unknown · · 633 lines

(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้ขึ้นบัลลังก์เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อรุณสวัสดิ์ทุกท่านครับ ท่านสมาชิกก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมผมจะอนุญาต ให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับแล้วจะให้เวลาท่านละ ๒ นาที ผมจะอ่านรายชื่อ ๓ ท่านแรกก่อนนะครับ ท่านอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ต่อด้วยท่านสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ต่อด้วยท่านสุรทิน พิจารณ์ เชิญท่านอัครนันท์ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดกาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องหารือกับท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในเขตพื้นที่เขต ๑ ของกระผมจำนวน ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก ครับท่านประธานผมได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชน บ้านท่าเสา ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมืองจังหวัดกาญจนบุรี ว่าถนนหลวงเลขที่ ๓๑๙๙ บริเวณ หน้าทางเข้าวัดท่าเสาไฟไม่ติดมา ๒-๓ ปีในช่วงเวลากลางคืน ทำให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง มีพี่น้องประชาชนใช้ถนนเส้นนี้เป็นจำนวนมาก ร้องเรียนไปหน่วยงานไหนก็เงียบ ผมจึงอยาก เรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงจังหวัดกาญจนบุรีครับ ช่วยลงมาตรวจสอบและ ซ่อมแซมให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗

ส่วนเรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมได้มีโอกาสลงพื้นที่พร้อมด้วย ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกุ่ม ท่านนายกธงชัย อินทร์ประเสริฐ และผู้นำชุมชน ทราบถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้อย่างรุนแรงของพี่น้องบ้านพุพรหม หมู่ที่ ๑๐ และบ้านเขาแหลม หมู่ที่ ๑๒ ผมอยากขอความอนุเคราะห์ท่านประธานผ่านไปยัง การประปาส่วนภูมิภาคของจังหวัดกาญจนบุรี และส่วนราชการของจังหวัดกาญจนบุรี ให้ลงไปช่วยแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วนด้วยครับ เพราะประชาชนเดือดร้อนมาอย่างยาวนาน ผมจึงอยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาช่วยแก้ไขปัญหานี้ให้กับประชาชน ขอบพระคุณมาก ครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านสกล สุนทรวาณิชย์กิจ เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ จากพรรคประชาชน วันนี้มีประเด็นปรึกษาหารือกับท่านประธานจำนวน ๓ เรื่องดังนี้ครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับเรื่องจากประชาชนในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองคลองหลวง และพื้นที่ใกล้เคียงที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะตามแนวทางถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๒๑๔ หรือถนนบางขันธ์-คลองหลวง ว่าป้ายรถเมล์มีสภาพชำรุดทรุดโทรม อย่างเช่นในภาพซ้าย ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างในช่วงเวลากลางคืนทำให้เสี่ยงต่ออาชญากรรม ปัจจัยหนึ่งก็เกิดมาจากการลักลอบขโมยสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าด้วยครับ หรือเช่น จากภาพทางขวา ขออภัยกลับไปสไลด์ก่อนหน้าครับ บางจุดไม่มีสภาพที่ให้เห็นว่าเป็น ป้ายรถเมล์ แล้วก็สไลด์ต่อไปนะครับ เช่นจากภาพจุดสีแดงคือจุดที่มีชื่อป้ายรถเมล์ ในระบบออนไลน์ แต่เมื่อไปพื้นที่จริงกลับไม่มีป้ายรถเมล์ซึ่งก็มีหลายจุดตามแผนที่นะครับ จึงขอฝากกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นภายใต้กำกับ ที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่สำรวจ แล้วประเมินความเสียหายและดำเนินการแก้ไขต่อไปครับ🔗

เรื่องที่ ๒ โรงเรียนชุมชนวัดเสด็จ หมู่ที่ ๕ ตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ปัจจุบันอาคารเรียนหลังเดิมมีสภาพชำรุดทรุดโทรม เช่น สวิตช์ไฟฟ้า กลอนประตู หน้าต่างชำรุดเสียหายไม่สามารถใช้ได้ พื้นบันไดแตกร้าว เดินก็เสี่ยงอุบัติเหตุ เพดานผุกร่อนขึ้นราเป็นต้นนะครับ เบื้องต้นทราบว่าโรงเรียนได้เคยขอรับการจัดสรร งบประมาณแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบสนองแต่ประการใด จึงขอความวิงวอน กระทรวงศึกษาธิการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหน่วยงานอื่นประเมินความต้องการ ของโรงเรียนและจัดสรรงบประมาณปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียนให้สามารถกลับมาใช้งาน ได้ตามปกติ เพื่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพของครูและนักเรียนนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ด้วยในขณะนี้แม้ว่าโรงพยาบาลคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีได้รับ การจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างอาคารหลังใหม่เพื่อให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ แต่ยังขาดแคลนงบประมาณปรับปรุงถนนรอบอาคารหลังใหม่และทรัพยากรที่จำเป็น ต่อการรักษาพยาบาลและการให้บริการเป็นจำนวนมาก จึงขอประสานไปยังกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงพื้นที่ประเมินความต้องการของโรงพยาบาลแล้วจัดสรรงบประมาณต่อไป🔗

สุดท้ายก็ขอเชิญชวนพี่น้องชาวปทุมธานีร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อทำบุญให้โรงพยาบาลได้มีงบประมาณในการดูแลพี่น้องประชาชนมากขึ้น QR Code ตามภาพนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านสุรทิน พิจารณ์ เชิญครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สส. แบบบัญชีรายชื่อ ๓-๔ เรื่องที่กราบเรียน ท่านประธานเป็นปัญหาครับ🔗

เรื่องแรก เรื่องพลังงาน พลังงานมีทั้งน้ำมัน มีแก๊ส แล้วก็ไฟฟ้า ท่านประธานครับ ทุกวันนี้ราคาน้ำมันตาม Chart ที่ขึ้นสูงมาก ท่านประธานครับ ๔๗ บาทไม่ต่ำกว่านี้เลยดีไม่ดี ๒ ลิตรต่อร้อยบาทนี่คือราคาที่สูงมาก ๆ ผู้ที่แบกรับค่าน้ำมันเหล่านี้ก็คือพี่น้องประชาชน แบกรับพลังงานเหล่านี้ พรรคประชาธิปไตยใหม่มีแนวทางเสนอรัฐบาล ท่านประธานครับ รัฐบาลควรจะซื้อหุ้นของ ปตท. กลับคืนมาหมดแล้วตั้งเป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติ แล้วให้ พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนถือหุ้นบริษัทพลังงาน จะขึ้นเท่าไรสิ้นปีก็ได้รับปันผล ท่านประธานครับ ผู้ร้องคือผู้ใช้พลังงาน ผู้รับผิดชอบคือกระทรวงพลังงานและนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ยาเสพติดพรรคประชาธิปไตยใหม่เห็นด้วย ที่นายกรัฐมนตรีไป Kick off เรื่องปราบปรามยาเสพติดนะครับ อันนี้เป็นรายใหญ่เห็นด้วย เป็นอย่างยิ่ง แต่ยังมีรายเล็ก รายย่อย รายน้อย ท่านประธานขายตามชุมชน ขายตามหมู่บ้าน ขายตามหน้าโรงเรียน ท่านประธานครับ อยากจะให้ทางรัฐบาลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไป ปราบปรามยาเสพติดเหล่านี้บ้างนะครับ เป็นเอกซเรย์ทุกพื้นที่ไปเลยนะครับ ผู้ร้องคือ ผู้ปกครอง ผู้รับผิดชอบคือ ป.ป.ส. มหาดไทย แล้วก็นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ พี่น้องกลุ่ม ผรท. และกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจาก การปราบปรามของรัฐตั้งแต่ปี ๒๕๐๗ เป็นต้นมานะครับ จะมาเรียกร้องขอเงินค่าเยียวยา ในวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ จึงให้รัฐบาลอำนวยความสะดวกด้วยครับ ผู้ร้องก็คือผู้ร่วมพัฒนา ชาติไทย ผู้รับผิดชอบคือ กอ.รมน และนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร🔗

อีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธานครับ เรื่องยุงในสภามีมากจริง ๆ เดี๋ยวนี้ยุงก็เยอะ ทั้งโรงอาหาร ทั้งห้องประชุมใหญ่ ทั้งข้างนอกเยอะมาก กลัวท่านผู้ทรงเกียรติในสภาจะเป็น โรคไข้เลือดออกก่อน ผู้ร้องคือเจ้าหน้าที่รัฐสภา ผู้รับผิดชอบคือฝ่ายรักษาความปลอดภัยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไป ท่านปิยชาติ รุจิพรวศิน ต่อด้วยท่านชูกัน กุลวงษา ต่อด้วยท่านจุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม เชิญท่านปิยชาติ รุจิพรวศิน ครับ🔗

นายปิยชาติ รุจิพรวศิน นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ปิยชาติ รุจิพรวศิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๒ พรรคประชาชน ขอหารือ กับท่านประธาน🔗

๑. ประชาชนหมู่บ้านซีไซด์ วิลเลจ หัวทะเล ได้แจ้งมาว่ามีการตั้งเสาสัญญาณ โทรคมนาคมในหมู่บ้านซึ่งมีความผิดปกติคือ ๑. ชาวบ้านไม่ทราบว่ามีการประชาคมเนื่องจาก ไม่มีการประชาสัมพันธ์ใด ๆ จากผู้นำชุมชนครับ ๒. รายชื่อประชาคมมีคนที่ทะเบียนบ้าน อยู่นอกเขตมาร่วมลงชื่อครับ ๓. ทำไมหน่วยงาน อปท. ถึงอนุญาตให้ตั้งเสาได้เนื่องจาก รายชื่อประชาคมไม่สมบูรณ์และไม่ถูกต้องตามเงื่อนไขครับ ฝากท่านประธานไปยังกระทรวงดีอี และกระทรวงมหาดไทยด้วยนะครับ🔗

๒. ถนนเส้น นม.๑๐๔๙ ช่วงโคกสูง หนองไข่น้ำ ไม่มีไฟส่องสว่างถนนทั้ง ๒ ข้างทางเลยครับ ประชาชนขับขี่รถด้วยความอันตราย ฝากทางหลวงชนบทช่วยดำเนินการ ติดตั้งไฟด้วยครับ และถนนเส้นนี้จะมีบ่อดินทราย มีรถบรรทุกขนดินทำดินหกบนถนนเป็น จำนวนมากประชาชนขับขี่รถลำบาก จึงอยากฝากกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยบังคับใช้ พ.ร.บ. ทางหลวงในการปรามและจับกุมอย่างจริงจัง และอยากให้ได้สะพานบ้านโคกสูงและหนองไข่น้ำกำหนดจุดล้างล้อก่อนรถออกจากบ่อดิน อีกเส้นคือสาย ฉ.๑๑๑๑ ปัญหาคือถนนผุพังเป็นหลุมเป็นบ่อเกิดอุบัติเหตุบ่อยนะครับ ฝากทางหลวงชนบทช่วยแก้ไขปัญหาถนนพังตั้งแต่ช่วงกิโลเมตรที่ ๐ ถึงกิโลเมตรที่ ๗ ด้วยนะครับ🔗

๓. ไฟสะพานเกือกม้าไม่ติดรวมถึงถนนผุพังรอบ ๆ สะพานเกือกม้า ๓ จุด บ้านเกาะ บ้านบุ บ้านหัวถนน ผมนำเข้ากลไกสภาวันนี้เป็นครั้งที่ ๕ แล้วนะครับ ผมเคยมี โอกาสได้พูดคุยกับกองบำรุงทางเขตนครราชสีมาแจ้งว่าไม่มีบุคลากรที่ชำนาญด้านไฟและถนน เพราะทางกองจะถนัดซ่อมบำรุงรางรถไฟเท่านั้น รวมถึงไม่มีเครื่องจักร เช่น รถกระเช้ายกสูง ในการเปลี่ยนหลอดไฟ ซึ่งน่าเห็นใจมาก ๆ ครับ ทั้งนี้ทางกองได้ทำการของบฉุกเฉิน เพื่อขอซื้อไฟโซลาร์เซลล์ไปเมื่อ ๔ เดือนที่ผ่านมา แต่จนถึงตอนนี้การรถไฟยังไม่อนุมัติ จึงอยากฝากท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย และขออนุเคราะห์ ท่านผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยช่วยพิจารณาเร่งแก้ไขให้ชาวโคราชที่เดือดร้อนมานาน กว่า ๒ ปีด้วยครับ อีกนิดครับท่านประธานเป็นข้อเสนอนะครับ อยากขอความร่วมมือจาก อปท. ที่สะพานเกือกม้าตั้งอยู่ในพื้นที่นั้น ๆ หากท่านมีความพร้อมในการแก้ไขปัญหาอยาก เชิญชวนให้ท่านเข้ามาแก้ไขปัญหาในสะพานเกือกม้า เพราะว่าเป็นประชาชนที่ใช้รถ ใช้ถนนบนสะพานเกือกม้านั้น ๆ ก็เป็นประชาชนในพื้นที่ของท่านเอง โดยอาจทำเป็นข้อตกลง MOU ระหว่างการรถไฟกับทาง อปท. ต่าง ๆ จึงอยากฝากกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย เทศบาลหัวทะเล เทศบาลตลาด เทศบาลจอหอ อบต. บ้านเกาะช่วยพิจารณาแก้ไขปัญหานี้ อย่างเร่งด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านชูกัน กุลวงษา เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายชูกัน กุลวงษา นครพนม

กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ผม ชูกัน กุลวงษา นครพนม เขต ๔ พรรคภูมิใจไทย ขอปรึกษาท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล เรื่องปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่งวัดเสียหายไป ๒ ที่ของอำเภอนาแก และของอำเภอวังยาง ก็คือวัดศรีสะอาด บ้านส้มป่อย ตำบลหนองสังข์ อำเภอนาแก วัดป่าสุวรรณาราม บ้านหนองแคน ตำบลยอดชาด อำเภอวังยางถูกน้ำก่ำที่ไหลจากสกลนครที่จะลงสู่น้ำโขงได้กัดเซาะตลิ่งพื้นที่ วัดเสียหายไปปีหนึ่งมากพอสมควรทำให้ที่ดินวัดเหลือน้อยทุกปี ศาลาวัดก็แตกร้าว พื้นปูน ก็ทรุดและที่ดินก็ยังเสียหายไปจึงสร้างความเดือดร้อนให้กับทางวัดและชาวบ้านที่พบเห็น เหตุการณ์มาหลายปีแล้ว จึงขอให้ทางรัฐบาลได้ช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการสนับสนุน งบประมาณสร้างเขื่อนกั้นตลิ่งพังให้กับพื้นที่วัดดังกล่าวด้วย เพื่อสกัดน้ำมากัดเซาะตลิ่ง เสียหายอีกต่อไป ความเดือดร้อนท่านประธานได้นำเรียนทางรัฐบาลให้กับพี่น้องชาว จังหวัดนครพนมด้วย ฉะนั้นปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่สำคัญคือทางวัดก็มีพื้นที่อันจำกัด แต่เมื่อน้ำกัดเซาะไปปีหนึ่งหลายเมตรแล้วก็คงเหลือน้อยก็ทำให้วัตถุต่าง ๆ ของวัดนั้น เสียหายไปด้วยก็ขอให้ทางประธานสภาได้ฝากไปถึงรัฐบาลได้เร่งแก้ไขปัญหา และจัดหา งบประมาณไปสร้างเขื่อนกั้นตลิ่งพังให้กับทั้ง ๒ วัดด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

รักษาเวลาได้ดีมากนะครับ ต่อไปท่านจุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางจุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม เชียงราย

เรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงราย เขต ๖ อำเภอแม่สาย อำเภอแม่ฟ้าหลวง แล้วก็อำเภอแม่จัน ๔ ตำบล พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันมีเรื่องจะหารือ ท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันค่ะ🔗

เรื่องแรก เป็นเรื่องขอกรมบัญชีกลางเร่งพิจารณาอนุมัติเงินเยียวยาภัยพิบัติ ฉุกเฉินเพิ่มเติมในพื้นที่อำเภอแม่สายค่ะท่านประธาน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีเมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมามีภัยพิบัติอุทกภัยใหญ่เกิดขึ้นในอำเภอแม่สายแล้วก็ชาวบ้านข้าวของเครื่องครัว ต่าง ๆ ของเขาเสียหาย เครื่องนอนต่าง ๆ เสียหายหมดเลย แม้ว่าเงินเยียวยานี้อาจจะไม่ได้ เพียงพอมากนัก แต่ว่าชาวบ้านก็รอคอยตั้งแต่วันคริสต์มาสที่ชาวบ้านบอกว่าจะได้แล้ว สุดท้ายก็ไม่ได้ รอวันปีใหม่ก็ไม่ได้ จนตรุษจีนผ่านไปยังไม่ได้ ดิฉันก็ขอฝากท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลที่จะช่วยเร่งรัดตรงนี้ด้วย ทั้งกรมบัญชีกลางด้วยนะคะ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องขอให้รัฐบาลช่วยเตรียมความพร้อมในการดำเนินการรับ แผนขุดลอกลำน้ำสายแล้วก็ลำน้ำรวกค่ะ เพราะว่านี่เป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้เกิดน้ำท่วม ในพื้นที่แม่สาย จริงอยู่ว่าเป็นแม่น้ำระหว่างประเทศแต่ว่าตอนนี้มีการตกลงกันแล้วว่า ทางไทยเรานี่จะขุดลอกในส่วนของแม่น้ำรวกไปจนถึงแม่น้ำโขง ส่วนทางเมียนมาจะขุดลอก ในโซนที่เป็นแม่น้ำสาย แต่ว่าปัจจุบันตอนนี้แผนที่กำหนดไว้เริ่มต้นตั้งแต่เดือนมกราคม จะสิ้นสุดเดือนพฤษภาคม แต่ว่าปัจจุบันนี้ยังไม่สามารถเริ่มทำได้ค่ะท่านประธาน เพราะว่า งบประมาณยังไม่ลงไปในพื้นที่ หน่วยงานที่รอที่จะจัดการก็ทำไม่ได้ กรมการทหารช่างก็ยัง เริ่มที่จะเอาเครื่องจักรลงไม่ได้ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงขอเรียนท่านประธานไปถึงรัฐบาล แล้วก็ นายกรัฐมนตรีช่วยเร่งดำเนินการตรงนี้ที่ เพราะว่าเดี๋ยวสิ้นปีนี้น้ำก็จะอาจจะท่วมมาอีกนะคะ🔗

เรื่องสุดท้ายเรื่องที่ ๓ ค่ะท่านประธานดิฉันอยากจะหารือเรื่องของเงิน สวัสดิการทหารผ่านศึกค่ะ ทุก ๆ ต้นเดือนกุมภาพันธ์เราก็จะเห็นพี่ ๆ ทหารผ่านศึกได้มาขาย ดอกป๊อปปี้ แล้วก็ดิฉันมองเห็นว่าอยากให้รัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีเห็นคุณค่าพี่น้อง พี่ ๆ ทหารที่สละชีวิตของเขาในการปกป้องประเทศด้วยค่ะ ขอบคุณท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป ๓ ท่านครับ ท่านสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ท่านณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ต่อด้วยท่านล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ เชิญท่านสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ครับ🔗

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ จังหวัดชัยภูมิ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย กระผมขอหารือผ่านท่านประธาน ไปยังกระทรวงพาณิชย์ขอให้กำหนดให้มีมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร ตกต่ำในช่วงการเก็บเกี่ยวครับ ท่านประธานครับ ในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมาพืชผลทางการเกษตร มีราคาผันผวนมาก บางชนิดมีราคาลงมาประมาณ ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างเช่น ข้าวเปลือก มันสำปะหลัง สาเหตุสำคัญมาจากราคาธัญพืชทั่วโลกมีราคาลดลง และบางชนิดเลวร้าย ไปกว่านั้นครับ ในสินค้าชนิดเดียวกันคุณภาพเหมือนกันในราคาซื้อขายแตกต่างกันในบางพื้นที่ บางจังหวัด ราคาแตกต่างกันจนน่าใจหายครับ อย่างเช่นเดือนธันวาคมที่ผ่านมามันสำปะหลัง ที่เชื้อแป้ง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ในแถบภาคอีสานมีราคาซื้อขายกันที่ประมาณ ๒.๓๐ บาทถึง ๒.๕๐ บาทต่อกิโลกรัม แต่ในขณะบางจังหวัดในภาคเหนือซื้อขายกันเพียง ๑.๓๐ บาทถึง ๑.๕๐ บาทต่อกิโลกรัม อย่างเช่นในจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัด นครสวรรค์ สาเหตุเกิดจากความต้องการซื้อที่ผู้ประกอบการมีน้อยรายแต่ความต้องการ ขายของเกษตรกรมีจำนวนมากเพราะเก็บเกี่ยวพร้อมกัน หนึ่งในที่มาของปัญหานี้ก็เนื่องจาก รัฐบาลปัจจุบันไม่มีนโยบายใด ๆ เลยในการรองรับแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ กระผมจึงขอให้ กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดนโยบายป้องกันแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ในฤดูกาลถัดไป โดยกำหนด ให้มีโครงการประกันรายได้กับพืชทั้ง ๕ ชนิด ดังเช่นรัฐบาลชุดที่ผ่านมาหรือหากรัฐบาล ไม่ชอบโครงการประกันรายได้ก็ขอให้กลับไปพิจารณาโครงการจำนำสินค้าทางการเกษตร เหมือนในอดีตที่เคยทำ แต่ต้องไปถอดบทเรียน ต้องไปตรวจสอบและไปกำหนดขั้นตอน และวิธีการดำเนินงานให้ปลอดจากการทุจริตครับ ไม่ซ้ำรอยเดิมครับ ต้องดำเนินการครับ หากปล่อยเกษตรกรไปตามยถากรรมเช่นนี้ผมเชื่อว่าต่อไปหนี้สินภาคครัวเรือนจะสูงขึ้น หนี้สินภาคเกษตรกรจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านณัฐพงษ์ สุมโนธรรม เชิญครับ🔗

นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สมุทรสาคร

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานด้วยกันดังนี้🔗

เรื่องแรก ฝากท่านประธานประสานไปยังกรมทางหลวงเจ้าของโครงการ ทางยกระดับพระราม ๒ ปัจจุบันได้มีการขยายเวลาปิดเส้นทางหลักเพื่อเพิ่มเวลาให้กับ ผู้รับเหมาในการก่อสร้างตั้งแต่เวลา ๑ ทุ่ม พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะว่าช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนหลายคนกำลังกลับบ้านจากการทำงาน รวมถึง ทำให้เวลาในการใช้รถใช้ถนนรถติดหนักมาก ก็ฝากกรมทางหลวงช่วยหามาตรการประสานกับ ทางพื้นที่ในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ รวมถึงควรต้องคิดว่าจะมี มาตรการเยียวยาอะไรให้กับพี่น้องชาวสมุทรสาครที่ได้รับผลกระทบมานานหลายปีในการ ก่อสร้างทางยกระดับพระราม ๒ นี้นะครับ นอกจากนี้อย่างไรก็คิดว่าต้องช่วยกันดูมาตรการ ต่าง ๆ ด้วยความปลอดภัยด้วยครับ ก็ฝากท่านประธานประสานไปยังกรมทางหลวงเจ้าของ โครงการด้วยนะครับ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าไม่ใช่ว่าเร่งโครงการให้เสร็จตามที่รัฐมนตรีประกาศ แต่สุดท้ายแล้วพอถึงเวลาจริง ๆ โครงการไม่เสร็จในเวลาที่กำหนดก็มาเร่งเวลาปิดทางหลัก มาเดือดร้อนพี่น้องประชาชนเพิ่มอย่างนี้ก็ไม่ควรนะครับ ฝากด้วยนะครับ🔗

เรื่องต่อมาฝากเรื่องน้ำประปาในพื้นที่ตำบลพันท้ายนรสิงห์ ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น สิ่งที่เกิดขึ้นคือมีปัญหาเรื่องท่อแตกเพราะท่อเก่ารวมถึงปัญหา เรื่องแรงดันก็ฝากท่านผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาคช่วยสนับสนุนทรัพยากรรวมถึง งบประมาณในการช่วยการประปาจังหวัดสมุทรสาครเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องแรงดันแล้วก็เรื่อง ท่อแตกที่เป็นท่อเก่าให้พี่น้องประชาชนได้มีน้ำใช้ไม่เจอน้ำไหลออกนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญท่านล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ สุรินทร์

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๖ จังหวัดสุรินทร์ ถิ่นช้างใหญ่ พรรคภูมิใจไทย ขอนำปัญหาความเดือดร้อนหารือท่านประธาน ๒ ประเด็นนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ ต้องการขยายถนนหมายเลข ๒๐๗๗ เป็น ๔ เลน พร้อมไฟฟ้า ส่องสว่างจากสี่แยกทางหลวงสังขะเชื่อมอำเภอบัวเชด ซึ่งเป็นถนนเศรษฐกิจเชื่อมการท่องเที่ยว ช่องจอมสู่ช่องสะงำมีการจราจรหนาแน่น โดยเฉพาะช่วงบ้านภูมิคดี ตำบลดม เวลาตีสี่ ตีห้า ราษฎรได้นำผลผลิตทางการเกษตรยางพารามาจำหน่ายในท้องตลาด ซึ่งติดถนนหลัก ทางแคบเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งนะครับ ช่วงบ้านสันติสุขซึ่งเป็นโค้งหักศอกไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง กลางคืนมืดรถวิ่งหลุดโค้งเป็นประจำ ช่วงสี่แยกบ้านดมโรงเรียนเทพอุดมวิทยาทางแคบ เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนนักเรียนบ่อยครั้ง เสียหาย เสียชีวิต และทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเวลาประมาณ ๒ ทุ่มเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนเสียชีวิตอีก ๑ ราย อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ได้ช่วยผลักดันงบประมาณแก้ไขปัญหาให้ราษฎรโดยเร่งด่วน🔗

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ อำเภอศรีณรงค์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นกิ่งอำเภอ เมื่อปี ๒๕๓๘ ถึงปัจจุบันรวม ๓๐ กว่าปีแล้ว มีการเวนคืนที่ดินให้กับราษฎรผู้อาศัยในบริเวณนั้น ออกไปเพื่อตั้งเป็นสถานที่ราชการจนถึงปัจจุบันทางหน่วยงานราชการไม่มีความคืบหน้า ในการดำเนินการออกเอกสารสิทธิรังวัดที่ทำกินให้กับราษฎรเลย มีจำนวนทั้งสิ้น ๒๒๕ แปลง ที่ได้รับผลกระทบ อยากฝากท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้หน่วยงานเร่งรัดดำเนินการออกเอกสารสิทธิที่ดินทำกิน เพื่อยกฐานะความเป็นอยู่และเป็นหลักประกันให้ความมั่นคงกับราษฎรชาวอำเภอศรีณรงค์ด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านเฉลิมพงศ์ แสงดี ท่านรำพูล ตันติวณิชชานนท์ ท่านชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร เชิญท่านเฉลิมพงศ์ แสงดี ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเฉลิมพงศ์ เเสงดี ภูเก็ต

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๒ พรรคประชาชน วันนี้ ผมขอนำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือต่อรัฐสภาเพื่อให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องแก้ไข ๔ เรื่องดังนี้ครับ🔗

เรื่องแรก เกิดเหตุการณ์รถบัสเสียหลักตกเขาบริเวณถนนเส้นหาดกะรน ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ทำให้นักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ ๙ รายรวมทั้งคนขับ ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้มงวดกวดขันเรื่องการตรวจสภาพรถและความพร้อมของคนขับ เพื่อสร้างความ ปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร ฝากท่านประธานหารือไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต กระทรวง คมนาคมด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ วงเวียนห้าแยกฉลองในช่วงเวลาเร่งด่วนมีรถติดสะสมจำนวนมาก ประชาชนได้รับผลกระทบทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างหนัก ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษาแนวทางสร้างวงแหวนรอบ ๒ และทางยกระดับจากตำบลฉลองเชื่อมตำบลกะรน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและอำนวยความสะดวกในเรื่องการเดินทางด้วย ฝากท่านประธาน หารือไปยังกระทรวงคมนาคมด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ขณะนี้จังหวัดภูเก็ตเริ่มเข้าหน้าแล้งปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อน บางวาดและอ่างเก็บน้ำคลองกะทะมีปริมาณน้ำดิบอยู่ที่ ๙.๑๙ ล้านลูกบาศก์เมตร ในแต่ละวัน จ่ายน้ำให้ประชาชน ๕๗,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร หากจ่ายน้ำจำนวนดังกล่าวทุกวันคาดว่า ปริมาณน้ำที่มีอยู่จ่ายได้ถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้เท่านั้นครับ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผน รับมือล่วงหน้าหาแหล่งน้ำดิบเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ฝากท่านประธาน หารือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และสำนักงานการประปาส่วนภูมิภาคสาขาภูเก็ต กระทรวงมหาดไทยด้วยครับ🔗

เรื่องสุดท้าย จังหวัดภูเก็ตตอนนี้การจราจรเป็นปัญหาใหญ่ส่งผลกระทบ ทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยว อย่าลืมนะครับว่ารายได้ทั้งหมดมาจากภาคการท่องเที่ยว หาเงินให้ประเทศ แต่ไม่เคยได้รับการพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ สนข. เคยศึกษา การทำรถไฟฟ้าและส่งข้อมูลให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ จนขณะนี้ ๖ ปีแล้ว ผมคาดว่าหมดเวลาศึกษาทบทวนแล้วครับ จังหวัดภูเก็ตควรมีรถไฟฟ้า MRT ได้แล้วครับ ฝากท่านประธานหารือไปยังรัฐบาลด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านรำพูล ตันติวณิชชานนท์ เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๙ อำเภอนาจะหลวย อำเภอบุณฑริก อำเภอสิรินธร เฉพาะตำบลโนนก่อ พรรคไทยสร้างไทย ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานดังนี้ค่ะ🔗

ท่านประธานค่ะ หลังจากที่ดิฉันได้หารือเรื่องถนนของกรมทางหลวงหลายครั้ง ดิฉันก็ขอขอบคุณท่านประธานสภา และขอบคุณกรมทางหลวง และ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมที่ได้จัดสรรงบประมาณลงแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง เรื่องถนน หนทางในพื้นที่แต่ก็ยังไม่เพียงพอค่ะ วันนี้ดิฉันได้รับการร้องเรียนจาก นายชวนสุข พรมตา ผู้ใหญ่บ้านขอนแป้น หมู่ที่ ๙ ตำบลคอแลน นายปรีชา ศรประสิทธิ์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นายทองสรรค์ บัวริน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นายสำเริง รัตนภู่ ผรส. นายรัก สีดา ผู้ใหญ่บ้าน คำสมบูรณ์ หมู่ที่ ๑๗ ตำบลคอแลน ชาวบ้านขอนแป้น ชาวบ้านคำสมบูรณ์ ตำบลคอแลน และชาวอำเภอบุณฑริก ได้รับความเดือดร้อนจากถนนลาดยางของกรมทางหลวงสาย ๒๓๙๖ ช่วง กม.๓๓ ถึง กม.๓๔ ช่วง กม.๓๕ และ กม.๓๗ ถนนทางหลวงหมายเลข ๒๓๙๖ มีรถยนต์สัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะมีรถบรรทุกสิบแปดล้อพ่วงหนักขนส่งสินค้า จากประเทศเพื่อนบ้าน สปป. ลาว ผ่านด่านช่องเม็ก อำเภอสิรินธร ไปอำเภอบุณฑริก อำเภอ นาจะหลวย อำเภอน้ำยืนไปอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษและเข้าสู่กรุงเทพมหานคร กลางคืนถนนมืดมากไม่มีไฟฟ้าแสงสว่างทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง สูญเสียชีวิตและ ทรัพย์สินหลายราย ชาวบ้านต้องการให้กรมทางหลวงติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง ช่วง กม.๓๓ ถึง กม.๓๔ บ้านขอนแป้นถึงบ้านศิลาชัย ตำบลคอแลน ช่วง กม.๓๕ กม.๓๗ บ้านคำสมบูรณ์ บ้านหลักป้าย ตำบลโพนงาม เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เพื่อสร้าง ขวัญกำลังใจแก่พี่น้องประชาชนในเขตชายแดน ดิฉันขอฝากเรื่องหารือนี้กับท่านประธานสภา ถึงท่านอธิบดีกรมทางหลวง ขออนุญาตเอ่ยนามนะคะ ท่านอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย ฯพณฯ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร เชิญครับ🔗

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ผมขอนำเรื่องความเดือดร้อนของข้าราชการรัฐสภาผู้ที่ทำงานให้ฝ่ายนิติบัญญัติ ของประเทศ ๓,๐๐๐ กว่าชีวิตมาปรึกษาหารือท่านประธานครับ เป็นปัญหาหนี้สินของ ข้าราชการรัฐสภาซึ่งขณะนี้เป็นปัญหาที่หนักมากแล้วก็ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ของพี่น้องข้าราชการที่เป็นคนใกล้ตัวพวกเราเป็นอย่างมากครับ พวกเขาเหล่านี้ส่วนมาก มีภาระหนี้สินโดยส่วนใหญ่จะเป็นหนี้แบบ Pack คู่ก็คือเป็นหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ ข้าราชการฝ่ายรัฐสภา แล้วก็เป็นหนี้กับธนาคารโดยส่วนใหญ่มักจะเป็นธนาคารกรุงไทย แล้วก็ธนาคารออมสิน เป็นต้น ข้าราชการที่เป็นลูกหนี้เหล่านี้ก็มักจะใช้ระบบการจับคู่ ค้ำประกันซึ่งกันและกัน เช่น A กู้ธนาคารก็จะให้ B มาค้ำประกัน แล้วพอ B ไปกู้ธนาคาร ก็จะให้ A มาค้ำประกัน หรือกรณีที่เป็นการกู้เงินจากสหกรณ์ นาย B ก็จะต้องไปจับกลุ่ม หาเพื่อนมาอีก ๖ คน ก็คือ C1 จนถึง C6 มาค้ำประกันเป็นกลุ่มเพื่อกู้เงินจากสหกรณ์ ปัญหาก็คือว่าเมื่อนาย A ที่เป็นลูกหนี้ชำระหนี้ไม่ไหวโดนฟ้องผู้ค้ำประกันอย่าง B ก็จะถูก บังคับให้ชำระหนี้แทน แล้วถ้าหาก B ไม่สามารถชำระหนี้ได้ B ก็จะถูกฟ้องร้องจนล้มละลาย ไปด้วย ซึ่งถ้าร้ายแรงไปกว่านั้นหากศาลพิพากษาให้ B เป็นบุคคลล้มละลายผู้ค้ำประกัน อย่างนาย B ก็จะต้องรับผิดชอบให้โดนออกจากราชการตามกฎของ ก.ร. พ.ศ. ๒๕๕๖ แล้วผล ที่ตามมาก็คือ B ก็จะไม่มีรายได้ดำรงชีพ แล้วก็ไม่สามารถใช้หนี้อื่นได้ เป็นผลให้หนี้นี้ลุกลาม ต่อไปยังผู้ค้ำประกันของนาย B ก็คือ C1 จนถึง C6 อีก ๖ คนด้วย ซึ่งอันนี้ก็จะเกิดเป็นปัญหา ปฏิกิริยาลูกโซ่ เพราะฉะนั้นมี ๒ ประเด็นหลัก ๆ ก็คือหนี้สินล้นพ้นตัวแล้วก็ปัญหา ผู้ค้ำประกันถูกฟ้องล้มละลาย ผมจึงขอให้ท่านประธานสภาช่วยประสานนะครับ🔗

๑. ให้ ก.ร. หรือคณะกรรมการรัฐสภาที่มีท่านประธานสภาเป็นกรรมการ อยู่แล้วพิจารณาสั่งการให้เลขา ก.ร. หรือฝ่ายที่เกี่ยวข้องนี้ร่างกฎ ก.ร. ฉบับแก้ไขมานำเสนอ คณะกรรมการ ก.ร. เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยอาจจะอ้างอิงจากกฎของ ก.ตร. หรือคณะกรรมการข้าราชการตำรวจที่ได้แก้ไขไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๗ เพื่อให้ บุคคลล้มละลายที่ไม่ใช่บุคคลทุจริตหรือว่าบุคคลที่ล้มละลายโดยไม่ได้เกิดจากการกระทำของ ตนเอง เช่น เป็นผู้ค้ำประกันควรให้ได้รับราชการต่อไปนะครับ🔗

๒. ขอให้ประสานไปยังสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการฝ่ายรัฐสภาเพื่อให้ พิจารณาปรับลดดอกเบี้ย ซึ่งสามารถทำได้โดยการปรับลดอัตราเงินปันผลที่สูงมากถึง ๖.๐๕ เปอร์เซ็นต์ลงมาด้วย🔗

๓. ขอให้คณะกรรมาธิการกิจการสภาพิจารณาจัดตั้งคลินิกแก้หนี้อย่างเป็น กิจจะลักษณะ ผมหวังว่าจะได้รับการแก้ไขจากปัญหาเหล่านี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านปรเมษฐ์ จินา ท่านสว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ ต่อด้วยท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญท่านปรเมษฐ์ จินา ก่อนครับ🔗

นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต ๕ วันนี้มีเรื่องหารือ ท่านประธานดังนี้นะครับ เนื่องจากว่าได้รับเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ บริเวณที่เขาปลูกทุเรียนกันเยอะเราต้องยอมรับความจริงว่าข้อมูลในเชิงประจักษ์ในส่วนของ การปลูกทุเรียนจะต้องใช้สารเคมีอย่างหนักแล้วก็ต้องใช้บ่อยนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะ ฝากทางหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะฝากท่านผู้ว่าในพื้นที่ของจังหวัดชุมพร จังหวัด สุราษฎร์ธานีก็จะมีการปลูกทุเรียนกันเยอะ ให้มีการจัดระเบียบสังคมตรงนี้ว่าบริเวณรอบ ๆ โรงเรียนควรจะต้องนัดกันหรือว่ากำหนดกติกาชุมชนว่าจะต้องพ่นเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ หรือว่าบริเวณรอบนอกก็ต้องดูว่าชาวบ้านออกจากบ้านไปช่วงไหน เช่น วันตลาดนัดหรือว่า วันสำคัญทางศาสนาก็จะใช้วิธีการพ่นในวันที่คนไม่อยู่บ้านครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ฝากไปยัง ท่านผู้ว่าช่วยจัดระเบียบสังคมง่ายนิดเดียวท่านก็เชิญเกษตรเอาทะเบียนผู้ปลูกทุเรียนมา แล้วก็นัดมาประชุมหารือ เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมานะครับ แล้วก็จัดระเบียบกำหนดกติกา🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คงจะเป็นเรื่องของยาเสพติดครับ เรื่องของการสกัดผมว่า ณ วันนี้ จากการที่ได้พูดคุยกับ ผอ. ป.ป.ส. เขต ๘ ที่รับผิดชอบ ๗ จังหวัดภาคใต้ตอนบนก็พบว่า มีมาตรการในการสกัดไม่ว่าจะเป็นที่ประจวบคีรีขันธ์ ไม่ว่าจะเป็นด่านที่ชุมพรสถานการณ์ ก็ดีขึ้นครับ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาก็คือในเรื่องของการจัดกลุ่มต้องจัดกลุ่มผู้เสพ ผู้ติด แล้วก็ผู้ที่มีปัญหาทางจิตครับ เริ่มต้นก็อาจจะต้องเอาผู้ที่มีปัญหาทางจิตเข้ามา บำบัดรักษาก่อนครับ ถ้าเราไปบำบัดรวมหลักสูตร ๙ วัน ๘ คืน หลักสูตร Matrix Program ๔ เดือนหรือว่าหลักสูตร CBTx หรือชุมชนล้อมรักษ์อันนั้นก็คงจะไม่ได้ผลสำหรับผู้ที่มีปัญหา ทางจิต เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากน่าจะต้องเป็นท่านนายกรัฐมนตรีหรือว่าในส่วนของ ค่ายทหารต่าง ๆ ที่มีค่ายทหารอยู่ในพื้นที่แล้วก็ทดลองนำร่องดูหรือว่าในส่วนของอุทยาน แห่งชาติก็ได้ ที่ไหนที่เป็นพื้นที่เกาะแล้วก็ลองดูใช้งบกลางสัก ๕๐ คน หลักสูตรสัก ๑ ปี ผมว่าก็จะช่วยชาวบ้านได้มาก ขอบคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปนะครับ เชิญท่านสว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต ๕ พรรคประชาชน ขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ🔗

เรื่องที่ ๑ ขอสัญญาณไฟจราจรแยกนิคมสาย ๑๕ ตัดกับทางหลวงชนบท หมายเลข ๓๑๙๑ ในตำบลนิคมพัฒนา อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง โดยรอบบริเวณนี้ เป็นแหล่งชุมชนมีทั้งหมู่บ้าน โรงเรียน แล้วก็เป็นเส้นทางเข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมด้วยค่ะ ในชั่วโมงเร่งด่วนพบว่ามีปัญหารถติดเพราะว่าการจราจรหนาแน่นมากนะคะ ในขณะที่ ในเวลากลางวันเส้นทางตรง ๓๑๙๑ เป็นถนน ๔ เลน รถยนต์วิ่งเร็วเมื่อไม่มีสัญญาณไฟ ก็มักจะชนกับรถที่เลี้ยวขวาทั้ง ๒ ด้าน ก็พบว่าในเดือนเดียวมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นไม่น้อยกว่า ๑๐ ครั้ง จึงหารือมายังท่านประธานผ่านไปยังทางหลวงชนบทขอให้ติดตั้งสัญญาณไฟจราจร เพื่อให้การเดินทางของประชาชนสะดวกและปลอดภัยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ความเดือดร้อนรำคาญจากเสียงดนตรีของร้านอาหารในช่วงกลางคืน บนถนนบูรพาพัฒน์ ตำบลบ้านฉาง อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง เรื่องนี้มีปัญหาขึ้นมาตั้งแต่ ปี ๒๕๖๕ ผู้เดือดร้อนก็เคยแจ้งทั้งเทศบาลแล้ว ร้องเรียนออนไลน์ ๑๑๑ แล้วนะคะ แล้วก็ ร้องเรียนกับสื่อมวลชนด้วย แต่ปัญหาก็ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่องค่ะ ดิฉันเองก็ได้รับเรื่องร้องเรียน ในปี ๒๕๖๖ แล้วก็ตั้งใจว่าจะแก้ปัญหาให้ทั้งชาวบ้านแล้วก็ผู้ประกอบการอยู่ร่วมกันได้ เคยนัดหมายประชุมโดยในที่ประชุมก็ประกอบด้วยผู้ประกอบการ ชาวบ้าน ตำรวจ เทศบาล แล้วก็ฝ่ายปกครอง แต่จนถึงปัจจุบันก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ลุล่วงนะคะ ชาวบ้านบางครั้ง ก็ต้องไปติดตั้งกระจกกันเสียง บางครอบครัวเด็ก ๆ ก็ป่วยเป็นโรคเยื่อหูอักเสบ คุณแม่ เสียสุขภาพจิต ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น บางคนพักผ่อนไม่พอทำงานไม่ไหวก็ต้องไปเช่าคอนโด ในเมือง ประกาศขายบ้านเพื่อที่จะย้ายไปอยู่ที่อื่นแต่ก็ไม่มีคนซื้อเพราะว่าปัญหานี้มันยังอยู่ จึงต้องหารือมายังท่านประธานผ่านไปยังฝ่ายปกครองช่วยเร่งรัดการแก้ไขปัญหาเพื่อคืน ความสงบสุขให้กับชุมชนสักทีหนึ่ง ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมขอหารือเกี่ยวกับเรื่องความคืบหน้าในการจัดการมหกรรมพืชสวนโลกที่จะจัดขึ้น ในจังหวัดอุดรธานีในปี ๒๕๖๙ นี้ เพราะเดี๋ยวนี้ขณะนี้มันเงียบสงัดเหลือเกินครับ มันไม่เหมือน จะมีการจัดงานพืชสวนโลกระดับนานาชาติ เพราะฉะนั้นอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะในการประชาสัมพันธ์ให้โลกได้รู้ว่าการจัดงาน พืชสวนโลกที่จัดขึ้นที่จังหวัดอุดรธานีมันเป็นมหกรรมที่ยิ่งใหญ่ แล้วจะเป็นการต่อยอดในการ ท่องเที่ยวได้อีกมากมาย เพราะว่าจังหวัดอุดรธานีมีโลก ๒ โลกนะครับ ก็คือโลกอะไรครับ มรดกโลกบ้านเชียงแล้วก็มรดกโลกภูพระบาท แล้วยังมีทะเลบัวแดงแหล่งท่องเที่ยวอะไร อีกมากมายเยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคำชะโนด ซึ่งพี่น้องประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก เพราะฉะนั้นนานาชาติทั้งหลายที่จะต้องเดินทาง มาเที่ยวในประเทศไทยและจังหวัดอุดรธานีนั้นจะต้องได้รับรู้แล้ว เพราะว่าในอีกไม่กี่วัน ข้างหน้านี้ปีเดียวมันแป๊บเดียวนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นหน่วยงานราชการต่าง ๆ ต้องจัดการให้เรียบร้อย เดี๋ยวนี้ทางจังหวัดก็ได้เริ่มในการถมที่ถมทางแล้วแต่เรื่องอาคารต่าง ๆ เหล่านี้ยังไม่ได้ไปหน้ามาหลังเลยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นจึงขอกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตรให้เร่งดำเนินการให้เร่งประชุม ในการจัดการเพราะเป็นเจ้าภาพอยู่แล้ว งบประมาณต่าง ๆ รัฐบาลก็ได้อนุมัติไปมากมายแล้ว เพราะฉะนั้นอย่ามัวแต่ตั้งคณะกรรมการอยู่เลยครับ คณะกรรมการชุดนั้นชุดนี้ลาออกบ้าง ไปโน่นไปนี่บ้างเพราะฉะนั้นขอให้เดินหน้าต่อไปเถอะ ก็ขอฝากเรื่องนี้เพราะว่าพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดอุดรธานี องค์กรภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคประชาชน และเอกชนต่าง ๆ ได้สอบถามผมมาให้ผมได้ติดตามเรื่องนี้อยากจะให้มีการโฆษณาให้อึกทึก ครึกโครมให้พี่น้องทั่วโลกได้เดินทางมาจังหวัดอุดรธานี กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไป ท่านนพดล ทิพยชล ท่านฤกษ์ อยู่ดี ท่านณรงเดช อุฬารกุล เชิญท่านนพดล ทิพยชล ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายนพดล ทิพยชล นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นพดล ทิพยชล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพี่น้องชาวอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เขต ๔ พรรคประชาชน วันนี้ขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเพื่อส่งผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ขอเพิ่มป้ายรถเมล์บริเวณ MRT สายสีชมพู สถานีเมืองทองธานี ครับท่านประธาน ปัจจุบันป้ายรถเมล์จะห่างจากสถานีนี้ประมาณ ๒๐๐ เมตร ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้พิการเพราะความยากลำบากในการเดินทางมาเชื่อมต่อจากรถเมล์ มากขึ้น MRT ที่สถานีนี้ ก็ขอฝากไปยังกรมขนส่งทางบกแขวงทางหลวงนนทบุรีช่วยพิจารณา เพิ่มป้ายรถเมล์ให้กับพี่น้องประชาชนนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้ติดตั้งสัญญาณไฟทางข้ามอัจฉริยะบริเวณสะพานข้ามคลอง ประปา ถนนแจ้งวัฒนะหน้าคอนโดกรีเน่ครับท่านประธาน ก็ขอเรียนผ่านท่านประธานไปยัง แขวงทางหลวงนนทบุรีช่วยจัดสรรงบประมาณตามอำนาจหน้าที่เพื่อมาสร้างสัญญาณไฟ ทางข้ามอัจฉริยะให้กับประชาชนให้ใช้งานครับ เพื่อความปลอดภัยสะดวกและรวดเร็วของ พี่น้องประชาชนในการข้ามถนนครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้ติดตั้งเสาจราจรล้มลุกบริเวณทางลงทางด่วนถนนแจ้งวัฒนะ ครับท่านประธาน ปัจจุบันเวลารถลงทางด่วนมานี่พอลงมาปุ๊บเขาจะปาดเข้าเลนขวาก็เสี่ยง ต่อการเกิดอุบัติเหตุแล้วก็ทำให้รถที่วิ่งมาทางตรงด้วยความเร็วนี่ต้องชะลอแล้วก็ทำให้ปัญหา จราจรติดขัดเป็นอย่างหนักครับ ก็ขอให้แขวงทางหลวงนนทบุรีจัดสรรงบประมาณติดตั้ง เสาจราจรล้มลุกเพื่อแก้ปัญหาตรงบริเวณนี้ให้กับพี่น้องประชาชนที่ใช้สัญจรถนนแจ้งวัฒนะ ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๔ เรื่องสุดท้ายก็ได้รับเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนในการเลือกตั้ง องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีเมื่อวันเสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเป็นจำนวนมากครับ ว่าไม่ได้รับความสะดวกสบายในการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งเพราะว่าเป็นการเลือกตั้งวันเสาร์ พอดูตัวเลขเทียบกับการเลือกตั้งในปี ๒๕๖๓ ก็สะท้อนออกมาชัดเจนว่าผู้มาใช้สิทธิ ลดน้อยลงไปมากเกือบ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ขอให้ กกต. ช่วยดำเนินการแก้ไขให้ตรงกับเจตจำนง ของ กกต. ว่าต้องอำนวยความสะดวกส่งเสริมประชาธิปไตยรณรงค์ให้คนออกมาใช้สิทธิ เลือกตั้งให้มากที่สุดเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยของประเทศไทยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับท่านฤกษ์ อยู่ดี เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายฤกษ์ อยู่ดี เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายฤกษ์ อยู่ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมี เรื่องมาหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก ขอความอนุเคราะห์ให้ช่วยสำรวจและแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงของการ เกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ตำบลท่ายาง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ด้วยถนนทางหลวงชนบท หมายเลข ทล.๓๑๘๗ ผ่านอำเภอท่ายางเลียบคลองชลประทานสายใหญ่ ๓ ผ่านพื้นที่ หมู่ที่ ๑ ตำบลท่ายางตัดกับโรงพยาบาลท่ายางถึงที่ว่าการอำเภอท่ายางพิกัด ๑๒.๙๗๐๗๔๗ และ พิกัด ๙๙.๘๘๖๖๕ ซึ่งมีพี่น้องประชาชนใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นจำนวนมาก มักเกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้งด้วยเส้นทางเป็นจุดอับสายตา ขาดสัญญาณไฟกระพริบพี่น้องประชาชนในละแวก ดังกล่าวได้พยายามร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขปัญหา แต่ไม่ได้รับการแก้ไข แต่อย่างใด เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ผมจึงขอฝาก ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการสำรวจจัดทำแผนแก้ไขพร้อมติดตั้ง สัญญาณไฟกระพริบเพื่อเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเกิดความระมัดระวังรวมถึงการบริหารจัดการ จุดห้ามจอด การตีเส้นบนพื้นผิวจราจร และจัดทำคันชะลอความเร็วเพื่อความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องจากท่านนรินทร์ เพ็งเอี่ยม ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๕ บ้านในดง ขอความอนุเคราะห์กรมทางหลวงชนบทราดยางถนนในเขตพื้นที่บ้านหนองจอก บ้านในดง บ้านหนองเกตุ เนื่องด้วยถนนในพื้นที่ดังกล่าวเป็นถนนลูกรังมีความเป็นหลุมเป็นบ่ออันตราย ต่อการสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชน การเดินทางเป็นไปอย่างยากลำบากถนนดังกล่าว อยู่ในเขตคลอง ๑ สายใหญ่ ๒ กม.๐+๐๐๐+๒+๙๐๐ และถนนเส้นบ้านหนองเกตุถึง บ้านหนองศาลา คลอง ๑ ขวาสายใหญ่ ๒ กม.๐+๐๐ ถึง กม.๖+๒๕๐ ผมจึงขออนุญาตผ่าน ท่านประธานไปยังกรมทางหลวงชนบทช่วยจัดสรรงบประมาณในการลาดยางถนนเส้น ดังกล่าวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจะเป็นพระคุณอย่างสูง กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านณรงเดช อุฬารกุล เชิญครับ🔗

นายณรงเดช อุฬารกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณรงเดช อุฬารกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ปีนี้ผ่านไป ๑ เดือนแล้วราคาสินค้าเกษตรก็ยังคงตกต่ำอยู่พี่น้องเกษตรกร กำลังเดือดร้อน ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ ๙,๑๐๐ บาท แต่ถ้าเป็นข้าวเกี่ยวสดชาวนาจะขายได้เพียงตันละ ๗,๒๐๐ บาท ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ๒,๑๐๐ บาท หรือลดลง ๑๙ เปอร์เซ็นต์ มันสำปะหลังราคาเฉลี่ยเดือนมกราคมปีที่ผ่านมาอยู่ที่กิโลกรัมละ ๓ บาท ปีนี้ลดลง ๔๐ เปอร์เซ็นต์เหลือเพียงกิโลกรัมละ ๑.๘๐ บาท ซึ่งต่ำกว่าต้นทุน โคเนื้อ ขนาด ๓๕๐ กิโลกรัม ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ตัวละ ๒๗,๐๐๐ บาท ลดลงจากปีก่อน ๓,๕๐๐ บาท หรือลดลง ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ สินค้าเกษตร ๓ ชนิดนี้เกี่ยวข้องกับพี่น้องเกษตรกร กว่า ๖.๕ ล้านครัวเรือน ผมขอฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลว่า ข้าวนาปรังกำลังเริ่มเก็บเกี่ยว หากไม่มีมาตรการรองรับจะทำให้ราคาข้าวยิ่งลดลงเมื่อถึงเดือนมีนาคม รัฐบาลควรหา แนวทางระบายข้าวไปยังตลาดอื่น ๆ หรือเร่งสนับสนุนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น นำไป ทำสุราก้าวหน้าหรือทำเครื่องสำอาง ผมไม่อยากให้รัฐบาลคิดว่าเมื่อจ่ายเงินไร่ละพันแล้ว ไม่จำเป็นต้องดูแลชาวนาอีกต่อไป ส่วนมันสำปะหลังควรพิจารณาการใช้มันสำปะหลังในการ ผลิตอาหารสัตว์ ก่อนพิจารณาการนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศ เพิ่มการแปรรูปไปผลิต เอทานอลอนุญาตให้นำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ นอกจากภาคพลังงาน สุดท้าย เมื่อวานนี้คณะกรรมการการบริหารนโยบายโคเนื้อได้มีมติของบกลางปี ๒๕๖๘ สำหรับ การจัดซื้อวัคซีนโรคปากและเท้าเปื่อยเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการส่งออกโคเนื้อไปต่างประเทศ ซึ่งผมได้เคยอภิปรายไว้แล้วว่าตั้งงบประมาณไว้ไม่เพียงพอ ก็อยากขอให้เร่งพิจารณาเรื่องนี้ โดยด่วน เพราะโรคระบาดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เราไม่สามารถส่งออกโคเนื้อและทำให้โค มีราคาตกต่ำ สุดท้ายอยากฝากไปยังรัฐบาลให้หามาตรการที่เป็นปัจจุบัน เพราะมาตรการ ที่ใช้มาอยู่ก็ใช้มานับสิบปีแล้วและไม่ได้ผล ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านณัฐจิรา อิ่มวิเศษ ท่านอับดุลอายี สาแม็ง ท่านศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ เชิญท่านณัฐจิรา อิ่มวิเศษ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวณัฐจิรา อิ่มวิเศษ นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวณัฐจิรา อิ่มวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๔ พรรคเพื่อไทย อำเภอสูงเนิน อำเภอขามทะเลสอ อำเภอโนนไทย ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง ด้วยกันนะคะ🔗

เรื่องแรก ก็คือเรื่องตัวอาคารที่ว่าการอำเภอสูงเนิน ดังสไลด์เลยค่ะ คือตอนนี้ ได้รับงบประมาณเฉพาะตัวอาคารและไม่มีรั้วรอบขอบชิดแล้วก็ไม่มีถนนทางเข้า ปัจจุบันกำนัน ผู้ใหญ่บ้านผลัดเวรกันเข้าไปเปลี่ยนดูแลอาคารนี้เพื่อไม่ให้ใครมาทำลายทรัพย์สินของราชการ จึงขอเรียนมายังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะกำกับดูแลกรมการปกครองได้จัดสรร งบประมาณในการดำเนินการก่อสร้างถนนหรือก่อสร้างรั้วและป้ายที่ว่าการอำเภอสูงเนิน เพื่อรักษาทรัพย์สินของราชการแล้วก็ยังเป็นการลดภาระของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ปัจจุบัน ผลัดเวรกันเข้าดูแลค่ะท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนชาวอำเภอสูงเนินบริเวณ ดังกล่าวเป็นทางเข้า ๒ ตำบลหลัก ๆ ด้วยกัน ก็คือตำบลนากลาง และตำบลหนองตะไก้ ปากทางเข้าบ้านหนองบอนจนถึงสองคร ตำบลหนองตะไก้ ซึ่งไม่มีแสงสว่างเลยค่ะท่านประธาน บนถนนทางหลวงชนบท นม.๑๐๕๖ จนถึงบ้านหนองตะไก้ ซึ่งเส้นนี้ประชาชน ๒ ตำบล สัญจรผ่านไปมาตลอดเวลาไม่ว่าจะสัญจรไปมาไปที่โรงพยาบาล ซึ่งมองไม่เห็นเลยในช่วงเวลา กลางคืน🔗

เรื่องที่ ๓ ด้วยกันนะคะท่านประธาน บริเวณดังกล่าวเป็นถนนทางหลวง หมายเลข ๒๐๖๘ บริเวณทางแยกเข้าตำบลบึงอ้อและตำบลพันดุง ซึ่งก็เป็น ๒ ตำบลหลัก ๆ ของอำเภอขามทะเลสอ ต้องการสัญญาณไฟจราจรเพราะบริเวณดังกล่าวถือว่าเป็นถนนหลัก ที่มีรถวิ่งเร็วมากและทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยชาวบ้านจึงร้องเรียนผ่านดิฉันมา ดิฉันจึงวิงวอน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือกระทรวงคมนาคมเร่งจัดสรรงบประมาณติดตั้งไฟสัญญาณจราจร ให้ด้วย ขอบคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับท่านอับดุลอายี สาแม็ง เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอับดุลอายี สาแม็ง ยะลา

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๓ อำเภอกรงปินัง อำเภอธารโต อำเภอ บันนังสตา และอำเภอเบตง พรรคประชาชาติ ผมอยากจะนำเรียนหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องที่มีต่างชาติก็คือทางเอกชนทางประเทศจีนมาเช่าที่ดินที่ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๖ ตำบลตะเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ประมาณเกือบ ๒,๐๐๐ ไร่ เพื่อที่จะมาปลูกทุเรียน ซึ่ง ณ ขณะนี้เป็นสิ่งที่กังวลมากของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ เพราะพื้นที่ที่เช่าเป็นพื้นที่ที่ล้อมโรงเรียนแห่งหนึ่งแล้วก็เป็นพื้นที่ชุมชน เพราะว่าการเช่า พื้นที่การปลูกทุเรียนมันต้องใช้ระยะเวลานาน ๒๐-๓๐ ปี ในอนาคตข้างหน้า ทีนี้ก็ทราบดี อยู่แล้วว่าการปลูกทุเรียน ณ ขณะนี้มันต้องใช้สารเคมีอาจจะใช้เรื่องของเครื่องมือ เช่น Drone อะไรต่าง ๆ ไปฉีดพ่นทำให้ฟุ้งกระจายไปถึงเขตชุมชน เขตโรงเรียนอาจจะเป็น อันตรายต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน อยากจะเรียนผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้หามาตรการที่มันชัดเจนเพื่อดูแลสุขภาพประชาชนสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็น เป็นอย่างมาก ก็ขอขอบคุณท่านประธานนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องของน้ำท่วมซ้ำซากในเขตพื้นที่หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลบันนังสตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บริเวณโรงเรียนดำรงวิทยา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำท่วม ซึ่งไม่สามารถที่จะระบายน้ำมันเป็นเรื่องของน้ำท่วมเกือบ ๒๐ กว่าปีมาแล้ว ยังหาทาง แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะว่ามันเป็นเรื่องของคลองคู่ขนานกับแม่น้ำปัตตานี แล้วก็พอถึงฤดู น้ำหลากน้ำในแม่น้ำก็สูงไม่สามารถที่จะระบายน้ำในคลองที่คู่ขนานนี้ออกไปสู่แม่น้ำได้ทำให้ น้ำท่วมขังในบริเวณของชุมชนในเขต ๓ หมู่บ้านนี้ โดยเฉพาะที่โรงเรียนดำรงวิทยา ณ ขณะนี้ หาทางแก้ด้วยตัวเองโดยการเพิ่มความสูงของมัสยิดของโรงเรียนให้สูงขึ้นเพื่อจะหนีน้ำ ไม่อยากจะให้เกิดผลกระทบจากน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับท่านศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ เชิญครับ🔗

นายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก เขต ๕ พรรคประชาชน ขอหารือท่านประธานครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ถนนทางเข้าหมู่บ้าน หมู่ที่ ๒๐ บ้านเนินกลาง หมู่ที่ ๖ บ้านนาหนอง ตำบลหนองกะท้าว อำเภอนครไทย ระยะทางรวม ๕ กิโลเมตร ถนนชำรุดทรุดโทรมเป็นหลุม เป็นบ่อ อีกทั้งยังไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างทำให้ประชาชนเดินทางสัญจรไปมาในช่วงเวลากลางคืน อันตรายมากเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ฝากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งแก้ไข ดำเนินการครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก สจ. อาวุธ ยวนแห่ว สจ. ป้ายแดง เริ่มทำงานทันทีครับ ท่านแจ้งมาว่าโครงการฝายเนินเพิ่มในพื้นที่ หมู่ที่ ๙ ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทยที่สร้างขึ้นเมื่อปี ๒๕๖๖ มีพื้นที่รับประโยชน์มากถึง ๗๐๐ ไร่ แต่ไม่มีประตู กั้นน้ำทำให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามหน้าแล้งได้ ก็ฝากกรมชลประทานเร่งดำเนินการ แก้ไขให้ชาวบ้านหน่อยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน หมู่ที่ ๓ ตำบลท่างาม อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก จำนวน ๑๓ ครัวเรือน เนื่องจากชาวบ้านได้เข้าร่วมโครงการ “บอกดิน” เมื่อเดือนสิงหาคมปี ๒๕๖๖ เพื่อพิสูจน์สิทธิในการออกโฉนดที่ดิน แต่จนป่านนี้ ก็ยังไม่สามารถออกโฉนดได้ สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่แจ้งว่าต้องให้กรมทรัพยากรธรณีเข้ามา สำรวจก่อนว่าเป็นพื้นที่สาธารณะหรือว่าเป็นที่ดินไหลทรายมูลหรือไม่ ปัจจุบันเวลาล่วง ไปแล้วปีกว่ากรมทรัพยากรธรณีก็ยังไม่สามารถทำการสำรวจแต่อย่างใด เรื่องนี้ฝากไปยัง กรมทรัพยากรธรณีให้เร่งดำเนินการให้ด้วยครับ🔗

เรื่องสุดท้าย ได้รับเรื่องร้องเรียนจากทีมงาน อสม. ตำบลบ้านดง อำเภอ ชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ว่าในพื้นที่มีผู้พิการที่ต้องดูแลผู้ป่วยติดเตียงเป็นจำนวนมาก ทั้งผู้พิการและผู้ป่วยติดเตียงก็เป็นผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ทั้งคู่ โดยที่ที่อยู่อาศัยของ ผู้ป่วยเหล่านี้ชำรุดทรุดโทรมเสียหายเป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้ป่วยแล้วก็ผู้พิการเหล่านี้ใช้ชีวิต อย่างยากลำบาก ไม่สามารถหาเงินมาซ่อมแซมบ้านได้เอง อยากให้ภาครัฐนี่เข้าช่วยเหลือ ซ่อมแซมบ้านให้หน่อยนะครับ ก็ฝากไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ให้เข้าช่วยเหลือผู้พิการและผู้ป่วยติดเตียงเหล่านี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไปนะครับ จะเป็นท่านปกรณ์ จีนาคำ ท่านจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล และท่านยอดชาย พึ่งพร เชิญท่านปกรณ์ จีนาคำ ครับ🔗

นายปกรณ์ จีนาคำ แม่ฮ่องสอน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปกรณ์ จีนาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เขต ๑ พรรคกล้าธรรม ท่านประธานครับ ในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่มีนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าไปเที่ยวเป็นจำนวนเยอะมาก โดยเฉพาะที่อำเภอปาย และที่บ้านรักไทย อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่ปีนี้เราประสบปัญหาใหญ่คือเราเจอมิจฉาชีพที่สร้าง Page ปลอมขึ้นมาที่หลอกขายทั้งทัวร์ รถเช่า ร้านอาหารให้กับนักท่องเที่ยวที่มีการซื้อขายผ่าน ในระบบออนไลน์มา ปัญหานี้ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่เพราะว่าทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการนั้น ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากได้รับความเสียหาย ทำให้ผู้ประกอบการนั้นหลายรายถึงขั้น ที่ต้องหยุดในการทำกิจกรรมไปเลยนะครับ ปัญหานี้ถ้าไม่ได้รีบเร่งดำเนินการแก้ไข ผมเชื่อว่า ในอนาคตจังหวัดแม่ฮ่องสอนในพื้นที่แม่ฮ่องสอนนั้นอาจจะทำให้นักท่องเที่ยวนั้นหดหายไป เป็นจำนวนมาก ผมจึงขอฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปแก้ไขและ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเรื่องนี้ด้วยครับ🔗

ส่วนเรื่องที่ ๒ นั้นปัญหาเกี่ยวกับโรงเรียนบ้านปายวิทยาคาร โรงเรียนแห่งนี้ ได้รับงบประมาณเมื่อปี ๒๕๖๕ เพื่อก่อสร้างอาคารเรียนให้กับนักเรียนจำนวนงบประมาณ ๒๗,๖๕๐,๐๐๐ บาท แต่เกิดปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงานทำงานไปได้เพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์หรือ คิดเป็นเงินเบิกจ่ายไป ๘,๒๙๕,๐๐๐ บาท ส่วนที่เหลือนั้นอีก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ที่ยังไม่ได้ ดำเนินการ เป็นงบประมาณที่เหลืออยู่ ๑๙,๓๕๔,๐๐๐ บาท ก็ถือเป็นงบประมาณที่พับไป หรือเป็นงบประมาณที่ต้องส่งคืนให้กับสำนักงบประมาณ ส่งผลให้ทางโรงเรียนได้รับ ผลกระทบเป็นอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องของการวางแผนการขยายห้องเรียนเพื่อรองรับนักเรียน ที่มากขึ้น เพื่อรองรับกิจกรรมที่เพิ่มเติมมากขึ้น และส่งผลกระทบถึงเรื่องของการใช้พื้นที่ที่มี ความอันตรายและไม่สะดวกกับเด็ก ๆ และผู้ที่ใช้พื้นที่ในโรงเรียน ผมจึงขอฝากท่านประธาน ถึงกระทรวงศึกษาธิการได้โปรดพิจารณาช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับเชิญท่านจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๔ ท่านประธานครับ วันนี้ที่สุโขทัยมีต้นมะค่ายักษ์ต้นหนึ่งที่เขาเรียกกันว่า เสมามะค่า มีขนาด ถึง ๒๐ คนโอบ วันนี้ต้นมะค่านั้นไม่มีคนเหลียวแลเท่าไรนัก ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณ ท่านอธิบดีกรมป่าไม้ ท่านสุรชัย อาจลบุญ นั้นท่านได้ทราบข่าวที่ผมโทรไปหารือท่านสั่งการ มาที่สำนักทรัพยากรป่าไม้ที่ ๔ โดยท่าน ผอ. กฤษชนะ นิสสะ และคณะได้เข้าไปดูแลเรื่อง ต้นไม้ตลอดจนเจ้าของพื้นที่หน่วยงาน ต้นไม้มะค่าเสมาต้นนี้อยู่มาเกือบเป็น ๒๐๐-๓๐๐ ปี แต่ก็ยังขาดการบำรุงต้นไม้ ผมเกรงว่าวันนี้นักท่องเที่ยวเข้าไปแล้วมีการทามีการขูดเลขต่าง ๆ จนชาวบ้านวิตกกังวลซึ่งเป็นชาติพันธุ์ม้งท่านก็ว่าสิ่งที่ต้นไม้นี้ถ้ามันตายจากไปมันก็ไม่เกิด ประโยชน์อะไรในพื้นที่ตรงนี้ต่อไป จึงอยากจะรักษาไว้ให้ลูกหลาน จึงกราบเรียนให้ ท่านอธิบดีกรมป่าไม้ช่วยให้ศูนย์วนวัฒนวิทยานั้นดูแลเรื่องต้นไม้ของกรมป่าไม้เข้าไปดูแล ตลอดจนชาวบ้านมีความเห็นว่าควรจะย้ายศาลในพื้นที่ ขอรูปอีกครั้งหนึ่งครับที่เป็นศาล ว่าเป็นหลังใหม่ให้ห่างออกจากต้นไม้ไปที่จะไม่ให้กระทบกระเทือนและหลังนี้ครับว่าคนจุดธูป จุดเทียนนั้นไปกระทบกับต้นไม้ ซึ่งศาลหลังใหม่นั้นทำเสร็จแล้ว🔗

๓. ทำให้เขตพื้นที่นี่เป็นเขตป่าชุมชนทำให้การบำรุงรักษาตลอดจนการพัฒนา ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ท่องเที่ยวให้กับพี่น้องชาวศรีสัชนาลัย โดยเฉพาะ ๒ ตำบล ตำบลแม่สำ กับตำบลบ้านแก่งนั้นจะได้ร่วมกันพัฒนา อีกอย่างหนึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีการแบ่งเขต การปกครองท้องถิ่นอยากให้ท่านอธิบดีกรมป่าไม้ตลอดจนกรมการปกครองจังหวัดสุโขทัยนั้น ได้ชี้เขตให้ชัดเจนเพื่อ ๒ ตำบล ตำบลแม่สำและตำบลบ้านแก่งนั้นจะได้ร่วมพัฒนาในพื้นที่ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และเป็นแหล่งท่องเที่ยวตลอดไป ต้องขอขอบคุณท่านอธิบดีอีกข้างหนึ่ง ที่เมื่อทราบข่าวปั๊บท่านส่งให้ท่าน ผอ. สำนักทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้ที่ ๔ ตาก ท่านกฤษชนะ นิสสะ แล้วก็คณะนั้นท่านอธิบดีมีความห่วงใยมาก จึงขอ ๕ ข้อที่ขอไปคือให้คนเข้าไปดูต้นไม้ ๒. ขอให้ย้ายศาลศาลเทพารักษ์ใหม่เพื่อไม่ให้กระทบผู้คนที่เข้าไปไหว้จุดธูปเทียน แล้วก็ เอาแป้งเอาอะไรไปขูดต้นไม้ทำให้เกิดกระทบกระเทือนในการที่ต้นไม้นั้นจะอยู่ยั่งยืนตลอดไป ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านยอดชาย พึ่งพร นะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายยอดชาย พึ่งพร ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายยอดชาย พึ่งพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเมืองพัทยา หนองปรือ จังหวัดชลบุรี ผู้แทนเมืองท่องเที่ยว ด้วยมีพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในซอยบุญสัมพันธ์ ๙ แยกหมู่บ้าน รัตนากรวิลเลจ ๗ เทศบาลเมืองหนองปรือ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ต้องประสบกับปัญหาสายไฟ สายสัญญาณรุกล้ำเข้ามาในที่ดิน บางจุดพาดหลังคาบ้าน บางเส้นวางอยู่บนหลังคาบ้านของพี่น้องประชาชนเกรงว่าหากเกิดไฟฟ้าลัดวงจรสายเสียดสี กันจนเกิดประกายไฟอาจทำให้เกิดอัคคีภัยและอาจทำให้สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินได้ เรื่องนี้ พี่น้องประชาชนเคยร้องเรียนไปยังเทศบาลเมืองหนองปรือ รวมไปถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานพัทยาตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ ก็ยังไม่ได้มีการดำเนินการใด ๆ จึงได้มาขอความเมตตาจาก ท่านประธานให้ใช้กลไกของรัฐสภาในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนนี้🔗

เรื่องที่ ๒ จากที่มีสื่อต่างประเทศก็คือประเทศอังกฤษตีข่าวว่าสถานีตำรวจ มีการคุมขังนักท่องเที่ยวแล้วก็มีการเรียกรับผลประโยชน์ทำให้ภาพพจน์ของประเทศเสียหาย มากนะครับ จากที่ตรวจสอบแล้วก็คือว่าไม่ได้มีการเรียกรับผลประโยชน์ใด ๆ แล้วฝรั่งคนนี้ ก็คือเมาแล้วก็เอะอะโวยวายทำร้ายข้าวของแล้วก็มีการแจ้งความ ทางผู้กำกับ สภ. พัทยา ก็ได้ ตรวจสอบความจริงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ฝากผมให้แจ้งไปทางกระทรวงการการต่างประเทศ ให้ประสานไปยังสถานทูตเพื่อถามหาความรับผิดชอบจากสื่อที่ออกข่าวแบบนี้ไปนะครับ ทั้ง ๒ ประเด็นก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้องให้ดำเนินการแก้ไขให้เรียบร้อยด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครู บุคลากรทางการศึกษา และนักศึกษาฝึกประสบการณ์ วิชาชีพครู โรงเรียนน้ำรอบวิทยา อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ ๓ ท่านถัดไปท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข ต่อด้วยท่านพิทักษ์เดช เดชเดโช และท่านฐากร ตัณฑสิทธิ์ เชิญท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข ครับ🔗

นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ตาก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคกล้าธรรม วันนี้ ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องสถานการณ์จังหวัดตาก ปัจจุบัน ท่านประธานก็พอจะทราบจากข่าวสารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อออนไลน์ สื่อต่าง ๆ ที่ว่าสถานการณ์จังหวัดตากตอนนี้ถือว่าเป็นจังหวัดกระสุนตกทั้งเรื่องออนไลน์ Call Center ที่อยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านที่มีการตัดไฟไปเมื่อวาน ทั้งเรื่องการตัดความช่วยเหลือจาก สหรัฐอเมริกาของผู้ลี้ภัยจากหน่วยการรบของสงครามประเทศเพื่อนบ้าน วันนี้เนื่องจากเวลา มีน้อยผมขอพูดในเรื่องแก๊ง Call Center ตัดไฟก่อนนะครับ เมื่อวานทางรัฐบาลได้สั่งให้ มีการตัดไฟจังหวัดตากโดนไป ๒ จุด ซึ่งผมเห็นด้วยในการที่ตัดไฟเป็นการทำลายระบบของ การที่จะมี Call Center หรือมีออนไลน์ต่าง ๆ ในฝั่งโน่น แต่แน่นอนผลกระทบย่อมตามมา แน่นอน โดยเฉพาะคนตาก โดยเฉพาะคน ๕ อำเภอตะวันตกที่จะต้องรอรับผลกระทบที่จะ เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการโต้ตอบจากประเทศเพื่อนบ้าน การโต้ตอบจากชนกลุ่มน้อยในแถบ ชายแดนที่จะเจอขึ้น ปัญหาเรื่องนี้ผมเข้าใจผมเป็นคนพื้นที่ผมรู้ว่ามันมีปัญหาหมักหมม มานาน คนได้รับผลประโยชน์ก็เยอะ แต่ท่านอย่าลืมว่ามีพ่อค้า เกษตรกร ชาวบ้าน ที่ประกอบอาชีพสุจริตที่ทำการค้าชายแดนมาแต่นมนานของจังหวัดตากไม่ว่าจะเป็นการค้า ชายแดนซื้อขายส่งออก เกษตรกรที่ข้ามไปฝั่งโน่นเพื่อจะไปทำ Contract Farming ไปทำ พื้นที่การเกษตรแล้วก็ขนผลผลิตการเกษตรกลับมาขายในเมืองไทย สิ่งเหล่านี้ผมอยากจะให้ รัฐบาลเน้นด้วยไม่ใช่ว่าท่านตัดไฟไปแล้วท่านจะปล่อยให้พวกเราอยู่เดียวดาย ที่ผ่านมาทาง จังหวัดตากโดยเฉพาะท่านผู้ว่าราชการจังหวัดรวมถึงหน่วยงานราชการก็แก้ไขไปเรื่อย แต่เรื่องนี้ผมเชื่อว่าเป็นเรื่องระดับประเทศแล้ว เรื่องระดับระหว่างประเทศไปแล้ว ฉะนั้น พวกเรามีศักยภาพเพียงพอที่จะแก้ไขได้ทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมว่ามันน่าจะหนักกว่า ขอกำลัง จากหน่วยงานรัฐบาล หน่วยงานต่าง ๆ ส่งไปยังท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ส่งไปยังหน่วยงาน ต่าง ๆ ส่งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีพละกำลังในการรองรับในเรื่องที่จะเกิดขึ้น ต่อไปนี้ และถ้ามีโอกาสอยากเรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะรัฐมนตรีไป ครม. สัญจรที่จังหวัดตาก เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้แก่นักธุรกิจ ให้แก่ประชาชนในจังหวัดตาก ให้มีความมั่นใจว่าจังหวัดตากจะกลับมาเหมือนเดิม เราจะกลับมาสู่โลกความจริงเสียทีครับ เมื่อ ๔ ๕ ปีที่ผ่านมามีคนต่างประเทศไปอยู่เยอะมากจนพวกเราเปลี่ยนวิถีชีวิตพอสมควร ถ้ารัฐบาลแก้ไขเรื่องนี้จังหวัดตากจะกลับมาเหมือนเดิม เป็นประตูเศรษฐกิจสู่ตะวันออกไปถึง ยุโรปได้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านพิทักษ์เดช เดชเดโช เชิญครับ🔗

นายพิทักษ์เดช เดชเดโช นครศรีธรรมราช

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ ลุ่มน้ำปากพนัง พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือท่านประธานอยู่จำนวน ๓ เรื่องด้วยกันครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายสะเทือน ถาวรนุรักษ์ นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลแหลม และนายสำเริง จันทร์สุด กำนันตำบลแหลม เนื่องจากถนนสาย นศ.๓๐๓๒ แยก ทล.๔๐๘ ถึงบ้านท่าเสม็ด ช่วง กม. ที่ผ่านตำบลแหลม กม.๑๐+๒๗๕ ถึงประมาณ กม.๒๐+๒๐๐ ซึ่งเป็นถนนที่ใช้สัญจรในการลำเลียงทางการเกษตร และ พี่น้องประชาชนใช้สัญจรอย่างมากได้รับความเสียหายและเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยนะครับ ฝากกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม จัดการบูรณะใหม่ให้กว้างขึ้นและติดตั้งไฟ ส่องแสงสว่างเป็นการเร่งด่วนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกร เนื่องจากพี่น้อง ชาวอำเภอปากพนังและอำเภอหัวไทรเป็นแหล่งอู่ข้าวอู่น้ำของจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เริ่มมีการทำนาปีและทำการเกษตรปลูกพืชล้มลุก ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเรื่องวัชพืช ในคลองส่งน้ำ จึงขอฝากกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งนำเครื่องจักร ขุดลอกวัชพืชและติดตั้งเครื่องสูบน้ำให้กับเกษตรกรเป็นการเร่งด่วนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรผู้เป็นกระดูกสันหลังของชาติ ผมเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับทุกคนในประเทศ เนื่องจากราคาข้าวตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ช่วงราคาจากหมื่นกว่าบาทตอนนี้เหลือไม่ถึง ๙,๐๐๐ บาท ฉะนั้นราคาข้าวเปลือกที่มี ความชื้น ๒๕-๒๘ เปอร์เซ็นต์ ข้าวสดจากทุ่งนาที่ชาวนานำมาขาย ซึ่งขาดทุนตั้งแต่ยังมา ไม่ถึงโรงสีครับท่านประธาน จึงขอนำเรียนฝากถึงกระทรวงพาณิชย์และท่านนายกรัฐมนตรี ช่วยเร่งดำเนินการประคองเรื่องราคาข้าวให้แก่เกษตรกรและควบคุมราคาต้นทุนแห่งการผลิต ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมีภัณฑ์และวัสดุเชื้อเพลิงเป็นต้นให้แก่เกษตรกร มิฉะนั้นท่านประธานครับ กระดูกสันหลังของชาติจะหมดสิ้นไปภายในไม่ช้า กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านฐากร ตัณฑสิทธิ์ เชิญครับ🔗

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย ผมขออนุญาตสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมขออนุญาตท่านประธานครับ วันนี้ในลำดับแรกต้องขออนุญาตชื่นชมรัฐบาลนะครับ โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็ ทีมงานที่ได้มีการตัดไฟ ตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่กำลังจะเกิดขึ้น แล้วก็เรื่องน้ำมันต่าง ๆ ที่ส่งไปในบริเวณรอยตะเข็บชายแดนของประเทศในการตัดสินใจในครั้งนี้ครับ แต่สิ่งที่ผมจะ นำเรียนท่านประธานมีอยู่เรื่องเดียวครับ อยากจะกราบเรียนฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีขอให้ ตั้งคณะทำงานศึกษาผลกระทบการใช้งานดาวเทียมวงโคจรต่ำ ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมทั่วโลก ท่านประธานครับ ขอสไลด์ที่ ๒ ดาวเทียมวงโคจรต่ำนี้เป็นดาวเทียมที่มีการใช้งานทั่วโลกอยู่ ๒ บริษัทครับท่านประธาน บริษัทแรก ก็คือ บริษัท วันเว็บ จำกัด ท่านจะเห็นว่ามีจำนวน ดาวเทียมจำนวนทั้งสิ้น ๖๔๘ ดวง มีระยะห่างจากโลกนี้ ๑,๒๐๐ กิโลเมตร ขณะนี้มีสัญญาณ ครอบคลุมทั่วโลกทั้งประเทศไทยด้วยครับท่านประธาน ตรงนี้ครับท่านประธานดาวน์โหลด ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใน Speed ของการทำงาน ๕๐-๑๕๐ Megabit Per Second สามารถที่จะ ดาวน์โหลดต่าง ๆ ได้อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเราตัดสัญญาณไปถ้ายังมีตำแหน่งวงโคจร ดาวเทียมดังกล่าวอยู่ก็ยังมี Footprint ที่จะทำให้ประเทศในรอยตะเข็บของเราสามารถ ใช้งานได้ครับท่านประธาน ดาวเทียมวงโคจรต่ำตำแหน่งที่ ๒ ขอสไลด์ต่อไปก็คือโครงสร้าง ดาวเทียม Star Link มีดาวเทียมใช้งานอยู่ ๖,๐๐๐ ดวงครับท่านประธาน ขณะนี้มีระยะห่าง จากโลก ๕๕๐ กิโลเมตร อยากจะฝากท่านประธานครับว่าพื้นที่ครอบคลุมทั่วทั้งเมืองไทย และทั่วโลกทั้งหมด เพราะฉะนั้นสัญญาณพวกนี้ยังเป็นสัญญาณอินเทอร์เน็ตอยู่ครับ ฝากรัฐบาลพิจารณาเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านร่มธรรม ขำนุรักษ์ ท่านพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ท่านรชตะ ด่านกุล เชิญท่านร่มธรรม ขำนุรักษ์ ก่อนครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ขออนุญาต นำปัญหาและความต้องการของพี่น้องประชาชนมาหารือดังต่อไปนี้ครับ🔗

๑. ผมขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน สำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้พิจารณาสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างกำแพงกันดิน ส่งน้ำสายคลองส้านแดง ในพื้นที่หมู่ที่ ๖ บ้านยางขาคีม ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง เนื่องจากฝายดังกล่าวได้พังทลายลงมาครับ น้ำกัดเซาะตลิ่ง แล้วก็ถนนเสียหาย ส่งผลให้พี่น้องประชาชนขาดแคลนน้ำ ขาดแคลนรายได้ แล้วก็เป็นอันตรายจากการสัญจร โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรที่ทำสวนมากกว่า ๑,๐๐๐ ไร่ ซึ่งทาง อบต. ทุ่งนารีแล้วก็ชาวบ้าน ได้ช่วยเหลือซ่อมแซมในเบื้องต้นแล้วนะครับ แล้วผมเองก็ได้หารือไปแล้วในสภาแห่งนี้ ครั้งหนึ่งโดยทางกรมชลประทานก็ได้ลงไปตรวจสอบ แล้วก็จัดทำแผนแล้ว จึงขอให้ ตั้งงบประมาณเป็นการเร่งด่วนต่อไปเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ตามภาพนี้ขอให้สำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้หาทางออกในการแก้ไขปัญหาฝายน้ำล้นคลองช้าง หมู่ที่ ๑ บ้านควนเผยอ ตำบลดอนประดู่ อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ที่เกิดชำรุดทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ตำบลดอนประดู่ และดอนทรายได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำแล้วก็การบริหาร จัดการน้ำนะครับ โครงการดังกล่าวนี้เป็นโครงการของกรมทรัพยากรน้ำ แล้วก็ได้ถ่ายโอน ให้กับเทศบาลตำบลดอนประดู่ไปดูแลนะครับ แต่ต้องใช้งบประมาณในการซ่อมแซมถึง ๑๖ ล้านบาท ซึ่งเกินศักยภาพของทางเทศบาล จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งแก้ไข ปัญหาเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเป็นการเร่งด่วนนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ขอให้รัฐบาล กระทรวงมหาดไทย แล้วก็กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้บูรณา การแก้ไขปัญหาลิงในพื้นที่ชุมชนของจังหวัดพัทลุงครับ ซึ่งปัจจุบันลิงเหล่านี้ได้สร้างความ เดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ด้วยกันครับ ทั้งทำลายข้าวของพืชผลทาง การเกษตร แล้วก็ลิงเหล่านี้มีการขยายประชากรอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะลิงในพื้นที่เทศบาล เมืองพัทลุง บ่อน้ำร้อนเขาชัยสน แล้วในพื้นที่เกาะนางคำ จึงขอให้ทางจังหวัดได้บูรณาการ จัดการอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแนวป้องกัน สร้างโรงเรือนหรือศูนย์พักพิง ไปจนถึงการทำหมันแล้วก็ฉีดวัคซีนให้เป็น Model ของจังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ เชิญครับ🔗

นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและพ่อแม่พี่น้องประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดที่กำลังรับชม การทำงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านอยู่ในขณะนี้ ดิฉัน นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๖ วันนี้ขออนุญาตนำปัญหา ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนเขตคลองสามวาเข้ามาปรึกษาหารือในสภาแห่งนี้ ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ กรุงเทพมหานคร

อย่างที่ ท่านประธานเห็นนะคะ ถ้าท่านประธานตื่นมาเช้าวันนี้ก็คงจะรู้สึกแสบจมูก แสบตา เจ็บคอ น้ำมูกน้ำตาไหล ซึ่งอาการแบบนี้พี่น้องประชาชนในเขตของดิฉันประสบปัญหานี้ทุกวัน และกำลังเป็นปัญหาวิกฤติยิ่งใหญ่ในประเทศของเรา วันนี้ดิฉันในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รู้สึกเจ็บปวดใจอย่างมากทุกเช้ามีพ่อแม่พี่น้องประชาชนส่งรูปของลูก ๆ ของเขา เด็กเล็ก ๆ ที่กำลังไอ เลือดกำเดาไหลส่งมาให้ดิฉันทุกเช้า ในขณะที่การทำงานของรัฐบาลและหน่วยงาน ท้องถิ่นไม่ได้สอดคล้องกัน ซึ่งมันทำให้การแก้ปัญหายิ่งเนิ่นช้าไปทุกที ดิฉันขอเรียกร้อง ให้ทางรัฐบาลและหน่วยงานท้องถิ่นทำงานร่วมกันประสานร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ ซึ่งเป็นวาระแห่งชาตินี้ร่วมกัน เพื่อคืนอากาศสะอาดให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งในเขต คลองสามวาและทั้งประเทศด้วย🔗

อันดับต่อไปเป็นเรื่องของถนนที่ท่านเห็นไม่ใช่สระว่ายน้ำ ไม่ใช่บ่อปลาคาร์ป บ้านใคร แต่เป็นถนนในเขตของดิฉันซึ่งมีสภาพชำรุดทรุดโทรมแบบนี้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น ถนนไทยรามัญ ถนนคู้บอน ถนนหทัยราษฎร์ ดิฉันจะขอเร่งการซ่อมแซมจุดเหล่านี้เพราะว่า เสี่ยงต่ออันตรายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเร่งเพิ่มแสงสว่าง กล้องวงจรปิดหรือการเร่งโครงการ ซึ่งจะทำให้ถนนเหล่านี้มีการพัฒนาและปลอดภัยต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน🔗

ถัดไปเป็นปัญหาเรื่องขยะในแม่น้ำลำคลอง อย่างที่ท่านประธานเห็นมีการ ทิ้งขยะแน่นไปหมดเลยในเขตลำคลองบริเวณสุเหร่าคลองหนึ่ง ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ก็จะเป็น แหล่งมลพิษทางน้ำแล้วก็เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายซึ่งทำให้เกิดปัญหามากมายกับพ่อแม่ พี่น้องประชาชนในเขตของดิฉัน ถัดไปเลยค่ะ🔗

ปัญหาสุดท้ายต่อเนื่องกับปัญหาแรก ก็คือปัญหาลักลอบทิ้งขยะลักลอบเผา ซึ่งแก้ไขไม่ได้ เวลาของดิฉันมีแค่ ๒ นาที ในสภาแห่งนี้อย่างไรเดี๋ยวจะเขียนรายละเอียดลงไป ในใบปรึกษาหารือนะคะ แล้วขอให้การปรึกษาหารือในสภาแห่งนี้มีการแก้ไขที่จริงจังให้กับ พ่อแม่พี่น้องประชาชนด้วย ขอบคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านรชตะ ด่านกุล เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายรชตะ ด่านกุล นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายรชตะ ด่านกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๕ พรรคเพื่อไทย อำเภอด่านขุนทด อำเภอเทพารักษ์ และอำเภอพระทองคำ ผมขอ นำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมานำเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้เพื่อแจ้งไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ครับท่านประธาน ผมได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน ตำบลตะเคียนและตำบลสระจรเข้ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ถึงความเดือดร้อน ของการใช้รถใช้ถนน ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งสินค้าทางการเกษตรหรือการสัญจรไปมา โดยถนนเส้นนี้เป็นถนนดินลูกรังระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมตำบล ตำบลสระจรเข้ที่มีประชากรมากกว่า ๔,๓๐๐ คน ตำบลตะเคียนมีประชากรมากกว่า ๙,๓๐๐ คน รวมเส้นทางนี้ประชาชนใช้รวม ๒ ตำบล ๑๕,๐๐๐ คน เส้นทางนี้ใช้งบประมาณประมาณ ๑๕ ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับท่านประธานถนนเส้นนี้ไม่ได้อยู่ในโครงข่ายของ กรมทางหลวงชนบทและทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ไม่มีงบประมาณ ถ้าจะเห็นตามสไลด์ ผมได้ประสานงานกรมทางหลวงชนบทจังหวัดนครราชสีมาได้อนุเคราะห์นายช่างมาออกแบบ สำรวจถนนเส้นนี้เรียบร้อยแล้ว และได้ประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเพื่อขอ สนับสนุนในส่วนของงบบูรณาการจังหวัด ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวที่สามารถดำเนินการได้ ผมจึงขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา โปรดพิจารณา จัดสรรงบประมาณก่อสร้างถนนเส้นนี้เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้งานขนส่งสินค้าทางการเกษตร รวมถึงการสัญจรไปมาด้วยครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป ๓ ท่านครับ ท่านภัสริน รามวงศ์ ท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ท่านวรโชติ สุคนธ์ขจร เชิญท่านภัสริน รามวงศ์ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวภัสริน รามวงศ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ภัสริน รามวงศ์ ปากเสียงคนบางซื่อ ดุสิต พรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องหารือ ๓ เรื่อง ดังนี้ค่ะ🔗

เรื่องที่ ๑ คือสืบเนื่องเมื่อวันพุธที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ รถยนต์ฝ่าไฟแดงตรงทางม้าลายโรงเรียนโยธินบูรณะค่ะ ชนนักเรียนได้รับบาดเจ็บ ๒ คนค่ะ ซึ่งเหตุการณ์ตรงนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นเกิดมาแล้วหลายครั้งค่ะ ดิฉันจึงขอปรึกษาหารือ ให้เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติตามกฎจราจร มาตรการทางกฎหมายและขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพิ่มมาตรการความปลอดภัยทางม้าลายในจุดดังกล่าวค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดในการควบคุม ตรวจสอบ รถบรรทุกในพื้นที่บางซื่อ ดุสิต ให้เป็นไปตามกฎหมาย รถควันดำ รถบรรทุกไม่คลุมผ้าคลุม ทำให้เศษวัสดุกระเด็นเลอะถนนแล้วก็เป็นฝุ่นฟุ้งกระจาย รถบรรทุกที่เกินน้ำหนัก รถบรรทุก สิบล้อที่ขับในเวลาที่ห้ามขับ🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับปรุงสภาพพื้นที่บริเวณ ทางรถไฟแถวบริเวณดุสิต ช่วงระยะจากบริเวณสถานีรถไฟสามเสน สถานีประดิพัทธ์ เลียบถนนเทอดดำริ มุ่งหน้าไปทางสถานีชุมทางบางซื่อ ปัจจุบันเป็นที่รกร้างมีต้นไม้รกรุงรัง แต่พื้นที่โดยรอบมีพื้นมีผู้อยู่อาศัยหนาแน่น มีหน่วยงานราชการ มีตลาดนัด แล้วก็ มีประชาชนที่เดินข้ามไปมาระหว่าง ๒ ฝั่งทางรถไฟตลอดเวลาค่ะ แล้วก็ไม่มีไฟส่องสว่างด้วย แล้วก็มีไม่มีแผงกั้นในความปลอดภัยเท่าที่ควร แล้วก็เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคมที่ผ่านมา มีเหตุรถไฟชนประชาชนที่ข้ามทางรถไฟเสียชีวิต ดิฉันก็ขอแสดงความเสียใจกับญาติ ผู้สูญเสียด้วย แล้วก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาวางแผนปรับปรุง ทั้งในด้านความปลอดภัย ภูมิทัศน์ เปิดเส้นทางคนเดินแล้วก็การเพิ่มพื้นที่สีเขียวสาธารณะในกลางเมืองด้วย ขอบคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ปัตตานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติ อำเภอยะรัง ทุ่งยางแดง และอำเภอแม่ลาน ผมขออนุญาตทวงถามแล้วก็ติดตาม กำลังจะบอกว่าวันนี้พอมีความหวังจากการหารือ ต่อท่านประธานสภามาหลายรอบ นั่นก็คือหลังจากที่ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็คณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมและคณะได้ไปเยี่ยมท่านที่กระทรวงคมนาคม วันนี้ผมจึงขอทวงถามแล้วก็ติดตามจากการที่แขวงการทางปัตตานีได้ทำโครงการก่อสร้าง เพิ่มช่องจราจรทางหลวงหมายเลข ๔๑๐ ในพื้นที่ปัตตานี ยะลา ก็คือพื้นที่อำเภอยะรัง ระหว่างกิโลเมตรที่ ๑๖+๔๙๖ ถึงกิโลเมตร ๒๐+๓๐๐ และกิโลเมตรที่ ๒๑+๐๐๐ ถึง กิโลเมตรที่ ๓๖+๓๑๗ ซึ่งใช้ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ ๒ ปี ใช้งบประมาณ ๙๖๐ ล้านบาท นี่คือความเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีจะอนุมัติงบเหล่านี้ ทำไมถึงต้องทำ คือถนนเส้นนี้สามารถ เชื่อมโยงสู่ประเทศมาเลเซียและเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าทางการเกษตรและอุตสาหกรรม เส้นทางนี้มีอุบัติเหตุบ่อยมาก พี่น้องประชาชนเสียชีวิตหลายศพ ท่านประธานครับ ที่นี่เป็น บริเวณโบราณสถานลังกาสุกะ ซึ่งจะสนับสนุนในเรื่องของการท่องเที่ยวเหลืออีก ๑๙.๑๒๑ กิโลเมตรเท่านั้นเอง ก็หวังว่าท่านรัฐมนตรีคมนาคมจะอนุมัติงบประมาณเหล่านี้เพื่อสร้าง สันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ขอบคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับท่านวรโชติ สุคนธ์ขจร เชิญครับ🔗

