รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๒๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
------------------------------
เชิญนั่งครับ เรียน ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ โดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาที ผมจะเรียกตามลำดับรายชื่อที่ยื่น มานะครับ ท่านแรก ขอเชิญคุณธนาธร โล่ห์สุนทร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธนาธร โล่ห์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่อง หารือปัญหาของพี่น้องประชาชนต่อท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องขอ ขอรับการสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างจาก อบต. แม่ตีบ ในการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแม่ตีบ บริเวณบ้านน้ำหลวง หมู่ที่ ๓ และบ้านงิ้วงาม หมู่ที่ ๔ ตำบลแม่ตีบ อำเภองาว จังหวัดลำปาง ปัจจุบันสามารถใช้เส้นทางนี้ในช่วงหน้าแล้ง เท่านั้น หากเป็นช่วงหน้าฝนก็ต้องกลับไปใช้เส้นทางเดิม ซึ่งเป็นดินลูกรังขรุขระและเกิด อุบัติเหตุบ่อยครั้งและระยะทางไกล หากได้สะพานนี้พี่น้องตำบลแม่ตีบทั้ง ๕ หมู่บ้านกว่า ๑,๐๐๐ ครัวเรือนก็จะได้รับประโยชน์ ร่นระยะเวลาการเดินทางมีความปลอดภัย และมี ความสะดวกในการสัญจรไปมา ขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการ ที่จะช่วยงบประมาณในเรื่องนี้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ บริเวณอำเภอวังเหนือ ซึ่งเป็นต้นทางของแม่น้ำวัง ซึ่งในจังหวัด ลำปางไม่ได้รับการขุดลอกมานานทำให้มีสภาพที่ตื้นเขิน ในช่วงน้ำหลากก็มักจะเกิด น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านได้รับความเสียหายบริเวณ ๒ ฝั่งแม่น้ำนะครับ หากได้รับการขุดลอกพี่น้องอำเภอวังเหนือทั้ง ๘ ตำบลก็จะลดปัญหาน้ำท่วมบริเวณ ๒ ฝั่ง แม่น้ำได้ ฝากท่านประธานไปยังกรมเจ้าท่าและหน่วยทหารพัฒนา ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ เข้ามาสำรวจแล้วในการที่จะสนับสนุนงบประมาณในการเข้ามาขุดลอกด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ได้รับการประสานจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ขอโครงการผันน้ำจากฝายหลวงสบอางเป็นท่อส่งน้ำนะครับ ซึ่งจะสิ้นสุด ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เพื่อใช้ในการเกษตร เนื่องจากในบริเวณนี้ประสบ ปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรอย่างหนัก ซึ่งพี่น้องเกษตรกรก็ได้รับประโยชน์มากกว่า ๒๐,๐๐๐ ไร่ในบริเวณนี้ ฝากท่านประธานไปยังกรมชลประทานด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้ท่านประธานกรุณา ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พิชัย นริพทะพันธุ์ ให้เร่งทำ ๓ เรื่อง หรือขึ้นชกอีก ๓ ยก เพื่อช่วยเหลือชาวนาด้วย ดังนี้ ยกแรก ยกเว้น ยก ๒ ยกเลิก ยก ๓ ยกร่าง ยกแรก ยกเว้น การช่วยเหลือนาปี เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๗ ที่ให้ชาวนาไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๑๐ ไร่ ใช้วิธียกเว้นมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ สมัยนายก เศรษฐา ที่กำหนดหลีกเลี่ยงการให้เงินอุดหนุน การชดเชย การประกันสินค้าเกษตร ดังนั้น การช่วยเหลือนาปรังที่จะให้ลงทะเบียนถึงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๘ ก็ให้ใช้วิธีเดียวกัน มาตรการเดียวกัน คือยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีไม่ต้องมีเงื่อนไขปลูกพืชชนิดอื่น ข้าวพันธุ์อื่น ดูเสมือนหนึ่งรัฐบาลไม่จริงใจ แล้วก็จะมีปัญหาตามมาแน่นอนทั้งเรียกร้อง ฟ้องร้องสำหรับ ชาวนาที่ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ เร่งทำหนังสือเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์หน้าด้วย🔗
ยก ๒ ครับ ยกเลิก เสนอคณะรัฐมนตรีให้คราวประชุมถัด ๆ ไปยกเลิกมติ คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ซึ่งเปรียบเสมือนพันธนาการรัฐบาลไม่ให้ ช่วยเหลือเกษตรกรเลยนะครับ🔗
ยก ๓ ยกสุดท้าย ยกร่าง ให้รัฐบาลเร่งยกร่างนโยบายในการช่วยเหลือพี่น้อง เกษตรกร รัฐบาลก่อน ๆ มีนโยบายจำนำ มีนโยบายประกันรายได้ แต่รัฐบาลชุดนี้ยังไม่มี นโยบายใด ๆ เลย เพราะฉะนั้นเร่งร่างนโยบายดังกล่าวเพื่อรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต นาปีของพี่น้องเกษตรกรชาวนามีปัญหาแน่ ๆ ครับรัฐบาล ถ้าผ่าน ๓ ยกนี้ รัฐมนตรีพิชัยที่เคารพจะอยู่ได้อีก ๔ ยก ๕ ยก ๖ ยก ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญจ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ผมมีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานนะครับ ผมได้รับหนังสือจาก สมาคมชาวประมงอำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือรัฐบาล ได้ทำการก่อสร้างท่าเทียบเรือให้กับชาวบ้าน ชาวประมงอำเภอบ้านแหลม เนื่องจาก ชาวประมงของอำเภอบ้านแหลมไม่มีท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ในการขนส่งสินค้าหรือการค้าขาย ปัจจุบันต้องไปขึ้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดชลบุรี และจังหวัดสมุทรสาคร ทำให้ ชาวประมงอำเภอบ้านแหลมได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก และในการนั้นสมัยท่านนายก เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ได้จัด ครม. สัญจร ที่จังหวัดเพชรบุรีนั้น มีท่านมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ไปดูพื้นที่ก่อสร้างท่าเทียบเรือ แห่งนี้ที่อำเภอบ้านแหลม ก็ฝากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยประสานงานต่อเรื่องนี้ ด้วยนะครับ เพราะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับพ่อแม่พี่น้องชาวประมงของอำเภอบ้านแหลม และจังหวัดเพชรบุรีนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มชาวนา ชาวไร่ที่ทำภาคการเกษตร ไม่ว่าจะทำนา ทำนาเกลือ ในภาคปศุสัตว์ต่าง ๆ ประสบปัญหาผลผลิตที่ตกต่ำ ก็ฝาก ท่านประธานช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเร่งแก้ไขพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ ฝากด้วยนะครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗
ขอเชิญคุณญาณธิชา บัวเผื่อน ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคประชาชน วันนี้ ดิฉันมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือในสภาแห่งนี้ ๑ เรื่องค่ะ คือเรื่อง ขอให้ช่วยเร่งรัดการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับแรงงานตามมาตรา ๖๔ หรือแรงงานที่เข้ามาทำงาน แบบไปกลับหรือตามฤดูกาล ตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ทั้งทุเรียน มังคุด ลำไย ล้งและผู้ประกอบการ ส่งออกค่ะ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๗ ถึงเดือนมกราคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา เป็นช่วง ฤดูกาลเก็บลำไย ชาวสวนลำไยและล้งเจอปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างด้าวในการเก็บ ลำไย ทำให้ล้งไม่สามารถเข้าไปเก็บได้ตามสัญญา ลำไยเสียหาย ชาวสวนต้องขายลำไย เป็นเกรดลูกร่วงจาก ๓๐ บาท เหลือกิโลกรัมละ ๓ บาท ขาดทุนน้ำตาตกในกันเป็นจำนวน มากค่ะ ฤดูกาลถัดไปที่จะถึงเร็ว ๆ นี้ก็คือฤดูกาลเก็บเกี่ยวทุเรียนที่จะถึงในช่วงเดือนเมษายนนี้ หากไม่รีบแก้ไขก็จะทำให้ได้รับผลกระทบอีกเช่นเดียวกัน ดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือ และสนับสนุนภาคการเกษตร ดิฉันเข้าใจว่ากระทรวงแรงงานรับทราบปัญหานี้เป็นอย่างดี และพยายามหาแนวทางการแก้ไข โดยมีแนวทางการแก้ไขก็คือ🔗
๑. ให้แรงงานตามมาตรา ๖๔ สามารถเดินทางข้าม ๘ จังหวัดตามบันทึก ข้อตกลงการข้ามแดนได้ และหากจังหวัดอื่นต้องการแรงงานต่างด้าวก็สามารถร้องขอกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดต้นทางได้ค่ะ🔗
๒. อายุใบอนุญาตทำงานเพิ่มจาก ๓ เดือนเป็น ๖ เดือน🔗
๓. แรงงานต่างด้าวสามารถขายของได้ในอำเภอที่มีหน้าด่าน ดิฉันทราบว่าทางกระทรวงแรงงานได้ทำหนังสือไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อขอนำ เรื่องนี้เข้า ครม. ไปตั้งแต่วันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่าง สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติให้ความคิดเห็นนะคะ ดิฉันจึงขอหารือไปยังเลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ขอให้ช่วยเร่งรัดการทำความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้กับ ครม. เพื่อที่จะเป็นประโยชน์แก่ ครม. ในการพิจารณาด้วยค่ะ และขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ขอให้ช่วยนำเรื่องนี้เข้ามาพิจารณาใน ครม. โดยเร็วเพื่อบรรเทาปัญหาแรงงานตามมาตรา ๖๔ เพื่อให้ทันต่อฤดูกาลการเก็บเกี่ยวทุเรียนที่จะถึงภายในเดือนเมษายนนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอเชิญคุณชลธิชา แจ้งเร็ว ครับ🔗
ขอบคุณค่ะท่านประธาน เรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคประชาชน ดิฉันขอใช้พื้นที่สภาแห่งนี้เพื่อย้ำกับพวกเราทุก ๆ คนว่าในระหว่างที่ประเทศ ไทยไปโฆษณาไว้กับนานาชาติว่าเราเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ยึดมั่นในคุณค่าสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการที่เราเข้าไปนั่งอยู่ในเก้าอี้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน แห่งสหประชาชาติ แต่หากมองย้อนกลับมาภายในประเทศของเราก็จะพบว่ามีเรื่องที่น่า ย้อนแย้งเกิดขึ้น เมื่อเรายังคงมีนักโทษทางการเมืองกว่า ๔๕ คน ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ และไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัว เพียงเพราะพวกเขามีความคิด ความเชื่อ และความฝัน ที่แตกต่างกับพวกเรา ดิฉันขอสไลด์ขึ้นด้วยนะคะ🔗
เมื่อไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัวค่ะ แม้จะไม่เคยมีพฤติการณ์ของการหลบหนี ไปตามนัดหมายของศาลทุกครั้ง ก็ทำให้คุณขนุน สิรภพ นักโทษทางการเมืองในคดีมาตรา ๑๑๒ ตัดสินใจอดอาหารประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิ ในการประกันตัวของเขาเอง ขนุนกำลังใช้ร่างกายของตัวเองเพื่อเป็นเดิมพันเพื่อเรียกร้อง สิทธิที่เขาต้องได้รับ ถ้าตุลาการใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด แล้ววันนี้ร่างกายของเขากำลังเริ่ม เข้าสู่ภาวะวิกฤติ ดิฉันไม่อยากเห็นความสูญเสียเฉกเช่นที่เคยเกิดขึ้นกับคุณบุ้ง เนติพร อีกแล้ว ดังนั้นดิฉันจึงขอใช้โอกาสนี้ในการร่วมยืนยันหลักการเรื่องสิทธิในการประกันตัว และส่งเสียงเรียกร้องไปยังตุลาการให้ดำรงตนในฐานะตุลาการเพื่อยึดมั่นในหลักการ และกฎหมายว่าด้วยเรื่องของการประกันตัว ท่านประธานคะ นอกจากนั้นแล้วดิฉันขอทวง ถามถึงความจริงใจของรัฐบาลในการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับนักโทษ ทางการเมืองให้เหมือนกับตอนที่ท่านหาเสียงไว้ แล้วไปรับปากพวกเขาเอาไว้ วันนี้ขนุนและ เพื่อน ๆ กำลังทวงถามคำมั่นสัญญาที่แกนนำรัฐบาลอย่างพรรคเพื่อไทยเคยสัญญาเอาไว้ ดิฉันไม่มั่นใจค่ะว่ารัฐบาลได้ยินเสียงของนักโทษทางการเมืองบ้างไหม ดังนั้นดิฉันจึงขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีให้ช่วยเร่งทำตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้เอาไว้ อย่าให้ มันกลายเป็นเพียงเทคนิคในการหาเสียงเท่านั้น ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไป ขอเชิญคุณเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ ครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ผม นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง ซึ่งเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมได้รับ การร้องเรียนจากชุดรักษาความปลอดภัยในหมู่บ้าน หรือ ชรบ. และ อปพร. บุคคลกลุ่มนี้มี จิตอาสาที่จะคอยดูแลความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยภายในหมู่บ้าน ไม่ว่างาน ศพ งานบวช งานแต่งงาน และงานประเพณีต่าง ๆ จะดูแลความสงบเรียบร้อย แต่ไม่มี ค่าตอบแทน แม้นแต่ชุดเครื่องแบบก็ไม่มีต้องซื้อเองหรือต้องไปขอนายก อบต. ขอนายก เทศบาล และขอ สส. ครับ สส. ทุกคนก็คงจะโดนเหมือนกันนะครับ กระผมจึงขอให้กรมการ ปกครอง กระทรวงมหาดไทย ตั้งเป็นค่าตอบแทนให้กับบุคคลกลุ่มนี้เป็นเงินเดือนให้ เหมือนกับ อสม. หรือจะน้อยกว่านั้นก็ได้ เขาจะได้มีกำลังใจในการทำงาน🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องเดียวกันครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากประธานกลุ่มแม่บ้าน หรือประธานกลุ่มสตรี บุคคลกลุ่มนี้ก็ทำงานเพื่อจิตอาสา ทำงานไม่มีผลตอบแทน เช่น งานศพ งานบวช งานแต่งงาน ตลอดถึงงานประเพณีต่าง ๆ ในหมู่บ้าน ถ้ามีงานแล้วทางกลุ่มประธาน แม่บ้านและกลุ่มแม่บ้านจะต้องเข้าไปดูแล เข้าไปช่วยงานกิจกรรมในงานนั้น ผมจึงขอให้ กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดตั้งงบประมาณค่าตอบแทนให้กับบุคคลทั้ง ๒ กลุ่มนี้ เป็นรายเดือนเหมือน อสม. เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับบุคคลทั้ง ๒ กลุ่มนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๑ อำเภอครบุรี อำเภอเสิงสาง และอำเภอหนองบุญมาก ขอนำปัญหาจากพี่น้อง ประชาชนเรียนร้องเรียนมายังส่วนราชการที่อำเภอครบุรี ขอนำปัญหาจากพี่น้องประชาชน ร้องเรียนมายังส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนำไปให้ความช่วยเหลือพี่น้อง ๒ ประเด็นดังนี้🔗
๑. พี่น้องประชาชนกว่า ๒๖ หมู่บ้าน ตำบลโคกกระชาย อำเภอครบุรี จังหวัด นครราชสีมา เคยทำกินทำการเกษตรมีร่องรอยของการทำมาหากินปรากฏชัดเจนบริเวณ บ้านหนองไม้เหลืองกว่า ๖,๐๐๐ ไร่ ตำบลโคกกระชาย ต่อมาปี ๒๕๑๙ เกิดปัญหาด้านความ มั่นคง ภัยคอมมิวนิสต์ กองทัพบกได้ขอให้พี่น้องประชาชนออกจากพื้นที่โดยพี่น้องประชาชน ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี หลังจากสงบก็เข้าพื้นที่ทำการเกษตรเป็นไปตามปกติ และปี ๒๕๕๗ คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ยึดอำนาจ จัดโครงการทวงคืนผืนป่า ขับไล่พี่น้อง ประชาชนออกจากพื้นที่ โดยกรมป่าไม้ก็รับรู้ว่าพี่น้องประชาชนเคยทำมาหากิน มีรัฐบาล สนับสนุนแหล่งน้ำ ทำถนนหนทางเป็นเส้นทางคมนาคม แต่ปัจจุบันก็ไม่ได้ให้เข้าใช้ประโยชน์ แต่อย่างใดนะครับ จึงขอให้กรมป่าไม้ทบทวนพิจารณาให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เป็นคนไทยที่ไม่มีที่ทำกิน ต้องอพยพจากพื้นที่และครอบครัวแตกแยก🔗
๒. พื้นที่ทับลาน เขตอำเภอครบุรี เขตอำเภอเสิงสาง อำเภอปักธงชัยและ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖ ให้มีการแก้ไขปัญหาแนวเขตตามยุทธศาสตร์ One Map เพื่อให้แก้ไขปัญหาพื้นที่ทับ ซ้อน โดยวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๗ รองนายกรัฐมนตรี ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้ลง พื้นที่ตรวจเยี่ยมพี่น้องที่ตำบลครบุรีใต้ รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องกว่า ๔,๐๐๐ ราย ได้รับผลกระทบต้องตกเป็นจำเลยทางสังคมและทางอาญา และความไม่ชอบธรรม ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ ท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุรวาท ทองบุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอปรึกษาหารือท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการคลัง ให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต และได้ดำเนินการ ๒ ข้อต่อไปนี้ครับ🔗
ข้อ ๑ ได้โปรดเร่งรีบทำความตกลงพิเศษร่วมกันเพื่อจ้างนักการภารโรง เป็นอัตราจ้างชั่วคราวด้วยงบบุคลากร จะทำให้พวกเขาได้รับสิทธิประโยชน์เข้าระบบกองทุน ประกันสังคม มีหลักประกันที่มั่นคงในชีวิตพวกเขาและครอบครัว🔗
ข้อ ๒ ขอให้กระทรวงศึกษาธิการมีมาตรการสำรวจสภาพการใช้ไฟฟ้า ในโรงเรียนและจัดตั้งงบประมาณเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ตัดวงจรไฟฟ้าป้องกันไฟดูดนักเรียน ครู และบุคลากรของโรงเรียนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในแต่ละปีนะครับ เพราะอุปกรณ์ที่ใช้อยู่นี้ ขาดประสิทธิภาพไม่สามารถป้องกันอันตรายได้ เพราะอะไรครับ ท่านประธานครับ เมื่อ ๒ วันที่ผ่านมาผมได้เดินทางไปร่วมฌาปนกิจและให้กำลังใจครอบครัวของนักการ ภารโรงที่เสียชีวิตในวันศุกร์ เวลา ๑๗.๕๕ นาที เมื่อวันที่ ๗ มีนาคมที่ผ่านมา เนื่องจาก โรงเรียนมีงานรับรองผู้อำนวยการมารับตำแหน่งใหม่แล้วก็มีงานก่อสร้างด้วย ต้องใช้สายไฟ ภารโรงต้องทำงานจนจะมืดค่ำอยู่คนเดียวเพียงลำพังแล้วสายไฟก็ดูดเขาครับ ท่านประธานครับ เรียนว่าเขาเป็น ๑ คนในจำนวนนับแสนคนที่ถูกเปลี่ยนการจ้างจากการจ้างชั่วคราวมาเป็น จ้างเหมาบริการ เดือนละ ๙,๐๐๐ บาท ถูกตัดสิทธิประกันสังคมตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา บังเอิญว่าเขายังได้รับสิทธิประโยชน์จนถึงวันที่ ๓๑ มีนาคมนี้ ท่านประธานครับ พวกเขา เหล่านี้ ลูกจ้างทั้งหลายในโรงเรียนพวกเขาไม่ได้ถูกจ้างมาทำของ เขาไม่มีวันหยุด ทำทุกวัน เวลาตลอด ๒๔ ชั่วโมง ตลอด ๗ วันนะครับ เพราะฉะนั้นจึงขอให้กระทรวงการคลังได้ตกลง พิเศษให้จ้างเป็นอัตราจ้างชั่วคราวเพื่อให้เขาเข้าสู่ระบบประกันสังคมนะครับ ที่ผมเรียน แต่ต้น และให้กระทรวงศึกษาธิการได้มีมาตรการเรื่องนี้เรื่องการป้องกันไฟฟ้าดูดในโรงเรียน ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณณัฐจิรา อิ่มวิเศษ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพดิฉัน นางสาวณัฐจิรา อิ่มวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานจำนวน ๓ เรื่องด้วยกันค่ะท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องปรับปรุงถนนสาย นม. ๔๐๗๐ แยก ทล. ๒๐๖๘ ถึงบ้านส้มกบงาม ถนนเชื่อมระหว่างอำเภอสูงเนิน อำเภอขามทะเลสอ และสามารถเชื่อมไปยังอำเภอสีคิ้วได้ค่ะ เส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอ ซึ่งมีการขนส่งพืชผลทางการเกษตร ก็จะเห็นได้ว่าเป็นหลุมเป็นบ่อนะคะ พี่น้องหลาย ๆ ตำบลเลยค่ะที่ได้รับผลกระทบและได้รับ ความเดือดร้อนที่เขาอยากสัญจรไปมาในเส้นนี้นะคะ แล้วก็ในช่วงเวลากลางคืนก็ไม่มีไฟฟ้า แสงสว่างนะคะ เส้นนี้ระยะความยาวประมาณ ๑๐ กว่ากิโลเมตรค่ะท่านประธาน จึงวิงวอน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวงชนบทนได้พิจารณางบประมาณ ปรับปรุงแก้ไขให้พี่น้องด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณถนนหมายเลข ๒๑๙๘ จากสะพาน ตำบลโคกกรวด อำเภอเมืองไปยังตัวอำเภอขามทะเลสอ ตรงนี้ดับเป็นแรมปีแล้วค่ะ ไม่ติด สักทีค่ะท่านประธาน ถ้าติดกับติดไม่กี่วันค่ะ ซึ่งพี่น้องที่สัญจรตอนกลางคืนอันตรายมาก ๆ แล้วสามารถอาจจะเกิดโจรกรรมได้ แล้วก็มีอุบัติเหตุบ่อยครั้งนะคะ บางครั้งเส้นจราจร ยังมองไม่ชัดเลยค่ะ จึงวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง จากกฎหมายดังกล่าวดิฉันได้รับจดหมายเองมากับมือจากชาวบ้านพี่น้องอำเภอขามทะเลสอ ที่เขาสัญจรไปมาตลอดนะคะท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องไฟฟ้าส่องสว่างเช่นกันค่ะ ถนนเส้นนี้ก็เป็นถนนเส้นหลักที่ พ่อแม่พี่น้องอำเภอดิฉันใช้สัญจรเข้าอำเภอเมืองค่ะ ก็เป็นถนนหมายเลข ๒๐๖๘ จาก ตัวอำเภอขามทะเลสอไปยังตำบลโคกสูง อำเภอเมืองค่ะ ทางเข้าเมืองแต่ว่าไม่มีไฟฟ้าเช่นกัน ก็ขอวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงเรื่องไฟฟ้าให้ดิฉันแล้วก็ให้พี่น้องในเขตดิฉันด้วย ขอบคุณค่ะ🔗
ขอเชิญคุณสุทธิชัย จรูญเนตร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุทธิชัย จรูญเนตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ด้วยผมได้รับแจ้งจากนายทองคำ มีหิริ นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลคอนสาย อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ในเรื่องของปัญหา การดำเนินการในการของบประมาณโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำกั้นลำห้วยที ตำบล คอนสาย อำเภอตระการพืชผล ซึ่งสำนักก่อสร้างขนาดกลางที่ ๗ กรมชลประทานได้ลงไป สำรวจพื้นที่ ไปทำประชาคมแล้วไปจ่ายค่าเวนคืนที่ดินให้กับผู้ได้รับผลกระทบครบทุกราย ภายหลังได้ยื่นขอสนับสนุนงบประมาณจากกรมชลประทานในปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ ปรากฏ ว่ายังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณทั้ง ๒ ปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๙ จึงได้ยื่นขออีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ ลำน้ำห้วยทีเป็นลำน้ำที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของพี่น้อง ชาวอำเภอตระการพืชผล สภาพทั่วไปในช่วงฤดูฝนจะมีน้ำเต็มลำห้วย แต่พอถึงฤดูแล้ง น้ำกลับแห้งขอดเหตุเพราะไม่มีประตูควบคุมระดับน้ำ ซึ่งปัญหานี้ได้ส่งผลกระทบต่อน้ำ ที่จะอุปโภค บริโภค สำคัญที่สุดครับส่งผลกระทบต่อปัญหาน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร และปัญหานี้เกิดขึ้นอย่างยาวนานและต่อเนื่องมาโดยตลอด ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหาผมจึงใคร่เรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านอธิบดีกรมชลประทาน เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณในปี ๒๕๖๙ ที่จะถึงนี้เพื่อให้ทันต่อปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ ในขณะนี้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความอนุเคราะห์เป็นอย่างดี จึงขอขอบคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณประเสริฐ บุญเรือง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๖ พรรคเพื่อไทย ขอปรึกษาหารือและทวงถามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ห้วยส้มป่อย ตำบลนาขาม อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๗ ท่านนายกเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีในช่วงนั้นท่านได้ไปตรวจราชการ ในพื้นที่ของจังหวัดกาฬสินธุ์ตามภาพ และได้ไปดูพื้นที่ดังกล่าวตามที่พี่น้องประชาชน ทำหนังสือเรียกร้องแก้ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งในบริเวณดังกล่าวเป็นดงแม่เผดดงเก่าอยู่ที่ตำบลนาขาม ซึ่งมีอธิบดีกรมชลประทานในสมัยก่อน เดี๋ยวนี้ท่านเกษียณไปแล้ว รองอธิบดีกรมป่าไม้และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมทั้งพี่น้องประชาชนหลายพันคนไปรอต้อนรับ ท่านก็คงจะดูแล้ว ทางอธิบดีกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คงจะรายงานท่านนายกรัฐมนตรี แล้วว่าบริเวณพื้นที่ดังกล่าวสามารถที่จะก่อสร้างได้และดำเนินการโดยกรมชลประทาน ท่านจึงเดินออกมาจากบริเวณที่เขารายงาน ถ้าดูตามคลิป ดูรายงานจับไมค์แล้วท่านก็พูดกับ พี่น้องประชาชนว่าสิ้นสุดแห่งการรอคอย หมดเวลาแห่งการรอคอยแล้วตามภาพ ดังนั้นผมจึง ขอติดตามทวงถามจากปัจจุบันตั้งแต่วันที่ ๒ มีนาคมจนถึงปัจจุบันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่จะรับผิดชอบ กรมชลประทานมีแผนงานแนวทางงบประมาณรองรับไว้หรือไม่ ซึ่งงบประมาณดังกล่าวในช่วงหนึ่งได้รับการประสานงานในปี ๒๕๖๗ ว่ากรมชลประทาน ได้จัดงบประมาณช่วงหนึ่งไว้แล้วจะทำถนนเข้าไปสู่หน้างาน และต่อไฟฟ้าไปสู่หัวงาน จึงอยากเรียนถามว่าการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำดังกล่าวมีแนวทางและความชัดเจนไปถึงไหนแล้ว จึงอยากเรียนท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ถ้ามีแผนงานอย่างไรให้ทำหนังสือถึงท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ของจังหวัดกาฬสินธุ์ด้วยครับ กราบขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณสมดุลย์ อุตเจริญ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สมดุลย์ อุตเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชียงใหม่ เขต ๗ อำเภอฝาง แม่อาย ไชยปราการ และพรรคประชาชน ผมได้รับการร้องเรียนจากประชาชนหลายรายในพื้นที่ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนอำเภอฝาง แม่อาย และอำเภอไชยปราการ🔗
๑. ปัญหาตู้พนัน Slot ปัจจุบันมีการแพร่กระจายอยู่ในชุมชนส่งผลให้เกิด ปัญหาหนี้สินและครอบครัวแตกแยกจากการพนัน อยากให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เร่งตรวจสอบ และปราบปรามตู้ Slot และบังคับกฎหมายใช้กับสถานที่ให้บริการอย่างจริงจังด้วยครับ🔗
๒. ปัญหาบ่อนการพนันผิดกฎหมายในอำเภอฝาง ผมได้รับการร้องเรียน จากประชาชนหลายรายแล้วก็บ่อยครั้งด้วยครับว่ามีการลักลอบเปิดบ่อนการพนัน ซึ่งสร้าง ปัญหาให้กับสังคมเป็นอย่างมาก เช่น ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาครอบครัวแตกแยก อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปปราบปรามบ่อนการพนัน อย่างจริงจังตลอดจนบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังด้วยครับ🔗
๓. ปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย มีแรงงานต่างด้าวจำนวนมากในพื้นที่ ที่เข้ามาอยู่อาศัยและมาทำงานอย่างผิดกฎหมายส่งผลกระทบต่อทั้งในด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม อยากให้มีการตรวจสอบว่ามีการลักลอบซื้อขายบัตร ๑๐ ปี หรือบัตรหัว ๐ หรือที่เรียกว่าบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนให้กับแรงงานต่างด้าวที่ ไม่ถูกต้องด้วยครับ ตลอดจนควบคุมการซื้อขายที่ดินและการใช้ยานพาหนะที่ผิดกฎหมายด้วย ผมขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ปัญหานี้ ลุกลามต่อไป ซึ่งจะส่งผลกระทบนอกจากสังคมแล้วความมั่นคงของประเทศก็จะถูกกระทบ ไปด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอเชิญ คุณสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย กระผมขอหารือผ่านท่านประธาน ไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ขอให้แก้ไขระเบียบหลักเกณฑ์คู่มือปฏิบัติงาน การจัดเก็บภาษีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นครับ ท่านประธานครับ ในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา กังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าได้เกิดขึ้นหลายร้อยต้นในหลายจังหวัด อย่างเช่น จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา โดยมีบริษัทเอกชนไปรับสัมปทานจากรัฐบาลแล้วไปก่อสร้าง แล้วก็ทำ สัญญาขายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แต่ท่านประธานครับ กังหันลมมีมลพิษทางเสียง ก่อนการก่อสร้างจึงต้องทำประชาคมแล้วจะต้องเสียภาษีให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อต้นต่อปี แต่ท่านประธานครับ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถจัดเก็บภาษีจากต้นกังหันลมได้เพราะมีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พุทธศักราช ๒๕๖๒ ซึ่งได้ยกเลิกพระราชบัญญัติ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน และยกเลิกภาษีบำรุงท้องที่ และสาเหตุที่จัดเก็บภาษีไม่ได้ก็เพราะว่า คู่มือการปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ระบุว่ากังหันลมเป็นสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในข่ายได้รับยกเว้นภาษี รวมถึงเสาส่งสัญญาณ โทรศัพท์หลายหมื่นต้นทั่วประเทศก็ไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ครับ ซึ่งกระผมคิดว่าเรื่องนี้ ไม่เป็นธรรมต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชน กระผมจึงขอให้กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยได้ทบทวนแก้ไขคู่มือการปฏิบัติงานของกรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนต่อไป ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณรอมฎอน ปันจอร์🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม รอมฎอน ปันจอร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมมี ๓ ๔ เรื่องครับท่านประธาน ขออนุญาตขึ้นสไลด์เลยนะครับ🔗
เรื่องแรกเป็นเรื่องที่อำเภอเมือง นราธิวาส ในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาสนะครับ ขออนุญาตขึ้นสไลด์เลยนะครับ มีภาพของ โครงการนำสายไฟฟ้าลงดินบนถนนหมายเลข ๔๑๓๖ หรือว่าถนนภูผาภักดี กลางเมืองเลยครับ มืดลงใต้ดินมาปีกว่าแล้วครับ แต่ว่าพี่น้องประชาชนก็ยังอยู่ในความมืดครับ ยังไม่มีไฟ ยังไม่มี อะไรเลย ก็ยินดีด้วยที่สามารถลงดิน อยากมีภูมิทัศน์ที่ดีสวยงามนะครับ แต่กลายเป็นว่าถนน ยังมืดอยู่ก็อยากจะให้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้วก็ทางเทศบาลเมืองนราธิวาสช่วยเร่งรัด แก้ปัญหานี้โดยเร็วนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เลยนะครับ ไปอีกถนนหนึ่ง พนาสณฑ์ Bypass ตรงนี้ก็แก้แล้ว แก้อีกนะครับ จนกระทั่งพี่น้องประชาชนต้องระมัดระวังมากนะครับ คือถนนนี่วางท่อ เรียบร้อยแล้วแต่ถนนยังไม่เรียบนะครับหลายจุดเลยทีเดียว แล้วบางจุดก็มีงานที่ดูเหมือน ชาวบ้านก็บ่นอยู่นะครับ ต้องใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังการใช้ถนน บางจุดก็โรยหิน ก้อนเล็ก ๆ ตรงหลุมกลางบ่อก่อให้เกิดอันตราย ก็ฝากทางเทศบาลเมืองนราธิวาสและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นแถว ๆ บ้านท่านประธานเลยครับ สนามกีฬาร้างนะครับ ชาวบ้านเรียกคอกวัวร้อยล้านครับ ก็คือสนามกีฬาของจังหวัดยะลาเลย แล้วก็มีตั้งงบไว้ ประมาณ ๒๐๐ กว่าล้านบาทตอนนี้ยังไม่เสร็จครับ แล้วเห็นว่ามีชาวบ้านก็ปล่อยวัวไปกิน หญ้านะครับ เตะบอลไม่ได้เพราะว่าเป็นหลุมเป็นบ่อ ก็น่าเสียดายเพราะว่านี่คือสนามกีฬา กลางเลยนะครับแต่ว่ามันยังไม่ได้ใช้งานเลย ก็ฝากทางท่านประธานเรียนไปทางการกีฬา แห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้งฝากไปถึงทางเทศบาลสะเตงนอก ด้วยนะครับ ช่วยกันประสานทำให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ไม่ใช่แค่เอารถขยะ ของเทศบาลไปจอดไว้เฉย ๆ นะครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณทินพล ศรีธเรศ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ทินพล ศรีธเรศ ผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่อง ปรึกษาหารือกับท่านประธานดังนี้ครับ สืบเนื่องจากได้รับร้องเรียนจากอาจารย์และนักศึกษา ของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์วิทยาเขตนามน ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของตำบลสงเปลือย อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ว่าถนนทางเข้ามหาวิทยาลัยหลาย ๆ จุดค่อนข้างมืดแล้วก็เปลี่ยวในเวลา กลางคืน ผมพร้อมกับท่าน สส. นิคม บุญวิเศษ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่ พร้อมกับอาจารย์ นักศึกษา แล้วก็ผู้ใหญ่บ้านตรวจสอบพบว่าถนนทางเข้ามหาวิทยาลัย ช่วงบ้านหนองโพนสูงหน้าวัดอรัญญิกาวาส ตำบลยอดแกง อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ ช่วงนี้ไหล่ทางค่อนข้างแคบแล้วก็มืดมากในเวลากลางคืน จุดนี้เคยมีนักศึกษาถูกทำร้าย ร่างกายบาดเจ็บสาหัสมาแล้วนะครับ จึงเห็นสมควรอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ทางหลวงชนบท จังหวัดกาฬสินธุ์ได้เพิ่มไฟส่องสว่างและถ้าขยายไหล่ทางช่วงนี้ได้ก็จะเป็น การดียิ่งขึ้นครับ ขอบคุณมากครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ถนนรอบ ๆ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์วิทยาเขตนามน ตลอดระยะทาง เกือบ ๓ กิโลเมตร ชำรุดทรุดโทรมมาก ถนนไม่มีไฟส่องสว่างในเวลากลางคืนเปลี่ยวสุด ๆ ครับน่ากลัวมาก และเป็นถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จึงอยากฝากท่านประธานผ่านถึงกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นให้ดูแลถนนเส้นนี้ เพื่อความปลอดภัยของนักศึกษาที่สัญจรไปมา แล้วก็ประชาชนที่สัญจรไปมาด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้มีการติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่มเติมเส้นทางออกจากบ้านหัวงัว ตำบลสงเปลือย อำเภอนามน ที่จะตรงไปตัวอำเภอนามนแล้วก็อีกเส้นหนึ่งออกจากบ้าน หัวงัวที่จะต้องเข้าไปที่มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ เส้นนี้นักศึกษาและประชาชนใช้กันเยอะครับ ไฟส่องสว่างไม่เพียงพอ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ทางหลวงชนบทจังหวัดกาฬสินธุ์ช่วยเพิ่มเติมไฟส่องสว่างในจุดดังกล่าวด้วยจะเป็นพระคุณยิ่ง ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๗ พรรคกล้าธรรม ท่านประธานครับ ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดบุหรี่ไฟฟ้าเถื่อนในประเทศไทยขณะนี้ น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง ทั้ง ๆ ที่ผิดกฎหมายแต่ก็ยังมีการลักลอบนำเข้าซื้อขายสูบกันทั่วบ้าน ทั่วเมืองหาซื้อได้ง่ายจนน่ากังวล แม้กระทั่งเด็กประถมในโรงเรียนก็ยังหาสูบได้ สิ่งที่น่ากังวล ที่สุดคือการที่บ้านเราไม่มีกฎหมายควบคุม จึงทำให้เราไม่รู้เลยว่าในบุหรี่ไฟฟ้าเหล่านั้น มีสารเคมีชนิดใดบ้าง นี่ยังไม่นับรวมสารเสพติดหรือยาบ้าที่อาจผสมเข้าไป และเยาวชน จำนวนมากยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสารที่ผสมอยู่ด้านในมีอะไรปนเปื้อนบ้าง วันนี้ผมขอเป็นตัวแทน ผู้ปกครองและพี่น้องอีกจำนวนมากที่ขอแสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์การแพร่ระบาด ของบุหรี่ไฟฟ้าเถื่อน ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นศุลกากร ตำรวจ มหาดไทย สถานศึกษาจะเอาจริงเอาจังในการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า ดั่งที่ท่านนายก ได้ประกาศว่าจะปราบปรามทั้งการนำเข้าและการจำหน่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านค้าที่อยู่ใน บริเวณชุมชนและโรงเรียน รวมถึงช่องทางออนไลน์ซึ่งตอนนี้สามารถสั่งซื้อได้ง่ายยิ่งกว่า บุหรี่ซองเสียอีกครับ นอกจากนี้แล้วอยากฝากให้ช่วยปราบปรามโรงงานบุหรี่ไฟฟ้าเถื่อน ซึ่งอาจตั้งอยู่ที่ไหนก็ได้เพราะสามารถสั่งซื้อสารวัตถุดิบมาบรรจุและผลิตได้ง่าย โดยขณะนี้ มีพี่น้องหลายรายได้แจ้งเบาะแสมายังผมผ่านช่องทางต่าง ๆ ซึ่งผมจะส่งข้อมูลเหล่านี้ให้กับ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำความผิด สุดท้ายครับท่าน ประธาน ไม่ว่าจะปราบปรามจับกุมขนาดไหนก็ไม่สามารถทำได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมจึง อยากฝากรัฐบาลให้เร่งกำหนดมาตรการในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าในระยะยาว และผมขอตั้ง ข้อสงสัยว่าถ้าเราออกกฎหมายกำกับเราจะควบคุมมันให้อยู่ในกติกาได้จริงหรือครับ อันนี้ ก็ต้องฝากให้ทางรัฐบาลช่วยเร่งพิจารณาด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณศิรสิทธิ์ สงนุ้ย🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศิรสิทธิ์ สงนุ้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคประชาชน ผมขอ นำเรียนปัญหาของพี่น้องประชาชนฝากท่านประธานจำนวน ๓ เรื่องครับ เมื่อช่วงปลาย มกราคมที่ผ่านมาได้มีการลงนามข้อตกลงการค้าเสรี Free Trade Agreement FTA ระหว่างไทยกับ AFTA หรือสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป European Free Trade Association EFTA ท่านประธานครับ เวลาเราส่งออกสินค้าเราจ่ายภาษีศุลกากรมากกว่า ประเทศที่มีคู่สัญญากัน การลงนามข้อตกลงนี้จึงเป็นโอกาสทางการค้าเราจะได้ขายสินค้า ในราคาที่ถูก แต่ก็มีข้อห่วงกังวลครับท่านประธาน ถ้าเราเซ็นสัญญากับคู่ค้าที่มีสินค้า บางประเภทที่มาชนกัน บางประเทศที่มีต้นทุนต่ำกว่าก็จะได้เปรียบ หรือสินค้าที่ส่งออก เหมือนกันก็จะเป็นคู่แข่งกันเอง คำถามครับ รัฐบาลได้มีการประเมินผลกระทบกับสินค้า บางประเภทของไทยแล้วหรือไม่ว่ามีสินค้ารายการใดในข้อตกลงนี้บ้าง เช่น ภาคการเกษตร กุ้ง ปลากะพง และสินค้าประเภทอื่น ๆ และหากมีผลกระทบรัฐบาลจะมีแผนเตรียมการ แก้ไขอย่างไร ผมจึงอยากจะทราบหลักเกณฑ์ของกองทุนเอฟทีเอว่าสามารถนำมาใช้ใน กรณีใดได้บ้าง ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าข้อตกลงนี้จะเป็นประโยชน์ต่อสินค้าในประเทศ และเพิ่มโอกาสให้กับตลาดใหม่ ๆ ของคนไทยต่อไป🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้พิจารณาขยายคลองส่งน้ำ ๑ ขวา ๙ ซ้าย ให้มีความกว้างและ สามารถรองรับน้ำได้มากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเพาะปลูกและเลี้ยงปลาในพื้นที่🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ขอให้พิจารณาขุดลอกคลองนิคม ๒ ตำบลนาโคก จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อช่วยเสริมศักยภาพในการระบายน้ำต่อไปครับท่าน ประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณวุฒิพงศ์ ทองเหลา ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วุฒิพงศ์ ทองเหลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคชาติพัฒนา วันนี้กระผม มีเรื่องหารือความเดือดร้อนต่อท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกัน ดังนี้🔗
ปัญหาที่ ๑ ครับท่านประธาน เร่งรัดการก่อสร้างทางหลวง ๓๐๔ บริเวณ ทางหลวงช่วงทางลงเขา ก่อนถึงศาลปู่โทน มีการปิดซ่อมแซมถนนช่วงหลักกิโลเมตรที่ ๘๐ ซอย ๒ อยากให้เร่งรัดผู้รับเหมาเร่งมือก่อสร้างให้เสร็จ ขออนุญาตสไลด์ด้วยนะครับ🔗
ก่อนถึงเทศกาลหยุดยาวช่วงสงกรานต์ ในทุกปีถนนเส้นนี้จะมีการจราจรมากมายครับ แล้วผู้ที่สัญจรค่อนข้างติดอยู่ทางช่วงลงเขา จึงฝากถึงแขวงทางหลวงปราจีนให้ช่วยกำกับผู้รับเหมาให้เสร็จทันก่อนถึงช่วงหยุดยาว เพื่อไม่ให้เกิดการจราจรติดขัดสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน🔗
ปัญหาที่ ๒ แยกโพธิ์งามไม่มีไฟส่องสว่าง ปัญหานี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นครับสำหรับ ไฟส่องสว่าง ซึ่งถนนเส้นสุวรรณศรเส้นเก่า หรือทางหลวง ๓๖๔๙ ในพื้นที่เทศบาลโพธิ์งาม ทางแยกเลี้ยวเข้าไปเทศบาลนะครับ แขวงทางหลวงนำไฟส่องสว่างไปติดตลอดทางครับ แต่เว้นบริเวณแยกไว้ ทั้งที่บริเวณดังกล่าวมีตลาดบ้านปิง ตลาดบ้านโง้ง เป็นเขตพื้นที่ชุมชน ของชาวโพธิ์งาม ชาวบ้านก็ถามมาครับว่าทำไมถึงเว้นไว้ไม่ติดตั้งไฟส่องสว่างให้ยาวตลอด เส้นทาง ฝากแขวงทางหลวงปราจีนบุรีเข้าติดตั้งไฟส่องสว่างที่ตกหล่นไปด้วยครับ ระยะทาง ประมาณ ๖๐๐-๗๐๐ เมตรเอง🔗
ปัญหาที่ ๓ ปัญหาสุดท้าย ตำบลบ้านดงคลองตื้นเขินมีแต่ดินนะครับ คลองนี้ตั้งอยู่ทางเข้าทางฝั่งบางกุ้งกับบ้านดง บริเวณดังกล่าวเป็นสะพานชื่อบ้านแล้งครับ โดยปกติแล้วในลำคลองนี้จะสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูฝนได้ ให้ชาวนาแล้วก็ชาวไร่ได้ทำ ปลูกพืชผลทางการเกษตรกัน แต่ที่ผ่านมาครับมีการก่อสร้างสะพานบริเวณนี้ชื่อสะพาน บ้านแล้ง ทำให้ดินจากการก่อสร้างตกลงไปในลำคลองเป็นจำนวนมาก ผนวกกับลำคลอง ไม่เคยมีการขุดลอกครับทำให้ตื้นเขินนะครับ ก็อยากฝากท่านประธานถึงกรมชลประทาน ปราจีนบุรีเร่งเข้ามาขุดลอกลำคลองก่อนถึงฤดูฝน ในระยะทางเพียง ๒-๓ กิโลเมตร คาดว่า จะช่วยเก็บน้ำให้เกษตรกรได้ดังเดิม ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญคุณอำนาจ วิลาวัลย์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพอำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานอยู่ ๔ เรื่องครับ เป็นเรื่องเก่าที่ ผมเคยปรึกษาหารือมาแล้ว ทราบว่าจะประมาณ ๕-๖ ครั้งแล้วครับ🔗
เรื่องแรก เรื่องไฟส่องสว่าง ห้องโสตขอภาพด้วยครับ🔗
ไฟส่องสว่างทางหลวงหมายเลข ๓๑๙ มืดมาเป็นเวลาแรมปีแล้วครับ จากโรงงาน เอส.อาร์. ถึงแยกเข้าวัดแสงสว่าง แล้วก็ช่วงที่ ๒ จากวัดโคกพนมดีเกือบถึงแยกโคกปีบมีอยู่ ๒ ช่วงที่ไฟมืดไม่มีแสงสว่าง เป็นถนนหลวง หมายเลข ๓๑๙ มีรถสัญจรเป็นจำนวนมาก ยามค่ำคืนอันตรายมากครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องของ U-turn ครับ ชาวบ้านร้องขอ U-turn เพราะว่าชาวบ้าน มาทำธุรกรรมที่ธนาคารยิ่งอยู่แยกโคกปีบแล้วเวลาจะออกจากธนาคารต้องไปกลับรถไกล ถึง ๔ กิโลเมตร จึงอยากให้ท่านประธานได้ประสานไปยังแขวงทางหลวงได้ทำจุด U-turn เพื่อความสะดวกสบายของชาวบ้านที่มาใช้บริการของธนาคารนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องของศาลาพักผู้โดยสาร เนื่องจากพี่น้องประชาชนที่ทำงาน โรงงานต้องมารอรถเพื่อจะไปทำงาน ในช่วงกลางคืนแล้วก็ช่วงกลางวัน เวลาฝนตกก็เปียกฝน เวลากลางวันก็แดดร้อน แต่ก่อนเคยมีครับ พอทางหลวงมาขยายถนนเป็น ๔ เลน หมายเลข ๓๑๙ ได้รื้อศาลาพักผู้โดยสารไป แล้วก็ไม่นำมาติดตั้งให้กับพี่น้องประชาชนเหมือนเดิมครับ🔗
เรื่องที่ ๔ เรื่องท่อระบายน้ำ จากหมู่ที่ ๑ ถึงหมู่ที่ ๓ ตำบลโคกไทย ท่อระบายน้ำไม่มี เวลาฝนตกทำให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนพี่น้องประชาชน เรื่องนี้ผมได้ หารือไปประมาณ ๔ ครั้งแล้วครับตั้งแต่ปีที่แล้ว ตอนนี้ก็ได้สำรวจครับ แต่ว่ายังไม่ได้ลงไปทำ รางระบายน้ำให้กับพี่น้องประชาชน จึงอยากฝากท่านประธานประสานไปยังกระทรวง คมนาคม และแขวงทางหลวงปราจีนบุรี ได้ช่วยเร่งรัดดำเนินการ เพราะนี่ก็ใกล้ฤดูฝนแล้ว พี่น้องประชาชนเดือดร้อนครับ กราบขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย วันนี้ กระผมมีเรื่องมาหารือต่อท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องการขอผ่อนผันมติของคณะกรรมการควบคุมการขนส่ง ทางบกกลาง ซึ่งทางคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ได้มีมติในการประชุม ครั้งที่ ๓/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๘ ข้อ ๒ ขออนุมัติให้กำหนดอายุการใช้งาน สูงสุดของรถโดยสารประจำทาง เส้นทางหมู่ที่ ๔ ส่วนภูมิภาคดังนี้ ในข้อย่อยที่ ๓ ครับ ระยะทางไม่เกิน ๓ กิโลเมตร กำหนดอายุการใช้งานสูงสุดของแชสซีต้องไม่เกิน ๔๐ ปี ทำให้ เกิดผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการในจังหวัดระนองเป็นจำนวนมาก เนื่องจากรถโดยสารประจำทางของจังหวัดนองเป็นรถสองแถว ซึ่งในจังหวัดระนองนั้นถือว่า เป็นอัตลักษณ์และได้มีการนำเสนอเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของกระทรวง วัฒนธรรมประจำจังหวัดระนองและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว รวมทั้งสิ้นจำนวน ๓๕๑ คัน และเป็นรถโดยสารสองแถวที่มีอายุการใช้งานเกิน ๔๐ ปี ทำให้ไม่สามารถผ่านการตรวจสอบ สภาพเพื่อนำมาต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่งได้ครับ จึงขอฝากท่านประธานสภาไป ยังกระทรวงคมนาคม ได้ช่วยผ่อนปรนในการขอใบอนุญาตรับรองโดยให้ทางขนส่งได้ให้ วิศวกรยานยนต์ตรวจสอบสภาพรถและออกหนังสือรับรอง หรือแนวทางอื่น ๆ เพื่อสามารถ ต่อใบอนุญาตประกอบการขนส่งได้ต่อไปครับ🔗
