ🔗

๑. การถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะแต่ละกระทู้ให้ถามและตอบได้ เรื่องละไม่เกิน ๒ ครั้ง และต้องถามและตอบให้แล้วเสร็จภายใน ๒๐ นาที ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ และข้อ ๑๗๓ ประกอบ ข้อ ๑๖๗🔗

๒. กระทู้ถามแยกเฉพาะอนุญาตให้ประชาชนเข้าร่วมรับฟัง ต้องขอความ ร่วมมือผู้ที่ได้รับอนุญาตกรุณาปฏิบัติตามระเบียบของสภาผู้แทนราษฎร บุคคลที่เข้ารับฟัง การประชุมจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ข้อ ๔ ข้อ ๕ ซึ่งกำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตรักษา มารยาทประพฤติตนให้เหมาะสมอยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยาที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจาส่อเสียดใด ๆ อันเป็นการรบกวนขัดขวางการประชุม และห้ามใช้เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์สื่อสารใด ๆ บันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำการใด ๆ เป็นการถ่ายทอด การประชุมสู่บุคคลภายนอก ถ้าตรวจพบก็จะเชิญออกจากห้องประชุมนะครับ🔗

๑. เรื่อง ปัญหาน้ำประปาไหลช้า น้ำประปาไม่ไหลในตำบลคูคต และตำบล ลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี นายเชตวัน เตือประโคน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยมีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยท่านติดภารกิจสำคัญ ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง🔗

ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ได้อนุญาตให้ตัวแทน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้นะครับ ๑. ท่านเอกรินทร์ ภู่พงษ์ ผู้อำนวยการการประปาส่วนภูมิภาค เขต ๒ การประปา ส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย ท่านที่ ๒ ท่านสุทธิศักดิ์ ศรีหอม ผู้อำนวยการกองระบบ ผลิตและควบคุมคุณภาพน้ำ การประปาส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย และได้อนุญาตให้ ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถามดังนี้นะครับ ท่านแรก ท่านเทพรัตน์ เพชรประพันธ์ ท่านที่ ๒ ท่านชูชาติ พัธนสิทธิ์ ท่านที่ ๓ ท่านชวิน กสิกิจพงศ์พันธุ์ ท่านที่ ๔ ท่านโนรี ศรีชัย ท่านที่ ๕ ท่านวันทิตา วงศ์มี ท่านที่ ๖ ท่านจีดาพา สมรักษ์ ท่านที่ ๗ ท่านวริสา ลาภะสัมปัน ต่อไปเชิญท่านเชตวัน เตือประโคน ถามรัฐมนตรีเป็นคำถามแรกครับ เชิญครับ🔗

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี พื้นที่เทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลเมืองลาดสวายครับ ผมต้องขอบคุณท่านประธานครับ ที่ได้บรรจุกระทู้นี้เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนะครับ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ที่กรุณามาตอบกระทู้ถามเรื่องที่เป็นปัญหา ความเดือดร้อนแสนสาหัสของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของผมครับ แล้วก็ขอบคุณด้วยครับ ที่อนุญาตให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ของผมได้เข้ามาร่วมรับฟังการตั้งกระทู้ถามในวันนี้ ท่านประธานครับ ปัญหาน้ำประปาไม่น่าเชื่อนะครับว่าเป็นปัญหาที่เผชิญกันอยู่เหมือน ๆ กัน ในหลาย ๆ พื้นที่ ตอนเช้าเวลามีการปรึกษาหารือ ท่านก็น่าจะได้รับทราบถึงปัญหาเรื่อง น้ำประปาในทั่วประเทศ เช่นเดียวกันเมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการเองก็เพิ่งตอบกระทู้ ในสภามาในเรื่องของน้ำประปาเช่นกันนะครับ เรื่องน้ำมีสี มีกลิ่น เรื่องน้ำไหลอ่อน ไหลเบา เป็นปัญหาที่เป็นเหมือนกันหมดเลยครับ ในพื้นที่ของผมในส่วนของตำบลคูคต ตำบล ลาดสวาย เรื่องน้ำประปารับผิดชอบโดยการประปาส่วนภูมิภาค สาขารังสิต (ชั้นพิเศษ) ชั้นพิเศษนี้หมายความว่ามีผู้ใช้น้ำตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ รายขึ้นไป ๑๐๐,๐๐๐ ราย หมายความว่า มีประชาชนใช้น้ำมากกว่านี้แน่ ๆ ครับ ๑๐๐,๐๐๐ ราย คือจำนวนหลัง จำนวนบ้านเรือน จำนวนโรงงานต่าง ๆ และที่ผมใช้คำว่า ให้บริการลูกค้า นั่นก็เพราะว่าในการใช้น้ำของ ประชาชนนั้นมันไม่ใช่ของฟรี ประชาชนต้องมีค่าใช้จ่าย ดังนั้นการประปาส่วนภูมิภาคซึ่งก็คง ต้องส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าใช่ไหมครับ ไม่ใช่ว่าบางวันประชาชนเขาได้รับน้ำที่มันมีสี บางวันประชาชนได้รับน้ำที่มีกลิ่น หรือบางวันน้ำไม่ไหล น้ำไหลอ่อน เป็นต้น และบางที ก็ทำให้ทรัพย์สินของประชาชนเสียหายด้วย ท่านประธานครับ ผมมีสไลด์ต่อไปนี้ซึ่งเป็นเสียง สะท้อน ขออนุญาตเปิดสไลด์นะครับ ของลูกค้าที่ใช้บริการของการประปาส่วนภูมิภาค สาขารังสิต (ชั้นพิเศษ) นะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

ขอสไลด์ต่อไปด้วยนะครับ มีความผิดพลาดเล็กน้อยนะครับ อันนี้เป็นแค่ตัวอย่างเดียว ทางทีมงานผมหยิบมาให้แค่ อันเดียว จริง ๆ มันจะมีหลายข้อความมาก ก็ตามที่เห็นในภาพเรื่องน้ำไหลอ่อน สไลด์ลงได้ เลยครับ ท่านประธานครับ การประปาส่วนภูมิภาค สาขารังสิต (ชั้นพิเศษ) มีจำนวนลูกค้า ทั้งหมด ๑๕๔,๕๙๐ กว่าราย และส่วนใหญ่ก็เป็นที่พักอาศัยประมาณ ๑๓๒,๐๐๐ กว่าราย พื้นที่ของผมแน่นอนครับ คูคตกับลาดสวายเป็นหมู่บ้าน เพราะฉะนั้นประชาชนที่ใช้น้ำ ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นที่อยู่อาศัย ปัญหาที่ประชาชนประสบเป็นดังนี้ครับ อันดับ ๑ เลยก็คือ น้ำไหลอ่อน น้ำไหลเบา และบางครั้งเวลาที่จะหยุดจ่ายน้ำก็ไม่ได้มีการประชาสัมพันธ์ที่ดีพอ ทำให้ประชาชนไม่ได้รับรู้ แล้วก็ทำให้ไม่ได้เตรียมตัวรับมือ ไหลอ่อนนี่อ่อนขนาดไหนครับ ผมขอเล็กน้อยนะครับท่านประธาน ไหลอ่อนนี้อ่อนในระดับที่ว่าถ้าไม่ติดปั๊มน้ำ ถ้าไม่ติด แท็งก์น้ำ น้ำก็แทบจะไหลแบบเมะ ๆ เลยนะครับ ประชาชนชวนผมเข้าไปที่บ้านครับ แล้วก็เปิดน้ำให้ดูผ่านสายยาง ที่ไม่ได้ติดปั๊มน้ำนะครับ น้ำไหลเบามาก ขณะที่พอยกสายยาง ขึ้นมาถึงระดับศีรษะ ก็ปรากฏว่าน้ำหยุดไหลไปแล้ว หรือบางหลังก็ร้องเรียนมาว่าวันเสาร์ วันอาทิตย์ ถ้าจะต้องซักผ้า ถ้าจะต้องใช้น้ำ ก็ต้องกรองน้ำไว้ก่อน ต้องเตรียมน้ำไว้ก่อน เพราะเช้าวันเสาร์ วันอาทิตย์ ซึ่งประชาชนอยู่บ้าน คนใช้น้ำพร้อม ๆ กันจะทำให้น้ำไม่ไหล ดังนั้นต้องเก็บกักน้ำไว้ก่อน เสียเงินเสียทองสำหรับการซื้อปั๊มน้ำ ซื้อแท็งก์น้ำ ยังต้องเสียเวลา รอกรองน้ำ นอนดึกด้วย ไม่อย่างนั้นเช้ามาจะไม่มีน้ำไหลครับ นี่คือสภาพที่ผมไปเจอครับ ท่านประธาน ก็ต้องกรองน้ำกันแบบนี้ ส่วนขวดเปรียบเทียบก็เป็นเรื่องของสี🔗

ดังนั้นครับท่านประธานคำถามแรกที่ผมจะถามผ่านท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรีก็คือว่า ท่านมีแนวทางในการจัดการปัญหาน้ำประปาไหลช้านี้อย่างไร ขอทราบ รายละเอียดครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีคำถามแรกครับ🔗

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้รับการมอบหมายจากท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการตอบกระทู้ถามเกี่ยวกับปัญหาน้ำประปา ไหลช้า น้ำประปาไม่ไหล ในตำบลคูคต และตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ดิฉันขอเรียนให้ทราบว่าน้ำประปาไหลช้าแล้วก็ไม่ไหล เนื่องจากว่าอย่างที่ท่าน สส. เชตวัน ทราบดีนะคะว่าผู้ใช้น้ำประปาในตำบลคูคต ลาดสวาย อำเภอลำลูกกา มีจำนวนเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง แล้วก็ท่อจ่ายน้ำจากสถานีผลิตน้ำมีระยะทางค่อนข้างไกล แล้วขนาดของท่อ และอายุการใช้งานมีอายุการใช้งานเกินกว่า ๒๐ ปี การประปาส่วนภูมิภาคก็กำลังดำเนินการ แก้ไขแล้วก็ดำเนินการก่อสร้างโครงการอยู่หลายโครงการ แบ่งออกเป็นแผนระยะสั้น แล้วก็แผนระยะยาวดังนี้นะคะ🔗

แผนระยะสั้นโครงการแรกก็เป็นเรื่องของการดำเนินการโครงการรับซื้อน้ำ จากภาคเอกชนเพื่อจ่ายน้ำเข้าเส้นท่อบริเวณถนนคลองหก แล้วก็คลองเจ็ด เพื่อรองรับชุมชน บริเวณคลองหก คลองเจ็ด แล้วก็ผลที่คาดว่าจะได้รับจะเป็นการเพิ่มการผลิต ๖,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งในขณะที่เรากำลังมีแผนระยะยาว เราก็จะใช้แผนการซื้อน้ำ จากเอกชนเป็นการบรรเทาเบื้องต้นไปก่อน อันนี้เป็นโครงการที่ ๑🔗

ส่วนโครงการที่ ๒ ก็เป็นการซื้อน้ำประปาเพื่อรองรับชุมชนบริเวณคลองแปด ตำบลหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๖๘ แล้วก็อยู่ ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง สามารถที่จะเพิ่มปริมาณการผลิตได้ไม่น้อยกว่า ๓๕,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งคาดว่าจะซื้อน้ำได้จริงแล้วก็นำมาผลิตจ่ายน้ำให้กับพี่น้องประชาชน ได้ภายในเดือนสิงหาคม ๒๕๖๘ ก็จะมีผู้ใช้น้ำที่ได้รับประโยชน์เป็นจำนวนมากนะคะ แล้วก็ ในขณะที่โครงการแต่ละโครงการก็กำลังดำเนินไป ทางการประปาส่วนภูมิภาคก็ไม่ได้ นิ่งนอนใจ ก็มีการขุดเจาะบ่อบาดาลในเขตพื้นที่ของการประปาเอง ขุดเจาะลึกลงไปประมาณ ๔๐๐-๕๐๐ เมตร เพื่อหาระดับน้ำที่ได้มาตรฐาน น้ำที่มีคุณภาพมากที่สุดเพื่อเป็นการบรรเทา ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งการขุดเจาะนี้สามารถที่จะผลิตน้ำได้ ๑๐๐ คิวต่อชั่วโมง ซึ่ง ๑ วันก็ได้ประมาณ ๒,๔๐๐ คิว เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาเบื้องต้นให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ในเรื่องของเวลาน้ำไม่ไหลดิฉันก็พยายามที่จะประสานกับทางการประปาส่วนภูมิภาค ทุก ๆ เขตว่าเมื่อมีเหตุน้ำไม่ไหล สิ่งแรกก็คือว่าขอให้ทางเขตรายงานดิฉันและรายงานไปยัง พ่อแม่พี่น้องประชาชน มีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าจะมีการหยุดจ่ายน้ำเมื่อไร เพราะเนื่องจากว่าพี่น้องประชาชนไม่สามารถใช้น้ำอุปโภคบริโภค การบริหารจัดการชีวิตเขา ก็อาจจะมีการคลาดเคลื่อนไป ก็ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชน ดิฉันจึงมี การแจ้งไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อที่จะประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนทราบว่าถ้ามีท่อรั่ว ท่อซึมต้องการเร่งการซ่อมแซมก็ขอให้แจ้งพี่น้องประชาชน บอกเป็นตารางเวลาที่แน่นอน เพื่อที่พี่น้องประชาชนจะได้รับทราบ แล้วก็ไปบริหารจัดการชีวิตของพี่น้องประชาชนได้ค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปท่านเชตวันคำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรียนท่านประธานครับ เชตวัน เตือประโคน สส. จังหวัดปทุมธานี ในพื้นที่ตำบลคูคตและตำบลลาดสวาย ขอบคุณท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ทำให้ทราบว่าตอนนี้มีการเตรียมรับซื้อน้ำจาก ภาคเอกชน แล้วก็การเจาะบาดาลเพิ่ม ท่านประธานครับ ผมพูดอย่างนี้แล้วกันครับว่า เทคโนโลยีของประปาไม่ใช่เทคโนโลยีอะไรใหม่เลย เท่าที่ผมได้มีโอกาสไปไปดูงานที่เทศบาล ตำบลอาจสามารถ อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด ที่คณะก้าวหน้าที่นำโดยคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ไปทำ ไปช่วย แล้วก็พัฒนาให้เป็นระบบน้ำประปาดื่มได้ ผมไปดูมาแล้วก็ เห็นว่าไม่มีอะไรใหม่ เทคโนโลยีนะครับ ไม่ใช่อะไรใหม่เลย คือสูบน้ำจากแม่น้ำชีที่อยู่ห่าง ออกไป ๗ กิโลเมตร เอามาผ่านรางวน ให้น้ำวนไปวนมาตกตะกอนใส่คลอรีน แกว่งสารส้ม เก็บไว้ที่ถังพักน้ำด้านล่าง ยิงขึ้นหอสูงแล้วก็จ่ายไปตามบ้าน ตามระบบครัวเรือนต่าง ๆ นี่ก็เป็นตัวอย่าง ไม่ได้เป็นเทคโนโลยีที่ซับซ้อนครับ แต่สำหรับในพื้นที่ของประชาชน เขาก็บอกผมมาว่าไม่ได้คาดหวังถึงขั้นน้ำประปาดื่มได้หรอกครับ ขอแค่น้ำประปาไหลได้ ไหลแรงก็พอ แค่นี้ก็พอใจแล้วครับ แต่ปัญหาก็คืออย่างนี้ครับท่านประธาน การวัดเคพีไอของการประปาส่วนภูมิภาคที่กำหนดไว้ นั่นก็คือเรื่องของการลดปริมาณในการสูญเสียน้ำใช่ไหมครับ ดังนั้นเพื่อการลดการสูญเสียน้ำ ในระบบ ท่านก็เล่นที่จะไปเลือกไปลดแรงดันของน้ำแทน แทนที่จะไปควบคุมในเรื่องของ คุณภาพมาตรฐานความแข็งแรงของท่อน้ำ แล้วก็เพิ่มแรงดันให้ได้ตามมาตรฐาน แต่ไปลด แรงดันเพื่อที่จะไม่ให้ท่อแตกน้ำรั่ว มันก็เลยทำให้ประชาชนรับน้ำที่ไหลช้าไป ไม่มีแรงดัน ผมเคยพูดคุยกับทางการประปาส่วนภูมิภาค สาขารังสิต (ชั้นพิเศษ) มาแล้วครั้งหนึ่ง ก็ได้รับ การชี้แจงว่ามีการตั้งงบประมาณในปี ๒๕๖๘ สำหรับการประปาส่วนภูมิภาค สาขารังสิต (ชั้นพิเศษ) ๔๖ โครงการ ๗๗๐ ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งก็เป็นงานปรับปรุงประสิทธิภาพของ ระบบท่อจ่ายน้ำนี่ละครับ ซึ่งตรงนี้ผมก็อยากทราบเหมือนกันว่ามันมีความคืบหน้าไปถึงไหน ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของทั้งระบบ ทำไปแล้วเท่าไร แล้วในการเปลี่ยนท่อท่านประธาน ทราบไหมครับ ในการเปลี่ยนท่อ ประสานท่อ เปลี่ยนท่อใหม่ ตรงนี้ท่านประธานทราบไหมครับ ประชาชนเขาได้รับผลกระทบจากโครงการ คือหยุดไหลทั้งวันแล้วไม่พอ หยุดไหลทั้งวัน ไปแล้วใช่ไหมครับ แต่พอเชื่อมประสานเสร็จน้ำที่ไหลเข้าบ้านช่วงแรก ๆ ก็จะเป็นน้ำที่มีสี มีกลิ่น ขุ่นข้น ประชาชนก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายน้ำ เพราะว่ามันผ่านมิเตอร์ ทั้งที่น้ำที่ได้รับไปนั้น ไม่สามารถใช้ได้ และขณะเดียวกันประชาชนบางหลังน้ำเข้าแท็งก์เต็ม ๆ ก็ต้องไปล้างแท็งก์อีก เสียค่าล้างแท็งก์ นี่ก็เป็นปัญหาที่ผมตั้งข้อสังเกตว่าทางการประปาส่วนภูมิภาคสามารถที่จะ ชดเชยประชาชนได้หรือเปล่า ผมก็ไปศึกษามาแล้วว่ามันไม่มีกฎหมายอำนาจในเรื่องของการ ชดเชยตรงนี้ ซึ่งนี่คือเหตุผลที่ผมตั้งข้อสังเกตว่าถ้าประชาชนได้รับผลกระทบ ได้รับความ เสียหายจากการให้บริการของการประปาส่วนภูมิภาคนั้น ผมคิดว่าเราควรต้องมีการแก้ไข เพื่อให้มีการชดเชยเยียวยาให้ด้วย🔗

ดังนั้นคำถามที่ ๒ ของผมก็คือท่านมีแนวทางในการแก้ปัญหาท่อประปาแตก ท่อประปารั่วซึม ซ้ำซาก เรื้อรัง ที่นำมาสู่การหยุดจ่ายน้ำ เพื่อซ่อมท่อประปาเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม อย่างในภาพนี้ผมก็แชร์เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์ให้กับการประปาส่วนภูมิภาค สาขารังสิต (ชั้นพิเศษ) ก็จะมีเรื่องของการประชาสัมพันธ์แบบนี้ แต่คิดว่าประชาชนเอง ก็ยังไม่ค่อยรับทราบเท่าไร คือท่านจะแก้ปัญหาแบบนี้อย่างไร ขอทราบรายละเอียดด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีคำถามที่ ๒ ครับ🔗

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

เรียนท่านประธานที่เคารพนะคะ ดิฉันขอเรียนให้ทราบว่าการแก้ปัญหาท่อแตก ท่อรั่วซึม ซ้ำซาก เรื้อรัง ทำให้เกิดการหยุดจ่ายน้ำ ทางการประปาส่วนภูมิภาคก็ได้มีความพยายามที่จะ บริหารแรงดัน แล้วก็ควบคุมแรงดัน เพื่อให้ครอบคลุมครบทุกพื้นที่ ในระหว่างที่รอโครงการ ขนาดใหญ่อย่างที่ดิฉันได้เรียนไป แล้วก็โครงการขนาดใหญ่จะทำให้ระบบน้ำมีความเสถียร ทั้งระบบ แล้วก็พยายามที่จะนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาตรวจสอบในเรื่องของจุดรั่ว เพื่อที่ว่า การแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนจะได้สามารถเข้าไป Service ให้เร็วที่สุดนะคะ อย่างทันท่วงที แล้วก็เรื่องของโครงการขนาดใหญ่ มีเรื่องโครงการที่ปรับปรุงก่อสร้าง ขยายเขตไปยังอำเภอธัญบุรี อำเภอลำลูกกา อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการขยายเขตมี ๓ ส่วน ซึ่งส่วนที่ ๒ แล้วก็ส่วนที่ ๓ ตอนนี้ได้ ดำเนินการไปแล้ว ๙๐ เปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะเสร็จภายในเดือนมีนาคมนี้เป็น ๒ ส่วน เพื่อที่ว่า เราจะได้เพิ่มท่อรับน้ำจากทางจังหวัดอยุธยาเข้ามาสู่จังหวัดปทุมธานี เนื่องจากว่าเขต ของท่านเป็นตำบลลาดสวายแล้วก็ตำบลคูคตการใช้น้ำเป็นการใช้น้ำปลายท่อ เขาเรียกว่า เป็นเส้นขอบแดน เส้นชายแดนพอดี ก็เลยทำให้การบริหารจัดการน้ำอาจจะมีปัญหาบ้าง ซึ่งดิฉันก็พยายามให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการแก้ไข ดิฉันก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ แล้วก็เรื่องของการลดน้ำสูญเสียเราก็มีโครงการที่จะไปปรับปรุงท่อเพื่อเพิ่มคุณภาพการผลิต เพื่อยกระดับมาตรฐาน ก็จะมีโครงการในปี ๒๕๖๘ นี้คาดว่าจะใช้เวลาสักนิดหนึ่งนะคะ สักประมาณปีถึง ๒ ปีในการดำเนินการก่อสร้าง เพื่อที่จะสามารถแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนทั้งระบบ แล้วก็อย่างที่เรียนให้ท่านทราบว่าดิฉันก็มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะแก้ไข ปัญหาเรื่องของการบริหารจัดการในเรื่องของน้ำประปาให้กับพี่น้องประชาชน ดิฉันพยายาม จะทำให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เรื่องของแรงดัน เรื่องของการส่งจ่ายน้ำ ก็พยายามให้พี่น้อง ประชาชนได้รับน้ำประปาที่มีคุณภาพ แล้วก็มีความเสถียรมากที่สุดนะคะ🔗

แล้วก็ในเรื่องของน้ำดื่มสะอาดเพื่อประชาชนก็เป็นอีกนโยบายหนึ่งของ กระทรวงมหาดไทยที่พยายามจะผลักดันในเรื่องของน้ำดื่มสะอาดเพื่อประชาชน เราจะมีการ จัดตั้ง Mini Station ซึ่งแยกจากการบริการจากเส้นท่อปกติ ซึ่งจุด Mini Station เราก็จะมี เทคโนโลยีเข้ามา ก็คือเป็นเทคโนโลยี RO Reverse Osmosis ในการกรองน้ำให้ได้มีคุณภาพ มากที่สุด ให้สะอาดมากที่สุด แล้วก็มีในเรื่องของการใช้รังสีอัลตราไวโอเลตในการฆ่าเชื้อ แล้วก็มีการผลักดันกันตลอดในเรื่องของ Mini Station ตอนนี้ก็มีการผลักดันไปแล้ว ปีที่แล้ว ๑๐ ที่ ๑๐ แห่ง ปีนี้ก็จะมีการผลักดันให้เพิ่มขึ้น โดยพยายามที่จะให้ครอบคลุม ๗๐ แห่งในประเทศไทย แล้วก็คาดว่าในปี ๒๕๗๐ จะทำให้ครอบคลุมทุกสาขาการผลิตของ การประปาส่วนภูมิภาค ๒๓๔ สาขา ดิฉันก็พยายามทำทุกอย่างค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ น้ำดื่มเพื่อประชาชนหรือว่าเป็นน้ำดื่มเพื่อการสาธารณูปโภคให้กับพี่น้องประชาชน ก็ไม่ได้ นิ่งนอนใจ แล้วก็จะรับประเด็นปัญหาของท่านไว้ แล้วก็นำไปสู่การแก้ไขต่อไป แล้วก็จะมีการ ประสานกับการประปาส่วนภูมิภาคตลอด เพราะตัวดิฉันเองก็เปิดช่องทางทางเฟซบุ๊กเช่นกัน ให้พี่น้องประชาชนได้ร้องเรียนนะคะ ในเรื่องของปัญหาน้ำประปาก็มีการรายงานความ เคลื่อนไหวตลอด มีพี่น้องประชาชนเข้ามาร้องเรียนบ้าง ดิฉันก็พยายามที่จะแก้ทุกปัญหา ให้ครอบคลุม แล้วก็ให้ทั่วถึงทุกพื้นที่ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ มีอะไรฝากไหมหรือว่าจบแล้ว เดี๋ยวถามนอกรอบก็ได้นะครับ วันนี้มีเรื่องเดียว ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านเชตวัน ขอบคุณครับ ขอบคุณ ผู้ชี้แจงครับ🔗

๒. เรื่อง สอบถามความคืบหน้าในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยปางค่า หมู่ที่ ๑๖ บ้านห้วยปางค่า ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน และอ่างเก็บน้ำ ห้วยตั๊กแต้ หมู่ที่ ๑๒ บ้านห้วยแพ่ง ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน นายรังสรรค์ มณีรัตน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหนังสือแจ้งว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอัครา พรหมเผ่า เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจ สำคัญที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว ทำให้ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามในวันนี้ได้ จึงขอเลื่อน การตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรสอง🔗

๓. เรื่อง การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งในเขตชลประทานของจังหวัด พิษณุโลก นายนพพล เหลืองทองนารา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ท่านอัครา พรหมเผ่า เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจสำคัญที่ได้ นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว ทำให้ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามในวันนี้ จึงขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามดังกล่าวออกไปเป็นวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง🔗

๔. เรื่อง แนวทางการจัดการเรื่องที่อยู่อาศัยและค่าชดเชยเยียวยา กรณีชุมชน ริมทางรถไฟ ที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟความเร็วสูง ในเขตอำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น นายวีรนันท์ ฮวดศรี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นางมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีภารกิจสำคัญ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไป เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง🔗

๕. เรื่อง ขอทราบความคืบหน้าการพิจารณาการใช้พื้นที่ของกรมป่าไม้ เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่แฝก ตำบลแม่แฝกใหม่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ นางสาวพุธิตา ชัยอนันต์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมติดภารกิจ สำคัญที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า ขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง🔗

๖. เรื่อง อ่างเก็บน้ำคลองหลวงรัชชโลทร นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ท่านอัครา พรหมเผ่า เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจสำคัญที่ได้นัดหมายไว้ ล่วงหน้าแล้ว ทำให้ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามในวันนี้ได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถาม ดังกล่าวออกไปเป็นวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง🔗

สำหรับวันนี้ก็จบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ขอปิดการประชุมครับ สวัสดีครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ย้อนกลับมาที่กระทู้ถามสดด้วยวาจาที่เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานได้แจ้ง ต่อที่ประชุมไว้ว่าท่านรัฐมนตรีสุชาติ ชมกลิ่น ท่านตั้งใจที่จะเดินทางมาตอบกระทู้ถามของ ท่านบุญแก้ว สมวงศ์ ที่ได้ถามท่าน แต่ว่าขณะนี้เมื่อสักครู่ได้ติดต่อประสานงานไปกับทาง ท่านรัฐมนตรีแล้วท่านก็ตั้งใจอยู่ที่จะมาตอบ คาดว่าอีกประมาณสัก ๑๐ นาทีน่าจะมาถึง ทีนี้ก็จะถามท่านบุญแก้วครับว่ายังมีความประสงค์ที่จะถามท่านรัฐมนตรีอยู่หรือไม่ครับ🔗

นายบุญแก้ว สมวงศ์ ยโสธร

กราบเรียนท่านประธานครับ ยังรอได้ครับ ท่านประธานครับ ยังมีความประสงค์ที่จะสอบถามอยู่ครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็เป็นเรื่องสำคัญนะครับ ฉะนั้นระหว่างรอท่านรัฐมนตรีเดินทางมาเข้าใจว่าไม่เกิน ๑๐ นาทีนี้ ผมขออนุญาตพักการประชุมสัก ๑๐ นาที เพื่อรอท่านรัฐมนตรีนะครับ🔗