นายวรโชติ สุคนธ์ขจร เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรโชติ สุคนธ์ขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๔ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ครับท่านประธานผมมีอยู่ประมาณ ๓ เรื่องด้วยกันที่จะหารือกับสภาแห่งนี้ ผมได้ลงพื้นที่ ได้เจอพี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย มีการสอบถามแล้วก็เรียกร้องมาว่า ค่าชดเชยอ้อยตันละ ๑๒๐ บาท ที่ชดเชยให้กับการตัดอ้อยสดเพื่อลด PM2.5 ตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๗ ขณะนี้เข้าปี ๒๕๖๘ แล้วยังไม่ได้เลยครับ ถ้าจะให้พวกเขาช่วยกันให้มีอากาศ บริสุทธิ์ก็ต้องดูแลพวกเขา เพราะว่าก็มีภาระต้นทุนในการตัดอ้อยเพิ่มขึ้น อย่างไรฝาก ท่านประธานสภาถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับน่าจะต้องดำเนินการโดยเร่งด่วนเพื่อลด ปัญหาต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น🔗

อีกเรื่องหนึ่งราคาข้าวตกต่ำ วันนี้ข้าวขาว กข เหลือ ๗,๐๐๐ นิด ๆ นะครับ อยากให้ท่านประธานสภาฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตร ช่วยกันเร่งดูแลพี่น้องประชาชนเดี๋ยวข้าวก็จะออกใหม่อีกแล้ว ราคาข้าวก็ยัง ตกอยู่เลยฝากด้วยครับ🔗

เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องถนนหนทางที่ขึ้นกับกรมปกครอง ส่วนท้องถิ่นของจังหวัดเพชรบูรณ์มีอีกหลายเส้นทางมากที่ยังไม่ได้รับการดูแล เรื่องนี้ อยากจะฝากผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยถึงกรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่นว่าถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น อยากให้จัดสรรงบประมาณมา ถ้ามันมีการขอมีการลงระบบต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว เพราะว่า เดือดร้อนจริง ๆ ขาดการเหลียวแลแล้วก็การดูแลของรัฐบาลของกรมส่งเสริมมานานแสนนาน ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบก็บ่นกันทุกปีนะครับ ลงพื้นที่ทีไรก็มีการบ่นเรื่องนี้ว่าทำไมถนน ไม่มาทำสักที ผู้นำก็อึดอัดเพราะว่างบประมาณเขาก็ไม่มี ต้องให้กระทรวงหรือกรมจัดสรร งบประมาณไปให้ อย่างไรฝากเรื่องนี้ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ๓ ท่านถัดไป ท่านรัฐ คลังแสง ท่านสิริน สงวนสิน ท่านอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย เชิญท่านรัฐ คลังแสง ก่อนครับ🔗

นายรัฐ คลังแสง มหาสารคาม

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม รัฐ คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม เขต ๖ อำเภอกันทรวิชัย อำเภอเชียงยืน และอำเภอชื่นชม จากพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธานถึงปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายรัฐ คลังแสง มหาสารคาม

ปัญหาที่ ๑ ขอให้ปรับปรุงจุดเสี่ยงแล้วก็ ติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบนถนนหลวงหมายเลข ๑๒ ช่วงกิโลเมตรที่ ๕๖๗-๕๖๘ บริเวณจุด U-Turn สามแยกกู่ทอง ตำบลกู่ทอง อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเกิดอุบัติเหตุ เป็นประจำครับท่านประธาน แล้วผมก็เคยหารือต่อสภาแห่งนี้ไปแล้ว ทราบว่าขณะนี้เรื่องอยู่ ที่กรมทางหลวงก็ขอให้กรมช่วยพิจารณาอนุมัติแล้วก็บรรจุเข้าเล่มงบประมาณด้วยครับ ถัดไปครับ🔗

เป็นเรื่องขออนุญาตก่อสร้างถนนในเขตป่าสงวน โครงการขยายช่องทาง จราจรถนนหลวงหมายเลข ๒๒๖๘ เชื่อมจากอำเภอเชียงยืน สู่ตำบลคำใหญ่ อำเภอห้วยเม็ก แต่เนื่องจากมีจุดก่อสร้างที่เข้าเขตป่าสงวนนั่นก็คือป่าโคกข่าว อำเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม และท่านผู้ว่าได้มีหนังสือพิจารณาความเห็นว่าควรอนุญาตไปที่กรมป่าไม้ แล้วก็ขอให้ ท่านอธิบดีกรมป่าไม้ช่วยพิจารณาอนุญาตโดยด่วนครับ ถัดไปครับ🔗

เป็นโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำแล้วก็ระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ ๔ จังหวัดขอนแก่นได้สำรวจจัดทำโครงการแล้วก็เสนอมาที่ กรมทรัพยากรน้ำเป็นที่เรียบร้อย แต่ขณะนี้ยังไม่มีการอนุมัติก็ขอให้เร่งการดำเนินการด้วยครับ หนองที่ ๑ ก็คือหนองอีสานเขียว ตำบลชื่นชม อำเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม หนองที่ ๒ ถัดไปเป็นหนองพนอม ตำบลโพนทอง อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคามได้มีการสำรวจ จัดทำเรียบร้อย ต่อไปครับ หนองที่ ๓ เป็นหนองบึง ตำบลโพนทอง อำเภอเชียงยืน จังหวัด มหาสารคาม ก็มีการจัดทำโครงการเรียบร้อยขอให้กรมช่วยเร่งรัดดำเนินการด้วย ถัดไปครับ🔗

เป็นโครงการก่อสร้างสะพานแล้วก็ถนนตามแนวแม่น้ำชี ซึ่งสะพานแห่งนี้ เชื่อมบ้านหนองหญ้าม้า ตำบลมะค่า อำเภอกันทรวิชัย กับบ้านวังไผ่ ตำบลลาดพัฒนา อำเภอเมืองมหาสารคามเป็นเส้นทางเลี่ยงอุทกภัยครับท่านประธาน มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องเร่งดำเนินการ แล้วก็เชื่อมต่อกับถนนที่เชื่อมตำบลท่าขอนยาง ตำบลมะค่า แล้วก็ตำบล ฆ้องชัยจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ทราบว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองได้มีการสำรวจจัดทำแล้ว แต่ว่าพิจารณาแล้วไม่เข้าเงื่อนไขโครงการก็ขอให้แขวงทางหลวงชนบทมหาสารคาม ช่วยพิจารณาดำเนินการแล้วก็จัดทำโครงการให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านสิริน สงวนสิน เชิญครับ🔗

นายสิริน สงวนสิน กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สิริน สงวนสิน สมาชิกสภาผู้แทนชาวตลิ่งชันและชาวทวีวัฒนา พรรคประชาชน ท่านประธานครับ🔗

เรื่องแรก ที่ผมจะพูดคือเรื่องเกี่ยวกับปัญหารถติด จริง ๆ แล้วปัญหาการแก้ มันอยู่ตรงด้านหน้าเราเลยครับ ในเขตผมเรามีสะพานลอยฟ้าถนนคู่ขนานบรมราชชนนี ซึ่งสะพานนี้เรามีทางลงแค่ ๒ จุด คือตรงสาย ๔ แล้วก็ก่อนถึงราชพฤกษ์ คือด้านล่างถนนติด อัดแน่นมาก จริง ๆ แล้วถ้าเราศึกษาเราสามารถเพิ่มทางลงระหว่างสาย ๑ หรือสาย ๒ ได้ ถ้าเพิ่มมันจะทำให้รถคล่องตัวมากขึ้น ฝากท่านประธานเรียนไปยัง กทม. ให้ศึกษาด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ คือเรื่องเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ย้อนศร เรื่องนี้ไม่ว่าเราจะแก้ปัญหา อย่างไร จะประชาสัมพันธ์อย่างไรก็แก้ไม่ได้หรอกครับ ผมว่าเรายอมรับแล้วเราก็สร้างทาง กลับรถให้มอเตอร์ไซค์ดีกว่าครับ อย่างที่ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยเขาได้สร้างทางกลับ รถให้มอเตอร์ไซค์อย่างเดียวเลยสำหรับมอเตอร์ไซค์ที่จะกลับรถไม่ต้องย้อนศร เราก็ สร้างสะพานข้ามรถให้เขาเลย ผมอยากจะได้สะพานนี้ที่จุดสาย ๒ แล้วก็จุดสาย ๑ ผมอยากให้ ทาง กทม. ช่วยศึกษาดูด้วยครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งนะครับท่านประธาน ตอนนี้เรามีกฎหมาย PDPA มานานแล้ว แต่ว่าการบังคับใช้ยังอ่อนมาก เราแทบไม่เห็นการปรับอย่างจริงจังกับบริษัทไหนเลยนะครับ แล้วการที่เราจะจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเรายังไม่มีการ Option ในแต่ละเว็บไซต์ยังไม่มี ชัดเจนว่าเราสามารถปฏิเสธได้หรือปฏิเสธไม่ได้ ฝากท่านประธานเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังด้วย ถ้าไม่ได้บังคับใช้อย่างนี้แก๊ง Call Center ปราบอย่างไร ก็ปราบไม่หมด ถ้าเขาไม่มีข้อมูลพวกเราเขาไม่สามารถหลอกพวกเราได้หรอก ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย เชิญครับ🔗

นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาชน ผมขอปรึกษาหารือท่านประธานเพื่อส่งต่อไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกรณีที่ประชาชนแจ้งมาว่ามีจุดเสี่ยงอันตรายบนท้องถนนภายใน จังหวัดสมุทรสงคราม ๔ เรื่อง ๕ จุด ดังนี้🔗

จุดที่ ๑ บริเวณสี่แยกร้านตาวัตร์เป็นจุดตัดของถนนทางหลวงชนบท สมุทรสงคราม ๒๐๐๑ กับถนน หมู่ที่ ๖ ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม จุดนี้อันตรายมากเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตประชาชนขอให้มีเนินชะลอความเร็ว หรือทำสัญลักษณ์บนถนนเพื่อให้การใช้รถใช้ถนนปลอดภัยยิ่งขึ้นครับ🔗

จุดที่ ๒ สะพานเกือกม้าทางเข้าเมืองมีรอยต่อ Joint ของคานสะพาน เป็นรอยแยกห่างประมาณ ๒๕ เซนติเมตร รถจักรยานยนต์ตกรอยแยกนี้ล้มคว่ำเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงผิวจราจรคอนกรีตของสะพานนี้มีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อ บางจุดก็มีเหล็กแหลมครับ🔗

จุดที่ ๓ ถนนทางหลวงสาย ๓๒๕ สมุทรสงคราม-บางแพ บริเวณวงเวียน อัมพวาตอนกลางคืนมืดเกิดอุบัติเหตุบ่อยขอให้ท่านประธานประสานไปยังกรมทางหลวง เพื่อความปลอดภัยด้วยนะครับ🔗

แล้วสุดท้ายบริเวณจุดกลับรถบนถนนสาย ๓๒๕ ช่วงตำบลบ้านปรก บริเวณ หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวหมูมะนาว และหน้าร้านศิริลักษณ์เกิดอุบัติเหตุเป็นประจำจุดกลับรถ ๒ จุดนี้ ผมเคยแจ้งไปที่กรมทางหลวงหลายครั้งแล้วเพื่อขอให้ติดตั้งสัญญาณไฟจราจรแต่ยัง ไม่ได้รับการตอบกลับ จึงขอให้ท่านประธานช่วยติดตามจุดกลับรถ ๒ จุดนี้ด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒ ท่านสุดท้าย ท่านวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ต่อด้วยท่านฐิติมา ฉายแสง เชิญคุณวิสาระดี เชิญครับ🔗

นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ จากจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันค่ะ🔗

เรื่องแรก ก็คืออยากจะขอให้มีการยกระดับในการบริการของแผนกทันตแพทย์ ของโรงพยาบาลพาน เป็นศูนย์ทันตกรรมพานเพื่อรองรับความต้องการทางด้านทันตกรรม ของพี่น้องประชาชนในโซนใต้ของจังหวัดเชียงราย นั่นก็คืออำเภอพาน อำเภอป่าแดด อำเภอ เวียงป่าเป้า และอำเภอแม่สรวย ปัจจุบันมีแค่ ๙ ยูนิตเท่านั้น แล้วต้องรองรับผู้ป่วยถึง ๙๐ คนต่อวัน หรือว่า ๒๐,๐๐๐ กว่าคนต่อปี ซึ่งไม่เพียงพอกับผู้รับบริการ แล้วผู้รับบริการ หรือว่าผู้ป่วยไม่สามารถต่อคิวทำได้ในวันนั้นต้องรอคิวเป็นเดือนกว่าไม่ต่ำกว่าเดือนค่ะ การยกระดับครั้งนี้จะเป็นการลงที่คุ้มค่าค่ะ เพราะศูนย์ทันตกรรมนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพ ชีวิตให้พี่น้องอำเภอพานและอำเภอใกล้เคียง ให้พวกเขาสามารถเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ ที่มีคุณภาพ สะดวก แล้วก็รวดเร็วมากยิ่งขึ้นค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ อยากจะขอหารือเพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขถนนทางหลวงหมายเลข ๑๑๒๖ ให้ขยายช่องทางจราจรและติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างบนทางหลวงหมายเลขนี้ค่ะ ซึ่งเป็นถนนหมายเลข ๑๑๒๖ ช่วงตำบลสันติสุข ดอยงาม สันมะเค็ด และป่าแดด สภาพถนน ตอนนี้ปัจจุบันไม่สามารถเอื้อต่อการสัญจรได้อย่างปลอดภัยค่ะ ด้วยที่ถนนนี้คับแคบแล้วก็ เล็กมาก ๆ แล้วก็ยังมืดทำให้พี่น้องประชาชนเดินทางสัญจรไม่ปลอดภัยทำให้เกิดอุบัติเหตุ หลายครั้งด้วย บางครั้งร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต จำนวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ต่ำกว่า ๕๓ ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ ๔๘ ราย เสียชีวิต ๗ ราย โดยเฉพาะกลางคืนทัศนวิสัยไม่ดีทำให้การเดินทางลำบากมาก ไฟฟ้าส่องสว่างก็ไม่เพียงพอค่ะ และต้องบอกว่าในอนาคตถนนเส้นนี้ หมายเลข ๑๑๒๖ จะเป็นเส้นทางหลักที่จะเชื่อมไปยังสถานีรถไฟฟ้าที่ตำบลป่าแงะ อำเภอป่าแดด ซึ่งคาดว่า การจราจรจะต้องเพิ่มขึ้น ดังนั้นอยากจะขอฝากไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เขาเข้าไปดูแลเพื่อ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและส่งผลกระทบเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุดท้าย ท่านฐิติมา ฉายแสง เชิญครับ🔗

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ขอหารือ ๒ เรื่องค่ะ🔗

เรื่องที่ ๑ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากคุณอนันต์ การะพิทักษ์ ว่าประชาชนหาปลา อยู่บริเวณคลองขวาง-เปรง ตั้งแต่วัดหนามแดงจนถึงตลาดน้ำนครเนื่องเขต คลองประเวศบุรีรมย์ จากบริเวณบ้านตลาดเปรงไปจนถึงตลาดคลองสวน ๑๐๐ ปี คลองจระเข้น้อย หมู่ที่ ๓ ถึง หมู่ที่ ๗ ตำบลคลองเปรง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ทั้ง ๓ คลองนี้ ขอภาพด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

อยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน ขณะนี้คลองไม่สามารถสัญจรไปมาได้เนื่องจากผักตบชวาแล้วก็วัชพืชหนาแน่นเต็มคลอง ไปหมดเลยค่ะ โดยปกติจะมีประชาชนใช้เรือวิ่งจากคลองหลักเข้าไปคลองเล็ก ๆ เพื่อหาปลา แต่เนื่องจากผักตบชวามันแน่นจนไม่สามารถจะสัญจรไปมาได้ ทำให้เขาไม่สามารถจะ ประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัวได้ ก็ขอให้หน่วยงานช่วยเหลือด้วย แต่ทีนี้เป็นที่น่าสังเกต นะคะท่านประธาน เนื่องจากว่าการกำจัดผักตบชวาในคลองเราพูดกันบ่อยครั้งมากเหลือเกิน อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ อย่างเช่น ชลประทาน กรมชลประทานควรจะตั้งงบประมาณ ให้กับชลประทานในจังหวัดฉะเชิงเทราได้ทำงานได้เต็มที่ เพราะว่าพวกเราอยู่ในฉะเชิงเทรา นั้นเรามีอาชีพทั้งทำนาก็ดี หาปลาแบบนี้ก็ดี เราไม่สามารถจะทำมาหากินได้เลยนะคะ🔗

เรื่องที่ ๒ ค่ะท่านประธาน ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมคลองบางไผ่ ตำบลบางไผ่ และตำบลคลองนา อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ร้องเรียนมาว่าพวกเขา ประสบกับปัญหาน้ำไม่เพียงพอในการทำการเกษตรค่ะ เนื่องจากว่าคลองบางไผ่อยู่ใน ความรับผิดชอบของชลประทานอีกแล้วค่ะท่าน ตื้นเขินไม่ได้ขุดลอกมันนานกว่า ๑๐ ปีแล้ว ทำให้กักเก็บน้ำในคลองได้น้อย ดิฉันจึงขอเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนนั้นปรึกษาหารือ กับท่านประธานสภาแจ้งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบจัดงบประมาณขุดลอกคลองบางไผ่ โดยด่วนด้วย ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้นำท้องถิ่น ผู้บริหาร สมาชิกสภา และผู้นำองค์กร ในชุมชนองค์การบริหารส่วนตำบลลำใหม่ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ยินดีต้อนรับ ทุกท่านนะครับ ท่านสมาชิกครับเป็นอันหมดผู้หารือในวันนี้แล้วนะครับ ต่อไปก็จะเข้าสู่ ระเบียบวาระ ก่อนจะเข้าสู่ระเบียบวาระเดี๋ยวผมกลับมานะครับ ขอเวลา ๒ นาทีครับ🔗

พักประชุมเวลา ๑๐.๓๔ นาฬิกา🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๔๐ ท่าน
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับขณะนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมแล้วทั้งสิ้น ๒๙๒ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

ท่านสมาชิกครับขณะนี้มีการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ซึ่งจะดำเนินการ ถามและตอบที่บริเวณ ชั้น ๑ ควบคู่ไปกับพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาและกระทู้ถามทั่วไป ของพวกเราด้านบนนี้นะครับ ต่อไปครับ🔗

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗

วันนี้ทางท่านรัฐมนตรีมาตอบทั้ง ๓ กระทู้ถาม ต้องขอบคุณทางคณะรัฐมนตรี🔗

๑. นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗

กระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่านสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ถามท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านนภินทร ศรีสรรพางค์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ขอเชิญท่านสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล เชิญครับ🔗

นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่กรุณามาตอบกระทู้ถามเป็นการให้เกียรติต่อสภา แล้วก็เป็นการให้เกียรติต่อพี่น้องประชาชน วันนี้ผมขอตั้งกระทู้ถามสดต่อท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ในประเด็นสำคัญที่กำลังกระทบกับเศรษฐกิจทั่วโลก และในไม่ช้าคงกระทบ กับประเทศเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือประเด็นการปรับเปลี่ยนนโยบายการค้าระหว่าง ประเทศของสหรัฐอเมริกาภายใต้ประธานาธิบดีท่านใหม่ ที่วันนี้กำลังสร้างสงครามการค้าทั่วโลก ถ้าให้สรุปสั้น ๆ วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐ ประเทศพวกแรก ๆ ที่โดนก็คือคนที่เกินดุลสหรัฐเยอะ ๆ ไล่ไปตั้งแต่แคนาดา เม็กซิโก สินค้า ส่วนใหญ่โดนภาษีเพิ่มขึ้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ จีนโดนเพิ่ม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แคนาดากับเม็กซิโก โชคดีหน่อยมีเรื่องให้ไปเจรจากับสหรัฐได้ จะไปเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลเรื่อง คนเข้าเมือง เรื่องการข้ามแดนของผู้อพยพตรงกับนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐที่อยากเห็น มาตรการขึ้นภาษี ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เลยถูกพักไปก่อน ๓๐ วัน อีก ๓๐ วันมาว่ากันใหม่ ส่วนจีน ไม่เจรจาอะไร ขึ้นมาขึ้นกลับ สหรัฐขึ้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จีนสู้กลับขึ้น ๑๐-๑๕ เปอร์เซ็นต์ มีผลวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์นี้ ทั้งยังจะฟ้องร้องดับเบิลยูทีโอว่าสหรัฐละเมิดกติกาดับเบิลยูทีโอ ทั้งจะควบคุมการส่งออกแร่ไปยังสหรัฐ สอบสวนการผูกขาดขึ้นบัญชีดำบริษัทจากสหรัฐ หลายบริษัท เราในฐานะคนดูบางท่านดูเขาเล่นก็ลุ้นไปสนุกดีนะครับ มึงขึ้นมากูขึ้นกลับไม่โกง คำถามคือแล้วประเทศเราจะโดนผลกระทบอะไรบ้างจากเรื่องนี้ เราจะรอดหรือไม่ดูทรงแล้ว ต้องเรียนท่านประธานว่าท่าทางเราจะรอดยาก ถามว่าเพราะอะไร เพราะสหรัฐดำเนิน นโยบายนี้โดยไล่จากประเทศที่เกินดุลเยอะ ๆ ก่อนแล้วก็ไล่ไปประเทศที่เกินดุลน้อย วันนี้ เม็กซิโก แคนาดา จีนโดนก่อนเพราะเป็น ๓ ประเทศที่เกินดุลมากสุด สหรัฐนำเข้าสินค้าจาก ๓ ประเทศนี้เกือบครึ่ง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เล่น ๓ ประเทศนี้ เสร็จคราวนี้หันไปหาอียูบอกให้เตรียมตัว ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านว่าอีกนานเท่าไรจะถึงคิวเรา ถ้าจะไม่นานถามว่าเพราะอะไร เพราะไทยเราก็ใช่ย่อยนะครับ เราเกินดุลการค้าสหรัฐถ้าไล่เรียง เป็นลำดับเราอยู่ลำดับที่ ๑๒ เราเกินดุลเขาต่อเนื่องมาไม่ต่ำกว่า ๑๐ ปี ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลเลย ที่เราจะไม่โดนแค่เมื่อไรเท่านั้น วันนี้นักเศรษฐศาสตร์บทวิเคราะห์บางสำนักทำนายแล้วว่า เราจะได้รับผลกระทบในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยเขาจัดลำดับเรียงประเทศเลยว่าใครเสี่ยงสูง เสี่ยงต่ำ ประเทศไทยตกในความเสี่ยงสูงครับ ย้ำนะครับเสี่ยงสูงจากอะไร จากการจะถูกขึ้น ภาษีนำเข้าจากประเทศสหรัฐ เพราะกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของสินค้าส่งออกจากไทยไปยัง สหรัฐเป็นสินค้าที่สหรัฐเขาตั้งเป้าแล้วว่าเขาจะลดการขาดดุลให้ได้และอยากให้เกิดการผลิต ในประเทศตัวเองแทน ถามว่าอะไรบ้าง ทั้งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และชิ้นส่วน เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า ผมไปรวมคร่าว ๆ ปี ๒๕๖๖ แค่เฉพาะสินค้ากลุ่มนี้ส่งออกไปสหรัฐ ประมาณ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่ใช่ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ และถ้าเรา มีบทเรียนย้อนไปดูตั้งแต่ทรัมป์ (Trump) สมัยแรกนะครับ หรือที่วงการเศรษฐศาสตร์ เรียกว่าทรัมป์ (Trump) ๑.๐ ปี ๒๕๖๒ ๑ ปีหลังจากเกิดสงครามการค้า การส่งออกไทย หดตัวไป ๒.๖ เปอร์เซ็นต์ จีดีพีของไทยหดตัวไป ๒.๑ เปอร์เซ็นต์ อันนี้เป็นข้อมูลจาก กระทรวงพาณิชย์เลยนะครับ อันนั้นคือทรัมป์ (Trump) ๑.๐ ที่การตอบโต้ยังไม่รุนแรง ไม่ขยายตัวไปหลายประเทศ วันนี้สหรัฐเล่นเกมแรงขึ้นเร็วขึ้นขยายไปประเทศอื่น ๆ มากขึ้น ประเทศอื่น ๆ ก็พร้อมตอบโต้รุนแรงขึ้น ไทยเสี่ยงได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรงคืออะไร เราเสี่ยงถูกขึ้นภาษีตรง ๆ ทางอ้อมคืออะไรตลาดอื่น ๆ ที่เราคิดว่าจะไป ส่งออกเขาทดแทนก็ไม่ง่าย เพราะสงครามการค้าทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว เราจะหาตลาด อื่น ๆ ส่งออกเพิ่มก็ไม่ง่าย ยังไม่นับว่าสินค้าจีนที่วันนี้ส่งไปสหรัฐไม่ได้หรือส่งออกได้น้อยลง ก็จะย้ายไปแข่งเราในตลาดอื่น มีการประเมินว่าสงครามการค้ารอบนี้มีแนวโน้มทำให้การ ส่งออกไทยหดตัว ๒-๔ เปอร์เซ็นต์ คำถามคือรัฐบาลเตรียมการรับมือเรื่องนี้หรือยังครับ และเตรียมอย่างไร ดังนั้นคำถามที่ผมอยากจะขอถามท่านรัฐมนตรีก็คือรัฐบาลคาดการณ์ หรือยังว่าสงครามการค้ารอบนี้จะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยแค่ไหน กระทบต่อจีดีพีเท่าไร กระทบต่อการส่งออกอย่างไร เพราะเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการเขารอฟังอยู่ และถ้าเราจะเจรจา เราจะเจรจาอย่างไร มีอะไรที่เราจะเอาไปเจรจากับเขาได้บ้าง ถ้าเจรจาไม่ได้อุตสาหกรรมไหน จะได้รับผลกระทบมากน้อยเขาจะได้เตรียมตัวถูก และผลที่เกิดขึ้นจะกระทบรุนแรงขนาดไหน โรงงานจะเจ๊งเลยไหม ปิดตัวไหม คนจะตกงานไหม รัฐบาลเตรียมการรับมือเรื่องนี้อย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับทั้ง ๒ คณะนะครับ คณะแรกเป็นคณะคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิตหน่วยวิทยบริการ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม และอีกคณะหนึ่งก็เป็นคณะของผู้ช่วยผู้ปฏิบัติงาน ประจำตัวของท่าน สส. วีรภัทร คันธะ จากจังหวัดสมุทรปราการยินดีต้อนรับทุกท่าน นมัสการหลวงพ่อครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบกระทู้ถามครับ🔗

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

เรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ โดยเฉพาะผู้ถามกระทู้ถามนี้ ท่านสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล จากพรรคประชาชน ผม นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ รักษาราชการแทนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากท่าน ไปปฏิบัติราชการที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เรียนอย่างนี้ครับว่าในส่วนภาพรวมเศรษฐกิจของ ประเทศไทยนั้นจีดีพีของประเทศครึ่งหนึ่งก็คือการบริโภคภายในประเทศ อีกครึ่งหนึ่งก็คงจะ มาภาคของการท่องเที่ยว การส่งออก และการลงทุน ซึ่งในภาพรวมของการส่งออกนั้น กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ในการดูแล ในปี ๒๕๖๖ ก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะเข้ามาบริหาร ภาพรวมของการส่งออกนั้นเราติดลบอยู่ประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน เมื่อรัฐบาลชุดนี้ เข้ามาบริหารในเดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม เราทำให้สถานการณ์การส่งออกนั้นดีขึ้น จากลบ ๓ เปอร์เซ็นต์เหลือลบเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในปี ๒๕๖๗ เราตั้งเป้าว่าจะขยาย การส่งออกสินค้าของประเทศไทยให้ไม่น้อยกว่า ๒ เปอร์เซ็นต์ ได้ดำเนินการโครงการต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมการค้าระหว่างประเทศ ทำให้ ยอดในปี ๒๕๖๗ เราสามารถเพิ่มการส่งออกได้มาถึง ๕.๔ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน และใน ปี ๒๕๖๘ เราตั้งเป้าไว้ครับว่าจะต้องเพิ่มยอดของการส่งออกให้ได้อย่างน้อย ๒ เปอร์เซ็นต์ ด้วยกัน สำหรับสถานการณ์ที่ท่านเป็นห่วงเรื่องของการตั้งกำแพงภาษีกีดกันการค้าของ สหรัฐอเมริกากับประเทศที่ได้ดุลการค้า ซึ่งประเทศไทยนั้นก็เป็นประเทศหนึ่งที่ได้ดุลการค้า กับประเทศสหรัฐอเมริกามาอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง ๑๐ ปีด้วยกัน เราอยู่อันดับที่ ๑๒ เราเกินดุลการค้ากับสหรัฐอเมริกาเมื่อเทียบแล้วอยู่เพียง ๓.๘ เปอร์เซ็นต์ของการขาดดุล ของอเมริกาเท่านั้นเองนะครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราเรียนครับว่าในอาเซียนไม่ว่าจะเป็นเวียดนามก็ดี มาเลเซียก็ดี อินโดนีเซียก็ดี ประเทศที่มีสินค้าคล้ายคลึงกันแล้วส่งไปขายยังอเมริกา ทุกประเทศเกินดุลการค้าทั้งสิ้นนะครับ ซึ่งถ้านโยบายท่านประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) นี่เราคือประเทศกลุ่มเสี่ยงประเทศหนึ่งที่นโยบายของสหรัฐอเมริกาจะขึ้นภาษีกับประเทศ ที่เกินดุลการค้า ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าในสิ่งนี้เราได้ตระหนักให้ความสำคัญ ข้อมูลส่วนหนึ่ง เราพบว่าการส่งออกสินค้าไทยไปยังสหรัฐอเมริกาเป็นนักลงทุนของสหรัฐอเมริกาส่วนหนึ่ง แล้วส่งออกไปยังประเทศอเมริกา ในขณะนี้เรารวบรวมข้อมูลการลงทุนของอเมริกาเองที่มา ลงทุนในประเทศไทยและส่งไปยังอเมริกาว่ามีข้อมูลอยู่เท่าไร เพราะฉะนั้นการเกินดุลการค้า ของประเทศไทยต่อสหรัฐอเมริกาก็เกิดจากนักธุรกิจของประเทศสหรัฐอเมริกาเอง ซึ่งเรา กำลังรวบรวมข้อมูลในประการแรกเรียกมาพูดคุยแล้วก็ให้เขาได้เจรจากับทางสหรัฐอเมริกา เป็นข้อมูลประการหนึ่ง🔗

อีกประการหนึ่งในขณะนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านพิชัย นริพทะพันธุ์ ก็ได้เดินทางไปเยี่ยมสหรัฐอเมริกาพูดคุยกับนักธุรกิจของอเมริกาตลอดจน ผู้บริหารระดับสูงถึงเรื่องการขึ้นภาษีซึ่งมีแนวโน้มของประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) ซึ่งก็จะ พยายามเจรจาต่อรองให้ได้มากที่สุด แต่ถึงอย่างไรก็ตามครับรัฐบาลให้ความสำคัญสำหรับ เรื่องนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๘ ตั้งคณะทำงานนโยบาย การค้ากับสหรัฐอเมริกามาโดยตรง โดยมีท่านวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ท่านปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ท่านโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเป็นเลขานุการ ทำหน้าที่ในการที่จะรวบรวมข้อมูลปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งท่าทีต่าง ๆ กลยุทธ์ ในการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา เตรียมการมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อ เตรียมรองรับมาตรการต่าง ๆ ของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อประเทศไทยภายใต้นโยบายของ ท่านประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) นอกจากนี้กราบเรียนอีกครับว่าประเทศไทยได้พยายาม รักษาตลาดเดิมให้มากที่สุดโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาแล้วก็ตลาดอื่น ๆ พร้อมทั้งเพิ่มตลาดใหม่ ๆ ถ้าหากมีสถานการณ์ที่เรากำลังส่งออกไปยังอเมริกาแล้วปรากฏว่าไม่สามารถส่งออกได้ด้วย กำแพงภาษีเราก็จะเพิ่มตลาดอื่น ๆ ซึ่งเราได้เตรียมความพร้อมไว้แล้วในระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นกราบเรียนครับว่าสำหรับสถานการณ์ตรงนี้เราติดตามอย่างใกล้ชิดแล้วก็เตรียม ความพร้อมในรูปของคณะทำงานติดตามพร้อมทั้งหาทิศทางท่าทีต่าง ๆ แล้วก็จะมีกลยุทธ์ อย่างไร ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนแต่เราก็ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว การเพิ่มตลาดใหม่ การเจรจาทางการค้า แต่ถึงอย่างไรก็ตามแต่ในอาเซียนด้วยกันซึ่งค้าขายกับอเมริกานะครับ ทั้ง ๔ ประเทศเกินดุลการค้าทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ถ้าได้รับ ผลกระทบอาเซียนก็ได้รับผลกระทบร่วมกัน เพราะฉะนั้นถ้าการค้าในการแข่งขันไปยังประเทศอเมริกาแล้วก็อยู่ในฐานของต้นทุน ที่ใกล้เคียงกันนะครับ แต่เราก็ไม่นิ่งนอนใจเราได้เพิ่มตลาดใหม่ ๆ ซึ่งมีเป้าหมายของเรา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของจีนตอนใต้แล้วตะวันตก ส่วนของอินเดียนะครับ ส่วนของ UAE ซึ่งประชากรส่วนใหญ่มีถึงเกือบ ๒,๐๐๐ ล้านคนนะครับ เพราะฉะนั้นเชื่อครับว่าผลกระทบ นโยบายของทรัมป์ (Trump) ในการขึ้นภาษีนี้ผมเชื่อว่าจะกระทบกับประเทศไทยไม่มากนัก และอาจจะไม่กระทบเลย ถ้าเราสามารถเจรจาได้หรือเราสามารถเพิ่มตลาดใหม่ ๆ ซึ่งเรามี สินค้าที่มีคุณภาพแล้วมีตลาดใหม่ ๆ ที่ต้องการสินค้าของประเทศไทย ก็ขอกราบเรียน ในเบื้องต้นไว้ตรงนี้ก่อนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสิทธิพล คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗

นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม สิทธิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีสำหรับการตอบข้อซักถามอาจจะมีประเด็น ๒ ประเด็นที่ถ้ามีเวลา เหลืออาจจะสอบถามท่านรัฐมนตรีเพิ่มเติมนะครับ อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าการจะหาตลาดใหม่ มารองรับก็ไม่ง่ายเพราะสินค้าจากจีนที่เขากำลังโดนกีดกันไปอเมริกาก็จะไหลไปท่วมทั่วโลก แข่งกับเราด้วยในทุกตลาดนะครับ ถัดมาสิ่งที่ผมอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีก็คงจะเป็น ผลกระทบในเชิงมิติในประเทศ เมื่อสักครู่เราพูดถึงการส่งออกไปแล้วว่าเราจะกระทบ อะไรบ้าง ในประเทศครับอย่างที่เรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีมิติหนึ่งของสงครามการค้า คือสินค้าจีนจะถูกสหรัฐอเมริกาขึ้นภาษีส่งไปสหรัฐอเมริกาได้น้อยลง สินค้าจีนก็จะล้นตลาด แล้วก็ทะลักมาท่วมทั่วโลกนะครับ และแน่นอนไทยก็เป็นหนึ่งในปลายทางของสินค้าเหล่านี้ เหมือนกัน จากการประเมินรอบทรัมป์ (Trump) ๑.๐ หรือสมัยที่แล้วสินค้าจีนที่ได้รับ ผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐอเมริกาคิดเป็นประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของสินค้าจีน ทั้งหมด และนั่นก็คือเหตุผลที่ทำให้สินค้าจีนในช่วง ๔ ๕ ปีที่ผ่านมาไหลไปท่วมทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วยที่พี่น้อง SMEs ไทยกำลังโดนอยู่ที่ผู้ประกอบการไทยกำลังโดนอยู่ ก็เกิดจากเหตุผลตั้งแต่ครั้งนั้นนะครับ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าผ่านออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ หรือสินค้าออฟไลน์ รอบนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) ขึ้นภาษีหนักกว่าเดิมก็มีแนวโน้ม ที่จะทำให้สินค้าจีนต้องเร่งออกมาท่วมตลาดโลกสูงขึ้น ขณะเดียวกันด้วยภาวะเศรษฐกิจ ภายในประเทศจีนที่ชะลอตัวลงก็ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้สินค้าจากจีนไหลออกก็จะกระทบกับ พี่น้องผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายย่อยหรือ SMEs ซึ่งมีความสามารถในการปรับตัวต่ำ ค้าขายลำบากอยู่แล้วจากสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันนะครับ คำถามก็คือเขาจะอยู่อย่างไร เอาเฉพาะปีที่แล้วปีเดียวประเทศไทยขาดดุลการค้าจีนประมาณ ๑.๖ ล้านล้านบาท ถ้าเทียบ กับปี ๒๕๖๖ เราขาดดุลที่ ๑.๓ ล้านล้านบาท พูดง่าย ๆ ปีที่แล้วปีเดียวเราขาดดุลจีนเพิ่มขึ้น ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือปีที่แล้วปีเดียวนะครับ ดังนั้นจึงอยากเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีในมิตินี้เราอาจจะต้องเตรียมตัว โดยเฉพาะประเด็นที่ท่านดูแลอยู่ก็คือประเด็น สินค้าที่ไม่ได้คุณภาพจากต่างประเทศ เวลาเราพูดประเด็นนี้อยากเรียนย้ำว่าเราเห็นตรงกับ รัฐบาลว่าเราไม่ได้มุ่งว่าเราจะกวดจับสินค้าประเทศใดเป็นพิเศษประเทศหนึ่ง แต่ขอแค่สินค้า จากทุกประเทศปฏิบัติตามกฎหมายตามมาตรฐานของเรา ขณะเดียวกันเวลาเราตำหนิ ความบกพร่องที่ปล่อยให้สินค้าเหล่านี้เข้ามาท่วมประเทศเรา เราก็ไม่ได้ตำหนิรัฐบาล ต่างประเทศเราตำหนิรัฐบาลเรา เราตำหนิเจ้าหน้าที่ของเราที่ปล่อยปละละเลย เพราะผมเชื่อว่า รัฐบาลก็ดี สถานทูตจะประเทศไหนก็ดี เขาไม่ยินดีให้เกิดเรื่องเหล่านี้นะครับ จากการ ประเมินสงครามการค้ารอบนี้การขึ้นภาษีสินค้าจีนรอบนี้จะมีสินค้าไหนที่จะเข้ามากระทบ ตลาดไทยมากขึ้นผมจะเล่าให้ฟัง เช่น เหล็กและวัสดุก่อสร้าง ตัวอย่างเช่น เหล็กจากประเทศจีน ที่มีราคาถูก ซึ่งวันนี้โดนตั้งคำถามเรื่องมีการทุ่มตลาดหรือเปล่านี่คือที่กำลังกระทบกับ ผู้ประกอบการแล้วมีแนวโน้มมากขึ้น อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนก็จะได้รับผลกระทบ เครื่องใช้ไฟฟ้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ วันนี้เราเห็นเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาถูกจำนวนมาก ที่กำลังกระทบกับผู้ประกอบการของไทย สินค้าเกษตร อาหารแปรรูปที่เข้ามากระทบกับ เกษตรกรไทย รวมถึงผู้ประกอบการโรงงานรายย่อยพี่น้อง SMEs ที่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก ที่ได้รับผลกระทบจากสินค้าผ่านการขายบนแพลตฟอร์ม ดังนั้นคำถามที่ผมอยากถามท่านรัฐมนตรีนะครับ เราจะรับมือกับสินค้าไม่มีคุณภาพที่ทะลัก เข้าประเทศเราได้อย่างไรให้ดีกว่าเดิม แน่นอนผมเชื่อว่าท่านทำอยู่แล้วท่านก็คงตอบว่า ท่านทำอยู่แล้ว แต่ผมอยากเรียนว่ามันอาจจะไม่เพียงพอ ผมจะเล่าให้ท่านฟังนะครับ กรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจเปิดรับเรื่องร้องเรียนเฉพาะเรื่องสินค้าไม่ได้มาตรฐาน จากต่างประเทศ ผลกระทบจากธุรกิจต่างประเทศที่เข้ามาแข่งอย่างไม่เป็นธรรม ๒ เดือนกว่า มีเรื่องร้องเรียนเข้ามามากกว่า ๑,๐๐๐ เรื่อง นี่คือความรุนแรงของปัญหา ถ้าสิ่งที่ท่านทำอยู่ ท่านบอกว่าท่านทำต่อไปเท่านี้ต้องเรียนตามตรงว่าไม่ได้รับประกันได้เลยว่าจะดูแล ผู้ประกอบการไทยได้ดีกว่าเดิมเมื่อปัญหามันเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ผู้ประกอบการ ร้องเรียนว่าสินค้าจากต่างประเทศเหล่านี้อาจมีการสนับสนุนอย่างไม่เป็นธรรมจากรัฐบาล ในต่างประเทศ หรือผู้ประกอบการมีพฤติกรรมทุ่มตลาดหรือหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ การทุ่มตลาด รัฐบาลจะมีกลไกในการสอบสวนอย่างไร ปัจจุบันทำอะไรบ้าง มีกี่เคส ผู้ประกอบการจะเข้าถึงการช่วยเหลือได้อย่างไร ทำอย่างไรให้มาตรการพวกนี้ถูกนำมาช่วย ผู้ประกอบการไทยจริง ๆ ถูกนำมาใช้ตรวจสอบการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมที่ผู้ประกอบการไทย กำลังเผชิญอยู่ อันนี้อยากเรียนถามท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี คำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

เรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สำหรับประเด็นแรกที่ท่านถาม มาว่าเราจะขยายตลาดการค้าไปที่ไหน อย่างไร ในขณะที่ประเทศอื่นก็มีสงครามการค้า แล้วก็เศรษฐกิจทั่วโลกนั้นไม่ดี ผมเรียนอย่างนี้ว่าเราเอาจุดแข็งของประเทศไทย สินค้าของ ประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่เราเป็นสินค้าเกษตรเมืองร้อน ซึ่ง SMEs ของประเทศไทยนั้นก็คือ อยู่ในภาคการเกษตร ประเทศไทยนั้นมีผลผลิตด้านผลไม้เมืองร้อนที่นับได้ว่าถ้าเราบอก ประเทศไทยเราเป็นที่ ๒ ก็ไม่มีประเทศไหนบอกเป็นที่ ๑ เพราะสินค้าผลไม้เมืองร้อนนั้น มีรสชาติที่นุ่ม หวาน หอม ทุกวันนี้ตลาดส่วนใหญ่ ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์เราส่งออก เราส่งออก ไปยังประเทศจีนคือฝั่งด้านทิศเหนือและตะวันออกมณฑลต่าง ๆ ซึ่งการแข่งขันเรายอมรับว่า สูงมาก เราแข่งขันกับเวียดนาม แข่งขันกับอินโดนีเซีย โดยเฉพาะเวียดนามนั้นได้เปรียบเรา ในเรื่องของมีพรมแดนติดกับประเทศจีน แต่เราก็ยังคงรักษาตลาดของประเทศจีนไว้ได้ โดยเฉพาะปีที่ผ่านมาประเทศจีนบริโภคสินค้าการเกษตรเพิ่มขึ้น โดยนำเข้าจากเวียดนามก็ดี อินโดนีเซียก็ดี แต่ประเทศไทยก็ไม่ได้ลดลง ปริมาณการส่งเรายังเหมือนเดิม แต่สิ่งหนึ่งที่ สำคัญก็คือประเทศไทยยังไม่ได้รุกไปตอนใต้และตะวันตกของประเทศจีน ซึ่งมีพรมแดนอยู่ ติดกับประเทศลาว ในมณฑลเหล่านี้มีประชากรอยู่ประมาณ ๕๐๐ ล้านคนในประเทศจีน ซึ่งเราได้เปรียบในเรื่องของการขนส่ง เราได้วางยุทธศาสตร์ไว้ว่าในปี ๒๕๖๘ เราจะบุก ประเทศจีนการตลาดในภาคใต้และตะวันตกของจีน ซึ่งมีประชากรอยู่ถึง ๕๐๐ ล้านคน นี่คือเป้าหมายที่ ๑🔗

เป้าหมายที่ ๒ ประเทศอินเดียซึ่งมีประชากรเป็นอันดับหนึ่งของโลก ๑,๔๐๐ ล้านคน ประเทศอินเดียนั้นมีนโยบายในการกีดกันสินค้าเกษตรจากประเทศอื่น เพราะเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าของเกษตรกรในประเทศอินเดีย ผมเองได้พยายาม เจาะเข้าไปยังประเทศอินเดีย แต่การประสานงานระหว่างรัฐกับรัฐนั้นเป็นไปได้ไม่ง่ายนัก เพราะนโยบายของประเทศอินเดียนั้นกีดกัน ผมเองได้ประสานงานโดยนำผู้ประกอบการ ผู้ส่งออกรายใหญ่ของประเทศไทยไปเจรจากับนักธุรกิจรายใหญ่ซึ่งมีห้างสรรพสินค้าอยู่จำนวนมาก ในประเทศอินเดียชี้ให้เห็นว่าสินค้าของประเทศไทยนั้นเป็นสินค้า Premium เป็นผลไม้ Premium ซึ่งเข้าสู่คนชั้นสูงของประเทศอินเดียไม่กระทบกับพี่น้องเกษตรกร ปรากฏว่า นักธุรกิจซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อผู้บริหารของประเทศอินเดียนั้นผลักดันให้ประเทศไทยนั้น สามารถส่งออกสินค้าเกษตรไปได้ และเมื่อเดือนมกราคมนี้ได้มีการเซ็นสัญญาการนำเข้า ลำไยเบื้องต้น ๑,๐๐๐ ล้านบาทสู่ประเทศอินเดีย ซึ่งผมเองจะพยายามสานตรงนี้ต่อ และนำเข้าสินค้าเกษตรอื่น ๆ นอกจากนี้เรายังพยายามเจาะตลาด UAE นี่คือสิ่งที่เราทำ การตลาดใหม่เพิ่มขึ้น แล้วเชื่อเถอะว่าเรานำจุดแข็งของประเทศไทยไปเสนอ เชื่อครับว่า เราสามารถบุกตลาดเหล่านี้ได้🔗

สำหรับคำถามที่ท่านได้ซักถามว่าสินค้าของประเทศจีนหรือประเทศอื่น ซึ่งมีปัญหาเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ปั๊บก็จะกระจายกลับมาในอาเซียนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเหล็ก ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าเกษตรแปรรูป ซึ่งผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องนี้ ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา คณะหนึ่งคือคณะกรรมการดูแลเรื่องสินค้าด้อยคุณภาพแล้วก็บริษัทที่เป็น Nominee ขึ้นมา โดยมีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานและตั้งอนุกรรมการขึ้นมา ๒ คณะ คณะแรกคือคณะอนุกรรมการ Nominee และคณะอนุกรรมการสินค้าไม่มีคุณภาพขึ้นมา ๒ คณะด้วยกัน โดยผมเองนั้นเป็นประธานและมีหน่วยงานจากกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้ามาร่วมกันทำงาน ในเบื้องต้นนั้นมีแผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาวด้วยกัน แผนระยะสั้น นั้นก็คือการใช้อำนาจที่เต็มที่ของทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ ซึ่งผลปรากฏเข้ามาว่าตั้งแต่ ดำเนินการมาสรุปถึงเดือนธันวาคมสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งในไตรมาสที่ ๔ ปกติแล้ว การนำเข้าจะสูงกว่าไตรมาสอื่น ๆ แต่ด้วยการทำงานอย่างเข้มข้นทำให้สินค้าในการนำเข้า จากต่างประเทศนั้นลดลง ๗ เปอร์เซ็นต์ แทนที่จะบวกเหมือนปีอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมี มาตรการในระดับกลางอื่น ๆ อีกมาก เช่น แพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย ยังไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย เรียนว่าถ้าเขาใช้ภาษาไทยในการขาย ใช้เงินสกุลไทย ในการซื้อขายผมถือว่าต้องอยู่ในกฎหมายไทย เพราะฉะนั้นสินค้าต่าง ๆ ที่ขึ้นสู่แพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น อย. ก็ดี สมอ. ก็ดี สคบ. ก็ดีจะต้องตรวจสินค้าเหล่านั้นว่ามีคุณภาพหรือไม่ ถ้าเป็นเงื่อนไขบังคับว่าต้องขออนุญาต อย. หรือ สมอ. หากไม่มีเราได้ประสานงานกับ แพลตฟอร์มต่าง ๆ แสดงเจตจำนงร่วมกันเพิ่งเซ็นไปเมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมา เขาพร้อมจะดึง ออกจากแพลตฟอร์มทันทีนะครับ ในขณะเดียวกันสินค้าที่เข้ามาสู่ประเทศไทยในทางบก เมื่อซื้อแล้วนี่เข้าสู่สินค้าในประเทศไทยทางบก ทางอากาศ หรือทางทะเลก็ดี เราได้เพิ่ม มาตรการการตรวจที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเดิมนั้นสุ่มตรวจอยู่ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เราเพิ่มขึ้น ในการสุ่มตรวจประมาณ ๓๐ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ โดยใช้คนเท่าเดิมเพิ่มวิธีการในการตรวจ สิ่งเหล่านี้ทำให้การนำเข้านั้นลดลง และที่สำคัญครับว่าสินค้าที่นำเข้าสู่ประเทศไทยที่สำคัญ ก็คือต้องมีฉลากภาษาไทยนี่คือเงื่อนไขบังคับ ผมเองได้ประสานกับ สคบ. ให้มอบอำนาจให้กับกรมศุลกากรตรวจสินค้าทั้งหมดที่เข้าสู่ ประเทศไทยต้องมีฉลากภาษาไทย ซึ่งกฎหมายเรานั้นให้ผู้ที่ติดฉลากอาจจะต้องเป็น ผู้ที่จัดส่ง ผู้ขาย ซึ่งในการผ่านด่านศุลกากรมานั้นในอดีตก็จะมา Pack ในประเทศไทยแล้วส่ง ซึ่งไม่มีการติดฉลาก แต่ปรากฏว่าทุกวันนี้การซื้อขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มวิธีการของ ประเทศเพื่อนบ้านก็คือคำสั่งเมื่อซื้อในแพลตฟอร์มก็จะยิงตรงไปยังบริษัทต่าง ๆ แล้วเขาก็ Pack ใส่ที่ส่งพัสดุจ่าหน้ามารวมที่เมือง ๆ หนึ่งในประเทศซึ่งติดกับเวียดนามแล้วก็ส่งมาเข้าสู่ ประเทศไทยที่จังหวัดมุกดาหารแล้วกระจายไปเลย เพราะฉะนั้นลักษณะแบบนี้จะถือว่า การนำเข้าไม่ได้เข้ามาเพื่อจำหน่ายไม่ได้การตีความเช่นนั้นไม่ได้เหมือนเช่นในอดีต เพราะว่า ผู้นำเข้าคือนำมาเพื่อจำหน่ายนะครับ เพราะฉะนั้นในอนาคตเขาจะตรวจอย่างละเอียด แกะภาชนะวัสดุที่หีบห่อเพื่อดูว่าในส่วนตรงนี้มีในเรื่องของฉลากภาษาไทยหรือไม่นะครับ ในส่วนของสินค้าเกษตรและการแปรรูปผมเรียนอย่างนี้ครับว่าตัวเลขของสินค้าเกษตร ที่นำเข้าสู่ประเทศไทยนั้นเราอาจจะเป็นห่วง เพราะเราเห็นสินค้าเกษตรนั้นเข้ามาสู่ ในประเทศไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้าน ผมเรียนอย่างนี้ถ้าเราดู ตัวเลขที่แท้จริงแล้วตัวเลขสินค้าเกษตรจริง ๆ โดยเฉพาะพืชสวนเข้าสู่ประเทศไทยเพิ่มขึ้น เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง เพราะว่าคนไทยอย่างที่ผมเคยกราบเรียนว่าคนไทยนั้นเรามี วัฒนธรรมอาหารของเรา เพราะฉะนั้นการบริโภคผัก สินค้าเกษตร เราจะบริโภคผักที่ผลิต จากประเทศเมืองร้อน ซึ่งมีรสชาติที่ฉุนสูงกว่า เหม็นเขียวกว่า ไม่หวาน ไม่กรอบ ไม่เอา เพียงแค่ผัด เรามีวัฒนธรรมอาหาร เรามีแกงเลียง แกงเผ็ด แกงส้ม ซึ่งต้องใช้วัตถุดิบประเภท ของสินค้าเกษตรที่เป็นพืชเมืองร้อนที่มีความฉุน เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ผมเชื่อว่าไม่น่าเป็น ห่วงแต่อย่างใด ก็ขอกราบเรียนเบื้องต้นในคำถามที่ ๒ เพียงเท่านี้นะครับ🔗

ในส่วนของข้อมูลเรื่อง Nominee เราได้ดำเนินการอย่างเข้มนะครับ ปรากฏว่า ในระยะ ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา เราดำเนินคดีกับบริษัท Nominee ไปได้ทั้งหมด ๘๐๐ กว่าคดี ด้วยกัน ทุนจดทะเบียน ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท และผมเองในฐานะประธานก็จะตั้งคณะทำงาน ขึ้นมาชุดหนึ่ง ตรวจเป็นจุด ๆ เข้าไปทุกร้านค้า ร้านค้านี้เป็นคนต่างด้าว จดทะเบียนนิติบุคคล หรือไม่ หรือค้าขายด้วยตัวเองเป็นธุรกิจที่ต้องห้ามคนต่างด้าวหรือไม่ สินค้าที่เข้ามามี คุณภาพหรือไม่ และมีการเสียภาษีหรือเปล่า ซึ่งผมเองจะประชุมคาดว่าน่าจะเป็นวันจันทร์นี้ และตั้งคณะทำงานขึ้นมา ในขณะเดียวกันก็จะมีมติเสนอต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ให้มี หนังสือไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้นมา ตรวจสอบเรื่อง Nominee ตรวจสอบเรื่องสินค้าไม่มีคุณภาพ แต่ในส่วนของส่วนกลางก็จะลงไปยัง กลุ่มเป้าหมายจังหวัดที่สำคัญ ๆ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร จังหวัดที่มีภาคการท่องเที่ยว เป็นเมืองหลัก ก็จะมีคณะกรรมการจากส่วนกลางลงไปตรวจในพื้นที่อย่างเข้มข้นต่อไปครับ ก็ขอกราบเรียนไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ คำถามสุดท้ายครับท่านสิทธิพลครับ🔗

นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม สิทธิพล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณที่แสดงให้เราเห็นว่าท่านก็พยายามทำอะไรหลายอย่างเพื่อที่จะปกป้องผู้ประกอบการ ตลอดจนก็พยายามขยายตลาดไปยังประเทศอื่น ๆ แต่ก็อยากจะเรียนผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าเราอาจจะประเมินผลกระทบต่ำไปหรือน้อยไป ก็อาจจะฝากท่านรัฐมนตรีว่าเราอาจจะ ชะล่าใจไม่ได้จริง ๆ เพราะว่าขนาดเม็กซิโก แคนาดาบ้านเขาติดกันเขาสนิทกันมากมานาน วันนี้ก็ยังโดนมาตรการกีดกันต่าง ๆ เยอะแยะนะครับ🔗

คำถามสุดท้ายที่ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรีก็คือเดี๋ยวเราต้องไปเจรจากับเขา ไปคุยกับเขาว่าเราจะเอาอะไรไปแลกตอนเจรจา ผมเห็นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็พูดบ่อยว่าจะไป Lobby เขา คำถามคือเราเตรียมอะไรที่จะไปเจรจาเพื่อไปแลกเขาครับ อย่างที่ท่านรัฐมนตรีบอกวันนี้กระทรวงพาณิชย์กำลังไปรวบรวมว่าส่วนใหญ่มีกี่บริษัทที่เป็น บริษัทของอเมริกาตั้งในประเทศเราเพื่อไปบอกเขาว่าถ้าคุณขึ้นภาษีนะก็จะเป็นบริษัทของ คุณนี่ล่ะที่เสียประโยชน์ อยากเรียนท่านรัฐมนตรีอย่างนี้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) เขาไม่ Care เลยนะครับ ถามว่าเพราะอะไร ก็เพราะว่าที่เขาทำแบบนี้ที่เขาขึ้นภาษีแบบนี้ก็เพราะ อยากกดดันให้บริษัทต่าง ๆ แม้ว่าจะเป็นบริษัทของเขาเองกลับไปตั้งโรงงานในประเทศเขา วันนี้ที่เขาขึ้นภาษีจีนถามว่าไม่มีบริษัทอเมริกาที่ตั้งในจีนหรือ ก็ตั้งแต่สาเหตุก็เพราะว่า เขาอยากบังคับไม่ว่าจะเป็นบริษัทประเทศไหน รวมถึงบริษัทอเมริกาด้วยให้ย้ายกลับไปตั้ง ในอเมริกาเพื่อจ้างงานในอเมริกา ถ้าท่านติดตามตอนที่คุณทรัมป์ (Trump) หาเสียงเขา ประกาศเลยใครขายของให้คนอเมริกาต้องตั้งโรงงานในอเมริกา ดังนั้นไพ่ที่เราคิดว่าจะเอาไป เจรจากับเขาเพื่อไปคุยกับเขาว่าถ้าคุณขึ้นภาษีจะเป็นบริษัทของคุณเองนะที่เสียประโยชน์ เขาอาจจะไม่ได้สนใจหรือ Care นะครับ ดังนั้นคำถามที่ผมอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรี ก็คือเดี๋ยวท่านต้องไปเจรจาท่านต้องมีอะไรไปแลกกับเขาแน่นอน ท่านเตรียมเอาอะไรไปแลก ท่านจะยอมเสียอะไรเพื่อให้ได้อะไร ท่านมีหลักการพิจารณาอย่างไร จากการประเมินโดย นักเศรษฐศาสตร์เขาบอกว่าสินค้าไทยที่เสี่ยงถูกขึ้นภาษีหรือโดนเพ่งเล็งคือสินค้าที่เราเกินดุล การค้าและมีอัตราภาษีนำเข้าสูง ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือสินค้าเกษตรมีแนวโน้มที่สหรัฐจะกดดัน ให้ไทยเปิดตลาดนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐมากขึ้น ก็อยากฟังคำตอบจากท่านรัฐมนตรีชัด ๆ ว่าเราเตรียมจะเอาอะไรไปแลก เพราะประชาชนผู้ประกอบการ พี่น้องเกษตรกรก็เป็นกลุ่ม สำคัญที่เขารอฟังท่านรัฐมนตรีอยู่🔗

อีกคำถามหนึ่งที่ท่านอาจจะไม่ตอบแล้วก็ไม่แน่ใจท่านมีข้อมูลและสภา อาจจะได้ประโยชน์จากคำชี้แจงของท่านก็คือ วันนี้ผู้ประกอบการเขาอยากให้กระทรวงพาณิชย์ ใช้มาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นตอบโต้การทุ่มตลาด สอบสวนการทุ่มตลาด หรือสอบสวนบริษัทที่มีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงการทุ่มตลาด อยากทราบว่าวันนี้กระทรวงพาณิชย์ ใช้มาตรการเหล่านี้ไปมากน้อยแค่ไหนกี่เคส และมีแนวโน้มที่จะใช้มาตรการเหล่านี้มา เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการไทยได้มากน้อยแค่ไหน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีตอบคำถามสุดท้าย เวลาท่านหมดแล้วฝากกระชับด้วยนะครับ🔗

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ก็ขอตอบสั้น ๆ นะครับ เรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านสิทธิพล ในส่วนของมาตรการ ที่เราจะไปเจรจานั้นผมคิดว่ามันเป็นรายละเอียดที่ต้องให้คณะกรรมการที่คณะรัฐมนตรีนั้น ตั้งขึ้นมา คือคณะกรรมการนโยบายการค้ากับสหรัฐโดยตรง ซึ่งมีท่านปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศซึ่งเป็นเลขา ซึ่งคณะนี้จะติดตามอย่าง ใกล้ชิด ว่ารายละเอียมาตรการที่เราจะไปเจรจาและต่อรองนั้น จุดอ่อน จุดแข็งเป็นอย่างไร ต้องพิจารณาอย่างละเอียดนะครับ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ประชุมไปแล้วเมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม กำลังรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ แล้วผมเรียนครับว่าในส่วนตรงนี้ถ้าคณะกรรมการชุดนี้ มีมติอย่างไร มีข้อมูลอย่างไร ผมเองจะประสานไปยังท่านให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง เพราะอยู่ ระหว่างการดำเนินการการพิจารณา🔗

ในส่วนของการตอบโต้การทุ่มตลาดในส่วนตรงนี้อยู่ที่กรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งเรียนตรง ๆ ว่าผมเองนั้นไม่ได้กำกับดูแลโดยตรง เป็นเรื่องอยู่ในกำกับของท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผมจะหาข้อมูลและส่งเป็นเอกสารให้ท่านอีกครั้งหนึ่ง ว่าในส่วนของ การดำเนินการ การตอบโต้ การทุ่มตลาดนั้นเราได้ทำไปอย่างไรบ้าง แล้วก็ปฏิบัติไปถึงไหนแล้ว อีกครั้งหนึ่งนะครับ เนื่องจากวันนี้เป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจา จึงไม่มีข้อมูลที่เข้ามาในส่วนนี้ ขอขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านสิทธิพลนะครับ วาระถัดไปนะครับ🔗

๒. นายนพพล เหลืองทองนารา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗

กระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่านนพพล เหลืองทองนารา ถามท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพาณิชย์🔗

ด้วยทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เดินทางไปต่างประเทศ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ก็ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ คือนายนภินทร ศรีสรรพางค์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ซึ่งท่าน มาแล้วก็เชิญทางท่านนพพลได้ถามคำถามที่ ๑ ได้เลยนะครับ เชิญครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมต้อง ขอบพระคุณท่าน สส. พรรคเพื่อไทยที่ได้ให้โอกาสผมเป็นคนสอบถามกระทู้ถามสดเกี่ยวกับ เรื่องของราคาพืชผลทางการเกษตร ซึ่งเป็นสิ่งที่ถือว่ามีความสำคัญลำดับต้น ๆ เลย ในสังคมไทยเรา ผมเองคิดว่าทุก ๆ คน รวมทั้งหน่วยราชการ รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์ก็คง จะทราบอยู่ว่าปัจจุบันนี้สิ่งที่เป็นปัญหา แล้วก็เป็นความเดือดร้อนทั้งในปัจจุบันและอนาคต ข้างหน้าที่จะถึงนี้ นั่นก็คือว่าในเรื่องของผลผลิตทางการเกษตรที่ตกต่ำลงโดยเฉพาะข้าวและ มันสำปะหลัง ผมเองก็ขออนุญาตที่จะเป็นตัวแทนที่จะสอบถามในปัญหาเหล่านี้กับทาง กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นคนดูแลในเรื่องของการค้าการขายข้าว ในเรื่องของราคาข้าวทั้งหลาย ผมเองต้องขออนุญาตที่จะชื่นชมทางรัฐบาล ทางกระทรวงพาณิชย์ไว้ลำดับแรกเพราะนั่นคือ เรื่องจริง ทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการแล้วก็ทั้งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ แม้กระทั่งท่าน นายกรัฐมนตรีเอาใจใส่ในเรื่องของการที่จะพยายามหาตลาดใหม่ ๆ ในเรื่องของการส่งออก ข้าวหรือผลผลิตหลายชนิดทางการเกษตร ผมเองชื่นชมมากนะครับ แต่ว่าท่านครับวันนี้ ในมาตรการทั้งหลายที่ท่านดำเนินการอยู่นี่นะครับ ดูเหมือนกับว่ามันจะชักช้าแล้วก็ จะไม่ทันสถานการณ์ แล้วในช่วงระยะเวลา ๑-๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาในเรื่องของราคาข้าว โดยเฉพาะราคาข้าวมีการตกต่ำลงเป็นอันมากไม่น่าเชื่อ ผมเองตั้งแต่เป็นผู้แทนราษฎรมา เคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อประมาณเดือนเศษที่ผ่านมานั่นคือระยะเวลา ๓ วัน ราคาข้าวเปลือก ของพี่น้องเกษตรกรข้าวเปลือกเจ้าหล่นลงมาตกตันหนึ่ง ๒,๐๐๐ บาท ผมนี่ใจหายมากแล้ว ผมก็คิดว่าเหตุการณ์อย่างนี้จะเป็นอุบัติเหตุที่นาน ๆ ครั้ง แต่ที่ไหนได้ถัดมาอีกเดือนกว่า ก็คือในเวลานี้ละครับไม่น่าเชื่อว่าในเรื่องของราคาแบบนั้น ราคาข้าวที่ตกต่ำขนาดนั้นได้เห็นอีก เพราะฉะนั้นแล้วส่วนตรงนี้มันก็ต้องเป็นความรับผิดชอบของทางรัฐบาลในส่วนที่รัฐบาลทำดี ผมก็ต้องขอชื่นชมว่าท่านพยายามที่จะหาตลาด แล้วผมก็คาดการณ์ได้ว่ารัฐบาลคงพยายาม ต้องเตรียมพร้อมอยู่แล้วในเรื่องของการที่จะรับมือกับราคาทั้งหลายที่จะตกต่ำ เพราะเรา ก็ทราบกันดีอยู่ว่าเมื่อปี ๒๕๖๖ และปี ๒๕๖๗ นั้น ราคาข้าววิ่งขึ้นไปสูง ราคาข้าวเปลือก ของชาวนา ข้าวเปลือกข้าวเจ้าขึ้นไปถึง ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๓,๐๐๐ บาทต่อตัน แล้วก็ถ้าเปรียบ เป็นข้าวสารในตลาดโลกราคาข้าวไทยก็วิ่งขึ้นไปถึง ๖๐๐ กว่าเหรียญ แต่ว่ามา ณ เวลานี้ อินเดียได้ประกาศ แค่ประกาศเมื่อปลายเดือนกันยายน ๒๕๖๗ ว่าจะส่งออกข้าวเท่านั้น ในวันนั้นราคาได้ลดลงต่ำมาวันเดียวในวันที่ ๒ ตุลาคมถึง ๑๑ เปอร์เซ็นต์ จาก ๖๐๐ กว่าเหรียญ ต่ำลงมา ถือว่าวันนั้นเป็นวันที่มีการลงของราคารุนแรงที่สุด แล้วก็ถือว่าต่ำที่สุดรอบ ๑๕ เดือน เพราะฉะนั้นแล้วผมเองก็อยากจะสอบถามรัฐบาลว่าเมื่อท่านเห็นราคาข้าวเปลือก เป็นอย่างนี้แล้วนะครับ ท่านมีมาตรการอย่างไรที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ผมขออนุญาต ถามโดยทั่วไปอย่างนี้ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ เชิญท่านรัฐมนตรี คำถามที่ ๑ ครับ🔗

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

เรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ โดยเฉพาะท่านนพพล เหลืองทองนารา ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทยจังหวัดพิษณุโลก ผม นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านพิชัย นริพทะพันธุ์ เนื่องจากท่านเดินทางไปราชการที่สหรัฐอเมริกา ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า ผลผลิตข้าวไทยในปี ๒๕๖๗/๒๕๖๘ ปริมาณข้าวของเรานั้นเพิ่มขึ้น ๑.๓๘ ล้านตัน เป็น ๓๔.๘๗ ล้านตัน เพิ่มขึ้นมาประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์ด้วยกันจากปีที่แล้ว ซึ่งข้าวนาปีก็อยู่ ประมาณ ๒๗ ล้านตัน ช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวอยู่ระหว่างเดือนตุลาคมและธันวาคม ข้าวนาปรัง ปริมาณ ๗.๘๖ ล้านตัน ช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน ข้าวปีที่ผ่านมา ที่มีการเก็บเกี่ยวไปไม่ว่าจะเป็นข้าวหอมมะลิ ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวปทุมธานี ขณะนี้ออกสู่ ตลาดหมดแล้ว ราคาที่ผ่านมาไม่มีปัญหาถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีด้วยกัน เพราะรัฐบาลมีมาตรการ ในการรักษาเสถียรภาพราคาของเกษตรกร โดยเฉพาะไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสถาบันเกษตรกร ค่าเก็บเกี่ยว ตลอดจนการชะลอการขายของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งราคาอยู่ในที่พอใจนะครับ ขณะนี้จะเป็นข้าวนาปรังออกสู่ตลาด ซึ่งก็คงจะออกในช่วงนี้ปรากฏว่าราคา ณ วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ข้าวเปลือกหอมมะลิเฉลี่ยอยู่ประมาณ ๑๖,๐๐๐ บาทต่อตัน เพิ่มขึ้นจาก ปีที่แล้ว ๑๔,๘๑๐ บาทต่อตันบวกขึ้นมา ๘ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน ข้าวเปลือกเหนียวเฉลี่ย ๑๓,๐๐๐ บาทต่อตันอยู่ในภาวะที่ทรงตัว ข้าวเปลือกปทุมธานีเฉลี่ยอยู่ที่ ๑๒,๖๕๐ บาท ปรับตัวลดลงจากเดิม ๑๔,๔๕๐ บาท ลดลงมา ๑๒ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน ส่วนข้าวเปลือกเจ้า อันนี้ลดลงมาเยอะ ตอนนี้ราคาอยู่ประมาณ ๘,๙๐๐ บาทต่อตัน ปรับลดลงมาจากเดิม ๑๒,๙๕๐ บาทต่อตัน ลดลงมาถึง ๓๑ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน เรียนอย่างนี้ครับว่าสาเหตุที่มี การปรับตัวลดลงมาประเด็นสำคัญก็คือในปีที่แล้วประเทศอินเดียนั้นซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าว รายใหญ่มีมาตรการการห้ามส่งออกข้าวขาวที่ไม่ใช่ข้าว Basmati ทำให้ปริมาณการส่งออก ข้าวของอินเดียลดลงประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ จาก ๑๓ ล้านตันในปี ๒๕๖๕ เหลือเพียง ๑๑ ล้านตันเศษ ซึ่งทำให้ Supply ในตลาดโลกนั้นลดลง และประเทศที่อินเดียนั้นส่งข้าว ก็จะมีอิรัก ฟิลิปปินส์ โมซัมบิก แคเมอรูน หันมาซื้อข้าวไทย ส่งผลให้ข้าวเปลือกของไทย ในปี ๒๕๖๗ นั้นมีราคาเฉลี่ยที่สูงขึ้น ปัจจุบันประเทศอินเดียนั้นกลับมาส่งออกข้าวตามปกติ ส่งผลให้ข้าวในตลาดโลกนั้นปรับตัวลดลงทันที โดยปัจจุบันนั้นวันที่ ๒๙ มกราคม ข้าวเจ้า เฉลี่ยอยู่ที่ ๘,๙๐๐ บาทต่อตัน ซึ่งถือได้ว่าถ้าเทียบกลับไปในปี ๒๕๖๗ ถือว่าลดลง แต่ถ้า เทียบกลับไปในปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ก็ดี ซึ่งอินเดียนั้นส่งออกข้าวตามปกติก็อยู่ในเกณฑ์ ที่ใกล้เคียงกันนะครับ ถึงอย่างไรก็ตามแต่กระทรวงพาณิชย์ก็ให้ความสำคัญและเป็นห่วง เราได้จัดโครงการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก โดยจะมีแหล่งการซื้อขายข้าวเปลือกระหว่างเกษตรกร กับผู้ประกอบการทำให้เกษตรกรนั้นมีช่องทางเลือก และมีอำนาจในการขายสินค้าเกษตร ให้ได้ราคาสูงขึ้น อีกทั้งจะทำให้เกษตรกรนั้นได้รับความเป็นธรรมในด้านราคา การชั่งน้ำหนัก และการตรวจสอบคุณภาพสินค้า ในส่วนของผู้ประกอบการที่จะเข้าไปซื้อข้าวเปลือกก็จะเกิด การแข่งขันที่เป็นธรรม แล้วการเจรจาจะดึงราคาข้าวเปลือกให้สูงขึ้นมาอย่างน้อย ๑๐๐ บาท ในจุดที่รับซื้อต่าง ๆ ซึ่งมีเป้าหมายทั้งหมด ๓๐ ครั้งด้วยกัน ผลการดำเนินการที่ดำเนินการ ผ่านมาเดือนมกราคมจัดตลาดนัดข้าวเปลือกไปแล้ว ๒๙ ครั้งใน ๒๒ จังหวัดด้วยกัน โดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจัดตลาดนัดข้าวเปลือกไป ๒ ครั้ง ระหว่างวันที่ ๑๗-๒๑ มีนาคม ที่ท่าข้าวเทพประสิทธิ์ และวันที่ ๒๔-๒๘ มีนาคม ที่ท่าข้าวสมถวิล นอกจากนี้รัฐบาล ยังได้สนับสนุนค่าบริหารจัดการพัฒนาคุณภาพผลผลิตการเกษตรสำหรับผู้ปลูกข้าว หรือที่เรารู้กันดีค่าเก็บเกี่ยว รัฐบาลได้มีมติไปวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๗ อนุมัติค่าเก็บเกี่ยว หรือค่าพัฒนาคุณภาพ ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ไร่ต่อครอบครัว ซึ่งตอนนี้ก็เบิกจ่าย ไปแล้วถึง ๔.๔๖ ล้านครอบครัวด้วยกัน คิดเป็น ๙๔ เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ขึ้นทะเบียนไว้นะครับ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการ แล้วเราก็ติดตามราคาข้าว ณ ปัจจุบันนี้มาโดยตลอดนะครับ กำลังหาวิธีในการแก้ไขปัญหาข้าวนาปรัง ซึ่งพี่น้องประชาชนก็เสนอเงื่อนไขมาหลายประการ ด้วยกัน ซึ่งในสิ่งนี้อยู่ที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์กำลังพิจารณานะครับ และนำเข้าสู่คณะกรรมการบริหารจัดการข้าวแห่งชาติต่อไปนะครับ ก็ขอกราบเรียนเบื้องต้น ไว้เท่านี้ก่อนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ เชิญท่านนพพล คำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบขอบพระคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูงครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก คนพรหมพิรามครับ ท่านรัฐมนตรี ผมเองต้องขอบพระคุณในคำตอบของท่าน แต่ว่าผมเองก็รู้สึกเสียใจบ้าง ต้องใช้คำว่า บ้าง เหตุผลที่บอกว่าบ้างก็เพราะว่ามีในส่วนที่ท่านพยายามที่จะช่วยสนับสนุนเกษตรกรไทยนั้นมี ผมก็ยอมรับเราก็เห็นกันอยู่ว่าท่านตั้งใจ รัฐบาลตั้งใจ แต่ในส่วนของมาตรการท่านครับ สิ่งที่ท่านบอกมาว่าข้าวเปลือกเจ้าตอนนี้ตกแล้วราคาตันหนึ่ง ๘,๙๐๐ บาท ๘,๙๐๐ บาทนั้น มันเป็นข้าวแห้งเสียมากกว่านะครับท่านรัฐมนตรี เพราะว่าราคาข้าว ณ เวลานี้ ผมขอใช้ คำว่า ณ เวลานี้ดีกว่านะครับ ข้าวราคาของไทยตกอยู่แล้วที่ประมาณ ๔๓๔-๔๓๘ เหรียญดอลลาร์ อันนี้คือราคาข้าวสารนะครับ แต่ว่าราคาข้าวสารที่ซื้อขายกันตอนนี้ ๔๓๔ อะไรนี่นะครับ ถ้าหวนกลับมาแล้วแปลกลับมาก็เป็นข้าวเปลือก เป็นข้าวสารก่อนแล้วก็มาเป็นข้าวเปลือก อะไรพวกนี้นะครับ สรุปแล้วบัญญัติไตรยางค์มีเทียบครับนั่นก็คือเท่ากับข้าวประมาณ ๘,๙๐๐ บาทถึง ๙,๑๐๐ บาทต่อตัน แต่เป็นข้าวแห้ง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่อย่าลืมนะครับ ท่านรัฐมนตรีครับว่าปัจจุบันนี้ไม่มีชาวนาคนใดหรอกครับที่จะเอาข้าวแห้งหรือข้าวความชื้น เพียง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ไปขายกับโรงสีนะครับ ไม่มีที่ตากสำหรับข้าวชาวไร่ชาวนาแล้ว ณ เวลานี้ เพราะฉะนั้นราคาจริง ๆ สำหรับตอนนี้ถ้าราคาข้าวแห้ง ๘,๙๐๐ บาท ตกแล้วจะเหลือราคา ข้าวสดที่พี่น้องเกี่ยวออกมาก็คือประมาณนี้ละครับ ๗,๐๐๐ ๗,๒๐๐ บาท ซึ่งราคานี้ ท่านบอกว่าราคา ๘,๙๐๐ บาท ถ้าเปรียบเทียบกับปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๔ เป็นราคาพอ ๆ กัน ผมไม่เถียงครับ แต่ท่านอย่าลืมนะครับปัจจัยในการผลิตของข้าวในปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ไม่ว่าจะปุ๋ย ไม่ว่าจะอย่างอื่นมันแพงเท่านี้หรือไม่ ผมเองก็อยากจะให้ท่านลองเปรียบเทียบดู แต่อย่างไรก็แล้วแต่ว่ากันตามตรงเถอะนะครับ มาตรการทั้งหลายที่ท่านรัฐมนตรีบอกมานั้น มันเป็นมาตรการที่กว่าชาวนาจะได้รับผลอานิสงส์ตรงนั้นต้องใช้เวลาอีกมากพอสมควร เพราะฉะนั้นผมอยากจะขอสอบถามท่านชัด ๆ ลงไปเลยนะครับ เพราะเมื่อสักครู่นี้ผมก็บอก แล้วว่าเป็นการถามมาตรการโดยทั่ว ๆ ไป เพราะฉะนั้นในการลุกขึ้นมาครั้งที่ ๒ ของผม ผมขอถามถึงมาตรการที่รัฐบาลจะดำเนินการในเรื่องของข้าว ในเรื่องของมัน เอาข้าวอย่างเดียว ก่อนก็ได้ครับ ในเรื่องของข้าวอย่างไรผมขอความชัดเจน ความชัดเจนนั้นก็คือความชัดเจน ทั้งมาตรการที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนะครับ และความชัดเจนในเรื่องของ วันเวลาที่พี่น้องได้รับอานิสงส์ในมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลจะออกมา เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ มันเป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องเร่งด่วน แล้วว่ากันตามตรงนะครับ ผมบอกตามตรงว่าในวันที่ ๒ ตุลาคมเป็นวันที่ราคาข้าวในตลาดโลกตกต่ำลงมาที่สุดในรอบ ๑๕ เดือน ผมว่ารัฐบาลน่าจะรู้แล้ว แล้วน่าจะเตรียมการตั้งแต่ ณ บัดนั้น แล้วมาถึงตอนนี้พอราคาข้าวตกต่ำลงมาอีกทีหนึ่ง รัฐบาลควรจะเอามาตรการที่ได้เตรียมไว้แล้วออกมาใช้ในทันที ผมไม่ค่อยเห็นด้วยถ้าจะมีการ มาประชุมกันอีก ประชุมเพื่อหาข้อมูลจำนวนปริมาณไม่ว่ากันครับ แต่ว่าถ้าจะมาประชุมกัน เรื่องการกำหนดมาตรการผมว่าจะชักช้าไป เพราะฉะนั้นผมเองก็อยากจะสอบถามทาง ท่านรัฐมนตรีในการลุกมาครั้งนี้ว่ามาตรการที่รัฐบาลจะช่วยพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าว ที่เป็นปัจจุบันทันด่วน ผมขอความชัดเจนทั้งในเรื่องของระเบียบในเรื่องของกฎเกณฑ์ ในมาตรการ แล้วก็ระยะเวลาที่พี่น้องประชาชนผู้ปลูกข้าวจะได้รับอานิสงส์จากมาตรการ ช่วยเหลือทางครั้งนี้ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี คำถามที่ ๒🔗

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธานผ่านไปยังท่านนพพล เหลืองทองนารา เรียนอย่างนี้ครับว่าในส่วนของมาตรการ ในส่วนของการดูแลข้าวนาปรัง ซึ่งในอดีตที่ผ่านมานั้นเรียนว่ารัฐบาลทุกยุคจะดูแลในข้าวนาปี เป็นหลัก ส่วนข้าวนาปรังนั้นถือเป็นการปลูกครั้งที่ ๒ รัฐบาลจะเอาถัวเฉลี่ยรายได้จากข้าวนาปี ไปดูแลในส่วนของข้าวนาปรัง ซึ่งในอดีตไม่เคยมีมาตรการอะไรในการดูแล ในครั้งนี้พี่น้อง เกษตรกรเรียกร้องมาหลายประการด้วยกัน เช่น การประกันราคาที่ขึ้นมาขอประกันราคา ๑๑,๐๐๐ บาทบ้าง ๑๒,๐๐๐ บาทต่อตันบ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้อยู่ระหว่างกรมการค้าภายในกำลัง พิจารณาถ้าเห็นดีอย่างไรก็จะเสนอต่อ นบข. คณะกรรมการนโยบายข้าวและบริหารจัดการ ข้าวแห่งชาติต่อไป ซึ่งผมกราบเรียนครับว่าสำหรับกรมการค้าภายในนั้นอยู่ในกำกับดูแลของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์โดยตรงอยู่ระหว่างการหารือ ซึ่งผมเองนั้นคงไม่ สามารถก้าวล่วงไปตอบว่าได้ดำเนินการไปแล้วแค่ไหนเพียงใดนะครับ ส่วนของค่าเช่าที่พื้นที่ รับน้ำซึ่งจะต้องปลูกข้าวเร็วขึ้น แต่ปรากฏว่าไม่สามารถที่จะปลูกได้เร็วขึ้นมีผลกระทบจาก ห้ามการเผาซางข้าวนะครับ ในคำร้องขอของพี่น้องเกษตรกรของพระนครศรีอยุธยาก็ดี เรียนอย่างนี้ว่าการดำเนินการมาตรการหนึ่งก็อาจจะมีผลกระทบต่อมาตรการอื่น การแก้ไข ปัญหา PM2.5 นั้นห้ามเกษตรกรเผาโดยเป็นประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ดี ประกาศของกระทรวงพาณิชย์ก็ดี หรือคำนึงถึงสุขภาพของพี่น้องประชาชนนะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ผลกระทบก็กลับไปยังพี่น้องเกษตรกรซึ่งทำให้การหมักของฟางข้าวนั้น หมักไม่ทันเวลาในฤดูที่มีพื้นที่รับน้ำซึ่งมีผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกร ในส่วนตรงนี้กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ก็ดี กระทรวงมหาดไทยก็ดี ซึ่งเป็นผู้ออกประกาศกำลังพิจารณาในส่วน ของการชดเชยต่าง ๆ ก็ขออนุญาตกราบเรียนเบื้องต้นไว้เพียงเท่านี้นะครับ ส่วนถ้าท่านมี มาตรการอะไรในระหว่างช่วงนี้กรมการค้าภายในกำลังพิจารณาอย่างเร่งด่วนเพื่อนำเสนอต่อ นบข. พิจารณาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรโดยตรงก็สามารถนำเสนอได้เป็นหนังสือบ้างก็ได้ ทราบว่าจังหวัดพิษณุโลกมีหนังสือยื่นที่กระทรวงพาณิชย์ในวันนี้ ซึ่งผมเองก็จะลงไปดูว่าท่าน ต้องขออะไร แล้วเราสามารถดำเนินการได้แค่ไหนเพียงใดครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนพพลเชิญคำถามที่ ๓ ครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

ขอบพระคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูงครับ ผมเองในการถามครั้งนี้เป็นการถามในฐานะที่ถามในนามตัวแทนของ เกษตรกรพี่น้องทั่วประเทศครับ พิษณุโลกก็เป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยเท่านั้นนะครับ ผมเองก็ไม่ได้ที่จะเอาแต่พิษณุโลกอย่างเดียวนะครับ เพราะผมแล้วก็ผู้แทนของ สส. เพื่อไทย มีอยู่ทั่วประเทศพวกเราทุกคนทั้ง ๑๕๐ กว่าชีวิตที่เป็น สส. ของเพื่อไทยนั้นเราวิตกมากเรา นั่งคุยกันนะครับ ผมเองเสียดายที่วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็คือท่านพิชัย นริพทะพันธุ์ ท่านติดราชการที่สหรัฐอเมริกา เพราะผมเองจริง ๆ แล้วผมอยากจะถาม โดยตรงกับท่านรัฐมนตรีว่าการท่านพิชัยมากนะครับ เพราะว่าที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องมัน เรื่องข้าวหลาย ๆ เรื่อง ตั้งแต่ท่านพิชัย นริพทะพันธุ์ ท่านมารับตำแหน่งท่านแทบจะไม่ได้เว้น ว่างเลยในการไป Roadshow ในเรื่องของสินค้าพยายามเอาสินค้าไปขายไปอะไรนะครับ ผมเองต้องขอบคุณท่านมาก แต่องคาพยพทั้งหลายรัฐมนตรีว่าการคนเดียวคงจะทำอะไรมาก ไม่ได้หรอกครับ แล้วยิ่งเรื่องของราคามันเกี่ยวข้องกับตลาดโลก แต่ว่าในเมื่อเป็นอย่างนั้นแล้ว มาตรการที่อยู่ภายในของเราที่เราจะสามารถช่วยได้ จริงอยู่ครับในการช่วยเหลือชาวไร่ชาวนา เราช่วยเหลือแต่เฉพาะข้าวนาปีไม่เคยมีการช่วยเหลือพี่น้องในเรื่องของข้าวนาปรัง แต่การ ปลูกข้าวของพี่น้องนั้นถ้าให้พี่น้องได้ปลูกเพียงฤดูเดียว ๑ ปีมีรายได้ครั้งเดียว ผมทำใจกัน ไม่ได้หรอกครับที่จะให้พี่น้องมีรายได้เท่านั้น เพราะฉะนั้นแล้วผมเองก็จะขอถามทิ้งท้าย ไว้เหมือนเดิมนะครับ ต้องการที่จะทราบมาตรการแม้ว่าท่านบอกแล้วว่าท่านไม่มีอำนาจ ในการตอบ แต่ผมก็ขอจะพูดย้ำต่อไปว่ามาตรการที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าว มัน หรือแม้แต่หอมแดงของจังหวัดศรีสะเกษมีเพียงแค่แสนตันเท่านั้น ผมอยากให้ทาง หน่วยงานที่รับผิดชอบ กระทรวงที่รับผิดชอบได้ดำเนินการ แล้วท่านครับถ้าวันนี้เรายังไม่มี มาตรการในการที่จะช่วยเหลือรองรับสถานการณ์ของราคาข้าวแล้วนี้นะครับ ในอนาคตอันใกล้นี้อย่าลืมว่าวันนี้อินเดียยังไม่ส่งออกข้าวเหมือนอย่างเดิมที่เคยส่ง ถ้าเมื่อไร ที่อินเดียเขาส่งออกข้าวตามเดิมจะเป็นอย่างไร แล้วเวียดนามยอมหรือเวียดนามก็ไม่ยอม เพราะได้ข่าวมาเมื่อวานนี้ว่าทางผู้ส่งออกข้าวของไทยได้มีการพูดคุยกันว่าเวียดนามจะทำการ ลดราคาข้าว ๕ เปอร์เซ็นต์ลงมาอีกประมาณ ๓๐ เหรียญ นั่นเป็นราคาที่ไม่น้อยนะครับ ปรึกษาหารือเมื่อวานนี้ผมยังพูดในที่ประชุมว่าตอนนี้ราคาข้าวเปลือกนี้นะครับ ราคาข้าว กข. ของพี่น้องไทยนี้วันนี้ราคาประมาณ ๗,๐๐๐ เดี๋ยวสิ้นเดือนอาจจะได้เห็นราคา ๖,๐๐๐ แต่พอเห็นสภาพอย่างนี้แล้วอาจจะเป็นพรุ่งนี้ มะรืนก็ได้ที่อาจจะได้เห็นราคา ๖,๐๐๐ เพราะฉะนั้นผมเองอยากจะให้รัฐบาลได้เตรียมพร้อมตอนนี้และอีกอย่างหนึ่งสิ่งที่ดี ของเรามีอยู่อย่างเดียวตามที่ท่านบอกก็คือว่าข้าวหอมมะลินั่นผมยอมรับครับว่าราคาไม่ตกลงเลย แต่เรื่องของข้าวอายุสั้นท่านครับกรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว ศูนย์ข้าว ศูนย์วิจัยข้าว ผมอยากให้ท่านแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในกระทรวงพาณิชย์ก็ตาม แต่ว่าทั้งหลายทั้งสิ้นมันเป็น องคาพยพที่จะทำให้การทำราคาของกระทรวงพาณิชย์นั้นไปได้ จริงอยู่ท่านไม่ได้คุมตรงนั้น แต่ว่าตรงนี้มันต้องมีการบูรณาการแล้วก็ต้องมีการบูรณาการกันอย่างจริงจัง ปล่อยไว้อย่างนี้ ไม่ได้ แล้วนอกจากอินเดียแล้วท่านอย่าลืมนะครับว่าปากีสถานก็หยุดส่งข้าวแล้วตอนนี้เริ่มส่ง ข้าวหรือยัง เริ่มแล้ว อินโดนีเซียเคยสั่งข้าวของไทยไม่ว่าจะเป็นข้าว ๕ เปอร์เซ็นต์ หรือข้าว อื่น ๆ ถึง ๑ ใน ๔ ของปริมาณส่งออกข้าวไทย วันนี้นอกจากจะลดปริมาณแล้ว แล้วก็จะเริ่ม ส่งออกด้วยซ้ำพม่ามีการส่งออกแล้ว กัมพูชาส่งออกแล้ว ข้าวพม่าเขาค่อนข้างจะมีระเบียบ ของเขามากคุมเข้มมากในเรื่องของพันธุ์ของเขา ข้าวเขาเม็ดสวยเขาไม่ยอมให้ข้าวสายพันธุ์อื่น มาผสม ของเราล่ะเรามีคุณภาพอยู่แล้ว มีเอกลักษณ์เป็นสิ่งที่คนต่างชาติต่างภาษาจดจำมาก ข้าวหอมมะลิไทย อย่าทำให้เขาได้จากได้ลืม สิ่งใดที่ทำให้ข้าวไทยนั้นพัฒนาได้เร่งหน่อยเถอะครับ ผมไม่สนใจหรอกครับว่าตำแหน่งที่ ๑ จะเป็นอย่างไร แต่ผมสนใจว่าวันนี้ข้าวไทยราคาจะเป็น อย่างไร พี่น้องเกษตรกรจะอยู่ได้ไหมมากกว่า ขอเถอะครับ ช่วยพี่น้องเกษตรกรเป็นการ เร่งด่วนจากความหวังดีของพวกเรา สส. ทั้ง ๕๐๐ คน ขอบพระคุณมากครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ครับ🔗

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

เรียนท่านประธานสภาไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เรียนอย่างนี้ครับว่ารัฐบาลไม่มีเจตนา จะให้พี่น้องเกษตรกรนั้นปลูกข้าวนาปรังอย่างเดียว เราสนับสนุนให้พี่น้องเกษตรกรปลูกข้าว นาปีแล้วพื้นที่ไหนที่มีน้ำเพียงพอก็ให้เกษตรกรนั้นมีโอกาสปลูกข้าวนาปรังถือได้ว่าเป็นการ เพิ่มรายได้ โดยเรามุ่งเน้นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในข้าวนาปีนั้นเป็นหลักก็เรียนอย่างนี้ แล้วกัน ส่วนข้าวนาปรังที่ราคาตกต่ำนั้นก็เรียนว่ากระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายใน ไม่นิ่งนอนใจนะครับ ตอนในระหว่างนี้กำลังรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อนำเสนอในการ ช่วยเหลือข้าวนาปรังสู่คณะกรรมการนโยบายข้าวและบริหารจัดการข้าวแห่งชาติอยู่ ในส่วน ของมันที่ท่านพูดถึงเรียนอย่างนี้ว่าในปีนี้มันเส้นก็ตกต่ำยอมรับว่าจริงนะครับ เพราะส่วนใหญ่นั้น เราส่งมันเส้นไปยังประเทศจีนเป็นหลักซึ่งไปทำเอทานอลทำพลังงานเชื้อเพลิง ปรากฏว่า ประเทศจีนในอดีตเคยซื้อเราปีละ ๖ ล้านตัน ๔ ล้านตันบ้างในแต่ละปี ปีนี้เหลืออยู่เพียง ๓ ล้านตันเท่านั้นเอง เนื่องจากประเทศจีนนั้นผลิตข้าวโพด GMO ขึ้นมา ซึ่งทำให้ปริมาณนั้น สูงขึ้นถึง ๓๐๐ ล้านตัน และสามารถไปผลิตเอทานอลได้ ทำให้การซื้อมันเส้นจากประเทศไทยนั้น น้อยลงนะครับ รัฐบาลก็ได้พยายามช่วยเหลือติดตั้งจุดรับซื้อ ช่วยค่าขนส่ง และพยายามทำ ตลาดเพิ่มขึ้นในปี ๒๕๖๘ และจะพยายามทำให้ราคาของมันนั้น โดยเฉพาะมันเส้นไม่ตกต่ำ นี่คือเป้าหมายที่รัฐบาลนั้นรับปัญหาของพี่น้องประชาชนมาและพยายามแก้อย่างเต็มที่ครับ ในส่วนของข้อเสนอแนะต่าง ๆ ผมรับไว้แล้วก็จะนำไปประกอบเรื่องในการพิจารณาของ กรมการค้าภายในของกระทรวงพาณิชย์อีกครั้งหนึ่งครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เป็นอันว่าจบ กระทู้ถามสดที่ ๒ นะครับ ต่อไป🔗

๓. นายกัณวีร์ สืบแสง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามสด เรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจสำคัญ จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงมหาดไทย คุณธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เป็นผู้ตอบแทนตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยมาพร้อมแล้ว ผมขอเชิญคุณกัณวีร์ครับ🔗

นายกัณวีร์ สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ท่านประธาน ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ที่วันนี้ท่านมาตอบกระทู้ถามสด ด้วยตัวท่านเองนะครับ จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องสำคัญครับท่านประธานในเรื่องเกี่ยวกับ Call Center Programmer และรวมถึงการค้ามนุษย์ด้วย อันนี้เมื่อวานนี้เราเห็นว่าเป็นความ พยายามและการผลักดันจริง ๆ ของคณะรัฐมนตรี โดยสภาความมั่นคงแห่งชาติและ คณะรัฐมนตรีทุกท่านที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงในการที่เรามีการตัดไฟ ตัดน้ำมัน รวมทั้ง โทรคมนาคมสัญญาณต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ดีในการที่ประเทศไทยเราได้มีจุดยืนที่ชัดเจนในการที่ จะจัดการเผชิญหน้ากับกระบวนการต่าง ๆ ที่เป็นธุรกิจสีดำ สีเทาตรงนี้อย่างชัดเจน อันนี้ จริง ๆ ขออนุญาตถ้ามีสไลด์ออกมาจะขอรูปภาพก่อนนะครับว่า🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกัณวีร์ สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ

การตัดไฟเป็นรูปภาพเลยนะครับ การตัดไฟต่าง ๆ อันนี้คือชเวโกะโกเป็นตรงข้ามกับอำเภอแม่สอด จังหวัดตากของเราตอน ก่อนที่จะตัดไฟนะครับ ไปเรื่อย ๆ รูปถัดไปเลยครับ อันนี้ตอนที่ยังไม่ตัดนะครับ ถัดไปครับ ถัดไปครับ สว่างไสว พอตัดไฟแล้วรูปเป็นอย่างไรครับ นี่คือรูปภาพจากเมื่อวานนี้ ชเวโกะโกเป็นพื้นที่ Call Center กาสิโน Scammer ที่เป็นพื้นที่ที่เขาบอกว่ามีการค้ามนุษย์ อยู่ก็ยังสว่างอยู่ แต่อย่างน้อยก็ลดลงไป ลดลงไปเยอะจริง ๆ ต้องขอบคุณในจุดยืนของทาง รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีและรวมถึงคณะรัฐมนตรีต่าง ๆ ขอกลับไปที่เป็นรูปของน้ำมัน คือพอหลังจากตัดไฟเสร็จเมื่อเช้านี้ที่ผมได้รับข้อมูลมาจากคนในพื้นที่ก็จะเห็นว่ามีพี่น้อง ฝั่งตรงกันข้ามฝั่งที่เมียนมาได้เข้ามาในประเทศไทย เริ่มมีการตุนเสบียงโดยเฉพาะน้ำมันต่าง ๆ ข้ามแดนเข้ามามีทั้งประชาชนคนธรรมดา แล้วก็มีทั้ง Broker บริษัทนายหน้าต่าง ๆ เริ่มมา เก็บกักตุนน้ำมันเพื่อเอาไปใช้เรื่องเกี่ยวกับ Generator หรือเครื่องปั่นไฟในฝั่งตรงข้าม อันนี้ ที่อยู่ในประเทศไทยเข้ามาในฝั่งไทยนะครับ อันนี้เป็นสิ่งที่ดีก็คือเป็นตัวชี้วัดตัวหนึ่งที่ทำให้ เห็นว่ามันเป็นผลสัมฤทธิ์จริง ๆ ในเรื่องหนึ่งในการที่จะทำให้ฝั่งโน่นสะดุดไปในเรื่องเกี่ยวกับ Call Center เรื่องเกี่ยวกับ Scammer การค้ามนุษย์ต่าง ๆ หยุดไป แต่ท่านประธานครับ ขออนุญาตฝากเรียนท่านรัฐมนตรี ขอสไลด์แรกครับ คือกว่าที่ท่านจะมีการตัดสินใจได้ จริง ๆ แล้วผมเอาสั้น ๆ ตั้งแต่วันที่ ๒๑ มกราคม เอาวันที่ ๒๔ เลยดีกว่า วันที่ ๒๔ มกราคม เริ่มที่ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกมาพูดว่า การตัดไฟนั้นจริง ๆ แล้วมันถูกต้อง กฟภ. ได้มีการเซ็นสัญญาร่วมกับทางบริษัทในฝั่งเมียนมา บอกว่าจริง ๆ เราไม่ใช่มหาดพม่า เราคงไม่สามารถไปตัดไฟตัดน้ำได้เพราะเขาทำถูกต้องตาม กฎระเบียบต่าง ๆ ข้อสัญญาต่าง ๆ วันที่ ๒๔ แล้วก็มาเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ผู้ช่วยรัฐมนตรี ความมั่นคงของประเทศจีนเดินทางลงพื้นที่ จริง ๆ แล้วท่านรัฐมนตรีต่าง ๆ ไม่ทราบเรื่อง หรอกครับว่าเกิดอะไรขึ้น บอกว่าเป็นการประสานงานติดต่อกันระหว่างทางรัฐบาลจีนกับ ทางพื้นที่ แต่กับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอะไร ต่าง ๆ ไม่เกี่ยวข้อง วันที่ ๓๐ มกราคม สมช. ต้องยืนยันแหล่งการกระทำผิด อันนี้เป็นที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้บอกออกสื่อข่าวมา ท่านประธานครับ จนวันที่ ๔ ท่านนายกรัฐมนตรีโดยผ่านท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกตัดแน่ ไฟต่าง ๆ จะไม่มี เราจะไม่ให้สัญญาต่าง ๆ ๕ จุดที่เชียงรายผ่านไปท่าขี้เหล็ก ๒ จุด ที่แม่สอดผ่านไปเมียวดี ๒ จุด ที่กาญจนบุรีผ่านไปพะย่าโต้นซู ๑ จุด ๕ จุดตัดแน่นอน วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ เวลา ๙ โมงเช้า มีการทำพิธีกรรมต่าง ๆ ในการตัดไฟ ท่านประธานทราบไหมว่าตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคม เป็นต้นมา จนถึงวันที่ ๕ กุมภาพันธ์นั้น ผมได้เข้าไปช่วยเหยื่อของการค้ามนุษย์ที่ท่านประธาน ก็ทราบดีเนื่องจากว่ามีเอกอัครราชทูตมาพบท่านประธาน ผมได้สัมภาษณ์เหยื่อของการค้ามนุษย์ เหยื่อแต่ละคนบอกชัดเจนว่าเดือน ๑ เดือน เหยื่อการค้ามนุษย์จะต้องทำโควตาให้ได้ ประมาณ ๒๐,๐๐๐ U.S. Dollar สหรัฐหรือเป็นเทียบเท่าเงินไทยคือเดือนละต่อคน ๖๖๐,๐๐๐ บาทต่อวันคิดเป็นเฉลี่ยวันละที่เขาจะต้องทำยอดให้ได้ ๒๒,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคมจนถึงวันที่ ๕ กุมภาพันธ์รวมเป็นทั้งหมด ๑๓ วัน คิดเงินไปแล้วถ้าพูดตรง ๆ โลกเราใบนี้โดนพวกแก๊ง Scammer Call Center ต่าง ๆ เอาเงิน ไปทั้งหมดรวมเป็นคือจริง ๆ ตอนนี้มีคนที่เป็นเหยื่อประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน ผมเอาคร่าว ๆ สั้น ๆ แค่ ๑๐,๐๐๐ คนเท่านั้น ๑๓ วันที่ผ่านมาที่ท่านตัดสินใจโยนกันไปโยนกันมาว่าเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าท่านจะส่งไปให้ สมช. สุดท้าย สมช. หน่วยงาน ข้าราชการต้องรับผิดชอบในการเรียกประชุม ตัดสินใจส่งไปให้รองนายกรัฐมนตรีแล้วตัดไฟ ให้ได้ในวันที่ ๕ ๑๐,๐๐๐ คน เหยื่อที่อยู่ฝั่งโน่นที่เป็นพวก Scammer นี้ รวมกันแล้ว ๒,๘๖๐ ล้านบาท นี่คือ ๑๓ วันความล่าช้าในการตัดสินใจของรัฐบาลที่จะสั่งตัดไฟ ที่เป็นภัย ความมั่นคงต่อโลกใบนี้ไม่ใช่แค่ประเทศไทย การใช้ระยะเวลานั้นยาวนานมากเกินไป ทำให้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันกระทบต่อประเทศไทย อันนี้ค่าเสียหายจากการสั่งการของรัฐบาล ท่านประธานครับ ต้องขอประทานโทษที่ได้เอ่ยพูดได้นานพอสมควร เอาสไลด์ลงได้เลยนะครับ จริง ๆ แล้วก็อยากจะถามว่าหลังจากที่ประเทศไทย รัฐบาลไทยตัดสินใจที่ตัดไฟ ๕ จุด จากคู่สัญญากับประเทศเพื่อนบ้านในประเทศเมียนมา ท่านได้ประเมินหรือไม่ คำถามของผม ครับท่านประธานต่อท่านรัฐมนตรีธีรรัตน์ก็คือว่า ท่านได้ประเมินหรือไม่กับสิ่งต่าง ๆ ที่จะ เกิดขึ้น ท่านว่าท่านจะสามารถป้องกันแก๊งอาชญากรรมข้ามชาตินี้มันจะได้อย่างไรบ้าง ท่านว่าท่านสามารถตัดไฟตั้งแต่ต้นลมโดยการตัดไฟฟ้า ตัดน้ำมัน ตัดสัญญาณโทรศัพท์ ใช่หรือไม่ ท่านประเมินว่าจะมีผลกระทบอย่างไรบ้างกับเรื่องกระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้ และรวมถึงวันนี้ท่านประธานครับ ฝากท่านรัฐมนตรีช่วย ช่วยชี้แจงให้พวกเราทราบด้วย วันนี้วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยท่านพบกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง (Xi Jinping) ณ ปัจจุบันที่เราคุยกัน อยู่วันนี้ ท่านบอกได้ไหมครับท่านช่วยชี้แจงให้กับประชาชนทราบผ่านในสภาผู้แทนราษฎรนี้ ว่าท่านไปคุยอะไรกันเกี่ยวข้องกับเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ มีการป้องกันอย่างไรบ้างในเรื่องนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน คำถามแรกครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณคุณกรวีร์ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะครูและนักเรียนประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบ้านช่องแมว อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ซึ่งกำลังฟังประชุมอยู่ด้านบน ขอต้อนรับแล้วก็ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ เชิญครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย วันนี้ได้รับมอบหมายจากทางท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ให้มาตอบคำถามกระทู้ถามสดของทางท่าน สส. กัณวีร์ สืบแสง ที่เรียกได้ว่าท่านเองมีการติดตามในประเด็นในเรื่องของสิทธิมนุษยชนแล้วก็ การร่วมมือกับทางทุก ๆ ประเทศในการที่จะป้องกันแล้วก็ปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งในเรื่องนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยเองก็ไม่เคยที่จะหยุดทำงานแล้วก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ทำงานร่วมกันกับทุกภาคส่วนค่ะ จากที่ทางท่านกัณวีร์ได้สอบถามแล้วก็มีความกังวลว่า ในส่วนที่เราเองได้ดำเนินการตัดไฟไปแล้วเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา ที่ผ่านมา เราเองได้ประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากเหตุการณ์นั้นอย่างไรบ้าง ดิฉัน ขออนุญาตท่านประธานผ่านไปถึงท่านเพื่อนสมาชิกได้อธิบายในส่วนที่ทางการไฟฟ้าเองที่อยู่ ในความดูแลของกระทรวงมหาดไทยได้ทำงานมาต่อเนื่อง ในเรื่องประเด็นนี้ดิฉันก็จะนำเรียน ว่าเราเองได้เคยพูดคุยกันในเรื่องนี้ในหลาย ๆ ครั้ง ในหลาย ๆ เวที ในหลาย ๆ พื้นที่ เราได้ หยิบยกมาไม่ว่าจะเป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ แก๊ง Call Center แล้วก็ Scammer หรือแม้แต่สิ่งที่ผิดกฎหมายในเรื่องของยาเสพติดด้วยว่าทำ อย่างไรไทยจะสามารถป้องกันภัยคุกคามเหล่านั้นได้อย่างเบ็ดเสร็จแล้วก็มีประสิทธิภาพมาก ที่สุด ซึ่งสิ่งที่ทางเพื่อนสมาชิกรวมถึงภาคประชาชนได้สะท้อนขึ้นมาให้เห็นก็จะพบว่าจุดที่มา ของปัญหานี้มาจากพื้นที่ที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านของเรารอบ ๆ หลาย ๆ จุดของเราที่มีการ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งที่เป็นผู้ที่มีการผลิตด้วยนะคะ หรือแม้แต่การซ่องสุมกำลังด้วย หรือแม้แต่ เป็นจุดที่หลอกลวงคนมาจากทั่วโลกให้ไปอยู่ในจุดที่เป็นกองกำลังที่จะส่งต่อสิ่งที่เป็นการ หลอกลวงพี่น้องประชาชนออกไปทั่วประเทศ ฉะนั้นแล้วเราจะพบว่าในจุดนั้นคือพื้นที่ที่ใกล้ บ้านเรามาก ๆ นะคะ แล้วก็มาเกี่ยวพันกับในเรื่องของการที่เราได้สั่งจ่ายไฟหรือว่ามีการ ค้าขายไฟกับประเทศเพื่อนบ้านเหล่านั้น จึงเป็นที่มาที่พี่น้องประชาชนแล้วก็ท่านเพื่อน สมาชิกเองนั้นมีความสงสัยว่าไฟที่ส่งจากเมืองไทยนั้นจะนำไปส่งต่อเพื่อที่จะสนับสนุนในการ กระทำผิดของจุดต่าง ๆ ที่ดิฉันได้กล่าวไปหรือไม่ ดิฉันก็ต้องเรียนว่าทางการไฟฟ้าเองก็ได้ให้ ข้อมูลแล้วก็ได้ชี้แจงไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการแถลงข่าวในหลาย ๆ ครั้งว่าเราเองนั้นมีการ ทำสัญญาเป็นคู่สัญญากับทางผู้ซื้อไฟในบริษัทที่เป็นผู้รับสัมปทานจากประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นประเทศเมียนมาเองก็ตามที่เราเองนั้นมีสัญญากับเขาในจุดที่เราจะสามารถ ยกเลิกสัญญาได้นั่นก็คือในเรื่องของการผิดสัญญานะคะ ไม่ว่าจะเป็นการที่ไม่จ่ายค่าไฟต่าง ๆ การค้างชำระต่าง ๆ นะคะ แล้วก็ประเด็นที่สำคัญก็คือเป็นภัยต่อความมั่นคงนะคะ จึงเป็น ที่มาว่าเมื่อเราได้รับข้อมูลมาว่าไฟที่ถูกนำจ่ายไปในจุดต่าง ๆ นั้นอาจจะถูกไปสนับสนุน ในส่วนที่ผิดกฎหมายได้เราจึงได้มีการตรวจสอบ การไฟฟ้าเองก็ได้ทำงานร่วมกับทาง ป.ป.ส. ทำงานร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ทั้งทางฝั่งไทยแล้วก็ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน แล้วก็จนเป็นที่มา ในเรื่องของการฟ้องร้องที่อยู่ในคดีในศาลอยู่ในขณะนี้ด้วยนะคะ แล้วก็เมื่อประเด็นนี้ได้ถูก หยิบยกขึ้นมาเพื่อที่จะติดตาม ดิฉันเองนี่ละค่ะที่เป็นผู้ตอบกระทู้ถามสดทางเพื่อนสมาชิกว่า เราจะนำข้อมูลที่ได้รับนั้นไปติดตามแล้วก็ทำงานให้ได้คำตอบมาโดยเร็วที่สุด ได้มีการส่ง หนังสือจากกระทรวงมหาดไทยไปถึงหน่วยงานความมั่นคงต่าง ๆ เพราะว่าที่ท่านเองสงสัยว่า มันเกิดความเสียหายขึ้นตั้งแต่เราไม่ได้สั่งตัดไฟตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคมหรือว่าตั้งแต่ปีที่แล้ว ที่ผ่านมาเองก็ตามเราคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในหลาย ๆ ส่วนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของโรงพยาบาลแล้วก็บ้านเรือนของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ รวมถึงศาสนสถาน โรงเรียนที่เด็กนักเรียนที่เป็นชาวบ้านอยู่ในพื้นที่นั้นเขาจะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง อย่างที่ท่านเองก็ได้นำกล่าวถึงว่าเมื่อเราตัดไฟไปแล้วก็มีการกักตุนสินค้าจากฝั่งเรา การเข้ามา ในพื้นที่ประเทศไทยเพื่อที่จะนำสินค้าจากทางฝั่งไทยนั้นกลับเข้าสู่ประเทศของเขาไม่ว่าจะ เป็นเครื่องปั่นไฟหรือน้ำมัน ยกตัวอย่างเช่นว่านี้นะคะ ฉะนั้นแล้วก็ยังมีกลุ่มเปราะบางทีเรา เองจะต้องคำนึงถึง ดิฉันได้นำเสนอก่อนหน้านี้ไปว่าเพราะฉะนั้นการกระทำการใด ๆ ต้อง เป็นไปอย่างรอบคอบที่สุด เป็นไปด้วยคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมมากที่สุดนะคะ แล้วก็การที่ จะกระทบกับกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ ที่อาจจะได้รับผลกระทบตามมานั้น เพราะฉะนั้นเราก็ ทำงานขับเคลื่อนกันมาโดยตลอดจนเป็นที่มาที่ดิฉันได้กล่าวถึงวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็น ผลมาจากการที่เราเองได้ติดตามเรื่องนี้แล้วก็เป็นความห่วงใยขั้นสูงสุดของทางท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ว่าต้องเร่งจัดการในเรื่องนี้อย่าไปปัดความรับผิดชอบว่าจะเป็นของ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ของกระทรวงใด หน้าที่ของใคร แต่วันนี้ทุกคนต้องมานั่งประชุมกันแล้วก็หาทางออกร่วมกัน ฉะนั้นจึงเป็นมติในที่ประชุม สมช. ออกมาที่มีทางท่านรองนายกรัฐมนตรีภูมิธรรม เวชยชัย นั้นได้สั่งการไปว่าในเมื่อผล การพิจารณามีความชี้ชัดแล้วว่าการจ่ายไฟจากทางฝั่งไทยนั้นอาจจะถูกใช้ไปเพื่อ การสนับสนุนในการกระทำความผิดและเป็นภัยต่อความมั่นคงต่อประเทศชาตินะคะ ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารเองก็ได้มีดำริมาเลยว่าเราต้องดูแลพี่น้องประชาชนทางฝั่งไทยด้วย แม้ว่ามันจะไปกระทบกับกลุ่มพี่น้องประชาชนทางฝั่งเพื่อนบ้านของเรา แต่ถ้าหากว่าสิ่งที่เรา ส่งไปแล้วมันกลับมาถึงบ้านเรานี้เราก็จะต้องดูแลด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำได้ ในวันนี้แล้วก็จากการรับฟังความคิดเห็นจากนานาประเทศ ความห่วงใยไม่ว่าจะจากประเทศจีนเอง ที่ท่านบอกว่าวันนี้ทางท่านนายกรัฐมนตรีก็กำลังปรึกษาหารือกับทางท่านสี จิ้นผิง (Xi Jinping) อยู่ว่าเราได้คุยกันในประเด็นนี้หรือไม่ แน่นอนค่ะเป็นโอกาสที่สำคัญนะคะ เป็นช่วงเวลาที่เราจะต้องนำปัญหาขึ้นมาไว้บนโต๊ะแล้วก็ได้พูดคุยถึงแนวทางหาความร่วมมือ จากนานาประเทศร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีนเป็นประเทศที่มีความห่วงในเรื่องนี้มาก เพราะประชาชนของเขาเองก็ตกเป็นเหยื่อในเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราไม่นิ่งนอนใจ ในเรื่องนี้นะคะ ดังนั้นจึงเป็นที่มาตามที่ดิฉันกล่าวไว้ว่าเป็นมติของทาง สมช. ออกมาให้ได้ส่ง หนังสือถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่จะทำการตัดไฟแล้วก็ได้ตัดไฟในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ เราจะ พบจากทางข่าวสารว่าหลังจากที่ตัดไฟไปแล้วนี่ก็มีความวุ่นวายบ้างในส่วนของฝั่งนั้นที่จะต้อง เร่งหาในเรื่องของน้ำมันในการที่จะไปทำให้เขาได้มีไฟใช้ต่อในการที่จะใช้ประกอบกับเครื่อง ปั่นไฟที่เขาอาจจะได้เตรียมไว้แล้ว เพราะว่าก่อนหน้านี้ก็ต้องยอมรับค่ะท่านประธานว่าเรา เป็นห่วงสำหรับกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยที่มีอาการหนักอยู่ในโรงพยาบาลขณะนั้นถ้าหากว่าเรา ตัดไฟไปเลยนี่มันจะเกิด Effect ทันทีกับพวกเขา เพราะฉะนั้นเราจึงได้แจ้งก่อน เราจึงได้แจ้ง โรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยหนักอยู่ก่อนให้ได้นำผู้ป่วยหนักเหล่านั้นเข้ามารักษาในฝั่งไทยเราก็ยินดี ต้อนรับนะคะ แล้วเราก็ได้เตรียมบุคลากรทางการแพทย์เอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วด้วยสำหรับผู้ที่ เป็นผู้สูงอายุที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเองก็ตามหรือว่ามีความต้องการที่จะต้องใช้ เครื่องมือทางการแพทย์ใด ๆ ก็ตามเราก็ได้เตรียมการในส่วนนี้ไว้ เพราะฉะนั้นเราก็คิดว่าใน ความโกลาหลที่เกิดขึ้นจะเป็นผลกระทบในช่วงสั้น ๆ เพราะถ้าหากว่าเราติดตามข่าวสาร เราก็จะพบว่าในช่วงเย็นของวันเดียวกันทางฝั่งประเทศเพื่อนบ้านของเราก็สามารถที่จะจัดหา ไฟมาจากแหล่งอื่น ๆ ได้แทบจะครบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วด้วย เพราะฉะนั้นดิฉันก็คิดว่าในส่วน ที่เรากังวลกันก็เป็นเรื่องที่จะต้องนำมาพูดคุยแล้วก็หาทางแก้ไขให้ทุก ๆ คนนั้นสามารถที่จะ ดำรงตน แล้วก็ทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างดีที่สุดด้วย ดิฉันขออนุญาตเพิ่มเติมทางท่านกัณวีร์ ว่าในเวลานี้ทางท่านรองนายกรัฐมนตรีภูมิธรรม เวชยชัย ท่านเองก็อยู่จังหวัดตากที่แม่สอดแล้ว เพื่อที่จะดูหน้างานว่ามีสิ่งใดบ้างเป็นปัญหาที่ตามมาหลังจากที่เราดำเนินการตัดไฟไปนะคะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเตรียมกำลังคนที่สอดคล้องกับนโยบายจากทางภาครัฐบาล ในเรื่องของ Seal Stop Save การ Seal ชายแดนของเราที่เรามีการเตรียมการก่อนหน้านี้ อยู่แล้วว่าถ้าหากว่ามีปัญหาไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการลักลอบขนยาเสพติด การลักลอบ การค้ามนุษย์หรือว่าลักลอบการเข้าเมืองจากผลกระทบในการตัดไฟครั้งนี้ก็ตาม เรามี เจ้าหน้าที่ที่อยู่ตามชายแดนอยู่แล้วในทุก ๆ ภาคส่วน ขณะนี้ทางท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านภูมิธรรมพร้อมทั้งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการรวมถึงทางเลขา สมช. ก็อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ทางหน่วยทหารต่าง ๆ ทุกภาคส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับการป้องกันการรุกล้ำอนาธิปไตย ของไทยหรือแม้แต่ในเรื่องของความมั่นคงก็ได้ลงไปทำหน้าที่ของตนเอง ดิฉันก็คิดว่าในส่วนนี้ สามารถที่จะทำให้เราได้เห็นถึง Scenario ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแล้วก็การเตรียมการของเรานั้น ก็จะตอบโจทย์ที่ทางท่านเองเป็นกังวลให้ได้อย่างมากที่สุดด้วย ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณกัณวีร์ สืบแสง ถามเป็นครั้งที่ ๒ ท่านสามารถจะถามได้อีก ๒ ครั้ง ท่านยังมีเวลาเหลืออีก ๗ นาที ๓๖ วินาที เชิญครับ🔗

นายกัณวีร์ สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ขอบคุณครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับท่านรัฐมนตรี จริง ๆ แล้วเราน่าจะมีเวลาคนละ ๓๐ นาทีในเรื่องนี้ เพราะจริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็ขอขอบคุณที่ท่านให้คำชี้แจงกับทางสภาผู้แทนราษฎร ของเราและรวมถึงพี่น้องประชาชนด้วยว่าวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้ไปพบกับท่านสี จิ้นผิง (Xi Jinping) คงจะคุยเรื่องนี้กันว่าจะจัดการกัน อย่างไร เพราะเราต้องการความร่วมมือจากรัฐบาลจีนเกี่ยวกับการจัดการพวก Call Center พวกขบวนการค้ามนุษย์นี้อย่างแน่นอน เรื่อง Seal Stop Save ผมเชื่อมั่นครับว่าเราจำเป็น จะต้องมีการ Seal ชายแดนให้ได้ต้องเอาพื้นที่ต่าง ๆ เข้ามาแก้ไขปัญหา ท่านรัฐมนตรีก็ชี้แจง ออกมานะครับว่าจริง ๆ แล้วทำไมถึงใช้ระยะเวลานานถึง ๑๓ วันผมใช้แค่วันที่ ๒๔ มกราคม จนถึงวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ จริง ๆ แล้วครับท่านการที่เราใช้เวลา ๑๓ วันนั้นที่ผมพยายามจะ เสนอขึ้นไปก็คือว่ามันเป็นเวลาที่ทำให้ฝั่งโน้นนักธุรกิจเทาดำสามารถเตรียมความพร้อมได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปั่นไฟเองก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันต่าง ๆ เองก็ตามเขาสามารถทำได้ เตรียมได้ ตอนนี้ตั้งแต่ท่าขี้เหล็กไล่ลงมาเรื่อย ๆ ผมเชื่อมั่นครับว่าเขาเตรียมความพร้อม เราเห็นเมื่อวานนี้ เมื่อคืนนี้ก็ยังมีการดำเนินการกิจกรรมมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะ ตอนนี้ผมมีความกังวลในเรื่องเกี่ยวกับเหยื่อการค้ามนุษย์จริง ๆ เพราะว่าหลังจากที่เขาต้อง สะดุดเกี่ยวกับธุรกิจสีเทา สีดำของเขา การโทรศัพท์ไปหาคนทั่วโลกเพื่อจะเอาเงินเขามา เขาเริ่มมีการสะดุดเกิดขึ้นแต่ต้องผลักดันให้คนที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์นั้นต้องหาเงินมากขึ้น อันนี้ละครับที่เป็นปัญหาจริง ๆ เราจะทำงานกันอย่างไร ประเทศไทยเราเป็นประเทศ ทางผ่านครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีก็ชี้แจงออกมาว่าจริง ๆ แล้วเราไม่สามารถเข้าไป ทำอะไรต่าง ๆ ในอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้านได้ แต่ว่าประเทศไทยเราเป็นประเทศ ทางผ่านจริง ๆ ณ ปัจจุบันนี้ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีภูมิธรรมเดินทางลงไปในพื้นที่และ คณะผู้บริหารระดับสูงลงไป ผมเชื่อครับว่าวันนี้จะมีการปล่อยตัวเหยื่อของการค้ามนุษย์ ๖๑ คนออกมา วันนี้มีข่าวออกมาว่าช่วงบ่ายวันนี้ก็น่าจะมีการปล่อยตัว ท่านรองนายกรัฐมนตรี ก็คงจะไปรับ แต่ท่านประธานครับเราเห็นว่าตอนนี้เรามีเหยื่ออย่างน้อย ๖,๐๐๐ กว่าชีวิต กว่า ๒๕ สัญชาติ ที่ตกไปอยู่ในเงื้อมมือของขบวนการค้ามนุษย์พวกแก๊ง Call Center ต่าง ๆ เหล่านี้ วันนี้ถ้าสมมุติว่าการตัดไฟ ตัดน้ำมัน ตัดสัญญาณโทรศัพท์เป็นไปได้จริงสามารถยุติ พวก Call Center ต่าง ๆ ยุติขบวนการค้ามนุษย์ได้จริง ๆ เหยื่อแค่ ๖,๐๐๐ กว่าชีวิตจะเข้า มาในประเทศไทย แต่ ๖,๐๐๐ กว่าชีวิตนี่เป็นการประเมินขั้นต่ำที่สุดนะครับ เชื่อผมเป็นหลัก หลายหมื่นอาจจะถึงแสนที่เป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ บริเวณชายแดนนั้นท่านประธานครับ เป็นหน้าที่ของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนผ่านศูนย์สั่งการชายแดนตอนนี้ศูนย์สั่งการ ชายแดนที่อยู่ในมือของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องทำการถ้าสมมุติมีคนหลั่งไหลเข้ามา เป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ท่านจะทำอย่างไร ท่านมีมาตรการอย่างไร ในการรับมือกับจำนวนคน ที่เป็นเหยื่อการค้ามนุษย์มากมาย เรามีกลไกการคัดกรองระดับชาติ NRM National Referral Mechanism ที่สามารถที่จะใช้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นหัว แต่ว่าอย่างไรก็ตามตอนนี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว ท่านรับไหวไหม ท่านจะทำอย่างไรในการที่จะดูแลในการบริหารจัดการเรื่องเกี่ยวกับการรับเหยื่อการค้า มนุษย์ แล้วศูนย์สั่งการชายแดนนี้ไม่ใช่แค่การตอบรับอย่างเดียวนะครับ ผมอยากจะให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยชี้แจงครับท่านประธาน ว่าท่านจะทำเชิงรุกอย่างไรโดยผ่านศูนย์สั่งการ ชายแดนที่อยู่รอบบริเวณประเทศไทยจริง ๆ แล้วมีหมด ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศไทย มีหมด ท่านจะใช้ศูนย์สั่งการชายแดนตรงนี้เป็นการทำงานเชิงรุกในการป้องกัน ปราบปราม เยียวยาเหยื่อของการค้ามนุษย์ได้อย่างไร ท่านมีศักยภาพเพียงพอหรือไม่ ท่านเตรียมความ พร้อมหรือไม่ ท่านมีมาตรการอย่างไร ขออนุญาตให้ท่านรัฐมนตรีช่วยชี้แจงครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยตอบเป็นครั้งที่ ๒ ท่านมีเวลาอีกประมาณ ๔ นาที เชิญครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ขอบพระคุณท่านประธาน ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องขอบคุณทางท่านกัณวีร์ที่ได้มีความเข้าใจในเรื่องของการทำงานของทางเจ้าหน้าที่ทุก ๆ ภาคส่วนในขณะนี้ที่เราเองก็มีศูนย์สั่งการไม่ว่าจะเป็นโดยทางจังหวัดเอง ท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดในพื้นที่ที่เป็นชายแดนทั้ง ๑๔ จังหวัด ๕๑ อำเภอ ที่เรามีมาตรการในการเน้นย้ำลงไป ในเรื่องของการป้องกันปัญหายาเสพติดรวมถึงการค้ามนุษย์ด้วย แล้วก็ในส่วนของการทำงาน แต่ละพื้นที่ก็ต้องนำเรียนว่ามีความแตกต่างกัน ฉะนั้นเราเองจึงได้ให้ทางท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดทุก ๆ จังหวัดที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ประเมินในเรื่องของการป้องกันที่จะทำให้เกิด ผลสัมฤทธิ์มากที่สุด โดยได้รับนโยบายจากทางส่วนกลางให้ได้รู้ว่าเราเองถือว่าเป็นวาระที่ สำคัญมาก ๆ แล้วก็อย่างที่ท่านบอกว่ามีประชาชนไม่ใช่เพียงชาวไทยเท่านั้น แต่ว่ามาจาก ทั่วโลกจริง ๆ ที่ถูกล่อลวงเข้าไป ฉะนั้นในสิ่งที่ดิฉันได้พบบางทีแล้วมันเกิดขึ้นจากการที่ผู้ที่ ถูกล่อลวงเหล่านั้นรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถูกหลอกไปด้วยการที่กล่าวว่าจะพาไปทำงาน หรือแม้แต่ มีค่าตอบแทนที่สูงกว่าในจุดที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ฉะนั้นในสิ่งที่เราพยายามที่จะเน้นย้ำในเชิง รุกมาก ๆ ก็คือเรียกว่ากระตุ้นการรับรู้ แล้วก็ให้ข้อมูลเหล่านั้นไปถึงผู้ที่อยู่ในความเสี่ยงว่าจะ ถูกล่อลวงเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่พึงประสงค์ให้ได้มากที่สุด การสกัดตั้งแต่จุดก่อนที่จะข้ามแดน ผ่านแดนของเราไปอันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราเองนั้นเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทางฝั่งไทยของเราได้ ตรวจตราอย่างเข้มข้น ซึ่งก็ต้องเป็นความร่วมมือกันจากทุก ๆ ภาคส่วนจริง ๆ ที่ได้รับทราบ แล้วก็ในส่วนการข่าวของเราว่าจะมีช่องทางไหนที่เป็นการหลุดรอดไปสำหรับผู้ที่จะข้ามไปฝั่ง ที่จะทำให้เกิดอันตรายแล้ว ซึ่งเราก็พยายามที่จะทำทุกวิถีทาง ต้องเรียนว่าในส่วนที่เรา เน้นย้ำนี้ก็คือการสร้างการรับรู้ของพี่น้องประชาชนให้ได้อย่างมากที่สุด ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ทั้งในเรื่องของแก๊ง Call Center ในเรื่องของการหลอกลวง การค้ามนุษย์ต่าง ๆ แล้วให้เขารู้ว่า มันเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวเรามาก ๆ ไม่ไกลตัวเลย วันหนึ่งอาจจะเป็นลูกหลานของเราเองก็ได้ ถ้าหากว่าเราไม่ให้ความสำคัญแล้วก็ไม่ให้การตระหนักรู้ในเรื่องนี้ ดิฉันก็คิดว่าในส่วนของ เจ้าหน้าที่ที่อยู่ตามชายแดนต่าง ๆ นั้นได้ทำงานกันอย่างเต็มกำลัง แต่เราก็ไม่ละเลย ในจุดที่เราได้รับข้อมูลมาว่าอาจจะมีเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งที่มีส่วนรู้เห็นในเรื่องเหล่านี้ด้วย เรารับข้อมูลไว้ทั้งหมดแล้วเราก็ทำการสืบสวนให้ทางฝ่ายมั่นคงดำเนินการให้ปราบปราม ในเรื่องนี้ให้หมดไปให้ได้ ดิฉันเองเกรงว่าเวลาที่มีจะไม่เพียงพอแต่ก็คิดว่าเราเองต้องเป็น ส่วนสำคัญที่จะนำเรื่องนี้ให้เป็นวาระที่ต้องป้องกันอย่างเร่งด่วนให้ได้ สิ่งที่ดิฉันจะได้กล่าวถึง ในส่วนของความมั่นคง แน่นอนทางรัฐบาลจีนได้ส่งผู้ช่วยรัฐมนตรีท่านหลิว จงอี (Liu Zhongyi) ลงมาในพื้นที่ เราเองก็เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นจริง ๆ แล้วก็ เมื่อเราตัดไฟไปแล้วเราก็คิดว่าความร่วมมือที่เกิดขึ้นหรือแม้แต่การส่งสัญญาณจาก นานาประเทศที่ให้ได้รับทราบว่าประเทศไทยเรามีความจริงใจแล้วก็จริงจัง แล้วก็ตั้งใจในการ ที่จะปราบปรามเรื่องนี้นะคะ ให้ทุกคนนั้นได้รับทราบว่าเราไม่เคยนิ่งนอนใจในเรื่องนี้ด้วย ก็ขอให้ทางพี่น้องเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ คน ทุก ๆ ท่านได้รับทราบแล้วก็ได้รู้ว่า ทุกคนนั้นสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันเรื่องนี้ไปด้วยกัน ท่านเองที่ลงพื้นที่ก็อาจจะ นำข้อมูลแล้วก็นำความรู้ไปสร้างความเข้าใจกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนให้ได้รู้ว่าภัยที่มัน คุกคามเข้ามาบางครั้งมันไม่ได้เกิดขึ้นภายในประเทศเราเองแต่มันมาจากต่างประเทศ ซึ่งเราเองก็พยายามทุกวิถีทางในการที่จะป้องกันแล้วก็สกัดสิ่งเหล่านั้นไม่ให้เข้ามาในประเทศ ของเราให้ได้🔗

อีกเรื่องหนึ่งค่ะท่านประธานเมื่อสักครู่ดิฉันเห็นมีเพื่อนสมาชิกได้หารือ เกี่ยวกับเรื่องของ OneWeb ที่จะเป็นการส่งสัญญาณดาวเทียมด้วย ตรงนี้ทางการไทยก็มี มาตรการชัดเจนแล้วก็เป็นการสั่งการไปจากทางฝ่ายความมั่นคงว่าเราจะต้องตัดการ สนับสนุนในเรื่องนี้แม้ว่าทางฝั่งตรงข้ามเองนั้นอาจจะไปหาช่องทางอื่น ๆ ใด ๆ ก็ตามที่จะมา ทำให้การทำผิดกฎหมายของเขานั้นเดินหน้าต่อไปได้ แต่ดิฉันก็คิดว่าในส่วนนี้ที่เป็นความ กังวลของพี่น้องประชาชนคนไทยที่อยากจะเห็นเราเองนั้นเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะป้องกัน ในเรื่องของความเสียหายที่จะกลับมาสู่พี่น้องประชาชนคนไทยก็เป็นส่วนสำคัญที่เราต้อง ดำเนินการค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณกัณวีร์ สืบแสง ครับ🔗

นายกัณวีร์ สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ ผม กัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรี จริง ๆ แล้วผมอยากจะเสนออีกเรื่องหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ ผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีคือบริเวณชายแดนเราพูดถึงฝั่งไทยกับเมียนมา เพราะฉะนั้นเราเห็นว่าฝั่ง ชเวโก๊กโก ฝั่งผาลู ฝั่งเคเคปาร์ค และตอนนี้ที่พญาตองซูที่เขาเจริญเติบโตได้ขนาดนี้มันผ่าน จากประเทศไทยทั้งนั้น ผมอยู่ฝั่งนั้นอยู่ฝั่งพม่าที่ผมอยู่ตั้งแต่อยู่พะอันอยู่ในเมืองกะเหรี่ยง ผมเห็นว่าบริเวณชายแดนจริง ๆ แล้วไม่มีอะไรเลย ฝั่งไทยไม่มีอะไรเลย แต่ฝั่งนั้นมี เพราะฉะนั้นจะมีท่าข้ามของทุกอย่างเมืองของเขาที่สามารถสร้างได้ขนาดนี้มาจากประเทศไทย ทั้งนั้น ปูน หิน ซีเมนต์ น้ำต่าง ๆ นานามาจากประเทศไทยทั้งนั้น คือมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับ เศรษฐกิจชายแดนผมเข้าใจในการที่เราต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นเราคงปิด ไม่ได้แต่คงจะต้องให้กระทรวงมหาดไทยต้องพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับท่าข้ามให้ดี ตรวจสอบ มีหลายครั้งครับ ณ ปัจจุบันนี้ทุกคนทราบดีคนในพื้นที่ทราบดีจริง ๆ บอกตัวเลขได้เลย ท่าข้ามเลขที่เท่าไร ที่มันน่าสงสัยจริง ๆ ขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดของชายแดน ช่วยตรวจสอบเรื่องนี้โดยด่วนและลึกลงไปครับว่าใครทำอะไรผิดตรงไหน น้ำมันก็คงจะต้องมี การผลักดันต่อไป เรายังไม่ทราบในเรื่องเกี่ยวกับไฟฟ้าใต้ดินมีหรือไม่ ก็ต้องตรวจสอบในเรื่องนี้ อันนี้ก็เป็นข้อที่จะเสนอไป แต่คำถามสุดท้ายครับ เพราะว่าเดี๋ยวจะขอเวลาสั้น ๆ หลังจาก ที่ท่านรัฐมนตรีตอบเข้ามาคำถามสุดท้ายของผม ท่านรัฐมนตรีครับ กระทรวงมหาดไทย มีจังหวัดชายแดนทั้งหมด ๓๑ จังหวัดชายแดน ๒๓ จังหวัดชายฝั่งทะเล และเกาะแก่งคือรวม ๆ กันแล้วมันจะมีจังหวัดชายแดนชายฝั่งทะเลรวมกันตีเสีย ๕๒ จังหวัด บริเวณรอบประเทศไทย ตัดไป ๓ ประเทศที่เรามีพื้นดินติดกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งเมียนมา ลาว และกัมพูชา ซึ่งเราเห็นว่า ๓ ประเทศนี้มีพวก Call Center Scammer และรวมถึงขบวนการนำพาและ การค้ามนุษย์อยู่ ท่านได้มีมาตรการใดหรือไม่ในการที่แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดน ชายฝั่งทะเลและเกาะแก่งต้องเตรียมความพร้อมที่จะต้องการป้องกัน ปราบปราม ต่อต้าน และเยียวยาเรื่องขบวนการ Call Center อย่างนี้ตรงนี้ ท่านได้สั่งการไปยังหลังจากที่เรื่องนี้ ผ่านมาช้านาน ท่านได้มีมาตรการอะไรไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนชายฝั่งทะเลและ เกาะแก่งครับ ขออนุญาตครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เพื่อประโยชน์ของ ประชาชนครับ ผมก็ขอให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบอีกครั้งหนึ่ง เชิญครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ขอบคุณท่านประธาน ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอตอบคำถามที่ ๓ ของทางท่านกัณวีร์ค่ะ ในเรื่องของการสั่งการให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัด ทุก ๆ จังหวัดค่ะไม่เพียงเฉพาะจังหวัดที่มีชายแดนติดกับเพื่อนบ้านหรือเป็นพื้นที่จังหวัดที่มี ความเสี่ยงเท่านั้น แต่ทุก ๆ จังหวัดต้องทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุดในการดูแลในเรื่อง ของชายแดนไม่ให้เป็นที่ ๆ เป็นการสนับสนุนต่อผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ของยาเสพติด Scammer Call Center หรืออาชญากรรมข้ามชาติการค้ามนุษย์ใด ๆ ก็ตาม จะต้องไม่ให้เกิดขึ้น เรามีการประชุมกันในทุก ๆ สัปดาห์ แล้วก็ยังมีการ Update ในส่วนของ ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานให้ทราบว่าวันนี้จุดนี้มีความเสี่ยงอย่างไร มีสิ่งที่ผิดปกติอย่างไร ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่างเช่นจากข้อมูลที่ทางเจ้าหน้าที่ได้นำมา Support ในเรื่องของ การปฏิบัติการตัดไฟในครั้งนี้ ยกตัวอย่างเช่น ที่บ้านพระเจดีย์สามองค์ กาญจนบุรี เมืองพญาตองซูที่ท่านเองก็ทราบว่ามีการขยายตัวของกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นนะคะ แล้วก็ปรากฏว่ามีโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเป็นจำนวนมาก มีการเคลื่อนย้าย จากกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่ใช่คนไทย แล้วก็ที่มาจากทางเมียวดีด้วยตรงนี้ก็มีข้อมูลที่ส่ง เข้ามาให้ทางการไทยนั้นได้รับทราบ แล้วก็ยังมีการขอใช้ไฟเพิ่มซึ่งมันก็ทำให้เรานั้นประมาณการ ได้ว่ามีความเสี่ยงที่จะนำถูกใช้เป็นฐานกำลังในการผลิตยาเสพติดหรือกระทำการ ที่ผิดกฎหมาย ฉะนั้นข้อมูลเหล่านี้มาจากภาคพื้นที่เป็นท้องถิ่น เป็นจากจังหวัด เป็นจาก บุคลากรของเราที่อยู่ในพื้นที่ ทำให้เราสามารถได้รับทราบข้อมูลก่อนแล้วก็ทำการสกัดกั้น ไม่ให้สิ่งนั้นลุกลามขึ้นจนใหญ่เกินกว่าที่เราจะป้องกันได้ในอนาคต นี่ก็คือตัวอย่างหนึ่งที่ ให้ท่านสมาชิกได้สบายใจว่าในสิ่งที่ท่านกังวลนั้นทางการเราทำงานกันอย่างต่อเนื่องนะคะ แล้วเราก็ไม่ละเลยในคำแนะนำของท่านที่ท่านมีข้อมูลต่าง ๆ ที่สามารถเข้ามาให้ทางเรานั้น ได้ใช้ในการพิจารณาในการที่จะหาทางแก้ไขได้ต่อไปด้วย ดิฉันคิดว่าสิ่งนี้คือสิ่งสำคัญที่ทุกคน ที่มีหน้าที่ในการดูแลพี่น้องประชาชนจะต้องร่วมมือกันแล้วก็สนับสนุนกันให้การทำงานของเรานั้น ได้รับผลสำเร็จอย่างดีที่สุดเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติของเราค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ ท่านเอาสั้น ๆ เลย เพราะว่าท่านก็ยังมีเวลาอีก ๑ นาที แต่ยึดเวลาของท่านรัฐมนตรีหมดแล้ว ถามสั้น ๆ เลยครับ เชิญครับ🔗

นายกัณวีร์ สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ

จริง ๆ แล้วก็ไม่ใช่คำถามนะครับ แต่ว่าขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับท่านประธานที่มาตอบคำถามของผมทั้งหมดนะครับ แต่อยากจะเรียนอย่างนี้ว่าเสียงร้องโหยหวนของประชาชนทั่วโลกยังดังก้องอยู่ในสภา ผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติแห่งนี้ แล้วรวมถึงเสียงร้องโหยหวนของเหยื่อของขบวนการค้า มนุษย์ที่ยังอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านของเราในประเทศเมียนมาอีกมากมายเป็นหมื่น ๆ คน เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้รัฐบาลเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้นะครับ ในเรื่องเกี่ยวกับช่วยเหลือ ตัวเหยื่อการค้ามนุษย์ตรงนี้ แล้วประเทศไทยเราจะไม่ใช่ประเทศทางผ่านของกระบวนการ ต่าง ๆ อีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแก๊ง Call Center ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขบวนการการค้ามนุษย์ เพราะฉะนั้นมันใหญ่มากกว่าความร่วมมือระหว่างไทยกับประเทศจีน ผมอยากจะให้รัฐบาลไทย ช่วยพิจารณานำความร่วมมือระหว่างประเทศในเวทีระหว่างประเทศต่อการต่อสู้ ต่อกรกับแก๊ง Call Center ตรงนี้ ณ ปัจจุบันนี้เรามีประเทศสหรัฐอเมริกาได้เปลี่ยนแปลง นโยบายค่อนข้างจะเฉียบขาดในเรื่องนี้ เราน่าจะเอาจังหวะนี้ให้เป็นโอกาสแสวงหาความ ร่วมมือทั้ง ๒ ฝ่าย เพราะฉะนั้นมันจะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่อง Call Center ได้นะครับ รวมทั้งขบวนการค้ามนุษย์ด้วย เรื่อง TIP Report Trafficking In Persons ที่เรายังอยู่ ใน Tier 2 อยู่ผมกลัวเกรงว่าเราจะตกไปเป็น Tier 3 เพราะฉะนั้นช่วยพิจารณาเรื่องนี้ เป็นการด่วน ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีอีกครั้งครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คุณธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ คุณกัณวีร์ สืบแสง ที่เอาประเด็นปัญหาสำคัญของประเทศได้มาถามกระทู้ถามสดวันนี้ก็อยากจะเรียนคุณกัณวีร์ และรัฐบาลว่าเรื่องนี้เป็นความทุกข์ของประชาชนมากจริง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้อง ขอบคุณทางรัฐบาลแล้วก็ท่านสมาชิกเราได้ให้ความสนใจเรื่องนี้จนกระทั่งมีการแก้ไข ไประดับหนึ่งแล้ว แต่ว่าก็คงต้องอย่างที่คุณกัณวีร์พูดถึงว่าต้องร่วมมือกันให้หนักกว่านี้ เพราะว่าความทุกข์ยากและความสูญเสียของประชาชนเราไม่อาจจะประเมินได้ในขณะนี้ ขอขอบคุณครับ ขอให้ทุกอย่างได้สำเร็จนะครับ ต่อไปท่านสมาชิกครับก็เป็นกระทู้ถามทั่วไป🔗

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗

๑. เรื่อง แนวทางการจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเด็กที่ไม่มีหลักฐาน ทะเบียนราษฎร นายปารมี ไวจงเจริญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ซึ่งในการนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ คุณสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ซึ่งขณะนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการพร้อมที่จะตอบแล้วนะครับ ขอเชิญ คุณปารมี ไวจงเจริญ ครับ🔗

นายปารมี ไวจงเจริญ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีสุรศักดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการที่กรุณาสละเวลามาตอบกระทู้ถามแทนท่านนายกรัฐมนตรี แต่ว่าจริง ๆ แล้วกระทู้ถามนี้ ท่านประธานคะ ดิฉันตั้งใจถามท่านนายกรัฐมนตรี เนื่องจากว่าประเด็นที่ ดิฉันจะถามเกี่ยวเนื่องกับหน่วยราชการหลายหน่วย ไม่ใช่เพียงแค่กระทรวงศึกษาธิการ ยังเกี่ยวพันไปถึงกระทรวงมหาดไทย สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือกระทรวง พม. หลายหน่วยงาน ดิฉันจึงตั้งใจจะตั้งกระทู้ถาม นี้ถามท่านนายกรัฐมนตรี แต่เอาละในเมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรีติดภารกิจและมอบหมาย ท่านรัฐมนตรีสุรศักดิ์มาก็ไม่เป็นไร เป็นอันว่าก็จะได้ถามท่านรัฐมนตรีสุรศักดิ์แล้วก็หวังว่า ท่านรัฐมนตรีสุรศักดิ์จะได้นำเสนอรัฐบาลเพื่อประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ ร่วมด้วย กระทู้ถามนี้ ท่านประธานคะ มีประเด็นสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะเกิดเหตุการณ์ละเมิดสิทธิทางการศึกษาของกลุ่มเด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์ขึ้นมา หลายต่อหลายครั้งค่ะท่านประธาน ก็อย่างเช่น เดือนมิถุนายนปี ๒๕๖๖ ก็เกิดกรณีเด็กไม่มี หลักฐานทะเบียนราษฎร์ ๑๒๐ กว่าคนที่มาเรียนในโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๖ ที่จังหวัดอ่างทอง ก็ถูกจับกุม ถูกนำออกจากระบบการศึกษา ๑๒๐ กว่าคน แล้วต่อมามีการผลักดันเด็กกลุ่มนี้ หลังจากถูกนำออกจากระบบการศึกษาแล้วก็มีการผลักดันเด็กกลุ่มนี้กลับประเทศต้นทางที่อยู่ใน ภาวะสงคราม แล้วหลังจากนั้นไม่กี่เดือนก็มาเกิดเหตุการณ์เด็กไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์อีก ๑๙ คน ที่ไปบวชเณรอยู่วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดลพบุรี แล้วต่อมาถูกสนธิกำลังของหน่วยราชการ หลายหน่วยเข้าตรวจค้น สามเณรถูกจับสึกและให้ออกจากการเรียนกลางคันตามข่าวในตอน นั้นว่าอีกไม่กี่วันสามเณรกลุ่มนี้กำลังจะสอบปลายภาคด้วยซ้ำ แต่หน่วยราชการที่สนธิกำลัง เข้าไปตรวจสอบก็จับสึกแล้วก็นำออกจากการเรียนไม่ให้สอบ หรืออย่างกรณีล่าสุดไม่กี่เดือน นี้เองท่านประธานค่ะ ที่ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานีสั่งปิดศูนย์การเรียนในจังหวัด สุราษฎร์ธานีจนทำให้เด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์หลายพันคนไม่มีที่เรียน ท่านประธานค่ะ การกระทำเช่นนี้ซึ่งเกิดขึ้นซ้ำหลายครั้งกรณีที่เป็นข่าวจะพบกับกรณีที่เป็น เหตุใหญ่ ๆ มีเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกที่เด็กไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์ถูกนำออกจากระบบ การศึกษาเหตุเล็ก ๆ อีกหลายครั้ง การกระทำเช่นนี้นะคะท่านประธานเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก อย่างร้ายแรง และยังขัดต่ออนุสัญญาสิทธิเด็ก ค.ศ. ๑๙๘๙ แล้วก็ยังขัดต่อมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ในการให้โอกาสทางการศึกษาแก่บุคคลที่ไม่มีสถานะ ทางทะเบียนราษฎร์หรือไม่มีสัญชาติไทย มติ ครม. ปี ๒๕๔๘ ตอนนั้นได้เปิดกว้างแล้วว่าให้เด็ก ที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์สามารถเข้าเรียนได้โดยไม่จำกัดระดับประเภทหรือพื้นที่ การศึกษา และในฐานะที่ดิฉันเป็นผู้เสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาแนวทางการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์หรือไม่มี สัญชาติไทย ซึ่งต่อมาสภาผู้แทนราษฎรของเราก็ได้มีมติส่งเรื่องนี้ให้คณะกรรมาธิการ การศึกษาพิจารณาและดำเนินการจนกระทั่งคณะกรรมาธิการการศึกษาได้ทำการศึกษา พิจารณาแนวทางนี้เสร็จสมบูรณ์นะคะ ตัวดิฉันก็ได้อยู่ร่วมในคณะทำงานนี้ด้วยแล้วก็จัดทำ ร่างรายงานผลการพิจารณาศึกษาแนวทางการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่ไม่มีหลักฐาน ทะเบียนราษฎร์และรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วหลายเดือนด้วยค่ะท่านประธาน🔗

ประเด็นคำถามแรก ที่ดิฉันจะถามท่านรัฐมนตรีในคำถามที่ ๑ เลยว่าเพราะ เหตุใดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง พม. กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แล้วสภาความมั่นคงแห่งชาติ ถึงไม่ถอดบทเรียนความผิดพลาด ยังคงปล่อยให้เกิดการละเมิดสิทธิเด็กด้วยการกระทำ ที่เป็นการผลักดันเด็กออกนอกระบบการศึกษา จากกรณีตัวอย่างที่ดิฉันได้เกริ่นนำมาที่เกิด ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำไมเราไม่เอาเด็กเป็นศูนย์กลางแล้วจัดการศึกษาและใช้วิธีแก้ด้วยวิธีอื่น แต่กลับเลือกใช้วิธีนำเด็กออกจากระบบการศึกษา คำถามที่ ๑ ขอถามตรงนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการครับ🔗

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจากนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เนื่องจากท่านนั้นติดภารกิจ ต่างประเทศ แล้วก็ได้รับมอบหมายจากท่านพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ท่านติดภารกิจที่ต่างจังหวัด มอบหมายให้กระผมได้มาตอบกระทู้ถาม ในวันนี้กับท่านปารมี ไวจงเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งห่วงใยในการศึกษา โดยเฉพาะแนวทางการจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเด็กที่ไม่มีหลักฐาน ทะเบียนราษฎร์ซึ่งอยู่ในประเทศไทย ขอนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านปารมีอย่างนี้ครับ ทางรัฐบาลเองนั้นให้ความสำคัญในเรื่องของสิทธิของเด็ก แต่แน่นอนครับการจัดการศึกษา ให้กับเด็กซึ่งเป็นเด็กและเยาวชน ซึ่งอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี จริง ๆ แล้วไม่เพียงแค่เด็กและ เยาวชนที่ต่ำกว่า ๑๘ ปีนะครับ ผู้ที่มีอายุมากกว่า ๑๘ ปี ทางรัฐบาลเองก็ให้ความสำคัญกับ การจัดการศึกษา ไม่ว่าเด็กนั้นจะมีสัญชาติที่พิสูจน์ได้หรือไม่ก็ตาม เด็กในผืนแผ่นดินนี้จะต้อง ได้รับสิทธิคุ้มครองตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก แล้วก็ยังมีเรื่องของอนุสัญญาที่ว่าด้วย Convention On The Rights Of The Child หรือ CRC ซึ่งจะประกอบไปด้วยสิทธิ ๔ ด้าน ได้แก่ สิทธิที่จะมีชีวิตรอด สิทธิที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครอง สิทธิที่ได้รับการพัฒนา แล้วก็ สิทธิที่จะมีส่วนร่วมซึ่งตระหนักถึงการพัฒนาโดยการส่งเสริมให้เด็กได้รับการศึกษาควบคู่กับ การส่งเสริมให้เด็กได้เติบโตในสภาพแวดล้อมของครอบครัว โดยได้รับการคุ้มครองจาก ความรุนแรง แล้วก็การปล่อยปละละเลยหรือว่าการแสวงหาผลประโยชน์กับเด็ก ซึ่งดังนั้น สิทธิด้านการศึกษา จึงต้องอยู่บนพื้นฐานของการได้เติบโตในสภาพแวดล้อมของครอบครัว แล้วก็การที่มีผู้ดูแลหลักแล้วก็มีความปลอดภัยเป็นสำคัญ โดยอย่างที่ผมกล่าวว่าเรายึดหลัก ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ อย่างเคร่งครัด โดยที่ผ่านมาด้วยความสัตย์จริง รัฐบาลเองแล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก็ทำเรื่องนี้ไม่มีการดำเนินคดีกับเด็กที่ไม่มีสัญชาติไทย หรือไม่เคยที่จะส่งกลับเด็ก หรือผลักดันเด็กให้กลับโดยไม่สมัครใจ อันนี้ต้องขอใช้คำพูดว่า โดยไม่สมัครใจ คือเราไม่เคยใช้หลักการนั้น ผู้ปฏิบัติงานทุกคนทราบดีครับ เราต้องทำตาม กฎหมายอย่างเคร่งครัด เรามีกฎหมายทั้ง พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก เรามีทั้งอนุสัญญาที่คุ้มครอง เด็กและเยาวชน ซึ่งผู้ปฏิบัตินั้นไม่สามารถจะทำอะไรที่ขัดกับกฎหมายหรือพระราชบัญญัติ เหล่านั้นได้ แล้วก็ยังมีมติ ครม. อีกมติหนึ่ง ที่สำคัญในวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ซึ่งกำหนดจัด การศึกษาให้กับเด็กบุคคลที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์หรือไม่มีสัญชาติไทย โดยได้กำหนดให้ กระทรวงศึกษาธิการออกระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยหลักฐานในการรับนักเรียน นักศึกษา เข้าเรียนในสถานศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ แล้วก็เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษา แก่บุคคลที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์ หรือไม่มีสัญชาติไทย และเปิดกว้างให้ทุกคน เข้าเรียนได้โดยไม่จำกัดระดับ ประเภท หรือพื้นที่ อันนั้นก็ยืนยันว่าเด็กรหัสตัว G ที่ทาง กระทรวงเราได้ทำหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ ผมขออนุญาตอธิบายผ่านท่านประธานสภา ไปถึงท่านปารมีท่านคงเข้าใจ แต่ผมขออนุญาตพูดไปถึงพี่น้องทางบ้านนะครับ พี่น้องทางบ้าน ยังสงสัยว่ารหัสตัว G ที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้พูดถึงกันบ่อย ๆ มันคืออะไรครับ มันคือรหัส ที่ทางกระทรวงศึกษาธิการจะเป็นคนออกให้กับเด็กที่ไม่สามารถพิสูจน์สัญชาติได้ หรือเด็กไม่ ปรากฏข้อมูลบนทะเบียนราษฎร์ว่าเป็นเด็กสัญชาติใด เป็นเด็กกลุ่มใด ซึ่งก็มีมิติที่หลากหลายครับ เด็กเหล่านั้นเมื่อไปสู่กระบวนการที่โรงเรียน โรงเรียนเองจะเป็น คนดำเนินการตามกระบวนการเพื่อบันทึกรหัสตัว G ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนสังกัด สพฐ. โรงเรียนสังกัดอาชีวะ โรงเรียนของ สกร. โรงเรียนสังกัดตำรวจตระเวนชายแดน โรงเรียน สังกัดของ กทม. เมืองพัทยา ท้องถิ่นต่าง ๆ หรือว่าสังกัด อว. ก็ตาม หน่วยงานสถานศึกษา ทั้งหมดจะเป็นผู้มีหน้าที่ลงรหัสตัว G ให้กับเด็กที่เข้าสู่ระบบการศึกษาในสถานศึกษานั้น ๆ เสร็จแล้วกระบวนการต่อไปก็คือข้อมูลทั้งหมดจะรวมมาที่กระทรวงศึกษาธิการว่ามี การลงทะเบียนรหัสตัว G แล้วทั้งหมดกี่คน กระทรวงศึกษาธิการก็จะทำกระบวนการต่อไป โดยการส่งเด็กที่ได้รับรหัสตัว G จากกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ตัว G ที่ได้รับจาก กระทรวงศึกษาธิการแล้วนั่นหมายถึงอะไรครับ หมายถึงเด็ก ๆ เหล่านั้นจะได้รับเงินอุดหนุน เทียบเท่ากับเด็กทั่วไปในเรื่องของการอุดหนุนด้านการศึกษารายหัว ซึ่งแน่นอนนั่นคือเข้าสู่ กระบวนการศึกษาและได้รับงบประมาณจากรัฐบาลโดยการใช้รหัสตัว G แต่สิทธิต่อไป ที่กระบวนการจะต้องส่งต่อจากรหัสตัว G นั้นไปสู่การออกเลข ๑๓ หลัก กระบวนการนั่นก็คือ การที่กระทรวงศึกษาธิการส่งข้อมูลเด็กที่ได้รับการลงรหัสตัว G แล้วส่งไปยังกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อมีการพิสูจน์ เพื่อเป็นการหาข้อมูล เพื่อดูหลักเกณฑ์ว่าเด็กรหัสตัว G เหล่านั้นจะเข้าข่ายได้รับเลข ๑๓ หลักที่ขึ้นด้วยรหัส ๐ หรือไม่ กระบวนการพิสูจน์ทราบ มีหลายกระบวนการครับ แต่ต้องขอบคุณกระทรวงมหาดไทยโดยเฉพาะกรมการปกครอง กรมการปกครองเองก็ใช้แนวทางการเร่งรัดในการที่จะตรวจสอบเด็กรหัส G เพื่อจะออกเลข ๑๓ หลักให้เร็วขึ้น ที่ทราบมาล่าสุดนี้เองอาทิตย์ก่อน กระทรวงมหาดไทยทำ Workshop ไปที่จังหวัดจันทบุรี ๔,๐๐๐ กว่าคนที่เป็นรหัส G และ แน่นอนครับ กระบวนการจัดการ เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วครับ ๔,๐๐๐ กว่าคนนั้นพิสูจน์ทราบแล้วว่าคนไหนผ่านหลักเกณฑ์ ได้รหัส G คนไหนไม่ได้ เพราะเหตุผลอะไร เรื่องค้างคาที่จันทบุรีก็แทบจะหมดไปแล้ว แล้วสัปดาห์หน้าเองกรมการปกครองจะขึ้นไปทำ Workshop ที่จังหวัดเชียงใหม่ครับ ทราบว่าจังหวัดเชียงใหม่มีเด็กรหัส G ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งก็จะเป็นจังหวัดหนึ่งที่มี รหัส G ค่อนข้างเยอะ ก็จะไปทำ Workshop Workshop ที่จะทำในพื้นที่นั้นหมายถึงอะไรครับ หมายถึงการลงไปพื้นที่มีกระทรวงยุติธรรมคอยช่วยในการสืบพิสูจน์ทราบ ในการประสาน ข้อมูลระหว่างโรงเรียน ระหว่างหน่วยปฏิบัติงานในพื้นที่เพื่อให้มีความเข้าใจและรวดเร็ว มากขึ้น ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเองก็บอกว่าจะพยายามทำเรื่องนี้เป็นนโยบายที่จะ Workshop ให้ Clear เด็กรหัสตัว G ให้เร็วที่สุดว่าน้องคนไหน เด็กคนไหนได้รับการพิจารณาตาม กฎหมายว่าได้รหัสเลข ๑๓ หลัก หรือคนไหนไม่ได้ด้วยเหตุผลอะไร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเด็กทุกคน ถึงจะได้รับเลข ๑๓ หลัก ไม่ได้รับเลข ๑๓ หลัก แต่เป็นรหัส G ต้องได้รับการศึกษาในแผ่นดินนี้ ทุก ๆ คน ได้รับงบประมาณที่อุดหนุนและสนับสนุนเทียบเท่ากับเด็กทั่วไป ได้รับประโยชน์ ด้านการศึกษาอย่างเต็มที่ แต่แน่นอนความกังวลเรื่องของสิทธิรักษาพยาบาล เรื่องของ ความกังวลสิทธิด้านอื่น ๆ ที่รหัส G นั้นจะยังไม่ได้ ตรงนี้เองรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข ก็ยืนยันตรงนี้ครับว่าการรักษาพยาบาลบนพื้นฐานสิทธิมนุษยชนที่จะดูแลผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วย อย่างไรทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขก็ต้องปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ในการดูแลรักษาพยาบาล เหล่านั้น แต่แน่นอนทิศทางของสิทธิที่จะได้รับเงินสนับสนุนเช่นเดียวกับเด็กรหัส G ที่ได้รับ เงินอุดหนุนจากรัฐบาลผ่านกระทรวงศึกษาธิการไปใช้แนวทางกับกระทรวงสาธารณสุขที่จะ อุดหนุนงบประมาณในการรักษาพยาบาลในเด็กรหัส G นั้น ทางกระทรวงสาธารณสุขก็กำลัง ปรึกษาเรื่องนี้กันอยู่ในเรื่องแนวทางที่จะเป็นไปได้ครับ อันนั้นคือความที่ผมอยากจะเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก แต่ผมทราบว่าท่านปารมีรู้ข้อมูลแล้วก็มีความชัดแจ้งเรื่องนี้ เพียงแต่ว่าอยากให้พี่น้องทางบ้านได้รับทราบในข้อมูลของเด็กรหัส G เท่านั้นเอง ส่วนกรณี ที่ท่านปารมียกตัวอย่างซึ่งเป็นเหตุเกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นทางจังหวัดอ่างทอง จังหวัดลพบุรี แล้วก็ที่ภาคใต้ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีการเข้าไปดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ ขออนุญาต นำเรียนเป็นเคส ๆ เลยเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ในกรณีของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๖ (ฉบับ ราษฎร์อุปถัมภ์) จังหวัดอ่างทอง ซึ่งกรณีเด็ก ๑๒๖ คนที่ศึกษาอยู่ แล้วพอเกิดการ ตรวจพบว่าเป็นเด็กที่เรียกว่าอะไร คืออย่างนี้ครับโดยปกติแล้วบนพื้นฐานของเด็กรหัส G นั้น หมายถึงว่าเด็กอาจจะติดตามผู้ปกครองมา เด็กที่จะเข้ามาเรียนหรือไม่อยู่ในแผ่นดิน โดยไม่ว่าจะกรณีใดก็ตามนะครับ แต่กรณีนี้มันสืบทราบจากความผิดปกติที่ว่าโรงเรียนแห่งนี้ ไม่ใช่เป็นชุมชนที่มีอุตสาหกรรม ไม่มีการเคลื่อนย้ายแรงงานประการใด อยู่ ๆ เด็กรหัส G ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็กก็กระโดดขึ้นทำให้เกิดความสงสัยในเรื่องของข้อมูลที่ได้ของ กระทรวงโดยผ่านเขตพื้นที่ครับ โรงเรียนเดียวขอรหัส G มา ๑๐๐ กว่าคนทั้ง ๆ ที่เด็กไทย ที่เรียนในโรงเรียนนั้น แล้วมันไม่ใช่โรงเรียนชายแดนครับ จังหวัดอ่างทองใกล้ ๆ อยุธยา บ้านผมเลย ภาคกลางและอ่างทองก็ไม่ใช่แหล่งอุตสาหกรรม ก็เลยเกิดความสงสัยว่ามันเกิด อะไรขึ้น เราก็กลัวเรื่องการค้ามนุษย์ เรื่องการชักจูงหรือแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กเช่นกัน เราก็ต้องระวังเรื่องนี้ ซึ่งแน่นอนครับ พอไปพิสูจน์ทราบมาก็กลายเป็นว่ามีการนำเด็กจาก ประเทศเพื่อนบ้านมาแบบตั้งใจที่จะมาเพื่ออะไรครับ เพื่อจะได้มารับรหัส G และได้รับเงิน อุดหนุน ซึ่งจริง ๆ แล้วเมื่อเข้ามาแผ่นดินนี้เราก็จะทำงานเต็มที่อยู่แล้วในการที่จะพิจารณา การจัดสรรงบประมาณ แต่เพียงแค่ว่าพอสืบไปสืบมาเราก็สืบหาว่าเด็กพวกนี้มาโดยสมัครใจไหม เป็นการค้ามนุษย์หรือว่าเป็นการหลอกลวงให้เด็กมาศึกษาในนี้หรือนำมา สภาพความเป็นอยู่ ที่อ่างทองจริง ๆ คือเขาอยู่ในบ้านพักครูที่จำนวนน้อยมาก แล้วเด็ก ๑๒๖ คนแออัดอยู่ในนั้น กระจายกันอยู่ ซึ่งสภาพที่เข้าไปดูนี่ก็ไม่เป็นสภาพแวดล้อมที่ดีต่อเด็ก พอสาวไปเราก็เริ่ม ติดต่อผู้ปกครอง ผู้ปกครองที่ทราบก็ตกใจว่าเด็กโดนย้ายมาเรียนในนี้ ทั้งที่เขามีความเข้าใจว่า เรียนอยู่จังหวัดใกล้ ๆ ชายแดนที่สามารถไปมาหาสู่กันง่ายขึ้น พอพิสูจน์แล้วเราก็ถาม ผู้ปกครองส่วนใหญ่สมัครใจอยากเอาลูกกลับไป แต่ในที่สุดเด็ก ๑๒๖ คนนั้น ๑๒๒ คน ได้กลับไปสู่ประเทศโดยมีผู้ปกครองยืนยันตัวตนเด็กได้ เราก็ส่งกลับให้ด้วยความสมัครใจ แต่มีเด็กอีก ๔ คนใน ๑๒๖ คน ซึ่งไม่ใช่ผู้ปกครองแท้ ๆ แล้วอ้างว่าเป็นผู้ปกครอง ทางการก็ไม่ให้กลับครับ เพราะไม่มีเอกสารยืนยันว่าเขาเป็นผู้ปกครองเด็ก ทางการก็เลย ส่งไปที่กระทรวง พม. ก็ไปดูแลต่อทุกวันนี้เด็กก็ยังอยู่กับกระทรวง พม. เพื่ออะไรครับ เพื่อให้เขาได้รับการศึกษาแล้วก็ได้มีที่อยู่ และ ๑๒๒ คนที่ได้กลับประเทศไปแล้ววันนี้เอง ๓๓ คนกลับมาเรียนที่ประเทศไทยอีกแล้วครับ อันนี้คือเรียกว่าสมัครใจแล้วแบบมาโดยมี สาเหตุครับ เราก็ต้อนรับเหมือนเดิม ๑๒๒ คนได้กลับไปสู่ประเทศ จาก ๑๒๖ คน แล้ววันนี้ ๓๓ คนกลับมาเรียนที่ผืนแผ่นดินไทยสังกัดอยู่ที่ สพฐ. ๒๕ คน สกร. ๑ คน แล้วก็ศูนย์พัฒนา การศึกษาเพื่อลูกหญิงและชุมชนอีกจำนวน ๗ คน นี่คือกลับมาแบบสมัครใจ เราก็ออกรหัส กำลังทำเรื่องออกรหัส G แล้วก็ให้เขาได้เรียนต่อครับ นั่นคือการให้ความสำคัญของการศึกษา ส่วนโรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ที่จังหวัดลพบุรี ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้ครับ เด็ก ๑๙ คนมาบวช แล้วก็มาเรียนที่โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ เข้าโรงเรียนวัดบ้านหมี่ใหญ่ จังหวัดลพบุรี โดยพอ ติดต่อไปทางผู้ปกครองแล้วปัญหามันคือว่าเด็กทุกคน ๑๙ คนนับถือศาสนาคริสต์ พ่อแม่ ก็ตกใจว่าการมาบวชเพื่อจะเรียน ก็ประสานกลับไปยังพ่อแม่ทุกคนก็อยากจะรับลูกกลับไปยัง ภูมิลำเนา แล้ววันนี้เองในเด็ก ๑๙ คนก็มี ๑ คนกลับมาเรียนที่ประเทศไทยแล้ว ก็ได้เรียนโดยความสมัครใจ ส่วนกรณีที่มีมิตตาเย๊ะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เด็กประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าคนที่เกิดข่าวดังในช่วงนั้นมีการเข้าไปของเจ้าหน้าที่เพื่อไปตรวจ แน่นอนครับ สิ่งที่ผิดเกี่ยวกับเรื่องของกฎหมายตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติ การศึกษาไทย ๒๕๔๒ นั่นคือประเด็นหนึ่งที่ทำให้โรงเรียนนั้นถูกปิด แต่จริง ๆ แล้วโรงเรียน นั้นไม่ได้ขออนุญาตอย่างถูกต้องนะครับ ความผิดแน่นอนเราเข้าใจว่าโรงเรียนไม่ได้ทำตาม ระเบียบและกฎหมายของประเทศไทย แต่ความผิดมันไม่ใช่อยู่ที่ตัวเด็ก พวกเรายืนยันแล้ว เราก็รู้ครับ และเด็ก ๑,๑๗๙ ทุกคนนั้นได้เรียนในประเทศไทย โดยข้อมูลนั้นก็มีทั้งโรงเรียน วัดสมหวัง โรงเรียนวัดท่าทอง โรงเรียนดรุณีวิทยา ศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่ ทุกคนประสานแล้วก็หาโรงเรียนให้ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุนะครับ แต่วันนี้น้อง ๆ บางคนอาจจะ เรียนจบแล้วบ้างหรือย้ายถิ่นฐานแล้วบ้าง แต่วันนั้นเรายืนยันว่าเราหาโรงเรียนให้เด็ก เหล่านั้นได้ครบ และเด็กเหล่านั้น ๖๐ เปอร์เซ็นต์ได้ Code ตัว G แล้วครับ และอีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ที่เหลือกำลังดำเนินการเพื่อให้เด็ก ๑,๗๐๐ กว่าคน ได้ตัว G-Code ให้ครบครับ นั่นคือความตั้งใจแล้วก็ยืนยันว่าการรักษาสิทธิของเด็กบนพื้นฐานของการศึกษา ทางรัฐบาลให้ความสำคัญจริง ๆ แล้วก็ไม่ทราบว่าเมื่อสักครู่น่าจะเป็นคำถามด้วยนะครับ ท่านบอกว่าทางคณะกรรมาธิการการศึกษาของสภาผู้แทนราษฎร โดยมีท่านโสภณ ซารัมย์ เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ท่านปารมีอยู่ในกรรมาธิการนั้นด้วยได้มีข้อเสนอมีรายงาน เพื่อส่งมายังรัฐบาล ซึ่งขออนุญาตที่จะพูดถึงเรื่องนี้เลยนะครับเพื่อจะเป็นการควบคำถาม ให้กำชับขึ้น ก็มีการส่งรายงานฉบับนั้นดังกล่าวมาที่รัฐบาล เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ส่งรายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องญัตติเพื่อพิจารณา แนวทางการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์ หรือไม่มีสัญชาติไทย ของคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร มาให้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องพิจารณา รายงานฉบับนี้ทางกระทรวงรับทราบจากทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ และกระทรวงศึกษาธิการได้เร่งดำเนินการจัดการประชุมหารือ ในเรื่องนี้ ในวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ณ ห้องประชุมจันทร์เกษม อาคารราชวัลลภ ของกระทรวงศึกษาธิการเรา โดยมีท่านหัวหน้าผู้ตรวจ แล้วก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งผู้แทน จากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งแนวทางทั้งหมดที่ทางกรรมาธิการได้ส่งมาให้เรา เราได้นำมาพูดคุยทุกเรื่องตาม แนวทางที่มีประโยชน์อย่างมากยิ่งของคณะกรรมาธิการการศึกษาที่ส่งมาให้ยังรัฐบาล แล้วก็ กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการเกี่ยวกับเด็กที่มีรหัสตัว G หรือเด็กที่ไม่ปรากฏหลักฐาน บนทะเบียนราษฎร์ ซึ่งในรายงานฉบับนั้นมีข้อเสนอติดตามแล้วก็ให้คำแนะนำ ๒ ด้าน ด้วยกันนะครับ ด้านการขึ้นทะเบียนรหัสประจำตัวผู้เรียนหรือว่า G-Code อีกด้านหนึ่ง ก็คือด้านการพัฒนาสถานะบุคคลของนักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นด้วยอักษร G ให้เป็น เลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลักก็ คือการเปลี่ยนจากตัว G เป็นเลข ๑๓ หลักในบัตร ประชาชน ซึ่งแนวทาง ๒ ด้านที่ทางรายงานของคณะกรรมาธิการการศึกษาให้มานั้น ขออนุญาตที่จะพูดในด้านแรก ด้านการขึ้นทะเบียนรหัสประจำตัวผู้เรียน G-Code นั้น ๑. ทางกรรมาธิการบอกว่าขอให้หน่วยงานประสานความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อเร่งสำรวจ ข้อมูลของเด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์ หรือไม่มีสัญชาติไทย ทางกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติก็มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อแยกแยะข้อมูล ของเด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์ หรือไม่มีสัญชาติไทยในแต่ละกลุ่มโดยให้ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็น ฝ่ายเลขานุการ เรื่องนี้มันก็สอดรับกับเรื่อง Dropout ด้วย คือวันนี้การที่นโยบายของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ในเรื่องของเด็ก Dropout Thai Zero Dropout จะต้องเกิดขึ้นก็ทำให้ การทำงานเรื่องนี้ควบคู่กับการสำรวจเด็กที่ออกจากระบบราชการ การที่ทุกเขตพื้นที่ ทุกโรงเรียนเดินพื้นที่เข้าไปตามหน่วยงานตามพื้นที่ต่าง ๆ แน่นอนครับ สิ่งที่เราที่เข้าไปตาม พื้นที่ต่าง ๆ แน่นอนครับ สิ่งที่เราไปค้นหาคือเด็กล้านกว่าคนที่อยู่นอกระบบการศึกษา วันนี้ทำงานไปแล้วประมาณ ๘๘.๘๓ เปอร์เซ็นต์ หมายถึงว่าเด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษาคือ ๑,๒๕๕,๐๑๔ คน วันนี้เราเข้าไปค้นแล้ว เข้าไปติดตามแล้ว ๙๑๑,๐๑๐ คน คิดเป็น ๘๘.๘๓ เปอร์เซ็นต์ นั่นคือการทำงานอย่างต่อเนื่อง แน่นอนเข้าไปมีทั้งเด็กสัญชาติแล้วไม่ใช่ แต่อยู่ในระบบของฐานข้อมูลครับ แต่สิ่งที่เราเจอเพิ่มมาอีกคือเจอเด็กที่ไม่มีอยู่ในฐานข้อมูล เหล่านั้นด้วยครับ นั่นคือประโยชน์ของการเข้าค้นหาครับ บางทีไม่ได้ตั้งใจไปเจอเฉพาะเด็ก ในทะเบียนราษฎร์เราก็หาอยู่แล้ว แต่เด็กที่ไม่มีฐานข้อมูล ไม่มีแหล่งเราก็ไปพบในการทำ Dropout นี้ด้วยครับ พอพบกระบวนการต่อไปก็เข้าสู่ระบบที่เด็กจะต้องดำเนินการเพื่อเข้าสู่ ระบบการศึกษาเช่นกัน คือการนำเข้ามาสู่ระบบการเรียนโดยการออกรหัสตัว G ให้ต่อไป ตามกระบวนการที่จะเกิดขึ้นนะครับ นั่นก็คือเรื่องของการที่ทั้งกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายปกครองของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งกระทรวง พม. ทั้งสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทั้งหน่วยงานสาธารณสุข ก็ทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อจะค้นหาเด็กที่ไม่มีฐานข้อมูล บนทะเบียนราษฎร์เพิ่มเติมนะครับ อันนี้ก็นำเรียนในเรื่องของการปฏิบัติงานของการทำงาน ในข้อที่ ๑🔗

๒. ที่กรรมาธิการได้เสนอมาว่าขอให้แก้ไขข้อมูลและแนวทางปฏิบัติสำหรับ การจัดการศึกษาแก่บุคคลที่ไม่มีทะเบียนราษฎร์ จัดอบรมให้ความรู้เรื่องการใช้ระบบ ลงทะเบียนรหัส G ก็สอดรับพอดีครับ แต่เราก็ได้รับแนวทางมา จริง ๆ แล้วก่อนจะได้รับ แนวทางกระทรวงก็คิดตรงกันพอดีครับ เราได้จัดทำหนังสือคู่มือแนวทางการปฏิบัติราชการ ลงรหัส G ระเบียบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นรูปเล่มเสร็จมาแล้ว ซึ่งสอดรับกับทาง กรรมาธิการเสนอมาเลยครับ แล้วเรายังมี QR Code เข้าไปสแกนเพื่อดูในระบบออนไลน์ ได้ด้วย แต่นี่เป็นระบบรูปเล่มนะครับ ซึ่งเล่มเหล่านี้เราได้แจกจ่าย รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องตามสถานศึกษาต่าง ๆ สังกัดต่าง ๆ ได้มีความเข้าใจตรงกันในการลงรหัส G ในการเพื่อจะนำเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาให้ได้ขึ้นทะเบียนรหัส G ซึ่งเราก็ทำตามที่ กรรมาธิการได้เสนอแนะแล้ว รวมทั้งเราอบรมด้วยนะครับ คุณครูในจังหวัด โดยเฉพาะ จังหวัดที่มีเด็กรหัส G มาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นกาญจนบุรี ระนอง แม่ฮ่องสอน ราชบุรี ซึ่งก็มีครู เข้าอบรมเรื่องนี้แล้วประมาณ ๑,๖๗๗ คน ซึ่งทำไปแล้วในรอบแรก แล้วเราจะทำขยายผล ต่อไปตามคำแนะนำของกรรมาธิการการศึกษาครับ🔗

๓. ขอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองผ่อนปรนให้เด็กที่ขึ้นต้นด้วยรหัส G สามารถ เดินทางออกนอกเขตอำเภอที่ตัวเองอาศัยได้เพื่อไปสอบเข้าเรียนต่อ อันนี้คือ ความจริงของกฎหมายที่กรรมาธิการทราบดีว่าเด็กที่ได้รับรหัส G หรือบุคคลที่ได้รับรหัส G มีสิทธิแค่การศึกษา แต่ไม่ได้มีสิทธิอาศัยอยู่บนแผ่นดิน คำว่า สิทธิการศึกษา คือได้รับ การศึกษาและได้รับงบประมาณในการศึกษา แต่ไม่ได้รับสิทธิที่จะอาศัยอยู่บนแผ่นดิน เช่นเดียวกับเด็กที่เปลี่ยนจากรหัส G เป็นรหัส ๐ แล้ว ระหว่างได้แล้วก็ยังไม่ได้สิทธินะครับ ต้อง ๕ ปีขึ้นไปถึงจะได้รับสิทธิอาศัยบนแผ่นดินนี้ ซึ่งแน่นอนครับ แต่จริง ๆ แล้วเรื่อง ของเด็กการเดินทางไปไหนก็ตามเขามี พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก มีกฎหมายต่าง ๆ ที่คุ้มครองเด็ก ที่จะช่วยทำให้เด็กไม่ได้ผิด เพราะว่าเราไม่มีสิทธิที่จะผลักดันอยู่แล้ว แต่สิทธิในการศึกษา และสิทธิการรักษาตัวที่ทุกคนเป็นห่วงนั้นมันเป็นพื้นฐานของสิทธิที่เขาต้องได้รับครับ เพราะฉะนั้นผมไปถามเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเขาบอกมันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมาจับกุมเด็ก ที่จะไปสอบ เพราะด้วยสิทธิคุ้มครองเขาก็ต้องมีอยู่แล้วเรื่องการศึกษา เรื่องการมีชีวิตอยู่รอด การจะไปรักษาตัวตามโรงพยาบาลต่าง ๆ เขาบอกเขาไม่เคยปฏิบัติจริง ๆ แต่แน่นอน กฎหมายอาจจะไม่มีเรื่องนี้เข้าไป ซึ่งก็ทราบมาว่าสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติกำลัง พิจารณาเรื่องนี้อยู่ในสิทธิ ๒ เรื่อง คือเรื่องของการได้รับการศึกษากับการรักษาตัว รักษาพยาบาล ซึ่งแน่นอนอาจจะต้องดูเรื่องกฎหมายว่าไปโดย คือเข้าใจว่าระเบียบกฎหมาย มันอาจจะไม่ได้เขียนไว้แต่มันก็ใช้กฎหมายตัวนั้นไม่ได้ เพียงแต่ว่าทำอย่างไรให้มันถูกไปเลย ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าได้รับสิทธิในการรักษาตัวกับการที่จะออกไปเพื่อการศึกษาได้ อันนี้ก็ ขออนุญาตที่จะนำเรียนครับ🔗

๔. ขอให้ตั้งศูนย์ประสานงานและสายด่วนเกี่ยวกับข้อมูลเด็กที่ไม่มีหลักฐาน ทะเบียนราษฎร์ หรือไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการมีศูนย์บริการประชาชน มีสายด่วน ๑๕๗๙ รวมถึงเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำเรื่องนี้อยู่แล้ว กระทรวงทำอยู่ตามคำแนะนำของ กรรมาธิการครับ🔗

๕. ขอให้เด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์ หรือไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งอยู่ ระหว่างกระบวนการตรวจสอบและจัดทำเลขประจำตัวประชาชนเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน ด้านสาธารณสุข อันนี้ก็ยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุขว่าหลักจริยธรรม แล้วก็จรรยาบรรณ วิชาชีพโดยคำนึงถึงความเสมอภาค ความเท่าเทียมทางด้านสาธารณสุข กระทรวง สาธารณสุขก็ไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ที่จะปฏิเสธการรักษานะครับ🔗

ส่วนด้านที่ ๒ การพัฒนาสถานะบุคคลของนักเรียนที่มีตัวเลขประจำตัว ขึ้นต้นด้วยรหัส G ให้เป็นตัวเลขประจำตัว ๑๓ หลัก ซึ่งหนึ่งข้อเสนอก็คือขอให้ กระทรวงมหาดไทยเร่งรัดดำเนินงานในการพัฒนาสถานะบุคคลของนักเรียนที่ขึ้นต้นด้วย รหัส G และประสานความร่วมมือกับสถานศึกษา ซึ่งยืนยันตรงนี้ทุกวันที่ ๑ ทุก ๆ เดือน กระทรวงศึกษาธิการจะต้องส่งข้อมูลเด็กรหัส G ให้กับกระทรวงมหาดไทยทุกเดือนครับ ทุกเดือนที่กระทรวงได้รับที่ได้ขึ้นทะเบียนเสร็จก็จะรีบส่งไปที่กระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยก็ต้องทำการพิสูจน์ทราบ แต่ต้องขอบคุณนะครับ อย่างที่เมื่อสักครู่ ผมบอกว่าเชิงรุก Workshop ที่กระทรวงทำเรื่องนี้โดยเฉพาะเดี๋ยวสัปดาห์หน้าวันที่ ๑๑ ทางมหาดไทยจะขึ้นไปทำที่เชียงใหม่ แล้วก็จะบอกว่าจะไปหลาย ๆ จังหวัด ไปแล้ว เกิดประโยชน์มาก นำร่องที่จันทบุรีสำเร็จค่อนข้างดีครับ ๔,๐๐๐ กว่าราย สามารถทำเสร็จ รวดเร็วภายในระยะเวลาสั้น ๆ เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพียงแค่เหลืออีกกลุ่มเดียวเท่านั้น คือกลุ่มที่มีปัญหาจริง ๆ คือเป็นปัญหาที่ว่าเป็นเด็กไทยแต่ไม่ได้มีทะเบียนราษฎร์ อันนั้น ต้องมีขบวนการต่อ แต่ถ้าเด็กต่างด้าวพิสูจน์ก็จะมีขบวนการอยู่แล้ว หรือว่าเป็นเด็กที่ถูกต้อง ที่จะต้องได้รับรหัส G ก็ได้ อันนั้นทางกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าทำงานเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ในการลงพื้นที่นะครับ วันที่ ๑๑ นี้ไป Workshop ที่เชียงใหม่ครับ จากข้อมูลรหัส G ที่กระทรวงมีจนถึง ณ วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ก็คือวันนี้เรามีตัวเลขรหัส G เด็กอยู่ที่ ๑๖๑,๖๐๘ คน ที่มีรหัส G อยู่ในการศึกษาของไทยวันนี้นะครับ🔗

ส่วนข้อเสนอแนะของกรรมาธิการอีกนะครับ ขอให้มีการแก้ไขระเบียบการส่ง ข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการไปยังกระทรวงมหาดไทย ๑๕ รายการ ซึ่งเยอะมากและ ยุ่งยาก การลงรหัส G คือต้องใช้ ๑๕ รายการ อย่างที่ทางกรรมาธิการบอกถูกต้องครับ แต่อย่างนี้ครับ ทางกระทรวงมหาดไทยพิจารณาแล้วกระทรวงมหาดไทยก็ยืนยันว่าแม้แต่ คนไทยก็จำเป็นต้องใช้ข้อมูล ๑๕ ชุดนี้เหมือนกัน เพราะว่ามันเป็นข้อมูลที่สำคัญ ซึ่งการจะ ปรับแก้ให้เด็กรหัส G ทำง่ายกว่ามันก็อาจจะเป็นเรื่องของความละเอียดอ่อน เรื่องของความ สุ่มเสี่ยงต่าง ๆ การพิสูจน์ทราบ เพราะฉะนั้นยืนยันว่าคนไทยก็ยังใช้ ๑๕ รายการ ในการ ลงทะเบียนรหัส G เช่นเดียวกับคนที่ลงรหัส G นะครับ อันนี้ทางกระทรวงมหาดไทยก็ยืนยันเพื่อเป็นอัตลักษณ์การแยกบุคคลซึ่งใช้เหมือนกับคนไทย ทุกประการครับ ๓. อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาสถานะบุคคลให้กับปลัดอำเภอและ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องครับ กรมการปกครองได้มีการดำเนินการอบรมพัฒนาความรู้ แก่ปลัดอำเภอโดยบรรจุวิชาการทะเบียนราษฎรซึ่งไม่มีสัญชาติไทย และการพัฒนาสถานะ บุคคลของสัญชาติในหลักสูตรปลัดอำเภอ และหลักสูตรปลัดอำเภอผู้ปฏิบัติงานด้านสัญชาติ การสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้แก่บุคคลที่ไร้สัญชาติ ในประเทศไทยนะครับ อันนี้บรรจุไปในหลักสูตรของปลัดอำเภอด้วย ซึ่งนั่นก็เป็นความตั้งใจ ความมุ่งมั่นของกระทรวงมหาดไทยที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ครับ แล้วกรรมาธิการเสนอ ข้อที่ ๔ ในเรื่องนี้ ขอให้ตั้งศูนย์มนุษยธรรมเป็นศูนย์ให้คำปรึกษาของปลัดอำเภอและ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติงานเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ซึ่งสำนักการทะเบียน กรมการปกครองได้มีบริการสายด่วน ๑๕๔๘ เป็นศูนย์ตอบปัญหาทะเบียนและบัตร รวมถึง งานสัญชาติและสถานะบุคคลให้แก่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนที่ประสบปัญหานะครับ ตอนนี้ มีอยู่แล้ว และในการปฏิบัติงานระดับจังหวัดมีสำนักงานทะเบียนจังหวัดเป็นหน่วยงาน ให้คำปรึกษาแก่สำนักงานในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาในการปฏิบัติงานอีกครั้งหนึ่งครับ ก็ขออนุญาตที่จะตอบยาวนะครับ แต่ก็จะตอบในสิ่งที่เกี่ยวกับคำถามที่ถามมาทั้งข้อเสนอแนะ ของกรรมาธิการ ความห่วงใยของท่านปารมีที่ตั้งกระทู้ถามในวันนี้ เบื้องต้นผมขอตอบคำถาม ข้อที่ ๑ เท่านี้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการครับ คุณปารมีถามได้อีกครั้งหนึ่งครับ เชิญครับ🔗

นายปารมี ไวจงเจริญ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ ผู้ตั้งกระทู้ถาม ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ท่านตอบคำถามล่วงหน้า ก่อนที่ดิฉันจะถามอีกนะคะ สิ่งที่ท่านตอบมาในช่วงหลัง ๆ นี่จริง ๆ เป็นคำถามที่ ๒ และ คำถามที่ ๓ ที่ดิฉันจะถามท่านรัฐมนตรีเลย แต่ต้องขอขอบคุณที่ท่านตอบมาก่อนล่วงหน้าแล้ว คือก็เหมือนอย่างที่ท่านได้ตอบมาก่อนแล้วล่ะ คำถามที่ ๒ ดิฉันจะถามในประเด็นว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย ตรวจคนเข้าเมือง สภาความมั่นคงแห่งชาติ ไม่นำข้อเสนอในรายงานที่คณะกรรมาธิการการศึกษา ซึ่งตัวดิฉันก็ ร่วมเป็นคณะทำงานนี้ด้วยแล้วก็เก็บข้อมูลอย่างครบถ้วนก็ว่าได้ เราได้เชิญหน่วยงานมาครบถ้วน ทุกหน่วยงาน แล้วก็มีการออกไปดูงานเก็บข้อมูลต่าง ๆ ตามจังหวัดต่าง ๆ หลายจังหวัด ดิฉัน คิดว่ารายงานฉบับที่ดิฉันและคณะกรรมาธิการการศึกษาได้จัดทำขึ้นมีความครบถ้วนสมบูรณ์ แต่ว่าท่านรัฐมนตรีได้ตอบก่อนที่ดิฉันจะถามเสียอีกนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันจะขอเสริม บางประเด็นสักเล็กน้อยนะคะท่านรัฐมนตรี คือกรณีที่ท่านได้กล่าวพูดถึงเด็กไม่มีหลักฐาน ทะเบียนราษฎรที่อ่างทอง ที่ลพบุรี หรือที่สุราษฎร์ธานีที่เป็นเคสล่าสุด แล้วก็ท่านกล่าวมา ก่อนหน้านี้ว่าท่านยืนยันว่าเด็กเหล่านี้บางส่วนที่ถูกส่งตัวกลับไปประเทศต้นทางเขาไป ด้วยความสมัครใจ อันนี้ข้อมูลที่ดิฉันได้รับทราบมาจะมีความต่างกับข้อมูลที่ท่านได้กล่าวไป เพราะว่ากรณีหน่วยราชการหลาย ๆ หน่วยตรวจสอบเด็กเหล่านี้ เรียกเด็กไปสอบปากคำ อะไรต่าง ๆ จะกล่าวว่าเด็กเหล่านี้ยินยอมกลับประเทศต้นทางด้วยความสมัครใจ ดิฉันคิดว่า คำคำนี้ไม่น่าจะเป็นความจริง เพราะหน่วยราชการต่าง ๆ พอไปดำเนินการตรวจสอบ สอบปากคำต่าง ๆ เขามันมีอำนาจเหนือกว่าพวกเขาอยู่แล้วเพราะเป็นหน่วยราชการไทย แล้วพวกเขาเป็นกลุ่มเด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรใช่ไหมคะ หน่วยราชการมีอำนาจ สูงกว่า เหนือกว่าอยู่แล้ว ดิฉันคิดว่าเขาไม่น่าจะกลับประเทศต้นทางไปด้วยความสมัครใจ อันนี้เป็นประเด็นหนึ่งนะคะ ประเด็นต่อมาคือกรณีที่ท่านพูดเกี่ยวกับว่าหน่วยราชการหลาย ๆ หน่วยมีการไปเรียกรับ ผลประโยชน์ หรือใช้คำง่าย ๆ เลยนะคะท่านประธานคือรับส่วยกับเด็กที่ไม่มีหลักฐาน ทะเบียนราษฎร์ที่บางคนก็จะต้องเดินทางออกนอกพื้นที่เพื่อไปสอบต่อ สอบเลื่อน หรือ สอบเข้าเมื่อเปลี่ยนช่วงชั้น เช่น สอบเข้า ม. ๑ สอบเข้า ม. ๔ หรือจบ ม. ๖ แล้วสอบเข้า มหาวิทยาลัย เขาจะถูกหน่วยราชการหลายหน่วยเรียกรับส่วย อันนี้เกิดขึ้นจริงค่ะท่านประธาน อันนี้ต้องถามไปยังท่านรัฐมนตรี และถามหน่วยราชการต่าง ๆ ด้วย มีหลายคนร้องเรียน มายังดิฉันนะคะ นอกจากกรณีการเดินทางออกนอกพื้นที่ เพราะว่าจริง ๆ แล้วเด็กที่ไม่มี หลักฐานทะเบียนราษฎร์เขาก็จะกลัวมากเวลาเขาจะเดินไปไหน หรือแม้แต่เด็กที่ได้ G-Code แล้วก็ตาม มันก็ยังติดขัด G-Code ก็ยังเดินทางออกนอกอำเภอไม่ได้ ในรายงานที่ดิฉัน ทำร่วมกับ กมธ. การศึกษาก็ได้มีเขียนข้อสังเกตเรื่องนี้ไว้ว่า สิทธิการเดินทางออกนอกพื้นที่ เพื่อไปสอบเรียนต่อของนักเรียนที่ได้ G-Code ก็ยังไม่พอ จึงควรต้องพัฒนาไปเป็นเลขประจำตัว ๑๓ หลัก ดิฉันก็ได้ให้ข้อสังเกตนี้ไปในรายงานฉบับนั้นแล้ว ซึ่งประเด็นนี้ก็จะต้องเกี่ยวข้องกับ กระทรวงมหาดไทย สภาความมั่นคงต่าง ๆ ด้วยนะคะ และรวมถึงที่ท่านรัฐมนตรีตอบ ไปก่อนแล้ว จริง ๆ ดิฉันก็ตั้งใจจะถามแต่ก็ขอขอบคุณที่ท่านได้ตอบไปก่อนแล้วก็คือเรื่องสิทธิ รักษาพยาบาล นักเรียนที่ได้ G-Code ก็จะยังไม่ได้สิทธิรักษาพยาบาล จะต้องเป็น เลขประจำตัว ๑๓ หลักขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งประเด็นนี้ดิฉันฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีสุรศักดิ์ แล้วก็ทางท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็คณะรัฐมนตรีด้วยว่า เพื่อการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ดิฉันคิดว่ากระทรวงสาธารณสุขควรจะต้องดำเนินการออก Action Plan ที่เป็นแผนอย่าง ชัดเจนว่าจะประกันสิทธิรักษาพยาบาลของเด็กกลุ่มที่ไม่มีหลักฐานในทะเบียนราษฎร์นี้อย่างไร🔗

