รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๘
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
------------------------------
ก่อนที่เราจะเปิดประชุมได้เปิดโอกาสให้ท่านสมาชิกหารือท่านละ ๒ นาที ท่านแรกเชิญ ท่านอดิพงษ์ ฐิติพิทยา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๓ อำเภอกระสัง อำเภอห้วยราช ตำบลป่าชัน ตำบลโคกขมิ้นของอำเภอพลับพลาชัย พรรคภูมิใจไทย กระผมขออนุญาตปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ใน ๒ ประเด็นดังต่อไปนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ กระผมได้รับแจ้งจากท่านอธิวัฒน์ เรืองอุดมสกุล นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลกันทรารมย์ว่าหนองตลาดสะเดา หมู่ที่ ๑ บ้านกันทรารมย์ ตำบล กันทรารมย์เป็นหนองน้ำหลักของหมู่บ้าน ซึ่งปัจจุบันมีขนาดลึก ๓ เมตร กว้าง ๒๑๖ เมตร ยาว ๒๖๖ เมตร ปัจจุบันนี้มีสภาพตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ หากได้รับการสนับสนุน งบประมาณในการขุดลอกจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำเพียงพอต่อความ ต้องการของพี่น้องประชาชน จึงขอนำเรียนไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวง มหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดให้ความช่วยเหลืออนุเคราะห์จัดสรรงบประมาณ เพื่อทำการขุดลอกและพัฒนาหนองตลาดสะเดาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ กระผมได้รับแจ้งจากท่านณรงค์ พารื่นรัมย์ นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลเมืองโพธิ์ว่าถนนทางหลวงท้องถิ่นหมายเลข บร.ถ. ๑๔๗-๐๐๕ บ้านพูนสุข หมู่ที่ ๓ ตำบลเมืองโพธิ์ อำเภอห้วยราช ผ่านไปยังบ้านน้ำอ้อม หมู่ที่ ๒ ตำบลห้วยสำราญ อำเภอกระสัง ถนนกว้าง ๖ เมตร ยาว ๘๖๙ เมตร มีสภาพชำรุดทรุดโทรม ผิวจราจรขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของ ประชาชน จึงขอนำเรียนไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดให้ความช่วยเหลือทำการปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก เรื่องสินค้าเกษตร วันนี้สินค้าเกษตรราคาตกต่ำหลายตัวครับ ประชาชนรอคอยความช่วยเหลือจากรัฐบาล ตัวแรกที่สินค้าตกต่ำคือมันสำปะหลังนะครับ พวกเราก็ทราบกันดี ตัวที่ ๒ ก็คืออ้อย วันนี้อ้อยราคาตกจากปีที่แล้วจาก ๑,๖๐๐-๑,๗๐๐ เหลือประมาณ ๑,๑๐๐ บาท รัฐบาลก็ยังส่งเสริมหรือสนับสนุนไม่ให้ประชาชนหรือเกษตรกร เผาอ้อยก่อนตัด ก็เลยมีโครงการตัดอ้อยสดลด PM2.5 ท่านประธานครับ เกษตรกรที่ตัดอ้อย ถ้าไม่เผาเสียก่อน ถ้าตัดอ้อยสดต้นทุนจะสูงกว่าตัดอ้อยที่เผาแล้วประมาณ ๓ เท่า วันนี้ รัฐบาลเคยสนับสนุนในการตัดอ้อยสดตันละ ๑๒๐ บาทต่อตันให้เกษตรกรมา ๒ ๓ ปีก่อน ปีที่ผ่านมา ปี ๒๕๖๖/๒๕๖๗ เกษตรกรก็ยังไม่ได้เงินชดเชยที่ตัดอ้อยสดในราคาตันละ ๑๒๐ บาท ทางเกษตรกรในจังหวัดกาญจนบุรีก็เรียกร้องอยากให้รัฐบาลช่วยจ่ายเงินตันละ ๑๒๐ บาทให้เกษตรกรที่ประพฤติปฏิบัติดีช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมโดยการไม่เผาก่อนตัด ก็อยากให้รัฐบาลเร่งรัดเรื่องนี้ด้วยครับ วันนี้ประชาชนเดือดร้อนมากครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับแจ้งจาก นายมงคล ทองยิ้ม นายกองค์การบริหารส่วนตำบล หนองประดู่ ว่าถนนสาย ๓๔๔๓ จากบ้านตลุงเหนือไปยังแยกบ้านเขาวัง อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นถนนเชื่อมระหว่างอำเภอเวลากลางคืนไม่มีไฟส่องสว่าง อยากให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปติดไฟส่องสว่างด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพลพีร์ สุวรรณฉวี เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ผม พลพีร์ สุวรรณฉวี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครราชสีมา เรื่องหารือกับท่านประธานวันนี้🔗
เรื่องแรก พี่น้องชาวตำบลโนนตูม ของบซ่อมแซมสถานีสูบน้ำฝายลำมาศ บริเวณหมู่ที่ ๓ บ้านโนนตูม ตำบลโนนตูม บริเวณนี้ฝายค่อนข้างที่จะต่ำ เพราะฉะนั้นต้องการ การซ่อมบำรุง แล้วก็ประตูน้ำในการกั้นน้ำจะได้มีน้ำใช้ในช่วงหน้าแล้ง แล้วก็การที่ซ่อมแซมนี้ จะส่งผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนแถวนั้นทั้ง ๖ ตำบลครับท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเป็นตำบลงิ้ว ตำบลกงรถ เทศบาลกงรถ ตำบลหลุ่งตะเคียน อำเภอห้วยแถลง ตำบลโนนตูม ตำบลสาหร่าย อำเภอชุมพวง ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ พี่น้องประชาชนของหมู่ที่ ๑๓ ตำบลโนนตูม อำเภอชุมพวง ขอไฟส่องสว่างตามถนน ตั้งแต่หมู่ที่ ๓ ไปยังบ้านสาหร่ายหมู่ที่ ๑ และบริเวณโรงเรียน สาหร่ายถึงเขื่อนลำมาศ อำเภอห้วยแถลง เพราะว่าตามสภาพที่เห็นในสไลด์ครับ ท่านประธาน ถนนจราจรตอนกลางคืนนั้นไม่มีไฟแม้แต่ดวงเดียว ส่งผลอันตรายให้กับพี่น้อง ประชาชนที่อยากจะสัญจรครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ราคาโคกระบือครับท่านประธาน วันนี้ราคาโคที่มีชีวิตตกแล้ว กิโลกรัมละประมาณสัก ๔๐ บาทไม่ถึง ๕๐ บาท แต่ว่าเวลาพี่น้องประชาชนไปซื้อเนื้อสด ในตลาดกิโลกรัมละประมาณ ๒๐๐ บาท เพราะฉะนั้นตอนนี้ราคาวัว ราคาโคที่มีชีวิตตกต่ำ มากครับ อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นได้ดูแลหรือตั้งกองทุนอะไรสักอย่าง ฝากท่าน ประธานไปถึงกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ วันนี้ราคาพืชผลผลิตทางการเกษตรนั้นตกต่ำครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นข้าว หรือแม้แต่เมื่อวานนี้จะมีมาตรการออกมาช่วยแล้ว ๑,๐๐๐ บาทสำหรับพี่ น้องชาวนาปรัง แต่ว่าอีกไม่กี่เดือนนี้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศก็จะปลูกข้าวกันรอบใหม่แล้ว อยากให้รัฐบาลนั้นได้มีนโยบายมีโครงการสนับสนุนให้พี่น้องประชาชนนั้นให้ชัดเจน แล้วก็ราคามันสำปะหลังครับท่านประธาน วันนี้ต่ำกว่า ๑.๕๐ บาทแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น พี่น้องประชาชนชาวมันสำปะหลังที่ปลูกวันนี้ขาดทุนครับ อยากให้รัฐบาลนั้นเร่งหามาตรการ ในการส่งเสริม ในการสนับสนุน และในการช่วยเหลือครับ🔗
สุดท้ายนี้ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเกินเวลาสักเล็กน้อยครับ สุดท้ายนี้ พี่น้องชาวสวนอ้อยยังไม่ได้รับค่าชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้นจากรัฐบาล ไม่มีมาตรการอะไรลงไป ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ปลูกอ้อยเลยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานถึง กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวเกษตรกรสวนอ้อย ด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุรทิน พิจารณ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สส. แบบบัญชีรายชื่อ ๓ เรื่อง กราบเรียนท่านประธานมีปัญหาทั้งนั้น🔗
เรื่องแรกท่านประธานครับ ถนนขึ้นดอยไตแลง อำเภอปางมะผ้า จังหวัด แม่ฮ่องสอน ท่านประธานครับ ถนนเส้นนี้ยาว ๗ กิโลเมตร ซึ่งท่านรัฐมนตรีช่วยทรงศักดิ์ ทองศรี ได้เมตตาว่าจะให้งบประมาณไปทำลูกรัง ท่านประธานอันนี้หน้าฝนครับ ภาพขึ้นอยู่นี้ หน้าฝน แต่ทีนี้หน้าฝนผ่านไปแล้ว หน้าหนาวก็ผ่านไปแล้ว ตกมาหน้าแล้ง สมควรที่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่รับผิดชอบจะได้เข้าไปดูแลบ้าง ไปสำรวจบ้าง ทางนายก อบต. ปางมะผ้า เป็นผู้ร้องมา ผู้รับผิดชอบคือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ถนนคนเดินจากวัดโพสพผลเจริญไปที่สถานี รถไฟฟ้าคูคต ระยะทาง ๗๒๐ เมตร ทางท่านรัฐมนตรีช่วยคมนาคม ฯพณฯ มนพร เจริญศรี ได้แจ้งมาว่าได้ตั้งงบประมาณให้เรียบร้อยแล้ว พี่น้องชาวคูคตจึงขอกราบขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย ผู้รับผิดชอบคือกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม🔗
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ เรื่องขอขยายไฟฟ้าหมู่ที่ ๓ และหมู่ที่ ๑๐ ตำบล บัวสลี อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย พี่น้อง ๒ หมู่บ้านนี้ได้ขอไฟฟ้ามานานแล้ว แต่ไฟฟ้า เชียงรายยังเฉยอยู่ เพราะฉะนั้นจึงขอให้ทางท่านประธานได้เร่งรัดไฟฟ้าเข้าไปให้พี่น้องได้ใช้ ไฟฟ้าด้วยนะครับ ผู้ร้องก็คืออดีตนายกชาติ สุภารัตน์ เป็นผู้ร้อง ผู้รับผิดชอบการไฟฟ้า จังหวัดเชียงรายและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพิมพกาญจน์ พลสมัคร🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน พิมพกาญจน์ พลสมัคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๓ พรรคไทยรวมพลัง ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีข้อหารือท่านประธาน เพื่อนสมาชิกก็ได้หารือ ไปแล้วนะคะ แล้วก็หารือกันเยอะมากเรื่องราคามันสำปะหลังตกต่ำในขณะนี้ ท่านประธานคะ ดิฉันขอร่วมหารือเพื่อสะท้อนปัญหานี้ไปยังรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ อยากให้เร่ง ดำเนินการช่วยเหลือแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน ดิฉันมีโอกาสได้ลงพื้นที่เยี่ยมพี่น้องผู้ปลูกมัน ในเขต ๓ ของดิฉันประกอบด้วยอำเภอม่วงสามสิบ อำเภอดอนมดแดง อำเภอตาลสุมและ อำเภอเหล่าเสือโก้ก ได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนความทุกข์ใจของพี่น้อง และได้รับฟัง พี่น้องพูดบอกว่ายิ่งทำการเกษตรยิ่งเป็นหนี้ ติดหนี้ติดสินกันเยอะแยะมากมาย ฟังแล้วก็ สะท้อนใจค่ะ ท่านประธานคะ พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีเป็นพื้นที่ที่มีรอยต่อกับประเทศลาว มีการกล่าวอ้างว่ามันที่นำเข้าจากประเทศลาวทำให้ราคาตกต่ำจากด่านชายแดนช่องเม็ก แล้วช่องตาอูซึ่งความเป็นจริงช่องตะอูนั้นไม่มีรถบรรทุกใด ๆ ผ่าน เพราะเป็นด่านชายแดน ชั่วคราวนะคะท่านประธาน ปัญหาด้วยดิฉันเองก็เป็นกรรมาธิการเกษตรรับทราบปัญหานี้ มาโดยตลอดว่าราคามันสำปะหลังตกต่ำเกิดจากเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งนำเข้ามันสำปะหลังปีหนึ่งหลายล้านตัน เมื่อปี ๒๕๖๗ มันสำปะหลังที่ส่งออกไปประเทศ จีนลดปริมาณลงมากกว่า ๒ ล้านตันค่ะท่านประธาน โดยเฉพาะมันเส้นตอนนี้ประเทศจีนหัน มาใช้พืชพลังงานทดแทนก็คือข้าวโพดใช้ทำเอทานอลแทนมันสำปะหลัง ดิฉันอยากฝาก รัฐบาลโดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ช่วยหาตลาดใหม่ ๆ เพิ่ม แล้วก็เป็น การแก้ปัญหาระยะยาวให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมัน ไม่เช่นนั้นแล้วเกษตรกรผู้ปลูก มันสำปะหลังซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของไทยก็จะหายไปนะคะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม พิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดสมุทรปราการ ตำบลสำโรงเหนือ ตำบลเทพารักษ์ และบางเมืองใหม่ พรรคประชาชน วันนี้ผมนำปัญหา ในพื้นที่ ๒ เรื่องมาปรึกษากับท่านประธานเพื่อประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก้ไข ปัญหาดังกล่าวครับ🔗
เรื่องแรกเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้น ที่ชุมชนเรวัต ตำบลบางเมืองใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งในเหตุการณ์ดังกล่าว ได้ทำให้บ้านเรือนเสียหายจากการถูกไฟไหม้ไปจำนวน ๘ หลังคาเรือนครับ แต่โชคดีที่ไม่มี ผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ และจากการที่ผมลงพื้นที่ไปสำรวจประปาหัวแดงทั้งชุมชน มีเพียง ๕ หัวเท่านั้น จากบ้านเรือน ๓๐๐ กว่าหลังคาเรือน และมีประชากรจำนวน ๒,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งผมคิดว่าจำนวนประปาหัวแดงมันไม่เพียงพอ และลักษณะชุมชนซอยทางเข้า ค่อนข้างแคบ และมีรถจอดขวางทางซึ่งเป็นอุปสรรคที่ยากต่อการเข้าพื้นที่ของรถดับเพลิง และรถกู้ภัย จึงทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างในเวลาที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้น ดังนั้นควร เพิ่มจำนวนจุดของประปาหัวแดงให้มากขึ้นกว่าที่มีอยู่ครับ จึงนำเรียนฝากท่านประธานไปถึง การประปานครหลวงให้ช่วยมาเพิ่มประปาหัวแดงให้กับชุมชนดังกล่าวด้วยครับ🔗
เรื่องต่อมาครับ คือเรื่องของสายไฟฟ้าและสายสื่อสารที่ไม่เป็นระเบียบ ห้อยระโยงรยางค์รกรุงรังบริเวณหน้าโรงเรียนเทพศิรินทร์ สมุทรปราการ และบริเวณ ใกล้เคียงในตำบลบางเมืองใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุ ก่อให้เกิดอันตรายกับพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา หรืออาจทำให้เกิดไฟฟ้าช็อตก่อให้เกิด ไฟไหม้ขึ้นได้จึงนำเรียนฝากท่านประธานไปยังสำนักงาน กสทช. เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านบุญแก้ว สมวงศ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องขอหารือท่านประธาน อยู่ ๒ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้ไปพบปะกับลูก ๆ นักเรียนโรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ ก็ได้รับร้องเรียนจากลูก ๆ ว่าอยากได้โดมคลุมหลังคาลานอเนกประสงค์ขนาดใหญ่นะครับ งบประมาณก็ไม่เยอะนะครับท่านประธาน ท่านประธานดูสไลด์นะครับ🔗
เพราะว่าลูก ๆ นักเรียนเวลาทำกิจกรรม เคารพธงชาติก็ได้มาตากแดดนะครับ โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนขนาดกลาง มีนักเรียนอยู่ ประมาณ ๒,๓๐๐ กว่าชีวิต ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ฝากไป ทางรัฐมนตรีต้องเห็นใจลูก ๆ ด้วยว่า ๙ อำเภอ มีโรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์นี้ล่ะยังไม่ได้ โดมคลุมหลังคานะครับ ท่านประธานดูสิครับน่าสงสารเด็กนะครับ ฝากท่านประธาน ฝากท่านรัฐมนตรี ฝากท่านคณะกรรมการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการด้วยว่าจะมองเห็น ความสำคัญของลูก ๆ ในยามลำบาก เพราะว่างบประมาณก็ไม่เยอะ แค่ ๕,๑๘๙,๐๐๐ บาท ไม่เท่ากับครึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรของเราเลยนะครับ ก็อยากฝากท่านประธานด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับร้องเรียนจาก สจ. ศุภวิชญ์ บุญทศ และพี่น้องชาวบ้าน ราชมุนี ตำบลโนนทราย และบ้านปอแดง ตำบลบ่อเกลือ เนื่องจากสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าของ กรมชลประทานซึ่งไปก่อสร้างไว้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้ก่อสร้างเสร็จไม่ได้ใช้น้ำแม้แต่ หยดเดียว พี่น้องเกษตรกรได้ร้องเรียนมาหาผมนะครับ แล้วจะโอนให้องค์การบริหาร ส่วนตำบลเขาก็ไม่รับ เพราะว่า กรมชลประทานไปสร้างเป็นอนุสาวรีย์ไว้หรือครับ ตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ยังไม่ได้ไปปรับปรุงหรือไปแก้ไข น้ำก็ไม่ได้ใช้ พี่น้องเกษตรกรก็ร้องเรียนมายัง สส. ในพื้นที่ก็ได้มาผ่านท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานนะครับ ก็อยากฝากท่านประธาน ช่วยผลักดันให้กรมชลประทานได้จัดสรรงบประมาณมาซ่อมแซมปรับปรุงให้เกษตรกร ด้วยครับ ขอกราบสวัสดีครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ ผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน จังหวัดอุดรธานี วันนี้ขออนุญาต ปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับโครงการระบายน้ำห้วยหมากแข้ง ของจังหวัดอุดรธานี ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ โครงการนี้มีการ ก่อสร้างมากว่า ๓ ปีแล้ว ตลอดระยะเวลา ๓ ปีที่ผ่านมาประชาชนใกล้เคียงโครงการก่อสร้าง นี้มีการร้องเรียนเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการนี้สร้างความเดือดร้อน ให้กับบ้านเรือน อาคาร บ้านเรือนทรุด อาคารแตกร้าว ร้านอาหาร ร้านค้า ฝุ่นตลบ ไม่สามารถขายของได้ และที่สำคัญครับโครงการนี้เฟส ๒ ของโครงการปัจจุบันยังไม่มีความ ชัดเจนว่าโครงการจะสิ้นสุดจะต่อสัญญาไปอีกนานขนาดไหน เพราะฉะนั้นขอฝากผ่าน ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยกลับมาเร่งดำเนินการให้โครงการแล้วเสร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนหน้าฝนที่จะเข้ามาถึง🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของท่อ HDPE ถ้าดูในรูปก็คือเป็นท่อสีดำ เป็นท่อหด ถ้าดู ในแบบนี้จะอยู่ ๒ ฝั่งถูกฝังลงไปใต้พื้นแล้ว ๔ เมตร ปัจจุบันมองไม่เห็น ประชาชนที่ติดตาม การก่อสร้างของโครงการมีความเป็นห่วง เนื่องจากในระยะการก่อสร้างมีดินถล่มลงมา รวมถึงมีเครื่องจักรหนักที่วิ่งทับผ่านไปมาทำให้ท่อบิดเบี้ยวผิดรูป ในการส่งงานอยากจะฝาก ท่านประธานไปยังพี่น้องข้าราชการเจ้าหน้าที่ในการตรวจรับงานว่าท่อเหล่านี้ยังสามารถ ทำงานได้มีประสิทธิภาพกี่เปอร์เซ็นต์ และสามารถทำงานต่อไปได้อีกกี่ปี🔗
สุดท้ายครับ ข้อแนะนำนะครับ โครงการระบายน้ำลำห้วยหมากแข้ง โครงการนี้ เป็นโครงการหลักและโครงการเดียวในการระบายน้ำออกจากตัวเมือง อยากจะให้ช่วย ทบทวนครับโครงการที่กรมโยธาธิการและผังเมืองเคยทำมาแล้ว คือการผันน้ำ แบ่งน้ำ ระบายน้ำออกไปทางตะวันออกของตัวเมือง ขอให้โครงการเกิดขึ้นได้จริงและสามารถทำงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเกษม อุประ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม อุประ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้🔗
๑. ถึงกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากได้รับการร้องทุกข์จากพี่น้องเกษตรกรที่ทำ การปลูกมันสำปะหลังว่าราคาตกต่ำไม่คุ้มกับต้นทุนอยากจะให้ทางกระทรวงได้กระตุ้นได้พยุง เพื่อให้ได้ราคาที่สูงขึ้นอย่างน้อยก็ ๔ บาทเท่าที่เคยได้มา🔗
๒. ถึงกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากได้รับการประสานงานจากทางผู้อำนวย การโรงเรียนบ้านม่วงพิทยาคม จังหวัดสกลนคร ว่าอาคารเก่าที่สร้างมา ๕๐ กว่าปีแล้วชำรุด ทรุดโทรม ก็อยากจะขอรื้อถอนและสร้างโดมเพื่อที่จะให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมโดยไม่ตากแดด ตากฝน ก็ฝากถึงกระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาเรื่องนี้ด้วย🔗
๓. ถึงกระทรวงกลาโหม เนื่องจากได้รับการประสานงานจากสมาคมทหาร ผ่านศึกซึ่งได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากมีทหารบางส่วนที่ปลดประจำการไปแล้วไม่ได้รับ ค่าชดเชย ไม่ได้รับค่าดูแลใด ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนั่นก็คือทหารเกณฑ์และทหารพราน จึงอยากจะให้ทางกระทรวงกลาโหมได้ช่วยจัดเงินผดุงเกียรติเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท ซึ่งได้ ยื่นมาหลายรัฐบาลแล้วแต่ก็ยังไม่ได้รับการดูแล ก็ฝากทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้หยิบยกเอาเรื่องนี้มาพิจารณาด้วยครับ กราบขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรุ่งโรจน์ ทองศรี เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ขอสลับกับท่าน รุ่งโรจน์ สมาชิกพรรคเดียวกันครับท่านประธาน ผม พรชัยครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม พรชัย ศรีสุริยันโยธิน เขต ๗ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดบุรีรัมย์ ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านนายก ทั้ง ๔ ตำบลของอำเภอหนองหงส์ ท่านนายกเอกรัฐ นานอก ท่านนายกอมรศักดิ์ ตั้งบรพัตรสกุล ท่านนายกไพบูลย์ ธิติพิศุทธิ์กุล แล้วก็ท่านนายกสุพรรณ์ ศรีภูวงศ์ เรื่องถนนที่ไม่มีไฟ ส่องสว่าง ท่านประธานครับ ถนนเป็นถนนที่ดีมากทำเสร็จเรียบร้อยแล้วบางเส้นทำมา ๓ ปีแล้ว ก็ยังคงสภาพใช้การได้ดีแต่ไม่มีไฟส่องสว่าง เส้นแรกครับท่านประธาน จากถนน บร. ๔๐๕๐ จากบ้านโคกกระเบื้องถึงบ้านกระเบื้องน้อย ตำบลหนองชัยศรี ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร เส้นที่ ๒ ครับท่านประธาน จากเทศบาลหนองหงส์ไปถึงบ้านบุ่งช้าง ตำบลสระทอง ระยะทาง ประมาณ ๕ กิโลเมตรไม่มีไฟส่องสว่างเช่นเดียวกัน เส้นที่ ๓ ครับท่านประธาน จากเทศบาล ห้วยหินถึงบ้านโพธิ์ทอง ระยะทางประมาณ ๖ กิโลเมตร ซึ่งผ่านหลายหมู่บ้าน และสุดท้าย จากเทศบาลตำบลสระแก้วมายังเทศบาลตำบลหนองหงส์ระยะทางประมาณ ๖ กิโลเมตร ถนนเส้นนี้สวยงามมากทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่มีไฟส่องสว่างก็กราบเรียนท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมช่วยอนุเคราะห์พี่น้องบ้านผมด้วย เดินทางกลางคืนอันตรายมากแล้วมันมืดจริง ๆ ผ่านป่าอ้อย ผ่านสวนมัน เป็นถนนที่เราสร้าง มาด้วยงบประมาณของแผ่นดิน แต่เติมอีกนิดหนึ่งครับเติมเรื่องไฟส่องสว่างให้พี่น้องบ้านผม ก็จะกราบขอบพระคุณอย่างสูงยิ่ง🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ท่านประธาน เรื่องค่าชดเชยอ้อยซึ่งเกษตรกรหลาย ๆ อำเภอถามผมมาตลอด ในฐานะที่เป็นผู้แทนกลับไปก็อยากได้รับคำตอบจากรัฐบาลว่า ค่าชดเชยอ้อยแล้วก็ราคามันที่ตกต่ำเมื่อไรจะดำเนินการ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพุธิตา ชัยอนันต์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พุธิตา ชัยอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชน ขอปรึกษาหารือ กับท่านประธานทั้งหมด ๓ เรื่องดังนี้🔗
เรื่องแรกขอสไลด์ค่ะ ทางข้าม ม้าลายข้างโรงพยาบาลสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ที่แขวงทางหลวงได้ทำไว้เป็น Slope ข้าม เกาะกลางถนนมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ป่วยผู้พิการและ Wheelchair ได้ใช้ข้ามได้สะดวก แต่กลับพบว่าที่ตรงนี้กลายเป็นที่กลับรถยนต์ แล้วก็รถจักรยานยนต์เป็นเสียส่วนใหญ่ค่ะ ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อย ประชาชนฝากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตำรวจจราจร แขวงทางหลวงหรือทางโรงพยาบาลเองช่วยเข้าไปดูแลและแก้ไขให้ด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เสียงสะท้อนจากประชาชนถึงการใช้งานบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนที่มีระบบสแกนใบหน้าและใช้รหัส ๖ หลักยืนยันการชำระเงินมีความยุ่งยาก กับผู้สูงอายุ ผู้พิการติดบ้านติดเตียง โดยเฉพาะผู้ที่ใช้สิทธิที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เพราะว่า ระบบนี้แม้ว่าจะมีการมอบอำนาจให้ดำเนินการแทน แต่ในความเป็นจริงแล้วสร้างความ วุ่นวายแล้วก็ความซับซ้อนให้กับประชาชนในการทำเอกสารค่ะ จึงอยากจะขอให้มีการแก้ไข ปัญหาการสวมสิทธิในรูปแบบอื่นที่ให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้สิทธิค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ การปล่อยให้เช่าคอนโดรายวัน รายเดือนแบบผิดกฎหมายทั้งของ คนไทยและชาวต่างชาติ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ลูกบ้านผู้พักอาศัย โดยเฉพาะในจังหวัด ท่องเที่ยวอย่างจังหวัดเชียงใหม่ ขอให้รัฐบาลช่วยเข้ามากำกับดูแลในเชิงรุกด้วย ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านราชิต สุดพุ่ม🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายราชิต สุดพุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งประกอบด้วยเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ตำบลปากนคร ตำบลท่าไร่ ตำบลบางจาก ตำบลท่าเรือ พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน เพียงเรื่องเดียวแต่เป็นเรื่องที่สำคัญ ก็คือขอให้ทางรัฐบาลได้รีบเร่งจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม อุทกภัยแก่พี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชด้วยครับ เหตุการณ์นี้เกิดมา ๓ เดือนแล้วครับ น้ำท่วมเมื่อเดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๗ แล้วท่านนายกเองก็ได้ออกไปเยี่ยมพี่น้องประชาชน เห็นถึงความลำบาก มีพี่น้องประชาชนชาวนครศรีธรรมราชทั้งสิ้น ๓๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ขณะนี้ได้รับเงินเพียง ๙๐,๐๐๐ ครัวเรือน คิดเป็นแค่ ๒๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นนะครับ แล้วก็ ที่สำคัญโดยเฉพาะพี่น้องในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชที่ผมรับผิดชอบอยู่ ซึ่งมีความ เดือดร้อนมาก รุนแรงที่สุดในการเกิดภัยก็ยังไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว ซึ่งเดือดร้อนกัน ทั้งสิ้น ๓๒,๕๖๗ ครัวเรือน การที่ผมต้องมาทวงครั้งนี้ ท่านประธานก็ทราบว่าทุกครั้งที่มีการ หารือก็มีทวงเงินดังกล่าว แต่ที่ผมทวงครั้งนี้เพราะเหตุผล ๒ ๓ ประการครับ🔗
ประการแรก ก็คือรัฐมนตรีได้อนุมัติเงินเพิ่มเติมเมื่อ ๑๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่าน มาแล้วที่ ครม. สัญจรที่สงขลา จำนวน ๓,๖๕๓ ล้านบาท🔗
ประการที่ ๒ พี่น้องประชาชนมีความลำบากมาก จะต้องเอาเงินไปใช้หนี้ที่ได้ ยืมมาเมื่อตอนน้ำท่วมซึ่งไปซื้อที่นอน หมอน มุ้งต่าง ๆ🔗
ประการที่ ๓ พี่น้องประชาชนแจ้งให้ผมต้องทวงทุกวัน ทุกครั้งที่มีการประชุม แล้วผมก็ยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่าเงินนี้ได้แน่นอน รัฐบาลได้ขยายวงเงินให้แล้ว กระทรวง การคลังก็พร้อมที่จะจ่ายแล้ว แต่ไม่ทราบติดขัดตรงไหน ผมก็เลยหารือผ่านท่านประธาน ไปยังรัฐบาลขอให้รีบเร่งจ่ายเงินดังกล่าว แล้วก็หากเป็นไปได้ขอให้ท่านได้ช่วยแจ้งวัน เวลา ในการจ่ายเงินด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านหรั่ง ธุระพล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม หรั่ง ธุระพล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๓ อุดรธานี ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องที่จะขอหารือท่านประธานอยู่ ๑ เรื่องครับ สำหรับเรื่องนี้ ผมก็เคยหารือผ่านสภามาครั้งหนึ่งแล้วแต่ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาเลยนะครับ เรื่องสำนักงาน ที่ดินจังหวัดอุดรธานี สาขาอำเภอเพ็ญ ซึ่งเป็นสาขาที่ประชาชนใช้บริการร่วมกัน ๒ อำเภอ มีความแออัดหนาแน่นทำให้ประชาชนมาติดต่อเรื่องทำธุรกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับโฉนดที่ดิน เรื่องที่ดินใช้เวลามากนะครับ แต่ละครั้งมาเป็นวันเลย เพราะว่า🔗
เรื่องที่ ๑. เจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ดินไม่เพียงพอ งานล้นมือ เจ้าหน้าที่ บางคนหรือหลาย ๆ ท่านงานล้นมือก็เลยลาออกจากงานไปมากแล้ว จึงไม่พอกับการ ให้บริการประชาชน จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังสำนักงาน หรือว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ให้ขยายเขตเป็นสำนักงานของอำเภอสร้างคอมเพิ่มอีกเพราะว่าใช้บริการ ๒ อำเภอ จึงทำให้ พี่น้องมารอคอยเป็นจำนวนมากแต่ละวัน จึงไม่พอเพียงกับการบริการ จึงขอฝากท่าน ประธานผ่านไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องโฉนดที่ดินครับ นโยบายของรัฐบาลบอกว่าจะออกโฉนดที่ดิน ให้กับประชาชนทั่วประเทศหลายล้านไร่ ตอนนี้ในเขตพื้นที่การเลือกตั้งของผมมี ๑๘ ตำบล ก็ยังไม่ถึงครึ่งเลย เพิ่งได้ตำบลเดียว ก็รอคอยอีกหลายเดือน ผมคิดว่าคงไม่แล้วเสร็จ หรอกครับในช่วงเวลาที่เราเลือกตั้ง สส. มาก็เป็นเวลาเกือบจะ ๒ ปีแล้ว ถ้าอยู่ครบเทอม จะเหลือเวลาอยู่แค่ ๒ ปีเศษ ๆ ผมเชื่อว่ายังไม่เสร็จ อย่างไรก็ขอให้รีบเร่งให้บริการกับพี่น้อง ประชาชนด้วยเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ พี่น้องประชาชนรอคอยความหวัง อยากจะมีโฉนดที่ดิน เป็นของตัวเองเพื่อจะเอาไปทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ เรื่องนี้ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่ มีส่วนเกี่ยวข้องรีบเร่งแก้ไขโดยเร่งด่วนด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ อำเภอถลางและตำบลกะทู้ พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องชาวภูเก็ตมาปรึกษาหารือท่านประธานดังนี้ครับ ขอสไลด์ขึ้นด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๑ โรงเรียนบ้านป่าครองชีพ ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ปัจจุบันขาดแคลนอาคารเรียนอย่างมากครับ เนื่องจากมีการเคหะหมู่บ้านจัดสรรเกิดขึ้นในพื้นที่เป็นพัน Unit มีประชาชนเริ่มทยอยเข้ามา อยู่อาศัยจำนวนมาก ทำให้มีจำนวนเด็กนักเรียนเพิ่มมากขึ้นอย่างกะทันหัน ฝากท่านประธาน ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาขาดแคลนห้องเรียน ให้ด้วยครับ ขอห้องเรียนดี ๆ ให้กับอนาคตของชาติด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ประชาชนในพื้นที่บ้านบางโรง ทางไปท่าเทียบเรืออ่าวปอ ตำบล ป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ร้องเรียนมาว่ามีโรงเรือนกัญชาขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า ๒๐ ไร่ ส่งกลิ่นเหม็นรำคาญแก่ผู้ที่อยู่อาศัยข้างเคียงจนยิ้มไม่ออก ฝากไปยังกระทรวง สาธารณสุขตรวจสอบด้วยว่าได้ดำเนินการถูกต้องตามหลักหรือไม่ และแก้ไขปัญหา กลิ่นกัญชาที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนรอบข้างด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายกับรถขนดินที่ไม่คลุม ผ้าใบในบริเวณหาดลายัน ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เพราะประชาชนในพื้นที่ เดือดร้อนครับ อันตรายจากเศษฝุ่น เศษดินที่ปลิวออกมาจากรถ ฝากด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ เรื่องสุดท้าย ปัจจุบันโรงพยาบาลถลางยังไม่มีผู้อำนวยการโรงพยาบาล มาบริหารงานอย่างเต็มที่ มีเพียงตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการ คุณหมอห้องฉุกเฉินก็มีเพียง คนเดียว และที่น่าเสียดายคือท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายเดชอิศม์ ขาวทอง ที่เพิ่งลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็ไม่ได้เข้าไปรับฟังปัญหาเพื่อแก้ไข ปัญหาให้กับคุณหมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลถลาง เลยครับ เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาของโรงพยาบาลถลางที่มีมาอย่างยาวนานให้กับพี่น้องชาว อำเภอถลาง แต่ไม่เป็นอะไรครับ อย่างไรขอให้ท่านรัฐมนตรีลงพื้นที่มาแก้ไขปัญหาให้กับ โรงพยาบาลถลางด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านมานพ คีรีภูวดล เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชนชน สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองครับ ขอภาพสไลด์ขึ้นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมจะ ปรึกษาท่านประธานครับ สืบเนื่องมาจากมติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ครับ เป็นโครงการอนุรักษ์ เป็นพระราชกฤษฎีกาโดยกรมอุทยานแห่งชาติ ซึ่งประชาชนเห็นว่า มันไม่สอดคล้องกับมาตรา ๖๔ ประชาชนก็เลยมีการชุมนุมประท้วงเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ที่เชียงใหม่ในคราวที่ ครม. ไปประชุมที่เชียงใหม่ครับ แล้วก็วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ประชาชนก็ยื่นหนังสือท้วงถาม คนที่มารับหนังสือมีอยู่ ๓ ท่าน คือท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง ท่านรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ท่านสมคิด เชื้อคง แล้วก็ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมครับ ท่านพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง คำถามของพี่น้อง ประชาชนก็คือว่าที่รับหนังสือรับปากกันแล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน อยากให้ตอบกลับพี่น้อง ประชาชนโดยด่วน🔗
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมอยากให้ท่านประธานได้ดูคลิป เชิญฝ่ายสื่อ ได้เปิดคลิปครับ ขอเสียงด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ประเด็นของผม ว่าการทำคลิปอย่างนี้ของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานมีความเหมาะสมหรือไม่ ท่านกำลังจะขอ ความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนให้เฝ้าระวังไฟป่า แต่ภาพที่ท่านอาจจะเจตนา ไม่เจตนา ผมไม่ทราบ ท่านเปรียบพี่น้องประชาชนเหมือนวัว ผมอยากจะขอให้ท่านรัฐมนตรีกระทรวง ยุติธรรม ท่านปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านอธิบดีเรากำลังจะขอ ความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนเรื่องของไฟป่า หมอกควัน ท่านกำลังล้อเล่นกับใครครับ ท่าน กำลังสนุกอะไรครับ เหมาะสมหรือไม่ครับ ท่านกำลังจะจุดไฟให้เกิดปะทุขึ้นมาโดยท่านไม่ รู้ตัว ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ลงไปตรวจสอบดูนะว่ามันจริงหรือเปล่า ท่านมานพลงไปตรวจสอบดูว่าคลิป มันจริงเรื่องหรือเปล่า🔗
ท่านประธานจริงครับ ผมมีคลิป แล้วก็อยู่ใน Page ของสำนัก ๑๖ ด้วยครับ ผมมีหลักฐานครับท่านประธาน ผมจะส่งให้ ท่านประธานนะครับ🔗
อันนี้ก็ไม่เหมาะสมนะครับ ต่อไปท่านวิลดา อินฉัตร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิลดา อินฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๗ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องจะหารือ ๒ เรื่องดังนี้นะคะ🔗
เรื่องแรก ดิฉันได้รับการแจ้งจากนางพิชาภัค บุดดี ผู้อำนวยการโรงเรียน บ้านอาลัย ว่าอาคารเรียนของโรงเรียนบ้านอาลัย ตำบลสุขสวัสดิ์ อำเภอไพรบึง จังหวัด ศรีสะเกษ ที่ก่อสร้างมานานกว่า ๔๘ ปีแล้ว เกิดการแตกร้าวของเสาหลายต้น ในระหว่าง เวลานั้นคุณครูได้นำนักเรียนออกไปนอกอาคาร ไม่มีผู้ใดได้รับอันตราย แล้วพบว่าในอาคาร เรียนมีเสาชำรุดหลายต้น ผนังห้องเรียนชำรุดแตกร้าว พื้นไม้เกิดการผุพังจึงมีความเห็น ร่วมกันว่าเพื่อเป็นการรักษาสวัสดิภาพของครูและนักเรียนโดยให้ทำการเรียนการสอน นอกอาคารในเต็นท์ เวลากลางวันก็จะร้อนมาก ส่วนหน้าหนาวก็จะหนาว จึงทำให้เกิดความ เดือดร้อนแล้วลำบากอย่างมากในการที่จะเล่าเรียนนะคะ ดิฉันจึงขอนำเรียนผ่าน ท่านประธานสภาไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ขอความอนุเคราะห์วิศวกรเพื่อเข้าตรวจสอบอาคารเรียนของโรงเรียนบ้านอาลัย ตำบล สุขสวัสดิ์ อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษด้วยนะคะ เพื่อช่วยเหลือครูและนักเรียนให้มี สถานที่เรียนที่ปลอดภัยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการแจ้งเรื่องจากนายวิจิตร ใสกระจ่าง นายก อบต. ดวนใหญ่ ว่าถนนสายบ้านดวนใหญ่ โนนเพ็ก ช่วงกิโลเมตรที่ ๑+๘๗๐ ถึงกิโลเมตรที่ ๒+๒๗๐ มีผิวจราจรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก มีหลุม บ่อ ขนาดเล็กและใหญ่ กระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ ประกอบกับมีฝุ่นละอองคละคลุ้งตลอดเวลาที่ใช้ถนนเส้นนี้นะคะ ไม่สามารถสัญจรได้อย่างปกติสุข ถนนเส้นนี้เสียหายมาหลายปีแล้ว ก่อนที่ดิฉันจะหาเสีย สส. ๒ ปี และหลังจากที่เป็น สส. มาเกือบ ๒ ปีก็ไม่ได้รับการเหลียวแลแต่อย่างใด ดิฉันจึงขอ นำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อขออนุมัติงบประมาณในการ ซ่อมแซมถนนสายบ้านดวนใหญ่-โนนเพ็ก ที่ชำรุดอย่างหนัก ให้ชาวบ้านได้ใช้รถใช้ถนนอย่าง ปลอดภัยด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสันต์ แซ่ตั้ง เชิญครับ🔗
เรียนประธานที่เคารพ กระผม นายสันต์ แซ่ตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติครับ ก่อนอื่นต้อง ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของคุณชวน กาญจนณรงค์ ที่ได้สูญเสียชีวิตเนื่องจากมี ช้างป่าอาละวาด ทำให้คุณชวน กาญจนณรงค์เสียชีวิต ก็สืบเนื่องจากมีพี่น้องประชาชน ชาวตำบลรับร่อ หมู่ที่ ๑๗ หมู่ที่ ๑๒ มีผลกระทบกับช้างป่าอาละวาดมา ๒ ปีแล้วครับ และเมื่อวันที่ ๒๒ ก็ได้ ทำร้ายชีวิตนายชวน ก็ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันดูแลช่วยกันรับผิดชอบด้วยนะครับ เพราะว่าช้างป่ามีทั้งหมด ๕ เชือก แต่ว่าเป็นพื้นที่ป่าอยู่ประมาณแค่ ๑,๐๐๐ กว่าไร่ ช้างป่า ก็ไม่พอที่จะอาศัยอยู่ ก็เลยลงมาที่พื้นที่ของพี่น้องประชาชน ตอนนี้พี่น้องประชาชน เกษตรกรสวนยางก็ไม่กล้าออกไปทำมาหากิน เพราะว่าช้างป่ายังอาละวาดอยู่ แล้วตอนนี้ ผลไม้กำลังออก ก็จะมีพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากช้างฝูงนี้ ก็จะมีตำบลรับร่อของอำเภอ ท่าแซะ ตำบลบ้านนาของอำเภอเมือง แล้วก็ยังไปติดของตำบล จ.ป.ร. ของจังหวัดระนอง ตอนนี้มีปัญหามาก มีเจ้าหน้าที่ที่ไปดูแลก็ไม่เพียงพอ พื้นที่ป่าก็ไม่เพียงพอ มีจิตอาสา ผมเอง ได้ไปนั่งพูดคุยกับจิตอาสาก็ไม่ได้มีงบประมาณ จิตอาสาก็ได้ตามช้างฝูงนี้มา ๒ ปีแล้ว ก็แค่ ได้ผลักดันนะครับ แต่ตอนนี้ทำร้ายชีวิตคน แล้วก็ได้พูดคุยว่าในอนาคตข้างหน้านี้ช้างพอได้ ทำร้ายชีวิตคนมันก็จะทำร้ายอยู่ตลอด ฝากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยอย่างน้อยน่าจะหา ที่อยู่ใหม่ให้กับช้างชุดนี้ ช้างมีทั้งหมด ๕ เชือก ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม เขต ๖ พรรค ประชาชน ผู้แทนจากพี่น้องชาวสามพรานครับ วันนี้ผมขอเสนอให้ทางรัฐบาลได้พิจารณา งบประมาณและมาตรการสนับสนุนคณะกรรมการขับเคลื่อนเพื่อการสถาปนาบุญราศีทั้ง ๘ องค์แห่งประเทศไทยขึ้นสู่การเป็นนักบุญโดยมีเนื้อหาดังนี้ ข้อมูลจากศูนย์ทนายความ เพื่อสิทธิมนุษยชนได้แสดงให้เห็นว่า ในปัจจุบันรัฐได้ก่อนิติสงครามกับประชาชน ใช้กฎหมาย ปราบปรามผู้เห็นต่างจากรัฐอย่างรุนแรง ไม่ต่างจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อเกือบ ๑๐๐ ปี ที่แล้ว ดังเช่นตัวอย่างของคุณพ่อนิโคลาส บุญเกิด กฤษบํารุง การที่ลูกต้องโทษคราวนี้โดย ลูกไม่ได้นึกฝันเลย คุณบิดาก็ทราบดีว่าลูกรักประเทศชาติจนยอมสละความสุขสบายฝ่าย ข้างโลก ได้อุตส่าห์อบรมพี่น้องชาวไทยให้อยู่ในศีลธรรมอันดี เป็นระยะเวลากว่า ๑๕ ปี ลูกได้ช่วยชาติทั้งทางตรงทางอ้อม นอกนั้นยังเตือนคนอื่นอีกให้รักชาติ แต่อนิจจาลูกกลับ ถูกหาว่าขายชาติทรยศต่อชาติ นี่คือความตอนหนึ่งจากจดหมายลงวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ คริสต์ศักราช ๑๙๗๒ ที่คุณพ่อนิโคลาส บุญเกิด กฤษบํารุง เขียนด้วยลายมือไปถึง พระสังฆราชแปร์รอส หลังต้องหาเป็นกบฏขายชาติให้แก่ฝรั่งเศส ไม่มีใครมีความรัก ยิ่งใหญ่กว่าการสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหาย คุณพ่อนิโคลาสและบุญราศีทั้งเจ็ด แห่งสองคอน ได้แสดงความรักดังกล่าวเพื่อยืนยันความเชื่อของตนโดยยอมพลีแม้กระทั่งชีวิต ด้วยความที่รัฐบาลไทยและชาวไทยสายชาตินิยมในสมัยนั้น เห็นว่าชาวคาทอลิกมีความ ผูกพันกับฝรั่งเศสมาก จึงมองชาวคาทอลิกด้วยสายตาที่ไม่ไว้วางใจ กิจกรรมต่าง ๆ ถูกจับ จ้องด้วยความสงสัย มีการกดดันและบีบบังคับด้วยกำลังให้ชาวคาทอลิกต้องละทิ้งศรัทธาใน พระเจ้า ผู้ใดที่ขัดขืนจะถูกกระบวนการนิติสงครามกลั่นแกล้ง ถูกปองร้าย บางส่วนถูกข่มขืน หรือถูกฆ่าตาย เพื่อเป็นการเชิดชูวีรกรรมอันกล้าหาญเหล่านี้ ผมจึงขอให้ทางรัฐบาลได้ สนับสนุนคณะกรรมการขับเคลื่อนเพื่อการสถาปนาบุญราศีทั้ง ๘ องค์แห่งประเทศไทยขึ้นสู่ การเป็นนักบุญด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ผู้แทนราษฎรนครราชสีมา เขตอำเภอปากช่อง พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ด้วยที่ผ่านมานั้นผมเคยหารือในสภาแห่งนี้แล้วเกี่ยวกับปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนคนปากช่อง เนื่องจากว่าไฟส่องสว่างข้างทางไม่เพียงพอ เกิดอุบัติเหตุเป็นประจำและรุนแรง เช่น ทางหลวง ๒๐๙๐ จากเทศบาลเมืองปากช่อง ชุมชนปางแก เชื่อมต่อไปยังอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลก หรือ ทล. ๒๔๒๒ จาก เทศบาลเมืองปากช่อง บ้านท่าเลื่อน เชื่อมต่อไปยังบ้านท่างอย ตำบลจันทึก แล้วในขณะนี้นั้น ได้มีการจัดสรรงบประมาณทำการก่อสร้างบางส่วนบางช่วงเท่านั้น ทางพี่น้องประชาชนชาวอำเภอปากช่องฝากขอบคุณท่านประธานไว้ ณ โอกาสนี้ แต่ท่าน ประธานครับยังมีอีกหลายจุดที่เป็นปัญหาที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อีกทั้งบริเวณสะพาน ข้ามเมืองปากช่องหน้าวัดไตรรัตน์ ตำบลหนองสาหร่าย และบริเวณเกือกม้ากลับรถหน้าวัด ทรัพย์ม่วง ตำบลจันทึก มีเสาไฟ แต่เสาไฟใช้ไม่ได้ครับมันเสีย จึงเรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ให้จัดสรรงบประมาณติดตั้งเสาไฟ เพิ่มในจุดที่เป็นจุดอันตราย และให้จัดงบซ่อมแซมเสาไฟเดิมให้ใช้งานได้ด้วยครับ🔗
เรื่องต่อมา ถนนหมายเลข ทล. หมายเลข ๒๒๓๕ ตำบลหนองสาหร่าย เชื่อมต่อไปยังหนองสองห้อง กม. ที่ ๑๖ หน้าวัดพุทธนิคม หมู่ที่ ๑๑ ตำบลหนองสาหร่าย เป็นสามแยกที่อันตรายมากครับท่านประธาน เป็นสามแยกใหญ่ กรมทางหลวงแก้ปัญหา โดยนำ Barrier พลาสติกมาทำเป็นวงเวียนชั่วคราว พี่น้องประชาชนชาวปากช่องต้องการให้ กรมทางหลวงนั้นมาออกแบบสร้างเป็นวงเวียนถาวรให้เกิดความปลอดภัยมากกว่านี้ พร้อมกับ ติดไฟแจ้งเตือนและตีเส้นทำสัญลักษณ์ ลดอุบัติเหตุและสง่างามสมกับเป็นเมืองมรดกโลก จึงนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ให้จัดสรรงบประมาณไปก่อสร้างวงเวียนให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนคนปากช่อง โคราช ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านการณิก จันทดา เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน การณิก จันทดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันมีเรื่องที่จะหารือจำนวน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรกฝากถึงกรมชลประทานเชียงใหม่ เนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วม เชียงใหม่เมื่อปลายเดือนกันยายนแล้วก็ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ดิฉันได้ลงพื้นที่สำรวจ หลังน้ำท่วมเพื่อสำรวจเส้นทางน้ำ พบว่าหากจะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมระยะยาวนี้สามารถทำได้ เนื่องจากว่าดิฉันได้ลงพื้นที่ร่วมกับแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ ๒ ต่อประเด็นที่ประชาชน มีความกังวลใจว่าการตัดถนนวงแหวนนี้จะไปขวางทางน้ำหรือไม่ ซึ่งเราก็พบว่ามีอาคารระบายน้ำ หรือลำรางระบายน้ำในจุดที่มีปัญหาคอขวดทำให้น้ำล้นรางระบายไม่ทัน อย่างลำเหมือง รางระบายน้ำแบบเปิด บริเวณข้างโกดังให้เช่า กาญจน์กนก แวร์เฮ้าส์ ๑ บนถนนซูเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำปาง ทางหลวงหมายเลข ๑๑ หลักกิโลเมตรที่ ๕๔๘+๔๐๐ ฝั่งขาขึ้น หากกรมชลประทานเชียงใหม่สามารถขยายแนวเขต ขยายรางระบายน้ำแบบเปิดในจุดนี้ โดยคำนวณให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำไหล จะช่วยให้น้ำไหลผ่านได้เร็วเพื่อบรรเทาแล้วก็ ลดปัญหาน้ำท่วมในอนาคตได้ค่ะ🔗
อีกเรื่องหนึ่งขอฝากไปยังแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ ๒ พิจารณาเป็นการ เร่งด่วนนะคะ เนื่องจากเป็นเรื่องของความปลอดภัยต่อผู้ใช้รถใช้ถนนบริเวณสี่แยกกองทราย โดยเฉพาะรถเล็กอย่างมอเตอร์ไซค์ บริเวณนี้เป็นจุดแยกใหญ่ตัดกับถนนหมายเลข ๑๒๑ และ ๑๐๖ ถนนวงแหวนรอบ ๓ ซึ่งพบว่าผิวถนนเกิดยุบตัวเป็นร่องมีความลึกประมาณ ๑๐ ถึง ๒๐ เซนติเมตร ยาว ๒๐๐ เมตร มีทั้ง ๒ ฝั่ง ฝั่งแรกมุ่งหน้าไปยังอำเภอหางดง ส่วนอีก ฝั่งหนึ่งมุ่งหน้าไปยังอำเภอสันกำแพง สอบถามจากชาวบ้านบริเวณนั้นแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ เกิดขึ้นบ่อย โดยเฉพาะบริเวณกลางคืนที่ผู้ขับขี่ไม่สามารถสังเกตเห็นร่องนี้ได้ ชาวบ้าน จึงอยากให้มีการแก้ไขปรับปรุงผิวถนนก่อนที่จะมีเหตุเกิดถึงชีวิตค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านแอนศิริ วลัยกนก เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวแอนศิริ วลัยกนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะ แขวงราษฎร์บูรณะ พรรคประชาชน ดิฉันมีเรื่องจะหารือป้ายรถโดยสาร ประจำทางบริเวณสุขสวัสดิ์ ๕๒/๑ เขตราษฎร์บูรณะ มีจุดรถโดยสารแต่ไม่มีศาลาป้ายรถ โดยสารประจำทาง ทำให้พี่น้องในชุมชนหมู่ที่ ๗ รวมถึงบริเวณใกล้เคียง มีทั้งผู้สูงอายุ เด็กนักเรียนและประชาชนทั่วไปที่ใช้บริการรถโดยสารที่ต้องเดินทางใช้ชีวิตประจำวัน เป็นจำนวนมาก ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนของแสงแดด ไม่มีที่บังแดดและใกล้ฤดูฝน ไม่มีที่บังฝน ดิฉันจึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการติดตั้งศาลาโดยสาร รถประจำทาง ณ จุดดังกล่าว โดยขอให้มีการออกแบบโดยคำนึงถึงความเหมาะสมของ กายภาพพื้นที่ ไม่บดบังร้านค้า ไม่กีดขวางทางเท้าค่ะ ----------------------------------------------🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันขอเป็นกระบอกเสียงให้กับพี่น้องผู้ประกอบอาชีพขับขี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือพี่วินมอเตอร์ไซค์เรานั่นเอง ผู้ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบขนส่ง สาธารณะในชุมชน เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับผู้คนในชุมชนและ ทุกตรอก ซอก ซอย พี่น้องชาววินเหล่านี้ต้องทำงานหนักตากแดดตากฝนเพื่อให้บริการ ผู้โดยสาร แต่พวกเขากลับไม่มีสถานที่พักพิงที่เหมาะสมในระหว่างรอให้บริการ ดิฉันจึงขอ เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดสร้างศาลาที่พักพิง หรือศาลาพักสำหรับพี่น้อง ชาววินในจุดที่สามารถดำเนินการได้ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของพื้นที่ ไม่กีดขวาง การจราจร ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพลากร พิมพะนิตย์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพลากร พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ผมได้รวบรวมปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเพื่อมาปรึกษาหารือท่านประธาน ในวันนี้ ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องถนนครับท่านประธาน จุดแรกอยู่ที่ถนนบ้านโคกใหญ่ หมู่ที่ ๑๐ บริเวณสามแยกไปบ้านหนองหัวช้าง หมู่ที่ ๖ ตำบลหัวนาคำ อำเภอยางตลาด เป็นถนนลูกรังมีปัญหาเมื่อฝนตก ทำให้ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อกลายเป็นดินโคลนรถไม่สามารถ สัญจรไปมาได้ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ถนนบ้านขาม ตำบลคลองขาม อำเภอยางตลาด ถนนมีสภาพ เสียหายชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ โดยเส้นทางนี้เป็นเส้นทางหลักผ่ากลางหมู่บ้านเชื่อมต่อไปยัง หมู่บ้านอื่น ๆ หลาย ๆ หมู่บ้าน ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงสร้างความลำบากในการใช้รถใช้ถนนให้กับ พี่น้องประชาชนและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ลำห้วยสีดา บ้านโคกใหญ่ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลหัวนาคำ อำเภอยางตลาด ช่วงสะพานข้ามไปตำบลอิตื้อ จากภาพประกอบครับท่านประธานจะเห็นได้ว่าลำห้วยมีสภาพ ตื้นเขินแทบจะไม่มีน้ำใช้เพียงพอเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคครับ ปัญหาเหล่านี้ส่งผล กระทบต่อพี่น้องประชาชนในช่วงเวลาที่ใกล้ถึงฤดูแล้งแล้วน้ำยิ่งจากแห้งลงไปมากกว่านี้ ผมจึงเรียนผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเร่งแก้ปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนโดยด่วนด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดปัตตานี อำเภอ มายอและอำเภอยะหริ่ง ขอหารือผ่านท่านประธานเกี่ยวข้องปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนมี ๒ ประเด็นด้วยกัน ผมได้ไปโรงพยาบาลมายอ มีโอกาสลงพื้นที่ โรงพยาบาลมายอ จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาด ๓๐ เตียง ต้องบริการประชาชน ถึง ๙๐,๐๐๐ ราย ซึ่งมีอยู่ ๑๒ ตำบลด้วยกัน ทำให้เกิดปัญหาความแออัดและขาดแคลน อุปกรณ์ด้านการแพทย์และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับผู้ป่วย จึงขอให้รัฐบาลสนับสนุน งบประมาณสำหรับ ๒ โครงการด้วยกัน ได้แก่การก่อสร้างอาคารผู้ป่วย ๓๐ เตียง และการ ก่อสร้างอาคารทันตกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น🔗
ปัญหาที่ ๒ คือปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงพื้นบ้านในอ่าวปัตตานี ชาวประมงพื้นบ้านประสบปัญหาจากการกัดเซาะชายฝั่งและการลดลงของทรัพยากร ทางทะเล จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการโครงการศึกษาและผลกระทบสิ่งแวดล้อม อีไอเอ และสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง และขอให้ สนับสนุนงบประมาณในการวิจัยพันธุ์หอยเพื่อฟื้นฟูอาชีพการจับหอยในพื้นที่ เนื่องจากว่า ตอนนั้นจังหวัดปัตตานีได้ปล่อยหอยขึ้นมา ส่งผลให้ชาวบ้านเก็บหอยได้จำนวนมาก ประมาณ ๘ ตันด้วยกันครับท่านประธาน ดังนั้นผมขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณางบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหา ในด้านสาธารณสุขและการทำมาหากินเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและประชาชนในพื้นที่จังหวัด ปัตตานีต่อไปให้ยั่งยืนครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรุ่งโรจน์ ทองศรี เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ รุ่งโรจน์ ทองศรี ผู้แทนเซาะกราว ภูมิใจในความเป็นคนบุรีรัมย์ วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ ๒ มีนาคมนี้ มีงานใหญ่ระดับโลก งานแข่งรถ MotoGP ที่บุรีรัมย์ ขอเชิญชวนทุกท่านครับ วันที่ ๗-๑๑ มีนาคม งานเครื่องเคลือบพันปี ประเพณีบ้านกรวด ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างพลาดไม่ได้ครับ ขอนำเรื่องหารือเพื่อประโยชน์ของพี่น้องดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ กรมทางหลวง ถนนสาย ๒๒๔ ละหานทราย-บ้านกรวด ที่ได้หารือ และทำท่าจะได้หลายครั้งแล้ว ตอนนี้ฝันเป็นจริงแล้วครับ กรมทางหลวงได้บรรจุในแผน ปี ๒๕๖๙ งบประมาณ ๖๐๐ กว่าล้านบาท ขอขอบคุณมาก ๆ ครับ และขอต่อขยายในสาย ๒๒๔ นี้เช่นเดียวกัน ช่วงบ้านสายโท ๕ ตำบลจันทบเพชร ถึงบ้านโคกกระชาย ตำบล สายตะกู ที่เชื่อมต่อจุดผ่อนปรนชายแดนช่องสายตะกู-จุ๊บโกกี ที่กำลังจะใช้บัตรผ่านแดน Border Pass และทำอีไอเอตรงช่องสายตะกูที่เป็นอุทยานตาพระยา เพื่อยกเป็นด่านถาวร ของจังหวัดบุรีรัมย์ และจะมีจุดผ่อนช่องตะกิ่ว บาระแนะ ตำบลหนองแวง อำเภอ ละหานทราย🔗
เรื่องที่ ๒ ถนน ๔ เลน สาย ๒๑๒๐ ละหานทราย-โนนดินแดง ช่วงละหานทราย บ้านหนองกราด ที่แคบขรุขระและลำบากมาก ๆ ครับ🔗
เรื่องที่ ๓ สำคัญมาก ๆ เรื่องช่องตะโกบนสาย ๓๔๘ ที่อยู่ในเขตมรดกโลก ลาดชัน คดเคี้ยวไปมาเหมือนสาย ๓๐๔ อำเภอนาดี ที่เพิ่งเกิดโศกนาฏกรรมเมื่อวาน มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งด้วยครับ ช่องตะโกผ่านการ ทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ ตามข้อกำหนดของมรดกโลกทั้ง ๕ รอบ แล้วครับ ขอให้กรมทางหลวงและกรมอุทยานเร่งรีบตั้งงบประมาณขยายถนนเร่งด่วนที่สุด ผมไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก กราบขอร้องครับ🔗
เรื่องที่ ๔ เรื่องราคาพืชผลทางการเกษตร พี่น้องเกษตรกรกระดูกสันหลัง เสาหลักของประเทศที่รัฐต้องดูแลให้เขามีรายได้ที่เพียงพอในการยังชีพและดูแลครอบครัว เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ยาง อ้อย ข้าวโพด มีมาตรการดูแลระยะยาวเป็นระบบก่อนฤดูกาล เก็บเกี่ยว อย่าให้พี่น้องต้องออกมาประท้วงเลยครับ เป็นหน้าที่ของรัฐครับ รุ่งโรจน์ ทองศรี ผู้แทนเซาะกราวขอกราบขอบพระคุณมาก ๆ ครับ🔗
ต่อไปท่านปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขต ๒ พรรคประชาชน วันนี้ขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องแรก ปัญหาผู้ป่วยจิตเวชไม่ว่าจะเกิดจากความเครียดสะสม หรือเกิดจาก การเสพยาเสพติดที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญและส่งผลกระทบต่อสังคมอยู่ในขณะนี้ค่ะ ดิฉัน ได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากหลายพื้นที่ มีผู้ป่วยอาการคลุ้มคลั่งทำร้ายคนในครอบครัว และคนในชุมชน ส่วนใหญ่ล้วนมาจากสาเหตุการเสพยาทั้งสิ้น และล่าสุดมีน้องคนหนึ่ง เดินทางมาหาดิฉัน ร้องเรียนว่าถูกคุกคามทางความคิด ได้ยินเสียงรบกวนที่หูตลอดเวลา นอนไม่หลับทรมานมาก จากการพูดคุยกันทราบว่าเขาเคยติดยาเสพติดและเคยถูกดำเนินคดี ข้อหาทำร้ายผู้อื่นเพิ่งได้รับพ้นโทษออกมา เขาเลิกยาเสพติดได้เพราะติดคุก เขายังไม่ได้รับ การบำบัดรักษา อาการหลอนยาของเขายังไม่หายค่ะท่านประธาน ดิฉันจึงขอเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาล ขอให้จริงใจต่อการบำบัดรักษา ผู้ป่วยทางจิตเวช และแก้ไขยาเสพติดอย่างเร่งด่วนค่ะ ท่านประธานคะ ปัญหาเหล่านี้ชาวบ้านได้ร้องเรียนไปยังเทศบาล และดิฉันได้เคยนำปัญหา เหล่านี้มาหารือที่สภาแห่งนี้มาหลายครั้งแล้วแต่ไม่เคยได้รับการแก้ไขปัญหาเลยนะคะ ดิฉัน ขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยกำกับดูแลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ประกาศไว้ ณ วันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๒ ท่านประธานค่ะ ดิฉันหวังว่าการหารือครั้งนี้ปัญหาจะได้รับการแก้ไข ขอบคุณค่ะ🔗
เอาเรื่องผู้หญิงที่หารือเมื่อสักครู่ เอาเรื่องนั้นเอารายละเอียดมาให้ผมนะเดี๋ยวจะให้ทาง กระทรวงเขาดำเนินการด่วนนะครับ ต่อไปท่านเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชียงราย เขต ๕ อำเภอเทิง อำเภอพญาเม็งราย อำเภอขุนตาล และตำบลบุญเรือง อำเภอเชียงของ ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีปัญหาความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวเชียงราย เขต ๕ เรื่องเดียวครับ แต่มีหลายกรณี นั่นก็คือ การเกิดภาวะภัยแล้งในทุกพื้นที่ ซึ่งจากพยากรณ์อากาศจะทราบว่าหลังเดือนกุมภาพันธ์ เป็นต้นไปจะเกิดปรากฏการณ์ El Nino ทำให้เกิดภาวะแล้ง กระทบต่อการทำการเกษตร และน้ำอุปโภคบริโภคของพี่น้องชาวบ้านในเชียงราย เขต ๕ ทั้ง ๓ อำเภอ และ ๑ ตำบล🔗
ตัวอย่างแรกครับ เราจะเห็นว่าในพื้นที่ของบ้านม่อนป่ายางเหนือ หมู่ที่ ๕ ตำบลหนองแรด อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย อ่างเก็บน้ำก๊อตซิลี่ตื้นเขินแล้วก็มีสภาพทรุด โทรมที่ใช้ไม่ได้ทำให้ขาดน้ำอุปโภคบริโภค🔗
ตัวอย่างที่ ๒ อ่างเก็บน้ำห้วยตุ้มเหนือ บ้านขอนซุง หมู่ที่ ๔ ตำบลงิ้ว อำเภอ เทิง จังหวัดเชียงราย มีวัชพืชขึ้นเต็มไม่มีสภาพเป็นอ่างเก็บน้ำแล้ว ก็ทำให้ไม่มีน้ำที่จะเอาไป ใช้อุปโภคบริโภคเพื่อการเกษตรได้🔗
ตัวอย่างที่ ๓ อ่างเก็บน้ำห้วยไม้ยา บ้านไม้ยาสันโค้ง หมู่ที่ ๗ ตำบลไม้ยา อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย มีสภาพตื้นเขิน ไม่มีน้ำที่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตรของพี่น้องชาวไม้ยาได้🔗
ตัวอย่างที่ ๔ บ้านยางฮอม หมู่ที่ ๘ และหมู่ที่ ๑๗ หนองยางฮอม ตำบลยางฮอม อำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย มีสภาพตื้นเขินแล้วหญ้ารกรุงรัง ขึ้นมาไม่มีสภาพที่จะมีน้ำ เพียงพอในการใช้ได้ แล้วก็มีเอกชนบุกรุกไปขุดดินขาย อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เป็นปัญหาของพี่น้อง บ้านยางฮอม หมู่ที่ ๘ และหมู่ที่ ๑๗ นะครับ🔗
ตัวอย่างที่ ๕ บ้านใหม่สุขสันต์ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลแม่ลอย อำเภอเทิง จังหวัด เชียงราย อ่างเก็บน้ำห้วยปางแดงก็เช่นเดียวกัน เป็นสภาพตื้นเขินมีวัชพืชรกรุงรังขึ้นมา🔗
ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างของการประสบภัยของพี่น้องที่เกิดขึ้น ก็อยากจะฝาก ไปยังสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ได้ช่วยเร่งแก้ไขปัญหาตรงนี้ให้กับพี่น้อง ประชาชนทั้ง ๕ ตัวอย่างนี้เป็นกรณีตัวอย่าง ที่จริงมีมากเลยครับ ทั้ง ๓ อำเภอ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเซีย จำปาทอง เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนเครือข่าย ผู้ใช้แรงงาน วันนี้ผมมีเรื่องจะหารือท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องโรงพยาบาลเรียกเก็บเงินเพิ่มจากผู้ป่วยประกันสังคม มีลูกจ้าง ซึ่งเป็นผู้ประกันตนป่วยเข้ารักษากับโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่เขาเลือกรักษาสิทธิตามสิทธิประกันสังคม หมอได้ตรวจวินิจฉัยว่าเป็น โรคนิ่วในถุงน้ำดี โรงพยาบาลแจ้งว่าต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด แต่หากผู้ป่วยต้องการ ผ่าตัดด้วยการส่องกล้องต้องจ่ายเงินเพิ่ม ๑๐,๐๐๐ บาท และถ้าไม่จ่ายเงินเพิ่มคุณหมอจะ ผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องซึ่งมีแผลใหญ่ แล้วก็จะต้องพักฟื้นหลายวันกว่าจะหายเป็นปกติ ที่ผ่านมาเกิดเรื่องแบบนี้บ่อยครั้งครับ แล้วผู้ประกันก็ตนไม่รู้จะไปร้องเรียนที่ไหน กลัวจะมี ปัญหาเมื่อไปรับการรักษากับโรงพยาบาลแล้วจะได้รับการรักษาที่ไม่ดี ผมจึงขอร้องเรียน ไปยังท่านรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน และเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมช่วยตรวจสอบ ข้อมูลและแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย เพราะลูกจ้างเขาจ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคมแล้ว ทำไมต้องจ่ายเงินเพิ่มในการรักษาพยาบาล และไม่ควรที่จะมีการเลือกปฏิบัติในการใช้ เครื่องมือการรักษาพยาบาล🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องคณะกรรมการการแพทย์ สำนักงานประกันสังคมนะครับ ที่ผ่านมาคณะกรรมการการแพทย์ สำนักงานประกันสังคมชุดปัจจุบันเป็นชุดที่ ๑๖ มีจำนวน ทั้งหมด ๑๖ คน ซึ่งแต่งตั้งตั้งแต่วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ แต่งตั้งโดย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานในสมัยนั้น ขออภัยที่เอ่ยนาม ไม่ได้เสียหายอะไรนะครับ แล้วก็จะ หมดวาระในวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ คือวันนี้นะครับ การแต่งตั้งคณะกรรมการแพทย์ ชุดที่ผ่านมาก็มีประเด็น มีปัญหาเกิดขึ้นมากมายที่เกี่ยวกับงานประกันสังคมนะครับ การแต่งตั้งคณะกรรมการการแพทย์ชุดใหม่จะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ โดยรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ชุดปัจจุบัน ผมจึงขอเรียนท่านประธานไปยัง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีกระทรวง แรงงาน ช่วยสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกันตนและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสรรหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเพื่อทำหน้าที่ คณะกรรมการการแพทย์ พร้อมทั้งเปิดเผยรายชื่อก่อนที่จะมีการแต่งตั้งเพื่อสร้างความ เชื่อมั่นในสำนักงานประกันสังคมให้ดีขึ้นกว่าปัจจุบันครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๗ พรรคกล้าธรรม ท่านประธานครับ วันนี้กระผมขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล และกระทรวงพาณิชย์ถึงประเด็นเรื่องปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำ และประเด็นการจ่าย ค่าตัดอ้อยสดเพื่อลด PM2.5 ท่านประธานครับ ปัจจุบันมันสำปะหลังราคาต่ำสุดในรอบ ๒๐ ปี เหลือเพียงกิโลกรัมละ ๑.๕๐ บาท ซึ่งมีปัจจัยจากการที่จีนลดการนำเข้ามันสำปะหลัง ของไทย เพราะมันสำปะหลังจากราคาประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเช่น ลาวและเวียดนาม มีราคาที่ถูกกว่าประเทศไทย นอกจากนี้อย่างจีนหันไปใช้ข้าวโพดแทนแป้งมันสำปะหลัง และมันเส้นเพื่อผลิตเอทานอลรวมถึงสุรา ซึ่งระยะสั้นครับ รัฐบาลควรพิจารณาการประกัน ราคาให้ได้อย่างน้อย ๒.๕๐ บาทก็ยังดี ส่วนระยะกลางและระยะยาวรัฐบาลโดยเฉพาะ กระทรวงพาณิชย์ควรเจรจาการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดการพึ่งพิงการส่งออก ไปยังประเทศจีน และควรพิจารณาตลาดอย่างเช่นประเทศอินเดียที่มีประชากรเยอะ อันดับ ๒ ของทั่วโลก และส่งเสริมการขายไปยังประเทศยุโรป ซึ่งแป้งมันสำปะหลังไทย สามารถนำไปทดแทนแป้งข้าวสาลีซึ่งมีประชากรประมาณ ๑-๒ เปอร์เซ็นต์ในยุโรปและ อเมริกาที่แพ้แป้งข้าวสาลีจึงเป็นตลาดที่น่าสนใจ นอกจากนี้ครับ เรื่องของค่าตัดอ้อยสด ตันละ ๑๒๐ บาท พี่น้องเกษตรกรในจังหวัดชัยภูมิฝากบอกมาว่าพวกเขาให้ความร่วมมือที่ดี ในการลดการเผาแล้ว จึงอยากฝากรัฐบาลช่วยเร่งรัดการจ่ายค่าตัดอ้อยสด ๑๒๐ บาทต่อตัน ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวรรณิดา นพสิทธิ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน วรรณิดา นพสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๒ พรรคประชาชนค่ะ ดิฉัน ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนหลายรายค่ะท่านประธาน ถึงกรณีจุดนักท่องเที่ยว ที่ ๑ ในเขตอำเภอเมืองจังหวัดชลบุรีมาปรึกษาหารือท่านประธานในที่ประชุมแห่งนี้ค่ะ ในอำเภอเมืองจังหวัดชลบุรีมีถนนเลียบชายทะเลหรือสะพานชลมารควิถี เป็นสะพาน ที่บรรเทาความแออัดการจราจรบนถนนสุขุมวิทหรือถนนสายหลักในตัวเมืองชลบุรี โดยมีทางเลี่ยงเมืองตั้งแต่จากตำบลบางทรายลงมาถึงตำบลเสม็ด ซึ่งนอกจากจะช่วย ลดปัญหาการจราจรแออัดแล้ว ปัจจุบันก็ยังเป็นเสมือนจุด Landmark ของจังหวัดชลบุรีค่ะ ที่ประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนออกกำลังกายบริเวณสะพานค่ะท่านประธาน และเมื่อมีนักท่องเที่ยวสิ่งที่ตามมาก็คือพ่อค้า แม่ค้าขายหาบเร่ ขายอาหาร ขายเครื่องดื่มค่ะ ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงมีร้านค้าหาบเร่ขายอยู่เป็นจำนวนมากค่ะท่านประธาน มากกว่า ๕๐ ร้าน มาอยู่ตามจุดพักรถในตอนที่ไม่มีเทศกิจมาตรวจตรา ส่วนประชาชนนักท่องเที่ยวและ ประชาชนในพื้นที่ก็ยังมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งทำให้เกิดขยะและบางจังหวะ ก็ทำให้เกิดจราจรแออัด แล้วก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายทางจราจรค่ะท่านประธาน และการทำให้เกิดการจราจรช่วงบางครั้งในตอนดึกเป็นที่มาของการเกิดอุบัติเหตุ ในช่วงกลางคืนค่ะท่านประธาน จึงเป็นที่มาของประชาชนหลายฝ่ายได้เข้ามาร้องเรียนดิฉัน ปรึกษาหารือกับจุด Landmark แห่งนี้ จากรูปประกอบค่ะท่านประธาน เป็นส่วนหนึ่งของชลมารควิถีที่มีพื้นที่ถนนกว้าง จุดชมวิวใหญ่ทำให้นักท่องเที่ยวมาพักผ่อนตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงดึกและค่ำค่ะ ซึ่งกรณีนี้สะท้อน อีกมุมหนึ่งค่ะท่านประธาน ของการบังคับใช้ระเบียบในพื้นที่ว่าการจัดระเบียบแก้ไขปัญหา ในบริเวณสะพานมีการห้ามจัดจำหน่ายเครื่องดื่มและอาหารอาจไม่สามารถบังคับใช้ได้ อย่างมีประสิทธิภาพมากพอ หรือยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ตรงกับสภาพพื้นที่ค่ะ ดิฉันจึงขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานในพื้นที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีได้พิจารณา ทบทวนมาตรการการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาบริเวณสะพานชลมารควิถีเพื่อหาข้อตกลง ร่วมกันค่ะ ทั้งหน่วยงานในพื้นที่เองว่ามีข้อจำกัดอย่างไร และพ่อค้า แม่ค้า ประชาชน มีความเห็นความต้องการในการจัดระเบียบร่วมกันอย่างไร ดิฉันเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นบริเวณ สะพานอาจลดลงได้ และอาจเป็นการเพิ่มศักยภาพในแหล่งท่องเที่ยวไม่มากก็น้อยที่กระตุ้น เศรษฐกิจระดับพื้นที่ให้ประชาชน พ่อค้า แม่ค้าได้หาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง แล้วการบังคับใช้ กฎหมายก็จะมีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับกับประชาชนค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรวี เล็กอุทัย เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตปรึกษาหารือในปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ ประเด็น ดังนี้ครับท่านประธาน🔗