พักประชุมเวลา ๑๑.๓๗ นาฬิกา🔗

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๑.๔๔ นาฬิกา🔗

ท่านรัฐมนตรีได้เดินทางมาถึงแล้วนะครับ ก็ขอเข้าสู่ระเบียบวาระกระทู้ถามสดด้วยวาจา กระทู้สุดท้ายของท่านบุญแก้ว สมวงศ์ ถาม ทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เชิญผู้ตั้งกระทู้ครับ เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายบุญแก้ว สมวงศ์ ยโสธร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นก็ต้อง ขอขอบคุณท่านประธานและท่านรัฐมนตรีที่ให้ผมได้ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา เรื่องการแก้ไข ปัญหามันสำปะหลังตกต่ำ เพราะว่ามันสำปะหลังถือเป็นพืชเศรษฐกิจของพี่น้องเกษตรกร เพราะว่าทั้งประเทศผู้ปลูกมันสำปะหลังหลายภาคส่วนที่จะออกมาเรียกร้องราคา มันสำปะหลังตกต่ำ แล้วก็มันสำปะหลังถือเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ โดยประเทศไทย มีพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังจำนวนหลายล้านไร่กระจายตัวอยู่ทั้งภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคตะวันออก โดยมันสำปะหลังมีตลาดรองรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้ประเทศไทยถือเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ระดับโลก ท่านก็คงจะเห็นว่าในสไลด์เป็น มันสำปะหลังที่หลาย ๆ พื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดของท่านรัฐมนตรี ชลบุรีก็มีมันสำปะหลัง เยอะเหมือนกัน ทางพี่น้องชาวชลบุรีก็ฝากมาด้วยว่าปัญหามันสำปะหลังเป็นปัญหาใหญ่ ของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง โดยจังหวัดยโสธรมันสำปะหลังมีอยู่ประมาณ ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ ไร่ โดยเฉพาะจังหวัดยโสธรกระจายอยู่ทั้งจังหวัด เช่น อำเภอเมือง มีพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังอยู่ประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ไร่ อำเภอคำเขื่อนแก้ว มีผู้ปลูกมันสำปะหลังอยู่ประมาณ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ไร่ อำเภอมหาชนะชัยมีพื้นที่ปลูก มันสำปะหลังอยู่ประมาณ ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ ไร่ อำเภอเลิงนกทามีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง ประมาณ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ไร่ อำเภอป่าติ้วมี ๘,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ ไร่ มีทั้งเกษตรกร ได้รับผลกระทบจากปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำเป็นจำนวนมากทั่วจังหวัด เพราะว่า มันสำปะหลังท่านคงเห็นสไลด์ในจอราคาหน้าลานอยู่ ๑.๘๕ บาท การที่เราจะช่วยเหลือ หรือเยียวยาและปัญหาของพี่น้องเกษตรกรเป็นปัญหาใหญ่ พี่น้องกว่าจะได้มันแต่ละปี แต่ละต้น แต่ละหัวมัน เอาขึ้นมาทำให้พี่น้องประชาชนลำบากมาก ตอนนี้พี่น้องชาวจังหวัด ยโสธรของผมนี่เป็นพื้นที่ที่ปลูกมันสำปะหลังระดับต้น ๆ ดูสิครับท่านประธาน ลำบากแค่ไหน กว่าจะได้มันขึ้นรถ กว่าจะได้ไปขายได้กิโลกรัมละ ๑.๘๕ บาท ผมในฐานะที่เป็นตัวแทนของ พี่น้องประชาชนก็อยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่ามีการศึกษาสาเหตุปัญหาหรือแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างไร เยียวยาเกษตรกรผู้ที่ได้รับผลกระทบจากราคามันสำปะหลัง ตกต่ำอย่างไร จะมีหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือเยียวยาอย่างไร และสามารถดำเนินการต่อไป อย่างไร ขอคำถามที่ ๑ ครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านบุญแก้วนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ก่อนอื่นต้อง กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่เคารพที่ให้โอกาสผม แล้วก็ขอขอบคุณพี่ สส. บุญแก้ว สมวงศ์ ซึ่งท่านเป็น สส. จังหวัดยโสธร เขต ๒ ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งท่านก็ให้โอกาสผม ผมมาช้านิดหนึ่งขอโทษครับ พอดีติดภารกิจเร่งด่วนแล้วก็รถมันติดนิดหนึ่ง แต่ว่าตั้งใจมา ตอบกระทู้ถามนี้ เพราะว่าได้รับการประสานมาแทนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านรัฐมนตรีพิชัย นริพทะพันธุ์ ซึ่งท่านได้ติดภารกิจ แล้วผมตั้งใจมาตอบกระทู้ถามของท่าน สส. บุญแก้ว สมวงศ์ ในวันนี้นะครับ🔗

คำถามแรกที่ท่าน สส. ได้ตั้งคำถามมาว่ามีการประเมินสถานการณ์อย่างไร สาเหตุแล้วก็วิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไร ผมกราบเรียนว่าสถานการณ์ที่เราประเมินของ กระทรวงพาณิชย์ ผลผลิตที่ผ่านมาเราต้องยอมรับว่ามันเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์ เลยทำให้มีผลผลิตที่มากขึ้นจากปีที่แล้ว แล้วก็การส่งออกเราต้องยอมรับว่า เราพึ่งพาการส่งออกไปทางสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นส่วนใหญ่ แล้วก็ราคาแอลกอฮอล์ จากจีนซึ่งเอาจากมันสำปะหลังไปทำนั้นมีการลดลง เลยทำให้การนำเข้าหรือการรับซื้อมัน มีผลกระทบกับประเทศไทย ซึ่งสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ท่าน สส. บุญแก้ว สมวงศ์ สส. จังหวัดยโสธร เขต ๒ ซึ่งเป็นห่วงพี่น้องประชาชนในเรื่องของเกษตรกร ในเรื่องของ มันสำปะหลัง ต้องยอมรับว่ารัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ท่านไม่ได้นิ่งนอนใจ ในเรื่องนี้ ท่านได้กำชับกระทรวงพาณิชย์ แล้วกระทรวงพาณิชย์เองก็ได้นำเสนอเข้า ครม. ในเรื่องของการช่วยเหลือหรือการรักษาเสถียรภาพราคามันสำปะหลังไปประมาณ ๔ โครงการแล้วนะครับ ซึ่งเม็ดเงินก็หลายร้อยล้านบาท ซึ่ง ครม. โดยท่านนายกรัฐมนตรีนั้น ได้อนุมัติเห็นชอบไปแล้วเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อดึงดูดอุปทานในช่วงการออกสู่ ตลาดที่มาก ๆ เช่น โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการเก็บ Stock มันสำปะหลังวงเงิน ๓๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้กับสถาบันเกษตรกรในการรวบรวม มันสำปะหลังวงเงินอีกหลายสิบล้านบาท และที่สำคัญก็คือการสนับสนุนการแปรรูป หัวมันสำปะหลังให้เป็นมันเส้นในวงเงินอีกหลายสิบล้านบาท แล้วก็สนับสนุนให้ ธ.ก.ส. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสนับสนุนสินเชื่อให้แก่เกษตรกรใช้เป็นทุน หมุนเวียนในการรับซื้อและการผลิตแปรรูปต่าง ๆ กราบเรียนนะครับว่ากระทรวงพาณิชย์เอง โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านพิชัย นริพทะพันธุ์ ท่านเองก็ได้ไปที่ ประเทศจีน แล้วก็ไปทำ MOU ที่นครเซี่ยงไฮ้และเฉิงตู ซึ่งเป็นตลาดใหม่ลงนาม MOU ไปเรียบร้อยประมาณ ๔๔๐,๐๐๐ กว่าตัน ก็เป็นเงินหลักหลายพันล้านบาทในส่วนนี้นะครับ แล้วในวันที่ ๑๖ มกราคมที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านก็ได้ไปพบกับ เอกอัครราชทูตที่ปรึกษาสาธารารณรัฐประชาชนจีน ได้เป็นสักขีลงนามใน MOU กับผู้ประกอบการมันสำปะหลังไทยกับบริษัท COFCO รัฐวิสาหกิจนำเข้าธัญพืชของจีน ซึ่งซื้อขายมันเส้นปริมาณ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าตัน ซึ่งเป็นเงินหลายพันล้านบาท ในส่วนนี้ก็เลย เรียนท่าน สส. บุญแก้ว ว่าทางรัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ท่านได้กำชับกระทรวงพาณิชย์คือเราต้องดูแลพี่น้องเกษตรกรให้มีขวัญและกำลังใจ แล้วก็มีแหล่งตลาดใหม่ ๆ และต้องสนับสนุนให้เขาอยู่ได้ รัฐบาลก็จะได้มีความรู้สึกว่าเราได้ ใกล้ชิดประชาชน แล้วก็ใกล้ชิดเกษตรกรในส่วนนี้ ขอให้ท่านมั่นใจได้ว่านโยบายรัฐบาล ได้ดูแลใกล้ชิดแล้วก็ประคับประคองในเรื่องของสินค้าเกษตรทุกชนิด ไม่ใช่เฉพาะ มันสำปะหลัง ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญท่านบุญแก้ว คำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายบุญแก้ว สมวงศ์ ยโสธร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม บุญแก้ว สมวงศ์ จังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ปัญหาที่ทางผมได้นำเสนอให้กับพี่น้อง เกษตรกรนั้นก็ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ ผมก็ต้องสะท้อนมาหาท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อให้มาตอบ ปัญหาราคามันตกต่ำในครั้งนี้ ผมได้เห็นท่านรัฐมนตรีพิชัย นริพทะพันธุ์ ที่ท่านได้ไปจับมือกับ ผู้นำเข้ายักษ์ใหญ่ของจีน ซื้อมันสำปะหลังของไทย ๙.๐ แสนตัน รวมเป็นเงิน ๘,๐๐๐ ล้านบาท ผมเห็นท่านว่าจะดูดซับมันสด ๓ ล้านตัน ดึงราคามันทั้งระบบสูงขึ้นตั้งเป้า ๓ บาท ต่อกิโลกรัมในอนาคตนะครับ ผมก็อยากจะทราบข้อมูลว่า ๓ บาทนั้นทางท่านรัฐมนตรีจะให้พี่น้องเกษตรกรรอคอยนาน ถึงขนาดไหน ตอนนี้มันสำปะหลังก็ใกล้จะหมดแล้วนะครับ ก็อยากฝากคำถามไปยังรัฐมนตรี มีแนวทางที่จะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์แบบนี้ในอนาคตอย่างไร และมีแนวทาง บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการเรื่องนี้อย่างไรในอนาคต อันใกล้หรืออันไกลที่ทางรัฐมนตรีจะให้พี่น้องประชาชนได้ปรบมือได้กิโลกรัมละ ๓ บาทต่อไปครับ ขอคำตอบครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ขอบคุณครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ แล้วก็เพื่อนสมาชิก ท่าน สส. บุญแก้ว สมวงศ์ สส. จังหวัดยโสธร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ซึ่งตั้งคำถามที่เป็นคำถาม ที่พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่ปลูกมันสำปะหลังนั้นอยากได้ยินจากนโยบาย รัฐบาล ผมกราบเรียนนะครับว่าสิ่งที่ท่าน สส. บุญแก้ว สมวงศ์ ท่านตั้งคำถามแล้วมีความ ห่วงใยกับพี่น้องเกษตรกรชาวมันสำปะหลังนั้นเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญและจะต้องทำ ให้ได้ วันนี้เราพยายามดูตัวเลขจากเมื่อก่อนที่ท่านเห็นตอนราคาตกต่ำมาก ๆ นั่นราคาอยู่ที่ ๑ บาทกว่า ตอนนี้ประมาณ ๒ บาทถึง ๒.๔๐ บาท มันพยายามจะขึ้นเป็นกราฟขึ้นไปนะครับ แต่เราจะทันกับสินค้าที่ออกสู่ตลาดซึ่งกำลังจะเป็นตลาดวายไหมเรากำลังเร่งอยู่ อันนี้เป็น บทเรียน บทเรียนของหลาย ๆ ภาคส่วนที่เราต้องคิดถึงปัญหา แนวทางในอนาคตที่เรา จะต้องทำ ในวันนี้ผมได้รับข้อมูลจากท่าน สส. บุญแก้ว สมวงศ์ ซึ่งท่านเองก็อยู่ในพื้นที่ที่ปลูก มันสำปะหลังเยอะ ผมจะนำข้อมูลทั้งหมดหารือกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมทั้งผู้บริหารในกระทรวงพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องมันสำปะหลัง เพื่อต้องวางแผน แล้วก็อาจจะต้องมาหาข้อมูล ขอข้อมูลจากท่าน สส. บุญแก้ว สมวงศ์ แล้วก็ได้ลงพื้นที่ แล้วก็ขอคำแนะนำจากภาคปฏิบัติจริง ๆ ว่าจะต้องทำอย่างไร ในส่วนรัฐบาลเองเป้าหมาย นโยบายเราต้องการเห็นตัวเลข ๓ บาทอยู่แล้วครับ แต่ว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้มาบรรจบ กันให้ได้ ในส่วนนี้ต้องอาศัยทางท่าน สส. ซึ่งท่านมีความห่วงใยแล้วก็ใส่ใจในเรื่อง มันสำปะหลังโดยตรง ซึ่งเราเองต้องขอความร่วมมือในส่วนนี้ นโยบายต่าง ๆ ที่รัฐบาล ต้องคิดนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านรัฐมนตรีพิชัย นริพทะพันธุ์ ท่านก็ได้ประชุมหารือ ผมเองก็ได้มีส่วนร่วมในความคิดบางอย่างในเรื่องนี้ เราต้องแปรรูป นำสินค้ามันสำปะหลังซึ่งเวลาออกสู่ตลาดเยอะ ๆ เราอาจจะต้องหาตลาดใหม่ ๆ แล้วก็ แปรรูปออกไปเพื่อให้ได้มีมูลค่ามากขึ้นในส่วนนี้เป็นเป้าหมายหลัก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ในส่วนที่ เราต้องใช้ทูตพาณิชย์ที่อยู่ต่างประเทศในการกระจายสินค้า ในการเจรจาสินค้า เพื่อให้สินค้า เกษตรของเรานั้นเป็นสินค้า Premium มีราคาที่สูงขึ้น ผมกราบเรียนสุดท้ายว่ารัฐบาล ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีท่านให้ความสำคัญกับพี่น้องเกษตรกรพืชทุกชนิด ซึ่งไม่ใช่เฉพาะ มันสำปะหลัง เราพยายามระดมความคิด ระดมแนวทางต่าง ๆ เพื่อที่จะทำให้พี่น้องเกษตรกรนั้น ได้ลืมตาอ้าปากแล้วก็ไม่เป็นวงจรเดิม ๆ แบบเหมือนปีที่ผ่าน ๆ มาทุกครั้ง ๆ เราจะต้อง ดีขึ้น ๆ สุดท้ายนี้ผมต้องขอขอบคุณท่าน สส. บุญแก้ว สมวงศ์ ซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้อง ชาวจังหวัดยโสธร เขต ๒ ซึ่งท่านมีความรู้แล้วก็มีข้อมูลเรื่องมันสำปะหลังเยอะมากนะครับ เดี๋ยวหลังจากบนบัลลังก์นี้ผมก็อาจจะต้องขออนุญาตไปขอข้อมูลจากท่านเพิ่มเติม เพื่อนำมาให้ข้าราชการอีกครั้งหนึ่งครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่านบุญแก้วต่อเนื่อง เชิญครับ🔗

นายบุญแก้ว สมวงศ์ ยโสธร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม บุญแก้ว สมวงศ์ จังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ที่ได้มาตอบกระทู้ถามสดของผม ซึ่งผมหวังว่าการตอบกระทู้ของท่านรัฐมนตรีก็คงจะไป แก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันได้ ก็ขอขอบคุณท่านอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ขอขอบคุณ ท่านประธานสภาที่ให้โอกาสผมได้ถามกระทู้ถามสดเรื่องมันสำปะหลังตกต่ำในครั้งนี้อีกครั้ง ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากทั้งผู้ถามแล้วก็ผู้ตอบอยู่ในเวลาแล้วก็กระชับดีครับ ได้ใจความ เป็นอันจบวาระ กระทู้ถามสดด้วยวาจานะครับ ต่อไปท่านศรันย์มีอะไรครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอญัตติเปลี่ยนแปลง ระเบียบวาระการประชุม ครั้งที่ ๑๒ วันพุธที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒) โดยจะขอนำร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่าย แก่จำเลยในคดีอาญา(ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอตามระเบียบวาระ เรื่องด่วนที่ ๕ ขึ้นมาพิจารณาก่อนระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณา เสร็จแล้ว เพื่อที่ประชุมจะได้ลงมติในวาระที่หนึ่ง โดยให้มีผลในการประชุมครั้งถัดไป การประชุม ครั้งที่ ๑๔ วันพุธที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ท่านศรัณย์ได้ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒) ขอเปลี่ยนระเบียบวาระ ซึ่งขอนำเรื่องที่เราพิจารณาค้างกันไว้เมื่อวานก็คือ ร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ ซึ่งตามปกติแล้วก็จะอยู่ในระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๕ เพื่อขึ้นมาพิจารณาก่อน ระเบียบวาระที่ ๔ คือเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว เพื่อที่จะให้พวกเราได้ลงมติ ในวาระที่หนึ่ง แล้วก็จะได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการต่อไปนะครับ ซึ่งจะให้มีผลบังคับ ในการประชุมในครั้งถัดไปก็คือในวันพุธที่ ๕ สัปดาห์หน้า ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ วรรคสอง ท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้เปลี่ยนระเบียบวาระตามที่ท่านศรัณย์เลขาวิปรัฐบาลได้เสนอ เมื่อสักครู่นะครับ ต่อไปครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗

๑. รับทราบสรุปผลการพิจารณาและผลการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับรายงาน ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและเสนอแนะการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับกิจการประมงให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรมกับผู้ประกอบการประมงและกิจการ ประมงทั้งระบบ🔗

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้แจ้งเรื่องรับทราบรายงานและข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าว ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ ทางเลขาคณะรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่าทางคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๘ รับทราบสรุป ผลการพิจารณาและผลการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับรายงานดังกล่าวตามที่กระทรวงเกษตร และสหกรณ์เสนอและแจ้งให้สภาผู้แทนราษฎรทราบต่อไป รายละเอียดปรากฏตามเอกสาร ที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ🔗

๒. รับทราบเรื่อง วุฒิสภาได้พิจารณารับทราบรายงานผลการดำเนินการตาม มาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗🔗

ด้วยสำนักเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๗ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณารับทราบรายงาน ผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้ทราบ🔗

๓. รับทราบนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๘🔗

ด้วยผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินได้เสนอนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินประจำ ปี ๒๕๖๘ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๒๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ รายละเอียดปรากฏตาม เอกสารที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ🔗

ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ ขอเชิญผู้ที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง ในที่ประชุมนะครับ ท่านแรก พลเอก ชนะทัพ อินทามระ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ท่านที่ ๒ ท่านศิลักษณ์ ปั้นน่วม กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ท่านที่ ๓ ท่านมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ท่านที่ ๔ ท่านธีรยุทธ วัฒนะธรรมศิริ ผู้อำนวยการสำนักนโยบาย และแผนการตรวจเงินแผ่นดิน ท่านที่ ๕ ท่านศุภมาส กิ่งสวัสดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มบริหาร ความเสี่ยงและควบคุมภายใน ทางผู้ชี้แจงพร้อมนะครับ ถ้าพร้อมแล้วก็เชิญท่านผู้ชี้แจงได้ แถลงได้เลยนะครับ🔗

พลเอก ชนะทัพ อินทามระ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

เรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ตามมาตรา ๒๘ ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พุทธศักราช ๒๕๖๑ ให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินจัดทำนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๘ แล้วแจ้งสภาผู้แทนราษฎรทราบและเผยแพร่ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปนั้น ผม พลเอก ชนะทัพ อินทามระ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน นางสาวศิลักษณ์ ปั้นน่วม กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมคณะ ได้มาขอรับทราบข้อสังเกตและข้อเสนอแนะจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อนำไป ประกอบการพิจารณาดำเนินการต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่าน พลเอก ชนะทัพ อินทามระ ท่านสมาชิกได้อ่านรายงานของทางการตรวจเงิน แผ่นดินเรียบร้อยนะครับ ท่านสมาชิกท่านใดมีประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถามทางหน่วยงาน ที่มาชี้แจงหรือไม่ อย่างไรครับ เชิญท่านวิทยาครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมฟังรายงานของท่านแล้วก็อ่านบางเรื่องที่ให้ความสนใจอยู่ คือในหน้า ๓ การตรวจสอบ โครงการรัฐบาลที่มีผลกระทบต่อฐานะทางการคลังของประเทศ หรือโครงการที่มีผลกระทบ ต่อประชาชน หรือเรื่องที่สาธารณชนให้ความสนใจ ในประเด็นเรื่องการป้องกันการกัดเซาะ ชายฝั่งพื้นที่อ่าวไทย เอาเฉพาะพื้นที่อ่าวไทย ซึ่งแนวการกัดเซาะชายฝั่งก็มีผลการศึกษาของ สภาผู้แทนราษฎรเราที่ทำไว้ร่วม ๑๐ ปีแล้วครับ แล้วชี้แนวการกัดเซาะชายฝั่งที่มากที่สุด ก็คือแนวตั้งแต่สุราษฎร์ธานียันไปถึงปัตตานี และพื้นที่ที่กัดเซาะรุนแรงที่สุดก็น่าจะเป็นพื้นที่ จังหวัดนครศรีธรรมราชต่อเนื่องกับจังหวัดสงขลา ซึ่งรัฐบาลในอดีตก็เคยตั้งโครงการที่จะ สร้างเขื่อนหินทิ้งยาวตลอดตั้งแต่แนวตำบลแหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง จนไปจรดกับ พื้นที่จังหวัดสงขลาซึ่งมีแนวกัดเซาะมากครับ ผมเป็นประชาชนอยู่ในเขตพื้นที่นั้น และเป็นผู้แทนราษฎรอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมาร่วม ๓๐ กว่าปีแล้วครับท่าน คือเห็นการเปลี่ยนแปลงจริง ๆ ครับ แล้วก็เป็นการเปลี่ยนแปลง ที่ค่อนข้างรุนแรง แต่ก่อนผมเดินชายฝั่งจากถนนไปร่วม ๓๐๐-๔๐๐ เมตร หรือครึ่งกิโลเมตร ถึงจะถึงทะเล มีบ้านเรือนพี่น้องประชาชนอยู่ แล้วทุกปีการกัดเซาะก็หายไปเรื่อย ๆ พื้นที่ บางพื้นที่เป็นพื้นที่ที่มีเอกสารก็กลายเป็นว่าเอกสารสิทธิตัวเองอยู่ในทะเลกันหมด ก็เลยมี ความคิดในการที่จะเรียกร้องกับรัฐบาลส่วนกลางในการหาแนวทางในการป้องกันการ กัดเซาะตลิ่ง ปรากฏว่ารัฐบาลที่แล้วอนุมัติงบประมาณแล้วก็มีแนวทางในการดำเนินการ แต่ปรากฏว่าเมื่อ ๒ เดือนที่ผ่านมาก็เกิดภาวะคลื่นใหญ่ขึ้นมาที่อำเภอปากพนัง อำเภอ ท่าศาลา อำเภอสิชล มีแนวกัดเซาะชายฝั่งที่รุนแรงก็คือพื้นที่ตั้งแต่แหลมตะลุมพุกจนไปถึง ยันเขตสงขลา เป็นพื้นที่ที่ทิ้งหินไว้แล้วครับ แต่ปรากฏว่าไม่จบโครงการ ระยะที่เหลืออยู่ ประมาณสัก ๘ กิโลเมตรรวมทั้ง ๒ ระยะที่มันหลออยู่ ๒ ระยะ ปรากฏว่าคลื่นซัด ชาวบ้าน ได้รับความเสียหายมาก เขาก็ติดตามโครงการมาโดยตลอดผู้นำท้องถิ่น แล้วก็ทราบว่า มันติดเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องผลกระทบ เรื่องประชามติ เท่าที่สอบถามผู้นำท้องถิ่นที่นั่น เขาทำประชามติกี่รอบประชาชนก็เห็นด้วยทั้งหมด ติดขัดเรื่องพื้นที่บางแปลงที่เป็นพื้นที่ของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมว่าหมดสภาพป่าแนวชายฝั่งหมดแล้ว เพราะคลื่นซัดจนป่าหายไปในทะเลพร้อม ๆ กับที่ดินชาวบ้าน คราวนี้ก็อยากให้ สตง. ช่วยไป ตามเร่งแทนผมด้วยครับ คือเร่งว่าเมื่อไรจะทำเสียที ไม่อย่างนั้นชาวบ้านก็จะได้รับความ เสียหาย แล้วก็เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ท่านให้ความสนใจ คือผมไม่ได้ร้องเรียนเรื่องการ ทุจริตนะครับ แต่เร่งว่าโครงการที่มันค้างอยู่ถ้าฝาก สตง. ไปกระตุ้นสักหน่อย ผมคิดว่า หน่วยงานที่ค้างคาเรื่องการสำรวจประชามติ หรือผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็จะได้เข้ามาดูแล ในการแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนอีกด้านหนึ่ง ส่วนเรื่องอื่นผมไม่ติดใจครับ ก็แค่ฝาก ท่านไปนะครับ แล้วเข้าใจว่าหลายท่านก็คงรู้สภาพพื้นที่เพราะมันปรากฏในรายงานข้อสังเกต ของท่านในการที่จะติดตามโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้ ก็ขอเสนอผ่านท่านประธานสภาไปยัง คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ และถ้าชี้แจงได้ก็จะเป็น พระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านวิทยานะครับ ต่อไปท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เชิญครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนภาคใต้ วันนี้ก็ขออนุญาตอภิปรายสั้น ๆ ครับไม่ยาว เกี่ยวกับนโยบาย การตรวจเงินแผ่นดิน ก่อนอื่นก็ต้องให้กำลังใจว่าการตรวจเงินแผ่นดินของท่านในอดีต ที่ผ่านมา แล้วก็ในอนาคตนี่ผมคิดว่าสามารถที่จะให้การใช้จ่ายเงินในทุกหน่วยงานภาครัฐ มีประสิทธิภาพ ประสบการณ์ของผมที่เคยถูก สตง. ตรวจสมัยรับราชการเมื่ออยู่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเราถูกตรวจสอบถี่มากครับ แต่ว่าเวลาที่เรามาสัมผัสงานนอกเหนือจาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือแม้กระทั่งไปเจอข้าราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคนี่ ผมมีความรู้สึกว่าเรากำลังถูกความเหลื่อมล้ำหรือเลือกปฏิบัติครับท่านประธาน เพราะว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีข่าวออกมาเรื่อยเลยว่ามีการทุจริตเยอะมาก ซึ่งจริง ๆ แล้ว มูลค่าความเสียหายน้อยกว่าหน่วยงานราชการส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคเสียอีก มีทั้งงานวิจัย รองรับ มีทั้งข้อเท็จจริงที่ชัดเจน ซึ่งถ้าเทียบกันจริง ๆ แล้ว อปท. นี่มีเยอะ เพราะฉะนั้น รูปแบบการทุจริตก็อาจจะเกิดมาก แต่มูลค่าความเสียหายราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค มากกว่านั้นอีก อย่างไรก็ตามผมตรวจสอบนโยบายของท่านหลายอย่างครับเป็นสิ่งที่ดี ก็ชื่นชมแล้วก็ให้กำลังใจท่านนะครับ แต่ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติท่านทราบไหมครับ ข้าราชการบางคนอย่างผมนี่เคยประสบด้วยตัวเองไปทำตราประทับในตำแหน่งหน้าที่ การงานเบิกงบหลวง ตราประทับผมไม่ได้เอากลับบ้านไปใช้นะครับ แต่ถูกเรียกเงินคืน เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นครับ เพราะว่าถ้าเราเอาไปใช้ส่วนตัวนี่ใช่ แต่ถ้าใช้ในระบบราชการเอง แล้วก็ใช้ที่ทำงานนี่แปลว่าดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือข้าราชการใช้ไม่ตรงกัน เพราะฉะนั้นก็ต้องฝากท่านว่าเรื่องนโยบายที่ท่านให้ไปช่วยดูเรื่องการใช้ดุลยพินิจของ เจ้าหน้าที่ในระดับปฏิบัติหน้างานด้วย🔗

