unknown · · 718 lines

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๐๒ นาฬิกา)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนจะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมก็จะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือ ตามข้อบังคับ โดยให้ใช้เวลาท่านละ ๒ นาที โดยผมจะเรียกตามลำดับที่ได้ส่งชื่อมานะครับ ท่านแรก ขอเชิญคุณศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ครับ🔗

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก ได้รับแจ้งจากนายสมจิตร พวงชีวงษ์ นายก อบต. ตำบลช่องด่าน อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ว่าทางหลวง ทล.๓๐๘๖ เส้นอำเภอบ่อพลอยไปยัง อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี กลางคืนไม่มีไฟส่องสว่างนะครับ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อยากให้กรมทางหลวงช่วยติดไฟส่องสว่างให้ด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ ในจังหวัดกาญจนบุรีมีพื้นที่ราชพัสดุประมาณ ๒,๕๐๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งประกาศตั้งแต่ปี ๒๔๘๑ การประกาศพื้นที่แห่งนี้ก็เพื่อที่จะสงวนพื้นที่และนำไม้ไผ่ไปยัง โรงงานกระดาษซึ่งเป็นโรงงานกระดาษของประเทศไทยแห่งที่ ๒ สร้างขึ้นเมื่อปี ๒๔๗๖ ท่านประธานครับ วันนี้โรงงานกระดาษปิดกิจการไปแล้วประมาณ ๖๐ ปี แต่พื้นที่ดังกล่าว ก็ยังเป็นที่ราชพัสดุอยู่ การเป็นพื้นที่ราชพัสดุ ๒ ล้านกว่าไร่นี้ ทำให้จังหวัดกาญจนบุรี ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากพื้นที่ราชพัสดุแห่งนี้ปัจจุบันนี้มีส่วนราชการ ขอใช้อยู่ เช่น กองทัพบก ส่วนราชการอื่น ๆ ส่วนที่ ๒ เป็นพื้นที่ป่า ภูเขา ต้นน้ำลำธาร ตรงนี้ ก็ดีครับสงวนเอาไว้ แต่ส่วนที่ ๓ เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดคือเป็นส่วนที่ประชาชนใช้ประโยชน์ และครอบครองทำกินอยู่อาศัย แต่วันนี้ความมั่นคงไม่เกิด มีบางช่วงในอดีตเมื่อสัก ๓๐ ๔๐ ปี กรมที่ดินได้ไปออก น.ส.๓ หรือโฉนดให้บางส่วน แต่อีกส่วนหนึ่งราษฎรก็ยังอยู่อย่างไม่มี เอกสารสิทธิใด ๆ ไม่มีความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ ผมอยากจะเรียกร้องให้กรมธนารักษ์ กับกรมที่ดินคุยกันเสียให้รู้เรื่องว่าจะเอาอย่างไรในส่วนที่ ๓ นี้ จะเอากลับไปเป็นที่ราชพัสดุ หรือจะให้ประชาชนครอบครองทำประโยชน์อยู่ ถ้าจะให้ประชาชนอยู่อาศัยหรือทำประโยชน์ กรมธนารักษ์ต้องมอบที่ดินผืนนี้บางส่วนให้กับกรมที่ดินไปดำเนินการครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณปารมี ไวจงเจริญ ครับ🔗

นายปารมี ไวจงเจริญ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ดิฉันขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องนะคะวันนี้🔗

เรื่องแรก ขอหารือท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จากเหตุการณ์การคุกคามและล่วงละเมิดทางเพศในประเทศไทยซึ่งเกิดขึ้นเกือบทุกวัน การคุกคามและล่วงละเมิดทางเพศในสถานศึกษาเป็นเรื่อง Serious มากนะคะท่านประธาน ดิฉันอภิปรายและหารือท่านประธานมาหลายครั้งแล้วกระทรวงศึกษาธิการก็ยังไม่ขยับ อะไรเท่าไร ดิฉันอยากขอให้ท่านประธานประสานไปยังกระทรวงศึกษาธิการให้เร่งฟื้นฟู ศูนย์รับแจ้งเหตุความไม่ปลอดภัยในสถานศึกษา หรือ MOE Safety Center ที่มี ๔ ช่องทาง ทั้ง Application เว็บไซต์ LINE@ แล้วก็โทรศัพท์ Call Center เรื่องนี้เป็นเรื่อง Serious มากนะคะท่านประธาน นอกจากเรื่องคุกคามและล่วงละเมิดทางเพศยังมีเหตุเรื่องความรุนแรง และความไม่ปลอดภัยในสถานศึกษาอีกหลายประเภท อยากให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งฟื้นฟู MOE Safety Center โดยเร็วค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ หารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องจ้างเหมาบริการ กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งท่านมีโครงการจะปรับเงินเดือนปริญญาตรีจาก ๑๕,๐๐๐ บาท เป็น ๑๖,๕๐๐ บาท แล้วพฤษภาคม ๒๕๖๘ นี้จะเพิ่มเป็น ๑๘,๐๐๐ ส่วน ปวช. ปรับจาก ๙,๐๐๐ บาท เป็น ๑๐,๓๔๐ บาท แล้วพฤษภาคม ๒๕๖๘ นี้จะเพิ่มของ ปวช. เป็น ๑๑,๐๐๐ บาท แต่ตอนนี้ยังไม่ปรับเลยค่ะ ขอให้ท่านประธานหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการให้เร่งปรับ รวมถึงให้กระทรวงศึกษาธิการวางแนวปฏิบัติทุกเขตพื้นที่ การศึกษาเรื่องเกี่ยวกับวันหยุด เพราะตอนนี้หลายโรงเรียนให้อัตราจ้างเหมาบริการทำงาน ๗ วันเลยทีเดียว ขอให้กระทรวงศึกษาธิการออกแนวปฏิบัติเรื่องวันหยุดให้เพียงพอตาม สิทธิประโยชน์ของผู้ปฏิบัติงาน🔗

เรื่องที่ ๓ ขอหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. และสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ จากข่าวนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังย่านรังสิตที่เป็น LGBT แล้วเอาน้ำซุป ไปราดรุ่นน้อง ลักษณะการก่อเหตุนี้มีการรวมตัวเป็นแก๊งและพัวพันกับเรื่องการขายบุหรี่ ไฟฟ้าแล้วก็ยาเสพติด ขอหารือท่านประธานไปยังกระทรวง อว. และสำนักงานตำรวจ แห่งชาติให้กวดขันมหาวิทยาลัยแห่งนี้ และตำรวจในท้องที่ให้เร่งปราบเรื่องยาเสพติด การตั้ง แก๊งของนิสิตนักศึกษา และกวดขันเรื่องสถานบันเทิงที่เปิดเกินเวลาและปล่อยให้นักศึกษา อายุไม่ถึงหลักเกณฑ์เข้าไปใช้บริการ ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณสุรทิน พิจารณ์ ครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สส. แบบบัญชีรายชื่อ ๓ เรื่องกราบเรียน ท่านประธานมีปัญหาทั้งนั้นครับ🔗

เรื่องแรก กลุ่มพี่น้อง ผรท. และผู้ได้รับผลกระทบจากการปราบปรามของรัฐ ตั้งแต่ปี ๒๕๐๗ เป็นต้นมา ได้มายื่นหนังสือต่อท่านประธานสัปดาห์ที่แล้ว เดี๋ยวนี้พี่น้องได้ไป รวมตัวกันอยู่ที่ข้างคลองเทเวศร์ ข้างกระทรวงศึกษาธิการ จำนวนเกือบหมื่นคน ท่านประธานครับ อยากฝากท่านประธานไปที่รัฐบาลว่าให้ช่วยอำนวยความสะดวกด้วย เพราะว่าน้ำแล้วก็ห้องส้วมที่มาให้บริการมันยังไม่พอ คนมันเยอะ แล้วก็ขอขอบคุณ ทาง กทม. ที่อำนวยความสะดวกมาส่วนหนึ่งแล้วนะครับ ผู้รับผิดชอบก็คือรัฐบาล แล้วก็ นายกรัฐมนตรี🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องเกี่ยวกับการบริการประชาชนจากราชการว่าให้เป็น One Stop Service ปรากฏว่าพี่น้องไปเกี่ยวกับโฉนดที่ดิน ไหนจะหน่วยงานโน้นหน่วยงานนี้ เยอะแยะไปหมด พรรคประชาธิปไตยใหม่เลยกราบเรียนท่านประธานไปที่รัฐบาลว่าควรจะ ตั้งกระทรวงที่ดิน รวมกรมที่ดินเกี่ยวกับที่ดินทั้งหมดให้มาอยู่กระทรวงเดียวกัน อย่างเช่น กรมที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน ส.ป.ก. กรมธนารักษ์ มันแตกกระจัดกระจายกันไปหมด ท่านประธานครับ เสร็จตัวนี้ก็เป็นคาหน่วยงานนี้ หน่วยงานนี้ก็ไปคาหน่วยงานนั้น เต็มไปหมดท่านประธานนี่คือปัญหา เพราะฉะนั้นก็ขอให้มีกระทรวงที่ดิน ผู้รับผิดชอบก็คือ รัฐบาลและนายกรัฐมนตรี🔗

เรื่องที่ ๓ เรื่องถนนคนเดิน คืออันเดิมที่ผมหารือไปแล้วแต่ต้องเดินจาก วัดโพสพผลเจริญมาที่สถานีรถไฟฟ้าคูคต ท่านประธานครับ ระยะนี้เห็นว่ากระทรวงโดยท่าน รัฐมนตรีมนพรได้เสนอต่อแผนกระทรวงแล้ว ต้องขอกราบขอบคุณแทนพี่น้องชาวคูคตด้วย ผู้รับผิดชอบคือกรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคมครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ผู้แทนราษฎรพรรคประชาชนจังหวัดระยอง อำเภอบ้านค่าย ปลวกแดง วังจันทร์ วันนี้มีเรื่องมาปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้นะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ถนนที่อำเภอวังจันทร์ ถนนเส้น ๓๔๔ มีปัญหาถนนมืดหลายจุด แจ้งไปแล้ว แก้ไขแล้ว อีกแป๊บก็กลับมามืดอีก รถวิ่งเร็วทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ล่าสุด ไม่กี่วันก่อนครับ ช่วง กม.๔๔ ที่จังหวัดชลบุรี มีอุบัติเหตุรถยนต์ชนช้าง ผู้บาดเจ็บ ๒ คน ส่งผลให้ช้างตัวนั้นตายด้วย ปัญหาเรื่องนี้ทับซ้อนกัน ๒ ประเด็น คือไฟสว่างไม่เพียงพอ ทั้งที่ผมหารือไปหลายครั้ง ตั้งกระทู้ไปก็หลายรอบ รวมถึงปริมาณช้างป่าที่มากเกินไป แล้วก็ เดินเพ่นพ่านไปทั่วทั้งทางหลวงและชุมชนต้องเร่งแก้ไขครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องนี้ปรึกษาหารือไปเมื่อปีที่แล้วยังไม่มีการแก้ไขเลยครับ ที่สี่แยก ชากตาแตง บริเวณวัดคลองมงคล ตำบลชากบก เป็นถนนขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ระยองร่วมกับเทศบาลตำบลชากบก แยกนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยเนื่องจากเป็นทางตรงยาว รถมาเร็ว ทางแยกอีกด้านหนึ่งมีจุดบดบังทัศนวิสัยต้องออกมาเกือบครึ่งคันถึงจะเห็น รถด้านซ้ายด้านขวา คนไม่ชินทางบางทีก็มองไม่ออกว่าตรงนี้เป็นแยกด้วยซ้ำ ล่าสุดจากความ ล่าช้าทำให้มีอุบัติเหตุรถสิบแปดล้อชนกับรถเก๋งส่งผลให้มีพระมรณภาพครับ จากเหตุ ดังกล่าวอย่างไรฝาก อบจ. กับเทศบาลชากบกหารือแก้ไขกันด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้าย ผมรับเรื่องร้องเรียนจากชาวปลวกแดง เรื่องรถบรรทุก ของธุรกิจดูดทรายและล้างทรายที่เข้ามาดำเนินกิจการในพื้นที่แล้วทำให้ถนนพัง หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่มาทำการซ่อมแซม ดูดทรายหมดที่หนึ่ง ทำถนนพังเสร็จที่หนึ่ง ก็ไปเปิด สาขาใหม่อีกด้านของอ่าง ทำกันอยู่แบบนี้เรื่อย ๆ รถขนทรายเข้าออกทุก ๕ นาทีฝุ่นตลบ รบกวนชาวบ้าน ขับเร็วมากอีกต่างหาก ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้ง ๓ อ่างเลย ทั้งอ่างดอกกราย อ่างหนองปลาไหล คลองใหญ่ ขุดกันมา ๒-๓ ปีแล้ว ไม่มีใครเข้าไปกำกับ ดูแล ทิ้งเอาไว้แบบนี้จากอำเภอปลวกแดงจะกลายเป็นพังถูกทำลายจากพวกปลวกแทะ แผ่นดินเอานะครับท่านประธาน ดังนั้นผมต้องฝากป่าไม้ ชลประทาน เข้าตรวจสอบว่าไป ดูดทรายกันได้อย่างไร เพราะตรงนี้ทราบว่าเป็นพื้นที่ของป่าไม้ แล้วก็ฝาก อบจ. แจ้งความ เอาผิดกับผู้ที่ทำผิดทำถนน อบจ. พังจนต้องเปลืองภาษีชาวบ้านมาซ่อมถนนเหล่านี้ด้วย อย่าปล่อยให้คนผิดลอยนวลเรื่องนี้ พวกมักง่ายจะได้มาทำมาหากินแบบนี้อีกต่อไป ขอบคุณ ครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ ครับ🔗

นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ผมมีเรื่อง หารือท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลไชยสถาน ขอให้ติดตามโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำสมุน ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ด้วยราษฎรพื้นที่ตำบลไชยสถานและตำบลใกล้เคียงประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ต้นทุนเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค เนื่องจากไม่มีอาคารชลประทานที่จะสามารถ กักเก็บน้ำสมุนไว้ก่อนที่จะไหลเข้าสู่แม่น้ำน่าน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไชยสถาน ได้ขอสนับสนุนความช่วยเหลือจากกรมชลประทานตั้งแต่วันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๑ จึงขอให้ กรมชลประทานช่วยจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรตำบลไชยสถาน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ขอให้ผมติดตามโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยข้าม ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ด้วยราษฎรพื้นที่ตำบลสะเนียน ตำบลถืมตอง และตำบล ไชยสถาน ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำต้นทุนเพื่อการเกษตรอุปโภคบริโภค และขอรับ ความช่วยเหลือจากกรมชลประทานเพื่อเป็นเขื่อนดินขนาดสันทำนบ หน้ากว้าง ๘ เมตร ยาว ๔๔๔ เมตร สูง ๓๘ เมตร พื้นที่รับประโยชน์การเพาะปลูกเกษตรกร ๔,๐๐๐ ไร่🔗

เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนจาก นายลอย พรมคำ ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำ ลุ่มน้ำยาวตะวันออก ขอให้ผมได้ติดตามโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำยาวตะวันออก เป็นเขื่อนแกนดินเหนียวแบบโซนขนาดสันทำนบ กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๔๙๕ เมตร สูง ๔ เมตร สามารถส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานในเขตอำเภอปัวและอำเภอสันติสุข ได้ในพื้นที่ ประมาณ ๗,๐๐๐ ไร่ จึงขอให้กรมชลประทานช่วยจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ น้ำยาวตะวันออกให้กับเกษตรกรทั้ง ๒ อำเภอด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณตรัยวรรธน์ อิ่มใจครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายตรัยวรรธน์ อิ่มใจ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายตรัยวรรธน์ อิ่มใจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ เขต ๘ พื้นที่อำเภอบางบ่อ อำเภอบางเสาธง พรรคประชาชน กระผมขอนำ ปัญหาในพื้นที่มาปรึกษาหารือกับท่านประธานดังนี้ครับ สืบเนื่องเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๗ กระผมได้มีการปรึกษาหารือประธานไปแล้วในเรื่องของสะพานไม้ข้ามคลองกาหลง หมู่ที่ ๑๐ ตำบลบางบ่อ อำเภอบางบ่อ เส้นทางถนนเลียบ Motorway ชลบุรีสายใหม่ มีรถบรรทุกขับขึ้นไปบนสะพานไม้ข้ามคลองสะพานหักและพังเสียหาย จึงทำให้รถนั้น ตกลงไปในคลองและประชาชนไม่สามารถใช้สะพานดังกล่าวได้ ซึ่งปัจจุบันรอดำเนินการอยู่ แล้วล่าสุดก็เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอีกครับ เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา บริเวณ ข้ามคลองพระยาสุนทร หมู่ที่ ๒ ตำบลคลองนิยมยาตรา อำเภอเมืองบางบ่อ รถโม่ปูน ขับขึ้นไปบนสะพานตกครับ ทำให้ไม่สามารถใช้สะพานในการสัญจรได้ โดยเหตุเกิด ในลักษณะเดียวกันนี้ขึ้นซ้ำอีกแล้วครับท่านประธาน จนเป็นที่น่าสังเกตว่าสะพานไม้นั้น ไม่ตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันของพี่น้องประชาชน แล้วยังมีสะพานไม้อีกหลายจุดที่อยู่ ในสภาพชำรุดทรุดโทรมเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุตามมา จากเหตุการณ์ดังกล่าวที่ข้างต้น กระผมเห็นว่าสะพานไม้ควรเป็นสะพานคอนกรีตเพื่อใช้รองรับน้ำหนักและจำนวนรถของ พี่น้องประชาชนที่เพิ่มมากขึ้น กระผมจึงเรียนท่านประธานผ่านไปยังแขวงทางหลวง สมุทรปราการ องค์การบริหารส่วนตำบลบางบ่อ องค์การบริหารส่วนตำบลนิยมยาตรา ให้พิจารณาช่วยเร่งดำเนินการสร้างสะพานใหม่ให้กับพี่น้องประชาชนที่ใช้สัญจรเส้นทางนี้ ด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณปทิดา ตันติรัตนานนท์🔗

นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ปทิดา ตันติรัตนานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานคะ จากการหารือครั้งแรกของดิฉันในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๖ เรื่องการขอให้มีการสร้างอาคารที่ทำการด่านชายแดนถาวร ช่องจอม ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน และเป็นการสร้างโอกาสให้กับพี่น้องคนจังหวัดสุรินทร์ ท่านประธานวันนี้ผ่านมา ๑ ปี ๖ เดือน ดิฉันยังไม่เห็นอนาคตของด่านช่องจอมว่าจะไปในทิศทางไหน ประกอบกับสถานการณ์ตอนนี้ เราก็ทราบข่าวว่ามีปัญหาเรื่อง Call Center อาจจะมีการย้ายฐานหรือย้ายฐานไปที่ฝั่ง ประเทศกัมพูชาตรงข้ามกับช่องจอม ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง เพราะฉะนั้นวันนี้ยิ่งถ้ามีเรื่อง Call Center เข้ามาประกอบด้วยดิฉันก็ยิ่งเป็นกังวลว่าเรื่องการขออาคารที่ทำการด่านถาวร ช่องจอมจะเกิดขึ้นได้เร็วหรือไม่ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากเห็นกลไกหากมีการเปิดด่าน ชายแดนแต่ละปีไปแล้ว ก็อยากจะให้เห็นว่ามันมีข้อบกพร่อง ข้อติดขัดปัญหาอะไร แล้วเรา จะมีการพัฒนาต่ออย่างไร โดยกลไกนี้ควรจะมีของจังหวัดไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมในการประเมิน ตัดสินใจ แล้วก็ให้ข้อเสนอแนะ หากเรา ดำเนินการเช่นนี้เราก็คงไม่เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นเช่นปัจจุบันนี้ค่ะ ดิฉันจึงขอเรียนผ่าน ท่านประธานสภาไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่านแพทองธาร ชินวัตร ที่ท่านคงจะมีความตั้งใจ ที่อยากจะเห็นการค้า การลงทุน เกิดขึ้นตามด่านชายแดนเพื่อเป็นการสร้างโอกาสให้กับ พี่น้องประชาชน และที่สำคัญก็คือพี่น้องจังหวัดสุรินทร์ของดิฉันค่ะท่านประธาน🔗

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานไม่ใช่ปัญหาค่ะ แต่เป็นคำชมเชย เป็นคำชมเชย ไปถึงรายการของกรมประชาสัมพันธ์ คือรายการ ฟังชัด ๆ ถนอม จัดให้ โดยคุณถนอม อ่อนเกตุพล ขออนุญาตเอ่ยนามนะคะ เป็นรายการที่จัดทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์มี ๒ ช่วงเวลา ภาคเช้า ๑๐.๐๐-๑๒.๐๐ นาฬิกา ภาคเย็น ๑๗.๐๐-๑๙.๐๐ นาฬิกา โดยการเปิดโอกาสให้ พี่น้องประชาชนโทรศัพท์ไปสอบถามปัญหาเกือบจะทุกเรื่องค่ะท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องที่ดินทำกิน เรื่องยาเสพติด เรื่องสาธารณสุข เรื่องแรงงาน ดิฉันอยากเห็นรายการดี ๆ เช่นนี้ให้มีมากขึ้นในรัฐบาลยุคปัจจุบัน จึงขอเรียนผ่านท่านประธานสภาไปถึงคณะรัฐมนตรี ให้ช่วยดำเนินจัดทำรายการที่มีประโยชน์เช่นนี้ให้กับพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนจะได้ ไปแก้ปัญหาได้ถูกช่องทาง และเป็นการลดให้กับหน่วยงานราชการเราทำงานได้เร็วมากขึ้น กราบขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เชียงใหม่

ขอบคุณค่ะท่านประธาน เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชน เขตเลือกตั้งที่ ๑ อำเภอเมือง ยกเว้นตำบลหนองหอย หนองป่าครั่ง ท่าศาลา และวัดเกต วันนี้ดิฉันมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องด้วยกันค่ะ🔗

เรื่องแรก สืบเนื่องมาจากนายกรัฐมนตรีคนก่อน ท่านเศรษฐา ทวีสิน ได้เคย หารือกับกองบิน ๔๑ ถึงการเปิดเส้นทางให้พี่น้องประชาชนได้สัญจรไปมาในถนนกองบิน ๔๑ แห่งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นบริเวณที่จะเป็นจุดเชื่อมต่อให้วงแหวนรอบหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ครบรอบวง ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกของพี่น้องประชาชนในระยะเวลาที่เร่งด่วน และในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา ผู้บัญชาการทหารอากาศแจ้งว่าสามารถให้ ประชาชนใช้สัญจรได้แต่ต้องมีการลงทะเบียน ซึ่งการลงทะเบียนนี้เนื่องจากท่านก็ได้กังวล มาว่าเป็นพื้นที่ชั้นความลับ มีเขตพระราชฐาน และเป็นที่ตั้งของเครื่องบินยุทธวิธี แต่ดิฉัน รู้สึกว่ามันก็ไม่ต่างจากกระบวนการก่อนหน้าซึ่งพี่น้องประชาชนต้องทำบัตรกองบิน คือมี ค่าใช้จ่าย มีการจ่ายเงินค่าธรรมเนียม ดิฉันจึงมีข้อเสนอแนะถึงประธานสภาผ่านไปยัง กองบิน ๔๑ ให้เปิดช่องทางสัญจรในกองบิน ๔๑ ๒ ช่วงเวลาด้วยกัน ตั้งแต่ ๐๖.๐๐-๐๙.๐๐ นาฬิกา แล้วก็ ๑๕.๐๐-๑๘.๐๐ นาฬิกา เพื่อให้พี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่ได้สัญจรและ ได้อำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ เนื่องจากวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ที่จะถึงนี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จะมีการถอนเสาไฟออกจากพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ บริเวณแจ่งศรีภูมิถึงแจ่งกะต๊ำ บริเวณ คูเมืองด้านนอก ซึ่งเป็นไปตามโครงการนำสายไฟลงดินหรือโครงการเชียงใหม่เมืองสวย ไร้สาย ดิฉันจึงมีความกังวลว่าการกำกับดูแลของเทศบาลนครเชียงใหม่และการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคต่อโครงการนี้ เพราะนับตั้งแต่โครงการนี้เริ่มโครงการขึ้นมาก็มีเรื่องร้องเรียน มายังดิฉันมากมายหลายเรื่องด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องถนนยุบ ท่อประปาแตก ตู้ไฟบัง ทางเท้าและอื่น ๆ ซึ่งกระทบต่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน จะดีกว่านี้ถ้าการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคในฐานะเจ้าของโครงการในการดูแลและการทำงานของผู้รับเหมาให้เรียบร้อย และเจ้าของพื้นที่อย่างเทศบาลนครเชียงใหม่เข้ามากำกับดูแล จึงเรียนประธานสภาผ่านไปยัง ทั้ง ๒ หน่วยงาน เข้ามากำกับดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยและประโยชน์สูงสุดของ พี่น้องประชาชนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณวุฒิพงศ์ ทองเหลา ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา ปราจีนบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วุฒิพงศ์ ทองเหลา สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคชาติพัฒนา วันนี้ กระผมมีเรื่องหารือความเดือดร้อนต่อท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันดังนี้🔗

ปัญหาที่ ๑ ปัญหาความปลอดภัย ณ โรงเรียนศรีมหาโพธิ โรงเรียนศรีมหาโพธิ ปัจจุบันมีเด็กนักเรียนกว่าพันชีวิต ทุกเช้าและเย็นรอข้ามถนน ๔ เลน ตามภาพที่ดูอันตราย และมีความเสี่ยง ท่าน ผอ. โรงเรียนพยายามจะขอสะพานลอยมานานไม่ต่ำกว่า ๕ ปี ที่ผ่านมามีคุณครูที่คอยช่วยโบกรถหน้าโรงเรียนโดนรถเฉี่ยวชนก็หลายครั้ง แขวงทางหลวง ยังไม่สามารถสร้างสะพานลอยให้เด็ก ๆ ได้ ติดปัญหาเนื่องจากฝั่งตรงข้ามอาคารโรงเรียน เป็นอาคารพาณิชย์ซึ่งแขวงไม่ได้รับการยินยอม ตัวผมเองก็พยายามติดตามขออุทิศที่ดิน เพื่อก่อสร้างสะพานลอยช่วยโรงเรียน ได้อุทิศที่ดินมาเพียงแปลงเล็ก ๆ ขนาดก็ยังไม่กว้าง พอที่จะสามารถสร้างสะพานลอยได้ การแก้ไขครั้งนี้ปัญหาในตอนนี้จึงเหลือเพียงการสร้าง เกาะกลางถนนและใช้ไฟแดงแบบปุ่มกดเพื่อหยุดรถ จึงเป็นวิธีและทางออกที่แขวงทางหลวง และโรงเรียนเห็นพ้องตรงกัน ผมจึงฝากปัญหานี้ผ่านท่านประธานถึงแขวงทางหลวง ปราจีนบุรีให้ดึงปัญหานี้เข้าแก้ไขเร่งด่วน เพื่อให้นักเรียนที่เป็นแก้วตาดวงใจของผู้ปกครอง ทุกท่านได้ข้ามถนนอย่างปลอดภัย🔗

ปัญหาที่ ๒ ปัญหาดินไหล่ทางริมคอสะพานท่าประชุมทรุดตัว ปัญหานี้เกิดขึ้น บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำปราจีนฝั่งตำบลบ้านทาม ฝั่งด้านซ้ายมือพบปัญหาดินช่วงคอ สะพานสไลด์ลงแม่น้ำตามภาพครับ เกิดเป็นพื้นที่กว้างและหลุมลึกประมาณ ๕-๗ เมตร ซึ่งสูงมากครับท่านประธาน หากมีรถวิ่งหลุดไปจะลอยตกแม่น้ำลงไปทันที ปัจจุบันทราบว่า กำลังรอการแก้ไขอยู่ แต่ด้วยอุปกรณ์ที่นำมาวางตั้งไว้ชั่วคราวไม่ได้เป็นแนวรั้วเหล็กที่แข็งแรง หรือมีไฟกระพริบเตือนในช่วงเวลากลางคืน จึงต้องมีการแก้ไขอย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกัน อุบัติเหตุ รถที่ไม่ชินทางและรถที่สัญจรเวลากลางคืนจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายบนบริเวณ ดังกล่าว แล้วในบริเวณเดียวกันครับ ชาวบ้านยังฝากผมผ่านมาว่ารถที่ขับสัญจรขึ้นและลง สะพานวิ่งด้วยความเร็วสูงซึ่งเป็นเขตชุมชน จึงอยากให้แขวงทางหลวงติดตั้งไฟกระพริบ และตีเส้นชะลอความเร็วเพื่อให้รถได้ทราบว่าเข้าเขตชุมชนและเป็นจุดขึ้นลงสะพาน ซึ่งผมเอง ก็เห็นด้วยว่าสามารถทำได้ง่ายแล้วก็ทำได้เลยทันที ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้ง ๒ ปัญหานี้ ผมอยากฝากท่านประธานถึงแขวงทางหลวงปราจีนบุรีเร่งปรับปรุงจุดเสี่ยงทั้ง ๒ จุด ตามข้อหารือเพื่อแก้ไขได้อย่างตรงจุด และเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกและปลอดภัย ต่อไป ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณคริษฐ์ ปานเนียม🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายคริษฐ์ ปานเนียม ตาก

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คริษฐ์ ปานเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาชน เขต ๑ วันนี้มีเรื่องหารือ ท่านประธานดังนี้ครับ🔗

เรื่องที่ ๑ อ่างเก็บน้ำบ้านดงหลวง อ่างนี้อยู่ในพื้นที่ตำบลแม่สลิด อำเภอ บ้านตาก สร้างเมื่อปี ๒๕๔๔ โดยกรมพัฒนาที่ดิน ปัจจุบันมีรอยแตกร้าวหลายจุด พบรอยรั่ว มากมาย รวมไปถึง Spillway แล้วก็วาล์วต่าง ๆ ชำรุดเสียหาย ชาวบ้านมีความกังวลว่า ถ้าไม่ได้รับการซ่อมแซมจะอันตรายมาก เพราะว่าถ้าจุดนี้ไต่ขึ้นมาจะท่วมได้ทั้งตำบลเลย ขอหน่วยงานเร่งดำเนินการให้ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ฝายชลประทานบ้านยางโองบน จุดนี้ต่อเนื่องจากอ่างดงหลวง เมื่อสักครู่ครับ ฝายนี้เป็นจุดที่กั้นน้ำเพื่อเบี่ยงน้ำเข้าสู่ไร่นาประชาชน มีพื้นที่การเกษตรมาก ถึงประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ สภาพที่พบเสียหายแบบใช้การไม่ได้เลยตั้งแต่ช่วงน้ำท่วมปี ๒๕๖๔ วันนี้ผ่านมา ๓ ปีกว่าแล้วยังไม่ได้มีการแก้ไขซ่อมแซมแต่อย่างใดนะครับ ขอกรมชลประทาน เร่งดำเนินการด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ อ่างเก็บน้ำหนองผักสาบ อยู่ในพื้นที่บ้านพุสะแก ตำบลวังหิน เป็นอ่างที่มีน้ำตลอดทั้งปีแต่ยังขาดระบบการกระจายน้ำ หมู่บ้านนี้ก็ขาดแคลนน้ำเป็น อย่างยิ่ง ต้องการน้ำทั้งในเรื่องของการเกษตรแล้วก็อุปโภคบริโภค ฝากกรมชลประทาน จัดสรรงบประมาณเพื่อวางระบบกระจายน้ำให้กับประชาชนด้วย🔗

เรื่องที่ ๔ ตำบลโป่งแดง อ่างเก็บน้ำห้วยชะลาดระฆัง สร้างตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ปัจจุบันมีการรั่วและแตกหลายจุด ชาวบ้านได้ลงแรงเอาผ้าบงผ้าใบ หิน ดินมาอุดกันเอง เพราะเกรงกลัวว่าวันใดวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอ่างแตกก็จะเป็นอันตรายต่อชีวิต พวกเขา กรมชลประทานจัดสรรงบมาซ่อมแซมโดยด่วนครับ🔗

เรื่องที่ ๕ คลองบ้านประดาง คลองนี้เป็นแหล่งน้ำเพื่อใช้ในการทำประปา หมู่บ้านและการเกษตรโดยกลุ่มบ้านดงยาง แต่ปัจจุบันสภาพตื้นเขินทำให้เก็บน้ำได้น้อย ชาวบ้านก็ร่วมกันลงชื่อแจ้งเข้ามาขอหน่วยงานมาขุดลอกเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งที่กำลัง จะเกิดขึ้น ฝากถึงนายก อบต. จังหวัดตากที่ท่านมีทั้งเครื่องจักร แล้วก็งบประมาณช่วยส่ง เครื่องจักรสามารถจัดการให้ทีครับ🔗

สุดท้ายครับ ระบบชลประทานในประเทศเราสร้างโดยรัฐเมื่อเสียหายมักถูก ละเลย แล้วอย่างนี้เป้าหมายในการเพิ่มพื้นที่ชลประทานจะเพิ่มได้อย่างไร เดินหน้าได้ครับ แต่อย่าลืมซ่อมแซมของเก่า ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณรอมฎอน ปันจอร์ ครับ🔗

นายรอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ ผม รอมฎอน ปันจอร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ผมมี ๒ เรื่อง เรื่องของ สภาของเรา แล้วก็เรื่องของพี่น้องประชาชน เอาเรื่องแรกก่อนครับ ขอสไลด์เลยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายรอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เมื่อวานนี้ท่านประธานครับ ถ้าผมจำได้และทุกท่านในที่นี้คงจำได้ เราไม่ได้มีการจะหวิดวางมวยกันในสภาแน่ ๆ แต่ว่า นี่คือภาพของ Page Social Media ที่ชื่อว่า ๓ จังหวัดชายแดนใต้ เขาก็เปิดเผยไปตอน บ่ายสองเมื่อวานนี้ เขาบอกว่า สภาเดือดหวิดวางมวยกลางสภา ภาพอาจจะไม่ชัดหน่อย แต่ดูเหมือนจะต้องเป็นผมแน่นอนคนหนึ่งในนั้น แล้วก็อีกท่านหนึ่งถ้าเข้าใจไม่ผิด คร่าว ๆ ก็ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนสมาชิกอาวุโสของสภาของเราด้วย อันนี้ไม่จริงเลยท่านประธาน ก็เป็นเรื่องที่อีกแล้วครับ จริง ๆ ผมโดนโจมตี ด้อยค่า แพร่มลทินมาโดยตลอดหลังจากที่ อภิปรายที่นี่ ผลักดันกฎหมายสำคัญเกี่ยวกับการยุบ กอ.รมน. ผลักดันเรื่องสันติภาพ ติดตาม เรื่องตากใบก็โดนโจมตีมาโดยตลอด ก็ถูกหาว่าเป็น สส. BRN บ้าง สส. นั่น สส. นี่บ้าง แต่รอบนี้ผมว่าต่างไปนะครับ ที่ผ่านมาเข้าใจได้ผมก็ติดตามบรรดา Page IO อยู่บ้าง เพื่อที่จะประเมินความรู้สึกของผู้คน ของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่รอบนี้ผมต้องขอเรียนปรึกษาหารือ ท่านประธานจริง ๆ ว่าอยากให้ท่านประธานช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ครับ ว่าตกลงแล้วที่มาที่ไป ของ Page นี้เป็นอย่างไร จริง ๆ แล้วมี สส. หลายท่านถูกโจมตี ต้องขอให้ท่านประธานช่วย ตรวจสอบ อาจจะตั้งเป็นคณะกรรมการของท่านประธานเอง ใช้อำนาจของประธานเอง หรือว่าจะติดตามสอบถามไปยังหน่วยงานที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการปฏิบัติการข่าวสาร หรือว่า ปฏิบัติการจิตวิทยาอย่าง กอ.รมน. หรือว่าหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้ ยอมไม่ได้เพราะว่าสภาของเราเป็นพื้นที่ของการถกเถียง อภิปราย ใช้สันติวิธีในการถกเถียง หาทางออกให้กับประเทศ เอาปัญหาของประเทศ ของพี่น้องประชาชนมาคุยกัน การใช้ ความรุนแรงเป็นเรื่องที่รับไม่ได้และภาพแบบนี้ออกไป ก็เรียกร้องให้ท่านประธานติดตามครับ🔗

สุดท้ายขออีกเรื่องหนึ่งครับ ของพี่น้องชาวบาละ หมู่บ้านคชศิลา หมู่ที่ ๔ ตำบลบาละ อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา ก็มีปัญหาเรื่องประกาศป่าไม้ทับที่ทำกิน สวนยาง สวนผลไม้ที่นั่นก็มีปัญหานะครับ พี่น้องประชาชนเข้าไปทำสวน ทำยาง ตัดยางก็ลำบาก เพราะว่าถนนทรุดโทรมไม่สามารถขยายเขตไฟฟ้าได้ เพราะว่าเหตุทับที่ของป่าสงวน ทั้ง ๆ ที่พวกเขาทำมาหากินอยู่ก่อนหน้านี้ ก็ฝากท่านประธานเรียนไปถึงหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งกรมป่าไม้ หน่วยงานของท้องถิ่นในการที่จะหารือกันหาทางออกให้พี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องแรกครับ เรื่องเอไอ ทางสภาจะรีบดำเนินการโดยด่วนเพราะเป็นเรื่องภาพรวมของสภา และผม อยากจะเตือนนะครับ บุคคลใดที่ทำให้ภาพของสภาเสียหายสภาต้องดำเนินการ แล้วถ้ามี ช่องทางใดก็จะดำเนินการครับ ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณองอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายองอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์ ขอนแก่น

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ องอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์ สส. ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานนะครับ🔗

เรื่องแรก โครงการก่อสร้างถนนทางคู่ขนานสัญญาณไฟจราจรทางหลวง หมายเลข ๒ ถนนมิตรภาพ ช่วงบริเวณสามแยกทางเข้าออกหน้า สภ.บ้านแฮด และสถานที่ ราชการต่าง ๆ ของอำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น สามแยกนี้เป็นสามแยกหลักของอำเภอ บ้านแฮดครับ ได้รับการประสานจาก สจ. ในพื้นที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพี่น้องอำเภอ บ้านแฮด อยากได้ทางคู่ขนานสัญญาณไฟจราจรเขียวแดงเพื่ออำนวยความสะดวกและ ลดอุบัติเหตุบนท้องถนนครับ🔗

เรื่องที่ ๒ โครงการขยายช่องจราจรบริเวณจุดกลับรถทางหลวงหมายเลข ๒๒๙ ตำบลเมืองเพีย อำเภอบ้านไผ่ เชื่อมต่ออำเภอชนบท บริเวณบ้านเมืองเพียปากทางเข้า บ้านละว้า จุดดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก ขอบคุณแขวงทางหลวงขอนแก่นที่ ๓ ที่ได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าในเบื้องต้นโดยการขยายช่องจราจรชั่วคราว จึงขอความอนุเคราะห์ มายังกรมทางหลวงเพื่อแก้ปัญหาให้มั่นคงถาวรเพื่อความสะดวกและปลอดภัยของประชาชน🔗

เรื่องที่ ๓ โครงการก่อสร้างถนนลาดยางบริเวณช่วงบ้านหนองเจ้าเมือง บ้านโคกกลาง ตำบลแคนเหนือ อำเภอบ้านไผ่ เชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข ๒๓๐๑ โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ท่าน สจ. ในเขตพื้นที่ได้นำเสนอถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัด เรียบร้อยและได้รับการร้องขอจากพี่น้องประชาชน ถนนสายนี้เป็นถนนสายหลักของพี่น้อง ชาวตำบลแคนเหนือเพื่อใช้ในการขนถ่ายสินค้าทางการเกษตร ฝากทางองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดขอนแก่นช่วยพิจารณาแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๔ เรื่องของปัญหาน้ำท่วมขังอุโมงค์ทางลอดรถไฟที่บ้านหนองเม็ก ตำบลโนนสมบูรณ์ อำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น จุดดังกล่าวมีน้ำท่วมขังเป็นเวลานานมาก ประชาชนไม่สามารถสัญจรได้ รวมถึงปรับปรุงไฟฟ้าส่องสว่างที่ชำรุดเสียหายบนสะพานเกือกม้า และอุโมงค์ทางลอดในพื้นที่อำเภอบ้านไผ่และอำเภอบ้านแฮดทั้ง ๖ จุด ฝากถึงหน่วยงาน ต้นสังกัดด้วยครับ🔗

เรื่องสุดท้าย ฝากท่านประธานสภาถึงกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เรื่องของราคาข้าวและราคามันสำปะหลังตกต่ำ พี่น้องเกษตรกรได้รับความ เดือดร้อนอย่างมาก ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณซาการียา สะอิ ครับ🔗

นายซาการียา สะอิ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต ๔ ประกอบไปด้วย อำเภอระแงะ อำเภอจะแนะ อำเภอสุคิริน พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ คณะรัฐมนตรีที่ได้อนุมัติงบฟื้นฟูอุทกภัยจากงบกลางไปให้กับ ๔ จังหวัดชายแดนใต้ สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส จังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาท ในวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เนื่องจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นใน ๓ ๔ จังหวัดนี้เกิดขึ้นหนักมาก ๒ ปีติดแล้วนะครับท่านประธาน วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกัน🔗

เรื่องแรก เป็นเรื่องเกี่ยวกับการขาดน้ำประปาในหลายหมู่บ้าน อันเนื่องจาก น้ำท่วมหนักเมื่อปลายปี ๒๕๖๖ ทำให้เกิดความเสียหายของประปาภูเขา ในอำเภอระแงะมี ๔ หมู่บ้านด้วยกัน ก็คือบ้านกานัวะ ตำบลกาลิซา บ้านปาเซ ซีโป บ้านกูจิงรือปะ ตำบลเฉลิม และบ้านบระเอ็ง ตำบลมะรือโบตก ซึ่ง อบต. ไม่มีงบประมาณและไม่มีผู้เชี่ยวชาญในการ ออกแบบประปาภูเขา จึงฝากท่านประธานไปยังกรมชลประทานให้รีบแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยครับ เนื่องจากชาวบ้านเดือดร้อนมา ๒ ปีกว่าแล้วตั้งแต่ ปี ๒๕๖๖ ครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เมื่อวันอังคารที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ได้ร่วมกับคณะกรรมการที่ดินและ สิ่งแวดล้อมของ ศอ.บต. ได้มีการพูดคุยเรื่องปัญหาเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปกับที่ดิน ทำกินของชาวบ้านในพื้นที่ ทางอุทยานแจ้งว่ายังขาดงบประมาณในการสำรวจแนวเขตอุทยาน กับแนวเขตชาวบ้าน ซึ่งต้องใช้งบประมาณประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ บาท ฝากท่านประธานไปยัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมช่วยจัดสรรงบประมาณดังกล่าวไว้ด้วย เพราะว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีปัญหากันอย่างยาวนานมากท่านประธานก็ทราบดี เพราะว่าท่านประธาน ก็เคยไปร่วมกับเรื่องของอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข ครับ🔗

นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ตาก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคกล้าธรรม ผมจะมีเรื่องหารือท่านประธานต่อเนื่องจากการหารือครั้งที่แล้วในเรื่องพื้นที่ชายแดน จังหวัดตากซึ่งปรากฏตามหน้าข่าวสื่อทั่วไป ผมเชื่อว่าท่านประธานคงได้รับทราบไป พอสมควร ที่ผ่านมาหลังจากที่รัฐบาลได้มีการตัดไฟ งดส่งน้ำมัน และนำพวกแก๊ง Call Center ย้ายกลับเข้ามาเมืองไทย มีหลายฝ่ายที่เข้าไปพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับสูงของ ต่างประเทศ ผู้บริหารของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการ ตลอดจน คณะกรรมาธิการลงพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่เข้าไปมองแต่ภาพใหญ่ จะแก้ไขอย่างไร จะทำให้ภาพ ประเทศไทยให้หายจาก Call Center อย่างไร เป็นแหล่งทางเข้าของ Call Center ผมเข้าใจ นี่คือบริบทของรัฐบาลที่ท่านทำโดยปกติของท่านแต่ท่านอย่าลืมมองคนในพื้นที่ ที่ผ่านมา ท่านไปออกมาตรการไม่ว่าจะบอกว่าจะปิดด่านทั้งหมด ซึ่งท่านบอกว่าเป็นต้นตอของการที่ ทำให้เกิดพวกจีนเทาข้ามไปข้ามมา เป็นพวกแก๊ง Call Center หรือประโคมข่าวแม้กระทั่ง ว่าจะออกหมายจับผู้นำของอีกฝั่งหนึ่งซึ่งตอนนี้ผมก็ยังไม่เห็นหมายจับ สิ่งเหล่านี้ผมยืนยันว่า ผมสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่ เนื่องจากหลังจากที่ท่านทำแล้วผมก็เชื่อว่าการที่มีแหล่ง จีนเทา หรือแก๊ง Call Center ต่าง ๆ ก็เริ่มตื่นตัว เริ่มจะย้ายถิ่นฐานไปที่อื่น แต่ผลกระทบ ที่ผมพูดทุกครั้งว่าคนที่ประกอบอาชีพทุจริตไม่ว่าจะเป็นพ่อค้า แล้วโดยเฉพาะพี่น้องคนไทย นี่ละครับ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมบอกว่าคนไทยที่ไปทำ Contract Farming ไปทำเกษตรอยู่ฝั่งโน้น มีปัญหาคือไม่สามารถขนสินค้าเข้ามาได้ ตอนนี้กระทบถึงเกษตรกรไทยแล้วครับ พอท่าน ออกมาตรการไม่ให้ส่งน้ำมันการลักลอบน้ำมันก็มีขึ้น จับทุกวันครับ รัฐเราจับทุกวัน แต่มัน กระทบถึงพี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกรไทย บ้านผมเป็นพื้นที่สูงต้องขนน้ำมันขึ้นไป บนดอยทีหนึ่งกักตุนไว้เพื่อจะทำการเกษตร ตอนนี้ทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ออก มาตรการที่ชัดเจนแล้ว ใครจะซื้อก็ลงทะเบียนอันนี้พวกผมเห็นด้วย แต่ตอนนี้ปั๊มเล่นตัวแล้ว ปั๊มไม่ค่อยขายแล้ว อันนี้ก็เป็นมาตรการที่จะต้องเกิดขึ้นในอะไรต่าง ๆ ที่ผมบอก ฉะนั้นฝาก รัฐบาลด้วยนะครับ ท่านทำแนวทางนี้ถูกต้องแล้ว แต่ท่านจะต้องวางมาตรการต่อเนื่อง อย่างไรให้มันรัดกุมขึ้น แล้วห่วงผลกระทบผมด้วย ล่าสุดกรรมาธิการคณะหนึ่งไปก็ได้ การตอบรับจากผู้ประกอบการอย่างชัดเจน ฝากกรรมาธิการไปพิจารณาเรื่องนี้ด้วย และที่สำคัญที่สุดเรื่องนี้มันเกินกว่าที่จังหวัดจะรับได้แล้ว เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องระดับ ประเทศแล้ว รัฐต้องมา Support ให้เต็มที่ ผมฝากเรื่องนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนบันนังสตาอินทรฉัตรมิตรภาพ ที่ ๒๐๐ ที่ระลึก ส.ร.อ. อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา จำนวน ๑๑๕ คน ซึ่งกำลังนั่งฟัง การประชุมอยู่ชั้นบนขณะนี้นะครับ ขอต้อนรับแล้วก็ขอขอบคุณทุกท่านนะครับ ต่อไป ขอเชิญคุณพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นครศรีธรรมราช

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรครวมไทยสร้างชาติ มีประเด็นหารือท่านประธาน ๑ เรื่องค่ะ ซึ่งเป็นเหตุที่เกิดขึ้นใน หมู่ที่ ๕ ตำบลฉลอง เป็นเหตุเพลิงไหม้เมื่อเวลา ๒๓.๐๐ นาฬิกา วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา เกิดเหตุไฟไหม้ที่โรงผลิตยางแผ่นรมควันโดยอยู่ในความดูแลของสหกรณ์กองทุน สวนยางฉลองน้ำขาวพัฒนาของตำบลฉลอง อำเภอสิชล ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวสหกรณ์ดังกล่าว อยู่ในการกำกับดูแลของสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ ปรากฏว่า ทั้งหมดเสียหายแทบทั้งหลัง แล้วก็ยังมีทรัพย์สินก็คือยางแผ่นรมควันที่อยู่ในบริเวณโรงรม ทั้งหมดได้รับความเสียหายค่ะ เมื่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปประเมินพื้นที่ก็สั่งระงับการ ปฏิบัติการ ทำให้พี่น้องที่เป็นสมาชิกสหกรณ์กว่า ๓๐๐ ราย จำเป็นจะต้องหยุดขายน้ำยาง ที่นี่ แล้วก็เป็นพื้นที่ที่เราต้องบอกว่าช่วยส่งเสริมแล้วก็สนับสนุนเกษตรกรที่ผ่านมาโดยตลอด ปรากฏว่าทำอย่างไรตอนนี้ในเมื่อเกิดเหตุระงับการซื้อน้ำยาง เกษตรกรจำเป็นต้องขาย น้ำยางให้กับเอกชนซึ่งทำให้โดนกดราคา ดิฉันเองได้รับการร้องเรียนมาจากท่านสุภาพ ใจห้าว รักษาการแทนประธานสหกรณ์กองทุนสวนยางฉลองน้ำขาวพัฒนา ท่านศุภชัย โจมฤทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลฉลอง ท่านสภาพร จันทร์กลับ สมาชิก อบต. หมู่ที่ ๕ แล้วก็ท่านสันติสุข มีคำ ส.อบจ. ของนครศรีธรรมราชค่ะ อยากขอให้ทางกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ได้จัดการอย่างเร่งด่วนเพื่อสนับสนุนงบประมาณในการสร้างโรงรม แห่งใหม่เป็นการเร่งด่วน เพราะว่าพื้นที่ดังกล่าวเคยได้รับการเข้าไปลงดูจากท่านอดีตนายก เศรษฐา ทวีสิน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทำให้เกษตรกรสามารถยกระดับจากน้ำยางเป็นยางแผ่น แล้วก็ เพิ่มมูลค่าด้วยค่ะ อยากให้เร่งเป็นการเร่งด่วน ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณธีรัจชัย พันธุมาศ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตมีนบุรี เขตหนองจอก เขตลาดกระบัง ท่านประธานครับ ขอหารือท่านประธานดังนี้ ผมได้รับการร้องเรียนจากคุณประเสริฐ ภู่เงิน คุณรุ่ง เจียมแพร คุณวารุณี คำแก้ว ผู้นำเกษตรกรชาวนาเขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง และคุณไพฑูรย์ วรรณนิ ตัวแทนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำ แล้วก็ต้นทุน การเพาะปลูกนั้นสูงขึ้น ท่านประธานครับ พื้นที่หนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง เป็นพื้นที่ที่มี เกษตรกรทำนาปีนาปรัง ขึ้นทะเบียนปี ๒๕๖๗ ไว้ประมาณ ๒,๒๔๔ ครัวเรือน พื้นที่รวม ทั้งหมด ๕๔,๑๔๙ ไร่ ซึ่งเยอะพอสมควรในกรุงเทพมหานครนะครับ ต้นทุนการผลิตนั้น การเพาะปลูกข้าวต่อ ๑ ไร่ ประมาณ ๕,๐๐๐ บาทต่อไร่ แล้วก็มีเป็นต้นทุนคือค่าพันธุ์ ค่าแรง ปุ๋ยจากเดิมราคา ๖๐๐ บาท ปรับขึ้นประมาณ ๙๐๐-๑,๐๐๐ บาท ค่ายากำจัดพืชและแมลง ปรับขึ้นจากเดิม ๒๕๐-๓๕๐ บาท เป็น ๔๐๐-๕๐๐ บาท ค่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในการ สูบน้ำปรับสูงขึ้นจากเดิมประมาณ ๒๕.๙๙-๒๙.๙๙ บาท ปัจจุบัน ๓๒ บาท ซึ่งกรณีอย่างนี้ ราคาข้าวปัจจุบันนั้นความชื้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ประมาณ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง เดิมมีการช่วยเหลือต้นทุนการผลิตประมาณ ๑,๐๐๐ บาท ๒๐ ไร่ ปัจจุบันลดเหลือ ๑๐ ไร่ เขาอยากให้ทางรัฐบาลช่วยเหลือก็คือว่าช่วยประกันราคาข้าวหรือพยุงราคาข้าวประมาณ ๑,๒๐๐ บาทต่อไร่จะได้หรือไม่ นอกจากนั้นในส่วนของค่าชดเชย เดิมมีการชดเชยไม่เกิน ๓๐ ไร่ ไร่ละ ๓,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท ตามราคาขึ้นลง ตอนนี้ก็หมดไป ดังนั้นจึงขอให้ท่านประธานได้ประสานงานไปยังรัฐบาลได้โปรดแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วยครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมได้รับการประสานจาก นายแพทย์อธิบ ลีธีระประเสริฐ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลกันทรารมย์ ตำบลดูน อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ โรงพยาบาลกันทรารมย์ เป็นโรงพยาบาลชุมชนประจำอำเภอกันทรารมย์ มีขนาด ๑๒๐ เตียง มีบุคลากรทั้งหมด ๓๑๒ คน ให้บริการด้านสาธารณสุขตั้งแต่ปี ๒๕๐๘ และมีอาคารให้บริการอายุใช้งาน เกินกว่า ๒๕ ปี อาคารมีสภาพชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก และโรงพยาบาลยังขาดอาคาร ซักฟอก อาคารพัสดุ ทางเชื่อมระหว่างอาคาร และอาคารที่พักเจ้าหน้าที่ ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ ต้องเช่าห้องพักเพื่อพักอาศัย และทางโรงพยาบาลก็มีจำนวนผู้ป่วยที่มาใช้บริการในแต่ละวัน เป็นจำนวนมาก ซึ่งโรงพยาบาลกันทรารมย์ถ้าได้อาคารนี้มาก็จะเพิ่มสมรรถนะและรองรับ ผู้มารับบริการของงานอุบัติเหตุ ฉุกเฉิน งานการพยาบาลผู้ป่วยนอก และยังเพิ่มขีด ความสามารถของโรงพยาบาลกันทรารมย์ให้มีการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และยังเพิ่มศักยภาพการบริการตามความต้องการของประชาชนตามบริบทของโรงพยาบาล แม่ข่ายสำหรับรองรับให้บริการของอำเภอใกล้เคียง คืออำเภอน้ำเกลี้ยง อำเภอโนนคูณ ตามกรอบแนวทางการปรับระบบบริการทางสาธารณสุข ผมจึงอยากฝากท่านประธาน ผ่านไปยังสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงสาธารณสุขเร่งดำเนินการ ให้ด้วยครับ ผมขอส่งเอกสารให้กับท่านประธานฝากไปยังกระทรวงสาธารณสุข🔗

ผมได้รับการร้องเรียนจากเกษตรกรเลี้ยงโคกระบือ เรื่องราคาโคกระบือตกต่ำ ท่านประธานครับ ทุกวันนี้ราคาโคกระบือที่ประชาชนได้เลี้ยงราคาตกต่ำมาก ผู้เลี้ยงขาดทุน ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ช่วยผลักดันให้ราคาสูงขึ้นครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณกิตติภณ ปานพรหมมาศ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ นครปฐม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กิตติภณ ปานพรหมมาศ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๔ พรรคประชาชน ผู้แทนอำเภอบางเลน อำเภอดอนตูม และอำเภอกำแพงแสน ๒ ตำบลครับ วันนี้มีเรื่องมา ปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ ๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก ปัญหาน้ำเสียไหลลงคลองบางเลน ผมได้รับเรื่องร้องเรียนน้ำเสีย ไหลลงจากแหล่งชุมชนอาจจะรวมไปถึงตลาดปลาไหลลงสู่คลองบางเลนทำให้เกิดปัญหา น้ำเน่าในคลอง แต่ อบจ. กลับให้ คบ. บางเลนเปิดน้ำดีผลักดันน้ำเสียลงแม่น้ำท่าจีน กลายเป็นว่าเสียทั้งสภาพแวดล้อมและเสียทั้งน้ำต้นทุน ปัญหานี้เริ่มจากพื้นที่รับผิดชอบของ คลองบางเลนดังกล่าวอยู่ในท้องถิ่นประมาณ ๒ กิโลเมตร ส่วนตลอดเส้นเป็นของชลประทาน ทั้งนี้ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ กระทบเกี่ยวกับการสร้างประตูน้ำด้วยที่เกิดขึ้นเพื่อป้องกันพื้นที่ ชุมชนบางเลน ดังนั้นจึงขอให้กรมชลประทานพิจารณาประกาศทางน้ำชลประทานตาม มาตรา ๕ รวมถึงผมสังเกตจากการที่ร่วมงานกับทางชลประทาน คบ. บางเลน พบว่า ฝายส่งน้ำและบำรุงรักษาไม่ได้มีอาคารที่ทำการเพื่อประสานงานกับผู้ใช้น้ำนะครับ จึงเรียน ท่านประธานไปยังกรมชลประทานให้พิจารณาครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ผมก็ได้ลงพื้นที่เข้าร่วมตรวจโรงงาน ต้องสงสัยแห่งหนึ่ง ณ ตำบลบางภาษี อำเภอบางเลน โดยมีกรมโรงงานและเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย พบว่าโรงงานแห่งนี้ลักลอบประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต และพบของที่เข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายถือเป็นความผิดฐานครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ ๓ โดยไม่ได้รับอนุญาต ทางหน่วยงานก็ได้มีคำสั่งอายัดสินค้ารวมถึงวัตถุต่าง ๆ แล้ว แต่ปัจจุบันนี้ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้อง พบว่ามีการโยกย้ายวัตถุของกลางนี้หรือไม่ เพราะว่ามี รถบรรทุกเข้าออกในเวลาดึกตลอด จึงอยากเรียนถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมโรงงาน อุตสาหกรรมจังหวัดนครปฐม และหน่วยงานต่าง ๆ ให้เข้าช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยครับ🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมในฐานะพี่น้องชาวบางเลนอยากเรียกร้อง ส่งเสียงถึงรัฐบาลให้แก้ไขเรื่องปัญหาราคาข้าวตกต่ำ เพราะว่านครปฐมปลูกข้าวนาปรังกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ พี่น้องชาวนครปฐมเดือดร้อนกันอย่างถ้วนหน้า จึงเรียนท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือเรื่องราคาข้าวเปลือกที่ตกต่ำ เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ผมได้ประสานงานจากกลุ่มเกษตรกรโดยคุณนพดล มั่นศักดิ์ ในจังหวัด นครสวรรค์และจังหวัดใกล้เคียงที่ได้รวมตัวกันที่สะพานเดชาติวงศ์ ประมาณ ๑,๕๐๐ คน เรียกร้องให้รัฐบาลลงมาดูแลช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ทำนาเพราะราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ลงมามาก จากเดิมเกษตรกรเคยขายข้าวได้ตันละ ๙,๐๐๐ บาท ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท ปัจจุบัน ลดต่ำลงเหลือ ๖,๐๐๐ กว่าบาท ถึง ๗,๐๐๐ กว่าบาท ทำให้พี่น้องเกษตรกรชาวนาทำนาแล้ว ไม่คุ้มทุนเพราะเกษตรกรมีต้นทุนทั้งปุ๋ยยาที่มีราคาแพง ไร่หนึ่งก็ตกประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าบาท ถือเป็นต้นทุนของพี่น้องเกษตรกร หลังจากที่พี่น้องเกษตรกรส่งตัวแทน คุณนพดล มั่นศักดิ์ และผม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดนครสวรรค์อีกหลายท่าน รวมทั้งรองผู้ว่าราชการ จังหวัดและพาณิชย์จังหวัดได้ลงมาพูดคุยกับพี่น้องเกษตรกรถึงความเดือดร้อนว่าต้องการให้ รัฐบาลช่วยเหลืออย่างไรบ้าง สรุปพอตกลงกันได้ว่าวันนี้พี่น้องเกษตรกรขายข้าวแล้วไม่ได้ ราคา ต้องการให้รัฐบาลพยุงรายได้ให้เกษตรกร ซึ่งในการเจรจากับพี่น้องเกษตรกรในวันนั้น มีพี่น้องเกษตรกรก็เสนอขอให้รัฐบาลพยุงรายได้ที่ขาดหายไป ตันละ ๒๑,๐๐๐ บาท ๓๕ ตัน ต่อครัวเรือน หรือเท่าที่ทำจริงที่ลงทะเบียนกับเกษตรกรไว้ไม่เกิน ๓๕ ตันต่อครัวเรือน และชดเชยเกษตรกรที่ขายไปแล้ว หลังจากเจรจากันแล้วก็เป็นที่พอใจเกษตรกรก็แยกย้าย กันกลับไป ท่านประธานครับ เกษตรกรฝากไว้ว่าอยากให้ช่วยเกษตรกรอย่างที่บอกมาว่า ทำนาปรังมีแต่ซังกับหนี้ ทำนาปีมีแต่หนี้กับซัง ผมหวังว่าวันนี้วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ในที่ประชุม นบข. คงจะพิจารณาความต้องการของพี่น้องเกษตรกรที่เรียกร้องมาครับ🔗

และอีกเรื่องหนึ่งเพื่อนสมาชิกฝากว่าในห้องประชุมสภายุงมากเลยครับ ขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพ่นยากันยุงให้เพื่อนสมาชิก และวันนี้โรคไข้หวัดกำลังระบาดด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่เคารพครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ ขอเชิญคุณพรเทพ ศิริโรจนกุล ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายพรเทพ ศิริโรจนกุล นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพรเทพ ศิริโรจนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๖ พรรคเพื่อไทย ได้แก่ อำเภอคง อำเภอบ้านเหลื่อม อำเภอขามสะแกแสง และอำเภอพระทองคำ วันนี้ขอปรึกษาหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาในพื้นที่ มีทั้งสิ้น ๔ ประเด็น ดังนี้ครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ ขอสร้างอาคารผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลขามสะแกแสง เนื่องจาก อาคารเดิมมีอายุใช้งานเกือบ ๓๐ ปี ตอนนี้โครงสร้างอาคารแตกร้าว ฝ้าเพดานผุพัง หลังคา รั่วหลายจุด อาคารชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังแออัด คับแคบ ไม่เพียงพอ ต่อจำนวนผู้ป่วยที่มาใช้บริการ ผมจึงฝากท่านประธานไปยังกระทรวงสาธารณสุขให้ช่วย พิจารณาจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างอาคารด้วยครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ขอติดตั้งไฟส่องสว่าง จำนวน ๓ จุด ได้แก่ บนถนนทางหลวง ๒๑๕๐ หลักกิโลเมตรที่ ๓-๗ บริเวณหน้าวัดโนนสีฟัน ตำบลขามสมบูรณ์ อำเภอคง ระยะทาง ประมาณ ๓.๕ กิโลเมตร จุดที่ ๒ บนถนน ๒๑๕๐ หลักกิโลเมตรที่ ๔๙-๕๒ บริเวณหน้า โรงเรียนบ้านดอนพะงาด ตำบลพะงาด อำเภอขามสะแกแสง ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร จุดที่ ๓ บนถนน ทล.๒๓๖๙ หลักกิโลเมตรที่ ๓๙-๔๓ ตำบลบ้านเหลื่อม อำเภอบ้านเหลื่อม ระยะทางประมาณ ๔ กิโลเมตร🔗

ประเด็นที่ ๓ ขอขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยจันราช พร้อมก่อสร้างฝายกั้นน้ำ ที่บ้านทองหลาง บ้านโนนไทรโยง ตำบลพังเทียม อำเภอพระทองคำ เนื่องจากฝายกั้นน้ำเดิม มีสภาพชำรุด ทำให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามฤดูแล้งได้อย่างเพียงพอ ก็อยากฝาก ท่านประธานไปยังกรมชลประทานช่วยจัดสรรงบประมาณให้ด้วยครับ🔗

เรื่องสุดท้ายประเด็นที่ ๔ เรื่องปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำ อย่างที่ทราบ กันดีว่าประเทศไทยเราส่งออกมันสำปะหลังมากที่สุดถึง ๗๕-๘๐ เปอร์เซ็นต์ ก็อยากฝาก กระทรวงพาณิชย์ให้ช่วยสนับสนุนส่งเสริมให้มีการใช้ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังภายในประเทศ ให้มากขึ้น แล้วก็ลดการนำเข้าข้าวสาลี แล้วขณะนี้ในพื้นที่ประเทศไทยหลายพื้นที่มีการระบาด ของไวรัสโรคใบด่างในมันสำปะหลัง ก็อยากฝากถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้สนับสนุน งบประมาณให้เกษตรกรได้มีต้นพันธุ์ปลอดโรคใบด่างนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา พนักงานส่วนตำบล และผู้นำชุมชนจากองค์การ บริหารส่วนตำบลท่าน้ำ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ซึ่งกำลังเข้าฟังการประชุมอยู่ชั้นบน ของห้องประชุมขณะนี้นะครับ ขอต้อนรับทุกท่านครับ ขอขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญ คุณวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๕ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือผ่านท่านประธานสภา ดังนี้นะคะ🔗

ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากผู้นำพื้นที่โดยการนำพาไปในสถานที่เกิดเหตุ ที่ตำบลวังโบสถ์ ตำบลบ่อไทย อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ มีทั้งว่าที่ สจ. ทั้ง ๒ เขต คือเขต ๒ เขต ๓ ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและท่านนายกเทศบาลของตำบล วังโบสถ์และตำบลบ่อไทยทั้ง ๒ ท่าน ท่านกำนันของตำบลทั้ง ๒ ท่าน จิตอาสาของมูลนิธิ ป่อเต็กตึ๊ง และประชาชนผู้เคยประสบเหตุ แจ้งข้อหารือเรื่องอุบัติเหตุบริเวณถนนตัดทางแยก เข้าตำบลบ่อไทยกับตำบลวังโบสถ์ อำเภอหนองไผ่ ที่ตัดกับถนนเส้นทางหลวงหมายเลข ๒๒๗๕ ช่วงกิโลเมตรที่ ๑๐๕-๑๐๖ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นเนินสูง รถสวนไปมา มองไม่เห็นกัน ข้อ ๒ มีรถใหญ่ รถขนส่งพืชผลทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก สัญญาณ ไฟจราจรและป้ายเตือนเสียหายจากอุบัติเหตุครั้งเก่า ๆ ซึ่งยังไม่มีการแก้ไข กลางคืนทำให้ มืดสนิท และอุบัติเหตุแต่ละครั้งความเสียหายจะมากและรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ขอให้ แขวงการทางเพชรบูรณ์ที่ ๒ หรืออำเภอบึงสามพัน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งหาทาง แก้ไขปัญหาและเพื่อลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยเร่งด่วนค่ะ🔗

ข้อ ๒ ดิฉันขอขอบคุณแขวงการทางเพชรบูรณ์ที่ ๒ บึงสามพัน ขอบคุณ กรมทางหลวง ขอบคุณทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ช่วยแก้ไข และดำเนินการให้ตามข้อหารือ ซึ่งดิฉันได้เคยหารือในเรื่องของผิวการจราจรหลายเส้นทาง เช่น ทางหลวงหมายเลข ๓๐๐๔ ทางหลวงหมายเลข ๒๒๕ ทางหลวงหมายเลข ๒๐๐๓ และอีกมากมาย ก็ขอขอบคุณในความใส่ใจที่ข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในหน่วยงาน ระดับจังหวัดได้เห็นประจักษ์ แล้วก็เข้าดำเนินการโดยทันทีที่มีปัญหา มีงบและดำเนินการให้ ขอบคุณท่านนะคะ🔗

และเรื่องสุดท้ายขออนุญาตเวลานิดหนึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ก็คือว่าอยากให้ ฝากถึง คปภ. สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ให้เข้าไปช่วยดูเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดเหตุเมื่ออาทิตย์ที่แล้วบนถนนทางหลวงหมายเลข ๒๒๕ อำเภอบึงสามพัน อาทิตย์ที่แล้วเป็นรถพ่วงใหญ่ชนเด็กนักเรียนเสียชีวิตถึง ๓ ศพ เหตุเกิด ในเขต สภ. บึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ อย่าได้หาช่องทาง อย่าให้บริษัทประกันภัย เร่งรัด ให้บริษัทประกันภัยที่คุ้มครองสิทธิได้เร่งเยียวยาจ่ายค่าเสียหายให้โดยด่วน อย่าได้หาช่องทาง บ่ายเบี่ยง ประวิงเวลา และปฏิเสธความรับผิดชอบ ขอให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวของ ผู้สูญเสียด้วยความยุติธรรมด้วย เป็นเด็กในครอบครัวเดียวกัน ทั้ง ๓ คนอยู่ในวัยเรียน อายุ ๑๕ ปี อายุ ๑๓ ปี และ ๘ ขวบ เห็นใจพ่อแม่ ปู่ย่า ตายายด้วย สูญเสียเด็ก ๆ ทั้งหมดทั้งบ้าน บรรยากาศในบ้านเงียบเหงา ไม่มีเสียงใด ๆ ของเด็ก ๆ ให้เป็นสีสัน เป็นกำลังใจให้กับคน ในครอบครัวอีกต่อไป วันนี้จะมีการฌาปนกิจศพเด็กทั้ง ๓ ขอให้ดวงวิญญาณของหนูน้อยทั้ง ๓ คน จงสู่สุคติสู่สัมปรายภพดิฉันจะติดตามการดำเนินการของ คปภ. ต่อไปในเคสนี้ค่ะ กราบขอบพระคุณท่านค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ เกินเวลามา ๑ นาทีกว่าแล้วครับ ต่อไปขอเชิญคุณอับดุลอายี สาแม็ง ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอับดุลอายี สาแม็ง ยะลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดยะลา เขตอำเภอกรงปินัง อำเภอบันนังสตา อำเภอธารโต และอำเภอเบตง ผมขอหารือกับท่านประธาน ๑ เรื่องนะครับ สืบเนื่องจาก ๓ วันที่ผ่านมา ผมได้รับการร้องเรียนจากสมาคมอุตสาหกรรม จากหอการค้า จากชมรมพ่อค้า แล้วก็นักประกอบการในเขตพื้นที่ของจังหวัดยะลาว่าเขากังวลเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าเงินช่วยเหลือเกี่ยวข้องกับเงิน Soft Loan ที่ให้ความช่วยเหลือมาหลายปีของ เขตพื้นที่ ๓ จังหวัด ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา ก็เนื่องจากว่าวันที่ ๓๐ มิถุนายนนี้จะเป็นวัน สิ้นสุดการช่วยเหลือของเงินเยียวยา เงินช่วยเหลือจากสถาบันการเงินเป็นเงิน Soft Loan ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ ทีนี้ตามมติของ ครม. ก็บอกว่าจะสิ้นสุดประมาณ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ และจะไม่มีการขยายเวลาในการเยียวยาต่อไป สืบเนื่องจากว่าผลการประกอบการที่ได้รับ เงินเยียวยานั้นมันเป็นสาเหตุอยู่หลายประการที่ไม่สามารถที่จะ Upgrade หรือว่าจะปรับ เรื่องของรายได้ เรื่องของผลการประกอบการให้ดีขึ้นเนื่องจากว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ก็เกิดจากโควิดอย่างต่อเนื่อง อันที่ ๒ ก็เกิดจากอุทกภัยตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๖ และปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ต่อเนื่องมา ๒ ปี ก็ยังไม่สามารถที่จะคลี่คลายปัญหาได้ อันที่ ๓ เกิดจากบางอุตสาหกรรม ที่ใช้วัตถุดิบอย่างเช่นโรงไม้ยางพารา เนื่องจากว่ายางพาราก็ไปทับซ้อนในเขตพื้นที่ป่าและ วัตถุดิบเหล่านี้อาจจะมีต้นทุนในราคาที่สูงขึ้นจนถึงขนาดบางโรงในเขตพื้นที่ของอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ได้หยุดกิจการไปเนื่องจากว่าสู้ต้นทุนไม่ได้ เรื่องที่ ๔ ก็คือสถานการณ์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังเกิดอย่างต่อเนื่อง มันเป็นลักษณะของเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ของคน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันนี้ก็อยากจะเรียนให้ท่านประธานประสานไปยังรัฐบาล เพื่อขอพิจารณาทบทวนในเรื่องของการให้ Soft Loan ในเขตพื้นที่ของ ๓ จังหวัด และ ๔ อำเภอต่อไป ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะบุคลากรทางการศึกษา และนักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชาการเมืองการปกครอง คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ อุบลราชธานี ซึ่งกำลังเข้าฟังการประชุมชั้นบนขณะนี้นะครับ ขอต้อนรับแล้วก็ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณปิยะนุช ยินดีสุข ครับ🔗

นางสาวปิยะนุช ยินดีสุข นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปิยะนุช ยินดีสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๗ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีปัญหาในพื้นที่อยู่ทั้งสิ้น ๕ ประเด็น ขอสไลด์เรื่องแรกด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวปิยะนุช ยินดีสุข นครราชสีมา

ดิฉันต้องขอขอบคุณท่านอดีต สจ. ประเวทย์ ชุมสงฆ์ ผู้ประสานงาน แล้วก็ อบจ.นครราชสีมา ที่ได้สร้างถนน อบจ.นม. ๑๗๒๑๐ เส้นบ้านขุนละคร-นางออ จนเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ แต่ดิฉันก็ยังได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ท่านนายก อบต.โนนอุดม เรื่องขอไฟฟ้าส่องสว่างตลอดเส้นทาง ไฟสัญญาณจราจร แล้วก็ ทางม้าลายหน้าโรงเรียนโนนอุดมด้วย เนื่องจากกลางคืนมืดมากเลยค่ะ ถนนเสร็จได้ประมาณ ๑ เดือน แต่ว่ามีอุบัติเหตุประมาณ ๑๐ ครั้งแล้ว ก็ขอฝากไปยัง อบจ.นครราชสีมาด้วยนะคะ🔗

เรื่องที่ ๒ ดิฉันขอติดตามถนน อบจ.นม. ๒๗๓๐๓ เส้นบ้านหนองสะแก บ้านเมืองยาง บ้านโนนตำหนัก คือเมื่อเดือนที่แล้วผู้รับจ้างได้ทำการรื้อถนนคอนกรีต เพื่อเตรียมสร้างถนนใหม่ แต่ว่าตอนนี้เขาย้ายเครื่องจักรออกไปแล้วเหลือไว้เพียงฝุ่นละออง ให้กับพี่น้องประชาชน ดิฉันก็ขอฝากไปยัง อบจ.นครราชสีมา ให้ช่วยเร่งติดตามแล้วก็ช่วยมา รดน้ำเพื่อลดฝุ่นให้พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๓ ดิฉันขอฝากท่านประธานไปยังสำนักงานจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำ เพื่อการเกษตรกรรมที่ ๑๗ ขอให้ติดตามโครงการปรับปรุงสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านโนนเจริญ ว่าตอนนี้อยู่ในขั้นตอนใดแล้ว แล้วก็ช่วยแจ้งความคืบหน้าไปยังที่ อบต.กระเบื้องนอก ด้วยค่ะ เนื่องจากกลุ่มผู้ใช้น้ำทั้งหมู่ที่ ๙ และหมู่ที่ ๑๑ ได้สอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก แล้วพวกเขา ก็รอความหวังที่จะมีน้ำใช้ตั้งแต่ตุลาคมปีที่แล้วแล้วค่ะ🔗

เรื่องที่ ๔ ดิฉันขอติดตามโครงการติดตั้งไฟแดงที่ตลาดอำเภอโนนแดง ที่ดิฉัน หารือไปตั้งแต่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๗ หากจุดเดิมบริเวณหน้าโรงเรียนชุมชนโนนแดงเป็นไปไม่ได้ ดิฉันก็ขอให้แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ ๑ ช่วยหาจุดที่เหมาะสมเพื่อติดตั้งไฟแดงให้กับ พี่น้องประชาชนในเขตตลาดอำเภอโนนแดงด้วยค่ะ🔗

เรื่องสุดท้ายสำคัญมาก ๆ นะคะ ขณะนี้ราคาหัวมันสำปะหลังในเขตพื้นที่ของ ดิฉันตกต่ำเป็นอย่างมาก ดิฉันก็ขอเป็นตัวแทนพ่อแม่พี่น้องบ้านเฮาวิงวอนไปยังรัฐบาล แล้วก็ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดมากกว่านี้ เพราะว่าตอนนี้รัฐบาลเปิดตลาด ไปแค่ประเทศจีนที่เป็นคู่ค้าเดิม ๆ ค่ะ สิ่งที่ผ่านมาที่รัฐบาลทำไม่ได้ทำให้หัวมันสำปะหลัง ในเขตพื้นที่ของดิฉันดีขึ้นเลยแต่กลับแย่ลงทุกวัน ๆ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ครับ🔗

นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร นนทบุรี

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร ผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี อำเภอบางกรวย ตำบลบางไผ่ พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ เดี๋ยวขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร นนทบุรี

เรื่องแรก เป็นเรื่องฝุ่น ๆ ของชาว อำเภอบางกรวยนะครับ ภาพที่ท่านประธานเห็นอยู่เป็นสะพานเฉลิมพระเกียรติ พื้นสะพาน ฝั่งหนึ่งอยู่ในอำเภอบางกรวย อีกฝั่งหนึ่งอยู่ในเขตทวีวัฒนาของฝั่งกรุงเทพมหานคร เรื่องนี้ ผมเคยหารือท่านประธานไปแล้วเรื่องปัญหาการจราจรรถติด แล้วก็ลักษณะของสะพาน มีลักษณะไม่สมมาตร ลักษณะของสะพานมีความสูงชัน มีรถบรรทุกรถและรถขนาดใหญ่วิ่ง โดยเฉพาะรถขนปูนวิ่งแล้วก็ทำให้น้ำปูนและเศษปูนหล่นบริเวณเชิงสะพานและบริเวณถนน เยอะมากเป็นไปตามรูปเลยนะครับ ภาพที่ ๒ ครับท่านประธาน ภาพที่ท่านเห็นอยู่นี้คือภาพ ของรถบรรทุกดินมีทั้งดินและน้ำดิน ท่านจะเห็นว่ามีการทิ้งดิน ถมดินในช่วงเวลากลางคืน ภาพที่ท่านประธานเห็นนี่คือช่วงเวลาตี ๑ ครึ่งนะครับ ผมกับท่านนายก อบต.บางขุนกอง ท่านรองนายก ปลัด อบต. และผู้ใหญ่บ้านลงไปตรวจสอบพื้นที่ เนื่องจากใบอนุญาตในการ ถมดินบริเวณดังกล่าวนี้ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นยันพระอาทิตย์ตก แต่มีการถมดินในลักษณะ อย่างนี้มาไม่ต่ำกว่า ๓-๔ เดือน ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนนะครับ เดี๋ยวขอสไลด์สุดท้ายนะครับ ปัญหาทั้งหมดที่ผมนำเรียนท่านประธานมาเกิดจาก ๑. เรื่องของ Plant ปูน เนื่องจากใน กฎหมายของกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผังเมืองหรือ พ.ร.บ. โรงงานไม่สามารถตั้ง Plant ปูนในกรุงเทพมหานครได้ เขาจึงขยับมาที่อำเภอบางกรวยของกระผม เนื่องจากมัน จะอยู่พื้นที่ติดต่อกัน แล้วก็ขนปูนเข้ามาในกรุงเทพมหานครทำให้เกิดปัญหาครับ🔗

อีกกรณีหนึ่งเป็นการเอาสายไฟลงดินในเขตบางซื่อ ในฝั่งกรุงเทพมหานคร เหมือนกันนะครับ เนื่องจากในกรุงเทพมหานครไม่สามารถปิดถนนในช่วงเวลากลางวันได้ ต้องปิดถนนในเวลากลางคืน จึงมีการขุดเจาะถนนและขนดินมาทิ้งในพื้นที่ผมในช่วงเวลา กลางคืนนะครับ จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และท่านนายก อบจ.จังหวัดนนทบุรี เนื่องจากเป็นคนที่ รับผิดชอบเรื่องกฎหมายผังเมือง และผู้ว่าการไฟฟ้านครหลวงเนื่องจากเป็นเจ้าของงาน ในพื้นที่ดังกล่าวครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณพิทักษ์เดช เดชเดโช ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายพิทักษ์เดช เดชเดโช นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พิทักษ์เดช เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากลุ่มน้ำปากพนัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่จำนวน ๓ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกร สืบเนื่องจากพี่น้องเกษตรกร มีหนี้สินกันเป็นจำนวนมากทั้งประเทศด้วยราคาสินค้าทางการเกษตรไม่มีความมั่นคงทำให้ พี่น้องเกษตรกรได้รับผลกระทบ ก่อนหน้านี้ธนาคารเพื่อเกษตรและสหกรณ์มีการพักหนี้ รายละไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท แต่มีเงื่อนไขหลายอย่างทำให้เกิดความยุ่งยากต่อพี่น้อง เกษตรกร ผมจึงขอฝากรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี โดยขอให้ทำการพักหนี้ให้กับเกษตรกร ทั้งรายกลุ่มและรายย่อยที่ไม่เกิน ๓ ล้านบาท เป็นเวลา ๓ ปี โดยพักหนี้ทั้งต้นทั้งดอก แบบรัฐบาลก่อน ๆ ที่ทำกันมา เพื่อประโยชน์และรักษาเกษตรกรในประเทศเอาไว้🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายวิเชียร สุวรรณสุทธิ์ นายเดชา ช่วยเจริญ นายอรรถพล นิยมเดชา เนื่องด้วยในช่วงมรสุมของทุกปีพี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากไม่สามารถทำมาหากินตามปกติได้เนื่องจากคลื่นลมแรง แต่การใช้ชีวิตประจำวันพี่น้องประมงพื้นบ้านมีค่าใช้จ่ายทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นค่าเล่าเรียนบุตร ค่าใช้จ่ายในครอบครัว ค่าต่อทะเบียนเรือ เป็นต้น ซึ่งไม่เหมือนกับพี่น้องเกษตรกรอื่นที่ได้รับ เงินเยียวยาในช่วงเกิดภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม น้ำแล้ง แต่ชาวประมงไม่มีเงินเยียวยา ในส่วนนี้ ซึ่งเขาไม่ได้ทำมาหากินประมาณ ๓-๔ เดือน จึงขอฝากกรมประมง กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ นายกรัฐมนตรี พิจารณาเงินเยียวยาให้กับพี่น้องประมงพื้นบ้านที่ได้ขึ้นทะเบียน เรือไว้ เพื่อบรรเทาให้ชาวประมงพื้นบ้านในช่วงมรสุมที่ไม่สามารถออกทะเลทำมาหากินได้🔗

เรื่องที่ ๓ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนตำบลทางพูน อำเภอ เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากมีการประกอบกิจการบ่อทรายในพื้นที่ หมู่ที่ ๔ ตำบลทางพูน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ถือเป็นเรื่องที่ดีครับมีการประกอบกิจการ แต่ท่านประธานครับ มีรถบรรทุกพ่วงจำนวนมากบรรทุกกันอย่างเต็มพิกัด ถนนพังเสียหาย ฝุ่นละอองเต็มไปหมด บนถนน นศ.๓๐๑๑ แยกไม้หลา-ทางพูน ช่วงหมู่ที่ ๔ จึงขอฝาก กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม กองบังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ช่วยตรวจสอบเป็นการเร่งด่วน🔗

เรื่องที่ ๔ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนเนื่องจากร้าน Chic Club รัชดา ๑๘ เปิดเพลงแนว EDP ตื๊ด ๆ ซึ่งส่งผลกระทบรบกวนให้กับพี่น้องประชาชนข้างเคียง ซึ่งเปิดกิจการตั้งแต่เวลา ๕ ทุ่มจนถึงตีสี่ ร้านตั้งอยู่ซอยรัชดา ๑๘ หลังร้านสุกี้ตี๋น้อย พี่น้อง ประชาชนได้แจ้งต่อสำนักงานเขตห้วยขวางไปแล้วแต่ไม่มีอะไรคืบหน้า ฝากสำนักงานเขต ห้วยขวางลงตรวจสอบการดัดแปลงอาคาร และสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ช่วยตรวจสอบเรื่องใบอนุญาตและการเปิดกิจการเกินเวลาหรือไม่ เป็นการ เร่งด่วนจะลบล้างมลทินพี่น้องประชาชนที่กล่าวหาว่าไม่รู้อะไรมาปิดหูปิดตาสำนักงานเขต และ สน.สุทธิสารไว้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน เขต ๗ จังหวัดปทุมธานี อำเภอลำลูกกา อำเภอธัญบุรี และอำเภอหนองเสือ มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานนะครับ🔗

เรื่องแรก คือบ่อขยะของ อบต.บึงคำพร้อย จะมีไฟไหม้อยู่เนือง ๆ นะครับ โดยเฉพาะตอนกลางคืนล่าสุดก็เพิ่งไฟไหม้ไปอีก วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไฟไหม้ทั้ง ๆ ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีก็กำชับแล้วว่าไม่ให้มีการเผาในที่โล่ง แต่ก็ยังมีไฟไหม้อยู่อีก จนพี่น้องประชาชนคิดว่าเป็นการกำจัดขยะหรือเปล่าเพราะไฟไหม้บ่อยเหลือเกิน ก็อยากให้ ทาง อบต. ช่วยเตรียมรถน้ำคอยดับไฟให้ทันท่วงที เพราะตรงนี้เกิดขึ้นแล้วก็เป็นปัญหากับ ประชาชนมากเลย มันก่อให้เกิดมลพิษนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ก็เป็นสะพานลอยของ อบต. นะครับ เป็นสะพานลอยของเอื้ออาทร คลอง ๙ สะพานลอยเอื้ออาทรคลอง ๙ นี้ก็มีปัญหาในเรื่องของประชาชนเพราะว่าอยู่ไกล จากทางข้ามมาก ๆ คือไม่มีสะพานลอยนะครับ ทางพี่น้องประชาชนก็ขอให้มีสะพานลอย ตรงถนนรังสิต-นครนายก คลอง ๙ อยากให้มีสะพานลอยตรงนั้น เพราะว่าเด็กกลับบ้าน ก็ไม่สามารถข้ามสะพานลอยได้ ต้องไปลงรถ ๕๐๐ เมตรถัดไป แล้วก็ข้ามสะพานลอย เสร็จแล้วก็จ้างมอเตอร์ไซค์วินกลับเข้าบ้าน ก็สร้างความเดือดร้อน ตรงนี้ก็ไม่แน่ใจว่า จะสามารถทำได้หรือเปล่านะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ก็สะพานลอยเช่นกันนะครับ หน้าหมู่บ้านนริศรา คลอง ๑๑ ตรงนี้ ก็ข้ามยากเหมือนกัน ท่านต้องลองจินตนาการดู ถนน ๖ เลนตรงรังสิต-นครนายก รถวิ่ง เร็วมาก วิ่งตั้งแต่ ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถึง ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตรงนั้นข้ามยาก ก็ขอสะพานลอย ๒ จุด🔗

เรื่องที่ ๔ ก็เป็นเรื่องของไฟส่องทาง ถนน ๓๐๒๒ เป็นพื้นที่ของหมู่ที่ ๑๑ ตำบลหนองสามวัง หนองเสือ ตรงนี้จะมืดมากเลยถ้ามีรูปก็จะเห็นว่ามืดมากเลยนะครับ ปัจจุบันเสาไฟแถบนี้ก็ไม่ติดเลย มีเสาไฟอยู่แต่ไม่มีไฟ🔗

เรื่องสุดท้ายเป็นปัญหาน้ำประปาของหมู่บ้านปิ่นฤทัย คลอง ๗ ตรงนี้อยู่ หมู่ที่ ๘ ตำบลบึงบอน อำเภอหนองเสือ น้ำไหลอ่อนถึงไม่ไหล แรงดันอ่อน น้ำไม่เข้าแท็งก์ เป็นเวลาประมาณ ๑ เดือนแล้ว ประชาชนก็ได้แจ้งการประปาไปแล้ว ก็ลำบากไม่มีน้ำใช้ พี่น้องประชาชนก็ขอมาขอให้แก้ปัญหาโดยด่วนนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณสยาม เพ็งทอง ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสยาม เพ็งทอง บึงกาฬ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพและเพื่อน สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม สยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย เรื่องที่จะขอหารือวันนี้เป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องตำบล โคกก่อง อำเภอบึงกาฬ จากกลิ่นเหม็นของโรงงานยางที่เป็นปัญหามานานหลายปี ประชาชน ในพื้นที่ร้องเรียนเข้ามาจำนวนมากในเรื่องของกลิ่นเหม็นซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต ที่ต้องทนกับกลิ่นเหม็นจากโรงงานยางและยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง พี่น้องประชาชน เดือดร้อนจริง ๆ ครับ หลายครอบครัวมีอาการแสบจมูก แสบคอ ระคายเคือง แน่นหน้าอก หายใจลำบาก บางคนเป็นผื่นคันตามผิวหนัง บางรายถึงขั้นป่วยมีเลือดกำเดาไหล กระทบต่อ สุขภาพพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมา และที่สำคัญปัญหาเรื่องของกลิ่นเหม็นยังส่งผลกระทบ ต่อการท่องเที่ยวซึ่งเป็นช่องทางสร้างรายได้สำคัญให้กับจังหวัดบึงกาฬ พี่น้องประชาชนและ นักท่องเที่ยวต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ากลิ่นเหม็นมีผลเสียอย่างมากต่อการท่องเที่ยว โดยเฉพาะตำบลโคกก่องที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญเช่นหินสามวาฬ ซึ่งเป็นที่ที่ได้รับความ สนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีสไลด์นะครับวิดีโอ จึงเป็นความ จำเป็นอย่างเร่งด่วนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ทันที🔗

๑. ใช้เทคโนโลยีเพื่อควบคุมและลดการปล่อยกลิ่น เช่น การติดตั้งระบบ กรองอากาศ การปรับปรุงวิธีการผลิต หรือการใช้สารเติมแต่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดกลิ่น🔗

๒. การปฏิบัติตามกฎระเบียบและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงการตรวจสอบและรายงานการปล่อยกลิ่นอย่างสม่ำเสมอ🔗

๓. การส่งเสริมแนวทางการผลิตที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมการยางสามารถช่วย บรรเทาปัญหากลิ่นได้ เช่น การนำเทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดมาใช้ และการสำรวจการใช้ ยางที่เหลือเพื่อใช้ในทางเลือกอื่น🔗

ท่านประธานครับ เป็นเรื่องดีที่มีโรงงานยางมาตั้งที่จังหวัดบึงกาฬ เพราะว่า เป็นการสะดวกต่อพี่น้องชาวสวนยางในการเอายางไปขาย แต่ว่าเรื่องของมาตรฐานโรงงาน และเรื่องของสุขภาพก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันครับ จึงอยากฝากท่านประธานไปยังกระทรวง อุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมจังหวัดบึงกาฬให้ช่วยตรวจสอบโรงงานยางพาราในพื้นที่ ตำบลโคกก่องทั้ง ๒ แห่ง พร้อมแก้ไขปัญหาและรายงานสถานการณ์ความคืบหน้าให้พี่น้อง ประชาชนรับทราบด้วย เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬและเพื่อ ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องชาวจังหวัดบึงกาฬทุกคน ด้วยความเคารพครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ ท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม สุรวาท ทองบุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอหารือท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. สำหรับ กระทรวงศึกษาธิการภายใต้นโยบายเรียนดีมีความสุขยังมีความทุกข์ครับ ขอให้ท่านปลดทุกข์ เหล่านี้ด้วย🔗

๑. ขอให้ท่านรัฐมนตรีเดินทางไปพบและเจรจาหารือกับสำนักงาน ก.พ. และ คปร. ด้วยตัวท่านเอง เพื่อขออัตราจ้างงบบุคลากรเพื่อนำมาจ้างลูกจ้างแทนการจ้างเหมา บริการ🔗

๒. ขอให้ออกหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานราชการ บุคลากร และลูกจ้างอื่น ๆ สามารถย้ายโรงเรียนได้🔗

๓. ขอให้จัดสรรเจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียนให้ครบทุกโรงเรียน🔗

๔. ขอให้ปรับหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูโครงการต่าง ๆ ให้มี อายุงาน ๒ ปีเท่าเทียมกันก็สามารถยื่นคำร้องขอย้ายโรงเรียนได้🔗

๕. ขอให้ปรับหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายให้ครูสามารถย้ายข้ามสังกัดได้ เช่น ครู กทม. และท้องถิ่นอื่น ๆ สามารถย้ายไปโรงเรียน สพฐ. ได้🔗

๖. ขอให้ปรับอัตราเงินเดือนเจ้าหน้าที่ธุรการ ภารโรง และบุคลากรอื่น ๆ ที่จ้างอยู่เพียง ๙,๐๐๐ บาทต่อเดือน ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน ขึ้นเป็น ๑๒,๐๐๐ บาท ถึง ๑๘,๐๐๐ บาทต่อเดือนด้วย🔗

๗. ขอให้เพิ่มรายละเอียดการคำนวณกรอบอัตรากำลังข้าราชการครู ในโรงเรียนกรณีนับจำนวนข้าราชการครูในแต่ละสาขาวิชาเอกใด ๆ ให้รวมเอาครูที่สอน ในสาขาวิชาที่ได้พัฒนาเพื่อเลื่อนวิทยฐานะเข้าไปในวิชาเอกนั้น ๆ ด้วย🔗

๘. ขอให้พัฒนาระบบการย้ายหรือบรรจุทดแทนอัตราเกษียณ เมื่อเกษียณแล้ว ก็ให้สามารถบรรจุหรือย้ายเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีเมื่อเริ่มปีงบประมาณ คือวันที่ ๑ ตุลาคม ของทุกปี🔗

๙. สำหรับกระทรวง อว. ขอให้ออกหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายเพื่อเปิดโอกาส ให้พนักงานมหาวิทยาลัยได้ย้ายข้ามมหาวิทยาลัยได้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะอาจารย์และนักศึกษา สาขาวิชารัฐศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัย กาฬสินธุ์ อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งกำลังฟังการประชุมอยู่ชั้นบนครับ ขอต้อนรับ ทุกท่านนะครับ คณะที่ ๒ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน จากโรงเรียนบ้านกาโสด อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ซึ่งฟังการประชุมอยู่ ชั้นบนเช่นเดียวกัน ขอต้อนรับและขอขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณชัชวาล แพทยาไทย ครับ🔗

นายชัชวาล แพทยาไทย ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๗ พรรคไทยสร้างไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายพิศาล ใจสาหัส นายณัฐวุฒิ หนองพล และ พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลเกษตรวิสัยและเทศบาลตำบลเมืองบัว อำเภอ เกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ถึงปัญหาน้ำประปาไหลเบาและมีคุณภาพต่ำ โดยพื้นที่เทศบาล ตำบลเกษตรวิสัยและเทศบาลตำบลเมืองบัวอยู่ในเขตบริการของการประปาส่วนภูมิภาค สาขาสุวรรณภูมิ หน่วยบริการอำเภอเกษตรวิสัย ซึ่งมีผู้ใช้น้ำเกือบ ๒๐,๐๐๐ ราย ปัญหานี้ เกิดขึ้นยาวนานหลายสิบปีครับ ในฤดูแล้งการประปาส่วนภูมิภาคจะประสบปัญหาน้ำดิบที่ใช้ ผลิตน้ำประปาไม่เพียงพอ โดยแหล่งน้ำดิบที่เป็นต้นทุนผลิตน้ำประปาต้องใช้น้ำดิบจาก ลำเสียวใหญ่ ซึ่งน้ำจากลำเสียวใหญ่เองเป็นแหล่งน้ำที่ใช้ในพื้นที่ชลประทานที่จะต้องจัดสรร น้ำให้พื้นที่ทางการเกษตรด้วย ในปีนี้พี่น้องชาวนาลุ่มน้ำเสียวใหญ่ปลูกข้าวนาปรังเพิ่มขึ้น มากกว่าทุกปี การจัดสรรน้ำในภาคครัวเรือนจึงไม่เพียงพอ สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้อง ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ท่านประธานที่เคารพครับ แนวทางในการแก้ไขปัญหามีครับ การประปาส่วนภูมิภาคต้องสร้างแหล่งเก็บน้ำดิบที่ไม่เบียดเบียนแหล่งน้ำในพื้นที่การเกษตร และต้องมีความจุที่เพียงพอ ที่ผ่านมาในปี ๒๕๕๖ มีแนวคิดในการจัดหาที่ดินเพื่อขุดอ่าง กักเก็บน้ำดิบ จำนวน ๗๐-๙๐ ไร่ แต่นี่ผ่านมา ๑๒ ปีแล้วครับ โครงการดังกล่าวกลับไม่เห็น เป็นรูปธรรม ปัญหาหลักที่ทำให้โครงการนี้เดินหน้าต่อไปไม่ได้เกิดจากราคากลางในการ จัดซื้อที่ดินต่ำจนเกินไป ไม่สอดคล้องกับราคาซื้อขายที่ดินในท้องตลาด การประปา ส่วนภูมิภาคจึงไม่สามารถจัดหาที่ดินในการก่อสร้างแหล่งน้ำดิบได้สักที ผมจึงขอหารือผ่าน ท่านประธานไปยัง นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาค และนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่กำกับดูแลการประปาส่วนภูมิภาค วิงวอนท่านครับ เร่งดำเนินการทำงานในเชิงรุก แก้ไขกฎระเบียบให้สอดคล้องเหมาะสม ตรงไปตรงมา เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องผู้ใช้น้ำชาวเกษตรวิสัยให้ได้ใช้น้ำที่ดี มีคุณภาพเสียที ด้วยความเคารพครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณคำพอง เทพาคำ ครับ🔗

นายคำพอง เทพาคำ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม คำพอง เทพาคำ ผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน สัดส่วนภาคอีสานครับ พี่น้อง ประชาชนที่สัญจรไปมาระหว่างอำเภอพิบูลมังสาหารไปช่องเม็กนะครับ ก็ร้องขอมาว่าที่มี การปิดทางกลับรถของกรมทางหลวงซึ่งทำให้ชาวบ้านไปกลับรถไกลเพราะเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวพัทยาน้อยก็เปิดช่องทางให้ด้วย แล้วก็ไปติดตั้งสัญญาณไฟเพื่อที่จะให้เกิดความ ปลอดภัย ที่แหล่งท่องเที่ยวพัทยาน้อยเหมือนกันครับ ตอนนี้ผู้ประกอบการร้านอาหารและ ร้านค้าใช้ค่าไฟแพงมากเพราะว่าใช้มิเตอร์ชั่วคราวนานแล้ว แปลกไหมครับใช้มิเตอร์ชั่วคราว นานแล้ว ก็ขอให้เปลี่ยนเป็นมิเตอร์ถาวรด้วยครับ🔗

การท่องเที่ยวตามลำน้ำมูลก็เหมือนกันครับ ปีที่แล้วช่วงสงกรานต์เมษายน เปิดเขื่อนปากมูลแล้วแก่งสะพือโผล่ขึ้นมา แก่งอื่นก็โผล่ด้วยนะครับ คนไปท่องเที่ยวเยอะแยะ มากมายไปหมดเลย พี่น้องชาวพิบูลมังสาหารขายของ ขายอาหารดีมากเลยครับ ปีนี้ขอให้ เปิดเร็วขึ้นสักเดือนมีนาคมไปถึงเดือนพฤษภาคมดีไหมครับ จะได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวและ เศรษฐกิจของพี่น้องจะได้ดีขึ้นนะครับ🔗

วันก่อนนี้ครับท่านประธาน มีข่าวว่าผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีไปแจก โฉนดให้กับพี่น้องแถว ๆ ศาลากลาง ปรากฏว่าพี่น้องหนองแก แจระแม บอกว่า ซุมข่อยคือ บ่ได๋พะนะวา ก็เลยอยากจะให้เร่งรัดออกเอกสารสิทธิให้กับพี่น้องหนองแก แจระแม ด้วย แล้วก็ที่ดินที่อื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ น.ส.ล. ของอำนาจเจริญ สุรินทร์ ก็ยังมีปัญหา ทวงถามมา ผมก็เลยถ่วงท่านประธานต่ออีกทอดหนึ่งนะครับ🔗

ชาวบ้านที่บ้านกลางเหนือ ตำบลธาตุ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เขาบอกว่ามีการถมที่แล้วก็ถมท่อระบายน้ำ หน้าฝนนี้น่าจะท่วมทีปแล้วครับ ทุ่งเดิ่นแถวนั้น น้ำท่วมเยอะนะครับท่านประธาน จึงแจ้งไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบเข้าไปดูแลด้วยนะครับ มีการถมที่แล้วก็ถมถนนเข้าไปด้วย ท่อระบายน้ำนี่ไม่สามารถที่จะระบายได้ ก่อนฝนมา ก็ไปจัดการเสีย ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ครับ🔗

นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๑ พรรคประชาชน วันนี้ผมขอนำเรื่องปัญหาในพื้นที่ปรึกษาต่อ ท่านประธานสภา สืบเนื่องจากประเด็นที่กำลังเป็นข่าวในสื่อต่าง ๆ อย่างกว้างขวางนะครับ มีรายงานเกี่ยวกับปัญหาการข่มขู่และเรียกเก็บค่าเช่าพื้นที่อย่างไม่เป็นธรรมในตลาดสำเพ็ง ขอสไลด์ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ กรุงเทพมหานคร