เรื่องแรกเป็นการขออนุญาตใช้ที่ดินและขอถอนสภาพที่ดินสาธารณประโยชน์ เพื่อนำไปใช้ในราชการครับ โดยผมได้รับแจ้งจากท่านนายกไกรทอง แก้วบุรี นายกเทศมนตรี ตำบลพระเสด็จ ถึงความจำเป็นในการใช้พื้นที่หลวง ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านหัวดุม หมู่ที่ ๑๐ ตำบล ทุ่งยั้ง อำเภอลับแล เลขที่ ๙๔๓๘ เนื้อที่ราว ๔๗ ไร่ ๒ งาน ๗๖ ตารางวา โดยที่ดินดังกล่าว เป็นที่ตั้งของเทศบาลตำบลพระเสด็จ ซึ่งมีความจำเป็นจะต้องก่อสร้างอาคารที่ใช้ในการ บริการสาธารณะเพื่อสามารถต่อยอดไปสู่การดูแลพี่น้องประชาชนที่อยู่ในความรับผิดชอบ กว่า ๔,๓๐๐ ชีวิตครับ เช่นอาคารบรรเทาสาธารณภัย อาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อาคาร โรงจอดรถบรรทุกน้ำและสนามกีฬาครับ ดังนั้นจึงขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังกระทรวง มหาดไทย โปรดช่วยพิจารณาอนุญาตใช้ที่ดินและขอถอนสภาพที่ดินสาธารณประโยชน์ เพื่อนำไปใช้ในราชการให้กับเทศบาลตำบลพระเสด็จด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับแจ้งจากท่านนายกเวช อ่อนวงษ์ นายก อบต. ด่านแม่คำมัน ให้ช่วยติดตามการขอใช้ที่ราชพัสดุซึ่งทาง อบต. ด่านแม่คำมัน ได้ขออนุญาตใช้ที่ราชพัสดุ แปลงหมายเลขทะเบียน อต. ๔๓๖ ตำบลด่านแม่คำมัน อำเภอลับแล เป็นแปลงที่ตั้งของอดีต โรงเรียนบ้านชําผักหนาม เนื้อที่ประมาณ ๒๐ ไร่ ๙๐ ตารางวา พร้อมอาคารและสิ่งปลูกสร้าง โดยการขอใช้ที่ราชพัสดุแปลงนี้จะเป็นประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ในการได้มีสนาม กีฬาเพื่อออกกำลังกาย รวมถึงมีศูนย์เรียนรู้ของชุมชนเพื่อพัฒนาต่อยอดอาชีพของคน ในชุมชนต่อไปครับ จึงขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง โปรดพิจารณาอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุแปลงนี้แก่ อบต. ด่านแม่คำมันด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ผมได้รับเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ที่กังวลถึงความปลอดภัยในการใช้ถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๑๑๗ บริเวณสี่แยก บ้านขอม ตำบลพญาแมน อำเภอพิชัย ซึ่งสี่แยกนี้เป็นจุดตัดระหว่างเส้นทางหลวงแผ่นดิน และเส้นทางรองเข้า-ออกของชุมชน มีลักษณะเช่นเดียวกับสี่แยกจราจรเลย ซึ่งในแต่ละวันมี พี่น้องใช้สัญจรในถนนเส้นนี้เป็นจำนวนมาก เพราะว่าเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างอำเภอ พิชัยของอุตรดิตถ์ กับอำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก รวมถึงทั้ง ๒ ข้างทางยังมีตลาด และร้านค้ามากมายทำให้มีพี่น้องออกมาจับจ่ายใช้สอยและทำกิจกรรมอยู่เป็นประจำทุกวัน แต่ปัจจุบันสี่แยกนี้ยังไม่มีการติดตั้งไฟจราจรหรือการติดตั้งอุปกรณ์กั้นที่เพียงพอครับ ท่านประธาน ทำให้มีความเสี่ยงและเกิดอุบัติเหตุอยู่เป็นประจำเช่นเดียวกัน จึงขอเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม โปรดช่วยจัดสรรงบประมาณลงไปติดตั้ง สัญญาณไฟจราจร หรือติดตั้งอุปกรณ์กั้นบริเวณแยกจุดตัดบ้านขอม ตำบลพญาแมน อำเภอ พิชัยนี้เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศักดิ์ชาย ตันเจริญ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย วันนี้จะขอหารือกับท่านประธาน เรื่องความเดือดร้อนของประชาชนในหมู่บ้านเขาสีเสียด หมู่ที่ ๑๑ ตำบลคู้ยายหมี อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งผมได้รับร้องเรียน จากผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เรื่องปัญหาน้ำอุปโภคบริโภค ไม่พอเพียงซึ่งในหมู่บ้านนี้มีทั้งหมด ๔๐ ครัวเรือน ทางองค์การบริหารส่วนตำบลคู้ยายหมี ก็ได้พยายามแก้ปัญหาโดยการขุดสระในพื้นที่ ๑ ไร่ ๑ งานนะครับ ลึกประมาณ ๑๐ เมตร แต่ก็ยังไม่พอเพียงสำหรับประชากรในหมู่บ้าน จากที่กระผมได้ลงพื้นที่สอบถามประชาชน ก็ทราบมาว่าทางครอบครัวก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ซึ่งก็ต้องไปซื้อน้ำจากแหล่งอื่นเพื่อมาใช้ ตกครอบครัวละ ๒๐๐-๓๐๐ บาทต่อสัปดาห์นะครับ แต่ตอนนี้ก็เป็นปัญหายาวนานมา ๑๐ กว่าปีแล้วครับ เลยขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้มาช่วยแก้ไขให้กับ พ่อแม่พี่น้องกลุ่มบ้านเขาสีเสียดที่ได้เผชิญกับปัญหาเรื่องขาดแคลนของน้ำอุปโภคบริโภคด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศนิวาร บัวบาน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ศนิวาร บัวบาน ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อาทิตย์ที่แล้วดิฉันไปลงพื้นที่ที่เหมืองถ่านหิน บ้านกะเบอะดิน อำเภออมก๋อย จังหวัด เชียงใหม่มาค่ะท่านประธาน คือเหมืองถ่านหินที่อมก๋อยเป็นโครงการภายใต้คำขอ ประทานบัตรที่ ๑/๒๕๔๓ ก่อนวันที่ พ.ร.บ. แร่ ๒๕๒๖ จะมีผลบังคับใช้นะคะ ทั้ง ๆ ที่บ้าน กะเบอะดินอยู่ในพื้นที่แหล่งน้ำซับน้ำซึม แหล่งโบราณคดี ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่สามารถ ทำเหมืองได้ แต่ตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๑๗ วรรคสี่ ของ พ.ร.บ. แร่ ปี ๒๕๖๐ แต่กลับถูกจัด ว่าเป็นเขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมือง ตามที่ระบุไว้ในแผนแม่บทบริหารจัดการแร่ ฉบับที่ ๒ ปี ๒๕๖๖-๒๕๗๐ ที่ทาง ครม. เพิ่งอนุมัติไปในปี ๒๕๖๖ เพราะว่าแผนแร่ ฉบับที่ ๒ นี้ยังใช้ ข้อมูลที่ไม่ได้ทบทวน ไม่ได้ Update จากแผนแร่ฉบับที่ ๑ ทำให้เขตแหล่งแร่ในหลาย ๆ พื้นที่ยังอยู่ในเขตพื้นที่ควรยกเว้นจากการทำเหมือง คือนอกจากเรื่องของการจัดทำเขตแหล่ง แร่ที่ไม่ได้เป็นไปตามมาตรา ๑๗ วรรคสี่ ของ พ.ร.บ. แร่แล้ว แผนแม่บทแร่ ฉบับที่ ๒ ก็ยังมี ปัญหาอีกหลายประการที่ขัดต่อเจตนารมณ์ที่สำคัญอีกด้วยนะคะ อันดับแรกกระบวนการ มีส่วนร่วมของประชาชนที่ไม่รอบด้าน ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ไม่ได้ทำการประเมินสิ่งแวดล้อม ระดับยุทธศาสตร์หรือ SEA ตามที่นโยบายแผนแผนงานควรกระทำ อีกทั้งยังขัดต่อหลัก กฎหมายสิ่งแวดล้อมระดับประเทศและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนอีกด้วยค่ะ ดิฉันจึงขอ หารือคณะรัฐมนตรีค่ะ ในฐานะที่เป็นผู้ที่เห็นชอบแผน แล้วก็คณะกรรมการนโยบายบริหาร จัดการแร่แห่งชาติหรือ คนร. ในฐานะผู้ที่จัดทำแผนแม่บทเสนอต่อ ครม. ให้พิจารณา ดำเนินการทบทวนก่อนที่หลายพื้นที่จะเกิดปัญหาผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ไปมากกว่านี้ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฐากร ตัณฑสิทธิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทยครับ วันนี้ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องราคาข้าวตกต่ำในขณะนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ พี่น้องประชาชนชาวนาเดือดร้อนกันมากครับ ผมอยากจะเสนอแนะเรื่องนี้ไปถึง นายกรัฐมนตรีครับ ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมจะขอหารือเป็นประเด็นหลัก ๆ ที่อยากจะเห็นความชัดเจนจริง ๆ ครับ เมื่อวานคณะกรรมการ นบข. ที่ออกมา ๓ ๔ ประเด็นก็ถือว่าช่วยชาวนาได้ในระดับหนึ่งครับ แต่ประเด็นที่เกิดขึ้นที่เป็นประเด็นหลัก ๆ ก็คือมี ๒ เรื่องครับท่านประธาน🔗
เรื่องแรก ก็คือเกี่ยวกับกระทรวงพาณิชย์ที่ไม่ได้หาตลาดส่งออกใหม่เพิ่มเติม ให้กับพี่น้องชาวนาในการที่จะส่งข้าวออกไปขาย อันนี้ผมให้น้ำหนักไปที่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ครับท่านประธาน น้ำหนักที่ ๒ ที่ทำให้ราคาข้าวของเราตกต่ำในขณะนี้ก็คือเกี่ยวกับ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าเกินไปครับท่านประธาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลังโดยตรง ผมอยากจะฝากเรียนท่านประธานครับ อินเดียที่มีราคาข้าวในขณะนี้ที่เราบอกว่าตลาด ส่งออกเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงมาก ท่านทราบไหมครับ ๕ ปี ๖ ปีที่แล้ว ๑ บาทไทยแลก กับเงินอินเดียก็คือ ๑ รูปีครับท่านประธาน วันนี้ท่านทราบไหมครับว่า ๑ บาทไทย แลกกับเงินรูปีได้ ๒.๕ รูปี เขาขายข้าวของเขามาเท่าไร พี่น้องประชาชนมีแต่ความสุขใช้เงิน ในประเทศอินเดียอย่างมีความสุข แต่ของเรารับเงินมาเท่าไรก็ได้น้อยลงเท่านั้นครับ ท่านประธานครับ การจับจ่ายใช้สอยต่าง ๆ มันไม่เกิดขึ้น ไม่สามารถที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ของประเทศได้ ผมเรียนครับท่านประธานครับ อยากเห็นอัตราค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง มากกว่านี้ อยากเห็นพี่น้องประชาชนชาวไทยได้เงินมากกว่านี้มากระตุ้นเศรษฐกิจของ ประเทศในส่วนนี้ ฝากขอบพระคุณท่านประธานมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคกล้าธรรม วันนี้ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่ ๑ เรื่องด้วยกันนะครับ เนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาสด ๆ ร้อน ๆ ในที่ประชุมมีการผ่อนผันในเรื่องการขออนุญาตใช้พื้นที่เข้าทำประโยชน์ในเขตป่า ซึ่งมีหลายเรื่องมากที่เป็นประโยชน์และเป็นข่าวดีสำหรับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการ ผ่อนผันให้ส่วนราชการที่ทำประโยชน์ไปก่อนแล้วสามารถอนุญาตยื่นผ่อนผันเพิ่มเติมได้ เนื่องจากเมื่อสมัยที่แล้วได้มีการหมดอายุในการยื่นผ่อนผันไป ตอนนี้รัฐบาลท่านนายก แพทองธาร ได้อนุมัติอีกรอบแล้วนะครับ🔗
อีกเรื่องก็เป็นการเปลี่ยนให้คณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในป่า สงวนแห่งชาติเป็นผู้อนุญาตแทนรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการขออนุญาตทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพิ่มเติมโซน C แล้วก็มีการผ่อนผันพื้นที่ ในลุ่มน้ำชั้น A ซึ่งจากเดิมต้องทำอีไอเอสามารถทำ EAR ได้ตามความเหมาะสมในบางพื้นที่ ที่ไม่ผิดระเบียบนะครับ แล้วก็ผ่อนผันให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานรัฐเข้าทำประโยชน์ ในพื้นที่เร่งด่วนที่ต้องการทำปรับปรุงซ่อมแซมในพื้นที่ทันที โดยเฉพาะหน่วยที่มีการเสียหาย เกิดจากภัยพิบัติ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็ต้องขอขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญเรื่องนี้ อย่างเร่งด่วน เพราะผมถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่จะพัฒนาพื้นที่ของพี่น้อง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่า โดยเฉพาะพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์บนดอย ซึ่งผมเน้นย้ำในเรื่องนี้ ในสภาหลายสิบครั้งแล้ว แม้ว่า ๒ ๓ อาทิตย์ที่ผ่านมามีการอภิปรายในเรื่อง พ.ร.บ. ชาติพันธุ์ โดยเฉพาะการเสนอมาตรา ๒๗ ของ พ.ร.บ. กลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งผมว่าเรื่องนี้น่าจะ เป็นการผ่อนผันและเป็นการช่วยผ่อนคลายความกังวลของผู้ที่เห็นต่างยิ่งขึ้น แล้วก็อยากจะ ฝากไปยังกลุ่มที่ปั่นกระแสว่ามี สส. คนนั้นคนนี้ไม่เห็นด้วยในมาตรา ๒๗ ซึ่งเสนอไม่ครบองค์ แล้วก็อยากให้ท่านกลับไปปั่นกระแสว่าวันนี้ ครม. ได้อนุมัติผ่อนผันให้คลี่คลายลงแล้วด้วย และที่สำคัญขอฝากไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ช่วยแจ้งหน่วยงานใน พื้นที่ของท่าน โดยเฉพาะหน่วยสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ต่าง ๆ ทั่วประเทศของท่าน ให้เร่งทำความเข้าใจและอำนวยความสะดวกให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะไปขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ของท่านโดยด่วนด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ ผู้แทนราษฎรชาวสวนหลวง ประเวศ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน วันนี้ผมขอหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาที่กระทบ ต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนด้วยกัน ๔ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องของศูนย์บริการสาธารณสุขที่ ๓๗ ถนนพัฒนาการ มีผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้น แต่เนื่องจากสถานที่ไม่มีความพร้อมในด้านอุปกรณ์การแพทย์ รวมถึงลานจอดรถที่คับแคบ จึงขอฝากให้สำนักอนามัยกรุงเทพมหานครเพิ่มการจัดสรร เครื่องมือการแพทย์และปรับปรุงพื้นที่ลานจอดรถเพื่อรองรับผู้ใช้บริการที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เนื่องจากเราเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยประสบกับปัญหาไม่มีผู้ดูแล และมีโรคภัยไข้เจ็บทั้งในเขตพื้นที่สวนหลวงและในกรุงเทพมหานคร ผมจึงขอฝากไปยัง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยเฉพาะกรมกิจการผู้สูงอายุเข้ามา จัดสวัสดิการบ้านพักพิงผู้สูงอายุในทุกเขตของกรุงเทพมหานคร แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเขตสวนหลวงของผมด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและอาสากู้ภัยในเขตสวนหลวง ว่าไฟบริเวณใต้สะพานข้ามแยกคลองตันและแยกก่อนขึ้นทางด่วนดับมานานอาจเสี่ยง อันตรายต่อประชาชนที่สัญจร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนกลางคืน จึงขอฝากให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องที่กำลังปรับปรุงสะพานข้ามแยกอยู่ ณ ขณะนี้เข้ามาตรวจสอบและดำเนินการ เพื่อความปลอดภัยในการสัญจรของประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ขอให้กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะสำนักป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัย พิจารณาทบทวนเกี่ยวกับเรื่องถังดับเพลิงในชุมชน นอกชุมชนที่ขึ้น ทะเบียนกับกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะชุมชนในซอยดาราฉาย ๒ ซอยอ่อนนุช ๔๖ ซึ่งควร ได้รับการสนับสนุนติดตั้งถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง โดยให้สำนักงานเขตในฐานะเจ้าหน้าที่ พนักงานท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการได้โดยตรง เพื่อเป็นการลดการสูญเสียที่เกิดขึ้นครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกานสินี โอภาสรังสรรค์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกานสินี โอภาสรังสรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในนามของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัด สุราษฎร์ธานี ขอขอบพระคุณท่านประเสริฐ บุญประสพ ท่านนายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี ที่ได้จัดทำโครงการปรับปรุงสะพานลอยหน้าโรงพยาบาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยติดตั้ง บันไดเลื่อนขึ้นลง จำนวน ๔ ตัว ลิฟต์สำหรับผู้พิการ จำนวน ๒ ตัว และต้องใช้พื้นที่ส่วน โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีความกว้าง ๓ เมตร ความยาว ๖๐ เมตร เพื่อดำเนินโครงการ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีเสนอขอใช้พื้นที่โดยมีท่าน ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประสานพร้อมส่งหนังสือนำเรียน ปลัดกระทรวงสาธารณสุขยินยอมให้ใช้พื้นที่ ในการนี้ท่านภูวเดช สุระโคตร รอง ปลัดกระทรวงปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้มีหนังสือลงนามเมื่อ วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๘ เรียนผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานียินยอมให้ใช้พื้นที่ดังกล่าว ดิฉันจึงขอขอบพระคุณทุกท่านที่เห็นความลำบาก สวัสดิภาพความปลอดภัยของพี่น้อง ประชาชนที่มาใช้บริการจังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยรวม🔗
เรื่องที่ ๒ ขอกราบเรียนผ่านท่านประธานเพื่อผ่านไปยังท่านที่เกี่ยวข้อง ขอความร่วมมือในการสนับสนุน ส่งเสริมให้คำแนะนำกับจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่อยู่ระหว่าง การดำเนินการขับเคลื่อนการนำเสนอสุราษฎร์ธานีขึ้นเป็นมรดกโลก ทั้งนี้เพื่อการส่งเสริม คุ้มครองและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่ทรงคุณค่าอันโดดเด่น ได้รับจาก อดีตส่งต่อมรดกอันล้ำค่าสู่มวลมนุษยชาติในอนาคต ในชั้นนี้ดิฉันขอกราบเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อสนับสนุนบุคลากร ตลอดถึงทรัพยากรในสังกัด ช่วยเหลือจังหวัดสุราษฎร์ธานีขับเคลื่อนสุราษฎร์ธานีสู่มรดกโลก โดยหวังว่าคงจะได้รับการ สนับสนุนจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้เข้ารับการฝึกอบรมโครงการเพิ่ม ประสิทธิภาพและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรจากองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านตูม อำเภอ นาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไปท่านวรโชติ สุคนธ์ขจร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรโชติ สุคนธ์ขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๔ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานสภาครับ วันนี้เราจะเห็นว่ามีปัญหาเรื่องพี่น้องเกษตรกรเยอะเหลือเกิน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานสภาฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเรื่องพันธุ์พืชผล เกษตรต่าง ๆ อยากให้สำนักวิจัยต่าง ๆ ที่ได้รับงบประมาณไปทุก ๆ ปีดูสิว่ามันมีพันธุ์อะไร มันสำปะหลังก็ดี อ้อยก็ดี ข้าวโพดก็ดี ที่มันลดต้นทุนแล้วสามารถมีผลผลิตได้ระยะเวลา อันรวดเร็วเพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน ต้องฝากเรื่องนี้ผ่านท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ🔗
อีก ๒ เรื่องท่านประธานสภาครับ ผมได้หารือในสภาแห่งนี้ เมื่อปี ๒๕๖๖ เกี่ยวกับถนนเส้น ๑๒๐๕ อำเภอชนแดนถึงอำเภอวังโป่ง บัดนี้ได้รับการแก้ไขแล้วต้องกราบ ขอบพระคุณกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะแขวงบึงสามพันที่ได้จัดสรรงบประมาณแล้วก็ เข้าไปดูแลพี่น้องประชาชนอำเภอวังโป่งเป็นอย่างดี วันนี้ได้รับการแก้ไขขยายสะพาน แล้วก็ ทำเกาะกลางที่มีอุบัติเหตุบ่อย พร้อมทั้งติดตั้งไฟแสงสว่าง ไฟรายทางให้กับพี่น้องประชาชน ในเส้น ๑๓๐๑ แต่ก็ยังขาดอีกนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ไฟฟ้าจังหวัดเพชรบูรณ์ วันนี้ต้อง ยอมรับว่าทำงานได้รวดเร็วนะครับ วันก่อนก่อนที่จะมีการเข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ ให้พี่น้องประชาชน ได้มีการเข้าไปประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องได้รับทราบว่าจะมีการ เริ่มดำเนินการเมื่อไร จะทำตอนไหน ช่วงไหน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีครับ เรื่องที่ดีก็ต้องชม แล้วก็ชมด้วยความจริงใจจริง ๆ ครับว่าผู้นำก็จะได้ไปประสานกับพี่น้องประชาชนว่าจะต้อง ตัดไฟเมื่อไร จะต้องดับไฟเมื่อไร จะทำอะไรบ้าง วันนี้วังโป่งก็ได้รับอานิสงส์โดยการที่จะขยาย เฟสไฟใหม่เพื่อป้องกันปัญหาไฟตกที่ผมเคยหารือในสภาแห่งนี้ไว้ ต้องกราบขอบพระคุณผ่าน ท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านร่มธรรม ขำนุรักษ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตนำปัญหา และความต้องการของพี่น้องประชาชนมาหารือดังต่อไปนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ผมขอขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่ได้มีการประชุม ครม. สัญจร กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยและได้ลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง และหลายจังหวัดของภาคใต้ ระหว่างวันที่ ๑๖-๑๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งผลจากการประชุมครั้งนี้ได้มีการอนุมัติ งบประมาณแล้วก็อนุมัติหลายโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ทั้งเงินเยียวยา น้ำท่วม งบประมาณโครงสร้างพื้นฐาน การแก้ไขปัญหาพัฒนา แล้วก็ฟื้นฟูลุ่มน้ำทะเลสาบ สงขลาครับ และยังมีการรับทราบโครงการจัดตั้งศูนย์แพทย์และคณะแพทย์ของมหาวิทยาลัย ทักษิณ จังหวัดพัทลุง เป็นต้น นอกจากนี้ครับท่านนายกรัฐมนตรียังได้มีข้อสั่งการจากการ ลงพื้นที่จังหวัดพัทลุงให้ส่งเสริมการปลูกกล้วย ทุเรียน แล้วก็พืชผลทางการเกษตรครับ รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวในทะเลสาบสงขลา ผมจึงขอขอบคุณมา ณ ที่นี้นะครับ แล้วก็ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการต่อไปครับ นอกจากนี้ครับก่อนหน้านี้ในเมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ผมเองก็ได้ยื่นหนังสือหารือเสนอ ๙ โครงการในจังหวัดพัทลุงครับ ผ่านท่าน ประธานสภาไปยังคณะรัฐมนตรี ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการน้ำ ทั้งน้ำท่วม แล้วก็น้ำแล้งในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาไปจนถึงการแก้ไขปัญหายาเสพติดครับ ก็ขอให้ พิจารณาดำเนินการต่อไปด้วยนะครับ โดยในระยะยาวผมหวังว่าเราจะได้เห็นการพัฒนา ในทุกพื้นที่ของประเทศไทยอย่างเป็นระบบครับ ผ่านการกระจายอำนาจ กระจายงบประมาณ ให้เพิ่มขึ้นไปสู่จังหวัด หน่วยงานในระดับจังหวัดแล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ แต่ละพื้นที่สามารถพัฒนาได้ตามความต้องการของพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุดครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมขอขอบคุณกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ได้ อนุญาตให้ทางเทศบาลตำบลเขาหัวช้าง อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ได้ใช้พื้นที่เขตป่าสงวน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า บริเวณน้ำตกโตนหินลาด หมู่ที่ ๖ บ้านโหล๊ะจังกระ และน้ำตกท่า ช้างหมู่ที่ ๙ บ้านป่าพงศ์ เพื่อทำโครงการน้ำประปาภูเขา ซึ่งโครงการนี้จะช่วยให้พี่น้อง ประชาชนมีน้ำใช้อย่างพอเพียงใน ๑๐ หมู่บ้านของเทศบาลตำบลเขาหัวช้าง ครอบคลุมกว่า ๑,๕๐๐ ครัวเรือน แล้วก็ขอขอบคุณที่ได้อนุญาตให้ใช้พื้นที่เขตป่าสงวนเพื่อปรับปรุงซ่อมแซม ถนนสายบ้านท่าช้าง หมู่ที่ ๙ และถนนสายบ้านโหล๊ะจังกระ หมู่ที่ ๖ ไปยังท้ายอ่างเก็บน้ำ คลองหัวช้างครับ โดยโครงการปรับปรุงถนนนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกในการสัญจรและ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่อ่างเก็บน้ำคลองหัวช้างได้อีกด้วยครับ หลังจากนี้ครับผมก็ขอให้ สำนักงบประมาณแล้วก็รัฐบาล ได้พิจารณาอนุมัติคำของบประมาณของเทศบาลตำบล เขาหัวช้างต่อไปเพื่อดำเนินโครงการเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนต่อไปครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต ๑ พรรคประชาชน วันนี้ขอนำเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานสภา ๒ เรื่องค่ะ ขอสไลด์ด้วยคะ🔗
เรื่องแรก ในเรื่องของความ ปลอดภัยในการข้ามถนนของพ่อแม่พี่น้องที่ใช้ถนนหนทางร่วมกับรถยนต์บนถนนสุขุมวิท ถนนหมายเลข ๓ จุดแรกก็จะเป็นที่หน้าโรงแยกก๊าซธรรมชาติระยอง ช่วงกิโลเมตรที่ ๒๐๖-๒๐๗ ตรงนี้ไม่มีความปลอดภัยในการข้ามถนนเลยค่ะท่านประธาน ประชาชนก็เลย ร้องเรียนมาอยากให้มีทางข้ามถนนที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นนะคะ แล้วก็จุดที่ ๒ ท่านประธาน เป็นที่บริเวณหัวโค้งกรอกยายชา ๕ กิโลเมตรที่ ๒๑๕ บนถนนสุขุมวิทเหมือนกัน หมายเลข ๓ ตรงนี้ก็จะมีพนักงาน พี่น้องแรงงานข้ามถนนเพื่อมาขึ้นรถบัสไปทำงาน แล้วตอนเย็นนี้ก็ต้อง ข้ามถนนกลับไปยังฝั่งที่เป็นหมู่บ้านแล้วก็เป็นชุมชนที่ตัวเองอาศัยอยู่ ตรงนี้ความปลอดภัย น้อยมากค่ะท่านประธาน เนื่องจากว่าเป็นทางโค้งด้วย ประชาชนก็อยากจะได้ทางข้ามที่ ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณไฟให้ข้ามถนน หรือแม้แต่จะเป็นสะพานทางข้าม ก็อยากจะ ให้ทางแขวงการทางระยองช่วยพิจารณาดำเนินการ หรือแม้แต่จะเป็นทางเทศบาลมาบตาพุด หรือทางเทศบาลเนินพระ ก็อยากให้ช่วยดำเนินการในเรื่องความปลอดภัยในการข้ามถนน ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนค่ะท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องไฟส่องสว่างบนทางหลวงหมายเลข ๓๑๓๙ ดับหลายจุด เลยค่ะ จุดแรกก็คือทางโค้งหน้าวัดนาตาขวัญ ตรงนี้ก็มืดเช่นกัน จุดที่ ๒ ก็คือหน้าองค์การ บริหารส่วนตำบลนาตาขวัญ และจุดที่ ๓ ก็คือช่วงกิโลเมตรที่ ๖-๗ ซึ่งดับหลายจุด แบบนี้พ่อแม่พี่น้องที่เขาสัญจรในยามค่ำคืนก็อาจจะเกิดอันตรายได้ค่ะท่านประธาน ดิฉันอยากจะฝากให้ทาง อบจ. จังหวัดระยอง ช่วยดำเนินการแก้ไขในเรื่องไฟส่องสว่างให้กับ พ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดระยองด้วย ขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อประชุมจำนวน ๒๙๒ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
เรียนท่านสมาชิกครับ สำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ จะดำเนินการถามและตอบในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะควบคู่ไปกับการพิจารณากระทู้ ถามสดด้วยวาจาและกระทู้ถามทั่วไปตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ นะครับ🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑. นายรังสิมันต์ โรม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ เชิญท่านรังสิมันต์ โรม ถามคำถามแรกเลยครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีแบบรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ขออนุญาตตั้งกระทู้ถามสด ต่อท่านนายกรัฐมนตรี ในเรื่องของคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งอย่างที่ท่านประธานได้แจ้งเมื่อสักครู่นะครับว่าท่านนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี DE มาตอบเรื่องนี้แทน ซึ่งจริง ๆ เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะว่าผมต้องเรียนด้วยความเคารพว่าเรื่องนี้ผู้ที่จะสามารถปฏิบัติได้ในสิ่งที่ผมจะได้มีการ ถามต่อไปจะต้องเป็นท่านนายกรัฐมนตรีเท่านั้น เนื่องจากมันจะมีกระบวนการขั้นตอน เรื่องของการทูลเกล้าเข้ามา ซึ่งท่านรัฐมนตรี DE คงไม่สามารถทำได้ แล้วจริง ๆ ท่าน นายกรัฐมนตรีเข้าใจว่าก็อยู่ด้านล่าง จริง ๆ น่าจะมาตอบด้วยตัวเอง แต่ไม่เป็นอะไรครับ ในเมื่อได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี DE มาตอบนะครับ ผมก็หวังถึงการร่วมมือในการที่จะ แก้ปัญหาดังกล่าวต่อไป เพราะการปล่อยให้ กสทช. ยังคงสภาพแบบนี้ไปเรื่อย ๆ มันก็จะมี ปัญหา ซึ่งอาจจะมีปัญหาในเรื่องของความชอบด้วยกฎหมาย ในเรื่องของการที่จะมีนิติ สัมพันธ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไป ซึ่งจะเป็นคำถามที่สำคัญและอาจจะเกิดปัญหาความ ไม่แน่นอนต่าง ๆ ที่จะตามมาได้นะครับ ซึ่งเดี๋ยวคงจะได้มีการพูดคุยกันต่อไป ท่านประธาน ครับเข้าเรื่องนะครับ เรื่องที่ผมจะได้นำเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี เป็นประเด็นในเรื่องของปัญหากรณีที่ท่านศาสตราจารย์คลินิก สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ได้เข้า ดำรงตำแหน่งเป็นประธาน กสทช. โดยได้รับการโปรดเกล้า เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๖๕ ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๘ ได้กำหนดว่า จะต้องไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของ หน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น และไม่เป็นกรรมการหรือที่ปรึกษาของ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐ นอกจากนี้ต้องไม่ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพอิสระอื่นใด ที่มีส่วนได้เสียหรือมีผลประโยชน์ขัดแย้ง ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมกับการปฏิบัติหน้าที่ ในตำแหน่งกรรมการ ซึ่งบุคคลที่จะได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นกรรมการหรือในกรณีนี้ก็คือเป็นประธาน กสทช. จะต้องมีคุณสมบัติดังกล่าวครบถ้วน ทั้งนี้ในมาตรา ๑๘ พ.ร.บ. ฉบับเดียวกันได้กำหนด ให้จะต้องมีการลาออกจากการเป็นบุคคลตามมาตรา ๘ ภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่มีการ ได้รับเลือกนะครับ หมายความว่าประธาน กสทช. จะต้องลาออกทุกอย่างภายใน ๑๕ วัน นับตั้งแต่มีการรับเลือก ประเด็นคืออย่างนี้ครับ ท่านรัฐมนตรีท่านเคยได้ทราบหรือไม่ว่า ประธาน กสทช. คนปัจจุบันอาจจะมีปัญหาในเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามที่ขัด หรือแย้งต่อกฎหมาย ซึ่งอาจทำให้ประธาน กสทช. คนปัจจุบันต้องพ้นจากตำแหน่ง ไม่สามารถที่จะดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ กสทช. ได้ จากการที่ผมได้ศึกษารายงานของ กรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศของวุฒิสภา มีข้อมูลหลักฐานมากมายที่ชี้ชัดว่า ศาสตราจารย์คลินิก สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ น่าเชื่อได้ว่าเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยจนถึงวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๖๕ หรือก่อนโปรดเกล้าฯ แค่เพียง ๑ วันเท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นแพทย์ รายชั่วโมงของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งอีกด้วย ซึ่งเท่าที่ผมทราบปัจจุบันก็ยังทำหน้าที่ นี้อยู่ ผมลองเอาชื่อของท่านไป Search ในกูเกิลก็ยังเจออยู่นะครับ นอกจากนี้ถ้าเราพิจารณา ท่านรัฐมนตรีครับ มาตรา ๗ ข (๑๒) จะพบว่า ศาสตราจารย์คลินิก สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ อาจจะเข้าข่ายดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารของมหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยที่ท่านเป็น ผู้บริหาร เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกช่องรามา ชาแนล ซึ่งตัวท่านประธาน กสทช. อาจจะไม่ได้ลาออกจากการเป็นผู้บริหารภายใน ๑ ปีก่อนสมัครเข้ารับการสรรหา จึงอาจจะมีผลให้ประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้าม ตาม พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ อยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านเคยทราบ เรื่องนี้หรือไม่ และท่านจะดำเนินการอย่างไรเพื่อที่จะแก้ปัญหานี้ จบคำถามครั้งที่ ๑ ครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ คำถามแรกครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขออนุญาตได้ตอบคำถามของท่านสมาชิก ท่านรังสิมันต์ โรม ในประเด็นที่ท่านได้ยกเอา ข้อความใน พ.ร.บ. ในมาตรา ๘ แล้วก็มาตรา ๑๘ กล่าวขึ้นมาถึงคุณสมบัติของท่านประธาน กสทช. แล้วก็ได้กล่าวว่าผมได้ทราบเรื่องนี้หรือไม่ อย่างไร ขออนุญาตได้เรียนตอบ ท่านสมาชิกอย่างนี้ว่า จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ผมทราบครับ ผมทราบแล้วก็ได้มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง การทราบของผมนี้สืบเนื่องจากว่าผมได้มีโอกาสพูดคุย แล้วก็มีโอกาสพบปะกับบุคคล ที่เกี่ยวข้องว่าขณะนี้ได้มีการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยตีความในเรื่องนี้ อยู่ว่าท่านประธาน กสทช. นั้นมีคุณลักษณะและคุณสมบัติที่ขัดต่อ พ.ร.บ. หรือไม่นะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเรื่องนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาก็เป็นเรื่องที่พวกเราจะต้องคอยหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ความเห็นแล้วก็วินิจฉัยออกมานะครับ ซึ่งผมก็ได้ติดตามเรื่องนี้อยู่นะครับ ถามว่าทราบไหม ต้องเรียนท่านประธานว่าผมทราบในเรื่องนี้ และมีการดำเนินการในการยื่น ตีความในเรื่องนี้อยู่ครับ ขออนุญาตตอบคำถามแรกครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรังสิมันต์ โรม คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรี ที่ช่วยยืนยัน เพราะว่าเรื่องนี้มีความสำคัญว่ามันเป็นเรื่องของคุณสมบัติของผู้ที่ดำรงตำแหน่ง เป็นประธาน กสทช. แล้วเราก็ทราบดีว่าใน กสทช. มันมีความขัดแย้งกันภายใน แล้วบางประเด็น มันก็จะเกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะ ประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการ ตัดสินใจในเรื่องสำคัญ ๆ ที่มันจะมีความก่ำกึ่งในเรื่องของเสียงของตัวกรรมการที่จะต้องมีการลงมติกัน ดังนั้นเสียงของ ประธานก็จะมีความสำคัญอย่างมาก การที่มันมีข้อครหาหรือข้อถกเถียงในเรื่องของ คุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งเป็นประธานหรือกรรมการ กสทช. ย่อมมีความสำคัญอย่างแน่นอน จริง ๆ ค่อนข้างแปลกใจครับว่ามันมีเรื่องของการตีความ ในเรื่องของการที่จะยื่นไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งน่าเสียดายที่เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีน่าจะให้ รายละเอียดเพิ่มขึ้นหน่อย ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีช่วยให้รายละเอียดเรื่องนี้กับพวกเรา เพิ่มขึ้นว่ากระบวนการดังกล่าวไปสู่ศาลธรรมนูญลักษณะอย่างไร แล้วก็เข้าสู่การพิจารณา ของศาลธรรมนูญเมื่อไร มีการยื่นอย่างไร เพราะผมต้องเรียนอย่างนี้ว่าถ้าเราดูในตัว พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ โดยเฉพาะถ้าเราพิจารณาอย่างมาตรา ๑๘ เราจะพบว่ากรณี ผู้ที่เป็นกรรมการ กสทช. ที่มีปัญหาในเรื่องของคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา ๗ รวมถึงเงื่อนไขของการเป็นกรรมการตามมาตรา ๘ ถ้ามันมีปัญหานั้นจริง ๆ ก็ต้องถือว่าผู้นั้นไม่เคยได้รับเลือกเป็นกรรมการและจะต้องมีการเลือกกรรมการใหม่ ซึ่งตาม พระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ต้องยอมรับว่าไม่ได้มีการกำหนดวิธีการอย่างชัดเจนถึงขั้นตอน ในรายละเอียดว่าหากมีการโปรดเกล้าฯ ไปแล้ว แล้วพบว่ากรรมการ กสทช. คนดังกล่าว มีปัญหาในเรื่องของคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามขึ้นมาจะต้องดำเนินการกันอย่างไร กฎหมายไม่ได้เขียนลง Detail มาก ในแง่นี้จึงต้องมีการพิจารณาตามหลักการทั่วไปว่าตอนที่ ท่านขึ้นเป็นประธานหรือเป็นกรรมการ กสทช. ท่านขึ้นได้อย่างไร ขึ้นได้อย่างไรหมายความ ว่าตอนขาขึ้นขึ้นด้วยการมีการเสนอทูลเกล้าฯ เพื่อโปรดเกล้าลงมา ตอนออกเมื่อมีปัญหา ในเรื่องของคุณสมบัติก็ต้องใช้กระบวนการในทำนองเดียวกันเพื่อโปรดเกล้าฯ ซึ่งมีเคสหนึ่ง เป็นกรรมการ กสทช. ท่านหนึ่งที่มีปัญหาในเรื่องคุณสมบัติเนื่องจากว่ามีในเรื่องของ คำพิพากษาต่าง ๆ ตามมา ซึ่งสุดท้ายในยุคนั้นก็คือพลเอก ประยุทธ์ ได้มีการเสนอทูลเกล้าฯ แล้วก็มีการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งของกรรมการ กสทช. ซึ่งผมคิดว่ากรณีนี้ มันก็จะต้องทำในลักษณะเดียวกัน อย่างที่ผมได้เรียนต่อท่านประธานและต่อท่านรัฐมนตรีว่า วันนี้สิ่งที่ตั้งอยู่ตรงหน้าผมที่ผมถืออยู่ฉบับนี้มันเป็นรายงานของวุฒิสภา ทางกรรมาธิการ เขาได้มีการส่งไปให้ทางประธานวุฒิสภา แต่ผมคิดว่ามันก็คงมีสาเหตุบางอย่างที่ทำให้สุดท้าย มันไม่ได้มีการดำเนินการต่อ แต่ขั้นตอนตามกฎหมายของวุฒิสภามันได้สิ้นสุดได้ดำเนินการ ไปแล้ว แล้วข้อมูลพยานหลักฐานเหล่านี้เท่าที่ผมทราบได้มีกรรมการ กสทช. ๔ คน ได้มีการ เข้าชื่อแล้วก็ส่งหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรีตั้งแต่เมื่อ ๗ เดือนที่แล้ว แล้วเท่าที่ผมทราบ การส่งหนังสือฉบับนั้นก็มีการลงเลขรับทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว ดังนั้นเราก็ต้องถือ โดยหลักว่าวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ทราบแล้วว่ามันมีปัญหาในเรื่องคุณสมบัติและลักษณะ ต้องห้ามของประธาน กสทช. คนปัจจุบันอยู่ ซึ่งเท่าที่ผ่านมาตลอด ๗ เดือนเราก็ยังไม่พบว่า มันมีความพยายามในการดำเนินการจากทางฝั่งรัฐบาลเลยว่าจะดำเนินการอย่างไร ผมไม่แน่ใจว่าการที่ท่านบอกว่าจะต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความก่อนหรือวินิจฉัยก่อน จะอาศัยอำนาจตามกฎหมายอะไรในการวินิจฉัยเรื่องนี้ เพราะถ้าเทียบเคียงกับกรณีที่ เมื่อสักครู่ผมพูดไป เราจะพบว่ากระบวนการก็คือการที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องเสนอ ทูลเกล้าฯ เพราะความผิดมันได้สำเร็จไปแล้ว คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามมันได้เกิดขึ้น ไปแล้ว จึงต้องการขอความชัดเจนครับ ท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าตกลงแล้วท่านจะ ดำเนินการอย่างไร ผมคิดว่าเรื่องนี้ท่านไม่สามารถที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ถึงแม้ ตัวท่านรัฐมนตรีจะไม่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ผมคิดว่าวันนี้ก็ต้องยอมรับ กันตรงไปตรงมาว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้ทราบเรื่อง สิ่งที่ผมต้องการจะเห็นก็คือการ Take Action การจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่เพื่อให้เรื่องนี้มันจบไป อยากขอความชัดเจนครับว่า ท่านจะมีการดำเนินการต่อไปอย่างไรนอกจากการรอศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น เพราะความผิด ทางกฎหมายมันได้เกิดขึ้นแล้ว ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ประเสริฐ จันทรรวงทอง ขออนุญาตตอบคำถามของท่านสมาชิกดังนี้ครับ ยอมรับนะครับว่าเสียงของประธานเป็น เสียงที่มีความสำคัญ แล้วก็ความเป็นเอกภาพของกรรมการ กสทช. แต่ละท่านในองค์ประกอบนี้มีความสำคัญ ทั้งสิ้น ท่านถามว่าได้ติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องการส่งศาลรัฐธรรมนูญอย่างไร หรือไม่ นะครับ ในเรื่องนี้เราได้ติดตามอยู่ แต่รายละเอียดนี้มีเป็นจำนวนมากในคำร้อง ผมขออนุญาต ได้ติดตาม แล้วก็เรื่องนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอยู่นะครับ ผมขออนุญาตในเรื่องที่มา ของประธาน กสทช. ประธาน กสทช. มีการสรรหาแล้วก็ต้องเรียนว่าเป็นไปตาม พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ เบื้องต้นคุณสมบัติก็เป็น บุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ด้านที่เกี่ยวข้องกระบวนการสรรหาก็เป็นไป ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งจะพิจารณาจากคุณสมบัติและเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมให้ วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ ระยะเวลาก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการของคณะกรรมการสรรหาและ วุฒิสภา ในเรื่องนี้เมื่อระยะเวลาที่ผ่านมานี้ได้มีกรรมการ กสทช. ๔ ท่านได้ทำเรื่องถึงท่าน นายกรัฐมนตรีเป็นข้อเท็จจริงที่ท่านได้บอกมานะครับ และหลังจากที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ ทราบแล้ว ตอนนั้นอยู่ในช่วงของรัฐบาลนายกเศรษฐา ทวีสิน ท่านนายกรัฐมนตรีได้มี บัญชาการมาให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรีและตัวผมได้ไปพบปะกับคณะกรรมการ กสทช. ทั้ง ๔ ท่าน แล้วก็ได้มีการพูดคุยกันลงรายละเอียด และหลายสิ่งหลายอย่างที่มีการพูดคุยกัน ก็เป็นการพูดคุยกันถึงสภาพปัญหาแล้วก็เรื่องของคุณสมบัติ เรื่องของการดำเนินกิจการ ภายในของ กสทช. ซึ่งในเรื่องนี้หลังจากรัฐบาลได้รับฟังแล้วรัฐบาลก็ได้ติดตามแล้วก็ได้มีการ ประสานงานเป็นระยะ ๆ ในการแก้ไขปัญหานะครับ ผมขออนุญาตได้พูดไปถึงเรื่อง รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญมาตรา ๖๐ นี้ได้บัญญัติไว้ว่า รัฐต้องจัดให้มีองค์กรของรัฐที่มีความ เป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อรับผิดชอบและกำกับการดำเนินการเกี่ยวกับคลื่นความถี่ ให้เป็นไปตามวรรคสอง เพราะฉะนั้นแล้วองค์กรแห่งนี้เป็นองค์กรของรัฐที่มีความเป็นอิสระ ในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็มีความห่วงใยนะครับแล้วก็ได้มีการติดตามเป็น ระยะ ๆ อยู่แล้วนะครับ ก็ขอขอบคุณท่านที่ท่านสมาชิกท่านรังสิมันต์ โรม ที่มีความห่วงใย องค์กรแห่งนี้ และอยากเห็นองค์กรอย่างนี้ได้พัฒนาไปในทิศทางที่ดีเป็นประโยชน์ กับประเทศชาติ และเป็นองค์กรที่มีเอกภาพต่อไปครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่านรังสิมันต์ จะฝากนิดหน่อยครับ เชิญ🔗
ขออนุญาตถามเป็นคำถามที่ ๓ ครับ เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คือต้องเรียนด้วยความเคารพนะครับ จริง ๆ เรื่องนี้ผมพยายามที่จะแสวงหาแนวทางในการ ที่จะแก้ปัญหาแล้วก็หาทางออกนะครับ แล้วก็หลังจากนี้ต้องขออนุญาตท่านประเสริฐ ผมอยากจะเอาเอกสารฉบับนี้ให้กับท่าน เป็นรายงานที่มีข้อมูลข้อเท็จจริงหลาย ๆ อย่าง มากเพียงพอนะครับ จริง ๆ ผมไม่แน่ใจว่าท่านมีหรือยัง แต่ว่าอย่างน้อยที่สุดผมอยากจะ มั่นใจว่าหลังจากนี้ท่านมีแน่นอนนะครับ แต่ผมอยากจะเริ่มต้นอย่างนี้ว่าเอาประเด็นเรื่อง ศาลรัฐธรรมนูญก่อน ประเด็นเรื่องศาลรัฐธรรมนูญกฎหมายไม่ได้กำหนดนะครับว่าในกรณีที่ ประธาน กสทช. หรือกรรมการ กสทช. มีปัญหาในเรื่องของคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หรือขาดเงื่อนไขบางประการจะต้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ กฎหมายไม่ได้กำหนดนะครับ หรือถ้าเกิดว่าท่านประเสริฐมีข้อมูลที่มากกว่าผมสามารถตอบได้เลยครับว่าทำไมถึงต้องรอ ทำไมถึงต้องไปช่องศาลรัฐธรรมนูญก่อน แล้วใครเป็นคนยื่นไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าท่าน ประเสริฐสามารถที่จะให้ข้อมูลตรงนี้ได้จะเป็นประโยชน์ต่อผมในการที่จะทำหน้าที่ติดตาม เรื่องนี้ต่อไป นี่คือประการที่ ๑🔗
ประการที่ ๒ ผมต้องเรียนว่าหลังจาก ๗ เดือนที่แล้วมันมีการยื่นเรื่องนี้ ไปที่ท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็ต้องถามว่าท่านนายกรัฐมนตรีรวมไปถึงอาจจะเป็นท่าน รัฐมนตรีเองนะครับที่มาตอบคำถามในวันนี้ ได้มีการตั้งกรรมการในการที่จะตรวจสอบ ว่าพยานหลักฐานที่ได้มาในชั้นของวุฒิสภา ตกลงแล้วมันเป็นพยานหลักฐานที่ตรงตามนั้นหรือไม่ ตกลงแล้วเขายังเป็นพนักงานของ มหาวิทยาลัยหรือไม่นะครับ ซึ่งอาจจะมีปัญหาในเรื่องของคุณสมบัติ ตกลงแล้วเขายังเป็น กรรมการอิสระของบริษัทเอกชนบางบริษัทหรือไม่ ยังเป็นแพทย์รายชั่วโมงหรือไม่ แล้วทำไม มันถึงมีเอกสารซึ่งได้มาจากทางโรงพยาบาลรามาว่าได้รับเงินตั้งหลายหมื่นบาทในช่วงเวลา ที่ทั้งก่อนจะเป็นประธาน กสทช. และหลังเป็นประธาน กสทช. ด้วยซ้ำไป ยังไม่รับว่ายังมี ข้อถกเถียงข้อที่สังคมเขาวิพากษ์วิจารณ์ว่าพอไปเจอชื่อของคนคล้ายกันที่ไปเปิดคลินิกอยู่ที่ สหรัฐอเมริกาตกลงแล้วมันจริงหรือเปล่า เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าทางรัฐบาลสามารถ ที่จะตั้งกรรมการสอบเรื่องนี้ แล้วตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมดได้เลยโดยที่ไม่จำเป็นต้องรอ ไม่จำเป็นต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนนะครับ ท่านสามารถดำเนินการกระบวนการ เหล่านี้ได้เลย เพราะว่าการที่เราปล่อยให้เวลามันเนิ่นนานผ่านไปแบบนี้มันก็จะส่งผลกระทบ ต่อการตัดสินใจหลาย ๆ อย่าง และสังคมเขาก็ต้องตั้งคำถามครับว่าการตัดสินใจสำคัญ ๆ ที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดขึ้นไปแล้วและจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้านี้ ตกลงแล้ว กสทช. มีอำนาจ ในการตัดสินใจเรื่องนั้นหรือไม่ เพราะมันมีปัญหาในเรื่องคุณสมบัติ แล้วอย่างที่ผมได้เรียน ต่อท่านประธานผ่านไปท่านรัฐมนตรีว่าถ้าปัญหานี้เป็นจริงมันเท่ากับว่าตัวท่านไม่เคยเป็น กรรมการเลยนะครับ ซึ่งมันเป็นปัญหาร้ายแรง นอกจากนี้ครับท่านประธาน มันมีข้อครหา ผมหวังว่าข้อครหานี่จะไม่เป็นความจริง ว่ามันมีการกล่าวว่ามันมีคนในรัฐบาลของท่าน เป็นรัฐมนตรีมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนใน กสทช. เอาว่าไม่เอ่ยว่าชื่อ ๆ อะไร ซึ่งเราก็ หวังว่ามันจะไม่เป็นความจริง เพราะถ้าเป็นแบบนั้นมันก็จะเกิดคำถามต่อไปว่าตลอด ๗ เดือนที่ผ่านมานี้ที่ไม่มีการดำเนินการอะไรกับเรื่องนี้ กับเรื่องกรณีของปัญหาคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของประธาน กสทช. มันอาจจะเป็นเพราะในเรื่องความสัมพันธ์ตรงนี้ หรือเปล่า ผมหวังว่าท่านคงมีความเป็นมืออาชีพและคงไม่เอาเรื่องนี้เข้ามาในการที่จะ พิจารณา ดังนั้นครับท่านประธานครับ สิ่งที่ผมต้องการจะสอบถามต่อไปครั้งที่ ๓ ก็คือว่า ท่านต้องสร้างความมั่นใจ ท่านจะสร้างความมั่นใจได้อย่างไรในการที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ ท่านจะมีการตั้งกรรมการสอบไหม หรือท่านจะรอศาลรัฐธรรมนูญอย่างเดียว รวมไปถึงผม ต้องการรายละเอียดครับไม่ต้องเอาไปลงเนื้อรายคดีได้ แต่เอาว่าใครเป็นคนส่งเรื่องให้มีการ วินิจฉัยในศาลรัฐธรรมนูญ แล้วส่งไปเมื่อไร แล้วมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะพอบอกได้ว่า ช่วงไหนที่สังคมไทยถึงจะได้รับรู้ว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีตอบคำถาม🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ตอบคำถามของท่านครับ จริง ๆ แล้วในรอบระยะเวลาที่ผ่านมานี้ ๗ เดือนนี้เราได้ติดตามการทำงานของ กสทช. มาโดยตลอด แล้วก็ขอบคุณในความคิดเห็นของท่านรังสิมันต์ โรม ที่ได้แนะนำว่าควรจะตั้ง กรรมการในเรื่องการสอบในเรื่องนี้ ผมรับข้อเสนอของท่านไว้ ผมรับข้อเสนอเอาไว้ ส่วนประเด็นที่ท่านกล่าวหาว่ามีคนในรัฐบาลมีความสัมพันธ์อันนี้ผมไม่ทราบ แล้วก็จริง ๆ แล้วรัฐบาลแยกแยะออกนะครับว่าความสัมพันธ์จะมีหรือไม่มีอย่างไรไม่เกี่ยวข้องกับการ ทำงานนะครับ ถูกว่าไปตามถูก ผิดว่าไปตามผิด เรื่องนี้ขอสร้างความมั่นใจกับท่านสมาชิก และพี่น้องประชาชนว่ารัฐบาลนี้ยึดความถูกต้องและความโปร่งใสเป็นหลัก ผมขออนุญาต ได้กล่าวถึงเรื่องอำนาจในการตรวจสอบตาม พ.ร.บ. เพิ่มเติมจากที่ท่านรังสิมันต์ โรม ได้พูดมา ในเรื่องของ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ จริง ๆ มีหลายช่องทางในเรื่องนี้ พ.ร.บ. องค์กรคลื่นความถี่ในมาตรา ๒๑ ได้กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา ไม่น้อย ๑ ใน ๔ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิร้องขอต่อประธาน วุฒิสภา เพื่อให้วุฒิสภามีมติให้กรรมการพ้นจากตำแหน่ง เพราะเหตุที่กรรมการนั้นมีความ ประพฤติเสื่อมเสียอันนี้ก็เป็นเหตุหนึ่ง ในมาตรา ๒๒ เมื่อปรากฏว่า กสทช. ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดอย่างมี ประสิทธิภาพ ให้บุคคลต่อไปนี้มีสิทธิร้องขอต่อประธานวุฒิสภาเพื่อให้วุฒิสภามีมติให้ กสทช. พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ ก็มีทั้งหมด ๓ กลุ่มด้วยกัน กลุ่มแรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ กลุ่มที่ ๒ สมาชิกวุฒิสภาไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ กลุ่มที่ ๓ ประชาชน ผู้ใช้บริการซึ่งได้รับผลกระทบในการกระทำตามวรรคหนึ่งไม่น้อยกว่า ๒๐,๐๐๐ คน จริง ๆ มีหลายช่องทาง สิ่งที่ท่านได้เสนอมาก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งผมรับไว้พิจารณาในเรื่องนี้ และต้อง ขอบคุณท่านรังสิมันต์ โรม อีกครั้งหนึ่งที่มีความห่วงใย ขออนุญาตตอบคำถามที่ ๓ ของท่าน สมาชิกครับท่านประธาน🔗
โอเคนะครับ เดี๋ยวไปติดตามกันต่อนะครับ ต่อไป ๑.๑.๒🔗
๒. นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถาม เรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม ท่านสุรพงษ์ ปิยโชติ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ขอเชิญ ท่านณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ถามคำถามแรกครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ประเวศ สะพานสูง พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่วันนี้ท่านได้มาตอบกระทู้ของผม ซึ่งในส่วนของกระทู้ของผมในวันนี้ก็เป็นสิ่งที่อาจจะ มีความเกี่ยวข้องกับท่านเนื่องจากท่านเองก็เคยรับผิดชอบในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งแน่นอนท่านประธานครับ ในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทยปัจจุบันนี้ก็จะมีตัวโครงการ ที่ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าเป็นโครงการที่การรถไฟ แห่งประเทศไทยมีการสร้างที่พักอาศัย ซึ่งโครงการนี้ก็คือโครงการบ้านเพื่อคนไทยท่านประธาน ในส่วนของโครงการบ้านเพื่อคนไทยท่านประธานครับ ต้องบอกว่าที่ผ่านมาก็ได้รับความสนใจ จากพี่น้องประชาชน จากสื่อมวลชนหรือว่าสาธารณชนเป็นอย่างมาก ซึ่งผมเองก็ต้องบอก อย่างนี้ว่าในช่วงของวันที่ ๑๗ มกราคมที่มีการเปิดตัวโครงการนี้ ก็มีทั้งท่านนายกรัฐมนตรี มีทั้งท่านรัฐมนตรีต่าง ๆ ก็ได้มีการเข้าไปแถลงข่าวเปิดตัวโครงการอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งผมเองก็มี ความตื่นเต้นเนื่องจากว่าในงานวันนั้นก็จะเห็นว่ามีทั้งภาพอะไรต่าง ๆ ที่มีการจำลองมานี้ มีความสวยงามในเรื่องของโครงการบ้านเพื่อคนไทย ที่ผมตื่นเต้นกว่านั้นมาก ๆ ก็คือ เรื่องของการที่มีบ้านตัวอย่างให้พี่น้องประชาชนเข้าไปดูด้วยท่านประธานครับ ซึ่งในตัวของ บ้านตัวอย่างก็แน่นอนอย่างที่ได้เห็นในสื่อมวลชนไปแล้วว่าก็อาจจะมีทั้งเรื่องของโถส้วม ไฟฟ้าหรือว่ามีเรื่องของห้องหลากหลายรูปแบบ ซึ่งก็ทำให้มีการเปิดในส่วนของเว็บไซต์ ด้วยเช่นเดียวกัน ก็คือเรื่องของการมีเว็บไซต์บ้านเพื่อคนไทยในการที่จะเปิดให้พี่น้อง ประชาชนได้เข้าไปจองสิทธิเต็มที่ท่านประธาน ซึ่ง ณ ขณะนั้นทางรัฐบาลก็มีการให้ข่าวว่าในส่วน ของเว็บไซต์บ้านเพื่อคนไทยมีพี่น้องประชาชนเข้าไปในตัวของเว็บไซต์หลายสิบล้านครั้ง หลายสิบ ล้านคนท่านประธาน ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่เยอะมากถึงแม้ว่าเลขนี้อาจจะมีการตั้งคำถามว่า จริงหรือไม่จริงอันนั้นก็ว่ากันไปก็เป็นเรื่องเล็กที่อาจจะไม่ต้องมาพูดคุยกันมากนักในวันนี้ แต่ว่าในส่วนของคำถามข้อแรก ก่อนอื่นผมเองอยากจะถามทางท่านรัฐมนตรีก่อนว่าในส่วน ของโครงการบ้านเพื่อคนไทยที่เป็นที่ได้รับการตอบรับมากขนาดนี้ อยากทราบว่าปัจจุบัน รายละเอียดของโครงการนี้เป็นอย่างไร ดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว และท่านคาดว่า พี่น้องประชาชนจะสามารถเข้าไปอยู่ได้ในตัวของบ้านเพื่อคนไทยปีไหน เมื่อไรครับ คำถามแรกครับ ท่านประธาน🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามแรกครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขออนุญาตตอบคำถามก่อนเรื่องโครงการ บ้านเพื่อคนไทย เป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลโดยการพุ่งเป้าหมายไปที่ผู้ที่ มีรายได้น้อยก็คือไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท แล้วก็เน้นหนักไปที่กลุ่ม วัยทำงานนะครับ โดยเลือกสถานที่หรือ Location ติดกับระบบรางเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการ เดินทาง จะประกอบด้วย ๓ ส่วนนะครับ ส่วนของผู้พัฒนา Developer ก็คือการรถไฟ แห่งประเทศไทย แล้วก็บริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทยคือบริษัท SRT ASSET หรือ SRTA ซึ่งถือหุ้นโดยการรถไฟบริษัทแม่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง SRTA ตั้งขึ้นตามมติ ครม. เมื่อปี ๒๕๖๓ สำหรับโครงการบ้านเพื่อคนไทยวันนี้ที่เราเปิดห้องตัวอย่าง บ้านตัวอย่าง ก็คือ เรานำร่อง ๔ พื้นที่ที่เป็น Location ๔ พื้นที่ การที่มีห้องตัวอย่าง มีบ้านตัวอย่างให้ดูแล้วก็ เปิดให้พี่น้องประชาชนที่คิดว่าตัวเองมีคุณสมบัติที่จะเข้ามาจองหรือมีความประสงค์จะเลือก แบบไหน ตัวอย่างไหน เข้ามาดูแล้วเข้ามาจองนะครับอันดับแรก อันนี้เป็นการหา Demand หาความต้องการล่วงหน้าว่าพื้นที่ไหน กลุ่มเป้าหมายเรามีความต้องการจะอยู่ห้องหรือที่พัก อาศัยประเภทไหน เท่าไร อย่างไร จากที่เห็นตัวอย่างบนสไลด์🔗
เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)🔗
อันนี้ เป็นข้อมูลเมื่อวันที่ ๒๖ มีผู้เข้าชมทั้งหมด ๗๘ ล้านครั้ง มีจำนวนขอแจ้งสิทธิประมาณ ๒๕๙,๐๐๐ แล้วก็แยกเป็น Location ต่าง ๆ ที่เราเปิดเป็นโครงการแรก เสร็จแล้ววิธีการ วันนี้ขั้นตอนไปถึงไหน เอาวิธีการก่อนะครับ ๑. เราหา Demand ๒. Demand จะหมายถึง ว่าผู้ต้องการแสดงสิทธิมีความต้องการ เสร็จแล้วจำนวนผู้ต้องการใช้สิทธิเข้ามาจองเราก็ จะส่งไปให้กับธนาคารอาคารสงเคราะห์เพื่อไป Approve เพื่อไปตรวจสอบคุณสมบัติ วันนี้ มีผู้ผ่านคุณสมบัติประมาณ ๑๓๗,๐๐๐ คน จำนวนนี้เนื่องจากจำนวนผู้จอง ผู้ขอสิทธิแสดง สิทธิเยอะ วันนี้ขั้นตอนของธนาคารก็ทำได้ตามตัวเลขที่ผมบอกประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน ก็จะทยอยเข้ามาตลอดโดยการขั้นตอนนะครับ สำหรับผู้มีสิทธิที่จะเข้าร่วมโครงการ ก็มีสัญชาติไทย เป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะแล้ว มีรายได้ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ไม่เคยมี บ้านเป็นของตัวเองมาก่อน แล้วก็ไม่เคยรับสิทธิในโครงการนี้ วันนี้มาถึงขั้นตอนจองสิทธิ แล้วก็ Pre Approve โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ อันนี้คือเรื่องของผู้พัฒนาในการ หา Demand ความต้องการล่วงหน้า แล้ววิธีการนี้ก็จะใช้ต่อไปสำหรับโครงการต่อไป ของบ้านเพื่อคนไทยตามหัวเมืองใหญ่ ๆ นะครับ เราก็จะลง Location ลงสถานที่พร้อม รูปแบบก็ให้คนมาแสดงความต้องการที่ว่าเข้าคุณสมบัติ แล้วก็ Pre Approve โดยธนาคาร ธอส. แล้วหลังจากนั้นก็คือ Demand จริง ๆ ของโครงการของความต้องการ วัตถุประสงค์ เราจะมุ่งเน้นไปที่ผู้มีรายได้น้อย มุ่งเน้นไปที่ First Shopper หรือผู้ทำงานใหม่ วันนี้เป็นที่ ทราบกันดีว่าเงินเดือนจบปริญญาตรี รายได้ของผู้มีรายได้น้อยที่ประกอบการอะไรเองวันนี้ ไม่สามารถที่จะไล่ค่าใช้จ่าย ไม่สามารถที่จะเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่อีกมูลค่าอีกระดับหนึ่ง เพราะว่ารายได้ไม่พอ วันนี้เราเลยให้ Handicap ให้แต้มต่อกับผู้มีรายได้น้อยได้เข้าถึงที่อยู่ อาศัยที่สุขสบาย เพราะเรามองเห็นแล้วว่ากลุ่มทำงาน กลุ่มผู้ที่ใช้แรงงาน หรือกลุ่มทำงาน เป็นกลุ่มที่มีกำลังในการพัฒนาประเทศในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วกลุ่มนี้อาจจะต้องมีที่อยู่ อาศัยที่สุขสบาย มีกำลังใจ มีพลังในการทำงานในการดำเนินชีวิตต่อไปครับ วันนี้รัฐบาล มุ่งเน้นไปที่กลุ่มคนทำงานเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยจัดที่อยู่อาศัยที่มีการเดินทางที่ถูก โดยเกาะกับระบบรางเป็นหลัก และลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แล้วก็ในราคาที่จับต้องได้ ขั้นตอนมาถึงตรงนี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ประเวศ สะพานสูง พรรค ประชาชนครับ เมื่อสักครู่ได้ฟังทางท่านรัฐมนตรีท่านก็ได้มีการให้ข้อมูลว่าปัจจุบันนี้โครงการ บ้านเพื่อคนไทยก็มีเรื่องของการศึกษาเรื่องของ Demand ก็ทั้งเรื่องของการเอาพี่น้อง ประชาชนที่มาจองสิทธิจะได้เอามาวางแผนต่อว่าจะดำเนินการไปอย่างไรในเรื่องของ บ้านตัวอย่าง มีโครงการนำร่อง ๓ ๔ แห่ง ซึ่งจริง ๆ นะครับท่านประธานในส่วนที่ท่าน รัฐมนตรีได้ตอบเมื่อสักครู่นี้ผมคิดว่าก็อาจจะมีข้อมูลในระดับหนึ่ง แต่เพียงแต่ว่าสิ่งที่ผมเอง ก็คิดว่าน่าจะต้องเล่าให้ท่านประธานฟัง เนื่องจากว่าก็มีความตกใจก่อนที่จะไปถึงคำถามที่ ๒ นั่นก็คือว่าที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ทางเพื่อนสมาชิกของผม ทางท่านจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ ท่านก็เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ ณ ขณะนั้นท่าน ก็มีความพยายามที่จะบรรจุวาระเพื่อพิจารณาโครงการบ้านเพื่อคนไทย ตั้งแต่ช่วงปีใหม่ ท่านประธาน ซึ่ง ณ ขณะนั้นทางหน่วยงานเองไม่ว่าจะเป็น รฟท. ไม่ว่าจะเป็น SRTA ก็มีการ ขอเลื่อนมาโดยตลอด เนื่องจากว่าอยากจะให้ตัวของโครงการเข้ามาให้ข้อมูลภายหลังจากที่มี การแถลงข่าวในช่วงวันที่ ๑๙ มกราคมแล้ว แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นท่านประธานครับ ก็คือว่า เมื่อหน่วยงานมีการขอเลื่อนมาเรื่อย ๆ ณ จนถึงวันนี้ก็เพิ่งจะได้มีการพิจารณาเมื่อสัปดาห์ ที่ผ่านมาเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ การที่หน่วยงานมีข้อมูลในการที่จะมีเวลาเตรียมตัวในเรื่อง ของการทำข้อมูลมากขนาดนี้นะครับท่านประธาน แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้น คือในการประชุม คณะอนุกรรมาธิการในวันนั้นก็กลายเป็นว่าหน่วยงานไม่ได้มีข้อมูลที่แน่ชัดให้กับ คณะอนุกรรมาธิการได้พิจารณา ซึ่ง ณ วันนั้นในส่วนของการรถไฟ ในส่วนของ SRTA ก็ได้ บอกเองว่า ณ ขณะนี้โครงการเรื่องของการออกแบบต่าง ๆ ก็อาจจะยังไม่ได้มีการแล้วเสร็จ ในส่วนของอาคารที่บอกว่าใน กม. ๑๑ นี้อาจจะมี ๘ ชั้น ในความเป็นจริงอาจจะมี ๕ ชั้นก็ได้ หรือว่าเรื่องของแบบต่าง ๆ ก็ยังไม่ได้มีการออกแบบให้มีการเรียบร้อย ซึ่งรวมถึงเรื่องของ ข้อมูลตัวเลขต่าง ๆ ก็ยังไม่ได้มีการพิจารณากันอย่างจริงจัง แล้วก็เรื่องของแบบห้องที่มีการ พูดคุยกันหรือว่าโฆษณาในเว็บไซต์ของตัวโครงการก่อนหน้านี้ว่าอาจจะมีขนาดสัก ๓๐ ตารางเมตร หรือว่าบ้านอาจจะสัก ๕๐ ตารางวาก็อาจจะมีความคลาดเคลื่อนไปจากนี้ได้ เนื่องจากว่าการออกแบบของโครงการยังไม่ได้มีการลงรายละเอียดอย่างจริงจัง ซึ่งผมคิดว่า แบบนี้มันก็อาจจะเป็นเรื่องของความกังวลของพี่น้องประชาชนที่เข้าไปจอง ในส่วนของการ จองสิทธิ ณ เว็บไซต์วันนั้นว่าโครงการอาจจะออกมาแบบไม่ตรงปกก็เป็นได้ท่านประธานครับ ซึ่งหากว่าโครงการออกมาไม่ตรงปกก็แน่นอนว่าพี่น้องประชาชนเองก็คงจะต้องมีค่าใช้จ่าย ที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากว่าห้องก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปหรือว่าอาจจะไม่ได้เป็นไปตาม ความต้องการของพวกเขา ท่านประธานครับซึ่งในวันนั้นบรรยากาศของการประชุมแน่นอน ก็ทำให้เรื่องของหน่วยงานชี้แจงเอาเสียพวกเรา สส. กทม. หลายคนที่อยู่ในห้องกับทาง หน่วยงานอื่น ๆ ก็มองหน้ากันเลยครับ งงว่าทำไมสุดท้ายโครงการที่มีการเล่นใหญ่โฆษณา มากขนาดนี้กลับไม่ได้มีการศึกษาอย่างจริงจังหรือว่ามีการออกแบบที่มันชัดเจน ท่านประธานครับ ในขณะที่เมื่อสักครู่นี้ทางท่านรัฐมนตรีเองก็ได้มีการบอกว่าเรื่องของ Location ว่ามีโครงการนำร่อง ๓ ๔ แห่ง ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นเพียงอย่างเดียวที่มีความ ชัดเจนของโครงการนี้ เนื่องจากว่าในตัวของสไลด์ที่ทางหน่วยงานได้นำมาชี้แจง ไม่ว่าจะเป็น เป็นเรื่องของสถานีธนบุรี หรือว่า กม. ๑๑ ก็มี Location ที่ระบุไว้ชัดเจนมาก แต่ผมก็เป็น ความสงสัยอีกครับท่านประธานว่าจะดำเนินการได้อย่างไรเนื่องจากว่าในพื้นที่นำร่อง โครงการหนึ่งอย่างเช่นโครงการที่ธนบุรี ซึ่งบริเวณนั้นตัวของ Location โครงการไปทับอยู่ กับตัวของบ้านพักคนรถไฟ มันก็เลยทำให้ผมสงสัยว่าสุดท้ายตัวของบ้านพักคนรถไฟจะถูกรื้อ หรือว่าจะทำให้มีโครงการบ้านเพื่อคนไทยแทนหรือไม่ เช่นเดียวกันกับเรื่องของ กม. ๑๑ ท่านประธานครับ ในเรื่องของ กม. ๑๑ นี้ก็เป็นพื้นที่ที่มีชุมชนอาศัยอยู่ ซึ่งในส่วนของชุมชน นั้นก็เป็นชุมชนของพี่น้องประชาชนที่กำลังมีการออมทรัพย์เพื่อเตรียมที่จะเข้าร่วมโครงการ บ้านมั่นคง แต่ว่า ณ ขณะนี้เองหากว่ามีตัวของโครงการบ้านเพื่อคนไทยไปดำเนินการพัฒนา ตรงนั้นมันก็จะกลายเป็นบ้านไล่คนไทยท่านประธาน เพราะว่าพี่น้องประชาชนจากตรงนั้น ก็ไม่สามารถที่จะมาอยู่บ้านคนไทยได้เพราะว่า ๔,๐๐๐ นี่มันแพงเกินไป พวกเขาไม่สามารถ ที่จะจ่ายไหว ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าก็คงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทางรัฐบาลเองก็ยังคิดไม่จบ ท่านประธานครับ ในส่วนของการอธิบายหลายอย่าง หรือว่าในส่วนของเว็บไซต์ของบ้านเพื่อ คนไทยที่มีการเปิดตัวโครงการมานั้น จริง ๆ ก็เหมือนกับว่ามีการคิดมาดีแล้ว แต่ความจริง ผมก็ยังรู้สึกว่าคิดไปทำไปด้วยเหตุผลต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าวมา ที่สำคัญท่านประธานครับ ใน ส่วนประมาณช่วงเดือนธันวาคมก่อนที่จะมีการเปิดตัวโครงการ ๑ เดือน ก็มีการของบกลาง ในการที่จะเข้ามาเพื่อมีการออกแบบ ศึกษาโครงการในรายละเอียด ซึ่งในตัวของรัฐบาลก็ได้ มีการอนุมัติงบกลาง ๑๖๖ ล้านบาท ในการที่จะออกแบบรายละเอียดของอาคารด้านของ สถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ซึ่งเรื่องนี้ผมก็เลยสงสัยครับ เนื่องจากว่าในตัวของโครงการ ออกแบบก็มีการระบุไว้ชัดว่าเป็นการออกแบบโครงการนำร่อง ผมก็เลยสงสัยว่าตรงนี้ มันเข้าเกณฑ์ในเรื่องของการเป็นงบฉุกเฉินเร่งด่วนอย่างไร แต่ว่าสุดท้ายท่านประธานครับ ในส่วนของคำถามที่ ๒ ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็อยากจะสอบถามทางท่านรัฐมนตรีอย่าง ตรงไปตรงมาว่าสุดท้ายแล้วในส่วนของโครงการบ้านเพื่อคนไทยนี้ สุดท้ายมันจะออกมา ตรงปกหรือไม่ เนื่องจากว่าตัวของโครงการออกแบบอาคารที่มีการของบกลางไปก็คงจะต้อง มีการออกแบบกัน ซึ่งผลอาจจะไม่ได้ตรงตามที่มีการโฆษณา หรือว่าอาจจะไม่ได้ตรงตาม บ้านตัวอย่างก่อนหน้านี้ก็ได้ ดังนั้นก็อยากสอบถามว่ามันจะตรงปกหรือไม่ แล้วโครงการ ที่ขออนุมัติงบกลางเพื่อออกแบบอาคารมันเป็นการออกแบบในเรื่องใดบ้าง ก็ขอทราบ รายละเอียดในประเด็นนี้ครับ🔗