ถัดมาก็ต้องบอกว่าการตรวจสอบโครงการของรัฐที่ท่านนำเสนอในเอกสาร หน้าที่ ๓ โดยเฉพาะการตรวจสอบโครงการผลกระทบต่อฐานะการคลังของประเทศ กระทบ ต่อประชาชน โดยเฉพาะการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งที่อ่าวไทยและอันดามัน ผมอาจจะมี ความเห็นที่แตกต่างจากเพื่อนสมาชิกที่ลุกขึ้นอภิปรายเมื่อสักครู่ เพราะว่าในอดีตที่ผ่านมา ผมลุกขึ้นอภิปรายเรื่องนี้ เรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณเรื่องนี้ว่ามันไม่คุ้มค่า มันมีการจ้าง ที่ปรึกษาซ้ำ ๆ กัน ผมฝาก สตง. ไปตรวจหน่อยเถอะครับว่าทำไมกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม หรือกรมโยธาธิการและผังเมืองเวลาจัดซื้อจัดจ้างโครงการป้องกันการ กัดเซาะชายฝั่งทะเลถึงมีการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ตลอดกันหลายปีที่ผ่านมา มันเกิดอะไรขึ้น มันผูกขาดไหม มันโปร่งใสไหม มันเกิดอะไรขึ้น และที่สำคัญโครงการ การป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งผมต้องย้อนไปที่รายงานการศึกษาของสภาผู้แทนชุดนี้ก็มี ผมอยู่ในกรรมาธิการวิสามัญชุดที่ผ่านมา ข้อมูลรายละเอียดบอกชัดว่าหลายอย่างนี้มันไม่ได้ เกิดจากการทำลายธรรมชาติอย่างเดียว แต่เกิดจากโครงการของรัฐเองที่ใช้งบประมาณไปทำ ไปสร้าง และเกิดผลกระทบต่อเนื่องเป็น Domino ทำให้ชายหาดพังต่อเนื่องเพราะโครงการ ของรัฐ เพราะฉะนั้นต้องฝากท่าน สตง. ว่าถ้ามีการตั้งโครงการรูปแบบลักษณะนี้ขึ้นมา และมีตัวอย่างที่หาดม่วงงาม จังหวัดสงขลา ศาลปกครองก็สั่งเพิกถอนให้กรมโยธาธิการและ ผังเมืองรื้อโครงสร้างที่ใช้เงินงบประมาณของรัฐไปแล้ว แปลว่าไม่เกิดผลเลยในการป้องกัน แล้วเรื่องนี้ทำให้ใช้จ่ายงบประมาณโดยสิ้นเปลืองและไม่ควรเกิดขึ้นอีก ส่วนผลกระทบที่ บอกว่ากัดเซาะกันต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ นี้ท่านต้องดูในรายละเอียดด้วยว่ามนุษย์ไปรุกราน สันทรายชายหาดด้วยหรือเปล่า ไปก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใกล้ชายหาดมากเกินไปหรือเปล่า ไม่เว้นระยะห่างหรือเปล่า มันก็เลยเกิดการกัดเซาะ แล้วก็ไปอ้างว่านี่พื้นที่เราเสียหายเข้าไป ไปสร้างถนนริมชายหาดมากเกินไปหรือเปล่า ไปก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างโดยไม่เป็นไปตาม ระเบียบ กติกา กฎระเบียบของกรมโยธาธิการและผังเมืองต้องห่างจากระยะชายฝั่ง ๓๐ เมตร ๖๐ เมตร จริงหรือเปล่า เรื่องแบบนี้เป็นสิ่งสำคัญจึงต้องฝากทาง สตง. ว่า การตรวจสอบของท่านจะได้ประโยชน์มากมาย การใช้งบประมาณผมเข้าใจว่าท้องถิ่นบางที่ พอเห็นความเสียหายเกิดขึ้นก็รีบของบประมาณเพราะเกินศักยภาพ ไปขอผ่านกรมโยธาธิการ และผังเมือง แล้วโยธาธิการก็พยายามจะสร้างงบประมาณตัวนี้ แต่ผมเข้าใจว่า ณ วันนี้ นโยบายของกรมเองเรื่องโยธาธิการและผังเมือง เรื่องการกัดเซาะชายฝั่ง เขารู้แล้วว่าสร้างขึ้นมา ไม่มีประโยชน์ มีแต่ทำลายชายหาดมากกว่าเดิม อันนี้ต้องฝาก สตง. มองหลาย ๆ มุม เพราะว่า เราเจอประเด็นปัญหาแบบนี้มาแล้วทำให้เสียงบประมาณโดยใช่เหตุครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิทยาต่อเนื่อง เชิญครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตครับ พาดพิงครับ ขอใช้สิทธิที่พาดพิงหน่อย เพราะว่าผมอภิปรายอยู่คนเดียว แล้วปัญหาที่ท่านนำเสนอ ผมคิดว่าท่านกำลังโต้แย้งกับข้อเท็จจริงของผม แล้วผมขออนุญาตชี้แจง ผมเกิดที่อำเภอ ปากพนัง เป็นผู้แทนครั้งแรกที่อำเภอปากพนัง แนวกัดเซาะที่ผมเจอที่ปากพนัง ผมคิดว่า ในสภานี้ไม่มีใครรู้ดีเท่าผม ผมเจอมาตั้งแต่ผมเป็น สส. เมื่อปี ๒๕๓๑ เดินหาเสียงตั้งแต่ ปี ๒๕๒๙ ผมรู้จักหาดตรงนั้นดีครับ ไม่มีสิ่งปลูกสร้างอะไรเลย ตั้งแต่มีชาวบ้านเขาก็มี น.ส.๓ ไปในพื้นที่ เขาก็ทำ น.ส.๓ ส่วนแนวที่กันไปถึงแหลมตะลุมพุกเขาเว้นระยะหมด ถนนที่จะทำห่างจากทะเล ๕๐ เมตร บางช่วงจากปากพนังไปอำเภอหัวไทรเว้นระยะห่างจาก ทะเลมา ๘๐ เมตร วันนี้คลื่นซัดจนถึงถนนแล้ว จะเว้น ๓๐ เมตรแบบท่านว่านี่ท่านไปดูที่อื่น เถอะครับ แต่ถ้าจะพูดมาพาดพิงถึงว่าแนวกันตลิ่งไม่ควรทำนี้ผมเถียงตายเลย แล้วไปเจอกันครับ เพราะผมอยู่กับพื้นที่จริง ๆ ท่านจะเอาฝั่งตะวันออกไปเปรียบเทียบกับฝั่งตะวันตกไม่ได้ ชายหาดแถวนี้เป็นชายหาดราบ ไม่ใช่ชายหาดที่ตัดหน้าผาแบบทะเลฝั่งตะวันตกทั้งหมด แนวคลื่นที่ผมเล่นทะเลตั้งแต่เด็ก ๆ เดินออกไปชายฝั่งสัก ๑๐๐ เมตร จะเจอหาด ๒ ที่ชาวบ้านเขาเรียก น้ำก็ตื้นเดินไปจนจมศีรษะ พอขึ้นหาด ๒ นี่ความลึกของน้ำแค่เข่าครับ มันมีหาดเป็นชั้น ๆ หาด ๑ หาด ๒ หาด ๓ เป็นระยะไป แต่เดี๋ยวนี้ครับ หาด ๒ หาด ๓ หายไปหมดแล้ว คลื่นทั้งหมดมาจ่อถึงหลังคาบ้านชาวบ้าน ถามว่าชาวบ้านรุกหรือเปล่า ทะเลรุกที่ดินชาวบ้านครับ แต่ท่านก็ใจดำบอกว่าช่างมันเถอะ ชาวบ้านสร้างรุก มีเอกสารสิทธิมาตั้งแต่โบราณทั้งหมดครับ ถ้าจะเถียงกันอย่างนั้นผมคิดว่า สตง. ผมชวนไปดูพื้นที่ด้วยมา แล้วผมคิดว่าชาวบ้านพร้อมที่จะโต้แย้งความเห็นของ เพื่อนสมาชิกที่เมื่อสักครู่ แต่ผมก็เรียนถามท่าน สตง. ว่าช่วยไปเร่งให้ผมให้สร้าง แต่ถ้าเพื่อน สมาชิกจะค้านผมก็คิดว่าไปเจอกันในพื้นที่ แล้วให้ชาวบ้านคุยกับเขาดูครับ เพราะไม่มีใครรู้ พื้นที่ตั้งแต่แหลมตะลุมพุกไปจนจังหวัดสงขลาดีเท่าผม ผมเป็น สส. ในเขตนั้นมาร่วมเกือบ ๔๐ ปีแล้วครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวไม่จบครับ ท่านพาดพิงไป ท่านก็ชี้แจง🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

นิดเดียวท่านประธาน เพราะว่าผมไม่ได้ พูดว่าช่างมันเถอะ แล้วผมก็ไม่ได้พูดเปรียบเทียบในลักษณะที่ไปค้านกับท่าน เพราะว่า ผมบอกว่าผมอาจจะมีความเห็นที่แตกต่าง เพราะฉะนั้นเดี๋ยวประชาชนฟังหรือสื่อมวลชนฟัง เขาเข้าใจผิด เพราะฉะนั้นผมไม่ได้ค้านนะครับ หมายความว่าแต่ละที่มันจะต้องศึกษา อย่างแท้จริง มันมีโอกาสที่จะใช้หลาย ๆ วิธีได้ ผมเข้าใจท่านเพราะท่านอยู่มานาน แต่ไม่ได้ หมายความว่าคนอยู่มานานจะรู้หมดทุกอย่างนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตครับ ผมอยู่มานาน ไม่ได้ท้านะครับ ผมรู้มากกว่าท่านพื้นที่ตรงนั้น🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอครับ เชิญท่านผู้ชี้แจงเลยครับ🔗

พลเอก ชนะทัพ อินทามระ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

ก็ต้อง ขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้ง ๒ ท่านที่ให้ข้อสังเกตกับสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดิน ซึ่งผมในฐานะประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน มาพร้อมกับกรรมการตรวจเงิน แผ่นดิน และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน จะขอรับข้อสังเกตนี้ไว้เพื่อพิจารณาต่อไป ขอบคุณ ท่านมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ขอบคุณทางหน่วยงานที่ได้มาชี้แจง ขอบคุณมากครับ ระเบียบวาระถัดไป🔗

๔. รับทราบรายงานประจำปีของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับปี พ.ศ. ๒๕๖๒-๒๕๖๔🔗

๕. รับทราบรายงานประจำปีของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับปี พ.ศ. ๒๕๖๕🔗

เนื่องจากว่ามีเรื่องตามระเบียบวาระที่ ๒.๕ รับทราบรายงานประจำปี ของกองทุนน้ำมันเช่นเดียวกัน แต่ว่าในปี ๒๕๖๕ เห็นว่าเป็นเรื่องทำนองเดียวกันนะครับ ก็สามารถที่จะรวมกันพิจารณาได้ ก็ขอนำมาพิจารณาพร้อมกันตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ หากไม่มีก็ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗

ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือชี้แจงว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๘ รับทราบรายงานประจำปีของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒-๒๕๖๔ และสำหรับปี ๒๕๖๕ ตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุน น้ำมันเชื้อเพลิงเสนอและให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๔๐ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๒ รายงานปรากฏตามเอกสาร ที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ🔗

ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ขอเชิญผู้ที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง ในที่ประชุมครับ ท่านแรก ท่านไพลิน ฟุ้งเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักการเงินและบัญชี รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ท่านที่ ๒ ท่านพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน ท่านที่ ๓ ท่านวนิดา สมันแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มงานบัญชี เชิญทั้ง ๓ ท่านครับ ผู้แทนหน่วยงานพร้อมแล้วนะครับ ก็ขอเชิญ ท่านผู้แทนได้แถลงต่อที่ประชุมครับ เชิญครับ🔗

นางไพลิน ฟุ้งเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักการเงินและบัญชี รักษาการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

สวัสดีค่ะ ไพลิน ฟุ้งเกียรติ รักษาการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนะคะ ขออนุญาตชี้แจงว่าในเรื่องของกองทุน น้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งจัดตั้งตาม พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๒ มีวัตถุประสงค์ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมในช่วงที่เกิด วิกฤติการณ์น้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งมีการบริหารงานโดยคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมัน เชื้อเพลิง ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ก็บริหารงานตามแผนวิกฤติการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงตามที่ได้รับความเห็นชอบจาก ครม. เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๓ อย่างไรก็ตามผลการดำเนินงานในช่วงปี ๒๕๖๒-๒๕๖๕ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีการเกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นทางด้านโรคระบาดของไวรัสโคโรนา แล้วก็รวมถึงปัญหาความไม่สงบทางการเมืองของในต่างประเทศ ทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ตลาดโลกมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น จนส่งผลกระทบต่อภาระการครองชีพของประชาชน ในการนี้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจึงมีมติเห็นชอบใช้เงินกองทุน เพื่อในการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยไม่ว่าจะเป็นทางส่วนของตัวก๊าซแอลพีจี แล้วก็น้ำมันสำเร็จรูป แล้วก็ส่วนของดีเซลนะคะ🔗

ในส่วนของที่มาในการจัดทำรายงานการเงินครั้งนี้ก็คือในส่วนของตาม มาตรา ๓๙ ของ พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๒ กำหนดไว้ว่าให้มีการจัดทำ รายงานการเงินเป็นไปตาม พ.ร.บ. กฎหมายเกี่ยวกับการบริหารทุนหมุนเวียนมาใช้บังคับ แล้วก็ตามมาตรา ๔๐ ก็ให้คณะกรรมการจัดทำรายงานประจำปีของกองทุนเสนอ ครม. สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อทราบ ต่อมาในส่วนของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ก็จะมีเกี่ยวกับมาตรา ๗๐ แห่ง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐ ให้หน่วยงานรัฐจัดทำ รายงานการเงินประจำปี ในการนี้ สกนช. ก็ได้มีการจัดทำรายงานการเงินแยกออกมาในส่วน ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อนำเสนอคณะกรรมการ ก่อนนำส่งให้ สตง. ตรวจสอบ ซึ่งในช่วงแรกช่วงมีการเปลี่ยนถ่ายตอนแรกมันมีประเด็น ที่เป็นข้อจะต้องมีการชี้แจงว่าเราควรจะต้องรวมงบหรือว่าแยกเป็น ๒ งบ ทำให้ระยะเวลา ในการที่เราดำเนินการมันก็อาจจะล่าช้าออกไป เพราะฉะนั้นมันก็เลยจะทำให้ในเรื่องของ การออกรายงานการเงินมันอาจจะช้าออกไปในช่วงแรก ถึงจะเป็นรายงานการเงินฉบับแรก เล่มแรกที่เห็นว่า พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๓ พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่ง สตง. ก็ได้ตรวจสอบแล้ว แล้ว กบน. ก็มีมติเห็นชอบให้ออกรายงานการเงิน ๓ ฉบับนั้น ก็คือวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ต่อมาในส่วนของรายงานการเงินประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ทาง กบน. ก็อนุมัติให้ ออกรายงานการเงิน เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ อย่างไรก็ตามรายงานการเงินทั้งหมดนี้ ได้ผ่านความเห็นชอบหลักเกณฑ์การตรวจสอบจาก สตง. ซึ่งก็ไม่ได้มีประเด็นปัญหา ก็ถูกต้อง ตามมาตรฐานทั่วไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิทยาเชิญครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็คงอภิปรายไปตามความเข้าใจของผมนะครับ เพราะรายงานฉบับนี้มันน่าจะสิ้นสุด เมื่อปี ๒๕๖๔ สถานการณ์ปัจจุบันก็คงเปลี่ยนไปพอสมควร ผมมีข้อเรียนถามนิดเดียวครับ คือตามความเข้าใจของผม เงินกองทุนนี้มันเหมือนคล้ายกับเก็บมาจากเติมไปในค่าน้ำมัน ของชาวบ้านใช่ไหมครับว่าลิตรหนึ่งกี่สตางค์ ๆ มาเข้ากองทุน แล้วก็เวลาน้ำมันที่เราต้องการ ที่จะตรึงราคาไว้ในราคาที่เหมาะสมตามที่ท่านชี้แจง บางครั้งเราก็ต้องชดเชยให้เขานะครับ ว่าต้องชดเชยให้ลิตรละเท่าไร ผมมีคำถาม ๒ คำถามครับ🔗

คำถามที่ ๑ ก็คือขณะนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเราเป็นหนี้จากการที่ชดเชย การขาดทุนของผู้นำเข้าน้ำมัน ผู้ผลิตน้ำมันทั้งหมดรวมยอดเท่าไร🔗

คำถามที่ ๒ เวลาเราชดเชยเขา เราได้คำนวณหรือเปล่าว่าราคาที่เราต้อง ชดเชยเขา ที่เขาแจ้งราคาขาดทุน เท่าที่ผมฟังดูเวลานำน้ำมันเข้าประเทศไทยนี่ เพิ่งปีนี้ ปีที่ผ่านมา น่าจะเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รัฐบาลเริ่มที่จะให้ผู้นำเข้าน้ำมันทุกคนแจ้งราคา ต้นทุนการนำเข้า เพราะฉะนั้นตั้งแต่กุมภาพันธ์ปีที่แล้วประเทศนี้เริ่มรู้ต้นทุนจริง ๆ เพราะว่า ฟังดูก่อนหน้านั้นกระทรวงพาณิชย์ก็ไม่ได้ถามราคาว่าซื้อน้ำมันดิบมาลิตรละเท่าไร น้ำมัน ดีเซลลิตรละเท่าไร น้ำมันเบนซินลิตรละเท่าไร แล้วกรมศุลกากรเองก็ไม่ได้ตรวจสอบราคา ไม่มีใครรู้ราคาของต้นทุนนำเข้า ก็เลยเป็นปัญหาในความรู้สึกชาวบ้านแบบผมนะครับว่า เมื่อไม่รู้ราคาต้นทุนแล้วเขาบอกว่าเขาขาดทุนวันที่เราไปควบคุมราคาน้ำมันให้เหมาะสม ตามนโยบาย แล้วเราต้องไปชดเชย เราคำนวณกันตรงไหน เอา ๒ คำถามพอนะครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีสมาชิกท่านอื่นไหมครับ ไม่มีนะครับ เชิญทางผู้แทนครับ🔗

นางไพลิน ฟุ้งเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักการเงินและบัญชี รักษาการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ขอชี้แจงนะคะ ณ วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๘ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีฐานะติดลบสุทธิอยู่ที่ ๗๒,๙๑๓ ล้านบาท ซึ่งในตัวนี้มีหนี้ ที่ท่านได้ถามว่าหนี้ค้างผู้ค้าน้ำมันอยู่เท่าไร ก็คือ ๓,๖๕๕ ล้านบาท อย่างไรก็ตามเรามีหนี้ ในส่วนของการกู้ยืมอยู่ที่ ๑๐๔,๒๒๒ ล้านบาทด้วยค่ะ และในส่วนของตัวที่เรามีการกำหนด อัตราเงินชดเชยอะไรต่าง ๆ ซึ่งก็เป็นไปตามเกณฑ์ที่เราได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการ ก็คือในเรื่องของตัวน้ำมันก็จะมีการคำนวณราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น แล้วก็มี สูตรในการคำนวณว่าราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นซึ่งไปอ้างอิงจากตัวน้ำมันของสิงคโปร์ แล้วก็ ต้องดูว่าถ้าต้นทุนขนาดนี้ ต้นทุนตัวแรกเท่าไร แล้วก็บวกค่าภาษีอะไรไปเท่าไร แล้วก็ราคา ปลายทาง สมมุติว่าถ้าเราบอกว่าราคาของน้ำมันดีเซลจะต้องเป็น ๓๒.๙๕ แล้วเราควรจะลด เก็บเงินเข้าหรือชดเชยเท่าไร อย่างไรก็ตามในการบริหารจัดการเราก็ต้องคำนึงถึงสภาพคล่อง ของกองทุนด้วย แล้วก็ภาระที่เราจะต้องดูแล ไม่ว่าจะเป็นรักษาวินัยทางการเงินการคลัง ในเรื่องของการจะต้องชำระหนี้ที่เราจะต้องมีอยู่ค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อเนื่องครับท่านวิทยา🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ผมยังสงสัยนิดหนึ่งครับ คือเมื่อเขาไม่แจ้งราคาต้นทุนการนำเข้า แล้วเราไปชดเชยถูกอย่างไรว่าเขาขาดทุนเท่าไร อันนี้ปัญหาแรกนะครับ แล้วก็เป็นข้อข้องใจของชาวบ้านเหมือนกันก็ต้องเรียนถามจาก คณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะว่าเวลาน้ำมันตลาดโลกมันขึ้น เขาประกาศขึ้น เมื่อวาน เมื่อวานซืน ๖-๗ วัน น้ำมันในตลาดเมืองไทยก็ขึ้นทันที แต่ในความรู้สึกผมนะครับ น้ำมันที่ขายผมวันนี้ผมเข้าใจว่าผู้ซื้อน้ำมันนำเข้าจากต่างประเทศนี่ซื้อมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว หรือ ๒ เดือน หรือ ๓ เดือนที่แล้ว แต่วันที่ราคาน้ำมันขึ้นเพราะอ้างตลาดโลกมันขึ้นเมื่อวาน พรุ่งนี้ก็จะขึ้นแล้วครับ ปัญหาว่าอิงฐานตรงไหน พอรัฐบาลบอกขึ้นมากไปก็ต้องการที่จะ ลดลงมาหน่อย เขาก็แจ้งว่าเขาขาดทุนขณะที่เราไม่รู้ต้นทุน ผมก็ยังสงสัยว่ามานั่งชดเชยอะไร กันอยู่มาหลายสิบปีแล้วครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน

ผม พรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน ขออนุญาตชี้แจงเกี่ยวกับคำถามของท่าน วิทยานะครับที่ถามว่าการที่ไม่มีต้นทุนราคาน้ำมันแล้วเราคำนวณได้อย่างไรใช่ไหมครับ คืออย่างนี้นะครับขอเรียนว่าราคาของเราเวลาเราคิดตัวนี้เราจะคิดจากน้ำมันสำเร็จรูป โดยเอาน้ำมันที่ทางผู้ค้าเขาจะเอาไปทำการกลั่นก่อน ซึ่งการกลั่นของประเทศไทยเรามีการ กลั่นทุกวัน ดังนั้นค่าการกลั่นจะต้องบวกเข้าไปกับน้ำมันของราคา ทีนี้ราคาที่ท่านว่าถูกต้อง คือราคาวันนี้เราก็ต้องอ้างอิงจากสิงคโปร์อย่างที่ทุกคนเข้าใจว่าทำไมถึงต้องอ้างอิงสิงคโปร์ เพราะว่าเป็นท่าเรือที่มันใกล้ที่สุดในแหล่งน้ำมัน แล้วเราก็จะรู้ราคาต้นทุนแล้วเราต้องมาบวกค่าการกลั่น ซึ่งทุกอย่างนี้อย่างที่เรียนให้ทราบว่า เมื่อก่อนเราไม่มีเราจะใช้ราคากลางในการคำนวณ เมื่อคำนวณเสร็จแล้วบวกค่าการกลั่น อะไรแล้วจะได้ต้นทุน ณ โรงกลั่นอย่างที่คุณไพลินกล่าว พอได้ราคาหน้าโรงกลั่นก็จะไปบวก ต่าง ๆ พอเราได้มาปุ๊บนี่ละครับคือที่มาของการว่าราคาที่มัน Swing ขึ้นในแต่ละวันส่วนหนึ่ง มาจากค่าการกลั่นด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตเรียนถามเป็นความรู้ เผื่อเพื่อนสมาชิกจะได้มีความรู้เหมือนผมที่ยังไม่รู้นะครับ ค่าการกลั่นมันมีราคากลางของโลก ไหมครับว่าทุกประเทศค่าการกลั่นเฉลี่ยออกมา ผมคิดว่าคงไม่ต่างกัน เหมือนค่าแรงงาน หรือเหมือนค่าผลิตอะไรสักอย่างมันก็คงมีราคากลางของในทั่วโลกนะครับ ค่าการกลั่น ประเทศไทยนี่ครับ เรียนถามท่านนิดหนึ่งครับ ค่าการกลั่นน้ำมันดีเซลเฉลี่ยแล้วออกมา ลิตรละเท่าไรครับ ค่าการกลั่นน้ำมันเบนซินเฉลี่ยค่าการกลั่นออกมาลิตรละเท่าไร เอาราคากลาง ของโลกนี้เลย เพราะโรงกลั่นมีอยู่ทั่วโลกนะครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน

ขออนุญาตครับ ค่าการกลั่นในแต่ละโรงจะไม่เท่ากันนะครับ ขอเรียนอย่างนี้ก่อนว่าการกลั่นของแต่ละโรง จะแล้วแต่ความถนัดของแต่ละโรง บางโรงก็จะได้ดีเซล บางโรงก็จะเก่งในเรื่องของเบนซิน น้ำมันที่ได้มาก็เช่นเดียวกันว่าเราจะกลั่นเป็นน้ำมันอะไร ซึ่งการกลั่นน้ำมันแต่ละครั้ง จะได้น้ำมันทุกประเภท รวมถึงก๊าซด้วย ตั้งแต่ C1 C2 C3 C4 ออกมา ดังนั้นค่าการกลั่น ในแต่ละงวดราคาอาจจะไม่เท่ากัน จะไม่มีราคากลาง ซึ่งทางผมไม่ได้ดูแลตัวนี้ ทางสำนักงาน นโยบายและแผน ขออนุญาตเรียนว่าจะเป็นผู้คำนวณค่าการกลั่นตัวนี้ออกมาว่าค่าการกลั่น วันนี้จะเป็นเท่าไร แล้วเราก็เอามาเข้าสู่การคำนวณ เราจะใช้ราคากลางซึ่งทางสำนักงาน นโยบายและแผนจะเป็นผู้กำหนด ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเทียบจุฑา เชิญครับ🔗

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะขอร่วมอภิปรายรายงานสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รายงานประจำ ปี ๒๕๖๕ ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งในรายละเอียด รูปเล่มก็ดูดีค่ะ ในเรื่องของการจัดทำเล่ม ในหลักการและเหตุผลอะไรต่าง ๆ ก็พอจะสรุป ได้ว่าเป็นเรื่องของแผนการดำเนินงานและการรายงานเรื่องงบประมาณการใช้เงินต่าง ๆ แต่ดิฉันก็ขออนุญาตถามต่อสืบเนื่องจากท่านวิทยาที่ท่านก็ได้ถามรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่อง กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไป ดิฉันขอถามถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ประชาชน ได้ใช้อยู่ปัจจุบันนี้ทราบว่าทั้งราคาแก๊ส ราคาน้ำมันดีเซล น้ำมันที่พี่น้องประชาชนได้ใช้ ทั้งดีเซล เบนซิน แก๊สโซฮอล์ หรือแก๊สหุงต้ม ตอนนี้ทราบว่าราคามันขึ้นค่ะ พี่น้องประชาชน เดือดร้อนมาก ๆ เลยไปที่ไหนเขาก็บ่นว่าทำอย่างไรจะให้ราคาน้ำมันลดลง ดิฉันอยาก ขอเรียนถามทางกองทุนนะคะว่ามีแนวทางที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการประกอบ อาชีพหรือค่าครองชีพได้อย่างไรค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน

ขออนุญาต ชี้แจงดังนี้นะครับ เกี่ยวกับเรื่องของค่าครองชีพผลกระทบของประชาชน ทางกองทุนน้ำมัน มิได้นิ่งนอนใจ ดังที่ท่านกล่าวมาถูกต้องเลยครับด้วยราคาของน้ำมันในตลาดโลกเกิดความ ผันผวนค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านของความไม่สงบหรือกลุ่มของ OPEC PLUS กำลังการ ผลิตที่พยายามจะผลิตให้น้อยเพื่อให้ราคาสูง ทางกองทุนน้ำมันโดยคณะกรรมการได้เข้าไป ดูแลแล้วนะครับ โดยราคาน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นน้ำมันเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ใช้มากที่สุด เราตรึงราคาไว้ไม่ให้เกิน ๓๓ บาท ณ ปัจจุบันนี้นะครับ หากราคานี้เกินเมื่อไรปุ๊บ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก็จะเข้าไปบริหารจัดการทันที ส่วนเรื่องของ แอลพีจีก๊าซหุงต้มเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับประเทศไทยมากเลย ทุกครัวเรือนจะต้องมีก๊าซ แอลพีจีอยู่ เราได้ตรึงราคาขายปลีก ราคาขายปลีกถัง ๑๕ กิโลกรัมของก๊าซแอลพีจีไว้ ไม่ให้เกิน ๔๓๒ บาท เราคำนึงไว้ในถัง ๑๕ กิโลกรัม เรามีการตรึงราคาเอาไว้ชัดเจนเลย สำหรับน้ำมันดีเซลกับแอลพีจีครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดมีประเด็นปัญหาติดใจจะซักถามทางสำนักงาน กองทุนน้ำมันแล้ว ก็ถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานประจำปีของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับปี ๒๕๖๒-๒๕๖๔ และสำหรับปี ๒๕๖๕ ขอบคุณทางผู้แทนของสำนักงานกองทุน น้ำมันเชื้อเพลิงที่มาชี้แจง ขอบคุณมากครับ ระเบียบวาระถัดไป ระเบียบวาระที่ ๒.๕ ได้พิจารณารวมกันไปเมื่อสักครู่แล้วกับระเบียบวาระที่ ๒.๔ ครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

๑. รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง สาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำเพื่อการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ ในราชอาณาจักรไทย🔗

ซึ่งคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมพิจารณา เสร็จแล้ว ขอเชิญทางคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ได้เลยนะครับ ในคราวเดียวกัน ผมได้อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ วรรคสอง ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมครับ ท่านแรก นายกองตรี สุธน จิตร์มั่น อนุกรรมาธิการ ท่านที่ ๒ ท่านนิธิ ละเอียดดี เลขานุการคณะอนุกรรมาธิการ ท่านที่ ๓ ท่านสรวิศ เผ่าทองสุข ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ ท่านที่ ๔ ท่านทศพล อุมะมานิต ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ เชิญทั้ง ๔ ท่าน กรรมาธิการพร้อมแล้ว เชิญท่านประธานครับ🔗

นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ประธานคณะกรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม วาโย อัศวรุ่งเรือง ประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร วันนี้การรายงานผลการศึกษานะครับ ขออนุญาตใช้ชื่อย่อก็คือรายงานผลการศึกษาเรื่องผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำ เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการวิจัย ซึ่งในการนี้ทางคณะกรรมาธิการได้ตั้ง คณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อพิจารณาศึกษาเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ โดยใช้เวลาเพียง ๙๐ วัน เท่านั้น ซึ่งบัดนี้ระยะเวลาก็ล่วงเลยมาจากการที่เราสรุปรายงานไปประมาณ ๓-๔ เดือนแล้ว วันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่ได้นำรายงานฉบับนี้เข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อรายงานให้กับ ท่านสมาชิก แล้วก็ผ่านไปถึงพี่น้องประชาชนได้รับทราบ ซึ่งจริง ๆ แล้วทางคณะกรรมาธิการ รวมถึงคณะอนุกรรมาธิการได้เคยแถลงรายงานฉบับนี้ให้กับพี่น้องประชาชนทราบไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันพุธที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุม B1-6 อาคาร รัฐสภา โดยในการนั้นก็มีคณะอนุกรรมาธิการได้เข้าร่วมแล้วก็แถลงข่าวด้วย ซึ่งผมจะขอ อนุญาตสรุปรายงานที่เป็นเล่มออกมาซึ่งเราได้แจกให้กับท่านสมาชิกได้อ่านกันอยู่แล้ว รวมถึงเผยแพร่ให้กับประชาชนได้เข้าถึงรายงานฉบับดังกล่าวด้วย และในตอนท้ายของ รายงานฉบับดังกล่าวก็มี QR Code ที่สามารถ Scan เพื่อที่จะเข้าถึงพยานหลักฐาน รวมถึง เอกสารต่าง ๆ ใน Google Drive ได้ด้วย ขออนุญาตสรุปรายงานพอสังเขปดังนี้เพื่อความ เข้าใจได้ง่ายแล้วก็ไม่สิ้นเปลืองเวลาของสภาแห่งนี้มากนัก โดยที่คณะอนุกรรมาธิการได้ศึกษาแล้วก็พบว่าปลาหมอคางดำซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Sarotherodon Melanotheron มีลักษณะภายนอกคล้ายคลึงกับปลาหมอเทศ โดยเฉพาะ ในระยะวัยอ่อน แต่ว่าเมื่อโตเต็มวัยจะสังเกตความแตกต่างได้ง่ายขึ้น โดยที่ปลาหมอคางดำ จะมีลักษณะมีปื้นสีดำบริเวณคางหรือในบริเวณที่มันใกล้เคียงก็เลยได้ชื่อว่า ปลาหมอคางดำ โดยปลาชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา ไม่มีในประเทศไทย ไม่เคยปรากฏในประเทศไทย มาก่อน พบการกระจายตัวตามแนวชายฝั่งก็คือที่แอฟริกาจากตะวันตกเฉียงเหนือไล่ลงมา อาทิ ไนจีเรีย แคเมอรูน กินี โตโก คองโก เบนิน แกมเบีย บิสเซา ไลบีเรีย เซียร์ราลี โอน เซเนกัล มอริเตเนีย โกตดิวัวร์ แล้วก็กานา โดยปลาหมอคางดำส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ บริเวณปากแม่น้ำตรงชายฝั่ง ตรงน้ำกร่อย หรือว่าป่าชายเลนเป็นหลัก อย่างที่ทุกท่านทราบดี ว่าปลาชนิดนี้น่าจะเป็นปลา ๓ น้ำ ท่านประธานณัฐชากล่าวว่าเป็นปลา ๔ น้ำด้วยซ้ำ คืออยู่ ได้ทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม น้ำกร่อย แล้วก็น้ำเสีย แต่ว่าหลัก ๆ แล้วนี่ตัวปลาหมอคางดำก็คือเป็น ปลาที่สามารถทนความเค็มได้สูง เขาก็มักจะอยู่ในที่น้ำกร่อยเป็นหลักเสียมากกว่านะครับ ทนความเปลี่ยนแปลงในช่วงของความเค็มได้กว้างด้วย ปลาหมอคางดำสามารถวางไข่ได้เร็ว แม่ปลา ๑ ตัวสามารถวางไข่ได้ประมาณ ๑๕๐-๓๐๐ ฟองต่อครั้ง การฟักไข่แล้วก็ดูแล ตัวอ่อนจะเป็นหน้าที่ของปลาเพศผู้ โดยที่อมไข่เอาไว้ในปาก ท่านสมาชิกน่าจะเคยเห็นภาพ แล้วก็ทราบกันดีอยู่แล้ว ทำให้อัตราการรอดชีพของลูกปลาสูงถึงร้อยละ ๙๐-๙๕ คือโดยปกติ ลูกปลาเวลาออกมาตามธรรมชาติ อัตราการรอดชีวิตมันน้อยมาก แต่ด้วยวิวัฒนาการของตัว ปลาหมอคางดำที่ให้ปลาเพศผู้อมไข่ไว้ในปาก เลยทำให้อัตราการรอดชีพของปลาสูงมาก มากกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ โดยใช้เวลาฟักเพียงแค่ ๔-๖ วัน ลูกปลาก็จะออกมาแล้ว แล้วก็ยัง สามารถกลับเข้าไปในปากของพ่อปลาได้ ซึ่งพอเป็นตัวปลาเพศผู้เป็นคนอมไข่แล้วดูแล ลูกปลาเลยทำให้ปลาตัวเมียมีเวลาว่างพอที่จะไปผสมพันธุ์ต่อ แล้วก็สามารถที่จะออกลูก ออกหลานได้ในทันทีนะครับ🔗