เรื่องที่ ๒ การส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดระนองครับ ก่อนอื่นกระผม ต้องขอกราบขอบคุณท่านสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่ได้จัดสรรงบประมาณให้แก่จังหวัดระนองในการ ส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยจัดงาน Khao Ya Fest ครั้งที่ ๔ ที่ผ่านมา ซึ่งการจัดงาน Khao Ya Fest ครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ และครั้งที่ ๓ นี้เกิดขึ้นสมัยที่ท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มีการบรรจุงาน Khao Ya Fest ลงในปฏิทินการท่องเที่ยวเป็นประจำทุกปี และเป็นที่ชื่นชอบและความ พึงพอใจของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดระนอง และนักท่องเที่ยวมากครับ และได้รับความ ร่วมมือเป็นอย่างดีจากภาครัฐและภาคเอกชน จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้สนับสนุนงบประมาณในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ จังหวัดระนองอย่างต่อเนื่องต่อไป และผลักดันให้มี ททท. สำนักงานจังหวัดระนองต่อไป ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญคุณสมบัติ ยะสินธุ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมบัติ ยะสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาถนนทางหลวง ๑๐๘ ระหว่างอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ถึงอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีระยะทาง ๒๖๕ กิโลเมตร ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นถนนที่มีโค้ง มากที่สุดครับ ถ้าเราเดินทางทางรถยนต์โดยปกติแล้ว ๕-๖ ชั่วโมง ถ้ารถบรรทุก ๙-๑๐ ชั่วโมง พอ ๆ กับมากรุงเทพฯ เลยครับท่านประธาน ถนนสาย ๑๐๘ เป็นถนนที่สำคัญ พี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว รถบรรทุกสินค้าทางการเกษตร รถบรรทุกสินค้าอื่น ๆ ทั้งขาเข้าและขาออก ออกเป็นจำนวนมาก ปัญหาหลักของถนนเส้นนี้ก็คือถนนและไหล่ทางแคบมาก อีกทั้งยังมี จำนวนโค้งที่มากมายอยู่ท่านประธาน ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง ในอำเภอฮอด จังหวัด เชียงใหม่ กม. ที่ ๙๕-๑๐๐ ระยะทาง ๕ กิโลเมตร มีโค้งถึง ๓๕ โค้ง ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน กม. ที่ ๒๔๒-๒๔๗ ระยะทาง ๕ กิโลเมตร มีความโค้งถึง ๓๘ โค้ง ถนนและไหล่ทางที่แคบนี้ ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก ส่งผลให้ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนไม่มีเลย นักท่องเที่ยว รวมถึงค่าขนส่งก็แพงครับ ผมอยากให้ทางกรมทางหลวงขยายไหล่ทางและถนนให้มันกว้าง มากขึ้น แล้วก็ปรับโค้งให้น้อยลงนะครับ ผมหวังว่าทางรัฐบาลหรือว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมคงให้ความสำคัญ แล้วก็จัดสรรงบประมาณ แล้วก็ปรับปรุงถนนเส้นนี้ ให้ดีขึ้น กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณธัญธร ธนินวัฒนาธร ครับ🔗
เรียนประธานสภาแทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม ธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางแค และภาษีเจริญจากภาคประชาชน มีเรื่องหารือท่านประธานครับ ๖ เรื่องดังนี้ครับ🔗
เรื่องแรก ก่อนหน้านี้ชุมชนราชมนตรีร่วมใจ แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ ได้ขอประสานติดตั้งสายไฟฟ้าใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ แต่ปรากฏว่าพอมาติดตั้งสาย ไฟใหม่ สายไฟเก่าไม่ได้เก็บไปด้วยครับ จึงขอให้ดำเนินการรื้อสายไฟที่ไม่ได้ใช้แล้วออกจาก พื้นที่ เพื่อความปลอดภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อย🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาโกดังสินค้ามีเสียงดังรบกวนประชาชนตอนกลางคืนบริเวณ หมู่บ้านอรุณทิพย์วิลล่า บางแค ซอย ๓ เขตบางแค ขอให้ตรวจสอบใบอนุญาตและกำกับ การดำเนินการให้ไม่รบกวนพี่น้องประชาชนครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้การไฟฟ้านครหลวงได้ดำเนินการติดตั้งมิเตอร์และระบบ ไฟฟ้าเพิ่มเติมให้กับโรงเรียนวัดราษฎร์บำรุง เพื่อรองรับการจัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่น🔗
เรื่องที่ ๔ ปัญหากลิ่นกัญชารบกวนประชาชนครับ บริเวณปากทาง ถนนสุขาภิบาล ๑ บางแค ท่าเกษตร บริเวณนั้นจะเป็นวินมอเตอร์ไซค์ครับท่านประธาน มีมารอคิวกันเป็นจำนวนมากกระทบต่อสุขอนามัย ทราบมาว่าก็มีร้านกัญชาตั้งอยู่เป็น อาคารพาณิชย์บริเวณนั้นขอให้เร่งดำเนินการแก้ไขครับ🔗
เรื่องที่ ๕ อาคารพาณิชย์ปากซอยเพชรเกษม ๔๘ แยก ๓๙ ประกอบกิจการ มีถังแก๊สในบ้านจำนวนมากเป็นสิบ ๆ ถังเสี่ยงเกิดอันตราย ได้เคยหารือไปยังสภาเมื่อเดือน ธันวาคมปีที่แล้ว ประชาชนก็ยังร้องเรียนต่อเนื่องว่ายังไม่ได้รับการแก้ไข ขอให้เร่งตรวจสอบ ดำเนินการนะครับ🔗
และเรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ขอให้กระทรวงสาธารณสุขและ สปสช. เร่งแก้ไขปัญหาการจำกัดใบส่งตัวต่อวัน ระยะเวลาอายุของใบส่งตัวที่ต้องไปขอใหม่ ก็สร้างความไม่สะดวกต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมากครับ หลายคนในเขตก็ต้องไปรอคิว กันตั้งแต่ตีสี่ตีห้า บางที่ก็จำกัดแค่ ๑๐ ใบ ๒๐ ใบต่อวัน ผู้ป่วยที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCD ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นในทุกวันนี้ หลายคนต้องไปรอคิวแบบนี้ก็หลุดจากการรักษาไปอย่าง น่าเสียดาย เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ขอฝากรัฐบาลไว้แก้ไขปัญหาโดยด่วนครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณณกร ชารีพันธ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ณกร ชารีพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคประชาชน ผมมีเรื่องปรึกษาหารือ ท่านประธานทั้งหมด ๗ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ขอสไลด์ด้วยครับ ขอสนับสนุน การประปาผิวดิน หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ บ้านบุ่ง ตำบลภูวง อำเภอหนองสูง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว มีภัยแล้งเป็นประจำหากได้ประปาผิวดิน ก็จะช่วยลดปัญหาภัยแล้งได้จึงอยากขอให้กรม ทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอสนับสนุนอาคารเรียนใหม่ของโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ ๑๓ อนุสรณ์ตำบลนากอก อำเภอนิคมคำสร้อย แล้วก็ขอสนับสนุนเป็นสนามกีฬาฟุตบอลเพื่อให้ เด็ก ๆ ได้มีพื้นที่ในการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้พี่น้องประชาชน เยาวชนบ้าน ด่านยาว อำเภอนิคมคำสร้อย จึงอยากขอให้กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงท่องเที่ยว และกีฬาเร่งสนับสนุนแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ สไลด์ถัดไปครับ ขอให้สนับสนุนไฟส่องสว่างใต้อ่างเก็บน้ำห้วยขี้เหล็ก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นถนนของกรมชลประทานนะครับ บริเวณพื้นที่ดังกล่าวมืด เวลา กลางคืนสัญจรไม่สะดวกและเป็นอันตราย จึงอยากขอให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ข้อสนับสนุนปรับปรุงฝายกักเก็บน้ำบริเวณบ้านโพนไฮ ตำบล หนองแคน อำเภอดงหลวง อยากขอให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แก้ไข ปัญหาดังกล่าวด้วยเพื่อทำให้เกษตรกรลดปัญหาภัยแล้งในช่วงหน้าแล้งที่เกิดขึ้นนี้นะครับ🔗
เรื่องที่ ๕ ขอสนับสนุนปรับปรุงถนนคลองระบายน้ำของบ้านโพนไฮ ตำบลหนองแคน อำเภอดงหลวง เนื่องจากถนนติดคลองระบายน้ำเป็นผิวขรุขระยาวนานกว่า ๓๐ ปี และคลอง ระบายน้ำสร้างแล้วไม่ได้รับการปรับปรุงเลย จึงอยากให้กรมชลประทานกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ขอสนับสนุนหอกระจายน้ำเพื่อการเกษตรบ้านโพนไฮ ตำบลหนองแคน อำเภอดงหลวง ขอไปที่กรมทรัพยากรน้ำและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเร่งสนับสนุนหอถังผิวดิน เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ ดังกล่าวด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญ คุณญาณีนาถ เข็มนาค ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางญาณีนาถ เข็มนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอำนาจเจริญ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับข้อมูลจากพื้นที่เกี่ยวกับปัญหาประสิทธิภาพใน การบริหารจัดการเวลาเพื่อให้บริการประชาชนของตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ โดยมี รายงานว่าท่านผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญเข้าอบรมหลักสูตรถึง ๒ หลักสูตร พร้อมกัน และดิฉันทราบว่าเป็นหลักสูตรที่สมัครเรียนไม่ได้บังคับโดยตำแหน่งค่ะ ซึ่งในทาง ปฏิบัติใน ๑ สัปดาห์หากวันที่เข้าอบรมรวมกับวันเดินทางไปกลับ ท่านแทบจะเหลือวัน ทำงานที่อำนาจเจริญเพียง ๒-๓ วันเท่านั้น และระยะการอบรมนานถึง ๖-๗ เดือนค่ะ ท่านประธานค่ะ ดิฉันและชาวบ้านจะไม่ติดใจหากเป็นการเข้ารับการอบรมเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพการทำงานตามระยะเวลาและจำนวนหลักสูตรที่เหมาะสม แต่ข้อเท็จจริงที่ เกิดขึ้นส่อเข้าข่ายเป็นการอบรมมากเกินความจำเป็นหรือไม่ ดิฉันได้เปิดดูแนวทางการปฏิบัติ ตนของข้าราชการตำรวจ ตามประมวลจริยธรรมของข้าราชการตำรวจ พบหลักการที่ว่า ต้องคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน และมีจิตสาธารณะเพื่อประโยชน์ส่วนรวมมาก เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน รวมถึงไม่ควรใช้เวลาราชการหรือทรัพย์สินของทางราชการ เพื่อธุรกิจหรือประโยชน์ส่วนตน ในขณะที่ผู้กำกับสถานีตำรวจทุกแห่งยังต้องอยู่ทำงาน สภ.อ. ทุกวัน ส่วนท่านผู้การเป็นหัวหน้าหน่วยระดับจังหวัด จะอยู่ในพื้นที่เพียงสัปดาห์ละ ๒-๓ วันเท่านั้นหรือคะ ท่านประธานคะ หรือจังหวัดอำนาจเจริญของดิฉันเป็นเพียง จังหวัดเล็ก ๆ ที่ไม่มีข้าราชการคนไหนอยากย้ายมาอยู่ ถึงอยู่เพียงแค่ทางผ่านเท่านั้น ชาวอำนาจเจริญอย่างดิฉันจึงได้แต่วิงวอนส่วนกลางว่าช่วยส่งคนที่อยากจะทำงานและพัฒนา เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อย่างแท้จริงเสียทีค่ะ จึงฝากท่านประธานขอความร่วมมือไปยังท่าน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญช่วยพิจารณา และฝากถึงหน่วยงานต้นสังกัด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โปรดรับทราบข้อห่วงใยและพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาเรื่อง การเข้าอบรมหลักสูตรจนไม่เหลือเวลาทำงานต่อไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอเชิญ ท่านผู้ช่วยศาสตราจารณ์วรวิทย์ บารู🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวิทย์ บารู พรรคประชาชาติ เขต ๑ ปัตตานีครับ วันนี้มีเรื่องหารือเรื่องเดียวนะครับ แต่เป็นเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญ โดยกระบวนการของจังหวัดชายแดนใต้ ถ้าเมื่อสักครู่นี้ ท่านรอมฏอนได้พูดคุยเรื่องสนามกีฬาร้าง มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัด ชายแดนใต้นี้ที่สร้างขึ้นมาไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ตั้งต้นที่ต้องการจะใช้สถานที่เหล่านั้น เพื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะครับ ตัวอย่างหลายตัวอย่างเมื่อคราวที่แล้วผมพูดถึงเรื่องเสมาตานี อาคารก็สร้างไม่แล้วเสร็จ สร้างเสร็จแต่ไม่มีอุปกรณ์เครื่องใช้ในการที่จะใช้เป็นพื้นที่สัมมนา อบรม ประชุม ซึ่งความตั้งใจจริงก็ดี อันนี้อีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของท่าเทียบเรือปัตตานี ซึ่งสร้างเสร็จมานานแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ เสร็จแต่ว่าไม่สามารถจะใช้ได้ แล้วก็มีโครงการ ๔๐๐ ล้านบาท ในการที่จะทำแผงกันคลื่นที่จอดพักเรือท่าเทียบเรือปัตตานี แล้วก็ปรับปรุงพื้นที่ หลังท่าของจังหวัดปัตตานี อันนี้ก็เช่นเดียวกันหมดเงินไปตั้งหลายร้อยล้านบาท จนกระทั่ง วันนี้ยังไม่สามารถที่จะใช้ได้ ทั้ง ๆ ที่จังหวัดปัตตานีก็รู้กันอยู่ว่าเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญใน การทำการประมง อาจจะเป็นที่อันดับต้น ๆ ของประเทศไทยด้วยซ้ำไป แต่สร้างมาด้วย งบประมาณที่มากมายแต่ไม่อาจที่จะใช้ได้ แผงกันคลื่นที่ว่านี้ก็ยังไม่แล้วเสร็จใช้ไม่ได้ เพราะน้ำทะเลตื้นเขิน ก็กลายเป็นว่าสร้างเสร็จแล้วก็ตื้นเขินใช้ไม่ได้ เรือก็ยังใช้ที่เดิมแทนที่ จะขยายในเรื่องการใช้สถานที่แห่งนี้ตามวัตถุประสงค์ตั้งแต่แรก แล้วก็จะทำให้เศรษฐกิจ ของปัตตานี Boom ขึ้นก็ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงเรียนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องจัดการเรื่องเหล่านี้ให้ แล้วเสร็จโดยสมบูรณ์และใช้ได้โดยตรงต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญ คุณสุรพันธ์ ไวยากรณ์🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สุรพันธ์ ไวยากรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน วันนี้ขอปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของชาวอำเภอ เมืองนนทบุรี ๑ เรื่องดังนี้ เป็นเรื่องของโครงการสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณถนน สนามบินน้ำของกรมทางหลวงชนบท ระยะทางกว่า ๘ กิโลเมตร โดยสรุปตอนนี้โครงการ ก็คือเริ่มรับฟังความคิดเห็นและประชุมศึกษาผลกระทบตั้งแต่ต้นปี ๒๕๖๔ ไล่มาเรื่อยเลย นะครับ ครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ ประชุมย่อย จนครั้งสุดท้ายคือมกราคม ๒๕๖๗ ใช้งบประมาณ ไปถึง ๘๓ ล้านบาท ในการศึกษาผลกระทบและออกแบบโครงการ หลังจากนั้นช่วงประมาณ ปลายปี ๒๕๖๗ บริษัทที่ปรึกษาของกรมทางหลวงชนบทก็ได้ส่งรูปเล่มรายงานไปให้กับสำนัก นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือ สผ. เพื่อส่งประเมินผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมหรือ อีไอเอ ทาง สผ. เองก็ได้ขอเอกสารเพิ่มเติมกับทางบริษัทที่ปรึกษาโดยมี ข้อกำหนดก็คือว่าในเรื่องของการจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นยังไม่ชัดเจนครับ โดยเฉพาะบริเวณชุมชนแถวสนามบินน้ำ แล้ววัดตำหนักใต้ก็เลยจัดประชุมวันเสาร์ที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา ดูตามรูปเลยนะครับท่านประธาน จะเห็นว่าประชาชนคัดค้าน โครงการนี้เป็นจำนวนมาก เพราะไม่ว่าจะเป็นผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม รวมถึงวัด แล้วงบประมาณในการก่อสร้างกว่า ๘,๐๐๐ ล้านบาทที่ไม่ได้ตอบโจทย์ในเรื่องของการ แก้ปัญหาจราจรทั้งระบบ แต่แค่แบ่งเบาภาระความหนาแน่นของสะพานพระนั่งเกล้า ๑ ๒ แล้วสะพานพระรามสี่แค่นั้นเองกับงบ ๘,๐๐๐ ล้านบาท ผมจึงเรียนท่านประธาน ผ่านไปยัง ๒ หน่วยงาน ก็คือกรมทางหลวงชนบทว่างบประมาณที่ท่านตั้งไว้ ๘,๐๐๐ ล้านบาทคุ้มหรือไม่ ๒. สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือ สผ. ผมอยากให้ดูในเรื่องของรายงานให้ละเอียด โดยเฉพาะการประชุมครั้งสุดท้ายที่ประชาชน คัดค้านโครงการนี้เป็นจำนวนมาก ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญ เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข🔗
สวัสดีครับ กราบเรียน ท่านประธาน ผม เรืออากาศโทธนเดช เพ็งสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกรุงเทพมหานคร เขตลาดพร้าว บึงกุ่ม พรรคประชาชน ท่านประธานที่เคารพ ปัญหาในพื้นที่เขตลาดพร้าว และบึงกุ่มนี่ได้ถูกหารือผ่านสภาแห่งนี้ในหลายคำรบนะครับ แต่ว่ายังไม่ได้ความคืบหน้าใด ๆ เลยในห้วงเวลาที่ผ่านมาครับ อย่างเช่นปัญหาสายสื่อสารครับ ท่านประธาน หลายชุมชน หลายหมู่บ้านที่ผมใช้พื้นที่แห่งนี้ในการพูดคุยให้ทางสภาประสาน ไปยัง กสทช. เช่น หมู่บ้านอมรพันธ์ ๙ เองก็ดี ปัจจุบันก็ยังไม่ได้ถูกปรับปรุงแก้ไข อาทิเช่น ปัญหา บึงน้ำสาธารณะ สวนสาธารณะแห่งเดียวของชาวลาดพร้าวก็ถูกหารือผ่านสภาแห่งนี้ไปหลาย คำรบ แต่ทาง กทม. เองก็ยังไม่ได้มีการเข้ามาสำรวจหรือว่าตอบรับกลับใด ๆ จึงอยากหารือ ท่านประธานในประเด็นเหล่านี้กลับไปยังกรุงเทพมหานครอีกครั้งหนึ่งนะครับว่าขอให้ช่วยเร่ง ดำเนินการตรวจสอบและเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวลาดพร้าว บึงกุ่ม🔗
ประเด็นต่อมาครับ จากในประเด็นเรื่องทุจริตยาขององค์กรการทหารผ่านศึก ผมได้ทำเรื่องประสานไปยังสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมแล้ว จึงจะขอใช้พื้นที่แห่งนี้ อีกครั้งหนึ่งในการประสานไปยังสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมให้เร่งตรวจสอบบุคลากร ที่มีความเกี่ยวข้องและได้ดำเนินการลงโทษหรือว่ารายงานกลับมาที่สภาแห่งนี้ครับ🔗
ประเด็นต่อมาในเรื่องของ อสม. จากประเด็นต่อเนื่องจากทุจริตยาครับ ตรวจพบว่ามี อสม. จำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ จึงอยากวอนท่านประธานผ่านไป ยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขอให้ตรวจสอบ อสม. จังหวัดลพบุรีที่ ดำเนินการเกี่ยวข้อง เพราะ อสม. เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพร่างกายสาธารณสุขของ พี่น้องประชาชนโดยตรง แต่ว่ามาเกี่ยวข้องกับขบวนการเหล่านี้ จึงวอนท่านประธานผ่านไป ยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ตรวจสอบด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญคุณชัชวาล แพทยาไทย ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๗ พรรคไทยสร้างไทย วันนี้ ผมขออนุญาตหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๑ เรื่อง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของ พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือเช่นเดิมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาดังกล่าวเคยมี การตั้งกระทู้ถามทั่วไปในคราวประชุมเมื่อ ๒ ปีก่อน ซึ่งท่านรัฐมนตรีในขณะนั้นก็เห็นพ้อง ในปัญหาเช่นเดียวกันกับผม ไม่ว่าจะเกิดจากการลักลอบนำเข้าวัวเถื่อน การเกิดโรคระบาด และปริมาณวัวในประเทศมากจนล้นตลาดส่งออกไม่ได้ทำให้ราคาวัวตกต่ำมาหลายปี ล่วงเลย จนถึงปัจจุบันท่านประธานครับ ปัญหาเหล่านี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข ยังไม่เห็นความกระตือรือร้น ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ ราคาวัวยังตกต่ำเหมือนเดิม หนึ่งในแนวทางการ แก้ไขที่รัฐบาลต้องเร่งทำนั่นคือหาตลาดใหม่ที่ใหญ่ขึ้น เช่น ประเทศจีน ไทยมีความสัมพันธ์ อันดีกับจีนมาโดยตลอด กำลังผลิตวัวในจีน ๑ ปีอยู่ที่ ๗.๕ ล้านตันต่อปี แต่ความต้องการ บริโภคอยู่ที่ ๑๐.๕ ล้านตันต่อปี มีช่องว่าง ๓ ล้านตันที่ต้องนำเข้า แต่เราไม่สามารถส่งออก วัวไปยังประเทศจีนได้เพราะมีปัญหาเรื่องโรคระบาด ท่านประธานครับ พี่น้องเกษตรกร ผู้เลี้ยงวัวกำลังเลี้ยงวัวด้วยน้ำตา มรสุมถาโถมโหมกระหน่ำ วันที่ ๓๑ มีนาคมที่จะถึงนี้ ถึงกำหนดที่ต้องจ่ายหนี้ ธ.ก.ส. ครับ ไม่รู้จะจ่ายหนี้อย่างไร และหนึ่งในปัญหาล่าสุดตอนนี้ ท่านประธานครับ ในพื้นที่เลี้ยงวัวบางพื้นที่กำลังเกิดการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า เคยมีการ รายงานการติดต่อของโรคพิษสุนัขบ้าจากสุนัขสู่วัว เราเจอปัญหาโรคระบาดในวัวทั้งปาก เท้าเปื่อย และ Lumpy skin มาแล้ว ยังมาเจอโรคพิษสุนัขบ้าในวัว หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ กรมควบคุมโรคท่านต้องเร่งหาแนวทางป้องกันอย่าให้ซ้ำรอยเหมือน ในอดีตครับ ที่ปล่อยให้ปากเท้าเปื่อย Lumpy skin แพร่ระบาดจนสร้างอุปสรรคในการ ส่งออกมาจนถึงทุกวันนี้ ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงพาณิชย์ ให้เร่งแก้ไขปัญหาราคากระบือตกต่ำ หาตลาดส่งออกที่มีความต้องการสูง และกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ช่วยเร่งแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคในปศุสัตว์ให้หมดไปจากประเทศไทย เสียที ด้วยความเคารพครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญคุณวีรภัทร คันธะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรภัทร คันธะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง ยกเว้นตำบลบางจาก พรรคประชาชนครับ ผมไม่แน่ใจพี่ ๆ ผู้สื่อข่าว นักข่าวอยู่กันตรงนี้บ้าง หรือเปล่า ผมคิดว่าเรื่องที่ผมกำลังจะพูดนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจแล้วก็น่าจับตามองมาก ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
ขอสไลด์ด้วยครับ ไปที่หน้าแรกเลย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตถึงความแปลกของทะเบียนบ้านบางหลัง ในเทศบาลเมืองพระประแดง ผมว่าเรื่องนี้สื่อมวลชนน่าจะสนใจมาก เพราะว่าเร็ว ๆ นี้ อาจจะกำลังมีการเลือกตั้ง สไลด์ต่อมา ท่านประธานครับ ทะเบียนบ้านบางหลังบ้านเลขที่ เดียวมีคนอยู่ในทะเบียนถึง ๘๐๐ คน ขอสไลด์ถัดไป นี่นะครับมีทะเบียนบ้านถึง ๘๐๐ กว่าคน แปลกไหมครับบ้านเลขที่เดียวนะครับ สไลด์ถัดไปครับ ทะเบียนบ้านเป็นทะเบียน โรงเรียนซึ่งเป็นสถานที่ราชการซึ่งเข้าข้อยกเว้นนะครับ แต่คำถามคืออะไรคือความจำเป็นครับ ผมทราบมาว่ามีการย้ายทั้งครูและนักเรียนเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านบ้านเลขที่เดียวนี้นะครับ สไลด์ถัดไป แปลกแต่จริงนะครับ บ้านบางหลังถูกรื้อถอนไปหมดแล้ว แต่ในทะเบียนยังคงมี คนอาศัยอยู่ ๒๐ กว่าคนนะครับท่านประธาน ถัดไปครับ บางหลังเป็นโกดังเก็บของ บางหลัง ไม่มีผู้อยู่อาศัยจริง แต่ยังมีชื่อคนอยู่ในทะเบียนบ้านหลัก ๑๐ คน ๒๐ คน หรือเยอะกว่านั้นครับ ท่านประธาน สไลด์ถัดไปครับท่านประธาน ถ้าเป็นเมืองใหญ่หน่อยผมคงไม่รู้สึกอะไร แต่เมืองที่เล็ก ประชากรก็น้อยมาก ๆ ทะเบียนบ้านที่ไม่มีคนอยู่อาศัยจริงแต่มีชื่ออยู่เยอะนั้น คำถามคือ ด้วยปริมาณคนที่ไม่ได้อยู่อาศัยจริงแต่มีสิทธิเลือกตั้งจะส่งผลต่อความเป็นธรรม และความโปร่งใสต่อการเลือกตั้งทุกระดับหรือไม่ ฝากนะครับ ฝากกรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ รวมทั้ง กกต. เข้ามาตรวจสอบนะครับ เรื่องนี้ผมเข้าใจว่าบางเรื่องเป็นเรื่องของข้อกฎหมาย บางเรื่อง มีเรื่องของข้อยกเว้น แต่บางสถานที่ บางพื้นที่ผมคิดว่ามีผลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๕,๐๐๐ คน คนมาใช้สิทธิ ๓,๐๐๐ คน คน ๑๐ คน ๒๐ คน ผมคิดว่าส่งผลต่อคะแนนเสียง ดังนั้นแล้วรบกวน ผมตั้งคำถามไปถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องนี้ต้องขยาย เรื่องนี้ต้องถูกตรวจสอบ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอเชิญคุณชวาล พลเมืองดี ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชวาล พลเมืองดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๓ อำเภอเมือง อำเภอพานทอง และอำเภอบ้านบึง พรรคประชาชน วันนี้ผมขอนำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาด้วยกัน ๒ เรื่องดังนี้ครับท่านประธาน🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องบ่อดินผิดกฎหมายในพื้นที่ตำบลโคกขี้หนอน และตำบล หน้าประดู่ที่ขายดินให้กับโครงการสร้างนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้แห่งที่ ๒ โดยปัจจุบัน บ่อดินดังกล่าวยังไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานหรือที่เรียกว่า รง. ๔ รวมไปถึง ละเมิดเงื่อนไขในการอนุญาตขุดดิน ถมดิน ของ อบต. โคกขี้หนอน โดยทั้งนี้บ่อดินดังกล่าว ยังถูกระงับ ถูกคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการจากอุตสาหกรรมจังหวัดไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาบ่อดินดังกล่าวได้กลับมาประกอบกิจการขุดดิน ถมดิน ให้กับโครงการอุตสาหกรรมนี้อีกครั้ง โดยสร้างผลกระทบมากมาย เป็นต้นกำเนิดของฝุ่น PM2.5 ที่รัฐบาลถือว่าเป็นปัญหาสำคัญยิ่ง ซึ่งได้สร้างปัญหาและผลกระทบต่อสุขภาพและ สิ่งแวดล้อมให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งตัวโครงการนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ โครงการที่ ๒ นี้ได้มีการกระทำที่อาจจะละเมิดต่อมาตรการอีไอเอรวมไปถึงผู้ประกอบการ รถบรรทุกที่ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรและการขนส่งทางบก จึงขอ ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และท่านนายกรัฐมนตรี เข้าไปดำเนินการปราบปรามผู้ก่อให้เกิดมลพิษ และดำเนินการฟื้นฟูเยียวยาพ่อแม่พี่น้อง ที่ได้รับผลกระทบด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ตามที่ประชุมประชาคมรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ชาวตำบลหนองกะขะ หมู่ที่ ๕ ในการพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจำพวก ที่ ๓ ซึ่งประสงค์จะประกอบกิจการ Plant ปูนที่มีพี่น้องประชาชนได้มีมติเป็นเอกฉันท์ ในวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไม่เห็นด้วยกับการออกใบอนุญาตดังกล่าว เนื่องจาก Plant ปูนได้เข้ามาตั้งอยู่ในใจกลางของชุมชนที่ห้อมล้อมไปด้วยหมู่บ้านจัดสรร ห้องเช่า ที่พัก โรงเรียนและวัด ซึ่งพี่น้องประชาชนกังวลว่า Plant ปูนดังกล่าวจะสร้างปัญหาผลกระทบ ตามมาในภายหลัง ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น เสียงหรือรถปูนที่วิ่งไปในชุมชนซึ่งเป็นซอยที่คับแคบ อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ อีกทั้ง Plant ปูนยังมีการนำเครื่องจักรมาติดตั้งก่อนที่จะได้รับ อนุญาตอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติโรงงาน มาตรา ๒๒ ประกอบด้วย มาตรา ๕๐ อันเป็นการตั้งโรงงานก่อนได้รับอนุญาต จึงขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมระงับ กระบวนการออกใบอนุญาตให้กับ Plant ปูน และดำเนินการตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมาย ต่อไปด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอเชิญคุณศรีโสภา โกฏคำลือ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมี ๒ เรื่องที่จะขอปรึกษากับท่านประธานนะคะ🔗
เรื่องแรก ด้วยโรงพยาบาลแม่ตื่น ตั้งอยู่ที่บ้านใหม่ หมู่ที่ ๒ ตำบลแม่ตื่น อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ในปัจจุบันโรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็กมีทั้งหมด ๑๐ เตียง ใช่ค่ะ ท่านประธานฟังไม่ผิดค่ะ มีแค่ ๑๐ เตียง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลที่สุดในจังหวัด เชียงใหม่ โดยปัจจุบันอยู่ในระหว่างการวางแผนขยายตึกผู้ป่วยให้เป็นขนาด ๓๐ เตียง เพื่อรองรับปริมาณผู้มาใช้บริการจากพื้นที่ตำบลม่อนจอง ตำบลแม่ตื่น และจากจังหวัดตาก ในปัจจุบันโรงพยาบาลมีปัญหาในเรื่องของระบบน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคอยู่ประจำค่ะท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดเหตุสุดวิสัย เช่น ท่อประปาขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่ตื่น แตกหักหรือเสียหายจะทำให้น้ำที่สำรองไว้มีปริมาณใช้ไม่เพียงพอ ทางโรงพยาบาลมีความ จำเป็นต้องใช้น้ำต่อการซักล้างอุปกรณ์แล้วก็รวมถึงการดื่ม ทางโรงพยาบาลมีเพียง เครื่องกรองน้ำขนาดเล็กเท่านั้นซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วน แต่ทั้งนี้ค่ะ ท่านประธาน ทางโรงพยาบาลเคยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำแต่ยังมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอ ดิฉันจึงอยากขอฝากให้กรมทรัพยากร น้ำบาดาลช่วยส่งเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจ และจัดทำโครงการพัฒนาน้ำบาดาลให้กับโรงพยาบาล แม่ตื่น ตำบลแม่ตื่น อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรองรับการขยายตัวของโรงพยาบาล ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ด้วยพื้นที่บ้านตาลเหนือ ตำบลบ้านตาล จังหวัดเชียงใหม่ มีสถานที่ ท่องเที่ยวสำคัญทางธรรมชาติที่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ เป็นอัตลักษณ์แห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันรอรับเตรียมการให้เป็นป่านันทนาการ โดยพื้นที่แห่งนี้คือผาสิงห์เหลียว ในปัจจุบัน โครงการพัฒนาปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวผาสิงห์เหลียวนี้มีความพร้อมในการยกระดับเพื่อ เสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนและสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่จากการที่มีนักท่องเที่ยว เดินทางเข้ามายังในสถานที่แห่งนี้ ดิฉันจึงอยากขอฝากอธิบดีกรมป่าไม้ ได้โปรดพิจารณา อนุมัติดำเนินการโครงการพัฒนาพื้นที่เตรียมการป่านันทนาการผาสิงห์เหลียวโดยเร็ว เพื่อเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงระบบนิเวศต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอเชิญคุณณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ประเวศ สะพานสูง พรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานทั้งหมด ๔ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องของชุมชนหลัง สน.ประเวศ ที่ตอนนี้กำลังรอเรื่องของ ความชัดเจนในเรื่องของการเช่าที่ดินกับทางกรมธนารักษ์ ซึ่งตอนนี้ล่าสุดทราบว่าทาง กรมธนารักษ์ได้มีการส่งเรื่องไปสอบถามทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่สิ้นเดือน มกราคม แต่ว่าตอนนี้ก็ยังไม่มีคำตอบ เพราะฉะนั้นอาจจะฝากท่านประธานประสานไปยัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เร่งให้ความชัดเจนเรื่องของที่ดินให้กับพี่น้องประชาชน เนื่องจากว่าตอนนี้พี่น้องประชาชนเองก็ออมเงินรอมานานมากแล้วที่จะเข้าร่วมโครงการ บ้านมั่นคงนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ในเรื่องของจุดกลับรถบริเวณถนนกาญจนาภิเษกที่คลองจระเข้ขบ จากในภาพนี้ท่านจะเห็นว่ามีเรื่องของการจำกัดความสูงที่ ๒.๓ เมตร แต่ว่าในปัจจุบันป้าย ในภาพไม่อยู่แล้ว เนื่องจากว่ามีรถชนจนปัจจุบันก็ยังไม่ได้มีการซ่อมแซมลงไป ซึ่งทำให้ ตอนนี้ก็มีรถที่ความสูงเกินกำหนดเข้าไปบ่อยมากจนเกิดอุบัติเหตุด้านในหลายครั้ง ก็ฝากให้ กรมทางหลวงช่วยพิจารณาแก้ปัญหานี้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ เป็นเรื่องของชุมชนบ้านม้าเกาะล่างที่ปัจจุบันนี้ ผมไปลงพื้นที่แล้วก็พบว่ามีเรื่องของเสาไฟที่เอียงอยู่หลายเสาลากไปเป็นตลอดแนว ก็ขอให้ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การไฟฟ้านครหลวงก็อาจจะช่วยกันในการที่จะดูแลแล้วก็ซ่อมแซม เรื่องของเสาไฟฟ้าให้ไม่เอียง แล้วก็ไม่ให้เป็นอันตรายด้วยครับ สุดท้ายท่านประธานครับ🔗
เรื่องที่ ๔ เป็นเรื่องของกัญชาครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้มีการปรึกษาหารือไปก่อนหน้านี้ ก็คือเรื่องของกัญชาส่งกลิ่นรบกวนให้กับพี่น้องประชาชน ในหลายพื้นที่ ในเขตประเวศ แล้วก็เขตสะพานสูง หลาย ๆ แห่งก็อยู่ใกล้กับสถานศึกษาด้วย เช่นเดียวกันนะครับ เพราะฉะนั้นก็ฝากทางรัฐบาล ฝากทางกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ทาง กระทรวงมหาดไทยให้ช่วยกันดูแลไม่ให้มีเรื่องของกัญชารบกวนพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญคุณทิพา ปวีณาเสถียร🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ทิพา ปวีณาเสถียร ผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง เขต ๑ พรรคประชาชน ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนในเขต ๑ ของดิฉันปรึกษาอยู่ด้วยกัน ๕ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ปัญหาของเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังเผชิญภาวะราคาตกต่ำ กิโลกรัมละ ๒ บาทต่อกิโลกรัม แล้วบางพื้นที่ลดลงต่ำถึง ๑.๒๐ บาท ซึ่งปัญหาผลกระทบนี้ กระทบไปทั่วประเทศรวมถึงจังหวัดลำปาง ซึ่งปัญหานี้ท่าน สส. ชลธานี เชื้อน้อย เขต ๓ และ สส. รภัสสรณ์ นิยะโมสถ เขต ๔ ก็ได้หารือในสภาแห่งนี้ไปเรียบร้อยแล้ว ดิฉันก็ขอเป็น ตัวแทนของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในเขต ๑ ของดิฉัน ซึ่งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้าน ทุ่งกล้วย บ้านสัก ตำบลบ้านเอื้อม อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง บ้านร้อง บ้านแม่ยิ่ง ตำบล หนองหล่ม อำเภอห้างฉัตร ดิฉันขอฝากท่านประธานประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยมาดูแลรวมไปถึงรัฐบาลช่วยมาดูแลผู้ปลูกมันสำปะหลังที่ได้รับความเดือดร้อนอย่าง เร่งด่วนด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ จากการลงพื้นที่บ้านต้นฮ่างพัฒนา หมู่ที่ ๗ ตำบลบ้านค่า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง พบกลุ่มชาวบ้านปลูกผักกูดจำนวนหลายไร่ รวมไปถึงผักกูดที่เกิดขึ้นเองตาม ธรรมชาติ ซึ่งผักกูดเหล่านี้เป็นผักกูดที่ปลอดสารพิษและมีคุณประโยชน์ มีสรรพคุณบำรุง ร่างกาย ให้ร่างกายนี้แข็งแรง มีภูมิคุ้มกัน มีธาตุเหล็ก แล้วบำรุงสายตา ลดไขมัน ลดความดัน ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน อีกทั้งยังมีเส้นใยอาหารที่เป็นประโยชน์มีปริมาณสูงด้วย โดยทาง ผู้นำชุมชนนั้นมีแนวคิดที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ผักกูดแปรรูปให้เป็นสินค้าที่ได้รับมาตรฐานเพื่อ สร้างรายได้แก่ชุมชน ดิฉันขอฝากท่านประธานประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยมา เสริมสร้างความรู้ แล้วก็แนะนำเกษตรกรเพื่อให้ทำอาชีพผักกูดนี้ได้มีรายได้เสริมนะคะ🔗
เรื่องที่ ๓ จากการลงพื้นที่ตำบลบ้านเอื้อม มีกรณีที่ว่าสะพานบ้านแม่ต๋ำชำรุด จากอุทกภัยที่ผ่านมา ที่ผ่านมานี้แขวงทางหลวงได้ซ่อมบำรุงเป็นการชั่วคราว ดิฉันก็เป็นห่วง ว่าฤดูฝนที่จะมาถึงนี้ก็อาจจะทำให้เกิดความไม่สะดวก แล้วก็อันตรายกับประชาชน อยากให้ เร่ง ก่อสร้างให้แล้วเสร็จให้ทันก่อนฤดูฝนนี้ค่ะ🔗
ส่วนเรื่องที่ ๔ ขอปรึกษาหารือสร้างถนนเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับถนน รัตนโกสินทร์ซึ่งมันเป็นถนนลูกรัง อยากพัฒนาให้เป็นถนนลาดยางหรือว่าซีเมนต์เพื่อเชื่อม ต่อไปยังอำเภอเมืองปาน ถนนเส้นนี้จะอำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกร ๒ พื้นที่นี้ค่ะ ทั้งอำเภอเมือง แล้วก็อำเภอเมืองปาน ดิฉันขอฝากท่านประธานประสานงานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งแก้ไขบรรเทาทุกข์ แล้วก็เพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนในการสัญจร บนถนนเส้นนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน🔗
ขอเชิญคุณฐิติมา ฉายแสง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทราเขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือ ดังนี้ค่ะ ภาพแรกภาพที่เห็นเป็นสภาพของศาลาพักผ่อนคอยที่เอียงกระเท่เร่ จะล่มไม่ล่มแหล่ ฝ้าเพดานก็ผุพัง รอบ ๆ ศาลาก็มีหญ้าขึ้นปกคลุมเต็มไปหมด ศาลาพักคอยนี้อยู่ริมถนนเกษม ราษฎร์ ช่วงหมู่ที่ ๕ ตำบลบางเตย อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอให้ทางหลวงชนบทเข้า มาซ่อมแซมปรับปรุงโดยด่วนค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ประชาชนที่ทำนากว่า ๑,๐๐๐ ไร่ และมีบ้านเรือนกว่า ๔๐๐ หลังคาเรือน ในหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ และหมู่ที่ ๓ ของตำบลหนามแดง อำเภอเมือง จังหวัด ฉะเชิงเทรา ต้องเจอกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในทุก ๆ ปี พวกเขาอยากได้ประตูน้ำที่คลอง บึงคัดช้อนเพื่อป้องกันไม่ให้นาของเขาเสียหาย ซึ่งประตูน้ำนี้มีความกว้างแค่เพียง ๘ เมตร เท่านั้น คาดว่าเรื่องนี้มันอาจจะเกินศักยภาพของ อบต. หนามแดง จึงขอให้สภาประสาน ไปยัง อบจ.ฉะเชิงเทรา ให้ช่วยเข้ามาดำเนินการแก้ไขให้ประชาชน เพราะอีกไม่กี่เดือน ก็หน้าฝนแล้วค่ะ🔗
เรื่องต่อไปค่ะท่านประธาน ในภาพคือคลองที่ชื่อว่าคลองลาว อยู่ติดกับ หมู่บ้านวนาแลนด์ เขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา เป็นคลองของกรมชลประทานซึ่งไม่ได้ ขุดลอกมาหลายปี ขณะนี้มีผักตบชวาเต็มคลองไปหมด พี่น้องประชาชนร้องขอให้มีการ ขุดลอกและกำจัดผักตบชวา ดิฉันจึงขอให้ทางกรมชลประทานช่วยแก้ไขโดยด่วนด้วยค่ะ🔗
เรื่องสุดท้ายค่ะท่านประธานคะ ทางเดินเท้าเลยหน้าตลาดนัดฉิน ตำบล คลองหลวงแพ่ง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรานั้นยุบตัวเป็นจุด ๆ แล้วก็ไม่รู้ว่าจะยุบตัวเพิ่ม อีกหรือเปล่า เพราะดิฉันหารือในพื้นที่ใกล้ ๆ นี้มาหลายครั้งแล้วนะคะ หากไม่รีบแก้ไข คนเดินเท้าอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ จึงขอให้แขวงการทางฉะเชิงเทราแก้ไขโดยด่วน ขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญคุณร่มธรรม ขำนุรักษ์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตนำปัญหา และความต้องการของพี่น้องประชาชนมาหารือดังต่อไปนี้นะครับ ขออนุญาตขอภาพด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาเพิ่มการสนับสนุนงบประมาณ ให้การศึกษาศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดทุกแห่งทั่วประเทศครับ โดยปัจจุบัน หลายมัสยิดมีความขาดแคลนงบประมาณเพื่อจ้างครูสอน อุปกรณ์การเรียนและการ ดูแลนักเรียนครับ และหลายแห่งจำเป็นต้องมีการจัดงานเลี้ยงน้ำชาหรืองานการกุศลเพื่อหา รายได้มาใช้ในส่วนนี้อยู่บ่อยครั้งครับ ท่านประธานก็ทราบดีนะครับ ซึ่งการศึกษาศาสนานั้น จะช่วยให้เด็กและเยาวชนแต่ละพื้นที่ได้มีความรู้ถึงหลักศาสนา มีคุณธรรมจริยธรรมและลด โอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งอบายมุขหรือสิ่งที่ไม่เหมาะสมได้ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมขอให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานได้พิจารณาแก้ไขปัญหา ทรบ. ทุ่งหนักยอในพื้นที่ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ซึ่งมีลักษณะเป็นฝายน้ำล้น เกิดการชำรุดมาหลายปี ประตูน้ำไม่สามารถใช้การได้นะครับ แล้วก็ไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้ ส่งผลกระทบต่อ พี่น้องประชาชนในพื้นที่บ้านท่าเชียดและบ้านทุ่งหนักยอนะครับ ถนนทั้ง ๒ ฝั่งถูกกัดเซาะ สัญจรไม่ได้ครับ ในช่วงฤดูน้ำหลากก็ไม่สามารถระบายน้ำได้ ในช่วงฤดูน้ำแล้งไม่สามารถ กักเก็บน้ำได้ จึงขอให้พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ผมขอให้กระทรวงมหาดไทยและกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้พิจารณาปรับปรุงซ่อมแซมคันกั้นน้ำเขื่อนชวลิต บริเวณหมู่ที่ ๑๔ บ้านคลองกระอาน ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง ซึ่งช่วงน้ำท่วมเมื่อปีที่ผ่านมาน้ำกัดเซาะ ทำให้คันกั้นน้ำพังทลายลงมานะครับ ขอให้พิจารณาปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อให้พี่น้องได้มี น้ำกินน้ำใช้และน้ำเพื่อการเกษตรแล้วก็สัญจรเพื่อการเกษตรด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๔ เรื่องสุดท้ายครับ ขอให้กระทรวงมหาดไทยและกรมป้องกันบรรเทา สาธารณภัยได้พิจารณาตรวจสอบและดำเนินการสนับสนุนการซ่อมแซมสะพานข้าม คลองหารอ่างทอง ซึ่งข้ามจากบ้านท่าไหล ตำบลดอนประดู่ อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ไปยังบ้านหัวไทร ตำบลห้วยลึก อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา โดยสะพานดังกล่าวเกิดน้ำ กัดเซาะคอสะพานขาด พี่น้องประชาชนได้นำไม้มาซ่อมแซมชั่วคราวแต่ก็ยังไม่แข็งแรง จึงขอให้พิจารณาดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง ประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญ คุณอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอใช้โอกาสที่จะได้หารือท่านประธานในนโยบายสำคัญของรัฐบาล ต้องยอมรับครับว่า นโยบายเรือธงสำคัญ ๆ ตั้งแต่รัฐบาลท่านนายกเศรษฐา ทวีสิน ถึงนายกแพทองธาร ชินวัตร นั้น หลายนโยบายถูกต่อยอดและขับเคลื่อนมาถึงปัจจุบัน หนึ่งในนโยบายที่ต้องบอกว่านอกจาก จะผลักดันขับเคลื่อนแล้วต้องเหยียบคันเร่งก็คือการส่งเสริมให้คนไทยใช้รถไฟฟ้าหรือ ใช้รถ EV แต่วันนี้ต้องยอมรับครับว่าปัญหาของคนขับรถหรือใช้รถ EV หลัก ๆ มี ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ก็กลัวว่ารถที่เราซื้อรุ่นที่เราซื้อไปจะมีการ Dump ราคาหลังจากเรา เพิ่งออกรถไป อันนี้ก็แก้กันไปนะครับ ส่วนที่ ๒ ก็คือกลัวว่าแบตเตอรี่ไฟจะหมดนะครับ จึงมีคำขวัญติดท้ายรถว่า ขับแรงคือแบตเตอรี่เต็ม ถ้าแบตเตอรี่เหลือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ต้อง ค่อย ๆ ขับนะครับ เราไปเจอตามห้างนะครับ มีจุด Charge รถไฟฟ้าหรือ EV Charging แต่บางห้าง บางช่อง บางจุดเราก็ไปเจอพวกประเภทที่เรียกว่าเป็นการ Charge แบบ Charge ทิพย์ ไม่ได้ Charge จริง ดังนั้นผมขอสรุปนะครับว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะเป็น ตัวช่วยสำคัญในการส่งเสริมคนไทยเข้าถึงรถ EV จะได้ใช้อย่างมั่นใจไม่ต้องกลัวไฟหมด ไม่ต้องกลัวแบตเตอรี่หมดครับ เพราะค่าไฟอาจจะ ๗๐ สตางค์นะครับ แต่ค่ารถสไดล์หรือ รถยก ๗,๐๐๐ ครับท่านประธาน ดังนั้นปัญหาที่ ๑ ก็คือว่าจะทำอย่างไรให้คนใช้รถ EV นั้น มีจุด Charge หรือ EV Charging ที่พอเหมาะพอสม🔗
ข้อที่ ๒ ครับ EV Charging วันนี้หลาย App เสียเหลือเกิน ขอบริการแบบ One App App เดียวเบ็ดเสร็จ🔗
ข้อที่ ๓ สำคัญมากเมื่อไรสภาผู้แทนราษฎรจะมี EV Charging ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๕ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดังนี้นะคะ เนื่องจากดิฉัน ได้รับข้อร้องเรียนจากทางผู้นำและพี่น้องประชาชนของตำบลบ้านโภชน์ อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก้ไขเหตุดังนี้นะคะ🔗
๑. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่างบนเส้นทางสาย พช. ๒๐๒๐ จากบ้านโภชน์ไปบ้านวังปลา เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวนี้ในช่วงค่ำคืนช่วงทาง ดังกล่าวมันยาว ๒๐ กว่ากิโลเมตร ผ่านสวน สวนผลไม้ ผ่านป่า ผ่านชุมชน ก็มีไฟฟ้า ส่องสว่างเป็นช่วง ๆ เพราะฉะนั้นอยากจะให้เพิ่มไฟฟ้าในจุดเสี่ยงตลอดเส้นทางค่ะ🔗
๒. อีกข้อหนึ่งนะคะ ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพิ่มการขุดเจาะบาดาลเพื่อการเกษตรให้กับหมู่ที่ ๗ ตำบลหนองแจง เนื่องจากน้ำไม่พอใช้ ประกอบกับหมู่ที่ ๗ ปัจจุบันนี้ถังแชมเปญที่จัดไว้ให้เสียหายมาหลายปียังไม่มีหน่วยงานใด เข้ามารับผิดชอบ🔗
๓. ประชาชนหมู่ที่ ๒ ซอยอุดมทรัพย์ ตำบลบ้านโภชน์ ขอให้การประปาส่วน ภูมิภาคขยายท่อส่งประปาจากท่อ Main หลักซึ่งมีอยู่แล้วเข้าจ่ายน้ำประปาในหมู่บ้าน ซึ่งปัจจุบันก็ใช้ประปาของหมู่บ้านอยู่นะคะ คุณภาพไม่ได้แล้วก็ปริมาณไม่เพียงพอ พี่น้อง ประชาชนตรงนั้นประมาณ ๕๐ หลังคาเรือน บางบ้านก็มีประปาใช้ บางบ้านก็ไม่มีประปาใช้ ขอให้การประปาส่วนภูมิภาคนำระบบประปาแล้วก็มีน้ำที่มีคุณภาพเข้าหมู่บ้านให้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอเชิญ คุณสุภาพร สลับศรี🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสุภาพร สลับศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดยโสธร เมืองบั้งไฟโก้ ซึ่งประกอบไปด้วยอำเภอเมือง อำเภอทรายมูล ตำบลกระจาย ตำบลศรีฐาน และตำบล ทุ่งมน วันนี้ดิฉันขอหารือต่อท่านประธานสภาถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่ ที่ดิฉันเคยหารือไปแล้วในสภาแห่งนี้ เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๖ แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข นั่นก็คือปัญหาเรื่องน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลดงมะไฟ ซึ่งได้แก่บ้านกุดกว้างบ้าน บ้านดงมะไฟ และ ณ ตอนนี้เดือดร้อนมากที่สุดนั่นก็คือ บ้านโคกก่อง ท่านประธานสภาคะ ปัจจุบันพี่น้องประชาชนบ้านโคกก่อง ตำบลดงมะไฟ อำเภอทรายมูลยังประสบปัญหาขาดแคลนเรื่องน้ำประปาเพื่อการอุปโภค บริโภค โดยเฉพาะ ช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงฤดูแล้งน้ำประปาในการอุปโภค บริโภคแทบจะไม่มีใช้เลยค่ะ เดือดร้อน แสนสาหัส ท่านนายกกนกอร พรมชาติ ท่าน สจ. ปิยะพร บุญปก และท่านผู้นำในพื้นที่ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจประสานงานหน่วยงานองค์กรปกครองท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบจ. ยโสธร อบต. ดู่ลาด อบต. นาเวียง ช่วยกันขนบรรทุกน้ำมาแจกจ่ายเพื่อบรรเทาทุกข์และแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับพี่น้องประชาชน อยากให้ท่านประธานดูสไลด์ค่ะ ภาพดังกล่าวดูแล้ว น่าเห็นใจพี่น้องประชาชนบ้านโคกก่องต้องมารอรับน้ำเกือบทุกวัน ดูแล้วหดหู่ใจยิ่งหนัก วันนี้ ดิฉันจึงขอหารืออีกครั้งผ่านท่านประธานสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยที่กำกับดูแลองค์กรปกครองท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรด สนับสนุนงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องบ้านโคกก่องที่เดือดร้อนมากที่สุด และ บ้านกุดกว้าง บ้านดงมะไฟที่เคยหารือไว้ด้วยนะคะ กราบขอบคุณท่านประธานมากค่ะ🔗