เชิญรัฐมนตรีครับ ตรงปกหรือไม่ครับ🔗
เรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ก็ขอบคุณสำหรับคำถาม ผมอาจจะ อธิบายไม่ Clear นะครับ ห้องตัวอย่างกับบ้านตัวอย่างที่สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ที่พี่น้อง ประชาชนเข้าไปดูนี้ตรงปกหรือไม่ จริง ๆ แล้วก็คือไม่มีขาดจากนั้นนะครับ มีแต่จะเกินปก ส่วนจำนวนที่ไม่แน่นอน คำว่า ไม่แน่นอน อย่างที่โชว์ตัวเลขเมื่อสักครู่ Demand ความ ต้องการ เนื่องจากขนาดห้องมีหลาย Type นะครับ ๓๐ ตารางเมตร ๔๐ ตารางเมตร ๕๐ ตารางเมตร ซึ่งจำนวน Demand ที่พี่น้องประชาชนเข้ามาจอง เข้ามาใช้สิทธิจะบ่งบอก ถึงความต้องการ เพราะฉะนั้นในแต่ละ Floor ในแต่ละตึกมันจะปรับเปลี่ยนหมุนเวียนไปตาม ขนาดความต้องการ จากตัวเลขที่โชว์เรื่องของ Demand ก็จะเห็นว่าสิ่งที่เรามีกับสิ่งที่พี่น้อง ประชาชนต้องการจะมี Ratio มีสัดส่วนประมาณ ๑:๑๐ ๑:๒๐ ที่เราสามารถที่จะ Supply ที่จะมีให้ได้ เพราะฉะนั้นมันก็จะต้องมาหมุนสัดส่วนนะครับ สัดส่วนนี่คือขนาดของห้องว่า Unit นี้ควรจะมีกี่ห้อง Unit นี้ควรจะมีกี่ห้องตามความต้องการของ พี่น้องประชาชนที่เข้ามาแสดงความจำนงนะครับ เพราะฉะนั้นห้องขนาดเป็นไปตามความ ต้องการ รูปแบบตรงกับตามที่เราได้เสนอเข้าไป ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ แล้วโครงการนี้ เป็นโครงการที่ใช้การตลาดนะครับ ใช้การหา Demand นำร่อง เราจะสร้างตาม Demand โครงการนี้ได้มีการศึกษาโดยใช้งบประมาณของบริษัท เอสอาร์ทีเอ เรียบร้อยเมื่อปี ๒๕๖๗ แล้วไปศึกษานำร่องนะครับ แล้วเราก็มาทำ Market Survey นะครับ โดยการให้พี่น้อง มาลงทะเบียนแสดงความจำนงก็จะทราบ Demand ที่แท้จริงว่าห้องขนาดไหนนะครับ วันนี้ คนมาลงแสดงความจำนง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน ๒๕๐,๐๐๐ คน ๒๖๐,๐๐๐ คน ถ้าเราลง ไปทำ Market Survey การตลาดก็คือความต้องการของจริงเลยนะครับ อันนี้ความแม่นยำ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ เพราะฉะนั้นห้องยืนยันนะครับว่าเป็นห้องที่โชว์ตามที่สถานีกรุงเทพ อภิวัฒน์แล้วก็ในเว็บไซต์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่จำนวน Type จำนวนชนิดของห้องผันแปร ตามความต้องการที่แท้จริงของพี่น้องประชาชนนะครับ โครงการนี้มีการศึกษาล่วงหน้าไหม มีการศึกษาล่วงหน้าแล้วนะครับเมื่อปี ๒๕๖๗🔗
อีกคำถามหนึ่งนะครับ ทำไมต้องใช้งบกลาง โครงการนี้เนื่องจากทางรัฐบาล โดยการนำของท่านนายกรัฐมนตรี เราได้เล็งเห็นว่ามาตรการนี้เป็นมาตรการเร่งด่วน ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อมนะครับ ทางตรงก็คือไปให้ First Jobber มีที่อยู่อาศัยที่สมบูรณ์ มีค่าใช้จ่ายที่ลดลง สามารถมีเงินทุนสะสมในการที่จะตั้งตัว ในการที่ จะสร้างตัวนะครับ แล้วก็โครงการนี้แน่นอนครับต้องมีการก่อสร้าง เพราะฉะนั้น Supply Chain ต่าง ๆ ที่อยู่ในธุรกิจของการก่อสร้างก็จะมีการหมุนเวียน มีการประมูลงาน ทุกอย่างก็ จะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจขึ้น เราถึงต้องถือว่าเป็นมาตรการที่กระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งเป็น มาตรการเร่งด่วนของรัฐบาลอยู่แล้วนะครับ🔗
สำหรับคำถามอีกคำถามหนึ่งเรื่องของรถไฟนะครับ วันนี้เจ้าหน้าที่ พนักงาน ของรถไฟทุกท่านที่มีสิทธิที่ได้รับที่อยู่อาศัยก็จะมีสิทธิเข้ามาอยู่เข้ามาใช้ในโครงการนี้ได้ ส่วนที่ ๑ นะครับ ส่วนที่ ๒ ปัจจุบันบ้านของรถไฟก็ถือว่าหมดอายุการใช้งานไปแล้ว การรถไฟแห่งประเทศไทยก็ได้มีการตั้งงบประมาณที่จะจัดที่อยู่อาศัยใหม่ให้กับพี่น้อง เจ้าหน้าที่ พนักงานของการรถไฟแห่งประเทศไทยอยู่แล้วนะครับ อันนี้เป็นการบริหารแบบ ตรงไปตรงมานะครับ แล้วก็มีความยินยอมพร้อมใจของเจ้าหน้าที่ของการรถไฟ ทุกท่านนะครับ แล้วเราก็มีสิทธิพิเศษให้กับคนของรถไฟที่จะเข้าร่วมโครงการของบ้าน เพื่อคนไทยในฐานะเป็น Developer ในโครงการนี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ว่าอย่างไรครับท่านสมาชิก🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตประเวศ เขตสะพานสูง พรรคประชาชนครับ เมื่อสักครู่นี้ได้ฟังทางท่านรัฐมนตรีได้มีการชี้แจงในเรื่องของงบกลาง ใช่ไหมที่บอกว่าจะมีการศึกษาต่าง ๆ แล้วก็บอกว่าโครงการตรงปก แล้วก็เกินปกด้วยซ้ำ ใช่ไหมครับ คือผมเองก็ยังสงสัยถ้าหากว่าโครงการมันจะออกมาเป็นเหมือนบ้านตัวอย่างจริง แล้วสุดท้ายแล้วตัวของการของบกลางในส่วนของโครงการออกแบบอาคาร ออกแบบ Detail Design ตกลงแล้วมันจะมีมาเพื่ออะไร อันนี้ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันนะครับ แล้วก็ขณะเดียวกัน อย่างในเรื่องของที่พี่น้องประชาชน จากที่เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยของผู้มี รายได้น้อยจะเข้าร่วมโครงการสามารถที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ได้ อันนี้ผมก็ไม่คิดว่าพี่น้อง ประชาชนจะสามารถที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ได้เพราะว่า ๔,๐๐๐ บาท จริง ๆ ก็เป็นเงินที่ พี่น้องประชาชนเองก็คงจะจ่ายได้ลำบากเช่นเดียวกันนะครับท่านประธาน แต่ว่าไม่เป็นไร ทีนี้เราก็มาสู่คำถามที่ ๓ ที่ผมเองอยากจะนำเสนอต่อไป เนื่องจากว่าการใช้งบประมาณ ต่าง ๆ ของทางกระทรวงคมนาคมที่ผ่านมาในคำถามข้อที่ ๒ ผมมีการบอกว่างบประมาณ ที่มีการของบกลางไปเป็นเงิน ๑๖๖ ล้านบาท ความจริงแล้วตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่มีการอนุมัติ แต่ว่าตัวเลขที่ทางกระทรวงคมนาคมมีการขอไปเป็นวงเงินเกือบ ๕๐๐ ล้านบาท ที่ให้กับทาง SRTA ในการที่จะมาออกแบบรายละเอียดของโครงการนะครับ ซึ่งก็ครอบคลุมไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการออกแบบ Detail Design Concept Design เรื่องของ Feasibility Study เรื่องของการจัดทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นไออีอีหรือว่าอีไอเอ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนเองก็อาจจะสับสนอยู่เหมือนกัน ซึ่งในส่วนของโครงการนี้ก็มี ทั้งตัวโครงการนำร่องแล้วก็โครงการต่อเนื่องนะครับ ซึ่งในส่วนของงบประมาณก้อนแรก ท่านประธานครับ ที่ทางตัว SRTA ได้เคยมีการศึกษา Feasibility ไปเมื่อปี ๒๕๖๗ ในช่วง ปลายปีนะครับ ซึ่งตัวนั้นใช้งบประมาณ ๑๐ ล้านบาท ก็ยังมีการต้องไปของบกลางให้กับทาง รัฐบาลมาโปะให้ด้วยซ้ำนะครับ ซึ่งในส่วนนี้ผมเองก็สงสัย ๆ จริง ๆ ท่านประธานว่าถ้าหากว่า แม้แต่ขั้นตอนการศึกษาออกแบบโครงการยังต้องมีการควักกระเป๋าในการเอางบกลางมาช่วย จ่ายนะครับ ทั้งที่อาจจะไม่ได้เป็นภาวะเร่งด่วนฉุกเฉินอะไร แต่ในส่วนของงบประมาณ ก่อสร้างที่เราคาดกันว่าตัวของเงินค่าก่อสร้างน่าจะใช้เงินหลายพันล้านบาท ในส่วนของ โครงการนำร่องจะทำอย่างไร แล้วจะเอาเงินมาจากไหนนะครับ ซึ่งแน่นอนทางไม่กี่ทาง ที่จะสามารถที่จะเอาเงินมาในการที่จะทำเรื่องของการก่อสร้างโครงการนำร่องของบ้าน เพื่อคนไทยได้ นั่นก็คือทางที่ ๑ จะเป็นเรื่องของการใช้งบกลาง ซึ่งการใช้งบกลางก็อาจจะ เป็นเรื่องยากซึ่งก็เป็นงบประมาณจำนวนมหาศาลนะครับ แล้วก็อาจจะถูกตั้งคำถามในเรื่อง ของความโปร่งใสของโครงการได้เช่นเดียวกันนะครับ ขณะเดียวกันหากว่าเป็นเรื่องของการ ใช้งบประมาณประจำปีผมคิดว่าก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลเองก็เคยให้ข่าวว่าตัวของโครงการ บ้านเพื่อคนไทยพี่น้องประชาชนอาจสามารถที่จะเข้าไปอยู่ได้ในช่วงปลายปี ๒๕๖๘ หรือว่า ปี ๒๕๖๙ ก็สามารถที่จะเข้าไปอยู่ได้แล้ว ซึ่งผมคิดว่าถ้าหากใช้งบประมาณประจำปีเองก็คง จะไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ทันตามกรอบเวลานี้นะครับ แล้วก็อาจจะเป็นอีกหนึ่ง ในโครงการที่อาจจะเป็นการขายฝันภายใต้รัฐบาลเพื่อไทยนะครับ ซึ่งขณะเดียวกันในส่วน ของสุดท้ายผมได้ยินมาว่าเรื่องของโครงการนี้ก็อาจจะเป็นการออกแบบมาให้โครงการนี้ ล่มลงอย่างจงใจก็ได้ เนื่องจากหากว่าทาง รฟท. หรือว่าทาง SRTA ไม่สามารถที่จะดำเนิน โครงการได้เองเนื่องจากว่ามีเงินไม่เพียงพอ ก็อาจจะต้องทำให้ไปเปิดให้กับทางเอกชนเข้ามา มีส่วนร่วมในการที่จะมาแสวงหาผลประโยชน์บนที่ดินของรัฐ🔗
ท่านถามเลยครับ🔗
สุดท้ายแล้วครับ ท่านประธาน ในส่วนของคำถามสุดท้ายของผมก็อยากให้ทางท่านรัฐมนตรีช่วยตอบว่าในส่วน ของโครงการนี้ที่ผ่านมาศึกษาออกแบบใช้งบกลางแล้วก็ SRTA ไม่มีเงิน ก็เลยอยากสอบถาม ว่าในส่วนของงบประมาณในการก่อสร้างท่านจะเอาเงินจากที่ไหนมาก่อสร้าง หรือว่าจะ ปล่อยให้โครงการนี้ตายไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีคำถามสุดท้ายครับ🔗
เรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ อย่างที่เรียนเบื้องต้นเนื่องจาก บริษัท SRTA เป็นบริษัทลูก มีทุนจดทะเบียนเริ่มแรก ๒๐๐ ล้านบาท ก่อตั้งมาตามมติ ครม. ที่ผ่านมาก็ยังถือว่ายังไม่มีรายได้ หลาย ๆ ตัวหน้าที่ของ SRTA ๑. บริหารสินทรัพย์ที่ดิน ที่เป็น Non-Core ที่ไม่ใช่เกี่ยวการเดินรถให้กับการรถไฟนะครับ ก็มีรูปแบบคือ ๑. เอาไป ปล่อยเช่า ๒. นำมาพัฒนาเอง ก็เป็นแบบบ้านเพื่อคนไทยนี่คือบริษัท SRTA นำมาพัฒนา แล้วก็ส่งมอบกับรายได้จากผลประกอบการกลับคืนการรถไฟ ๓. สามารถนำที่ดินไปร่วมในการพัฒนาหรือร่วมทุนได้นะครับ โครงการบ้านเพื่อคนไทยเป็น ในกรณีที่ ๒ นำมาพัฒนาเองนะครับ วันนี้ถามว่างบประมาณในการก่อสร้างเป็นอย่างไร วันนี้ โครงการบ้านเพื่อคนไทย จาก Demand ที่เราเห็นนะครับเป็นหลายแสน Unit ที่ต้องการ เราก็จะเลือก Location ที่เหมาะสมแล้วก็ที่พอดีนะครับ โดยเน้นกลุ่มเป้าหมาย ๕ คุณสมบัติ ที่ผมบอกเมื่อสักครู่ กลุ่มเป้าหมายก็คือผู้มีรายได้ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท First Jobber ผู้มีรายได้น้อยเพื่อให้มีกำลังแข็งแรงขึ้นที่จะลุกขึ้นมาขับเคลื่อนประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นกลุ่มที่มีกำลัง ส่วนงบประมาณในการก่อสร้างนะครับ วันนี้ฝั่งนักผู้พัฒนา Developer ก็คือ SRTA โดยกระทรวงคมนาคมจะหา Demand หาลูกค้าแล้วก็ดำเนินการก่อสร้าง เสร็จแล้วส่วนที่ ๒ คือส่วนของ Finance ก็คือธนาคารอาคารสงเคราะห์ ส่วนที่ ๓ คือส่วน ของกลุ่มผู้อยากจะใช้สิทธิ คือกลุ่มผู้บริโภคมีอยู่ ๓ ส่วนนะครับ กลุ่มผู้บริโภคที่ผ่าน Pre Approve ก็จะมาทำเรื่องกู้กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์จะ เป็นคนทำ Post Finance ให้กับโครงการบ้านเพื่อคนไทย โครงการก่อสร้างบ้านเพื่อคนไทย เอาทุนจากไหนมาก่อสร้าง วันนี้การก่อสร้างผู้รับเหมาจะมาพร้อมทุนเพื่อก่อสร้างบ้าน ให้เสร็จ เสร็จแล้ว Finance กับทางธนาคารอาคารสงเคราะห์กับผู้ได้รับสิทธิ์ ผู้ได้รับสิทธิ์ ไม่ได้รับทุกคนเนื่องจาก Demand กับ Supply ไม่เท่ากันนะครับ เพราะฉะนั้นผู้รับสิทธิ์ ต้องมีการจับฉลาก วันนี้เราได้ขอความร่วมมือจากกองสลากมาช่วยจับสลากของผู้ได้รับ รางวัล คือผู้โชคดีที่จะสามารถเข้ามาได้ในแต่ละโครงการ เพราะฉะนั้นวันนี้ไม่ได้กระทบ กับงบประมาณของรัฐบาลในเรื่องของการก่อสร้าง แล้วถ้า ธอส. ทำเป็น Post Finance ก็จะมีรายได้จากการผ่อนเข้ามาปกติแบบ Commercial ทั่วไป ก็คือการปล่อยกู้ให้กับ โครงการอสังหาทั่วไป ก็เป็นลักษณะประมาณนี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณรัฐมนตรีครับ ขอบคุณท่านสมาชิกที่ถามนะครับ กระทู้ถามต่อไปครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือเล็กน้อยครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ในฐานะผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้านครับ ท่านประธานครับวันนี้ผมต้องขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านสละเวลาเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้นะครับ ผมขอหารือ ท่านประธานผ่านไปทางท่านนายกรัฐมนตรีเล็กน้อยครับ เข้าใจว่าคิวต่อไปเป็นกระทู้ถามสด ของท่านอัครเดช แต่วันนี้จริง ๆ มีท่านนายภูริวรรธก์ ที่ตั้งกระทู้ถามทั่วไปในอุตสาหกรรม ภาพยนตร์ต่อนายกรัฐมนตรีครับ ซึ่งผมได้ทราบจากท่านภูริวรรธก์มาว่าได้รับการประสาน จากเจ้าหน้าที่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีมาตอบชี้แจงแทน ก็เลยอยาก จะฝากท่านประธานผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรีครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ในสภาแล้ววันนี้ ถ้าท่านพร้อมที่จะตอบกระทู้ถามทั่วไปของท่านภูริวรรธก์โดยตรง ผมก็คิดว่าจะเป็นโอกาสที่ดี ที่วันนี้เราจะได้ฟังเสียงคำตอบจากท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรง แต่หากท่านนายกรัฐมนตรี ติดภารกิจไม่สามารถรอคิวกระทู้ถามสดของท่านอัครเดชจนจบได้ ก็อยากจะปรึกษา ท่านประธานว่าพอเป็นไปได้ไหมครับสลับคิวท่านนายกรัฐมนตรีขึ้นมาตอบก่อน ก็อยากจะ ผ่านท่านประธานนำเรียนถามทางท่านนายกรัฐมนตรีครับ ขอบคุณครับ🔗
ตอนนี้เป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจานะครับ ท่านอัครเดชได้ถามท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ส่วนกระทู้ทั่วไปก็เดี๋ยวดูเวลาว่าจะตรงเวลาที่ท่านนายกจะต้องมีภารกิจอื่นไหมนะครับ🔗
ขออนุญาตอีกนิดเดียวได้ไหมครับท่านประธาน🔗
เชิญครับ🔗
ขออนุญาตนะครับท่านประธาน ก็อย่างที่ผมได้นำเรียนครับ ก็อยากจะฟังท่านนายกรัฐมนตรี ว่าท่านมีคิวเวลาเหลือถึงกระทู้ถามทั่วไปของท่านภูริวรรธก์หรือไม่ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรี ติดภารกิจผมอยากจะขอหารือท่านประธานครับว่าเราพอจะสลับคิวในการประชุมสภา ได้หรือเปล่า ขอบคุณครับ🔗
ก็เดี๋ยวให้ทีมงานของท่านได้ดูคิวก่อนนะครับ เอาเข้าเรื่องกระทู้ถามสดด้วยวาจาก่อน เดี๋ยวค่อยหาคำตอบกันหลังจากนี้ ให้เขาดูคิวท่านนายกรัฐมนตรีก่อนว่ามาได้หรือไม่นะครับ เชิญท่านอัครเดชถามคำถามแรกเลยครับ🔗
๓. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมได้ถามกระทู้ถามสดท่าน นายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติหรือแก๊ง Call Center ก่อนอื่น ที่จะถามแล้วก็ได้บรรยายถึงที่มาที่ไปของการถามกระทู้สดในครั้งนี้ ก่อนอื่นผมต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานไปว่าที่ท่านได้สละเวลาได้มาให้ความสำคัญ กับสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้นั้นถือว่าเป็นตัวแทนของพี่น้อง ประชาชน การที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้สละเวลามาตอบกระทู้ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เท่ากับท่านให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชนซึ่งได้ใช้กลไกรัฐสภาในการที่จะได้ทำงาน คู่ขนานไปกับทางรัฐบาลในการสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งวันนี้ ผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้นำปัญหาที่เป็นปัญหาใหญ่ในระดับประเทศ แล้วก็สร้างความเดือดร้อนเป็นวงกว้างให้กับพี่น้องประชาชน ได้นำกราบเรียนท่าน นายกรัฐมนตรีได้มาชี้แจงให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบถึงสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรี รวมถึง ทางรัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ผมเองได้มีโอกาสเดินทางร่วมกับคณะ นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรหรือ วปอ. ขึ้นไปศึกษาปัญหาในพื้นที่ที่อำเภอ แม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งคณะนักศึกษา วปอ. ผมเองนั้นเป็นนักศึกษารุ่นนี้ วปอ. ๖๗ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้ทราบดีถึงวัตถุประสงค์ในการเข้าไปศึกษาใน วปอ. เพราะว่า ท่านเป็นนักศึกษา วปอ.บอ. หรือมินิ วปอ. รุ่นที่ ๑ การเข้าไปศึกษานั้น เราเน้นในเรื่องของ ยุทธศาสตร์ชาติโดยเฉพาะเรื่องความมั่นคง การที่เราขึ้นไปที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ยกคณะกันขึ้นไปก็เป็นห่วงเรื่องของความมั่นคง โดยเฉพาะเรื่องของอาชญากรรมข้ามชาติ หรือแก๊ง Call Center ที่มีเหล่า Scammer หลอกลวงเงินทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน คนไทยมากมายมหาศาล เราก็ยกคณะกันขึ้นไป เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ผมก็ไปครับตามรูป ที่ได้นำเรียนท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานไปก็มีหน่วยราชการทั้งฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง ฝ่ายเอกชน หอการค้า สภาอุตสาหกรรม ตลอดจนข้าราชการพลเรือนได้พาลง ไปดูพื้นที่นะครับ เรียนกับท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าเราได้ขึ้นไปเพื่อที่จะได้ทำ ข้อเสนอในการแก้ปัญหาดังกล่าว ในนามของ วปอ. ไปให้รัฐบาลเพื่อเป็นข้อเสนอในการ แก้ไขปัญหา พื้นที่ดังกล่าวนั้นต้องเรียนกับท่านประธานว่าเป็นพื้นที่ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับอำเภอ แม่สอด จังหวัดตาก ผมคิดว่าข้อมูลดังกล่าวนั้นท่านนายกรัฐมนตรีท่านทราบดีอยู่แล้ว แต่ที่ ผมต้องนำมาอภิปรายอีกครั้งหนึ่งให้พี่น้องประชาชนที่ยังไม่ได้รับทราบข้อมูลหรืออาจจะยัง ไม่ทราบรายละเอียดได้ติดตามได้รับทราบข้อมูล เพื่อจะได้ติดตามการถามกระทู้นี้ได้เป็น ประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในการที่จะได้ป้องกันตนเองจากการถูกหลอกลวงด้วย แล้วก็ ได้รับทราบถึงสิ่งที่รัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้ดำเนินการแก้ไข ปัญหาเรื่องนี้ให้กับพี่น้องประชาชนว่าท่านได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง พื้นที่ตรงข้ามอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ตามที่ผมได้นำรูปตอนไปลงพื้นที่กับ วปอ. นั้นให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ดูในภาพ ตรงนี้เป็นพื้นที่ก็คือตรงบริเวณจุดที่เราเรียกว่า China View หรือที่วังแก้วอยู่ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ตรงนี้เป็นพื้นที่ฝั่งตรงข้ามเป็นพื้นที่ที่ BGF เป็นคนดูแลพื้นที่ประมาณ ๕,๐๐๐ ไร่ ปัจจุบันนี้สร้างเป็น Complex ท่านประธานก็เห็นครับ เป็น Complex มีตึก ตรงนี้เริ่มสร้าง มาตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ใช้ระยะเวลาก่อสร้างเพียงแค่ ๖ ปี ถึง ๘ ปี ท่านประธานครับ เติบโต เร็วมาก ตรงนี้เป็นพื้นที่เช่า ๕๐ ปี พื้นที่ ๕,๐๐๐ ไร่อยู่ในการดูแลของกลุ่ม BGF แล้วก็อยู่ในพื้นที่ประเทศเมียนมาตรงข้ามอำเภอแม่สอด พื้นที่ดังกล่าวปัจจุบันนี้เป็นแหล่ง รวมตัวของเหล่าแก๊ง Call Center แล้วก็ Scammer ก็เป็นจุดกำเนิดหรือเป็นแหล่งกำเนิด ของอาชญากรรมหลายอย่าง ท่านประธานก็ทราบว่าตรงนี้ไม่ใช่ Call Center อย่างเดียว เป็นจุดกำเนิดของการค้ามนุษย์ การค้ายาเสพติดซึ่งปัจจุบันนี้แพร่หลายมากขึ้น เป็นกลุ่มทุน ทีนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นก็ต้องนำกราบเรียนท่านประธานครับว่าเราเองได้วิเคราะห์ปัญหาที่พร้อม จะนำเสนอกับทางท่านรัฐบาลนะครับ แต่ว่าก่อนที่ผมจะได้ถามท่านนายกรัฐมนตรี อยากจะ ให้ท่านนายกดูคลิปที่ผมได้เตรียมมาสัก ๑ นาที ที่ได้เป็นบรรยากาศในการไปลงพื้นที่นำมา ซึ่งปัญหาที่จะนำเรียนท่านนายกรัฐมนตรีผ่านกระทู้ถามสดในวันนี้ครับ เรียนเชิญทางฝ่าย โสตได้นำเสนอคลิปให้ท่านประธานและท่านนายกรัฐมนตรีได้รับชมครับ🔗
ก็สั้น ๆ ครับท่านประธาน ตัดออกมาจากคลิปที่ทาง วปอ. ๖๗ ได้นำเสนอในสื่อมวลชนแล้วก็สื่อออนไลน์ ผมเอง ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อได้ไปรับทราบปัญหาดังกล่าวก็คิดว่าปัญหานี้เป็นปัญหา ระดับชาติ แล้วก็เป็นปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องลงมาดำเนินการแก้ไข ก็เลยใช้กลไกรัฐสภา แห่งนี้ครับได้ตั้งกระทู้ถามสดท่านนายกรัฐมนตรี แต่ก่อนที่จะถามคำถามท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีเพิ่งไปเยือนประเทศจีนมา ได้พบกับท่านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง (Xi Jinping) แล้วท่านนายกรัฐมนตรีได้หยิบยกวาระในการหารือปราบปราม แก๊ง Call Center หรืออาชญากรรมข้ามชาติ ตรงนี้มาหารือระหว่างทวิภาคีระหว่างประเทศไทย กับประเทศจีนซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นวิสัยทัศน์ แสดงถึงความมุ่งมั่นความจริงใจที่ท่าน นายกรัฐมนตรีตั้งใจที่จะแก้ปัญหานี้ให้กับพี่น้องประชาชนนะครับ ผมจึงขอตั้งคำถามแรกไป ยังท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับว่าปัญหา แก๊ง Call Center นั้นเป็นปัญหาที่รบกวนพี่น้องประชาชน สร้างความเสียหายให้กับ ประชาชนเป็นจำนวนมาก อยากทราบว่าทางรัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างไรบ้าง ขออนุญาตนำกราบเรียนท่านประธานถามท่านนายกรัฐมนตรีครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านนายกรัฐมนตรีตอบคำถามแรกครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านค่ะ วันนี้ก็ขอรายงานก่อนเลยว่าตั้งแต่ ก่อนดิฉันเป็นนายกรัฐมนตรีเอง ปัญหาเรื่องของ Call Center ปัญหาแก๊ง Call Center ต่าง ๆ นี้เป็นปัญหาที่แพร่หลายในทุก ๆ สังคม ทุก ๆ กลุ่มของประเทศ ทุก ๆ จังหวัด ในประเทศของเรา ไม่เพียงแค่นั้นค่ะก็ยังส่งผลกระทบไปที่ประเทศเพื่อนบ้าน มากไปกว่านั้น ไม่ใช่ในเอเชียเท่านั้นแต่ทั่วโลกค่ะ Concern ถึงปัญหา ไม่ว่าจะเป็น Call Center ก็มี Scammer ต่าง ๆ เกิดขึ้นหมดทุก ๆ พื้นที่ เป็นสิ่งที่เราควรจะให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และแน่นอนค่ะว่า ดิฉันได้รับข่าวสารมากมายเหมือนพี่น้องประชาชนทุกคนค่ะว่าแก๊ง Call Center เหล่านี้หลอกพี่น้องประชาชนของเราอย่างไรบ้าง บางคนหมดเนื้อหมดตัว บางคนต้องถึงกับจบชีวิต บางคนคิดที่จะทำร้ายคนอื่นเพื่อต้องเอาสตางค์มาแก้หนี้แก้สิน มากมายไปหมดค่ะ แล้วมันกลายเป็นปัญหาต่อเนื่องนำเข้ามาถึงปัญหาของเรื่องยาเสพติด ต่อไป เกิดความไม่สงบสุขอีกมากมายหลายประเด็น ก็เป็นสิ่งที่จริง ๆ ประชาชนทุกคนทราบ อยู่แล้ว พอดิฉันได้มารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดิฉันก็ได้สั่งการทันทีกับหน่วยงานที่มี ส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นกระทรวง DE เอง เป็นธนาคารแห่งประเทศไทยนะคะ แล้วก็มีสำนักงาน กสทช. แล้วก็ ปปง. แล้วก็กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องความมั่นคงต่าง ๆ ก็ต้องช่วยกันดูแลในเรื่องของ Call Center อย่างบูรณาการค่ะ เพราะว่าไม่สามารถทำโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ แล้วที่สำคัญ การที่เราจะต้องคุยกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อขอความร่วมมืออย่างบูรณาการนั้นจะต้องใช้ รัฐบาลกับรัฐบาลค่ะ อันนี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุดเพราะว่าถ้าเรามาจากช่องทางอื่น ๆ เขาก็จะ ไม่แน่ใจว่าเรามาช่องทางอย่างไรได้บ้าง เมื่อรัฐบาลคุยกับรัฐบาลเราก็หาทางออกร่วมกัน อันนี้ก็คือต้องขอความร่วมมือจากทุกประเทศที่ประสบปัญหา ไม่ว่าจะเป็น Call Center ยาเสพติด เรื่องอื่น ๆ อีกมากมายค่ะ การค้าก็ต้องปรึกษาระหว่างประเทศด้วย สิ่งที่ผ่านมา รัฐบาลก็ได้ให้มีการจัดศูนย์ป้องกันแล้วก็ปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ หรือว่า AOC ๑๔๔๑ ขึ้นมา เพื่อจะเป็นศูนย์กลางในการบูรณาการการทำงานทั้งหมดโดยการรับแจ้งเหตุ ตลอด ๒๔ ชั่วโมงนะคะ จำนวน ๑๐๐ คู่สาย ถ้าผู้เสียหายโทรมาที่ ๑๔๔๑ นี้ค่ะ เราก็ จะสามารถแจ้งชื่อ Account ที่ถูกหลอกไป สมมุติว่าเราเป็นผู้เสียหายเราโอนให้บัญชีไหนไป ทาง ๑๔๔๑ จะสามารถปิดระงับชื่อบัญชีนั้นได้เลย แล้วก็สามารถ Search ต่อว่าบัญชีนั้น มีเปิดอยู่ที่ธนาคารไหน อย่างไรบ้าง ก็สามารถปิดได้หมดเลยเช่นกัน แล้วก็ตรวจสอบ หาข้อเท็จจริงต่อไปนะคะ พออายัดได้ทันทีแล้วก็จะช่วยระงับความเสียหายที่เกิดขึ้นได้อย่าง รวดเร็วนะคะ และแน่นอนว่าฐานข้อมูลเหล่านี้เราก็ติดต่อกับทางธนาคารเรียบร้อยในการทำ การอายัดทุกอย่าง บัญชีที่พูดกันนี้คือบัญชีหลอกลวง ก็คือบัญชีม้าที่เราพูดกันอยู่แล้วก็เพื่อ ความเข้าใจง่ายค่ะ หลังจากนั้นปัจจุบันเราสามารถระงับบัญชีม้าไปแล้ว๑.๙๒ ล้านบัญชี หรือเป็นจำนวน ๑.๔๔ แสนรายชื่อ แล้วก็ยังได้มีการสั่งการต่อเนื่องไม่ใช่ปิดแล้วก็จบแค่นั้น ให้ดูพฤติกรรมต่อว่ามีการไปเปิดบัญชีไปทำอะไรอย่างนี้ที่ไหนหรือเปล่าเพื่อจะได้ระงับเหตุ อันนี้ได้ทัน แล้วก็มีมาตรการให้ธนาคารยกระดับการตรวจสอบการเปิดบัญชีใหม่โดยเฉพาะ บุคคลที่มีความเสี่ยงสูงด้วยค่ะ อย่างเรื่องซิมม้าที่ได้พูดไปเมื่อสักครู่ ดิฉันก็มีการสั่งการให้มี การดำเนินการเช่นเดียวกับบัญชีธนาคาร ก็คือมีการกวาดล้างซิมม้าที่อยู่ในระบบ ซึ่งจากซิม ม้านี้เป็นเครื่องมือหลักในการก่ออาชญากรรมออนไลน์แบบนี้นะคะ แล้วเราก็ได้มีการเตรียม มาตรการกำหนดให้ผู้ถือครองซิมการ์ดมีไม่เกิน ๖ เบอร์ ถ้าเกินไปกว่านั้นแล้วเราก็ต้อง มีการมาเรียกคุย เรียกถามแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นแล้ว ๖ เบอร์นี้ต้องสามารถที่จะยืนยันตัวตนได้ ด้วย ไม่ใช่ ๖ เบอร์นี้คือเป็นของใครก็ได้ ๖ เบอร์นี้ต้องสามารถยืนยันตัวตนได้ แล้วก็ถ้ามีข้อสงสัย นี้ก็สามารถระงับซิมได้เลยนะคะ แล้วก็ในเรื่องของตอนนี้ก็มีการระงับซิมที่ต้องสงสัยในการใช้ งานผิดปกติ มีการโทรออกมากเกินไปอะไรอย่างนี้ ที่ไม่ผ่านการยืนยันตัวตนอีก ๒.๘ ล้าน เลขหมายแล้ว ในส่วนนี้ก็ยังสั่งการต่อว่าเมื่อเราระงับต่อก็ต้องตามด้วยว่าเปิดอีกไหม เปิดที่ไหน อันนี้ก็คือเป็นการทำงานที่ว่าเราไม่สามารถ Clear ให้จบ เสร็จแล้วทิ้งไปได้ก็ต้อง ติดตามต่อไม่อย่างนั้นก็จะเป็นปัญหาที่สามารถกลับเข้ามาอีกได้ค่ะ นอกจากนี้ธนาคารแห่ง ประเทศไทยได้ดำเนินการตรวจสอบบัญชีสำหรับผู้ที่ใช้ Mobile Banking ด้วยนะคะ เพื่อให้ มีการยืนยันตัวตน แล้วก็ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๕ ก็มีการตรวจสอบผู้ที่ใช้ Mobile Banking ทั้งหมด ซึ่งตอนนี้มีจำนวน ๓.๑๗๖ ล้านหมายเลข และถ้าไม่สามารถยืนยันตัวตน ได้ก็จะปิดไม่สามารถใช้ Mobile Banking ได้อีกค่ะ แล้วขณะนี้รัฐบาลก็ผ่าน ครม. ไปแล้ว อยู่ในช่วงที่จะเสนอระหว่างรอการร่างพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมทางเทคโนโลยีซึ่งผ่านความเห็นชอบเรียบร้อยแล้ว ก็ขอสรุปสาระสำคัญสั้น ๆ ให้เข้าใจง่ายดังนี้ ก็คือว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้ก็จะเป็นการเพิ่มอำนาจให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับกำหนดให้ผู้ที่มีความรับผิดชอบกับข้อมูลของประชาชน หรือคนที่นำข้อมูลไปขาย ให้กับมิจฉาชีพมีความผิด การกำหนดให้ผู้บริการทางโทรศัพท์ ธนาคาร ผู้ให้บริการทาง แพลตฟอร์มต้องมีบทลงโทษ แล้วก็รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วยค่ะ อันนี้อย่างที่บอกไปมันต้องมีการที่ทำอย่าง บูรณาการ และเมื่อกฎหมายออกมาอย่างนี้เรื่องของบทลงโทษก็ต้องบูรณาการเช่นกัน ไม่อย่างนั้นถ้ารัฐบาลสนับสนุนเรื่องนี้ไปตำรวจช่วยกันจับไปแต่ไม่มีใครที่จะช่วยรับผิดชอบ ในความเสียหายเหล่านี้ก็จะไม่เกิดการร่วมมืออย่างบูรณาการค่ะ นอกจากนี้ก็มีการได้สั่งการ ให้กับกระทรวงกลาโหมไปด้วย แล้วก็หน่วยงานความมั่นคงในการประกาศ Seal พื้นที่ ชายแดน สร้างกำแพงป้องกันชายแดนตลอดแนวทั้งทางชายแดนภาคเหนือ แล้วก็ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ มีการเสริมกำลังทั้งกำลังของทหาร ทั้งตำรวจ ฝ่ายปกครอง แล้วก็ดูว่า มีพฤติกรรมหรือมีสิ่งที่ผิดกฎหมายอย่างไร อันนี้ก็คือไปเน้นให้มีการแก้ไขที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญก็มีการจับกุมขบวนการการค้ามนุษย์ที่ลักลอบผ่านแดนไปเป็นแก๊ง Call Center อย่างที่เราได้ข่าวกันอยู่แล้วนะคะ อันนี้ก็เข้มข้นมากขึ้นค่ะ แล้วก็ตรวจค้นทำลายแหล่งส่ง สัญญาณอินเทอร์เน็ตไปยังประเทศเพื่อนบ้านแบบผิดกฎหมายด้วยค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีการ คุยกับกระทรวงต่างประเทศให้ประสานงานกับประเทศอื่น ๆ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระหว่างประเทศด้วย อย่างที่เมื่อสักครู่ผู้แทนราษฎรได้พูดขึ้นมาว่ามีการได้คุยกับประเทศจีน อันนี้คือเป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ คือว่าเราเกิดความช่วยเหลือแบบไตรภาคี ก็คือมีทั้งประเทศ เมียนมาเอง จีน แล้วก็ประเทศไทย ร่วมมือกันทั้ง ๓ ประเทศในการที่จะปราบแก๊ง Call Center นี้ จริง ๆ แล้วจีน Offer ความช่วยเหลือมากมายที่อยากจะช่วยเรามากกว่านี้ แต่ว่าหน่วยงานความมั่นคงของเราเองหรือกระทรวงต่าง ๆ ที่ดูแลเรื่องนี้อยู่มีความเข้มแข็ง แข็งแรงอย่างมาก เพราะฉะนั้นเราก็คือขอแค่ความร่วมมือที่มาพูดคุยทำงานเป็น Working Group แทน เพราะว่าจริง ๆ ประเทศไทยของเราเองก็ดูแลเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่มาก ๆ แล้วก็ เป็นที่น่าชื่นชมของประเทศอื่น ๆ ด้วยค่ะ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่พวกเราคนไทยทุก ๆ คนน่าภูมิใจ ว่าเราจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจังค่ะ🔗
ในส่วนต่อไป เราก็จะทำในส่วนของผู้ต้องสงสัยที่จับมาได้ เราก็ทำการ คัดกรองแล้วก็ส่งตัวสู่กระบวนการทางกฎหมาย โดยกำหนดกลไกการคัดกรองอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าคนที่ตามข่าวที่บอกว่ามีการจับตัวไปทำงานเป็นแก๊ง Call Center อะไรนั้น พอส่งกลับ มาประเทศต่าง ๆ มีหลายเชื้อชาติก็ส่งกลับประเทศไปให้เรียบร้อยแล้วก็มีการนำข้อมูลต่าง ๆ ที่เราได้ร่วมกันระหว่างประเทศมา Share กัน แล้วก็ได้เกิดการเก็บข้อมูลแบบ Biometric ที่จะนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลเพื่อจะเฝ้าติดตามการระมัดระวังต่อไปในอนาคตด้วยค่ะ พอเราทำสิ่งนี้แล้วเราก็ต้องทำให้ครบให้หมด เพราะไม่อย่างนั้นถ้าไม่ไปทั้งรากมันก็จะไม่ สามารถแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง สุดท้ายนี้การแก้ไขปัญหาที่เป็นผลอย่างมากก็คือการ ทำลายฐานที่มั่นของแก๊ง Call Center โดยการตัดไฟ แล้วก็อยู่ส่งน้ำมันในชายแดนของไทย- เมียนมา ดิฉันให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แล้วก็คิดว่าต้องสั่งการทันทีเพื่อให้ เกิดผลในทันที แล้วก็เกิดผลอย่างมากจริง ๆ ทั้งตัวเลข ทั้งอะไร เราจะเห็นได้ว่าลดลงเป็น อย่างมาก แล้วก็ในเรื่องของการย้ำความชัดเจนว่าเราจริงจังกับเรื่องนี้เพราะประเทศเพื่อน บ้านก็จริงจังด้วย แล้วการขนส่งน้ำมันต่าง ๆ พอเป็นไปได้ยากมันก็ทำให้ต้นทุนของทั้งนั้น Scam ที่จะหลอกประชาชนก็เพิ่มสูงขึ้นด้วย อันนี้ก็ถือว่ารัฐบาลก็ได้รับความร่วมมือแล้วก็ทำ ให้เกิดผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีครับ เชิญท่านอัครเดชคำถามที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ต้องขอขอบคุณท่านนายกครับที่ได้ตอบคำถาม แล้วก็มีความชัดเจนในเรื่องของมาตรการในการดำเนินการจัดการเกี่ยวกับแก๊ง Call Center แล้วก็เหล่า Scammer ที่หลอกลวงเงินของพี่น้องคนไทยไปจำนวนมากมายมหาศาลนะครับ อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอก บางคนก็สิ้นเนื้อประดาตัว บางคนก็มีถึงกับฆ่าตัวตายนะครับ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นปัญหาระดับชาติ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้ลงมาดูแล ในรายละเอียดหลายประการตามที่ท่านได้ชี้แจงให้พี่น้องประชาชน แล้วก็สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรได้รับทราบไปนะครับ สิ่งหนึ่งที่ผมต้องชื่นชมรัฐบาล ก็คือการที่รัฐบาลใช้ความเด็ดขาดในการตัดน้ำตัดไฟ แล้วก็ระงับการส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ข้ามแดนไปยังบริเวณพื้นที่ตรงข้ามอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก หรือที่เราเรียกว่า เคเคพาร์ก หรือชเวโกะโก ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเป็นการทำลายสถานที่มั่น ของแก๊ง Call Center ตรงนี้ถือว่าเป็นมาตรการที่เด็ดขาดแล้วก็น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่งนะครับ แล้วผมคิดว่าพี่น้องประชาชนคนไทยเชียร์ท่านนายกรัฐมนตรีเรื่องนี้เป็นอย่างมากนะครับ ถึงความเด็ดขาดดังกล่าว เรียนท่านนายกรัฐมนตรีครับผมมีข้อเสนอแนะท่านนายกรัฐมนตรี สักเล็กน้อยนะครับว่าในการควบคุมเรื่องของซิมการ์ด ในแง่ของการปฏิบัติหรือที่เรียกว่า ซิมม้ายังมีความหละหลวมในการลงทะเบียนอยู่ รัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนในการควบคุม ในการลงทะเบียน แต่ว่าในแง่ปฏิบัติจริง ๆ แล้วยังมีความหละหลวมก็คืออาจจะมีการ ลงทะเบียนโดยที่ยังใช้ชื่อปลอมอยู่นะครับ ซึ่งตรงนี้อยากให้ทางท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปกำกับดูแลในรายละเอียดนะครับ แล้วก็ผมมีข้อเสนอสักนิดหนึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ในส่วนของการจัดการบัญชีเงินฝากเรามี ๒,๕๐๐,๐๐๐ บัญชีที่มีเงิน ในบัญชีเงินฝากเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ ซึ่งตรงนี้อยากให้รัฐบาลมีมาตรการในการดูแล ที่ชัดเจนใน ๒,๕๐๐,๐๐๐ บัญชีนี้จะทำอย่างไรที่เวลาเกิดความเสียหายเกิดขึ้นลดความ เสียหาย อย่างเช่นไปจำกัดวงเงินในการโอนในแต่ละวันลงเพื่อดูแลกลุ่มบัญชีเหล่านี้ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บัญชีหรือ ๒,๕๐๐,๐๐๐ คนที่ถือบัญชีนี้อยู่นะครับ เพราะว่าการหลอกลวง ในแต่ละครั้งเสียหายหลายล้านนะครับ บางรายเสียหายเป็น ๑๐ ล้านบาท อันนี้ก็เป็น ข้อเสนอแนะที่อยากจะนำเรียนท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมขออนุญาตท่านประธานนำเรียน ถามท่านนายกรัฐมนตรีครับ จากการดำเนินการในการระงับการจ่ายไฟฟ้า การหยุดการ ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงนะครับ แล้วก็การตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจง ไปบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตากนั้นส่งผลกระทบต่อ Call Center อย่างไรครับ ขออนุญาตนำกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านนายกรัฐมนตรี คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านค่ะ ขอรับข้อเสนอแนะต่าง ๆ แล้วก็ ในเรื่องของการคุมซิมม้าจะกำชับทางกระทรวง DE แล้วก็ กสทช. ให้ทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง มากยิ่งขึ้นนะคะ แล้ว Comment อื่น ๆ ก็จดไว้หมดแล้วค่ะเดี๋ยวจะไปดูเพิ่มเติม ในเรื่องของ ที่เรามีการตัดไฟตัดอินเทอร์เน็ตแล้วก็ในเรื่องของน้ำมันด้วยมีผลกระทบอย่างมาก และเป็นผลกระทบที่ค่อนข้างส่งผลแล้วก็คิดว่าดำเนินการไปด้วยดีนะคะ หลังจากที่มีการ ดำเนินการตัดไฟแล้วการขนส่งเชื้อเพลิงแล้วก็สัญญาณการสื่อสารต่าง ๆ ก็เป็นไปได้ยาก มากขึ้น ทั้งบริเวณของชเวโกะโก ไท่ฉาง แล้วก็เคเคพาร์ก ดิฉันขอสรุปผลให้ฟังคร่าว ๆ ก็ในเมื่อตอนที่เราสั่งตัดไฟตัดน้ำมันไปแล้วสถานที่ทำการของอาชญากรรมข้ามชาติก็จะเห็น เลยจากภาพในอินเทอร์เน็ตคิดว่าพี่น้องประชาชนเห็นอยู่แล้วมืดลงนะคะ การใช้ไฟการอะไร ก็น้อยลงแน่นอนเพราะว่าตัดไปแล้วนะคะ แล้วก็ก่อนหน้านี้มีการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ พอเรา ปิดปุ๊บก็มีการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ เคลื่อนย้ายคนออกจากสถานที่เพราะว่าก็ไม่สามารถอยู่ได้ กลางคืนก็มืดหมด ซึ่งอันนี้ก็ทำให้เห็นได้ว่าอัตราการใช้ไฟฟ้าก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัดค่ะ พวกการก่อสร้างยิ่งบริเวณของในเมืองเมียวดีก่อสร้างขนาดใหญ่ก็ลดลง มีการหยุดตัวลง อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เรา Update ข้อมูลทั้งในตัวเลขด้วยแล้วก็คนที่อยู่หน้างานในฝั่งเมียนมาด้วย กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติก็ต้องไปหาแหล่งพลังงานทดแทนมาเพราะว่าก็ไม่มีน้ำมันด้วย อย่างที่กล่าวข้างต้นว่าก็จะทำให้ Course ของการทำสิ่งเหล่านี้เพิ่มมากยิ่งขึ้นนะคะ แล้วเท่าที่เราทราบก็จะมีการผลิตไฟฟ้า ได้รับรายงานว่ามีการนำน้ำมันเชื้อเพลิงจากพื้นที่ ตอนในของในตัวของประเทศเมียนมาเองส่งมาที่เมืองเมียวดี ประมาณ ๑๑๙,๘๐๐ ลิตร แล้วกลุ่มอาชญากรรมก็ต้องซื้อมาในราคาที่สูง แล้วเราก็ได้รับรายงานว่ามีการลักลอบนำ น้ำมันเข้าไปในประเทศด้วยนะคะ เจ้าหน้าที่ไทยของเรานี่ละค่ะก็จับกุมได้ค่ะ ตอนนั้นจับกุม ได้ถึง ๑๗ ครั้งในการลักลอบเอาน้ำมันเข้าไป ซึ่งรวมแล้วก็ประมาณ ๘,๐๐๐ ลิตร อันนี้ก็เห็น เลยว่าเขาก็ Struggle กันในการที่จะผลิต ในการที่จะบริหารทำ Call Center ต่อนะคะ แล้วก็ดิฉันได้รับรายงานว่ากลุ่มอาชญากรรม ข้ามชาติบางบริษัทได้ปิดตัวลงหรือว่าลดขนาดลง เขาก็ไม่สะดวกกับการทำเรื่องของ Call Center แล้ว แล้วก็มีการส่งตัวชาวต่างชาติที่ถูกชักชวนไปให้ทำงานผิดกฎหมาย ประเทศเมียนมาก็มีการส่งผ่านประเทศไทยกลับมาค่ะ เราก็ช่วยกันส่งกลับประเทศต้นทาง เรียบร้อยแล้วนะคะ อันนี้ทางกระทรวงกลาโหมเมื่อวานก็เพิ่งรายงานกันว่าเราต้องรีบจัดการ ตรงนี้ให้เรียบร้อยก่อนที่ปัญหาอื่น ๆ จะตามมาถ้าส่งกลับมาเป็นจำนวนมาก ก็มีการ Clear ไปเป็นรอบ ๆ ทุกวัน อันนี้ก็ทำงานได้ผลอย่างดี ตอนนี้ก็ส่งกลับไปประมาณ ๗๐๐-๘๐๐ คนแล้ว ซึ่งจริง ๆ แล้วตัวเลขที่จะ Solid กว่านี้เขาบอกว่าจะต้องมีส่งมาถึง ๗,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ คนเลย ซึ่งตอนนี้พอเรารู้จำนวนเลขคร่าว ๆ ก็ได้มีการเตรียมในเรื่องการส่งกลับให้พร้อม แล้วก็รวดเร็วด้วยอันนี้คือสิ่งที่ต้องเตรียมตัวค่ะ นอกจากทางประเทศเมียนมาเองที่เราได้รับ ผลกระทบแบบนี้แล้ว อย่างกัมพูชาเองก็เช่นกัน ก็มีในเรื่องปัญหาตรงชายแดนอย่างนี้เช่นกัน ว่าต้องให้ความสำคัญทางฝั่งนี้ด้วย เพราะว่ามีข้อมูลส่งมาเยอะแยะ มีการย้ายถิ่นฐาน มีการ พยายามที่จะทำในเรื่องของ Call Center ต่อ เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นเรื่องดีที่เรามี ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศในอาเซียน ประเทศไทยเรา เป็นประเทศที่มี Potential อย่างมาก เดี๋ยวพรุ่งนี้วันศุกร์ดิฉันจะไปที่สระแก้วเองแล้วก็จะไป ดูด้วยว่าสิ่งที่สั่งการไป Follow up กันเป็นอย่างไรบ้าง แล้วเดี๋ยวจะเล่าผ่านท่านประธาน เล่าให้ท่านฟังว่าการที่เราสั่งการไปแล้วเราจะไปตามเรื่องอะไรบ้าง เรื่องแรกมันมีการรื้อถอน เสาสัญญาณที่ใกล้ชายแดน แล้วก็ต้องปรับมุมของเสาสัญญาณเองเพื่อไม่ให้หันหน้าไปหาทาง ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านแล้วก็หันกลับเข้ามา แล้วก็มีการลดระดับของเสาลงด้วยเพื่อที่จะให้ส่ง สัญญาณที่แรงเกินไปเพื่อที่จะให้เขาสามารถเอาสัญญาณพวกนี้ไปใช้ทำ Call Center มาหลอกลวงคนไทยอีก🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือปราบปราบในเรื่องของ SIM Box แล้วในเรื่องของ SIM Box เราก็ต้องดูว่าใน Border เราดูว่ามีสัญญาณข้าม Border มาไหม พบการโทรที่น่าสงสัยไหม เช่นเบอร์หนึ่งโทรเยอะเกินไป หรือว่ามีการกระทำเหล่านี้ที่ผิดปกติเราก็จะสามารถปิดซิม ได้เลยนะคะ🔗
เรื่องที่ ๓ ก็จะมีการระงับ Wifi Calling ของระหว่างประเทศด้วยจากประเทศ เพื่อนบ้าน แค่ตรงจากที่เรากั้นไว้นะคะ🔗
เรื่องที่ ๔ ก็จะมีการจัดระเบียบผู้ซื้อบริการโทรคมนาคมจากต่างประเทศ โดยจะต้องให้มี License เท่านั้น แล้วก็ตรวจสอบลูกค้าต่างประเทศที่น่าสงสัย เช่น มีจำนวน โทรมากเกินไปผิดสังเกต แล้วตอนนี้กำลังตรวจสอบหลายบริษัทว่ามีการขายสัญญาณต่อ ให้ผู้กระทำความผิดหรือไม่🔗
จากการดำเนินการทั้งหมดที่กล่าวมาดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ แล้วสิ่งที่รัฐบาลทำก็ได้ผลเป็นอย่างมาก เพราะว่าเมื่อก่อนนี้แต่ละวันมีความเสียหายเงินที่ถูก หลอกไป ๑๐๐ ล้านบาทต่อวัน ซึ่งตอนนี้ตัวเลข ๕๐ ล้านบาทต่อวัน แต่ดิฉันบอกได้เลยว่า ๕๐ ล้านบาทต่อวันก็ยังเยอะมากอยู่ ก็มีความตั้งใจอย่างมากที่จะทำให้ตัวเลขลดลงเรื่อย ๆ แล้วก็ถ้าให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างบูรณาการแบบนี้ ดิฉันเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า Call Center จะต้องหมดไปจากประเทศไทยในเร็ววันนี้แน่นอนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญคำถามที่ ๓ ครับ🔗
ท่านประธานครับ เนื่องจากเวลา จำกัด เข้าใจว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านทำเยอะ ท่านก็เลยใช้เวลาในการชี้แจงเยอะนะครับ ทีนี้ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่พี่น้องให้ความสนใจและเป็นปัญหาใหญ่ ขออนุญาต ท่านประธานได้เกินเวลาสักเล็กน้อย แต่ของผมนี้ยังไม่เกินนะครับ ผมขออนุญาตถามคำถาม ที่ ๓ ครับท่านประธาน🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่าท่านได้ดำเนินการมาตรการในการกดดัน อย่างเข้มข้นให้กลุ่มแก๊ง Call Center นั้นหมดไปแล้วก็ลดผลกระทบที่มีกับพี่น้องประชาชน คนไทย ผมคิดว่าในระยะยาวถ้าเราตัดทั้งสัญญาณอินเทอร์เน็ตแล้ว ตัดทั้งไฟฟ้าแล้ว แล้วก็มี การยกระดับในการกดดันต่าง ๆ แล้ว ถ้ายังไม่สำเร็จมีหลายฝ่ายครับ ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ ก็ดี ผู้ที่เกี่ยวข้องก็เลยจะมีการเสนอให้มีการปิดด่านชายแดน ซึ่งผมเองคิดว่าการปิดด่าน ชายแดนมันสร้างผลกระทบให้กับพี่น้องประชาชนคนธรรมดาที่หาเช้ากินค่ำที่ต้องข้ามไป ข้ามมา โดยเฉพาะฝั่งไทยเราก็มีความเสียหายถ้าเรามีด่านชายแดน เพราะฉะนั้นการปิดด่าน ชายแดนผมคิดว่ามันเป็นข้อเสนอที่เจ็บปวด แล้วเป็นข้อเสนอที่คิดว่าเป็นทางเลือกสุดท้าย ที่จะทำ แล้วก็เป็นทางเลือกที่คิดว่ารัฐบาลไม่น่าจะทำด้วยซ้ำ ถ้ามีการปิดด่านชายแดนมันก็ จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนที่ทำมาค้าขายอยู่นะครับ ทีนี้ปัญหาอุปสรรคอย่างหนึ่งที่จะนำกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีนะครับก็คือผู้มีอิทธิพล ครับ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการที่เหล่าแก๊ง Scammer หรือแก๊ง Call Center ได้พึ่งพา แล้วใช้อิทธิพลในการที่จะได้ทำการผิดกฎหมาย ฝ่าฝืนกฎหมาย หลอกลวงพี่น้องประชาชน ก็เลยขออนุญาตนำเรียนท่านนายกรัฐมนตรีครับว่าจากการดำเนินการแก้ไขปัญหา อาชญากรรมออนไลน์แก๊ง Call Center อุปสรรคอย่างหนึ่งคือมีขบวนการอยู่เบื้องหลัง ผู้มีอิทธิพล ท่านนายกรัฐมนตรีจะดำเนินการกับแก๊งหรือผู้มีอิทธิพลเหล่านี้อย่างไร ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านค่ะ ดิฉันทราบดีนะคะว่ามีเรื่องของ ผู้มีอิทธิพล ไม่ว่าจะเป็นชื่อดัง ๆ ที่ในข่าวลือออกมา นักการเมืองใครก็ตาม นายทุน ข้าราชการต่าง ๆ ที่มีอิทธิพล ดิฉันขอให้คำมั่นสัญญากับสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้นะคะว่า ดิฉันจะจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง แล้วก็ให้ทุกคนมั่นใจว่าเมื่อไม่ว่าเป็นใครก็ตาม ตำแหน่ง สูงใหญ่อะไรแค่ไหนก็ตาม ถ้าทำผิดในเรื่องนี้นั่นคือการทำให้พี่น้องประชาชนคนไทย เดือดร้อน เพราะฉะนั้นดิฉันจะจัดการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด แล้วก็มั่นใจว่าจะทำเรื่องนี้ได้อย่าง เต็มที่แน่นอน ดิฉันเองเคยพูดไปหลายที่แล้วว่าดิฉันเป็นนายกของคนไทย ดิฉันต้องดูแล คนไทยก่อน นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดนะคะ แล้วก็แน่นอนว่าเรื่องของ Call Center แล้วก็มีเรื่อง ของยาเสพติดอีก ให้ทุกคนมั่นใจว่าเรื่องนี้รัฐบาลเราไม่จบ ไม่เลิกแน่นอนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีครับ ก็ถือว่าจบกระทู้ถามสดนะครับ🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
เรื่อง แนวทางแก้ไขปัญหาในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีท่านได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ท่านสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล🔗
ท่านประธานครับ ท่านนายกครับ ขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่งได้ไหมครับ ขออนุญาต ได้ไหมครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรค ประชาชน ครับ ท่านประธานครับ ตามที่ผมได้นำเรียนไปเมื่อสักครู่นะครับ🔗
ประธานที่เคารพครับ ผม ไชยวัฒนา ติณรัตน์ ครับ พรรคเพื่อไทย ขอใช้สิทธิประท้วงครับ ท่านผู้นำฝ่ายค้านเมื่อสักครู่ ก่อนนั้นพวกเราก็ให้เกียรติท่านนะครับ ท่านยกมือขึ้นครั้งที่ ๒ นี่ไม่ได้เลยนะครับ🔗
ผมยกมือหารือตามข้อบังคับนะครับ ท่านประธานอนุญาตแล้ว🔗
ท่านไชยวัฒนา ประท้วงข้อไหนครับ🔗
ประท้วงว่าที่ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ได้หารือข้อ ๙ ข้อ ๑๔๗ ท่านประธานได้ดำเนินการตามข้อ ๑๕๑ ครบถ้วนในการเป็น กระทู้ถามสดจบไปแล้ว ขอให้ท่านประธานได้เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมปกติ ด้วยความ เคารพท่านประธานครับ เคารพท่านผู้นำฝ่ายค้านด้วยนะครับ ท่านยื่น ๑๕๑ แล้วไม่ใช่หรือ ใจเย็น ๆ ครับ🔗
เอาล่ะครับ เดี๋ยวผมวินิจฉัยนะครับ ท่านไชยวัฒน์ครับ🔗
ไชยวัฒนาครับ มหาสารคาม พรรคเพื่อไทยครับ🔗
ผมวินิจฉัยก่อนนะครับ ท่านผู้นำฝ่ายค้านมีผู้ประท้วงมันก็เป็นเรื่อง ๆ นะครับ กระทู้ถามสด ก็จบไปแล้ว ทีนี้ผมยังไม่ทราบว่าท่านจะเสนออะไร ท่านจะหารืออะไร เดี๋ยวขอให้ท่านหารือ ก่อนนะครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธานครับ ผมได้ใช้สิทธิตามข้อบังคับ ยกมือหารือแล้วก็ท่านประธานได้อนุญาตให้ผม หารือตามข้อบังคับ ดังนั้นผมยังไม่ได้ทำผิดข้อบังคับอย่างไรนะครับ ท่านไชยวัฒนาครับ ขออนุญาตนะครับ ท่านประธานครับ ตามที่ผมได้หารือไปเมื่อสักครู่ก็อยากจะใช้เวลาว่า ในเมื่อท่านอัครเดช ได้ตั้งกระทู้ถามสด ซึ่งเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีมาตอบสด ๆ ซึ่งเมื่อ สักครู่นายกรัฐมนตรีก็ตอบได้ค่อนข้างดีนะครับ อย่างที่ผมได้หารือท่านประธานนะครับว่า ในเมื่อกระทู้ถามทั่วไปของท่านภูริวรรธก์ ตั้งถามอุตสาหกรรมภาพยนตร์มาหลายเดือนแล้ว แล้วท่านนายกรัฐมนตรีเองก็คนที่ชูธงในนโยบายด้านนี้ที่เกี่ยวข้องกับ Soft Power นะครับ ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อสักครู่จะกำลังจะเข้าสู่ระเบียบวาระกระทู้ถาม ทั่วไปของท่านภูริวรรธก์ ท่านก็อยู่สภาแต่ถ้าลุกหนี ไม่ยอมตอบกระทู้ถามทั่วไปของ ท่านภูริวรรธก์🔗
นี่ล่ะครับท่านประธานที่ผมต้อง ประท้วง🔗
ประท้วงผู้ประท้วงครับ🔗
เดี๋ยวนะครับ ผมไม่ให้เถียงกันนะครับ ท่านไชยวัฒนานั่งลงครับ เดี๋ยวผมจะตอบท่าน ผู้นำฝ่ายค้าน เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้าน🔗
ผมหารือ เสร็จเรียบร้อยแล้วท่านประธาน🔗
คืออย่างนี้ ผมจะอธิบายนะครับ🔗
ท่านประธานค่ะ ขอประท้วงค่ะท่านประธาน ดิฉัน ทันตแพทย์หญิง ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันขอประท้วงประธานในข้อ ๙ แล้วก็ให้ ประธานช่วยควบคุมสมาชิกโดยเฉพาะเป็นประธานวิปพูดคำว่า นายกลุกหนี ช่วยให้ถอน คำพูดด้วย ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอใช้สิทธิพาดพิง ครับท่านประธาน🔗
พูดผิดนิดหน่อยไม่เป็นอะไร🔗
ท่านเป็นผู้นำฝ่ายค้าน🔗
ท่านผู้ประท้วง เอ่ยคำว่าประธานวิป ผมขอใช้สิทธิพาดพิงครับ🔗
เขาแก้แล้วครับ ท่านประธานวิปเขาแก้แล้วครับ คืออย่างนี้ภารกิจของท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้เตรียมการมีวันหนึ่งก็มีภารกิจเต็มที่ ทีนี้กระทู้ถามสดเป็นเรื่องสำคัญท่านพยายามที่จะ มาตอบก็ตอบได้เรื่องหนึ่งเพราะว่าตอนเช้ามีประชุม ตอบกระทู้ถามสดได้กระทู้หนึ่งก็ยังดี เดี๋ยวต่อไปท่านก็จะมาอีก แต่ว่ากระทู้ถามทั่วไปมันมีหนังสือไปก่อนแล้ว แล้วก็ท่านได้ มอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเกี่ยวข้องกับ ภาพยนตร์โดยตรง แล้วก็เตรียมข้อมูลมาเต็มที่แล้วก็พร้อมที่จะตอบแล้ว ผมคิดว่าเป็นไป ตามเงื่อนไขเป็นไปตามระบบของเราอยู่แล้ว ฉะนั้นท่านเป็นผู้นำฝ่ายค้านครับ ขออนุญาต เข้าสู่วาระเลยนะครับเอาไว้ครั้งต่อไป🔗
ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
กระทู้ถามแนวทางการแก้ไขปัญหาภาพยนตร์ ท่านภูริวรรธก์ ใจสำราญ ถามนายกรัฐมนตรี🔗
ท่านประธาน ผมขอหารือท่านประธานสั้น ๆ ไม่มีประท้วงแน่นอนครับ หารือสั้น ๆ ครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน ไม่ใช่ผู้นำฝ่ายค้านอย่าสับสน จริง ๆ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องกระทู้ถาม เมื่อสักครู่นี้จริง ๆ ผ่านไปค่อนข้างราบรื่น แต่ก็สืบเนื่องมาจากการประชุมครั้งนี้แล้วที่อาจจะมีการประท้วง ท่านประธานนิด ๆ หน่อย ๆ ซึ่งจริง ๆ ก็หารือไปครั้งหนึ่งแล้ว ว่าบางครั้งก็อาจจะมีเกินกันบ้าง บางครั้งท่านรัฐมนตรีก็อาจจะไม่เข้าใจข้อบังคับนิด ๆ หน่อย ๆ แต่เกินนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่ได้ มีปัญหา ดังนั้นก็อาจจะต้องขอความกรุณาถ้าเป็นอย่างเมื่อสักครู่นี้ที่ผ่านไปอย่างราบรื่น และท่านประธานไม่ทักท้วงทั้งผู้ถามและผู้ตอบ ถ้าไม่ได้เกินเวลาจนมากเกินไปในครั้งต่อไป ถ้าเป็นเช่นนี้ทุกครั้งทั้ง ทั้งกระทู้ของฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ก็จะขอบคุณความกรุณาของ ท่านประธานมาก ขอบคุณครับ🔗
ยินดีครับ เอาใหม่🔗
๑. เรื่อง แนวทางแก้ไขปัญหาในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ท่านภูริวรรธก์ ใจสำราญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถามนายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ท่านสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ เชิญท่านภูริวรรธก์ ใจสำราญถามคำถาม🔗
ท่านประธานค่ะ ท่านประธาน ประท้วงค่ะ🔗
ประท้วงข้อไหน🔗
ดิฉัน นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ศรีสะเกษ เขต ๙ ประท้วงท่านประธาน ข้อ ๙ ค่ะ และท่านยังไม่ได้วินิจฉัยว่าผู้นำฝ่ายค้านได้พูดว่านายกรัฐมนตรีลุกหนีให้ถอนคำพูดด้วย ให้ท่านวินิจฉัยด้วย ขอบคุณค่ะ🔗
ก็อธิบายกันแล้ว นั่งลงเลยครับ อธิบายกันแล้วว่าท่านไม่ได้ลุกหนี วาระก็เดินตามนี้แล้ว เข้าใจกันแล้วเข้าใจกันแล้วนะครับ🔗
ท่านประธานขา เขาไม่ได้ถอน คำพูดนะคะ ต้องให้ถอนคำพูดค่ะ เพราะว่าท่านไม่ได้ลุกหนี🔗
ท่านประธานครับ ประท้วงผู้กำลังประท้วงอยู่ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ใช้สิทธิประท้วงครับ🔗
ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน เมื่อสักครู่นี้ท่านผู้นำฝ่ายค้านเขาได้อธิบายปฏิกิริยาระหว่างกระทู้ถามจบ และเริ่มต้น กระทู้ถามใหม่ที่ถามท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อถามเสร็จปุ๊บท่านนายกรัฐมนตรีก็เก็บของ และรีบเดินออกไป ทั้งหมดทั้งมวลคือการแสดงความหมายของคำว่า ท่านนายกรัฐมนตรี ลุกหนีไปหรือเปล่า เพราะกระทู้ถามต่อไปเป็นการถามท่านนายกรัฐมนตรี และเมื่อ ท่านประธานวินิจฉัยแล้วมีการประท้วงกันซ้ำซาก แล้วก็มากล่าวหาบอกว่าไม่เหมาะสม พูดอย่างนั้นไม่ได้ พูดอย่างนี้ไม่ได้ ท่านนายกรัฐมนตรียังไปไม่ไกลหรอกครับอยู่ทางด้านหลัง ถ้าเกิดท่านจะคุย หรือจะพูด หรือจะอะไรต่าง ๆ ท่านใช้เวทีด้านหลังได้เลย แต่วันนี้ที่ท่าน ผู้นำฝ่ายค้านเขาหารือก็เพราะว่า🔗
ครับ เข้าใจครับ🔗
มีการเดินทางของท่าน นายกรัฐมนตรีบอกว่าจะมาในวันนี้ ผมเห็นสัมภาษณ์ข่าวบอกว่ามีการกำหนดตั้งแต่ต้นปีแล้ว ว่าวันนี้จะมาสภาผู้แทนราษฎร แต่เสียดายท่านรังสิมันต์ถามเร็วเกินไป เสียดายท่าน ภูริวรรธก์ถามช้าเกินไป🔗
โอเคครับ เอาล่ะครับ🔗
ก็เลยอยากจะถามว่า กำหนดการครั้งต่อไปวันไหน พวกผมจะได้ถาม🔗
โอเคครับ เอาล่ะ พอแล้ว🔗
ความหมายทั้งหมด พวกผมก็น้อยใจว่าอยากทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ก็อยากจะถามเหมือนท่านอัครเดชที่ถามแล้วตรง คำตอบท่าน นี่คือสิ่งที่ผมต้องการว่าถ้าเกิดท่านอยากถามเรื่องนี้ท่านรังสิมันต์ โรม มีข้อมูลเยอะ🔗
ได้ครับ เดี๋ยวโอกาสต่อไปนะครับ เอาล่ะ🔗
ผมจึงหารือท่านประธาน ว่าคิวต่อไปท่านนายกรัฐมนตรีวันไหน เวลาอะไร พวกผมจะได้จัดล็อกให้ลงตรงเป๊ะเลย🔗
ได้ครับ🔗
ไม่เสียเวลาการบริหาร ราชการแผ่นดินท่านประธานถามดูเอาอย่างไร🔗
โอเคครับ เอานะ เดี๋ยวผมวินิจฉัยก่อนนะครับ คือไม่ได้หยาบคายอะไรนะครับ มันเป็น เขาเรียกว่าอะไร🔗
คำอธิบายความ ท่านประธาน ผมช่วยเสริม🔗
จบแล้วครับ พอแล้วครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตชี้แจง นิดเดียวครับท่านประธาน ท่านประธานครับ วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิปรัฐบาลครับ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจาก ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบกระทู้ถามสดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วก็กระทู้ทั่วไปก็ถูกบรรจุ ในระเบียบวาระเรียบร้อยแล้ว ทางวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้านก็ได้คุยกัน ประสานงานกันตลอด เรื่องการถามกระทู้ถามเรื่องนั้นนะครับ ถ้าเป็นไปตามข้อบังคับท่านนายกรัฐมนตรี ก็มอบหมายท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีมีภารกิจมากครับ🔗
โอเคนะครับ🔗
ดังนั้นผมให้ท่านประธานดำเนินการ ตามระเบียบวาระเลยครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านภูริวรรธก์ ใจสำราญ คำถามแรกเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผม ภูริวรรธก์ ใจสำราญ ครับ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๒ บางเขน ท่าแร้ง สายไหม ออเงิน และลาดพร้าว จระเข้บัว พรรคประชาชน จริง ๆ แล้วกระทู้นี้ตามวาระนี้ ต้องเข้าวันที่ ๒๓ มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งตั้งคำถามท่านนายกรัฐมนตรีล่ะ แต่วันนั้นก็มีการ เลื่อนจนกระทั่งมาถึงวันนี้ ๒๗ กุมภาพันธ์นะครับ เราก็ดีใจเพราะว่าคนในฐานะอุตสาหกรรม ภาพยนตร์นั้นรอสิ่งที่อยากจะได้คำตอบจากท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อจะได้เป็นแรงใจในการ ทำงานในวงการอุตสาหกรรมนี้ต่อไปนะครับ แต่ไม่เป็นไรครับ วันนี้เรามีท่านรัฐมนตรีมา เดี๋ยวผมก็อยากจะฟังคำตอบของท่านรัฐมนตรีต่อไป ก็ได้ยินว่ามีการเตรียมคำตอบออกมาได้ อย่างครบถ้วน เดี๋ยวเราลองมาดูคำตอบของท่านกันครับ ท่านประธานครับเรื่องของ อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเป็นเรื่องหนึ่งที่ไม่ได้พูดถึงในสภาแห่งนี้มากนัก แต่ว่า ก็เป็นประเด็นที่มันอยู่ตามหน้าสื่อกันอย่างต่อเนื่อง ผมเชื่อว่าหลายท่านในที่นี้ต่างเชิดชู อุตสาหกรรมภาพยนตร์ว่าเป็นตัวจักรกลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันก็เป็น ฟันเฟืองที่สำคัญในการส่งออกซึ่งวัฒนธรรมไปสู่สายตาของชาวโลก ในขณะเดียวกันครับ ทุกคนเขาพูดมาว่าอุตสาหกรรมของภาพยนตร์เป็น Soft Power ที่สำคัญ ซึ่ง THACCA ของท่านนายกรัฐมนตรีเป็นการสนับสนุนภายใต้การผลักดันในส่วนของคณะอนุกรรมการว่า ด้วยอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ผมเองเป็นคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม เราได้ตั้งอนุขึ้นมาครับเป็นอนุกรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องของต้นทุนทางวัฒนธรรมสู่สากล ผมได้เชิญหน่วยงานทางราชการก็ดี เอกชนก็ดี สมาคมของวิชาชีพอุตสาหกรรมภาพยนตร์ก็ดี เข้ามาให้ความรู้ชี้แจงปัญหา เราก็ได้ทราบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาที่เรื้อรังกันมานาน นอกจากนั้นแล้วมันก็ทำให้โครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมภาพยนตร์นั้นไม่แข็งแรงทำให้ การแก้ไขปัญหานั้นไม่ต่อเนื่อง ดังนั้นในวันนี้เราจึงมีคำถามในประเด็นสำคัญที่อยากจะถาม ท่านรัฐมนตรีนะครับ🔗
ปัญหาแรก เป็นเรื่องของการผูกขาดโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่ ปัจจุบัน โรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่ของไทยนั้นครองตลาดโดย ๒ เครือใหญ่ครับ ซึ่งทั้งสองเครือใหญ่นั้น มีอำนาจในการกำหนดรอบฉายได้อย่างอิสระ จะเทหรือจะทิ้งให้กับภาพยนตร์เรื่องใด เรื่องหนึ่งได้มากหรือน้อยก็สามารถทำได้อย่างเต็มที่ ในช่วง ๒ ๓ ปีที่ผ่านมานี้เรามี ภาพยนตร์อิสระหลายเรื่องที่ออกไปคว้ารางวัลตามเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศนะครับ ประชาชนก็รอที่จะดูภาพยนตร์เหล่านั้น แต่เมื่อเข้าฉายจริง ๆ กลับได้โควตาเพียงแค่ ๑ สัปดาห์ก่อนที่จะถูกถอนออกไป รอบฉายของแต่ละวันครับ นี่เรายังไม่พูดถึงบางเรื่องนั้น ได้รอบฉายตอนเช้า ไม่เช้าก็ดึกไปเลย ซึ่งสัดส่วนส่วนใหญ่ของภาพยนตร์นั้นจะถูกเทให้กับ ภาพยนตร์ต่างประเทศ ขอสไลด์แรกนะครับ🔗
จากข้อมูลสถิติย้อนหลัง ในปี ๒๐๑๗ จนถึง ๒๐๒๒ สัดส่วนภาพยนตร์ไทยที่ฉายในโรงภาพยนตร์ไทยของเรานั้น มีเฉลี่ยเพียงแค่ ๑๗.๕ เปอร์เซ็นต์ ในขณะสัดส่วนที่เหลือเป็นภาพยนตร์ต่างประเทศ ถึง ๘๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ดีที่ใน ๒๐๒๓ มีสัดส่วนของภาพยนตร์ไทยเพิ่มขึ้นมาเป็น ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ในครึ่งปีแรกของ ปี ๒๐๒๔ หนังไทยมีสัดส่วนอยู่ที่การฉายอยู่ที่ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ถือว่าขยับขึ้นมาครับ แต่ว่ามันก็ยังไม่สูงพอที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้นทุกวันนี้เครือใหญ่ทั้ง ๒ เครือไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่เพียงแค่ผู้ประกอบการกิจการ ภาพยนตร์เท่านั้น แต่กระโดดลงมาเป็นผู้อำนวยการสร้างด้วย ซึ่งภาพยนตร์เรื่องใดก็แล้วแต่ ที่ทั้ง ๒ เครือนั้นเป็นผู้อำนวยการสร้างก็จะได้รับสิทธิพิเศษในการจัดรอบฉาย ยืนระยะรอบ ฉายยาวนานเท่าไรก็ได้ และถ้าหนังเรื่องใดก็แล้วแต่ที่ทั้ง ๒ ค่ายนี้ผลิตขึ้นมาไปตรงกันกับ หนังอิสระที่จะต้องเข้า พื้นที่ของหนังอิสระแทบจะไม่มีเลยครับ จากนั้นมันควรจะเป็นการ ถูกจับตามองได้หรือเปล่าว่านี่คือการผูกขาดทางการตลาดของทุนใหญ่ ให้ลองยกตัวอย่าง ภาพยนตร์อิสระคุณภาพของไทย อย่างเช่น Blue Again หรืออานนเป็นนักเรียนตัวอย่าง ซึ่งทั้ง ๒ เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่ไปกวาดรางวัลมาทั่วโลกนะครับ แต่ว่ากลับได้รอบฉาย ในเครือใหญ่เหล่านั้นเพียงแค่ ๑ สัปดาห์ก่อนที่จะถูกถอดออก ซึ่งต่อมาก็ได้รับรอบฉาย อย่างเป็นธรรมมากขึ้น แต่ว่าเอาจริง ๆ แล้วพื้นที่ที่ประชาชนจะได้เข้าไปดู ๒ เรื่องนี้เป็น โรงภาพยนตร์ขนาดเล็ก โรงภาพยนตร์ขนาดย่อย จึงเป็นคำถามเหมือนกันว่ามันถึงเวลา หรือยังที่รัฐบาลควรจะต้องหันมาสนับสนุนผู้ประกอบการหรือโรงภาพยนตร์ขนาดเล็กบ้าง ในประเด็นดังกล่าวที่ถามมา ผมขอถามท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลว่าท่านมีมาตรการในการ ลดการผูกขาดของโรงภาพยนตร์ใหญ่อย่างไร ในขณะเดียวกันท่านจะช่วยกันแก้ปัญหา ในเรื่องของการได้รับรอบฉายให้กับภาพยนตร์อย่างเป็นธรรมได้อย่างไรบ้าง รวมไปถึงท่านมี มาตรการในการส่งเสริม การแข่งขันธุรกิจโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่และขนาดย่อยให้เป็น ธรรมได้อย่างไร นี่เป็นคำถามแรกที่จะถามท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมค่ะ ก็ขอตอบในข้อห่วงใยของท่านภูริวรรธก์ผ่าน ท่านประธานไปสู่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ จริง ๆ แล้วถึงแม้ว่าทางรัฐบาลเองจะ ไม่สามารถแทรกแซงกลไกทางการตลาดของผู้ประกอบการทางโรงภาพยนตร์ได้ แต่รัฐบาล เองก็ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านภาพยนตร์ สารคดี และ Animation ซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อมุ่งที่จะแก้ปัญหานี้ โดยที่ผ่านมามีการหารือกันทั้งทางอนุกรรมการภาครัฐด้วยที่จะส่งเสริมและสนับสนุน ผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ขนาดเล็ก หรือ Micro Cinema ให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของ ผู้ชมภาพยนตร์ เพื่อจะให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นแล้วก็ให้ผู้ผลิตรายย่อยจะมีโอกาส ในการเลือกที่จะจัดฉายภาพยนตร์โดยที่ไม่ต้องลงทุนมากนักนะคะ ซึ่งขณะนี้เรามีการ หารือกันระหว่างคณะอนุกรรมการ กรมส่งเสริมภาพยนตร์ รวมไปถึงกรุงเทพมหานคร และกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการ ๓ มาตรการ และ ๓ ระยะดังนี้🔗