อย่างที่ทุกคนทราบกันดี ย่านสำเพ็งเป็นศูนย์กลางการค้าแหล่งเศรษฐกิจและวัฒนธรรมสำคัญแห่งประเทศไทย และมี ประวัติศาสตร์อันยาวนาน แต่ ๒๐-๓๐ กว่าปีที่ผ่านมา การค้าขายในพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ถูก จัดการอย่างเป็นระเบียบและเคร่งครัด ส่งผลให้บุคคลบางกลุ่มเข้ามามีอิทธิพลต่อพื้นที่จนทำ ให้เกิดความขัดแย้งอย่างที่ทุกคนเห็นตามสื่อ เพื่อแก้ปัญหาไม่ให้มีกลุ่มอิทธิพลหรือ Mafia ผมเสนอให้ท่านชัชชาติ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ขออนุญาตเอ่ยนาม ในฐานะที่ท่านเป็น ผู้บริหารสูงสุดของกรุงเทพฯ ได้ใช้อำนาจในการจัดการและตัดสินใจปัญหาดังกล่าวอย่าง รอบคอบ พร้อมเร่งรัดกระบวนการตรวจสอบการจัดระเบียบพื้นที่ย่านสำเพ็ง ท่านอาจจะทำ ให้กลายเป็นจุดผ่อนผันสำหรับการค้าอย่างเป็นทางการ หรือท่านอาจจะเลือกแนวทาง พิจารณาให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่อัตลักษณ์ กรุงเทพมหานครต้องเข้ามาดูแลและจัดการพื้นที่นี้ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้องทำให้คณะกรรมการคัดเลือกผู้ค้าโปร่งใสภายใต้ระเบียบที่ ชัดเจน นำความยุติธรรมในพื้นที่นี้กลับมาอีกครั้ง สุดท้ายนี้ผมขอเรียกร้องให้ท่านผู้ว่า ในฐานะผู้บริหารสูงสุด และผู้มีอำนาจตัดสินใจของกรุงเทพมหานครได้พิจารณาการจัดการ ปัญหาดังกล่าวโดยคำนึงถึงทุกมิติอย่างรอบด้านทั้งด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของชุมชน ซึ่งด้วยความเคารพครับท่านผู้ว่า ผมเห็นต่างกับที่ท่านพูดว่า ถ้าวุ่นวายนักก็ให้ยกเลิกเลย แน่นอนว่ามันมีปัญหามากมายและมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนไม่น้อย แต่พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่มี ศักยภาพที่ต้องการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุและให้โอกาสแก่คนทำมาหากิน ดูแลประชาชน ผู้ใช้ทางและรักษาเอกลักษณ์ที่ดีของสำเพ็งไว้ สำคัญที่สุดต้องไม่มี Mafia หรือผู้มีอิทธิพล ในรูปแบบใด ๆ ก็ตามอีกต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย Stenden ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งกำลังฟัง การประชุมอยู่ชั้นบน ขอต้อนรับทุกท่าน ขอขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณสุทิน คลังแสง ครับ🔗

นายสุทิน คลังแสง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือในเรื่องที่สำคัญ ถ้าฟังแล้วอาจจะ ไม่เชื่อ จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ก็เคยหารือที่นี่ครั้งหนึ่งแล้วแต่ว่ายังไม่เกิดผล นั่นก็คือมีต่างประเทศ ติดหนี้เอกชนไทยเราเป็นจำนวนเงินมหาศาล ๒.๗ ล้านล้านบาท แล้วไม่ยอมชำระมาเป็นเวลา ๓๙ ปี มาถึงวันนี้การทวงหนี้ก็ใกล้จะบรรลุผล เพียงแต่ว่ารัฐบาลอาจจะต้องช่วยเอกชน นิดหนึ่ง สภาเราก็จะต้องช่วยเขาอีกนิดหนึ่งก็จะเป็นผล เรื่องราวก็คือว่าเมื่อปี ๒๕๒๙ เมื่อ ๓๘ ปีก่อน ประเทศแทนซาเนียโดยรัฐบาลแซนซิบาร์ได้ซื้อข้าวจากเอกชนไทยโดยติดต่อ ผ่านรัฐบาลขอทำ G to G รัฐบาลก็ได้มอบให้บริษัท แหลมทองค้าข้าว ได้รวบรวมข้าวจาก เกษตรกรแล้วก็กลุ่มโรงสีขายให้กับประเทศแทนซาเนีย เป็นจำนวนเงินตอนนั้นก็อาจจะมาก แต่ไม่สูงเท่าไร แล้วสั่งแล้วไม่ชำระหนี้ท่านประธานครับ ไม่ชำระเงิน ไม่ชำระเป็นเวลานาน แล้วเอกชนเขาก็ทวงด้วยตัวเขาเองตลอด ทวงไปทวงมาจนไม่บรรลุผลก็เลยส่งฟ้องศาล ก็ศาลประเทศแทนซาเนียเองนั่นละ ได้รับคำร้องแล้วก็พิพากษาตัดสินให้รัฐบาลแทนซาเนีย ใช้หนี้เอกชนไทยพร้อมดอกเบี้ย แต่ประเทศแทนซาเนียก็ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลของ ประเทศตัวเอง ทำให้เอกชนของเราก็ทวงแล้วทวงเล่า จนการติดต่อล่าสุดนี่ผมเองในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ใช้กลไกของกระทรวงได้ทำหนังสือถึงกลาโหมประเทศ แทนซาเนีย ซึ่งวันนี้ก็กำลังจะบังเกิดผล ก็คือเขากำลังจะส่งตัวแทนกระทรวงต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคลังของเขามาพูดคุยกับเรา แต่ปัญหาก็คือว่าวันนี้หนี้มันเป็น จำนวนมหาศาลมาก ๒.๗ ล้านล้านบาท เงินจำนวนนี้ถ้าเราทวงได้เข้ามาสู่ระบบการเงินเรา ประเทศจะมีเงินมหาศาล รัฐบาลจะได้ภาษีไม่ต่ำกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นวันนี้ ก็เลยฝากไปยังรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ได้ทวงให้ เอกชนด้วย แล้วเราซึ่งเป็นสภาต้องดูแลประชาชน ถ้าเรายกระดับการทวงหนี้โดยสภานี่ ผมเชื่อว่าจะบังเกิดผล จึงขออนุญาตใช้โอกาสนี้หารือที่สภาครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ แล้วเรื่องนี้รู้สึกเขาจะส่งเรื่องมาที่สภาด้วย ผมก็ส่งไปให้รัฐบาลแล้วนะครับ ก็ขอบคุณ คุณสุทินครับ ต่อไปขอเชิญคุณถนอมพงศ์ หลีกภัย ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายถนอมพงศ์ หลีกภัย ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ถนอมพงศ์ หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดตรัง พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะขอหารือท่านประธานเรื่องเดียว คือเรื่อง สนามบินตรัง สนามบินนานาชาติ คือในหัวข้อนะครับ ผู้รับเหมาทิ้งงาน ผมขอใช้คำว่า อนุสรณ์สถานร้างของจังหวัดตรัง เพราะว่าโครงการนี้ได้ริเริ่มมาตั้งแต่สมัยท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ริเริ่มจัดโครงการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นเวลา ๙ ปี ที่สนามบินตรัง บ้านของกระผมจังหวัดตรังยังเป็นสุสาน ตอนนี้เริ่มเป็นสุสานครับท่านประธาน โดยทำการ จัดจ้างระหว่างกรมการบินพลเรือนเก่าหรือว่ากรมการท่าอากาศยานตรัง ผมบังเอิญครับ ท่านประธานได้ไปรับท่านนายกแพทองธาร ชินวัตร ที่ท่านลงไปตรวจราชการจังหวัดสงขลา แล้วก็จังหวัดพัทลุง ก็บังเอิญอีกครับได้เจอกับท่าน ผอ. กรมท่าอากาศยานตรัง ท่านอธิบดี และท่านรองอธิบดี ผมก็ได้เจอกันต่อตัวแล้วก็ได้ถามท่านว่าความคืบหน้าสนามบินตรัง ไปถึงไหนแล้ว คำตอบที่ได้ครับ ท่านพูดเป็นอยู่ ๓ คำ คือต้องดูระเบียบ ผมในฐานะผู้แทน ของพี่น้องชาวจังหวัดตรัง ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพี่น้องประชาชนก็ต้อง มาหาผม กว่าจะไปพบท่านได้ท่านข้าราชการชั้นสูงยากครับ ตาสีตาสาเข้าไปพบผู้หลักผู้ใหญ่ นี่ยากมาก ก็เลยอยากจะฝากเจ้าของกระทรวงเช่นรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ฝากด้วยครับ สนามบินตรังผมตอนนี้โอกาสที่จะเกิด โอกาสที่จะได้มาเป็นห้องรับแขกของจังหวัดตรัง ยากครับ สุดท้ายท่านประธานผมขออีกนิดครับ โครงการแต่ละโครงการที่ลงทุนไปประมาณ ๒,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาท ก็มาจากเม็ดเงินภาษีของพี่น้องประชาชน และสุดท้ายครับ ท่านประธาน ค่าตอบแทนของ ผอ. กรมท่าอากาศยาน ท่านอธิบดี ท่านรองอธิบดี ล้วนแล้ว ก็มาจากเม็ดเงินภาษีของพี่น้องประชาชนทั้งนั้น ด้วยความเคารพครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณโกศล ปัทมะ🔗

นายโกศล ปัทมะ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโกศล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับการใช้ เส้นทางที่ดูแลโดยทางหลวงชนบท เส้นทางที่ นม. ๑๐๐๑ แยกทางหลวงหมายเลข ๒ เชื่อม อำเภอบัวลาย ช่วงตำบลเมืองพะไล อีกเส้นทางหนึ่ง นม. ๓๐๒๖ แยกทางหลวงหมายเลข ๒๐๒ ถึงบ้านหนองยาว ช่วงตำบลห้วยยางและตำบลหนองบัวสะอาด และอีกเส้นทางหนึ่ง นม. ๖๐๓๑ บ้านดอนขุนสนิท-บ้านตะคร้อ อำเภอคง และอีก ๑ เส้นทาง นม. ๑๐๑๓ แยกทางหลวงหมายเลข ๒ ช่วงตลาดหนองแวงไปถึงบ้านศิริรักษ์ ช่วงตำบลหนองตาดใหญ่ อำเภอสีดา และ นม. ๔๐๐๗ ช่วงบ้านคูขาด อำเภอคง เชื่อมบ้านดอนรี ตำบลดอนตะหนิน อำเภอบัวใหญ่ ซึ่งเส้นทางที่ผมกล่าวมาทั้งหมดเป็นถนนเชื่อมระหว่างอำเภอและตำบล ซึ่งมีสภาพชำรุด คับแคบ และไม่มีไฟส่องสว่าง มักมีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ดังนั้นจึงขอให้กรม ทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม จัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการซ่อมแซม ขยายติดตั้ง ไฟส่องสว่างเพื่อยกระดับมาตรฐานทางและเพิ่มประสิทธิภาพถนนสายดังกล่าวตลอดเส้นทาง เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับความสะดวกในการสัญจรไปมาด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ครับ🔗

นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคเพื่อไทย วันนี้ผม ขอนำเรื่องหารือท่านประธานสภาดังนี้🔗

๑. ผมได้รับโอกาสร่วมประชุมกับ ผอ. รพ.สต. ทั้ง ๑๑ อำเภอของจังหวัด ชลบุรี และได้ทราบปัญหาในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และปัญหาการถ่ายโอนภารกิจให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ปัญหาคงคล้าย ๆ กันทั้งประเทศไทย ผมขอสรุปปัญหาเรื่องนี้ผ่าน ท่านประธานสภาถึงท่านรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง การถ่ายโอนภารกิจดังนี้ ขอให้รวดเร็วเพื่อพี่น้องประชาชนจะได้รับการบริการ ปฐมภูมิทางด้านสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน ปัญหาที่สำคัญหนึ่งคือ ปัญหาเรื่องที่ดิน ที่ดินนั้น มีหลายประเภท ที่ดิน ส.ป.ก. ป่าสงวน ป่าไม้ ที่วัด ที่โรงเรียน ที่ราชพัสดุ ที่ธนารักษ์ สสจ. จังหวัดนั้นต้องรีบดำเนินการประสานหน่วยงานที่กล่าวมาในข้างต้นเพื่อให้องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดทั่วประเทศนั้นรีบดำเนินการขอใช้พื้นที่ ถ้าล่าช้าจะมีผลกระทบต่อเรื่อง งบประมาณ เรื่องที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ในพื้นที่ รพ.สต. ในจังหวัดชลบุรีนั้นมี รพ.สต. ทั้งหมด ๑๑๘ แห่ง แต่ขณะนี้นั้นองค์การบริหารส่วนจังหวัดรับได้เพียง ๕ แห่งเท่านั้น แต่ถ้าทำครบ ๑๑๘ แห่งนั้น ผมว่าคงจะใช้เวลานับสิบปี🔗

๒. การขาดแคลนบุคลากร รพ.สต. นั้นขาดแคลนบุคลากร เช่น ๑.๑ คือ พนักงานบัญชี ๑.๒ พนักงานธุรการ พนักงานพยาบาลวิชาชีพ🔗

๓. ปัญหาเรื่องกฎหมายยังซ้ำซ้อนกันอยู่🔗

๔. การถ่ายโอนบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขมาองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น หรือ อบจ. นั้นยังขาดสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ได้น้อยลงไป🔗

ฝากท่านประธานสภาทำเรื่องถึงกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนั้นแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ตลอดจนการเจ้าหน้าที่การถ่ายโอนลงมาพื้นที่ ของ อบจ. ด้วยครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณพิมพ์พิชา ชัยศุภกิจเจริญ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากการลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ดิฉัน ได้รับเสียงโอดครวญความทุกข์ใจน้ำตาไหลจากพี่น้องชาวนา ราคาข้าวตกต่ำลงทุกอาทิตย์ ซึ่งปัจจุบันนี้ขายข้าวได้เพียงตันละ ๖,๗๐๐ บาท ซึ่งขณะนี้ต้นทุนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ปุ๋ย ยา น้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาสูงมาก หนำซ้ำยังมีบั่วเพลี้ยศัตรูพืชมาทำลายข้าว ทำให้ ผลผลิตลดลงเหลือเพียง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตบางระกำโมเดลบ้านดิฉัน ต้องเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนวันที่ ๑๕ สิงหาคมของทุกปี เพื่อเตรียมรับเป็นพื้นที่หน่วงน้ำ ในช่วงเวลา ๔ เดือน แต่ในขณะเดียวกันไม่มีค่าชดเชยต่อไร่ ทำให้พี่น้องชาวนาของดิฉันไม่มี รายได้ประทังชีวิต ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นผู้เสียสละรับเป็นพื้นที่หน่วงน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วม มายังกรุงเทพมหานคร ดิฉันจึงขอความกรุณาเห็นใจพวกเขาเหล่านั้นด้วยค่ะ และเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ พี่น้องชาวนาจังหวัดพิษณุโลกกว่า ๖๐๐ ราย ได้มายื่นหนังสือต่อ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด โดยมีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ค่ะ ให้ รัฐบาลได้มีมาตรการประกันราคาข้าวเปลือกเจ้าความชื้นไม่เกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ราคาไม่ต่ำ กว่า ๑๒,๐๐๐ บาทต่อตัน ความชื้นไม่เกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ บาทต่อตัน และ ๒. ให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือชาวนาที่ไม่เผาฟางและตอซังข้าว โดยชดเชยให้ เกษตรกรขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรในราคาอัตราไร่ละ ๕๐๐ บาท และ ๓. ให้รัฐบาลมีมาตรการควบคุมราคา ลดต้นทุนปัจจัยการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ปุ๋ย ยา และน้ำมันเชื้อเพลิง และ ๔. ขอให้รัฐบาลชดเชยรายได้กับพื้นที่หน่วงน้ำไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ในช่วงที่พวกเขาต้องเป็นผู้เสียสละรับเป็นพื้นที่หน่วงน้ำ เพราะไม่มีรายได้ยังชีพในช่วงเวลา กว่า ๔ เดือน ท่านประธานคะ พี่น้องชาวนาทำนาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินค่ะ จึงขอให้รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สร้างรอยยิ้มให้กับพี่น้องชาวนาที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ โดยเร่งด่วนค่ะขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย อำเภออุทุมพรพิสัย อำเภอห้วยทับทัน และอำเภอเมืองจันทร์ วันนี้ผมมีปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนชาวตำบลผักไหม อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ มาปรึกษาหารือ ท่านประธานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องด้วยครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านผู้ใหญ่สุจินต์ วิเศษชาติ ผู้ใหญ่บ้านห่องน้อย หมู่ที่ ๑๒ ตำบลผักไหม อำเภอห้วยทับทัน เนื่องจากมีพี่น้องประชาชนจำนวน ๔ หมู่บ้าน ที่ได้รับ ความเดือดร้อนก็คือบ้านนาทุ่ง หมู่ที่ ๗ บ้านชาด หมู่ที่ ๑๐ บ้านห่องน้อย หมู่ที่ ๑๒ และ บ้านนาทุ่งเหนือ หมู่ที่ ๑๖ ตำบลผักไหม อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน ๓๔ ราย มีปัญหาความเดือดร้อนเรื่องการครอบครองที่ดิน ก็คือปัญหาการครอบครองที่ดิน ตามหลักฐานโฉนดที่ดินที่ออกโดยวิธีย้ายรูปแปลงตามมาตรา ๕๘ ตรี แห่งประมวลกฎหมาย ที่ดิน ไม่ตรงตามตำแหน่งที่ปรากฏในระวางรูปถ่ายทางอากาศ ซึ่งออกตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๔๓ เนื่องจากการออกหนังสือ น.ส.๓ ก. เจ้าหน้าที่น่าจะลงที่หมายในระวางรูปถ่าย ทางอากาศไม่ตรงตามตำแหน่งการครอบครอง เมื่อทำการเปลี่ยนหนังสือ น.ส.๓ ก. เป็น โฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๘ ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน จึงทำให้การลงพื้นที่หมาย ในระวางผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปด้วย ที่ดินของพี่น้องจำนวน ๓๔ รายนี้ อยู่ในระวาง UTM ที่หมายเลข ๕๗๓๘/๙๒๕๒ และหมายเลข ๕๗๓๘/๙๐๕๔ สาเหตุที่สร้างปัญหานี้เนื่องจาก ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ของสำนักการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน กรมที่ดิน ได้เดินเท้าลงพื้นที่ไป จึงทำให้ทราบปัญหาดังกล่าว ผมจึงขอฝากปัญหานี้ไปยังอธิบดีกรมที่ดินให้สั่งการหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน เรื่องโฉนดที่ดินให้กับพี่น้องทั้ง ๔ หมู่บ้าน ชาวตำบลผักไหม อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ มาหรือยังครับ ซึ่งเป็นท่านสุดท้ายครับ อยู่ไหมครับ คุณพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ ไม่อยู่นะครับ ก็ถือว่าจบการปรึกษาหารือ หรือว่าคุณพงศ์พันธ์กำลังเดินมา ไม่ใช่นะครับ ก็ถือว่าจบการปรึกษาหารือนะครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๔๐ ท่าน
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อเข้าประชุมจำนวน ๒๙๕ ท่านแล้ว ถือว่าครบองค์ประชุม ผมขอเปิด การประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

เรียนท่านสมาชิกครับ สำหรับผู้ที่ถามกระทู้ถามแยกเฉพาะก็จะดำเนินการ ถามและตอบในห้องประชุมกระทู้ถามแยกเฉพาะ บริเวณชั้น ๑ ควบคู่กับการพิจารณากระทู้ ถามสดด้วยวาจาและกระทู้ถามทั่วไปในห้องประชุมนี้ ซึ่งดำเนินการแล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ นะครับ🔗

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗

๑. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗

ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วมีบัญชามอบให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ซึ่งขณะนี้ท่านรอง นายกรัฐมนตรีเข้ามาในห้องประชุมพร้อมที่จะตอบแล้วครับ ขอเชิญคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกล วันนี้ขออนุญาตใช้สิทธิในการตั้งกระทู้ถามสดต่อท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับอย่างน้อย ๒ นโยบายของรัฐบาลที่บรรจุอยู่ในคำแถลงนโยบายรัฐบาลที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อ รัฐสภาเมื่อกันยายนปีที่แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเป็นนโยบายที่เราย่อมคาดหวังให้ทุกพรรค การเมืองในซีกรัฐบาลนั้นร่วมกันผลักดันอย่างเป็นเอกภาพและอย่างสุดความสามารถ ๒ นโยบายที่ผมจะถามในวันนี้เป็น ๒ นโยบายของรัฐบาลที่ดูเหมือนจะมีความเห็นที่แตกต่าง ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน แต่กลับต้องเผชิญชะตากรรมและผลลัพธ์ ที่ไม่เหมือนกันสักเท่าไร🔗

คำถามแรกครับ จะมุ่งเน้นไปที่นโยบายแรก นั่นคือเรื่องของการเร่งจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนโดยเร็วที่สุด ผมเห็นด้วยกับการที่รัฐบาลใช้คำว่า เร่ง เพราะผม เชื่อว่ารัฐบาลก็ทราบดีว่าหากประเทศเรายังคงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ปัญหาเดิม ๆ หลายอย่างก็จะยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกลไกการต่อต้านการทุจริตที่ยังคงอ่อนแอ ถูกแทรกแซง ได้จนมีส่วนทำให้คะแนนความโปร่งใสของประเทศเราแย่ที่สุดในรอบ ๑๒ ปี หรือไม่ว่าจะเป็น ระบบการเมืองที่จะยังคงขาดเสถียรภาพ ขัดกับหลักนิติรัฐ นิติธรรม ซึ่งก็ส่งผลต่อการลงทุน จากต่างประเทศแล้วก็การเติบโตทางเศรษฐกิจ เมื่อสิ้นปีที่แล้วทุกอย่างก็ดูจะไปได้เร็วขึ้นครับ หลังจากที่ผมรวบรวมข้อมูลและหลักฐานเพื่อไปร่วมนำเสนอต่อคณะกรรมการของ ท่านประธานรัฐสภา จนท่านประธานเห็นตรงกันว่าเราสามารถลดจำนวนประชามติ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จาก ๓ ครั้ง เหลือ ๒ ครั้งได้ แล้วก็บรรจุ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ในวันที่ ๑๓-๑๔ กุมภาพันธ์ แต่แม้รัฐบาลทราบเรื่องนี้มาเป็นเดือน ๆ ตั้งแต่สิ้นปีมาจนถึง เดือนกุมภาพันธ์ รัฐบาลกลับไม่ได้มีความพยายามมากพอในการผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังกล่าว จะเสนอร่างของ ครม. เข้ามาก็ไม่มี แม้แต่จะพูดคุยกันในที่ประชุม ครม. ผมเข้าใจ ว่าก็ยังไม่เคยพูดคุยกัน แล้วพอถึงคิวต้องพิจารณาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอย่างที่เราเห็นกัน ทาง สส. รัฐบาลก็ต่างร่วมกันทำให้การประชุมดังกล่าวล่มลงไป พรรคแกนนำรัฐบาลครับ พรรคต้นสังกัดของท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรองนายกรัฐมนตรีที่มาชี้แจงในวันนี้ก็ได้ พยายามอธิบายกับสังคมว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะว่าพรรคร่วมรัฐบาลและ สว. ที่เขาว่ากันว่า หัวใจเดียวกันนั้นมีข้อกังวลทางกฎหมาย ว่าสิ่งที่เราดำเนินการอยู่นั้นไปขัดกับคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญ ก็เลยจำเป็นต้องเดินอ้อมเพื่อส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญก่อน แม้ผมก็ต้องยืนยันว่าสิ่งที่รัฐสภาดำเนินการเมื่อสัปดาห์ที่แล้วไม่ได้มีอะไรที่ไปขัดกับ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ๔/๒๕๖๔ และแม้ผมก็ต้องย้ำอีกรอบหนึ่งว่าหากมีการส่งเรื่องไป ศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกแต่จะเป็นครั้งที่ ๓ ที่มีการส่งเรื่องในลักษณะทำนอง เดียวกัน แต่ผมก็เคารพว่าเป็นสิทธิของสมาชิกรัฐสภาที่จะสามารถเสนอให้รัฐสภามีมติ ส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญเป็นครั้งที่ ๓ ได้ คำถามที่ผมมีซึ่งเป็นคำถามแรกในกระทู้ถามสด ในวันนี้ คือทางรัฐบาลยืนยันใช่หรือไม่ว่าเหตุผลที่ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลและ สว. ที่เขาว่า กันว่าหัวใจเดียวกันนั้นยังไม่พร้อมสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้เป็นเพราะข้อกังวล ทางกฎหมายที่ท่านเชื่อว่าจะสามารถ Clear ได้ผ่านการส่งเรื่องไปศาลธรรมนูญ ไม่ใช่เพราะ จุดยืนทางการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาลที่ลึก ๆ แล้วไม่ได้อยากแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้าเป็น ปัญหานั้นจะ Clear ได้ก็ต้องอาศัยภาวะความเป็นผู้นำของท่านนายกรัฐมนตรี ในคำถาม หลักนี้มันมีข้อสงสัยย่อย ๓ ประการที่อยากจะฟังจากท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ🔗

ประการที่ ๑ คือหากสิ่งที่พรรคร่วมรัฐบาลและ สว. ต้องการเพื่อเดินหน้าต่อ คือความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญ แล้วเหตุใดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วครับ เราเห็นว่า สส. พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคภูมิใจไทยเกือบ ๗๐ คน และ สว. ที่เขาว่ากันว่าหัวใจเดียวกัน ๑๐๐ กว่าคน กลับไม่มาลงมติสนับสนุนเพื่อเร่งส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ🔗

ข้อสงสัยประการที่ ๒ จริงอยู่ว่า ๒ วันก่อนหน้านี้เมื่อวันอังคารครับ หัวหน้า พรรคภูมิใจไทยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า สส. นั้นพร้อมจะเปลี่ยนใจไปร่วมโหวตและสนับสนุน การส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และพร้อมจะสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญหากสิ้น ข้อสงสัยเรื่องของข้อกฎหมาย แต่ตราบใดที่ สว. ที่เขาว่ากันว่าหัวใจเดียวกันไม่มาร่วม สนับสนุนญัตติในการส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญด้วยอะไรจะเป็นหลักประกันว่าแม้ ศาลรัฐธรรมนูญให้คำตอบกลับมาว่าสามารถเดินหน้าต่อได้ สว. กลุ่มนี้จะไม่ขัดขวาง การแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยเหตุผลอื่น เพราะแม้คน ๒ กลุ่มอาจจะมีหัวใจเดียวกัน แต่เขา อาจจะตั้งใจแสดงออกไม่เหมือนกันได้เช่นกันนะครับ🔗

ส่วนข้อสงสัยประการสุดท้ายครับในรอบแรก ถึงแม้ว่าหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะออกมายืนยันเมื่อ ๒ วันที่แล้ว แต่ ณ เวลานี้ผมคิดว่าเราต้องตั้งคำถามกับตัวเองแล้วว่า คำพูดของใครบ้างที่เราสามารถเชื่อถือได้ เพราะเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราเห็นว่าท่านรองนายก หรือว่าท่านหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนั้นกับท่านนายกรัฐมนตรีก็พูดไม่ตรงกันต่อหน้า พี่น้องประชาชนครับ เพราะเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วในขณะที่ท่านนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ กับนักข่าวว่าเคยมีการคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลเรื่องของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว แต่พอ ผ่านมาไม่กี่ชั่วโมงในรายการสัมภาษณ์ออนไลน์ช่วงเย็นวันพฤหัสบดีวันเดียวกันเลยครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีหรือว่าหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกลับให้สัมภาษณ์ว่าท่านนายกรัฐมนตรี ไม่เคยมาคุยเรื่องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาก่อนเลย ตกลงแล้วคำพูดของใครที่เราควรจะเชื่อถือ กันได้ คำพูดของท่านรองนายกรัฐมนตรีหรือคำพูดของท่านนายกรัฐมนตรีกันแน่ครับ ดังนั้น ในรอบแรกตามที่ปรากฏในสไลด์คือ ๓ คำถาม หรือว่า ๓ ข้อสงสัยย่อยที่อยากจะฟังคำตอบ จากท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณคุณพริษฐ์ ก่อนที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีจะตอบ ผมขออนุญาตประกาศต่อไปนี้ ๒ ประการครับ🔗

สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะครูและบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน จากโรงเรียนบ้านยะต๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ซึ่งกำลังฟังการประชุมอยู่ชั้นบนขณะนี้ ขอต้อนรับแล้วขอบคุณครับ คณะที่ ๒ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้บริหารสมาชิก สภาผู้นำชุมชน ผู้นำเยาวชน พนักงานส่วนตำบล และพนักงานจ้าง จากองค์การบริหาร ส่วนตำบลพร่อน อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ซึ่งกำลังฟังการประชุมอยู่ชั้นบนเช่นเดียวกันครับ ขอบคุณทั้ง ๒ คณะครับ🔗

ต่อไปขอเชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ตอบคำถามช่วงแรกของคุณพริษฐ์ เชิญครับ🔗

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผมได้รับมอบหมายจากท่าน นายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามในเรื่องนี้ต่อท่านสมาชิกขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ นะครับ เนื่องจากว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านติดภารกิจไปต้อนรับนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางมาจาก สปป.ลาว เนื่องในโอกาสครบรอบ ๗๕ ปีของความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศไทยกับประเทศลาวนะครับ🔗

ผมขออนุญาตได้พูดถึงเรื่องคำถามที่ท่านสมาชิกได้กรุณาให้เกียรติพูดถึง ๒ นโยบายที่สำคัญของรัฐบาล โดยไปที่นโยบายแรกในเรื่องของการเร่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเร็วนะครับ เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจในเรื่องนี้ผมขออนุญาตได้เท้าความตั้งแต่ตอนที่ รัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทยได้เข้ามาบริหารประเทศใหม่ ๆ ก็มีการต่อเนื่องอยู่ ๒ รัฐบาล เริ่มจากรัฐบาลท่านนายกเศรษฐา ทวีสิน นะครับ ในครั้งนั้นเราได้ให้ความสำคัญของการ แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญจนได้เขียนเป็นนโยบาย แล้วก็เห็นว่าเรื่องนี้เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังมีความเห็นที่ยังแตกต่างกันอยู่ เพราะฉะนั้นรัฐบาลในขณะนั้นจึงได้มีการศึกษาเรื่องการ แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็ได้มีการพูดถึงเรื่องการทำประชามติ ๓ ครั้ง แล้วก็มีการพูดถึง เรื่องการแก้ไข พ.ร.บ. ประชามตินะครับ สืบเนื่องมาถึงรัฐบาลท่านนายกแพทองธาร ชินวัตร ก็มีการเสนอร่างโดย ๒ พรรคการเมือง ก็คือพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย หลังจากที่ ท่านประธานได้บรรจุร่างรัฐธรรมนูญแล้วแล้วเข้าสู่การพิจารณา ก็มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วย และฝ่ายไม่เห็นด้วยนะครับ ฝ่ายไม่เห็นด้วยก็ให้ความเห็นว่าอาจจะขัดต่อคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญในอดีตที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ต้องเรียนว่าพรรคเพื่อไทยหรือรัฐบาล ยังมีเจตนารมณ์ในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ทราบดีว่าทางสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้มีการนำเสนอญัตติ เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในเรื่องของการนำเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นที่สมาชิก สงสัยเสียก่อน เพราะฉะนั้นเพื่อป้องกันว่าเรามีเจตนาอันบริสุทธิ์ในการเดินหน้าในการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ในการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาถ้าสมาชิกรัฐสภาปล่อยให้มีการโหวตก็อาจจะ ไม่มีการพิจารณาในเรื่องนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียนท่านสมาชิกว่าผมยืนยันว่า ในระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลกันเองนี้ไม่มีความขัดแย้งในเรื่องนโยบายในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่อย่างใด แต่อาจจะมีความคิดเห็นต่างกันบ้างในเรื่องของกระบวนการเท่านั้น และเป้าหมาย ยังเป็นสิ่งที่พรรคร่วมรัฐบาลนั้นมีเป้าหมายร่วมกัน ในประเด็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขอย้ำว่าเรามีจุดหมายปลายทางเดียวกัน แล้วก็การมีความเห็นแตกต่างกันในการพิจารณา เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมกลับมองว่าเป็นความงดงามของระบอบประชาธิปไตย แล้วสิ่งที่เป็น อุปสรรคนั้นก็มีอีกที่จะได้กล่าว เนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมาฉบับปัจจุบันนี้ก็ผ่าน ความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน หรือการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนไม่มากนะครับ🔗

ผมขออนุญาตไปที่คำถามท่านนะครับ ท่านถามว่ารัฐบาลยืนยันว่าพรรครวม ยังไม่พร้อม บวกกับสมาชิกวุฒิสภาไม่ใช่จุดยืนที่ไม่อยากแก้ไขหรือ ผมเรียนว่าสมาชิกรัฐสภา มีความประสงค์ที่จะอยากเห็นรัฐธรรมนูญออกมาเป็นฉบับที่ดีที่สุดทุกท่านนะครับ แต่ในห้วง เวลาในการพิจารณาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้หลายท่านก็ยังมีข้อกังวลในเรื่องของการตีความว่า ถ้าพิจารณาต่อไปมันจะถูกต้องหรือไม่ในเรื่องของการทำประชามติ ๒ ครั้ง หรือ ๓ ครั้ง เพราะฉะนั้นท่านถามต่อไปว่าพรรคร่วมและ สว. ต้องการความชัดเจนแล้วทำไมไม่มาลงมติ จริง ๆ แล้วในการแสดงความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภาเป็นเอกสิทธิ์ เราเคารพความคิดเห็น ในการแสดงออกของสมาชิกแต่ละท่าน ในเมื่อสมาชิกแต่ละท่านมีข้อกังวลนี่ทางสมาชิก พรรคเพื่อไทยส่วนหนึ่งก็ได้เตรียมเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาเพื่อนำเรื่องนี้เสนอ ต่อศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องข้อสงสัย ถ้าหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยในเรื่อง ข้อสงสัยแล้วผมคิดว่าสมาชิกจะมีความสบายใจมากยิ่งขึ้น แล้วท่านก็ถามถึงท่านหัวหน้า พรรคภูมิใจไทยนะครับ บอกว่าบอกลูกพรรคว่าอาจจะพร้อมโหวต ก็เป็นคำสัมภาษณ์ของ ท่านหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แต่ผมเชื่อว่าถ้าสมาชิกหายความสงสัยแล้วนี่สมาชิกเขาก็พร้อม โหวตนะครับ ซึ่งในเรื่องนี้ผมคิดว่าไม่มีใครขัดขวาง ทุกคนอยากเห็นรัฐธรรมนูญที่ออกมา ดีที่สุด ก็ขออนุญาตได้ตอบในคำถามแรกให้กับท่านสมาชิกว่าข้อความเห็นแตกต่างนั้นมีได้ นี่คือความงดงามของระบอบประชาธิปไตย แต่การแก้ไขเราก็ดำเนินการกันอยู่เช่นเดียวกัน ขอขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ต่อไปขอเชิญคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ได้ถามเป็นครั้งที่ ๒ เชิญครับ🔗

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ ก่อนจะไป คำถามที่ ๒ ขอแสดงความเห็นอีกสักเล็กน้อยนะครับ เมื่อสักครู่ท่านบอกว่าไม่มีความขัดแย้ง ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลก็เกรงว่าคงไม่ใช่หรอกครับ เพราะว่าสัปดาห์ที่แล้วในขณะที่ พรรคเพื่อไทยสนับสนุนให้เร่งส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทยไม่มาร่วมสนับสนุน ญัตติดังกล่าวดังนั้นความขัดแย้งก็เป็นที่ประจักษ์ แต่สิ่งที่สังคมเขาสงสัยคือท่าน นายกรัฐมนตรีได้พยายามก่อนหน้านั้นในการคลี่คลายความขัดแย้งแล้วหรือไม่ แล้วสิ่งที่ สำคัญคือท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าได้คุยแล้ว แต่ท่านอนุทินขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านรอง นายกรัฐมนตรีบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรียังไม่เคยมาคุย ณ เวลานี้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ก็ยังไม่ได้ตอบผมว่าตกลงใครพูดความจริง ใครพูดความเท็จกันแน่ แต่ไม่เป็นไรครับ มาสู่ คำถามที่ ๒ ครับ ถ้าจะบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะไม่พยายามมากพอในการแก้ไข ปัญหาความเห็นที่แตกต่างระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อให้หันมาสนับสนุนการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมว่าข้อวิจารณ์นี้ใช้ไม่ได้ครับ กับอีกนโยบายหนึ่ง ที่ผมเห็นท่านนายกรัฐมนตรีและพรรคเพื่อไทยนั้นดันสุดตัวเลยครับ แม้เป็นนโยบายที่พรรค ร่วมรัฐบาลเคยออกมาตั้งโต๊ะแถลงว่าไม่เห็นด้วยหรือมีข้อกังวล แม้เป็นนโยบายที่ไม่เคยมีการ หาเสียงไว้กับพี่น้องประชาชน นั่นก็คือนโยบายสถานบันเทิงครบวงจรอันมีกาสิโน เป็นองค์ประกอบที่ขาดหายไปได้ ท่านประธานครับ ความพยายามของพรรคเพื่อไทย เท้าความกันเล็กน้อย เริ่มต้นอย่างจริงจังหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มีมติรับทราบ รายงานผลการศึกษา และร่าง พ.ร.บ. แนบท้ายเมื่อปีที่แล้วเดือนมีนาคม ๒๕๖๗ พอขยับมา วันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๗ เราเห็นว่าทางพรรคภูมิใจไทยก็ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวอย่าง เป็นทางการบอกว่าไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายกาสิโนใน ๔ ประเด็นด้วยกัน แต่พอเวลาผ่านไป ไม่ถึง ๖ เดือนครับท่านประธาน เมื่อตอนต้นปี ๒๕๖๘ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกลับ ให้สัมภาษณ์ว่าไม่ได้มีปัญหากับร่าง พ.ร.บ. กาสิโน จนที่ประชุม ครม. ก็ได้ร่วมกันอนุมัติ หลักการร่างกฎหมายดังกล่าวและมอบหมายให้กฤษฎีกานั้นไปเร่งตรวจทานร่างกฎหมาย ให้เสร็จภายในกรอบเวลา ๕๐ วัน เพื่อเตรียมเสนอร่างกฎหมายในนาม ครม. เข้าสู่สภา ผู้แทนราษฎร ตอนแรกผมก็เข้าใจว่าท่าทีที่เปลี่ยนไปของพรรคร่วมรัฐบาลอย่าง พรรคภูมิใจไทยนั้นคงเป็นเพราะว่าร่าง ครม. นั้นไปแก้ไขปรับปรุงใน ๔ ประเด็น จนไปคลาย ข้อกังวลของพรรคภูมิใจไทยได้เรียบร้อยแล้ว แต่พอผมมาเปิดดูร่าง พ.ร.บ. Entertainment Complex โดยเฉพาะฉบับที่ ครม. รับหลักการไปเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม รวมไปถึงฉบับที่ ทางกฤษฎีกาได้มีการเปิดรับฟังความเห็นเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ เรากลับเห็นว่า ๔ ข้อกังวลที่ พรรคภูมิใจไทยเคยแถลงไว้กลับยังไม่ได้ถูกแก้ไขแม้แต่เรื่องเดียวครับ ไปไล่ดูกันครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ ทางพรรคภูมิใจไทยเคยทักท้วงว่า ร่าง พ.ร.บ. กาสิโน เมื่อปีที่แล้ว ไม่ได้แก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมาย แต่ร่าง ครม. ที่ ครม. รับหลักการมากลับละเลยปัญหา เรื่องของการพนันผิดกฎหมายยิ่งกว่าเดิมไปอีกครับ กองทุนป้องกันและฟื้นฟูผลกระทบจาก การพนันที่เคยมีอยู่ในร่างของกรรมาธิการที่พยายามจะแก้ไขปัญหาคนที่ติดพนันอยู่นั้น ร่าง ครม. ไปตัดออก มาตรการหลายอย่างในร่างของ ครม. โดยเฉพาะการเปิดช่องเรื่องการ ให้วงเงินหรือว่าสินเชื่อให้กับผู้เล่นก็มีความเสี่ยงที่จะเปิดช่องให้คนที่อาจจะไม่มีกำลังมากนัก ไหลเข้ามาติดวงจรการพนันได้ง่ายขึ้น และความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ที่ทางรัฐบาลอาจจะเคยมี ว่าพอมี Entertainment Complex แล้วจะทำให้คนไทยที่ปัจจุบันเล่นพนันใต้ดินมาเล่น พนันที่กาสิโนใน Entertainment Complex แทน ก็ถูกตอกฝาโรงไปเรียบร้อยแล้วครับ โดยกฤษฎีกาที่ไปกำหนดกำแพงไว้สูงมาก ว่าคนไทยที่จะมาเล่นกาสิโนใน Entertainment Complex นั้นจะต้องมีเงินฝากในบัญชีอย่างน้อย ๕๐ ล้านบาทต่อเนื่อง ๖ เดือน ซึ่งผมเชื่อ ว่ามีคนไทยจำนวนไม่กี่คนเท่านั้นที่บรรลุเงื่อนไขนี้🔗

ประการที่ ๒ ทางพรรคภูมิใจไทยครับ เคยมาทักท้วงว่าร่าง พ.ร.บ. กาสิโน เมื่อปีที่แล้ว🔗

(นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวนิดเดียว คุณพริษฐ์ครับ กรุณาอย่าไปพาดพิงพรรคอื่นโดยไม่จำเป็นว่าไปถึงรัฐบาลก็แล้วกันครับ ขอความกรุณาเดี๋ยวจะมีการประท้วง เขายกมือแล้วนะครับ ผมก็เลยต้องขอความกรุณา คุณพริษฐ์ว่าอย่าไปพาดพิงเรื่องพรรค เพราะว่าเราอภิปรายไม่ได้อภิปรายพรรคนะครับ อภิปรายรัฐบาล มีผู้ประท้วงเชิญครับ🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ต้องกราบ ขอบพระคุณท่านประธานครับ ยกมือขึ้นเพื่อที่จะประท้วงท่านผู้ที่กำลังตั้งกระทู้ถามอยู่ จริง ๆ อดทนตั้งแต่คำถามแรกแล้วนะครับ แล้วก็ไม่อยากที่จะขัดจังหวะเพราะรู้ว่าท่านพริษฐ์ เองก็ตั้งใจที่จะหาคำตอบเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสภา แต่อยากฝากท่านประธานไปถึงเพื่อน สมาชิกนะครับ ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ อย่างที่ท่านประธานได้วินิจฉัย แล้วก็คำพูดต่าง ๆ ที่บอก เมื่อสักครู่นี้คำถามแรกก็บอกว่ามีความขัดแย้งจากพรรคภูมิใจไทยที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข รัฐธรรมนูญ เดี๋ยวจะกลายเป็นพรรคภูมิใจไทยนี่เราไม่ได้เห็นด้วยกับการแก้ไข ซึ่งใน วันประชุมครั้งที่แล้ว🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เป็นอันว่าเข้าใจ เอาเฉพาะที่พาดพิงนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

(นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ท่านประธานครับ ขอประท้วง ท่านประธาน ข้อ ๙ ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

เรียนท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน ขออนุญาตประท้วงท่านประธาน ตามข้อ ๙ ให้ควบคุมดูแลการประชุมครับ ต้องเรียนอย่างนี้ครับ การเอ่ยชื่อพรรคการเมือง ในสภาผู้แทนราษฎรโดยที่ยังไม่ได้มีอะไรที่ทำให้เสียหาย ผมไม่แน่ใจว่ามันผิดข้อบังคับ ข้อไหน ท่านประธานก็ได้เริ่มทำการบอกว่าการเอ่ยชื่อนี่จะเป็นการพาดพิง ท่านประธานครับ ในสภาเรามีความแตกต่างหลากหลายในประชาธิปไตยและการให้ความเห็นได้ ผมว่าถ้าเกิด มีอะไรนี่ มันเป็นคำถามว่ามีความขัดแย้งในพรรคร่วมไหม🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขออนุญาต วินิจฉัยเลยนะครับ ขอบคุณมากครับ ขอวินิจฉัยเนื่องจากว่าข้อบังคับบอกว่าไม่พาดพิงถึง บุคคลอื่นหรืออย่างอื่นโดยไม่จำเป็น ผมก็คิดว่าเฉพาะเรื่องกระทู้ถามมันเป็นกระทู้ถามสด ระหว่างสมาชิกสภากับรัฐบาลไม่เกี่ยวกับพรรคเลย แต่ถ้าญัตติเกี่ยวกับพรรคผมค่อยว่า ขอให้เป็นตามนี้ครับ เราดำเนินการมาตลอดนะครับ จะได้ไม่มีปัญหา เพราะกระทู้ถามสด เดี๋ยวตัวต่อตัวระหว่างผู้ถามกับรัฐบาลจะได้ตอบ คนฟังก็กำลังจะฟัง ส่วนว่าใครจะผิดถูก ประชาชนเขาจะเป็นคนตัดสินเองนะครับ ขอบคุณมากครับ เชิญครับ🔗

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

จะพยายามไม่กล่าวโดยไม่จำเป็น ครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

ก็ต้องเรียนว่ารัฐมนตรีก็สังกัด พรรคการเมืองกันอยู่นะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ทางพรรคร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่งเคยทักท้วงว่าร่าง พ.ร.บ. กาสิโนเมื่อปีที่แล้วไม่ได้รับประกันผลประโยชน์ต่อรัฐและประชาชนได้อย่างมากและชัดเจน เพียงพอ แต่ร่างที่ ครม. รับหลักการมาผมเห็นว่ากลับรับประกันผลประโยชน์น้อยลงไปอีก หากจะพูดถึงผลประโยชน์ในเชิงรายได้เข้ารัฐ ร่างของกรรมาธิการเคยเปิดกว้างว่ารัฐจะคิด ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตสูงเท่าไรก็ได้ตามกลไกตลาด แต่ร่างที่ ครม. รับหลักการมากลับไป กำหนดเพดานในกฎหมายว่ารัฐจะคิดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตได้ไม่เกินกี่บาท เช่นกันครับ ร่างของคณะกรรมาธิการเคยกำหนดว่าใบอนุญาตจะมีอายุ ๒๐ ปี ต่ออายุได้ครั้งละ ๕ ปี ร่างที่ ครม. รับหลักการมาไปขยายอายุใบอนุญาตเป็น ๓๐ ปีต่อได้ครั้งละ ๑๐ ปี และ เช่นเดียวกันครับ ร่างของกรรมาธิการเคยพูดชัดว่าจะต้องมีการเปิดประมูลเพื่อให้เกิดการ แข่งขัน แต่ร่างที่ ครม. รับหลักการมากลับตัดออกทั้งเรื่องการประมูลออกไปเลย หรือหากจะ พูดถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตอนนี้ไม่ต้องหวังจะไปพิสูจน์กันผ่านการทำ ประชามติในพื้นที่ เพราะแม้ร่างของ กมธ. เพียงแค่เขียนว่า ให้รับฟังความเห็นของประชาชน ที่อาศัยอยู่ในท้องที่ใกล้เคียง แต่ร่างที่ ครม. รับหลักการมากลับไปทำให้การรับฟังความเห็น นั้นแคบลงครับ จนตอนนี้จำกัดอยู่เพียงแค่ผู้มีส่วนได้เสีย หรือผู้มีสิทธิ หรือสิทธิครอบครอง ในที่ดินข้างเคียงเพียงเท่านั้น🔗

ส่วนประการที่ ๓ ทางพรรคร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่งเคยทักท้วงว่าร่าง พ.ร.บ. กาสิโนเมื่อปีที่แล้วไม่ตอบโจทย์เรื่องการกระตุ้นการท่องเที่ยว หรือการกระจายนักท่องเที่ยว ไปตามเมืองรองทั่วประเทศ แต่ร่างที่ ครม. รับหลักการมาก็ไม่ได้ตอบโจทย์ หรือว่ามีความ ชัดเจนเรื่องนี้มากขึ้นกว่าเดิม เรื่องของจำนวนและจังหวัดที่ตั้งของสถานบันเทิงครบวงจรนั้น ก็ยังไม่มีหลักประกันอยู่ในตัวกฎหมาย แต่ยังขึ้นอยู่กับดุลพินิจของฝ่ายบริหาร🔗

ส่วนประการที่ ๔ ประการสุดท้าย ทางพรรคร่วมรัฐบาลก็เคยทักท้วงว่าร่าง พ.ร.บ. กาสิโนเมื่อปีที่แล้วไม่มีมาตราไหนที่ระบุเรื่องการช่วยเหลือหรือดูแลแรงงานไทย ในการจ้างงาน แต่ร่างที่ ครม. รับหลักการมาก็ไม่ได้มีเรื่องการรับประกันการจ้างงานคนไทย ที่มากขึ้นกว่าเดิมเลย มีแค่เพียง ๑ มาตราที่กำหนดให้ทางคณะกรรมการนโยบายนั้น ไปกำหนดสัดส่วนการจ้างงานคนไทยอีกทีหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรจากมาตราที่เคยมีอยู่ ในร่างของคณะกรรมาธิการ ดังนั้นเรายังไม่ต้องเลยไปพูดถึงข้อกังวลอื่น ๆ ที่สังคมเขา ตั้งคำถามว่าตกลงนโยบายนี้จะได้คุ้มเสียหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการในการป้องกัน การฟอกเงิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความโปร่งใสในการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการคาดการณ์ เรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ถ้าเราพิจารณาเฉพาะแค่ ๔ ข้อกังวลที่พรรคร่วมรัฐบาล เคยออกมาตั้งโต๊ะแถลงทักท้วงเมื่อไม่ถึง ๖ เดือนที่แล้ว เราจะเห็นว่าร่างที่ ครม. ร่วมกัน รับหลักการมาเมื่อเดือนมกราคมต้นปีนี้ยังไม่ได้แก้ไขในประเด็นเหล่านี้เลย แถมยังมี บางประเด็นที่แย่ลงกว่าเดิมด้วยซ้ำ ดังนั้นผมจำเป็นต้องถามในรอบนี้ครับ ถามคำถามตรง ๆ ไปที่ทางท่านรองนายกรัฐมนตรีที่มาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรีว่าทางท่านนายกรัฐมนตรี หรือรัฐบาลไปทำอะไรครับที่สามารถโน้มน้าวให้พรรคร่วมรัฐบาลนั้นยอมเปลี่ยนใจหันมา สนับสนุนนโยบาย แล้วก็ร่างกฎหมาย Entertainment Complex ในวันนี้ ผมขอให้ท่าน ยืนยันว่าท่านไม่ได้พยายามไปตกลงหลังห้องว่าจะตั้งกาสิโนในจังหวัดไหน ตกลงเรียบร้อยแล้ว ข้อกังวลเลยหายไปหมด ผมขอให้ท่านยืนยันว่ามันไม่ได้เป็นการแลกเปลี่ยนกันระหว่างการทำ กาสิโนบนดินกับการทำกาสิโนออนไลน์ และผมขอให้ท่านยืนยันว่าท่านไม่ได้เอานโยบาย บางอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายเรื่องการกำกับเรื่องของปัญหากัญชาไปแลกมากับกาสิโนนี้ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คุณพริษฐ์ครับ ขอเชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ🔗

(นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ มหาสารคาม

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต แป๊บเดียวครับ ขอประท้วง🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประท้วง ใช่ไหมครับ🔗

นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ มหาสารคาม

ประท้วงครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประท้วงเรื่อง🔗

นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ มหาสารคาม

ประท้วงท่านประธาน ข้อ ๙ ผมเป็นห่วง ขณะนี้เป็นวาระกระทู้ถามสดด้วยวาจา ผมอยากให้ท่านประธานและที่ประชุม ผมไม่ประท้วงผู้ถามหรอกครับ ผมอยากให้เราดูข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๔๗ เป็นลักษณะ ต้องห้าม เมื่อสักครู่นี้ผมไม่ประท้วงครับ ผมเปิดโอกาสให้🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณว่าเลยข้อ ๔๗ ว่าอย่างไร แล้วกำลังทำผิดข้อ ๔๗ อย่างไรว่าเลยครับ🔗

นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ มหาสารคาม

ข้อ ๔๗ (๕) เป็นการถามให้ออก ความเห็น มันผิดลักษณะต้องห้าม และ (๖) มันเป็นปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย มันผิดข้อบังคับ การประชุมของกระทู้ถามนะครับท่านประธาน ผมประท้วงไว้เพื่อที่จะบันทึกไว้ว่าต่อแต่นี้ไป ขอให้ท่านประธานได้ควบคุม ข้อ ๑๔๗ นะครับ ข้อ ๑๕๒ ผมไม่ประท้วงครับ ผมให้เกียรติ ผู้กำลังถามกระทู้ถามครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ข้อ ๑๔๗ ให้ออกความเห็นนะครับ อันนี้เป็นการถาม ส่วนว่าถ้าออกความเห็นท่านรัฐมนตรี จะไม่ออกความเห็นก็ได้ หรือท่านรัฐมนตรีจะตอบก็ได้ ไม่เป็นไรครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี พร้อมที่จะดำเนินการ🔗

นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ มหาสารคาม

กระผม ไชยวัฒนา ติณรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ขอบคุณท่านประธานครับ บันทึกไว้เท่านั้นละครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมาก ที่คอยเตือน ผมดูตลอดครับ คุณพริษฐ์คงไม่ต้องแล้วกระมังครับ รองนายกรัฐมนตรีกำลัง จะตอบครับ🔗

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

ชี้แจงสั้น ๆ ครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

ผม พริษฐ์ วัชรสินธุ อย่าเพิ่งหัก เวลานะครับ แค่ชี้แจงเมื่อสักครู่ครับ ไม่ได้ถามความเห็น ไม่ได้ถามข้อกฎหมายนะครับ กลัวว่าเดี๋ยวท่านรองนายกรัฐมนตรีจะสับสนว่าผมถามว่าอะไร ผมถามข้อเท็จจริงว่า ทางรัฐบาลไปทำอะไรมาที่ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลที่เคยมี ๔ ข้อกังวลเมื่อสักครู่นี้ตอนนี้ ไม่กังวลแล้ว ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เป็นการตอบ คำถามตรงแล้ว ผมก็ได้ชี้แจงแล้วนะครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีเลยครับ เชิญครับ🔗

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ขออนุญาตตอบคำถามนะครับ ก่อนที่จะตอบคำถาม เรื่องสถานบันเทิงครบวงจรผมขออนุญาตตอบคำถามตอนต้นที่ท่านบอกว่า มีความเห็น ต่างกันในพรรคร่วมรัฐบาลนี่ ผมเรียนอีกครั้งหนึ่งว่าความเห็นต่างนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งนะครับ แล้วต้องเรียนว่าการที่หลายครั้งนี้ทางท่านเองหรือพรรคฝ่ายค้านออกมาแสดงความพยายาม ให้พรรคร่วมรัฐบาลให้มีความรู้สึกว่าเกิดความแตกแยกกันนั้น ผมรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่อาจจะ ไม่ถูกต้องนัก เพราะว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องรับฟังความคิดเห็นของพรรคร่วม รัฐบาลเอง การมีความคิดเห็นแตกต่างจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอย่างใด แล้วก็ร่างที่เสนอมานี้ เป็นร่างของสมาชิกพรรคการเมือง ๒ พรรคการเมือง เพราะฉะนั้นการที่จะให้รัฐบาลเข้าไป แสดงบทบาทในเรื่องนี้ว่ารัฐบาลต้องรับผิดชอบในเรื่องนั้นเรื่องนี้ก็อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ ถูกต้องนักนะครับ🔗

ผมขออนุญาตตอบคำถามสถานบันเทิงครบวงจรนะครับ ขณะนี้เรื่องนี้แม้จะ ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีไปแล้ว แล้วก็อยู่ระหว่างการที่กฤษฎีกานั้นกำลังดู รายละเอียดเพื่อให้มีความรอบคอบชัดเจนยิ่งขึ้น และอยู่ในรายละเอียดในเรื่องของการทำ ประชามติในครั้งที่ ๓ ในเรื่องนี้ท่านได้มีข้อสงสัยว่ามีพรรคการเมืองที่ไม่เห็นด้วยใน ๔ ประเด็น แล้วเดิมก็บอกว่ามีปัญหา ๔ ข้อ ภายหลังไม่มีปัญหานี่ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ พรรคการเมืองเขาก็คุยกันอยู่นะครับ ในเรื่องของรายละเอียด ในเรื่องของอุปสรรค หรือข้อที่ ไม่เข้าใจต่าง ๆ จนเมื่อได้คุยแล้วเกิดความเข้าใจแล้วก็เห็นด้วย แล้วก็อาจจะไร้ข้อสงสัยแล้ว เพราะฉะนั้นร่างกฎหมายฉบับนี้ตอนนี้ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการของการพิจารณาในสภา ผู้แทนราษฎรเลย ในชั้นสภาผู้แทนราษฎรถ้ามีการเข้าผมคิดว่าสมาชิกทุกท่านก็สามารถ ออกความเห็นได้อีกเพราะว่าสิ่งใดนั้นท่านเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยอย่างไร ตั้งแต่ชั้น รับหลักการในวาระที่หนึ่ง ในวาระที่สองในการแปรญัตติ ท่านก็แสดงความคิดเห็นได้อีก จนสุดท้ายเข้าสู่วาระที่สาม เห็นชอบ ก็ยังต้องเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาอีก เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ต้องเรียนว่ากระบวนการตรากฎหมาย พิจารณาร่างกฎหมายแต่ละฉบับนั้นมี กระบวนการอยู่แล้ว ผมเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาทุกท่านอยากให้กฎหมายฉบับนี้ออกมาดีที่สุด เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากที่สุด🔗

ตอบข้อซักถามที่ท่านได้ถามมาว่ามีร่างเดิมกับร่างที่กำลังดำเนินการอยู่ว่า มีข้อแตกต่างกันหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลประโยชน์ เรื่องกระบวนการหลายอย่าง ทางรัฐสภาไม่ตอบโจทย์เรื่องการท่องเที่ยวไม่อะไร ต้องเรียนท่านพริษฐ์ว่าก็คล้ายกับคำตอบ ข้อที่ผมตอบเมื่อสักครู่ กระบวนการยังมีอีกหลายอย่างในการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเอง ที่สมาชิกจะต้องให้ความเห็น แล้วก็กฎหมายแต่ละฉบับต้องตอบโจทย์ในการที่ทำให้พี่น้อง ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดทั้งภาคเศรษฐกิจ ภาคการลงทุน ภาคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ท่านถามว่าท่านนายกรัฐมนตรีทำอย่างไร ทำไมโน้มน้าวหรือทำความเข้าใจได้ จริง ๆ แล้ว ผมเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองนะครับ แล้วก็มีโอกาสคุยกับ พรรคการเมือง หัวหน้าพรรคการเมืองตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือการเดินทางไปที่ไหน อย่างครั้งสุดท้ายมีการเดินทางไปที่ดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ หรือที่ ปักกิ่ง ขออภัยถ้าหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเดินทางไปที่ปักกิ่ง เพราะฉะนั้นแล้วก็มีโอกาสพูดคุย กันอะไรตลอดเวลาในการพบปะพูดคุย แล้วสมาชิกทางพรรคการเมืองที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็มีวาระที่ต้องเจอพบกันตลอดในเรื่องของการทำงานร่วมกันอันที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อ พี่น้องประชาชนสูงสุด เพราะฉะนั้นการแลกเปลี่ยนเหล่านี้เป็นเรื่องที่เวลามีอะไรที่สงสัย ก็มีโอกาสมาคุยกัน หลายเรื่องไม่เข้าใจก็สร้างความเข้าใจกันได้นะครับ เพราะฉะนั้นการสร้าง ความเข้าใจที่ท่านสงสัยนี้ไม่ได้มีการแลกเปลี่ยนเรื่องอะไรเลย แต่ทุกคนมุ่งเน้นในประโยชน์ ที่ประเทศชาติและประชาชนจะได้รับเป็นประโยชน์สูงสุด ขออนุญาตตอบในคำถามนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่าน รองนายกรัฐมนตรีครับ เดี๋ยวคุณพริษฐ์ก็จะถามเป็นครั้งที่ ๓ ครั้งสุดท้ายนะครับ ท่านมีเวลา ๑ นาที ๓๑ วินาที เชิญครับ🔗

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ ก็ขอบคุณ สำหรับคำตอบของท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ผมไม่ติดใจการที่ท่านนายกรัฐมนตรี จะพยายามใช้ภาวะความเป็นผู้นำในการคุยกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลอื่นเพื่อผลักดัน นโยบายของรัฐบาลให้สามารถประสบความสำเร็จได้ แต่สิ่งที่ผมพยายามชี้ให้เห็นในที่ประชุม แห่งนี้วันนี้คือความแตกต่างกันระหว่างเจตจำนงของท่านนายกรัฐมนตรีใน ๒ นโยบายนี้ครับ ในขณะที่นโยบายเรื่องการผลักดันการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ท่านรองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่เคยมาคุยด้วยเลย แต่ในขณะที่เป็น นโยบาย Entertainment Complex เมื่อสักครู่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านประเสริฐ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม บอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีใช้วิธีการพูดคุยกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อสร้างความเข้าใจกัน นี่ละครับคือความแตกต่างที่เห็นชัดว่าแม้ ๒ นโยบายนี้จะอยู่ใน คำแถลงนโยบายของรัฐบาลทั้งคู่ แต่ในขณะที่นโยบายหนึ่งทางท่านนายกรัฐมนตรีและพรรค แกนนำรัฐบาลยอมเดินอ้อม ยอมปล่อยเกียร์ว่าง ทั้ง ๆ ที่หาเสียงไว้กับพี่น้องประชาชน แต่นโยบายอีกนโยบายหนึ่งท่านนายกรัฐมนตรีและพรรคแกนนำพร้อมชนทุกอย่าง พร้อมคุย กับพรรคร่วมรัฐบาลอย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันให้เกิดขึ้นจริงแม้ว่าไม่เคยหาเสียงไว้กับพี่น้อง ประชาชน ผมเชื่อว่าหลังจากนี้คงมีอีกหลายนโยบายของรัฐบาลที่มีความเห็นที่แตกต่างกัน ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ผมเลยอยากจะถามว่าในบรรดานโยบายดังต่อไปนี้ที่อาจจะมี ความเห็นต่างระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ทางท่านนายกรัฐมนตรีและพรรคแกนนำรัฐบาล จัดความสำคัญมันอย่างไร ระหว่าง ๑. การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ๒. Entertainment Complex ๓. การแก้ไขปัญหาเรื่องกัญชา ๔. การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้ถึงเป้าหมาย ๖๐๐ บาทต่อวัน ๕. การเลือกตั้งผู้ว่าในจังหวัดนำร่อง ๖. การยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร และ ๗. การนิรโทษกรรมคดีการเมือง ฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีในฐานะตัวแทนนายกรัฐมนตรี ช่วยจัดลำดับความสำคัญให้สภาแห่งนี้รับทราบหน่อยครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบเป็นครั้งสุดท้ายครับ🔗

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ท่านประธานที่เคารพ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ขออนุญาตตอบนะครับ เจตจำนงใน ๒ นโยบายหลักที่ท่านพูดมานี้รัฐบาลมีความตั้งใจ แล้วก็ ได้แถลงต่อรัฐสภาตามที่ได้ปรากฏตอนที่เข้าดำรงตำแหน่งใหม่ ๆ นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ใช้ภาวะผู้นำตามที่ท่านได้บอกในการพบปะพูดคุยกับหัวหน้าพรรคการเมือง จริง ๆ แล้ว เวลาเขาคุยกันนี่ท่านอาจจะไม่ทราบ แล้วก็หลายสิ่งหลายอย่างนี้เราไม่มีเดินอ้อมครับ เจตนา คืออย่างเรื่องรัฐธรรมนูญนี้เราต้องการให้มีการดำเนินการต่อ ก็จึงเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้น ตามที่ปรากฏเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่วนนโยบายที่ท่านถามหลายเรื่อง เรื่องการจัดการ รัฐธรรมนูญ เรื่อง Entertainment Complex กัญชา ค่าแรง ผู้ว่า เรื่องอะไรต่าง ๆ ประมาณ ๗ เรื่อง จริง ๆ รัฐบาลให้ความสำคัญทั้งสิ้น การจัดลำดับความสำคัญนั้นขึ้นอยู่กับจังหวะ โอกาส และที่สำคัญคือกระบวนการนโยบายมีกระบวนการใช้เวลาพอสมควร เพราะฉะนั้น การเรียงลำดับความสำคัญนี้เป็นภาระหน้าที่ของรัฐบาลในการจัด ซึ่งจะต้องมีการพูดคุยกัน บางเรื่องทำได้เร็วก็ทำให้ก่อน บางเรื่องต้องใช้เวลาแล้วต้องทำประชามติบ้าง หรือว่าต้อง สอบถามความเห็นของพรรคการเมืองบ้างก็เป็นไปตามกระบวนการที่กำหนดไว้ แต่ทั้งหลาย ทั้งปวงรัฐบาลให้ความสำคัญทั้งสิ้นครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่าน รองนายกรัฐมนตรี แล้วก็ต้องขอขอบคุณคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ครับ เป็นอันว่าจบกระทู้ถามสด ด้วยวาจาลำดับที่ ๑ นะครับ🔗

๒. นายซาการียา สะอิ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗

กระทู้ถามสดด้วยวาจาลำดับที่ ๒ ของคุณซาการียา สะอิ ถามท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจราชการสำคัญ ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คุณซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๐ ซึ่งขณะนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยเข้ามาพร้อมที่จะตอบในห้องประชุมแล้ว ผมจึงขอเชิญคุณซาการียา สะอิ ถามได้ครับ🔗

นายซาการียา สะอิ นราธิวาส

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคภูมิใจไทย ซึ่งประกอบ ไปด้วยอำเภอระแงะ อำเภอจะแนะ อำเภอสุคิริน วันนี้ผมต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยนะครับ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านซาบีดา ไทยเศรษฐ์ มาตอบกระทู้เรื่องของฮัจญ์นะครับ วันนี้ ผมขอตั้งคำถามทีเดียวเลย ๓ คำถาม จะเป็นทีละคำถามนะครับ จริง ๆ แล้วการประกอบพิธี ฮัจญ์คือการเดินทางไปประกอบศาสนกิจ ณ นครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบียของมุสลิม ซึ่งเป็น ๑ ใน ๕ ประการในหลักปฏิบัติของศาสนาอิสลามที่คนที่นับถือศาสนาอิสลามทุกคน ที่มีความสามารถทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และกำลังทรัพย์ ต้องปฏิบัติอย่างน้อยครั้งหนึ่ง ในชีวิต ย้อนไปเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วครับท่านประธาน ผมเองได้มีโอกาสไปทำฮัจญ์มาแล้ว ซึ่ง ณ ตอนนั้นราคาอยู่ที่ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐-๑๒๐,๐๐๐ บาท ก็ถือว่าแพงอยู่นะครับ ๒๐ ปี แต่ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศใกล้เคียง อย่างเช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน ก็ถือ ว่าราคา ณ ตอนนั้นที่ถามไถ่กันก็จะเป็นราคาที่ใกล้เคียงกัน แต่เมื่อ ๒ ๓ ปีที่ผ่านมา ราคา เริ่มต้นของการทำฮัจญ์ก็เริ่มสูงขึ้นเป็น ๒๘๐,๐๐๐ บาทบ้าง จนถึง ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาทบ้าง ซึ่งเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านแล้วนี่ไทยมีราคาที่สูงกว่า เยอะมาก ซึ่งทำให้การทำฮัจญ์ที่ไปกันส่วนใหญ่ก็จะไปกันเป็นครอบครัวนะครับ ไม่ว่าจะเป็น คู่สามีภรรยา หรือพ่อกับแม่ หรือว่าแม่กับลูก เพราะว่าการแสวงบุญสำหรับผู้หญิงแล้ว จำเป็นต้องมีมะห์รอมซึ่งเป็นคนที่อยู่ในครอบครัวด้วยกัน ฉะนั้นค่าใช้จ่ายการทำฮัจญ์ก็เลย พุ่งสูงถึงครอบครัวละประมาณอย่างต่ำ ๆ ก็ ๗๐๐,๐๐๐ ๘๐๐,๐๐๐ บาท บางคนเก็บเงิน ทั้งชีวิตครับท่านประธาน บางคนยังต้องขายที่ขายทางเพื่อที่จะได้ไปทำฮัจญ์สักครั้งหนึ่ง ในชีวิต เพราะฉะนั้นเดือนที่จะถึงนี้ก็คือเดือนหน้านี้จะเป็นเดือนรอมฎอน เป็นเดือนที่ ๙ ของ ปฏิทินอิสลาม แล้วหลังจากนั้นอีก ๒ เดือน มุสลิมทุกคนนี่มุสลิมก็จะมีเทศกาลฮัจญ์ ซึ่งคนที่ ไปฮัจญ์ก็จะเป็นคนที่ขอทำการลงทะเบียนกับทางรัฐว่าจะไปทำฮัจญ์ ซึ่งประเทศไทยก็จะมี คนเกือบ ๑๐,๐๐๐ คนโดยประมาณที่ไปทำฮัจญ์ แต่ละคนก็มีค่าใช้จ่ายในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายทางด้านการเดินทาง ที่พัก อาหาร สุขภาพ และอีกหลาย ๆ ด้าน ท่านประธานครับ อีกอย่างหนึ่งก็คือเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา ผู้แสวงบุญ จำนวนมากถูกบริษัทลอยแพ อันนี้เป็น Viral ที่เกิดในพื้นที่ก็ทราบกันดีนะครับ ผมเองแล้วก็ ประชาชนในพื้นที่จริง ๆ ก็มีความกังวลในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นจึงเกิดคำถาม ไปว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คำถามแรกนะครับ พี่น้องมุสลิมสะท้อนปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ในการเดินทางประกอบพิธีฮัจญ์ แล้วก็เรื่องของความกังวลที่จะถูกบริษัทลอยแพ ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะที่เป็นประธานกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจญ์แห่งประเทศไทย มีแนวทางแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้อย่างไร ต่อเลยนะครับท่านประธาน อันนี้คือคำถามแรก เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารัฐบาลในแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในภูมิภาคของเราเอง หรือในภูมิภาค อื่น ๆ มีส่วนสนับสนุนดูแลผู้ที่จะไปประกอบพิธีฮัจญ์ ประเทศไทยก็เช่นกันก็มีคณะกรรมการ ส่งเสริมกิจการฮัจญ์แห่งประเทศไทย มีส่วนส่งเสริมองค์กรศาสนาอิสลามและกิจการฮัจญ์ และอีกหลาย ๆ องค์กรที่ทำหน้าที่สนับสนุน ช่วยเหลือ เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายแก่ผู้ที่ จะไปแสวงบุญดังกล่าว อันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี แต่อีกด้านหนึ่งก็มีองค์กรที่ได้หาประโยชน์ จากช่วงดังกล่าวเช่นราคาตั๋วเครื่องบินซึ่งมีราคาสูงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศใกล้เคียงเรา ในช่วงเวลาเดียวกัน ท่านประธานครับ ในวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ครม. มีมติยกเลิก การบินไทยซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติในการที่จะขนส่งผู้ประกอบพิธีฮัจญ์ ก็เลยมีความ วิตกกังวลจากคนในพื้นที่หลาย ๆ ฝ่ายว่าการยกเลิกมันจะทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นไหม หรือว่า ความสะดวกสบายจะมีเหมือนเดิมไหม หรือต่ำกว่าเดิมหรือเปล่า🔗

ก็เลยเกิดคำถามข้อที่ ๒ ว่าหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ เห็นชอบให้ยกเลิกแนวทางการกำหนดให้สายการบินไทยเป็นสายการบิน แห่งชาติในการขนส่งผู้แสวงบุญไปประกอบพิธีฮัจญ์เพียงสายการบินเดียวนะครับ กระทรวงมหาดไทยมีแนวทางการดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร เป็นคำถามที่ ๒ นะครับ🔗

คำถามถัดไปนะครับ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๖ พรรคภูมิใจไทยนำโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เป็นผู้เสนอ พ.ร.บ. กิจการฮัจญ์ รวมถึง คณะด้วยนะครับ เป็น พ.ร.บ. แรกของพรรคภูมิใจไทยที่เสนอต่อสภา ซึ่งเรื่องนี้ก็จะมีเรื่อง ของกองทุน เนื่องจาก พ.ร.บ. นี้เป็น พ.ร.บ. การเงิน จึงทำให้ใช้เวลาในการที่นำเสนอนี้ ค่อนข้างเยอะ อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้กระทรวงมหาดไทยมีกองทุนสำหรับผู้เดินทางไป ประกอบพิธีฮัจญ์ที่มีงบประมาณอยู่ที่ประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณแผ่นดิน🔗

คำถามสุดท้าย ก็คือเราจะสามารถใช้งบประมาณดังกล่าว กองทุนดังกล่าว ในส่วนนี้ในการช่วยเหลือผู้แสวงบุญในการประกอบพิธีฮัจญ์ได้หรือไม่ อย่างไร ทั้งหมด ๓ คำถามครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณซาการียา สะอิ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ🔗

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจญ์แห่งประเทศไทยนะคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณท่านซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต ๔ พรรคภูมิใจไทย ที่ได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาแล้วก็ใส่ใจในประเด็นในเรื่องของการ ประกอบพิธีฮัจญ์ของพี่น้องชาวไทยมุสลิม ดิฉันขอชี้แจงไว้ ๓ ประเด็นอย่างนี้นะคะ ในเรื่อง ของค่าใช้จ่ายการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์นั้นมีอยู่ ๓ ส่วน ที่ทำให้ราคานั้นสูงขึ้นทุกปี🔗

ประการแรก ก็คือในเรื่องของค่าตั๋วเครื่องบิน ซึ่งเดิมมีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๖๔ ได้กำหนดให้การบินไทยเป็นสายการบินเดียวในการ ดำเนินการขนส่งผู้แสวงบุญชาวไทยมุสลิมเพื่อไปประกอบพิธีฮัจญ์ค่ะ ซึ่งแนวทางแก้ไขของ กระทรวงมหาดไทย เราจึงได้นำเรื่องนี้เสนอไปยังคณะรัฐมนตรีให้มีการยกเลิกมติ คณะรัฐมนตรีเดิมของวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๖๔ ที่ดิฉันได้กล่าวมาข้างต้น เพื่อที่ว่าเราจะได้ ปลดล็อกในเรื่องของการที่จะให้สายการบินไทยนั้นเป็นสายการบินเดียวในการขนส่ง ผู้แสวงบุญ เพราะเนื่องจากว่าการผูกขาดทำให้ไม่เกิดการแข่งขันทางด้านราคาทำให้ราคา สูงขึ้นทุกปี ดิฉันก็ได้มีการศึกษาในปีก่อน ๆ ว่าราคาฮัจญ์นั้น แล้วก็ราคาตั๋วเครื่องบินสูงขึ้น ทุกปีอย่างที่มีการพูดถึงนะคะ แล้วในกรณีต่อมาถ้าเกิดว่าคณะรัฐมนตรีมีมติในวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ที่ผ่านมาได้ยกเลิกมติเดิมนั้นก็ทำให้มีการเปิดโอกาสให้สายการบินต่าง ๆ ได้เข้ามาเสนอราคาเข้ามาเสนอในเรื่องของคุณภาพแล้วก็การบริการที่มากขึ้น แล้วก็ก่อนที่ จะมีการเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีให้พิจารณายกเลิกมติเดิมทางกระทรวงมหาดไทยก็ได้มีการ ทำการบ้านมาก่อนได้มีการทำงานได้มีการพูดคุยกับสายการบินต่าง ๆ เพื่อให้เข้ามาเสนอ ราคานะคะ แน่นอนว่าราคาที่ได้นั่นก็คือราคาถูกลงแต่เนื่องจากว่าขัดต่อมติคณะรัฐมนตรี ทำให้เราไม่สามารถที่จะใช้สายการบินที่ราคาถูกกว่าได้ นี่คือสาเหตุว่าทำไมเราถึงต้องมีการ ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี และต่อมาในเรื่องของการเจรจาปีนี้ทางกระทรวงมหาดไทยก็ได้มี การเจรจากับสายการบินซาอุดีอาระเบีย แล้วก็การบินพลเรือนของประเทศซาอุดีอาระเบีย ในการขอเพิ่มเที่ยวบิน ซึ่งเดิมมีแต่เที่ยวบินเช่าเหมาลำแต่ปีนี้เราได้มีการเจรจาว่าขอให้มีการ เพิ่มเที่ยวบินปกติหรือว่าเที่ยวบินพาณิชย์ ซึ่งทำให้ราคาค่าบัตรโดยสารนั้นถูกลงจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบ ๑๐ ปีจากการเจรจาที่เป็นผลสัมฤทธิ์นะคะ แล้วนอกจากนี้ก็ยังได้มีการเจรจาต่อรองกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในเรื่องของ การเช่าเหมาลำ ค่าโดยสารขอให้ลดราคาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องมุสลิมชาวไทยที่จะ เดินทางไปแสวงบุญ ซึ่งทางบริษัท การบินไทย ก็ตอบรับเป็นอย่างดี โดยอนุมัติให้ลดราคา ลงมาที่ ๗,๐๐๐ บาท ก็เป็นผลจากการเจรจาพยายามที่จะเข้ามาทำงานเพื่อดูแลเรื่องของ คุณภาพ เรื่องของการบริการ แล้วก็เรื่องของราคาที่เคยมีราคาที่สูง เราก็พยายามทำทุก ๆ กลไกเพื่อให้ราคาฮัจญ์นั้นถูกลงเพื่อผลประโยชน์แก่พี่น้องชาวไทยมุสลิมทุกท่านนะคะ🔗

ประเด็นที่ ๒ เป็นเรื่องของค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐานอาทิเช่นค่าประกันกระทรวงฮัจญ์ ค่าบริการภาคพื้นจากหน่วยงานต่าง ๆ จากประเทศซาอุดีอาระเบีย ตลอดจนค่าประกอบพิธี ฮัจญ์ตาม Package ของบริษัทตัวแทนที่ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจากประเทศซาอุดีอาระเบีย ให้เป็นผู้บริการ แล้วก็ดูแลผู้แสวงบุญชาวไทย ซึ่งการกำหนดราคาดังกล่าวนั้นประเทศ ซาอุดีอาระเบียได้กำหนดราคาให้ผู้แสวงบุญทุกประเทศในโลกนี้ ซึ่งเป็นกลไกที่ทำให้ราคา ฮัจญ์นั้นค่อนข้างสูงนะคะ แต่ว่าเมื่อวันที่ ๖-๑๑ มกราคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งตอนนั้นท่านดำรงตำแหน่งอยู่ ท่านก็ได้เดินทางไปที่ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียได้มีการเจรจาต่อรองขอลดเรื่องค่าใช้จ่าย ขั้นพื้นฐานซึ่งการเจรจาก็เป็นผลอีกเช่นกันค่ะ ซึ่งทำให้ราคาค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐานลดลงไปอีก ๙,๐๐๐ บาท ซึ่งจำนวนเงิน ๙,๐๐๐ บาท ของผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ปีที่แล้วนี้ ทางกรมการปกครองโดยกระทรวงมหาดไทยก็จะทำการคืนเงินให้แก่ผู้แสวงบุญชาวไทย คืนเงินโดยตรงให้กับผู้แสวงบุญชาวไทยโดยไม่ผ่านบริษัทหรือผู้ประกอบการใด ๆ ต้องเป็น ผู้ที่ลงทะเบียนกับกรมการปกครองเท่านั้นเพื่อความโปร่งใส ชัดเจน แล้วก็นำเงินนั้นให้ เจ้าของสิทธินั้นเข้าถึงเงินที่เขาเคยได้จ่ายแล้วก็ได้สิทธิประโยชน์นั้นโดยตรง แล้วก็ต่อมาในปีนี้ ซึ่งเมื่อวันที่ ๑๐-๑๕ มกราคม ๒๕๖๘ ในปีนี้ดิฉันก็ได้รับมอบหมายจาก ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้เป็น หัวหน้าคณะเดินทางไปทำบันทึกข้อตกลงแล้วก็เจรจาในเรื่องของราคาค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐาน กับกระทรวงฮัจญ์และอุมเราะห์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งการเจรจาของดิฉันนั้นก็ได้มีการ เจรจาขอลดราคาค่าขนส่งภายในประเทศซาอุดีอาระเบีย คือระหว่างเมืองจากเจดดาห์ไป มะดีนะฮ์ มะดีนะฮ์แล้วก็มักกะฮ์ ซึ่ง ๓ เมืองนี้ทางสหกรณ์ขนส่งก็ได้ลดราคาให้เราเพิ่มอีก เป็นจำนวนเงินหัวละ ๔๐๐ บาท ที่จะต้องคืนเงินให้แก่ผู้เดินทางไปแสวงบุญในปีนี้นะคะ ซึ่งการคืนเงินนี้โดยรวมก็ลดไปประมาณ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นเงินไทย แล้วดิฉันก็ได้มี การเจรจาต่อรองค่ะ ซึ่งจำนวนผู้เดินทางไปแสวงบุญฮัจญ์ปีนี้ ๖,๖๐๓ คน แล้วก็จำนวนของ มักตับหรือว่าเต็นท์ที่ทุ่งมีนาที่จะต้องไปประกอบพิธีฮัจญ์ของพี่น้องผู้แสวงบุญนั้น เดิมเขา อนุมัติแค่ ๒ เต็นท์ ดิฉันก็ได้มีการเจรจาต่อรองเพื่อประโยชน์ของพี่น้องชาวไทยมุสลิมให้เกิด ความสะดวกสบาย เพราะเราไม่ได้เน้นแค่ราคาที่จะลดลงเท่านั้น เราจะต้องเน้นถึงคุณภาพ แล้วก็สวัสดิการ แล้วก็ช่วงเวลาที่พี่น้องมุสลิมไปปฏิบัติศาสนกิจนั้นจะทำอย่างไรให้เขาปฏิบัติ ศาสนกิจได้อย่างสมบูรณ์ ก็จึงต่อรองขอเพิ่มเต็นท์อีกเต็นท์หนึ่งเป็น ๓ เต็นท์ ซึ่งทางประเทศ ซาอุดิอาระเบียก็ยอมรับข้อเสนอของเรา แล้วก็มีการอนุมัติให้เพิ่มเต็นท์ในที่พักทุ่งมีนา เพิ่มอีก ๑ เต็นท์ จากเดิม ๒ เต็นท์ ปัจจุบันเราได้ถึง ๓ เต็นท์ในการดูแลผู้แสวงบุญ แล้วอีก ประเด็นหนึ่งก็คือในเรื่องของการพักที่ทุ่งมีนา ดิฉันก็ได้มีการรวบรวมประเด็นปัญหาในปี ก่อน ๆ ว่าอาจจะมีในเรื่องของสภาพอากาศที่ร้อนเกินไป แอร์ไม่เย็นบ้าง หรือว่าการอำนวย ความสะดวกนั้นไม่เอื้อต่อผู้แสวงบุญ ก็ได้มีการเจรจากับทางบริษัทตัวแทนที่ประเทศ ซาอุดิอาระเบียว่าขอเพิ่ม Air Condition หรือพัดลม หรือช่างประปา หรือช่างไฟฟ้า ในการ เข้า Service ในการดูแลในกรณีที่เครื่องใช้ไฟฟ้าเกิดความเสียหาย หรือแม้แต่ว่าอากาศที่ ร้อนเกินไป ทางบริษัทประเทศซาอุดิอาระเบียนั้นเขาก็ยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือ เขาก็ได้ เห็นความสำคัญ เพราะเนื่องจากว่าเขาก็ได้พยายามที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศ ไทยในการที่จะส่งเสริมในเรื่องกิจการฮัจญ์ต่าง ๆ เขาบอกว่าในปีนี้จะได้มีการเพิ่ม Air Condition ให้มากขึ้น ซึ่งข้อกำหนดต่าง ๆ ดิฉันก็จะเป็นคนลงพื้นที่เองเพื่อไปตรวจสอบว่า สิ่งที่ได้นั้นตรงปกหรือไม่ เป็นไปตามข้อกำหนดที่เราได้ตกลงกันในช่วงเดือนมกราคม ที่ผ่านมาหรือไม่ ซึ่งดิฉันก็จะเดินทางไปสำรวจแล้วก็ตรวจเยี่ยมเองนะคะ🔗

ในประเด็นสุดท้ายนะคะ ในค่าใช้จ่ายที่มีราคาค่อนข้างสูงก็คือเป็นเรื่องของ ค่าที่พัก ซึ่งในปีที่ผ่านมายังไม่มีการกำหนดหรือไม่มีมาตรการไม่มีกลไกไหนการกำหนดราคา ที่พักจากผู้ประกอบการที่ไปคิดกับผู้แสวงบุญ ปีนี้เราก็พยายามที่จะศึกษาหาแนวทางในการ ควบคุมราคาหากลไกทุกกลไกในการควบคุมราคาของราคาค่าที่พัก ในปีนี้ก็ได้มีการกำหนด มาตรฐานที่พักโดยกำหนดเป็น TOR ว่าผู้ประกอบการจะต้องจัดหาที่พักให้ได้มาตรฐาน ตามที่กำหนดไว้ แล้วก็ยังมีการตั้งคณะกรรมการให้ดูแลเรื่องการจัดหาที่พักร่วมกับ สถานทูตไทยในการลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบว่าผู้ประกอบการนั้นสามารถเลือกที่พักตรงปก หรือไม่ อย่างไร ก็อย่างที่ดิฉันได้เรียนมาทั้งหมดจากการที่ได้เจรจาต่อรองระหว่างรัฐบาลไทย โดยกระทรวงมหาดไทยกับรัฐบาลประเทศซาอุดิอาระเบียวันนี้ค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐานต่าง ๆ ลดลงจากเดิมในปีก่อน ๆ อยู่ที่ราคา ๒๕๐,๐๐๐ บาท แต่ปีนี้รัฐบาลนี้สามารถทำราคาฮัจญ์ ให้ได้เหลือ ๑๘๐,๐๐๐ บาท ซึ่งลดลงมาเป็นจำนวนที่ดิฉันขอเรียนได้เลยว่าเป็นจำนวน ที่ค่อนข้างเยอะที่สุดในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา แล้วตัวดิฉันเองก็อย่างที่เรียนไปว่าจะเป็น ผู้ตรวจสอบคุณภาพต่าง ๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่เดินทางไปแสวงบุญฮัจญ์นั้นได้ประโยชน์ ที่สุด แล้วในกรณีต่อมาที่คณะรัฐมนตรีได้ขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเดิมของเมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๖๔ ดิฉันในฐานะมุสลิมคนหนึ่งก็ต้องขอขอบคุณท่านแพทองธาร ชินวัตร ท่านนายกรัฐมนตรี ที่ท่านได้บรรจุวาระนี้ในการประชุม ครม. นอกสถานที่ที่ผ่านมา เพราะว่า ท่านก็เห็นความสำคัญของพี่น้องชาวไทยมุสลิมเช่นกัน และดิฉันก็ต้องขอขอบคุณคณะรัฐมนตรีทุกท่านที่ท่านมีมติเห็นชอบให้ยกเลิกมติ ครม. เดิม เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้สายการบินต่าง ๆ เข้ามาเสนอราคา เข้ามาเสนอในเรื่องของการ ให้บริการต่าง ๆ ซึ่งอาจจะมีหลายคนมีข้อกังวลว่าอาจจะมีประเด็นในเรื่องของการฮั้ว สายการบินหรือไม่ ดิฉันขอเรียนให้ทราบว่าในขณะที่ดิฉันยังดำรงตำแหน่งอยู่นี้ รัฐบาลนี้ไม่มี ทางให้สิ่งนี้เกิดขึ้นแน่นอนเพราะว่าเราก็ได้มีการวางแผน ได้มีการดูในเรื่องของกฎระเบียบ แล้วก็กำหนดมาตรการอย่างรัดกุม แล้วก็รอบคอบที่สุด พยายามที่จะทำให้ทุกอย่างเกิดความ โปร่งใสมากที่สุด ก็ได้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาเที่ยวบินในการขนส่งผู้แสวงบุญ โดยประกอบไปด้วยภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม โดยท่านมนพรท่านก็จะเข้ามาช่วยดูในเรื่องนี้ด้วย แล้วก็โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แล้วก็มีกระทรวงการคลัง มีกรมการบินพลเรือน โดยอำนาจ หน้าที่ในการกำหนดคุณลักษณะ แล้วก็กำกับคุณภาพทิศทางของสายการบินที่จะให้ ผู้โดยสารสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย แล้วก็ได้รับการบริการที่เหมาะสม ในระยะที่ ๒ เราก็จะมีการเชิญชวนสายการบินต่าง ๆ ให้มาเสนอการบริการเช่นในเรื่องของราคา ราคา จะต้องถูกลง คุณภาพก็ต้องได้มาตรฐาน เรื่องของอาหาร เรื่องของน้ำหนัก เรื่องของความ ปลอดภัย จนไปถึงการให้บริการในด้านต่าง ๆ จะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้แสวงบุญ มากที่สุด อาจจะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้แสวงบุญมากที่สุด แล้วก็จะให้คณะกรรมการ อนุกรรมการนั้นพิจารณาก่อนที่เรื่องนั้นจะส่งต่อไปยังคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจญ์ แห่งประเทศไทยเป็นผู้อนุมัติพิจารณาต่อไปนะคะ ซึ่งที่ผ่านมาก็อย่างที่ดิฉันเรียนให้ทราบว่า เราก็มีการได้พูดคุยกับสายการบินต่าง ๆ ก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งการตอบรับก็เป็นไปได้อย่างดี แล้วก็การที่ดิฉันได้มีการเจรจากับสายการบินไทย ซึ่งปีนี้การบินไทยก็ยอมที่จะลดราคาลง อย่างที่ดิฉันได้กล่าวในเบื้องต้น แล้วนอกเหนือไปจากนั้นก็ยังเพิ่มน้ำหนักสัมภาระจากเดิม ๓๐ กิโลกรัมต่อผู้โดยสาร ๑ ท่าน ปัจจุบันก็เพิ่มไปอีก ๑๐ กิโลกรัมเป็น ๔๐ กิโลกรัมต่อ ผู้โดยสาร ๑ ท่าน ซึ่งผลประโยชน์ก็จะเกิดแก่พี่น้องผู้แสวงบุญชาวไทย แล้วก็มีการพัฒนา ในเรื่องของคุณภาพอาหาร ซึ่งดิฉันก็ได้เดินทางไป Test อาหาร ไปดูแลเรื่องของเมนูอาหาร ต่าง ๆ ดิฉันก็เป็นคนควบคุมพยายามที่จะควบคุมทุกกลไก กระทรวงมหาดไทยก็พยายาม ที่จะใช้ทุกกลไกของเรานั้นในการควบคุมในด้านมาตรฐานและการบริการในทุก ๆ ด้านนะคะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยก่อนเพราะว่านี่เพิ่งถามครั้งแรก ท่านยังเหลือเวลาแค่ไม่ถึงนาทีแล้ว เดี๋ยวตอบคำถามที่ ๒ และคำถามที่ ๓ ต่อไปดีไหมครับ🔗

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ที่ผ่านมาดิฉันก็ได้ตอบครบทั้งคำถามข้อที่ ๑ แล้วก็คำถามที่ ๒ ในประเด็นสุดท้ายก็คือ ในเรื่องของเงินกองทุนที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้พูดถึงนั้นจำนวนเงิน ๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินกองทุนที่จัดตั้งเมื่อปี ๒๕๔๙ การใช้เงินในกองทุนนั้นเราก็พยายามที่จะตั้ง คณะกรรมการ ตั้งคณะทำงาน ในการศึกษาแนวทางในการนำเงินนั้นไปใช้เพื่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องผู้แสวงบุญชาวไทย แต่เนื่องจากว่าวัตถุประสงค์ของกองทุนนั้น เป็นไปเพื่อการใช้จ่ายเป็นการสำรองเงินในการจัดหาที่พักสำหรับผู้แสวงบุญชาวไทยเท่านั้น ก็คือเป็นเรื่องของการดูแลที่พักเท่านั้น เพราะฉะนั้นการใช้วงเงินดังกล่าวก็ต้องผ่านการ ตรวจสอบการดำเนินการจาก สตง. เพราะฉะนั้นทุกกลไกเราก็จะมีขั้นตอนในการใช้เงิน มีขั้นตอนในการพิจารณาซึ่งให้เป็นไปอย่างรัดกุมแล้วก็รอบคอบมากที่สุด ดิฉันก็ได้มีการ ตั้งคณะทำงานในการที่จะพิจารณาศึกษาความเป็นไปได้ในการที่จะนำเงินนั้นไปใช้ในเรื่อง ของการดูแลที่พักของพี่น้องชาวไทยมุสลิมเพื่อที่ว่าผู้เดินทางไปแสวงบุญนั้นจะได้รวมอยู่ ณ จุดใดจุดหนึ่ง หรือตึกได้ตึกหนึ่งเพื่อให้การดูแลนั้นเป็นไปอย่างทั่วถึง แล้วก็เป็นไปอย่าง ปลอดภัย ก็พยายามที่จะศึกษาแนวทาง และดิฉันแน่นอนค่ะว่าการทำงานที่ผ่านมานั้นก็เริ่ม เห็นผลเป็นรูปธรรมมากที่สุด แล้วส่วนในปี ๒๕๖๙ เราก็มีการพยายามที่จะขับเคลื่อนเพื่อให้ ราคาฮัจญ์นั้นถูกลงอีกโดยใช้กลไกทุก ๆ กลไกในการควบคุม โดยให้เป็นไปตามกฎหมาย แล้วก็เป็นไปตามหลักศาสนกิจของอิสลามค่ะ ก็ด้วยพระประสงค์ของอัลเลาะห์ การทำงาน ทุกอย่างก็เป็นไปได้ด้วยความราบรื่นเพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องชาวไทยมุสลิม ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ก่อนจะให้คุณซาการียาตอบนะครับ ผมขอต้อนรับ คณะที่มาเยี่ยมหน่อยหนึ่งครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา เจ้าหน้าที่ และประชาชนจากองค์การบริหารส่วนตำบลสำนักแต้ว อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา จำนวน ๒๔๐ ท่าน ซึ่งกำลังนั่งฟังการประชุมอยู่ข้างบนขณะนี้ ขอต้อนรับ ขอขอบคุณครับ ขอบคุณท่านชาดาด้วยที่มานั่งในห้องประชุมเพื่อให้กำลังใจนะครับ ขอเชิญครับคุณซาการียา สะอิ ครับ🔗

นายซาการียา สะอิ นราธิวาส

เรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ จริง ๆ คำถามผม ๓ คำถามรอบเดียวเลยนะครับเมื่อสักครู่ แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี จริง ๆ เห็นถึงความตั้งใจในการทำงานของท่านเป็นอย่างยิ่ง ผมในฐานะที่ ๑. เป็น สส. แล้วก็ เป็นคนในพื้นที่ ๓ จังหวัด ซึ่งมีมุสลิมเป็นจำนวนมาก ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีซาบีดา แล้วก็ท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีด้วย ที่ช่วยในการที่จะสนับสนุนการทำงาน ของการประกอบพิธีฮัจญ์ในครั้งนี้ ก็ขอให้อัลเลาะห์ตอบแทนให้ท่านทั้ง ๒ ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณซาการียา หมดคำถามแล้วนะครับ ท่านรัฐมนตรีจะเพิ่มเติมไหมหรือว่าพอแล้ว เพราะท่านรัฐมนตรีตอบ ทุกประเด็นแล้วใช่ไหมครับ ไม่มีต่อครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ขอบคุณคุณซาการียา สะอิ ที่ได้ถามเรื่องนี้ ขอบคุณครับ🔗

๓. นายวรภพ วิริยะโรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗

ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลัง คุณเผ่าภูมิ โรจนสกุล เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ท่านรัฐมนตรีมาพร้อมที่จะตอบแล้วนะครับ ขอเชิญคุณวรภพ วิริยะโรจน์ ครับ🔗

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในคำถาม ของกระทู้ถามสดในกระทู้ที่ ๓ ในวันนี้ ผมก็จะขอถามเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจครับ เพราะผม คิดว่าถ้าไปถามพี่น้องประชาชน ความคาดหวังต่อรัฐบาลชุดนี้คือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการตั้งกระทู้ถามต่อนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แล้วก็ การกระตุ้นเศรษฐกิจต่อจากนี้ไป แล้วก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยเผ่าภูมิที่ให้เกียรติ มาตอบกระทู้ถามในวันนี้ แล้วก็หวังว่าท่านเผ่าภูมิก็จะขอเป็นตัวแทนรัฐบาลในการตอบ ปัญหาเศรษฐกิจของวันนี้ได้นะครับ ที่ต้องถามในวันนี้เพราะว่ามันเพิ่งมีการประกาศตัวเลข เศรษฐกิจของประเทศไทยในไตรมาสที่ ๔ แล้วก็ทั้งปี ๒๕๖๗ เมื่อสัปดาห์นี้ที่ผ่านมา ก็ปรากฏ ว่าเป็นปีแรกภายใต้การบริหารของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่เศรษฐกิจจีดีพี ๒๕๖๗ ประกาศ ออกมาแล้วว่าโตได้ ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ น้อยที่สุดในอาเซียนครับ ก็เลยต้องมาถามว่าอันนี้ถือว่า น้อยกว่าที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายหรือไม่ อันนี้จะมองได้ไหมว่ามันเป็นว่ารัฐบาลสอบตกในการ กระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่ มันเหมือนคนที่ตั้งคะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน สอบได้ ๕๐ คะแนน เพราะต้องอย่าลืมนะครับ นี่คือสิ่งที่พรรคเพื่อไทยเคยอวดอ้างไว้ว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ต่อปี แต่พอครบปีแรกทำได้ ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องถามกันอีกทีหนึ่งว่าในเรื่อง ของการกระตุ้นเศรษฐกิจนี้ถือว่าสอบตกหรือไม่ และที่ต้องถามต่อเพราะในเมื่อการกระตุ้น เศรษฐกิจนี้ มาตรการเรือธงของรัฐบาลเองก็คือเรื่องของ Digital Wallet หรือว่าตอนนี้จะ เปลี่ยนชื่อมาเป็นเรื่องของแจกเงินหมื่น ที่ต้องบอกว่าเอาทุกองคาพยพ ไม่ว่าจะเป็น งบประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท กู้เต็มเพดาน หมดหน้าตัก แทงม้าตัวเดียวในการ กระตุ้นเศรษฐกิจที่เรียกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของมาตรการทั้งหมดอยู่ที่มาตรการนี้ และทำ มาแล้วในเฟสที่ ๑ ๑๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ว่าได้กระตุ้นเศรษฐกิจได้ตามเป้าหมายของ รัฐบาลหรือไม่ เพราะว่ามันจะเป็นเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวพันกับการกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคต เพราะว่ามาตรการแจกเงินหมื่นหรือ Digital Wallet นี้ก็ยังคงเป็นมาตรการหลักในการ กระตุ้นเศรษฐกิจต่อจากนี้ในเฟส ๒ เฟส ๓ ที่ต้องใช้เงินงบประมาณเพิ่มอีก ๒๐๐,๐๐๐ กว่า ล้านบาท มันก็จะเป็นคำถามในรอบแรกก่อนว่า แล้วมาตรการแจกเงินหมื่นที่ผ่านมานี้ มันกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตามเป้าหมายอย่างที่รัฐบาลคาดการณ์เอาไว้หรือไม่ รัฐบาลถึงยังคง เดินหน้าที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเดิมในปี ๒๕๖๘ นี้ด้วยงบประมาณที่มากขึ้น เพราะถ้าเรา ย้อนกันไปครับ ผมคิดว่าคำอ้างหนึ่งที่รัฐบาลจะอ้างว่าทำไมต้องมีการทยอยแจกเงินเป็น เฟส ๆ เพื่อจะมาดูผลลัพธ์ว่าเฟสที่ ๑ สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ หรือไม่ ซึ่งแน่นอนเฟสที่ ๑ มันก็ผ่านพ้นไปแล้ว แต่รัฐบาลยังคงตัดสินใจที่จะเดินหน้าต่อ ในเฟสที่ ๒ เฟสที่ ๓ ว่ายังคงเป็นเรือธง ยังคงเป็นม้าตัวเดียวในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็เลย ต้องถามย้ำกันชัด ๆ ว่าตกลงแล้วรัฐบาลจะยอมรับหรือไม่ว่าเศรษฐกิจปีแรกภายใต้การ บริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยโตน้อยกว่าเป้าหมาย แล้วมาตรการแจกเงินหมื่น ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วยังคงเดินหน้าต่อในเฟส ๒ เฟส ๓ นี้ครับ ก็คงเป็นคำถามรอบแรก ที่อยากได้คำตอบจากท่านรัฐมนตรีช่วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณคุณวรภพ วิริยะโรจน์ ครับ เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังตอบครับ🔗

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง วันนี้ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีในการตอบกระทู้เรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ เรื่องเกี่ยวกับจีดีพี ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้ตั้งคำถามเรื่อง เกี่ยวกับภาวะทางเศรษฐกิจ นโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจและตัวเลขเศรษฐกิจที่ได้มีการ ประกาศออกมา ถือเป็นเวทีที่ดีแล้วก็เป็นเวทีที่เราจะมาพูดกันถึงเรื่องข้อเท็จจริง พูดกันถึง ตัวเลข พูดกันถึงข้อมูล โดยไม่ใช้ความรู้สึก โดยไม่ใช้จินตนาการ โดยไม่ใช้ความคิดอะไร ต่าง ๆ ตัวเลขที่ผมจะนำเรียนในวันนี้อยากให้ทุกท่านฟังและอยากให้ทุกท่านมองแล้วเราก็จะ เห็นภาวะเศรษฐกิจไปในทางเดียวกัน แล้วต่อจากนี้เวลาการพูดถึงภาวะเศรษฐกิจเราก็จะได้ ไปพูดถึงในทิศทางเดียวกัน🔗