ขอเชิญคุณธีระชัย แสนแก้ว ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมใคร่ขอหารือที่มีความสำคัญมากเกี่ยวกับเรื่องนโยบาย ในการปราบปรามยาเสพติดต่อหน้าท่านประธานนี่ละครับ คราวนี้ผมขอชื่นชมนะครับ โดยเมื่อวันที่ ๕ มีนาคมที่ผ่านมานั้นทางตำรวจ โดยการนำของผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด อุดรธานี โดยพลตำรวจตรี สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช ผู้บังคับการตำรวจภูธรอุดรธานี และพันตำรวจเอก พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผู้กำกับการ สภ. เมืองอุดรธานีและพันตำรวจโท นิธิศ รอดคลองตัน รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน และเจ้าหน้าที่สายสืบสามารถจับยาบ้า Lot ใหญ่ในประวัติศาสตร์เลยนะครับ ๑,๓๐๐,๐๐๐ เม็ด แล้วก่อนหน้านั้นก็มีการจับยาบ้าได้ ๘๐๐,๐๐๐ เม็ด เพียงระยะเวลาไม่กี่เดือน พร้อมกันนี้ก็ยังจับแก๊ง Call Center และสามารถ นำเงินของพี่น้องชาวอุดรธานีกลับคืนเจ้าของได้อีกล้านกว่าบาท ผมจึงให้กำลังใจทั้งผู้การ และทางฝ่ายปกครองของจังหวัดโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ราชันย์ ซุ้นหั้ว ซึ่งร่วมกัน ในการขจัดกวาดล้างตามนโยบายอย่างจริงจังในการปราบปรามยาเสพติด และแก๊ง Call Center ขอชื่นชมท่านผู้การและผู้ว่าฯ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่สามารถจับกุมได้ ถึงแม้ว่าจะ สามารถจับกุมคนร้ายได้เพียง ๒ คน แต่ให้กำลังใจเพื่อที่จะสามารถสาวไปให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และสามารถปราบปรามอย่างเต็มและยึดทรัพย์พวกชั่วเหล่านี้ให้ราบคาบต่อไป เพราะฉะนั้น กระผมขอชื่นชมและให้กำลังใจ และขอยืนอยู่เคียงข้างฝ่ายรัฐบาลที่เอาจริงเอาจังในการ ปราบปรามยาเสพติด และแก๊ง Call Center ในครั้งนี้ กระผมขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗
สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะประชาชนจากอำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา นำโดยนายอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ซึ่งขณะนี้กำลัง อยู่ในชั้นบนของห้องประชุมนี้แล้ว ขอต้อนรับทุกท่านครับ ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุดท้าย คุณกานสินี โอภาสรังสรรค์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร ดิฉัน กานสินี โอภาสรังสรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๑ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในนามของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อ ผ่านไปยังผู้บริหารและหน่วยงานที่รับผิดชอบรวม ๒ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องความเดือดร้อนความต้องการของพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีผู้มาใช้สนามกีฬา ซึ่งวันละประมาณ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คน นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียน สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการ ภาคเอกชน และองค์กร ต่าง ๆ ในพื้นที่ได้เข้ามาใช้สนามกีฬาแห่งนี้จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ประกอบกับ การกีฬาแห่งประเทศไทยจะยกระดับสนามกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นสนามกีฬาที่มี มาตรฐานในระดับชาติ มาตรฐานศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติ Nation Training Center NTC ที่เร่งด่วนยิ่งคือ การที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะต้องเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชน แห่งชาติ ในระหว่างวันที่ ๗-๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙ แต่สนามกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังมีไฟฟ้าแสงสว่างไม่เพียงพอดังคลิปที่นำเสนอ ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอำนวยความ สะดวกให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี คือความพร้อมในการจัดการแข่งขัน กีฬาเยาวชนแห่งชาติในปี ๒๕๖๙ ตามที่เรียนมาแล้วข้างต้น ดิฉันจึงขอกราบเรียน ท่านประธานเพื่อผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย ท่านผู้ว่าการ ไฟฟ้าภูมิภาค ท่านผู้บริหารที่เกี่ยวข้องได้จัดสรรงบประมาณเพื่อติดตั้งไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ ส่องสว่างสนามกีฬา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้สว่างเพียงพอตามความหวังของประชาชน ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้เสร็จทันในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ปี ๒๕๕๙ ต่อไป🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่กราบเรียนท่านประธานเพื่อขอบคุณและชมเชยผู้บริหาร เจ้าหน้าที่หน่วยงานของกรมทางหลวงในจังหวัดสุราษฎร์ธานี คือแขวงทางหลวงสุราษฎร์ธานี ที่ ๒ ซึ่งพอได้รับทราบและประสานให้แก้ไขปัญหาจุดกลับรถใต้สะพานท่าทอง ฝั่งเมือง สุราษฎร์ธานี มีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อ ทั้งท่านผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสุราษฎร์ธานีที่ ๒ ก็ได้มอบหมายให้ ท่านพิษณุ ศิลป์สวัสดิ์ รองผู้อำนวยการพร้อมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ปรับปรุงซ่อมแซม โอกาสนี้ ดิฉันในนามตัวแทนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ใช้เส้นทางถนน จึงขอชมเชยต่อความรับผิดชอบในการบริการประชาชนพร้อมขอกราบขอบพระคุณทุกท่าน กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
จบการปรึกษาหารือ ของท่านสมาชิกแล้วนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหารือเพิ่มเติมนิดหนึ่งได้ไหมครับ🔗
เดี๋ยวสักครู่ได้ไหม ครับ ผมจะต้อนรับนักศึกษาหน่อย เดี๋ยวจะให้คุณณัฐพงษ์หารือครับ สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะผู้บริหารครูและคณะกรรมการสภานักเรียนโรงเรียนอุทัย อำเภออุทัย จังหวัด พระนครศรีอยุธยานะครับ ซึ่งกำลังฟังการประชุมอยู่ชั้นบน ขอต้อนรับทุกท่านครับ ขอบคุณครับ ท่านณัฐพงษ์ ผู้นำฝ่ายค้านจะขอหารือครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ก่อนอื่น ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมปรึกษาหารือในครั้งนี้นะครับ ประเด็นที่อยาก ปรึกษาหารือท่านประธานก็คือในเรื่องของการบรรจุญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่พวกผม ยืนยันว่าพวกเราต้องการเดินหน้าต่อให้มีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจให้ได้ภายในสมัย ประชุมนี้ครับ จึงเป็นที่มาที่วันนี้ผมคิดว่าเป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อสุดท้ายที่อยากจะขอ นำเรียนท่านประธานครับหารือกันในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มากกว่าการที่จะ ตอบโต้ผ่านหน้าสื่อกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปอย่างน้อย ๆ ภายในสัปดาห์นี้เพื่อที่เราจะได้เดินหน้า กระบวนการในการยื่นญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ครับท่านประธานครับ ก่อนอื่นครับ ท่านประธานที่ผมอยากจะหารือกับท่านประธานก็คืออยากได้ความชัดเจน🔗
เดี๋ยวขอนิดเดียว ผมได้รับการประสานไม่ทราบจะตรงหรือเปล่าว่าท่านณัฐพงศ์จะไปหารือกับผมหลังจาก ผมลงจากบัลลังก์นี้แล้ว ผมยินดีและผมก็มีความประสงค์อยากจะให้ได้มีการอภิปราย ไม่ไว้วางใจของคณะรัฐมนตรีของพรรคฝ่ายค้านเช่นเดียวกัน แต่ผมก็ต้องปฏิบัติตาม ข้อบังคับและกฎหมายซึ่งเราก็มีความเห็นที่แตกต่างกัน ผมว่าถ้าเราไปคุยกันน่าจะ ไม่เสียเวลาของที่ประชุมเพราะว่ากระทู้ถามสดก็รออยู่ท่านรัฐมนตรีก็มาพร้อมแล้ว หารือ ที่ประชุมคงจะไม่ได้ข้อยุติอะไรนะครับ เพราะต่างคนต่างมีความเห็นที่แตกต่างกันได้ ข้อบังคับก็อาจจะเห็นไม่ตรงกัน แล้วผมก็พยายามอย่างที่สุดที่จะให้เรื่องนี้ สรุปก็คือว่า อยากจะให้ได้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามที่ท่านต้องการนะครับ แต่ไปคุยกัน ถ้าคุยไม่ลงตัว จะใช้เวทีไหนก็ได้ แต่ขณะนี้ผมก็คิดว่าเราเดินหน้าเรื่องที่อยู่ในระเบียบวาระไปก่อน🔗
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าใช้เวลาไม่เยอะครับ อย่างน้อย ๆ ผมเชื่อว่าวันนี้ พวกผมไม่ได้ต้องการมาถกเถียงในเรื่องของประเด็นข้อกฎหมายครับ แต่ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือการใช้อำนาจของพวกเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นท่านประธานเอง หรือแม้แต่ผมในฐานะ ผู้นำฝ่ายค้านเอง หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเองเราต้องมีความรับผิดรับชอบต่อประชาชน ซึ่งแน่นอนที่สุดยืนยันครับ ผมยืนยันว่าได้ประสานไปทางหลังบ้านว่าจะหารือกับท่านประธาน ตอนบ่ายโมง แต่ว่าเพื่อเป็นประเด็นที่พวกเราเองก็ต้องมีความโปร่งใส ผมเองไม่อยากจะมีข้อ ครหาที่ประชาชนที่กำลังติดตามการเมืองอยู่นะครับก็จะไม่ทราบว่าพวกผมเองมีกรอบการ อภิปรายไม่ไว้วางใจหรือว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้าง ไปคุยอะไรกับประธานหลังบ้านบ้างนะครับ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะถึงเวลาบ่ายโมงที่เรามีเวลานัดหมายกัน ก็อยากจะขอหารือ กับท่านประธานในที่ประชุมสภาแห่งนี้ได้ไหมครับ ใช้เวลาไม่นานครับ🔗
ก็ใช้เวลา อย่าให้มากเกินไปนัก ได้ครับ ยินดีครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธานครับ ประเด็นแรกครับท่านประธาน ตามหนังสือที่ท่านประธานได้ตอบ กลับมาถึงผมเมื่อวาน เป็นหนังสือด่วนที่สุด เลขที่ สผ ๐๐๑๔/๒๗๙๖ นะครับ เนื่องจากว่า เป็นหนังสือที่โต้แย้งกลับมาในเรื่องของความเห็นที่เรามีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องของ การตีความบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญนะครับ แต่เนื่องจากหนังสือฉบับนี้ลงนามโดยเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรครับท่านประธาน ผมอยากจะขอความชัดเจนกับท่านประธานอย่างแรก ก่อนนะครับว่า ทุกถ้อยคำในหนังสือฉบับนี้เป็นการใช้อำนาจของท่านประธานและท่านประธาน พร้อมที่จะรับผิดรับชอบต่อทุกข้อสงสัย ต่อทุกการตอบในหนังสือฉบับนี้ใช่ไหมครับ🔗
ผมมีหน้าที่และ ต้องรับผิดชอบ ยินดีครับ รับผิดชอบทุกอย่างถ้าเป็นการทำที่เกิดขึ้นจากท่านเลขาธิการ เพราะว่าผมได้ดำเนินการตามหน้าที่แล้วเลขาธิการก็ตอบตามที่หนังสือของคุณณัฐพงษ์ โต้แย้งมาครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธานครับ ประเด็นถัดไปผมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่พวกผมอยากได้ความชัดเจนนะครับ ในเรื่องของที่ในหนังสือฉบับนี้ได้มีการตอบมาว่าคำว่า ข้อบกพร่อง ท่านประธานได้วินิจฉัย แล้วว่าท่านมีอำนาจในการที่จะชี้ข้อบกพร่องในเชิงเนื้อหา ผมย้ำคำว่า ในเชิงเนื้อหา แต่ใน ขณะเดียวกันครับคำตอบของท่านพลิกออกไปอีก ๑ หน้าครับ ในหน้าที่ ๓ ท่านบอกว่าท่าน ยินดีที่จะให้แก้คำในญัตติ เนื่องจากการแก้คำนั้นไม่ได้กระทบสาระสำคัญในญัตติครับ สิ่งที่ ผมอยากได้คำยืนยันมาในวันนี้ครับ ถ้าอยากจะเดินหน้าต่อพวกผมอยากจะเดินหน้าต่อ สมมุติว่าพวกผมยอมปรับคำตามที่ท่านประธานได้นำเสนอเนื้อหาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ สมมุติถึงวันที่อภิปรายจริงผมมีสิทธิเต็มที่ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ในการอภิปราย เนื้อหาตามกรอบในญัตติโดยที่พวกผมจะไม่ได้ถูกเบรกหรือระงับโดยท่านประธาน ผมอยาก ได้คำยืนยันเช่นนี้เช่นเดียวกันครับ🔗
ก็ยืนยันนะครับว่า ถ้าท่านได้อภิปรายตามญัตติภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญและข้อบังคับท่านก็สามารถ อภิปรายได้เต็มที่นะครับ ไม่มีใครขัดขวางท่านได้ ยกเว้นว่าท่านอภิปรายที่ผิดข้อบังคับ ก็อาจจะมีผู้โต้แย้ง ผู้เป็นประธานในที่ประชุมก็ต้องพิจารณาและให้ความเป็นธรรม ตรงไปตรงมาตามข้อบังคับครับ เราอยากจะให้การประชุมของสภาแห่งนี้ได้ดำเนินไปด้วยดี เพราะไม่ใช่แต่พวกเราเท่านั้นนะครับ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศเขาก็อยากฟัง แต่ไม่ใช่ อยากฟังการประท้วงโต้ตอบไปมาจนกระทั่งว่าสารัตถะของการประชุมที่ท่านต้องการ และประชาชนอยากฟังนั้นมันขลุกขลัก นี่คือสิ่งที่ผมปรารถนาสุดยอดคือการประชุมโดยที่ มีเหตุมีผลตามที่ตรงการ และไม่มีผู้ใดที่จะคอยประท้วงทำให้การประชุมดำเนินไปไม่ได้ดี เพราะในที่สุดครับประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินในเรื่องสารัตถะ ในเรื่องการดำเนินการประชุม ที่จะไปด้วยดีนะครับ ผมเรียนด้วยความเคารพนะครับ🔗
อีกประการหนึ่งที่อยากได้ความชัดเจนเช่นเดียวกันครับท่านประธาน ท่านประธานเมื่อสักครู่ ก็ยืนยันว่าถ้ากระผม พวกผมไม่ทำผิดตามข้อบังคับก็ไม่น่ามีประเด็นอะไร ตามข้อบังคับระบุ ไว้ชัดเจนครับว่าพวกเราสามารถอภิปรายกล่าวถึงชื่อบุคคลภายนอกได้หากไม่ได้สร้างความ เสียหายหรือถ้าสร้างความเสียหายผู้อภิปรายเป็นผู้รับผิดชอบเองครับ ซึ่งจากการให้ข่าว ที่ผ่านมาของท่านประธาน ท่านประธานระบุไว้อย่างชัดเจนครับว่าที่ท่านประธานไม่สามารถ ให้พวกผมระบุชื่อคุณทักษิณ ชินวัตร ลงไปในญัตติได้ เพราะท่านประธานเสี่ยงที่จะเป็นคนที่ ถูกฟ้องร้องเอง ดังนั้นถ้าวันนี้พวกผมยอมปรับคำในญัตติ หมายความว่าพวกผมยังสามารถ เดินหน้าการอภิปรายต่อ พูดชื่อบุคคลใด ๆ ก็ได้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยที่พวกผมเป็น ผู้รับผิดชอบเอง อย่างนี้ท่านประธานยืนยันตามหลักการแบบนี้นะครับ🔗
ตามที่ท่านผู้นำ ฝ่ายค้านบอกว่าจะเอ่ยชื่อบุคคลใดก็ได้โดยที่ท่านจะรับผิดชอบเองนะครับ ผมคิดว่าประเด็น ของที่ประชุมนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดจะรับผิดชอบกันผู้เดียวเท่านั้น ผู้ที่เป็นประธาน ที่ประชุมถ้าไม่เป็นไปตามข้อบังคับซึ่งมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยก็จะถูกตำหนิแล้วก็เดินหน้า ต่อไปไม่ได้นะครับ แต่ผมก็ยินดีถ้าหากว่าท่านไม่เอ่ยชื่อบุคคลภายนอก ซึ่งบุคคลภายนอกนั้น ผมพูดตรง ๆ ว่ามิได้หมายความว่าทักษิณ ชินวัตร ท่านผู้อื่นเป็นคุณณัฐพงษ์หรือใครก็ถือว่า เป็นบุคคลภายนอกซึ่งไม่สามารถที่จะดำเนินการอภิปรายได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็ขอ เรียนไหน ๆ ก็พูดมาแล้วว่าที่เราจะดำเนินการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นมันเป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๑ ซึ่งระบุชัดเจนว่าการยื่นญัตติเป็นการอภิปรายคณะรัฐมนตรี ทั้งคณะหรือรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ท่านสามารถระบุรายชื่อรัฐมนตรีทั้งคณะหรือเป็น รายบุคคลได้ แต่ถ้าในญัตติได้ไปใส่บุคคลภายนอกเข้าไปด้วย ท่านคงทราบนะครับว่ามันจะ ดำเนินการประชุมไม่ได้ แต่เมื่อช่วงท่านอภิปรายมันเกี่ยวโยงอย่างไร เกี่ยวโยงอย่างไร ท่านก็สามารถจะพูดได้ บางครั้งการพูดอาจยังไม่ต้องใช้ชื่อ ท่านจะใช้อย่าง อื่นคนก็รู้ได้นะครับ โดยคนประท้วงก็ประท้วงไม่ได้นะ ผมไม่ได้เชิงแนะนำครับ ก็อยากให้ไป ด้วยดี คือชื่อไม่ได้บอกว่า ท่านทักษิณ ไม่ได้ จะเป็นบุคคลนอกคนอื่นก็คิดว่าถ้าใส่ในญัตตินี้ ก็คงจะกระทำไม่ได้เช่นเดียวกันครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ สิ่งที่พวกผมต้องการครับท่านประธาน สิทธิในการประท้วงเป็น สิทธิของสมาชิกอยู่แล้วนะครับ แน่นอนที่สุดถ้ามีการเอ่ยชื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่สมาชิก อีกฝั่งหนึ่งไม่เห็นด้วยเขามีสิทธิประท้วงครับ แต่สิ่งที่พวกผมไม่อยากเห็นก็คือบรรยากาศในที่ ประชุมที่ท่านประธานเองอาจจะไม่ได้วางตัวเป็นกลางหรือไม่ได้เป็นไปตามข้อบังคับนะครับ หนังสือที่ท่านประธานได้ตอบกลับผมมาในหน้าที่ ๓ เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าการอภิปรายของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ใดที่อาจเป็นเหตุให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับความเสียหาย สมาชิกผู้นั้นต้องเป็นผู้รับผิดชอบผล แห่งการกระทำนั้นเองครับ ดังนั้นวันนี้ที่ผมอยากได้ความชัดเจนจากท่านประธานครับ แน่นอนที่สุดวันนี้การบรรจุไม่บรรจุญัตติอยู่ที่ถ้อยคำในญัตติครับเป็นอำนาจของประธาน แต่เราตีความต่างกันนะครับ ผมยืนยันว่าพวกเราเห็นว่าประธานไม่มีอำนาจในการวินิจฉัย ในเรื่องของเนื้อหาสาระของญัตติ แต่ว่าไม่เป็นไรครับเราตีความต่างกันเป็นอำนาจ ของประธาน ญัตติยังบรรจุไม่ได้ ถ้าวันนี้พวกผมจะยอมปรับถ้อยคำในญัตติ ผมอยากได้ความ ชัดเจนครับ ว่าในวันประชุมจริงท่านประธานต้องยึดตามข้อบังคับ ว่าการอภิปรายพาดพิงถึง บุคคลภายนอกกระทำได้ครับ และพวกผมพร้อมที่จะเป็นผู้รับผิดรับชอบต่อการกระทำ นั้นเองครับ โดยที่ประธานจะไม่ใช้อำนาจของประธานในการขัดขวางในการอภิปราย ไม่ไว้วางใจครับ🔗
ขอบคุณครับ ผมก็เคยใช้วาจาอย่างนี้ และเคยใช้ในสภานี้ อาจจะคราวที่แล้ว สด ๆ เลยครับ สมัยไม่ต้อง เอ่ยชื่อ แต่ประธานและที่ประชุมบอกผมจะรับผิดชอบเอง ผมเอ่ยชื่อบุคคลภายนอก ถ้าเขาฟ้อง ผมล่ะ แต่ท่านประธานที่ประชุมเขาก็บอกไม่ได้ครับ เขาบอกไม่ได้ เพราะว่าท่านพูดไปในสภา ประธานต้องรับผิดชอบ ประธานรับผิดชอบในเรื่องอะไรครับในเรื่องกติกา คุณณัฐพงษ์ครับ ประธานไม่ได้รับผิดชอบเรื่องที่เขาจะฟ้องใคร แต่ประธานผู้เป็นประธานที่ประชุมรับผิดชอบ ในเรื่องข้อบังคับ ข้อ ๙ นะครับ คือถ้าประธานปล่อยให้มีการประท้วงบอกผู้พูดบอก รับผิดชอบ ผู้ประท้วงบอกรับผิดชอบ แล้วประธานมาทำหน้าที่อะไรครับ ประธานมีหน้าที่ ในการรักษาความเรียบร้อยในที่ประชุมซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับ เพราะฉะนั้นผมขอความ กรุณา แต่ถ้าท่านพูดไปแล้วไม่มีคนประท้วง ประธานก็อาจจะปล่อยได้ แต่ถ้ามีผู้ประท้วง ประธานต้องวินิจฉัยข้อบังคับเลยนะครับ แล้วจะมาบอกล่วงหน้าเลยบอกว่าประธาน ให้สัญญาได้ไหมว่าจะไม่ห้ามและผู้พูดรับผิดชอบเอง ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวนอกห้องประชุมได้ แต่ในห้องประชุมประธานทำหน้าที่ดูแลควบคุมการประชุมให้เกิดความเรียบร้อย เพราะฉะนั้นท่านประธานก็ต้องทักท้วงได้ จะไปรับล่วงหน้าผมยังไม่รู้ว่าใครจะพูดอะไร คงไม่ใช่คุณณัฐพงษ์ท่านเดียวนะครับ อาจจะมีสมาชิกท่านอื่น หรือรัฐมนตรีทำผิดกติกา ข้อบังคับผมก็ต้องทักท้วง นายกทำเองผมก็ต้องทักท้วงครับ ในฐานะที่เป็นประธาน ที่ประชุม ผมก็ต้องเรียนด้วยความสุจริตใจนะครับว่าเราจะให้คนใดคนหนึ่ง หรือให้พูด ล่วงหน้าไม่ได้ กติกาข้อบังคับมันมีหลายข้อนะครับ ขอความกรุณาเถอะครับท่านก็บอกว่า ยินดีจะแก้ท่านก็แก้อยู่ในกติกา ผมต้องเรียนต่อนิดหนึ่ง แต่บอกว่าผมเป็นประธานคนแรกที่มี ญัตติไม่อภิปรายไว้วางใจแล้วก็ให้ผู้ยื่นแก้ไข ผมไม่ได้เป็นคนแรก หลาย ๆ ท่าน ผมก็อยู่ใน สภานี้ ๔๐ ปี สมัยท่านชวน เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตอนนั้นเราไม่มีผู้นำฝ่ายค้าน ไม่แน่ใจมีหรือเปล่านะครับ ตอนปี ๒๕๔๕ ประธานอุทัย พิมพ์ใจชน ท่านก็ขอให้ผู้ยื่นญัตติ คือท่านชวน หลีกภัย กับคณะขอไปแก้ไข ซึ่งท่านชวนบอกว่า ในจดหมายที่ถึงประธาน ท่านไม่ได้เห็นด้วยว่าญัตติของท่านบกพร่อง แต่ท่านบอกว่าเพื่อให้ ความร่วมมือในการประชุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยท่านขอแก้ไขในบางส่วน ซึ่งสุดท้าย การประชุมก็ดำเนินไปด้วยดี การประชุมก็ใช้วาจาได้ตามปกติ ซึ่งผมต้องเคารพในความ ตัดสินใจของท่านชวน หลีกภัย ในขณะนั้น อันนี้มีหลักฐานยืนยันหนังสือ ตัวท่านก็ยังอยู่ ตัวท่านประธานอุทัยก็ยังอยู่ คือการประชุมของสภาเราฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะถือเอาความเห็น ส่วนตัวไม่ได้ ความเห็นแตกต่างกันได้ แต่ในที่สุดต้องร่วมมือกัน ต้องร่วมมือกันเพื่อให้การ ประชุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย ในสุดท้ายเราก็มีการลงมติ แล้วประชาชนก็จะเป็น ผู้ตัดสินเองในการเลือกตั้งต่อไป หรือต่อ ๆ ไป ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับคุณณัฐพงษ์ ผมไม่มี อคติเลย คุณณัฐพงษ์ก็ทราบว่าผมในฐานะประธานสภา ด้วยความเคารพท่านเราก็เคยคุยกัน แต่ท่านจะแก้ผมก็ยินดี ท่านอาจจะไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของผม แต่ผมอยากใช้วิธีของ ท่านผู้อาวุโสที่เราเคารพ คือท่านชวน บอกว่าเพื่อเป็นการร่วมมือ มันเป็นไปไม่ได้ครับเราจะ ดำเนินงานอย่างใดถ้าไม่มีความร่วมมือกัน ไม่ได้มีใครแพ้ไม่ได้ไม่มีใครชนะ ผู้ชนะ คือประชาชน เชิญคุณณัฐพงษ์ครับ🔗
ผมอยากจะขอใช้เวลาหารือเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยครับท่านประธาน เดี๋ยวบ่ายโมงนี้จะมีท่าน ปกรณ์วุฒิ แล้วก็ท่านรังสิมันต์ ที่อาจจะไปร่วมหารือพร้อมกับผมกับท่านประธานด้วย ผมเชื่อ ว่าท่านเพื่อนสมาชิกผมจะมีประเด็นที่อยากหารือกับท่านประธานสักเล็กน้อยในที่ประชุม แห่งนี้ เดี๋ยวขอเวลาให้กับเพื่อนสมาชิกผมเล็กน้อยครับ🔗
ได้ครับ ยินดีครับ จะใช้เวลาตอนนี้หรืออย่างไรจะไปตอนบ่าย แล้วก็ไปคุยกันตอนบ่ายเลยดีไหมครับ🔗
ขอใช้ เวลาในห้องประชุมอีกเล็กน้อยได้ไหมครับท่านประธาน ผมเชื่อว่าไม่เกิน ๑๕ นาทีขออนุญาต ท่านรัฐมนตรีด้วยครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี ก็มีภารกิจต่อก็อยากจะได้ตอบไป ผมว่าเดี๋ยวเราคุยตอนบ่าย ไม่จบตอนบ่ายก็คุยต่อได้🔗
ขอเวลา แป๊บเดียวครับท่านประธาน ไม่เกิน ๑๐ นาทีแน่นอนครับ🔗
ท่านวิโรจน์ ใช่ไหมครับ ท่านวิโรจน์เชิญครับ เอาสั้น ๆ เอาท่านวิโรจน์อีกท่านเดียวก็พอนะครับ เชิญท่าน วิโรจน์ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ครับ ผมขออนุญาตหารือแล้วก็อาจจะให้คำแนะนำท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิกสักสั้น ๆ เพราะผมก็เข้าใจความกังวล แล้วเมื่อสักครู่ทางท่านประธาน ปรารภมาว่าก็ควรจะให้ความร่วมมือกันเพื่อให้การประชุมดำเนินไปได้อย่างเรียบร้อย ผมคิดว่าเดี๋ยวก็คงมีการหารือกันเพื่อจะดำเนินการประชุมไปได้เรียบร้อยอย่างไร แต่ผมคิด อย่างนี้ครับผมเข้าใจความกังวลของท่านประธานเหมือนกันนะครับว่าการอภิปรายถึง บุคคลภายนอกก็อาจจะต้องเปิดพื้นที่ให้กับบุคคลภายนอกได้เข้ามาชี้แจงด้วย อย่างนั้น ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๘ เราก็ต้องยืนยันก่อนครับว่าการพูดถึงบุคคลภายนอกนี้ทำได้🔗
เดี๋ยวครับ ญัตติ อื่น ๆ ประเด็นคือว่าให้บุคคลภายนอกเข้ามาชี้แจง ถ้าญัตติตั้งกรรมาธิการ แต่ญัตติเฉพาะ ๑๕๑ ตามรัฐธรรมนูญ การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ต้องเป็นเรื่องของฝ่ายค้าน สมาชิกกับ คณะรัฐมนตรีเท่านั้น จะเอาบุคคลภายนอกเข้ามามันไม่ได้มีข้อบังคับตรงไหนให้นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ท่านประธานเปิดข้อบังคับ ข้อ ๗๖ สักนิดหนึ่งครับ คืออย่างนี้ครับท่านประธาน ผมก็อยาก จะเสนอแนะเพื่อให้ท่านประธานได้สบายใจว่า ท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ท่าน ประธานสามารถอนุญาตให้ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเอาบุคคลภายนอกเข้ามาชี้แจง ได้ เพื่อความสบายใจครับ ในเมื่อเพื่อความเป็นธรรมของคุณทักษิณ ชินวัตร ด้วย ท่านประธานก็แค่ทำหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านอนุญาตให้นายกรัฐมนตรีพาบิดา เข้ามานั่งชี้แจงร่วมด้วย อันนี้ก็จะเป็นความเป็นธรรมของทั้งนายกรัฐมนตรีแล้วก็บิดาของ นายกรัฐมนตรีที่ชื่อทักษิณ ชินวัตร ด้วยครับ ก็ขอเสนอแนะว่าให้ท่านประธานใช้ข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ได้ครับ แล้วเดี๋ยวในรายละเอียดเดี๋ยวช่วงบ่ายคงมีการหารือกันครับ แต่ข้อบังคับ ข้อ ๗๖ จะคลายความกลัว คลายความระแวงของท่านประธานลงไปได้อย่างชะงัดเลยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ก็ยินดีหารือครับ แต่มิได้หมายความว่าผมระแวง หวาดกลัวต่าง ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา ผมไม่เคย ระแวงแล้วก็ไม่ได้หวาดกลัว ถ้าเราปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและข้อบังคับ คุณรังสิมันต์ ผมคิดว่าตอนบ่ายดีกว่านะครับ เดี๋ยวผมพาดพิงถึงท่านชวน เชิญท่านชวนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตเพื่อได้อธิบาย สิ่งที่ท่านประธานได้กล่าวถึงพาดพิงไปนะครับ ในญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปไม่ไว้วางใจ เมื่อครั้ง ที่ผมเป็นหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ในปีนั้นมีการขอให้แก้ไขถ้อยคำในญัตติ ไม่ได้เกี่ยวกับชื่อ ไม่ได้ระบุชื่อบุคคลผู้ใด แต่ว่ามีการแก้ไขถ้อยคำ กราบเรียนให้ที่ประชุมได้รับทราบ ถ้อยคำ ที่แก้ไขนั้นคือญัตติที่พูดว่า รัฐบาลกดขี่ข่มเหงข้าราชการ ความจริงแล้วข้อความนี้โดยทั่วไป แล้วก็ไม่ควรจะต้องแก้ไข แต่ว่าต้องกราบเรียนว่าขณะนั้นรัฐบาลก็กลัว กลัวฝ่ายค้านมาก แล้วก็เรียกว่ากลัวชนิดว่าต้องเลือกประธานเพื่อมาสู้กับนายชวน ใช้คำอย่างนั้นเลยนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามเราก็ทำหน้าที่ของเราไปตามปกติ โดยเห็นว่าเมื่อประธานได้ขอร้อง ให้แก้ไขคำว่า กดขี่ข่มเหงข้าราชการให้เป็นอย่างอื่น เราก็เลยแก้เป็นอย่างนี้ครับ แก้เป็นว่า รัฐบาลชอบใช้อำนาจบาทใหญ่ข่มเหงรังแกประชาชน แก้แล้วหนักกว่าเดิมครับท่านประธาน แต่ว่าเมื่อสั่งให้แก้ก็แก้ให้ แต่แก้แล้วก็หนักกว่าเดิม แต่ว่าประธานก็ไม่สามารถที่จะไปให้แก้ เป็นครั้งที่ ๓ ครั้งที่ ๒ ได้ การอภิปรายวันนั้นก็อภิปรายไปทั้งข้อความที่กดขี่ข่มเหงข้าราชการ แล้วข้อความที่แก้ไขใหม่ กราบเรียนที่ประชุมรับทราบว่าไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องระบุชื่อบุคคล ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณ ท่านชวน หลีกภัยมากครับ ท่านชี้แจงได้ชัดเจนแล้วนะครับ ขอบพระคุณท่านมากนะครับ ท่านรังสิมันต์ สั้น ๆ เลยนะครับ🔗
สั้น ๆ ครับ เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะวิปนะครับ สั้น ๆ นิดเดียวครับ ผมคิดว่าเรื่องที่ท่านณัฐพงษ์หารือผมคิดว่ามันมีความสำคัญครับ ท่านประธาน คือมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเข้าใจในเรื่องของการที่จะมีการเสนอญัตติ กันต่อไป เพราะต่อไปนี้การเสนอญัตติต่าง ๆ ถ้าสมมุติว่าท่านประธานมีการใช้ดุลยพินิจว่า ห้ามใส่ชื่อบุคคลภายนอกแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เราก็จะได้ทราบว่าจะเป็นบรรทัดฐานของ การใช้อำนาจของท่านประธานแบบนี้ เพราะว่าหลังจากที่มีประเด็นเรื่องนี้ ด้วยความเคารพ ต่อท่านประธานนะครับ ผมเองก็ไปค้นคว้าแล้วก็ไปค้นคว้ามากกว่า ๔๐ ปีด้วยครับ ค้นคว้าตั้งแต่มีสภา รัฐสภาเลยนะครับ เราก็พบว่ามันมีหลายครั้งที่มีการพาดพิงถึง บุคคลภายนอก แล้วก็มีแม้กระทั่งของท่านประธานเองที่เคยมีการเสนอญัตติตอนนั้น ท่านประธานชวนได้ทำหน้าที่เป็นประธานสภา แล้วญัตติของท่านประธานวันมูหะมัดนอร์ใน เวลานั้นก็มีการพาดพิงบริษัทเอกชน จริง ๆ บริษัทเอกชนมันเป็นที่รวมตัวของบุคคล หลายคนด้วยซ้ำไป เข้าใจว่าเป็นบุคคลมหาชนด้วยซ้ำ ดังนั้นในแง่นี้เราก็จะเห็นว่าที่ผ่านมานี้ มันก็ทำหน้าที่กันได้เป็นอย่างดี จริง ๆ นะครับท่านประธาน ผมอยากจะเรียนชี้แจงสั้น ๆ ว่า จริง ๆ การที่เราใส่ชื่อคุณทักษิณ คือชัดเจนเราแค่ต้องการทำหน้าที่ตรงไปตรงมา เราไม่ได้ ต้องการที่จะมาใช้ลีลาปิดบังหรืออะไรกัน เราแค่ต้องการทำหน้าที่ให้ถูกต้อง ท่านประธาน ก็ทราบ เพื่อนสมาชิกก็ทราบ ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นวิถีทางที่เราอยากจะเห็นในการทำหน้าที่ แต่ก็คงต้องตั้งคำถามครับว่า ถ้าต่อไปนี้ท่านประธานบอกว่าเราควรจะมีการถอดชื่อ โดยอ้างอิงถึงความบกพร่อง ซึ่งต้องยืนยันกับท่านประธานนะครับว่าในมุมพวกเรา ความบกพร่องมันต้องเป็นความบกพร่องในรูปแบบ คือเป็นความบกพร่อง เช่น ลายเซ็น ไม่ครบ เซ็นไม่ถูกต้อง ถ้าเป็นแบบนี้เราพร้อมน้อมรับ แต่เมื่อท่านประธานบอกว่าความ บกพร่องในที่นี้รวมไปถึงการใส่ชื่อบุคคลภายนอก เราก็คงต้องยืนยันกับท่านประธานว่า เราไม่เห็นด้วยกับการใช้ดุลยพินิจแบบนี้เลย แต่ก็อยากจะฟังคำชี้แจงของท่านประธานว่า จะเป็นมาตรฐานแบบนี้ต่อไปหรือไม่ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบพระคุณครับ ที่ผมพยายามที่จะยืนยันก็เพื่อจะหามาตรฐานที่ชัดเจน ไม่อย่างนั้นก็จะอ้างไปมานะครับ ผม อยากจะเรียนคุณรังสิมันต์ด้วยความเคารพ ความจริงที่เราคุยกันนี้มันไม่ใช่ญัตติอภิปราย รัฐบาลนะครับ กำลังอภิปรายท่านประธานผมก็ยินดีนะครับ เดี๋ยวตอนบ่ายไปอภิปรายผม มากกว่านี้ก็ได้นะครับ🔗
ในประการแรก ที่ท่านรังสิมันต์ โรม บอกว่าในที่ประชุมนี้เราได้อ้างชื่อ บุคคลภายนอกหลายครั้งด้วยกัน แม้แต่ผมเองได้เสนอญัตติในเรื่องของการตั้งกรรมาธิการ ศึกษาในเรื่องของรถไฟความเร็วสูง จากสุวรรณภูมิไประยองนะครับ ซึ่งเป็นเรื่องของการ ตั้งกรรมาธิการ ในสภานี้ไม่ได้ห้ามในเรื่องที่จะเอ่ยชื่อ หารือเมื่อตอนเช้าก็เต็มไปด้วยคน ข้างนอก เรื่องตั้งกรรมาธิการก็เป็นเรื่องที่เราพูดว่าเราจะไปตั้งกรรมาธิการ และตั้ง กรรมาธิการสามารถเอาคนภายนอกมาเป็นกรรมาธิการได้ และกรรมาธิการสามารถจะเชิญ บุคคลข้างนอกเข้ามาชี้แจง มาแก้ไข มาทำความเข้าใจได้ มันเป็นเรื่องระหว่างสมาชิก กรรมาธิการกับคนนอก มาตรา ๑๕๑ มันเป็นเรื่องของสมาชิกกับรัฐบาล กับรัฐบาล กับคณะรัฐมนตรีซึ่งต้องดำเนินไปตามกติกา การอภิปรายไม่ไว้วางใจซึ่งมีบทเฉพาะว่าด้วย การอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๑ แล้ว มีข้อบังคับหลายข้อที่ผมมา ขอร้องแล้วท่านอุทัยเคยใช้ก็เป็นข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ ซึ่ง ๑๗๖ ไม่สามารถจะไปใช้กับญัตติ ที่นอกเหนืออภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ญัตติตั้งกรรมาธิการ ญัตติความเดือดร้อนของประชาชน เรื่องแก้ไขปัญหาฝนแล้งฝนอะไรเขาไม่ได้ห้าม จะเอ่ยชื่อบุคคลภายนอก ๑๗๖ นี้ใช้เฉพาะ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านไปดูให้ดีเดี๋ยวตอนบ่ายนี้คุยกันยาว ๆ ได้ ผมไม่ได้ทำอะไรที่ มันมีอคติหรือว่าทำเพราะใจคิดอย่างนั้น ยินดีจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และยินดีที่บอกว่า ผมเคยยื่น แต่นั่นไม่ใช่ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ข้อ ๑๗๖ ตั้งแต่ ข้อ ๑๗๕ หรืออะไร มันใช้เฉพาะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แล้วจะไปใช้ ๑๗๖ ไปใช้ญัตติอื่นตั้งกรรมาธิการอะไร ไม่ได้อันนั้นก็ใช้ข้ออื่นนะครับ ผมว่าเดี๋ยวเราค่อยไปคุยตอนยาวได้ ผมขอแค่นี้นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขอคำถามสุดท้าย ผมขออนุญาตครับ ท่านประธานสั้น ๆ นิดเดียวครับ สุดท้ายครับต่อเนื่องนิดเดียวครับท่าน ประธานครับ🔗
นิดเดียวนะครับ เดี๋ยวมีใครยกมืออีกครับ🔗
ด้วยความเคารพต่อท่านประธาน คือผมอยากจะเรียนสอบถามท่านประธานครับว่า ด้วยหนังสือที่มีการส่งมาที่ท่านผู้นำ ฝ่ายค้านแล้วปรากฎว่ามันเกินกว่า ๗ วัน คือมันเป็นวันที่ ๘ ในแง่นี้ความบกพร่องที่มีการอ้าง ตามข้อบังคับกำหนดเอาไว้ว่าต้องภายใน ๗ วัน พอมันเกินไปแล้วท่านประธานจะวินิจฉัย เรื่องนี้อย่างไร🔗
อันนี้เดี๋ยวคุยกัน ผมก็ได้สอบถามหลายฝ่ายเช่นเดียวกันครับ คือประเด็นเรื่องว่าประธานต้องแจ้งภายใน ๗ วันนั้น เอาว่าหลักก็แล้วกัน หลักคือไม่ต้องการให้สภาแจ้งและยืดเยื้อออกไปก็บอกว่าภายใน ๗ วัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กองการประชุมและฝ่ายกฎหมายก็ชี้แจงแล้ว เดี๋ยวคุยกัน คุยกันได้ครับ แต่ผมยืนยันว่าวันที่ ๖ คือไม่ใช่หนังสือที่แจ้ง วันที่ ๖ ที่ผมด้วยความเคารพเชิญท่านผู้นำ ฝ่ายค้านไปคุยที่ห้องผม เพื่อจะบอกว่ามีข้อบกพร่องขอให้รับไปแก้ไขเสียเลยนะ ผมไม่ต้องทำ หนังสือไป ท่านผู้นำฝ่ายค้านก็บอกว่าขอไปหารือก่อนแล้วผมก็ไม่ได้รับแจ้ง ผมก็แทงไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๖ ว่าข้อบกพร่องในเรื่องชื่อบุคคลภายนอกให้แก้ไข โดยความหมายและเจตนา การแจ้ง แจ้งด้วยวาจาหรือทำหนังสือ ผมว่าแจ้งด้วยวาจามันชัดเจนมากกว่าด้วยซ้ำไป เพราะแจ้งด้วยหนังสือไม่อยู่บ้าง ไม่ได้รับบ้าง แต่แจ้งด้วยวาจาด้วยความเคารพ เพราะในนี้ ไม่ได้ห้ามว่าต้องแจ้งเป็นหนังสือหรือแจ้งด้วยวาจา จริง ๆ แจ้งด้วยวาจาชัดเจน ท่านณัฐพงษ์ คงรับได้ว่าวันนั้นเป็นวันที่ ๖ ซึ่งผมว่าเราเถียงกันเรื่องเล็กมาก ประเด็นใหญ่คือว่าทำอย่างไร ให้การอภิปรายสามารถดำเนินไปด้วยดีนะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็แก้ไขเป็นบรรทัดฐาน ผมยินดีครับถ้าผมทำผิดก็ดำเนินการได้ ๑๕๗ มีได้ครับ ก็ไม่มีปัญหาอะไรเอาไว้ค่อยคุยดีกว่า เดี๋ยวเชิญท่านอื่น เชิญครับ มีท่านใดครับ ท่านประยุทธ์ใช่ไหมครับ มเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับในเรื่องนี้เราก็ได้ ถกเถียงผ่านสื่อกันมาพอสมควรแล้ว แต่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านประธาน ก็มีอาวุโสพอ ๆ กันกับผม เข้ามาพร้อมกัน อายุก็เท่ากัน ผมยืนยันว่าท่านประธานเข้ามา ตรงนี้ก็ไม่ได้เพราะโชคช่วยหรือโดยบังเอิญ ผมไม่อยากจะเป็นวาทกรรมที่มันตอบโต้กันไปมา สิ่งที่พอคุยกันได้ก็อยากจะให้คุยกัน ละทิฐิ ละความดื้อ ผมไม่ได้กล่าวหาว่าใครดื้อ แต่สิ่งที่มัน เกิดขึ้นดูเหมือนประหนึ่งว่าเป็นเช่นนั้น เมื่อประเด็นที่ถกเถียงกันนั้นผมก็อ่านรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๑ ประกอบกับประสบการณ์ที่ผมพอมีอยู่ ผมแน่ใจว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้อง ตามที่ ท่านประธานนัดว่าไปคุยกันนั้นผมเห็นด้วยทุกประการ ไม่มีใครได้ ไม่มีใครเสีย ไม่มีใครถูก ไม่มีใครผิด ถ้าจะเอาเจาะจงกันจริง ๆ ท่านประธานครับ เมื่ออ่านรัฐธรรมนูญแล้วต้องอ่าน ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๕ ข้อ ๑๗๕ บอกว่า เมื่อมีสมาชิกมีความประสงค์จะเสนอญัตติให้ เปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา ๑๕๑ ของรัฐธรรมนูญ ให้ยื่นต่อประธานสภาเป็นหนังสือ แสดงว่าขมวดอย่างนี้เป็นหนังสือแสดงว่าจะเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะในเรื่องใดบ้าง สิ่งที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญก็ชัดเจน สิ่งที่เขียนไว้ ในข้อบังคับก็ชัดเจน ผมเป็นคนไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นมาตั้งแต่ต้น เพราะผมคิดว่า ทุกอย่างอยู่ในสภาแห่งนี้ถ้าละทิฐิลงบ้างมันก็ไปกันได้ ไม่ใช่แสดงออกแล้วมันพัง ไม่สามารถ เปิดอภิปรายได้ มันก็ขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๕๑ มันไม่ใช่ ถ้าจะดันทุรังลงไป เขียนทำนองกล่าวหาบุคคลภายนอกเสมือนหนึ่งว่าจะอภิปรายทั่วไปไม่ไว้วางใจบุคคลภายนอก มันก็ไม่ถูก เมื่อท่านประธานแนะนำ เชิญชวนและนัดหมายว่าให้ไปคุยกันนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ผมกราบเรียนท่านประธานจริง ๆ ว่าถ้าสมมุติว่าท่านประธานไม่เบรกเหตุการณ์ที่ประท้วงกัน ก็จะเกิดขึ้น คนนั้นก็เถียงคนนี้ คนนี้จะกล่าวหาว่าคนนั้นผิดคนนี้ถูก สภามันก็จะวุ่นวาย อายบ้านอายเมืองเขา ผมคิดว่าในสิ่งเหล่านี้ท่านประธานทำถูกต้องแล้วครับท่านประธาน🔗
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต นิดเดียวครับ🔗
ขอขอบคุณ ท่านประยุทธ์ ความจริงท่านประยุทธ์หลายครั้งก็มีความเห็นไม่ได้ตรงกันบ้าง แต่ว่าประเด็นนี้🔗
ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ต่อความ ยืดยาว🔗
ผมไม่เอาแล้วครับ🔗
ไม่ได้เป็นเรื่องเมื่อสักครู่ครับ ท่านประธาน ไม่ใช่เป็นเรื่องเมื่อสักครู่🔗
แต่ถ้าเรื่องญัตติ อภิปรายไม่ไว้วางใจค่อยคุยกันข้างนอก🔗
ไม่ใช่ครับเรื่องนั้นครับท่านประธาน รับปากไม่ใช่เรื่องนั้นครับ🔗
เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน จังหวัดระยองครับ ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ เมื่อสักครู่นี้ผมขออนุญาตว่าท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านประยุทธ์ได้เอ่ย คำว่า ดื้อ ผมคิดว่าเรื่องนี้เราเคารพกันในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ แล้วเราตีความ เนื้อหาแตกต่างกันได้ ผมเคารพท่านประยุทธ์นะครับ เราทำงานด้วยกันมานาน แต่ว่าการ เอ่ยคำว่า ดื้อ เพื่อกดใครบางคนให้ต่ำลงผมว่าท่านถอนเถอะครับ ก็เรียนผ่านท่านประธานไป ขอบคุณครับ🔗
ผมฟังดูเหมือนกัน ครับ คำว่า ดื้อ ไม่ใช่คำเสียดสี เป็นคำไทยปกติ ถ้าไม่ใช้คำว่า ดื้อ จะไปใช้อะไรครับ คำว่า ดื้อ เป็นคำไทยธรรมดาครับ ไม่ได้คำหยาบคายหรือเสียดสีอะไร เป็นปฏิกิริยาอย่างหนึ่ง ท่านประยุทธ์ไม่ต้องชี้แจง เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ความจริงผมก็พยายามสงวนคำพูด ค่อนข้าง จะมากแล้ว🔗
ท่านอย่าไปต่อ มากเดี๋ยวประท้วงไม่หยุด เชิญครับ🔗
ไม่ใช่ครับ ผมไม่ใช่ประท้วง ในข้อนี้ ผมอยากจะทำความเข้าใจคนคราวลูกคราวหลาน ความรู้ท่านก็มี ความเก่ง ความขยัน ท่านก็มี ท่านหมั่นศึกษาอีกสักนิดหนึ่ง อย่าเอาขยะจากปากคนอื่นมาเข้าสมองนะครับ🔗
ผมว่าพอนะครับ หยุดเถอะครับ ผมต้องขอความกรุณาครับ เพราะเราพูดขึ้นมาเสียเวลาพอสมควรเรื่องนี้🔗
ท่านประธาน🔗
ถ้าเผื่อเป็นเรื่อง อภิปรายไม่ไว้วางใจประธานนี้ผมว่าพอยุติได้ ท่านปกรณ์วุฒิมีอะไรครับ🔗
ผมไม่ได้ไม่ไว้วางใจ ท่านประธานอยู่แล้วครับ ผมไว้วางใจท่านประธานครับ🔗
ท่านปกรณ์วุฒิ หัวหน้าวิปครับ เห็นบอกตอนบ่ายจะไปคุยกันอีกไม่ใช่หรือครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ผมคิดว่าก็คงจะเป็นท่านสุดท้ายนะครับ แล้วเดี๋ยวคงจะเดินหน้าไปสู่การถาม กระทู้ถามสด ก็ขออภัยท่านรัฐมนตรีอีกครั้งที่อาจจะต้องให้ท่านนั่งรอนาน ขออภัยจริง ๆ ผมคิดว่าวันนี้ก็น่าจะเป็นไปด้วยดีนะครับ ผมคิดว่าทุกฝ่ายคิดตรงกันหมด ไม่ว่าจะเป็นทาง ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล หรือ ครม. เท่าที่ผมเดินผ่านแล้วก็ได้พูดคุยกัน ทุกท่านเห็นตรงกันว่าสิ่ง ที่สำคัญที่สุดคือการที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๑ นั้น จำเป็นที่ จะต้องเกิดขึ้นตาม Timeline เดิมที่ทุกฝ่ายได้วางเอาไว้ แล้วก็คิดว่าในช่วงบ่ายโมงวันนี้ที่ ท่านประธานจะกรุณาให้พวกผมขึ้นไปพูดคุยด้วยทุกอย่างก็คงจะจบด้วยดี แล้วก็คิดว่ากรอบ เวลาทางคณะรัฐมนตรีแล้วก็ทางฝ่ายรัฐบาลก็คงจะมอบให้ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ตามที่ ฝ่ายค้านผมเองก็ได้เสนอไปแล้วคร่าว ๆ ผมคิดว่าทุกอย่างกำลังไปได้ด้วยดี ก็ไม่เป็นไร ผมคิดว่าต่อให้ประท้วงกันไปท่านประยุทธ์ก็คงไม่ถอนเพราะท่านประยุทธ์เป็นคนดื้อนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เดี๋ยวค่อยคุยกันครับ จุดประสงค์คือว่าเราจะอภิปรายไม่ไว้วางใจนี้ได้ในกรอบเวลาตามที่ คุณปกรณ์วุฒิพูด แล้วก็จะพยายามให้ได้เป็นไปตามที่ท่านยื่น แต่ว่าต้องอย่างที่ผมได้ เสนอแนะว่าต้องไม่มีชื่อบุคคลภายนอกนะครับ🔗
ท่านประธานค่ะ ดิฉันประท้วงค่ะ🔗
มีประท้วง เรื่องอะไรครับ เชิญครับ🔗
ประท้วงประธานวิปฝ่ายค้าน🔗
บอกชื่อด้วยแล้วก็ ประท้วงว่าผิดข้อบังคับประเด็นใด หรือว่าพาดพิงถึงท่านเสียหายอย่างไรครับ🔗
จะต้องถอนคำว่า ท่านประยุทธ์ดื้อ เพราะ เจาะจงคำนี้ค่ะ ให้ถอนค่ะ🔗
ผมว่ามันจะ มากไปนะครับ🔗
ไม่ได้ค่ะท่านประธาน🔗
ไม่ได้อย่างไรละ ประธานนั่งดูแล้ววินิจฉัย🔗
เขาเจาะจงค่ะท่านประธาน มันต่างจากเด็กดื้อนะคะ🔗
ข้อบังคับข้อไหน แล้วเสียหายอย่างไร🔗
ข้อบังคับ ข้อ ๖๙ ค่ะ🔗
ว่าอย่างไรครับ🔗
การอภิปรายไม่ให้แสดงกิริยา หรือพูดจาไม่สุภาพใส่ร้ายค่ะท่านประธาน🔗
เขาว่าอย่างไร ผมก็นั่งฟังอยู่เมื่อสักครู่🔗
เขาบอกว่าท่านประยุทธ์ดื้อค่ะ🔗
แล้วท่านประยุทธ์ ก็ว่าฝ่ายนี้ดื้อแล้ว🔗
แต่ท่านประยุทธ์ไม่ได้เอ่ยนะคะ แต่นี่เจาะจงเลยค่ะ🔗
เดี๋ยวเอาประเด็นนี้ นิดเดียว เอาคนที่พูดดีกว่า ท่านประยุทธ์ดีกว่าครับ🔗
ท่านประธานครับ เพื่อให้ยุติ ก็ขอบคุณท่านนุชนาถ ถ้าผู้นำฝ่ายค้านบอกว่าผมดื้อก็รับเสีย เพราะว่าท่านประธานบอกว่า คำว่า ดื้อ ไม่ใช่คำหยาบคาย🔗
ท่านประธานไม่ได้ ว่านะครับ คุณปกรณ์วุฒิหัวหน้าวิปว่านะครับ🔗
ผมเป็นคนรับเองก็แล้วกัน ว่าผมดื้อครับท่านประธาน ผมชนผมถอยไม่เป็นอยู่แล้ว ท่านไม่ต้องห่วง ขอบคุณ ท่านประธาน แล้วก็ขอบคุณท่านนุชนาถ จบกันไปแค่นี้ครับ🔗
จบครับ เรียนท่านสมาชิก ทุกท่านนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตสั้น ๆ นิดเดียวครับท่านประธาน ไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืด ขออนุญาตครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธานครับ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ขอใช้สิทธิพาดพิงครับ ก็นำเรียนท่านประยุทธ์ เมื่อสักครู่ไม่ใช่ผมนะครับ ไม่ใช่ผมที่เป็นคนกล่าวว่าท่านประยุทธ์ดื้อ หรือไม่ดื้ออย่างไรครับ🔗
คุณปกรณ์วุฒิ นั่งอยู่ครับ🔗
นิดเดียวครับ ท่านประธาน ผมคิดว่าประเด็นนี้เป็นสิ่งสำคัญที่จริง ๆ เมื่อสักครู่ท่านชุติพงศ์ได้ลุกขึ้น เพื่อที่จะบอกว่าประเด็นที่วันนี้พวกผมมาหารือท่านประธานในสภานี้ไม่ใช่เป็นเรื่องของ ความดื้อรั้นแต่อย่างใด สิ่งที่พวกผมต้องการยืนยันคือยืนยันในหลักการและในการถ่วงดุล ตรวจสอบ ผมคิดว่าสิ่งที่วันนี้ท่านประธานเองก็มองเห็น เพราะท่านประธานเองก็บอกว่า เนื้อหาสาระในญัตติเราไม่ได้ผิด แต่ท่านประธานแค่วินิจฉัยข้อบกพร่องว่าไม่อยากให้พวกเรา ใส่ชื่อบุคคลภายนอกลงไป เนื้อหาสาระที่สำคัญในญัตตินำเรียนท่านเพื่อนสมาชิกทุกท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อนสมาชิกจากฝั่งพรรคเพื่อไทย ผมเชื่อว่าสิ่งที่วันนี้ทุกคนมองเห็นอยู่ แล้วก็คือการที่คุณทักษิณ ชินวัตร มีส่วนร่วม ส่วนชักนำในการบริหารราชการแผ่นดิน🔗
ผมว่าขอความ กรุณามันจะไปไกลนะครับ เพราะว่าเดี๋ยวสมาชิกก็จะบอกอภิปราย ผมขอยุติตรงนี้ เดี๋ยวไป คุยกันตอนบ่ายว่าจะได้ไปมากน้อยแค่ไหน เพราะยังไม่ได้ถึงญัตตินะครับ เชิญครับ🔗
นิดเดียวครับ ที่ผมพยายามอธิบายว่าพวกเราไม่ได้ดื้อในแง่ที่ว่าคนที่มีส่วนร่วมในการบริหารราชการแผ่นดิน มักควรจะต้องถูกถ่วงดุลตรวจสอบโดยฝ่ายนิติบัญญัติ เราอยากยืนยันในหลักการตรงนี้ นะครับ ถึงพยายามที่จะระบุชื่อลงไปในญัตติเพื่อให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นราบรื่น แต่ผมก็เข้าใจเพื่อนสมาชิกดีครับที่ท่านต้องพยายามในการถอนชื่อออกจากญัตติ ท่านเอง ก็ต้องพยายามปกป้องคนที่ท่านจำเป็นต้องปกป้อง พวกเราเข้าใจดีครับในการทำงานในสภา เพราะฉะนั้นวันนี้พวกผมไม่ได้ดื้อครับ เราแค่ต้องการยืนยันในหลักการครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เรียนท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อเข้าประชุมเพื่อเข้าประชุม จำนวน ๓๓๕ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตาม ระเบียบวาระต่อไปนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