จากรายงานการตรวจสอบพบว่าความยาวของลำไส้ปลานี่มีความยาว มากกว่าความยาวลำตัว ๔ เท่าด้วย มีระบบการย่อยอาหารที่ดี สามารถย่อยลูกกุ้งได้ภายใน ระยะเวลาไม่เกิน ๓๐ นาที ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปลาหมอคางดำมีความต้องการอาหาร อยู่ตลอดเวลา มีบางรายงานซึ่งบอกได้เลยว่าปลาหมอคางดำหิวทุก ๆ ๑ ชั่วโมง วันหนึ่งมี ๒๔ ชั่วโมง ก็คือต้องการกิน ๒๔ มื้อ เพราะฉะนั้นพลังทำลายล้างค่อนข้างสูง🔗

จากรายงานข้อมูลความหลากหลายของสายพันธุ์ปลาในราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่อดีตเป็นต้นมาไม่เคยพบปลาหมอคางดำมาก่อนในราชอาณาจักร กระทั่งในช่วงปลาย ปี ๒๕๕๓ ถึงต้นปี ๒๕๕๔ จากรายงานได้ปรากฏเอกชนรายหนึ่งนำเข้าปลาดังกล่าวเข้ามา ในราชอาณาจักร เอามาที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อการวิจัย🔗

ต่อมาครับในช่วงปลายปีเดียวกันจากที่ไม่เคยปรากฏในราชอาณาจักรไทย มาก่อน แล้วมีเอกชนรายหนึ่งนำเข้ามาในช่วงประมาณปีเดียวกันครับก็เริ่มพบปลาหมอ คางดำในพื้นที่แหล่งน้ำธรรมชาติ พบที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ที่นี่นี่ล่ะ และยังพบอีกนะครับว่าในช่วงตั้งแต่ต้นปี ๒๕๕๕ เป็นต้นมาก็เริ่มมีการรายงานว่า มีการแพร่กระจาย แพร่ระบาดเพิ่มขึ้นของตัวปลาหมอคางดำไปยังพื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัด ข้างเคียงแล้วก็ลามต่อไปด้วย ส่งผลกระทบให้สัตว์น้ำพื้นถิ่นในแหล่งน้ำธรรมชาติ รวมถึง สัตว์น้ำที่ถูกเพาะเลี้ยงตามบ่อหรือฟาร์มได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง ก็คือจากในแหล่งน้ำ ตามธรรมชาติก็ได้เล็ดลอดเข้าไปสู่ฟาร์มของเกษตรกรที่เขาดึงน้ำจากธรรมชาติเข้ามาไว้ ในฟาร์มด้วย จากรายงานของกรมประมงพบว่าปลาหมอคางดำได้แพร่ระบาดไปแล้วถึง ๗๙ อำเภอ ในพื้นที่ ๑๙ จังหวัดของราชอาณาจักรไทย🔗

คณะอนุกรรมาธิการได้ดำเนินการพิจารณาศึกษาเพื่อค้นหาสาเหตุของปัญหา ดังกล่าวที่นำเข้ามาเพื่อวิจัยพบว่า ปรากฏเอกชนรายเดียวที่ดำเนินการขออนุญาตอย่าง ถูกต้องเพื่อนำเข้ามาศึกษาวิจัยในราชอาณาจักร กล่าวคือเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๙ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการขออนุญาตเพื่อนำเข้าปลาหมอ คางดำเข้ามาภายในราชอาณาจักรต่อกรมประมง โดยกรมประมงได้มอบหมายให้คณะกรรมการด้านความหลากหลายและความปลอดภัยทาง ชีวภาพ หรือ IBC เป็นผู้พิจารณา ซึ่งได้มีมติอนุญาตให้บริษัทสามารถนำเข้าปลาหมอคางดำ ได้แบบมีเงื่อนไขครับ แต่กระนั้นนี่บริษัทยังมิได้ดำเนินการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ในช่วงเวลาดังกล่าว คือเคยขอครั้งแรกตอนปี ๒๕๔๙ แต่ยังไม่ได้เอาเข้ามา ใบอนุญาตจะมี กำหนดประมาณปีหนึ่งมันก็หมดอายุตอนปี ๒๕๕๐ ทีนี้ตอน พ.ศ. ๒๕๕๑ บริษัทก็เลย ได้ดำเนินการขออนุญาตต่อกรมประมงอีกครั้ง เพราะว่าใบอนุญาตเดิมมันหมดอายุไปแล้ว แต่ก็ยังมิได้นำเข้ามา หลังจากนั้นพอปี ๒๕๕๒ มันก็หมดอายุถูกไหมครับ ปี ๒๕๕๓ บริษัท ก็เลยได้ขออนุญาตอีกรอบหนึ่งเป็นครั้งที่ ๓ โดยในครั้งนี้บริษัทได้นำเข้าปลาหมอคางดำ มาจริงแล้ว เป็นลูกปลา จำนวน ๒,๐๐๐ ตัวจากสาธารณรัฐกานาก็คือที่แอฟริกาใต้อย่างที่ผม ว่าไปเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยแจ้งว่ามีเป้าประสงค์เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์ ปลานิล ณ ศูนย์วิจัยสัตว์น้ำ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม อย่างที่ได้กล่าวไปเมื่อข้างต้น ทั้งนี้คณะกรรมการ IBC ได้อนุญาตให้บริษัทนำเข้าลูกปลาหมอ คางดำ ตอนนั้นใช้ชื่อภายใต้ชื่อว่าลูกปลานิล เพราะว่ามันยังไม่มีชื่อปลาหมอคางดำ ไม่รู้จัก ในประเทศไทย แล้วก็ยังมีเปลี่ยนเป็นลูกปลาหมอเทศข้างลาย แล้วเดี๋ยวค่อยเปลี่ยนเป็น ปลาหมอคางดำอีกทีหนึ่ง จากสาธารณรัฐกานา โดยมีเงื่อนไข ๒ ประการดังนี้ ๑. ให้มีการ ตัดเก็บตัวอย่างครีบดองในน้ำยาเก็บตัวอย่างและส่งให้กรมประมง โดยไม่ทำให้ปลาตาย ๒. เมื่อสิ้นสุดการศึกษาวิจัยให้รายงานผลการศึกษาโดยหากผลการศึกษาไม่เป็นไปตาม เป้าหมายและไม่ประสงค์ที่จะทำการศึกษาต่อไปให้ทำลายปลาดังกล่าวทั้งหมดและแจ้ง กรมประมงเพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบการทำลายด้วย ก็คือนำเข้ามา ตัดครีบ ตัดครีบ แล้วดองไว้ เก็บเข้า DNA Bank เพื่อจะได้ตรวจสอบได้ในอนาคต ๒. พอเลิกปุ๊บต้องทำลาย ทิ้งให้หมด แล้วก็แจ้งให้กรมประมงเข้าไปตรวจสอบการทำลายดูหลักฐานของซากปลา ดังกล่าวด้วย หลัก ๆ คือ ๒ เงื่อนไขนี้🔗

ทั้งนี้บริษัทได้ชี้แจงว่าบริษัทได้นำเข้าลูกปลาหมอคางดำ จำนวน ๒,๐๐๐ ตัว จากสาธารณรัฐกานา ทวีปแอฟริกา เมื่อช่วงเดือนธันวาคม ๒๕๕๓ โดยมีน้ำหนักตัวเพียง ตัวละ ๑ กรัมเท่านั้น เป็นลูกปลาเล็ก ๆ ขนาดตัวยาวเพียงประมาณใบมะขาม จึงมิอาจตัดเก็บ ตัวอย่างครีบได้ เนื่องจากปลามีขนาดเล็กมาก ก็คือเขาบอกว่าเขาไม่สามารถที่จะดำเนินการ ตามเงื่อนไขตามข้อ ๑ ได้ เพราะปลามันเล็กมาก คือปลามันเล็กเท่ากับใบมะขาม ตัวอุปกรณ์ ที่จะไปตัดครีบดีไม่ดีใหญ่กว่าตัวปลาอีก มันก็เลยตัดไม่ได้ จึงเป็นการพ้นวิสัยที่จะปฏิบัติตาม เงื่อนไขข้อ ๑ ทั้งยังเป็นหน้าที่ของกรมประมงที่จะต้องนำเครื่องมือเฉพาะเข้ามาตัดเก็บ ครีบตัวอย่าง ไม่ใช่หน้าที่ของบริษัทที่จะกระทำการดังกล่าว แต่จากการศึกษาของคณะ อนุกรรมาธิการและกรรมาธิการนี้ ทางกรมประมงก็โต้แย้งในประเด็นดังกล่าวด้วยว่าไม่ใช่ อันนี้เป็นหน้าที่ของบริษัท ไม่ใช่หน้าที่ของกรมประมง แล้วก็โต้แย้งโดยการที่อ่านแล้วก็ ตีความถ้อยคำเมื่อสักครู่นี้จาก IBC ว่าสรุปแล้วคำว่า ให้ ให้ใคร ให้กรมประมงหรือว่า ให้บริษัทกันแน่ แต่ข้อเท็จจริงน่าจะเป็นที่ยุติว่าไม่มีการตัดเก็บครีบตัวอย่างตามเงื่อนไข ข้อ ๑ จริง นอกจากนี้ครับปลาดังกล่าวยังมีชีวิตรอดมาถึงในราชอาณาจักรไทยเพียงแค่ ๖๐๐ ตัวเท่านั้นเอง จาก ๒,๐๐๐ ตัว Ship มา เปิดตู้มาปุ๊บมีรอดอยู่ ๖๐๐ ตัว ตายไป ๑,๔๐๐ ตัว แล้วก็ได้ทยอยตายต่อไปในบ่ออนุบาลจนเกือบหมดภายในระยะเวลาประมาณ ๓ อาทิตย์ คือ ๓ สัปดาห์ บริษัทจึงไม่สามารถทำการศึกษาวิจัยได้ จึงได้ทำลายและฝังกลบ ซากปลาส่วนใหญ่แล้วโดยโรยด้วยปูนขาว พร้อมเก็บซากปลาใส่ขวดโหลดองน้ำยา ๒ ขวด ขวดละ ๒๕ ตัว รวมเป็น ๕๐ ตัวส่งมอบให้กับกรมประมงตามเงื่อนไขข้อ ๒ แล้ว อันนี้บริษัทชี้แจงว่าฉันทำลายปลาแล้ว แล้วก็ส่งซากปลาให้กับกรมประมงแล้ว แต่ทางกรมประมงได้รายงานแล้วก็ชี้แจงมาว่าไม่พบ ไม่ปรากฏหลักฐานการบันทึกการรับ มอบขวดโหลดังกล่าวตามที่บริษัทกล่าวอ้างว่าได้ส่งมอบให้กับกรมประมงแล้วในสมุดคุม ตามเงื่อนไขข้อ ๒ แต่ประการใด ส่วนการดำเนินการตามเงื่อนไขข้อ ๑ นั้นเป็นหน้าที่ของ บริษัทที่จะต้องตัดเก็บตัวอย่างครีบแล้วส่งมาให้กับกรมประมงตามรายละเอียด ที่ปรากฏ ซึ่งในการนี้ทางคณะอนุกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการได้ลงพื้นที่ที่กรมประมง ไปตรวจสอบถึงห้องเก็บตัวอย่างปลา ขวดโหลดอง แล้วก็ดูสมุดคุม เปิดดูทีละหน้า ไล่ย้อนกลับไป ๑๐ ปี ย้อนกลับไปดูเลยว่าสรุปแล้ว ๒๐ ปีที่ผ่านมามีการส่งมอบปลาหมอ คางดำซากปรากฏอยู่ในสมุดคุมหรือไม่ จากที่กรรมาธิการลงไปดูก็เห็นว่าไม่ปรากฏรายงาน ฉบับนั้นจริง ไม่ปรากฏรายการฉบับนี้จริง แล้วก็เป็นไปตามที่ทางกรมประมงได้กล่าวไป🔗

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๐ จากการแพร่ระบาดอย่างหนักของปลาหมอคางดำ ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดเพชรบุรี กรมประมงก็เลยได้ส่งเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบยังศูนย์วิจัยสัตว์น้ำของบริษัทที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ปรากฏว่าไม่พบเอกสารหรือพยานหลักฐานการนำส่งครีบตัวอย่างปลาหรือว่าซากปลา รวมถึงบันทึกการทำลายซากปลาแต่ประการใด อันนี้กรมประมงลงไปตรวจด้วยนะครับ ตอนปี ๒๕๖๐ เจ้าหน้าที่ทางกรมประมงก็เลยได้ดำเนินการสุ่มตรวจตัวอย่างในบ่อพักน้ำ ของศูนย์วิจัยดังกล่าว แล้วปรากฏว่าเจอปลาหมอคางดำอยู่ในศูนย์วิจัยนั้น ติดขึ้นมา ๑๐ ตัว ในการทอดแหทีหนึ่ง เจ้าหน้าที่ก็เลยได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างปลาดังกล่าวนี่ดองเอาเก็บ กลับมา แล้วก็ตัดครีบตัวอย่าง แล้วก็ถอดรหัสพันธุกรรม แล้วก็เก็บเอาไว้ในคลังข้อมูลเรียกว่า DNA Bank ที่กรมประมง ซึ่งทางคณะกรรมาธิการก็ได้ลงพื้นที่ไปดูขวดโหลดังกล่าวแล้วก็ดู ข้อมูลดีเอ็นเอดังกล่าวแล้ว แต่บริษัทได้โต้แย้งว่าปรากฏข้อมูลการขออนุญาตส่งออก ปลาหมอคางดำในระหว่างปี ๒๕๕๖-๒๕๕๙ โดยเป็นการส่งออกในลักษณะของปลาสวยงาม มีชีวิตจำนวน ๓๒๖,๒๔๐ ตัว โดยส่งออกไปยัง ๑๗ ประเทศ จากผู้ส่งออกทั้งสิ้น ๑๑ ราย เช่นนี้แสดงว่าอาจมีผู้ลักลอบนำเข้าปลาดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักรแล้วหลุดรอดลง แหล่งน้ำแล้วทำให้เกิดการแพร่ระบาดก็เป็นได้ ทางกรรมาธิการก็เลยได้ศึกษาต่อครับ ได้เชิญ กรมประมง ทางกรมประมงก็ได้ส่งรายงานแล้วก็เข้ามาชี้แจงว่าได้ตรวจสอบบริษัททั้ง ๑๑ รายแล้ว แล้วก็ได้เข้าชี้แจงกับทางคณะอนุกรรมาธิการพบว่าน่าจะเกิดจากความ ผิดพลาดของการกรอกข้อมูลลงระบบ โดยบริษัท Shipping คือบริษัทขนส่งไม่ปรากฏ หรือพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการส่งออกปลาหมอคางดำออกนอกราชอาณาจักรจริง ในช่วงเวลาดังกล่าว อีกทั้งในระหว่าง ปี ๒๕๕๖-๒๕๕๙ ยังเป็นช่วงเวลาหลังจากที่ได้ปรากฏ รายงานแล้วว่าพบปลาหมอคางดำปรากฏอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติในราชอาณาจักรไทยแล้ว ตั้งแต่ปลายปี ๒๕๕๔ ข้อต่อสู้นี้ก็เลยดูจะเป็นอันตกไป🔗

ต่อมาครับกรมประมงได้ทำการศึกษาวิเคราะห์เส้นทางการแพร่ระบาดของ ปลาหมอคางดำในเขตพื้นที่ชายฝั่งของไทยจากโครงสร้างทางพันธุกรรมของประชากร ปลาหมอคางดำ พบว่าแต่ละประชากรย่อยไม่มีความแตกต่างกันทางพันธุกรรมมากนัก บ่งชี้ว่าประชากรปลาหมอคางดำที่แพร่ระบาดในราชอาณาจักรไทยมีแหล่งที่มาเดียวกัน มีแหล่งที่มาร่วมกัน อันนี้ศึกษาโดยท่านอาจารย์อภิรดี ตีพิมพ์เมื่อปี ๒๕๖๕ จากกรมประมง แปลเป็นภาษาชาวบ้านท่านประธานครับให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือว่าทางกรมประมงไปสุ่มตรวจ ปลาหมอคางดำในแต่ละพื้นที่มา พอไปสุ่มมาปุ๊บเขาก็ตรวจดีเอ็นเอ ปรากฏว่าตรวจดีเอ็นเอ แต่ละที่ใน ๑๙ จังหวัดที่ระบาดในประเทศไทยดีเอ็นเอมันตรงกัน มันเป็นพี่น้องที่มันใกล้ชิด กันมันเป็นญาติกัน มาจากแหล่งที่มาเดียวกัน อันนี้รายงานทางวิชาการของกรมประมงว่ามา แบบนี้ นอกจากนี้ท่านประธานครับ กรมประมงยังได้ทำการศึกษาการแพร่กระจาย และขอบเขตการรุกรานของปลาหมอคางดำในพื้นที่ชายฝั่งและพื้นที่ใกล้เคียงอีก พบว่า การแพร่กระจายของปลาหมอคางดำมีลักษณะเป็นหย่อม ๆ ไม่เชื่อมต่อกัน บ่งชี้ว่าการแพร่ ระบาดในแต่ละพื้นที่นั้นอาจมีสาเหตุเริ่มต้นมาจากการเคลื่อนย้ายปลาหมอคางดำโดยการ กระทำของมนุษย์มากกว่าการแพร่กระจายไปตามเส้นทางน้ำที่ติดต่อกันกับชายฝั่งครับ ต่อมาจึงอาจมีการหลุดรอดแล้วก็แพร่กระจายลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติแล้วเกิดการรุกรานไป ในแต่ละพื้นที่ด้วย อันนี้โดยอาจารย์ทิวารัตน์ ตีพิมพ์เมื่อปี ๒๕๖๗ ปีที่แล้วนี้เองจาก กรมประมงเช่นเดียวกันท่านประธานครับ🔗

ล่าสุดครับเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ๒๕๖๗ ทางกรมประมงได้นำข้อมูลลำดับ พันธุกรรมของปลาหมอคางดำที่ระบาดใน ๖ จังหวัด ซึ่งเก็บอยู่ในธนาคารพันธุกรรมหรือว่า DNA Bank ที่กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้ของกรมประมง ประกอบกับการสนับสนุนข้อมูลจาก ฐานข้อมูลวิทยาศาสตร์ โดยท่านรองศาสตราจารย์ดอกเตอร์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำมาวิเคราะห์สร้างเป็นแผนภูมิต้นไม้วิวัฒนาการหรือ NU Tree พบว่าปลาหมอคางดำ ที่เก็บตัวอย่างจาก ๖ จังหวัดที่มีการรายงานการระบาดในช่วงปี ๒๕๖๐-๒๕๖๔ อยู่ใน กลุ่มเดียวกันกับตัวอย่างข้อมูลพันธุกรรมที่มาจากประเทศกานาและโกตดิวัวร์ เมื่อประกอบ กับรายงานการศึกษาของกรมประมงที่เผยแพร่เมื่อปี ๒๕๖๕ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วนะครับ จึงอาจนำมาสรุปต่อเนื่องกันได้ว่าประชากรปลาหมอคางดำที่ระบาดในราชอาณาจักรไทยนั้น มีแหล่งที่มาร่วมกันและแหล่งที่มาร่วมกันนั้นมาจากประเทศกานา มูลค่าความเสียหาย ที่เกิดจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำควรจะประเมินในมิติต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง ครับท่านประธาน อันนี้ความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม รวมถึงความเสียหายต่อเศรษฐกิจทั้งในระดับจุลภาคและในระดับมหาภาค รวมถึง ความเสียหายต่อสังคมโดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยและพัฒนาเครื่องมือด้านการประเมิน ผลตอบแทนทางสังคม วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทำการศึกษาการระบาดของสัตว์น้ำต่างถิ่นปลาหมอคางดำกับความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ด้านการประมงของตำบลแพรกหนามแดง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม คาดการณ์ ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นต่อชาวประมง เฉพาะชาวประมง ยังไม่ได้พิจารณาถึงเรื่อง ของทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศอะไรต่าง ๆ แค่เอาชาวประมงนี่นะครับ ความเสียหาย ต่อชาวประมงที่ตำบลแพรกหนามแดง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ที่นี่ที่เดียว คาดการณ์ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นต่อชาวประมงในพื้นที่แพรกหนามแดงนี้ว่ามี มูลค่าสูงถึง ๑๓๑ ล้านบาทต่อปี ต่อปีแค่ตำบลเดียว ถ้าท่านที่เชี่ยวชาญทางด้านคณิตศาสตร์ ก็อาจจะอนุมานคำนวณคูณขึ้นไป Inferential ขึ้นไปจากพื้นที่ ๑๙ จังหวัดได้ว่าต่อปีมีมูลค่า ความเสียหายเท่าไร และ ๑๐ ปีที่ผ่านมามีมูลค่าความเสียหายเท่าไร อย่างที่ผมเรียนไปว่า มูลค่าความเสียหายนี้ยังไม่ได้ครอบคลุมในมิติอื่นเลยนะครับ ทางด้านสิ่งแวดล้อมก็ยังไม่ได้ ครอบคลุม ครอบคลุมแต่เพียงแค่ในส่วนของเกษตรกรในพื้นที่แพรกหนามแดงเท่านั้นเอง🔗

แนวทางการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำของรัฐบาลครับ ได้มีการตั้งกรอบเงินงบประมาณจำนวน ๔๕๐ ล้านบาท โดยดำริของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ ขณะนั้น แล้วก็ผ่านไปที่ ครม. เพื่อดำเนินการตาม แผนปฏิบัติการและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำประจำปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ถึง พ.ศ. ๒๕๗๐ ท่านประธานครับ ตรงนี้คือข้อสังเกตนะครับ ๔๕๐ ล้านบาท คือตั้งเป็น กรอบเอาไว้กว้าง ๆ โดยใช้ระยะเวลา ๔ ปีไม่ใช่ปี ๒๕๖๗ ปีเดียว ปี ๒๕๖๗-๒๕๗๐ เลย ตามวาระของรัฐบาล โดยดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ ๗ มาตรการ ๑๔ กิจกรรม อาทิเช่น การรับซื้อ การปล่อยปลานักล่า การใช้กากชาเพื่อกำจัดในบ่อเพาะเลี้ยง การใช้เครื่องมือ ประมงที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับพื้นที่ การปรับปรุงพันธุกรรมเพื่อลดการแพร่พันธุ์ ของปลาหมอคางดำ เป็นต้น โดยอาจารย์เจษฎาเป็นที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการเห็นว่า การปล่อยปลาที่ถูกปรับปรุงพันธุกรรมลงในแหล่งน้ำธรรมชาติโดยไม่ทำการศึกษาให้ รอบคอบเสียก่อนนี้อาจจะส่งผลเสียในระยะยาวได้ นอกจากนี้คณะอนุกรรมาธิการก็ยัง เห็นว่าวิธีการใช้และปริมาณงบประมาณดังกล่าวนี้อาจจะยังไม่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหา อย่างแท้จริงแล้วก็ยั่งยืน โดยกรมประมงควรเป็นเจ้าภาพและบูรณาการการทำงานร่วมกัน กับหลายหน่วยงาน โดยกำหนดกรอบการดำเนินงานพร้อมรายงานผลการติดตาม การดำเนินการอย่างเป็นระยะด้วย🔗