ในระยะสั้นเราจะมีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อหารือทั้งกับภาครัฐและเอกชน เกี่ยวข้องกับการศึกษากฎหมาย โดยเปรียบเทียบกับกฎหมายที่คล้ายกันในต่างประเทศ เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา แล้วก็ช่วยกันสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย แล้วก็แก้กฎหมาย กฎกระทรวงที่มีอยู่เดิมค่ะ🔗
ส่วนระยะกลาง ใช้กลไกที่มีอยู่เดิมตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และ วิดิทัศน์ ใช้กลไกที่มีอยู่เดิมตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยการแก้ไขกฎกระทรวงเพื่อให้ลดขั้นตอนในการขออนุญาตจัดฉายเทศกาลภาพยนตร์ ระหว่างประเทศให้สะดวกยิ่งขึ้นและรวดเร็วขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้มีการได้รับชมภาพยนตร์ ที่หลากหลาย🔗
ส่วนระยะยาว มีการเสนอปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น คำนิยาม โรงมหรสพ ตามพระราชบัญญัติอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ให้มีการแบ่งประเภทโรงมหรสพให้เป็น โรงมหรสพขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบกิจการโรงภาพยนตร์ มากขึ้น แล้วก็เป็นทางเลือกให้แก่ผู้ผลิตภาพยนตร์และผู้ชมเฉพาะกลุ่มมากยิ่งขึ้น ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอเชิญ คุณภูริวรรธก์ ใจสำราญ ถามเป็นครั้งที่ ๒ เชิญครับ🔗
ขอบคุณคำตอบของ ท่านรัฐมนตรีครับ จริง ๆ แล้วในต่างประเทศที่ภาพยนตร์อุตสาหกรรมค่อนข้างสำเร็จ อย่างเช่น เกาหลี รัฐบาลตอนแรก ๆ ก็มีการกำหนดสัดส่วนของภาพยนตร์ภายในประเทศ จนกระทั่งมันเป็นการส่งเสริมจนกระทั่งทำให้ภาพยนตร์ในวงการในประเทศของเขาแข็งแรง หลังจากนั้นก็สามารถปล่อยได้ ไม่จำเป็นจะต้องกำหนดสัดส่วนของภาพยนตร์ระหว่าง ต่างประเทศกับในประเทศต่อไป อันนี้ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่จริง ๆ แล้วรัฐบาล แล้วก็ทาง THACCA สามารถมีนโยบายในการผลักดันตรงนั้นได้ ในขณะเดียวกันเรื่องของ Micro Cinema จริง ๆ แล้วมันจะมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นมาโดยเฉพาะในเรื่องของ พ.ร.บ. ควบคุม อาคาร ซึ่งมันค่อนข้างที่จะเป็น พ.ร.บ. ที่ใช้กันมานานแล้ว เพราะฉะนั้นพอเวลาที่เราจะ เอามาเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการกับโรงภาพยนตร์ขนาดเล็ก จริง ๆ แล้วมันมีหลายมาตรา ที่เราสามารถที่จะแก้ร่วมกันไปได้ เราทำงานในคณะกรรมาธิการแล้วก็มีคณะทำงานเฉพาะ ซึ่งจริง ๆ แล้ววันนี้เราได้อ่านรายงานในนั้นไปที่คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมด้วย ซึ่งเราก็คาดหวังว่าเราจะเอารายงานฉบับนี้ส่งไปให้ท่านดูแล้วก็ช่วยกัน ผลักดันต่อไป ต่อมาครับ ผมเชื่อว่าสิ่งที่ท่านพูดมาเป็นนโยบายที่ดี เราจะทำให้รายได้ที่ดี เกิดขึ้นบน Box office เราจะทำให้คนไทยเราได้ชมภาพยนตร์ที่เราสร้างขึ้นเอง มากขึ้น มันจะเป็นรอยยิ้มที่ดีของผู้สร้างภาพยนตร์ แต่เราจะสามารถทำให้เขามีรอยยิ้ม มากขึ้นถ้าเราหันมาสนใจในคุณภาพชีวิตการทำงานของเขาด้วย ซึ่งชั่วโมงการทำงานหรือ การใช้ชีวิตในการทำงานของเขาเป็นประเด็นที่เราจำเป็นที่จะต้องพูดถึงต่อไป โดยเฉพาะ เรื่องของชั่วโมงการทำงานในบุคลากรของภาพยนตร์อุตสาหกรรมก็ดี หรือกองถ่ายก็ดี มันกำลังมีปัญหา เพราะเนื่องจากรูปแบบการทำงานของคนกลุ่มนี้มันจะเป็นแบบ Freelance แล้วก็เป็นโครงสร้างทางกฎหมายที่มันไม่ได้ช่วยคุ้มครองให้เกิดชั่วโมงการทำงาน ของแรงงานอย่างเป็นธรรม กลายเป็นแรงงานนอกระบบเป็นลูกจ้างที่ไม่ได้สัญญาจ้างแรงงาน ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้เป็นพนักงานบริษัทจึงไม่ได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน ผมขอยกตัวอย่างบางกรณีให้เห็นภาพนะครับ เมื่อกลางปีที่แล้วมีบุคลากร ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ท่านหนึ่งออกมาพูดเกี่ยวกับรุ่นน้องในกองถ่าย Series ว่าต้อง เข้าคิวกองถ่ายตั้งแต่ ๑๑ โมงเช้า กว่าคิวจะไปครบ ๑๖ ชั่วโมงในวันนั้นจะต้องออกจริง ๆ คือตี ๒ แต่ว่าคิวกองถ่ายก็ลากยาวไปจนถึงตอนเช้า แล้วก็ต้องพร้อมในการทำงานในคิว ในวันรุ่งขึ้นต่อไป สุดท้ายกลับออกมาตอนสี่ทุ่ม กลับไปถึงบ้านเกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรง แล้วก็ต้องไปโรงพยาบาล แล้วก็เสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมาด้วยอาการของเส้นเลือด ฝอยในสมองแตก ไม่ใช่รายแรกครับ บุคลากรท่านนี้บอกมาว่าปีที่แล้วนั้นมีผู้เสียชีวิตถึง ๓ ราย ซึ่งเป็นสถิติที่ค่อนข้างสูงสำหรับคนในวงการ นี่ยังไม่รวมถึงผู้ที่ไม่สบายที่เกิดจาก ชั่วโมงการทำงานที่มากเกินไป หรืออุบัติเหตุในกองถ่าย หรือในขณะเดียวกันนั้นก็มีบุคลากร ที่เสียชีวิตแต่ว่าไม่ได้ปรากฏตามหน้าสื่อให้เราได้อ่านหรือไม่ได้มีใครสนใจ หลายสัปดาห์ ที่ผ่านมาในสภาแห่งนี้เราพูดถึงร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พูดถึงมาตรการจ้างงาน อย่างเป็นธรรม พูดถึงการจ้างเหมาของลูกจ้างในภาครัฐ ในขณะเดียวกันอุตสาหกรรม ของเรา อุตสาหกรรมในภาพยนตร์และกองถ่ายก็ต้องการมาตรฐานในการจ้างงานและชั่วโมง การทำงานเช่นเดียวกัน เราเปรียบเทียบเรารู้ว่าสัญญาการจ้างงานกับสัญญาจ้างทำของนี้ มันเป็นปัญหาสำคัญในวงการนี้ ความแตกต่างของการจ้างงาน สัญญาจ้างงานก็คือการผูกพัน ระหว่างผู้จ้างและผู้รับจ้าง แต่ว่ามีขอบเขตที่กำหนดชัดเจนในเรื่องของหน้าที่ ตำแหน่ง ความรับผิดชอบ รวมไปถึงขอบข่ายในเรื่องของระยะเวลาในการทำงาน แต่ในขณะที่จ้าง ทำของครับไม่ได้สนใจเหล่านั้น ไม่ได้สนใจเรื่องของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่ได้สนใจเรื่องของ เวลาในการทำงาน สนใจเพียงแค่ว่างานมันเสร็จแล้วแค่นั้นหรือเปล่าตรงนี้มันเคยทำให้เกิด ปัญหาตรงที่ว่าการได้อัตราค่าจ้างนั้นต่ำ ไม่เป็นธรรม ในขณะเดียวกันนั้นก็เกิดการเบี้ยวของ ผู้ประกอบการ เช่นการวางบิลช้าบ้างล่ะ สิ่งเหล่านี้ครับนอกเหนือจากนั้นแล้วยังกลายเป็น ปัญหาในเรื่องของอุบัติเหตุในกองถ่าย ความไม่ปลอดภัยในกองถ่าย แล้วก็ไม่มีประกันสังคม ไม่มีประกันภัยที่ว่าระบุอยู่ในสัญญาจ้างอย่างถูกต้อง สิ่งเหล่านี้ครับจึงกลับมาขอถาม ท่านรัฐมนตรีต่อไปนะครับว่า ท่านมีมาตรการในการดูแลคุ้มครองทางด้านกฎหมายให้กับ การทำงานของแรงงานสร้างสรรค์ในกองถ่ายเหล่านี้อย่างไรในขณะเดียวกันเราอยากจะถาม ท่านรัฐมนตรีอีกนิดหนึ่ง เราใกล้จะออสการ์แล้วครับ แต่ว่าประเทศของเรานั้นในการผลักดัน อุตสาหกรรมนี้เราก็ยังต้องพึ่งเอกชน ถ้าเอกชนท่านไหนทำหนังดีขึ้นมาเราก็พร้อมที่จะเข้าไป แต่ในจริง ๆ แล้วเราวางโครงสร้างที่ดีได้ พรรคประชาชนของเราครับเรามีร่างพระราชบัญญัติ ภาพยนตร์ ซึ่งจริง ๆ แล้วเราก็หวังเอาไว้เพื่อที่จะแก้ปัญหาต่าง ๆ ของอุตสาหกรรม ภาพยนตร์ แล้วก็รวมไปถึงปัญหาที่เราพูดถึงข้างต้นด้วย แต่ว่าร่างดังกล่าวถูกตีเป็นร่างทาง การเงิน ซึ่งก็ต้องรอท่านนายกรัฐมนตรีเซ็น ซึ่งตอนนี้เราไม่สามารถทราบสถานะได้เลยว่าอยู่ ที่ขั้นตอนใด แต่เราทราบว่าทางกระทรวงวัฒนธรรมก็มีการยื่นร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์ ในแบบเดียวกัน ดังนั้นมันจะเป็นการดีเพราะว่าเนื้อหาเหมือนกัน ถ้าเราได้ประกบกันเข้าไป เพื่อพิจารณารับหลักการแล้วก็นำไปสู่วาระ ๒ และวาระ ๓ มันก็จะทำให้การแก้ไขในวงการ อุตสาหกรรมนั้นเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น จึงขอฝากคำถาม เราอยากจะรู้สถานะในร่าง พระราชบัญญัติภาพยนตร์ของเราเช่นเดียวกันครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ เกี่ยวกับเรื่องปัญหาของการ ทำงาน อันนี้ได้มีการหารือกับทางกระทรวงแรงงานนะคะ คือในกรณีที่เป็นการจ้างงานทั่วไป ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๒๓ กำหนดให้นายจ้างจะต้อง ประกาศแจ้งเวลาเริ่มต้นและวันสิ้นสุดในการทำงานแต่ละวัน ซึ่งวันหนึ่งไม่เกิน ๘ ชั่วโมง และสัปดาห์หนึ่งจะไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมง หรือหากเกินกว่านั้นจะต้องมีการจ่ายค่าล่วงเวลา ๑.๕ เท่า แต่ทั้งสัปดาห์ต้องไม่เกิน ๓๖ ชั่วโมง อันนี้ในกรณีของการจ้างงานทั่วไป ส่วนกรณี ที่เป็นการจ้างเหมาบริการหรือจ้างทำของ อันนี้อยากจะให้ผู้รับจ้างต้องมีการตกลง เจรจา ต่อรองให้เกิดสัญญาเพื่อที่จะได้ไม่โดนเอารัดเอาเปรียบ แล้วก็ต้องรักษาผลประโยชน์ของ ตนเอง แต่ซึ่งในการที่มีการเซ็นสัญญากันต้องไม่ขัดต่อหลักกฎหมาย แล้วก็ไม่ขัดต่อความ สงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน แล้วเมื่อทั้งสองฝ่ายทั้งผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง ตกลงกันได้แล้วตามสัญญานี้ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญามันจะสามารถฟ้องบังคับตาม กฎหมายแพ่งได้ แต่อย่างไรก็ตามในกรณีที่ลูกจ้างพบปัญหาหรือมีข้อร้องเรียนต่าง ๆ สามารถแจ้งทางกระทรวงแรงงาน ซึ่งมีช่องทางทั้งให้คำปรึกษาและยื่นคำร้องเรียนต่าง ๆ ได้ ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในทุกพื้นที่ หรือว่าเว็บไซต์แล้วก็รวมไปถึงมีสาย ด่วน ๑๕๐๖ ด้วยนะคะ🔗
ส่วนในเรื่องที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านภูริวรรธก์ ได้สอบถามมาเรื่อง พ.ร.บ. นะคะ ขณะนี้ทางกระทรวงวัฒนธรรมเองได้มีการดำเนินการยกร่างพระราชบัญญัติ ภาพยนตร์ พ.ศ. .... แล้วก็อยู่ระหว่างที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีบรรจุเรื่องเข้าสู่ระเบียบ วาระการประชุมของคณะรัฐมนตรีค่ะ จึงเรียนมาเพื่อทราบค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ คุณภูริวรรธก์มีอะไรจะถามเพิ่มไหมครับ ไม่มีนะครับ ขอบคุณคุณภูริวรรธก์ ใจสำราญ และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมนะครับ ก็ถือว่าจบกระทู้ถามที่ ๑.๒.๑🔗
๒. เรื่อง ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างระบบสูบน้ำด้วยพลังงาน แสงอาทิตย์เพื่อการเกษตร โครงการเหมืองถ่านหินเก่า ตำบลดงดำ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน นายรังสรรค์ มณีรัตน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน🔗
ท่านรัฐมนตรีมาพร้อมที่จะตอบแล้วนะครับ ขอเชิญคุณรังสรรค์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผมนายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน ก่อนอื่นต้องกราบ ขอบพระคุณท่านประธานที่บรรจุกระทู้ถามของผม และกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่มาตอบกระทู้ถามของผมนะครับ สืบเนื่องจากอำเภอลี้เป็นอำเภอ ใต้สุดของจังหวัดลำพูน มีพื้นที่ถึง ๑,๗๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร ใหญ่เกือบครึ่งหนึ่งของจังหวัด ลำพูน มีเหมืองแร่มากมายนะครับ มีบริษัทไปทำแร่ที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูนมากมายครับ โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๑๒ ให้ดำเนินการผลิตถ่านหินที่แหล่งบ้านป่าคา ตำบลดงดำ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูนนะครับ ในอัตราการผลิตปีละ ๑๕,๐๐๐ ตัน โดยมีเงินประเดิมลงทุน ครั้งแรกถึง ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อปี ๒๕๑๒ และหลังจากนั้นได้ขยายการผลิตไปถึงปีละ ๖๐๐,๐๐๐ ตัน ซึ่งทางรัฐได้รับประโยชน์จากค่าสัมปทาน ทางบริษัทเอกชนก็ได้กำไรจากการ ขายถ่านหินไปแล้ว คงเหลือเพียงเหมืองที่เต็มไปด้วยน้ำอยู่ที่ตำบลดงดำ อำเภอลี้ จังหวัด ลำพูน ต่อมาสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต ๓ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้จัดทำโครงการศึกษาคุณภาพน้ำขุมเหมืองแร่ถ่านหินเก่าพื้นที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการน้ำสำหรับแก้ภัยแล้งนะครับ โดยสรุปพบว่าน้ำใน ขุมเหมืองมีค่าดัชนีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน ประเภทที่ ๒ ตามประกาศของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๓๗) และตาม มาตรฐานคุณภาพน้ำสำหรับใช้เพื่อการเกษตรกรรม ตามประกาศขององค์การอาหาร และเกษตรแห่งสหประชาชาติ ปรากฏตามรายงานฉบับสมบูรณ์นะครับ โครงการศึกษา คุณภาพน้ำขุมเหมืองแร่ถ่านหินเก่าพื้นที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน หน้า ๘๐-๘๔ ท่านประธาน ที่เคารพครับ โดยปกติในฤดูแล้งที่ไม่มีน้ำใช้ทางนายกเทศบาลก็ดี ทางอำเภอก็ดี โดยเฉพาะ ท่านนายกสัญชัย หลวงใน จะเอาเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาติดตั้งที่ขุมเหมืองแห่งนี้และดูดน้ำ ส่งไปยังพื้นที่เกษตรกรรมให้พี่น้องเกษตรกรได้ใช้ในการปลูกข้าว ในการเอาไปใส่ลำไย เพื่อที่จะได้รับผลผลิตที่ดี ด้วยความเดือดร้อนดังกล่าวนะครับ ทางเทศบาลตำบลดงดำ โดยท่านนายกสัญชัยได้ทราบว่าทางกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานมีแผนที่ จะจัดทำโครงการก่อสร้างระบบสูบน้ำด้วยพลังแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตร ซึ่งหากโครงการนี้ สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีจะทำให้เกิดประโยชน์อย่างมากนะครับ ซึ่งจะทำให้พี่น้องเกษตรกร สามารถมีน้ำในการทำการเกษตรในหน้าแล้ง โดยปกตินะครับท่านประธานที่เคารพ ในหน้าแล้งทางอำเภอลี้แทบจะไม่มีน้ำใช้ ในเมื่อหากมีโครงการนี้มาบริหารจัดการจะทำให้ สามารถมีน้ำใช้ได้ตลอดปี โครงการนี้จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรของอำเภอลี้ โดยเฉพาะตำบลดงดำ ตำบลลี้เป็นอย่างมาก ซึ่งโครงการดังกล่าวผมได้ไปเปิดดูข้อมูลของ กรมอนุรักษ์พลังงานก็จะติดเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ สูบขึ้นไปพักไว้บนพื้นที่พักน้ำซึ่งมี ระดับสูงกว่าขุมเหมืองดงดำแห่งนี้ เสร็จแล้วก็จะปล่อยส่งผ่านไปยังพื้นที่การเกษตรโดยใช้ เหมืองไส้ไก่มีประตูน้ำปิด-เปิด ซึ่งประตูน้ำและเหมืองไส้ไก่นี้นะครับ ขอภาพด้วยนะครับ🔗
ทางเทศบาลตำบลดงดำได้ดำเนินการไป บ้างแล้ว ซึ่งเราได้เตรียมตัวและหวังว่าทางกระทรวงพลังงานจะอนุมัติโครงการที่จะช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรได้เป็นอย่างดี ดังนั้นผมจึงขอถามคำถามแรกกับทางท่านรัฐมนตรีนะครับ ว่าโครงการก่อสร้างระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตร โครงการเหมือง ถ่านหินเก่า ตำบลดงดำ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน มีปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการ หรือไม่ ผมขอทราบรายละเอียดครับ กราบขอบคุณครับ🔗
ขอเรียนเชิญท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ต้องขอบคุณท่าน รังสรรค์ ขออภัยเอ่ยนาม ที่ท่านได้กรุณาเป็นห่วงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเข้าใจครับว่าการเป็นผู้แทนราษฎรต้องดูแลพื้นที่อย่างไร ผมก็เป็นมาก่อน แต่ผมเรียนครับว่าปัญหาที่ท่านได้นำเรียนความเป็นมาผมคิดว่าท่าน คงทราบว่ามันมีประเด็นที่ควรจะต้องทำกันมาตั้งแต่ปลายปี ๒๕๖๔ ต่อปี ๒๕๖๕ แล้วใช่ไหมครับ ซึ่งตรงนี้ในส่วนของกระทรวงพลังงาน เราก็ได้รับการประสานขอความร่วมมือจากสำนักงาน โครงการพระราชดำริ เนื่องจากมีราษฎรยื่นฎีกาต้องการน้ำเพื่อการเกษตรเหมือนที่ ท่านรังสรรค์ได้กล่าวนำไปเมื่อสักครู่ หลังจากนั้นก็มีการสำรวจพื้นที่ตรวจข้อเท็จจริง สภาพปัญหาต่าง ๆ แล้วก็นำมาสู่การที่จะต้องบรรจุในงบประมาณ อันนี้ในส่วนของกระทรวง พลังงานไม่ได้มีปัญหาข้อขัดข้อง หลังจากที่ได้ข้อมูลอะไรต่าง ๆ ก็มาดำเนินการจัดโครงการ แล้วก็เตรียมงบประมาณให้ที่จะบรรจุในงบประมาณปี ๒๕๖๖ แต่เนื่องจากโครงการนี้มันเป็น โครงการที่ได้รับการประสานมา พูดง่าย ๆ ก็คือว่าไม่ได้เริ่มต้นมาจากกระทรวงก็ต้องไป สำรวจตรวจสอบพื้นที่อะไรต่าง ๆ ปรากฏว่าพอทำรายละเอียดโครงการมันไม่ทันที่จะบรรจุ งบปี ๒๕๖๖ ก็เลยไม่สามารถที่จะบรรจุงบปี ๒๕๖๖ ได้ อันนั้นคือจุดเริ่มต้น ถ้าหากวันนั้น เตรียมการทันก็คงจะบรรจุไปเรียบร้อยแล้ว ต่อมาพอต้องมาทำใหม่ในงบประมาณปี ๒๕๖๗ พวกเราก็ทราบดีงบประมาณปี ๒๕๖๗ เราก็ทำปี ๒๕๖๖ ก็ปรากฏว่าเกิดการยุบสภาในช่วงที่ เราจะต้องทำงบประมาณพอดี เพราะฉะนั้นในงบประมาณของปี ๒๕๖๗ ที่ต้องเริ่มทำกัน ในช่วงที่ยุบสภาพอดี แล้วต้องอยู่ระหว่างเลือกตั้ง กว่าที่พวกเราจะเลือกตั้งเสร็จกลับมา กระบวนการทำงบประมาณปี ๒๕๖๗ ก็ล่าช้ามาจนปลายปี ในขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมทำ งบประมาณปี ๒๕๖๘ ควบคู่กันไป อันนี้คงจะพอนึกภาพกันออกเมื่อปีที่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นปีที่แล้วเราเลยพิจารณางบประมาณ ๒๕๖๗ แล้วก็ต่อด้วย ๒๕๖๘ เลย ทีนี้ ในส่วนของกระทรวงได้บรรจุงบประมาณและโครงการนี้ไว้ในงบประมาณปี ๒๕๖๗ เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อทำงบประมาณปี ๒๕๖๘ ซึ่งต้องทำต่อเนื่องกันติด ๆ กัน ไปเลยนั้นไม่ได้มีโครงการนี้อยู่ในงบประมาณปี ๒๕๖๘ เพราะเข้าใจว่าอยู่ในงบประมาณปี ๒๕๖๗ เรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่าหลังจากที่พวกเราประชุมแล้วก็ตั้งกรรมาธิการงบประมาณ ไป ปรากฏว่ากรรมาธิการงบประมาณที่พิจารณางบประมาณปี ๒๕๖๗ ปรับลดงบประมาณ ของกระทรวงพลังงาน ซึ่งความจริงเป็นกระทรวงที่ได้งบประมาณน้อยที่สุดอยู่แล้วนะครับ ก็ถูกปรับลดไปอีก ๓๐ ล้านบาท และหนึ่งในโครงการที่ถูกดึงออกไปให้ตัดลดไปคือ โครงการนี้ครับ นี่ก็เป็นเหตุผลว่าในส่วนของกระทรวงพลังงานไม่ได้มีปัญหาแล้วก็บรรจุ ให้ท่านแล้ว แล้วก็ได้รับการประสานมาจากโครงการของสำนักงานประสานงานโครงการ พระราชดำริด้วย เพราะฉะนั้นในส่วนของกระทรวงพลังงานไม่ได้มีข้อขัดข้อง ทีนี้เนื่องจากว่า งบประมาณคณะกรรมาธิการให้ปรับลดลงไปก็เลยทำให้โครงการนี้ถูกตัดออกไปในชั้น กรรมาธิการงบประมาณของงบประมาณปี ๒๕๖๗ แต่ขณะเดียวกันงบของปี ๒๕๖๘ ซึ่งทำ เรียบร้อยต่อท้ายกันมาก็เลยทำไม่ทันไม่สามารถเอาโครงการนี้กลับไปใส่ในปี ๒๕๖๘ ได้ ก็เลยเป็นเหตุผลว่าในงบประมาณปี ๒๕๖๘ ที่จะใช้กันอยู่วันนี้ไม่มีโครงการนี้ แต่เพื่อ แก้ปัญหาและเราเห็นปัญหาแล้วเราก็เอามาบรรจุในงบปี ๒๕๖๙ ที่เตรียมจะเข้าสภาเร็ว ๆ นี้ โครงการนี้บรรจุเรียบร้อยครับ นอกจากจะบรรจุเรียบร้อยแล้วก็มีการเพิ่มพื้นที่รับประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ ให้ด้วย เดิมที่ทำโครงการไปและที่บอกว่าตกไปพื้นที่รับประโยชน์จะมีประมาณ ๕๓๓ ไร่ แต่วันนี้ที่ทำโครงการเข้าไปในปี ๒๕๖๙ ที่เราจะต้องพิจารณากันอีกไม่นานนี้นะครับก็ขยาย พื้นที่รับประโยชน์ให้พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ที่ท่านรับผิดชอบจาก ๕๓๓ เป็น ๖๐๐ ไร่ครับ โดยจะใช้งบประมาณประมาณ ๑๑ ล้านบาทเศษ เพราะฉะนั้นโครงการนี้ก็จะบรรจุอยู่ใน งบประมาณปี ๒๕๖๙ ที่เราจะพิจารณากันในเร็ว ๆ นี้ครับ🔗
ขอเชิญ คุณรังสรรค์ มณีรัตน์ ถามเป็นครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ขอบพระคุณนะครับ ทางท่านรัฐมนตรีด้วย นะครับที่มาตอบ ท่านได้ให้คำตอบในคำถามที่ ๒ ของผมไปด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่เหมืองเก่าอย่างที่ผมได้บอกนะครับ รัฐได้ประโยชน์ไปแล้ว เอกชนได้ ประโยชน์ไปแล้ว เพียงแต่เสี้ยวหนึ่งของประโยชน์ที่รัฐและเอกชนไป ผมต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีและท่านรองนายกพีระพันธุ์ด้วยนะครับที่ได้กรุณาบรรจุไว้ในปี ๒๕๖๙ และเพิ่มพื้นที่การส่งน้ำถึง ๖๐๐ ไร่ ข่าวดีนี้ผมจะได้นำไปบอกกล่าวกับพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ผม โดยเฉพาะตำบลดงดำและตำบลลี้ ซึ่งสามารถที่จะใช้น้ำจากพื้นที่แห่งนี้ได้ แต่ฝากท่านอีกประเด็นหนึ่งนะครับว่ายังคงมีเหมืองที่อยู่ในความรับผิดชอบของท่าน อีกเหมืองหนึ่งชื่อเหมืองบ้านปู ซึ่งตรงนี้ก็มีหลายโครงการที่อยากไปลงซึ่งเป็นโครงการ ลักษณะเดียวกันนะครับ ซึ่งเหมืองบ้านปูเป็นเหมืองที่ใหญ่กว่านี้ สามารถช่วยเหลือดูแล พี่น้องเกษตรกรน่าจะได้ถึงพันไร่ ซึ่งจะทำให้พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่สามารถมีน้ำที่จะมาใช้ หมุนเวียนในการปลูกพืชผักก็ดี ทำสวนทำไร่ก็ดี สามารถทำให้เศรษฐกิจฐานรากขยายตัวได้ พี่น้องมีเงินมีทองจากน้ำที่ท่านกำลังจะทำให้เขา ต้องกราบขอบพระคุณแทนพี่น้องประชาชน อำเภอลี้ โดยเฉพาะตำบลดงดำและตำบลลี้ด้วยนะครับ🔗
สำหรับคำถามที่ ๒ ผมได้รับคำตอบจากท่านแล้วว่าเป็นสัญญาระหว่างทาง ท่านรองนายกรัฐมนตรีและทาง สส. บ้านนอกอย่างผมนะครับว่า ปี ๒๕๖๙ เราจะได้ โครงการนี้ กราบขอบพระคุณครับ ผมไม่มีคำถามต่อครับ🔗
ขอบคุณคุณ รังสรรค์ มณีรัตน์ ท่านไม่มีคำถามแล้วท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงานด้วยนะครับ เป็นอันว่าจบกระทู้ถามที่ ๑.๒.๒ นะครับ🔗
๓. เรื่อง การติดตามการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยและการ ขาดแคลนน้ำในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำลำเชียงไกร จังหวัดนครราชสีมา นายรชตะ ด่านกุล เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ ถามเรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงเกษตรสหกรณ์ คุณอัครา พรหมเผ่า เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจาก ในวันนี้นะครับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจที่สำคัญซึ่งได้ นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้วไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามนี้ได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามนี้ ออกไปในวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑🔗
๔. เรื่อง แนวทางการแก้ไขการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชนแออัด ของเมืองขอนแก่น นายวีรนันท์ ฮวดศรี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้มีหนังสือแจ้งว่าเนื่องจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมติดภารกิจไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามในวันนี้ได้ จึงขอ เลื่อนกระทู้ถามนี้ ตอบในวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ นะครับ🔗
ท่านประธานครับขออนุญาตครับ🔗
เชิญครับ🔗
ผม วีรนันท์ ฮวดศรี สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดขอนแก่นผู้ตั้งกระทู้ถาม ผมเข้าใจนะครับท่านประธาน ขออนุญาตนิดเดียว เข้าใจว่าทางท่านรัฐมนตรีมีภารกิจเยอะ แต่ว่าเรื่องการมาตอบกระทู้ต่อสภาก็เป็นภารกิจ ที่สำคัญภารกิจหนึ่ง เนื่องจากว่าวันนี้คือจริง ๆ กว่าจะบรรจุระเบียบวาระก็ยากแล้วนะครับ ท่านประธาน เข้าใจนะครับ ทีนี้ชาวบ้านเขาก็รอฟังเนื่องจากยาเสพติดเป็นปัญหาที่สำคัญ แล้วก็กระทบหลายภาคส่วน วันที่ ๒๗ มีนาคมก็ฝากผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ขอให้มาตอบกระทู้นี้ เนื่องจากพี่น้องตั้งหน้าตั้งตารอฟังคำตอบอยู่ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ คุณวีรนันท์ ฮวดศรี เดี๋ยวสำนักงานเลขาธิการจะดำเนินการต่อไปนะครับ ต่อไปกระทู้ถาม🔗
๕. เรื่อง ความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวงรัชชโลทร นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีหนังสือแจ้งมาว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอัครา พรหมเผ่า เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากในวันนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจที่สำคัญ ที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงไม่สามารถจะมาตอบกระทู้ถามนี้ได้ ขอเลื่อนกระทู้ถามนี้ ออกไปในวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม อนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคเพื่อไทย เขต ๕ ที่ผมตั้งกระทู้ ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากท่านได้ขอเลื่อนกระทู้ถาม ผมออกไปนั้น ผมเข้าใจว่าท่านรัฐมนตรีนั้นมีภารกิจมากมาย แต่วันที่ ๙ เมษายนนี้ก็จะ ปิดสมัยประชุม ผมกลัวกระทู้ถามนี้จะตกไป ถือว่าพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ที่ต้องการแก้ไขก็คงจะล่าช้าไป ผมขอนำเรื่องฝากท่านประธานสภาถึงท่านรัฐมนตรีอาจจะให้ เจ้าหน้าที่ลงไปแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนบางส่วนเป็นส่วนหนึ่ง ชลบุรีผมนั้นท่านประธานครับ ขอใช้เวลาเพียงเล็กน้อย ชลบุรีผมนั้นมีอ่างเก็บน้ำอยู่ประมาณ ๑๓ แห่ง เป็นอ่างเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ท่านประธานคงจะเคยได้ยินโครงการดินแลกน้ำ ตอนนี้อ่างขนาดใหญ่นั้นมีการทำ โครงการดินแลกน้ำก็ถือว่าเป็นโครงการที่ให้ความสำคัญแล้วก็จะเกิดประโยชน์เป็นส่วนใหญ่ กับพี่น้องประชาชน แต่มีปัญหาอย่างนี้ครับ ที่พี่น้องประชาชนร้องเรียนมา เนื่องจากบริษัท ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือผู้รับเหมานั้นได้นำเครื่องจักรขนาดใหญ่ เครื่องดูดทรายไปดูดอยู่ ในอ่าง แล้วก็ทำให้ทั้งตะกอน ทั้งหิน ทั้งดิน ทั้งทรายนั้นหมุนเวียนอยู่ในอ่าง แล้วก็ทำให้วงจร ชีวิตของสัตว์น้ำนั้นเสียหาย ตลอดจนน้ำประปาที่จะมาใช้ทั่วของจังหวัดชลบุรีหลาย ๆ อ่าง โดยเฉพาะทราบข่าวมาในอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชโลทรอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการสุดท้ายของรัชกาลที่ ๙ ใช้เนื้อที่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ไร่ ตอนนี้ทราบข่าวว่า บริษัทนายทุนนั้นไปทำสัญญาแล้วจะใช้งบประมาณเพื่อขนดิน ขนทราย ขนลูกรังออกไปขาย จำนวน ๒๕๐ กว่าล้านบาท ผมนั้นในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับพี่น้องประชาชน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นไม่สามารถที่จะยอมให้บุคคลเหล่านี้เอาทรัพยากร ของชาติไปขายได้ ก็ฝากท่านประธานหารือหรือทำเรื่องถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ หาแนวทางการแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วนก่อนครับ ก่อนที่จะถึง กระทู้ถามที่จะถามต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ คุณอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรช่วยบันทึกส่งไปให้รัฐมนตรี ตามที่คุณอนันต์ได้แจ้งมาด้วยนะครับ ต่อไป🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ก็ดำเนินการถามและตอบในห้องกระทู้ถาม แยกเฉพาะในบริเวณชั้น ๑ แล้วนะครับ จบกระทู้ถามทั้งหมดนะครับ🔗
ทุกท่านครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ก่อนดำเนินการถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขออนุญาตชี้แจงให้ ที่ประชุมทราบดังนี้นะครับ กระทู้ถามแยกเฉพาะแต่ละกระทู้ให้ถามและตอบได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง และต้องถามตอบให้แล้วเสร็จภายใน ๒๐ นาที ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ ข้อ ๑๗๓ และ ข้อ ๑๖๗ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ได้มีการอนุญาตให้ประชาชนเข้าร่วมรับฟัง ขอความ ร่วมมือจากผู้ที่ได้รับอนุญาตกรุณาปฏิบัติตามระเบียบของสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการ อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมตาม ข้อ ๔ และ ข้อ ๕ ซึ่งกำหนดให้ผู้ได้รับ อนุญาตต้องรักษามารยาท ประพฤติตนให้เหมาะสมอยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกริยาเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจา หรือส่งเสียงใด ๆ เป็นการกระทำการรบกวนขัดขวางการ ประชุม และห้ามใช้เครื่องมือ วัสดุ หรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือการกระทำใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดสดสู่บุคคลภายนอก โดยหากมีการฝ่าฝืนก็จะให้ออก จากห้องประชุมนะครับ ขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ🔗
สำหรับการพิจารณากระทู้แยกเฉพาะในวันนี้เห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการถาม และตอบกระทู้ของผู้ตั้งกระทู้ถาม และของท่านรัฐมนตรี ก็ขอสลับการถามและตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้นะครับ🔗
ลำดับที่ ๑ เป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๒๕ ของท่านเจษฎา ดนตรีเสนาะ🔗
ลำดับที่ ๒ เป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๒๖ ของท่านวิชัย สุดสวาสดิ์🔗
ลำดับที่ ๓ เป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๑๑ ของท่านรังสรรค์ มณีรัตน์🔗
ลำดับที่ ๔ เป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๑๒ ของท่านนพพล เหลืองทองนารา🔗
ลำดับที่ ๕ เป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๑๕ ของท่านอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์🔗
ลำดับที่ ๖ เป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๒๔ ของท่านฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล🔗
ซึ่งผู้ตั้งกระทู้ถามและท่านรัฐมนตรีไม่ขัดข้องนะครับ เริ่มเลยครับ🔗
๑. เรื่อง เงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี ๒๕๖๗ นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยทางเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้แจ้งว่าทางท่านนายกรัฐมนตรีได้ มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาเป็นผู้ตอบ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง ในการนี้เพื่อประโยชน์ ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม สนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ๒ ท่าน คือท่านผู้อำนวยการกองช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ท่านกฤษณ์ แก้วทองหลาง ท่านที่ ๒ ผู้อำนวยการกลุ่มแผนแม่บท สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ท่านดุลยฤทธิ์ หอมนาน และได้อนุญาตให้พี่น้องประชาชนได้เข้าร่วมรับฟังการตอบกระทู้ถาม ดังนี้ ท่านธนภัทร ลือวานิช ท่านรชต ติรณะรัต ท่านเทมนที วรรณวีระ ท่านวรชิต จันทร์ แบบ ท่านอัคคเดช ดีแจ้ง ว่าที่ร้อยตรี เกียรติศักดิ์ มีบุษยา ท่านสุทิวัส เอี่ยมศรี และท่านสุ พีพร โมรา ขอเชิญผู้ถามกระทู้ ท่านเจษฎา ดนตรีเสนาะ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๒ พรรคประชาชน คนปทุมธานี ลุ่มน้ำเจ้าพระยาครับท่านประธาน ข้าพเจ้าขอตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้ครับ🔗
จากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ เรื่อง เงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี ๒๕๖๗ ภายใต้กรอบวงเงิน ๓,๐๔๕ ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ ๕๗ จังหวัด โดยจะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยา จำนวน ๙,๐๐๐ บาท ต่อครัวเรือน แต่ปรากฏว่าไม่มีชื่อของจังหวัดปทุมธานีในรายชื่อ ๕๗ จังหวัด จากสถานการณ์ และความเป็นจริง จังหวัดปทุมธานีมีพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาและบ้านเรือนนอกแนว คันกั้นน้ำอยู่ในอำเภอสามโคกและอำเภอเมืองปทุมธานีมากกว่า ๕,๐๐๐ หลัง และได้รับ ผลกระทบจากการเดินทาง การพักอาศัย การประกอบอาชีพ รายได้และอื่น ๆ ในระยะเวลา ไม่น้อยกว่า ๒ เดือน กระผมจึงขอเรียนถามว่า🔗
๑. มติคณะรัฐมนตรี เรื่อง เงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี ๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ มีกำหนดหลักเกณฑ์หรือตัวชี้วัดในการกำหนด พื้นที่ที่จะได้รับการช่วยเหลืออย่างไร และเพราะเหตุใดจังหวัดปทุมธานีจึงไม่อยู่ในรายชื่อ ที่ได้รับความช่วยเหลือเยียวยา ขอทราบรายละเอียดครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณมากครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง มหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาทำหน้าที่ ในการตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านเจษฎา ดนตรีเสนาะ ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี ในนามของ พรรคประชาชน ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านด้วยนะครับ ที่ท่านให้ความห่วงใยพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องของการเยียวยาในกรณีที่มีภัยพิบัติในช่วงที่มีน้ำมาก โดยเฉพาะ ปทุมธานีก็เป็นจังหวัดซึ่งมีพื้นที่เขาเรียกว่าลุ่มน้ำเจ้าพระยา แต่ละปี ๆ ก็จะเห็นว่าช่วงที่มี น้ำมากก็จะเอ่อลงไปกระทบกับบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน ท่านก็คงจะห่วงใยเรื่องของ การเยียวยามาตรการในการช่วยเหลือเหมือนจังหวัดอื่น ๆ ที่เขาได้รับนะครับ สำหรับเรื่อง ดังกล่าวนี้คงสืบเนื่องมาจากที่กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เสนอมาตรการการจ่ายเงินช่วยเหลือ เขาเรียกว่าเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากสถานการณ์ อุทกภัยในครั้งนี้มีความรุนแรง หมายถึงในภาพรวมนะครับ แล้วก็เกิดความเสียหายของ ประชาชน ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพแล้วก็ก่อให้เกิดความเสียหายกับประชาชน แล้วก็ ที่อยู่อาศัยน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง เราก็เลยมีมาตรการเสนอเข้า ครม. เพื่อความช่วยเหลือ ประสบภัยในช่วงฤดูฝน ปี ๒๕๖๗ ตามที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงเรื่องของมติ ครม. ในวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๗ อันนั้นก็เป็นเรื่อง ครม. หลังจากที่กระทรวงมหาดไทยได้มีการเสนอ ไปเบื้องต้นนะครับ ตามจริงก่อนหน้านี้ก็เป็นมติ ครม. ในวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๗ โดยมี การเสนอหลักเกณฑ์การช่วยเหลือดังนี้นะครับ🔗
ในกรณีที่อยู่อาศัยประจำอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังติดต่อกันตั้งแต่ ๑ วัน หมายถึง ๒๔ ชั่วโมง แต่ไม่เกิน ๗ วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย หรือที่อยู่อาศัยประจำ ถูกน้ำท่วมขังเกินกว่า ๗ วัน แต่ไม่เกิน ๓๐ วัน อันนี้ให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท ส่วนกรณีที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังติดต่อกันเกินกว่า ๓๐ วัน แต่ไม่เกิน ๖๐ วัน ให้ความช่วยเหลือ ๗,๐๐๐ บาท แล้วก็ในส่วนกรณีที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังติดต่อกัน เกินกว่า ๖๐ วันขึ้นไป อันนี้ก็จะให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละ ๙,๐๐๐ บาท อันนั้น เป็นหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่จะจ่ายเงินช่วยเหลือในมติ ครม. วันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๗ ในเบื้องต้นนะครับ แล้วก็ทางกระทรวงมหาดไทยโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก็ได้มีการดำเนินการไปบางส่วนแล้วนะครับ แต่เนื่องจากว่าความเสียหายท่านนายกมีดำริว่า อยากให้มันมีหลักเกณฑ์อัตราที่มันเท่ากัน ก็เลยมีการทบทวนมติ ครม. ในวันที่ ๘ ตุลาคม โดยการกำหนดหลักเกณฑ์ว่า ในกรณีที่อยู่อาศัยประจำที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ดินถล่ม น้ำท่วม ฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ไม่เกิน ๗ วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย อันนี้ คือหลักเกณฑ์ข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันเกินกว่า ๗ วัน อันนี้นับจำนวนวันนะครับ ถ้าเกิน ๗ วันไปอันนี้ก็ไม่มีคำว่า และ นะครับ อันนี้ก็จะให้ความ ช่วยเหลืออัตราเดียวกันเลย เป็นวงเงินจำนวนครัวเรือนละ ๙,๐๐๐ บาท อันนี้มีการทบทวน มติ ครม. เกิดขึ้นมานะครับ แล้วก็วิธีการจ่ายเงินนั้นตามมติ ครม. เมื่อทางกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยได้รับเงินโอนจากสำนักงบประมาณแล้ว คนที่ได้รับความเสียหาย เราก็จะโอนเงินผ่านไปที่ธนาคารออมสิน โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโอนให้ ออมสิน ออมสินก็จะจ่ายเงินออกไปให้คนที่ประสบภัยตามอัตราที่กำหนดตามมติ ครม. วันที่ ๘ ตุลาคม เราก็จ่ายเป็นครัวเรือน ครัวเรือนละ ๙,๐๐๐ บาท แล้วก็ในส่วนที่เคยจ่าย แล้วมันขาดจาก ๙,๐๐๐ บาทเท่าไรก็เติมเอาไปนะครับ ถ้าเคยได้ ๕,๐๐๐ บาท ก็เติมไป ๔,๐๐๐ บาท ถ้าเคยได้ ๗,๐๐๐ บาทก็เติมไปที่อีก ๒,๐๐๐ บาท อันนี้เป็นหลักเกณฑ์ในการที่ จะจ่ายเงินค่าเยียวยาดูแลในกรณีที่เกิดภัยพิบัติที่เกิดความเสียหายนะครับ🔗
สรุปในภาพรวมก็คือว่าธนาคารออมสินโอนจ่ายเงินทั้งสิ้นที่ผ่านมา ใน ๔๗ จังหวัด ๔๙ ครั้ง ใน ๒๗๗ อำเภอ โอนสำเร็จไปทั้งสิ้น ๓๐๑,๗๖๔ ครัวเรือน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น ๒,๗๑๕.๘๖๔ ล้านบาท แล้วก็มีการจ่ายเงินในรอบหลังอีกเป็นการช่วยเหลือเพิ่มเติม ธนาคาร ออมสินจ่ายรวมทั้งสิ้น ๑๕ จังหวัด ๒๐ ครั้ง ๙๒ อำเภอ โอนอีก ๕๙๖,๓๐๗ ครัวเรือน จำนวนเงินทั้งสิ้น ๕,๓๖๖ ล้านบาทเศษ อันนี้ก็เป็นตัวเลขที่ได้ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ยังมีมติ ครม. วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ เพิ่มเติมไปในกรอบวงเงินช่วยเหลืออีก ๔๐๕,๙๖๙ ครัวเรือน อันนี้ก็โอนสำเร็จไป ๓,๖๕๓.๙ ล้านบาท อันนี้เป็นมติเพิ่มเติมไปอีก อันนี้มตินี้ เพิ่งไปประชุม ครม. กันที่สงขลานะครับ ก็เป็นจังหวัดที่ตกค้างอยู่ ไม่ว่าจะเป็นบุรีรัมย์ ชัยนาท สมุทรสาคร สิงห์บุรี อันนี้ส่วนตกค้างนะครับ แล้วก็ส่วนที่เป็นภาคใต้ที่มีข่าวว่ากำลัง รอเงินเยียวยา ทางรัฐบาลก็ดำเนินการไปแล้วในส่วนอีก ๑๓ จังหวัด อันนี้ก็ดำเนินการ ด้วยความเรียบร้อย แต่ว่าในข้อมูลจริง ๆ วันนั้นกระทรวงมหาดไทยเองก็เสนอวงเงินไว้ว่า ตัวเลขโดยภาพรวมที่ต้องเยียวยาทั้งหมดน่าจะประมาณสัก ๕,๐๐๐ พันกว่าล้านบาทเศษ แต่ว่า ครม. โดยสำนักงบประมาณตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นว่าในส่วนที่มีข้อมูลเรียบร้อย อยู่ที่ประมาณสัก ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ยังมีตกค้างอยู่อีกประมาณ ๑,๒๘๖ ล้านบาท เป็นตัวเลขที่วันนี้มีการสรุปส่งมาแล้วนะครับ ก็รอเดี๋ยวสำนักงบประมาณจัดสรร แล้วทางเรา ก็ไปขอ ครม. อีกครั้งหนึ่งในการที่จะให้ความเห็นชอบนำเงินส่วนที่เหลือเยียวยากับ ประชาชนต่อไป ในเบื้องต้นขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกเท่านี้ครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ถาม ท่านเจษฎาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจษฎา ดนตรีเสนาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๒ พรรคประชาชน คนปทุม ลุ่มน้ำเจ้าพระยาครับ จากที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบกระผมครับท่านประธาน พอดีท่าน รัฐมนตรีน่าจะตอบในหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาครับ แต่พอดีมีอีกอันหนึ่งที่ท่านรัฐมนตรี ยังตอบไม่ครบก็คือเรื่องของว่าเหตุใดจังหวัดปทุมธานีจึงไม่อยู่ในรายชื่อที่ได้รับการช่วยเหลือ ครับท่านประธาน อันนั้นก็เป็นประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากทราบรายละเอียด เพราะว่าจากตัว Power Point ปทุมธานีก็อยู่ลุ่มน้ำเดียวกับแม่น้ำเจ้าพระยาครับท่านประธาน แต่ไม่ได้รับ การช่วยเหลือ อยุธยาได้รับครับท่านประธาน นนทบุรีได้รับ แต่ปทุมธานีไม่มีรายชื่อเลยครับ ท่านประธาน แล้วก็มีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ หลังคาเรือน ที่อยู่ตลอด ๒ อำเภอนะครับท่านประธาน และอีกประเด็นหนึ่งก็คือถามต่อเนื่องไปในอนาคต ครับท่านรัฐมนตรี ก็คือรัฐบาลมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก ทั้งในระยะสั้น และระยะยาวอย่างไรครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณมาก เชิญท่านรัฐมนตรีครับ ครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ความจริงผมตั้งใจจะตอบยาว ๆ แต่ว่าเดี๋ยวกลัวประเด็นมันจะปนกันนะครับ ท่านเป็น ผู้แทนราษฎรของจังหวัดปทุมธานี ก็เป็นเรื่องปกติครับท่านก็ต้องห่วงใยในกรณีที่ได้เห็นว่า น้ำมันขึ้น น้ำมันลงประมาณนี้นะครับ แล้วก็อาจจะกระทบกับพี่น้องประชาชน เป็นเรื่องที่ ต้องน่าชื่นชมยินดีกับท่านแทนพี่น้องชาวปทุมธานีด้วยนะครับ สำหรับที่จังหวัดปทุมธานี คือต้องเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกว่าการที่จะจ่ายเงินอะไรไปมันเป็นเงินที่มาจาก ภาษีอากรพี่น้องประชาชนนะครับ มันก็ต้องมีกฎหมาย ต้องมีระเบียบ ต้องมีเรื่องอะไร ซึ่งสามารถที่จะจ่ายเงินได้นะครับ อันนี้เป็นเรื่องหลักเกณฑ์ทั่ว ๆ ไป โดยเฉพาะเรื่องของ ภัยพิบัติ ถ้ามันไม่มีภัยพิบัติ อยู่ ๆ ราชการโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเอาเงินไป จ่ายเยียวยา อันนี้ผมว่าข้าราชการจะโดน ๑๕๗ นะครับ แล้วก็ได้เห็นหลาย ๆ จังหวัด ที่มีข้อมูลในการที่จะเยียวยาช้าก็เพราะอย่างนี้ล่ะครับ กว่าจะรวบรวมข้อมูลหลักฐานความ เสียหาย ผู้คนคนไหนจะเป็นคนรับเงิน แล้วก็จังหวัดมีการประกาศภัยหรือไม่ อย่างไร อันนี้ เป็นหลักเกณฑ์ที่ต้องดำเนินการ เลยทำให้คนที่ได้รับผลกระทบก็จะมองว่า เอ๊ะ ทำไมรัฐบาล ถึงจ่ายเงินล่าช้า อันนี้ก็คือเกิดความรอบคอบถูกต้องตามกฎหมายนะครับ สำหรับปทุมธานี ผมเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกนะครับ เอาเบื้องต้นก่อนว่าทางจังหวัดเองแล้วก็ ท้องถิ่น อำเภอ ทั้งหลายซึ่งมีหน้าที่ในการสำรวจเรื่องความเสียหายที่จะมีขึ้นตามระเบียบ ว่าด้วยภัยพิบัติ อันนี้ยืนยันเลยว่าไม่มีการรายงานมาเลยนะครับ เมื่อไม่มีการรายงานขึ้นมา แน่นอนเราจะไปจ่ายเงินเยียวยาไปตามมติ ครม. ก็ไม่ได้ หรือจะไปจ่ายเงินตามระเบียบ ว่าด้วยกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการมันก็ไม่ได้นะครับ แต่ว่าจังหวัดไหนที่เขา มีรายงานมาก็จ่ายทุกจังหวัด เขามีคณะกรรมการขึ้นมาเป็นลำดับ ๆ แต่ว่าที่ปทุมธานี ผมก็ชื่นชมท่าน แต่ว่ามันอาจจะเป็นเรื่องของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติก็ได้ มีการน้ำขึ้น น้ำลงก็อาจจะไปท่วมขังท่วมอะไร แต่ว่ามันไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะประกาศเป็นประกาศ เขตภัยพิบัติเลยนำไปสู่การไม่สามารถนำการเยียวยาตามมติ ครม. ทั้ง ๒ มติได้ หรือจะไป จ่ายเงินเยียวยาไปตามระเบียบว่าด้วยเงินของกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินสำรองราชการ อันนี้ผมเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกนะครับ แต่ทราบว่าท้องถิ่นเองก็มีการไปบรรเทา บ้างบางส่วนเป็นหน้าที่ของท้องถิ่นเอง แต่ว่าเราไม่สามารถจ่ายเงินไปตามระเบียบดังกล่าวได้ อันนี้ผมเรียนท่านประธานนะครับ ส่วนเรื่องของหลักเกณฑ์ในอนาคตข้างหน้านี้ในเรื่องของ การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำหลากในระยะสั้น ระยะยาว อันนี้ผมเรียนก็อาจจะยาวหน่อยหนึ่ง นะครับ แต่ว่ามันมีเรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะสั้น อันนี้เป็นเรื่องของ กนช. ใช่ไหมครับ ใน กนช. วันนี้มีผู้แทนมาด้วยในการวางแผน ในการบูรณาการกันเกี่ยวกับเรื่อง การรับมือฤดูฝนโดยมีการประชุมหลายครั้ง แต่ผมเรียนแบบคร่าว ๆ ว่ามันก็มมาตรการ เรื่องของระยะสั้นอยู่ประมาณสัก ๑๐ ประการ เช่น คาดการณ์การชี้เป้าการแจ้งเตือนพื้นที่ น้ำท่วม พื้นที่เสี่ยงภัย ฝนทิ้งช่วง หรือการทบทวนปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดการบริหาร จัดการน้ำ อาคารการควบคุมน้ำอย่างบูรณาการในลุ่มน้ำ แล้วก็กลุ่มลุ่มน้ำ เตรียมความพร้อม เรื่องเครื่องจักรเครื่องมือ อันนี้ก็เป็นการป้องกันทางชลศาสตร์ ระบบระบายน้ำ โทรมาตร เตรียมบุคลากร เตรียมศูนย์อพยพ อันนี้เป็นเรื่องของระยะสั้นนะครับ เพิ่มประสิทธิภาพ การระบายน้ำของทางน้ำจากระบบน้ำ ก็มีการไปขุดลอก มีการไปเก็บสิ่งกีดขวางทางน้ำ ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ เร่งพัฒนาการเก็บน้ำและแหล่งน้ำทุกประเภทในช่วงฤดูฝน สร้างความเข้มแข็งเครือข่ายภาคประชาชนให้รู้ว่าวิธีการป้องกันทำอย่างไรนะครับ การสร้าง การรับรู้ ศูนย์การบริการ ศูนย์ข้อมูล อันนี้ก็เรื่องการประชาสัมพันธ์นะครับ ติดตาม ประเมินผล ปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่จะเป็นอยู่ในปัจจุบันและอนาคต ต่อไป อันนี้เป็นเรื่องของระยะสั้นนะครับ ส่วนระยะยาวก็เป็นเรื่องที่ต้องมีการขับเคลื่อน ไปตามแผนแม่บทในการบริหารจัดการน้ำ ๒๐ ปี ช่วงปรับปรุงครั้งที่ ๑ ก็ พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๘๐ แล้วก็มีมาตรการในการบริหารพัฒนากรอบพัฒนา ๕ ด้านด้วยกันนะครับ ๑. เรื่องการ จัดการอุปโภคบริโภค ๒. การมั่นคงทางน้ำภาคการผลิต ๓. การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย ๔. การอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้เกิดความสมดุล แล้วก็ ๕. การบริหารจัดการน้ำโดยมิติของการแก้ไขปัญหา อันนี้ก็เป็นเรื่องของการวางแผนในระยะยาว แล้วก็มีเป้าหมายกำหนดว่าจะมีการปรับปรุงลำน้ำสายหลัก ๑,๙๗๘ กิโลเมตร มีการแก้ไข ปัญหาน้ำท่วมสายหลักอีก ๙๑๗ แห่ง มีการป้องกันน้ำท่วมระบบรายชุมชน ๓๘๐ แห่ง ในพื้นที่ระดับการป้องกัน ๐.๗๘ ล้านไร่ มีการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง หมายถึงว่าป้องกัน ที่ให้น้ำมันเอ่อขึ้นมาอีกประมาณ ๑,๙๐๐ กิโลเมตร มีการพัฒนาพื้นที่รับน้ำนอง น้ำหลาก อีก ๑,๗๐๔ ล้านลูกบาศก์เมตร มีการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพอาคารบังคับน้ำ สถานี บังคับน้ำเพื่อป้องกันพื้นที่ ๓ ล้านไร่ แล้วก็มีการสนับสนุนปรับตัวการเผชิญเหตุอีก ๓๗ ลุ่มน้ำสาขา แล้วก็มีโครงการที่เตรียมการดำเนินการป้องกันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง เขื่อน ค.ส.ล. คลองหนองบอน ในช่วงคลองประสิทธิ์เวศบุรีรมย์ถึงบึงหนองบอน อันนี้อยู่ใน กรุงเทพมหานคร อันนี้ก็เป็นการตั้งงบประมาณในปี ๒๕๖๗ นี้ได้งบประมาณไปแล้วนะครับ ๒. เป็นโครงการระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก โดยกรมโยธา ซึ่งปัจจุบันก็มีการศึกษา ออกแบบ ซึ่งดำเนินการก่อสร้างได้เมื่อมีการศึกษาระบบกระทบสิ่งแวดล้อมอีไอเอเรียบร้อย อันนี้ถ้าทำเรียบร้อยก็จะมีการตั้งงบประมาณต่อไปนะครับ แล้วก็โครงการคลองระบาย น้ำหลากป่าสัก-อ่าวไทย อันนี้กรมชลประทานก็ได้มีการศึกษาอีไอเอ อันนี้ก็อยู่ในแผนงาน ของปี ๒๕๗๐ ที่จะดำเนินการต่อไป อันนี้เป็นเรื่องของการป้องกันเรื่องของน้ำในระยะยาว ซึ่งเราก็เรียกว่าต้องมีแผนในการทำเรื่องที่เก็บน้ำนะครับ ความจริงในแต่ละปีมันก็จะมีมวล น้ำอยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้ก็มีการวางแผนเรื่องของการทำแก้มลิงที่จะเอามวลน้ำทั้งหลาย ที่จะมีผลกระทบจากการเรื่องของน้ำหลากเกิดอุทกภัยเอาไปเก็บ ดีกว่าปล่อยน้ำออกไป แล้วก็ลงไปแม่น้ำสายหลัก แล้วบางทีก็อาจจะลงแม่น้ำเจ้าพระยา ลงไปอ่าวไทยหรือจะเป็น แม่น้ำโขงก็ออกแม่น้ำโขงไปหมด ถึงเวลาหน้าแล้งก็ยังแล้งเหมือนเก่า นั่นก็เป็นเรื่องที่ต้อง มาบูรณาการกันนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญท่านเจษฎา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจษฎา ดนตรีเสนาะ ผู้แทนราษฎรปทุมธานี เขต ๒ พรรคประชาชน คนปทุม ลุ่มน้ำ เจ้าพระยาครับ ผมขออนุญาตขอสไลด์หน้าสุดท้ายเลยนะครับท่านประธาน เพื่อขออนุญาต ฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีครับว่าช่วยเหลือชาวปทุมธานีด้วยเถอะครับ เพราะว่า ที่ท่านเห็นบางไทร ภูมิประเทศเช่นเดียวกับจังหวัดปทุมธานีเลยครับท่านประธาน นนทบุรี ภูมิประเทศเช่นเดียวกับจังหวัดปทุมธานีเลยครับท่านประธาน แต่ปทุมธานีท่านเห็นรูป ทางขวาครับ น้ำเท่าเข่า ผมไปยืนคุยกับประชาชนที่ตั้งนั่งร้านเพราะว่าบ้านออกไม่ได้ครับ ท่านประธาน ต้องใช้ทำเป็นนั่งร้านเพื่อทำเป็นสะพานเดิน ภาพท่านผู้ว่าราชการจังหวัด อดีตท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ตอนนี้ท่านเป็นอธิบดี ปภ. ท่านได้ไปดูแลช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้อง ประชาชน ภาพเหล่านี้ครับท่านประธาน ผมก็ไม่รู้ว่าถ้าไม่เรียกว่าน้ำท่วมแล้วจะเรียกว่า อย่างไรนะครับ ภาคเหนือมีน้ำท่วมรวดเร็วฉับพลัน ๓ วัน ๗ วันน้ำแห้ง แต่ปทุมธานีบ้านผม ลุ่มน้ำภาคกลางมันท่วมถึง ๒ เดือน ๓ เดือนครับท่านประธาน แล้วด้วยความที่มันอยู่ ปากอ่าวมันเลยได้รับผลกระทบจากดวงจันทร์ น้ำขึ้น น้ำลงซึ่งเป็นธรรมดา แต่ถามว่าน้ำลง นี่ลงจนแห้งใช้ชีวิตปกติหรือเปล่า เปล่าครับท่านประธาน น้ำลงก็ลง เดี๋ยวพอช่วงน้ำขึ้นมันก็ กลับมาขึ้นเหมือนเดิมครับท่านประธาน มันเป็นภูมิประเทศที่ส่งผลกระทบ แต่ช่วงที่น้ำสูง มาก ๆ บ้านผมสูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางที่ ๓ เมตร ๓.๕๐ เมตร สูงมากครับ ท่านประธานครับ อันนี้เป็นตัวอย่างภาพที่ผมเอามาเล็กน้อยเพราะว่ามีเวลาไม่มาก อย่างไร ขออนุญาตฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับท่านรัฐมนตรี🔗
ท่านประธาน นิดเดียวครับ ขออนุญาตก็เห็นใจท่านนะครับ ดูจากภาพก็เป็นเรื่องของน้ำท่วมจริง ๆ แต่ว่า ปัญหาถ้ามันเรื่องของการดูแลภาคท้องถิ่นเขาก็ว่าไปได้เลยนะครับ แต่ว่าในกรณีที่จะต้องมี การจ่ายเงินเยียวยาตามมติ ครม. หรือตามระเบียบว่าด้วยกระทรวงการคลังว่าด้วย เงินทดรองราชการนี่มันก็ต้องเข้าเงื่อนไขของคำว่า สาธารณภัย ซึ่งสาธารณภัยมันต้อง หมายความถึงเรื่องความเสียหายแก่ทรัพย์สินหรืออันตรายต่อเสียชีวิตไปด้วย ถ้าเกิดเพียงแต่ น้ำท่วมขังธรรมดาไม่มีอะไรเสียหายซึ่งเป็นวิถีปกติของประชาชนที่อยู่ เขาเรียกว่าที่ปทุมจะมี หลังคันกั้นน้ำหลังอยู่ด้านนอกน้ำก็จะมีการท่วมขังปกติ ซึ่งในช่วงที่จะมีการท่วมขังก็มีการ แจ้งเตือนไปให้มีการเก็บทรัพย์สิน มีอะไรเรียบร้อย ปรากฏว่าประชาชนก็ให้ความร่วมมือดี ก็เก็บทรัพย์สินเรียบร้อย ในที่สุดก็ปรากฏว่ามันไม่มีความเสียหายแก่ทรัพย์สินที่เขาตีความ กันอย่างนี้นะครับ แล้วก็ไม่มีความน่ากลัวอันตรายถึงแก่ชีวิต ก็เลยนำไปสู่การที่ไม่สามารถ ที่จะมีการประกาศภัยนำไปสู่การใช้ของการประกาศภัยนำไปสู่การเยียวยาได้ตามกฎหมายต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ🔗
ขออนุญาตต่ออีกนิดนะครับ🔗
ได้ครับ เวลายังพอมี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจษฎา ดนตรีเสนาะ ผู้แทนราษฎรปทุมธานี เขต ๒ พรรคประชาชน คนปทุม ลุ่มน้ำ เจ้าพระยาครับ ผมเข้าใจหลักเกณฑ์ที่ท่านรัฐมนตรีตอบจริง ๆ ครับ แต่ในความเป็นจริง ข้าวของเสียหายจริง ๆ ครับท่านประธาน ปี ๒๕๖๕ น้ำท่วมน้อง ๆ ปี ๒๕๕๔ เลยครับ ท่านประธาน แต่ไม่ได้รับการเยียวยาเลยครับท่านประธาน ผมไปฟังคุณป้าคนหนึ่งครับ น้ำมาไม่มีการเตือนภัยครับท่านประธาน น้ำขึ้นถ้าผมจำวันที่ไม่ผิด วันที่ ๑ ตุลาคม น้ำขึ้น วันเดียว ๕๐ เซนติเมตรครับท่านประธาน แล้วขึ้นช่วงเช้า ผมถามคุณป้าว่าทำไมอยู่บ้านคนเดียว คุณป้าบอกไม่มีใครอยู่บ้านเพราะว่าลูกกับสามีไปทำงานแล้ว พอไม่มีการเตือนภัย เครื่องซักผ้า ฝาหน้าครับท่านประธาน มอเตอร์ไซค์ อะไรที่เขายกไม่ไหวมันเกิดความเสียหายครับ ท่านประธาน อันนี้ก็คือหน้างานจริงที่ผมได้พบเจอครับท่านประธาน ทีนี้ผมก็ไม่ทราบว่าจะ นำภาพเหล่านั้นมานำเรียนท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรีได้อย่างไรนะครับ แต่ผมขอ อนุญาตยืนยันว่าพื้นที่ความเสียหายตลอด ๓๐ กิโลเมตรของแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งอำเภอ สามโคกและอำเภอเมืองปทุมธานี มีจำนวนประชากรอยู่ ๕,๐๐๐ กว่าหลัง ๖,๐๐๐ กว่าหลัง มีความเสียหายจำนวนมากครับท่านประธาน และผมได้ไปเดินย่ำน้ำอยู่ทุกคืน ผมขออนุญาต ยืนยันว่าปทุมธานีเข้าเกณฑ์น้ำท่วมจริง ๆ แต่ผมก็ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลกลใดครับ ท่านประธาน ทำไมทางจังหวัดปทุมธานีถึงไม่นำข้อมูลส่งไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ ซึ่งผม เห็นว่าเรื่องนี้คงต้องขออนุญาตฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่า โปรดช่วยพิจารณา ช่วยเหลือจังหวัดปทุมธานีด้วยเถิดครับ ผมยืนยันว่าภูมิประเทศของปทุมธานีน้ำท่วมจริง ๆ ครับท่านประธาน แล้วอย่างปี ๒๕๖๕ เราท่วมถึง ๕ เดือนครับท่านประธาน ตั้งแต่วันที่ ๒๘ กรกฎาคม กว่าน้ำจะแห้งกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ปีใหม่ไปแล้วครับท่านประธาน ไม่ต่ำกว่า ๕ เดือน อย่างไรผมขออนุญาตฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ช่วยพิจารณา ช่วยเหลือชาวปทุมธานีด้วยเถิดครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ก็พอสมควรนะครับ ฝากท่านรัฐมนตรีลองช่วยไปดูในพื้นที่ก็แล้วกันนะครับ🔗
ท่านประธาน ขออนุญาตนิดเดียวครับ ก็อย่างที่บอกว่าต้องขอบคุณท่านสมาชิก ด้วยความห่วงใยพี่น้อง ประชาชน ก็จะรับและกำชับไปที่จังหวัดนะครับ ทั้งจังหวัด ทั้งส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการ ที่จะต้องรายงานข้อมูลต่าง ๆ ให้มันถูกต้องที่สุด เพื่อนำไปสู่การเสนอขอใช้จ่ายเงินตาม ระเบียบทางราชการต่อไปนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เป็นอันจบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑.๓.๕ ต่อไประเบียบวาระถัดไปครับ🔗
๒. เรื่อง ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาเอกสารสิทธิที่ดินในเขตทุ่งเลี้ยงสัตว์ และพื้นที่คาบเกี่ยวในจังหวัดชุมพร นายวิชัย สุดสวาสดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย🔗
วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ๑. ท่านผู้อำนวยการสำนักจัดการที่ดินของรัฐ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย นายขวัญชัย อรัญเวช ๒. ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการจัดการที่ดินของรัฐ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย คุณคัทลียา พวงพรหม และได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนเข้าร่วมรับฟังการตอบกระทู้ถาม คือท่านทชากร ศักดาบูรณโภคิน ครับ เชิญท่าน สส. วิชัย สุดสวาสดิ์ ได้ถามเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ผม ขอตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรี ด้วยจังหวัดชุมพรปัจจุบันชาวจังหวัดชุมพรจำนวนมาก ที่ประสบปัญหาเดือดร้อนในเรื่องของกรณีเรื่องเอกสารสิทธิที่ดินทำกิน นับตั้งแต่ปี ๒๔๗๙ ๘๙ ปีแล้วครับท่านประธาน ในพื้นที่ของจังหวัดชุมพรบางส่วนถูกประกาศเป็นพื้นที่ ทุ่งเลี้ยงสัตว์ เพื่อเป็นที่สาธารณะของแผ่นดินให้ประชาชนใช้ร่วมกัน ด้วยสภาพปัญหา ที่แท้จริงประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีที่อาศัยทำกิน ก็เข้าไปตั้งหลักปักฐานจับจองรุ่นสู่รุ่นมาตลอด ในเรื่องของการเข้าครอบครองอย่างที่เอ่ยขึ้น กระผมเองนั้นขอนำเรียนท่านประธานด้วย ความเคารพว่าสิ่งนี้มันเป็นปัญหาของสังคมและเป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมมาตลอด ผมก็ตระหนัก แล้วก็เป็นการถามกระทู้ ๒ ครั้งแล้ว ตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้วก็มีการติดตามกัน ตลอดเวลาในเรื่องของการแก้ไขปัญหาในเรื่องของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ดังกล่าว ประชาชนต้องประสบกับปัญหาหลายประการ เช่น การไม่มีเอกสารสิทธิมาซึ่งการ ขอบ้านเลขที่ ขอไฟฟ้า ขอประปาแบบถาวรไม่ได้ เพราะฉะนั้นนั่นคือความเดือดร้อนเป็น อย่างมาก และอีกส่วนหนึ่งในพื้นที่จังหวัดชุมพรหลายตำบลมาก หลายอำเภอที่ประสบ ปัญหาอย่างนี้ โดยเฉพาะในส่วนของที่ราชการก็เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนขยายโอกาส โรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ก็อยู่ในพื้นที่ทุ่งเลี้ยงสัตว์ องค์การบริหารส่วนตำบลก็อยู่ในทุ่ง เลี้ยงสัตว์ เพราะฉะนั้นเราขอใช้พื้นที่เวลาเราจะเปลี่ยนแปลงหรือว่าจะเอาโครงการลง ด้วยความยากลำบาก เพราะฉะนั้นวันนี้ผมก็ขอกราบขอบพระคุณโดยเฉพาะท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่เดินทางมาเพื่อตอบกระทู้ เพื่อให้ความกระจ่างให้กับพี่น้อง ชาวจังหวัดชุมพร ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ผมก็ขอนำเรียนถามด้วยประเด็นแรก ในเรื่องของ ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ทราบว่ากระทรวงมหาดไทยมีนโยบายหรือมาตรการในการดูแล ช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดชุมพรหรือว่าจังหวัดอื่น ๆ ด้วยอย่างไร มีการดำเนินการเป็น ประการใดบ้าง และขอทราบรายละเอียด คำถามแรกครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง มหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายมาทำหน้าที่ในการตอบกระทู้ถามท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่จังหวัดชุมพร ก่อนอื่นนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน และสมาชิกว่า เรื่องนี้เป็นกรณีที่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชุมพรจำนวนมากประสบกับความ เดือดร้อนในกรณีไม่มีเอกสารสิทธิในที่ทำกิน เพราะว่าตั้งแต่ปี ๒๔๗๙ พื้นที่จำนวนหนึ่ง ในเขตจังหวัดชุมพรถูกประกาศให้เป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ ก็หมายความว่าเป็นสาธารณสมบัติของ แผ่นดิน ทำให้ประชาชนที่ใช้ประโยชน์ดังกล่าวมีปัญหา คือหมายความว่าพอประกาศเป็น เขตสาธารณะ ที่สาธารณะ ทำเลเลี้ยงสัตว์อย่างนี้คนที่ไปอยู่ก็จะเป็นประเด็นเรื่องของการ อาจจะไม่ได้รับการดูแลจากรัฐความหมายเป็นอย่างนั้น เช่น การที่จะไปขอเลขที่บ้าน ขอใช้ไฟ ขอน้ำประปา อันนี้ก็จะเป็นเรื่องที่ไม่มีหลักเกณฑ์ให้ทำได้ แต่ผมทราบว่าจริง ๆ ถ้าเป็นแบบ คทช. แบบนี้เขาจะมีการอนุญาตให้ไปใช้ได้ ในขณะนี้มีตัวอย่างที่จะทำอยู่ ๒ จังหวัด มีที่กาญจนบุรีกับที่แม่ฮ่องสอนจะเป็น Model เรื่องของแบบนี้ แต่เนื่องจากว่า ที่ชุมพรเป็นพื้นที่จะเป็นชุมพรหรืออำเภอสวีเองมีพื้นที่สาธารณะตามทะเบียนที่ดิน ประโยชน์ใช้ร่วมกันเป็นทำเลเลี้ยงสัตว์ ผมเรียนท่านประธานและสมาชิกว่าอย่างเมืองชุมพร มี ๓๐ พื้นที่ด้วยกัน มีเนื้อที่ประมาณ ๑๓๖,๐๐๐ กว่าไร่เศษ ส่วนที่อำเภอสวีมีอยู่ ๕ พื้นที่ เนื้อที่ประมาณสัก ๘๑,๗๒๐ ไร่เศษ อันนี้ก็เป็นข้อมูล แล้วก็ถือเป็นที่ดินสาธารณสมบัติ แผ่นดินสำหรับใช้ร่วมกัน อันนี้ก็เป็นประเด็นที่ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใย แล้วก็เรียน ท่านประธานว่าการเกิดหรือการได้มาซึ่งที่ดินสาธารณะมีอยู่ ๕ กรณีด้วยกัน ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ มันจะเกิดได้เองนะครับแต่ว่ามันมีหลักเกณฑ์อยู่ อย่างเช่น เกิดจากสภาพธรรมชาติ เช่น ที่ชายตลิ่ง ทางน้ำ ทางหลวง อันนี้ก็จะเป็นที่สาธารณะเป็นไปตามกฎหมาย หรือจะเป็นการ เกิดจากการใช้ร่วมกันของประชาชน เช่น ที่รกร้างว่างเปล่าหรือที่ดินที่มีบุคคลมิได้มีสิทธิ ครอบครอง อันนี้ก็นำไปสู่การเป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์ หรือการได้มาโดยทางนิติกรรม เช่น การซื้อขาย การแลกเปลี่ยน หรือมีผู้อุทิศให้กับทางราชการหรือว่าชุมชนอันนี้ก็เป็นที่ สาธารณะ แล้วก็การได้มาโดยผลของกฎหมาย อย่างเช่น การสงวนหวงห้ามที่เกิดขึ้นก่อน วันที่ ๘ เมษายน ๒๔๗๙ อันนี้ไม่มีการกำหนดรูปใดไว้แต่เป็นที่สงวนหวงห้ามตามพระบรม ราชโองการ ผู้ว่าการมณฑล สมุหเทศาภิบาล กรมการอำเภอ หรือกำนัน เป็นต้น เมื่อก่อน กำนันเองยังประกาศเขตสงวนหวงห้ามด้วยตามกฎหมายเดิม หรือว่าการสงวนหวงห้าม หลังตั้งแต่วันที่ ๘ เมษายน จนถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๔๙๗ อันนี้เป็นช่วงเวลาที่มี พระราชบัญญัติว่าด้วยการสงวนหวงห้ามที่ดินที่รกร้างว่างเปล่าเป็นสาธารณสมบัติของ แผ่นดิน อันนี้ปี ๒๔๗๘ ก็มีกฎหมายอันนี้เกิดขึ้นมา แต่ว่าการจะประกาศใช้อย่างไรก็ต้องมี การออกเป็นพระราชกฤษฎีกา แล้วก็มีแผนที่แนบท้ายที่จะออกเป็นที่สาธารณะ แล้วก็รวมถึง การต้องไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาด้วย สำหรับการหวงห้ามตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๗ จนถึงปัจจุบันนี้เรามีการใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน การดำเนินการสงวนหวงห้าม จะต้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายที่ดินโดยเป็นอำนาจของคณะกรรมการจัดที่ดิน แห่งชาติที่เรียกว่าน่าจะเป็น คทช. คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนเป็น คณะกรรมการจัดรูปที่ดิน แล้วก็การสิ้นสภาพของที่สาธารณประโยชน์ก็มีวิธีการอยู่ เช่น การสิ้นสภาพโดยการถอนสภาพเพื่อใช้เป็นประโยชน์อย่างอื่นตามประมวลกฎหมายที่ดินตาม มาตรา ๘ วรรคสอง หรือ ๒. การสิ้นสภาพโดยผลของกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติที่ ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๒ หรือมีการตราเป็นกฎหมายหรือพระราชบัญญัติโอนที่ดินให้ตกเป็น กรรมสิทธิ์ของเอกชน อันนี้คือมีการสิ้นสภาพ สำหรับการสิ้นสภาพโดยธรรมชาติ เช่น ที่ดิน ที่เป็นที่งอกริมตลิ่งตกเป็นที่กรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่ดินที่งอก อันนี้ก็มีการไปขอ เช่น พิสูจน์ ดินที่มันงอกว่าไม่ใช่ดินที่เกิดจากการถม แต่เกิดจากการงอกโดยธรรมชาติ อันนี้ก็จะเป็น กรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่ดินที่อยู่ที่งอก อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปตามกฎหมายกำหนดที่ สาธารณะ แต่ว่าถ้าหากปรากฏข้อเท็จจริงว่านายอำเภอ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มี การตรวจสอบที่สาธารณะให้ชัดเจนแล้ว ถ้าราษฎรมีเอกสารสิทธิที่ทางราชการทำขึ้น หรือพิสูจน์ได้ว่าเป็นเอกสารก่อนที่ดินเป็นของรัฐ อันนี้หมายความว่ามีการพิสูจน์สิทธิ บางทีประกาศเป็นที่สาธารณะแล้วแต่ว่าถ้าประชาชนอยู่แล้วมีการพิสูจน์สิทธิได้ อันนี้เป็น เรื่องมีการโต้แย้งก็นำไปสู่การดำเนินการเพื่อการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินต่อไป แต่ว่าถ้าที่ดิน ดังกล่าวนี้เป็นที่ดินที่เป็นสาธารณะแล้ว ถ้าประชาชนอยากจะเข้าไปอยู่ได้สิทธิ เขาก็จะมี คณะกรรมการเขาเรียกว่า คปร. จังหวัดพิจารณากำหนดเป็นนโยบาย มีการกำหนด หลักเกณฑ์ มีแนวทางมาตรการเรียกว่า คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ คทช. แล้ว เพื่อจัดที่ดินหรือมีการพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของบุคคลในพื้นที่ของรัฐต่อไป อันนี้เป็นแนวทางในการดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ซึ่งในส่วนของที่ชุมพรทั้ง ๒ อำเภอ ผมก็เรียนว่าจริง ๆ มันก็ต้องเข้าสู่กระบวนการอย่างนี้ ซึ่งจะได้ดำเนินการเพื่อให้ประชาชน สามารถอยู่ได้ จะเป็นกรรมสิทธิ์ก็ต้องพิสูจน์สิทธิ ถ้าไม่ใช่เป็นกรรมสิทธิ์และเป็นที่สาธารณะ ก็ต้องนำไปสู่การที่จะขอให้รัฐจัดที่ดินอย่างไร กราบขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เชิญท่านวิชัยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขต ๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ ผมขอนำ เรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ตามที่ท่านรัฐมนตรีตอบนั่นคือแง่กฎหมาย ที่ผ่านมา ๘๐ กว่าปีมันรุ่นสู่รุ่นมาตลอด สิ่งที่ผมอยากจะนำเรียนท่านประธานฝากถึงท่านรัฐมนตรี เราไม่มี นโยบายที่จะแก้ไขกฎหมาย ไม่มีนโยบายที่จะทำให้กฎหมายนั้นมาเพื่อเป็นปัจจุบัน หรือว่า ทันสมัยเพื่อตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชน ปัญหาอย่างนี้ที่ผมเห็นว่ารุ่นสู่รุ่น มาตลอด ผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีที่ตอบเมื่อสักครู่นี้ท่านเองท่านก็ทราบอยู่แล้วว่าหลายพื้นที่ เรามีกระบวนการในเรื่องของการจัดการ กระบวนการในเรื่องของเรียกร้องสิทธิมาตลอด ท่านต้องเข้าใจนะครับ กฎหมายตัวนี้ออกมาตั้งแต่ผมขอนำเรียนท่านประธาน ผมยังไม่ได้ คลอดเลยครับ เพราะฉะนั้นแล้วผมเชื่อนะครับในระยะเวลาอย่างนี้ปัจจุบันนี้เอามาใช้ใน บริบทของสังคม เอามาใช้กับบริบทของปากท้องของพี่น้องประชาชนมันยุ่งยาก ที่ผมได้ นำเรียนถามนี่ละครับ ครั้งที่แล้วผมถามในห้องใหญ่ก็มีการตอบคล้าย ๆ อย่างนี้ เพราะฉะนั้น มันไม่มีความชัดเจน ไม่มีเป้าหมายที่จะดำเนินการให้กับพี่น้องประชาชน ผมถามนิดหนึ่ง องค์การบริหารส่วนตำบลเรากระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ท้องถิ่นมาซึ่งเอาภาษีของพี่น้อง ประชาชน โดยเฉพาะภาษีที่ดินเอามาเพื่อดูแลและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนก็เลยเอามาพัฒนา ในเมื่อพื้นที่ของจังหวัดชุมพร ผมบอกนะครับในเขต ๑ ที่ผม รับผิดชอบ ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประกาศเมื่อสักครู่นี้ที่ท่านบอกตัวเลขมันเป็นสิ่งที่บ่งบอก ได้เลยว่าทั้งหมดต้องเป็นหมื่น ๆ ไร่ เป็นแสนไร่ เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งนี้ ณ ปัจจุบันครอบครัว ขยายไปพื้นที่อย่างนี้เขาเอาไปครอบครองกันหมดแล้ว แล้วให้ประชาชนเดือดร้อนอยู่อย่างนี้ โดยเฉพาะในเรื่องของการเหลื่อมล้ำทางสังคมที่บอกว่าจะได้แก้ ผมถามท่านประธานฝากถึง ท่านรัฐมนตรีนิดหนึ่งว่า เมื่อไรล่ะครับที่เขาจะมีหลักประกันให้กับครอบครัวของเขา เมื่อไรที่ ลูกหลานของเขาจะได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในเรื่องของการประกอบอาชีพ สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญครับ พวกเราในฐานะที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจำเป็นที่จะต้องดูแล เราจำเป็นต้องแก้ไขปัญหา เพราะฉะนั้นวันนี้ที่เอามาถาม ผมถามเพื่อตั้งใจที่จะได้ให้ตอบว่า กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน และดำเนินการในเขต ทุ่งเลี้ยงสัตว์เป็นพื้นที่คาบเกี่ยวทั้งหมดในจังหวัดชุมพร ท่านมีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนอย่างไรครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมเข้าใจท่านนะครับ แต่ว่าเรื่องการถือครองที่ดินมันเป็นประเด็นข้อกฎหมาย เราจะทำอะไร ก็แล้วแต่ได้หมดแต่มันต้องมีกฎหมายรองรับ กฎหมายซึ่งสามารถให้ทำได้ วันนี้ที่ดินที่เป็น ที่ดินสาธารณะถ้าบอกว่าจะให้เป็นโฉนดได้ไหม เป็นกรรมสิทธิ์ได้ไหมก็ต้องไปแก้กฎหมาย ถ้าไม่แก้กฎหมายมันก็ต้องเป็นกระบวนการทางกฎหมายซึ่งสามารถนำที่ดินของรัฐไปใช้ ประโยชน์ก็อาจจะเป็นเรื่องของจัดที่เป็นสิทธิ จัดที่ทำกินให้ที่ว่า คทช. เขาก็จัดให้เป็น ครอบครัวละไม่เกิน ๑๕ ไร่ อันนี้เป็นกฎหมายมันบังคับอยู่อย่างนี้ แต่ว่าเป็นอย่างนี้แสดงว่า มันก็มีคณะกรรมการขึ้นมาในระดับจังหวัดที่ว่าจะเอาแนวทางนี้ในการใช้ที่สาธารณะ ทั้งหลายที่คิดว่ามันไม่จำเป็นต้องใช้แล้วเอามาจัดให้กับประชาชน แต่ว่าไปจัดถึงขนาดว่า ได้กรรมสิทธิ์เหมือนโฉนดไหมอันนี้กฎหมายมันยังให้ไม่ได้ มันต้องว่าตามกฎหมายเสียก่อน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าถ้าประชาชนอยู่ในที่ดินตรงนั้น แล้วก็มีความเห็นกันว่าเป็นที่ดินที่ ครอบครองมาก่อนกฎหมายก็ไปพิสูจน์สิทธิกันตามกฎหมาย อันนี้เป็นแนวทางที่ตอบได้ อย่างนี้ล่ะครับ เราไม่สามารถตอบเป็นอย่างอื่นได้เพราะกฎหมายบังคับให้เป็นแบบนี้ ท่านก็เห็นว่าทุกวันนี้ก็มีข่าวเยอะแยะเรื่องของที่ดินต่าง ๆ ก็เป็นประเด็นอย่างนี้ เป็นประเด็น ที่น่ากังวล น่าห่วงใยกัน แต่ว่าในที่ชุมพรก็เป็นที่ที่ต้องเห็นใจท่าน เป็นที่ดินที่เป็นที่ดิน สาธารณะตัวเลขค่อนข้างสูงมาก แต่ว่ามันจะเป็นที่สาธารณะได้ก็ตามเงื่อนไขที่ผมเรียนว่า มันเป็นไปแล้ว กฎหมายไปรองรับหมดแล้ว แต่ว่าการให้คนทำกินได้เราจะใช้วิธีการอย่างไร จะเป็น คทช. เราก็เข้าคุณบัติของ คทช. แต่ถ้าประชาชนมั่นใจว่าที่ครอบครองอยู่เป็นที่ดิน ที่มีสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดินก็ไปสู้สิทธิกันตรงนั้นเพื่อแยกออกไป แต่ในขณะนี้ผมว่า แนวทางที่คิดจะทำได้ก็เข้าสู่กระบวนการ คทช. เพื่อให้ประชาชนได้สิทธิในการที่เข้าไปอยู่ได้ โดยไม่ผิดกฎหมาย ก็เป็นแนวทางที่ถูก ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและ ท่านสมาชิกว่าผมคงต้องแจ้งทางจังหวัด ถ้าเป็นประเด็นที่ท่านห่วงใยมาก ๆ ก็ให้รีบเร่ง กระบวนการเรื่อง คทช. ให้มันเร็ว นำไปสู่การดำเนินการให้ประชาชนสามารถอยู่ได้อย่าง มีสิทธิ สิทธิทำกิน ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ก็ชัดเจนครับท่านวิชัย สั้น ๆ ครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานนะครับเวลายังเหลืออยู่ นิดหนึ่ง ผมนำเรียนอย่างนี้ครับ ผมก็ฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรี เรามาเพื่อสนองตอบ ในเรื่องความต้องการของพี่น้องประชาชน สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะให้ท่านประธานถึงท่าน รัฐมนตรีว่าเรามาช่วยกันมาแก้ไขกฎหมายให้มันเป็นปัจจุบัน ๘๙ ปีแล้วครับที่จะเอามาใช้กับ สังคมปัจจุบันค่อนข้างที่จะยาก เพราะฉะนั้นไม่ใช่มีแต่จังหวัดชุมพร ผมเชื่อว่าแบบนี้มี ทั่วประเทศ ความเหลื่อมล้ำคนที่มีพันไร่กับคนที่มี ๑๒ ไร่ ๕ ไร่นี้ความเหลื่อมล้ำมันสูงมาก สิ่งหนึ่งที่พี่น้องประชาชนมีความคาดหวัง ผมขอฝากท่านรัฐมนตรีนะครับ ช่วยขับเคลื่อนดูแล แก้ไขกฎหมาย แล้วก็ความชัดเจนก็คือในเรื่องของสั่งการ ผมขอขอบคุณครับ ท่านสั่งการไปที่ จังหวัดเพื่อที่จะให้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล ก็ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธาน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณมากครับท่านวิชัย ท่านรัฐมนตรีรับทราบนะครับ ขอบคุณมากครับ เป็นอันจบกระทู้ ถามแยกเฉพาะที่ ๕๒๖ ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณผู้ตั้งกระทู้ถามด้วยครับ🔗
กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๑๑ เรื่อง สอบถามความคืบหน้าในการก่อสร้าง อ่างเก็บน้ำห้วยปางค่า หมู่ที่ ๑๖ บ้านห้วยปางค่า ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน และอ่างเก็บน้ำห้วยตั๊กแต้ หมู่ที่ ๑๒ บ้านห้วยแพ่ง ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน นายรังสรรค์ มณีรัตน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอัครา พรหมเผ่า เป็นผู้มาตอบกระทู้ ถามแทน ตามข้อบังคับข้อ ๑๕๑ วรรคสอง แต่เนื่องจากว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ได้แจ้งหนังสือมาว่าท่านติดภารกิจไม่สามารถมาตอบกระทู้ในวันนี้ได้ ขอเลื่อนออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง🔗
กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๑๒ เรื่อง การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งในเขต ชลประทานของจังหวัดพิษณุโลก นายนพพล เหลืองทองนารา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
เช่นเดียวกันครับ ท่านรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากว่าท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีภารกิจก็ทำหนังสือขอเลื่อนมาเป็นวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๘ เช่นเดียวกันครับ🔗
กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๑๕ เรื่อง อ่างเก็บน้ำคลองหลวงรัชชโลทร นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
เช่นเดียวกันครับ ท่านรัฐมนตรีมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ติดภารกิจ แล้วก็ทำหนังสือขอเลื่อนตอบกระทู้เป็นวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๘🔗
กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๒๔ เรื่อง ติดตามความคืบหน้าแนวทางในการเพิ่ม จำนวนพะยูน เต่าทะเล และสัตว์น้ำที่เสี่ยงใกล้จะสูญพันธุ์ในทะเลอันดามัน นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม🔗
ทางท่านรัฐมนตรีติดภารกิจไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้ ขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามดังกล่าวออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐🔗
สำหรับวันนี้ก็หมดระเบียบวาระ ขอปิดประชุมครับ ขอบคุณทุกท่านครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่แจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ ซึ่งวาระที่ ๓ เรื่องรับรองรายงานการ ประชุมครับ รับรองรายงานการประชุมคณะกรรมาธิการขอขยายเวลาการพิจารณาศึกษา ที่ยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระออกไป ๑ เรื่อง ขอปรึกษาในที่ประชุมนะครับ ขอนำระเบียบ วาระรับรองรายงานการประชุมมานะครับ แล้วก็คณะกรรมาธิการขอขยายเวลาการพิจารณา ที่ยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระออกไป ๑ เรื่อง และการตั้งกรรมาธิการแทนที่ว่างลง ซึ่งยัง ไม่บรรจุ รวมจำนวน ๓ เรื่อง มาหารือก่อน ก็เข้าระเบียบวาระนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม🔗
รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ครั้งที่ ๑๕ เป็นพิเศษ วันศุกร์ที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๗ แล้วก็ครั้งที่ ๑๖ วันพุธที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๗ ซึ่งได้วางให้ท่านสมาชิกอยู่หน้าห้องประชุมแล้ว จึงขอเรียน สมาชิกทราบ ถ้าท่านผู้ใดจะขอแก้ไขครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่าท่านสมาชิกได้รับรองรายงานการ ประชุมทั้ง ๒ ครั้งนี้แล้วนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ (ซึ่งยังมิได้บรรจุระเบียบวาระ)🔗
ต่อไปเป็นเรื่องที่คณะกรรมการขอขยายเวลาการพิจารณาศึกษาซึ่งไม่ได้อยู่ใน ระเบียบวาระ🔗
๑. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามผลการดำเนินงานและศึกษา แนวทางแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน รวมทั้งมาตรการเยียวยาความเสียหายกับประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ ขอขยายเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๘🔗
ซึ่งการขยายนี้เป็นการขยาย ครั้งที่ ๔ ก็ขอให้กรรมาธิการหรือประธานได้ ชี้แจงเหตุผลของการขยายเวลานี้ด้วยนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามผลดำเนินงานและศึกษาแนวทางการ แก้ปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน รวมถึงมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจะครบกำหนด ระยะเวลาตามการขยาย ครั้งที่ ๓ ในวันอาทิตย์ที่ ๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ นั้น ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการได้จัดทำหลักเกณฑ์และมาตรการเยียวยาสำหรับผู้ได้รับผลกระทบภัยจาก ช้างป่าเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างเหมาะสมกับสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง โดยได้เสนอร่างหลักเกณฑ์และข้อเสนอแนะต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมพิจารณาให้เป็นข้อมูลประกอบขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่าย งบกลางซึ่งเป็นแนวทางที่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเร่งด่วน โดยขณะนี้อยู่ใน ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลังเพื่อให้ความเห็นชอบต่อร่างหลักเกณฑ์ดังกล่าว นอกจากนี้คณะกรรมาธิการยังอยู่ในระหว่างการศึกษาแนวทางพัฒนาแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ สำหรับช้างป่า ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อเป็นแนวทางการแก้ปัญหา ในระยะยาวและลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าอย่างยั่งยืน คณะกรรมาธิการพิจารณา แล้วเห็นว่ายังคงมีประเด็นสำคัญที่ต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถกำหนดแนวทางการ แก้ปัญหาช้างป่าได้อย่างรอบคอบทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จึงมีมติให้ขอขยายระยะเวลาการ พิจารณาออกไปอีก ๙๐ วันครับ ขอบคุณครับ🔗
ก็ขยายเวลา เป็นครั้งที่ ๔ ครั้งละ ๙๐ วัน เท่ากับ ๓๖๐ วันแล้วนะครับ ๑ ปี อันนี้เป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม เพราะเหลือเวลาอีก ๓ เดือนท่านไปทำให้จบภายใน ๓ เดือนได้ไหมครับ🔗
ได้ครับ🔗
ขอบคุณครับ ก็ถือว่าเป็นการขยายครั้งสุดท้าย ครั้งที่ ๔ ขอให้คณะกรรมาธิการไปดำเนินการให้แล้วเสร็จ แล้วรายงานสภาด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปเป็นเรื่องตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างที่ยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ มีอยู่ ๓ ชุด🔗
๒. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กร อัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ คุณสัญญา นิลสุพรรณ ได้มีหนังสือแจ้งว่า นายธนกร วังบุญคงชนะ พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้พ้นจากการเป็นกรรมาธิการ เนื่องจากลาออก จากตำแหน่งกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) จึงขอตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง ซึ่งเป็นสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ จึงขอเชิญให้พรรครวมไทยสร้างชาติได้เสนอแทนครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ แทนตำแหน่ง ที่ว่างคือ ๑. นายเกรียงยศ สุดลาภา เป็นกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน🔗
ขอบคุณครับ ตกลงว่าเสนอคุณเกรียงยศ สุดลาภา เป็นกรรมาธิการนะครับ🔗
ครับ ใช่ครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
๓. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การ สื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง🔗
ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ ท่านประธานครับด้วยความเคารพ เมื่อสักครู่การตั้งกรรมาธิการ พอก็ดียังไม่มีผู้รับรอง จะขออนุญาตให้ท่านขอผู้รับรอง พวกผมก็พร้อมจะยกมือรับรองครับ🔗
ขอผู้รับรองด้วยครับ ขอโทษทีครับ🔗
ขอบคุณครับ รับรองถูกต้องนะครับ ก็ได้กรรมาธิการนะครับ ต่อไปเป็นการตั้งกรรมาธิการสามัญ ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วม แทนตำแหน่ง ที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะกรรมาธิการลาออกคือคุณธนกร วังบุญคงชนะ ด้วยประธาน คณะกรรมาธิการ คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ได้มีหนังสือแจ้งว่าคุณธนกร วังบุญคงชนะ พรรครวมไทย สร้างชาติ ได้พ้นจากการเป็นกรรมาธิการเนื่องจากลาออก ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) จึงขอให้ พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เสนอตำแหน่งแทนครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ผมขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ คือท่าน สส. ศาสตรา ศรีปาน เป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรองครับ มีผู้รับรองถูกต้องครับ ก็เป็นไปตามนี้นะครับ ต่อไปกรรมาธิการ ชุดที่ ๓🔗
๔. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการสวัสดิการสังคม แทนตำแหน่งที่ ว่างลง ๑ ตำแหน่ง🔗
เพราะลาออกนะครับ คุณเกรียงยศ สุดลาภา ลาออก ด้วยประธาน คณะกรรมาธิการ คุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ได้มีหนังสือแจ้งว่าคุณเกรียงยศ สุดลาภา พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้พ้นจากตำแหน่งเพราะลาออก จึงขอเลือกกรรมาธิการแทน ในสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ เชิญเสนอมา ๑ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ คือท่าน สส. ธนกร วังบุญคงชนะ เป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ คุณธนกร วังบุญคงชนะ ก็ได้เป็นกรรมาธิการครับ ตามที่เสนอและรับรองถูกต้องแล้วนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๑. รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภา จำนวน ๓ เรื่อง🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าที่ประชุมวุฒิสภา ได้พิจารณาและรับทราบรายงาน จำนวน ๓ เรื่อง ดังนี้🔗
๑.๑ ที่ประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) ในวันอังคารที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ได้พิจารณาและรับทราบรายงานการพัฒนาระบบ ราชการ ประจำปี ๒๕๖๕🔗
๑.๒ ที่ประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) ในวันจันทร์ที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ได้พิจารณาและรับทราบรายงาน จำนวน ๒ เรื่อง🔗
๑. รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนา พื้นที่ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕🔗
๒. รายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของกองทุนการออมแห่งชาติ🔗
จึงแจ้งมาให้ที่ประชุมทราบนะครับ🔗
๒. ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้อนุญาตให้นำเรื่อง ขออนุญาตสภา ผู้แทนราษฎรเพื่อจับกุมตัว นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มารับทราบข้อกล่าวหาเพื่อสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายในระหว่างสมัยประชุม ออกจาก ระเบียบวาระการประชุม ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๘๗ วรรคสอง🔗
ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีหนังสือขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎร จับกุม นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคไทยก้าวหน้า ในความผิดอาญาฐานข่มขืนกระทำชำเรา มารับทราบข้อกล่าวหาเพื่อสอบสวนดำเนินคดี ตามกฎหมาย และประธานสภาได้อนุญาตให้บรรจุระเบียบวาระการประชุม ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ซึ่งเป็น ระเบียบวาระด่วนนั้น ต่อมาเมื่อวันอังคารที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ตำรวจภูธรจังหวัด เชียงใหม่ได้มีหนังสือแจ้งว่า นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว จึงหมดความจำเป็นที่ต้องขออนุญาตจากประธานสภา ผู้แทนราษฎรในการจับกุมตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดังกล่าว กรณีนี้ประธานสภา ผู้แทนราษฎรเห็นว่าเหตุการณ์ได้เปลี่ยนไป จึงขอนำเรื่องนี้ออกจากระเบียบวาระการประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๘๗ วรรคสอง ก็แจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัด ขอนแก่น กรณีที่ท่านจะแจ้งให้ที่ประชุมทราบเพื่อถอนระเบียบวาระออกดังที่ท่านได้แจ้ง ต่อที่ประชุมไปเมื่อสักครู่นี้ เรื่องนี้มันเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๕ ในการที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปกระทำความผิด โดยเฉพาะเรื่องนี้เป็นความผิดอย่างร้ายแรง กระทบกระเทือนความสัมพันธ์และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ระหว่างไต้หวัน จีน และ ประเทศไทย ผมไม่อยากให้เรื่องนี้ผ่านไปง่าย ๆ ครับ เป็นเรื่องที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสังคมให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อไปมอบตัวแล้วสภาผู้แทนราษฎรก็หลุดลอยที่จะ ดูแลหรือควบคุม เพราะว่าการดำเนินคดีในคดีอาญามันมีชั้นพนักงานสอบสวนอัยการศาล ต่อไปเราจะปฏิบัติตัวต่อสมาชิกท่านนี้อย่างไร ได้ยินข่าวในขณะที่เกิดเหตุ มีสมาชิกสภาที่เป็นสตรีร้องเรียนเรื่องจริยธรรมไปถึงท่านประธาน ผมอยากให้เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของสังคม ไม่อยากให้เกิดขึ้นซ้ำซาก ซ้ำรอย เขาจะมองว่าสมาชิก ของเรามีพฤติกรรมเยี่ยงนั้น แต่ผมก็ไม่ได้ปรักปรำว่าจะมีความผิดหรือไม่มีความผิด อยากให้ ท่านได้มีโอกาสไปศึกษาเรื่องมาตรา ๑๒๕ ซึ่งมีคนทำการวิจัยเรื่องนี้ไว้โดยละเอียดว่าสมควร จะส่งตัว ไม่ส่งตัว หลังจากที่ไปมอบตัวแล้วจะต้องทำอย่างไร อยากถามท่านประธานว่า ขอบรรทัดฐานที่ชัดเจนเรื่องนี้ ไม่ใช่ว่ามาขอมอบตัวแล้วมาแสดงตัวที่สภา ความรู้สึกของ สส. สตรี หรือ สส. ผู้รักความเป็นธรรมทั้งหลายห่วงหาอาทรชื่อเสียงประเทศชาติจะอยู่อย่างไร จึงอยากปรึกษาท่านประธานว่าเรื่องอย่างนี้พอท่านแจ้งปั๊บ ถอนออกไปเลยไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในกอไผ่เลยใช่ไหมครับ จึงขออนุญาตที่จะปรึกษาด้วยความสุจริตครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
อันนี้ก็เป็นไปตาม ข้อบังคับ เนื่องจากว่าตำรวจทำหนังสือมาที่สภาเพื่อขอนำตัวไปสอบสวนดำเนินคดี ซึ่งทาง ตำรวจแจ้งว่าขณะนี้ไม่มีความจำเป็นแล้วเพราะว่าได้ไปมอบตัว แต่มิได้หมายความว่ามอบตัว แล้วไม่ได้ดำเนินการอะไร ในช่วงเปิดสมัยประชุม ตำรวจสามารถจะเอาไปสอบสวนได้ วันที่ไม่ใช่ประชุม ถ้าวันประชุมแล้วก็ต้องให้มาประชุมตามปกตินะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ตาม กฎหมายของสำนักงานตำรวจ คือหมายความว่าพอไปมอบตัวแล้วก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ จะนัดไต่สวน สอบสวนเมื่อไรหรือจะจับกุมดำเนินคดีก็ได้ แต่เมื่อเขายังเป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรในวันประชุมก็ไม่สามารถจะควบคุมได้ต้องปล่อยมาประชุมครับ อันนี้ก็เป็นเงื่อนไข ของการจับกุมตัว ก็ไม่ได้ว่าอิสระอะไรครับก็ต้องอยู่ในภายใต้บังคับของตำรวจไปตาม กฎหมายของตำรวจต่อไป แต่สภาเมื่อเขาขอถอนแล้วถือว่าเรื่องที่เขาขอหมดความจำเป็น แล้วก็ไม่ต้องไปดำเนินการอะไรเพราะเขาไปมอบตัว ถ้ายังไม่มอบตัว วันนี้ก็ต้องถามที่ประชุม ว่าจะให้ดำเนินคดีหรือให้เขาไปรายงานตัว อันนี้ก็เป็นอย่างนั้น🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ เรื่องได้มีการร้องเรื่องจริยธรรมนั้น ผมได้สั่งให้บรรจุใน ระเบียบวาระของคณะกรรมการจริยธรรมแล้ว อันนั้นเป็นส่วนหนึ่งก็ต้องดำเนินคดีไป ก็ดำเนินการสอบสวนตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการจริยธรรมต่อไป ก็แจ้งให้ทราบ นะครับ ขอบคุณมากครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ต่อระเบียบวาระเมื่อสักครู่ที่ท่านประธานได้กรุณาขออนุญาตนำระเบียบ วาระออกเนื่องจากไม่มีความจำเป็นแล้ว จริง ๆ แล้วตามข้อบังคับก็เป็นไปอย่างที่ท่าน ประธานได้กล่าวมา เนื่องจากว่าไม่ได้มีความจำเป็นที่สภาจะต้องอนุญาตหรือไม่อนุญาตแล้ว อย่างไรก็ตามผมก็อยากจะขอใช้สิทธิตรงนี้หารือท่านประธานสั้น ๆ เกี่ยวกับหลักการเอกสิทธิ์ ของ สส. ในการที่จำเป็นจะต้องมาขออนุญาตกับสภาในการดำเนินคดีหรือออกหมายจับ เอกสิทธิ์ของ สส. ในกรณีนี้นะครับท่านประธาน จริง ๆ ไม่ใช่เรื่องผิดแผกหรือว่าแปลก แต่อย่างใด หลาย ๆ ประเทศก็มีอยู่ หลาย ๆ ประเทศเป็นเอกสิทธิ์ที่เด็ดขาดด้วยซ้ำ ที่ไม่สามารถดำเนินคดี อาจจะเป็นประธานาธิบดีหรือประมุขของรัฐ หรือแม้กระทั่งสมาชิก สภาได้เลยเด็ดขาดในช่วงสมัยประชุมนะครับ แต่ของเราเป็นเอกสิทธิ์ที่ไม่ได้เด็ดขาดเพราะว่า กฎหมายบรรจุแล้วก็ระบุไว้ชัดเจนว่าจำเป็นต้องมาขออนุญาตต่อสภา เจตนารมณ์จริง ๆ แล้วในสมัยก่อนก็มีการไปดำเนินคดีฟ้องร้องดำเนินคดีออกหมายจับเพื่อกลั่นแกล้งไม่ให้ สส. มาทำหน้าที่ ไม่ให้ สส. มาลงมติในกฎหมายที่สำคัญ หรือแม้กระทั่งการไม่ไว้วางใจบางอย่าง ในสมัยก่อนก็มีเหตุการณ์เช่นนั้นจริง ๆ แต่ยุคสมัยนี้ก็ต้องยอมรับว่าสังคมได้เปลี่ยนแปลง ไปมากจากสมัยก่อน และกฎหมายก็ได้ระบุว่าสิ่งนี้ไม่ใช่เอกสิทธิ์เด็ดขาดแต่สามารถส่งตัว สส. ไปได้หากสภามีมติ ดังนั้นผมก็หวังนะครับ หวังว่าบรรทัดฐานในอนาคตในคดีที่เป็นความผิดส่วนบุคคลโดยแท้ ที่เราทราบกันดีอยู่ว่าไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง ไม่ใช่กรณีเช่น การละเมิด พ.ร.ก. ฉุกเฉิน หรือว่า พ.ร.บ. การชุมนุมในการออกไปแสดงออก ใช้เสรีภาพในการแสดงออกต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญและถูกดำเนินคดี เราก็สามารถรู้ได้ชัดเจน อย่างเช่น คดีฆาตกรรม ทำร้าย ร่างกาย คดีอุกฉกรรจ์ต่าง ๆ หรือว่าคดีทางเพศก็เป็นคดีที่เป็นความผิดส่วนบุคคลโดยแท้ ผมคิดว่ากฎหมายได้ระบุไว้แล้วว่าสภาสามารถใช้วิจารณญาณแล้วแต่กรณีได้ ดังนั้นผมคิดว่า ต่อไปเราคงจะไม่ได้ใช้วัฒนธรรมว่าเราจะไม่อนุญาตในทุกกรณี แต่บางกรณีเราสามารถใช้มติ ร่วมกันว่าเราไม่ได้พิพากษาว่า สส. ท่านนั้นทำผิดหรือไม่ แต่เราอนุญาตให้เจ้าหน้าที่นำ สส. ท่านนั้นไปดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม แล้วก็ให้ สส. ท่านนั้นได้เข้าสู่กระบวนการ ยุติธรรมอย่างเป็นธรรมทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือว่าผู้ที่เป็นเจ้าทุกข์ อยากที่จะ ให้สภาแห่งนี้มีบรรทัดฐานแบบนี้ในอนาคตครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอขอบคุณ คุณปกรณ์วุฒิครับ ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นเรื่องที่เขาเรียกว่าเป็น Balance ของอำนาจครับ สมัยก่อนคนก็จะตำหนิว่าสภาเรามักจะปกป้องผู้ที่กระทำความผิดที่แตกต่างจากประชาชน ทั่วไป รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ได้เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขนี้ไปแล้ว ถ้าคดีอยู่ในระหว่างการ ดำเนินคดีของศาลนะครับ ศาลสามารถจะดำเนินคดีเรียกไปสอบสวนตอนไหนก็ได้ ไม่ต้อง ขออนุญาตสภาแล้ว ยกเว้นว่าวันประชุมถ้าเขายังเป็น สส. อยู่ ไม่ว่าจะถูกจับกุม กักขัง หรือไปสอบสวนต้องปล่อยให้เขามาทำหน้าที่ในสภาผู้แทนได้ แต่วันที่ไม่ใช่ประชุมก็ต้อง ดำเนินการเหมือนบุคคลทั่วไป อันนี้รัฐธรรมนูญได้แก้ไขในบางส่วน ซึ่งผมก็คิดว่ามันก็เป็น เรื่องที่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าทางตำรวจหรือรัฐบาลจะไปกลั่นแกล้งสมาชิกได้ ต้องให้สิทธิ สมาชิกปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มที่ อันนี้ก็เรียนเพื่อทราบ ขอบคุณครับ ต่อไปก็เป็นเรื่องที่จะแจ้งให้ ทราบอีกเรื่องหนึ่ง🔗
๓. เรื่องรับทราบคำพิพากษาศาลฎีกา🔗
ตามที่คณะกรรมการเลือกตั้งได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิ รับสมัครเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายสุวรรณา กุมภิโร สั่งให้มีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๒ ใหม่ แทนนายสุวรรณา และสั่งให้ รับผิดชอบค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๒๖ พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๑ มาตรา ๑๓๘ และมาตรา ๑๓๙ ซึ่งศาลฎีกาได้มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาตั้งแต่วันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๗ นั้น เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ศาลฎีกาได้มีคำสั่งพิพากษาให้ เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายสุวรรณาเป็นเวลา ๑๐ ปี นับตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษา และให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๒ ใหม่ แทน นายสุวรรณา และให้ชำระค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๒ ดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย จึงเป็นผลให้สมาชิกภาพของนายสุวรรณา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งสิ้นสุดลง และให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๑ มาตรา ๑๓๘ ก็แจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ🔗
๔. รับทราบรายงานประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ของกองทุนการออมแห่งชาติ🔗
ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๘ รับทราบรายงานประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๖ ของกองทุนการออม แห่งชาติตามกฎกระทรวงการคลังเสนอ และได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๕๖ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๔ รายละเอียดได้ปรากฏที่แจกให้สมาชิกแล้วนะครับ ในการนี้ผมได้ขออนุญาตให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้ามาชี้แจงด้วยนะครับ คือ ๑. นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการ กองทุนการออมแห่งชาติ ๒. คุณจีรนุช ทองชิว ผู้ช่วยเลขาธิการกองทุนการออมแห่งชาติ ๓. คุณฐิตาภา นทีวรวงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานบัญชีการเงิน รักษาการแทนรองเลขาธิการ คณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ ๔. นายอภิชัย สายสดุดี ผู้อำนวยการกลุ่มงาน กิจกรรมองค์กรกองทุนแห่งชาติ แล้วก็มีอีกท่านหนึ่งครับ คุณจอห์น ณ ระนอง หัวหน้าฝ่าย กลยุทธ์ขององค์กรกองทุนการออมแห่งชาติ เชิญผู้มาร่วมชี้แจงที่ประชุมทุกท่านนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต นิดเดียวครับ ณัฐวุฒิ ครับ🔗
ครับ🔗
ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม ท่านประธานต้องขอประทานโทษท่านผู้ชี้แจงด้วยนะครับ พอดีเมื่อสักครู่วาระ ก่อนหน้านี้ พอดีผมติดสายท่านรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ผมยกมือไว้ครับว่าอยากจะหารือ ท่านประธาน เนื่องจากว่ามีท่านสมาชิกที่ถูกพิจารณาแล้วก็ทำให้จำนวนสมาชิกของเราลดลง ๑ ท่าน ผมไม่แน่ใจว่าตัวเลขที่ขึ้น ณ ขณะนี้ว่าสมาชิกทั้งหมดมี ๔๙๓ ท่านเป็นตัวเลข ที่ตัดออกไปแล้ว ๑ ท่านหรือยังครับ เพราะว่ามันจะมีผลต่อการองค์ประชุมแล้วก็การนับองค์ ประชุมต่าง ๆ ก็เลยอยากให้ท่านประธานได้กรุณาตรวจสอบสักนิดหนึ่งครับ เพื่อความ ถูกต้องครับ ขอบคุณครับ🔗
เลขาธิการ ช่วยตรวจสอบด้วยและแจ้งให้คุณณัฐวุฒิ บัวประทุม ทราบด้วยนะครับ ตรวจสอบหน่อย ตอนที่จะนับองค์ประชุมหรือลงมติก็แจ้งให้ทราบด้วย ขอเชิญผู้ชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพทุกท่านค่ะ ดิฉัน นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุน การออมแห่งชาติ ขอเสนอรายงานประจำปี ๒๕๖๖ และรายงานทางการเงินสิ้นสุด ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ โดยมีบริษัท เน็คเซีย เอเอสวี จำกัด เป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับ ความเห็นชอบจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งผ่านการรับรองจากสำนักงานตรวจเงิน แผ่นดินเรียบร้อยแล้ว จึงขอสรุปสาระสำคัญดังต่อไปนี้ ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ กอช. มีสินทรัพย์รวมจำนวน ๑๒,๙๐๐ ล้านบาทเศษ หนี้สินรวมอยู่ที่จำนวน ๑๖๑ ล้านบาทเศษ ส่งผลให้ กอช. มีเงินสุทธิ ๑๒,๗๙๔ ล้านบาทเศษนะคะ กอช. มีรายได้รวมทั้งสิ้นจำนวน ๒๖๕ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๕ จำนวน ๔๙.๕๔ ล้านบาท ซึ่งประกอบไปด้วยรายได้ จากดอกเบี้ย ส่วนลด รับเงินปันผลจากการลงทุน และรายได้จากค่าบริหารจัดการกองทุนค่ะ กอช. มีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นจำนวน ๒๐๐ ล้านบาทเศษ เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๕ จำนวน ๑๕ ล้าน บาทเศษ ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสมาชิก ค่าใช้จ่ายบุคลากร ค่าติดตั้ง ซ่อมแซมบำรุงรักษา และค่าเช่าพื้นที่เก็บข้อมูลอินเทอร์เน็ตค่ะ กอช. มีสมาชิกสะสมอยู่ ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ จำนวน ๒,๕๗๕,๐๐๐ กว่าคน โดยมีการนำส่งเงินออมของ สมาชิกจำนวน ๑,๒๙๖ ล้านบาทเศษ รัฐบาลสมทบอยู่ที่จำนวน ๔๐๗ ล้านบาทเศษนะคะ ปัจจุบันสมาชิก กอช. อยู่ที่ ๒,๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน ส่วนด้านการขับเคลื่อนภารกิจยังคง ดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ในปี ๒๕๖๖ นั้น กอช มีข่าวสำหรับสมาชิก มีการปรับเพดานเงินออมสะสมของสมาชิกจากเดิมสูงสุดไม่เกิน ปีละ ๑๒,๒๐๐ บาท มาเป็นสูงสุดไม่เกินปีละ ๓๐,๐๐๐ บาท รวมถึงขยายเพดานสมทบของ ภาครัฐ จากเดิม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ สูงสุดที่ ๑,๒๐๐ บาท เป็นสูงสุดไม่เกิน ๑,๒๐๐ บาท ทุกช่วงอายุ เพื่อเป็นการสร้างความรับรู้และแรงจูงใจให้กับกลุ่มเป้าหมายเข้าสู่การออมกับ กอช. ให้มากขึ้น ในปี ๒๕๖๖ นั้น กอช. ก็ยังให้ความสำคัญและมุ่งพัฒนาระบบงานให้บริการ อย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกผ่านบริการธนาคารของรัฐ อาทิ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคาร อาคารสงเคราะห์ รวมถึงคลังจังหวัดและที่ว่าการอำเภอ และเรายังเพิ่มระบบออนไลน์เข้ามา เป็นระบบแอปพลิเคชันกับ กอช. รวมถึงหน่วยงานเครือข่ายต่าง ๆ อีกทั้ง กอช. มีบริการ เพิ่มขึ้นมาคือออมเพลินบนแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ได้รับความร่วมมือจากสถาบันวิจัยนโยบาย เศรษฐกิจการคลัง หรือ สวค. ธนาคารกรุงไทยมีแนวคิด Automatic Saving for Retirement เพื่อเป็นการใช้จ่ายโดยภาคสมัครใจ เป็นการสร้างกันการเก็บเงินบางส่วนจาก การใช้จ่ายเพื่อให้ประชาชนสามารถค่อย ๆ ทยอยเก็บเงินได้ผ่านบริการออมเพลินไปเมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ นอกจากนี้จะพัฒนาความร่วมมือกับ True Money เพื่อส่งเสริม การออมและขยายผลถึงสมาชิก True Money ที่มีเกือบ ๔๐ ล้านคนให้รู้จักช่องทางการออม สำหรับ กอช. ผ่าน True Money Wallet กอช. เองได้มีความร่วมมือส่งเสริมให้มีการออม กับกลุ่มนักเรียนนักศึกษา นับเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญโดยเรามีผ่านสมาคมผู้ปกครองและ ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากกระทรวงศึกษาเพื่อเข้าถึงกลุ่มนักเรียนนักศึกษาในสังกัดของ สำนักกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยม สพม. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ตลอดจน กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องการ บริหารจัดการเงิน ปลูกฝังนิสัยในการออมให้กับเยาวชนตั้งแต่น้อยเพื่อเป็นการเตรียมพร้อม ให้กับอนาคตของตัวเองค่ะ กอช. ก็ยังคงส่งเสริมการออมแบบจังหวัด ผ่านโครงการความ ร่วมมือระดับพื้นที่โดยการจัดอบรมบรรยายเพิ่มทักษะความรู้ความสามารถกับตัวแทน กอช. ที่ประจำหมู่บ้านมีจำนวน ๔๘,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน เพื่อส่งเสริมกระตุ้นการออมให้กับสมาชิก ในหมู่บ้านของเขา แล้วให้เขารู้จักการบริหารการเงินในขั้นพื้นฐานผ่าน กอช. ด้านการบริหาร เงินลงทุน เนื่องจากสภาวะตลาดทุนในปี ๒๕๖๖ นั้นมีความผันผวนอย่างมาก ได้รับแรง กดดันจากปัจจัยภายในและภายนอก อาทิความไม่แน่นอนของทิศทางนโยบายการเงินของ ธนาคารกลางสหรัฐ อัตราเงินเฟ้อทั่วโลก รวมถึงสถานการณ์การเมืองภายในประเทศที่มีการ เปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ กอช. ต้องปรับกลยุทธ์การลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องตาม กรอบนโยบายลงทุนระยะยาว ภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนและเปลี่ยนแปลงโดยเร็ว โดยเลือกลงทุนหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงร้อยละ ๘๐ เพื่อลดความผันผวนของ Port การลงทุนและเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีผลการทำงานที่ดีเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นการสร้างความ มั่นคงเติบโต เงินลงทุนระยะยาวนะคะ เรายังได้มีผลตอบแทนไม่น้อยกว่ากฎหมายกำหนด ด้วย ตั้งแต่การจัดตั้งกองทุน กอช. ยังสามารถสร้างผลตอบแทนโดยเฉลี่ยร้อยละ ๑.๘๕ เปอร์เซ็นต์ต่อปีค่ะ อย่างไรก็ตาม กอช. ยังคงมุ่งเน้นขับเคลื่อนการส่งเสริมวินัยการออม ควบคู่กันเผยแพร่ความรู้ทางการเงินให้กับสมาชิกประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะแรงงาน นอกระบบให้ครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความมั่นคงในบั้นปลายชีวิตให้กับ ประชาชนคนไทย สามารถใช้ชีวิตเกษียณอายุได้อย่างมีความสุขค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขณะนี้ได้มีสมาชิก ลงชื่อเพื่อขออภิปรายในรายงานประจำปีฉบับนี้ ๖ ท่าน ผมก็จะเรียกสลับกันไประหว่าง ฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล สำหรับท่านผู้ที่ต้องการจะอภิปรายขอให้มาลงชื่อข้างหน้าได้จะให้ถึง เวลา ๑๓.๔๐ นาฬิกา ท่านมาลงแล้วก็ปิดการลงชื่อนะครับ ท่านแรกขอเชิญสิทธิพล วิบูลย์ธนากุลครับ ๗ นาทีนะครับ🔗
เรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรค ประชาชน ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายในโอกาสที่กองทุนการออมแห่งชาติมารายงานผล การดำเนินงานต่อสภาผู้แทนราษฎร เป็นรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ครับ ก่อนอื่นอยากเรียน ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติเป็นเรื่องสำคัญมีจุดมุ่งเน้นเพื่อสร้าง ความมั่นคงทางการเงินให้กับคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแรงงานนอกระบบ ซึ่งพี่น้องแรงงานส่วนใหญ่เหล่านี้ยังไม่ได้รับความคุ้มครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้ สถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การสร้างความมั่นคงทางการเงินยิ่งเป็น เรื่องจำเป็น อย่างไรก็ตามจากผลการดำเนินงานผ่านรายงานประจำปีฉบับนี้ มีประเด็นที่ผม อยากตั้งข้อสังเกต ๒ ๓ ประการ และเป็นไปได้อยากจะให้ท่านเลขาหรือผู้แทนกองทุน ได้ตอบข้อซักถามและชี้แจงต่อสภาแห่งนี้🔗
ประเด็นแรก ในรายงานฉบับนี้มีเรื่องสำคัญและน่าสนใจเยอะแยะแต่เรื่อง หนึ่งซึ่งผมพยายามหาแต่ไม่แน่ใจว่าผมอ่านไม่ครบถ้วนหรือไม่เจอก็คือผลตอบแทนของ กองทุน ซึ่งจริง ๆ แล้วอาจต้องบอกว่าเป็นเรื่องหลักที่จะบอกว่าพันธกิจหรือเป้าหมายของ กองทุนการออมแห่งชาติจะสามารถบรรลุภารกิจในการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับ ผู้ออมหรือสมาชิกได้จริงหรือไม่ สุดท้ายแล้วยามเขาเกษียณเขาฝากกับกองทุนมาตลอดการ ทำงาน เขาจะได้เงินคืนเมื่อเกษียณหรือเปล่า ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกครับ จากเว็บไซต์ของกองทุนการออมแห่งชาติ ข้อมูลล่าสุดเลยนะครับถ้าท่านเปิดเว็บไซต์ เขาบอกว่าผลตอบแทนย้อนหลัง ๑ ปีของกองทุน อยู่ที่ ๒.๐๙ เปอร์เซ็นต์ ก็เรียกว่าไม่แย่นัก แต่น่าสนใจว่าถ้าเราไปเปรียบเทียบกับกองทุนอื่น ๆ เช่น กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. เอาแผนหลักซึ่งมีแผนอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่านี้ แผนหลักของ กบข. นี้เขาทำ ได้ ๓.๗๓ เปอร์เซ็นต์ ถ้าไปดูประกันสังคมข้อมูลย้อนหลัง ๑ ปีเช่นกัน เขาทำได้อยู่ที่ ๕.๓๔ เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังกองทุนก็คือผลการดำเนินงานของ กองทุนในแง่ผลตอบแทนมีเหตุผลอะไรที่ทำไมอาจจะน้อยไปหน่อยเมื่อเทียบกับกองทุนอื่น ผมยังไปทำการบ้านหาย้อนหลังไปอีกนะครับ เช่น ย้อนหลัง ๕ ปีจากเว็บไซต์ของกองทุน การออมแห่งชาติเอง ผลประกอบการย้อนหลัง ๕ ปียิ่งน่าเป็นห่วงอยู่ที่ ๐.๙๖ เปอร์เซ็นต์ ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ ถ้าเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวกันคือย้อนหลัง ๕ ปีของ กบข. เขาทำได้ ๒.๘๑ เปอร์เซ็นต์ ประกันสังคมเขาทำได้ ๒.๕๙ เปอร์เซ็นต์ เรียกว่าน้อยกว่าทั้ง ๒ กองทุนซึ่งมีเป้าหมายใกล้เคียงกัน และถ้าย้อนไปดูตั้งแต่จัดตั้งกองทุนพบว่าผลตอบแทน ของกองทุนการออมแห่งชาติอยู่ที่เพียง ๑.๖๙ เปอร์เซ็นต์ อยากได้ยินคำชี้แจงจากกองทุน นะครับว่าเพราะเหตุใด🔗
ประการที่ ๒ ซึ่งท่านใส่ไว้ในรายงานฉบับนี้ คือประเด็นเรื่องเป้าหมายสมาชิก ท่านตั้งเป้าหมายสมาชิกไว้ดีอย่างที่เมื่อสักครู่ท่านเลขาเสนอต่อสภานะครับ ท่านมีเป้าหมาย ว่าจะมุ่งไปที่เยาวชน เพราะอยากจะสร้างความรู้ทางการเงินตั้งแต่วันนี้ให้เขาเห็นประโยชน์ ของการออมเพื่อจะได้ให้ความสำคัญกับการออม แล้วสุดท้ายมีความมั่นคงทางการเงิน พร้อมรับการเกษียณอายุ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือปัจจุบันสมาชิกของกองทุนห่างไกลจาก เป้าที่ตั้งไว้นะครับ เราเป็นพี่น้องเกษตรกรกว่าครึ่ง คือประมาณ ๔๖ เปอร์เซ็นต์ เป็นนักเรียน นิสิตนักศึกษาประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จึงอยากถามทางกองทุนว่าที่ท่านตั้งเป้า อยากให้เยาวชนเป็นสมาชิกกลุ่มหลัก ท่านมีแผนอย่างไร และจะไปถึงเป้าหมายได้อย่างไร ต้องบอกว่าวันนี้เยาวชนเขามีทางเลือกในการลงทุนมาก เขาเข้าถึงสื่อมากมาย มีเหรียญ ดิจิทัล มีช่องทางการลงทุนต่าง ๆ เยอะแยะนะครับ กองทุนการออมแห่งชาติถ้าจะบรรลุ เป้าหมายในการเชิญชวนเยาวชนให้มาเป็นสมาชิกกองทุนจะทำอย่างไร อยากได้ยินคำชี้แจง จากทางกองทุนนะครับ🔗
ประเด็นสุดท้ายน่าสนใจ ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะโน้ตผ่านท่านประธาน ไปยังผู้มาชี้แจงนะครับ เป็นแผนปฏิบัติการที่ ๓ บริหารเงินลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างผลตอบแทนให้มั่นคง ในรายงานฉบับนี้ให้มุมมองตลาดหุ้นไทยไว้น่าสนใจ เขาคาดเป้า ดัชนี Set ปลายปี ๒๕๖๗ จะอยู่ในกรอบ ๑,๕๐๐-๑,๖๐๐ จุด มาดูวันนี้ว่าตอนนี้อยู่ที่เท่าไร นะครับ ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ ๑,๒๐๐ ๑,๓๐๐ ก็อยากจะเรียนสอบถามท่านว่าเมื่อตลาด หรือสภาพการลงทุนจริงมันเปลี่ยนไปแบบนี้มันจะกระทบผลการดำเนินงานของท่านอย่างไร ซึ่งในรายงานฉบับนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่น่าสนใจนะครับ เช่น การจัด Port การลงทุน ของท่านในเรื่องเงินสด ถ้าไปเปรียบเทียบกับกองทุนอื่น ๆ ที่เขาอาจจะไปลงทุนในพันธบัตร หรือตราสารหนี้ที่เรียกว่าให้ผลตอบแทนต่ำอยู่แล้ว แต่เขาก็ยังลงทุนในสิ่งเหล่านั้นมากกว่า ก็อยากจะฟังทางกองทุนว่ามีแผนปรับรูปแบบการลงทุนอย่างไรเพื่อให้สอดรับกับสภาพ เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป และสุดท้ายทำให้กองทุนมีสถานะทางการเงินมั่นคงเพียงพอที่จะ ดูแลสมาชิก เป็นที่พึ่งให้สมาชิกได้ หรือขณะเดียวกันถ้าท่านทำผลตอบแทนได้ดีเป็นที่ ประจักษ์ก็จะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทุกคนที่วันนี้เขายังไม่ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกของ กองทุน และช่วยทำให้พันธกิจที่กองทุนตั้งไว้ว่าอยากทำให้คนไทยมีความมั่นคงทางการเงิน มากขึ้นประสบความสำเร็จได้จริง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครพนม เขต ๑ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณท่านเลขาธิการและผู้บริหารกองทุนการออมแห่งชาติ ซึ่งกระผมได้ติดตามเรื่องนี้มาเป็นเวลา ๑๕ ปี เพราะเคยเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ แล้วก็ในที่ประชุมได้ถกเถียงกันในเรื่องการฝากเงิน เงินชดเชย หรือเงินสมทบ แม้กระทั่งเงินฝากของพี่น้องราษฎรเมื่อ ๑๐ ปีกว่า ๑๐๐ บาท ถ้าเป็นพี่น้องรากหญ้าก็ไม่มีเงินที่จะนำมาฝาก มาออม ๑๐ กว่าปีมาแล้วจะเห็นได้ชัดพี่น้อง ราษฎรของเราจะไปเปิดบัญชี กอช. มีน้อยมาก ผมได้พบปะพี่น้องราษฎรชาวบ้านในแต่ละที่ แต่ละแห่งผมก็จะช่วยประชาสัมพันธ์ให้ตลอด เพราะอยากให้พี่น้องของเราได้ฝากเงิน ได้เงิน สมทบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ดีกว่าฝากธนาคารได้แค่ดอกเบี้ยร้อยละ ๒๐ สตางค์ต่อปี แต่ก็มีปัญหาพี่น้องราษฎรของเราไม่มีเงินฝาก ฝากท่านเลขาธิการ กอช. ได้นำไป พิจารณาว่าทำอย่างไรพี่น้องรากหญ้าของเราก็จะได้มาออมเงินตามวัตถุประสงค์ของกองทุน นะครับ ท่านเลขาลองพิจารณาดูนะครับ อย่างผมฝากไปเดือนละ ๑๐๐ บาท หรือ ๑,๒๐๐ บาท หรือผมอยากลดหย่อนภาษีเยอะ ๆ ก็ฝากไป ๓๐,๐๐๐ บาท สมมุติผมฝากไปแล้ว ปัจจุบันครบ ๖๐ ปี ยอดเงินฝากประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาท พอผมจะได้เงินออมของผมคืน ต้องอายุ ๖๑ ปี และได้เพียง ๖๐๐ บาท ซึ่งมันไม่ดึงดูดใจในการที่จะออม ถ้าฝากไปแล้ว หลายปี อายุครบ ๖๐ ปี แล้วได้เงินคืนมา ๕๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ หรือได้ทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ได้ยิ่งดี ท่านลองคิดดูถ้าได้เดือนละ ๖๐๐ บาท ฝากไปแล้วตีว่าต่ำ ๆ ๗๐,๐๐๐ บาทที่ฝากเงินไปเดือนละ ๑๐๐ บาท ลูกหลานของเราอายุ ๑๕ ปีขึ้นไปฝากไป ทั้งหมด ๔๕ ปี รวมเป็นเงินได้ประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาท ได้ดอกเบี้ยเพิ่มมาอีกน่าจะประมาณ ๑,๐๐๐ ๒,๐๐๐ บาท เงินสมทบของกองทุน กอช. ให้มาอีกประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท ตีตัวเลขกลม ๆ ๗๐,๐๐๐ บาท แล้วก็พอเกษียณครบ ๖๐ ปี ได้ ๖๐๐ บาท น่าจะรวมเป็น ระยะเวลา ๑๑๑ เดือน ก็คือประมาณ ๑๐ ปี อายุ ๗๐ ปีถึงจะได้เงินครบ ทำอย่างไร กอช. จะได้คืนเงินให้มากกว่านี้ เร็วกว่านี้ นั่นคือเป็นปัญหาของคนยากจน แต่ถ้าคนที่มีเงินเดือนเยอะ รายได้ดีเขาก็ไม่มาฝากครับ ถ้าจะช่วยคนว่างงาน ตกงาน คนไม่มีงานทำ อาชีพอิสระ พ่อค้า แม่ค้าท่านลองพิจารณาดู เพราะว่าทุกวันนี้แต่ละคนค้าขายก็เลิกกิจการ เปิดร้านอาหารก็เลิก กิจการ ต้องกู้ดอกเบี้ยร้อยละ ๕ ร้อยละ ๑๐ เป็นปัญหาหนี้นอกระบบ🔗
เรื่องต่อมา การประชาสัมพันธ์ของ กอช. ผมคิดว่ายังน้อยมาก พี่น้องราษฎร ของเราจะทราบเพียง ๒ เปอร์เซ็นต์ ๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านลองไปถามในที่ประชุมหรือใน กลุ่มไหนก็แล้วแต่ ๑๐๐ คนจะฝากเงินกองทุน กอช. ของท่านเพียง ๒-๓ คน เต็มที่ ๕ คน ท่านทำอย่างไรที่พี่น้องของเราเขาจะรู้ประโยชน์ของการออมของท่าน แต่ผมก็ต้อง ขอขอบพระคุณที่รัฐบาลได้มีนโยบายหวยเกษียณที่รางวัลที่ ๑ ได้ ๑ ล้านบาท มี ๑๐ รางวัล และรางวัลที่ ๒ ๑,๐๐๐ บาท มี ๑๐,๐๐๐ รางวัล ที่จะมีขายในเร็ว ๆ นี้ ออกหวยทุกวันศุกร์ เวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา ๕ โมงเย็น ถ้าถูกโอนเงินเข้าในบัญชีทันที แล้วก็ทำอย่างไรเงินที่เขาซื้อ แล้วไม่ถูกซึ่งเป็นเงินออม เงินฝากได้ดอกเบี้ย ท่านเลขาธิการ กอช. ลองไปคิดวิธีว่าทำอย่างไร จะคืนให้กับพี่น้องรากหญ้า พี่น้องประชาชนให้รวดเร็ว เงินที่เขาซื้อไปแล้วไม่ถูกเป็นเงินฝาก ได้เป็นเงินออมได้ดอกเบี้ย ถ้าท่านจะไปคืนอีกภายใน ๑๐ ปี หรืออะไรต่าง ๆ มันใช้ระยะ เวลานานมากไม่ดึงดูดใจ และพี่น้องของเราก็จะมีปัญหาสภาพคล่อง เป็นหนี้เป็นสินอีก แล้วผมมีคำถามว่าท่านมีวิธีอย่างไรที่จะให้อายุ ๑๖ ปีขึ้นไปถึง ๖๐ ปี เขาได้รับทราบข้อมูล ข่าวสารหรือประโยชน์ของ กอช. และเงินที่ฝากไปแล้วได้คืนเร็วขึ้น จำนวนมากขึ้น ให้พี่น้อง ประชาชนเขาได้ผลประโยชน์จากท่านที่ให้ดอกเบี้ย ผมถือว่าดอกเบี้ยเยอะมาก มากกว่า ฝากธนาคารทั่ว ๆ ไป นั่นคือ กอช. มีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน แต่การบริหารจัดการ การบริหารการจ่ายเงินให้จำนวนมากขึ้น รวดเร็วมากขึ้น ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณเอกราช อุดมอำนวย ครับ ถ้าไม่อยู่ก็ข้ามไปก่อน ขอเชิญคุณประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดปทุมธานี เขต ๗ พรรคประชาชน ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานของกองทุนการออมแห่งชาติ เป็นรายงานประจำปี ๒๕๖๖ อย่างแรกเลยก็คือว่ารายงานฉบับนี้ท่านรายงาน ปี ๒๕๖๖ ก็น่าจะทำเสร็จสิ้น ประมาณเดือนเมษายน ปี ๒๕๖๗ ก็น่าจะส่งเข้ารัฐสภาได้เลยเราจะได้รายงานที่แบบเรียกว่า Update มากที่สุด เพราะถ้าเกิดความล่าช้าก็จะทำให้ผู้แทนของเราขาดความสนใจ อันนี้เป็นเรื่องที่ ๑ แต่ก็ถ้าพูดถึงแล้วท่านก็ปรับปรุงได้ดีกว่า ๔ ๕ ปีที่แล้วที่ท่านส่งรายงาน ล่าช้าถึง ๒ ปี แล้วก็อาจจะดีกว่าหลาย ๆ รายงานที่ก็ยังส่งล่าช้าถึง ๒ ปี ๓ ปี อันนี้ก็ติติง พร้อมกับชมเชยไปด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของจำนวนสมาชิก ถ้าถึงสิ้นเดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๖ ท่านมีสมาชิกอยู่ ๒,๕๗๕,๐๐๐ กว่าคน ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
เราจะเห็นว่าปี ๒๕๖๒ ท่านมีการ เติบโตสูงมากจาก ปี ๒๕๖๑ ลองดู ปี ๒๕๖๒ ท่านมีสมาชิกเพิ่มขึ้นถึง ๑.๗ ล้านคน ๑.๗ ล้านคนนี่คือปีที่เติบโตมหาศาลเลยนะครับ หลังจากนั้นท่านเติบโตแค่ประมาณ ๖๐,๐๐๐ คน ต่อปีเท่านั้นเอง อันนี้ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ผมมองว่าในปี ๒๕๖๒ ท่านต้องทำอะไรที่มัน พิเศษแน่ ๆ แล้วก็ท่านน่าจะสามารถทำอะไรต่อเนื่องได้อีก สไลด์ถัดไปครับ อันนี้เราจะมาดู โพรไฟล์ของอาชีพของสมาชิกที่เข้ากองทุน ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ๔๖ เปอร์เซ็นต์ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ๒๙ เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่า เกษตรกรกับอาชีพอิสระเป็นหลักของกองทุนนี้เลยนะครับ ต่อไปครับ ถ้าไปดูภูมิภาคก็จะ เห็นว่าทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเราเป็นสมาชิกของท่านเยอะพอสมควร แสดงว่า ท่านน่าจะไปโฟกัสทางตรงนั้นหรือว่าทางภาคกลาง หลังจากนั้นทางภาคใต้ ภาคเหนือก็จะ น้อยลง ตะวันออก ตะวันตกก็น้อยลง เพราะฉะนั้นท่านยังมีโอกาสที่จะเพิ่มสมาชิกได้มากเลย ถ้าดูจากโพรไฟล์ตรงนี้ เราก็สามารถที่จะโฟกัสได้ว่าเราควรจะไปจุดไหน แล้วแรงงานนอก ระบบก็มีมากกว่า ๒๐ ล้านคนที่สามารถที่จะเข้ากองทุนนี้ได้ แต่ถึงปีนี้ประมาณ ๒.๗ คน ใช่ไหมครับ ก็ประมาณ ๑๓ ๑๔ เปอร์เซ็นต์ ยังมีโอกาสเติบโตได้อีก ก็อยากจะบอกว่า กองทุนนี้มีข้อดีให้กับพี่น้องประชาชน ก็อยากจะนำเสนอให้ประชาชนได้รับฟังรับทราบ ผ่านทางสภาแห่งนี้ด้วยนะครับ ข้อดีก็คือมันมีการยืดหยุ่นในการออม สามารถออมได้ตั้งแต่ ๕๐ บาทขึ้นไป แล้วก็รัฐสมทบทุนให้ด้วยอันนี้คือข้อดีนะครับ สมทบให้ไม่เกิน ๑,๘๐๐ บาท ต่อปี ความปลอดภัยของการลงทุน เงินของท่านนี่ปลอดภัยแน่นอนเพราะรัฐบาลค้ำประกัน แล้วก็ค้ำประกันดอกเบี้ยด้วยว่าไม่ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ๑๒ เดือน แล้วก็ยังมีสิทธิ ประโยชน์ทางภาษี หักภาษีได้เต็มจำนวนไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท อันนี้คือข้อดี ก็อยากให้ พี่น้องประชาชนลองพิจารณาดูนะครับ🔗
ส่วนข้อสังเกตที่ผมอยากจะพูดถึงนะครับ ตรงนี้ที่บอกไปแล้วคือจำนวน สมาชิก เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของผลตอบแทนจากการลงทุน ซึ่งในรายงานฉบับนี้ปีล่าสุด ปี ๒๕๖๖ ในรายงานฉบับนี้ผลตอบแทนก็ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๐.๓-๐.๕ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ซึ่งเมื่อหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ค่าใช้จ่ายประจำก็ทำให้ติดลบ ด้วยซ้ำ ก็คือเกิดการขาดทุนเกิดขึ้น ก็ไม่ทราบว่าทำไมการลงทุนนี้ถึงลงทุนโดยเฉพาะกับพวก สินทรัพย์ ตราสารหนี้ พันธบัตร เราสามารถที่จะไปลงทุนในสิ่งอื่นได้ไหม มีกฎหมายห้ามไว้ หรือเปล่า ถ้ามีกฎหมายห้ามไว้อาจจะต้องแก้ไขกฎหมาย เพราะว่าเงินฝากเหล่านี้หรือว่า พันธบัตรเหล่านี้ค่าผลตอบแทนน้อยมาก ๆ เลยอย่างที่ท่านสิทธิพลได้พูดไป ผลตอบแทน ท่านน้อยกว่า กบข. น้อยกว่าประกันสังคม เรียกได้ว่าอาจจะน้อยที่สุดด้วยซ้ำ ผมก็อาจจะ เสนอถ้าเป็นไปได้อาจจะจ้างผู้จัดการกองทุนไหม จ้างสัก ๒ ๓ บริษัทมาบริหารเงินให้ท่าน ดูว่าใครบริหารได้ดีกว่ากัน ๒ ๓ บริษัทนี้ก็มาแข่งกันเอง อันนี้อาจจะช่วยให้การบริหารเงิน ทำได้ดีขึ้น แล้วท่านจะมองเห็นภาพกว้าง ๆ ด้วยว่าเงินจริง ๆ แล้วควรจะไปลงที่ไหนนะครับ🔗
ส่วนต่อไปก็เรื่องของเงินฝากประจำ ที่ท่านบอกว่าผลตอบแทนการลงทุน เฉลี่ย ๑.๗๗ เปอร์เซ็นต์ที่ผ่านมา แล้วก็สูงกว่าเงินฝากประจำ ๑๒ เดือน แต่ท่านอย่าลืมว่า อันนี้เป็นเงินฝากระยะยาวของผู้ออม เขาฝากตลอดชีวิตจนถึงอายุ ๖๐ ปี เพราะฉะนั้น เฉลี่ย ๆ แล้วเหมือนกับฝากประจำ ๑๕ ปี ๒๐ ปีเลย ไม่ใช่แค่ ๑๒ เดือน และอัตรา ผลตอบแทน อย่างเช่นผมดูจากเว็บไซต์ของธนาคารกรุงไทย ผลตอบแทนเงินฝากประจำ ๑๒ เดือน ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ก็จริง แต่ผลตอบแทน ๔๘ เดือนนี่ ๒.๙ เปอร์เซ็นต์เลยนะครับ ก็คือ ๒ เท่าของเงินฝากประจำ ๑๒ เดือน ซึ่งถ้าเกิดท่านไปเทียบกับ ๒.๙ เปอร์เซ็นต์ ท่านแพ้เขาหลุดลุ่ยเลยนะครับ แล้วนี่แค่ ๔๘ เดือนเท่านั้น ไม่ใช่ ๑๐ ปี ๑๕ ปีอย่างที่ทุกคน โดยเฉลี่ยเขาฝากกันกับกองทุนเหล่านี้ อันนี้ผมถึงได้เสนอว่าอาจจะให้บริษัทอื่นมาบริหาร จัดการกองทุนไหมนะครับ🔗
แล้วอีกประเด็นหนึ่งก็คือเงินบำนาญ เมื่อสมาชิกสะสมครบ ๖๐ ปี ก็ได้ ผลตอบแทนประมาณ ๖๐๐ บาทขึ้นไปใช่ไหมครับ ๖๐๐ บาทนี้อาจจะน้อยไปนิดหนึ่ง ถ้าเกิดเพิ่มตรงนี้ได้ก็น่าจะดีขึ้น เพราะว่าตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าข้าวของสินค้ามันแพงขนาดไหน🔗
ส่วนต่อไปคือส่วนตัวชี้วัดของท่านเลยนะครับ เป้าหมายของท่านในหนังสือ ฉบับนี้ เป้าหมายของท่าน ข้อ ๑ คือจำนวนสมาชิกเติบโตอย่างต่อเนื่อง ข้อ ๒ ก็คืออัตรา ผลตอบแทนที่ส่งเสริมและจูงใจให้เกิดการออม ข้อ ๓ คือสร้างสังคมการออม ผลักดันให้เกิด การเปลี่ยนแปลงในสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ข้อ ๔ การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ อันนี้ มันเป็นเป้าหมายชี้วัดไม่ได้เลย ท่านไม่ต้องทำอะไรเลยอันนี้ก็สำเร็จนะครับ จำนวนสมาชิก เติบโตอย่างต่อเนื่อง ท่านอยู่เฉย ๆ ก็เติบโตนะครับ คนก็มาสมัครเข้ามาเรื่อย ๆ อยู่แล้ว หรือท่านออก Booth แค่ปีละครั้งคนก็มาสมัครเรื่อย ๆ อยู่แล้วนะครับ อันนี้คือผมอยากให้เป้าหมายมันเป็นตัวเลขที่ชี้วัดได้นะครับ อย่างเช่น เป้าหมายระยะสั้น ปีหน้าสมาชิกเติบโตขึ้น ๑๐๐,๐๐๐ คน อีก ๕ ปีข้างหน้า ๑ ล้านคน ควรจะเป็นจำนวนตัวเลขนะครับ และผลตอบแทนท่านก็เช่นกัน ถึงแม้ท่านจะมีผลตอบแทน ว่าจริง ๆ ท่านไม่มีเป้าหมายเลยแต่ว่ามันเป็นการค้ำประกันของรัฐที่ว่าจะต้องได้เงินตอบแทน ไม่ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ๑๒ เดือน แต่ไม่ใช่เป้าหมายของท่านเลยนะครับ เป้าหมาย ของท่านควรจะระบุไปเลยนะครับว่าผลตอบแทนอย่างน้อย ๒ เปอร์เซ็นต์ ๓ เปอร์เซ็นต์อะไร ก็ว่าไป อันนี้คือแทบไม่มีเป้าหมายเลย แล้วเป้าหมายระยะยาวท่านก็เหมือนกันนะครับ ระยะ ๕ ปีนี้ก็ไม่ต่างกันเลย ข้อ ๑ มุ่งเน้นการสื่อสารคุณค่าของการออมนะครับ เป้าหมาย ของท่านก็คือมุ่งเน้นสร้างภาพลักษณ์ให้ กอช. ท่านออก Booth ปีละครั้งก็เหมือนกันนะครับ สร้างภาพลักษณ์เหมือนกัน มันแทบวัดอะไรไม่ได้เลยนะครับ ๕ ข้อที่เหลือก็คล้าย ๆ กัน ผมไม่อยากเสียเวลาทางสภานะครับ ท่านควรจะมีตัวชี้วัดที่ดีกว่านี้ แล้วก็ท่านควรจะมีข้อมูล ของเรียกว่าเปรียบเทียบของปีที่ผ่าน ๆ มาด้วย อันนี้รายงานฉบับนี้มีแค่ของปีนี้นะครับ ถ้าเกิดจะไปหาปีที่แล้วเราก็ต้องไปหาเว็บไซต์ของท่านต่ออีก จริง ๆ ถ้ามีข้อมูลเปรียบเทียบ เข้ามาสักนิดหนึ่ง สัก ๓-๔ ปีก่อนหน้านี้ก็จะดีมาก ๆ เลยครับ ก็ขอตั้งข้อสังเกตไว้แค่นี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณธีระชัย แสนแก้ว ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตอภิปรายรับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของกองทุนการออมแห่งชาติ ดังนี้ครับท่านประธานครับ ประการแรกการรายงานฉบับนี้เป็นผลการดำเนินงานของกองทุน การออมแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๖ ซึ่งผลการดำเนินการนั้นก็มีทั้งปรับเงินสะสมและเงิน สมทบจากภาครัฐ มีความพยายามที่จะเพิ่มจำนวนสมาชิกในการเข้าสู่กองทุน มีโครงการ เสริมให้เกิดการออมในเด็กรุ่นใหม่ และใช้เทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพในการออมมากขึ้น สิ่งเหล่านี้กระผมขอชื่นชมทางคณะกรรมการกองทุนนะครับ โดยเฉพาะจำนวนผู้เข้าร่วม กองทุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๖๖ มีสมาชิกกองทุนประมาณ ๒,๕๐๐,๐๐๐ คน แล้วครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ แต่อย่างไรก็ดีครับท่านประธาน ประเทศไทย เรากำลังเผชิญและท้าทายที่สำคัญก็คือสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะว่าคนเรา ทุกวันนี้แก่ช้าและตายยากด้วยนะครับ เพราะว่าเรามีนวัตกรรมอะไรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องการดูแลรักษา เพราะฉะนั้นสังคมเราจะมีประชากรอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ ๖๐ ของประชากรทั้งหมดนะครับ หรือตีคิดง่าย ๆ นะครับว่ามีคนสูงอายุมากกว่า ๑๔ ล้านคน แล้วครับท่านประธานครับ แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นคาดว่าจำนวนเด็กและวัยแรงงานจะลดลง เรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง มันสวนทางกับประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่ละครับ มันเกิดผลเสียต่อสภาพเศรษฐกิจในอนาคตได้นะครับ แต่ที่ซ้ำร้ายกว่านั้นก็คือคนสูงอายุ ส่วนใหญ่ไม่มีเงินแล้วล่ะครับตอนนี้ นอกจากเศรษฐีนะครับ แล้วก็ไม่พอใช้จ่ายหลังจาก เกษียณจากการทำงานและใช้จ่ายไม่เพียงพอในช่วงบั้นปลายชีวิต นี่คือความทุกข์กรรม ลำบากของผู้สูงอายุในอนาคต และกองทุนการออมแห่งชาตินี้จะต้องเข้ามาดูแลการออม ให้กับพี่น้องประชาชนกลุ่มที่ยังไม่มีสวัสดิการให้มากยิ่งขึ้น ให้ครอบคลุมมากขึ้น เช่น พี่น้อง เกษตรกร พี่น้องกลุ่มอาชีพค้าขาย พี่น้องอาชีพอิสระ เพราะพี่น้องเหล่านี้พอเกษียณ การทำงานหรือหยุดการทำงานพวกเขาก็ไม่มีเงินช่วยเหลือ ไม่มีกองทุนใดเข้ามาดูแลได้เลย ครับท่านประธาน🔗