เรียนท่านสมาชิกทุกท่านด้วยนะครับว่าสำหรับกระทู้ถามแยกเฉพาะจะไป ดำเนินการถามและตอบในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะบริเวณชั้น ๑ ควบคู่กับการพิจารณา กระทู้ถามสดด้วยวาจาและกระทู้ถามทั่วไปตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑. เรื่อง ปัญหาการเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย นายเซีย จำปาทอง ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ซึ่งขณะนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานก็มาพร้อมแล้ว ต้องขอโทษด้วยที่ท่านต้องมารอ ให้รอ หารือใช้เวลาหลายนาทีนะครับ ทราบว่าท่านจะมีภารกิจต่อแต่ต้องขออภัยท่านด้วย ผมจึง ขอเชิญคุณเซีย จำปาทอง ถามได้เลยนะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วน เครือข่ายผู้ใช้แรงงาน ท่านประธานครับ วันนี้ผมถามกระทู้สดด้วยวาจาเกี่ยวกับเรื่อง สถานการณ์การจ้างงานภายในประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่อยู่ในความสนใจของพี่น้อง ประชาชน แล้วก็มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนผู้ใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก และสิ่งสำคัญ ก็คือเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาที่ผมจะสอบถาม ผมตั้งถาม ท่านนายกรัฐมนตรี แต่ว่าวันนี้ท่านไม่มาตอบกระทู้ของผม ซึ่งหลายเรื่องเป็นเรื่องที่ผมอยาก ถามท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรง เพราะว่าท่านรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานได้ดำเนินการใน บางเรื่องที่ในอำนาจของท่าน ท่านได้ดำเนินการแล้ว แต่อย่างไรก็ดีนะครับ วันนี้ก็ต้อง ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่ได้รับ มอบหมายจากนายกรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ถามแทน ก็หวังว่าคำถามที่ผมจะได้ถามท่าน ท่านจะสามารถตอบและให้ความกระจ่างเกี่ยวกับเรื่องประเด็นของพี่น้องผู้ใช้แรงงานได้ นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขอเริ่มแบบนี้ก็แล้วกันว่าอย่างที่ทุกท่านทราบกันดี อยู่แล้วว่าในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยของเรากำลังมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ ต้องยอมรับกัน อย่างตรงไปตรงมาว่าคนในประเทศไม่มีกำลังซื้อ พายุหมุนทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลประกาศไว้ ที่บอกว่าจะหมุนไป ๆ ไม่รู้ว่าหมุนไปทางไหน พี่น้องประชาชนเดือดร้อนอย่างมาก พี่น้องผู้ใช้ แรงงานเดือดร้อนอย่างมาก ผ่านมาเมื่อปี ๒๕๖๗ มีโรงงานจำพวกที่ ๒ และที่ ๓ ตาม พ.ร.บ. โรงงานเลิกกิจการไปมากกว่า ๑,๒๐๐ แห่ง ในรอบปี ๒๕๖๗ หรือเฉลี่ยประมาณเดือนละ ๑๐๐ แห่ง มีคนถูกเลิกจ้างมากกว่า ๓๕,๐๐๐ คนครับท่านประธาน หรือเฉลี่ยเดือนละ ประมาณ ๓,๐๐๐ คน และมีมูลค่าความเสียหายจากการลงทุนไปกว่า ๔๘,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้เป็นข้อมูลของกรมโรงงานอุตสาหกรรมที่ผมได้เคยอภิปรายแล้ว บางเรื่องเป็นส่วนหนึ่ง ที่ผมเคยอภิปรายแล้วเคยพูดในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ตัวเลขที่ผมยกตัวอย่างขึ้นมานี้ ไม่นับรวมกิจการประเภทอื่นที่ไม่ใช่โรงงาน เช่น พวกบริษัท ห้างร้าน หรือสื่อมวลชน ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ที่ปิดกิจการหรือมีการเลิกจ้าง Layoff พนักงานออกไปเป็น จำนวนมาก ดังที่เราเห็นกันตามหน้าสื่อสารมวลชนต่าง ๆ ท่านประธานครับ แน่นอนว่าการ เลิกจ้างไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ตามแต่ คนที่ถูกเลิกจ้างก็มักจะได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะด้วยภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว หรือจะเป็นภาระหนี้สินส่วนบุคคล เพราะว่าพี่น้อง ประชาชนผู้ใช้แรงงานต้องกินต้องใช้ มีภาระต้องรับผิดชอบ ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเล่าเรียนบุตร ค่าภาษีสังคม เฉกเช่นเดียวกับพวกเราในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรนะครับท่านประธาน บางคนที่ถูกเลิกจ้างอายุเริ่มมากขึ้นหางานใหม่ทำก็ลำบาก เพราะว่าอายุเยอะโรงงานเขาไม่รับ นายจ้างเขาไม่รับคนที่มีอายุเยอะเข้าทำงานครับ การเลิกจ้างถือว่านายจ้างสามารถเลิกจ้างลูกจ้างได้ แต่ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานบอกว่า ถ้านายจ้างจะเลิกจ้างต้องจ่ายเงินค่าชดเชยตามกฎหมายให้แก่ลูกจ้าง มันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ที่ลูกจ้างควรได้รับ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมีให้เห็นเรื่อย ๆ ก็คือนายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย คุ้มครองแรงงานครับท่านประธาน ไม่ยอมจ่ายเงินค่าชดเชยตามกฎหมายให้แก่ลูกจ้าง และสิ่งที่สำคัญเลยก็คือกระทรวงแรงงานไม่สามารถบังคับให้นายจ้างนำเงินมาจ่ายให้ลูกจ้างได้ ซึ่งปรากฏเห็นตามสื่อสารมวลชนทั่วไปมากขึ้นเรื่อย ๆ หากลูกจ้างอยากได้สิทธิ อยากได้เงิน ค่าชดเชย นายจ้างเขาบอกว่าอย่างไรทราบไหมครับ เขาบอกว่าถ้าคุณอยากได้เงินค่าชดเชย ให้คุณไปฟ้องร้องเอา ให้คุณไปร้องพนักงานตรวจแรงงานเอา ให้คุณไปร้องกรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงานเอา ลูกจ้างต้องไปยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานครับ ถึงแม้ว่า พนักงานตรวจแรงงานออกคำสั่งให้นายจ้างจ่ายก็ไม่ใช่ว่านายจ้างจะจ่ายตามคำสั่งพนักงาน ตรวจแรงงานนะครับ นายจ้างไม่สนใจ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่จ่ายเงินตามที่พนักงานตรวจ แรงงานสั่ง ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ก็คือไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย แล้วกระทรวงแรงงานในฐานะ ที่ท่านกำกับดูแลท่านก็ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายให้นายจ้างนำเงินมาจ่ายให้ลูกจ้างได้ มีเยอะมากครับ ขอสไลด์ครับ🔗
ผมจะให้ท่านดูข้อมูลต่อไปนี้ครับ ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานเองระบุว่าปี ๒๕๖๗ มีลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างแล้วไปเขียนคำร้องต่อ พนักงานตรวจแรงงาน พนักงานตรวจแรงงานออกคำสั่งแล้วให้นายจ้างจ่าย นายจ้างไม่ปฏิบัติ ตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานมากถึง ๖,๕๙๔ คน เป็นจำนวนเงินมากถึง ๓๙๕ ล้านบาท แต่หากนับรวมกัน ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ จะมีลูกจ้างที่ไม่ได้รับเงินตามสิทธิตามคำสั่งพนักงานตรวจ แรงงานจำนวนมากถึง ๔๓,๖๙๐ คน รวมคำสั่งทุกคำสั่งที่นายจ้างไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงาน ตรวจแรงงานนับเป็นจำนวนเงินมากถึงประมาณ ๒,๘๘๘ ล้านบาท ล่าสุด ๑ มีนาคมที่ผ่านมา มี โรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรีเลิกจ้างคนพิการเกือบ ๓๐ คน ผมไม่ทราบว่าท่านรัฐมนตรี ทราบเรื่องนี้หรือเปล่า ทั้ง ๆ ที่เมื่อวันที่ ๖ มีนาคมที่ผ่านมา ท่านได้ลงนามหนุนการจ้างงาน คนพิการ ท่านประกาศไว้ว่าจะจ้างงานคนพิการร่วมทำ MOU กันไว้กับบริษัทเอกชน แต่ว่า บริษัท แบซินี่ โปรดักชั่น จำกัด เลิกจ้างคนพิการ ตามภาพ ตามสไลด์ เลิกจ้างถ้าจ่ายเงินตาม กฎหมายไม่เป็นอะไรครับ กฎหมายคุ้มครองแรงงานให้เลิกจ้างได้ แต่ว่าเลิกจ้างคนพิการ แล้วไม่จ่ายเงินตามกฎหมายนี่สิครับเป็นปัญหา พี่น้องคนพิการปกติเขาก็ลำบากอยู่แล้ว ในการใช้ชีวิต แต่ว่าจะให้เขาเดินทางไปเขียนคำร้อง จะให้ไปต่อสู้ไปเรียกร้องเพื่อให้ได้รับเงินค่าชดเชย หรือครับ กำลังซ้ำเติมเขาหรือเปล่าครับ ผมถึงอยากสอบถามท่านประธานไปยังท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานว่าท่านจะดำเนินการบังคับให้นายจ้างปฏิบัติ ตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานนำเงินมาจ่ายให้ลูกจ้าง จำนวน ๔๐,๐๐๐ กว่าคนได้อย่างไร ขอทราบรายละเอียด และรัฐบาลจะมีมาตรการป้องกันการเลิกจ้างโดยไม่จ่ายเงินค่าชดเชยที่ เกิดขึ้นในอนาคตอีกแน่ ๆ อย่างไร ผมขอทราบรายละเอียดระยะเฉพาะหน้า ระยะกลาง และ ระยะยาว ช่วงแรกขอสอบถามแค่นี้ครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณ คุณเซีย จำปาทอง ครับ แต่ก่อนที่ท่านรัฐมนตรีจะตอบผมขอเวลานิดเดียวเพื่อต้อนรับประชาชนที่มา ฟังการประชุมครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่เขต ๗ จังหวัด ร้อยเอ็ด นำโดย นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย ซึ่งกำลังฟังประชุมอยู่ชั้นบนนะครับ ขอต้อนรับทุกท่านนะครับ ขอบคุณครับ ผมขอเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ตอบในครั้งแรก เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ สิ่งที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้ตั้งกระทู้ถามสดถามผมก็ได้มาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรี เพราะเป็น ความรับผิดชอบของกระทรวงแรงงานที่เราคงจะต้องมาตอบ ซึ่งในรายละเอียดของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ขอเอ่ยนามนะครับ ท่านเซีย จำปาทอง พวกเราได้มีการเจอกันเป็นระยะ ๆ ไม่ว่าจะที่กระทรวงบ้าง ที่ทำเนียบบ้าง ซึ่งในแต่ละเรื่องที่ท่านได้ถามโดยส่วนใหญ่ผมก็ได้ พยายามหารือกับท่านและสมาชิกของท่านในหลาย ๆ ท่าน เราก็ได้มีการที่จะดำเนินการเป็น ขั้นเป็นตอนมาโดยตลอด แล้วโดยเฉพาะในเรื่องของการที่จะหาเงินมาเยียวยาของเพื่อน ๆ ผู้ใช้แรงงานที่ไม่ได้รับการเยียวยา แต่ก่อนที่จะมาถึงขั้นตอนในขั้นตอนนี้ก็ต้องขอเรียนให้ ท่านประธานรัฐสภาแล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ทราบว่า ในขั้นตอนของทางกระทรวง แรงงานในความรับผิดชอบ ทางกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเราได้ใช้ไปตามสิทธิของ กรมสวัสดิการ ก็คือเราได้ชดเชย ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของที่ทางกรมสวัสดิการเป็นผู้รับผิดชอบ เป็นที่เรียบร้อย อีกส่วนหนึ่งก็คือของประกันสังคมซึ่งเราได้จ่าย ๕๐เปอร์เซ็นต์ของการชดเชย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ ก็เป็นการชดเชยเป็นที่เรียบร้อยเป็นกรณี ๆ ไป แล้วที่สำคัญ ท่านได้กล่าวถึงบริษัท แบซินี่ โปรดักชั่น จำกัด ก็มีสถานประกอบการอยู่ที่ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ประกอบกิจการคือให้คำปรึกษาทางวิศวกรรม ได้มีการปิด กิจการแล้วเลิกจ้างลูกจ้างไปเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๘ มีพนักงานทั้งหมดคือ ๔๘ คน โดย ไม่จ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างการบอกกล่าวล่วงหน้า ซึ่งในส่วนนี้ก็มีการนำลูกจ้างมา ที่ท่านเซีย ไปนำลูกจ้างมาทั้งหมด ๒๔ คนมาหารือกัน แล้วก็มีลูกจ้างที่เป็นผู้พิการที่ท่านได้โชว์ในสไลด์ คือจำนวน ๑๗ คน ซึ่งในส่วนนี้ผมคิดว่ากรมสวัสดิการเราคงจะต้องเข้าไปทำหน้าที่ในส่วน ของเรานะครับ และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่กระทรวงแรงงานเราสามารถทำได้เราก็จะรีบ ดำเนินการในส่วนต่าง ๆ ที่เราจะดำเนินการได้ แต่ที่แน่นอนครับ ก็อย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าวมา เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ตัวผมเองก็ได้ทำเรื่องเข้าไปที่ สลค. เพื่อเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งทาง ครม. ก็คงจะมีการทำหนังสือเวียนไปยังหน่วยงานราชการหรือในกระทรวงต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ว่าในส่วนที่กระทรวงแรงงานเราทำหนังสือขึ้นไปตามการหารือกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่ผ่านมาเราก็จะรอคำตอบจากการประชุมใน ครม. ต่อไป แต่อย่างไรก็แล้วแต่ในส่วนที่ตัว ผมเองต้องรับผิดชอบ อย่างไรผมก็ต้องรับผิดชอบอยู่แล้วนะครับ โดยเฉพาะในปัญหาของ บริษัทต่าง ๆ ที่จะมีการฟ้องร้องโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก็จะเป็นผู้ทำหน้าที่ ต่อไปนะครับ แล้วเราก็คงจะต้องหารือต่อไปว่าในการฟ้องร้องเราจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก็คงจะต้องหารือกับผู้เสียหาย แต่อย่างไรก็แล้วแต่สำหรับบริษัท แบซินี่ โปรดักชั่น นะครับ สำหรับเพื่อน ๆ ที่พิการทั้ง ๑๗ คน ตัวผมเองก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปประสานเพื่อเราจะหาตำแหน่งงานใหม่ให้กับ เพื่อน ๆ ทั้ง ๑๗ คนให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งนี่ก็เป็นความรับผิดชอบของกระทรวงแรงงานของเรานะ ครับ เพราะฉะนั้นในคำตอบในช่วงแรกผมขอตอบเพียงเท่านี้ก่อนครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานครับ เดี๋ยวจะเชิญคุณเซีย จำปาทอง ได้ถามเป็นครั้งที่ ๒ ท่านยังมีเวลาอีก ๖ นาทีครึ่งนะครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับที่ชี้แจงในบางประเด็นให้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น เกี่ยวกับเรื่องการดำเนินการช่วยเหลือหรือแก้ปัญหาของลูกจ้าง แต่สิ่งที่ผมอยากจะถาม ท่านรัฐมนตรีก็คือเรื่องเงินประกันสังคมที่บอกว่าได้รับ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๖ เดือนจากการ ถูกเลิกจ้าง มันเป็นเงินที่ลูกจ้างจ่ายสมทบอยู่แล้ว และถึงแม้ว่าในช่วงที่ไม่มีรัฐมนตรี กระทรวงแรงงานลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างก็ได้รับเงินการว่างงานอยู่ดีเพราะว่ามันเป็นสิทธิที่เขาได้ จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม สำหรับพี่น้องบริษัท ยานภัณฑ์ ที่ท่านเอ่ยถึงว่า ท่านได้ทำเรื่องส่งไปให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ อันนี้ผมต้อง ขอชื่นชมจากใจจริงที่ท่านได้รับปากกับพี่น้องผู้ใช้แรงงานแล้วท่านก็ได้ดำเนินการ ต้องขอ ชื่นชม แต่สิ่งที่ผมอยากจะถามท่านก็คือว่าเมื่อท่านได้ส่งเรื่องไปที่สำนักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีแล้ว ท่านได้ติดตามหรือไม่ว่ามันติดเงื่อนไขอะไร ทำไมรับปากกับลูกจ้างไว้ ว่าไม่เกิน ๗ วัน ไม่เกิน ๑๔ วัน จากวันที่ ๔ กุมภาพันธ์มาถึงวันนี้ ๑ เดือนกว่าแล้วเรื่องยัง ไม่มีความคืบหน้า ยังรอหน่วยงานต่าง ๆ ชี้แจงกลับมาว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เกี่ยวกับการ ขออนุมัติงบมาช่วยเหลือลูกจ้าง มันติดที่ประเด็นไหน ผมก็เลยอยากสอบถามท่านรัฐมนตรีว่า ท่านทราบหรือไม่นะครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากสอบถามแล้วก็สงสัยก็คือว่าในเอกสารที่ท่านส่งไป ที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีครับ ในข้อที่ ๒ ท่านบอกว่าเกี่ยวกับเรื่องความเร่งด่วน ท่านบอกว่าไม่มีความเร่งด่วน ท่านไม่ทราบหรือครับว่าลูกจ้างเขาตกงาน ถูกเลิกจ้าง เขาไม่มี รายได้ เขาจำเป็นต้องกินต้องใช้ มีคนเสียชีวิตไปแล้วก็มีจากบริษัท ๔ บริษัทที่ท่านรับปากไว้ แต่ท่านลงในเอกสารท่านบอกว่าลูกจ้างไม่มีความเร่งด่วนเรื่องนี้เรื่องที่เสนอขออนุมัติงบกลาง ไม่มีความจำเป็น ไม่มีความเร่งด่วน มันหมายความว่าอย่างไรครับ เรื่องปากท้องของพี่น้อง ประชาชนที่เดือดร้อนมันไม่สำคัญหรือครับ เพราะฉะนั้นผมถึงอยากสอบถามท่าน รัฐมนตรีว่าการขออนุมัติงบกลางที่ท่านเคยรับปากไว้มีระยะเวลาในการที่บรรจุเข้าที่ประชุม ครม. วันไหน เมื่อไร และขณะนี้ติดปัญหาอะไรอยู่ครับ คำถามในช่วงที่ ๒ ถามท่านเกี่ยวกับ ประเด็นนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณเซีย จำปาทอง ขอเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานครับ🔗
ขอขอบคุณ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ แล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ในกรณีที่ตัวผมเองได้ทำ เรื่องเข้า ครม. ไปเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ กระผมได้ทำและได้นำเสนอในสิ่งที่ผม รับปากกับเพื่อน ๆ ผู้ใช้แรงงานที่ได้รับความเดือดร้อนนะครับ แต่การที่ตัวผมเองจะไปเร่งรัด เราก็เร่งรัดตามหน้าที่ของเราโดยการพูดคุยและเจรจาเป็นการภายใน ซึ่งก็คงจะไม่สามารถที่ จะมาชี้แจงในตรงนี้ได้ว่า ในแต่ละส่วนงานหรือในแต่ละกระทรวงเขามีความคิดเห็นเป็น อย่างไร ผมคิดว่าในส่วนนั้นเป็นเอกสิทธิ์ของกระทรวงแต่ละกระทรวงที่เขาจะตอบเรา แต่ก็มี เงื่อนไขของเวลาว่าโดยปกติแล้วก็จะตอบภายในเวลาไม่เกิน ๑ เดือน ซึ่งการที่ไม่เกิน ๑ เดือนก็เชื่อว่าวันนี้ ณ ขณะนี้คือวันนี้เป็นวันที่เท่าไร วันนี้ก็น่าจะเป็นวันที่ ๑๓ ก็น่าจะเป็น เวลาที่ครบเดือนเป็นที่เรียบร้อย เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมก็คงจะต้องไปหารือกับทางเลขา ครม. ว่าในเรื่องนี้มีความคืบหน้าอย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้นการที่ท่านได้มีการเร่งรัดผมก็ ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ แต่การที่ทางหน่วยราชการจะตอบมาเมื่อไรก็เป็น สิทธิของแต่ละกระทรวงที่จะต้องตอบมา แต่ที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็ต้องไปดูสิว่าการที่จะขอ อนุมัติงบกลางตรงนี้ ผมก็คงจะต้องนำเรื่องเข้าไปปรึกษากฤษฎีกาว่าการที่เราจะใช้งบกลาง ตรงนี้มีความเหมาะสมจะได้หรือไม่ได้ ซึ่งผมจะนำเรื่องนี้เข้าไปหารือกับทางกฤษฎีกาอีกครั้ง หนึ่ง เพราะจริง ๆ เรื่องนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมได้ยื่นเอกสารเข้าไปนะครับ ท่านเองก็คงจะ ทราบว่าผมได้ยื่นไปครั้งที่ ๑ แล้วได้การตอบกลับมาว่ามันไม่เข้าข่ายที่เราจะใช้งบกลาง ในส่วนนี้ ก็ขอให้ทางกระทรวงแรงงานโดยกรมสวัสดิการเข้าไปฟ้องร้องแล้วไปไล่เบี้ยเอา ซึ่งผมเชื่อว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็ทราบดีไม่ได้น้อยกว่าผม แล้วผมคิดว่าท่านน่าจะ มีความรู้ในเรื่องนี้มากกว่าผมเสียด้วยซ้ำเพราะท่านติดตามในเรื่องนี้มาโดยตลอด เพราะฉะนั้นตัวผมเองก็จะพยายามติดตามในเรื่องนี้ต่อไปนะครับ และอย่างไรก็แล้วแต่ความ พยายามที่เราจะทำเราก็คงจะต้องพยายามต่อไป แต่สิทธิที่ทางกระทรวงแรงงานเราได้ กระทำไปท่านก็บอกว่าเป็นเงินของผู้ใช้แรงงานครับ ผมไม่เถียงหรอกครับนั่นเป็นสิทธิ ของเขาที่ประกันสังคมจะต้องเข้าไปเยียวยา ดูแลเป็นเบื้องต้นนะครับ เพราะฉะนั้นตัวผมเอง ขอชี้แจงในข้อที่ ๒ ไว้เพียงเท่านี้นะครับ และอย่างไรตัวผมเองก็จะไปหารือกับทางเลขา ครม. ว่าในส่วนนี้ที่เราได้ยื่นเรื่องเข้าไปเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ไม่ทราบว่าจะมีความ คืบหน้าอย่างไร เดี๋ยวก็คงจะต้องไปหารือกับท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณเซีย จำปาทอง ท่านได้ใช้เวลาเกินไปนิดหน่อย ๔๑ วินาทีเท่านั้นครับ ต่อไปขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จริง ๆ ผมตอบไปก็เหมือนกับเป็นการ ตอบแบบกำปั้นทุบดินนะครับ ซึ่งสิ่งที่ผมตอบผมคิดว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็คงจะทราบดี โดยเฉพาะผมขออ่านนะครับว่า สำหรับบริษัท บอดี้ แฟชั่น ศาลแรงงาน ภาค ๑ พระนครศรีอยุธยา และศาลแรงงาน ภาค ๖ นครสวรรค์ มีคำสั่งพิพากษาและกรมบังคับคดีให้ได้ยึดทรัพย์ นายจ้าง ๓ รายการเพื่อขายทอดตลาด และประกาศขายทอดตลาดแล้วจำนวน ๖ ครั้ง แต่ยัง ไม่มีผู้ซื้อ ถ้าเมื่อไรที่มีผู้ซื้อก็คงจะเอาทรัพย์มาเฉลี่ยให้กับเพื่อน ๆ ผู้ใช้แรงงานนะครับ แล้วก็ บริษัทแอลฟ่า สปินนิ่ง จำกัด สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรปราการ เป็นทนายความยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานพระนครศรีอยุธยา โดยศาลมีคำพิพากษาและออก หมายบังคับคดีเป็นที่เรียบร้อยนะครับ บริษัท เอเอ็มซี สปินนิ่ง จำกัด สำนักงานสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน จังหวัดสมุทรปราการเป็นทนายความยื่นฟ้องต่อศาลแรงงาน ภาค ๑ พระนครศรีอยุธยา ศาลได้ไกล่เกลี่ยให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้างบางส่วนและทำสัญญา ประนีประนอมยอมความที่ศาล ส่วนค่าชดเชยไม่สามารถไกล่เกลี่ยได้ ศาลนัดสืบพยานใน วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ที่จะถึงนี้นะครับนัดไกล่เกลี่ย ส่วนเพิ่มเติมที่การดำเนินคดี นครสวรรค์คดีอยู่ในชั้นพนักงานอัยการของบริษัท บอดี้ แฟชั่น อัยการสั่งฟ้องแล้ว ๑๐ คดี อยู่ในชั้นพนักงานอัยการ ๒ คดี ได้ออกหมายจับนายจ้างแล้ว ทราบจากผู้กำกับบางเสาธงว่า ผู้ต้องหาสัญชาติไทย นายสรศักดิ์ หงษ์สมุทร์ ถูกจับกุมเมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ปัจจุบันนี้ฝากขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดสมุทรปราการ ส่วนอีก ๒ ท่านที่เป็นชาวต่างชาติตอนนี้ ได้ประสานไปยังกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อหารือแล้วขอออกหมาย แดงและส่งผู้ร้ายข้ามแดนนะครับ ในส่วนของบริษัท แอลฟ่า สปินนิ่ง คดีอยู่ในชั้นพนักงาน อัยการ บริษัท เอเอ็มซี สปินนิง จำกัด คดีอยู่ในชั้นพนักงานอัยการ อันนี้ก็คือส่วนต่าง ๆ ที่กระทรวงแรงงานเราได้พยายามที่จะดำเนินการไปให้ถึงที่สุด แล้วเมื่อถึงที่สุดแล้ว เราก็จะ ยึดทรัพย์แล้วมาทำการขายทอดตลาด แล้วก็ทำการเฉลี่ยทรัพย์ในส่วนต่าง ๆ แต่ในส่วนที่ ท่านถามว่าผมจะมีวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ล้มละลายหรือการปิดกิจการได้อย่างไร ตรงนี้นะครับตัวผมเองก็ต้องขอตอบแบบตรงไปตรงมาว่าตัวผมเองคงไม่มีความสามารถ ที่จะไปป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ที่จะเกิดการปิดกิจการหรือการล้มละลาย เพราะการทำธุรกิจ ไม่มีบริษัทไหนที่ต้องการประกอบธุรกิจแล้วเกิดการขาดทุนหรือกิจการที่ล้มละลายทุกคนที่ ประกอบกิจการหรือเปิดบริษัทล้วนแล้วต้องการให้บริษัทตัวเองประสบแต่ผลสำเร็จแล้ว ประกอบการที่ได้กำไร เพราะฉะนั้นการที่เขาต้องปิดกิจการหรือประสบกับภาวะล้มละลาย ก็น่าจะเป็นเหตุสุดวิสัยของแต่ละธุรกิจ เพราะฉะนั้นท่านจะให้ผมไปรับประกันหรือจะไปทำ อะไรผมคิดว่าตัวผมเองก็คงจะไม่สามารถที่จะรับผิดชอบในการที่จะป้องกันไม่ให้ เขาล้มละลายหรือปิดกิจการได้ เพราะในส่วนนี้ผมคิดว่าเราก็สามารถพูดได้เพียงอย่างเดียว โดยให้เจ้าหน้าที่โดยเฉพาะกรมสวัสดิการสอดส่องดูแลว่ามีบริษัทใดบ้างที่ไม่สามารถดำเนิน กิจการได้และจะมีการปิดกิจการ เราก็คงจะต้องไปหาวิธีทำการเจรจากับนายจ้างว่าก่อนที่ ท่านจะกระทำอะไรลงไปหรือปิดกิจการก็ขอให้พวกท่านว่าอย่างไรก็ช่วยดูแลและเยียวยา ผู้ใช้แรงงานของเรา แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นเราก็คงจะต้องหาวิธีการสืบทรัพย์ต่อไปว่ามีทรัพย์ อะไรที่ยังคงเหลือและนำมาเฉลี่ยได้ อันนี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุดอีกประเด็นหนึ่ง แต่ท่านจะให้ผมรับประกันผมคงทำตามที่ท่าน ขอไม่ได้ ส่วนในกรณีที่ท่านบอกว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะไปทำอะไรกับผู้ชุมนุมทั้ง ๔ บริษัท นี้ เดี๋ยวผมก็จะส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแล้วไปช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยให้นะครับ อะไรก็แล้วแต่ สิ่งที่ผมสามารถรับผิดชอบได้ผมพยายามจะทำให้ได้เต็มที่ อะไรที่ผมรับผิดชอบไม่ได้โดยท่าน จะให้ผมไปรับผิดชอบอันนั้นผมคงทำให้ท่านไม่ได้นะครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติและท่านประธานสภาที่เคารพครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานครับ คุณเซีย สั้น ๆ เลย เพราะว่าเวลาจะหมดครับ เชิญครับ🔗
สั้น ๆ ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน จริง ๆ ผมไม่ได้ขอให้ท่านรับประกันว่าจะไม่มีการเลิกจ้างต่อไปนะครับ เพราะว่ากลไกการแข่งขันของธุรกิจมันก็เป็นแบบนี้ครับ ปลาใหญ่กินปลาเล็กแล้วก็ล้มหาย ตายจากไป แต่สิ่งที่เราอยากเห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานหรือกระทรวงแรงงาน หรือรัฐบาลในการที่จะป้องกัน ตรวจสอบ แล้วก็เข้าไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน มีวิธีการอย่างไร ประเด็นที่ผมสอบถามว่ามีมาตรการระยะกลาง ระยะยาวอย่างไร ไม่ได้พูด ถึงเฉพาะมาตรการว่าเมื่อเกิดปัญหาแล้วจะเข้าไปแก้ปัญหาอย่างไร สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ผม อยากจะบอกก็คือว่า หน้าที่ของท่านเกี่ยวกับเรื่องนโยบายในการที่จะส่งเสริมให้ธุรกิจ มันสามารถเดินไปได้เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ส่งเสริมให้ธุรกิจการขยายตัวของธุรกิจนี่เป็นเรื่อง สำคัญ แล้วก็นโยบายของกระทรวงแรงงานเองก็ต้องเข้าไปดูแลนะครับ ตั้งแต่เริ่มว่า มันส่อจะมีปัญหาแล้วท่านก็ต้องเข้าไป ให้เจ้าหน้าที่เข้าไป แต่ว่าสิ่งที่ท่านได้ชี้แจงมา เหมือนกับว่ามันเป็นหน้าที่ของข้าราชการประจำเป็นส่วนใหญ่ แต่ว่าบทบาทของท่าน ยังไม่เห็นว่าจะมีมาตรการอย่างไรครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณ คุณเซีย มากครับ ท่านรัฐมนตรีจะตอบไหมครับ ไม่ครับ เพราะว่าเวลาก็เกินไปเล็กน้อย ความจริง คุณเซียก็ได้พูดถึงในตอนแรก ผมอยากจะบอกว่าท่านรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานนี้ กล้ามาตอบกระทู้ ท่านมาทุกครั้ง แทบทุกครั้งเลยนะครับ ท่านได้ทำหน้าที่นะครับ เป็นอันว่า จบนะครับกระทู้ถามที่ ๑.๑.๑ ต่อไปก็เป็นกระทู้ถามที่ ๑.๑.๒🔗
๒. นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มาพร้อมที่จะตอบแล้ว นะครับ ผมขอเชิญคุณกิตติ์ธัญญา วาจาดี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด อุบลราชธานี เขตเลือกตั้งที่ ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันตั้งกระทู้ถามท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เรื่องปัญหาการขาดแคลนแพทย์และบุคลากร สาธารณสุข ปัญหาความแออัดในโรงพยาบาลของรัฐ และการรอคิวนานเพื่อรอการเข้าตรวจ รักษาของพี่น้องประชาชน กระทบต่อการบริการสาธารณสุข ปัจจุบันประเทศไทยกำลัง เผชิญปัญหาการขาดแคลนแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์อย่างหนักค่ะ เช่น โรงพยาบาล แม่สอด จังหวัดตาก ปัจจุบันนี้มีแพทย์เพียง ๘๓ คน แต่มีความต้องการแพทย์อัตรากำลัง ที่ต้องการคือ ๑๕๖ คน ท่านจะเห็นได้ว่าแพทย์ ๑ คนจะต้องดูแลชาวแม่สอดถึง ๒,๐๖๓ คน นี่ยังไม่รวมถึงผู้ป่วยที่อยู่ในศูนย์อพยพ แล้วก็ผู้ป่วยที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านของเราที่ต้องการ เข้ามารักษาในโรงพยาบาลแม่สอด และอีกจังหวัดหนึ่งค่ะในภาคอีสานของประเทศไทย คือจังหวัดบึงกาฬก็ประสบปัญหาการขาดแคลนแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ เป็นอย่างยิ่งค่ะ ดิฉันได้รับข้อมูลข่าวสารนี้จากท่านนายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดบึงกาฬนะคะ ให้สัมภาษณ์ ไว้ในปี ๒๕๖๗ ว่าสัดส่วนของแพทย์ ๑ คน ต้องดูแลประชากรถึง ๖,๐๐๐ คนค่ะ ถือว่า หนักหนาสาหัสเอาการมาก ๆ ค่ะท่านประธานที่เคารพ ข้อมูลสถิติพบว่าประเทศไทย มีสัดส่วนของแพทย์ ๑ คนต่อจำนวนประชากรถึง ๑,๖๘๐ คน ในขณะที่องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ระบุสัดส่วนของแพทย์ที่เหมาะสม คือแพทย์ ๑ คนต่อประชากร ๑,๐๐๐ คนค่ะ และจำนวนการขาดแคลนพยาบาล ซึ่งหากเปรียบเทียบกับการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ ของประเทศไทยซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มรายได้ปานกลางถึงระดับบนนะคะ เป้าหมายการพัฒนา ที่ยั่งยืนของ SDGs พบว่าในปี ๒๕๖๗ ประเทศไทยควรมีพยาบาลวิชาชีพต่อประชากร ในอัตราส่วน ๑ ต่อ ๒๕๐ หรือควรมีพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติงานในประเทศไทยอย่างน้อย ๒.๖ แสนคน แต่พบว่าปัจจุบันนี้จำนวนพยาบาลมีเพียง ๒.๑ แสนคน ซึ่งอัตรานี้หายไปถึง ๕๐,๐๐๐ คนค่ะ ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นนะคะท่านประธาน แพทย์ ๑ คนดูแลประชากร ต่อประชากร ๔๐๐ คน ประเทศสหรัฐอเมริกาค่ะท่านประธาน แพทย์ ๑ คนดูแลประชากร ๓๔๘ คน เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทยถือว่าจำนวนแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ยังเหลื่อมล้ำอยู่มากค่ะท่านประธาน การที่แพทย์ต้องดูแลประชาชนเป็นจำนวนมากนี้ส่งผล กระทบในการรอคิวเพื่อรอการรักษาของประชาชนเป็นจำนวนมากและใช้เวลานานค่ะ บางโรคดิฉันได้รับข่าวสารว่าต้องรอคิวเพื่อรอการรักษาเป็นระยะเวลาถึง ๔ เดือน ยกตัวอย่างเช่น โรคมะเร็งค่ะ โรงพยาบาลของรัฐหลายแห่งมีแพทย์และพยาบาลไม่เพียงพอ ต่อจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น จากข้อมูลของทรัพยากร กลุ่มทรัพยากรสารสนเทศ สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรพบว่าเรายังขาดแพทย์อยู่จำนวน ๙,๓๐๘ อัตราค่ะ และในปีที่ผ่านมาพบว่ามีแพทย์ลาออกถึง ๕,๒๖๘ คนค่ะ เพราะฉะนั้นแพทย์ส่วนมาก ปฏิบัติงานกระจุกอยู่ในตัวเมืองใหญ่นะคะทำให้เกิดการขาดแคลนแพทย์โดยเฉพาะพื้นที่ ชนบท ผู้ป่วยในพื้นที่ชนบทต้องรอการตรวจรักษาเป็นเวลาหลายชั่วโมงนะคะ จากนี้ผู้ป่วย ที่ต้องการหมอที่เชี่ยวชาญและชำนาญการเฉพาะทางในพื้นที่ชนบทชายขอบ หรือแม้แต่พื้นที่ ที่ติดกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้านยังขาดแคลนอยู่มากค่ะ ท่านประธานคะ เพราะฉะนั้น แนวทางนี้ดิฉันจะได้นำเรียนปรึกษาท่านรัฐมนตรีอีกทางหนึ่งค่ะ สาเหตุสำคัญของปัญหานี้ มาจากจำนวนของบุคลากรทางการแพทย์ที่ผลิตได้น้อยกว่าความต้องการ แพทย์และ พยาบาลต้องทำงานหนักมากขึ้น ต้องการทำงานหนักนอกเวลานะคะ ความกดดันสูง ทั้งเรื่อง ชั่วโมงการทำงานหนัก ความไม่ปลอดภัยในโรงพยาบาลตามที่เป็นข่าวค่ะ พยาบาลถูกบุก ทำร้ายร่างกาย การบุกทำร้ายร่างกายผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน หรือแม้แต่ล่าสุดที่จังหวัด อุบลราชธานีมีการวางเพลิงในโรงพยาบาลเกิดขึ้น ทำให้บุคลากรทางการแพทย์รู้สึก ไม่ปลอดภัยและไม่มีความมั่นใจในความก้าวหน้าทางอาชีพการงานด้วยนะคะ อาจเป็นเหตุ ให้บุคลากรทางการแพทย์นั้นลาออกแล้วก็ย้ายไปทำงานในภาคเอกชนและต่างประเทศ มากขึ้น หรือเรียกภาษาชาวบ้านว่าไหลออกนอกระบบของรัฐค่ะ ดิฉันได้รับข้อร้องเรียนจาก บุคลากรทางการแพทย์ในเรื่องของสวัสดิการ โดยเฉพาะหอพักพยาบาลและแพทย์ เพื่อสร้าง ความปลอดภัย สร้างความคล่องตัวสะดวกสบาย ลดอุบัติเหตุค่ะ แพทย์พยาบาลหลายคน เข้าเวรเป็นเวลาดึกแล้วจะต้องกลับมาปฏิบัติหน้าที่ในตอนเช้าเกิดอาการเพลียหากมีหอพัก หรือแฟลตให้แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ได้พักผ่อนหลังจากการทำงานจะทำให้ คุณภาพชีวิตในการตรวจรักษาหรือทำหน้าที่ของเขาเหล่านี้ดียิ่งขึ้น ท่านประธานคะ เพื่อให้ กำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ ดิฉันมีคำถามขอถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขด้วยกันทั้งหมด ๓ คำถามค่ะท่านประธาน🔗
คำถามที่ ๑ กระทรวงสาธารณสุขมีแนวทางการแก้ไขป้องกันปัญหาบุคลากร ทางการแพทย์ขาดแคลนและพยาบาลขาดแคลนอย่างไร ปัญหาการไหลออกนอกระบบ ของบุคลากรทางการแพทย์ ท่านมีแนวทางป้องกันอย่างไร การกระจายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะทางลงสู่พื้นที่ชนบทชายแดนอันห่างไกล เพื่อไม่ให้กระจุกตัวเฉพาะในตัวเมือง ท่านมีวิธีการแนวทางบริหารจัดการในเรื่องนี้อย่างไร ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณ มากครับ เชิญท่านรัฐมนตรีได้ตอบกระทู้ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข ขออนุญาตท่านประธานได้ตอบกระทู้ถามสดของท่าน สส. กิตติ์ธัญญา วาจาดี สส. จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๔ ในประเด็นปัญหาเรื่องบุคลากรทางการแพทย์ที่ขาดแคลน ในเรื่องนี้กระผมไม่ได้นิ่งนอนใจเมื่อมารับตำแหน่ง ประจวบกับในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนถ่าย ที่ผมมารับตำแหน่งนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีท่านเศรษฐา ทวีสิน ในขณะนั้นได้ให้ความสนใจใน ประเด็นเดียวกับที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานีได้ตั้งกระทู้ถามว่าปัญหา การขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์นี้ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน และได้ ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ดูแลในเรื่องของบุคลากรทางการแพทย์นี้นั่นก็คือ กระทรวง อว. ด้วยเพราะต้องทำงานร่วมกัน ปัญหาบุคลากรขาดแคลนและกระจายตัวไม่ เหมาะสมส่งผลต่อการให้บริการรักษาคนไข้เป็นปัญหาที่มีความเชื่อมโยงกัน เรื่องนี้เป็นเรื่อง ใหญ่มาก เป็นเรื่องที่ต้องแก้ให้เป็นระบบ ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่าน สส.ผู้ทรง เกียรติว่าการแก้ปัญหาในแนวทางของแพทย์ขาดแคลน เราจะแก้เฉพาะการสร้างแพทย์ หรือ บุคลากรทางการแพทย์เพียงอย่างเดียวไม่ได้เพราะผมคิดเป็นระบบ เมื่อได้เห็นตรงนั้นแล้ว เราจะเพิ่มแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์อย่างไร เดี๋ยวมีคำตอบ แต่ผมมองว่ามันต้องลด ผู้ป่วยด้วย และการลดผู้ป่วยนั้นเราจะดูอย่างไรถึงจะลดได้ เราก็ดูเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ ของประเทศซึ่งผ่านระบบบริการ ซึ่งแนวทางของพรรคการเมืองคือพรรคไทยรักไทย ในอดีตที่ทำไว้นั่นคือ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค แล้วก็พัฒนามาเรื่อย ๆ ในสมัยท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ลักษณะของเจ็บป่วยที่ใดก็สามารถเข้าโรงพยาบาลได้ แล้วก็มาถึง ปัจจุบันนี้ ๓๐ บาทรักษาได้ทุกที่ นี่คือการดูแลพี่น้องประชาชน จะเห็นได้ว่ามีผู้คนเข้าไปใช้ บริการในโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขถึง ๓๐๔ ล้านครั้งต่อปี ถ้าหากว่าเราเพิ่มแต่ จำนวนบุคลากรทางการแพทย์อย่างเดียวแล้วเราไม่ลดคนป่วยเลยเพิ่มเท่าไรก็ไม่พอ เรามี แผนพัฒนาในการเพิ่มบุคลากรทางการการแพทย์ซึ่งเป็นมติคณะรัฐมนตรีแล้ว อีก ๑๐ ปี ถึงจะทำได้ครบ เมื่อครบ ๑๐ ปีแล้วถ้าเราลดคนป่วยไม่ได้คนป่วยก็จะเพิ่มเป็น ๕๐๐ ล้านครั้งต่อปีสำหรับ การเข้าสู่โรงพยาบาล เราก็ต้องเพิ่มแพทย์อีกมันไม่รู้จบสิ้นในการดำเนินการใด ๆ เลย เรามี แนวทางในการแก้ปัญหาซึ่งผมเรียนท่านประธานว่า แผนของการดำเนินการนั้นผมจะค่อย ๆ ลำดับสถานการณ์กำลังคนของกระทรวงสาธารณสุขปัจจุบันนี้มีทั้งหมด ๔๑๕,๘๙๐ ตำแหน่ง และมีบรรจุจริง ๓๗๗,๘๘๗ ตำแหน่ง ยังขาดอยู่ ๓๘,๐๐๓ ตำแหน่ง ขาดทั้งข้าราชการ พนักงานราชการและพนักงานกระทรวง ลูกจ้างประจำและลูกจ้างชั่วคราวรายเดือนครับ อย่างข้าราชการ ๒๔๒,๔๕๔ มีปฏิบัติจริง ๒๒๓,๑๗๕ นี่เป็นตัวอย่าง ผมจะไม่พูดหมดแต่พูด โดยภาพรวม จำนวนบุคลากรด้านสาธารณสุขต่อประชากร ๑๐,๐๐๐ คนเมื่อเปรียบเทียบ เอาเปรียบเทียบกับญี่ปุ่นก็แล้วกันที่ท่าน สส. ได้ยกตัวอย่างของญี่ปุ่น ๑๐,๐๐๐ คน ประชากรคนไทยในปัจจุบันนี้มีแพทย์ ๑๐.๘ คน Rate แล้วก็ไม่ถึง ๑ คือประมาณแพทย์ ๑ คนกับประชากรประมาณ ๙๐๐ คน เป็นตัวเลขที่กระทรวงสาธารณสุขมีอยู่นะครับ และของ ญี่ปุ่นก็มีแพทย์ ๒๖.๑ คน ในส่วนของเภสัชกร ๑๐,๐๐๐ คนนี้มีเภสัชกร ๓.๗ คน ญี่ปุ่นเขามี ๒๐ คน ซึ่งเป็นสิ่งที่ท่าน สส. ได้ชี้ให้เห็นก็ถึงจะไม่ถูกตรงกันเผงก็คล้ายคลึงกัน บุคลากร สาธารณสุข ๑ คน ต่อจำนวนประชากรที่เปรียบเทียบ ไทยก็เป็นตัวเลข ๑ ต่อ ๙๒๒ ญี่ปุ่น ๑ ต่อ ๓๘๓ เภสัชของไทย ๑ ต่อ ๒,๗๓๕ ญี่ปุ่น ๑ ต่อ ๕๐๐ พยาบาลญี่ปุ่น ๑ ต่อ ๘๐ แต่ของคนไทย ๓๑๕ คน เรามาดูมติคณะรัฐมนตรี อันนี้ผมมี Chart ติดมาด้วยพอดีเพราะว่า มันเป็น Chart ที่เราต้องติดตัวอยู่ตลอดเวลาเพราะเป็นมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๗ ครม. ได้เห็นชอบยุทธศาสตร์ปฏิรูปกำลังคนและภารกิจบริการด้าน สาธารณสุขในภาพรวมระบบ ๑๐ ปี ปี ๒๕๖๗ ถึงปี ๒๕๗๗ กระทรวงสาธารณสุขได้หารือ กับกระทรวงอุดมศึกษาแล้วท่านเห็นในช่องของแพทย์ ปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีแพทย์ ๗๑,๖๐๐ กว่าคน กระทรวงสาธารณสุขมีส่วนอยู่ในนั้นคือ ๒๒,๐๙๓ คน เราต้องผลิตแพทย์ เพิ่ม ๓๑,๐๗๔ คน แล้วสาธารณสุขก็ยังต้องช่วยผลิตในส่วนของพระบรมราชชนก ๑๐,๐๐๐ คน ในส่วนของการดำเนินการตรงนี้ก็จะเห็นได้ว่าเรายังขาดแคลนอีกมากมาย จะต้องเพิ่มเติม ในส่วนของการดำเนินการ เป้าหมายสำคัญของประเทศเรา แพทย์ไม่ใช่ ๑ ต่อ ๙๒๒ คน เหมือนปัจจุบันนี้ แต่เราต้องการเป้าหมาย ๑ ต่อ ๖๕๐ คน ซึ่งถ้าไม่มีคนป่วยเพิ่มมีประมาณปีละ ๓๐๔ ล้านครั้งที่เข้าโรงงานในขณะนี้ ๑๐ ปีพอดี แต่ผมไม่มั่นใจถ้าเราทำในกรณีเรื่องของการเพิ่มบุคลากรอย่างเดียวนั้นจะสามารถจัดการได้ ผมก็ดำเนินการในส่วนของการดำเนินการนะครับ ที่ผ่านมาเมื่อสักครู่ที่พูดไปมันเป็นการ แก้ไขปัญหาระยะยาว ๑๐ ปี แต่ว่าในระยะกลางจะต้องทำอะไร ระยะกลางต้องทำอย่างไร ให้คนป่วยน้อยลง ได้ปรึกษาหารือกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายด้านนะครับ เราก็ไปพบว่า ตัวเลขของการใช้จ่ายในสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในอดีตที่ผ่านมาจนถึง ปัจจุบันนะครับ มีการใช้จ่ายมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เราจะมุ่งลด ทำให้คนป่วยลดลง ลดการไปรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลลดให้น้อยลง ลดการแออัด เราก็จัดการในเรื่องของ โครงการ คนไทยห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCD NCD ก็ Non-communicable disease ทำให้คนไทยห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และเราก็ใช้ Slogan ว่า NCD ดีได้ด้วย กลไก อสม. ซึ่งในขณะนี้ก็ต้องการอยากจะผลิตกฎหมายให้ อสม. ซึ่งทราบว่าพรรคการเมือง ที่เสนอเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรแล้วมี ๒ พรรค คือพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย เสนอเรื่องเข้ามา ของ ครม. ต้องผ่านการเห็นชอบของคณะกรรมการกองทุนหมุนเวียนของ กระทรวงการคลัง เมื่อผ่านแล้วก็จะขอส่งเข้ามายังสภาผู้แทนราษฎร NCD ถือเป็นภาระหนัก ของระบบสาธารณสุขไทย เพราะปีหนึ่งตาย เสียชีวิตจาก NCD ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คน ปัจจุบันมีคนป่วยในระบบการรักษา เฉพาะ NCD นี้ ๓๓ ล้านคน เบาหวานมีคนป่วยเพิ่มขึ้น ปีละ ๓๐๐,๐๐๐ คน มะเร็งป่วยเพิ่มขึ้นปีละ ๑๔๐,๐๐๐ คน และมะเร็งเสียชีวิตปีหนึ่ง ๘๓,๐๐๐ คน ในปี ๒๕๖๐ เราดูงบงบประมาณบ้างครับ งบประมาณจำนวน ๑๒๗,๖๕๑ ล้านบาทของ ๓๐ บาทรักษาทุกที่นะครับ ในปี ๒๕๖๐ ใช้เป็นค่าใช้จ่ายรักษา NCD ถึง ๖๒,๑๓๘ ล้านบาท NCD เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยเข้าโรงพยาบาลปีหนึ่ง ถึง ๓๐๔ ล้านครั้ง สูญเสียทางอ้อม ๑.๑ ล้านล้านบาท สูญเสียต้นทุนทางเศรษฐกิจ ๑.๖ ล้านล้านบาท ต่อปี การดำเนินการที่เกี่ยวข้อง NCD เพิ่มกว่าปีละ ๒ ล้านคน เห็นไหมครับ NCD โรคนี้ เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ดำเนินการใช้นโยบายการป้องกัน เพิ่มเติมขึ้นมาจากเดิม แล้วก็มั่นใจว่าไม่ได้ใช้งบประมาณเพิ่มเติม มีแต่จะใช้งบประมาณ น้อยลงนะครับ ท่านดูสิครับว่าถ้าหากว่าเราสามารถลดคนป่วยได้ ตัวเลขที่ผมได้ลำดับ ให้ฟังแล้ว ความแออัดที่อยู่ในโรงพยาบาลที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นห่วงอยู่นั้น ก็จะลดลง เราทำอะไรครับ วันนี้เรารณรงค์ให้มีการคิดคำนวณที่เรียกว่า นับ Carb ได้รับการ สนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ หน่วยงานอิสระที่เข้ามาช่วยอย่าง สสส. และหน่วยงานอื่น ๆ เข้ามาช่วยรณรงค์ แม้แต่แพทยสภาเห็นพ้องต้องกันกับเรื่องของการลดจำนวนผู้ป่วยที่เกิด จากการบริโภคอาหาร เราคำนวณจากอะไรครับ เราคำนวณจากพลังงานที่ใช้ต่อวันของคนที่ ทำงานหนัก ทำงานเบา และถ้าคนไหนมีภาวะที่เริ่มจะป่วย เช่น คนอ้วน คนมีความดัน คนเป็นเบาหวาน คนเป็นหลอดเลือด เริ่มต้นด้วยโรคประเภทนี้ แล้วหลังจากนั้นแล้ว ถ้าคนเป็นเบาหวานมันก็จะมาทุกโรค โรคตามกรรมพันธุ์ของบรรพบุรุษเป็นอะไรก็จะตามกัน มาเป็นท่องเป็นแถว เพราะฉะนั้นคนที่อ้วนหรือมีภาวะอ้วน ถึงไม่ใช่เป็นโรคหรือเป็นโรคต้องเตรียมระวังและ หันมาพิถีพิถันในเรื่องของการบริโภคอาหาร คือคาร์โบไฮเดรต แป้งและน้ำตาล มีคนเขาบอก ว่าคนไทยทำนาต้องบริโภคอาหารข้าวเป็นหลัก แต่ผมเรียนว่าคนทำงานหนักต้องบริโภคแป้ง ข้าวมาก ๆ แต่คนทำงานเบา อ่านเขียนหนังสือเหล่านั้นต้องบริโภคคาร์โบไฮเดรตให้น้อย และใช้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตไม่เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ในวันนี้เราก็รณรงค์ให้คน นับ Crab และบริโภคคาร์โบไฮเดรตไม่เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์นี้ เรารณรงค์ไปแล้วเกือบ ๒๐ ล้านคน เกือบ ๒๐ ล้านคนติดเศษนิดหน่อย และเป้าหมายของเรา ๆ จะรณรงค์ให้ได้ ๕๐ ล้านคน ในวันที่ ๓๐ กันยายนหรือมากกว่านั้น และรณรงค์เราจะได้อะไร เราต้องเรียน แล้วนะครับว่าในประเทศอื่น ๆ ไม่มีระบบของสาธารณสุข อาสาสมัครหมู่บ้านหรือ อสม. เขาจึงจำเป็นต้องมีบุคลากรทางการแพทย์มากในอัตราส่วนที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้นำเสนอมานั้น แต่สำหรับประเทศไทยเราจะสามารถลดผู้ป่วยโดยเฉพาะโรคของการกิน แป้งและน้ำตาลมากเกินความจำเป็นตรงนี้ และวันนี้นับ Crab ได้เกือบ ๒๐ ล้านคน และถ้า นับครบถึง ๕๐ ล้านคนเมื่อไร กระทรวงสาธารณสุขก็เตรียมหารางวัลให้กับ อสม. ไว้แล้ว โดยการตรวจสุขภาพร่างกายให้ครบถ้วนตามจำนวนของการดำเนินการต่าง ๆ เหล่านั้น แล้ววันนี้ก็ลุกลามไปถึงพระภิกษุสงฆ์ พระภิกษุสงฆ์นี่มีความเจ็บไข้ได้ป่วยถึง ๗๘ เปอร์เซ็นต์ ในเรื่องของการบริโภคตรงนี้ กระผมและกระทรวงสาธารณสุขได้ไปถวายความรู้แก่พระภิกษุสงฆ์ ได้นิมนต์ขอพระอนุญาตจากสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ไปที่วัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี🔗
ท่าน รัฐมนตรีครับ ขออนุญาตเวลาท่านหมดแล้วช่วยรบกวนกระชับด้วยครับ🔗
ขอประทานโทษ สัก ๒ นาทีท่านประธานก็ได้ดำเนินการถวาย แล้วในส่วนเหล่านี้ผมมั่นใจว่าจะสามารถ ดำเนินการลดคนป่วยที่จะเข้าสู่การรักษาพยาบาลได้ สำหรับในระยะสั้นการพัฒนาศูนย์ ข้อมูลเราจะใช้ดิจิทัลเข้ามารักษา เราใช้ Telemedicine ในส่วนของการดำเนินการตรงนี้ การนัดหมายก็ใช้ในเรื่องของการดำเนินการในเรื่องระบบของดิจิทัลเป็นการรวดเร็วไม่ต้องรอ นานเพราะว่านัดหมายทางระบบดิจิทัล แล้ววันนี้เราก็ลดระบบการนัดรอคิวโดยผ่านออนไลน์ แทนถึง ๓๙๐,๐๐๐ กว่าครั้ง และระบบแจ้งเตือนออนไลน์เพื่อให้ผู้รับบริการทราบว่าตอนนี้อยู่ขั้นตอนไหน ระบบแพทย์ ทางไกล ๑,๙๐๐,๐๐๐ กว่าครั้ง ส่งยาถึงบ้าน Health Rider ๘๙๐,๐๐๐ กว่าครั้งนั้น และระบบส่งต่อผู้ป่วยด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ MOC Refer จำนวน ๗๕๗ แห่ง จำนวน ๑๗๕,๗๓๗ ในการดำเนินการตรงนี้ก็สามารถดำเนินการได้ ในส่วนของการดำเนินการในเรื่อง อาคารสถานที่ผมก็คงไม่มีเวลาที่จะตอบท่านสมาชิกนะครับ ผมก็ขอใช้เวลาแล้วก็ตอบ เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณ มากครับ ท่านกิตติ์ธัญญาครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีค่ะ ท่านได้ตอบได้ครบกับองค์ประกอบที่ดิฉันจะถามทั้ง ๓ คำถามแล้ว ท่านรวบตึงคำตอบไว้ หมดแล้ว สิ่งที่ดิฉันได้รับข้อเรียกร้องของทางแพทย์ก็ยังเหลืออีก ๑ ข้อ คืออยากทราบว่า กระทรวงสาธารณสุขมีแผนในการจัดสวัสดิการทางด้านหอพัก และสิ่งอำนวยความสะดวก ของบุคลากรหรือไม่ อย่างไร แต่ท่านแจ้งมาว่าเวลาท่านหมดแล้ว ถ้าท่านประธาน กรุณา ดิฉันถือว่าท่านรัฐมนตรีมาตอบในเรื่องนี้ได้จะเป็นความกรุณาเป็นอย่างสูงค่ะ ท่านรัฐมนตรีคะ ท่านประธานคะ เนื่องในวันที่ ๒๐ มีนาคมของทุกปี เป็นวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ดิฉันขอเป็นตัวแทนคนไทย ขอบคุณท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน ในเรื่องของที่ท่านได้ ผลักดันและส่งเสริมเรื่องของบัตร ๓๐ บาทรักษาทุกโรค พัฒนามาเป็นรักษาได้ทุกที่ และขอขอบคุณแทน อสม. ทั้งประเทศที่ท่านได้เพิ่มค่าป่วยการให้กับ อสม. และในเร็ว ๆ นี้ ท่านได้ริเริ่มโครงการเงินกู้ อสม. ให้กับพี่น้อง อสม. ทั่วประเทศเพื่อจะได้ลืมตาอ้าปาก และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เสริมอาชีพ เสริมความรู้ให้กับ อสม. ดิฉันขอกราบขอบพระคุณ ท่านที่สละเวลาเข้ามาตอบคำถาม กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณมากครับ ท่านรัฐมนตรีครับ เวลารวมเรายังพอมีสัก ๒ นาทีนะครับ เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตสั้น ๆ นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ก็ขอต่อนิดหนึ่ง อันนี้ที่มือผมนี้นับ Carb นะครับ เป็นทัพพีด้านยาวนี้ ๑๐ เซนติเมตร ด้าน กว้างนี้ ๗ เซนติเมตร อันนี้ ๑ Crab แล้วก็ส่วน Harris-Benedict Equation เดี๋ยวผมจะแจก ให้นะครับว่าวิธีการคำนวณพลังงานเขาคำนวณอย่างไร ในส่วนของการสนับสนุนความ เป็นอยู่ของแพทย์พยาบาล โดยเฉพาะแฟลต อาคารชุด บ้านพัก จะบริหารจัดการอย่างไร ต้องเรียนว่างบประมาณของเรานี่ไม่ได้มากเลย ดูจากแบบฟอร์มของการของบประมาณปี ๒๕๖๖-๒๕๖๘ ขอย้ำไปนะครับ รวมทั้งสิ้น ๑,๘๙๐ รายการก็ได้รับตอบสนองมาแค่ ๑ ใน ๓ ก็จะมีอะไรบ้าง มีบ้านพัก มีอาคารเจ้าหน้าที่ ห้องชุด ห้องพักแพทย์ ห้องพักพยาบาล ในสิ่ง ต่าง ๆ เหล่านั้นในสิ่งที่ดูแล้วนี่ได้น้อยมาก ได้ช้ามาก ผมก็ทำอย่างไร ผมก็บอกว่าเนื่องจาก แนวทางของการบริหารตรงนี้ก็คิดว่าทำให้เร็วขึ้น ผมก็เลยใช้แนวทางนี้ ๑. ใช้เงินงบประมาณ สนับสนุนอาคาร ๒๔ แห่ง ผลรวมทั้งหมด แนวทางทั้งหมด ๗ แนวทาง ทำไปอีก ๓๔๕ รายการ เป็นเงิน ๒๑,๕๙๐ ล้านบาท เงินกู้ต่างประเทศ อาคารรักษาขนาดใหญ่ จำนวน ๘ รายการ เป็นเงิน ๔,๒๐๐ ล้านบาท สลากการกุศลกองสลาก อาคารรักษา อาคารอุบัติเหตุ ๕๕ รายการ เป็นเงิน ๔,๙๐๐ กว่าล้านบาท เงินบำรุง ๑๕๑ รายการ เป็นเงิน ๒,๘๐๐ กว่าล้านบาท อาคารเอกชนธนารักษ์ลงทุน อันนี้ขอให้เอกชนช่วยลงทุนก็ยังไปติดอยู่ที่ กระทรวงการคลัง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังอยู่ช่วยตามด้วยก็แล้วกัน นะครับ อาคารผู้ป่วยใน อาคารจอดรถ ๔๓ รายการ เป็นเงิน ๔,๗๔๔ ล้านบาท บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ๒๘ รายการ ๑,๗๙๑ ล้านบาท และเช่าบริการ เช่น บำบัดน้ำเสีย ตรงนี้ก็ติดแนวทางการปฏิบัติเหมือนกันครับ เอกชนเขามาลงทุนให้เขาบอกขอบริหาร ๑๐ ปี แต่ระเบียบราชการได้ ๓ ปี แล้วเขาก็ไม่สามารถดำเนินการได้ ก็อาจจะต้องขอปรับเปลี่ยน ระเบียบอะไรอีกเยอะแยะ เพราะงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขในเรื่องของอาคาร สถานที่ได้น้อยมาก เมื่อได้น้อยมันก็ต้องใช้วิธีนอกกรอบนะครับ ในเรื่องของเอกชนลงทุน ขอกองสลาก ขอเงินบำรุง เงินกู้ต่างประเทศอะไรต่าง ๆ เหล่านั้นเราทำหมดนะครับ แต่ว่า ในเงื่อนไขของทางราชการ กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้เป็นเอกเทศที่จะสามารถทำอะไรด้วย ตนเองได้นะครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้ก็ขอฝาก หน่วยงานอื่นได้ช่วยสนับสนุนในส่วนงานของกระทรวงสาธารณสุขด้วย ถ้าหากเห็นว่ามันเป็น ความเดือดร้อนด้วยกัน ขอบคุณครับ สวัสดีครับ🔗
ขอบมากครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรี แล้วก็ขอบคุณผู้ตั้งกระทู้ถามด้วยนะครับ ระเบียบวาระ ถัดไปนะครับ เป็นระเบียบวาระที่ ๑.๑.๓ กระทู้ถามสดด้วยวาจา ของท่าน สส. ศิริกัญญา ตันสกุล ถามท่านนายกรัฐมนตรี🔗
๓. เรื่อง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็น ผู้ตอบแทน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง คือท่านรัฐมนตรี จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ มาเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ดังนั้นก็ขอเชิญท่านศิริกัญญา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตพรรค ก้าวไกลนะคะ ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายค่ะท่านประธาน เพราะว่าเมื่อวานนี้ได้มีการพูดคุย ล่วงหน้ากันไว้แล้วว่าวันนี้จริง ๆ อยากที่จะถามท่านรัฐมนตรีประเสริฐนะคะ แต่ว่าด้วยการ ประสานงานที่ผิดพลาดเมื่อช่วงเช้านี้ ทำให้เป็นท่านรัฐมนตรีช่วยจุลพันธ์นะคะ ซึ่งดิฉัน ทราบดีไม่ใช่ความผิดของท่านรัฐมนตรีนะคะ แต่ว่าคำถามที่เตรียมมาเป็นคำถามที่เตรียมมา สำหรับการถามท่านรัฐมนตรีประเสริฐนะคะ ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย และวันนี้อาจจะยังไม่ได้ คำตอบที่ครบถ้วน อย่างไรเดี๋ยวลองฟังกันดูนะคะ🔗
คำถามข้อแรกนะคะ ท่านประธาน เรื่องก็มีอยู่ว่า ขอสไลด์หน้าที่ ๒ ขึ้นได้เลยนะคะ ก็คือดิฉันตั้งใจที่จะมาถาม เรื่อง Payment Platform ซึ่งคนที่จะตอบเรื่องนี้ได้ดีที่สุดก็คือเจ้าของโครงการ Digital Wallet เจ้าของระบบ Payment Platform และผู้ที่จะเป็นผู้ Operate โครงการนี้ นั่นก็คือ กระทรวง DE นะคะ ท่านประเสริฐที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง DE ที่เป็นคนดูเรื่องนี้ โดยเฉพาะเจ้าของโครงการได้เคยพูดเอาไว้ตอนปลายปีที่แล้วค่ะว่าจะไม่ได้มีการพัฒนา Application ใหม่ จะใช้ App ทางรัฐในการรองรับการบริการของประชาชนนะคะ ที่ท่านพูด ไว้อย่างนี้ยังไม่แน่ใจนะคะว่าโดยสรุปแล้วเราจะต้องใช้ App ไหนในการใช้จ่ายเงินค่ะ ขอหน้าถัดไปค่ะ แต่เมื่อไม่นานมานี้นายกรัฐมนตรีได้สื่อสารผ่าน Application X หรือว่า Twitter บอกว่าการที่จะใช้จ่ายโครงการ Digital Wallet จะต้องใช้จ่ายผ่าน Application ทางรัฐเพื่อสแกน QR Code ณ ร้านค้านะคะ ก็เท่ากับว่าถ้าใช้ผ่าน App ทางรัฐ App เดียว เราสามารถใช้ระบบที่เรียกว่า Close Loop ได้เลยนะคะ ไม่ต้องทำเป็นระบบ Open Loop ให้เราต้องปวดหัวจนถึงทุกวันนี้นะคะ แล้วดิฉันก็ยังคงมั่นใจว่าเราไม่ได้ใช้ Application ทางรัฐในการใช้จ่ายอย่างแน่นอน ตามที่ได้ศึกษามาการใช้ Application ทางรัฐจะใช้เพียง แค่การลงทะเบียนรับสิทธิ หลังจากนั้นก็จะใช้เป็น Application ของแบงก์กับ Non-Bank ที่เข้าร่วมโครงการในการชำระเงินนะคะ ขอหน้าถัดไปค่ะ ดิฉันก็เลยได้ทักท้วงท่าน นายกรัฐมนตรีว่าระบบ Payment Platform ที่เรากำลังพัฒนากันอยู่นี้แล้วก็ยังไม่เสร็จ จะไม่ได้ใช้การชำระเงินผ่าน Application ทางรัฐนะคะ แต่ว่าเป็น App Mobile Banking ที่อยู่ในมือถือของเราที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นแบงก์ม่วง แบงก์เหลือง แบงก์เขียว แบงก์ฟ้า น้ำเงิน อะไรต่าง ๆ รวมไปถึง Non-Bank ที่เข้าร่วมโครงการก็คือจะมีหลาย Wallet ที่ปัจจุบันนี้มีอยู่แล้วก็ได้ประกาศตัวว่าเข้าร่วมโครงการไปเรียบร้อยแล้วนะคะ ถ้าท่านนายกกำลังจะบอกว่าใช้ App ทางรัฐแบบเดียวนี่เท่ากับว่าอาจจะต้องมีระบบใหม่ ที่เป็นคู่ขนานเพื่อใช้กับคนในกลุ่มแรกนะคะ ต่อมาค่ะ ท่านจุลพันธ์ที่กำลังจะตอบกระทู้ถาม ดิฉันนะคะ ก็มาบอกว่าน่าจะเป็นความเข้าใจผิดของคุณไหม ซึ่งก็คือคุณศิริกัญญาที่กำลัง ถามกระทู้ถามอยู่ตอนนี้นะคะว่า ระบบแพลตฟอร์มนี้มันจะใช้ได้ทั้งทางรัฐ ทั้งแบงก์ แล้ว Non-Bank ค่ะ ซึ่งจากการ ตรวจสอบจากทุกหน่วยงานแล้วทุกคนยังยืนยันตามเดิมตามที่ได้มีการตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้นว่า จะไม่ได้มีการใช้ App ทางรัฐในการชำระเงินค่ะ วันนี้ท่านจุลพันธ์ได้มาตอบเอง แล้วดิฉัน คิดว่าท่านก็อาจจะยืนยันคำตอบของท่านหรือไม่ แต่ว่านี่ละค่ะ ปัญหาก็คือดิฉันอยากให้ ท่านประเสริฐมาชี้ให้เห็นดิฉันเห็นชัด ๆ สักทีว่าคำตอบที่ถูกต้องนั้นคืออะไร เราจะมีการ พัฒนา App ทางรัฐให้สามารถชำระเงินได้หรือไม่ เพราะว่าใน Scope งานของการพัฒนา ระบบ Payment Platform ไม่ได้ระบุให้มีการพัฒนา App ทางรัฐสำหรับการชำระเงิน ตัวระบบ Payment Platform จะเป็นระบบแกนกลาง หรือที่เราเรียกว่า Core Banking แล้วก็เอาระบบของแบงก์ต่าง ๆ ของ Non-Bank มา Plug เชื่อมต่อเพื่อสามารถที่จะเปิด App ของธนาคารขึ้นมาแล้วก็เข้าไปที่ Digital Wallet แล้วก็สามารถที่จะยิง QR Code จ่าย ได้เลยนะคะ ดังนั้นถ้าท่านประเสริฐยังไม่มาตอบแต่ว่าอาจจะฝากส่งคำตอบให้ท่านจุลพันธ์ เพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดกับดิฉันนะคะ🔗
ส่วนคำถามสุดท้าย หน้าถัดไปนะคะ เมื่อวานนี้มีทีมโฆษกของพรรคเพื่อไทย เป็น สส. ผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้นี่เองก็ได้มีการมาทำ Fact Check ในเรื่องของการที่จะ ไม่ซื้อเหล้า ซื้อบุหรี่ หรือว่าอะไรก็ตาม แต่ว่าท่อนสุดท้ายที่ทำเอามึนงงกันไปทั้งวงการนะคะ ท่านบอกว่ารัฐบาลอยู่ระหว่างการเร่งพัฒนาระบบให้ Application ทางรัฐ สามารถเชื่อมต่อ ข้อมูลจนสามารถรู้ได้ว่าสินค้าที่ประชาชนจะซื้อเป็นประเภทไหน ซึ่งจะช่วยให้การทำงาน มีประสิทธิภาพมากขึ้น อ่านถึงตรงนี้ Developer งงตาแตก แบงก์ที่เริ่มทำระบบไปแล้วงง Non-Bank ที่เริ่มพัฒนาระบบไปแล้วงง ว่าสรุปแล้วกำลังจะมีการออก API Blueprint Version 1.3 หรือไม่ เพราะเท่าที่ Check API Blueprint ทั้งหมดที่เคยได้ให้กับทางแบงก์ และ Non-Bank ที่เข้าร่วมโครงการไปไม่มีการเก็บข้อมูลสินค้าแต่อย่างใด ข้อมูลว่าประเภท สินค้าเป็นอะไร ซึ่งนั่นก็คือเป็นสาเหตุให้ท่านจำเป็นที่จะต้องตัด Negative List ออกไป ทั้งหมดแล้วไปจำกัดที่ตัวร้านค้าแทนก็เพราะว่าตัว API นี้มัน Check ไม่ได้ มัน Check ประเภทสินค้าไม่ได้ มันไม่มีการที่จะต้องมาเก็บว่าพอคุณยิง QR Code ซื้อไปแล้วต้องไป Scan บาร์โค้ดอีกรอบหนึ่งว่าสินค้ามันเป็นประเภทอะไร ดังนั้นสิ่งที่อยากให้ทางรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีมาตอบในเรื่องนี้ ก็ตอบให้หายสงสัยหน่อยว่า ๑. ตกลง App ทางรัฐยังใช้ชำระเงินในโครงการ Digital Wallet หรือไม่ และข้อ ๒ ก็คือว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงตัว API Blueprint อีกรอบหนึ่ง เป็นรอบที่ ๓ รอบที่ ๔ เพื่อที่จะเก็บ ข้อมูลประเภทสินค้าในอนาคตอีกหรือไม่ อันนี้ดิฉันก็เป็นกังวลแทนคนที่กำลังพยายาม ที่จะทำระบบนี้ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ ๓๑ มีนาคม เพราะว่าถ้าเพิ่ม App ทางรัฐให้มันชำระ เงินได้มันจะไม่เสร็จเอา หรือว่าถ้าจะเปลี่ยน API อีกตอนนี้ให้ระบุประเภทสินค้าได้มันจะ ไม่เสร็จวันที่ ๓๑ มีนาคม แล้วก็ทดสอบระบบกันไม่เสร็จภายในไตรมาส ๒ หรือว่าต้นไตรมาส ๓ อย่างที่ท่านได้สัญญาเอาไว้ คำถามที่ ๑ ค่ะท่านประธาน🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก็ขอประทานโทษเป็นตัวแทนของ ครม. มาตอบ ก็ได้รับมอบหมายมาจริง ๆ โดยท่าน นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งท่านติดภารกิจแล้วก็ มอบให้ผมมาตอบ ต้องเรียนอย่างนี้ครับ เนื่องด้วยคำถาม ถามว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ มันก็เลยยิงเรื่องมาที่กระทรวงการคลังเพราะว่าไม่ได้ถามในเรื่องของ Payment Platform โดยตรง อาจจะเป็นความคลาดเคลื่อนก็ต้องกราบขอประทานอภัยท่านศิริกัญญา ซึ่งประเด็นนี้ ผมขอสั้น ๆ ท่านประธาน จริง ๆ แล้วมันมีการหารือกันว่าวันนี้เราทำเรื่องของกระทู้ถามสด ด้วยวาจา มันเหมือนสอบปัญหาเชาว์เพราะว่าไม่รู้คำถามก่อน แล้วก็ไม่รู้ว่าคนถามถามมา พวกผมก็ต้องใช้เชาว์ปัญญาในการตอบ แต่ถ้าอยากได้เนื้อหา อยากได้ข้อมูล เราอาจจะต้อง มานั่งปรับเปลี่ยนว่าในอนาคตกระทู้ถามสดก็ถามมาเลยจะได้เตรียมข้อมูล และเตรียมผู้ตอบ ที่มันตรงกับคำถามของท่านนะครับ อย่างไรก็ตามในวันนี้ผมเองก็ถือว่าได้ดูในเรื่องของ โครงการเติมเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทมาทุกเฟส ก็เป็นหนึ่งในคนที่อาจจะรู้พอสมควร ซึ่งคำถามของท่านศิริกัญญาผมจะเรียนยืนยันอย่างนี้ อย่างแรกเรื่องของ Payment Platform ว่าสามารถ Scan ในระบบทางรัฐได้หรือไม่ ซึ่งท่าน นายกรัฐมนตรีก็ถูก เพราะว่าสามารถดำเนินการได้ทั้ง ๒ ทาง ในส่วนของผู้พัฒนานี้ ได้พัฒนาแบบคู่ขนาน คือตัวระบบทางรัฐเอง ต้องเรียนอย่างนี้นะครับ ระบบทางรัฐไม่ใช่เรื่อง ของ Payment Platform DGA ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เป็น Apps Developer ของรัฐ ได้พัฒนา มา ๔ ระบบครับ ตอนนี้มี ๑. ระบบลงทะเบียนประชาชน ๒. ระบบลงทะเบียนร้านค้า ๓. ทางรัฐ Wallet แล้วก็ ๔. คือระบบแพลตฟอร์มการชำระเงิน แต่ที่เวลาเราใช้คำว่า ทางรัฐ มันคือหน้ากาก มันคือหน้ากากที่ประชาชนจะต้องใช้ ส่วน Application จริง ๆ ในการที่จะ เรียกโหลด เรียกขึ้นมาดำเนินการมันอยู่เบื้องหลังนี่ อันนี้สำหรับผู้ใช้ สำหรับ User ทั้งหมด มันอาจจะไม่ได้มีความจำเป็นจะต้องไปรู้ว่า Application นั้นเป็นอะไร แต่กลไกในการที่จะ สามารถดำเนินการในการชำระเงินเมื่อมีการเติมเงินหมื่นผ่าน Digital Wallet ไปยังประชาชน แล้วสามารถทำได้ ๒ ช่องทาง🔗
๑. ก็คือใช้ตัว Application ทางรัฐนั่นละ ซึ่งก็กำลังพัฒนาอยู่ แล้วเราก็คงมี ความเชื่อมั่นว่าสามารถดำเนินการได้ครบถ้วน เพราะในอนาคตครับ อย่างไรก็ตามในอนาคต ตัว Application ทางรัฐ รวมถึงระบบการชำระเงินทั้งหมดนี้มันจะเป็นระบบ Payment Platform การชำระเงินกลางของรัฐซึ่งประชาชนสามารถใช้ได้ สำหรับเงินในประเภท ต่าง ๆ ในอนาคตเราก็คงจะต้องโยกย้ายในเรื่องของสวัสดิการประเภทต่าง ๆ มารวมศูนย์ อยู่ในจุดเดียว ซึ่งตรงนี้เราไปดูในเรื่องของ Application ในต่างประเทศ ถ้าท่านไปดู Application เช่น SG Life ของสิงคโปร์เป็นเช่นนั้นครับ คือเปิดขึ้นมาจะมีสวัสดิการ ทุกประเภทที่รัฐมอบให้กับประชาชนอยู่ในที่เดียวคือ Application ตัวนี้ เราก็ต้องพัฒนา ไปให้ถึงนะครับ🔗
๒. ก็คือในเรื่องของการเชื่อมต่อกับธนาคาร ทั้งสถาบันการเงิน ธนาคาร พาณิชย์ ทั้ง Non-Bank ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกลุ่มที่เป็น Payment ของ Wallet ที่ไม่ได้เป็น แบงก์ ทุกกลุ่มที่เข้าร่วมตอนนี้ก็มีแจ้งความประสงค์เข้ามามากโดยเฉพาะแบงก์ใหญ่นี่ เข้าร่วมกับเราหมด ซึ่งตรงนี้เป็นระบบที่เรียกว่า Open Loop อย่างที่ท่านได้เรียน ก็คือการ ที่เขามาเชื่อมต่อกับเราโดยที่เขาไม่ได้เป็นคนทำในเรื่องของ Settlement ในเรื่องของการ Check คุณสมบัตินะครับ การ Check คุณสมบัติรวมถึงการ Clear ในเรื่องของการโอน การจ่ายเป็นเรื่องภายในของรัฐ เราเพียงแค่เปิดประตูให้ทางธนาคารเหล่านั้นมาเชื่อมต่อ เพื่อให้เกิดความสะดวกกับประชาชน เกิดความสะดวกและง่ายกับประชาชน เพราะมีความ คุ้นชินกับ Application ที่เป็นเรื่องของ Wallet เรื่องของการโอนจ่ายเงินของธนาคาร โดยปกติ อันนี้เป็นการสร้างความสะดวกให้กับผู้ใช้ ซึ่งสุดท้ายก็สามารถดำเนินการได้ทั้ง ๒ ทาง ทางเทคนิคลึก ๆ ผมอาจจะตอบท่านไม่ชัด แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมมีความเชื่อว่า ถึงแม้ว่าท่านจะใช้ Application ของธนาคารในการชำระเงินและจ่ายเงิน เข้าใจว่าสุดท้าย ก็ต้องโหลด Application ทางรัฐอยู่ดีเพื่อให้มันมีการ Linkage ระหว่าง ๒ Application ในการที่จะชำระเงิน เวลาที่ทำเรื่องของ Application ในการที่จะโอนจ่ายเงินมันต้องมีความ เชื่อมโยงทั้ง ๒ ทาง เพราะของธนาคารพาณิชย์เป็นในส่วนของผู้ใช้ แต่ในส่วนของทางรัฐเอง นี่เป็นในส่วนที่จะไปเชื่อมโยงกับระบบในเรื่องของการทำ Payment Platform แล้วก็การ Clearing บัญชีทั้งหมด การโอนบัญชีโอนเม็ดเงินทั้งหมดที่อยู่ด้านหลัง เพราะฉะนั้นมัน จำเป็นจะต้องโหลดทั้ง ๒ อย่างอยู่แล้วนะครับ แล้วก็เชื่อว่าตอนนี้ประชาชนที่ลงทะเบียน ก็โหลด Application ทางรัฐไปหมดแล้ว ขณะนี้มีผู้ที่ใช้งาน Application ทางรัฐรวมทั้งสิ้น ๓๔ ล้านคน เป็น Application ของรัฐที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด แล้วเราก็จะได้พัฒนามันต่อไป เพื่อให้มันเป็น Application กลางที่เป็นประโยชน์นะครับ🔗
คำถามที่ ๒ ที่อยู่ในคำถามที่ ๑ นะครับ ก็คือเรื่องของการ Check ประเภท สินค้า ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าต้องเข้าใจอย่างนี้นะครับ กลไกที่เปลี่ยนท่านเข้าใจถูก เพราะกลไกในการกำกับดูแลค่อนข้างยาก เราเปิดโอกาสให้ร้านอย่างเช่น โชห่วยเข้ามาร่วม ในโครงการในฐานะร้านค้า ร้านโชห่วยไม่มีสิ่งที่เรียกว่า Point of Sale ก็คือเครื่องในการที่ จะกำกับว่าออก Bill ออกมาว่าคนนี้ซื้อรายการอะไรบ้าง แล้ว Printout ออกมา แล้วก็ รายงานออกมาเป็นรายงานที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นมันจะยืนยันไม่ได้เลยว่าสุดท้ายเขาไปซื้อ อะไรในร้านค้านั้น ๆ สิ่งที่มันอาจจะเกิดตามมาคือหากเราไปกำกับในเรื่องของสินค้า Fraud จะเยอะมาก สิ่งที่เรียกว่าการใช้ผิดประเภท แล้วสุดท้ายมันจะเกิดคดีความเต็มไปหมดกับร้านค้าขนาดเล็ก เหล่านั้นนะครับ วันนี้เราก็เลยมีข้อเสนอมาจากหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุมด้วยกันบอกว่า เราปรับเปลี่ยนเอาเรื่องของ Negative List ออก สินค้าต้องห้ามออกแล้วไปล็อกในเรื่องของ ร้านค้าเองนะครับ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นอย่างที่ท่านได้ทราบนะครับ เราก็ได้ปรับเปลี่ยนมา ซึ่งอย่าง แรกเลยก็คือดึงดูดให้กับร้านค้าขนาดเล็ก เช่นโชห่วยเหล่านี้เข้ามาร่วมกับเราให้มากที่สุด ๒. ก็คือเขาปลอดภัยจากเรื่องที่จะบอกว่านำไปใช้แล้วผิดประเภทนะครับ นำไปใช้แล้ว ผิดกฎหมายแล้วต้องเกิดคดีความกันขึ้นมา จุดนี้เราปิดป้องหมดแล้วนะครับ ในส่วนของ สินค้าผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ มันคงจะเป็นการสื่อสารของท่านรัฐมนตรีว่าการครับ ซึ่งท่านมีความประสงค์ที่ดีนะครับ ท่านใช้คำว่า ตอนนี้เรายังไม่สามารถตรวจสอบเรื่องของ สินค้า ประเภทสินค้าที่ซื้อได้ แต่สุดท้าย Application ของเราก็ต้องพัฒนาครับ มันไม่ใช่ Application ของรัฐอยู่แล้วครับในข้อเท็จจริง คนที่จะต้องพัฒนาในเรื่องนี้ก็คือร้านค้าครับ ที่เขาจะต้องเป็นผู้ที่จะต้องมี Application ในการบอกว่าผู้ซื้อซื้ออะไร ผู้ขายขาย Item อะไร นั่นคือจุดที่เป็น Price of Sale ไม่ใช่รัฐ และเขาจะแจ้งเข้ามาที่เราหากในที่สุดแล้วระบบเรา เชื่อมต่อกันนะครับ วันนี้เราเอื้อมมือไปแล้ว แล้วเราจะเชื่อมต่อกับพี่น้องประชาชนกับร้านค้า ต่าง ๆ นะครับ แต่ข้อมูลเหล่านี้ทางร้านค้าโดยเฉพาะขนาดเล็กอย่างที่ผมยกตัวอย่างโชห่วย เขาไม่มีการเก็บครับ แต่ในที่สุดครับ รัฐบาลเราก็มองเป้าสำหรับประเทศไทยให้เป็นประเทศ ที่มันมีความคุ้นชิน มี Digital Adoption ให้มันมากที่สุดนะครับ สุดท้ายผมก็เชื่อครับว่า การพัฒนาไปเรื่อย ๆ ร้านค้าเหล่านั้นก็จะพัฒนาในเรื่องของ Application ในส่วนตัว เพราะว่ามันจะช่วยทั้งในเรื่องของการทำบัญชีรับ-จ่าย การที่จะสร้างเม็ดเงิน ทำให้เกิดผล กำไรให้ได้มากที่สุดมันเป็นประโยชน์กับเขาอยู่แล้ว ในที่สุดการพัฒนาต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เขาก็คงจะได้รับเอา Application ลักษณะนั้นมา และในที่สุดวันหนึ่งผมก็เชื่อว่าเราจะได้ ข้อมูลในประเภทของสินค้าให้มันได้มากที่สุด แต่ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะต้องไปพัฒนา Application เพื่อที่จะไปดึงเอาข้อมูลว่าประชาชนแต่ละคนซื้ออะไร ในขณะนี้มันไม่เกิดขึ้นครับ และมันไม่ได้เป็นข้อเท็จจริงนะครับ ก็ชี้แจงคำถามที่ท่านได้ถามมาในเบื้องต้นตามนี้ครับผม🔗
ขอบคุณมากครับ เชิญท่านศิริกัญญาคำถามที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกลค่ะ ก็เป็นความรู้ใหม่นะคะว่ามีการจัดซื้อจัดจ้างในการพัฒนาทางรัฐ Wallet เกิดขึ้นแล้วนะคะ ก็อยากทราบว่าการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปแล้วหรือไม่ อย่างไรนะคะ มีมูลค่าเท่าไรนะคะ ทีนี้มันก็เป็นปัญหาอีกเพราะว่าทางผู้ที่เข้ามาร่วมให้บริการที่เป็นแบงก์ แล้วก็ Non-Bank เขายอมจ่ายเงินด้วยตัวเองเพื่อที่จะพัฒนาระบบเข้ามาเชื่อมต่อกับตัว Payment Platform นี้ก็เพื่อที่จะไปหาลูกค้ามาใช้ Wallet ของเขาเพิ่มนะคะ แบงก์อาจจะ ไม่ใช่เพราะว่าการใช้ผ่านบัญชีเงินฝากมันง่ายกว่าอยู่แล้ว แต่ว่าสำหรับ Non-Bank ก็คือ ที่ไม่ใช่ธนาคารต่าง ๆ เขาก็จ่ายเงินเพื่อพัฒนาระบบเพื่อที่จะไปดึงลูกค้ามาใช้ Wallet ของเขา แต่รัฐบาลกลับทำ Wallet มาแข่งแบบนี้ ดิฉันไม่แน่ใจว่าเป็นไปตามที่ได้ตกลงกันไว้ ก่อนหน้านี้กับบรรดาผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์แล้วหรือไม่นะคะ ดังนั้นก็อยากทราบ ด้วยว่าสรุปแล้วจัดซื้อจัดจ้างไปมีมูลค่าเท่าไรนะคะ ต่อไปเซตนี้จริง ๆ แล้วเตรียมไว้สำหรับ การถาม DE ในฐานะเจ้าของโครงการอยู่แล้วนะคะ ก็จะถามไปเรื่อย ๆ เลยแล้วกัน เมื่อสักครู่ท่านยืนยันแล้วว่าร้านค้าบันทึกประเภทสินค้าในท้ายที่สุดก็คงจะทำได้ แต่ว่าไม่ใช่ สำหรับการทำ Digital Wallet ในรอบนี้ ถูกต้องไหมคะ โอเคค่ะ ทีนี้พอมาดูที่หน้างานของ DE เองนะคะ ในฐานะที่เป็นเจ้าของโครงการและต้องเป็นคนที่ Operate ตัวระบบนี้นะคะ อยากจะสอบถามค่ะว่าความคืบหน้าของทั้ง ๖ ระบบย่อยดังต่อไปนี้มีความคืบหน้าถึงไหน แล้วนะคะ ๑. ก็คือตัวระบบรักษาความปลอดภัยที่จะเป็นหัวใจหลักของความสำเร็จของ โครงการนี้นะคะว่า Payment Platform จะโอนเงินแล้ว เงินไม่หล่น เงินไม่รั่วนะคะ ข้อมูล ไม่หลุด ตอนนี้ทำไปถึงไหนแล้วนะคะ คำถามก็คือว่าทำแล้วหรือยัง คืบหน้ากี่เปอร์เซ็นต์และ อยู่กับหน่วยงานใดค่ะ อันนี้จะเป็น Subset ของคำถามข้อที่ ๒ นะคะ🔗
ต่อมาคือเรื่อง Blockchain ค่ะ Blockchain ที่เคยพูดกันไว้ว่าจะถูกใช้ในการ ยืนยันการใช้จ่ายในทุก ๆ Transaction ทุก ๆ ธุรกรรมนะคะ ตอนนี้ก็คือหดเหลืออยู่แค่เป็น ติ่งเล็ก ๆ เพื่อตรวจสอบบันทึกรายการสำหรับการปฏิบัติการตรวจสอบการบันทึกรายการ ธุรกรรมต่าง ๆ นะคะ คาดว่าตามกำหนดการเดิมน่าจะเริ่มต้นทำตัว Blockchain ต่าง ๆ ไปแล้วตั้งแต่ต้นกุมภาพันธ์นะคะ ก็อยากสอบถามว่าตอนนี้คืบหน้าไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ ติดตั้ง ไปแล้วกี่ Node จากทั้งหมด ๒๑ Node ซึ่งจริง ๆ แล้ว ๒๑ Node อยู่ในหน่วยงานภาครัฐ ทั้งสิ้นนะคะ ไม่มีสำหรับหน่วยงานภาคเอกชนหรือว่าหน่วยงานกลางต่าง ๆ ที่น่าจะทำให้ Blockchain มันเป็นไปตามหลักการของมันคือมีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้นก็อยากสอบถามว่า ทำถึงไหนแล้วนะคะ ต่อมาเรื่องของการทดสอบระบบ การทดสอบการเชื่อมต่อหรือว่า Connectivity Test ก็คือหลังจากที่ Payment Platform เริ่มพัฒนาไปได้ระดับหนึ่งระบบ การชำระเงินพัฒนาไปได้ระดับหนึ่งก็จะเริ่มมีธนาคารพาณิชย์และที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ มา Plug In เชื่อมต่อเพื่อจะทดสอบตัว Payment Platform ว่าทำงานได้ดีหรือไม่นะคะ ซึ่งตามกำหนดการแล้วตอนนี้น่าจะต้องมีการเชื่อมต่อเริ่มการทดสอบกันไปแล้ว แต่ว่าเท่าที่ ได้สอบถามในกรรมาธิการ DE ก็ปรากฏว่ามีเพียงแค่ ๑ รายที่เข้าร่วมทดสอบซึ่งเป็นรายที่ ไม่ได้เป็นกระเป๋าเงินของธนาคารพาณิชย์แต่เป็นของหน่วยงานที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ ดิฉัน ก็งงว่าถ้าเรามีทางรัฐ Wallet แล้วทำไมเราไม่เอาทางรัฐ Wallet มาทดสอบระบบ การเชื่อมต่อไปเลยนะคะ อันนี้ก็อยากสอบถามว่าตอนนี้คืบหน้าไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ เร็วหรือช้ากว่าแผนอย่างไรนะคะ แล้วก็จะต้องใช้ระยะเวลาเท่าไร เพื่อทำให้การทดสอบ ระบบนี้มันนิ่งนะคะ🔗
ระบบที่ ๔ คือระบบการตรวจสอบทุจริตหรือว่า Fraud Detection ซึ่งอันนี้ สำคัญมาก ป.ป.ช. เคยให้ข้อสังเกตเอาไว้ว่าจำเป็นที่จะต้องมีการตั้งคณะขึ้นมาตรวจสอบการ ทุจริตนะคะ ท่านนายกเองก็ Mention ถึงว่าจำเป็นที่จะต้องมีเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวล คำถามก็คือว่า ทำแล้วหรือยังนะคะ คืบหน้าไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ และจะไปอยู่กับหน่วยงาน ไหนใน DE🔗
ข้อต่อไป ระบบต่อไปที่กังวลเช่นเดียวกันก็คือระบบ Call Center นะคะ ระบบ Call Center สำคัญมากเพราะว่าหลังจากที่มันเป็นการเชื่อมต่อของแบงก์เข้ามาเวลา ที่โอนแล้วไม่ผ่านประชาชนโทรหาใครค่ะ เขาโทรหาแบงก์ แต่แบงก์ไม่น่าจะตอบคำถามได้ เพราะว่าอย่างที่ท่านบอกเขาไม่รู้เลยว่าข้างในเป็นอย่างไรหรือว่ามันไปติดอยู่ที่ไหน ดังนั้น ต้องเป็น DE ที่จะต้องตั้งทีม Call Center ขึ้นมา ถามว่าตั้งหรือยัง ความคืบหน้ากี่เปอร์เซ็นต์ เร็วหรือช้ากว่าแผนอย่างไร และอยู่กับหน่วยงานไหน มีบุคลากรกี่คน🔗
เรื่องสุดท้ายก็คือว่าหลังจากที่มันมีการทำทั้งระบบ Payment Platform ระบบลงทะเบียนร้านค้า มีคลังเข้ามาดูเรื่องของงบประมาณอะไรต่าง ๆ มันมีหลาย หน่วยงานต้องทำงานร่วมกันข้ามกระทรวงเยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะเป็น DGA DE พาณิชย์ คลัง มหาดไทยนะคะ ซึ่งมันจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีคนที่มองเห็นภาพรวมของทั้งระบบ หรือว่าเป็น Project Manager นะคะ ก็อยากสอบถามค่ะว่าตอนนี้ใครที่จะเข้ามาเป็น Project Manager ที่จะคอยดูภาพรวมทั้งหมดว่าต่อจากนี้ไปจะต้องทำอะไร ความคืบหน้า ของทั้งหลายแหล่พวกนี้มันเปลี่ยนไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์นะคะ แล้วก็จะต้องได้มีการเข้าไป ขับเคลื่อนอย่างไรให้ระบบนี้มันสามารถเสร็จทันอย่างที่ท่านได้โฆษณาไว้ปลายไตรมาส ๒ หรือต้นไตรมาส ๓ ค่ะ คำถามที่ ๒ ค่ะ🔗
ค่อนข้างจะหลายคำถามนะครับ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธาน ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง อย่างแรกเลยนะครับ ย้อนกลับไปคำถามก่อนหน้า API Spec ไม่มีใหม่นะครับ เพราะเราส่งมอบให้กับทางกลุ่ม แบงก์และ Non-Bank ไปเรียบร้อยแล้วก็ยืนยันข้อมูลเดิม กระบวนการในการพัฒนาเขาคง ดำเนินการอยู่ แล้วก็มีการเตรียมในกรอบระยะเวลาที่จะมาเชื่อมต่อกับเรานะครับ เพราะฉะนั้นคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างที่ท่านได้สอบถามนะครับ ท่านถามเยอะเกิน ขอประทานโทษ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมเรียนอย่างนี้ครับ ผมอาจจะไม่สามารถตอบได้ว่าแต่ละระบบ พัฒนาถึงไหน และจบสิ้นเมื่อไรนะครับ แต่ว่าเราในฐานะคลังเป็น Project Owner ครับ กระทรวงการคลังนะครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง อย่างแรกเลยนะครับก็ชี้แจงท่านศิริกัญญานะครับ ผมเองไม่ใช่ Project Manager นะครับ กระทรวงการคลังเป็น Project Owner อย่างที่ได้บอก เราก็คงจะต้องมาดูในเรื่องของ ภาพรวมของโครงการ แต่ตัวผมเองเป็นผู้บริหารก็เลยอาจจะไม่ได้ลงรายละเอียดทั้งหมด อาจจะไม่ได้รู้ว่ารายละเอียดอย่างที่ท่านได้ถามมาในบางจุดแต่มีคนที่ดูแลรับผิดชอบอยู่แล้ว ทั้งกระทรวง DE ทั้งกระทรวงการคลังทั้งหมดยืนยันในกรอบเวลาว่า Application ทั้งหมด พัฒนาทันนะครับ ซึ่งผมก็ต้องเรียนครับว่าการที่เป็นรัฐมนตรีเราก็ต้องบริหารจัดการนโยบาย เพื่อให้มันขับเคลื่อนแล้วก็ประสบความสำเร็จ ซึ่งผมยืนยันว่าโครงการนี้ในที่สุดก็ต้องเสร็จ ตามกรอบเวลาแล้วก็เงินถึงมือพี่น้องประชาชนนะครับ ระบบลงทะเบียนร้านค้า ผมเรียน อย่างนี้ครับว่า ต้องเข้าใจอย่างนี้ครับว่าร้านค้าที่เรายังไม่ได้ลงทะเบียนมักจะไม่ใช่ร้านสะดวก ซื้อนะครับ ประทานโทษไม่ใช่ร้านโชห่วยนะครับ ถ้าเป็นโชห่วยก็จะเป็นโชห่วยที่เล็กมาก แต่จะเป็นลักษณะของแผงลอย เป็นลักษณะของรถเข็น หมูปิ้ง เป็นต้นนะครับยกตัวอย่างให้ เห็นภาพ ซึ่งร้านเหล่านี้ไม่เคย Register ไม่เคยลงทะเบียน ไม่เคยมีทะเบียนกับทางกระทรวง พาณิชย์ไว้ก่อน บางส่วนมีทะเบียนที่ได้รับถ่ายโอนมาจากกลุ่มธนาคารโดยจากการพูดคุย เราก็ได้รับกลุ่มนี้มาประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ รายแล้วนะครับ แต่โดยภาพรวมเขาไม่ได้ ลงทะเบียนกับรัฐนะครับ เพราะฉะนั้นจึงต้องมีกลไกในการลงทะเบียนซึ่งเราก็ได้ผ่านมติไปใน คณะกรรมการกระตุ้นเมื่อไม่กี่วันก่อน แล้วก็จะนำเข้า ครม. เพื่อที่จะดำเนินการลงทะเบียน กลุ่มร้านค้ากลุ่มนี้ กลไกในการลงทะเบียนมีความจำเป็นครับเพราะว่าเป็นกลุ่มคนที่ไม่เคยขึ้น ทะเบียนใด ๆ กับรัฐ เพราะฉะนั้นต้องมีการยืนยันตัวตน ยืนยันว่าเขามีตัวตนอยู่จริงซึ่งเรา ก็เลือกเอากลุ่มขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็กลุ่มอย่างเช่นไปรษณีย์เป็นต้น ธนาคารรัฐ เป็นต้น เพื่อให้เขาไปลงทะเบียนแล้วสามารถไปขึ้นทะเบียน ไปที่หน่วยงาน ของรัฐแล้วก็เข้าสู่ Application ทางรัฐเพื่อลงทะเบียนนะครับ ผมอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ลงทะเบียนโดยที่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐช่วยเหลือและอยู่ด้วย และเจ้าหน้าที่รัฐเหล่านั้น ในฐานะตัวแทนของรัฐจึงเป็นคนที่จะสามารถ Verify สามารถยืนยันได้ว่าร้านขายหมูปิ้งอันนี้ ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอนี้จริง ๆ นะครับ เรามีความจำเป็นต้องทำเพราะว่าเรากำหนดในเรื่อง ของขอบเขตพื้นที่ เรากำหนดในเรื่องของการขึ้นเงิน เพราะฉะนั้นเราต้องยืนยันได้ว่าเขามี ตัวตนไม่ใช่เป็นร้านที่เป็นเงา เป็นร้านที่ตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะไปขึ้นเงินอย่างเดียวมันก็เกิดขึ้นได้ ซึ่งเราก็ต้องระมัดระวัง เพราะว่าเงินหลวงเราก็ต้องดูแลให้มันรอบคอบรัดกุมที่สุดเพราะฉะนั้น ผมยืนยันนะครับว่ากลไกนี้มีความจำเป็น และทั้งหมดดำเนินการทันก่อนที่จะเริ่มโครงการ แน่นอนนะครับ เพราะว่าเราก็กำหนดในเรื่องของกรอบ Timeline ที่จะดำเนินการไว้คร่าว ๆ แล้วนะครับ ในส่วนที่ถามว่าทำไมถึงห้ามในเรื่องของบริการ อันนี้ก็น่าจะคำตอบไม่ค่อย แตกต่างเพราะว่าน่าจะเคยตอบมาหลายครั้งแล้วนะครับ กลไกในการกระตุ้นเศรษฐกิจ นะครับ สิ่งที่เราทำในโครงการนี้ก็คือการเติมเงินผ่าน Application ที่เรียกว่า Digital Wallet นะครับ แน่นอนอย่างแรกของวัตถุประสงค์คือเรื่องของการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ทางเศรษฐกิจดิจิทัล เกิด Digital Adoption ของคนไทยจำนวนมากทำให้คนไทยเกิดสิ่งที่ เรียกว่า Digital Literacy นี่นะครับ แต่แน่นอนอีกอย่างหนึ่งก็คือการสร้างการหมุนเวียนทาง เศรษฐกิจเพราะวันนี้เศรษฐกิจก็ยังมีปัญหาแล้วท่านก็รู้ว่าเป็นเพราะว่าสภาพคล่องในตลาด มันน้อยเกินไป เราก็เติมเม็ดเงินลงไปในระบบถูกไหมครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือเรา ต้องการให้เม็ดเงินเหล่านั้นลงไปแล้วมันเกิดการหมุนเวียน มันเกิดการลงทุน มันเกิดการผลิต ภาคบริการมันไม่ได้เกิดการผลิตโดยตรงนะครับ จึงเป็นสิ่งซึ่งเราได้พิจารณากันมาตั้งแต่ หลายเดือนแล้วว่าคงจะไม่รวมในภาคการบริการนะครับแต่รวมเฉพาะในส่วนที่เกิดการผลิต สินค้า เกิดการบริโภคเท่านั้นนะครับ อันนี้ก็เป็นสาเหตุที่เราได้กำหนดในกรอบแนวทาง และวิธีการเอาไว้นะครับ ส่วนการขึ้นเงินเหมือนท่านพูดสั้น ๆ เมื่อสักครู่นี้วันนี้เราก็ปลดล็อก เรียบร้อยนะครับ หลายคนหลายท่านก็มาพูดคุยในสังคมเรียกร้องว่ากระบวนการขึ้นเงินเราเป็นห่วง Cash Flow เราเป็นห่วงเรื่องของสภาพคล่องของร้านค้าโดยเฉพาะร้านขนาดเล็กเราจะทำอย่างไร วันนี้ทางคณะกรรมการตั้งแต่ชั้นอนุ. ก็บอกว่าเราปรับเปลี่ยนก็คือในเรื่องของการขึ้นเงิน ไม่ต้องเป็นร้านค้าในระบบภาษีก็ได้ แต่เราก็คงต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้นในเรื่องของความมี ตัวตนแล้วก็ไม่ใช้จ่ายไม่ผิดวัตถุประสงค์ของโครงการ ตรงนี้เป็นภาระหน้าที่ของภาครัฐที่ต้อง ไปดูอย่างเข้มงวดแล้วก็เข้มข้นต่อไป ก็คงตอบคำถามท่านในเบื้องต้นแต่เพียงเท่านี้ หากมี คำถามเพิ่มเติมครับ ผมเชื่อว่าเรามีเวทีในการที่จะมาพูดคุยถามกันในเรื่องของโครงการนี้อีก มากนะครับ ก็ขอใช้โอกาสหน้าในการตอบคำถามที่ครบถ้วนกว่านี้ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เป็นอันจบวาระกระทู้ถามสดด้วยวาจานะครับ ต่อไประเบียบวาระที่ ๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป ๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๔.๑๐🔗
กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑. เรื่อง ปัญหาท่าเทียบเรือและคลังสินค้าริมแม่น้ำป่าสักในเขตพื้นที่ อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชริน วงศ์พันธ์เที่ยง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเลื่อนมาจากเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๘🔗
ด้วยทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าทางท่าน นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ซึ่งขณะนี้ท่านได้มารอตอบท่าน อยู่แล้วนะครับ ก็ขอเชิญท่านชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ได้ถามกระทู้ถามท่านรัฐมนตรี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ผู้แทนราษฎรพระนครศรีอยุธยา เขต ๒ ประกอบด้วย อำเภอนครหลวง บางปะหัน มหาราช บ้านแพรก และท่าเรือ พรรคประชาชน อันที่จริงวันนี้ เป็นการตั้งกระทู้ถามถึงท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร เพราะว่าท่านเพียงคนเดียว เท่านั้นที่จะสามารถแก้ปัญหาที่ผมจะกล่าวมาได้ในครั้งนี้นะครับ เพราะว่ามันเป็นปัญหาที่ เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวงด้วยกัน ถึงแม้ว่าท่านนายกจะไม่ได้มาตอบกระทู้ของผมในครั้งนี้ แต่ก็ต้องขอขอบพระคุณที่ท่านได้มอบหมายให้ท่านมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมมาตอบกระทู้ถามของผมในวันนี้แทนนะครับ เนื่องจากปัญหานี้ มีหน่วยงานที่รับผิดชอบครอบคลุมหลายกระทรวงแต่ก็หวังว่าท่านจะให้คำตอบที่ชัดเจน เพื่อความหวังของพี่น้องประชาชนที่รอฟังคำตอบอยู่ ก่อนที่ผมจะถามคำถามต่อท่าน รัฐมนตรีเรื่องปัญหาท่าเทียบเรือริมแม่น้ำป่าสัก อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผมขอเสนอคลิปวิดีโอสภาพของปัญหามาให้ท่านพิจารณา เพื่อจะได้เข้าใจตรงกันว่าปัญหา ดังกล่าวก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในอำเภอนครหลวงและพื้นที่ ใกล้เคียงอย่างไร เจ้าหน้าที่ช่วยเปิดคลิปวิดีโอด้วยครับ🔗
บริเวณนี้ก็คือแม่น้ำป่าสัก อำเภอนครหลวงจะมีโรงงานแล้วก็พื้นที่เทกองถ่านหิน ส่วนใหญ่เป็นวัสดุเทกอง สินค้าเทกอง นี่คือประชาชนที่ได้รับผลกระทบตลิ่งทรุดพังจากการเดินเรือสินค้าขนาดใหญ่ ที่เห็นเป็นกอง สีดำ ๆ นี่คือถ่านหินครับที่กระจัดกระจายอยู่ ๒ ฝั่งแม่น้ำป่าสัก เมื่อเกิดลมในช่วงนี้ก็จะมี ลมพายุฤดูร้อนกระแสลมแรงก็จะพัดฝุ่นของถ่านหินเหล่านี้กระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่ที่พัก อาศัยของพี่น้องประชาชนก็จะได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองจากถ่านหินเป็นฝุ่นสีดำครับ เรือที่ขนถ่านหินมานะครับใช้การตักจ้วงขึ้นมาโดยตรงแล้วก็ใส่รถบรรทุกนำไปส่งยังโรงงาน อุตสาหกรรม โรงงานผลิตไฟฟ้าไปทั่วประเทศเลยนะครับ แม่น้ำป่าสักก็ไม่ได้เป็นแม่น้ำที่มีขนาดใหญ่เหมือนแม่น้ำเจ้าพระยานะครับ เป็นแม่น้ำ ขนาดเล็ก ความกว้างก็ประมาณสัก ๘๐ เมตรแต่มีเรือลากจูงที่เป็นเรือเดินทะเลเข้ามาลากจูง เรือบรรทุกสินค้าหลาย ๆ ชนิด ทำให้ตลิ่งทรุดพัง บ้านเรือนของประชาชนก็ต้องเสียเนื้อที่ ต้องย้ายบ้านกันบ่อย ๆ เรืออย่างนี้เขาเรียกว่าเรือไอ้โม่งนะครับ ซึ่งปกติจะเป็นเรือที่วิ่งอยู่ใน ทะเลนะครับ แต่นี่นำเข้ามาลากจูงก็เป็นเรือบาร์จ เรือที่บรรทุกถ่านหิน เรือบรรทุกสินค้า เรือเหล็กท้องแบน เรือเหล่านี้มีแรงขับที่เยอะมาก ๆ ครับ นอกจากจะสร้างปัญหาเรื่อง ของตลิ่งทรุดพังแล้วก็ยังส่งเสียงดัง รบกวนพี่น้องประชาชนทั้ง ๒ ฝั่งริมแม่น้ำป่าสัก ขอบคุณมากครับ🔗
ตามภาพที่ปรากฏในวิดีโอที่ได้ชมไปเมื่อสักครู่นี้จะเห็นได้ว่าการที่ภาคธุรกิจ เอกชนได้ใช้เส้นทางแม่น้ำป่าสัก อำเภอนครหลวงและอำเภอท่าเรือ จังหวัด พระนครศรีอยุธยา เป็นสถานีขนส่ง ขนถ่าย และกระจายสินค้าจากเรือเดินทะเลลำเลียง โดยเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ หรือที่เรียกกันว่าเรือบาร์จเข้ามาทางแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งต่อมายังแม่น้ำป่าสัก โดยพบว่าในปัจจุบันมีจำนวนท่าเทียบเรือสำหรับขนถ่ายสินค้า ถึง ๓๑ ท่าครับ เรียงรายทั้ง ๒ ฝั่งแม่น้ำป่าสัก เริ่มต้นตั้งแต่สะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก จากถนน สายเอเชีย ผ่านอำเภอนครหลวงไปจนถึงเทศบาลตำบลท่าเรือ ก่อนถึงขึ้นเขื่อนพระรามหก อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีจำนวนผู้ประกอบการขนส่งถ่านหิน แป้งมันสำปะหลัง ปุ๋ย ข้าว อาหารสัตว์ ปูนซิเมนต์ และผลผลิตการเกษตรอื่น ๆ มากกว่า ๕๐ ราย ทำให้เขื่อน พระรามหก แทนที่จะใช้กักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรตามวัตถุประสงค์ กลับต้องกักเก็บน้ำเอาไว้ ใช้ในการเดินเรือในหน้าแล้ง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาอย่างมาก ในพื้นที่ริมแม่น้ำป่าสัก ของอำเภอนครหลวง และอำเภอท่าเรือ ดังนี้🔗
๑. การคมนาคมทางน้ำ พบการจอดเรือสินค้ากีดขวางการขนส่งทางน้ำ การล้างทำความสะอาดเรือที่ขนส่งถ่านหิน ปูนซิเมนต์ แป้งมันสำปะหลัง เราทิ้งน้ำเสียลง แม่น้ำโดยตรงทำให้น้ำตื้นเขินและมีสิ่งเจือปนในนาม🔗
๒. การคมนาคมทางบก พบการขนส่งโดยรถบรรทุกเกินน้ำหนักบรรทุกที่ ได้รับอนุญาต ทำให้เกิดปัญหาถนนชำรุดเสียหายและมีวัสดุตกหล่น เกิดฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว🔗
๓. ท่าเทียบเรือ พบการรุกล้ำลำน้ำของท่าเทียบเรือต่าง ๆ และบางท่าเทียบ เรือไม่ได้รับการรับรองรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ นอกจากนี้การ สร้างท่าเทียบเรือดังกล่าวซึ่งติดต่อกันเป็นระยะทางยาวตลอดแนวลำน้ำทั้ง ๒ ฝั่งได้ปิดกั้น ทางสาธารณะริมแม่น้ำ บุคคลทั่วไปไม่สามารถใช้เส้นทางสาธารณะได้เหมือนเดิม เป็นการรุก ล้ำที่สาธารณะโดยไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาควบคุมดูแล🔗
๔. การกัดเซาะลำน้ำ จากการลากจูงโดยใช้เรือเดินทะเลขนาดใหญ่ทำให้ ตลิ่งทรุดพัง ทำให้ทรัพย์สินบ้านเรือนประชาชนและวัดวาอารามได้รับความเสียหายเป็น อย่างมากตลอดกว่า ๑๐ ปีที่ผ่านมา🔗
๕. มลพิษทางเสียง จากการเดินเรืออย่างคับคั่งตลอดเวลา และเรือลากจูง ซึ่งเป็นเรือเดินทะเลหลายลำในการลากจูงทำให้เกิดเสียงดังตลอดลำน้ำทั้งกลางวันและ กลางคืน ซึ่งแม่น้ำป่าสักมีขนาดเล็ก ความกว้างเพียง ๕๐ เมตรเท่านั้น ชาวบ้านเกิดความ รำคาญรบกวนการพักผ่อน🔗
๖. ที่เป็นปัญหามากที่สุดก็คือเกิดมลพิษทางอากาศ จากการขนส่งสินค้า เทกองไม่บรรจุหีบห่อ ด้วยการตักขึ้นลงจากหรือตรง ตลอดจนการขนถ่ายในลานถ่านหิน ในลานสินค้า ไม่มีการป้องกันการแพร่กระจายของฝุ่นละอองและไม่ได้ใช้ระบบปิด ทำให้ ประชาชนเจ็บป่วยจากโรคทางเดินหายใจจนเข้ารับการรักษาพยาบาลโดยไม่มีผู้รับผิดชอบ ซึ่งในปัจจุบันประชาชนต้องฟ้องร้องต่อศาลเพื่อเรียกร้องจากผู้ประกอบการเอง ไม่มีการ ช่วยเหลือเยียวยาจากหน่วยงานใดเลย🔗
๗. การปนเปื้อนสู่ดินจากการจัดเก็บถ่านหินในที่โล่งและไม่มีระบบจัดการ น้ำฝนที่ปนเปื้อนถ่านหิน ทำให้เกิดการกระจายตัวของถ่านหินในหลายพื้นที่ ดังนั้นเพื่อเป็น การแก้ไขปัญหาความหนาแน่นของการจราจรทางน้ำ ปัญหาความตื้นเขินของร่องน้ำใน ฤดูแล้ง และปัญหาตลิ่งทรุดพังของชุมชนอยู่ริมแม่น้ำป่าสักอย่างยั่งยืน จึงขอเรียนถาม ท่านดังนี้ การอนุญาตให้มีการสร้างท่าเทียบเรือและคลังสินค้าประเภทถ่านหิน ปูนซีเมนต์ แป้งมันสำปะหลัง ปุ๋ย อาหารสัตว์ และสินค้าการเกษตร มีการขออนุญาตดำเนินการตาม ผังเมืองรวมระเบียบข้อบังคับ แล้วกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ อย่างไร และเมื่อส่งผลกระทบ ต่อชุมชนรัฐบาลจะดำเนินการแก้ไขเยียวยาหรือไม่ อย่างไร จะมีการจัดตั้งกองทุนเฝ้าระวัง สุขภาพ เหมือนการประกอบกิจการเหมืองแร่หรือกองทุนแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ คำถามที่ ๑ ครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ให้มาตอบกระทู้ถาม ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านชริน วงศ์พันธ์เที่ยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรค ประชาชนจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาค่ะ ต้องขอบพระคุณคำถามของท่านสมาชิก ถึงแม้ว่าในคำถามของท่านสมาชิกจะเกี่ยวเนื่องตั้งหลายกระทรวง ซึ่งประกอบไปด้วย กระทรวงคมนาคม โดยกรมเจ้าท่า กระทรวงมหาดไทย เรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องของกรมควบคุมมลพิษ แต่ดิฉันก็ได้ข้อมูล แล้วก็ลงไปดูพื้นที่จริงในปัญหาที่เกิดขึ้นที่ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใย🔗
ในประเด็นคำถามแรก เรื่องของการก่อสร้างท่าเทียบเรือ ว่าการก่อสร้าง ท่าเทียบเรือที่เกิดปัญหาแล้วก็เรื่องของสินค้า ไม่ว่าจะเป็นปูนซีเมนต์ แป้งมันสำปะหลังที่ เกษตรกรในพื้นที่อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวไม่ได้เป็น ข้อห้ามตามข้อกำหนดของผังเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในปี ๒๕๖๐ จะเห็นว่าการ ก่อสร้างท่าเทียบเรือที่ท่านสมาชิกได้นำเรียนไปสักครู่ ซึ่งการก่อสร้างท่าเทียบเรือดิฉันขอยก ในเรื่องของกฎหมายของกรมเจ้าท่าว่าการขออนุญาตก่อสร้างท่าเทียบเรือหรือว่าเจ้าท่า นี่ก็จะมีกฎหมายการเดินเรือในน่านน้ำไทย ซึ่งจะต้องขออนุญาตต่อพนักงานท้องถิ่นตาม กฎหมายที่ควบคุมอาคาร แล้วก็จะต้องมีการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ ที่ท่านได้พูดไปสักครู่ ถ้าหากเป็นไปได้ตามกฎหมายนั้น ๆ จึงมีการควบคุม การก่อสร้างโดย ๑. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ ๒. กรมเจ้าท่า ๓. กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่จะต้องรายงานการวิเคราะห์และผลกระทบ สิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ ซึ่ง ๓ หน่วยงานดังนี้ก็จะมีการแก้ไขปัญหาว่าจะทำอย่างไรที่จะไม่ให้ มีการกัดเซาะตลิ่ง ซึ่งกรมเจ้าท่าเองเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในเรื่องของตลิ่ง เราก็มีแนวทาง ของการแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน จะเห็นว่าดิฉันได้โชว์ภาพว่าในภารกิจของกรมเจ้าท่า เราก็มีการก่อสร้างเรื่องของเขื่อน เรื่องกันกัดเซาะตลิ่งพัง ซึ่งระยะเร่งด่วนเราก็มีการก่อสร้าง เขื่อนป้องกันตลิ่งในจุดที่วิกฤติที่มีปัญหาตลิ่งพังอย่างรุนแรงแล้วก็ร่องน้ำตื้นเขิน ซึ่งเป็น อุปสรรคของการเดินเรือแล้วก็การขนส่งสินค้าในตอนที่ ๑ ที่แม่น้ำป่าสักบริเวณช่วงกิโลเมตร ที่ ๔ ถึงกิโลเมตรที่ ๖ แล้วก็กิโลเมตรเป็นทั้งสิ้น ๒๓ กิโลเมตร บริเวณวัดไผ่โสมนรินทร์ ตำบล บ้านเกาะ อำเภอพระนครศรีอยุธยา และตอนที่ ๒ อยู่ช่วงของวันเทพคันธาราม ตำบลปากท่า อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งจะเห็นว่าเส้นสีแดง ๆ คือเส้นที่ได้ดำเนินการ ไปแล้ว ส่วนที่เป็นสีเขียว ๆ อยู่ในช่วงของการดำเนินการก่อสร้าง ต่อมาเป็นระยะที่อยู่ใน ระหว่างดำเนินการ โดยขณะนี้เป็นโครงการขุดลอกเพื่อบำรุงรักษาแม่น้ำป่าสักแล้วก็พัฒนา ทางเดินเรือในช่วงกิโลเมตรที่ ๒๓ เนื่องจากช่วงกิโลเมตรดังกล่าวนี้เป็นช่วงที่เรือจอดแล้วก็เป็นการขึ้นลงสินค้าจำนวนมาก แล้วก็มีการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งไปแล้วส่วนหนึ่งซึ่งพื้นที่ดำเนินการที่ปัจจุบันนี้ กรมเจ้าท่าได้จัดสรรงบประมาณลงไปในการขุดลอก ในวงเงินงบประมาณ ๑๖๔ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพค่ะ การดำเนินการขุดลอกไม่เพียงแค่ดำเนินการในปี ๒๕๖๘ เท่านั้น ที่ผ่านมากรมเจ้าท่าได้จัดสรรงบประมาณลงไปแล้วก็ได้กำกับดูแลในเรื่องของการใช้เรือ ขนาดใหญ่วิ่งขนส่งสินค้าที่กระแสน้ำเชี่ยวทั้ง ๒ ข้างไปกระทบตลิ่งที่ยังไม่ได้มีการดำเนินการ ก่อสร้าง ซึ่งความร่วมมือขณะนี้เป็นไปด้วยดีแต่กระทรวงคมนาคมโดยกรมเจ้าท่าเอง ก็เล็งเห็นว่าการแก้ไขปัญหาระยะยาวไม่เพียงแค่ขอความร่วมมือเท่านั้น ยังได้มีการจัดสรร งบประมาณต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ จนกระทั่งมา ปี ๒๕๖๘ ในวงเงินงบประมาณ ๑๖๔ ล้านบาทในกรอบวงเงินปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ก็ขออนุญาตตอบคำถามของท่านสมาชิก ในคำถามแรกก่อนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ชอบคุณมากครับท่านรัฐมนตรี เชิญท่านชริน คำถามสุดท้ายเชิญครับ🔗
ในกรณีดังกล่าวประชาชน ผู้เดือดร้อนได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองมาอย่างต่อเนื่อง แล้วศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่ง ให้หน่วยงานภาครัฐดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยเคยมีข้อตกลงให้ขนถ่ายแบบระบบปิด แต่ในปัจจุบันการดำเนินการเป็นไปอย่างล่าช้า ไม่จริงจัง หน่วยงานราชการปฏิบัติงานอย่าง เสียไม่ได้ ทำเหมือนพอเป็นพิธี เกี่ยงความรับผิดชอบเพื่อไม่ให้ผิดกฎหมายเรื่องการละเว้น การปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น โดยอ้างว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ รัฐจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร จะมีการตั้งคณะทำงานโดยเฉพาะมาจัดการหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ🔗