การดำเนินการทางกฎหมายครับ ทางคณะอนุกรรมาธิการเห็นว่ารัฐควร ดำเนินการสอบหาผู้ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของ ปลาหมอคางดำในราชอาณาจักร โดยปรากฏกฎหมายก็คือพระราชบัญญัติการส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๙๗ ซึ่งบัญญัติอย่างนี้ครับว่า ผู้ใดกระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทำลาย หรือทำให้สูญหาย หรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นของรัฐหรือเป็นสาธารณสมบัติ ของแผ่นดิน มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากร ธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น ซึ่งท่านประธานครับหน่วยงานของรัฐ ที่ควรเป็นผู้ดำเนินการดังกล่าวเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของธรรมชาติก็หนีไม่พ้นครับ กรมประมงนี่ล่ะ แต่นอกจากนั้นยังรวมไปถึงกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งด้วย เพราะอย่างที่ผมได้เรียนไปตั้งแต่ต้นว่าข้อมูลปรากฏว่าปลาหมอคางดำระบาดอยู่ตามชายฝั่ง น้ำกร่อย รวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัดต่าง ๆ ด้วยที่ได้รับผลกระทบ เพราะว่ากฎหมายสามารถ ที่จะให้เราในฐานะของรัฐไปเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทเอกชนได้ทั้งหมด ปัญหาก็คือว่า สรุปแล้วความเสียหายมันเท่าไรกันแน่ เมื่อสักครู่นี้มีรายงานจากสถาบันที่มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ออกมาแค่ตำบลเดียวที่ชี้ชัด แต่ความเสียหายนั้นก็ยังเป็นความเสียหายแค่ ในเฉพาะหมู่ของเกษตรกรเท่านั้น ยังไม่รวมถึงความเสียหายในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ความหลากหลายทางชีวภาพ ปริมาณสัตว์น้ำ สายพันธุ์ของสัตว์น้ำ รวมถึงหญ้าทะเล ต่าง ๆ ด้วย ยังไม่ได้มีการประเมินความเสียหายออกมา และยังไม่มีการดำเนินการทาง กฎหมายต่อบริษัทเอกชนหรือผู้หนึ่งผู้ใดที่อาจจะต้องรับผิดชอบหรือไม่จากหน่วยงาน ของรัฐเลย ดังนั้นคณะอนุกรรมาธิการเลยเห็นว่ากระทรวงต่าง ๆ ควรจะบูรณาการแล้วก็เร่ง ดำเนินการแก้ไขปัญหาฟื้นฟูและเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของปลาหมอ คางดำอย่างเป็นระบบ ส่วนถัดไปผมขออนุญาตเชิญผู้ชี้แจงท่านอื่นได้ชี้แจงในลำดับถัดไป ในส่วนของผมเท่านี้ครับ ขอเชิญท่านรองประธานคณะอนุกรรมาธิการท่านณัฐชาครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรองครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาสาเหตุ แนวทางการแก้ปัญหา รวมทั้งผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำเพื่อการวิจัย และพัฒนาสายพันธุ์ในราชอาณาจักรไทย ท่านประธานที่เคารพครับ จากที่ทางคุณหมอวาโย ได้กล่าวนำในเรื่องของ Timeline ระยะทางกว่าจะเดินทางมาถึงการแพร่ระบาดที่กัดกินชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน รวมทั้งเกษตรกรไทยในหลาย ๆ จังหวัด ท่านประธาน ทราบไหมครับว่า ณ ขณะนี้ตั้งแต่เรื่องเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรมีการตั้งกระทู้ถาม มีการเสนอ ญัตติด่วน มีการเสนอเข้าไปพิจารณาในคณะกรรมาธิการ และจนมาถึงคณะกรรมาธิการ พิจารณาแล้วเสร็จในวันนี้ และเตรียมที่จะนำเอกสารฉบับนี้ส่งตรงไปถึงคณะรัฐมนตรี ส่งตรง ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาแนวทางในการที่จะแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรม มากยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ ถ้าเกิดเรานับ ๑๙ จังหวัดที่กำลังมีการแพร่ระบาดอยู่ แล้วย้อนกลับมาถึงสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ใน ๑๙ จังหวัดก็จะมี สส. อยู่ประมาณ ๑๒๗ คน เพราะฉะนั้นสิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องเผชิญอยู่ ณ ขณะนี้เขาสะท้อนผ่านผู้แทนประชาชน สะท้อนผ่านตัวแทนที่เข้ามาทำงานในที่แห่งนี้ว่ามันต้องแก้ไข ว่ามันต้องพิจารณาที่จะต้อง นำไปสู่แนวทางการแก้ไขได้แล้ว เพราะพี่น้องประชาชนในแต่ละวันต้องเผชิญเรียกว่า ภัยอันตรายหนักหนาสาหัส ท่านประธานทราบไหมครับว่าพี่น้องเกษตรกรที่จังหวัดจันทบุรี ที่ผมและเพื่อนสมาชิกได้เดินทางไปมีเสียงจากประชาชนสะท้อนมาว่าการแพร่ระบาดของ ปลาหมอคางดำนั้นทำให้เกิดภัยอันตรายและความเสี่ยงภัยของเขามากขึ้นและรายได้เขา ลดลง เพราะปลาหมอคางดำมาอยู่ตามแนวชายฝั่ง ทำให้การออกเรือหาปลาจากเดิมเคย ๔ ๕ ไมล์ทะเล ต้องออกไปถึง ๑๐ กว่าไมล์ทะเล ก็ต้องทนคลื่นลมแรงที่สูงขึ้น แล้วก็ได้รับ ผลตอบรับหรือปลาที่ไปหามาน้อยลง เนื่องจากว่าปลาสายพันธุ์นี้มันล้อมแนวชายฝั่งเราไว้ หมดแล้ว ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้สถานการณ์เรายังคงนิ่งเฉย ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้บอกแล้วว่ากรอบวงเงินการพิจารณา ๔๕๐ ล้านบาทที่วางไว้ ๔ ปีนั้นมันแทบจะจับต้อง และทำอะไรไม่ได้เลย วันนี้เรื่องปลาหมอคางดำถูกหยิบยกเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งวาระ แห่งชาติของคณะรัฐมนตรี ของรัฐบาลนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าวาระแห่งชาติกับวาระ ธรรมดานั้นต่างกันอย่างไร เพราะแม้กระทั่งกรอบวงเงินพิจารณาที่จะสนับสนุนไปยังหนึ่ง ในวาระแห่งชาตินี้ก็ยังไม่มีชัดเจน หรือแม้กระทั่งเรื่องที่มันปัจจุบันทันด่วนต้องแก้ไขปัญหา พี่น้องประชาชนเดือดร้อนอย่างมาก เรามีการร้องขอว่าให้ใช้งบกลางในการที่จะเข้าไป ช่วยเหลือเบื้องต้นก่อน จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีการพิจารณาเรื่องของการจัดสรรงบกลางไปแก้ไขปัญหาเนื่องจากว่าไม่ได้ วางกรอบงบประมาณไว้ หรือแม้กระทั่งการวางกรอบงบประมาณไว้ในปี ๒๕๖๘ ปี ๒๕๖๙ ที่กำลังจะมาถึงนั้น Check ดูเบื้องต้นคณะกรรมาธิการโดยทางคุณหมอวาโยได้เชิญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาพูดคุยว่ากรอบแนวทางงบประมาณนั้นมีการเตรียมการวางไว้ หรือไม่ มีการวางแผนไว้หรือไม่ ก็ทราบว่ายังไม่มี ก็มีเพียงแค่คำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น ไปเล็งเห็น ไปเล็งดูว่ามีงบประมาณส่วนไหนที่พอจะปรับโยกย้ายเพื่อที่จะมาแก้ไขปัญหา เรื่องนี้ได้บ้าง เอาล่ะครับ จนมาถึงวันนี้สิ่งที่คณะกรรมาธิการเห็นว่ามันเป็นหน้าที่โดยตรง ของรัฐเลย เนื่องจากว่ารัฐมีองค์กรหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชัดเจน วันนี้พี่น้องประชาชนรวมตัว กันครับ รวมกลุ่มกันเอง ๑,๐๐๐ กว่าคนไปฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเอกชน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกรายเพื่อที่จะ หาทางรอด นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนในประเทศนี้ที่มีหน่วยงานชัดเจนเขาต้องรวมตัว ทำกันเอง ลงขันรวบรวมเงินและจะไปดำเนินการกันเอง ซึ่งเรื่องนี้ผมเองจะนำเข้ามาตั้ง กระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ๑ ครั้ง แต่ว่ายังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้เกิดขึ้น ก็ปล่อยให้พี่น้องประชาชนนั้นได้มีการดำเนินการฟ้องร้อง ซึ่งก็กำลังจะมีการไต่สวนในเร็ว ๆ นี้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราย้อนกลับมาว่ามันไม่ควรเกิดขึ้นเลยก็คือว่าหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ โดยตรง เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คุณไม่รู้สึกเดือดร้อนหรือ เป็นเดือดเป็นร้อนแทนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของคุณเลย ชื่อกระทรวงของคุณ ก็ใส่ชื่อให้ยาวเพื่อให้มันครอบคลุมว่ามันมีการดูแลเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมด้วยนะ แต่วันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แทบจะไม่ได้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย สิ่งที่เราเห็นควรว่ารัฐควรดำเนินการทาง กฎหมายคือสอบหาผู้มีส่วนรับผิดชอบที่ทำให้เกิดความเสียหายเรื่องนี้เกิดขึ้น ซึ่งในการ แพร่ระบาดของปลาหมอคางดำก็มีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก็คือพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๙๗ บัญญัติไว้ บัญญัติไว้ว่า อย่างไรครับ บัญญัติไว้ว่าผู้ใดกระทำหรือละเว้นการกระทำประการใดโดยมิชอบด้วย กฎหมายอันเป็นการทำลายและทำให้สูญหาย หรือทำให้เสียทรัพย์ หรือทำให้เสียหาย แก่ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นของรัฐ เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ชดเชยค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไป เคยมีเคสกรณีเรือน้ำตาลล่มแล้วทำให้ระบบนิเวศบริเวณนั้นพังทั้งระบบ ปลาธรรมชาติล้มหายตายจากไปทั้งหมด ทำให้พี่น้องประชาชนที่กำลังหาสัตว์น้ำท้องถิ่น เพื่อประทังชีวิตเพื่อหารายได้ในพื้นที่ตรงนั้นไม่สามารถหาปลามาเพื่อหาเลี้ยงชีพได้ หน่วยงานรัฐมีการฟ้องร้องบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ศาลก็ได้มีคำสั่งให้เอกชนนั้นคืนความเป็น ธรรมชาติ คืนระบบนิเวศให้กับพื้นที่ตรงนั้น พื้นที่ตรงนั้นเคยมีปลาอยู่กี่สายพันธุ์ กี่ร้อยสายพันธุ์ ต้องคืนไปให้ครบ จะมูลค่าเท่าไรก็แล้วแต่บริษัทเอกชนต้องรับผิดชอบ แต่วันนี้ทำไมละครับ ทำไมหน่วยงานรัฐถึงไม่ทำ ทำไมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงถึงไม่รับผิดชอบ หรือออกมา เป็นตัวแทนของชาวบ้าน ไม่ต้องให้ชาวบ้านเขาต้องดำเนินการกันเอง เพราะอะไรครับ ชื่อหน่วยงาน ชื่อกระทรวงที่ท่านได้เป็นใหญ่เป็นโตได้ใช้งบประมาณอยู่ทุกวันนี้มันระบุไว้ ชัดเจนว่าท่านต้องดูแลเรื่องอะไร แต่วันนี้กลับไม่มีความชัดเจนที่เกิดขึ้น สิ่งหนึ่งที่เคยเสนอ ต่อสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วก็คือเรื่องญัตติด่วนเกิดขึ้นระหว่างการพิจารณาของ อนุกรรมาธิการ นั่นก็คือมีการเสนอส่งไปยังรัฐบาล แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนใด ๆ ในการกระทำเรื่องนี้ ก็คือแบ่งเขตให้ชัดเจน วันนี้เรารู้ครับว่า ๑๙ จังหวัด ๗๖ อำเภอ มีการระบาดของปลาหมอคางดำ แต่เราไม่รู้ครับว่าจังหวัดไหน อำเภอไหน ระบาดอย่างไร แก้ไขอย่างไร สถานการณ์มันเลวร้ายแค่ไหน เราเสนอในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ มีเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลช่วยกันนำเสนอ และส่งไปยังรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ข้อสรุปที่เราต้องการ เราบอกว่าใน ๑๙ จังหวัด ใน ๗๖ อำเภอคุณบอกหน่อย อำเภอไหนเป็นธงแดงและธงแดง คือระบาดหนัก คุณต้องประกาศเขตที่จะต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือพิเศษ เช่น อาจจะต้อง ละเว้นกฎหมายบางข้อบางประการที่จะต้องให้อุปกรณ์พิเศษในการจับปลาเพื่อให้กวาดล้าง ได้หมดทั้งแหล่งน้ำธรรมชาติ เราต้องแก้ ต้องจับ ต้องซื้อ ในช่วงเวลาของอำเภอและจังหวัด ที่ขึ้นธงแดงอยู่ มันหยุดไม่ได้ รับซื้อต้องรับซื้อต่อเนื่องจนกว่าจะเปลี่ยนสถานการณ์ไป จับต้องจับอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะเปลี่ยนสถานการณ์ไป แต่ถ้าเกิดจับแล้วก็ซื้อแบบไม่มีทิศ ไม่มีทางแบบนี้มันก็จะเพิ่มขึ้นมาอีก หลังจากธงแดงเสร็จปุ๊บเมื่อเราจับ เมื่อเราซื้อ เมื่อเรา แก้ปัญหาได้ระยะหนึ่ง พอมาเป็นธงเหลืองเฝ้าระวัง หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ตรวจตราครับ ตรวจตราไปในแหล่งน้ำธรรมชาติ พี่น้องประชาชนทำบ่อขนาด ๑๐๐ ไร่ ๑,๐๐๐ ไร่ เขาไม่ สามารถเปิดก๊อกเอาน้ำใส่บ่อได้ เขาต้องดูดน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ หน่วยงานของรัฐ มีหน้าที่ไปตรวจตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ว่าในแหล่งน้ำธรรมชาติยังมีปลาหมอคางดำ ยังมีมหันตภัยร้ายที่ยังไปกัดกินชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอยู่ในแหล่งน้ำ ธรรมชาติหรือเปล่า ถ้าอยู่ หน่วยงานของรัฐต้องมาดำเนินการครับ ไม่ใช่ปล่อยให้พี่น้อง ประชาชนบอกว่าไปกรองสิเวลาเปิดน้ำเข้าไปหาตาข่ายที่ตาเล็ก ๆ หน่อยไปกรองเข้าไป อะไรเข้าไป มันกรองไม่ได้หรอกครับ วันนี้เขาทำมาหมดแล้วสิ่งที่ท่านเสนอมา แต่มันทำแล้ว มันไม่เป็นผลครับ เขาเลยร้องขอมาที่ท่าน ต่อไปเป็นธงเขียว ก็คือว่าหลังจากตรวจตรา ตรวจสอบแต่ละบ่อเรียบร้อยแล้วธงเขียวก็คือเราเฝ้าระวัง ปล่อยปลานักล่า ปล่อยปลานักล่า ไปในแหล่งน้ำธรรมชาติ วันนี้ท่านไปปล่อยปลานักล่าเลย ปลากะพง ๒๔ ชั่วโมงหิวครั้งหนึ่ง แต่ปลาหมอคางดำหิวทุกชั่วโมง ท่านดูว่าอะไรจะล่าใครก่อน ก่อนท่านจะประกาศปล่อย ปลากะพงวันนี้นี่ปลาหมอคางดำมันระบาดไปในบ่อปลากะพงตบหน้าท่านไปแล้ว มันระบาด ในบ่อปลากะพงแล้วท่านจะบอกว่าปล่อยปลากะพงไปล่ามันอีกได้อย่างไร เพราะฉะนั้น ธงเขียวเมื่อในแหล่งน้ำธรรมชาติมันลดน้อยถอยลงปลาตัวใหญ่ไม่พบ เหลือแต่ตัวเล็ก ๆ ท่านปล่อยปลาสายพันธุ์นักล่าที่หลากหลายลงไป ท่านกวาดล้างใหม่ให้ครบ ให้หมดสิ้น หลังจากธงเขียวท่านชักธงขาวเลย แต่ไม่ได้หมายความว่ายอมแพ้ ท่านชักธงขาวเลยก็คือว่า มันแดง เหลือง เขียวมาเป็นระยะหนึ่งแล้ว มันแก้ไขปัญหาได้แล้ว ธงขาวนี่คือท่านปล่อยปลา ท้องถิ่น ท่านมีงบประมาณอยู่ใน ๔๕๐ ล้านบาท ท่านวางไว้ประมาณ ๑๐๐ ล้านบาทที่จะ ปล่อยปลาท้องถิ่นเดิม เดิมเคยมีปลาอะไรอยู่มันกินหายเกลี้ยงไปหมดแล้ว พอชักธงขาว เมื่อไรแสดงว่าอ้าวรณรงค์ ประเทศไทยคนใจบุญชอบปล่อยปลาเยอะครับ เราชักธงขาว ที่จังหวัดไหนบอกพี่น้องประชาชนเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าปล่อยปลาท้องถิ่นคืนสู่ธรรมชาติ ในแหล่งน้ำไฟเขียวแล้ว นี่คือสิ่งที่เราร้องขอไปผ่านญัตติด่วน แต่ไม่มีการเกิดขึ้นเลยแม้แต่ ธงสีเดียว ท่านประธาน นี่คือสิ่งที่อยากจะฟ้องท่านประธานไปถึงเพื่อนสมาชิกทุกท่าน แล้วก็ไปถึงพี่น้องประชาชนว่ายังไม่มีการดำเนินการใด ๆ🔗

ต่อมาครับก็คือว่าในการที่เราฟังวันนี้ว่าคณะกรรมาธิการพิจารณากันมา ต่าง ๆ นานาเราเห็นแล้วว่ามันมีกระบวนการหลาย ๆ อย่างที่มันขาดตกบกพร่อง เรามีการ กำหนดกรอบกติกาผ่าน IBC คณะกรรมการความหลากหลายทางชีวภาพ เราบอกว่าต้องทำ ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ แต่เวลาเอกชนเอามาเขาทำให้ข้อ ๑ มันทำไม่ได้ เขาทำให้ข้อ ๒ มันทำไม่ผ่าน เขาทำให้ข้อ ๓ มันเป็นไปไม่ได้ แล้วแบบนี้ใครรับผิดชอบ ใครรับผิดชอบ นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนไปพื้นที่ไหนเขาถามว่า สส. และมันเกิดเหตุแบบนี้ใครรับผิดชอบ ก็ในเมื่อคณะกรรมการเขาบอกว่าต้องตัดครีบปลาเขาก็เอาปลาที่มันตัดครีบไม่ได้มา แล้วเขา ก็สามารถดำเนินการวิจัยได้แบบนี้ใครรับผิดชอบ เขาตั้งข้อสังเกต ตั้งข้อสงสัยแบบนี้เราทำ อย่างไร เราก็บอกว่าใช่ ถ้าอย่างนั้นกฎกติกาต่าง ๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น มันยังไม่เหมาะสม มันยังไม่ถูกต้อง มันยังไม่รอบคอบ มันยังไม่รอบด้านหรือไม่ มันก็ต้องไป แก้ไขปัญหาเรื่องนี้กัน ผมเองเดินทางกับคุณหมอวาโยแล้วก็เพื่อนสมาชิกในคณะกรรมาธิการ ไปที่สนามบินสุวรรณภูมิไปดูเรื่องของวิธีการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เขาตรวจสอบ ว่าปลานำเข้ามาแล้วนี่จะตรวจสอบกันอย่างไร จะตรวจ Check กันอย่างไร ท่านประธาน ทราบไหมครับว่า ปลา ๒,๐๐๐ ตัวนี้เวลาเขาตรวจสอบเขานับกันอย่างไร เขาใส่ถุงพลาสติก อัดออกซิเจนมาจากประเทศกานา แล้วเวลาเขานับเขานับอย่างไรรู้ไหมครับท่านประธาน คำตอบของเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เขาบอกว่ายกขึ้นมาแล้วประเมินด้วยสายตาว่าในถุงนี้ประมาณเท่าไร นี่คือสิ่งที่ เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการปกป้องอธิปไตยเรียกว่าระบบนิเวศในประเทศไทยมันจะล้มหาย ตายจากไปด้วยอาวุธร้ายที่มันมากับในชื่อของสัตว์น้ำต่างถิ่นนี้ มันเป็นอาวุธที่มีอานุภาพ การทำลายล้างสูง วันนี้กัดกินชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนมูลค่าแค่ตำบลเดียว ๑๐๐ กว่าล้าน ผ่านไป ๑๐ ปีนี้มูลค่าเท่าไร ประเมินกันคร่าว ๆ ในคณะกรรมาธิการ ๑๐ ปี ที่ผ่านมามูลค่าไม่ต่ำกว่าหลายหมื่นล้านบาท มันมาเอาเงินคนไทยไปขนาดนี้ แต่ประตู ด่านแรกที่มันจะเคาะประตูเข้ามาในประเทศไทยนี่ ก็คือประตูด่านสุวรรณภูมิที่เอาปลา เข้ามา Landing ถามว่าประตูนี้ผุมากเลยท่านประธาน ลูกบิดยังไม่มีกลอนเลย ใครก็เข้ามาได้ ใครก็เข้ามาเอาชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนคนไทยได้ เพราะระบบด่านแรกประตู ด่านแรกมันไม่มิดชิด มันไม่มีกรอบที่ชัดเจน มันไม่มีแม้กระทั่งห้องทำงานให้เจ้าหน้าที่ส่วนนี้ เขาได้นั่งพิจารณากันว่า อ้ายปลาต่างถิ่นนี้มันต้องนับอย่างไร เดี๋ยวนี้มันมี Sensor นะครับ ปล่อยใส่ถุงมาให้ว่ายผ่าน Sensor นับได้เลยกี่ตัว นอกจาก ๒,๐๐๐ ตัว กะด้วยสายตาแล้ว ถามว่าท่านผู้ตรวจท่านรู้ได้อย่างไรว่าปลาในถุงนี้มันคือปลาหมอคางดำหรือปลาชนิดอื่น เขาบอกว่าประเมินด้วยสายตาจากความเชี่ยวชาญเฉพาะตัว แล้วผมถามว่าผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะตัว เฉพาะด้านนี้เขาประเมินถูกตลอด ๒๐ ๓๐ ปีที่ผ่านมาหรือครับ ถ้าเขาเอาปลา ที่มันร้ายแรงกว่านี้มา หรือมันอาจจะหลุดเล็ดลอดมาแล้วก็ได้ มันอาจจะอยู่บ้านใครคนใด คนหนึ่ง มันอาจจะอยู่แล็บใดแล็บหนึ่ง แต่เราอาจจะยังไม่รู้ก็ได้ อีก ๑๐ ปี ๒๐ ปีอาจจะต้อง มาพูดกันเรื่องนี้อีกหรือเปล่า ถ้ากรอบกติกาประตูบานแรกยังผุกร่อนไม่มีล็อก ไม่มีกลอน ไม่มีระบบป้องกันที่ชัดเจน แน่นอนเราอาจจะต้องมาตั้งญัตติ ตั้งกระทู้ ตั้งอนุกรรมาธิการ ในเรื่องของปลาโน่น ปลานี่ ปลานั่น ที่มาทำร้ายพี่น้องประชาชนคนไทยอีกนับครั้งไม่ถ้วน เพราะฉะนั้นครับวันนี้เราอยากให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการในการที่จะ นอกจากกำจัดปลาหมอคางดำ นอกจากกำจัดให้หมดไปแล้วนี้ ต้องเพิ่มระบบป้องกัน ที่ยั่งยืนด้วย หรือเสริมเพิ่มเติม ผมอยากให้ตั้งเป็นกองทุนที่จะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ได้เลย เพราะว่าเวลาเกิดขึ้นปุ๊บ ไปของบประมาณก็ให้กรอบวงเงินมาอีก ๔ ปีกว่าจะครบ ไม่รู้จะแก้ได้เมื่อไร ให้อำนาจหน้าที่มาก็ไม่ชัดเจนว่าใครจะเป็นคนทำ ทุกวันนี้เจ้าหน้าที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินจับมือกับเอกชนผู้นำเข้าไปไล่เดินสายประกาศบอก ปลาหมดแล้ว ปลาหมดแล้ว ปลาหมดแล้ว พี่น้องประชาชนนั่งดูตาปริบ ๆ ปลาเต็มบ่อเลย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเกิดกองทุนนี้มันเกิดขึ้นรายได้ไม่ต้องมาจากหน่วยงานรัฐ หรอกครับ ไม่ต้องมาจากงบประมาณภาษีประชาชนหรอกครับ มาจากเอกชนผู้นำเข้า ท่านประธานเชื่อไหมว่าค่าธรรมเนียมนำเข้าถูกมาก ค่าเอกสาร ค่าอะไรต่าง ๆ นี้ถูกมาก เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองนี้ผมถามว่าที่เขาตายเอามา ๒,๐๐๐ ตัวแล้วตาย เหลือ ๖๐๐ ตัว ๑,๔๐๐ ตัวที่มันตายนี้ผมถามว่าทำไมมันกอดคอกันตายเป๊ะพอดีเลย ๑,๔๐๐ ตัว เขาบอกว่า ๑,๔๐๐ ตัวนี้ก็ได้จากเอกชนเขาส่งมาให้ ไม่ได้นับเองว่ามันตายเท่าไร นี่มีคำพูดชัดเจนอยู่ในชวเลขบันทึกของคณะกรรมาธิการว่าเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเขาบอก วิธีการว่านับอย่างไร ผมก็สงสัยว่าวันนี้ตาย ๕๐ ตัว พรุ่งนี้ตาย ๑๐๐ ตัว มะรืนตาย ๒๐๐ ตัว เอ๊ะปลามันกอดคอตายกันอย่างไรลงหลักร้อย ร้อย ร้อย เขาบอกอ๋อ กะเอา นี่ประเทศไทย อยู่กันแบบนี้ครับท่านประธาน แล้วสถานที่ในการที่จะตรวจสอบในการที่จะกักไว้เหมือน โควิด-๑๙ จะเข้าไทย ท่านประธานเรามีโรงแรม เรามีกักไว้ ๗ วัน ๑๔ วันดูไม่แพร่เชื้อ ไม่แพร่โรคก็ปล่อยพี่น้องประชาชนกลับบ้าน นี่เวลาเป็นคนทำอย่างนี้ แต่เวลาเป็นปลาปุ๊บ เขาบอกว่าไม่มีที่กักกัน อย่างไรก็ต้องอนุโลมให้ไปที่แล็บเลย แล้วก็ค่อยให้แล็บส่งกลับมาว่า สรุปแล้วมันเป็นอะไรบ้าง สิ่งที่ผ่านมาที่มันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นต่อไปใครจะเอาสัตว์น้ำ ต่างถิ่นถ้าเกิดคุณเอาเข้ามาแล้ววิจัย ผลงานวิจัยคุณสำเร็จคุณได้ผลประกอบการเป็นกอบ เป็นกำ คุณได้ดอกเบี้ยดอกผลจากการทำธุรกิจของคุณมหาศาล แต่เมื่อขาดทุนเมื่อไร เมื่อผิดพลาดเมื่อไร เมื่อเกิดปัญหาเมื่อไร พี่น้องประชาชนต้องรับกรรม ต้องเผชิญชะตากรรม แต่บริษัทของคุณก็ยังคงอยู่ เพราะฉะนั้นต่อไปใครจะนำเข้ามาก็แล้วแต่ครับ ส่งเงินไว้เลย จะจำนวนเท่าไร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหน้าที่ไปดำเนินการไปคิดมาว่าจะต้องเก็บค่าใช้จ่ายอย่างไร เข้ากองทุนนี้ เหมือนซื้อประกันนะครับ แล้วถ้าเกิดมันผิดพลาดมันมีปัญหาขึ้นมากองทุนนี้ ใช้จ่ายได้เลยเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อย่างนี้คือยกตัวอย่างให้รายงานฉบับนี้ไปถึง คณะรัฐมนตรีแล้วได้มีเรื่องที่จะพิจารณาได้เร็วขึ้น ต่อไปก็คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านณัฐชาครับ ท่านสรุปเลยครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรรมาธิการ

ทั้งหมดมี ๔ กระทรวงครับ ท่านประธาน ตอนนี้เหลือ ๒ แล้วครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสรุปเลยครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรรมาธิการ

ได้ครับ กระทรวงที่ ๒ คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลาที่ประชุม ตามที่ท่านประธานว่า ก็คือต้องการให้มาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลัก เพราะท่านต้องดูแล ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับพี่น้องประชาชน ท่านต้องมาเป็นคนแรก คนเริ่ม ในการที่จะดำเนินคดีแล้วก็ดำเนินการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนต่อไป🔗

กระทรวงที่ ๓ ก็คือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพราะปัญหานี้แน่นอนครับ แก้ปัญหาโดยการกวาดล้างในการตามตรวจจับอะไรต่าง ๆ ใช้งบประมาณอย่างเดียวไม่ได้ ต้องใช้งานวิจัยในการที่จะต้องคิดค้นว่าจะทำอย่างไร ให้ปลาชนิดนี้หมด จะเพาะ จะเสริม จะเพิ่ม จะเติมอย่างไรก็แล้วแต่ เรามีหน่วยงานที่ทำการ วิจัยเยอะ แต่ขอให้วิจัยเรื่องนี้เพราะมันเป็นผลกระทบกับพี่น้องประชาชน🔗

กระทรวงสุดท้ายครับท่านประธาน กระทรวงที่ ๔ ก็คือกระทรวงมหาดไทย วันนี้เรื่องมันเกิดแล้วครับ เรื่องมันเกิดไปแล้ว เราหยุดยั้ง เราระงับยับยั้งไม่ได้ เรื่องมันเกิด ไปแล้ว มันไปกระทบต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบแล้ว เราก็เลยอยากจะขอให้ กระทรวงมหาดไทยในฐานะดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อันนี้ต้องขอชื่นชม ขอชื่นชมท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และท่านอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยที่ได้เริ่มต้น ซึ่งปลาระบาดไปในแหล่งน้ำธรรมชาติพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบ ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ เยียวยาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนก่อน ไม่ให้ล้มหายตายจาก ไม่ให้ต้องเปลี่ยนอาชีพไป อันนี้ไม่เคยเกิดขึ้น เราทำหนังสือไปถามกรมบัญชีกลาง เราทำหนังสือไปถามกรม ปภ. วันนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เริ่มแล้วครับ ได้เริ่มที่จะดำเนินการในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อันไหนดีเราต้องชื่นชมก็บอกกัน เพราะฉะนั้น ณ วันนี้มันเริ่มแล้ว ๔ หน่วยงานหลัก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวง อว. กระทรวงมหาดไทย เมื่อมันคาบเกี่ยว หลายกระทรวงก็ต้องขอกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีได้ช่วยพิจารณาเรื่องนี้ให้สมกับการ เป็นวาระแห่งชาติ ให้ช่วยพิจารณางบประมาณของพี่น้องประชาชนให้ไปแก้ไขปัญหากับ พี่น้องประชาชนให้สมกับเป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนนั้นเดือดร้อนและอยู่ในเขตพื้นที่ของ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราถึง ๑๒๗ คน เกือบครึ่งของสภาแห่งนี้ได้รับผลกระทบหมด พี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นขอฝากท่านประธานด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะอาจารย์และนิสิตภาควิชาสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยนเรศวร อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ยินดีต้อนรับทุกท่านครับ มีผู้ลงชื่อเพื่อเข้าร่วมอภิปรายทั้งสิ้น ๗ ท่าน ได้ปิดการลงชื่อแล้วนะครับ ขอตั้งท่านละ ๕ นาทีก่อน ท่านใดเกินก็เกินได้ แต่ตั้ง ๕ นาที ๒ ท่านแรก ท่านอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ต่อด้วยท่านชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล เชิญท่าน อานุภาพก่อนครับ🔗

นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาชน วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายในรายงานผลการพิจารณา การศึกษาเรื่องสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอ คางดำเพื่อการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ในราชการอาณาจักรไทยของคณะกรรมาธิการ การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำในประเทศไทยเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานานหลายปี สร้างความเสียหายทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ความเสียหายต่อระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติ และความมั่นคงทางอาหาร จนปัจจุบันลุกลามไปจนถึงความเสียหายทางด้านความมั่นคง ทางสังคม โดยเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบมีคุณภาพชีวิตที่ตกต่ำลงเรื่อย ๆ เป็นหนี้สิน บางคนต้องเลิกจากอาชีพเดิมเปลี่ยนอาชีพใหม่ ครอบครัวบุตรหลานต้องลำบากดิ้นรน หากินกันด้วยความลำบากมากขึ้น จุดเริ่มต้นของหายนะนี้เกิดจากเอกชนรายใหญ่เพียง รายเดียวที่ได้ขออนุญาตนำเข้าปลาหมอคางดำเพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์ปลานิล เมื่อปี ๒๕๕๓ จำนวน ๒,๐๐๐ ตัว ณ ศูนย์วิจัยสัตว์น้ำของบริษัทที่ขอนำเข้าที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ที่บ้านผมนี่ละครับ จากวันนั้นถึงวันนี้ปลาหมอคางดำ ได้กระจายตัวสร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรเพาะเลี้ยง และทำลายสัตว์น้ำพื้นถิ่นลุกลาม ไปถึง ๑๙ จังหวัดทั่วทั้งประเทศ มีการนำปัญหานี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาด้วยการตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรี มีการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเพื่อให้รัฐบาลเร่งรัดการแก้ไขปัญหา รวมถึงมีการตั้ง คณะอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษาสาเหตุและการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำที่เรากำลังนำผล ศึกษานี้มารายงานอยู่นะครับ โดยปัจจุบันรัฐบาลมีแนวทางการแก้ไขปัญหา คืออนุมัติ งบประมาณ ๔๕๐ ล้านบาท เพื่อดำเนินการตามแผนซึ่งดำเนินการไปแล้วตั้งแต่ปีที่แล้ว ปี ๒๕๖๗ จนถึงแผนปี ๒๕๗๐ โดยดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ ๗ มาตรการ ๑๔ กิจกรรม ทั้งนี้ในรอบหลายปีที่ผ่านมายังมีการใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำไปอีก หลายร้อยล้านบาท และใช้มาอย่างต่อเนื่อง ท่านประธานครับ สถานการณ์ปัจจุบันจนถึงวันนี้ ผลลัพธ์ของการแก้ไขปัญหาก็เป็นดังที่คณะกรรมาธิการได้ให้ความเห็นที่อยู่ในรายงานฉบับนี้ นะครับ โดยให้ความเห็นไว้ว่าวิธีการใช้และปริมาณงบประมาณยังไม่ตอบโจทย์ของการ แก้ปัญหาอย่างแท้จริงและยั่งยืน ทั้งนี้คณะกรรมาธิการยังมีความเห็นอีกด้วยว่ากรมประมง ควรเป็นเจ้าภาพและบูรณาการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานอื่น ๆ อีกหลายหน่วยงาน โดยกำหนดกรอบการดำเนินงานพร้อมรายงานผลการติดตามการดำเนินงานเป็นระยะ ซึ่งรายงานเล่มนี้มีรายละเอียดที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าจะให้หน่วยงานไหนทำอะไรบ้าง โดยผมก็ เห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ใน ๓ เรื่อง ๓ กระทรวง🔗