อีกประเด็นหนึ่งนะคะท่านประธาน ก็คือเวลาเราพูดถึงเด็กกลุ่มที่ไม่มี หลักฐานทะเบียนราษฎร์นี่เรามักจะคิดถึงเด็กที่เป็นลูกหลานของแรงงานข้ามชาติหรือ ลูกหลานแรงงานของประเทศเพื่อนบ้านต่าง ๆ แต่จริง ๆ แล้วคนไทย ลูกหลานไทยเองจริง ๆ ก็เป็นเด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์อยู่เป็นจำนวนมากนะคะ ก็คือบรรดาลูกหลานของ คนไทยเองที่เป็นแรงงานโยกย้ายถิ่น เป็นแรงงานรับจ้าง แล้วเขาก็ไม่ได้ไปแจ้งเกิดตั้งแต่แรก หรือเป็นคนไทยตกหล่นเป็นเด็กกลุ่มเร่ร่อน หรือแม้แต่อย่างในภาคใต้ก็จะมีคนไทยพลัดถิ่น อยู่หลายจังหวัด เหล่านี้เป็นคนไทยแท้ ๆ เลยนะคะ เพราะฉะนั้นจึงอยากจะเสริมฝาก ท่านประธานไปทางรัฐบาลแล้วก็ฝากท่านรัฐมนตรีสุรศักดิ์ด้วยว่าที่กระทรวงศึกษาธิการ จะบูรณาการร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยทำ Workshop ที่เชียงใหม่ ดิฉันคิดว่าอยากจะ ให้มีเพิ่มเติมมากกว่านั้น เพราะว่าในกรุงเทพมหานครดิฉันคิดว่ามีเด็กที่ไม่มีหลักฐาน ทะเบียนราษฎร์เป็นจำนวนมากนะคะ โดยเฉพาะที่เป็นเด็กลูกหลานคนไทยที่เป็นแรงงาน รับจ้างแล้วเขาไม่ได้แจ้งเกิดให้ลูกหลานเขา หรือจะเรียกเด็กกลุ่มนี้ว่าเป็นเด็กเร่ร่อนก็ว่าได้ ดิฉันเชื่อว่าในกรุงเทพมหานครมีจำนวนเยอะมาก ก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาล นะคะว่า เด็กไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์ไม่ได้มีแค่ลูกหลานแรงงานข้ามชาติ เด็กไทยก็มี แล้วก็มีอีกหลายจังหวัด จริง ๆ ดิฉันอยากจะบอกด้วยว่ามีทุกจังหวัดเลย เพราะฉะนั้น ดิฉันขอถามเป็นคำถามที่ ๓ ขอฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีสุรศักดิ์ด้วย ขอตอบสั้น ๆ ก็ได้นะคะ ไม่ทราบว่าท่านจะมีเวลาเหลือหรือเปล่านะคะท่านรัฐมนตรี ดิฉันต้องการทราบ แผนดำเนินการที่ชัดเจนทั้งระยะสั้น ระยะยาวที่ชัด ๆ นะคะ โดยเฉพาะแผนดำเนินการขึ้น G-Code ให้กับนักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์ ที่เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณา ตอบมานะคะ แต่ว่าดิฉันอยากจะขอให้ท่านขมวดสั้น ๆ เลยเป็นแผนที่ชัดเจนว่าเด็กกลุ่มนี้ จะได้ดำเนินการขึ้น G-Code ภายในกรอบระยะเวลาเท่าไรจะยิ่งดี เพราะว่าในตัวรายงาน ที่ดิฉันทำร่วมกับ กมธ. การศึกษา ดิฉันมีระบุกรอบเวลาไว้นะคะท่านประธานว่าในการ ขึ้น G-Code ควรไม่ควรเกิน ๖ เดือนอะไรอย่างนี้เป็นต้นนะคะ เพราะว่าตอนนี้ปัญหา ภัยสู้รบระหว่างไทยกับเพื่อนบ้านก็ยังมีปัญหาอยู่ในหลายจุด แล้วลำพังเด็กในไทยเองที่เป็น เด็กเร่ร่อนเด็กลูกหลานแรงงานไทยก็มีปัญหายังขึ้นทะเบียนกันไม่ได้นะคะ ก็อยากจะขอ แผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว โดยสรุปสั้น ๆ จากท่านรัฐมนตรีด้วย ขอเป็นคำถาม สุดท้ายค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณคุณปารมี ไวจงเจริญ ครับ เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ตอบ กรุณาตอบสั้น ๆ หน่อย เพราะว่ากระทู้ถามนี้เกินเวลาไปมากแล้วนะครับ เอาประเด็นที่ท่านยังไม่ได้ตอบก็กรุณาตอบ สั้น ๆ ได้ครับ เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการครับ🔗

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จริง ๆ แล้วทุกคำตอบ ทุกคำถามเมื่อสักครู่นี้เกี่ยวข้องกันหมด แล้วก็อยากจะอธิบายให้เข้าใจ ว่ากรรมาธิการเองเสนอข้อมูลที่ดีแล้วก็แจงเป็นรายละเอียดเพื่อให้ผู้ถามได้เข้าใจ และผม ก็ทราบว่าท่านปารมีก็เข้าใจว่าเราทำงานอย่างละเอียดมากในเรื่องเหล่านี้เพื่อบ่งบอกถึง ความตั้งใจ ส่วนเรื่องของเมื่อสักครู่ท่านบอกว่าขอย้อนไปนิดหนึ่งครับ คำถามที่ว่ามีการ เรียกรับนั้นถ้าเกิดขึ้นแน่นอนพวกเราไม่ยอมนะครับ ในเรื่องของเด็กรหัส G ที่ต้องออกนอก พื้นที่แล้วมีการเรียกรับผลประโยชน์ จริง ๆ แล้วก็ยืนยันตรงนี้ครับ เด็กรหัส G เขามี พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กคุ้มครองอยู่แล้วในเรื่องสิทธิต่าง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นถึงกฎหมาย จะไม่ได้เอื้อแต่ก็ไม่มีสิทธิที่จะจับกุมหรือขับเขาออกนอกประเทศนะครับ อันนี้สำหรับ เด็กและเยาวชนก็ยืนยันตรงนี้ให้ทุกคนสบายใจ เด็ก ๆ รหัส G สบายใจว่าถ้าเกิดมีการเรียกรับ แน่นอนไม่จำเป็นต้องทำครับ เพราะว่าไม่มีอำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐที่จะขับไล่ออกจากประเทศ โดยไม่สมัครใจ แล้วก็เป็นสิทธิของพื้นฐานความเป็นมนุษย์ทางด้านการการรักษา แล้วก็ การเรียนครับ ส่วนเรื่องของแผนการที่จะดำเนินการเรื่องนี้ระยะสั้นคงบอกไปหมดแล้วครับ ทำรูปเล่ม ทำความเข้าใจ เร่งรัดในการออกรหัสด้วยความเข้าใจ สำรวจเชิงรุกในการทำสำรวจ Dropout ด้วยนะครับ แล้วก็ทำเด็กเก็บตกที่ไม่ใช่รหัส G มาขึ้นรหัส G อันนี้คือระยะสั้น ส่วนระยะยาวที่กำลังดำเนินการอยู่ก็แน่นอน ทั้งข้อกฎหมายที่มีความเกี่ยวข้องในเรื่องของ สิทธิในการรักษาพยาบาลของเด็กรหัส G ข้อกฎหมายของสิทธิในการอาศัยของเด็กรหัส G ที่ยังเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดช่องโหว่ของกฎหมายหรืออะไรก็ตามที่ทุกคนกำลังห่วงนั้น ทางกระทรวงกับสภาความมั่นคงแห่งชาติกำลังพิจารณาเรื่องการแก้ระเบียบบางประเด็น แต่มุ่งเน้นไปจนสิทธิด้านการศึกษาแล้วก็สิทธิการรักษาพยาบาลเป็นหลัก โดยคำนึงถึง ความมั่นคงด้วยนะครับ ขออนุญาตตอบท่านประธานไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กราบขอบพระคุณอีกครั้งสำหรับกระทู้ถามที่มีประโยชน์กับกระทรวงศึกษาธิการและ ข้อเสนอแนะที่ดีจากกรรมาธิการการศึกษาที่มีความตั้งใจแล้วก็ห่วงใยในเรื่องเหล่านี้ครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้ถามคืออคุณปารมี ไวจงเจริญ ครับ จบกระทู้ถามนะครับ กระทู้ถามต่อไปนะครับ🔗

๒. เรื่อง ปัญหาถนนคับแคบ ทรุดโทรม และขาดแคลนบริการขนส่ง สาธารณะ ถนนลำลูกกา ๑๑ (เสมาฟ้าคราม) จังหวัดปทุมธานี นายเชตวัน เตือประโคน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน🔗

ซึ่งในการนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คุณทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยมาพร้อมที่จะตอบแล้ว ขอเชิญ คุณเชตวัน เตือประโคน ครับ🔗

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี ตัวแทนพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่เทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลเมืองลาดสวาย อำเภอลำลูกกา ผมต้องขอบคุณท่านประธานที่บรรจุกระทู้ถามนี้นะครับ ซึ่งเป็นกระทู้ถาม ที่เป็นปัญหาคาราคาซังของพี่น้องประชาชนชาวปทุมธานีครับ โดยเฉพาะชาวอำเภอลำลูกกา คลองสองเป็นปัญหาคาราคาซังมานานมากครับ ขอบคุณท่านทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงมหาดไทยที่มาตอบกระทู้ถามในวันนี้ ผมก็ตื่นเต้นแล้วก็ยินดีมากที่ท่านมาตอบนะครับ ในฐานะที่วัยเด็กผมก็มีภูมิลำเนาอยู่ในเขต ที่ท่านเคยเป็น สส. แล้วก็เลือกตั้งครั้งแรกผมก็เลือกท่านด้วยนะครับ กระทู้ถามในวันนี้ ก็มีความคาดหวังว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ รวมถึงคนที่สัญจรไปมาบนถนนเสมาฟ้าคราม จะได้รับความกระจ่าง ท่านประธานครับ ก่อนเข้าสู่คำถามก่อนที่ผมจะไปเน้นชัด ๆ เรื่องถนนเสมาฟ้าครามหรือถนนลำลูกกา ๑๑ ผมขอเท้าความไปสัปดาห์ก่อนสักเล็กน้อย เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องเดียวกัน คือสัปดาห์ก่อนในการพิจารณา พ.ร.บ. ตั๋วร่วม ผมก็เป็น คนหนึ่งที่อภิปรายสนับสนุนอยากให้รัฐบาลทำเรื่องตั๋วร่วมอย่างเต็มที่เลยครับ เห็นด้วย เพราะพี่น้องประชาชนชาวอำเภอลำลูกกาจะได้ประโยชน์จากราคาค่าโดยสารร่วมที่ลดลง แต่อย่างไรก็ตามที่ต้องทำไปพร้อม ๆ กันนั่นก็คือการเพิ่มรถเมล์บนถนนลำลูกกา แต่ขณะเดียวกันเรื่องเดียวกันก็ถูกเอาไปโจมตีว่าเป็นคนละเรื่อง ใส่ร้ายว่าเราขวางความเจริญ เอาไปเปรียบเทียบกับเรื่องของการที่ว่าให้ถนนลูกรังหมดไปก่อนอะไรอย่างนี้ ซึ่งก็มาจากเพจ ที่ชื่อว่า Ing Shinawatra Forever ใส่ร้ายทำลาย ซึ่งผมคิดว่าท่านรัฐมนตรี รวมถึงพรรค อาจจะต้องไปสอดส่องอย่าให้ FC ที่ขยันแต่อ่านหนังสือไม่ครบแบบนี้มาทำลายภาพลักษณ์ ของท่านนายกไป ท่านประธานครับ คือตัวอย่างนี่ พ.ร.บ. ตั๋วร่วม ที่เราและ สส. ในสภา ทุกคนอยากเห็นแล้วก็พูดถึงที่สุดคือราคาค่าโดยสารร่วม รถรางเรือต่อกัน แต่ถ้ารถเมล์ บนถนนลำลูกกาไม่มี รถเมล์บนถนนลำลูกกา ๑๑ มีไม่เพียงพอ มันก็จะนำมาสู่ปัญหาที่เราจะ เดินทางไปสู่ระบบรางไม่ได้ ท่านประธานครับ เชื่อมโยงกับกระทู้ถามที่ผมจะถามในวันนี้ ถนนลำลูกกามีขนส่งสาธารณะไม่เพียงพอ ถนนเสมาฟ้าครามหรือถนนลำลูกกา ๑๑ ซึ่งเป็น ถนนที่จะนำประชาชนมาสู่สถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียวก็มีรถเมล์ไม่เพียงพอ นั่นก็เพราะว่า การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นยังไม่เกิดขึ้น นั่นก็เพราะว่าการมีเอกชนผู้ให้บริการที่ผูกขาดอยู่ ไม่กี่เจ้า คือถ้าไปดูสภาพของถนนเสมาฟ้าครามด้วยจะเห็นว่าตามภาพนะครับ เป็นหลุม เป็นบ่อ ท่อระบายน้ำก็ตัน ฝนตกทีไรน้ำท่วมขัง มีเสาไฟฟ้ามากที่สุดน่าจะมากที่สุด ในประเทศไทยในสายสั้น ๆ เส้นนี้ เสาไฟฟ้ามาก แต่ไฟส่องสว่างกลับมีเพียงริบหรี่มาก แทบจะไม่ติดเลยด้วยซ้ำ เมื่อวันก่อนก็เพิ่งจะมีอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งชนซุ้มเทศบาล มีผู้เสียชีวิตคาที่ ๒ ราย แล้วก็มีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก ๔ ราย ท่านประธานครับ นอกจากนี้ ไม่กี่เดือนก่อนบนถนนเส้นเดียวกันนี้ก็มีรถยนต์หักลบหลุมที่อยู่บนถนน แล้วก็ไปเบียดเอากับ รถจักรยานยนต์ที่ขับประกบข้างมา แล้วก็ปรากฏว่าไปเบียดเอากับเสาไฟฟ้าที่มีอยู่มากมาย ปัจจุบันคนขับรถจักรยานยนต์ที่ถูกเบียดชนเสาไฟฟ้านั้นก็ต้องกลายเป็นคนพิการไป ท่านประธานครับ ถนนเสมาฟ้าครามหรือถนนลำลูกกา ๑๑ กรมทางหลวงชนบทเคยว่าจ้าง บริษัทที่ปรึกษามาทำการสำรวจรับฟังความคิดเห็น ตลอดจนได้ทำการออกแบบรูปร่างหน้าตา ของถนนมาว่าถ้าจะขยายจาก ๒ ช่องทางจราจรเป็น ๔ ช่องทางจราจร หรือ ๖ ช่องทางจราจร รูปร่างหน้าตาจะเป็นแบบในภาพนี้นะครับ นี่คือโครงการที่สำรวจออกแบบไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ และแบบที่เป็นรูปเป็นร่างนี้หน้าตาของถนนนี้ที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ที่หมู่บ้าน จัดสรรต่าง ๆ เอาไปประชาสัมพันธ์ เอาไปโฆษณาขายบ้าน ตามข่าวต่อไปนี้เลยครับ ทางหลวงชนบทเดินหน้าขยายถนนเสมาฟ้าครามลำลูกกาคลอง ๒ เตรียมรับรถไฟฟ้าสายสีเขียว ตั้งแต่รถไฟฟ้าสายสีเขียวคูคตยังไม่มีนะครับ ข่าวนี้เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๖๐ ประชาชน เขาก็คาดหวัง ก็ไปซื้อบ้านในโครงการนี้ มาซื้อบ้านอยู่ซื้อที่อยู่อาศัยมากมายบนเส้นนี้ เพราะเขาเห็นว่ารัฐกำลังจะมีโครงการขยายถนนเสมาฟ้าคราม ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอ่านข่าวของเมื่อ ๘ ปีที่แล้วให้ฟังเล็กน้อย นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวิศิน อธิบดี กรมทางหลวงชนบทในขณะนั้นเปิดเผยว่าปัจจุบันถนนเสมาฟ้าครามมีผิวจราจรที่คับแคบ มีรถสัญจรเป็นจำนวนมากทำให้ประสบปัญหาจราจรติดขัดโดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน ท่านอธิบดี ทช. สมัยนั้นปี ๒๕๖๐ ท่านยังทราบว่าเมื่อ ๘ ปีที่แล้วด้วยซ้ำยังเห็นว่ามันมีปัญหา รถติด แล้วพอมาวันนี้ติดหนักยิ่งกว่าเก่าอีก อาการหนักกว่าเดิมอีกนะครับ แล้วข่าวก็บอกว่า ทช. ได้ดำเนินการออกแบบสำรวจถนนเส้นนี้ เบื้องต้นโครงการดังกล่าว เป็นโครงการขยายถนนจาก ๒ ช่องเป็น ๔-๖ ช่อง เขตทาง ๓๐ เมตร มีจุดเริ่มต้นจาก โครงการทางหลวงแผ่นดินรังสิต-นครนายก ข้ามคลองรังสิตประยูรศักดิ์มา แล้วก็มาบรรจบที่ ถนนลำลูกกา ๓๓๑๒ ระยะทาง ๔.๔๕๑ กิโลเมตร ท่านประธานครับ ๔.๔๕๑ กิโลเมตร ถ้าดำเนินการตั้งแต่เมื่อ ๘ ปีที่แล้วปัญหาของพี่น้องชาวปทุมธานีก็คงจะไม่คาราคาซังมาจน ปัจจุบัน และงบประมาณก็คงไม่บานปลายแบบในปัจจุบันนี้นะครับ ที่อ้างว่าไม่มีงบ ซึ่งตามข่าวก็สรุปว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มศักยภาพของถนนเสมาฟ้าคราม เพิ่มความ ปลอดภัยให้แก่ประชาชนรองรับการขยายตัวของโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ในอนาคตนะครับ ซึ่งวันนี้ก็ยังไม่เกิด คือทางหน่วยงาน ที่รับผิดชอบก็รู้เรื่องนี้มีข้อมูล แต่ถามหน่อยว่าจากวันนั้นจนวันนี้ยังไม่มีนะครับการขยาย ถนนเสมาฟ้าคราม ยังไม่มีนะครับการตอกเสาเข็ม แต่สิ่งที่มีเป็นภาพต่อไปนี้นะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

สิ่งที่มีก็คือนี่ครับ เป็นป้ายรถเมล์ที่มี ฉากหลังเป็นรูปของการประชาสัมพันธ์ว่ารูปร่างหน้าตาของถนนที่จะขยายในอนาคต จะเป็นแบบนี้ ป้ายรถเมล์ตั้งอยู่มานาน ๘ ปีจนซีดหมดแล้ว คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ท่านผู้นำฝ่ายค้านของเรา คุณสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้ออกแบบนโยบายเกี่ยวกับการคมนาคม ขนส่งของพรรคประชาชนเราก็เคยไปติดตามปัญหานี้ด้วยเคยไปดูที่นี่ด้วย เราก็ทราบปัญหาดี เพียงแต่ว่าเราเป็นฝ่ายค้านทำอะไรไม่ได้ ที่ทำได้ก็คือการที่ผมมาตั้งกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี และถามท่านรัฐมนตรีในวันนี้นะครับ คำถามแรก รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องท่านมีแผนที่ จะพัฒนาขยายถนนลำลูกกา ๑๑ ถนนเสมาฟ้าครามนี้ตามที่มีผลการศึกษาตลอดทั้งเส้นหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คุณเชตวันครับ เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับ มอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาเป็นผู้ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านเชตวัน เตือประโคน ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี ผมต้องขอบคุณท่านผู้แทนที่ได้กล่าวถึงผมช่วงวัยเด็ก ดูจากนามสกุลท่านน่าจะเป็นคนประโคนชัยบ้านเดียวกับผม ที่นั่นก็เป็นอำเภอเล็ก ๆ ปัจจุบันนี้ ก็มีการพัฒนา แล้วก็เป็นอำเภอที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ท่านเป็นคนที่นั่น แล้วก็ เขาบอกคนประโคนชัยเป็นคนพันธุ์ไก่ชน ทำอะไรส่วนใหญ่ก็จะมีแต่ความสำเร็จนะครับ ท่านให้ความกรุณาห่วงใยในเรื่องของปัญหาถนนคับแคบ ทรุดโทรม และขาดแคลนบริการ ขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะทราบว่าปัจจุบันท่านมาอยู่ที่ปทุมธานีท่านก็ห่วงใยพื้นที่ อันนี้ เป็นเรื่องต้องน่าชื่นชมยินดีนะครับ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานที่ถนนลำลูกกา ๑๑ หรือว่า พี่น้องหลายท่านก็เรียกว่า เสมาฟ้าคราม เป็นพื้นที่ที่อยู่ในจังหวัดปทุมธานี ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกว่าพื้นที่ที่ท่านให้ความกรุณาได้ถามนี่เป็นเรื่องของ โครงสร้างพื้นฐานที่เป็นถนนในการเดินทางไปมาหาสู่ของพี่น้องประชาชนเป็นถนนที่อยู่ใน ความรับผิดชอบของเทศบาล จำได้น่าจะเป็น ๓ เทศบาล มีเทศบาลนครรังสิต แล้วก็ เทศบาลคูคต เทศบาลเมือง แล้วก็เทศบาลเมืองลำสามแก้ว มีความยาวของถนนประมาณ ๔ กิโลเศษ ๆ ก็พาดผ่านระหว่างทางซีกที่ติดกับถนนที่อยู่ติดไปทางคลองรังสิต แล้วก็ พาดผ่านข้ามไปที่ลำลูกกาก็จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทยนะครับ เพราะว่าเทศบาลดังกล่าวเหล่านั้นเป็นเทศบาลที่กำกับดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัด มีนายอำเภอกำกับดูแลด้วย นายอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัดนี้ก็เป็นหัวหน้าส่วนราชการ ซึ่งขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย ก็ถือว่าเป็นภารกิจหน้าที่สำคัญของกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องกำกับดูแล โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยเรานั้นมีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข อำนวยความเป็นธรรมของสังคม ส่งเสริมแล้วก็พัฒนาการเมือง การปกครอง การพัฒนา บริหารราชการส่วนภูมิภาค การปกครองท้องที่ รวมถึงกำกับดูแลสนับสนุนแล้วก็ส่งเสริม ให้องค์กรปกครองท้องถิ่นในการปฏิบัติงาน หมายความว่ากระทรวงมหาดไทยก็มีการกำกับ ดูแลเป็นหน้าที่ตามกฎหมาย แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอง ก็ถือว่าเป็นอิสระนะครับ เป็นนิติบุคคลหลักการกระจายอำนาจ แต่ว่าของเรายังมีการกำกับ ดูแลแบบอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกัน แต่ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นยังมีคาบเกี่ยวกันบ้าง แต่ว่าหน้าที่จริง ๆ เป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเข้ามาจัดการเลือกตั้ง มีสมาชิกมาจากการเลือกตั้ง สมาชิกมาจากการเลือกตั้งมาจากประชาชน ให้โอกาสในการ ทำหน้าที่ในการบริหาร องค์กรปกครองท้องถิ่นเองก็ต้องมีหน้าที่สำคัญในการดูแล พี่น้องประชาชน เรื่องของการพัฒนา เรื่องการก่อสร้าง การบำรุงรักษาถนน เพื่อประโยชน์ สาธารณะแก่ประชาชนในพื้นที่นะครับ เรื่องการดำเนินการทั้งหลายเขาก็มีกระบวนการ เริ่มฟังเสียงจากประชาชน นำปัญหาของประชาชนไปทำเป็นข้อบัญญัติเพื่อจัดตั้งงบประมาณ ในการดูแล เพียงแต่ว่าบางเรื่องนั้นอาจจะเป็นเรื่องที่เร่งด่วน อันนี้ก็เป็นอำนาจหน้าที่ ของผู้บริหารในการดำเนินการ อันนี้เป็นไปตามหลักของการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น อันนี้ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานและสมาชิกไว้ก่อนนะครับ เพื่อให้เห็นทิศทางตรงกันว่าถนน ที่ท่านกรุณาห่วงใยมีความกังวลมันอยู่ในหน้าที่ของท้องถิ่นนะครับ ไม่ใช่อยู่ในอำนาจหน้าที่ ของกรมทางหลวงชนบทหรือว่ากระทรวงคมนาคม แต่ว่าเดิมก่อนปี ๒๕๔๗ ผมจำได้ว่าถนน ดังกล่าวก็จะเป็นภารกิจของกรมทางหลวงชนบท แต่หลังจากปี ๒๕๔๗ แล้วมีการถ่ายโอน ภารกิจตามกฎหมายครับ คือกรมทางหลวงชนบทเองเมื่อก่อนผมจำได้ว่าเขาจะมีอายุ ของกรมเพียง ๕ ปี เป็นภารกิจเฉพาะ แต่ว่าภารกิจจริง ๆ แล้วคือทำช่วงรอยต่อและ การเปลี่ยนผ่านระหว่างการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นทำแทนไปก่อน แต่เมื่อเข้าที่เข้าทาง แล้วเส้นทางคมนาคมทั้งหลายที่อยู่ในพื้นที่ของ อปท. ทั้งหลายนี้ก็จะมีการถ่ายโอนออกไป ให้กับท้องถิ่นทำหน้าที่ เพราะฉะนั้นเส้นทางดังกล่าวนี้ถูกถ่ายโอนไปให้กับเทศบาลนครรังสิต เทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองฟ้าคราม โทษนะครับเดี๋ยวผมดูรายชื่อนิดหนึ่งว่าเป็นการ ถ่ายโอนให้กับ อปท. ที่เป็นไปตามกฎหมายนะครับ อันนี้คือเป็นเรื่องภารกิจที่ได้ดำเนินการ ไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นกระทรวงมหาดไทยเองจริง ๆ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจอะไรนะครับ พอมีปัญหาท่านสมาชิกได้มีการถามเป็นกระทู้ถาม ผมทราบว่าทางเทศบาลทั้ง ๓ แห่ง ได้มีการทำหนังสือถึงท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ได้ตอบข้อกังวล ข้อห่วงใยว่า เทศบาลเองได้มีมาตรการมีวิธีการดำเนินการอย่างไรเพื่อให้การดำเนินการมันสำเร็จลุล่วง ไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเรื่องของปัญหา สำหรับกระทรวงมหาดไทย เองก็มีสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอที่กำกับดูแลองค์กรปกครองท้องถิ่น อันนี้ไม่ใช่ เฉพาะที่นี่ที่เดียวนะครับท่านประธานถึงท่านสมาชิก เราก็สั่งการไปทุกจังหวัดให้ อปท. ทั้งหลาย และผู้บริหาร อปท. ทั้งหลายดำเนินการไปให้มันเป็นไปตามความต้องการของ พี่น้องประชาชนนะครับ มีปัญหาอะไรเราก็ต้องไปตั้งงบประมาณในการแก้ไขปัญหา ท้องถิ่นเองก็มีงบประมาณเป็นของตัวเองนะครับ เพียงแต่ว่าอันนี้เห็นใจอยู่ครับ แต่ว่า ที่ปทุมธานีผมดูงบประมาณของท้องถิ่นแต่ละแห่งผมว่ามากกว่าอีสานเยอะ มากกว่าบุรีรัมย์ บ้านเกิดผมเยอะ ของท่านเยอะ ของเราที่โน่น อปท. หนึ่งมีงบประมาณโดยภาพรวม ผมดูตัวเลขบางที่ ๕๐ ล้านบาท แต่มีงบลงทุนเพียงปี ๑๐ เปอร์เซ็นต์ คือประมาณแค่ ๕ ล้านบาท ที่เหลือเป็นรายจ่ายประจำ แต่ที่จังหวัดปทุมธานีผมดูตัวเลขหลายที่ อาจจะ ๘๐๐ ๑,๒๐๐ ๕๐๐ ล้านบาท อันนี้ ก็แล้วแต่พื้นที่ของแต่ละแห่ง ซึ่งเขามีรายได้จากการจัดเก็บภาษีอากรเป็นของตัวเอง แต่ว่า การดำเนินการโครงการทั้งหลายเขาก็ต้องใช้เงินของตัวเองนี่ละครับในการเข้าไปบริหาร จัดการแก้ปัญหา ยกเว้นแต่ว่างบประมาณที่มีอยู่นี้มันอาจจะจำกัด มีน้อยไม่พอดำเนินการไป ก็อาจจะขอไปที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด อันนี้เป็นแนวทางในการดำเนินการนะครับ ถ้า อบจ. ไม่มีให้ก็อาจจะขอไปที่งบจังหวัด กลุ่มจังหวัด หรือถ้างบจังหวัดไม่มีก็อาจจะขอมา ที่ส่วนกลาง โดยเฉพาะวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลทั้งหลายสามารถของบประมาณตรงไปที่ สำนักงบประมาณได้แล้วนะครับ เทศบาลไม่ต้องของบประมาณมาที่กระทรวงมหาดไทย เหมือนกับ อบต. เพราะฉะนั้นปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้เทศบาลเองทั้ง ๓ ท้องถิ่น สามารถที่จะ ตั้งงบประมาณเป็นของตัวเองในการดำเนินการได้นะครับ แต่ว่าที่ผ่านมาผมก็ได้ติดตาม ก็ทราบว่าท้องถิ่นทั้ง ๓ แห่งได้มีการตั้งงบประมาณในการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหา เรื่องของถนนคับแคบ ชำรุดทรุดโทรม แล้วก็ขยายช่องการจราจรแล้วทั้ง ๓ แห่ง ไม่ว่าจะ เป็นเทศบาลเมืองคูคตได้อนุมัติงบประมาณในการดำเนินการโครงการปรับปรุงผิวจราจร Asphaltic คอนกรีตบริเวณถนนลำลูกกา ๑๑ ถนนเสมาฟ้าครามตามที่ประชาชนส่วนใหญ่ ได้เรียกชื่อไว้ในหมู่ที่ ๕ งบประมาณทั้งสิ้น ๒,๓๐๐,๐๐๐ บาทเศษ อันนี้ก็เป็นส่วนที่อยู่ใน ความเห็นชอบของเทศบาลเมืองคูคต ซึ่งเป็น ๓ ตอนด้วยกัน ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่าง การดำเนินการอยู่ ยังไม่แล้วเสร็จ เพราะว่ามีการทำเรื่องของฝาเหล็กบ่อพักน้ำ ซึ่งมันไปอยู่ ในผิวจราจรพอดี ทำเสร็จแล้วก็จะมีการดำเนินการที่จะไปปูผิว Asphaltic เป็นผิวเรียบ จะมีความหนาประมาณสัก ๕ เซนติเมตร ก็คือ ๐.๕ เมตร ความยาวประมาณ ๘๔๐ เมตร พร้อมมีการตีเส้นจราจร แล้วก็คาดหมายว่าจะมีการดำเนินการแล้วเสร็จประมาณสักเดือน กุมภาพันธ์ ปลาย ๆ เดือนนี้ละครับ แล้วมีโอกาสตรวจสอบติดตามไป ปรากฏว่าผู้รับจ้างเอง ก็ทำงานล่าช้าไป อันนี้เรียนท่านประธานและท่านสมาชิกด้วยความห่วงใย แต่คาดหมายว่า ประมาณสักกลางเดือนมีนาคมนี้ก็จะแล้วเสร็จไปนะครับ🔗

ส่วนเทศบาลเมืองลำสามแก้ว อันนี้ได้อนุมัติงบประมาณโครงการปรับปรุง ถนนเป็น Asphaltic คอนกรีต บริเวณถนนเสมาฟ้าคราม หมู่ที่ ๖ ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี งบประมาณทั้งสิ้น ๘,๗๕๙,๐๐๐ บาท เป็นงบประมาณที่มาจากการจ่าย ขาดเงินสะสม อันนี้ก็เป็นอำนาจหน้าที่ของ อปท. ในการที่จะดำเนินการเป็นงบประมาณ ประจำปี ๒๕๖๗ ซึ่งในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างอยู่นะครับ🔗

ส่วนที่ ๓ เทศบาลนครรังสิต อันนี้ได้ดำเนินการขยายถนนซอยรังสิต- นครนายก ๔๖ ถนนเสมาฟ้าคราม ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี อันนี้ เป็น ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร ระยะทางทั้งสิ้นประมาณ ๑.๖ กิโลเมตร อันนี้ ดำเนินการไปแล้วเสร็จ แต่ผมเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกว่าในทั้ง ๓ ท้องถิ่น เส้นทางดังกล่าวนี้ เนื่องจากว่ามีเขตทางในการที่จะขยาย ผมเรียนว่าช่วงแรกได้อยู่นะครับ แต่ช่วงหลังไปตั้งแต่ ๒ เทศบาล เทศบาลลำสามแก้วถึงคูคต ปรากฏว่าไม่มีเขตทางในการ ที่จะขยาย ครั้งหนึ่งที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงเรื่องที่ทางหลวงชนบทได้มีการศึกษาว่า เป็นแนวทางที่มันจะขยายไป อันนั้นเป็นเรื่องของตอนที่ทางหลวงชนบทศึกษาไว้ แต่ว่าหน้าที่ ในการดำเนินการนั้นไม่ใช่หน้าที่ของกรมทางหลวงชนบท เป็นหน้าที่ของท้องถิ่นทั้ง ๓ แห่ง วันนี้ถ้าบอกว่าจะต้องขยายที่ทางทั้งหมดนี้ให้มันเป็น ๔ เลนหมด อันนี้เป็นเรื่องที่ผมก็ต้อง กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกว่าก็ต้องหาแนวทางในการที่จะให้ท้องถิ่นทั้ง ๓ แห่ง ได้มีงบประมาณเพิ่ม เพราะว่าการดำเนินการขยายช่องทางจราจร ผมดูตัวเลขใช้เงินค่อนข้างสูงมาก เขาบอกว่าไม่คุ้มกับการลงทุนสำหรับท้องถิ่น เขาพูดกัน อย่างนี้นะครับ แต่ว่าถ้ามันเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นจริง ๆ ผมว่าบางทีบางครั้งเราอาจจะต้อง ให้ท้องถิ่นทั้ง ๓ แห่งที่มีงบประมาณอาจจะมีไม่เพียงพอจำเป็นต้องมีการถ่ายโอนถนน ดังกล่าวนี้กลับไปให้กับทางหลวงชนบทคืน ซึ่งในขณะนี้มีหลายจังหวัดได้มีการถ่ายโอน ภารกิจที่เป็นเส้นทางคมนาคมอย่างนี้ให้กับกรมทางหลวงชนบทแล้ว เพราะว่าผมมั่นใจว่า ถ้าให้หน่วยงานกลางดำเนินการไปตามคำปรึกษา ถ้าเขาเป็นเป็นเจ้าภาพ เขาก็จะมี งบประมาณในการดำเนินการได้มากกว่าท้องถิ่น แล้วก็จะเป็นเรื่องที่ทำแล้วมีมาตรฐานงาน ของทางเป็นมาตรฐานเดียวกัน ถ้าจะให้ท้องถิ่น ๓ แห่งทำนี้ ผมก็กังวลใจว่าบางทีบางครั้ง แต่ละแห่งเป็นนิติบุคคล ต่างท้องถิ่นต้องมีความอิสระเวลาการทำอะไรไปแล้ว เรื่องของ ช่องการจราจร เรื่องขนาด เรื่องของผิวการจราจรอาจจะมีความไม่ตรงกัน การเดินทาง ไปมาหาสู่กันก็อาจจะไม่สะดวก อันนี้เบื้องต้นก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและ ท่านสมาชิกว่าเทศบาล ๓ แห่งได้ตั้งงบประมาณในการเข้าไปแก้ไขปัญหาเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอเชิญคุณเชตวัน เตือประโคน ถามเป็นครั้งที่ ๒ ครับ🔗

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี พื้นที่เทศบาลเมืองคูคต เมืองลำสามแก้วและเมืองลาดสวาย ก็เข้าใจอย่างที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ชี้แจงนะครับ ก็เป็นถนนที่เกี่ยวเนื่องกับทั้ง ๓ เทศบาล คือเทศบาลนครรังสิต เทศบาล เมืองลำสามแก้ว แล้วก็เทศบาลเมืองคูคต ซึ่งผมเข้าใจดีว่าเป็นเรื่องของงบประมาณซึ่งทั้ง ลำสามแก้วและเมืองคูคตน่าจะอยู่ที่ประมาณสัก ๔๐๐ ล้านบาท ซึ่งถ้าจะมาดูแลถนนเส้นนี้ มาเวนคืนผมคิดว่าก็คงจะเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร ซึ่งก็สอดคล้องกับที่ผมเคยพูดแล้วก็มี แนวคิดไว้ คืออย่างที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงมาในส่วนของเทศบาลนครรังสิตเอง ๑.๖๕ กิโลเมตรนี้ ทางนายกเทศบาลนครรังสิตเขาก็ขยายเป็น ๔ ช่องทางจราจรเรียบร้อยแล้ว แต่ทีนี้พอมาถึง ลำสามแก้วกับคูคต ก็ยังไม่มีการขยายถนน แล้วก็ยังเป็นหลุมเป็นบ่อยังผุพังอยู่นะครับ ซึ่งแนวคิดที่ผมคิดไว้เรื่องนี้เดี๋ยวอาจจะต้องปรึกษาท่านรัฐมนตรีด้วยว่ามันจะมีแนวทาง เป็นไปได้ ผมเคยเห็นว่ามันเกิดขึ้นได้ นั่นก็คือแนวคิดเรื่องของการควบรวมนะครับ ควบรวม เทศบาลเมืองคูคตกับควบรวมเทศบาลเมืองลำสามแก้วเข้าด้วยกัน ยกระดับจากเทศบาลเมือง เป็นเทศบาลนครเพื่อที่จะให้การบริหารงานในพื้นที่ตรงนี้ได้ราบรื่นอย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่า เดี๋ยวอาจจะต้องขอปรึกษาท่าน เรื่องการควบรวมยกระดับเทศบาลจากเทศบาลเมือง เป็นเทศบาลนคร เพราะทั้ง ๒ เทศบาลนี้ ทั้งเทศบาลเมืองคูคตและเทศบาลเมืองลำสามแก้ว อยู่ในตำบลคูคตตำบลเดียวครับ ตำบลเดียวกันแต่แยกออกเป็น ๒ เทศบาลเมือง ซึ่งผมก็คิดว่า ถ้าควบรวมแล้วงบประมาณอาจจะมากขึ้นด้วย การบริหารจัดการ อำนาจหน้าที่ก็อาจจะอยู่ ที่นายกซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนซึ่งหาเสียงไว้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธาน ฝากไปถึงท่านรัฐมนตรี ผมจะให้ภาพแบบนี้แล้วกันครับว่าที่ผมพยายามอยากเห็นการขยาย ถนนเส้นนี้ อยากเห็นการพัฒนาเส้นนี้ก็ด้วย ๔ ฉายาของถนนเส้นนี้ ๔ ฉายา หรือ ๔ กิตติศัพท์ ที่ประชาชนเขาเรียกกันนะครับ🔗

ฉายาที่ ๑ เขาใช้คำว่า ถนนเสมาฟ้าคราม ข้ามถนนเหมือนวัดดวงครับ ท่านประธาน ข้ามถนนเหมือนวัดดวงตามภาพนี้เลยครับ ตามภาพคือบนถนนเส้นนี้คับแคบ ไม่มีไฟสัญญาณจราจรเลยทั้งเส้น ไม่มีทางม้าลายเลย รถราวิ่งขวักไขว่อยู่ตลอดเวลาครับ การจะข้ามถนนทีนี้เป็นเรื่องที่อันตรายมาก ๆ อย่างที่ว่านั่นละครับต้องวัดดวงว่าจะร่วง หรือจะรอดนะครับ หรือแม้แต่จักรยานยนต์ที่วิ่งบนถนนเส้นนี้ การขับขี่ที่ปลอดภัยคือการ ขับขี่ที่ผิดครับ คือท่านต้องวิ่งย้อนศรเพื่อที่จะได้เห็นรถที่วิ่งสวนไปมา เพราะถ้าวิ่งชิดซ้าย อาจจะถูกรถจักรยานยนต์เสยเอา อาจจะถูกรถใหญ่เสยเอาได้นะครับ🔗

ฉายาที่ ๒ ถนนเสมาฟ้าครามแยกวัดใจ บางจากแยกวัดใจขับรถไม่แข็งห้ามเข้า ตามภาพนี้เลยครับ สี่แยกที่ไม่เป็นแยกเกิดอุบัติเหตุมาแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งครับ เส้นหลัก คือเสมาฟ้าคราม ทางขวามือมีถนนที่มาจากทางสำนักงานเทศบาลเมืองลำสามแก้วออกมา ขยับไปอีกนิดหน่อย ก็คือซอยเพ่งน้อยไม้ซึ่งก็เป็นซอยหลักเหมือนกัน เอาคนมาจากทาง วัดลาดสนุ่น เอาคนมาจากทางเส้นพหลโยธิน สี่แยกที่ไม่เป็นสี่แยกที่ทำให้รถกึก ๆ กัก ๆ ยึก ๆ ยัก ๆ ไปกันไม่ได้นะครับ ลำบาก ใครเพิ่งหัดขับรถใหม่ ๆ อย่าผ่านเข้าไปนะครับ เพราะท่านจะติดอยู่นานแล้วทำให้รถติดยาวเหยียดขึ้นไปอีก🔗

สำหรับเรื่องของระบบการขนส่งซึ่งเป็นคำถามที่ ๒ เมื่อครู่ท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงคมนาคมท่านมาข้างผม ผมก็เลยถามท่านว่าที่ท่านถามผมนี่เป็นคำถามที่ อยู่ในกระทรวงคมนาคม ไม่ได้อยู่ในกระทรวงมหาดไทย แต่เข้าใจท่านครับ เพราะว่ามันเป็น เรื่องของการบริการพี่น้องประชาชน ในรัฐบาลเองก็ได้คุยกันนะครับ พอมีเป็นกระทู้ถาม อย่างนี้มาผมก็ได้เชิญทางกรมขนส่งทางบกซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลในเรื่องของการเดินรถ การให้บริการสาธารณะทั้งหลาย อันนี้เป็นอำนาจหน้าที่ก็เชิญมาพูดคุยแล้วก็ให้ข้อมูล แล้วก็ มีการชี้แจงมาเบื้องต้นว่าในส่วนของระบบการขนส่งสาธารณะที่ถนนลำลูกกา ๑๑ ถนนเสมา ฟ้าคราม กระทรวงคมนาคมโดยกรมขนส่งทางบกได้กำหนดแล้วก็มีผู้ที่ดำเนินการ เขาเรียกว่า สัมปทาน ในการเดินรถในหมวด ๓ สายที่ ๓๗๔ สะพานใหม่-บ้านสร้าง โดยบริษัท กิตติสุนทร จำกัด เป็นผู้รับอนุญาตประกอบการขนส่ง แล้วก็จัดการเดินรถในแยก ช่วงปลายทางถนนแยกลำลูกกาถึงหมู่บ้านบุศรินทร์คลองรังสิต เดินรถให้บริการอยู่วันละ ๔๐ เที่ยว คือไป ๒๐ กลับ ๒๐ อันนี้ผมเห็นตัวเลขของการเดินรถถือว่าเป็นจำตัวเลขที่อาจจะ ผมว่าก็เป็นตัวเลขที่ถือว่าถ้าคำนวณจากจำนวนรถผมว่าน่าจะบริการประชาชนได้ แต่เข้าใจ ว่าที่มีปัญหาเกิดสืบเนื่องมาจากถนนที่รถวิ่งรถมันติด ทำให้รถที่เขาวางแผนในการบริการ ไปแล้วมันไม่ถึงที่หมายสักทีหนึ่ง คนที่รอต้องการขึ้นรถอาจจะไม่ทันใจ ไม่ทันต่อความ ต้องการของผู้ใช้บริการของพี่น้องประชาชน อันนี้เขาก็บอกว่าใน ๒๐ เที่ยว ไป ๒๐ กลับ ๒๐ เป็น ๔๐ เที่ยวก็ถือเป็นตัวเลขที่มีความเพียงพอนะครับ และในขณะเดียวกันเพื่อให้มัน สอดรับกับการให้บริการ เพราะทราบว่าตรงนั้นก็จะมีส่วนหนึ่งที่ต้องไปขึ้นรถไฟที่เป็นจุด Start ที่คูคต บริเวณตรงนี้ก็จะมีการบริการการเดินทางของพี่น้องประชาชนค่อนข้างสูงมาก ทางกรมการขนส่งทางบกเองก็มีส่วนหนึ่งก็ไปดำเนินการเรื่องของการให้บริการเรื่องของ เส้นทางอยู่แล้วนะครับ ความจริงมีอยู่แล้วในอีก ๓ เส้นทางด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเส้นทาง สายที่ ๕๔๓ บางเขนถึงคลอง ๙ อันนี้กรมการปกครององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เป็นผู้รับอนุญาตประกอบการขนส่ง ให้บริการอยู่วันละ ๕๐ เที่ยว สายที่ ๒ เป็นสายตอน ๑๑๗ มหาวิทยาลัยรามคำแหงถึงลำลูกกา องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพเป็นผู้รับใบอนุญาต ประกอบการขนส่ง อันนี้ก็เดินรถให้บริการอยู่วันละ ๑๐ เที่ยว ก็สอดรับเพื่อรองรับประชาชน ในการเดินทางนะครับ แล้วก็สายที่ ๖๒๕๐ อันนี้สำนักงานทะเบียนกรมการปกครองถึงรังสิต บริษัท กิตติสุนทร จำกัด เป็นผู้รับอนุญาตประกอบการขนส่งซึ่งเป็นรถให้บริการเชื่อมต่อไป ยังจังหวัดปทุมธานี อันนี้เดินรถบริการอยู่วันละ ๑๑๔ เที่ยว จำนวนเที่ยวก็ถือว่าเยอะ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ผมได้พูดคุยกับทางกรมการขนส่งทางบกเขาก็บอกว่าเขามีแผนที่จะ พัฒนาเส้นทางรถโดยสารประจำทางให้มีความครอบคลุมชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่ที่อยู่ใน อำเภอลำลูกกาให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดเส้นทาง ปรับปรุงเส้นทาง หรือปรับปรุง เพิ่มจำนวนเที่ยวการเดินรถโดยสารประจำทางภายในเขตจังหวัดปทุมธานีให้มันรองรับ การเดินทางของประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนย่อย ๆ ให้มันครอบคลุมมากขึ้น ให้สะดวกสบาย มากขึ้น แล้วก็รองรับเรื่องของการเดินทางไปเชื่อมต่อกับการขนส่งทางราง รวมถึงการเชื่อมต่อ รถโดยสารประจำทางที่ผู้เดินทางเข้าในเขตกรุงเทพมหานครด้วย อันนี้คือแผนที่กรมเขาก็ ดำเนินการอยู่ อันนี้ผมทราบจากกระทู้ถามแล้วเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการมาข้าง ๆ ผมเดี๋ยวผมก็จะขอความกรุณาท่านว่าตรงนี้เป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเรื่องของการเดินทาง ถ้าเราสามารถใช้เรื่องของการเดินทางที่เป็นสาธารณะ อย่างนี้ได้ก็จะลดการใช้รถส่วนตัวในการเดินทาง ก็เป็นการลดการจราจรไปด้วยอันนี้ก็เป็น เรื่องที่เป็นประโยชน์นะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอบคุณท่านเชตวัน เตือประโคน ต่อไปเป็นนะครับ🔗

๓. เรื่อง การแก้ปัญหาจราจรหนาแน่น บริเวณจุดผ่านจังหวัดฉะเชิงเทรา นางฐิติมา ฉายแสง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗

ด้วยสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมติดภารกิจที่สำคัญ จึงได้มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คุณมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมพร้อมที่จะตอบแล้ว เนื่องจากว่ากระทู้ถามของคุณฐิติมามีถาม ๒ ข้อ เพื่อประหยัดเวลาก็คิดว่าเป็นไปตามข้อบังคับ คุณฐิติมาสามารถจะถามได้ทั้ง ๒ ข้อเลย แล้วถ้าหากท่านรัฐมนตรียังตอบไม่หมดประเด็น หรือยังติดใจท่านสามารถจะถามได้เป็นครั้งที่ ๒ เชิญคุณฐิติมา ฉายแสง ครับ🔗

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทยค่ะ ก่อนอื่นดิฉันต้องกราบขอบพระคุณทางสภาผู้แทนราษฎรที่ได้บรรจุกระทู้ถามทั่วไป เรื่องการ แก้ปัญหาการจราจรหนาแน่นบริเวณจุดผ่านจังหวัดฉะเชิงเทราให้กับดิฉันในวันนี้ แล้วก็ กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี ที่ได้สละเวลา มาตอบกระทู้ถาม แล้วก็ทำให้ดิฉันได้นำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาเรียนถาม ท่านรัฐมนตรี แล้วท่านก็จะได้รับรู้และแก้ไขปัญหาต่อไป กราบขอบพระคุณอย่างยิ่งค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะเริ่มต้นอย่างนี้ว่าในกระทู้ถามทั่วไปของดิฉันเราพูดถึงเรื่อง แก้ไขปัญหาจราจร ซึ่งอยากจะย้อนกลับไปในอดีตสักนิดหนึ่งเป็นการเล่าให้ฟังว่าถ้าเราย้อน กลับไปในปี ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยนั้นประสบปัญหาของอุทกภัยอย่างหนักเลยนะคะ ในรอบทศวรรษเลยก็ว่าได้ น้ำท่วมครั้งนั้นส่งผลกระทบไปหลายพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสาย ที่ถูกตัดขาดก็คือถนนสายที่ทางภาคอีสานกำลังจะไปสระบุรี ถนนพหลโยธินมุ่งหน้าสระบุรี น้ำท่วมไม่สามารถเดินทางได้ พอเดินทางไม่ได้ประชาชนไม่มีทางเลือกค่ะ พวกเขาก็เปลี่ยน เส้นทางมาถนนสาย ๓๑๔ บางปะกง-ฉะเชิงเทรา แล้วก็ถนนสาย ๓๐๔ สุวินทวงศ์-ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จังหวัดฉะเชิงเทราของเราใช้เป็นหลักอยู่เขามาใช้เส้นทางนี้แทนค่ะ และเส้นทาง เหล่านี้มันก็เลยกลายเป็นเส้นทางหลักที่ทำให้พี่น้องประชาชนจากภาคอีสานได้ใช้กันมากขึ้น ก็คือได้รู้จักเส้นทางนี้กันมากขึ้นนะคะ สรุปว่าถนนสาย ๓๑๔ แล้วก็ ๓๐๔ รู้จักเป็นมากขึ้น ทีนี้ดิฉันเองนั้น ณ ขณะนั้นในปี ๒๕๕๔ ดิฉันเป็นโฆษกรัฐบาลอยู่ก็ได้นำความเดือดร้อน ต่าง ๆ ไปเรียนให้ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทราบ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมทราบ ท่านก็ได้ให้ความกรุณาจัดสรรงบประมาณมาขยายถนนทั้ง ๒ เส้นเลย ทั้ง ๓๑๔ แล้วก็ ๓๐๔ ออกจาก ๔ เลนมาเป็น ๖ เลน แล้วก็ ๘ เลน โครงการนี้ทำถนน ขยายนั้นจึงสามารถช่วยแก้ไขปัญหาจราจรได้ดีอย่างยิ่งในช่วงเวลานั้น แต่ท่านประธานคะ ๑๔ ปีผ่านไป ตอนนี้ปี ๒๕๖๘ เราจะพบปัญหา ขอภาพด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

เราพบปัญหาว่าการจราจรกลับมาติดขัด อย่างหนักอีกครั้ง เพราะความเจริญมากขึ้น อย่างถนนสาย ๓๑๔ ดังภาพนี้ บางปะกง-ฉะเชิงเทรา มีปริมาณการจราจรมากกว่า ๖๐,๐๐๐ คันต่อวันเลยนะคะ แล้วดูภาพต่อไปเป็นภาพของ ยามค่ำคืนรถติดมาก ถนนสาย ๓๑๔ ยามค่ำคืนรถติด ขอภาพด้วยนะคะ แล้วก็ต่อไปถนน สาย ๓๐๔ ก็มีปริมาณการจราจรมากทีเดียว คือมากกว่า ๕๐,๐๐๐ คันต่อวัน ทั้ง ๒ เส้นนี้ เป็นเส้นทางที่ประกบเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา มีรถหนาแน่นมาก นอกจากนั้นปัญหา จราจรที่หนักขึ้นมันเกิดจากอะไรคะ มันเกิดจากเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรามีการขยายตัว มากขึ้นค่ะ จังหวัดฉะเชิงเทราต้องถือว่าเป็นเมืองที่มีคนสนใจที่จะมาอยู่อาศัยมากขึ้น เพราะอยู่เขตติดกับกรุงเทพมหานคร ไปทำงานกรุงเทพฯ ได้กลับมาขับรถไม่นานนะคะ สามารถมาอยู่อาศัยได้ แล้วจริง ๆ ดิฉันเสียดายมากว่าในช่วงที่ดิฉันเป็นเลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นเลขาท่านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เราออกแบบกันไว้หมดแล้ว ว่าถ้ารถไฟความเร็วสูงมาเราจะมีสถานีรถไฟที่สวยงามมาก แล้วสามารถกระจายเส้นทาง ออกไป การจราจรก็จะไม่ติดขัด แต่ว่าโครงการเหล่านั้นมันถูกพับไปนะคะ ดังนั้นการจราจร ต่าง ๆ ยังคงมีปัญหาอยู่นี่ละค่ะหมู่บ้านจัดสรรเกิดขึ้นมากมาย ขยายตัวเรื่องแหล่งที่อยู่อาศัยมาก อย่างในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรามีหมู่บ้านจัดสรรมากถึง ๒๐ หมู่บ้าน แล้วเขตรอบ ๆ เขต เทศบาลอีก ไม่ว่าจะเป็นตำบลบางพระ ตำบลคลองนา ตำบลโสธร ตำบลวังตะเคียน เป็นต้น ซึ่งอยู่รอบ ๆ มีหมู่บ้านจัดสรรอีก ๘๐ กว่าแห่ง รวมแล้วเกือบ ๑๐๐ หมู่บ้านด้วยกัน ดังนั้นประชากรเยอะทีเดียวนะคะ แล้วครอบครัวหนึ่งก็มีรถกันกี่คันใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น เราจึงมีปัญหา การศึกษาในพื้นที่ สถานศึกษาในพื้นที่ของเขตเทศบาลเมืองหรือรอบ ๆ นี้ เราก็มีโรงเรียนที่แต่ละพื้นที่มีนักเรียน ๔,๐๐๐ คน ๓,๐๐๐ คน ๓,๕๐๐ คน ๒,๐๐๐ คน รวมแล้วเกือบ ๒๐,๐๐๐ คน เรามีวิทยาลัยอีก เรามีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์อีก ดังนั้นเรามีนักเรียนที่เลิกเรียนพร้อม ๆ กันเกิดขึ้น ภาพต่อไปจะเป็นภาพของคนที่ใช้ถนน หลังจากที่โรงงานอุตสาหกรรมเลิกงานพร้อม ๆ กัน มีรถบัสออกมา มอเตอร์ไซค์วิ่งออกมา จากโรงงาน มีรถยนต์ รถบรรทุก รถบัสคนงาน ออกมาเต็มไปหมด ภาพนี้อย่าเพิ่งนะคะ มีโรงงานเต็มไปหมดเกิดขึ้น เรามีโรงงานเกือบ ๒,๐๐๐ โรงเลยในเขตของจังหวัดฉะเชิงเทรา ดังนั้นจึงมีผู้คนมากมายที่เกิดขึ้นในการใช้ถนนหนทาง และการท่องเที่ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นพื้นที่ที่คนมาเที่ยวในช่วงของเที่ยวได้ภายใน ๑ วัน อย่างที่บอกติดกรุงเทพมหานคร สามารถมาเที่ยวที่ไหน วัดหลวงพ่อโสธร มาเที่ยววัดจุกเฌอ วัดสมานรัตนาราม อุทยาน พระพิฆเนศ ตลาดบ้านใหม่ หรือว่าตลาดน้ำบางคล้า นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่มา ปัญหา ที่เกิดขึ้นชัดเจนที่สุดก็คือว่าถนนสาย ๓๑๔ บางปะกง-ฉะเชิงเทรา หรือที่เรียกว่า สิริโสธร ที่ดิฉันมีภาพให้ดูตั้งแต่ตอนต้น ๆ เลยเป็นเส้นทางที่ถนนมีแต่คนใช้ถนนนี้เยอะมาก รถบรรทุกอะไรก็แล้วแต่เยอะจริง ๆ ดังนั้นจึงสะสมมาก ๆ เลย บางครั้งรถติดไฟแดง ถึงสะพานต่างระดับเลยนะคะ เอาภาพลงได้ค่ะ จะเห็นว่ามีประชาชนใช้ถนนมาก ดิฉันจึง ต้องมาเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่ากระทรวงคมนาคมมีแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาการจราจร ในปัจจุบันอย่างไร มีมาตรการเร่งด่วนที่จะบรรเทาปัญหาหรือไม่ โดยเฉพาะในวันหยุดนักขัตฤกษ์ อย่างเช่น วันสงกรานต์ที่จะถึงในเดือนเมษายนนี้รถจะติดกันยาวเหยียดเลย หรือวันที่มีการสอบ ก.พ. จังหวัดฉะเชิงเทราขยับไม่ได้เลยจริง ๆ รถติดกันหมดเลย เพราะฉะนั้นเราจะหาหนทาง แก้ไขอย่างไรดี ท่านมีแผนขยายถนน หรือเพิ่มช่องจราจร หรือบริหารจัดการสัญญาณไฟจราจร เพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไร ขอเรียนถามเป็นคำถามช่วงที่ ๑ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณคุณฐิติมา ฉายแสง ครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะที่มาฟังการประชุมอยู่ชั้นบนของห้องประชุมนี้ จำนวน ๓ คณะ คณะแรกคือคณะนักเรียนและครู โรงเรียนบ้านดุซงยอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส คณะที่ ๒ คือคณะสภานักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร คณะที่ ๓ คือคณะกรรมการชุมชนรักพัฒนา เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ขอต้อนรับทุกท่านด้วยความยินดีนะครับ ขอบพระคุณครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เนื่องจากท่านติดภารกิจเดินทางไปประชุมร่วมกับคณะของท่านนายกรัฐมนตรีที่ประเทศจีน ดิฉันต้องขอขอบพระคุณสำหรับคำถามของท่านฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย สำหรับประเด็นคำถามแรกท่านก็ได้มีความห่วงใย แล้วก็ความกังวลเรื่องความหนาแน่นของเส้นทางจราจร ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากเลยค่ะ หลังจากที่ ท่านบอกว่าโครงการนี้ไม่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลา ๑๐ กว่าปี แต่โครงการนี้จะเกิดขึ้นในสมัย ภายใต้ของรัฐบาลท่านนายกแพทองธาร ชินวัตร แล้วก็ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในสมัยนี้ค่ะ เพราะฉะนั้นดิฉันขอฉายภาพรวมความเป็นมาของถนนแล้วก็สภาพโดยรอบของถนนเส้นทาง ดังกล่าวก่อน อำเภอเมืองฉะเชิงเทราอยู่ในพื้นที่ของเขตพิเศษ หรือว่าอยู่ในพื้นที่ของอีอีซี ซึ่งอีอีซีมีการเติบโตของภาคธุรกิจอุตสาหกรรม หรือว่าธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรื่องของอีอีซีจะส่งผลในเรื่องของการเติบโตในเรื่องของการขนถ่ายสินค้า เรื่องของการ Movement ของผู้คนนะคะ แล้วก็ต้องยอมรับว่าการจราจรในเส้นทางนี้มีความหนาแน่น แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตัวเมืองของฉะเชิงเทรา หรือเราเรียกกันว่าเป็นตัวเมืองของแปดริ้ว เป็นชุมชนหนาแน่น แล้วก็มีสภาพข้อจำกัดของด้านกายภาพ จึงไม่สามารถที่จะขยาย ช่องทางจราจรให้สอดคล้องกับการเจริญเติบโตของเมืองที่เกิดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับ ปริมาณจราจรที่ใช้เส้นทางเหล่านี้มีความหนาแน่นนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางที่มีเส้นทางของ ทางหลวงทั้งหมด ๔ สายทาง สายทางแรกก็คือสายทางที่ ทล. ๓๐๔ ทล. ๓๐๔ ขออนุญาตว่า ปริมาณจราจรของ ทล. สาย ๓๐๔ มีปริมาณรถที่ใช้สัญจรไปมามีปริมาณ ๕๑,๐๐๐ คันต่อวัน มีสัดส่วนรถบรรทุกอยู่ที่ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ หันกลับมาดู ทล. สาย ๓๑๔ ทล. สาย ๓๑๔ มีปริมาณจราจรสูงถึง ๕๓,๐๐๐ คันต่อวัน มีสัดส่วนรถบรรทุกหนักอยู่ที่ ๕๘ เปอร์เซ็นต์ค่ะ มาดูที่ ทล. ๓๑๕ ดิฉันขึ้นภาพให้เห็นนะคะ ทล. ๓๑๕ มีปริมาณของรถสัญจรไปมาอยู่ที่ ๓๒,๐๐๐ คันต่อวัน มีสัดส่วนรถบรรทุกถึง ๔๑ เปอร์เซ็นต์ค่ะ สุดท้ายเป็น ทล. ๓๖๕ ซึ่งเป็น เส้นทางหลักอีกเส้นทางหนึ่ง มีปริมาณการจราจรสูงสุดถึง ๑๑๐,๐๐๐ คันต่อวัน มีสัดส่วน รถบรรทุกอยู่ที่ ๓๓ เปอร์เซ็นต์ นี่คือภาพรวมของ ทล. ทั้ง ๔ เส้นทางค่ะท่านประธาน แล้วก็ เส้นทางดังกล่าวที่ท่านสมาชิกบอกว่ามีการขยายถนนจาก ๔ เลนเป็น ๖ เลน ขณะนี้เส้นทาง ถนนดังกล่าวนี้มีการขยายเป็นถนนถึง ๑๐ ช่องจราจรแล้วนะคะ แล้วก็ไม่สามารถที่จะขยาย เพิ่มพื้นที่ตรงนี้อีกแล้ว เพราะพื้นที่ตรงนี้ได้มีการก่อสร้างถนนเต็มหมดแล้วนะคะ ตามรูปแบบของดิฉันให้เห็นภาพของการจราจรที่ว่ามีความแออัดที่จะต้องผ่านตัวเมืองของ แปดริ้วก็จะใช้เส้นทางทั้ง ๔ เส้นทางนี้นะคะ โดยเฉพาะวันธรรมดาเองก็จะมีการจราจร ไม่ว่า จะเป็นช่วงชั่วโมงเร่งด่วน หรือว่าช่วงที่พี่น้องประชาชนกลับบ้านในช่วงเย็นหลังเลิกงานนะคะ แล้วก็รวมไปถึงเทศกาลต่าง ๆ ที่ประชาชนต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา ทำให้การจราจรเส้นนี้ มีความหนาแน่นค่ะ นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าการคิดเพียงแก้ไขเรื่องของเพิ่มพื้นที่การจราจร ขณะนี้ก็ไม่สามารถที่จะเพิ่มพื้นที่แล้ว หรือว่าสิ่งหนึ่งก็คือต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ไปใช้ เส้นทางอื่น แต่ก็ปรากฏว่าจะไปใช้เส้นทางอื่นไม่ได้แล้ว เพราะ ๔ เส้นจราจรเหล่านี้ มีความหนาแน่นไปด้วยรถแล้วก็ผู้คนที่ต้องใช้เส้นทางหลัก ไม่ว่าจะเป็นเชื่อมของ ภาคตะวันออกไปจนถึงเชื่อมต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือนะคะ แนวทางของการแก้ไขปัญหา นี้ของกระทรวงคมนาคมจึงมีมาตรการแนวทางแก้ไขอย่างยั่งยืนค่ะ เริ่มต้นจากการแก้ไข ในเรื่องของการจราจรติดขัดนะคะ ก็จะเน้นในเรื่องของการที่จะทำเส้นทางใหม่ ๆ เกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นวงแหวนระยะทางทั้งสิ้น ๕๑ กิโลเมตรค่ะ นั่นก็คือจะทำรอบ ๆ ตัวเมืองของแปดริ้ว แล้วก็ไปเชื่อมต่อกับนิคมอุตสาหกรรมอีอีซี นอกจากนั้นเชื่อมั่นว่าถ้าเราได้ทำไม่ว่าจะเป็นจุดที่ ๑ จุดที่ ๒ จุดที่ ๓ ท่านก็จะเห็นว่า ถ้าเราทำทั้ง ๓ จุดนี้ก็จะเป็นเรื่องของการเตรียมความพร้อมแล้วก็รายละเอียดต่าง ๆ ขณะนี้ โครงการทั้งหมดได้มีการ Approve แบบ แล้วก็คาดการณ์ว่าเราจะเข้ามาสู่การพิจารณา งบประมาณในปี ๒๕๖๙ แล้วก็ในการที่จะจ้างบริษัทที่ปรึกษาสำรวจแล้วก็เตรียมความพร้อม ในการขอเสนอออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินในส่วนของรอบเมืองทั้งทางด้านทิศใต้ แล้วก็วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตกตามหมายเลข ๒ เนื่องจากตรงนี้จะมีในส่วนของ ทั้ง ๓ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านทางใต้ ด้านทางทิศตะวันตก แล้วก็ด้านทางทิศเหนือ ดิฉันจะ ขอขยายความเป็นช่วง ๆ เพื่อให้ท่านสมาชิกได้มองภาพไปพร้อม ๆ กันว่าการก่อสร้าง ด้านทิศใต้นี้จะประกอบไปด้วยวงแหวนรอบนอกระยะทางประมาณ ๑๖ กิโลเมตร เริ่มต้น โครงการที่จุดตัดทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ก็คือแปดริ้ว แล้วก็พนมสารคาม อยู่ในเขตพื้นที่ ของตำบลเสม็ด อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา จากนั้นบนเส้นทางดังกล่าวก็จะลงทิศใต้ แล้วเลี่ยงลงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตัดข้ามกับทางรถไฟสายแปดริ้ว-สัตหีบ แล้วตัดกับ ทางหลวงหมายเลข ๓๑๕ ช่วงอยู่ในพื้นที่ตำบลดอนทราย อำเภอบ้านโพธิ์ แล้วจะเลี้ยวขึ้นมา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือข้ามแม่น้ำบางปะกงทางทิศใต้ของวัดเกาะชัน จากนั้นแนวเส้นทาง ก็จะไปที่จุดตัดทางหลวงหมายเลข ๓๑๔ ซึ่งในปีงบประมาณ ๒๕๗๐ เมื่อโครงการนี้ มีความพร้อมพระราชกฤษฎีกาเวนคืนแล้วก็จะเสนอขอรับงบประมาณเรื่องของค่าเวนคืน ที่ดิน แล้วก็เตรียมความพร้อมขอรับงบประมาณในปี ๒๕๗๑ ค่ะ ค่าก่อสร้างในเรื่องของ เส้นทางนี้ทางด้านทิศใต้มีวงเงินค่าก่อสร้างทั้งสิ้น ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ค่าเวนคืนประมาณ ๓,๕๐๐ ล้านบาท คาดว่าจะมีการก่อสร้างทั้งสิ้น ๓ ปี จะเปิดใช้บริการในปี ๒๕๗๕ นี่คือ ในส่วนของด้านทิศใต้นะคะ พอมาดูระยะที่ ๒ ขึ้นภาพในระยะที่ ๒ เลยค่ะ ภาพในระยะที่ ๒ จะเป็นถนนรอบเมืองทางฝั่งทิศตะวันตก ทิศตะวันตกนี้ก็มีระยะทางทั้งสิ้น ๑๕ กิโลเมตร จุดเริ่มต้นที่ทางหลวงหมายเลข ๓๑๔ บริเวณตำบลคลองประเวศ อำเภอบางโพธิ์ จังหวัด ฉะเชิงเทรา มีสิ้นสุดบนทางหลวงที่สาย ๓๐๔ ที่ตำบลคลองนคร เนื่องจากเขตนี้สิ้นสุดอยู่ที่ สาย ๓๐๔ เขตนี้อยู่ที่อำเภอเมืองฉะเชิงเทราค่ะ ค่าก่อสร้างในส่วนของด้านทิศตะวันตกอยู่ที่ ๗,๑๐๐ ล้านบาท ค่าเวนคืนอยู่ที่ ๓,๒๐๐ ล้านบาท ค่าดำเนินการก่อสร้างจะเริ่มดำเนินการ ก่อสร้างตั้งแต่ปี ๒๕๗๒ สิ้นสุดที่ปี ๒๕๗๔ เปิดใช้บริการในปี ๒๕๗๕ ค่ะ กลับมาดูในส่วนที่ ๓ เป็นส่วนของทางด้านทิศเหนือ จะเห็นว่าการก่อสร้างในระยะทางตรงนี้อยู่ที่ ๒๐ กิโลเมตร จุดเริ่มต้นที่ตัดทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ สุวินทวงศ์ตัดกับทางหลวงหมายเลข ๓๖๕ สี่แยก สตาร์ไลท์แนวเส้นทางโครงการไปทางทิศเหนือเชื่อมต่อกับหมายเลขทางหลวงสาย ๓๖๕ เป็นระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร จากนั้นแนวทางก็จะเลี้ยวขวาไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตัดกับทางหลวงหมายเลข ๓๒๐๐ จังหวัดฉะเชิงเทราไปถึงบ้างน้ำเปรี้ยว แล้วหลังจากนั้น ก็จะไปตัดกับคลองชลประทาน ทางหลวงชนบทสาย ๔๐๕๐ ตัดกับถนนของกรมชลประทาน ไปบริเวณเขื่อนทดน้ำบางปะกงทางเข้าวัดสมานรัตนาราม ไปจนถึงแนวทางเส้นทางเลี้ยวขวา ไปตัดกับแม่น้ำบางปะกง ซึ่งจุดตัดตรงนี้ใช้วงเงินงบประมาณก่อสร้าง ทั้งสิ้น ๘,๔๐๐ ล้านบาท ค่าเวนคืนประมาณ ๓,๓๐๐ ล้านบาท แผนการดำเนินการในระยะที่ ๒ จะเริ่มต้น ในปี ๒๕๗๓-๒๕๗๕ และเปิดบริการในปี ๒๕๗๖ ทั้งนี้ก็ขออนุญาตท่านสมาชิกว่าทำไม โครงการเหล่านี้ถึงมีค่าเวนคืนที่สูง ต้องยอมรับว่าขณะที่เรามีการดำเนินการก่อสร้างโครงการ ขนาดใหญ่นี้พี่น้องประชาชนได้อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว การที่จะต้องจ่ายค่าเวนคืน จำนวนมากแบบนี้เพราะว่าเป็นพื้นที่ของความเจริญ แล้วก็เข้าสู่พื้นที่ของอีอีซีแต่ในส่วนของ รัฐบาลเองได้เล็งเห็นว่าถึงแม้จะจ่ายค่าเวนคืนสูงเท่าไร แต่ความจำเป็นที่ต้องขยายถนนตาม แนวทางทั้ง ๓ แนวทางนี้ ก็คือจะเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน แล้วก็มองว่าในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้กระทรวงคมนาคมเองก็ไม่ได้ละเลย พยายามที่จะให้เกิดโครงการนี้ภายใต้รัฐบาลของ ท่านนายกแพทองธาร ชินวัตร ให้ได้ค่ะ นอกจากนั้นค่ะท่านประธานที่เคารพ จะเห็นว่าเมื่อโครงการนี้ได้มีการก่อสร้างทั้ง ๓ เส้นทางแล้ว โดยเฉพาะโครงการจุดที่ ๓ ดิฉันเห็นว่าเป็นโครงการที่มีมูลค่าสูง เพราะว่ามันเป็นเรื่องของ การตัดจุดทางแยกหลายจุด แล้วก็จะต้องมีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง ซึ่งต้องใช้ งบประมาณเป็นจำนวนมาก แล้วก็สร้างสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกงถึง ๒ แห่งนะคะ เพราะฉะนั้นในแผนงานของระยะที่ ๒ ระยะที่ ๓ ก็จะขึ้นอยู่กับแผนงานในระยะที่ ๑ ในเรื่อง ของวงแหวนรอบเมืองฉะเชิงเทราในด้านใต้ แล้วก็ความพร้อมในเรื่องของการจัดการ กรรมสิทธิ์ที่ดินนะคะ แต่ดิฉันอยากจะฉายภาพว่าถ้าโครงการเหล่านี้ได้ดำเนินการก่อสร้าง เสร็จแล้วอยากจะขึ้นให้ท่านเห็นภาพ มันก็จะมีความสวยสดงดงามแล้วก็จะเป็นการแก้ไข ปัญหาความแออัดของรอบเมืองฉะเชิงเทราได้อย่างยั่งยืน แล้วก็เป็นการกระจายความเจริญ ไปสู่การเชื่อมต่อของการนิคมอุตสาหกรรมอีอีซี แล้วก็เป็นการเชื่อมต่อระหว่าง ภาคตะวันออกไปสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดิฉันขอตอบคำถามในคำถามแรกของ ท่านสมาชิกค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญถามคำถามในคำถามที่ ๒ ได้เลยครับ🔗

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางฐิติมา ฉายแสง จังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ได้ยิน ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี ตอบแล้วก็รู้สึกดีใจนะคะว่า จังหวัดฉะเชิงเทราท่านให้ความสนใจ แล้วก็กระทรวงคมนาคมจะมีโครงการที่ยิ่งใหญ่ใหญ่โต นี่มันตรงกับที่พี่น้องประชาชนเขาร้องเรียนมา เขาบอกว่าอย่างไรรู้ไหมคะท่านรัฐมนตรี เขาบอกว่าเขาอยากได้ถนนวงแหวนรอบเมืองครับ เขาบอกอย่างนี้ คืบหน้าไปถึงไหน แล้วครับ เขาถามดิฉันมานะคะ กลัวงบประมาณจะตกหล่น เรื่องเงียบ อยากให้เร่งสร้าง มากที่สุดครับ ตอนนี้เข้าเมืองทีรถติดเลี่ยงไปไหนไม่ได้เลย ถ้ามีวงแหวนรอบเมืองรถจะวิ่ง เลี่ยงเมืองได้ ๓๖๐ องศาเลยไม่ต้องเข้าเมือง ก็อย่างภาพที่ท่านได้ฉายให้ดู ดังนั้นเป็นการ แก้ไขปัญหาในอนาคตในระยะยาว นี่คือเขาบอกมา ก็คือวงแหวนที่เราเห็นในภาพนี้นะคะ ซึ่งดิฉันก็ได้ฟังท่านรัฐมนตรีบอกแล้วว่าจะเกิดขึ้นปีไหน จะมีการเวนคืนอะไร อย่างไร มันทำให้อุ่นใจว่าเราจะมีความเจริญมาแน่นอนนะคะ ซึ่งถนนต่าง ๆ เหล่านี้มันไปเชื่อมโยง กับบริเวณที่จะไปสู่อำเภอโน้นอำเภอนี้ไม่ต้องเข้าสู่ในตัวเมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา เพียงแต่ว่า โครงการนี้มันก็อีกหลายปีหน่อยนะคะ ๒-๓ ปีอะไรก็แล้วแต่ ดิฉันจึงอยากจะเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีว่าโครงการนี้ท่านตอบแล้วว่าเป็นอย่างไร เพียงแต่ว่าปัญหาระยะปัจจุบันนะคะ ท่านรัฐมนตรี คือมันยังคงมีรถติดมากเหลือเกิน เราจะแก้ไขอย่างไรดี การที่จะจัดไฟเขียว ไฟแดง ไฟจราจร ท่านบอกว่าขยายถนนไม่ได้แล้ว แต่รถมันยังคงติดมาก วันก่อนทาง กระทรวงคมนาคมได้ให้ความกรุณาจัดตรงแยกประชาสรรค์เป็นไฟเขียว ไฟแดงขึ้นมา เพราะว่ามันมีอุบัติเหตุ แล้วก็มีประชาชนเสียชีวิตตรงนั้น ดิฉันทำการหารือก็ดี ทำการ ตั้งกระทู้ถามก็ดี จนกระทั่งได้มาซึ่งแยกประชาสรรค์ตรงนั้น เราก็คิดว่าการมีแยกประชาสรรค์ ตรงนั้น มีไฟเขียว ไฟแดง มันจะช่วยให้รถวิ่งได้สะดวกมากขึ้น ปรากฏว่ามีการทดลองค่ะ ท่านประธาน มีการทดลองปล่อยไฟเขียวเท่าไร ไฟแดงหยุดแค่ไหน อย่างไร ช่วงแรก ๆ อาจจะไม่เข้าใจกัน หรือความชำนาญทางวิศวกรรมจราจรยังไม่มีมากเท่าไรหรือเปล่าก็ไม่ทราบ มันรถติดกันหนักไปเลย และขณะนี้ถ้าเรามาสังเกตดูบางเวลารถมันจะติดจากแยกตรงนั้นขึ้น ไปถึงสะพานต่างระดับเลย ทีนี้มันกลายเป็นว่าเป็นแหล่งที่ทำให้รถติด ประชาชนก็เริ่มบ่น ก็เลยไม่รู้จะหาหนทางช่วยเหลือกันอย่างไร ดิฉันเองก็ไม่ใช่นักวิศวกรรมจราจรใด ๆ ก็ตอบ พวกเขาไม่ได้ ก็เลยต้องหันกลับมาถามทางท่านรัฐมนตรีว่าแล้วภายในตัวเมืองตอนนี้ ในช่วงเวลาก่อนที่จะมีการก่อสร้าง ซึ่งท่านบอกแล้วว่าวงแหวนรอบเมืองมันจะมีการก่อสร้างแล้ว มันจะต้องมีเวนคืนแล้วล่ะ ปีไหนจะไปเส้นทางไหน อย่างไร ด้านทิศใต้ ด้านทิศเหนือ ด้านอะไร ท่านตอบหมดแล้ว ปรากฏว่ามันยังหลายปี ช่วงระยะเวลาที่เมื่อสักครู่ดิฉันถามตั้งแต่ต้นไว้ว่าในตอนช่วงเลิกงานก็ดี หรือว่าวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือว่าคนมาสอบ ก.พ. มากันเป็นหมื่น ๆ คนมาที่จังหวัด ฉะเชิงเทรามันติดมาก และในขณะเดียวกันสงกรานต์รถก็จะติดมากมายเราจะทำอย่างไร กันดีค่ะ ตรงนี้ไม่รู้จะพึ่งใคร ก็คงต้องถามทางกระทรวงคมนาคมว่าเราจะจัดสรรให้ความรู้ ความเข้าใจ ไฟเขียว ไฟแดงกันอย่างไร ดิฉันไม่ทราบ แต่รู้ว่าอยากจะโชว์วิดีโอว่าจังหวัด ฉะเชิงเทรามันเป็นอย่างนี้จริง ๆ ค่ะ การจราจรหนาแน่นรถบรรทุกมันมากเหลือเกินอย่างที่ ท่านได้ชี้แจงมาว่าถนนบางเส้นมีรถบรรทุกมาถึง ๕๘ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันก็ไม่เคยรู้เลยว่าเยอะ ขนาดนี้ ๔๑ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ อันนี้คือแต่ละเส้นทางเหมือน ฉะเชิงเทราเป็นไข่แดงตรงนี้ แล้วทุกคนก็มากันใหญ่เลยก็มะรุมมะตุ้มกันอยู่ภายในตัวเมือง ทำอย่างไรดีให้ตัวเมืองเขามีความสุขมากกว่านี้ เลยขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีเป็นคำถาม สุดท้ายเลยค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่าน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามสุดท้าย เชิญครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน ขอบพระคุณท่านสมาชิกด้วยสำหรับคำถามที่ ๒ ค่ะ เรื่องของปัญหาหลาย ๆ ที่ ก็จะมีปัญหาคล้ายคลึงกัน บางพื้นที่อาจมีความต้องการถนน แต่บางพื้นที่มีถนนแล้วก็ยัง ต้องการไฟแดง ซึ่งจริง ๆ แล้วภารกิจของกระทรวงคมนาคมเป็นภารกิจหลักเลยนะคะ เรื่องของการอำนวยความสะดวก เรื่องของการใช้เส้นทาง เรื่องของความปลอดภัย เรื่องของ ไฟสัญญาณจราจร ข้อสำคัญที่ท่านสมาชิกพูดว่าในเรื่องของแปดริ้วเอง จังหวัดฉะเชิงเทราเอง จะทำอย่างไรนะคะ ดิฉันก็ได้พูดถึงปัญหา ทราบถึงปัญหา แล้วก็แนวทางที่กระทรวงคมนาคม จะต้องดำเนินการ🔗

อีกเรื่องหนึ่งเราต้องยอมรับว่าประเทศไทยมีช่วงเทศกาล คือ ๑. เทศกาลปีใหม่ ที่วันหยุดยาว แล้วก็เทศกาลช่วงสงกรานต์นะคะ ก็คงต้องประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนน พยายามเลี่ยงที่จะไม่ใช้เส้นทางดังกล่าวในช่วงเช้าหรือว่าช่วงเย็น เพราะว่าเวลาที่คนเข้าบ้าน ก็พร้อมกัน เวลาที่คนออกจากบ้านก็เวลาพร้อมกัน และขณะเดียวกันสัญญาณไฟแดง ที่ท่านสมาชิกได้ร้องขอกระทรวงคมนาคมเองก็ได้ดำเนินการ แต่ดิฉันเชื่อมั่นว่าเรื่องของไฟแดง ก็ตาม เรื่องของจิตสำนึกของผู้ใช้รถใช้ถนน ผู้ขับขี่ก็ตาม ซึ่งมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากนะคะ เรื่องของจิตสำนึกเอง ทางกระทรวงคมนาคมโดยกรมการขนส่งทางบกก็พยายามประชาสัมพันธ์ เรื่องของการใช้รถใช้ถนน เรื่องของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น แต่ว่าในส่วนของฉันขออธิบายความต่อ ถึงถนนโครงการดังกล่าว ในระหว่างที่เราเริ่มต้นจะต้องเริ่มต้นในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ปัญหาที่กระทรวงคมนาคมมีความกังวลนั่นก็คือปัญหาเรื่องของเวนคืนค่ะ เพราะว่า การเวนคืนที่ดินแต่ละพื้นที่ในชุมชนเมืองไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินกว่าที่เรา ตั้งเป้าหมายไว้ นั่นคือความสำเร็จของการมีถนนทั้งวงแหวนรอบเมืองฉะเชิงเทรา แต่ปัญหา อีกอย่างหนึ่งก็คือในเรื่องของการเดินทางก็ขอเน้นย้ำประชาสัมพันธ์ว่าจริง ๆ ก็ต้องมีมิติของ การใช้รถบริการสาธารณะมากขึ้น ทำไมกระทรวงคมนาคมถึงมีการขยายระบบรางออกไปสู่ ตามหัวเมือง แล้วก็แม้กระทั่งในช่วงวันหยุดทางกระทรวงคมนาคมเองก็เชิญชวนให้พวกเรา มีนโยบายในเรื่องของขึ้นรถไฟฟ้า ขึ้นรถไฟแล้วก็รถขนส่งสาธารณะเพราะเลี่ยงให้ พี่น้องประชาชนได้ขึ้นมาใช้บริการรถสาธารณะ เพราะหมายถึงว่าบางบ้าน ๕ คนมีรถอยู่ ๕ คันออกจากบ้านเวลาเดียวกันกลับเวลาเดียวกัน จริง ๆ นี่คือความก้าวหน้าและ ความสะดวกสบาย แต่ปัญหาของถนนข้อจำกัดของการพิจารณางบประมาณ หลายท่าน กราบเรียนท่านสมาชิกว่าจริง ๆ หลายคนเวลาโชว์งบประมาณขึ้นมา อุ๊ย กระทรวงคมนาคม ได้งบประมาณเยอะกว่ากระทรวงอื่น ๆ เลย ทำไมได้งบเยอะจริง ๆ ท่านทราบไหมคะว่า หน่วยงานหนึ่งบางครั้งค่าเวนคืนที่ดินมากกว่าค่าก่อสร้างอีกค่ะ อย่างกรณีโครงการสำคัญ ๆ ในภูเก็ตค่าเวนคืนที่ดินมากกว่าค่าก่อสร้าง นั่นก็เพราะว่ามูลค่าที่ดินของภูเก็ตสูงมาก วันนี้ ก็เช่นเดียวกันมูลค่าของโครงการก่อสร้างที่ดินบางที ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เกินครึ่งของวงเงินก่อสร้าง อย่างปีงบประมาณแต่ละปีกรมทางหลวงจะได้รับค่าเวนคืนจาก สำนักงบประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเองนะคะ ก็นำเรียนว่าปัญหาที่เราเอง จะพยายามทำให้เกิด ๑ โครงการเป็นเรื่องที่สำคัญแล้วก็ไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย แต่ด้วยความตั้งใจ ของทางรัฐบาลเองอยากจะให้เกิดเส้นทางนี้ โดยเฉพาะสำคัญเรื่องของข้อจำกัด อย่างที่ดิฉัน กราบเรียนว่าข้อจำกัดงบประมาณ ในกระทรวงคมนาคมเองไม่ว่าจะเป็นค่าเวนคืนเรื่องที่ดินอย่างบอกว่างบประมาณ ๔,๐๐๐ ๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่มูลค่าการก่อสร้างเป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่เส้นทางเส้นเดียวแต่เป็น ค่าเวนคืนที่เราจะต้องริเริ่มโครงการใหม่ ๆ เป็นจำนวนมากนะคะ อย่างไรก็ดีในเรื่องมิติของ การเดินทางที่ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใย ทั้งมิติเรื่องของการประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องหันมา ใช้รถบริการสาธารณะ มิติในเรื่องของการใช้รถใช้ถนนในช่วงเช้าที่พี่น้องประชาชน ต้องใช้รถเวลาเดียวกัน แต่ขณะเดียวกันพยายามที่จะขอความร่วมมือ จะเห็นว่าปริมาณ รถบรรทุกที่ใช้เส้นทางนี้เป็นจำนวนมาก ในเรื่องดังกล่าวกระทรวงคมนาคมก็ได้ประสานกับ กรมการขนส่งทางบกขอความร่วมมือรถขนส่งสินค้าขนาดใหญ่หรือรถบรรทุกพยายามที่จะ ไม่มีการขนส่งสินค้าในช่วงเช้าหรือช่วงเย็นเพื่อไปเพิ่มพื้นที่ของการใช้ถนนให้ลดน้อยลง เพราะว่าปริมาณตรงนี้เป็นพื้นที่ที่ต้องเข้าสู่อีอีซี เข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ นอกจากนั้น ความร่วมมือดังกล่าวก็จะเอาข้อสังเกตแล้วก็ความห่วงใยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไปร่วมประชุมแล้วก็หาแนวทางแก้ไขทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ก็คือการเร่งรัด การก่อสร้างถนนทั้ง ๓ ทิศที่ดิฉันได้กราบเรียนมาค่ะ ท้ายที่สุดดิฉันมองว่าความจำเป็นของ โครงการดังกล่าวที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงก็ต้องขอความร่วมมือท่านสมาชิกได้ประชาสัมพันธ์ ช่วยกันภารกิจของกระทรวงคมนาคมต่อพี่น้องประชาชนชาวแปดริ้วด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไป🔗

๔. เรื่อง การบริหารจัดการน้ำในจังหวัดเชียงใหม่ นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รองรัฐมนตรี ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากในวันนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีติดภารกิจ จึงขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑🔗

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติ หน้าที่ประธานในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

ก่อนดำเนินการถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ขอชี้แจงต่อที่ประชุมดังนี้ การถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะแต่ละกระทู้ให้ถามและตอบเรื่องละไม่เกิน ๒ ครั้ง ต้องถามตอบให้แล้วเสร็จภายใน ๒๐ นาที ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ ข้อ ๑๗๓ และ ข้อ ๑๖๗ กระทู้ถามเราได้มีการอนุญาตให้ประชาชนเข้าร่วมรับฟัง ต้องขอความร่วมมือผู้ที่ได้รับอนุญาต ปฏิบัติตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎรอย่างเคร่งครัด ต้องรักษามารยาท ประพฤติตนให้เหมาะสม อยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกริยาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจาสอดเสียดใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนขัดขวางการประชุม และห้ามใช้เครื่องมืออุปกรณ์ สื่อสารใด ๆ บันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำการใด ๆ หรือการถ่ายทอดสดสู่บุคคลภายนอก ถ้าฝ่าฝืนจะเชิญออกจากห้องประชุมนะครับ🔗

สำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะในวันนี้เพื่อประโยชน์ในการถามตอบ กระทู้ถามของผู้ตั้งกระทู้ถามและของท่านรัฐมนตรี ผมขอสลับลำดับการตอบการถาม ดังนี้🔗

ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๑๓ ของท่านวีรนันท์ ฮวดศรี🔗

ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๒๐ ของท่านพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ🔗

ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๑๙ ของท่านอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ🔗

ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๑๖ ของท่านณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์🔗

ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๑๗ ของท่านสมดุลย์ อุตเจริญ🔗

ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๑๘ ของท่านว่าที่เรือตรี สมชาติ เดชถาวรเจริญ🔗

ท่านรัฐมนตรีและท่านผู้ถามไม่ได้ขัดข้องนะครับ ต่อไป🔗

๑. เรื่อง แนวทางการจัดการเรื่องที่อยู่อาศัย และค่าชดเชยเยียวยา กรณีชุมชนริมทางรถไฟ ที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟความเร็วสูง ในเขตอำเภอเมือง ขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น นายวีรนันท์ ฮวดศรี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม ได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง🔗

ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะได้อนุญาตให้ผู้แทน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ครับ ท่านแรก ท่านวัฒนา มณีโชติ วิศวกรอำนวยการศูนย์โครงการปรับปรุงทางรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม ท่านที่ ๒ ท่านพลวิวัฒน์ ศรีบุตรราช วิศวกร ๖ ศูนย์เทคโนโลยีโครงการพิเศษ การรถไฟแห่งประเทศไทย ต่อไปเชิญท่านวีรนันท์ ฮวดศรี ถามท่านรัฐมนตรีมนพร คำถามแรก เชิญครับ🔗

นายวีรนันท์ ฮวดศรี ขอนแก่น

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรนันท์ ฮวดศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคประชาชน เขตเลือกตั้งที่ ๑ ตัวแทนพี่น้องชาวตำบลเมืองเก่า ตำบลในเมือง ตำบลพระลับครับ ขอตั้งกระทู้ถามผ่าน ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนอำเภอเมืองขอนแก่นที่อาศัยอยู่ริมรางรถไฟ ดังนี้ครับ🔗

จากแผนพัฒนาเส้นทางรถไฟภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามแผนพัฒนา ของการรถไฟแห่งประเทศไทย เส้นทางสายภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นโครงการพัฒนา ระบบรางเดินรถไฟเป็นระยะทางกว่า ๑,๐๐๐ กิโลเมตร มีแผนพัฒนายกระดับราง ๒ โครงการ ก็คือโครงการรถไฟสายใหม่หรือรถไฟรางคู่และรถไฟความเร็วสูง ซึ่งในจังหวัดขอนแก่น โดยเฉพาะอำเภอเมืองขอนแก่นมีทั้ง ๒ โครงการที่ผ่าน ก็คือรถไฟรางคู่ขอนแก่น สายขอนแก่น-หนองคาย คาดว่าจะเริ่มต้นปี ๒๕๖๘ แล้วเสร็จปี ๒๕๗๑ แล้วก็รถไฟความเร็วสูง สายตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ ๒ จากนครราชสีมา-หนองคาย ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการ ก่อสร้างแล้วก็แล้วเสร็จในปี ๒๕๗๒ ทีนี้ข้อมูลที่ผมมีและผมรับทราบจากชุมชนครับว่า จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือ พอช. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือกระทรวง พม. มีชุมชนริมทางรถไฟในจังหวัดขอนแก่นที่ได้รับผลกระทบจาก ๒ โครงการของทางรถไฟทั้งหมดอยู่ ๔๒ ชุมชน เป็นจำนวนหลังคาเรือนกว่า ๒,๔๕๙ หลังคาเรือน ทีนี้เฉพาะในเขตอำเภอเมืองขอนแก่นมีทั้งหมดอยู่ ๓๔ ชุมชน แบ่งออกเป็นในเทศบาล นครขอนแก่น ๑๙ ชุมชน ตำบลเมืองเก่าอีก ๔ ชุมชน ตำบลศิลาอีก ๑๑ ชุมชน โดยเฉพาะ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่นและตำบลเมืองเก่ารวมกันแล้วกว่า ๒๑ ชุมชน ถ้าคิด ๓ ตำบลนี้ ก็จะเป็นกว่า ๒,๑๓๔ หลังคาเรือน เมื่อแบ่งตามโครงการแผนพัฒนาเส้นทางรถไฟความเร็ว สูงในเทศบาลนครขอนแก่นได้รับผลกระทบอยู่ ๖ ชุมชน ตำบลศิลาอยู่ ๕ ชุมชน แล้วถ้าเป็น รถไฟรางคู่ของตำบลเมืองเก่าได้รับผลกระทบอยู่ ๔ ชุมชน เทศบาลนครขอนแก่นโดนไป ๑๒ ชุมชน และตำบลศิลาอีก ๗ ชุมชน รวมแล้วจะมีอยู่ประมาณ ๗๗๓ หลังคาเรือน ในเขต อำเภอเมืองที่ต้องย้ายออกจากที่ดินเดิมในกรณีนี้ไม่สามารถปรับผังชุมชนให้อยู่ในที่ดิน ข้างเคียงหรือว่าที่ดินเดิมได้ครับ จากแผนพัฒนาดังกล่าวของการรถไฟ กระทรวงคมนาคม ส่งผลให้ชาวบ้านที่อยู่ริมทางรถไฟได้รับผลกระทบ มีทั้งไล่ รื้อ ทั้งเวนคืนแล้วก็ต้องไปหาที่อยู่ใหม่ ซึ่งชาวบ้านในชุมชนส่วนใหญ่ต้องยอมรับตรง ๆ ว่ามีรายได้น้อย มีรายได้ต่ำ แล้วก็เป็นผู้ใช้ แรงงานที่อยู่ในเมืองขอนแก่นเป็นส่วนมากเลย ทีนี้ปัญหาก็คือตัวชาวบ้านเองในส่วนนี้ถ้าต้อง ออกไปอยู่อาศัยในที่ไกล ๆ หรือว่าไกลจากแหล่งหารายได้ของพี่น้องประชาชนก็จะเกิด ความเดือดร้อนในส่วนนี้ ทีนี้เมื่อที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน แล้วก็สิทธิในที่อยู่อาศัยคือสิทธิขั้นพื้นฐาน ถือได้ว่าแผนพัฒนาของรัฐโดยเฉพาะการรถไฟ แห่งประเทศไทยในโครงการนี้กระทบต่อสิทธิในที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชน ผมจึงขอถาม คำถามแรกผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่ากระทรวงคมนาคมมีมาตรการเรื่องการ ชดเชยเยียวยาครัวเรือนที่ต้องย้ายออกจากพื้นที่อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีคำถามแรกครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เนื่องจากท่านเดินทางไปที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมกับคณะของท่านนายกรัฐมนตรี จึงได้มอบหมายให้ดิฉันมาตอบกระทู้ถามของท่านวีรนันท์ ฮวดศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น พรรคประชาชน ต้องขอบคุณสำหรับคำถามนี้เป็นอย่างยิ่งนะคะ จะทำให้กระทรวงคมนาคมได้มีโอกาสสื่อสารแล้วก็ทำความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวผ่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปยังพี่น้องประชาชน ขออนุญาตให้ท่านประธานได้เห็นภาพรวม ของโครงสร้างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของกระทรวงคมนาคมก่อนว่า การที่กระทรวงคมนาคมเองมีระบบราง เรื่องที่ ๑ ก็คือเรามีนโยบายขยายโครงข่ายรถไฟ ทางคู่ ซึ่งจะเป็นเรื่องของการเร่งรัดในการเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งและลดเวลาในการ เดินทาง แล้วก็รถรางในการเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาคที่จะสนับสนุนให้ลดความแออัดและ พี่น้องประชาชนที่จะใช้สัญจรไปมาด้วยความปลอดภัย นอกจากนั้นเรามีระบบรางที่เชื่อม ระหว่างเมืองและระหว่างเมือง ซึ่งไม่ว่าจะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่น รถไฟฟ้าสายสีชมพู สีเหลือง และสีส้ม นอกจากนั้นเราก็มีรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมทางหลัก ที่ท่านสมาชิกได้เอ่ยถึง คือรถไฟความเร็วสูงเชื่อมระหว่างกรุงเทพฯ-หนองคาย และกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ นั่นคือเรื่องของ การกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งถ้ารถไฟความเร็วสูงได้เกิดขึ้นก็จะอำนวยความ สะดวกให้พี่น้องประชาชนแล้วก็ร่นระยะเวลาการเดินทาง นอกจากนั้นขออนุญาตเพิ่มเติม ในเรื่องของเพิ่มประสิทธิภาพสถานีขนส่งแล้วก็ระบบขนส่งต่อเนื่องโดยการนำเทคโนโลยี มาปรับปรุงเรื่องของระบบรางให้มีความทันสมัย ขออนุญาตขยายความไปถึงแนวทาง การพัฒนาของกระทรวงคมนาคม แนวทางที่เราจะพัฒนาเรื่องของระบบรางตอนนี้เรามี แนวทางการพัฒนาระบบรางทั้งสิ้น ๒,๐๖๒ กิโลเมตร ไม่ว่าจะเป็นรถไฟทางคู่ ๖ โครงการ เช่น รถไฟทางคู่ช่วงของโคราชไปถึงหนองคาย ๑ โครงการ แล้วก็โครงการสายใหม่เชื่อมต่อ นิคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอีก ๕ โครงการ นอกจากนั้นมีระยะแผนการดำเนินการ ในระยะแผนกลางในเรื่องของรถไฟทางคู่สายใหม่ แล้วก็เชื่อมต่ออุตสาหกรรมอีก ๓ โครงการ รวมเป็น ๕ โครงการ ภาพรวมทั้งหมดในโครงการที่จะพูดถึงเนื่องจากท่านสมาชิกมาจาก ภาคอีสานก็จะเป็นสิ่งที่รัฐบาลเองได้ให้ความใส่ใจในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นภาคไหน ๆ เพราะนั่น คือการกระจายความเจริญจากเมืองไปสู่ภูมิภาคที่เราบอกว่าเราจะลดความเหลื่อมล้ำ นั่นก็คือให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงทุกมิติของการเดินทาง จึงมีการขยายในเรื่องของโครงสร้าง พื้นฐานระบบรางไปสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างที่กราบเรียนว่าไม่ว่าจากนครราชสีมา ไปจนถึงหนองคาย ซึ่งโครงการดังกล่าวก็จะมีผ่านทั้งนครราชสีมา ผ่านทั้งขอนแก่น อุดรธานี และผ่านไปที่หนองคาย ซึ่งปัจจุบันรถไฟความเร็วสูงระยะที่ ๑ ช่วงกรุงเทพมหานครคาดว่า จะมีการดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี ๒๕๗๑🔗