ท่านชรินครับ ผมเห็นในกระทู้ถามท่านมี ๓ คำถาม ท่านถามไปเลยครับ🔗
ถามรวบเลยก็ได้ครับ🔗
เพราะว่าตามข้อบังคับได้แค่ ๒ ครั้ง เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับ อย่างที่กล่าว มาแล้วข้างต้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นไปอย่างยั่งยืนบูรณาการร่วมกันในทุกภาค ส่วน รัฐบาลจะประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวในอำเภอนครหลวง อำเภอท่าเรือ และพื้นที่ใกล้เคียง เป็นเขตควบคุมมลพิษ เช่นเดียวกันกับการประกาศให้ตำบลหน้าพระลาน อำเภอเฉลิมพระ เกียรติ จังหวัดสระบุรีเพื่อดำเนินการควบคุมลดและขจัดมลพิษตามพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้หรือไม่ อย่างไร ถ้าประกาศให้เป็น เขตควบคุมมลพิษจะดำเนินการเมื่อใด ขอทราบรายละเอียด ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบขอบพระคุณสำหรับคำถามที่ ๒ แล้วก็คำถามที่ ๓ ดิฉันจะขอรวบคำถามของท่าน สมาชิกเลยเพื่อที่จะต้องรักษาเวลา ในประเด็นคำถามที่ ๒ กับประเด็นคำถามที่ ๓ เรื่องของ ในกรณีที่ประชาชนยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง แล้วศาลปกครองก็ได้มีคำพิพากษาออกมา นั่นก็คือเรื่องของคำพิพากษาเรื่องของท่าเทียบเรือขนาดที่ไม่เกิน ๕๐๐ ตันกรอส ที่จะ นำมาใช้ท่าเทียบเรือขนาดเกินกว่า ๕๐๐ ตันกรอสนั้นจะต้องมีการรายงานผลกระทบ สิ่งแวดล้อมให้กรมเจ้าท่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตก่อนใช้ ท่าเทียบเรือที่มีขนาดเกิน ๕๐๐ ตันกรอส ท่านประธานที่เคารพคะ จะเห็นว่าเพื่อให้การ กำหนดจำนวนของเรือ ๕๐๐ ตันกรอสนั้น นั่นก็คือดำเนินการตามข้อเรียกร้องของพี่น้อง ประชาชนและคำพิพากษาของศาลปกครอง กรมเจ้าท่าจึงมีระเบียบในปี ๒๕๖๓ กำหนดให้ วัตถุประสงค์ผู้ที่จะขอเปลี่ยนการใช้ท่าเทียบเรือจากเดิมขนาดไม่เกิน ๕๐๐ ตันกรอส ให้เป็นท่าเทียบเรือขนาดเกินกว่า นั่นก็คือจาก ๕๐๐ ต่ำลงมาให้ใช้เกินกว่า ๕๐๐ ตันกรอส ซึ่งจะต้องมีการจัดทำรายงานอีไอเอ ซึ่งสอดคล้องกับประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในปี ๒๕๖๖ ค่ะ ขณะเดียวกันขณะมีท่าเทียบเรือจำนวน ๒๔ ท่าเทียบเรือที่ ได้จัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว แล้วก็ได้มีการนำเสนอ สผ. แล้ว แล้วก็ได้รับความเห็นชอบจาก สผ. แล้ว ขณะนี้จำนวน ๒๑ ท่าเทียบเรืออยู่ในระหว่างการ ดำเนินการศึกษา แล้วก็ผลกระทบแล้วก็ปรับปรุงแก้ไขอีก ๓ โครงการค่ะ นั่นก็คือการทำ รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ ดิฉันจะขอยกระเบียบสั้น ๆ ง่าย ๆ นะคะนั่นก็คือ ขั้นตอนที่ ๑ ก็จะต้องมีการศึกษารายละเอียดของโครงการ คำนึงถึงขอบเขตนะคะ คำนึงถึง ศึกษาสภาพแวดล้อมทั้งในเรื่องของ ๔ มิติ ไม่ว่าเรื่องของกายภาพ เรื่องของชีวภาพ เรื่องของ ประโยชน์ของมนุษย์เรื่องของคุณภาพชีวิต นอกจากนั้นในเรื่องของศึกษาในเรื่องของ กายภาพชีวภาพเรียบร้อยแล้วก็ต้องมาคำนึงถึงคุณภาพชีวิตในเรื่องของเศรษฐกิจสังคม แล้วก็แนวทางที่ สผ. กำหนดโดยจะต้องมีการสำรวจแสดงความคิดเห็นแล้วก็ทำแบบสอบถาม ซึ่งที่ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใยท่านเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้นท่านต้องไป เป็นสื่อกลางในการที่จะเชิญชวนพี่น้องประชาชนออกมาพูดถึงผลกระทบที่ผู้ประกอบการ บอกว่าไม่เอาผ้าใบคลุมนะคะ ฝุ่นละอองปกคลุม นั่นก็คือขั้นตอนของการทำอีไอเอ ที่ต้องการให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมแล้วก็แสดงความคิดเห็นเหล่านั้นนะคะ หลังจากนั้น ก็จะมีการประเมินผลกระทบว่าสมควรที่จะได้ผ่านกระบวนการอีไอเอทุกขั้นตอนหรือไม่ นอกจากนั้นกระทรวงคมนาคมร่วมกับกรมเจ้าท่า ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราก็ได้มีการดำเนินการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดนะคะ ประมาณ ๒ เดือน ๓ เดือน ๔ เดือน ๕ เดือน ซึ่งถ้าเกิดพี่น้องประชาชนร้องเรียนก็จะลงไปตรวจสอบ ในพื้นที่นั้นนะคะ โดยเฉพาะเรายอมรับว่าสิ่งที่ท่านเห็นหรือสิ่งที่ท่านเสนอถ้าช่วยกัน เป็นหูเป็นตา ทำเป็นตาสับปะรดแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเราก็จะรีบไปดำเนินการนะคะ โดยเฉพาะเรื่องของฝุ่นละอองที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ปรากฏว่าเราได้ไปวัดฝุ่นละอองแล้วยัง อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานนะคะ นอกจากนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการประชาสัมพันธ์พี่น้อง ประชาชนบริเวณใกล้เคียง ทางกรมควบคุมมลพิษก็ไปสำรวจล่าสุดแล้วนะคะ เกณฑ์ทั้งหมด ต่ำกว่ามาตรฐาน แล้วกำชับเรื่องของผ้าใบปกคลุม กองวัสดุต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกนำเรียน ในประเด็นคำถามที่ ๓ ค่ะว่ามาตราที่ ๕๙ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อมได้ให้อำนาจคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาตินี้ได้ประกาศให้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เป็นเขตควบคุมมลพิษค่ะ ซึ่งกรณีนั้นจะต้องเป็นพื้นที่ที่มีปัญหามลพิษ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะ รุนแรงถึงขนาดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ สุขอนามัยของพี่น้องประชาชนนะคะ เพราะฉะนั้น ในพื้นที่ท่านสมาชิกได้นำเรียนสักครู่ยังไม่ได้ถือว่าเป็นพื้นที่ที่อยู่ในกรอบของมลพิษ ที่ร้ายแรงและก็รุนแรงค่ะ ซึ่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็มีคณะกรรมการที่จะแก้ไขปัญหา มลพิษในท้องที่นะคะ จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานในพื้นที่ดังกล่าวรวมทั้ง ผลกระทบต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนทั้งเรื่องของกระทรวงสาธารณสุขเข้ามาดูแลเรื่อง สุขอนามัย นอกจากนั้นค่ะท่านประธานที่เคารพคะ จะเห็นว่ากระบวนการที่เราได้ทำงาน เรื่องของมลพิษในพื้นที่ของอำเภอนครหลวงจะเห็นว่าอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานแต่ละ หน่วยงานเนื่องจากมีกฎหมายหลายฉบับ เราจึงต้องมีการบูรณาการในหน่วยงานเข้ามา ด้วยกันแล้วก็ใช้กลไกของแต่ละหน่วยนั้นขับเคลื่อนแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเรื่องของการ ปราบปรามก็ตาม เรื่องของการเปรียบเทียบปรับผู้กระทำความผิดก็ตาม โดยเฉพาะเรื่องของ กฎหมายของการเดินเรือที่ท่านมีความห่วงใย เรื่องของการตรวจวัดเสียงนะคะ เรื่องแผนงาน ป้องกันแล้วก็การควบคุมไม่ให้การเดินเรือนั้นมีเสียงดังต่อพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ตลอด ๒ ข้างทางของแม่น้ำป่าสัก ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ทางแต่ละกระทรวงที่กำกับดูแลอยู่ก็ได้เพิ่ม ความเคร่งครัดแล้วก็ได้ใส่ใจแล้วก็ได้ลงไปกำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ดังนั้นก็ต้อง ขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้สะท้อนปัญหาแล้วก็มีกระทู้ถาม ส่วนดิฉันเองในฐานะที่กำกับดูแล กรมเจ้าท่าแล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ท่านสมาชิกมีความห่วงใย ก็จะไปกำชับแล้วก็ได้ลงไป ตรวจสอบการทำงานรวมทั้งกำชับให้เจ้าของกิจการเหล่านั้นไม่ให้เกิดในเรื่องของควันพิษ เรื่องของการส่งเสียงดังต่อพี่น้องประชาชนผู้ที่อยู่ใกล้เคียงในโอกาสต่อไปค่ะ ขอขอบพระคุณ สำหรับคำถามของท่านสมาชิกมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณมากครับ เป็นอันจบระเบียบวาระนี้นะครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามทั่วไปที่ ๑.๒.๒ ครับ กระทู้ถามที่ ๔๑๒🔗
๒. เรื่อง ปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าตามแนว เส้นทางคมนาคม นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี ซึ่งเลื่อนมาจากเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๘ นะครับ ด้วยทางท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้มาตอบ แทน แต่ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้มาตอบแทน แต่ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้มาตอบ แทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ก็แจ้งให้ทราบ ขอเชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ถาม ท่านสกล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สกล สุนทรวาณิชย์กิจ ผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี เขต ๔ พื้นที่เทศบาลนคร รังสิต เทศบาลเมืองคลองหลวง และตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมือง จากพรรคประชาชน เริ่มแรกผมก็ขอขอบคุณท่านทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ได้ให้ เกียรติมาตอบกระทู้ถามแทนท่านนายกรัฐมนตรี ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ด้วยในคราวการ ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๗ ที่ประชุมได้พิจารณา รายงานผลการศึกษาเรื่องญัตติ เพื่อพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาลักลอบขโมยสายไฟฟ้าและ อุปกรณ์ไฟฟ้าของคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร และที่ประชุมมีมติเห็นด้วย ให้ส่งรายงานและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการไปยังรัฐบาล แต่ ๗ เดือนที่ผ่านมาครับ ปัญหาดังกล่าวกลับไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเป็นรูปธรรมแต่ประการใด อีกทั้งยังทวีความ รุนแรงเพิ่มขึ้นอีกด้วย เดี๋ยวผมจะขอยกตัวอย่างนะครับ สไลด์ต่อไปครับ ท่านประธานครับ ขอสไลด์ต่อไปครับ ท่านประธานครับ ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ เป็นภาพ บนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑ ถนนพหลโยธินช่วงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาครับ ในขณะที่ผมกำลังเดินทางไปร่วมกิจกรรมของ สส. สรพัช ศรีปราชญ์ กรรมาธิการการ สาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ที่จังหวัดสระบุรีครับ ซึ่งภาพนี้เป็นเพียงแค่บางช่วงของถนน พหลโยธินเท่านั้น แต่ในสภาพความเป็นจริงนั้นพบว่าตลอดเส้นทางตั้งแต่ปทุมธานี อยุธยา สระบุรี มีเสาไฟไฮแมสจำนวนมากครับที่ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ซึ่งก็ต้องตั้งคำถามว่า เหตุใดกรมทางหลวงถึงปล่อยให้ถนนที่ได้ชื่อว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ของประเทศอยู่ในสภาพ ที่มืดมิดเช่นนี้มานานเป็นปีครับ ขอสไลด์ต่อไป ต่อมาในวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ผมได้ ลงพื้นที่ถนนพหลโยธินฝั่งขาออก ช่วงใต้สะพานกลับรถตรงข้ามโรงเรียนวันครู ๒๕๐๒ ในเขต เทศบาลเมืองท่าโขง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่าบริเวณ ดังกล่าวเป็นที่พักอาศัยของคนไร้บ้าน และถูกต้องสงสัยว่าเป็นผู้ที่ลักลอบตัดสายไฟฟ้า จากการตรวจสอบพบว่ามีสายไฟฟ้าเป็นจำนวนมากถูกกองทิ้งไว้ร่วมกับขวดพลาสติก ขวดแก้ว และกระป๋อง ซึ่งคาดว่าอาจจะนำไปจำหน่ายให้กับร้านค้าของเก่าต่อไป จากการ สอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำ สภ. คลองหลวงครับก็ได้รับรายงานว่ายังไม่สามารถจับกุม หรือควบคุมตัวบุคคลดังกล่าวได้ในขณะนี้ ในข้อหานี้ เนื่องจากไม่ได้เป็นการกระทำความผิด ซึ่งหน้าหรือมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าสายไฟดังกล่าวมาจากการลักลอบขโมย รวมถึงไม่มี หน่วยงานใดอ้างสิทธิความเป็นเจ้าของ จึงทำได้เพียงแค่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เท่านั้น ขอสไลด์ต่อไปครับ เหตุการณ์ล่าสุดสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๙ มีนาคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมาครับ มีกลุ่มบุคคลแต่งกายคล้ายผู้ปฏิบัติงานของแขวงทางหลวงปทุมธานีกำลัง ลักลอบตัดสายไฟฟ้าของเสาไฮแมสบนทางหลวงแผ่นดิน ๓๔๖ หรือถนนรังสิต-ปทุมธานี กลางวันแสก ๆ เลยครับ เมื่อติดต่อสอบถามไปยังแขวงทางหลวงปทุมธานีครับ ผมก็ได้รับ รายงานว่าในวันเวลาดังกล่าวไม่มีผู้ปฏิบัติงานของแขวงทางหลวงปทุมธานีในพื้นที่ดังกล่าว ครับ ผมก็ได้ติดต่อต่อไป ขอภาพจากกล้องซีซีทีวี สไลด์ต่อไป ภาพจากกล้องซีซีทีวีในเขต เทศบาลนครรังสิตสามารถจับภาพรถต้องสงสัยสีเหลืองติดตั้งไฟสัญญาณบนหลังคารถ รอบตัวมีตราสัญลักษณ์พร้อมกำกับข้อความชื่อหน่วยงานคล้ายกับรถของผู้ปฏิบัติงานแขวง ทางหลวงปทุมธานี จากเหตุการณ์ดังกล่าว แม้ว่าจะไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ แต่อย่างไรก็ ตามก็ต้องขอขอบคุณท่านร้อยตำรวจเอก ดอกเตอร์ ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรี เทศบาลนครรังสิต ที่ผมขอภาพไปแล้วท่านก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เทศบาลเร่งสืบหารถ ต้องสงสัยเพื่อนำภาพมาแสดงต่อท่านประธานในที่ประชุมในวันนี้ครับ ท่านประธานครับเหตุการณ์ในข้างต้นที่ได้กล่าวมานั้นล้วนถูกบันทึกไว้ในรายงานและ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมทั้งประกอบข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาไว้ทั้งหมดครับ จึงขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ คำถามที่ ๑ ครับ รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาตามรายงาน และข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการการตำรวจสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ อย่างไร ขอทราบ รายละเอียดครับ จบคำถามที่ ๑ ครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรี เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาทำหน้าที่ในการ ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ท่านเป็นผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี ท่านได้ให้ ความกังวลแล้วก็ความห่วงใยในเรื่องปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าตาม แนวเส้นทางคมนาคม ซึ่งเรื่องดังกล่าวนั้นก็คงสืบเนื่องมาจากสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรได้เสนอรายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องญัตติ เพื่อพิจารณาศึกษาแก้ไข ปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าของคณะกรรมาธิการการตำรวจที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องของการลักลอบขโมยสายไฟ แล้วท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านสั่งการและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี แล้วก็มีคำสั่งให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักรับรายงานและข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการดังกล่าวไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงคมนาคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาศึกษา แนวทางและความเหมาะสมของข้อสังเกตดังกล่าว แล้วก็สรุปผลการพิจารณาหรือผลการ ดำเนินการเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวในภาพรวม ส่งให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งคณะกรรมาธิการดังกล่าวได้มีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกรอบระยะเวลาในการแก้ปัญหาและ ป้องกันการลักลอบขโมยสายไฟและอุปกรณ์ไว้เป็น ๓ ระยะด้วยกัน ในระยะสั้นเป็นระยะ เร่งด่วน ระยะกลางและระยะยาว โดยกระทรวงมหาดไทยได้รับมอบหมายดำเนินการ ในระยะสั้น เร่งด่วน แล้วก็ระยะกลางในการประสานความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจ แห่งชาติในการลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อกวาดล้างจับกุมดำเนินคดีร้านค้าของเก่าที่ไม่ได้รับ อนุญาต แล้วก็สั่งกรรมการกำชับให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน และชุดรักษาความสงบเรียบร้อยประจำ หมู่บ้านที่เรียกว่า ชรบ. นี่นะครับ ป้องกันดูแลสอดส่องแล้วก็เฝ้าระวังการลักขโมยสายไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมถึงการให้มีการวางแนวทางร่วมกันในหน่วยงานที่ได้รับความเสียหาย จากการลักลอบขโมยสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าในพื้นที่รับผิดชอบเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว อันนั้นเป็นแนวทางที่ผมได้นำมาในการตอบก็เป็นเรื่องที่ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายก นายกรัฐมนตรีรับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการการตำรวจกับมีข้อสังเกตให้กระทรวงมหาดไทย เป็นเจ้าภาพในการดำเนินการ🔗
สำหรับคำถามในข้อที่ ๑ ในนามกระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงานหลัก ได้รับรายงานและข้อสังเกตของกรรมาธิการ แล้วก็ได้มีการดำเนินการดังนี้ ๑. การดำเนินการ ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย มีรายละเอียดการดำเนินการในส่วนกลาง ใน พื้นที่กรุงเทพมหานครได้มอบหมายให้กรมการปกครองโดยสำนักการสอบสวนและนิติการ จัดการประชุมเตรียมการตรวจกำชับร้านค้าของเก่าตามนโยบาย แล้วก็มีการบูรณาการ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้แทนสำนักงานเขต ลงพื้นที่เพื่อการดำเนินการตรวจตราร้านค้า ของเก่าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยแบ่งชุดปฏิบัติการออกเป็น ๒ ชุด ชุดแรกได้ดำเนินการ ตามนโยบายโดยมีกลุ่มเป้าหมายในการสุ่มตรวจร้านค้าของเก่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยผลการตรวจสอบในเบื้องต้นไม่พบการกระทำความผิดเกี่ยวกับ การลักลอบขโมยสายไฟที่นำมาขายยังร้านรับซื้อของเก่า และได้เน้นย้ำผู้ประกอบการที่มีการ เฝ้าระวังรับซื้อของเก่า และเป็นสายไฟเก่า ตรวจสอบลวดทองแดงที่ได้จากปลอกสายไฟที่มี ลักษณะต้องสงสัยเป็นทรัพย์สินของทางราชการ ถ้าหากพบทรัพย์สินที่มีลักษณะต้องสงสัย ว่าเป็นทรัพย์สินของทางราชการให้ดำเนินการแจ้งกับเจ้าหน้าที่ทันที อันนี้เป็นแนวทางที่เรา กำชับไปที่ส่วนกลางนะครับ ผู้ประกอบการได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และได้รับทราบ นโยบายถึงการปฏิบัติงานในครั้งนี้ และในระยะต่อไปได้กำชับให้นายตรวจ นายตรวจ หมายถึงว่าของกระทรวงมหาดไทย ของกรมการปกครอง ดำเนินการตรวจร้านค้าของเก่า ที่มีลักษณะรับซื้อประเภทวัสดุ Recycle ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นกิจการที่อาจได้มาโดย ทุจริต อันนี้หมายความว่าเป็นข้อสังเกตนะครับ มีการตรวจสอบใบอนุญาตประกอบอาชีพขาย ทอดตลาดและการค้าของเก่าอย่างสม่ำเสมอ หากพบว่าไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุม การขายทอดตลาดและค้าของเก่า พุทธศักราช ๒๔๗๔ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินคดี ตามกฎหมาย แล้วก็รายงานดำเนินคดีหรือคำพิพากษาที่สุด รวมถึงการรายงานปัญหา อุปสรรคและแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ให้กระทรวงมหาดไทยทราบ นั่นเป็น แนวทางในส่วนกลางนะครับ สำหรับการดำเนินการในส่วนภูมิภาคกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครองได้มีหนังสือสั่งการให้จังหวัดกำชับนายตรวจ บูรณาการร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เรียกว่า ชรบ. พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออก ตรวจตราควบคุมดูแลผู้ประกอบอาชีพขายทอดตลาดและค้าของเก่าในพื้นที่ โดยให้นาย ตรวจสอบสถานที่เก็บทรัพย์สิน สมุดบัญชีสำหรับการขายหรือสมุดบัญชีสำหรับการค้า และตรวจสอบรายการทรัพย์สินว่าตรงกับที่บันทึกไว้ในสมุดบัญชีสำหรับการขายหรือไม่ หรือสมุดบัญชีสำหรับการค้าหรือไม่ จะต้องสามารถแสดงทรัพย์สินหรือพานายตรวจ ไปตรวจทรัพย์สินได้ทันที อันนี้คือเป็นแนวปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นเรื่องของการเฝ้าระวังในการที่จะป้องกันไม่ให้มีการลักลอบขโมยสายไฟและอุปกรณ์ สายไฟนะครับ โดยเน้นย้ำเรื่องการตรวจตราดูแลร้านค้าของเก่า แล้วก็ดำเนินการไปตาม กฎหมายที่เกี่ยวข้องนะครับ นั่นคือแนวทางในส่วนภูมิภาคที่กระทรวงมหาดไทยได้ย้ำเน้นไป ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในการดำเนินการ เพื่อป้องกันเหตุที่เกิดขึ้นนะครับ ภายหลังที่ มีการสั่งการได้รับรายงานจากจังหวัด ตัวอย่างนะครับ จังหวัดตรัง รายงานว่าได้ตรวจสอบ พบว่าร้านค้าของเก่าซื้อทรัพย์ที่ผิดกฎหมาย จึงได้ดำเนินการจับกุมและส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดี ศาลได้สั่งปรับ ๕๐,๐๐๐ บาท ก็คือเป็นแนวทางที่ดำเนินการมาแล้วนะครับ สำหรับหน่วยงานร่วมที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่น กระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงาน หลักรับรายงานและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการดังกล่าวแล้ว ได้มีหนังสือแจ้งไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ๔ หน่วยงานด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงคมนาคม กระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ให้ดำเนินการตามกฎหมายหรืออำนาจหน้าที่ที่ได้รับการรายงานผล ดำเนินการให้กับมหาดไทยทราบนะครับ กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการขอความร่วมมือ จากสถานีตำรวจทางหลวง สถานีตำรวจภูธรในพื้นที่สอดส่องช่วยเฝ้าระวังการเกิดเหตุในการ โจรกรรมสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ผู้นำชุมชนในแต่ละพื้นที่ช่วยกัน สอดส่องดูแลรักษาทรัพย์สินทางราชการ และมอบหมายหัวหน้าหมวดทางหลวงสอบพื้นที่ ร่วมกับองค์กรปกครองท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นกำนันผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจท้องที่ ตำรวจทางหลวง เข้าตรวจสอบร้านรับซื้อของเก่า และมีการตักเตือนห้ามรับซื้อของโจร รวมถึงการติดตั้งหรือ การปรับปรุงสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ให้ยากต่อการโจรกรรม อันนี้เป็นงานของกระทรวง คมนาคมนะครับ🔗
ในส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็ได้รับ รายงานมาว่า ในฐานะที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการดูแลคนเร่ร่อน ซึ่งคณะกรรมาธิการ ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมในการลักลอบสายไฟตามที่ท่านสมาชิกได้นำ สไลด์ให้ดู เป็นเรื่องที่เป็นความกังวลนะครับ เนื่องจากบุคคลเหล่านี้เป็นคนที่ไม่มีที่อยู่อาศัย เป็นการถาวร ไม่มีอาชีพเป็นประจำ อาจจะเก็บของเก่าขาย โดยเฉพาะทรัพย์สินประเภท สายไฟเก่า ลวดทองแดงที่ได้จากการปลอกสายไฟ ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีผลตอบแทนสูง จึงเป็น แหล่งรายได้หนึ่งที่สามารถจะทำให้เกิดการกระทำความผิดได้ อันนี้ก็มีการกำหนดวิธีการนะครับ โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังนี้ ในส่วนของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ๑. จัดตั้งจุดประสานงาน คนไร้บ้าน จุด Drop in โดยบูรณาการดำเนินการร่วมกับทีมสหวิชาชีพและภาคีเครือข่าย เพื่อมุ่งช่วยเหลือและให้ความคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง คนไร้บ้าน ให้เข้าถึงสิทธิและส่งเสริมการมี งานทำให้คนไร้บ้าน โดยการแนะนำสิทธิสวัสดิการได้แก่สิทธิต่าง ๆ ที่พึงได้รับ ไม่ว่าจะเป็น สิทธิของคนพิการ สิทธิผู้สูงอายุ สิทธิการรักษาพยาบาล สวัสดิการแห่งรัฐ การทำบัตร ประชาชน กลับภูมิลำเนา แล้วก็แนะนำปรึกษาด้านอื่น ๆ และส่งเข้ารับการคุ้มครองในสถาน คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง อันนี้ตามความสมัครใจนะครับ สำรวจคนเร่ร่อนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้ง ๕๐ เขต รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำฐานข้อมูลและทะเบียนประวัติคนเร่ร่อนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อประโยชน์ ในการวางแผนและการช่วยเหลืออย่างเหมาะสมต่อไปนะครับ🔗
สำหรับสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดชุดสายตรวจออกตรวจตราสถานที่จุด ล่อแหลมเพื่อป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรมแล้วก็ลักลอบขโมยสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้า🔗
สำหรับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อันนี้ได้มีมาตรการในการ เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่รับผิดชอบ โดยให้หน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวังกลุ่มบุคคลที่ไม่ได้รับ อนุญาตในการเข้ามาในพื้นที่ที่รับผิดชอบ และต้องมีหนังสืออนุญาตในการเข้าปฏิบัติงาน ในพื้นที่อย่างชัดเจน แล้วถ้าพบผู้คนที่ไม่เกี่ยวข้องในพื้นที่ก็ต้องแจ้งให้ตำรวจเข้าไป ดำเนินการทันที เมื่อสักครู่นี้ผมได้ดูรูปในสไลด์นะครับหลายที่เขาก็ทำอย่างนี้ บางทีการ ไปขโมยทรัพย์สิน ขโมยสายไฟหรือว่าที่อยู่ในเขตทางหลวง อันนี้เห็นหลายที่เขาก็มีการจับได้ ปรากฏว่าผู้ร้ายคนที่ไปขโมยเขาก็ไปเอารถเหมือนมีตราทางราชการ ตรากรมทางหลวงแล้วก็ ไปขโมยสายไฟบ้าง ขโมย Guard Rail บ้างอย่างนี้นะครับ คนก็ไม่รู้ว่าเป็นหน่วยงานราชการ จริงไหม ต่อไปนี้เขาจะมีมาตรการในการเข้าไปควบคุมดูแลว่าคนที่จะมาเข้าในพื้นที่ดังกล่าว มีการแจ้งชื่อเข้ามาทำงานหรือไม่ เพื่อสอดส่องดูแล แล้วก็ถ้าไม่มีหนังสืออนุญาตให้มาทำงาน ถือว่าอาจจะเป็นคนที่ไม่หวังดีในการที่จะมาลักขโมยสายไฟหรือลักทรัพย์สินทางราชการ ต่อไป ในเบื้องต้นขอกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกในแนวทางที่คณะกรรมาธิการ ได้ตั้งข้อสังเกตมา แล้วกระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นหน่วยงานในการรับเลือกมาในการบูรณา การก็ดำเนินการในส่วนตรงนี้ไปแล้วครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ สักครู่นะครับท่านสกล สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับทั้ง ๒ คณะ คณะผู้เข้าร่วมโครงการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการเมือง การปกครอง บทบาท หน้าที่ และอำนาจของวุฒิสภาสู่เยาวชนในสถาบันการศึกษา หรือสภาจำลองสัญจร โดยทาง สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้จัดขึ้นนะครับ🔗
อีกคณะหนึ่งจะเป็นคณะของอาจารย์และกรรมการสโมสรนักเรียนระดับชั้น มัธยมปีที่ ๒ ถึงมัธยมปีที่ ๕ โรงเรียนระยองวิทยาคม อำเภอเมืองระยอง ทางท่าน สส. ในเขตพื้นที่ของท่าน สส. ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ เป็นศิษย์เก่ารุ่นพี่ก็ฝากมายินดีต้อนรับด้วย เดี๋ยวจะขึ้นไปต้อนรับน้อง ๆ นะครับ ก็ขอบคุณทั้ง ๒ คณะ แล้วก็ยินดีต้อนรับทั้ง ๒ คณะ เชิญท่านสกลครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีสำหรับ คำถามที่ ๑ นะครับ แล้วก็ได้รับคำชี้แจงที่เกี่ยวข้องกับมีมาตรการระยะสั้นและระยะกลาง ก็กำลังจะเข้าสู่คำถามที่ ๒ พอดีว่าแล้วรัฐบาลมีมาตรการหรือแนวทางแก้ไขปัญหาร้านค้า ของเก่ารับซื้อเศษวัสดุที่ได้รับมาจากการลักลอบขโมยสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าในระยะ ยาวหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด แล้วหากจะไม่เป็นการรบกวนนิดหนึ่งก็คืออยากจะ ทราบว่าปัจจุบัน พ.ร.บ. ร้านค้าของเก่าของกระทรวงมหาดไทยถึงขั้นไหนแล้วที่เมื่อสักครู่ ท่านได้เกริ่นขึ้นมา แล้วก็อยากทราบว่าจะเสนอต่อสภาเมื่อไรครับ ก่อนที่จะเข้าสู่คำถาม ข้อที่ ๓ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสกลถามคำถามที่ ๓ ไปเลยครับ ตามข้อบังคับให้ถามแค่ ๒ ครั้ง🔗
ขออภัยครับ คำถามที่ ๓ ครับ รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมาตรการหรือแนวทางการแก้ไขปัญหาไฟฟ้าส่องสว่าง ที่ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติในกรณีการลักลอบขโมยสายไฟฟ้าอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือการ ชำรุดเสียหายให้กลับมาใช้ได้อย่างเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ทรงศักดิ์ ทองศรี จะทำหน้าที่ในการตอบกระทู้ถาม ท่านสมาชิกในคำถามข้อที่ ๒ นะครับ ซึ่งได้ถามเรื่องแนวทางในการแก้ปัญหาร้านค้าของเก่า ซึ่งเป็นเศษวัสดุที่ได้มาจากการลักลอบสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ ระยะยาวอย่างไร เรื่องนี้ผมขอ อนุญาตกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่ากระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครองได้มีหนังสือแจ้งกำชับ ที่ผมกราบท่านประธานว่ากำชับนายตรวจ อันนี้ไม่ใช่นายตรวจรถเมล์เป็นนายตรวจตามพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและ ค้าของเก่า พุทธศักราช ๒๔๗๔ ให้บูรณาการร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานี ตำรวจภูธรในพื้นที่ เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกตรวจร้านค้าของเก่า รายการ ทรัพย์สิน สิ่งของ และสมุดบัญชีสำหรับการค้าอย่างสม่ำเสมอ ช่วงนี้ก็ย้ำเน้นให้ปฏิบัติ สม่ำเสมอนะครับ แล้วก็มีการตรวจผู้ประกอบการบันทึกรายการทรัพย์สินลงในสมุดบัญชี สำหรับการค้าเป็นหน้าที่ของผู้ค้าของเก่านะครับ หากผู้ประกอบการไม่ดำเนินการบันทึก รายการทรัพย์สินการลงในสมุดบัญชีสำหรับการค้าต้องระวางโทษปรับ อันนี้ปรับเป็นพินัย ไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท ทุกครั้งที่พบการกระทำความผิด โดยปัจจุบันนี้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง สำหรับเรื่องกฎหมายนะครับ กรมการปกครองอยู่ในระหว่างการ ดำเนินการแก้ไขกฎหมาย โดยอาจจะมีการเพิ่มโทษผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับอนุญาตและ ฝ่าฝืนไม่ทำการลงรายสมุดบัญชีให้มีอัตราโทษที่สูงขึ้น อันนี้ก็เป็นแนวทางที่ท่านสมาชิก ได้ถามว่ากฎหมายนี้จะแก้เมื่อไร ก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการนะครับ และกฎหมายทุกครั้ง ที่ออกมาก็ต้องมีการไปรับฟังเสียงประชาชนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญต่อไปนะครับ🔗
ส่วนที่ ๒ กระทรวงมหาดไทยได้ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค ในการกำหนดแผนการป้องกันการลักลอบขโมยสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า และกระทำการเพื่อวัตถุประสงค์ในการก่อความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ และขอความ ร่วมมือให้กรุงเทพมหานคร หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันนี้ก็ไปทำให้พื้นที่ทั้งหลายนี้ มันมีความเรียบร้อย เรื่องของการจัดภูมิทัศน์ จัดดูแลเรื่องความสะอาด อาจจะต้องมีการ จัดงบประมาณในการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดซีซีทีวีให้มันครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อป้องกันปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟและอุปกรณ์ที่เป็นของสาธารณะต่อไป อันนี้ เป็นในคำถามข้อที่ ๒ นะครับ🔗
สำหรับในคำถามข้อที่ ๓ ผมขออนุญาตตอบเลยนะครับ กระทรวงมหาดไทย โดยการไฟฟ้าภูมิภาคได้มีมาตรการในการตรวจสอบระบบไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ นี่กำหนดไว้ เลยว่าปีละ ๒ ครั้งอย่างน้อย รวมถึงมีการแจ้งเตือนสร้างความตระหนักให้กับประชาชน ในพื้นที่เพื่อช่วยสังเกตความผิดปกติในระบบไฟฟ้า แล้วก็มีช่องทางในการแจ้งเตือนโดยส่ง ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หรือมีการติดป้ายประกาศเตือนในพื้นที่ อันนี้คือคนที่อยู่ใน ชุมชนทั้งหลายในพื้นที่ก็ต้องมีส่วนร่วม แต่ว่าการไฟฟ้าเองก็มีมาตรการในการเข้าไปตรวจสอบอย่างน้อยปีละ ๒ ครั้งนะครับ มีการออกแบบมาตรฐานสำหรับการป้องกันการโจรกรรมสายต่อลงดินสำหรับโครงสร้างเสา ขึ้นสายเคเบิลใต้ดินเป็นระบบ ๑๑๕ กิโลโวลต์ อันนี้ก็น่าจะเป็นการป้องกันให้คนที่ไปจับ สายไฟขโมยไม่ได้นะครับ มีการจัดทำแม่กุญแจ Master Key สำหรับล็อกตู้ควบคุมจุดที่มี ความเสี่ยงที่จะถูกการโจรกรรม รวมถึงมีการตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อตรวจสอบจุดเสี่ยง อันนี้ก็เป็นแนวทางที่กระทรวงมหาดไทยก็ย้ำเน้นออกไปนะครับ ในกรณีบางจุดยังไม่มีผู้ใช้ไฟ นะครับ เพราะบางทีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือการไฟฟ้าเองก็อาจจะต่อสายไฟไว้ก่อนเพื่อ ขยายความเจริญเพื่อประชาชนนะครับ ระบบต่าง ๆ เหล่านี้เราก็จะปล่อยไฟออกไปนะครับ เพื่อป้องกันในการที่จะขโมยสายไฟนะครับ ส่วนพื้นที่ไหนที่มีการเดินสายไปแล้วแต่ปรากฏว่า ไม่มีประชาชนได้ใช้ นี่ก็อาจจะมีการที่เขาเรียกว่าเก็บสายไฟไว้ก่อนเพื่อป้องกันการลักขโมย สายไฟ ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้ในการดูแลพี่น้องประชาชนด้านสาธารณะนะครับ แล้วก็หากได้รับแจ้ง ปัญหาเกี่ยวกับสายไฟส่องสว่างจากหน่วยงานเจ้าของทรัพย์สิน อันนี้ผมเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกนะครับว่าส่วนที่ขโมยจริง ๆ แล้วเขาไม่ค่อยได้ขโมยสายไฟของการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นขโมยสายไฟที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของกระทรวง คมนาคม ไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบทนะครับ อันนี้ถ้าหน่วยงานเหล่านี้ เขารายงานมานะครับเราก็จะเข้าไปร่วมไปบูรณาการกันในการที่จะแก้ปัญหาทำให้ไฟฟ้า ที่มันอาจจะดับไปสามารถที่จะติดขึ้นมาทันทีในเวลาที่ไม่นานนักนะครับ ก็เป็นการบูรณาการ ร่วมกันนะครับ แล้วอุปกรณ์ไหนที่มีความชำรุดเราก็ดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือในการแก้ไข ปัญหาร่วม ๆ กัน ไม่ใช่ว่าให้หน่วยงานเดียว อันนี้ก็เป็นแนวทางหนึ่งที่ที่ผ่านมาเราก็ทำ ร่วมกันนะครับ ต่อกรณีที่ท่านได้พูดถึงเรื่องของไฟในเส้นทางหลวงนะครับ ในช่วงนวนคร ประมาณอย่างนี้ ผมฟังมาที่ว่ามีเรื่องของไฟฟ้าดับ ในขณะนี้หน่วยงานของทางราชการ ทุกส่วนก็บูรณาการ ก็ทราบว่าในขณะนี้ไฟฟ้าส่องสว่างก็ได้ติดเป็นปกติแล้ว ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีมากนะครับ ขอบคุณผู้ตั้งกระทู้ถามเช่นเดียวกันนะครับ เป็นอันจบ กระทู้ถามทั่วไปที่ ๒ แล้วนะครับ ก็จะเข้าสู่กระทู้ถามทั่วไปที่ ๓ ครับ วาระที่ ๑.๒.๓ กระทู้ ถามที่ ๔๒๑🔗
เรื่อง ความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวงรัชชโลทร นายอนันต์ ปรีดาสุธิจิตต์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทางท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีอัครา พรหมเผ่า เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนตาม ข้อบังคับ ข้อที่ ๑๕๑ นะครับ ก็ขอเชิญท่านอนันต์ครับ ท่านรัฐมนตรีมาหรือยังครับ🔗
ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรี ขอเลื่อนไปอีกคนหนึ่งครับ🔗
ขออภัยครับไม่มีแจ้งมา ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวผมขอดูระเบียบวาระสักนิดนะครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีติดต่อมาขอเลื่อนเป็นคน ที่ ๔ ของผมครับ ท่านประธานครับ🔗
เดี๋ยวผมขอดูระเบียบวาระสักนิดหนึ่งนะครับ ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตนำระเบียบวาระที่ ๑.๒.๔ ถามเกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการก็มาแล้วพอดีนะครับ เป็นกระทู้ถามที่ ๔๒๓🔗
๓. เรื่อง การเสนอตั้งจังหวัดฝาง นายสมดุลย์ อุตเจริญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ด้วยทางสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่าท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านรัฐมนตรี ทรงศักดิ์ ทองศรี นะครับ เป็นผู้มาตอบกระทู้ถามแทนตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ก็ขอเชิญ ผู้ถามกระทู้ถามนะครับ ท่าน สส. สมดุลย์ อุตเจริญ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สมดุลย์ อุตเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๗ อำเภอฝาง อำเภอ แม่อาย และอำเภอไชยปราการ พรรคประชาชนครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่าน รัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรี ที่มาตอบกระทู้ถามของผมในวันนี้ครับ ผมขอใช้โอกาสนี้หยิบยก ประเด็นที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาโครงสร้างการปกครองและการบริหารราชการแผ่นดิน ของประเทศคือการจัดตั้งจังหวัดฝาง มีความพยายามที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ จนถึงปัจจุบัน ๒๕๖๘ เป็นระยะเวลาถึง ๓๓ ปีที่มีการขอยื่นจัดตั้งจังหวัดฝางถึง ๖ ครั้ง เนื่องจากมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนก่อน ๆ และภาคประชาชนได้เข้าชื่อกันสนับสนุนเป็น จำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของประชาชนทุกภาคส่วนในพื้นที่ ต้องการให้ มีการจัดตั้งจังหวัดฝางอย่างแท้จริง ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
แม้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติ หลายครั้งในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีฉบับใดผ่านการพิจารณาจนสามารถตรา เป็นกฎหมาย จังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่ที่กว้างมากถึง ๒๐,๑๗๐ ตารางกิโลเมตร ทำให้การ บริหารจัดการเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยเฉพาะพื้นที่ของอำเภอฝาง อำเภอแม่อาย และ อําเภอไชยปราการ ก็เป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างที่จะห่างไกลเดินทางจะลำบาก โดยเฉพาะ ตัวเมืองเชียงใหม่ห่างจากพื้นที่ของอําเภอไชยปราการและอำเภอแม่อายที่เป็นอำเภอสุดท้าย ก็คือประมาณ ๑๔๐-๒๑๐ กิโลเมตร ส่งผลให้ประชาชนต้องใช้เวลาในการเดินทาง ๗-๘ ชั่วโมงในการเดินทางเพื่อไปติดต่อราชการและภารกิจสำคัญอื่น ๆ หากมีการตั้งจังหวัดฝาง จะประกอบด้วยอำเภอหลักคือ อำเภอฝาง อำเภอแม่อาย และอําเภอไชยปราการ รวมทั้ง พื้นที่บางส่วนของจังหวัดเชียงราย หากมีการตั้งจังหวัดฝางจะทำให้จังหวัดฝางมีพื้นที่ ถึง ๒,๗๕๔ ตารางกิโลเมตร ๑๐ เหตุผลที่ผมจะกล่าวดังต่อไปนี้ก็คือเหตุผลที่จะขอตั้งจังหวัดฝาง🔗
๑. เพิ่มความสะดวกในการติดต่อราชการของประชาชน ประชาชนต้องเผชิญ กับความลำบากในการเดินทางมาติดต่อราชการ การตั้งจังหวัดฝางจะช่วยให้บริการได้รับการ บริการอย่างทั่วถึง ช่วยให้หน่วยงานของราชการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพรวดเร็วและ ใกล้ชิดประชาชน🔗
๒. เป็นการกระจายอำนาจให้จังหวัดฝางสามารถบริหารจัดการตัวเองอย่างมี ประสิทธิภาพ สามารถพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานได้ เช่น ถนน ไฟฟ้า ประปา ให้เพียงพอ กับความต้องการของประชาชนครับ🔗
๓. ความเหลื่อมล้ำทางสังคมจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้มีสถานศึกษาเพิ่มขึ้น ในพื้นที่ ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน🔗
๔. ด้านสาธารณสุขเพิ่มโอกาสในการจัดตั้งโรงพยาบาลประจำจังหวัดที่มักจะ เรียกกันว่าเป็นโรงพยาบาลศูนย์ จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ที่ ครบวงจรและก็มีโอกาสทางการรักษาเพิ่มขึ้น🔗
๕. เพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจ พื้นที่อำเภอฝาง อำเภอแม่อาย และอําเภอ ไชยปราการเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจภาคเหนือตอนบนอย่างแท้จริงครับ ประชาชนทั้ง ๓ อำเภอ มีอาชีพการเกษตรถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ มีการปลูกพืชเศรษฐกิจหลายอย่าง อาทิเช่น ส้มสายน้ำผึ้งอันเป็นเอกลักษณ์ของอำเภอฝาง ซึ่งหลายคนก็คงจะได้ไปชิมรสนี้เป็นอย่างดี จนกระทั่งติดใจว่าเป็นส้มฝาง ลิ้นจี่ ลำไย มันฝรั่ง กระเทียม หอมหัวใหญ่ รวมทั้งการเลี้ยง โคนมที่มีน้ำนมดิบคุณภาพสูงแห่งหนึ่งของประเทศครับ ซึ่งผลิตได้ถึงวันละ ๑๐๐ ตัน สามารถสร้างรายได้ต่อปีในพื้นที่ทั้งหมด ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ยังมี บ่อน้ำมันฝางที่สามารถผลิตน้ำมันตั้งแต่ ปี ๒๕๐๒ เรียบร้อยครับ🔗