ประการที่ ๒ อยากจะขอกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าเกี่ยวกับเรื่อง เงินออม กระผมได้มีโอกาสได้ดูไทยพีบีเอส ดูสารคดี พูดเรื่องการออมของคนญี่ปุ่นครับ ท่านประธาน ซึ่งกระผมคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนของเราถ้าหากเราลอง นำแนวความคิดของคนญี่ปุ่นมาใช้กับการดำรงชีวิตประจำวันของประชากรของประเทศเรา ท่านประธานครับ จากผลการวิจัยของธนาคารกลางของประเทศญี่ปุ่นบอกว่าลักษณะนิสัย ของคนญี่ปุ่นเป็นชาติที่ประหยัด มัธยัสถ์ และใช้เหตุผลในการใช้เงินมากกว่าการใช้อารมณ์ อยากมีอยากได้ มันต้องมีนี่คือรางวัลชีวิตหรือสิ่งที่มันจำเป็นต้องมี ท่านประธานครับ ท่านรู้ หรือไม่ครับว่าคนญี่ปุ่นมีเงินออมรวมกัน ๑,๐๐๐ ล้านล้านเยน หรือตีเป็นเงินบาทของไทย ก็คือ ๒๕๐ ล้านล้านบาท ถ้าท่านยังมองไม่เห็นภาพนะครับว่ามันจะมากมายขนาดไหน ใส่รถบรรทุกยาวจากอุดรธานีถึงกรุงเทพฯ ครับ ๒๕๐ ล้านล้านบาทนี้ก็เท่ากับงบประมาณ แผ่นดินของบ้านเราที่มีอยู่ ๓.๕ ล้านล้านบาทต่อปี เท่ากับเงินออมของประเทศญี่ปุ่นมีค่า เท่ากับงบประมาณแผ่นดินของไทย ๗๐ ปีเลยทีเดียวครับท่านประธาน แล้วคำถามก็เกิดขึ้น ว่าทำไมคนญี่ปุ่นถึงมีเงินออมมากมายขนาดนี้ คำตอบก็คือว่าเกิดจากการปลูกฝังเงินออมกัน ตั้งแต่เด็ก ๆ ตั้งแต่เยาวชน แล้วเงินออมของคนญี่ปุ่นก็ปลูกฝังยาวนานมาตั้งแต่ญี่ปุ่นมีการ ปฏิวัติ ปฏิรูป Megi หรือยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมนั่นก็คือ ๑๑๗ ปีมาแล้วครับท่านประธาน แล้วท่านประธานครับอีกเหตุผลหนึ่งที่คนญี่ปุ่นใส่ใจเงินออมก็คือ เขามีแนวความคิดใช้เงิน ครับว่าก่อนจะใช้เงินจะต้องมีการออมก่อน ออมแล้วเหลือเท่าไรค่อยใช้เงินครับ นี่เป็นเหตุผล ที่ดีที่สมควรจะนำมาเป็นตัวอย่างในการใช้ปลูกฝังให้การใช้จ่ายเงินและการออมให้กับลูก ๆ หลาน ๆ ของพวกเรา มีรุ่นใหม่ ๆ ออกมาทุกเดือนครับ โทรศัพท์มือถือเครื่องใช้ที่มันเป็น ฟุ่มเฟือยนี่มีมาตลอด มันก็เป็นสิ่งเร้าใจเร้าอารมณ์อยากได้อยากมีเหมือนคนอื่นเขานะครับ แล้วพ่อแม่ก็เลี้ยงดูตามใจลูก อยากได้อะไรก็ซื้อให้หมด สุดท้ายพ่อแม่จะจนตายครับ ดังนั้น ครับท่านประธานนอกจากกองทุนออมแห่งชาติจะเป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องเงินออมของ คนไทยแล้วนะครับ กระผมอยากจะขอฝากคิดหาวิธีปลูกฝังแนวคิดใหม่ ๆ เกี่ยวกับเงินออม ให้กับลูก ๆ หลาน ๆ ของเรา สมัยเราเป็นเด็กออมสินวันละบาทอะไรต่าง ๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็ไม่รู้ ว่าอะไรเป็นอะไรก็ล้มหายไปแล้ว การตั้งคำถามก่อนนะครับว่าเวลาลูกหลานเราจะซื้ออะไร ต้องตั้งคำถามก่อนว่า อยู่ได้ไหมถ้าเราไม่ซื้อของชิ้นนั้น หรือซื้อแล้วใช้ได้จริงหรือเปล่า เรามี เงินซื้อของชิ้นนั้นจริง ๆ หรือเปล่า หรือแม้แต่สอนให้ตั้งคำถามก่อนซื้อครับว่า ถ้าเรา ซื้อมาแล้วจะทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นอย่างไรครับ ถ้าไม่ได้ใช้แล้วมันจะตายวัน ตายห่า ตายพรุ่งไหมครับ อะไรลักษณะอย่างนี้แต่เราก็พูดเพราะ ๆ กับลูกกับหลานกับเด็กของเรา นะครับ สุดท้ายครับท่านประธาน กระผมเชื่อนะครับว่าหากพวกเราทุกคนรวมถึงกองทุน ออมแห่งชาติและทุกกระทรวงที่มีคณะกรรมการเยอะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิระดับรองปลัด ระดับผู้ทรงคุณวุฒิทุกกระทรวงที่มาเป็นคณะกรรมการถือว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒินะครับ ว่าเราจะต้องดำเนินการในการหาวิธีหลักในการปลูกฝังลักษณะนิสัยของลูกๆ หลาน ๆ ให้เห็นคุณค่าของเงิน ให้เห็นประโยชน์การออม และคิดว่ามันไม่สายนะครับว่าที่จะทำให้ ลูก ๆ หลาน ๆ ของเราจะรักการออมและจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ผมขอขอบคุณท่านเลขาธิการครับ ที่มาเป็นหัวหน้าคณะ วันนี้ถึงแม้ว่าท่านสมาชิกจะพูดไม่เยอะนะครับ แต่ก็คลายเหงาไปได้ บ้างครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณภัณฑิล น่วมเจิม🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย พรรค ประชาชนนะครับ ก็เจอกันมาหลายเวทีนะครับ ตั้งแต่งบประมาณ กองทุนหมุนเวียนผมก็พูด มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ตัวผมเองก็เป็นสมาชิกในการออมด้วยนะครับ ๑,๘๐๐ ต่อเดือน ๒ ปี ต่อเนื่องแล้วนะครับ ก็ดูไม่ค่อยดีเท่าไรผมก็ต้องขอพูดอย่างตรงไปตรงมานะครับ เพื่อน สมาชิกก่อนหน้านี้ก็พยายามพูดแบบรักษาน้ำใจ แต่ผลการทำงานของท่านนี่มันแย่จริง ๆ ติดลบ Year to Date ๓ เดือนก็ติดลบ คือผมเอาเงินไปฝากพันธบัตรรัฐบาลผมยังได้ ๒ ๓ เปอร์เซ็นต์เลยครับ ผมไม่ต้องจ้างบุคลากรมาเป็นร้อยคนเพื่อมาบริหารกองทุนการออม แห่งชาตินะครับ อันนี้ผมพูดแบบแรง ๆ นะท่านอย่าโกรธผมนะครับ ถ้าเผื่อเป็นเอกชนท่านก็ โดนไล่ออกหมดแล้วครับ แต่ผมมีข้อเสนอแนะนะครับ เพราะถ้าเผื่อเงินมันเป็นเงินท่าน ผมไม่ว่าอะไร มันเป็นเงินภาษี Seeding Fund มันมาจากเงินภาษีแล้วเราก็สมทบกันไป อย่างไรเงินก็ไม่หายอยู่แล้วอันนี้ไม่เป็นห่วง แต่การลงทุนของท่านมันมีปัญหาครับ Port ของ ท่านมันมีปัญหา ท่านน่าจะลองไปศึกษาดูนะครับว่าเอกชนกองทุนต่าง ๆ เขาทำอย่างไร แล้วก็ปัจจุบันนี้ท่านไม่มีการ Diversify ไปลงทุน คือถ้าเผื่อท่านลงทุนไปกับ Index ของ ตลาดท่านก็ติดลบอยู่แล้วเพราะ Set Index มันลบอันนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับท่าน ท่านก็มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นบางส่วน แต่ก็แปลกใจครับว่าไม่มีการลงทุน ในต่างประเทศเลย ผมไม่แน่ใจ พ.ร.บ. ท่านอนุญาต อาจจะอนุญาตผ่านกองทุนอีกทีหนึ่ง ท่านลองไปพิจารณาดู ท่านต้องลงทุนใน Sector ที่มันมีความเจริญเติบโตถ้าเผื่อท่านลงทุน ในกลุ่มธุรกิจที่มันถดถอยมันก็ต้องติดลบครับ แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจเพราะจีดีพีประเทศไทยมันก็ ไม่ได้ติดลบมันก็โต ๒ ๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านทำได้ต่ำกว่าจีดีพีครับ ผมก็ไม่รู้ท่านลงทุนอย่างไร อีกอันหนึ่งครับ ตัวชี้วัดท่านควรจะสร้างการรับรู้ครับ ไม่มีในรายงานฉบับนี้ท่านใช้กับเงินค่า ประชาสัมพันธ์ถ้าเผื่อผมจำไม่ผิดเป็นหลักสิบล้านบาทนะครับ คนรับรู้ท่านหรือเปล่าครับ ลองเดินไปถามสิครับแรงงานนอกระบบหลายสิบล้านคนที่ท่านต้องการเข้าถึง มีใครรู้จัก กองทุนการออมแห่งชาติบ้าง ผมเองก็รู้จักครั้งแรกตอนผมเป็น สส. อันนี้ปัญหา ท่านควร จะระบุตัวนี้เป็นตัวชี้วัดของท่าน เพราะท่านต้องการจะให้แรงงานนอกระบบเข้าถึงท่าน มากขึ้น Step แรกให้คนอื่นเขารู้จักท่านก่อนครับ เพราะตอนนี้ Penetration หรือการ หาลูกค้าใหม่ของท่านมันน้อยนิดมากครับ ปีหนึ่งท่านวางเป้า ปี ๒๕๖๘ ปี ๒๕๖๙ ปี ๒๕๗๐ เพิ่มขึ้นแค่หลักหมื่นต่อปีครับ เทียบกับสมาชิกสั่งสมท่าน ๒ ล้านกว่าเกือบ ๓ ล้าน คือมันคิด เป็นแบบน้อยมากครับไม่ถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ ๓ เปอร์เซ็นต์ที่ท่านจะหาเพิ่มต่อปี ผมว่าท่าน จะต้อง Set เป้าหมายที่ท้าทายกว่านี้นะครับ กลับมาเรื่องตัวเลขนะครับ รายได้ของท่าน ผมก็พยายามจะไปช่วยท่านวิเคราะห์นะครับ เงินปันผล ๔๒ ล้านบาทเทียบกับมูลค่าหุ้นของ ท่านเป็นหลักหมื่นล้านบาท มันดีดลูกคิดมาก็ยังงงว่าท่านไปลงทุนอะไรทำไมเขาจ่ายปันผล ท่าน ๐.๐๔ เปอร์เซ็นต์ มันเป็นไปได้อย่างไรครับ หุ้น Blue Chip มันก็จ่ายปันผลอย่างน้อยก็ ๓ ๔ ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ประหลาดมากนะครับ รวม ๆ แล้ว Return On Assets หรือ ผลประโยชน์ คือกองทุนท่านใหญ่มากนะเป็นแสนล้านบาท แต่พอรวมรายได้ออกมาแล้วก็ ดอกเบี้ย รวมดอกเบี้ย รวมเงินปันผล LM ต่ำมาก มันต่ำกว่า ๒ เปอร์เซ็นต์นะครับ ก็ทบทวน แล้วกันนะครับว่ากลยุทธ์การลงทุนอย่างไร ผมเอาคอนโดมูลค่า ๑ ล้านบาทไปปล่อยเช่า ลองคิดดูสิครับได้ค่าเช่า ๓,๐๐๐ ๔,๐๐๐ คูณออกมา อย่างไรก็เกิน ๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ มันมีวิธีการลงทุนอีกตั้งเยอะแยะ ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ หรือท่านจะไปจ้างเขาอย่างที่ เพื่อนสมาชิกบอก ไม่ต้องมาเสียค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากร ๓๗.๖๔ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๕ ๖๙.๗๒ ล้านบาท ๗๐ กว่าล้านบาทนะครับ จ้างมาผมว่ามันไม่จำเป็น ท่านก็ไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลไหมครับ ๒ ๓ เปอร์เซ็นต์อย่างไรก็ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรเลย อันนี้จ้างกันมา ๗๐ กว่าล้านบาท แต่ปรากฏบริหารแล้วติดลบ ก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่ต้องพูดตรงไปตรงมา เพราะว่าเป็นเอกชนท่านอยู่ไม่ได้แล้วครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณวิทยา แก้วภราดัย ครับ🔗
ท่านประธานครับขออนุญาตครับ🔗
เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตแจ้งกับ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกครับ คือเนื่องจากได้รับทราบจากเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ที่กำลังประชุมอยู่ในห้องกรรมาธิการว่า ทางสภามีการแจ้งว่าจะมีการลงมติไปที่ระบบในห้อง ประชุมแต่ละห้อง ก็เลยจะฝากแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบว่าระบบเป็นอย่างไร เพราะว่า ตอนนี้เพื่อนสมาชิกกำลังงงมากว่าประชุม ประชุมอยู่แล้วจะวิ่งลงมาเผื่อมีการลงมติ ก็ฝาก ทางสภาช่วยยืนยันนะครับ🔗
ก็ช่วยแจ้งแล้วก็ เรียนสมาชิกที่อยู่ในห้องกรรมาธิการว่าวาระเพื่อทราบยังมีอีก ๒ วาระนะครับ ส่วนใหญ่ ก็รายงานเพื่อทราบ ไม่มีประเด็นปัญหาที่จะต้องลงมติครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้ท่านที่ประชุม ก็ประชุมต่อไปได้ ถ้ามีความจำเป็นก็จะต้องเชิญท่านเข้ามาในห้องก่อนนะครับ ต่อไปขอเชิญ คุณวิทยา แก้วภราดัย ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ ผมพยายามที่จะติดตามกองทุนการออมแห่งชาติมาตลอดเป็นระยะ ๆ เพราะตอนเราออก กฎหมายผมคิดว่าเราก็ฝากความหวังไว้เยอะเพราะว่ามันคือบำนาญประชาชน เราคิดถึงการ ออกพระราชบัญญัติบำนาญประชาชน ในยุคสมัยที่ประชาชนเราก็รู้ว่าเริ่มจะก้าวเข้าสู่สังคม ผู้สูงวัย ปัญหาประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ไม่มีบำนาญครับ เวลาเกษียณอายุแล้วเงินที่ เริ่มจ่ายกันเดือนละ ๕๐๐ ๖๐๐ บาทขยับขึ้นมาเรื่อย ๆ เพิ่งเริ่มเกิดมาในยุคหลัง ๆ หลังจาก ที่เราออกกฎหมายฉบับนี้แล้ว เพราะฉะนั้นความตั้งใจของการออกพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็คือต้องการที่จะฝึกคนมีอายุเริ่มออมเงิน รุ่นท่านประธาน รุ่นผมเราโดนฝึกตั้งแต่เรียน ชั้นประถม ฝากธนาคารออมสิน เดือนละบาท ๒ บาท ๕ บาท ถูกสะสมอย่างนี้ แต่ยุคหลัง ๆ ธนาคารออมสินก็หายไปจากโรงเรียนเด็กเล็กไปเกือบหมดแล้วครับ ธนาคารออมสินพัฒนา ตัวเองไปอีกรูปแบบหนึ่ง ตอนที่เราออกพระราชบัญญัติเงินออมแห่งชาติเราก็คิดถึงบำนาญ ประชาชน และสอนผู้สูงอายุให้เข้าสู่ระบบการออมเป็น โดยรัฐจะเป็นคนช่วยสนับสนุนอุ้มชู ให้กองทุนเงินออมนี้อยู่รอดได้ ผมไม่เคร่งเครียดครับ ท่านเลขาครับ กับเรื่องราวที่เขาวิจารณ์ ว่าไปทำโน้นทำนี่แล้วจะขาดทุน ผมกลัวด้วยซ้ำไปว่าจะเอาเงินคนสูงอายุไปลงทุนแล้วขาดทุน เสี่ยงภัยมากเกินไปเพื่อหวังกำไร เคยเห็นนักเล่นหุ้น นักลงทุน ระเนระนาดกันเป็นแถว ในวันที่เชื่อมั่นว่าตัวเองเก่งสามารถลงทุนได้ปลอดภัย เพราะฉะนั้นรักษาไว้ดีที่สุดรักษาเงิน คนผู้สูงอายุที่เตรียมจะเป็นผู้ปลดบำนาญ แล้วก็รอบำนาญจากกองทุนเงินออมนั้นได้มีโอกาส แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากเสนอแนะและให้ความเห็นต่อกองทุนก็คือการเพิ่มอัตราผู้เข้าร่วมกับ กองทุนมันไม่ได้เติบโตอย่างที่เราคาดหวังในวันที่เราออกพระราชบัญญัติครั้งแรกครับ ตัวเลข มันค่อนข้างต่ำ แล้วผมก็คิดว่าที่ต่ำมันก็เพราะอย่างนี้ครับท่าน พูดกันตรง ๆ ก็คือประชาชน ส่วนใหญ่ของประเทศนี้ไม่รู้จักครับ เงินออมประชาชนหรือบำนาญประชาชนฉบับนี้ ไม่รู้จัก กองทุนเงินออมแห่งชาติ จริง ๆ ครับท่าน ในชนบทคนที่จะรู้น้อยมาก แต่คนที่ไม่มีบำนาญ ส่วนใหญ่อยู่ในชนบท เพราะฉะนั้นผมคิดว่าท่านจำเป็นต้องแหวกวงล้อมความไม่รู้ของ ประชาชน เพราะการที่จะสอนให้กับคนที่อยู่นอกระบบการศึกษา สอนให้คนต้องทำมาหากิน ทุกวัน สอนให้คนที่ทำไร่ทำนารู้จักการออมเป็นเรื่องยาก เรื่องใหญ่ รุ่นผมถูกสอนตั้งแต่ ประถม มัธยม พวกผมจำมาได้ครับ แต่ถ้ามาสอนคนแก่เดี๋ยวนี้ยาก ผมแนะนำท่านง่าย ๆ ว่า ท่านควรจัดการที่จะประชุมร่วมกับทางกระทรวงมหาดไทย กำลังของกระทรวงมหาดไทย มีทุกอำเภอ มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่ละอำเภอรวมทั้งผู้ช่วย สารวัตร กำนันต่าง ๆ อำเภอหนึ่ง ๔๐๐ ๕๐๐ คน ท่านมีสาขาอยู่ทุกอำเภอทั่วประเทศ ท่านมีตัวแทนทุกอำเภอ ที่ว่าการ อำเภอทั้งหมดเป็นตัวแทนท่าน จัดอบรมสักรอบครับ ฝากไปกับทุกอำเภอในการที่จะอบรม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั้งหมดทุกอำเภอทั่วประเทศ เพื่อได้รับรู้สิ่งนี้ ผมคิดว่าอย่างน้อย ๆ ก็เป็น การลงทุนที่ถูกที่สุดและโอกาสขยายผลได้กว้าง🔗
ที่ ๒ ครับ ท่านทราบไหมครับ มีองค์กร ๆ หนึ่งมีสมาชิก ๑,๐๒๐,๐๐๐ คน ทั่วประเทศครับ แล้วก็เป็นคนที่ไม่มีบำนาญทุกคน คนที่ได้รับค่าป่วยการจากรัฐบาล อยู่ขณะนี้แต่ถึงวันหนึ่งเขาก็หมดโอกาสที่จะรับค่าป่วยการ คนเหล่านั้นคือ อสม. ครับ ท่านเปิดการอบรม อสม. ให้กระจายข่าวงานของท่านและระบบของท่านไปทั่วประเทศ ผมดู ในรายงานฉบับนี้นะครับ ผมเหลือเชื่อครับว่ามีช่องทางการสมัครเยอะมาก แต่ถ้าผม ไม่อ่านผมไม่รู้นะครับ ผมยังคิดว่าต้องไปธนาคารออมสินอย่างเดียวเลยวันนี้ แต่ช่องทางที่ นำเสนอมาทั้งหมดเกือบ ๑๕ ช่องทางครับท่านประธาน เพียงแต่ว่ามีกี่คนที่จะรู้ แล้วก็ไม่ต้อง ไปเปลืองสตางค์ในการที่จะไปจ้างโฆษณาทางสื่อโทรทัศน์นะครับ ใช้สื่อที่เป็นของรัฐขอความ ร่วมมือเขา เขาก็คงพร้อมจะให้ แล้วก็ ๒ องค์กรครับท่านจับความร่วมมือเสีย คือจับความ ร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยผ่านโครงสร้างกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั่วประเทศไป แล้วก็จับมือ กับกระทรวงสาธารณสุขผ่านองค์ความรู้ไปยัง อสม. ล้านกว่าคนทั่วประเทศ ถ้าท่าน ดำเนินการอย่างนี้ใช้ระยะเวลาไม่เกิน ๖ เดือน ปีหน้าครับท่านจะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นมา ผมเข้าใจว่าไม่ต่ำกว่า ๑,๕๐๐,๐๐๐ คนครับ ขออนุญาตที่จะร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยครับ และเป็นกำลังใจกับท่านเลขาครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๕ อำเภอนครไทย อำเภอ ชาติตระการ อำเภอวัดโบสถ์ ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานของกองทุนการออม แห่งชาติหรือ กอช. ขอเข้าประเด็นเลยนะครับเพราะว่าเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไป ค่อนข้างมากแล้ว หลักเกณฑ์และวิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครเป็นสมาชิก กอช. ผู้ที่ สามารถเป็นสมาชิกได้ก็คือผู้มีสัญชาติไทยแล้วก็อายุ ๑๕-๖๐ ปี เป็นนักเรียนนักศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เรียกว่าเป้าหมายของการเป็นสมาชิก กอช. ก็คือมีทั้งเยาวชน มีทั้งชาวบ้าน แล้วก็เป็นแรงงานนอกระบบ ทีนี้มาดูที่กลุ่มอายุ ๑๕-๒๐ ปี ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ยังไม่มี ความรู้และความเข้าใจในการลงทุน อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่า ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจในการลงทุน แต่แน่นอนไม่ใช่อายุ ๑๕-๒๐ ทุกคนจะไม่รู้และ ไม่เข้าใจ คนที่เขามีความรู้ในเรื่องการลงทุนเขาก็ไม่เลือกช่องทางนี้ เพราะความเสี่ยงต่ำ ก็จริงและผลตอบแทนก็ต่ำด้วย แล้วก็นานกว่าจะได้ผลตอบแทนคืนนะครับ เพราะฉะนั้นเรา มาดูกลุ่มใหญ่ของอายุ ๑๕-๒๐ ว่าเขาไม่มีความรู้และความเข้าใจในการลงทุนแล้วเขาจะมา ออมเงินระยะยาวถึง ๔๐ ปีอย่างนี้ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะเลือกการลงทุน แบบนี้นะครับ เพราะฉะนั้นคนกลุ่มนี้นอกจากจะมีโอกาสที่จะหลุดจากการเป็นสมาชิก ในวันข้างหน้าคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ก็จะใช้เงินในการลงทุนก็คือเป็นเงินของพ่อแม่ผู้ปกครอง ในการมาลงทุน แล้วก็ถ้าหากเป็นการลงทุนที่โดยที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจนี่ไปบอกผู้ปกครอง ว่ามันเป็นการออมเงิน ตัวผู้ปกครองก็อาจจะเข้าใจว่าเอาเงินไปออมไว้แล้วก็เก็บไว้ใช้ตอนโต ซึ่งไม่ใช่ครับ อันนี้เป็นการเอาไว้ใช้ตอนแก่เลยครับ เพราะฉะนั้นถ้ากลุ่มนี้ลงทุนกับ กอช. โดยที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจจะกลายเป็นภาระของพ่อแม่ผู้ปกครองในระยะยาว แล้วก็เป็น ภาระที่ซ้ำซ้อนนะครับ ข้อเสนอของเรื่องนี้ก็คือว่า อยากให้ กอช. นี่ครับใช้งบประมาณของ ตัวเองในการเพิ่มหลักสูตรด้านการเงินการลงทุนลงไปในชั้นมัธยมด้วย ในเมื่อเป้าหมายของ คุณเป็นกลุ่มนี้ คุณก็ต้องให้ความรู้ความเข้าใจกับคนที่อายุ ๑๕-๒๐ ซึ่งเป็นกลุ่มมัธยม สามารถทำได้ตั้งแต่มัธยมต้น มัธยมปลาย หลักสูตรด้านการเงิน การลงทุน ซึ่งจริง ๆ แล้ว กองทุนนี้น่าจะมีเรื่องนี้ตั้งนานแล้วเพราะว่าท่านใช้งบในการประชาสัมพันธ์กองทุนจาก ปี ๒๕๖๕ มา ๒๕๖๖ เพิ่มขึ้นเกือบ ๓ เท่า แต่สมาชิกเพิ่มขึ้นไม่กี่หมื่นคนเอง เพราะฉะนั้น ถือว่าอาจจะยังใช้งบประมาณในการประชาสัมพันธ์กองทุนยังไม่ได้คุ้มค่าแล้วก็ไม่ตรง กลุ่มเป้าหมายนัก ทีนี้มาดูในระดับของชาวบ้านครับ พ้นจากระดับเยาวชนแล้วมาดูในระดับ ของชาวบ้าน ผมก็เชื่อว่าส่วนใหญ่ที่เป็นสมาชิกและเป็นกลุ่มเป้าหมายก็ยังไม่มีความรู้และ ความเข้าใจทางด้านการเงินและการลงทุนอีกเช่นกัน ซึ่งจริง ๆ แล้วปัจจุบันนี้รัฐบาลเองก็มี กองทุนที่รัฐให้การสนับสนุนมากมายเลย ----------------------------------------------- ไม่ว่าจะเป็นกองทุนการเกษตร กองทุนเพื่อการผลิต กองทุนส่งเสริมผลิตภัณฑ์การเกษตร ต่าง ๆ แล้วก็กองทุนหมู่บ้าน รวมถึง กอช. ด้วย อันนี้ก็เป็นอีกกองทุนหนึ่งที่ใช้งบประมาณ ของรัฐด้วย ทั้งหมดนี้ประชาชนที่ลงทุน ลงทุนแบบไม่มีแบบแผนนะครับ ลองไปถามดู โดยเฉพาะในพื้นที่เขตรอบนอก ผมเป็น สส. บ้านนอกเข้าใจดีว่าพื้นที่รอบนอกชาวบ้านไม่มี ความรู้หรอกครับในเรื่องการลงทุนกับกองทุนต่าง ๆ แต่บางครั้งก็ถูกชักชวนจากผู้นำบ้าง ถูกกึ่งบังคับ ลักษณะให้ร่วมลงทุนแบบนี้ เพราะฉะนั้นเป็นการลงทุนแบบไม่มีแบบแผนครับ ขาดความรู้ความเข้าใจในการเลือกลงทุนให้เหมาะสมกับตัวเอง รัฐไม่มีที่ปรึกษาทางการเงิน ในระดับภูมิภาคที่จะคอยช่วยเหลือชาวบ้านได้ ผลที่ตามมาคืออะไรครับ ชาวบ้านจ่ายเงิน ลงทุนไปมากกว่าผลตอบแทนที่ตัวเองจะได้รับ เพราะไม่รู้ตัวครับ ไม่รู้ว่าต้องลงทุนแบบไหน ผลตอบแทนจะได้เท่าไร ระยะเวลาเท่าไร คืนทุนเท่าไร มันคุ้มค่าหรือไม่ ปัจจุบันชาวบ้านจ่าย มากกว่าผลตอบแทนที่ได้รับเป็นจำนวนมากทำให้เกิดปัญหาความยากจนหมุนเวียนไป เรื่อย ๆ ข้อเสนอของเรื่องนี้ก็คือ อยากให้มีการจัดตั้งที่ปรึกษาทางการเงินของภาครัฐประจำ อำเภอโดยใช้เครือข่ายของท่านเป็นคนดูแลเรื่องนี้ แล้วก็มีความรับผิด รับชอบ ในการ นำเสนอกองทุนต่าง ๆ ข้อดี ข้อเสีย หรือจะเป็นใช้เทคโนโลยีมาช่วยก็ได้ครับ เพื่อไม่ต้องฝาก ภาระไว้ที่คน ใช้เทคโนโลยีมาช่วยครับ ใช้แอปพลิเคชันให้ชาวบ้านสามารถเห็น Port การลงทุนของตัวเองได้ เปรียบเทียบระหว่างรายได้กับการลงทุนต่าง ๆ เพื่อให้เห็นถึงความ คุ้มค่าของผลตอบแทนที่จะได้รับ ทำให้ป้องกันการเกิดปัญหาหนี้สินหมุนเวียน ความยากจน ซ้ำซาก หนี้ซ้ำซ้อนอย่างนี้มันก็จะลดปัญหาของชาวบ้านได้นะครับ การที่มีที่ปรึกษาทางการ เงินของภาครัฐประจำอำเภอเพื่ออะไร เพื่อให้ชาวบ้านสามารถเลือกลงทุนในกองทุน ที่เหมาะสมกับตัวเองได้ ๒. ก็คือลดปัญหาการจ่ายเงินมากกว่าผลตอบแทนที่ตัวเองได้รับ ๓. ก็คือป้องกันการถูกหลอกไปลงทุนในกองทุนที่ไม่เหมาะสม ๔. ก็คือลดปัญหาหนี้สินด้วย เพราะฉะนั้น ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างหนึ่งที่เป็นปัญหาใหญ่เกี่ยวกับชาวบ้านรอบนอกของ คนไทย มาก ๆ เลยก็คือชาวบ้านเข้าใจผิดเยอะมากเรื่องการฌาปนกิจสงเคราะห์ เรื่องนี้ ชาวบ้านมักจะคิดว่าเป็นการลงทุนครับ ไม่มีหน่วยงานรัฐไหนเลยไปบอกกับชาวบ้านตรง ๆ ให้เข้าใจตรง ๆ ว่าการฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่ใช่การลงทุน การฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่ใช่การ ออมทรัพย์ การฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่ใช่การสะสมทรัพย์ และการฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่ใช่ การประกันชีวิต ไม่ใช่การส่งเงินเข้ากองทุนเพื่อจะได้รับผลตอบแทนในระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ไม่ใช่ สิ่งเหล่านี้ไม่มีหน่วยงานรัฐคอยบอกกับประชาชนเลยครับ และเรื่อง ฌาปนกิจสงเคราะห์เดี๋ยวเราจะพูดกันในรายละเอียดในวาระถัดไปนะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะขอเสนอครับ คือเรื่องของการป้องกันปัญหาการ ค้ำประกันผลตอบแทนของ กอช. ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ตรงนี้ครับกองทุนการออม แห่งชาติได้กำหนดให้มีการค้ำประกันผลตอบแทนไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยฝากประจำ ๑๒ เดือน ของ ๗ ธนาคาร ก็คือมีออมสิน แล้วก็ ธอส. แล้วก็อีก ๕ ธนาคารใหญ่ ก็พูดง่าย ๆ ว่า กอช. ประกันว่าผลตอบแทนของตัวเองจะหาเงินได้มากกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก ๑๒ เดือนแน่ ๆ ซึ่งหากผลตอบแทนต่ำกว่าสิ่งที่กำหนดไว้รัฐต้องใช้เงินงบประมาณของแผ่นดินเป็นคนชดใช้ ให้สมาชิกนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ถ้ามองในระยะยาวและผลประกอบการที่เกิดขึ้นจริง ตอนนี้ ๑.๗๗ เฉลี่ย ในขณะที่ดอกเบี้ยแบงก์ ๑.๕ กว่า ๑.๖ ท่านทำชนะดอกเบี้ยแบงก์ ๑๒ เดือนแค่นิดเดียว คำถามแรก ๆ ก็คือที่เพื่อน ๆ สมาชิกได้อภิปรายไปว่าทำไมต้องมาลงทุน กับกองทุนการออม เพราะว่าฝากแบงก์ก็ได้ใกล้เคียงกัน ถอนเมื่อไรก็ได้ด้วย อันนี้ถอนไม่ได้ แต่ท่านค้ำประกันด้วยเงินงบประมาณของแผ่นดิน แสดงว่าท่านไม่ต้องใช้ฝีมือในการ บริหารเลย แค่ชนะดอกเบี้ยแบงก์ ๑๒ เดือนได้ก็ถือว่าโอเค แล้วถ้าเมื่อไรแพ้ก็เอาเงินหลวงจ่าย เอางบประมาณแผ่นดินจ่าย เพราะฉะนั้นสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นก็คืออาจจะมีความเสี่ยงในด้าน ภาระของงบประมาณแผ่นดินจะเพิ่มขึ้นในอนาคต ข้อเสนอก็คือ กอช. ควรปรับ อันนี้เพื่อน หลายคนเคยพูดไปแล้วว่าปรับการลงทุนเถอะครับ มันยังมีหลายวิธีการลงทุนที่มันยืดหยุ่น และปลอดภัย แล้วก็จะได้ผลตอบแทนที่สูงกว่านี้ แสดงศักยภาพของกองทุนออกมาครับ ให้มันจูงใจ ทั้งกลุ่มอายุวัยรุ่น อายุคนทำงาน และคนเหล่านี้เป็นคนนอกระบบ ให้ความรู้เขาด้วยครับ ว่ากองทุนของท่านมีความคุ้มค่าอย่างไรเปรียบเทียบกับกองทุนอื่น ๆ ดังนั้น ๓ ข้อเสนอ ของผมครับ ๑. ขอให้สนับสนุนให้เกิดการเพิ่มหลักสูตรความรู้ทางด้านการเงินการลงทุน ในระดับมัธยม ๒. ขอเสนอให้มีการตั้งที่ปรึกษาทางด้านการเงินของภาครัฐประจำอำเภอ โดยอาศัยเครือข่ายของท่าน งบประมาณของท่าน ข้อสุดท้ายขอให้ กอช. พิจารณาปรับ สัดส่วนการลงทุนเพื่อให้มีความยืดหยุ่นปลอดภัยและได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญ คุณอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ครับ🔗
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด (แบบบัญชีรายชื่อ) ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอ อนุญาตที่จะได้ร่วมตั้งข้อสังเกตและให้ข้อเสนอแนะ รวมถึงฝากประเด็นคำถามไปยังกองทุน การออมแห่งชาติซึ่งได้เข้ามารายงานต่อสภา เป็นรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ผมเปิดหน้าปก ก็น่าสนใจครับ เพราะว่าท่านมีวิสัยทัศน์แล้วก็ปรัชญาขององค์กรว่า คุณออมรัฐช่วยออม คุณได้บำนาญ แต่ว่าเป้าหมายหรือวิสัยทัศน์นั้นจะไม่สามารถไปถึงได้ครับถ้าขาดความรู้ความ เข้าใจ หรือขาดการจูงใจให้ประชาชนได้เข้าถึงการออมแห่งชาติ ท่านประธานครับ บิลเกตส์ (Bill Gates) เคยกล่าวไว้ครับว่า ถ้าคุณเกิดมาจนนั่นไม่ใช่ความผิดคุณ แต่ถ้าคุณตาย ในขณะที่ยังจน ๆ อยู่ อันนั้นละความผิดคุณแน่นอน ต้องยอมรับครับว่าคนไทยเราเรื่องของ การออมบางครั้งยังห่างไกลของคนไทย ห่างไกลจากความรู้ความเข้าใจของคนไทยเป็น จำนวนมาก มีหลายข้อมูล หลายองค์กรพยายามจะชวนคนไทยลุกขึ้นมาออมครับ ไม่ว่าจะ เป็นความพยายามจะบอกว่าให้คนไทยออมก่อนใช้สบายทั้งชาติ มี ๓ ส่วน ออม ๑ ส่วน ใช้ ๒ ส่วน แต่แน่นอนครับถ้าเราไปดูสถิติเงินออมของคนไทยจากข้อมูลล่าสุด เราพบว่า คนไทยประสบปัญหาวิกฤติเงินออมครับ เงินฝากของคนไทยนั้นโตเพียงแค่ ๑.๔ เปอร์เซ็นต์ โตน้อยมากครับ แทบจะไม่โตครับ ๑.๔ เปอร์เซ็นต์ และมีบัญชีเงินฝาก ๑๒๒ ล้านบัญชี ที่มีเงินฝากไม่ถึง ๕๐,๐๐๐ บาท นี่ไม่ใช่โจทย์เฉพาะกองทุนการออมแห่งชาติครับ แต่โจทย์ ของคนไทยทั้งชาติว่าเราจะทำอย่างไรที่จะให้คนไทยลุกขึ้นมาตระหนักรู้และเข้าถึงการออม ผมชอบวิสัยทัศน์ของ กอช. ท่านบอกว่าท่านจะมุ่งสร้างฐานการออม ขับเคลื่อนบำนาญ ภาคประชาชนอย่างทั่วถึงและอย่างเต็มกำลัง ในรายงานก็บอกชัดครับเป็นวิสัยทัศน์ที่ท่าน เลขายกมากล่าว แต่อย่างที่ผมเรียนครับว่าเรื่องการออมมันเป็นโจทย์ยากของคนไทย ผมแบ่ง หมวดประเด็นปัญหาวิกฤติสัก ๒ หมวดครับ ท่านประธานครับ หมวดแรกครับ วิกฤติจาก โครงสร้างประชากร เราเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ วันนี้ถ้าเราไปหาเสียงในศึกเลือกตั้งองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นจะไปปราศรัยหาคนฟังยากนะครับ เพราะว่าก็จะไปเจอแต่ผู้สูงอายุ คนวัยทำงาน วัยเรียน ไม่อยู่ในพื้นที่ และวันนี้เมื่อคนสูงอายุมากแล้วเป็นคนสูงอายุที่ไม่มี เงินออม นั่นปัญหาก็เกิดขึ้น และที่สำคัญด้วยอิทธิพลของแฟลตฟอร์ม Social Media ไม่ทราบว่าเกิดขึ้นตอนไหนล่ะครับ แต่ว่าในระยะ ๕ ปีหลังนี้มีคนตั้งข้อสังเกตว่าพฤติกรรม ของคนไทยกลายเป็น บางส่วนนะครับ ขยับเข้าไปเป็นกลุ่มคนที่บริโภคนิยม เน้นการบริโภค จ้องแต่จะเป็นผู้บริโภคครับ ไถ Feed โทรศัพท์ ต้องหาเรื่องเอฟให้ได้ในแต่ละคืนที่ไถ Feed ไป แล้วก็เป็นแบบนี้ครับในหลายกลุ่มอายุ และถ้าหากว่าไปอยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุแล้วเงินออมน้อย แต่บริโภคนิยม อำนาจการยับยั้งชั่งใจมีปัญหา เงินออมก็ไม่เหลือ🔗
ประการที่ ๒ ในรายงานก็ระบุชัดว่าเราต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของ นโยบายทางการเงินการคลังของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FED โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับ เขาเพิ่งได้ประธานาธิบดีใหม่ ความผันผวนความไม่แน่นอนที่หลายประเทศจะจับทางและ ดำเนินนโยบายให้สอดคล้องก็เป็นเรื่องยาก ดังนั้น ๒ ปัจจัยนี้จึงเป็นโจทย์ยากที่ท้าทาย แต่ไม่ได้หมายความว่าพอเป็นโจทย์ยากแล้วเราทำไม่ได้ ผมดูในรายงานครับ ผมเห็นถึงความพยายามซึ่งต้องขอให้กำลังใจของ กอช. หรือกองทุนการออมแห่งชาติ ท่านบอกว่าท่านไปส่งเสริมให้น้อง ๆ นักเรียนไปที่กระทรวงศึกษาธิการ ผมเคยเป็นเลขา รัฐมนตรีกระทรวงนี้มาเก่าครับ ก็ทราบว่าเขามีทั้ง ๕ แท่ง ท่านเข้าไปหมด ไปส่งเสริม สพฐ. ส่งเสริมอาชีวะและทุก ๆ แท่งของกระทรวงศึกษาธิการ แต่ต้องยอมรับนะครับว่าตัวเลข สมาชิกที่เป็นตัวเลขสมาชิกสะสมกองทุนการออมแห่งชาติ สิ้นสุด ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ ๒,๕๗๕,๐๐๐ คน นี่ครับถึงบอกว่าเป็นงานที่ท้าทาย เป็นโจทย์ยากที่จะทำอย่างไร ให้คนไทยลุกขึ้นมาตระหนักรู้และเข้าถึงการออมให้มากขึ้น พูดมาถึงตรงนี้ต้องชื่นชมและ ให้กำลังใจต่อ กอช. หรือกองทุนการออมแห่งชาติท่านไปลงพื้นที่นะครับ หนัก ๆ ไปภาค อีสานแล้วก็หลายภาคนะครับ ไปชวนคนไทยให้ลุกขึ้นมาออมครับ ท่านใช้ชื่องานว่า กอช. ลุยอีสานครับ แก้วิกฤติคนไทยไร้เงินออมครับ นี่ท่านเริ่มเห็นแล้วนะครับ แต่ตัวเลขที่ผมเรียน ว่า ๒ ล้านเศษมันยังห่างไกลจากจำนวนประชากรไทย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับ วันนี้ ก่อนที่จะลุกขึ้นมาออมนั้นเขาต้องมีความรู้ความเข้าใจ ผมต้องขอชื่นชมหนึ่งนโยบายของ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของ ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ตอนหาเสียงถ้าจำได้นะครับ มีโครงการหวยเกษียณ ตอนนี้รู้สึกจะปรับชื่อเป็นสลากเกษียณ ถ้าโครงการนี้เกิดขึ้นทราบว่าตอนนี้ กอช. เป็นเจ้าภาพหลัก สำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกากำลังปรับแต่งถ้อยคำ รัฐมนตรีช่วยเผ่าภูมิกำลังเตรียมจะแถลงหวยเกษียณหรือ สลากเกษียณในเร็ววันนี้ ถ้าโครงการนี้ Kick Off เมื่อไร คำว่า หวยกิน จะไม่เกิดขึ้นกับ คนไทย เพราะอะไรครับ เพราะเงินที่ไปซื้อสลากเกษียณหรือหวยเกษียณนั้นถ้าไม่ถูกครับ จะทบไปเรื่อย ๆ จนเมื่ออายุครบ ๖๐ ปีก็ได้เงินกลับคืนมาเป็นสลากเกษียณหรือหวยเกษียณ แม้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่แต่ต้องชมเขา และต้อง Highlight ว่าเป็นผลงานของรัฐบาล เข้าใจ ว่าเรื่องนี้ยังไม่อยู่ในรายงาน แต่ผมหวังว่าในปีหน้าเราจะได้เห็นการรายงานอย่างมีนัยสำคัญ เราจะได้เห็นตัวเลขประชากรชาวไทยขณะนี้ประมาณ ๖๘ ล้านคนไม่ถึง ๗๐ แต่จาก ๒.๕ ล้านคน กับ ๖๘ ล้านคนต้องถือว่ายังมี Room หรือมีช่องว่างจำนวนมาก ก็หวังว่าในรายงาน ฉบับต่อไปในปีหน้าตัวเลขของคนที่เป็นสมาชิกสะสมของกองทุนการออมแห่งชาติจะมากขึ้น และเป็นไปตามปรัชญา คุณออมรัฐช่วยออม คุณได้บำนาญ ขอบคุณครับ🔗
สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะครูและนักเรียนระดับมัธยมชั้นปีที่ ๖ จากโรงเรียนสาธิตนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ซึ่งมาฟังการประชุมอยู่ชั้นบนครับ ขอต้อนรับ ขอบคุณครับ ต่อไปผู้อภิปรายท่านสุดท้ายนะครับคุณเซีย จำปาทอง เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม เซียจำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วน เครือข่ายผู้ใช้แรงงาน วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของกองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมวัตถุประสงค์ในการ ดำเนินงานของกองทุนการออมแห่งชาติที่มองเห็นความสำคัญและส่งเสริมให้มีการออมของ ภาคประชาชน กลุ่มคนที่ไม่ได้อยู่ในระบบสวัสดิการใด ๆ ของรัฐ โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพอิสระ หรือแรงงานนอกระบบ ในปัจจุบันมีมากกว่า ๒๐ ล้านคนครับในตลาดแรงงาน รวมถึง ผู้สูงอายุวัยเกษียณทั้งหลายให้มีโอกาสได้รับบำนาญจากกองทุนการออมของตนเองพร้อมกับ เงินสมทบจากรัฐเมื่ออายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์ ตาม Slogan เลยครับท่านประธาน คุณออม รัฐช่วยออม คุณได้บำนาญ ว่ากันด้วยหลักการแล้วผมขอชื่นชมมาก ๆ ครับที่หน่วยงาน ภาครัฐให้ความสำคัญเรื่องบำนาญภาคประชาชน ท่านประธานครับ แต่ผมอดเสียดายไม่ได้ครับ เสียดายที่ร่างกฎหมายบำนาญพื้นฐานถ้วนหน้า ที่ผมและคณะยื่นไป ถูกนายกรัฐมนตรีปัดตกไปเมื่อตอนต้นเดือนที่ผ่านมา เสียดายครับ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีโอกาสเข้าสู่การพิจารณาในสภาเลยด้วยซ้ำ ผมอยากให้ท่านประธานและเพื่อน สมาชิกลองนึกตามดูนะครับว่า สมมุติกฎหมายบำนาญพื้นฐานถ้วนหน้าผ่านและบังคับใช้ ประกอบกับมีการส่งเสริมการออมจาก กอช. จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนที่ทำงาน มาตลอดชีวิตจนวัยเกษียณแต่ไม่มีเงินเก็บมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตามผมมีข้อสังเกต ต่อการดำเนินงานของกองทุนการออมแห่งชาติ ๒ ประเด็นครับท่านประธาน🔗
ประเด็นแรก ในเมื่อวิสัยทัศน์ของ กอช. คือมุ่งสร้างฐานการออมขับเคลื่อน บำนาญภาคประชาชนอย่างทั่วถึง แต่ผมมาดูที่คุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นสมาชิกกองทุน การออมถูกจำกัดไว้ เช่น ต้องไม่เป็นผู้ประกันตนตามกฎหมายประกันสังคม กองทุนบำเหน็จ บำนาญข้าราชการ เป็นต้น แล้วถ้าคนทำงานในระบบซึ่งโดยทั่วไปแล้วสถานประกอบการ ส่วนใหญ่เกษียณอายุอยู่ที่ ๖๐ ปี แต่ก็มีโรงงานหลายแห่งเหมือนกันที่เกษียณอายุที่ ๕๕ ปี ถ้าพวกเขาต้องการออมเงินเพื่อรับบำนาญกับกองทุนการออมนี้จะเหลือเวลาให้พวกเขา ออมเงินสะสมอยู่ที่ประมาณ ๕ ปีเท่านั้น แต่ในรายงานฉบับนี้หน้าที่ ๒๐ เขียนไว้ว่า ออมอย่างไรถึงจะได้บำนาญตลอดชีวิต คำตอบที่ได้ก็คือต้องส่งเงินออมสะสม ๓๐,๐๐๐ บาท ต่อปี และออมอย่างน้อย ๕ ปี หมายความว่าคนทำงานในระบบที่เกษียณอายุออกมาจะต้อง ออมเงินอีก ๒,๕๐๐ บาทต่อเดือนใช่หรือไม่ถึงจะได้เงินบำนาญจากกองทุนการออม คนทำงาน คนเกษียณอายุตกงานจะเอาเงินขนาดนี้มาจากไหนครับมาออม หากเป็นไปได้ ผมอยากฝากข้อสังเกตต่อประเด็นนี้ให้ทางคณะกรรมการลองพิจารณาว่าจะทำอย่างไร ให้แรงงานนอกระบบที่เกษียณอายุแล้วสามารถส่งเงินออมและมีโอกาสได้รับเงินบำนาญ เพิ่มขึ้นด้วยอีกทางหนึ่งครับท่านประธาน🔗
ส่วนอีกข้อสังเกตหนึ่งครับ คือประเด็นเกี่ยวกับเรื่องเงินกองกลางกองทุน ในหน้า ๑๑๖ ของรายงานฉบับนี้ครับท่านประธาน ในรายงานฉบับนี้ หน้า ๑๑๖ บอกว่า มีการขาดทุนสะสมในปี ๒๕๖๕ จำนวน ๘๑๘.๕๘ ล้านบาท และในปี ๒๕๖๖ มีการขาดทุน สะสม จำนวน ๑,๐๖๗.๗๓ ล้านบาท ผลขาดทุนสะสมปรากฏในงบแสดงฐานะการเงิน เมื่อมี การขาดทุนสะสมแบบนี้ถ้าเป็นนักลงทุนนะครับท่านประธานใครจะกล้าลงทุนครับ แล้วเรา จะมั่นใจได้อย่างไรว่าการลงทุนไปแล้วจะได้ผลตอบแทนที่ดีในอนาคตกองทุนจะไม่มีปัญหา ผมจึงมีข้อสังเกตต่อรายงานของกองทุน กอช. เพียงเท่านี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านเซียนะครับ หมดผู้อภิปรายซักถามแล้วจะให้ทางหน่วยงานได้กรุณาตอบคำถาม เพื่อนสมาชิก เชิญท่านเลขาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ทุกท่านนะคะ ต้องขอบคุณผู้อภิปรายทุกคนที่ให้ข้อเสนอแนะ ทั้งกำลังใจและคำติชม ต้องบอกว่าทางดิฉันเองก็จะรับไปปรับปรุงการทำงานนะคะ ต้องขอสรุปคร่าว ๆ อย่างนี้ค่ะ กองทุนการออมแห่งชาติเป็นกองทุนแรงงานนอกระบบก็จริง อย่างกฎหมายที่ท่านเซียพูดไป แล้วว่าจะต้องเป็นคนที่มีอะไรเลย ก็คือจะต้องเป็นแรงงานอิสระที่อายุ ๑๕ ปีขึ้นไป จะต้อง เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา ๔๐ (๒) และ (๓) อีกทั้งต้องเป็นข้าราชการและจะมีเงื่อนไข อื่น ๆ อีก ทำให้สมาชิกของเราที่จะเข้า จริง ๆ แล้วในเกณฑ์ที่จะเข้ากองทุนของเราได้ต้อง บอกทั้งประเทศยังเหลืออีกประมาณ ๘ ล้านคน เพราะว่าส่วนใหญ่จะอยู่ที่มาตรา ๔๐ (๒) (๓) อยู่แล้ว ๑๐ กว่าล้านคน อันหนึ่งที่ทางท่านผู้แทนกล่าวถึงเรื่องผลการดำเนินงาน ต้องยอมรับว่าเราทำผลการดำเนินงานอาจจะไม่สูงมากนัก ด้วยเนื่องจากว่าเรามี กฎกระทรวงระบุว่าเราจะต้องลงทุนในตัวสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำร้อยละ ๘๐ ความเสี่ยงสูง ร้อยละ ๒๐ ซึ่ง ๒๐ นั้นจะประกอบไปด้วยหุ้นในประเทศไทยเท่านั้น รวมถึงกองทุน อสังหาริมทรัพย์เท่านั้น ต้องบอกว่าเราพยายามปรับปรุงตรงนี้ ในเดือนมกราคมปีนี้เองเรามี การจ้างบริษัทจัดการกองทุนทั้งหมด ๖ เจ้าค่ะ มาบริหารจัดการเรียบร้อยแล้วนะคะ แล้วปีนี้เองเราก็จะมีการปรับ SIA อย่างที่ท่าน สส. แนะนำมา ก็จะมีการพิจารณาลงทุนในต่างประเทศบางส่วน แต่อย่าลืมว่ากฎหมาย กอช. เอง มีการค้ำประกันผลตอบแทนของสมาชิก จริง ๆ แล้วจุดประสงค์ว่าอยากจะให้คนกลุ่มนี้มีเงิน บำนาญถ้วนหน้า แล้วก็มีอัตราบำนาญขั้นต่ำคือ ๖๐๐ บาท เราเป็นการบริหารบัญชี รายบุคคล เพราะฉะนั้นจะเป็นเงินของใครของมัน ถ้าจะให้บำนาญเยอะ ๆ คุณจะต้องออม เยอะ ๆ นี่เป็นสิ่งที่เราพยายามสร้างความเข้าใจกับสมาชิก อันนี้เป็นสิ่งที่เรากำลังดำเนินการอยู่ สำหรับเรื่องตัวหลักสูตรต่าง ๆ เราเองมีความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ ธนาคารแห่ง ประเทศไทยได้คุยหารือกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง อว. อยู่ตลอดเวลา เราพยายาม ผลักดันให้มีเรื่องการจัดการการเงินหรือวางแผนการเงินเข้าไปในหลักสูตรของนักศึกษา ทุกคน สิ่งที่เรากำลังทำคือว่าเราพยายามสร้างความรู้ความเข้าใจกับโรงเรียนในแต่ละภูมิภาค ให้เข้าใจ เข้าถึงว่าคุณจะต้องหัดออมไว้ ฝากเมื่อพร้อมแล้วออมก่อนใช้นะคะ หรือออมน้อย แต่เริ่มไว อันนี้เป็นสิ่งที่ให้เขาพยายามที่จะเก็บสตางค์วันละ ๑ บาท ๒ บาท ๑๐ บาท เพราะเนื่องจากว่าการออมของ กอช. เองขั้นต่ำในการเข้าเป็นสมาชิกหรือการส่งเงินต่อครั้ง คือ ๕๐ บาทต่อครั้ง รวมกันต้องไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาทต่อปี เราพยายามบอกว่าทางรัฐบาล มีการสมทบเงิน ถ้าเป็นเด็ก ๆ ๑๕-๓๐ ปีรัฐบาลจะให้สมทบครึ่งหนึ่ง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่เกิน ๑,๘๐๐ บาท น้อง ๆ จะเห็นว่าถ้าน้องใส่ ๑๐๐ บาทวันนี้รัฐบาลให้อีก ๕๐ บาท นี่เป็นแรงจูงใจที่ให้น้อง ๆ หัดวางแผนทางการเงินในขั้นพื้นฐานสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ แต่ด้วย ความที่เราไม่มีสำนักงานสาขา เราใช้ตัวแทนเครือข่ายในระดับพื้นที่เอง คุณครูเองในโรงเรียน ในบางส่วนที่เราสามารถให้เป็นเงินครู ก ในโรงเรียนได้ค่ะ เราพยายามผลักดันและทำ ด้วยระบบกองทุนของเราไม่มีตัวแทน ไม่มีสาขาในต่างจังหวัดทำให้เราต้องสร้างตัวแทน วิทยากรอาสาในแต่ละภูมิภาค ซึ่งก็ทำอยู่เรื่อย ๆ แล้วตัวดิฉันเองก็ลงพื้นที่อยู่ประจำอยู่แล้ว จะเห็นว่าจริง ๆ อย่างที่ท่าน สส. แนะนำมา จริงเลยค่ะว่าจะต้องมีที่ปรึกษาทางการเงินให้ ความรู้กับชาวบ้านว่าให้เขารู้จักการแข่งขันทางการเงินขั้นพื้นฐาน มองว่า กอช. จะเป็น หน่วยงานหนึ่งที่เขาจะต้องแบ่งเงินบางส่วนมาลงทุนหรือออมเพื่อเป็นการออมเงินพื้นฐานแก่ ประชาชน สำหรับเรื่องการที่ทางท่านภราดรที่บอกว่าให้ไปคุยกับ อสม. ต้องบอกว่า กอช. ไปคุยมาแล้วนะคะ อย่างที่บอกว่า อสม. ส่วนใหญ่อายุเกิน ๖๐ ปี แล้วก็ผู้ประกันตนตาม มาตรา ๔๐ (๒) (๓) ไม่สามารถเป็นสมาชิกเราได้ อันนี้เราได้ก็มีการพูดคุยแล้วกับ กระทรวงมหาดไทยเองเราทำเป็นเชิงนโยบายด้วยซ้ำว่าให้สมาชิกให้ทางผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือนายอำเภอช่วยให้ความรู้กับสมาชิก ซึ่งก็บอกว่าผลการดำเนินออกมาอาจจะไม่มากนัก แต่ว่าเราพยายามผลักดันให้สมาชิกเดิมเราก็ต้องดูแลให้เขาออมไปเรื่อย ๆ สมาชิกใหม่เราก็ ต้องหาเพิ่มเพื่อไปตามเป้าหมายของเราที่วางไว้นะคะ แล้วก็สำหรับการปลูกฝังต่าง ๆ เราพยายามจะหาเครื่องมือต่าง ๆ พยายามหาความรู้ภาคเอกชนมาช่วยผลักดันตรงนี้ให้เป็น รูปธรรมมากขึ้น จริง ๆ ว่า กอช. เองเป็นหน่วยงานที่ทางกระทรวงการคลังตั้งมา กำกับมา แล้วก็มีการใช้ทางพลังจังหวัดเอง ที่ทำการอำเภอเองเป็นเครือข่ายในภูมิภาคช่วยกันเพื่อจะ นำอันนี้เข้าไปสู่ชาวบ้านได้ สำหรับเรื่องการประชาสัมพันธ์ต้องยอมรับว่าเรื่องของเรา คนรู้น้อยมาก จริงค่ะเพราะดิฉันลงพื้นที่เองดิฉันรู้ว่าการประชาสัมพันธ์ของเราก็ผ่านช่องทาง ของภาครัฐเหมือนกันแต่ไม่ทั่วถึง จะต้องไปนั่งอธิบายซึ่งใช้เวลาพอสมควร แต่ว่าพออธิบาย แล้วส่วนใหญ่ถ้าเขาเข้าใจเขาจะเริ่ม ก็ค่อย ๆ ออม แต่รู้เมื่อสายแล้วเพราะอายุ ๕๐ กว่าไป แล้วอาจจะออมไม่ถึงเป้า จะได้เงินไม่กี่สตางค์ ทำให้ได้บำนาญแค่ ๖๐๐ บาท การได้บำนาญ ของ กอช. คือหลักการว่าคุณจะต้องมีเงินเดือนถึง ๘๐ ปี เพราะฉะนั้นคนที่ได้บำนาญเยอะ คุณต้องออมเยอะ ๆ เพื่อจะได้เงินเดือนรายเดือน และนี่เป็นหลักการของ กอช. ถ้ามองว่า ต้องการที่จะเบิกเงินใช้ก่อนจริง ๆ มันต้องแก้กฎหมายค่ะ สิ่งที่ท่านนำเสนอมาดิฉันจะนำเข้า คณะกรรมการ จริง ๆ ทุกปีดิฉันมารายงานจะนำข้อเสนอของทุกท่านเลยเข้าไปนำเสนอ แล้ว ก็เพื่อจะปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติของเราเพราะมันเป็นกฎหมายด้วยค่ะท่าน ส่วนเรื่องจัดตั้งที่ปรึกษาก็จะนำไปลองคุยกับทางคณะกรรมการดูนะคะ แล้วก็เรื่องการลงทุน ดิฉันก็น้อมรับค่ะ ของท่านสิทธิพลเอง ของท่านภัณฑิลเอง ก็จะมีการปรับ SA ปีนี้เลยที่กำลัง ลองทำกันอยู่ค่ะ แล้วก็ส่วนเรื่องข้อจำกัดต่าง ๆ เราก็จะพยายามนำไปปรับปรุงเพื่อแก้ไข กฎกระทรวงและกฎหมายต่อไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณมากครับท่านเลขาครับ ท่านสมาชิกยังติดใจจะซักถามทาง กอช. ไหมครับ ไม่มี แล้วนะครับ ก็เป็นอันจบการรายงานประจำปีของทาง กอช. ขอบคุณทางท่านเลขาและคณะ ที่มาชี้แจงต่อสภา ขอบคุณมากครับ🔗
๕. รายงานประจำปีกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและ สังคม ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖🔗
ด้วยทางเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๗ รับทราบรายงานประจำปีกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อ เศรษฐกิจฐานรากและสังคม ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ตามที่คณะกรรมการประชารัฐ สวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมเสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติการจัดประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานราก และสังคม ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้ว ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ จะมีด้วยกัน ๖ ท่านครับ ท่านแรกจะเป็นรองปลัดกระทรวงการคลัง ด้านบริหารครับ ท่านอัครุตม์ สนธยานนท์ ท่านที่ ๒ ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ท่านเฉลิมศักดิ์ เลิศวงเสถียร ท่านที่ ๓ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงคลังครับ ท่านรัชนี ชุนเจริญ นะครับ ท่านที่ ๔ ผู้อำนวยการกองบริหารการรับจ่ายเงินภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ท่านอรวรรณ อนันตพงษ์ ท่านที่ ๕ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายภาษีสำนักงานเศรษฐกิจ การคลังครับ ท่านศุภนันท์ ชุ่มใจ ครับ และท่านสุดท้ายนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญ การพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ท่านสุภาณี ผลวัฒนะ ครับ ขอเชิญท่านผู้ชี้แจง เข้าประจำที่นะครับ เมื่อเข้าประจำที่แล้วเชิญท่านผู้แทนหน่วยงานได้แถลงต่อสภาเชิญครับ🔗
สวัสดีครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกที่เคารพครับ ผม นายอัครุตน์ สนธยานนท์ ตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการคลัง ขอเสนอรายงานประจำปีกองทุนประชารัฐ สวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ต่อไปจะขอเรียกว่า รายงานประจำปี ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติการจัดประชารัฐ สวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยรายงานประจำปีประกอบด้วย ๔ ส่วน สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ ส่วนที่ ๑ ข้อมูลทั่วไปกองทุนประชารัฐสวัสดิการ เพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ขอเรียกว่ากองทุนนะครับ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ การจัดประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยกำหนดให้ตั้งไว้ ที่สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้จ่ายในการจัดประชารัฐสวัสดิการ ที่เป็นการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย หรือเพื่อสนับสนุนโครงการที่ให้บริการ ทางสังคมที่เป็นการช่วยเหลือประชาชนในภาวะลำบากทุกประเภท โดยมีการบริหารงานผ่าน คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม จะขอเรียกว่า คณะกรรมการ ในส่วนที่ ๒ ผลการดำเนินงานของกองทุนในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ กองทุนได้ดำเนิน โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ขอเรียกว่าโครงการประจำปี ๒๕๖๕ ตามมติ คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งได้เปิดรับลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ และหน่วยงานรับลงทะเบียนในช่วงระหว่างวันที่ ๕ กันยายน ถึงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ โดยได้มีผู้มาลงทะเบียนจำนวนทั้งสิ้น ๒๒,๒๙๐,๐๐๐ คน ซึ่งผู้ลงทะเบียนทั้งหมดจะต้อง ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของโครงการ ปี ๒๕๖๕ และเมื่อผ่านการ ตรวจสอบคุณสมบัติแล้วจะต้องดำเนินการยืนยันตัวตนนะครับ หรือที่เรียกว่า EKYC โดยหาก หรือพบว่าสถานการณ์ยืนยันตัวตนสมบูรณ์ จึงจะสามารถใช้สิทธิสวัสดิการตามโครงการ ปี ๒๕๖๕ ได้ โดยได้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๖ ซึ่ง ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ พบว่ามีผู้ผ่าน เกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติตามโครงการ ๒๕๖๕ จำนวนทั้งสิ้น ๑๕.๐๔ ล้านคน โดยเป็นผู้ ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติและได้ยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว จำนวนทั้งสิ้น ๑๓.๗๘ ล้านคน ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เห็นชอบให้การจัดสรร ประชารัฐสวัสดิการใหม่ให้แก่ผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามโครงการปี ๒๕๖๕ โดยมีการ ปรับเปลี่ยนวิธีการให้ความช่วยเหลือจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นบัตรประจำตัวประชาชน และเริ่มให้สิทธิสวัสดิการตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๖ เป็นต้นมา โดยมีรายละเอียดดังนี้🔗
๑. วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษาและวัตถุดิบ เพื่อการเกษตร จำนวน ๓๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน🔗
๒. วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าตามที่กระทรวงพลังงานกำหนด จำนวน ๘๐ บาทต่อคนต่อ ๓ เดือน🔗
๓. วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ จำนวน ๗๕๐ บาทต่อคน ต่อเดือน ซึ่งสามารถใช้โดยสารได้กับระบบขนส่งสาธารณะโดยไม่จำกัดวงเงินตามประเภท🔗
๔. มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า อุดหนุนค่าไฟฟ้า จำนวน ๓๑๕ บาท ต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยกรณีที่ใช้ไฟฟ้าเกินกว่าวงเงินที่กำหนด ผู้มีสิทธิจะเป็นผู้รับภาระ ค่าไฟฟ้าทั้งหมด🔗
๕. มาตรการบรรเทาภาระค่าน้ำประปา อุดหนุนค่าน้ำประปา จำนวน ๑๐๐ บาท ต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยกรณีใช้น้ำประปาไม่เกิน ๑๐๐ บาท แต่ไม่เกินจำนวน ๓๑๕ บาท ผู้มีสิทธิยังคงได้รับการสนับสนุนในวงเงิน จำนวน ๑๐๐ บาท และจะต้องชำระส่วนที่เกิน จำนวน ๑๐๐ บาทด้วยตนเอง แต่หากผู้มีสิทธิใช้น้ำประปา ใช้เกิน ๓๑๕ บาท ผู้มีสิทธิจะต้อง เป็นผู้รับภาระค่าน้ำประปาทั้งหมด อนึ่งสำหรับมาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา กระทรวงการคลังโดยกรมบัญชีกลางจะชำระค่าบริการที่ผู้มีสิทธิได้ใช้บริการ ตามเงื่อนไขที่ กำหนดให้แก่หน่วยงานผู้ให้บริการ โดยผู้มีสิทธิไม่ต้องสำรองเงินจ่ายค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา ก่อนแต่อย่างใด ทั้งนี้การดำเนินงานของกองทุนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ มีผลการจ่ายเงิน สวัสดิการแห่งรัฐ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ จำนวน เงินทั้งสิ้น ๕๔,๖๘๒,๕๘๐,๖๔๐.๖๔ บาท ในส่วนที่ ๓ ผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการ ใช้จ่ายของกองทุน การจัดประชารัฐสวัสดิการมีผลอย่างมากต่อการลดค่าครองชีพและ บรรเทาค่าใช้จ่ายที่จำเป็นของผู้มีสิทธิ เมื่อพิจารณาจากฐานข้อมูลผู้มีสิทธิที่ยืนยันตัวตน เรียบร้อยแล้วตามโครงการปี ๒๕๖๕ จำนวน ๑๓.๗๘ ล้านคน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ ๒๐.๙ ของประชากรทั้งประเทศ โดยเมื่อนำวงเงินสวัสดิการที่ได้รับเป็นประจำทุกเดือน ไปเปรียบเทียบกับเส้นความยากจน Poverty Line จะสะท้อนค่าครองชีพต่อคนต่อเดือน ล่าสุดของปี ๒๕๖๔ ที่จำนวน ๒,๘๐๓ บาทต่อคนต่อเดือน จะพบว่าในภาพรวมของประเทศ วงเงินในบัตรที่รัฐให้แก่ผู้มีสิทธิเพื่อนำไปใช้จ่าย จำนวน ๑,๔๙๒ บาทต่อคนต่อเดือน คิดเป็น ร้อยละ ๕๓.๒ ของเส้นความยากจนที่สะท้อนค่าครองชีพต่อคนต่อเดือนเหลือภาระที่ผู้มีสิทธิ จะรับเองร้อยละ ๔๖.๘ ของเส้นความยากจนเท่านั้น จะเห็นได้ว่าวงเงินสิทธิมีบทบาทสำคัญ ต่อการบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้มีสิทธิที่คิดเป็น ๑ ใน ๓ ของประชากรทั้งประเทศ ช่วยให้มีกำลังซื้อมากขึ้นจากการประหยัดค่าใช้จ่ายประจำวันและสามารถนำเงินที่ประหยัด ไปใช้จ่ายด้านอื่น ๆ ได้มากขึ้น นอกจากนี้การจัดบัตรประชารัฐสวัสดิการยังมีผลต่อเศรษฐกิจ เชิงมหภาค เนื่องด้วยการบริโภคเอกชนเป็นองค์ประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์มวลรวม ภายในประเทศ หรือที่เรียกว่าจีดีพี โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ การบริโภคเอกชนมีสัดส่วนมากถึง ร้อยละ ๕๔ ของจีดีพี เมื่อวิเคราะห์ผลกระทบจากการจ่ายเงินสวัสดิการแห่งรัฐปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ มูลค่า ๕๔,๖๘๒,๕๘๐,๖๔๐.๖๔ บาท โดยใช้แบบจำลองเศรษฐกิจมหาภาค พบว่าการจ่ายเงินสวัสดิการแห่งรัฐดังกล่าวส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปี ๒๕๖๖ ขยายตัว เพิ่มขึ้นร้อยละ ๐.๑๕ จากกรณีฐานการบริโภคภาคเอกชนจะเพิ่มขึ้นร้อยละ ๐.๗๒ จากกรณีฐาน ดังนั้นความต่อเนื่องของการบรรเทาภาระค่าครองชีพผ่านวงเงินสิทธิ ให้แก่ผู้มีสิทธิโดยใช้เงิน จากกองทุน จึงมีส่วนช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องครับ🔗
ส่วนที่ ๔ รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินของกองทุนประชารัฐ สวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ สำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินมีหน้าที่ตามกฎหมายในการตรวจสอบรายงานการเงินของกองทุน ซึ่งประกอบด้วยงบแสดงฐานะการเงิน งบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน และงบแสดง การเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์สุทธิส่วนทุน และหมายเหตุประกอบรายงานการเงิน รวมถึงหมายเหตุ สรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญ โดยรายงานการเงินของกองทุนสรุปได้ดังนี้🔗
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ แสดงความเห็นว่ารายงานการเงินข้างต้นนี้ แสดงฐานะการเงินของกองทุน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ และผลการดำเนินงานสำหรับ ปีสิ้นสุดวันเดียวกันโดยถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญมาตรฐานตามบัญชีภาครัฐ และนโยบายการบัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด🔗
๑. งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ กองทุนมีสินทรัพย์ รวมทั้งสิ้น ๓,๔๒๒,๖๓๘,๗๑๐.๙๙ บาท หนี้สินรวมทั้งสิ้น ๒๔๐,๙๕๐,๐๘๙.๕๔ บาท รวมสินทรัพย์สุทธิส่วนทุน ๓,๑๘๑,๖๘๘,๖๒๑.๔๕ บาท🔗
๒. งบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ มีรายได้รวม ๔๑,๘๘๕,๘๓๖,๘๘๐ บาท และมีค่าใช้จ่ายรวม ๕๔,๙๑๐,๔๗๓,๘๕๑.๑๔ บาท รวมรายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิ ๑๓,๐๒๔,๖๓๖,๙๗๑.๑๔ บาท🔗
๓. งบแสดงการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์สุทธิส่วนทุน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ กองทุนมียอดคงเหลือ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ จำนวน ๑๖,๒๑๒,๑๑๕,๒๔๕.๔๒ บาท และยอดคงเหลือ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ จำนวน ๓,๑๘๑,๖๘๘,๖๒๑.๔๕ บาท ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากนะครับ ต่อไปก็จะเป็นท่านสมาชิกที่ได้ลงชื่อเพื่อที่จะซักถามทางกองทุนนะครับ ก็จะมีด้วยกัน ๓ ท่าน ท่านแรกก่อนนะครับ ว่าที่ร้อยตรีหญิง อรพรรณ จันตาเรือง แล้วต่อ ด้วยท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เชิญท่านอรพรรณ จันตาเรือง ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน อรพรรณ จันตาเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๖ คนอำเภอเชียงดาว เวียงแหง พร้าว ไชยปราการ พรรคประชาชน ค่ะ ก่อนอื่นก็ต้อง ขอขอบคุณกระทรวงการคลังที่ได้นำรายงานประจำปีของกองทุนประชารัฐสวัสดิการ เพื่อเศรษฐกิจรากฐานและสังคม ประจำปี ๒๕๖๖ มารายงานในวันนี้ ก็ต้องเรียกง่าย ๆ ว่า โครงการนี้ตามที่ชาวบ้านเข้าใจก็คือโครงการบัตรประชารัฐ หรือที่ชาวบ้านพูดกันจริง ๆ ก็คือ บัตรคนจน กองทุนนี้เป็นกองทุนสวัสดิการที่ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติจัดการประชารัฐ สวัสดิการ ปี ๒๕๖๒ เป้าหมายก็คือช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนตาม โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อสนับสนุนให้กับการดำรงชีพและการเข้าถึงปัจจัยขั้นพื้นฐาน ที่จำเป็น โครงการนี้จัดทำมาในปี ๒๕๖๕ จำนวนผู้ที่ผ่านโครงการ ๑๓.๗๘ ล้านคน คิดเป็น ๒๐.๙ เปอร์เซ็นต์ของประชากรไทย เป็นโครงการที่ค่อนข้างดีมากค่ะ แล้วก็ตอบโจทย์พี่น้อง ประชาชนที่มีรายได้น้อย แต่ทีนี้มันยังมีอีกหลายครัวเรือน แล้วก็หลายครอบครัวที่มีฐานะ ยากจนจริง ๆ แต่ไม่สามารถเข้าถึงโครงการแล้วก็สวัสดิการนี้ได้ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ค่ะ บ้านบางหลังมีประชากรมีสมาชิกในบ้านประมาณ ๕ คน ก็อาจจะได้บัตรสวัสดิการของรัฐ ทั้งหมด ๕ คน แต่บางรายเป็นผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว ไม่มีคนดูแล แถมยังเป็นผู้พิการอีก แต่ไม่สามารถเข้าถึงโครงการหรือว่าสิทธินี้ได้ ปัญหาในเขตของดิฉันจริง ๆ ก็คือมันเป็นพื้นที่ ห่างไกล เป็นพื้นที่ชนบท แล้วก็สวัสดิการผู้ที่สามารถจะผ่านโครงการนี้ได้ก็คือ🔗
๑. จะได้รับสวัสดิการก็คือวงเงินในการซื้อสินค้า ๓๐๐ บาทต่อเดือน แต่จะต้องซื้อในร้านที่มีขึ้นกับสวัสดิการของประชารัฐเท่านั้น พี่น้องในพื้นที่ของดิฉันที่อยู่ ห่างไกล พื้นที่ที่ไม่มีร้านที่มีประชารัฐก็ต้องใช้วิธีการขนกันมา ก็คือเขาเรียกว่าเหมารถ ๑ เดือนก็จะขึ้นรถกันมาสัก ๑๐ คน เหมาเข้ามาในตัวเมืองเพื่อมาหาร้านสวัสดิการที่มี ในตัวเมืองเพื่อที่จะต้องใช้จ่ายในงบประมาณ ๓๐๐ บาทในการซื้อสินค้าใน ๑ เดือน🔗
๒. ในค่าไฟ ๓๑๕ บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ซึ่งในข้อกำหนดกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ก็คือว่าผู้ที่จะได้สิทธิตรงนี้จะต้องลงทะเบียนในการขอรับสิทธิต่างหาก และใน ๑ ครัวเรือน สามารถใช้ได้แค่สิทธิเดียว แต่ถ้าหากสมาชิกในบ้านไม่ใช่เจ้าของบ้านก็ไม่สามารถใช้สิทธินี้ได้ อีกต่างหาก แล้วก็ห้ามเกิน ๓๑๕ บาทตามที่รัฐกำหนด ถ้าหากเกินไม่อย่างนั้นต้องจ่ายค่าไฟ เองทั้งหมด ในขณะที่ครัวเรือนบางครัวเรือนก็ไม่ใช่เจ้าของบ้านก็มีเยอะแยะไป สิทธิตรงนี้ ใน ๓๑๕ บาทในการลดค่าไฟก็จะหายไป แล้วก็ยังไม่พอค่ะ ค่าเดินทางในระบบขนส่ง สาธารณะ ๗๕๐ บาทต่อเดือน ประเภทที่จะเข้าร่วมก็คือรถองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ บริษัทขนส่งจำกัด รถไฟฟ้า บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) BTS รถไฟฟ้า มหานคร MRT รถไฟฟ้า Airport Rail Link ARL รถร่วมเอกชน หรือเรือโดยสารสาธารณะ ที่พูดมาทั้งหมดในพื้นที่ของดิฉันไม่สามารถใช้ได้ทั้งหมดนี้เลยนะคะ แล้วส่วนของพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ของดิฉันจะเป็นอย่างไร สิทธินี้จะหายไปอยู่ที่ไหนหรือเปล่าคะ ตามสิทธิ ก็คือ ๗๕๐ บาทสวัสดิการที่จะต้องได้รับ อยากจะถามท่านประธานฝากไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องว่า ๗๕๐ บาทที่พื้นที่ของดิฉันไม่สามารถใช้งานได้เลยจะไปอยู่ที่ไหน แล้วก็ในเรื่อง ของค่าน้ำประปาอีก ๑๐๐ บาทต่อครัวเรือนต่อ ๑ เดือนในพื้นที่ของดิฉันก็ไม่มีระบบ น้ำประปาแบบภูมิภาคหรือว่าของรัฐ ก็มีระบบน้ำประปาที่เป็นประปาหมู่บ้านแต่ก็ไม่ได้ สามารถเข้าร่วมโครงการได้ อีกส่วนหนึ่งก็คือในค่าลดแก๊ส ๘๐ บาท ๓ เดือน ก็จะเห็นว่า ค่าลดแก๊สดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่ง ซึ่งจะเป็นการลดเกี่ยวกับภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แต่ทีนี้ มันได้แค่ ๓ เดือนค่ะท่านประธาน ทีนี้ที่เหลือพี่น้องประชาชนจะเอาอย่างไรต่อล่ะคะ จนมาถึงที่ดิฉันข้องใจมากที่สุดในตอนนี้ก็คือในรายงานหน้า ๕๓ ที่บอกว่า ผู้มีสิทธิ ๑ คน จะได้รับเงินวงเงินสิทธิจำนวน ๑,๔๙๒ บาทต่อคนต่อเดือน ดิฉันกดเครื่องคิดเลขหลายรอบ เลยนะคะ ในพื้นที่ของดิฉันไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ๗๕๐ บาท ค่าน้ำประปา ๑๐๐ บาท ค่าไฟ ๓๑๕ บาท สิทธิพวกนี้ในพื้นที่ของดิฉันไม่ได้เลย แล้วเงินตรงนี้จะไปอยู่ที่ไหนคะ ท่านประธาน ปัญหาที่เราเจอมันเป็นปัญหาที่สำคัญมาก เพราะสวัสดิการที่ออกแบบนี้ เป้าหมายก็คือช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย แต่กลับไม่สามารถเข้าถึงในพื้นที่ชนบทห่างไกล ระบบที่มีอยู่ก็ยังไม่สามารถรองรับพื้นที่ห่างไกลได้ ในส่วนดิฉันก็อยากจะเสนอแนะนิดหนึ่ง ในเรื่องของค่าไฟ ก็คือว่าไม่ควรจะจำกัดแค่เจ้าของบ้าน สิทธิก็ควรจะให้กับทุกคนที่สามารถ ลดหย่อนเกี่ยวกับค่าไฟได้ แล้วก็ยังไม่พอนะคะการพิจารณาเกี่ยวกับช่วยขยายเพดาน เกี่ยวกับค่าไฟ ๓๑๕ บาทต่อเดือนได้ไหม เพราะบางครอบครัวที่เขามีผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย ติดเตียงจะต้องใช้ไฟเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยหายใจ หรือว่าเครื่องฟอกอากาศ แล้วยัง ไม่พอนะคะ ในเรื่องของวงเงิน ๓๐๐ บาท ในการซื้อข้าวของเครื่องใช้ควรจะเป็นร้านทุกร้าน ที่ไม่ได้ผูกขาด หรือว่าเป็นร้านแค่สวัสดิการเท่านั้น พี่น้องประชาชนบางคนก็อยากจะซื้อหอม กระเทียม พริก หรือว่าผักกาดที่จะเอามาจอ แต่ไม่สามารถทำได้เพราะว่ามันไปผูกขาด ในเรื่องของที่จะซื้อกับร้านสวัสดิการเท่านั้นนะคะ แล้วก็ในเรื่องของการเดินทางหรือค่าน้ำ ที่พูดถึงเมื่อสักครู่ ควรจะมีการออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชน ให้มากที่สุด สนับสนุนไม่ว่าจะเป็นรถสองแถว รถตู้ แม้กระทั่งรถรับจ้างที่จะต้องไป โรงพยาบาล หากไม่มีระบบขนส่งสาธารณะแบบนี้ควรเปิดโอกาสช่วยเหลือค่าเดินทางเป็น เงินสดแทนที่จะเป็นการกำหนดตามที่กำหนดมา สำหรับค่าน้ำประปา ถ้าหากบ้านไหนไม่มี ระบบน้ำประปาของรัฐก็ควรจะพิจารณาเป็นสิทธิให้เขาซื้อน้ำสะอาด หรือว่าติดตั้งระบบ น้ำแทน สวัสดิการต้องออกแบบให้เหมาะสมทุกพื้นที่ ไม่ควรจะเป็นระบบเดียวที่ใช้ทั่วกัน ทั้งประเทศค่ะ คำนึงความแตกต่างของแต่ละชุมชนด้วย ถ้ารัฐต้องการจะช่วยเหลือจริง ๆ ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้ทำไม่ยากค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านต่อไป ท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครพนม เขต ๑ กระผมต้องขอขอบพระคุณท่านรองปลัดกระทรวงการคลัง และผู้บริหาร กระทรวงการคลัง ที่ได้สละเวลามารายงานประจำปีกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจ ฐานรากและสังคม ปีงบประมาณ ๒๕๖๖ โดยเฉพาะรายงานประจำปีของกองทุนมี วัตถุประสงค์และวิสัยทัศน์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้หลุดพ้นความยากจน และมี พันธกิจในการสนับสนุน และช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยทุกกลุ่ม บัตรสวัสดิการ แห่งรัฐหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า บัตรคนจน และพี่น้องราษฎรของเราได้ต่อว่ามามากในการที่ ผมได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมเยียนพี่น้องราษฎร คนจนแต่ละคนบอกว่าถ้าใครที่เป็นญาติของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็ได้หลังละ ๕ คน ๖ คน ส่วนคนจนจริง ๆ ไม่ได้นั่นคือเป็นปัญหา แล้วก็ โดยเฉพาะคนรวยกลับมีบัตรคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สาเหตุเป็นเพราะว่าเงื่อนไขที่เรา ตั้งไว้ต่าง ๆ ของกองทุนตั้งไว้ดีมาก แต่คนรวยที่มีเงินทอง ทรัพย์สิน เงินฝาก บ้านที่ดิน รถยนต์ต่าง ๆ ตามเงื่อนไขที่ว่ามีแล้วไม่ได้ มันเป็นชื่อของคนอื่นหมดครับ ไม่มีเป็นชื่อของ ตัวเอง ก็เลยได้ปฏิบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน ส่วนคนจนหลาย ๆ คนที่ไม่ได้ตามที่ ผมได้สอบถามดูก็คือว่าอาจจะมีบ้านที่ดินบ้าง เข้าเงื่อนไขที่ยกเว้นก็เลยไม่ได้ ผมก็เลย มีคำถามอยากถามท่านรองปลัดกระทรวงการคลังว่าเราจะแก้ปัญหาแบบนี้ได้อย่างไรที่จะให้ คนจนจริง ๆ เขาได้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนคนฐานะดี คนรวย หรือบางคนรวยมาก นะครับ ปล่อยเงินกู้ด้วย ร้อยละ ๕ ร้อยละ ๑๐ กลับมีบัตรคนจน ซึ่งผมสงสัยมาก นั่นคือจาก การที่มีเงื่อนไข และคนรวยคนนั้นไม่มีบ้านที่ดิน ทรัพย์สิน รถยนต์ เงินทองฝากธนาคาร เป็น ชื่อคนอื่นหมดนะครับ และเรื่องต่อมานะครับ ที่มีข่าวว่าวันที่ ๓๑ มีนาคมนี้จะให้ลงทะเบียน บัตรสวัสดิการใหม่ ส่วนคนเก่าก็ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ก็จะพิจารณาเงื่อนไขให้เข้าหลักเกณฑ์ที่กองทุน ได้กำหนดไว้ ก็อยากจะกราบเรียนถามท่านรองปลัดกระทรวงการคลังว่าคนที่เขารอคอย อยากลงทะเบียนจะเริ่มลงทะเบียนได้วันที่เท่าไรของเดือนมีนาคมหรือวันที่ ๓๑ มีนาคม ไม่ทราบว่าชัดเจนหรือยัง กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ๒ ท่านนะครับ ท่านนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ ต่อด้วยท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญท่านนนท์ก่อน เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ🔗