๑. การให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง กรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำรวจความเสียหายของประชาชน เกษตรกร ผู้ได้รับความเดือดร้อน และช่วยเหลือ ชดเชย เยียวยาเป็นวงเงินตามที่กฎหมายหรือระเบียบ กำหนดอย่างเร่งด่วน เพราะตอนนี้ประชาชนต่างเฝ้ารอการช่วยเหลือจากภาครัฐอยู่นะครับ มีเพียงกรุงเทพมหานครที่มีความคืบหน้าในเรื่องนี้ ส่วนในต่างจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัด สมุทรสงครามเกษตรกรเดือดร้อนหลายพันราย แต่ยังไม่มีการดำเนินการช่วยเหลือ ชดเชย เยียวยาใด ๆ เลย🔗

๒. การให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการทาง กฎหมายต่อผู้ซึ่งสมควรจะรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะหายนะทางธรรมชาตินี้ เกิดจากผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างความร่ำรวยให้กับตัวเอง แต่กลับสร้างความเสียหาย ต่อส่วนรวมมหาศาล ตอนนี้ภาครัฐยังนิ่งเฉยในการเอาผิดผู้กระทำความผิด กลับเป็น ภาคประชาชนร่วมกับสภาทนายความต้องมาดำเนินการฟ้องร้องเองในตอนนี้ โดยส่วนหนึ่ง ของข้อมูลที่ใช้ประกอบในการฟ้องร้องต่อศาลของประชาชนก็มาจากรายงานฉบับนี้นะครับ ท่านประธานครับ มีตัวเลขความเสียหายที่น่าสนใจของศูนย์วิจัยและพัฒนาเครื่องมือ ด้านการประเมินผลตอบแทนทางสังคม วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ คาดการณ์ว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นต่อชาวประมงในตำบล แพรกหนามแดง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นตำบลเล็ก ๆ เพียงตำบลเดียว มีมูลค่าสูงถึง ๑๓๑.๙๖ ล้านบาทต่อปี ส่วนความเสียหายของภาพรวมระดับประเทศยังไม่มี การรวบรวมอย่างชัดเจน🔗

แล้วสุดท้ายตามรายงานแนะนำว่า รัฐบาลจะต้องให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ควรเร่งผลักดันการวิจัยแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของ ปลาหมอคางดำ โดยเสนอการทำโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหา เช่น การวิจัย เกี่ยวกับเรื่องพันธุกรรม เช่นการทำหมันปลา การวิจัยผลของการปล่อยปลานักล่าขนาด ต่าง ๆ ในการจัดการปลาหมอคางดำว่ามีผลลัพธ์มากน้อยอย่างไร ตามที่กรรมาธิการเสนอมา ในรายงานเพื่อให้เกิดการแก้ไขอย่างยั่งยืน ท่านประธานครับ ผมขอให้ฝ่ายโสตเปิดคลิป ความเดือดร้อนของประชาชนที่ผมนำมาประกอบนี้หน่อยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมุทรสงคราม

นี่คือความในใจของพ่อแม่ พี่น้องเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำ ผมจึงขอให้รัฐบาล ดำเนินการตามข้อเสนอของกรรมาธิการที่อยู่ในรายงานฉบับนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านต่อไป ท่านชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล ครับ🔗

นายชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล นครปฐม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๖ พรรคประชาชน ผู้แทนจากพี่น้องชาวสามพรานครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย รายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบ จากการนำเข้าปลาหมอคางดำเพื่อการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ในราชอาณาจักรไทย ก่อนอื่น ผมต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการชุดนี้ทุกท่านที่ได้เร่งศึกษาหาสาเหตุและแนวทางการแก้ไข ปัญหาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากในเขตพื้นที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบและประสบปัญหาจากปลาหมอคางดำแพร่ระบาดในแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งผมได้เคยหารือเรื่องนี้ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่ปัญหาดังกล่าวยังคงมีอยู่ จนถึงทุกวันนี้ ผมจึงสนใจในเนื้อหาของรายงานฉบับนี้ในเรื่องของมูลค่าความเสียหายและ แนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยจะขอเริ่มต้นที่มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการ แพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ความเสียหายนั้นควรประเมินในมิติต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง อาทิ ความเสียหายต่อระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความเสียหายต่อ เศรษฐกิจทั้งในระดับจุลภาคและระดับมหภาค รวมถึงความเสียหายต่อสังคมด้วย โดยจากข้อมูลของศูนย์วิจัยและพัฒนาเครื่องมือด้านการประเมินผลตอบแทนทางสังคม วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทำการศึกษาการระบาดของสัตว์น้ำต่างถิ่น ปลาหมอคางดำกับความสูญเสียทางเศรษฐกิจด้านการประมงของตำบลแพรกหนามแดง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม คาดการณ์ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นต่อ ชาวประมงในพื้นที่แพรกหนามแดงว่ามีมูลค่าสูงถึงประมาณเกือบ ๑๓๒ ล้านบาทต่อปี โดยมูลค่านี้ยังไม่ครอบคลุมถึงความเสียหายในมิติอื่น อาทิ ความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังเป็นมูลค่าความเสียหายเพียงเฉพาะพื้นที่ตำบลแพรกหนามแดงเท่านั้น แล้วแบบนี้ครับ ท่านประธานมูลค่าความเสียหายในพื้นที่จังหวัดนครปฐมที่ในปัจจุบันยังคงมีการแพร่ระบาด ของปลาหมอคางดำอยู่ในหลายอำเภอนั้นจะมีความเสียหายขนาดไหน ความเสียหายจาก การระบาดที่เกิดขึ้นจากปลาหมอคางดำนั้นอาจกล่าวได้ว่าเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้น ในระดับประเทศและยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นหากปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป โดยในปัจจุบันยังไม่ ปรากฏว่าจะมีหน่วยงานใดที่จะเป็นหลักในการรวบรวมและประเมินมูลค่าความเสียหาย ที่เกิดขึ้นจริง เห็นได้จากข่าวเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๘ ประมาณ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ได้มีกลุ่มเกษตรกร ๑๙ จังหวัด พร้อมใจกันมารวมตัวเทปลาหมอคางดำหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหานี้โดยเร็ว โดยมีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลดังนี้ครับ🔗

ข้อที่ ๑ ขอให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอิสระเพื่อสืบสวน สอบสวน หาผู้กระทำความผิดให้เสร็จสิ้นภายใน ๓๐ วัน🔗

ข้อที่ ๒ ขอให้รัฐบาลเร่งเยียวยาเกษตรกรและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการ แพร่พันธุ์ของปลาหมอคางดำ รวมทั้งประกาศเขตพบการแพร่พันธุ์เป็นเขตภัยพิบัติ และแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ ระดับจังหวัด วางแนวทางการกำจัดปลาหมอคางดำ ให้เป็นศูนย์ภายในปี ๒๕๖๙ รวมทั้งดำเนินคดีกับผู้เป็นต้นตอของการแพร่พันธุ์นี้ด้วย จะเห็นได้ว่าข้อเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกร ๑๙ จังหวัดนั้นได้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะ ของคณะกรรมาธิการชุดนี้ที่ได้มีข้อเสนอแนะไปยังกระทรวงต่าง ๆ ว่าถึงเวลาแล้วครับ ที่ทุกหน่วยงานควรบริหารราชการแบบบูรณาการสักทีและเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาฟื้นฟู และเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำอย่างเป็นระบบ ได้แก่ ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่และอำนาจ เกี่ยวกับเกษตรกรรมควรเร่งดำเนินการกำจัดปลาหมอคางดำและประเมินมูลค่าความ เสียหายทางการเกษตร ค่าเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ รวมทั้งผลกระทบต่อระบบนิเวศ และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการรุกรานและการแพร่ระบาด ของปลาหมอคางดำและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ได้รับความเสียหายนั้นด้วย🔗

ต่อไปครับในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควรเร่ง ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ซึ่งควรรับผิดชอบต่อความ เสียหายที่เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๙๗ ส่วนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ควรเร่งผลักดันการวิจัยการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำโดยเสนอ โครงการที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างรอบด้านและประสานความร่วมมือ ของหน่วยงานภายใต้กำกับของกระทรวงต่อไป ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยในฐานะ ที่มีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการบำบัดทุกข์บำรุงสุขและรักษาความสงบเรียบร้อยของ ประชาชน ควรเร่งแก้ไขสถานการณ์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนโดยเร็ว ท่านประธานครับ เมื่อพูดถึง การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในช่วงที่ผ่านมา ผมเองในฐานะที่เป็นทนายความสิ่งแวดล้อม รุ่นที่ ๑๓ ก็ได้มีโอกาสเห็นรุ่นพี่ที่เป็นคณะทำงานของสภาทนายความได้ให้ความช่วยเหลือ กลุ่มผู้ประกอบอาชีพประมงเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและประมงพื้นบ้านในการฟ้องคดีต่อ ศาลปกครองและศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ซึ่งตอนนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล เรียบร้อยแล้ว จึงขอชื่นชมคณะทำงานคดีด้านสิ่งแวดล้อมของสภาทนายความมา ณ โอกาสนี้ ด้วยครับ ทั้งหมดที่ผมได้กล่าวมานี้ผมจึงเห็นชอบกับรายงานและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒ ท่านถัดไปนะครับ ท่านชลธิชา แจ้งเร็ว ต่อด้วยท่านบุญเลิศ แสงพันธุ์ ครับ เชิญครับ🔗

นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ปทุมธานี

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคประชาชนค่ะ ท่านประธานคะ ในช่วงปีที่ผ่านมาสังคมเราให้ความสำคัญกับกรณีการแพร่ระบาดของ ปลาหมอคางดำซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบในหลายมิติ รวมไปถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศ ของไทยเพราะการแพร่ระบาดแล้วก็การรุกรานสัตว์น้ำ แล้วก็รวมไปถึงผลกระทบต่อ กลุ่มเกษตรกรชาวประมง กลุ่มผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและประมงค่ะ ซึ่งจากเดิม พวกเขาก็ได้รับผลกำไรเป็นกอบเป็นกำจากการทำธุรกิจนี้ แต่ว่าหลังจากที่มีการแพร่ระบาด ของปลาหมอคางดำก็ทำให้หลายคนขาดทุนย่อยยับแล้วก็สิ้นเนื้อประดาตัวนะคะ ผลกระทบ มากมายมหาศาลขณะนี้ก็ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาสื่อมวลชน ภาคประชาสังคมและประชาชน ต่าง ๆ ก็พยายามที่จะออกมาศึกษาถึงต้นตอ แล้วก็เรียกร้องให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ได้รับผิดชอบต่อการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ แล้วก็รวมไปถึงการสืบค้นข้อมูล จนทำให้เราทราบกันนะคะว่าการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำก็เป็นผลจากการนำเข้ามา ในประเทศไทยโดยบริษัท ซีพี นั่นเอง ท่านประธานค่ะ ประเด็นเรื่องการแพร่ระบาดปลาหมอ คางดำอย่างที่ดิฉันบอกแล้วก็เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปรายมาแล้วนะคะว่าส่งผล กระทบเป็นวงกว้าง ในช่วงที่ผ่านมานี้เองค่ะ ประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบ ภาคประชาสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม นักวิชาการแล้วก็ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากต่างก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์แสดง ความคิดเห็นในทางสาธารณะอย่างมากมาย ดิฉันเชื่อจริง ๆ ค่ะว่าพวกเขาเองต่างก็มีเจตนา สุจริตในการแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ เพื่อร่วมกันเรียกร้องเรื่องของการ ชดเชยเยียวยา แล้วก็ร่วมกันรักษาระบบนิเวศของพวกเรา แต่อย่างไรก็ตามค่ะจากการที่ดิฉัน ได้ติดตามข่าวเรื่องนี้ดิฉันทราบมาว่าในช่วงเวลาเดียวกันกับที่สังคมกำลังจับตามองกรณีการ แพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ทางบริษัท ซีพี เองก็ได้ยื่นฟ้องคุณวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ซึ่งเป็นเลขาธิการมูลนิธิชีววิถีหรือว่า BIOTHAI นั่นเองนะคะ ในฐานหมิ่นประมาทโดยการ โฆษณาเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เหตุสืบเนื่องมาจากงานเสวนาที่คุณวิฑูรย์ได้ไปพูด เกี่ยวกับข้อสังเกตและข้อเสนอแนะจากบทเรียนที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางชีวภาพ แล้วก็รวมไปถึงการให้สัมภาษณ์ทาง Thai PBS ในวันเดียวกันนั่นเอง แม้ดิฉันจะทราบดีว่า รายงานเล่มนี้ของกรรมาธิการจะเสร็จสิ้นก่อนที่จะมีการฟ้องร้องดำเนินคดี แต่ดิฉันเอง ก็อยากจะใช้โอกาสนี้ในการพูดถึงการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อปิดกั้นการมีส่วนร่วม สาธารณะหรือว่าที่เรารู้จักกันในชื่อของคดี SLAPP นั่นเองในเหตุการณ์นี้ค่ะ แล้วก็ขอฝาก เป็นข้อเสนอไปยังรัฐบาล ดิฉันมองว่าการดำเนินคดีของบริษัท ซีพี ต่อกรณีของคุณวิฑูรย์นั้น เป็นการดำเนินคดีในลักษณะของเชิงยุทธศาสตร์เพื่อปิดกั้นการมีส่วนร่วมสาธารณะหรือที่เรา เรียกกันว่าคดีฟ้องปิดปากนั่นเอง ซึ่งไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การแสวงหาความยุติธรรม แต่ว่าทำไปเพื่อให้จำเลยเกิดความยุ่งยาก เสียเวลา เสียเงิน เสียทอง และที่สำคัญก็คือเพื่อทำให้เกิดบรรยากาศของความหวาดกลัว ในการแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนั้น ๆ และที่ดิฉันพูดถึงเรื่องนี้ก็เนื่องมาจากการแสดง ความคิดเห็นของคุณวิฑูรย์อย่างที่ดิฉันย้ำว่าก็เป็นไปโดยสุจริตนะคะ แล้วก็เพื่อให้สาธารณะ ได้เห็นถึงผลกระทบที่บริษัท ซีพี ได้ก่อไว้ที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมของบ้านเรา ท่านประธานคะ หลังจากที่มีการดำเนินคดีในเรื่องนี้ต่อคุณวิฑูรย์ก็ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากทั้งจาก องค์กรในประเทศไทยเอง แล้วก็รวมไปถึงองค์กรระหว่างประเทศด้วยว่าการแจ้งความ ในลักษณะนี้เป็นการคุกคามสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกแล้วก็การเข้าถึง ข้อมูลข่าวสารนะคะ ซึ่งความน่ากังวลอย่างที่ดิฉันบอกมันได้สร้างบรรยากาศแห่งความ หวาดกลัวแล้วก็ปิดกั้นการตรวจสอบของสาธารณชน เป็นภัยคุกคามต่อหลักการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยที่เราต่างยึดถือกัน เพราะเมื่อขาดการมีส่วนร่วมจากสาธารณะ ดิฉันไม่มั่นใจเลยจริง ๆ ว่าแนวทางที่พวกเรากำลังแสวงหาในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาด ของปลาหมอคางดำนั้นจะมีประสิทธิภาพได้อย่างไรหากเราขาดการมีส่วนร่วม และนี่จึงเป็น เหตุผลที่ดิฉันจะขอใช้โอกาสนี้ในการฝากข้อเสนอผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลในการ สื่อสารกับรัฐบาลว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมีกฎหมาย ผลักดันกฎหมายป้องกันการฟ้อง ปิดปาก เฉกเช่นเดียวกับหลาย ๆ ประเทศ ซึ่งจะเป็นกลไกทางกฎหมายที่สำคัญในการ ปกป้องสิทธิและเสรีภาพในการพูด ในการตั้งคำถาม ในการตรวจสอบ แล้วก็วิพากษ์วิจารณ์ เรื่องสาธารณะ เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาดิฉันได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมในเวทีรับฟังความ คิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ป้องกันการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของ สาธารณชนหรือกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปากนั่นเอง ซึ่งร่างนี้ก็จัดทำโดยกรมคุ้มครอง สิทธิและเสรีภาพของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งต้องขอชื่นชมเป็นอย่างมากเห็นถึงความตั้งใจ จริง ๆ ในเรื่องนี้ กฎหมายฉบับนี้ก็จะมีสาระสำคัญในการคุ้มครองการใช้เสรีภาพในการ แสดงออกเพื่อประโยชน์สาธารณะแล้วก็สร้างกลไกทางกฎหมายเพื่อพิจารณายุติคดีที่เข้าข่าย ลักษณะของการฟ้องปิดปาก และขณะเดียวกันภายใต้กรรมาธิการพัฒนาการเมืองก็ได้มีการ ตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาร่างกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปากเช่นเดียวกัน🔗

สุดท้ายคะท่านประธานดิฉันจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหากร่างกฎหมายดังกล่าว เข้าสภามาแล้วก็จะได้รับการสนับสนุนจากเพื่อน สส. ทุกพรรคการเมืองในสภานี้เพื่อช่วยกัน ยืนยันถึงความเอาจริงเอาจังของพวกเราว่าจะต้องไม่มีการฟ้องปิดปาก ฟ้องกลั่นแกล้งเกิดขึ้น เฉกเช่นเดียวกับกรณีของคุณวิฑูรย์ที่ถูกฟ้องโดยบริษัท ซีพี และเพื่อให้มั่นใจว่าเราจะร่วมกัน สร้างพื้นที่ปลอดภัยที่ประชาชนทุกคนสามารถมีส่วนร่วม สามารถแสดงความคิดเห็น เพื่อประโยชน์สาธารณะ อย่างเช่นกรณีของปลาหมอคางดำ ขอบคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านบุญเลิศ แสงพันธุ์ เชิญครับ🔗

นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมุทรปราการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๗ อำเภอ พระสมุทรเจดีย์ ตำบลบางจาก แล้วก็อำเภอพระประแดง วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายสนับสนุน รายงานฉบับนี้นะครับ ต้องยืนยันอีกครั้งรายงานฉบับนี้ค่อนข้างที่จะสมบูรณ์ มีทั้งการสรุป ข้อมูลต่าง ๆ เรื่องเล่าต่าง ๆ ตั้งแต่เริ่มจนจบ รวมถึงการแนะนำไปยังภาครัฐว่าการปฏิบัติ ตอนนี้ส่งผลอย่างไร แล้วก็มีการนำเสนอการแก้ไขต่อจากนี้เป็นอย่างไร ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมุทรปราการ

ผมจะขออนุญาตพาไปที่อำเภอ พระสมุทรเจดีย์ ผมได้มีการพูดเรื่องนี้ในสภาหลายครั้งมากแล้วก็ติดตามปัญหานี้พอสมควร เรื่องปลาหมอคางดำใช้ระยะเวลามาเกือบ ๒ ปีแล้วจากติดตามเรื่องนี้ แล้วก็ในอำเภอ พระสมุทรเจดีย์ต้องบอกอย่างนี้ครับปลาหมอคางดำเยอะมาก หรือแม้แต่ล่าสุดผมก็ยัง ปรึกษาหารือกับท่านประธานเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ถึงปัญหาปลาหมอคางดำ สไลด์ถัดไป ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงปัญหาปลาหมอคางดำที่ประชาชนยังรออยู่ รออะไรครับ เพราะว่า กทม. ได้ประกาศเป็นภัยพิบัติแล้ว แต่สมุทรปราการนี่ยังไม่สามารถประกาศเป็น ภัยพิบัติได้เลย ประชาชนอย่างน้อย ๆ เขารอการทำงานของภาครัฐ เขารอการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับ พ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์🔗

สุดท้ายครับตลอดระยะเวลาในการตั้งคำถามและหาคำตอบ เราได้คำตอบ มาว่ายังไม่มีรายงานขึ้นไป วันนี้ผมเลยขออนุญาตผ่านท่านประธานรายงานผ่านสภาตรงนี้ ไปเลยว่าชาวพระสมุทรเจดีย์เดือดร้อนเรื่องปลาหมอคางดำเป็นอย่างหนักนะครับ แล้วก็ไม่ได้ รับการบรรเทาความเดือดร้อนแล้วก็ให้ข้อมูลเท่าที่ควรจากกรมประมง อันนี้เราต้องร่วมมือกัน ช่วยกันแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เพราะว่าถ้าเกิดผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเป็นภัยพิบัติแล้ว ผมถามว่าพ่อแม่พี่น้องประชาชนจะเตรียมตัวอย่างไรกับการที่จะได้เข้าข่ายผ่านคุณสมบัติ ไม่ว่าจะเป็นบัตรประมง ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จ หรือแม้แต่คลิปวิดีโอรูปถ่ายกับความเสียหาย ของปลาหมอคางดำ สไลด์ถัดไปนะครับ ก็ต้องบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นความเดือดร้อนของพ่อแม่ พี่น้องประชาชนไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น ผลเสียที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อมหรือแม้แต่อาชีพ ของเขา ครอบครัวของเขา ทุกวันนี้อย่างเมื่อสักครู่เพื่อนได้เปิดคลิปไปเขาเป็นหนี้เป็นสินครับ แต่แปลกครับผู้ที่มีอำนาจตอนนี้เราแก้ถูกทางหรือไม่ ผมรอดูไม่ได้ครับในปี ๒๕๗๐ ว่าพ่อแม่ พี่น้องประชาชนจะเดือดร้อนอย่างไร วันนี้เราแค่อยากจะผ่านสภาแห่งนี้ไปยังกระทรวง ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลองให้ความสนใจ กับเขา เราอาจจะยืนผิดที่ผิดทาง เกษตรกรไม่สามารถที่จะมายืนตรงนี้เป็นผู้แทนราษฎร และพูดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ฟัง หรือแม้แต่วันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้บริหาร รัฐมนตรีอาจจะไม่ได้ไปยืนจุดนั้น ท่านอาจจะไม่ได้ทำวังปลา วังกุ้ง ไม่ได้เลี้ยงปลา ท่านเลย ไม่รู้ปัญหานี้ เงินหลักพัน ลงที ๕,๐๐๐ ๗,๐๐๐ บาท นั่นคือเงินต้นทุนของเขา แต่สิ่งที่ ตามมาทุกครั้งในการจับเขาขาดทุน จับได้กำไรหลักร้อยมันคุ้มค่าไหมครับกับอาชีพนี้ที่กำลัง ทำอยู่ก็ต้องฝากไปในส่วนต่าง ๆ เลยว่าทุกวันนี้ประชาชนร้องถามนะครับว่าใครจะช่วยเขา ใครจะช่วยพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนชาวพระสมุทรเจดีย์ รายงานฉบับนี้ต้องบอกว่าสำคัญ มากนะครับ แล้วผมก็ได้มีโอกาสเข้าไปนั่งฟังทุกครั้งที่มีหน่วยงานมาชี้แจง แต่ทุกครั้งก็จะพูด ถึงหลักการ พูดถึงงบประมาณลงทุน ๔๕๐ ล้านบาท แต่มันใช้ระยะเวลา ๒ ปีครับ ผมถามว่า อีก ๔ เดือนประชาชนในพื้นที่จะจับปลาอยู่แล้ว ท่านรู้ไหมครับ ปลาในบ่อของเขาในพื้นที่ ๑๐ ไร่ เขาจะได้ปลาที่จะขึ้นมากี่กิโลกรัม เขาบอกได้เลยครับ ได้หลักร้อยกิโลกรัมครับ แต่ปลาหมอคางดำจะได้หลักตันครับ ๒-๓ ตัน เกษตรกรเดือดร้อนเป็นอย่างหนัก แต่ถามว่า สิ่งพวกนี้เกษตรกรรอไม่ได้ แล้วผมในฐานะผู้แทนราษฎร ผมก็เป็นปากเป็นเสียงให้พ่อแม่พี่ น้องประชาชนแล้ว ผมทำหน้าที่นั้นแล้ว แล้วก็พยายามประสานงานในพื้นที่ต่าง ๆ หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ผมยังทำแผ่นพับแจกพ่อแม่พี่น้องประชาชนเลย แต่วันนี้อีกแค่ไม่กี่เดือนผมอยาก เปลี่ยนรูปนี้ครับที่ผมต้องลงไปจับปลาเองกับเกษตรกรที่เขาเดือดร้อน อยากจะเปลี่ยนรูปนี้ ออกไปว่าหน่วยงานรัฐหรือใช้คำว่ารัฐบาลแก้ไขแล้ว ผมอยากจะเปลี่ยนรูปนี้จริง ๆ อย่าให้รอ ถึงสิ้นปี อย่าให้รอ พ.ศ. ๒๕๗๐ เลย เพราะ พ.ศ. ๒๕๗๐ อาจจะต้องเปลี่ยนรัฐบาลแล้ว ก็ฝากด้วยนะครับสิ่งพวกนี้ แล้วผมก็ขอยืนยันอีกครั้ง ขอบคุณรายงานฉบับนี้มากที่ให้พ่อแม่ พี่น้องประชาชนแล้วคนทั้งประเทศได้เห็นถึงความตั้งใจในการทำรายงานฉบับนี้ออกมา แล้วก็ได้เห็นถึงการทำงานของรัฐบาลที่อาจจะยังไม่เต็มที่ ที่ยังไม่ใส่ใจกับพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนกับการแก้ปัญหาเรื่องนี้ ขอให้ปลาหมอคางดำหมดไปโดยเร็วนะครับ แต่ก่อนที่จะหมด ผมเชื่อครับพ่อแม่พี่น้องประชาชนหมดตัวก่อนแน่นอนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านฐิติมา ฉายแสง แล้วต่อด้วยท่านณัฐพงษ์ สุมโนธรรม เชิญท่านฐิติมา ฉายแสง ครับ🔗

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สส. จังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทยค่ะ ก่อนอื่นดิฉันขอชื่นชม ในรายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบ จากการนำเข้าปลาหมอคางดำเพื่อการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ในราชอาณาจักรไทยที่ท่าน หมอวาโยเป็นประธานกรรมาธิการ ละเอียดดีมากนะคะ แล้วก็เป็นข่าวเป็นคราวเยอะมาก ทำให้กระแสสังคม ณ ตอนนั้นที่ท่านได้เป็นข่าวมันทำให้ทุกคนใส่ใจ ทุกคนสนใจอยากที่จะ มาร่วมแก้ปัญหา ตอนนั้นมันก็ได้ผลดีนะคะ แต่ว่า ณ ขณะนี้มันอาจจะดูจางกันไป การให้ความร่วมมือความสนใจ มันลดน้อยถอยไป วันนี้ดิฉันจึงอยากให้ทุกท่านที่ฟังอยู่ตอนนี้ได้คิดตามดิฉันสักครู่หนึ่ง เราลองจินตนาการถึงแม่น้ำที่เคยเต็มไปด้วยปลาพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นปลาตะเพียน ปลาช่อน ปลาสร้อย อะไรก็แล้วแต่ลอยน้ำว่ายไปว่ายมา หรือในทะเลมีกุ้ง หอย ปู ปลา แต่วันนี้ พวกมันหายไป มันหายไปเพราะว่าเราเจอกับผู้รุกรานที่ชื่อว่าปลาหมอคางดำ เรากำลังเสีย ระบบนิเวศในแหล่งน้ำไปโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า ปัญหาใหญ่มันก็คือว่าปลาหมอคางดำมันดัน เป็นปลาที่สามารถเพิ่มจำนวนได้อย่างบ้าคลั่งแล้วมันกำลังยึดครองแหล่งน้ำของเรา วันนี้เรา จะยืนดูเฉย ๆ ให้มันขยายพันธุ์จนสัตว์น้ำของเรานั้นสูญพันธุ์หรือว่าเราควรที่จะลุกขึ้นมา ร่วมกันกำจัดมันให้หมดสิ้นดี ท่านประธานคะ ปัญหานี้มันไม่ได้เกิดขึ้นเองนะคะ ปลาหมอ คางดำไม่ได้ว่ายน้ำข้ามพรมแดนมาเอง มันถูกนำเข้ามาโดยบริษัทหนึ่งที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ว่าปลาชนิดนี้มันจะทำให้ธรรมชาติแล้วก็ระบบนิเวศของประเทศเสียหายมากขนาดนี้ ดิฉันขอเรียกร้องให้รัฐบาลไม่ปล่อยให้บริษัทนี้ลอยนวล มาตรา ๙๗ ของพระราชบัญญัติ ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติต้องถูกนำมาใช้ บริษัทที่นำเข้าปลาหมอ คางดำต้องชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด ต้องร่วมมือกับภาครัฐในการกำจัดและฟื้นฟูระบบนิเวศ ของไทย เพราะนี่คือความรับผิดชอบของผู้ที่นำเข้ามา แต่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของพี่น้อง ประชาชน แต่ความรับผิดอันนี้บริษัทนี้ที่เรากำลังบอกถึงมันไม่พอหรอก เราจำเป็นต้องทำ วิกฤตินี้ให้เป็นโอกาส ดิฉันขอเสนอแนวทาง Win Win Win ๓ Win เลยค่ะ แนวทางนี้ ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ทุกฝ่ายร่วมกันกำจัดปลาหมอคางดำ แล้วก็ทุกฝ่ายช่วยกันฟื้นฟู ระบบนิเวศ🔗

Win ที่ ๑ ประชาชนมีรายได้ ดิฉันเสนอให้กรมประมงยังคงต้องรับซื้อปลาหมอ คางดำ แต่อาจจะในราคา ๑๐ บาทก็ได้ ๑๐ บาทต่อกิโลกรัม บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไม ๑๐ บาททำไมไม่ ๑๕ บาทเหมือนคราวที่แล้ว ๑๕ บาทมันก็หมดเนื้อหมดตัว ๔๕๐ ล้านบาท ก็ไม่เหลือเลย ทีนี้ ๑๐ บาท แต่ ๑๐ บาทยังเป็นราคาดีที่สามารถสร้างแรงจูงใจได้ ดิฉันเชื่อว่า ประชาชนเห็นว่าปลาหมอคางดำมันเป็นเงิน เมื่อเป็นเงินไม่ใช่ภาระแล้ว เป็นเงินพวกเขาก็จะ ช่วยกันกำจัดให้หมดสิ้นนี่คือแรงจูงใจยิ่งจับได้มากแหล่งน้ำของเราก็จะยิ่งปลอดภัยมากขึ้น🔗