ในส่วนของตัวเลขที่ออกมาครับ การที่ตัวเลขจีดีพีในปี ๒๕๖๗ ออกมา ๒.๕ แล้วมีการเปรียบเทียบกับประเทศอาเซียนต่าง ๆ และมองว่าเศรษฐกิจไทยโตช้าเมื่อเทียบกับ อาเซียน ผมมองว่าวิธีการมองแบบนั้นเป็นวิธีการมองเป็นเศรษฐกิจที่บางมาก เวลาเราดู ตัวเลขเศรษฐกิจเราไม่ได้ดูแค่ตัวเลขนี้ครับ เราใช้เวลาประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ดูตัวเลขนี้ แล้วเราใช้เวลาอีก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ดูไส้ในของตัวเลขเศรษฐกิจว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ เราจะต้องขยับขยายตรงจุดไหน ตรงจุดไหนที่เพียงพอแล้ว ผมนำทุกท่านไปดูตัวเลขครับ ในมิติของ Momentum ทางเศรษฐกิจหรือแรงเหวี่ยงทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๖๗ เวลาเรามองเรามองเป็นราย Quarter หรือรายไตรมาส ในไตรมาสที่ ๑ ของปี ๒๕๖๗ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ที่ ๑.๗ เท่านั้น ไตรมาสที่ ๒ ขยับขึ้นมาเป็น ๒.๓ ไตรมาสที่ ๓ ขยับขึ้นมาเป็น ๓.๐ แล้วเราปิดปีด้วยไตรมาสที่ ๔ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ที่ ๓.๒ ท่านเห็นอะไรครับ ท่านเห็นทิศทางทางเศรษฐกิจที่ผงกหัวขึ้นทั้งปีตั้งแต่ไตรมาสที่ ๑ จนถึง ไตรมาสที่ ๔ ใช่หรือไม่ ตัวเลขนี้บ่งบอกอะไรครับ ตัวเลขนี้บ่งบอกทิศทางและ Momentum ทางเศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดขึ้น อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะนำเรียนตัวเลข ๒.๕ ที่มีการประกาศ ทั้งปีออกมาแล้ว หากเรามองย้อนกลับไปในช่วงต้นของปีที่มีการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจ หลายสำนักปรามาสเราว่ารัฐบาลจะทำให้ปี ๒๕๖๗ ได้ประมาณ ๒ ๒.๑ ๒.๒ ในที่สุดเราปิดปี ที่ ๒.๕ ส่วนต่างตรงนั้น ๐.๓ ๐.๔ มหาศาลนะครับในเชิงเศรษฐกิจ นั่นคือสิ่งที่รัฐบาลทำ นั่นคือสิ่งที่รัฐบาลทำในเรื่องของการบริหารเศรษฐกิจทำให้เราสามารถมาหยุดในจุดนี้ได้ เพราะฉะนั้นอยากให้ท่านมองที่ Momentum ทางเศรษฐกิจ ไม่หยุดแค่นั้นครับ เราคงไม่มอง แค่ราย Quarter แล้วเราจบแค่นั้น เรามองไปถึงไส้ในของไตรมาสที่ ๔ ว่าเกิดอะไรขึ้น ในไตรมาสที่ ๔ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเราอยู่ที่ ๓.๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตัวเลขนี้ ฟังดี ๆ นะครับ ตัวเลขนี้เติบโตสูงที่สุดในรอบ ๙ ไตรมาสของประเทศไทย นั่นหมายถึง ๒ ปี กว่า ๆ ที่ตัวเลขนี้เราสามารถทำได้ ลงไปในรายละเอียดครับ การลงทุนภาครัฐที่เกิดขึ้นใน ไตรมาสที่ ๔ โตเกือบ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ สูงที่สุดในรอบ ๓๖ ไตรมาส หรือเกือบ ๙ ปี การส่งออก สินค้าและบริการโต ๑๑.๕ เปอร์เซ็นต์ สูงสุดในรอบ ๑๑ ไตรมาส ภาคการบริการโต ๔.๗ เปอร์เซ็นต์ สูงสุดในรอบ ๗ ไตรมาส ภาคการก่อสร้างซึ่งจะบ่งบอกถึงตัว Supply Chain และการจ้างงาน การซื้อวัตถุดิบต่าง ๆ โต ๑๘.๓ เปอร์เซ็นต์ สูงสุดในรอบ ๓๖ ไตรมาส หรือ ๙ ปี เรื่องของอสังหาริมทรัพย์ก็เช่นเดียวกันครับ เติบโต ๑.๘ เปอร์เซ็นต์ โตสูงสุดในรอบ ๖ ไตรมาส แล้วไปดูในไตรมาสที่ ๔ อีกเฉกเช่นเดียวกันที่มีมาตรการในเรื่องของการกระตุ้น เศรษฐกิจลงไปสิ่งที่เราเห็นคืออะไร เวลาเราดู ๆ เรื่องของภาษีมูลค่าเพิ่มที่หักเงินเฟ้อ หักการ นำเข้า เราจะดูถึงภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นในประเทศ เติบโต ๑๑ เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสที่ ๔ สูงสุดในรอบ ๑๔ ไตรมาส นี่คือสิ่งที่ตัวเลขบอกครับ เวลาเราคุยกันเราคงไม่คุยกันถึงเรื่อง ความรู้สึก เศรษฐศาสตร์คือตัวเลข คุยกันถึงเรื่องตัวเลข ตัวเลขเหล่านี้ผมคิดว่าเราไม่ต้อง คุยกันต่อ ตัวเลขเหล่านี้บ่งบอกถึงทิศทางในการบริหารเศรษฐกิจของประเทศว่าเราอยู่ใน ทิศทางไหน ผลลัพธ์คืออะไร นั่นคือตัวเลขในไตรมาส ๔ และตัวเลขในปี ๒๕๖๗ ในปี ๒๕๖๘ เราคาดการณ์ในเรื่องของ Momentum ทางเศรษฐกิจที่จะต่อเนื่อง ไตรมาส ๑ ของปี ๒๕๖๘ ตัวเลขจะออกมาดี มีแรงเหวี่ยงทางเศรษฐกิจต่อเนื่องจากปีที่แล้วและรัฐบาลก็มีการกระตุ้น เศรษฐกิจอีกหลายมาตรการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Easy E-Receipt ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การกระตุ้นเศรษฐกิจอื่น ๆ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติยังได้ถามถึงคำถามเกี่ยวกับการกระตุ้น เศรษฐกิจในเรื่องของการกระจายเม็ดเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ในเฟสที่ ๑ ที่เกิดขึ้นในปีที่แล้วว่า มีผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างไร และได้มีการพูดถึงว่ามันไม่ได้มีการช่วยเหลือในเชิงการ กระตุ้นเศรษฐกิจ เราคุยกันที่ตัวเลขอีกทีครับ เงินหมื่นในเฟสที่ ๑ ที่เรามีการกระจายให้กับ กลุ่มเปราะบาง ข้อ ๑ เลยคือเป็นการกระจายที่ถูกฝาถูกตัวครับ เราเอา Demographic เอาตัวแผนที่ ประเทศเจาะลงไปดูจังหวัดไหนมีความยากจนสูง แล้วเราก็ไปดูว่าเงินหมื่นนั้นลงไปใน จังหวัดไหน สิ่งที่เราเห็นคือเงินลงไปในจังหวัดที่มีสัดส่วนที่มีคนยากจนสูงเป็นลำดับแรก ๆ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นเงินลงไปในภาคเหนือ ลงไปในภาคอีสาน ลงไปใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ นั่นคือการที่กระจายเม็ดเงินลงไปสู่คนที่มีความจำเป็นมากที่สุดนะครับ นั่นคือ เรื่องที่ ๑🔗

เรื่องที่ ๒ สิ่งที่เราเห็นนั่นคือเงินกระจายลงไปในทุกตำบล สามารถกล่าวได้ว่า ไม่มีตำบลใดในประเทศไทยที่ไม่ได้รับการกระจายเม็ดเงินอันนี้เลย เพราะฉะนั้นเงินลงไป ถูกฝาถูกตัวและกระจายตัวลงไปสู่ทุกตำบล🔗

ในประเด็นที่ ๓ มีการพูดถึงว่าเงินมันจะเข้าสู่รายใหญ่อะไรหรือไม่ จากการ สำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ๖๘ เปอร์เซ็นต์ลงสู่ร้านเล็ก ลงสู่ร้านในชุมชน ลงสู่ร้าน ในตลาด ลงสู่หาบเร่แผงลอย นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น นอกจากนั้นพี่น้องประชาชนจำนวน ๘๒ เปอร์เซ็นต์ใช้เงินอย่างรวดเร็วหมดภายใน ๓ เดือน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น รวดเร็ว รุนแรง และทันท่วงที🔗

ในประเด็นที่ ๕ อันนี้เป็นตัวเลขเลยนะครับ เราคุยกันถึงเรื่องตัวเลขท่านบอก ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ ผมเอาตัวเลขมายัน ใน Quarter ที่ ๔ หรือไตรมาสที่ ๔ ที่มีโครงการนี้ ลงไป ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคพุ่งจาก ๕๖.๕ ไปสู่ ๕๖.๙ ดัชนีความเชื่อมั่น MSMEs พุ่งจาก ๔๙.๖ ไป ๕๓.๐ ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมพุ่งจาก ๘๘.๐ ไปสู่ ๙๐.๒ ดัชนี ความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจภูมิภาคเวลาเราลงไปดูในภูมิภาคแล้วก็เอามา Sum up ในภาพรวม พุ่งจาก ๖๙.๖ ไปสู่ ๗๑.๙ และที่ผมได้นำเรียนมาแล้วครับ Real VAT หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม ในไตรมาสที่ ๔ พุ่งขึ้น ๑๑ เปอร์เซ็นต์สูงสุดในรอบ ๑๔ ไตรมาส ตัวเลขเหล่านี้ไม่ต้องคุย กันต่อครับ ดูกันถึงเรื่องแค่ตัวเลขเหล่านี้ ถ้าเราไม่ได้มีอคติเราดูกันที่ตัวเลข ผมคิดว่าคำตอบ เราเป็นคำตอบเดียวกัน โครงการนี้สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดี รัฐบาลสามารถปิดเรื่องของ การบริหารเศรษฐกิจในปี ๒๕๖๗ ได้ดี และมี Momentum ในเชิงบวกขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ ๑ จนถึงไตรมาสที่ ๔ ส่งต่อไปถึงปี ๒๕๖๘ นอกเหนือจากนั้นสิ่งที่เป็นประเด็นที่สำคัญ ในประเทศไทยนั้นคือเรื่องของความเหลื่อมล้ำ การกระจายเม็ดเงินเฟส ๑ ลงไปให้กับพี่น้อง ประชาชนในกลุ่มเปราะบางนั้นสามารถลดความเหลื่อมล้ำที่เราใช้ Gini Coefficient ในการที่จะเข้าไปดูสามารถลดลงได้ ๐.๐๑ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบเป็นระยะเวลาถ้าไม่ทำอะไรเลย นั่นคือระยะเวลา ๓ ปีที่ประเทศเรามี Gini Coefficient จะลดลงตามธรรมชาติ โครงการนี้ สามารถร่นระยะเวลาลดความเหลื่อมล้ำลง ๒-๓ ปี ท่านไม่เชื่อตัวเลขนี้ได้ครับ ท่านไปดูที่ รายงานของ World Bank หรือธนาคารโลก ให้ตัวเลขการลดความเหลื่อมล้ำสูงกว่าที่ กระทรวงการคลังให้อีก เราคาดการณ์ว่ามีการลดความเหลื่อมล้ำ ๐.๐๑ World Bank ให้ ๐.๐๑๕ นั่นหมายถึงมากกว่า ๓ ปีที่ร่นระยะเวลาเรื่องของความเหลื่อมล้ำ เพราะฉะนั้น โดยสรุปครับ คุยกันด้วยตัวเลข คุยกันด้วยหลักฐาน คุยกันด้วยข้อเท็จจริง ขอบคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีที่ตอบคำถามได้ตรงคำถามนะครับ แต่ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับ คือผมก็ยินดี ที่จะคุยกันด้วยตัวเลข เพราะว่าก็เป็นรัฐมนตรีช่วยคลังนี้ครับ ชื่อเผ่าภูมิเหมือนกันที่เมื่อ ๓ เดือนที่แล้วก็ตั้งเป้าหมายว่าจีดีพีปีนี้จะโตได้ถึง ๓ เปอร์เซ็นต์กว่า ไตรมาสสุดท้าย คาดการณ์ว่าจะโตได้ถึง ๔ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๔.๕ เปอร์เซ็นต์ ก็โตได้เพียง ๓.๒ เปอร์เซ็นต์ Momentum ที่ท่านรัฐมนตรีช่วยพูดถึงถ้าเราไปดู ๓ ไตรมาสแรก จีดีพีเติบโต Q on Q คือ ไตรมาสต่อไตรมาสเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ ๑ เปอร์เซ็นต์ ไตรมาสสุดท้ายที่ออกมาเติบโต ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อันนี้ก็ไม่แน่ใจว่าข้อมูลเดียวกันนี่ท่านอาจจะ วิเคราะห์แตกต่างกันว่า Momentum มันกำลังจะมาหรือมันกำลังจะลง เรื่องที่ ๒ มันก็ยัง ยืนยันว่าเศรษฐกิจที่เติบโตใน ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ที่น้อยที่สุดในอาเซียนมันก็ยังเป็นเพียง ครึ่งเดียวของที่ท่านเคยอวดอ้างไว้🔗

ประเด็นต่อมาเรื่อง Digital Wallet ครับ ก็ดีใจที่ท่านตอบได้ตรงคำถามว่ามัน ไม่ใช่เรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว มันเป็นเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำ แน่นอนครับ ท่านแจกให้กับกลุ่มเปราะบางมันก็ย่อมลงจังหวัดที่มีคนเปราะบางเยอะ อันนี้ถูกต้องอยู่แล้ว ผมว่าพื้นฐานมาก แต่ในเมื่อคำถามผมอยู่ที่ว่ามันกระตุ้นเศรษฐกิจได้หรือไม่ และข้อมูลของ ทางแบงก์ชาติ สภาพัฒน์ก็ยืนยันเหมือนกันครับ มันก็ยืนยันเหมือนที่คาดการณ์เอาไว้ว่า มาตรการแจกเงินหมื่น กู้เงินมาแจก ๓ บาท กระตุ้นเศรษฐกิจได้ ๑ บาท นี่มันก็เป็นหลักฐาน ที่ยืนยันแล้วท่านก็ถามทางทีมงานของท่านได้ แต่คำถามก็อยู่ที่ว่าทำไมในเมื่อเฟส ๑ มีผลลัพธ์แล้วว่ามันไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ ท่านก็พูดถึงเรื่องความเหลื่อมล้ำ แต่ท่านยังเดินหน้า เฟส ๒ เฟส ๓ ที่ไม่ใช่ของกลุ่มเปราะบางแล้วนะครับ คำถามก็อยู่ที่ว่าสรุปแล้วรัฐบาล จะกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไรกันแน่ในปีต่อจากนี้ แต่ไม่เป็นอะไรครับ ผมว่าก็จะรอคำถามที่ ๒ ที่จะถามว่าในเรื่องเร่งด่วนสำคัญ เพราะผมก็ไปดูไส้ในเหมือนกันครับ ข้อมูลเศรษฐกิจมันก็ ยืนยันอย่างนี้ว่าปัญหาของเศรษฐกิจประเทศไทยมันอยู่ที่ภาคการผลิตไม่ใช่ภาคการบริโภค ภาคการผลิตจีดีพีลดลงมา ๒ ปีติดต่อกันแล้ว ส่งออกเรามากขึ้นแต่นำเข้าเรามากกว่าส่งออก นี่คือปัญหาที่มันเกิดขึ้น การลงทุนภาคเอกชนก็เลยลดลง โรงงานก็เลยปิดตัวครับ เพราะมัน เจอปัญหาสินค้านำเข้าต่างชาติที่มาตีตลาดที่เป็นปัญหาเร่งด่วนครับ นี่ผมกำลังขอพูดในเรื่อง ของเร่งด่วนที่รัฐบาลยังทำไม่พอครับ🔗

เอาเรื่องอย่างประเด็นแรกครับ ปัญหาสินค้าต่างชาติ ก็ต้องน่าเสียดายที่ นายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบเพราะว่ามันอาจจะไม่เกี่ยวกับกระทรวงการคลังเท่าไร แต่มันเป็น เรื่องสำคัญของเศรษฐกิจไทยในระยะสั้น ๆ นี้ครับ ตั้งแต่ที่ว่าทำไมรัฐบาลถึงไม่ไปไล่จับ ร้านค้าต่างชาติที่ขายบน e-Commerce แพลตฟอร์ม เขาขายกันเต็มบ้านเต็มเมือง จับแต่ พ่อค้าแม่ค้าคนไทยที่ขายบน e-Commerce โดยใช้กฎหมายตลาดตรงหรือว่าทะเบียน พาณิชย์นิดหนึ่งก็ไม่ทำ มอก. ครับ ตอนนี้มีอยู่ ๑๔๔ สินค้าเท่านั้นก็ยังไม่มีเพิ่ม มาตรการ ทุ่มตลาดก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลย นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อสงครามการค้ามันเริ่มต้นขึ้นด้วยซ้ำ🔗

แต่ปัญหาเร่งด่วนอีกอันหนึ่ง เรื่องที่ ๒ อันนี้เกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลัง แน่นอนครับ ก็คือประเด็นที่ว่าภาคการเงิน ความกังวลของสถาบันการเงินที่เขาไม่ยอมปล่อย สินเชื่อจากความไม่มั่นใจในการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลเองนี่ละครับ อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ แล้วมันก็เป็นเรื่องเร่งด่วนสำคัญในเศรษฐกิจปีนี้ เพราะถ้าเราไปดูสิ้นปีที่ผ่านมาสินเชื่อ ภาคธนาคารลดลง ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ อันนี้คือต่ำสุดในรอบ ๑๕ ปี ถ้ารวมเอาทั้งธนาคาร พาณิชย์ของเอกชนแล้วก็สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ จริง ๆ แล้วมันก็จะพบว่าลดลง ในรอบ ๒๑ ปี คือตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ คือเวลาเราผ่านวิกฤติอะไรมารัฐบาลอื่นอย่างน้อยเขายังทำ ให้สถาบันธนาคารแห่งรัฐยังปล่อยกู้ออกมาช่วยภาคการเงินได้ มีแต่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่อวดอ้างว่าเชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจแต่ก็ทำไม่ได้ครับ แน่นอนพอสินเชื่อไม่เกิดขึ้น ไม่เกิด การปล่อยตัว เงินทุนในระบบมันก็ลดลง สินเชื่อ SMEs ทุกวันนี้หนักสุด ลดลง ๕ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ผู้ลงทุนใหญ่เขากู้ได้เพิ่ม ๓ เปอร์เซ็นต์ นี่ยิ่งซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำ สินเชื่อบ้านครับ อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ทำให้สินเชื่อบ้านที่ปล่อยใหม่ก็ลดลงไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แน่นอนภาคอสังหาริมทรัพย์ก็ได้กระทบลดลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ตาม ภาครถยนต์ก็ลดลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จากปัญหาสำคัญเลยก็คือสถาบันการเงินเขาไม่มั่นใจ ในการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล และท่านรัฐมนตรีก็ทราบดีที่สุดว่าเรื่องนี้รัฐบาลช่วยสร้าง ความมั่นใจได้ มันมีกลไกของมันอยู่ มันคือการใช้งบประมาณนี้ไปลดความเสี่ยงให้กับสถาบัน การเงินเขากล้าปล่อยกู้สินเชื่อให้กับคนที่ต้องการซื้อบ้าน คือความต้องการซื้อบ้านมันมี อัตราการปฏิเสธสินเชื่อมันเลยสูงถึงขนาดนี้ แต่รัฐบาลนี้ทั้งปีผมไปดูมา อนุมัติงบประมาณ ที่เป็นโครงการที่เป็นงบประมาณให้กับธนาคารรัฐเพื่อปล่อยสินเชื่อบ้านเหล่านี้รวมไปแล้วคือ ๖,๓๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้ไม่นับโครงการที่ธนาคารรัฐพูดออกมาแต่ว่าไม่มีงบประมาณของ รัฐบาลเข้ามาให้ มาตรการสำหรับสินเชื่อ SMEs รัฐบาลอนุมัติงบประมาณไป ๑๕,๘๐๐ กว่า ล้านบาท คำถามมันก็เลยอยู่ที่ว่า ทำไมในเมื่อท่านรัฐมนตรีก็รู้อยู่แล้วว่างบประมาณ ที่รัฐบาลอุดหนุนเข้าไปให้กับสถาบันการเงิน ๑๐๐ บาทอย่างนี้ครับ มันเกิดการปล่อยสินเชื่อ ออกมาได้ ๕๐๐-๑,๐๐๐ บาท คือมันมีมูลค่าเติมในเศรษฐกิจ ๕ เท่า ๑๐ เท่า แต่งบประมาณ ที่ออกมามันช่างน้อยนิดเมื่อเทียบกับมาตรการอย่างแจกเงินหมื่น คือมันเป็นแค่เสี้ยวเดียวครับ แต่อีกเสี้ยวหนึ่งนั้นคือแจก ๑๐๐ บาท กู้เงินมาแจก ๓ บาท กระตุ้นเศรษฐกิจได้แค่บาทเดียว ทำไมเรื่องเร่งด่วนอย่างนี้รัฐบาลถึงยังทำได้เพียงแค่น้อยนิด แต่เรื่องที่มันไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ ท่านกลับเดินหน้าต่อ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขออนุญาตท่านถามเลยเพราะว่ารวมแล้วเวลาเหลือแค่ ๑๐ นาที ทั้ง ๒ ท่านนะครับ🔗

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เกินในกรอบเวลานิดหน่อยครับ ท่านประธาน นี่ล่ะครับคำถามข้อ ๒ ก็ขอคำตอบชัด ๆ ว่าทำไมปัญหาเศรษฐกิจเร่งด่วนของ รัฐบาลนี้ไม่ว่าจะเป็นตีตลาดจากสินค้าต่างชาติ หรือว่าความกังวลในการบริหารเศรษฐกิจ ของรัฐบาลจนสถาบันการเงินไม่กล้าปล่อยสินเชื่อ ท่านยังไม่เห็นทำอะไรในการแก้ไขปัญหา เร่งด่วนใน ๒ เรื่องนี้เลยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขออนุญาตในการตอบคำถามที่ ๒ ครับ ซึ่งแบ่งออกมาเป็น ๓ ประเด็นนะครับ🔗

ประเด็นแรก เรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมคิดว่าประเด็นนี้ซ้ำ ผมพูด เรื่องของตัวชี้วัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจไป ๑๐ ตัว พูดตัวชี้วัดในการลดความเหลื่อมล้ำไป ๑ ตัว ท่านยกตัวอย่างของการลดความเหลื่อมล้ำ ๑ ตัวมา Cover ๑๐ ตัวอย่างที่ผมพูด ในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งผมพูดไป ๑๐ ตัว ซึ่งทิศทางบอกชัดเจนว่าโครงการนี้ ในไตรมาสที่ ๔ เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างชัดเจน นักเศรษฐศาสตร์ทุกคนมอง ๑๐ ตัวเลขนี้ ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกัน ใครพูดไม่เป็นเสียงเดียวกันนั่นคืออ่านตัวเลขไม่ถูกต้องนะครับ🔗

ในเรื่องของการผลิตครับ ท่านยกประเด็นที่ดีเรื่องของสินค้านำเข้า เรื่องของ การทะลักของสินค้าอื่น ๆ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทางกระทรวงการคลัง แล้วก็กระทรวงพาณิชย์ ได้ทำงานร่วมกันในการรับมือกับสิ่ง ๆ นี้ แล้วสิ่ง ๆ นี้ก็เป็นปัญหาที่กำลังจะทวีความรุนแรงขึ้น จากการที่มีการปรับเปลี่ยนนโยบายในเชิงมหภาคของประเทศมหาอำนาจซึ่งอยู่ในกระบวนการ การทำงาน แต่อีกอย่างหนึ่งที่อยากจะให้ความสำคัญแล้วก็อยากจะชี้แจงนะครับ ในเรื่องของ ภาคการผลิต ถ้าเราดูให้ลึกสิ่งที่สำคัญในภาคการผลิตที่เป็นปัญหาสำหรับประเทศไทยนั่นคือ เรื่องของอุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งตรงนั้นหนักกว่า ตรงนั้นมีความสำคัญสูงมาก ซึ่งรัฐบาล กำลังทุ่มเทให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับเรื่องของการพลิกฟื้นอุตสาหกรรมยานยนต์ ตัวเลข เศรษฐกิจทั้งหมดในภาพรวมออกมาในทิศทางที่ดี ยกเว้นภาคการผลิตซึ่งเจาะไปที่อุตสาหกรรม ยานยนต์ ซึ่งเจาะไปที่อุตสาหกรรมรถกระบะ ซึ่งตรงนี้รัฐบาลกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้น แล้วก็จะมีมาตรการที่จะประกาศออกมาในไม่ช้านะครับ🔗

ในส่วนประเด็นสุดท้าย เรื่องสินเชื่อของธนาคาร แน่นอนเป็นประเด็นที่สำคัญ แล้วเราเห็นตรงกันครับ การกระจายเม็ดเงินทางด้านสินเชื่อนั้นสามารถส่งทำให้เศรษฐกิจ ฟื้นได้ ในเรื่องของ SMEs ก็สามารถมีเงินทุน เงินทุนสามารถเกิดการผลิต เกิดการจ้างงาน ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่เข้าใจตรงกันครับ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาและสิ่งที่เป็นข้อจำกัด สินเชื่อ ของธนาคารของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐมีการเร่งรัดอย่างเต็มที่ แล้วก็สถาบันการเงิน เฉพาะกิจของรัฐมีผลการปล่อยสินเชื่อที่น่าพึงพอใจลงไปสู่รากหญ้า ลงไปสู่ SMEs แต่ส่วนที่ เป็นปัญหาหนักกว่านั้น นั่นคือเรื่องของสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ แน่นอนธนาคารพาณิชย์ เขาต้องดูแลเรื่องของกำไรของเขา ดูแลเรื่องของผลตอบแทนผู้ถือหุ้น เราอยากให้เขาปล่อย เราไม่สามารถไปบีบคอบอกว่าคุณปล่อยเถอะ เขาก็จะตอบกลับมาทันทีว่าเขาไม่มี ความจำเป็นต้องทำสิ่งนั้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลทำและเป็นกลไกที่ให้ความสำคัญสูง ในเรื่องของการที่จะเข้าไปให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อนั้น คือเราต้องมีกลไกในการไปลด ความเสี่ยงของคนเพื่อทำให้แบงก์หรือสถาบันการเงินนั้นปล่อยสินเชื่อ กลไกนี้กำลังจะเกิดขึ้น เกิดขึ้นอยู่แล้วคือเรื่องของการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. หรือเรียกว่าโครงการ PGS และ สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นและเป็นสิ่งที่ใหญ่ที่ผมกำลังจะทำนั้นคือเรื่องของ NaCGA สถาบัน ค้ำประกันเครดิตแห่งชาติ ตรงนี้จะเข้ามาลดความเสี่ยงของพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชน สามารถเดินเข้าไปที่ NaCGA ได้ซื้อประกันความเสี่ยงที่เป็นค่าธรรมเนียมราคาต่ำ สนับสนุน โดยรัฐบาลและเอาใบประกันความเสี่ยงนี้เดินเข้าไปหาแบงก์ ถ้าสมมุติคนนี้เกิด Default ขึ้นมาหรือมีความผิดนัดชำระหนี้ขึ้นมา NaCGA ก็จะเป็นคนรับความเสี่ยงแทนสถาบัน การเงิน ต่าง ๆ เหล่านี้คือกลไกที่อยู่ใน Pipeline ที่กำลังจะออกมา พ.ร.บ. NaCGA กำลังจะ เข้าสู่ ครม. ในอีกไม่ช้านี้ ทางกระทรวงการคลังทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว รับฟังความคิดเห็น เสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกันนะครับ ในส่วนของที่ท่านตั้งคำถามว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ ความสำคัญกับการลดความเสี่ยงแล้วก็การให้สินเชื่อ ไม่จริงครับ ท่านไปดูตัวเลขเรื่องของ การให้สินเชื่อออมสิน เราเพิ่งให้ Soft Loan ไป ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในส่วนของ PGS ที่เป็นการค้ำประกันสินเชื่อวงเงินอีก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วในส่วนของภาคอสังหาริมทรัพย์ ในช่วงกลาง ๆ ปีที่แล้วเรามีมาตรการใหญ่ ๆ ออกมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมาตรการ ลดค่าธรรมเนียม และรวมถึงมาตรการด้านสินเชื่อไม่ว่าจะเป็นมาตรการสินเชื่อซื้อ ซ่อม สร้าง แต่ง ซึ่งมีวงเงินสูง ปัจจุบันก็ยังใช้ไม่หมดนะครับ แล้วก็มีเรื่องของโครงการ Happy Home Happy Life ที่เป็นโครงการที่มีลักษณะในการที่จะเข้าไปช่วยทำให้พี่น้องประชาชนเข้าถึง สินเชื่อบ้าน ต่าง ๆ เหล่านี้บ่งบอกว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องสินเชื่อ กับเรื่องของ สภาพคล่องในตลาดซึ่งมีความสำคัญสูง ก็จะเรียนชี้แจง ๓ ประเด็นครับ เรื่องของการกระตุ้น เศรษฐกิจ เรื่องของภาคการผลิต และเรื่องของสินเชื่อ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ คำถามสุดท้ายเชิญครับ🔗

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ตอบ คำถามนะครับ ก็ต้องขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าปัญหาที่ท่านได้พูดมานี้ ผมยกตัวอย่างตัวเลข เอาตัวเลขมาเทียบกันก็ได้ครับ ธนาคารรัฐปีที่แล้วปล่อยสินเชื่อ ๔๔ เปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้น ปีนี้ เพิ่มขึ้น ๒ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ข้อมูลจากทางสภาพัฒน์ท่านลอง Check ดูได้ ผมคิดว่านี่เป็น ตัวเลขที่ยืนยันว่าท่านเป็นรัฐบาลหนึ่งที่ไม่สามารถผลักดันให้ธนาคารรัฐสามารถช่วยเหลือ กระตุ้นเศรษฐกิจได้คือสินเชื่อลดลง แน่นอนครับมันจะบวกธนาคารเอกชนนั้นลดลง อันนี้ เป็นประเด็นที่ ๑🔗

ส่วนประเด็นที่บอกว่าโครงการที่งบรัฐบาลอนุมัติ ถูกต้องเลยครับ นั่นคือ เหตุผลที่ผมบอกว่า Soft Loan ที่ให้ธนาคารออมสิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าไปดูในมติ ครม. ก็จะพบว่ามันไม่ได้มาพร้อมกับงบประมาณมาด้วย นั่นคือเหตุผลว่าทำไมการอนุมัติ สินเชื่อต่าง ๆ มันก็เลยเกิดการสะดุดเพราะความเสี่ยงมันไม่ได้ถูกชดเชย หรือแม้กระทั่ง มาตรการสินเชื่อซื้อสร้างอะไรนี่ครับ นี่คืออยู่ในตัวเลขที่ผมรวมมาแล้วว่างบประมาณ มันคือ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท เทียบกับสินเชื่อบ้านที่ปล่อยใหม่ทุกปี ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันน้อยนิดครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านถามเลยเพราะว่าเวลาจะหมดกันแล้ว ถามเลยจะได้ตอบนะครับ เพราะว่าของท่าน รัฐมนตรีเวลาหมดแล้ว เชิญถามเลยครับ🔗

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน เวลาผม เหลือ ๓ นาที เกินอยู่ในกรอบเวลาแน่นอนนะครับ ดังนั้นมันก็จะกลับมาว่าที่ท่านรัฐมนตรี อธิบายเองว่างบประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท กรอบวงเงินก็ยังใช้ไม่หมด นี่ก็เลยเป็นผลลัพธ์ ที่สะท้อนออกมาว่าทำไมเศรษฐกิจมันถึงไม่เติบโต เพราะสินเชื่อธนาคารนี้มันไม่มีการปล่อย ออกมา และความคาดหวังของพี่น้องประชาชนแน่นอนครับก็ไม่ควรรอ พ.ร.บ. ตัวใหม่ เพราะมันก็ใช้เวลาอีกปีหนึ่ง ดังนั้นผมก็ต้องเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนถามคำถามว่า ทำไม ทางรัฐบาลและท่านรัฐมนตรีช่วยถึงไม่ทำให้มาตรการเหล่านี้มันเกิดขึ้นในปีนี้เลย ท่านจะรอ NaCGA ทำไม ใช้ บสย. ก็ได้ ท่านจะไปเปลี่ยนชื่อบริษัท บสย. เป็นบริษัทประกันสินเชื่อ เพื่อคนไทยก็ได้อย่างน้อยจะได้ทำให้ขับเคลื่อนได้เร็วขึ้น แล้วก็เป็นคำถามสุดท้ายว่านอกจาก เรื่องเร่งด่วนที่ผมว่ายังไม่มีอะไรใหม่ เรื่องสำคัญที่มันเป็นเรื่องโครงสร้างของประเทศไทย คือขีดความสามารถการแข่งขันที่บอกว่าประเทศไทยส่งออกมากขึ้น แต่ส่งออกโตน้อยกว่า โลกนะครับ น้อยกว่าโลกที่โตขึ้น FDI มากขึ้นอะไรก็แล้วแต่ก็น้อยกว่าสัดส่วนที่ทางเพื่อนบ้าน เขาทำได้ นี่มันสะท้อนถึงปัญหาใหญ่ ๆ ที่ต้องขอความชัดเจนจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่า เรื่องโครงสร้างใหญ่ ๆ เรื่องของการพัฒนาคน การสร้างนวัตกรรม เรื่องของการกำกับ ตลาดทุน การทลายทุนผูกขาด อันนี้ต่างหากที่ยังไม่เห็นความคืบหน้า🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คำถามเลยครับ ชัด ๆ เลยคำถาม🔗

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

คำถามก็คือว่าอย่างนึ้ครับ ท่านประธาน ว่าเรื่องโครงสร้างสำคัญเมื่อไรรัฐบาลจะตกลงจะกล้าทำเรื่องยาก แต่จำเป็น สำหรับประเทศไทย เพราะในเมื่อเรื่องที่ทำมาแล้วก็พิสูจน์มาแล้วแต่ก็ยังทำต่อ เรื่องเร่งด่วน ที่ต้องทำก็ยังไม่ได้ทำอะไรใหม่ เรื่องสำคัญเรื่องยาก ๆ นั้นเมื่อไรรัฐบาลจะเริ่มทำครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ มีเวลา ๑ นาทีครับ🔗

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานครับ มีประเด็นเรื่องของ Soft Loan ถามว่าทำไมไม่ใช้งบประมาณ เพราะรัฐบาล ใช้กลไกที่ฉลาดกว่างบประมาณอย่างไรครับ ในการที่เราไปปรับให้ออมสินมีการลดสัดส่วน ในการใช้กำไรในการประเมิน ปรับโดย สคร. ปรับเสร็จออมสินเลยเต็มใจที่จะออก Soft Loan ก้อนนี้โดยตัดกำไรของตัวเอง โดยที่รัฐบาลไม่ต้องใช้เงินแม้แต่บาทเดียว นั่นคือกลไก ที่เราเข้าไปแก้ที่ต้นตอเพื่อทำให้เกิดการใช้กำไรของธนาคารเอามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน นั่นจึงตอบคำถามว่าทำไมถึงไม่ใช้ตัวงบประมาณนะครับ ถามต่อว่า บสย. ปัจจุบันไม่ได้ทำ อะไรหรือ ทำไมต้องรอ NaCGA บสย. ทำอยู่หลายสิ่งเลยอย่างเช่นเรื่องของ PGS ซึ่งเป็น กลไกสำคัญในการที่จะเข้าไปค้ำประกันสินเชื่อให้กับธนาคารพาณิชย์ ถามว่าทำไมยังใช้ ไม่หมดเพราะเราตั้งวงเงินไว้สูงอย่างไรครับ จะได้ไม่ต้องมาขอเรื่อย ๆ ในการที่จะเข้าไปช่วย ในการรักษา Momentum ทางเศรษฐกิจของรัฐบาล บสย. กำลังจะทำอีกโครงการหนึ่ง ในการที่จะเข้าไปค้ำประกันสินเชื่อในเรื่องของรถกระบะตรงนี้กำลังดูในข้อกฎหมาย ในขั้นตอนสุดท้ายในเรื่องของการเข้าไปช่วยให้ Leasing สามารถปล่อยสินเชื่อให้รถกระบะ ได้ง่ายยิ่งขึ้นนะครับ🔗

ในประเด็นสุดท้ายถามว่า ทำไมรัฐบาลไม่ทำในเรื่องยาก ๆ ไม่ทำในเรื่อง โครงสร้าง อยากให้ท่านไปดูเรื่องของ พ.ร.บ. Financial Hub หรือศูนย์กลางทางการเงิน อันนี้คือการปรับเปลี่ยนทางโครงสร้างที่สำคัญสำหรับประเทศและเป็นเรื่องยาก แล้วเป็น เรื่องที่เขียนกฎหมายฉบับใหม่ ๙๖ มาตรา อันนี้คือการปรับเปลี่ยนในเชิงโครงสร้าง แล้วรัฐบาลก็ทำหลาย ๆ สิ่งในเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ NaCGA ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Entertainment Complex ก็จะขอเรียนยืนยันว่ารัฐบาลดูทั้งปัญหาระยะสั้น ระยะกลาง แล้วก็ระยะยาว ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

(นางสาวรักชนก ศรีนอก ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงอะไรครับ🔗

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรุงเทพมหานคร

ดิฉันขอประท้วง ดิฉัน รักชนก ศรีนอก ผู้แทนจากชาวบางบอน จอมทอง หนองแขมค่ะ ดิฉันประท้วงท่านประธาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๙ ขอให้ท่านประธานควบคุมการประชุมแล้วก็วางตัวให้เป็นกลางด้วยค่ะ เพราะว่าท่านผู้ถามเมื่อสักครู่นี้เวลายังเหลืออีก ๑ นาที แต่ท่านประธานเร่งถึง ๓ ครั้ง ทำให้ มันขัดจังหวะการพูดเขา แต่ท่านรัฐมนตรีตอบเกินไป ๑ นาที ท่านประธานไม่เตือนเลย สักครั้ง กลางไหมคะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมวินิจฉัยนะครับ คือการตอบกระทู้ถามนี้ถามได้ ๓ ครั้ง ภายใน ๓๐ นาที ผมดูแล้วเวลา ของผู้ถามกับเวลาของผู้ตอบเราสามารถอะลุ้มอล่วยให้อยู่ใน ๓๐ นาทีได้ ทีนี้ท่านผู้ถาม ท่านก็อภิปราย จริง ๆ แล้วไม่สามารถที่จะอภิปรายไปเรื่อย ๆ ได้ นี่เราให้ท่านอภิปราย จนเวลาหมด เหลือเวลาให้ผู้ตอบ ท่านถามคำถามเยอะ ผู้ตอบก็ตอบเยอะ ผมก็ให้โอกาส ที่จริงผมก็ต้องบอกท่านรัฐมนตรีให้หยุดเลย ทีนี้อยู่ในสภาก็ต้องอะลุ้มอล่วยซึ่งกันและกัน ให้สิ้นคำตอบ ให้สิ้นคำถาม ก็เล็กน้อยไม่เป็นไรนะครับ ผมอธิบายท่าน สส. นะครับ ก็จบนะครับ ต่อไปครับ🔗

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗

๑. เรื่อง การบริหารจัดการน้ำในจังหวัดเชียงใหม่ นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทนตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ เชิญท่านภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ถามท่านรัฐมนตรี คำถามแรกเลยครับ เชิญครับ ท่านปกรณ์วุฒิ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธาน ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ วิปฝ่ายค้านนะครับ ผมไม่ประท้วงท่านประธานนะครับ แล้วก็เคารพที่ท่านประธานวินิจฉัย แต่อยากจะขอความกรุณาท่านประธานแบบนี้ว่ากระทู้ถามสดนี่จริงอยู่เราก็มีข้อบังคับ แล้วผมก็ทราบตามที่ท่านประธานได้เอ่ยว่าเรามีข้อบังคับว่าต้องใช้เวลา ๙๐ นาที ประมาณ กระทู้ละ ๓๐ นาที ที่ผ่านมาเราก็มีการอะลุ้มอล่วยกันบ้างในกรณีที่ท่านรัฐมนตรีอาจจะมา ไม่ครบทุกกระทู้ก็จะมีการขยายเวลาให้แต่ละท่าน ต่อให้มาครบทุกกระทู้นะครับ ที่ผ่านมา เราก็อะลุ้มอล่วยให้เกินเวลาไปได้บ้างไม่ได้มีปัญหา ผมว่าอย่างไรก็ตามผมก็คิดว่าเมื่อสักครู่นี้ ท่านสมาชิกได้ใช้กรอบเวลาในเวลาของตนเอง ดังนั้นผมคิดว่าในบางครั้งก็มีบ้างที่อาจจะ อภิปรายยาว แล้วก็มีหลาย ๆ ครั้งเช่นกันที่ท่านรัฐมนตรีก็ตอบยืดยาวแล้วก็ไม่ตรงคำถาม จนเกินไปจนใช้เวลามากแต่เราไม่เคยทักท้วงนะครับ ดังนั้นผมคิดว่าถ้าอะลุ้มอล่วยกันได้ โดยเฉพาะหากท่านสมาชิกยังใช้เวลาของตนเองไม่หมดผมก็คิดว่าขอความกรุณาให้ ท่านประธานได้ให้ท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิของตนเองในครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านประธานวิปครับ เราก็ใช้ความยืดหยุ่นนะครับ ทีนี้ว่าถ้าเราเอาตามข้อบังคับ มันจะเข้มงวดกว่านี้ สมัยก่อนถามเลย ๆ อันนี้เราก็ว่ากันไปนะครับ เพื่อจะได้เข้าใจ คือวันนี้ มีถ่ายทอดนะครับ สมัยก่อนนั้นก็ไม่ค่อยมีการถ่ายทอด พอมีการถ่ายทอดแล้วก็ท่านอธิบาย ชาวบ้านคนที่ฟังก็จะเข้าใจมากขึ้น ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวค่อยว่ากันต่อ เชิญท่านภัทรพงษ์ครับ🔗

นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขตอำเภอหางดง และ อำเภอสันป่าตอง พรรคประชาชน วันนี้ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ได้มา ตอบกระทู้ถามในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำในจังหวัดเชียงใหม่ครับ เนื่องจากประเด็น ปัญหาที่เราเจอกันในปีที่แล้วเรื่องของอุทกภัย ในจังหวัดเชียงใหม่ในปี ๒๕๖๗ รุนแรงมาก ๆ แต่วันนี้เราจะไม่ลงรายละเอียด ไม่พูดถึงเรื่องที่มาของปัญหา ไม่พูดถึงการเผชิญปัญหา ในปีที่แล้วของรัฐบาล เพราะในส่วนนั้นเราได้ลงรายละเอียดอภิปรายกันไปในวาระการประชุม ของสภาหลายต่อหลายครั้งแล้ว วันนี้เราจะมาพูดถึงแนวทางในการป้องกันและการลด ความเสี่ยงของอุทกภัยในจังหวัดเชียงใหม่ ในปี ๒๕๖๘ นี้ แล้วก็ในปี ๒๕๖๙ ปี ๒๕๗๐ ต่อไป จากแผนของรัฐบาลตามกรอบงบประมาณโดยงบกลาง โดยปีงบประมาณปี ๒๕๖๘ แล้วก็ งบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๙ ของรัฐบาล เราอยากจะทราบว่าการลดค่าความเสี่ยง ภัยพิบัติอุทกภัยของรัฐบาล และการป้องกันไม่ให้ภัยนี้มันเกิดขึ้นอีกในจังหวัดเชียงใหม่ของ รัฐบาลมีแนวทางอย่างไร คำถามแรกครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญรัฐมนตรีตอบคำถามแรกครับ🔗

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนะครับ ต่อคำถามข้อที่ ๑ ว่ารัฐบาล มีแนวทางหรือแผนปฏิบัติการในการบริหารจัดการน้ำในจังหวัดเชียงใหม่ในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ อย่างไร ก่อนที่ผมจะตอบผมขออธิบายข้อมูลเบื้องต้นจังหวัดเชียงใหม่เล็กน้อย ใช้เวลาไม่นานนะครับ เชียงใหม่นี้มี ๓ ลุ่มน้ำ แม่น้ำปิง ลุ่มแม่น้ำโขงเหนือ ลุ่มแม่น้ำสาละวิน แล้วก็มีทั้งปัญหาน้ำท่วม แล้วก็ภัยแล้ง แนวทางในการแก้ไขจริง ๆ แล้วเราได้กำหนด มาตรการในการแก้ไขไว้ทั้งหมด ๕ เรื่องด้วยกัน เรื่องแรก ก็คือการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ เรื่องที่ ๒ เป็นการพัฒนาแหล่งเก็บกักน้ำ เรื่องที่ ๓ เป็นการสร้างระบบป้องกันน้ำท่วม เรื่องที่ ๔ เป็นการปรับปรุงสิ่งกีดขวาง และเรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ทั้งนี้การดำเนินการได้กำหนดเป็น ๓ ระยะนะครับ ในระยะก่อนเกิดภัย ก่อนเกิดภัยก็ต้องมี การเตรียมความพร้อมในเรื่องการรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วก็ระหว่างเกิดภัย แล้วก็หลัง เกิดภัย ผมขอลงในรายละเอียดในแผนปฏิบัติการซึ่งผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการ ลุ่มน้ำแห่งชาติเพื่อเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเห็นชอบแผนปฏิบัติการแล้ว โดยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่นี้มีจำนวนโครงการทั้งสิ้น ๓๒๑ โครงการ ในวงเงิน ๓,๕๓๓ ล้านบาท อันนี้ในภาพรวมเป็นแผนที่เป็นไปตามแผน Y1 ก็เป็นตามกรอบที่ได้ผ่านความเห็นชอบ ซึ่งประชาชนจะได้รับประโยชน์ ๑๔,๑๔๗ ครัวเรือน แล้วก็สามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนได้ ๒๐.๔ ล้านลูกบาศก์เมตร ก็คิดว่าพื้นที่ที่ได้รับการป้องกันประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ อีกแผนหนึ่งคือ แผนที่เกินกรอบ หรือว่าที่เราคุ้นเคยกันในแผนที่เราเรียกว่า Y2 ใน Y2 ก็จะมีแผนต่าง ๆ มากมาย มีจำนวนโครงการทั้งสิ้น ๑,๗๐๐ กว่าโครงการ แล้วก็จะครอบคลุมลุ่มน้ำทั้งหมด ตามที่กระผมได้กราบเรียน ผมขอตอบท่านสมาชิกในโครงการขนาดใหญ่บางโครงการเพื่อให้ ท่านสมาชิกได้รับทราบ แล้วก็คุณภัทรพงษ์ซึ่งมีความห่วงใยในเรื่องนี้นะครับ ผมยกตัวอย่าง อย่างแผนงานโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ ในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา จังหวัดเชียงใหม่ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ในวงเงินถึง ๑,๙๐๐ ล้านบาท โดยมีรายละเอียดในเรื่องของอุโมงค์ส่งน้ำช่วงแม่แตง-แม่งัด ระยะทาง ทั้งสิ้น ๒๕,๖๒๔ เมตร แล้วก็มีอุโมงค์ที่ช่วงน้ำแม่งัด-แม่กวง นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีโครงการ อีกหลายอย่าง โครงการขนาดกลาง โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ป่าไผ่ อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ อันนี้ก็ในวงเงินที่สามารถสร้างความจุได้ ๒๐ ล้านลูกบาศก์เมตร จริง ๆ ในรายละเอียด มีหลายโครงการซึ่งได้ผ่านแผนไปแล้ว ผมคงไม่สามารถที่จะอธิบายท่านได้ทุกโครงการ แต่อย่างไรก็ตามแผนดังกล่าวนี้ได้บรรจุในแผนพัฒนาเรื่องการบริหารทรัพยากรน้ำเรียบร้อยแล้ว ก็ขออนุญาตได้ตอบว่าขณะนี้เรามีแผนทั้งก่อนเกิดภัย ระหว่างภัย และหลังภัยไว้เรียบร้อยแล้ว แล้วก็นอกจากนั้นในช่วงที่มี ครม. สัญจร เมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายนที่ผ่านมาที่จังหวัดเชียงใหม่ ก็ได้มีการอนุมัติงบกลางส่วนหนึ่งในการไปสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาถึง ๙ โครงการ ในวงเงิน ๑๑๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ แล้วก็ไปพบปัญหาต่าง ๆ ก็ขออนุญาตนำเรียนท่านสมาชิกเป็นเบื้องต้นไว้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณรัฐมนตรีครับ ถ้ากระทู้ถามทั่วไปนี้ไม่จำกัดเวลา แต่ถามได้ ๒ ครั้งนะครับ🔗

นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ เชียงใหม่

๒ หรือครับ ๓ ได้ไหม🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓ ก็แถมนะครับ เชิญครับ🔗

นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ เชียงใหม่

โอเคครับ สรุปท่านประธานแถมให้ ๑ เป็น ๓ ใช่ไหมครับ โอเคขอบคุณครับ เรียนท่านประธานครับ ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ ขอถามคำถามที่ ๒ เมื่อสักครู่นี้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ก็มีการเอ่ยถึงเรื่องงบกลางปี ๒๕๖๘ ที่จะไปซ่อมแซมในส่วนของโครงสร้างที่มันเสียหายจาก เหตุอุทกภัย ผมขออนุญาตยกตัวอย่างสอบถามเป็นประเด็นตัวอย่างเลย มันจะมีพื้นที่ บ้านเด่น หมู่ที่ ๒ ตำบลบ้านแม อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ตรงนี้ได้รับ ผลกระทบจากน้ำเซาะดิน น้ำป่าไหลหลาก น้ำขานนี่เซาะดินออกไปเยอะมาก ๆ น้ำเริ่มเซาะ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ ซึ่งในส่วนตัวของผมเองได้มีการยื่นเรื่องนี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร มีการ ตั้งคำของบประมาณจากหน่วยงานตั้งแต่งบปี ๒๕๖๗ งบปี ๒๕๖๘ แต่ว่าถูกตัดงบทุกปี จนเหตุอุทกภัยในปีที่แล้วปี ๒๕๖๗ รุนแรงมาก ๆ น้ำเซาะดินจนตอนนี้เซาะเข้าในตัวเขต โฉนดของประชาชนแล้ว แล้วก็เซาะเข้าถึงบ้านเรือนของประชาชนแล้ว เริ่มเกิดความเสียหาย ของบ้านเรือน หลังคามีการพังทลาย โครงสร้าง คาน เสา มีการแตกร้าวแล้ว เพราะฉะนั้น ประชาชนหลายบ้านต้องมีการอพยพไปอยู่ที่อื่นแล้ว แล้วผมก็ได้มีการยื่นเรื่องนี้เข้าสู่ กรรมาธิการ ซึ่งทางหน่วยงานก็มาชี้แจงว่าจะตั้งเป็นคำของบประมาณอีกครั้งในปี ๒๕๖๙ ซึ่งจากความเสียหายนะครับ การประเมินความเสียหายที่หน้างานจริง ๆ ในการลงพื้นที่ จริง ๆ ของผมเอง ตรงนี้ถ้าเราต้องรอถึงงบปี ๒๕๖๙ ฤดูฝนปีนี้บ้านมีโอกาสพังทลายสูง มาก ๆ ความเสียหายมันจะรุนแรงมาก ๆ ผมจึงอยากจะสอบถามท่านรองนายกรัฐมนตรีว่า ปัญหาในลักษณะนี้ผมดูในงบกลางปี ๒๕๖๘ เรายังไม่เห็นโครงการลักษณะนี้เลย ท่านมี แนวทางที่จะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร เพราะว่าต้องเรียนกับท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ การป้องกันก่อนที่มันจะสูญเสียใช้งบประมาณน้อยกว่าการซ่อมแซมและการสร้างบ้านใหม่ ให้กับประชาชนหลายเท่าตัว เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะสอบถามความชัดเจนจากทาง รัฐบาลว่าเรามีการวางแผนที่จะใช้งบประมาณที่เป็นงบกลางในปี ๒๕๖๘ ปีนี้จัดการซ่อมแซม ปัญหาเหล่านี้อย่างไรเพื่อไม่ให้รัฐบาลต้องเสียเงินมากกว่านี้ในการซ่อมแซมและสร้าง บ้านใหม่ให้กับประชาชนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีคำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ประเสริฐ จันทรรวงทอง ต้องขอบคุณท่านภัทรพงษ์ที่ได้เอ่ยถึงประเด็นบ้านเด่น ที่กำลังประสบภัยพิบัติแล้วก็มีน้ำเซาะดิน ตลอดจนวันนี้ถ้าทิ้งไว้พี่น้องประชาชนจะอาศัยอยู่ ด้วยความยากลำบาก ในเรื่องนี้ทางคณะกรรมการน้ำได้รับทราบ แล้วผมขออนุญาตได้ นำเรียนว่าปัญหาที่ท่านยกมาเป็นปัญหาสำคัญ เพราะฉะนั้นแล้วผมขออย่างนี้ได้ไหมว่า หลังจากที่เราตอบกระทู้ถามกันเสร็จแล้วเดี๋ยวจะขอเชิญท่านมาหลังบัลลังก์เพื่อลง ในรายละเอียด เพื่อที่จะเป็นกระบวนการนำไปสู่การแก้ไขปัญหาต่อไปนะครับ ส่วนเรื่องที่ ท่านพูดถึงงบกลางในปี ๒๕๖๘ จริง ๆ งบกลางเป็นงบที่สามารถใช้ได้ในกรณีที่มีความจำเป็น เร่งด่วน แล้วพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบและไม่สามารถหางบประมาณอื่นได้ทันท่วงที เพราะฉะนั้นถ้าเข้าคุณลักษณะของงบกลางก็อาจจะมีการพิจารณาในเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ผมขออนุญาตได้ตรวจสอบงบประมาณของบ้านเด่นว่ามันอยู่ในแผนในเรื่องระยะไหน เร่งด่วนอย่างไร เดี๋ยวหลังจากที่เราตอบกระทู้ถามเสร็จแล้วขอเชิญท่านหลังบัลลังก์ตรงนี้ เพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจกับท่าน ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไปหลังบัลลังก์เลยไหม เชิญครับ🔗

นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ เชียงใหม่

เรียนท่านประธานครับ ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชน คำถามที่ ๓ ในส่วน สุดท้ายครับ เมื่อสักครู่เราพูดกันถึงเรื่องของการลดค่าความเสี่ยงการป้องกันใช่ไหมครับ แล้วก็เรื่องของการซ่อมแซมบ้านที่ได้รับผลกระทบ ทีนี้คำถามที่ ๓ สำคัญไม่แพ้กันเลย เรื่องของระบบฐานข้อมูลซึ่งจะนำมาซึ่งการแจ้งเตือน หากเราไปดูที่จังหวัดเชียงใหม่ ในปี ๒๕๖๗ เราอาจจะมองว่าฐานข้อมูลนี้ค่อนข้างครบถ้วน การแจ้งเตือนก็ดี แต่ถ้าเรามอง รายละเอียดลึกลงไปเราจะเห็นว่าการแจ้งเตือนสามารถทำได้โดยเฉพาะในแม่น้ำสายหลัก ก็คือแม่น้ำปิงเท่านั้น แต่ว่าน้ำป่าไหลหลากแจ้งเตือนแทบไม่ได้เลย น้ำแม่แตง น้ำแม่ขาน ที่ท่วมเป็นข่าวหน้า ๑ ใหญ่ ๆ นี้ไม่มีการแจ้งเตือนใด ๆ เลย ประชาชนต้องมีการคาดคะเน กันเองจากการบอกเล่าของคนที่อยู่ในพื้นที่ต้นน้ำ เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงนำมาซึ่งคำถามว่า ในปี ๒๕๖๘ และปี ๒๕๖๙ นี้ รัฐบาลมีแนวทางอย่างไรที่จะเติมเต็มฐานข้อมูลตรงนี้เพื่อให้ การแจ้งเตือนในส่วนของน้ำป่าไหลหลากที่ปัจจุบันนี้เรายังทำไม่ได้เลย แล้วก็นำมาซึ่งการ ประเมินจากนานาชาติครับ นานาชาติประเมินในส่วนของคะแนนการลดค่าความเสี่ยงภัยพิบัติ ของประเทศไทยในส่วนของการแจ้งเตือนนี่เราอันดับบ๊วย ๆ เลยนะครับ ตามหลังเมียนมา ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมจึงอยากจะสอบถามแนวทางของรัฐบาลว่าเราจะแก้ปัญหานี้ อย่างไรให้มีการแจ้งเตือนในส่วนของน้ำป่าไหลหลากได้อย่างแม่นยำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้กับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่สูงในการรับมือกับปัญหาน้ำป่าไหลหลากได้ และแนวทางการใช้ ข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยการบริหารจัดการภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉินของรัฐบาลเพื่อที่จะ เจรจากับประเทศเพื่อนบ้านในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องของภัยพิบัติเพื่อนำมาแจ้งเตือนกับ ประชาชนชาวไทยจากปัญหาภัยพิบัติที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน เพราะว่าในข้อตกลงตรงนี้ ผมได้เคยสอบถามกับหน่วยงานที่ถือข้อตกลงนี้อยู่ ตอนนี้ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ ในส่วนนี้เลย จึงอยากจะสอบถามความคืบหน้าจากทางท่านรองนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ🔗

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตตอบคำถามที่ ๓ นะครับ ก็ต้องขอบคุณในความห่วงใยในเรื่องของฐานข้อมูล จริง ๆ แล้วฐานข้อมูลในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำนี้มีอยู่ หลัก ๆ ก็จะอยู่ที่สำนักงาน ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ แล้วก็จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทานของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือว่ากรมทรัพยากรน้ำของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม แล้วก็ยังมีหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกหลาย กระทรวงมหาดไทย แม้กระทั่ง กระทรวง DE เองก็ตาม เผอิญว่าท่านพูดถึงเรื่องการเตือนภัยก็ดี ผมขอยกตัวอย่างนะครับ ขณะนี้ได้มีการดำเนินการไปแล้วในเรื่องของการเตือนภัย ก็คือได้มีการทำงานร่วมกันระหว่าง ปภ. สังกัดกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ทาง สทนช. กรมชลประทาน กรมอุตุ GISTDA กระทรวง DE ในเรื่องของการพัฒนาระบบเตือนภัย ที่ผ่านมาตอนที่มีเหตุการณ์น้ำท่วม ที่ภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นที่เชียงใหม่เชียงราย หรือกระทั่งที่เกิดขึ้นที่ลำปางที่กำลังมีเหตุ ที่จะต้องมีการเตือนภัย แม้กระทั่งในภาคใต้เองก็ตามที่มีเหตุอุทกภัยในช่วงปลายปีที่ผ่านมานี้ เราก็ได้มีการพัฒนาระบบเตือนภัยแล้ว ก็คือเป็นระบบ Cell Broadcast ที่ได้มีการทดลอง แล้วก็มีการยิงระบบ ปลายปีที่แล้วได้มีการส่งไปเรียบร้อยแล้วนะครับ เราก็ยืนยันว่าจะใช้ ระบบนี้ต่อไปในการป้องกันการเตือนภัย ซึ่งขณะนี้ก็ทำงานได้ผลดีอยู่ เราจะมีการเตือนภัย พี่น้องประชาชนถึงระดับความรุนแรงต่าง ๆ ถึง ๕ ระดับ จนถึงระดับที่แจ้งเตือนให้ทราบ ระดับต้น ๆ จนถึงระดับที่ ๕ คือระดับที่ต้องย้ายออกเพราะจะเป็นอันตรายถึงชีวิต เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ทาง ปภ. โดยกระทรวงมหาดไทยได้เป็นหน่วยงานหลักในการ แจ้งเตือนภัยนะครับ ผมขออนุญาตเมื่อพูดถึงตอนนี้ ผมขออนุญาตได้ตอบเลยเนื่องจาก อาจจะมีเวลาอยู่บ้างนะครับ เรื่องนี้ในเรื่องแนวทางการเพิ่มสถานีวัดระดับน้ำและปริมาณน้ำฝน ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เป็น คำถามที่ท่านอยากจะถามด้วยว่าในเชียงใหม่มีแนวทางในการติดตั้งสถานีวัดระดับน้ำและ ปริมาณน้ำฝนอย่างไร ซึ่งก็อาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการเตือนภัยเพราะว่าปริมาณน้ำในแหล่ง กักเก็บน้ำต่าง ๆ มันก็สัมพันธ์กับที่จะต้องแจ้งให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบนะครับ ปัจจุบันมีสถานีวัดระดับน้ำและปริมาณน้ำในจังหวัดเชียงใหม่แต่ละหน่วยงาน มีทุกหน่วยงาน กรมชลประทานมี ๒๑ สถานี แล้วก็สถานีวัดระดับน้ำฝนปริมาณระดับน้ำ ๓๐ สถานี กรมทรัพยากรน้ำมีทั้งหมด ๔๑๒ สถานี สถานีเตือนภัยของระบบเตือนภัยล่วงหน้า น้ำหลาก ดินถล่ม Early Warning System มีทั้งหมด ๒๑๖ สถานี สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นองค์การมหาชนมีอยู่ ๘๑ สถานี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยก็ยังมีสถานี วัดระดับน้ำฝน ๕ สถานี กรมอุตุนิยมวิทยามี ๓ สถานี คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงมีสถานีวัด ทั้งหมด ๕ สถานี ทั้งนี้สำนักงานสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำก็ยังได้รับงบประมาณในการ เพิ่มโครงการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติแบบ Real Time เพิ่มเติมในพื้นที่อุทกภัย ในปี ๒๕๖๙ เชียงใหม่มีทั้งหมด ๑๙ สถานีสำหรับหน่วยงานนี้ ผมเรียนว่าขณะนี้เราได้มี การปรับปรุงสถานีตรงนี้เพื่อทำงานให้สอดคล้องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแจ้งระบบ เตือนภัย ก็ขอบคุณในความห่วงใยของท่านภัทรพงษ์ที่ท่านเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ รัฐบาลก็เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกันนะครับ ระบบเตือนภัยขณะนี้เราพร้อมปฏิบัติงาน เป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกับหลาย ๆ กระทรวง และหลาย ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับการป้องกันทั้งภัยแล้งก็ดี ทั้งภัยน้ำท่วมก็ดี และภัยอื่น ๆ ก็ดีนะครับ ขออนุญาตตอบ ท่านสมาชิกครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ขอบคุณท่านภัทรพงษ์ด้วยนะครับ ต่อไปนะครับ🔗

๒. เรื่อง การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังเป็นเวลานานอย่างยั่งยืน และแก้ปัญหา ไฟฟ้าส่องสว่างถนนไม่ติด ถนนมืดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุแก่ผู้สัญจรผ่านไปมา นายปิยชาติ รุจิพรวศิน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยมีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจสำคัญ มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนนะครับ เชิญท่านปิยชาติ รุจิพรวศิน ถามเป็นคำถามแรกครับ เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายปิยชาติ รุจิพรวศิน นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ปิยชาติ รุจิพรวศิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๒ พรรคประชาชนครับ วันนี้ ก็ขอบคุณทางท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ที่ได้เข้ามาตอบปัญหาของพ่อแม่พี่น้องชาวโคราช เพราะว่ามันเป็นปัญหาที่ค้างมานานกว่า ๑๐ ปีเลยนะครับ เป็นปัญหาน้ำท่วม น้ำขัง น้ำรอระบาย เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาผมจะขอเล่าถึงปัญหาก่อนนะครับ โดยปัญหาน้ำท่วม น้ำขัง น้ำรอระบาย จะเกิดอยู่ที่ตำบลจอหอ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ตำบลจอหอนี้ กว้างใหญ่มากจนมีการปกครองถึง ๒ อปท. ได้แก่ ๑. เทศบาลจอหอ ๒. อบต. จอหอ โดยพื้นที่ที่เกิดปัญหาจะอยู่ในพื้นที่ของ อบต. จอหอ หมู่ที่ ๗ ชื่อว่า บ้านบึงทับช้าง ตรงจุดนี้ จะมีปัญหาน้ำท่วม น้ำขัง น้ำรอระบาย ซึ่งฝนตกหนักเพียงแค่ประมาณครึ่งชั่วโมงน้ำจะท่วมขัง มากสุดเลยอยู่ประมาณ ๑ เดือนกว่า ๆ เกือบ ๒ เดือน ในกรณีที่ไม่มีฝนตกมาซ้ำ แต่หากฝน ตกมาซ้ำก็จะเขยิบเวลาออกไปอีกเป็น ๓ เดือนบ้าง เป็นอะไรบ้าง วันนี้พ่อแม่พี่น้อง ชาวบึงทับช้าง ตำบลจอหอ เลยอยากจะได้คำตอบวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เพราะว่า ทางประชาชนได้ถามทางผู้รับผิดชอบโดยตรงไปเป็น อบต. จอหอ แต่ไม่เคยได้รับคำตอบเลย เลยอยากจะพาท่านประธานรวมถึงท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ ได้ดูภาพปัญหาพร้อม ๆ กัน ภาพแรกนะครับ สไลด์แรกก็คือเป็นปัญหาน้ำท่วม น้ำขังที่บริเวณทางเข้าชุมชนบึงทับช้าง หมู่ที่ ๗ ตำบลจอหอ ก็จะเริ่มตั้งแต่ทางเขาหลักจนไปถึงหน้าโรงเรียนบ้านบึงทับช้างจนไปถึง หน้าหมู่บ้านวนาสิริ ตรงจุดนี้คือหนักสุด ๆ แล้วก็เข้าไปด้านในท้ายชุมชนจะเป็นหมู่บ้าน อยู่สบายครับ ขอสไลด์ต่อไปครับ หลังจากมีน้ำท่วม น้ำขัง แน่นอนว่าปัญหาที่ตามมาก็คือจะมีต้นดอกธูปฤาษีเกิดขึ้นโดย ต้นดอกธูปฤาษีเป็น Alien Species คล้าย ๆ กับปลาหมอคางดำเลยครับ จะเติบโตได้ไวมาก ในพื้นที่ที่มีน้ำท่วม น้ำขัง หรือเป็นหนองน้ำ ปัญหาที่ตามมาก็คือจะเป็นเกสรดอกธูปปลิวไป เกาะตามเสื้อผ้าที่ตากไว้ เข้าจมูก ติดผิวหนังของคนที่อยู่ละแวกนั้น และปัญหาน้ำท่วม น้ำขัง ผลที่ตามมาต่อมาก็คือถนนพัง ไหน ๆ พอพูดถึงเรื่องถนนพังก็จะขอให้ท่านรัฐมนตรีได้ดู ด้านซ้าย ถนนพังจนเจ้าของโครงการที่อยู่ในหมู่บ้านบึงทับช้างได้ควักเงินตัวเองซ่อมแซมถนน เองเลยนะครับ ด้านซ้ายจะเป็นฝีมือของเอกชนที่ทำ ส่วนด้านขวาเป็นของท้องถิ่นมาแก้ไข ปัญหาถนน จะเห็นว่าเป็นคอนกรีตช่วงหนึ่ง เป็นลาดยางช่วงหนึ่ง เป็นคอนกรีตช่วงหนึ่ง ลาดยางช่วงหนึ่ง ผมก็งงเหมือนกันว่าทำแบบนั้นทำไม รวมถึงสไลด์ต่อไปครับ อันนี้ก็เป็น อีกจุดหนึ่งของบ้านบึงทับช้าง หมู่ที่ ๗ เหมือนกันแต่ว่าจะอยู่ตรงข้าง ๆ ตลาดอาร์ไนท์ แล้วก็ หน้าศูนย์พัฒนาที่ดินครับ หน้าศูนย์พัฒนาที่ดินเป็นหน่วยงานราชการถ้าเกิดมีน้ำท่วม น้ำขัง น้ำรอระบาย จะยิ่งเป็นการยากในการที่ประชาชนจะเข้ามาติดต่อ หรือว่าทำธุระอะไรกับ ทางราชการ ขอสไลด์ต่อไปครับ อันนี้ก็ยังอยู่ที่บึงทับช้างแต่ว่าเป็นทางเส้น Bypass หลัก ตรงจุดนี้จะหนักเลยที่อยู่ในหมู่บ้านเดอะเซนส์ ตรงนี้เป็นเส้นของทางหลวง ถ้าเกิดเห็น ตามภาพคือเวลาฝนตกหนัก ๆ สักประมาณ ๑ ชั่วโมง น้ำก็จะเป็นดังภาพเลยทำให้จราจร ติดขัดนะครับ สรุปปัญหาทั้งหมดที่ทำให้น้ำท่วมขังของบ้านบึงทับช้าง พอเกิดน้ำท่วมขัง ก็จะมีเกสรดอกธูปที่ผมได้กล่าวมาข้างต้น รวมถึงปัญหาหลักตอนนี้ก็คือไม่มีทางระบายน้ำ ที่เพียงพอ เคยมีท่อน้ำที่ต่อจากบ้านบึงทับช้างไปยังบ่อทราย แต่ ณ ปัจจุบันบ่อทรายซึ่งเป็น ของเอกชนได้ทำการปิดกั้นทางระบายน้ำนี้แล้วจึงทำให้น้ำไม่มีทางไปครับ วิธีแก้ไขปัญหา เฉพาะหน้านะครับ ผมขอพูดในส่วนของเกสรดอกธูปฤาษีก่อน ชาวบ้านรวมถึงเจ้าของ โครงการได้เอารถ Backhoe มาโกย แล้วก็ใช้ Drone ฉีดยา แต่สุดท้ายต้นดอกธูปฤาษี ก็กลับมาอยู่ดีเพราะว่ามันเป็นแอ่งน้ำ มันเป็นหนองน้ำที่ขังดอกธูปจะขึ้นได้ไวมาก ไหน ๆ ท่านรัฐมนตรีมาวันนี้ก็อยากจะเรียนแจ้งปัญหานี้ให้ท่านด้วยเผื่อจะได้ใส่ไปในแผนแก้น้ำท่วม อย่างยั่งยืน เพราะว่าต้นดอกธูปฤาษีก็เป็นหนึ่งในปัญหาที่มาจากน้ำท่วม น้ำขังเช่นกันนะครับ ส่วนวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเกี่ยวกับน้ำท่วม น้ำขัง ก็คือ ๑. ชาวบ้านจะมีการเอาสูบมาตั้ง กันเอง รวมถึงจะมีบางจุดที่ อบต. จอหอก็เอาสูบมาตั้งเช่นกัน แต่วันนี้ผมจึงอยากจะมา ทราบว่ามีวิธีที่มันจะดีกว่าการเอาสูบมาตั้งทุกครั้งที่มีน้ำท่วม น้ำขังไหม รวมถึง ๒. ตอนนี้ จะมีท่อระบายน้ำเป็นทางเดียวจากบ้านบึงทับช้าง หมู่ที่ ๗ จะไปฝั่งเทศบาลจอหอซึ่งไปอยู่ หน้าหมู่บ้านธัญธานี แต่จุดนี้จะมีปัญหาครับท่านประธาน ก็คือท่อจะอยู่ในลักษณะเฉียงขึ้น จึงทำให้น้ำไปไม่ได้ หรือน้ำไปแล้วจะตีกลับเข้ามาก็เลยมาท่วมขังอยู่ในบ้านบึงทับช้าง เหมือนกัน รวมถึงผมเคยได้เห็นแผนการแก้ไขคร่าว ๆ จาก ๓ หน่วยงาน ทั้ง อบจ. นครราชสีมา ทั้งโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงแขวงทางหลวง แต่ไม่เคยเห็นแผนการแก้ไขจาก อบต. จอหอ วิธีการแก้ไขคร่าว ๆ จากที่ผมได้เห็นมานะครับ จาก อบจ. ก็คือจะมีการยกถนน เข้าชุมชนบึงทับช้าง ตรงจุดนี้ผมมองว่าหากมีการยกถนนขึ้นจริงน้ำจะไหลเข้าบ้านเรือน ข้าง ๆ หรือเปล่า กับต่อมาแผนของโยธาธิการและผังเมืองจะมีการก่อสร้างคันป้องกันน้ำท่วม รวมถึงมีการก่อสร้างอาคารชลศาสตร์ควบคุมการไหลของน้ำ โดยแผนนี้เป็นการแก้ไข ทั้งเทศบาลจอหอและ อบต. จอหอ ด้วยงบประมาณกว่า ๖๐๐ กว่าล้านบาท ตรงจุดนี้ ผมก็เลยมีข้อสงสัยนิดหนึ่งว่าด้วยงบประมาณขนาดนี้เราคงต้องรอ ครม. อนุมัติงบ รวมถึง หากจะอนุมัติงบวันนี้ท่านรัฐมนตรีมาตอบก็ดีครับ จะอนุมัติเมื่อไร หากเป็นไปได้จริงก็อาจจะ ช่วยแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนตรงนี้ได้หรือไม่ด้วย แล้วในส่วนของทางหลวงก็คือจะมีการยกระดับ ทางเส้นหลักที่ผมได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ ก็คือจะขยายถนนจากเดิม ๓ เมตร เป็น ๕ เมตร เพื่อรองรับถนนจากเดิม ๔ เลน จะเป็น ๖ เลน ถนนเส้นนี้จะยาวไปบรรจบกับทางขึ้น M6 เป็นหนึ่งในโครงการของทางหลวงอยู่แล้ว แล้วก็เช่นกันปัญหาที่ผมกังวลก็คือหากมีการ ขยายถนนจริงน้ำจะออกไปชุมชนที่อยู่ด้านข้างถนนแทนหรือเปล่า เนื่องจากหากแค่ขยาย ถนนอย่างเดียวแต่ไม่มีการทำระบบระบายน้ำข้างล่างจะทำให้แก้ไขได้อย่างไม่ยั่งยืนเท่าไร อย่างนั้นเดี๋ยวจบที่สไลด์นี้ก่อนก็ได้ครับ อยากฟังท่านรัฐมนตรีช่วยบอกถึงแผนการแก้ไข ปัญหาน้ำท่วมที่บ้านบึงทับช้าง จอหอก่อนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาใหม่ครับ คำถามคือ🔗

นายปิยชาติ รุจิพรวศิน นครราชสีมา

ท่านประธานครับ อยากทราบ แผนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำขัง น้ำรอระบายอย่างยั่งยืน ที่พื้นที่บึงทับช้าง ตำบลจอหอ ครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีคำถามแรกครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาเป็น ผู้ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านปิยชาติ รุจิพรวศิน ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชน จังหวัดนครราชสีมา ก่อนอื่นต้องชื่นชมท่านด้วยที่ท่านได้ทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎรแล้วก็มีความห่วงใย ปัญหาในพื้นที่เขตเลือกตั้งของท่านเอง ก็ทราบว่าท่านเป็นผู้แทนในเขตแถวจอหอนี่ละครับ มีหัวทะเลด้วย แล้วปัญหาที่ท่านได้ถามก็เป็นปัญหาซึ่งจริง ๆ แล้วผมก็เคยได้นั่งรถผ่านไป เห็นพื้นที่ตรงนี้ แล้วก็ได้สังเกตดูเหมือนกันว่าพื้นที่ถนนมันต่ำ แล้วก็เข้าใจว่าน่าจะมีโอกาส เกิดน้ำท่วมแน่นอน ยังได้เห็นต้นผมเข้าใจว่าเป็นต้นกกนะครับ ขึ้นอยู่ ๒ ข้างทาง แล้วก็เข้าใจ ว่ามันเป็นพื้นที่รับน้ำ แล้วก็ถนนมันต่ำ น่าจะมีโอกาสเกิดน้ำท่วม แต่ว่าที่ผ่านมาตามที่ท่าน สมาชิกได้กล่าวถึงก็เป็นพื้นที่ที่รับน้ำท่วมเหมือนกัน แล้วก็ไปกระทบกับความเป็นอยู่ของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะที่ตำบลจอหอ แล้วก็ตำบลข้างเคียงต่อเนื่องกัน ผมได้รับ คำถามแล้วก็ได้มีโอกาสติดตามโดยเฉพาะงานที่ได้ถามถึงเป็นงานที่อยู่ในภารกิจหน้าที่ของ อปท. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือว่าจะเป็น อบต. เทศบาล หรือ อบจ. ที่เกี่ยวข้อง เป็นพื้นที่ต่อเนื่องกัน แล้วก็มีโอกาสได้ประสานงานไปยังพื้นที่ที่ได้รับปัญหาเหล่านี้ แล้วก็ ทราบว่าเป็นพื้นที่ที่อยู่ในบ้านบึงทับช้างตามที่ท่านได้กล่าวถึง อยู่ในตำบลจอหอ อำเภอเมือง นครราชสีมา และจังหวัดนครราชสีมา พื้นที่ดังกล่าวนี้มีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มตามที่ได้เห็นว่า ถนนกับพื้นที่มันจะใกล้เคียงกันมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ เมื่อเป็นแอ่งกระทะเข้าใจว่าน่าจะ เป็นพื้นที่รับน้ำ คือเป็นแอ่งกระทะเวลาน้ำมันเข้ามาแล้วมันไปไม่ได้ แล้วก็พื้นที่ดังกล่าวนี้ ยังมีบึงขนาดใหญ่ไปด้วย เขาเรียกว่าเป็นบึงทับช้าง มีเนื้อที่อยู่ประมาณสัก ๕๐ ไร่ มีปริมาณ ความจุของน้ำประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ที่มาของน้ำส่วนใหญ่ก็มาจากน้ำฝน ผมได้มีโอกาสลงสอบถามผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาบอกว่ามันมีน้ำที่เป็นลำน้ำ ที่ไหลจากที่อื่นมาไหม บอกไม่มีเลย เป็นพื้นที่รับน้ำ เป็นอ่างกระทะ แล้วน้ำก็จะต้อง ไหลหลากลงมาชนกับถนน อันนี้ที่ได้สอบถาม แล้วมันจะเกิดเฉพาะหน้าฝน อย่างปัจจุบันนี้ น้ำก็ไม่มีแล้ว น้ำแห้งหมดแล้ว แต่ปัญหาก็คือว่าเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวนี้มันไม่มีลำราง ลำน้ำ หรือเหมืองเลย เวลาหน้าฝนน้ำเยอะขึ้นมาน้ำก็จะไหลลงมาเหมือนเมื่อก่อนมันก็เป็นแค่ ท้องนาธรรมดา แต่เนื่องจากความเจริญเกิดขึ้น ปัจจุบันนี้มีบ้านจัดสรรเกิดขึ้นจำนวนมาก ทำให้ไปกีดขวางทางน้ำ อันนี้คือเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดน้ำที่ท่วมขังมันระบายไปได้ช้า ประกอบกับมันต้องไหลผ่านตัดไปที่ถนนเลี่ยงเมือง น่าจะเป็นจากโคราชไปที่ขอนแก่นนี่ละ ที่ผมบอกว่าถนนมันต่ำ ๆ แล้วก็มีต้นกกต้นอะไร ดูลักษณะว่าพื้นที่มันต่ำ แล้วก็ถนนดังกล่าว เหมือนกับเป็นถนนที่มันไปกีดขวางทางน้ำพอดี แล้วก็มีการวางท่อระบายน้ำ ซึ่งทั้งนายกเอง ผู้นำประชาชนเอง ก็บอกว่าท่อที่วางอันนี้ระดับมันสูง เวลาน้ำที่มันจะไหลผ่านถนนนี้มัน ผ่านท่อมันเลยไหลช้า เพราะฉะนั้นน้ำที่อยู่ในช่วงของบ้านบึงทับช้างบริเวณดังกล่าวนี้ มันก็เลยเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่เป็นผลกระทบกับพี่น้องประชาชน ซึ่งพอมี เรื่องที่ท่านกรุณาได้ถามเป็นกระทู้ถามผมก็ได้แจ้งไปว่าในขณะเบื้องต้นนี้มันจะเกิดเฉพาะ หน้าฝน ถ้าเกิดหน้าฝนอย่างไรถ้าเรายังแก้ไม่ทัน ทางท้องถิ่นเองเขาต้องไปบูรณาการร่วมกัน อาจจะต้องมีการไปติดตั้งเครื่องสูบน้ำช่วยเร่งการระบายน้ำเพื่อให้มันไหลลงเร็วที่สุด แต่ถามว่า เมื่อมันไหลลงจากอีกฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่งแล้ว อีกฝั่งหนึ่งมันจะไปอย่างไร มันอยู่ในเขตพื้นที่ ของเทศบาลจอหอบ้าง แล้วก็พื้นที่เทศบาลข้างเคียงไป ซึ่งผมก็ดูแล้วว่าพื้นที่น้ำทั้งหมดนี้ มันจะมีการไหลต่อเนื่องลงไปถึง เขาเรียกว่า คลองบริบูรณ์นะครับ แต่ว่าตอนที่ไปถึงคลอง บริบูรณ์ เขาเรียกว่าเหมืองหรือลำรางมันยังไม่เรียบร้อย ยังไม่ได้ทำให้มันเป็นแบบยั่งยืน ซึ่งถ้ามันทำได้สำเร็จน้ำดังกล่าวทั้งหมดนี้มันก็จะไหลลงแม่น้ำมูล อันนี้ที่ผมมองเห็นว่าวิธีการ แก้ปัญหาว่าถ้าจะแก้แบบยั่งยืนอย่างนี้ มันก็ต้องเป็นแนวอย่างนี้ แต่ว่าในเบื้องต้นได้ทราบว่าองค์การบริหารส่วนตำบลจอหอว่าบริเวณบ้านวนาสิริที่ได้พูดถึง องค์การบริหารส่วนตำบลจอหอได้รับงบประมาณในการก่อสร้างถนนจากองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดนครราชสีมาดำเนินการยกระดับ อันนี้หมายความว่าดูว่าถนนนี้มันต่ำ การแก้ปัญหา เบื้องต้นก่อนคือว่ายกถนนให้มันสูงขึ้นเพื่อให้น้ำไม่ท่วมถนนซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคม ของพี่น้องประชาชน ดำเนินการยกระดับ ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการในการหาผู้รับจ้าง คืองบประมาณให้แล้วนะครับ สำหรับบริเวณหมู่บ้านไอยรา หมู่บ้านอยู่สบาย อันนี้กำลัง ดำเนินการก่อสร้างถนนยกระดับอยู่เหมือนกัน อันนี้ที่ท่านได้ถามมาความจริง อปท. ทั้งหลายผมเรียนว่าเขาก็ดำเนินการกันอยู่แล้ว สำหรับหมู่บ้านเดอะเซ้นส์ หมู่บ้านโฮมบูทีค แล้วก็ตลาดอาร์ไนท์ได้มีการดำเนินการขุดลอกร่องระบายน้ำ อันนี้ก็ถือว่าเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องอื่น ๆ ผมได้ทราบข้อมูลแล้วก็ได้เรียนประสานงานไปถึงกรมทางหลวงบอกว่า ตรงถนนที่บอกว่าจะมีการยกระดับหรือทำอะไรมันก็ต้องดูตำแหน่งของทางน้ำไปด้วย ปัญหา มันก็เกิดเหมือนกัน ไม่ใช่มีที่นี่ที่เดียว บางทีกรมทางหลวงเองเวลาไปทำระบบระบายน้ำ ท่อที่วางมันไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ระบายน้ำได้ อันนี้ก็เป็นปัญหาของการทำให้เกิดน้ำท่วมขัง แล้วก็น้ำไหลช้าทำให้น้ำท่วมในบริเวณที่ชุมชนอยู่ อันนี้ก็เป็นแนวทางในการแก้ปัญหา แต่แนวทางต่อไปก็คือว่าคงจะต้องให้ อปท. ทั้งหลายนี้ต้องมา เขาเรียกว่ามาบูรณาการกัน เพราะว่าพื้นที่ของน้ำมันไหลผ่านหลาย อปท. ต้องทำระบบการป้องกันน้ำท่วมร่วมกัน ซึ่งความจริงแล้วผมขอเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกว่ากรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งสังกัดอยู่ในกระทรวงมหาดไทยเขาก็มีโครงการอย่างนี้อยู่แล้ว แต่ว่าการจะดำเนินการ ทำอะไรหรือไม่ อย่างไร มันต้องมาจากความต้องการของท้องถิ่น เพราะทุกโครงการเมื่อได้ ทำแล้วเราต้องยกกลับไปให้ท้องถิ่นในการดูแล อยู่ ๆ กรมโยธาธิการและผังเมืองจะลงไปทำ โครงการโดยไม่มีคำขอ คำร้อง หรือการประชาคมจากประชาชน จากพี่น้องในชุมชน เราทำ ไม่ได้ เพราะว่าทำเสร็จแล้วจะต้องยกกลับไปให้ท้องถิ่นในการดูแลต่อไป ซึ่งงบประมาณ ทั้งหลายที่ผมดูตัวเลขที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงประมาณสัก ๔๐๐ ๕๐๐ ล้านบาท ความจริง งบประมาณที่เราทำในเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในแต่ละจังหวัดงบประมาณก็อยู่ประมาณนี้ ซึ่งสามารถทำได้แต่ว่าต้องมีคำขอมาให้กับกรมโยธาธิการและผังเมือง อาจจะต้องผ่านจังหวัด ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ผ่านโยธาจังหวัด แล้วก็ผ่านมาที่กระทรวงมหาดไทย อันนี้ผมก็รับ ท่านประธานและท่านสมาชิกว่าเดี๋ยวจะช่วยติดตามดูให้นะครับ เพราะว่าเมืองของโคราช มันขยายตัวได้เร็ว เรื่องปัญหาของน้ำก็เป็นปัญหาที่สำคัญ เพราะว่าถ้าน้ำไม่มีทางไปแน่นอน มันต้องท่วมขังแน่นอน แต่ถ้าเราต้องจัดการเรื่องของการระบายน้ำ ผมเชื่อมั่นว่าปัญหา แค่ตรงนี้ ได้ฟังท่านสมาชิกว่าปัญหาเรื้อรังมาตั้งเป็น ๑๐ ปี อันนี้น่าจะเป็นเรื่องการท่วมขัง แต่ว่าไม่ได้มีโอกาสได้ทำอย่างยั่งยืน แต่ว่าผมได้เชิญผู้บริหาร อปท. มาพบแล้วว่าโครงการ อย่างนี้คงต้องประสานงานกันและเพื่อดำเนินการให้เกิดความเรียบร้อย แล้วก็เป็นการแก้ไข ปัญหาแบบยั่งยืนต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรี คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗

นายปิยชาติ รุจิพรวศิน นครราชสีมา

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ก็อยากจะฝากอีกนิดหนึ่ง ผมได้ข้อมูลมาว่าเดี๋ยวจะมีการไปสร้าง MICE City อยู่ที่พื้นที่ของ อบต. จอหอเลยครับ ก็เลยมีความกังวลหากเรามีระบบการจัดการน้ำที่ยังไม่ดีก็อาจจะทำให้ เกิดปัญหากับโครงการดี ๆ ของทางรัฐบาลเองด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวขอไปที่ เรื่องต่อไป เรื่องที่ ๒ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายปิยชาติ รุจิพรวศิน นครราชสีมา

ก็เป็นปัญหาเดียวกันครับ ท่านประธาน ก็คือจะเป็นปัญหาน้ำท่วม น้ำขัง น้ำรอระบายเช่นกันที่ตำบลโคกสูง เดี๋ยวผมไป เร็ว ๆ เหมือนกันครับ ก็คือปัญหาคล้าย ๆ กัน เวลาฝนตกมาทีน้ำก็จะขังเป็นเดือน ๆ เช่นกัน แต่ว่าตรงจุดนี้จะเป็นหลายหมู่เลยครับท่านที่ได้รับผลกระทบ อย่างภาพแรกจะเป็นที่บ้าน ระงม หมู่ที่ ๔ ภาพที่ ๒ อันนี้เป็นที่บ้านหัวสระ หมู่ที่ ๕ ตรงจุดนี้จะค่อนข้างหนัก เพราะว่า ไม่มีทางให้น้ำไป จะมีเป็นท่อระบายน้ำแต่ท่อระบายน้ำอันนี้ไม่เคยมีการลอกท่อหรือว่า ดูดสิ่งปฏิกูลขึ้นมาจากท่อเลย ขอสไลด์ต่อมาครับ อันนี้บ้านลำเชิงไกรตรงจุดนี้ทางเข้าชุมชน จะมีปัญหานิดหนึ่งเพราะว่าอยู่ต่ำกว่าระดับถนนประมาณเกือบ ๆ ๑-๒ เมตรเลยนะครับ แต่ว่าชาวบ้านเคยร้องเรียนปัญหานี้ไปที่เทศบาลโคกสูงแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ จนชาวบ้าน ที่เป็นชาวไร่ชาวนาต้องลงขันกันเองสร้างท่ออยู่ที่ประมาณ ๘ เมตร ก็แก้ไขอะไรไม่ได้ครับ เพราะด้วยกำลังทรัพย์หรือด้วยหลาย ๆ อย่างเขาก็แก้ไขได้แค่ตามที่เขาทำได้ แต่มันก็ยัง แก้ไขไม่ได้ อันนี้เป็นภาพว่าทุกครั้งที่เวลาฝนตกจะประมาณนี้เลยครับ แล้วก็ตรงจุดนี้ บ้านสำคัญ หมู่ที่ ๑๐ ซอย ๕ กับซอย ๖ ตรงจุดนี้เวลาที่ฝนตกแล้วน้ำขังเทศบาลจะเอาสูบ มาตั้ง Stand By ไว้เลย ๑ ตัว เพราะว่าจะอยู่ต่ำกว่าระดับถนนประมาณ ๓๐ เซนติเมตร โดยการจะสูบน้ำให้ข้ามไปที่ถนนสุรนารายณ์ ตรงจุดนี้ก็จะมีปัญหาว่าตรงกลางซอยจะเป็น แอ่งเลย ชาวบ้านก็ไม่สามารถขับขี่รถได้เลยเวลาฝนตกครับ แล้วหนึ่งในสาเหตุอย่างที่ผม กล่าวไปข้างต้นก็อาจจะเป็นการที่ไม่มีทางระบายน้ำ รวมถึงไม่เคยมีการขุดลอกท่อหรือดูด สิ่งปฏิกูลจากท่อ และอีกสาเหตุหนึ่งอันนี้เป็นซอยบึงทับช้าง ๒๒ เหมือนกัน แต่ว่าบึงทับช้าง อันนี้เป็นบึงทับช้างฝั่งโคกสูงเหมือนที่ผมได้เรียนแจ้งท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า เป็นตำบลที่ติดกัน คาบเกี่ยวกัน ที่ซอยบึงทับช้าง ๒๒ มีการสร้างถนนในซอยจากเดิม ๕ เมตร สร้างใหม่โดยเทศบาลสร้างแค่ ๔ เมตร และอีกที่เหลือไปถมดิน รวมถึงยกระดับของ ถนนคอนกรีตให้สูงกว่าเขตบ้านเรือน แล้วก็ถมดินทับทางระบายน้ำ มันก็เลยน่าแปลกใจว่า ทำไมถึงมีการก่อสร้างแบบนี้จากเทศบาล และหากฤดูฝนหรือว่าช่วงฝนตกที่กำลังจะมาถึงนี้ จะมีทางระบายน้ำให้กับทางพ่อแม่พี่น้องชาวโคกสูงไหม อันนี้จึงอยากจะเรียนถามทาง ท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานถึงการแก้ไขปัญหาของตำบลโคกสูง เป็นปัญหาเดียวกันครับ การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำขัง น้ำรอระบายอย่างยั่งยืนของตำบลโคกสูงครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญรัฐมนตรีครับ ตำบลโคกสูง เชิญครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ สำหรับคำถามในข้อที่ ๒ ก็เป็นทั้งเรื่องของน้ำ แล้วก็มีเรื่องของเส้นทางคมนาคม ถนนที่อยู่ในหมู่บ้านด้วยนะครับ ผมเรียนท่านประธานกับ ท่านสมาชิกว่าในภาคอีสานเป็นจังหวัดที่ทุกจังหวัดน่าเห็นใจผู้บริหารองค์กรท้องถิ่นจริง ๆ เรายกฐานะจากสภาตำบล ก่อนปี ๒๕๓๘ ผมจำได้น่าจะเป็นสภาตำบล งบประมาณที่ให้ ในการพัฒนาตำบลนี่ปี ๑๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ให้กำนัน ให้ผู้ใหญ่บ้านเข้าไปพัฒนาพื้นที่ ปัจจุบันนี้เรายกฐานะมาเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลบ้าง เป็นเทศบาลบ้าง ใหญ่มาก ทั้งจังหวัดก็เป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัด แต่ว่าที่ต้องเห็นใจเพราะว่าใน อปท. ต่าง ๆ ที่อยู่ ในภาคอีสานนี้งบประมาณโดยภาพรวมเลยที่ให้ไป อปท. หนึ่งเก่ง ๆ ผมว่า ๗๐ ๘๐ ล้านบาท อันนี้ถือว่าหรูมากครับ แต่ใน ๗๐ ๘๐ ล้านบาทนี้เป็นรายจ่ายประจำไปเกือบหมดแล้ว มีงบ ลงทุนอยู่จริง ๆ ผมว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมถามนายกเทศบาลโคกสูงท่านบอกว่าท่านมี ประมาณ ๗๐ ล้านบาท ผมก็ถามท่านบอกว่า ๗๐ ล้านบาท น่าจะมีสัก ๗ ล้านบาทได้ไหม ท่านบอกไม่ถึงครับ มีประมาณ ๕ ล้านบาทเอง นอกนั้นเป็นรายจ่ายประจำหมดเลย ผมยัง พูดเล่นกับท่านนายกบอกว่านี่ถ้าเมื่อก่อนย้อนหลังไปเมื่อสักปี ๒๕๓๘ ถ้าเราไปให้ งบประมาณกับกำนันผู้ใหญ่บ้านไป เอาตำบลละ ๕๐ ล้านบาท วันนี้ไม่มีที่ทำแล้ว เพราะปัจจุบันนี้รายจ่ายประจำมันไปหมด เพราะฉะนั้นปัญหาต่าง ๆ ที่ท่านกรุณาได้ห่วงใย อันนี้ผมก็เข้าใจท่านนะ แต่ว่าได้เชิญท่านนายกมาคุยท่านก็บอกว่าสงสารผมเถอะ ผมมีเงิน อยู่เท่านี้เองก็พยายามที่จะทำให้มันเกิดประโยชน์สูงสุด ตรงไหนที่เป็นปัญหาสูงสุดก็ทำก่อน ปัญหามากที่สุดก็ทำก่อน ปัญหาไหนที่มันรอง ๆ ลงมาก็อาจจะต้องขอเงินอุดหนุน เมื่อก่อน เทศบาลขอเงินอุดหนุนมาที่กระทรวงมหาดไทย บัดนี้เขาก็ให้ไปขอตรงแล้ว ขอไปที่สำนัก งบประมาณ เขาก็บ่นให้ผมฟังเลยบอกว่าในปีที่แล้วถนนในหมู่ที่ ๑ ที่มีปัญหานี่ครับ ไปของบ ที่สำนักงบประมาณ ปรากฏว่าลำดับที่ ๑ เขาไม่ให้ เขาไปให้อันดับ ๒-๓ ไป อันดับที่มีปัญหา เยอะเขาก็เลยไม่ให้ ปัญหาก็เกิดต่อมาในปีนี้ ๒๕๖๙ ก็ทราบว่าไปตั้งงบประมาณในปี ๒๕๖๙ เขาฝากผมบอกว่าให้ช่วยบอก ผอ. งบประมาณหน่อยบอกว่าเวลาท้องถิ่นจัดลำดับความสำคัญ มาแล้วขอให้ให้ตามเรียงลำดับด้วยเพื่อในการแก้ไขปัญหากับพี่น้องประชาชนนะครับ สำหรับ พื้นที่ดังกล่าวนี้ผมเรียนท่านประธานว่าในเทศบาลตำบลโคกสูงเองนายกบอกว่าก็ได้ ดำเนินการแก้ไขปัญหาตามที่ท่านสมาชิกได้ห่วงใยทั้งส่วนที่มีการดำเนินการแล้วบางส่วน บางส่วนที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการ บางส่วนก็อยู่ในระหว่างที่มีการประสานงบประมาณ ไปอย่างที่บอกเบื้องต้นว่าที่ขอไปตกไปปีที่แล้วก็มาขอปีนี้ต่อไป ปัจจุบันเรากำลังขอ งบประมาณในปี ๒๕๖๙ อยู่ ก็ฝากมานะครับ ในส่วนของบ้านลำเชิงไกร หมู่ที่ ๙ ได้รับการ แก้ไขปัญหาโดยกรมชลประทาน อันนี้คือเรื่องปัญหาของน้ำ มีการขุดลอกและมีการทำประตู ปิดเปิดบริเวณห้วยลำเชียงไกร คือลำเชียงไกรความจริงมันมาจากชัยภูมิแล้วก็ไหลผ่าน ออกมา จำนวนน้ำเยอะนะ แล้วน้ำดังกล่าวนี้มันจะไปถึงอุบลราชธานี มันไปขอนแก่นก่อน แล้วก็ไปแถวมหาสารคามออกร้อยเอ็ด ออกไปอุบลราชธานีก็ไปท่วมที่อุบลราชธานีต่อ อันนี้ กรมชลประทานได้ดำเนินการไปแล้ว แล้วกรมทางหลวงเองก็มีการดำเนินการทำ Box Culvert เหมือนกับว่าเป็นท่อลอดให้น้ำมันไหลระบายมากยิ่งขึ้น บริเวณถนนสายทาง ๒๐๕ อันนี้ ปัจจุบันท่านนายกบอกว่ายืนยันว่าน้ำไม่ท่วมเด็ดขาด ไม่มีปัญหาเรื่องของน้ำ ส่วนหมู่ที่ ๑๐ ในส่วนของซอย ๕ สืบเนื่องจากที่ผ่านมาที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงว่าไม่ได้มีการขุดลอกท่อ หรืออะไรประมาณอย่างนี้นะครับ สอบถามไปแล้วก็สืบเนื่องมาจากการประปาส่วนภูมิภาค ได้ดำเนินการขยายเขตแล้วก็วางท่อประปา มีการขุดถมดินทำให้ดินอุดตันท่อระบายน้ำ ทำให้น้ำที่มีอยู่นี้มันระบายน้ำไม่ได้ก็เกิดการท่วมขัง ซึ่งปัจจุบันนี้เทศบาลเองก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ หมายถึงเทศบาลตำบลโคกสูงได้ดำเนินการขุดลอกดินที่อุดตันท่อระบายน้ำ แล้วก็ดำเนินการ ก่อสร้างรางระบายน้ำเพิ่มเติมด้วย เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จมันก็จะแก้ปัญหาดังกล่าวได้ อันนี้ เทศบาลเขาก็ยืนยันนะครับ ในส่วนของซอย ๖ เนื่องจากถนนดังกล่าวเป็นพื้นที่ต่ำที่ท่านได้ พูดถึงน้ำท่วมขัง เทศบาลตำบลโคกสูงได้ดำเนินการขอรับการสนับสนุนงบประมาณ อย่างที่ ผมเรียนเบื้องต้นว่าความจริงตัวนี้มันเดือดร้อน เมื่อปีที่แล้วขออันดับ ๑ ในการที่จะขอเงิน อุดหนุนมาเพราะว่างบประมาณของท้องถิ่นเองเขามีไม่พอ เขาขอเงินอุดหนุนไปที่สำนัก งบประมาณเป็นการขอตรงเป็นอันดับ ๑ เป็นวงเงิน ๓,๖๘๐,๐๐๐ กว่าบาท เพื่อแก้ปัญหา อันนี้ขอในปี ๒๕๖๙ อันนี้ผมก็รับกับนายกไปแล้วว่าเดี๋ยวจะประสานงานให้ บอกว่า การพิจารณาจัดสรรงบประมาณนี้ขอให้จัดเรียงลำดับความสำคัญด้วย จะตอบโจทย์กับพี่น้อง ประชาชนไม่ได้เรื่องความเดือดร้อนนะครับ ส่วนบ้านระงม หมู่ที่ ๔ เทศบาลตำบลโคกสูง ได้บรรจุโครงการก่อสร้างรางระบายน้ำ หมู่ที่ ๔ โดยแผนพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลโคกสูง เราใช้งบเงินจ่ายขาดเงินสะสม อันนี้นายกยืนยัน ว่าโครงการนี้ไม่ได้ขออุดหนุนที่ไหน ใช้จ่ายขาดเงินสะสมของเทศบาลเอง ก็จะรีบดำเนินการ ให้เกิดความรวดเร็วขึ้นนะครับ บ้านหัวสระ หมู่ที่ ๕ พื้นที่ดังกล่าวนี้เป็นพื้นที่ติดต่อกัน ทับซ้อนระหว่างตำบลจอหอและตำบลโคกสูงขององค์การบริหารส่วนตำบลจอหอและ เทศบาลตำบลโคกสูง อันนี้ก็ต้องบูรณาการแก้ไขร่วมกัน แต่ก็ทราบว่าที่องค์การบริหาร ส่วนตำบลจอหอเขาก็ตั้งงบประมาณในการทำท่อระบายน้ำพร้อมบ่อพัก ทำแผนไว้แล้ว แล้วแผนดังกล่าวนี้ก็จะมาจดอยู่ที่ถนนสุรนารายณ์ หมายเลข ๒๐๕ มาเชื่อมต่อ อันนี้ก็เป็น เรื่องของการทำเรื่องของระบบระบายน้ำ ทุก อปท. ที่ผมเชิญมาพบเขาก็ยืนยันว่าหลังจากที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้ความกรุณาห่วงใยพี่น้องประชาชนทุกคนก็ลงไปทำให้ แต่ก็ต้อง เห็นใจท่านท้องถิ่นทั้งหลายว่างบประมาณที่มีเขาก็มีจำกัด ก็ต้องพยายามช่วยกันผลักดันนะ ครับ เวลาพิจารณางบประมาณของท้องถิ่นที่เข้ามาสู่การพิจารณางบประมาณก็ต้องฝากท่าน สมาชิกช่วยผลักดันอีกแรงหนึ่งด้วยเพื่อให้ท้องถิ่นทั้งหลายได้รับงบประมาณในการไป แก้ปัญหาตามที่ท่านได้ห่วงใยกับพี่น้องประชาชนต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ มีอะไรจะฝากไหมครับ เชิญครับ🔗

นายปิยชาติ รุจิพรวศิน นครราชสีมา

ได้อีกคำถามหนึ่งไหมครับ ท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็สั้น ๆ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายปิยชาติ รุจิพรวศิน นครราชสีมา