ท่านประธานค่ะ กลับมาที่คำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าจะมีมาตรการ เยียวยาอย่างไร ขออนุญาตพูดถึงประเด็นที่พี่น้องประชาชนได้อยู่ในชุมชนแล้วเรามีมาตรการ เยียวยาอย่างไรว่าการดำเนินงานของการรถไฟ รฟท. ได้ดำเนินการอะไรไปบ้างแล้ว เริ่มต้น จากในการประชุมเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ทาง รฟท. ได้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการสถาบัน พัฒนาชุมชนได้พูดถึงผลกระทบแล้วก็ขอแจ้งให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบในเรื่องของการเข้าไป ดำเนินการก่อสร้างของ รฟท. ดังกล่าว เมื่อเดือนธันวาคมปี ๒๕๖๕ ทราบว่ามีชุมชนอยู่ ๓๐๐ ชุมชน มีชุมชนแล้วมีครัวเรือนอยู่ ๒๗,๐๘๔ ครัวเรือน ขอยืนยันว่าเป็นข้อมูลที่อยู่ ในพื้นที่ของ รฟท. บางทีตัวเลขอาจจะคาดเคลื่อนเนื่องจากทาง พช. ได้ยืนยันตัวเลขที่มีการ Register แล้วบางทีอาจมีประชาชนที่แฝงมาไม่อยู่ในตัวเลขของ Register ถ้าเกิดชุมชน ที่ได้รับผลกระทบมีทั้งหมด ๓ จังหวัด จำนวน ๕๗ ชุมชน อยู่ที่ ๓,๐๑๐ ครัวเรือน โดยเฉพาะ อำเภอเมืองขอนแก่นมี ๓๔ ชุมชน อยู่ที่ ๒,๑๐๗ ครัวเรือน กลับมาที่แนวเส้นทางรถไฟ ความเร็วสูงช่วงนครราชสีมาถึงหนองคายผ่านอำเภอเมืองขอนแก่น จากอำเภอเมืองขอนแก่น ไปส่วนใหญ่ก็จะเป็นทางวิ่งที่เป็นทางยกระดับ แนวเส้นทางขนานกับทางรถไฟโดยอาคาร ทั้งหมดเป็นอาคารสภาพคอนกรีตแล้วมีความมั่นคงแข็งแรง ส่วนมากก็จะเป็นอาคารที่ไม่มี สัญญาเช่าที่ฉายภาพให้ท่านสมาชิกได้เห็นภาพไปพร้อม ๆ กัน แนวเส้นทางที่ ๒ ช่วงโคราช ไปหนองคายช่วงตรงกลางก็จะเป็นรถไฟทางคู่ผ่านอำเภอเมืองขอนแก่น ส่วนเส้นสีแดง ก็จะเป็นเส้นทางที่ไม่มีสัญญาเช่า สีชมพูจะเป็นอาคารที่มีสัญญาเช่า ดิฉันวงกลมให้เห็นว่า สีไหนที่มีสัญญาเช่า สีไหนที่ไม่มีสัญญาเช่า ซึ่งการแก้ไขปัญหาของ รฟท. เองเราก็พยายาม ที่จะสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมแล้วก็ทำตามกรอบของกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เครือข่ายชุมชนผู้ได้รับผลกระทบทางรถไฟ เครือข่ายชุมชนภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคกลาง รวมทั้งเครือข่ายของพี่น้องชาวสลัม นักพัฒนาชุมชน มูลนิธิ องค์กรของพี่น้องประชาชน ที่มีส่วนร่วม เรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่องของจังหวัด ซึ่งรัฐบาลเองได้ให้ ความสำคัญต่อกระบวนการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนและฟังเสียงทุกเสียง ไม่ว่าเสียง พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงทางอ้อม ในเรื่องของการแก้ไขมาตรการ การเยียวยาขออนุญาตเพิ่มเติมว่าอำนาจหน้าที่ของกระทรวงคมนาคม เรื่องของการเสนอ แผนงาน เรื่องของการตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ เรื่องของการเร่งรัดติดตามแล้วก็ รายงานผล ดิฉันฉายภาพให้เห็นถึงอำนาจหน้าที่ที่เราจะต้องดำเนินการตามกรอบของ กฎหมาย ขณะนี้อยู่ในการตั้งคณะทำงานของ รฟท. ร่วมกับในส่วนของภาคเอกชนแล้วก็ ส่วนของหน่วยงานของภาครัฐ🔗

นอกจากนั้นดิฉันขออนุญาตได้พูดถึงขั้นตอนว่าหลังจากที่เรามีองค์ประกอบ ของแต่ละหน่วยงานเข้ามาแล้ว เราก็จะมีขั้นตอนคร่าว ๆ ดังนี้ว่าขั้นตอนของการดำเนินการ คือเราจะเปิดพื้นที่ให้พี่น้องประชาชนเข้ามาว่าในกรณีที่เขาอยู่ในพื้นที่ของการรถไฟนั้น Register ถูกต้องตามกฎหมายกี่ราย พื้นที่ที่ต้องบอกว่าไม่ใช่ประชาชนบุกรุกแต่เขาอยู่อาศัย อย่างยาวนานอยู่มากี่ปี จะต้องชดเชยเยียวยาอย่างไร ก็จะมีการสร้างพื้นที่ความเข้าใจ จะมีการสำรวจผังเมืองว่ากี่ครัวเรือนแล้วก็จะมีหน่วยงานที่จะรับรองสิทธิ หลังจากนั้น กระบวนการทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้งที่อยู่ในสิทธิและไม่อยู่ในสิทธิก็จะมีการรวมกลุ่ม จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ แล้วก็จัดตั้งกลุ่มสหกรณ์รวมถึงคณะกรรมการผังเมือง คณะกรรมการผังเมืองจะทำอะไรต่อ ก็จะมีการกำหนดพื้นที่รองรับเพื่อไม่ห่างไกลจากพื้นที่ที่เขาต้องย้ายออกไป เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา อย่างที่ท่านสมาชิกบอกว่าถ้าห่างไกลเกินไป แต่เขายังต้องอาศัยที่ทำงานอยู่ในตัวจังหวัด แต่พื้นที่ห่างออกไปหลายกิโลเมตรก็จะเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางของพี่น้องประชาชน นี่คือจึงต้องมีการกำหนดแผนรองรับ เมื่อกำหนดแผนรองรับแล้วต้องวางผังชุมชนว่าจำนวน กี่รายที่ต้องย้ายไปชุมชนที่เปิดใหม่ แล้วหลังจากนั้นพอมีความเข้าใจตกลงตรงกันแล้วทั้ง ๒ ฝ่ายก็จะมีการยื่นออกเอกสารเพื่อขอเช่าที่ดิน โดยเอกสารนี้จะมีหน่วยงานก็คือชุมชน พอช. แล้วก็การรถไฟ แล้วก็บริษัทลูก SRTA หลังจากนั้นขั้นตอนต่อมาก็คือจะมีการลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบที่ดินนำไปสู่การติดตาม จัดทำเอกสาร เงื่อนไขการเช่า เงื่อนไขของการอนุญาตให้เช่า และเงื่อนไขถึงสัญญาให้เช่า หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่การพัฒนาโครงการบ้านมั่นคง ซึ่งบ้านมั่นคงดังกล่าวก็อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท SRTA อยู่ หลายท่านก็จะเห็นเรื่อง ที่เราเปิดบ้านมั่นคงไป นี่คือส่วนหนึ่งที่เราจะรองรับเรื่องของกระบวนการที่จะย้ายชุมชน ออกไป ซึ่งดิฉันเห็นว่าในมาตรการเหล่านี้รัฐบาลเองได้มีความใส่ใจแล้วก็ไม่ได้ทิ้งให้ใครอยู่ ข้างหลัง แต่ขณะที่ความเจริญไปสู่ชุมชนรัฐบาลเองก็เตรียมเรื่องของการก่อสร้างบ้านมั่นคง แต่ต้องให้ทราบก่อนว่าประชาชนที่จะไปอยู่ที่ใหม่จำนวนกี่ครัวเรือน แล้วเตรียมพื้นที่ในการ ที่จะรองรับสร้างบ้านมั่นคงให้เขามีความรู้สึกว่าการเป็นคนไทยคนหนึ่ง ๑ คน ๑ สิทธิ ๑ เสียงต้องได้รับการดูแลจากรัฐบาลค่ะ ต่อมาถ้าเราแก้ไขปัญหาพื้นที่ดังกล่าวก็ยังมีข้อดี เราเชื่อมั่นว่าขณะที่ความเจริญไปถึงมันก็จะเกิดผลดีทั้งในเรื่องของทางด้านสังคม เรื่องลดปัญหา เรื่องของการบุกรุกที่ดิน เรื่องของการปรับปรุงคุณภาพชีวิต แทนที่พี่น้องประชาชนจะอยู่ แบบสลัมแต่เขาจะมีห้องที่มีความสะดวกสบายกี่ Unit ที่เขามีความพร้อม ซึ่งบ้านมั่นคง หลายท่านก็คงติดตามว่าในสิทธิพิเศษเหล่านี้ SRTA ก็จะจัดสรรให้ผู้ที่ต้องย้ายไปอยู่ที่ใหม่ ในเรื่องของบ้านมั่นคง และสิ่งที่เราพูดกันตลอดเรื่องของความเหลื่อมล้ำทางสังคม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะเติมเต็มให้พี่น้องประชาชนมีที่อยู่อาศัยแล้วก็เรื่องของความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ในเรื่องของมิติทางเศรษฐกิจดิฉันเชื่อมั่นว่าจากความเจริญของรถไฟก็ตาม ในเรื่องของภาระของพี่น้องประชาชนก็จะไม่ให้เป็นภาระของสังคมว่าเขาถูกทิ้งจากการที่ รถไฟความเร็วสูงไปถึงชุมชนแล้วก็เป็นการสร้างโอกาสในเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันเรื่องการพัฒนาเมืองและการบริหารที่ดิน เรื่องของการใช้ที่ดินที่ว่างเปล่าให้เกิด ประโยชน์ เรื่องของการสนับสนุนผังเมืองโดยเฉพาะโครงการพัฒนาที่ใช้ระบบขนส่ง หลายท่าน เราบอกว่าคนอยู่ต่างจังหวัดอยู่บ้านนอกระบบขนส่งสาธารณะจะไม่ไปถึง ทำไมต้องให้ใช้แต่คน กรุงเทพฯ นี่ละค่ะคือคำตอบของกระทรวงคมนาคม คำตอบรัฐบาลที่จะขยายความเจริญไปสู่ พี่น้องในชนบทค่ะ ในเรื่องนโยบายของรัฐก็เช่นเดียวกันว่าในเรื่องบ้านมั่นคงเองเราเชื่อมั่นว่า เราจะลดความเหลื่อมล้ำของพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อยเข้ามาสู่การมีที่อยู่อาศัยอย่างมั่นคง ในภาพรวมของรัฐบาลดิฉันขอตอบคำถามแรกของท่านสมาชิกซึ่งอาจจะยาวนิดหนึ่ง แต่ดิฉัน เชื่อมั่นว่าครอบคลุมนะคะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คำถามที่ ๒ หมดแล้วหรือยังครับ🔗

นายวีรนันท์ ฮวดศรี ขอนแก่น

ยังเหลือครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายวีรนันท์ ฮวดศรี ขอนแก่น

เรียนท่านประธานครับ ผม วีรนันท์ ฮวดศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคประชาชน ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ก็ทราบดีครับว่าภาครัฐเองก็ดี หรือว่าองค์กรพัฒนาชุมชนเองก็ดี หรือว่าประชาชนในจังหวัด ขอนแก่นเองก็ดี ก็พยายามรวบรวมและพยายามช่วยเหลือกันเองอยู่ส่วนหนึ่ง แล้วก็เข้าร่วม โครงการกับภาครัฐอีกส่วนหนึ่ง แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะสอบถามเพิ่มเติมก็คือว่าในส่วนของ พอช. ก็ดี หรือว่ากรมธนารักษ์ก็ดีที่มีพื้นที่อยู่ที่จังหวัดขอนแก่น ทีนี้ผมเข้าใจว่ามีการจัดทำ แผนผังการเช่าที่จะนำมาให้องค์กรชุมชนเช่าช่วงเพื่อให้สมาชิกในชุมชนมาปลูกสร้างเพื่ออยู่ อาศัย แต่ว่าปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทยยังไม่ได้ลงสำรวจพื้นที่แห่งใหม่ หรือว่า แจ้งขั้นตอนและระยะเวลาที่จะทำให้ประชาชนผู้อยู่อาศัยเดิมได้สิทธิเข้าทำสัญญาเช่า อันนี้ ก็คือข้อที่ ๑ แล้วก็ไม่มีความชัดเจน คือไม่มีความชัดเจนครับ พอมันไม่ชัดเจนมันทำให้ พี่น้องที่อยู่ในที่อยู่เดิมขาดความเชื่อมั่นและขาดความมั่นใจตรงนี้ครับท่านรัฐมนตรี ผมไม่แน่ใจว่าท่านได้รับรายงานจากทางผู้ว่า รฟท. หรือยังครับ เมื่อวานนี้วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมากลุ่มประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างรถไฟทั้ง ๒ โครงการได้เข้ามา ยื่นหนังสือต่อผู้ว่าการรถไฟทวงถาม ๒ เรื่อง เรื่องแรก ขอให้เร่งรัดกระบวนการรังวัดที่ดิน ทล.๓ เพื่อเข้าสู่กระบวนการเช่า คือ ๒ ชุมชนนี้ทำแผนที่ชุมชนเสร็จแล้วก็คือ ๑. ชุมชน ดอนรุ่งเรือง ๖๘ ครัวเรือน ๒. ชุมชนแปลงของพัฒนาเทพารักษ์หลังฟาร์ม จำนวน ๗๓ ครัวเรือน ตอนนี้คือเหลือแค่ขั้นตอนของการรังวัดที่ดินครับ กับอีกตัวแทนของขบวนการ สภาริมรางเมืองขอนแก่นครับ สอบถามเพิ่มเติมต่อกรณีที่ดินหลังสถานีรถไฟขอนแก่นหรือว่า ใกล้เคียงเพื่อรองรับให้ประชาชนที่จะทำการย้ายออกจากสถานที่เดิม ท่านประธานครับ จากข้อมูลเพิ่มเติมของกระทรวงคมนาคมที่ดินของการรถไฟในจังหวัดขอนแก่นมีทั้งหมดกว่า ๘,๐๖๔ ไร่ แต่ว่ายังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าที่ดินของการรถไฟเฉพาะในเขตอำเภอเมืองทั้งหมด มันมีอยู่เท่าไร ซึ่งผมเองก็อยากทราบตรงนี้ด้วยว่าตกลงแล้วที่ดินของการรถไฟในเมือง ขอนแก่นมีอยู่เท่าไร ทีนี้มันมีข้อมูลเพิ่มเติมจากกรมโยธาธิการและผังเมืองบอกว่าปัจจุบัน การรถไฟเองมีโครงการที่จะนำพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟขอนแก่นขนาด ๒.๒ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๑,๓๐๐ กว่าไร่ ไปพัฒนาเป็นโครงการพัฒนาเมืองพื้นที่รอบสถานี หรือที่ เรียกว่า TOD เพื่อนำพื้นที่นี้เอาไปทำประโยชน์ต่าง ๆ ส่วนภาคประชาชนเองในจังหวัดขอนแก่น จึงเรียกร้องส่วนนี้ว่าอยากขอแบ่งพื้นที่หรือว่าพอจะเป็นไปได้ไหมในการแบ่งพื้นที่ที่จะจัดสรร พัฒนา TOD นี้ซึ่งเป็นของการรถไฟเพียงบางส่วนไม่ให้ชุมชนที่ต้องย้ายออกจากที่ดินเดิม เพราะว่าโครงการพัฒนาระบบรางให้ประชาชนได้อยู่อาศัยครับ ผมเข้าใจดีครับว่า ฝ่ายการเมืองที่กำหนดนโยบายและสร้างความมั่นคงในเรื่องของที่อยู่อาศัยเพื่อนำไปสู่ การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี ทีนี้ผมขออนุญาตถามคำถามที่ ๒ แต่ว่าถามฝากไว้เนื่องจาก เข้าใจว่าเวลาหมดแต่เอาเวลาของผมไปได้นะครับท่านประธาน🔗

คำถามที่ ๒ ก็คือกระทรวงคมนาคมมีแนวทางช่วยเหลือประชาชนในการ จัดหาพื้นที่ใหม่และมีพื้นที่ส่วนอื่นของการรถไฟที่อยู่ในจังหวัดขอนแก่นหรือว่าอำเภอเมือง ที่สามารถจัดสรรได้หรือไม่ อย่างไรครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ต้องขอบคุณสำหรับคำถามที่ ๒ เพราะว่าคำถามท่านสั้น ๆ แต่ว่าต้องใช้เวลาในการอธิบาย ส่วนประเด็นที่ถามถ้าดิฉันสามารถบริหารเวลาที่เหลืออยู่ เพื่อตอบให้ท่านสมาชิกได้ ส่วนถ้าเวลาหมดดิฉันขออนุญาตให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบ เอกสารให้ท่านสมาชิกในภายหลังค่ะ🔗

คำถามที่ ๒ ขอนำเรียนว่าปัจจุบันสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนได้ดำเนินการ แก้ไขปัญหาให้กับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งจากมติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๖ มีมติเห็นชอบ ในการที่จะเตรียมเงินในการที่จะเยียวยาชดเชยสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ วงเงิน ๗,๗๒๒,๓๖๐,๐๐๐ บาท ในวงเงินเหล่านี้ขณะนี้มีแหล่งทุนเรียบร้อยแล้วก็จะดำเนินการ ตามขั้นตอน ซึ่งขออนุญาตขยายความว่าในวงเงินดังกล่าวเราจะมีการใช้จ่ายอะไรบ้าง ใช้จ่าย ในประเด็นแรกก็คือเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องของระบบสาธารณูปโภค แล้วก็อุดหนุนแต่ละครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้ ขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณครัวเรือนละ ๘๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป นอกจากนั้นก็จะเป็นวงเงินที่ช่วยเหลือสนับสนุนที่ได้รับผลกระทบ จากการย้ายซึ่งอาจจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ อาจจะเคยอยู่ในพื้นที่ค้าขายหรือพื้นที่ได้รับผลกระทบ ที่รถไฟความเร็วสูงวิ่งผ่านก็จะเฉลี่ยครัวเรือนละ ๘๐,๐๐๐ บาท นี่ก็เป็นมาตรฐาน นอกจากนั้น ก็จะให้สินเชื่อสำหรับผู้ที่อยู่อาศัยและถูกย้ายออกไป อย่างที่ดิฉันยกตัวอย่างเรื่องบ้านมั่นคง พอย้ายไปอยู่ที่ใหม่ที่ต้องเข้าอยู่แค่เงิน ๔,๐๐๐ บาท ท่านก็หิ้วกระเป๋าเข้าไปได้แล้ว จะผ่อน เดือนละประมาณไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท หรือ ๓,๐๐๐ บาท ทางส่วนของ รฟท. ก็เตรียมการ ที่จะติดต่อธนาคารเพื่อให้สินเชื่อราคาถูก ดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้ได้รับผลกระทบเหล่านี้ นอกจากนั้นแล้วในส่วนของการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเราวางเกณฑ์ไว้ว่าจะสนับสนุน สินเชื่อครัวเรือนละไม่ต่ำกว่า ๒๕๐,๐๐๐ บาท คือร้อยละ ๕๐ ของเป้าหมายของการดำเนินงาน ทั้งหมด ก็เชื่อมั่นว่าเม็ดเงินเหล่านี้ก็น่าจะบรรเทา🔗

ส่วนที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงว่าสิทธิสัญญาเช่าหรือว่าการเร่งรัดในเรื่องรังวัดที่ดิน ดิฉันจะขอสั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่ของ รฟท. ให้เพิ่มบุคลากรในเรื่องของการเร่งรัดที่ดินให้เร็วขึ้น แล้วสามารถสื่อสารไปถึงพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งท่านสมาชิกมีความห่วงใย ในเรื่องของที่ดินหลังสถานีรถไฟว่ามีจำนวนเท่าไร ที่ดินภาพรวมของการรถไฟทั้งหมดมีเท่าไร แล้วที่ดินทั้งหมดเท่าไรแล้ว แต่ละแปลง ๆ นั้นมีการวางแผนงานเพื่อจะก่อสร้างอะไรบ้าง ซึ่งเดี๋ยวทางเจ้าหน้าที่จะได้เอาผังเหล่านี้ไปคุยกับท่านสมาชิก แล้วก็เชิญเรื่องของผู้ได้รับ ผลกระทบทั้งหมด ขออนุญาตท่านสมาชิกก็ช่วยทางรัฐบาลสื่อสารไปด้วยว่าจริง ๆ แล้ว โครงการเหล่านี้เรายอมรับว่าเวลาโครงการใหญ่ ๆ สำคัญ ๆ ที่ไปสู่ในภูมิภาคก็จะมีผลกระทบ ทั้งผู้ที่เห็นด้วย ผู้ที่เห็นต่าง แต่ทุกความเห็นต่างของรัฐบาลเราจะไม่ละเลยผู้ที่เห็นต่างแล้วก็ ไม่ละเลยผู้ที่ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ลงทะเบียนในฐานะผู้ได้รับผลกระทบ แต่เขาได้รับผลกระทบ ในเรื่องของการต้องย้ายที่อยู่อาศัยไปรัฐบาลก็ได้เก็บรายละเอียดเรื่องนี้เพื่อหามาตรการ ที่ช่วยเหลือต่อไป🔗

เรื่องของที่ดินของการรถไฟก็เช่นเดียวกันค่ะ ดิฉันขออนุญาตเนื่องจากมันจะ เป็นภาพใหญ่ภาพรวมทั้งหมดจะได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ไปปรึกษากับท่านสมาชิกทุก ๆ ครั้ง เวลาทำประชาคม ก็ขออนุญาตสั่งการให้เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวแทนของพี่น้องประชาชนก็คือ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ลงพื้นที่และรับฟัง ท่านจะได้เป็นผู้นำความคิดในเรื่องของ การเสนอแนะสิ่งต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อนผ่านเวทีของประชาคม นอกจากนั้น ก็ขออนุญาตว่าจริง ๆ แล้วงานภารกิจของกระทรวงคมนาคม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ต้องยอมรับว่ารัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ทั้งท่านรองนายกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในขณะที่เรากลับมา เป็นรัฐบาลครั้งนี้เราได้มีการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะพื้นที่ของภาคอีสาน ๒๐ จังหวัด มีประชากรมากที่สุดทุกภาคของประเทศไทย โอกาสและสิทธิเหล่านี้ควรจะได้รับการตอบสนอง และขยายโครงข่ายคมนาคม🔗

โดยเฉพาะอีกเรื่องหนึ่งที่จังหวัดขอนแก่นหลังจากที่เรามีระบบราง ระบบรถไฟ รางคู่และระบบรถไฟความเร็วสูง นั่นคือโครงการของ Dry Port ที่จะเชื่อมต่อระบบขนส่ง จากแหลมฉบังไปสู่การขนส่งสินค้าจากขอนแก่นไปที่หนองคาย ฝากท่านสมาชิกว่าทุก ๆ โครงการของการลงทุนของกระทรวงคมนาคม ดิฉันเชื่อมั่นว่าจะเกิดมิติของทางเศรษฐกิจ และสังคมต่อชีวิตความเป็นอยู่ การจ้างงานในภาคชนบทให้จำนวนมากขึ้น ส่วนที่ดินของ การรถไฟจะเป็นอย่างไรนั้นดิฉันขอส่งเอกสารให้ท่านสมาชิกในโอกาสต่อไป และต้อง ขอบพระคุณคำถามของท่านสมาชิกที่ดิฉันเองในฐานะตัวแทนของกระทรวงคมนาคมได้มี โอกาสลุกขึ้นมาชี้แจงแล้วก็ขยายภาพให้เห็นว่าโครงข่ายของระบบราง ไม่ว่าจะเป็นรถไฟรางคู่ หรือรถไฟความเร็วสูง แล้วก็ระบบการขนส่งทั้งมิติทางบก มิติทางราง และมิติทางอากาศที่เรา มองเห็นโอกาสของคนอีสานมองเห็นโอกาสของพี่น้องชาวจังหวัดขอนแก่น ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่าน สส. เดี๋ยวถามรัฐมนตรีนอกรอบ ขอบคุณครับ ต่อไป🔗

๒. เรื่อง ติดตามการดำเนินการปรับปรุงระบบประตูระบายน้ำ และระบบ ระบายน้ำ การดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำและระบบระบายน้ำ และดำเนินการปรับปรุง คลองพร้อมอาคารประกอบ ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหนังสือแจ้งว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ มีภารกิจที่ได้ นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้วจึงมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถามดังนี้นะครับ ท่านแรก นายรชต รอดคลองตัน ท่านที่ ๒ นางสาวณัฐกฤตา ถาวรกุล ท่านที่ ๓ นางสาวนันท์นภัส จันทร ท่านที่ ๔ นายสุรชัย ศรีล้ำเลิศ ไม่ได้มานะ ต่อไปเชิญท่านพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ ถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คำถามแรกเชิญครับ🔗

นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย วันนี้ต้องขอบคุณท่านประธานนะคะที่ได้บรรจุกระทู้ถามของดิฉันเข้าสู่ ระเบียบวาระในวันนี้นะคะ และขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านอิทธิ ศิริลัทธยากร ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้ให้เกียรติมาตอบกระทู้ถามของ ดิฉันในวันนี้ ดิฉันขอสไลด์ค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ พิษณุโลก

ตามที่ได้มีการร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอบางระกำ แล้วก็อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ประสบปัญหาเกี่ยวกับในเรื่องของประตูระบายน้ำ แล้วก็ระบบระบายน้ำที่ชำรุดเสียหาย มีน้ำรั่วซึมทำให้เก็บน้ำไม่อยู่ประตูน้ำก็ไม่สามารถปิด-เปิดทำให้ไม่สามารถรองรับน้ำได้ใน ฤดูน้ำหลากแล้วก็ไม่สามารถเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ จึงขอความอนุเคราะห์ให้ช่วยแก้ไข🔗

เรื่องแรก ปรับปรุงประตูระบายน้ำและระบบระบายน้ำที่บ้านสามเรือน ตำบล นครป่าหมาก แล้วก็ประตูระบายน้ำ หมู่ที่ ๖ ตำบลเนินกุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งถ้าจากภาพขออันแรกค่ะ จากภาพจะเห็นว่าประตูสึกหรอจนถึงขั้นเป็นรูโหว่ไม่สามารถ ใช้งานได้แล้วสร้างมา ๓๐ กว่าปีนะคะ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อนแล้วก็ฝาก ดิฉันมาถึงท่านรัฐมนตรีได้ให้ช่วยแก้ไขค่ะ สไลด์ถัดไป อีกหลาย ๆ พื้นที่ที่เห็นไม่ว่าจะเป็น คลองลำแตงกวาที่รับน้ำมาจากวังกลางสุโขทัยเข้าที่บ้านทุ่งกวม หมู่ที่ ๔ คลองน้ำเย็น ตำบล นิคมพัฒนา แล้วก็เข้าไปที่บ้านป่าสักไปที่ตำบลนิคมพัฒนาใน หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๑๑ หมู่ที่ ๑๒ หมู่ที่ ๑๓ ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอบางระกำก็มีน้ำเยอะแต่ไม่สามารถ เก็บน้ำไว้ได้เลยประตูน้ำไม่มี แล้วก็บางจุดมีท่อที่สูงมากทำให้น้ำไม่สามารถข้ามไปได้นะคะ แล้วพี่น้องก็ไม่สามารถเก็บน้ำไว้ใช้ได้ ในเรื่องของคลองลำแตงกวา แล้วก็คลองแม่เทียบ คลองโกรงเกรงเหนือ คลองห้วยแก้ว คลองตะเคียน ขอสไลด์ถัดไป พื้นที่ที่เห็นจะเป็นพื้นที่ ที่แหล่งน้ำในตื้นเขินมากคันคลองก็ต่ำมากในช่วงของคลองเนินกุ่ม-คลองวัดตายม ถ้าในช่วง หารือดิฉันก็ได้หารือไปแล้วว่าเป็นลำคลองที่เล็กมากแล้วคันคลองก็ค่อนข้างต่ำทำให้เวลา น้ำท่วม ท่วมเข้าบ้านเรือนแล้วเสียหายเป็นอย่างมากกว่าเกือบ ๕๐๐ ครัวเรือน ในเส้นทาง ของคลองนี้เป็นอย่างน้อยทุก ๆ ปี อยากให้มีการแก้ไขโดยเร่งด่วนในคลองเนินกุ่ม-คลองวัดตายม อำเภอบางกระทุ่ม ส่วนของอ้ายเลือก ตำบลสนามคลี แล้วก็คลองบ้านเกาะคู ตำบลบางกระทุ่ม ก็เช่นเดียวกันค่ะท่านที่จะเกิดปัญหาแบบนี้แล้วก็ไม่มีประตูกักเก็บน้ำ ดิฉันจึงขอถามคำถามแรก สำหรับพื้นที่ที่มีประตูระบายน้ำแล้วเกิดการชำรุดเสียหายที่ไม่สามารถปิดเปิดได้สะดวก เกิดน้ำรั่วซึมจนไม่สามารถเก็บน้ำได้ในฤดูแล้งทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน ได้ดำเนินการสำรวจออกแบบโครงการซ่อมประตูระบายน้ำและระบบระบายน้ำในพื้นที่ เหล่านี้แล้วหรือยังนะคะ ซึ่งก็เป็นพื้นที่ที่ได้แจ้งไว้ในเอกสารเรียบร้อยแล้วนะคะ และหากได้ ดำเนินการออกแบบแล้วท่านมีแผนดำเนินการหรือกำหนดเวลาที่ชัดเจนในการซ่อมแซม ประตูระบายน้ำและระบบระบายน้ำเหล่านี้เมื่อไร ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญรัฐมนตรีตอบคำถามแรกครับ🔗

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิทธิ ศิริลัทธยากร ในฐานะรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้มาตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ของท่าน สส. พิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ สส. จังหวัดพิษณุโลก จากพรรคเพื่อไทย กระผม ต้องขอกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่ากระผมเข้าใจถึงความตั้งใจที่ท่านตั้งกระทู้ถาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทานเนื่องจากที่ผมได้รับข้อมูลถึงความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในอำเภอบางกระทุ่มนั้น ต้องบอกว่าในสภาพปัจจุบันจังหวัด พิษณุโลกมีปัญหาจริง ๆ ซึ่งทำให้การบริหารจัดการน้ำที่ปกติก็ยากอยู่แล้วยิ่งยากขึ้นไปอีก อันมีสาเหตุมาจากการชำรุดของประตูระบายน้ำบ้านสามเรือน ในเขตตำบลนครป่าหมาก และตำบลเนินกุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม โดยอ้างอิงจากข้อมูลของกรมชลประทาน อำเภอบางกระทุ่ม เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยแล้งและเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยอีกด้วย ดังนั้น การปรับปรุงระบบประตูระบายน้ำตามที่ท่าน สส. พิมพ์พิชชาได้ถามกระทู้ถามนั้นจึงเป็น เรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องในอำเภอบางกระทุ่มอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพ กระผม ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักชลประทานให้จัดอันดับความสำคัญโครงการที่จะเพิ่ม ศักยภาพการบริหารจัดการน้ำที่อำเภอบางกระทุ่มว่าโครงการไหนมีความพร้อม โครงการไหน มีความจำเป็นเร่งด่วน โครงการไหนสามารถรอได้ และให้ทางผู้อำนวยการสำนักชลประทาน พิษณุโลกได้วางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกันในแต่ละปี ท่านประธานที่เคารพ กระผมจะขออนุญาตตอบคำถามที่ท่านสมาชิกได้ถามถึงความคืบหน้าที่ท่านได้ถาม หลายโครงการ กระผมขอนำเรียนเป็นข้อ ๆ ตามลำดับคำถามดังนี้🔗

ประตูระบายน้ำสามเรือน ซึ่งอายุการใช้งานมากกว่า ๓๐ ปี เป็นโครงการ ที่กรมชลประทานถ่ายโอนภารกิจไปให้กับองค์การปกครองท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบ เบื้องต้น ทราบว่าการซ่อมประตูระบายน้ำพร้อมอาคารประกอบบ้านสามเรือนเป็นภารกิจที่เกินกำลัง ขององค์กรปกครองท้องถิ่นจะสามารถดำเนินการได้ สถานะปัจจุบันกรมชลประทาน ได้พิจารณาสำรวจและศึกษาโครงการเสร็จแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบหลังจากได้ ออกแบบแล้วทางโครงการชลประทานพิษณุโลกจะเสนอใช้งบประมาณในปี ๒๕๗๐ เช่นเดียวกับโครงการปรับปรุงคลองพร้อมอาคารที่คลองเนินกุ่ม วัดตายม ซึ่งทางโครงการ ชลประทานพิษณุโลกกำลังทำการออกแบบและจะเสนอเข้าแผนในปี ๒๕๗๐ ระบบระบายน้ำ คลองลำแตงกวา โครงการชลประทานพิษณุโลกได้เสนองบประมาณเพื่อพิจารณาและสำรวจ ในปีงบประมาณปี ๒๕๖๙ และวางแผนออกแบบในปี ๒๕๗๐ ในส่วนของคลองแม่เทียบและ คลองโกรงเกรงเหนือ โครงการชลประทานพิษณุโลกได้เสนอขอรับงบประมาณเพื่อพิจารณา สำรวจและออกแบบในปีงบประมาณปี ๒๕๖๙🔗

ประตูระบายน้ำคลองห้วยแก้วสถานะตอนนี้อยู่ระหว่างการออกแบบและจะ ออกแบบแล้วเสร็จในปี ๒๕๖๘ ระบบระบายน้ำคลองตะเคียน โครงการชลประทาน พิษณุโลกได้เสนอขอรับงบประมาณปี ๒๕๖๙ และจะเสนอให้ออกแบบภายในปี ๒๕๗๐ โครงการปรับปรุงคลองอ้ายเลือกและโครงการปรับปรุงประตูระบายน้ำบ้านเกาะคูที่อำเภอ บางกระทุ่มนั้น โครงการชลประทานพิษณุโลกได้เตรียมเสนอขอรับงบประมาณเพื่อสำรวจ ในปี ๒๕๖๙ และจะออกแบบให้แล้วเสร็จในปี ๒๕๗๐ เช่นกัน คงจะครอบคลุมที่ท่าน สส. ถามมาเพราะว่าท่านถามมาหลายโครงการเหลือเกินก็เข้าใจครับว่าท่านเป็น สส. ท่านไป เยี่ยมชาวบ้านได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน เหมือนกันครับผมก็เป็นผู้แทนมาก่อนรู้ความ ต้องการของชาวบ้านก็พยายามที่จะตอบให้ท่าน สส. สามารถที่จะเอาคำตอบไปบอกชาวบ้านว่า ปีไหนเขาจะได้งบประมาณอะไรเขาจะได้ตัวไหนก็ขอตอบแค่นี้ก่อนครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่าน สส. คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗

นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ พิษณุโลก

ต้องขอบคุณนะคะ พอดีว่า ท่านได้ตอบแล้วมีคลองห้วยแก้วที่ออกแบบแล้วเสร็จในปี ๒๕๖๘ ดิฉันขอคำตอบด้วยว่า ออกแบบเสร็จแล้วจะเสนอเป็นแผนปีงบประมาณใด ในส่วนของของห้วยแก้วค่ะ คำถามที่ ๒ สำหรับพื้นที่ที่ยังไม่มีประตูระบายน้ำแล้วก็มีปัญหาในเรื่องของแหล่งน้ำตื้นเขินไม่สามารถ รองรับน้ำได้ แล้วก็ยังขาดการจัดการระบบระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ท่านมีแผนดำเนินการในพื้นที่ ท่านได้ตอบแล้วเรียบร้อยนะคะ เพราะฉะนั้นแล้วก็ฝากท่านด้วยนิดหนึ่งว่าในพื้นที่ของดิฉันนอกจากในช่วงของน้ำหลาก หลากกระทบในพื้นที่ของพี่น้องประชาชนค่อนข้างรุนแรงนะคะ ดิฉันก็อยากจะฝากในเรื่อง ของที่ออกแบบเสร็จแล้วในเรื่องของคลองเนินกุ่ม-วัดตายม ท่านช่วยเร่งให้นิดหนึ่ง ได้ไหมคะ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่เดือดร้อนแสนสาหัสนะคะ แล้วก็ในเรื่องของประตูน้ำ สามเรือนต้องขอบคุณนะคะที่จะมีการดำเนินการในช่วงของปี ๒๕๗๐ เพราะว่าอันนี้ก็ได้รับ ผลกระทบมากมากมายเช่นเดียวกัน ขอบคุณที่ท่านรัฐมนตรีได้ให้ข้อกระจ่างนะคะ แต่ดิฉัน ขอคำตอบในเรื่องของคลองห้วยแก้วของตำบลบางกระทุ่มไปถึงตำบลนครป่าหมากนะคะ ว่าจะดำเนินการจัดสรรงบประมาณให้อยู่ในแผนของปีใดที่จะเริ่มดำเนินการค่ะ เพราะว่า มีเสียงสะท้อนมาเยอะมากเช่นเดียวกันทำให้ดิฉันจะต้องยื่นกระทู้ถามเฉพาะในทุก ๆ โครงการขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ท่านประธานสภาที่เคารพ จริง ๆ ผมก็พยายามตอบให้ครอบคลุมทุก ๆ โครงการที่ท่าน ผู้แทนถามมานะครับ แต่ว่าสำหรับประตูระบายน้ำคลองห้วยแก้วสถานะตอนนี้อยู่ระหว่าง การออกแบบ จะออกแบบแล้วเสร็จปี ๒๕๖๘ ท่านถามว่าจะได้งบประมาณปีไหนคือจะ พยายามให้เร็วที่สุดอย่าให้บอกเลยว่าปีไหนนะครับ เพราะว่าถ้าพูดไปแล้วต้องทำให้ได้ เพราะท่านขอไปหลายตัว แต่ทุกตัวที่ท่านขอมามีประโยชน์กับพื้นที่ทั้งนั้น ก็ต้องชมครับว่า ท่านเอาใจใส่ปัญหาของพ่อแม่พี่น้องโดยเฉพาะเรื่องน้ำ ผมต้องขอบคุณที่ท่านเป็นหูเป็นตา แทนกรมชลประทาน แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปสอดส่องความเดือดร้อนของ ชาวบ้าน ก็ถือโอกาสนี้ครับขอให้ท่านประสบความสำเร็จในชีวิตทางการเมือง ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เดี๋ยวท่านตอบต่อไหมหมดแล้วนะ🔗

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ผมว่าผมตอบหมดแล้วนะ ท่านผู้แทนก็จดไปแล้วว่าปีไหนได้อะไรนะครับ ท่านก็เอาคำตอบ ผมไปบอกชาวบ้าน แต่ว่าจะมาคาดคั้นว่าปีนี้ได้งบผมยังไม่กล้ารับปาก แต่ว่าจะให้เร็วที่สุด ให้พี่น้องชาวพิษณุโลกได้มีน้ำกินน้ำใช้น้ำเพื่อการเกษตรต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่าน สส. นะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ พิษณุโลก

ขออนุญาตขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ท่านเห็นความสำคัญของพี่น้องประชาชน เป็นที่ตั้ง แล้วก็แน่นอนที่สุดค่ะท่านดูแลพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ดิฉันเข้าใจในเรื่องของ งบประมาณ แต่ก็ในพื้นที่ลำบากจริง ๆ กราบขอบพระคุณอีกครั้งขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไป🔗

๓. เรื่อง ขอให้ยกเลิกประกาศเขตปฏิรูปที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ครอบคลุมทั้งอำเภอ ของจังหวัดศรีสะเกษ และให้ประกาศเขต ปฏิรูปที่ดินตามพื้นที่จริง นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหนังสือแจ้งว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีภารกิจที่นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอิทธิ ศิริลัทธยากร เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง แล้วผมได้อนุญาตให้ประชาชน ผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถามดังนี้ ท่านที่ ๑ นายมงคล เรืองศรี มาไหมครับ ท่านที่ ๒ นางสาวนันท์นภัส จันทร ท่านที่ ๓ นายสุรชัย ศรีล้ำเลิศ ไม่ได้มา ต่อไปเชิญ ท่านอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ถามท่านรัฐมนตรีคำถามแรกเชิญครับ🔗

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ผมมีการตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องในจังหวัดศรีสะเกษ ก่อนจะ เข้าสู่ประเด็นคำถามผมก็ต้องขอถือโอกาสนี้กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีอิทธิเป็นอย่างสูง ที่ท่านได้กรุณาสละเวลาของท่านมาตอบกระทู้ถามที่มีความสำคัญกับพี่น้องชาวจังหวัดศรีสะเกษ ในวันนี้ จากกรณีที่เรามีพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้กำหนดให้มีการจัดสรรที่ดินเพื่อการเกษตรให้แก่เกษตรกรที่ขาดแคลนที่ดินทำกิน และได้ มีการจัดตั้งสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือว่า ส.ป.ก. เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ดังกล่าว ซึ่งสำนักงานปฏิรูปที่ดินได้ดำเนินการประกาศเขตพื้นที่ ส.ป.ก. ในหลายพื้นที่ ทั่วประเทศ โดยใช้หลักเกณฑ์การประกาศเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยการตราเป็น พระราชกฤษฎีกาซึ่งมีแผนที่แสดงแนวเขตแนบท้าย ซึ่งโดยปกติจะกำหนดเขตเฉพาะที่ดิน ที่จะนำมาดำเนินการ เว้นแต่กรณีจำเป็นจะถือเขตตำบลหรือเขตอำเภอเป็นหลักก็ได้ กรณีนี้ ได้สร้างปัญหาให้กับพี่น้องเป็นอย่างมากโดยเฉพาะจังหวัดศรีสะเกษและอีกหลายจังหวัด ทั่วประเทศ ซึ่งประกาศดังกล่าวได้มีการประกาศไว้ในพระราชกฤษฎีกำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ตามข้อกำหนดของ มาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ ในส่วนของจังหวัดศรีสะเกษนั้นมีการประกาศเขต ส.ป.ก. ครอบคลุมทั้งอำเภอ ในจังหวัดศรีสะเกษมากถึง ๑๑ อำเภอ ศรีสะเกษมีทั้งหมด ๒๒ อำเภอ แต่มีการประกาศเขต ส.ป.ก. ครอบคลุมมากถึง ๑๑ อำเภอ คิดเป็นพื้นที่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ประกอบด้วย อำเภอเมือง ศรีสะเกษ อำเภอวังหิน อำเภอราษีไศล อำเภอศิลาลาด อำเภอขุขันธ์ อำเภอภูสิงห์ อำเภอขุนหาญ อำเภอกันทรลักษ์ อำเภอเบญจลักษ์ อำเภอศรีรัตนะ อันนี้คือเฉพาะอำเภอที่ประกาศเขต ส.ป.ก. ครอบคลุมทั้งอำเภอ ในส่วนของพื้นที่อีก ๑๑ อำเภอ ได้ประกาศเขตครอบคลุม ทั้งตำบล ยกตัวอย่างเช่น อำเภออุทุมพรพิสัยได้ประกาศเขต ส.ป.ก. ตำบลรังแร้ง อำเภอ เมืองจันทร์ได้ประกาศเขต ส.ป.ก. ตำบลเมืองจันทร์ และตำบลตาโกน และในส่วนของอำเภอ ห้วยทับทันได้ประกาศเขต ส.ป.ก. ครอบคลุมทั้งตำบล ก็คือตำบลปราสาท ตำบลห้วยทับทัน ตำบลเมืองหลวง ตำบลจานแสนไชย และตำบลผักไหม ในการประกาศดังกล่าวสร้าง ผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อพี่น้องเกษตรกร เพราะว่าเมื่อประกาศครอบคลุมทั้งอำเภอ ทั้งตำบลแล้วกรมที่ดินมีโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินเพื่อให้พี่น้องที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ สามารถเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้และจะได้มีเอกสารสิทธิ์ แต่เมื่อ ส.ป.ก. ไปประกาศเขต ครอบคลุม ส.ป.ก. ทั้งอำเภอและทั้งตำบลอย่างนี้กรมที่ดินก็ไม่สามารถดำเนินโครงการ เดินสำรวจออกโฉนดที่ดินได้ ปัญหานี้เกิดมาสำหรับพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา ๓๐ ปี ผมเองได้มีโอกาสเป็นกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ทุกปี ก็ได้ฝากเรื่องนี้กับเลขา ส.ป.ก. ท่านก็รับปาก แต่ท่านเกษียณไปแล้วปัญหาก็ยังอยู่ เหมือนเดิม ผมก็เลยไม่รู้จะทำอย่างไรเลยต้องตั้งกระทู้ถาม แล้วก็ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีมาก ๆ ที่มาในวันนี้ คำถามของผมนะครับ เมื่อผมถามจบแล้วผมจะขออนุญาต ฝ่ายโสตให้เปิดคลิปวิดีโอถึงความเดือดร้อนของพี่น้องสั้น ๆ ๒-๓ นาที แต่ว่าอยู่ในกรอบเวลา ๑๐ นาทีแน่นอน คำถามของผมมี ๒ ข้อ ซึ่งผมจะถามแล้วก็ขอความกรุณาท่านรัฐมนตรี ได้ตอบทีเดียวเลยเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ก็คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะยกเลิก ประกาศเขต ส.ป.ก. ครอบคลุมทั้ง ๑๑ อำเภอ และครอบคลุมทั้งตำบลในอีก ๑๑ อำเภอ ที่เหลือของจังหวัดศรีสะเกษได้เมื่อใด และจะดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อใด สาเหตุที่ผมต้องถาม คำถามนี้เพราะว่าเมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบผลการ ดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐหรือเรียกสั้น ๆ ว่า One Map ของกลุ่มจังหวัดที่ ๒ ซึ่งมีจังหวัดศรีสะเกษอยู่ในกลุ่มจังหวัดดังกล่าว ดังนั้นวันนี้ ส.ป.ก. ทราบอยู่แล้วว่าพื้นที่จริง ๆ ของ ส.ป.ก. มีพื้นที่ไหนบ้าง จึงนำมาสู่คำถามข้อที่ ๑ ว่าในเมื่อทราบแล้วจะยกเลิกประกาศ ครอบคลุมทั้งอำเภอทั้งตำบลได้เมื่อไร แล้วคำถามข้อที่ ๒ เมื่อยกเลิกไปแล้วจะประกาศพื้นที่ ส.ป.ก. ตามจริงได้เมื่อใด ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรี ๒ คำถามเลยนะครับ🔗

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอิทธิ ศิริลัทธยากร ในฐานะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้มาตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะของท่าน สส. อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส. จังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับการขอยกเลิกประกาศเขตปฏิรูปที่ดินของ ส.ป.ก. ครอบคลุมทั้งอำเภอของจังหวัด ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นคำถามที่ดีมากนะครับ เพราะว่าพี่น้องหลาย ๆ จังหวัดได้รับผลกระทบ จากเรื่องประกาศเขตครอบคลุมทั้งจังหวัด ครอบคลุมทั้งตำบล วันนี้ผมจะมาให้ความกระจ่าง กับท่านนะครับ🔗

ขอตอบคำถามข้อที่ ๑ พื้นที่ทั้ง ๑๑ อำเภอของจังหวัดศรีสะเกษนั้น มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งเป็นการประกาศเขตปฏิรูปที่ดิน ครอบครองทั้งอำเภอ ซึ่ง ส.ป.ก. ได้นำเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาเพื่อปรับปรุงเขตปฏิรูปที่ดิน ที่ประกาศครอบคลุมทั้งอำเภอให้เหลือเฉพาะเขตดำเนินการ เฉพาะเขตดำเนินการนะครับ เสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติในหลักการและส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตัวย่อคือ สคก. ประชุมตรวจพิจารณาแล้วปรากฏว่าแผนที่แนบท้ายร่างพระราชกฤษฎีกามีปัญหา แนวเขตปฏิรูปที่ดินทับซ้อนกับหน่วยงานอื่น ๆ ประกอบกับมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ซึ่งได้กำหนดแนวทางว่าก่อนเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาหาแนวทางให้ได้ ข้อยุติเสียก่อนว่าแนวเขตดำเนินการตามร่างกฎหมายกำหนดเขตปฏิรูปที่ดินเป็นแนวเขต ที่สามารถเข้าดำเนินการได้ และไม่ซับซ้อนกับแนวเขตที่ได้กำหนดไว้เป็นพื้นที่ดำเนินการ ตามกฎหมาย ซึ่ง สคก. จึงได้ส่งคืนร่างพระราชกฤษฎีกาทั้งหมดคืน ส.ป.ก. ดำเนินการ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบแนวเขตที่ดินของรัฐให้ชัดเจนเป็นที่ยุติ และให้ เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาตามขั้นตอนใหม่อีกครั้งหนึ่ง สำหรับการดำเนินการในปัจจุบัน ส.ป.ก. ได้จัดทำแผนที่ท้ายร่างพระราชกฤษฎีกาปรับปรุงเขตปฏิรูปที่ดินและส่งให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบยืนยันแนวเขตพื้นที่ทับซ้อนจำนวน ๑๐ หน่วยงาน ได้แก่ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมการปกครอง กรมพัฒนาที่ดิน กรมที่ดิน กรมธนารักษ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด โดยมีหน่วยงานที่ส่งผลตรวจสอบให้ ส.ป.ก. แล้วจำนวน ๘ หน่วยงาน คงเหลือกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและ พันธุ์พืชซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ทั้งนี้จะต้องนำผลการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของ รัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน ๑:๔,๐๐๐ หรือที่เราเรียกกันว่า One Map มาประกอบการ พิจารณา ทั้งนี้จังหวัดศรีสะเกษ ครม. มีมติเมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๕ เห็นชอบผล One Map กลุ่มจังหวัดที่ ๒ และให้หน่วยงานที่มีที่ดินของรัฐอยู่ในความรับผิดชอบปรับปรุง แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับผล One Map โดยใช้แผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ ดังกล่าว ครม. ให้ความเห็นชอบแล้วแทนแผนที่แนบท้ายกฎหมายและใช้เป็นแนวเขตที่ดิน ของรัฐตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำให้แนวเขตที่ดินของรัฐชัดเจนและเป็นที่ยุติ หากได้ ข้อยุติแล้วทาง ส.ป.ก. ก็จะดำเนินการเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาตามขั้นตอนต่อไป🔗

สำหรับคำถามข้อที่ ๒ นั้น ผมขอเรียนว่าการยกเลิกประกาศเขตควบคุม ทั้ง ๑๑ อำเภอ และประกาศเขต ส.ป.ก. ตามพื้นที่จริงที่ได้แล้วจะเสร็จเมื่อใดนั้นขอเรียนว่า เป็นไปตามคำชี้แจงในการตอบกระทู้ถามคำถามที่ ๑ ข้างต้น และขอชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ที่ดินว่างเปล่าที่ไม่ใช่ที่ดินของรัฐจะได้เข้าร่วมโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินของ กรมที่ดินได้หรือไม่นั้น ขอเรียนตาม มาตรา ๕๘ วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม และมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายที่ดินไม่ได้ห้ามการเดินสำรวจรังวัด เพื่อออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้แก่ราษฎรที่ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินที่ได้มี การตราพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน แต่ห้ามไม่ให้ออกให้แก่ผู้ที่ ครอบครองและทำประโยชน์โดยไม่มีหลักฐานแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน ส.ค.๑ หรือผู้ที่ มิได้แจ้งความประสงค์จะได้สิทธิในที่ดินตาม มาตรา ๒๗ ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ไว้ก่อนมีการกำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ดังนั้นพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินให้เป็นเขตปฏิรูป ที่ดินของ ส.ป.ก. ไม่มีผลเป็นการยกเลิกหรือเพิกถอนสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีอยู่ก่อนแล้ว หากหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินที่ราษฎรถืออยู่ออกโดยชอบด้วย กฎหมายย่อมไปดำเนินการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน ต่อสำนักงานที่ดินได้ เพื่อที่ ส.ป.ก. จะได้ดำเนินการให้เป็นไปตามบันทึกข้อตกลงระหว่าง กรมที่ดินกับ ส.ป.ก. เรื่องวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินของเขต ส.ป.ก. พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยไม่ต้องดำเนินการยกเลิกหรือแก้ไขพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินให้เป็น เขตปฏิรูปที่ดินแต่อย่างใด ผมต้องขอขอบคุณนะครับท่านประธานสภา ท่าน สส. อาจสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ที่ได้นำความห่วงใยของท่านที่มีต่อพี่น้องชาวศรีสะเกษ หลังจากนี้ผมจะติดตาม และสอบถามทาง ส.ป.ก. ให้ท่านเป็นระยะ ๆ ต่อไป หากท่านยังมีข้อสงสัยท่านก็สามารถ ติดต่อมาทางผมได้ ผมถือว่ากระทู้ถามของท่านวันนี้เป็นกระทู้ถามที่มีประโยชน์ และจะทำให้ พี่น้องประชาชนได้คำตอบที่พอใจ เพราะว่าท่านเอาใจใส่ต่อปัญหาที่ดินของพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับท่านประธาน ขอบคุณท่าน สส.🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เป็นอย่างไรครับ🔗

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างสูงที่ได้กรุณาให้ความกระจ่างชัดเมื่อสักครู่ ในฐานะผู้แทนของคนศรีสะเกษก็ขอพูดแทนคนศรีสะเกษว่ากราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี มาก ๆ ผมเองมีความสนิทกับท่านอดีตรัฐมนตรีช่วยลูกชายของท่าน มาวันนี้ท่านมาเป็น รัฐมนตรีก็ได้กรุณาสละเวลามาตอบกระทู้ถามแก้ไขปัญหาให้พี่น้องชาวศรีสะเกษ กราบขอบคุณท่านมาก ๆ ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขอเอกสารถ่ายสักชุดได้ไหมท่านรัฐมนตรี เพราะว่ามันเป็นหลักการใช่ไหม🔗

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ได้ครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จะได้เอาไปพื้นที่ผมด้วย🔗

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ปัญหาเรื่องนี้มันเกิดทั่วประเทศ แต่เรากำลังเร่งดำเนินการอยู่นะครับยืนยันว่าเราเข้าใจปัญหา เหมือนกัน แต่ว่าบางอย่างมันมีข้อจำกัดหลาย ๆ เรื่องนะครับ บางทีก็ติดเงื่อนไขของมติ ครม. ก็ขอบคุณอีกครั้งหนึ่งนะครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวผมขอด้วยนะครับ🔗

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ได้ครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เพราะว่ามันมีรายละเอียดบางทีพื้นที่ต้องไปอธิบาย🔗

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เข้าใจครับท่านประธาน🔗

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ศรีสะเกษ

ผมขอเป็นเอกสารเช่นกันครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวขอถ่ายจากท่านรัฐมนตรีเพราะว่า สส. ใช้ได้หมดเวลาไปตอบว่ามันอนุมัติอย่างไร บางที พื้นที่ขีดวงใหญ่ ๆ เหมาหมดเลย แล้วก็ทั้งอำเภอ ทั้งตำบล เสร็จแล้วเวลาเราจะไปเอาออกมา ขั้นตอนที่จะไปแยกออกมามันมีในนั้นนะครับ🔗

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ก็ต้องขอบคุณครับจะได้ช่วยทาง ส.ป.ก. ชี้แจงกับชาวบ้านด้วยจะได้ไม่ต้องมาตอบกระทู้ถาม อีกนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ🔗

๔. เรื่อง ปัญหาความมั่นคงทางที่อยู่อาศัยในเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

โดยสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง แต่เนื่องจากรัฐตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ไม่สามารถมา ตอบกระทู้ถามในวันนี้ได้ ขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง🔗

๕. เรื่อง เสนอให้แก้ไขปัญหาน้ำท่วม นายสมดุลย์ อุตเจริญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วมีบัญชามอบให้รองนายกรัฐมนตรี ท่านภูมิธรรม เวชยชัย เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง แต่เนื่องจากท่านรัฐมนตรี ติดภารกิจ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง🔗

ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีพิจารณา แล้วมีบัญชามอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีท่านภูมิธรรม เป็นผู้ตอบ คำถามแทน และรองนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจสำคัญ มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ มาตอบ กระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดภารกิจ ขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง🔗

๖. เรื่อง ความเดือดร้อนของข้าราชการชั้นผู้น้อยในจังหวัดภูเก็ต ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง แต่เนื่องจากท่านรองนายกรัฐมนตรี ติดภารกิจ ขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง สำหรับวันนี้จบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ🔗

เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระต่อไป ขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอนำระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ระเบียบที่ ๗.๓ และเรื่องซึ่งยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ จำนวน ๑ เรื่องขึ้นมาพิจารณาก่อน ที่ประชุม จะเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม🔗

รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ครั้งที่ ๖ วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ครั้งที่ ๗ วันพุธที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ครั้งที่ ๘ วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ซึ่งได้วางเอกสารไว้ให้ ท่านสมาชิกได้ตรวจดูแล้วก่อนที่จะเสนอให้สภารับรอง ท่านลองพิจารณาดูว่ารายงานทั้ง ๓ ครั้ง มีข้อผิดพลาดอะไรบ้างจะต้องทักท้วงอย่างไรหรือไม่ เมื่อไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๓ ดังกล่าวแล้วนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗

๑. คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอขยาย ระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง ญัตติพิจารณาศึกษาและจัดทำมาตรการป้องกัน แก้ไข ฟื้นฟู และเยียวยากรณีน้ำมันรั่วไหลทางทะเล ออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘🔗

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะกรรมาธิการยังมี หลายประเด็นที่ต้องพิจารณาศึกษา ซึ่งแต่ละประเด็นมีรายละเอียดข้อกฎหมายที่แตกต่างกัน จึงไม่สามารถพิจารณาศึกษาไปให้ครบคราวเดียวได้ ดังนั้นกรรมาธิการจึงขอขยายระยะเวลา การพิจารณาออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ขอขยายเป็นครั้งที่ ๔ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมาธิการ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ท่านพูนศักดิ์ จันทร์จำปี มาไหมครับ เชิญครับ ขอเหตุผลหน่อยครับ ครั้งที่ ๔ แล้วครับ🔗

นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร ผม พูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะที่เป็น ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ต้องขอเรียนทาง ท่านประธานเนื่องจากว่าเนื้อหาหลังจากที่เราได้ทำการศึกษาในเรื่องของผลกระทบและ หามาตรการป้องกันในกรณีที่น้ำมันรั่วไหลในทะเล เรากลับพบว่านอกจากในเรื่องของ ทางด้านเทคนิคในส่วนของตัวการที่น้ำมันมีการรั่วไหล เราต้องมีมาตรการในการฟื้นฟูและ รวมถึงการเยียวยาให้กับผู้ที่ประสบภัยในครั้งนี้ด้วย เราก็เลยมีการขยายระยะเวลา ในการศึกษาออกมา ซึ่งในครั้งนี้เราขอขยายเพียง ๓๐ วันเพื่อที่จะดำเนินการรวบรวมข้อมูล แล้วก็เขียนรายงาน เพื่อที่จะได้รายงานที่สมบูรณ์เพื่อนำเสนอต่อทางท่านประธานสภา อีกครั้งหนึ่งครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอรอบสุดท้ายใช่ไหมครับ🔗

นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี แบบบัญชีรายชื่อ

รอบสุดท้ายแล้วครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีสมาชิกท่านอื่นเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการ ขยายเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ ต่อไปเป็นเรื่อง🔗

๒. คณะกรรมาธิการขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา ซึ่งยังไม่ได้บรรจุ ในระเบียบวาระ จำนวน ๑ เรื่อง คือคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากปรากฏการณ์เอลนิญโญ ขอขยายระยะเวลา การพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘🔗

ด้วยรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ คนที่หนึ่ง ท่านนิติพล ผิวเหมาะ ได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะกรรมาธิการอยู่ระหว่างการพิจารณาทบทวนร่างรายงานให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน ตลอดจนการพิมพ์รายงานดังกล่าวให้เป็นรูปเล่ม ดังนั้นคณะกรรมาธิการจึงขอ ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ขอขยายครั้งที่ ๔ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมาธิการ จะมีสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอื่นหรือไม่ ท่านนิติพลอยู่ไหมครับ เชิญครับ🔗

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิติพล ผิวเหมาะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะรองประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญ คนที่หนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องการศึกษาปัญหาวิธีการแก้ไขเกี่ยวกับเรื่อง ภัยแล้งอันเนื่องมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ท่านประธานครับ คือตอนนี้เนื่องจากว่าเรา อยู่ในกระบวนการที่เรียกว่าจัดทำเล่มรายงาน แล้วก็จากที่ท่านประธานจะได้เห็นว่าในตลอด ช่วงเวลาที่ผ่านมาเมื่อปีที่แล้วมีการคาดการณ์ว่าจะมีเรื่องภัยแล้งที่หนักมาก แต่ว่า เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปเรามีปรากฏการณ์ก็คือเรื่องน้ำท่วม ซึ่งหนักมาก มันเป็นผลกระทบ ที่ส่งมาสืบเนื่องจากเรื่องปัญหาเรื่องโลกรวน เรื่องปรากฏการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งเร้า ที่ทำให้สภาพภูมิอากาศมันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้กรรมาธิการวิสามัญชุดของเรา เลยต้องมาทบทวนเนื้อหาว่าเหตุการณ์ที่มันแปรปรวนขนาดนี้เราจะสามารถบริหารจัดการ อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นอยู่ดี ๆ ก็แล้ง อยู่ดี ๆ ก็น้ำ เพราะฉะนั้นตอนนี้ในเล่มรายงานของเรา เข้ามาสู่ในกระบวนการที่เรียกว่ามาถึงครึ่งทางแล้วครับท่านประธาน ก็พยายามทบทวน อย่างการประชุมเมื่อวานครั้งล่าสุดเองก็ได้มีการเติมเนื้อหาเข้าไปที่มันกระทบเกี่ยวกับ พืชเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่เป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย ก็เลยอยากจะขอเวลากับทาง ท่านประธาน แล้วก็การสนับสนุนในการที่จะขยายเวลาในครั้งนี้คิดว่าเป็นการขยายเวลา ครั้งสุดท้าย แล้วก็น่าจะได้เล่มรายงานที่สมบูรณ์กลับมารายงานให้กับทางสภาและเพื่อน สมาชิกได้รับทราบ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอา ๖๐ วันนะครับ🔗

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

๖๐ วันได้ครับ จะพยายาม ให้จบภายใน ๖๐ วัน ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาให้จบภายใน ๖๐ วัน เมื่อสักครู่เพื่อนขอ ๓๐ วันครั้งที่ ๔ เหมือนกัน🔗

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

ครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการ ขยายเวลาในการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๖๐ วัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗

๑. รับทราบเรื่อง วุฒิสภาได้พิจารณารับทราบรายงานผลการปฏิบัติงาน คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖🔗

ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๘ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมวุฒิสภา ได้พิจารณารับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒. รับทราบรายงานกิจการประจำปี งบดุล บัญชีกำไรและขาดทุนของ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖🔗

ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ วันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๗ รับทราบรายงานกิจการประจำปี งบดุล บัญชีกำไรและขาดทุนของ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอและให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๒๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๓๖ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ มีสมาชิกท่านใด มีปัญหาที่จะซักถามหรือไม่ครับ มีท่านเอกราช อุดมอำนวย นะครับ ดังนั้นในการนี้ผมได้ อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตาม ข้อบังคับ ข้อ ๗๖ เชิญท่านผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม ๑. ท่านรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ท่านที่ ๒ ท่านเบญจรงค์ สุวรรณคีรี รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและ นำเข้าแห่งประเทศไทย ท่านเบญจรงค์ ไม่ได้มาใช่ไหมครับ ต่อไปท่านมีนา ภัทรนาวิก ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบัญชี ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย แล้วก็ ท่านณัฐสิทธิ เธียรประสิทธิ์ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร ธนาคารเพื่อการส่งออก และนำเข้าแห่งประเทศไทย พร้อมแล้วนะครับ เมื่อมีผู้ซักถามเชิญทางหน่วยงานแถลงก่อน เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและ นำเข้าแห่งประเทศไทย

กราบเรียนท่านประธานและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า แห่งประเทศไทย ขอนำเรียนในการแถลงผลการดำเนินงานในปี ๒๕๖๖ แล้วก็จะมีตัวเลข Update ในปี ๒๕๖๗ มาด้วยในคราวนี้นะครับ เราเติบโตจากปี ๒๕๖๕ มาเป็นยอดสินเชื่อ ทั้งหมดแล้วภาระผูกพันนี้อยู่ที่ ๑๗๗,๙๓๒ ล้านบาท ในขณะที่ทั้งระบบตลาดเงินติดลบ ก็คือหมายถึงว่าในปี ๒๕๖๕ มาปี ๒๕๖๖ ทั้งตลาดติดลบอยู่ใกล้ ๆ ๑ เปอร์เซ็นต์ และในขณะเดียวกันในปี ๒๕๖๗ เรายังเติบโตได้อีก ๖.๗๑ เปอร์เซ็นต์ มาจบตัวเลขสิ้นปี อยู่ที่ ๑๘๙,๘๗๐ ล้านบาท อีกมุมหนึ่งที่อยากจะให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นก็คือยอดคงค้างสินเชื่อที่เรา เรียกว่า สินเชื่อ ESG หรือว่าสินเชื่อสีเขียวเพื่อความยั่งยืน Port ของเรามีขนาดที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศ เราจบ Port ที่ปี ๒๕๖๗ อยู่ที่ ๗๕,๘๑๐ ล้านบาท เราเติบโตขึ้นมาจากปี ๒๕๖๖ อยู่ที่ ๒๑.๓ เปอร์เซ็นต์ และในขณะเดียวกันเรามีอีก ๑ ธุรกรรม ธนาคารเพื่อการส่งออกและ นำเข้าแห่งประเทศไทย เรามีทั้งมุมของสินเชื่อแล้วก็มีในมุมของการบริการรับประกัน การชำระเงินซึ่งดูแลพี่น้องผู้ประกอบการที่เป็นผู้ส่งออกนะครับ เราปิดสิ้นปี ๒๕๖๖ ที่ ๑๗๙,๕๕๗ ล้านบาท แล้วก็เติบโตมาจากปี ๒๕๖๕ อยู่ที่ประมาณ ๖ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๖๗ เช่นเดียวกันครับเป็น Trend ขาขึ้น เราเติบโตมาเป็น ๑๙๓,๕๓๖ ล้านบาท เติบโตอีกประมาณ ๗.๗๙ เปอร์เซ็นต์ NPL Ratio เป็นสิ่งที่เราพยายามที่จะควบคุมดูแล ในขณะที่ต้องทำพันธกิจต้องโอบอุ้มพี่น้องผู้ประกอบการที่เป็นกลุ่มเปราะบาง เราพยายาม ที่จะ Benchmark ตัวเองให้ NPL Ratio ของเราไม่เกิน ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ในปี ๒๕๖๖ เราทำได้อยู่ที่ประมาณ ๔.๖๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ในปี ๒๕๖๗ เราพยายามที่จะกดตัว NPL Ratio ลงมาเหลืออยู่ที่ ๓.๔๒ เปอร์เซ็นต์ กำไรสุทธิเช่นเดียวกัน เรามีพันธกิจในการที่ต้องดูแลพี่น้องผู้ประกอบการ เราน่าจะเป็นหนึ่ง ในสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่พยายามที่จะใช้เงิน Subsidy น้อยที่สุดนะครับ แต่อย่างไรเราก็ต้องดำรงซึ่งสัดส่วนของกำไรนะครับ จากปี ๒๕๖๖ เรามีกำไรสุทธิอยู่ที่ ๔๕๖ ล้านบาท และในปี ๒๕๖๗ เราเติบโตขึ้นมาอีกประมาณเกือบ ๆ ๑๓๑ เปอร์เซ็นต์ มาจบตัวเลขสิ้นปีอยู่ที่ ๑,๐๕๓ ล้านบาท ในสไลด์ถัดไปจะเป็น Highlight ตัวเลขที่เป็น Key Figures ของตัวเลขทางการเงินนะครับ เราจะเห็นว่ารายได้รวมเราเติบโตมาโดยตลอด จากปี ๒๕๖๕ ซึ่งเรามีรายได้รวมอยู่ที่ ๔,๓๑๐ ล้านบาท มาเป็น ๔,๘๑๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๖ แล้วก็ในปี ๒๕๖๗ เราปิดสิ้นปีที่ ๕,๐๗๑ ล้านบาท แล้วเราพยายามที่จะรักษา ค่าใช้จ่าย หรือว่า Cost to Income Ratio ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมนะครับ อยู่ที่ประมาณ ๓๓.๓๒ เปอร์เซ็นต์ และในที่สุดเราก็จะเห็นตัวกำไรจากการดำเนินงานนี้มีการเติบโตขึ้นมา โดยลำดับนะครับ แล้วก็ในขณะเดียวกันเราเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจแห่งเดียว ที่เข้าระบบบัญชีใหม่หรือที่เราเรียกว่า TFRS 9 เรามีระดับการสำรองที่เป็นมาตรฐาน แล้วก็เป็น Benchmark ใน Industry Norm เทียบเท่ากับธนาคารพาณิชย์นะครับ ในมุม ของการที่เราทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการที่จะดูแลผู้ประกอบการทั้ง Size เล็ก Size กลาง แล้วก็ Size ใหญ่เรามีมุมเรื่องของการต่อลมหายใจ ในวันที่โควิดเข้ามาในประเทศไทย แทบจะไม่มีสถาบันการเงินไหนที่จะเข้าไปดูแลกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอันดับแรก ๆ ไม่ว่า จะเป็นสายการบิน ไม่ว่าจะเป็นพาณิชย์นาวี หรือว่าแม้กระทั่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับ การท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่องนะครับ ในปีนั้นเราเข้าไปช่วยเหลือเราดูแลกลุ่มผู้ประกอบการ สายการบินอยู่ ๙,๙๐๐ ล้านบาท แล้วก็ธุรกิจพาณิชย์นาวีอยู่อีก ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ในมุม ของการติดตามคุณภาพแก้หนี้อย่างยั่งยืนนะครับ คนที่เป็นหนี้เสียหรือว่ากำลังจะเป็นหนี้เสีย เราพยายามที่จะใช้หลักการในการทำ Proactive ก็คือเข้าไปดูแลเขาก่อนที่เขาจะกลายเป็น บุคคลที่ค้างชำระเกิน ๓ เดือน ในมุมของการปรับคนที่ค้างชำระแล้วกลับมาเป็นลูกหนี้ปกติได้ เราคิดเป็นจำนวนเงินอยู่ที่ ๔,๒๘๕ ล้านบาท หรือเป็นจำนวนรายประมาณ ๑๓๔ ราย ในมุม ของการแก้หนี้อย่างยั่งยืนคือให้โอกาสคนเหล่านี้ในการที่จะพักชำระหนี้ แล้วก็ผ่อนอย่าง บาง ๆ พอให้กิจการของเขาสามารถที่จะลุกขึ้นมาได้ใหม่ เราทำไปทั้งสิ้นจำนวน ๓๘๗ ราย เป็นเม็ดเงินประมาณ ๑๔,๘๓๗ ล้านบาท และท้ายที่สุดเราพยายามที่จะเสริมอาวุธให้กับ ผู้ประกอบการในโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เราพยายามที่จะทำในมุมของ Financial Literacy ก็คือเตรียมความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบริหารค่าเงิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของการบริหารความเสี่ยง ในปี ๒๕๖๗ เราทำไปได้ ๒๒,๐๓๕ ราย ในปี ๒๕๖๖ เราทำได้ อยู่ที่ประมาณ ๑๙,๑๐๓ ราย และอีกอันหนึ่งก็จะเป็นในมุมของเส้นทางทางการเงิน เมื่อสักครู่ผมได้นำเรียนท่านสมาชิกไปบ้างแล้วนะครับ เราเป็นธนาคารแรก ๆ ที่ทำในเรื่องของ Green Financing Blue Financing แล้วท้ายที่สุด เราเพิ่งลงนามกับสำนักงาน ป.ป.ช. รวมถึงตัว CAC ในการออกทำ White Financing ก็หมายความว่า เงินทุนสีขาว เงินทุนสีเขียว แล้วก็เงินทุนสีน้ำเงิน ก็จะเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรม ทางการเงินที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐแห่งนี้ได้ขับเคลื่อนมาตลอดระยะเวลาตั้งแต่ ปี ๒๕๖๖ ซึ่งวันนี้ Port เงินสีเขียว เงินสีน้ำเงิน แล้วก็เงินสีขาวของเรามีสัดส่วนที่สูงที่สุด ในประเทศไทย ณ ปัจจุบันครับ🔗

ในสไลด์ถัดไปจะเป็นเรื่องของรางวัลทั้งในประเทศและต่างประเทศนะครับ เราพยายามที่จะสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทุกคน ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ จนถึงปัจจุบันนี้ เราได้รับรางวัล ได้รับ Recognition ทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า ๕๘ รางวัล อันนี้ก็จะเป็นรายงานที่เอาผลประกอบการทั้ง ๒ ปี ทั้งปี ๒๕๖๖ และปี ๒๕๖๗ มานำเรียนท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกขออภิปรายนะครับ ท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ🔗

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ก็ขอบคุณท่านผู้ชี้แจง และท่านประธานนะครับที่เปิดโอกาสให้ได้อภิปราย ก็จะมีข้อสอบถามแล้วก็ข้อเสนอแนะต่อ ธนาคาร ก็เป็นเรื่องของการมีสำนักงาน ผมก็มาดูฐานะแล้วก็การดำเนินงานผมก็ไม่แน่ใจว่า การจัดตั้งสำนักงานผู้แทนการค้านี่ทางธนาคารเลือกอย่างไร เข้าใจว่ามีย่างกุ้งใช่ไหมครับ แล้วก็มีที่ลาว แล้วก็กัมพูชา ก็จะเป็นละแวกนั้น คือการเลือกนี่อิงตามฐานลูกค้าที่คิดว่า น่าจะเป็นของแบงก์หรือว่าการบริการอย่างไร เพราะว่าก็เป็นห่วงอยากให้ธนาคาร ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เป็น SMEs แล้วก็พยายามส่งออกหรือนำเข้าก็ตามได้มี ประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ เพราะว่าผมเข้ามาดูในงบการเงิน แล้วก็ดูรายละเอียดต่าง ๆ ก็ถือว่าทางกรรมการ ทางตัวผู้บริหารก็สามารถทำได้ดีในปีที่ผ่านมาแม้ว่ามันอาจจะเป็นไป ตามภาวะเศรษฐกิจ ๒. ก็คือเรื่องของประเด็นมาตรการต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้แน่นอนว่ามีการ ตั้งเพดานภาษีระหว่างยักษ์ใหญ่ ๒ ประเทศ แล้วก็ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกับการค้า ในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นทางตรง ทางอ้อม ทางธนาคารมีนโยบายที่จะรับมือกรณีดังกล่าว อย่างไรนะครับ เพราะแน่นอนว่าพอเมื่อส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตและผู้ให้บริการต่าง ๆ แน่นอนธนาคารก็อาจจะต้องมีมาตรการสำหรับช่วยเหลือหรือว่าเยียวยา ซึ่งตรงนี้ ผมยังไม่เห็นว่าในภาวการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร แต่เข้าใจว่าเล่มรายงานปี ๒๕๖๖ แต่ว่า ผมอยากให้ท่านช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยว่าท่านได้มองไหมนะครับ🔗

ต่อไปก็คือเรื่องบทบาทของการเงินการค้าระหว่างประเทศ โดยเรื่องของการ ใช้เอกสารและกระบวนการ ก็อยากจะฝากว่าถ้าเป็นไปได้อาจจะต้องเพิ่มหรือว่าคิดเรื่องของ Digital Trend Finance ใช้ Blockchain แล้วก็การสนับสนุนในการลดความเสี่ยงด้านเครดิต แล้วก็เพิ่มความโปร่งใสอาจจะเป็นลักษณะของการทำคำขอผ่านออนไลน์มากขึ้น ไม่แน่ใจว่า ทางแบงก์ทำ KYC ออนไลน์หรือยังนะครับ ไม่แน่ใจ แต่ว่าถ้าสมมุติมีเป็นระบบ ออนไลน์ อะไรมากขึ้น มันก็จะสามารถทำให้คนที่เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้นนะครับ🔗

อันที่ ๒ ก็คือเรื่องของการสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางด้านการเงินในระดับ นานาชาติ ไม่แน่ใจว่าทางธนาคารได้จับมือกับใครบ้างไหม เช่น AIIB หรือว่า ADB เพื่อสนับสนุนการขยายสินเชื่อของธุรกิจไทย แล้วพอที่จะเป็นไปได้ไหมในการที่จะตั้ง สำนักงานตัวแทนการค้าในคู่ค้าหลักตะวันออกกลาง ยุโรป เพื่อลดอุปสรรคทางการเงิน สำหรับผู้ที่จะส่งออกไป แล้วก็เรื่องของการเพิ่มขีดความสามารถของการส่งออก ก็คือว่า อยากจะให้ทางสำนักงาน ทางธนาคารทำคู่มือที่เป็นสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น อาหาร ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องสำอาง หรือว่าเกษตรแปรรูป เพื่อที่จะได้มีว่าเขาจะต้อง ดำเนินการอย่างไร เพราะแน่นอนว่าการแสวงหาความรู้หรือการรวบรวมถ้ามีสมุดปกขาวให้เขามันง่ายในการ ทำความเข้าใจเรื่องนั้นนะครับ ก็ถือว่าเป็นการพัฒนาเครื่องมือไปด้วย แล้วก็ในการวิเคราะห์ แนวโน้มตลาดและความต้องการผู้บริโภคของแต่ละประเทศอย่างนี้อยากให้กลับมาโจทย์แรก ว่าอยากเห็นว่า Trend ข้างหน้าแบงก์จะไปเน้นกลุ่มสินค้าเป้าหมายหลักเป็นตัวไหนที่จะ ส่งเสริมนำเข้าหรือว่าส่งออกนะครับ ก็ให้กำลังใจนะครับ ก็ขอให้ธนาคารเพิ่มประสิทธิภาพ ของสินเชื่อแล้วก็การบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ แล้วก็ในมาตรการ ผมไปดูย้อนหลังในข่าว ๒ ๓ เดือนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นมาตรการสินเชื่อสีขาวใช่ไหมครับ หรือว่าการผ่อนคลายมาตรการให้กับผู้ที่ประสบปัญหาในช่วงโควิดหรือว่าเป็นมาตรการของ BOT ผมคิดว่าทำได้ดีและรู้สึกสินเชื่อจะมีเพดาน ๕ ล้านบาทแล้วก็ขยายออกไปนะครับ ก็เข้าใจว่าช่วงนี้ผู้ประกอบการบางรายเจ็บหนักจากภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ก็ฝากเรียน คำถามที่ผมได้ตั้งไว้ไปยังผู้ชี้แจง ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ตอบนิดหน่อยไหม เชิญครับ🔗

นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและ นำเข้าแห่งประเทศไทย

กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพอีกครั้งหนึ่งนะครับ ขออนุญาตตอบคำถามท่านเอกราช อุดมอำนวย ในมุมของการ เลือก Rep Office ใน CLMV ก็คือแคมโบเดีย ลาว เมียนมา แล้วก็เวียดนาม อันแรกคือเป็น นโยบายของประเทศไทยในวันนั้นว่าในวันที่มี Trade War ๑.๐ สิ่งที่เป็น Buffer ของ ประเทศไทย ก็คือในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งเราก็เริ่มต้นจากคนที่เป็น Bordering Country ก็คือประเทศ เพื่อนบ้านทั้ง ๔ ประเทศ และในขณะเดียวกันตัว EXIM เองมี Port ที่ดูแลลูกค้าที่เป็น พี่น้องผู้ประกอบการทั้งรายกลางแล้วก็รายใหญ่อยู่ในประเทศทั้ง ๔ ประเทศกว่า ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเราทำหน้าที่ในการที่จะเข้าไปดูแลกลุ่มพี่น้องผู้ประกอบการ ที่เป็นลูกค้าเราที่ไปลงทุนแล้วก็ไปค้าขายใน ๔ ประเทศนี้นะครับ ในเรื่องของเพดานภาษีและ ผลกระทบจากคุณทรัมป์ (Trump) ๒.๐ อันนี้เรากำลังทำการสื่อสาร เรามีการวิเคราะห์ เราเป็นสถาบันการเงินที่มีสำนักวิจัยนะครับ ในทุก ๆ เดือนเราจะออกอย่างที่ท่านแนะนำเลยครับ คือ White Paper ที่เป็น Country Fact Sheet แล้วก็ผลกระทบที่มากระทบกับประเทศไทย จาก Trade War ๒.๐ ในครั้งนี้ เราได้หรือเสียนี่เราพยายามที่จะสื่อสารในทุก ๆ วันของเรา อยู่แล้วนะครับ ในมุมของ Application ที่เป็นออนไลน์เรามี Synergy ร่วมกันกับธนาคาร SMEs Bank แล้วก็ตัวบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม คือ บนย. ในเครื่องมือ ที่ชื่อว่า S-ONE เป็น Application ที่สามารถทำ KYC ออนไลน์ได้ อันนี้ก็ได้ทำไปแล้วแต่จะ พยายามเอาการบ้านไปสื่อสารให้มากขึ้นนะครับ การลงนามในพันธสัญญาระหว่างประเทศ เรามี MOU กับ China Exim นะครับ เรามี MOU กับ ตัว EXIM ของประเทศออสเตรเลีย เรามีการทำ Syndication กับเอดีบี แล้วก็ JBIC ในหลาย ๆ โครงการ แล้วเราก็มีการทำ Syndication กับ Bank Of China สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเติบโต เพียงแต่ว่า เพดานสินเชื่อของเอ็กซิมแบงก์ อาจจะตอบรับได้ไม่มากทั้งหมดนะครับ แล้วประเด็นสุดท้าย ก็คือคู่มือ เราพยายามที่จะเอา Fact Sheet ที่เป็นภาษาทางด้านเศรษฐศาสตร์ที่ยากมาก ๆ มาทำเป็น One Pager ก็คือพยายามทำให้มี Infographic มากขึ้น แล้วก็สามารถที่จะอธิบาย กับกลุ่มคนโดยเฉพาะพี่น้อง SMEs ได้มากขึ้น ก็กราบน้อมรับคำแนะนำของท่านเอกราช แล้วก็จะไปปรับทุก ๆ อย่างให้อยู่ในภาพที่เป็นไปตามที่ท่านตั้งใจนะครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอขอบคุณท่านผู้ชี้แจงนะครับ ไม่มีท่านสงสัยแล้วครับ ก็ขอบคุณมากครับ🔗

ถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานกิจการประจำปีงบดุลบัญชีกำไรและขาดทุน ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ ต่อไป🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓. รับทราบรายงานประจำปีเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ การผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ปีงบประมาณ ๒๕๖๖🔗

ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ วันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๗ เห็นชอบรายงานประจำปีเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ การผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ และให้ เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามมาตรา ๑๐ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๗๕ (๗) แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวาง ไว้ให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ มีท่านสมาชิกติดใจที่จะซักถาม ดังนั้นผมได้อนุญาตให้ผู้แทน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ เชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมนะครับ ท่านที่ ๑ ท่านพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ท่านที่ ๒ ว่าที่ร้อยเอก ธีรพงศ์ ครุฑดิลกานันท์ รองอธิบดี กรมโยธาธิการและผังเมือง ท่านที่ ๓ ท่านจริยาพร จิตต์ใจมั่น ผู้อำนวยการสำนักผังประเทศ และผังภาค ท่านที่ ๔ ท่านสิริกุล เลี้ยงอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานผังเมืองรวม ท่านที่ ๕ ท่านอภิชาติ ศรีชาติ ผู้อำนวยการกองนิติการ ท่านที่ ๖ ท่านนครินทร์ ปลั่งพงษ์พันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสำรวจและแผนที่ ท่านที่ ๗ ท่านสุเทพ ประเทืองโภคเจริญ ผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ท่านที่ ๘ ท่านปาจรีย์ ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการกองผังเมืองเฉพาะ ท่านที่ ๙ ท่านสุนิรันดร์ ท้วมยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ท่านที่ ๑๐ ท่านสมหมาย เอี่ยมมงคลสกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายการผังเมือง แห่งชาติ ต่อไปเชิญท่านอธิบดีแถลงครับ🔗

นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ขอนำเสนอรายงานประจำปี เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ การจัดทำรายงานประจำปีเป็นการดำเนินการตามมาตรา ๑๐ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๗๕ (๗) แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งกำหนดไว้ว่า ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองจัดทำรายงานประจำปีของปีงบประมาณที่ผ่านมาเสนอต่อ คณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติเพื่อให้ความเห็นชอบภายใน ๙๐ วันนับตั้งแต่ วันสิ้นปีงบประมาณ โดยอย่างน้อยต้องสรุปผลการดำเนินการวางและจัดทำผังเมือง ซึ่งประกอบด้วย ผังนโยบายระดับประเทศ ระดับภาค ระดับจังหวัด ผังเมืองรวม และผังเมืองเฉพาะ และผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งปัญหาและอุปสรรค และเมื่อคณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติให้ความเห็นชอบแล้วให้เสนอต่อ คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเห็นชอบก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และเผยแพร่ ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ดำเนินการตามขั้นตอน ต่าง ๆ มาเป็นลำดับ ดังนี้ครับ🔗

รายงานประจำปีเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ประกอบด้วย เนื้อหา ๗ ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ ๑ สถานการณ์ด้านการผังเมืองของประเทศไทย ส่วนที่ ๒ ผลการดำเนินงานของคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ส่วนที่ ๓ ธรรมนูญว่าด้วยการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๖ ส่วนที่ ๔ ผลการดำเนินงานและผลสัมฤทธิ์ของ การวางและจัดทำผังเมือง ส่วนที่ ๕ การดำเนินการจัดทำอนุบัญญัติตามพระราชบัญญัติ การผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ส่วนที่ ๖ การพัฒนาเมือง ส่วนที่ ๗ การดำเนินการเพื่อสนับสนุน ภารกิจด้านการผังเมืองและการพัฒนาเมือง และภาคผนวก🔗

สำหรับสาระสำคัญของรายงานประจำปีฉบับนี้มีรายละเอียดดังนี้🔗

ส่วนที่ ๑ สถานการณ์ด้านการผังเมืองของประเทศไทยในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ประกอบด้วยเนื้อหา ๒ ส่วน ได้แก่ ๑.๑ การวางผังเมืองเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง ของสภาพภูมิอากาศในอนาคต เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change และภาวะโลกร้อนโดยการวางผังเมืองให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งในด้านการลดผลกระทบ โดยการวางแผน การปรับตัว และการวางกฎระเบียบ เพื่อแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งบูรณาการการขับเคลื่อนตามนโยบายของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล สำหรับในหัวข้อ ๑.๒ การวาง ผังเมืองจะต้องคำนึงถึงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ รวมถึงการจัดทำผังภูมิสังคมเพื่อการ บริหารจัดการน้ำ หมู่บ้านชุมชนแบบบูรณาการอย่างยั่งยืน ซึ่งรายละเอียดจะได้นำเรียน ในรายงานประจำปีในส่วนที่ ๗🔗

ส่วนที่ ๒ คือผลการดำเนินงานของคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติ การผังเมือง ในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ คณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติได้มี การประชุม จำนวน ๑ ครั้ง คณะอนุกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติมีการประชุม จำนวน ๑ ครั้ง คณะกรรมการผังเมืองมีการประชุม จำนวน ๗ ครั้ง ทั้งนี้คณะกรรมการ ผังเมืองได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อช่วยในการกลั่นกรองเรื่องต่าง ๆ ก่อนเสนอ คณะกรรมการผังเมือง จำนวน ๔ คณะ ได้แก่ ๑. คณะอนุกรรมการผังเมืองเพื่อพิจารณา ด้านการผังเมือง มีการประชุม ๘ ครั้ง ๒. คณะอนุกรรมการผังเมืองเพื่อพิจารณาคำร้องและ ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการวางและจัดทำผังเมืองรวม มีการประชุม ๓ ครั้ง ๓. คณะอนุกรรมการ ผังเมืองเพื่อพัฒนาการประเมินผลผังเมืองรวม มีการประชุม ๒ ครั้ง ๔. คณะอนุกรรมการ ผังเมืองเพื่อประสานการดำเนินการด้านการผังเมือง มีการประชุม ๔ ครั้ง คณะกรรมการ ผังเมืองจังหวัดมีการประชุมทั้งสิ้น ๑๖ จังหวัด ๑๖ ครั้ง คณะกรรมการที่ปรึกษาผังเมืองรวม มีการประชุมทั้งสิ้น ๕๒ จังหวัด จำนวน ๘๘ ครั้ง🔗

ส่วนที่ ๓ ธรรมนูญว่าด้วยการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๖ สำหรับในส่วนที่ ๓ การดำเนินการจัดทำธรรมนูญว่าด้วยการผังเมืองนั้นได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ จนถึงปี ๒๕๖๖ จนแล้วเสร็จ และประกาศเป็นธรรมนูญว่าด้วยการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๕๖ เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๑๖ เพื่อใช้เป็นหลักการพื้นฐานให้ผู้เกี่ยวข้องกับการผังเมือง นำไปปฏิบัติ🔗

ส่วนที่ ๔ ผลการดำเนินการและผลสัมฤทธิ์ของการวางและจัดทำผังเมือง ซึ่งประกอบด้วย ผังนโยบายการใช้ประโยชน์พื้นที่ แบ่งเป็น ๓ ประเภท ได้แก่ ผังนโยบาย ระดับประเทศในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ได้ดำเนินการจนถึงขั้นตอนที่ ๔ ผังนโยบายระดับภาค ในปี ๒๕๖๖ ได้ดำเนินการจนถึงขั้นตอนที่ ๒ ศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์และทิศทาง การพัฒนา พร้อมทั้งวางและจัดทำผังนโยบายระดับภาค กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และในขั้นตอนที่ ๓ จัดทำร่างผังรายสาขานโยบายมาตรการภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับผังนโยบายระดับจังหวัด ในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ได้ดำเนินการถึงขั้นตอนที่ ๒ ศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์และทิศทาง การพัฒนา พร้อมทั้งวางและจัดทำกรอบนโยบายการใช้พื้นที่ระดับจังหวัดในจังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดลพบุรี ขั้นตอนที่ ๕ เป็นการประชุมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างผังนโยบายระดับจังหวัด ของจังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดภูเก็ต จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดนนทบุรี สำหรับ ผลการดำเนินการด้านผังการวางผังเมืองรวม ปัจจุบันผังเมืองรวมได้มีการดำเนินการแล้ว ๖๘๐ ผัง ประกอบด้วยผังที่ประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายแล้วจำนวน ๓๔๑ ผัง และผังที่ ดำเนินการเป็นพื้นที่เปิดใหม่ จำนวน ๓๓๙ ผัง สำหรับผลการดำเนินการผังเมืองเฉพาะ ในปี ๒๕๖๖ มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขอให้กรมโยธาธิการและผังเมืองดำเนินการวาง และจัดทำผังเมืองเฉพาะ จำนวนทั้งสิ้น ๕ ผัง ได้แก่ ผังเมืองเฉพาะเมืองเก่า จังหวัดสุรินทร์ ผังเมืองเฉพาะเมืองเก่าจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี ผังเมืองเฉพาะเมืองตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ผังเมืองเฉพาะเมืองเก่าพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก และผังเมืองเฉพาะชุมชนปากน้ำประแส จังหวัดระยอง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการขั้นตอนที่ ๑ ถึงขั้นตอนที่ ๓ ในส่วน ของการประเมินผลการเปลี่ยนแปลงสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมือง รวมแบ่งเป็นการติดตามสภาพการณ์เปลี่ยนแปลงรายปีของผังเมืองรวม จำนวน ๖๐ ผัง และเป็นการประเมินผลผังเมืองรวม จำนวน ๖๖ ผัง โดยได้ดำเนินการแล้วเสร็จจำนวน ๗ ผัง อยู่ระหว่างดำเนินการ จำนวน ๕๙ ผัง🔗