ขออภัยท่านนนท์ครับ สักครู่ครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้บริหารและบุคลากร คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ ขอบคุณท่านนนท์นะครับ เชิญท่านนท์ต่อครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ยินดีต้อนรับทุกท่านด้วยนะครับ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมได้ขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้อภิปรายเกี่ยวกับรายงานประจำปีของกองทุนประชารัฐ สวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕-๒๕๖๖ นะครับ ซึ่งสะท้อนถึงผลการดำเนินงานของโครงการในเรื่องของสวัสดิการภาครัฐที่มีบทบาทสำคัญ ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้มีรายได้น้อยนะครับ แม้ว่าโครงการนี้จะเป็นโครงการที่ดี โครงการสวัสดิการแห่งรัฐเมื่อถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แต่ในทางปฏิบัติ เรากลับพบว่ามีกลุ่มทุนขนาดใหญ่นะครับ แล้วก็เป็นที่น่ากังวลไปกว่านั้นก็คืออาจจะมีกลุ่ม ทุนสีเทาหรือกลุ่มทุนต่างชาติที่แฝงตัวมาหาประโยชน์จากโครงการนี้นะครับ นี่คือประเด็น สำคัญที่รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งตรวจสอบนะครับ เพราะแทนที่เงินงบประมาณของประเทศ จะหมุนเวียนอยู่ในเศรษฐกิจฐานรากอย่างที่รายงานได้พูดถึงนะครับ กลับถูกดูดเข้ากระเป๋า ของกลุ่มนายทุนกลุ่มใหญ่ หรืออาจจะรั่วไหลออกไปสู่ทุนต่างชาติในอนาคต ท่านประธานครับ เป้าหมายหลักของโครงการสวัสดิการแห่งรัฐก็คือการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและกระตุ้น เศรษฐกิจฐานราก แต่จากการพบเรากลับพบว่ามีกลุ่มทุนขนาดใหญ่บางรายกำลังหา ประโยชน์จากเงินภาษีของพี่น้องประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ อย่างเช่น เรื่องของการ ผูกขาดร้านค้าธงฟ้านะครับ แทนที่เงินจากบัตรสวัสดิการจะหมุนเวียนไปยังร้านค้าชุมชน แต่กลับพบว่ามีร้านค้าปลีกรายใหญ่ อย่างเช่น เครือข่ายค้าปลีกขนาดใหญ่เป็นผู้ได้รับ ผลประโยชน์จากเงินกองทุนมากที่สุดนะครับ ร้านค้าขนาดเล็กกลับได้รับสิทธิในการเข้าร่วม โครงการไม่เท่าเทียม เนื่องจากเงื่อนไขของโครงการนั้นทำให้ร้านค้ารายใหญ่สามารถเข้าถึง ระบบชำระเงินได้มากกว่าแล้วก็ง่ายกว่านะครับ ในเรื่องของการจัดตั้งราคาสินค้าแพงเกินจริง ในร้านค้าธงฟ้านะครับ จากข้อมูลมีการร้องเรียนว่าร้านค้าบางแห่งขายสินค้าราคาสูงกว่า ราคาปกตินะครับ โดยอาศัยกลไกของบัตรสวัสดิการทำให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์ ไม่เต็มที่นะครับ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นนะครับว่ามาตรการการควบคุมราคาสินค้าของรัฐบาลนั้น อ่อนแอแล้วก็เอื้อต่อทุนกลุ่มใหญ่นะครับ🔗
ประเด็นต่อไปคือเรื่องของการแทรกแซงโครงการสินเชื่อกองทุนนะครับ มีข้อสงสัยนะครับว่ามีกลุ่มรายใหญ่ได้รับประโยชน์จากโครงการสินเชื่อเพื่อผู้มีรายได้น้อย มากกว่าประชาชนที่เป็นเป้าหมายหลักของโครงการ รายงานฉบับนี้ไม่ได้ให้รายละเอียด เกี่ยวกับการกระจายสินเชื่อของกองทุนว่าถึงมือประชาชนอย่างแท้จริงหรือมีการไหล ไปสู่กลุ่มที่แฝงตัวเข้ามานะครับ คำถามคือรัฐบาลจะมีมาตรการตรวจสอบทุนเหล่านี้ อย่างจริงจังแค่ไหน หรือปล่อยให้พวกเขาแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่มีการควบคุมครับ🔗
ปัญหาต่อมานะครับ เรื่องของการรุกล้ำของทุนเทาและทุนต่างชาติในระบบ ร้านค้าธงฟ้า ท่านประธานครับ อีกปัญหาที่สำคัญต้องจับตาอย่างใกล้ชิดนะครับ ก็คือเรื่อง ของการรุกล้ำของทุนเทาแล้วก็ทุนต่างชาติในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ โดยที่จากการ ตรวจสอบพบว่ามีร้านค้าหลายร้านที่มีเจ้าของเป็นชาวต่างชาติโดยเฉพาะทุนจีนที่ใช้คนไทย เป็น Nominee นะครับ เงินที่ควรหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจก็จะถูกดูดกลับไปยังกลุ่ม ต่างชาติผ่านเครือข่ายธุรกิจโดยใช้ช่องนี้อาจจะเป็นในเรื่องของการฟอกเงินเสียด้วยซ้ำ มีรายงานนะครับว่าร้านค้าบางแห่งรับแลกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นเงินสดด้วยโดยการหัก เปอร์เซ็นต์จากพี่น้องประชาชนนะครับ นี่เป็นสัญญาณที่บ่งชี้อย่างชัดเจนนะครับว่า มีกระบวนการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในการหมุนเวียนเงินที่ผิดกฎหมายนะครับ รายงาน ฉบับนี้ก็ไม่ได้กล่าวถึงมาตรการในเรื่องของการป้องกันทุนต่างชาติหรือว่าทุนใหญ่ในระบบ ร้านค้าธงฟ้าเลย ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลว่าร้านค้าธงฟ้าที่เข้าร่วมนั้นเป็นของคนไทยแท้หรือมี คนต่างชาติแฝงอยู่นะครับ คำถามนี้ก็ขอตั้งเพิ่มเติมก็คือรัฐจะมีมาตรการป้องกัน และป้องกัน ทุนเทาแล้วก็ทุนต่างชาติในการแสวงหาผลประโยชน์จากภาษีพี่น้องประชาชนหรือไม่นะครับ สุดท้ายนี้ก็อยากให้โครงการสวัสดิการแห่งรัฐถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนนะครับ แต่ขณะนี้มีข้อสงสัยว่ามันจะกลายเป็นช่องทางให้กับทุนใหญ่แล้วก็ทุนเทาเข้ามาแสวงหา ผลประโยชน์นะครับ รัฐควรจะเร่งการตรวจสอบและดำเนินการแก้ไข ไม่เช่นนั้นเงินภาษีของ พี่น้องประชาชนจะถูกดูดไปอยู่ในมือของกลุ่มทุนเหล่านี้แทนนะครับ เราจำเป็นจะต้องหยุด ทุนขนาดใหญ่ของโครงการสวัสดิการแห่งรัฐอันนี้ ก็ขอขอบพระคุณแล้วก็ฝากประเด็นไปยัง ผู้ชี้แจงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรค เพื่อไทย คนพรหมพิราม ท่านครับวันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการพูดถึงรายงานประจำปีของ กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อรากฐานเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณปี ๒๕๖๖ ท่านครับ ผมเองก็อยากที่จะขอเริ่มต้นด้วยสิ่งที่ผมพยายามพูดมาเสมอในเรื่องของคนพิการ ก็อย่างที่บอกว่าผมเองครั้งหนึ่งเคยเป็นคนพิการแม้ว่าจะพิการชั่วคราวก็ตามผมก็รู้ซึ้งถึง ความพิการนั้นลำบากแค่ไหนนะครับ ซึ่งที่ผ่าน ๆ มาผมก็พูดถึงในเรื่องของว่าทำไมบัตร คนพิการทำไมจะต้องหมดอายุด้วย เวลาเขาไปต่อทุกอย่างแสนจะลำบากแสนเข็ญเหลือเกิน ท่านครับ แต่วันนี้ผมจะขอพูดถึงเรื่องของกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อรากฐานและสังคม ซึ่งมีส่วนหนึ่งในรายงานฉบับนี้ที่ได้มีการจัดสรรเงินให้กับผู้พิการ ซึ่งในปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๖ นั้นมีการจัดสรรเงินไปทั้งหมด ๑,๓๐๐ กว่าล้านบาท สำหรับผู้พิการโดยผู้พิการ จะได้รับเงินคนละ ๒๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งปีหนึ่งก็ถือว่าเขาจะได้เงินจากกองทุนนี้ จำนวนปีละ ๒,๔๐๐ บาท ทีนี้ปัญหามันอยู่ที่ว่าเงินจำนวน ๑,๓๐๙ ล้านกว่าบาท เมื่อเอา ๒,๔๐๐ บาทหาร ผลปรากฏว่ามันก็จะได้ผลลัพธ์ออกมาจำนวน ๕๔๕,๔๙๖ คนเท่านั้น ผมเองอยากจะถามต่อว่าแล้วในส่วนคนพิการที่เหลือล่ะครับ จริง ๆ คนพิการในประเทศไทย มีทั้งหมด ๔ ล้านกว่าคน แต่คนพิการที่มีบัตรคนพิการทั้งหมดมีอยู่ ๒,๒๑๐,๖๘๕ คน ซึ่งเป็น ตัวเลขของกระทรวงพัฒนาสังคม ณ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา แต่ว่าในส่วนของ บัตรประชารัฐที่คนพิการได้รับสิทธิในการที่จะช่วยเหลือเพิ่มขึ้นในการที่ได้รับเงินอีก คนละ ๒๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน มีเพียง ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคนเท่านั้น เพราะฉะนั้นแล้ว ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าหลักเกณฑ์ในการที่กองทุนให้เงินสำหรับคนพิการอีก ๒๐๐ บาท ท่านเอาหลักไหนมาผมอยากจะทราบ เอาล่ะในคนพิการ ๔ ล้านกว่าคน ซึ่งมีบัตรอยู่แค่ ๒ ล้านกว่าคนอย่างที่ผมบอกนะครับ ในส่วนที่ไม่มีบัตรคนพิการโอเคเรายกยอดไป แต่ในส่วนที่ มีบัตรคนพิการ จำนวน ๒,๒๑๑,๖๐๐ กว่าคนทำไมเขาไม่ได้หมดทั้ง ๒ ล้านกว่าคนตรงนั้น ทำไมได้แต่เฉพาะ ๕๔๕,๐๐๐ กว่าคนเท่านั้นเอง ผมเองอยากจะทราบ เพราะฉะนั้น ผมอยากจะให้ทางผู้บริหารกองทุนช่วยบอกมาด้วย แล้วก็ในลำดับต่อมาที่ผมอยากจะพูดถึง ในองค์รวมของกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อรากฐานเศรษฐกิจว่าในลักษณะของบัตร การได้สิทธิ ของพี่น้องประชาชนที่มีฐานะยากจน ซึ่งที่ผ่าน ๆ มาผมคิดว่าผู้แทนทั้งหมด ๕๐๐ คนได้ สดับตรับฟังแล้วก็ได้รับการร้องเรียนมาจากพี่น้องทุก ๆ คนนะครับว่าลักษณะของการที่จะ ได้บัตรมาถามว่ามีความรอบคอบแค่ไหน แล้วก็คนจนจริงได้จริงหรือเปล่า คือคนที่ได้บัตร จนจริงหรือเปล่า เพราะว่าหลายคนนะครับไม่ได้เป็นคนจนจริงเลย เหตุที่บอกเช่นนั้น เพราะว่าพอได้บัตรตรงนี้ออกมาแล้วนี่นะครับคนในหมู่บ้านเดียวกันรู้กันดีว่าคนไหนฐานะ เป็นอย่างไร แล้วก็ส่วนใหญ่คนที่เอามาอวด ๆ กันก็คือคนมีสตางค์ อันนี้ฉันได้บัตร ๆ แต่คนที่ จนจริงไม่ได้บัตร มันก็เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจว่า เอ๊ะทำไมฉันจนแล้วนี่ฉันยังต้องได้รับการ ซ้ำเติมอย่างนี้ ฉันยังไม่ได้รับความยุติธรรมจากรัฐอีกหรือ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมอยากให้ กระบวนการในการได้มาซึ่งบัตรคนจนอย่างที่เราเรียก ๆ กันขอโทษนะครับที่ใช้คำนี้ ผมอยากให้มีความรอบคอบแล้วได้มีการทบทวนนะครับ ผมคิดว่าผมเชื่อมั่นในผู้บริหาร กองทุนนะครับว่าท่านจะต้องมีวิธีการที่จะทำให้จุดรั่วไหลเหล่านี้มันน้อยลงนะครับ เพราะฉะนั้นผมหวังเป็นอย่างยิ่งนะครับที่อยากจะให้ผู้บริหารกองทุนได้ช่วยตรงนี้มาก ท้ายที่สุดที่อยากจะขอฝากแล้วย้อนกลับมาอีกทีหนึ่งก็คือในเรื่องของคนพิการ ท่านครับ ความพิการไม่ว่าจะเพิ่งเกิดขึ้นมาตั้งแต่กำเนิดหรือว่ามาเกิดทีหลังในความพิการน่าสงสาร ทั้งนั้นล่ะครับ นอกจากเรื่องบัตรคนพิการที่ต้องมาต่ออายุกันทุก ๆ ๘ ปีเลิกสักทีเถอะครับ เพราะมันสร้างความยุ่งยากมากนะครับ สำหรับทั้งตัวผู้พิการเองแล้วก็ผู้ดูแล แต่สิ่งที่อยากจะ ให้กองทุนนี้ได้เอื้อมไปให้ถึงนั่นก็คือว่าอย่างน้อย ๆ คนละ ๒๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน นี่นะครับ ปีหนึ่ง ๒,๔๐๐ บาท อยากให้กองทุนอันนี้ได้เอื้อมถึงผู้พิการที่มีบัตรคนพิการ ทุก ๆ คนในประเทศไทยนะครับ ตัวเลข ณ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๘ อย่างที่ผมบอกก็คือ ๒,๒๑๑,๐๐๐ กับอีก ๖๘๕ คนนะครับ ผมอยากให้ทั้งหมดนี้ได้รับและถ้าท่านมีวิธีการที่จะให้ ผู้พิการทั้ง ๔ ล้านกว่าคนได้รับในเงิน ๒๐๐ บาทต่อคนต่อเดือนก็ถือว่าเป็นพระคุณอย่างสูง นะครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ หมดผู้ลงชื่ออภิปรายแล้วนะครับ ต่อไปก็จะให้ทางกองทุนประชารัฐได้มี โอกาสตอบข้อซักถามของท่านสมาชิกนะครับ เชิญท่านรองปลัดครับ เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ขออนุญาตนะครับ ต้องขอบคุณท่าน สส. ทุกท่านนะครับ ขออนุญาตขอตอบบางคำถามนี้อาจจะคล้ายกันนะครับ ขอเริ่มจากท่าน สส. ว่าที่ร้อยตรีหญิง อรพรรณ ที่ถามบอกว่ายังมีคนตกหล่นนะครับ แล้วบางทีก็อาจจะมีการอยู่ห่างไกลแล้วก็ ไม่ได้ใช้ ยกตัวอย่างเช่นที่ท่านได้ยกตัวอย่างมาเรื่องของร้านธงฟ้าแล้วก็ค่าน้ำ ค่าไฟ ๑ บ้าน ได้คนเดียวนะครับ แล้วก็เรื่องของค่าบริการขนส่งในพื้นที่ที่ใช้งานได้ไม่ทั่วถึงนะครับ แล้วก็ เรื่องของ ๑,๔๙๒ บาทที่ท่านบวกเลขแล้วไม่ตรง ต้องเรียนอย่างนี้ครับท่านอาจจะเกินมา เนื่องจากว่าค่าแก๊สต้องหาร ๓ เดือนจะตกอยู่ที่ประมาณ ๒๗ บาท เพราะฉะนั้นถ้าเอา ๒๗ บวก ๓๐๐ บวก ๗๕๐ บวก ๓๑๕ บวก ๑๐๐ จะได้เท่ากับ ๑,๔๙๒ บาทพอดีก็เรียนท่าน ส่วนต้องอย่างนี้ครับ เนื่องจากว่าโครงการนี้สำนักงานปลัดกระทรวงการคลังเป็นภาพรวม เป็นผู้ดูแลโครงการ แต่เราได้ร่วมกับหน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกตัวอย่างเช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ การไฟฟ้า การประปาต่าง ๆ แล้วก็ กระทรวงพาณิชย์ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นเราแบ่งกันทำงานครับท่าน เนื่องจากว่าในกรณี ของรัฐการที่เราจะให้ผู้มีสิทธิได้ใช้บัตรเราก็อยากจะให้ใช้กับร้านที่ทางการสามารถควบคุมได้ เพราะฉะนั้นในเบื้องต้นกระทรวงพาณิชย์เป็นคนกำหนดว่าร้านที่จะเข้าโครงการจะต้อง ลงทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ เพราะฉะนั้นในเบื้องต้นก็จะมี ร้านธงฟ้าซึ่งต้องมีระบบ เพราะว่าเราจะต้องยืนยันตัวตน เอาบัตรประชาชนไปเสียบในเครื่อง แล้วก็ตัดเงินออกไป ณ ตอนนี้คำถามคือ ณ ตอนขณะนั้นก็จะมีร้านค้า เขาเรียกร้านค้า ประเภทเล็กก็คือที่เป็นเอกชนเข้าร่วมด้วยก็เลยอยู่ภายในโครงการนะครับ ทีนี้ขอตอบ ภาพรวม ๆ ไปเลยนะครับว่าเรื่องของมีการโกงไหม ถ้ามีการโกงทางกองทุนก็จะดำเนินการ ฟ้องร้อง แล้วก็ถ้าพบว่าโกงจริงกระทรวงพาณิชย์ก็จะยกเลิกร้านค้านั้นไม่ให้เข้าร่วมโครงการ แล้วก็สำหรับผู้มีรายได้น้อยอย่างที่เมื่อสักครู่ท่านภูมิพัฒน์พูด จะทำอย่างไรให้คนที่จนจริง ได้บัตร ได้ใช้สิทธิจริง ๆ ก็อย่างที่ท่านทราบว่า เราจะมีการเปิดรับลงทะเบียนรอบใหม่ เบื้องต้นก็คือภายในวันที่ ๓๑ มีนาคม แต่ตอนนี้ความชัดเจนต้องเรียนว่าจะมีการลงทะเบียน ใหม่ในเร็ว ๆ นี้ แต่อาจจะไม่ทันในช่วงเดือนมีนาคมนี้ แต่คิดว่าน่าจะอยู่ภายในปีงบประมาณ นี้ แล้วก็จะรับปัญหาของท่านเรื่องของการตรวจสอบว่าคนที่จนจริงควรจะได้รับ คนที่รวย ไม่สมควรได้รับ เราก็จะมีการทำการประมวลผลใหม่ ส่วนเรื่องคนพิการซึ่งคนพิการต้องเรียน อย่างนี้ คนพิการที่ได้รับ ๒๐๐ บาท หมายความว่าเป็นคนพิการที่เข้าโครงการ หมายความ ว่าคน ๆ นั้นเขาเป็นผู้มีรายได้น้อย ปกติเขาได้อยู่แล้ว ๘๐๐ บาทจากกระทรวง พม. แต่ถ้า คนพิการคนนั้นมีรายได้น้อยเขาก็จะได้เพิ่มอีก ๒๐๐ บาท เพราะฉะนั้นหลักก็เป็นอย่างนี้ครับ ส่วนเรื่องค่าที่ท่านอรพรรณบอกว่าบ้านอยู่ห่างไกลไม่มีน้ำประปาอยู่แล้ว ค่าโดยสารก็ไม่ได้ใช้ ต้องเรียนอย่างนี้ครับ เรื่องรถโดยสารจริง ๆ นอกจากระบบขนส่งของรัฐแล้ว เราก็เปิดให้ เอกชนลงทะเบียนเข้ามาใช้ได้ แต่ตรงนี้เป็นปัญหาที่ได้รับทราบมาจากหลาย ๆ ท่าน จากทาง ท่านด้วยแล้วก็จากทาง สว. ด้วย จากท่านผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ ด้วย ก็ขอจะรับไปพิจารณา ครับ แล้วก็จะพยายามทำให้ดีขึ้น ส่วนข้อสังเกตอื่น ๆ ทางพวกเราจะรับไปดำเนินการครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณท่านรองปลัดมากครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดมีประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถาม กับทางกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ประจำปี ๒๕๖๖ ก็ถือว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานของกองทุนนะครับ ขอบคุณทางท่านรองปลัด พร้อมทั้งคณะ ที่กรุณามาชี้แจงต่อสภา ขอบคุณทุกท่านมากครับ ต่อไปนะครับ🔗
๖. รายงานการตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕🔗
ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๘ รับทราบรายงานการตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ แล้วให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทราบตามมาตรา ๗๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบเป็นรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงิน แผ่นดิน ปี ๒๕๖๑ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ🔗
ในการนี้ได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงต่อ ที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ขอเชิญผู้ที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้ได้เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง นางสาวสุดท้าย ชัยจันทึก ท่านอุไรวรรณ รุกขวัฒนกุล ท่านพัทธนันท์ ตันทัตสวัสดิ์ ท่านรัตติยา ดวงภัทรพงศ์ ท่านศศิวิมล มีเอม ต่อด้วยทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ท่านสุทธิพงษ์ บุญนิธิ ท่านธีรยุทธ วัฒนะธรรมศิริ ท่านพรเพ็ญ อิ่มประไพ ท่านพิตตินัทธ์ ถิระจิตติพงศ์ ต่อด้วย ท่านพิชญ์สินีทิพ เหลืองแก่ ขอเชิญทางหน่วยงานประจำที่ได้นะครับ หากพร้อมแล้วก็เชิญ ผู้แทนหน่วยงานได้แถลงต่อสภานะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุดท้าย ชัยจันทึก ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบบัญชีกรมบัญชีกลาง ขอนำเสนอ รายงานผลการตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยสรุปดังนี้🔗
๑. สรุปผลการตรวจสอบรายงานการเงิน รายงานการเงินของสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดิน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ และรายงานการเงินของกองทุนเพื่อการ พัฒนาการตรวจเงินแผ่นดิน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ได้จัดทำขึ้นโดยถูกต้องตาม ที่ควรในสาระสำคัญตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐ และนโยบายการบัญชีภาครัฐที่ กระทรวงการคลังกำหนด โดยกรมบัญชีกลางได้มีการตรวจสอบและได้ให้ข้อเสนอแนะ โดยรวมเกี่ยวกับการบันทึกรายการบัญชีให้ถูกต้องตรงกับผังบัญชีมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ และกำหนดแนวทางการควบคุมภายในที่เพียงพอ เหมาะสม สำหรับการตรวจสอบพัสดุ ประจำปี ซึ่งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้มีการแก้ไขปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ ดังกล่าวแล้ว🔗
๒. สรุปผลการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ ที่เกี่ยวข้อง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินมีการปฏิบัติงานส่วนใหญ่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดียังมีข้อคลาดเคลื่อนในการปฏิบัติงานบางส่วน ซึ่งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้รับทราบและกำชับให้เจ้าหน้าที่ถือปฏิบัติตามระเบียบ ที่เกี่ยวข้องแล้ว🔗
๓. สรุปผลการตรวจสอบการดำเนินงาน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน มีผลการดำเนินงานที่สำคัญโดยรวมประมาณ ๖ ประเด็น ประกอบด้วยในเรื่องของการ ติดตามเร่งรัดการใช้จ่ายเงินงบประมาณ การบริหารแผนการตรวจสอบ การบริหารแผนงาน งานโครงการ การบริหารสินทรัพย์และพัสดุ การออกอนุบัญญัติตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ และการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการ ปฏิบัติงานด้านการตรวจสอบ ซึ่งกรมบัญชีกลางได้ดำเนินการตรวจสอบและให้ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้รับ ทราบปัญหาอุปสรรคที่เกี่ยวข้องและรับไปพิจารณาดำเนินการปรับปรุงแก้ไขด้วยแล้ว รายละเอียดปรากฏตามเล่มรายงานที่นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแล้ว จึงนำเรียนที่ประชุม เพื่อโปรดทราบค่ะ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไปก็เชิญท่านสมาชิกนะครับ ท่านสมาชิกท่านใดมีประเด็นซักถาม ทางหน่วยงานหรือไม่ อย่างไรครับ ไม่มีหรือครับ ไม่มีนะครับ ทางหน่วยงานชี้แจงได้ชัดเจน ดีมากนะครับ ไม่มีสมาชิกติดใจครับ ก็ขอบคุณนะครับที่มาชี้แจงต่อสภา ขอบคุณทุกท่าน ขอบคุณครับ หมดระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่จะแจ้งต่อที่ประชุมแล้วนะครับ ระเบียบวาระ ต่อไปครับ ท่านรอมฎอนมีอะไรครับ เชิญครับ🔗
ญัตติด่วนด้วยวาจา🔗
เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาข้อเท็จจริงและผลกระทบกรณีการ ผลักดันผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์กลับไปประเทศจีน เพื่อส่งข้อเสนอแนะให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการ ต่อไป นายรอมฎอน ปันจอร์ เป็นผู้เสนอ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม รอมฎอน ปันจอร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมจะขออนุญาต ท่านประธานนะครับ ขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ข้อเท็จจริงและผลกระทบกรณีการผลักดันผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์กลับไปเผชิญการประหัตประหารใน ประเทศจีน ขอผู้รับรองครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากว่ามีผู้เสนอญัตติด่วนตามข้อบังคับ แล้วก็มีผู้รับรองถูกต้อง แต่ว่า ตามข้อบังคับก็จะให้พิจารณาไปตามระเบียบวาระ เว้นแต่จะมีมติเป็นอย่างอื่นนะครับ ก็จะต้องถามที่ประชุมว่ามีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่กับการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาของ ท่านรอมฎอน ครับ หากไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็หมายความว่าที่ประชุมมีมติให้พิจารณา เรื่องด่วนด้วยวาจาที่ทางท่านรอมฎอนได้เสนอเมื่อสักครู่นะครับ เชิญท่านรอมฎอน ครับ🔗
ต่อเลยได้ไหมครับท่านประธาน🔗
เชิญท่านรอมฎอนครับ ไม่มีผู้คัดค้านครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ขออนุญาตเปิดญัตติด้วยประเด็นสั้น ๆ คงใช้เวลาไม่ยาวมากนะครับ แต่เห็นว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สำคัญมากในวันนี้ ในวินาทีนี้เลยครับ ที่จำเป็นต้องตั้งนี้นะครับ เพราะว่าตลอดทั้ง วันจริง ๆ แล้วจะว่ากันจริง ๆ ก็คือตลอดตั้งแต่เมื่อวานในช่วงบ่ายก็มีกระแสข่าว มาตลอดว่าจะมีการตัดสินใจส่งตัวผู้ต้องกักชาวอุยกูร์ที่อยู่ในสถานกักตัวของสำนักงาน ตรวจคนเข้าเมืองที่สวนพลูกลับไปยังประเทศจีนนะครับ ก็เป็นกระแสข่าวที่จริง ๆ ก็ตั้งแต่ เมื่อวานนะครับ แต่ว่าถ้าย้อนกลับไปอีกหน่อยหนึ่งคือเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็มีกระแสข่าวนี้ ก็เป็นข่าวลือที่ผมเองก็พยายามจะสืบหาความจำเป็นข้อเท็จจริงในเรื่องนี้นะครับ แต่เราพบว่าวันนี้ความจริงเรื่องนี้เริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับท่านประธาน เลยต้องขอ อนุญาตท่านประธานและที่ประชุมสภาแห่งนี้เปิดให้มีการพิจารณาข้อเท็จจริงและผลกระทบ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับการตัดสินใจในทางการเมืองนี้ครับ ขออนุญาตฝ่ายโสตนะครับ ผมเตรียม ภาพแล้วก็สไลด์มานิดเดียวไม่เยอะมากนะครับ🔗
ท่านประธานครับภาพที่อยู่ใน หน้าจอตอนนี้เป็นรถขนผู้ต้องกัก ที่เมื่อคืนตอนเวลาตีสองสิบสี่นาที มีผู้สื่อข่าวที่เฝ้าอยู่หน้า สถานกักตัวที่สวนพลูก็ส่งมาให้ผมด้วยในไลน์ส่วนตัว หลังจากที่ผมขอตัวไปกลับไปนอนพัก ในช่วงกลางดึก ก่อนหน้านั้นในช่วงหัวค่ำผมกับท่าน สส. ธิษะณา ชุณหะวัณ เราก็ตัดสินใจ เดินทางไปมอนิเตอร์ไปสังเกตการณ์อยู่ที่หน้าสวนพลูหลังจากมีกระแสข่าว เพราะว่าตาม Check ตรวจสอบโทรศัพท์หาผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้ ข้าราชการระดับสูงต่าง ๆ ที่จะขอ คำยืนยันข่าวนี้ไม่มีใครยืนยันได้เลยนะครับท่านประธาน ก็เลยไปครับ แล้วตีสองสิบสี่นาทีก็มี ภาพปรากฏนี้ มีขบวนรถ ๖ คัน เป็นขบวนรถที่มาพร้อมกับรถของตำรวจด้วยถูกถ่ายภาพมา รถขบวนนี้เดินทางไปขึ้นทางด่วนนะครับ แล้วก็มีผู้สื่อข่าวตามไปด้วยแต่ว่าทางด่วนปิดครับ ก็ยิ่งทำให้เป็นเรื่องที่น่าสังเกตนะครับ เป็นเรื่องน่ากังขาว่าทำไมต้องมาทำอะไร แล้วถ้าท่าน ประธานสังเกตดูดี ๆ ที่ดำ ๆ ตรงกระจกรถคือใช้เทปสีดำปิดเอาไว้ด้วย นี่คือกระแสข่าว ตอนดึกก่อนเช้าตรู่เมื่อวานนะครับ ขออนุญาตเป็นภาพต่อไปครับ ต้องย้อนรอยนิดหน่อย ครับท่านประธาน วันนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็คือวันพฤหัสบดี ผมเองก็ได้ทราบข่าวแบบนี้ เหมือนกันครับ แต่ตอนนั้นเรากำลังชุลมุนวุ่นวายอยู่กับการส่งตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวจากฝั่ง เมียวดีกลับไปกลับมา เข้ามาข้ามฝั่งมาในฝั่งไทยก่อนที่จะขึ้นเครื่องไป ตอนนั้นก็มีความ วุ่นวายกัน และมีข่าวลือครับว่าจะมีการส่งตัวชาวอุยกูร์ที่ถูกกักตัวอยู่ที่ ตม. เดินทางไปพร้อม กับคณะจากเมียวดีด้วย ตอนนั้นผมเองก็ถูกท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านภูมิธรรม ก็สวนกลับมาบอกว่าโปรดอย่าทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องน่าตระหนกตกใจนี่สัปดาห์ที่แล้ว ขอสไลด์ถัดไปครับ เมื่อเช้านี้ท่านนายกรัฐมนตรีมาที่สภาของเราแห่งนี้ครับมาตอบกระทู้ ก็เสียดายที่ท่านไม่ได้ตอบกระทู้ของท่านรังสิมันต์ โรม หรือว่าหลายคนนะครับ แต่วันนี้ท่านก็ มาตอบเรื่อง Call Center แต่ไม่เป็นไรครับ ก่อนที่จะขึ้นไปบัลลังก์นักข่าวก็สอบถามเรื่องนี้ ท่านนายกไม่ทราบนะครับ ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้นะครับ ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมาก นะครับว่าเรื่องใหญ่ขนาดนี้ท่านนายกไม่ทราบได้อย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจในทาง การเมือง เพราะว่าเท่าที่เราตรวจสอบจากรัฐมนตรีบางท่าน เราตรวจสอบจากข้าราชการ ชั้นผู้ใหญ่หลายท่านก็ไม่มีคำยืนยันเรื่องนี้ มีบางท่านพูดถึงขั้นว่าการตัดสินใจเหล่านี้ขึ้นอยู่กับฝ่ายการเมือง และนี่คือเหตุผลว่าคำตอบ เหล่านี้เรื่องเกี่ยวกับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการตัดสินใจครั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับฝ่ายบริหาร ขึ้นอยู่กับ นายกรัฐมนตรี แต่เมื่อเช้าครับผู้สื่อข่าวก็สอบถามท่านก็ไม่ได้ให้รายละเอียดอะไร ขอสไลด์ ถัดไปครับ เมื่อคืนผมก็ยืนอยู่อย่างนี้ครับ อยู่หน้าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่สวนพลู ก็ไปดู ให้เห็นกับตาแล้วก็พบข้อสังเกตความผิดปกติเยอะแยะ ปกติแล้วรั้วนี่นะครับท่านประธาน ก็เปิดออกเพราะว่ามันมีตู้ ATM อยู่ข้างใน ชาวบ้านเขาก็จะเดินไปกด ATM กันได้เป็นปกติ เมื่อวานนี้ปิด ผมเจอญาติของผู้ต้องกักบางคนมาสอบถามเขาบอกว่าวันนี้มีการหยุดนะครับ คือเมื่อวานกับวันนี้ คือวันที่ ๒๖ กับวันที่ ๒๗ โดยที่ไม่ได้ประกาศมาก่อน เราก็เริ่มตั้ง ข้อสังเกตแล้วว่าน่าจะมีอะไรผิดปกติจริง ๆ อย่างที่เป็นข่าวอยู่ ขออนุญาตสไลด์ถัดไป เลยครับ แล้วก็คันนี้ครับออกมาในช่วงตีสองสิบสี่นาที ย้ำอีกทีครับ ท่านประธานครับ ผมไม่แน่ใจว่านี่คือวิธีการแบบปกติหรือเปล่าที่มีการขนย้ายคนกันหลังเที่ยงคืนอย่างนี้ ท่านประธานผมด้วยความเคารพนะครับ ภาพนี้มาถึงตอนดึก ๆ ผมนึกถึงรถบรรทุกคล้าย ๆ กันอย่างนี้เมื่อ ๒๐ กว่าปีก่อน คือรถบรรทุกที่ขนคนที่มาจากการสลายการชุมนุมที่ตากใบ พี่น้องมุสลิมที่อยู่ในเดือนรอมฎอน ผมก็นั่งนึกว่าถ้าปิดกระจกกันอย่างนี้ คนที่อยู่ข้างใน เขาจะหายใจกันอย่างไร จะอยู่กันอย่างไร และการเดินทางจะไกลขนาดไหน และต้องใช้เวลา เท่าไร ผมก็นึกย้อนไปถึงจุดนั้นนะครับท่านประธาน แต่เอาเถอะถึงแม้ในวินาทีนั้นก็ไม่มี นักข่าวคนไหนที่จะยืนยันรายงานได้นะครับว่าเป้าหมาย จุดหมายปลายทางของรถขบวนนี้ จะไปที่ไหน ตอนนั้นก็ Check กันทั่วเลยนะครับ สุดท้ายครับท่านประธาน ขอสไลด์ถัดไป ครับ เมื่อเช้าตอนตีสี่ก็เริ่มมี Twitter บางบัญชีเปิดเผยว่าพบเครื่องบินต้องสงสัยนะครับ ต้องสงสัยคือหมายความว่ามีการเดินทางออกจากสนามบินดอนเมืองขึ้นไป ตอนแรกไม่ระบุ จุดหมายปลายทาง แล้วล่าสุดวันนี้ครับมีข้อมูลที่ยืนยันว่าเครื่องบินลำนี้ Landing ที่เมือง คัชการ์ แคว้นซินเจียงในประเทศจีน อันนี้เราก็ไม่สามารถยืนยันได้เหมือนกันนะครับว่า ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ในเครื่องบินลำนี้เป็นผู้ต้องกักชาวอุยกูร์หรือไม่ แต่อันนี้คือการติดตามตลอด ๒๔ ชั่วโมงที่ผ่านมา ท่านประธานขอขยับไปครับ ขออนุญาตเพิ่มเติมเวลาอีกนิดเดียวนะครับ ท่านประธาน ขอสไลด์ถัดไป และนี่ครับเมื่อไม่นานไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาก็มีแหล่งข่าวเป็น ภาษาจีน มีเพื่อนมิตรที่ส่งต่อกันมาให้ ผมคงไม่ได้แปล แปลคงแปลไม่ทันแต่ว่ามีคนแปล มาให้ผมสั้น ๆ โดยสรุปก็คือกระทรวงความมั่นคงของทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนยืนยัน การนำตัวชาวอุยกูร์ ๔๐ คน เดินทางจากกรุงเทพมหานครจากประเทศไทยกลับไปยัง ประเทศจีนที่แคว้นซินเจียงเรียบร้อยแล้ว โดยอ้างว่านี่คือความพยายามของทางการจีน ในการที่จะทำให้พวกเขาเดินทางกลับมาหาครอบครัวอย่างเป็นสุข อย่างสันติสุข นี่คือ แหล่งข่าวที่ยืนยันจากข้างนอกนะครับท่านประธาน ท่านประธานครับขอสไลด์ถัดไป ปี ๒๕๕๘ เราเคยมีแล้วครับกรณีใกล้เคียง อันนี้คือภาพเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วครับที่ชาวอุยกูร์ ๑๐๙ คน ที่ก่อนหน้านั้นถูกกักตัว ถูกคุมตัวเอาไว้ประมาณ ๑ ปีก่อนหน้านั้นถูกนำตัวเดินทาง กลับไป แล้วกลายเป็นตราบาป กลายเป็นรางวัลอันน่าเศร้าของประเทศนี้ในเรื่องการพิทักษ์ รักษาชีวิต สิทธิมนุษยชน เสรีภาพของประชาชน ของผู้คน เราไม่รู้ชะตากรรมของพวกเขา หลังจากนั้น แต่ครั้งนั้นก็ถือว่าเป็นมลทินมัวหมองต่อชื่อเสียงของประเทศเราอย่างยิ่ง ขอสไลด์ถัดไปครับ ส่วนชาวอุยกูร์ ๔๘ คนนี้ ไม่แน่ใจเหมือนกันครับว่าข้อเท็จจริงจะเป็น ๔๘ คนหรือไม่ เพราะว่าในที่กักตัวก็มีการควบคุมตัวอยู่ประมาณ ๔๐ กว่าคน มีผู้ถูกดำเนินคดีและอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลอาญาของประเทศไทยอยู่ด้วย ที่เป็นชาวอุยกูร์ เราไม่แน่ใจจริง ๆ ว่าข้อเท็จจริง ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นอย่างไร ท่านประธานครับ ขอสไลด์สุดท้าย เรื่องนี้มีการติดตามรณรงค์ของพี่น้องชาว มุสลิมอุยกูร์ทั่วโลกที่พยายามเรียกร้องให้รัฐบาลไทยไม่ส่งกลับชาวอุยกูร์ไปสู่ประเทศจีน และเป็นเรื่องปัญหาในทางการเมืองระหว่างประเทศของเรามาโดยตลอด ขออนุญาตถอย กลับไปอีกสไลด์หนึ่ง ไปที่รถเมื่อสักครู่นี้ ๔๘ คน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเปิดญัตติ ด่วนนี้เพื่ออย่างน้อยที่สุดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพวกเราได้นำเสนอข้อมูลเท่าที่ แต่ละท่านพอจะมีอยู่ และช่วยกันประเมินผลกระทบทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ ทางการเมืองระหว่างประเทศและความมั่นคงปลอดภัยของประเทศนี้ไปพร้อม ๆ กัน ถ้าเพื่อน ๆ สมาชิกจะกรุณามีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลก็จะยินดีอย่างยิ่งและน่าจะเป็น ประโยชน์ต่อพวกเราครับ เหตุที่ต้องทำอย่างนี้นะครับท่านประธาน เพราะว่าตอนนี้ความ ชัดเจนอย่างที่ผมไล่เรียงมาเมื่อสักครู่นี้เรายังไม่ได้ฟังคำยืนยันนี้อย่างเป็นทางการจากรัฐบาล จากนายกรัฐมนตรี จากรองนายกรัฐมนตรีเลยนะครับ เป็นข้อเท็จจริงแวดล้อมเท่านั้น และเรื่องนี้มันเป็นเรื่องใหญ่ที่จะมีผลกระทบกว้างไกลซึ่งเพื่อนสมาชิกของผมจะลุกขึ้น อภิปรายหลังจากนี้ให้เห็นมิติเหล่านั้น นี่คือความจำเป็น ผมอยากจะขอฝากท่านประธาน ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีช่วยยืนยันหรือปฏิเสธหน่อยครับว่าตกลงข้อเท็จจริงในกรณีนี้ เป็นอย่างไร และทำไมต้องส่งกลับในเวลานี้ มีเหตุผลอันใด มีเงื่อนไขอันใด ท่านได้มีการ ประเมินอย่างรอบด้านในผลได้ ผลเสียขนาดไหน ท่านมี Deal อะไรหรือไม่ และท่านจะ รับมือกับผลกระทบหลังจากนี้อย่างไร นี่ยังไม่รวมทั้งผลกระทบที่จะมีผลกระทบด้านเรื่อง กฎหมายที่ละเมิดทั้งกฎหมายภายในประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศอีกนะครับ ท่าน ประธานครับ ผมต้องขอเรียนว่าผมเสียใจจริง ๆ ที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เราอยู่ตรงนี้และเรา พยายามรักษาดุลอำนาจ เราพยายามรักษาสิทธิเสรีภาพของประชาชน เราเชิดชูหลักการที่ เคารพชีวิตของประชาชน แต่เราอนุญาตให้เกิดสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอีกได้อย่างไร เรามีมลทิน มาแล้วในปี ๒๕๕๘ ในรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร ผมเสียใจจริง ๆ ที่มันยังเกิดขึ้น ในรัฐบาลนี้ครับท่านประธาน แต่อย่างนั้นก็ตามผมอาจจะเข้าใจผิด แต่ข้อเท็จจริงนี้มีแต่ ท่านนายกรัฐมนตรีที่จะยืนยันกับเราได้ ฝากท่านประธานขออนุญาตส่งข้อความถึง ท่านนายกรัฐมนตรี และหลังจากนี้ครับท่านประธาน ผมจะขออนุญาตให้ที่ประชุมแห่งนี้ ได้รับฟังได้แลกเปลี่ยนกันถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ และช่วยกันประเมินผลกระทบที่ ประเทศนี้จะต้องเจอหลังจากวันนี้เป็นต้นไปครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ท่านรอมฎอนครับ ญัตติของท่านผมฟังดูแล้วผมก็ไม่แน่ใจว่าสุดท้ายปลายทางท่านต้องการ เสนอญัตติด่วนเพื่อที่จะนำไปสู่ทางใด ปกติญัตติที่พวกเราเสนอเราก็เสนอให้กรรมาธิการ สามัญนำไปพิจารณาต่อ เสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญหรือเสนอให้คณะรัฐมนตรีได้ ไปศึกษาพิจารณา แต่ที่ผมฟังช่วงท้ายท่านบอกว่าให้ทางรัฐบาลต้องตอบเหมือนกับเป็นญัตติ เพื่อตั้งกระทู้ถาม แบบนี้ตามธรรมเนียมของเราหรือตามข้อบังคับนี้เราไม่ได้ทำอย่างนั้น ก็ต้องถามท่านรอมฎอนว่าญัตตินี้ท่านตั้งเพื่อวัตถุประสงค์ใด และปลายทางจะให้ไปทางไหน🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต เรียนตอบท่าน อย่างที่เกริ่นไว้ตอนท้ายผมอาจจะไม่ชัดเจนอย่างที่ว่านะครับ แต่อย่างน้อย ที่สุดตอนนี้ผมคิดว่ารัฐบาลต้องการคำแนะนำท่านประธาน และผมคิดว่าการรับมือต่อ สถานการณ์นี้ถ้าฟังอย่างที่ผมได้เกริ่นว่าการให้สัมภาษณ์เมื่อเช้าของท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านยังไม่ได้รับรายงาน ผมคิดว่าสภาของเรานี้ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการเสนอประเมิน ผลกระทบ เสนอข้อเท็จจริง และประเมินผลกระทบ และอาจจะให้ข้อแนะนำต่อรัฐบาลได้ครับ นอกจากนั้นครับท่านประธาน ถ้าท่านประธานจะกรุณาเผื่อว่าท่านสมาชิกจะมีข้อเสนอแนะ ต่อสภาผู้แทนราษฎรของพวกเราด้วย ในฝั่งสภาก็อาจจะเป็นข้อเสนอจากสมาชิกด้วย ก็ได้ครับ แต่ว่าตอนนี้ในความเห็นผมนะท่านประธานตอนนี้ท่านนายกรัฐมนตรีต้องการ ความช่วยเหลือครับ🔗
กำลังหาทางให้ท่านอยู่นะครับว่าเราจะดำเนินการตามข้อบังคับกันแบบไหน เพราะญัตติ เวลาเสนอท่านก็บอกเองว่าท่านไม่รู้ว่าเหตุการณ์มันเกิดหรือเปล่า เหมือนกับว่าเมื่อสักครู่ ผมเห็นมีรถใช่ไหมครับ แล้วก็มี Flight บินจากเมืองไทยไปเมืองจีนอะไรสักอย่างนี่ครับ เท่าที่ ได้ดูในภาพที่ท่านว่า แต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่ได้มีข้อสรุปครับว่ามันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นจริง หรือไม่ ซึ่งตัวท่านเองท่านก็บอกว่ามันไม่ได้เกิดขึ้น ผมถึงถามท่านว่านี่ท่านตั้งญัตติด่วน เสนอญัตติด่วน หรือเป็นการถามกระทู้ถามทางรัฐบาล ซึ่งผมก็พยายามฟังให้มันเข้าญัตติ ด่วน แต่ว่าก็ต้องสอบถามท่านว่าแบบนี้จะให้สภาดำเนินการไปแบบไหน เพราะว่าข้อเท็จจริง ก็ยังไม่ปรากฏชัดเจน เราเพียงสงสัยเท่านั้น ท่านโรมลองช่วยผมหน่อยสิครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จริง ๆ วันนี้เป็นการเสนอญัตติ ด่วนด้วยวาจา แล้วสาระสำคัญหลัก ๆ ก็คือการส่งข้อแนะนำต่าง ๆ ข้อคิดเห็นต่าง ๆ ของ สมาชิกที่รับรู้รับทราบปัญหาไปที่ ครม. เพื่อให้รัฐบาลเอาความคิดเห็นเหล่านี้ไปประมวลผล และนำไปสู่การแก้ปัญหาต่อไป ซึ่งเท่าที่ผมทราบนะครับ ผมทราบว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง มีการแถลงข่าว มีการแถลงการณ์ออกมาแล้ว มีสำนักข่าวต่าง ๆ ลงในหนังสือพิมพ์ทุกอย่าง เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นข้อเท็จจริงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริงสามารถ พิสูจน์ได้โดยหนังสือพิมพ์แล้วก็สื่อต่างประเทศ แม้กระทั่งสื่อของทางการจีนเอง ดังนั้นผมคิด ว่าเราสามารถที่จะเอาการอภิปรายของสมาชิกซึ่งมันจะมีแง่มุมของผลกระทบในการที่จะ ส่งไปที่รัฐบาล เพราะว่าหลังจากส่งกรณีของคนอุยกูร์ทั้ง ๔๘ คนแล้ว สิ่งที่จะมีตามมาก็คือ เรื่องของผลกระทบครับ แล้วตรงผลกระทบตรงนี้เป็นสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญและเป็นสิ่งที่ รัฐบาลจะต้องมีมาตรการตามมา ดังนั้นผมคิดว่าวันนี้เป็นการริเริ่มในเรื่องของข้อแนะนำเพื่อ ส่งไปให้ ครม. ซึ่งสามารถทำได้ตามข้อบังคับการประชุมครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ฟังทางนี้ดูบ้างครับ ท่านวิทยา แก้วภราดัย เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ที่จะร่วมแสดงความคิดเห็นสักนิดหนึ่งครับ ผม วิทยา แก้วภราดัย พรรครวมไทยสร้างชาติ คือผมฟังข่าวจากเพื่อนสมาชิกแล้วคือมันเป็นเรื่องที่ผมเคยฟังข่าวมาเป็นระยะ แล้วก็คิดว่า สถานการณ์อย่างนี้ไม่น่าเกิดขึ้น แต่ขณะเดียวกันคือผมก็จะร่วมอภิปรายผมก็ไปไม่ถูกครับ ท่านประธาน คือผมไม่แน่ใจว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นที่ประจักษ์หรือยัง แล้วเพื่อน สมาชิกที่เสนอญัตติท่านก็ค่อนข้างใช้การคาดการณ์ซึ่งมีความเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้ ผมว่าทางที่ดีครับ ท่านเป็นประมุขของที่นี่ท่านโทรศัพท์ไปถามเลยครับว่าเรื่องราวเป็น อย่างไร ผมจะได้ช่วยอภิปรายถูก ไม่อย่างนั้นผมก็ไปไม่ถูก คือถ้าไปกันครึ่งเตลิดเปิดเปิงไป จนถึงประเทศจีนแล้วปรากฏว่ายังอยู่ที่สันติบาลหมดอย่างนี้เราก็จะยุ่ง เพราะฉะนั้นผมว่า ท่านพักแล้วก็ท่านไปประสานงานดูในฐานะประมุขของนิติบัญญัติมีเรื่องอย่างนี้เกิดในสภา ผมคิดว่าทุกฝ่ายต้องให้คำตอบกับท่านได้แล้วท่านมาแจ้งพวกเราครับ🔗
ผมก็ยังกังวลอยู่ว่าญัตติประเภทแบบนี้ปกติเวลาเราจะเสนอญัตติด่วนก็คือเหตุการณ์ ที่มันเกิดขึ้นแล้ว เช่น เสนอญัตติด่วนให้รัฐบาลไปช่วยดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วม เรื่องฝุ่น PM2.5 ซึ่งมันปรากฏเห็นเด่นชัด แล้วสภาก็ร่วมกันหาทางออกให้กับรัฐบาล เป็นข้อเสนอแนะ แต่เหตุการณ์นี้เท่าที่ผมฟังทางรอมฎอนท่านก็ยังไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้น หรือไม่ แล้วก็อย่างที่ท่านวิทยาได้ว่านั่นล่ะครับ เราพูดกันไปถึงเมืองจีนแล้วแต่ปรากฏว่ายัง อยู่ที่ สตช. หรือไม่ ก็ไม่มีใครตอบได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นญัตติประเภทแบบนี้ผมก็ ไม่แน่ใจนะครับว่าเราสามารถที่จะทำได้หรือไม่ ก็ต้องหารือกับทางเพื่อนสมาชิกครับ เดี๋ยวผมฟังทางนี้อีกสักท่านหนึ่งครับ เมื่อสักครู่ท่านอดิศรยกมือครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ พรรคเพื่อไทย ผมก็นั่งฟังอยู่ที่ห้องพักอยู่ชั้น ๕ นะครับ ผมก็พยายาม ให้กำลังใจสภาแห่งนี้เพื่อเป็นที่แก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกฝ่ายใดก็เห็นว่าถ้าปัญหา มันเร่งด่วนจริง ๆ สมาชิกทุกคนก็ควรจะสนใจนำเรื่องนั้นมาถกแถลงหาข้อความเป็นจริง ให้ได้ แต่ผมพยายามตั้งใจฟังแล้วตั้งใจอีกก็ไม่ทราบว่าท่านจินตนาการหรือคิดว่ามันจะเป็น อย่างโน้นมันจะเป็นอย่างนี้หรือเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่ท่านได้พูดมันไปกระทบกับ ความสัมพันธ์กับประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นเรื่องระหว่างประเทศ และผมก็มี ความมั่นใจว่ากรณีผู้ที่ลี้ภัยที่อยู่อย่างนี้ต้องมีกฎระเบียบแบบแผนในการที่จะกักขังได้กี่วัน จะส่งตัวออกไปได้กี่วัน มีคดีอะไรที่จะโรงศาล ยังไม่ชัดเจนครับ ญัตติตามข้อที่ผมเปิดดูไว ๆ มาตราข้อ ๔๔ ญัตติคือข้อเสนอใด ๆ ที่มีความมุ่งหมายให้สภาลงมติหรือชี้ขาดว่า จะปฏิบัติหรือดำเนินการอย่างไรต่อไป นี่ผมฟังแล้วพยายามเอาใจช่วยนะครับ ก็ไม่อยากให้ เกิดขึ้น ไม่อยากให้ละเมิดสิทธิเสรีภาพ ไม่ว่าคนไทยหรือคนอื่นที่มาอยู่ภายใต้กฎหมายไทย ก็อยากให้มีความมุ่งหมายว่าญัตติที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นที่ไหน เมื่อไร อย่างไร มีบุคคล ๑๘ คน หรือหลาย ๆ คนมันชื่ออะไร มีข้อหาอะไร เข้าเมืองไทยเมื่อไร ออกไปเพราะอะไรอย่างนี้ ก็อยู่สภามานานก็ยังไม่เคยเจอนะครับ ถ้ามันเป็นข้อเท็จจริงจริง ๆ เราก็จะได้ผสมโรง แล้วก็เรียกร้องให้ทางรัฐบาลหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติมารีบจัดการมาแถลง มาพูด หรือถ้าไม่สามารถที่จะวินิจฉัยวันนี้ได้ วันพรุ่งนี้เรามีประชุมกันต่ออีกครับ ผมว่ายกญัตติด่วนนี้ ไปหารือกันในการประชุมในวันศุกร์ที่จะถึงนี้จะดีไหมครับ พวกผมเองทางวิป ฝ่ายรัฐบาล หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็จะได้ไปศึกษารายละเอียด หากจำเป็นจริงแบบที่ท่านว่า เราก็ไม่ควรจะให้เกิดขึ้นในผืนแผ่นดินไทย เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของสิทธิของมนุษย์ ทั่วโลกนะครับที่มาอยู่ภายใต้กฎหมายไทย ต้องปฏิบัติตัวด้วยความที่เป็นมนุษย์ด้วยกัน จึงขออนุญาตที่จะปรึกษาท่านประธานครับ ให้พวกผมตั้งตัวก่อนดีไหมครับท่านทางฝ่ายโน้น เอาวันพรุ่งนี้ยังมีอยู่ ในช่วงนี้ยกญัตติที่ว่านี้ข้ามไปวันพรุ่งนี้เสียก่อนเพื่อไม่ให้การพิจารณา โดยไม่มีเอกสารหรือพยานหลักฐานที่ชัดเจนมากกว่านี้ครับ ด้วยความเกรงใจอย่างยิ่ง ไม่ทราบว่าที่ผมลุกขึ้นมามันจะตรงกับที่ท่านประธานหรือท่านเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายโน้น อยากจะปรึกษาหรือเปล่า เพราะว่าผมเองก็อยากทราบเหมือนกัน ถ้าเกิดเหตุการณ์ละเมิด อย่างนั้นจริง ๆ นะครับพวกผมก็ทนไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าการที่จะส่งไปประเทศหนึ่ง ไปลงโทษอีกประเทศหนึ่ง แต่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมันสำคัญยิ่งกว่าทุกอย่างนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ประธานวิป ครับ ท่านปกรณ์วุฒิ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ จริง ๆ ผมคิดว่าเรื่องนี้หาทางออกไม่ยากนะครับ แต่อันดับแรกตอนนี้เข้าญัตติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านรอมฎอนได้เปิดญัตติเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ดังนั้นได้เข้าสู่ระเบียบวาระไปแล้ว ลำดับต่อไปนะครับ🔗
ท่านปกรณ์วุฒิ ครับ สักครู่ครับ คือผมก็ไม่ทราบว่าท่านจะเสนอญัตติเรื่องไหน ท่านก็ ลุกขึ้นมาบอกว่าเรื่องนี้ ๆ โดยที่ผมยังไม่ได้ฟังเนื้อหาสาระ พอผมฟังเนื้อหาสาระผมถึงได้ท้วง อย่างไรครับ ถ้ามันเป็นไปตามข้อบังคับนี้ผมก็ไม่ท้วงหรอกครับ เพราะมีผู้อภิปรายแค่ ๒ ท่าน ผมก็คงจะไม่ทำให้เสียเวลา ขณะนี้ถ้าปล่อยให้ผู้อภิปราย อภิปรายเสร็จแล้วนะครับ แต่ความ เสียหายมันจะเกิดขึ้นก็เลยต้องปรึกษาหารือกับที่ประชุมนี้ล่ะครับ🔗
ได้ครับท่านประธาน ครับ เข้าใจท่านประธานนะครับ แล้วก็จริง ๆ แล้วเวลามีญัตติด่วนด้วยวาจา แล้วก็อันนี้ ได้พูดคุยกันระหว่างวิปแล้วว่าจะส่งไปทาง ครม. นะครับ ส่วนเรื่องนี้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง หรือไม่นะครับ จริง ๆ ณ วินาทีนี้นะครับ จริง ๆ เมื่อสักครู่ท่านรอมฎอนก็ดีขึ้นสไลด์แล้ว ก็คือมีข่าวที่ปรากฏจริงแล้ว กระทรวงต่างประเทศจีนออกมายอมรับแล้วว่าเหตุการณ์นี้เป็น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงและเกิดไปแล้วนะครับ และในอีกไม่นานนี้อาจจะภายในวันนี้ กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกาอาจจะออกแถลงการณ์อะไรบางอย่างเกี่ยวข้องกับกรณีนี้ นะครับ นี่คือข้อเท็จจริงนี่คือข้อเท็จจริงที่ชัดเจนว่าเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นผมคิดว่าคงไม่มีข้อเท็จจริงที่ต้องมาถกเถียงกันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่นะครับ อีกประการหนึ่งครับท่านประธาน ผมคิดว่าสุดท้ายแล้วนี่เราจะต้องสรุปตอนสุดท้ายอยู่ดี ดังนั้นผมคิดว่าถ้าเปิดโอกาสให้ท่านสมาชิกอีก ๒ ท่าน แล้วก็ท่านผู้สรุปส่งน่าจะเป็น ท่านรังสิมันต์ โรม สรุป ผมคิดว่าเนื้อหามันจะชัดเจนกว่านี้ว่าจะส่งไป ครม. ได้หรือไม่ ซึ่งผม ยืนยันว่าส่งได้แน่นอนนะครับ อย่างไรก็ตามถ้าท่านประธานยังมองเห็นว่ามันยังมีข้อเท็จจริง บางอย่างที่ไม่ชัดเจนในบางเนื้อหาที่สมาชิกทุกท่านอภิปรายไปแล้วนะครับ เราก็ยังมี ทางเลือกคือส่ง ครม. ไป เนื้อหาบางส่วนก็น่าจะเป็นประโยชน์แน่นอน ส่วนไหนที่ท่านมองว่า ยังไม่ชัดเจน ผมคิดว่าอาจจะส่งกรรมาธิการความมั่นคงของท่านรังสิมันต์ โรม ไปศึกษาต่อ ก็ไม่ได้มีปัญหา ท่านรังสิมันต์ โรม ก็น่าจะเต็มใจที่จะรับ ขอบคุณครับ🔗
ก็ฟังท่านปกรณ์วุฒิก็ยิ่งไปใหญ่เลยครับ ทีนี้เราก็ยังไม่รู้เลยครับว่าญัตติด่วนที่ท่านรอมฎอน เสนอนี่จะเสนอญัตติด่วนว่าอะไร ว่าจะศึกษาเพื่อที่จะส่งไปให้กรรมาธิการของท่านรังสิมันต์ หรือว่าจะอภิปรายเสนอแนะส่งไปให้กับทางรัฐบาลก็ยังไม่ได้ข้อชัดเจน ยิ่งท่านปกรณ์วุฒิก็นั่ง ฟังอยู่กับผมท่านก็ยังไม่ทราบว่าญัตติจะไปทางไหนถูกไหมครับ ซึ่งมันผิดปกติจากญัตติ ที่พวกเราเคยปฏิบัตินะครับ แล้วก็ผิดข้อบังคับด้วย เอาอีกทีครับ🔗
ขออภัยครับ ผมขออนุญาตท่านประธานแป๊ปเดียวครับ จริง ๆ ได้คุยกับท่านรอมฎอน เดี๋ยวให้ท่าน รอมฎอนเจ้าของญัตติได้ยืนยันอีกครั้งนะครับ แต่ได้คุยกับท่านรอมฎอนก็คือญัตติ ของท่านรอมฎอน เสนอให้ส่งไปที่คณะรัฐมนตรี แต่ในการปฏิบัติของสภาผู้แทนราษฎรเอง บางครั้งในเวลาที่จบญัตติแล้วหลาย ๆ ครั้งญัตติมักจะขึ้นด้วยว่าให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ แต่ในตอนที่อภิปรายจนจบแล้วก็จะมีการตกลงกันอีกครั้งหนึ่งว่าสรุปแล้วเนื้อหาทั้งหมดนี้ ควรจะตั้งหรือไม่ตั้ง บางญัตติอาจจะสรุปกันว่าที่ส่งไปที่ ครม. อย่างเดียว บางญัตติซึ่งเคยทำ เมื่อไม่นานมานี้ก็ส่งไปที่ ครม. ด้วย แล้วส่งไปที่กรรมาธิการสามัญด้วย ซึ่งทำได้ซึ่งผมคิดว่า รอจนเนื้อหาจบแล้วสรุปอีกครั้งได้ เดี๋ยวให้ท่านรอมฎอนยืนยันอีกครั้งว่าส่งคณะรัฐมนตรีครับ🔗
ผู้เสนอญัตติอีกที่ครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม รอมฎอน สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็ยืนยันตามนี้ท่านปกรณ์วุฒิได้ชี้แจง นะครับว่าเรื่องนี้ถ้าจะต้องมีการศึกษาในรายละเอียดก็อาจจะส่งมากรรมาธิการก็ได้ แต่ในเบื้องต้นที่ผมยืนยันนะครับท่านประธาน ว่าตอนนี้เราต้องการให้สภาผู้แทนราษฎร ได้ระดมข้อเสนอแนะนะครับ วิเคราะห์ผลกระทบและส่งไปที่คณะรัฐมนตรีครับ ท่านประธาน และขออนุญาตนิดเดียวครับท่านประธาน ขอให้ทางฝ่ายโสตขึ้นสไลด์แผ่นที่ ๗ ที่จะยืนยันว่ามันเป็นสถานการณ์ล่าสุดจริง ๆ แล้วยืนยันเพื่อที่จะให้เพื่อนสมาชิกสิ้นข้อสงสัย ขออนุญาตขึ้นสไลด์เมื่อสักครู่นี้นะครับเป็นภาพข่าวเมื่อเวลา ๑๓.๕๘ นาฬิกา ของสำนักข่าว ในประเทศจีนที่ยืนยันครับว่ากระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของทางการจีน ผมต้องขออภัย ท่านประธานจริง ๆ ก็คืออันนี้มันเป็นภาพ แต่ว่าผมขออนุญาตแปลเป็นภาษาไทย เอาแบบ แค่เฉพาะหัวเพื่อที่จะยืนยันว่าเรื่องนี้ เฉพาะหัวนี่นะครับ คือผู้รับผิดชอบกระทรวง ความมั่นคงสาธารณะตอบคำถามผู้สื่อข่าวเรื่องการส่งตัวคนจีนเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย กลับจากประเทศไทย อันนี้คือลงวันนี้เวลา ๑๓.๕๘ นาฬิกา ก็จะเป็นคำถามแล้วก็ตอบ บางประเด็นตอนนี้มีการแปลเป็นภาษาไทย ในบางสำนักข่าวแล้วที่ผมอ่านดูแวบ ๆ มีสำนัก ข่าวทูเดย์รายงานแล้วนะครับเพื่อนสมาชิกครับ อันนี้เพื่อที่จะยืนยันว่าตอนนี้คือสถานการณ์ ล่าสุดจริง ๆ แต่มันเป็นข่าวชัดเจนที่โน่นนะครับ คือทางการจีนยืนยันเรื่องนี้แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้เราอาจจะยังไม่ได้รับการยืนยันจากนายกรัฐมนตรีหรือว่าผู้รับผิดชอบ ก็จริง แต่ผมคิดว่ามีน้ำหนักมากพอที่จะเปิดให้มีการอภิปรายทำข้อเสนอแนะ อย่างน้อยที่สุด ปัญหาหนึ่งที่เราเจอได้แน่ ๆ คือเรื่องการสื่อสาร การยืนยันข้อเท็จจริง การปฏิเสธข้อเท็จจริง จากรัฐบาล นี่น่าจะเป็นประเด็นหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกก็เตรียมที่จะเสนอแนะนะครับ แต่อย่างไร ก็ตามท่านประธานครับ ถ้ามันไม่เกิดขึ้นจริงก็เถอะ แต่ถ้ามีสถานการณ์แบบที่สำนักข่าว ในต่างประเทศอ้างกระทรวงของเขามาอย่างนี้นี่ก็เป็นสถานการณ์ที่ผมคิดว่าสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรก็ควรจะได้มีความเห็นส่งต่อให้ ครม. ได้พิจารณาทำบางอย่างหรือไม่ทำ บางอย่างด้วยเช่นกันครับ ผมคิดว่าถ้าคิดใคร่ครวญจากรอบด้านแล้วผมว่าการเปิดให้มี การอภิปรายในญัตติด่วนด้วยวาจานี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายจริง ๆ ครับ ท่านประธาน ครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
ท่านไชยวัฒนา เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไชยวัฒนา ติณรัตน์ ผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย มหาสารคาม ผมขอแสดงความคิดเห็นว่าอย่างนี้ครับ เป็นคำถามก็ได้กับผู้ที่เสนอญัตติ ขอให้ท่านได้บอก ชัด ๆ สิว่าญัตตินี้ชื่อญัตติอะไร เรื่องอะไร🔗
ประการที่ ๒ ผมเคารพท่านสมาชิกทุกท่านครับ ท่านประธานวิปฝ่ายค้านด้วย ด้วยความเคารพ เราไม่ปิดกั้นกันหรอก ประธานวิปของพวกผมนี่ก็ใจเย็นเปิดกว้าง แต่อยากจะทราบจริง ๆ ครับว่าให้ท่านผู้เสนอญัตติเอ่ยชื่อว่าญัตตินี้คือญัตติเรื่องอะไร หรือชื่ออะไร เพราะว่าพวกผมอยู่ข้างนอก เมื่อสักครู่นี้ก็วิ่งมาจากชั้น ๘ เหมือนกัน ไม่ต่างกัน หรอกครับเราก็ตกใจ ประการที่ ๒ ถ้าเราจะพูดเรื่องนี้มันจะไปกระทบกับความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศหรือไม่ ท่านเอ่ยถึงอุยกูร์ผมทั้งวิ่งทั้งฟังด้วย อุยกูร์ก็เป็นชาติพันธุ์หนึ่ง เป็นประชาชนของประเทศจีน สาธารณรัฐประชาชนจีน ถามที่ประชุมตรงนี้ถามท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าถ้าเราจะเอ่ยถึงตรงนั้น มันจะเป็นการก้าวล่วงความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศหรือไม่ ผมเป็นห่วงตรงนี้เป็นประการที่ ๒ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสครับ🔗
ขออนุญาต ท่านประธานครับ🔗
ท่านประธานวิปครับ ท่านปกรณ์วุฒิอีกทีหนึ่งครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ ครับ ก็ขอชี้แจงท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับ ถ้าอยู่ฟังท่านรอมฎอนก็พูดชื่อญัตติมาตั้งแต่ต้น แล้วก็ถ้าเดินไปข้างหน้าก็จะเห็นชื่อญัตติ ที่ท่านรอมฎอนไปเขียนเอาไว้ให้ทางหน้าบัลลังก์แล้วก็ส่งให้ท่านประธานเรียบร้อยแล้ว ถ้าตั้งใจฟังหรือย้อนฟังนิดหน่อยก็คงจะทราบนะครับ🔗
อันดับที่ ๒ ข้อกังวลที่ท่านกังวล เหตุผลที่เราเสนอญัตตินี้เพราะว่าเรากังวลที่ จะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นั่นล่ะครับเราถึงเป็นสาเหตุที่เราจะต้องคุยกันว่า สภาผู้แทนราษฎรมีความเห็นว่าจะแก้ไขหรือป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นดังกล่าวนั้นได้ อย่างไร เรามองคนละมุมกันได้นะครับ แต่ผมคิดว่าอาจจะเปิดกว้างกันสักนิดหนึ่งแล้วก็คงใช้ เวลาไม่นานเท่าไรครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
คุณรังสิมันต์ ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนสั้น ๆ นิดเดียวครับ จริง ๆ เราเปิดญัตติไปแล้วนะครับท่านประธาน จริง ๆ ผมคิดว่าเรากำลังอยู่ในกระบวนการของการ อภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตตินี้ ซึ่งผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับญัตตินี้สามารถที่จะอภิปรายแสดงความ ไม่เห็นด้วยได้ ซึ่งโดยปกติมันก็จะมีผู้ที่เห็นด้วยสนับสนุนแล้วก็ผู้ที่ไม่เห็นด้วย ผมคิดว่าในเมื่อ เราเข้าสู่ระเบียบวาระแล้ว แล้วก็เดินมาถึงตรงนี้ ผมคิดว่าที่ผ่านมาในทุก ๆ ญัตติที่มีการ เสนอญัตติด่วนด้วยวาจามันก็ไม่เคยมีปัญหา มันก็เหมือนกับเรื่องต่าง ๆ ที่สมาชิกได้มีการ อภิปราย เช่น อาทิตย์ที่แล้วก็มีเรื่องข้าว แต่กรณีนี้มันมีผลกระทบในเรื่องอื่น ๆ อย่างกว้างขวาง ข้อเท็จจริงก็ได้เกิดขึ้นไปแล้ว ดังนั้นสมาชิกก็สามารถที่จะสนับสนุนญัตตินี้ และหลังจากนั้นก็จะมีการรวบรวมความคิดเห็นของสมาชิกเพื่อส่งไปให้ ครม. ต่อไปนะครับ ผมคิดว่าทั้งหมดนี้เราสามารถเดินหน้าได้ อยากให้ท่านประธานได้อนุญาตให้เพื่อนสมาชิก ได้เดินหน้าในการที่จะอภิปราย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่สนับสนุนหรือฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับญัตติ ดังกล่าวด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
เรียนท่านรังสิมันต์นะครับ ผมจริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจที่จะขัดขวางการเสนอญัตติใด ๆ ของท่าน รอมฎอนเลยนะครับ เพียงแต่ว่าพอหลังจากที่ท่านรอมฎอนได้ชี้แจงเหตุผล ชี้แจง รายละเอียดแล้วผมก็รู้สึกตะหงิดใจขึ้นมาว่าเหมือนกับท่านรอมฎอนก็ยังไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์ นี้มันเกิดขึ้นอย่างที่ท่านคิดหรือท่านคิดว่ามันเกิดหรือไม่ อย่างไร ก็เลยถึงได้ต้องหยุดแล้วก็ได้ ทักท้วงกับทางที่ประชุม แล้วก็สอบถามกับทางที่ประชุมว่าเราจะเดินหน้าญัตติต่ออย่างไร แต่ในเมื่อถ้าในกรณีที่ท่านยืนยัน เมื่อสักครู่ท่านรอมฎอนก็ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง ซึ่งถ้าถามผม ผมก็ไม่แน่ใจนะครับ แต่ถ้าท่านยืนยันแบบนั้นและญัตติได้ถูกเสนอเข้ามาแล้ว มีผู้รับรองถูกต้อง ผมในฐานะที่เป็นประธานในที่ประชุมผมก็ต้องดำเนินการตามข้อบังคับ ซึ่งผมก็ได้ทักท้วงไปแล้วแต่ท่านยืนยันก็ต้องดำเนินการไปตามข้อบังคับ เพราะฉะนั้นไม่มี ปัญหาหรอกครับ ก็มีผู้ขออภิปรายอยู่ ๒ ท่านนะครับ ท่านแรกคือท่านชลธิชา แจ้งเร็ว และท่านที่ ๒ คือท่านกัณวีร์ สืบแสง ก็เชิญท่านชลธิชา แจ้งเร็ว ก่อนครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณค่ะ เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรค่ะ ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี ท่านประธานคะ ดิฉันต้องเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ค่ะว่าประเด็นเรื่องของชาวอุยกูร์ ในประเทศจีนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าการกระทำของรัฐบาลจีนต่อชาวอุยกูร์ในประเทศจีน มีประเด็นเรื่องของการซ้อมทรมาน มีประเด็นเรื่องของการบังคับใช้แรงงานมาโดยตลอด หรือการปฏิบัติที่ย่ำยีต่อศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์มันเกิดขึ้นมาโดยตลอดนะคะ แล้วก็ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาก็มีกระแสข่าวลือเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งที่กระทบต่อความเชื่อมั่น แล้วก็ ศักดิ์ศรีของประเทศไทยมาโดยตลอด ก็คือประเด็นเรื่องของการส่งกลับ การบังคับส่งกลับ ชาวอุยกูร์ไปยังประเทศจีน ซึ่งเรื่องนี้ดิฉันต้องบอกว่าเกี่ยวข้องแน่นอนกับประเทศไทย และกับคนไทยค่ะ เพราะว่าประเด็นเรื่องนี้ส่งผลความกังวลต่อมิตรประเทศ แล้วก็ที่สำคัญ ก็คือคู่ค้ารายสำคัญของประเทศไทยที่เราได้ดุลการค้ากับเขามาโดยตลอดนะคะ และเมื่อวาน นี้เองเป็นเรื่องที่น่าเศร้าค่ะ เนื่องจากกระแสข่าวเรื่องของการบังคับส่งกลับชาวอุยกูร์ไปยัง ประเทศจีนได้กลายมาเป็นเรื่องจริงนะคะ ดังที่เราเห็นจากสไลด์ของท่านรอมฎอนที่ได้มีการ โชว์ภาพขึ้นบนหน้าจอเมื่อสักครู่ว่ามีการพบว่ามีรถถังที่ติดฟิล์มดำอย่างหนาแน่นขับออกจาก ห้องกัก ตม. ที่สวนพลูนะคะ แล้วก็ตลอดจนการพบว่ามี Flight บินจากกรุงเทพมหานคร บินไปที่ประเทศจีน แล้วก็ล่าสุดที่ทางท่านรอมฎอนได้ชี้แจงว่าทางสื่อทางการของประเทศจีน ก็ออกมาแถลงข่าวเพื่อยอมรับว่า ณ วันนี้ประเทศไทยได้มีการส่งตัวชาวอุยกูร์กว่า ๔๐ คน กลับไปที่ประเทศจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ ในขณะเดียวกันสิ่งที่น่าตกใจอย่างมาก เรากลับพบว่ารัฐบาลไทยแล้วก็เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ต่างก็ยังคงเงียบกริบ ไม่ออกมา แสดงท่าทีใด ๆ ว่าข้อเท็จจริงเรื่องนี้คืออะไร แต่ว่าดิฉันต้องย้ำกับท่านประธานว่าเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นแล้ว และเกิดขึ้นจริงค่ะ เนื่องจากกระทรวงของทางประเทศจีนก็ออกมาให้ข่าวเป็นที่ เรียบร้อยนะคะ ประเด็นเรื่องการส่งกลับชาวอุยกูร์เป็นวาระเร่งด่วนที่ดิฉันต้องหยิบยกขึ้น มาพูดเพราะว่ามันกระทบต่อประเทศไทยในหลายมิติ และวันนี้ดิฉันขอพูดอยู่ ๒ มิติหลัก ๆ🔗
ประเด็นแรก ก็คือเรื่องของการละเมิดกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งมี ทั้งกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยเอง แล้วอีกส่วนหนึ่งก็จะเป็นกฎหมายระหว่าง ประเทศ กฎหมายแรกที่เรากำลังทำการละเมิดอยู่โดยรัฐบาลนี้ก็คือกฎหมายเรื่องของ พ.ร.บ. ป้องกันการอุ้มหายและการซ้อมทรมานค่ะ ท่านประธานคะ การส่งกลับชาวอุยกูร์ถือว่าเป็น การละเมิดกฎหมายภายในประเทศไทยอย่าง พ.ร.บ. ป้องกันการอุ้มหายและการซ้อมทรมาน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นะคะ และต้องบอกว่ากฎหมายนี้มีสภาพบังคับใช้มาเกือบ ๒ ปีแล้ว และต้องบอกว่ากฎหมายนี้เดิมทีเราถือว่าเป็นความก้าวหน้าด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย เพื่อนสมาชิกที่อยู่ในสภาแห่งนี้จากหลายพรรคการเมืองต่างก็โหวตเห็นชอบกับกฎหมายฉบับ นี้ไปด้วยกัน แต่การส่งกลับดังกล่าวถือเป็นการฉีกกฎหมายโดยใช้คำสั่งบริหารในนามของ ความมั่นคงของรัฐ โดยปราศจากผลประโยชน์ การพิจารณาผลประโยชน์ที่มันเกี่ยวข้องกับ ประชาชนคนไทยนะคะ เพราะว่าในกฎหมาย พ.ร.บ. อุ้มหายในมาตรา ๑๓ ได้ระบุชัดว่า ประเทศไทย รัฐบาลจะต้องไม่ส่งตัวบุคคลไปยังประเทศที่อาจมีความเสี่ยงต่อการถูกทรมาน หรือกระทำที่โหดร้ายนะคะ นอกจากนี้การดำเนินการที่ไม่มีความโปร่งใสและไม่มีการ เปิดเผยคำสั่ง🔗
ท่านประธานครับ🔗
รวมไปถึงการให้สัมภาษณ์ของ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงรัฐบาลต่าง ๆ ว่ากรณีที่เกิดขึ้น ณ วันนี้รัฐบาลไทยไม่ทราบ ไม่รู้เห็นแต่ประการใดนะคะ เรื่องเหล่านี้ก็ยิ่งทำให้🔗
ท่านชลธิชาครับ ขออภัยครับ มีผู้ประท้วงครับ ท่านอดิศรประท้วง เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม อดิศร เพียงเกษ ผมไม่เคยประท้วงในที่ประชุมเลยนะครับ ผมถือว่าปัญหาที่ท่านพูดอยู่นี้เป็นปัญหา ที่ใหญ่หลวง ต้องมีองค์ประชุมครบให้เพื่อนสมาชิกเตรียมข้อมูลต่าง ๆ จึงอยากให้ท่าน ประธานได้ถามองค์ประชุมหรือมีการประชุมลับอะไรทำนองนั้นต่อไป แต่เรื่ององค์ประชุม เป็นเรื่องใหญ่ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างเรากับประเทศที่ถูกเอ่ย คำบางคำเป็นคำที่ไม่ น่าจะเปิดเผยหรือเผยแพร่ออกไป ผมจึงขออนุญาตนับองค์ประชุม🔗
ท่านอดิศรท่านลุกขึ้นเพื่อใช้สิทธิประท้วง แต่ว่าท่านก็เสนอญัตติซ้อนขึ้นมาว่าจะขอให้นับ องค์ประชุม🔗
ผมขออนุญาตนับองค์ประชุมครับ นับเมื่อไรก็ได้ครับ🔗
มีผู้รับรองไหมครับ🔗
ท่านประธานขออนุญาตครับ ขออนุญาตนิดเดียวครับ🔗
ท่านรังสิมันต์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมคิดว่าเรากำลังจะเดินกันอย่าง เรียบร้อย แล้วก็มีก็ไม่กี่คนเท่านั้น แล้วก็เรื่องนี้ได้มีการประสานกันในทั้งทางฝ่ายวิป ฝ่ายค้าน และรัฐบาลแล้ว ทีนี้ถ้าเกิดว่าท่านจะเสนอนับองค์ถ้าทำกันแบบนี้จุดประสงค์มันก็ชัดเจนว่า ไม่ต้องการให้พวกเราอภิปรายต่อ ซึ่งถ้าจะทำกันแบบนี้พวกท่านอยู่กันให้ครบนะครับ🔗
อย่างนี้ครับท่านรังสิมันต์🔗
พวกท่านอยู่กันให้ครบ เพราะพวก ผมจะไม่เป็นองค์ประชุมให้ ถ้าจะทำกันแบบนี้🔗
คืออย่างนี้ครับ การนับองค์ประชุมไม่ได้เป็นการให้ยุติการอภิปรายนะครับ🔗
ท่านประธานจะทำทำไมครับ🔗
ในกรณีที่องค์ประชุมไม่ครบ ครั้งหน้าเปิดประชุมมาเรื่องนี้ก็ยังคาอยู่ในระเบียบวาระถูกไหมครับ🔗
คืออย่างน้อยมันคือการทำให้ การอภิปรายตอนนี้มันเกิดขึ้นไม่ได้🔗
ถ้าทางฝั่งนี้เขาต้องการที่จะล่มไม่อยากจะให้อภิปรายเรื่องนี้เขาก็เสนอปิดอภิปราย🔗
ถ้าอย่างนั้นท่านนับนะครับ ท่านไป รวมคนมาให้พอแล้วกัน ท่านไปรวมคนมาให้พอ ท่านเป็นองค์ท่านแบกเลยครับ คือพวกเรา เดินกันดี ๆ อยู่แล้ว แล้วเรามีแค่ ๒ คน ผมสรุปจบครับ แล้วเราก็เอาความคิดเห็นเหล่านั้น ไปให้กับทางรัฐบาล เรากำลังเดินกันแบบนี้ แต่ท่านจะมาประท้วงเขายังอภิปรายไม่จบอยู่เลย ครับ อยู่ในระหว่างการอภิปราย ถ้าการอภิปรายผิดข้อบังคับอย่างไรเข้าใจก็ประท้วงกันได้ เป็นสิทธิ แต่ ณ ตอนนี้ท่านยกมือประท้วงแล้วพยายามเสนอให้มีการนับองค์ ซึ่งยังไม่ได้ มีการขอผู้รับรอง ถ้ารับรองแล้วก็กลายเป็นญัตติใหม่ ก็แล้วแต่ท่านเลยถ้าเกิดว่าท่านจะเดิน แบบนี้ก็แล้วแต่ แต่บอกไว้เลยว่าฝ่ายค้านเราไม่เป็นองค์ประชุมให้กับท่าน เพราะเราได้เห็น แล้วครับความจริงใจของท่านที่ไม่ Care ถึงผลกระทบของประเทศของเรา ท่านไม่รู้เลยหรือ ว่าสุดท้ายผลกระทบกำลังเกิดขึ้นตอนนี้คืออะไร🔗
ท่านประธานครับ ผมว่าอย่าเอาไม้ มาสอนขวานเลยครับ ผมขออนุญาตนับองค์ประชุมเพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ เราจะต้องมีข้อมูลในการพิจารณาเรื่องนี้โดยละเอียดรอบคอบ เรามองคนละมุม มวยคนละชั้น มองคนละมุม ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ เอาอย่างนี้ไหมครับ พักสัก ๕ นาที ๑๐ นาที ลองเจรจาพูดคุยกันสักนิด ไหมครับจะได้ดำเนินการต่อได้ ท่านอดิศรถอนญัตติก่อนไหมครับ แล้วลองพูดคุยกัน ท่านวิสุทธิ์ ท่านประธานวิป เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมในฐานะวิปรัฐบาลเห็นด้วยกับท่านประธานขอให้พักการประชุมสัก ๑๐ นาที แล้วก็พูดจา กันในทางที่ดี ผมเชื่อว่ายังพอเป็นไปได้ครับ ขออนุญาตให้ท่านประธานได้พักการประชุม ก่อนครับ🔗
ท่านอดิศรครับ ถ้าอย่างนั้นขออนุญาตพักการประชุมสัก ๑๐ นาที ลองเจรจาพูดคุยกันสักนิด พักการประชุมครับ🔗
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกา🔗