ได้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ ขอคำถามสุดท้ายสั้น ๆ ครับ จะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่อง ไฟส่องสว่าง ตั้งแต่ถนนเส้นโลตัสหัวทะเลเข้าไปถึงสี่แยกหนองตาคง ผมเข้าใจครับ ตรงนี้ มันคาบเกี่ยวหลายหน่วยงาน เริ่มจากโลตัสตำบลหัวทะเลก็จะเป็นของเทศบาลหัวทะเล ไปจนถึงสี่แยกไฟแดงหนองตาคง สี่แยกไฟแดงหนองตาคงจะเป็นของตำบลหนองบัวศาลา โดยถนนจะเป็นของ อบจ. นครราชสีมา จากที่เคยไม่มีไฟติดตั้งเลยผมเคยนำปัญหานี้เข้ามา หารือ รวมถึงมีการทำหนังสือร้องทุกข์ผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรนะครับ จนมีการ ติดตั้งไฟแล้วก็มีหนังสือตอบกลับถึงรายงานการดำเนินการการแก้ไขปัญหา โดยผมขออ่าน คร่าว ๆ นะครับ ก็คือหนังสือตอบมาว่า ได้มีการปรับปรุงถนนลาดยาง ไหล่ทาง รวมถึงความ ปลอดภัยในงบประมาณกว่า ๑๑,๔๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อแก้ไขปัญหาการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง ถนนโลตัสหัวทะเลจนถึงแยกไฟแดงหนองตาคง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยให้รถ สามารถสัญจรไปมาและไฟฟ้าส่องสว่างสามารถเปิดใช้งานได้ตามปกติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่วันนี้ท่านรัฐมนตรีมาพอดีก็อยากจะเรียนแจ้งท่านรัฐมนตรีครับ เดี๋ยวขอสไลด์เมื่อสักครู่ อีกทีครับ ว่าจากหนังสือที่ตอบกลับมาว่ามีการเปิดใช้งานอย่างเรียบร้อยแล้ว แต่ว่ายังมีไฟ ที่ยังติดไม่สมบูรณ์ครับ ที่ผมวง ๆ ไว้ภาพซ้ายสุดก็คือจะเป็นหน้าหมู่บ้านศุภาลัยวิลล์ แล้วก็ ยาวเข้าไปข้างในก็จะเป็นหมู่บ้านอยู่สบาย ไฟถนนเส้นนี้ยังติดไม่สมบูรณ์ อีก ๒ ภาพนะครับ ก็คือจะเป็นตรงที่บริเวณสี่แยกหนองตาคงไฟที่ท่านประธานและท่านรัฐมนตรีเห็นจะเป็นไฟ จากร้านค้าที่อยู่ข้างทาง ก็เลยอยากจะสอบถามทางท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานถึงการ แก้ไขปัญหาไฟถนนเส้นนี้อยากจะให้เสร็จสมบูรณ์ เพราะว่าเส้นนี้มีประชาชนหลายตำบลเลย ที่ใช้รถใช้ถนนเส้นนี้ บางครั้งหากร้านค้าเหล่านี้ปิดการขายตอนค่ำถนนจะมืดกว่านี้ แล้วก็จะ สร้างความอันตรายในการขับขี่รถตอนขณะที่พวกเขากำลังเลิกงานหรือขับรถกลับบ้าน ตอนค่ำครับ ขอบคุณครับท่านครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เพิ่มเติมนิดหน่อย🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ติดตามปัญหาของพี่น้อง ประชาชน แล้วก็ได้ทราบว่าทางผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอง ไม่ว่าจะเป็นองค์การ บริหารส่วนจังหวัด หรือว่าเทศบาลตำบลหัวทะเลก็ดำเนินการร่วมกัน แล้วก็ได้รับการแก้ไข เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการให้งบประมาณในการทำเรื่องของถนน เรื่องของไฟฟ้า ที่ท่านว่า ๑๑.๔ ล้านบาทก็โอเคนะครับ แล้วก็เรื่องงบประมาณที่มาจาก กองทุนส่งเสริมพลังงานด้วยอีก ๙.๕ ล้านบาท แล้วทางเทศบาลตำบลหัวทะเลก็มีการ ตั้งงบประมาณทำเรื่องโคมไฟ ๒ ล้านบาทเศษ ก็ทำเรียบร้อยหมดแล้ว แต่ว่าปัญหาที่ไฟฟ้า ไม่ติดนี่ได้ทราบมาว่าอันนี้ต้องไปโทษหัวขโมย ทราบว่ามันไปแอบขโมยเอาหม้อแปลงไฟฟ้า ที่แปลงไฟลงมาเพื่อใช้ในการไฟฟ้าส่องสว่างหายไป ผมจะคุยให้ฟังว่าเดี๋ยวนี้คนขโมยสายไฟ เยอะมาก สายไฟริมทางนี่นะครับ แล้วก็ไปโทษหน่วยงานไปตามจับขโมยกันไม่ได้ เพราะว่า การขโมยมันขโมยง่าย ขุดไปเจอสายไฟก็ตัดสายไฟแล้วก็เอารถลากสายไฟออกจากถนน แล้วก็เอาไปขายให้กับร้านค้าของเก่า ผมจึงบอกว่าต่อไปนี้กรมทางหลวงเองหรือหน่วยงาน ราชการเอง Spec ของอุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ก็ต้องมีตราไปด้วย แล้วก็แจ้งให้ทราบด้วยว่า ร้านค้าของเก่าทั้งหลายอย่าไปรับซื้อนะถ้ามีตราอย่างนี้ มันจะทำให้เป็นข้อหารับซื้อของโจร เรื่องดังกล่าวนี้ก็ได้แจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็เร่งไปดำเนินการ ผมเข้าใจว่าเดี๋ยวคงเรียบร้อย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านสมาชิกนะครับ🔗

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับกลุ่มธุรกิจพัฒนาและสร้างสรรค์จาก ทั่วประเทศ นำโดยท่านเอกธนัช อินทร์รอด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย สมาชิก ๑๐ ท่าน ยินดีต้อนรับนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ดิฉันขออนุญาตปรึกษาท่านประธานค่ะ วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจาก ทางท่านนายกรัฐมนตรีให้ได้ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๒๒ ของท่าน สส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ที่ห้องแยกเฉพาะ แต่ว่าได้รับแจ้งจากทางเจ้าหน้าที่ว่าท่านประธานติดภารกิจ ที่ห้องประชุมใหญ่ต้องเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ที่นี่ก็เลยทำให้ไม่ได้ตอบที่ห้องแยกเฉพาะ ก็เลยจะสอบถามท่านประธานว่าเราจะถามที่นี่เลยหรือว่าเลื่อนไปเป็นสัปดาห์ต่อไปดีค่ะ ท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เลื่อนไปเป็นสัปดาห์ต่อไปที่ห้องเหมือนเดิมนะครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ได้ค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ พอดีมันมีหนังสือแจ้งมาจากทางหน้าห้องของทาง กระทรวงมหาดไทย ของสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยว่าดิฉันแล้วก็ทางท่าน รัฐมนตรีทรงศักดิ์ติดภารกิจ แต่ความจริงเราอยู่กันที่สภาก็เลยอยากจะขอนำเรียน ท่านประธานได้ทราบค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เพราะว่ามีห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะกับกระทู้ใหญ่ พอดีว่าบางทีก็เวลา ตรงกันบ้าง แล้วก็มันเป็นความจำเป็นที่ต้องสับรางกันไปมานะครับ ของท่านวิสาระดีก็เลื่อน ไปอาทิตย์หน้าครับ ต่อไปนะครับ🔗

๓. เรื่อง ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างระบบสูบน้ำด้วยพลังงาน แสงอาทิตย์เพื่อการเกษตร โครงการเหมืองถ่านหินเก่า ตำบลดงดำ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน นายรังสรรค์ มณีรัตน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานมีหนังสือแจ้งว่า เนื่องจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ติดภารกิจสำคัญจึงไม่สามารถ ตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อน ตามข้อบังคับข้อ ๑๕๑ ท่านรังสรรค์มีอะไรจะฝากถึงรัฐมนตรีไหมครับ เชิญครับ🔗

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน ผมไม่ขัดข้องที่ทางท่านรัฐมนตรี จะเลื่อนการตอบกระทู้ แต่ผมอยากฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าถ้าจะมาตอบ ขอให้เป็นข่าวดีด้วย เพราะว่าโครงการก่อสร้างระบบสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้าเพื่อการเกษตรนี้ สามารถหล่อเลี้ยงพี่น้องตำบลดงดำ อำเภอลี้ ในการเพาะปลูกได้หลายพันไร่ ท่านประธาน พื้นที่อำเภอลี้เอาไปขุดถ่านหินบริษัทเอกชนที่ได้สัมปทานได้กำไรไปมหาศาล รัฐได้ค่า สัมปทานไปก็เยอะแยะมากมายเหลือทิ้งไว้เพียงบ่อน้ำ วันนี้ทางราษฎรทางชาวบ้านอยากได้ น้ำดังกล่าวมาใช้ในการเพาะปลูก เพราะมีผลการศึกษาว่าสามารถเอามาใช้ได้ดังนั้นพื้นที่นี้ เป็นพื้นที่ของกระทรวงพลังงาน ดังนั้นถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจะมาตอบ กระทู้ถามของผมก็ขอให้ท่านนำข่าวดีมามอบให้พี่น้องเกษตรกรตำบลดงดำ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ จะได้ประสานท่านรัฐมนตรีเบื้องต้นไปนะครับ เผื่อท่านจะได้ทำการบ้านแล้วก็ มาตอบท่านนะครับ🔗

๔. เรื่อง ปัญหาและแนวทางการแก้ไขในการบริหารจัดการน้ำด้าน การเกษตรในโครงการบางระกำโมเดล นายนพพล เหลืองทองนารา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอัครา พรหมเผ่า เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากในวันนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจสำคัญ ที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้วจึงไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ ขอเลื่อนการตอบกระทู้ถาม ออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ เชิญท่านนพพลครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ท่านครับผมเองก็เสียดายเหมือนกัน แต่เอาละถ้าท่านรัฐมนตรีท่านติด ภารกิจก็ถือว่ามีความจำเป็นครับ แต่ว่าสำหรับเรื่องนี้ผมก็อยากขอฝากถึงท่านรัฐมนตรีก่อนที่ จะมาตอบว่าในส่วนนี้ที่ผมจะถาม ก็คือในเรื่องของการเตรียมตัวในการบริหารเรื่องน้ำในฤดู นาปี เพราะว่าผลกระทบที่เกิดจากโครงการบางระกำโมเดลมีทั้งจังหวัดพิษณุโลก อุตรดิตถ์ และสุโขทัย แล้วยิ่งเที่ยวนี้มีการขยายพื้นที่ของอำเภอบางระกำโมเดลเพิ่มไปอีก ๘๕,๖๙๔ ไร่ จากเดิม ๒๖๕,๐๐๐ ไร่ เป็น ๓๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ เพราะฉะนั้นผมเองยังเป็นห่วงเรื่องของ ต้นทุนน้ำมันจะไม่พอในเรื่องของน้ำที่จะส่งไปให้พี่น้องในนาปี เพราะฉะนั้นก็อยากจะขอฝาก ตรงนี้เลยไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าอย่างไรแล้วในวันที่ ๒๐ ที่ท่านจะมาตอบ ผมเองก็อยากจะขอ ทราบความชัดเจนเพราะว่าพี่น้องรอความหวังในเรื่องของความสมบูรณ์ของน้ำในครั้งนี้ เลื่อนไปไม่มีปัญหาครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ🔗

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ได้ดำเนินการถามตอบในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ เรียบร้อยแล้วนะครับ🔗

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติ หน้าที่ประธานในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

ก่อนดำเนินการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะขอชี้แจงต่อที่ประชุมว่า การถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะแต่ละกระทู้ถามได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง ทั้งถามและตอบให้เสร็จ ภายใน ๒๐ นาที ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ ข้อ ๑๗๓ และ ข้อ ๑๖๗ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ได้ มีการอนุญาตให้ประชาชนเข้าร่วมรับฟังขอความร่วมมือผู้ที่รับอนุญาตอยู่ให้ปฏิบัติตาม ระเบียบสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ห้ามมีความประพฤติที่ไม่เหมาะสมในที่ประชุม ถ้าพิจารณา แล้วเห็นว่าท่านได้ผิดข้อบังคับก็จะเชิญออกจากห้องประชุมนะครับ🔗

๑. เรื่อง การแก้ไขปัญหาลักขโมยสายไฟฟ้าส่องสว่าง ตามแนวถนนในพื้นที่ จังหวัดสระบุรี นายสรพัช ศรีปราชญ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วบัญชามอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง🔗

ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะได้อนุญาตให้ผู้แทน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ท่านแรก ท่านจิรัญญา เวศม์รัชกุล ผู้อำนวยการกลุ่มวิศวกรรมอำนวยการ กองแผนงาน กรมทางหลวง ชนบท กระทรวงคมนาคม ๒. ท่านรังสิมันตุ์ อิ่มมาก วิศวกรโยธาชำนาญการ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ต่อไปเชิญท่านสรพัช ศรีปราชญ์ ถามท่านรัฐมนตรีคำถามแรก เชิญครับ🔗

นายสรพัช ศรีปราชญ์ สระบุรี

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม สรพัช ศรีปราชญ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี อำเภอเมือง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอ แก่งคอย เฉพาะตำบลห้วยแห้ง จากพรรคประชาชนครับ ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณท่านประธาน ที่ได้บรรจุวาระนี้ซึ่งเป็นกระทู้ของผมเข้าในการประชุมในวันนี้ แล้วก็ขอขอบคุณท่านมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ได้เสียสละเวลามาตอบแนวทางการแก้ไข ปัญหาซึ่งเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดสระบุรีตลอดจนประชาชนที่สัญจรทั่วไป ที่ใช้ถนนผ่านจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นประตูสู่ภาคอีสานของประเทศไทย ท่านประธานครับ กระทู้ถามที่ผมได้ตั้งคำถามในวันนี้นั่นก็คือเรื่องไฟฟ้าส่องสว่างถนนที่ถูกลักขโมยไป ซึ่งอาจจะถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมากซึ่งเกิดเหตุมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เมื่อผมได้รับความ ไว้วางใจจากพี่น้องชาวสระบุรีเลือกมาเป็นผู้แทนก็มีพี่น้องประชาชนร้องเรียนเรื่องไฟฟ้า ส่องสว่างกันมาเป็นจำนวนมากเลยครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วปัญหานี้เองผมก็เคยสงสัยมาก่อน เพราะมันเกิดขึ้นมานานหลายปีเป็นสิบ ๆ ปีแล้วแต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข หลังจากที่ผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนผมก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเข้าไปประสานงานกับหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องก็ได้รับข้อมูลมาว่าสายไฟถูกลักขโมยไป ท่านประธานที่เคารพ ผมเองได้ยินครั้งแรก ก็ตกใจว่าทำไมสายไฟถึงถูกลักขโมยไปได้ แล้วมันทำไมถึงลักขโมยกันทั้งจังหวัดได้อย่างไร พอมองไปรอบ ๆ ระยะทางเวลากลับบ้านที่จังหวัดสระบุรีผ่านในหลายจังหวัดก็พบว่ามันเป็น เหมือนกัน ผมก็ไม่รู้ว่ามันเป็นโรคติดต่อขึ้นได้อย่างไร ผมได้ลงพื้นที่สำรวจครับ พบว่าสายไฟ ที่ถูกตัดไปจริง ๆ แต่สิ่งที่ผมตกใจกว่านั้นก็คือเรื่องนี้เกิดขึ้นมาหลายปีเเล้วเเต่เรายังมีการ ปล่อยให้มีการลักขโมยกันเรื่อย ๆ แล้วก็ไม่มีการป้องกันใด ๆ อย่างนั้นเลยหรือครับ หากเป็น เช่นนั้นจริง ๆ ผมในฐานะผู้แทนราษฎรของชาวสระบุรีคงจะนิ่งนอนใจไม่ได้ และจะปล่อยให้ ชาวสระบุรีได้รับความเดือดร้อนซ้ำ ๆ แบบนี้ไปอีกไม่ได้ วันนี้ผมจึงต้องมาตั้งกระทู้ถาม ถึงท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีให้มาตอบคำถามนี้เพื่อให้คลายความเดือดร้อน เพื่อให้พี่น้องชาวจังหวัดสระบุรีได้รับทราบโดยทั่วกัน ขอสไลด์🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสรพัช ศรีปราชญ์ สระบุรี

นี่เป็นปัญหาในพื้นที่ซึ่งยกเป็นตัวอย่าง ก็จะเห็นได้ว่ามีทั้งอุบัติเหตุ และยิ่งอันตรายมาก ๆ เลยก็คือช่วงจุดกลับรถ ขอถัดไปครับ อันนี้ก็เป็นถนนอีกเส้นหนึ่งซึ่งมันเป็นเส้น Bypass สระบุรีซึ่งเป็นทางที่ใช้ความเร็วจำนวน มากแล้วก็เป็นทางเบี่ยงในช่วงเทศกาลด้วยก็ดับนะครับ อันนี้ก็เช่นเดียวกัน อันนี้เป็นถนน พหลโยธินเลย ถนนพหลโยธินที่จะมุ่งหน้าไปทางลพบุรี ไปทางเพชรบูรณ์ก็จะต้องผ่าน เส้นทางนี้ซึ่งก็ดับเหมือนกัน ต่อไปเลยครับ และนี่ก็เป็นเสียงสะท้อนของพี่น้องชาวจังหวัด สระบุรีที่ได้สะท้อนผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนจะสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มต่าง ๆ ทางช่องทางออนไลน์ จนตอนนี้พี่น้องชาวจังหวัดสระบุรีก็ขนานนามกันแล้วว่า สระบุรีเป็นเมืองมืดนะครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมเคยได้นำปรึกษาหารือในสภา อยู่หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในถนนพหลโยธิน ถนนมิตรภาพ ถนน Bypass สระบุรี ถนนทางหลวงชนบทสายต่าง ๆ ในพื้นที่ของผมล้วนถูกพูดมาในสภาแห่งนี้ทั้งหมดแล้วครับ แต่ปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขใด ๆ ถนนยังคงมืดมิดไร้แสงสว่างอยู่เหมือนเดิม อาจจะมี ถนนในบางเส้น เมื่อในช่วงกลางปีที่แล้วได้มีการซ่อมแซมไป แต่ผ่านไปไม่กี่เดือนก็ดับ เหมือนเดิมอีกแล้วครับ จากที่ผมได้กล่าวมาถนนที่ผมได้ยกขึ้นมาพูดก็เป็นเพียงตัวอย่าง เท่านั้นที่อยู่ในพื้นที่ของผม นอกจากนี้ยังมีถนนอีกหลายเส้นทางที่ยังคงไม่มีแสงสว่าง ในจังหวัดสระบุรี ไหน ๆ วันนี้ได้มีโอกาสมาตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีแล้ว ก็อยากจะขอถาม ท่านในภาพรวมของจังหวัดสระบุรีไปเลยครับ จึงขอเรียนถามในคำถามแรกว่า รัฐบาล มีแนวทางจัดการแก้ไขปัญหาการลักขโมยสายไฟส่องสว่างในพื้นที่จังหวัดสระบุรีอย่างยั่งยืน อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีคำถามแรกครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ ดิฉันได้รับมอบหมายจากทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มาตอบกระทู้ถามของ ท่านสมาชิก ท่านสรพัช ศรีปราชญ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสระบุรี พรรคประชาชน ต้องขอขอบคุณสำหรับคำถามของท่านสมาชิกนะคะ ซึ่งความเดือดร้อนของเรื่องของการ ลักขโมยสายไฟดิฉันเห็นภาพที่ท่านได้ฉายแล้วก็เห็นจากข้อมูล ไม่น่าเชื่อว่าจังหวัดสระบุรี ซึ่งใกล้กรุงเทพมหานครจะมีปริมาณของการลักขโมยสายไฟเยอะเช่นนี้ ซึ่งจริง ๆ จังหวัดดิฉัน อยู่ห่างไกลก็ไม่ได้มีปริมาณของการลักขโมยสายไฟเท่ากับจังหวัดสระบุรี อาจจะเพราะว่า มีหลายสาเหตุหลายประการ จากคำถามของท่านสมาชิกก่อนอื่นดิฉันขอฉายภาพของถนน ทางหลวงหมายเลข ๑ ก่อนนะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ถนน หมายเลข ๑ เป็นช่วงของถนนพหลโยธิน เป็นช่วงหนองแค พระพุทธบาท ในความรับผิดชอบ ของทางหลวงสระบุรี ตั้งแต่กิโลเมตรที่ ๗๙ ถึงกิโลเมตรที่ ๑๓๗ รวมระยะทาง ๒๕ กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางดังกล่าวมีปริมาณรถการจราจรประมาณ ๑๒๓,๓๕๐ คันต่อวัน ก็เป็นถนนที่ เชื่อมโยงจากจังหวัดสระบุรีไปยังจังหวัดลพบุรี แล้วก็ในกิโลเมตรที่ ๑๐๖ เป็นเส้นทางหลวง มิตรภาพ แล้วก็เป็นถนนสายสำคัญที่มุ่งสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่ะ เส้นทางอีกสายหนึ่ง เป็นเส้นทางหลวงหมายเลข ๓๖๒ เป็นถนนวงแหวนรอบเมืองสระบุรี เป็นความรับผิดชอบ ของแขวงการทางสระบุรีเช่นกันค่ะ มีปริมาณรถจราจรประมาณ ๓๒,๐๐๐ คันต่อวัน ส่วนมากพี่น้องสระบุรีก็พยายามที่จะเลี่ยงที่จะใช้เส้นทางนี้ในขณะที่มีการจราจรแออัดในช่วง เช้าแล้วก็ช่วงเย็น ท่านประธานที่เคารพคะ จากคำถามของท่านสมาชิกได้ถามถึงการแก้ไข ปัญหาการขโมยสายไฟในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคมว่าจะแก้ไขปัญหา อย่างยั่งยืนอย่างไรบ้าง ดิฉันขออนุญาตว่าจริง ๆ แล้วการลักขโมยสายไฟก็มีอยู่ทุกแห่ง แต่ทำอย่างไรที่จะแก้ไขปัญหานะคะ ดิฉันขอพูดในเรื่องของเหตุการณ์ลักขโมยสายไฟ ปัจจุบันนี้ทางกรมทางหลวงก็ได้มอบหมายให้ทางหลวงจังหวัดร่วมกับเจ้าหน้าที่ ถ้าทราบว่า จุดไหนที่มีการลักขโมยสายไฟก็ให้ทางเจ้าหน้าที่ของทางหลวงไปแจ้งความร้องทุกข์ แล้วก็ เร่งรัดติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด หลังจากดำเนินการร้องทุกข์แล้ว ขณะที่ประชาชน เดือดร้อนเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็จะเร่งเข้าไปแก้ไขในจุดที่ถูกลักขโมยสายไฟในทันที รวมทั้ง เราต้องสร้างความตระหนักแล้วก็การรับรู้ของพี่น้องประชาชน รวมทั้งองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นว่าขอให้ช่วยกันสอดส่องดูแล ซึ่งทรัพย์สินเหล่านี้เป็นทรัพย์สินของทางราชการ โดยเฉพาะเราสังเกตเห็นว่าถ้าเกิดมีจุดสายทางเส้นไหนที่มีการขโมยแล้วจะกลับมาขโมยซ้ำ อีกหรือไม่ เราก็ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องของการป้องกันอย่างเดียว เราก็จะตามไปร้านค้าที่เป็น ร้านค้ารับซื้อของเก่าหรือร้านค้าที่รับซื้อสายไฟเก่าเพื่อหาผู้กระทำความผิด ในลักษณะการ สืบสวนที่เป็นความลับ ซึ่งเรื่องนี้เราก็ได้มีการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดได้หลายราย รวมทั้งขณะเดียวกันก็พยายามที่จะซ่อมแซมตู้เหล่านั้นให้มีการลักขโมยที่ยากขึ้น ท่านจะเห็น ในภาพก็มีการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ยากต่อการลักขโมย นอกจากนั้นเราเองก็มีการซักซ้อม แนวทางให้กับเจ้าหน้าที่ว่าเส้นทางดังกล่าวที่มีการลักขโมยแล้ว มีการซ่อมแซมแล้ว แจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วยังมีปริมาณของการลักขโมยอีกหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวงก็จะมีเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลแต่ละสายทางให้อย่างใกล้ชิดนะคะ นอกจากนั้นกรณีที่เกิดความเสียหายต่อพื้นที่เช่นทางหลวงก็บูรณาการร่วมกับหน่วยงาน แล้วก็ความมั่นคงต่าง ๆ ในการที่จะทำแล้วก็ซ่อมแซมให้ได้มาตรฐานเพื่อไม่ให้มีการลักขโมย เกิดขึ้น นอกจากนั้นเราก็ยังมีจุดเชื่อมต่อและบริเวณนอตตัวยึดที่เป็นหม้อแปลงไฟฟ้า ให้มีความแน่นหนา ก็คือไม่สามารถที่จะลักขโมยได้ง่าย ๆ นี่คือการป้องกัน นอกจากนั้น ในช่วงกลางคืนเราก็จัดเจ้าหน้าที่ของแขวงการทาง โดยจะเน้นเรื่องของจุดเสี่ยง แล้วก็จุดที่มี การโจรกรรมบ่อย ๆ นอกจากนั้นก็ยังมีการป้องกันการติดตั้งสายไฟที่จะทำให้ เขาเรียกว่า มีการเทคอนกรีตหยาบให้สายไฟตลอดแนวไม่ให้มีการลักขโมย อีกจุดหนึ่งมีการเชื่อมปิดฝา เสาไฟฟ้าแสงสว่าง ก็คือที่ถูกโจรกรรมนี้ให้มีการปิดเสาเพื่อป้องกันการโจรกรรมภายในเสาไฟ ท่านจะเห็นว่าสายไฟ HIMAX สูง ๆ ที่ผ่านมาหลังจากถูกเข้าไปลักขโมยแล้วก็ตัดสายไฟ ในท่อนั้นเราก็ใช้วิธีการ ก็คือปิดให้มีความหนาแน่นไม่สามารถที่จะลักขโมยสายไฟในท่อ ดังกล่าว จากคำถามท่านถามถึงว่าถนนดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นถนนอดิเรกสาร ก็ขออนุญาต ได้ตอบคำถามของท่านสมาชิกว่าถนนอดิเรกสารที่ท่านได้ถามถึงก็คือเป็นถนนทางหลวงสาย สบ. ๓๐๐๔ ถึงแยกทางหลวงหมายเลข ๓๖๒ บ้านหาดสองแคว อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอแก่งคอย ระยะทาง ๒๗.๙ กิโลเมตร กรมทางหลวงเองก็ได้ติดตั้งไฟส่องสว่างระยะทาง ประมาณ ๑ กิโลเมตร ก็ใช้วงเงินประมาณ ๒ ล้านบาท พอมาดูจุดกลับรถท่านสมาชิกคะ จุดกลับรถถนนเลี่ยงเมืองตรงฝั่งตะวันออก ทางหลวงหมายเลข ๓๖๒ ทั้งเส้นทางปรากฏว่า กรมทางหลวงได้ตรวจสอบว่าบริเวณนี้มีไฟดับบ่อยครั้ง เนื่องจากเรามีการตรวจสอบพบว่า สภาพของสายไฟใต้ดินมีอายุการใช้งาน ที่ต้องบอกว่ามีอายุการใช้งานมาหลายปี แล้วก็ ในหลายจุดถูกโจรกรรมสายไฟฟ้าใต้ดินพร้อมอุปกรณ์ รวมทั้งหม้อแปลงไฟฟ้าด้วย แขวงทางหลวงสระบุรีเองก็ได้ติดตามแล้วเข้าไปแก้ไขซ่อมแซม ทั้งในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ แขวงทางหลวงได้ซ่อมแซมก็คือใช้งบจังหวัดในวงเงิน ๙.๖ ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในระหว่าง ดำเนินการ คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๖๘ นี้ นอกจากนั้น ก็ยังมีงบของสำนักงานอำนวยความปลอดภัยของกรมทางหลวง งบประมาณอีก ๙.๑๓๘ ล้านบาท ทั้ง ๒ โครงการนี้ก็จะดำเนินการติดตั้งให้แล้วเสร็จประมาณเดือนพฤษภาคม เช่นเดียวกันค่ะ ในส่วนของทางหลวงสาย ๓๖๒ นั้นก็จะขอรับการจัดสรรในงบประมาณ ปี ๒๕๖๙ ในปีถัดไป ท่านประธานที่เคารพคะ จะเห็นว่าท่านสมาชิกยังได้ถามถึงว่านอกจาก มีการขโมยสายไฟถนนอดิเรกสารและทางกลับรถถนนเลี่ยงเมืองแล้ว ท่านสมาชิกยังถาม ถึงว่าสะพานลอยต่าง ๆ ก็มีการโจรกรรมอุปกรณ์ไฟฟ้าบนสะพานลอยเช่นเดียวกัน ซึ่งสะพานลอยของจังหวัดสระบุรีมีทั้งหมด ๑๔ แห่ง จะเห็นว่าการดำเนินการซ่อมแซมของ สะพานลอยก็เป็นปัญหาอีกอย่างหนึ่ง ดิฉันก็เห็นว่าในเมื่อมีสะพานลอยแล้วพี่น้องประชาชน ยังใช้สัญจรไปมาแต่เหตุไฉนยังมีการขโมยสายไฟบนสะพานลอย เนื่องจากถนนมิตรภาพ ดังกล่าวเป็นถนน ๘ เลน จึงทำให้มีการก่อสร้างสะพานลอยเพื่ออำนวยความสะดวก ให้พี่น้องประชาชนที่จะต้องข้ามถนนไปให้มีความปลอดภัย ซึ่งขณะนี้แขวงการทางสระบุรี ได้ดำเนินการซ่อมแซมไฟฟ้าของสะพานลอยไปแล้วทั้งหมด ๘ แห่ง ไม่ว่าสะพานลอย ช่วงของถนนพหลโยธิน วัดปากข้าวสารเหนือ แล้วก็สะพานลอยซอยโรงเรียนบ้านปากข้าวสาร สะพานลอยหน้าหมวดทางสระบุรี สะพานลอยหน้าสถานีตำรวจภูธรสระบุรี สะพานลอย ถนนพหลโยธินที่บริเวณซอยเอกภาพ แล้วก็ถนนพหลโยธิน ซอยโรงพยาบาลสระบุรี รวมถึง ซอยโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ และซอย ๕ หมู่บ้านแลนดี้โฮม ซึ่งปัจจุบันสะพานลอยมี ๑๓ แห่ง แต่เราใช้งบซ่อมแซมไปแล้ว ๘ แห่งก็เหลืออีก ๑ แห่ง ก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องของการ โจรกรรมทั้งเสาไฟฟ้า ขณะนี้ตรงจุดบริเวณที่โจรกรรมทั้งเสาไฟฟ้าอยู่ในระหว่างขั้นตอน หาผู้รับจ้างเพื่อจะดำเนินการมาติดตั้งเสาไฟฟ้าโอกาสต่อไปค่ะ🔗

ขออนุญาตเพิ่มเติมในเรื่องของทางหลวงสายสระบุรี สาย ๑๐๕๙ ตรงบริเวณ เลียบคลองชลประทานที่วัดหนองม่วง บริเวณเส้นทางตรงนี้มีระยะทางประมาณ ๑๑ กิโลเมตร ขณะนี้กรมทางหลวงชนบทได้รับการจัดสรรงบประมาณไฟส่องสว่างแล้ว ประมาณ ๒.๔ กิโลเมตร วงเงิน ๔.๘ ล้านบาท นอกจากนั้นอีกสายทางหนึ่งซึ่งอยู่ในเส้นทาง ที่ท่านสมาชิกได้ถามไว้ในกระทู้ ก็คือทางหลวงสาย สบ. ๑๐๕๙ เป็นช่วงของอำเภอ เฉลิมพระเกียรติแก่งคอย ระยะทาง ๑๓ กิโลเมตร เราก็ได้ดำเนินการที่จะติดตั้งไฟส่องสว่าง ประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร วงเงินก่อสร้างประมาณ ๓ ล้านบาท ซึ่งใน ๒ เส้นทางดังกล่าวจะ ดำเนินการในกรอบของปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ก็ฝากประชาสัมพันธ์ให้ท่านสมาชิกได้แจ้ง ประชาชนในพื้นที่ด้วยนะคะ🔗

พอกลับมาดูท่านประธานคะ อีกเส้นทางหนึ่ง ทางหลวงสระบุรี สาย ๑๐๕๙ ที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงว่าไม่มีแสงสว่างแล้วก็ไฟดับบ่อยครั้ง ดิฉันขอกราบเรียนว่า ในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ นี้ กรมทางหลวงชนบทก็ได้จัดสรรงบประมาณลงไปทั้งติดตั้งไฟ ส่องสว่างเสาสูง ต้องบอกว่าเสาสูง ๒ เสา วงเงินงบประมาณ ๙.๗ ล้านบาท แล้วก็อีก ๔ โครงการ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ก็คือในเรื่องของการซ่อมเสาสูง แล้วก็เรื่องของการ ซ่อมแซมไฟฟ้าที่ชำรุดในวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น ๒๘.๘๙ ล้านบาท เรื่องของแผนการ ดำเนินการของกรมทางหลวงในเรื่องของการโจรกรรมต่าง ๆ เราก็พยายามที่จะดูว่าความ จำเป็นเดือดร้อนที่พี่น้องประชาชนได้รับนั้นพื้นที่ไหนที่มีความเสี่ยงสูงก็จะเร่งดำเนินการ แต่ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณไม่ได้มีเพียงแค่จังหวัดสระบุรี พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ก็พยายามที่จะจัดสรรให้ทั่วถึงตามความจำเป็น แล้วก็ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ต่อไป ดิฉันขอตอบคำถามแรกค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายสรพัช ศรีปราชญ์ สระบุรี

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม สรพัช ศรีปราชญ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรีจากพรรคประชาชนครับ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี สำหรับการตอบคำถามแรกนะครับ ก็คือปัญหาในเรื่องของการจัดการการลักขโมยสายไฟฟ้า อย่างยั่งยืนในจังหวัดสระบุรี จากที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบมาโดยรวมแล้วมันก็เป็นการ แก้ปัญหาที่เป็นค่อนข้างโดยรวม ซึ่งผมเห็นว่าเป็นปัญหาที่จะแก้กันที่ต้นเหตุจริง ๆ น่าจะเป็น ในเรื่องของสายไฟที่มีการเทคอนกรีตหยาบทับ อันนี้ก็ขอให้ท่านได้รีบแก้ไขเพราะว่า ประชาชนก็เดือดร้อนจริง ๆ แล้วดูจากที่ทางท่านรัฐมนตรีตอบมาเมื่อสักครู่ก็จะมีแผนในการ ซ่อมแซมซึ่งจะเข้าอยู่ในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ เรียบร้อยแล้ว อันนี้ก็ต้องขอขอบคุณท่าน รัฐมนตรีด้วยที่ให้งบในการซ่อมแซมแก่จังหวัดสระบุรีมา ท่านประธานครับ แต่การซ่อมแซม ที่ทางท่านรัฐมนตรีกำลังจะซ่อมแซมให้นั้นก็ยังมีระยะเวลาในการซ่อมแซมอยู่ซึ่งยังไม่ได้ เเก้ไขเสร็จภายในวันนี้ หรือพรุ่งนี้ หรือภายในไม่กี่เดือน ปัญหาต่าง ๆ พี่น้องประชาชน ในระหว่างช่วงที่กำลังดำเนินการแก้ไขนี้พี่น้องประชาชนก็ยังต้องใช้รถใช้ถนนกันอยู่ทุกวัน และยังจะต้องประสบปัญหากับไฟฟ้าที่ยังมืดดับ แล้วก็ยังไม่มีแสงสว่างอยู่แบบนี้พี่น้อง ประชาชนก็ยังต้องเสี่ยงอุบัติเหตุแบบนี้อยู่ในทุก ๆ วัน ปัจจุบันในรถของแต่ละคันของพี่น้อง ประชาชนก็ได้มีกล้องหน้ารถกันทุกคันแล้ว ซึ่งผมมองว่าปัญหาไฟมืดดับสว่างนี้เป็นปัญหา ที่ทางรัฐต้องดูแลประชาชน เนื่องจากเป็นคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐาน🔗

คำถามที่ ๒ ผมก็เลยขอถามว่า รัฐบาลมีมาตรการบรรเทาเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบอุบัติเหตุจากปัญหาข้างต้นอย่างไร ตรวจสอบได้ว่าปัญหานั้นเกิดมาจากไฟมืดดับ สว่างจริง ๆ เพราะปัจจุบันมีกล้องหน้ารถแล้ว ขอทราบรายละเอียดครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญรัฐมนตรีคำถามที่ ๒ ครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ขอบพระคุณ สำหรับคำถามที่ ๒ เรื่องของรัฐบาลมีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเรื่องของไฟฟ้า ก็ต้องขอกราบเรียนอย่างนี้ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของกฎหมาย เรื่องของความปลอดภัย จริง ๆ ในเรื่องของการเกิดอุบัติเหตุในลักษณะของการเยียวยาก็จะมีประเภทแรก เยียวยาในเรื่อง ของการชดเชยที่ดินในกรณีที่การก่อสร้างทางนั้น แต่เยียวยาอีกประเภทหนึ่งเช่นกรณีที่เกิด อุบัติเหตุอาจจะไม่ได้เกิดอุบัติเหตุจากเรื่องไฟส่องสว่างอย่างเดียว อาจเกิดอุบัติเหตุจากเรื่อง ของผู้ขับขี่ใช้รถที่มีความเร็ว เรื่องของไฟส่องสว่างก็อาจจะเป็นปัจจัยหนึ่ง แต่ว่าไม่ใช่ทั้งหมด เคยเกิดกรณีผู้ประสบอุบัติเหตุร้องเรียนก็จะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนว่าที่เกิด อุบัติเหตุจากไฟส่องสว่างหรือว่าผู้ขับขี่ขับรถเร็ว หรือเกิดผลกระทบอย่างไร อีกประเภทหนึ่ง ที่เราได้เคยเจอมาในกรมทางหลวงชนบท ก็คือกรณีที่เราไปติดตั้งไฟส่องสว่างในบริเวณ ใกล้ ๆ ริมถนนนาข้าวแล้วทำให้กระแสไฟเหล่านั้น ความเร็วของแสงไฟไปกระทบเรื่องของข้าว ตั้งรวง แล้วข้าวไม่สามารถออกรวงได้ พี่น้องประชาชนก็ร้องเรียนมาว่าควรจะให้มีการดับไฟ หรือให้ไปศึกษาว่าทำอย่างไรที่ไฟส่องสว่างของกรมทางหลวงชนบทเวลาติด ๒ ข้างทาง แล้วมีผลกระทบต่อเกษตรกรชาวนาที่ข้าวไม่ออกรวงอย่างนี้เป็นต้น นั่นก็คือจะเป็นเรื่องที่ ทางเกษตรกรผู้ได้รับความเสียหายร้องเรียน แล้วก็ขอเยียวยาผลกระทบในเรื่องของความ เสียหายอย่างนี้เกิดขึ้น แต่โดยภาพรวมของการสร้าง ตระหนัก แล้วก็ความรู้ความเข้าใจ นั่นก็คือเรื่องของผู้ใช้รถใช้ถนน กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่า ปัญหาของ พี่น้องประชาชนที่เราได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโครงสร้างของอำนาจ ไม่ว่าเป็น ผลกระทบของการมีกฎหมาย แล้วก็มีผลของการใช้บังคับกฎหมายนั้นก็คือสิ่งสำคัญที่ กระทรวงคมนาคมเองก็ได้เล็งเห็นและพยายามที่จะปรับปรุงกฎหมายให้มีผล ขณะเดียวกัน นอกจากเรื่องของการที่จะจับกุมผู้กระทำผิดกฎแล้ว นั่นก็คือเรื่องของความรุนแรง กฎหมาย ที่มีผลบังคับใช้ทำอย่างไรที่จะไม่ให้ผู้กระทำความผิดเหล่านั้นกลับมากระทำความผิดแบบ ซ้ำ ๆ เดิม ๆ นั่นคือการลักขโมย แล้วผลบังคับของการใช้กฎหมายไม่ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัว กับสิ่งที่เขากระทำเกิดขึ้น สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องขอความร่วมมือกัน แล้วก็สร้างองค์ความรู้ สร้างตระหนักถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะเห็นว่าเรามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เรา พูดกันมาตลอดเรื่องของการกระจายอำนาจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่นั้น ๆ ต้อง ช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่อง แล้วก็ร้องขอมา เพราะว่าทรัพย์สินทุกบาททุกสตางค์นั้น ล้วนมาจากภาษีของพี่น้องประชาชน เราก็อยากจะกระจายความเจริญเหล่านี้ กระจาย แสงสว่างเหล่านี้ไปยังพื้นที่ที่พี่น้องประชาชนไม่ได้รับโอกาส แล้วก็ยังมืดมิดเช่นที่จังหวัด สระบุรีก็ช่วยกันค่ะ ในส่วนของกระทรวงคมนาคมเองก็จะพยายามเร่งรัดแล้วก็ติดตาม ในขณะที่ท่านบอกว่าในขณะที่เรายังไม่มีการซ่อมแซมประชาชนจะดำเนินการอย่างไร จะอยู่ ในความมืดมิดอย่างนี้ต่อ ดิฉันจะพยายามเร่งรัด เนื่องจากขณะนี้ในงบประมาณปี ๒๕๖๘ ผู้รับจ้างได้เซ็นสัญญาแล้ว กำลังลงงาน ทราบว่าขณะนี้ก็ยังดำเนินการติดตั้งเสา ซึ่งเราคาดว่า จะเสร็จประมาณเดือนพฤษภาคมก็จะเร่งรัดให้ติดตั้งเร็วขึ้นก่อนกำหนดการแล้วเสร็จ เดือนพฤษภาคม สิ่งหนึ่งที่กระทรวงคมนาคมได้ใส่ใจในทุกมิติของการเดินทาง แล้วก็ ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ วันนี้กระชับหน่อยครับ เดี๋ยวไปคุยกับท่านรัฐมนตรีนะครับ🔗

๒. เรื่อง แนวทางการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ นายรวี เล็กอุทัย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม🔗

ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ท่านที่ ๑ ท่านวีระ ขุนไชยรักษ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ท่านที่ ๒ ท่านศักดิ์ดา มณีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการที่ดินป่าไม้ กรมป่าไม้ และผมได้อนุญาตให้ ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถาม ท่านแรก ท่านพลช มีสัตย์ ท่านที่ ๒ ท่านภารณี จันวัฒน์พงษ์ เชิญท่านรวี เล็กอุทัย ถามท่านรัฐมนตรีคำถามแรกเลยครับ🔗

นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ขอบคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ในวันนี้ต้องกราบขอบพระคุณท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ท่านได้สละเวลามาตอบกระทู้ถามของกระผม ก็ขออนุญาตเข้าสู่ประเด็นที่จะถามนะครับท่านประธาน เนื่องจากว่าในจังหวัดอุตรดิตถ์มีการ ใช้ที่ดินซึ่งมีที่ดินรวมอยู่ประมาณ ๔.๙ ล้านไร่ ถ้าหากว่ายึดตามหลักของการใช้ที่ดินจะพบว่า เป็นพื้นที่ป่าไม้รวมกว่า ๒.๗ ล้านไร่ และเป็นสัดส่วนที่มากกว่าประเภทการใช้ที่ดินในลักษณะอื่น หรือคิดเป็นสัดส่วนเกินครึ่งของพื้นที่ของจังหวัด และหากพิจารณาจากประเภทของการ ใช้ประโยชน์ที่ดินจะพบว่าเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ๑.๒ ล้านไร่ และพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จำนวนกว่า ๑.๘ ล้านไร่ ทั้ง ๒ พื้นที่ประเภทนี้รวมกันท่านรัฐมนตรีครับ เป็นพื้นที่มากกว่า ๓.๑ ล้านไร่ หรือสัดส่วนร้อยละกว่า ๖๓ ของพื้นที่ทั้งหมด เพราะฉะนั้นเรื่องของการป่าไม้ จึงเป็นปัญหาที่กระทบต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่านอกจาก เรื่องของการอยู่อาศัยของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ป่าแล้วยังมีเรื่องของสาธารณูปโภค ต่าง ๆ ที่ยังขาดแคลนอยู่ อย่างเช่น กรณีของถนนที่โดยเฉพาะจังหวัดอุตรดิตถ์ อำเภอลับแล พี่น้องประชาชนต้องสัญจรในการขึ้นเขาเพื่อไปลำเลียงผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะ ทุเรียนหลง-หลิน ลับแล ซึ่งตรงส่วนนี้ที่ผ่านมามีการขออนุญาตใช้ตามมติผ่อนผันของ คณะรัฐมนตรีในการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเข้าไปซ่อมแซมบำรุงในส่วนของ สาธารณูปโภคต่าง ๆ ในพื้นที่ป่าได้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความล่าช้าทำให้ยังไม่มีการ อนุญาตให้ท้องถิ่นสามารถเข้าไปจัดการได้ แต่ว่าไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ในส่วนของป่าสงวน ทาง สจป. ๓ ลำปาง ได้มีการอนุญาตให้ทางท้องถิ่นของ อบต. แม่พูล สามารถเข้าไป ซ่อมแซมในถนนโจ้โก้เก๊าแกในส่วนของป่าสงวนได้ แต่ก็ยังมีปัญหาติดขัดในเรื่องของป่าถาวร ตามมาว่าจะมีแนวทางอย่างไรในการให้ท้องถิ่นสามารถเข้าไปดูแล แล้วก็ซ่อมบำรุง สาธารณูปโภคต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนได้ รวมไปจนถึงเรื่องของการให้สิทธิใบรับรอง ที่ทำกินกับพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ป่า ซึ่งพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะในอำเภอ ลับแลของจังหวัดอุตรดิตถ์ก็มีการเข้าไปอยู่อาศัยทำมาหากินในพื้นที่ป่ามาเป็นระยะเวลา นานแล้ว แล้วก็มีการพยายามพิสูจน์ทราบถึงการเข้าไปทำมาหากินในพื้นที่ป่าอยู่ก่อนที่จะมี การประกาศเป็นเขตป่าด้วยซ้ำครับท่านรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่มาที่วันนี้ผมตั้ง กระทู้ถามแยกเฉพาะเพื่อที่อยากจะสอบถามถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนที่เข้าไปทำมาหากินอยู่ในพื้นที่ป่า ไม่ว่าจะเป็นป่าสงวนก็ดี ป่าไม้ถาวรก็ดี รวมถึง พื้นที่อื่นๆ ที่เป็นพื้นที่ของหน่วยงานของรัฐแล้วมีความซ้ำซ้อนกับการเป็นอยู่ของพี่น้อง ประชาชนอยู่ครับ🔗

ในคำถามแรก ท่านมีแนวทางอย่างไรในการอนุญาตให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ในการบำรุง ซ่อมแซมบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานที่สำคัญ และจำเป็น โดยเฉพาะการปรับปรุงถนนที่ส่งผลต่อการดำรงชีพของประชาชนในพื้นที่ และท่านมีกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนหรือไม่ในการอนุญาตให้แล้วเสร็จครับ ขออนุญาต ถามคำถามแรก ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีคำถามแรกครับ🔗

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ต้องขอบคุณท่าน สส.รวี เล็กอุทัย เป็นอย่างสูงที่ท่านได้ถามคำถามที่ผมคิดว่าจะเป็น ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศไม่ใช่เฉพาะที่อุตรดิตถ์เพียงอย่างเดียว แล้วก็ปัญหา ในส่วนของเรื่องสาธารณูปโภคต่างๆ ในพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของทั้งกรมป่าไม้ และ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็เป็นปัญหาที่สะสมมานานมาก หลาย ๆ ปัญหานี้ ได้รับการแก้ไข แต่หลายปัญหาก็ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการแก้ไข สืบเนื่องจากกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ป่าไม้ทุกประเภทจะมี กฎหมายที่กำกับดูแลอยู่โดยเฉพาะ ความเข้มข้นต่าง ๆ ก็อยู่ตามลำดับของพื้นที่ ผมขอเรียน อย่างนี้ว่า ในส่วนที่ท่านได้ถามมาในส่วนของการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ ส่วนราชการที่มีความจำเป็นที่จะใช้พื้นที่เพื่อการพัฒนา เพื่อการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานนี้ ซึ่งจะต้องมีการขออนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเหมือนที่ผมได้บอกในเบื้องต้น โดยเคร่งครัด สืบเนื่องจากหลักการ ก็คือเราต้องการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม แต่ในขณะเดียวกัน ณ วันนี้สิ่งหนึ่งที่เราต้องดำเนินการแก้ไขไปพร้อม ๆ กัน ก็คือการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนด้วย เพราะว่าโดยหลักการของผมแล้วผมคิดว่า พี่น้องคนไทยต้องได้รับสิทธิการดูแลเท่าเทียมกันทั้งหมด นี่คือสิ่งที่ควรจะได้รับสำหรับ ประชากรไทยที่เป็นคนไทยทั้งหมด สำหรับในพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ การขออนุญาตเข้าใช้ประโยชน์ในที่ของหน่วยงานรัฐซึ่งจะต้องดำเนินการไปตามระเบียบของ คณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์เขตป่าสงวนแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการใช้พื้นที่เป็นสถานที่ปฏิบัติงานหรือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นของส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐในเขตอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕ และในการพัฒนาบำรุงโครงสร้าง พื้นฐานพื้นที่ป่า พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ จะพิจารณาอนุญาตตามกฎกระทรวง การขอ อนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่า พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งทั้งนี้ผู้ที่จะขออนุญาตจะต้องยื่นคำขอที่ สำนักงานทรัพยากรป่าไม้ท้องที่พร้อมเอกสารที่จะต้องดำเนินการในกรณีที่เป็นหน่วยงานรัฐ และหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งกระบวนการตรงนี้ถ้าเอกสารทุกอย่าง ดำเนินการถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้อาจจะมีการอนุมัติภายใน ๖๐ วัน แล้วก็ ขั้นตอนการอนุมัติตอนนี้กรมป่าไม้ได้มอบอำนาจไปให้ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรป่าไม้ที่ ๑ และ ๑๓ แล้วก็ผู้ที่ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรป่าไม้ทุกสาขาเป็นผู้อนุญาต แทนอธิบดี เพื่อที่จะลดระยะเวลาในการดำเนินการเดินหนังสือตรงนี้ ซึ่งที่ผ่านมา ณ วันนี้ เหมือนที่ท่านได้ทราบที่เมื่อสักครู่นี้ท่าน สส. ได้บอกว่ามีการอนุมัติที่เขต อันนั้นคือหนึ่งใน นโยบายที่เราคิดว่าเราจะสามารถแก้ปัญหาเรื่องของความล่าช้า ซึ่งในส่วนของเขตป่าสงวน แห่งชาติตรงนี้ผมคิดว่าทั่วประเทศเราดำเนินการในหลักเกณฑ์เดียวกัน โดยกติกาเดียวกัน แล้ววันนี้ผมได้ยื่นเข้า ครม. โดยขออนุญาตผ่อนผันเมื่อประมาณเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อที่จะให้หน่วยงานของรัฐที่ดำเนินการตรงนี้แล้วยังตกหล่นสามารถเข้าไปดำเนินการได้ แล้วก็มีส่วนพิเศษอีกส่วนหนึ่งคือ ในพื้นที่ป่าเขตโซน C ที่เป็นป่าอนุรักษ์ ซึ่งโดยมติ ครม. จะเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมก็ได้มอบ อำนาจตรงนี้ไปให้คณะกรรมการที่พิจารณาดำเนินการได้เลยโดยไม่ต้องส่งมาให้ผมเป็น ผู้อนุมัติอีกครั้งเช่นเดียวกับที่กรมป่าไม้ดำเนินการมอบอำนาจให้กับทางเขตไป ซึ่งตรงนี้ ผมคิดว่าจะสามารถแก้ปัญหาเรื่องความล่าช้าได้🔗

ขออนุญาตตอบในกรณีการปรับปรุงถนนสายต้นขนุน-โจ้โก้เก๊าแกใช่ไหมครับ อำเภอลับแล ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลแม่พูลได้ยื่นคำขอ ผมเรียนอย่างนี้ว่า เนื่องจาก ส่วนหนึ่งของถนนเส้นนี้อยู่ในพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำที่ 1A มันก็เลยมีความจำเป็นต้องขอผ่อนผัน ยกเว้นการปฏิบัติตามมติ ครม. ในเรื่องของการกำหนดชั้นพื้นที่ลุ่มน้ำ และต้องทำรายงาน ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม EAR ซึ่งขณะนี้เท่าที่ผมได้สอบถามได้รับการแจ้งกำลังดำเนินการอยู่ แล้วเรื่องนี้ผมเรียนท่าน สส. อย่างนี้ครับ ผมจะติดตามให้ท่านโดยเร็วที่สุดนะครับ🔗

สำหรับพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช ซึ่งจะเป็นกรณีที่คล้าย ๆ กัน แต่ต้องเป็นสิ่งก่อสร้างที่ไม่ใช่สิ่งก่อสร้างที่เกิดขึ้นใหม่ แต่เป็นเรื่องของการซ่อมแซมสาธารณูปโภคพื้นฐานต่าง ๆ ซึ่งหน่วยงานนั้นก็จะต้อง ดำเนินการคล้าย ๆ กัน ก็ยื่นตามระเบียบของกรมแล้วก็จะดำเนินการ ทั้งนี้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีคำสั่งมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์พื้นที่ ๑-๑๖ แล้วก็ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่สำนักทุกสาขาเป็นผู้พิจารณาอนุญาต โดยระยะการพิจารณา ตั้งแต่กระบวนการยื่นคำขอจนกระทั่งถึงอนุญาตจะใช้เวลาประมาณ ๓๐ วัน นี่คือ กระบวนการที่เราพยายามที่จะให้ในส่วนของเรื่องของการยื่นขออนุญาตทั้งหมดเป็นไปด้วย ความรวดเร็วและไม่ล่าช้า ผมเรียนว่าสิ่งหนึ่งที่ผมยึดมั่นแล้วก็ให้เป็นนโยบาย คือความล่าช้า คือความอยุติธรรม ท่านประธานครับ ผมคิดว่าความล่าช้าคือสิ่งที่ก่อให้เกิดปัญหา มันก็คือ ความอยุติธรรมอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้น ๑ ในการดำเนินการมอบอำนาจตรงนี้ก็คือการกำจัด ความล่าช้าขั้นตอนต่าง ๆ ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขออนุญาตตอบคำถามข้อ ๑ แค่นี้ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน สส. คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗

นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างมากครับ คำตอบที่ได้จากท่านก็เป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าข้อติดขัดเรื่อง ระยะเวลา เรื่องการดำเนินงานต่าง ๆ มันเป็นประเด็นที่ทำให้ปัญหานี้มันล่าช้าจริง ๆ ซึ่งทาง ท่านรัฐมนตรียืนยันว่าจะมีการติดตามอย่างเร่งด่วนให้ ก็ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ ทีนี้มีคำถามที่สืบเนื่องจากคำตอบที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวไปสักครู่ คือจะได้ขอความชัดเจน ในส่วนของป่าอนุรักษ์ซึ่งท่านบอกว่าต่อไปถ้าหากว่าเข้ายื่น ครม. เพื่อให้คณะกรรมการ ได้อนุมัติเลยไม่จำเป็นจะต้องส่งมาหาท่านรัฐมนตรีอีก ก็คือเป็นลักษณะเหมือนป่าสงวน แห่งชาติ คือส่งให้ทางผู้อำนวยการเขต เช่น สจป. ต่าง ๆ เป็นผู้อนุมัติใช่ไหม หรืออย่างไร ท่านช่วยชี้แจงอีกทีนะครับ🔗

แล้วก็ในส่วนของคำถามที่ ๒ ที่ผมจะถาม นั่นคือท่านมีแนวทางอย่างไร ในการจัดสรรทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ สามารถดำรงชีพอยู่ร่วมกับป่าไม้ได้อย่างเหมาะสมครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตตอบ ตรงนี้นะครับ การมอบอำนาจในส่วนของพื้นที่โซน C คือการมอบอำนาจให้คณะกรรมการ ระดับกระทรวงที่มีท่านปลัดกระทรวงเป็นประธาน ซึ่งตรงนี้โดยหลักการการดำเนินการ ถ้าตามมติ ครม. พื้นที่โซนนี้เมื่อคณะกรรมการอนุมัติเสร็จปุ๊บจะต้องให้รัฐมนตรีเป็นผู้อนุมัติ ถึงจะสมบูรณ์ แต่ตอนนี้เราตัดขั้นตอนตรงนี้ออกไป ซึ่งคิดว่าจะร่นระยะเวลาไปพอสมควร ผมเรียนอย่างนี้ว่าแนวโน้มการจัดการบริหารทรัพยากรที่ดินในเขตป่าไม้ ผมขออนุญาต เอาคร่าว ๆ เพราะว่าผมดูเวลาแล้วมันจะไม่พอ แต่เดี๋ยวผมจะส่งรายละเอียดให้ท่าน สส. อีกครั้งหนึ่ง คืออย่างนี้ครับ กรมป่าไม้ได้นำกรอบมาตรการตามมติ ครม. วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ไปแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน โดยแยกจำแนกพื้นที่ป่าสงวนตามระยะเวลา การเข้าครอบครองและชั้นน้ำคุณภาพเป็น ๔ กลุ่ม ผมยกตัวอย่างไว ๆ กลุ่มที่ ๑ ก็คือพื้นที่ ลุ่มน้ำ ๓ ๔ ๕ ซึ่งราษฎรเข้าอยู่อาศัยตามมติ ครม. ก่อนมติ ครม. เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๑๑ กับกลุ่มที่ ๒ พื้นที่ ๓ ๔ ๕ เหมือนกัน แต่เป็นพื้นที่ที่ราษฎรเข้าไปหลังมติ ครม. ปี ๒๕๔๑ ซึ่งทั้ง ๒ อันนี้จะดำเนินการในส่วนของจังหวัด ผมเรียนว่าจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ท่านถามจะมีพื้นที่ในกลุ่มที่ ๑ ประมาณ ๑๑๒,๒๓๘ ไร่ ๓ ๔ ๕ ที่อยู่ก่อนมติ ครม. ได้รับ การอนุญาตแล้ว ๓๙,๗๔๐ ไร่ อยู่ในระหว่างการขออนุญาต ๑๖,๓๐๑ ไร่ และอยู่ระหว่าง การตรวจสอบข้อมูลซึ่งเป็นที่พื้นที่เป้าหมาย ๕๖,๑๙๕ ไร่ ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดเดี๋ยวผม จะให้เป็นเอกสารท่าน สส. และกลุ่มที่ ๒ ก็คือลุ่มน้ำ ๓ ๔ ๕ ที่อยู่หลังมติ ครม. วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ กรมป่าไม้จะอนุมัติโครงการทั้งหมด ๑๙ แห่งตาม พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ และมีเงื่อนไขปลูกป่าเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ นี่เป็นหลักเกณฑ์ ในการดำเนินการ จำนวนพื้นที่ทั่วประเทศมีอยู่ประมาณ ๓.๗ ล้านไร่ เฉพาะที่จังหวัด อุตรดิตถ์มีอยู่ ๑๐๙,๑๗๐ ไร่ ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการตรงนี้เพื่อเสนอโครงการ ส่วนกลุ่มที่ ๓ ก็เป็นในกลุ่มลุ่มน้ำชั้น ๑ และชั้น ๒ ซึ่งราษฎรอยู่ก่อนมติ ครม. วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ เหมือนกัน กับกลุ่มที่ ๔ ก็คือกลุ่มลุ่มน้ำ ๑๒ ซึ่งอยู่หลังมติ ราษฎรเข้าไปอยู่ หลังมติ ครม. วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ จะเป็นทั้งหมด ๔ กลุ่ม ซึ่ง ๔ กลุ่มนี้ ในส่วนของ กลุ่มที่ ๔ กลุ่ม ๓ ๔ เป็นการทำกินแบบแปลงรวม จะแตกต่างจาก ๒ กลุ่มแรก การทำกิน แบบแปลงรวมซึ่งกรมป่าไม้จะอนุมัติโครงการตามมาตรา ๑๙ แห่ง พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ และต้องดำเนินการเงื่อนไขเหมือนกัน คือต้องลักษณะของการปลูกป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง ไม่น้อยกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ส่วนกลุ่มที่ ๔ ซึ่งไปอยู่หลังมติ ครม. ต้องไม่น้อยกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ วัตถุประสงค์ก็คือ ๑. เราให้สิทธิของคนที่เข้าไป อยู่ก่อนสามารถที่จะทำกินได้มากกว่า ส่วนคนที่เข้าไปอยู่ทีหลังท่านต้องมีส่วนในการอนุรักษ์ ป่าไม้และทรัพยากร ซึ่งตรงนี้ในกลุ่มที่ ๓ ที่ ๔ มีพื้นที่เป้าหมายทั่วประเทศ ๔.๙ ล้านไร่ ทั้งหมดเลยอยู่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ๘๙,๑๓๓ ไร่ ซึ่งโครงการทั้งหมดในจังหวัดอุตรดิตถ์ได้รับ อนุมัติทั้งหมดแล้ว อนุมัติไปทั้งหมดแล้ว เพราะฉะนั้นการดำเนินการตรงนี้ผมคิดว่าขออนุญาต รายละเอียดอีกสักนิดหนึ่ง เพราะว่าอย่างที่ผมได้เรียนเบื้องต้นว่าผมดูข้อมูลตั้งแต่ต้นแล้ว เวลาไม่พอจริง ๆ แต่เอาเป็นว่าในส่วนท้องที่จังหวัดอุตรดิตถ์การสำรวจพื้นที่ดินทำกินของ ราษฎรมีทั้งหมดจำนวน ๙ ป่าอนุรักษ์ ๙๖ หมู่บ้าน ราษฎรที่ครอบครองในป่าสงวนพื้นที่ ตรงนี้ ๒,๓๘๖ ราย ๓,๙๔๑ แปลง เนื้อที่ประมาณ ๒๖,๔๑๑ ไร่ ซึ่งพื้นที่ตรงนี้กรมการปกครอง ได้ตรวจรับรองแนวเขตเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันดำเนินการแล้วทั้งหมดจาก ๙ ป่าอนุรักษ์ ๔ ป่าอนุรักษ์ได้ดำเนินการแล้ว คือ ๑. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่จริม ๒. เขตรักษาพันธุ์ สัตว์ป่าลำน้ำน่านฝั่งขวา ๓. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าภูสันเขียว แล้วก็ ๔. เขตอุทยานแห่งชาติ ต้นสักใหญ่ ซึ่ง ๔ อันนี้กรมการปกครองตรวจสอบรับรองเขตเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่เหลืออีก ๕ ป่าอนุรักษ์จะได้มีการดำเนินการตรวจสอบต่อไป แล้วก็ผมเรียนท่าน สส. เหมือนกันว่า จะเร่งดำเนินการให้ตรงนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ขออนุญาตท่านประธานครับ คำถามสุดท้ายนี้ แบ่งเวลาของผมก็ได้ มีเวลาเหลืออยู่ ๕ นาที จะถามแบบรวดเร็วครับ คำถามที่ ๓ ท่านรัฐมนตรี ท่านมีแนวทางอย่างไรในการส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่สามารถมีส่วนในการ ดูแลและฟื้นคืนป่าไม้เสื่อมโทรมในพื้นที่โดยได้รับประโยชน์ในภาพรวมบนฐานการพัฒนา ที่ประเทศไทยมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน เนื่องจากว่าปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 ก็เป็น ปัญหาใหญ่ของประเทศ ณ ปัจจุบัน เพราะฉะนั้นเรื่องการเผาป่าต่าง ๆ ก็เป็นปัญหา เหมือนกัน และเท่าที่ผมทราบทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีงบประมาณ ในด้านนี้ค่อนข้างจำกัด แล้วก็การจะให้ท้องถิ่น อบต. ต่าง ๆ ไปจัดการดูแลในเรื่องนี้ ก็ค่อนข้างลำบาก เพราะทาง อบต. เอง ท้องถิ่นเองก็มีงบประมาณที่จำกัดเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นในเรื่องประเด็นนี้ท่านมีแนวทางอย่างไร ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สั้น ๆ นะครับ เดี๋ยวก็เอาเบอร์ท่านรอง ท่าน ผอ. ไว้ด้วย ไปคุยกัน🔗

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม

ได้ครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ร่วมเกียรติ ผมเรียน อย่างนี้ขออนุญาตอธิบายนิดหนึ่ง ความเป็นกลางทางคาร์บอนก็คือการรักษาสมดุลระหว่าง การใช้ทรัพยากรธรรมชาติและการอนุรักษ์ นั่นหมายถึงว่าถ้าเราปลดปล่อยคาร์บอนแค่ไหน เราก็ดูดซับคาร์บอนกลับไปแค่นั้น อันนี้คือหลักการ วันนี้เราดำเนินการผมเรียนคร่าว ๆ อย่างนี้ว่า หนึ่งส่วนที่จะมีความสำคัญคือการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้น ๆ ในการที่จะร่วมกันดูแลพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งป่าไม้ กรมป่าไม้ที่ดำเนินการวันนี้คือเรา ดำเนินการในกรณีของป่าเสื่อมโทรมที่จะให้ราษฎรเข้ามามีส่วนร่วม ผู้มีส่วนได้เสียรอบ ๆ แม้กระทั่งภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะมาฟื้นฟูป่าขึ้นมา ซึ่งการดำเนินการตรงนี้ มันเป็นเรื่องของระเบียบด้วย ขออนุญาตอ่านนิดหนึ่งนะครับ ซึ่งจะต้องผ่านความเห็นชอบ จากคณะกรรมการกำกับการปลูกป่าระดับพื้นที่ ตามคำสั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ที่ ๘๑/๒๕๖๕ ลงวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๕ ซึ่งมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ละจังหวัดเป็นประธาน ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ประชาชนที่มีส่วนได้เสีย ในส่วนของ องค์กรต่าง ๆ บุคคลภายนอกที่จะร่วมโครงการ พื้นที่ป่าชุมชนที่จะร่วมโครงการ พื้นที่ป่าไม้ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตรงนี้ผมคิดว่าเป้าหมายของเรา คือวันนี้อย่างไรก็แล้วแต่เราก็ต้อง ก้าวเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในอนาคตข้างหน้า เพราะฉะนั้นการเตรียมการในวันนี้ การที่จะดึงดูดพี่น้องประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมได้นั่นคือการที่จะให้เขามามีส่วนร่วมโดยมี รายได้ที่จะเข้าสู่ชุมชน พร้อม ๆ ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบที่เขาจะต้องมีให้กับชุมชน ให้กับป่าที่เขาจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราดำเนินการตรงนี้ก็จะมีเรื่องของ โครงการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน ป้องกันไฟป่า โครงการสร้างป่า สร้างรายได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะเป็นโครงการที่เราสามารถดำเนินการ แล้วก็ให้พี่น้อง ประชาชนหรือผู้มีส่วนได้เสีย แม้กระทั่งภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้าง อนุรักษ์ แล้วก็ ร่วมกันปลูก เพื่อที่จะรักษาความสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติกับการอนุรักษ์ให้ไปด้วยกัน ได้สู่เป้าหมาย ก็คือเราปลดปล่อยคาร์บอนมาแค่ไหนเราก็ดูดซับคาร์บอนไปแค่นั้น นี่คือ หลักการที่เราดำเนินการตรงนี้ ต้องขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นอย่างสูง แทนพี่น้องชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ด้วยครับ เพราะว่าปัญหาตรงนี้ผมคิดว่าเป็นปัญหาที่ท่านถาม แทนคนทั้งประเทศ ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ผมเรียนยืนยันเลยว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมกำลังดำเนินการแก้ไขภายใต้หลักการ คือความล่าช้าคือความอยุติธรรม ส่วนรายละเอียดผมจะแจ้งให้ท่านทราบ และโครงการที่ท่านแจ้งมาตรงนี้ที่ติดค้างผมจะ สั่งการโดยเร่งด่วนต่อไป ขอบคุณท่านประธาน และท่านสมาชิกเป็นอย่างสูงครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณรัฐมนตรีครับ อุตรดิตถ์ไม้ผลเยอะอย่างไรก็เอาเบอร์ท่านไว้เพราะว่าเป็นป่าทั้งนั้นเลย อุตรดิตถ์ ขอบคุณท่าน สส. ครับ🔗

๓. เรื่อง ขอทราบความคืบหน้าการพิจารณาการใช้พื้นที่ของกรมป่าไม้ เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่แฝก ตำบลแม่แฝกใหม่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ นางสาวพุธิตา ชัยอนันต์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗

ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้ ท่านแรก ท่านธีระชุณ บุญสิทธิ์ ท่านอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ท่านที่ ๒ ท่านราตรี บุญรอด นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ กองการอนุญาต กรมป่าไม้ และได้อนุญาตให้ประชาชน ผู้มีส่วนเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น คือท่านอาทิตย์ ชูสกุลธนชัย เชิญท่านพุธิตา ชัยอนันต์ ถามคำถามแรกเลยครับ🔗

นางสาวพุธิตา ชัยอนันต์ เชียงใหม่

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน พุธิตา ชัยอนันต์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชนค่ะ ขออนุญาตตั้งกระทู้ถาม ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็ขอขอบคุณ ท่านด้วยที่เห็นความสำคัญ แล้วก็สละเวลามาตอบกระทู้นี้ เนื่องด้วยดิฉันได้รับข้อร้องเรียน จากประชาชนในตำบลแม่แฝก อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ขอให้ติดตามและเร่งรัด การดำเนินการโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำห้วยแม่แฝก ในเขตพื้นที่หมู่ที่ ๑๐ ตำบล แม่แฝกใหม่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ดิฉันจึงได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามตรวจสอบ ข้อเท็จจริงของโครงการนี้ ขอสไลด์ค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวพุธิตา ชัยอนันต์ เชียงใหม่

เมื่อพบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของตำบล แม่แฝกนี้เป็นพื้นที่ทำเกษตรกรรม แต่ในบริเวณโซนนี้มักจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ในช่วงหน้าแล้ง แล้วก็ห่างไกลจากจุดชลประทาน เกิดปัญหาไฟป่าบ่อยครั้งในทุกปี แล้วน้ำ ที่ประชาชนใช้ในการอุปโภคบริโภคก็มีค่าใช้จ่ายสูงจากค่าไฟที่จะต้องสูบน้ำจากแหล่งอื่น ซึ่งอยู่ในระดับพื้นที่ที่ต่ำกว่าการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่แฝกนี้ นอกจากนี้อ่างเก็บน้ำนี้ หากมีการก่อสร้างเกิดขึ้นก็จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการเกิดไฟป่า แล้วก็จะเป็นแหล่งน้ำ สำหรับใช้ในภารกิจดับไฟป่าของเจ้าหน้าที่ได้ด้วยค่ะ ดิฉันก็ยังได้ทราบมาอีกว่าหากมีการ สร้างอ่างเก็บน้ำนี้ขึ้นก็จะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องอุทกภัยน้ำท่วมได้ด้วยค่ะ ขออนุญาต เล่าคร่าว ๆ ถึง Timeline จริง ๆ แล้วเรื่องของอ่างเก็บน้ำนี้ประชาชนรอมาหลายรัฐบาลแล้ว รอมากว่า ๒๐ กว่าปีแล้วค่ะ ในสมัยของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้วก็ได้มีพี่น้องประชาชน เข้ามายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอให้ติดตามความคืบหน้า แล้วก็เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ทางคณะกรรมาธิการ ก็ได้มีมติสอบถามไปยังกรมทรัพยากรน้ำเกี่ยวกับโครงการนี้ แล้วก็กรมทรัพยากรน้ำก็ได้ ตอบกลับมาในหนังสือที่ ทส. ๐๖๐๔/๙๔๙ ว่ากรมทรัพยากรน้ำได้ขอรับการสนับสนุน งบประมาณสำหรับการศึกษาสำรวจออกแบบอ่างเก็บน้ำพร้อมระบบกระจายน้ำเรียบร้อย แล้วในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ แต่พอเวลาผ่านไปก็ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ชาวบ้านก็รอฟัง ข่าวอยู่ ดิฉันจึงได้ยื่นกระทู้ถามอีกครั้งกับท่านพลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ซึ่งท่าน ก็ได้ตอบมาในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ของปีที่แล้วว่า ในขณะนั้นก็อยู่ ระหว่างขั้นตอนของการตรวจสอบสภาพป่าเพื่อขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ และเมื่อวันที่ ๔ มิถุนายนปีที่แล้ว กลุ่มพี่น้องประชาชนก็ได้มีการยื่นหนังสือเข้ามาอีกครั้งไปยังกรมทรัพยากรน้ำ สอบถามถึงความล่าช้าของโครงการนี้ เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๗ ในสไลด์นี้ ในประมาณ อีก ๔ เดือนก็ได้มีหนังสือตอบกลับจากกรมทรัพยากรน้ำว่ายังอยู่ในขั้นตอนของการ ตรวจสอบของกรมป่าไม้อยู่ ก็ไม่มีการแจ้งว่าจะใช้ระยะเวลาเท่าไรในกระบวนการนี้ แต่ว่า ได้มีการแจ้งเพิ่มเติมว่ามีการขอรับการสนับสนุนงบประมาณสำหรับการก่อสร้างระบบ กระจายน้ำของอ่างเก็บน้ำนี้แล้ว ซึ่งบรรจุแผนในปีงบประมาณ ๒๕๗๐ แต่ประเด็นก็คือว่า ตัวงบของโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำไม่ได้บอกว่าตัวโครงการก่อสร้างตัวอ่างเก็บน้ำนี้ จะได้รับการบรรจุแผนเมื่อไร อย่างไร ดังนั้นดิฉันจึงขออนุญาตตั้งกระทู้ถามถึงท่านรัฐมนตรี ว่าขณะนี้แล้วการดำเนินการพิจารณาขอใช้พื้นที่ของกรมป่าไม้มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง แล้วก็จะมีแผนการดำเนินการเมื่อใด ขออนุญาตทราบความชัดเจนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีคำถามแรกครับ🔗

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขอบคุณท่าน สส.พุธิตา ชัยอนันต์ เป็นอย่างสูงที่ท่านได้เห็นความสำคัญ แล้วก็คิดว่ามีความจำเป็นต้องเร่ง ที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ตอนผมเป็น สส. ใหม่ ๆ ก็เป็นอย่างนี้ ละครับ ก็พยายามวิ่งหางบประมาณต่าง ๆ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน ก็ต้องขอบคุณแทนพี่น้องชาวเชียงใหม่ด้วยครับ เดี๋ยวผมจะมีคำตอบให้ท่านนะครับ ผมเรียน อย่างนี้ว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำ เมื่อได้ทราบ ว่าท้องที่อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ มีปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค กรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ ๑ ก็ได้มีการเสนอโครงการก่อสร้าง อ่างเก็บน้ำแม่แฝกพร้อมระบบกระจายน้ำ อยู่ที่หมู่ที่ ๑๐ ตำบลแม่แฝกใหญ่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ความจุเก็บกัก ๒.๑๑ ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ที่ได้รับประโยชน์ประมาณ ๓,๐๐๐ ไร่ แล้วก็จำนวนครัวเรือนที่จะใช้ ก็คือได้ประโยชน์คือ ๗๙๑ ครัวเรือน และขณะนี้ ขั้นตอนได้ยื่นคำขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่เขตป่าสงวนตาม พ.ร.บ. ป่าสงวน แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ และพื้นที่ป่าไม้ตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ เหมือนที่ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านได้ทราบในเบื้องต้นนะครับ ทั้งนี้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเชียงใหม่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยแม่แฝก ซึ่งจะมีการสร้าง พร้อมระบบกระจายน้ำ ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมดในการดำเนินการที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำตรงนี้ ประมาณ ๒๐๕ ไร่ ในจำนวน ๒๐๕ ไร่นี้จะแบ่งพื้นที่ตรงนี้เอาอยู่ในเขต ๒ โซน โซนแรก เคยอยู่ในป่าโซน C ป่าอนุรักษณ์โซน C ซึ่งเป็นการแยกการใช้ประโยชน์ทรัพยากรที่ดินและ ป่าไม้ ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๐ แล้วก็วันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๓๕ ป่าโซน C มีทั้งหมด ๖๕ ไร่ ๒ งาน ๘ ตารางวา ซึ่งการดำเนินการในพื้นที่ป่าโซน C จะต้องไปดำเนินการใน โครงข่ายที่จะต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ ไออีอี ซึ่งตรงนี้ก็ว่าไปตาม ระเบียบกฎหมายในพื้นที่ตรงนั้นเพื่อที่จะประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณา ผลประโยชน์การใช้ประโยชน์ในป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่ป่า ตามมาตรา ๔ (๑) แห่ง พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ซึ่งเนื้อที่ตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ เป็นส่วนโซนที่ ๒ จะมี เนื้อที่ ๑๓๙ ไร่ ๑ งาน ๙๒ ตารางวา ซึ่งต้องยื่นคำขออนุญาต ณ สำนักงานจัดการทรัพยากร ป่าไม้ที่ ๑ จังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งหมดในพื้นที่ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำก็คือ ๒๐๕ ไร่ ในพื้นที่ ๒ โซน ที่ผมได้กล่าวในเบื้องต้น ซึ่งขณะนี้กรมทรัพยากรน้ำได้เตรียมบรรจุโครงการเอาว่า ผมเข้ามาอยู่ประมาณ ๕ เดือนนะครับท่าน สส. ผมก็ตามเรื่อง ได้รับการชี้แจงว่า ได้ดำเนินการบรรจุตรงนี้ การศึกษาจ้างงานก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่แฝกพร้อมระบบส่งน้ำ ในแผนการดำเนินงบประมาณปี ๒๕๗๐ เรียบร้อยแล้ว และระหว่างนี้กำลังอยู่ในระหว่าง ดำเนินการขออนุญาตเข้าทำการศึกษาวิจัยทางวิชาการภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตามมาตรา ๑๗ พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ เพื่อเข้าศึกษาและจัดทำรายงาน ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น หรือไออีอี โดยจะเสนอให้สำนักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. ซึ่งจะเป็นผู้ดำเนินการในตรงนี้พิจารณา ให้ความเห็นชอบ แล้วก็เมื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้วก็จะจัดส่งความเห็นชอบให้กับ กรมป่าไม้พิจารณาตามระเบียบคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวน แห่งชาติ นี่คือพื้นที่ส่วนหนึ่งนะครับ🔗

พื้นที่ส่วนที่ ๒ พื้นที่เขตป่าตามมาตรา ๔ (๑) พ.ร.บ. ป่าไม้ เนื้อที่ ๑๓๙ ไร่ ๑ งาน ๙๒ ตารางวา หลังจากทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมไออีอีเสร็จแล้วกรมป่าไม้ ถึงจะอนุญาตได้ ซึ่งตรงนี้กรมป่าไม้ก็ได้มีการมอบอำนาจให้กับทางผู้อำนวยการสำนักป่าไม้ที่ ๑ เชียงใหม่เป็นผู้อนุญาต ซึ่งหากได้รับการอนุญาตตามมาตรการต่าง ๆ ครบถ้วนตามระเบียบแล้ว กรมทรัพยากรน้ำก็จะนำโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่แฝกพร้อมระบบกระจายน้ำ เข้าแผนก่อสร้างในปีงบประมาณต่อไป ซึ่งตรงนี้ที่ผมได้เรียนท่าน สส. ว่าเดี๋ยวผมจะมี คำตอบให้ ผมได้คุยกับทางกรมทรัพยากรน้ำแล้วว่าการดำเนินการตรงนี้ผมทราบว่า การทำงานในพื้นที่ของทั้งเขตป่า ๒๔๘๔ หรือเขตป่าสงวน หรือป่าโซน C ป่าอนุรักษ์จะมี กฎหมายที่กำกับดูแลตรงนั้น มีระเบียบ มีขั้นตอน แต่ว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ก็เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะฉะนั้นข้าราชการ หน่วยงานที่รับผิดชอบตรงนี้จะต้องเร่งในการ ดำเนินการตรงนี้ให้ไวที่สุด ผมคาดว่าไม่อยากจะบอก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมคาดว่าแผนงานทั้ง อ่างเก็บน้ำและระบบส่งน้ำจะสามารถบรรจุเข้างบประมาณ ปี ๒๕๗๐ได้ นี่เราคาดการณ์ ภายในปี ๒๕๖๙ ซึ่งผม Check แล้วไม่ทัน เพราะมีการพิจารณางบประมาณไปแล้ว แต่ว่า ในระหว่าง ๑ ปี ผมจะเร่งในส่วนกระบวนการทำเอกสารต่าง ๆ เหล่านี้ให้ครบถ้วน แล้วสามารถที่จะนำเสนอเข้าสู่แผนงานงบประมาณปี ๒๕๗๐ ทั้งในส่วนของอ่างเก็บน้ำและ ในส่วนของระบบกระจายน้ำ ซึ่งก็ให้ท่านได้สบายใจนะครับ และได้นำไปตอบพี่น้อง ประชาชนว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ว่าช่วยกรุณา อธิบายพี่น้องให้ประชาชนได้รับทราบว่า ๑. คือการใช้พื้นที่ในเขตป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ป่าอนุรักษ์มันมีเงื่อนไขในการเข้าไปใช้ การใช้พื้นที่ในเขตป่า ๒๔๘๔ ก็เหมือนกันต้องมี เงื่อนไขในการเข้าไปใช้ มีการทำไออีอีทำอะไรเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นอาจจะไม่ได้ รวดเร็วทันใจ แต่ว่าวันนี้ผมเรียนเลยว่าเพราะท่าน สส ก็เป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้ โครงการนี้เกิดขึ้นไว ท่านสามารถไปบอกพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของท่านได้เลยว่าการ ตั้งกระทู้ถามของท่านในวันนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็รับลูกตรงนี้มา แล้วก็พร้อมจะดำเนินการแก้ไขให้กับท่านครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณรัฐมนตรีครับ🔗

นางสาวพุธิตา ชัยอนันต์ เชียงใหม่

ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีมากค่ะ ได้ยินท่านตอบแบบนี้ก็รู้สึกสบายใจค่ะ โดยเฉพาะที่ท่านบอกว่าความล่าช้าคือความไม่ ยุติธรรม เพราะว่าประชาชนรอมากว่า ๒๐ กว่าปีแล้ว เดี๋ยวก็จะช่วยไปอธิบายให้กับ ประชาชนเข้าใจค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เรียบร้อยนะครับ ยังเหลือเชียงราย เดี๋ยวประชุมวันที่ ๑ เดี๋ยวทางจังหวัดส่งเรื่องมา ขอบคุณครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านอธิบดีครับ🔗

กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๒๑ เรื่อง ขอทราบแนวทางการแก้ไขปัญหา สุนัขจร แมวจร และศูนย์ควบคุมพักพิงสุนัขที่ไม่ได้มาตรฐาน นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

ท่านรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากวันนี้ ท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ไม่สามารถตอบกระทู้ถามในวันนี้ได้ จึงขอเลื่อนไปเป็นวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐🔗

กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๒๒ เรื่อง แก้ไขปัญหาน้ำท่วมระยะยาวในจังหวัด เชียงราย นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านภูมิธรรม เวชยชัย มาตอบแทน ท่านภูมิธรรมมอบให้ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล มาตอบแทน ท่านอนุทินมอบให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ มาเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ แต่เนื่องจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านธีรรัตน์ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามในวันนี้ได้ ขอเลื่อนการตอบไปวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐🔗

กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๒๓ เรื่อง นโยบายปราบปรามยาเสพติดและการ จัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่ผู้ตั้งกระทู้ถามมีหนังสือขอถอนกระทู้ถามแยกเฉพาะ เรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๓🔗

สำหรับวันนี้การพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะได้จบสิ้นแล้วครับ ขอปิด การประชุมครับ ขอบคุณครับ🔗

ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษา ที่ประชุมเพื่อขอนำระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม และระเบียบวาระเรื่องด่วน ขึ้นมาพิจารณาก่อน ที่ประชุมจะเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม🔗

รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง)🔗

ครั้งที่ ๙ วันพุธที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗🔗

ครั้งที่ ๑๐ วันพฤหัสบดีที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๗🔗

ครั้งที่ ๑๑ วันพุธที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๗🔗

ครั้งที่ ๑๒ วันพฤหัสบดีที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๗🔗

ครั้งที่ ๑๓ วันพุธที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๗🔗

ครั้งที่ ๑๔ วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๗🔗

ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกได้ตรวจดูแล้วก่อนที่จะเสนอให้สภารับรอง มีท่านใดจะแก้ไขตรงไหนไหมครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุม รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๖ ครั้ง ดังที่ได้กล่าวมานะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗

๑. รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภา จำนวน ๗ เรื่อง (ในระเบียบ วาระที่ ๒.๑)🔗

ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าที่ประชุมวุฒิสภาได้ พิจารณาและรับทราบรายงาน จำนวน ๗ เรื่อง ดังนี้🔗

๑. ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๐ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาและรับทราบรายงาน จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้ ๑. รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการภายใต้นโยบายและแผนระดับชาติ ว่าด้วยการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ๒. รายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติด ประจำปี ๒๕๖๖🔗

๒. ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันจันทร์ที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาและรับทราบรายงานข้อมูล สถานการณ์ด้านความรุนแรงในครอบครัวตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครอง ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ประจำปี ๒๕๖๕🔗

๓. ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาและรับทราบรายงาน จำนวน ๓ เรื่อง ดังนี้ ๑. รายงานประจำปีของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับปี พ.ศ. ๒๕๖๒-๒๕๖๔ ๒. รายงานประจำปีของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ๓. รายงานประจำปี เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖🔗

๔. ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันจันทร์ที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาและรับทราบรายงาน การตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕🔗

จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒. รับทราบผลการพิจารณารายงานผลการศึกษา เรื่อง การจัดทำงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ของคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตาม การบริหารงบประมาณ (ในระเบียบวาระที่ ๒.๒)🔗

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้แจ้งเรื่องรับทราบผลการพิจารณารายงานผลการศึกษา เรื่อง การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗ พร้อมข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ และให้สำนักงาน งบประมาณดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น เลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๘ รับทราบผลการพิจารณารายงานผลการศึกษาดังกล่าวตามที่สำนักงบประมาณเสนอและแจ้ง ให้สภาผู้แทนราษฎรทราบต่อไป รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางไว้ให้สมาชิกแล้ว จึงขอแจ้งที่ประชุมได้รับทราบนะครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓. รับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินงานในภาพรวมของทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี ๒๕๖๕ (ในระเบียบวาระที่ ๒.๓)🔗

ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อ วันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๗ รับทราบรายงานผลสรุปผลการดำเนินงานในภาพรวมของเงินทุน หมุนเวียน ประจำปีบัญชี ๒๕๖๕ ตามที่คณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน ให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติการบริหาร ทุนหมุนเวียน พ.ศ. ๒๕๖๘ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่แจกให้ท่านสมาชิกแล้ว🔗

ท่านสมาชิกมีประเด็นที่ติดใจที่จะซักถามอยู่ ๒ ท่าน ท่านแรก ท่านภัณฑิล น่วมเจิม ท่านที่ ๒ ท่านนพพล เหลืองทองนารา เนื่องจากมีท่านสมาชิกอภิปรายนะครับ เชิญทางหน่วยงานเข้าประจำที่ก่อนนะครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม อดิศร เพียงเกษ เมื่อสักครู่ท่านประธานได้แจ้งต่อที่ประชุมว่ามีเรื่องที่จะแจ้งต่อที่ประชุมทราบ เรื่องที่ท่านได้พูดไปกับเรื่องด่วนครับ ท่านยังไม่ได้พูดถึงเรื่องด่วน ซึ่งผมมีปัญหาเรื่องด่วน ที่จะต้องปรึกษาที่ประชุมเพราะเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจอย่างยิ่ง เพราะว่าวันนี้ข่าว สื่อสารออกไปว่าจะได้พูดเรื่องการขออนุญาตผู้แทนราษฎรเพื่อถูกจับกุมคุมขัง ผมอยากให้ ก่อนที่จะถึงเรื่องนี้อยากให้พิจารณาเรื่องด่วนว่าทางสภาจะเอากันอย่างไร แล้วสังคม จะได้รับทราบว่าเมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถูกกล่าวหาในคดีอาญาโดยเฉพาะกล่าวหา ที่รุนแรงกระทบต่อภาพลักษณ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระทบต่อการท่องเที่ยว สภาอันทรงเกียรตินี้จะปกป้องหรือจะส่งตัว ทางพนักงานสอบสวนทำหนังสือบอกว่าเขา มอบตัวแล้วจะดำเนินการอะไรต่อไปอย่างไรเพื่อให้เป็นบรรทัดฐาน เพราะว่าได้ทราบข่าวว่า สมาชิกที่เป็นสตรีก็ร้องเรียนเรื่องนี้ต่อคณะกรรมการจริยธรรม เพื่อให้สมาชิกท่านดังกล่าว ลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมถือว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง นาน ๆ จะเกิดสักครั้งหนึ่ง ไม่ควรที่จะปล่อยเรื่องนี้ไปโดยไม่ได้พูดจา แม้จะอยู่ในระเบียบวาระ ถ้าปล่อยให้มีการพิจารณาเป็นสัปดาห์ต่อไปเรื่องมันก็จะเย็น สังคมก็จะตั้งข้อกล่าวหากังขา กับสภาของเรา จึงอยากเรียนท่านประธานว่าสมควรที่จะพูดเรื่องนี้สักหน่อยไหมครับ ก่อนที่ จะไปถึงเรื่องที่คณะกรรมการที่จะมาชี้แจงต่อไปครับ จึงกราบเรียนท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญข้างหลังครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิทยา แก้วภราดัย ครับ ผมได้ยกมือไว้ตั้งแต่ท่านประธานเริ่มอ่านเรื่องที่ประธาน จะแจ้งต่อที่ประชุมทราบ ผมติดใจในเรื่องที่ ๒ ครับ คือเรื่องรายงานของ ป.ป.ส. แล้วผม จำเป็นต้องร้องกับท่านประธาน แล้วผมยกมือตลอด🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขอโทษไม่ได้มองครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

พยายามจะสบตาเจ้าหน้าที่ ให้ช่วยบอกท่านประธานด้วยเพราะเข้าใจว่าท่านคงดูไม่ทัน ที่ผมจะร้องเรียนกับท่านประธาน ก็คือในการรายงานของคณะกรรมการ ป.ป.ส. ต่อสภาเรา ผมได้ซักถามคดีการจับกุม ยาเสพติด ยาไอซ์ จำนวน ๑,๔๐๐ กิโลกรัม ที่อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยหน่วยงาน ป.ป.ส. และเอาสำนวนพร้อมผู้ต้องหาทั้งหมด ๙ คน ขึ้นมากรุงเทพฯ และทราบข่าววันนี้เรือที่จับได้ก็เป็นเรือขนาดใหญ่ก็ขายทอดตลาดไปแล้ว ผมสอบถามทาง ป.ป.ส. ว่ามีความคืบหน้าบ้างหรือเปล่า ขยายผลได้อย่างไร รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ก็รับปาก ผมในสภาว่าจะแจ้งความคืบหน้าของคดีนี้ทั้งหมดให้ผมทราบ ผมก็รอมา ๒ สัปดาห์นะครับ จนรายงานฉบับนี้ วุฒิสภาก็รับรองเสร็จแล้วกลับเข้ามาก็ยังไม่มีการรายงานกลับมาจาก ป.ป.ส. ผมเลยตั้งข้อสังเกตไว้ในใจลึก ๆ ครับท่านประธานว่ามันคงมีอะไรกัน จับไปได้ ๑,๔๐๐ กิโลกรัม ยาไอซ์แล้วเงียบกริบ ได้ผู้ต้องหาไป ๙ คนก็ไม่รู้ดำเนินคดีถึงไหน มันลึกลับ อะไรกันนักหนา ทำไมยาเสพติดกับคนไทยกับประเทศไทยมันอยู่คู่กันจนเป็นที่น่ารำคาญแล้ว ผมอยากให้ท่านประธานทำหนังสือทวงถามให้ผมด้วยว่าเลขาธิการหรือรองเลขาธิการที่มา ชี้แจงวันนั้นช่วยตอบมาด้วยว่าคดีที่จับวันนั้นไปถึงไหน ประชาชนก็สงสัยครับ จับวันเลือกตั้ง สส. ด้วยครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ผมจะได้นำข้อหารือท่านไปติดตามที่สำนักงาน ป.ป.ส. ต่อว่าที่ท่านหารือวันนี้ เรื่องไปถึงไหน อย่างไร ขอบคุณครับ ท่านอดิศรครับ มันไม่มีบรรจุในวาระนะครับ ถ้าเราจะ เป็นเรื่องด่วน ถ้าท่านจะเสนอญัตติอะไรมาขอตรงนี้ไปก่อนได้ไหม มีผู้อภิปรายอยู่ ๒ ท่าน🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ มันปรากฏ ในระเบียบวาระหน้า ๔ ครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวเชิญวิป เชิญครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิปรัฐบาล กับประเด็นของ ท่านสมาชิกท่านอดิศรขออนุญาตเอ่ยนาม เนื่องจากระเบียบวาระของเราได้มีการออกไป ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดในวันอังคารและวันพุธเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกี่ยวกับการใช้ เอกสิทธิ์ของเพื่อนสมาชิกที่ตอนแรกเรามีบรรจุในระเบียบวาระ มีเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลง คือทางตำรวจได้ทำเอกสารมาเพื่อแจ้งกับทางสภาว่าไม่จำเป็นต้องขออนุญาตให้ส่งตัวแล้ว ทางสภาทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำออกจากระเบียบวาระที่เราจะพิจารณาต่อไปครับ แต่ว่ากับ ท่านสมาชิกนี้ในหนังสือเชิญยังมีระเบียบวาระดังกล่าวอยู่ เพราะฉะนั้นก็จะขออนุญาตชี้แจง ต่อที่ประชุม แล้วก็พ่อแม่พี่น้องประชาชนดังนี้ว่า ระเบียบวาระดังกล่าวนี้เราไม่ได้มีการ พิจารณาแล้ว เนื่องจากทางตำรวจไม่ได้มีการขอส่งตัวแล้วครับ ท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอดีเขาไปมอบตัวที่เชียงใหม่แล้ว เราไม่ต้องขอตัวแล้วนะครับ ตำรวจเขาแจ้งมา🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมอดิศร เพียงเกษ ครับ เรื่องมันอยู่ในระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ปรากฏตามนี้ก่อนที่จะมีการมอบตัวที่ สภ. เชียงใหม่ นั่นคือการสละเอกสิทธิ์ ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญมาตรา ๑๒๕ ห้ามจับกุม คุมขัง สมาชิกในสมัยประชุมเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องหลักการแม้จะต้องโทษประหารชีวิตก็ห้าม ประหารชีวิตให้มาทำหน้าที่ให้มาลงคะแนนที่สภาก่อนนี่คือหลักการ แต่เรื่องนี้สังคมให้ความ สนใจเป็นอย่างยิ่ง กระทบต่อการท่องเที่ยวระหว่างประเทศจึงเป็นปัญหาว่าเรื่องอย่างนี้ ไม่ควรผ่านไป ท่านประธานได้รับแจ้งจาก สภ. เชียงใหม่ก็เป็นเรื่องที่ท่านประธานควรจะมา แจ้งต่อที่ประชุมไม่ใช่ให้พวกผมทราบก่อน ผมเพิ่งทราบและได้รับสำเนาหนังสือว่า สภ. เชียงใหม่ ลงวันที่ ๑๘ ได้แจ้งว่า ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งเป็น สส. นั้นได้ไปมอบตัวแล้ว ผมคิดว่า กระบวนการยุติธรรมก็ดำเนินการต่อไป แต่ว่าอำนาจในการพิจารณาหรือจับกุม คุมขัง ซึ่งเป็นหลักการนั้น ผมถึงว่าสภาแห่งนี้ต้องยืนยันแล้วมันจะส่งผลต่อคณะกรรมการจริยธรรม ซึ่งผมได้พูดไว้ตอนต้นว่ามีหลายฝ่ายต้องการให้สมาชิกท่านนี้ได้แสดง Spirit ถึงขั้นลาออก จากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงเป็นเรื่องที่น่าตกใจและสังคมให้ความสนใจว่า พวกเราจะอุ้มในสิ่งดังกล่าว หรือเราจะส่งตัวในอนาคต เพราะว่าพนักงานสอบสวนขั้นตำรวจ ขั้นอัยการ แล้วขั้นศาลจะต้องมาขอตัวอย่างนี้อีกต่อไปหรือเปล่า มันเป็นข้อกฎหมาย มันเป็น เรื่องที่สังคมจะมองเราว่าเป็นผู้แทนราษฎรมีอภิสิทธิ์มากกว่าพี่น้องประชาชนคนธรรมดา ซึ่งเราถูกวิพากษ์วิจารณ์ จึงอยากจะหยิบยกเรื่องนี้ อยากจะฟังคำตอบอย่างชัดเจนว่า ท่านจะเอาเรื่องด่วนนี้ออกจากวาระการประชุมใช่ไหมในวันนี้หรือว่าจะสัปดาห์ต่อไป ตราบใดที่ยังปรากฏอยู่ในระเบียบวาระอย่างนี้สมาชิกก็ควรจะมีสิทธิที่จะพูดได้เพื่อปกป้อง ศักดิ์ศรีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมิให้ด่างพร้อยไม่ว่าในทางใดต่อไป ด้วยความเคารพครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับท่านอดิศร วิปเดี๋ยวหารือกับท่านอดิศร เดี๋ยวขอเอารายงานก่อนนะครับ ช่วงที่ เสนอรายงานเสร็จเดี๋ยววิปมาแจ้งก็แล้วกันว่าจะเอาอย่างไรต่อนะครับ🔗

ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ขอเชิญผู้มีรายชื่อต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงต่อ ที่ประชุม ท่านแรก ท่านภัทรพร วรทรัพย์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง กรมบัญชีกลาง ท่านที่ ๒ ท่านมัลลิกา อัพภาสกิจ ผู้อำนวยการกองกำกับและพัฒนาระบบ เงินนอกงบประมาณ กรมบัญชีกลาง ท่านที่ ๓ ท่านอภิญญาณ์ วรนันตกุล นิติกรชำนาญการ พิเศษ รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินนอกงบประมาณ กรมบัญชีกลาง ท่านที่ ๔ ท่านมารุต ปรียากร นักวิชาการคลังชำนาญการพิเศษ กรมบัญชีกลาง ท่านที่ ๕ ท่านอนุชา บุญเกษม นักบัญชีชำนาญการพิเศษ กรมบัญชีกลาง ท่านวรรณฤดี มันโยทัย ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่ปรึกษาด้านการประเมินผลการ ดำเนินงานทุนหมุนเวียนของกรมบัญชีกลาง เข้าประจำที่แล้วก็ต้องแถลงหน่อยนะครับ เชิญครับ🔗

นางภัทรพร วรทรัพย์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางภัทรพร วรทรัพย์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง กรมบัญชีกลาง ได้รับ มอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ชี้แจงรายงานสรุปผลการดำเนินงาน ในภาพรวมของทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี ๒๕๖๕ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรค่ะ ตามพระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พุทธศักราช ๒๕๕๘ มาตรา ๓๑ และมาตรา ๓๕ กำหนดให้กรมบัญชีกลางมีหน้าที่ประเมินผลการดำเนินงานของทุนหมุนเวียนเป็นประจำทุกปี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียนกำหนด โดยต้องประเมินผลในด้านการเงิน ด้านการสนองประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสีย ด้านการ ปฏิบัติการ ด้านการบริหารจัดการทุนหมุนเวียน ด้านการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ บริหาร ผู้บริหารทุนหมุนเวียน พนักงานและลูกจ้าง และด้านอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด ประกอบกับมาตรา ๓๓ ให้กรมบัญชีกลางรวบรวมและจัดทำรายงาน สรุปผลการดำเนินงานในภาพรวมของทุนหมุนเวียนทั้งหมดต่อคณะกรรมการนโยบาย การบริหารทุนหมุนเวียนเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เพื่อทราบ ซึ่งมีสาระสำคัญของรายงานสรุปผลการดำเนินงานในภาพรวมของทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี ๒๕๖๕ สรุปได้ดังนี้🔗

๑. รายงานสรุปผลการดำเนินงานในภาพรวมของทุนหมุนเวียน ประจำปี บัญชี ๒๕๖๕ มีทุนหมุนเวียนทั้งสิ้น ๑๑๔ ทุน🔗

๑.๑ สถานะทางการเงินกองทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี ๒๕๖๕ ภาพรวม สถานะการเงินและผลการดำเนินงานประจำปีบัญชี ๒๕๕๕ ประกอบด้วยสินทรัพย์รวม ประมาณ ๔.๗๘ ล้านล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีก่อน รายได้รวมประมาณ ๗๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และค่าใช้จ่ายรวมประมาณ ๘๖๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยจัดประเภทการวิเคราะห์รายงานการเงินของทุนหมุนเวียนออกเป็น ๓ ประเภทดังนี้🔗

๑.๑.๑ การวิเคราะห์รายงานการเงินจำแนกทุนหมุนเวียนที่ได้รับเงิน สมทบจากสมาชิก จำนวน ๖ ทุน ซึ่งมีสินทรัพย์ประมาณ ๓.๖๗ ล้านล้านบาท คิดเป็น สัดส่วน ๗๖.๗๙ ของสินทรัพย์รวม🔗

๑.๑.๒ การวิเคราะห์รายงานการเงินจำแนกทุนหมุนเวียนตามแหล่ง ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี จำนวน ๒๕ ทุน ซึ่งมีสินทรัพย์ประมาณ ๒๕๑,๐๐๐ ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ ๕.๒๕ ของสินทรัพย์รวม🔗

๑.๑.๓ การวิเคราะห์รายงานการเงินจำแนกทุนหมุนเวียนตามที่ กระทรวงการคลังกำหนด เป็นทุนหมุนเวียนที่นอกเหนือจากทุนหมุนเวียนที่ได้รับเงินสมทบ จากสมาชิก และทุนหมุนเวียนตามแหล่งได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี มีจำนวน ทั้งสิ้น ๘๓ ทุน ซึ่งมีสินทรัพย์ประมาณ ๘๕๑,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ ๑๗.๙๖ ของสินทรัพย์รวม🔗