ส่วนที่ ๕ การดำเนินการจัดทำอนุบัญญัติตาม พ.ร.บ. การผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้มีการจัดทำอนุบัญญัติเพื่อเป็นการกำหนดแนวทางและวิธีการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ โดยปัจจุบันประกาศบังคับใช้ครบแล้วทั้ง ๑๕ ฉบับ🔗

ส่วนที่ ๖ การพัฒนาเมืองซึ่งประกอบด้วย ๓ ส่วน ได้แก่ เรื่องการพัฒนาเมือง ด้วยการจัดรูปที่ดินเพื่อการพัฒนาพื้นที่ปัจจุบันได้ก้าวหน้าไปแล้วใน ๕๔ จังหวัด โดยดำเนินการแล้วทั้งสิ้น ๖๘ โครงการ โดยทั้งนี้ในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ กรมโยธาธิการและ ผังเมืองได้รับรางวัลเลิศรัฐ รางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วมระดับดี ประเภทสัมฤทธิ์ผล ประชาชนมีส่วนร่วมจากผลงานโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ในการดำเนินการโครงการจัดรูปที่ดิน มีกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่และได้มีการ สนับสนุนด้านการเงินให้แก่โครงการจัดรูปที่ดินตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๕๖ จนถึงปี ๒๕๖๖ แล้วทั้งสิ้น ๒๐ จังหวัด ๓๒ สัญญา เป็นเงินงบประมาณกว่า ๔๖๐ ล้านบาท ในส่วนของ โครงการออกแบบวางผังพื้นที่เฉพาะในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ได้มีการดำเนินการศึกษา ออกแบบวางผังพื้นที่เฉพาะ พื้นที่เป้าหมาย เมืองศูนย์กลางจังหวัดภายใต้ยุทธศาสตร์ การพัฒนาเมืองน่าอยู่อัจฉริยะจำนวน ๑๐ เมือง แล้วได้มีการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเมือง ตามผังพื้นที่เฉพาะสู่การก่อสร้าง จำนวน ๑๒ โครงการ โดยมีโครงการที่ดำเนินการก่อสร้าง แล้วเสร็จจำนวน ๘ โครงการเป็นเงินงบประมาณกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท🔗

ส่วนที่ ๗ การดำเนินการเพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการผังเมืองและการพัฒนาเมือง ประกอบด้วยการจัดทำผังภูมิสังคมเพื่อการบริหารจัดการน้ำหมู่บ้าน ชุมชนแบบบูรณาการ อย่างยั่งยืน โดยมีผลการดำเนินการได้จัดทำผังภูมิสังคมครบแล้วเสร็จทั้ง ๗,๒๕๕ ตำบล ทั่วประเทศ ทั้งนี้กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ดำเนินการโครงการพัฒนาตามผังภูมิสังคม รวมถึงประสานและผลักดันให้เกิดโครงการอย่างเป็นรูปธรรมสามารถนำไปต่อยอดหรือ ดำเนินการในภารกิจสำคัญของกรม อาทิเช่น กำหนดเป็นแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ ๑๒ อำเภอเฉลิมพระเกียรติในพื้นที่ ๑๑ จังหวัด มีการทำเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำแก้มลิง อารยเกษตรใน ๖ พื้นที่ และมีการนำข้อมูลผังภูมิสังคมมาเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา วางและจัดทำผังเมืองรวม🔗

ในส่วนของการจัดทำ Application การตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดิน ตามผังเมือง ได้ดำเนินการพัฒนาระบบการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมืองหรือ Application Landuse Plan อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ กรมโยธาธิการ และผังเมืองได้รับรางวัลเลิศรัฐ รางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ระดับดี ประเภทพัฒนา บริการ ภายใต้ชื่อผลงาน การตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมืองแบบออนไลน์ ด้วย Application Landuse Plan กรมโยธาธิการและผังเมืองได้เล็งเห็นความสำคัญของ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือสนับสนุนการดำเนินงานด้านการผังเมือง โดยได้จัดทำระบบติดตามการวางและจัดทำผังเมือง Urban Planning Monitoring System หรือที่เรียกว่า UPMS เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการกำกับและติดตามการดำเนินงาน ปัจจุบัน ระบบติดตามการวางและจัดทำผังเมืองได้เปิดให้ใช้บริการแล้วผ่านระบบอินทราเน็ตของ กรมโยธาธิการและผังเมือง🔗

สำหรับการจัดทำแพลตฟอร์มกลางอัจฉริยะของกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งจะเป็นระบบกลางที่ใช้ในการให้บริการทางด้านดิจิทัลอย่างครบวงจรแก่พี่น้องประชาชน ซึ่งประกอบด้วย ๑๖ กิจกรรม สามารถให้บริการได้จุดเดียวแบบเบ็ดเสร็จ สะดวกรวดเร็ว และได้ข้อมูลครบถ้วน🔗

สำหรับในการพัฒนาบุคลากรและเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการผังเมือง เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการผังเมืองและการพัฒนาเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้มีการพัฒนาบุคลากรและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผังเมืองเพื่อสนับสนุนภารกิจ ด้านการผังเมืองและการพัฒนาเมือง โดยได้มีการจัดการฝึกอบรมสัมมนา จำนวน ๗ หลักสูตร ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย จำนวน ๕,๙๔๙ คน และจัดการให้ความรู้ จำนวน ๒ หลักสูตร ได้แก่ เรื่องของการสัมมนาทางวิชาการเนื่องในวันผังเมืองโลก และการสัมมนา ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เรื่องของการจัดการน้ำชุมชนตามแนว พระราชดำริ ในเรื่องของการจัดทำสื่อเพื่อเผยแพร่การประชาสัมพันธ์ ตามพระราชบัญญัติ การผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการผังเมืองและการพัฒนาเมือง ได้ดำเนินการในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ สื่อออนไลน์ สื่อโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ และหนังสือราชการ🔗

สำหรับในภาคผนวกมี ๕ ส่วนด้วยกัน ประกอบด้วย🔗

ภาคผนวก ก เป็นอนุบัญญัติตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งได้มีผลบังคับใช้แล้ว🔗

ภาคผนวก ข เป็นธรรมนูญว่าด้วยการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๖🔗

ภาคผนวก ค เป็นผลสัมฤทธิ์การวางและจัดทำผังเมืองรวม🔗

ภาคผนวก ง เป็นคู่มือการใช้ระบบตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมือง Landuse Plan🔗

ภาคผนวก จ เป็นโครงสร้างหน้าที่และอำนาจของกรมโยธาธิการและผังเมือง จึงเรียนต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ เพื่อโปรดทราบครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปมีท่านสมาชิกจะซักถามนะครับ ท่านแรก ท่านศนิวาร บัวบาน เชิญครับ🔗

นางสาวศนิวาร บัวบาน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ศนิวาร บัวบาน ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จากที่ท่านได้อ่านรายงานการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ผังเมืองปีงบประมาณ ๒๕๖๖ แล้ว ดิฉัน มีข้อคิดเห็นในรายงานทั้งหมด ๔ เรื่องด้วยกันค่ะท่านประธาน ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวศนิวาร บัวบาน แบบบัญชีรายชื่อ

เรื่องที่ ๑ เรื่องของการวาง และจัดทำผังเมือง คือถ้าเกิดดูในรายงานในหน้า ๔-๓๑ รายงานกล่าวถึงการประชุม เชิงปฏิบัติการ การวางและจัดทำผังนโยบายระดับจังหวัด ทั้งจังหวัดนนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม แล้วก็ภูเก็ต คือทีมงานหลังบ้านดิฉันค่ะท่านประธานก็ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมมา แล้วก็ได้พบว่าสัดส่วน ผู้เข้าร่วมการประชุมทั้ง ๔ จังหวัดมีแนวโน้มไปในทางเดียวกัน นั่นก็คือสัดส่วนของประชาชน ที่สนใจในการเข้าร่วมมีจำนวนน้อยมาก อย่างเช่น จังหวัดสมุทรปราการมีประชาชนสนใจ เข้าร่วมแค่ ๔ คน สมุทรสงคราม ๔ คน ภูเก็ต ๒ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือส่วนใหญ่จะเป็น หน่วยงานราชการเสียส่วนใหญ่นะคะ แต่ด้วยจำนวนที่น้อยคือไม่ได้หมายความว่าประชาชน ไม่สนใจเลยไม่ได้เข้าร่วมนะคะท่านประธาน จากการที่ดิฉันได้ไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ นนทบุรีมาเขาก็บอกว่าไม่ทราบเลยว่าทางหน่วยงานได้มีการจัดประชุมกัน มารู้อีกทีก็คือ การจัดประชุมผ่านพ้นไปแล้ว ดิฉันก็เลยไม่แน่ใจว่าช่องทางการประชาสัมพันธ์ของทาง หน่วยงานประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางไหนบ้างนะคะ แล้วก็ประชาชนในพื้นที่ในอนาคต เขาจะสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการการจัดทำผังเมืองเหล่านี้ได้อย่างไรนะคะ ก็ขอฝากเรื่องนี้กับทางหน่วยงานด้วยนะคะ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องของการประเมินผลการเปลี่ยนแปลงสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อม การบังคับใช้ผังเมืองรวม คือดิฉันดูตัวชี้วัดที่ใช้ในการประเมินผลการบังคับใช้ผังเมืองรวม ในหน้าภาคผนวก ก-๓๑ ก็พบว่าในเรื่องของการป้องกันการเกิดภัยพิบัติ แล้วก็ในเรื่องของ การมีส่วนร่วมของประชาชนมีคะแนนที่น้อยที่สุดเลยนะคะ นั่นก็คือปัจจัยละ ๔ คะแนน ก็คิดว่าจริง ๆ แล้วในเรื่องของการป้องกันการเกิดภัยพิบัติค่อนข้างที่จะสำคัญเลยนะคะ เพราะว่าหากเกิดภัยพิบัติแล้วมันย่อมส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน แล้วก็เศรษฐกิจ ของประเทศด้วยนะคะ และยิ่งไปกว่านั้นคือในเรื่องของการป้องกันการเกิดภัยพิบัติ ทางหน่วยงานก็ดูแค่เรื่องของระดับความรุนแรงนะคะ ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องความถี่ที่จะเกิด ภัยพิบัติ แล้วก็รวมถึงระยะเวลาในการเกิดแต่ละครั้งด้วยนะคะ ซึ่งจริง ๆ แล้วปัจจัยเหล่านี้ ก็ส่งผลแล้วก็ควรที่จะนำมาพิจารณาด้วยนะคะ🔗

เรื่องที่ ๓ ในเรื่องของระบบการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมือง ทางหน่วยงานดีมากเลยนะคะ มีช่องทางให้ประชาชนเข้าไปตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดิน ได้ ๓ ช่องทาง คือเขาใช้ชื่อว่า Landuse Plan ไม่ว่าจะเป็นทางเว็บไซต์ Application แล้วก็ LINE OA อย่างที่ท่านผู้ชี้แจงได้นำเสนอไปเบื้องต้น ดิฉันก็ลองเข้าไปใช้งานเว็บไซต์นี้ใช้งาน ได้ดีค่ะ กดลิงค์เข้าไปแล้วก็สามารถเข้าไปดูแผนที่เข้าไปกรอกข้อมูลดูได้นะคะ แต่ว่า ในส่วนของ Application เผอิญว่าโทรศัพท์ดิฉันใช้ระบบ Android ลองสแกน Qr Code เข้าไปปรากฏว่ามันไม่พบ Application ให้ดาวน์โหลด คือเท่าที่ดูในรายงานนี้ท่านบอกว่า Application ปี ๒๕๖๖ ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ดิฉันก็ไม่แน่ใจว่าได้รับรางวัลเลิศรัฐ ปี ๒๕๖๖ แต่พอมาปี ๒๕๖๘ Application ในระบบ Android ก็ไม่ได้เปิดให้ใช้งานต่อหรืออย่างไร อันนี้ก็ฝากทางหน่วยงานช่วยตรวจสอบด้วยนะคะ นอกจากนั้นก็ยังมีช่องทางของ LINE เป็น LINE OA ดิฉันสแกนเข้าไปแล้วก็เพราะว่ามี Chatbot คอยโต้ตอบก็ดีมากเลยนะคะ UX UI นี่ User สามารถใช้งานได้ง่ายนะคะ แต่คือในรายงานมีรายงานแต่จำนวนผู้ใช้งาน แต่ไม่ได้มี รายงานถึงความพึงพอใจของผู้ใช้งานในการใช้ Application หรือว่าช่องทางทาง LINE หรือช่องทางต่าง ๆ นะคะ คือใน LINE ดิฉันเห็นมันมี Icon ให้ประเมินผลการใช้บริการด้วย ก็เลยอยากฝากทางหน่วยงานว่าปีหน้าถ้าเกิดรายงานผลความพึงพอใจในการใช้งานของ ผู้ใช้งานด้วยก็จะเป็นประโยชน์ยิ่งขึ้นนะคะ🔗

เรื่องสุดท้ายค่ะท่านประธาน เรื่องที่ ๔ เป็นระบบติดตามการวางและจัดทำ ผังเมืองนะคะ คือในรายงานก็บอกตรง ๆ ว่าเป็นระบบอินทราเน็ตก็คือเป็นระบบภายในที่ให้ ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ติดตามการวางและจัดทำผังเมืองนะคะ แต่ดิฉันก็คิดว่าน่าจะเป็น ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนนะคะ ถ้าจะมีระบบสำหรับเปิดเป็น Public หรือเปิดสำหรับ สาธารณะให้พี่น้องประชาชนได้เข้าไปติดตามการวางผัง การจัดทำผังเมืองในพื้นที่ของเขาด้วย เพื่อที่ประชาชนจะได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำผังเมืองได้มากขึ้นค่ะ ดิฉันก็ขอฝาก ข้อสังเกตไว้ทั้งหมด ๔ เรื่องด้วยกันตามนี้ค่ะท่านประธาน ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญครับ🔗

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตอภิปรายรับทราบการรายงานประจำปีเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ การผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ดังนี้ครับท่านประธาน🔗

ประเด็นแรก ในรายงานฉบับนี้ในส่วนที่ ๔ เกี่ยวกับการดำเนินงานและ ผลสัมฤทธิ์ และการวางแผนการจัดทำผังเมือง โดยเฉพาะในหน้าที่ ๔-๑๙ ผมจะเน้นทาง ภาคอีสานนี่ละครับ ท่านประธานที่เคารพ ในระดับภาคก็คือเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน การวางผังเมืองและการทำผังนโยบายภาคประจำปี ๒๕๖๖ นั้นมีการดำเนินการ ถึงขั้นตอนที่ ๓ และการจัดทำร่างแผนผังในรายสาขา นโยบาย มาตรการในการสอดคล้อง และเชื่อมโยงกับกรอบนโยบายของพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กระผมอยากจะขอ กราบเรียนท่านประธานนะครับ ผังเมืองในระดับนโยบายกำหนดให้ภาคอีสานของเราเป็น การผลิตอุตสาหกรรมเกษตรก้าวหน้า เศรษฐกิจชีวภาพ การท่องเที่ยว และอารยธรรมเขมร โบราณ ประตูการค้าสู่อินโดจีน ท่านประธานครับ นโยบายการกำหนดผังเมืองทั้ง ๔ นโยบายนี้ มีสาระสำคัญการกำหนดบทบาทการพัฒนาในระดับภาค เพื่อให้ภาคอีสานของเราเป็นฐาน การผลิตอุตสาหกรรม เป็นศูนย์กลางทางด้านการเกษตรก้าวหน้า เป็นเศรษฐกิจชีวภาพ BCG เป็นแหล่งปศุสัตว์ มีการปลูกพืชเศรษฐกิจ ข้าว อ้อย มัน ยางครับท่านประธาน และที่สำคัญ ที่สุดก็คือภาคอีสานเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดในโลก ท่านประธานครับ การมารู้เรื่อง นโยบายการวางผังเมืองเกี่ยวกับเรื่องมรดกโลก ประวัติศาสตร์กันบ้างนะครับท่านประธาน ภาคอีสานมีศักยภาพทั้งด้านการท่องเที่ยวที่โดดเด่น มีมรดกโลกเป็นประวัติศาสตร์ เช่น มรดกโลกบ้านเชียง อุทยานภูพระบาท ซึ่งจังหวัดอุดรธานีมี ๒ มรดกโลกครับ ท่านประธาน มีอารยธรรมเขมรโบราณ มีทั้งปราสาทหินพิมาย ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง มีอารยธรรมต่าง ๆ เหล่านี้ก็สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่เขาต้องการมาศึกษาอารยธรรม ได้อย่างมากมาย ดังนั้นการกำหนดนโยบายที่เกี่ยวกับการผังเมืองนี้จะต้องให้ความสำคัญกับ การพัฒนาแหล่งอารยธรรมเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ต่อลูกต่อหลาน ต่อทางด้านเศรษฐกิจด้วย ท่านประธานครับ นอกจากนี้ภาคอีสานยังมีพื้นที่ตั้งเชื่อมโยงติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา และเวียดนาม และมีพื้นที่ต่อเนื่องต่อเชื่อมไปยังประเทศจีนอีกด้วยที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีกำลังไปประเทศจีนอยู่ ณ วันนี้นะครับ เป็นประตูการค้าสู่อินโดจีน ภาคอีสานยังเป็นศูนย์กลางในเรื่องต่าง ๆ เป็นฮับต่าง ๆ ในเรื่องการขนส่ง ในเรื่องอะไรต่าง ๆ เพื่อเข้าสู่อินโดจีนเหล่านี้ ถ้าเราได้ค้าขายอะไรทั้งหมดจัดผังเมืองดีๆ ให้มีการจัดการดี ๆ เอาเงินจากประเทศต่าง ๆ เพื่อนบ้านนี้ก็เอาไม่หมดครับท่านประธานโดยเฉพาะประเทศจีน ดังนั้นการกำหนดนโยบายการจัดทำผังเมืองนอกจากจะคิดนโยบายเพื่อทำให้ชุมชนในเมือง มีการพัฒนาเป็นสัดเป็นส่วนแล้วจะต้องทำให้นโยบายได้มีการปรับเปลี่ยนได้ง่ายด้วยครับ เพื่อเอาไว้รองรับการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจด้วย และการปรับผังเมืองก็ให้มีการปรับ ให้มันทันสมัยนะครับ เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ผมก็เห็นพี่น้องชาวอุดรธานีประชาพิจารณ์ก็เห็นบ่นอยู่ ใจกลางเมืองยังมีเขตพื้นที่สีเขียวอยู่เลย อย่างเช่นการวางผังเมืองชายแดนนะครับ การวางผัง เมืองชายแดนเพราะจะมีการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนมากขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์ที่ท่าน เขียนไว้ในเล่มนี้ ผมอ่านไม่หมดแต่ท่านเขียนไว้ดีมากนะครับ ก็คือเชื่อมโยงอินโดจีน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ แหล่งเกษตรปลอดภัย พลังงานทางเลือก นวัตกรรมสีเขียว อันนี้ถ้าทำได้ทั้งหมดในภาคอีสานนี่นะครับ เอาเงินส่งออกไปต่างประเทศ แม้กระทั่งพลังงาน เดี๋ยวนี้พลังงานไม่จำเป็นที่จะต้องน้ำมันราคาแพง ๆ ไม่จำเป็นที่จะต้อง เอาพลังงานมาจากอ้อยก็ได้ จากมันสำปะหลัง จากอะไรได้ทั้งหมดครับท่านประธาน ก็คือท่านเขียนวิสัยทัศน์ได้ดี นี่คือจุดเด่นทางภูมิศาสตร์ของภาคอีสานครับท่านประธาน นี่คือเหตุผลสำคัญในการพัฒนาเมืองและจะต้องสามารถรับเศรษฐกิจ การพัฒนาเศรษฐกิจ ให้เจริญเติบโตมีศักยภาพในพื้นที่ด้วย ท่านประธานครับ ที่เราจะลืมไม่ได้ก็คือจะต้องมีการ วางผังเมืองให้เกิดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกระจายความเจริญให้ทั่วทุกพื้นที่ของ ภาคอีสาน เพื่อสร้างความเท่าเทียมถึงทรัพยากร สร้างความเสมอภาคในการเข้าถึง ความช่วยเหลือจากของรัฐด้วยนะครับ และจะต้องส่งเสริมให้ตั้งถิ่นฐาน การสร้างหมู่บ้าน สร้างที่อยู่อาศัยเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชนด้วย🔗

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ในพื้นที่ของจังหวัดอุดรธานี ผังเมืองรวมที่ได้ ประกาศไปแล้ว ๓ แห่งก็เป็นผังเมืองรวม นโยบายการวางผังเมืองในเขตอำเภอเมืองพื้นที่ วางผังสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง วางและจัดทำผังเมืองใหม่ปี ๒๕๖๓-๒๕๖๘ ๘ ผังนะครับ เท่าที่ผมได้ไป Check ดูนะครับ แล้วก็มีผังปรับปรุงอีก ๑ ผัง เฉลี่ยแล้วจะต้อง ดำเนินการอย่างมากปีละ ๑ ผัง แล้วหลังจากนี้จะต้องเปิดผังใหม่ทุก ๆ ปี ให้ทุกอำเภอ มีผังเมืองในระดับอำเภอประกาศใช้ตามกฎหมายด้วย นี่คือกฎหมายครับท่านประธาน แต่ข้อเท็จจริงแล้วการวางผังเมืองจะต้องส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนอย่างมากมาย หลายกลุ่ม หลายอาชีพ ความต้องการก็ไม่เหมือนกัน ท่านประธานครับ ดังนั้นการวางผัง เมืองจะต้องมีความระมัดระวังรอบคอบ และมีการจัดประชุมฟังความคิดเห็นของ พี่น้องประชาชนนะครับ กระผมขออนุญาตที่จะเสนอแนวทางในการแก้ไขผังเมืองอย่างนี้ ๑. ขอให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเร่งดำเนินการวางผังเมืองให้แล้วเสร็จและวิเคราะห์ ประเมินผลสัมฤทธิ์ของผังเมืองที่ได้ประกาศใช้ในทุก ๆ ปี ๒. จัดกลุ่มผังเมืองระดับอำเภอ ท้องที่ที่ยังไม่ได้รับการวางผัง ควรนำอำเภอที่ยังไม่ได้รับการวางผังอำเภอที่มีสภาพ ภูมิประเทศคล้าย ๆ กันและพื้นที่ที่มีติดต่อกันมาจัดกลุ่มให้เป็นพื้นที่ผังเดียวกัน เพราะกลุ่มอำเภอเหล่านี้พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าครับ เป็นเกษตรกรรม มีการบริหารจัดการ มีการวางผังเมืองเพื่อที่จะให้มีการพัฒนาผังเมืองในอนาคต สามารถตอบสนองความต้องการ ของพี่น้องประชาชนได้อย่างถูกต้อง กระผมขอขอบคุณครับ รายงานในวันนี้กระผมรับทราบ และได้มีการอภิปรายเสนอแนะนะครับ ก็ขอให้ท่านลองไปพิจารณาดูเพื่อให้ภาคอีสาน ซึ่งเป็นภาคที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนี้ได้มีการเจริญเติบโตทางด้านการเกษตรนะครับ และอาจจะต่อมาทางด้านอุตสาหกรรมและอารยธรรมตามที่ผมได้กราบเรียนมาเบื้องต้น ขอขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านภัณฑิล น่วมเจิม เชิญครับ ท่านภัณฑิลยังไม่มานะครับ เชิญท่านนิพนธ์ คนขยัน ก่อนเลยครับ🔗

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตร่วมอภิปรายรายงานประจำปีเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติผังเมือง ปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ของท่านอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมคณะ ผมได้ดูในรายละเอียดที่ท่านเสนอมาแล้วครับท่านประธาน ก็ชื่นชม แต่อยากฝาก ชื่นชมส่วนแรกครับ ส่วนที่ ๖ ก็ถือว่าการพัฒนาเมืองรายละเอียดดูแล้วภาพสวยดี เมืองน่าท่องเที่ยว อันนี้ชื่นชมส่วนที่ ๖ ครับ และสัดส่วนก็มีเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทน พูดไปแล้วว่าสัดส่วนของประชาชนในการจัดทำผังเมืองก็อยากให้ท่านอธิบดีได้แจ้งให้พี่น้อง ประชาชนได้ทราบก็จะเป็นการดีนะครับ🔗

ส่วนเรื่องที่อยากเรียนผ่านท่านประธานไปถึงท่านอธิบดีกรมโยธาธิการและ ผังเมือง และคณะ วันนี้แม้แต่ผมเองเป็นผู้แทนราษฎรพี่น้องประชาชนมาถาม ยกตัวอย่าง ท่านประธานครับ วันนี้อำเภอพรเจริญ หรือว่าจังหวัดบึงกาฬบ้านของกระผมวันนี้ก็มีสถานที่ ท่องเที่ยวหลายที่นะครับ อย่างวันนี้ถ้ำนาคากำลังโด่งดัง ปู่อือลือ บางที่มีการสร้าง Resort แต่บางที่อย่างพรเจริญที่บ้านผมมีขยายถนนจากพรเจริญไปโซ่พิสัย มันจะมีแต่ Resort ธรรมดา ก็มีหลายท่านไปถามว่าอยากทำโรงแรมขนาดเล็ก ขนาดกลาง เพื่อที่จะได้มีการ แบ่งสัดส่วนจากตัวเมืองมา แต่ไปดูผังแล้วมันสามารถทำโรงแรมหรือว่า Resort ได้เฉพาะ ในเขตใกล้ ๆ เมืองครับ ระยะทางจากตัวสี่แยกตัวอำเภอไปประมาณ ๒ กิโลเมตร ถ้าในอนาคตขยายออกไปอีกสัก ๔-๕ กิโลเมตรระดับจากเมืองไปมันก็จะทำให้สถานที่ตรงนั้น สามารถสร้างเป็นโรงแรมขนาดกลางหรือขนาดย่อมที่มีผู้สนใจมีเงินน้อยอยากจะลงทุนดีกว่า สร้าง Resort ประการนี้นะครับ ก็อยากเรียนฝากผ่านท่านประธานว่าผังเมืองในอนาคต ผมคิดของผมนะครับ ในแต่ละจังหวัด ๑. ก็เข้าใจเวลาประชาสัมพันธ์จะทำผังเมืองต้อง ผู้นำท้องที่ท้องถิ่นได้รับทราบ แต่บางครั้งมันก็ทราบน้อยครับ แต่ในวันนี้เป็นไปได้ไหม เพื่อความเจริญเพื่อให้พี่น้องในชุมชนในเขตนั้นที่เขาจะมีแรงที่จะสร้างโรงแรมขนาดกลางเอง ในอำเภอของเขาแต่ละอำเภอ ในตัวจังหวัดไม่ต้องห่วงมีนักลงทุนไปอยู่แล้ว แต่อำเภอต่าง ๆ ที่มันสามารถขยายออกมาอีกนิดหนึ่ง ยกตัวอย่างที่พรเจริญที่ผมนำเรียนเมื่อสักครู่นี้ จากพรเจริญไปโซ่พิสัย ในอนาคตถ้าถนนเส้นนี้ขยายต่อเชื่อม โดยเฉพาะบึงกาฬสะพาน แห่งที่ ๕ ก็จะเสร็จ ในอนาคตสนามบินก็จะมา สถานที่ต่าง ๆ เพื่อจะรองรับนักท่องเที่ยว หรือเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับผู้มีเงินทุนไม่มากนักนะครับ ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองพร้อมคณะ ในอนาคตจะทำการขีดแผนผังเมืองเพิ่ม เพื่อให้สร้างโรงแรมขนาดกลาง ขนาดย่อม ตามที่ผมกราบเรียนนี้ได้อย่างไร ขอกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังท่านอธิบดีที่มาชี้แจงวันนี้ ส่วนเรื่องรายงานไม่ติดใจครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ เชิญครับ🔗

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ ผมขออภิปรายอย่างสบาย ๆ หลังจากที่ดูรายงานของท่านแล้วนะครับ ท่านประธาน และท่านผู้ชี้แจงครับ ท่านสังเกตไหมครับว่ากรุงเทพฯ เรานี่ติดเมืองน่าท่องเที่ยวมาหลายปี ติดต่อกัน แต่ในกรุงเทพฯ ไม่เคยติดเมืองน่าอยู่เลยครับ ไม่เคยมีการ Survey ที่ไหน แล้วพบว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่ เราภูมิใจว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าท่องเที่ยว คือนักท่องเที่ยวมา ๓-๔ วันแล้วกลับ แต่เราอยู่ในกรุงเทพฯ ท่านประธานครับ ผมขอพูดถึง สถานที่ที่ผมอยู่ตั้งแต่เด็ก ๆ นิดหนึ่ง คือตั้งแต่เด็ก ๆ ผมเรียนกรุงเทพคริสเตียน ถนนสาทรใต้ แล้วตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็อยู่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วก็ก่อนจะไปต่างประเทศ ก็ทำงานแถวสาทรและสีลม คือท่านผู้ชี้แจงและท่านประธานคงนึกออกว่าละแวกของ กรุงเทพมหานครเป็นอย่างไร ผมสงสัยจริง ๆ อันนี้ผมไม่ได้ถามประชดนะครับ กรุงเทพฯ เรามีผังเมืองหรือเปล่าครับ แล้วจริง ๆ ถ้าท่านบอกว่ากรมท่านไม่ได้รับผิดชอบในกรุงเทพฯ โอเคอย่างนั้นผมก็ยอมรับได้ แต่จริง ๆ กรุงเทพฯ เรามีผังเมืองหรือเปล่าครับ ตรงหัวถนน วิทยุกับพระราม ๔ ตรงข้ามสวนลุม เมื่อก่อนเป็นสวนลุมไนท์บาซาร์ที่ดินแปลงใหญ่นะครับ เมื่อก่อนนี้มีการประมูลแต่ประมูลไม่ได้เพราะห้ามสร้างตึกเกิน ๔๕ ชั้น แล้วหลังจากนั้นมีการ เปลี่ยนแปลงกฎสร้างตึกเกิน ๔๕ ชั้นได้ ที่ดินผืนงามตรงนั้นที่หัวถนนวิทยุกับพระราม ๔ ตรงข้ามสวนลุมเลยกลายเป็นศูนย์การค้ามหึมา ประการที่ ๑🔗

ประการที่ ๒ ตรงสยามสแควร์ครับ โรงหนังสกาลาเก่าตรงนั้นมันแน่นแค่ไหนครับ มันก็ยังมีศูนย์การค้าที่กำลังสร้างขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกนะครับ ผมเลยไม่แน่ใจว่า กรุงเทพมหานครเรามีผังเมืองหรือเปล่า หรืออยู่ในอำนาจใคร เมื่อก่อนมีคนบอกนะครับว่า ถ้าเขาจะสร้างอะไรก็สร้างได้ถ้าไม่ขัดกับกฎหมาย แต่การผังเมืองจริง ๆ แล้วสิ่งที่คนคาดหวัง ก็คือความเจริญหูเจริญตาใช่ไหมครับ แล้วสภาพกรุงเทพฯ ขณะนี้ ผมคิดว่าไม่มีความเจริญหู เจริญตาเลยนะครับ ในรายงานของท่านหน้า ๔-๒๓ ท่านบอกว่ามีการจัดทำผังนโยบายระดับภาค ทิศทางการพัฒนาภาคกรุงเทพฯ และปริมณฑล ผมเลยลุกขึ้นมาถามท่านว่า ปัญหาของ ผังเมืองในกรุงเทพฯ นี้เป็นอย่างไรครับ มันสามารถจะทำให้น่าอยู่กว่านี้ได้ไหมครับ ไม่ต้องไป เปรียบเทียบกับเมืองใหญ่ ๆ เช่น เมลเบิร์น ซึ่งเขาติด ๗ ปี เมืองน่าอยู่ ๗ ปีไม่ต้องไปเทียบกับ แวนคูเวอร์ละครับ เทียบกัวลาลัมเปอร์ก็พอครับ ผมเลยไม่แน่ใจว่าท่านมีปัญหาอะไร หรือเปล่า หรืออุปสรรคอย่างไรหรือเปล่า ท่านอาจจะแบ่งปันความรู้กับผมว่าท่านไม่มีอำนาจเลย ในการกำหนดผังเมือง ตราบใดที่เขายื่นแบบถูกต้องตาม พ.ร.บ. อาคาร ตราบใดที่เขาทำ สิ่งแวดล้อมท่านไม่สามารถจะห้ามเขาก่อสร้างได้ ผมเชื่อว่าท่านผู้ชี้แจงหลายท่านคงมีชีวิตอยู่ ในกรุงเทพมหานครนะครับ มันแค่ผังเมืองที่มันแย่จนปัจจุบันนี้มันไม่ใช่แค่ความเจริญหู เจริญตาอย่างเดียว มันรวมถึงปัญหารถติด มลพิษ ขยะ ควัน มันเต็มไปหมดเลยครับ ไม่ต้องดูเฉพาะกลางเมืองที่เรียกว่า CBD แม้แต่รอบนอกก็ตามนะครับ ไม่ว่าจะเขตบางซื่อ หรือเขตอื่น ๆ ในรอบนอก ผมเรียนตรง ๆ ว่าผมไม่ได้ประชด แต่ผมถามว่าจริง ๆ กรุงเทพมหานครนี้มันมีผังเมืองหรือเปล่าครับ ทำไมมันเละไปหมดเลยครับ ไม่ว่าจะย่านไหน ก็ตาม แล้วมีโอกาสไหมครับ ท่านผู้ชี้แจงพอจะตอบได้ไหมครับว่ามีโอกาสไหมว่าเราจะทำให้ ผังเมืองกรุงเทพมหานครมันเจริญหูเจริญตามากกว่านี้ มันน่าอยู่มากกว่านี้ครับ พอจะทำให้ กรุงเทพฯ ติดเมืองน่าอยู่ได้ไหมครับ ถามว่าผังเมืองจะทำให้กรุงเทพฯ ติดเมืองน่าอยู่ได้ไหม ได้ครับ เพราะว่าเวลาเขาสำรวจเมืองน่าอยู่ในทุกประเทศนี่ผังเมืองติด ๑ ใน ๓ ของปัจจัย ที่เขานำมาชี้ว่าเมืองไหนน่าอยู่หรือเมืองไหนน่าท่องเที่ยว หรือเราจะปล่อยให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองแค่น่าท่องเที่ยวเท่านั้น แต่คนที่อยู่ในกรุงเทพฯ มันจะเป็นอย่างไรก็ช่างมัน ผมคิดว่า ท่านไม่ได้คิดอย่างนั้นนะครับ แต่ผมก็เข้าใจว่าอาจจะมีข้อกฎหมายอะไรบางอย่างที่กำหนด หรือจำกัดที่ท่านไม่สามารถจะทำให้ผังเมืองกรุงเทพฯ มันน่าอยู่กว่านี้ ผมไม่ได้คาดหวังว่า ท่านจะต้องทำผังเมืองกรุงเทพฯ ให้เหมือนนครที่เขาติดน่าอยู่ในโลก แต่กรณีการจำกัดการสร้าง ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ตรงหัวมุมสวนลุมที่ผมบอกตรงนั้นจริง ๆ ไม่ควรสร้างเลยนะครับ หรือแม้กระทั่งตรงสี่แยกปทุมวันตรงข้ามมาบุญครอง ตรงนั้นก็ไม่ควรจะสร้างห้างสรรพสินค้า อีกแล้วครับ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงสร้างได้ ขอย้ำอีกครั้งหนึ่ง ผมได้รับคำตอบว่า เพราะกฎหมายไม่ห้ามเขาถึงสร้างได้นะครับ ไม่ทราบว่าท่านผู้ชี้แจงพอจะตอบได้ไหมครับว่า มันมีแผนในกรุงเทพมหานครอย่างไรบ้างในส่วนที่เกี่ยวกับผังเมืองเพื่อให้กรุงเทพฯ เจริญหูเจริญตามากกว่านี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ เชิญครับ🔗

นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ระนอง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่น ต้องกราบขอบคุณท่านอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ท่านพงษ์นรา หลังจากที่ผมได้ดู เล่มรายงานจากท่านต้องขออนุญาตชื่นชมท่านนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนที่ ๔ ผลการดำเนินการและผลสัมฤทธิ์ของการวางและจัดทำผังเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง เกี่ยวกับการจัดวางและจัดทำผังนโยบายระดับภาค ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก ยกตัวอย่างอย่างนี้เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคตะวันออก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญนั่นคือ ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี หรือภาคตะวันออก ขออนุญาตครับท่านประธาน ในส่วนนี้ต้อง กราบขอบคุณทางท่านอธิบดีที่ยังมีผังนโยบายของภาคใต้ ซึ่งผมเห็นกรอบนโยบายของ ภาคใต้ก็รู้สึกดีใจที่ว่าก็ยังมีกรอบเกี่ยวกับระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้หรือเรียกว่า SEC ซึ่งมี ๔ จังหวัด นั่นคือ ระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ท่านประธานครับ เรื่องนี้ ผมต้องขออนุญาตฝากถึงท่านอธิบดีนิดหนึ่ง ในเมื่ออีอีซีกรอบมีความชัดเจน ส่วนกรอบนโยบาย ของภาคใต้เป็นการเริ่มต้นของ SEC โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดระนองนะครับท่านประธาน ผมอยากฝากท่านอธิบดีนิดหนึ่งครับ จังหวัดระนองเป็นจังหวัดเล็กจังหวัดหนึ่งก็จริง แต่วันนี้ หลังจากที่มี ครม. สัญจรลงพื้นที่สมัยที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นสมัยท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ดี แล้วก็สมัยท่านเศรษฐาก็ดี โดยมีท่านรองนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล นั่งเป็นรองนายกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านได้ลงพื้นที่แล้วก็รายงาน เกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ซึ่งจะเป็นสิ่งหนึ่งที่จะตอบโจทย์ของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคใต้อีกส่วนหนึ่ง วันนี้อยากจะฝากท่านอธิบดีเกี่ยวกับจังหวัดระนองนิดหนึ่งครับ จังหวัดระนองมีทั้งหมด ๕ อำเภอ ผังเมืองรวมของจังหวัดระนองยังไม่ได้รับการแก้ไขเป็น ณ ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผังเมืองในเมืองระนองเป็นพื้นที่สีเขียวเสียส่วนใหญ่ อยากจะฝากท่านอธิบดีในส่วนนี้ว่าเป็นไปได้ไหมว่าอยากจะให้มีการปรับผังเมืองรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองระนองซึ่งอยากให้ทำในเรื่องเกี่ยวกับพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมก็ดี หรือสิ่งปลูกสร้างที่จะสามารถปรับเปลี่ยนสีผังจากสีเขียวเป็นสีส้ม สีแดง หรือสีชมพูในส่วนนี้ เพื่อที่จะให้การแก้ไขผังเมืองรวมในจังหวัดระนองเป็นไปในทิศทางที่จะรองรับระเบียง เศรษฐกิจของภาคใต้ในส่วนนี้ แต่จริง ๆ วันนี้ถ้าเกิดไม่ได้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ระนองต้องขออนุญาตชื่นชมท่านที่ท่านมีข้าราชการที่ดีติดตามงานโดยตลอดนะครับ ท่านกรกช มหายศปัญญา โยธาธิการและผังเมืองของจังหวัดระนองติดตามงานนี้โดยตลอด โดยประสานงานกับท้องถิ่นทุกท้องถิ่นว่าสามารถจะจัดทำผังเมืองได้หรือไม่ แต่ในการ ประสานงานทางท้องถิ่นก็คงต้องรบกวนให้ทางโยธาจังหวัดได้ดำเนินการในการรวบรวม ปัญหาของผังเมืองรวมทั้งหมดของจังหวัด โดยเฉพาะยิ่งผังเมืองรวมในระนอง ก็เป็นสิ่งที่ดี ที่มีการรวบรวมแล้วเสร็จ แต่ก็คงต้องฝากท่านอธิบดีด้วยว่าในส่วนนี้อยากให้มีการเร่ง การแก้ไขและปรับปรุง แต่ถึงอย่างไรแล้วในส่วนนี้ไม่ใช่ว่าทางท่านอธิบดีแล้วก็ทางกรมโยธาธิการ และผังเมืองจะไม่มีสิ่งที่เป็นประโยชน์แล้วก็มีโครงการดี ๆ ให้กับพี่น้องชาวจังหวัดระนอง ผมต้องขอกราบขอบพระคุณทางท่านรองนายกอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ที่ท่านก็ได้ไปเป็นประธานในการมอบสิทธิที่ดินแปลงใหม่ให้กับเจ้าของ ที่ดินที่หลังโรงเรียนชาติเฉลิม อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการ ที่จะมีการปรับผังเมืองของเมืองระนองใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ดินแปลงใหม่ให้กับ เจ้าของที่ดินในการที่จะให้เขาได้มีที่อยู่อาศัยที่ถูกต้อง ก็คงต้องฝากท่านอธิบดีในส่วนนี้ ด้วยว่าถ้าเป็นไปได้อยากให้มีการปรับผังเมืองรวมของจังหวัดระนองเพื่อรองรับระเบียง เศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านภัณฑิลมาหรือยังครับ ถ้ายังไม่มา ท่านเทอดชาติพร้อมหรือยังครับ เชิญท่านเทอดชาติ ชัยพงษ์ครับ🔗

นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ รายงานประจำปีเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ก็ต้องขอชื่นชมท่านอธิบดีที่ทำรูปเล่มสวยงาม แล้วก็มีเนื้อหาสาระที่น่าสนใจครับ แต่อย่างไรก็ตามผมได้เห็นญัตติเกี่ยวกับเรื่องรายงาน ประจำปีการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการผังเมือง ๒๕๖๒ แล้ว สิ่งที่ผมคาดหวังก็คือ อยากเห็นการวางผังเมืองจริง ๆ อยากเห็นเมืองทั้งเมืองมีการวางผังที่ดี เพราะว่าเดี๋ยวนี้ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดไหนก็ตามเริ่มมีปัญหา โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวเริ่มมีปัญหาเรื่องของ สิ่งแวดล้อม เรื่องของความไม่สะอาด เรื่องความไม่เป็นระเบียบ ความไม่มีระบบควบคุม ต่าง ๆ อันนี้เป็นประเด็นใหญ่ แล้วเราจะเห็นว่ารถเริ่มติดไม่ว่าเมืองขนาดไหนก็ตาม แล้วเรา ก็มีคำถามกันว่าทำไมไม่มีการวางผังเมืองที่ดี คนจะถามอย่างนี้ตลอด วันนี้ก็ดีใจครับที่ทาง ท่านอธิบดีได้นำเรื่องนี้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเป็นประจำทุกปีนะครับ อันนี้เป็นปี ๒๕๖๖ ก็ถือว่าได้ดูรายละเอียดทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามความคาดหวังเป็นอย่างนั้นจริง ๆ แล้วสถานการณ์ของแต่ละเมืองก็ค่อนข้างจะวุ่นวายและเกิดมลพิษมากขึ้น อันนี้ผมก็ กราบเรียนว่าการทำผังเมืองมีประโยชน์จริง ๆ เราต้องการให้ประโยชน์กับประชาชน เราต้องการเห็น Green City ท่านต้องการเป้าปี ๒๕๗๓ เป็นเมืองคาร์บอนต่ำ อันนี้ก็ถือว่า เป็นสิ่งที่ดี มีเป้าหมาย แต่ระบบของผังเมืองทั้งหมดก็คงเชื่อว่าจะต้องไปเกี่ยวข้องกับทาง จังหวัดท้องถิ่นทั้งหมดนะครับ จะต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ก็กระทบไปยังบ้านเรือนที่อยู่อาศัยต่าง ๆ โดยเฉพาะเมืองที่เป็นเมืองได้รับความนิยมของ การท่องเที่ยว ตอนนี้บ้านผมเชียงรายเป็นช่วงฤดูหนาว คนก็ไปเที่ยวกันเยอะก็อยากเชิญชวน ไปเที่ยวเชียงรายด้วยนะครับ อย่างไรก็ตามครับตัวเมืองตอนเช้า ตอนเย็น รถติดนาน รถเริ่มติดนะครับ การก่อสร้างต่าง ๆ ก็ไม่เป็นระบบระเบียบ อันนี้มีฝุ่นละอองเพิ่มมากขึ้น ก็เกิดจากการก่อสร้าง เกิดจากรถ เกิดจากการเผาก็เกี่ยวข้องกันทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในจังหวัดเชียงรายมีเขตเศรษฐกิจพิเศษ แม่สาย เชียงแสน เชียงของ เขตเศรษฐกิจพิเศษ เหล่านี้ไม่ได้รับการวางผังเมืองที่ดี โดยเฉพาะแม่สายน้ำท่วมที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าได้รับ ผลกระทบค่อนข้างที่จะมาก อันนั้นเกิดจากการวางผังเมืองเช่นเดียวกัน โดยเชียงแสนต้อง ขอบคุณนะครับ ที่หน้า ๖๔ ที่ท่านให้ภาพของเชียงแสนการวางผังเมืองมาตรงนี้ก็ต้อง ขอบคุณแล้วก็ต้องเห็นภาพส่วนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามครับ เชียงแสนประเทศไทยยังมีเมือง ตรงข้ามที่เขามีสิ่งปลูกสร้างใหญ่โต สวยงามมาก สูงกว่าเราอีกนะครับ อย่างนี้เราสร้างได้ไหม ในบ้านเราเราวางผังเมืองอย่างไรในตัวเมืองที่เป็นเมืองโบราณเดิมเราจะทำอย่างไรให้คงเรื่อง ของศิลปะวัฒนธรรมไว้ รวมถึงการวางผังที่ดีของทุกเมืองไม่ว่าจังหวัดไหนก็ตามในช่วงที่ผ่าน มาเราจะเห็นว่ามีน้ำท่วมครับ มีน้ำท่วมขังได้รับผลกระทบมันก็เกิดจากการวางผังเมือง เช่นเดียวกัน การวางท่อระบายน้ำ การจัดวางบ้านเรือนอาคารต่าง ๆ เหล่านี้มีผลทั้งนั้น ถ้าเราจัดวางผังเมืองที่ดีอีก ๓๐ ปีถ้าน้ำท่วมใหญ่อีกครั้งหนึ่งลูกหลานเราในอนาคตคงจะไม่ ต่อว่าปู่ย่าตายายอยู่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นการวางผังเมืองจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จำเป็นมาก ๆ ในยุคต่อ ๆ ไป รวมถึงยุคปัจจุบันด้วย ของเก่าเราจะวางอย่างไร ของใหม่ที่จะเกิดขึ้นจะวางอย่างไร เพราะว่าเดี๋ยวนี้ทั้งน้ำท่วมขัง ทั้งฝุ่นละออง ทั้งการก่อสร้างต่าง ๆ มันเยอะมาก แต่ที่สำคัญที่สุดการวางผังเมืองที่ดีนั้น ประโยชน์ต้องเกิดขึ้นกับประชาชน เราจำเป็นที่ต้องมีเมืองที่มีคาร์บอนต่ำในปี ๒๕๖๗ ตามวิสัยทัศน์ที่ได้วางไว้ตามเป้าหมายที่วางไว้ นี่คือสิ่งที่จำเป็นที่สุด ผมก็ต้องขอให้กำลังใจ ทุกคนที่ทำงาน แต่อย่างไรก็ตามครับ การที่เราจะต้องพัฒนาพื้นที่ต่าง ๆ ให้รองรับ ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ก็ฝากทางกรมโยธาธิการและผังเมืองไว้ ตรงนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ไม่มีท่านสมาชิกอภิปรายแล้วนะครับ ท่านลองดูคำถามที่ท่านสมาชิกได้ถาม ๆ เชิญท่านใดจะตอบ ท่านอธิบดีตอบนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพนะครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่กรุณามีการตั้งข้อสังเกต และให้ความเห็นข้อเสนอแนะต่าง ๆ นะครับ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ทั้งสิ้น ผมจะขออนุญาต ตอบเป็นประเด็นนะครับ🔗

สำหรับประเด็นแรกในเรื่องของการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในการวางและจัดทำผังเมืองที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้บอกว่ามีจำนวนคน ที่เข้าร่วมน้อยนะครับ ขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าในเรื่องของหลักเกณฑ์ในการที่จะรับฟัง ความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ในเรื่องของการวางและจัดทำผังนโยบายนี้ก็จะออกเป็น ประกาศคณะกรรมการผังเมืองนะครับ ซึ่งจะกำหนดไว้ว่าให้มีการรับฟังความคิดเห็น ปรึกษาหารือและการมีส่วนร่วมของประชาชน ๒ ระดับ ระดับแรกคือก่อนการจัดทำผังร่าง ตรงนี้ตามประกาศของการผังเมืองกำหนดไว้ว่าจะต้องจัดให้มีการประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนทราบถึงการวางและจัดทำผังนโยบายทั้งระดับประเทศ ระดับภาค ระดับจังหวัด เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๗ วัน โดยผ่านทางเว็บไซต์ของกรมโยธาธิการและผังเมือง และโดยใช้ ช่องทางอื่น ๆ เช่น เรื่องของการใช้สื่อสิ่งพิมพ์ทางราชการ หนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ประชาสัมพันธ์ สื่อวิทยุ สื่อโทรทัศน์ และสื่อสังคมออนไลน์นะครับ🔗

อีกส่วนหนึ่งก็คือการรับฟังความคิดเห็น การปรึกษาหารือกับประชาชน โดยการจัดให้มีการประชุมนะครับ ไม่น้อยกว่า ๔ ครั้งในเรื่องของการวางนโยบายผัง ระดับประเทศ ในส่วนผังภาค ผังจังหวัด ต้องอย่างน้อย ๒ ครั้ง ด้วยวิธีการเปิดให้มีการ แสดงความคิดเห็นผ่านทางไปรษณีย์นะครับ แล้วก็ผ่านทางเว็บไซต์ของกรมโยธาธิการและ ผังเมือง นอกจากนี้ยังต้องมีการจัดให้มีการประชุมกลุ่มย่อย การประชุมเชิงปฏิบัติการ ประชุมระดับตัวแทนของกลุ่มบุคคล การประชุมสัมมนา นอกจากนี้จะต้องรับฟังผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ด้วยนะครับ🔗

สำหรับอีกขั้นตอนหนึ่ง ก็คือขั้นตอนหลังจากภายหลังที่มีการจัดทำผังร่าง เรียบร้อยแล้วนะครับ ก็จะมีการรับฟังความคิดเห็นในเรื่องของผังนโยบายนี้ก็จะต้องมีการ จัดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๗ วัน ผ่านทางเว็บไซต์ของกรมโยธาธิการและผังเมือง แล้วในช่องทางสื่อสิ่งพิมพ์ทางราชการ หนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ประชาสัมพันธ์ สื่อวิทยุโทรทัศน์และสื่อสังคมออนไลน์ และเมื่อ ประชาสัมพันธ์ครบแล้วก็ให้เผยแพร่องค์ประกอบของร่างในเว็บไซต์ของกรมโยธาธิการและ ผังเมือง ไม่น้อยกว่า ๓๐ วันเพื่อให้ประชาชนทราบก่อนที่จะมีการรับฟังความคิดเห็นนะครับ🔗

อีกส่วนหนึ่งจะต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนไม่น้อยกว่า ๔ ครั้งเพื่อชี้แจงรายละเอียดของผังร่างนะครับ ทั้งนี้การแสดงความคิดเห็นจะสามารถ ดำเนินการด้วย ๓ วิธี คือด้วยวาจา ด้วยลายลักษณ์อักษร ผ่านทางเว็บไซต์ของกรม และเรื่อง การเผยแพร่สรุปผลความคิดเห็นภายใน ๑๕ วัน นับจากที่แล้วเสร็จจากการรับฟังความคิดเห็น เพื่อให้ประชาชนทราบ พร้อมทั้งนำความคิดเห็นดังกล่าวประกอบการพิจารณาวางและจัดทำ ผังก่อนที่จะเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณา ซึ่งกรมเองก็ได้ดำเนินการตามประกาศของ คณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติ ครบถ้วนนะครับ🔗

ประเด็นต่อมาเรื่องของการใช้ Application Landuse Plan ที่มีปัญหาเรื่องของ ไม่สามารถที่จะดาวน์โหลดได้ใน App Store คือตอนนี้เรียนว่าปัญหาการดาวน์โหลด App ใน Mobile ที่ไม่สามารถใช้งานได้ตั้งแต่ตุลาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา Google Play ได้ถอด Land Use Plan ออกจาก Play Store เนื่องจาก Version ไม่รองรับกับนโยบายปัจจุบัน ของ Google ซึ่งปัจจุบันกรมได้มีการแก้ไขโดยมีการปรับปรุง App ใหม่เพื่อรองรับใน Version ปัจจุบันนะครับ🔗

ส่วนเรื่องของการประเมินความพึงพอใจผ่าน LINE OA ได้มีการเพิ่มเติม สามารถแสดงความพึงพอใจผ่าน Application ซึ่งตอนนี้เรากำลังปรับปรุงอยู่🔗

ในส่วนของที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอว่าระบบติดตาม การทำงานของกรมอันนี้อยากจะให้มีการเผยแพร่เรื่องงานผังเมืองให้ประชาชนได้รับรู้ รับทราบถึงผังเมืองที่ได้มีการวางและจัดทำอยู่ ตอนนี้กรมเองก็มีนโยบายที่จะสร้าง Link เพื่อจะให้เปิดเป็นสาธารณะ🔗

สำหรับในส่วนเรื่องของผังนโยบายระดับภาค ระดับจังหวัด ที่ท่าน สส. ได้อภิปรายสอบถาม ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่า พ.ร.บ. ผังเมือง ฉบับใหม่ซึ่งใช้ปี ๒๕๖๒ เป็น พ.ร.บ. ผังเมือง ที่ใช้แทนฉบับเก่าปี ๒๕๑๘ โดยสาระสำคัญของผังเมืองฉบับ ปี ๒๕๖๒ มุ่งหมายที่จะให้เกิดการกำหนดรูปแบบการวางและจัดทำผังเมืองในทุกระดับ พร้อมทั้ง การบริหารการจัดการที่เหมาะสม สอดคล้องกับแนวนโยบายแห่งรัฐ สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ โดยวางกรอบนโยบายการพัฒนาพื้นที่และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ระดับประเทศ ระดับภาค เมืองและชนบท ตลอดจนเป็นการกระจายอำนาจให้กับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น โดยคำนึงถึงเรื่องของความสามารถในการรองรับการเปลี่ยนแปลง ของพื้นที่ ซึ่งตาม พ.ร.บ. ผังเมืองฉบับ ปี ๒๕๖๒ จะมีการแบ่งผังเมืองออกเป็น ๒ ลักษณะ ได้แก่ ผังนโยบายการใช้ประโยชน์พื้นที่เป็นการนำกรอบนโยบายยุทธศาสตร์ของประเทศ ในด้านการใช้พื้นที่เพื่อให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการ ซึ่งจะแบ่งเป็น ๓ ประเภท ผังนโยบาย ระดับประเทศ ผังนโยบายระดับอำเภอ และผังนโยบายระดับจังหวัด ซึ่งทั้ง ๓ ประเภทนี้ จะเป็นกรอบยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศภาคจังหวัดให้สอดคล้องกัน โดยมี องค์ประกอบแผนผังทางด้านกายภาพ ประกอบด้วย ๘ สาขา ๑๔ ด้าน ซึ่งจะเป็น องค์ประกอบที่เพิ่มขึ้นจาก พ.ร.บ. ฉบับเก่า ซึ่งไม่ได้กำหนดให้ประกาศเป็นกฎหมาย โดย ๘ สาขา ๑๔ ด้านก็จะครอบคลุมเรื่องของการใช้ประโยชน์ที่ดิน การตั้งถิ่นฐานชุมชน โครงสร้างพื้นฐานด้านต่าง ๆ เช่น การจัดการน้ำ การสาธารณสุข การศึกษา การพลังงาน การท่องเที่ยว การคมนาคมขนส่ง ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ พื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ตามนโยบายรัฐบาล ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ศิลปวัฒนธรรม ท้องถิ่น การพัฒนาเมืองและชนบท รวมถึงการเชื่อมโยงในระดับภูมิภาค ซึ่งจะเห็นได้ว่า ได้มีการกำหนดตามกฎหมายไว้ค่อนข้างครอบคลุมในหลายมิตินะครับ🔗

สำหรับในเรื่องของผัง กทม. ซึ่งเรียนว่าผังกรุงเทพมหานครเป็นผังที่ ดำเนินการโดยกรุงเทพมหานคร เป็นผังที่ดำเนินการโดยท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันก็ได้มีผังบังคับใช้ อยู่แล้ว โดยมีการขอดำเนินการปรับปรุงผังซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนที่ ๔ โดยดำเนินการ ปิด ๑๕ วันไปตั้งแต่วันที่ ๘-๒๒ ธันวาคม ก็อยู่ระหว่าง กทม. พิจารณาข้อคิดเห็นแล้วจะ ส่งให้กรมโยธาธิการและผังเมืองพิจารณาให้ความเห็นต่อผังล่างนะครับ ซึ่งกรมก็จะมี ส่วนเกี่ยวข้องในการให้ความเห็นผังที่ท้องถิ่นดำเนินการนะครับ🔗

ส่วนคำถามที่ท่านว่าเรื่องของการก่อสร้างอาคารในเขตผังเมือง ต้องเรียนว่า พ.ร.บ. ควบคุมอาคารกับ พ.ร.บ. ผังเมืองจะไปด้วยกันครับ พื้นที่ใดที่มีการประกาศผังเมือง พ.ร.บ. ควบคุมอาคารก็จะมีผลบังคับใช้ ซึ่งปัจจุบันเรียนว่ามีการประกาศบังคับใช้ผังเมืองรวม ทั่วประเทศแล้ว ดังนั้น พ.ร.บ. ควบคุมอาคารก็จะมีการบังคับใช้ทั่วประเทศเช่นเดียวกัน ดังนั้นหากจะมีการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร เจ้าของอาคารต้องมีการตรวจสอบเรื่องของ การใช้ประโยชน์ที่ดินตาม พ.ร.บ. ผังเมือง ซึ่งสามารถตรวจสอบได้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นก็ได้ หรือตรวจสอบกับสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดที่มีอยู่ทั่วประเทศ ก็ได้นะครับ ต้องตรวจสอบก่อนว่าอาคารที่จะทำเป็นไปตามผังเมืองหรือไม่อยู่ในข้อห้าม หรือไม่ เมื่อมีการตรวจสอบเรียบร้อยทางหน่วยงาน เช่น กรมโยธาธิการและผังเมือง หรือโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดก็จะออกหนังสือรับรองให้ว่าอาคารที่ท่านสร้างเป็นหนังสือ ตอบไปว่าสามารถที่จะดำเนินการได้หรือไม่ ถ้าดำเนินการได้ท่านก็ไปยื่นขออนุญาตก่อสร้าง อาคารกับท้องถิ่น ท้องถิ่นก็จะตรวจสอบตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร ถ้า พ.ร.บ. ผังเมืองไม่ขัด พ.ร.บ. ควบคุมอาคารไม่ขัดก็ต้องดูด้วยว่าอาคารนั้นจะต้องขออนุญาตสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ตาม พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อม ถ้าจะต้องดำเนินการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็จะต้อง ดำเนินการส่วนนี้ให้เรียบร้อย ท้องถิ่นเองก็จะดำเนินการออกใบอนุญาตให้ ซึ่งการออก ใบอนุญาตในส่วนนี้ การพิจารณาในส่วนนี้ต้องพิจารณาในทุกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ การก่อสร้างนะครับ🔗

สำหรับเรื่องของการแก้ไขผังเมืองที่ทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ สอบถามในพื้นที่จังหวัดระนอง เรียนว่าผังเมืองโดยภาพรวมจริง ๆ ถ้ามีผังอยู่แล้วเราก็จะ มีการประเมินผังว่าผังนี้ต้องปรับปรุงหรือไม่ ถ้ามีการปรับปรุงก็จะเข้าสู่กระบวนการปรับปรุง การประเมินจะเริ่มขึ้นในปีที่ ๒ หลังจากที่ผังบังคับใช้แล้ว ประเมินดูสภาพการณ์ที่มีเพียง การเปลี่ยนแปลงก็จะประเมินปีที่ ๒ ปีที่ ๓ และปีที่ ๔ ก็จะสรุปผลการประเมินว่าผังนี้ ต้องปรับปรุงหรือไม่ ถ้าผังต้องมีการปรับปรุงก็จะดำเนินการปรับปรุง อาจจะดำเนินการ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือจะดำเนินการโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ถ้าเป็น ท้องถิ่นต้องการก็แจ้งทางกรมมาเพราะกฎหมายตัว พ.ร.บ. ผังเมือง ฉบับที่ ๒๕๖๒ ให้อำนาจ กับท้องถิ่นในการที่จะขอเป็นผู้ทำผังเป็นคู่วางและจัดทำผังได้อยู่แล้ว🔗

ในส่วนของอีกส่วนหนึ่งเมื่อมีการบังคับใช้ผังเมืองแล้วนะครับ ก็สามารถที่จะ แก้ไขได้โดยใช้มาตรา ๓๕ ซึ่งในกฎหมายสามารถให้ยื่นได้ โดยเหตุผลว่าถ้าสภาพการณ์ ที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วเพื่อสาธารณะหรือเป็นนโยบายรัฐบาล ก็สามารถยื่นขอแก้ไขได้ก็จะมี ขั้นตอนในการพิจารณาในคณะกรรมการ ในชุดกรรมการที่ปรึกษาระดับจังหวัด แล้วก็เข้ามา ชุดความเห็นกรม เมื่อเห็นด้วยก็อาจจะต้องมีไปปิดประกาศ ๓๐ วันให้มีการรับฟัง ความคิดเห็นประชาชน และหลังจากนั้นก็จะดำเนินการในเรื่องการจัดทำออกเป็นประกาศ กระทรวงมหาดไทยอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งสามารถที่จะดำเนินการได้อยู่แล้ว🔗

ในส่วนของในตัวผังเมืองจังหวัดระนองเอง กรมเองก็เรียนว่ากรมมีนโยบาย ที่จะทำผังเมืองรวมเมืองชุมชนให้เต็มอำเภอในทั่วประเทศ ซึ่งมีทั้งหมด ๘๗๘ อำเภอนะครับ ตอนนี้ในตัวระนองเองก็จะดำเนินการในปี ๒๕๖๘ ให้เต็มอำเภอเมือง ในทุกอำเภอก็จะมี การดำเนินการให้ครบถ้วนนะครับ🔗

ในส่วนของจังหวัดอุดรธานีก็มีการขยายผังเมืองรวมเมืองอุดรธานีให้เต็มอำเภอ ปัจจุบันมีการปิดประกาศ ๑๕ วันไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๗ ถึงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ก็ได้มีการประชุมชี้แจงสร้างความเข้าใจกับภาคเอกชนเพิ่มเติม แล้วก็ได้มี การประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ปัจจุบันอยู่ระหว่างเสนอ ให้กรมพิจารณา แล้วก็รับฟังก่อนที่จะเสนอคณะอนุกรรมการผังเมืองและคณะกรรมการ ผังเมืองให้ความเห็นชอบ หลังจากนั้นจะนำไปปิดประกาศต่อไปนะครับ🔗

สำหรับประเด็นเรื่องการก่อสร้างโรงแรมขนาดกลางในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ขอเรียนว่าในพื้นที่อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ มีการกำหนดให้สามารถสร้างโรงแรม ขนาดกลางได้อยู่แล้วในพื้นที่บริเวณศูนย์กลางอำเภอของเทศบาลตำบล แล้วก็ในพื้นที่ของ เทศบาลตำบลดอนหญ้านาง คือผังของพรเจริญซึ่งเป็นผังดำเนินการโดยกรมโยธาธิการและ ผังเมือง และได้มีการขยายเขตให้เต็มอำเภอ ขณะนี้อยู่ระหว่างในขั้นตอนการจัดทำแผนที่ การเก็บข้อมูลเพื่อที่จะมาประชุมรับฟังความเห็นของประชาชนต่อไปนะครับ🔗

ส่วนประเด็นที่ได้ตอบ วันนี้ผมก็เตรียมทีมงานมาค่อนข้างเยอะ ที่อยู่ข้างบนนี้ ก็เป็นผู้บริหารระดับสูงแล้วก็มีทีม Back up อยู่อีกห้องหนึ่ง เตรียมที่จะมาจดข้อมูล ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อจะนำไปปรับปรุงแก้ไขด้วย กรมโยธาธิการและผังเมืองก็ขอเรียนว่าจะเร่งรัดการดำเนินการวางและจัดทำผังเมือง ในทุกระดับ รวมทั้งเร่งรัดการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อใช้เป็นกรอบและเป็นแนวทางเป็นนโยบายในการพัฒนาพื้นที่ทั้งเมือง และชนบทให้สอดคล้องสมดุลกันกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งดำรงรักษาคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน เพื่อให้ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขบนคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดี รองรับ การเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างยั่งยืนต่อไป🔗

ในการนี้กรมโยธาธิการและผังเมืองต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่ได้ให้โอกาสในการที่จะมาชี้แจงรายงานประจำปีเกี่ยวกับการปฏิบัติ ตาม พ.ร.บ. ผังเมือง ปี ๒๕๖๒ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ในวันนี้ และต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ให้ความสำคัญกับงานผังเมืองได้อภิปรายให้ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับกรมโยธาธิการและผังเมือง แล้วจะได้นำไป ปรับปรุงแก้ไขงานผังเมืองเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ซึ่งกรมโยธาธิการ และผังเมืองถือว่าเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นสถาปนิกหลวงช่างของแผ่นดินและผังเมือง ของประชาชน ขอขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านอธิบดีครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักเรียน อาจารย์โรงเรียน นานาชาติฮาร์โรว์ กรุงเทพมหานคร สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ ท่านศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ยังติดใจอีกไหมครับ เชิญครับ🔗

นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ จะขออนุญาตท่านประธานสัก ๕ นาทีในการอภิปรายเล็กน้อยครับ เพราะว่า อาจจะเสริมประเด็นของเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่อาจจะยังตกหล่นอยู่ครับ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ต้องบอกอย่างนี้ว่าสิทธิในการพัฒนาที่ดินหรือพัฒนาอาคารอะไรก็แล้วแต่ หลัก ๆ เราอิง กันอยู่ ๒ เรื่องครับ คือเรื่องของผังเมืองและเรื่องของเขตทางตามกฎหมายควบคุมอาคาร แต่ปัญหาผังเมืองผมยกตัวอย่าง อย่างในกรุงเทพมหานครก็คือเรื่องของผังสีต่าง ๆ นั้น กลับไม่ได้สะท้อนศักยภาพที่ดินที่แท้จริง ที่ดินหลายแปลงมีการถูกให้ผังสีแดง ผังสีน้ำตาล FAR สูงเต็มไปหมดเลยครับ แต่ถ้าไปดูเนื้อในจริง ๆ แล้วเขาตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีซอยแคบทำให้ FAR จริง ๆ ที่ทำได้ต่ำกว่าสิ่งที่ทางกรมหรือทาง กทม. ได้มีการให้ไว้ อย่างเช่นบางจุดให้ FAR ๑๐ ทำได้จริงแค่ ๓-๔ ครับ เพราะฉะนั้นข้อหนึ่งที่อยากจะเสนอก็คือให้ทางกรมลองปรับผังสี ให้ตรงกับศักยภาพที่แท้จริงที่สามารถทำได้ตามขนาดของเขตทาง ซึ่งบางคนก็ตอบว่าเป็น การไป Down Zone ทำไม่ได้ ผมก็ต้องตอบว่าสิทธิในการพัฒนาที่เขาได้ไปมัน Over กับ สิ่งที่เขาได้อยู่แล้วการ Downs Zone ลงมาให้ตรงกับสิ่งที่เขาทำได้เป็นสิ่งที่ทำได้ครับ🔗

เรื่องที่ ๒ คืออย่างในเมืองไทยเป็นปัญหาซอยแคบค่อนข้างเยอะทำให้ที่ดิน ส่วนใหญ่ราคาแพงเฉพาะบริเวณที่ติดถนนใหญ่เท่านั้น แต่ถ้าเกิดคุณเข้าไปในซอยเพียง นิดเดียวศักยภาพที่ดินตกต่ำลงทำให้ไม่สามารถรองรับผู้คนได้ แม้กระทั่งรอบสถานีรถไฟเอง ก็ตามมีซอยจำนวนมาก มีพื้นที่ที่อยู่ติดซอยจำนวนมากกลับไม่สามารถพัฒนาอะไรได้เลย ผมคิดว่าทางกรมควรร่วมกับทางกระทรวงคมนาคมทำในเรื่องของการเวนคืนที่ดินหรือว่า การจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาเป็น TOD ในการที่จะส่งเสริมให้คนเข้าถึงสถานีรถไฟ🔗

เรื่องที่ ๓ คือรูปที่ดินไม่สวย รูปที่ดินไม่สวยอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น เรามี การตัดถนนเส้นหนึ่งผ่านที่แปลงนา แต่บังเอิญว่าไม่ได้ตัดตั้งฉากกับที่ถนนส่วนใหญ่ที่ถนน ก็จะกลายเป็นเฉียงเหมือนก้างปลาครับ ตลอดแนวไปเลยก็คือเสียทั้งหมด รูปที่ดินไม่สวยงาม ใช้ได้ไม่เต็มที่ จริง ๆ แล้วทางกรมก็ร่วมกับกระทรวงคมนาคมได้เหมือนกันครับก่อนที่จะ ตัดถนนท่านก็เชิญคนมาจัดรูปที่ดินใหม่ให้มันสวยงามตั้งฉากกับตัวถนนมันจะได้ใช้ศักยภาพ ของที่ดินอย่างเต็มที่ครับ🔗

เรื่องต่อมาคือข้อมูลสิทธิในการพัฒนาครับ อย่างที่ผมกล่าวไปตอนแรก สิทธิในการพัฒนาของแต่ละแปลงขึ้นอยู่กับขนาดของเขตทาง แต่พอเราไปดูในเว็บอย่างเช่น Land Use ต่าง ๆ ของทางกรมเรากลับพบว่าสิทธิในการพัฒนาคุณจะบอกแค่ FAR คุณจะ บอกแค่ผังสี แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้สะท้อนว่าแปลง ๆ นี้จริง ๆ ทำได้เท่าไร ถ้าเป็นไปได้ ทางกรมควรพัฒนาเรื่องของข้อมูลของขนาดเขตทาง แล้วก็ไป Link กับสิทธิในการพัฒนาด้วย มันจะได้สามารถที่จะบอกประชาชนว่าที่ดินแปลงนี้จริง ๆ แล้วมันทำอะไรได้บ้างมากน้อย ขนาดไหนนะครับ🔗

แล้วอีกเรื่องหนึ่งครับ คือปกติแล้วสิทธิในผังเมืองจะเป็นการให้เขาเรียกว่า Upper Limit ครับ หมายความว่าทำได้สูงสุดเท่าไร ทำได้ไม่เกินเท่าไร แต่ไม่เคยพูดถึงคำว่า Lower Limit หรือทำได้ขั้นต่ำอย่างน้อยที่สุดนี่คุณควรต้องทำอะไร ทำให้เกิดการดองที่ดิน ไม่นำที่ดินไปพัฒนาเกิดขึ้น กระทรวงปรับผังเข้าไป ปรับ Up Zoning เข้าไป แต่สุดท้าย ก็ไม่เกิดการพัฒนาครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากให้กระทรวงลองดูว่าจะมีกลไกไหน ในการผลักดันให้มี Lower Limit ที่อย่างน้อยที่สุดคุณต้องพัฒนาอะไรตามเป้าหมาย ที่เราวางไว้ในผังเมืองครับ อีกอันหนึ่งคือกลไกทางเศรษฐศาสตร์เรื่องของการชดเชยครับ ต้องบอกว่าตามมาตรา ๓๗ ของตัว พ.ร.บ. ผังเมืองให้อำนาจทางรัฐมนตรีสามารถที่จะมี อำนาจในการออกประกาศเพื่อจ่ายค่าชดเชยได้ ถามว่าค่าชดเชยนี้ควรชดเชยใคร พื้นที่ พี่น้องประชาชนที่เป็นผังสีเขียว ผังสีเขียวลาย พื้นที่ต้องเป็น Floodway ต่าง ๆ ที่เขาต้อง รับภาระไม่สามารถพัฒนาได้เพราะกฎหมายผังเมืองคงกฎหมายรอนสิทธิ แต่ทุกวันนี้ การรอนสิทธิของเขากลับไม่ได้รับการชดเชยเยียวยาจากภาครัฐเลยแม้แต่บาทเดียว แต่กลับ ต้องมารอนสิทธิเป็นพื้นที่รับน้ำต่าง ๆ มากมาย เพราะฉะนั้นทางกรมมีอำนาจในการที่จะชง ในการนำเสนอของคณะกรรมการผังเมืองชงให้ท่านรัฐมนตรีออกประกาศเหล่านี้เพื่อในเรื่อง ของการชดเชย อีกเรื่องหนึ่งครับ คือเรื่องของการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนครับ ต้องบอกว่าการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนกลับทำได้น้อยมาก เนื่องจากว่าไม่ได้รับทราบ ข้อมูลข่าวสาร สิ่งหนึ่งที่ทางกรมทำได้นอกจากจะเป็นเรื่องของการประกาศติดป้ายไวนิล ต่าง ๆ คือการใช้อีเมลหรือใช้เอสเอ็มเอสต่าง ๆ ซึ่งท่านก็ต้องทำถังข้อมูลระหว่างเจ้าของที่ดิน เจ้าของอาคารต่าง ๆ มีฐานอีเมลไว้เพื่อให้เราสามารถส่งไปได้หรือเป็นฐานเบอร์โทรศัพท์ เพื่อการส่งเสริมให้มีการส่งเอสเอ็มเอสเพื่อให้การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนเยอะมากขึ้น🔗

เรื่องสุดท้ายครับ คือเรื่องของที่ดินของภาคราชการต่าง ๆ ที่ไม่ได้ถูกระบุไว้ ในผังเมือง ปัญหาคืออะไรครับ ปัญหาคือพอเป็นที่ดินราชการอยากจะสร้างอะไรก็สร้าง เต็มไปหมด ผมยกตัวอย่างเช่น สำนักงานที่ตั้งของกระทรวงมหาดไทยอันใหม่ ล่าสุดที่มี การทำอาคารระดับเป็นหลายแสน ๆ ตารางเมตรเกิดขึ้นอาคารใหญ่โตมาก ซึ่งกระทบต่อ พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น หรือบางพื้นที่ไปทำอาคารสูง ๑๓-๑๔ ชั้นก็ได้รับ การกระทบกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ละแวกนั้น ถ้าอย่างน้อยทางกรมมีการระบุว่าที่ดิน ราชการของหน่วยงานภาครัฐตั้งอยู่ตรงไหนบ้าง ให้พี่น้องประชาชนรับทราบในผังเมืองก่อน สิ่งที่เกิดขึ้นคือก่อนที่เขาจะซื้อหรือตอนที่เขาอยู่เขาจะรับทราบว่าที่ดินตรงนี้มีความเสี่ยง ในการที่ภาครัฐจะเอานำไปพัฒนาเป็นอาคารขนาดใหญ่ เป็นอาคารที่จะมีคนมาอยู่เยอะ และหนาแน่น เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนก็ได้ดูได้ว่าควรจะเลือกที่จะอยู่บริเวณนี้หรืออยู่ บริเวณอื่นครับ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เสนอแนะใช่ไหมครับท่าน🔗

นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

เสนอแนะครับ แล้วแต่ ทางกรมจะพิจารณาแล้วกันนะครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จะรับไว้หรือว่าอย่างไร เชิญท่านอธิบดีครับ🔗

นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

กราบเรียน ท่านประธานครับ และท่านสมาชิกท่านที่สอบถามนะครับ กรมก็รับไว้ทุกเรื่องที่ท่านได้ตั้ง ข้อเสนอแนะก็เป็นเรื่องที่ดี แล้วก็เป็นเรื่องที่นำไปดำเนินการแล้วก็น่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ผมก็มีเรื่องที่จะชี้แจงเพิ่มเติมนะครับ เรื่องของการเวนคืนและที่ออกแบบถนนไว้และปัจจุบัน คือในเรื่องที่ดินไม่สวยงามนะครับ ขอเรียนว่าในเรื่องของการดำเนินการวางและจัดทำ ผังเมืองก็จะมี Layer หนึ่งเรื่องของโครงข่ายถนนนะครับ ซึ่งตรงนี้ก็จะกำหนดไว้ในผังเมือง ในส่วนของการที่จะพัฒนาถนนตามผังเมืองให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมก็จะมีอยู่ ๒ แนวทาง แนวทางแรกก็ดำเนินการเวนคืนอันนี้นี่จะดำเนินการโดยกรมทางหลวงชนบท ที่ผ่านมา ก็มีดำเนินการถนนในเขตผังเมืองรวมอยู่ตลอดเวลา ส่วนอีกวิธีการหนึ่งที่กรมสามารถ ดำเนินการได้ก็คือดำเนินการก่อสร้างถนนตามผังเมืองด้วยวิธีการจัดรูป ข้อดีเรื่องของการ จัดรูปก็หมายความว่าเราสามารถที่จะจัดรูปแปลงได้ให้สวยงาม เมื่อมีการเอาถนนตาม ผังเมืองซึ่งกำหนดไว้ในผังเมืองมาเป็นถนนโครงการจัดรูปเราก็จะมีการสอบถามพี่น้องประชาชน ว่าให้ความสนใจที่จะเข้าโครงการจัดรูปไหม โดยต้องกรอกแบบฟอร์มเข้าร่วมโครงการ ที่เรียกว่า จร.๑ เมื่อมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ตามสำนักงบประมาณ ตั้งหลักเกณฑ์ว่าต้อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ กรมก็จะตั้งงบประมาณในการที่จะก่อสร้างถนน ตามแนวผังเมือง โดยกำหนดเป็นแนวขึ้นมาแล้วก็ทำการ Re-Plot เอาโฉนดที่อยู่ใน แนวทั้งหมดทั้งสายหลัก แล้วก็สายรองมาทำการ Re-Plot ทำรูปแปลงใหม่ โดยสามารถทำ ให้เป็นรูปที่มีความสวยงามเป็นสี่เหลี่ยมเพื่อสามารถที่จะพัฒนาได้ ถ้าใช้กฎหมายเวนคืน ถ้าขีดแนวไปแล้วที่เป็นสามเหลี่ยมที่เป็นชายธงก็ไม่สามารถที่จะไปพัฒนาได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าใช้กฎหมายจัดรูปเราสามารถดำเนินการได้ ซึ่งปัจจุบันนี้เราก็มีการดำเนินการไปใน ๕๐ กว่าจังหวัด ๖๐ กว่าโครงการ ซึ่งเป็นโครงการที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจ แล้วก็ เข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก เนื่องจากว่าถนนผังเมืองที่ขีดไว้ถ้าไม่มีการเวนคืนก็อาจจะ ไม่มีการพัฒนาต่อก็จะต้อง Freeze ไว้ว่าตรงนั้นยังทำอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นเผื่อจะเวนคืน จะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยอาคาร แต่เครื่องมือของกรมที่ใช้กฎหมายจัดรูปที่ดินเข้ามา ดำเนินการก็สามารถจะทำให้ตรงนี้เกิดถนนขึ้นมา เกิดโครงข่ายถนนเพิ่มขึ้นมา แล้วก็จะมี สาธารณูปโภคสาธารณูปการเข้าไปมีท่อระบายน้ำ มีประปาไฟฟ้าเข้าไปในนั้นด้วยนะครับ ซึ่งนอกจากเราขอรับการสนับสนุนงบประมาณในส่วนของถนนสายหลัก ถนนตามผังเมืองแล้ว ในเรื่องของถนนสายรองเรายังมีกองทุนจัดรูปที่ดิน ซึ่งสามารถที่จะใช้ในถนนสายรองเพื่อให้ เกิดโครงข่ายที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น อันนี้เป็นเรื่องของการดำเนินการการจัดรูปที่ดินทำให้ที่ดิน สวยงาม ในเรื่องของผัง กทม. ต้องเรียนว่าผัง กทม. อย่างที่ผมนำเรียนว่าเป็นผังที่ กทม. เป็นผู้ดำเนินการวางผังเอง แต่กรมเองก็จะมีขั้นตอนในการที่จะไปพิจารณาเสนอแนะต่าง ๆ อันนี้รับข้อเสนอของท่านไปว่าเดี๋ยวพอผัง กทม. เข้ามาถึงที่กรมก็จะเอาข้อมูลเหล่านี้ ไปพิจารณาในการให้ความเห็นกับผังของ กทม. ในเรื่องของการชดเชยกรณีเป็นการชดเชย การใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีมาก่อนผังเมืองบังคับใช้ ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบกับสุขลักษณะ ความไม่ปลอดภัยของประชาชน สวัสดิภาพและสังคม และประโยชน์สาธารณะนะครับ คณะกรรมการผังเมืองสั่งให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงระงับกิจการ เช่น โรงงานที่ดูแล้ว ไม่ปลอดภัยต่าง ๆ แต่ปัจจุบันนี้ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทยกำหนดค่าทดแทนให้เจ้าของ กิจการที่ถูกสั่งระงับหรือเปลี่ยนแปลงได้ ปัจจุบันก็ได้มีการประกาศกฎกระทรวงตัวนี้ ประกาศกระทรวงมหาดไทยได้บังคับใช้เรียบร้อยแล้วนะครับ ก็กราบเรียนที่ประชุม เพื่อโปรดทราบครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านอธิบดีครับก็ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดมีประเด็นติดใจจะซักถามอีกก็ถือว่าที่ประชุม รับทราบรายงานประจำปีเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ขอบคุณท่านอธิบดีแล้วก็คณะทีมงานครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

รายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง การบริหารจัดการและแนวทาง การแก้ไขปัญหาน้ำบาดาลและน้ำประปาทั้งระบบ🔗

ซึ่งคณะกรรมาธิการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำได้พิจารณาเสร็จแล้ว เชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่เลยนะครับ ในการนี้ผมได้อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วม ชี้แจงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ (๒) เชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง ต่อที่ประชุมนะครับ ท่านแรกท่านศรายุทธ แก้วสินธุ์ อนุกรรมาธิการ ท่านที่ ๒ ท่านธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ อนุกรรมาธิการ ท่านที่ ๓ ท่านจิรเมธ ช้างคล่อม อนุกรรมาธิการ ท่านที่ ๔ ท่านสุวิภา กุศลจูง ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการ ท่านที่ ๕ ท่านจักรกฤษณ์ สุขเกษม ที่ปรึกษา อนุกรรมาธิการ ท่านที่ ๖ ท่านไพฑูรย์ เก่งการช่าง ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านที่ ๗ ท่านกู้เกียรติ นิ่มเนียม ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านที่ ๘ ท่านวรีวสยา สินธุเดชะ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานพร้อมแล้ว เชิญท่านประธานแถลงได้เลยครับ🔗

นายจักรัตน์ พั้วช่วย (ประธานคณะกรรมาธิการ): กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพรักอย่างสูง ผม นายจักรัตน์ พั้วช่วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ สส. คนไทยหล่ม ในฐานะเป็นประธานกรรมาธิการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สภาผู้แทนราษฎร ขอรายงานให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรทราบว่าตามที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๒๖ สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง วันพุธที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ ที่ประชุมได้ พิจารณาญัตติ ดังนี้🔗

๑. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาศึกษาหาแนวทางการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำบาดาลและน้ำบาดาล คุณภาพต่ำของท่าน สส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้เสนอ🔗

๒. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแก้ไขปัญหาน้ำประปาไหลเบา ท่าน สส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้เสนอ🔗

๓. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา แก้ไขปัญหาน้ำบาดาลเพื่อการอุปโภคบริโภคไม่เพียงพอ ซึ่ง ท่าน สส. ธนา กิจไพบูลย์ชัย เป็นผู้เสนอ🔗

๔. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการน้ำประปาทั้งระบบ ของท่าน สส. รภัสสรณ์ นิยะโมสถ เป็นผู้เสนอ และได้มีมติให้ส่งให้คณะกรรมาธิการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเป็นผู้พิจารณา ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๐ โดยกำหนดระยะเวลา พิจารณาศึกษา ๙๐ วัน ต่อมาคณะกรรมาธิการได้ขอขยายเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๙๐ วัน ทั้งสิ้น ๓ ครั้ง รวมระยะเวลาการพิจารณาศึกษาประมาณ ๓๖๐ วัน🔗

บัดนี้คณะกรรมาธิการได้ดำเนินการพิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคณะกรรมาธิการ ได้กำหนดกรอบการพิจารณาโดยตั้งคณะอนุกรรมาธิการ จำนวน ๑ คณะ เพื่อพิจารณาศึกษา ในประเด็นดังกล่าว คือคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการและหาแนวทาง การแก้ไขปัญหาน้ำบาดาลและน้ำประปาทั้งระบบ โดยมีท่าน สส. เจษฎา ดนตรีเสนาะ เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ🔗

จากการศึกษาของคณะกรรมาธิการโดยเชิญหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมา ให้ข้อมูลประกอบกับความคิดเห็นของอนุกรรมาธิการซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำบาดาลและ ระบบน้ำประปา พบว่าเรื่องดังกล่าวสามารถสรุปประเด็นสำคัญ ๆ ได้อยู่ ๒ ประเด็นนะครับ ประเด็นแรกก็คือปัญหาแหล่งน้ำดิบ ประเด็นที่ ๒ ก็คือปัญหาของระบบผลิตและโครงข่าย ประปา โดยปัญหาแหล่งน้ำดิบมีประเด็นปัญหาสำคัญ เช่น การขาดแคลนน้ำดิบและคุณภาพ ของน้ำดิบ ซึ่งคณะกรรมาธิการได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหา เสนอเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน ร่วมสำรวจและขุดเจาะน้ำบาดาลภายใต้การกำกับดูแลของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล และเสนอให้มีการกำหนดให้มีการตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยห้องปฏิบัติการ ที่ได้มาตรฐาน และเสนอให้มีการส่งเสริมการวิเคราะห์ข้อมูลจีไอเอสเพื่อวางแผนพัฒนา แหล่งน้ำและปรับปรุงกระบวนการขออนุญาตใช้พื้นที่เจาะน้ำบาดาล ส่วนปัญหาเรื่องระบบ ผลิตและโครงข่ายประปามีประเด็นปัญหาที่พบในกระบวนการผลิต กระบวนการจ่ายน้ำ กฎเกณฑ์มาตรฐานในระบบประปา ข้อมูลระบบประปา บุคลากร การบริหารจัดการต้นทุน และโครงสร้างราคา ซึ่งคณะกรรมาธิการได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา เช่น การสำรวจ สถานะของกระบวนการผลิตประปาทั่วประเทศ การกำหนดเกณฑ์แรงดันขั้นต่ำในระบบ ท่อประปา การจัดตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการประปาเพื่อกำหนดมาตรฐานและกำกับดูแล การบริการประปา การปรับโครงสร้างราคาน้ำประปาให้เหมาะสม จากข้อเสนอแนะการแก้ไข ปัญหาดังกล่าวคณะกรรมาธิการได้มีข้อสังเกตเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อควรทราบหรือควรปฏิบัติ ทั้งนี้ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๐๕ อย่างไรก็ตามเพื่อให้การประชุมได้พิจารณารายงานผลการพิจารณา ศึกษาพร้อมทั้งข้อสังเกตในแต่ละมาตรา จึงขออนุญาตให้ท่านประธานอนุกรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการได้รายงานผลการพิจารณาศึกษาต่อที่ประชุมเพื่อพิจารณาต่อไปครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

ขอบคุณครับ ท่านอนุกรรมาธิการจะรายงานก่อนใช่ไหม เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ ผู้แทนราษฎรปทุมธานี เขต ๒ พรรคประชาชน คนปทุมธานี ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ประธานอนุกรรมาธิการการแก้ไขปัญหาน้ำบาดาลและน้ำประปาทั้งระบบ ผมขออนุญาตไปที่ภาพรวมครับท่านประธาน ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลสำคัญต่อปริมาณน้ำในประเทศไทย ประกอบกับสถานการณ์การลดลงของพื้นที่ป่า และการขยายตัวของชุมชนเมือง การขยายพื้นที่อุตสาหกรรมและการใช้สารเคมีในพื้นที่ เกษตร จึงส่งผลให้ทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพของน้ำในประเทศไทยนั้นลดลง ขณะที่ ความต้องการน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภคมีจำนวนมากขึ้นทุกขณะ พร้อมทั้ง ความคาดหวังที่จะใช้น้ำอย่างทั่วถึงเพียงพอและมีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการใช้ ประโยชน์จากน้ำบาดาลและการให้บริการน้ำประปา จึงเป็นหน้าที่ของภาครัฐและกลไก ต่าง ๆ ของภาครัฐที่จะตอบสนองความต้องการดังกล่าวของประชาชน ภาพรวมการบริหาร จัดการน้ำของประเทศไทยเป็นการบริหารจัดการน้ำฝน น้ำท่า น้ำในแหล่งจัดเก็บน้ำ และน้ำบาดาลให้สอดคล้องกับความต้องการการใช้น้ำ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐในฐานะ แหล่งที่มาของอำนาจในการบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายที่ว่าก็คือ กฎหมายว่าด้วยทรัพยากรน้ำ โดยมีบทบาทสำคัญในฐานะกฎหมายที่จะทำให้เกิดการบูรณาการ เกี่ยวกับการจัดสรร การใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟู การอนุรักษ์ และสิทธิในน้ำ เพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มี ความสอดคล้องกันในทุกมิติอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการ แผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ รวมทั้งเป็นกฎหมายที่วางหลักเกณฑ์ ในการประกันสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการเข้าถึงทรัพยากรน้ำสาธารณะ การทำความเข้าใจ ภาพรวมของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศไทย จึงนำเสนอข้อมูลพื้นฐาน ๓ ประเด็น ได้แก่ ๑. สถานการณ์ภาพรวมของประเทศไทย อันนี้ก็คือพื้นฐานภาพรวมของประเทศไทยนะครับ ปริมาณน้ำของประเทศไทยปัจจุบันเรามีฝนตกเฉลี่ยต่อปี ๑,๕๗๐ ลูกบาศก์มิลลิเมตร หรือ ๗๖๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ๒. ก็คือน้ำท่าเฉลี่ย ๒๑๑,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ๓. ก็คือน้ำในแหล่งเก็บน้ำ หรือศักยภาพของแหล่งกักเก็บน้ำ ก็คือ ๘๓,๑๓๐ ล้านลูกบาศก์เมตร อันสุดท้ายก็คือเรื่องของน้ำบาดาลที่เราใช้ได้ มีปริมาณ ๔๕,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ผมอยากขออนุญาตชวนท่านคิดในข้อ ๑ และข้อ ๓ ก็คือฝนที่ตกลงมาต่อปีมีประมาณ ๗๖๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่เรามีแหล่งกักเก็บน้ำได้เพียง ๘๐,๐๐๐ กว่าลูกบาศก์เมตร นั่นแปลว่าเรามีปริมาณน้ำฝนที่เราทิ้งต่อปีเป็นจำนวนมากนะครับทุกท่าน แล้วมันก็นำไปสู่ ปัญหาของปริมาณน้ำดิบไม่เพียงพอในภาคของการอุปโภคบริโภคและน้ำแล้งในภาค การเกษตร ส่วนอันถัดไปก็คือเป็นความต้องการของการใช้น้ำ โดยเฉลี่ยของประเทศไทย เรามีการใช้น้ำเฉลี่ย ๔ ด้าน ด้านการเกษตร ด้านการอุปโภคบริโภค อุตสาหกรรม แล้วก็ การรักษาระบบนิเวศ ตัวเลขทั้งหมดในสีแดงเป็นน้ำนอกพื้นที่ชลประทาน ส่วนสีน้ำเงิน ก็คือน้ำในพื้นที่ชลประทาน แต่ตัวเลขทั้งหมดผมลองบวกรวมดูคร่าว ๆ มันตกแค่ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ในขณะที่เราใช้น้ำเพียง ๑,๓๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร เราก็ยังเจอสถานการณ์ที่น้ำดิบไม่พอในการผลิตน้ำประปา รวมทั้งน้ำไม่พอใช้เพื่อการเกษตร ผมก็อยากฝากทุกท่านว่าในประเด็นเหล่านี้เรายังขาดแหล่งกักเก็บน้ำที่เป็นตัวเชื่อมสำคัญ ในการที่จะทำให้เรามีน้ำอุปโภคบริโภคได้อย่างพอเพียง ขอสไลด์ถัดไปครับ🔗

ในส่วนของกฎหมายเราก็มีแผนบริหารน้ำ ๒๐ ปี โดยแบ่งเป็น ๕ ด้าน ด้านที่ ๑ ก็คือน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ด้านที่ ๒ ก็คือน้ำเพื่อการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม ด้านที่ ๓ ก็คือการจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย ด้านที่ ๔ ก็คือการบริหารจัดการน้ำ และด้านที่ ๕ ก็คือการฟื้นฟูและการอนุรักษ์ผืนน้ำ โดย ๕ ด้านนี้เป็นแผนระยะยาว ๒๐ ปี ซึ่งก็ต้อง ปรับปรุงให้เข้ากับยุคปัจจุบัน แล้วก็เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งข้าง ๆ กันเป็นเป้าที่เราร่วมมือ กับสหประชาชาติ ของ SDG 6 เพื่อสร้างหลักประกันเกี่ยวกับน้ำของประเทศไทย ขออนุญาต ท่านประธานครับ เดี๋ยวจะมีอนุกรรมาธิการชี้แจงอีกหน่อยครับท่านประธาน เพราะว่า เป็นหลักเนื้อหาสำคัญของรายงานจริง ๆ ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ กรรมาธิการ

ขอบพระคุณครับ🔗

นายจิรเมธ ช้างคล่อม ผู้แทนคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ผม จิรเมธ ช้างคล่อม เป็นอนุกรรมาธิการ แล้วก็เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรม ทรัพยากรน้ำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผมจะสรุปประเด็นที่ศึกษารายงานในเล่มรายงาน ฉบับนี้ สำหรับในเล่มรายงานฉบับนี้ ขึ้นสไลด์ได้เลยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายจิรเมธ ช้างคล่อม ผู้แทนคณะกรรมาธิการ

อย่างที่ท่านประธานบอก เมื่อสักครู่ว่า เราจะแบ่งปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบประปาออกเป็น ๒ กลุ่ม ก็คือเป็นปัญหา ที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำดิบ แล้วก็เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบผลิตและโครงข่ายประปา เราจะมาพูดถึงปัญหาที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำดิบก่อนนะครับ สำหรับปัญหาที่เกี่ยวข้อง กับแหล่งน้ำดิบ ในเล่มรายงานนี้เราจะทำภาพรวม แล้วหัวข้อต่อไป ๑.๒ จะเป็นปัญหา เรื่องการขาดแคลนแหล่งน้ำดิบ ปัญหาคุณภาพของแหล่งน้ำดิบ แล้วก็ปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำดิบ🔗

ปัญหาแรกที่จะพูดถึงเป็นปัญหาเรื่องการขาดแคลนแหล่งน้ำดิบ จากกราฟ ที่ทุกท่านเห็นจะเห็นว่าปริมาณการใช้น้ำบาดาลปัจจุบันของเรามีน้อย ก็คือจริง ๆ แล้ว หลังจากที่ทางคณะอนุกรรมาธิการได้ศึกษามาเราพบว่าน้ำบาดาลเป็นทางออกของ การขาดแคลนแหล่งน้ำดิบเพื่อการอุปโภคบริโภคที่ดีมาก ๆ แต่จะเห็นว่าสัดส่วนในการใช้ น้ำบาดาลนี้มีน้อยมาก ๆ แต่ละปีก็คือมีการใช้น้ำบาดาลน้อยกว่าที่มีเยอะ ดังนั้นแนวทาง แก้ไขเราก็เลยเสนอให้เพิ่มการสำรวจแล้วก็ขุดเจาะน้ำบาดาล โดยการที่ให้ภาคเอกชน หรือองค์กรอื่น ๆ ช่วยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลในการสำรวจ เพราะว่าปัจจุบันนี้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลไม่สามารถดำเนินการขุดเจาะน้ำบาดาลตามคำร้องขอได้ครับ เท่าที่ทราบมาจากการศึกษาในคณะอนุกรรมาธิการนะครับ ปัจจุบันมีคำขอบ่อน้ำบาดาล ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คำขอ แต่ว่าเราขุดได้ ๒๐๐-๓๐๐ คำขอต่อปีนะครับ🔗