๖. มีแหล่งการท่องเที่ยวหลายแห่ง อาทิ อุทยานแห่งชาติฟ้าห่มปก ซึ่งสูงจาก ระดับน้ำทะเลถึง ๒,๒๘๕ เมตร สูงเป็นอันดับ ๒ ของประเทศไทย รองจากอุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ อุทยานแห่งชาติดอยอ่างขางอันเลื่องลือ เป็นที่ตั้งของสถานีเกษตรหลวง ดอยปู่หมื่นเป็นอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวเนื่องจากเป็นหมู่บ้านที่ไม่มีการใช้ สารพิษเลย แล้วมีต้นชาที่มีความเก่าแก่ถึง ๒,๐๐๐ ปีจำนวนมาก ดอยเวียงผาซึ่งยังคงความ ธรรมชาติอยู่ รวมถึงอุทยานแห่งชาติโป่งน้ำร้อนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของอำเภอฝางด้วย แต่ว่าการตั้งจังหวัดนั้นนี่นะครับเป็นเรื่องที่จะต้องมีการเสนอเป็นพระราชบัญญัติตั้งจังหวัด ซึ่งได้ทราบจากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าได้พูดถึงเรื่องการตั้งจังหวัดฝางมีการตั้งมาหลาย ครั้ง มีการเสนอหลายครั้งแต่ว่าไม่ได้รับการตั้งเป็นจังหวัดสักทีหนึ่ง ในครั้งสุดท้ายมีการขอตั้ง จังหวัดโดยมีการขอแยกอำเภอฝาง อำเภอแม่อาย อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี ประชาชนเข้าชื่อเสนอเป็นร่างพระบัญญัติตั้งจังหวัดฝาง พ.ศ. .... เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒ นะครับ ซึ่งหนึ่งในนั้นขออนุญาตเอ่ยนามท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านเป็น นายกรัฐมนตรี และได้มีการลงนามเห็นชอบในการที่จะเสนอกฎหมายดังกล่าวนี้เข้าสู่การ พิจารณาของสภาเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๔ และต่อมาวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ได้มี การประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ตามมาตรา ๑๕๓ วรรคสอง ได้กำหนดให้ในกรณีที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือ มีการยุบสภาผู้แทนราษฎรภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นการเลือกตั้ง ทั่วไป รัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา แล้วแต่กรณีจะพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมหรือร่างพระบัญญัติที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบต่อไป ถ้ารัฐมนตรี ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปร้องขอภายใน ๖๐ วันนับแต่วันที่มีการประชุมรัฐสภา ครั้งแรกก็สามารถนำมาพิจารณาได้นะครับ แต่ดูจากข้อมูลแล้วปรากฏว่า พ.ร.บ. ฝาง ดังกล่าวไม่มีการนำขึ้นมาพิจารณาภายใน ๖๐ วัน ก็ทำให้ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้น เป็นอันตกไปนะครับ อันนี้ท่านสมาชิกได้กรุณาถามว่า กรุณานำร่างพระบัญญัติจังหวัดฝาง พ.ศ. .... กลับมาพิจารณาใหม่ได้หรือไม่อย่างไร อันนี้ผมตอบแทนเลยนะครับว่า ถ้าเป็น ร่างเดิมที่ตกไปเมื่อพ้น ๖๐ วันไปแล้วก็นำมาพิจารณาไม่ได้ แต่ว่าการตั้งจังหวัดนั้นก็ไม่ได้ ตัดสิทธิอะไรนะครับ เพราะว่าหากมีความประสงค์ก็สามารถดำเนินการเสนอร่างพระบัญญัติ ตั้งจังหวัดฝาง พ.ศ. .... ใหม่ก็ได้นะครับ โดยการพิจารณาดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ตามมาตรา ๑๓๓ ซึ่งกำหนดให้ไว้ว่านะครับ ร่างบัญญัติให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรก่อนและจะเสนอได้โดยคณะรัฐมนตรีหรือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่า ๒๐ ท่านด้วยกัน หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อย กว่า ๑๐,๐๐๐ คนเข้าชื่อเสนอ อันนี้เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญเสนอกฎหมาย และพิจารณาแต่งตั้งจังหวัดใหม่จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การตั้งจังหวัดใหม่นะครับ เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๒๔ อันนี้คือหลักเกณฑ์นะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานถึงหลักเกณฑ์เพิ่มเติมนะครับว่า เช่นเนื้อที่และสภาพ ทางภูมิศาสตร์จังหวัดที่จะจัดตั้งใหม่ต้องมีเนื้อที่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตรขึ้นไป และจังหวัดเดิมควรมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ก็หมายความว่าถ้ามี ๑๐,๐๐๐ ถ้าแบ่งเป็น ๒ จังหวัดของเดิมก็ประมาณ ๕,๐๐๐ นะครับ ของใหม่ก็ ๕,๐๐๐ เหมือนกัน จังหวัดเดิมควรมีจำนวนอำเภอไม่น้อยกว่า ๑๒ อำเภอ และเมื่อแยกไปตั้งจังหวัด ใหม่แล้วควรมีไม่น้อยกว่า ๖ อำเภอ อันนั้นเป็นหลักเกณฑ์ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๒๔ จำนวนประชากรจังหวัดเดิมควรมีประชากรไม่น้อยกว่า ๖๐๐,๐๐๐ คน เมื่อแยกไป ตั้งจังหวัดใหม่แล้วควรมีประชากรไม่น้อยกว่า ๓๐๐,๐๐๐ คน ก็เหมือนว่าจะแบ่งครึ่งอย่าง นั้นนะครับ ลักษณะพิเศษของจังหวัดเป็นท้องที่ที่จังหวัดชายแดนมีปัญหาด้านความมั่นคง มีปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงภายในพื้นที่ของจังหวัดกว้างขวางหรือมีลักษณะยาว สภาพทาง ภูมิศาสตร์เป็นอุปสรรคต่อการตรวจตราการดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนหรือราษฎร อันนี้ก็เป็นหลักเกณฑ์ซึ่งในส่วนที่ท่านได้พูดถึงนี่ผมว่าบางส่วนมันก็เข้าหลักเกณฑ์นะครับ จะ เป็นผลดีต่อการให้บริการประชาชน จังหวัดสามารถตรวจตราท้องที่ได้อย่างทั่วถึง อันนี้ เพราะว่ามันไกลกัน คนที่เดินทางจากฝางมาที่เชียงใหม่นะครับตัวเมืองผมเคยสำรวจเส้นทาง ดูนะครับน่าจะประมาณ มันเป็นภูเขาน่าจะประมาณสัก ๓ ชั่วโมงได้ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดนะครับ และปัจจัยเกี่ยวกับสถานที่ราชการที่มีอยู่และมีความพร้อมด้าน อื่น ๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือว่าเป็นเรื่องที่ต้องรับฟังเสียงพี่น้องประชาชน คล้าย ๆ ประชามติ เพราะว่าการตั้งจังหวัดนี่ไม่ได้เพียงแต่สอบถามอำเภอที่อยากเป็นจังหวัดนะครับ สมมุติว่าตั้ง จังหวัดเชียงใหม่ แยกจากเชียงใหม่ไปจะเป็นจังหวัดฝางนะครับ มันก็ต้องถาม มีแบบสอบถามประชาชนทั้งจังหวัด เห็นด้วยไหมที่จะให้มีการตั้งจังหวัดฝางขึ้นมาในส่วนของ เชียงใหม่ ทีนี้ผมดูจากที่ท่านได้พูดถึงว่าจะมีบางส่วนที่มาจากจังหวัดเชียงรายก็ต้องไปถาม จังหวัดเชียงรายอีก ทุกอำเภอยอมไหมอำเภอนี้ไปรวมเป็นจังหวัดฝางหรือไม่ อันนี้ผมต้อง เรียนท่านประธานและท่านสมาชิกนะครับว่ายิ่งวันนี้เรื่องของการตรากฎหมายอะไรทั้งหลาย นี้ก็ต้องรับฟังเสียงพี่น้องประชาชน ที่ผมต้องเรียนอย่างนี้เพราะว่าในช่วงที่มีการตั้งจังหวัด เสนอ พ.ร.บ. ตั้งจังหวัดฝางก็มีการเสนอ พ.ร.บ. ตั้งจังหวัดบึงกาฬควบคู่กันไปในช่วง ปี ๒๕๕๓ ถึงปี ๒๕๕๔ แต่จังหวัดบึงกาฬนั้นได้ผ่านความเห็นชอบของสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแล้วก็วุฒิสภาแล้วก็นำขึ้นทูลเกล้าลงประกาศใช้เป็นกฎหมาย แล้วก็เป็นกฎหมายที่มี ผลใช้บังคับทันที แต่ที่ต้องเรียนเพราะว่าตอนที่ตั้งจังหวัดนั้นมีการสอบถามความคิดเห็น ประชาชนทั้งจังหวัดหนองคาย มีตัวเลขของความเห็นชอบในการตั้งจังหวัด ๙๘.๘๓ อันนี้ ผมจำได้เพราะว่าผมได้มีโอกาสไปดูแลอยู่ในพื้นที่ตรงนั้นและได้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่เอง ก็มีความตั้งใจแล้วก็มีความเห็นด้วยในการที่จะอยากให้มีการแยกออกไป แต่ว่าหลักเกณฑ์ ทั้งหลายที่ขอแยกการเป็นจังหวัดนั้นก็ครบไปตามหลักเกณฑ์ที่มีมติไว้ในวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๒๔ คือทำทุกด้าน อันนี้ก็เรียนถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าหลักเกณฑ์การตั้งจังหวัดนั้น ก็ต้องมีแนวทางในการที่จะทำอย่างไรให้หลักเกณฑ์มันเข้าให้หมดแล้วก็เสนอเป็นกฎหมาย นะครับ ผมว่าก็เป็นพรรคการเมืองเสนอมาแล้วก็อาจจะต้องให้กระทรวงมหาดไทยโดยผ่าน กรมการปกครองไปรวบรวมวิธีการในการดำเนินการในการที่จะทำให้การตั้งจังหวัดสามารถ ดำเนินการไปด้วยความลุล่วงแล้วก็ตามความต้องการของพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ถาม คำถามที่ ๒ ได้เลยครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน จากที่ท่าน รัฐมนตรีตอบเมื่อสักครู่ที่บอกมีหลักเกณฑ์ต่าง ๆ นานาจะทำให้เราทราบว่าที่ผ่านมาเมื่อ ปี ๒๕๕๒ มีการรับร่างตรงนี้แต่ยังไม่ได้นำเข้าสู่สภา นั่นคือหมายถึงเรามีหลักเกณฑ์ที่อยู่ใน หลักเกณฑ์ที่พอสมควรแล้ว เรามีการยื่นถึง ๖ ครั้ง นั่นคือความต้องการของประชาชน และที่ นำเสนอของจังหวัดเชียงรายเป็นบางส่วนนั้นก็คือเรามีการสอบถามเป็นส่วนมาก แต่ถ้า มีหลักเกณฑ์แบบนี้ก็คงต้องมีการนำเข้าไปสอบถามกับพื้นที่ใหม่ แล้วก็ทำตามที่ท่านรัฐมนตรี แนะนำนะครับ แล้วสำหรับประเด็นตรงนี้ผมก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัด เชียงใหม่ ผมอยากจะสอบถามอีกข้อหนึ่งคือตอนนี้ที่จังหวัดเชียงใหม่มีการรณรงค์ลงชื่อ พระราชบัญญัติเชียงใหม่มหานคร ซึ่งตรงกับนโยบายของรัฐบาลที่เคยหาเสียงไว้ว่าจะให้มี การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเมื่อมีความพร้อม ตอนนี้จังหวัดเชียงใหม่พร้อมแล้ว ถ้าหากมี การแยกอำเภอฝางได้เป็นจังหวัดฝาง อยากจะให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย ได้หรือไม่ครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ทรงศักดิ์ ทองศรี พอดีเป็นการถามกระทู้ถามทั่วไป ซึ่งคำถามนี่ผมก็เรียน ด้วยความเคารพนะครับว่าได้มีคำถามมา ท่านก็จะถามถึงเรื่องของการตั้งจังหวัดฝางเป็น แนวทางเรื่องของฝาง แต่ว่าท่านถามต่อว่าถ้าฝางเป็นจังหวัดตั้งจังหวัดฝางแล้วที่ตัวเชียงใหม่ ใช่ไหมครับจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดได้หรือไม่ ผมว่าเรื่องนี้มันต้องไปแก้กฎหมาย อีกเยอะนะครับ วันนี้จังหวัดเชียงใหม่เป็นการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ขึ้นกับกระทรวงมหาดไทยแล้วก็มี ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งในขณะปัจจุบันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดเองก็พยายามเข้าไปทำหน้าที่ นะครับ ก็คล้าย ๆ ที่ท่านมีความประสงค์มีความต้องการว่าอยากให้คนที่มาทำหน้าที่ในการ บริหารจังหวัดมาจากการเลือกตั้งเราก็พยายามที่เข้าไปดูแลนะครับ แม้แต่เรื่องของการจัดตั้ง งบประมาณทั้งหลายก็เป็นลักษณะคล้าย ๆ ผู้ว่า CEO แต่ว่าเนื่องจากเรามีการบริหาร ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น การที่จะแก้อะไรให้มันไปทั้งหมด ผมว่ามันต้อง แก้กฎหมายหลายฉบับ อันนี้ผมต้องเรียนเบื้องต้นก่อนนะครับ เพื่อให้ท่านสมาชิกได้เห็นว่า มันอยู่ที่การเสนอแก้กฎหมายต่าง ๆ วันนี้เรามีกฎหมายอย่างนี้นะครับ ผู้ว่าเองก็ยังไม่ได้เป็น การปกครองพิเศษในระดับจังหวัดเหมือนกรุงเทพมหานครเหมือนที่อื่น เพราะว่าเราก็ต้องทำ หน้าที่อย่างนี้ไปก่อน แต่สิ่งเดียวที่ผมเชื่อมั่นว่าท่านมุ่งหวังอยากจะให้พื้นที่ของเชียงใหม่มี การพัฒนา พื้นที่มันกว้าง ผมว่าสิ่งหนึ่งที่จะเรียนท่านประธานหรือสมาชิก ผมว่าไปหา แนวทางทำอย่างไรที่ทำให้อำเภอฝางนี้ซึ่งมันมีพื้นที่ที่ถือว่ามันไกล แล้วก็มีแหล่งท่องเที่ยว มีอะไรหลาย ๆ อย่าง ถ้าเรามีโอกาสได้ทำให้ฝางเป็นจังหวัดได้เป็นประโยชน์ เพราะว่า พอเป็นจังหวัดแล้วมันก็จะมีงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นงบผู้ว่า CEO งบประมาณ อบจ. งบประมาณท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการทุกส่วน ก็สามารถที่จะนำงบประมาณทั้งหลายนั้น นำไปพัฒนาพื้นที่ได้ให้เกิดความรวดเร็ว ก็จะเป็นการใช้วิธีการในการพัฒนาอีกแนวทางหนึ่ง ซึ่งมันมีกฎหมายรองรับอยู่ในปัจจุบัน เพียงแต่ว่าเราจะทำอย่างไรให้พื้นที่ดังกล่าวนั้น หรือข้างเคียงที่จะรวมกันจะเป็นจังหวัดมีแนวทางร่วมกันในการที่ทำให้เข้าหลักเกณฑ์ในการ ที่มีมติ ครม. ไว้แล้ว ผมว่าคงไม่ยากนะครับท่านสมาชิก ท่านก็ต้องสื่อสารกับพี่น้องประชาชน นะครับว่าการตั้งจังหวัดนี่มันเป็นประโยชน์จริง ๆ แล้วก็กระทรวงมหาดไทยเองก็มีความยินดี ถ้าว่าหลักเกณฑ์ทั้งหลายมันมีความพร้อมแล้วก็เป็นความต้องการของประชาชนเราก็ยินดี ในการที่จะดำเนินการนะครับ เหมือนที่ผ่านมา ๑๔ ปีของการเป็นบึงกาฬเจริญมากต้อง ยอมรับความจริงนะครับ เป็นจังหวัดสุดท้ายก็เกิดจากความต้องการของพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เป็นอันจบกระทู้ถาม ที่ ๑.๒.๔🔗
ต่อไปผมขออนุญาตย้อนกลับมากระทู้ถาม ระเบียบวาระที่ ๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๔๒๑🔗
๔. เรื่อง ความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวงรัชชโลทร นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ🔗
ด้วยทางสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีหนังสือ แจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมาย ให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือท่านรัฐมนตรี อัครา พรหมเผ่า เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ท่านรัฐมนตรีมาพร้อมแล้ว ก็เชิญท่าน สส. อนันต์ ได้ตั้งกระทู้คำถามแรกครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธานสภาที่บรรจุกระทู้ผมนั้นเข้าสู่วาระการประชุมในครั้งนี้ แล้วขอขอบคุณท่านอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ท่าน เสียสละเวลามาตอบกระทู้ในวันนี้ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะอำเภอเกาะจันทร์ และอำเภอพนัสนิคม ท่านประธานสภาที่เคารพครับ พื้นที่ อำเภอเกาะจันทร์ของผมนั้นมีอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชโลทร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการสุดท้ายของรัชกาลที่ ๙ ที่สร้างไว้ ผมขอเล่าประวัติความเป็นมาของอ่างเก็บน้ำ เขื่อนรัชชโลทร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือชาวบ้านเรียกว่า อ่างเก็บน้ำคลองหลวง โครงการนี้กว่าจะสร้างได้ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า ๔๐ ปี ถ้าย้อนหลัง ๔๐ ปีก็ประมาณปี ๒๕๑๒ ผมกำลังเพิ่งเริ่มเกิด ก็คงเป็นอ่างที่ใช้เวลาค่อนข้างนานยาว เนื่องจากติดปัญหา เนื่องจากติดปัญหาหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะปัญหาเรื่องอีไอเอหรือสารแมงกานีสที่จะก่อให้เกิด มะเร็งให้กับพี่น้องประชาชน และโครงการนี้เป็นโครงการที่ใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านนายกวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การ บริหารส่วนจังหวัดชลบุรี สมัยที่ท่านเป็นเลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ในปี ๒๕๔๓ ท่านมีส่วนผลักดันงบประมาณส่วนหนึ่งมาศึกษาเรื่องสิ่งแวดล้อม หรือสารแมงกานีส จึงทำให้รู้ว่าอ่างเก็บน้ำอ่างนี้ไม่สามารถที่จะขุดลึกลงไปได้ ถ้าขุดลงไปลึก นั้นสารแมงกานีสอาจจะฟุ้งกระจายและเป็นสารที่ก่อเกิดมะเร็งให้กับพี่น้องประชาชน อ่างเก็บน้ำนี้ได้สร้างขึ้นโดยใช้คันดินจากเขาลูกหนึ่งไปเชื่อมอีกด้านหนึ่งประมาณ ๔ กิโลเมตร อ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชโลทรอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าบุญมี ตำบลเกาะจันทร์ อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี สร้างเมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๒ มีพื้นที่เก็บกักน้ำประมาณเกือบ ๒๐,๐๐๐ ไร่ เก็บน้ำได้ประมาณ ๙๘ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ทุกวันนี้ได้เสริม Spillway ขึ้นไปเก็บกักน้ำได้ถึง ๑๔๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ครอบคลุม พื้นที่ประมาณ ๔๔,๐๐๐ ไร่ ใช้งบประมาณค่อนข้างสูง ๖,๗๐๐ ล้านบาท รวมเป็นค่าเวนคืนด้วย มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำสำหรับชลประทาน ๒. ใช้เป็นแหล่งน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค และเหลือเพื่ออุตสาหกรรม ๓. บรรเทาอุทกภัยในเขตอำเภอพนัสนิคม อำเภอเกาะจันทร์ อำเภอพานทองและใกล้เคียง ๔. เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อประโยชน์และในด้านการประมง ผมขออนุญาตถามปัญหาท่านรัฐมนตรี ขออนุญาตถามเป็นคำถามเดียวอยู่ใน ๓ ๔ ปัญหา นะครับท่านรัฐมนตรี ฝากท่านประธานนะครับ คือ ๑. ผมอยากทราบว่าการก่อสร้างคลอง ฝั่งซ้ายและฝั่งขวา อ่างเก็บน้ำคลองหลวงจะมีคลองฝั่งซ้ายและฝั่งขวา เป็นโครงการที่ล่าช้ามาก และคันคลองนั้นยังเป็นทางลูกรัง มีเป็นหลุมเป็นบ่อ โดนพี่น้องประชาชนนั้นร้องเรียนมา ทุก ๆ ปีในยามหน้าฝน แต่ต้องขอขอบคุณท่าน ผอ. มนตรี ผอ. คลองส่งน้ำที่ดูแลพี่น้อง ประชาชน คือผลักดันงบประมาณส่วนหนึ่งไปซ่อมแซม ก็คิดว่าในฐานะอดีตผมเป็น สจ. อยู่มาหลายสมัยก็อยากถามท่านรัฐมนตรีเป็นไปได้ไหมส่วนหนึ่งที่เราจะโอนให้ไปอยู่ใน ท้องถิ่นใดก็ได้ หรือจะ อบต. อบจ. ที่มีศักยภาพ🔗
ประการที่ ๒ คลองส่งน้ำด้านซ้าย คลองนี้มีปัญหาที่สุด คือในเขตเทศบาล ท่าบุญมี เขาเรียกว่าสายชลประทาน ความยาวประมาณเกือบ ๑๐ กิโลเมตร แล้วสูง ๆ ต่ำ ๆ ต่ำตรงไหนก็ลึกประมาณ ๕-๑๐ เมตร สูงก็เป็นร่องคลองที่ใช้คอนกรีตขวางทางเข้าบ้านเขา ขวางทางพี่น้องประชาชน ผมถามว่าที่พี่น้องประชาชนไร่ละเป็น ๑๐ ล้านบาท ตอนนี้ทำ อะไรไม่ได้เลย เพราะ ๑. คลองเส้นนี้ ขอภาพสไลด์นะครับ🔗
จะกั้นทั้งหมดเลย ใช้ความยาวเป็น ๑๐ กิโลเมตร พี่น้องประชาชนตื่นขึ้นมานั้นก็จะเห็นแบบคล้าย ๆ กำแพงมาบังอยู่หน้าบ้าน ก็ฝาก ท่านรัฐมนตรีเราจะมีการเยียวยาหรือแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนในส่วนนี้อย่างไร🔗
ประการที่ ๓ คลองฝั่งซ้ายและฝั่งขวา จะสร้างแล้วไปบังทางน้ำสาธารณะก็ดี ในเขตตำบลนาวังหิน หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๑๐ ตรงนี้น้ำจะท่วมประจำ แล้วก็หมู่ที่ ๗ ตำบล หมอนาง หมู่ที่ ๑ ตำบลนาเริก ทุกปีน้ำท่วมพี่น้องประชาชนนั้นเกิดความลำบาก ข้าวก็ เสียหาย ตอนหน้าแล้งนั้นน้ำก็ไม่สามารถที่จะดูดข้ามอีกฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งได้ ก็อยากจะให้ท่าน ประธานสภาฝากถึงท่านรัฐมนตรีช่วยดำเนินการแก้ไขและตอบปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เชิญท่านรัฐมนตรี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน พี่น้องประชาชน ที่รับชมการถ่ายทอดสดผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาแห่งนี้นะครับ ผม อัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันนี้ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ให้มาตอบ กระทู้ถามกรณีที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่าน สส. อนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พรรคเพื่อไทย เขต ๕ ชลบุรี ที่ท่านได้กรุณาตั้งกระทู้ถามแทนพี่น้องประชาชน กรณีความคืบหน้าของการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองหลวงรัชชโลทร ซึ่งตัวผมเองแล้วก็ ผู้บริหารกรมชลประทานเรามีกำหนดการที่จะเข้าไปตรวจราชการตรวจเยี่ยมความคืบหน้า โครงการในวันที่ ๑๗ มีนาคมที่จะถึงนี้ก็คือวันจันทร์ กำหนดหมายเวลาประมาณสิบโมง อย่างไรก็ฝากท่าน สส. ผู้ทรงเกียรติ ท่านอนันต์ ประชาสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชนที่ทั้งได้รับ ผลกระทบและได้รับผลประโยชน์จากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำของหลวงรัชชโลทร แล้วก็พี่น้อง ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างคลองส่งน้ำทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา เจ้าหน้าที่ขอ Power point ด้วยนะครับ🔗
ที่ท่าน สส. ได้กรุณาตั้งกระทู้ถามในเรื่องของความล่าช้าตลอดจนความคืบหน้าทั้งหมด ทางกรมชลประทานเราได้ดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองหลวงรัชชโลทร ซึ่งปัจจุบัน อยู่ในสภาพที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ ย้อนไปเมื่อประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๘ ที่ทางกรมชลประทาน ได้ก่อสร้างเสร็จแล้วซึ่งมีความจุ ๙๘ ล้านลูกบาศก์เมตร ข้อมูลดังที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้ให้เมื่อสักครู่นี้ จริง ๆ ข้อมูลที่ผมเตรียมมาของท่านรู้สึกจะแน่นกว่าทีมงานที่ผมได้เตรียม มานะครับ ต้องขอชื่นชมที่ท่านได้อยู่ในพื้นที่เป็นอย่างนี้ ท่านทราบข้อมูลเป็นอย่างดีแล้วก็ ทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและทราบถึงความต้องการนะครับ ท่าน สส. ก็เหมือนผมครับ เราเติบโตมาจากท้องถิ่นเหมือนกัน ก่อนที่ผมเป็นรัฐมนตรีผมก็เป็นผู้บริหาร ท้องถิ่นเป็นนายก อบจ. มาเหมือนกัน ก็เข้าใจในความตั้งใจการทำงาน แล้วก็การรับปัญหา พี่น้องประชาชนมา อยากจะเรียนชี้แจงท่านว่าอ่างเก็บน้ำเราสร้างเสร็จเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ แล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสร้างระบบชลประทาน นั่นก็คือการสร้างคลองระบายน้ำ ฝั่งซ้ายก็คือสีเขียวตามที่ Power point ขึ้นในจอ แล้วฝั่งขวาก็คือสีม่วง ซึ่งฝั่งซ้ายมีความยาว ทั้งสิ้น ๒๘.๖๕๕ กิโลเมตร ฝั่งขวาก็มีความยาว ๒๘.๔๖๕ รวมความยาวของคลอง ทั้งสองฝั่ง ฝั่งซ้ายและฝั่งขวาก็ ๕๗.๓๐ กิโลเมตร ซึ่งมีพื้นที่กรมชลประทานฝั่งขวา ๒๑,๑๐๓ ไร่ พื้นที่ชลประทานฝั่งซ้าย ๑๔,๔๘๗ ไร่ ผลงานรวมทั้งโครงการร้อยละ ๙๕.๔๖ ซึ่งขณะนี้ เปิดให้คลองส่งน้ำแล้วกระจายน้ำไปยังพี่น้องเกษตรกร พี่น้องประชาชน ความยาวทั้งสิ้น ๑๙.๓๐ กิโลเมตร ส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทาน ๑๒,๐๐๐ ไร่ เมื่อเสร็จสิ้นปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๘ ทางชลประทานจะเปิดให้ใช้งานคลองส่งน้ำทั้งฝั่งซ้ายทั้งขวาทั้งหมด ซึ่งจะส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทานเพิ่มได้อีก ๑๒,๔๘๗ ไร่ และสามารถดำเนินการโครงการ เสร็จสิ้นภายในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ เมื่อโครงการก่อสร้างคลองส่งน้ำทั้งสองฝั่ง ทั้งซ้าย ทั้งขวาเสร็จสิ้นสามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทานทั้งหมดเป็นพื้นที่ ๔๕,๐๙๐ ไร่ ดังที่ สส. ผู้ทรงเกียรติได้ให้ข้อมูลมา ซึ่งคลองส่งน้ำทั้ง ๒ ฝั่งนี้ แน่นอนอยู่แล้วครับไหลพาดผ่าน ทั้ง ๒ อำเภอ ดังข้อมูลที่ท่าน สส. ให้มาแล้ว ๑๐ ตำบลนะครับ กรณีที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านได้ ตั้งกระทู้ถามถึงความล่าช้าในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองหลวงรัชชโลทรครั้งนี้นะครับ ด้วยสาเหตุโครงการนี้เป็นโครงการพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระองค์ท่านได้มีดำริว่า การก่อสร้างของกรมชลประทานทุกที่จะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนนะครับ หรือกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ให้กระทบกับพี่น้องประชาชนน้อยที่สุดนะครับ เพราะฉะนั้น กรมชลประทานก็ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้นะครับ จึงได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบประมาณ การโครงการนะครับ แต่ด้วยความที่เราแก้ไขแบบทุกครั้งเป็นเชิงเทคนิคทางวิศวกรรม เพื่อความแม่นยำความถูกต้องหลาย ๆ อย่าง แล้วก็ความเหมาะสมทางภูมิประเทศนะครับ ก็มีการแก้ไขแบบแล้วก็ขยายระยะเวลาในการก่อสร้างออกไปนะครับ พอแก้ไขแบบเสร็จ นะครับท่าน ปัญหาและอุปสรรคแล้วก็ภาวะที่ทำให้เกิดความล่าช้าอีกอย่างหนึ่งนะครับ นั่นก็คือนอกจากโครงการของคลองหลวงรัชชโลทรได้ผ่านตำบล ๒ อำเภอและก็ ๑๐ ตำบล แน่นอนว่าต้องผ่านพื้นที่ของพี่น้องราษฎรค่อนข้างเยอะนะครับ กรมชลประทานส่วนหนึ่ง ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้กับทางผู้รับจ้างได้เนื่องจากมีปัญหาในเรื่องของการส่งมอบที่ดิน เนื่องจากมีพี่น้องประชาชนราษฎรบางท่านไม่ยอมรับในการประเมินราคาที่ทางราชการ กำหนดให้แล้วก็ไม่ยินยอมให้เข้าพื้นที่ เมื่อเจอปัญหาเรื่องของการไม่ส่งมอบพื้นที่ชลประทาน ก็ไม่สามารถที่จะส่งมอบพื้นที่ให้กับผู้รับจ้างได้นะครับ ในเมื่อผู้ว่าจ้างไม่สามารถเข้าในพื้นที่ ได้แล้วก็เกิดความล่าช้า ทางชลประทานก็เลยแก้ไขอย่างที่ท่านทราบมาว่ามีการออกพระราช กฤษฎีกาเวนคืนที่ดินตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนที่ดินและการได้มาซึ่ง อสังหาริมทรัพย์นะครับ พอเวนคืนที่ดินเสร็จก็มีการก่อสร้าง ทีนี้ความล่าช้ามันจะต่อเนื่องไป เรื่อย ๆ ท่าน ถ้าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติยังจำได้เมื่อประมาณ ๖-๗ ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเรา แล้วก็ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า-๑๙ หรือโควิด-๑๙ ที่ประเทศไทยเราเหมือนกันที่ได้รับผลกระทบอย่างสูง แล้วก็มาตรการในการเฝ้าระวัง การระงับยับยั้งการแพร่ระบาดก็จะมีการประกาศจากผู้นำประเทศไม่ให้การรวมตัวของ ประชาชนมากตามที่ได้ประกาศออกไป ทำให้ส่งผลกระทบต่อผู้รับจ้างไม่สามารถที่จะเอา แรงงานเข้าไปทำงานในพื้นที่ได้นะครับ อีกทั้งพอมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ เสร็จ ก็จะมีปัญหาเรื่องของวัสดุก่อสร้าง เครื่องจักรไม่สามารถเข้าทำงานได้ก็เกิดความล่าช้า จนโครงการที่ตั้งเป้าไว้ต้องสำเร็จเสร็จสิ้นภายใน ๗ ปี ต้องขยายระยะเวลาออกไป ด้วยปัญหา และอุปสรรคที่ผมกล่าวมาทั้งหมดทำให้โครงการนี้ล่าช้าไปทั้งหมดจาก ๗ ปีต้องล่าช้าไปถึง ๑๗ ปี ใช่ไหมครับท่านอนันต์ครับ ปัจจัยทั้ง ๓ สามอย่างแล้วก็หลาย ๆ อย่างที่ส่งผลให้ความ ล่าช้า ก็อธิบายในคำถามแรกที่ท่านถามมานะครับ สาเหตุที่มันล่าช้าทั้งหมด🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาถามในเรื่องของคลองส่งน้ำ ฝั่งซ้ายเลียบชลประทานที่มีระดับสูงต่ำไม่สม่ำเสมอ และร่องน้ำเป็นคอนกรีตขวางเส้นทาง ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบต่อราคาที่ทำกิน ปัญหานี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตระหนักดีนะครับว่าพี่น้องประชาชนที่อาศัยหรือว่ามีที่ดินติดถนนที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา ถนนเลียบคลองชลประทานส่งน้ำมี ๒ ฝั่ง ฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ฝั่งหนึ่งได้ก่อสร้างเป็น ถนนลาดยางเรียบร้อยแล้วโดยกรมทางหลวงชนบท จริง ๆ แล้วชลประทานเป็นผู้สร้าง แล้วก็ถ่ายโอนไปให้ทางหลวงชนบทนะครับ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ตั้งกระทู้ถาม คำถามมาว่าเป็นไปได้ไหมที่จะถ่ายโอนไปยังท้องถิ่นในเรื่องของถนนที่มันไม่เรียบ ที่ยังเป็น ลูกรังอยู่นะครับ อยากจะเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทราบว่าชลประทานเรามีนโยบาย หลังจากที่โครงการเราเสร็จสิ้นภายในปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๙ แล้ว เรามีนโยบาย บรรจุในแผน ๓ ปีแล้วว่าเราจะต้องก่อสร้างถนนเส้นนี้ให้เสร็จสิ้น แต่ด้วยความที่โครงการ ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ มันยังมีการลำเรียงวัสดุเครื่องจักรหนัก บรรทุกหนัก ยังเข้าในพื้นที่อยู่ เอาเป็นว่าถ้าทางชลประทานโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เราสร้างถนน ที่เป็นถนนคอนกรีตหรือถนนลาดยางเสร็จสิ้นแล้ว กรณีที่มันเกิดชำรุดหรือว่าการก่อสร้างยัง ไม่เสร็จสิ้นเครื่องจักรหนักเข้าทำให้ถนนทรุดโทรมนะครับ ก็จะทำให้รัฐนะครับ ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณ อยากให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้มั่นใจแล้วก็ประชาสัมพันธ์ไป ยังพี่น้องประชาชน ภายในปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ โครงการนี้จะสำเร็จเสร็จสิ้นสมบูรณ์ แล้วทางชลประทานก็จะก่อสร้างถนนเส้นนี้ให้เป็นถนนที่มีความเรียบแล้วก็ลาดยางให้พี่น้อง ได้สัญจรได้ แล้วก็พี่น้องประชาชนที่กังวลในเรื่องของราคาประเมินที่ดินก็จะแก้ปัญหาให้ พี่น้องประชาชนได้สบายใจมากขึ้น แล้วก็ฝากพี่น้องทุกท่านในพื้นที่ของท่าน สส. ผู้ทรงเกียรติ วันที่ ๑๗ ตอนที่ผมได้ผู้บริหารของกรมชลประทานลงพื้นที่ อยากประชาสัมพันธ์ ให้พี่น้องลงพื้นที่แล้วก็ช่วยชี้จุดที่มันสร้างความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนและทุกท่าน ได้รับผลกระทบ อย่างไรเจอกันนะครับ กรณีประเด็นของปัญหาร่องน้ำซ้ายขวาที่ขวางทางน้ำ และคลองสาธารณะ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีแนวทางแก้ไขปัญหานี้อย่างไร คำถาม ข้อที่ ๓ ที่ท่านกรุณาถามดังนี้ สำหรับคลองส่งน้ำทั้ง ๒ สายมีความยาวทั้งสิ้น ๕๗.๓๐ อย่างที่ผมได้กล่าวมาข้างต้นนะครับ มีจุดที่ตัดผ่านร่องน้ำที่มีความเสี่ยงจำนวนทั้งสิ้น ๓๕ แห่ง ในพื้นที่ ๗ ตำบล ได้แก่ ตำบลเกาะจันทร์ ตำบลนาเริก ตำบลนาวังหิน ตำบล ท่าบุญมี ตำบลไร่หลักทอง ตำบลนาปรือ ตำบลหัวถนน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ซึ่งทุก จุดที่ผมกล่าวมากรมชลประทานมีการก่อสร้างท่อลอดคลองส่งน้ำเพื่อระบายน้ำ แต่เนื่องจาก คลองนี้ได้ก่อสร้างมานานทำให้มีตะกอนดินตะกอนทรายและวัชพืชไปขวางทางน้ำเกิดการ อุดตัน ปัจจุบันกรมชลประทานได้บูรณาการร่วมกันกับท้องที่ท้องถิ่น โดยใช้ MOU ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้บันทึกข้อตกลงการทำงานร่วมกันก็คือ MOU เมื่อปี ๒๕๖๗ เมื่อพฤศจิกายนที่ผ่านมานะครับ โดยทำ MOU ร่วมกับสมาคม อบจ. แห่งประเทศไทย สันนิบาตแห่งประเทศไทย แล้ว อบต. แห่งประเทศไทย เราก็จะใช้ MOU นั้นบูรณาการ ร่วมกันนะครับทำการขุดลอก ซึ่งปัจจุบันนี้ทางกรมชลประทานได้ขุดลอกวัชพืชและตะกอนดิน ตะกอนทรายเสร็จสิ้นไป ๑ ตำบลก็คือตำบลนาวังหิน แล้วก็ได้เคลื่อนย้ายเครื่องจักร ไปดำเนินการอยู่ที่ตำบลท่าบุญมี แล้วก็พยายามจะทำให้เสร็จสิ้นก่อนที่ฤดูฝนที่จะมาถึงนี้ อย่างไรฝากท่าน สส. ผู้ทรงเกียรติประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนด้วยนะครับ เจอกันวันที่ ๑๗ มีนาคมนี้ เวลาสิบโมงนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานผมถามรวบไปทีหนึ่งแล้ว ท่านประธานครับ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างสูงที่ให้ความกระจ่างกับพี่น้อง ประชาชน แล้วท่านรีบลงไปแก้ปัญหาในวันที่ ๑๗ เลยก็ถือว่าปัญหานี้มันค้างคาใจพี่น้อง ประชาชนมาเป็น ๑๐ ปีแล้ว ในวันที่ ๑๗ ที่ผ่านมาที่ท่านรัฐมนตรีได้เลื่อนกระทู้ถามผม แล้วผมก็ได้ฝากท่านประธานสภาให้เจ้าหน้าที่บันทึกและส่งให้ท่านคือนิดหนึ่งนะครับ คือในเรื่องขออนุญาตท่านลงไปจะเจอปัญหาในเรื่องหลายอ่างในจังหวัดชลบุรี โครงการ ดินแลกน้ำ ที่เอาเครื่องไปดูดทรายในน้ำ แล้วก็เดี๋ยวคงจะฝากท่านเตรียมข้อมูลเราคงจะให้ พี่น้องประชาชนซักถามในวันนั้น ขอขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ตกลงไม่ถามแล้วนะครับ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เพราะว่าท่านจะลง พื้นที่อยู่แล้ว ขอบคุณรัฐมนตรี ต่อไปกระทู้ถามที่ ๔๒๕🔗
๕. เรื่อง การแก้ไขปัญหาการจัดการขยะของประเทศ นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมติดภารกิจสำคัญที่ได้มีการนัดหมายล่วงหน้าแล้ว จึงขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ต่อไป ๑.๒.๖ กระทู้ถามที่ ๔๒๖🔗
๖. เรื่อง แนวทางการยกระดับทักษะประชากรทุกช่วงวัย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ติดภารกิจ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไป เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ท่านผู้เสนอญัตติท่านที่ จะถามกระทู้ ท่านพริษฐ์ มีอะไรไหมครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอหารือท่านประธาน สั้น ๆ ครับ ก็ได้รับแจ้งจากทางเจ้าหน้าที่ของสภาเมื่อวานว่ากระทู้ถามทั่วไปที่ถูกบรรจุเข้าสู่ ระเบียบวาระ ๑.๒.๖ เรื่อง แนวทางการยกระดับทักษะประชากรทุกช่วงวัย ถูกเลื่อนไปเป็น วันที่ ๑๐ เมษายน ก็ไม่ได้ติดใจในประเด็นนี้ครับท่านประธาน เพราะว่าต้องขอบคุณ ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ประสานมา นอกรอบเพื่อจะหารือว่าวันไหนที่ท่านสามารถเข้ามาตอบกระทู้ถามนี้ได้ แต่สิ่งที่อยาก จะหารือท่านประธานครับก็คือว่าความจริงแล้วเหตุผลที่ผมตั้งกระทู้ถามนี้ไปถึงท่าน นายกรัฐมนตรี เพราะผมเห็นว่าในเรื่องของการยกระดับทักษะประชากรทุกช่วงวัย นโยบาย เรือธงของรัฐบาลชุดนี้เกี่ยวกับการยกระดับทักษะก็คือนโยบาย OFOS หรือว่า ๑ ครอบครัว ๑ Soft Power ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวง อว. ครับ ท่านประธาน แต่บุคคลที่น่าจะรู้ดีที่สุดและรับผิดชอบโครงการดังกล่าวโดยตรงก็คือ ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ Soft Power แห่งชาติ ณ ปัจจุบัน หรือแม้กระทั่งก่อนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีท่านก็เป็นประธาน คณะกรรมการพัฒนา Soft Power แห่งชาติที่ปั้นโครงการนี้ขึ้นมา ก็เลยอยากจะหารือกับ ท่านประธานครับ เรียนกับท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีหรือว่าสำนักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีว่าท่านนายกรัฐมนตรีประสงค์จะมาตอบกระทู้ถามทั่วไปเกี่ยวกับโครงการ ที่ท่านรับผิดชอบด้วยตัวเองหรือไม่ หากประสงค์ความจริงเราเหลือวันพฤหัสบดีประมาณ ๓-๔ สัปดาห์ ที่ท่านสามารถมาตอบได้ แต่หากท่านยืนยันว่าท่านจะไม่ประสงค์มาตอบ ก็ยินดีที่จะยึดเป็นวันที่ ๑๐ เมษายน แล้วก็คิดว่าอย่างน้อยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ก็สามารถตอบในประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อวาระดังกล่าวได้ครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปนะครับ วาระที่ ๑.๒.๗ กระทู้ถามที่ ๔๒๗🔗
๗. เรื่อง ขอทราบผลการดำเนินโครงการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของ รัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน ๑ ต่อ ๔๐๐๐ (One Map) นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็น ผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ เชิญท่านอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ถามท่านรอง นายกรัฐมนตรีเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอ อุทุมพรพิสัย อำเภอห้วยทับทัน และอำเภอเมืองจันทร์ พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นต้องกราบ ขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง ที่ท่านได้กรุณาสละเวลา ของท่านมาตอบกระทู้ที่มีความสำคัญไม่เฉพาะสำหรับพี่น้องชาวจังหวัดศรีสะเกษ แต่เป็น กระทู้ถามที่มีความสำคัญสำหรับพี่น้องรวมทั้งข้าราชการทั่วประเทศ กระทู้ถาม เรื่อง ขอทราบผลการดำเนินโครงการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตรา ส่วน ๑ ต่อ ๔๐๐๐ (One Map) หรือที่เราเรียกกันว่า One Map ก่อนที่ผมจะเข้าสู่คำถาม ผมจะขออนุญาตปูพื้นเรื่องเพื่อให้พี่น้องในอนาคตได้รับฟังจะได้เข้าใจนะครับว่าโครงการ แผนที่ ๑ ต่อ ๔๐๐๐ หรือ One Map นี้ มันมีความสำคัญอย่างไร แล้วมันมีที่มาที่ไปอย่างไร เริ่มต้นนะครับ รวมทั้งระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นที่ดินในพื้นที่ป่าไม้ ที่อุทยาน ที่ ส.ป.ก. นิคมสร้างตนเอง ราชพัสดุ ที่ทางหลวง และที่แม่น้ำ โดยในวันที่ ๒๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ คณะอนุกรรมการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน ๑ ต่อ ๔๐๐๐ One Map และแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐ ซึ่งถูกแต่งตั้งขึ้นภายใต้ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ได้นำผลการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ แบบบูรณาการเสนอคณะรัฐมนตรี โดยได้มีการพิจารณาผลการดำเนินการปรับปรุงแผนที่ แนวเขตที่ดินของรัฐ แบ่งออกเป็นทั้งหมด ๗ กลุ่ม กลุ่มละ ๑๑ จังหวัด ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มี มติเห็นชอบไปแล้วหลายกลุ่ม โดยผมจะใช้เวทีสภาแห่งนี้ยกตัวอย่างเพียงแค่ ๓ กลุ่มนะครับ🔗
กลุ่มที่ ๑ คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ เห็นชอบ ผลการดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ One Map กลุ่มที่ ๑ จำนวน ๑๑ จังหวัด ประกอบด้วย นนทบุรี นครปฐม อ่างทอง สิงห์บุรี สมุทรสงคราม กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร และสุพรรณบุรี เมื่อดำเนินการ เสร็จแล้วสามารถลดพื้นที่ทับซ้อนระหว่างหน่วยงานของรัฐกันเองและหน่วยงานระหว่าง รัฐกับเอกชนได้มากถึง ๑๔.๘๒ ล้านไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด ๓๓.๗๓ ล้านไร่ ใน ๑๑ จังหวัดนี้🔗
กลุ่มที่ ๒ คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๕ เห็นชอบผลการดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ จำนวน ๑๑ จังหวัด ของกลุ่มที่ ๒ ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดจันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ตราด นครนายก นครสวรรค์ ระยอง ลพบุรี ศรีสะเกษ และสระบุรี ส่งผลให้พื้นที่ทับซ้อนลดลงมากถึง ๑๖.๙๑ ล้านไร่ จากพื้นที่ร่วม ๓๕.๘๖ ล้านไร่ คิดเป็น ๔๗.๑๕ เปอร์เซ็นต์ที่ลดพื้นที่ทับซ้อนได้🔗
กลุ่มที่ ๓ คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เห็นชอบแผนที่ One Map ของกลุ่มที่ ๓ ๑๑ จังหวัด ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ ปราจีนบุรี มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ สระแก้ว สุรินทร์ อุบลราชธานี เพชรบูรณ์ และเลย ยกเว้น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา และปราจีนบุรี ส่งผลให้พื้นที่ทับซ้อนในกลุ่มที่ ๓ นี้ลดลงไปมากถึง ๔๘.๗๖ ล้านไร่ จากพื้นที่ร่วม ๘๙.๙๕ ล้านไร่ โดยได้ใช้งบประมาณ ในการทำโครงการแผนที่ One Map ๑ ต่อ ๔๐๐๐ ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๕๙-๒๕๖๖ เป็นจำนวนเงิน ๓,๑๗๖,๕๘๐,๐๐๐ บาท ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ คือค่าสถานีรับสัญญาณ ดาวเทียมถาวร เครื่องรับสัญญาณดาวเทียมแบบเคลื่อนที่ ค่าปรับปรุงพระราชกฤษฎีกา แนวเขตพื้นที่ป่าต่าง ๆ ค่าสำรวจตรวจสอบแผนที่ป่าตามกฎหมาย เมื่อคณะรัฐมนตรี เห็นชอบผลการดำเนินการปรับปรุงแผนที่แล้วหน่วยงานที่ดินของรัฐที่อยู่ในความรับผิดชอบ ต้องปรับปรุงแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน ๓๖๐ วัน และหากไม่แล้วเสร็จสามารถขยายได้อีก ครั้งละไม่เกิน ๑๘๐ วัน แต่ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างนี้ครับท่านประธาน ทั้งพื้นที่กลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ และกลุ่มที่ ๓ คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ และ ๒๕๖๖ ผ่านมาเป็น ระยะเวลา ๒-๓ ปีแล้ว แต่พื้นที่กลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ กลุ่มที่ ๓ ก็ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ไม่สามารถประกาศแผนที่แนบท้ายได้ กลุ่มที่ ๑ ขยายระยะเวลามาแล้วไม่น้อยกว่า ๔ ครั้ง กลุ่มที่ ๒ กลุ่มที่ ๓ ก็ขยายระยะเวลามาแล้วไม่น้อยกว่า ๓ ครั้ง โดยสำนักงานคณะกรรมการ นโยบายที่ดินแห่งชาติ ได้ให้เหตุผลว่ามีข้อจำกัดหลายด้าน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๕ และมติ คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๕ ที่กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำแผนที่ แนบท้ายกฎหมาย โดยต้องแจ้งเวียนให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและรับรองอีกครั้งหนึ่ง มันจึงเป็นการ ทำงานที่ซ้ำซ้อน ผมพูดให้เข้าใจง่ายนะครับวันนี้เรามีแผนที่ One Map ที่ ครม. รับรองแล้ว ๓ กลุ่ม ๓๓ จังหวัด ซึ่งการที่จะทำแผนที่ One Map ได้ต้องเชิญหน่วยงานที่มีที่ดินของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นกรมป่าไม้ กรมอุทยาน กรมที่ดิน ส.ป.ก. และอีกหลายหน่วยงานมาประชุมร่วมกัน ลงพื้นที่ร่วมกันและแก้ไขปัญหาเรื่องการทับซ้อนของที่ดิน ขณะนี้ทำจบไปหมดแล้วจนกระทั่ง เราได้แผนที่ One Map ครม. รับรองแล้ว แต่เนื่องจากติดมติ ครม. เมื่อปี ๒๕๕๕ กับปี ๒๕๖๕ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องทำหนังสือแจ้งเวียนทุกหน่วยงานอีกมันก็ซ้ำซ้อนไปซ้ำซ้อนมา ผมก็ได้ถามผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติเมื่อคราวประชุม กรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ๒๕๖๘ ปีที่แล้วว่าจะทำอย่างไร เพราะพื้นที่ไม่เฉพาะของ ผมจังหวัดศรีสะเกษ แต่อีก ๓๓ จังหวัด แทนที่ชาวบ้านเขาจะได้ใช้ประโยชน์จากที่ดิน วันนี้ลงทุนไป ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทยังไม่มีความคืบหน้าเพราะติดมติ ครม. เมื่อปี ๒๕๕๕ และปี ๒๕๖๕ ผอ. สคทช. ได้แจ้งอย่างนี้ บังเอิญว่าหน่วยงานที่มาชี้แจงงบประมาณต่อจาก สคทช. คือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ท่านเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาก็ได้แจ้งในที่ประชุมพิจารณางบประมาณ ๒๕๖๘ ว่าเรื่องนี้คณะกรรมการสำนักงาน เลขาธิการกฤษฎีกาได้ประสานกับ สคทช. ว่าให้มาปรึกษา ให้มาทำหนังสือ หากไม่รู้ว่าจะ พิมพ์อย่างไรหากไม่รู้ว่าจะทำหนังสืออย่างไรให้มาที่เลขากฤษฎีกา เขามีเจ้าหน้าที่เขาจะได้ ทำให้เพราะเขารู้ว่านี่เป็นข้อจำกัด จะได้ยกเว้นมติ ครม. เมื่อ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ และมติ ครม. ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๕ หน่วยงานรัฐไม่ต้องไปทำหนังสือเวียนซ้ำอีกครั้งหนึ่ง เพราะเสียเวลา ผมไม่แน่ใจว่าวันนี้ สคทช. ได้ประสานกับกฤษฎีกาหรือยัง ได้ทำหนังสือ ขอยกเว้นมติ ครม. ที่มีปัญหา ๒ ครั้งนี้หรือยัง นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติก็ยังได้แจ้งว่าในการทำแผนที่ One Map เป็นแผนที่ดิจิทัล แต่ในการทำแผนที่ ประกาศแนบท้ายต้องทำเป็นกระดาษ ก็ติดอุปสรรคอะไรอีก ท่านพูดมา ผมฟังผมก็ไม่เข้าใจ ผมก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านแผนที่ แต่บังเอิญว่าท่านเลขากฤษฎีกาท่านก็บอกว่าวันนี้ประเทศไทย มีพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ มาตรา ๑๗ และมาตรา ๑๘ ระบุว่าหน่วยงานรัฐสามารถทำเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้ ดังนั้นข้อจำกัดที่ ผอ. สคทช. ได้แจ้งผมในที่ประชุมกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ๒๕๖๘ จึงเป็นการเข้าใจ ที่คลาดเคลื่อน จึงมาสู่คำถามของผมว่าปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติได้ดำเนินการข้อยกเว้นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ไปแล้ว หรือไม่ โดยอยู่ในขั้นตอนใด และหากยังไม่ได้ทำหรือกำลังทำอยู่จะทำเสร็จเมื่อไร เป็นคำถาม ที่ ๑ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามที่ ๑ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก ท่าน สส. อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ที่ท่านได้ตามเรื่องนี้และเห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาของพี่น้อง ประชาชน ทราบว่าท่านตามมาในระยะเวลาหนึ่งแล้ว ต้องเรียนว่าในประเด็นนี้กระผมเอง ในฐานะที่เป็นประธาน คทช. และเป็นรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับผิดชอบในการกำกับ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ขอเรียนชี้แจงท่านสมาชิกดังนี้นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกแพทองธาร ชินวัตร ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ปี ๒๕๖๗ ว่ารัฐบาลจะเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารการจัดการที่ดินของรัฐ โดยการเร่งการจัดทำแผนที่ที่มีความทันสมัย นั่นก็หมายถึงแผนที่ที่ท่าน สส. ได้พูดถึงก็คือ เราเรียกสั้น ๆ ว่า One Map นะครับ หรือแผนที่ที่มีมาตราส่วน ๑ ต่อ ๔๐๐๐ เพื่อยุติความ ขัดแย้งระหว่างข้อพิพาทที่ดินระหว่างหน่วยงานของภาครัฐด้วยกันเอง ระหว่างหน่วยงาน ของภาครัฐกับเอกชน เพื่อให้ประเทศไทยมีแนวเขตที่ดินที่ถูกต้อง ทันสมัย แล้วก็สามารถ ยึดเป็นแนวทางได้ โดยมีระยะเวลาที่ดำเนินการให้แล้วเสร็จ ในการดำเนินการนี้ต้องเรียน ท่านสมาชิกว่ามีอยู่ ๗ กลุ่ม โดยกลุ่มหนึ่งมีประมาณ ๑๑ จังหวัด ปัจจุบันนี้ ครม.ได้มีความ เห็นชอบแล้ว ๔ กลุ่ม ผมขออนุญาตได้ไปนะครับว่าในพื้นที่กลุ่มที่ ๑ ครม. ได้มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ซึ่งพื้นที่ในจังหวัดนี้มี ๑๑ จังหวัด ส่วนมากเป็น กทม. กับพื้นที่ในภาคกลาง พื้นที่กลุ่มที่ ๒ ครม. ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ปี ๒๕๖๕ ๑๑ จังหวัดเช่นเดียวกันเป็นจังหวัดในเขตภาคตะวันออก ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษก็อยู่ ในพื้นที่กลุ่มที่ ๒ เช่นเดียวกันนะครับ พื้นที่กลุ่มที่ ๓ ครม. ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ มี ๑๑ จังหวัด ก็เป็นจังหวัดในภาคอีสานเกือบทั้งสิ้น ก็มีภาคกลางปน อยู่บ้าง มีสระแก้วแล้วก็มีพื้นที่ในจังหวัดในเขตภาคอีสานเป็นหลักนะครับ ขออภัย ในกลุ่มที่ ๔ มีมติเมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๗ ก็เป็นจังหวัดในภาคอีสานทั้งหมด และกลุ่มที่ ๕ อยู่ระหว่างคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบดำเนินการปรับปรุงเส้นแนวเขตที่ดิน อันนี้ก็เป็น จังหวัดในเขตภาคใต้แทบทั้งสิ้น และกลุ่มที่ ๖ ที่ ๗ อยู่ระหว่างการดำเนินการ ๒๐ จังหวัด ก็เป็นทางภาคเหนือ ภาคใต้บางส่วนนะครับ ผมเรียนว่าในกลุ่มที่ ๑ ๒ ๓ ๔ นี้ผ่าน ครม. ไปแล้ว ครม. มีความเห็นชอบแล้ว กลุ่มที่ ๕ อยู่ระหว่างเสนอ ครม. พิจารณา และกลุ่มที่ ๖ ที่ ๗ อนุ One Map จะเห็นชอบภายในเดือนมีนาคม ๒๕๖๘ นี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิก กระผมในฐานะที่เป็นประธานในเรื่องของ ซีอีโอ One Map ผมได้เร่งกำชับ ให้ทุกหน่วยงานทั้งในกลุ่มพื้นที่ที่เห็นชอบแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการให้ดำเนินการ แล้วเสร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดทำดิจิทัล One Map ให้เสร็จในปี ๒๕๗๐ เพราะฉะนั้น ต่อข้อคำถามของท่านสมาชิกในเรื่องนี้ที่ท่านมีความห่วงใยว่าในปัจจุบันนี้สำนักงาน คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติได้ดำเนินการขอยกเว้นการดำเนินการตามมติ ครม. ๒ มติด้วยกัน คือมติเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ และมติ ครม. ในวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๕ ไปแล้วหรือไม่ และอยู่ในขั้นตอนใด ขออนุญาตตอบอย่างนี้นะครับ🔗