๑.๒ การประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียนประจำปีบัญชี ๒๕๖๕ ทุนหมุนเวียนที่เข้าสู่ระบบการประเมินผลการดำเนินงานของกรมบัญชีกลาง มีจำนวนทั้งสิ้น ๙๖ ทุน แล้วไม่เข้าสู่ระบบการประเมินผลการดำเนินงานของกรมบัญชีกลาง จำนวน ๑๘ ทุน🔗

๑.๒.๑ ทุนหมุนเวียนที่ไม่เข้าสู่ระบบการประเมินผลการดำเนินงาน ของกรมบัญชีกลาง จำนวน ๑๘ ทุน ประกอบไปด้วย ๑. ทุนหมุนเวียนที่มีกฎหมายเฉพาะ บัญญัติให้มีการประเมินผลการดำเนินงานโดยจะต้องจัดทำรายงานผลการประเมินผล การดำเนินงานเสนอต่อกรมบัญชีกลางตามพระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พุทธศักราช ๒๕๕๘ และมาตรา ๓๓ และมาตรา ๓๕ มีจำนวน ๙ ทุน ได้แก่ กองทุน พัฒนาไฟฟ้า กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนเพื่อการพัฒนาและเผยแพร่ประชาธิปไตย กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และกองทุนเพื่อการพัฒนา พรรคการเมือง ๒. ทุนหมุนเวียนที่มีสถานะไม่พร้อมเข้าสู่ระบบการประเมินผล มีจำนวน ๙ ทุน ได้แก่ เงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเอกชน กองทุนช่วยเหลือเยียวยา นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมจังหวัด กองทุนป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด กองทุนคุ้มครองพันธุ์พืช กองทุนเพื่อการพัฒนาการตรวจเงิน แผ่นดิน กองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก กองทุนเพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษา และการฝึกอบรมวิชาชีพ และกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม🔗

๑.๒.๒ ทุนหมุนเวียนที่เข้าสู่ระบบการประเมินผลการดำเนินงานของ กรมบัญชีกลาง มีจำนวนทั้งสิ้น ๙๖ ทุน ที่มีผลการประเมินการดำเนินงานเฉลี่ยในภาพรวม เท่ากับ ๔.๒๓๖๕ คะแนน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๐.๑๑๒๑ คะแนน หรือคิดเป็นร้อยละ ๒.๗๒ เมื่อเทียบกับปีบัญชี ๒๕๖๔ โดยทุนหมุนเวียนที่มีผลการประเมินสูงสุด ๓ อันดับแรก ได้แก่ กองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ ในประเทศ เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการชลประทาน และกองทุนเพื่อการพัฒนาระบบ สาธารณสุข และทุนหมุนเวียนที่มีผลการดำเนินงานต่ำที่สุด ได้แก่ กองทุนส่งเสริมโรงเรียน ในระบบ กองทุนสำหรับผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ และกองทุนพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อการศึกษา🔗

จึงขอกราบเรียนมาเพื่อโปรดทราบ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสมาชิกอภิปรายนะครับ ท่านภัณฑิล น่วมเจิม เชิญครับ🔗

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนา และเขตคลองเตย พรรคประชาชน ก็ขอแสดงความเห็นต่อรายงานสรุปผลการดำเนินงานในภาพรวมของทุนหมุนเวียนประจำปี ๒๕๖๕ ก็คงไม่ได้พูดทั้งหมดนะครับ เราอาจจะยกตัวอย่างมาบางกองทุนเพราะมันมีเป็นร้อย กองทุนเลย เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและเห็นภาพง่ายว่าเงินของรัฐเอาให้ไปทำกิจการอะไร บางอย่างแล้วผลลัพธ์ออกมาอย่างไร ยกตัวอย่างกองทุนแรก เงินทุนหมุนเวียนของโรงงาน เภสัชกรรมทหารภายใต้สังกัดกระทรวงกลาโหม ทำอะไรครับ ทำยา เราไม่ได้มีสงคราม อะไรกันแต่ว่าให้เงินไปทำยา รายได้ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ลดลง ตอนนี้ลดลงหลายเปอร์เซ็นต์ ลดลง ๑๓ เปอร์เซ็นต์จาก ๑๕๑ ล้านบาท เหลือ ๑๒๔ ล้านบาท แล้วก็คาดว่าผมดูในเว็บไซต์ ปี ๒๕๖๗ นี้ก็ลดลงหลักสิบแล้ว สองหลักไม่กี่สิบล้านบาทในปี ๒๕๖๗ กำไรก็เป็น อีกตัวหนึ่ง เป็นตัวชี้วัดอีกตัวหนึ่งรายได้มากกว่าค่าใช้จ่าย คือกำไรก็ลดลงเหมือนกันจาก ๑๗ ล้านบาทในปี ๒๕๖๔ เหลือ ๒ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๕ ลบ ๘๗ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ คิดเป็น Margin ก็คือแทบจะไม่มีกำไรแล้ว ทั้ง ๆ ที่ในจำนวนผลผลิตที่ควรจะผลิตได้ก็พูดไว้ ซึ่งอันนี้ ก็มาเถียงกันได้ว่ามันตรงภารกิจหรือเปล่า ผลิตยาและเวชภัณฑ์เพื่อจำหน่าย จำหน่ายใคร หรือครับ นี่โรงงานเภสัชกรรมทหารมีภารกิจจะเอาไปจำหน่ายใคร ซึ่งผมก็เคยอภิปราย ในกรรมาธิการเรื่องการโอนถ่ายภารกิจของกองทัพ ซึ่งผมไม่เห็นด้วย การจัดหายาและ เวชภัณฑ์เพื่อจำหน่าย คือจัดหามาเพื่อจะไปจำหน่ายใช่เรื่องของตัวเองหรือเปล่า รับจ้างผลิต ยาและเวชภัณฑ์ โอเคมีเครื่องจักรอยู่แล้วก็ต้องทำ แต่คือเรื่องของเรื่องทำไปทั้งหมดนี่มันได้ อะไรครับ เอาเงินของรัฐ มีสินทรัพย์อยู่ตั้ง ๒๐๐ กว่าล้านบาท แต่มีผลผลิตน้อยลง ๆ ทุกวัน รายได้ก็แทบจะไม่พอค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว ผมว่ามันต้องพิจารณาแล้ว ฝากทางกรมบัญชีกลาง ด้วยนะครับ หน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวข้อง🔗

หน่วยงานถัดมา กองทุนการออมแห่งชาติ ภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง นี่ก็เป็นไม้เบื่อเมา ผมก็อภิปรายหลายครั้งว่า Performance หรือว่าผลประกอบการแย่มาก ดูในด้านที่ ๓ แทบจะไม่ผ่านเกณฑ์ครึ่งหนึ่ง คือ ๒.๕ ๒.๖ อยู่แล้ว ปัญหาคืออะไร เปิดมา การบริหารอัตราผลตอบแทนการลงทุน ๐.๑๔ เปอร์เซ็นต์ คือเมื่อฝากเงินไป ผมก็ลองฝาก เข้าไปเหมือนกัน เปรียบเทียบกับ BM เท่ากับติดลบด้วยคือแย่กว่าฝากธนาคารอีก จ้างพนักงานเอาไปทำอะไรกันครับ ผมเอาเงินของรัฐถ้าเผื่อออมไปตรง ๆ แล้วไปซื้อพันธบัตร ซื้ออะไรยังได้มากกว่านี้อีกนะครับ อีกตัวชี้วัดหนึ่ง กองทุนมีการออมต่อเนื่อง ๓๐,๐๐๐ กว่าราย จากจำนวนสมาชิกสั่งสม ๒ ล้านกว่า แสดงว่าท่านไม่สามารถทำให้คนที่เขาเคยออมอยู่แล้ว มาออมต่อได้ คิดเป็น Rate แค่ประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์เอง อันนี้เป็นปัญหามาก แล้วยังพูดถึง ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นด้วยจากปี ๒๕๖๔ ๖๖๐ ล้านบาท ตอนนี้เป็น ๑๘๕ ล้านบาท ๑.๖ เปอร์เซ็นต์ แต่ผลการดำเนินงานมันสวนทางกัน เคยติดลบด้วย เคยขาดทุนด้วย ในปี ๒๕๖๔ ก็ตั้งคำถามว่าการมีอยู่ของกองทุนนี้มันตอบโจทย์อะไร พนักงานที่จ้างกันมา ยังไม่สามารถให้ผลตอบแทนได้สูงกว่าการไปฝากเงินประจำกับธนาคารของรัฐอีก อันนี้ก็เป็น อีกปัญหาหนึ่งนะครับ🔗

กองทุนประกันสังคม โอ้โฮอันนี้ถ้าพูดแล้วจะยาวแต่ว่าสรุปสั้น ๆ อภิปราย เฉพาะที่มันอยู่ในรายงานฉบับนี้ ซึ่งท่านก็ไปติดตามข่าวได้นะครับ ประเด็นแรก กองทุนนี้ มีผู้ประกันตนอยู่ ๒๔ ล้านคน เยอะมากคิดเป็น ๖๔ เปอร์เซ็นต์ของวัยแรงงานทั้งหมด แต่ผลประกอบการเป็นอย่างไรครับ มันกระทบต่อคนเยอะมาก กองทุนมีอัตราผลตอบแทน จากการลงทุนอยู่ที่ติดลบ ๓ เปอร์เซ็นต์ รายได้ตอนนี้ปี ๒๕๖๕ รายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายหลัก ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าผมดูตัวเลข ๒๖,๘๙๒ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายท่านก็สูงขึ้น เดี๋ยวก็ไปดู กันตามข่าวได้ว่าเอาไปทำอะไรบ้าง ไปอบรม ไปบินกัน บอกว่าไม่เกิน ๓ เปอร์เซ็นต์ของ วงเงินทั้งหมด ใช่มันไม่เกินแต่มันเยอะอย่างไรครับ ค่าใช้จ่ายท่านปีหนึ่ง ๒๘๐,๘๔๕ ล้าน บาท เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๔ ขึ้นมาเป็น ๒๕๖๕ ๖ เปอร์เซ็นต์ แล้วมันก็ติดลบ ๑๑ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ต้องประเมินแล้วว่าทำงานกันอย่างไรกองทุนประกันสังคมภายใต้กระทรวงแรงงาน แล้วรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานก็ออกมา Defend ใหญ่เลย แทนที่จะเข้าไปตรวจสอบทำให้ มันมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นปัญหานะครับ🔗

อีกกองทุนหนึ่งมีปัญหาเยอะนะครับ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ กราฟแสดงผลการประเมินด้านที่ ๑ ได้แค่ ๑ คือน่าจะไม่ผ่าน พอไปดูหมายเหตุด้านที่ ๑ คือการเงิน เข้าใจว่ากองทุนนี้มีปัญหาเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน เอาเงินไปดองไว้ตั้งเยอะแยะ สินทรัพย์มีเป็นหลักแสนล้าน อันนี้ก็ตั้งคำถามไปทางสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะหน่วยงาน เจ้าสังกัดนะครับ🔗

สุดท้ายครับ พวกเรากันเองแล้วภายใต้หน่วยงานของรัฐสภา กองทุนเพื่อ ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา เราก็ส่งกันทุกเดือน รายได้ลดลงจากปี ๒๕๖๔ ที่ ๒๓๑ ล้านบาท ตอนนี้ปี ๒๕๖๕ เหลือ ๑๙๐ ล้านบาท ลดลง ๑๗ เปอร์เซ็นต์ รายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายติดลบ ๑๐ กว่าล้านบาท ปีหนึ่งขาดทุนลบ ๖ เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นคำถามว่าถ้าเผื่อในอนาคตเรามี สมาชิกใหม่เข้ามาเรื่อย ๆ ซึ่งอาจจะอายุน้อยลง แล้วก็จะต้องมีผู้เกษียณที่เคยเป็นสมาชิก รัฐสภาแล้วก็อายุมาก แล้วก็ออกไป แล้วต้องมารับสิทธิต่าง ๆ ไม่ว่าเรื่องเงินทุนเลี้ยงชีพ เงินกรณีทุพพลภาพ รักษาพยาบาล ถึงแก่กรรม การให้ศึกษาบุตร มันจะยั่งยืนได้อย่างไร ถ้าเผื่อสมการเข้ากับออกมันไม่เท่ากัน อันนี้ก็จะเป็นปัญหาในระยะยาวคล้าย ๆ กับกองทุน ประกันสังคมว่ามันจะล่มหรือเปล่านะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ผมเองขออนุญาตที่จะมีส่วนร่วมในการพูดถึงรายงานสรุปผล การดำเนินงานในภาพรวมของทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี ๒๕๖๕ ท่านครับ อย่างที่ท่าน สส. เมื่อสักครู่นี้ท่านได้พูดว่ากองทุนนี้มีจำนวนมากเป็นหลักร้อย แต่ว่าตรงนี้ผมเองผมให้ ความสนใจเพราะว่าถ้าในภาพรวมของกองทุนแล้วอย่าลืมว่าในกองทุนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น กองทุนประเภททุนหมุนเวียน หรือว่าได้รับเงินสมทบ หรือว่าอะไรก็แล้วแต่ ทั้งหมดนี้ มีทรัพย์สินเป็นจำนวนเงินถึง ๔.๗ ล้านล้านบาท ผมถือว่าเป็นเงินไม่ใช่น้อย แล้วในกองทุน บางกองทุนบอกตามตรง ผมเป็นผู้แทนราษฎรมาสิบกว่าปีเพิ่งจะเคยเห็นก็มี ผมต้องยอมรับ แล้วก็พอมานั่งอ่านดูตลอดระยะเวลา ๒ ๓ รอบปีบัญชีที่ผ่านมาที่ผมได้พยายามศึกษา ติดตามดูมันเป็นอะไรที่มันย้อนแย้ง เพราะว่าในส่วนของกองทุนที่จะต้องดูขอบข่ายของสิ่งที่ จะต้องให้การช่วยเหลือนี้มีจำนวนมาก แต่ผลปรากฏว่าดันมีทรัพย์สินอยู่หน่อยเดียว แล้วก็ ได้รับการอุดหนุนจากรัฐที่ผ่านมาไม่ว่าจะนานแค่ไหนมีอยู่เล็กน้อยเท่านั้นเอง ผมจะขอพูด ในกองทุนนะครับ จะอยู่ในส่วนของกระทรวงเกษตรที่มีกองทุน ไม่ว่าจะเป็นกองทุนจัดรูป ที่ดิน หรือกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ในส่วนของกองทุนจัดรูปกองทุนนี้มีความสำคัญ มากในการที่จะบริหารระบบส่งน้ำของประเทศไทย เพราะผมก็เพิ่งรู้ว่ากรมชลประทาน จะทำการส่งน้ำไปถึงแค่ในระบบคลองสายหลักและคลองสายซอยเท่านั้น แต่ในเรื่องอย่างที่ ชาวบ้านได้รับทราบกันก็คือคลองไส้ไก่เป็นความรับผิดชอบของกองทุนจัดรูป แล้วกองทุน จัดรูปปี ๆ หนึ่งมีเม็ดเงินที่ได้รับอุดหนุนไปตั้งแต่เก่าแต่แก่แล้ว ก็คือปีหนึ่ง ๙๐๐ กว่า ล้านบาท แล้วก็ในส่วนของค่าใช้จ่ายที่เกิดจากกองทุนนี้ก็มีอยู่ไม่มาก เพราะฉะนั้นแล้ว ในเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ ๒๐ ปีที่จะไปจบในปี พ.ศ. ๒๕๗๙ นี้ ได้มีเป้าหมายว่ากองทุน จัดรูปนี้จะต้องทำการจัดรูปให้ได้ทั้งหมด ๑๔,๖๑๐,๐๐๐ ไร่ เป็นการจัดรูปที่เกิดจากการดู ของเดิมนะครับ การดูของเดิมจำนวน ๘ ล้านกว่าไร่ แล้วก็ที่เหลืออยู่ในส่วนของที่จะต้อง เริ่มใหม่ที่จะมีการจัดรูปที่ดิน แล้ววันนี้มาถึงปี ๒๕๖๘ แล้วนี่ ผมเองก็เป็นห่วงว่าอย่างนี้แล้ว เกษตรกรไทยทั้งหลายจะได้มีความหวังกับระบบส่งน้ำในเขตชลประทานถึงเป้าหรือ เขาจะ ได้รับตามที่ได้มีการกำหนดในแผนยุทธศาสตร์หรือ เพราะฉะนั้นผมก็เป็นห่วงในส่วนนี้ เหมือนกัน แล้วก็ในส่วนของกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรและพัฒนาเกษตรกร ทุกวันนี้มีสมาชิกอยู่ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าราย แล้วแต่ละรายล้วนแล้วแต่มีหนี้สินที่จะโดนฟ้อง ที่จะโดนยึดที่ยึดทาง จำนวนมาก เพราะฉะนั้นผมเองอยากที่จะสื่อไปถึงผู้บริหารกองทุนว่าให้เอาใจใส่ แล้วก็ได้ เสนอข้อเท็จจริงมาสู่ผู้บริหารระดับประเทศ นั่นก็คือมาสู่รัฐบาล เพราะบางทีเกษตรกรก็โทษ แต่รัฐบาลว่ารัฐบาลไม่สนใจ ไม่ดูแล จริง ๆ แล้วรัฐบาลก็มีหน้าที่ที่ต้องดูแลมากมาย อยู่ที่ องคาพยพทั้งหลายนี่ละครับ ในการที่จะนำเสนอข้อมูลทั้งหลายมาสู่รัฐบาล ถ้ารัฐบาลไม่รู้ว่า กองทุนนี้จะต้องดูแลขอบข่ายอะไร อย่างไรบ้าง และมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน บางทีจะ โทษรัฐบาลอย่างเดียวว่าไม่ใส่ใจ ผมว่ามันก็ไม่ยุติธรรมเท่าไร เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝาก เรื่องนี้ถึงกองทุนด้วยนะครับ แล้วในการบริหารกองทุน รายรับรายจ่ายทั้งหลายผมดูแล้ว มันมีความไม่สมดุล ไม่มีความสมดุลในการใช้จ่ายทั้งหลายเลย แต่ผมเองก็จะขอเป็น กำลังใจให้นะครับ แล้วต่อมาในส่วนของสิ่งที่ผมจะขออนุญาตที่จะบอกกล่าวต่อไปนะครับ ในส่วนของกองทุน ปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับประเทศ ไม่น่าเชื่อว่ากองทุนนี้จะมีเรื่องของทรัพย์สินอยู่เพียงแค่ ๕๐๐ กว่าล้านบาท แต่ในขอบข่าย เท่าที่ผมได้อ่านในหน้าที่และความรับผิดชอบของกองทุนนี้มีมากมาย เพราะฉะนั้นมันถึง ไม่แปลกที่วันนี้ราคาข้าวของไทยสู้ต่างประเทศเขาไม่ได้ ซึ่งเดี๋ยวผมเองก็จะเสนอญัตติต่อไป นี่ละครับ เพราะว่าถ้ามีการได้เตรียมพร้อมสำหรับเรื่องของที่จะปรับให้ประเทศไทยของเรา พร้อมในการที่จะเพิ่มความสามารถในการที่จะแข่งขันทางด้านเกษตรไปกับนานาประเทศ ผมว่าปัญหาเหล่านี้คงจะไม่รุนแรงเท่าไรนัก แล้วรัฐบาลก็คงจะรู้ข้อเท็จจริง วันนี้รัฐบาล มารู้ข้อเท็จจริงก็เรียกได้ว่าเมื่อจะสายไปแล้ว โดนเอ็ด โดนพี่น้องเกษตรกร ผมเข้าใจหัวอก ของเกษตรกรที่ตอนนี้ทุกข์ยากแล้วก็ทุกข์ยากมากเพราะว่าราคาผลผลิตนั้นตกต่ำเหลือเกิน แต่สวนทางกับเรื่องของปัจจัยทางการผลิตนะครับ ทางรัฐบาลก็พยายามที่จะไปหาตลาด ขายข้าวแต่ว่าดันไม่รู้เนื้อในเพราะไม่มีคนส่งรายละเอียด เพราะฉะนั้นแล้วผมเองก็อยากที่จะ ขอให้กองทุนนี้ได้เอาใจใส่ในเรื่องของที่จะเป็นคนนำ ในเรื่องที่จะมีการปฏิรูปเพื่อที่จะสร้าง ความเข้มแข็งในขีดความสามารถทางด้านเกษตรของประเทศไทย ถ้าเรามิได้มีการปรับปรุง มิได้มีการที่จะเตรียมพร้อมในเรื่องนี้แล้ว อนาคตข้างหน้าในเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง ในการขายผลผลิตทางการเกษตรก็คงจะต้องย่ำอย่างนี้ตลอดไป แล้วก็วันหนึ่งก็คงจะตาย ด้วยตัวเอง ผมสงสารเกษตรกรไทย แล้วก็สงสารรัฐบาลไทยมาก กราบขอบพระคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านประธานชี้แจงครับ เชิญครับ🔗

นางภัทรพร วรทรัพย์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ตอนนี้ มี ๒ ท่านที่ถามนะคะ ก็คือท่านแรก ท่านภัณฑิล น่วมเจิม แล้วอีกท่านหนึ่งก็คือท่านนพพล เหลืองทองนารา ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณทุกข้อเสนอแนะของท่านนะคะ แล้วก็ทาง ทีมงานทางกรมบัญชีกลางจะนำข้อเสนอแนะของท่านไปปรับเพื่อที่จะใช้ในการประเมินผล การดำเนินงานในปีต่อ ๆ ไปของแต่ละกองทุนด้วยนะคะ แต่ต้องขออนุญาตกราบเรียน อย่างนี้ว่าวันนี้เองที่ทางกรมบัญชีกลางมารายงานนี้จะเป็นผลการดำเนินงานในปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๕ คงต้องกราบเรียนท่านไม่ว่าจะเป็นคำถามในเรื่องของกองทุนหมุนเวียนโรงงาน เภสัชกรรมทหาร หรือแม้กระทั่งกองทุนประกันสังคม สถานการณ์ ณ ตอนนั้นทุกท่าน ทราบดีว่าในปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ เป็นช่วงสถานการณ์โควิด ดังนั้นในช่วงระยะเวลา ดังกล่าวอย่างเช่นทุนหมุนเวียนของเภสัชกรรมทหาร ก็คงต้องเรียนว่า ณ ช่วงเวลานั้นเอง เป็นช่วงโควิด แล้วก็ได้มีช่วงที่เป็นลักษณะที่ว่าต้องยกเลิกการขายยา แต่ว่ามาผลิตหรือว่า มาสนับสนุน หรือมา Support ในเรื่องของขายยาให้กับกองทัพ เพราะฉะนั้นอันนั้นเป็นช่วง สถานการณ์ในเรื่องของโควิดที่จะต้องมา Support ในประเทศด้วย อาจจะไม่ได้เป็นในเรื่อง ของการขายยา แต่เป็นช่วงในเรื่องของการสนับสนุนมากกว่านะคะ🔗

ส่วนกองทุนการออมคงต้องเรียนอย่างนี้ว่า วัตถุประสงค์ของกองทุนการออม ก็คือจะเป็นวัตถุประสงค์เพื่อที่จะสร้างในเรื่องของการออม ในเรื่องของทัศนคติในเรื่องการ ออมเพื่อใช้ในยามเกษียณด้วยนะคะ ทีนี้ถามว่าทำไมจำนวนคนยังไม่ได้เพิ่มหรือสมาชิกก็เป็น อีกบทบาทหนึ่งที่จะต้องมีการเร่งในเรื่องของการเพิ่มจำนวนสมาชิกให้มากยิ่งขึ้น แล้วก็ อีกประเด็นหนึ่งค่ะ เนื่องจากว่าเป็นส่วนสนับสนุนในเรื่องของการออม เนื่องจากว่ามีกองทุน บำเหน็จบำนาญข้าราชการด้วย มีกองทุนประกันสังคมด้วย หรือมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะช่วยให้กลุ่มประชาชนที่ไม่ได้มีในเรื่องของการออมมาสนับสนุน หรือมีเพิ่มในสมาชิกให้มากยิ่งขึ้น🔗

ส่วนกองทุนประกันสังคมที่ท่านภัณฑิลได้เรียนถามว่าทำไมผลการ ประกอบการ ณ ปีนั้นถึงติดลบ อันนี้ต้องขอเรียนอย่างนี้ค่ะ ในปี ๒๕๖๕ นั้น เรื่องนโยบาย ภาครัฐในเรื่องของการลดอัตราเงินสมทบ ซึ่งการลดอัตราเงินสมทบเอง แต่ในขณะเดียวกัน ยังมีในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ซึ่งก็จะแสดงออกมาในรูปของฐานะการเงินในปี ๒๕๖๕ เนื่องจากว่ามีรายได้ของกองทุนลดลง เนื่องจากว่าในเรื่องของการลดเงินสมทบ🔗

ส่วนประเด็นอื่น ๆ ของกองทุนหมู่บ้านคงต้องเรียนอย่างนี้ค่ะว่าในเรื่องของ ด้านที่ ๑ ที่เราไม่ได้วัดในเรื่องของการเงิน เนื่องจากว่าอำนาจในการปล่อยกู้เป็นอำนาจของ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองของแต่ละหมู่บ้าน ซึ่งกองทุนเองทำหน้าที่ในเรื่องของการ กำกับแล้วก็ติดตาม ดังนั้นตัวชี้วัดในด้านที่ ๑ จึงไม่ปรากฏในเรื่องของการวัดในเรื่องของด้าน การเงินกับตัวกองทุนค่ะ ในเบื้องต้นก็ต้องขออนุญาตเรียนชี้แจงประเด็นต่าง ๆ ที่ท่าน สส. ได้เรียนถาม แล้วก็คำแนะนำทุกอย่างทางกรมบัญชีกลางจะน้อมรับไว้เพื่อที่นำไปปรับปรุง ในเรื่องของการประเมินผลการดำเนินงานในปีต่อ ๆ ไปของทุกกองทุน กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดมีประเด็นติดใจที่จะซักถามแล้วนะครับ ถือว่าที่ประชุม รับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินงานในภาพรวมของทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี ๒๕๖๕ เรียบร้อยแล้วนะครับ ขอบคุณหน่วยงานนะครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ จากมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยความยินดีนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ🔗

๔. รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนพัฒนา น้ำบาดาล สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๖๓ (ในระเบียบ วาระที่ ๒.๔)🔗

ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๘ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนพัฒนา น้ำบาดาล สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒-๒๕๖๓ ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามมาตรา ๗ อัฏฐ แห่งพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. ๒๕๒๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม รายละเอียดปรากฏ ตามเอกสารที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้ว มีท่านสมาชิกติดใจที่จะซักถามอยู่นะครับ ดังนั้นในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง ต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ เชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม ท่านแรก ท่านปริญญา คุ้มสระพรม รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ท่านที่ ๒ ท่านวาสนา สาทถาพร ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรน้ำบาดาล ท่านที่ ๓ ท่านวีรวัฒน์ ยิ่งยง วิศวกรชำนาญการพิเศษ ท่านที่ ๔ ท่านปารณีย์ บัวระพา นักธรณีวิทยาชำนาญการ พิเศษ ท่านที่ ๕ ท่านพิมพ์ชนก ภู่ประดับ นักวิชาการทรัพยากรธรรมชาติชำนาญการพิเศษ ท่านที่ ๖ ท่านใบพร ปาวรีย์ นักวิชาการทรัพยากรชำนาญการพิเศษ ท่านที่ ๗ ท่านมาลี เพ็ญเขตรวิทย์ นักวิชาการการเงินและบัญชีชำนาญการพิเศษ ท่านที่ ๘ ท่านศุภกรณ์ หอมจันทร์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ เข้าประจำที่เรียบร้อยแล้ว เชิญผู้แทนหน่วยงานได้แถลงเลยครับ เชิญครับ🔗

นายปริญญา คุ้มสระพรม รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน กระผม นายปริญญา คุ้มสระพรม รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ขอเสนอรายงานของผู้สอบ บัญชีและรายงานการเงินของกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อโปรดทราบ🔗

ตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พุทธศักราช ๒๕๒๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๗ อัฏฐ วรรคสอง กำหนดให้ในทุกรอบปีให้สำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชี และประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของกองทุน พัฒนาน้ำบาดาล โดยให้แสดงความคิดเห็นเป็นข้อวิเคราะห์ว่าการใช้จ่ายดังกล่าวเป็นไปตาม วัตถุประสงค์และได้ผลตามเป้าหมายเพียงใด และเมื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ตรวจสอบรับรองงบการเงินแล้วให้ส่งงบการเงินให้กระทรวงการคลังทราบ และทำบันทึก รายงานผลเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ดังนั้น กรมทรัพยากรน้ำบาดาลโดยกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลจึงต้องรอผลการตรวจสอบรับรอง งบการเงินจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก่อนที่จะจัดทำบันทึกรายงานผลเสนอต่อ คณะรัฐมนตรีและรัฐสภาทราบต่อไป🔗

กองทุนพัฒนาน้ำบาดาลได้จัดส่งรายงานการเงินให้สำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดินเพื่อตรวจสอบรับรองตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พุทธศักราช ๒๕๒๐ และที่แก้ไข เพิ่มเติม ฉบับที่ ๓ พุทธศักราช ๒๕๔๖ มาตรา ๗ ในทุกรอบปีงบประมาณ สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒-๒๕๕๔ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้แจ้งผลการตรวจสอบ รับรองงบการเงินให้กองทุนพัฒนาน้ำบาดาลทราบแล้วเมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๖ และ กองทุนพัฒนาน้ำบาดาลได้มีหนังสือถึงสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เพื่อแจ้งรายงานการเงินดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งสำนักงาน เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือส่งเรื่องกลับคืนเมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๗ โดยแจ้ง ให้รอคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินก่อน ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘ กรมบัญชีกลางได้มีการออกพระราชบัญญัติการบริหารกองทุนหมุนเวียน พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่อให้หน่วยงานเจ้าของทุนหมุนเวียนถือปฏิบัติ โดยมาตรา ๓๓ กำหนดให้กรมบัญชีกลาง รวบรวมและจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานในภาพรวมของกองทุนหมุนเวียนทั้งหมด ต่อคณะกรรมการเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เพื่อทราบต่อไป ทำให้กองทุนพัฒนาน้ำบาดาลมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน กล่าวคือกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล ได้จัดส่งงบการเงินในช่วงเวลาดังกล่าวเสนอต่อกรมบัญชีกลางเพื่อรวบรวมและจัดทำรายงาน สรุปผลการดำเนินงานในภาพรวมและการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปให้กรมบัญชีกลาง เพียงหน่วยงานเดียว และไม่ได้จัดส่งงบการเงิน พร้อมรายงานของผู้สอบบัญชีเสนอต่อ คณะรัฐมนตรีและรัฐสภาทราบ ต่อมาในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ผู้บริหารกรมทรัพยากร น้ำบาดาลได้มีประเด็นสอบถามเกี่ยวกับการจัดส่งรายงานการเงินดังกล่าว โดยมีความเห็นว่า การจัดส่งรายงานการเงินของกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลให้คณะรัฐมนตรีและรัฐสภา และ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาจะต้องเป็นหน้าที่ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน แต่ทั้งนี้ ระหว่างรอความชัดเจนให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลดำเนินการจัดส่งรายงานงบการเงิน ให้รัฐสภาทราบจนถึงสิ้นสุดปีวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ซึ่งได้รับการตรวจสอบรับรองจาก สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแล้วให้คณะรัฐมนตรีและรัฐสภาทราบ เมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๗ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้เข้าร่วมประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๗ เพื่อชี้แจงรายงานของ ผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินของกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล สำหรับสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ โดยที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะให้การดำเนินการจัดส่งรายงานงบการเงิน ย้อนหลัง สำหรับปีสิ้นสุด ๓๐ กันยายนของปี ๒๕๕๒-๒๕๖๓ ที่ยังไม่ได้เสนอให้คณะรัฐมนตรี และรัฐสภาทราบ จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นกรมทรัพยากรน้ำบาดาลโดยกองทุนพัฒนา น้ำบาดาลจึงขอเสนอเรื่องรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินของกองทุนพัฒนา น้ำบาดาล สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒-๒๕๖๓ เรียนมาเพื่อโปรดทราบ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกมาลงชื่อขออภิปรายท่านแรก ท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญครับ🔗

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมขอร่วมอภิปรายรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนพัฒนา น้ำบาดาล สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒-๒๕๖๓🔗

ประเด็นแรก ก็คือเมื่อสักครู่นี้ท่านได้รายงานมาแล้วว่าสาเหตุที่ไม่ได้รายงาน ทุกปีก็เพราะเป็นสาเหตุอย่างนี้ เพราะฉะนั้นรายงานฉบับนี้เป็นรายงานการเงินของกองทุน น้ำบาดาล ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒-๒๕๖๓ รวมแล้ว ๑๐ ปี แต่ต้องขอขอบคุณเพื่อที่จะให้สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบจากรายงานของพวกท่าน แต่ก็อาจจะเสริมเติมแต่งอะไรนิด ๆ หน่อย ๆ เรื่องเงินเรื่องทองก็ไม่เท่าไรหรอกครับ ท่านประธานครับ กองทุนน้ำบาดาลจัดตั้ง ขึ้นตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาลเมื่อปี ๒๕๒๐ ก็ครึ่งคนแล้วนะครับ นานแล้ว กระผมก็เพิ่ง ทราบว่ามีกองทุนน้ำบาดาล เพราะว่าต่อไปก็คงจะมีการติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งวัตถุประสงค์หลักก็คือการใช้เงิน ใช้เป็นเงินเพื่อใช้จ่ายในการศึกษาวิจัยพัฒนาและอนุรักษ์ น้ำบาดาล แหล่งน้ำบาดาล และสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านประธานครับ ในรายงาน ปี ๒๕๕๒ บอกว่าเงินกองทุนนี้มีสินทรัพย์ ๕,๔๐๐ ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ๔๗๕ ล้านบาท ในขณะที่รายงานปี ๒๕๖๓ ซึ่งมีท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ เป็นอธิบดี กรมทรัพยากรน้ำบาดาลในขณะนั้น ซึ่งขณะนี้ท่านก็เป็น สส. เสียแล้ว พรรคเพื่อไทย พรรคเดียวกันกับผมนี่ละ ในรายงานมีสินทรัพย์ ๔,๓๐๐ ล้านบาท ในรายการมีสินทรัพย์ ๔,๓๐๐ ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน ๔๐๐ ล้านบาท กระผมขอเปรียบเทียบ เห็นชัด ๆ ว่าเวลาในอดีตคือปี ๒๕๕๒ กับปี ๒๕๕๓ ทำไมมูลค่าสินทรัพย์รวมทั้งหมดถึงลดลง ๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วทำไมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเมื่อปี ๒๕๕๒ มากกว่าปี ๒๕๖๓ ถึง ๗๕ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ระยะเวลาห่างกัน ๑๐ ปี มูลค่าของสินทรัพย์ควรจะเพิ่มขึ้นตามความ เข้าใจของผม และจำนวนเงินก็ควรที่จะเพิ่มขึ้น แต่เหตุใดรายงานฉบับนี้มันลดลงล่ะครับ มันถึงสวนทางกันครับ🔗

อีกประการหนึ่งประเด็นที่ ๒ ก็คือผมได้ค้นหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องในแหล่ง น้ำบาดาล ในโลกนี้เรามีแหล่งน้ำบาดาลที่เป็นน้ำเค็มนี่ มีแหล่งน้ำทั้งหมดที่เป็นน้ำเค็ม ไม่ใช่ น้ำบาดาลนะครับ ทั้งหมด ๙๗ เปอร์เซ็นต์ อีก ๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เป็นน้ำจืด แล้วน้ำจืด ๓ เปอร์เซ็นต์มีน้ำที่เราใช้ประโยชน์ไม่ได้อีกมากกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนน้ำจืดที่เราใช้ ประโยชน์ก็มีน้ำผิวดินเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น อีก ๒๙ เปอร์เซ็นต์คือน้ำใต้ดินนั้นรวมถึง น้ำบาดาลด้วย แล้วประเทศไทยของเรามีปริมาณน้ำบาดาลที่กักเก็บอยู่รวมแล้ว ๑ ล้านล้าน ลูกบาศก์เมตร พื้นที่ที่มีการกักเก็บน้ำมากที่สุดคือภาคกลางราว ๆ ๔๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ในขณะเดียวกันภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน สามารถกักเก็บน้ำได้เพียง ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น ๒๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ คำว่า กักเก็บ กระผมกล่าวไปก็คือกักเก็บน้ำใต้ดิน ไม่ใช่หมายความว่าเราจะนำน้ำบาดาล ที่กักเก็บนั้นมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมดมันอยู่ในใต้ดิน เพราะที่จริงแล้วประเทศของเรานำ น้ำบาดาลมาใช้ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกรมทรัพยากร น้ำบาดาลของพวกท่านทั้ง ๘ ท่านอยู่ด้วย กำหนดมีปริมาณเพียง ๔๕,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ต่อปีเท่านั้น ประเด็นนี้ถ้าเป็นไปได้กระผมอยากจะให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งสำรวจและ นำน้ำบาดาลที่มีอยู่ใต้ดินมาช่วยพี่น้องประชาชนให้มากขึ้นให้ทั่วถึงขึ้นครับ ท่านประธานครับ ความสำคัญและกิจการของกองทุนนี้มีความสำคัญต่อชีวิต วิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน เป็นอย่างมากโดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกร และพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ความเจริญ พื้นที่แห้งแล้งขาดแคลนน้ำอยู่เป็นประจำ พี่น้องเหล่านี้ต้องการความช่วยเหลือ และการดูแลจากกองทุนน้ำบาดาล กระผมขอฝากให้ผู้บริหารกองทุนนี้ช่วยพี่น้องประชาชน โดยจัดหาแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตรให้เพียงพอ ให้ตามหมู่บ้านต่าง ๆ ทุกชุมชนที่อยู่ห่างไกล และที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมก็คือจำนวนโครงการทั้งศึกษา วิจัย พัฒนา ทั้งเจาะ ขุด หาแหล่งน้ำบาดาลใหม่ ๆ ที่อยู่พื้นที่ห่างไกลให้สอดคล้องขนาดของพื้นที่และ จำนวนประชากรประชาชนในพื้นที่ด้วย ดังนั้นกรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะต้องมีภารกิจ ที่สำคัญที่จะต้องบริหารจัดการน้ำให้ครบวงจรและครอบคลุมถึงทุกพื้นที่ในประเทศเพื่อให้ พี่น้องประชาชนมีน้ำกินน้ำใช้และน้ำเพื่อการเกษตรคือคำว่า ให้ครบวงจร นั่นละครับ ท่านประธานครับ นอกจากบทบาทที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำให้ครบวงจรแล้ว กองทุนนี้ยังมีหน้าที่สำคัญจะต้องจัดการแก้ไขปัญหา หากขาดแคลนน้ำผิวดินจะต้องจัดการ แก้ไขปัญหาพื้นที่ที่ห่างไกลแหล่งน้ำ และที่สำคัญที่สุดจะต้องมีการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาล ให้มีความเหมาะสมตามลักษณะภูมิประเทศที่แตกต่างกันของประเทศของเรา ทั้ง ๓ เรื่อง ที่กระผมกล่าวมานี้จะสร้างความสมดุลระหว่างสภาพเศรษฐกิจ สังคม วิถีชุมชน และทุกมิติ อย่างยั่งยืนครับประธาน แล้วยังจะสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึง ขอขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชุติมา คชพันธ์ เชิญครับ🔗

นางสาวชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ดิฉันให้ความสำคัญกับ น้ำบาดาลค่อนข้างมาก มากกว่าหลาย ๆ โครงการนะคะ เนื่องด้วยน้ำบาดาลคือความมั่นคง ดิฉันมองอย่างนั้น น้ำบาดาลคือความมั่นคงด้านทรัพยากร โดยเฉพาะในภาวะที่สภาพอากาศ แปรปรวน นับวันจะรุนแรงมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลกระทบอย่างมากต่อทุกภาคส่วนเลยค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ภัยแล้งขาดแคลนน้ำทุกรัฐบาลทั่วโลกพยายามรับมือกันนะคะ มีโครงการอย่างเร่งด่วนต่าง ๆ นานา ขึ้นกับว่าแต่ละประเทศ แต่ละภูมิภาคจะใช้เครื่องมือไหน ชนิดใดเข้ามารับมือ ตลอดจนบริหารจัดการทรัพยากร รัฐบาลจะแก้ปัญหาอย่างไร เรื่องนี้ มีผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและการดำรงชีวิตของประชาชน เพราะฉะนั้นน้ำบาดาล สำคัญมากนะคะ น้ำบาดาลคือน้ำที่มีเยอะที่สุด ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

จากน้ำที่มีอยู่ที่ใช้งานได้ น้ำบาดาลคือน้ำที่เยอะที่สุดมากกว่าน้ำผิวดินนะคะ ดิฉันอยากจะเล่าความคาดหวังของ ประชาชนให้ฟัง จากที่ดิฉันลงพื้นที่มาดิฉันพบว่ามีความคาดหวังของประชาชนมากมาย ในเรื่องของการใช้น้ำบาดาล ต้องการใช้น้ำบาดาลอุปโภคบริโภคเพื่อการเกษตร เพื่ออุตสาหกรรมโดยไม่ขาดแคลน มีการนำเครื่องมือเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ในการค้นหา แหล่งน้ำบาดาลเพิ่มเติม มีการบริหารจัดการน้ำบาดาล มีแนวทางการเติมน้ำใต้ดินอย่างมี ประสิทธิภาพ ไหน ๆ ท่านรองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลมาด้วยตัวเองดิฉันก็เลย ถือโอกาสเล่าให้ฟัง น้ำบาดาลเป็นแหล่งน้ำที่มีความมั่นคงสูง เนื่องจากมีปริมาณคงที่และ ไม่แปรผันตามฤดูกาล🔗

ทีนี้พอมาถึงตัวเลขทางการเงินดิฉันเห็นแล้ว เมื่อสักครู่ทางท่านรองอธิบดี ชี้แจงแล้วว่าเหตุใดถึงเป็นตัวเลขของปี ๒๕๔๒-๒๕๖๓ แล้วท่านก็ได้ชี้แจงของปี ๒๕๖๔ ไปแล้วก่อนหน้านี้ใช่ไหมคะ คำถามดิฉันก็คือว่าแล้วของปี ๒๕๖๕ รายงานการเงินของปี ๒๕๖๕ แล้วปี ๒๕๖๖ ล่ะค่ะ ปี ๒๕๖๗ ดิฉันไม่ถามถึง เพราะดิฉันเข้าใจว่าท่านอาจจะอยู่ ระหว่างการจัดทำ เพราะนี่เพิ่งต้นปี ๒๕๖๘ ทีนี้การที่ปี ๒๕๖๘ แล้ว ท่านยังไม่รายงานของปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ให้กับสภาได้ทราบเลย มันก็จะเป็นการไม่ทันต่อเหตุการณ์นะคะ พวกเรา เป็นผู้แทนราษฎรเราก็อยากจะทราบข้อมูลแล้วข้อเสนอแนะของพวกเราจะมีประโยชน์มาก เพียงพอหรือไม่หากข้อมูลที่ได้รับไม่ทันต่อเหตุการณ์ และถ้าเราว่ากันจริง ๆ ตาม พระราชบัญญัติน้ำบาดาลได้บัญญัติว่าในทุกรอบปีจะต้องทำบันทึกรายงานเสนอผลต่อ คณะรัฐมนตรีและรัฐสภา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นท่านไม่ได้เสนอทุกรอบปี แบบนี้ถือว่าบกพร่องไหม ถ้าจะเอาผิดกันจริง ๆ แบบนี้ถือว่าผิดไหมคะ นี่คือคำถามแรก เพราะฉะนั้นเป็นไปได้ดิฉัน อยากให้รายงานทันต่อเหตุการณ์ปีต่อปี ข้อมูลที่ได้จะได้มีประโยชน์กับประชาชนอย่างสูงสุด🔗

ต่อมาในเรื่องของงบประมาณปี ๒๕๖๓ ดิฉันดูตัวเลขก็เกิดความกังวลและ มีคำถาม ในส่วนของลูกหนี้เกินกำหนดชำระเกินกว่า ๓๐ วัน มีอยู่ประมาณ ๔๓๘ ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นถ้าดูนะคะ แนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านั้น และรายได้ค้างรับอยู่ที่ ๒๗๕ ล้านบาท ดิฉันทราบมาว่าเงินกองทุนของท่านขาดทุนอยู่ไม่ใช่หรือคะ ขาดทุนตั้ง พันกว่าล้าน แล้วหนี้ท่านก็เก็บไม่ได้ รายได้ค้างรับก็เยอะขนาดนี้ คำถามก็คือหน่วยงาน ของท่านวางแผนอย่างไรเพื่อให้เรียกเก็บเงินก้อนนี้ได้ นี่คือคำถามแรกนะคะ🔗

ต่อมาหนี้สงสัยจะสูญ ปี ๒๕๖๓ เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๒ อย่างมีนัยสำคัญค่ะ ทำให้กังวลว่างบประมาณปีล่าสุดคือปี ๒๕๖๖ และปี ๒๕๖๗ จะเป็นอย่างไร ในตัวอย่างนี้ เนื่องจากท่านมีข้อมูลปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๓ ให้ดิฉัน ดิฉันก็เอาตัวเลขจากที่ท่านให้มา ในปี ๒๕๖๒ หนี้สงสัยจะสูญ นั่นแปลว่าน่าจะเก็บไม่ได้ใช่ไหมคะ ประมาณ ๗ ล้านกว่าบาท พอปี ๒๕๖๓ กระโดดขึ้นมาเป็น ๒๑ ล้านบาท ในขณะที่งบการเงินขาดทุนอยู่พันกว่าล้าน อย่างนี้ ก็ยังคงมีหนี้สงสัยจะสูญอีก ท่านมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไรไม่ให้หนี้สงสัยจะสูญ เพิ่มมากไปกว่านี้ คำถามที่ ๒ นะคะ🔗

ถัดไปค่ะ ดิฉันสงสัยมากเลย คำถามสุดท้ายแล้วนะคะ แต่ดิฉันสงสัยมาก โครงการเสริมสร้างศักยภาพด้านการกำกับดูแลประกอบกิจการน้ำบาดาลตาม พ.ร.บ. น้ำบาดาล พ.ศ. ๒๕๒๐ ประจำปี ๒๕๖๓ ท่านวางงบประมาณไว้ถึง ๙๗ ล้านบาท คำถามคือ คุ้มค่า สมเหตุสมผลหรือไม่ ท่านเสริมสร้างอะไรตั้งเกือบ ๑๐๐ ล้านบาท โครงการอื่น ๆ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ๗ ล้านบาท ๒ ล้านบาท ดิฉันพอเข้าใจได้ แต่เสริมสร้างศักยภาพเกือบ ๑๐๐ ล้านบาทเลย คำว่า เสริมสร้างศักยภาพ เป็นคำที่ลอย ๆ แล้วก็กว้างมาก ได้ผลลัพธ์ อย่างไรบ้าง ติดตามหรือไม่ แล้วรายละเอียดปลีกย่อยจริง ๆ ของโครงการนี้จริง ๆ คือ ทำอะไร อันนี้คือสิ่งที่ดิฉันสงสัยนะคะ ดิฉันเป็นผู้แทนราษฎร ดิฉันเห็นความสำคัญของ กองทุนพัฒนาน้ำบาดาล ดิฉันลงพื้นที่มาเยอะมาก ดิฉันเจอปัญหาเรื่องน้ำเยอะมากเลยค่ะ ดิฉันเลยให้ความสำคัญกับน้ำบาดาลมากและให้ความสำคัญกับกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลมาก เพราะท่านจะมีส่วนสำคัญในการที่จะช่วยแก้ปัญหาให้กับประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ ห่างไกล จริง ๆ แล้วดิฉันยังมองว่าหน่วยงานของท่านโดยเฉพาะในพื้นที่ที่ไม่มีชลประทาน เข้าถึง หน่วยงานของท่านช่วยได้เยอะมากเลยบางพื้นที่มีประโยชน์มากกว่าชลประทาน ด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ดิฉันเห็นตัวเลขนี่ดิฉันกังวลมากเลยเกรงว่าจะไม่ได้เกิดประโยชน์กับ ประชาชนอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นเพื่อให้ในปีต่อ ๆ ไป งบประมาณตรงนี้เกิดประโยชน์ กับประชาชนมากขึ้นจริง ๆ และบรรลุวัตถุประสงค์ของกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลจริง ๆ ดิฉันจึงขอให้ท่านตอบคำถามและขอฝากเป็นข้อคิดในปีถัด ๆ ไป ขอให้กองทุนนี้เป็นกองทุน ที่เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ เชิญครับ🔗

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคเพื่อไทยครับ วันนี้ผมดีใจที่กองทุนพัฒนาน้ำบาดาลได้มาชี้แจงสถานะการเงินให้กับ สมาชิกและท่านประธานได้รับทราบ เรื่องเงินกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลนะครับท่านประธาน มันเป็นเงินของพวกเราทุกคน เป็นเงินที่เจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมจัดเก็บค่าน้ำกับประชาชนที่ขอใช้น้ำบาดาลไปครับ ส่วนหนึ่งส่งเงินไปเป็นเงิน รายได้แผ่นดิน อีกส่วนหนึ่งนำมาเข้าเป็นกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล เงินกองทุนพัฒนา น้ำบาดาลเป็นพระราชบัญญัติ เป็นกฎหมายพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. ๒๕๒๐ เงินจำนวนนี้เอาไว้เพื่อการศึกษา วิจัย และอนุรักษ์น้ำบาดาล กรมนี้ท่านประธานครับ ผมเคย อยู่ ๓ ปี วันแรกที่ผมเข้าไปกรมนี้ผมขอดูเอกสารว่าเงินกองทุนเขาเอาไปทำอะไรบ้าง มีงาน ศึกษา งานวิจัย งานวิชาการในกรมนี้เกือบ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมไป รวบรวมทั้งหมดเลย มีงานวิชาการเยอะมากเลย แต่งานวิชาการที่เอาไปศึกษาวิจัยตาม พระราชบัญญัตินี้มันไม่เกิดประโยชน์กับประชาชนเลย ช่วงก่อนที่ผมเข้าไปอยู่ในกรมนี้ เพราะอะไรครับ วิจัยเสร็จแล้วก็ทำเป็นเล่ม เป็น Paper รายงาน มีคณะกรรมการตรวจรับ เสร็จแล้วก็เก็บไว้บนหิ้งในหอสมุด ส่งไปตามส่วนราชการต่าง ๆ หรือสถานศึกษา ไม่เคย เอามาใช้ประโยชน์เลย วันนี้ผมดีใจที่ท่านรองอธิบดีและเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาชี้แจงต่อสภา แห่งนี้ ผมอยากจะฝากให้ท่านกลับไปคิดว่าเราเอางบประมาณแผ่นดิน เงินของประชาชน พวกเราทุกคนไปศึกษาวิจัยแล้วไม่เกิดประโยชน์ ท่านเอาเก็บไว้บนหิ้งอย่างเดียว สิ่งที่จะ ตามมา วันนี้ผมกำลังตามบอกสังคมว่ามันเกิดความคุ้มค่าหรือเปล่า ถ้าท่านคิดว่าไม่คุ้มค่า ท่านผู้แทนอธิบดีครับท่านอย่าทำ มันต้องคุ้มค่าและเกิดประโยชน์กับประชาชนท่านทำเลย ไม่ว่าโครงการอะไร ไม่อย่างนั้นท่านจะโดนข้อหาว่าใช้เงินไม่คุ้มค่า แล้วบางโครงการทำแล้ว ทำอีก ทำเพื่อสักแต่ว่าจะใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน เงินกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลใช้โดย คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นในระดับกรม มีคณะกรรมการจากหลายหน่วยงาน มีกรมบัญชีกลาง มีสำนักงบประมาณ มีหน่วยงานอื่น ๆ อีกหลายหน่วยในการพิจารณา ผมฝากไปถึง คณะกรรมการที่เวลาจะอนุมัติเงิน ท่านต้องคิดศึกษาให้รอบคอบไม่อย่างนั้นท่านจะถูก ตรวจสอบว่าใช้เงินไม่คุ้มค่านะครับ อันนี้ประเด็นที่ ๑ ผมอยากจะขอฝากท่านรองกับ เจ้าหน้าที่ที่มาชี้แจงในวันนี้ ความคุ้มค่าของการใช้เงินกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลครับ🔗

เรื่องที่ ๒ น้ำบาดาลครับท่านประธาน มันอยู่ใต้ดิน ไม่มีใครมองเห็น ไม่มีใคร ทราบว่ามันอยู่ตรงไหน แต่ข้อมูลทางวิชาการเป็นที่ยอมรับว่าน้ำใต้ดินมีมากกว่าน้ำผิวดิน จำนวนมหาศาล โดยเฉพาะประเทศไทยมีน้ำบาดาลที่อยู่ใต้ดินถึง ๑,๒๐๐,๐๐๐ ล้านล้าน ลูกบาศก์เมตร แต่น้ำผิวดินคือน้ำที่เรามองเห็นด้วยตาเปล่าโดยในอ่างเก็บน้ำ ในเขื่อน ในสระ หรือแม้กระทั่งในตุ่ม รวมแล้วภาชนะที่ใส่น้ำผิวดินไม่เกิน ๗๐,๐๐๐ หรอกครับ แต่น้ำใต้ดิน มีถึง ๑.๑๒ ล้านล้านลูกบาศก์เมตร แต่เราไม่รู้ว่าน้ำบาดาลมันอยู่ตรงไหน สิ่งที่กรมทรัพยากร น้ำบาดาลจะต้องทำ ท่านต้องไปสำรวจ ไปเจาะ ไปศึกษาว่า ๑.๑๒ ล้านล้านลูกบาศก์เมตร มันอยู่ตรงไหน เพื่อให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้มีโอกาสเข้าถึงและใช้น้ำบาดาล จำนวนนี้ครับ ท่านไม่ปล่อยให้เงินจำนวนนี้คือเงินกองทุนให้นักวิชาการ หรือ NGO ใครก็ตาม เอาเงินนี้ไปละเลง อ้างว่าจะศึกษาเรื่องโน้น ศึกษาเรื่องนี้ ทำไมท่านไม่เอาเงินจำนวนนี้ ไปศึกษาหาน้ำใต้ดินให้กับประชาชนคนไทยได้ใช้ประโยชน์ล่ะครับ ผมไม่เคยเห็นมี สักโครงการเลยครับ มีแต่โครงการศึกษาเป็นรูปเล่มที่ผมพูดตั้งแต่ต้นว่าศึกษาแล้วไว้บนหิ้ง แล้วว่าง ๆ พวกเราก็ต้องไปปัดฝุ่นไล่ไรหนังสือที่มีอยู่ มันไม่เกิดประโยชน์เลยครับ ถ้าเงินกองทุนนี้เอาไปใช้สำรวจแหล่งน้ำใต้ดิน กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ ไม่ต้องไป สร้างเขื่อนสร้างอ่างเก็บน้ำแล้ว ไม่ต้องไปเสียพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ไม่ต้องไปเสียพื้นที่ทำกินของ ประชาชน เราก็สามารถจะสูบน้ำใต้ดินมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งประเทศเลยครับ แต่ท่านกำลังใช้ เงินกองทุนไม่เกิดประสิทธิภาพ ผมอยากมีข้อเสนอจากคนไทยทุกคนที่ว่าพยายามอยากหา น้ำใต้ดิน กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะต้องเป็นต้นแบบว่าน้ำบาดาลตรงนี้มีเท่าไร มีตรงไหน ท่านจะดูแผนที่ เดี๋ยวท่านก็จะลุกมาตอบผมว่ากรมทรัพยากรน้ำบาดาลมีแผนที่ ผมถามท่านว่าแผนที่ท่านเคยทำหมดไปเกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาท มันใช้ได้ไหมครับ มันใช้ไม่ได้ ใช้ได้ก็บางส่วน แต่สิ่งที่จะสำรวจและดูที่ดีที่สุดว่าน้ำบาดาลอยู่ตรงไหนคือการเจาะสำรวจ ท่านอย่าไปจ้างเอกชน ผมกำลังจะบอกว่าให้เจาะสำรวจเพราะเรามีเครื่องไม้เครื่องมือ ท่านอย่าไปริคิดว่าจะไปจ้างเอกชนเจาะ เรามีเครื่องมือ เรามีนักวิชาการ มีนักธรณี เรามี รถเจาะ ท่านต้องทำเองนะครับ เราพูดเสมอว่ากรมทรัพยากรน้ำบาดาลเป็นกรมวิชาการ แต่ท่านห้ามจ้างเอกชน ถ้าท่านจ้างเอกชนผมจะตามไปดูเพราะมันไม่คุ้มค่า เอกชนเขากำไร สูงสุดคือการเบิกจ่ายเงินแล้วมีเงินเหลือ แต่ถ้าเราทำเองข้อมูลวิชาการจะครบ เพราะฉะนั้น ผมก็อยากฝากท่านรองอธิบดีหรือผู้ที่มาชี้แจง ท่านต้องเร่งไปสำรวจหาแหล่งน้ำใต้ดินเพื่อให้ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้มีโอกาสเข้าถึงน้ำใต้ดิน และนำน้ำใต้ดินเอามาใช้ประโยชน์ ให้เกิดสูงสุดกับประชาชนโดยรวม ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอดิศร เพียงเกษ เชิญครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่ผมลุกขึ้นอภิปรายนี้ผมอยากให้ กฎหมายเป็นกฎหมายครับ ผมจะไม่กล่าวหาใคร เราเป็นสภาชุดที่ ๒๖ ปีนี้ปี ๒๕๖๘ ไม่ทราบว่ามีบาปกรรมอะไรบังคับให้เราไปศึกษารายงานของผู้สอบบัญชีและรายงาน การเงินกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ ถึง ๒๕๖๓ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ถึง ๒๕๖๓ นี้ ๑๐ ปี กฎหมายเขาบัญญัติ เพราะเราเป็นนักบัญญัติกฎหมาย พ.ร.บ. น้ำบาดาล มาตรา ๗ อัฏฐ วรรคสอง ในทุกรอบปีให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชี ผมอ่านสั้น ๆ ครับ นี่มันรอบปีไหน ที่นี่ไม่ใช่ที่แสดงละคร ผมอยากให้เป็นปัจจุบัน ผมเคยพูด ในสภาแห่งนี้หลายครั้งที่มีองค์กรอื่นมาชี้แจงตามกฎหมาย เอาเรื่องในอดีตซึ่งผมยังไม่ได้เป็น ผู้แทนราษฎรมาให้พวกผมดู สมัยนั้นมีการปฏิวัติรัฐประหาร ใครเป็นนายก ใครเป็นรัฐมนตรี ก็ไม่รู้ เรื่องอย่างนี้ผมถือว่าเป็นข้อบกพร่องของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและบกพร่องของ รัฐมนตรีหรือรัฐบาลที่ดูแลกองทุนนี้ไม่รายงานให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจบัญชี ในรอบปี ท่านอย่าพูดว่าเพิ่งทำเสร็จ ถ้าท่านไม่ทำในรอบปีท่านปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผมกล่าวหาท่านอย่างนั้นครับ ปีนี้ขอให้เป็นปีสุดท้ายเถอะครับ อย่าให้พวกผมมาเสียเวลา กับอดีตเลย ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ พวกผมระเหเร่ร่อนไปลี้ภัยทางการเมืองผมไม่รู้เรื่องด้วย มาวันนี้ผมต้องมารับกรรม มาพูดจาปราศรัยเรื่องน้ำบาดาลซึ่งเมื่อ ๑๐ ปีมาแล้ว มันเกิด อะไรขึ้นครับ สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้เขาต้องการดูว่าความเป็นปัจจุบันของกองทุนน้ำบาดาล ปัจจุบันนี้เป็นอย่างไร ในรอบปีผมถามเป็นคำถามเลยว่าในปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๖ ท่านทำเสร็จ หรือยัง และอีก ๑๐ ปีจะทำเสร็จใช่ไหมครับ ไม่รู้ผมจะอยู่ดูรายงานได้หรือเปล่า เพราะว่า โรคภัยไข้เจ็บมันก็รุกเร้าผมเหลือเกิน ผมจึงอยากถามตรงไปตรงมาท่านประธานครับ เลิกเสียที หน่วยงานต่าง ๆ อย่าเอาเรื่องพวกนี้มา โยนทิ้งได้แล้ว ต้องเอาเรื่องปัจจุบันมาให้พวกผมดูแล มันถึงจะทันเหตุทันการณ์ เขาบอกว่าข้าราชการเช้าชาม เย็นจะชามหรือเปล่าไม่ทราบ ถ้าทำ อย่างนี้ผมว่าอย่ามาสภาเลย เอาไปให้สภาชุดก่อน ๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์เขาพิจารณาเถอะครับ อาศัยจังหวะนี้ขอเตือนและขอแจ้งให้หน่วยงานต่าง ๆ อย่าริทำเหมือนกองทุนพัฒนา น้ำบาดาลโดยผู้ตรวจเงินแผ่นดินทำอย่างนี้นะครับ มันทำผิดกฎหมาย กฎหมายใช้คำว่า ให้ ในรอบปีให้ ให้นี่คือบังคับ ไม่มีข้อยกเว้นที่ท่านจะบอกว่าอีก ๑๐ ปีรอก่อนอดิศร ท่านอย่า เพิ่งเป็นอะไร เดี๋ยวผมจะรายงานให้สภาทราบ มันไม่ได้ครับท่านประธาน จึงขอโดยสาร ท่านพิเชษฐ์แล้วครับ ช่วยบอกหน่อยอย่ามาเล่นละครที่สภาครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ก็คงเป็นรายงานที่ยาวนานที่สุดเท่าที่เราเคยอยู่ในสภามา ๑๐ ปีไม่ค่อยมี นะครับ ก็เชิญท่านเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชิญครับ🔗

นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ผมก็ได้รับรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนพัฒนา น้ำบาดาล สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ และ ๒๕๖๓ เช่นเดียวกัน จริง ๆ แล้ว ตอนแรกก็จะติงเหมือนที่ท่านผู้ใหญ่อย่างท่านอดิศรได้ติงไว้แล้วนะครับ ก็ถือว่าท่านได้ติงทาง กรมทรัพยากรน้ำบาดาลไปเรียบร้อยแล้ว ท่านประธานครับ อย่างอื่นก็ต้องขอชื่นชมว่าทาง กรมทรัพยากรน้ำบาดาลก็พยายามใช้กองทุนในการที่จะสร้างแหล่งน้ำต่าง ๆ รวมถึงพัฒนา ระบบน้ำให้กับพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด แต่อย่างไรก็ตามตรงนี้ความไม่เพียงพอและ ความไม่ทันการจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่ทางกรมทรัพยากรน้ำจึงจะต้องกลับไปทบทวน คิดพิจารณาตามที่ท่านอดิศร ขออภัยที่เอ่ยชื่อท่านไม่เสียหายนะครับ ได้ท้วงติงไป จริง ๆ แล้ว ปีนี้เราน่าจะเห็นปี ๒๕๖๕ ๒๕๖๖ มากกว่า หรือปี ๒๕๖๖ ปี Real Time ตรงนี้ อันนี้ก็เป็น เรื่องที่ต้องไปทบทวนแล้วก็ดำเนินการต่อ เรื่องน้ำเป็นเรื่องสำคัญครับ กองทุนพัฒนา น้ำบาดาล ๔,๔๐๐ กว่าล้านบาท ไม่น้อยนะครับ เราจะทำอย่างไรทำกองทุนนี้ให้เกิด ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด เป็นเรื่องจำเป็นมาก ๆ เพราะเรื่องน้ำนี้เป็นเรื่อง สำคัญ ตอนนี้น้ำมีความสำคัญทุกอย่างเลยครับ ในต้นปีมาเราโดนน้ำเยอะมาก น้ำท่วม เกิดภัยพิบัตินั่นอันตราย แต่หลังจากผ่านตรงนั้นมาแล้วถึงช่วงนี้ ตั้งแต่มกราคมไปจนถึง เมษายนเราจะเกิดภาวะแล้งขาดน้ำแล้ว ผมเองนั้นก็ได้ลงพื้นที่นะครับ ในพื้นที่ผมเชียงราย เขต ๕ อำเภอเทิง พญาเม็งราย ขุนตาล ตำบลบุญเรือง อำเภอเชียงของ ถามความต้องการ เกี่ยวกับการใช้น้ำของพี่น้องประชาชน ปัญหาเกิดขึ้นเยอะมาก เราต้องเข้าใจว่าขณะนี้ น้ำบาดาล ไม่ว่าจะเป็นน้ำบาดาลบนดินหรือใต้ดินเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างมาก เป็นเรื่องสำคัญด้วย สมัยโบราณเราเคยไปตักน้ำในบ่อแล้วเอามาไว้ที่ตุ่ม แล้วก็ตักกินได้ สะอาดครับ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ น้ำบาดาลกินไม่ได้แล้ว ไม่มีแล้ว ไม่พอด้วย ต้องซื้อน้ำครับ ตายครับประชาชน น้ำขวดละเท่าไร ผมเลยคำนวณคร่าว ๆ น้ำนี่แพงกว่าน้ำมันนะครับ เพราะฉะนั้นกรมทรัพยากรน้ำบาดาลจึงเป็นกรมสำคัญมาก ทั้งน้ำดื่มให้กับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ผมมีการเจาะบาดาลแต่ไม่มีถัง ไม่มีแท็งก์ อันนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกันครับ ใช้ไม่ได้ เช่นเดียวกัน หลาย ๆ ที่ขาดนะครับ ก็อยากฝากทางท่านรองอธิบดีไปยังอธิบดี แล้วก็บุคลากรในกรมทรัพยากรน้ำได้ไปช่วยสำรวจ ในพื้นที่อำเภอเทิง อำเภอพญาเม็งราย อำเภอขุนตาล และตำบลบุญเรือง อำเภอเชียงของ ด้วยครับ โดยด่วนด้วยเพราะตรงนั้นขาดแคลนมากเป็นพื้นที่เขา และตอนนี้ค่อนข้างจะแล้ง และน้ำดื่มนะครับ น้ำดื่มที่จะต้องลดภาระของประชาชนในการต้องไปซื้อน้ำ ต่อไปน้ำ ที่นอกจากดื่มแล้ว น้ำอุปโภคน้ำใช้ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกันครับ ถ้ามีน้ำประปาชาวบ้าน เขาไม่เดือดร้อน แต่ประปาไม่ต้องไปใช้ไฟ ต้องใช้พลังงานทดแทนแล้ว พลังงานแสงอาทิตย์แล้ว ให้ชาวบ้านลดค่าใช้จ่ายลงไป นอกจากน้ำบาดาลที่จะใช้ในการอุปโภคบริโภคแล้ว น้ำบาดาล ยังจำเป็นเกี่ยวกับการเกษตร เพราะชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน เมื่อสักครู่ก็ไปประชุม คณะกรรมการวิสามัญยกร่าง พ.ร.บ. ลำไยมา ผมก็บอกว่าถ้าปลูกลำไยต้องใช้น้ำ น้ำจากไหน ก็น้ำบาดาล นาตอนนี้จะเป็นนาน้ำแล้ง จะรอฝนมันก็ไม่ไหว น้ำคลองก็หมดทำอย่างไร เจาะน้ำบาดาล ถ้ากรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท่านได้ เห็นความสำคัญตรงนี้แล้วปูพรมพื้นที่และช่วยเป็นระยะไปตามแผนที่ท่านกำหนด ตามงบประมาณที่ควรจะมี อย่าให้ประชาชนนั้นไร้ความหวัง เราก็ต้องไปช่วยกัน ผมเองนั้น ก็ไปสำรวจความต้องการของพี่น้องประชาชน ก็เอามาสะท้อนให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ไปดำเนินการโดยเร่งด่วนเช่นเดียวกันครับ นี่คือเรื่องน้ำ🔗

นอกจากน้ำตรงนี้แล้ว น้ำที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำต่าง ๆ ก็จำเป็นที่ต้องทำให้เกิด รักษาไว้ครับ การสร้างฝายทดแทน การขุดเจาะบาดาลต่าง ๆ อันนี้ก็จะเป็นประโยชน์ ต่อไป ชาวบ้านก็ช่วยกันบริหารจัดการน้ำ เพราะว่าน้ำถ้าไม่พอมันจะเกิดการทะเลาะกัน แล้วผม ก็ไม่อยากเห็นการเข่นฆ่ากันเกี่ยวกับการที่แย่งน้ำทั้งเรื่องอุปโภคบริโภคและน้ำใช้ ซึ่งอนาคต มันอาจจะเกิดขึ้นนะครับ มันเป็นเรื่องที่เราประมาทไม่ได้ และมันเกิดสถานการณ์ตรงนี้ ขึ้นแล้ว เพราะภาวะแล้งนี้เกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า เพราะฉะนั้นกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงเป็นหน่วยงานสำคัญ กองทุนที่ท่านมีอยู่ ก็อยากให้ท่านได้ใช้กองทุนนี้ให้เกิดประสิทธิภาพต่อการบริหารจัดการน้ำบาดาลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นน้ำบนดิน น้ำผิวดิน น้ำใต้ดินต่าง ๆ ทำให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ในการใช้อุปโภคบริโภคและเพื่อการเกษตร ผมหวังว่าในครั้งต่อไปทางกรมทรัพยากร น้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้นจะปูพรมในพื้นที่ที่จะไปดูแล พี่น้องประชาชน โดยนำข้อเสนอต่าง ๆ ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ต่าง ๆ นั้น มานำเสนอ ผมว่าเป็นเรื่องที่ท่านคงจะได้ข้อมูลตรงนี้ไว้ และในครั้งต่อไปอยากจะเห็นการ รายงานที่เป็น Real Time ปีงบประมาณต่อปีงบประมาณตามเงื่อนไขที่ พ.ร.บ. กำหนด อันนั้นเป็นเรื่องที่ท่านจะต้องบริหารจัดการให้ได้นะครับ แต่ท้ายที่สุดก็ต้องขอบคุณที่ท่าน ตั้งใจมารายงานวันนี้ อย่างไรก็ตามเราต้องให้กำลังใจกัน แต่ว่าข้อท้วงติงต่าง ๆ นั้นก็เป็น เรื่องที่เป็นประโยชน์ที่ท่านจะต้องนำไปพัฒนาหน่วยงานและองค์กรของท่าน แล้วก็ขอ ความร่วมมือได้สำรวจพื้นที่ แล้วก็ไปช่วยพี่น้องประชาชนให้มีน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อ การเกษตรใช้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมจัดนิทรรศการของ คณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม จากหน่วยงานต่าง ๆ สภายินดีต้อนรับนะครับ ต่อไป ท่านสุดท้าย ท่านรภัสสรณ์ นิยะโมสถ เชิญครับ🔗

นางสาวรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ลำปาง

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รภัสสรณ์ นิยะโมสถ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดลำปางค่ะ ก่อนอื่นก็ต้องขอชมเชยสำหรับ ตัวแทนกองทุนที่ได้เข้ามาชี้แจง รวมถึงนำรายงานย้อนหลังหลาย ๆ ปีมาให้พวกเรา ได้พิจารณากัน ดิฉันเปิดย้อนหลังดูคร่าว ๆ ก็พบว่ามีการศึกษา ศึกษา แล้วก็ศึกษานะคะ ในปีหลัง ๆ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ก็มีในเรื่องของการก่อสร้างอาคารปลูกสร้าง สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ อีก ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งหลาย ๆ อย่างงบประมาณของกองทุนจริง ๆ ศึกษามาแล้ว ทั้งนั้น อย่างที่ท่านศักดิ์ดา ท่านอดิศรได้กล่าวไป ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามนะคะ คือศึกษา มาแล้วต้องมีประสิทธิภาพประสิทธิผล ดิฉันคิดว่ากองทุนควรจะต้องปรับปรุงในเรื่องของ วัตถุประสงค์ไม่ใช่เพียงแค่การให้ศึกษา แต่ควรจะต้องรวมไปถึงการให้เจาะบ่อบาดาล เพราะว่าเมื่อพิจารณางบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มีคำขอจากหน่วยงาน จากชาวบ้านร้องไปว่าพื้นที่ตรงนั้นตรงนี้ขาดแคลนน้ำบาดาล แต่ทางกรมก็บอกว่าไม่สามารถ ที่จะตอบสนองทุกคำขอได้เนื่องจากงบประมาณมีอยู่จำกัด แต่พอมาพิจารณาการใช้จ่ายเงิน ของกองทุนแล้วดิฉันว่ากองทุนเองก็ต้องกลับไปพิจารณานะคะ แล้วก็หนึ่งสิ่งที่ต้องขอชมเชย ในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ที่มีการนำส่งเงินรายได้ของกองทุนนี้ให้กับคลังเพื่อให้ได้ไปใช้จ่าย กันต่อ หวังว่าปีต่อ ๆ ไป ปี ๒๕๖๕ ๒๕๖๖ ก็จะมีการนำส่งเงินตรงนี้กลับเข้าสู่คลังเช่นกันค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านจะชี้แจงนิดหน่อยนะครับ เชิญครับ🔗

นายปริญญา คุ้มสระพรม รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายปริญญา คุ้มสระพรม รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลซึ่งเป็นผู้แทนของท่าน อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ขออนุญาตชี้แจงให้ทางสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบ ข้อห่วงใยจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ท่านแรก ท่านธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ได้มีข้อกังวลและข้อห่วงใย กับการใช้จ่ายเงินของกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลนะครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินกองทุนของการพัฒนา น้ำบาดาลนี้ ส่วนหนึ่งเป็นการใช้จ่ายเงินเพื่อการศึกษา สำรวจ วิจัย และวางแผนแม่บท เพื่อการพัฒนาและอนุรักษ์แหล่งน้ำบาดาลและสิ่งแวดล้อม สำหรับเงินกองทุนนั้นเป็นเงิน ที่ได้มาจากการเก็บจากผู้ใช้น้ำบาดาลในพื้นที่วิกฤติเกี่ยวกับน้ำบาดาล แล้วก็ส่วนหนึ่งเป็น การส่งเงินจากกองทุนน้ำบาดาล ๕๐ เปอร์เซ็นต์เข้าเป็นรายได้ของแผ่นดิน ซึ่งเงินจำนวนนี้ สอบถามว่าเป็นจำนวนมากไหม ไม่ได้มากนะครับ เป็นการใช้จ่ายเงินที่อยู่ในกองทุนเพื่อไป เสริมกับการใช้จ่ายของเงินงบประมาณปกติของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล สำหรับการศึกษา สำรวจทางกองทุนเองก็ได้เร่งรัดโครงการต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการศึกษาสำรวจและค้นหาแหล่ง น้ำบาดาลที่มีอยู่ในประเทศให้เพียงพอต่อการใช้ของพี่น้องประชาชนเพื่อการอุปโภคบริโภค เป็นด้านหลัก สนับสนุนเพื่อการอุปโภคบริโภคเพื่อการเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และการบริการอื่น ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่หาน้ำยากในบางแห่งการค้นหาแหล่งน้ำบาดาล ซึ่งอยู่ในชั้นใต้ดินลึกถึง ๔๐๐-๕๐๐ เมตรอย่างนี้เป็นสิ่งที่ยากลำบาก เมื่อได้ผลการศึกษา มาแล้วก็นำมาสำหรับในการออกแบบและวางแผนในการพัฒนาเพื่อให้เกิดประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนต่อไป🔗

ท่านที่ ๒ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ท่าน สส.ชุติมา คชพันธ์ จากพรรคประชาชน ได้สอบถามข้อห่วงใยเกี่ยวกับการตรวจสอบงบประมาณของเงินกองทุน ในปีพุทธศักราช ๒๕๖๕ และ ๒๕๖๖ ว่าทำไมถึงส่งล่าช้า ขออนุญาตกราบเรียนดังนี้นะครับ ก็คือการตรวจสอบเงินกองทุนนี้เป็นการดำเนินการตรวจสอบโดยสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีและประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของกองทุนทรัพยากร น้ำบาดาล ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเองเมื่อได้รับผลการตรวจสอบจากสำนักงานตรวจเงิน แผ่นดินแล้วก็ไม่ได้ล่าช้า เราได้ส่งรายงานทันทีเพื่อรายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบและ รายงานให้วุฒิสภาทราบต่อไป แต่ในช่วงของปีงบประมาณ ๒๕๕๒-๒๕๖๓ นั้น เราได้ รายงานไปยังกรมบัญชีกลางเพื่อให้กรมบัญชีกลางเป็นผู้รวบรวมและจัดทำรายงานสรุปผล ดำเนินงานในภาพรวม หลังจากนั้นเมื่อผู้บริหารได้ตรวจสอบก็พบว่าเราจะต้องรายงานให้ คณะรัฐมนตรีทราบ ก็ได้นำเข้ารายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบ แล้วก็รายงานสภาผู้แทนราษฎร ทราบต่อไป จึงทำให้การรายงานผลเหมือนกับว่าจะไม่ตรงกับปีงบประมาณ เช่นกันนะครับ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ และ ๒๕๖๖ ขณะนี้ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเองเพิ่งได้รับ รายงานผลการตรวจสอบจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งจะได้นำเรียนคณะรัฐมนตรี และสภาผู้แทนราษฎรทราบต่อไปนะครับ🔗

คำถามของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติท่านที่ ๓ ท่าน สส. อดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย ท่านก็มีข้อห่วงใย แล้วก็มี ข้อกังวลว่าทำไมการรายงานผลการปฏิบัติงานหรือผลการใช้จ่ายเงินของกองทุนทรัพยากร น้ำบาดาลนั้นไม่รายงานให้มันตรงตามรอบปีงบประมาณ ก็เช่นกันครับ ผมขออนุญาต กราบเรียนว่าทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลต้องรอให้การรายงานการตรวจสอบจากสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีและเป็นผู้ประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของ กองทุนพัฒนาน้ำบาดาลเสียก่อน จึงจะได้นำเรียนให้คณะรัฐมนตรีทราบ🔗

ข้อซักถามและข้อเสนอแนะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านที่ ๔ ท่าน สส. ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ก็เป็นห่วงใยเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายเงินของ กองทุนพัฒนาน้ำบาดาล ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อโปรดทราบเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินของกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลนั้นมีคณะกรรมการ ซึ่งประกอบไปด้วยอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง อธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมอนามัย ผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนของการประปานครหลวง ผู้แทนของการประปาส่วนภูมิภาค ผู้แทนสภาอุตสาหกรรม และผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะกรรมการแต่ละท่านล้วนแต่เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ แล้วก็ กำกับดูแลการใช้จ่ายเงินของกองทุนทรัพยากรน้ำบาดาลอย่างดียิ่ง การตรวจสอบการใช้ จ่ายเงินของกองทุนนอกจากจะมีการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแล้ว ยังมี การตรวจสอบจากองค์กรอิสระที่เข้ามาตรวจสอบการใช้จ่ายของเงินกองทุน และข้อห่วงใย ของท่าน สส.ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ในเรื่องของผลการศึกษาวิจัย ท่านก็เป็นห่วงว่าไม่ได้มีการ นำผลการศึกษาวิจัยต่าง ๆ ไปใช้ให้มันเกิดประโยชน์คุ้มค่ากับพี่น้องประชาชน ก็ขออนุญาต กราบเรียนว่าเราจะนำข้อห่วงใยของท่าน สส.ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ นำไปใช้ในการจัดทำ โครงการต่าง ๆ ที่ให้มันเกิดประโยชน์และคุ้มค่ากับพี่น้องประชาชน โดยกระจายไปใน การศึกษาและสำรวจหาแหล่งน้ำบาดาลที่อยู่ในพื้นที่หาน้ำยากเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้น้ำ ในการอุปโภคบริโภคของพี่น้องประชาชนต่อไปนะครับ🔗

ข้อสอบถามของท่าน สส.เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดเชียงรายก็เช่นเดียวกัน ท่านเป็นห่วงว่าการศึกษาสำรวจหรือการค้นหา แหล่งน้ำบาดาลที่มีอยู่ในประเทศไทยนี้มันจะกระจายไม่ทั่วถึง ซึ่งเป็นข้อกังวลของท่าน ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและคณะกรรมการกองทุนก็จะได้นำไปปรับใช้ต่อไปนะครับ🔗

ท่านสุดท้าย ท่าน สส.รภัสสรณ์ นิยะโมสถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก จังหวัดลำปาง ก็มีข้อห่วงใยแล้วก็สอบถามการใช้จ่ายของเงินกองทุนทรัพยากรน้ำบาดาลว่า มันล่าช้าและใช้ให้เกิดประโยชน์หรือไม่ อย่างไร ผมก็ขออนุญาตว่าทางกรมทรัพยากร น้ำบาดาลจะรับข้อเสนอแนะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรตินำไปใช้ประโยชน์ ต่อไปนะครับ🔗

อีกท่านหนึ่ง ท่าน สส.ชุติมา คชพันธ์ ได้สอบถามว่าการใช้จ่ายเงินในการ พัฒนาศักยภาพ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๖๓ ทำไมถึงใช้งบประมาณไปถึง ๙๗ ล้านบาท ท่านดู ตัวเลขว่าดูมันจะมากนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนดังนี้ เงินจำนวนถึง ๙๗ ล้านบาทนี้ เราได้กระจายไปยังสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด จำนวน ๗๖ จังหวัด และสำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาลเขต ซึ่งมีอยู่ ๑๒ เขตทั่วประเทศ เฉลี่ยแล้วก็ได้จังหวัดละ ไม่กี่ล้านบาท เงินจำนวนนี้นำไปใช้ประโยชน์อย่างไรครับ นำไปใช้ในการออกตรวจ ติดตาม ตรวจสอบการประกอบกิจการน้ำบาดาล การใช้น้ำบาดาลให้เป็นไปตามกฎหมาย ถูกต้อง ตามหลักวิชาการหรือไม่ ในการออกไปในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ จึงดูตัวเลขจะประมาณนี้ ประมาณ ๙๐ ล้านบาท ถึงไม่เกิน ๑๐๐ ล้านบาท เฉลี่ยไปใน ๗๖ จังหวัด ทั้งหมดนี้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลและคณะกรรมการกองทุนก็ขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่มีความห่วงใย ก็จะนำข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็น ต่าง ๆ ไปใช้ประโยชน์ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ขอบคุณครับ🔗

นางสาวชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ขออนุญาตค่ะ ยังติดใจอยู่ค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวใครติดใจตรงไหน เอาสุภาพสตรีก่อนนะครับ แล้วค่อยท่านอดิศรนะครับ เชิญครับ🔗

นางสาวชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ชุติมา คชพันธ์ ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนค่ะ เมื่อสักครู่ดิฉันถามไปยังมีอีก ๒ คำถามที่ท่านยังไม่ได้ ตอบดิฉัน และดิฉันมองว่าสำคัญมาก และดิฉันก็กังวลมากด้วยถึงได้ลุกขึ้นอภิปรายในวันนี้ อีก ๒ คำถามที่ดิฉันต้องการคำตอบ คือเรื่องลูกหนี้เกินกำหนดชำระเกินกว่า ๓๐ วัน ดิฉัน ถามไปว่าท่านวางแผนอย่างไรเพื่อจะให้เรียกเก็บเงินก้อนนี้ได้ เพราะถ้าท่านตอบไม่ได้หรือว่า ท่านไม่ได้วางแผนไว้ปีถัด ๆ ไปก็จะเกิดเหตุการณ์แบบเดิมขึ้นมาอีกนะคะ🔗

อีกคำถามหนึ่งที่ยังไม่ได้คำตอบ ก็คือว่าหนี้ที่สงสัยจะสูญของปี ๒๕๖๓ หรือปีถัด ๆ ไปหลังจากนั้นก็ตาม ดิฉันต้องการทราบแนวทางแก้ปัญหาว่าท่านทำอย่างไรที่จะ ไม่ให้หนี้สงสัยจะสูญเพิ่มมากไปกว่านี้อีก เพราะว่าสถานะกองทุนตอนนี้คือขาดทุนอยู่ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทแล้ว และถ้าเกิดว่าปล่อยแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ดิฉันไม่อยากให้เงิน งบประมาณภาษีประชาชนต้องไปอุดหนุนทุกปี ๆ แทนที่จะใช้อย่างอื่นให้เกิดประโยชน์ มากกว่านี้ ยังมีอีก ๒ คำถามค่ะ ท่านพอจะตอบได้หรือไม่ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขออนุญาตก่อนนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักเรียน ครู จากโรงเรียน เบญจมราชรังสฤษฎิ์ ๓ ชนะสงสารวิทยา อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา สภายินดีต้อนรับนะครับ🔗

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับกลุ่มตัวแทนอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน และเทคโนโลยีชั้นสูงจากสาธารณรัฐประชาชนจีน สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ🔗

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะบุคลากรของสำนักวิทยบริการและ เทคโนโลยีสารสนเทศ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับที่ท่านเข้ารับชมการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรนะครับ เชิญท่านอดิศรก่อนนะครับ เดี๋ยวค่อยตอบเชิญครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดขอนแก่น ต้องขอขอบพระคุณท่านรองอธิบดีที่กรุณาลุกขึ้นมาตอบ วันนี้ผมอภิปรายเพื่อจะจัดระเบียบ ของการให้เกียรติซึ่งกันและกัน และการปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะกฎหมายบังคับให้ท่าน ในทุกรอบปีให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชี จากคำตอบของท่านรองอธิบดี ขออนุญาตเอ่ยตำแหน่งท่าน ท่านบอกว่าที่ล่าช้านั้นล่าช้าอยู่ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ไม่ได้ทำหน้าที่ของตนเอง ผมคิดว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นองค์กรที่สำคัญ ท่านเป็นคนที่ตรวจสอบไปทั่ว สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินไปไหนข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม จะกลัว วันนี้จับผิดได้แล้วจากคำตอบของท่านว่าเหตุที่ล่าช้า เอา ๑๐ ปีที่ผ่านมา มาให้ผมตรวจสอบเพราะสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ผมเรียกร้องให้รัฐมนตรีที่ดูแล เรื่องนี้รับผิดชอบต่อสภา ให้ไปตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ล่าช้าอย่างนี้ มีกี่หน่วยงาน โดยเฉพาะเรื่องน้ำบาดาลในรอบปีต่อไปให้เป็นปัจจุบันได้ไหม ท่านรองอธิบดี ลองตอบผมอีกสักครั้งผมจะไม่โต้แย้งกับท่านอีก ผมอยากให้การทำน้ำบาดาลเป็นสิ่งที่มี ประโยชน์ต่อสังคมแต่ไม่อยากให้มาติดขัด เพราะความล่าช้าคือความไม่ยุติธรรมนะครับ ท่านตรวจคนอื่นได้ แต่ท่านลืมตรวจตนเองหรือเปล่าผู้ตรวจการแผ่นดิน ผมจึงขออนุญาตถาม ให้ท่านตอบว่าปีต่อไปถ้าไม่เป็นปัจจุบันท่านอย่ามาสภาแห่งนี้ ท่านต้องเอาเหตุว่ามันช้า เพราะอะไรมาให้สภา มีเหตุมีผลท่านถึงจะเข้าประตูสภาแห่งนี้ได้ ถ้ามาทำอย่างนี้พวกผม ไม่เอาด้วย จึงขออนุญาตที่จะถามแบบอยากเอาจริงเอาจัง อยากให้มีมาตรฐานในการปฏิบัติ ตามกฎหมาย ไม่ใช่ว่าองค์กรนี้ปฏิบัติ องค์กรนี้ไม่ปฏิบัติ เป็นการไม่เสมอภาค เป็นการ ให้คุณให้โทษโดยตรง หรือไม่ทางตรงทางอ้อมโดยไม่ตั้งใจหรือเปล่าไม่ทราบ ขอกราบ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านรองตอบอีก ๒ ท่านนะครับ เชิญครับ🔗

นายปริญญา คุ้มสระพรม รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล

กราบเรียน ท่านสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน ผม นายปริญญา คุ้มสระพรม รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ขออนุญาตตอบข้อซักถามของท่าน สส. ชุติมา คชพันธ์ ก่อนนะครับ พอดีท่านได้สอบถามไว้แล้วแต่ว่าผมจดไว้ในกระดาษไม่ได้หยิบ มาตอบท่าน ท่านเป็นห่วงว่าลูกหนี้ค่าใช้จ่ายน้ำบาดาลที่ค้างชำระน้ำบาดาลปัจจุบันจะมีการ ดำเนินการอย่างไร ผมขออนุญาตกราบเรียนดังนี้ ปัจจุบันนี้ลูกหนี้ทั้งหมดได้สู่กระบวนการ ทางกฎหมาย ซึ่งเรามีมาตรการเป็นลำดับขั้น เช่น ขั้นที่ ๑ หากไม่ชำระหนี้ตามกำหนดก็จะมี หนังสือแจ้งให้ทราบ ขั้นที่ ๒ ก็จะมีค่าปรับ ขั้นที่ ๓ ก็จะต้องดำเนินการโดยการฟ้องไปยังศาล ซึ่งมีหลายคดีอยู่ในกระบวนการของชั้นศาล หลายคดีก็มีคำพิพากษามาแล้ว ก็จึงเป็น มาตรการที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน จึงขอกราบเรียนดังนี้นะครับ อีกข้อหนึ่งท่านได้สอบถามว่า กระบวนการในเรื่องของการนำส่งเงินใช่ไหมครับ ในเรื่องของการนำส่งเงินเป็นกระบวนการ ในระบบบัญชีที่จะต้องมีการบันทึกว่า ในการตั้งตัวสำรองสำหรับหนี้สงสัยว่าจะสูญ หรือการ ตั้งว่าแนวทางในการบริหารจัดการลูกหนี้นั้นเป็นกระบวนการทางบัญชีที่จะต้องบันทึกว่า เป็นหนี้ที่สงสัยว่าจะสูญ ซึ่งในข้อเท็จจริงนั้นหนี้ของรัฐนี้ไม่มีการสูญหาย เรามีกระบวนการ ที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ตามที่ผู้ค้างหนี้ตามกระบวนการ จึงขออนุญาตกราบเรียน ดังนี้นะครับ🔗

สำหรับข้อซักถามของท่าน สส.อดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก พรรคเพื่อไทย ผมก็ขออนุญาตกราบเรียนดังนี้ สำหรับการรายงานในห้วงปี ๒๕๕๒-๒๕๖๓ ๑๑ ปี ผมเองก็ดูว่ามันนานเช่นเดียวกัน ก็ได้เรียกเอกสารจากเจ้าหน้าที่ว่าเหตุใดการรายงาน ถึงล่าช้า ก็เป็นความเข้าใจผิดนะครับ ความจริงสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเขาตรวจทุกปี ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลก็มีการรายงานผลการตรวจสอบบัญชีทุกปีเช่นกัน แต่ในห้วงปี ๒๕๕๒-๒๕๖๓ นั้น บางปีเรารายงานไปตามพระราชบัญญัติบริหารเงินกองทุน พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่อให้หน่วยงานเจ้าของทุนหมุนเวียนถือปฏิบัติตามมาตรา ๓๓ ที่เขากำหนดให้ กรมบัญชีกลางรวบรวมและจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานในภาพรวมของกองทุน หมุนเวียนทั้งหมดต่อคณะกรรมการเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทราบนะครับ ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลก็จึงได้นำผลการตรวจสอบบัญชีในห้วงปี ๒๕๖๒-๒๕๖๓ รายงานต่อคณะรัฐมนตรีและสภาผู้แทนราษฎรทราบตามกฎหมายต่อไป สำหรับปีรายงานของปี พ.ศ. ๒๕๖๕ และปี ๒๕๖๖ ซึ่งผ่านพ้นไปแล้ว ณ ขณะนี้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้นำเรื่องทั้งหมดรายงานต่อคณะรัฐมนตรีได้รับทราบแล้ว แล้วก็ อยู่ในระหว่างการส่งเอกสารต่าง ๆ รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรทราบเป็นลำดับต่อไป สำหรับการตรวจสอบในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบของ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินซึ่งเมื่อได้ตรวจสอบแล้วเสร็จก็จะได้นำเรียนสภาผู้แทนราษฎร ทราบต่อไปครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เรียบร้อยนะครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดมีประเด็นติดใจอีกแล้ว ก็ถือว่าที่ประชุมรับทราบ รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินของกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒-๒๕๖๓ เรียบร้อยแล้วนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม อดิศร เพียงเกษ ผมขอขอบพระคุณสิ่งที่ท่านได้อธิบายต่อสภาปีที่ยังไม่ได้รายงานนี้จะมาพร้อมกัน ในคราวต่อไปหรือเปล่าครับ หรือจะเป็นขยัก ๆ ไปเรื่อย ๆ ผมอยากให้ท่านเป็นอธิบดีนะครับ ผมไม่อยากเรียกว่ารองอธิบดี ถ้าท่านทำสำเร็จเดี๋ยวผมจะหาทางให้ท่านเป็นอธิบดีครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็คงจะแล้วแต่ผู้ตรวจบัญชี ถ้าเขาเสร็จเร็วก็จะต้องมารายงานต่อนะครับ ไม่ต้องตอบแล้ว ขอบคุณหน่วยงานครับ ขอบคุณครับ🔗

๕. รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนจัดรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาพื้นที่ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ (ในระเบียบวาระที่ ๒.๕)🔗

ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๘ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนจัดรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาพื้นที่ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามมาตรา ๘๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. ๒๕๔๗ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิก แล้วนะครับ เชิญหน่วยงานครับ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ เชิญท่านที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วม ชี้แจงต่อที่ประชุมนะครับ ท่านแรก ท่านว่าที่ร้อยเอก ธีรพงศ์ ครุธดิลกานันท์ รองอธิบดี กรมโยธาธิการและผังเมือง ท่านที่ ๒ ท่านรุสลัน โตะแปเราะ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุน จัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ท่านที่ ๓ ท่านสุนิรันดร์ ท้วมยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักจัดรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาพื้นที่ ท่านที่ ๔ ท่านพรหมพร สกุลธนะ นักวิเคราะห์ผังเมืองชำนาญการพิเศษ ท่านที่ ๕ ท่านเฉลิมพล วงศ์กำภู นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ ท่านที่ ๖ ท่านนลิน ดาวรัตนหงษ์ นักผังเมืองชำนาญการ ท่านที่ ๗ ท่านณัฐกฤตา สุขขุม พนักงานวิชาการ การเงินและบัญชี เข้าประจำที่เรียบร้อยนะครับ เชิญนั่งครับ เชิญท่านรองอธิบดีแถลงครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ว่าที่ร้อยเอก ธีรพงศ์ ครุธดิลกานันท์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม ว่าที่ร้อยเอก ธีรพงศ์ ครุธดิลกานันท์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการ และผังเมือง ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการบริหารกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อ พัฒนาพื้นที่ ขอนำเสนอข้อมูลกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่พร้อมรายงานของผู้สอบ บัญชีและรายงานการเงินกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ โดยสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดิน มีรายละเอียดดังนี้ กองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่เป็นนิติบุคคล จัดตั้งขึ้นใน กรมโยธาธิการและผังเมือง ตามพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. ๒๕๔๗ บริหารงานโดยคณะกรรมการบริหารกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ซึ่งตามมาตรา ๗๕ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนการดำเนินงานการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนา พื้นที่ โดยได้รับโอนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยจากเงินทุนหมุนเวียนเพื่อจัดรูปที่ดินในเมือง จำนวน ๖๘ ล้านบาทเศษ กองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งเงินนอกงบประมาณ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ให้สามารถ ดำเนินการได้เสร็จสมบูรณ์อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความยืดหยุ่นและเพิ่มสภาพคล่อง ทางการเงินในการบริหารโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ โดยมุ่งหวังว่าการสนับสนุน ด้านการเงินจากกองทุนจะเป็นกลไกและเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้โครงการจัดรูป ที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่สามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดิน ที่เหมาะสมเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ เริ่มดำเนินการสนับสนุนด้านการเงินให้แก่โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ในรูปแบบ เงินนอกงบประมาณตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๕๖ จนถึงปัจจุบัน โดยได้สนับสนุนเงินแก่ โครงการจัดรูปที่ดินทั้งหมด ๒๒ จังหวัด จำนวน ๓๘ สัญญา รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๕๒๔ ล้านบาทเศษ โดยแบ่งเป็นเงินให้กู้ยืม ๒๔๒ ล้านบาทเศษ เงินอุดหนุน ๒๗๖ ล้านบาทเศษ เงินสนับสนุน ๕ ล้านบาทเศษ สถานะของเงินกองทุนจัดรูปที่ดิน ข้อมูล ณ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๘ เป็นเงิน ๒๙๔ ล้านบาทเศษ ประกอบด้วย บัญชีเงินฝากประจำ ๓๒ ล้านบาทเศษ บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ๕๕ ล้านบาทเศษ บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ๑,๐๐๐ ล้านบาท และเงินฝากกระทรวงการคลัง ๒๐๕ ล้านบาทเศษ กองทุนจัดรูปที่ดินได้จัดทำบัญชีตาม มาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐ โดยจัดให้มีการตรวจสอบภายใน เกี่ยวกับการเงิน การบัญชี และการพัสดุของกองทุน และ มาตรา ๘๓ ให้สำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบรายงานการรับจ่ายเงินทุกปี เมื่อสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดินได้ตรวจสอบแล้วให้ทำรายงานการตรวจสอบเสนอคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาต่อไป สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบแล้วเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๖ ผลการ ตรวจสอบถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบาย การบัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด รายละเอียดดังนี้ งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ แสดงส่วนของสินทรัพย์ หนี้สิน และสินทรัพย์สุทธิส่วนทุน ดังนี้ สินทรัพย์หมุนเวียนและสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน รวมทั้งสิ้น ๓๐๓ ล้านบาทเศษ โดยสินทรัพย์ หมุนเวียนประกอบด้วยเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ๘๕ ล้านบาทเศษ ลูกหนี้ระยะสั้น ๘๐๐,๐๐๐ บาทเศษ เงินให้กู้ยืมระยะสั้น จำนวน ๓๘ ล้านบาทเศษ ประกอบด้วย โครงการ จัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่เทศบาลเมืองนราธิวาส ๑ ล้านบาทเศษ โครงการจัดรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ๗.๒ ล้านบาทเศษ โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ จังหวัดชัยภูมิ ๖.๙ ล้านบาทเศษ และโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่จังหวัดน่าน ๒๒ ล้านบาทเศษ เงินให้กู้ยืมระยะยาว จำนวน ๑๗๒ ล้านบาทเศษ ประกอบด้วย โครงการ จัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่เทศบาลเมืองนราธิวาส ๓.๘ ล้านบาทเศษ จังหวัดสมุทรสงคราม ๑๘ ล้านบาทเศษ จังหวัดชัยภูมิ ๑๓ ล้านบาทเศษ จังหวัดพังงา ๓๑ ล้านบาทเศษ จังหวัดนครพนม ๒๖ ล้านบาทเศษ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑.๖ ล้านบาทเศษ จังหวัดนราธิวาส ๗.๙ ล้านบาทเศษ จังหวัดเลย ๑.๕ ล้านบาทเศษ จังหวัดระนอง ๒๗ ล้านบาทเศษ และโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ๓๙ ล้านบาทเศษ รวมเงินให้กู้ยืมระยะสั้นและเงินให้กู้ยืมระยะยาว จำนวนทั้งสิ้น ๒๑๐ ล้านบาทเศษ สำหรับ สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ประกอบด้วย ครุภัณฑ์ ๒๐๐,๐๐๐ บาทเศษ สินทรัพย์ไม่มีตัวตน ๒๐๐,๐๐๐ บาทเศษ และสินทรัพย์ที่เป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ๕.๖ ล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นที่ดินที่ได้รับบริจาคจากโครงการจัดรูปที่ดินจังหวัดจันทบุรี หนี้สิน ไม่มี สินทรัพย์สุทธิ ส่วนทุน รวมทั้งสิ้น ๓๐๓ ล้านบาทเศษ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรองขออนุญาต ท่านรองมีในเอกสารเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ ก็เอาคร่าว ๆ นะ🔗

ว่าที่ร้อยเอก ธีรพงศ์ ครุธดิลกานันท์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

สรุปในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ มีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่าย ๓๔ ล้านบาทเศษ โดยความเห็นของ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ผลตรวจสอบรายงานการเงินของกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนา พื้นที่ กรมโยธาธิการและผังเมือง ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญ ตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด จึงเรียนที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อโปรดทราบครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สำหรับรายงานฉบับนี้ไม่มีสมาชิกท่านใดมีประเด็นติดใจซักถามแล้วนะครับ ถือว่าที่ประชุม รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ เรียบร้อยนะครับ ขอบคุณท่านครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปครับ🔗

เรื่องด่วน เชิญครับท่านสมาชิก🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ผมขอที่จะเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาตามข้อบังคับของการประชุมสภา ใน ข้อ ๕๔ (๑) ในเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนา ที่เพาะปลูกข้าวนาปรังฤดูกาลผลิตปี ๒๕๖๗/๒๕๖๘ อันเนื่องมาจากราคาผลผลิตที่ตกต่ำ เพื่อส่งข้อเสนอแนะให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป ผมขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอื่นนะครับ เนื่องจากว่ามีสมาชิกเสนอญัตติ เพื่อให้พิจารณาเป็นเรื่องด่วน เชิญครับ🔗

นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานที่เคารพ พิมพฤดา ตันจรารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคภูมิใจไทยค่ะ วันนี้ดิฉันจะขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาปัญหาราคาข้าวตกต่ำ เพื่อส่งข้อเสนอแนะให้คณะรัฐมนตรี ดำเนินการต่อไป ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีอีกไหมครับ เชิญครับ🔗