แล้วประเด็นถัดมา ก็คือจะให้สำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณ เพิ่มเติมให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล แล้วก็สำหรับเรื่องของการสำรวจแหล่งน้ำผิวดินครับ เราเสนอให้มีการสำรวจแหล่งน้ำผิวดินเพื่อการผลิตประปามากขึ้นครับ สไลด์ถัดไปครับ🔗

สำหรับปัญหาถัดไป เรื่องปัญหาคุณภาพแหล่งน้ำดิบ เราพบว่าการสุ่มตรวจ คุณภาพแหล่งน้ำดิบมีไม่เพียงพอครับ ปัจจุบันในประเทศไทยมีระบบประปามากกว่า ๖๙,๐๐๐ แห่ง แต่ว่ามีการสุ่มตรวจประมาณไม่ถึง ๑,๐๐๐ แห่งต่อปีครับ ก็จะมีแนวทาง แก้ไขคือเราจะให้หน่วยงานบริหารกิจการประปาต้องตั้งงบประมาณสนับสนุนการตรวจ คุณภาพน้ำดิบ แล้วก็ให้หน่วยงานบริหารกิจการประปาตรวจวัดความขุ่นโดยที่จะตรวจวัด ทุก ๆ ๑ เดือนด้วยเครื่องมือตรวจวัดความขุ่นอย่างง่าย แล้วก็จะให้มีการตรวจวัดคุณภาพ น้ำดิบในห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานประมาณปีละ ๑ ครั้ง โดยที่อาจมีการกำหนด เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการตรวจแล้วก็อาจจะมีการกำหนดบทลงโทษหากไม่ส่งตรวจครับ🔗

ปัญหาถัดไปเป็นปัญหาเรื่องคุณภาพของแหล่งน้ำดิบ สำหรับเรื่องน้ำบาดาล จะเป็นเรื่องบ่อบาดาลได้รับการปนเปื้อนในพื้นที่ที่ได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ที่จริงมีปัญหา หลายพื้นที่ครับ แต่ว่าที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนมี ๖ พื้นที่ที่แสดงในสไลด์นะครับ ส่วนใหญ่ปัญหาการปนเปื้อนจะมาจากการปนเปื้อนจากบ่อขยะ การปนเปื้อนโลหะหนัก แล้วก็การปนเปื้อนของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ในส่วนแนวทางแก้ไขเรื่องของ การปนเปื้อนเราจะให้รัฐบาลจัดหาแหล่งน้ำดิบทดแทนโดยด่วน แล้วก็ให้ทบทวนวิธีการ ชดเชยค่าเสียโอกาสจากการใช้น้ำจากบ่อบาดาลไม่ได้ แล้วก็ให้กำหนดมาตรฐานกรณี ที่การขุดเจาะน้ำบาดาลแล้วทำให้บ่อบาดาลปนเปื้อนครับ🔗

ส่วนปัญหาถัดไปนะครับ เป็นปัญหาคุณภาพของแหล่งน้ำดิบ อันนี้จะเป็น ปัญหาเฉพาะของการประปานครหลวงที่เราทราบกันดีว่ามีการรุกล้ำของค่าความเค็มในช่วง หน้าแล้งของทุกปีและระบบปัจจุบันไม่สามารถจะกำจัดค่าความเค็มได้ ซึ่งสิ่งที่ทำได้คือ ทำได้แค่ประกาศแจ้งเตือนแล้วก็ศึกษาจุดรับน้ำดิบแห่งใหม่ครับ อย่างไรก็ตามครับ กปน. มีผลการศึกษาอุโมงค์ผันน้ำแล้วเราก็จะให้ สนช. ศึกษาการใช้อุโมงค์ผันน้ำนะครับ โอเคครับ สไลด์ถัดไปครับ🔗

ส่วนปัญหาอื่น ๆ เป็นเรื่องของข้อมูลเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำ คือปัจจุบันนี้พื้นที่ ที่ประสบการขาดแหล่งน้ำดิบหรือมีปัญหาในเรื่องคุณภาพแหล่งน้ำดิบ เราไม่มีการนำแผนที่ ศักยภาพน้ำบาดาลมาใช้เราจึงเสนอให้ สทนช. วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทำแผนที่ในการพัฒนา แหล่งน้ำขึ้นมาครับ แล้วก็ในส่วนของการใช้พื้นที่เจาะน้ำบาดาลนะครับ ปัญหาคือมี หลายพื้นที่ที่ไม่สามารถจะใช้พื้นที่ขุดเจาะน้ำบาดาลได้ อย่างเช่น พื้นที่ป่าสงวนหรือพื้นที่ ส.ป.ก. ครับ เราก็เลยรวบรวมระเบียบแล้วสุดท้ายจะเสนอไปเป็นคู่มือการอนุมัติแล้วก็คู่มือ การขอใช้พื้นที่จากส่วนราชการครับ🔗

สำหรับประเด็นถัดไปนะครับ เป็นประเด็นเรื่องเกี่ยวกับระบบผลิตและ โครงข่ายประปา ระบบผลิตและโครงข่ายประปาอันนี้จะมีหลายหัวข้อนิดหนึ่ง จะเริ่มตั้งแต่ ปัญหาในเรื่องของกระบวนการผลิต กระบวนการจ่ายน้ำ ปัญหาเรื่องกฎเกณฑ์มาตรฐาน ในระบบประปา ปัญหาเรื่องข้อมูลระบบประปา ปัญหาด้านบุคลากร แล้วก็ปัญหาเรื่องต้นทุน และโครงสร้างราคาครับ🔗

สำหรับปัญหาแรกน่าจะเป็นปัญหาที่ทุกท่านได้พบเจอกันบ่อยที่สุดนะครับ ก็คือเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับกระบวนการผลิตประปาที่ไม่ได้มาตรฐาน เรามีผลการตรวจสอบ คุณภาพของระบบประปาอยู่จาก ๒ หน่วยงานด้วยกันนะครับ จากทางซ้ายมือเป็นภาพของ กรมควบคุมมลพิษและทางขวามือเป็นของกรมอนามัย ปัจจุบันมีปริมาณการตรวจสอบ คุณภาพที่น้อยเกินไปแล้วการตรวจสอบนี้ไม่ได้ระบุที่มาของปัญหานะครับ อย่างไรก็ตาม เราสรุปได้ว่าระบบประปาขาดการดูแลระบบที่ดีแล้วก็ยังไม่ได้มาตรฐาน สไลด์ถัดไปครับ คณะอนุกรรมาธิการจึงได้ดำเนินการทำแบบสอบถามเบื้องต้นสำหรับการสำรวจระบบ ประปาทั่วประเทศแล้วก็ได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารการประปาทั่วประเทศ เราพบว่ามากกว่า ๓๖ เปอร์เซ็นต์จากผู้ที่ตอบแบบสอบถามมาประมาณ ๕,๐๐๐ แห่ง พบมากกว่า ๓ ปัญหา แต่เราจะเห็นได้ว่าปัญหามันมีหลากหลายนะครับ ดังนั้นสำหรับ การจะแก้ไขปัญหาเรื่องพวกนี้ขั้นแรกเราจะต้องทำการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข ปัญหาได้ตรงจุดครับ อนุกรรมาธิการก็เลยได้จัดทำแบบสอบถามเบื้องต้นแล้วก็จะทำ แบบสอบถามสำรวจสถานะของระบบประปาทั่วประเทศครับ ไปที่แนวทางแก้ไขนะครับ🔗

สำหรับแนวทางแก้ไขนะครับ เราก็เลยจะให้ สถ. กปน. หรือ กปภ. สำรวจ สถานะของระบบผลิตประปาทั่วประเทศ โดยที่ใช้แบบสอบถามละเอียดที่ได้จัดทำขึ้น ในคณะอนุกรรมาธิการนี้นะครับ แล้วก็ให้หน่วยงานบริหารประปาตั้งงบประมาณเพิ่มขึ้น สำหรับการตรวจคุณภาพน้ำประปา ให้หน่วยงานบริหารประปาส่งผลตรวจน้ำด้วยชุดตรวจ ภาคสนามอย่างง่ายของกรมอนามัย แล้วถ้าผ่านเกณฑ์ภายใน ๓ ปี จะต้องส่งตรวจพัฒนา คุณภาพน้ำประปาดื่มได้ให้ได้ครับ แล้วข้อสุดท้ายให้ อปท. จัดให้มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ ด้านประปาอย่างชัดเจน แล้วก็ตราข้อบัญญัติท้องถิ่นเกี่ยวกับการบริหารกิจการประปาครับ🔗

ปัญหาถัดไปเป็นปัญหาเกี่ยวกับกระบวนการผลิต เป็นปัญหาเรื่องน้ำประปา คุณภาพต่ำ เนื่องจากแรงดันในท่อประปาต่ำ ถ้าทุกท่านเห็นกราฟทางซ้ายมือภาพทาง ซ้ายมือจะเป็นเกณฑ์แรงดันของประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ถ้าเกิดว่าเกณฑ์แรงดันต่ำกว่า ๑๔ เมตร เขาถือว่าแรงดันขั้นต่ำเป็นแรงดันต่ำในทุกกรณี ก็คือถือว่าระบบเริ่มจะสูญเสียแล้ว แต่ว่าเรามาดูเทียบกันกับกรอบทางด้านขวาอันนี้ คือเกณฑ์แรงดันเป็นค่าเคพีไอของแรงดันปัจจุบันของการประปานครหลวงเราจะเห็นว่า ไปจนถึงปี ๒๕๗๐ เรามีเป้าหมายแรงดันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ ๕ เมตร ก็คือปัจจุบันนี้ การประปานครหลวงมีเกณฑ์แรงดันแต่เกณฑ์นี้อยู่ในระดับต่ำ แล้วก็ในประปาท้องถิ่น หรือประปาหมู่บ้านไม่มีเกณฑ์ครับ ซึ่งแรงดันนี้จะมีปัญหาอย่างไรครับ เนื่องจากถ้าเรามาดู ภาพนี้โดยรวมถ้าเกิดว่าเรามีโรงผลิตประปาที่ได้มาตรฐานแบบภาพทางซ้ายมือในขั้นตอน การขนส่งอาจจะทำให้น้ำผลิตที่ได้คุณภาพเกิดการปนเปื้อนในระบบขนส่ง แล้วก็ทำให้ ประชาชนต้องซื้อถังพักน้ำแล้วก็ระบบปั๊มน้ำเอง ซึ่งปัญหานี้ก็จะทำให้เกิดการปนเปื้อน เพราะว่าการปนเปื้อนส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นที่บ้านเรือนของประชาชนมันเกิดจากภาระ ที่ประชาชนจะต้องทำการซื้อปั๊มและถังพักน้ำเอง ซึ่งประเทศอื่น ๆ ในโลกที่ทำระบบ น้ำประปาดื่มได้ประชาชนจะไม่ต้องแบกรับภาระปัญหาเหล่านี้นะครับ🔗

แนวทางการแก้ไขสำหรับเรื่องนี้เราจะเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ กำกับกิจการประปาครับ เพื่อกำหนดเกณฑ์แรงดันขั้นต่ำในระบบประปาและกำหนดราคา ค่าน้ำต้นทุนจากกระบวนการผลิตที่แท้จริง แล้วก็มีหน้าที่ในการกำหนดเกณฑ์น้ำสูญเสีย แบบสากลอย่าง เช่น ดัชนี ILI🔗

ปัญหาถัดไปเป็นปัญหาเรื่องกระบวนการจ่ายน้ำเป็นปัญหาน้ำไหลอ่อน เนื่องจากท่อแตกรั่ว จากข้อมูลที่ได้รวบรวมมาท่อพีวีซีที่มีการใช้งานมากที่สุดในประเทศไทย จากข้อมูลเบื้องต้นมีอัตราการแตกสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานในต่างประเทศอยู่ถึง ๓ เท่าตัว แล้วการแตกของท่อบริการทั่วไปสูงกว่ามาตรฐานในต่างประเทศถึง ๑๖ เท่าตัว เราจะเห็นว่า เลขตรงนี้มันไม่ใช่ตัวเลขที่เป็นปกติก็แสดงว่ามันจะต้องมีการควบคุมเกณฑ์ขึ้นมานะครับ ไปที่สไลด์ถัดไปได้เลยครับ🔗

แนวทางแก้ไขเราจะให้คณะรัฐมนตรีมีมติเกี่ยวกับการกำหนดระยะเวลา ที่ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่อการชำรุดบกพร่องของการรับเหมาก่อสร้างเฉพาะงานประปา ก็คือเสนอให้ขยายงานประกันงานวางท่อจากปกติ ๒ ปีอาจจะเพิ่มเป็น ๕ ปีหรือ ๑๐ ปีครับ แล้วแนวทางแก้ไขข้อ ๒ เสนอให้มีการพิจารณาปรับปรุงมาตรฐานการออกแบบระบบประปา ทุกชนิด รวมถึงท่อประปาทั้งมาตรฐานงานก่อสร้างแล้วก็มาตรฐานการตรวจรับและการซ่อม บำรุงครับ🔗

ปัญหาถัดไปเป็นปัญหาเรื่องในกระบวนการจ่ายน้ำเป็นปัญหาเรื่องน้ำสูญเสีย ในกราฟทั้ง ๒ แท่ง ในด้านซ้ายจะเป็นการเปรียบเทียบค่าน้ำสูญเสีย ในกรอบสี่เหลี่ยมสีแดง คือระบบประปาที่เป็นระบบประปาเป็นโครงข่ายในประเทศไทยเทียบกับโครงข่ายในประเทศอื่น เราจะเห็นจากกราฟบนว่าถ้าเราใช้ดัชนีตัวชี้วัดน้ำสูญเสียเป็นเปอร์เซ็นต์น้ำสูญเสียหรือเป็น ร้อยละ ดัชนีประปาในประเทศไทยไม่ได้ดูแย่กว่าประเทศอื่นก็คืออาจจะมีระดับที่พอ ๆ กัน แต่จากภาพล่างก็จะเห็นว่าถ้าหากเราใช้เกณฑ์ดัชนีน้ำสูญเสียสากล อย่างเช่น Infrastructure Leakage Index ซึ่งมีการเอา Factor แรงดันเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนะครับ เราจะเห็นว่ามีพื้นที่ หลาย ๆ พื้นที่ในประเทศไทยที่ค่าสูงกว่าที่ควรจะเป็นสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานไปมาก เพราะฉะนั้นการเลือกเกณฑ์มีผลต่อการเลือกมาก เราก็เลยเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ และพิจารณาเรื่องเกณฑ์ใหม่ครับ🔗

แนวทางแก้ไขก็คือกำหนดเกณฑ์ตั้งเป้าหมายน้ำสูญเสียแบบสากล เช่น ตั้งเกณฑ์ ILI แล้วก็เราจะเสนอให้ สถ. อปท. จัดตั้งทีมสำรวจท่อแตกท่อรั่วแล้วติดตั้งมาตรวัด น้ำประปาแล้วก็จัดทำสมดุลน้ำนะครับ เพราะว่าหลาย ๆ พื้นที่ยังไม่ได้มีการจัดทำสมดุลน้ำ โดยจะให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลแล้วก็มหาวิทยาลัยเป็นผู้สนับสนุนด้านเทคนิค เรื่องถัดมา เป็นปัญหากฎเกณฑ์ในมาตรฐานประปา ประเด็นหลัก ๆ ในเรื่องนี้คือเรื่องเกี่ยวกับหน่วยงาน การกำกับมาตรฐานและคุณภาพการให้บริการน้ำประปา ก็คือปัจจุบันนี้สำนักงาน คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ สคร. เป็นผู้กำหนดเกณฑ์สำหรับการประเมินของ กปน. และ กปภ. แต่ว่ายังไม่มีหน่วยงานที่กำกับดูแลเป็นผู้ประเมินกิจการประปาท้องถิ่น แล้วประปาหมู่บ้านครับ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดูแลเฉย ๆ แต่ว่ามีภารกิจ ประกอบด้วยหลายด้าน แต่ว่าเกณฑ์สำหรับกิจการประปาต้องดูบริบทหลายอย่างตั้งแต่ ต้นทุนน้ำ คุณภาพน้ำ มาตรฐานแรงดัน มาตรฐานงานก่อสร้างและการรั่วไหล ซึ่งหน่วยงาน ที่ควบคุมต้องมีความเชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรม ด้านระบบผลิต ด้านระบบจ่ายน้ำ ด้านคุณภาพน้ำและด้านเศรษฐศาสตร์แล้วก็เกณฑ์สำหรับกิจการประปาควรจะต้องแตกต่าง กันออกไปตามแต่ละบริบทของแต่ละพื้นที่ ซึ่งแนวทางแก้ไขของคณะอนุกรรมาธิการเสนอให้ จัดตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการประปาสอดคล้องกับข้อข้างบนเบื้องต้นเพื่อทำหน้าที่กำกับ มาตรฐานสำหรับกิจการประปาทุกประเภทครับ สไลด์ถัดไปครับ🔗

เรื่องกฎเกณฑ์มาตรฐานนะครับ เราจะเห็นว่าจากทางซ้ายมือ กราฟทาง ซ้ายมือนี้เป็นกราฟของแรงดันขั้นต่ำในประเทศต่าง ๆ ซึ่งเราจะรู้ว่าปัจจุบันนี้เรายังไม่มีเกณฑ์ แรงดันขั้นต่ำเลยซึ่งแรงดันขั้นต่ำในแต่ละประเทศจากที่สำรวจมาคืออย่างต่ำ ๑๔ เมตรขึ้นไป แต่ว่าปัจจุบันนี้เรายังไม่มี ดังนั้นเราจะเสนอให้มีการเปลี่ยนเกณฑ์แรงดันเฉลี่ยในระบบ ท่อประปาเป็นเกณฑ์แรงดันขั้นต่ำในทุกช่วงเวลาหรือที่เรียกว่า Minimum Pressure Criteria ตามมาตรฐานสากลนะครับ ส่วนภาพทางขวาเป็นเกณฑ์ประเมินน้ำสูญเสีย แบบสากลที่เรียกว่า Infrastructure Leakage Index หรือว่า ILI เราจะเสนอให้ใช้เกณฑ์ มาตรฐานนี้ตามมาตรฐานสากลครับ แล้วก็สไลด์ถัดไปนะครับ ปัญหาเรื่องกฎเกณฑ์มาตรฐาน ในระบบประปาเหมือนกัน เลือกเป็นความน่าเชื่อถือของข้อมูลสำหรับการประเมินเคพีไอ ปัจจุบันนี้ข้อมูลที่หน่วยงานประปารายงานต่อ สคร. มาจากหน่วยงานภายในของการประปาเอง แต่ว่าไม่มีหน่วยงานภายนอกเข้าไปตรวจสอบเรื่องความน่าเชื่อถือของการตรวจวัดหรือ การเก็บข้อมูล แนวทางแก้ไขก็คือให้จัดตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการประปาโดยที่ คณะกรรมการนี้จะต้องเป็นผู้ที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับกิจการประปาโดยที่ทำหน้าที่กำหนด วิธีการซึ่งได้มาในข้อมูลสำหรับการประเมินเคพีไอ สไลด์ถัดไปครับ🔗

ปัญหาเรื่องข้อมูลระบบประปาและบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ปัจจุบันปัญหาในด้านนี้ก็คือเรายังขาดแคลนการรวบรวมข้อมูลและการบูรณาการข้อมูล แนวทางการแก้ไขคือให้หน่วยงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับทำการรวบรวมข้อมูล และให้ สทนช. ทำศูนย์วิเคราะห์และแก้ไขปัญหาของระบบประปาท้องถิ่นและประปา หมู่บ้านครับ ข้อ ๒. คณะอนุกรรมาธิการได้จัดทำแบบสอบถามเบื้องต้นสำหรับการรวบรวม ข้อมูลประปาโดยที่ในเล่มรายงานนี้จะอยู่ที่ภาคผนวก ค นะครับ โดยอาจจะเพิ่มคำถาม เกี่ยวกับด้านการบริหารกิจการประปาเพิ่มเติมด้วยครับ ถัดไปนะครับ🔗

เรื่องเกี่ยวกับการขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญครับ แนวทางแก้ไขเราเสนอให้ สถ. ได้อบรมความรู้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ในการแก้ไขปัญหาระบบประปาต่าง ๆ โดยที่เราจะต้องกำหนดเคพีไอของการอบรมรวมทั้ง สนับสนุนเครื่องมือต่าง ๆ สำหรับการแก้ปัญหาให้เพียงพอครับ โดยที่กรมอนามัยและ กรมควบคุมมลพิษ กปน. กปภ. และมหาวิทยาลัยเป็นองค์กรที่ช่วยในการสนับสนุน เรื่องความรู้ครับ ข้อ ๒.๖ ปัญหาเรื่องการบริหารจัดการต้นทุนและโครงสร้างราคาน้ำประปา ปัญหาเรื่องต้นทุนนะครับ ภาพด้านซ้ายคือตัวอย่างของการจำแนกรายละเอียดของต้นทุน การผลิตประปาของ กปภ. แต่ว่าปัจจุบันนี้การประปาท้องถิ่นหรือประปาหมู่บ้านไม่ได้จัดทำ รายการนี้ ดังนั้นเราไม่รู้ว่าราคาประปาที่มากขึ้นหรือว่าควรจะขายที่ราคาเท่าไรครับ🔗

สำหรับการแก้ปัญหานะครับ เราเสนอให้กรมบัญชีกลางมีการควบคุมราคา สารเคมีที่ใช้ในการผลิตน้ำประปานะครับ ให้ผู้ประกอบกิจการประปาต้องทำบัญชีควบคุม ต้นทุนการผลิต ให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้แก่หน่วยงานที่ประกอบ กิจการประปาแล้วก็ให้มีการทบทวนกฎหมายจัดสรรน้ำ สุดท้ายให้ผู้ดูแลระบบประปาต้องมี ใบอนุญาตและวุฒิรับรองความสามารถครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ก็ขออนุญาตเป็นทางสมาชิกได้ซักถามกรรมาธิการนะครับ ต้องชื่นชม กรรมาธิการท่านทำได้ละเอียดมากนะครับ แล้วก็ท่านอ่านได้รายละเอียดด้วยนะครับ เมื่อสักครู่ผมก็อ่านตามท่านอยู่ ขอบคุณมากครับ ก็เรียงตามนี้นะครับ เริ่มจากท่านนิพนธ์ คนขยัน ท่านชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล ต่อด้วยท่านกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ๓ ท่านก่อน เชิญท่านนิพนธ์ครับ ขออภัยท่านสมาชิกครับเนื่องจากว่าลงชื่อกันไว้จะ ๓๐ ท่านแล้วนะครับ ก็เอาท่านละ ๕ นาทีนะครับ และท่านไหนประเด็นซ้ำผมขออนุญาตนะครับ เชิญท่านนิพนธ์ครับ🔗

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตร่วมอภิปรายรายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติเรื่องการ บริหารจัดการและแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำบาดาลและน้ำประปาทั้งระบบ ท่านประธานครับ ฟังท่านประธานคณะกรรมาธิการและประธานอนุกรรมาธิการและดูในรูปเล่มที่ท่านทำมา ก็ต้องกราบขอบคุณครับ ถือว่าสุดยอดนะครับ ทั้งปัญหา ทั้งวิธีการแก้ไข แนวทางการแก้ไข ครบทุกกระบวนการ แต่เพียงอยากจะเพิ่มเติมนิดหนึ่งครับท่านประธาน วันนี้ที่ฟังท่านสรุป มานั้นก็ครบแล้ว จบได้แล้ว แต่จะสะท้อนให้เห็นว่าวันนี้ปัญหาน้ำสำคัญยิ่งครับ น้ำคือชีวิต คนเราขาดน้ำไม่ได้เลย โดยเฉพาะปัญหาน้ำประปา น้ำบาดาล วันนี้กับในอดีตมันต่างกัน คนละอย่าง แต่ก่อนเราสามารถเอาน้ำบ่อมากินมาดื่มได้สบาย วันนี้ต้องเปิดขวดอย่างเดียว เปิดก๊อกอย่างเดียวครับท่านประธาน อย่างที่ฟังท่านกรรมาธิการ ท่านประธานอนุกรรมาธิการ ท่านประธานกรรมาธิการ ท่านอาจารย์จากสถาบันเรื่องน้ำโดยเฉพาะพูดนี่ครบแล้ว ปัญหา น้ำขุ่น น้ำไม่เพียงพอ แต่สรุปสั้น ๆ ครับท่านประธาน วันนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีทั่วประเทศที่เรากระจายอำนาจให้ท้องถิ่นได้ขับเคลื่อนแก้ปัญหาของตัวเอง เพียงแต่ปัญหา วันนี้ที่ขาดแคลนทุกอย่างถ้าจะให้แก้ฉับไวฉับพลันทันใดนั้นท้องถิ่นต้องมีงบประมาณครับ โดยเฉพาะเขารู้ดี ท่านรู้ดีว่าหมู่บ้านของท่าน ชุมชนของท่าน ตำบล อำเภอ ของท่านอยู่ ท่านรู้ดีกว่าคนอื่น เพียงแต่ว่าถ้ามีงบประมาณไม่ต้องรอยากครับ วันนี้ก็เพียงว่าก็สะท้อนว่า รัฐบาลของพวกผมนี่ละครับท่านประธาน กับปฏิเสธไม่ได้เดี๋ยวอนาคตถ้าเศรษฐกิจดีรัฐบาล รวยหาเงินเข้าประเทศได้ดี ทำมาค้าขายได้ดี รัฐบาลมีเงินมาก ๆ คงคิดว่าน่าจะจัดสรร งบประมาณให้ท้องถิ่นไปแก้ปัญหาของท้องถิ่นตัวเอง ก็ขอบคุณท่านประธานกรรมาธิการ ท่านคณะกรรมาธิการ ท่านประธานอนุกรรมาธิการ สุดยอดครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล เชิญครับ🔗

นายชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล นครปฐม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๖ พรรคประชาชน ผู้แทนจากพี่น้องชาวสามพราน วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย รายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติเรื่องการบริหารจัดการและแนวทางการแก้ไขปัญหา น้ำบาดาลและน้ำประปาทั้งระบบ โดยรายงานฉบับนี้ได้มีเนื้อหาเกี่ยวกับกรณีศึกษา น้ำประปาดื่มได้ที่เทศบาลตำบลอาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเมื่อถ้าเรา Scan QR Code เข้าไปแล้วจะเห็นได้ว่ามีเนื้อหามากถึง ๑๓๒ หน้าด้วยกัน ทำให้ผมนั้นย้อนนึกถึงเหตุการณ์ เมื่อวันพุธที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ที่คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้กลับเข้าสู่รัฐสภาอีกครั้ง ในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนกว่า ๘๐,๐๐๐ คน เพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๔ ฉบับปลดล็อกท้องถิ่น เพื่อกระจายอำนาจคืนสู่ประชาชนและปฏิรูประบบราชการ รวมศูนย์ ในวันนั้นคุณธนาธรได้เริ่มต้นการอภิปรายด้วยการโชว์น้ำประปาแบบนี้เลยครับ แต่น่าเสียดายว่าในวันนั้นสีของน้ำไม่ใช่สีแบบนี้ ในวันนั้นน้ำประปาเป็นสีขุ่นจากจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมกับอธิบายว่าปัญหาของพื้นที่นี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขและชวนตั้งคำถามว่าทำไม คนกรุงเทพฯ ถึงมีสิทธิเข้าถึงน้ำประปาที่ใสสะอาดได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมงต่อวัน ขณะที่ คนต่างจังหวัดกลับไม่เคยได้รับสิทธินั้น เมื่อพูดถึงคนต่างจังหวัด จังหวัดแรกที่ผมนึกถึงเลย คือจังหวัดนครปฐมบ้านเกิดของกระผมเอง เนื่องจากในช่วงเวลา ๑ ปีที่ผ่านมาพื้นที่ จังหวัดนครปฐมเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการที่น้ำประปามีสีขุ่นมาก หลายหลังคาเรือนในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นในเขตอำเภอสามพราน อำเภอบางเลน หรือแม้กระทั่งในเขตพื้นที่ใจกลางเมืองอย่างในเขตเทศบาลนครนครปฐม ย้ำอีกครั้งนะครับ เขตเทศบาลนครนครปฐม พอเวลาเกิดน้ำขุ่นจะมีทั้งกลิ่น มีทั้งฟอง แล้วก็มีตะกอนตกค้าง บางรายแพ้น้ำผื่นขึ้นเต็มขา อาบน้ำแล้วเกิดอาการคัน สระผมก็เกาจนเป็นแผล จนมีคำถาม จากพี่น้องชาวนครปฐมฝากมาถึงสภาฝากมาถึงสภาแห่งนี้ว่านี่น้ำประปาหรือน้ำคลองกันแน่ วันนี้ผมจึงมีข้อเสนอฝากไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองโดยเฉพาะรัฐบาลกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำว่าในขณะนี้ เรากำลังเผชิญกับความท้าทายด้านการบริหารจัดการน้ำอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศการลดลงของพื้นที่ป่าไม้ การขยายตัวของชุมชนเมือง การเพิ่มขึ้นของพื้นที่ อุตสาหกรรม และการใช้สารเคมีในภาคการเกษตรซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อทั้งปริมาณ และคุณภาพของน้ำ ในขณะที่ความต้องการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคนั้นยังคงมีแนวโน้ม ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง🔗

จากเหตุผลดังกล่าวนี้เมื่อปี ๒๕๖๖ ที่ผ่านมาผมจึงได้เคยหาเสียงเรื่องนโยบาย น้ำประปาดื่มได้ทุกพื้นที่ ซึ่งเป็นหนึ่งในชุด ๓๐๐ นโยบายเปลี่ยนประเทศของพรรคก้าวไกล ณ เวลานั้น ว่าถ้าหากเราได้เป็นรัฐบาลจะออกกฎหมายควบคุมมาตรฐานคุณภาพน้ำประปา และปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำประปาทั่วประเทศ พร้อมทั้งอุดหนุนงบประมาณเป็นแผนระยะ ยาวถึง ๘ ปีด้วยกัน โดยวางเป้าหมายที่จะให้พี่น้องประชาชนสามารถดื่มน้ำสะอาดจากก๊อกน้ำ ได้ภายในระยะเวลา ๑๐ ปีนับแต่วันที่เราเป็นรัฐบาล วันนี้ผมจึงเห็นด้วยกับข้อเสนอแนะ เชิงนโยบายของรายงานฉบับนี้ที่ทางคณะกรรมาธิการได้เสนอมา ที่ได้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการกำกับกิจการประปาเพื่อกำหนดมาตรฐานและกำกับดูแลการให้บริการพร้อมทั้ง ปรับปรุงระเบียบของกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารกิจการและการบำรุงรักษา ระบบประปาหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๔๘ และจัดตั้งหน่วยซ่อมเคลื่อนที่เร็ว และหน่วยตรวจสอบ คุณภาพในภาพรวมของประเทศ อีกทั้งสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในการบริหารจัดการระบบประปา รวมถึงกำหนดแผนการพัฒนาระบบประปาเป็น ๔ ระดับ ดังนี้ครับ🔗

ระดับที่ ๑ พัฒนาให้มีระบบประปาสำหรับพื้นที่ที่ยังไม่มี🔗

ระดับที่ ๒ ซ่อมบำรุงรักษาระบบประปาที่มีอยู่ให้สามารถใช้งานได้🔗

ระดับที่ ๓ พัฒนาให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพระดับน้ำประปาหมู่บ้าน🔗

ระดับที่ ๔ ยกระดับให้เป็นน้ำประปาดื่มได้🔗

หากดำเนินการตามข้อเสนอแนะดังกล่าวแล้วผมมั่นใจว่าจะสามารถช่วยยกระดับ คุณภาพการให้บริการน้ำประปาของประเทศไทย และนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนา ที่ยั่งยืนด้านการบริหารจัดการน้ำได้อย่างแน่นอน จากทั้งหมดที่ผมได้กล่าวมานี้ผมจึงเห็นด้วย กับรายงานและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับท่านกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล เชิญครับ🔗

นางสาวกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ระยอง

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง เขต ๑ ตำบลห้วยโป่ง มาบตาพุด ทับมา เนินพระ น้ำคอก นาตาขวัญ บ้านแลงและตำบลตาขัน ดิฉันขอมีส่วนร่วมการอภิปรายรายงานผลการพิจารณาศึกษา การบริหารจัดการ และแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำบาดาลและน้ำประปาทั้งระบบ ซึ่งในรายงานเล่มนี้ที่เสนอต่อสภานี้ได้ศึกษาปัญหาการจัดการน้ำประปาไว้อย่างครบถ้วนเลยค่ะ ท่านประธาน ทำให้เราเห็นสถานการณ์ภาพรวมของประเทศไทย เห็นความต้องการน้ำ แหล่งน้ำดิบ รวมถึงกระบวนการผลิต การจ่ายน้ำ มาตรฐานและกฎเกณฑ์ที่ใช้ แล้วก็ข้อมูล ระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่นำมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำบาดาลและน้ำประปา ซึ่งทาง คณะอนุกรรมาธิการก็ได้ให้ความเห็นไว้อย่างครบถ้วนสำหรับการจัดการคุณภาพน้ำประปา ทั้งการประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาคและการประปาท้องถิ่น การประปาหมู่บ้าน ต่าง ๆ นอกจากนี้ก็ยังได้มีการยกตัวอย่างกรณีศึกษา แล้วก็มีการสำรวจปัญหาระบบประปา ท้องถิ่นกว่า ๕,๐๐๐ แห่งไว้ด้วย ซึ่งดีมาก ๆ เลยค่ะท่านประธาน โดยเฉพาะการสำรวจ คุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านแต่ละจังหวัดค่ะ ทำให้ดิฉันได้เห็นตัวอย่างข้อมูลของจังหวัดระยอง เป็น ๑ ตัวอย่างของผลการเฝ้าระวังน้ำประปาหมู่บ้าน กรมอนามัย ปี ๒๕๖๔ ถึงปี ๒๕๖๖ พอมาไล่ดูในแต่ละจังหวัดแล้วดิฉันเห็นจังหวัดระยองแล้วก็รู้สึกสะท้อนใจเล็กน้อยค่ะ ท่านประธาน จังหวัดระยองเฝ้าระวังน้ำประปาหมู่บ้านจำนวนที่ตรวจ ๒๓ แห่ง แต่ว่าจำนวน ที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามัย ๐ แห่ง ตรงนี้ก็จะเป็นสิ่งที่สะท้อนคุณภาพชีวิตของ ประชาชนได้เลยว่าชาวระยองนี่อยู่ในพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกคุณภาพไม่ได้ พิเศษเลยค่ะท่านประธาน เข้าใจว่าที่ผ่านมาการประปาหมู่บ้านเองอาจจะไม่ได้มีการควบคุม คุณภาพอย่างจริงจัง อาจจะติดขัดในเรื่องของงบประมาณ ติดขัดในเรื่องของบุคลากร ที่มีความรู้ความสามารถ หรือแม้แต่ติดขัดในเรื่องเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ต่าง ๆ แต่เมื่อ รายงานเล่มนี้ได้เสนอต่อสภาแล้ว ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและท้องถิ่น ที่ดูแลในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำประปาจะได้นำข้อเสนอแนะของทางคณะอนุกรรมาธิการ ที่ได้ศึกษาไว้ไปปรับปรุงแล้วก็ดำเนินการเพื่อพัฒนาคุณภาพน้ำประปาต่อไปนะคะ แล้ววันนี้ดิฉันก็อยากจะสะท้อนอีกปัญหาหนึ่งนะคะ ซึ่งในรายงานเล่มนี้ไม่ได้มีรายละเอียดไว้ นั่นก็คือปัญหาท่อแตก แล้วก็การแก้ไขป้องกันปัญหาท่อแตกโดยที่เกิดจากปัจจัยภายนอก คือในรายงานได้ศึกษาไว้เพียงสาเหตุจากเป็นปัจจัยภายใน ก็คือสาเหตุจากอายุการใช้งาน ของท่อ แรงดันน้ำที่มากเกินไป การควบคุมมาตรฐานการวางท่อ หรือเพิ่มอายุรับประกันของ ผู้รับจ้างเพื่อป้องกันปัญหาท่อแตก แต่ว่ายังมีปัจจัยภายนอกที่เราพบเจอกันบ่อย ๆ อย่างเช่น การขุดถนน การสร้างทาง ไม่ว่าจะเป็นของทางหลวงก็ดี ของท้องถิ่น หรือแม้แต่ผู้รับเหมา ที่มาขุดทำท่อทำถนน ขุดทีท่อแตกทีท่านประธาน เมืองระยองเจอปัญหาแบบนี้บ่อยมาก เลยนะคะ สร้างผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนอย่างมากเลยค่ะ เพราะว่าท่อแตก ทีหนึ่งกว่าจะดำเนินการซ่อมแล้วเสร็จบางทีประชาชนเขารอถึง ๓-๔ วันเลยค่ะ ไม่พอนะคะ ท่านประธาน พอซ่อมเสร็จแล้วน้ำไหลเข้าระบบจ่ายน้ำให้ประชาชนแล้วน้ำก็ยังขุ่นอยู่ค่ะ ต้องเปิดน้ำทิ้งไปอีกนะคะ เสียน้ำอีกจำนวนมากกว่าน้ำจะใส บางทีขุ่นแล้วขุ่นเลยค่ะ เพราะว่าน้ำมีตะกอนดินค้างอยู่ในท่อเป็นจำนวนมาก🔗

ปัญหาอีกอย่างหนึ่งในเมืองระยองค่ะท่านประธาน ก็คือการประปาส่วนภูมิภาคนี้ ได้ให้สัมปทานกับบริษัทเอกชนบริหารจัดการน้ำประปาในเขตเมือง ฟังแล้วเหมือนดีใช่ไหมคะ แต่ปัญหาที่เราเจอไม่ว่าจะเป็นประปาไม่ไหล น้ำไหลอ่อน หรือน้ำประปาขุ่นก็ยังเกิดขึ้นประจำ แม้ว่าเราจะเชื่อว่าบริษัทมีความรู้ความสามารถมีเทคโนโลยีมาบริหารจัดการได้แต่ปัญหา เหล่านี้ไม่เคยลดลงเลยค่ะ พอเกิดปัญหาขึ้นมาการประปาก็ไม่สามารถเข้าไปจัดการได้ก็ต้อง ให้บริษัทที่สัมปทานดำเนินการ แม้ตอนนี้เองทางดิฉันแล้วก็ สส. กฤช ศิลปะชัย ได้มี การหารือกับทางการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดระยอง ตั้งกลุ่ม LINE มาเพื่อที่จะส่งต่อเรื่อง ร้องเรียนเหล่านี้ให้ทางการประปาแล้วก็บริษัทได้แก้ไข เขาก็ดำเนินการแก้ไขได้อย่างรวดเร็วค่ะ แต่ว่าเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้านะคะ แก้ไขทีละเคส ๆ ไป ก็อยากจะให้การประปา มีการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำประปาอย่างยั่งยืน กลับมาเรื่องท่อแตกอีกนิดเดียวค่ะ ท่านประธาน คือดิฉันอยากจะให้ทางคณะอนุกรรมาธิการได้มีทางออกหรือว่าข้อเสนอแนะ ให้กับการประปาในเรื่องของการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาท่อแตกจากปัจจัยภายนอก อาจจะเป็นการบูรณาการร่วมกัน ทำงานร่วมกันในการวางผังท่อหรือเปิดเผยแนวท่อให้เป็น สาธารณะ หรือแม้แต่การที่ให้ผู้ที่ทำท่อแตกมาชดเชยความเสียหายในการกระทำนั้น ๆ ด้วย เพื่อที่จะได้ลดความถี่ของปัญหาท่อแตกลงได้บ้าง🔗

สุดท้ายนี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันขอขอบคุณท่านประธานนะคะ แล้วก็ขอบคุณ คณะกรรมาธิการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่ได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อศึกษา ปัญหาน้ำบาดาลแล้วก็น้ำประปาทั้งระบบซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการน้ำนะคะ แล้วก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้นำไปดำเนินการต่อไป ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านกิตติภณ ปานพรหมมาศ ต่อด้วยท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ แล้วต่อด้วยท่านเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชิญท่านกิตติภณ ปานพรหมมาศ ก่อนครับ🔗

นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ นครปฐม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม กิตติภณ ปานพรหมมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๔ พรรคประชาชนครับ ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมทางอนุกรรมาธิการที่ได้ศึกษารายงานฉบับนี้ ในการบริหารจัดการและแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำบาดาลและน้ำประปาทั้งระบบ อย่างครบถ้วนสมบูรณ์นะครับ แล้วก็จริง ๆ ทางกรรมาธิการ ตัวผมเองก็อยู่ในกรรมาธิการ บริหารจัดการทรัพยากรน้ำครับ ก็มีคำถามก่อนที่จะตั้งอนุกรรมาธิการนี้ขึ้นมา มีคำถาม หลายประเด็นที่ต้องการคำตอบเช่นกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาแหล่งน้ำดิบที่ก่อนหน้านี้ครับ ก็ต้องบอกว่าการขุดบ่อบาดาล โดยเฉพาะในพื้นที่ อปท. ก็นิยมการจัดจ้างโดยเอกชนทั่วไป เข้าไปสำรวจแล้วก็ขุดเจาะโดยไม่ได้คำนึงถึงปริมาณน้ำที่พบ เป็นการขุดเจาะแค่ชั้นน้ำทั่วไป เมื่อไม่ได้มีการวิเคราะห์ปริมาณน้ำในบ่อใต้ดินแล้วก็ความคุ้มทุนในงบประมาณที่ขุดเจาะไป ก็เหมือนการซื้อหวยครับ เจอบ่อใหญ่ก็โชคดีไป เจอบ่อเล็กก็ต้องขุดเจาะใหม่ ไม่รวมถึงฝีมือ ของช่างในการขุดเจาะนะครับ ทั้งนี้ทางอนุกรรมาธิการก็ได้ทำข้อสรุปอยู่ในรายงานฉบับนี้ อยู่ส่วนหนึ่งที่ว่าด้วยเรื่องผลการศึกษาในเล่มนี้ก็ได้พูดถึงการเพิ่มศักยภาพของพื้นที่ น้ำบาดาล เพราะว่าเราจำเป็นที่ต้องใช้ข้อมูลจากระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์จีไอเอสที่มี เขียนไว้ในนี้ด้วยนำมาประกอบ รวมถึงแผนที่ศักยภาพน้ำบาดาลนะครับนำมาประกอบ เพื่อวิเคราะห์การพัฒนาแหล่งน้ำ โดยเฉพาะน้ำที่อยู่ในชุมชนในพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่ น้ำบาดาลอย่างอำเภอบางเลน อำเภอดอนตูม แล้วก็อำเภอกำแพงแสนในตำบลสระพัฒนา และตำบลห้วยม่วงพื้นที่ของผมเองนะครับ🔗

ส่วนอีกคำถามหนึ่งครับที่ได้การตอบรับกลับมาก็คือปัญหาเกี่ยวกับโครงข่าย การผลิต ก็อย่างที่บอกกันคือในพื้นที่ของผมเอง ไม่ว่าจะอยู่ในจังหวัดนครปฐม แต่ก็จะเป็น พื้นที่น้ำประปาบาดาล แล้วก็มีประปาหมู่บ้านหลาย ๆ ที่นะครับ หลาย ๆ ที่ก็คือเราไม่ได้มี งบประมาณในการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ในการซ่อมแซม ทำความสะอาด รวมถึง การบำรุงรักษาท่อส่งต่าง ๆ เลย ทางอนุกรรมาธิการก็ได้ตอบชัดเจนครับในรายงานเล่มนี้ ที่มีข้อกำหนดไว้ว่ามันเป็นข้อสังเกตหนึ่งที่มีความจำเป็นที่จะต้องจัดกลุ่มของการแก้ไขปัญหา ระบบน้ำประปาที่ว่ามีกลุ่มจำเป็นที่ต้องบำรุงรักษา ซึ่งผมก็เห็นว่ามีความสำคัญมาก ๆ แล้วก็ จำเป็นอย่างยิ่งครับที่เราต้องมาร่วมกันเพิ่มงบประมาณส่วนนี้ในการแก้ไขปัญหาน้ำประปา หมู่บ้านอย่างจริงจังเสียที รวมถึงปัญหาในพื้นที่ของผมก็ระบบท่อที่เป็นปัญหาหลัก ๆ เลย ท่อประปาหมู่บ้านนั้นส่วนใหญ่ก็จะใช้ระบบท่อพีวีซีซึ่งไม่เหมาะกับการฝังใต้ดินเลย แล้วก็ยังมีบางส่วนใช้ท่อเหล็กเสียด้วยซ้ำ ถ้าหากมองไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำ อีกหน่วยงานหนึ่งที่มีความสำคัญคือการประปาส่วนภูมิภาค ซึ่งท่านรองผู้ว่าการประปา ก็อยู่ในอนุกรรมาธิการชุดนี้ ผมก็อยากจะเรียนแจ้งข้อหนึ่งคือไม่ใช่ว่าพี่น้องที่อยู่ในชนบท ไม่ได้อยากใช้น้ำที่มีคุณภาพ แต่เพราะว่าราคาอยู่ที่ประมาณ ๑๕-๒๐ บาทต่อหน่วย โดยประมาณ มันค่อนข้างแตกต่างครับไม่สามารถดึงดูดให้กับชาวบ้านที่ใช้น้ำประปาหมู่บ้าน ที่มีราคาหน่วย ๔-๕ บาทต่อหน่วยเท่านั้น อันนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งครับที่การประปา ยังไม่สามารถขยายฐานบริการในพื้นที่ได้นะครับ อย่างที่บอกเราอยากนำเสนอคือประชาชน ก็อยากใช้น้ำที่ดีมีคุณภาพ ทั้งนี้ในหนังสือเล่มนี้ ในรายงานเล่มนี้ก็พูดถึงความสำคัญ ของประปาหมู่บ้าน การซ่อมแซมต่าง ๆ ด้วย รวมไปถึงอย่างที่บอกคือทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ได้รับ ข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณในการอุดหนุนเฉพาะกิจในการก่อสร้างและปรับปรุงประปา ในหมู่บ้าน ควรจะจัดสรรให้เหมาะสมกว่านี้ ก็เห็นด้วยเห็น ตรงกันครับ ผมเห็นว่าตลอด ๓ ปี ที่ผ่านมางบอุดหนุนในส่วนนี้ลดลงทุกปีตามลำดับ เราจำเป็นอย่างยิ่งครับแล้วก็อย่างที่ กล่าวมาทั้งหมดผมสนับสนุนแล้วก็เห็นด้วยว่ากรรมาธิการชุดนี้ แล้วก็หนังสือที่พิจารณาอันนี้ จำเป็นที่จะต้องนำไปส่งต่อให้กับหน่วยงานที่มีความสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาและ นำไปพิจารณาและแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำจริง ๆ ผมขอสนับสนุนการศึกษาของอนุกรรมาธิการ ชุดนี้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ครับ🔗

นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๗ อำเภอลำลูกกา หนองเสือ และธัญบุรี ท่านประธานครับ น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ควรเป็น สิทธิขั้นพื้นฐานของปวงชนชาวไทยนะครับ แต่ทุกวันนี้น้ำประปาก็ขุ่น ไหลบ้างไม่ไหลบ้าง ในหลายพื้นที่ พูดถึงอากาศเราก็เจอฝุ่นพิษ ฝุ่น PM อันนี้คือปัญหาสุขภาพของพี่น้องชาวไทย ทุกคนเลยนะครับตอนนี้ ทั้ง ๒ เรื่องเกี่ยวกับสุขภาพและคุณภาพชีวิต จริง ๆ แล้วทั้ง ๒ เรื่องนี้ อยากจะให้บรรจุลงในรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ ให้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน เข้าหมวด ๓ ก็ได้ครับสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ในหมวดนี้บุคคลย่อมมีสิทธิเข้าถึงข้อมูล สาธารณะ ทำไมเราถึงไม่มีสิทธิเข้าถึงน้ำสะอาดอากาศบริสุทธิ์บ้างครับ หรือหมวด ๕ ก็ได้ หน้าที่ของรัฐนะครับ หน้าที่ของรัฐให้การศึกษา ๑๒ ปีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทำไมจึงไม่สามารถ จัดหาน้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ให้ประชาชนได้ ถ้าสิ่งเหล่านี้ลงในรัฐธรรมนูญเราอาจจะมี น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ได้ แล้วสิ่งที่ผมพูดบางครั้งก็กลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นหลาย ๆ ครั้ง อย่างเช่นเรื่อง Call Center ผมเคยพูดถึง การมี One Stop Service เบอร์เดียวโทรไป เราไม่ต้องวิ่งไปแบงก์ ไม่ต้องวิ่งไปธนาคาร ไม่ต้องวิ่งไปสถานีตำรวจแจ้งความแล้ววิ่งไป ธนาคารไปอายัดบัญชี มี One Stop Service สุดท้ายก็เกิดขึ้นจริง ๑๔๔๑ ของรัฐบาล Concept ดีแต่ปฏิบัติก็ยังไม่ค่อยดีเท่าไรก็เลยยังมีปัญหาอยู่🔗

อีกเรื่องหนึ่ง Call Center ที่ผมพูดถึงก็คือว่าให้แบงก์มีส่วนร่วมในการชดใช้ ถ้าเกิดมีการโอนเงินต่อไปแบบว่าเป็นทอด ๆ อย่างนี้ แบงก์ควรจะมีส่วนร่วมในการชดใช้ ค่าเสียหายด้วย สุดท้ายก็กำลังจะเกิดขึ้นจริง อันนี้คือสิ่งที่ผมพูดแล้วเกิดขึ้นจริงก็อยากให้สิ่ง เหล่านี้เกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญด้วยเช่นกัน ท่านประธานครับ เพื่อน สส.ปทุมธานีเห็นว่า มีการลงชื่อหลายคนแล้วก็เลยฝากประเด็นมาให้ผม ๒ ท่าน🔗

ท่านแรก คือ คุณชลธิชา แจ้งเร็ว ก็บอกว่าที่ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง น้ำประปาไหลอ่อน ก็อยากให้เวลาออกแบบการประปาให้คำนึงถึงการขยายตัวของเมืองด้วย เมืองขยายตัวเร็วมากแต่ท่อประปาตามไม่ทัน ทำให้น้ำประปาไหลอ่อนปัจจุบันนี้ก็ยังมีปัญหา🔗

ส่วน สส. สกล สุนทรวาณิชย์กิจ ก็ฝากมาในเรื่องของเทศบาลนครรังสิต เป็นเทศบาลนครอยู่ติดกรุงเทพมหานครแค่นี้เอง แต่ก็มีปัญหาน้ำประปาไหลอ่อนอยู่เนือง ๆ ท่านจะเห็นว่าปทุมธานีมีปัญหาเกือบทุกพื้นที่แม้จะอยู่ใกล้กรุงเทพมหานครนะครับ แม้แต่ ท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการก็เป็น สส. ปทุมธานีเช่นกัน เสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชน เมื่อสักครู่ส่งข้อความมาหาผม น้ำบาดาลกัดกร่อนสุขภัณฑ์เป็นหินปูน อยากได้น้ำประปาค่ะ เคยบอก อบต. อบต. บอกว่าต้องจ่ายหลายหมื่นบาท น่าเบื่อมากนะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือปัญหานี้ขอให้มีการแก้ไขจริงจังนะคะ ขอให้จบโดยเร็ว ขอบคุณ สส. มากค่ะ คลอง ๗ หนองเสือ ประปาไม่มีแรงดันพอที่จะไหลตอนกลางวันต้องรอ ตอนกลางคืนน้ำถึงไหล อันนี้คือปัญหาของพี่น้องประชาชนที่สะท้อนมา ส่วนหมู่บ้านผมเอง คลอง ๗ หมู่บ้านฟ้าปิยรมย์ ก็เพิ่งมีปัญหาน้ำประปาขุ่นมาตลอดนะครับ ได้ทราบข่าวมาว่า น้ำดิบมีปัญหา น้ำดิบมีปัญหาพอเอามาผลิตน้ำก็ไม่ได้คุณภาพก็ส่งน้ำขุ่น ๆ เหลืองเหม็น ๆ เข้าหมู่บ้านเกิดปัญหาขึ้นมา ๒-๓ เดือนแล้วยังแก้ไขไม่ได้ แก้ไขได้สักพักหนึ่งกลับมาเป็น ปัญหาเดิมอีกนะครับ ลำลูกกาคลอง ๗ หมู่บ้านเลคไซด์ วิลล์ มีคนส่งข้อมูลมาว่ายังใช้ น้ำประปาอยู่ อยู่แค่คลอง ๗ ตรงนี้เองลำลูกกา หมู่บ้านเลคไซด์ วิลล์ ยังใช้น้ำประปาหมู่บ้านอยู่ ใช้น้ำบาดาลอยู่ อยากจะขอน้ำประปานะครับ ผมโทรไปหาผู้จัดการ ผู้จัดการบอกว่าถ้าเป็น พื้นที่เอกชนจะต้องวางท่อเอง ซึ่งถ้าวางท่อทั้งหมู่บ้านนั้นหลายล้านบาท แล้วพี่น้องประชาชน จะเอาเงินที่ไหนไปวางท่อเองครับ อันนี้คือปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าไม่อยู่ในรัฐธรรมนูญหรือถ้าเกิด รัฐบาลไม่จริงจังในการแก้ปัญหาก็ไม่มีทางแก้ปัญหาได้ ขอเอ่ยชื่อนะครับ ท่านรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ท่านก็เห็นถึงปัญหานี้ท่านก็บอกว่าอยากจะได้น้ำประปาสะอาดเช่นกัน นโยบายท่าน ๆ เคยพูดมาแต่ผมก็ยังไม่เห็นว่าท่านจะลงมือทำหรือยังนะครับ ก็อยากให้ท่าน ลงมือทำโดยด่วนเพื่อพี่น้องประชาชนชาวไทย สไลด์อาจจะไม่ต้องขึ้นก็ได้อาจจะขึ้นไม่ทัน ก็ไม่เป็นไรครับ ผมก็พูดถึงปัญหาของพี่น้องหนองเสือนี่ละ หลายบ้านยังใช้น้ำบาดาลอยู่ ทั้ง ๆ ที่มีคลองประปาผ่านคลองสิบสาม มีคลองประปาผ่าน แต่ไม่ได้ใช้น้ำประปายังใช้ น้ำบาดาลอยู่เพราะว่าเรื่องของการติดตั้งท่อเหล่านี้ ที่มันใช้ค่าใช้จ่ายเยอะมาก ๆ หรือ บางพื้นที่มีน้ำประปาไปถึง แต่ปัญหาคืออะไรครับ ชาวบ้านไม่สามารถติดตั้งได้ ค่ามิเตอร์ ๓,๐๐๐ บาทจ่ายไม่ไหวครับ คนหนองเสือบางหมู่บ้านจ่ายไม่ไหวจริง ๆ ๓,๐๐๐ บาท ค่าน้ำหน่วยละ ๑๕ บาทก็จ่ายไม่ไหวเพราะใช้น้ำบาดาลอยู่ ๔-๕ บาท ก็ต้องทนใช้น้ำแบบนั้นละ บางทีแปรงฟันก็ฝาดคอ อาบน้ำบางทีก็คัน หรือหนองเสือบางพื้นที่ดูดน้ำขึ้นมาเป็นน้ำร้อนเลย ต้องมาพักน้ำก่อน ๕-๖ ชั่วโมงถึงจะมาอาบได้ ปัญหาเหล่านี้ก็อยากให้มีการแก้ไข ในรายงาน ฉบับนี้ผมก็คิดว่าครบถ้วนดีนะครับ อยากให้รัฐบาลนำไปศึกษาแล้วก็แก้ไขอย่างจริงจัง แล้วรัฐบาลก็มีองคาพยพ มีทรัพยากรมหาศาลที่จะสามารถต่อยอดการศึกษานี้ต่อไปได้อีก อันไหนที่ไม่ครบถ้วนก็ศึกษาให้ครบถ้วนแล้วก็แก้ไขให้ประชาชนเสียทีนะครับ โดยเฉพาะ เรื่องต้นทุนของค่าใช้จ่ายให้ประชาชนตรงนี้อาจจะไม่ได้มีการพูดถึงมากนักในรายงานฉบับนี้ แต่อยากให้คำนึงถึงด้วย ขอบคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตทำความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกสักนิดนะครับ วันนี้เราอยู่ใน การรับฟังรายงานของคณะกรรมาธิการที่พิจารณาเสร็จแล้วในญัตติที่พวกเราได้ส่งให้ กรรมาธิการไปศึกษา ซึ่งเรามีญัตติเรื่องนี้เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ ทางกรรมาธิการ ใช้เวลาประมาณ ๑ ปีไปศึกษาให้พวกเราอย่างเรียบร้อยเป็นเล่มมา เมื่อสักครู่ทางกรรมาธิการ ก็ได้รายงานแล้วก็อธิบายให้พวกเราฟัง ผมก็ยังชื่นชมกรรมาธิการว่าได้ทำอย่างละเอียดถี่ถ้วน ส่วนในวาระของพวกเราที่พิจารณาในวันนี้เป็นวาระที่เราจะศึกษารายงานที่เพื่อนกรรมาธิการ ไปศึกษาให้เราแล้วท่านติชมรายงานแบบไหน ในส่วนวาระผมไม่ได้ว่านะครับ ในส่วนที่ท่าน ได้อภิปรายกันไปหลายท่านก็อภิปรายได้ดีครับ แต่ว่าก็มีบางท่านที่ยังไปอภิปรายในตัวญัตติ ซึ่งการอภิปรายในญัตติ เช่น ไปบอกถึงปัญหาว่าปัญหาบ้านเราเป็นอย่างโน้นเป็นอย่างนี้ เราอภิปรายกันไปแล้วเมื่อตอนเสนอญัตติ แล้วเราก็ได้อภิปรายกันผมจำได้ว่า ๓๐ ๔๐ คน ที่อภิปรายเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาของสภาก็รบกวนท่านสมาชิก ช่วยอภิปรายในประเด็นที่เรากำลังพิจารณา นั่นคือรายงานฉบับที่ทางกรรมาธิการได้ไปศึกษา ให้เรา ขอบคุณทุกท่านนะครับ ๓ ท่านถัดไป ท่านเฉลิมพงศ์ แสงดี ท่านรภัสสรณ์ นิยะโมสถ และต่อด้วยท่านเทียบจุฑา ขาวขำ เชิญท่านเฉลิมพงศ์ แสงดี ก่อนครับ🔗

นายเฉลิมพงศ์ เเสงดี ภูเก็ต

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๒ พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายรายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง การบริหารจัดการและแนว ทางแก้ไขปัญหาน้ำบาดาลและน้ำประปาทั้งระบบ ที่คณะกรรมาธิการทรัพยากรน้ำ สภาผู้แทนราษฎร ได้จัดทำขึ้นตามที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่พิจารณาญัตติของสมาชิก จำนวน ๔ ญัตติ ดังกล่าวล้วนเป็นเรื่องราวเดียวกัน ทำนองเดียวกันก็คือปัญหาน้ำ ท่านประธานครับ รายงานฉบับนี้ได้ศึกษาความเป็นมาและสภาพปัญหาน้ำโดยภาพรวม การจัดการน้ำของประเทศไทย เป้าหมายของการจัดการน้ำตามกรอบ SDGs ได้สรุปผล การศึกษาเกี่ยวกับแหล่งน้ำดิบทั้งมิติของการ ขาดแคลนแหล่งน้ำดิบ และคุณภาพของ แหล่งน้ำดิบ รวมทั้งปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนั้นยังได้ศึกษาเกี่ยวกับระบบการผลิต และเครือข่ายของการผลิตน้ำประปาในประเทศ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเห็นด้วย ในหลายข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการในรายงานฉบับนี้ ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้พูดไปแล้ว เพื่อไม่ให้เสียเวลาของสภาผมขอพูดข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการสำหรับ การแก้ไขปัญหาในข้อ ๒.๕.๑ หน้า ๓๐ ใน (๑) เสนอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล รวบรวมข้อมูล และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นผู้บูรณาการ ทำข้อมูลรวบรวมข้อมูลระบบประปาเพื่อจัดเก็บข้อมูลนำไปวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา น้ำประปาท้องถิ่นและประปาหมู่บ้านไปพร้อม ๆ กันครับแต่ท่านประธานครับ ต่อข้อสังเกต ต่อคณะกรรมาธิการในข้อ ๒.๖.๒ (๑) เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการประปา ให้ทำหน้าที่ปรับโครงสร้างและราคาประปาให้เหมาะสม ตามต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ สอดคล้องกับแผนการลงทุนและให้อยู่ในกรอบพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ เรื่องนี้ผมขอเรื่องนี้ผมขออนุญาตอภิปรายเพิ่มเติมว่าการตั้งคณะกรรมการกำกับการประปา จากส่วนกลางไปควบคุมดูแลน้ำประปาทั่วประเทศนั้นอาจเป็นการเกาไม่ถูกที่คัน พอเอาเข้าจริงแล้วปัญหาในการจัดการน้ำประปาในแต่ละพื้นที่อาจจะมาจากการที่หน่วยงาน ปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนั้น ๆ ไม่มีอำนาจ หรือไม่มีงบประมาณมากในการบริหารจัดการ🔗

ท่านประธานครับผมขอยกตัวอย่างที่จังหวัดภูเก็ต เรามีสถานีน้ำด้วยกัน ๓ สถานี ได้แก่ สถานีผลิตน้ำบางวาดจ่ายน้ำประปาอยู่ที่ ๔๘,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวัน สถานีที่ ๒ สถานีน้ำบางโจจ่ายน้ำประปาอยู่ที่ ๓๑,๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวัน สถานีที่ ๓ สถานีน้ำคลองกะทะจ่ายน้ำประปา ๑๒,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวัน แต่แหล่งน้ำทั้ง ๓ แหล่ง เหล่านี้ไม่เพียงพอต่อการผลิตประปาสำหรับใช้ในจังหวัดภูเก็ต ปัญหาของจังหวัดภูเก็ต ก็คือปัญหาที่หน่วยงานรัฐไม่มีแหล่งน้ำดิบที่เพียงพอสำหรับใช้ควบคุมทั้งจังหวัดภูเก็ต ในขณะที่ขุมน้ำเหมืองต่าง ๆ ล้วนเป็นของเอกชนทั้งนั้น เมื่อพูดมาถึงตรงนี้พี่น้องประชาชน ก็อาจจะมีคำถาม ถ้าไม่มีแหล่งน้ำดิบในการผลิตน้ำประปาที่เพียงพอจะทำอย่างไร ที่ผ่านมา ภูเก็ตได้มีการจัดทำระบบน้ำ RO เป็นระบบการกรองน้ำที่ใช้แรงดันสูงกว่าแรงดันธรรมชาติ ปัจจุบันในจังหวัดภูเก็ตมีเอกชนบางรายใช้ระบบนี้และการผลิตน้ำจำหน่าย แต่ก็มีราคา ที่สูงมากทำให้ผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นโรงแรมร้านอาหาร สถานบันเทิงต้องแบกรับต้นทุน ที่สูง ดังนั้นครับ ท่านประธานครับผมจึงขออนุญาตเสนอเพิ่มเติมรายงานฉบับนี้ให้องค์การ ปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจในการจัดการน้ำประปาโดยใช้ระบบ RO หาแหล่งน้ำดิบ โดยศึกษาความคุ้มทุนและหาราคาที่เหมาะสมในการจัดจำหน่ายน้ำให้แก่ประชาชนครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปนะครับ ท่านรภัสสรณ์ นิยะโมสถ เชิญครับ🔗

นางสาวรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ลำปาง

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน รภัสสรณ์ นิยะโมสถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และในฐานะผู้เสนอญัตติ วันนี้ขอมี ส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานนี้ค่ะ ดิฉันเห็นถึงข้อเสนอที่ทางกรรมาธิการได้เสนอมา หลายข้อที่โดดเด่นมาก ขออนุญาตยกตัวอย่างค่ะ ในเรื่องของการขาดแคลนน้ำดิบที่เป็น แหล่งน้ำผิวดินนะคะไม่เคยมีการทำสำรวจน้ำผิวดินมาก่อน ในรายงานนี้เสนอมาว่าให้มี การทำแบบสอบถามต่าง ๆ ส่งให้กับ อปท. ทั่วประเทศ ซึ่งตรงนี้ดิฉันเห็นว่ามันเป็นประโยชน์ ต่อฝ่ายบริหารเป็นอย่างยิ่งที่จะสามารถพิจารณางบประมาณในการอุดหนุนองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ซึ่งตรงนี้ดิฉันก็ต้องขออนุญาตเห็นต่างกับท่านเฉลิมพล ท่านที่อภิปรายไป เมื่อสักครู่ว่าการที่จะเกาไม่ถูกที่คันให้ไปมีกิจการกำกับการประปา คือเรามีคณะกรรมการไป เพื่อไปดูแลว่าตรงไหนน้ำดิบไม่พอใช้ ส่งเรื่องกลับเข้ามายังส่วนกลาง ๆ จะได้จัดสรร งบประมาณไปได้อย่างถูกจุด ส่วนข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เช่น การกำหนดแผนการพัฒนา ระบบประปาที่มี ๔ ระดับ ก็คือพัฒนาระบบประปาในพื้นที่ที่ยังไม่มีให้ได้มีใช้ ซ่อมบำรุง ประปาที่มีอยู่ให้ใช้งานได้ ระดับที่ ๓ คือให้ได้เกณฑ์มาตรฐาน และระดับที่ ๔ คือยกระดับ ให้เป็นน้ำประปาดื่มได้ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางฝันของพวกเราทุกคนในที่นี้ ซึ่งน้ำประปา ที่มีปัญหาทั่วประเทศก็ต้องบอกว่าส่วนมากแล้วจะอยู่ภายใต้การกำกับของ อปท. ที่มีกว่า ๖๙,๐๐๐ แห่ง ทีนี้ทำไมดิฉันจึงเห็นด้วยว่าควรจะมีคณะกรรมการกำกับกิจการประปา ก็เพื่อในการมากำหนดมาตรฐานมากำกับการให้บริการ เช่น การมาสุ่มตรวจประปา ที่ให้บริการนั้นมันมีแรงดันน้ำที่ไหลปกติดีหรือไม่ น้ำมันมีกลิ่นไหม มันขุ่นไหม ใช้แล้วมันคัน มันไม่ดีต่อสุขภาพหรือเปล่า แต่ข้อสังเกตของดิฉันที่จะสอบถามไปยังกรรมาธิการคือ Call Center กับคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นมานี้จะไปอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานใด ข้อสังเกตส่วนที่ ๒ คือจากการจัดเก็บค่าน้ำบาดาลชุมชนหรือการเกษตร ไม่มีหลักการ ไม่มีหลักเกณฑ์ในการจัดเก็บ เพราะฉะนั้นทางกรรมาธิการมีแนวทางใดในการกำหนด หลักเกณฑ์แล้วมีข้อเสนอแนะอย่างไรต่อหน่วยงานที่กำกับดูแลตรงนี้ ทั้งหมดทั้งมวล ที่อภิปรายมาค่ะท่านประธาน ข้อเสนอแนะดังกล่าวของกรรมาธิการนี้จะไม่สามารถ ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผล หากร่าง พ.ร.บ. การประปาไม่เข้าในเร็ววันนี้ เนื่องจากตรงนี้ถูกตีว่าเป็นร่างทางการเงินจึงเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีที่จะสามารถ เซ็นให้เข้ามาพิจารณาในสภาแห่งนี้ได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นดิฉันก็ต้องขอฝากผ่านท่านประธาน ไปให้ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยเร่งรัดให้เรื่องนี้เข้าสู่สภาของพวกเราแล้วได้พิจารณากันต่อค่ะ เพราะพี่น้องประชาชนต้องพบเจอกับปัญหาเรื่องน้ำประปามาหลายสิบปีแล้ว นี่จึงถือว่าเป็น วาระเร่งด่วนที่ต้องเร่งแก้ไข ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ เชิญท่านเทียบจุฑา ขาวขำ เชิญครับ🔗

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง การบริหารจัดการและแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำบาดาลและน้ำประปาทั้งระบบ ที่เพื่อนสมาชิกเราได้เสนอญัตติสอบถามมาที่สภานะคะ ถึงประธานสภาที่สภาแล้วก็ได้ตั้ง คณะทำงานมาศึกษาในวันนี้ แล้วคณะทำงานที่ศึกษาตามที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการ และคณะอนุกรรมาธิการได้รายงานผลการศึกษาถึงแนวทางการบริหารการจัดการแล้วก็ ปัญหาน้ำบาดาลและน้ำประปาทั้งระบบนั้น ก็สรุปมาได้หลายประเด็นดิฉันคิดว่าครบทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาแหล่งน้ำดิบที่จะที่ขาดแคลนผลิตน้ำประปาบาดาลเป็นเกี่ยวกับเรื่อง ขาดแหล่งผลิตน้ำบาดาล แหล่งผลิตน้ำประปาในระบบในการศึกษาคราวนี้ ดิฉันก็ขอชื่นชม ท่านพูดได้ครอบคลุมถึงวัตถุประสงค์และขอบเขตของการจัดการน้ำบาดาลและน้ำประปา ดิฉันขอสะท้อนปัญหาเรื่องน้ำในพื้นที่ โดยเฉพาะภาคอีสานและจังหวัดอุดรธานี ท่านประธานน้ำคือชีวิต น้ำเป็นสิ่งสำคัญของชีวิต ถ้าขาดน้ำอยู่ไม่ได้ใช่ไหมคะท่านประธาน ดังนั้นในปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นน้ำที่ใช้สำหรับดื่มหรือน้ำอุปโภคแล้วก็บริโภคและน้ำ เพื่อการเกษตร ดิฉันขอพูดภาพรวมว่าปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำอุปโภค น้ำดื่ม ตอนนี้ก็มีน้อยไม่ค่อยพอใช้ พอน้ำไม่ค่อยพอใช้น้ำมาจากไหนล่ะคะ น้ำก็มาจากป่า ป่าก็หมด น้ำก็หายไป อันนี้หลาย ๆ ท่านก็คงจะเห็นภาพว่าปัจจุบันนี้น้ำดื่ม น้ำกิน น้ำใช้ มันค่อนข้าง จะขาดแคลน โดยเฉพาะภาคอีสานเดี๋ยวนี้ซื้อน้ำขวดน้ำดื่มรับประทาน ซึ่งเป็นน้ำแหล่งผลิต จากน้ำประปาบาดาล ซื้อน้ำรับประทานเป็นขวดเป็นขวด ถ้าท่านลองคิดดูว่าขวดหนึ่ง ๕ บาท หรือขวดละ ๕ บาท วันหนึ่งทานต่อคน ๕ ขวด หรือ ๑๐ ขวด เป็นเงินเท่าไร ดังนั้น ดิฉันจะขอนำเสนอหรือว่าขอให้คณะกรรมาธิการช่วยรวบรวมข้อมูลศึกษาทั้งระบบ เสนอการแก้ปัญหาไม่ว่าจะเป็นของทรัพยากรน้ำ ไม่ว่าจะเป็นประปาส่วนภูมิภาค ประปานครหลวง หรือกรมชลประทาน อยากจะให้แก้ปัญหาประปาทั้งระบบเพื่อบริการ พี่น้องประชาชนในการอุปโภคและบริโภคและการเกษตร โดยเฉพาะเรื่องการอุปโภคบริโภค ก็คือแหล่งน้ำบาดาล แหล่งน้ำประปา แหล่งน้ำประปาปัจจุบันนี้ขาดแคลนมาก โดยเฉพาะ ประปาหมู่บ้านดิฉันขอเข้าไปประปาหมู่บ้าน ประปาหมู่บ้านสร้างมาเท่าอายุดิฉัน ประมาณ ๖๐ กว่าปีแล้ว ตอนนี้สภาพประปาหมู่บ้านได้แก่ปรับปรุงเล็ก ๆ น้อย ๆ ซ่อมแซม เท่านั้น แต่ว่าเป็นทั้งระบบนี้ไม่ว่าจะเป็นท่อ น้ำเป็นสนิมและน้ำประปาไม่ไหลออกมาเป็น สีแดงบ้างสีต่าง ๆ นานา ที่เป็นสีน้ำตาลบ้าง อันนี้ดิฉันได้รับการร้องเรียนมาตลอดว่า น้ำประปาหมู่บ้านใช้ไม่ได้แล้วค่ะ ใช้ไม่ได้แล้วครับ ทำไมไม่แก้ไขต่าง ๆ นานา นี่คือเป็น ปัญหาอุปสรรคประปาหมู่บ้าน เพราะว่าประปาหมู่บ้านนี้ก่อสร้างมานานแล้ว ดังนั้นจึงขอ ฝากคณะกรรมาธิการช่วยพิจารณาเสนอแนะให้กับคณะกรรมาธิการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องน้ำนี้ได้หาแนวทางจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไป ปรับปรุง บำรุง หรือจะเป็นการก่อสร้างพัฒนาระบบประปาหมู่บ้านให้ทันสมัยและ มีเครื่องมือในการทำงาน ในการพัฒนาเทคโนโลยี ในการตรวจสอบคุณภาพน้ำ ระบบ ปรับปรุงรักษาเชิงป้องกันน้ำให้ดีให้มีประสิทธิภาพเถอะค่ะ เพราะดิฉันเห็นแล้วก็สงสาร พี่น้องประชาชนและขณะเดียวกันน้ำเพื่อการเกษตรก็ขอให้แก้ปัญหาทั้งระบบโดยการ คือเวลาทางภาคอีสานเวลาฝนตกน้ำท่วมไม่มีที่เก็บ น้ำก็ไหลบ่าไปลงแม่น้ำโขง ดังนั้น ก็ขอฝากให้ขุดลอกทำแก้มลิงเพื่อรักษาแหล่งน้ำดิบ ทำน้ำประปา ทำน้ำเพื่อการเกษตรได้ ดังนั้นก็ขอชื่นชมคณะกรรมาธิการทุก ๆ ท่านที่ได้ทุ่มกำลังกายกำลังใจที่ออกไปศึกษาดูงาน ที่ทุ่มเททุก ๆ ท่านค่ะ ขอบคุณค่ะ ดิฉันเห็นด้วยค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปนะครับ ท่านเชตวัน เตือประโคน ท่านกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี เชิญท่านเชตวัน เตือประโคน ครับ🔗

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี ตัวแทน พี่น้องประชาชนชาวเทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลเมืองลาดสวาย ผมขอร่วมอภิปรายรายงานผลการพิจารณาญัตติ เรื่อง การบริหารจัดการและแนวทาง การแก้ไขปัญหาน้ำบาดาลและน้ำประปาทั้งระบบ ที่กรรมาธิการได้เสนอเข้ามาต่อที่ประชุม แห่งนี้ครับ ท่านประธานครับ พอดีเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้ตั้งกระทู้ถามเรื่องปัญหาน้ำประปา ในพื้นที่ของผมซึ่งก็ต้องขอบคุณท่านซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้มาช่วยตอบให้ความกระจ่างกับผมและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ครับพร้อมทั้งรับปากด้วย ว่าจะติดตามแก้ไขปัญหาให้ตามที่ได้เสนอไป แล้วก็พอดีครับพอดีกับที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ อนุกรรมาธิการชุดนี้ได้เสนอรายงานเข้ามาซึ่งในส่วนของปัญหาระบบผลิตและโครงข่าย ประปาก็มีการนำเสนอปัญหาแนวทางแก้ไขดีมาก ๆ ก็อยากจะให้รัฐมนตรีอยากให้รัฐบาล ได้นำไปพัฒนาปรับปรุงด้วย โดยเฉพาะในกระบวนการจ่ายน้ำครับเสนอให้มีมติคณะรัฐมนตรี กำหนดมาตรการขยายระยะเวลารับประกันงานวางท่อ ปรับปรุงมาตรฐานการออกแบบ และก่อสร้างและจัดตั้งทีมสำรวจท่อแตกรั่ว ติดตั้งมาตรวัดน้ำประปาและจัดทำสมดุลน้ำ เห็นด้วยครับ ไม่ใช่ว่าขุดรื้อถนนวางท่อประปาวันนี้อีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมาก็ท่อแตกนะครับ ขุดรื้อถนนกันใหม่ประชาชนเดือดร้อนครับ อีกเรื่องกฎเกณฑ์มาตรฐานในระบบประปาที่ได้ กำหนดให้แรงดันขั้นต่ำในระบบประปาและใช้เกณฑ์น้ำสูญเสียตามมาตรฐานสากล เช่น ปริมาณน้ำสูญเสียต่อแรงดัน เห็นด้วยครับ เพราะปัจจุบันการวัดเคพีไอของการประปา ท่านใช้เกณฑ์การลดการสูญเสียน้ำใช่ไหมครับ ไปดูว่าสูญเสียน้ำไม่เกินเท่านั้นเท่านี้ ดังนั้นเพื่อไม่ให้มีน้ำรั่ว เพื่อไม่ให้มีน้ำซึมเกิดการสูญเสียน้ำมากท่านก็เล่นไปลดแรงดัน แทนที่จะไปดูในเรื่องของท่อที่แข็งแรง ท่อที่ได้มาตรฐาน ท่านประธานครับ รายงานชิ้นนี้ เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการประปาเพื่อกำหนดมาตรฐานและกำกับดูแล การให้บริการ ไม่ว่าจะเรื่องแรงดันขั้นต่ำในระบบ เรื่องกำหนดราคาค่าน้ำตามต้นทุนที่แท้จริง สอดคล้องกับแผนการลงทุนหรือเรื่องเกณฑ์น้ำสูญเสียแบบสากล แต่ผมเสนอนะครับ ข้อเสนอของผม สิ่งที่ผมอยากเห็นหากจะมีกฎหมายมีการกำหนดอำนาจหน้าที่ต่อไป นั่นก็คือถ้ามีความเสียหายที่เกิดจากการให้บริการของการประปาก็ควรจะมีการชดเชย เยียวยาให้ประชาชนด้วยครับ ผมยกตัวอย่าง ถ้าประชาชนติดตั้งเครื่องปั๊มน้ำปรากฏว่า น้ำไม่เข้าแท็งก์เครื่องปั๊มน้ำทำงานจนไหม้ ผู้ให้บริการน้ำประปาควรรับผิดชอบยกตัวอย่าง เรื่องจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของผม การประปาวางท่อใหม่ เชื่อมประสานท่อเสร็จปุ๊บปล่อยน้ำเข้า ประชาชนเปิดน้ำ น้ำเข้าแท็งก์ปรากฏว่าเป็นน้ำเสียดำปี๋ใช้ไม่ได้ครับ ต้องเสียค่าน้ำแล้วยัง ต้องเสียค่าล้างแท็งก์น้ำอีกด้วย ผู้ให้บริการน้ำประปาควรรับผิดชอบครับ คิดดูดี ๆ นะครับ ประชาชนเป็นลูกค้า การประปาเป็นผู้ให้บริการขายน้ำ ในส่วนผู้ให้บริการอื่น ๆ ลูกค้าได้รับ ความเสียหายจากการให้บริการยังมีการชดเชย ยังมีการเยียวยา แต่สำหรับการประปา ไม่ว่าจะเป็นการประปาส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง หรือการประปาขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่มีครับ ประชาชนเรียกร้องอะไรไม่ได้ ดังนั้นคงต้องฝากเรื่องนี้ไปถึง รัฐบาลด้วยครับ นี่คือข้อเสนอของผมครับสุดท้ายขอบคุณคณะอนุกรรมาธิการ ขอบคุณ คณะกรรมาธิการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ท่านประธานจักรัตน์ พั้วช่วย ที่ได้มีการศึกษา เรื่องนี้ หวังว่ารัฐบาลจะนำผลการศึกษาไปปฏิบัติเพื่อให้ประชาชนคนไทยได้ใช้น้ำประปา ที่มีคุณภาพ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป ท่านกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี ท่านเป็นกรรมาธิการต้องขึ้นมาข้างบนไหมครับ🔗

นายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี กรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร กระผม กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครสวรรค์ เขตเลือกตั้งที่ ๑ คนปากน้ำโพ พรรคประชาชน ขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย เพื่อสนับสนุนรายงานพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาน้ำบาดาลและน้ำประปา ทั้งระบบนะครับ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมแล้วก็ให้กำลังใจกรรมาธิการทุกท่าน ตั้งแต่ ท่านจักรัตน์ พั้วช่วย ท่านประธานกรรมาธิการ ท่านประธานอนุกรรมาธิการ ท่านเจษฎา แล้วก็ทุกท่านที่ทำงานอย่างแข็งขัน ผมขอสไลด์นะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี กรรมาธิการ

อันนี้เป็นภาพรายงานครับ แล้วก็ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนแล้วก็เพื่อนสมาชิกนะครับ ฝาก Capture ภาพนี้ ท่านสามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับนี้เพื่อนำไปศึกษาและพิจารณาต่อไป ขอสไลด์ถัดไปครับ เรื่องปัญหาน้ำประปาโดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ตั้งแต่เข้ามาทำงานใน สภาผู้แทนราษฎรในฐานะ สส. ก็นำเรื่องนี้หารือสภาหลายครั้งนะครับ ภาพนี้เป็นภาพของ น้ำประปาที่ขุ่นข้นในหลายพื้นที่ในจังหวัดนครสวรรค์ ได้หารือสภาไปแล้ว แล้วก็มีส่วนร่วม ในการอภิปรายญัตติเรื่องแก้ปัญหาเหล่านี้เป็นที่มาของการพิจารณารายงานฉบับนี้ ขอสไลด์ถัดไปครับ นี่เป็นภาพของพี่น้องประชาชนที่ร่วมส่งเข้ามาจากการสัมภาษณ์ ทางออนไลน์กว่า ๒๒๘ คน สื่อสารเข้ามา ขอเชิญสไลด์ถัดไปครับ แล้วก็เป็นภาพการทำงาน ตั้งแต่ได้รับข้อมูลแล้วก็ได้เข้าไปร่วมทำงานกับท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นทางกรมทรัพยากรน้ำ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผมก็ได้ลงมือเก็บตัวอย่างน้ำในจังหวัดนครสวรรค์ เริ่มที่อำเภอเมืองกว่า ๑๑๕ แห่ง พบว่ามีกว่า ๑๕ โรงผลิตที่มีปัญหาเป็น อบต. ๔ แห่ง แล้วก็ดูแลโดยประปาหมู่บ้านทั้งหมด ๑๑ แห่งครับ ผมยกตัวอย่างน้ำตรวจสอบ ๓ ค่า เบื้องต้นเป็นค่าเรื่องความขุ่นไม่เกิน ๕ NTU ตามมาตรฐานของกรมอนามัย ค่าคลอรีน เพื่อตรวจดูว่ามีคลอรีนหรือไม่เพื่อจะได้ดูว่าบริโภคได้หรือไม่ ก็มีทั้งหมดกว่า ๑๕ แห่ง ที่มีปัญหา แต่ว่าจริง ๆ แล้วการเก็บตัวอย่างช่วงนั้นก็คือประมาณช่วงเดือนกุมภาพันธ์อาจจะ ยังไม่มีปัญหาในเรื่องของน้ำฝนที่ตกหนักจึงสามารถมีค่าที่ดี ขอสไลด์ถัดไปครับ โอเคนี่เป็น ข้อมูลจากการเก็บตัวอย่าง สไลด์ถัดไปเลยครับ เรื่องรายงานฉบับนี้ผมต้องขอบคุณข้อมูล จากทางอาจารย์ชูพันธ์ได้ทำระบบจีไอเอส ผมขอข้ามไปสไลด์ที่ ๑๔ เลยนะครับ จะเป็นการ นำระบบจีไอเอสมาใช้ทั้งหมดตำบลที่มีอยู่ให้การบริการของการประปาภูมิภาคและพื้นที่ที่มี ศักยภาพบาดาลต่ำกว่า ๒๒๐ แห่งมาซ้อนทับกับข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัยของกรมพัฒนาที่ดิน จะพบว่าตำบลที่ไม่ได้อยู่ในการประปาภูมิภาคและมีศักยภาพน้ำบาดาลต่ำ มีพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง จำนวนกว่า ๑๙๔ ตำบล ผมขอสไลด์ที่ ๑๘ สไลด์ถัดไปครับ ข้อมูลนี้จากรายงานฉบับนี้ ที่ทำมาอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องบทสรุปผู้บริหารพูดถึงเรื่องปัญหาแหล่งน้ำดิบแล้วก็ปัญหา ระบบผลิตโครงข่ายประปามาสู่ข้อเสนอที่เรียกว่า ข้อเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ กำกับกิจการประปา ซึ่งจากปัญหาที่รวบรวมทั้งหมด ๖ ข้อ ก็คือปัญหาเรื่องกระบวนการผลิต ปัญหากระบวนการจ่ายน้ำ ปัญหากฎเกณฑ์ มาตรฐานการผลิต แล้วก็ปัญหาข้อมูลระบบ ประปาและบุคลากร และปัญหาการบริหารจัดการต้นทุน ๖ ปัญหามี ๔ ข้อ ที่เสนอให้มี คณะกรรมการกำกับกิจการประปานี่สำคัญมาก ปัจจุบันเราได้มีเพื่อนสมาชิกได้เสนอ พระราชบัญญัติการประปาแห่งชาติสู่สภาแล้วโดยท่าน สส. ศิริกัญญาและคณะ แล้วตอนนี้ ก็รอท่านนายกพิจารณาเนื่องจากเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ก็อยากให้ทางผู้บริหาร ให้ความจริงใจในการแก้ปัญหา นำกฎหมายนี้มาเข้าสู่พิจารณาในสภาแห่งนี้เพื่อแก้ไขปัญหา ให้พี่น้องประชาชนต่อไป ให้มีคณะกรรมการกำกับกิจการประปาที่ดูแลปัญหาให้ พี่น้องประชาชนครับ ท้ายนี้ก็ขอขอบคุณกรรมาธิการทุกท่านที่ทำรายงานนี้อย่างสมบูรณ์แบบ แล้วก็ชื่นชมและขอสนับสนุนรายงานฉบับนี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย แล้วต่อด้วยท่านชริน วงศ์พันธ์เที่ยง เชิญท่านอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ครับ🔗

นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาชน ผมขอร่วมอภิปรายในรายงานผลการพิจารณาศึกษา ญัตติ เรื่อง การบริหารจัดการและแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำบาดาลและน้ำประปาทั้งระบบ ท่านประธานครับ การมีน้ำสะอาดไว้ใช้อุปโภคบริโภคของพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่าง พอเพียงและมีน้ำประปาที่มีมาตรฐาน เป็นตัวชี้วัดคุณภาพชีวิตของประชากรในพื้นที่นั้น ได้เป็นอย่างดี เพราะน้ำเป็นสิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีวิตประจำวัน ถ้าพื้นที่ไหนมีน้ำกินน้ำใช้ดี พื้นที่นั้นก็ย่อมเจริญ หากที่ใดขาดแคลนน้ำ มีน้ำไม่เพียงพอ เราจะเปรียบว่าเป็นพื้นที่ ทุรกันดาร ในอดีตจนถึงปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศอู่ข้าวอู่น้ำ นั่นหมายความว่า ทรัพยากรน้ำมีใช้อยู่อย่างเพียงพอ แต่สำหรับในอนาคตการบริหารจัดการมีความสำคัญ เป็นอย่างยิ่ง เพราะความต้องการน้ำทั้งน้ำบาดาลและน้ำประปาจากแหล่งน้ำผิวดินมีความ ต้องการใช้มากขึ้น ในกลับกันทรัพยากรน้ำจะมีลดน้อยลง ซึ่งมีสาเหตุมาจากการลดลงของ พื้นที่ป่าและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องน้ำประปา ในจังหวัดสมุทรสงครามเรียกได้ว่าเป็นปัญหาทั้งจังหวัด ซึ่งมีปัญหาทั้งที่มีอยู่ในรายงานเล่มนี้ อยู่แล้ว แล้วมีอีกหลายประเด็นที่ผมต้องการเพิ่มเติมเพื่อให้รายงานฉบับนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งขอแยกเป็น ๒ ส่วนดังนี้🔗

ส่วนที่ ๑ ในส่วนที่เป็นระบบประปาหมู่บ้าน โดยพบปัญหาเป็นน้ำบาดาล ซึ่งมาจากใต้ดิน ปัญหาหลักก็คือขาดแคลนน้ำดิบที่มีคุณภาพ ส่งผลให้ประชาชนใช้น้ำบาดาล ที่ขุ่นและมีความเค็มหรือกร่อย ทำให้น้ำมีคุณภาพต่ำ ทั้งนี้ความเค็ม ความขุ่นยังส่งผลให้ อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ก๊อกน้ำ ฝักบัว สายชำระ รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย จะเป็นการเพิ่ม ภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนโดยไม่จำเป็นด้วย ท่านประธานครับ น้ำประปาหมู่บ้านที่เป็น น้ำบาดาลที่ดูแลโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการ หยุดจ่ายน้ำ เพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีงบประมาณแล้วก็บุคลากรคอยดูแลอยู่ อย่างเพียงพอ แต่ในส่วนของประปาที่เป็นบาดาลอยู่ภายใต้การบริหารของคณะกรรมการ กิจการและบำรุงรักษาประปาของหมู่บ้านในแต่ละหมู่บ้าน บางหมู่บ้านบริหารงานขาดทุน เกิดปัญหา เช่น ท่อแตก ปั๊มน้ำเสีย ระบบไฟฟ้าขัดข้อง ส่งผลให้บางเดือนรายจ่ายมีมากกว่า รายรับ ขาดงบประมาณในการจัดการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนก็ตกถึงกับประชาชน ผู้ใช้น้ำ ซึ่งประเด็นนี้ในรายงานยังไม่ได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหามา ผมจึงขอเพิ่มเติม ในรายงานฉบับนี้ว่า การแก้ไขปัญหาควรเปิดช่องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำงบประมาณ มาช่วยเหลือได้เป็นกรณีฉุกเฉิน หรือหมู่บ้านไหนคณะกรรมการกิจการและบำรุงรักษา ประปาหมู่บ้านไม่สามารถดำเนินการได้แล้วก็มอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำแทน ได้เลย โดยขอให้ยกเว้นเรื่องเกี่ยวกับความซับซ้อน ระเบียบที่ยุ่งยาก ต้องไปย้อนดูบัญชี รายรับรายจ่าย อันนี้ก็ส่งผลให้ไม่สามารถโอนถ่ายได้ ถ้าเกิดว่าลดพวกระเบียบเหล่านี้ จะเป็นการช่วยทำให้ประชาชนลดปัญหาเรื่องการใช้น้ำได้ครับ🔗

อีกส่วนหนึ่งคือส่วนที่การประปาส่วนภูมิภาคเป็นผู้รับผิดชอบ ในส่วนนี้ จะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องคุณภาพน้ำนะครับ แต่จะมีปัญหาในเรื่องการจ่ายน้ำ ซึ่งมีสาเหตุ หลายอย่างนะครับ ไล่มาตั้งแต่แหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตถูกน้ำเค็มรุกทำให้บางช่วงเวลา ไม่สามารถผลิตน้ำได้ ปริมาณความต้องการใช้น้ำนับวันจะมีเพิ่มมากขึ้น ไม่สัมพันธ์กับการ ทำสัญญาจ้างเอกชนที่ผลิตน้ำ สัญญานี้ก็จะทำมาก่อนแล้วนะครับ ก็ไม่สัมพันธ์กับปริมาณ การใช้น้ำในปัจจุบันนะครับ การที่มีน้ำสูญเสียเยอะเนื่องจากระบบท่อชำรุดและอุปกรณ์ ที่เป็นเหล็กผุจากน้ำเค็ม การผันน้ำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมมากกว่าให้ประชาชนมาใช้ อุปโภคบริโภค แล้วสุดท้ายนะครับ ยังมีการขยายเขตการใช้น้ำประปาภูมิภาคไม่ครอบคลุม ของประชาชนที่ต้องการใช้เนื่องจากยังไม่มีการสนับสนุนงบประมาณในการขยายเขต อย่างเต็มที่นะครับ ซึ่งจะหวังเพียงงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มีจำกัด เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีภารกิจหลายด้าน ท่านประธานครับ ตามรายงานฉบับนี้ คณะกรรมาธิการได้เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการประปาเพื่อพิจารณา หลักเกณฑ์ต่าง ๆ สำหรับแต่ละระบบประปาที่แตกต่างกัน โดยมีภารกิจในการตั้งเป้าหมาย แรงดันน้ำ กำหนดราคาน้ำให้สอดคล้องกับต้นทุน กำหนดเกณฑ์ตั้งเป้าหมายน้ำสูญเสีย ตรวจสอบข้อมูลดิบ เป็นต้น สิ่งที่ผมอยากจะเสนอเพิ่มเติมในภารกิจของคณะกรรมการ กำกับกิจการประปาคือ ๑. คาดการณ์การใช้น้ำประปาในอนาคตของแต่ละพื้นที่นะครับ เพราะจะนำไปสู่การวางแผนสำหรับผลิตน้ำประปาและปริมาณน้ำสำรองที่ควรจะมีลดปัญหา ได้ระดับหนึ่งเมื่อเกิดปัญหา ๒. กำหนดเกณฑ์มาตรฐานน้ำประปาให้ชัดเจนไปเลยนะครับ พร้อมทั้งแจ้งให้กับผู้ใช้น้ำทราบถึงคุณภาพน้ำที่ตนเองกำลังใช้อยู่เพราะเป็นสิทธิผู้บริโภค ควรจะรับทราบนะครับ และสุดท้ายนะครับ อยากให้คณะกรรมการกำกับกิจการประปา ตรวจสอบการจัดสรรน้ำประปาว่าในแต่ละพื้นที่มีการจัดสรรน้ำประปาอย่างไร ทั่วถึงและ เป็นธรรมหรือไม่ โดยคณะกรรมการชุดนี้ควรกำหนดรายละเอียดการจัดสรรน้ำประปา ที่ผลิตมานี้ให้เป็นเกณฑ์มาตรฐานตลอดไปเลย สุดท้ายนะครับท่านประธานผมอยากให้ รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำผลการศึกษาปัญหาน้ำประปานี้แล้วก็รวมถึงข้อมูล ที่เพื่อนสมาชิกทุกท่านได้อภิปรายไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชน เพราะว่าน้ำประปา เป็นสาธารณูปโภคที่สำคัญมากกับการใช้ชีวิตประจำวันนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ครับ เชิญครับ🔗