Win ที่ ๒ เกษตรกรลดต้นทุน ลดต้นทุนอย่างไร ดิฉันไม่ได้บอกให้เอา ปลาหมอคางดำไปทิ้งเฉย ๆ นะคะ แต่ดิฉันบอกว่าเราต้องใช้ประโยชน์กับมัน ปลาหมอคางดำ มันสามารถเป็นเหยื่อสดให้กับปลากะพงได้ ดิฉันมาจากจังหวัดฉะเชิงเทราซึ่งเป็นแหล่งเลี้ยง ปลากะพง เลี้ยงปลากะพงกันเยอะมากเลย แล้วอาหารที่เป็นต้นทุนที่สูงมากกระสอบหนึ่ง ๑,๑๐๐ บาท มี ๒๐ กิโลกรัม ถามว่ากิโลกรัมเท่าไร กิโลกรัมละ ๕๕ บาท สูงมาก เขาจะไป แข่งในตลาดโลกนี่คือต้นทุนที่หนักมาก เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราจัดระบบให้ดีให้พี่น้อง ประชาชนจับปลาหมอคางดำมาให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงมาขาย บริษัทเอกชนก็ทำ กันอยู่เขาขายปลาเหยื่อสดเอามาหั่น หั่น หั่น ให้ปลาดุก ทีนี้ปลาหมอคางดำถ้าจะแรงจูงใจ ราคาเพียง ๓ บาทไม่จูงใจประชาชน และจะไปให้ ๑๐ บาทจะไปให้ปลาดุกก็ไม่ไหว เพราะฉะนั้นจึงต้องไปที่ปลากะพงซึ่งมีราคาสูงกว่า จึงเสนอว่าถ้าในราคา ๑๐ บาท มันสามารถช่วยลดต้นทุน มันเป็นแรงจูงใจพี่น้องเกษตรกรด้วย ลดต้นทุนกับพี่น้องเกษตรกร ได้ทันที แต่การขนส่งปลาหมอคางดำจำเป็นที่จะต้องดูแลกันให้ดี กรมประมงต้องมีมาตรการ มาตรการอย่างเข้มงวด หากไม่ดูแลดีอาจจะหลุดรอดกลายเป็นปลาหมอคางดำย้ายกระจาย ไปยังแหล่งน้ำอื่นได้ เพราะฉะนั้นต้องควบคุมเส้นทาง ต้องจำกัดพื้นที่ที่สามารถให้ปลาหมอ คางดำมาเป็นเหยื่อ ต้องป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจาย หากไม่มีมาตรการที่รัดกุม เราอาจจะกลายเป็นเคลื่อนย้าย แล้วไข่ปลาหมอคางดำเราก็รู้อยู่แล้วว่ามันอยู่กลางแดดได้ เป็นวัน ๆ เลยมันยังไม่ตายเลย🔗

Win ที่ ๓ ธรรมชาติได้รับการฟื้นฟู นั่นหมายความว่าลองนึกถึงภาพแม่น้ำ ของเราในอีก ๑๐ ปีข้างหน้า ถ้าเราปล่อยให้ปลาหมอคางดำขยายพันธุ์อยู่ ไร้การควบคุม เราจะไม่มีปลา เราจะไม่มีสัตว์น้ำเหลืออีกเลย เราจะทนกันได้หรือ เพราะฉะนั้นเราต้องรีบ ช่วยกันกำจัดให้หมดสิ้นไป สัตว์น้ำพื้นเมืองนี่จะฟื้นตัว ความหลากหลายทางชีวภาพ จะกลับมา ประเทศไทยจะไม่ถูกสายพันธุ์ต่างถิ่นนี้ยึดครอง ดิฉันอยากให้ทุกท่านลองคิดตาม ว่าเราจะปล่อยให้ปลาหมอคางดำมากลืนกินแหล่งน้ำของเราไม่ได้แล้ว ดังนั้นจึงเสนอว่า โครงการ Win Win Win ที่ดิฉันเสนอจะช่วยแก้ปัญหาอย่างแท้จริง ประชาชนได้ประโยชน์ เกษตรกรได้กำไร ธรรมชาติกลับมาสู่สมดุล แล้วก็สำคัญคือปลาหมอคางดำนั้นหมดไปจาก แหล่งน้ำของไทย ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ครับ🔗

นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สมุทรสาคร

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต จังหวัด สมุทรสาคร พรรคประชาชน วันนี้ผมขออนุญาตร่วมอภิปรายรายงานของคณะกรรมาธิการ อว. มีท่านประธานวาโยเป็นประธาน ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมนะครับทางท่านประธานอนุ กรรมาธิการ แล้วก็ท่านอนุกรรมาธิการทุกท่านที่ทำงานอย่างหนักในการจัดทำรายงาน ที่มีเนื้อหาครบถ้วนเช่นนี้ ก็ต้องขอบคุณแล้วก็ผมคิดว่ารายงานนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ สังคมกลับมาให้ความสนใจ รวมถึงรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเรื่องปลาหมอคางดำ อย่างจริงจังอีกรอบนะครับ ก็ต้องบอกกับที่ประชุมแห่งนี้ว่าในพื้นที่ของจังหวัดสมุทรสาคร ของผม ถ้าผมไม่ได้ลุกขึ้นอภิปรายคงเป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่เป็นจังหวัดต้นกำเนิด แต่เป็นจังหวัดที่ ได้รับผลกระทบมากที่สุดจังหวัดหนึ่ง และผมเองเคยได้ลุกขึ้นเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา ตอนนั้นญัตติที่ผมเสนอคือแก้ไข ๑๗ จังหวัด แต่รายงานฉบับนี้ก็บอกแล้วครับว่า ๑๙ จังหวัด ผ่านมาไม่กี่เดือนสถานการณ์คือปลาหมอ คางดำแพร่ระบาดเพิ่มไปอีก ๒ จังหวัด ก็ทำให้เห็นว่าสถานการณ์แย่ลงหรือดีขึ้น ก็คงจะเห็น ได้จากจำนวนจังหวัดที่แพร่กระจายมากขึ้น อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้เห็นนะครับว่า สถานการณ์ปลาหมอคางดำไม่ได้ดีขึ้นเลย แต่ทำให้เห็นว่ามีการแย่ลงด้วยซ้ำไป วันนั้นผมเสนอ มาตรการไว้ทั้งหมด ๙ มาตรการที่ให้รัฐบาลนำไปพิจารณาแก้ไข ที่ผมเสนอก็คือ🔗

ข้อที่ ๑ การจำกัดพื้นที่🔗

ข้อที่ ๒ จำกัดการแพร่พันธุ์🔗

ข้อที่ ๓ ลดพื้นที่🔗

ข้อที่ ๔ ลดการแพร่พันธุ์🔗

ข้อที่ ๕ ให้มีการศึกษาวิจัยเพื่อจะได้รู้จักว่าเจ้าปลาหมอคางดำมันมีลักษณะ อย่างไร ที่มีการเสนอในตอนนั้นว่าการเหนี่ยวนำโครโมโซมมันจะได้ผลจริงหรือไม่ หรือมันจะ สร้างหายนะ อันนี้ก็ให้มีการวิจัยอย่างจริงจังนะครับ🔗

รวมถึงอีกมาตรการหนึ่งคือการได้ไปขอความรู้จากต่างประเทศที่เขามี ความสามารถในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้สำเร็จ ไปขอองค์ความรู้เขา หรือแม้กระทั่งการที่ ให้มีการเฝ้าระวัง Alien Species อื่น ๆ ต้องยอมรับว่าอาจจะไม่ใช่แค่ปลาหมอคางดำ อาจจะมี Alien Species อื่น ๆ ที่ อาจจะมีการแพร่ระบาดเพิ่มเติมหรือไม่ ผมคิดว่าจะได้ ไม่เกิดหายนะแบบที่ปลาหมอคางดำได้ทำกับประเทศไทยนะครับ🔗

อีกส่วนหนึ่งก็คือการหาผู้กระทำความผิดให้ได้ เพราะต้องยอมรับว่าการแก้ไข ปัญหาที่ผ่านมาเราใช้เงินภาษีของประชาชน แต่คำถามคือมัน Fair แล้วจริง ๆ หรือครับ ที่เราเอาเงินภาษีมาแก้ปัญหาเหล่านี้ คนที่สร้างปัญหาควรจะต้องแก้ไขมามีส่วนร่วมในการ รับผิดชอบหรือไม่ รวมถึงการเยียวยาพี่น้องเกษตรกร วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ในวันที่ผมเสนอ ญัตติด่วนด้วยวาจา ผมได้เสนอเรื่องนี้กับรัฐบาล แต่วันนี้ผ่านมาก็เป็นเรื่องน่าเศร้าใจครับ ผมคิดว่ามันไม่ได้ดีขึ้น ก็อย่างที่ผมได้นำเรียนว่าการที่มีการแพร่ระบาดมากขึ้นหรือแม้กระทั่ง วันนี้ปลาหมอคางดำก็ไม่ได้หมด เพื่อน ๆ สมาชิกที่ลุกขึ้นอภิปราย รวมถึงทางอนุกรรมาธิการ ก็ได้พูดตรงกันว่ามันไม่ได้หมด เราเป็น สส. ในเขตพื้นที่เราก็เห็นว่ามันไม่ได้หมด ผมก็เลย คิดว่านี่เป็นปัญหาที่สำคัญมาก ๆ นะครับ🔗

ผมขอย้อนใน ๒ มาตรการสุดท้ายที่ผมได้พูดไป เรื่องสั้น ๆ สุดท้ายมาเน้นย้ำ ตรงนี้ ๑. คือเรื่องการหาผู้กระทำความผิด จริง ๆ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านฐิติมา ฉายแสง เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกไม่ได้เสียหายอะไรนะครับ ก็ต้องขอชื่นชมที่ท่านได้พูดเมื่อสักครู่ ผมเห็นด้วยว่าสิ่งเหล่านี้มันต้องหาผู้กระทำความผิด ไม่ควรให้มีการลอยนวลสิ่งเหล่านี้ แล้วทางรายงานเองก็ได้มีการพูดถึง ท่านประธานวาโยหรือแม้กระทั่งท่านณัฐชาก็ได้พูดถึง ไปแล้ว เห็นตรงกันว่าเราคงจะต้องหาผู้กระทำความผิดให้ได้นะครับ🔗

ส่วนที่สำคัญอีกอันหนึ่งคือเรื่องของการเยียวยา ผมพูดตั้งแต่ครั้งที่แล้วครับว่า การที่รับซื้อไม่เท่ากับการเยียวยานะครับ การรับซื้อเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการในการเอา ปลาหมอคางดำออกไป แต่ไม่ใช่การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ท่านประธานทราบไหมครับว่า เมื่อก่อนที่มีมาตรการของรัฐบาลกิโลกรัมละ ๑๕ บาท แต่ทุกวันนี้เหลือแค่ ๓ บาทเท่านั้นเอง แล้วทำให้ปลาหมอคางดำก็ยังเยอะเต็มไปหมด เพราะว่าก็ไม่มีใครไปจับหรอกครับ เพราะมัน ไม่คุ้มกับค่าน้ำมัน ไม่คุ้มกับต้องตื่นแต่มืดแต่ดึก ผมก็ไปถามแพปลาที่รับซื้อ ไปถามเกษตรกร ชาวประมงก็ไม่มีใครอยากจะออกไปจับเพราะว่า ๓ บาทมันไม่คุ้ม นี่ก็คือสิ่งที่ทำให้เห็นว่า มาตรการในการรับซื้อก็ไม่ใช่ยาวิเศษในการแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ สถานการณ์มันก็ดูเบาบางลงบ้าง เพราะว่าคนก็ไปจับ เพราะว่าราคาซื้อมันก็จูงใจ แต่ก็ต้อง ยอมรับว่ามันเยอะมากครับ ตั้งงบมากี่ร้อยล้าน กี่พันล้านก็คงไม่หมดง่าย ๆ อันนี้เป็นเรื่องที่ สำคัญนะครับ แต่เรื่องเยียวยาที่ผมบอกไป เรื่องนี้ผมอยากให้รัฐบาลเอาจริงเอาจัง บอกให้ ชัดเจนว่าประชาชนเขามีสิทธิอะไรบ้างแล้วเขาจะสามารถทำอย่างไรได้บ้างในการให้ได้รับ การเยียวยา ข้อมูลต้องชัดเจนครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือมันกลายเป็นว่าจังหวัดไหน Active ก็สามารถที่จะให้ข้อมูลกับประชาชน แล้วก็นำทางให้กับประชาชนได้ ผมก็ต้องชื่นชม ท่านนริศผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ท่านก็ Active ในการให้ข้อมูลกับประชาชนแล้วก็ เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมในการช่วยเหลือประชาชน หาทางออกมาตรการต่าง ๆ ในการแก้ไขเรื่องนี้ เมื่อสักครู่เห็นเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายก็มีบางจังหวัดก็ยังไม่ได้มีมาตรการ เหล่านี้ ผมคิดว่ามันคงจะต้องชัดเจนว่าสุดท้ายแล้วรัฐบาลเอาอย่างไรกันแน่ และอีกนิดเดียว ท่านประธานขออนุญาตใช้เวลาเกินอีกสัก ๑ นาที สิ่งที่เกิดขึ้นวันที่ ๑๓ กันยายนนะครับ ผมเคยอภิปรายในนโยบายรัฐบาลนายกแพทองธารตอนขึ้นมาสู่ตำแหน่งที่แถลงนโยบาย ต่อสภานี่ครับ ผมบอกว่าการจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ท่านปล่อยให้กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ทำไม่ได้ครับ ท่านต้องใช้ภาวะผู้นำในการนั่งหัวโต๊ะ แล้วก็เรียกหน่วยงานมาบูรณาการกัน ลำพังกรมประมงต้องเห็นใจกรมประมงนะครับ ท่านก็คงทำไม่ไหวเราพูดตรง ๆ เรื่องนี้ มันเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง หลายหน่วยงาน ผมคิดว่านายกรัฐมนตรีท่านปฏิเสธ เรื่องเหล่านี้ไม่ได้ครับ ท่านต้องแสดงภาวะผู้นำใช้อำนาจของทางนายกรัฐมนตรีในการขจัด ข้อต่าง ๆ เหล่านี้ในการแก้ไขปัญหาเอาจริงเอาจัง ผมรอดูว่าท่านนายกแพทองธาร ท่านจะดำเนินการแก้ไขปัญหานี้หรือไม่ ถ้าท่านทำได้ผมคิดว่าพี่น้องประชาชน เกษตรกร ชาวประมงก็จะแซ่ซ้องสรรเสริญท่านนะครับ แต่ถ้าท่านทำไม่ได้แล้วปล่อยให้ผู้กระทำ ความผิดยังลอยนวลอยู่ ผมคิดว่าสถานการณ์ก็จะตรงกันข้าม ก็ขอบคุณทางอนุกรรมาธิการ ทุกท่านที่ทำรายงานดี ๆ ฉบับนี้ แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่านี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นอีกครั้งในการที่ทำ ให้สังคมแล้วก็รัฐบาลกลับมาเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำครับ เพราะพี่น้อง ประชาชนทนไม่ไหวแล้วครับ ขอบคุณมากครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปผู้อภิปราย ท่านสุดท้ายนะครับ เชิญคุณธิษะณา ชุณหะวัณ ครับ🔗

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน สาทร และราชเทวี พรรคประชาชน ดิฉันขอร่วมอภิปรายเพื่อสนับสนุน รายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบ จากการนำเข้าปลาหมอคางดำเพื่อการวิจัยพัฒนาสายพันธุ์ในไทย โดยคณะกรรมาธิการ การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎรค่ะ จากรายงานของท่าน ระบุว่ากรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงข้อมูลว่าปลาหมอคางดำส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติของรัฐ ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๙๗ จัดว่าปลาหมอคางดำเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน หรือว่า Invasive Alien Species ส่งผลกระทบมหาศาลต่อระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม ต่อเศรษฐกิจ ซึ่งพ่วงมาจาก ความเสียหายทางชีวภาพ ระบบนิเวศที่สูญเสียความสมดุล ผลกระทบต่อสังคมและ การดำรงชีวิตการทำมาหาได้ การประกอบอาชีพของพี่น้องเกษตรกรและอุตสาหกรรม การประมง มีต้นทุนความเสียหายกว่า ๒ ล้านบาทต่อปี ในจำนวน ๑๒,๒๖๖ ครัวเรือน เฉพาะในอำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และสูญเสียรายได้จากการประมง ในแหล่งน้ำธรรมชาติเสียหายกว่า ๔ ล้านบาทต่อปี ลดจาก ๑๗ ล้านบาท เป็น ๑๓ ล้านบาท ต้นทุนการสูญเสียจากเกษตรกรเลี้ยงกุ้งในอำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รายละ ๓๐,๐๐๐ บาทต่อปี และทางการเกษตรลดลง ๑,๕๓๒,๑๓๒ บาทต่อปี อย่างไรก็ดีค่ะ ปลาหมอคางดำส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า ๑๙ จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยรวมที่ ท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ได้พูดไปแล้ว เสียหายต่อเนื่องเป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทค่ะ ท่านทราบหรือไหมว่าผลกระทบต่อระบบนิเวศจาก Inventive Alien Species นั้นนะคะ ส่งผลกระทบในระยะยาวในระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม การกวาดล้างท่านใช้งบประมาณ ไปแล้วทั้งหมด ๔๐๐ กว่าล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับความเสียหายแล้วรัฐมีแต่ขาดทุน เอกชนก็เจ๊ง เกษตรกรก็เจ๊ง ผู้บริโภคก็เจ๊งไปตาม ๆ กัน โดยเป็นการละเมิดความตกลง ข้อตกลงระหว่างประเทศดังต่อไปนี้ค่ะ🔗

๑. สนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยทรัพยากรพันธุกรรมเพื่ออาหารและ การเกษตร🔗

๒. อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ🔗

๓. พิธีสารคาร์ตาเฮนาว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพ🔗

ซึ่งประเทศไทยก็ได้ลงสัตยาบันไปแล้วและจำเป็นต้องปฏิบัติตามโดยสุจริต และแก้ไขกฎหมายภายในประเทศให้สอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างประเทศที่เราได้ลงนาม ไปแล้ว ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบพระคุณคณะกรรมาธิการนี้เป็นอย่างมากที่ช่วยศึกษา ประเด็นดังกล่าวเพื่อปากท้องของพี่น้องเกษตรกรและประชาชนคนไทยในอุตสาหกรรม การประมงและการเกษตรค่ะ ดิฉันขอสไลด์ขึ้นค่ะท่านประธาน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

ดิฉันขอพูดถึงความ รับผิดชอบของบริษัทเอกชนที่กระทำละเมิดจนเกิดความเสียหายของปากท้องพี่น้อง เกษตรกรในอุตสาหกรรมการประมงอย่างใหญ่หลวงค่ะ ในช่วง ๒ ๓ ทศวรรษที่ผ่านมา มีการถกเถียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรเอกชนค่ะ เนื่องจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียองค์กรต่าง ๆ ให้มีความตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมและความ รับผิดชอบต่อสังคมมากยิ่งขึ้นในรูปแบบธุรกิจแบบดั้งเดิม การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมที่ต้อง พิจารณาโดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก จนบัดนี้รัฐบาลยังคงรักษาความ รับผิดชอบและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ยังมีข้อบกพร่อง ภาครัฐควรให้ความสำคัญ การพัฒนากฎระเบียบและกำหนดมาตรการคว่ำบาตรเพื่ออำนวยความสะดวกในการปกป้อง คุ้มครองสิ่งแวดล้อม เมื่อเร็ว ๆ นี้ภาคเอกชนทั่วโลกก็ได้นำแนวทางความรับผิดชอบมาใช้ ร่วมกันเพื่อป้องกันและบรรเทาความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ภาคส่วนและบทบาทของ เอกชนทั่วโลกมีการเปลี่ยนแปลง มีความกระตือรือร้นมากขึ้นในการที่จะปกป้องสิ่งแวดล้อม ซึ่งพ่วงมากับวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งจัดทำกลยุทธ์ สำหรับการปกป้องสิ่งแวดล้อมและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ในประเทศไทยเรานั้น กลับตรงกันข้ามค่ะ ไร้ความกระตือรือร้นในการป้องกันและบรรเทาความเสียหายต่อ สิ่งแวดล้อม เป็นการสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่จะปกป้อง คณะกรรมาธิการ สิ่งแวดล้อมโลกตีพิมพ์ใน Brundtland ในปี ๑๙๘๗ กล่าวถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน และหลังจากนั้นมาทั้งนักวิชาการและเจ้าของธุรกิจผู้ประกอบการต่าง ๆ ก็พยายามที่จะ พิจารณาว่าเหตุใดองค์กรขนาดใหญ่จึงควรนำประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมาอยู่ในนโยบายของ ตนเอง ความรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา และการปกครองของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กฎหมายที่ใช้บังคับในการควบคุมดำเนินคดีและพิพากษาคดีการละเมิดต่อสิ่งแวดล้อมและ สิทธิมนุษยชน โดยบริษัทไทยยังมีช่องว่างในกรอบกฎหมาย ควรมีการเสริมสร้างกฎหมาย ภายในประเทศเพื่อการเข้าถึงความยุติธรรมให้กับเหยื่อในการละเมิดโดยบริษัทเอกชนในไทย และการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะประเด็นที่ความรับผิดชอบของผู้ถือหุ้นและผ้าคลุมหน้าองค์กรเกี่ยวกับความ รับผิดชอบของบริษัทไทย และความซับซ้อนของกฎหมายว่าด้วยกิจการการค้าความท้าทาย ในรัฐวิสาหกิจที่จะนำเข้ามาสู่ในกระบวนการยุติธรรมค่ะ ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อปี ๒๐๑๑ เมื่อสหประชาชาติ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ UNGP มีหลักการชี้แนะ สหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนถึงแนวทางการปฏิบัติ เพื่อให้บริษัทต่าง ๆ มีความรับผิดชอบและปกป้องผลกระทบทางด้านลบต่อสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม ไม่กี่ปี ที่ผ่านมาประเทศต่าง ๆ ก็ได้ให้การสนับสนุนในแผนการพัฒนาระดับชาติว่าด้วยธุรกิจ และสิทธิมนุษยชนของ UNGP เป็นอย่างดี ในปี ๒๕๖๒ การเปิดตัวแผนปฏิบัติการระดับชาติ ว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนฉบับแรกของไทยถือว่าเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการดำเนิน ธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ แต่ ๔ ปีที่ผ่านมาก็เห็นได้ชัดว่ามาตรการการสมัครใจ ยังไม่เพียงพอในการควบคุมการละเมิดสิทธิมนุษยชนและความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลกระทบกับปากท้องวิถีชีวิตการทำมาหาได้ของพี่น้องประชาชนจากการกระทำผิด ขององค์กรเอกชนต่าง ๆ ที่เกิดการละเมิดอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เผยให้เห็นถึงข้อบกพร่องของยุทธศาสตร์ NAP และความจำเป็นในการใช้บังคับสิทธิ มนุษยชนและการตรวจสอบสถานะด้านสิ่งแวดล้อม การออกกฎหมายที่จะนำมาซึ่ง การเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง รับประกันการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อ ภาคประชาสังคมและประชาชน และมีสนธิสัญญาที่ผูกพันตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจ และสิทธิมนุษยชนและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมค่ะถึงเวลาที่เราจะต้องยุติการไม่รับโทษ ของเอกชนและรักษาความยุติธรรมให้กับประชาชนและชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ดิฉันขอเรียกร้องให้รัฐบาลทุกกระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบ สืบสวน สอบสวนจากกรณีดังกล่าวจากปลาหมอคางดำโดยเร่งด่วนคืนความยุติธรรมให้พี่น้อง ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบและนำผู้กระทำผิดมารับโทษค่ะท่านประธาน ถึงจะไม่ใช่ว่าเป็น บริษัทเอกชนและจะไม่ได้รับโทษ อันนี้ดิฉันรับไม่ได้ค่ะดิฉันขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการ ตามข้อเสนอแนะของกรรมาธิการนี้โดยด่วน ด้วยความจริงจัง จริงใจในการแก้ปัญหาค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังเหลืออีก ท่านหนึ่งครับ เชิญคุณนพพล เหลืองทองนารา ครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ท่านครับผมเองก็ต้องขอขอบคุณในความทุ่มเทของคณะกรรมาธิการ พยายามที่จะศึกษาหาข้อมูลตามที่สภาได้มีมติไป นั่นก็คือว่าวันนี้ท่านได้รายงานผล ของการศึกษาสาเหตุและแนวทางการแก้ไข รวมถึงผลกระทบต่อการนำเข้าปลาหมอคางดำ เพื่อการวิจัยพัฒนาสายพันธุ์ในราชอาณาจักรไทย ท่านครับผมไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับรายงาน ของท่านในฉบับนี้สักเท่าไร ในความตั้งใจของท่านผมยอมรับว่าทางคณะกรรมาธิการทุกคน ท่านตั้งใจ ผมก็รู้จักทุก ๆ ท่านทั้งหมด แต่ในรายงานฉบับนี้ผมเองยังถือว่าท่านยังขาด ตกบกพร่องอีกหลายอย่างนะครับ ผมเองผมคิดว่าผมก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีใจที่เป็นกลาง ไม่เคยที่จะได้ลำเอียงหรือว่าไปเข้าข้างอะไรโดยที่ไม่มีสาเหตุ นั่นก็คือว่าจริง ๆ แล้วในหนังสือ ในเอกสารของท่านฉบับนี้ถ้าว่ากันตามตรงแล้วมันเป็นการนำข้อมูลที่มีอยู่แล้วของหน่วยงาน ต่าง ๆ เข้ามาบรรจุอยู่ในเล่มนี้🔗

ในส่วนของผลการสรุปรายงานของท่าน หนังสือทั้งเล่ม ท่านมีรายงานสรุป ๕ หน้า แล้วถ้าว่ากันตามตรงว่าใน ๕ หน้า จริง ๆ แล้วผมบอกตามตรงในทัศนะผม สิ่งที่ผม ต้องการเห็นก็คือในหน้าสุดท้ายที่ท่านได้เขียนไว้จากทั้งหลายทั้งสิ้น นั่นก็คือในส่วนของที่เป็น สิ่งที่กรรมาธิการได้เสนอแนะให้กับทางรัฐบาลว่าควรทำอย่างไรบ้าง มีอยู่หน้าเดียว หน้าสุดท้าย แล้วก็ในข้อ ๔.๒ ข้อเสนอแนะของทางคณะกรรมาธิการว่ากระทรวงเกษตร และสหกรณ์ควรจะต้องทำอย่างไร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงมหาดไทย ควรจะต้องทำอย่างไร ท่านครับผมเองก็ดูในผลการศึกษาของท่านเปรียบกับหน่วยงานราชการที่เขาได้ดำเนินการ อยู่นะครับ ในสิ่งที่หน่วยงานทั้ง ๔ กระทรวงนั้นได้ดำเนินการนั้นก็มีในส่วนที่ท่านได้บอกไว้ ในความรู้สึก ผมเพียงแต่ว่าการดำเนินงานนั้นอาจจะล่าช้า ผมเองคิดว่าก็น่าจะล่าช้าเช่นกัน แล้วก็ในสิ่งที่ มีการบอกว่ารัฐบาลไม่เอาใจใส่ ผมเองนี่คิดตรงข้ามกันไม่ใช่เป็นเพราะผมอยู่พรรครัฐบาล ผมถามหน่อยเถอะครับในสิ่งแรกที่แสดงออกให้เห็นยังไม่ต้องรวมถึงผลงาน มีมติ คณะรัฐมนตรีมีปัญหาเรื่องไหนบ้างที่เป็นวาระได้เข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีแล้วเป็น วาระแรก เป็นเรื่องแรก ปลาหมอคางดำนี่เป็นเรื่องแรกใช่ไหมครับที่ได้เข้าสู่คณะรัฐมนตรี ในวันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ตึกบัญชาการ ห้อง ๕๐๑ นี่ละครับ ผมก็ติดตาม เพราะผมเองก็เป็นห่วง พวกเราทุกคนที่เป็นผู้แทนราษฎรไม่ว่าอยู่พรรคไหนในปัญหา ปลาหมอคางดำ แล้วทีนี้ถามว่ารัฐบาลไม่ใส่ใจ คืออย่างนี้ทุกคนก็ว่ารัฐบาลไม่ยอมทำ อย่างโน้น อย่างนี้ วันนั้นเราสารภาพกันเองในสภาแห่งนี้ไม่ใช่หรือครับว่าทุกอย่างเป็น เรื่องใหม่ ผมก็เพิ่งรู้จักปลาหมอคางดำวันนั้นละครับวันที่มีการนำญัตติเรื่องปลาหมอคางดำ เข้ามาในสภา หลายคนผมก็คิดว่าทางคณะรัฐบาลเหมือนกันก็เพิ่งรู้จักปลาหมอคางดำ เหมือนกัน แล้วถ้าไม่ใส่ใจจริง ๆ เขาไม่ยอมนำเรื่องนี้เข้าสู่วาระการประชุมของคณะรัฐมนตรี เป็นวาระแรก เป็นเรื่องแรกด้วยซ้ำ แล้วก็ที่ผ่านมาผมคิดว่ารัฐบาลอยากจะรับฟัง ถ้าสมมุติว่า การดำเนินงานทั้งหลายของหน่วยงานราชการถ้ามันชักช้าหรือมันดูแล้วมันขัดหูขัดตา กับพวกเราที่ในฐานะเป็นผู้แทนราษฎร ผมคิดว่ารัฐบาลต้องการที่จะฟังมากกว่า ว่าต้องการ อยากจะรู้ ให้ท่านได้ช่วยเสนอแนะ หลายอย่างท่านหารือไปเถอะครับในสภาท่านจะกระทู้ อะไรก็ว่ากันไปเถอะครับ แต่ว่าผมไม่เห็นด้วยกับการมากล่าวหารัฐบาล ท่านรู้ใจรัฐบาล ได้อย่างไรว่าเขาไม่ใส่ใจ เพราะอย่าลืมว่าการเป็นรัฐบาลเขามีความรับผิดชอบในทุกเรื่อง ที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินนี้ หรือแม้แต่ในต่างชาติต่างเมืองเพราะว่าวันนี้สังคมโลก ประเทศไทยเรา ไม่ได้อยู่ได้ประเทศเดียว เพราะฉะนั้นผมเองต้องขอบคุณในความตั้งใจของท่านที่ท่านได้ พยายามศึกษา แต่ว่าในข้อมูลหลายอย่างผมไม่เห็นด้วย อย่างเช่นหมู่บ้านที่ท่านไป ดำเนินการ ท่านบอกว่ารัฐบาลไม่ได้ทำอะไรเลยจนมาถึงปัจจุบันนี้ แล้วมูลค่าความเสียหาย ต่อปีคือ ๑๓๑ กว่าล้านบาท ท่านครับเป็นไปได้ผมหาข้อมูลไม่เจอว่าในเรื่องของการประมง ที่หมู่บ้านแห่งนี้หลังจากปีที่ท่านมีข้อมูลอยู่ในตารางนี้ถึงปี ๒๕๖๑ หลังจากนั้นแล้วเขาได้มี การทำประมงกันหรือไม่ แสดงว่าถ้าฟังตามคำพูดของท่านนั่นหมายความว่าประมงที่หมู่บ้าน แห่งนี้เจ๊งไปแล้ว ไม่มีการประมงเลยแม้แต่อย่างเดียวหรืออะไร เพราะฉะนั้นการเขียนตัวเลข อย่างนี้มันเหมือนเป็นการไม่ยุติธรรมกับภาครัฐกับรัฐบาล แล้วในลักษณะมูลค่าความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นต่ออะไรก็ช่าง ท่านลองอ่านดูดี ๆ เถอะครับ มันมีความสับสนอยู่ข้างใน ผมเอง อยากจะให้ความยุติธรรมมันเกิดขึ้นจากรายงานฉบับนี้ แล้วผมเองก็มุ่งหวังที่อยากจะได้เห็น สิ่งใหม่ ๆ ในสิ่งที่ไม่เคยที่จะมีใครคิดหรือมีใครพูดในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้เกิดขึ้น วันนี้ผมเองต้องขอบพระคุณในความตั้งใจของท่านและขอเป็นกำลังใจให้รัฐบาลในการแก้ไข ปัญหาปลาหมอคางดำ กราบขอบพระคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญกรรมาธิการ สั้น ๆ นะครับ🔗