นายณรงเดช อุฬารกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายณรงเดช อุฬารกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๕๐ ประกอบข้อ ๕๔ เพื่อเสนอญัตติด่วน ด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอมาตรการเร่งด่วนและแนวนโยบาย ในระยะกลางและระยะยาวในการแก้ปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำอยู่ในปัจจุบัน ให้คณะรัฐมนตรี รับไปพิจารณาดำเนินการ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขออนุญาตเสนอ ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาราคา ข้าวเปลือกตกต่ำและมาตรการช่วยเหลือชาวนา เพื่อส่งข้อเสนอแนะให้คณะรัฐมนตรี ดำเนินการต่อไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ เนื่องจากว่ามีสมาชิกเสนอญัตติเพื่อพิจารณา🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำเพื่อส่งข้อเสนอแนะ ให้รัฐมนตรีดำเนินการต่อไป ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ หมดแล้วนะครับ เนื่องจากมีสมาชิกเสนอญัตติเพื่อให้พิจารณา เรื่องด่วนตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) จำนวน ๕ ญัตติ🔗

๑. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามาตรการช่วยเหลือ เกษตรกรชาวนาที่เพาะปลูกข้าวนาปรังฤดูกาลผลิตปี ๒๕๖๗/๒๕๖๘ อันเนื่องมาจากราคา ผลผลิตตกต่ำเพื่อส่งข้อเสนอแนะให้คณะรัฐมนตรีได้ดำเนินการต่อไป ซึ่ง นายนพพล เหลืองทองนารา เป็นผู้เสนอ🔗

๒. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาปัญหาราคาข้าวตกต่ำ เพื่อส่งข้อเสนอแนะให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป ซึ่ง นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ เป็นผู้เสนอ🔗

๓. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหา ราคาข้าวเปลือกตกต่ำและมาตรการช่วยเหลือชาวนา เพื่อส่งข้อเสนอแนะให้คณะรัฐมนตรี ดำเนินการต่อไป ซึ่ง นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นผู้เสนอ🔗

๔. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอมาตรการเร่งด่วน และแนวนโยบายในระยะกลางและระยะยาวในการแก้ปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำอยู่ในปัจจุบัน ให้คณะรัฐมนตรีรับไปพิจารณาดำเนินการ ซึ่ง นายณรงเดช อุฬารกุล เป็นผู้เสนอ🔗

๕. ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหา ราคาข้าวตกต่ำเพื่อส่งข้อเสนอแนะให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป ซึ่ง นายวิทยา แก้วภราดัย เป็นผู้เสนอ🔗

เชิญท่านผู้เสนอญัตติท่านแรกได้แถลงหลักการ โอเคครับ มีอยู่ในวาระ ของท่านใช่ไหมครับ🔗

นายชัชวาล แพทยาไทย ร้อยเอ็ด

ใช่ครับ ท่านประธานครับ กระผม นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๗ พรรคไทยสร้างไทย ซึ่งญัตติของผมเป็นญัตติที่ค้างพิจารณา แต่มีเนื้อหาสาระที่คล้ายคลึงกัน ผมก็เลยไม่อยากจะ รบกวนเวลาของสภา คิดว่าถ้ารวมญัตติได้ก็อยากจะให้ท่านประธานพิจารณาด้วยครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีญัตติของท่านบัญชา อยู่ไหมครับ ท่านบัญชาขอให้คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาราคาข้าวทั้งระบบ เอามารวมด้วยไหม🔗

นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล แบบบัญชีรายชื่อ

รวมด้วยครับ และขอให้ ส่งไปที่เกษตรอีกทีครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็มีญัตติด่วนด้วยวาจาอยู่ ๕ ญัตติ บวกที่อยู่ในวาระในทำนองเดียวกันอีก ๒ ญัตติ ผมคิดว่า สามารถที่จะมาร่วมพิจารณากันได้ ก็รวมเป็น ๗ ญัตติ ต่อไปเชิญท่านผู้เสนอด้วยวาจา ท่านแรกก่อนนะครับ ท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิราม วันนี้ที่ผมได้ตัดสินใจที่จะขอยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาเกี่ยวกับเรื่องมาตรการที่ จะขอให้รัฐบาลได้ช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปรังในฤดูกาลผลิต ๒๕๖๗/๒๕๖๘ ในครั้ง นี้ ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๕๔ (๑) ตามที่ผมบอกไป นั่นก็คือว่าปัจจุบันนี้อย่างที่ทุกคน ทราบอยู่ว่าสถานการณ์ของข้าวในประเทศไทยหรือแม้แต่ทั้งโลกก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่า มีราคาข้าวที่ตกต่ำเป็นประวัติการณ์ ต้องเรียกว่าเป็นประวัติการณ์ โดยสิ่งที่เป็นชนวนที่ให้ผม ได้มาเสนอญัตติด่วน ผมขออนุญาตไล่เรียงนะครับ ลำดับแรกอย่างที่ผมบอกไปนั่นก็คือ ในเรื่องของราคาข้าวเปลือกของพี่น้องเกษตรกรตกต่ำเป็นอย่างมาก ๒. ประกอบกับราคา ของปัจจัยการผลิตทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของปุ๋ย ของน้ำมัน ยาฆ่าแมลง หรือแม้แต่ ค่าเช่านามีราคาที่สูงขึ้น ๓. ในเรื่องของปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่มากระทบต่อการเพาะปลูก ซึ่งนำไปสู่เรื่องของต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น นั่นก็คือในมาตรการของ PM2.5 ๔. ในเรื่องของ ค่าใช้จ่ายที่หลายคนไม่ได้มองเห็นแล้วก็คิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้น แล้วก็เป็นส่วนสำคัญนั่นก็คือว่า ค่าใช้จ่ายในการที่จะเพิ่มต้นทุนการผลิตของพี่น้องเกษตรกรในเขตชลประทานในเรื่องของ การสูบน้ำ แล้วลำดับสุดท้ายที่เป็นที่มาในการยื่นญัตติในครั้งนี้ก็คือความจำเป็นของพี่น้อง เกษตรกรที่ไม่มีทุนทรัพย์ในการที่จะไปทำการเพาะปลูกพืชในรอบต่อไป รวมทั้งได้มีการ ครบกำหนดในการที่จะต้องชำระหนี้ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ที่จะมีการ ชำระหนี้ในทุก ๆ ๓ เดือน แล้วในรอบนี้ก็คือสิ้นเดือนมีนาคมนั้น พี่น้องเกษตรกรจะต้องหา เงินมาชำระทั้งต้นทั้งดอกให้กับธนาคาร ธ.ก.ส. นี่คือเป็น ๕ ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเสนอญัตติ ในคราวนี้ แล้วเรื่องความต้องการของพี่น้องเกษตรกรที่ผมเองได้สดับตรับฟังแล้วก็เป็น ความรู้สึกนึกคิดของผมที่ได้รวบรวมข้อมูลมา นั่นก็คือว่าผมเองต้องการที่จะให้รัฐบาลนั้น ได้ช่วยเหลือในเรื่องของราคาข้าว ผมเองอยากจะให้มีการกำหนดราคาข้าวในลักษณะของ การพยุงราคาข้าวให้กับผู้เพาะปลูกข้าวในฤดูนาปรังปี ๒๕๖๗/๒๕๖๘ ในความชื้นที่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท🔗

๒. ในเรื่องของปัจจัยการผลิต คือจะขอให้รัฐบาลได้ช่วยในเรื่องของราคาปุ๋ย ที่ใช้ในการเพาะปลูกให้มีความยุติธรรม นั่นก็คืออย่างปุ๋ย Urea ยกตัวอย่างปุ๋ย Urea สูตร ๔๖-๐-๐ ขอให้มีราคาปุ๋ยไม่เกินกระสอบละ ๖๕๐ บาท แล้วก็มีการช่วยในเรื่องของน้ำมัน ที่จะไปใช้ทางด้านการเกษตร เพราะว่าในเรื่องของประมงยังมีน้ำมันเหล่านั้นที่จะช่วยพี่น้อง ประมงได้ เพราะฉะนั้นในส่วนของพี่น้องเกษตรกรที่เพาะปลูกข้าวซึ่งคราวนี้เป็นการร้องขอ ครั้งแรกก็ว่าได้ในฤดูเพาะปลูกข้าวนาปรัง เพราะปกตินั้นพี่น้องไม่ว่าจะราคาตกต่ำขนาดไหน พี่น้องก็ไม่ได้เคยที่จะออกมาขอร้องให้รัฐบาลช่วยในข้าวนาปรัง แต่เที่ยวนี้มันไม่ไหวจริง ๆ เพราะว่าเป็นการตกต่ำของราคาที่รวดเร็วเป็นอย่างมาก แล้วก็ตกต่ำลงจำนวนมากนะครับ🔗

แล้วประการต่อมาที่อยากจะให้รัฐบาลได้ช่วย ก็คือว่าในเรื่องของมาตรการ ที่มีผลกระทบต่อการเพาะปลูก นั่นก็คือในเรื่องของมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวกับเรื่อง PM2.5 นั้น อยากให้รัฐบาลได้ผ่อนคลายในมาตรการเหล่านี้ เพราะว่ามาตรการที่ทางรัฐบาล ได้บอกมาว่าถ้ามีการเผาแล้วทำให้เกิดมลพิษในเรื่องของ PM2.5 แล้ว จะไม่ให้ชาวนาคนนั้น ได้รับการช่วยเหลือในโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งผมคิดว่ามัน ไม่ถูกต้อง🔗

แล้วสุดท้ายอย่างที่ผมบอกไว้ ก็คืออยากจะให้รัฐบาลได้ช่วยในเรื่องของ งดดอกเบี้ยในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ สำหรับเกษตรกรที่กู้เงินของธนาคาร ธ.ก.ส. ในครั้งนี้ เพื่อที่จะให้รายได้ทั้งหมดนั้นไปจ่ายเป็นเงินต้นแทน แล้วก็ไม่เห็นด้วย คือจะได้ลดภาระ อีกอย่างหนึ่งก็คือว่าถ้าพี่น้องนั้นไม่สามารถที่จะหาเงินมาจากชำระดอกได้ ธ.ก.ส. ก็ใจดี แต่ว่าไปให้กู้ต่อ ให้กู้เงินต้นเพื่อมาชำระดอก ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมเองอยากจะให้รัฐบาลนั้น ได้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในครั้งนี้ด้วย ท่านครับผมเองก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกัน ไม่เข้าใจ จริง ๆ ทำไมในเรื่องของราคาข้าวหรือมาตรการต่าง ๆ ที่จะช่วยเหลือพี่น้องชาวนาทำไม เลยเถิดมาถึงทุกวันนี้ได้ เพราะว่าสิ่งที่ผมเองหรือแม้แต่ผู้แทนหลาย ๆ คนในพรรคเพื่อไทย เราได้พยายามบอกกล่าว นั่นก็คือว่าในสถานการณ์ข้าวโลกที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบันนี้มันสุ่มเสี่ยง ต่อราคาที่จะเกิดขึ้นที่จะตกต่ำในอนาคต พวกเราได้บอกกันมาตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๖๗ แล้ว ตั้งแต่รัฐบาลของอินเดียได้มีการประกาศ ประกาศเฉย ๆ ว่าจะเริ่มมีการส่งออกข้าวหลังจาก ที่งดส่งออกข้าวมานานเป็นเวลา ๒ ปี โดยช่วงที่งดส่งออกข้าวยกเว้นข้าวบาสมาตินะครับ ราคาข้าวเปลือกเจ้าได้วิ่งขึ้นไปถึงตันละ ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๓,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นแล้ว ในเรื่องเหล่านี้ก็ได้มีการพูดจากัน แต่ก็ไม่เข้าใจว่าเป็นองคาพยพของหน่วยงาน หรือว่าเป็น ของใครกันแน่ในกระทรวงพาณิชย์ที่ไม่ยอมที่จะได้ดูแลติดตามสถานการณ์จนเกิดเหตุการณ์ ทำให้พี่น้องนั้นได้เดือดร้อน เพราะฉะนั้นแล้วมีการตอบของผู้มีอำนาจบางท่านที่ผมได้ถาม ในเรื่องของกระทู้ถามสดเกี่ยวกับเรื่องของมาตรการในการช่วยเหลือว่าข้าวนาปรังนั้นไม่เคยมี รัฐบาลยุคไหนได้ช่วย ผมเองก็ยังได้บอกไปว่าปกติแล้วชาวนาก็ไม่เคยร้องขอถ้าราคานั้นลดลง มาด้วยเป็นเหตุเป็นผล แล้วก็ไม่ได้ลดลงมามากเหมือนอย่างปัจจุบันนี้ แต่เที่ยวนี้อย่างที่ได้ เกริ่นไว้ว่าสิ่งที่ชาวนาไม่ไหวแล้ว นั่นก็คือว่าสิ่งที่ทำให้พี่น้องนั้นเดือดร้อนจริง ๆ เพราะราคา นั้นได้เข้ามาในบางส่วนบางที่ต้นทุนแพงกว่าราคาข้าวที่ขายได้ เพราะฉะนั้นจึงได้เกิดตรงนี้ ขึ้นมา จริง ๆ แล้วทางกระทรวงพาณิชย์หรือแม้แต่หน่วยงานทุก ๆ หน่วยของทางราชการ มีตัวเลขทั้งหมดว่าการเพาะปลูกหรือว่าแนวโน้มการส่งออกทั้งหลายมันจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะในเรื่องของราคา ถ้าผมขอไล่เลียงย้อนหลังไปนิดหนึ่ง จริง ๆ แล้วประเทศไทย มีประสบการณ์ในเรื่องของข้าวมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๒๖๕ ตอนนั้นมีการค้าข้าวครั้งแรกโดยส่งข้าว ๓๐,๐๐๐ หาบ ให้กับประเทศจีน แล้วก็มีประวัติศาสตร์การค้าข้าวมานมนานมาก ล้มคว่ำ ล้มหงายกันมาไม่รู้จะกี่ยุคกี่สมัย แม้แต่เอาข้าวไปเป็นค่าชดเชยในเรื่องของสงครามก็เคยแล้ว แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ จนถึงปี ๒๕๕๓ ผมว่าช่วงนี้ปี ๒๕๒๓-๒๕๕๓ เป็น ๒๐ ปีที่ทำให้พวกเราทั้งหลายได้หลงระเริงกับความที่คิดว่าประเทศไทยนั้นคือเจ้าของข้าว ของโลก เพราะฉะนั้นอาจจะเป็นเหตุนี้ด้วยหรือเปล่าที่ทำให้พวกเราละเลยกันไปว่าข้าวนั้น เป็นสินค้าที่ไม่เหมือนสินค้าประเภทอื่นทางการเกษตร นั่นก็คือว่าทุกประเทศนั้นสามารถที่ จะปลูกได้ เพียงแต่ว่าอาจจะปลูกได้พอตามความต้องการหรือไม่อันนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะฉะนั้นแล้วความหลงระเริงตรงนี้ทำให้เราไม่ได้มีการพัฒนา ในเรื่องของผลผลิตต่อไร่ ถ้าดูจากผลผลิตต่อไร่ทุกวันนี้ประเทศไทยมีผลผลิตต่อไร่เพียง ๖๐๐ กว่ากิโลกรัมต่อไร่เท่านั้น ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับประเทศอื่น อย่างของจีนนั้นได้ผลผลิตต่อไร่ ๑,๑๐๐ กว่ากิโลกรัมต่อไร่ อินเดียก็อยู่ที่ ๙๐๐ กว่าไร่ เวียดนามก็อยู่ที่เกือบ ๆ ๙๐๐ แต่ของไทยนั้นการคงอยู่คงที่รักษา มาตรฐานมาเป็น ๑๐ ปี เพราะฉะนั้นที่ผมไล่เลียงมาอย่างนี้เพราะผมอยากจะชี้ให้เห็นว่า การตกต่ำของข้าวในขณะนี้ ทุกส่วนทุกองคาพยพจะต้องมีส่วนที่จะต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นแล้วในเมื่อทุกส่วนไม่ว่าจะราชการหรือว่าผู้บริหารกระทรวงก็ดีเป็นผู้ละเลย ผมเองไม่ได้เจาะจงว่าเป็นของรัฐบาลไหน เพราะถ้าว่ากันตามตรงถ้าทุกคนคงมีตัวเลขอยู่แล้ว ละว่าย้อนหลังไป ๑๐ ปี ๒๐ ปีที่ผ่านมา ราคาข้าวเกิดอะไรขึ้น ความที่ข้าวเป็นเบอร์ ๑ มันหายไปไหน แล้วอย่างข้าวหอมมะลิเคยเป็นข้าวที่ได้รับความนิยม เป็นข้าวระดับ Premium แต่เชื่อไหมว่าในระยะต่อมาความที่เป็นข้าว Premium ข้าวที่สุดยอดมันถดถอย ลงไป ถดถอยแม้กระทั่งในเรื่องของคุณภาพ คุณภาพอาจจะไม่ได้ถดถอยนะครับ แต่ว่า ในเรื่องของเราอยู่กับที่ แต่ว่าประเทศอื่น ๆ เขาสามารถที่จะพัฒนาข้าวของเขาขึ้นมา ทัดเทียมกับเราและแซงเราด้วยซ้ำ ข้าวไทยปี ๒๕๖๒ เคยเป็นที่ ๑ ทั้งคุณภาพและราคา แพงเท่าไรก็ซื้อ ตอนนั้นปีนั้น ปี ๒๕๖๒ ตกแล้ว ๑ ตันเท่ากับ ๑,๒๑๓ ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยครับ แต่พอปี ๖๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ความเชื่อถือและความเป็น Premium ในรสชาติ ในคุณภาพด้อยลง จนปัจจุบันนี้ข้าวหอมมะลิไทย จากที่ ๑ หล่นลงมาเหลือที่ ๕ ประกอบกับราคาก็ร่วงลงมาด้วย เพราะในเมื่อคนอื่นเขาได้มีการพัฒนาทั้งคุณภาพ แล้วก็ ต้นทุนที่ต่ำ ทำให้ประเทศต่าง ๆ ที่ต้องการข้าวก็หันไปทดลองข้าวใหม่และติดอกติดใจ จนทุกวันนี้ ข้าวหอมมะลิไทยจะมามีที่อินเดียงดส่งออกเท่านั้นละครับที่โชคดีหน่อย ที่ราคา ขึ้นไปพันกว่าเหรียญ แต่ตอนนี้ก็จะตกลงมาเหลือแค่ ๗๐๐ กว่าเหรียญเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นแล้วในความเดือดร้อนเที่ยวนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาครัฐก็มีส่วนสำคัญในการที่ทำให้ ราคาข้าวเป็นเช่นนี้ แต่ในส่วนของเกษตรกรผมเองก็อยากจะใช้เวทีนี้ที่อยากจะบอก อย่างตรงไปตรงมา ผมไม่กลัวเกษตรกรเกิดหรอกครับ ผมรักเกษตรกรมากเพราะว่าผม เป็นผู้แทนมาได้ก็เพราะเกษตรกรให้ผมมาเป็น แต่ผมก็อยากจะขอบอกว่า ท่านครับ ท่านเกษตรกรครับ ในบทเรียนเที่ยวนี้ทั้งรัฐบาล ทั้งราชการ แล้วก็เกษตรกรต้องร่วมมือ ร่วมใจกัน เพราะฉะนั้นถ้าไม่ร่วมมือร่วมใจกันแล้ว ถ้าไม่รู้จักที่จะพัฒนาตัวเอง ราชการ ก็ไม่รู้จักที่จะได้ติดตามสถานการณ์ แล้วก็พยายามที่จะปกป้องดูแลผลประโยชน์ของพี่น้อง เกษตรกร หรือรัฐบาลก็ละเลย คิดว่าข้าวไทยยังเป็นที่ ๑ อยู่ ทุกอย่างนี้วันข้างหน้าข้าวไทย จะไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นแล้วผมเองก็อยากที่จะให้การตกต่ำของราคาครั้งนี้ได้ช่วยพัฒนา คุณภาพของข้าวไทย เพราะฉะนั้นแล้วโดยสรุปก็คือว่าในข้าวนาปรังเที่ยวนี้อย่างไรก็ขอให้ รัฐบาลต้องช่วยพี่น้องเกษตรกร เพราะถ้ารัฐบาลไม่ช่วยจะด้วยสาเหตุใด ๆ ก็ตามผมคิดว่า ไม่เหมาะสม และในวันนี้จะมีการประชุมของอนุกรรมการ นบข. เรื่องข้าว ที่จะออกมาตรการ ต่าง ๆ มา มาตรการที่ได้รับทราบตามสื่อมวลชนโดยคร่าว ๆ ว่าจะมี ๗ มาตรการนั้น ถ้าอยากจะทำผมก็ไม่ว่า ทั้งเรื่องของการเปิดตลาดนัดข้าว การส่งผู้แทนไปเจรจาค้าข้าว ไปขายข้าว ไปเซ็น MOU ทั้งหลาย ทำเถอะไม่เป็นอะไร แต่ว่านั่นคือมาตรการที่เป็นในเรื่อง ของอนาคต กว่าพี่น้องเกษตรกรนั้นจะได้รับอานิสงส์จากตรงนั้น ลองคำนวณดูก็แล้วกันครับ อย่าคำนวณเข้าข้างตัวเอง คำนวณอย่างตรงไปตรงมา เมื่อไรพี่น้องจะได้รับ แต่ว่าสิ่งที่พี่น้อง ต้องกินต้องใช้ สิ่งที่พี่น้องนั้นจะต้องเก็บเป็นทุนเป็นรอนในการเพาะปลูกข้าวในฤดูนาปี ก็จะมาถึงแล้ว เพราะฉะนั้นแล้วผมเองขอให้รัฐบาลนั้นได้ช่วยพี่น้องเกษตรกรในเรื่องของ ราคาตกต่ำในครั้งนี้ตามสิ่งที่ผมบอก นั่นก็คือ ๑. ราคาข้าว ความชื้นที่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ต้องไม่ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท ช่วยในเรื่องของปุ๋ยให้มีราคา เช่นปุ๋ย Urea ไม่เกินกระสอบละ ๖๕๐ บาท ควบคุมในเรื่องของราคาน้ำมันที่ให้พี่น้องเกษตรกรได้รับราคาน้ำมันในการที่จะไป ทำในการเพาะปลูกถูกลง ดีเซลเหลือลิตรละ ๒๐ บาท ในส่วนของมาตรการในการเผาฟาง ทั้งหลาย ขอให้มีการยืดหยุ่นแล้วก็ให้มีการชดเชยในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่จะมีขึ้นในการไม่เผา ตอซังทั้งหลาย แล้วก็ขอให้ได้ช่วยในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยที่จะงดเก็บในสำหรับปี ๒๕๖๘ นี้ สำหรับพี่น้องที่เพาะปลูกข้าวนาปรัง ปี ๒๕๖๗/๒๕๖๘ ในครั้งนี้ ผมแล้วก็ทุก ๆ คนที่เป็น ผู้แทนเราหวังว่าในวันนี้คงจะมีข่าวดีมากกว่าในเรื่องของ ๗ มาตรการที่ได้รับทราบกัน ตามสื่อมวลชน พวกเราจะรอดู แล้วก็อยากจะขอส่งสัญญาณไปถึงคณะกรรมการชุดใหญ่ ก็คือ นบข. อนุกรรมการนั้นจะมีมาตรการดีเท่าไรก็ช่าง แต่ถ้าความชักช้าในการที่จะส่งเรื่อง ทั้งหลายไปที่ นบข. มาตรการเหล่านั้นก็ยังไม่ได้ใช้กันสักทีเพราะฉะนั้นขอให้ไว ให้เหมือนกับ ครั้งหนึ่งที่เช้าประชุมอนุกรรมการ นบข. ในมาตรการต่าง ๆ แล้วบ่ายเปิดประชุมคณะกรรมการ ชุดใหญ่ของ นบข. พอจบเรื่องแล้วส่งเรื่องเหล่านั้นให้คณะรัฐมนตรีเพื่อที่จะให้มีมาตรการ ออกมาโดยด่วน กราบขอบพระคุณมากครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ในห้องประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปเจ้าของ ญัตติด่วนด้วยวาจาท่านที่ ๒ คุณพิมพฤดา ตันจรารักษ์ เชิญครับ🔗

นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานสภา ที่เคารพ พิมพฤดา ตันจรารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย จากวันนี้ที่ตัวดิฉันเองก็ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำ เพื่อส่งข้อเสนอให้กับ คณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป ท่านประธานคะ วันนี้ทั้งตัวดิฉันเองและเพื่อนสมาชิกจาก พรรคภูมิใจไทยก็มีหลายท่านเลยที่จะมีส่วนร่วมในการอภิปรายด้วย แต่ในส่วนตัวของดิฉัน ที่จะเป็นผู้เสนอญัตติก็มีปัญหาจากพี่น้องชาวนามาฝากท่านประธานนะคะ ปัญหาราคาข้าว ตกต่ำนี้ไม่ได้แค่เกิดขึ้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาบ้านของดิฉันนะคะ แต่ในจังหวัดของ เพื่อนสมาชิกของดิฉัน ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิจิตร จังหวัดชัยนาท จังหวัดอ่างทอง จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดลพบุรี รวมถึงของท่าน สส. พลพีร์ จังหวัดนครราชสีมา ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ดิฉัน หรือจะจังหวัดอำนาจเจริญเองก็ได้รับผลกระทบ ที่หนักหนาสาหัสเช่นเดียวกัน วันนี้ดิฉันมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร มาร้องเรียนกับท่านประธานต่อสภาแห่งนี้ค่ะ ทุกวันนี้รัฐบาลคือความหวังของพี่น้องชาวนา และพวกเราที่เป็นผู้แทนที่มาพูดแทนพี่น้องเกษตรกรก็เป็นอีกหนึ่งความหวังเช่นกันค่ะ เรื่องปัญหาราคาข้าวตกต่ำนี้ไม่ใช่ปัญหาที่พวกเราเพิ่งจะได้ยินจากพี่น้องชาวนาเมื่อตอนเขา มาชุมนุมนี้ เราทราบปัญหาเรื่องนี้กันมาสักระยะแล้ว และพี่น้องชาวนาเองก็ใช้ความอดทน มานานพอแล้วค่ะ พี่น้องชาวนาอดทน ดิฉันเชื่อเหลือเกินค่ะท่านประธานว่าถ้าไม่ถึงที่สุด ถ้าไม่เหลืออดจริง ๆ พี่น้องชาวนาของพวกเราจะไม่ออกมาชุมนุม ไม่ออกมาตากแดดเพื่อรอ คำตอบจากรัฐบาลหรอกนะคะ แต่ในตอนนี้ที่พี่น้องชาวนาเองต้องออกมาเร่งรัด เพราะว่า จะถึงเวลาแล้วค่ะ ตอนนี้กำลังจะถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว พี่น้องชาวนารออีกต่อไปไม่ได้แล้ว เพราะทุกวันนี้ต้นทุนการผลิตก็สูง แพงทั้งปุ๋ย แพงทั้งยา ข้าวไม่งามก็ต้องใส่ไปเพิ่มอีกนะคะ ท่านประธาน ปีที่แล้วเป็นปีที่โชคดี Demand สูง และ Supply จากประเทศอื่นขาดไปทำให้ ราคาข้าวดี พี่น้องชาวนาไทย Happy มีความสุขเพราะว่าราคาข้าวดี เราก็มีความสุขกัน ถ้วนหน้า แต่นี่ก็ไม่ใช่นโยบายจากรัฐบาลนะคะ นี่คือราคาที่เป็นไปตามกลไกตลาด แต่ในวันนี้ ราคาข้าวตกต่ำขนาดนี้รัฐบาลก็ยังไม่มีนโยบายใด ๆ ออกมาช่วยเหลือเกษตรกรเลยเหรอคะ สรุปว่าราคาข้าวดีรัฐบาลก็เฉย ราคาข้าวตกต่ำแบบนี้รัฐบาลก็ยังอยู่เฉยได้อีกเหรอคะ ท่านประธาน นี่เป็นรัฐบาลที่เป็นความหวังของพี่น้องประชาชน เป็นรัฐบาลที่ต้องออกมา รับมือกับปัญหานี้ได้แล้ว เพราะว่านี่เป็นปัญหาที่ช้าไม่ได้และรอไม่ได้จริง ๆ ทำไมถึงรอไม่ได้ เหรอคะ เพราะแค่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาของดิฉันตั้งแต่วันนี้จนถึงช่วงเดือนเมษายน จะมีพื้นที่เก็บเกี่ยวมากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ที่กำลังรอเก็บเกี่ยวอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าจะมี ผลกระทบกับเกษตรกรผู้ทำนามากกว่า ๒๙,๐๐๐ คน แต่ถ้าให้ดิฉันพูดรวมในกลุ่มจังหวัด ภาคกลางเองก็น่าจะมีเกษตรกรผู้ทำนาที่ได้รับผลกระทบมากกว่าล้านคนหรือหลายแสน ครัวเรือนเลย ยิ่งชาวนาในพื้นที่รับน้ำไม่ต้องพูดถึงเลยถ้าไม่ได้รอบนี้ก็ไม่รู้ต้องรอไปถึง ตอนไหน เพราะเดี๋ยวก็ต้องเอาน้ำเข้าทุ่งทำนากันไม่ได้แล้ว แต่ในทุก ๆ รัฐบาลที่ผ่านมา พี่น้องชาวนาก็ยังได้ความช่วยเหลือจากรัฐบาลอยู่บ้าง มากบ้าง น้อยบ้าง พอใจบ้าง ไม่ค่อย พอใจบ้าง แต่ก็ยังมีนโยบายออกมาช่วยเหลือพี่น้องชาวนาเสมอค่ะท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็น การพยุงราคาข้าว การพักหนี้ ให้สินเชื่อ ตลอดจนสนับสนุนค่าใช้จ่ายลดต้นทุนการผลิตของ ชาวนา เป็นการสนับสนุนทั้งทางตรงและทางอ้อมค่ะ ซึ่งดิฉันต้องบอกท่านประธานตรง ๆ เลยว่าตัวดิฉันเองค่อนข้างจะแปลกใจมากว่าทำไม รัฐบาลถึงยังไม่มีนโยบายออกมาช่วยเหลือพี่น้องชาวนาอีก เพราะว่าทั้งที่รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาล ที่พี่น้องชาวนาคาดหวังค่ะ คาดหวังเหลือเกินที่จะมาช่วยแก้ปัญหาปากท้องและปัญหาให้กับ เกษตรกรไทยได้ แต่ตัวดิฉันเองก็ทราบดีว่ากระทรวงพาณิชย์เองก็มีการเร่งออก ๗ มาตรการ ด่วนออกมา เป็นการดันราคาข้าวนาปรังก็ล้วนแต่เป็นโครงการที่ดี แต่ว่าหลาย ๆ โครงการ ก็มุ่งเน้นไปที่การแก้ไขในระยะยาวอาจจะไม่ได้ตอบโจทย์พี่น้องชาวนาในตอนนี้ ตัวดิฉันเอง ก็ต้องถามกลับไปยังกระทรวงเช่นกันว่า โครงการเหล่านี้จะพร้อมเมื่อไร จะทันการไหมคะ จะเริ่มได้เมื่อไร เพราะอีกไม่กี่วันนี้ชาวนาต้องเกี่ยวกันแล้ว พอชาวนาเกี่ยวแล้วนี่เรารออะไร ไม่ได้แล้วเพราะชาวนาเกี่ยวแล้วก็ต้องขายแล้วนะคะ การที่รัฐบาลออกมาตรการที่เป็นแบบนี้ ออกมา ตัวดิฉันและเพื่อนสมาชิกที่เป็นผู้แทนเอง ก็พูดตรง ๆ นะคะท่านประธานว่าไม่รู้จะ เอาอะไรไปตอบกับพี่น้องชาวนาที่กำลังรอฟังคำตอบอยู่ เพราะว่าในแต่ละมาตรการที่ออกมา ก็เชื่อว่าเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็คงมีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกับดิฉัน คือเห็น มาแล้วก็ไม่รู้จะตอบอะไรกับพี่น้องเกษตรกร ตัวดิฉันเองอยากจะขอให้รัฐบาลมองว่าปัญหานี้ เป็นปัญหาที่สำคัญและเร่งด่วนจริง ๆ ของพี่น้องชาวนา และอยากจะให้รัฐบาลดำเนินการ แก้ไขไม่ใช่แค่เฉพาะหน้า แต่ว่าเราเห็นปัญหานี้มาตลอด ไม่ว่าจะเป็นในอดีต ปัจจุบัน และ อนาคตเองดิฉันคิดว่าก็คงจะเจอปัญหาคล้าย ๆ กัน เลยอยากจะให้รัฐบาลดูแลการแก้ไข ปัญหาในระยะยาวที่ยั่งยืน เพราะสุดท้ายแล้วพี่น้องชาวนาเองก็ยังเป็นผู้ผลิตอาหารหลัก ก็ยังเป็นกระดูกสันหลังของชาติไทยเหมือนเดิมค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปญัตติด่วน ด้วยวาจา ญัตติที่ ๓ ของคุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรณ เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขออนุญาตนำเสนอเหตุผลประกอบการอภิปรายญัตติด่วนของกระผมด้วยอักษร ภาษาอังกฤษครับท่านประธาน ตัว P ๖ ตัวด้วยกัน ท่านประธานพี่น้องเกษตรกรชาวนานี้ นำรายได้จากการส่งออกข้าวไปต่างประเทศปีหนึ่งไม่น้อยกว่า ๑๗๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่ทราบไหม ครับท่านประธาน พี่น้องเกษตรกรชาวนาของเรากลับมีวงจรชีวิตที่ติดกับดักความยากจน เพราะฉะนั้น P ตัวแรกที่ผมจะอภิปรายก็คือ Poverty Trap หรือกับดักความยากจน กับดัก ความยากจนหมายถึงอะไรครับ หมายถึงสถานการณ์ที่ยากจนไม่อาจหลุดพ้นจากความยากจน นั้นไปได้เพราะความไม่แน่นอนในอาชีพ ท่านประธานครับ การชุมนุมประท้วงของพี่น้อง เกษตรกรในฤดูกาลเก็บเกี่ยวนี้มีมาหลายครั้งแล้ว และเหลือชื่อนะครับ มีท่านหนึ่งที่ผมไปพบ เป็นลูกชายของผู้นำชาวนาเมื่อ ๒๐ กว่าปีที่แล้ว พ่อเขาชื่อวิเชียร เป็นผู้นำชาวนาจังหวัด พระนครศรีอยุธยา รู้จักกับผมดีครับ มาชุมนุมเที่ยวนี้เขาบอกพ่อเขาเสียแล้ว ลูกชื่อพยงค์ ก็ยังมาชุมนุมเรียกร้องราคาข้าวเปลือกอยู่ แล้วอย่างนี้ไม่ให้เรียกว่าเป็นกับดักความยากจน ได้อย่างไรครับท่านประธาน ถ้าเป็นเช่นนี้เกษตรกร ๔.๖ ล้านครัวเรือน จะอยู่ในความยากจน ในวงจรนี้ตลอดไป ท่านต้องบอกรัฐบาลนะครับท่านประธาน ให้เพิ่มงบประมาณให้กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพราะผู้ยากจนเพิ่มขึ้น🔗

P ตัวที่ ๒ Policy รัฐบาลปัจจุบันแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแห่งนี้ว่ารัฐบาล จะไม่มีโครงการที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรทั้งโครงการจำนำข้าว ทั้งโครงการประกัน รายได้ รัฐบาลมีความมั่นใจเหลือเกินว่านโยบายอย่างนี้มันท้าทายความสามารถของ กระทรวงที่รับผิดชอบพี่น้องเกษตรกรอยู่ ยกตัวอย่างอีกอย่างหนึ่งครับ กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์มีนโยบาย ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ดูขณะนี้ครับ ตลาดนำคือกระทรวง อะไรครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผลิต กระทรวงพาณิชย์ตลาด ให้ตลาดนำ แต่ขณะนี้ ราคาเป็นอย่างไรครับ แล้วนี่เฉพาะข้าวนาปรังนะครับท่านประธาน ข้าวนาปรังขณะนี้ออกสู่ ตลาดนี่ ข้าวนาปรังมีทั้งหมด ๑๒ ล้านไร่ ยังไม่รวมข้าวนาปี ผลผลิตประมาณ ๗.๘ ล้านตัน ถ้าข้าวนาปีออกเพิ่มขึ้นรวมมาด้วย ๒๐ กว่าล้านตัน ผลผลิต ๖๕๕ กิโลกรัมต่อไร่ ผลผลิต จำนวนมากนี้ครับท่านประธาน มันจะออกเดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน อีกประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เก็บเกี่ยวไปแล้ว ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นรัฐบาล ต้องเร่งดำเนินการในขณะที่ข้าวยังอยู่ในมือชาวนาอยู่ ถ้านโยบายออกมาช้ามันก็จะไม่ตกถึง มือพี่น้องเกษตรกรชาวนา เปลี่ยนเถอะครับรัฐบาล มองไปข้างหน้าแล้วยังมีเกษตรกรที่ปลูก อีกหลายชนิด พืช ผัก ผลไม้ จะต้องเผชิญกับความผันผวนทางราคา ถ้ารัฐบาลไม่มีนโยบาย ทางด้านช่วยเหลือไว้รองรับนี่รัฐบาลลำบากแน่ครับ🔗

P ตัวที่ ๓ ครับท่านประธาน Protest ประท้วงครับ เกษตรกรมีอย่างเดียว ที่จะสู้และเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือก็คือการออกมารวมตัวกันเรียกร้องให้รัฐบาล ดำเนินการช่วยเหลือ ผมมองเห็นอยู่แล้วนะครับท่านประธาน คณะกรรมาธิการเกษตรและ สหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร โดยมีท่านศักดินัย นุ่มหนู เป็นประธาน ได้ไปประชุมร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๗ เราเรียนรัฐมนตรีไว้แล้วว่าท่านต้องเตรียม มาตรการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวนาในฤดูกาลที่จะเก็บเกี่ยวนาปรัง เพราะเรารู้แล้วว่า อินเดียเขาจะมีการประกาศให้มีการส่งออกข้าวพื้นแข็ง เขาหยุดมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๖ เขาประกาศหยุดการส่งออก ๒ ปีครับ มาปีนี้เริ่มกระเทือนเลย ราคาตก แล้วตกเยอะด้วยครับ ปีที่แล้วยังได้ ๑๑,๐๐๐ บาทต่อตัน ปีนี้เหลือ ๖,๐๐๐ เศษ ๆ ครึ่งหนึ่ง เลย แล้วจะอยู่ได้อย่างไรด้วยภาวะค่าครองชีพ ด้วยปัจจัยการผลิตที่สูงขนาดนี้ ต้นทุนการ ผลิตที่สูงขนาดนี้ ฉะนั้นเขามีทางเดียวครับเขาออกมาประท้วง ท่านประธาน ทราบไหม วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ ผมนึกไม่ถึงครับ เขาบอกว่าขอเชิญผมไปร่วมฟัง ความเดือดร้อนของชาวนาหน่อยที่โรงเรียนบางแม่หม้ายรัฐราษฎร์รังสฤษดิ์ ตำบลบางใหญ่ อำเภอบางปลาม้า ผมนึกว่ามากัน ๑๐ ๒๐ คน ปรากฏว่ามาเกือบ ๑,๐๐๐ คน ท่านประธานครับ มาเกือบ ๑,๐๐๐ คน ด้วยความเดือดร้อน ราคาข้าวเปลือกตกต่ำ และมาตรการการห้ามเผา ตอซังข้าว มาโดยไม่ได้นัดหมายเลยครับ แล้วหลังจากนั้นไปที่อำเภอศรีประจันต์ ไปที่ บ้านควาย ท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ได้เห็นชาวนามาร่วมกันเรียกร้องให้รัฐบาล ช่วยเหลือ เมื่อวานนี้ที่ทำเนียบรัฐบาลผมไปแอบดูอยู่พักหนึ่ง นึกว่ามารถบัสสัก ๒ ๓ คัน มาเกือบ ๒๐ คันครับ หลายจังหวัด เขาเรียกร้องมาหลายครั้ง ดูเสมือนหนึ่งว่ารัฐบาลไม่ได้ยิน เสียงเรียกร้อง ไม่ได้ยินเสียงความทุกข์ยากของพี่น้องชาวนาเลย เคยสัมผัสไหมครับความหิว เป็นอย่างไร หนี้สินเจ้าหนี้มารออยู่หน้าประตูบ้าน ความทุกข์ยากอย่างนี้เขาถึงต้องออกมา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็บอกอยู่แล้ว ชีวิตชาวนาไม่ต้องการอย่างนี้หรอกครับ ไม่ต้องการ ออกมาประท้วงอย่างนี้ วันนี้ท่านประธาน ผมเสนอเรื่องเข้าสู่กรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ ของสภาผู้แทนราษฎร เสนอมาตั้งแต่ ๓๐ มกราคม แต่มีวาระอื่นที่สำคัญเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่นเรื่องการแก้ไขปัญหาจีนไม่ให้ทุเรียนไทยเข้าสู่ประเทศเพราะว่ามีสารปนเปื้อน ก็แก้ปัญหากัน ท่านประธานครับ อันนั้น P ตัวที่ ๓🔗

แล้ว P ตัวที่ ๔ อะไรครับ P ตัวที่ ๔ ก็ Perform คนที่จะ Perform คนที่จะ แสดงบทบาทนี้ได้ใครครับ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนี่ละทำอะไรอยู่ครับ วันที่ ๒๔ เราไปประชุม เราเตือนแล้ว มาวันนี้เป็นการสารภาพเลยว่ายังไม่ได้ทำอะไรเลยที่จะรองรับ มาประชุม อนุ นบข. ในวันนี้ช่วงบ่ายสองโมงนี่ละครับ มันตกต่ำมานานเท่าไรแล้วกว่าจะออกมานี่ข้าวก็ จะไปอยู่ในมือของโรงสี ในมือของพ่อค้าเสียหมดก่อน ก็ไม่ได้ช่วยพี่น้องเกษตรกรอยู่ดีครับ เพราะฉะนั้นอย่างที่ท่านขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านนพพล เหลืองทองนารา อภิปรายไปแล้วว่า ประชุมอนุวันนี้อย่าให้เกินสัปดาห์หน้าครับ ประชุม นบข. เลยคณะกรรมการชุดใหญ่ แล้วเรื่องจะต้องไป ครม. อีก มันจะได้ทันการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวนาเขา แล้วมาตรการต่าง ๆ นี่ท่านสมาชิกก็ได้พูดไปแล้ว ๗ ๘ มาตรการนี่ มันควรดำเนินการเมื่อ ๔ เดือนที่แล้ว ควรทำ เจรจาการค้าข้าวกับ South Africa ๓๐๐,๐๐๐ ตัน G to G กับจีน ๒๘๐,๐๐๐ ตัน อย่างนี้ต้องทำล่วงหน้า ไปเซ็น MOU มันจะได้มีผลในช่วงนี้เพื่อจะดูดซับ Supply ให้ราคาน้ำมันขยับขึ้น ไม่ใช่ไปเปิดตลาดรับซื้อข้าวเปลือก ๒๐ จังหวัด แล้วก็ไม่ได้ ทุกจังหวัดด้วย เกษตรกรเขาบอกว่าเขาไม่ขนข้าวไปหรอกครับ ข้าวสุพรรณเกี่ยวสุพรรณ จะไปขายอยุธยา แล้วมันพอค่ารถไหม มันไม่มีนัยสำคัญในการที่จะยกระดับราคาข้าวเปลือก ได้เลยครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้การ Perform ของคนที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญ มากกว่านี้ครับ🔗

P ตัวที่ ๕ ครับท่านประธาน ตัวที่ ๕ ที่จะนำเสนอก็คือ Proposal นำเสนอ อะไรครับ นำเสนอข้อการพิจารณาของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ในวันนี้ มีเรื่องเสนอหลายเรื่องเลย เราให้ผู้มาชี้แจงโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงพาณิชย์ รองอธิบดีมา เขาเป็นอนุอยู่ในคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติอยู่ด้วย บอกวันนี้เอาวาระที่พิจารณา เอาเรื่องนี้ไปนำเสนอในที่ประชุมด้วย ๑. ประกันราคาที่ ๑๐,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ บาท แล้วก็ ให้มีผลชดเชยกับเกษตรกรที่ขายข้าวไปแล้ว ๒. ชดเชยทุ่งน้ำท่วม มันมีอยู่ ๓ ๔ ทุ่งด้วยกัน ๓ เดือนนี่เกษตรกรเขาบอกว่าเขาเช่าอยู่ปีหนึ่งปีละ ๒,๐๐๐ บาท แต่เขาทำมาหากินอยู่ บนพื้นที่ดินนั้นได้เพียง ๙ เดือน หายไป ๓ เดือนครับ ๓ เดือนทำไมถึงหายไปเพราะน้ำ มันท่วม เป็นทุ่งรับน้ำ เป็นทุ่งรับกรรมไม่ใช่ทุ่งบางระกำนะครับ ทุ่งรับกรรมเราขอชดเชยครับ ระยะเวลา ๓ เดือนนี้ ขอไร่ละ ๓๐๐ เดือนละ ๓๐๐ บาท ๓ เดือนขอ ๙๐๐ บาทครับ จะได้มาชดเชยค่าเช่านาที่เกิดขึ้น ๔. ยกเลิกประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ท่านประธานเราไม่ต่อต้านนะครับ การลดสถานการณ์ PM2.5 นี้เราเห็นด้วย แต่มาตรการเชิงลบอย่างนี้โดยไปตัดโครงการ การช่วยเหลือของเขาที่ยังไม่เห็นเลยว่ามีโครงการอะไรบ้าง ไม่มีในประกาศแนบท้ายนะครับ และในประกาศยังครอบคลุมไปถึง ๒ ปี แล้ววิถีชีวิตเดิมเขาเป็นอย่างไรต้องดูเสียด้วย แล้วเขาเป็นต้นเหตุของ PM2.5 หรือเปล่า มันมีกลุ่มที่ก่อให้เกิด PM2.5 หลายกลุ่มเลย ท่านประธานมาตรการอย่างนี้ไม่ควรมาใช้ นี่วันนี้กรมควบคุมมลพิษนะครับ ข้อเสนอของ กรมควบคุมมลพิษเป็นอย่างนี้นะครับท่านประธาน แล้วขอให้ไปเสนอต่อคณะกรรมการ นโยบายข้าวด้วย ข้อเสนอแนะการแก้ไขปัญหา PM2.5 จากการเผาในพื้นที่ปลูกข้าว มาตรการลดภาระให้เกษตรกรที่ทำดีคือไม่เผา การสนับสนุนเครื่องจักรกลให้เกษตรกร เพื่อทำนาแบบไม่เผา การจัดการโละตอซัง ฟางข้าว และนำไปใช้ประโยชน์สร้างมูลค่าเพิ่ม อย่างนี้ละครับ อย่างนี้เขาเรียกมาตรการเชิงบวก ให้เงินสนับสนุนเกษตรกรที่ทำดีไม่เผา เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเตรียมพื้นที่เพาะปลูกแทนการเผา เขาร่วมมือแน่นอนอย่างนี้ สนับสนุนจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังข้าว พด. นี้ที่มีประสิทธิภาพให้เพียงพอต่อเกษตรกร มาตรการอย่างนี้ละรีบทำเถอะครับ แล้วยกเลิกมาตรการประกาศของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ที่ประกาศไปแล้วท่านประธานครับ ข้อเรียกร้องผมต่อนิดหนึ่งครับท่านประธาน เงินค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ๒๐ ไร่ เขาเคย ได้รับอยู่เอาของเขาคืนมาเถอะครับ นาปรัง ๑๒ ล้านไร่เองครับ แล้วขอให้มาตรการนี้ ใช้เฉพาะนาปรังเที่ยวนี้ นาปีค่อยว่ากันอีกครั้งหนึ่ง กำหนดให้มีการประชุม นบข. โดยเร็ว ไม่เกินวันที่ ๒๕ อันนี้ชาวนาเขาเรียกร้อง ลดราคา ควบคุมปุ๋ย ยา น้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อลด ต้นทุนการผลิตให้เขา พักชำระหนี้อันนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ สิ่งเหล่านี้วันนี้ที่ประชุมได้สรุปแล้ว ก็ขอให้ไปนำเสนอคณะอนุคณะกรรมการนโยบายข้าววันนี้ แล้วก็เร่งให้มีการประชุมคณะ ชุดใหญ่เสนอ ครม. โดยเร็ว🔗

สุดท้ายครับ P ตัวสุดท้ายสำคัญมากท่านประธาน แล้วชาวนาเขาก็ยอมรับ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นสัญญาณ เป็น Warning ครับ เป็น Warning ให้เกษตรกรชาวนา เขาทราบแล้วว่าวิถีชีวิตการทำนาแบบนี้มันจะอยู่ในกับดักความยากจนไม่พ้นแน่นอน วนเวียนอยู่อย่างนี้ ราคาเดี๋ยวดีเดี๋ยวลง เดี๋ยวดีเดี๋ยวลง เราอยากจะเห็นราคาที่มีเสถียรภาพ เราอยากจะยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรชาวนา ให้สูงขึ้นทำอย่างไรครับ ท่านประธาน ถ้าวิถีการทำนาอย่างนี้ยังอยู่ ผลผลิตต่อไร่น้อยที่สุดในหลายประเทศ ต้นทุน การผลิตสูงที่สุดในหลายประเทศ แล้วผลผลิตการทำนาแบบนี้สร้างภาวะเรือนกระจกด้วย มันยิ่งจะส่งออกไม่ได้ การพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เป็นไปตามความต้องการของตลาด ก็ไม่พร้อม สิ่งเหล่านี้ชาวนาถึงวนเวียนอยู่อย่างนี้ เพราะฉะนั้นตัว P สุดท้ายครับท่านประธาน Progress Progress ก้าวหน้า มันจะก้าวหน้าอย่างไรครับท่านประธาน ต่อไปนี้ชาวนาต้อง พัฒนาตัวเองด้วยเพื่อไปสู่ความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นในอนาคต Progress เรื่องอะไรครับ ท่านประธาน ปฏิรูปการทำนาครั้งใหญ่ มีหลายท่านเป็นห่วงเรื่องนี้ ที่เขาเสนอญัตติเป็น ลายลักษณ์อักษร ๒ ญัตติด้วยกัน เดิมผมก็ตั้งใจจะเสนอด้วยเพราะมันหมายถึงว่าเราจะวาง ระบบการผลิตข้าวในอนาคตอย่างเป็น Smart Farmer อย่างเป็นรูปธรรม เราพูดถึงกฎหมาย ปฏิรูปทำนาครั้งใหญ่เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ลดต้นทุนการผลิต นำนวัตกรรมเทคโนโลยี ทันสมัย แพลตฟอร์มเกษตรแม่นยำ โดยรัฐต้องสนับสนุนระบบชลประทาน เมล็ดพันธุ์ข้าว ที่เหมาะสม ปุ๋ย เครื่องจักรกล และการปลูกข้าวที่สัมพันธ์กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ข้าว Grade Premium การประกันราคาสำหรับชาวนาที่ร่วมโครงการมีกฎหมายสนับสนุน รองรับ เราอยากจะเห็น Progress อย่างนี้ครับท่านประธาน เราอยากจะเห็นชาวนาพ้น กับดักความยากจนครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปญัตติด่วนที่ ๔ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอมาตรการเร่งด่วนและแนวนโยบายในระยะกลาง และระยะยาวในการแก้ปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำอยู่ในปัจจุบัน ให้คณะรัฐมนตรีรับไป ขอเชิญคุณณรงเดช อุฬารกุล ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายณรงเดช อุฬารกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายณรงเดช อุฬารกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ราคารับซื้อข้าวเปลือกเจ้า ความชื้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เดือนกุมภาพันธ์ปีนี้มีราคาลดลง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จากตันละ ๑๐,๐๐๐ บาท เหลือเพียงตันละ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท ในบางพื้นที่ก็ขายได้เพียงแค่ตันละ ประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าบาทเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าราคาต้นทุน ผมจึงอยากให้เพื่อนสมาชิกร่วมกัน อภิปรายเพื่อหาทางออกให้กับพี่น้องชาวนาโดยด่วน ท่านประธานครับ สำนักวิจัยเศรษฐกิจ การเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้จัดทำรายงานสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตร ที่สำคัญและแนวโน้มปี ๒๕๖๘ โดยในด้านราคาข้าวได้มีการคาดการณ์เอาไว้ว่า ราคาข้าว มีแนวโน้มลดลงจากปี ๒๕๖๗ เนื่องจากการที่อินเดียกลับมาส่งออกข้าวขาวที่ไม่ใช่ ข้าวบาสมาติอีกครั้งหนึ่ง อีกทั้งมีการกำหนดราคาส่งออกขั้นต่ำที่ ๔๙๐ เหรียญสหรัฐต่อตัน มีความเป็นไปได้ที่จะมีผลกระทบต่อราคาข้าวของไทยทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้การคาดการณ์ ปริมาณผลผลิตข้าวในตลาดโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และจะเป็นแรงกดดันให้ไทยต้องมีการ ปรับเปลี่ยนราคาลงมาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รายงานฉบับนี้เผยแพร่ตั้งแต่ เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ผ่านมา ๒ เดือนแล้วรัฐบาลทำอะไรกันอยู่ กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์เห็นรายงานฉบับนี้หรือยังครับ ท่านได้ดำเนินการอย่างไร กระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะกรมการค้าภายในซึ่งมีหน้าที่ในการกำกับดูแลสินค้าโดยเฉพาะข้าวทำอะไรอยู่ ท่านประธานครับ สถานการณ์ตลาดโลกที่ราคาข้าวมีแนวโน้มลดลงจากผลผลิตที่มากขึ้น ย่อมส่งผลกระทบกับทุกประเทศที่ส่งออกข้าวเป็นสินค้า ซึ่งแต่ละประเทศก็มีแนวทางในการ ปรับตัวที่แตกต่างกัน อินเดียที่ส่งออกข้าว ส่งออกโดยไม่มีภาษีส่งออก และกำหนดราคา ขั้นต่ำที่ต่ำกว่าราคาตลาด เวียดนามให้ความสำคัญกับการเพิ่มคุณภาพข้าวมากกว่าการเพิ่ม ปริมาณโดยเฉพาะข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียว และพยายามปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวเพื่อ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จีนมีการใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาการเพาะปลูกข้าวมากขึ้น รวมทั้งพัฒนาพื้นที่ชลประทานให้สามารถทำนาได้มากขึ้น เริ่มปลูกข้าวได้และส่งเสริมให้คน บริโภคข้าวในประเทศแทนการนำเข้าข้าว แล้วจีนนำเข้าข้าวจากใคร ก็ไทยอย่างไรครับ แล้วรัฐบาลไทยได้เตรียมการอะไร ได้เพิ่มคุณภาพข้าว ได้เพิ่มเทคโนโลยีการผลิต ส่งเสริม การบริโภคในประเทศ ได้ปรับปรุงพันธุ์ข้าวบ้างไหมครับ ท่านประธานครับ นบข. หรือ คณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการข้าวซึ่งมีหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและมาตรการ เกี่ยวข้องกับข้าว และกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ประชุมครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคมปีที่ผ่านมา โดยมติที่ประชุมในวันนั้นคือให้ยกเลิก โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง และทำโครงการไร่ละพัน แล้วหลังจากนั้น นบข. ก็ไม่ได้มีการประชุม อีกเลย น่าเสียดายที่ทั้งรัฐบาลและ นบข. ไม่มีกลไกในการเรียกประชุมโดยอัตโนมัติเมื่อข้าว ราคาตก ต้องรอให้ชาวนาออกมาประท้วงถึงจะมีการเรียกประชุมคณะอนุกรรมการนโยบาย และบริหารข้าวแห่งชาติด้านการตลาดในวันนี้ และไม่มีมาตรการที่เตรียมไว้ล่วงหน้า ที่สามารถดำเนินการได้โดยทันที โดยไม่ต้องมีการเรียกประชุมหน่วยงานใด ๆ และการเรียก ประชุมในครั้งนี้เป็นการเรียกประชุมเป็นการเรียกประชุมคณะอนุกรรมการที่ต้องจัดทำ ข้อเสนอไปเสนอแนะ นบข. ชุดใหญ่ และต้องนำมติไปเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติต่อไป ท่านประธานครับ เมื่อเช้านี้กรมการค้าภายในซึ่งเป็นเลขาของอนุกรรมการชุดนี้ได้มาให้ ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ว่า ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามาตรการช่วยเหลือ ที่เรียกร้องไปจะถึงมือพี่น้องชาวนาได้เมื่อใด นี่เป็นวิกฤติการนำของรัฐบาลอย่างแท้จริง ที่ไม่สามารถตอบคำถามได้ว่าจะสามารถแก้ปัญหาให้พี่น้องชาวนาได้เมื่อไร ท่านประธานครับ เมื่อวานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าท่านได้เตรียม ๗ มาตรการ ๑. นัดประชุมอนุ นบข. ๒. จัดตลาดนัดข้าวเปลือก ๓. เตรียมบินไปขายข้าว ที่แอฟริกาใต้ ๔. จะขายข้าว G to G ให้จีน ๕. สนับสนุนสินเชื่อให้กับโรงสีและผู้ส่งออก ๖. จัดงาน Thai Rice Convention เพื่อทำ Business Matching ๗. เปิดตลาดใหม่ ไปร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ น่าเป็นห่วงชาวนาเริ่มเกี่ยวข้าวแล้วกระทรวงพาณิชย์ ยังวิ่งหาตลาดอยู่โดยยังไม่มีข้อสรุปว่าจะเอาข้าวไปขายที่ไหน ซึ่งท่านก็ไม่ได้บอกด้วยว่า จะขายที่ราคาเท่าไร ซึ่งเมื่อรวมทุกโครงการที่ท่านกล่าวถึงแล้วสามารถซับข้าวออกจากระบบ ได้เพียง ๖๐๐,๐๐๐ ตันเท่านั้นจากผลผลิตข้าวนาปรัง ๗.๘๖ ล้านตันข้าวเปลือก ปีนี้ผลผลิต เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ท่านหาตลาดได้เพิ่มขึ้นเพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นี่หรือครับมาตรการตามนโยบาย ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ในขณะที่หลายประเทศต่างมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือสถานการณ์ ข้าวที่มีราคาตกต่ำ ประเทศไทยกลับมีมาตรการที่นอกจากจะไม่สนับสนุนพี่น้องเกษตรกร แล้วยังเพิ่มภาระต้นทุนให้กับพี่น้องเกษตรกร ต้นทุนการผลิตเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับ เกษตรกรไทยที่ต้องวางแผนและจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช ค่าแรง ค่าจัดการน้ำ และค่าเครื่องจักรทางการเกษตร ดังนั้นเมื่อรัฐบาลออกมาตรการห้ามเผาในภาคการเกษตรย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อชาวนา และส่งผลกระทบต่อโครงสร้างต้นทุนการผลิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้มาตรการงดการเผา ในพื้นที่การเกษตรจะมีเป้าหมายเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน แต่ในขณะเดียวกันก็ส่งผลกระทบต่อชาวนาให้ต้องปรับตัวอย่างน้อย ๗ ประการ🔗

๑. ค่าใช้จ่ายแรงงานที่สูงขึ้น การห้ามเผาในพื้นที่การเกษตรส่งผลให้ชาวนา ต้องใช้แรงงานในการเก็บข้าวดีดข้าวเด้ง และจัดการกับเศษวัสดุเหลือใช้ในนาซึ่งอาจทำให้ ต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับการเผาซึ่งมีต้นทุนที่ต่ำกว่า🔗

๒. ต้นทุนทางเครื่องจักรและอุปกรณ์ ชาวนาต้องลงทุนในเครื่องจักรและ อุปกรณ์ใหม่ ๆ เพื่อจัดการกับเศษวัสดุ เช่น เครื่องบดอัด หาง Rotary หรือผานหัวหมู เพื่อไถกลบตอซังข้าว🔗

๓. ค่าใช้จ่ายในการจัดการเศษวัสดุ การจัดการเศษวัสดุเหลือใช้โดยไม่เผา อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มทั้งในแง่ของการขนส่ง การจัดการในรูปแบบอื่นเช่นการทำปุ๋ยหมัก🔗

๔. ต้นทุนสารจุลินทรีย์และสารเคมีที่ต้องใช้ในการช่วยย่อยสลายตอซังและ ฉีดคุมวัชพืช🔗

๕. การเปลี่ยนแปลงในระบบการจัดการการผลิต ที่ชาวนาต้องมีการวางแผน ในการจัดการน้ำใหม่ และต้องมีค่าใช้จ่ายในการสูบน้ำเพิ่มเติม🔗

๖. ผลกระทบด้านเศรษฐกิจและเวลา จากการเปลี่ยนวิธีการผลิตทำให้ต้องใช้ เวลามากขึ้นในการเก็บเกี่ยวและจัดการเศษวัสดุ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำนาในฤดูกาล ถัดไป🔗

๗. ผลกระทบต่อราคาขายและอำนาจในการต่อรองราคา ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้ชาวนาต่อรองราคาขายได้น้อยลงจากภาระหนี้สินที่มีอยู่🔗

ท่านประธานครับ ปัจจุบันชาวนาขายข้าวได้เพียง ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาทต่อตัน ในขณะที่มีต้นทุนสูงถึงตันละ ๑๐,๐๐๐ บาท จากต้นทุนที่ชาวนาต้องแบกรับมากขึ้น จากมาตรการของรัฐบาลโดยขาดการเตรียมความพร้อม ในระยะสั้นรัฐบาลจึงมีความจำเป็น ที่ต้องเยียวยาให้พี่น้องชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการงดการเผาเพื่อช่วยลด ผลกระทบทั้ง ๗ ประการที่ผมได้กล่าวไป ในระยะกลางรัฐบาลจำเป็นต้องทบทวนนโยบาย หรือโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นของกระทรวงพาณิชย์หรือของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่ามีเป้าหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตหรือไม่ และดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ผมขอยกตัวอย่างเช่นโครงการส่งเสริมการเปลี่ยน เมล็ดพันธุ์ข้าวของกรมการข้าวที่จะช่วยเพิ่มผลผลิตต่อไร่และเพิ่มราคาจากพันธุ์ข้าวที่ดีขึ้น ถึงแม้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากชาวนา แต่กลับมีเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการที่ซับซ้อน และสามารถสนับสนุนพี่น้องเกษตรกรได้อย่างจำกัด พี่น้องชาวนาในอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ได้ให้ข้อมูลว่าสามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้เพียง ๕ ไร่ ไร่ละ ๑๐ กิโลกรัม หรือได้รับพันธุ์ข้าวปลูกเพียง ๕๐ กิโลกรัม ทั้ง ๆ ที่โครงการนี้สนับสนุนพันธุ์ข้าวปลูก ครัวเรือนละไม่เกิน ๓๐ ไร่ อัตราไร่ละไม่เกิน ๑๕ กิโลกรัม หรือ ๔๕๐ กิโลกรัม ในส่วนของ กระทรวงพาณิชย์ที่หาตลาดที่เน้นเพิ่มปริมาณการส่งออกต่อไปนี้จะเพิ่มราคาขายเข้าไปเป็น ตัวชี้วัดได้ด้วยหรือไม่ และกระทรวงพาณิชย์ควรเลิกทำข้อตกลงทางการค้าหรือเอฟทีเอ ที่ภาคการเกษตรต้องเสียประโยชน์ได้หรือไม่ สุดท้ายในระยะยาวการเพิ่มคุณภาพข้าว การปรับปรุงกระบวนการการผลิต และการเพิ่มมูลค่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การสนับสนุน การวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะการสนับสนุนการวิจัยสายพันธุ์ข้าวอย่างจริงจังเพื่อเพิ่ม คุณภาพ การสนับสนุนเทคโนโลยีด้านเครื่องจักรภาคการเกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและ ลดต้นทุน การเพิ่มมูลค่าจากการผลิตข้าวลดโลกร้อน หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่นเวชสำอาง เป็นแนวทางที่ตรงไปตรงมาที่สุดในการพัฒนาข้าวไทย มีราคาที่ต้องจ่าย น้อยกว่าการอุดหนุนราคา และจะเป็นแนวทางในการช่วยเหลือพี่น้องชาวนาที่ดีที่สุด ในระยะยาว แต่น่าเสียดายที่รัฐบาลกลับไม่เคยมีแนวนโยบายสนับสนุนที่ชัดเจน มีแต่การ เรียกประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรเฉพาะหน้าเป็นครั้ง ๆ ไป ท่านประธานครับ สาเหตุของราคาข้าวที่ตกต่ำอยู่ในขณะนี้เกิดจากปัญหาและส่งผลกระทบในหลายด้าน ซึ่งคงจะมีข้อเสนอที่หลากหลายจากเพื่อนสมาชิก ผมจึงขอเสนอญัตตินี้เข้าสู่การพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้ร่วมอภิปรายและนำเสนอแนวทางในการแก้ไข ที่รอบด้าน ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ญัตติด่วนที่ ๕ ของคุณวิทยา แก้วภราดัย คุณวิทยา แก้วภราดัย ได้มอบให้คุณสัญญา นิลสุพรรณ เป็นผู้แถลงแทน เชิญคุณสัญญาครับ🔗

นายสัญญา นิลสุพรรณ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสัญญา นิลสุพรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขต ๓ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากพรรครวมไทยสร้างชาติและเพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรครวมไทยสร้างชาติให้เป็นผู้อภิปรายเสนอญัตติด่วนเพื่อให้ สภาพิจารณาปัญหาราคาข้าวตกต่ำ เพื่อจะได้นำเสนอแนวทางให้รัฐบาลดำเนินการต่อไป เนื่องด้วยเมื่อวานนี้เองผมก็ได้มีการหารือในช่วงเช้าไว้ในเรื่องปัญหาราคาข้าวตกต่ำ สืบเนื่องจากทุกท่านก็คงจะได้ทราบแล้วเพื่อนสมาชิกที่ได้นำเสนอญัตติด่วนในวันนี้ก็ได้ อภิปรายไปหลากหลาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอผ่านท่านประธานไป เนื่องด้วย จังหวัดนครสวรรค์เองก็ต้องถือได้ว่าเป็นพื้นที่ที่ทำนาปรังค่อนข้างมากเกือบ ๓ ล้านไร่ มีชาวนาเกือบแสนครัวเรือนที่เป็นผู้เพาะปลูกข้าวนาปรัง ผมอยากจะได้นำเสนอเรื่องของ ต้นทุนเพื่อจะได้เห็นภาพ หลายคนอาจจะบอกว่าเอ๊ะทำไมต้นทุนการผลิตมันสูง ผมก็เลย ได้ไปศึกษาเรื่องข้อมูลต้นทุน ก็ได้ทราบอย่างนี้ครับท่านประธาน ปัจจุบันพี่น้องเกษตรกร มีภาระต้นทุนเป็นค่าพันธุ์ข้าว ๑,๖๐๐ บาทต่อไร่ ค่าเตรียมดิน เตรียมแปลง ประมาณ ๕๐๐ บาทต่อไร่ ค่าปุ๋ยประมาณ ๙๐๐ บาท ค่ายาประมาณ ๖๐๐ บาท ค่าแรง ๑๐๐ บาท ค่าเครื่องจักร ๕๐๐ บาท และมีค่ารถขน ๑๐๐ บาท ในกรณีต้องมีการสูบน้ำก็จะมีราคา น้ำมันเชื้อเพลิงอีกไร่ละ ๓๐๐ บาท ในกรณีที่ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเองต้องเช่า เฉลี่ยค่าเช่า ๑,๐๐๐ บาทต่อไร่ นี่คือขั้นต่ำนะครับ รวมให้ก็คือประมาณ ๕,๖๐๐ บาท แต่ผลผลิตที่ได้รับ ถ้าเป็นนาหว่านจะได้แค่ ๖๐ ถังต่อไร่เท่านั้น เป็นเงิน ๔,๘๐๐ บาท ส่วนนาดำได้ ๙๐ ถัง ก็ประมาณ ๖,๐๐๐ บาท จากตัวเลขข้อเท็จจริงที่ได้นำเรียนท่านประธานก็จะเห็นได้ว่า ขาดทุนจริง ๆ ครับ ตอนนี้พี่น้องเกษตรกรมีปัญหาจริง ๆ และการทำนาแต่ละครั้งก็ต้องไปกู้ ต้องไปยืมบ้าง กู้ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรบ้าง สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหา ที่สะสมมาพื้นที่ผมอยู่อำเภอบรรพตพิสัย ก็เป็นพื้นที่ที่ปลูกนาปรังมาตลอด หลาย ๆ ปีก็ไม่ได้ มีการขอรับความช่วยเหลืออย่างที่ท่านประธานน่าจะทราบ แต่ปีนี้ปัญหาที่พี่น้องเกษตรกรเจอก็คือหลังจากภาวะน้ำท่วมด้วยนะครับ หลังจากเราเจอ เหตุการณ์น้ำท่วมกันมาหลายพื้นที่ก็ไม่ได้เพาะปลูก ปีนี้ก็ได้กลับมาปลูก โดยเฉพาะที่ อำเภอชุมแสงเองก็มีปัญหามากเพราะว่าเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำ รับน้ำเวลาน้ำหลากจากภาคเหนือ ก็ทำให้เพิ่งมาเพาะปลูกในปีนี้ ซึ่งสิ่งที่อยากจะให้ทางรัฐบาลพิจารณาเร่งด่วนก็เพราะว่า เดือนมีนาคมนี้เดือนหน้านี้แล้วนะครับ ที่เกษตรกรจะมีการเก็บเกี่ยวผลิตผลทางการเกษตร ซึ่งก็น่าเป็นห่วงเพราะวันนี้เองความชัดเจนในเรื่องของความช่วยเหลือเรายังลุ้นกันอยู่ เมื่อวานนี้ผมก็ได้นำเสนอเรื่องของมาตรการที่ทางพี่น้องเกษตรกรได้เรียกร้องมา ผมขอ อนุญาตทบทวนอีกสักครั้งนะครับ จริง ๆ สิ่งที่เขาต้องการก็คือขอให้มีการประกันรายได้ ข้าวเปลือกเจ้าตันละ ๑๒,๐๐๐ บาท ๒. ขอให้มีการชดเชยเยียวยาเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน เพาะปลูกไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท รายละไม่เกิน ๒๕ ไร่ ๓. ขอมีมาตรการควบคุมปัจจัยการผลิต เช่น ราคาปุ๋ย สารเคมีเพื่อการเกษตร น้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อการเกษตรและการแก้ไขพันธุ์ข้าว ปนเปื้อน ๔. ขอให้มีโครงการพักชำระหนี้เกษตรกรเป็นระยะเวลา ๒ ปี ๕. ขอเสนอ แนวทางในระยะยาวก็คือขอให้รัฐบาลเป็นผู้มารับซื้อผลผลิตข้าวเปลือกจากชาวนาและให้ ผู้ประกอบการมาซื้อจากรัฐบาล อันนี้เป็นแนวทางที่พี่น้องเกษตรกรได้ฝากผมมาแล้วเมื่อวาน ผมได้หารือ ซึ่งผมเชื่อว่าเอกสารฉบับนี้ก็คงจะถึงมือทางผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลาย ๆ ส่วน สิ่งที่ผมอยากจะนำเรียนเพิ่มเติมนะครับ เรื่องของมาตรการการเผาครับท่านประธาน ก็เป็น ส่วนหนึ่งที่ทำให้ต้นทุนของพี่น้องเกษตรกรเพิ่มขึ้นจริง ๆ และปัญหาที่พี่น้องเกษตรกร ต้องเผามันมีปัญหามากกว่านั้นครับ เพราะว่าในพันธุ์ข้าวที่ผมนำเรียนไปในเรื่องของพันธุ์ข้าว ปนเปื้อน มันจะมีข้าวบางประเภทที่เขาเรียกว่าข้าวดีดนะครับ ข้าวดีดถ้าไม่เผาก็จะทำให้ เวลาเพาะปลูกเที่ยวหน้าก็จะมาปนอยู่กับผลิตผลของเขาอีก อันนี้ผมอยากจะเสริมไปด้วย ในมาตรการในการที่จะส่งเสริมไม่ให้มีการเผา ก็ฝากว่าเราอาจจะมาพิจารณา แปลงไหน ถ้าเขามีการปนเปื้อนจริง ๆ มีพันธุ์ข้าวที่จะมีปัญหากับเขา ผมคิดว่าเราควรจะมีมาตรการ ที่จะอนุโลมเพื่อให้มีการเผาได้ อันนี้เป็นแนวทางที่อยากจะนำเสนอผ่านท่านประธานไปยัง ส่วนที่เกี่ยวข้อง เพราะว่าข้าวดีดก็เป็นปัญหาที่จะทำให้ผลผลิตทางการเกษตรของเขาลดลง จริง ๆ นะครับ🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน สิ่งที่อยากจะนำเรียนก็คือเรื่องของการลดต้นทุน โดยเฉพาะเรื่องน้ำเพื่อการเกษตร การส่งเสริมเรียกว่าการสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ อันนี้ช่วยได้ ๒ ทาง ๑. ช่วยลดต้นทุนเรื่องน้ำ ๒. ช่วยลดต้นทุนเรื่องของค่าน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย อยากให้ทางรัฐบาลได้ใส่ใจเรื่องนี้ แล้วก็ได้ช่วยเอาจริงเอาจังในเรื่องนโยบายด้านพลังงาน เพื่อจะช่วยให้กับพี่น้องเกษตรกรในเรื่องของการจัดหาแหล่งน้ำ การกระจายน้ำไปยังแปลง การเกษตรต่าง ๆ ที่หลายพื้นที่มีความลำบากมาก ต้นทุนต่อไร่หลายพื้นที่สูงกว่าที่ผมนำเรียน ในเรื่องของค่าพลังงาน อันนี้ผมคิดว่าจะเป็นมาตรการระยะกลางที่ทางรัฐบาลจะได้นำไป พิจารณา แต่ระยะสั้นนี้สิ่งที่ทางพี่น้องเกษตรกรได้ฝากมาขอให้ช่วยเหลือ ณ เวลานี้เร่งด่วน ก็คือเรื่องของการชดเชย อยากให้รัฐบาลได้มีมาตรการในการที่จะช่วยเหลือชดเชยให้กับ พี่น้องเกษตรกรในวันนี้นะครับ วันนี้มีการประชุมคณะอนุกรรมการ กบข. ในวันนี้ก็อยากจะ ฝากให้ทางส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับปัญหา ซึ่งผมย้ำเลยครับว่าเป็นปัญหาที่เร่งด่วนจริง ๆ พี่น้องเกษตรกรหลาย ๆ คนอาจจะลำบากมากถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือในครั้งนี้นะครับ ผมก็ขอนำเสนอญัตติด่วนในวันนี้เพียงเท่านี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ นอกจากญัตติด่วนด้วยวาจาทั้ง ๕ ญัตตินี้แล้ว ก็ยังมีญัตติในทำนองเดียวกัน ซึ่งเป็นญัตติที่บรรจุอยู่ในระเบียบวาระอยู่แล้ว คือญัตติที่ ๕.๒ และ ๕.๖๓ ซึ่งผมเห็นว่า ควรที่จะนำมาพิจารณารวมกับญัตติด่วนด้วยวาจานี้นะครับ ถ้าไม่มีสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่น ผมก็จะขอให้เจ้าของญัตติทั้ง ๒ ญัตตินี้นำเสนอพร้อม ๆ กันเลยนะครับ ไม่มีผู้ใดเห็นเป็น อย่างอื่นนะครับ🔗

ญัตติ เรื่อง ขอให้คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาและพัฒนาการบริหารจัดการข้าวทั้งระบบอย่างยั่งยืน ซึ่ง นายชัชวาล แพทยาไทย เป็นผู้เสนอ (ในระเบียบวาระที่ ๕.๒)🔗

ขอเชิญคุณชัชวาลครับ🔗

นายชัชวาล แพทยาไทย ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๗ พรรคไทยสร้างไทย พื้นที่อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอปทุมรัตต์ และอำเภอเมืองสรวง ก่อนอื่น ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้อนุญาตให้ผมได้ร่วมเสนอญัตติตามข้อบังคับ ร่วมกับเพื่อนสมาชิกที่เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ซึ่งญัตติของกระผมเองเป็นญัตติที่มีลักษณะ คล้ายคลึงกัน ญัตติ เรื่อง ขอให้คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาและพัฒนาการบริหารจัดการข้าวทั้งระบบอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ญัตติของเพื่อนสมาชิกทั้ง ๕ ท่าน จะนำไปเสนอต่อคณะรัฐมนตรี แต่ญัตติของกระผมเป็น ญัตติที่จะส่งไปพิจารณาในชั้นของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ และเพื่อไม่ให้ เป็นการรบกวนเวลาอันมีค่าของสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต สรุปเหตุผลประกอบญัตติผ่านท่านประธานไปยังพี่น้องชาวนาที่กำลังรับชมอยู่ทางบ้าน ต้องขอขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกเป็นอย่างสูงที่ได้ร่วมกันสะท้อนแนวทางร่วมกันในการ พิจารณาญัตติต่าง ๆ ให้มีความครอบคลุมกับปัญหาของพี่น้องชาวนาให้มากที่สุด การจะ แก้ไขปัญหาเรื่องข้าวได้อย่างยั่งยืน ท่านประธานครับ ต้องมองไปยังกระบวนการตั้งแต่ การผลิตและมองไปให้สุดครับถึงปัญหาในขั้นตอนของกลไกการตลาด กระบวนการผลิต เพื่อนสมาชิกหลายท่านสะท้อนตรงกันว่าปัญหาหลักที่พี่น้องชาวนายุคปัจจุบันต้องเผชิญ คือปัญหาเรื่องต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ปัจจัยการผลิตโดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ไม่ได้รับการพัฒนา เท่าที่ควร ทุกท่านทราบไหมว่ากรมการข้าวของเรามีการพัฒนาข้าวกว่า ๒๐๐ สายพันธุ์ แต่สามารถนำมาใช้ได้เพียงไม่ถึง ๑๐ สายพันธุ์ครับ คิดเป็นสัดส่วนแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์จาก สายพันธุ์ข้าวที่เราพัฒนามาแล้วทั้งหมด🔗

อีกประการหนึ่ง นั่นก็คือปัญหาเรื่องน้ำ ประเทศไทยเรามีพื้นที่การเพาะปลูก ทางการเกษตรกว่า ๑๕๐ ล้านไร่ เป็นพื้นที่ในเขตชลประทานเพียง ๓๓ ล้านไร่ อีก ๑๑๗ ล้านไร่ อยู่นอกเขตชลประทาน พื้นที่เพาะปลูกซึ่งอยู่นอกเขตชลประทานคิดเป็นเพียงร้อยละ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด ซึ่งถือว่าน้อยมากครับท่านประธาน อยากจะนำมา เทียบกับความต้องการใช้น้ำของพี่น้องเกษตรกร ปัจจัยการผลิตที่ไม่เพียบพร้อมโดยเฉพาะ เมล็ดพันธุ์กับเรื่องน้ำเป็นปัญหาที่สำคัญ ส่งผลให้ผลผลิตต่อไร่ยังตกต่ำเช่นเดิม ซ้ำร้าย ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมามีการประกาศจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถึงมาตรการการหยุดเผา โดยสรุปจากการประกาศว่าเกษตรกรที่เผาตอซังถือว่ามีความผิด และจะต้องถูกตัดสิทธิ ในการรับการช่วยเหลือจากทางรัฐบาล สิ่งเหล่านี้ซ้ำเติมปัญหาภาคการผลิตที่มีต้นทุนสูง อยู่แล้วให้สูงเข้าไปใหญ่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเข้าใจดีว่ามาตรการลดฝุ่น PM2.5 ที่รัฐบาลมีการบริหารจัดการเชิงรุกมากขึ้นนั้น ในอีกด้านหนึ่งต้องพิจารณาถึงผลกระทบที่จะ เกิดขึ้นตามมาทีหลัง ดังนั้นการพิจารณาในการออกมาตรการควรเป็นไปในแนวทางในการ จูงใจเหมือนที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายเมื่อสักครู่ถูกต้องเลยครับ ผมมองว่าจะเกิด ประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรมากกว่ามาตรการในการลงโทษ ท่านประธานครับ เมื่อเข้าสู่ กระบวนการเก็บเกี่ยวในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมากระบวนการในการทำนาเปลี่ยนแปลง ไปมาก เพื่อนสมาชิกหลายท่านคงเห็นร่วมกันว่าการทำนาข้าวในปัจจุบันมีการใช้เครื่องทุ่นแรง ตั้งแต่การไถจนถึงการเก็บเกี่ยว การเกี่ยวข้าวในอดีตใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะแล้วเสร็จ แต่ปัจจุบันถ้าใครมีนา ๑๐๐ ไร่ ใช้เวลาเก็บเกี่ยวไม่ถึง ๒ อาทิตย์ อาทิตย์เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว พฤติกรรมของชาวนาในการทำนาที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลให้ช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวไม่ว่าจะเป็น นาปรังหรือนาปีมักจะมีข่าวทะลักออกสู่ตลาดจำนวนมหาศาล จะเห็นได้ว่าราคาข้าวของ พี่น้องชาวนาตกต่ำอย่างเห็นได้ชัดในช่วงนั้น นี่คือตารางราคา มีไหมครับสไลด์ ไม่มีไม่เป็น อะไรครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายชัชวาล แพทยาไทย ร้อยเอ็ด

ในช่วงเก็บเกี่ยวไม่ว่าจะเป็นนาปรัง หรือนาปี การที่ราคาตกต่ำดังที่ผมได้นำเรียนนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างนี้ทุก ๆ ปี ซึ่งผมก็ไม่เคย เห็นรัฐบาลใดดำเนินการได้ทันต่อปัญหาที่เกิดขึ้น การออกมาตรการโดยเฉพาะมาตรการ รักษาเสถียรภาพข้าวชักช้ามากครับท่านประธาน ยกตัวอย่างมาตรการช่วยเหลือพี่น้อง เกษตรกรนาปี ปี ๒๕๖๗/๒๕๖๘ เมื่อปีที่ผ่านมา พี่น้องเก็บเกี่ยวข้าวตั้งแต่ต้นฤดูกาล นั่นก็คือช่วงเดือนตุลาคม แต่มาตรการในการพยุงราคาที่ผ่านคณะกรรมการ นบข. พิจารณา แล้วเสร็จปลายเดือนพฤศจิกายน ไม่มีประโยชน์ในการที่จะมาช่วยพยุงราคาข้าวให้มีราคา สูงเลยครับ นี่คือตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่ามาตรการที่รัฐบาลคลอดออกมาเพื่อช่วยเหลือพี่น้อง ชาวนาล่าช้ามาก ทั้ง ๆ ที่ท่านรู้ว่าชาวนาไถนาเมื่อไร หว่านข้าวเมื่อไร เกี่ยวข้าวเมื่อไร และขายข้าวเมื่อไร อีกปัจจัยหนึ่งคือในด้านการตลาด ไม่ว่าจะเป็นกลไกการตลาดที่ไม่ เป็นธรรม ราคาข้าวถูกกำหนดโดยตรงจากพ่อค้าคนกลาง ทำให้ราคาข้าวส่วนมากมักจะโดน กดราคา ข้าวไทยถือเป็นข้าวที่มีคุณภาพแต่ไม่สามารถดึงศักยภาพของความเป็นข้าวไทย ยกระดับให้เป็นที่ต้องการของโลกได้อย่างแท้จริง ผมยกตัวอย่างท่านประธานครับ ข้าวไทย ขายเป็นกิโลกรัม แต่ข้าวญี่ปุ่นขายเป็นคำ ของเรากิโลกรัมละ ๓๐ บาท ของเขาคำละ เป็นร้อย ซูชินะครับท่านประธาน แค่เอาเนื้อปลามาโปะ เขาทำได้อย่างไรครับ เขาสามารถ ประดิษฐ์เรื่องราว สร้างมูลค่าขายข้าวเป็นคำ มีราคาแพงกว่าข้าวบ้านเราเยอะครับ นี่เป็น โจทย์สำคัญที่เราจะต้องมาศึกษาร่วมกันในชั้นของกรรมาธิการ ข้อมูลจากกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ของสหรัฐอเมริกาพบว่าส่วนแบ่งการตลาดข้าวโลกในปีการผลิต ปี ๒๕๖๗/ ๒๕๖๘ มีส่วนแบ่งการตลาดเพียงร้อยละ ๑๓.๒ เปอร์เซ็นต์ ลดลงจากการผลิต ปี ๒๕๖๖/ ๒๕๖๗ ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดที่ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ในสายตาของชาวโลกตอนนี้ข้าวไทยแพ้ ไปแล้วครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตกล่าวสักเล็กน้อยว่าตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมา ชาวนาไทยกำลังเผชิญความยากลำบาก ผมกล่าวเสมอว่าเหตุผลข้อเดียวที่ทำให้ ชาวนายังก้มหน้าก้มตาทำนาอยู่ทุกวันนี้ นั่นก็คือจิตวิญญาณความเป็นชาวนาครับ ตลอดระยะเวลาที่เป็นผู้แทนราษฎร ๑ ปีกับ ๘ เดือน ผมลงพื้นที่ พื้นที่ผมปลูกข้าว ๙๐ เปอร์เซ็นต์ พี่น้องชาวนาส่วนใหญ่เป็นพี่น้องชาวนานาปี มักจะได้ยินคำถามจากพี่น้อง ประชาชนครับ ผู้แทนเป็นชาวนามันคือทุกคือยากแท้ ผู้แทนขอได๋บ่ราคาข้าวเปลือก หอมมะลิเฮากิโลละ ๑๕ กิโลละ ๑๘ บาทได๋บ่ ผู้แทนขอได๋บ่ เข่าขาว กข. นี่กิโลละ ๑๐ ๑๒ บาทได๋บ่ นี่คือคำถามที่ผมไม่สามารถตอบพี่น้องประชาชนชาวนาได้ แต่ผมเชื่อว่ามัน ทำได้ ถึงแม้ว่ามันจะทำไม่ได้ผมจะต้องมีคำตอบไปให้พี่น้องชาวนาผมครับ ญัตติของกระผม ในวันนี้จึงเป็นการสะท้อนเจตนารมณ์ของพี่น้องเกษตรกรชาวนาทั้งนาปรัง ทั้งนาปีต่อสภา ผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่า ผมและเพื่อนสมาชิกทุกท่านจะร่วมกันถกทางแก้ หาทางออกให้กับ ข้าวไทยอย่างครอบคลุมและรอบด้านที่สุด ขอให้ท่านประธานส่งญัตตินี้ไปยังกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์เพื่อพิจารณาต่อไป ด้วยความเคารพครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เรื่องต่อไปครับ🔗

ญัตติ เรื่อง ขอให้คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาศึกษาการแก้ปัญหาราคาข้าวทั้งระบบ ซึ่ง นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล เป็นผู้เสนอ (ในระเบียบวาระที่ ๕.๖๓)🔗

เชิญคุณบัญชาครับ🔗

นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ผม บัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม คนนครสวรรค์ ท่านประธานครับ วันนี้ผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่ได้เร่งการเสนอญัตติมารวมกันในคราวเดียวกันนะครับ เรื่องขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาศึกษา การแก้ไขปัญหาราคาข้าวทั้งระบบ ตามข้อบังคับการประชุมสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ผมขอสรุปหลักการและเหตุผลเลยนะครับท่านประธาน เพราะว่าข้าวพูดกันมาหลายรัฐบาล ก็ยังไม่ได้แก้ปัญหาจริง ๆ จัง ๆ ได้สักครั้งหนึ่งเลยครับ ก็ยังมาเสียเวลาในสภาแห่งนี้คุยกัน เรื่องข้าวมาตลอด ผมว่าข้าวมันควรจะทำให้มันเป็นกฎหมาย ทำให้มันเป็น พ.ร.บ. เสียจะได้ ไม่ต้องมาแก้ปัญหาหรือคุยกันบ่อย ๆ ครั้งอย่างนี้ ท่านประธานครับ ข้าวปัจจัยมันมีอยู่แค่ ๒ อย่างเองครับ ต้นทุนการผลิตกับราคาเท่านั้นเอง ต้นทุนการผลิตก็อย่างที่ทราบปัจจุบันนี้ น้ำมันแพง ปุ๋ยแพง ยาแพง แรงงานก็แพงเหมือนกัน อันนี้คือต้นทุนการผลิตของคนไทย ของพี่น้องเกษตรกรไทย ในส่วนของเรื่องราคา ณ ปัจจุบันรัฐก็ไม่ได้เข้ามาควบคุมดูแลอะไร โครงสร้างของราคาข้าวเกิดจากอะไรครับ ในประเทศไทยก็มีการค้าข้าวก็คือมีผู้ส่งออกข้าว ที่เป็นผู้กำหนดราคาข้าวของประเทศไทย ผู้ส่งออก ๑๐ กว่ารายใหญ่ ๆ เท่านั้นเอง ควบคุม โดยกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ วันนี้ผู้ส่งออกข้าวทุกบริษัทสามัคคีกันดี ซื้อข้าวราคาเดียวกันหมดทุกบริษัทเลยครับ ผมได้อภิปรายหารือท่านประธานไปหลายรอบ เรื่องข้าว เรื่องมันที่ผ่านมา เพราะผมดูว่าข้าวมันออก ๓ ระยะ ผมอธิบายเรื่องข้าวก่อน ข้าวนาปรังมี ๒ รอบ ข้าวนาปี ๑ รอบ ก็คือนาปรังรอบที่ ๑ ก็คือรอบกุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน พฤษภาคม รอบที่เยอะที่สุดคือรอบนี้ครับ แล้วหลังจากนั้นก็ประปราย รอบที่ ๒ ก็จะไปออกเดือนกรกฎาคม สิงหาคม แล้วก็จะไปถึงนาปีอีกรอบหนึ่งรอบใหญ่ก็คือเดือน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม ข้าวมันออกของมันอย่างนี้ตลอดอยู่แล้ว แต่ปัญหาที่ผ่านมานี้ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปเนื่องจากราคาดีที่ ๒ ๓ ปีที่ผ่านมา ๑. มันเกิดสงคราม รัสเซีย-ยูเครน เกิดการประกาศของประเทศอินเดียที่หยุดส่งออก ผลที่โชคดีกลับมาใน ประเทศไทยทั้งหมด ทั้งราคา ไม่ว่าจะข้าว ข้าวโพด หรือมัน มันดีไปทุกหมวด แต่ปัจจุบัน ทุกอย่างมันเข้าสู่หมวดปกติแล้ว สิ่งที่ผ่านมาชาวนาก็ต้องทำนาอย่างนี้ตลอดจะให้เขาไปทำ อย่างอื่นก็ไม่ได้ ที่ผ่านมาถือว่าโชคดี แต่ที่หลังจากนี้ไปชีวิตจริงแล้วครับ ข้าวมันก็ออกของมัน อย่างนี้ แต่ด้วยระบบภาครัฐของเราขาดความเอาจริงเอาจังกับพี่น้องเกษตรกร เรื่องการ แนะนำเรื่องผลผลิต เรื่องเมล็ดพันธุ์ที่ปลูกข้าว ณ ปัจจุบันก็เลยทำให้พี่น้องเกษตรกรไปเอา พันธุ์ของต่างประเทศมาปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิตเยอะ ๆ โอเคครับช่วงแรกอาจจะดีข้าวมันมี หลายประเภท มีข้าวนิ่ม มีข้าวแข็ง พอเอาข้าวประเภทหนึ่งที่มาปลูกในช่วงที่ขาดผลผลิต มันก็ราคาดี พอชาวบ้านเห็นว่าพันธุ์นี้ทำดีได้ผลผลิตเยอะก็เลยทำกันทั้งประเทศ มันก็เลย เสียระบบการค้าไป อันนี้เป็นสิ่งที่ภาครัฐต้องลงไปแก้โดยเฉพาะกรมวิชาการเกษตร กรมการข้าวที่ต้องเข้าไปดู การขึ้นทะเบียนข้าวก็เช่นกันครับ มีหลายพันธุ์ที่ตลาดไม่ต้องการ ก็ควรจะแนะนำพี่น้องเกษตรกรว่าอย่าปลูก ถ้าขึ้นทะเบียนพันธุ์นี้รัฐไม่ได้ชดเชยอะไรเลย ก็ต้องบอกกับเขาให้เข้าใจนะครับ เรื่องราคาข้าวถามว่าแก้ปัญหาได้ไหม ต้องถามว่ารัฐบาล มีสตางค์ไหมเท่านั้นเองครับ มันมีได้แค่ ๒ ทางเท่านั้นเองที่จะให้เกษตรกรพอใจ สิ่งที่เขา เรียกร้องมาตลอดทุกเรื่องไม่ว่าจะพักหนี้ ไม่ว่าจะเรื่องราคาขอเป็นตันละ ๑,๐๐๐ ๒,๐๐๐ ได้ไหม หรือมีโครงการอะไรมารับรองได้แค่นั้นเอง เพราะว่าข้าวเป็นอะไรที่เยอะมากแล้วก็ ออกทั้งปี ซึ่งชาวนาในประเทศไทยก็ยังคงต้องทำนาอย่างนี้อยู่ตลอด วันนี้เราต้องแก้ไข ทั้งระบบจริง ๆ ด่านลักลอบเล็กน้อย ด่านชายแดนที่ทุกวันนี้ข้าวพม่าก็ยังทะลักเข้ามา ในไทยอยู่เลยครับ ปลายข้าว มันก็ส่งผลมาให้สินค้าเกษตรของไทยทุกอย่างราคาตกต่ำ อย่างนี้มาตลอด ไม่ว่าเรื่องมาตรการอะไรต่าง ๆ ถ้าไม่เข้มงวดปัญหามันก็จะเวียนวนอยู่อย่างนี้ เป็นอะไรที่แก้ไม่ได้นะครับ ถ้าจะตั้งหลักหรือตั้งใจให้แก้ปัญหาจริง ๆ มันก็ไม่ได้ยาก ผมขออนุญาตสรุปกับท่านประธานอย่างนี้เลยว่าทางออกของข้าวมันก็ทำได้แค่ ๒ อย่าง ตรงนี้ละครับ จะใช้มาตรการโครงการอะไรก็ได้มารองรับ หรือจะจ่ายให้พี่น้องเกษตรกร ตรง ๆ เลยตันละ ๑,๐๐๐ ๒,๐๐๐ ถ้ามีงบประมาณเพียงพอก็ได้แค่นั้น แล้วก็รวดเร็ว แล้วก็ สามารถทำได้เลยถ้าทำได้ ส่วนมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ที่ประกาศออกมาว่า ๗ มาตรการ ผมก็ยังมองดูว่ามันเป็นการทำ Event เท่านั้นเอง ได้แค่ผ่าน ๆ ไปเหมือนโครงการมันที่ผ่านมา ที่ผ่านมามันออกมาตั้งแต่เดือนตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม มกราคมถึงกุมภาพันธ์ มันจะหมด ไปแล้วก็เปิดตลาดนัดแบบนี้ แล้วก็กำลังจะเปิดกับข้าวซึ่งมันไปใช้กับข้าวไม่ได้หรอก ข้าวมัน กำลังเริ่มจะออก อีก ๓ เดือนข้างหน้ามันออกเต็มที่ทั้งประเทศ มันไม่สามารถช่วยอะไร ได้เลย ไม่อย่างนั้นแล้วเราจะเอาไม่อยู่ เกษตรกรทั้งประเทศก็ถือว่าเป็นรากหญ้า รัฐบาลก็ถือ ว่าเป็นต้นไม้ใหญ่เลยก็แล้วกันถ้าขาดรากหญ้า ขาดรากฝอยพวกนี้รัฐบาลก็แย่ได้เหมือนกัน ผมขอสรุปอย่างนี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ก็เป็นอันว่าได้เสนอญัตติทั้ง ๗ ญัตติมาหมดแล้วนะครับ ต่อไปก็จะเป็นการอภิปรายของ ท่านสมาชิก ขณะนี้มีท่านสมาชิกมาลงชื่อเพื่อจะขออภิปรายทั้งหมด ๒๓ ท่าน จากพรรคร่วม ฝ่ายค้าน ๑๒ ท่าน พรรคร่วมรัฐบาล ๑๑ ท่าน รวมเป็น ๒๓ ท่าน มีสมาชิกขอหารือว่าถ้าจะ ขอปรับเวลาผู้อภิปราย เดิมท่านละ ๗ นาที ถ้าจะลดลงเป็น ๕ นาทีจะได้ไหม เพราะว่า ประเด็นมันคงจะใกล้เคียงกัน เราจะได้ประหยัดเวลาได้ลงส่วนหนึ่ง ถ้าเห็นชอบตามนี้ผมก็จะ ขอให้สมาชิกอภิปรายสลับกัน ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ฝ่ายค้านแล้วก็รัฐบาลไป ฝ่ายละ ๑ ท่าน ขอเป็นเวลาคนละ ๕ นาทีนะครับ ขอเชิญท่านแรก ท่านธีระชัย แสนแก้ว ครับ🔗

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ญัตติทั้ง ๗ ญัตติจากเพื่อนสมาชิกได้ยื่นญัตติด้วยวาจาเกี่ยวกับเรื่องปัญหาราคาข้าวตกต่ำใน วันนี้ กระผมขออภิปรายสนับสนุนครับ แล้วมีการเสนอแนะไปยังรัฐบาลด้วย ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะอภิปรายมันมีคำจำกัดความคำหนึ่งว่าพ่อค้าคือกำไร เกษตรกรคือขาดทุน อันนี้ เป็นสัจธรรมครับ แล้วก็ใช้มาจนถึงทุกวันนี้ แม้กระทั่งทุกวันนี้เราจะต้องหาต้นตอให้ได้ว่า ผลกำไรขาดทุนอะไรต่าง ๆ มันจะอยู่ในแวดวงอย่างนี้เท่านั้นเอง ท่านประธานครับ จากข่าวตลอดระยะเวลาสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นก็เป็นที่ทราบกันดีว่าพี่น้อง เกษตรกรชาวนาได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือราคาข้าวตกต่ำ และมีการชุมนุม ปิดถนนและเดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาลเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือชาวนา หลังจากที่ราคาข้าวลงมาอย่างหนัก แล้วชาวนาหลายพื้นที่ในภาคกลางก็เริ่มเกี่ยวข้าวนาปรัง แล้วก็เป็นที่ทราบกันดีซึ่งมันแตกต่างกันมาก ลดลงมาเหลือ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท ในขณะที่ เมื่อปีที่แล้วนั้น ๑๐,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ บาท ทำให้ต้องประสบปัญหาขาดทุนเป็นอย่างมาก ผมจะไม่พูดเรื่องตัวเลขหรือโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลที่กำลังจะดำเนินการต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวข้องกับเรื่องอินเดีย ไม่ว่าจะผู้นั้นผู้นี้จะซื้อ มีความต้องการจะขยายอย่างนั้น อย่างนี้ ไม่ต้องพูดหรอกครับเพราะตัวเลขมันเยอะเหลือเกิน ทุกคนก็ทราบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาวันนี้คือเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้นเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นปัญหา ระยะสั้นซึ่งเขากำลังจะประชุมกัน อนุ นบข. หรือแม้กระทั่ง นบข. ซึ่งเป็นนโยบายหลัก ที่จะต้องดำเนินการในการแก้ปัญหานี้ต้องเร่งรีบอย่างเร่งด่วน ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาราคาข้าวตกต่ำทั้งหลายทั้งปวงซึ่งเรามาพูดในสภาวันนี้ หลาย ๆ ท่านอาจจะบอกว่ามี การแข่งขัน กลไกของการตลาด โน่นนี่นั่นเป็นคำพูดที่ซ้ำซากของผู้บริหารตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมา เวลาราคาตกต่ำเมื่อก่อนนั้นมันก็มี ๒ อย่าง คือประกันราคาพืชผลทางการเกษตร แล้วก็จำนำ ก็มีอยู่แค่นี้ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ เรานี่เป็นประเทศมหาอำนาจทาง การเกษตร ไม่ว่าจะเป็นข้าว อ้อย มัน ยาง เดี๋ยวนี้ข้าวราคาตกต่ำ ซึ่งกำลังเรียกร้องกันอยู่ ทุกวันนี้ มันสำปะหลังก็ตกต่ำ ยังดีหน่อยก็คือราคาอ้อยแต่ก็มีปัญหาเช่นเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้และทุกอย่างที่ผมกล่าวมาเบื้องต้นนั้นก็คือมันเป็นเรื่องที่ พวกเราส่งออกทั้งนั้น นำรายได้เข้ามาประเทศไทยทั้งนั้น มันไม่ได้อยู่ที่ไหนหรอกครับ อยู่ที่ระบบบริหารจัดการเท่านั้นเอง มันไม่ได้มีระบบอะไรมากมายนัก ระบบบริหารจัดการ การส่งออก ใครครับ ณ วันนี้ใครส่งออก มีกี่บริษัท แล้วมีกี่บริษัทในการส่งออก เพราะฉะนั้น บริษัทส่งออกมีกี่แห่งก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว เราต้องเอาคนทำมาหากินนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าพูดเรื่องข้าวเราจะไม่เอ่ยถึงกระทรวงพาณิชย์ก็ไม่ได้ เพราะว่า กระทรวงพาณิชย์เป็นกระทรวงที่มีรัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าการขาย เพราะฉะนั้น ถึงแม้จะเป็นพรรคเดียวกัน เป็นรัฐบาลด้วยกันแต่ก็ต้องมีการติติง แม้กระทั่งในพรรคเพื่อไทย ของพวกผมก็มีการได้คุยกันในที่ประชุมพรรคแล้ว และวันนี้ทุกพรรคการเมืองก็เห็นพ้อง ต้องกันว่า ถึงแม้ว่าจะอยู่รัฐบาลก็ปฏิเสธความรับผิดชอบในเรื่องนี้ไม่ได้เลยทีเดียวนะครับ เกี่ยวกับเรื่องของรัฐบาลกระทรวงต่าง ๆ มันมีอะไรบ้าง ๑. ก็คือกรมการข้าว กรมการข้าว เขามีส่วนในการที่จะจัดการเรื่องพันธุ์หรืออะไรต่าง ๆ แล้วกรมค้าข้าวมีหรือยังครับ มีแต่ กนข. พวกไหนที่เป็นคณะกรรมการ นบข. ก็มีราชการทั้งนั้นครับ มีก็มีนายกสมาคมโรงสี มีนายกสมาคม นายกสมาคมชาวนา ไม่มีครับตัวแทนเกษตรกรไม่มีใน นบข. เพราะฉะนั้น ทุกอย่างอยู่ในห้องแอร์แล้วจับยัดมา เขาก็ลงถนนสิครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ผมอยากจะขอ กราบเรียนว่าในอนาคตต้องเอาคนที่ทำมาหากินทางด้านข้าวไปเป็นคณะกรรมการ ไปดูแล ไปจัดการบริหาร แล้วตั้งบริษัทกลางสักบริษัทหนึ่งเพื่อที่จะส่งออกข้าว เพื่อที่จะให้รู้ว่าพ่อค้า ไม่เอากำไร เพื่อที่จะให้พวกเรามีตัวแทนราชการ มีตัวแทนเกษตรกร มีตัวแทนผู้ส่งออก ซึ่งเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ โรงสีก็ดี พ่อค้าข้าวก็ดี ต้องมาอยู่ด้วยกัน แล้วก็ให้รู้กันไปเลยว่า ใครเอาเปรียบพี่น้องประชาชนชาวไร่ชาวนา ทุกอย่างอยู่ที่ต้นทุน เอาต้นทุนของแต่ละฝ่าย มาใส่กัน เราอย่าไปเชื่อราชการอย่างเดียวครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ ด้วยความ เกรงใจมันมีมากกว่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณกิตติภณ ปานพรหมมาศ ครับ🔗

นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ นครปฐม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กิตติภณ ปานพรหมมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๔ พรรคประชาชน ผู้แทนชาวบางเลน ดอนตูม กำแพงแสน ๒ ตำบล สระพัฒนาและตำบล ห้วยม่วงครับท่านประธาน วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายขอสนับสนุนญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอมาตรการเร่งด่วนและแนวทางนโยบายระยะกลางและ ระยะยาวในการแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำในปัจจุบัน ให้คณะรัฐมนตรีรับไปพิจารณา ดำเนินการ และญัตติจากเพื่อนสมาชิกอีก ๖ ท่าน เนื่องจากสถานการณ์ข้าวราคาตกต่ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและลุ่มแม่น้ำแม่กลอง ภาคกลางและภาคเหนือ ตอนล่างที่เป็นแหล่งปลูกข้าวนาปรังที่สำคัญ เกษตรกรในหลากหลายจังหวัดได้รับผลกระทบ กันอย่างถ้วนหน้า วันนี้ผมขอพูดแทนในฐานะที่เป็นชาวนครปฐม เป็นผู้แทนชาวนครปฐม ในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวนาปรังกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ ที่ส่วนใหญ่ปลูกข้าวพันธุ์ กข ๔๑ ปัจจุบันราคาเหลือเพียง ๗,๐๐๐ บาทต่อตัน แต่ในความจริงชาวนาก็ขายได้ราคา ๖,๐๐๐ บาทเศษเท่านั้น ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้ชาวนาก็จะเริ่มเก็บเกี่ยวหรือบางที่ก็เริ่มเก็บเกี่ยวแล้ว กับราคาต้นทุนทำนาที่สูงขึ้นทุกชนิด แม้กระทั่งค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นมากกว่า ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาทต่อปี แบบนี้ชาวนาจะใช้หนี้หมดได้อย่างไร ผมขอพูดถึงปัญหาการที่ชาวนาไม่มีที่ดินทำกิน หรือปัญหาของที่ดินทำกินของเกษตรกรในทั่วประเทศ เป็นคล้าย ๆ กันครับท่านประธาน เป็นเรื่องต้นทุนที่ถูกมองข้าม เกิดจากปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลง การใช้ที่ดิน อย่างนครปฐมจะเป็นการเติบโตของเมือง การรวมที่ดินของนายทุนส่งผลให้ เกษตรกรไร้ที่ดินทำกิน จำเป็นต้องเช่าทำให้ต้นทุนมันเพิ่มขึ้น เราจำเป็นจริง ๆ ที่ต้องเพิ่ม โอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงที่ดิน ให้เกษตรกรมีที่ดินทำนาให้มากขึ้น กระจายการถือครอง อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมให้มากขึ้น ก็จะสามารถช่วยลดต้นทุนให้กับเกษตรกรชาวนาได้ การแก้ไขในระยะต้นเลยครับที่ผมจะพูดถึง คือการจัดสรรที่ดิน สำรวจที่ราชพัสดุ ที่ดินเปล่า ที่มีความเหมาะสมจัดสรรให้เกษตรกรชาวนารายย่อยได้ใช้ประโยชน์ปลูกพืช ปลูกข้าว ในระยะสั้น สนับสนุนการเช่าที่ดิน ส่งเสริมให้เจ้าของที่ดินปล่อยเช่าให้เกษตรกร โดยภาครัฐ อาจจะมีส่วนลดภาษีหรือมาตรการอื่น ๆ ก็ตาม ที่กล่าวมาก็คือปัญหาของการที่เกษตรกร ไม่มีที่ดินทำกิน เกษตรกรไม่มีที่ทำนาปรัง เป็นต้นเหตุให้มีต้นทุนเพิ่มสูงมากขึ้นและต้องแก้ไข อย่างเร่งด่วน เพราะในเมื่อเกษตรกรไม่มีที่นาทำก็ต้องเช่าครับท่านประธานอย่างที่บอกไป ปัญหานี้ไม่ว่าจะเป็นการขาดแคลนที่ดินในการทำนาปรังในพื้นที่นครปฐมก็มีจำนวนมาก เกษตรกรจำนวนมากต้องเช่าที่ดินจากผู้อื่น เพิ่มต้นทุน เพิ่มค่าใช้จ่าย หรือสัญญาเช่า ที่ไม่แน่นอน ส่งผลให้ขาดความมั่นคงในการประกอบอาชีพทำนาเป็นอย่างมากครับ🔗

ข้อ ๒ อีกข้อหนึ่ง การถือครองที่ดินกับปัญหาการกระจายการถือครองที่ไม่ เท่าเทียมกัน อย่างที่ผมได้กล่าวไปครับ ทำให้ที่ดินส่วนใหญ่ตกอยู่ในมือของเจ้าของที่ดิน รายใหญ่ หรือกลุ่มทุน เกษตรกรชาวนารายย่อยที่ปลูกข้าวนาปรังจึงมีโอกาสได้ทำกินน้อยลง และยิ่งทำให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางด้านต้นทุนยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก🔗

อีกข้อหนึ่งครับท่านประธาน การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินจากการ ขยายตัวของเมืองที่ได้กล่าวไป การพัฒนาอุตสาหกรรม และการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ที่ดินทำการเกษตรถูกแปลงไปใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัยหรือเป็นโรงงานแทน ส่งผลให้ พื้นที่ทำการเกษตรลดลงอย่างต่อเนื่อง นับว่าเป็นต้นทุนที่สำคัญเช่นกัน อย่างที่บอกครับ ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมได้พูดไป ปัญหาเรื่องที่เกษตรกรผู้ทำนาปรังต้องเพิ่มต้นทุนในการทำนา จากการที่ไม่มีที่ดินทำกินทำให้เกิดปัญหาหนี้สิน ที่จะส่งผลกระทบต่อมาเกษตรกรต้องเช่าที่ หรือต้องกู้เงินเพื่อลงทุนแล้วก็มักเป็นหนี้สินสูงขึ้น แล้วก็เป็นวงจรอุบาทว์ที่ยากที่จะหลุดจาก พันธะนี้ง่าย ๆ การแก้ปัญหาของการที่ไม่มีที่ทำกินเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนนะครับ เป็นหนึ่งในปัจจัยต้นทุนสำคัญที่เป็นต้นทุนของการทำนาปรัง เพราะเกษตรกรที่ทำนาข้าว จำเป็นที่ต้องลดต้นทุนอย่างเร่งด่วน และเพิ่มโอกาสให้เขาสามารถสร้างรายได้ สร้างกำไร ให้มากขึ้นนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณอำนาจ วิลาวัลย์ ครับ🔗

นายอำนาจ วิลาวัลย์ ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ อำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๑ ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย ผมต้อง ขอขอบคุณท่านประธานที่บรรจุญัตติด่วนด้วยวาจาให้พวกเราได้ช่วยกันเสนอแนวทาง เพื่อแก้ไขวิกฤติราคาข้าวในวันนี้ เป็นที่ทราบกันว่าตอนนี้พี่น้องชาวนาทั่วประเทศได้ออกมา ทวงถามถึงมาตรการของรัฐบาลว่าจะทำอย่างไรกับราคาข้าว ตอนนี้ชาวนาขายข้าวไม่คุ้มกับ ต้นทุนการผลิต ในเขตภาคตะวันออกตอนนี้ราคาข้าวอยู่ที่ ๖,๐๐๐ กว่าบาท ผมขอเป็น ตัวแทนพี่น้องชาวนาจังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดนครนายก ซึ่งจะแตกต่าง จากพี่น้องในเขตชาวนาภาคกลาง เพราะในเขตพื้นที่ของผมส่วนใหญ่จะขายข้าวไปแล้ว ตามปฏิทินการเพาะปลูกไม่เกิน ๑๕ มีนาคมก็คงจะข้าวขายหมด พื้นที่คงไม่ทันกับนโยบาย ที่รัฐมนตรีได้แถลง ๗ ข้อที่จะช่วยเหลือชาวนา ผมขอนำเสนอข้อเรียกร้องของพี่น้องชาวนา นำเสนอให้ทางรัฐบาล ดังนี้ครับ🔗

๑. ในฤดูข้าวนาปรังที่กำลังประสบปัญหาเรื่องของราคา ขอให้ทางรัฐบาล ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวนาเป็นเงินเยียวยาให้กับพี่น้องชาวนา เพื่อให้มี รายได้พอกับต้นทุนการผลิต เพื่อพี่น้องชาวนาจะได้มีเงินพอที่จะลงทุนในฤดูกาลเพาะปลูก ในฤดูกาลต่อไป ต้นทุนการผลิตของข้าวนาปรังจะตกอยู่ประมาณ ๖,๒๐๐ บาท ราคาที่ เหมาะสมอยู่ที่ ๑๑,๐๐๐ บาท🔗

๒. อยากให้ทางกรมวิชาการเกษตรช่วยหาวิธีกำจัดตอซังข้าวแทนการเผา ให้กับพี่น้องชาวนาว่าจะมีวิธีไหนที่จะสามารถกำจัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม จากที่ได้ฟังชาวนาสะท้อนปัญหาในการกำจัดฟางและตอซังข้าว มีปัญหา อุปสรรคดังนี้ ๑. เครื่องอัดฟางมีไม่เพียงพอกับความต้องการที่จะไปอัดฟางในพื้นที่นาของ ชาวนา ในเขตนาที่อยู่ลึกจากถนนก็ไม่มีรถเข้าไปอัดฟางให้ ๒. การหมักตอซังข้าว อาจก่อให้เกิดปัญหากับแหล่งน้ำและสัตว์น้ำในแหล่งน้ำ และมีกลิ่นจากการย่อยสลาย ตอซังข้าว อยากให้ทางรัฐบาลช่วยควบคุมราคาปุ๋ย ราคายา ราคาน้ำมัน และราคา เมล็ดพันธุ์ให้อยู่ในราคาที่เหมาะสม อยากให้ทางรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเพื่อดูแลพี่น้อง ชาวนาในฤดูกาลเพาะปลูกข้าวนาปี ๒๕๖๘/๒๕๖๙ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในอนาคต อยากให้ทางรัฐบาลได้ทบทวนมาตรการช่วยเหลือปัจจัยการผลิตไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท จำนวน ๒๐ ไร่ ตามมาตรการเดิมที่เคยมีมาในรัฐบาลก่อน หามาตรการพยุงราคาข้าวให้อยู่ในราคา ตันละ ๑๑,๐๐๐ บาท เพื่อให้พี่น้องชาวนาได้มีความมั่นใจว่าปลูกข้าวแล้วจะมีราคาไม่ต่ำกว่า ต้นทุนการผลิต🔗

พี่น้องชาวนาฝากผมเรียนท่านประธานฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ช่วยเหลือพี่น้องชาวนาด้วยครับ อยากให้พี่น้องชาวนาที่เราว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ถ้าเปรียบกับคนกระดูกสันหลังเสียคนก็เป็นอัมพาตครับ ประเทศชาติก็เช่นกันถ้าไม่มีชาวนา ผมว่าการเศรษฐกิจของเราก็จะเป็นอัมพาต ผมทวงถามถึงท่านนายกรัฐมนตรีแทนพี่น้อง ชาวนากับคำสัญญาที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ไว้นะครับ มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี พี่น้อง ชาวนาจะมีเมื่อไรครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณเชตวัน เตือประโคน ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ เชตวัน เตือประโคน สส. จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ถ้าจะมีใครสักคนที่เข้าใจหัวอกหัวใจของเกษตรกรชาวนาปัจจุบันนี้ที่ต้องเผชิญปัญหาราคา ข้าวตกต่ำ ผมคนหนึ่งครับผมเป็นลูกชาวนาคนหนึ่ง พ่อแม่ปู่ย่าตายายพื้นเพภูมิลำเนาอยู่ที่ บุรีรัมย์ ทำนามาตั้งแต่บรรพบุรุษครับ ตอนที่ผมอายุ ๑๐ ขวบ ราคาข้าวหอมมะลิ ๑๐๕ นาปี ความชื้นไม่เกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ราคากิโลกรัมละ ๑๕ บาท วันนี้ผมอายุ ๔๐ ปีครับ ราคาข้าว หอมมะลิ ๑๐๕ นาปีเหมือนกันครับ ความชื้นไม่เกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ ๑๖.๕ บาท ณ ตลาดเมื่อวาน วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ เข้าใจดีครับเรื่องกลไกของตลาด ผมเข้าใจดีเรื่องโครงสร้างของการผลิตข้าว เรื่องโครงสร้างของการค้าข้าว แต่คงไม่ลง รายละเอียด แต่เอาแค่สามัญสำนึกง่าย ๆ นะครับ มีใครเคยฉุกคิดเรื่องนี้ไหมว่า ๓๐ ปี ราคา ข้าวเปลือกของชาวนาเพิ่มขึ้น ๑.๖๕ บาท หรือพูดอย่างถูกต้องที่สุดคือไม่เปลี่ยน มันก็แกว่ง อยู่อย่างนี้ครับ ชาวนาขายข้าวในราคาเท่าเดิม แต่ต้นทุนการผลิตท่านประธานลองดูสิครับ ค่าครองชีพตลอด ๓๐ ปีที่ผ่านมามันขึ้นกี่เท่าของราคาข้าวของชาวนาครับ ท่านประธาน สไลด์ต่อไปนี้คณิตศาสตร์อย่างง่าย ๆ สำหรับปัญหาของพี่น้องที่มาประท้วงกันนะครับ ข้าวเปลือกในพื้นที่ภาคกลางปัจจุบันชาวนาขายข้าวที่กิโลกรัมละ ๖ บาท ประสิทธิภาพ การผลิตในพื้นที่ภาคกลาง ๗๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ รวมรายได้ ๖ คูณ ๗๐๐ อยู่ที่ ๔,๒๐๐ บาท ต่อไร่ ขณะที่ต้นทุนการผลิตครับ ล่างสุดเลย ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท เจ๊งครับแบบนี้อยู่ไม่ได้ แน่นอน ท่านประธานครับ ภาพหนึ่งที่เราเห็นกันเป็นประจำจนชาชินนั่นก็คือภาพต่อไปนี้ เรื่องของการตากข้าวเปลือกบนถนน ขณะที่พอเอามาตากข้าวเปลือกบนถนนมันเกิดอะไรขึ้น ภาพทางขวามืออุบัติเหตุรถสไลด์ข้าวเปลือกทิ่มกับรั้ว ขณะที่ทางซ้ายมือเป็นการวางตะปู เรือใบกลัวว่ารถจะขับไปทับลงบนข้าวเปลือก เรื่องของค่าความชื้นข้าวเป็นสิ่งที่โรงสีบางแห่ง ท่าข้าวบางแห่งเอาเปรียบชาวนาอย่างไม่จบไม่สิ้น กี่สิบปีแล้วไม่รู้ รูปการณ์เป็นแบบนี้ครับ ผมเล่าให้ฟัง ชาวนาขนข้าวไปขายที่โรงสีหรือไปขายที่ท่าข้าว คนงานในโรงสี ในท่าข้าว ก็จะใช้เล็กแหลม ๆ ทิ่มเข้าไปในข้าวสุ่มตรวจ เอามาแล้วก็มากำ ๆ ขยี้ ๆ แล้วใช้ดุลพินิจ พิจารณาความชื้นแล้วก็บอกกับชาวนาว่าจะให้ราคาข้าวเท่าไร เป็นแบบนี้ใช่ไหมครับ ไม่เป็น วิทยาศาสตร์และไม่เป็นธรรมกับชาวนาอย่างยิ่ง เทคโนโลยีเราไปถึงไหนต่อไหนแล้วแต่เรายัง ปล่อยให้ใช้ความรู้สึกว่าข้าวชื้นหรือไม่ชื้นของบุคคลเป็นตัวตัดสินหยาดเหงื่อและแรงงานของ ชาวนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมันบอกได้ท่านก็เอาเข้าเครื่องอบสิครับ ก็ได้แล้ว ค่าความชื้นที่ไม่เกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ทำไมเรายังปล่อยให้ชาวนาโดนเอาเปรียบ ทำไมเรายัง ปล่อยให้ชาวนาโดนต้มตุ๋นหลอกลวงแบบนี้ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ นะครับ นาย A ขนข้าวไป ขายให้โรงสีแต่เช้า ท่าข้าวเข้ามาก็จิ้ม ๆ กำ ๆ แล้วก็บอกว่ามาเช้าตรู่หน่อยราคากิโลกรัมละ ๑๖ บาท หรือตันละ ๑๖,๐๐๐ บาท ขายเสร็จนาย A ยิ้มแป้นกลับไปบ้านไปบอกนาย B นาย C นาย D เอามาขายกันต่อ หอมมะลิ ๑๐๕ นาปี ความชื้นไม่เกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เหมือนกันเป๊ะ B มาถึง ๑๑ โมงอาจขายได้ ๑๕ บาท C มาถึงบ่ายโมงอาจขายได้ ๑๓ บาท D มาถึงบ่ายโมงอาจขายได้กิโลกรัมละ ๑๐ บาท ได้น้อยกว่าคนแรก แล้วก็เรียกร้องอะไร ไม่ได้ด้วย ไม่ขายก็ไม่ได้ เสียค่าน้ำมัน เสียค่ารถขนมาแล้ว นี่อย่างไรครับที่บอกว่าชาวนาโดน เอาเปรียบ คือนายทุนเขารู้ว่านาย A จะยิ้มแฉ่งกลับไปที่ชุมชน จะรู้ว่านาย A จะยิ้มแฉ่ง กลับไปบอกว่าราคากิโลกรัมละ ๑๕ บาท แล้วทุกคนก็จะขนมาขาย นี่คือสิ่งที่ชาวนาโดน เอาเปรียบ ท่านประธาน ๔ แนวทางที่ผมจะเสนอแก้ปัญหาให้กับชาวนาในเรื่องนี้นะครับ เรื่องลานตากข้าว ข้อเสนอของเราก็คือว่าสามารถใช้ลานตากข้าวทำเป็นลานอเนกประสงค์ ของชุมชนได้ในช่วงที่ไม่มีฤดูกาลเก็บเกี่ยว ไม่มีการตากข้าว ก็เอาไปทำเป็นลาน Aerobic ลานออกกำลังกายได้ เครื่องอบข้าวชุมชนเทคโนโลยีทางการเกษตร เรื่องนี้รัฐควรจริงจัง ให้การสนับสนุนลงทุนในเครื่องอบข้าว ลดความชื้นให้แก่สถาบันองค์กร วิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกรต่าง ๆ นอกจากเครื่องจักรแล้ว เงินทุน เทคโนโลยีแล้วนะครับ คำแนะนำ ในการดูแลรักษาก็เป็นเรื่องสำคัญด้วย บทบาทของรัฐครับท่านประธาน ข้อที่ ๓ รัฐ โดยกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ท่านต้องรีบกำกับดูแลการซื้อขายให้เป็นไปอย่าง เป็นธรรม แบบที่ไปกำ ๆ แล้วกำหนดราคาเอง ขยี้ ๆ ข้าวว่าชื้น ไม่ชื้น แบบนี้ท่านต้องไปกำกับ ควบคุม วัดความชื้นจริงเพื่อให้พ่อค้าโรงสีไม่เอาเปรียบ สุดท้ายนะครับ ท่านประธานนิดเดียวในฐานะลูกชาวนาคนหนึ่งทำมาเองหมดแล้วครับ ตั้งแต่ ปักดำ ตั้งแต่เกี่ยว ตั้งแต่นวดข้าว สิ่งหนึ่งที่ผมได้รับรู้ได้สัมผัสมากับตัวเองก็คือว่าโครงสร้าง การผลิตข้าวหรือโครงสร้างการค้าข้าวแทบไม่เคยมีตรงไหนเลยที่เป็นประโยชน์กับชาวนา ราคาข้าวเปลือกไม่เคยสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ไม่ได้ตั้งอยู่บนความเสี่ยงของชาวนาที่ต้อง เผชิญ ไม่เคยมีพื้นที่ให้กับชาวนาหรือแม้แต่กลุ่มชาวนาในการรวมตัวกันเป็นองค์กร เป็นสมาคม ได้มีกลไกในการต่อรองหรือได้เข้าไปมีส่วนร่วมทั้งโครงสร้างการผลิตข้าวและ โครงสร้างการค้าข้าว ไม่เคยมีนโยบายรัฐที่ส่งเสริมให้ชาวนาได้มีอำนาจในการต่อรอง เพิ่มมากขึ้น สุดท้ายไม่ไปแก้ที่โครงสร้างเลยครับ เพราะผู้มีอำนาจจะเห็นว่าการสงเคราะห์ การชดเชย การเยียวยา คือเครื่องมือหรือกลไกทางการเมืองที่จะทำให้ชาวนาได้สำนึกบุญคุณ เป็นหนี้ไม่จบไม่สิ้น นี่ละครับที่ผมบอกว่ารัฐไม่เคยสนใจจริง ๆ หรือถ้าสนใจก็อย่างที่บอก เป็นเครื่องมือในการรักษาอำนาจของท่าน ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ตอนนี้ผู้มาลงชื่อทั้งหมด ๒๔ ท่านแล้ว ผมขออนุญาตปิดการลงชื่อนะครับ ต่อไปขอเชิญ คุณเทอดชาติ ชัยพงษ์ ครับ🔗

นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เรื่องปัญหาราคาข้าวผมต้องพูดเพราะพี่น้องชาวนาที่บ้านผมบอกว่า เข้าสภานี่ขอให้พูดถึงราคาข้าวให้หน่อย เพราะว่าไม่เสถียร และไม่ยั่งยืน และไม่มั่นคง แกว่งตลอดเวลา หลังจากที่ผลผลิตข้าวแต่ละครั้งออกมาในแต่ละยุคแต่ละสมัยจะเป็น อย่างนี้ตลอด สมัยหนึ่งถึงบอกว่าให้ไปขายดาวอังคาร นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นแต่ก็ยังไม่มีใคร ที่จะทำดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการที่จะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนได้ อันนี้เป็นเรื่องที่ผมถือว่า ผิดปกติ อย่างไรก็ตามวันนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนนั้นต่างมีความเห็นตรงกันว่าอันนี้ คือปัญหาใหญ่ ปัญหาของชาติ เพราะว่าชาวนาของเรานั้นถือว่าเป็นประชากรส่วนใหญ่ของ ประเทศ เกษตรกรเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ บ้านเราเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ เป็นเมือง สุวรรณภูมิ เรามีจุดแข็งคือเราสามารถทำนาได้หลายครั้ง เราสามารถที่จะทำอาหารเลี้ยงโลกได้ นี่คือจุดแข็ง เพราะฉะนั้นทำอย่างไรที่จะทำให้เกิดการพัฒนาเรื่องของการสร้างกลไกราคา ข้าวให้ยั่งยืนและมั่นคงได้ ผมเองนั้นตั้งแต่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็คิดตลอดเวลาว่า เรื่องราคาข้าวนี้เป็นเรื่องใหญ่และเป็นกลไกสำคัญที่จะต้องมาช่วยพี่น้องเกษตรกร ท่านประธานครับ แม้ว่าปี ๒๕๖๗ นั้นการส่งออกจะดีขึ้น แต่ปี ๒๕๖๘ นี้สถานการณ์ก็ลดลง เรื่อย ๆ แนวโน้มปลายปีก็ลดลงอีกซึ่งได้รับอิทธิพลหลายปัจจัยก็น่าเห็นใจนะครับ ไม่ว่าเรื่อง ปริมาณของการผลิต การส่งออก และความต้องการของตลาดโลก มันเกี่ยวข้องกันทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามกลไกสำคัญที่จะทำให้ต่อเนื่องและยั่งยืน และการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนนั้น เป็นเรื่องสำคัญ เพราะฉะนั้นการวางแผนระยะยาวจึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่ในช่วงนี้ตอนนี้ เราต้องแก้ปัญหาระยะสั้นที่ชาวนาเดือดร้อนกันก่อน ทำอย่างไรเราจะให้กระดูกสันหลัง ของชาตินั้นสามารถที่จะอยู่ได้บนลำแข้งลำขาของตนเองไม่กลายเป็นชาวนาที่เหลือแต่ กระดูก ผมเองก็เป็นลูกชาวนาครับ พ่อผมทำนา ผมเห็นความลำบากของพ่อผมมาตลอด เพราะฉะนั้นมาตรการของรัฐจะต้องมีมาตรการช่วยเหลือที่ยั่งยืน นากับน้ำ น้ำกับนาเป็นของ คู่กัน ตอนเช้าพูดถึงเรื่องน้ำ ทรัพยากรน้ำบาดาล ก็ต้องมาช่วยเรื่องของการผลิตข้าว แต่พอ ผลิตออกมาแล้วราคาข้าวมันต่ำครับ พอราคาข้าวต่ำไม่พอนั้นสิ่งสำคัญก็คือปัจจัยการผลิตสูง เหมือนเดิมและสูงกว่าเดิมเพราะว่าราคาข้าวถูกกว่าปุ๋ย ถูกกว่ายา นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหา มาตลอดแก้ไม่ได้ ผมว่ามันจำเป็นที่จะต้องสร้างกลไกที่ยั่งยืนในระยะยาว หลายคนพูดตรงกัน ก็คือ ประการแรก การลดต้นทุนการผลิตนี่เป็นเรื่องสำคัญ ปลูกข้าวได้ผลผลิตสูง ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม สนับสนุนแหล่งน้ำ การใช้ปุ๋ยชีวภาพ ปัจจัยการผลิตจาก ภายนอก งดเรื่องของการพึ่งพาสารเคมีต่าง ๆ สนับสนุนนาแปลงใหญ่ อันนี้สำคัญ เพราะฉะนั้นจะให้เกษตรกรรวมตัวกันลดต้นทุนการผลิต ผ่านการรวมกลุ่มของเกษตรกร จึงเป็นเรื่องที่จะสร้างความยั่งยืนให้เขาได้ เขาต้องช่วยกันคิดช่วยกันแก้ปัญหาบนลำขา บนลำแข้งของตนเอง นี่เป็นเรื่องสำคัญ🔗

ประการที่ ๒ การควบคุมการผลิตให้เหมาะสมกับความต้องการ ช่วงนี้ข้าว จะต้องส่งออกเท่าไร จะต้องใช้บริโภคเท่าไร กลไกมันจะไปอย่างไร ชาวนาจะต้องมีพืชทดแทน อย่างไรบ้างหลังจากที่เก็บเกี่ยวแล้ว อันนี้ต้องให้ความรู้และต้องให้ข้อเท็จจริงแก่ประชาชน🔗

ประการที่ ๓ การเพิ่มช่องทางการตลาด เช่นเกษตรกรเข้าถึงเรื่องของตลาด ออนไลน์ขายตรงจากเกษตรกรถึงผู้บริโภค🔗

ประการที่ ๔ การสร้างศูนย์ข้าวชุมชน ผมเชื่อว่าการสร้างศูนย์ข้าวชุมชน ให้พี่น้องเกษตรกรทุกตำบลนั้นจะสร้างความยั่งยืนได้ เพราะอะไรครับ เขาจะรวมกลุ่มกัน สร้างฐานการผลิต แล้วก็ช่วยกันแปรรูป แล้วก็ขายทั้งขายตรง ทั้งการแลกเปลี่ยนสินค้า ให้เขาคิดเองทำเองมันจะสร้างกลไกการผลิตที่ยั่งยืน แล้วก็สร้างราคาที่ยั่งยืนได้ ผมว่าเป็น เรื่องสำคัญ ทำอย่างไรที่เราจะทำให้เขาเข้มแข็งได้ ให้ชาวนาเข้มแข็งได้ ตรงนี้ละครับ คือความยั่งยืนที่ดีที่สุด🔗

ประการที่ ๕ สนับสนุนการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าว อันนี้ก็จะโยงไปถึง ศูนย์ข้าวชุมชน ก็ฝากทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยนะครับ ดีใจครับ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร นั้นได้เรียกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ พร้อมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มาคุยกันเรื่องแก้ปัญหาราคาข้าวกว่า ๑ ชั่วโมง ผมเชื่อว่าจะมีแนวทางในการบริหารจัดการราคาข้าวในระยะสั้นได้ แต่อย่างไรก็ตาม กลไกในระยะยาวที่ยั่งยืนและมั่นคงจึงเป็นเรื่องสำคัญ ให้เขายืนบนขาของตัวเองได้อย่าง ยั่งยืน ไม่ต้องเป็นเครื่องมือของใครนั่นละดีที่สุดครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณเกียรติคุณ ต้นยาง ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายเกียรติคุณ ต้นยาง นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม เกียรติคุณ ต้นยาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนนทบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอบางบัวทอง อำเภอไทรน้อย พรรคประชาชน จังหวัดนนทบุรีหลายคน คิดว่าไม่มีนา เป็นที่พักที่อยู่อาศัยไม่จริงนะครับ ฟังผมแล้วท่านจะรู้ จังหวัดนนทบุรีมีเนื้อที่ ทั้งหมด ๓๘๘,๙๒๙ ไร่ เป็นเนื้อที่ทำนาทั้งหมด ๑๗๐,๙๑๒ ไร่ นั่นหมายความว่ามากกว่า ๑ ใน ๔ เป็นการทำนาแล้วนะครับ จังหวัดนนทบุรีไม่ใช่เป็นแค่ที่พักอาศัย ไม่ใช่แค่บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม มากกว่า ๑ ใน ๔ เป็นการทำนา พื้นที่ในการทำนามีอยู่ทุกอำเภอ ขอสไลด์ แผ่นที่ ๒ ด้วยนะครับ จังหวัดนนทบุรีมี ๖ อำเภอ อำเภอเมืองที่มีความเจริญสูงสุด มีห้างสรรพสินค้าอยู่ทุกห้างยังมีเกษตรกรรม ๒๕ ไร่ อำเภอบางกรวยที่ติดกับกรุงเทพมหานคร มี ๗๐๐ ไร่ อำเภอบางใหญ่ ๑๐,๕๙๕ ไร่ อำเภอปากเกร็ด ๒,๗๕๐ ไร่ อำเภอบางบัวทอง ของผม และของ สส. นนท์ ๑๑,๙๒๙ ไร่ และที่มากที่สุดคืออำเภอไทรน้อยของผมกับ สส. นนท์ ๕๖,๘๔๐ ไร่ นั่นหมายความว่าจังหวัดนนทบุรีเรามีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนอยู่ทั้งหมด ๒๒,๕๑๒ คน เป็นหญิง ๗,๒๖๕ คน เป็นชาย ๑๕,๒๔๗ คน ท่านคิดว่าปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ครั้งนี้คนจังหวัดนนทบุรีจะเดือดร้อน ๒๒,๕๑๒ คนหรือ ไม่ใช่ครับ ๒๒,๕๑๒ คน เขามีคู่สมรส เขามีลูก เขามีหลาน เขามีครอบครัว ครอบครัวชาวนาไม่ใช่ครอบครัวเดี่ยวเป็นครอบครัวขยาย ครอบครัวหนึ่งมีไม่ต่ำกว่า ๕ ๖ หรือถึง ๑๐ คน นั่นหมายความว่าข้าวราคาตกต่ำในครั้งนี้ คนจังหวัดนนทบุรีที่เป็นชาวนาต้องเดือดร้อนอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๑๐๐,๐๐๐ คนครับ ความเดือดร้อนครั้งนี้เป็นครั้งที่ชาวนาจังหวัดนนทบุรีไม่เคยพบไม่เคยเจอ หลายคนที่ผม ได้เข้าพื้นที่ ขอสไลด์ถัดไปด้วยครับ นี่คือพื้นที่ในตำบลบางบัวทอง ตำบลพิมลราช อำเภอบางบัวทอง ตำบลไทรน้อย ตำบลคลองขวาง อำเภอไทรน้อย นี่คือพื้นที่ที่พี่น้อง เกษตรกรชาวนา ๒๐,๐๐๐ กว่าคนที่มีปัญหาเรื่องราคาข้าวตกต่ำ เขาไม่เคยเจอในชีวิต การทำนา ชาวนาจังหวัดนนทบุรีถือว่าเป็นชาวนาที่เสียสละและมีอุดมการณ์ ไม่อย่างนั้นพื้นที่ทั้งหมด ๑๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ มันจะกลายเป็นบ้านจัดสรรไปหมดแล้วครับ แต่พวกเขาธำรงคงไว้ ซึ่งมรดกของปู่ย่าตายายด้วยการทำนา ไม่ตกเป็นทาสของนายทุน แต่ถูกการดูแลจากรัฐบาล อย่างไรทำไมเขาต้องมารับเคราะห์กรรมอย่างนี้ ราคาข้าวตกต่ำไม่พอยังมีประกาศห้ามเผา บาปซ้ำกรรมสนองอะไรกับเขามากมายนักหนา ทำเป็นคุณพ่อรู้ดี ทำเป็นคุณแม่รู้ดี เลี้ยงลูก ด้วยการเฆี่ยนตี ไม่มีการแนะนำ มีแต่สั่งสอน ห้ามโน่นห้ามนี่ห้ามนั่น บอกเขาสิครับว่าการ ทำนาที่ดีต้องขุดตอซังอย่างไร มีเครื่องจักรเครื่องกลดูแลเขาอย่างไร การที่จะขุดตอซัง ทำอย่างไรไม่ให้เกิดปัญหาเกิดขึ้น การทำที่หมักทำอย่างไรไม่ให้น้ำเน่าเสียไปสู่ลำคลอง คูคลองต่อไป ทำไมไม่บอกเขาละครับ บอกกันได้สิครับว่าจะสนับสนุนส่งเสริมกันอย่างไร ทำให้เกษตรกรชาวนาเขามีทางเลือก ทำให้เกษตรกรชาวนาเขามีทางเดิน คิดง่าย ๆ ทำง่าย ๆ แค่สั่งห้ามแค่นั้นแล้วคิดว่าปัญหามันจะไม่เกิดหรือครับ มันยิ่งทับถม มันยิ่งกดทับ ความเป็น ชาวนาที่ถูกกดทับมาตลอดทั้งชีวิต ต่อไปนี้ลูกหลานไม่มีหน้าไปบอกกับใครว่าฉันเป็นลูก ชาวนา ผมถึงจะเป็นลูกชาวบ้านแต่ผมก็เป็นหลานชาวนา สิ่งที่นำเสนอได้ก็คือการลดต้นทุน และเพิ่มราคาข้าวเปลือกให้มากขึ้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ความชื้นมันไม่มีอยู่จริงครับ ต่อให้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๒,๐๐๐ บาท มันก็เป็นไปไม่ได้ เพราะชาวนานนทบุรีความชื้นเต็มที่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ฝากเรื่องนี้ไว้กับผู้มีอำนาจ ฝากเรื่องนี้ไว้กับทุกคนที่มีหน้าที่ อย่าคิดว่าจะห้าม อย่างเดียวนะครับ สนับสนุนส่งเสริมการเกษตรจังหวัดนนทบุรีด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณทินพล ศรีธเรศ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายทินพล ศรีธเรศ กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทินพล ศรีธเรศ ผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ ขออภิปรายร่วมกับสมาชิกในเรื่องราคาข้าวที่ตกต่ำอยู่ในปัจจุบันนี้ แล้วก็เรื่องการแก้ปัญหา ของชาวนา แก้ปัญหาผลผลิตของชาวนาอย่างยั่งยืน ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นที่รู้กันว่า ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศที่สามารถที่จะบ่งชี้ถึงสภาพทางด้านสังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมรวมไปถึงความมั่นคงของประเทศ ท่านประธานที่เคารพประเทศไทย เคยส่งออกข้าวติดอันดับ ๑ ของโลก ตอนนี้ก็อยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลก แต่ชาวนาไทยยังคง วนเวียนอยู่กับความยากจนข้นแค้น เป็นหนี้เป็นสิน คุณภาพชีวิตยังไม่ดี ไม่สมกับชาวนา ที่จะต้องทำนาอย่างหนักในทุก ๆ ปี การส่งออกข้าวติดอันดับ ๑ ของโลกนี่เป็นเรื่องที่ดี แล้วก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่ประเทศเรามุ่งหวังที่จะให้เป็นประเทศที่ส่งออกข้าวให้ได้มากที่สุด แต่จะมีประโยชน์อะไรเมื่อชีวิตของชาวนาของเรายังตกต่ำเป็นหนี้อยู่ทุกปี ๆ ทุกครั้งที่ทำนา เป็นหนี้อยู่ทุกครั้ง การส่งออกติดอันดับ ๑ ของโลกเราเคยทำได้ แต่ชาวนาเรายิ้มแห้ง ๆ ครับ ไม่มีความสุขเลย เป็นหนี้ทุกครั้งที่มีการทำนา ท่านประธานครับ ผมได้สอบถามชาวนา ที่ทำนาถึงต้นทุนในการผลิตข้าวในแต่ละครั้งที่เขาปลูก ผมได้สอบถามไปกับชาวนาที่เป็น ชาวนาที่ทำนาจริง ๆ ท่านประธานครับ ชาวนาที่ทำนาจะมีผู้จัดการนา แล้วก็ชาวนาที่ทำนา ด้วยตัวเองจริง ๆ ผู้จัดการนานี่ก็คือโทรสั่ง ถึงขั้นตอนไหนก็โทรสั่ง ถึงขั้นตอนไหนก็โทรสั่ง แต่ข้อมูลที่ผมได้นี้ข้อมูลจากชาวนาที่ลงมือทำนาจริง ๆ ขั้นตอนที่ ๑ เป็นการเตรียมการไถ การตี การคราด ลงทุนไปอยู่ที่เท่าไร ๒๕๐-๓๐๐ บาท อย่างนี้เป็นต้น อย่างเมล็ดพันธุ์ข้าว ๖๕๐-๗๘๐ บาทต่อไร่ ค่าปุ๋ยเคมีฤดูกาลหนึ่งใส่ ๒-๓ รอบ ๘๐๐-๑,๐๐๐ บาทต่อกระสอบ ต่อ ๑ ไร่ สารเคมีอื่น ๆ ยาฆ่าแมลง ป้องกันแมลง ยาปราบศัตรูพืช ยาบำรุงฮอร์โมนต่าง ๆ ๒๐๐-๓๐๐ บาทต่อไร่ น้ำมันเชื้อเพลิงในการสูบน้ำถ้าอยู่ไกลแหล่งน้ำก็มีการสูบน้ำ เสียค่าน้ำมันอีก ๗๕๐ บาทต่อไร่ เสร็จแล้วก็เก็บเกี่ยว เดี๋ยวนี้รถเก็บเกี่ยวข้าวก็ ๕๐๐-๗๕๐ บาทต่อไร่ รวม ๆ แล้วลงทุนต่อ ๑ ไร่ชาวนาเขาบอกว่า ๓,๕๐๐-๔,๕๐๐ บาท แต่ตอนนี้ ขายได้ตันละ ๖,๕๐๐ บาท ถึง ๗,๐๐๐ บาท ถ้าขายตันละ ๖,๕๐๐ บาท แถวบ้านผมชาวนา ทำนา ๑ ไร่ จะได้ผลผลิตอยู่ที่ ๖๐๐-๘๐๐ กิโลกรัม ถ้า ๘๐๐ กิโลกรัม ถ้าขายตันละ ๖,๕๐๐ บาท ๘๐๐ กิโลกรัม จะได้แค่ ๔,๕๕๐ บาท ทำนาเสร็จครับท่านประธานยังไม่ขายเลย รู้แล้วว่าตัวเองขาดทุน นี่คือสถานการณ์ของชาวนา ณ ตอนนี้ แล้วชาวนาเขาจะอยู่ได้อย่างไร ท่านประธานมีข้อเสนอแนะนะครับ ข้อเสนอของผมมีมาตรการระยะสั้นแก้ปัญหาเร่งด่วน ผมเชื่อเหลือเกินว่าชาวนาในประเทศไทยตอนนี้นึกถึงโครงการจำนำข้าว เพราะว่าเคย ช่วยเหลือชาวนาได้แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว มาตรการเร่งด่วนหลาย ๆ ประการที่ชาวนาต้องการ ตอนนี้อยากจะให้ กนข. ช่วยพิจารณาออกมาให้เร่งด่วนที่สุดนะครับ🔗

ส่วนมาตรการที่ ๒ เป็นมาตรการระยะกลาง ซึ่งผมเชื่อเหลือเกินว่ารัฐบาล กำลังทำอยู่ตอนนี้คือการเปิดตลาด ไม่ว่าจะเป็นตลาดจีน ตลาดญี่ปุ่น หรือตลาดหลาย ๆ แห่ง สมควรอย่างยิ่งที่เราจะต้องหาตลาดเพิ่ม และมาตรการระยะยาวต้องทำควบคู่กันไปเพื่อ ความยั่งยืน คือการส่งเสริมการพัฒนาองค์กรชาวนาให้เข้มแข็ง สามารถต่อรองได้ ปรับปรุง แหล่งน้ำ โดยภาครัฐต้องให้ความสำคัญกับการลงทุนปรับปรุงแหล่งน้ำสำหรับการทำ การเกษตรปลูกข้าว ชลประทานต้องไปดูครับ คลองชลประทานที่ทำไว้ตั้งแต่สมัยโบราณ แล้วแห้งตอนนี้ไม่มีน้ำเลย จะทำอย่างไรให้มีน้ำ การส่งออกติดอันดับ ๑ ของโลกก็จริง แต่ทำให้ชาวนายิ้มได้เถอะครับ ท่านประธานครับ ฝากไว้ให้กับผู้เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร แล้วก็กระทรวงพาณิชย์ ถ้าท่านไม่อยากให้ ปลูกข้าว จะส่งเสริมให้ชาวนาปลูกอย่างอื่นนี่ท่านต้องส่งเสริมให้สุด ไม่ใช่ว่าส่งเสริมไปแล้ว ชาวนาไปลงทุน ไปปลูก แล้วโดนทิ้งกลางทางไม่รู้จะไปขายที่ไหนนะครับท่านประธาน แบบนี้ อยากจะฝากไปถึงกรมส่งเสริมวิชาการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กระทรวงพาณิชย์ ให้ร่วมมือร่วมใจกันช่วยเหลือชาวนาให้ได้มีชีวิตที่ดีขึ้น แล้วก็มีการปลูกข้าวอย่างยั่งยืนต่อไป ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณสรพัช ศรีปราชญ์ ครับ🔗

นายสรพัช ศรีปราชญ์ สระบุรี

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม สรพัช ศรีปราชญ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี อำเภอเมือง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอ แก่งคอย เฉพาะตำบลห้วยแห้ง จากพรรคประชาชนครับ วันนี้ขอร่วมอภิปรายในญัตติขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอมาตรการเร่งด่วนและแนวทางนโยบายในระยะกลาง และระยะยาวในการแก้ปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำอยู่ในปัจจุบัน ท่านประธานครับ ปัญหาราคา ข้าวตกต่ำเป็นปัญหาเดือดร้อนอย่างยิ่ง เพราะว่าข้าวคือสินค้าทางการเกษตรหลักของ ประเทศ ซึ่งจริง ๆ แล้วเกษตรกรที่ปลูกข้าวที่เป็นสินค้าทางการเกษตรหลักความเป็นอยู่ต้อง ดีกว่านี้ แต่ปัจจุบันมันเกิดอะไรขึ้นกับชาวนาไทย อาชีพเกษตรกรโดยเฉพาะเกษตรกร ที่ทำนากลายเป็นอาชีพต้องคำสาปอย่างนั้นหรือครับ ถ้าทำนาแล้วต้องห้ามรวย ห้ามมีชีวิต ที่ดีขึ้น ต้องทำนากลางแดดร้อน ๆ อยู่ตามยถากรรม คุณภาพชีวิตตามสภาพแบบนั้น หรือครับ ถ้าเป็นเช่นนั้นประเทศของเราจะมีเกษตรกรหน้าใหม่ได้อย่างไร ท่านประธานครับ ผมได้อ่านสถิติที่สุดแห่งปี การส่งออกสินค้าเกษตรไทยปี ๒๕๖๗ ที่กระทรวงพาณิชย์เผยแพร่ พบว่า ข้าวเป็นสินค้าส่งออกสูงสุดใน ๕ อันดับแรก มีสัดส่วนอยู่ที่ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ แล้วยัง ติดอันดับสินค้าทางการเกษตรที่มีมูลค่าขยายตัวสูงสุด ๕ อันดับแรกเช่นกัน จากข้อมูลก็พบ แล้วว่าข้าวยังคงเป็นสินค้าสำคัญของประเทศ เพราะนอกจากจะเป็นสินค้าที่ต้องใช้บริโภค กันในทุกวันแล้วยังส่งออกสร้างรายได้ให้ประเทศได้อีก จึงเป็นอาชีพที่ต้องสนับสนุนและ ส่งเสริมไม่ใช่เป็นอาชีพต้องคำสาปแบบนี้ ท่านประธานที่เคารพ หากรัฐยังไม่สามารถดูแล เกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้ได้แล้วจะมีใครคนไหนอยากเข้ามาประกอบอาชีพนี้ เพื่อขับเคลื่อนประเทศ คนที่เป็นลูกเห็นพ่อแม่ทำงานหนักยากลำบากแต่สุดท้ายแล้วไม่เหลือ อะไรแล้วเขาก็จะมุ่งหน้าไปประกอบอาชีพอื่น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็คือมุ่งหน้าเข้าโรงงาน อุตสาหกรรมต่าง ๆ ท่านประธานครับ ผมได้ดูผังเมืองรวมในหลาย ๆ จังหวัดก็พบว่ามีพื้นที่ สีม่วงที่เป็นพื้นที่อนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด และพื้นที่เกษตรกรรมก็ถูกเบียดบังลดลงไปเช่นกัน ในขณะที่ตอนนี้มีปัญหาเรื่องการเผาตอ ซังข้าวของเกษตรกรทำให้รัฐออกมาตรการห้ามเผาซึ่งก็ลดไปได้ระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้รัฐก็ต้อง หาวิธีการอื่นหรือมาตรการลดต้นทุนให้แก่พี่น้องเกษตรกรด้วย แต่ในขณะเดียวกันเรากลับ ลืมไปในเรื่องของมลพิษต่าง ๆ จากโรงงานอุตสาหกรรมที่มีปัญหากับพี่น้องโดยรอบอยู่ตลอด ทั้งมลพิษทางอากาศ การลักลอบปล่อยน้ำเสีย การแอบทิ้งกากอุตสาหกรรม การแอบใช้ สารเคมีต้องห้าม และปัญหาอื่น ๆ ที่ยังมีอีกมากมาย ผมขอตั้งคำถามว่า ณ วันนี้อุตสาหกรรมจังหวัดต่าง ๆ รวมถึงกรมควบคุมมลพิษควบคุมได้ดี หรือยัง แค่มาตรฐานที่ท่านใช้ในการตรวจสอบควบคุมท่านก็ใช้คนละตัวกันแล้ว ถ้าวันนี้เกิด โรงงานขึ้นมากมายการจัดการมลพิษจะเป็นอย่างไร ผมขอพูดตรง ๆ ว่า จริง ๆ แล้วปัญหา มลพิษทางอากาศ เช่น PM10 หรือ PM2.5 เกิดขึ้นอยู่ทุกวันในเขตอุตสาหกรรมมาโดยตลอด การประกาศเขตควบคุมมลพิษในประเทศไทยประกาศใช้มากี่พื้นที่ แต่ละพื้นที่กินเวลามากี่ปีแล้ว มีแผนที่จะเดินหน้าสู่การยกเลิกเขตควบคุมมลพิษหรือไม่ แต่รัฐบาลมาจริงจังกับการ แก้ปัญหาก็ต่อเมื่ออะไรครับ ต่อเมื่อกรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบเท่านั้น บางที คนต่างจังหวัดแบบพวกผมนี้ได้แต่มองแล้วก็ทำใจในความเหลื่อมล้ำที่รัฐบาลพยายาม ยัดเยียดให้คนต่างจังหวัด ท่านประธานครับ ที่ผมต้องพูดถึงมลพิษของอุตสาหกรรมที่มี ปัจจุบันเรายังมีปัญหาในเรื่องการจัดการอยู่ก็เพราะต้องนำมาเปรียบเทียบกัน เพราะหาก วันนี้รัฐบาลคุยกันชัดแล้วว่าประเทศเราจะลอยแพเกษตรกร ประเทศเราจะไม่เป็นประเทศ เกษตรกรรมแล้ว เราจะเดินหน้าสู่ประเทศที่เป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรม ก็เอาครับ เราก็จะได้เตรียมแผนรองรับกันว่าจะอยู่ร่วมกับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้อย่างไร ให้มีความ ปลอดภัยและมีผลกระทบต่อสุขภาพ แต่หากวันนี้เรายังยืนยันว่าการเกษตรกรรมยังคงต้อง เป็นสินค้าหลักของประเทศโดยเฉพาะข้าวที่เราต้องใช้อุปโภคบริโภคกันอยู่ทุกวันนี้ เราก็ต้อง ดูแลพี่น้องชาวนาให้ดีกว่านี้ ให้คนรุ่นหลังอยากเข้ามาทำ ให้เข้ามาพัฒนายกระดับให้ข้าวไทย มีราคาที่ดีขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของรัฐบาลที่ต้องเป็นผู้นำและเป็น ที่พึ่งให้แก่พี่น้องเกษตรกร สุดท้ายนี้ไม่มีใครยากลำบากตลอดชีวิต คนทุกคนมีทางเลือก ในชีวิตของตัวเอง อย่าเห็นชาวนาเป็นของตายจนถึงวันที่ประเทศไทยไร้ชาวนา ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล ครับ🔗

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

ท่านประธานคะ มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช แทนกรวีร์ค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณมัลลิกาก่อน ก็ได้ครับ🔗

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๓ อำเภอบ้านหมี่ อำเภอท่าวุ้ง อำเภอเมืองบางส่วน พรรคภูมิใจไทย ราคาข้าวตกต่ำนะคะ แล้วก็มีความกังวล ว่าจะต่ำลงไปเรื่อย ๆ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วที่ทราบมาตันละ ๖,๗๐๐ บาท เพื่อนสมาชิกบางท่าน บอกว่า ๖,๕๐๐ บาทแล้ว ชาวนาเดือดร้อนกันมากก็ขอให้รัฐบาลนั้นช่วยพยุงราคา ซึ่งก็เป็น การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในขณะนี้ ท่านประธานหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหานี้คือ การวางแผน ทั้งกระทรวงเกษตร กระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้ทำการบ้านไว้ก่อน ทั้ง ๆ ที่มีข้อมูล อยู่ในมือเรามีเกษตรตำบล เกษตรอำเภอ เกษตรจังหวัด มีการลงทะเบียนการเพาะปลูก เรารู้ว่าปลูกข้าวกี่ไร่ ข้าวนี่จะเกี่ยวออกสู่ตลาดในเวลาไหน กระทรวงพาณิชย์ต้องเตรียมการ ขายค่ะท่านประธาน เราต้อง Balance Demand Supply เพื่อที่จะให้ได้ราคาสูงที่สุด แล้วเราได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายไหมว่าลูกค้านี่เป็นกลุ่มไหน พาณิชย์จะขายใครคะ แล้วคุณภาพของเรามันเหมาะกับลูกค้าระดับไหน เราจะขายเป็นประเภทเอาไปทำอาหารสัตว์ หรือว่าข้าวดี ๆ ของเราจะเอาขึ้นโต๊ะ เอาเป็นข้าวคุณภาพดีที่คนมีสตางค์กินอะไร อย่างนี้ ท่านประธาน เราได้กำหนดกันไว้หรือเปล่า แล้วมีหน่วยงานไหนที่ให้องค์ความรู้ให้มันทันสมัย ทันกับเทคโนโลยีให้กับเกษตรกร ให้กับชาวนา พันธุ์ข้าวดี ๆ ได้ผลผลิตเยอะ ๆ มีไหม ท่านประธานยกตัวอย่างสมมุติว่าราคาข้าวตันละสัก ๗,๐๐๐ บาท แต่ใน ๑ ไร่ ถ้าเกิดเรา สามารถทำผลผลิตได้สักตันกว่า ๑๒๐ ๑๓๐ ส่วนที่มันเกินตันหนึ่งมันก็สามารถที่จะเอามา ชดเชยในราคาต้นทุนของเกษตรกรได้ แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือเราต้องมีการวางแผนลดต้นทุน ในระยะยาว เช่น ควบคุมราคาปุ๋ยไหม ควบคุมอัตราดอกเบี้ยได้ไหม หรือแม้กระทั่งเครื่องมือ เครื่องจักรที่เกี่ยวกับการเกษตร เช่น รถไถ รถดำนา รถเกี่ยว Drone อย่างนี้ เรามีกลไกอะไร ลงไปช่วยบ้างเช่นถ้าเกิดสมมุติว่าชาวนาไปซื้อของพวกนี้ได้ดอกเบี้ยถูกไหม รัฐบาลจะให้ ธ.ก.ส. ช่วยลดดอกเบี้ยในสินค้าบางส่วนได้หรือเปล่า เพราะว่าวันนี้ที่เรามาเรียกร้องกัน เราก็บอกว่าเราอยากได้ราคาดี ๆ แต่ในขณะเดียวกันที่ดิฉันลงไปดูตามพื้นที่ ทุกวันนี้คนอายุ ๕๐ ๖๐ ๗๐ ทำนา ขายนาส่งลูกเรียน แล้วก็มาเช่านาตัวเองทำ เด็ก ๆ ไม่มาทำนาแล้ว ท่านประธาน เพราะอะไร เขามองว่าอาชีพทำนามันไม่มั่นคง รายได้มันไม่แน่นอน วันนี้สิ่งที่ พวกเรา สส. ทุกคนที่อภิปรายก็คือเรียกร้องให้รัฐบาลนั้นแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อน ข้อเสนอ ของชาวนาเรียกร้องอะไรบ้าง อย่างเช่นจะบอกว่าขอชดเชยไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ๑๐ ไร่ ๒๐ ไร่ ๓๐ ไร่ ช่วยได้ไหม บรรเทาความเดือดร้อนไปก่อน ดิฉันมองว่าการแก้ปัญหา เฉพาะหน้าเป็นสิ่งที่สำคัญ ส่วนการที่เราจะต้องมาวางแผนระยะยาวนั้นก็ต้องเริ่มทำแล้ว มันต้องมีการบูรณากันทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตร โดยที่คงต้องรบกวนท่าน นายกรัฐมนตรีต้องเป็นคนดำเนินการ ต้องเป็นคนสั่งการ หวังว่ารัฐบาล แล้วก็หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจะรีบมาออกมาตรการใด ๆ ก็ได้เพื่อที่จะมาช่วยชาวนาอย่างรวดเร็วและเร่งด่วน ในขณะนี้ ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขอเชิญคุณนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ ครับ🔗

นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ นนทบุรี

ขอบพระคุณครับท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจากจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชนครับ เป็น สส. ของพี่น้องเกษตรกรนะครับ ของชาวอำเภอไทรน้อยแล้วก็ชาวบางบัวทองนะครับ วันนี้ผมขอใช้เวทีนี้เพื่อนำเสนอความ จริงเกี่ยวกับความล้มเหลวของรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ในการบริหารประเทศและดูแล ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนนะครับ โดยเฉพาะเกษตรกรชาวนาที่เป็นกระดูกสันหลัง ของชาตินะครับ รัฐบาลชุดนี้ได้ให้คำมั่นสัญญามากมายและสัญญาว่าจะทำให้พี่น้อง เกษตรกรชาวนารวยขึ้น ๓ เท่า ขออนุญาตสไลด์ขึ้นนิดหนึ่งครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ นนทบุรี

ตอนนี้ชาวนาก็ไม่ได้รวยขึ้น ๓ เท่า แต่เป็นหนี้เพิ่ม ๓ เท่า การบริหารงานที่ไร้ประสิทธิภาพ การออกแบบนโยบายที่ไม่ได้ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรจริง ๆ เป็นการเพิกเฉยต่อปัญหาสำคัญของเกษตรกร ทำให้วันนี้ เราต้องมายืนอยู่ตรงนี้กับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคการเมืองเพื่อทวงถามถึง สิ่งที่รัฐบาลได้เคยให้สัญญาไว้ ประเด็นสำคัญคือนโยบายของรัฐบาล ผมขอเรียกแบบเป็น ใจความสั้น ๆ ว่าสั่งอย่างเดียวแต่ไม่เคยช่วยเหลือ นั่นคือการออกกฎห้ามเกษตรกรเผา แต่ก็ไม่ได้คิดหาทางออกให้พี่น้องชาวนาเลย พี่น้องชาวนายอมรับแล้วก็รับรู้ว่าการเผาตอซัง เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม สร้างฝุ่น PM2.5 หรือฝุ่นชนิดต่าง ๆ รัฐบาลห้ามเผาโดยไม่มีทางเลือก ให้พวกเขาและการไถกลบตอซังก็ต้องใช้เครื่องจักร ใช้น้ำมันเพิ่ม ทำให้ต้นทุนต่อไร่สูงขึ้น ๕๐๐-๘๐๐ บาทแล้วแต่พื้นที่ รัฐบาลไม่ได้มีมาตรการสนับสนุนอย่างเครื่องฟางอัดก้อน หรือเงินชดเชยให้กับเกษตรกรเลยนะครับ ชาวนาต้องเสียเวลาจัดการฟางข้าว ๑-๒ เดือนถึง จะทำให้สามารถกลับมาปลูกข้าวได้ แบบนี้ก็เท่ากับว่าพี่น้องเกษตรกรที่เคยปลูกนาปรังได้ ๓ รอบก็จะเหลือแค่ ๒ รอบ ถ้าห้ามให้เขาเผาท่านก็ต้องช่วย ไม่ใช่ปล่อยให้ชาวนาต้อง รับภาระเองแบบนี้🔗

ประเด็นต่อไปที่ผมจะพูดถึง คือความล้มเหลวของรัฐมนตรีในการบริหารงาน ที่ไร้ประสิทธิภาพ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรกรรมและเศรษฐกิจ ขาดมาตรการที่เป็น รูปธรรมในการช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะรัฐมนตรีพาณิชย์นะครับ เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ ไปกับการท่องต่างประเทศ ผมไม่รู้ว่าไปดูงาน ไปเจรจา หรือไปทำอะไร แต่สิ่งที่ผมไม่เห็นเลย คือท่านไม่ได้ดูแลราคาสินค้าเกษตรกรให้กับคนในประเทศเลย ถามว่าทำไมราคาข้าวถึงได้ ตกต่ำขนาดนี้แต่รัฐมนตรียังไม่มีมาตรการใด ๆ เลย หรือทำไมไม่มีการป้องกันราคาข้าว ของไทยจากการแข่งขันที่รุนแรงของอินเดียแล้วก็เวียดนาม ท่านประธานครับ ผมพูดตรงนี้ ก็คือผมมาทวงสัญญา ทวงนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ให้ไว้ตอนหาเสียง แต่ไม่เคยทำได้จริง ท่านให้คำมั่นว่าจะเพิ่มรายได้ให้พี่น้องเกษตรกร จากภาพนะครับ ๓ เท่าภายในปี ๒๕๗๐ นี่เหลืออีก ๒ ปี ตอนที่ท่านประกาศนี่คือท่านบอกว่าจะเพิ่มรายได้จาก ๑๐,๐๐๐ บาทต่อไร่ ไปเป็น ๓๐,๐๐๐ บาทต่อไร่ แต่ถามว่าวันนี้รายได้พี่น้องเกษตรกรดีขึ้นหรือไม่ ความจริงก็คือ พวกเขาต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นเกือบ ๓ เท่า ไม่ใช่รายได้ที่เพิ่มเกือบ ๓ เท่า แล้วขณะนี้ ราคาข้าวตกต่ำลงมาเกือบ ๑ เท่าตัว โดยเฉพาะข้าวเจ้าเปลือกนะครับ ตอนนี้ตกลงมาอยู่ที่ ๖,๕๐๐ บาทต่อตัน ถือว่าต่ำที่สุดในรอบหลายปีนะครับ ต้นทุนการผลิตต่าง ๆ ที่ทำให้พี่น้อง เกษตรกรแทบจะไม่เหลือเงินเลยสูงขึ้น ๒-๓ เท่า ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายาฆ่าแมลง และค่าเช่านา นี่ยังไม่รวมถึงค่าน้ำมัน ค่าแรงต่าง ๆ ค่าไฟต่าง ๆ ที่ขึ้นแล้วไม่มีวันลงอีกต่อไปนะครับ พวกท่านสัญญาว่าจะสร้างตลาดข้าวใหม่ ท่านเคยทำได้หรือไม่ ตอนนี้อินเดียกลับมาส่งออก ข้าวในราคาที่ถูกกว่าข้าวของชาวไทย แต่รัฐบาลชุดนี้ก็ทำได้เพียงแค่ดูตลาดล่ม โดยไม่หา ทางออกให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวนา ชาวนากำลังลำบากนะครับ รัฐบาลกลับมองเพียง มาตรการสินเชื่อชะลอการขายซึ่งเป็นเพียงการขอให้พี่น้องชาวนาแบกข้าวไว้บนบ่าเองโดยไม่ มีการประกันราคาขั้นต่ำ ถ้าข้าวราคาตกต่ำลงไปอีกในเดือนที่จะเก็บเกี่ยวก็คือมีนาคม เมษายนนี้ ชาวนาจะต้องขาดทุนหนักกว่านี้อีกแน่นอน อีกหลายเท่าตัว ขอต่ออีกหน่อยครับ ท่านประธาน นโยบายที่รัฐบาลพูดถึงตอนหาเสียง ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาพี่น้องเกษตรกรในการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร แต่เมื่อพิจารณา จากข้อเท็จจริงแล้วนโยบายนี้กับเป็นเพียงคำสวยหรูที่ไร้แนวทางปฏิบัติจริง แล้วไม่มีผลต่อ รายได้ของเกษตรกร และไม่ได้ช่วยให้ชาวนาแข็งแกร่งขึ้นเลยในตลาดโลก ตลาดนำ หมายถึง การพัฒนาตลาดก่อนเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรสามารถผลิตสินค้าที่ตรงกับความต้องการของ ตลาด แต่ในความเป็นจริงข้าวไทยนั้นกำลังสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับประเทศคู่แข่ง อย่างประเทศอินเดีย ประเทศเวียดนาม และประเทศกัมพูชา เขาส่งออกข้าวในราคาที่ถูก กว่าไทยมาก แล้วทำให้ไทยต้องสูญเสียตลาดสำคัญสำหรับเอเชีย แล้วก็แอฟริกานะครับ เรื่องของนวัตกรรมที่ไม่เคยมีจริง ผมก็ยังไม่เคยเห็นว่ารัฐบาลมีการโฆษณาว่าจะนำนวัตกรรม มาใช้ในการเกษตร แต่ถามจริง ๆ นวัตกรรมที่ท่านพูดถึงนี่มันคืออะไร เกษตรยังคงต้องใช้ปุ๋ย ที่มีราคาแพงและไม่มีนโยบายสนับสนุนปุ๋ยอินทรีย์ที่แท้จริงเลย ไม่มีการแจก Drone เพื่อ การฉีดปุ๋ย ฉีดสารเคมีอย่างที่ประเทศญี่ปุ่นหรือทางประเทศเกาหลีใต้เขาทำ ไม่มีโครงการ พัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวใหม่ ๆ ที่ให้ผลผลิตสูงและทนทานต่อสภาพอากาศที่มีอยู่ในปัจจุบัน ขาดเงินสนับสนุนเรื่องของเทคโนโลยี เกษตรกรยังต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่เป็นเทคโนโลยี เก่า ๆ อยู่เลยและไม่มีประสิทธิภาพ สไลด์สุดท้ายครับ นวัตกรรมเสริม นี่ก็เป็นคำสวยหรู อีกคำหนึ่งนะครับ นวัตกรรมเสริมไม่มีการสนับสนุนที่แท้จริงเกษตรกรก็ยังคงต้องพึ่งพาวิธี แล้วก็วิถีดั้งเดิมที่มีมา เพิ่มรายได้แต่ต้นทุนสูงกว่าเดิมกำไรหดตัว รัฐบาลสัญญาว่าจะเพิ่ม รายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร แต่ความเป็นจริงแล้วต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นกว่ารายได้ที่ เพิ่มขึ้น ปุ๋ยแพงขึ้น ๓ เท่า ยาฆ่าแมลงเพิ่มขึ้น ๒ เท่า น้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้น ค่าแรงสูง ผมก็เลย เปลี่ยนจาก ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ เป็น ตลาดหมด ทุนหาย รายได้ลด🔗

ผมขออนุญาตสรุปปัญหาหลักที่เกิดขึ้นและข้อเสนอแนะที่รัฐบาลควรทำ ทันทีนะครับ ๑. รัฐบาลควรมีงบประมาณสนับสนุนพี่น้องชาวนาให้สามารถลดต้นทุน การผลิตด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ดีและเป็นปัจจัยการผลิตในราคาที่เป็นธรรม ๒. ควบคุม ราคาปุ๋ยไม่ปล่อยให้นายทุนค้ากำไรเกินควร เพื่อลดต้นทุนให้กับพี่น้องเกษตรกร วิธีนี้ง่าย ที่สุดแล้วนะครับ ๓. ช่วยลดต้นทุนจากการงดเผา สนับสนุนเครื่องอัดฟางก้อน สนับสนุน ค่าดำเนินการ ค่าจัดการต่าง ๆ เพื่อให้เกษตรกรไม่ต้องเผาอีกต่อไป ข้อสุดท้าย รัฐบาลควร จะทำโครงการพักหนี้มากกว่านโยบายที่มีอยู่ในปัจจุบันเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ของพี่น้อง ชาวนาให้มีเพดานหนี้ที่ลดลง🔗

สุดท้ายนี้รัฐบาลต้องหยุดทำเป็นหูหนวกตาบอดต่อความเดือดร้อนของพี่น้อง ชาวนา พี่น้องเกษตรกรไม่ต้องการแจกเงินเพียงครั้งเดียวแต่ต้องการความช่วยเหลือที่ยั่งยืน ถ้ารัฐบาลยังเมินเฉยผมก็เห็นว่าไม่สมควรบริหารประเทศอีกต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณรวี เล็กอุทัย ครับ🔗

นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จากสถานการณ์ความเดือดร้อนในเรื่องของราคาข้าวที่ตกต่ำในขณะนี้ ผมในฐานะ สส. ผู้แทนราษฎรของพี่น้องชาวนา พี่น้องประชาชนก็เป็นหนึ่งในคนที่รับ เรื่องราวร้องทุกข์ รับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวนาในพื้นที่ ทั้งในพื้นที่ของผม อำเภอพิชัย อำเภอตรอน และอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งชาวนาทุกท่านกำลังลำบาก อย่างมากในขณะนี้อย่างที่เพื่อน ๆ สมาชิกหลาย ๆ ท่านได้กล่าวไปถึงปัญหาความเดือดร้อน ต่าง ๆ เพราะว่าเรื่องราคาข้าวตกต่ำในขณะนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องของเศรษฐกิจ แต่มันเรื่อง ปัญหาความเป็นอยู่วิถีชีวิตการดำรงชีพของพี่น้องชาวนาทั้งประเทศ ขออนุญาตเอาสไลด์ ขึ้นด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ท่านประธานครับ จากตัวเลขปริมาณการ คาดการณ์ผลผลิตของข้าวเปลือกนาปรังในปี ๒๕๖๗/๒๕๖๘ มีการคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณ ร่วมกว่า ๖.๕๓ ล้านตัน เพิ่มขึ้นถึง ๑.๐๘ ล้านตัน โดยผลผลิตจะออกมาในช่วงเดือนหน้า มีนาคมถึงเมษายน ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าถ้าหากยังไม่มีมาตรการที่จะรองรับอย่างเป็น รูปธรรม อย่างชัดเจน ราคาข้าวจะตกต่ำลงอีกอย่างแน่นอน ท่านประธานครับ ปัญหาราคา ข้าวในขณะนี้ผมคิดว่าหลาย ๆ ท่านก็ได้กล่าวไปแล้วด้วยว่ามันเกิดจากปัจจัยภายนอกที่เรา ควบคุมไม่ได้อย่างเช่นตลาดอินเดีย รวมไปจนถึงตลาดของต้นทุนการผลิตที่สำคัญอย่างเช่น ปุ๋ยที่เราไม่สามารถไปกำหนดหรือควบคุมราคาได้ แต่อย่างไรก็ดีครับ เพราะฉะนั้นมันถึงเป็น หนทางที่ผมมองว่าการจะแก้ไขปัญหาเรื่องข้าวของไทยในระยะยาวเราควรจะต้องให้ ความสำคัญในด้านของคุณภาพและการควบคุมของต้นทุนการผลิตอย่างจริงจัง และหวังเป็น อย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้และมุ่งมั่นตั้งใจในการหาทางออกในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวนา ท่านประธานครับ ปัญหาในขณะนี้มันเหมือนกับเรากำลังเห็นพี่น้องชาวนาของเรากำลัง จะจมน้ำ ซึ่งสิ่งที่เขาต้องการก็คือใครสักคนที่จะยื่นมือลงมาแล้วช่วยดึงเขาให้พ้นจากน้ำ ใครสักคนที่จะช่วยให้เขาหลุดพ้นจากปัญหาเหล่านี้ ซึ่งนั่นก็คือรัฐบาลและทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องที่จะเป็นคนช่วยดึงมือของพี่น้องเกษตรกรให้ขึ้นมา และหากเรามีการพิจารณา รอบด้านอย่างถี่ถ้วน และหากมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินงบประมาณแผ่นดินในการ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในปัจจุบันในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ผมก็เห็นด้วยว่า เราถึงเวลาที่จะต้องใช้ในส่วนตรงนั้น เพราะนอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นครับ เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้เสนอตอนนี้ก็มีอีกโครงการหนึ่งที่ออกมาแล้ว นั่นก็คือโครงการ ชะลอการขายข้าว สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยสถาบันเกษตรกรก็เป็น อีกโครงการหนึ่งที่พอจะสามารถช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้อีกช่องทางแต่ในโครงการนี้ ก็ต้องขอให้ทางภาครัฐช่วยกำกับดูแลกำหนดรูปแบบวิธีการตรวจสอบย้อนกลับที่เป็นระบบ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรที่มีความเดือดร้อนจริง ๆ ได้รับสิทธิตรงนี้อย่างครบถ้วนไม่มีใคร ตกหล่น และคู่ขนานกันไปครับ ในขณะที่มีการออกมาตรการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในการ ช่วยพยุงราคาข้าวในประเทศให้สูงขึ้นครับ รัฐควรจะต้องมีการทำการล่วงหน้าอย่างการ แสวงหาความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตข้าวให้กลายเป็นคู่ค้าควบคู่ไปกับการเปิดตลาด ในประเทศผู้รับซื้อข้าวไทยรายใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับความสามารถในการผลิตข้าวของ ประเทศไทยเราอยู่ในปัจจุบันอย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์พยายามทำอยู่ นอกจากนั้นผมต้องขอฝากความหวังกับคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ หรือ นบข. ซึ่งเป็นกลุ่มคน กลุ่มองคาพยพที่มีทั้งตัวแทนจากฝั่งภาครัฐ ข้าราชการประจำ ตัวแทน จากทั้งภาคเอกชนผู้ส่งออกข้าวซึ่งมีหน้าที่ในการร่วมกันคิดและเสนอนโยบายต่าง ๆ ให้กับ รัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาข้าวเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนโดยเร็วที่สุดครับ🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าการแก้ไขปัญหาราคา ข้าวในตอนนี้เราต้องเร็ว เราช้าไม่ได้ เพราะอย่างที่บอกไปนี่คือชีวิตของพี่น้องชาวนาครับ ชีวิตของพี่น้องชาวนาทั้งประเทศ ดังนั้นเราอย่าปล่อยให้ความหวังของพี่น้องชาวนาเราต้อง รอนานเลยครับ ส่วนในระยะยาวผมก็ยังเป็นกังวลอยู่ว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะยังเกิดขึ้นซ้ำแล้ว ซ้ำอีก หากเรายังไม่มีการแก้ไข หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบนโยบาย หรือพฤติกรรมกรรม ด้านการทำเกษตรกรรมของประเทศไทยที่เป็นรูปธรรม เพราะผมเป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่าการ แก้ไขปัญหานี้ไม่สามารถแก้ได้ด้วยการอุดหนุนเงินลงไปอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันถึงเวลา หรือยังที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรวมถึงพี่น้องเกษตรกรชาวนาจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกันครับ ในการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุหรือจุดเริ่มต้น ทั้งต้นทุนในกระบวนการผลิต การวิจัยเมล็ดพันธุ์ ที่มีคุณภาพและสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก การกำหนดเขตที่เหมาะสมในการเพาะปลูก หรือการทำเกษตร Zoning การพัฒนาจากภาคเกษตรกรรมเชิงเดี่ยวเป็นภาคอุตสาหกรรม การเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรไทยครับ การสนับสนุนเครื่องจักรเทคโนโลยี นวัตกรรมรวมไปจนถึงการจูงใจและหาตลาดสินค้าใหม่ ๆ ให้กับเกษตรกร เพราะสิ่งเหล่านี้ ครับจะเป็นหนทางที่ยั่งยืนในการช่วยให้พี่น้องเกษตรกรชาวนาหลุดพ้นจากวังวนการตกต่ำ ของราคาข้าว และเพื่อทำให้ผู้ที่เป็นกระดูกสันหลังของประเทศไทยเราครับสามารถมีรายได้ ที่ดีและมั่นคงได้จริง ๆ เสียทีครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ครับ🔗

นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ผู้แทนหน้ามนคนขอนแก่น เขต ๓ พรรคประชาชน ผมขออนุญาต มีส่วนร่วมอภิปรายปัญหาของพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะพี่น้องชาวนาในเขตพื้นที่ผมไม่ว่าจะ เป็นอำเภอน้ำพอง กระนวน ซำสูง เขาสวนกวาง ล้วนแล้วแต่เป็นพื้นที่ปลูกข้าวที่สำคัญของ จังหวัดขอนแก่น ท่านประธานครับ ผมไม่เคยทำนาหรอกนะครับ ในชีวิตนี้ไม่เคยดำนา ครอบครัวผมเป็นพ่อค้าขายของคนธรรมดา แต่ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นพี่น้องเกษตรกรคน อำเภอน้ำพอง วันไหนที่ผมไม่ได้ลงพื้นที่ไปทำหน้าที่ของ สส. จะมีเกษตรกรมาเล่าให้ฟัง มาบ่นให้ฟังเกี่ยวกับปัญหาที่พวกเขาประสบพบเจอ ท่านประธานเชื่อไหมว่าปัญหาที่ผมได้ยิน บ่อยที่สุดคืออะไรรู้ไหมครับ สส. เอ้ยปีนี่ข้าวสิเปลี่ยนราคาบ่ ผมได้ยินคำถามนี้แทบทุกวัน ซ้ำไปซ้ำมา ๆ แบบนี้ทุกปี จะเกิดเยอะหน่อยก็คือในช่วงของฤดูกาลเก็บเกี่ยวเพราะว่า พวกเราเข้าใจดีว่าวันสำคัญที่เป็นวันกำหนดอนาคตของพี่น้องเกษตรกร นั่นก็คือวันที่พวกเขา ขายพืชผลทางการเกษตรนั่นละครับ ท่านประธานครับ ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับน้าพร น้าพรอยู่กับผมมานาน แต่ทุกวันนี้ผันตัวเอง ไปเป็นเกษตรกรเต็มตัว น้าพรเล่าให้ฟังอย่างนี้ว่าบ้านทรายมูล ตำบลทรายมูล อำเภอน้ำพอง ปลูกข้าวได้ปีละ ๒ เทือ แต่ถ้าปีใดรัฐบาลบริหารจัดการราคาข้าวบ่ได้เพิ่นสิปล่อยน้ำออกจาก เขื่อนครับ เพื่อบ่ให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการปลูกข้าวเทือที่ ๒ กะย้อนรัฐบาลกังวลว่าปล่อย ให้ปลูกแล้วบริหารจัดการราคาข้าวบ่ได้เกษตรกรสิลุกฮือขึ้นมา ถ้าอย่างนั้นบ่ต้องปล่อยให้ ปลูกบ่ต้องมีน้ำ มันก็จะได้บ่ต้องมีม็อบ น้าพรยังได้กล่าวเสริมอีกว่าหัวใจของเกษตรกรอีหลี เขาบ่ได้เรียกร้องอิหยังหลายเลยครับ เขาขอแค่ว่าให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการเพาะปลูก สำหรับความสามารถของพวกเขา และที่สำคัญขอให้มันขายได้ราคา ท่านประธานฟังดูแล้ว หดหู่ไหมครับ ผมว่าเพื่อน ๆ สมาชิกในที่นี้ฟังดูแล้วก็น่าจะรู้สึกหดหู่ไปด้วยกัน เมื่อเช้านี้ผม มีโอกาสได้เข้าไปร่วมประชุมกับทางกรรมาธิการการเกษตร มีกลุ่มพี่น้องเกษตรกรคนปลูกข้าว จากหลาย ๆ จังหวัด นครสวรรค์ ปทุมธานี อยุธยา และอื่น ๆ อีกมากมาย พวกเขาได้สะท้อน อย่างนี้ว่า พวกเขาได้ส่งสัญญาณถึงรัฐบาลตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วว่าให้เตรียมหามาตรการในการ ช่วยเหลือเรื่องราคาข้าวตกต่ำ แต่ในความเป็นจริงทุกวันนี้เราเพิ่งจะมีการประชุมอนุ นบข. ครั้งแรกในช่วงบ่ายวันนี้ กว่ามตินั้นจะผ่านไปยังกรม กอง กระทรวงต่าง ๆ ผ่านไปยัง คณะรัฐมนตรี ผมเกรงว่าข้าวส่วนใหญ่ที่พี่น้องกำลังเก็บเกี่ยวอยู่ตอนนี้มันจะไปตกอยู่ในมือ ของพ่อค้าคนกลาง นายทุน หรือแม้แต่โรงสีหมดแล้วครับท่านประธาน เกษตรกรที่มาวันนี้ ยังได้ยื่นเสนอผ่านทางกรรมาธิการการเกษตรด้วยแต่ว่าผมจำไม่ได้ทั้งหมด ข้อแรก อยากให้มี การประกันราคา ๑๑,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ บาท เนื่องจากว่าถ้าต่ำกว่านี้พวกเขาอยู่ไม่ได้ราคา ต้นทุนมันสูง ข้อ ๒ เขาอยากจะให้จ่ายเงินชดเชยในกรณีที่น้ำท่วมเร็วหน่อย เพราะว่า บางพื้นที่ท่วมปีนี้จ่ายเงินกันอีกทีหนึ่งรอปีหน้าครับท่านประธาน เขารอไม่ไหว ข้อ ๓ พวกเขา Serious มากครับเรื่องนี้ เนื่องจากพวกเขากำลังตกเป็นจำเลยสังคมว่าพวกเขาเป็นกลุ่มคน ที่เพิ่ม PM2.5 นโยบายที่ว่าห้ามเผาตอซังข้าวเป็นนโยบายที่รัฐบาลออกมาเพื่อลด PM2.5 แต่ในทางตรงกันข้ามมันกลับเป็นนโยบายที่ไปเพิ่มต้นทุนในการปลูกข้าวให้กับพี่น้องชาวนา เขาเลยเกิดเป็นคำถามว่ารัฐบาลเรามีความสามารถในการหามาตรการในการลดฝุ่นแต่เรา ไม่มีความสามารถในการลดต้นทุนของพี่น้องเกษตรกรของพี่น้องชาวนาเลยหรือครับ ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ต่อไปปลูกอะไรไปก็เจ๊งครับ ทำอะไรไปก็เจ๊ง รอยคราบน้ำตาที่เกิด มันส่งผลให้ลูกหลานชาวนาคนอีสานเยอะแยะมากมายระหกระเหินไปทำงานที่อื่นหมดครับ ท่านประธาน ถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวทีหนึ่งก็ต้องคอยวิตกกังวลกับครอบครัวว่าอีพ่ออีแม่เอ้ย ปีนี้ขายข้าวแล้วสิพอใช้หนี้ใช้สินฮือบ่ แล้วเราจะให้เขาเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้ ได้อย่างไร หรือจะต้องให้เขาไปนั่งสมาธิสวดมนต์ภาวนาแบบที่ท่านอดีตนายกบางท่าน ได้กล่าวเอาไว้ก่อนหรือครับเขาถึงจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้ได้ ปัญหาที่ผมพูดมาทั้งหมดครับ ท่านประธาน ต้นตอมันเกิดจากแหล่งเดียวกันนั่นก็คือเราปลูกเพื่อเอาไปเป็นวัตถุดิบในการ แปรรูป ถ้าวันนี้เรายังใช้นโยบายแบบเดิม ๆ ไม่ว่าจะเป็นการประกันราคาหรือการจำนำราคา ชาวนาก็ยังจะยิ้มได้เฉพาะวันที่พวกเขาขายพืชผลทางการเกษตรเท่านั้นละครับ อีก ๓๖๔ ว่า ใน ๑ ปีพวกเขาจะอยู่กันอย่างไร รอยคราบน้ำตายังอยู่หรือไม่ ถ้าวันนี้เปลี่ยนใหม่เลยครับ ผมชวนมองไกลกว่านั้น ผมเชื่อว่าบ้านเรามีนักวิชาการการเกษตรเก่ง ๆ เยอะแยะมากมาย ครับ เรามีนวัตกรรมที่เกี่ยวกับการเกษตร รัฐบาลเข้ามาลงทุนในเรื่องของเทคโนโลยี ให้เกษตรกรเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ เอาพูดกันง่าย ๆ คือแปรรูปนี่ครับ ท่านประธาน จากเดิมที่ปลูกข้าวเพื่อขายเป็นเมล็ดเปลี่ยนใหม่ปลูกแล้วเอามาแปรรูปเป็น ข้าวถุงขาย ผมยกตัวอย่าง เชื่อว่าทุก ๆ คนในที่นี้ที่บริโภคข้าวท่านทราบดีว่าข้าวเปลือก ๑ กิโลกรัม กับข้าวถุง ๑ กิโลกรัม มูลค่ามันแตกต่างกันเท่าไร สิ่งเหล่านี้ละครับจะเป็น มาตรการในการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวนาให้เขามีรายได้ที่สม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ พวกเราสอนลูกสอนหลานทุกครั้งว่าจงภูมิใจเถิดว่าบ้านเราส่งออกข้าวเป็น ลำดับต้น ๆ หรือแม้แต่เป็นอันดับหนึ่งของโลก แต่วันนี้ต้องยอมรับความจริงว่าเรายังไม่มี ศักยภาพที่จะทำให้ชาวนาเหล่านี้มีชีวิตความเป็นอยู่ได้ดีเท่า ๆ กับประเทศที่เขาส่งออกข้าว เหมือนกับเรา แต่เขาส่งออกน้อยกว่าพวกเราครับ เพราะฉะนั้นแล้วผมเชื่อมั่นว่าที่มีญัตติด่วน ในวันนี้พวกเราจะถกกันเพื่อหาแนวทางการแก้ไขให้กับพี่น้องชาวนาทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น มาตรการระยะสั้น ระยะกลางหรือระยะยาว อยากให้พี่น้องเกษตรกรยิ้มได้ ทำนาไปแบบมี ความสุขให้สมกับที่เป็นกระดูกสันหลังของประเทศนี้ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณประภาพร ทองปากน้ำ ครับ🔗

นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วมการอภิปรายญัตติด่วนเรื่องปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ในครั้งนี้ด้วยค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ราคาข้าวเปลือกตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง พี่น้องเกษตรกร ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ในขณะที่ราคาข้าวถูกลง สิ่งนี้ทำให้ชาวนาเกิดการขาดทุนสะสม นำไปสู่การกู้หนี้ยืมสิน รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย และส่งผลให้ไม่มีเงินไปชำระหนี้กับสถาบัน การเงินที่กู้ยืมมา ดังนั้นดิฉันซึ่งเป็นผู้แทนจากจังหวัดสุโขทัยซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยตรง เพราะจังหวัดสุโขทัยมีพื้นที่ในการปลูกข้าวที่ลงทะเบียนแล้วกว่า ๔๓๐,๐๐๐ ไร่ และคาดการณ์ว่าจะมีการเก็บเกี่ยวตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์นี้ถึงพฤษภาคมนี้ประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ตัน ปัจจุบันดิฉันสอบถามมาจากพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ทราบว่า ณ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จังหวัดสุโขทัยสามารถขายข้าวเปลือกได้ในราคาเพียง ๖,๕๐๐-๖,๗๐๐ บาทต่อตัน ที่ความชื้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันจึงขอเป็นตัวแทนเกษตรกรขอความช่วยเหลือ จากรัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำและขอให้รัฐบาลช่วยลดต้นทุนการผลิต ช่วยดูแลมาตรการด้านต่าง ๆ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ดังต่อไปนี้ค่ะ🔗

มาตรการระยะสั้น ๔ มาตรการค่ะ ๑. ขอให้รัฐบาลมีมาตรการชดเชยให้กับ เกษตรกรที่ขายข้าวไปแล้ว และมีการประกันราคาข้าวเปลือกสำหรับผู้ที่กำลังจะขายโดย ความชื้นไม่เกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ขอราคาตันละประมาณ ๑๐,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ บาท ความชื้น ไม่เกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ขอราคาตันละ ๙,๐๐๐-๙,๕๐๐ บาท ๒. ขอให้รัฐบาลมีมาตรการ ช่วยเหลือชาวนาที่ไม่เผาฟางและตอซังข้าว โดยขอชดเชยให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรม ส่งเสริมการเกษตรในอัตราไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ๓. ขอให้รัฐบาลมีมาตรการควบคุมราคาปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืชและน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นสินค้าควบคุมและมีราคาลดต่ำลง ๔. ขอให้ รัฐบาลมีมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการลดต้นทุนปัจจัยการเพาะปลูกเช่นเมล็ด พันธุ์ข้าว🔗

มาตรการระยะยาว ๕ มาตรการ ๑. รัฐบาลจะต้องหาตลาดส่งออกเพิ่ม อาจจะต้องเพิ่มการขายแบบ G to G แบบรัฐต่อรัฐ เพื่อขยายตลาดไปหลายประเทศ เช่น จีน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ซึ่งประเทศเหล่านี้มีการบริโภคข้าวในปริมาณที่มาก ท่านประธานคะ แม้ราคาที่ขายอาจจะได้ไม่สูงนัก แต่เมื่อมีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเข้ามาเยอะ ๆ ก็จะทำให้ ราคาข้าวในประเทศสามารถที่จะเดินต่อไปได้และทำให้เป็นการกดดันไม่ให้ราคาข้าว ในประเทศลดต่ำลง มาตรการที่ ๒ รัฐบาลต้องมีมาตรการส่งเสริมและช่วยลดต้นทุนการผลิต ให้กับพี่น้องเกษตรกร ปุ๋ยถูก ยาถูก ต้นทุนก็ถูกลง และ ๓. หนึ่งในความเดือดร้อนที่ดิฉัน ได้รับจากพี่น้องประชาชนนอกเหนือจากเรื่องสินค้าเกษตรตกต่ำ คือเรื่องที่ดินทำกิน เกษตรกรมีที่ดินทำกินอย่างไม่มีกรรมสิทธิ์ หลายคนยังต้องเช่าที่ทำการเกษตร ทั้งหมดนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งต้นทุนที่ต้องแบกรับของเกษตรกร ดังนั้นรัฐบาลต้องมีมาตรการส่งเสริมให้ เกษตรกรมีที่ดินทำกินเป็นของตัวเองเพื่อลดต้นทุนในระยะยาว ข้อ ๔ เรื่องระบบชลประทาน การกระจายแหล่งน้ำ เนื่องจากจังหวัดสุโขทัยมีแหล่งเก็บน้ำน้อยส่งผลให้เกษตรกรมีต้นทุน การส่งน้ำสูงเพราะว่าน้ำจากแม่น้ำยม ลำคลองอ่างเก็บน้ำไม่เพียงพอ เกษตรกรกว่าครึ่ง ต้องหันไปสูบน้ำบ่อบาดาลมาใช้บางแห่งต้องรวมกลุ่มกันลงขันการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งใช้งบประมาณสูงหลายแสนบาทจึงขอให้รัฐบาลเร่งจัดสรรงบประมาณโครงการเพิ่มแหล่ง เก็บน้ำและกระจายน้ำให้กับเกษตรกรเพิ่มขึ้น ข้อ ๕ ข้อสุดท้าย กรมการข้าว ท่านต้องเร่ง พัฒนาสายพันธุ์ให้ทนต่อโลกอายุสั้นและให้ผลผลิตสูงเพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิตและ จะต้องมีการจำหน่ายสายพันธุ์นี้ในราคาที่ถูกเพื่อเป็นการจูงใจให้เกษตรกรหันมาเพาะปลูก ข้าวชนิดนี้มากขึ้น🔗

และสุดท้ายนี้ดิฉันขอฝากความหวังและชีวิตของพี่น้องชาวนาไว้ให้รัฐบาล เร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยต่อลมหายใจของผู้เป็นกระดูกสันหลังของชาติ ต่อไปขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณศนิวาร บัวบาน ครับ🔗

นางสาวศนิวาร บัวบาน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ศนิวาร บัวบาน ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ปีที่แล้วค่ะท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ได้มาแถลงนโยบายที่สภา อันทรงเกียรติแห่งนี้ว่ารัฐบาลจะยกระดับการทำเกษตรแบบดั้งเดิมให้เป็นเกษตรสมัยใหม่ โดยใช้แนวคิด ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม และจะเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและราคาพืชผล การเกษตรเพื่อยกระดับรายได้ของเกษตรกร แต่มาปีนี้ค่ะท่านประธาน ราคาปุ๋ย ราคายา ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นทุกวัน ในขณะที่ราคาข้าวกลับลงทุกวัน ดูเหมือนว่าจะย้อนแย้งกับสัญญา ที่ได้ให้ไว้กับประชาชนเหลือเกิน นอกจากเกษตรกรจะต้องเจอกับราคาข้าวตกต่ำแล้ว ยังจะต้องพยายามปฏิบัติตามมาตรการห้ามเผาของรัฐบาลแบบไม่ทันตั้งตัว ไม่ได้มีแผน เตรียมการล่วงหน้ามาก่อนเลย แล้วก็อย่าลืมว่าเกษตรกรเป็นกลุ่มที่เปราะบางต่อภัยพิบัติ พวกเขายังจะต้องเตรียมรับมือกับปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึงนี้อีกด้วย ดิฉันเข้าใจว่ารัฐบาลออกมาตรการห้ามเผามาเพื่อแก้วิกฤติฝุ่น PM2.5 แต่ที่ชาวนาจำเป็นต้อง เผาฟางก็เพราะเขาไม่มีทางเลือก คือถ้าจะให้ไถนาแบบมีฟางค่าใช้จ่ายในการไถนาจะเพิ่มขึ้น จาก ๒๐๐ บาทต่อไร่ เป็น ๒๘๐ บาทต่อไร่ แล้วถ้าจะต้องหมักฟางให้ข้าวยุ่ยก่อนก็จะทำให้ ทำนารอบต่อไปช้าไปอีก ๑๕ วัน คือในเมื่อห้ามเผาแล้วรัฐบาลก็ควรมีมาตรการสนับสนุน อย่างเป็นระบบจะได้ไม่เป็นการเพิ่มภาระให้เกษตรกรมากเกินไป จะขอยกตัวอย่างประเทศ เพื่อนบ้านเราอย่างประเทศเวียดนามค่ะท่านประธาน คือเมืองฮานอยนี้ออกคำสั่งห้าม ประชาชนเผาฟาง ขยะมูลฝอยมาเป็นเวลา ๔ ๕ ปีแล้ว คือรัฐบาลเขามีมาตรการสนับสนุน ถ้าประชาชนสามารถแจ้งให้ทางราชการมาเก็บรวบรวมพวกเศษวัสดุทางการเกษตรเพื่อทำ การขนส่งนำไปแปรรูปในนอกพื้นที่ได้และนอกจากนั้นเขายังนำฟางข้าวไปเพิ่มมูลค่า อย่างเช่นเพาะเห็ดขายได้ด้วย จริง ๆ แล้วในประเทศไทยก็มีหลายพื้นที่ที่เกษตรกรค่อนข้าง เข้มแข็งอย่างเช่นที่จังหวัดชัยนาทก็ทำนาโดยไม่เผาคือเขาใช้วิธีไถฝังกลบตอซัง แล้วก็ ฟางข้าวโดยใช้น้ำหมักชีวภาพเพื่อร่นระยะเวลาลงเหลือ ๗-๑๕ วัน จากนั้นถึงทำการไถนา ปั่นฟางเพราะจะเป็นการช่วยปรับปรุงดินสำหรับการทำนารอบต่อไปได้ด้วย ที่สุพรรณบุรี ก็มีค่ะท่านประธาน มีการรวมกลุ่มชาวนาขึ้นมาแล้วก็มีรถแทรกเตอร์ให้เช่าภายในกลุ่มราคา สมาชิกราคาประมาณ ๑๘๐ บาทต่อไร่ ในขณะที่ถ้าไม่ใช่สมาชิก ๒๐๐ บาทต่อไร่ เพียงแต่ ผู้ที่จะไถกลบฟางข้าวนี่จะต้องสั่งให้รถเกี่ยวนวดข้าว แล้วก็ทำการเกี่ยวแบบกระจายฟางด้วย เพื่อที่จะได้ให้ง่ายต่อการไถนาต่อไป คือต้องบอกว่าการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้กับทางการ เกษตรเช่นการไม่เผาฟางนี่ นอกจากจะเป็นการลด PM2.5 แล้วยังช่วยในการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศด้วย ดังนั้นเพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกรรัฐบาลควรส่งเสริม การปลูกข้าวลดโลกร้อน โดยประกอบด้วย ๓ ลด คือลดการขังน้ำในนา ลดการใช้ปุ๋ยเคมีเกิน ความจำเป็น และลดการเผาฟางในนาข้าว โดยทั้ง ๓ ลดนี้จะช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรได้ ลดการขังน้ำในนาคือการปล่อยให้นาแห้งเป็นช่วง ๆ ซึ่งจะช่วยลดปริมาณการใช้น้ำ ลดต้นทุนการสูบน้ำมันเชื้อเพลิง ลดการใช้ปุ๋ยเคมีเกินความจำเป็น คือต้องบอกว่าประเทศไทย ยังใช้ระบบการใส่ปุ๋ยแบบเดิมอยู่ ในขณะที่ประเทศเวียดนามใช้ระบบการใส่ปุ๋ยแบบใหม่ โดยที่มีบริษัทเอกชนเข้ามาเปลี่ยนเป็นปุ๋ยอินทรีย์ด้วย ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการใช้สารเคมี การเกษตรลดลงด้วย สุดท้ายค่ะ ลดการเผาฟางในนาข้าวโดยให้รถเกี่ยวนวดข้าวช่วยกระจายฟาง ใช้น้ำหมักชีวภาพช่วยย่อยสลายฟาง ปรับเทคนิคในการไถนาปันฟาง แล้วก็เก็บรวบรวมฟาง มาใช้ประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นการสับแล้วก็อัดใบไม้ให้ออกมาเป็นเชื้อเพลิงอัดเม็ดสำหรับส่ง โรงไฟฟ้าชีวมวล ทั้งนี้ทั้งนั้นรัฐบาลอาจจะต้องให้เงินสนับสนุนเล็กน้อย พร้อมกับเงื่อนไข ในการทำนาแบบไม่เผาฟางหรือสนับสนุนผู้ประกอบการรถเกี่ยวนวดข้าวให้ติดชุดอุปกรณ์ กระจายฟางก็จะช่วยลดเงื่อนไขในการเผาได้ค่ะ คือหลายที่ประสบความสำเร็จ รัฐบาลแค่ แบ่งเป็นโครงการย่อย ๆ แล้วก็ค่อย ๆ กระจายพื้นที่เอาค่ะ เวียดนามเขาไปถึงไหนแล้วค่ะ ท่านประธาน หากรัฐบาลให้การสนับสนุนแล้วก็ดำเนินการอย่างจริงจังนอกจากจะลดฝุ่น ลดต้นทุนเกษตรกรซึ่งดีต่อเราแล้วก็ยังดีต่อโลกเราด้วย ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณ ทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย เรื่องปัญหาราคาข้าวนาปรังตกต่ำ ปัญหาทุกท่าน ก็ทราบกันดีว่าอินเดียส่งออก เวียดนามส่งออก Dump ราคา ทำให้ราคาข้าวสารลดต่ำลง ผู้นำเข้าหลายประเทศชะลอการสั่งซื้อหรือลดการนำเข้า นี่ก็คือปัญหาที่ทุกคนเข้าใจและยังมี ปัญหาเรื่องเงินบาทแข็งค่าก็เป็นส่วนหนึ่งทำให้ราคาข้าวตกต่ำ สาเหตุที่ผมกล่าวมานี้ซึ่งเป็น ปัจจัยภายนอกที่รัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้ ท่านประธานครับ ผมอยากให้รัฐบาลได้ดู ปัญหาสินค้าอีกชนิดหนึ่งที่นำเข้าจากต่างประเทศเป็นจำนวนมากและมีผลกระทบกับ ข้าวเปลือก นั่นก็คือข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ที่เรานำเข้ามากจนเกินไป ปี ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาเรามี การนำเข้าข้าวสาลี ๒,๕๐๐,๐๐๐ กว่าตัน เรามีการนำเข้าข้าวบาร์เลย์ ๓๐,๐๐๐ กว่าตัน ซึ่งข้าวบาร์เลย์บางปีนำเข้า ๖๐๐,๐๐๐ ๗๐๐,๐๐๐ ตัน เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบโดยตรง กับข้าวเปลือกเพราะทำให้โรงสีขายรำข้าว ปลายข้าว ไม่ได้ราคา ก็ทำให้ราคาข้าวเปลือก ตกต่ำเช่นกัน เพราะการนำเข้าข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์จำนวนมากทำให้อุตสาหกรรมอาหาร สัตว์หยุดรับซื้อหรือซื้อน้อยลง แล้วนำเข้าช่วงที่เกษตรกรกำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตทุกปีทำให้มี ปัญหาตลอด ส่งผลกระทบอย่างไรผมจะยกตัวอย่างให้ดูครับท่านประธาน ถ้าราคารำข้าว ลดลง ๑ บาทต่อกิโลกรัม ราคาข้าวเปลือกก็จะหายไปตันละ ๑๐๐ บาท ข้าวเปลือกเรา ๑ ตัน จะมีรำข้าวประมาณ ๑๐๐ กิโลกรัม ถ้าราคารำข้าวลดลง ๕ บาทต่อกิโลกรัม ก็จะลดลง ตันละ ๕๐๐ บาทเช่นกัน รำ ปลาย ราคาลดลง ๑ บาทต่อกิโลกรัม ราคาข้าวเปลือกก็จะ ลดลงตันละ ๒๐๐ บาท ถ้าปลายข้าวท่อนลงไปกิโลกรัมละ ๕ บาท ข้าวเปลือกก็จะลดต่ำลง ประมาณ ๑,๐๐๐ บาท ถ้าสินค้า ๒ ชนิดนี้ ทั้งรำ ทั้งปลายข้าวท่อน ราคาลงอย่างละ ๕ บาท ข้าวเปลือกราคาจะลดต่ำลงประมาณตันละ ๑,๕๐๐ บาท ผมเห็นว่าการนำเข้าข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ต้องนำเข้าให้น้อยลงจะได้ไม่ทำให้ราคาข้าวเปลือกลดต่ำลงมาก ผมยกตัวอย่าง ปี ๒๕๖๕ มีการนำเข้าข้าวสาลีแค่ ๓๕๐,๐๐๐ ตัน ราคาข้าวโพดขึ้นไป ๑๓ บาทต่อกิโลกรัม ราคารำขึ้นไป ๑๒ ๑๓ บาทต่อกิโลกรัม ปลายข้าวท่อนใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ขึ้นไป ๑๖ บาทต่อกิโลกรัม ปัจจุบันราคารำลงเหลือ ๘ บาทต่อกิโลกรัม ส่วนปลายข้าวท่อนก็เหลือ ๑๐ กว่าบาท เห็นได้ชัด วัตถุดิบทดแทนพวกนี้มีผลกับข้าวเปลือกโดยตรง รัฐบาลต้องลด การนำเข้า ถ้ารัฐบาลไม่ลดการนำเข้า รัฐบาลไม่สามารถจะชี้นำเกษตรกรได้ว่าฤดูกาลนี้เราจะ ปลูกข้าว หรือปลูกข้าวโพด หรือปลูกมันสำปะหลัง เพราะวัตถุดิบทดแทนที่ ผมเอ่ยมานี้อยู่ใน หมวดคาร์โบไฮเดรต มีผลกระทบกับข้าวเปลือก ข้าวโพด มันสำปะหลัง ท่านประธาน ที่เคารพผมจึงเห็นควรว่านโยบายที่รัฐบาลมีโครงการช่วยเหลือเกษตรกรนั้นยังไม่เพียงพอ ผมเสนอให้รัฐบาลมีนโยบายพยุงรายได้เกษตรกรเช่นวันนี้เราทราบแล้วว่าข้าวนาปรังเรามี ประมาณ ๖,๕๐๐,๐๐๐ ตัน ถ้าเราพยุงรายได้ให้เกษตรกรอีกตันละ ๒,๐๐๐ บาท เราใช้ งบประมาณประมาณ ๑๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้ากำหนดให้ ๓๕ ตันต่อครัวเรือน หรือตาม ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง หรือที่ลงทะเบียนไว้หรือที่เกษตรกรขายล่วงหน้าไปแล้วก็ต้องเก็บ เอกสารไว้ชดเชยตามหลัง ท่านประธานที่เคารพครับ ยังมีอีกเครื่องมือหนึ่งที่ผู้ประกอบการ หรือคนทำธุรกิจเรียกว่า ตั๋วแบงก์ชาติ ในอดีตที่ผ่านมาแบงก์ชาติเคยได้นำเงินผ่านกลไก ของรัฐ เช่นธนาคารของรัฐและธนาคารของเอกชนให้ผู้ประกอบการนำเงินไปซื้อวัตถุดิบ จะเป็นข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง เพื่อเก็บ Stock ไม่ให้สินค้าตกต่ำโดยใช้วัตถุดิบพวกนี้ เป็นหลักประกัน ฝากถึงแบงก์ชาติดีกว่านำเงินไปลงทุนอย่างอื่น วันนี้พี่น้องเกษตรกร เราเดือดร้อน แบงก์ชาติควรจะเห็นใจหรือลงมาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรเราดีกว่าครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่เคารพครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ครับ🔗