นายชริน วงศ์พันธ์เที่ยง พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต ๒ ประกอบด้วย อำเภอนครหลวง อำเภอบางปะหัน อำเภอมหาราช อำเภอบ้านแพรก และอำเภอท่าเรือ พรรคประชาชนครับ ก่อนอื่นผมต้อง ขอขอบพระคุณคณะกรรมาธิการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่ได้จัดทำรายงานผล การพิจารณาศึกษาญัตติเรื่อง การบริหารจัดการและแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำบาดาลและ น้ำประปาทั้งระบบที่ได้นำเสนอต่อที่ประชุมในวันนี้ครับ ท่านประธานครับ น้ำคือชีวิต คนเรา ขาดน้ำไม่ได้ น้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต เช่น ปรุงอาหาร ดื่ม กิน ซักล้าง ตลอดจน การทำภารกิจประจำวันก็ต้องใช้น้ำทั้งสิ้นครับ ถ้าจะเปรียบถึงความสำคัญของปัจจัยในการ ดำรงชีวิตแล้วน้ำย่อมสำคัญเป็นลำดับแรกที่ภาครัฐควรให้ความสนใจมากกว่าอย่างอื่นนะครับ เช่น เครื่องออกกำลังกายหรือโดมศาลาประชาคมที่องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นชอบทำกัน เพราะสิ่งเหล่านั้นเฉพาะประชาชนบางส่วนเท่านั้นที่ได้ใช้ประโยชน์แต่ไม่ใช่ทุกคน ไม่เหมือนน้ำประปาที่ทุกคนทุกครัวเรือนต้องการน้ำประปาสะอาดเพื่อคุณภาพชีวิตของ ประชาชนครับ ผมเป็นผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต ๒ ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ มีอาชีพเกษตรกรรมอยู่รอบนอกของตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา ซึ่งไม่มีโอกาสได้ใช้น้ำประปา ของการประปาส่วนภูมิภาคที่มีรัศมีการให้บริการกับผู้ใช้น้ำเพียง ๘๑,๕๑๔ ราย ทั้ง ๆ ที่ จำนวนผู้ที่อยู่อาศัยของประชาชนในจังหวัดมีถึง ๓๕๔,๘๖๑ ครัวเรือน และส่วนใหญ่ที่ใช้ น้ำประปาส่วนภูมิภาคก็คือโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมและสวนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพียง ๕ แห่ง รวมไปถึงเขตชุมชนเมืองใหญ่ ๆ และบ้านจัดสรรที่การประปาส่วนภูมิภาค ทำกำไรได้เท่านั้น ปล่อยให้ประชาชนส่วนใหญ่ต้องใช้น้ำประปาหมู่บ้านที่องค์กรบริหาร ส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาล หรือ อบต. จัดทำขึ้นตามมีตามเกิด คุณภาพน้ำไม่ต้องพูดถึง บางแห่งขุ่น มีกลิ่น จะแปรงฟัน ซักผ้า หรือลาดห้องน้ำก็ยังใช้การไม่ค่อยได้แล้วยังมี ไม่เพียงพออีกด้วยครับ ท่านประธานครับ นี่คือความทุกข์ของประชาชนที่รอการแก้ไข โดยเร่งด่วนครับ ผมจึงขอสนับสนุนรายงานฉบับนี้ที่รัฐบาลจะต้องเข้าไปช่วยองค์กรส่วนท้องถิ่นทั้งในเรื่อง งบประมาณ วิชาการ การตรวจคุณภาพน้ำ และช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด โดยอาจมีองค์กรกลาง ขึ้นมาชุดหนึ่งที่เป็นแหล่งสนับสนุน และแนะนำวิธีการในการจัดทำน้ำประปาสะอาดให้แก่ องค์กรส่วนท้องถิ่น ติดตั้งระบบประปาที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ พิจารณาจัดสรร งบประมาณการก่อสร้าง การดูแลรักษา ฝึกอบรมผู้ดูแลระบบ การกำหนดโครงสร้างราคา การจัดเก็บรายได้ และการซ่อมบำรุง เป็นการบริหารบริการจุดเดียวทั้งระบบเพราะเท่าที่ ผ่านมามีหลายหน่วยงานรับผิดชอบซับซ้อนกันไปหมด ทำให้ผู้บริหารองค์กรส่วนท้องถิ่น ที่ไม่มีความเข้าใจเห็นว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยากจึงไม่ให้ความสำคัญ เพราะตราบใดที่การประปา ส่วนภูมิภาคยังไม่สามารถขยายเขตบริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศได้ เราจำเป็นที่จะต้อง กระตุ้นให้องค์กรส่วนท้องถิ่นหันมาปรับปรุงและพัฒนาระบบประปาชุมชนหรือประปา หมู่บ้านให้เป็นน้ำสะอาดจนถึงน้ำประปาดื่มได้ในที่สุด ท้ายนี้ผมหวังว่ารายงานฉบับนี้จะเป็น ประโยชน์กับรัฐบาลที่จะนำไปพิจารณากำหนดแนวทางและวิธีการที่จะพัฒนาผลิตน้ำประปา สะอาดให้ทั่วไปทุกชุมชนเพื่อประชาชนจะได้มีน้ำประปาสะอาดใช้ในการอุปโภคบริโภค จึงจะช่วยลดค่าใช้จ่ายการดำรงชีวิตและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านนพพล เหลืองทองนารา ต่อด้วยท่านสรพัช ศรีปราชญ์ เชิญท่านนพพล เหลืองทองนารา ครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิราม ท่านครับผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายในเรื่องของรายงาน ผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง การบริหารจัดการและแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำบาดาล และน้ำประปาทั้งระบบ ท่านครับสิ่งแรกผมเองเหมือนทุกคนละครับ ที่ผมต้องชื่นชม การทุ่มเท เหตุผลที่ผมหนักแน่นตรงนี้ก็คือว่าผมเห็นมาตลอดในระยะเวลา ๑ ปี ของการทำงานของคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ว่ามีความตั้งใจแค่ไหน แล้วอีกทั้งถ้าท่าน ได้เปิดดูในรายนามของคณะอนุกรรมาธิการแต่ละท่านผมถือว่าเป็นรายนามของ อนุกรรมาธิการที่เป็นที่น่าเชื่อถือแล้วก็เป็นผู้ที่ทรงความรู้ในเรื่องของระบบบาดาลและ ระบบประปาจริง ๆ ของเมืองไทยก็ว่าได้ ผมเองต้องขอบพระคุณมากนะครับ แต่ว่าผมเอง ก็มีบางสิ่งที่ผมอาจจะมีความเห็นแตกต่างไปด้วย ๒ ประการนะครับ คือ ๑. อ่านแล้วพบเจอ กับ ๒. ยอมรับว่าผมอ่านหนังสือในรายงานนี้ยังไม่ครบทั้งหมดก็อาจจะเป็นได้ว่าผมอ่าน ไม่ครบทั้งหมดแล้ววิจารณ์แล้วบอกว่าไม่เห็นด้วยกับท่าน แต่จริง ๆ ท่านอาจจะเขียนไว้ อย่างนั้น ผมเองก็ต้องขออภัยแต่ด้วยความเร่งรีบของเวลา ลำดับแรกผมขอถอยหลังมาจาก ข้างล่างเลยนั่นหมายความว่าในรายงานของท่านบอกว่าจะให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ กำกับกิจการประปา อันนี้ถามว่าถ้าจัดตั้งได้ดีไหม ดีครับ มันจะมีหน่วยงานกลางในการที่จะ ควบคุมดูแลทั้งปริมาณทั้งคุณภาพแล้วก็หลายสิ่งหลายอย่างที่เกี่ยวกับเรื่องของน้ำประปา แต่ว่าท่านครับประปาในเมืองไทยมีเท่าไร ประปาหมู่บ้านมีกี่แห่ง ๖๐,๐๐๐ ๗๐,๐๐๐ แห่ง ของการประปานครหลวงอีกของการประปาภูมิภาคอีก แล้วก็ของหน่วยงานเอกชนอีก เพราะฉะนั้นแล้วผมนึกภาพไม่ออกว่าคณะกรรมการชุดนี้จะใหญ่โตขนาดไหน เพราะฉะนั้น ผมเองอยากที่จะให้การดูแลตรงนี้ อย่างการประปาส่วนภูมิภาคและการประปานครหลวง ท่านเองท่านมีหน่วยตรวจสอบภายใน ใช่ผมยอมรับว่ามีหน่วยตรวจสอบภายใน แต่ท่านครับ การตรวจสอบในเรื่องบางเรื่องโดยเฉพาะคุณภาพในเรื่องของการกำหนดราคาเอาคนนอกมา ดีกว่าไหม ในความรู้สึกผมนะครับ ผมเองก็คิดได้ว่าถ้าเอาคนในทั้งหมดถ้าใช้ภาษาบ้าน ๆ คือซูเอี๋ยกันมันก็มีความเป็นได้ แต่จริง ๆ แล้วทางการประปาส่วนภูมิภาคกับการประปา นครหลวงก็มีศักดิ์ศรีในตัวเองนะครับ แต่ว่าก็อดคิดไม่ได้สำหรับมนุษย์ปุถุชนทั่วไปนะครับ ก็ขออนุญาตแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา แล้วก็การตรวจสอบคุณภาพของประปา ตามหมู่บ้านต่าง ๆ กรมอนามัยเมื่อก่อนเป็นภารกิจที่สำคัญของกรมอนามัยในการตรวจสอบ ระบบประปา แต่ช่วงหลังผมไม่แน่ใจว่าการศึกษานี้ได้ดำเนินไปถึงตรงนั้นหรือไม่ว่าการให้ กรมอนามัยซึ่งสังกัดของกระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีบุคลากรโดยเฉพาะเดี๋ยวนี้มี อสม. ซึ่งเป็น มือเป็นไม้อยู่จำนวนล้านกว่าคนแล้วก็มีค่าตอบแทน ไม่ใช่ว่าจะต้องใช้ให้คุ้มไม่ใช่อย่างนั้น เพียงแต่ว่า อสม. เหล่านี้เดี๋ยวนี้เขาเป็นคนที่มีคุณภาพนะครับ แล้วก็ อสม. ทุกคนมีสำนึก ในการรักที่อยากจะให้สุขภาพของพี่น้องประชาชนมีคุณภาพที่ดี เพราะฉะนั้นผมว่า อสม. เต็มใจที่จะไปเป็นตรวจสอบในเรื่องของคุณภาพน้ำประปาชุมชนในท้องถิ่นของตัวเอง🔗

แล้วก็อีกอย่างหนึ่งที่ผมอยากจะขอฝากไว้นะครับซึ่งในเรื่องของการประปา ทั้ง ๒ ส่วน ภูมิภาคแล้วก็นครหลวง นั่นก็คืออัตราการสูญเสียของน้ำ จริงอยู่ว่าอาจจะไม่ได้ เกี่ยวกับเรื่องรายงานนี้สักเท่าไรแต่ว่าผมก็อยากจะบอกท่านนะครับว่า ผมเองอยากให้ท่าน ได้ดำเนินการอย่างจริงจังแล้วก็เรื่องนี้ผมขอรัฐบาลได้เข้ามาดำเนินการอย่างจริงจังด้วย เพราะว่าการสูญเสียน้ำของทั้ง ๒ หน่วยงานนี้ตกแล้วร้อยละ ๓๐ ของทั้งหมดนะครับ ถ้าเป็น ปริมาณน้ำแล้วในแต่ละปีจะเท่ากับปริมาณน้ำในเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนที่บ้านผมซึ่งเก็บ กักน้ำได้ ๙๓๖ ล้านลูกบาศก์เมตร มันน่าเสียดายนะครับ แล้วก็ในเรื่องของการทำโรงประปา สำหรับการประปานครหลวง การรับน้ำดิบมีทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก ท่านครับ ในฝั่งตะวันตกผมเห็นด้วยเพราะเป็นการรับน้ำดิบจากลุ่มน้ำแม่กลองซึ่งมีเสถียรภาพ ในเรื่องของต้นทุนน้ำอย่างมาก แต่ในฝั่งตะวันออกผมเองอยากจะให้ท่านได้ลดการใช้น้ำ จากฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นการรับน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ปิง วัง ยม น่าน เพราะปัจจุบันนี้ การใช้น้ำของแม่น้ำ ๔ สายนี้ก่อนที่จะมาเป็นเจ้าพระยามีอัตราการใช้น้ำเยอะมากจนต้นทุน แทบจะไม่มีเหลือ เพราะฉะนั้นอีกส่วนหนึ่งยังต้องมาทำน้ำประปา ทุกคนในประเทศนี้ ไม่หวงหรอกครับ เพียงแต่ว่าใช้ทางโน้นดีกว่าไหมเพราะว่ามาใช้ทางนี้ทั้งค่าความขุ่น ทั้งสาหร่าย ทั้งอะไรเยอแยะไปหมดนะครับ ผมเองก็อยากจะขอเสนอไว้ในส่วนนี้เท่านี้ แล้วก็ขอบพระคุณความตั้งใจของท่านอนุกรรมาธิการและที่สำคัญต้องขอบพระคุณ ท่านประธานกรรมาธิการเป็นอย่างสูงนะครับ ท่านจักรัตน์ พั้วช่วย ที่เอาใจใส่ทุกขั้นตอน ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป ๒ ท่านนะครับ ท่านสรพัช ศรีปราชญ์ ต่อด้วยท่านเลาฟั้ง บัณฑิตเทิดสกุล นะครับ ท่านสรพัช ศรีปราชญ์ เชิญครับ🔗

นายสรพัช ศรีปราชญ์ สระบุรี

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สรพัช ศรีปราชญ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี อำเภอเมือง อำเภอ เฉลิมพระเกียรติ และอำเภอแก่งคอยเฉพาะตำบลห้วยแห้ง จากพรรคประชาชนครับ วันนี้ ขอร่วมอภิปรายรายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง การบริหารจัดการและแนวทาง การแก้ไขปัญหาน้ำบาดาลและน้ำประปาทั้งระบบ ที่คณะกรรมาธิการการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ำ สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณ คณะกรรมาธิการนะครับ ตั้งแต่ท่านประธานจนไปถึงท่านกรรมาธิการทุกท่านที่ได้จัดทำ รายงานนี้มาอย่างละเอียดแล้วก็นำเสนอการแก้ไขปัญหาและข้อสังเกตได้อย่างครบถ้วน ท่านประธานครับ หากย้อนเวลาไปเมื่อเปิดประชุมสภาใหม่ ๆ การศึกษานี้ได้ถูกเสนอ เป็นญัตติตั้งแต่แรก ๆ หากทุกคนจำได้ก็คือมีเพื่อนสมาชิกลุกขึ้นอภิปรายกันเป็นจำนวนมาก เพราะนี่คือปัญหาใหญ่จริง ๆ ครับ ทั้ง ๆ ที่เรื่องน้ำอุปโภคบริโภคเป็นปัญหาที่ใกล้ตัวมาก แต่กลับไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา เวลาผ่านล่วงเลยไปหลายปีแต่สุดท้ายก็ปล่อยให้เวลาผ่านไป เฉย ๆ พี่น้องประชาชนก็ยังได้รับความเดือดร้อนกันเหมือนเดิม ท่านประธานครับ เมื่อผม ได้อ่านรายงานแล้วก็พบว่าปัญหาที่ผมเป็นห่วงนั้นได้อยู่ในรายงานเล่มนี้แล้ว นั่นก็คือปัญหา เรื่องคุณภาพของแหล่งน้ำดิบ จากรายงานบอกว่าปัญหาคุณภาพของแหล่งน้ำดิบเกิดจากการ สุ่มตรวจคุณภาพน้ำดิบไม่เพียงพอ ต่อจำนวนระบบประปาทั้งประเทศ และทางกรรมาธิการ ได้ให้ข้อสังเกตไว้ว่าต้องมีการตรวจเบื้องต้น และต้องนำส่งข้อมูลทุก ๆ ๖ เดือน รวมถึง ต้องบันทึกข้อมูลทุกเดือน ในความเป็นจริงแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ยากเลยครับ แต่ถ้าจะทำ จริง ๆ พรุ่งนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบก็สามารถทำได้เลยเหมือนกัน แต่ผมมีความคิดเห็นที่อยากจะขอเสนอเพิ่มเติมว่าการแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำดิบแต่เพียงเท่านี้ ผมคิดว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะว่าแหล่งน้ำดิบที่นำมาผลิตน้ำประปาต้องคิด แก้ไขปัญหากันตั้งแต่ต้นทาง ต้องแก้ไขกันตั้งแต่ขั้นตอนเลือกแหล่งน้ำดิบเลยครับ ที่จะต้อง ไม่ใกล้แหล่งทิ้งน้ำเสียไม่ใกล้แหล่งที่ถูกสารเคมีปนเปื้อน เมื่อเราเริ่มเดินทางต้นทางที่ดี ก็คือแหล่งน้ำดิบที่ดีมีคุณภาพแล้ว หากมีการปนเปื้อนคุณภาพแหล่งน้ำดิบนั้นแย่ลงก็ต้อง ลงโทษผู้ที่กระทำการนั้นอย่างจริงจัง ทุกวันนี้ก็ถูกปล่อยปละละเลย ถามหาความรับผิดชอบ ก็ไม่มีใครรับผิดชอบ ยกตัวอย่างในจังหวัดสระบุรีอยู่ดี ๆ วันดีคืนดีก็มีน้ำเสียถูกปล่อยออก มาแล้วระบบน้ำประปาของเทศบาลก็ถูกดูดขึ้นมาพอดิบพอดี ประชาชนในเขตเทศบาล วันรุ่งขึ้นได้รับผลกระทบนั่นก็คือน้ำเสียทั้งหมดได้ถูกจ่ายเป็นน้ำประปาให้นำไปใช้อุปโภคบริโภค เป็นที่เรียบร้อย ทุกวันนี้ก็ยังหาสาเหตุกันไม่ได้ว่าน้ำเสียเหล่านั้นมาจากไหน ท่านประธานครับ ทำไมผมจึงต้องขอเน้นเรื่องคุณภาพของแหล่งน้ำดิบเพราะว่านี่คือต้นทุน ต้นทุนของการผลิต น้ำประปาเพื่อนำมาให้แก่พี่น้องประชาชน การที่แหล่งน้ำไม่มีคุณภาพทำให้เกิดการบำบัด ซึ่งในรายงานเล่มนี้ทางกรรมาธิการก็ได้ให้ข้อสังเกตไว้แล้วว่าต้องมีการบำบัดก่อนให้ ผ่านเกณฑ์มาตรฐานแล้วค่อยนำมาผลิตน้ำประปา แต่มันจะดีกว่าหรือไม่หากแหล่งน้ำ ที่เราได้นั้นมันมีคุณภาพอยู่แล้ว หรือนำมาบำบัดเพียงเล็กน้อย การเติมการบำบัดมันก็น้อยลง ต้นทุนก็น้อยลงไปด้วย เพื่อจะให้พี่น้องประชาชนได้ใช้น้ำที่ดีมีคุณภาพในราคาที่ถูกลง วันนี้ ผมไม่ขอรบกวนเวลาในสภามากไปกว่านี้แล้ว เพราะว่าก่อนหน้านี้ก็มีผู้อภิปรายมาหลายท่าน🔗

สุดท้ายนี้ก็ต้องขอขอบคุณกรรมาธิการทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะ ท่านเจษฎา ดนตรีเสนาะ คนปทุมธานีลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เป็นประธานอนุกรรมาธิการ จัดทำรายงานฉบับนี้ด้วย ผมก็หวังว่ารัฐบาลจะนำไปแก้ไขปัญหาเพราะบางข้อเสนอ ในรายงานฉบับนี้สามารถสั่งการได้เลย แล้วก็จะช่วยแก้ปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชน ชาวสระบุรี อำเภอเมือง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอแก่งคอย เฉพาะตำบลห้วยแห้งได้ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล แล้วต่อด้วยท่านเชิดชัย ตันติศิรินทร์ เชิญท่านเลาฟั้งครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนเครือข่ายชาติพันธุ์ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย แสดงความคิดเห็นต่อรายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง การบริหารจัดการและ แนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำบาดาลและน้ำประปาทั้งระบบ ท่านประธานครับ ผมอยากจะ พูดถึงปัญหาการจัดทำน้ำประปาของพื้นที่ชุมชนที่อยู่ในเขตป่า ภาพที่เห็นนี้ก็คือเป็นตัวอย่าง โครงการน้ำประปาของชุมชนที่อยู่ในเขตป่าซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโครงการขนาดเล็กแบบนี้ครับ งบประมาณก็สักไม่เกินแสนอย่างนี้ สไลด์ต่อไปนะครับ อันนี้ก็จะเป็นแหล่งต้นน้ำที่มีอยู่ กระจัดกระจายในชุมชนที่ตั้งอยู่ในเขตป่า ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นต้นทุนที่ดีมากเลย แต่ถึงอย่างไร ก็แล้วแต่ชุมชนที่ตั้งอยู่ในเขตป่าประสบกับปัญหาการบริหารจัดการน้ำเพื่อเอามาทำเป็น น้ำประปาในการดูแลประชาชนทำได้ด้วยความยากลำบาก เนื่องจากติดอยู่ในเขตป่า การดำเนินการใด ๆ จะต้องขออนุญาตจากกรมป่าไม้หรือกรมอุทยานทั้งสิ้น ทำให้ไม่สามารถ ที่จะใช้ต้นทุนที่มีอยู่มาดูแลประชาชนได้ ซึ่งความจริงไม่ควรเป็นปัญหาด้วยซ้ำไป แต่ถึงที่สุด ก็ยังเป็นปัญหา สไลด์ต่อไปนะครับ ปัญหาการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานซึ่งรวมถึงน้ำของชุมชน ที่อยู่ในเขตป่าเป็นปัญหาใหญ่ ถามว่าใหญ่ขนาดไหน ใหญ่จนถึงขั้นที่รัฐมนตรีได้ประกาศ เป็นวาระสำคัญเลยนะครับ ทันทีที่เข้าไปรับตำแหน่ง ประกาศว่าจะเร่งรัดคำขออนุญาต จัดทำโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งส่วนหนึ่งอยู่ในนี้นั่นคือโครงการที่เกี่ยวกับน้ำที่ค้างอยู่จำนวน ๑๓๗,๐๐๐ โครงการ ๑๓๗,๐๐๐ โครงการท่านฟังไม่ผิดนะครับ ถามว่ามันใหญ่ขนาดไหน สไลด์ต่อไปเลยนะครับ พอมาดูชุมชนที่ได้รับผลกระทบนะครับ เฉพาะที่อยู่ในเขตป่าสงวนและป่าอุทยาน ๒๓,๘๔๑ หมู่บ้าน อันนี้ยังไม่รวมถึงชุมชนที่อยู่ในเขตป่าไม้ ๒๔๘๔ รวม ๆ กันน่าจะ ไม่ต่ำกว่า ๓๐,๐๐๐ หมู่บ้าน ซึ่งเป็นจำนวนชุมชนที่เยอะมาก แล้วก็ได้รับผลกระทบนะครับ ปัญหาก็คือว่าความยุ่งยาก ซับซ้อน ล่าช้า เริ่มตั้งแต่ตัวระบบกฎหมาย การปฏิบัติที่อ้างว่า ล่าช้า ไม่มีคน ไม่มีงบประมาณ เอกสารบกพร่องเป็นข้ออ้างที่แบบใช้มาโดยตลอด รวมทั้ง สิ่งที่ได้รับเสียงสะท้อนมาก็คือเรื่องของการทุจริตเรียกรับเงินจากท้องถิ่นหรือรีดไถเอาจาก ผู้รับเหมา แม้เป็นโครงการเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้การจัดทำโครงการนี้นอกจากได้รับอนุญาต อย่างยากเย็นแล้วเมื่อได้รับอนุญาตไปแล้ว คือยังจะต้องถูกรีดไถอีก ขอสไลด์ต่อไปนะครับ ถามว่ามันยุ่งยากซับซ้อนขนาดไหน แบ่งเป็น ๖ ประเภท การขออนุญาตจัดทำโครงการ แม้โครงการเกี่ยวกับน้ำเล็ก ๆ น้อย ๆ แบ่งเป็น ๖ ประเภท ผู้อนุญาตมีตั้งแต่ระดับจังหวัด อธิบดีซึ่งมีตั้งแต่อธิบดีกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชหรือแม้กระทั่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้อำนวยการสำนักจัดการ ทรัพยากรป่าไม้คือกระบวนการมันยุ่งยากซับซ้อนทำให้การอนุญาต การยื่นคำขออนุญาต การอนุญาตเป็นไปได้ด้วยความยากลำบาก สิ่งเหล่านี้พูดโดยสรุปคือเป็นปัญหาในทางธุรการ เป็นปัญหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการงานด้านเอกสาร เป็นปัญหาการประสานงาน ของเจ้าหน้าที่ แต่ผลกรรมทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้ตกแก่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ตอนนี้กำลังจะ เข้าสู่ช่วงหน้าแล้งแล้ว จริง ๆ เข้าสู่ช่วงหน้าแล้งแล้วหลายชุมชนมากที่น้ำไม่พอใช้ หลายชุมชนมากที่ไม่มีน้ำเพื่อการเกษตรเลยนะครับ พอท้องถิ่นหรือหน่วยงานในพื้นที่ อยากจะจัดทำโครงการเพื่อมาดูแลชาวบ้านก็ยังมาเจอกับปัญหาความยุ่งยากซับซ้อน ในการขออนุญาตใช้พื้นที่อย่างนี้นะครับ แม้เป็นโครงการเล็ก ๆ น้อย ๆ ผมลงพื้นที่ได้รับ เสียงสะท้อนจากนายก อบต. ท่านหนึ่งบอกว่าแค่เอาแท็งก์น้ำ ซื้อแท็งก์น้ำมาแท็งก์น้ำ พลาสติกนะครับไปตั้งไว้ที่หัวหมู่บ้านเพื่อจ่ายน้ำมาให้ชาวบ้านยังทำไม่ได้เลย ไม่สามารถ จะทำได้แบบนี้ ก็เลยทำให้การจัดการเรื่องน้ำของชุมชนที่อยู่ในเขตป่าเป็นไปด้วย ความยากลำบาก อันสุดท้ายนะครับที่ผมอยากจะเสนอว่าอยากจะให้รายงานชิ้นนี้ ช่วยพิจารณา การแก้ไขปัญหาให้แก่ชุมชนที่อยู่ในเขตป่าที่ผมขอย้ำว่ามีไม่ต่ำกว่า ๒๓,๐๐๐ ชุมชน โดยเฉพาะการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ที่เกี่ยวข้องอยู่ ๔ ฉบับนี้ละครับ ก็คือ พ.ร.บ. ป่าไม้ ๒๔๘๔ พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ และ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าที่จะต้องไปแก้ไขอย่างเร่งด่วนนะครับ ไม่อย่างนั้นชุมชน ที่อยู่ในเขตป่าที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างมากก็จะไม่สามารถที่จะจัดทำโครงการใด ๆ มาสนับสนุนเหล่านี้ได้ โดยรวมแล้วผมเห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้นะครับ แต่ว่ามีส่วนที่ อยากจะเสนอเพิ่มเติม ขอบคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเชิดชัย ตันติศิรินทร์ เชิญครับ🔗

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม เชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมก็ขอชมเชยคณะกรรมาธิการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่ได้ทำรายงานดีมาก และพูดความจริง ท่านประธานครับ ไปดูที่หน้า ๖๙ ที่มีการสำรวจจากองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ว่ามีอะไรบ้างเกี่ยวกับน้ำ อันที่ ๑ ก็คือขาดแคลนงบประมาณในการ บำรุงรักษา ๔๙ เปอร์เซ็นต์ ต่อไปก็เป็นปัญหาเรื่องน้ำประปาไหลอ่อน ท่อแตกบ่อย ๔๓ เปอร์เซ็นต์ น้ำบาดาลผลิตประปาไม่เพียงพอ แล้วก็อีกอันหนึ่งก็คือขาดผู้เชี่ยวชาญ ท่านประธานครับ พอไปอ่านรายงานต่าง ๆ นี่นะครับ เรามีแผนพัฒนาน้ำ ๒๐ ปี ด้านที่ ๑ ก็คือต้องมีการจัดหาน้ำอุปโภคบริโภคให้แก่ชุมชนครบทุกหมู่บ้าน แล้วพอไปดูการที่สำรวจ ของกรมควบคุมมลพิษและกรมอนามัยปรากฏว่าน้ำทั้งผิวดินและน้ำมาจากน้ำประปา ผ่านมาตรฐานแค่ไม่ถึงครึ่งเลยครับ ๔๗ กับ ๔๓ เปอร์เซ็นต์ที่ของกรมอนามัยที่ไปวิเคราะห์ ดูแล้วน้ำประปาของการประปานครหลวงและส่วนภูมิภาคดีกว่าน้ำประปาที่จัดโดยเทศบาล หรือน้ำประปาหมู่บ้านมากเลย ผ่านเกณฑ์มาตรฐานมากกว่าอีก เพราะฉะนั้นก็เป็นปัญหา ที่การดูแล ท่านประธานครับ มันก็ไปต่อเนื่องกับปัญหาที่คณะกรรมการที่สรุปมา คือระบบ จ่ายน้ำมีคุณภาพต่ำ ปัญหาแรงดันต่ำแล้วก็มีการรั่วไหลเยอะ แรงดันค่าเฉลี่ยอยู่ที่ ๔.๓ เมตร ซึ่งต่ำมากนะครับ ต่ำที่สุดในทุกประเทศว่าอย่างนั้นครับ🔗

อีกอันหนึ่งก็คือท่านคณะกรรมการก็เลยมีข้อสังเกตว่าควรจะมีการกำหนด เกณฑ์มาตรฐาน ก็จะได้มากำหนดราคาน้ำจากต้นทุนการผลิตแท้จริงครับ อันนี้ผมเห็นด้วย แต่แปลกที่ว่าเรามีการผลิตน้ำประปาเยอะแล้วเพิ่งจะมาคิดเกณฑ์อย่างนี้ความดันต่าง ๆ🔗

อันที่ ๒ ท่านประธานครับ ท่อน้ำแตกเยอะมาก แล้วปรากฏว่าเราใช้ท่อพีวีซี ซึ่งเป็นที่นิยมมากในปัจจุบันนี้ ก็ปรากฏว่าแรงรั่วสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ๓ เท่า แล้วก็ ถ้าเทียบกับอย่างอื่นแล้วการแตกรั่วของเราสูงกว่ามาตรา ๑๖ เท่า อายุท่อก็ไม่คุ้มกับที่ควร จะใช้เพราะงานก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานครับ ท่านประธานครับ ที่เราเน้นว่าเราควรจะมีพวก ช่างฝีมือต้องมี Skill นะครับ ก็คือมีฝีมือ อย่าไปดูถูกประปานะครับ การท่อพีวีซีที่บ้าน ผมทำน้ำประปาผมก็สังเกตดูว่าเอ๊ะทำไมน้ำมันรั่ว เพราะว่าใช้ชาวบ้านธรรมดาครับ ไม่ได้ อ่านคู่มือการใช้เลย การใช้กาว การใช้ไม่มีเลยนะครับ เป็น Labor Intensive จริง ๆ ก็คือ ไม่มีความรู้ เอาแต่คิดเอาเอง มันก็เลยปรากฏว่าแย่นะครับ เพราะฉะนั้นการก่อสร้าง ไม่ได้มาตรฐาน ผมก็เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมการ ก็คือคนที่รับเหมาก่อสร้างต้อง รับประกันเพิ่มขึ้นเป็น ๕ ปีถึง ๑๐ ปี แล้วการควบคุมต้องเป็นไปตามมาตรฐานนะครับ น้ำที่สูญเสียเปล่าไปกับการรั่วมีความสำคัญนะครับท่านประธาน อย่างมีผู้อภิปรายไปแล้ว ไม่ว่าการประปานครหลวงหรือประปาส่วนภูมิภาคมีการสูญเสียน้ำประปาไปประมาณ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ขึ้น ๓๒ กับ ๓๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการก็บอกว่าเป็นการ สูญเสียทรัพยากรน้ำขั้นร้ายแรงต้องมีการดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เร่งด่วนอย่างไรครับ ท่านบอกว่าควรจะมีคณะกรรมการกิจการประปาแล้วก็ควรจะเสนอให้กรมการปกครอง ส่วนท้องถิ่นช่วยดูแลด้วย ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับท่านนพพล เหลืองทองนารา พรรคเพื่อไทย มันไม่ไหวละครับ เรามีการกระจายอำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องรับผิดชอบเรื่องสาธารณูปโภคอยู่แล้ว ต้องเน้นหนักเรื่องนี้นะครับ ต้องไปให้รับผิดชอบ อย่างเต็มที่ ทีนี้พอไปหมู่บ้านมีกรมอนามัยที่ไปช่วยดูแล เท่าที่ดูในรายการนี้พอไปดูแลแล้ว ปรากฏว่าเปอร์เซ็นต์น้ำที่ผ่านมาตรฐานมันดีขึ้นเรื่อย ๆ ผมอยากจะถามท่านคณะกรรมาธิการ ว่าได้คุยกับกรมอนามัยไหมครับว่าในพวกน้ำประปาที่หมู่บ้านหรือว่าที่ไกล ๆ เขาจะมี แนวทางแก้ไขอย่างไร เรื่องงบประมาณก็ควรจะจัดสรรให้กรมอนามัยเข้าไปช่วย ส่วนที่อยู่ใน เขตเทศบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องรับผิดชอบเต็มที่ เพราะว่าคณะกรรมการ ที่จะดูแลกิจกรรมอะไรพวกนี้อาจจะดูแลไม่ทั่วถึง และผมก็ขอสนับสนุนที่ทางคณะกรรมาธิการ มีข้อสังเกตแล้วจะแก้ไขอย่างไรส่งไปให้รัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไข เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไป ๒ ท่านครับ ท่านนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ แล้วต่อด้วยท่านฉัตร สุภัทรวณิชย์ เชิญท่านนนท์ก่อนครับ เชิญครับ🔗

นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ นนทบุรี

ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมขออนุญาตอภิปราย สนับสนุนรายงานพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นเอกสารที่มีความครอบคลุม ลึกซึ้ง แล้วก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของระบบน้ำ ในประเทศไทย รายงานฉบับนี้ได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาสำคัญที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ ของประเทศแล้วก็ได้มีการเสนอแนวทางการแก้ไขที่เป็นรูปธรรม ซึ่งหากถูกหยิบนำไป ดำเนินการอย่างจริงจังก็จะสามารถพลิกโฉมระบบน้ำของไทยให้มีประสิทธิภาพเท่าเทียม แล้วก็ยั่งยืนได้นะครับ หนึ่งในปัญหาหลักที่รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นก็คือการสูญเสียน้ำในระบบ ประปา ซึ่งสูงถึง ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ ในบางพื้นที่ของประเทศ แต่ถ้าเทียบกับมาตรฐานสากล ที่กำหนดให้การสูญเสียน้ำในระบบควรอยู่ที่ต่ำกว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ปัญหานี้เกิดจากท่อส่งน้ำ ที่มีอายุมาก ขาดการบำรุงรักษาและขาดการลงทุนในการปรับปรุงระบบน้ำประปาให้มี ประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้พี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำประปา ไหลอ่อนหรือแม้กระทั่งการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งครับ🔗

อีกปัญหาสำคัญหนึ่งที่รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นก็คือเรื่องของคุณภาพน้ำประปา ในรายงานก็พบว่าน้ำประปาที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษอยู่ที่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ของแหล่งน้ำทั่วประเทศ แต่ยังมีอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ที่มีคุณภาพน้ำต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน โดยเฉพาะน้ำประปาหมู่บ้านที่มาจากน้ำบาดาล อย่างในจังหวัดนนทบุรีก็จะมีอยู่ในอำเภอ ไทรน้อย ในตำบลหนองเพรางาย ตำบลทวีวัฒนา ตำบลขุนศรี ตำบลไทรใหญ่และตำบล ราษฎร์นิยม ซึ่งมีปัญหาสารเคมีและโลหะปนเปื้อน การปล่อยปละละเลยปัญหานี้ก็ไม่ได้เพียง จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน แต่ยังเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของ ประเทศ รายงานฉบับนี้ก็มีการเสนอแนวทางที่ชัดเจนแล้วก็สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง โดยเสนออยู่ ๔ ประเด็นหลัก ก็คือในเรื่องของการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการประปา ในเรื่องของการลงทุนปรับปรุงระบบเครือข่ายน้ำประปา เรื่องของการพัฒนาคุณภาพน้ำ โดยการจัดตั้งหน่วยตรวจสอบคุณภาพน้ำในระดับท้องถิ่น อันนี้ผมรู้สึกว่าผมเห็นด้วยนะครับ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่แน่ใจว่าจะได้รับน้ำสะอาด แล้วก็ใช้อย่างปลอดภัยนะครับ🔗

ในเรื่องของการกำหนดโครงสร้างราคาน้ำประปา มันจะทำให้การควบคุม ราคาน้ำประปาของพี่น้องประชาชนเป็นไปด้วยความเป็นธรรม ถึงแม้ว่ารายงานฉบับนี้ จะครอบคลุมทุกมิติ แล้วก็ปัญหาของน้ำบาดาลและน้ำประปา แต่ก็ยังมีบางประเด็น ที่เห็นควรจะเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น อย่างในประเด็นเรื่องของมาตรการ เร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำประปาไหลอ่อนในบางพื้นที่ ซึ่งควรจะมีการเสนอแนวทาง ที่สามารถดำเนินการได้ทันที และการเพิ่มแรงดันน้ำ การจัดสรรงบประมาณฉุกเฉิน เพื่อซ่อมแซมท่อประปาที่ชำรุดนะครับ🔗

อีกอย่างหนึ่งครับในเรื่องของการพัฒนาแผนติดตามและประเมินผล การดำเนินงานเพื่อให้มั่นใจว่ามาตรฐานที่เสนอสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงแล้วเกิดผลลัพธ์ อย่างเป็นรูปธรรม🔗

ในเรื่องของการบูรณาการแผนบริหารจัดการน้ำเข้ากับยุทธศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมที่เกิดถี่ขึ้นจะเป็นผล โดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งควรได้รับการบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของ แผนพัฒนาระบบน้ำของประเทศ รายงานฉบับนี้ก็ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบน้ำ บาดาลและน้ำประปาของไทย ซึ่งไม่ได้เพียงแค่เป็นเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็น ปัจจัยพื้นฐานของคุณภาพชีวิตประชาชน ความมั่นคงด้านสาธารณสุข และความสามารถ ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ หากข้อเสนอแนะที่ระบุไว้ในรายงานฉบับนี้ได้รับ การดำเนินการอย่างจริงจัง ผมเชื่อว่าอนาคตของน้ำในประเทศไทยจะได้รับการยกระดับ ให้มีความมั่นคง มีประสิทธิภาพ และมีความยั่งยืนอย่างแท้จริง จึงอยากให้ผู้แทนราษฎร แล้วก็สภาแห่งนี้ช่วยสนับสนุนแนวทาง แล้วก็รายงานฉบับนี้ผมขอบพระคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านฉัตร สุภัทรวณิชย์ เชิญครับ🔗

นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ฉัตร สุภัทรวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ หน้าย่าโม พรรคประชาชนครับ ผมขออภิปรายรายงานการบริหารจัดการและแนวทางการแก้ไขปัญหา น้ำบาดาลและน้ำประปาทั้งระบบ โดยขอให้ความเห็นเพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเพิ่มเติม สักประเด็นหนึ่งครับ ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตส่วนมากจะเป็นระบบประปา ท้องถิ่นหรือประปาหมู่บ้านที่มีการบริหารโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. ตามรายงานหน้า ๒๑ การบริหารจัดการน้ำประปาในระดับท้องถิ่น หมู่บ้านในหลาย ๆ จังหวัดมักมีปัญหาพวกน้ำไม่ไหล น้ำไหลอ่อน ไหลเบา แล้วก็คุณภาพน้ำประปาที่ไม่ได้ มาตรฐาน ซึ่งปัญหาดังกล่าวอาจเกิดจากการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีงบประมาณ และอัตรากำลังคนไม่เพียงพอ ทุกท่านทราบไหมครับว่าประเทศไทยมีกฎหมายอยู่ตัวหนึ่ง ชื่อว่า พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น พุทธศักราช ๒๕๔๒ กฎหมายนี้ มาตรา ๒๒ กำหนดให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นสามารถมอบให้เอกชนดำเนินการแทนได้ตามกฎกระทรวง ซึ่งเป็นกฎหมาย ที่ดีมาก ๆ นะครับ ข้าราชการก็เห็นก็ทราบแล้วผู้ประกอบการเอกชนก็เห็นแล้วก็ทราบ เรื่องนี้ด้วย แต่ทำไมถึงวันนี้ไม่มีการใช้ช่องทางนี้ในการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนเลย ผมมีคำตอบ มาเฉลยครับ เพราะผ่านมากว่า ๒๐ ปี กฎกระทรวงนี้ยังไม่ถูกตราขึ้นเพื่อใช้ บังคับ ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่สามารถมอบให้เอกชนดำเนินการแทนได้ รายงานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย เมื่อปี ๒๕๕๘ วาระที่ ๓.๒ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีการขอหารือแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับ การให้เอกชนดำเนินการผลิตน้ำประปา เพื่อจำหน่ายในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายพิจารณาแล้วมีความเห็นว่าเมื่อยังไม่มีกฎกระทรวง ออกตามมาตรา ๒๒ ท้องถิ่นจึงไม่สามารถมอบอำนาจให้บริษัทดำเนินการแทนได้🔗

ต่อมาได้มีบันทึกของคณะกรรมการพัฒนากฎหมายของคณะกรรมการ กฤษฎีกาตามเรื่องเสร็จที่ ๑๐๕๕/๒๕๖๖ ว่าตาม มาตรา ๒๒ นี้เป็นกรณีที่กฎหมายให้อำนาจ แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพิจารณามอบให้เอกชนดำเนินการตามอำนาจและ หน้าที่แทนได้ตามหลักเกณฑ์ในกฎกระทรวง บทบัญญัติดังกล่าวมุ่งหมายที่จะให้มีการพัฒนา บริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นนั้น โดยเปิดโอกาสให้เอกชนสามารถเข้ามาดำเนินงานแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีผู้รักษาการกำหนดในกฎกระทรวง เนื่องจาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่อาจมีปัจจัย เงื่อนไข และข้อจำกัดด้านทรัพยากร บุคลากร งบประมาณและปริมาณงานที่แตกต่างกันครับ กรณีนี้จึงเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรี ผู้รักษาการที่เกี่ยวข้องในการออกกฎกระทรวงดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นสามารถมอบให้เอกชนที่มีความพร้อมสามารถดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ แทนได้ อันจะทำให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์จากการให้บริการสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น ดังนั้นมาตรา ๒๒ นี้จึงเข้าข่ายต้องเร่งดำเนินการออกกฎกระทรวงตามมาตรา ๒๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ ของกฎหมาย พุทธศักราช ๒๕๖๒ การที่ผมชี้ให้เห็นถึงประเด็นนี้เพื่ออยากให้ท่านทราบว่า กฎหมายนี้ออกมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ แล้ว และเริ่มพบปัญหาก็คือปัญหาที่เราสืบค้นหลักฐานได้ เมื่อตอนปี ๒๕๕๘ นับถึงวันนี้ก็เกือบ ๑๐ ปีเต็มแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม กฎกระทรวงก็ยังไม่ได้ออก ปี ๒๕๖๖ คณะกรรมการพัฒนากฎหมายก็ได้มีความเห็นให้มี การเร่งรัดติดตามให้ออกกฎกระทรวงผ่านมาถึงวันนี้เกือบ ๒ ปีเต็มแล้วครับ กฎกระทรวงนี้ ก็ยังไม่ออกมา ผมจึงอยากให้คณะกรรมาธิการได้นำข้อมูลนี้ไปพิจารณาและช่วยติดตาม การออกกฎกระทรวงตามมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจาย อำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปี ๒๕๔๒ ให้ออกมาแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน เสียทีครับ🔗

สุดท้ายนี้กระผมเองก็ได้ยื่นกระทู้ถามแยกเฉพาะไปแล้ว ตอนนี้อยู่ในระหว่าง รอคิวนะครับ ซึ่งพอจะมีรายงานของคณะกรรมาธิการฉบับนี้ออกมา ผมจึงอยากจะฝากเป็น ประเด็นเพิ่มเติมในรายงานและบันทึกในสภาแห่งนี้ก่อน และหวังว่าเมื่อถึงคิวกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีจะมาตอบให้ชัด ๆ อีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวันนิวัติ สมบูรณ์ แล้วต่อด้วยท่านบุญเลิศ แสงพันธุ์ เชิญท่านวันนิวัติ สมบูรณ์ ครับ🔗

นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วันนิวัติ สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ ๑๐ พรรคเพื่อไทยครับ ขออนุญาตร่วมอภิปรายรายงานผลการศึกษาญัตติ เรื่อง การบริหารจัดการและแนวทาง การแก้ไขปัญหาน้ำบาดาลและน้ำประปาทั้งระบบ ซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมาธิการบริหาร จัดการน้ำ สภาผู้แทนราษฎร ก่อนอื่นเลยต้องขอชื่นชมทางคณะกรรมาธิการทุกท่านที่จัดทำ ออกมาได้อย่างครบถ้วน ดีเยี่ยม ครบถ้วนในรายละเอียดทั้งคุณภาพและปริมาณครอบคลุม ทุกมิติ แต่ผมอยากจะขอเพิ่มเติมอีกสักเล็กน้อยสัก ๒ ประเด็นดังนี้ครับ🔗

ประเด็นแรก ผมอยากจะขอกล่าวถึงคุณภาพของน้ำประปาในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบเรื่องสารปนเปื้อน การปนเปื้อนลงลึกไปในเรื่องแบคทีเรีย E. coli ซึ่งเป็นปัญหาที่มีความสำคัญในหลายพื้นที่ แบคทีเรียชนิดนี้พบได้ในลำไส้ของมนุษย์ และสัตว์ โดยปกติแล้วจะไม่ได้สร้างอันตรายกับร่างกาย แต่หากได้รับในปริมาณที่มาก จนเกินไปและจะส่งผลให้เกิดโรคทางเดินอาหาร แล้วบางรายอาจจะถึงท้องเสียรุนแรง แล้วก็มีการเสียชีวิตได้ จากรายงานการศึกษาหลายชิ้นพบว่าน้ำประปาที่ไม่ได้รับการบำบัด อย่างเหมาะสมยังคงพบแบคทีเรีย E. coli ในปริมาณที่มีเกินมาตรฐานในหลายชุมชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญ การปนเปื้อนนี้ไม่ได้ส่งผลต่อระบบสุขภาพของ พี่น้องประชาชนเท่านั้น แต่ยังกระทบกระเทือนไปถึงระบบสาธารณสุขของประเทศอีกด้วย เพิ่มภาระให้กับระบบสาธารณสุข ดังนั้นผมจึงเห็นว่าการตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ และโปร่งใสควรเป็นนโยบายที่เร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความร่วมมือร่วมกันครับ ท่านประธานครับ เช่นเดียวกันกับข้อเสนอของทางกรรมาธิการ อันนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลย นอกเหนือจากกรมอนามัยแล้วผมขอเสนอให้ทางรัฐบาลได้สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี การบำบัดน้ำและจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบคุณภาพน้ำในระดับจังหวัดหรือในระดับชุมชน ถ้าเป็นไปได้ ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนว่าน้ำที่พวกเขานำไปใช้อุปโภค บริโภคนั้นมีความปลอดภัยครับ🔗

ประเด็นสุดท้ายครับ การบริหารจัดการน้ำในเขตเมืองแล้วก็ในเขตชนบท ยังมีความเหลื่อมล้ำกันอย่างมาก อย่างที่พวกเราทราบกันแล้วก็เพื่อนในสภาช่วยกันอภิปราย การเข้าถึงทางด้านคุณภาพแล้วก็พื้นที่การบริการซึ่งสวนทางกับมาตรฐานชีวิตที่ควรจะได้รับ กระผมขอให้รายงานฉบับนี้ทางกรรมาธิการได้ส่งไปทางรัฐบาลด้วย ไม่อยากให้จบแค่ในสภา แห่งนี้ รายงานฉบับนี้มีคุณภาพแล้วก็มีประโยชน์อย่างมากต่อการพัฒนาประเทศต่อไป เพื่อให้ทุกคนได้มีสิทธิเข้าถึงน้ำสะอาดอย่างเท่าเทียมกัน🔗

สุดท้ายนี้กระผมขอชื่นชมคณะกรรมาธิการทุกท่านที่ทำงานอย่างหนัก เพื่อดูแลพี่น้องประชาชน และไม่อยากให้รายงานฉบับนี้จบเพียงแค่ในสภา อยากให้ส่งไปถึง รัฐบาลเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมนำสู่การแก้ไขปัญหาน้ำในทุกมิติ ทั้งในแง่คุณภาพ การจัดการและความยั่งยืน กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านบุญเลิศ แสงพันธุ์ แล้วต่อด้วยท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เป็นท่านสุดท้ายนะครับ เชิญท่านบุญเลิศ แสงพันธุ์ ครับ🔗

นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมุทรปราการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๗ พรรคประชาชน วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่องการบริหารจัดการน้ำแนวทางการแก้ปัญหาน้ำบาดาลและน้ำประปาทั้งระบบ ก่อนอื่น ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สภาผู้แทนราษฎร ต้องบอกว่า รายงานฉบับนี้ค่อนข้างที่จะสมบูรณ์หลายอย่าง เห็นท่านประธานตั้งใจอ่านพอสมควร แล้วก็รวมไปถึงเพื่อน สส. หลาย ๆ ท่านได้พูดถึงข้อมูลต่าง ๆ ในรายงานฉบับนี้ ค่อนข้าง จะเยอะพอสมควรนะครับ ก็ต้องบอกว่ารายงานฉบับนี้พยายามค่อนข้างที่จะสรุปหลายมิติ หลายมุมมอง ไม่ว่าจะเป็นแนวทางแก้ไขต่าง ๆ รวมถึงแผนในการพัฒนาประปาในการ ยกระดับ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาในระบบของประปาสำหรับพื้นที่ที่ยังไม่มีรวมถึง การซ่อมแซมบำรุงรักษาระบบประปาที่มีอยู่ให้ใช้งานได้ หรือพัฒนาให้ได้ตามเกณฑ์ มาตรฐานคุณภาพ น้ำประปาหมู่บ้าน ยกระดับให้เป็นน้ำประปาดื่มได้ อันนี้พอพูดแล้ว ก็เห็นภาพเลยนะครับว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นี้มันสามารถเอารายงานฉบับนี้ไปสะท้อนถึงปัญหา แล้วก็ข้อมูลต่าง ๆ ไปถึงภาครัฐหรือรัฐบาลสามารถนำเรื่องนี้ไปปรับปรุงแก้ไขได้ เพราะว่า ต้องบอกอย่างนี้ครับคุณภาพชีวิตของพ่อแม่พี่น้องประชาชน แค่ในอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ในเขตของผมเองไม่ว่าจะเป็น ตำบลนาเกลือ ตำบลแหลมฟ้าผ่า ยังไม่มีน้ำใช้เลยครับ มีแค่น้ำบาดาล แล้วก็ไหลบ้างไม่ไหลบ้าง บางครั้งก็ต้องมาพ่วงถังกัน ระยะเวลาน้ำที่ไหล ก็ไหลอ่อนมาก อันนี้พูดถึงน้ำบาดาลนะครับ แล้วก็แม้แต่เป็นประปาชุมชน ประปาหมู่บ้าน ก็ยังมีปัญหาอยู่เลยในการจัดการ ผมว่าบางส่วนที่มีการเสนอแนะอาจจะมีตัวแทน หรือองค์กรเข้าไปดูตรวจคุณภาพน้ำอันนี้ผมว่าน่าจะทำได้ทันทีนะครับ ต้องบอกว่าประปา หลายที่ไม่ว่าจะเป็นน้ำบาดาลเอง พ่อแม่พี่น้องประชาชนเขาไม่มีความรู้หรอกครับ เขาก็ทำ ได้แค่มีน้ำใช้แล้วก็ใช้เป็นวัน ๆ แต่สุดท้ายไม่ว่าจะเป็นมีสารต่าง ๆ แบคทีเรียต่าง ๆ มันเข้า ไปสู่ร่างกาย แล้วก็ส่งผลในระยะยาว อันนี้ผมว่าสามารถนำข้อมูลพวกนี้แล้วก็ไปปรับใช้ ในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำได้ทันที อย่างแรกคุณภาพชีวิต คุณภาพน้ำต้องดีตามด้วย ไม่อย่างนั้นมันกลายเป็นว่าสิ่งที่เรามาพูดกันอยู่นี้เรื่องปัญหาน้ำประปา ปัญหาน้ำบาดาล มันนานมาก มันใช้เวลาที่เราพูด ณ ในสถานการณ์ปัจจุบันไม่ได้มีการพัฒนาขึ้นเลย แล้วก็ ปัญหานี้สะสมมานานพอสมควร แล้วอันนี้ผมมองไปถึงในส่วนของรายงานฉบับนี้ ท้ายสุด ที่มีการพูดถึงแล้วยกตัวอย่างในกรณีน้ำประปาดื่มได้ในเทศบาลตำบลอาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด ก็ต้องบอกว่าเป็นตัวอย่างที่ดีพอสมควรให้สำหรับท้องถิ่นได้สามารถนำไป ใช้ได้ต้องบอกอย่างนี้ครับ น้ำที่เขาสามารถดื่มได้แค่เป็นการล้างระบบเริ่มต้นใช้เงินแค่ ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ เอง ผมเชื่อครับถ้าเกิด ๑ ที่สามารถทำได้ ทั้งประเทศทำได้เช่นเดียวกัน ก็อยากจะฝากไปถึงรัฐบาลถ้าคุณภาพของน้ำมันดีขึ้นได้ คุณภาพชีวิตของพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนก็ดีขึ้นได้เช่นเดียวกัน ก็ต้องขอบคุณรายงานฉบับนี้ ถ้ารัฐบาลหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องดูแลทุกคนทั่วถึงและเท่าเทียมผมว่าเป็นสิ่งที่ดี แล้วก็ฝากไปยังรัฐบาลหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องด้วย ให้นำรายงานฉบับนี้ไปใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุดครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ครับ แล้วเดี๋ยวกรรมาธิการจะตอบอยู่สัก ๒-๓ ท่านนะครับ เชิญท่านอนุสรณ์ครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตที่จะตั้งข้อสังเกตต่อรายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่องการบริหารจัดการ และแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำบาดาลและน้ำประปาทั้งระบบ ในรายงานจากปกดูเหมือนว่า ท่านจะให้ความสำคัญกับทั้งน้ำบาดาลแล้วก็น้ำประปา แต่พอไปอ่านแล้วเห็นเส้นเรื่องท่าน ถ้าเปรียบเป็นการขับรถท่านเลาะและเกาะขอบของฝั่งคลองประปา ท่านไม่ยอมเลี้ยวข้ามไป ฝั่งเกษตรศาสตร์แล้วเลยตรงเข้าไปในกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ดังนั้นผมจึงจะมา Highlight และเน้นย้ำว่าประเทศเราน้ำเยอะครับ โดยเฉพาะน้ำบาดาล ผมแยกให้เห็นนะครับว่าที่บอก ว่าประเทศไทยน้ำเยอะใครเป็นคนบอกนะครับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและ ภูมิสารสนเทศ หรือ สสน. เขาพยากรณ์ครับว่าปริมาณฝนปีหน้า ปี ๒๕๖๘ น้ำฝนจะมาเร็ว มาแรง มามากครับ นั่นแปลว่าน้ำผิวดินเยอะครับ เราไปดูน้ำใต้ดินครับ น้ำใต้ดินเยอะกว่า ถ้าเปรียบเทียบ ๒ ส่วนนี้ให้เห็นชัด ๆ น้ำบนดินที่มีภาชนะกักเก็บ ภาชนะที่เก็บน้ำก็เช่น เขื่อน ฝาย ที่ระบายน้ำทั้งหลายทั้งหมดเป็นภาชนะอยู่ในเขื่อน ๗๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่น้ำใต้ดิน ๑.๑๓ ล้านล้านลูกบาศก์เมตร เยอะกว่ากันมากครับ และน้ำบาดาลที่เรายังไม่ได้เอามาใช้มีปริมาณสูงถึง ๓๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์ นี่เฉพาะ ในประเทศไทย ดังนั้นผมจึงมา Highlight ว่าทำไมผมถึงชี้ไปที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ชี้ไปที่คุณค่าต่อความคุ้มค่าในการที่จะพัฒนาน้ำบาดาล ผมมีข้อสังเกต ๕ ประการครับ🔗

ประการที่ ๑ น้ำบาดาลเป็นน้ำที่สะอาดครับ ประเทศในยุโรปครับ ท่านประทานหรือในอเมริกา แม้ว่าประเทศเขาจะอยู่ติดแม่น้ำที่ชื่อว่าเป็นแม่น้ำสายที่สะอาด ที่สุดในโลกเช่น แม่น้ำเทมส์ หรือแม่น้ำดานูบ ที่นอกจากเป็นแม่น้ำแล้วยังเป็นเส้นแบ่งอาณาเขต ๑๖ ประเทศ เขาใกล้เทมส์ ใกล้ดานูบ เขายังไปทานหรือบริโภคนำแร่หรือน้ำบาดาล นั่นแปลว่าอะไรครับ แปลว่าน้ำบาดาลหรือน้ำใต้ดินนั้นเป็นน้ำที่สะอาดกว่าน้ำผิวดิน🔗

ประการที่ ๒ น้ำผิวดินธรรมชาติครับจะมีสิ่งปฏิกูล มีขยะ มีสารเค มีมูลฝอย จะเอามาใช้ต้องผ่านกระบวนการ ใช้อะไรบ้างครับ ใช้คลอรีน ใช้สารส้ม ซึ่งเจ้าคลอรีน และสารส้มนี่อาจเป็นช่องว่าง ผมใช้คำว่า อาจ อาจเป็นช่องว่างในการทุจริต เพราะเรา ไม่ทราบว่าต้องใช้สารส้มต้องใช้คลอรีนปริมาณเท่าไรถึงจะทำให้น้ำประปามีคุณภาพ🔗

ประการที่ ๓ น้ำประปาดื่มได้ ดีครับไม่มีใครเถียงครับ แต่ว่าวันนี้กว่าจะเป็น น้ำประปาใช้ที่ผมเรียนเมื่อสักครู่ต้องใช้คลอรีน ต้องใช้สารส้ม ถ้าจะเป็นน้ำประปาดื่มได้ ต้องผ่านการฆ่าเชื้อต้องใช้แสงรังสี UV ในการฆ่าเชื้อโรค แต่เปรียบเทียบกับน้ำดื่มได้ ของประเทศในยุโรปครับ ขออนุญาตยกตัวอย่างครับน้ำแร่เอเวียงหรือออกเสียงแบบฝรั่งเศส ว่าเอวียอง เขาเป็นน้ำจากเทือกเขาแอลป์ในประเทศฝรั่งเศสเอามาดื่มได้ครับอันนั้นน้ำ บาดาล ประเทศเราครับไม่ต้องไปไกลไปที่ขามป้อม เปื่อยน้อย บ้าน สส. วรรณนิวัฒน์ครับ มีน้ำบาดาลเจาะขึ้นมาเป็นสีเขียวมรกต ไม่ได้เขียวด้วยตะไคร่น้ำ เขียวอุดมไปด้วยคุณค่า ทางโภชนาการ หรือไปในพื้นที่ของท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ กาญจนบุรี มีน้ำพุ น้ำแร่ โซดา ซึ่งตรวจสอบคุณสมบัติเป็นน้ำระดับโลก แล้วอย่างนี้ทำไมเราไม่ส่งเสริมน้ำบาดาลหรือ น้ำใต้ผิวดินให้สามารถนำมาอุปโภคบริโภคได้🔗

ประการที่ ๔ บางส่วนบอกว่าน้ำบาดาลไม่ได้ทุกที่ผมก็ตั้งข้อสังเกตครับว่า น้ำบาดาลถ้าไม่ได้มีทุกที่น้ำบนผิวดินก็ไม่ได้มีทุกที่เหมือน ดังนั้นเราต้องใช้ทักษะ ความสามารถในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะน้ำบาดาลครับ ถ้าเราไปขุดเจาะเจอ เจอ ๑ บ่อสูบ ไม่มีวันหมดครับ🔗

ประการที่ ๕ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลวันนี้ครับมีคำขอเจาะบ่อบาดาล มากกว่า ๑๐,๐๐๐ คำขอครับ แต่ศักยภาพของทางกรมนั้นสามารถเจาะได้ปีหนึ่งไม่ถึง ๑,๐๐๐ บ่อ ดังนั้นเราต้องเพิ่มงบประมาณครับใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและ ต้องเอาเทคโนโลยีในการขุดเจาะเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าว่าเจาะมาแล้ว ถ้ายังไม่เจอปีนี้ หน่วยงานภาครัฐกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเก็บข้อมูลได้ปีหน้าไปเจาะต่อ แต่ถ้าเราใช้ หน่วยงานท้องถิ่น ถ้าเราจะให้ภาคเอกชนไปเจาะปีนี้ไม่เจอปีหน้าเลิกไปบริษัทใหม่ มาเจาะใหม่นี่ก็เกิดความสูญเสีย ดังนั้นผมจึงต้องฝากไว้ครับว่าวันนี้น้ำบาดาลเป็นทั้ง ทางเลือกและทางรอด ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับหมดผู้อภิปรายแล้วนะครับ ก็จะให้โอกาสทางกรรมาธิการได้ตอบข้อซักถาม ก็จะมีด้วยกัน ๓ ท่าน ท่านละสั้น ๆ ๒ นาที ๓ นาที มีท่านจักรัตน์ พั้วช่วย ท่านประธาน กรรมาธิการ คริษฐ์ ปานเนียม และท่านจักรกฤษณ์ สุขเกษม ครับ เชิญท่านประธาน กรรมาธิการก่อนครับ ทางโน้นก่อนนะครับ ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นท่านจักรกฤษณ์ สุขเกษม ก่อนครับ🔗

นายจักรกฤษณ์ สุขเกษม ผู้แทนคณะกรรมาธิการ

ขออนุญาตที่ประชุม ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ที่เคารพรักทุกท่านนะครับ ผมจักรกฤษณ์ สุขเกษม ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเชียงทอง อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก ในฐานะผู้แทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมาทำหน้าที่ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ ในการพิจารณาเรื่องของระบบน้ำบาดาลและน้ำประปา ขออนุญาตเพิ่มเติมในประเด็นที่ ท่าน สส. หลายท่าน ได้อภิปรายนะครับ🔗

ในส่วนของการบริหารเรื่องของน้ำประปาในประเทศไทยปัจจุบันนี้ จากรายงานที่ทางคณะอนุกรรมาธิการเราทำขึ้นมา ท่านจะเห็นว่ามีหลายหน่วยงาน เหมือนกันที่ทำหน้าที่ในการบริหารน้ำประปา แต่หลัก ๆ แล้วจะมีอยู่ ๓ ประเภท ๓ หน่วยงานใหญ่ ๆ ด้วยกัน ๑. ก็คือการประปานครหลวง ๒. การประปาส่วนภูมิภาค และ ๓. ระบบประปาหมู่บ้าน ซึ่งเป็นระบบที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างมาก ประปา หมู่บ้านนั้นยังแบ่งการบริหารออกเป็น ๒ ประเภทใหญ่ ๆ ก็คือการบริหารโดยคณะกรรมการ หมู่บ้านกับการบริหารโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๑ ๒ ชัดเจนว่ามีมาตรฐานแน่นอน เพราะว่าการประปานครหลวงและการประปาส่วนภูมิภาคนั้นเป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจ มีหน้าที่ในการบริหารจัดการระบบประปาโดยตรง มีงบประมาณ มีความคาดหวังในผลกำไร เพราะฉะนั้นในประเด็นของ ๒ ระบบนี้ เราคงไม่เอามาเทียบเคียงกับการประปาหมู่บ้าน อย่างแน่นอน แต่มองกลับมาที่การประปาหมู่บ้านอย่างที่ท่านวิพากษ์วิจารณ์กันไปว่า ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารระบบประปาหมู่บ้าน ๒๕๔๘ ซึ่งหลายท่าน ได้พิจารณาแล้วว่ามันมีระเบียบแล้วแต่ทำไมไม่มีการบังคับใช้อย่างชัดเจน ในข้อเท็จจริงนั้น ในการบริหารจริง ๆ แล้วในระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ปี ๒๕๔๘ มีวัตถุประสงค์หลัก ก็คืออยากให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารกิจการประปาด้วยตนเอง แล้วยังมีระบุ ท้ายด้วยว่าเพื่อเป็นเชิงธุรกิจอาจจะเป็นความคาดหวังของกระทรวงมหาดไทย อยากจะให้ ประปาหมู่บ้านตามแบบของภูมิภาคแล้วก็รัฐวิสาหกิจแต่ในข้อเท็จจริงแล้วมันไม่เป็นอย่างนั้น พอให้กรรมการหมู่บ้านบริหาร คณะกรรมการหมู่บ้านปัจจุบันประเทศไทยบริบทของ คณะกรรมการหมู่บ้านเราเปลี่ยนไป ยากที่คณะกรรมการหมู่บ้านจะเอาเวลามาทำหน้าที่ ในการบริการสาธารณะมาดูแลเรื่องน้ำประปา ซึ่งผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนนี้มันไม่มี ประกอบกับองค์ความรู้ของคณะกรรมการหมู่บ้านก็ไม่มีเรื่องการบริหารเพราะระบบประปา ปัจจุบันทุกวันนี้ต้องมีความรู้ทั้งเรื่องของไฟฟ้า เรื่องของการใส่สารต่าง ๆ มากมาย เพราะฉะนั้นก็อย่างที่ท่านเห็นว่าพอถึงเรื่องของหมู่บ้านบริหารมันก็เลยไม่มีคุณภาพ ส่วนหนึ่งท้องถิ่นเอาไปดูแล การดูแลของท้องถิ่นก็มีปัญหาหลาย ๆ เรื่องด้วยกันอย่างที่ หลายท่านได้ทราบ บางครั้งอาจจะเรื่องของงบประมาณ บางครั้งในเรื่องขององค์ความรู้ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่สะท้อนที่วันนี้ทางคณะอนุกรรมาธิการได้ทำให้ท่านเห็นว่าประปา ในเมืองไทยปัจจุบันที่มันมีปัญหาชัดเจนที่สุดก็คือประปาหมู่บ้าน ณ วันนี้ในส่วนของผม ที่มาจากท้องถิ่นอยากจะเสนอว่าเราจะมีวิธีการการพัฒนาในระบบประปาหมู่บ้านอย่างไร ถ้าท่านต้องการท่าน สส. อยากจะให้พี่น้องประชาชนเรามีคุณภาพชีวิตที่ดี ๑. ณ วันนี้ หลายท่านได้วิพากษ์วิจารณ์จากการรายงานแล้วการประปาบริหารประปาหมู่บ้านน่าจะ ถึงเวลาที่จะต้องมอบภารกิจหน้าที่นี้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างจริงจัง เพราะว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นเทศบาลตำบล ไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นองค์กรที่อยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนมากที่สุด แต่ ณ วันนี้ ท้องถิ่น ทั้งเทศบาล และ อบต. เรายังทำหน้าที่ด้านนี้ไม่เต็มที่เพราะอะไร ๑. งบประมาณ ๒. หน้าที่ เพราะว่า ท้องถิ่นจัดตั้งขึ้นมาเราไม่ได้มีหน้าที่ในการบริหารเรื่องระบบน้ำประปาแต่เพียงอย่างเดียว เพราะฉะนั้นเมื่อไม่มีหน้าที่ด้านบริหารน้ำประปาอย่างเดียว งบประมาณก็ถูกแบ่งไปด้านอื่น เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้ารัฐบาลอยากจริงจังในการแก้ปัญหาต้องให้อำนาจกับท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น ในการดูแลเรื่องน้ำประปาหมู่บ้าน เพิ่มในเรื่องของงบประมาณเข้ามาให้ โดยเฉพาะหน่วยงาน ที่มีส่วนสำคัญในการกำกับดูแล กระทรวงมหาดไทยโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น วันนี้กระทรวงมหาดไทยดูแลประปานครหลวง ดูแลประปาส่วนภูมิภาค เพราะฉะนั้นถึงเวลา หรือยังที่กระทรวงมหาดไทยจะลงมาดูแลการประปาหมู่บ้านด้วยอย่างจริงจัง และเปลี่ยนชื่อ เลยครับ ผมเสนอให้มีการปฏิรูประบบประปาของประเทศไทยให้เหลือเพียงแค่ ๓ ระบบ ๑. นครหลวง ๒. ภูมิภาค และ ๓. ท้องถิ่นถ้าท่านทำได้ ๓ ระบบ ผมเชื่อมั่นได้ว่าการประปา ของประเทศไทยจะมีคุณภาพน้ำที่สามารถดูแลพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่แน่นอนครับ🔗

ถัดมาในส่วนของหน่วยงานนอกจากหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย อย่างจริงจังที่ลงมาดูแลในเรื่องของท้องถิ่นแล้ว หน่วยงานอื่น ๆ ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง มีหลายหน่วยงานที่พูดถึง เช่น หน่วยงานที่ต้องสนับสนุนในเรื่องขององค์ความรู้ ก็คือ การประปาด้วยกันเอง การประปาส่วนภูมิภาคจะต้องให้การสนับสนุนกับท้องถิ่นอย่างจริงจัง กรมอนามัยท่านมีหน้าที่ในการตรวจคุณภาพน้ำ แต่วันนี้ท้องถิ่นต้องจ่ายค่าตรวจวิเคราะห์ สารเคมีต่าง ๆ ในน้ำให้กับกรมอนามัยและให้กับการประปาส่วนภูมิภาค ท่านเชื่อไหมครับ ตัวหนึ่ง ๗,๐๐๐ กว่าบาท นี่แค่ตรวจแบบธรรมดา ถ้าท้องถิ่นไหนมีประปา ๑๐ กว่าตัวขึ้นไป เกือบ ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี นี่คือสิ่งที่หน่วยงานสนับสนุนยังไม่สนับสนุนอย่างจริงจังให้กับ ท้องถิ่น เป็นไปได้ไหมถ้าวันนี้เราอยากพัฒนาคุณภาพของน้ำจริงจัง การประปาส่วนภูมิภาค กรมอนามัย ท่านลดหรืองดก็ได้นะครับ ค่าตรวจวิเคราะห์หาคุณภาพน้ำ มันจะทำให้ท้องถิ่น เรามีกำลังใจที่จะส่ง พอส่งปั๊บเรารู้ว่าน้ำเราขาดด้านไหนเราสามารถที่จะพัฒนาและปรับปรุง ได้นะครับ แต่นี่ด่านแรกเราเจอไปก่อน ๗,๐๐๐ กว่าบาท หลายแห่งถอยก่อนนะครับ หน่วยงานอื่นพื้นที่เมื่อสักครู่หลาย ๆ ท่านพูดในประเด็นเรื่องของแหล่งน้ำ ณ วันนี้ ต้องยอมรับว่าประปานั้นสาระสำคัญที่สุดคือน้ำดิบที่ใช้ในการผลิต หลายที่เราไม่สามารถ สร้างแหล่งน้ำดิบเก็บกักไว้ได้ เพราะ ๑. การสร้างในเขตพื้นที่ป่า ท่าน สส. หลายท่าน ได้นำเสนอไปแล้ว ปัจจุบันเหมือนเดิมครับ การขออนุญาตถามว่าถ้าทำตามขั้นตอนถูกต้อง แล้วได้ไวไหม มันก็ได้ไวแต่ว่ามันมีจำนวนน้อยมาก ณ วันนี้ท้องถิ่นหลายแห่งอยากทำนะครับ แต่เราติดขัดเรื่องประเด็นนี้ เป็นไปได้ไหมว่าหน่วยงานสนับสนุนยกเว้นระเบียบมาให้เราเลย ถ้าเราอยากพัฒนาเรื่องของระบบประปา จุดไหนที่สามารถทำเป็นแหล่งเก็บกักน้ำได้ ไม่ว่า พื้นที่นั้นจะอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใดก็ตาม รัฐบาลอาจจะยกเว้นระเบียบ ยกเว้นกฎหมายมาเป็นบทบทเฉพาะกาลขึ้นมาให้ นี่คือสิ่งที่ท้องถิ่นเราอยากทำนะครับ สุดท้ายเลยอย่างที่ผมนำเสนอด้วยเวลาจำกัดก็คือขอทางท่าน สส. ทุกท่าน หลายท่านที่มี ความจริงใจแล้วก็ตั้งใจที่อยากจะพัฒนาคุณภาพเรื่องของน้ำเพื่อให้พี่น้องประชาชนของเรา มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผมอยากให้ทุกท่านได้ปฏิรูประบบน้ำประปาอย่างจริงจัง อย่างที่ผม นำเสนอว่าเราลดลงมาเหลือแค่ ๓ ประเภทหลัก ๆ พอนะครับ วันนี้การประปาส่วนภูมิภาค กับการประปานครหลวงนั้นเขาไปไกลแล้ว เหลืออย่างเดียวคือท้องถิ่น เหลือประเภทเดียว ฝากด้วยว่าวันนี้เราจะไม่มีประปาหมู่บ้าน จะมีเพียงแค่ ๓ ระบบเท่านั้น ก็คือประปานครหลวง ประปาส่วนภูมิภาค และประปาท้องถิ่น ซึ่งทั้ง ๓ ระบบนี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กระทรวงมหาดไทย เพราะฉะนั้นผมว่าเรื่องของระบบน้ำประปา กระทรวงมหาดไทยจะต้อง เป็นหน่วยงานหลักที่โดดลงมาในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังในฐานะของท้องถิ่น ก็ขออนุญาตฝากทั้งในส่วนของรายงานที่ทำร่วมกับทางอนุกรรมาธิการแล้วก็ฝากทาง ท่าน สส. ทุกท่านได้ช่วยกันผลักดันในส่วนของรายงานฉบับนี้ให้ทางรัฐบาลให้ความสำคัญ อย่างจริงจังกับการแก้ไขปัญหานะครับ แล้วผมเชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนเราจะได้มีคุณภาพ ชีวิตที่ดีจากการดื่มน้ำที่สะอาดนะครับ ผมในฐานะของคนท้องถิ่นกล้า Guarantee ได้ว่า เราพร้อมที่จะทำนะครับ แต่ด้วยข้อระเบียบ ข้อกฎหมาย หรือปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่อยู่ ในรายงานฉบับนี้ที่ท่านเห็นเป็นผลที่ทำให้การทำงานเราอาจจะล่าช้าและชะงักขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นฝากรายงานฉบับนี้ให้กับทุกท่านได้โปรดพิจารณานะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ต่อไปท่านคริษฐ์ ปานเนียม ๓ นาที เชิญครับ🔗

นายคริษฐ์ ปานเนียม กรรมาธิการ

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม คริษฐ์ ปานเนียม ไม่เกิน ๓ นาทีแน่นอนครับ ผู้แทนจากจังหวัดตาก เขต ๑ ในฐานะกรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่เห็นด้วยกับรายงาน ของเราแล้วก็เห็นถึงปัญหาความสำคัญของเรื่องน้ำบาดาลแล้วก็น้ำประปานะครับ ก็มี ข้อห่วงใยแล้วก็ข้อซักถามเข้ามาในเรื่องของคณะกรรมการกำกับกิจการประปาว่ามันจะ ซ้ำซ้อนหรือไม่ ก็ด้วยความตั้งใจของพวกเราสิ่งที่เรานำเสนอคือเน้นการสร้างมาตรฐาน ก็เน้นสร้างความร่วมมือและเป็นตัวเชื่อม เป็นตัวเชื่อมที่ช่วยให้เกิดการพัฒนาระบบประปา ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ก็วางกฎ วางมาตรฐานกันไป แล้วก็กับคำถามว่าแล้วหน่วยงานใด ใครจะเป็นแม่งาน จะเป็นหลัก จะสังกัดที่ใด ผมยกตัวอย่างที่พวกเราเห็นภาพกันง่าย ๆ อย่างเช่น กสทช. ที่เป็นอิสระ ที่สังกัดนายกรัฐมนตรี แต่ก็ควบคุมสื่อได้เช่นกัน ดังนั้น การประปาทั้งนครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค ประปาท้องถิ่น แล้วก็ประปาหมู่บ้าน อย่างที่ท่านจักรกฤษณ์ได้พูดไปว่าจะเหลือ ๓ ส่วนก็ดีเลย ก็จะเป็นไปได้ถ้าพวกเราทุกท่าน ในทีนี้เพื่อนสมาชิกทุกท่านเห็นด้วยว่าการที่จะมีคณะกรรมการกำกับกิจการประปาเกิดขึ้นได้ ในประเทศไทยนี้ ก็มาร่วมกันผลักดันเลยดีไหม มาชวนกันเสนอญัตติไปเลย จะเป็นวิสามัญ หรือจะอนุก็ได้ครับ มาตั้งเรื่องศึกษาเรื่องนี้กันอย่างจริงจังให้มันเกิดขึ้นจริงในประเทศไทยนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำประปา น้ำบาดาลอย่างจริงจังจริง ๆ ก็ฝากไว้นะครับ แล้วก็ในส่วนของ ท่อแตก ท่อรั่ว การรับประกัน การเอาผิด ความรับผิดชอบ ที่ทุกท่านได้เป็นห่วงแล้วก็ นำเสนอเข้ามา นี่ละครับคือส่วนที่จะอยู่ในคณะกรรมการกำกับกิจการประปานั่นเอง ก็คือ ถ้าเราตั้งได้แน่นอนครับเราสร้างมาตรฐาน เราสร้างกฎ เรามีการรับผิดชอบ มีคนที่ต้อง รับผิดในการที่จะต้องผิดพลาดอะไรขึ้นมาอย่างนี้ สุดท้ายก็ขอบคุณจริง ๆ ที่ทุกท่านเห็นด้วย แล้วก็อยากฝากถึงคณะรัฐมนตรีถ้าเห็นรายงานของเราก็ช่วยพิจารณานำไปปฏิบัติด้วย ในนามคณะกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการก็ขอบพระคุณทุกท่านครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ท่านสุดท้ายเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการสรุปนะครับ ท่านจักรัตน์ พั้วช่วย เชิญครับ🔗

นายจักรัตน์ พั้วช่วย ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จักรัตน์ พั้วช่วย ในฐานะที่เป็นประคณะธานกรรมาธิการ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำนะครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทั้ง ๒๑ ท่านจากทุกพรรค การเมืองที่วันนี้ผมฟังการอภิปรายแล้วก็ข้อเสนอแนะฟังแล้วเหมือนจะเป็นไปในทิศทาง เดียวกัน ก็คือสนับสนุนรายงานฉบับนี้ ท่านประธานครับ กรรมาธิการการบริหารจัดการน้ำ ต้องยอมรับว่าเป็นกรรมาธิการใหม่ สภาชุดที่ ๒๖ นี้ได้จัดตั้งกรรมาธิการการบริหารจัดการน้ำ แสดงว่าสภาเราเห็นความสำคัญในเรื่องน้ำ วันนี้เรามาพูดคุยกันเรื่องน้ำประปา น้ำบาดาล แต่ก็ยังมีน้ำที่สำคัญก็คือนำทางด้านการเกษตร เพราะว่าประเทศไทยต้องยอมรับว่าพี่น้อง เกษตรกรประสบปัญหาเรื่องน้ำทางด้านการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม น้ำแล้งนี่ละครับ ซึ่งก็ถือว่าเป็นปัญหาที่วนเวียนกันอยู่ทุก ๆ ปี ก็หวังว่าคณะกรรมาธิการเราทั้ง ๑๕ ท่านนี้ พอได้ทำงานแล้วก็หวังว่าจะขับเคลื่อนเรื่องการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบนี้ไปในทิศทาง ที่ดีขึ้น แต่ก็อยากฝากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคการเมืองทุก ๆ ท่านช่วยเรา ขับเคลื่อนด้วยครับ เพราะว่าเฉพาะกรรมาธิการทั้ง ๑๕ ท่าน คงจะไม่ได้มีพลัง ไม่ได้มีกำลัง เพียงพอ ก็อยากฝากทุก ๆ ท่านช่วยกันนะครับ สุดท้ายนี้ในนามของกรรมาธิการเราก็หวังว่า รายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับทางรัฐบาลที่จะไปขับเคลื่อนในเรื่องของน้ำประปา แล้วก็น้ำบาดาลสะอาดให้กับพี่น้องประชาชนทุก ๆ ท่านได้ใช้ ก็ขอบคุณทุก ๆ ทุกท่าน ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เป็นอันจบการอภิปรายแล้วก็เป็นการนำเสนอของทางกรรมาธิการนะครับ ถ้าไม่มีท่านใด อภิปรายซักถามแล้ว ก็เป็นอันว่าที่ประชุมรับทราบรายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง การบริหารจัดการและแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำบาดาลและน้ำประปาทั้งระบบ ซึ่งคณะกรรมาธิการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำได้พิจารณาเสร็จแล้ว ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากว่าทางคณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานด้วยนะครับ เพื่อให้พวกเรา ได้พิจารณาลงมติ ซึ่งการอภิปรายของท่านสมาชิกก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันนะครับ คือเห็นด้วยกับข้อสังเกต ดังนั้นก็จะอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถามที่ประชุมว่าจะมีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หากไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับข้อสังเกตของ กรรมาธิการนะครับ แล้วก็ทางผมจะได้ส่งรายงานและข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรีและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบและดำเนินการต่อไปนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ วรรคสาม ประกอบข้อ ๘๘ นะครับ ก็เป็นอันจบระเบียบวาระนี้นะครับ ต้องขอบคุณ ทางคณะกรรมาธิการทุกท่านนะครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

ต่อไปครับ ท่านสมาชิกครับ อีกนิดเดียวนะครับ ผมขอเวลาอีกนิดเดียว เท่านั้น ระเบียบวาระสุดท้ายแล้วนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา🔗

- ญัตติ เรื่อง ขอให้คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและ สิทธิมนุษยชนพิจารณาศึกษาเปลี่ยนความผิดอาญาที่มีโทษไม่ร้ายแรงเปลี่ยนเป็นความผิด ทางพินัย ซึ่งเสนอโดยท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง🔗

จากการประชุมเมื่อครั้งวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ประชุม ได้พิจารณาญัตตินี้และญัตติที่เป็นญัตติในทำนองเดียวกันก็คือญัตติที่ ๕.๒ ซึ่งทางผู้เสนอ ทั้ง ๒ ท่านได้เสนอและแถลงเหตุผลต่อสภาเสร็จสิ้นเรียบร้อยนะครับ ขณะนั้นท่านประธาน ในที่ประชุมก็ได้สั่งให้ปิดการประชุมเพื่อมาพิจารณาต่อในคราวนี้ เพราะฉะนั้นผมก็จะขอ ดำเนินการต่อนะครับ เมื่อทางผู้เสนอญัตติทั้ง ๒ ท่านได้เสนอญัตติเป็นที่เรียบร้อยต่อไป ก็จะเป็นคิวของท่านสมาชิกที่จะใช้สิทธิในการอภิปราย มีท่านสมาชิกขออภิปรายอยู่ ๑ ท่าน คือท่านอนุสรณ์ แก้ววิเชียร เชิญท่านสมาชิกได้อภิปรายนะครับ เชิญครับ🔗

นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี อำเภอบางกรวย ตำบลบางไผ่ พรรคประชาชน วันนี้ผมขออนุญาตมีส่วนร่วมในการอภิปราย ๒ ญัตตินะครับ ขอบคุณ ท่านประธานก่อนนะครับที่อนุญาตให้ผมอภิปรายเป็นคนแรกและเป็นคนเดียวนะครับ ในญัตตินี้ ญัตติก็คือมีการเปลี่ยนแปลงความผิดอาญาที่มีโทษไม่ร้ายแรงเป็นความผิด ทางพินัยนะครับ เสนอโดยท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง และญัตติการปฏิรูประบบค่าปรับ ในระบบกฎหมายไทย เสนอโดย ท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ผมดีใจและตื่นเต้นตั้งแต่ผมเรียนจบกฎหมายมาผมเห็นกฎหมายที่ก้าวหน้าอยู่ไม่กี่ฉบับ หนึ่งในกฎหมายที่ก้าวหน้าคือพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัยที่ออกโดยสภาของเรา ในปี ๒๕๖๕ ๒ ญัตตินี้ก็เป็น ๒ ญัตติที่เอากฎหมายที่ก้าวหน้ามาพิจารณานะครับ เนื่องจาก เนื้อหาในกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้เอาเหตุผลในทางหลักวิชาการกฎหมายซึ่งไม่ได้อยู่ในชั้น ปริญญาตรีด้วย อยู่ในชั้นกฎหมายอาญาชั้นสูงหรือกฎหมายอาญาเปรียบเทียบ ก็ถือว่าเป็น นิมิตหมายอันดีที่สภาของเราจะนำหลักวิชาการทางกฎหมายมาบัญญัติเป็นกฎหมายให้กับ ประชาชนของเรา ผมเริ่มต้นอย่างนี้นะครับท่านประธาน ก็คือตัวรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ ในมาตรา ๗๗ กำหนดไว้ว่าให้รัฐกำหนดโทษอาญาเฉพาะความผิดที่ร้ายแรงเท่านั้นนะครับ ผมสันนิษฐานว่านี่น่าจะเป็นที่มาของญัตติของท่านสฤษฏ์พงษ์ที่เสนอให้เปลี่ยนความผิด อาญาที่มีโทษไม่ร้ายแรงเป็นความผิดทางพินัย ปัญหาต่อมาที่เราจะต้องพิจารณานะครับ ท่านประธาน อะไรคือความผิดร้ายแรง อะไรคือความผิดเล็กน้อยหรือความผิดไม่ร้ายแรง ตรงนี้ผมเรียนว่าในทางวิชาการกฎหมายหรือความเห็นในทางตำรายังเห็นไม่ตรงกัน ด้วยความเป็นนิติศาสตร์นะครับท่านประธาน มันมีระบบกฎหมาย มีหลักการ มีวิธีคิด แตกต่างกันในหลายประเทศ ทั้งในฝรั่งเศส ในเยอรมัน แล้วก็ในไทยนะครับ ผมเรียนสั้น ๆ อย่างนี้แล้วกันนะครับว่าถ้าให้ผมสรุป คำว่า ความผิดอาญาร้ายแรงอาจจะคือสันนิษฐาน ได้ว่าเป็นความผิดในตัวเอง หรือ Mala in se ในภาษาละตินนะครับ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ ท่านประธาน ก็คืออย่างความผิดฐานฆ่าผู้อื่น ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์อย่างนี้ครับ เราสันนิษฐาน ได้ว่าการกระทำอย่างนี้มันเป็นความผิดในตัวของมันเอง คราวนี้กลับมาที่ความผิดอาญา ที่ไม่ร้ายแรงหรือความผิดอาญาเล็กน้อยก็คือ Mala Prohibita ในภาษาละตินเป็นภาษา ในทางวิชาการก็คือความผิดที่ไปละเมิดต่อข้อห้ามของกฎหมาย เช่น ห้ามจอดในที่ห้ามจอด ห้ามเลี้ยวห้ามกลับรถอย่างนี้คือไปละเมิดอยู่ที่ว่ารัฐแต่ละรัฐจะออกกฎหมายมากำหนด ข้อห้ามของตนในลักษณะอย่างไร ถ้าให้ผมแบ่งแยกคร่าว ๆ ก็จะได้เป็น ๒ กรณีแบบนี้🔗

ปัญหาต่อมาคือการเอาความผิดอาญาเล็กน้อยมาเปลี่ยนเป็นโทษทางพินัย ทั้งหมดจะทำอย่างไรนะครับ อันนี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่ทางอนุกรรมาธิการในกรรมาธิการพัฒนา การเมืองจะต้องเอากลับไปคิด เพราะปัจจุบันนี้ครับท่านประธานกฎหมายอาญาในประเทศเรา เยอะมากจนเกิดสภาวะกฎหมายอาญาเฟ้อ จึงเป็นเหตุผลที่จะต้องเอาความผิดอาญา ไม่ร้ายแรงกลับเข้าไปสู่การปรับเป็นพินัย ซึ่งการปรับเป็นพินัยมีข้อดีก็คือไม่มีการบันทึก ประวัติ ไม่มีการเข้าสู่กระบวนการอาญาทางปกติไม่ต้องมีการขึ้นศาลในระบบปกติไม่ต้อง มีการประกันตัวซึ่งเป็นข้อดี แต่โจทย์ใหญ่คืออะไรคือความผิดอาญาร้ายแรง และอะไรคือ ความผิดอาญาไม่ร้ายแรง ในส่วนที่ท่านสฤษฏ์พงษ์เสนอมาในญัตติมีสิ่งที่น่าสนใจอยู่ ๑ เรื่อง ครับท่านประธาน คือความผิดฐานหมิ่นประมาทที่ท่านเสนอว่าอาจจะปรับความเป็นโทษ ทางพินัยได้ แต่ผมเรียนอย่างนี้นะครับเพื่อนสมาชิกในพรรคประชาชนของผมกำลัง ร่างกฎหมายอยู่ ๑ ฉบับ ชื่อกฎหมายว่าป้องกันการฟ้องปิดปากหรือ Anti-SLAPP Law ผมอยากชวนท่านประธานคิดอย่างนี้นะครับว่าความผิดอาญาฐานหมิ่นประมาทมีหลักคิดอยู่ ๒ ด้านครับท่านประธาน ๑. คือการคุ้มครองการแสดงออกหรือการแสดงความคิดเห็นของ บุคคลซึ่งรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ อีกกรณีหนึ่งคือการคุ้มครองเกียรติศักดิ์ เกียรติยศ หรือศักดิ์ศรีของบุคคล วันหนึ่งที่หลัก ๒ หลักนี้มันมาปะทะกันรัฐจะต้องตอบคำถามว่า รัฐจะให้ความคุ้มครองกับใคร มันจึงเป็นที่มาของโทษทางอาญาความผิดฐานหมิ่นประมาท แต่ผมย้อนชวนท่านประธานคิดนะครับการคุ้มครองสิทธิทั้ง ๒ คน มันเกิดจากสิทธิ ของเอกชนกับเอกชนที่ปะทะกัน ผมชวนท่านคิดว่าถ้าเปลี่ยนจากโทษปรับเป็นพินัยเป็นการ ยกเลิกความผิดอาญา เพราะคำว่าหมิ่นประมาทมันคือการลงโทษคำพูดของบุคคล แต่เรา จะเอาคำพูดของบุคคลไปจำคุกซึ่งในทางนิติเศรษศาสตร์ครับท่านประธาน มันสิ้นเปลือง งบประมาณมีขั้นตอนตั้งแต่ในชั้นพนักงานสอบสวน ในชั้นพนักงานอัยการ และในชั้นศาล ถ้าเราปล่อยให้เอกชนกับเอกชนที่ถูกละเมิดไปดำเนินคดีทางแพ่งจะดีกว่าไหม อันนี้ เป็นข้อสังเกตของผมนะครับ ย้อนกลับมาอีกญัตติหนึ่งของท่านพริษฐ์ก็คือการปฏิรูป ระบบค่าปรับในประเทศไทย ระบบปรับของประเทศไทยเป็นระบบปรับแบบมีอัตราขั้นต่ำ และขั้นสูง การป้องปรามผู้กระทำความผิดโดยอาศัยโทษปรับเลยมีปัญหากับผู้กระทำ ความผิดที่มีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดี ผมยกตัวอย่างห้ามจอดรถอาจจะปรับ ๕๐๐ บาท ถึง ๑,๐๐๐ บาท ถ้าผู้กระทำความผิดที่เห็นว่าตัวเองมีฐานะก็ยินยอมจ่ายค่าปรับนะครับ เพราะฉะนั้นการบังคับใช้กฎหมายอาญาที่มีอัตราโทษปรับที่ Fix ลงไปตายตัวแบบนี้มันเลย มีช่องว่างช่องโหว่ จึงเป็นที่มาที่ท่านพริษฐ์เสนอเป็น Day-fine ก็คือปรับตามเศษสถานะ โดยเอาฐานทางภาษีครับท่านประธานมาคิดว่า ๑ ปีท่านมีรายได้เท่าไรหารเป็นจำนวนวัน แล้วเอาตัวนั้นมาเป็นตัวตั้งต้น แล้วคูณด้วยจำนวนวันปรับที่ศาลลง ท่านจะสังเกตนะครับว่า Day-fine กับการปรับเป็นพินัยมันไม่ได้ไปด้วยกันนะครับท่านประธาน เพราะโทษปรับ ยังเป็นโทษทางอาญาอยู่ ยังอยู่ในกระบวนการอาญาปกติ แต่การเปลี่ยนระบบปฏิรูปค่าปรับ ให้เป็น Day-fine ต้องการตอบสนองต่อการบังคับใช้โทษปรับให้มันมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงเกิดเป็นแนวความคิด แต่ปัญหาที่ตามมาของ Day-fine ก็คือเราจะทราบอย่างไรครับว่า แต่ละคนมีฐานะทางเศรษฐกิจเท่าไร ประชาชนคนไทยก็ยังไม่ได้เสียภาษีเข้าสู่ระบบภาษี อย่างถูกต้อง และที่สำคัญคือการกระทำความผิดของนิติบุคคลเราจะทำอย่างไรกับ การกระทำความผิดของนิติบุคคลเพราะมีทั้งที่จ่ายภาษีและไม่ได้จ่ายภาษี ตรงนี้ผมจะฝาก ไปทางอนุกรรมาธิการของกรรมาธิการพัฒนาการเมืองช่วยพิจารณาในประเด็นนี้ด้วย วันนี้ก็ขอบคุณท่านประธานนะครับที่อนุญาตให้ผมในการอภิปรายถึงแม้จะเป็นคนเดียวและ คนสุดท้ายและคนแรก ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับเนื่องจากว่ามีผู้อภิปรายในทั้ง ๒ ญัตตินี้เพียงท่านเดียวก็เป็นอันจบ การอภิปรายนะครับ ต่อไปตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอก็มีสิทธิที่จะอภิปรายสรุปนะครับ ก็จะถามผู้เสนอทั้ง ๒ ท่านว่าท่านจะอภิปรายสรุปหรือไม่ ทั้ง ๒ ท่านไม่ติดใจนะครับ ญัตติ ทั้ง ๒ ญัตติ ญัตติของท่านสฤษฏ์พงษ์นะครับ ขอให้ส่งให้คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนศึกษาพิจารณาต่อนะครับ ส่วนญัตติของท่านพริษฐ์บอกว่า ให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ทีนี้เมื่อสักครู่ได้ฟังท่านอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ท่านอนุสรณ์ แก้ววิเชียร เหมือนกับจะเสนอว่าให้ส่งให้กรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วม ของประชาชน ผมเข้าใจถูกไหมครับ🔗

นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร นนทบุรี

เรียนท่านประธานครับ ผมไม่ได้เสนอครับ ผมเข้าใจว่าวิปคุยกันว่าอาจจะส่งไปที่คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่ผมไม่แน่ใจว่าวิปตกลงกันไว้อย่างไรครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ทางวิปว่าอย่างไรครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยครับ ได้มีการหารือกับผู้เสนอญัตติ ทั้ง ๒ ท่านครับ แล้วก็ทั้ง ๒ ท่านเห็นตรงกันว่าอยากให้ส่งไปที่คณะกรรมาธิการสามัญ ห้องพัฒนาการเมือง เนื่องจากห้องกฎหมายเคยพิจารณาในประเด็นนี้ไปแล้ว แล้วก็ทางทั้ง ๒ ท่านก็ยินดีที่จะไปทำต่อในอนุของทางพัฒนาการเมืองครับ ท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็เป็นอันว่าทางท่านเลขาวิปได้เสนอว่าให้ส่งไปที่คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ถ้าหากว่าไม่มีผู้เสนอเป็นอย่างอื่น หรือถ้าไม่มีผู้ขัดข้องหรือคัดค้านก็ถือว่าให้เป็นไปตามที่ท่านเลขาวิปได้เสนอนะครับ นั่นคือ ส่งไปให้คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของ ประชาชนได้พิจารณาศึกษาต่อนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถ้าไม่มีผู้ใดคัดค้านก็ให้เป็นมติ ของที่ประชุมนะครับ ต่อไปครับ ช่วยกำหนดระยะเวลาให้กรรมาธิการได้ศึกษาครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอระยะเวลา ๙๐ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ช่วยกันยกหน่อยนะครับ กลัวจะไม่พอ ยังพออยู่ครับ มีท่านสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็เป็นอันว่าสภาได้กำหนดเวลา ๙๐ วันให้กับ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วันนะครับ ก็เป็นมติของสภา เป็นอันจบการพิจารณา ในระเบียบวาระที่ ๕.๑ ครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๕.๒ เป็นญัตติของท่านพริษฐ์ ซึ่งเมื่อสักครู่ได้รวมญัตติกับ เรื่องที่ ๕.๑ ไปเรียบร้อยนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ระเบียบวาระก็หมดแต่เพียงเท่านี้นะครับ ผมขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่อยู่ด้วยกันถึงเลิกนะครับ ขอบคุณพี่ ๆ ข้าราชการทุกท่านที่ได้เป็น กำลังสำคัญแล้วก็ช่วยให้การประชุมราบรื่น ขอบคุณวิทยุโทรทัศน์รัฐสภานะครับ ขอบคุณ พี่น้องประชาชนที่ติดตามการประชุมของพวกเรา พบกันใหม่สัปดาห์หน้า ปิดประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๙.๐๓ นาฬิกา