ท่านสมาชิกครับ หลังจากที่ได้มีการหารือกันแล้วก็เป็นข้อเสนอแนะของท่านประธานสภา ในเรื่องชื่อของญัตติ ก็อยากจะให้ท่านผู้เสนอญัตตินี้ได้เปลี่ยนชื่อของญัตติเพื่อที่จะให้ เดินหน้ากันต่อไปนะครับ อันนี้เป็นเรื่องแรกนะครับ ต่อมาเราจะดำเนินการประชุมต่อ แต่ว่าอย่างไรก็ดียังติดญัตติของท่านอดิศรที่ได้เสนอญัตตินับองค์ประชุมเอาไว้นะครับ ก็จะต้องขอความกรุณาท่านผู้อาวุโส ท่านอดิศรครับ ช่วยถอนญัตติครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม อดิศร เพียงเกษ กระผมเห็นว่าสภาแห่งนี้เป็นสภาแห่งเหตุและผล ไม่ใช่สภาของอารมณ์นะครับ ถ้าสิ่งไหนที่ผมกระทำผิดพลาดไปผมต้องขออภัยต่อที่ประชุม แล้วก็อยากให้เพื่อนซึ่งเป็น ผู้ทรงเกียรติได้ใช้เหตุใช้ผลเพื่อให้ปัญหานี้ได้เดินหน้าต่อไป และเพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศซึ่งประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในปัญหาเกาะเกี่ยวกับประเทศสาธารณรัฐประชาชจีน ให้มีผลในทางทุกทาง ผมอยากให้การพูดนี้ดำเนินการต่อไปด้วยความสุภาพ เพราะเรื่อง ต่าง ๆ ข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏ คนตอบก็ไม่มีนะครับ ถ้ามีรัฐมนตรีต่างประเทศอยู่ที่นี่ผมก็ จะได้มีความรู้ด้วย จึงขออนุญาตที่จะถอนให้นับองค์ประชุม เพื่อให้ที่ประชุมแห่งนี้ได้ใช้เหตุ ใช้ผลในการที่จะพิจารณาปัญหาที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อไปครับ ขออนุญาตถอนครับ🔗
ขอบคุณท่านอดิศรครับ ท่านไชยวัฒนามีอะไรครับ🔗
ผมนิดเดียวครับ ท่านประธาน ด้วยความเคารพท่านประธาน ก็ด้วยความเคารพท่านประธานวันนอร์ด้วยนะครับ ด้วยความ เคารพท่านประธานวิปฝ่ายค้านด้วย พวกเราทุกคนด้วย กระผม ไชยวัฒนา ติณรัตน์ ผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม เป็นความเดิมที่ผมท้วงติงไว้นั่นล่ะครับ ญัตติที่ท่านผู้เสนอญัตติเสนอตอนแรก ผมขออนุญาตอ่าน ที่จะอ่านนี่ไม่ได้สร้างปัญหา นะครับ ถ้าคิดว่าสิ่งที่ผมอ่านเพราะว่าผมเอามาจากหน้าบัลลังก์นะครับ ญัตติรายชื่อ ญัตติ ด่วนด้วยวาจา เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาข้อเท็จจริงและผลกระทบกรณี การผลักดันผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์กลับไปเผชิญการประหัตประหารในประเทศจีน ตรงนี้ล่ะครับ ผมอยากให้เปลี่ยนชื่อญัตติเถอะถึงแม้ว่าจะเข้าสู่การพิจารณาแล้วก็ตาม ท่านผู้เสนอญัตติ ครับ ถ้อยคำบางคำ การประหัตประหารอย่างนี้ ชาวอุยกูร์อย่างนี้ เขาเป็นคนจีนนะครับ มันจะกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ขอให้เปลี่ยนถ้อยคำใหม่เถอะครับ เข้าใจครับ เข้าใจในความรู้สึกพวกเรา ขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณท่านประธานวิปด้วยนะครับ ขอบคุณอีกครั้งหนึ่งครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เชิญท่านผู้เสนอญัตติครั้งหนึ่งครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม รอมฎอน ปันจอร์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเวลาเรา เข้าญัตติมาแล้วจะเปลี่ยนชื่อญัตติได้หรือไม่ แต่ว่าท่านประธานกรุณานะครับ ผมเองได้ฟัง ความห่วงกังวลของเพื่อนสมาชิก แล้วผมคิดว่าผมเชื่อจริง ๆ ว่าเวทีแห่งนี้ สภาแห่งนี้จะต้อง คุยเรื่องสำคัญ ๆ ได้ แล้วเพื่อที่จะให้พวกเราได้ร่วมกันรับฟัง แลกเปลี่ยน ได้สนทนา กันอย่างจริงจัง ผมเองก็ไม่มีปัญหาสำหรับการเปลี่ยนชื่อญัตติให้ทุกฝ่ายนะครับ ให้พวกเรานี่ สอดคล้อง เห็นพ้องต้องกัน แล้วก็ให้การเดินหน้าญัตตินี้ได้เดินหน้าต่อไป ถ้าท่านประธานจะกรุณานะครับ ผมก็ไม่มี ปัญหาใด ๆ ครับ ผมจะขออนุญาตเปลี่ยนชื่อญัตตินะครับ เป็น ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาข้อเท็จจริงและผลกระทบ กรณีการผลักดันผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ กลับไปประเทศจีน เพื่อส่งขอเสนอแนะให้กับคณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไปครับ ท่านประธานครับ คงไม่ต้องขอผู้รับรองนะครับ เพราะว่าได้รับรองไปแล้ว ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ นิดเดียวครับ ไม่ใช่ต่อล้อต่อเถียงครับ ไชยวัฒนา มหาสารคามครับ พรรคเพื่อไทย คำว่า ชาวอุยกูร์มันละเอียดอ่อนไหม เขาก็เป็นคนจีนนะครับ ตัดคำว่า เป็นผู้ลี้ภัยก็ได้ครับ เป็นผู้ลี้ภัย กลับประเทศจีนก็ได้ ไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิครับ ประท้วงผู้อภิปรายครับ🔗
ท่านณัฐวุฒิครับ🔗
ผมไม่แน่ใจ ท่านประธาน อนุญาตไปรอบเดียวแล้วนะครับ ถ้ามันยุ่งยากมากผมว่าเสนอนับองค์ดีกว่าครับ นี่ผมยังไม่ได้ ให้ถอนที่บอกให้เอาไม้ไปชนกับขวานอะไรเลยนะครับ เพราะผมไม่รู้ว่าท่านเปรียบเปรยใคร แต่ถ้ามันยุ่งยากมากก็นับดีกว่าครับท่าน เอาไหมล่ะครับ ท่านเป็นตัวแทน สส. จีนหรือ ตัวแทน สส. ไทยครับ🔗
ใจเย็น ๆ ครับ ท่านณัฐวุฒิครับ🔗
ถ้าท่านประธานจะให้เดินหน้า ก็เดินหน้าครับ แต่ว่าไม่ใช่ให้ประท้วงแบบนี้ครับ ขัดกันตลอดเราก็ถอนให้แล้ว แต่ชีวิตคน ถอนไม่ได้นะครับ🔗
ใจเย็น ๆ ครับ🔗
ท่านประธานครับ กระผม ไชยวัฒนา ติณรัตน์ ครับ ผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เป็นผู้แทนราษฎร ของปวงชนชาวไทยครับ ท่านอย่าใช้โอกาสฉวยโอกาสแบบนี้สิครับ🔗
ท่านประธาน ใช้สิทธิอะไรครับ ท่านพูด ๓ ครั้ง ผมพูดรอบเดียว แล้วก็กดพูดกันแบบนี้ครับ🔗
ผมประท้วงนะครับตอนนี้ ไม่ใช่ พูดหลายรอบครับ🔗
ผมก็ประท้วง เมื่อสักครู่ท่าน ประธานยังไม่ได้วินิจฉัยเลยนะครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ🔗
ท่านกล่าวหาใครว่าเป็น สส. จีน หรือ สส. ไทย ท่านต้องถอนคำพูดนะครับ🔗
พี่น้องประชาชนเขาดูอยู่นะครับ ใจเย็น ๆ นะครับ🔗
เกียรติยศศักดิ์ศรี พวกเราอยู่ ด้วยกันที่นี่ ผมให้เกียรติตลอด🔗
ท่านไชยวัฒนาครับ ท่านครับ ผมคิดว่าเราตกลงกันได้พอสมควรแล้วนะครับ ทางนี้ก็ได้ เปลี่ยนญัตติเรียบร้อยตามคำแนะนำของท่านประธานสภาเรียบร้อยนะครับ ก็คิดว่าน่าจะ สามารถที่จะเดินหน้าต่อไปได้นะครับ ท่านไชยวัฒนาครับ🔗
ไม่มีปัญหาครับ ผมไม่มีปัญหาเลย แล้วแต่ท่านประธานครับ แต่อย่ากล่าวหากัน อย่าฉวยโอกาสแบบนี้ครับ มันถ่ายทอดสด ทั้งประเทศครับ ผู้แทนราษฎรที่นี่เป็นไทย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ไม่ใช่ชนชาติอื่นเลยครับ🔗
พอแล้วครับ เข้าใจกันแล้วครับ อาจจะมีอารมณ์กันบ้างครับ ไม่เป็นอะไรครับ เมื่อสักครู่นี้ ทางท่านรอมฎอน ปันจอร์ นะครับ ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมตัวญัตติ ซึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ สามารถที่จะทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากที่ประชุมนะครับ ก็จะถามที่ประชุมว่า มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ หากไม่มีก็เป็นอันว่าเป็นญัตติของท่านรอมฎอนได้แก้ไข เพิ่มเติมตามที่ท่านได้เสนอไปเมื่อสักครู่นะครับ ต่อไปก็จะให้มีการอภิปราย ก็ขอความกรุณา ท่านสมาชิกที่จะอภิปรายก็ให้ระมัดระวังด้วย เพราะว่าประเด็นค่อนข้างที่จะละเอียดอ่อน ก็เอาประเด็นที่เป็นสาระสำคัญและเป็นประเด็นที่คิดว่ามันเกิดประโยชน์นะครับ เชิญต่อเลย ครับ เมื่อสักครู่นี้ค้างอยู่ที่ท่านชลธิชา แจ้งเร็ว ใช่ไหมครับ เชิญครับ🔗
ค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน ดิฉันต้อง ขอเวลาเพิ่มนะคะ เนื่องจากเมื่อสักครู่หยุดชะงักเรื่องของการอภิปรายไปค่ะ ก็ฝากทางเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะคะ โดยเฉพาะทางพรรคฝ่ายรัฐบาลค่ะ ก็อยากให้ช่วยกันติดตาม เรื่องนี้อย่างใกล้ชิดแล้วก็รวมไปถึงการรับฟังการอภิปรายของทางพวกเราอย่างใกล้ชิดค่ะ เพราะว่าหลาย ๆ ประเด็นเรื่องนี้ที่เป็นเรื่องด่วนที่เราต้องหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันเพราะว่า มันเกี่ยวข้องกับผลกระทบของประเทศไทยและของคนไทยนะคะ คือถ้าท่านฟังดิฉันพูด ยันจบก็คิดว่าคงไม่มีอะไรที่จะต้องมาประท้วงกันนะคะ ท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางสาว ชลธิชา แจ้งเร็ว ค่ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคประชาชนค่ะ ท่านประธานคะ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาต่างก็มีกระแสข่าวเรื่องของการส่งกลับชาวอุยกูร์ ที่ติดอยู่ในประเทศไทยมาหลายครั้งนะคะ ซึ่งประเด็นเรื่องนี้ก็สร้างผลกระทบแล้วก็สร้าง ความกังวลต่อมิตรประเทศ แล้วก็รวมไปถึงประเทศคู่ค้ารายสำคัญของไทยมาโดยตลอด แล้ววันนี้เองค่ะ ประเด็นเรื่องนี้จากข่าวลือเรื่องของการบังคับส่งกลับชาวอุยกูร์ไปยังประเทศ จีนได้กลายมาเป็นเรื่องจริงนะคะ เมื่อเราพบว่ามีเรื่องของรถขังที่ปิดฟิล์มดำอย่างหนาแน่น ขับออกจากห้องกัก ตม. แล้วก็ล่าสุดค่ะสื่อทางการจีนเองก็ออกมายอมรับเป็นที่เรียบร้อย แล้วนะคะว่าไทยได้มีการส่งตัวชาวอุยกูร์กว่า ๔๐ คนกลับไปที่ประเทศจีนเรียบร้อยแล้ว แล้ววันนี้ค่ะล่าสุดทางเว็บไซต์ของยูเอ็นเอชซีอาร์ก็ได้มีการออกแถลงการณ์เพื่อ วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไทย ซึ่งนำโดยคุณแพทองธารอย่างหนักเรื่องของการส่งตัวกลับ ดังนั้น แล้วดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เป็นข้อยุติแล้วค่ะว่ามันเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นจริง ๆ นะคะ วันนี้เองดิฉันมี ๒ ประเด็นที่เป็นข้อห่วงกังวลที่อยากจะมาหารือกับพวกเราในที่นี้อยู่ ๒ มิติด้วยกัน มิติแรก คือการละเมิดกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนค่ะ ทั้งกฎหมายภายในประเทศไทยของ เราเองแล้วก็รวมไปถึงกฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายแรกที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก ก็คือ พ.ร.บ. อุ้มหายค่ะ ต้องเรียนตามตรงว่าการส่งกลับชาวอุยกูร์ในครั้งนี้นะคะถือว่า เป็นการละเมิดกฎหมายภายในประเทศไทยอย่าง พ.ร.บ. ป้องกันการอุ้มหายและการซ้อม ทรมาน ซึ่งมีสภาพบังคับใช้อยู่แล้วอย่างน้อย ๒ ปีกำลังจะครบ ๒ ปี แล้วต้องบอกว่า กฎหมายนี้เดิมทีเป็นกฎหมายที่เป็นที่ชื่นชมในนานาประเทศมาโดยตลอดว่าเรามี ความก้าวหน้า เรามีความคืบหน้าด้านสิทธิมนุษยชนนะคะ แล้วกฎหมายนี้ค่ะก็ได้รับการ โหวตสนับสนุนผ่านกฎหมายฉบับนี้จากทุกรัฐบาลในสภาชุดที่แล้วนะคะ ซึ่งประเด็นเรื่องนี้ ถือว่าเป็นการฉีกกฎหมายโดยใช้คำสั่งบริหารในนามของความมั่นคง โดยในมาตรา ๑๓ ของ พ.ร.บ. ป้องกันการอุ้มหายและการซ้อมทรมาน ระบุไว้ชัดเจนค่ะท่านประธานว่ารัฐบาล จะต้องไม่ส่งตัวบุคคลไปยังประเทศที่อาจจะมีความเสี่ยงต่อการถูกทรมานหรือการกระทำที่ โหดร้าย แล้วอย่างที่เราทราบกันดีค่ะว่าประเด็นเรื่องของชาวอุยกูร์ในประเทศจีนได้รับการ ปฏิบัติที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือว่าการทรมานต่าง ๆ ก็เกิดขึ้นมาโดยตลอด มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาประเทศมาโดยตลอดนะคะ นอกจากนี้ค่ะท่านประธาน การดำเนินการที่ไม่มีความโปร่งใสและไม่เปิดเผยต่อคำสั่งในเรื่องนี้ คำสั่งการส่งกลับไปใน เรื่องนี้ก็จะส่งผลให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการตกอยู่ในสถานะที่ต้องแบกรับความรับผิดชอบ เพียงฝ่ายเดียว เพราะอย่างที่ดิฉันย้ำค่ะว่าเรามีกฎหมายภายในประเทศไทยที่ทุกหน่วยงาน จะต้องรับผิดชอบและปฏิบัติตามอย่าง พ.ร.บ. อุ้มหายนี้นะคะ ดิฉันคิดว่ารัฐบาลต้อง ตระหนักได้แล้วว่าการส่งกลับชาวอุยกูร์ไปยังประเทศจีนอาจทำให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ และรวมไปถึงตัวรัฐบาลเองด้วยซ้ำกำลังเผชิญหน้ากับความเสี่ยงในการถูกฟ้องร้องดำเนินคดี เนื่องจากการปฏิบัติการส่งกลับผู้ลี้ภัยในครั้งนี้ค่ะ ผิดกับกฎหมายภายในประเทศนะคะ แล้ววันนี้ดิฉันทราบมานะคะว่าอาจจะมีการยื่นฟ้อง มาตรา ๑๕๗ ต่อเจ้าหน้าที่และรัฐบาล ที่เกี่ยวข้องต่อการส่งกลับชาวอุยกูรณ์ค่ะ เนื่องจากเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และเป็น การกระทำความผิดกฎหมายภายในประเทศไทยภายใต้ พ.ร.บ. ป้องกันการอุ้มหายและการ ซ้อมทรมาน🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายภายในประเทศค่ะที่ไม่พูดถึงไม่ได้นะคะ ก็คือการไม่เห็นหัวต่อกระบวนการยุติธรรมไทย ที่ดิฉันต้องพูดถึงเรื่องนี้ค่ะก็เพราะว่ากรณีนี้ ในปัจจุบันค่ะทนายความได้มีการร้องต่อศาลไว้นะคะว่าการควบคุมตัวชาวอุยกูร์อยู่ใน ประเทศไทยกว่าสิบปีเป็นการกระทำโดยมิชอบ เป็นการควบคุมตัวโดยมิชอบนะคะ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๙๐ นะคะ แล้วในขณะนี้การพิจารณา คดีของศาลก็ยังอยู่ในชั้นศาล อยู่ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ดังนั้นการที่รัฐบาลดำเนินการส่งตัว บุคคลเหล่านี้ออกนอกประเทศโดยไม่เปิดโอกาสให้กระบวนการทางกฎหมายเสร็จสิ้นก่อน ดิฉันถือว่าเป็นการไม่เห็นหัวต่อกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย และดิฉันต้องขอย้ำค่ะว่า นี่คือการละเมิดหลักนิติรัฐอย่างร้ายแรง ซึ่งดิฉันไม่มั่นใจจริง ๆ นะคะว่ารัฐบาลไปเอาความ กล้าเหล่านี้มาจากไหน นอกจากกฎหมายภายในประเทศค่ะก็ยังมีกฎหมายระหว่างประเทศ ที่เราไปเสนอหน้าเซ็นสัญญาไว้หลายฉบับด้วยกัน ฉบับแรกที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คืออนุสัญญา ต่อต้านการทรมานที่ไทยก็เข้าไปเป็นภาคีเรียบร้อยแล้ว การที่ท่านเข้าไปเซ็นสัญญา ในกฎหมายระหว่างประเทศท่านมีพันธะผูกพัน คือท่านต้องปฏิบัติตามต่อกฎหมายเหล่านั้น ไม่ใช่ท่านไปเซ็นลอย ๆ ไว้แล้วก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้รับไม่ได้นะคะ และแน่นอนค่ะว่าการตัดสินใจของรัฐบาลในครั้งนี้ก็จะส่งผลต่อชื่อเสียงในฐานะสมาชิก คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติค่ะ ซึ่งประเทศไทยเพิ่งจะได้รับตำแหน่งเก้าอี้ นี้ไปเมื่อไม่นานนี้เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และดิฉันต้องย้ำว่าการได้ตำแหน่งนี้มา มาจากการ ใช้งบประมาณภาษีของคนไทยที่ท่านของบประมาณเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ ของบประมาณจากพวกเราไปใช้ในการรณรงค์หาเสียง แต่ ณ วันนี้ค่ะสิ่งที่มันเกิดขึ้น กลับกลายเป็นว่าประเทศไทยไม่ได้ให้การเคารพแล้วก็ไม่ได้ปฏิบัติตามพันธสัญญากฎหมาย ระหว่างประเทศที่เราไปรับไว้ในเวทีโลกด้วยซ้ำนะคะ อีกหลักการหนึ่งที่ไม่ได้พูดถึงไม่ได้ นะคะก็คือหลักการไม่ผลักดันกลับ ท่านประธานเชื่อไหมคะว่าในกรรมาธิการการกฎหมายค่ะ เราพิจารณาเรื่องนี้มาหลายครั้งประเด็นเรื่องอุยกูร์ และในห้องกรรมาธิการการกฎหมาย ล่าสุดที่เรามีการประชุมเรื่องนี้ค่ะ ทางเจ้าหน้าที่ผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ และสภาความมั่นคงแห่งชาติต่างก็ออกมายืนยันแล้วก็ยอมรับกับดิฉันว่าประเทศไทยเรายึด หลักการไม่ผลักดันกลับซึ่งเป็นกฎหมายจารีตประเพณี นั่นหมายความว่าอะไร หมายความว่า เราจะไม่ทำการส่งกลับผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้ชาวอุยกูร์ ซึ่งมีข้อบ่งชี้ที่เป็นอันน่าเชื่อถือได้ว่าหากส่งตัว เขากลับไปแล้วเขาจะถูกทรมาน หรือเขาจะได้รับการปฏิบัติที่ไร้ความเป็นมนุษย์นะคะ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ดิฉันไม่มั่นใจจริง ๆ ว่าถ้าอย่างนั้นในห้องประชุมกรรมาธิการผู้แทนจาก สมช. เองหรือจาก กต. ท่านเอาข้อเท็จจริงที่เป็นข้อดิฉันไม่กล้าพูดจริง ๆ ว่า ณ วันนี้เป็นข้อเท็จจริง อาจจะเป็นแค่เพียงคำหลอกลวง คำโกหกสวยหรูมาใช้ชี้แจงในห้องกรรมาธิการการกฎหมาย ใช่หรือไม่ อันนี้เป็นเรื่องที่อยากได้รับการชี้แจงนะคะ นอกจากนั้นดิฉันต้องบอกตามตรงค่ะ ท่านประธานอีกมิติหนึ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างแน่นอนก็คือเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศนะคะ ซึ่งรัฐบาลนี้บอกว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้วในการแถลงนโยบาย ของท่านค่ะท่านก็พูดถึงนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนอยู่หลายมิติด้วยกันนะคะ แต่การจงใจ ส่งกลับชาวอุยกูร์ไม่ได้แตกต่างอะไรไปกับรัฐบาลของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็น รัฐบาลที่มาจากการทำรัฐประหารนะคะ ซึ่งเรื่องนี้ค่ะก็ทำให้เราถูกวิพากษ์วิจารณ์มาโดย ตลอดนะคะ ว่าเรากำลังจะเลือกแนวทางในการเอนเอียงเข้าหาประเทศจีนมากขึ้น ๆ ค่ะ ซึ่งแน่นอนค่ะว่าเรื่องนี้อาจจะทำให้เราสูญเสียโอกาสทางการทูตและเศรษฐกิจจากประเทศ พันธมิตรที่สำคัญนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศพันธมิตรในโลกอิสลาม ซึ่งประเทไทย ณ วันนี้เองเราก็อยู่ในสถานะของการเป็นผู้สังเกตการณ์ขององค์การความร่วมมือโลกอิสลาม ซึ่งแน่นอนค่ะว่ามันมีเรื่องของการค้าระหว่างประเทศ อย่างทางฝั่งตุรกีเองหรือว่าทางฝั่ง ซาอุดิอาระเบียที่เราก็เพิ่งจะไปรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับเขามา แต่แน่นอนค่ะดิฉันเชื่อจริง ๆ ว่าการส่งกลับพี่น้องชาวอุยกูร์ในรอบนี้ก็จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและประเด็นเรื่อง การค้าในโลกมุสลิมอย่างแน่นอนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นะคะ การส่งไปตัวกลับชาวอุยกูร์ไปยัง ประเทศจีนไม่ใช่แค่เรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างแน่นอนค่ะ แต่ว่ามันคือการเดิมพันอนาคต ทางการค้า การท่องเที่ยว แล้วก็การลงทุนของประเทศไทย เพราะเราอาจจะสูญเสียโอกาส หลาย ๆ อย่างที่เราไม่สามารถที่จะรื้อฟื้นความสัมพันธ์ให้กลับมาเป็นอย่างเดิมได้ง่ายขึ้น เหมือนเดิมแล้วนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่ะท่านประธาน ดิฉันต้องเรียนตามตรงนะคะว่า เราอยู่ในยุคที่มาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชน หลักการนิติรัฐ นิติธรรม หลักการเรื่อง ประชาธิปไตยถูกใช้เป็นหนึ่งในประเด็นที่หยิบยกขึ้นมาเพื่อพิจารณาประเด็นเรื่องของการค้า ระหว่างประเทศมากขึ้นเรื่อย ๆ ยกตัวอย่างเช่น กรณีเรื่องของอียูค่ะ เมื่อไม่กี่วันก่อนดิฉันเอง ก็มีโอกาสได้เข้าร่วมประชุมกับ สส. จากสหภาพยุโรป และหนึ่งในประเด็นที่เราหยิบยก มาพูดคุยกันก็คือเรื่องของอุยกูร์ เพราะทางนั้นให้ความสำคัญแล้วก็สนใจเรื่องนี้อย่างมาก และแน่นอนค่ะว่าตอนนี้ไทยเองก็กำลังจะเจรจาการค้าระหว่างประเทศอย่างเอฟทีเอไทยอียู อยู่นะคะ ซึ่งทางผู้แทนของทางฝั่งอียูแล้วก็กระทรวงจากสถานทูตจากทางฝั่งประเทศอียู หลายประเทศก็แสดงความกังวลเรื่องนี้ แล้วก็ส่งสัญญาณมาว่าประเด็นเรื่องของการละเมิด สิทธิมนุษยชน หรือว่าการไม่เคารพต่อหลักนิติรัฐนิติธรรมจะเป็นหนึ่งในเรื่องที่ถูกหยิบยกมา พิจารณาในการทำการค้าระหว่างประเทศอย่างแน่นอนนะคะ นอกจากนั้นในขณะเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาซึ่งต้องบอกว่าเป็นคู่ค้าที่สำคัญ ของประเทศไทยเช่นเดียวกัน ก็ได้แสดงความกังวลและคัดค้านอย่างรุนแรงต่อการส่งกลับ ชาวอุยกูร์ของไทยมาโดยตลอดนะคะ แล้วหลังจากการส่งกลับวันนี้ดิฉันคิดว่าเราจะต้อง เตรียมตัวตั้งรับและรับมือกับผลที่อาจจะตามมานะคะ โดยเฉพาะเรื่องของความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศและการค้า และในขณะเดียวกันค่ะคู่ค้าในตลาดที่ไทยได้ดุลการค้าก็อาจจะ เอาเรื่องนี้มาพิจารณาเพื่อใช้มาตรการทางการค้าเป็นการตอบโต้นะคะ เช่นการทบทวนสิทธิ พิเศษทางการค้า หรือเรื่องของกำแพงภาษี ดิฉันไม่มั่นใจจริง ๆ ว่าท่านพูดว่าท่านคำนึงถึง เรื่องการค้าระหว่างประเทศต่าง ๆ ท่านพยายามเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ เข้ามาลงทุน ในประเทศไทย แต่ท่านได้คำนึงถึงเรื่องเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน ท่านประธานคะการส่งกลับ ชาวอุยกูร์ดิฉันย้ำอีกครั้งหนึ่งไม่ใช่เป็นแค่เรื่องของการเมืองหรือเรื่องสิทธิมนุษยชนเท่านั้น ถึงแม้ว่าดิฉันจะทำเรื่องสิทธิมนุษยชนมาโดยตลอด แต่ดิฉันต้องย้ำกับพวกเราในครั้งนี้ว่าเหตุผลที่ญัตติด่วนเรื่องนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา เพราะแน่นอนมันจะส่งผลกระทบกับประเทศไทยทั้งเรื่องของความมั่นคงภายใน แล้วก็ความ มั่นคงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ดิฉันอยากจะชวนพวกเรานึกย้อนไปว่าตอนช่วง ปี ๒๕๕๘ ที่มีการส่งกลับชาวอุยกูร์ไปยังประเทศจีน มีการประท้วงเกิดขึ้นในหลายประเทศ ที่เป็นประเทศโลกมุสลิมและหนึ่งในนั้นก็คือประเทศตุรกี ท่านประธานเชื่อไหมคะว่ามีการ ประท้วงที่สถานทูตไทยในประเทศตุรกีนะคะ และ ณ วันนั้นกระทรวงการต่างประเทศ ของไทยถึงขั้นต้องออกแถลงการณ์เพื่อเตือนคนไทยในประเทศตุรกีไม่ให้แสดงตนว่าเป็น คนไทยเพราะกังวลว่าอาจจะเกิดเรื่องของความรุนแรงเกิดขึ้นในวันนั้น แล้ววันนี้เหตุการณ์ นั้นก็กลับมาอีกครั้ง ดังนั้นแล้วดิฉันต้องบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราต้องเจรจาและหา แนวทางในการแก้ไขปัญหากันอย่างจริงจัง ที่สำคัญค่ะท่านประธาน เรากำลังสูญเสียความ เป็นธรรมทางกฎหมายภายในประเทศอย่างที่ดิฉันบอก เราละเมิดกฎหมายภายในประเทศ เยอะมาก ณ วันนี้ แล้วเราก็กำลังทำลายเกียรติภูมิของไทยในสายตาประชาคมโลก แล้วยัง จะมีหน้าที่ไหนไปบอกว่าเราพร้อมและเราเหมาะสมกับตำแหน่งเก้าอี้คณะมนตรีสิทธิ มนุษยชนแห่งสหประชาชาติจริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่ดิฉันได้ย้ำไปก่อนหน้านี้ว่า เศรษฐกิจและความมั่นคงของไทยเราเชื่อมกับเวทีโลกมากขึ้นกว่าเดิม การที่ไทยยอมรับว่า เราเป็นประเทศที่เคารพเรื่องสิทธิมนุษยชนไม่ใช่แค่หลักการทางศีลธรรม แต่ว่าเราจะต้องทำ ให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความน่าเชื่อถือทางด้านเศรษฐกิจและการทูตที่มากกว่านี้ มิฉะนั้นแล้ว ดิฉันไม่มั่นใจจริง ๆ ว่าใครจะกล้ามาลงทุนในประเทศที่ไม่เคารพแม้กระทั่งกฎหมาย ภายในประเทศของตัวเอง ท้ายที่สุดค่ะท่านประธาน ดิฉันก็ขอให้รัฐบาลนี้ที่ท่านอ้างว่า เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง นโยบายของท่านดิฉันก็อ่านทุกวันท่านก็ชี้ตลอดเลยว่า ท่านเคารพเรื่องหลักการเรื่องสิทธิมนุษยชน ก็อยากให้ท่านช่วยรักษาสมดุลระหว่าง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับชาติตะวันตก และที่สำคัญคือท่านต้องกล้าที่จะยืนยัน บนหลักการเรื่องสิทธิมนุษยชนและกฎหมายภายในประเทศไทย และกฎหมายระหว่าง ประเทศที่ท่านไปเสนอหน้าเซ็นไว้ด้วย ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปนะครับ ท่านกัณวีร์ สืบแสง เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ท่านประธานครับ ผมขอยืนขึ้นมาอภิปรายสนับสนุนเพื่อนสมาชิกท่านรอมฎอน ปันจอร์ ในการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาที่จะนำข้อเสนอของเราเข้าไปสู่คณะรัฐมนตรีหรือ ครม. ที่เกี่ยวข้องกับการผลักดันผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์กลับประเทศจีนและผลกระทบต่าง ๆ ท่านประธานครับ ๑ ปี ๙ เดือนที่ผ่านมา ในอาชีพของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นนักการเมืองวันนี้เป็นวันที่ผมอึดอัดที่สุดในการที่จะต้องลุกขึ้นมาอภิปรายในสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้ แล้ววันนี้หากผมจะร่ำไห้ในการที่จะต้องอภิปราย ผมจะไม่ร่ำไห้ให้กับ พี่น้องชาวมุสลิม ผมจะไม่ร่ำไห้ให้กับพี่น้องชาวอุยกูร์ แต่ผมจะร่ำไห้ให้กับการบริหารจัดการ ของรัฐบาลชุดนี้กับการผลักดันผู้ลี้ภัยกลับประเทศตนเองที่จะต้องกลับไปเผชิญหายนะ ต่อชีวิตของพวกเขา ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งอยากจะนำเรียนท่านประธาน เหตุผลที่ ผมมาเป็นนักการเมืองในวันนี้ก็คือการแก้ไขปัญหาของเรื่องสถานการณ์ผู้ลี้ภัยที่เกี่ยวข้องกับ พี่น้องมุสลิมอุยกูร์ ผมเข้ามาเป็นนักการเมืองจากคนที่ทำงานมนุษยธรรม จากคนที่พยายาม หาทางแก้ไขปัญหาให้กับสิ่งที่มันอยู่ใต้พรมในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ที่ประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการไทย ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองไทยไม่เคยได้ยินคำว่า ผู้ลี้ภัย ไม่รู้เรื่อง เกี่ยวกับงานทางด้านมนุษยธรรม ผมนี่ล่ะที่กระโดดเข้ามาสู่แวดวงทางด้านการเมืองเพื่อจะ เป็นคนที่จะเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืนในเรื่องผู้ลี้ภัย โดยเฉพาะพี่น้องผู้ลี้ภัย มุสลิมอุยกูร์ แต่วันนี้เป็นวันที่ทำให้เห็นชัดเจน ความพยายามของผม ๑ ปี ๙ เดือนที่ผ่านมา ไม่เคยเป็นผล เสียงสะท้อนจากสังคม เสียงสะท้อนจากเวทีระหว่างประเทศ ต่อให้ประเทศ ไทยช่วยพิจารณาการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืนโดยยึดหลักการทางด้านมนุษยธรรม โดยยึด หลักการทางด้านสิทธิมนุษยชนไม่เคยแว่วเข้าไปในหูของรัฐบาล ข่าวลือทั้งหลายที่ผมบอก ออกมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วโดนทุกคนตีหมด กัณวีร์ชอบออกว่าข่าวลือว่าจะมีการส่งกลับ มีการผลักดันพี่น้องผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์กลับประเทศต้นกำเนิด จนวันนี้ เมื่อวานนี้ข่าวลือทั้งหมด เป็นความจริง การผลักดันผู้ลี้ภัยกลับประเทศต้นกำเนิดโดยเฉพาะสถานการณ์ที่ยัง ไม่เอื้ออำนวยให้เขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขไม่ใช่แนวทางการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน หากพวกท่านไม่เข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับผู้ลี้ภัย หากท่านไม่เข้าใจในสถานการณ์เรื่อง มนุษยธรรมถามผู้รู้ ถามคนที่ทำงาน อย่าใช้งานทางด้านความมั่นคงมาพิจารณาตัดสินใจ หาเหตุผลในการแก้ไขปัญหาเรื่องผู้ลี้ภัย ผมไม่อยากจะเอ่ยนามของสำนักงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องที่เสนอในเรื่องเกี่ยวกับการผลักดันผู้ลี้ภัยให้กลับไปประเทศต้นกำเนิด อันนี้ไม่ใช่ ครั้งแรก และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายถ้าประเทศไทยเรายังไม่รู้จักคำว่า มนุษยธรรม ทำไมทุกคน ไม่เห็นว่ามนุษย์คือมนุษย์ ทำไมทุกคนชอบมองเห็นว่ามนุษย์คือสิ่งของ รู้ไหมว่าตีสี่วันนี้ ตอนเช้าส่งคนกลับไป ๔๐ กว่าชีวิต ชีวิตเขาอยู่ตรงไหนตอนนี้ เขาก็คือคนพี่น้องอย่างพวกเรา พวกท่าน เขามีชีวิต มีจิตใจ และมีครอบครัว ท่านไม่รู้การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ถามผู้รู้ ครั้งที่ ๒ ที่ผมจะย้ำเรื่องนี้ วันนี้สิ่งที่เราจะได้ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้คือแนวทางการแก้ไขปัญหา แบบยั่งยืนในเรื่องมนุษยธรรมบนเรื่องที่สอดคล้องกับเรื่องผู้ลี้ภัย ดีนะที่ท่านประธานสภา เดินบอกว่าห้ามใช้คำพูดคำหนึ่ง แต่คำว่าผู้ลี้ภัยบอกปฏิเสธไม่ได้เพราะสิ่งต่าง ๆ ที่ผม จำเป็นต้องพูดภาษาอังกฤษเรียกว่า Persecution ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยที่บอกว่า เป็นสิ่งต้องห้าม สิ่งต้องห้ามต่าง ๆ เหล่านี้ก็คือสิ่งที่เราพยายามทำกันอยู่เรื่องผู้ลี้ภัย เราพยายามปิดหูข้างหนึ่ง ปิดตาข้างหนึ่งแล้วบอกว่าประเทศนี้ไม่มีผู้ลี้ภัยอีกต่อไป ๔๐ กว่าปี แล้วที่ผู้ลี้ภัยบริเวณชายแดนอยู่ในประเทศไทยแต่เราไม่เคยเรียกเขาว่าผู้ลี้ภัย ๒๐ กว่าปีแล้ว ที่มีผู้ลี้ภัยในเมืองที่อยู่ในประเทศไทยที่อยู่ในกรุงเทพมหานครเราไม่ได้มองเขาว่าเขาเป็น ผู้ลี้ภัย วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๗ เป็นวันที่มีอีก ๑ กลุ่มผู้ลี้ภัยที่เข้ามาโดนพบอยู่ในสวนยาง ที่อำเภอรัตภูมิ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ผมเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ไปเจอกลุ่มชนชาว อุยกูร์พวกนี้ ๒๐๐ กว่าชีวิตในสวนยางตอนตีสอง ลูกเพิ่งเกิด เด็กเพิ่งคลอด หน้าเต็มไป ด้วยยุง พ่อแม่ต้องมีการป้องกันแต่เราไปจับเขา แล้วเราไม่รู้ว่าเขาคือใคร เราไม่รู้แม้กระทั่งว่า เขาคือผู้ลี้ภัย เราบอกเขาว่าเขาเป็นผู้หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติตรวจ คนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ ต้องกระทำการผลักดันกลับ พอเราไม่มีกฎหมายใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ลี้ภัยนี่ล่ะมันคือปัญหาของเรา เราในฐานะสภานิติบัญญัติของพวกเรา เราจำเป็นต้องพิจารณาโดยด่วนในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ในการออกกฎหมายเรื่องนี้ มารองรับ เราไม่สามารถปิดหูปิดตาพวกเรา เราไม่สามารถปิดหูปิดตาสาธารณชน เราไม่ สามารถปิดหูปิดตาเวทีระหว่างประเทศได้อีกต่อไป ลืมหู ลืมตา เปิดดูว่าชีวิตนี้ โลกนี้มันมี เรื่องอะไรอย่างนี้ต่อบ้าง ผมจะเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืนหรือที่เรียก ภาษาอังกฤษว่า Durable Solution ในเรื่องเกี่ยวกับ Refugee หรือเรื่องผู้ลี้ภัย ๓ แนวทาง ที่อยากจะเสนอผ่านสภาผู้ทรงเกียรติแห่งนี้ไปถึงคณะรัฐมนตรีช่วยพิจารณาดำเนินการ พิจารณาก่อน ถ้าไม่ทราบย้ำอีกครั้งครั้งที่ ๓ ถามผู้รู้🔗
แนวทางแรกในเรื่องเกี่ยวกับแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืนในเรื่องผู้ลี้ภัย เราเรียกว่า การเดินทางกลับประเทศต้นกำเนิดแบบสมัครใจ การเดินทางกลับประเทศต้นกำเนิดแบบ สมัครใจ Voluntary Repatriation เขาจะต้องเดินทางกลับประเทศต้นกำเนิดของเขา แต่ต้องสมัครใจ เมื่อเช้านี้เขาเดินทางกลับประเทศต้นกำเนิด เดินทางกลับสมัครใจไหม เพราะฉะนั้นไม่ใช่การแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน อันนั้นคือแนวทางแรกแต่ปรับใช้กับพี่น้องชาว อุยกูร์ได้ไหม ไม่ได้🔗
แนวทางที่ ๒ Local Integration การผสมผสานกลมกลืนในประเทศที่ ขอลี้ภัย หากเขาลี้ภัยเข้ามาแล้วเข้ามาในประเทศใดแล้วในโลกใบนี้ หากเรามีกฎหมายรองรับ ให้เขาสามารถทำงานได้ ให้เขาสามารถอยู่ได้ ให้เขาสามารถมาเป็นแรงงานข้ามชาติได้ต่าง ๆ นานาเหล่านี้ เราเรียกว่าการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืนที่เรียกว่า Local Integration นั่นคือ แนวทางที่ ๒ หากเราสามารถทำได้ประเทศไทยเราจะสามารถเปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง🔗
แนวทางที่ ๓ แนวทางสุดท้าย ในเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเรื่อง มนุษยธรรมบนเรื่องเกี่ยวกับผู้ลี้ภัย เราเรียกว่า Resettlement การตั้งถิ่นฐานใหม่ ในประเทศที่ ๓ ท่านประธานครับ แนวทางนี้น่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับผู้ลี้ภัยชาว อุยกูร์ คนที่ถูกขังตั้งแต่วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๗ จนถึงเมื่อวานนี้ พวกเขา ๑๐๙ คน กลุ่มที่ เข้ามาด้วยกันที่ผมไปเจอที่รัตภูมิ สงขลา วันที่ ๑๒ มีนาคม ๑๐๙ คนโดนส่งกลับไป ผลักดันกลับไปประเทศจีนเป็นชายทั้งหมด ไม่รู้ชะตากรรมไปอยู่ไหน ๑๗๓ คน ลูกและ ภรรยาของผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ไปตั้งถิ่นฐานใหม่ประเทศที่ ๓ ที่ประเทศตุรกี ๕๐ กว่าคนที่อยู่ใน ห้องกักของ สตม. ใช้เวลา ๑๑ ปี ใช้ชีวิต ๑๑ ปี อยู่ในห้องกักของ สตม. เสียชีวิตไปแล้ว ๕ คน เพราะฉะนั้นยังมีคนที่อยู่ตรงนี้ การเดินทางไปตั้งถิ่นฐานใหม่ประเทศที่ ๓ โดยใช้การ รวมครอบครัวหรือ Family Reunification เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ที่อยู่ใน ห้องกักมายาวนานถึง ๑๑ ปี แต่ทำไมไม่คิด ถ้าไม่รู้ ครั้งที่ ๔ ถามผู้รู้ เราจะสามารถตอบ ให้ท่านได้ แต่หากท่านไม่รู้อย่างนี้แล้วท่านยังดื้อดึง ดื้อดัน ผลักดันคนกลับไปเผชิญชะตา กรรมอาจจะถึงชีวิต อาจมีความตายได้ท่านยังทำ ท่านประธานครับ พี่น้องมุสลิมชาวอุยกูร์ โดนผลักดันกลับไปชะตาชีวิตของเขาเป็นอย่างไร เรื่องนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมมาพูดในสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้หลายครั้งมาก แล้วสุดท้ายข่าวลือเป็นความจริง เพราะฉะนั้นแนวทาง การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนที่ผมเสนอไป ๓ ข้อ ผมขอให้สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้นำไปพิจารณา เสนอให้กับคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา จริง ๆ ผมไม่ต้องใช้สไลด์ เพราะว่าจริง ๆ แล้วสไลด์นี้ ก็หมดไปเรียบร้อยแล้วนะครับ เวลาก็หมด เพราะฉะนั้นผมจะขอสนับสนุนการเสนอญัตติ เร่งด่วนด้วยวาจาของท่านรอมฎอน ปันจอร์ ในเรื่องเกี่ยวกับการเสนอข้อเสนอแนะ และผลกระทบต่าง ๆ ในการผลักดันพี่น้องชาวอุยกูร์กลับไปประเทศจีน ขอบคุณท่าน ประธานครับ🔗
มีผู้มาลงชื่อ ขออภิปราย ๒ ท่านนะครับ ก็ให้คนละ ๗ นาที แล้วคุณรังสิมันต์ โรม จะเป็นผู้กล่าวสรุป ขอเชิญคุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ นราธิวาส ประกอบด้วยอำเภอ บาเจาะ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ท่านประธานครับ ผมและ พรรคประชาชาติในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม เป็น มุสลิมอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทันทีที่สภาผู้แทนราษฎรโดยคุณรอมฎอน ปันจอร์ ได้ ยื่นญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาข้อเท็จจริงผลกระทบกรณีการผลักดันผู้ลี้ภัย ชาวอุยกูร์กลับไปประเทศจีน เพื่อส่งข้อเสนอแนะให้รัฐมนตรีดำเนินการต่อไปนะครับ พรรคประชาชาติเราขอมีส่วนร่วมกับประเด็นเหล่านี้ จริง ๆ เราติดตามเรื่องนี้มาก่อนแล้ว ท่านประธานครับ ในฐานะที่ข้อมูลข้อเท็จจริงหลาย ๆ ท่านอาจจะยังไม่เข้าใจ ผมขออนุญาต เกริ่นนำนิดหนึ่งว่าอุยกูร์คือใคร เพราะว่าหลาย ๆ ท่านอาจจะไม่ทราบ ชาวอุยกูร์ก็คือผู้ที่ นับถือศาสนาอิสลามอยู่ในประเทศจีน รัฐซินเจียง เจาะลงประเด็นของคนที่เรากำลังอภิปราย เหล่านี้ประมาณ ๔๘ คนนี้นะครับ ที่มาที่ไปมาจากเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๗ ไปพบ ชาวอุยกูร์ ๒๐๐ กว่าคนแถวสะเดา สงขลา เป็นผู้ลี้ภัย เราต้องเข้าใจคำว่า ลี้ภัย การลี้ภัยก็คือ การที่ไม่ต้องการอยู่ในประเทศดั้งเดิมของตนเอง อพยพมายังประเทศอื่นด้วยเหตุผลกลใด ก็แล้วแต่นะครับ แต่แน่นอนที่สุดครับ ทุกคนรักบ้านเกิด แต่การที่ต้องจากบ้านเกิดเพราะอยู่ไม่ได้ อาจจะด้วยเหตุผลหลาย ๆ ประเด็น ผมคงไม่อาจกล่าวถึงแยกแยะทีละประเด็น ทีละเรื่อง เพราะเป็นเรื่องระหว่าง ประเทศ แต่โดยสรุปก็คืออยู่ไม่ได้ เมื่ออยู่ไม่ได้นะครับ ณ ตอนนั้น ๒๐๐ กว่าคน ประเทศไทย ส่งชาวอุยกูร์ ๑๗๐ กว่าคนไปยังประเทศที่ ๓ ก็คือประเทศตุรกีเป็นผู้รับผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ ไปอยู่ประเทศตุรกี ๑๐๙ คน ถูกส่งกลับประเทศจีน แต่ปรากฏว่าจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับ ข้อมูลข้อเท็จจริงเป็นเช่นไรกับ ๑๐๙ คนที่เคยถูกส่งกลับไปยังประเทศดั้งเดิมก็คือประเทศจีน เหลืออีก ๕๐ กว่าคนอยู่ที่ ตม. สวนพลู ประสงค์ไปยังประเทศที่ ๓ ประเทศไทยไม่สามารถ ส่งตัว ๕๐ กว่ารายนี้ไปยังประเทศที่ ๓ ได้ด้วยเหตุผลหลาย ๆ ประการ จนกระทั่งเสียชีวิตไป ๕ รายอย่างที่ท่านกัณวีร์ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ เหลือ ๔๘ ราย ๔๘ รายนี้ ๑๑ ปีอยู่ที่ ตม. สวนพลู ผมในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิ มนุษยชน ได้ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด ๑ ปีที่แล้วตอนที่ได้รับตำแหน่งในคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษชนก็ไปเยี่ยมที่ควบคุมตัวของพี่น้องชาวอุยกูร์ ที่ ตม. สวนพลู ได้รับการชี้แจงการปฏิบัติต่อคนเหล่านี้กับเจ้าหน้าที่ ตม. สวนพลู ได้รับการ ประสานงานจากสำนักงานจุฬาราชมนตรี มีองค์กร มีเจ้าหน้าที่คอยประสานงานเพื่อดูแล เรื่องอาหารการกินและการปฏิบัติศาสนกิจกับชาวอุยกูร์ที่ ตม. สวนพลูมาโดยตลอด จนกระทั่งต้นปีที่ผ่านมานี่นะครับท่านประธาน ประเด็นเรื่องชาวอุยกูร์ไม่ใช่เพิ่งจะมี แค่อาทิตย์นี้ หรือวัน ๒ วันนี้ ประมาณต้นมกราคม ๒๕๖๘ ก็มีข่าวว่าจะส่งชาวอุยกูร์ กลับประเทศจีน หลาย ๆ ภาคส่วน โดยเฉพาะพี่น้องมุสลิมที่มีความเป็นห่วงถึงแม้ไม่รู้จัก แต่เราถือว่าคนเหล่านั้นก็คือเรือนร่างเดียวกันของพวกเรา ส่วนใดเจ็บร่างกายเราก็เจ็บไปด้วย เราเป็นห่วงครับ เป็นห่วงเกรงว่าความชัดเจนในการส่งกลับ ๑๐๙ คนที่ส่งกลับไปแล้วก็ไม่ได้ รับข่าวคราว แล้วไม่ได้รับการชี้แจงใด ๆ ทั้งสิ้น เกรงว่า ๔๘ รายที่ยังมีชีวิตอยู่ส่งกลับไปแล้ว จะได้รับการปฏิบัติละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ต้นปีที่ผ่านมาผม ในฐานะเป็นประธานคณะกรรมาธิการก่อนที่จะบรรจุระเบียบวาระเข้าคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เรียกหน่วยงานมาสอบถามท่านประธานครับ เราได้เรียกกระทรวงการต่างประเทศมาสอบถามว่ามีข่าวว่าจะส่งอุยกูร์ไปประเทศจีน จริงเท็จแค่ไหน หรือไม่ อย่างไร เราได้เรียกกระทรวงการต่างประเทศ ได้เรียกตำรวจ ตรวจคนเข้าเมืองที่ดูแลชาวอุยกูร์ ได้เรียกสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตอนนั้นมีข่าว ท่านนายกรัฐมนตรีก่อนที่จะไปเยือนประเทศจีนด้วยซ้ำนะครับท่านประธาน ข่าวว่าจะส่ง ชาวอุยกูร์กลับ ปรากฏว่าในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน หลายหน่วยงานให้ความร่วมมือมาชี้แจงต่อกรรมาธิการอย่างดี สมช. ก็มา กระทรวงการ ต่างประเทศก็มา ตม. ก็มา ในฐานะคนที่อยู่ใกล้ชิดกับชาวอุยกูร์ ๔๘ ราย ประเด็นคำถาม วันนั้นเรามีการประชุมหารือตั้งคำถามว่ามีข่าวว่าจะส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน ในฐานะ ที่นายกรัฐมนตรีจะไปเยือนประเทศจีนจริงเท็จหรือไม่ อย่างไร ถามแต่ละหน่วยงาน ตอนนั้น มกราคม ๒๕๖๘ เดือนกว่า ๆ นี้นะครับ ได้รับคำตอบว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายหรือยังไม่มีคำสั่ง ใด ๆ ที่จะส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน ทางกระทรวงการต่างประเทศก็เช่นกัน ทั้ง สมช. ก็บอกยังไม่มีนโยบาย ตม. เองในฐานะที่เป็นคนดูแลชาวอุยกูร์ ตอนนั้นก็บอกว่ายังไม่ได้รับ คำสั่งใด ๆ ก็สบายใจครับท่านประธานครับ เพราะว่าในวันนั้นทางหน่วยงานบอกว่าผมก็เลยตั้งคำถาม กรรมาธิการตั้งคำถามแล้วที่นายก ไปประเทศจีนมีเรื่องอุยกูร์พ่วงไปด้วยหรือไม่ อย่างไร หน่วยงานเขาบอกว่ามีแต่ไปคุยเรื่อง Call Center ไม่มีเรื่องอุยกูร์ ขออนุญาตต่อนิดหนึ่งครับท่านประธาน🔗
ประเด็นสั้น ๆ ก็แล้วกันเพราะว่าเราไม่รู้ข้อเท็จจริง เอาไว้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ หรือผู้เกี่ยวข้องไปชี้แจงกรรมาธิการและชี้แจงพวกเรา🔗
ก็นี่เล่าข้อเท็จจริงความเป็นมาที่ผ่าน มานะครับท่านประธานว่าเรามีความเป็นห่วงติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อวาน ข่าวลือสะพัดว่าส่งกลับไปจริง พรรคประชาติเรามีความเป็นห่วงครับ ไม่ทราบว่าจริงเท็จแค่ ไหนหรือไม่อย่างไร แต่ถ้าเป็นจริง ทางรัฐบาล คณะรัฐมนตรี ผมขอเสนอแนะว่ากระทรวง ต่างประเทศต้องมาชี้แจงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับชาวอุยกูร์ต้องชี้แจงว่าข่าวที่มีการบอกว่าส่ง ชาวอุยกูร์กลับประเทศจีนจริงหรือไม่ อย่างไร ถ้าจริงท่านต้องตอบคำถามให้ได้ว่ามันไม่เข้า องค์ประกอบมาตรา ๑๓ ของ พ.ร.บ. ซ้อมทรมาน เพราะปัจจุบันนี้เรามีกฎหมายฉบับนี้ ใช้บังคับในมาตรา ๑๓ ว่าห้ามไม่ให้หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐขับไล่ส่งกลับหรือส่ง บุคคลเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปยังอีกรัฐหนึ่ง หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลนั้นจะไปตกอยู่ใน อันตรายที่จะถูกทำทรมาน สิ่งเหล่านี้รัฐบาลต้องพิสูจน์นะครับ🔗
ประเด็นแรก ส่งไปจริงหรือไม่ อย่างไร ถ้าส่งไปจริงส่งไปแล้ว ท่านมีอะไรเป็น หลักประกันว่าคนเหล่านี้จะไม่ได้เป็นไปตามมาตรา ๑๓ ของ พ.ร.บ. ซ้อมทรมานนะครับ ผมหวังว่าทางกระทรวงต่างประเทศ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายบริหารจะให้คำตอบกับพี่น้อง ประชาชนให้ได้รับความกระจ่างและได้สบายใจว่าข้อเท็จจริงจริง ๆ เป็นอย่างไรและ กระบวนการถ้าส่งไปจริงมีกระบวนการสมัครใจหรือไม่อย่างไร ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ท่านสุดท้ายนะครับ แล้วคุณรังสิมันต์ โรม จะสรุปต่อไป เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวิทย์ บารู พรรคประชาชาติ เขต ๑ ปัตตานีครับ ปัญหาอุยกูร์ที่ยืดเยื้อยาวนานที่อยู่ใน ประเทศไทย บางทีก็ไม่อยากจะใช้คำว่า ผู้ลี้ภัย บางทีผู้เข้ามาในประเทศไทยอย่างผิด กฎหมายซึ่งได้ถูกกักขังอยู่ในสถานกักขังคนต่างด้าว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มาถึงจุดนี้ วันนี้ถ้าหากว่าข่าวนี้เป็นจริงก็แสดงว่ารัฐไทยเลือกวิธีการส่งตัวกลับไป ซึ่งถ้าเราฟังผู้ที่มีความ ชำนิชำนาญ อย่างเช่นเพื่อนสมาชิกได้พูดไปว่าผู้ลี้ภัยมันก็มีกฎเกณฑ์ของเขาในระดับ นานาชาติหรือระดับระหว่างประเทศนะครับ ประเทศไทยเราเลือกถ้าเป็นจริงนะครับ เลือกที่ จะใช้วิธีการส่งตัวกลับไป จริง ๆ แล้วเรื่องการส่งตัวกลับไปก็มีระแคะระคายมาในระยะ ๒ อาทิตย์นี้ ๒ สัปดาห์นี้อย่างหนาหู ผมก็สอบถามหลายคนแล้วเขาก็บอกว่าจะเลือกวิธีการ ที่อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย วันนี้เราก็หวังเช่นนั้นแต่เที่ยวที่แล้วที่ส่งกลับไปเป็น ๑๐๐ คน เราก็ไม่ทราบชะตากรรม อันนี้ก็เช่นเดียวกัน เป็นอย่างไรเราไม่ทราบ นอกเหนือจากว่าเรา ในฐานะที่ชาวอุยกูร์เป็นมุสลิมก็คงจะใช้คำว่า ฟีอะมานิลลาฮฺ ก็คือขอให้พระองค์จงคุ้มครอง เขาให้รอดปลอดภัย จริง ๆ แล้วท่านประธานครับ เรามีกฎหมายระหว่างประเทศ เรามีกฎหมายของประเทศไทย เรามีเรื่องราวของการเมืองระหว่างประเทศ และเรามี เรื่องราวการเมืองภายในประเทศซึ่งล้วนแล้วในแต่ละสังคมจะต้องพิจารณาเข้าด้วยกัน เรื่องมนุษยธรรมนี้เป็นเรื่องที่ผมว่าไม่มีเขตแดน ไม่มีชาติพันธุ์ ไม่มีความเชื่อศาสนาเข้ามาปน เรื่องของมนุษยธรรมนี้ถ้าหากว่าถูกห่อหุ้มด้วยคุณธรรม แน่นอนเหลือเกินการปฏิบัตินั้น มันจะออกมาในทางที่ดีนะครับ หลายประเทศที่เราเห็นอยู่ ณ วันนี้ที่ห้ำหั่นกัน เรียกร้องมนุษยธรรม ชาติใหญ่ ๆ ในโลกนี้ล้วนแต่ปากว่าตาขยิบทั้งสิ้น เราไม่อยากที่จะว่า ประเทศเราไปเลือกเดินทางในข้างที่ไม่ถูกต้อง แต่ถ้าหากว่าเป็นจริงก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะมีการตกลงกันในลักษณะใดลักษณะหนึ่งว่าเมื่อส่งไปแล้วไม่ใช่ส่งไปเพื่อไปรับชะตากรรม เช่นเดียวกับร้อยกว่าคนที่เรารับทราบกัน จริง ๆ แล้วหลายคนก็เข้าใจคำว่า อุยกูร์ โดยจริง ๆ แล้วถ้าดูไม่ว่าจะดีเอ็นเอหรือว่าดีอะไรเขาไม่ได้เป็นคนจีนจริง ๆ แต่ก็ไม่เป็นไร ในชาติหนึ่ง ๆ ก็จะต้องประกอบไปด้วยคนหลายชาติพันธุ์ก็ไม่ว่ากัน แต่การปฏิบัตินั้นสำคัญยิ่งการปฏิบัติ ต่อคน แล้วเราในฐานะประเทศผู้รับผู้ลี้ภัยเหล่านี้ วิธีการปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยนี้ถูกต้องหรือไม่ อันนี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องตอบคำถามนี้แก่โลกแล้วนะครับ ต้องตอบคำถามแก่สังคมโลก ท่านประธานที่เคารพครับ เราพูดอยู่ตลอดเวลาว่าความหวังของพี่น้องเหล่านี้แล้วพวกเรา หลายคนที่อยู่ในแวดวงการเมืองแล้วก็นักเคลื่อนไหวเอ็นจีโอต่าง ๆ ให้องค์กร ภาคเอกชน ก็เฝ้าดูแลเรื่องนี้อย่างเข้มงวด ดูเพื่อที่จะไม่ให้คนเหล่านี้ได้รับชะตากรรมเช่นเดียวกับที่เคย เกิดขึ้นกับคนร้อยคนที่ถูกส่งกลับไปภายใต้การคลุมด้วยถุงดำ อันนี้เราก็ไม่ทราบเพราะไม่มี ใครเห็นว่าจริง ๆ แล้วเป็นอย่างไร เพียงแต่ว่าเราทราบจากสื่อจีนได้ประกาศออกมาว่าอันนี้ กลับไปแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อกลับไปแล้วสิ่งที่จะต้องตอบคำถามกับสังคมไทยก็คือกระทรวง การต่างประเทศจะต้องมาแถลงโดยเร็ว ผมเชื่อว่าสังคมในประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามเขาดูว่ามันนานเกินไปในการตัดสินใจที่จะเลือกทางใด ทางหนึ่ง ทีนี้ถ้าหากว่าเราเลือกทางที่ส่งกลับบ้านไปแล้วไปเจอชะตากรรมที่เลวร้ายสำหรับ พวกเขาเหล่านั้น แน่นอนเหลือเกินว่าเราจะได้รับการตำหนิอย่างยิ่งจากพี่น้องประชาชน ไม่เฉพาะแต่พี่น้องในประเทศไทยเท่านั้นหากแต่ว่ามันจะกระจายไปทั่วโลก เพราะว่าก่อนที่ กระแสข่าวที่จะออกว่าจะส่งตัวกลับ อุยกูร์ทั่วโลกได้แสดงการคัดค้านไม่ให้ส่งตัวกลับไป ก็แสดงว่าถ้าหากว่ารัฐไทยเลือกที่จะเดินทางส่งตัวกลับไป ผมเชื่อว่าก็คงจะมีทางเลือกที่ดี เพราะผมเชื่อว่าประเทศไทยเราเองก็มีมนุษยธรรม เป็นประเทศซึ่งให้ความเป็นธรรม ให้ความเมตตาธรรมแก่ทุกชาติภาษาอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นหวังว่าสิ่งที่คนเหล่านี้กลับไป เพราะทราบว่าได้ส่งโดยตรงไปที่ซินเจียงซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาเหล่านั้น แล้วก็มีข่าวว่า ไปด้วยความสมัครใจนะครับ สมัครใจตรงนี้จากการได้พูดคุยพบปะก่อนหน้านี้คนเหล่านี้ ต้องการไปประเทศที่สาม ไม่ต้องการเด็ดขาดที่จะถูกส่งตัวกลับไป เพราะฉะนั้นการเลือก ปฏิบัติของรัฐบาล ณ วันนี้ก็เข้าใจว่าขอให้เป็นไปในทางที่ดี แต่ถ้าหากว่าออกมาในลักษณะ ที่เคยเกิดขึ้น เชื่อเหลือเกินว่าสังคมนี้จะต้องถามรัฐบาลมีคำถามมากมาย อีกอย่างหนึ่งเรา ไม่อยากที่จะให้เกิดว่าสิ่งที่เป็นการกระทำที่โหดร้ายทารุณเกิดขึ้นในช่วงเวลาของพรรคที่เป็น รัฐบาล ณ วันนี้ซึ่งเคยเกิดขึ้นกับเรา เรารู้ดีนะครับว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม ก็ขอให้ อย่าเป็นเช่นนั้น คาดว่ากระทรวงการต่างประเทศคงจะออกมาแถลงโดยเร็ว ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ มีท่านจาตุรนต์ ฉายแสง มาขอร่วมอภิปราย ๗ นาที ซึ่งผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มี ความสนใจทั่วไปก็อยากจะขออนุญาตให้ท่านจาตุรนต์อีกท่านหนึ่งครับ ๗ นาทีนะครับ แล้วก็ ขออภัยคุณรังสิมันต์ เดี๋ยวค่อยสรุปอีกที ขอเชิญคุณจาตุรนต์ ฉายแสง ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมจะขอใช้ เวลาไม่ถึง ๗ นาทีหรอกครับ อันเนื่องจากเห็นว่าญัตตินี้เป็นญัตติที่สำคัญ เป็นเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ในตอนต้น ที่สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลรวมทั้งพรรคเพื่อไทย ได้แสดงความคิดเห็นเป็นห่วงว่าจะมีการพูด กันไปแล้วตรงกับข้อเท็จจริงหรือเปล่า เพราะว่ายังไม่ทราบข้อมูลอย่างเป็นทางการ เป็นกิจจะลักษณะก็เลยมีการทักท้วงกันอยู่บ้าง แต่ในที่สุดก็มีการหารือกันและการอภิปราย ก่อนดำเนินต่อมาจนใกล้จะจบแล้ว บัดนี้ก็ทางพวกผมก็ไม่ได้รับการชี้แจงจากหน่วยงาน ราชการนะครับ แต่ว่าดูจากข่าวสารใน Social Media ก็จะพบว่า ผบ.ตร. ก็พูดในทำนอง ยอมรับ ก็คือพูดในเรื่องว่าเมื่อเข้ามาผิดกฎหมายก็ต้องส่งกลับไปเป็นเรื่องธรรมดา แล้วท่านก็ ให้เหตุผลแบบเหมือนกับคนไม่เข้าใจหลักกฎหมายระหว่างประเทศเอาเลย แต่ก็เป็น การยืนยันว่าการส่งกลับไปจีนน่าจะเป็นจริง แต่ว่าที่ชัดเจนกว่านั้นก็คือสถานทูตจีนใน ประเทศไทยก็โพสต์ข้อความน่าจะไม่กี่นาทีนี้ไม่แน่ใจว่าถึงชั่วโมงหรือยัง ก็บอกว่ามีการ ส่งกลับไปจีนเรียบร้อยแล้วจริง ๆ เขาได้รับตัวแล้ว เพราะฉะนั้นข้อเท็จจริงเรื่องว่าส่งไป หรือยัง ส่งไปหรือไม่ก็ไม่เป็นประเด็นอีกต่อไปคือมีการส่งไปแล้วจนกระทั่งจีนได้รับแล้ว ทีนี้ทางผมหรือเพื่อนสมาชิกจะว่าอย่างไรเมื่อฟังการอภิปรายมาจากท่านสมาชิกหลายท่าน ผมที่ขึ้นมาพูดเนื่องจากว่าติดตามเรื่องนี้มาอยู่บ้างตอนที่เป็นกรรมาธิการการต่างประเทศ เราก็เคยเชิญกระทรวงต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงเรื่องเหล่านี้ และโดยเฉพาะรวมทั้งเรื่องกรณีชาวอุยกูร์ที่ถูกกักตัวอยู่ที่ ตม. ตอนนั้นได้รับคำชี้แจง อย่างชัดเจนว่าจะไม่ส่งกลับไป เนื่องจากใช้หลักกฎหมายระหว่างประเทศ แล้วก็หลักว่าด้วย การไม่ส่งกลับไปในพื้นที่หรือในประเทศที่ผู้นั้นอาจได้รับอันตราย อันนี้ก็เป็นเรื่องตรงกันกับที่ ท่านสมาชิกท่านชลธิชา แจ้งเร็ว ท่านกัณวีร์ สืบแสง พูดไปนะครับ ข้อมูลอย่างนี้ก็ตรงกัน ผมก็เข้าใจกันมาตลอดว่าจะไม่มีการส่งกลับไป เมื่อเร็ว ๆ นี้ทางกระทรวงต่างประเทศก็บอก ว่าจะไม่ส่งกลับไปในประเทศที่จะเป็นอันตราย เราก็เข้าใจอย่างนั้นเพราะนักการทูต ต่างประเทศก็มาสอบถามอยู่ในช่วงไม่กี่วัน ไม่กี่สัปดาห์นี้นะครับ ในวันนี้ท่านสมาชิก ที่ได้อภิปรายไปผมคิดว่าเป็นการให้ข้อเท็จจริงที่ตรงไปตรงมา ตรงกับความเป็นจริงมาก เพราะที่ฟังมาจากคำชี้แจงของผู้เกี่ยวข้อง องค์กรที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนและกระทรวง ต่างประเทศเองก็สอดคล้องกัน ก็เป็นข้อเท็จจริงแบบนี้ ในวันนี้ท่านก็ให้ข้อมูลที่ชัดเจน และที่สำคัญข้อห่วงใยของท่านก็เป็นประเด็นที่เราควรจะคำนึง เราควรจะพิจารณาก็คือเรื่อง การต้องปฏิบัติตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศก็ดี เรื่องหลักไม่ส่งกลับไปในประเทศ ที่เป็นอันตราย วันนี้ท่านก็แสดงความห่วงใยอย่างนี้ ดังนั้นผมก็เลยขอพูดในนาม สส. พรรค เพื่อไทยว่าเมื่อเราฟังญัตตินี้ ฟังการอภิปรายของท่านสมาชิกมาแล้ว ให้ข้อมูล ให้ข้อห่วงใย ให้หลักเกณฑ์หลักการแล้ว สภาเราควรจะสนับสนุนให้รวบรวมความคิดเห็นทั้งหมดส่งให้ รัฐบาล จนขณะนี้เราก็เหมือนกับว่าคือรัฐบาลท่านที่รับผิดชอบก็ยังไปไม่ได้ทราบเรื่อง บางท่านก็ยังไม่ได้ชี้แจง แต่ว่าข้อเท็จจริงข้อมูลและความเห็นวันนี้เป็นประโยชน์อย่างมาก สภาผู้แทนเราควรจะได้ทำหน้าที่ในการรวบรวมความเห็นเหล่านี้ส่งไปยังรัฐบาล แล้วรัฐบาล จะพิจารณาอย่างไร จะชี้แจงอย่างไรก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะพิจารณาดำเนินการต่อไป ผมก็ขอ แสดงความคิดเห็นสนับสนุนการเสนอญัตติครั้งนี้ แล้วก็พูดล่วงหน้าว่าสนับสนุนให้ส่ง ความเห็นนี้ไปยังรัฐบาล ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านจาตุรนต์ ครับ ต่อไปขอเชิญคุณรังสิมันต์ โรม สรุปนะครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขออนุญาตสรุปตามญัตติ ด่วนด้วยวาจาที่เสนอโดยท่านรอมฎอน ปันจอร์ ในเรื่องของขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ข้อเท็จจริงและผลกระทบกรณีการผลักดันผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์กลับไปประเทศจีน เพื่อส่ง ข้อเสนอแนะให้คณะคณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป ท่านประธานครับ ตามที่เพื่อนสมาชิกได้ อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ผมคิดว่าข้อเท็จจริงหลาย ๆ อย่างมีความชัดเจนว่าเรื่องนี้เป็น เรื่องสำคัญ เป็นเรื่องใหญ่ที่ประเทศของเราจะต้องคิดไม่ใช่แค่เฉพาะในเรื่องของสิ่งที่เกิดขึ้น ไปแล้ว แต่ยังรวมไปถึงสิ่งที่จะต้องดำเนินการในการป้องกันไม่ให้ปัญหาเรื่องนี้ลุกลาม บานปลาย ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างที่เราทราบกันว่าครั้งหนึ่งเราเคยได้มีการตัดสินใจ ส่งชาวอุยกูร์กลับไปที่ประเทศจีน โดยที่ส่วนใหญ่เพศชายจะกลับไปที่ประเทศจีน ในขณะที่ เพศหญิงและเด็กจะถูกส่งไปประเทศอื่น สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นตามมาก็คือผลกระทบในแง่ ของความมั่นคงเพราะมีเหตุระเบิดเกิดขึ้น ประเทศไทยถูกจับจ้องในเรื่องของสิทธิมนุษยชน มีผลกระทบในเรื่องของ Report ต่าง ๆ ด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งจะมีผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อไป ในมิติเศรษฐกิจ เพราะประเทศหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะอย่างสหภาพยุโรปเขาก็จะมี มาตรการในเรื่องของด้านสิทธิมนุษยชนที่ตามมา ดังนั้นสิ่งที่ผมต้องเรียนต่อท่านประธาน ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหัวรุ่งของวันนี้ มันเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก มันเป็นผลกระทบที่ใหญ่มาก ที่ผมคิดว่ารัฐบาลได้ตัดสินใจอย่างผิดพลาด อย่างผิดพลาดต่อเรื่องที่เกิดขึ้น เราจะเห็น นะครับว่าการดำเนินการในการส่งคนอุยกูร์ทั้ง ๔๘ คน เป็นการดำเนินการที่ผมขอใช้คำ สั้น ๆ ง่าย ๆ ว่าคือแอบทำ ไม่ได้มีความโปร่งใสเลย ที่ผ่านมาผมจำได้ดีว่าท่านรอมฎอน ปันจอร์ พยายามที่จะโพสต์ดัก พยายามที่จะตั้งคำถามดักต่อรัฐบาลในเรื่องนี้ แล้วผมก็จำได้ ว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านภูมิธรรมได้ออกมาชี้แจงในทำนองว่าเรื่องที่ท่านรอมฎอน ปันจอร์ได้พูดนั้นเป็นเรื่องที่ไม่จริง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้มันได้แสดงให้เห็นว่าข่าวลือที่ เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้อาจจะเป็นข่าวหรือในลักษณะของการที่จะส่งสัญญาณว่านั่นคือการ ตระเตรียมการเพื่อที่จะมีการส่งคนอุยกูร์เหล่านี้กลับประเทศจีนให้เงียบเชียบที่สุด วันนี้ ท่านประธาน สมช. หรือ ท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางมาที่สภา นักข่าวถามท่านว่าท่านได้ ทราบถึงการส่งคนอุยกูร์หรือไม่ ปรากฏว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบว่าท่านไม่ทราบ แล้วท่านบอกว่าทุกอย่างต้องคำนึงในเรื่องของสิทธิมนุษยชน วันนี้ ผบ.ตร ได้บอกกับ สื่อมวลชนว่าได้ทำการส่งคนอุยกูร์ ตามมติของ สมช. ถ้าท่านดำเนินการตามมติของ สมช. จริง แล้วไฉนเลยวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีจึงบอกกับประชาชนชาวไทยว่า ท่านไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่ามีการส่งคนอุยกูร์กลับประเทศจีน ผมกำลังจะบอกอะไร กับท่านประธาน ผมกำลังจะบอกว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่ากระบวนการส่งเหล่านี้อาจจะเป็น กระบวนการส่งที่อาจจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะนายกรัฐมนตรีประธาน สมช. ยังไม่ทราบเลย นอกจากนี้ผมได้เห็นภาพที่เลขาธิการ สมช. เดินทางไปที่ประเทศจีน พบกับคนอุยกูร์ เป็นภาพถ่ายที่ลงโดยสถานทูตจีนในประเทศไทย ผมเชื่อว่าท่านทำตาม หน้าที่ ผมเชื่อว่าท่านต้องทำ ผมเชื่อว่าท่านคือผู้ปฏิบัติ แต่การส่งคนอุยกูร์เหล่านี้เป็นการ ตัดสินใจโดยฝ่ายการเมือง โดยท่านได้บอกให้ สมช. เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด นี่ยังไม่นับครับ ท่านประธานว่าในความเป็นจริงแล้วถ้าเราไปดูในรายละเอียด เราจะพบว่ากรณีที่เกิดขึ้นมันมี การโต้แย้งเป็นคดีในศาลอยู่ ว่าตกลงแล้วการที่คนอุยกูร์ทั้ง ๔๘ คน อยู่ในห้องกักนี้ เป็นกระบวนการที่ดำเนินไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ยังอยู่ในระหว่างการต่อสู้คดี ในชั้นศาลครับ ยังไม่ทันสิ้นสุดเลยส่งไปแล้ว นี่เท่ากับเป็นการละเมิดอำนาจศาลใช่หรือไม่ ผลกระทบที่ผมพยายามพูดมาทั้งหมดเพื่อที่จะแสดงให้ท่านประธานได้เห็นว่า สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้มันไม่พ้นข้าราชการประจำ มันไม่พ้นคนทำงานที่ต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงแล้วมีความ เสี่ยงทางกฎหมายมากมาย ยังไม่นับว่ามันมี พ.ร.บ. ป้องกันการซ้อมทรมานและการอุ้มหาย ในมาตรา ๑๓ ที่รับหลักการสิ่งที่เรียกว่า Non-refoulement คือการห้ามส่งไปยังประเทศ ที่อันตราย ซึ่งกระบวนการตรงนี้อยู่ในกฎหมายของเรา วันนี้ก็จะกลับกลายเป็นว่าเจ้าหน้าที่ ทั้งหลายตกอยู่ในความเสี่ยงทั้งหมด นี่คือผลกระทบเรื่องที่ ๑ ที่ประเทศของเรา คนของเรา ต้องแบกรับ🔗
ผลกระทบที่ ๒ ครับท่านประธาน มันเป็นผลกระทบในเรื่องของความมั่นคง วันนี้รัฐบาลต้องเตรียมรับมือครับ เราไม่รู้ว่าการส่งคนอุยกูร์ทั้ง ๔๘ คน จะทำให้สถานการณ์ บานปลายไปมากขนาดไหน อย่างที่ผมได้เรียนไปแล้วว่าในยุค คสช. ที่มีการส่งมันมี ผลกระทบตามมา แล้วผลกระทบนี้คือผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อพี่น้องประชาชนชาวไทย เกิดขึ้น ต่อนักท่องเที่ยว แล้วมันอาจจะนำพาไปสู่ผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ด้วย เพราะถ้ามันมีเหตุ ระเบิด เหตุรุนแรงเกิดขึ้น นั่นหมายความว่าความเชื่อมั่นทางด้านเศรษฐกิจทางด้านการ ท่องเที่ยวมันก็จะพลอยแย่ไปด้วย ผลกระทบเหล่านี้คือผลกระทบที่คนไทยจะต้องเป็นคน แบกเอาไว้ รัฐบาลจะต้องมีการเตรียมการเพื่อทำให้ผลกระทบเหล่านี้ไม่เกิดขึ้น หรือถ้า เกิดขึ้นต้องน้อยที่สุด ซึ่งท่านประธานครับ พูดกันอย่างตรงไปตรงมาขนาด Biometric ตรง ตม. License เรายังหมดอายุเลย อ้ายการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น หลังจากนี้มันจะใช้ไม่ได้ เครื่องมือของเราไม่มีประสิทธิภาพ แล้วถามว่านี่คือการตัดสินใจ ที่ผิดพลาดที่จะนำไปสู่ความล้มเหลวของการบริหารราชการแผ่นดินใช่ไหม นี่คือผลกระทบ ที่คนไทยจะต้องแบกรับ ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้ได้พูดเอาไว้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย ว่าท่านต้องการทำให้ประเทศนี้เป็นได้รับ Spotlight จากนานาชาติอีกครั้ง แต่การได้รับ Spotlight จากนานาชาติเราไม่เคยประสงค์เลยที่จะได้รับในเรื่องแบบนี้ครับ แน่นอนมันเป็น ข้อเท็จจริงว่าหลาย ๆ ประเทศโดยเฉพาะทางตะวันตกเขามีจุดยืนเรื่องนี้อย่างแข็งขัน บางประเทศอย่างเช่น สหรัฐอเมริกา พูดได้ไม่เสียหายครับ ก่อนขึ้นตำแหน่งของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ เขาได้พูดถึงประเด็นเรื่องอุยกูร์ที่อยู่ในห้องกักของ ตม. ของไทยอย่างชัดเจน รัฐบาลต้องเตรียมตัวรับมือว่าวันนี้การที่ประเทศไทยตัดสินใจส่งคน อุยกูร์ไปที่ประเทศจีน🔗
- ๑๐๓ อาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งกับประเทศอย่างสหรัฐอเมริกาแล้ว แล้วเราไม่รู้ว่าเราจะได้รับ ผลกระทบในเรื่องอื่น ๆ ที่จะตามมาหรือไม่ นี่คือผลกระทบที่คนไทยต้องแบกรับ ท่านประธานครับ ยังไม่นับว่าภาพลักษณ์ของประเทศ ผมเองไม่สามารถเข้าใจได้ครับว่า การที่รัฐบาลของเราตัดสินใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งของคณะมนตรีด้านสิทธิมนุษยชน แห่งสหประชาชาติ ก่อนที่เราจะตัดสินใจเข้าไปตรงนั้นถ้าเรารู้อยู่แล้วว่าเราจะทำแบบนี้ มันไม่ควรเข้าครับ คือเข้าไปแล้วมันก็กลายเป็นว่าประเทศอื่นหรือคนอื่นเขาก็วิพากษ์วิจารณ์ ว่าเราไม่ใช่ประเทศที่ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนแบบนั้น ผลกระทบแบบนี้ก็จะนำไปสู่ การวิพากษ์วิจารณ์ต่อประเทศไทยของเราอย่างกว้างขวาง ทั้งหมดทั้งมวลนี้มันก็มาสู่คำถาม ของผมว่าประเทศไทยเราได้อะไรจากเรื่องนี้ การที่เราตัดสินใจทำแบบนี้เราไม่ได้อะไรเลย ครับ คนไทยได้อะไรจากการส่งคนอุยกูร์ไปจีน ความเสียหายเกิดขึ้นเต็มไปหมด เรานี่ล่ะครับ คือผู้ที่จะต้องแบกรับภาระความเสียหายนี้ นี่ยังไม่นับนะครับว่าหลังจากที่เรื่องนี้เกิดขึ้นแล้ว เราเองก็ได้พยายามติดตามพยายามถามผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจนโยบายทุกคน ปฏิเสธหมด กลับกลายเป็นว่าสถานทูตจีนเป็นคนพูดเรื่องนี้คนแรก ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ประเทศไทยต้องเป็นคนพูดก่อน เพราะมันเป็นการดำเนินการในประเทศไทย มันเป็นอำนาจ อธิปไตยของประเทศไทย แต่เรากลับให้รัฐต่างประเทศเป็นคนแถลงชี้แจง รวมไปถึงออกมา อธิบายและเอาภาพของเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงของไทยออกมาให้สังคมเห็น ผมแปลกใจมากว่า เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ดังนั้นท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ผมพยายามช่วยคิด นะครับว่าเมื่อเรื่องมันมาถึงจุดนี้แล้วเราจะดำเนินการอย่างไรดี เราจะทำอย่างไร ให้ผลกระทบมันออกมาน้อยที่สุด แน่นอนผมไม่มีคำตอบสำหรับทุกเรื่องครับ เพราะว่าความ เชื่อมั่น Trust ชื่อเสียง Popularity ภาพลักษณ์ของประเทศไม่ใช่สิ่งที่มันจะสามารถแก้ไขได้ ในเร็ววัน เมื่อคนอื่นเขามองว่าประเทศไทยเป็นแบบนี้ความเสียหายมันได้เกิดขึ้นแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะใช้โอกาสนี้ในการวิงวอนก็คือการแก้ปัญหาระยะสั้น ถึงผลที่จะเกิดขึ้น ตามมา ผมไม่อยากให้มันมีเหตุการณ์ความรุนแรงอีกแล้วครับ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องเรียกประชุมด่วนฝ่ายความมั่นคงทั้งหมด ท่านต้องพูดคุยเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ว่าท่านจะมีมาตรการในการป้องกันไม่ให้มีผู้ก่อการคนไหนก็แล้วแต่ที่จะมาก่อการใน ประเทศไทยแล้วสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศ รวมถึงชีวิตของคนไทย ท่านต้องเรียกประชุมครับ หาแนวทาง หามาตรการ ตม. วันนี้ ท่านไม่มีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพท่านจะแก้ปัญหาอย่างไร หน่วยงานข่าวกรองต่าง ๆ จะรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร ทุกวันนี้เรามีบรรดาพวกคนต่างชาติที่พร้อมจะก่อการ หรือที่ต้อง เฝ้าระวังมีอยู่แล้วหรือไม่ในประเทศไทย ต้องจับตาหรือเปล่า นี่คือสิ่งที่จะต้องดำเนินการ เพื่อเตรียมความพร้อม จะได้ไม่มีเหตุการณ์ระเบิด จะได้ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอีกแล้ว ดังนั้น ทั้งหมดนี้ที่ผมพูดมาผมอยากจะเน้นย้ำกับท่านประธานว่าผมพูดเรื่องนี้ด้วยเหตุผลง่าย ๆ เลย ผมต้องการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ผมต้องการรักษาผลประโยชน์ของคนไทย และผมพูดเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้นำไปสู่การแก้ปัญหา ก็ต้องเรียนท่านประธาน ไปถึงคณะรัฐมนตรีต่อไปตามที่ผู้เสนอญัตติคือท่านรอมฎอน ปันจอร์ ได้เสนอไว้ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณ คุณรังสิมันต์และผู้อภิปรายทุกท่านนะครับ ฟังดูจากการอภิปรายแล้วไปในทิศทางเดียวกันว่า ต้องการที่จะส่งคำเสนอแนะเหล่านี้ไปยังคณะรัฐมนตรีและได้มีการชี้แจงต่อไป อยู่ในประเด็นอย่างนี้ใช่ไหมครับ มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นบ้างครับ คือขอให้ส่งคำเสนอแนะ อภิปรายเหล่านี้ไปให้คณะรัฐมนตรีและควรจะชี้แจงต่อไป ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมนี้ส่งญัตตินี้ไปให้คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการแล้วก็ชี้แจง ตามที่สมาชิกได้ถาม ต่อไป ผมขอขอบคุณทุกท่าน เนื่องจากวันพรุ่งนี้ก็มีการประชุมนัดพิเศษ อีกวันหนึ่ง วันนี้เราได้อภิปรายมาพอสมควร ผมขอปิดประชุมวันนี้ก่อนครับ พรุ่งนี้มาประชุม ใหม่ครับ ขอบคุณครับ🔗