นายชริน วงศ์พันธ์เที่ยง พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต ๒ ประกอบด้วยอำเภอนครหลวง บางปะหัน มหาราช บ้านแพรก และท่าเรือ พรรคประชาชน ทั้ง ๕ อำเภอที่ผมกล่าวไปนั้นมีชาวนาแล้วก็มีอาชีพทำนากันทั้งอำเภอครับ เมื่อสักครู่นี้ มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายถึงการแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันไป หลายท่านแล้วแต่ผมจะไม่พูดซ้ำ ผมจะมีคำอภิปรายอีกแบบหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ ราคาข้าวเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน หลายรัฐบาลแก้ปัญหาที่เรื้อรังโดยวิธีการประกัน ราคาข้าว จำนำข้าวเพื่อแก้ไขปัญหามาโดยตลอด โดยทุ่มเทงบประมาณในการช่วยเหลือ เกษตรกรมาโดยลำดับ ซึ่งถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปัจจุบันการแข่งขันในตลาดโลกสูงขึ้น วันนี้ส่วนแบ่งการตลาดของเราลดลง มีผู้ส่งออก รายใหญ่เกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ เช่น อินเดีย เวียดนาม แล้วต่อไปอีกไม่นานก็จะมีเขมร ลาว หรือพม่า เติบโตขึ้นมาเป็นคู่แข่งในอนาคตครับ ดังนั้นเราควรมาพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหา อย่างยั่งยืน ขอย้ำว่า อย่างยั่งยืน ในการลดต้นทุนการผลิต การนำนวัตกรรม และเทคโนโลยี มาใช้ในการผลิตให้มากขึ้นซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรง ผมจึงขอเสนอวิธีการอีกวิธีหนึ่ง ที่จะสามารถเพิ่มมูลค่าข้าวของไทยให้สูงขึ้นได้คือการแปรรูป ให้สามารถสร้างรายได้และ เป็นการเพิ่มราคาข้าวให้กับพี่น้องเกษตรกรได้อย่างยั่งยืนต่อไป ท่านประธานครับ ผลผลิต ข้าวเปลือกในประเทศไทยมีประมาณ ๓๐ ล้านตันต่อปี ในจำนวนนี้ประมาณ ๑ ใน ๔ จะถูก นำมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมโดยแบ่งเป็น ๒ ส่วนหลัก ๆ🔗

๑. ใช้ในส่วนอุตสาหกรรมแปรรูป เช่น การทำแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว เส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นขนมจีน ขนมขบเคี้ยว ไวน์ข้าว สุราจากข้าว น้ำมันรำข้าว และ เครื่องสำอาง มีความต้องการอยู่ประมาณ ๒.๗ ล้านตันข้าวสารต่อปี🔗

๒. การใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์สำหรับหมูขุน หมูพันธุ์ เป็ดพันธุ์ และใช้ ทดแทนวัตถุดิบอาหารสัตว์ นำเข้าประมาณ ๑.๗ ล้านตันข้าวสาร รวมแล้วมีความต้องการ ข้าวเพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมทั้งสิ้น ๔.๔ ล้านตันข้าวสาร หรือ ๖.๘ ล้านตันข้าวเปลือก ซึ่งเทียบเท่ากับประมาณ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตข้าวทั้งประเทศ🔗

แต่ปัญหาคือประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดเป้าหมายการขยายการแปรรูป ข้าวให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่ามากขึ้นอย่างชัดเจน แม้กระทั่งในแผนพัฒนาการผลิต การตลาดข้าวครบวงจรปีการเพาะปลูก ๒๕๖๘ รัฐบาลยังกำหนดให้ความต้องการวัตถุดิบ ข้าวในการแปรรูปยังคงเดิมจากปีก่อน ๆ ทั้ง ๆ ที่ข้าวสามารถนำมาใช้ในการแปรรูปเป็น ผลิตภัณฑ์ได้อย่างหลากหลาย ประเทศไทยควรพัฒนาการแปรรูปข้าวให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มี มูลค่าเพิ่มและสามารถเพิ่มการใช้ประโยชน์จากข้าวภายในประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่ อุตสาหกรรมอาหาร สุขภาพ และอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่ใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งสามารถ พัฒนาได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวดังนี้ เช่น อุตสาหกรรมอาหารแช่แข็ง บะหมี่ กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว และ Bakery อุตสาหกรรมอาหารสุขภาพ ยา และเครื่องสำอาง ข้าวพร้อมรับประทาน เช่น ข้าวพอง ข้าวอบกรอบ สำหรับตลาดขนมขบเคี้ยว ข้าวหุงสุก แช่แข็ง รองรับ Lifestyle เร่งรีบ ข้าว Pasteurize สำหรับตลาดส่งออกอุตสาหกรรมอาหาร พร้อมทาน ซึ่งเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้หารือกับตัวแทนของกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ญี่ปุ่น ในการให้ประเทศไทยเป็น ศูนย์กลางการจัดเก็บข้าวสุกพร้อมรับประทานระดับภูมิภาคเพื่อช่วยเหลือประเทศสมาชิก ที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน และเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้กับภูมิภาค ซึ่งเมื่อ สำเร็จน่าจะทำให้การแปรรูปดังกล่าวส่งผลดีกับข้าวของประเทศไทย ซึ่งโครงการนี้ ควรผลักดันให้เกิดขึ้นจริงครับ ข้าวแปรรูปเป็นอะไรได้อีก ก็ยังเป็นเครื่องดื่ม เช่น นมข้าว เป็นทางเลือกแทนนมวัว เหมาะสำหรับผู้แพ้ Lactose และยังเป็นสุรา ไวน์จากข้าวได้อีก หลายอย่าง ท่านประธานครับ จะเห็นได้ว่าเราสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากการแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากข้าวมากมายซึ่งทำให้ราคาข้าวของเราสูงขึ้น และเป็นการแก้ไขปัญหาอย่าง ยั่งยืน ผมมั่นใจว่าหน่วยงานรัฐและหน่วยงานเอกชนมีข้อมูลและวิธีการที่จะแปรรูปข้าว อยู่แล้ว เพียงแต่ขาดการสนับสนุนและให้ความสำคัญ จึงขอให้รัฐบาลเข้ามาพัฒนาและ ผลักดันอย่างจริงจัง หวังว่าเราจะสามารถนำข้าวไทยมาแปรรูปจากเดิม ๒๔ เปอร์เซ็นต์ ให้สูงมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตความมั่นคงให้กับเกษตรกรไทยโดยไม่ต้องมา เรียกร้องเช่นนี้ทุก ๆ ปี ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณนิพนธ์ คนขยัน ครับ🔗

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตร่วมอภิปรายญัตติด้วยวาจาราคาข้าวตกต่ำ ชาวนาเป็นกระดูก สันหลังของชาติของประเทศพูดมาตลอดครับ วันนี้ราคาข้าวตกต่ำเห็นใจพี่น้องชาวนาครับ แต่เพื่อนสมาชิกก็ได้เสนอแนวทางการแก้ปัญหาต่าง ๆ ไปแล้ว ผมขอลงประเด็นของผมครับ ท่านประธาน เนื่องจากผมก็ลูกชาวนาโดยกำเนิดไม่ได้ทำนาตอนมาเป็นผู้แทนราษฎรนี่ละครับ แนวทางการแก้ไขปัญหาตอนที่ผมเป็นกำนัน ๑. บอกว่าต้องมีตลาดกลางข้าวเปลือก ผมนี่ ยกที่มรดกให้เลยทำตลาดกลางข้าวเปลือก จัดตั้งชุมนุมสหกรณ์ สรุปวันนี้ถ้ามีตลาดกลาง ข้าวเปลือกแล้วรัฐต้องเอาจริง ประสบการณ์ที่ผ่านมาจริงแต่ตอนเปิดครับท่านประธาน พาณิชย์จังหวัด สหกรณ์จังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องเอาจริงตลอดระยะเวลาหน้าข้าว จะออก ไม่ใช่ว่าตอนราคาข้าวตกต่ำถึงมาจัดโชว์ตลาดกลางข้าวเปลือก แล้วก็ถ่ายภาพ ส่งรัฐบาลไม่ได้มันต้องเอาจริงเอาจัง ทำตลอดเวลาต่อเนื่อง สหกรณ์ก็เช่นกันให้มีความจริงใจ ครับ ส่วนสหกรณ์ที่มีความจริงใจที่ว่าคือสหกรณ์จังหวัด ให้มีความจริงใจในการแก้ปัญหา ในเรื่องรวมข้าวตลาดข้าว สำคัญอีกประการหนึ่งเวลาข้าวเปลือก ราคาข้าวเปลือกสมมุติ ๑๒ กิโลกรัม บ้านผมเรียกหมื่นนี่ร้อยบาท แต่ข้าวสารจะประมาณ ๒๕๐ บาท ๑๒ กิโลกรัม ต่างกันเกือบเกินครึ่งครับท่านประธาน นี่ผมพูดตลอดที่จังหวัดบึงกาฬว่าลานตลาดกลาง ข้าวเปลือกของสหกรณ์ซื้อข้าวแล้วต้องมาแปรรูป จากจะขาย ๒๕๐ บาท อาจจะขายสัก ๒๐๐ บาท คนไม่มีนาจะได้ซื้อข้าวถูกกิน ก็ได้แบ่งตลาดออกไป ถ้าทำทั้งหมดทั่วประเทศ ที่ทำได้ ทำไมจะทำไม่ได้ครับ ถ้าราชการ รัฐบาลเอาจริง อย่างวันนี้ผมก็เชื่อว่ารัฐบาลเอาจริง ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ อย่างวันนี้กลับมาจากต่างประเทศก็ประชุมแก้ปัญหา เรื่องข้าว แต่ผมเชื่อมั่นว่าอนาคตแก้ได้เพราะเป็นรัฐบาลเพิ่งจะเข้า ๒ ปีกว่าจัดตั้งรัฐบาลได้ ไม่ใช่พูดเอาใจท่านนายกรัฐมนตรี แม้แต่ในพรรคผมก็ยังล่อกันเลยครับท่านประธาน แต่วันนี้ ไม่ได้แก้ต่างเพราะชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติจริง ๆ ราคาสินค้าเกษตรอย่างที่ได้ หาเสียงไว้นั่นล่ะ ขึ้นยกแผง ยกแน่นอนในอนาคต ข้าวอย่างที่ผมกราบเรียนว่า ๑. รัฐบาล เอาจริง ๒. ข้าราชการก็สำคัญ หากข้าราชการเอาจริงจบ อย่างที่ผมเรียนเมื่อสักครู่นะครับ สหกรณ์จังหวัด พาณิชย์จังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องเอาจริงเอาจังทุกเรื่องเรื่องเกษตร ถ้าเอาจริงแล้วจบครับ อย่างวันนี้บ้านผม ขออนุญาตจะหาว่าผมพูดนอกเรื่องครับท่านประธาน อย่างวันนี้รถที่ปลูกข้าวนาดอน ปลูกยางพารา นาลุ่มทำอย่างอื่นได้ไหม ไม่ต้องชดเชยน้ำท่วม ฝนแล้ง มันจะการผ่อนไม่ให้มีข้าวออกตลาดให้มาก สำคัญเวลาน้ำท่วมที่นารัฐบาลก็ต้อง ชดเชย เวลาฝนแล้งนาดอนข้าวก็ตายแล้งครับ รัฐบาลก็ชดเชยอีก ๒ ประเภทนี้นี่ นาลุ่ม นาดอน แยกออกให้ชัดเจน เป็นการแบ่งภาระรัฐบาลไม่ต้องเสียเงินชดเชย ท้ายที่สุดชาวนา ก็ไม่ต้องขาดทุนในการทำนา ถามว่าชดเชยรัฐบาลชดเชยกำไรไหม ไม่มีกำไรหรอกครับ พอเพียงประทังว่าไม่ขาดทุน สรุปท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกพูดกันเสนอหลาย ประเด็นแล้ว ผมเอาประเด็นนี้ละ ถ้ารัฐบาลข้างหน้าข้าราชการเอาจริง จบครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี ครับ🔗

นายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี นครสวรรค์

เรียนท่านประธานสภา กระผม กฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขตเลือกตั้งที่ ๑ คนปากน้ำโพ พรรคประชาชน วันนี้ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหา ราคาข้าวทั้งระบบครับ ท่านประธานครับ ปัจจุบันราคาข้าวตกต่ำอย่างหนัก โดยชาวนา โดยเฉพาะจังหวัดนครสวรรค์เริ่มเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง แล้วก็ราคาข้าวตกต่ำลงเหลือเพียง ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท ต่างจากปีที่แล้วข้าวที่เคยขายได้ประมาณ ๑๑,๐๐๐ บาท จึงทำให้ ประสบปัญหาขาดทุน ขอสไลด์ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี นครสวรรค์

จากภาพครับ เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมได้ลงพื้นที่ร่วมกับเพื่อนผู้แทนราษฎรในจังหวัดนครสวรรค์ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลทั้ง ๖ ท่าน รับหนังสือข้อเรียกร้องจากเกษตรกรชาวนาที่จังหวัดนครสวรรค์ชุมนุม เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหา แล้วเมื่อวานนี้ได้แถลงข่าว แล้วก็นำข้อเสนอของภาค ประชาชนนี้ส่งให้กรรมาธิการการเกษตรเพื่อพิจารณาครับ วันนี้ทราบว่าได้พิจารณาแล้ว ท่านประธานครับ จากการศึกษาแนวทางการสร้างเสถียรภาพการค้าสินค้าข้าว จัดทำโดย กระทรวงพาณิชย์ เมื่อปี ๒๕๖๖ พบว่า ความสามารถในการแข่งขันข้าวไทย อาทิ ผลการ ผลิตข้าวกิโลกรัมต่อไร่ พบว่าผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่าประเทศผู้ผลิตอื่น โดยเฉพาะปี ๒๕๖๖ ทั้งโลกมีผลผลิตเฉลี่ยที่ ๓,๗๓๙ กิโลกรัมต่อไร่ ส่วนไทยมีผลผลิตเพียง ๔๕๗ กิโลกรัมต่อไร่ เท่านั้น ในขณะที่ประเทศคู่แข่งอย่างจีนมีผลผลิตสูงถึง ๑,๑๓๒ กิโลกรัมต่อไร่ เวียดนามสูงถึง ๙๗๑ กิโลกรัมต่อไร่ อินเดียคู่แข่งสำคัญที่เพิ่งกลับมาส่งออกหลังจากไม่ได้ส่งออกมา ๒ ปี ผลิตได้กว่า ๖๘๑ กิโลกรัมต่อไร่ ขอสไลด์ถัดไปครับ ภาพนี้เป็นดัชนีผลผลิตข้าวไทยที่ต่ำทำให้ มีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าตลาดโลก สังเกตที่เวียดนามมีต้นทุนอยู่ที่ประมาณ ๕,๒๘๑ บาท ต่อตัน ในขณะที่ประเทศไทยสูงถึง ๙,๑๕๑ บาทต่อตัน ซึ่งสูงกว่ากัน ๑ เท่า หากเรามีการ ลดต้นทุน ขอสไลด์ถัดไปครับ ภาพนี้เป็นหนังสือร้องเรียนจากเกษตรกร และเป็นต้นทุน การผลิตเฉลี่ยของชาวนาจังหวัดนครสวรรค์ ส่งมามีต้นทุนการปลูกข้าวน่าตกใจครับ สูงถึง ๕,๐๐๐-๗,๐๐๐ ต่อไร่ มีต้นทุนที่สำคัญ อาทิ ต้นทุนในเรื่องของเมล็ดพันธุ์ข้าวที่สูงกว่า ๕๐๐ บาทต่อไร่ ต้นทุนเรื่องปุ๋ยเคมี ๑,๕๐๐ บาทต่อไร่ ต้นทุนเรื่องเคมีกำจัดวัชพืชสูงถึง ๑,๕๐๐ ต่อไร่ แล้วราคาน้ำมันกว่า ๔๐๐ บาทต่อไร่ ทำให้ต้นทุนสูงมาก หากรัฐบาลเร่งแก้ไข ปัญหาจะต้องเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังครับ ขอสไลด์ถัดไปครับ เป็นพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ พื้นที่นครสวรรค์ ๕.๙ ล้านไร่ มีพื้นที่ชลประทานอยู่เพียง ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ ในขณะที่พื้นที่ ผลิตข้าวปลูกถึง ๒.๙ ล้านไร่ สไลด์ถัดไปครับ อันนี้เป็นพื้นที่ชลประทานของจังหวัดนครสวรรค์ มีพื้นที่ชลประทานเพียง ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ ทำให้การผลิตมีน้ำน้อยก็ทำให้การผลิตลดลง ผมดีใจ ที่วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีพูดถึงเมื่อชั่วโมง ๑-๒ ชั่วโมงที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดถึง การแก้ปัญหาแล้วก็จะให้ความสำคัญเรื่องพันธุ์ข้าว ผมมีข้อเสนอครับ ในจังหวัดนครสวรรค์ มีชาวนาเกษตรกรกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า โรงเรียนชาวนา เป็นโรงเรียนชาวนาที่มีเกษตรกรกว่า ๔,๐๐๐ ราย และได้ทำพันธุ์ข้าวที่เป็นที่รู้จัก ไม่ว่าจะเป็นข้าวหอมเกยไชยที่มีชื่อเสียง ข้าวช่อราตรี ข้าวนิลสวรรค์ และข้าวชำมะเลียงแดง ก็เป็นที่ยอมรับจากหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น หน่วยงานของ USDA และ IFOAM ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลกที่สนับสนุนสินค้าการเกษตร🔗

ท้ายนี้ผมขอเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา ก็คือให้ทางรัฐบาลให้ความจริงจัง กับการแก้ปัญหา โดยเฉพาะนำนโยบายเราเสนอนโยบายกระดุม ๕ เม็ดที่จะเปลี่ยนแปลง ชีวิตเกษตรกร ๑. คือปฏิรูปเรื่องที่ดิน ที่ดินประชาชนจะมีประโยชน์กว่า ๑๐ ล้านไร่ ปฏิรูป เรื่องแก้ไขปัญหาหนี้สิน ปลดหนี้เกษตรกร จัดการเรื่องต้นทุน ลดต้นทุนน้ำ ปุ๋ย และเครื่องจักร ทำนวัตกรรมที่เสริมสร้างมูลค่าต่อยอดหารายได้ ต่อยอดพืชเกษตรที่ก้าวหน้าขึ้น ท้ายนี้ผมขอ สนับสนุนญัตติด่วนเรื่องขอให้คณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาราคาข้าวทั้งระบบครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล ครับ🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดอ่างทองครับ ขออนุญาตที่จะร่วมแสดงความคิดเห็นต่อญัตติด่วนในเรื่องของการเสนอญัตติด่วนในเรื่อง การช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรจากปัญหาราคาทางการเกษตรที่ตกต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องเกษตรกรชาวนา ผมต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้านแล้วก็ฝ่ายรัฐบาลที่ได้ช่วยกัน ยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาเพราะเป็นปัญหาเร่งด่วน แล้วก็เป็นปัญหาที่มีผลกระทบกับพี่น้อง เกษตรกรเป็นจำนวนมาก ไม่แปลกใจครับที่เราได้เห็นภาพข่าวพี่น้องเกษตรกรนั้นออกมา ประท้วงในหลายจังหวัด พี่น้องจากจังหวัดอ่างทอง จากจังหวัดใกล้เคียงของผมก็มารวมตัว กันที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีการปิดถนน เมื่อวานนี้ก็ทราบข่าวว่ามาประท้วงกันอยู่ที่ หน้าทำเนียบ เมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อนผมก็รับหนังสือร้องเรียนที่สภา สัปดาห์ที่ผ่านมาผมก็รับ หนังสือร้องเรียนที่สำนักงานของผมที่จังหวัดอ่างทอง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพี่น้องเกษตรกร ชาวนาทั่วทั้งประเทศถึงออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกันในช่วงเวลาเหล่านี้ เพราะราคา สินค้าทางการเกษตร ราคาข้าวเปลือกนั้นมันตกต่ำลงมามากมายเหลือเกิน ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท ลงมาเหลือ ๖,๐๐๐ ปลายบ้าง ๗,๐๐๐ ต้นบ้าง พี่น้องเกษตรกรอยู่ไม่ไหวแล้วครับ ที่แปลกใจมีอย่างเดียวคือวันนี้ทำไมรัฐบาลเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางกระทรวงพาณิชย์ ยังไม่ได้มีมาตรการที่ชัดเจนออกมาที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอย่างไรเลย แล้วก็อยากจะ ฝากถึงทางรัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งทาง ๓ กระทรวงหลัก นั่นก็คือทางกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็กระทรวงการคลัง ให้ช่วยเร่งรัดในการออกมาตรการ ต่าง ๆ ที่จะมาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในระยะสั้นเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าตรงนี้ ผมอยากจะนำเสนอแบบนี้ครับ ทางกระทรวงพาณิชย์เองซึ่งเป็นเจ้าภาพหลักในการดูแลเรื่อง ของสินค้าทางการเกษตร แล้วก็ต้นทุนทางการผลิตทั้ง ๒ ฝั่ง สินค้าทางการเกษตรวันนี้ เราไม่ใช่เพิ่งจะมารู้ ถ้าท่านรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ถามสดในเมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อนก็รู้ครับว่า สถานการณ์การส่งออกข้าวของประเทศยักษ์ใหญ่อีกประเทศหนึ่งอย่างประเทศอินเดียที่ทำให้ Supply มันล้นอยู่ในตลาดโลกทำให้ราคาข้าวของเราตกต่ำ เราไม่ได้เพิ่งรู้ปัญหาวันนี้หรือ เมื่อวานนี้ เรารู้ปัญหาตรงนี้มานานเป็นเดือนแล้ว แล้วเราก็รู้ด้วยข้อมูลที่ทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์มี เรารู้ว่าที่ไหนปลูกข้าวพันธุ์ไหน จำนวนเท่าไร และผลผลิตจะออกสู่ท้องตลาด เมื่อไร แต่ที่น่าแปลกใจคือทั้ง ๆ ที่เรารู้สถานการณ์ของโลก รู้สถานการณ์ภายในประเทศ แต่เราไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ที่จะทำให้เกิดปัญหาที่รวดเร็ว ทันใจพี่น้องเกษตรกรเลย และที่หนักกว่านั้น ตอนนี้ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์เดี๋ยวเดือนหน้า เดือนมีนาคมครับ จะมีผลผลิตทางการเกษตร จะมีข้าวอีก Lot ใหญ่ที่กำลังจะออกสู่ ท้องตลาด ก็จะยิ่งทำให้ราคาข้าวภายในประเทศนี้มันตกลงอีก ตรงนี้ละครับที่อยากจะฝาก ถึงทางกระทรวงพาณิชย์ที่ต้องออกนโยบายอย่างเร่งด่วนและคู่กันไปก็คือเรื่องของการ ลดต้นทุนในการผลิต ผมไม่สบายใจและอยากจะฝากท่านประธานถึงทางรัฐบาลถึงมาตรการ ๗ ข้อ เพื่อนสมาชิกพูดกันมามากครับ อยากให้ทางกระทรวงพาณิชย์ทบทวนเถอะครับ อย่าได้ไปคิดเลยเรื่องไปตั้งจุดรับซื้อข้าว แล้วก็จะช่วยราคาข้าวอีกตันละ ๑๐๐-๒๐๐ บาท อย่าไปมองพี่น้องเกษตรกร เขาเป็นชาวนาครับ เขาไม่ใช่ผู้อนาถาที่จะมารอเงินช่วยเหลือ เล็ก ๆ น้อย ๆ จากทางรัฐบาลแบบนี้🔗

ประเด็นที่ ๒ เรื่องของทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยากจะฝากถึงทาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะที่ผ่านมาเรารณรงค์ให้ชาวนางดเผา ให้ชาวไร่อ้อย เหมือนกันงดเผาเพื่อลดปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 พี่น้องเกษตรกรชาวนาบ้านผมให้ความร่วมมือ กันเต็มที่แทบจะไม่เห็นจุดแดงที่เกิดจากการเผาเลยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ปัญหา ฝุ่นควัน PM2.5 ก็ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญครับ แล้วนอกจากนั้นการที่ไปห้ามเขาแล้วบอก ว่าถ้าหากว่าเกษตรกรที่ไปเผานี่จะถูกตัดการช่วยเหลือจากมาตรการต่าง ๆ นโยบายต่าง ๆ จากรัฐ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลควรที่จะต้องทบทวนครับ และอยากที่จะให้มีมาตรการในการ ส่งเสริม สนับสนุน จูงใจ มากกว่าจ้องจะไปจับชาวนา จ้องจะไปลงโทษชาวนา ท่านออก มาตรการมาสิครับว่าในการช่วยเหลือถ้าไม่ให้เผาตอซังให้ทำอะไร มีมาตรการในการส่งเสริม จุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยตอซังไหม หรือมีการช่วยเหลือพี่น้องชาวนาที่จะลดต้นทุนถ้าหากว่าเขา ต้องไปไถกลบไหม อยากเห็นนโยบายแบบนี้เพื่อเป็นการจูงใจมากกว่าจ้องที่จะไปลงโทษ ชาวนาครับ🔗

และประการสุดท้ายของกระทรวงการคลัง สั้น ๆ อีกนิดเดียวครับท่านประธาน คือเรื่องภาระหนี้สิน อยากจะเห็นมาตรการในการพักหนี้ พักต้น พักดอก เพื่อช่วยต่อลมหายใจ ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวนาในช่วงที่เราเกิดภาวะทางราคาข้าวเปลือกแบบนี้ ก็อยากฝาก ทางท่านประธานไปยังรัฐบาลกับ ๓ กระทรวงหลัก ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคประชาชน จากพี่น้องชาวอยุธยาและบางบาลครับ ผมขอใช้โอกาสนี้ในการสะท้อนเสียงของพี่น้อง เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และขอใช้โอกาสในการนำเสนอการจัดการน้ำ อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดต้นทุนการทำนา เพิ่มประสิทธิภาพทุ่งรับน้ำ และแก้ปัญหา น้ำท่วมซ้ำซากในอยุธยา และพื้นที่ลุ่มต่ำภาคกลาง โดยจากเสียงสะท้อนของพี่น้องเกษตรกร ชาวนาที่มีการประท้วงปิดถนนสายเอเชียบริเวณหน้าศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีข้อเรียกร้องถึงปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำและไม่ได้รับ การดูแลหรือการผลักดันการแก้ปัญหาจากรัฐบาล รวมไปถึงการประท้วงที่ทำเนียบรัฐบาล ที่เกิดขึ้นเมื่อวานที่ผ่านมา ถ้าจะให้อธิบายปัญหาการจัดการน้ำและการทำนาของอยุธยา ในปัจจุบันสรุปจบภายใน ๑ ประโยค นั่นคือพื้นที่ทุ่งรับน้ำที่ฤดูร้อนไม่มีน้ำพอใช้ แต่ในช่วง ฤดูฝนเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก ฟังแล้วมันน่าเวทนาครับท่านประธาน ด้วยเหตุผลสำคัญคือ นโยบายของรัฐบาลนั้นในเรื่องของการทำนานั้นไม่มีความสอดคล้องกับบริบทและช่วงเวลา ในพื้นที่ของพี่น้องชาวอยุธยาที่จะต้องรับกรรมเพื่อปกป้องเขตเมืองหลวง และปกป้อง สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ภาพถัดไปครับ ฤดูร้อนที่ไม่มีน้ำพอใช้ หมายความว่าอย่างไรครับ ในช่วงต้นปีแบบนี้ไปจนถึงกลางปีเป็นช่วงที่มีอากาศแห้งหรือเริ่มเข้าสู่ฤดูแล้ง อยุธยาถือเป็น ปลายน้ำเนื่องจากเราใช้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลลงมาจากทางเหนือเป็นหลักครับ นั่นทำให้กว่าน้ำจะมาถึงอยุธยาก็ต้องใช้เวลา และมีการแบ่งน้ำไปตั้งแต่เส้นทางก่อนหน้านี้ ภาพถัดไปครับ แต่เมื่อการจัดการน้ำมีปัญหาครับท่านประธาน รัฐบาลไม่มีการจัดเตรียมบ่อ กักเก็บน้ำไว้ตามจังหวัดต่าง ๆ ตามแนวเส้นทางของแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อไม่มีบ่อกักเก็บน้ำ น้ำต้องใช้ในปริมาณก็มีน้อยมาก ก็ส่งผลทำให้พี่น้องชาวนาต้องเสียต้นทุนเพิ่มขึ้นเพื่อซื้อ กระแสไฟฟ้า ซื้อน้ำมันในการเดินเครื่องสูบน้ำเพื่อนำน้ำเข้านาของตนเอง รวมถึงยังส่งผลให้ การเริ่มทำงานหรือการปลูกข้าวนั้นก็ล่าช้าลงไปด้วย เนื่องจากไม่มีน้ำอย่างเพียงพอ จนสุดท้ายก็ไม่สามารถเตรียมทุ่งนาเพื่อใช้เป็นทุ่งรับน้ำได้ภายในกำหนดในวันที่ ๑๕ กันยายนของทุกปี ซึ่งเป็นการกำหนดตามนโยบายของรัฐบาลครับ ช่วงฤดูฝนจึงเป็นช่วงที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะการกำหนดให้เกิดทุ่งรับน้ำในพื้นที่ อำเภอบางบาล และหลาย ๆ อำเภอภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาครับ กำหนดให้มี การระบายน้ำเข้าสู่ทุ่งรับน้ำในวันที่ ๑๕ กันยายนของทุกปีในช่วงที่เกิดฤดูน้ำหลากหรือฤดูฝน แต่ในความเป็นจริงไม่สามารถทำได้ เมื่อน้ำทำนามาช้าตั้งแต่ต้นปีทำให้เมื่อเริ่มปลูกนาปี ในช่วงมีนาคมหรือถึงเมษายนแบบนี้พี่น้องชาวนาก็สามารถปลูกข้าวได้ช้าลงครับ ส่งผลให้ ไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ทันในวันที่ ๑๕ กันยายนของทุกปี พอเก็บเกี่ยวไม่ทันจึงไม่สามารถ ที่จะมีการระบายน้ำเข้าสู่ทุ่งรับน้ำได้ สุดท้ายน้ำก็ไปท่วมขังอยู่ในพื้นที่ริมแม่น้ำซึ่งเป็นชุมชน ดั้งเดิมของชาวอยุธยาที่พวกเราตั้งถิ่นฐานกันอยู่ริมแม่น้ำ แต่ปัจจุบันกลายเป็นพื้นที่ที่อยู่นอก คันกั้นน้ำ คือมีการสร้างคันกั้นน้ำรอบทุ่งรับน้ำไว้แล้วปล่อยให้พื้นที่ริมน้ำซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชน ของพี่น้องประชาชนชาวอยุธยากลายเป็นพื้นที่ที่ต้องเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก นั่นจึงเป็นน้ำท่วมที่ ไม่ได้เกิดจากภัยพิบัติธรรมชาติ แต่เป็นน้ำท่วมที่เกิดจากการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล ที่ไร้ประสิทธิภาพ แต่เมื่อปริมาณน้ำจำนวนมากไหลมารวมอยู่ที่อยุธยาในช่วงฤดูน้ำหลาก แต่กลับไม่สามารถที่จะกักเก็บน้ำเหล่านั้นไว้ใช้ในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อเตรียมรับมือกับ ฤดูแล้งได้ พอถัดมาไม่กี่เดือนพอเข้าหน้าแล้งก็ไม่มีน้ำใช้ให้พี่น้องชาวนา พี่น้องเกษตรกรของ อยุธยาอีกตามเคย มิหนำซ้ำภาครัฐยังปล่อยปละละเลยให้มีการประกอบกิจการบ่อดิน บ่อทราย ในพื้นที่ซึ่งกำหนดให้เป็นทุ่งรับน้ำโดยไม่มีการกำหนดผังเมืองที่มีคุณภาพ ยังไม่รวมถึงผลกระทบในการขุดดินทรายที่ส่งผลต่อความอุดมสมบูรณ์ของดินในพื้นที่ทุ่งนา นั้นอีกด้วย นั่นจึงนำมาสู่ข้อเสนอของพวกเราพรรคประชาชนต่อรัฐบาลในเรื่องของการออก นโยบายการจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาทั้งเรื่องของการมีทุ่งรับน้ำสำหรับลดผลกระทบจาก น้ำท่วม และทำให้พี่น้องเกษตรกรชาวนามีบ่อกักเก็บน้ำใช้ตลอดทั้งปีเพื่อลดต้นทุนในการ ทำนาและมีรายได้มากขึ้น ปลูกข้าวได้ราคาดีมากขึ้นครับ🔗

๑. ต้องมีการจัดทำทุ่งรับน้ำและมีการกระจายน้ำตั้งแต่ทางเหนือ รวมถึง ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาตั้งแต่จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ต่อมาถึงอยุธยา🔗

๒. หากเราสามารถจัดทำทุ่งรับน้ำตามแนวเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาได้ จะสามารถลดจำนวนปริมาณน้ำที่ไหลลงมาท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำอย่างอยุธยาได้ และลดผลกระทบ ไม่ให้เกิดน้ำท่วมที่รุนแรงมากขึ้น🔗

๓. หากสามารถทำทุ่งรับน้ำและกระจายน้ำตั้งแต่ต้นทางตามแนวเส้นทาง ของแม่น้ำเจ้าพระยาได้รัฐบาลจะสามารถเตรียมบ่อกักเก็บน้ำ และกระจายน้ำเหล่านั้นเข้าสู่ บ่อกักเก็บน้ำเพื่อเตรียมไว้สำหรับให้พี่น้องในช่วงฤดูแล้งได้ด้วย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พ่อแม่ พี่น้องเกษตรกรต้องใช้น้ำเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงนาปี ขออีกนิดเดียวครับ ท่านประธาน🔗

๔. รัฐบาลต้องมีมาตรการชดเชยเยียวยาทุ่งรับน้ำเมื่อมีการระบายน้ำเข้าไป สู่ทุ่ง ต้องมีการชดเชยเยียวยา โดยขอเสนอที่การชดเชย ๑,๐๐๐ บาทต่อไร่ต่อเดือน โดยอาศัย พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำในมาตรา ๖๗ เพื่อให้พี่น้องชาวนานั้นเต็มใจเปลี่ยนจากทุ่งนา ให้กลายเป็นทุ่งรับน้ำ🔗

๕. เมื่อมีบ่อกักเก็บน้ำที่เพียงพอก็จะทำให้พี่น้องชาวนาสามารถลดต้นทุน ค่ากระแสไฟฟ้าเพื่อสูบน้ำเข้านาของตนเองได้ และทำให้มีกำไรจากการขายข้าวมากขึ้น และเมื่อมีน้ำใช้ตลอดก็ทำให้คุณภาพของข้าวดีขึ้นส่งผลต่อราคาของข้าวอีกด้วย🔗

๖. คือข้อเสนอที่ต้องดูแลพี่น้องประชาชนและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ทั้งในระยะระหว่างท่วมที่ต้องกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ดูแลพี่น้อง ประชาชนได้อย่างเต็มที่ และในช่วงหลังน้ำท่วมที่จะต้องมีมาตรการช่วยเหลือประชาชน ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิต กลับมาทำมาหากิน กลับมาซ่อมแซมบ้านเรือนได้ ยกตัวอย่างเช่น การออกมาตรการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือการยกเว้นดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม หรือแม้กระทั่งการจัดตั้งกองทุนที่มีส่วนร่วมของชุมชนเช่นกองทุนดีดบ้านให้ประชาชนเพื่อให้ พ้นระดับจากระดับน้ำท่วมเป็นต้น🔗

ทั้งหมดเป็นข้อเสนอในการแก้ปัญหาการจัดการน้ำที่จะสามารถยิงปืน นัดเดียวได้นกหลายตัวในการแก้ปัญหาทั้งเกษตรกรรมและแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณฐิติมา ฉายแสง ครับ🔗

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สส.ฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ เรื่องราคาข้าว ตกต่ำ เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคมที่ผ่านมาดิฉันด้วยความห่วงใยพี่น้องชาวนาก็ได้หารือใน สภาผู้แทนราษฎรไปว่าราคาข้าวมันตกลงมาตอนนั้นอยู่เหลือ ๗,๒๐๐ บาท และตอนนี้ค่ะ ท่านประธาน ขณะนี้ลดลงเหลือประมาณ ๖,๐๐๐ บาทเศษ ซึ่งมันอาจจะต่ำกว่าต้นทุน การผลิตก็ดี จะทำให้ชาวนาขาดทุนหนักก็ดี แล้วก็หลายรายตอนนี้ก็ประสบปัญหาหนี้สิน กันอยู่แล้ว ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันอาจจะอภิปรายฉีกแนวไปกว่าคนอื่นด้วยก็ได้ การส่งออกข้าวเพียงอย่างเดียวมันไม่สามารถที่จะพยุงราคาข้าวในประเทศได้ ดิฉันทราบว่า รัฐบาลได้พยายามผลักดันการส่งออกข้าวไปยังหลาย ๆ ประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อเมริกา หรือว่ายุโรป แต่ว่าเมื่อเช้านี้ในคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ที่ดิฉันเป็น กรรมาธิการอยู่ ทางกรมการค้าต่างประเทศก็ได้มาบอกแล้วว่าประเทศเหล่านี้เขาชะลอ การซื้อจากเรา แล้วก็ทราบว่ากระทรวงพาณิชย์เองก็พยายามที่จะขายข้าว อย่างเช่น ทำ MOU ที่จะขายข้าวไปยังประเทศแอฟริกาใต้ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน แล้วก็ G to G กับจีน ๒๘๐,๐๐๐ ตัน แต่ว่าเมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณข้าวที่มันออกมาประมาณที่ ๖,๕๐๐,๐๐๐ ตัน นั้นมันก็ถือได้ว่าเป็นมาตรการที่ส่งออกข้าวอย่างเดียวมันคงไม่พอ เพราะมันห่างไกลกับ ตัวเลขเหลือเกิน มันไม่สามารถพยุงราคาข้าวได้ ดังนั้นท่านประธานคะ ดิฉันเองขอเสนอ แนวทางที่จะช่วยให้ราคาข้าวดีขึ้น จากในความคิดของดิฉันก็คือว่าขอเสนอให้รัฐบาลนั้น ออกนโยบายสำรองข้าวเพื่อความมั่นคงทางอาหาร ด้วยการประกาศรับซื้อข้าวเปลือก ในราคาประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อตัน เพื่อพยุงราคาข้าวในประเทศ แล้วก็ช่วยป้องกัน ความเสี่ยงของวิกฤติอาหารในอนาคต ท่านประธานคะ แนวคิดนี้การสำรองข้าวเพื่อความ มั่นคงทางอาหารนั้นไม่ใช่ความคิดที่จะถือว่ามันสุดโต่งจนเกินไป ดิฉันคิดว่าประเทศอินเดีย เราก็รู้อยู่ว่าเป็นผู้ผลิต เป็นผู้ส่งออกอันดับสูงที่สุดของโลก เขาก็เคยประกาศระงับการส่งออก ข้าวชั่วคราวเพื่อสำรองข้าวไว้ใช้ในประเทศตนเอง ตอนนั้นส่งผลให้ราคาข้าวในตลาดโลก สูงขึ้นทันที แล้วราคาข้าวที่พี่น้องชาวนาได้อยู่ประมาณ ๑๒,๐๐๐ บาทต่อตัน ประเทศจีนเอง ก็มีระบบสำรองข้าวในคลังสินค้าเพื่อควบคุมราคา แล้วก็ป้องกันภาวะขาดแคลน อเมริกาก็ดี สหภาพยุโรปก็ดีก็มีแนวทางในการสำรองธัญพืชเพื่อความมั่นคง ทางอาหาร ถามว่าการ สำรองเพื่อความมั่นคงทางอาหารมันมีประโยชน์อย่างไร ท่านประธานคะ แน่นอนมันเป็นการ รักษาเสถียรภาพราคาข้าวในตลาด เพราะว่าเมื่อรัฐบาลประกาศรับซื้อข้าวเปลือกเพื่อสำรอง ผู้ส่งออกก็ดี ผู้ประกอบการก็ดี จะรีบเข้ามาแย่งกันซื้อข้าวทำให้ราคาข้าวในตลาดปรับตัว สูงขึ้นโดยอัตโนมัติ แล้วมันก็เป็นการช่วยพยุงราคาข้าวโดยใช้กลไกตลาด ไม่ใช่การแทรกแซง ตลาดแบบผิดธรรมชาติ ท่านประธานคะ ในภาวะโลกร้อนที่เราเรียกว่า Climate Change นี้ ทำให้เกิดภัยแล้ง น้ำท่วม ความแปรปรวนของฤดูกาลอาจจะกระทบต่อผลผลิตในอนาคตได้ หากประเทศไทยมีข้าวสำรองในคลังสินค้าเราจะสามารถป้องกันวิกฤติอาหารและช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนได้ การประกาศรับซื้อข้าวเปลือกเพื่อสำรองเพื่อความมั่นคงทางอาหารนี้ สามารถเอาไว้สำรองแจกจ่ายประชาชนยามเกิดภัยพิบัติ แล้วก็สามารถนำไปใช้ในโครงการ ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ช่วยให้กับประเทศที่ประสบภัยพิบัติก็ดี ที่เขากำลังประสบกับ ปัญหาต่าง ๆ นานาทำได้ค่ะท่านประธาน บางคนอาจสงสัยว่าการรับซื้อนี้มันจะขัดกับ กฎระเบียบของดับเบิลยูทีโอไหม ขอบอกว่าไม่ขัดเลยค่ะ เพราะว่าดับเบิลยูทีโออนุญาตให้ ประเทศสมาชิกสามารถดำเนินโครงการสำรองอาหารเพื่อความมั่นคงทางอาหารได้ภายใต้ Green Box กล่องสีเขียวของดับเบิลยูทีโอได้ และดิฉันก็เพิ่งถามกรมการค้าภายในที่มา ประชุมกับกรรมาธิการเกษตรเมื่อเช้านี้เอง บอกว่าแนวคิดที่ดิฉันเสนอนี้ทำได้ไหม ทางรอง อธิบดีกรมการค้าภายในก็บอกทำได้ อยู่ที่นโยบายของรัฐบาลนั่นเอง ทีนี้สำหรับชาวนาที่เขา ขายข้าวไปแล้วดิฉันก็คิดว่าเราคงจะต้องให้รัฐบาลซึ่งท่านนายกแพทองธาร ชินวัตร เพิ่งประกาศออกมาที่จะต้องมีการชดเชยให้นี้ก็ชดเชยให้พี่น้องชาวนาที่ได้ขายข้าวไปแล้ว ในราคาที่ต่ำชดเชยให้เขาเพื่อที่เขาจะได้ไม่เสียเปรียบแล้วก็มีกำลังใจกลับมา ก็ขอสรุปว่า ข้อเสนอถึงรัฐบาลมีดังนี้ค่ะ ๑. ประกาศนโยบายสำรองข้าวเพื่อความมั่นคงทางอาหาร รับซื้อ ข้าวเปลือกเพื่อเข้าสู่คลังสำรองของรัฐ พยุงราคาข้าวโดยใช้กลไกการตลาดไม่ใช่การ แทรกแซง นำข้าวสำรองไปใช้เพื่อความมั่นคงทางอาหารของไทย หรือไปช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชน แล้วก็ช่วยเหลือประเทศอื่นเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และข้อที่ ๓ ก็คือชดเชยให้กับชาวนาที่ขายข้าวไปก่อนหน้านี้ ดิฉันขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินมาตรการ เหล่านี้โดยเร็ว แล้วหากปล่อยเอาไว้ราคาข้าวอาจจะตกลงไปเรื่อย ๆ พี่น้องชาวนาก็จะอยู่ ไม่ได้ และเมื่ออยู่ไม่ได้เลิกปลูกขึ้นมาความมั่นคงทางอาหารก็จะตกอยู่ในความเสี่ยงค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล🔗

นายชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล นครปฐม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๖ พรรคประชาชน ผู้แทนจากพี่น้องชาวสามพรานครับ วันนี้ผมขอเป็นตัวแทนของพี่น้องชาว จังหวัดนครปฐมในการมีส่วนร่วมในการอภิปรายญัตติด่วนเรื่อง ช่วยเหลือเกษตรกรชาวนา ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ในวันนี้ผมขอนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยแนวทางนี้ ได้ถูกเสนอโดยคุณหมอชัชวาล นันทะสาร อดีตผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นครปฐม ตั้งแต่สมัยปี ๒๕๖๓ แล้วครับ ในสมัยนั้นท่านลงในนามของคณะก้าวหน้า ซึ่งผม มั่นใจว่าไม่มีใครหรอกครับในจังหวัดนครปฐมที่จะเข้าใจความรู้สึกของพี่น้องชาวนามาก ไปกว่าคุณหมอชัชวาลซึ่งเป็นลูกหลานของพี่น้องชาวนาเอง คุณหมอชัชวาลได้อธิบายไว้ดังนี้ ที่ผ่านมา อบจ.นครปฐม ได้ใช้งบประมาณไปกับเกษตรปีละกว่า ๑๐๐ ล้านบาท แต่พ่อแม่ พี่น้องที่เป็นเกษตรกรนั้นได้อะไรกลับมาบ้าง จากปัญหาใหญ่คือแรงงานพวกเราได้ศึกษา แล้วว่าสิ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้คือจะต้องสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีให้เข้ามาสู่ภาค การเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สิ่งนี้จะช่วยให้ประหยัดแรงงาน ลดต้นทุนการผลิต ควบคุมประสิทธิภาพ สร้างประสิทธิผล ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Drone ในการพ่นปุ๋ยและยา ซึ่งต้นทุนต่อไร่แม้จะเทียบเท่าจ้างคนเดินพ่นยาแล้วแต่จะได้เวลาที่รวดเร็วและแม่นยำ กว่ามาก ไม่สิ้นเปลืองปุ๋ยและยา หรือว่าจะเป็นการใช้เครื่องอบข้าวช่วยลดความชื้นให้ได้ตาม มาตรฐานทำให้ราคาข้าวนั้นเพิ่มขึ้น และการใช้รถดำนาแทนการปลูกข้าวแบบวิธีดั้งเดิม นี่ก็คือตัวอย่างหนึ่งนะครับ หากเกษตรกรนั้นได้รวมตัวกันและได้รับการสนับสนุนให้มี เครื่องมือเทคโนโลยีที่ทันสมัยแล้วจะช่วยให้ภาคการเกษตรของเรานั้นเข้มแข็งขึ้น สามารถ สร้างการต่อรองกับราคาตลาดได้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในวิธีการแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ได้อย่างยั่งยืนดัง Slogan ที่ว่า นครปฐมยุคใหม่นายใหญ่คือประชาชน และในวันนี้ผมก็ขอ เป็นตัวแทนของพี่น้องชาวนาไทยทั้งประเทศในการที่จะบอกเล่าสถานการณ์ของประเทศไทย ในขณะนี้ว่าประเทศไทยนั้นเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก มีพื้นที่ปลูกข้าว ประมาณ ๗๔ ล้านไร่ มีเกษตรกรปลูกข้าวกว่า ๔.๕ ล้านครัวเรือน มูลค่าการส่งออกในปี ๒๕๖๗ มากกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เกษตรกร ผู้ปลูกข้าวกลับประสบปัญหาเรื่อง ราคาข้าวตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่าง ร้ายแรง ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมีหลายมิติ ทั้งในด้านการผลิต การตลาดและนโยบายรัฐบาล ต้นทุนข้าวการผลิตในประเทศไทยนั้นมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าแรงงาน และค่าใช้จ่ายในการจัดการนาข้าว ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรต้องเผชิญกับความยากลำบากที่จะ ได้กำไรจากการขายข้าว นอกจากนี้ราคาขายข้าวในประเทศยังมีความผันผวน การแข่งขันจาก ประเทศผู้ผลิตข้าวอื่น ๆ เช่น อินเดีย เวียดนาม ทำให้ราคาข้าวไทยนั้นไม่สามารถแข่งขันได้ และการส่งออกข้าวไทยยังมีอุปสรรคจาก Stock ข้าวที่ล้นจากตลาดโลก นอกจากนี้สภาพ อากาศที่เปลี่ยนแปลงและภัยธรรมชาติยังส่งผลกระทบต่อผลผลิตและคุณภาพของข้าว ซึ่งจำเป็นต้องมีการแก้ไขอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกมิติ การแก้ไขปัญหาราคาข้าวนั้น เป็นเรื่องเร่งด่วนและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ หากปล่อยให้ปัญหานี้ลุกลามต่อไปจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนา เศรษฐกิจในชนบท ปัญหาหนี้สินของพี่น้องชาวนาและความเหลื่อมล้ำทางสังคม การแก้ไข ปัญหาอย่างเป็นระบบจะช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับภาคการเกษตร เพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้มีคุณภาพ ชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้นต่อไป จากทั้งหมดที่ผมได้กล่าวมานี้ครับ ผมขอฝากข้อเสนอทั้งหมดนี้ ให้รัฐบาลได้เร่งแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน และขอให้คณะกรรมาธิการการเกษตรและ สหกรณ์ได้พิจารณาศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณเจษฎา ดนตรีเสนาะ ครับ🔗

นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๒ พรรคประชาชน คนปทุมลุ่มน้ำเจ้าพระยาครับท่านประธาน วันนี้ผมขออนุญาตเป็นผู้แทนเกษตรกรชาวนา จังหวัดปทุมธานีในการร่วมอภิปรายญัตติด่วนเรื่อง ช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาปัญหาราคา ข้าวตกต่ำ ปทุมธานีบ้านเกิดผมครับท่านประธาน เป็นแหล่งปลูกข้าวสำคัญมาตั้งแต่อดีตเป็น ๑๐๐ ปีจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าปทุมธานีบ้านผมจะมีความเจริญเป็นเมืองมากขึ้น มีหมู่บ้าน มากขึ้น แต่ปทุมธานีบ้านผมก็ยังมีนาข้าวมากกว่า ๒๕๐,๐๐๐ ไร่ ที่ยังคงมีเกษตรกรพ่อ ๆ แม่ ๆ ชาวนายังทำอยู่ปัจจุบันครับ ผมได้คุยกับพ่อแม่เกษตรกรชาวนาหลายท่าน แล้วก็ได้ ข้อสรุปที่สำคัญออกมาเป็นข้อเสนอแนะฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลจำนวน ๖ ข้อครับ ท่านประธาน ข้อที่ ๑ ขอให้ลดราคาปุ๋ย ยา ข้อที่ ๒ คือขอให้ช่วยลดราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็น น้ำมันสำคัญในการใช้กับเครื่องจักรหนัก ซึ่งเกษตรกรชาวนาทุกท่านต้องใช้ในการสูบน้ำ หรือว่าใช้ในการตัดหญ้า ใช้ในรถไถ ใช้ในทุกอย่างที่เป็นเครื่องจักรเกี่ยวกับนา ใช้น้ำมันดีเซล ทั้งสิ้น ขอให้ลดราคาตัวนี้ลงครับ ข้อที่ ๓ ขอให้ช่วยลดดอกเบี้ย ธ.ก.ส. หน่อยครับ หากท่าน พักชำระหนี้ พ่อ ๆ แม่ ๆ บอกว่าไม่ได้ช่วยเลยครับ ไม่ได้ส่งผลต่อการลดหรือการช่วยเหลือ ใด ๆ การลดดอกเบี้ยเท่านั้นที่จะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาอย่างแท้จริง และถ้า เป็นไปได้ก็คือขอให้ลดในกรณีที่ชาวนาที่เป็นผู้สูงอายุ อายุเกิน ๗๐ ปีขึ้นไป ขอให้ลดดอกเบี้ย ไปเลยครับท่านประธาน ไม่มี ไม่ต้องคิด เก็บแต่เงินต้นพอครับ ข้อที่ ๔ ขอให้พัฒนาพันธุ์ข้าว ที่ปลูกง่าย ปลอดโรค แล้วก็ผลผลิตดี ตอนนี้ชาวนาปทุมธานีใช้พันธุ์ข้าวที่ไม่ตรงกับความ ต้องการของตลาด แต่เราไม่สามารถหาพันธุ์ข้าวที่จะปลูกให้เหมาะกับพื้นที่ของเราแล้วก็ ตอบโจทย์กับการตลาดได้ ข้อที่ ๕ ขอให้รัฐบาลเร่งมาตรการชดเชยแทนการเผา เพราะว่า ปทุมธานีบ้านผมหมู่บ้านกับนาอยู่ติดกันครับท่านประธาน เผาเมื่อไรก็มีปัญหาเมื่อนั้น แต่ถ้าไม่เผาเกษตรกรก็บอกว่าต้นทุนการผลิตก็สูงไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร อย่างไรก็ขอ อนุญาตฝากรัฐบาลช่วยหามาตรการดูแลด้วยนะครับ สุดท้ายครับท่านประธาน พ่อ ๆ แม่ ๆ ชาวนาปทุมธานีบอกว่าขอข้าวอย่างน้อยตันละ ๑๐,๐๐๐ บาท เพื่อให้ได้กำไรในการทำนาบ้าง ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณณกร ชารีพันธ์ ครับ🔗

นายณกร ชารีพันธ์ มุกดาหาร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ณกร ชารีพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหา เรื่องข้าวไม่เป็นราคามันไม่ใช่เฉพาะปัญหาเรื่องข้าวไม่เป็นราคา แต่มันคือสินค้าการเกษตร ทุกตัวที่ไม่เป็นราคานะครับ เราก็มีการตั้งญัตติแบบนี้ทุก ๆ ปี แล้วก็ส่งเรื่องไปให้กรรมาธิการ เกษตรแล้วก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้แบบตรงจุดสักเท่าไรครับ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายณกร ชารีพันธ์ มุกดาหาร

ท่านประธานครับ ปีที่แล้ว ๒๕๖๗ คืออยู่ที่ตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท แต่ปี ๒๕๖๘ รู้ไหมท่านประธาน ปี ๒๕๖๘ ราคาของพี่น้อง ชาวนาราคาข้าวตกลงมาเยอะส่งออกอยู่ที่ ๑๑,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง ตกมาเกือบจะ ๓๐ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะฉะนั้นแล้วไม่ได้โทษใครแต่ผมว่ามันเป็นการคิดแล้วก็วางแผนของ รัฐบาลที่ต้องคิดว่าถ้าเราส่งออกไม่ได้เราต้องหาตลาดอื่นที่มาแก้ปัญหาเรื่องสินค้าการเกษตร อย่างเป็นระบบ สไลด์ถัดไปครับ ท่านประธานครับ ผมก็ไม่ได้เก่งอะไรสักเท่าไร แต่ผมก็คิดว่า ถ้าเราลองถาม ChatGPT ว่าการแก้ปัญหาสินค้าการเกษตรตกต่ำนี่เขาจะคิดออกมาให้เราได้ มากน้อยแค่ไหน ท่านประธานเชื่อไหมเขาคิดออกมาให้แบบเป็นระบบมาก ๆ ตั้งแต่ต้นน้ำ เลยเขาบอกว่าให้พัฒนาและปรับปรุงการผลิตที่ต้นน้ำ ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มคุณภาพ มาตรฐานสินค้า ปรับปรุงพืชตามความต้องการของการตลาด ๒. เขาบอกกระจายสินค้าและ การตลาดกลางน้ำ เขาบอกว่าสร้างเครือข่ายการตลาดโดยตรง ซื้อตรงนะครับ ๒. พัฒนาการ ส่งออก ๓. พัฒนาการแปรรูป สไลด์ถัดไปครับ อันที่ ๓ ปลายน้ำเขาคิดมาให้เราเลยนะท่านประธาน ส่งเสริมการรวมกลุ่มกันของเกษตรกร คือตั้งสหกรณ์ ปรับโครงสร้างบริหารจัดการ Stock สินค้า รวมไปถึงการพัฒนาวิจัยและ พัฒนาหรือการทำ R&D Research and Development อันที่ ๔ เขายังคิดต่อให้อีกว่า ถ้ามันจะยั่งยืนกว่านี้เราต้องผสมผสานการเกษตรแบบอินทรีย์ทำให้ข้าวเราปลอดโรค ปลอดสารเคมี แล้วใช้ระบบ Smart Farming ในการแก้ปัญหา นี่เขาคิดให้ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำเลยนะ ChatGPT ท่านประธานครับ ผมไม่เชื่อว่า ChatGPT รู้ขนาดนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีเราจะไม่รู้วิธีการแก้ไขปัญหาการเกษตรของบ้านเรา ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะไม่รู้ได้อย่างไร ถ้าไม่รู้เรามี ChatGPT เป็นนายกรัฐมนตรี แทนไปแล้วนะท่านประธาน สไลด์ถัดไปครับ ท่านประธานผมอยู่คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะ มีเรื่องร้องเรียนมาที่คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเรามีเรื่องร้องเรียนอยู่ ๖๐๐ กว่าเรื่อง แต่เชื่อไหม ไม่มีแนวโน้มจะลดลงเลยนะครับ กระดุมเม็ดแรกที่เราจะแก้ปัญหาการเกษตรของพี่น้อง ประชาชนได้คือแก้ปัญหาที่ดินให้กับพี่น้องเกษตรกรก่อน วันนี้ชาวชัยนาทมาร้องเรียนปัญหา ที่ดินของพี่น้องชาวนากับผมนะบอกว่าโดนยึดที่คืน ๔๐๐ กว่าไร่ เอาไปสร้างอ่างเก็บน้ำ เวลาประชาคมไม่ได้ถามชาวนานะไปเอาอีกหมู่บ้านหนึ่งมาประชาคมแล้วก็อนุมัติโครงการ อ้าวแล้วถามว่าทำไมไม่เป็นร้อง สส. เขาบอกว่าไม่กล้าร้องท่าน พูดไม่ได้ ก็มันเป็นอย่างนี้ครับ เพราะว่าอะไร ถ้าใครได้โครงการมาจะขุดจะลอกทำชลประทานก็เป็นของนายทุน ท่านประธาน ที่เคารพครับ การแก้ปัญหาที่ดินนี่ละเป็นกระดุมเม็ดแรกที่เราจะแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ให้กับพี่น้องเกษตรกรไทย แล้วผมถามต่ออีกว่าแล้วถ้าจะเพิ่มสิทธิในการถือครองที่ดิน มันจะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าการเกษตรของเราได้อย่างไร นี่เขาบอกเลยนะมายาวมากนะครับ ถ้าเพิ่มการถือครองที่ดินจะเพิ่มโอกาสในการแข่งขันของเกษตรกรไทย จะลดความไม่แน่นอน ในการส่งเสริมการลงทุนของพี่น้องเกษตรกรไทย ๓. จะเพิ่มโอกาสในการแข่งขันเชิงพาณิชย์ มากขึ้น ก็คือสามารถทำ Contract Farm ได้มากขึ้น วางแผนอย่างเป็นระบบมากขึ้น สุดท้าย เขาบอกว่าจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ขออีกนิดเดียวนะครับท่านประธาน แล้วก็สนับสนุน การทำการเกษตรอย่างยั่งยืน เพราะฉะนั้นแล้วเขาบอกว่า การเพิ่มสิทธิในการถือครองที่ดิน ของเกษตรกรไทยจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เกษตรกรไทยสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนครับ ท่านประธานครับ สไลด์ถัดไปผมอยากถามไปยังท่านรัฐมนตรี อยากถามไปยังท่าน นายกรัฐมนตรีว่า ความจริงจังจริงใจท่านจะแก้ปัญหาเรื่องที่ดินให้พี่น้องเกษตรกรไทย ทั้งประเทศนี้กี่โมง ประเมินไม่ยากว่าท่านแก้หรือไม่แก้ ถ้าท่านแก้จริงจังเรื่องร้องเรียน ที่มาที่กรรมาธิการที่ดินของผมจาก ๖๐๐ เรื่อง ผมว่ามันต้องลดลงไปอย่างน้อย ๆ ไม่เกิน ๒๐๐-๓๐๐ เรื่อง หรือถ้าแก้ได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์จริง ๆ อาจจะเหลือแค่ ๑๐ เรื่อง ถึง ๕ เรื่องเท่านั้น เพราะฉะนั้นแล้วราคาข้าวตกต่ำครับ ที่ดินก็เป็นสิ่งสำคัญเป็นกระดุมเม็ดแรก ที่รัฐบาลต้องส่งมอบให้พี่น้องเกษตรกรไทยทุกคน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผู้อภิปรายท่านสุดท้าย ท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ เชิญครับ🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย จริง ๆ แล้ว เราพูดกันเรื่องข้าวเยอะมาก หลายครั้งมากนะครับ ตลอดระยะเวลา ๔ สมัยที่เป็น ผู้แทนราษฎรมาก็ทราบปัญหาเรื่องนี้ทุกคนก็ทราบ แล้วก็สิ่งที่สำคัญรบกวนเวลานิดหนึ่งครับ ท่านประธานที่เคารพ เราพูดถึงข้าว ๆ ผมเคยไปทวงกระทั่งทวงพ่อค้า ทวงรัฐบาล โอ้โฮ วุ่นวายหมดนะครับ แต่มันก็เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แล้วมันเป็นอย่างนี้จริง ๆ เรามีข้าว คู่กับแผ่นดินไทยมาตลอดระยะเวลาหลายปี มาตรการที่หลายท่านวันนี้ท่าน สส. หลายท่าน ทุกท่านเลยนะครับ แล้วผมเชื่อว่าคนในประเทศไทยทุกคนก็เหมือนกันว่าทำอย่างไรให้ข้าว ราคาดี มันเป็นความรู้สึกที่ทุกคนก็มีมาตรการต่าง ๆ ที่จะเสนอ แต่ผมเห็นว่านั่นมันคือ มาตรการแต่สัจธรรมเลยมันไม่มีครับ คำว่า ข้าว เป็นคำที่เรารู้ว่าต้องกินข้าว แต่ในทางปฏิบัติ ของรัฐบาล ข้าวไม่มีกฎหมายรองรับ สิ่งแรกที่จะต้องทำให้การแก้ปัญหาข้าวต้องมี พ.ร.บ. ข้าวเกิดขึ้นกับประเทศนี้ และมีการปฏิบัติตามกฎหมาย วันนี้ที่ผ่านมาหลายร้อยปีหลายสิบปี เป็นการทำงานตามนโยบายรัฐบาลแต่ไม่มีกฎหมายที่กำหนด พรรคภูมิใจไทยในสมัยที่แล้ว ก็เคยเสนอเรื่อง พ.ร.บ. ข้าว การแบ่งปัน ผมเรียนท่านประธานว่าผมนี่คิด ๘ เดือนเต็ม ๆ หลังจากมาประท้วงทวงเงินให้ชาวนา ก็กลับไปคิดตลอดเวลาว่าทำอย่างไรจะแก้ปัญหา ข้าวได้ บังเอิญผมเป็นนายกสมาคมชาวไร่อ้อยผมก็ล้อมาจากอ้อย แล้วผมก็อยากให้กฎหมายฉบับนี้ เข้าไปสู่สภาแล้วมีการมาถกกัน แต่บังเอิญมันเป็นกฎหมายที่จะต้องให้นายกรัฐมนตรีรับรอง เพราะมันเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. การเงิน แต่ที่ผ่านมารัฐบาลที่แล้วก็ไม่ได้มีการรับรอง เพราะฝ่ายราชการประจำเองเห็นคัดค้านตลอดเวลา ดังนั้นการที่เข้าช่วยเหลือโครงการ ต่าง ๆ มันก็เป็นแต่เพียงการแก้ปัญหาชั่วคราวแต่ไม่ใช่การสร้างกลไกในการที่จะแก้ปัญหา ไม่ได้เริ่มต้นจากให้มีองค์ก่อน มีข้าว มีกฎหมาย เราพูดถึงโครงการช่วยเหลือต่าง ๆ มันไม่ สามารถที่จะปฏิบัติได้ ได้แต่เป็นมาตรการชั่วคราว มาตรการช่วยเหลือ แต่มาตรการหลัก มันต้องมี พ.ร.บ. ข้าวที่เราพูดคุยกันในครั้งนั้นก็คือว่าลักษณะชาวนานี่นะครับ โรงสี ๑ โรงสี ชาวนากี่ไร่จำนวนเท่าไร เพราะข้าวผมไม่อยากจะพูดถึงเรื่องตัวเลขหลายท่านได้พูดไปเยอะ ๘,๐๐๐ บาท ต้นทุนของชาวนานี่ยังไม่ได้คิดค่าตัว ยังไม่ได้คิดค่าแรงงาน ที่พูด ๆ กันมันแค่ ค่าเครื่องจักรกับค่าปุ๋ย ค่าน้ำมัน แต่ของชาวนายังไม่ได้พูด ๘,๐๐๐ บาท ชาวนาแทบไม่เหลือ อะไร แต่โรงสีได้ประมาณ ๙๐๐ กว่าบาท ๙๐๐ กว่าบาท แล้วยังมีสิ่งของที่เหลือ ขนส่งออก ได้ประมาณ ๒,๕๐๐ บาท แต่คนขายข้าวถุงประมาณ ๕,๒๐๐ มันก็เป็นไปตามลักษณะนี้ แต่ใน พ.ร.บ. ข้าวที่เราจะทำก็คือเป็นการแบ่งปันผลกำไร เท่าไรมีกองทุนชาวนา แล้วก็ ที่สำคัญโรงสีเอาไปขายต้นทุนโรงสีเท่าไร ขายได้เท่าไรก็เอามาแบ่งปันผลกำไร ซึ่งต่อไปโรงสี ก็อาจจะเป็นผู้ขายข้าวถุงอะไรก็แล้วแต่ แต่มีระบบกฎหมายควบคุมไม่ต้องมาเรื่องความชื้น เพราะว่าคุณก็สามารถให้มีโรงอบมีอะไรต่าง ๆ แล้วก็กำหนดพันธุ์ข้าว แล้วรัฐบาลก็ควบคุม กลไกทั้งระบบ ข้าวเก็บตั้งเงินกองทุนขึ้นมาแล้วต่อไปเก็บไปตันละ ๑๐ บาท ชาวนา ๕ รัฐบาล ๕ แล้วไม่ต้องไปช่วยเหลือแบบที่มันเททิ้งไปในแม่น้ำเททิ้งไปในแผ่นดินนี้ไม่รู้เท่าไร ต่อเท่าไร เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่ามันไม่เกิดผลประโยชน์แต่อันนี้ตั้งกองทุนไปเลยครับ ๕๐,๐๐๐ ล้านไว้เวลาที่ราคาข้าวมันตกลง แล้วที่สำคัญถ้าเป็นระบบนี้ก็จะมีกฎหมายจัดการ อย่างชัดเจนสามารถแยกแยะได้ ข้าวปัจจุบันนี้ ๒๐ กว่าล้านตัน มีข้าวนาปรัง ๖ ล้านตัน เขาเรียกข้าวไวแสงกับไม่ไวแสง สิ่งที่อยากจะบอกอีกก็คือในอดีตเดือน ๑๐ ข้าวถึงจะท้อง ปลูกตอนไหนไม่รู้ท้องตอนนี้แล้วก็ตะวันยังอ้อมข้าว เขาถึงบอกตะวันยังอ้อมข้าว ให้เกียรติกับข้าว แต่เดี๋ยวนี้เป็นข้าวไวแสงและไม่ไวแสง ปัญหาก็คือว่าจำนวนใช้ไม่ว่าจะ ในเรื่องของอุตสาหกรรมเรื่องอะไรก็ตามรัฐบาลกำหนดได้ถ้ามีองค์กฎหมายเป็นรูปธรรม มีความชัดเจนว่านี่คือชาวนา แต่ไม่ใช่พูดอย่างปัจจุบันเราช่วยเหลือชาวนาผ่านโรงสี ผ่านแบงก์ ผ่านอะไรต่าง ๆ องค์กรชาวนาที่เป็นตัวเป็นตนมันไม่มี ทำระบบนี้เขียนกฎหมายขึ้นมา แล้วก็ ทำให้มันเกิดประโยชน์กับพี่น้องชาวนาจริง ๆ ถ้าไม่เริ่มต้นจากทำข้าวให้เป็นกฎหมายก่อน ทุกอย่างทำไม่ได้หรอกครับ ผมรู้จักราคาข้าวมาตั้งแต่เป็นเด็กผมไม่ใช่ลูกชาวนาแต่ผมทำนา ทดลองทำมาแล้ว ทำอ้อย ผมพูดถึงระบบแค่เอาให้มันถูกต้อง ระบบการเพาะปลูกที่ว่าเพิ่ม ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ อุตสาหกรรมก็ไปส่งเสริมเรื่องอุตสาหกรรม เกษตรก็ไปดูแลตรงนี้ องค์กรของเขา ๆ ก็จะดูแลตัวเขาเองได้แล้วก็มีกฎหมาย พูดแบบตลก ๆ ครับท่านใช้ควายไถ ก็ยาวประมาณแค่นี้ มาเป็นรถไถนาของญี่ปุ่นทุกวันนี้ก็ยาวแค่นี้ เราไถกันมาเป็นร้อยปีแค่ ศอกกว่า ๆ เลยนั้นไปเป็นดานเป็นถนนหมด ปุ๋ยก็ต้องเพิ่ม ทุกอย่างต้องเพิ่ม แต่การทำไร่อ้อย ผมทำอ้อยนะครับ การทำไร่อ้อยใช้วิธีการระเบิดดินคือใช้ตัวไถให้ลึก ๆ เป็นรถไถจากบราซิล สามารถปลูกข้ามแล้งได้ วันนี้รัฐบาลแค่ส่งเสริมการผลิตราคาข้าวเรื่องราคาการใช้ปุ๋ยต่าง ๆ มันจะถูกลงอีกเยอะ แค่ระเบิดดินทั่วประเทศอ้อยก็ยังปลูกข้ามแล้งได้ นี่พูดแบบชาวบ้าน แบบง่าย ๆ แต่ทุกอย่างมันต้องมีองค์กรที่ชัดเจน ทำตามกฎหมายเดินไป แล้วทุกอย่าง ก็เข้ามาสู่การแก้ปัญหา มีสถิติ มีวิธีการ แล้วชัดเจน มีแผน มีระยะงาน โดยใช้กฎหมายเป็น ตัวกำหนด ผมก็อยากให้สภาแห่งนี้เอา พ.ร.บ. ฉบับของภูมิใจไทยนี่ครับ หรือท่านจะว่า อย่างไรก็เอาให้มันชัดเจนแล้วนำสู่ให้ไปเป็นกฎหมาย นี่ถึงจะเรียกว่าเป็นการทำงานที่ชัดเจน ดีกว่าเราถกแล้วพูดผ่านไป ผมเรียนด้วยความเคารพนะครับ ไม่ว่าจากทุกพรรคการเมือง ผมว่าน่าจะทำเรื่องนี้ถ้ารักชาวนาจริง อยากแก้ปัญหาจริงต้องมี พ.ร.บ. ข้าวเกิดขึ้น ในประเทศไทยทุกอย่างถึงจะแก้ปัญหาได้ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ การอภิปรายได้จบสิ้นแล้วนะครับ โดยผู้เสนอญัตติ ๒ ท่านขอสรุปญัตติตามข้อบังคับ แต่ขอความกรุณาใช้เวลาสั้น ๆ หน่อยเพราะว่าเราได้ใช้เวลาเยอะนะครับ ญัตติด่วนด้วยวาจา ลำดับที่ ๑. คุณนพพล เหลืองทองนารา ขอสรุปเชิญครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิราม ในฐานะเป็นหนึ่งในผู้ที่ยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาในเรื่อง ขอให้รัฐบาลได้มี มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาที่ปลูกข้าวนาปรังฤดูการผลิตปี ๒๕๖๗/๒๕๖๘ ท่านครับ ผมเองแล้วก็ผู้แทนในพรรคเพื่อไทยทุกคนพวกเราก็มีจิตใจที่เหมือน ๆ ผู้แทนทุก ๆ คนละครับ นั่นก็คือว่าตั้งใจที่อยากจะให้พี่น้องเกษตรกรที่ประสบปัญหาอยู่ในตอนนี้ได้ผ่านพ้น วิกฤตการณ์นี้ พวกเราผู้แทนทุกคนรัฐบาล รัฐมนตรี ทุกคนก็อยากจะอยู่ในตำแหน่งนาน ๆ อยากจะเป็นที่รักอยากเป็นที่ศรัทธาของพี่น้องประชาชน พ่อค้า พ่อค้าส่งออกข้าว พ่อค้า คนกลางทั้งหลายก็อยากจะขายข้าวมีเงินหมุนเยอะ ๆ มีกำไร ไม่มีอุปสรรค ข้าราชการ ทำงานก็ไม่อยากจะโดนผู้บังคับบัญชาด่า อยากจะทำงานราบรื่นไม่ต้องโดนประชาชน มาประท้วง พี่น้องเกษตรกรก็เหมือนกันพี่น้องเกษตรกรก็อยากที่จะมีความมั่นคงในอาชีพ อยากจะขายผลผลิตได้ในราคาแพง ๆ ทั้งหลายทั้งสิ้น ที่ผมพูดเช่นนี้ก็คือว่าทุกองคาพยพ ทั้งหลายมันต้องร่วมกัน ผมไม่เชื่อหรอกว่ารัฐบาลนี่จะใจไม้ไส้ระกำกับพี่น้องเกษตรกร เพราะเขาก็รู้ดีอยู่ว่าเขาเกิดมาจากเกษตรกรเกิดมาจากประชาชน เพราะฉะนั้นแล้วผมให้ กำลังใจรัฐบาลในส่วนนี้ แต่ในส่วนที่ผมจะต้องตำหนิก็มีเหมือนกัน ท่านเองต้องมีความรอบรู้ และท่านเองต้องเอาจริงเอาจังกับผู้ใต้บังคับบัญชาข้าราชการไม่ใช่บังคับขู่เข็ญ แต่ต้องให้เขา รู้ในหน้าที่และบทบาทของเขาทั้งหลาย ที่เกิดกับเรื่องข้าวเที่ยวนี้ราคาข้าวมันมีแนวโน้มมา อยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร ทุกคนคาดการณ์กันได้หมดว่าราคาข้าวจะตกในเวลาอีกไม่นาน แต่ไม่ เห็นมีใครพูดอะไรสักคนหนึ่ง ข้าราชการก็ไม่พูด นักการเมืองก็ไม่รู้ว่าทำงานเยอะหรือว่า หลงลืมอะไรหรือเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกัน สส. ก็เหมือนกันละครับก็เพิ่งจะแฮ่น ๆ นี่ เอาตอนที่มี คนมาประท้วงนี่ละครับ ผมว่าทุกอย่างเรามาจูนเข้าหากัน แต่ว่าอย่างไรทั้งหลายทั้งสิ้น ในสิ่งที่ชาวนาประสบอยู่ตอนนี้ในเรื่องของข้าวนาปรัง ไม่ต้องพูดแล้วว่ามันจะมาต้นเหตุอะไร อย่างไรเอาเฉพาะหน้าก่อน ระยะยาวเดี๋ยวมาว่ากันหลังจากที่แก้ไขปัญหานาปรังนี้ ๒๕๖๗/๒๕๖๘ เรียบร้อย นั่นก็คือ ๑. รัฐบาลจะเอาอย่างไร รัฐบาลบอกพี่น้องเลยว่าจะเอา อย่างไร ท่านคิดดูให้ดีก่อนที่จะออกมาตรการทั้งหลายไม่ว่าจะมาตรการสินเชื่อชะลออะไร ทั้งหลายท่านนึกให้ดีว่าเงินที่สูญเสียไปนี่ตกถึงมือพี่น้องเกษตรกรโดยตรงหรือไม่ การไป รับจำนำ การไปให้เขาชะลอเก็บข้าวเปลือก แล้วบอกเขาว่าคุณต้องทำราคาข้าวให้เพิ่มอีก ตันละ ๓๐๐ ๔๐๐ แน่ใจนะว่าคุมเขาอยู่ ไม่ใช่ว่าโรงสีหรืออะไรจะคดโกงนะ แต่แน่ใจหรือ คนเรามันนานาจิตตังนะครับ🔗

ลำดับต่อมา ในมาตรการผมไม่รู้ว่าอนุกรรมการ นบข. ที่ประชุมกันมาวันนี้ ตอนบ่ายจะออกมาตรการอะไรบ้าง แต่ผมขอพูดแบบนี้ดักคอไว้ก่อนถ้ามาตรการที่ท่าน ออกมามันไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง แล้วก็ไม่ทำให้พี่น้องเกษตรกรได้มีความรู้สึกว่า รัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้ง รัฐบาลเห็นความสำคัญแล้วก็แก้ปัญหาตรงจุด ประเภทแบบเกาไม่ถูก ที่คันก็ยังพอว่า นี่เกาไม่ถูกที่คันแต่มันจะไปเกาคนละคนมันก็ยิ่งไปกันใหญ่ ทบทวนนะครับ จะช่วยชาวนาเท่าไร ชาวนาเขายินดีขอให้เขาได้เจ็บตัวน้อยที่สุดเถอะครับ ผมรู้รัฐบาลตั้งใจ ได้ยินข่าวเหมือนอย่างที่ผู้แทนพูด ๆ กันสักครู่นี้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็เรียกประชุม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานอนุกรรมการ นบข. ในส่วนของด้าน การตลาดคือเรื่องของราคา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน อนุกรรมการในเรื่องของผลผลิตของข้าว เพราะฉะนั้นแล้วผมเองอยากจะบอกรัฐบาลว่า ท่านตัดสินใจเลย แล้วก็ท่านไม่ต้องห่วงที่บางคนบอกว่าข้าวถ้านานไปข้าวหลุดจากมือพี่น้อง แล้วจะไปอยู่ที่มือพ่อค้ามันทำอะไรไม่ได้ ไม่จริงหรอกครับ ระบบการช่วยเหลือในเรื่องของข้าวนี่มันต่างจากอันอื่น แม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่ในมือชาวนา แล้วแต่เงินก็ยังถึงมือชาวนาได้ ไม่อย่างนั้นที่ผ่าน ๆ มาเงิน ๑,๐๐๐ ถามว่าเขาทำเขาเกี่ยว แทบจะหมดแล้วครับ แต่ทำไมเงินเพิ่งถึงล่ะ นั่นคือความจริงอย่ามาอุปโลกน์ มาด่ากันเล่น ๆ ไม่ถูก วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ต้องเอาความจริงมาคุยกัน เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็คิดออกถ้ารัฐบาล รู้ว่าถ้ามาตรการนี้ช้าเกินไปแล้วก็ข้าวไปอยู่ที่อื่นแล้วช่วยไม่ได้ แล้วถ้ารัฐบาลไม่รู้ถึงขนาดนั้น ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้วครับ มันไม่ใช่ว่าฉันจะเอาปุ๋ยให้ อันนั้นสิเลยฤดูกาลเพาะปลูกไปแล้ว ก็อีกเรื่องหนึ่งใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นแล้วขอให้รัฐบาลได้ทบทวนนะครับ ผมไม่รู้ว่ามติของ อนุกรรมการ นบข. ว่าอย่างไร แล้วสุดท้ายองคาพยพทั้งหลายแม้ว่าจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการฉุดราคาหรือว่าทำให้ราคาข้าวเปลือกนี้ดีขึ้นก็ตาม แต่ว่ามันเป็นสิ่งแวดล้อมที่จะช่วย พยุงพี่น้องชาวไร่ชาวนาได้ เช่นกรมชลประทานพื้นที่ที่มีการเพาะปลูกข้าวนาปรังในปี การผลิต ๒๕๖๗/๒๕๖๘ มีจำนวนทั้งหมด ๑๒ ล้านกว่าไร่ ๑๒,๗๒๕,๓๐๐ กว่าไร่ เป็นพื้นที่ ที่อยู่ในเขตชลประทานทั้งหมด ๑๐,๐๑๐,๖๗๓ ไร่ นอกเขตชลประทานอีก ๒,๐๗๐,๐๐๐ กว่าไร่ ในเขตชลประทานทุกวันนี้ท่านลองสำรวจดูว่าน้ำที่ถูกจัดสรรไปในโควตาในแต่ละ จังหวัด ในแต่ละโครงการส่งน้ำนั้นพอหรือไม่กับปริมาณ ๑๐ ล้านไร่ ปีนี้น้ำต้นทุนท่านมี ท่านไม่ต้องห่วงหรอกว่าน้ำจะไม่มี ไม่มีใครมาด่าท่านแน่ ท่านช่วยรัฐบาลหน่อยได้ไหมครับ อย่าให้ผีซ้ำด้ำพลอย กินเงินเดือนประชาชนเหมือนกัน เพราะฉะนั้นอะไรที่ช่วยกันได้ ช่วยกันเถอะครับ ดูเป็นหูเป็นตาให้รัฐบาลหน่อย ๒. กรมส่งเสริมการเกษตร เรากำลังจะเข้าสู่ ยุคข้าวคาร์บอนต่ำ ปลูกเปียกสลับแห้ง สอนประชาชนเขาหน่อยเถอะครับ เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมมุ่งหวังแล้วทุกคนก็มุ่งหวังที่อยากให้ช่วยกัน แต่ที่มันจำเป็นจริง ๆ คือรัฐบาลบอกมาเลยจะช่วยพี่น้องเท่าไร ตันละ ๑,๕๐๐ ตันละ ๒,๐๐๐ เท่าไร ๓๐ ตันไหม ครอบครัวหนึ่ง บอกมาเลย แต่ผมขออย่าให้เกินวันที่ ๒๕ ตุลาคมเถอะครับ ถ้าไม่อย่างนั้น ผมคาดเดาได้เลยว่าทุกอย่างนี้ท่านเสียเงินไปท่านก็ไม่ได้ใจเขากลับมา ทบทวนใหม่เสียนะครับ ถ้าในเรื่องของมติอนุกรรมการ นบข. ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ มีอีกญัตติหนึ่งที่จะขอสรุปคือญัตติที่ ๔ ของคุณณรงเดช อุฬารกุล มอบให้คุณณัฐวุฒิ บัวประทุม เป็นผู้สรุป เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนคนจังหวัด อ่างทอง ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณแล้วขออนุญาตชื่นชมท่านประธานที่ได้นั่งเป็นประธาน ในญัตติที่สำคัญญัตตินี้มาโดยตลอดในช่วงบ่ายที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ผมได้รับ มอบหมายจากพรรคประชาชนและคุณณรงเดช อุฬารกุล ให้เป็นผู้สรุปญัตติเรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอมาตรการเร่งด่วนและแนวนโยบายในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ในการแก้ไขปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำอยู่ในปัจจุบัน ให้คณะรัฐมนตรีรับไป พิจารณาดำเนินการ แน่นอนครับด้านหนึ่งในฐานะที่ผมเองก็เป็นลูกหลานคนจังหวัดอ่างทอง อยู่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำภาคกลาง อีกด้านหนึ่งผมเป็นทายาทเจ้าของโรงสี มีโรงสีอยู่ ๓ โรง ที่เป็นของเครือญาติที่ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการสีข้าวในอดีตมาก่อน แต่อย่างไรก็ ตามเราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าเวลาที่เราพูดถึงปัญหาเหล่านี้ราคาข้าวนับวันยิ่งตกต่ำลง แต่ในขณะที่พี่น้องแรงงานอย่างท่านเซีย จำปาทอง หรือเพื่อนสมาชิกอีกเป็นจำนวนมากกลับ ซื้อข้าวในราคาที่สูงขึ้น ๆ มันต้องมีปัจจัยหรือใด ๆ ในความผิดพลาดบางประการในเรื่องนี้ แน่ ๆ ท่านประธานครับ เป็นที่ชัดเจนว่าราคาข้าวที่เคยสูงกว่าเกวียนละ ๑๐,๐๐๐ บาท หรือ ตันละ ๑๐,๐๐๐ บาท บัดนี้ลดลงมามากกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ประมาณ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท และแน่นอนตัวเลขที่ต่ำที่สุดที่เราเคยทราบข้อเท็จจริงมานั้นต่ำลงมาถืออยู่ในระหว่าง ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งเกินไปกว่าต้นทุนที่พี่น้องชาวนาได้ตั้งไว้ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งเกินกว่าที่จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ จะถามว่ามีปัจจัยมาจากเรื่องใดเพื่อนสมาชิกก็คง พูดไปเยอะครับ เพื่อนสมาชิกพรรคประชาชนก็คงสรุปให้เห็นแล้วละว่าปัจจัยนั้นมาจาก หลายด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายในของเราเอง หรือปัจจัยในด้านการตลาด หรือแม้กระทั่งปัจจัยในเรื่อง Demand Supply ที่ไม่ตรงกัน คนเรียนเศรษฐศาสตร์การเมือง หรือเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นก็รู้ว่า Demand Supply ที่ไม่ตรงกันนั้นส่งผลต่อการผลิต แต่เหมือนผีซ้ำด้ำพลอยครับ ในกรณีสถานการณ์ที่เรากำลังเรียกร้องให้ต้องช่วยกันดูแลพี่น้อง ที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ซึ่งกระจายตัวอย่างสูงยิ่งในภาคกลางในช่วงไม่กี่เดือน ที่ผ่านมา และอาจจะกระจายตัวสูงขึ้นไปอีกในภาคเหนือที่กำลังจะถึงในอีก ๒-๓ เดือน ที่ผ่านมานั้น ก็ทำให้นโยบายที่เรียกว่าหยุดเผา หยุดใด ๆ ต่าง ๆ เหล่านี้สร้างต้นทุนการผลิต ที่สูงขึ้นให้กับพี่น้องชาวนา ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นเป็นเรื่องที่เราจำเป็นต้องมาพูดกัน แล้วถ้าดู ระยะเวลานะครับ ผมแย้งเพื่อนสมาชิกนิดเดียวว่าพี่น้อง สส. ๆ เราไม่ได้พูดเรื่องนี้กัน เมื่อมีการชุมนุมที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในพื้นที่ของ สส. ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ เราไม่ได้ พูดเรื่องนี้ในเมื่อพี่น้องชาวนาจังหวัดอ่างทองกับพี่น้องชาวนาหลายจังหวัดเคลื่อนมาที่ ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวานนี้ แต่เราพูดเรื่องนี้กันมา ๑-๒ เดือน เพราะมันมีข้อมูลการคาดการณ์ ที่ชัดเจนว่าสิ่งเหล่านี้นั้นจะเริ่มเห็นภาพรูปธรรมชัดเจนยิ่งขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา ก็ต้องตั้งคำถามว่า คณะกรรมการนโยบายว่าด้วยการข้าวหรือบริหารจัดการข้าว ที่เรียกว่า นบข. ที่มีการประชุมกันครั้งสุดท้ายเมื่อ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ นั้น ท่านไม่เห็น ปัญหาเหมือนเราหรือครับ ท่านไม่เห็นหรือท่านกำลังทำอะไรอยู่ หรือท่านติดกรอบเวลา ที่พิจารณากฎหมายหลายฉบับ แล้วตรงกันหมดเลยว่าเวลาที่ออกแบบให้มีคณะกรรมการ มักจะมีการประชุมกันไม่เกิน ๑ ครั้ง ต่อ ๑ ไตรมาส ทั้ง ๆ ที่ปัญหาของพี่น้องชาวนา ไม่สามารถรอได้ ผมคงไม่ลงรายละเอียดว่านอกเหนือจากนั้นมีปัญหาอย่างไรบ้าง แต่ผม อยากจะสรุปเพื่อเป็นข้อเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ ๒ ด้านด้วยกันครับ🔗

ประเด็นด้านที่ ๑ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการเผา ไม่เผาตอซังต่าง ๆ ผมอยู่ ในจังหวัดอ่างทองครับ ค่า PM บางวันสูงที่สุดในประเทศ ผมเองก็เป็นภูมิแพ้ แต่อย่างที่ ท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล ท่านก็ตั้งข้อสังเกตไว้ได้น่าสนใจว่า แม้มีการออกนโยบาย ให้หยุดเผาอย่างยิ่งนั้นทำไมค่า PM ถึงไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็ไม่เป็นอะไรครับ ในเมื่อเรามองว่าการเผานั้นมีค่า PM ที่สูงขึ้นแน่ ๆ นโยบายที่พูดถึงเรื่องการเยียวยาหรือการ ดูแลพี่น้องที่เป็นเกษตรกรที่ทำนาปรังนั้นกำลังทำถูกต้องหรือไม่ ท่านประธานครับ ผม Check ข้อมูลการสำรวจล่าสุดที่อาจจะมีการเยียวยาให้กับพี่น้องที่ทำนาปรังในกรณี ที่ไม่มีการเผา ไม่ว่าจะเป็นตอซังหรือฟางข้าวต่าง ๆ นั้น เขาขึ้นทะเบียนไว้กับพี่น้องเกษตรกร ประมาณ ๒๔๕,๐๐๐ ราย ๒๔๕,๐๐๐ รายในพื้นที่ประมาณ ๔.๓ ล้านไร่ แต่สิ่งที่เรารับรู้กัน ก็คือว่ามีพี่น้องทำนาปรังไม่ต่ำกว่า ๖๐๐,๐๐๐ รายแน่ ๆ ในประเทศไทย แล้ว ๖๐๐,๐๐ ลบ ๒๔๕,๐๐ ราย อีกตั้ง ๓๐๐,๐๐๐ กว่ารายนั้นตัวเลขหายไปไหน รัฐบาลออกแต่ว่าจะใช้ ระยะเวลาการขึ้นทะเบียนไปถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๘ พวกผมก็ยินดีครับ แต่มันไม่ใช่รอ การขึ้นทะเบียนอย่างเดียว ฉะนั้นสิ่งที่จำเป็นต้องทำควบคู่กันไปในขณะนี้ก็คือต้องชัดเจนว่า ต้องใช้ระบบที่เรียกว่า Shapefile เข้ามาระบุพิกัดว่าพี่น้องที่ทำเกษตรกรรมนั้นอยู่ในพิกัด แบบใด จุดใด อย่างไรบ้าง ต้อง Check ระบบที่เข้ามานั้นในลักษณะที่เรียกว่า ระยะเวลา การทำนาปรังนั้นสอดรับกับการไม่เผาหรือไม่ ต้อง Check ระบบมาดูกันว่าพื้นที่ชลประทาน ที่จะปล่อยน้ำหรือดึงน้ำออกในช่วงเวลาต่าง ๆ เป็นอย่างไร จุลินทรีย์ที่ท่านเตรียมไว้ เหมาะสมหรือไม่ จังหวัดอ่างทองมีโครงการนะครับ ขณะนี้กำลังทดลองใช้จุลินทรีย์ในการลด การเผาใน ๒,๐๐๐ ไร่ ซึ่งก็มีประสิทธิภาพในระดับหนึ่ง แต่ประสิทธิภาพในระดับนี้นั้นรัฐบาล มีการเตรียมการมากน้อยขนาดไหน รัฐบาลมีการเตรียมการในแง่ของสนับสนุนการอัดฟาง หรือการใช้ฟางเข้ามาช่วยในองค์ประกอบอื่น ๆ หรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรายังไม่เห็นครับ ฉะนั้น ในกรณีที่ท่านบอกว่าจะต้องมีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่นำไปสู่การชดเชยเยียวยากรณี การช่วยเหลือหรือสนับสนุนการไม่เผา แต่ท่านไม่ได้ทำอะไรใน ๓ ๔ เดือนที่ผ่านมา ท้ายที่สุด ปัญหาก็จะวน Loop กลับมา ๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก นี่ยังไม่ต้องพูดถึงว่าหากมีการทำนาปีในรอบ ถัด ๆ ไป ถึงแม้อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 แต่การทำนาปีนั้นคิดเป็น ๖ เท่าของ จำนวนพื้นที่ที่ทำนาปรังนั้น สถานการณ์ฝุ่นควันแบบนี้หรือต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของพี่น้องชาวนา นั้นจะเป็นอย่างไร ฉะนั้นนั่นคือข้อสรุปประการที่ ๑ ที่อยากจะนำเรียนไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องครับ🔗

ข้อสรุปประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ข้อสรุปประการที่ ๒ เจาะจงลงไปที่ ราคาข้าวเลยครับ ว่าเราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าขณะนี้สิ่งที่ท่านประชุมกันเมื่อตอนบ่าย ท่านพูดอยู่ ๒ ประเด็น เรายังไม่ได้เห็นรายงานตัวเต็ม ประเด็นที่ ๑ ท่านพูดถึงการพยุงราคา ประเด็นที่ ๒ ท่านพูดถึงการพัฒนาพันธุ์ข้าว แต่สิ่งที่ท่านไม่ได้พูดถึงก็คือว่าการพยุงราคา ต่าง ๆ นั้นตกลงมันจะเป็นราคาเท่าไร อยู่บนพื้นฐานความชื้นเท่าไร ความชื้นแต่ละขนาด แต่ละชนิด แต่ละเปอร์เซ็นต์นั้นมีลักษณะการที่กำหนดราคาไม่เท่าเทียมกัน ตกลงยังไม่ได้ พูดถึงว่าการแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าวนั้นท่านจะนำไปสู่การแปรรูปอะไรบ้าง เรามีแผนการ รองรับสิ่งเหล่านี้มากน้อยขนาดไหน ผมยกตัวอย่างเช่นถ้าพูดถึงการแปรรูปเรื่องของ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนั้นเราวางแผนอย่างไร เรื่องของอุตสาหกรรมสุขภาพและ ความงามนั้นที่เราจะสามารถใช้ข้าวมาผลิตน้ำมันรำข้าวต่าง ๆ แป้งจากเครื่องสำอางต่าง ๆ สารสกัดจากข้าวและนำข้าวที่นำไปสู่การบำรุงผิวต่าง ๆ อยู่ในขั้นตอนไหน ใครเป็นคนดูแล ประเด็นเรื่องอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพและวัสดุทดแทน ไหนคืองานวิจัย ประเด็นเรื่อง ของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และการเกษตรสิ่งเหล่านี้อยู่ตรงไหน ฉะนั้นผมคิดว่าประเด็น ที่รัฐบาลจำเป็นต้องรับและให้ความสำคัญ ก็คือว่าการผลิตแบบนี้มันจะช่วยหรือดูแลในแง่ ของการดูแลระยะสั้น แต่การดูแลในระยะยาวในเรื่องแบบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแปรรูป ผลิตภัณฑ์นั้นเรายังไม่เห็น เรายังไม่เห็นการที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแปรรูป อย่างแท้จริง และมีการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องข้าวอย่างแท้จริง🔗

ประเด็นสุดท้ายที่อยากจะพูดถึง ราคาข้าวครับท่านประธาน เราต้องยอมรับ ความเป็นจริงว่าเราใช้ข้าวในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพียงแค่ ๑ ใน ๔ อีก ๗๕ เปอร์เซ็นต์นั้น อาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของการใช้ในการอุปโภค แต่เราก็ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าวัสดุ หรือข้าวที่มีอยู่ในการอุปโภคนั้นจำนวนนั้นมากเกินกว่าศักยภาพ หรือความสามารถในการ อุปโภค ในขณะที่เราอาจจะมีการแลกเปลี่ยนกัน ฉะนั้นมีข้อเสนอครับท่านประธาน มีข้อเสนอว่าประเทศไทยนั้นสามารถเป็นคลังสำรองอาหารในระดับโลกได้ และไม่ใช่แค่การ สำรองของข้าวเปลือกนะครับ แต่มีข้อเสนอถึงขนาดว่าพร้อมที่จะเป็นคลังสำรองของข้าวสุก หรือข้าวที่หุงแล้ว แล้วส่งไปยังนานาอารยประเทศเวลาที่เกิดสถานการณ์ภัยพิบัติต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้มันจะ Support ผลิตภัณฑ์ส่วนเกินในประเทศได้เป็นอย่างดียิ่ง ฉะนั้นสิ่งสุดท้าย ที่ผมอยากจะนำเรียนต่อท่านประธานและผมคิดว่าข้อเสนอเหล่านี้ทางพรรคประชาชน ได้นำเสนอและขึ้นสู่เว็บไซต์ของพรรคประชาชนแล้ว ทางพรรคประชาชนโดยอาจารย์เดชรัต สุขกำเนิด ได้นำเสนอสิ่งเหล่านี้ขึ้นสู่เว็บไซต์ของ Think Forward Center ซึ่งเป็นศูนย์ นโยบายอนาคตของพรรคที่เข้ามาสนับสนุนเชิงนโยบายแล้ว และผมคิดว่าข้อเสนอเหล่านี้ จะเป็นรูปธรรมอย่างยิ่งหากเราใช้เวทีการอภิปรายทั้งหมดในวันนี้ ด้านหนึ่งส่งให้คณะรัฐมนตรี ว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่ท่านต้องทำทั้งระยะสั้นและระยะยาว แต่อีกด้านหนึ่งนั้นก็ส่งให้ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีท่านศักดินัย นุ่มหนู เป็นประธาน รับไปดูต่อว่า ในระยะยาวนั้นจะเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตามก็ต้องยอมรับว่าความจำเป็นเร่งด่วนของพี่น้อง นั้นรอไม่ได้ ฉะนั้นพวกผมคิดว่าเราจำเป็นที่ต้องอาศัยเวทีในการอภิปรายวันนี้ให้เกิด ประโยชน์สูงสุด และทุกข้อเสนอที่เราได้เสนอไปหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับคำตอบจาก รัฐบาลโดยเร็วว่า นโยบายทั้งระยะสั้น ระยะยาว ที่ท่านจะทำทั้งเพื่อของการทำให้พี่น้อง ชาวนาขายข้าวในราคาที่สูงขึ้น ทำให้ข้าวถูกแปรสภาพในสิ่งที่เหมาะสม และลดต้นทุน การผลิตที่พี่น้องชาวนาต้องประสบอยู่นั้นจะเป็นอย่างไร ทั้งหมดทั้งมวลคือข้อเสนอของผม ของคุณณรงเดช อุฬารกุล และของพรรคประชาชน ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณผู้สรุป ทั้ง ๒ ท่านนะครับ ก็เป็นอันว่าการพิจารณาญัตติเรื่องราคาข้าวในวันนี้ก็จบเสร็จแล้ว และสรุปเรียบร้อยแล้วนะครับ ผมจะแยกเป็น ๒ ประเด็น คุณนพพลครับ คือท่านสรุปแล้ว อภิปรายต่อไปไม่ได้แล้วนะครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

ท่านครับ มิใช่ครับ พอดีที่ผม บอกว่า ๒๕ ตุลาคม ผมจะขอเป็น ๒๕ กุมภาพันธ์ ผมพูดเดือนผิดครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าพาดพิงในทาง คำผิดได้ แต่ว่าถ้าสรุปแล้วจะพูดต่อนี้ข้อบังคับไม่ได้แล้ว🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

ไม่ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

ก็คือขอแก้จาก ๒๕ ตุลาคม ที่ผม พูดผิด เป็น ๒๕ กุมภาพันธ์ ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ในประเด็นแรกก็คือทั้งญัตติ ๕ นั้น ได้ขอเสนอให้คณะรัฐมนตรีรับไปพิจารณาดำเนินการ ซึ่งในการอภิปรายในวันนี้ก็เห็นตรงกันว่าขอให้ส่งญัตติทั้ง ๕ ไปให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการ มีท่านสมาชิกผู้ใดจะเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่เห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าเสนอญัตติด่วน ทั้ง ๕ ญัตตินั้นไปให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการต่อไปนะครับ🔗

ส่วนญัตติที่ ๕.๒ และ ๕.๖๓ นั้น ท่านขอส่งให้คณะกรรมาธิการการเกษตร และสหกรณ์เพื่อไปพิจารณาศึกษาต่อไป ซึ่งการอภิปรายวันนี้ก็เช่นเดียวกันก็เป็นไปในทิศทาง เดียวกัน คือส่งให้คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์พิจารณาศึกษาต่อไป ผมขออาศัย ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ เช่นเดียวกันครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็ขอส่งญัตติที่ ๕.๒ และ ๕.๖๓ ให้คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ไปศึกษาต่อไป แต่เนื่องจากญัตติ ที่ส่งให้กรรมาธิการรับไปพิจารณาตามข้อ ๑๐๖ นั้นต้องมีกำหนดเวลาให้ไป จึงจะขอให้ ที่ประชุมนี้เสนอว่าญัตติที่ ๕.๒ และ ๕.๖๓ นั้นเมื่อส่งไปให้กรรมาธิการการเกษตรและ สหกรณ์พิจารณาดำเนินการแล้วจะให้เวลาเท่าไร แล้วก็กลับมาเสนอต่อไปครับ เชิญครับ🔗

นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเสนอให้ญัตติทั้ง ๒ ส่งเรื่องให้คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ โดยใช้ ระยะเวลา ๙๐ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ขอให้คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ไปพิจารณาให้เสร็จภายในเวลา ๙๐ วันครับ มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าจบญัตตินี้ ก็หวังว่า การอภิปรายในวันนี้เราใช้เวลา ๔ ชั่วโมง คงจะเป็นประโยชน์ต่อชาวนาทั่วประเทศนะครับ ก็ให้รัฐบาลรับไปดำเนินการ แล้วก็คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์พิจารณา ดำเนินการต่อไปนะครับ ขอขอบคุณทุกท่าน ขออนุญาตปิดประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๙.๓๓ นาฬิกา