นายณกร ชารีพันธ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณกร ชารีพันธ์ ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ปลาหมอคางดำผมขอแบ่งแยก เป็น ๓ อย่างง่าย ๆ ก็คือปลาหมอคางดำเป็นปลาที่อยู่ในน้ำกร่อยแล้วก็อยู่ติดทะเล แล้วก็มีการ ระบาด โดยเฉพาะพื้นที่ติดทะเลน้ำกร่อยมีการระบาดมากแล้วทำให้สูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ เยอะมาก ปัจจุบันระบาดจนแทบจะไม่เหลือปลาอย่างอื่นแล้ว เหลือแค่ปลาหมอคางดำ อย่างเดียว แล้วผมเชื่อว่าถ้าเราปล่อยไว้อย่างนี้ทำให้ระบบนิเวศสูญเสียและเราก็จะไม่เหลือ กุ้ง หอย ปู ปลา ให้ลูกหลานเราต่อไป คำว่า หมอ คือผมคิดว่าจากที่ผมได้ทำร่วมกับคณะ อนุกรรมาธิการปลาหมอคางดำ ผมว่าคำว่า หมอ มาจาก ขอย่อง่าย ๆ ก็คือคนหัวหมอ คืออาศัยช่องทางทางกฎหมายที่ไม่สามารถเอาผิดได้ ไม่มีความรับผิดชอบต่อเกษตรกรและ ระบบนิเวศ ลอยตัวอยู่เหนือปัญหา ปฏิเสธความรับผิดชอบ เรียกมาพูดคุยในอนุกรรมาธิการ มาแค่ครั้งเดียว เพราะฉะนั้นแล้วผมอยากให้บริษัทเอกชนมองเรื่องนี้ด้วยความรับผิดชอบ อย่ามองแค่ผลกำไร ถ้างานวิจัยนี้ท่านสำเร็จนะครับ ท่านได้กำไรมหาศาล แต่งานวิจัยนี้ล้มเหลวท่านไม่ได้แสดงความรับผิดชอบหรือ Spirit ใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ชาวประมง ระบบนิเวศ ชาวประมงนี้เผชิญด้วยหนี้สินหลายล้านบาท แล้วก็ระบบนิเวศที่เราต้องสูญเสียไป เยอะมาก ๆ นะครับ🔗

เรื่องสุดท้ายครับ ผมว่าคางดำ คือผมให้นิยามคำว่าคนที่ใจดำครับ ผมรู้สึก อย่างนี้จริง ๆ นะครับ ผมว่ารัฐบาลไม่กล้ายืนเคียงข้างเกษตรกรด้วยซ้ำ ปล่อยให้เกษตรกร ต้องรวมกลุ่มกันไปฟ้อง ไปจ้างทนายกันเอง ผมคิดว่ารัฐบาลที่ท่านรับเงินภาษีจากประชาชน ควรจะยืนเคียงข้างประชาชนมากกว่านี้ อย่างน้อย ๆ กล้ายืนหยัดสู้กับนายทุน สู้กับเอกชน บ้างนะครับ แสดง Spirit สักนิดหน่อยว่าท่านยืนเคียงข้างประชาชน ท่านรับเงินเดือนจาก ภาษีของประชาชน ไม่ได้รับเงินเดือนจากบริษัทเอกชนนะครับ สุดท้ายผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง ๑๙ จังหวัด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจังหวัดของท่านมีปลาหมอคางดำระบาดอยู่หรือเปล่า เพราะว่า อะไร เพราะว่าท่านไม่ได้ประกาศเป็นภัยพิบัติ มีแค่กรุงเทพมหานครเขตท่านณัฐชาที่ได้รับ เงินเยียวยาจากเงินภัยพิบัติ ซึ่งได้พูดคุยจากกรม ปภ. มานะครับยังไม่มีจังหวัดอื่นที่ได้รับเงิน เยียวยาทั้ง ๑๙ จังหวัด เพราะฉะนั้นแล้วผมจึงอยากให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ต้องรอ ไม่ต้องรอให้ชาวบ้านไปร้องเรียนหรอกครับ ท่านให้กรมประมง ให้เกษตรอำเภอต่าง ๆ เปิดรับ เปิดแบบฟอร์มรับเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ เลยเพื่อเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นแล้วปลาหมอคางดำเป็นงานวิจัยที่ล้มเหลวไร้ความรับผิดชอบ นำมาสู่น้ำตาชีวิตที่มืดมนของพี่น้องเกษตรกรคนไทยจริง ๆ นะครับ อยากให้รัฐบาลหยุด ใจดำแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังและตรงไปตรงมาแล้วก็ยืนเคียงข้างประชาชนสักทีครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญประธาน คณะกรรมาธิการครับ🔗

นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ประธานคณะกรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม วาโย อัศวรุ่งเรือง ประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบคุณทางสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านประธานที่ให้ความสนอกสนใจกับประเด็นที่ทางคณะกรรมาธิการและคณะอนุ กรรมาธิการของเรานี้ได้ทำมานะครับ แล้วก็ได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่ก็ขอ น้อมรับทั้งข้อชมแล้วก็ข้อติด้วย ด้วยกรอบระยะเวลา ๙๐ วันที่ทางคณะอนุกรรมาธิการทำ ก็คิดว่าได้ทำกันอย่างสุดความสามารถ แล้วก็ในทั้งส่วนของเอกสารนี้ก็ตาม และส่วนของการ ประชุม รวมถึงการลงพื้นที่ในหลาย ๆ จุดด้วยอย่างที่ท่านณัฐชาได้บรรยายไปเมื่อสักครู่นี้ แต่ต้องขออนุญาตตอบของท่านสมาชิกสักท่านหนึ่งนะครับ ต้องขออนุญาตแก้ในข้อเท็จจริง บางส่วนด้วย ด้วยความเคารพต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านไม่เสียหายนะครับ ท่านนพพล เหลืองทองนารา คนอำเภอพรหมพิราม โดยส่วนตัวก็ให้ความเคารพท่านอยู่แล้ว แต่ต้องแก้ ข้อเท็จจริงประมาณ ๕ ประการ ท่านประธานครับ🔗

ข้อเท็จจริงประการแรกก็คือว่าทางคณะกรรมาธิการนี้ที่ได้ออกรายงาน ฉบับนี้มา ไม่ได้เป็นการได้รับมอบหมายจากทางสภาให้ไปศึกษา อันนี้ไม่ใช่คณะกรรมาธิการ วิสามัญที่ตั้งขึ้นมา หากแต่ว่าเป็นกรรมาธิการสามัญ แล้วก็ทางกรรมาธิการตั้งแต่ในยุคนั้น เลยก็คือเป็นท่านประธานฐากรอยู่ก่อน แล้วก็ได้ตั้งผมเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ตอนนั้นผมเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการอยู่นะครับ ก็มีดำริกันในกรรมาธิการได้เล็งเห็น ถึงผลกระทบปัญหาต่าง ๆ แล้วก็พวกเราในฐานะกรรมาธิการ อว. ทั้ง ๑๕ คนได้จุดประเด็น เรื่องนี้ขึ้นมา แล้วก็ตั้งคณะอนุกรรมาธิการนี้ขึ้นมาเองเพื่อที่ศึกษาเรื่องดังกล่าวนี้ แล้วก็เห็นว่า รายงานฉบับนี้ได้รับความทุ่มเทจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง แล้วก็มีความครบถ้วนสมบูรณ์ จึงได้ขออนุญาตนำเรียนเข้ามาผ่านท่านประธานสภาเพื่อที่จะนำส่งมอบต่อเอกสารที่มีคุณค่า แล้วก็มีความสมบูรณ์อย่างเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ให้ความชื่นชมมา อันนี้ส่งต่อไปยัง คณะรัฐมนตรีเพื่อเป็นประโยชน์กับประเทศชาติต่อไปนะครับ อันนี้ประการที่ ๑🔗

ประการที่ ๒ ที่ท่านได้ติงในเรื่องของบทสรุปมา ๕ หน้า ก็ต้องเรียนท่านว่า เอกสารหนังสือฉบับนี้ก็ค่อนข้างหนาเป็น ๑๐๐ หน้า แล้วก็จริง ๆ มีในรายละเอียด พยานหลักฐานทั้งหมด รวมถึงบันทึกการประชุมที่สามารถให้ท่านผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย รวมถึง คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี แล้วก็หน่วยงาน รวมถึงกระทรวงต่าง ๆ หรือผู้ที่สนใจในส่วน ของประชาชนสามารถนำไปสืบค้นเพิ่มเติม เราใส่เอาไว้ให้ทั้งหมดนะครับ แต่ว่าไม่ได้ Print ออกมา แต่ใส่เป็น QR Code เอาไว้ให้ที่ภาคผนวกครับท่านประธาน สามารถ Scan ได้ สามารถเข้าถึงตัว Google Drive ได้ ท่านสามารถเข้าไปโหลดพยานหลักฐาน คำชี้แจงจาก กรมประมง เอกสารต่าง ๆ บันทึกการประชุมอะไรอย่างนี้สามารถเข้าไปดูได้ทั้งหมดเลย แล้วก็เราเห็นว่าเอกสารทั้งหมดจริง ๆ มีเป็นพันหน้าเลย แต่ว่าเราจะไม่มีบทสรุปให้ท่านเลย ก็คิดว่าน่าจะทำให้ท่านทั้งหลาย รวมถึงทางรัฐมนตรีอ่านแล้วอาจจะยากลำบาก เราจึงใช้ หลักการโดยทั่วไปครับท่านประธาน ก็คือการทำ Executive Summary คือบทสรุปสำหรับ ผู้บริหาร ซึ่งโดยหลักการแล้วโดยปกติก็ทำกันไม่เกิน ๒-๕ หน้า เราก็ Maximum เลยอยู่ที่ ประมาณ ๕-๖ หน้าด้วยซ้ำ จริง ๆ ก็อาจจะละเอียดเกินไปนิดหนึ่งด้วย โดยเฉพาะในส่วนที่ เป็นหน้าสุดท้ายก็คือคำแนะนำ ถ้ามันมากจนเกินไปแนะนำเป็น ๒๐ ๓๐ หน้านี่มันก็อาจจะ ไม่ได้เอาไปใช้ปฏิบัติจริงนะครับ ก็เลยทำเป็น Bullet Point ออกมาโดยสรุป ๑ หน้ากระดาษ โดยที่เรียงรายกระทรวงไปประมาณ ๔-๕ กระทรวง คิดว่าน่าจะเป็น Bullet Point ที่เรา เลือกมาที่สำคัญที่สุดจริง ๆ แต่ถ้าท่านไปอ่านในรายงานฉบับเต็มทั้งหมด รวมถึงเอกสาร ประกอบเป็นพันหน้าก็จะได้มีประโยชน์มากกว่านี้เพิ่มเติม อันนี้ต้องขอเรียนชี้แจงแทนทาง อนุกรรมาธิการเพิ่มเติมนะครับ🔗

ประการที่ ๓ ก็คือว่าเข้าใจว่าทางคณะรัฐมนตรีมีบรรจุเรื่องนี้ตามที่ ท่านนพพลได้ให้ข้อมูลกับพวกเรา ทางกรรมาธิการก็คือสิงหาคมตอนปีที่แล้ว แต่ต้องเรียน ท่านประธานครับ ว่าถึงแม้ว่าเล่มนี้วันนี้เราจะเข้ามาในวันนี้ในช่วงปลายเดือนมกราคม แต่จริง ๆ เล่มเรานี่เสร็จตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายนแล้ว แล้วก็ใช้เวลา ๓๐ วันก็คือเราเริ่ม พิจารณาศึกษากันตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน โดยที่มีมติตั้งจากคณะกรรมาธิการตั้งแต่ช่วง เดือนพฤษภาคมแล้ว เพราะฉะนั้นพอท่านสมาชิกที่มาอ่านในช่วงเวลานี้ซึ่งมันผ่านอย่างที่ผม ได้เรียนแจ้งไปตั้งแต่ต้นว่ามันผ่านจากช่วงที่เราปิดเล่มไปประมาณ ๔ เดือนแล้ว เพราะฉะนั้น ข้อมูลความ Update อะไรต่าง ๆ ก็อาจจะไม่ได้ Update อย่างที่ท่านว่าจริง ๆ ตรงนี้ต้อง ขออภัยด้วยในเรื่องของการต่อคิวการเข้าสภาต่าง ๆ เหล่านี้ อันนี้ต้องขออภัยท่านด้วย🔗

ประการที่ ๔ อันนี้ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปทางเพื่อนสมาชิกว่าเล่มนี้ ทางคณะกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการ มีนักวิชาการหลายท่านพยายามทำเอกสารเล่มนี้ ออกมาให้เสมือนหนึ่งงานวิชาการมากที่สุดนะครับ โดยที่พยายามใส่ความเห็นส่วนตัวลงไป น้อยที่สุด จะมีเอกสารวิชาการ เอกสารอ้างอิง ข้อมูลพยานหลักฐานเป็น Evidence Based ทั้งหมดเลยอย่างที่ท่านได้ยกตัวอย่างมาคือผลกระทบที่แพรกหนามแดง อันนี้เป็นจาก สถาบันพัฒนศาสตร์ของป๋วย อึ๊งภากรณ์ ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งตรงนี้อย่างที่ผม ได้เรียนไปว่าเข้าใจจริง ๆ ว่ามันมี Limitation แต่ว่างานในประเทศไทยที่ทำออกมาในเชิง ของวิชาการที่ศึกษาถึงผลกระทบและความเสียหายที่เกี่ยวกับเรื่องของปลาหมอคางดำ มันมีแค่นี้จริง ๆ ท่านประธาน เราถึงได้เรียกร้องอย่างไรครับ แล้วก็มีข้อเสนอแนะว่าจริง ๆ ควรจะต้องมีการศึกษาถึงผลกระทบมากกว่านี้ เมื่อสักครู่นี้ที่ผมรายงานถึงเรื่องของ แพรกหนามแดงนี่ก็ได้เน้นย้ำแล้วว่าตรงนี้เป็นแค่ผลกระทบที่ศึกษาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แล้วก็ศึกษาแค่เฉพาะผลกระทบกับเกษตรกรในพื้นที่เท่านั้นเอง ยังไม่มีการศึกษาถึง ผลกระทบในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สัตว์น้ำ ความหลากหลาย แม้แต่รวม ไปถึงตัวหญ้าทะเลเองก็ตาม เพราะฉะนั้นข้อมูลตรงนี้มันเป็นข้อมูลที่ต้องเอามาใช้ประกอบ ในการพิจารณาในส่วนของข้าราชการต่าง ๆ หรือแม้แต่ทางฝ่ายบริหารค่อนข้างเยอะนะครับ แต่ว่าก็อยากจะให้มีการศึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม เพราะฉะนั้นยืนยันจริง ๆ ว่าตรงนี้เราพยายาม ทำให้เป็นงานวิชาการครับ แล้วก็ไม่คิดเองเออเองทั้งหมดนี้มีเอกสารอ้างอิงใช้ Evidence Based แล้วก็กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ข้อแนะนำที่มันเกี่ยวกับ อว. เช่น การตรวจดีเอ็นเออะไรต่าง ๆ จริง ๆ วันนี้อาจารย์สรวิชณ์น่าจะให้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่เข้าใจว่า เวลาเรามีจำกัดจริง ๆ แล้วเดี๋ยวจะมีประชุมของร่วมเกี่ยวกับนานาชาติต่อไปอีกนะครับ ก็เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลานะครับ🔗

คำสุดท้ายในส่วนของประการที่ ๕ ก็คืออย่างที่ผมบอกว่าอยากให้ทุกท่าน อ่านในเล่มนี้ ซึ่งจริง ๆ ทางคณะกรรมาธิการมีมติเผยแพร่อยู่แล้ว สู่สาธารณชนอยู่แล้ว สามารถเข้าไปได้ อยากให้ท่านลองโหลด QR Code ด้านหลังด้วย แล้วก็เข้าไปอ่านเอกสาร ต่าง ๆ อ้างอิงเพิ่มเติมก็จะได้รับข้อมูลที่เพิ่มขึ้น และสุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก จริง ๆ ที่ให้ความสนใจแล้วก็อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง รวมทั้งข้อชมแล้วก็ข้อติด้วยนะครับ ถ้าในโอกาสถัดไปทางกรรมาธิการได้มีโอกาสในการจัดทำรายงานเพิ่มเติมก็จะนำข้อติชม ของท่านทั้งหลาย ผู้มากอาวุโสทั้งหลายนี้ไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะประชาชนอำเภอ นครไทย จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมาฟังการประชุมอยู่ชั้นบนครับ ขอต้อนรับทุกท่านครับ ขอบคุณครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรรมาธิการ

ท่านประธาน ด้านบนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ในฐานะ รองประธานอนุกรรมาธิการครับ ต้องขออนุญาตใช้เวลาอีกเล็กน้อยเพราะว่าไม่พูดไม่ได้ เนื่องจากว่ามีความเสียหายเกิดขึ้น ก็คือว่าเมื่อสักครู่ในข้ออภิปรายของผมแล้วก็เพื่อนสมาชิก หลาย ๆ ท่านก็ได้เห็นด้วยและสนับสนุน แล้วก็มีท่านสุดท้ายท่านนพพล เหลืองทองนารา ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านได้มีข้อกังวลแล้วก็ไม่สบายใจเกี่ยวกับประเด็นที่บอกว่าทาง คณะรัฐมนตรีหรือท่านนายกรัฐมนตรีไม่สนใจหรือไม่ใส่ใจและท่านก็ได้มีความกรุณาในการ กำหนดบอกว่าจะมีเรื่องใดเล่าที่ได้ขึ้นเป็นวาระแรกของการประชุม ครม. เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ และมีความกรุณาบอกเลขห้องมาด้วยว่าประชุมกันที่ห้อง ๕๐๑ ที่อาคารกองบัญชาการของคณะรัฐมนตรี ผมเองอยากจะนำเรียนท่านอย่างนี้ว่าเราไม่ได้ ต้องการเป็นวาระแรก แต่เราต้องการแก้ไขปัญหา สิ่งที่ผมใช้คำว่า คณะรัฐมนตรีไม่สนใจนั้น ไม่ใส่ใจนั้น ก็เพราะว่ามันเกิดเหตุการณ์ก็คือว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ในขณะนั้นได้แถลงข่าวที่บันไดทำเนียบรัฐบาลบอกว่าจะตั้งคณะกรรมการตามล่า หาความจริงภายใน ๗ วัน และต้องหาผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ได้ นับตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ คณะรัฐมนตรีท่านยังนับ ๗ วันไม่ครบ เพราะไม่มีการประกาศใด ๆ ว่าครบ ๗ วันแล้ว มีใคร มีส่วนรู้เห็นหรือไม่ มีใครมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ นี่คือที่ไปที่มา🔗

ประเด็นที่ ๒ ที่ท่านได้อภิปรายเมื่อสักครู่แล้วก็อาจจะทำให้ผู้ที่ได้เข้ามาร่วม ในคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้เกิดความไม่สบายใจ ก็คือท่านบอกว่ารูปเล่มนี้เป็นการรวบรวม ข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้ว แล้วก็มารวบรวม ส่วนอนุกรรมาธิการนี้ก็คือ ทำข้อเสนอ ๕ หน้า ผมคิดว่ามันกลับสลับด้านกัน เนื่องจากว่าหน่วยงานต่าง ๆ หรือรายงาน ต่าง ๆ ที่เผยแพร่ออกไปแล้วที่ท่านประธานวาโยได้กล่าวเมื่อสักครู่ ก็คือเขาเอาจากเล่มนี้ ละครับ เพราะว่าในขณะที่เกิดอนุกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมาระยะเวลาก่อนหน้านั้นเรามีการตั้ง กระทู้ถาม ๒ ครั้ง กระทู้ถามทั่วไป ๑ ครั้ง กระทู้ถามสด ๑ ครั้ง เรามีตั้งญัตติด่วน ๑ ครั้ง เราได้รวบรวมทั้ง ๓ อย่างนี้ แล้วมันยังไม่มีการแก้ไขปัญหา จึงได้มีการตั้งอนุกรรมาธิการ ขึ้นมาและเมื่ออนุกรรมาธิการเกิดขึ้นเราได้รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ แล้วก็นำเสนอ สุดท้ายหน่วยงานต่าง ๆ ก็หยิบยกรูปเล่มของเราไปใช้ ไม่ว่าจะเป็นในการประกอบการ พิจารณางบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นการประกอบการดำเนินคดีเกี่ยวกับสภาทนายความ ที่นำไปฟ้องร้อง ใช้จากเล่มนี้ทั้งนั้น แต่วันนี้เมื่อได้ยินเสียงเพื่อนสมาชิกได้บอกว่าเล่มนี้ไป Copy จากที่อื่นมา อันนี้เป็นความไม่สบายใจอย่างยิ่ง ก็ต้องขอนำเรียนที่ประชุมว่า ไม่อยากจะให้เกิดขึ้น🔗

ในส่วนข้อกังวลของท่านในหน้า ๔๒ ท่านบอกว่ามีตัวเลขจนถึงปี ๒๕๖๑ ทำไมถึงไม่มีตัวเลขปีอื่น ๆ เพิ่มเติมหรือว่าเกษตรกรนั้นล้มหายตายจากไปหมดแล้ว เขาเลิก ทำเกษตรกรกันหมดแล้วหรืออย่างไร เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการเราตั้งใจที่อยากจะ ทำเป็นข้อเสนอแนะไปถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะเป็นหน่วยงาน ท่านชัดเจน เป็นภารกิจหน้าที่ของท่านชัดเจนที่จะต้องไปประเมินความเสียหายว่ามัน เสียหายเท่าไร วันนี้ตัวอย่างหน้า ๔๒ หน้า ๔๑ นี้ก็คือตัวอย่างจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งเขาไม่มี ความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องมาคิดคำนวณค่าเสียหายให้กับเรา แต่เขาทำเพราะการร้องขอ และเราขอให้เขาช่วยดำเนินการ ไม่ใช่เรา พี่น้องประชาชนเขาไปขอ บอกว่าวันนี้เกษตรกร แพรกหนามแดงเดือดร้อนมากแล้วอยากจะรู้มูลค่าทางเศรษฐกิจว่ามันเสียหายเท่าไร ให้พี่น้องประชาชนได้ตระหนักว่ามูลค่ามันมากแค่ไหน เขาเลยทำ แต่ความจริงแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องทำ หน่วยงานที่ต้องทำคือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วันนี้ไม่มีแม้กระทั่งการประเมินมูลค่าความเสียหายว่า ๑๙ จังหวัดเสียหายไปแล้วมูลค่านับ กี่หมื่นล้านบาทมันไม่มี เราเลยเสนอในรายงานฉบับนี้ แต่ถ้าท่านบอกว่าทำไมถึงยกตัวอย่าง มาแค่ ๑๓๑ ล้านบาทแล้วถึงปี ๒๕๖๑ แล้วที่เหลือมันหายไปไหนหมด มันไม่มีหรืออย่างไร เลยไม่เห็นด้วยและไม่สนับสนุนรายงานฉบับนี้ ผมคิดว่ามันไม่ใช่ ถ้าท่านดูหน้า ๔๒ ไปประกอบกับหน้าข้อเสนอแนะ คือเราจะเสนอแนะให้เขาทำนะครับ ให้เขาทำแบบนี้ โดยหน่วยงานรัฐที่ชัดเจนครับท่านประธาน นี่คือสิ่งที่อยากจะนำเสนอเพื่อประกอบการ พิจารณาเพิ่มเติม และอยากให้สภาแห่งนี้เห็นพ้องต้องกันแล้วก็ส่งไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาอีกครั้ง แล้วก็นำสู่กระบวนการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่าง ทันท่วงทีครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ คุณนพพลใช่ไหมครับ ขอความกรุณาเราไม่ใช่โต้วาทีไปมา ชี้แจงในเรื่องที่ท่านเสียหาย เชิญได้สั้น ๆ ครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบขอบพระคุณท่านประธาน อย่างสูงครับ ผมเองต้องขอบคุณท่านประธานวาโยที่ได้ให้คำอธิบายว่ามีเนื้อหารายละเอียด ใน QR Code ตรงนั้นผมต้องขอบคุณมากนะครับ แต่ว่าสำหรับท่านณัฐชาผมเองต้อง ขออนุญาตคืออย่างนี้เหตุผลที่ผมพูด ท่านครับขอสักครึ่งนาทีแค่นั้นละครับ คืออย่างนี้ อย่างที่ท่านพูดมาผมเองก็ไม่รู้ว่าจริง ไม่จริง แต่ในหนังสือเล่มนี้มันคนละอย่างกับที่ท่านพูด แต่ว่านิดเดียวแค่นั้นนะครับ ถ้าท่านไม่สรุปในหลายอย่างว่าการไม่ดำเนินงานของภาครัฐ อะไรทั้งหลายมันจะเสียหายเป็นมูลค่าเท่านี้ ซึ่งท่านไม่เขียนไว้เลยว่าสิ่งที่ท่านให้ข้อมูลมา มันมีกรอบจำกัดระยะเวลาในการศึกษาของท่าน หรือว่าในการได้ข้อมูลของท่านมาอย่างไร ท่านก็ควรจะเขียนอธิบายไว้หน่อยสิครับว่าสิ่งที่ท่านบอกมามันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดช่วงนี้ อะไรอย่างโน้น อย่างนี้ ท่านเล่นมาตัดแบบโดยไม่มีปี่มีขลุ่ยเลยนี่ อย่างนี้เวลาคนอ่านเขาอ่าน เขาก็เข้าใจผิด เพราะฉะนั้นคนอื่นเขาก็เสียหายเหมือนกัน เพราะฉะนั้นไม่เป็นอะไรละครับ แต่ผมเองผมก็ต้องขอบคุณในความตั้งใจของท่านนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เมื่อการอภิปรายได้ยุติแล้วก็ถือว่าที่ประชุมนี้รับทราบรายงานการพิจารณาการศึกษา เรื่องสาเหตุแนวทางแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำเพื่อวิจัย และการพัฒนาสายพันธุ์ในราชอาณาจักรไทย ซึ่งคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาเสร็จแล้วนะครับ แต่เนื่องจากคณะกรรมาธิการ ได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานเพื่อให้สภาพิจารณาและลงมติ เพื่อจะส่งให้ผู้เกี่ยวข้องต่อไป แต่จากการที่ได้ฟังการอภิปรายของสมาชิกแล้วก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คืออยากจะให้ กรรมาธิการส่งข้อสังเกตนี้ไปให้คณะรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องต่อไปนะครับ ผมจึงขออาศัย ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ว่าจะส่งไปให้คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปนั้นมีผู้ใดขัดข้อง ไหมครับ ถ้าไม่มีผู้ใดขัดข้องก็ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบกับรายงานของกรรมาธิการนี้แล้ว ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ วรรคสาม ประกอบ ข้อ ๘๘ ต่อไปนะครับ🔗

ก็เป็นอันว่าจบญัตติในเรื่องรายงานผลการวิจัยเรื่องปลาหมอคางดำนี้แล้ว ขอขอบคุณประธานคณะกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการทุกท่าน ขอบคุณสมาชิกด้วยครับ ท่านสมาชิกครับ เดี๋ยวอีกสักครู่บ่ายสามโมง เหลือเวลาอีก ๑๕ นาทีก็จะมีการประชุมใหญ่ สามัญประจำปี พุทธศักราช ๒๕๖๗ ของหน่วยประจำชาติไทยในสหภาพรัฐสภา และหน่วย ประจำชาติไทยในสหภาพสมาชิกรัฐสภาเอเชียและแปซิฟิก หน่วยประจำชาติไทยในสมัชชา รัฐสภาอาเซียน บ่ายสามโมงเราจะประชุมร่วมกัน เดี๋ยวจะมีวุฒิสมาชิกมาสมทบร่วมประชุม ด้วยนะครับ คงใช้เวลาไม่มากนัก ก็อยากจะขอความกรุณาท่านสมาชิกที่อยู่ในรอบบริเวณนี้ บ่ายสามโมงเราจะมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี พุทธศักราช ๒๕๖๗ ของหน่วยประจำ ชาติไทย ขอขอบคุณครับ ตอนนี้ก็ปิดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ก่อน ขอบคุณครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๔.๔๔ นาฬิกา