เรื่องแรก คทช. ได้ประชุมเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา ได้มีมติ ในการเห็นชอบแนวทางในการปฏิบัติลดขั้นตอนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานในการ ดำเนินงาน One Map และเห็นชอบให้ขอยกเว้นการปฏิบัติตามมติ ครม. ในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ และ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๕ ตามที่ท่านสมาชิกได้ถามมา โดยเฉพาะกรณี การดำเนินการ One Map มอบหมายให้ สคทช. นำเรื่องเสนอ ครม. โดยการพิจารณาต่อไป นะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ คือสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ได้มีหนังสือ ลงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๗ เป็นหนังสือที่ นร.๐๖๐๓/๔๔๘๘ ส่งเรื่องแนวทางในการ ปฏิบัติการลดขั้นตอนและเพิ่มประสิทธิภาพในการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินแบบ บูรณาการ มาตราส่วน ๑ ต่อ ๔๐๐๐ ถึงสำนักงานเลขาธิการ ครม. แล้ว ผมตอบท่านสมาชิกอย่างนี้นะครับว่าทั้ง ๒ เรื่องที่ท่านถามมา ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอเสนอ ให้ ครม. พิจารณาต่อไปนะครับ เราได้ดำเนินการแล้วในเรื่องการขอยกเว้นตามที่ท่านได้ ถามมา และผมเองยังมีความเห็นด้วยกับท่านสมาชิกนะครับว่าในเรื่องของการเวียนหนังสือ ที่มีลักษณะซ้ำซ้อนกันและเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาพอสมควรในการดำเนินการนี้ ขั้นตอนตรงนี้ ถ้าจะมีการดำเนินการให้กระชับหรือมีระยะเวลาที่มีความเหมาะสมโดยผ่านแค่รอบเดียว รอบที่ ๒ ถ้ามันซ้ำกันไม่ต้องผ่านได้หรือไม่ อย่างไร ก็เห็นตรงกับท่านสมาชิกนะครับ ผมเรียน ว่าในฐานะกำกับดูแลในเรื่องนี้จะเร่งรัดนะครับ เร่งรัดทาง สลค. ให้นำเรื่องนี้เสนอเข้าสู่การ พิจารณาของ ครม. ต่อไปนะครับ ที่ท่านถามมาตอนนี้เรื่องจ่อคิวเข้า ครม. แล้วนะครับ ผมเองในฐานะที่เป็นประธานซีอีโอ One Map ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการลดระยะเวลา ในการดำเนินการนี้ เดิม ๓๖๐ วันนะครับ ผมพยายามที่จะขอแล้วก็สั่งการไปยังหน่วยงานว่า ขอเพียง ๑๘๐ วันได้ไหมในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง เมื่อเดือนที่ผ่านมาเราได้เข้าไปแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ในพื้นที่นิคมสร้างตนเองลำน้ำน่าน ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ แล้วก็เร่ง จัดทำในการพิสูจน์สิทธิแล้วก็ทำ One Map เร่งดำเนินการของ ๔ หน่วยงานใหญ่ กรมป่าไม้ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ส.ป.ก. และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จนวันนี้ปัญหาที่มีมายาวนานกว่า ๕๐ ปีได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้วนะครับ ในเรื่องนี้ คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบเมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา แล้วผมก็ได้เร่งรัด ให้เสร็จภายใน ๑๘๐ วันนะครับ ซึ่งเดิมก็พูดเอาไว้ว่า ๓๖๐ วันนะครับ ในเรื่องนี้ผมต้อง ขอขอบคุณท่าน ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ตั้งแต่สมัยท่านนายกเศรษฐา ทวีสิน แล้วก็ท่าน นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ได้มาสั่งการให้ดำเนินการต่อ แล้วก็ต้องขอบคุณท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านวารุจ ศิริวัฒน์ ท่านกฤษณา สีหลักษณ์ ท่านรวี เล็กอุทัย ท่านก็ได้พยายามเป็นตัวแทนแล้วก็แก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ให้กับ พี่น้องประชาชนเช่นเดียวกับที่ท่านมาเสนอในวันนี้นะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ข้อที่ท่าน ถามเรื่องมติ การยกเว้นมติ ครม. ๒ ครั้ง ตอนนี้อยู่ระหว่างนำเข้าเสนอ ครม. เรียบร้อยแล้ว ขอขอบคุณครับ แล้วผมจะเร่งให้นะครับในเรื่องนี้🔗
เชิญ คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นอย่างสูง ที่ได้กรุณาชี้แจงให้ความชัดเจนในครั้งนี้ แล้วก็ต้องขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรอง นายกรัฐมนตรีประเสริฐ จันทรรวงทอง นะครับว่าขณะนี้เรื่องจ่อเข้า ครม. ขอให้เข้าเร็ว ๆ เรื่องนี้ผมทราบนะครับว่าท่านเองก็เป็นผู้แทนราษฎรมายาวนาน รู้ว่าเรื่องนี้มีความสำคัญ ผมเองเป็นผู้แทนราษฎรไม่อาวุโสแต่เห็นความเดือดร้อนของชาวบ้านเวลาเขาไม่มีที่ดินทำกิน เป็นที่ว่างเปล่า เรามีโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินของกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย รู้ว่าที่ตรงนี้เป็นที่ที่เขาทำกินมาตั้งแต่ปู่ย่าตายายแต่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการเดินสำรวจ ออกโฉนดที่ดินได้ ยกตัวอย่างที่ศรีสะเกษ เนื่องจากติดการประกาศเขต ส.ป.ก. ครอบคลุม ทั้งอำเภอ ครอบคลุมทั้งตำบล ทำให้ในพื้นที่เหล่านี้ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการเดินสำรวจ ออกโฉนดที่ดินได้ ชาวบ้าน ชาวไร่ชาวนาอยากจะมีโฉนดก็ไม่มี วันดีคืนดีก็กลัวนายทุนจะมา ฮุบเอาที่ดินของเขา จึงเป็นที่มาของการตั้งกระทู้ถามของผมในวันนี้ว่า สคทช. เมื่อไร จะเดินหน้าทำเรื่องให้มันจบเสียที ทั้งกลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ กลุ่มที่ ๓ กลุ่มที่ ๔ ผ่านมาตั้งหลาย ปี ถ้าผมไม่ใช้เวทีสภาแห่งนี้ ถ้าท่านประธานไม่กรุณาบรรจุกระทู้ถามของผมในวันนี้ ความหวังของชาวบ้านก็ไม่ได้รับการแก้ไข หน่วยงานรัฐไม่ว่าจะเป็นกรมที่ดิน ส.ป.ก. หรือ แม้กระทั่งหน่วยงานที่ถือครองที่ดินของรัฐก็ทะเลาะกันเพราะการทับซ้อนกันของที่ดิน เรื่องนี้ จึงมีความสำคัญ แล้วผมก็เชื่อนะครับว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีในฐานะที่ท่านเป็น ผู้แทนราษฎรหมวกอีกใบหนึ่งมาอย่างยาวนาน ท่านใกล้ชิดประชาชน ผมรู้ว่าท่านก็ต้อง ติดตามเรื่องนี้ให้สำเร็จ และหากเรื่องนี้โครงการ One Map แผนที่ ๑ ต่อ ๔๐๐๐ สำเร็จ รัฐบาลไม่ได้ใช้เงินอะไรเลยครับ ชาวบ้านเขามีโฉนดเขาก็เอาโฉนดไปทำเป็นทุนต่อได้ ไปฝาก ธ.ก.ส. ไปยืมเงิน ธ.ก.ส. มาต่อได้ก็ถือว่าเป็นการช่วยชาวบ้านไปในตัว คำถามของผม หมดแล้วครับมีข้อเดียวก็ฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีช่วยติดตามเรื่องนี้และให้สำเร็จภายใน รัฐบาลยุคนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรี เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขอขอบคุณนะครับที่ท่านได้ให้ความเห็นก็อยากให้ สคทช. ได้เร่งในเรื่องการดำเนินการ เรื่องแผนที่ One Map เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนนะครับ ในเรื่องนี้ผมรับเรื่องนี้ไปดำเนินการนะครับ แล้วก็ในเรื่อง One Map เรามีความตั้งใจที่จะให้ แล้วเสร็จนี่ตั้งใจไว้ในปี ๒๕๗๐ เพราะว่าตอนนี้ก็เสร็จไปแล้วส่วนหนึ่ง เหลืออีกประมาณ ๓ กลุ่ม กลุ่มที่ ๕ กลุ่มที่ ๖ กลุ่มที่ ๗ เพราะฉะนั้นแล้วก็ตามที่ท่านได้นำเรียน ส่วนศรีสะเกษ ก็อยู่ในกลุ่มที่ ๒ ซึ่งขณะนี้ต้องเรียนว่ายังมีหน่วยงานที่ยังดำเนินการตามขั้นตอนของ กฎหมายแล้วก็ของแต่ละหน่วยงานยังรออยู่ไม่ว่าจะเป็นกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมอุทยาน อย่างไรก็ตามถ้ามีการยกเว้นมติ ครม. ตามที่ท่านสมาชิกได้ถามมาสิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ อย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่องของกระบวนการลดขั้นตอนต่าง ๆ ก็ขออนุญาตได้ตอบแล้วก็จะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนตามนโยบาย ของรัฐบาลนะครับ ขอขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะได้ดำเนินการถามและตอบในห้องประชุมห้อง กระทู้ถามแยกเฉพาะแล้วนะครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ก่อนดำเนินการถามและตอบกระทู้ถามเฉพาะ ผมขอชี้แจงให้ที่ประชุมทราบ การตอบและถามกระทู้ถามแยกเฉพาะ แต่ละกระทู้ถามให้ถามและตอบไม่เกิน ๒ ครั้ง และต้องถามตอบให้แล้วเสร็จภายใน ๒๐ นาที ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ ข้อ ๑๗๓ และ ข้อ ๑๖๗ กระทู้ถามที่อนุญาตให้ประชาชนเข้าร่วมรับฟังขอความร่วมมือผู้ได้รับอนุญาต กรุณาปฏิบัติตามระเบียบของสภาผู้แทนราษฎรอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ห้ามใช้เครื่องมือวัสดุหรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุมสู่บุคคลภายนอก หากมีการ กระทำฝ่าฝืนก็จะเชิญออกจากห้องประชุม สำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะวันนี้ เห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการถามและตอบ กระทู้ถามทางผู้ตั้งกระทู้ถามและของท่านรัฐมนตรี ผมขอสลับลำดับการถามต่อกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้🔗
ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๒๑ ของท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์🔗
ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๒๙ ของท่านศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ🔗
ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๓๑ ของท่านฉัตร สุภัทรวณิชย์🔗
ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๓๐ ของท่านเทียบจุฑา ขาวขำ🔗
ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๑๖ ของท่านณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์🔗
ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๑๘ ของท่านว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ไม่มีท่านใดขัดข้องนะครับ🔗
๑. เรื่อง ขอทราบแนวทางการแก้ไขปัญหาสุนัขจร แมวจร และศูนย์ควบคุม และพักพิงสุนัขที่ไม่ได้มาตรฐาน นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทยมีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะได้อนุญาตให้ผู้แทน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถาม ดังนี้ ท่านแรก ท่านรัตนากรณ์ สองแก้ว นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ กลุ่มงานป้องกันโรค กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ท่านที่ ๒ ท่านว่าที่ร้อยตรี สันติ สาตร์ช่วง เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน กลุ่มงาน ป้องกันโรค กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และได้อนุญาตให้ประชาชนผู้ส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถามคือ ท่านขวัญประชา ธรรมศิลป์ ครับ เรื่องสุนัขท่านรัฐมนตรีเข้ามาหลายครั้งที่นี่นะสุนัขจร แมวมันเป็นปัญหาที่จริงก็ไม่อยากแนะนำต้องไปดูที่เวียดนามครับ ต่อไปเชิญท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ถามท่านรัฐมนตรีเป็นคำถามแรกเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดปทุมธานี เขต ๗ อำเภอธัญบุรี อำเภอลำลูกกา แล้วก็อำเภอหนองเสือนะครับ ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณท่านทรงศักดิ์ ทองศรี มาก ๆ ที่ได้สละเวลามาตอบกระทู้ถามในประเด็นปัญหาจริง ๆ ก็เป็นปัญหา ระดับชาติก็เป็นปัญหาที่มีอยู่มานานแล้วก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้ ตรงนี้ก็คือปัญหาเรื่องสุนัขจร แล้วก็แมวจรของประเทศไทย ในส่วนของปทุมธานีเองก็จะมีอยู่ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ตัว แล้วทั่วประเทศไทยก็ประเมินกันอยู่ที่ประมาณ ๘ ล้านตัว สุนัขจร แมวจรเหล่านี้ปกติก็อาศัย อยู่ร่วมกับชุมชนนะครับ แต่บางครั้งก็อาจจะมีปัญหา อย่างเช่น การไล่กัดคน ไล่กวดรถ จนเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง บางครั้งก็เสียชีวิต กรณีที่ผมเห็นต่อหน้าต่อตาเลยก็เคยเกิดขึ้น มีสุนัขนอนอยู่บนถนนแล้วก็มอเตอร์ไซค์ขับแล้วก็ทับสรุปว่าสุนัขตัวนั้นก็เสียชีวิต คนขับ มอเตอร์ไซค์ก็ผ่าตัดสมองนะครับ อันนี้คือหน้าบ้านเลยนะครับตอนนั้นที่เกิดขึ้นประมาณ ๕ ปีที่แล้ว อันนี้คือตัวอย่างปัญหา นอกจากนี้อาจจะมีการเกิดของโรคพิษสุนัขบ้าด้วยผมก็ได้ รับคำเตือนจากทางเทศบาลตำบลอยู่สม่ำเสมอหลาย ๆ รอบว่าช่วงนี้จะมีการระบาดของ พิษสุนัขบ้าเกิดเหตุตรงนี้ตรวจเจอ เกิดเหตุตรงนั้นตรวจเจอ ผมก็จะได้รับข้อมูลตรงนี้ อยู่เป็นประจำนะครับ แล้วปัญหาตรงนี้มันก็จะต่อเนื่องไปถึงการที่มีศูนย์พักพิงของประเทศไทย ไม่เพียงพอกับสุนัขจรก็ทำให้มีผู้ที่มีใจบุญก็นำสุนัขไปเลี้ยงที่บ้านบ้าง นำแมวไปเลี้ยงที่บ้าน บ้างแล้วก็เกิดเป็นค่าใช้จ่ายจำนวนมาก บางครั้งก็มีการรับบริจาค ถ้าเงินบริจาคเขาได้ไม่ เพียงพอสุนัขก็อยู่กันอย่างตามยถากรรมนะครับ แล้วก็ที่ไปเจอมาล่าสุดเมื่อประมาณ ๒-๓ อาทิตย์ที่แล้วทีมงานผมลงไปเพราะว่าได้รับร้องเรียนมาให้ไปช่วยมีบ้าน บ้านหนึ่ง เลี้ยงแมวอยู่ประมาณ ๓๐ ตัว อันนี้เลี้ยงด้วยตัวเองเพราะว่าจากความเมตตาสงสาร แต่อาจจะด้วยความผิดวิธีด้วยก็ปล่อยให้ออกลูกออกหลานจนประมาณ ๓๐ กว่าตัว แล้วก็ คนที่เป็นเสาหลักในการหาเงินเลี้ยงก็ถูกตำรวจจับเข้าคุก ตอนนี้ติดคุกอยู่ก็เลยกลาย เป็นประเด็นปัญหา มันก็กลายเป็นปัญหาสังคมว่าแมวเหล่านี้เมื่อไม่มีอาหารกินก็จะไปขโมย ตามบ้านก่อความเดือดร้อนให้กับเพื่อนบ้าน แล้วก็อาจจะถูกวางยาสักวันหนึ่งนะครับ อันนี้ ก็เป็นปัญหาที่ยกมาให้เห็นในเคสต่าง ๆ หรือแม้แต่บ้านที่เขารับเลี้ยงสุนัขหรือเลี้ยงแมวเอง บางครั้งก็ก่อความเดือดร้อนถ้าเกิดว่าอยู่ในชุมชนก็จะส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ มีการเห่าเสียงดัง อันนี้คือสิ่งเดือดร้อนที่ตามมา ก่อนหน้านี้ผมก็เคยได้ยินว่ารัฐบาลมีนโยบายที่จะฝังชิป พวกสุนัขกับแมวอะไรอย่างนี้นะครับ ก็ไม่รู้ว่าอันนี้จะเป็นนโยบายของทางท่านรัฐมนตรี ในยุคนี้หรือเปล่านะครับ ปัญหาต่าง ๆ ผมก็อยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยว่ากระทรวงมหาดไทยเรา ข้อแรก มีมาตรการในการแก้ไขปัญหาสุนัขจร แมวจร อย่างยั่งยืนได้หรือไม่นะครับ โดยหลีกเลี่ยงการทำร้ายชีวิตเพราะเราก็ทราบกันว่าคน ไทยเราก็เป็นเมืองพุทธ ก็ไม่อยากให้มีการทำร้ายชีวิตของสุนัขจร แมวจร อยากทราบแนว ทางแก้ไขครับ คำถามแรกครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบคำถามแรกครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับ มอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เป็นผู้มาทำหน้าที่ในการตอบกระทู้ ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชน ในจังหวัดปทุมธานี เป็นปัญหา ซึ่งผมเข้าใจว่าหลายท่านก็คิดว่าเป็นเรื่องของความกังวลเป็นปัญหาแล้วก็ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของแมว เรื่องของสุนัขมันก็มี ๒ มุมมองด้วยกันนะครับ บางคนก็ชอบ บางคนก็ไม่ชอบ แต่ว่า ปัญหาที่มันเกิดขึ้นถ้ามันเป็นเรื่องสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในบ้านก็เป็นเรื่องของการดูแล แต่ที่ท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาถามน่าจะเป็นเรื่องสุนัขจรแล้วก็แมวจรก็คือว่าเป็นสัตว์ที่ ไม่มีใครดูแลเป็นเจ้าของอย่างแท้จริงนะครับ แล้วก็มีคนหลายคนพยายามถามว่าแค่สัตว์ เหล่านี้ แค่เราให้อาหารไปทุกวัน ๆ ถือเป็นเจ้าของหรือไม่ มีคนไปตีความว่ายังไม่ถึงเป็น เจ้าของ ต้องถึงขนาดว่าต้องอุ้มสัตว์เหล่านั้นไปหาหมอถึงจะถือเป็นเจ้าของได้และไปเข้า เงื่อนไขกฎหมายเวลามีเหตุอะไรนี่มันจะได้รู้ว่าใครเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดจาก สัตว์ที่เราดูแลนะครับ สำหรับเรื่องที่ท่านได้กรุณาถามเป็นงานที่ไปเกี่ยวข้องกับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ ซึ่งจะต้องมีหน้าที่ในการดูแลสัตว์ต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ของ อปท. เหล่านั้นนะครับ กระทรวงมหาดไทยเองก็ได้วางระเบียบไว้ในการดำเนินการเรื่องของวิธีการ งบประมาณให้กับองค์กรปกครองท้องถิ่นปี ๒๕๔๑ แล้วก็ที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) ปี ๒๕๔๓ องค์กรปกครองท้องถิ่นสามารถตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินการสำรวจข้อมูลจำนวนสุนัขและ แมวนะครับ และขึ้นทะเบียนเอาไว้ซึ่งจะทำให้ทราบถึงจำนวนสัตว์จรจัดในท้องถิ่นและมี การร่วมกับปศุสัตว์ในพื้นที่เพื่อบูรณาการกันในการควบคุมประชากรสัตว์ว่าด้วยการทำหมัน โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองสามารถสนับสนุนงบประมาณเพื่อให้หน่วยงานปศุสัตว์ ในกรณีที่เขาอาจจะไม่มีงบประมาณเฉพาะของเขาหรือมีจำกัด อปท. เองก็สามารถสนับสนุน งบประมาณ อันนี้เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยเงินอุดหนุนขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๙ และนอกจากนี้เพื่อเป็นการป้องกันการทารุณสัตว์และ การแก้ไขปัญหาสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งในที่สาธารณะตามที่ท่านด้วยความห่วงใยนะครับ องค์กร ปกครองท้องถิ่นเองยังสามารถจัดตั้งสถานสงเคราะห์สัตว์หรือประสานขอความร่วมมือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นดำเนินการแทนถ้ามันมีการคาบเกี่ยวกันแล้วก็เห็นว่าพื้นที่อื่น อาจจะมีพื้นที่ว่างเพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและ การจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๗ แล้วก็ประกอบกับระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย ค่าใช้จ่ายในการจัดสวัสดิภาพสัตว์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๒๕๖๒ เราก็สามารถมีการ บรรจุโครงการก่อสร้างสถานีสงเคราะห์สัตว์ไว้ในแผนการพัฒนาท้องถิ่น อันนี้เป็นแนวทาง ซึ่งแต่ละท้องถิ่นเองก็มีหน้าที่มีภารกิจในการที่จะดูแลแล้วก็มีกฎหมาย มีวิธีการเรื่องงบประมาณ ในการที่จะมีเงินไปดำเนินการตามแนวทางในการที่จะสร้างโครงการสร้างสถานสงเคราะห์ สัตว์ได้เพื่อดูแลสัตว์ที่ว่าเป็นสัตว์จร แมวจร สุนัขจรทั้งหลายให้มันมีพื้นที่อยู่ตามหลักเกณฑ์ ที่กฎหมายกำหนดนะครับ และทางนี้นอกจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็ยังได้มีการ ร่วมกับกรมปศุสัตว์นะครับ กรมควบคุมโรค แล้วก็ภาคีเครือข่ายได้ดำเนินการก่อสร้างสัตว์ เขาเรียกว่าดำเนินการโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าตามที่ท่าน เป็นกังวลห่วงใย อันนี้ก็เป็นไปตามพระปณิธานศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี เพื่อให้โรคพิษสุนัขบ้าหมดไปจากประเทศไทย อันนี้ เป็นแนวทางที่เขาเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นปัญหา โดยกรมเองก็ได้มีการดำเนินการดังนี้ นะครับ มีการประชาสัมพันธ์ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ สำรวจข้อมูล พยากรณ์สุนัขและแมวทั้งที่มีเจ้าของและไม่มีเจ้าของนะครับ และมีการขึ้นทะเบียนใน ฐานข้อมูลเพื่อให้ทราบถึงจำนวนของสัตว์และง่ายต่อการบริหารจัดการ โดยจำนวนประชากร สุนัขและแมวที่ได้มีการสำรวจนี่นะครับ จะมีการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ Rabies One Data เพื่อให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นนำไปจัดสรรงบประมาณในการสำรวจให้กับเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานในท้องถิ่นเป็นงบประมาณในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า สำหรับ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ที่ผ่านมานี้มีจำนวนประชากรสุนัขและแมวที่มีเจ้าของและไม่มี เจ้าของในฐานข้อมูลของ Rabies One Data จำนวนทั้งสิ้นประมาณ ๑๐,๙๐๐,๐๐๐ เศษ แสดงว่ามันเพิ่มขึ้นทุกปี ๆ นะครับ โดยกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการสำรวจ และขึ้นทะเบียนสัตว์ในฐานข้อมูลในแต่ละปี ๆ ปีหนึ่งก็มี ๒ รอบด้วยกันนะครับ โดยรอบที่ ๑ ระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม รอบที่ ๒ ก็ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม แล้วสิ่งเหล่านี้ก็เป็นข้อมูลหนึ่งที่สำคัญในการที่จะไปวางระบบในการจัดทำรายละเอียด ในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนทั่วไปนะครับ เป็นค่าสำรวจแล้วค่าขึ้น ทะเบียนสัตว์ แล้วค่าฉีดวัคซีน อันนี้ก็นำไปสำรวจแล้วก็นำไปดำเนินการโดยการตั้ง งบประมาณในจำนวนปีหนึ่งก็มี ๒ งวด ในงวดที่ ๑ ก็คือเดือนมกราคม ในงวดที่ ๒ ก็เดือน มิถุนายน อันนี้ก็เป็นแนวทางในการป้องกันนะครับ🔗
ส่วนที่ ๒ ก็คือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเองก็ได้มีการบูรณาการ โครงการร่วมกับกรมปศุสัตว์นะครับ เพราะว่าเรื่องการทำหมันอันนี้เราต้องใช้หน่วยงานอื่น โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มันเป็นการทำหมันให้กับสุนัขและแมว อันนี้เป็นการ ลดจำนวนการเพิ่มประชากรของสัตว์และแมวที่มีขึ้นนะครับ แล้วก็เป็นปัญหากับชุมชนอันนี้ ก็แต่ละปี ๆ ก็มีการดำเนินการกันนอกจากงบประมาณที่กรมปศุสัตว์มีแล้วถ้าขาดเหลือ อย่างไรเขาก็ร้องขอมาที่ อปท. อปท. เองก็สามารถตั้งงบประมาณเข้าไปอุดหนุนในการที่ จะให้งบประมาณเหล่านี้ไปให้หน่วยงานอื่นในการที่จะนำเงินไปดูแล ไม่ว่าจะเป็นสุนัข หรือแมวจรจัดต่อไปนะครับ แล้วก็ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าในขณะนี้เรามีการตั้ง ข้อบัญญัติ คือท้องถิ่นเองนี่ก็สามารถออกข้อบัญญัติในการควบคุมการเลี้ยง การปล่อยสัตว์ เพื่อใช้บังคับในการควบคุมจำนวนประชากร หมายความว่ามีการออกข้อบัญญัติจะได้รู้ว่า มีคนเลี้ยงเท่าไร มีศูนย์สงเคราะห์สัตว์เท่าไร มีการเรียนเท่าไรนะครับ แล้วก็มีการออก กฎหมายไปแล้วควบคุมและปล่อยสัตว์จำนวนทั้งสิ้น ๗,๒๓๑ แห่งแล้วทั่วประเทศ จากจำนวนทั้งสิ้น ๗,๗๗๒ แห่ง แต่อันนี้ไม่รวม อบจ. กับกรุงเทพมหานครที่เป็นตัวเลขที่ เขาไม่ได้มาร่วมกันนะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนที่ขออนุญาตต่อท่านประธานถึงท่านสมาชิกเรื่อง ของการดูแลและการแก้ไขปัญหาต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
คำถาม ที่ ๒ เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ข้อมูลเพิ่มเติมที่ปัจจุบันนี้เราก็เห็นท่านได้บอกว่าสุนัขจร แมวจร ก็เพิ่มขึ้นทุกปีใช่ไหมครับ ผมก็ได้ศึกษาเรื่องเหล่านี้มาอยู่พอสมควรที่บ้านเองก็รับเลี้ยง แมวจรอยู่ ๑๐ กว่าตัว บ้านน้องสาวก็อีก ๘ ตัวนะครับ ปัญหาที่ผมศึกษามากับการทำหมัน หรือว่าการฉีดวัคซีนการควบคุม หรือแม้แต่การจับไปเลี้ยงในศูนย์พักพิง การจับไปเลี้ยง ตามบ้านนี่จะไม่ทำให้จำนวนประชากรลดลงเลยนะครับ อย่างที่ท่านได้ทราบกันว่าเราทำ หมันเท่าไรก็เพิ่มเป็นจำนวนประชากรเช่นกัน ซึ่งก็เหมือนกับลิงที่ลพบุรีนะครับ ท่านจับ ทำหมันไม่ใช่การแก้ปัญหาเลยนะครับ เพราะว่าท่านไม่สามารถทำหมันได้หมดทุกตัวนะครับ ในประเทศไทยเองก็เหมือนกัน แม้แต่ในชุมชนสมมุติว่าเทศบาลตำบลลำลูกกาแล้วกัน ที่ผมอยู่จับน้องหมาทำหมันหมดเลยทุกตัวนะครับ ทำได้ทุกตัวเลยแต่สุดท้ายแล้วเมื่อมีการ ลดจำนวนในเทศบาลน้องหมาน้องแมวตายลงก็จะมีจากเทศบาลอื่นเข้ามานะครับ เพราะว่า การควบคุมประชากรในพื้นที่มันขึ้นอยู่กับการให้อาหาร แหล่งอาหาร มีมากน้อยแค่ไหน ถ้าแหล่งอาหารมีสำหรับสุนัขร้อยตัวสุนัขก็จะอยู่ประมาณนั้นร้อยตัวนะครับ หรืออาจถ้ามี คนใจดีให้มากขึ้นก็กลายเป็น ๑๑๐ ตัว แต่การลดลงไม่ว่าจะทำหมันหรือไม่ทำหมัน ไม่ว่าจะจับ ขึ้นจะเป็นเลี้ยงดูหรืออะไรก็ตามก็จะมีอยู่ประมาณนั้น ๑๑๐ ตัว เพราะจะมาจากที่อื่น นะครับท่าน เพราะฉะนั้นการที่ให้ทางชุมชนหรือว่าให้ทาง อปท. แก้ปัญหากันเองนี่มันเป็น การแก้ปัญหาที่ไม่ถูกต้องเลยนะครับ เราสามารถที่จะตั้งศูนย์พักพิงให้ เราสามารถที่จะ ทำหมันให้ แต่สุดท้ายจำนวนก็ไม่ได้ลดลงอย่างที่เราก็ทราบกัน อันนี้เดี๋ยวผมยกตัวอย่างมี ประเทศหนึ่งผมจำประเทศไม่ได้เคยอ่านเมื่อประมาณ ๕ ปีที่แล้ว ช่วงนั้นเขาจะมีโอลิมปิก ก็คิดที่จะจัดการสุนัขจร แมวจรทั้งประเทศเลยนะครับ ก็เริ่มที่จะจับไปทำลายเรียกว่าแบบ Extreme มาก ๆ จับไปทำลาย สมมุติว่าเราเริ่มทำลายตั้งแต่ภาคใต้ขึ้นมาเรื่อย ๆ ที่ละ จังหวัด ไล่ลงมา เมื่อไปถึงจังหวัดสุดท้ายจังหวัดภาคใต้กลับมามีสุนัขจร แมวจรเหมือนเดิม อีกแล้ว เพราะฉะนั้นการควบคุมหรือการทำอะไรมันต้องทำทั้งประเทศพร้อมกันนะครับ ถ้าเกิดเรามีนโยบายระดับประเทศนี้มันจะมีทิศทางที่ชัดเจนมากกว่าที่เราจะทำให้แต่ละ ท้องถิ่นไปรับผิดชอบกันเองตามยถากรรมนะครับ ถึงแม้ท่านจะบอกว่ามีงบประมาณแต่ผม ก็มองว่างบประมาณอย่างไรก็ไม่เพียงพอนะครับ ท้องถิ่นแต่ละแห่งเขาจะต้องมีทรัพยากร ที่จำกัดเขาต้องเอาไปใช้ในสิ่งที่มันเรียกว่าเร่งด่วนกว่านะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่านโยบาย ตรงนี้น่าจะเป็นระดับประเทศถึงได้มาเรียนปรึกษาท่านรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยนะครับ อันนี้ก็น่าจะเป็นประเด็นที่ผมขอชี้แจงเพิ่มเติม แล้วคำถามที่ ๒ เราก็มีศูนย์ควบคุมสุนัขจร แมวจร แต่หลาย ๆ ครั้งก็ได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่าไม่ได้มาตรฐานมีสกปรก บ้างหรือว่าทำให้สุนัขติดเชื้อบ้าง ไม่ได้มีการดูแลอย่างเป็นมาตรฐาน ทีนี้ก็อยากจะถามท่าน ว่าท่านมีมาตรการในการดูแลศูนย์เหล่านี้อย่างไรนะครับ ไม่ว่าจะเป็นของทางรัฐบาลเองหรือ ว่าภาคเอกชน เพราะภาคเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนก็มีเยอะแยะเลยนะครับตอนนี้ก็คือดูแล กันเอง ก็อยากทราบรายละเอียดว่าท่านมีแนวทางอย่างไรบ้างครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ทรงศักดิ์ ทองศรี ครับ คือความจริงก็เข้าใจตรงกันนะครับ ถ้าเราสามารถ ที่จะให้แต่ละ อปท. มีศูนย์ มีสถานสงเคราะห์สัตว์ได้ในทุก ๆ แห่งปัญหาที่ อปท. หนึ่งทำแล้ว อีกที่หนึ่งไม่ได้ทำแล้วมันจะไหลมามันก็จะไม่เกิดแล้วครับ แต่ว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นในการ สร้างสถานสงเคราะห์สัตว์มันก็เป็นปัญหาเหมือนกันนะครับ เพราะเวลา อปท. จะทำ ก็จะต้องไปประชาคมสอบถามประชาชนบางทีเขาก็ไม่ชอบสัตว์เหล่านี้ แล้วกลัวมันเดือดร้อน รำคาญมีเสียงดัง มีกลิ่นเหม็นประมาณนี้ก็ไม่ยอมให้สร้าง บางที่สร้างได้ที่ไม่ได้สร้าง มันก็ไหลมาที่มันสร้างก็กลายเป็นการเพิ่มภาระในพื้นที่อีกพื้นที่หนึ่งนะครับ แต่ว่า กระทรวงมหาดไทยเองก็พยายามเร่งรัดเห็นถึงปัญหาเหล่านี้เหมือนกันนะครับ ก็กำหนด นโยบายไปว่าให้ อปท. แต่หลายแห่งถ้าสามารถทำได้ให้ทำ แล้วก็ลักษณะถ้ามีเงินของตัวเอง ก็ใช้เงินงบประมาณของตัวเอง ถ้าไม่มีก็สามารถที่จะขอรับการอุดหนุน เงินอุดหนุนมาให้ สำหรับ อบต. สำหรับ อปท. อื่นก็อาจขอตรงแล้วไม่ว่าจะเป็น อบจ. ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลเมือง เทศบาลนคร เทศบาลตำบลทั้งหลาย ยกเว้น อบต. อาจจะต้องขอมาที่กระทรวงมหาดไทย สำหรับกรมที่ท่านได้ถามคำถามข้อที่ ๒ นะครับ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยได้มีการจัดทำคู่มือแนวทางในการบริหารจัดการสถานสงเคราะห์สัตว์ เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการสถานสงเคราะห์สัตว์ให้ได้มาตรฐาน หรือเพื่อให้เป็น มาตรฐานสากลตามที่ท่านได้ให้ความกรุณาได้มุ่งหวังไว้นะครับ โดยเริ่มต้นตั้งแต่ขั้นตอนการ ขออนุญาตจัดตั้งสถานสงเคราะห์สัตว์ การก่อสร้างสถานสงเคราะห์สัตว์ การรับฟังความคิดเห็น ของประชาชน การดูแลสถานสงเคราะห์สัตว์ให้เป็นไปตามมาตรฐานทั้งในเรื่องของบุคลากร ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลสัตว์นะครับ แล้วก็จัดการสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ให้ได้มาตรฐาน อันนี้ก็ เป็นแนวทางที่ทางกรมเองก็เร่งรัดไปดำเนินการนะครับ อันนี้ก็เรียนเบื้องต้นนะครับว่า สำหรับ อปท. เองนี่เวลาทำก็เข้าเงื่อนไข ถ้าไม่เข้าเงื่อนไขเหล่านี้มันไปสร้างไม่ได้เลยนะครับ แต่ว่าอีกสิ่งหนึ่งที่ท่านได้กรุณาถามถึงเรื่องเอกชนนะครับ เรื่องเอกชนความจริง อปท. เองก็ เข้าไปดูแลเหมือนกัน เพียงแต่ว่าบางทีเราไม่รู้ว่าเอกชนไปทำที่ไหนนะครับ แต่ถ้ามีการทำ อปท. เองก็ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความ เป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองต้องเข้าไปดูแลนะครับ แต่เรื่องการก่อสร้างอาคารมีพื้นที่ เพียงพอที่จะดูแลเรื่องสถานสงเคราะห์สัตว์ใหม่ ดูแลเรื่องความสะอาด ดูแลเรื่องความ เดือดร้อนรำคาญ ซึ่งถ้าไม่มีเหล่านี้เขาก็ต้องกำกับดูแลก็ปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้ไม่มี ปัญหาในชุมชนต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ🔗
โอเคนะ🔗
ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีอีกครั้ง ก็ได้รับคำตอบถึงอยากจะให้เป็นนโยบายระดับชาติก็ตามนะครับ ถ้าเกิดท่านทำได้ก็อยากให้ ท่านพิจารณาตรงนี้ดูนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขออนุญาต พอดีสถานที่ดูแลเป็นหน้าที่ของท้องถิ่นโดยตรงนะครับ ซึ่งท้องถิ่นเองก็เป็นไปตามหลักการ กระจายอำนาจนะครับ บางทีส่วนกลางไปกำกับดูแลมากก็หาว่าเราไม่ให้เขาได้ทำงานตาม เจตนารมณ์ของประชาชนต่อไป อย่างไรก็แล้วแต่ทางกระทรวงมหาดไทยก็กำชับเร่งรัด ออกไปให้ดำเนินการ เพราะว่าปัญหาเรื่องเหล่านี้มันก็กระทบเยอะเหมือนกันต้องหาวิธีการ แต่ด้วยกฎหมายเรื่องของสัตว์เหล่านี้เราไปทำอะไรมันจะผิดกฎหมายนะครับ กฎหมาย เกี่ยวกับเรื่องของสัตว์แต่ก็พยายามทำให้เกิดความรอบคอบแล้วก็ดูแลให้ดีต่อไปครับ🔗
ท่าน สส. กี่เทศบาล🔗
๑๔ เทศบาล🔗
๑๔ เทศบาล ไปเลยไปทุกเทศบาลเลยนะครับ ไปช่วยเขาทำโครงการมีศูนย์หรือยังครับ อย่างน้อยก็เทศบาลละ ๑ ศูนย์ ไปช่วยเขาทำการบ้านนะครับ ขอบคุณครับท่าน สส.🔗
๒. เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาธนาคารหมู่บ้าน ตามแนวพระราชดำริ นายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง ในการนี้เพื่อประโยชน์ ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม สนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ท่านแรก ท่านภาณุพันธุ์ โรจนพานิช นักวิชาการยุติธรรมชำนาญการพิเศษ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดพิษณุโลก กระทรวงยุติธรรม ท่านที่ ๒ ท่านฐิติมา แช่มช้อย นิติกรชำนาญการส่วนทะเบียนมูลนิธิและสมาคม สำนัก การสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และได้อนุญาตให้ประชาชน ผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังในการตอบกระทู้ถาม คือ ท่านพหล มีแก้ว ต่อไปเชิญท่านศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ ถามท่านรัฐมนตรีเป็นคำถามแรก เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก เขต ๕ อำเภอนครไทย อำเภอชาติตระการ แล้วก็อำเภอวัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก พรรคประชาชน วันนี้ขอขอบพระคุณ ท่านผู้แทนของท่านรัฐมนตรีที่สละเวลามาตอบกระทู้ถามนะครับ ผมเองก็มีคำถามที่อยากจะ ถามเกี่ยวกับการดำเนินการของธนาคารหมู่บ้านตามแนวพระราชดำริ ซึ่งธนาคารนี้สร้าง ความเสียหายให้กับพ่อแม่พี่น้องชาวอำเภอนครไทยมากกว่า ๘,๐๐๐ คน ซึ่งธนาคาร ตามแนวพระราชดำรินี้ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๕๔๐ ซึ่งก็ดำเนินกิจการมาโดยอ้างว่ามีการ ดำเนินการร่วมกับสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท ซึ่งสำนักงานนี้ก็ได้มีการยุบไปแล้ว ซึ่งตอนที่ ธนาคารนี้ดำเนินการก็ดำเนินการภายใต้สมาคมนักพัฒนาชนบทแห่งประเทศไทยนะครับ ซึ่งดำเนินการมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งปี ๒๕๖๓ คณะกรรมการก็เริ่มฟ้องกันเอง เริ่มมีการ ยักยอกเงิน เริ่มมีการเรียกว่าทุจริตเกิดขึ้นกรรมการก็เริ่มฟ้องกันเองความเชื่อมั่นของ ชาวบ้านก็เริ่มลดลง ชาวบ้านหลายท่านก็เลยไปถอนเงินจากธนาคารปรากฏว่าธนาคารไม่มี เงินให้เบิกครับ ถอนเงินไม่ได้ปี ๒๕๖๔ ชาวบ้านก็เริ่มร้องไปตามช่องทางต่าง ๆ ทั้งร้องมา ทางศูนย์ดำรงธรรม ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ มีร้องมายังสำนักนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ ซึ่งแนวทางที่ธนาคารใช้แก้ปัญหากับชาวบ้านก็คือตั้งตัวแทนของธนาคารไปข่มขู่ชาวบ้านว่า ถ้ามีการฟ้องร้องจะเบิกเงินไม่ได้ ถ้าไปแจ้งความจะไม่ได้เงินคืน ยอดความเสียหายครั้งแรก เลยที่มีการประเมินกันเนื่องจากมีสมาชิกในธนาคาร ๑๐ สาขาอยู่มากกว่า ๘,๐๐๐ บัญชี ความเสียหายแน่นอนครับไม่ต่ำกว่า ๕๐๐ ล้านบาท แต่ด้วยระยะเวลาที่ดึงยาวมาบวกกับ การข่มขู่ของตัวแทนธนาคารในพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านหลายท่านเกิดความเกรงกลัวและความ ไม่มั่นใจหลายคนก็ถอดใจไม่ได้มาแจ้งความไม่ได้ไปร้องทุกข์ ส่วนหนึ่งก็คือเกิดความ หวาดกลัวจากการข่มขู่ แต่ส่วนใหญ่เกิดจากความไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของ ประเทศเรา ธนาคารตั้งมากถึง ๑๐ สาขาในพื้นที่อำเภอนครไทย จริง ๆ ตั้งอยู่ไม่กี่ตำบลครับ ในอำเภอนครไทย มีสาขาบ้านน้ำทวนเป็นสาขาแรก สาขาบ้านนาบัว สาขาบ้านโนนบึง บ้านนาค้อ บ้านน้ำลอม บ้านไร่พัฒนา บ้านกกกะบาก บ้านโคกเนินทอง แล้วก็บ้านโนน อันนี้ ๙ สาขาเล็ก แล้วก็มีสาขานครไทยซึ่งเป็นแม่ข่ายใหญ่ในการรวบรวมเงินจากทุกสาขามา ทำเป็น ระบบ จนปัจจุบันนี้ยังไม่สามารถคืนเงินให้กับประชาชนพ่อแม่พี่น้องที่เป็นสมาชิกได้ ผมเองก็ ได้ไปทำเรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนที่จะเป็น สส. ตอนปี ๒๕๖๔ ได้รับเรื่องมาผมเองก็ยังไม่เข้าใจว่า ถ้าเป็นธนาคารทำไมถึงเบิกถอนไม่ได้ พอเข้าไปดูจริง ๆ ไม่ได้จดจัดตั้งเป็นธนาคาร ท่านประธาน ไม่ได้จดจัดตั้งเป็นธนาคารแต่ดำเนินภารกิจเป็นแบบธนาคารมีรับฝาก มีถอน มีให้ปันผล มีดอกเบี้ย แล้วก็ปล่อยกู้ ปล่อยกู้ดอกเบี้ยสูงมากเพราะว่าเงินฝากให้ดอกเบี้ยสูง ถึง ๑๐-๑๕ เปอร์เซ็นต์ บอกกับชาวบ้านมีปันผลให้ทุกปี แล้วคนที่เป็นกรรมการแต่ละสาขา มีผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายกท้องถิ่นเป็นผู้บริหารธนาคารอีกด้วย สร้างความเดือดร้อน เป็นอย่างมากแล้วก็กระทบถึงระบบเศรษฐกิจฐานรากของประเทศเรา ผมยกตัวอย่าง กรณีเดียวว่าจากชาวบ้านมีเงิน ๓ ล้านบาท ๓ ล้านบาทท่านประธาน อยู่บ้านนอก ๓ ล้านบาท รวยนะครับถือว่าเป็นเศรษฐีคนหนึ่ง บ้านมีรั้วนะครับ เขาก็เลยเห็นว่าธนาคารมาเปิดเขาก็ อยากจะเอาเงินไปฝากเพื่อสร้างมูลค่าต่อเนื่องเพราะตัวเองเริ่มแก่แล้วไม่สามารถหาเงิน ได้เยอะแล้ว ก็ให้เงินทำงานเอาไปฝากธนาคารเพราะเห็นว่าดอกเบี้ยสูง แต่เขาก็ไม่ได้เชื่อมั่น เสียทีเดียวเขาอุตส่าห์กระจายความเสี่ยงแล้วนะครับ เอาไปฝาก ๓ สาขา ๕ สาขา เงิน ๓ ล้านบาทกระจายแล้วเขามั่นใจว่าเขากระจายความเสี่ยงแล้วครับ ปัจจุบันนี้จากมีเงิน ๓ ล้านบาท บ้านมีรั้ว ปัจจุบันขายบ้านเลี้ยงชีพ ไม่มีอาชีพ เงิน ๓ ล้านบาทไม่ได้คืนแม้แต่ บาทเดียว คำถามครับท่านประธาน🔗
คำถามที่ ๑ กระทรวงมหาดไทยทราบหรือไม่ครับว่ามีปัญหาแบบนี้ สมาคมนี้ สมาคมนักพัฒนาชนบทแห่งประเทศไทยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทยด้วย แล้วก็ใช้ชื่อว่าตามแนวพระราชดำริแต่กลับไม่มีพันธกิจแบบธนาคารเลย ตั้งชื่อว่าธนาคาร แต่ไม่มีพันธกิจแบบธนาคารครับ คำถามแรกคือมหาดไทยทราบหรือเปล่าว่ามีปัญหาแบบนี้🔗
คำถามที่ ๒ สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทที่ธนาคารอ้างมีหลักฐานในการจด จัดตั้งในการก่อตั้งธนาคารนี้ร่วมกับสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทหรือไม่ แล้วในการยุบ สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทเมื่อปี ๒๕๔๕ มีการถ่ายโอนภารกิจเรียบร้อยหรือไม่ เพราะธนาคารเป็นภารกิจหนึ่งของสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทมันจะต้องมีการถ่ายโอน และภารกิจนี้ใครดูแลต่อไปที่ไหน มีการตรวจสอบสมาคมก่อนส่งมอบ ระหว่างส่งมอบ หรือหลังส่งมอบหรือไม่🔗
คำถามที่ ๓ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายกท้องถิ่นอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของท่าน แต่ไปเป็นกรรมการเสียเอง แล้วธนาคารนี้ก็มีพฤติกรรมในการข่มขู่ชาวบ้านด้วยเมื่อได้รับ ความเสียหายแทนที่จะเร่งรัดแก้ปัญหา ไปข่มขู่เขา เมื่อท่านทราบการกระทำความผิดแบบนี้ แล้วทางกระทรวงมหาดไทยจะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างไร ขอบคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีคำถามแรกเชิญครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาเป็นผู้ทำหน้าที่ในการตอบ กระทู้ถามท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ท่านศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณท่านเป็นสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชนจังหวัดพิษณุโลกนะครับ ท่านได้กรุณาถามเรื่องที่จริง ๆ แล้วผมได้เห็นคำถามท่านผมก็ตกใจเหมือนกันนะครับว่าการทำกิจการอย่างนี้ โดยเฉพาะ เกี่ยวกับเรื่องของการเงินทำเหมือนธนาคารที่อยู่ในพื้นที่ ความจริงในอดีตเขาเรียกว่าเหมือน สัจจะออมทรัพย์อะไรประมาณอย่างนั้น ก็เป็นการดำเนินการโดยรวมกันของพี่น้องประชาชน ในแต่พื้นที่ ซึ่งเขาก็ทำกันอยู่แต่ว่าที่นี่ผมดูเป็นเรื่องใหญ่เพราะว่ามีตัวเลขของผู้ที่มีความ เสียหายถึง ๘,๐๐๐ คน แล้วก็มีความเสียหายมูลค่ากว่า ๕๐๐ ล้านบาท ก็เห็นใจเพราะว่าเงินที่ นำมาฝากก็เป็นเงินที่มาจากหยาดเหงื่อแรงกายของพี่น้องประชาชนหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินได้เงิน มาก็มาฝากเพื่อที่จะเป็นทุนที่มีอยู่ในอนาคตต่อไปในเรื่องความมั่นคงของครอบครัว แล้วก็เป็น เรื่องที่เริ่มต้นเกิดตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ ที่ทราบมาแล้วก็เพิ่งมารู้กันอยู่จริง ๆ ตามข้อมูลที่มีปัญหา คือรู้ตอนที่มันเป็นปัญหาประมาณปี ๒๕๖๔ ประมาณอย่างนี้นะครับผมเรียนท่านประธาน นะครับว่าเรื่องนี้กระทรวงมหาดไทยโดยกรมการปกครองได้มีการตรวจสอบ แล้วพบว่า สมาคมนักพัฒนาหมู่บ้านแห่งประเทศไทยได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจัดตั้งโดยผู้บังคับการ กองตำรวจสันติบาล ๒ ซึ่งเป็นนายทะเบียนสมาคมประจำกรุงเทพมหานครในขณะนั้นเมื่อปี ๒๕๔๓ และต่อมาได้มีการโอนภารกิจเกี่ยวกับทะเบียนสมาคมให้กรมการปกครองรับผิดชอบ ในปี ๒๕๔๓ ซึ่งกรมการปกครองเองได้มีการตรวจสอบวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสมาคม ดังกล่าว ปรากฏว่าสมาคมมีวัตถุประสงค์ตามข้อ ๔.๑ ว่าเพื่อนำยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหา ความยากจนตามแนวพระบรมราโชวาทที่ให้ไว้ในการดำเนินการธนาคารหมู่บ้านตามแนว พระราชดำริทั่วประเทศ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเองเห็นว่าการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับ ธนาคารหมู่บ้านตามแนวพระราชดำริมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของสมาคมขั้นต้น อันนี้เราตรวจสอบเพราะว่าหลังจากมีการรับโอนเรื่องของสมาคมเมื่อก่อนอยู่ในเรื่องของ ตำรวจสันติบาล ๒ เขาดำเนินการพอเรารับโอนมาเราไม่มีการตรวจสอบนะครับ แล้วในห้วง เวลาที่สมาคมได้ดำเนินการเกี่ยวกับกิจการธนาคาร หมู่บ้านตามแนวพระราชดำริ ในพื้นที่ อำเภอนครไทยตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวถึงนะครับ กระทรวงมหาดไทยโดยนายอำเภอนคร ไทยได้มีการติดตามและตรวจสอบการดำเนินการของธนาคารอยู่เป็นระยะ นับตั้งแต่ ปี ๒๕๔๗ ตามที่กระทรวงมหาดไทยรับหน้าที่ในการดูแลมา ซึ่งเป็นห้วงระยะเวลาที่ กระทรวงมหาดไทยได้รับมอบหมายกิจการจากสมาคม จนปี ๒๕๖๔ ไม่มีเรื่องร้องเรียน ก่อน หน้านี้นะครับไม่ได้มีเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกระทบการดำเนินการของธนาคารนะครับ แต่ ว่าต่อมาได้มีการร้องเรียนมาที่ศูนย์ดำรงธรรม หมายความว่าหลังจากปี ๒๕๖๔ ศูนย์ดำรง ธรรมที่จังหวัดพิษณุโลกกระทรวงมหาดไทยเองก็ได้มีการสั่งการให้มีการตรวจสอบทันที ทำ ให้ทราบว่าธนาคารหมู่บ้านดังกล่าวนี้ที่อ้างว่าเป็นตามแนวทางพระดำริมีการดำเนินการใน ลักษณะที่เป็นขัดต่อพระราชกำหนดการให้กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. ๒๕๒๗ ตามจริงกฎหมายนี้มันมีก่อน ๒๕๓๙ อันนี้ผมดูข้อมูลผมก็ยังสงสัยว่าทำไมกิจการเหล่านี้ถึงได้ ดำเนินการมาจนเป็นปัญหาในปัจจุบัน แล้วก็ในปัจจุบันนี้มีการดำเนินการส่งสำนวนฟ้องคดี ไปยังพนักงานอัยการแล้วนะครับ ๑๐ คดี และพนักงานอัยการได้มีการสั่งฟ้องคดีไปแล้ว ๑ คดี คือธนาคารหมู่บ้านตามแนวพระราชดำริ สาขาบ้านน้ำทวน โดยมีอดีตนายกองค์การ บริหารส่วนตำบลนาบัว ซึ่งเป็นแกนนำเครือข่ายธนาคารหมู่บ้านตามแนวพระราชดำริใน พื้นที่อำเภอนครไทยเป็นประธานสาขา อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ในขณะนี้ทางมหาดไทยจังหวัดได้ ดำเนินการไป ได้มีการจับกุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลายไป ในขณะนี้ผมก็ทราบว่าคนที่ โดนจับกุมยังอยู่ในการกักขังตัวอยู่ ไม่ปล่อยออกมานะครับ แต่ว่าก็เป็นขั้นตอนทางกฎหมาย ซึ่งมหาดไทยก็เรียนให้ทราบว่าเพิ่งทราบจริง ๆ ตอนที่มีเรื่องของการร้องเรียนก่อนหน้านี้ ไม่มีเรื่องการร้องเรียนเลยก็คิดว่าเป็นกิจการซึ่งประชาชนสามารถทำได้เป็นลักษณะเหมือนการ ออมทรัพย์กันเองในระดับหมู่บ้านเหมือนสัจจะออมทรัพย์เมื่อก่อนสัจจะออมทรัพย์เอง ก็น่าจะเป็นของกรมการพัฒนาชุมชนในการดำเนินการ ในเบื้องต้นผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานในข้อที่ ๑ เท่านี้ก่อนนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่าน สส. คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมศุภปกรณ์ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก เขต ๕ ครับ เมื่อสักครู่ ตอนคำถามที่ว่าตอนยุบเร่งรัดพัฒนาชนบทมีการถ่ายโอนภารกิจหรือไม่ คืออย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ การดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดก็ส่วนหนึ่งว่าจะติดคุกหรือจะอะไร มันก็ส่วนหนึ่ง แต่ถามว่าชาวบ้านเองที่เป็นผู้เสียหายอยากให้มีการดำเนินคดีถึงขั้นติดคุก ติดตารางกันไหม จริง ๆ เขาไม่อยากให้ดำเนินคดีอย่างนั้นกันหรอกครับ เพราะว่าผู้ที่กระทำ ความผิดก็ญาติพี่น้องกันนั้นใช่ไหมครับ คนในหมู่บ้าน คนในตำบล แต่เนื่องจากพอเกิด ความเสียหายแล้วแทนที่จะรับผิดชอบหรือออกมายอมรับผิดหรือมีกระบวนการใด ๆ ในการเยียวยาผู้เสียหายกลับกลายเป็นการข่มขู่ ชาวบ้านไม่ได้อยากให้ติดคุกแต่เขาอยากได้ เงินคืนเพราะชาวบ้านหมดตัวไปเยอะนะครับ เพราะชาวบ้านเขาก็อย่างที่ท่านพูดมา เมื่อสักครู่ว่าเป็นหยาดเหงื่อแรงงานของเขา จริง ๆ มันคือชีวิตเขาแล้วครับ ชีวิตสุดท้าย ของเขาแล้วด้วย แล้วมันก็จะสร้างปัญหาให้กับสังคมด้วยตรงที่ว่าพอเงินหมดเขาก็ต้องไป สร้างหนี้เพิ่มเติมมันก็เป็นการซ้ำเติมปัญหาในระดับเศรษฐกิจฐานรากไปอีก ตรงนั้นไม่พูดถึง เอาเป็นว่าที่ทางท่านผู้ตอบคำถามกังวลมาว่าเป็นธนาคารตามแนวพระราชดำริ อันนี้ยิ่งต้อง กังวลไปใหญ่คือจะบอกว่าสมาคมถ่ายโอนมาจากสำนักงานตำรวจมาอยู่กับท่านตอน ปี ๒๕๔๗ ก็เลยไม่ได้ตรวจสอบมันก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะว่ายิ่งพันธกิจของสมาคม มีการใช้ชื่อตามแนวพระราชดำริประชาชนก็จะเข้าใจได้ว่าสำนักพระราชวังสนับสนุน หรือเปล่า เข้าคำถามเลยครับ🔗
คำถามที่ ๑ คือการขอใช้ชื่อและตราสัญลักษณ์ว่าธนาคาร หมู่บ้านตามแนว พระราชดำริ แล้วใช้ตราสัญลักษณ์ฉลองครบรอบ ๕๐ ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ขึ้นไปติดที่ทำการธนาคารและติดที่เล่มสมุดเงินฝากมันอาจจะทำให้ประชาชน เข้าใจผิดหรือไม่ว่าสำนักพระราชวังสนับสนุนให้เกิดโครงการแบบนี้ ผมเชื่อว่าสำนัก พระราชวังเองอนุญาต คือทางธนาคารนี้ก็ได้ยื่นกับทางตำรวจมาว่าขออนุญาตถูกต้อง ผมเชื่อ ว่าขออนุญาตถูกต้องแต่สำนักพระราชวังไม่มีเจตนาให้มาโกงชาวบ้านแบบนี้แน่นอน ผมเชื่อ สนิทใจว่าสำนักพระราชวังไม่ได้ส่งเสริมให้ท่านทำแบบนั้น แต่ทาง มท. เองได้ตรวจสอบ หรือไม่และจะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาตรงนี้อย่างไรเพื่อไม่ให้กระทบกับเบื้องบน🔗
คำถามที่ ๒ ยังมีธนาคารแบบนี้อีก ๕๙ สาขา ใช้ชื่อแบบนี้อีก ๑๒ จังหวัด ท่านจะมีแนวทางในการป้องกันและแนวทางในการรับมือกับปัญหาข้างหน้าอย่างไร ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขออนุญาตพอดีในคำถามข้อที่ ๑ อาจจะยังตอบไม่ครบโดยเฉพาะเรื่องของ รพช. สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทที่มีสถานะเป็นกรม คือในขณะนี้รพช. ได้ยุบไปแล้วไปเป็น ทางหลวงชนบทบ้าง เป็นกรมโยธาธิการบ้าง แต่ว่าที่ท่านได้กรุณาถามถึงว่าเป็นสำนักงาน รพช. แล้วเหมือนมีการถ่ายโอนภารกิจ ความจริงภารกิจเรื่องธนาคารไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ รพช. เลย แต่มีเจ้าหน้าที่ของ รพช. เท่านั้นไปร่วม อ้างตัวเป็น รพช. เท่านั้น แล้วก็ไม่ใช่ ภารกิจที่จะถ่ายโอนได้ ไม่ใช่ภารกิจถ่ายโอน เพราะฉะนั้นไม่เกี่ยวกับ รพช. แต่ว่าเกี่ยวกับคน ที่อยู่ใน รพช. ไปรวมตัวกันแล้วก็ไปเกี่ยวข้องกับการตั้งธนาคารหมู่บ้านดังกล่าวนะครับ🔗
ในส่วนที่ ๒ ในเรื่องของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเรามีการดำเนินคดีไปแล้ว ๑๐ คดี แล้วก็ในเรื่องของวินัยต่าง ๆ ก็ดำเนินการไปในขณะนี้ผมไม่อยากเอ่ยถึงว่าใคร โดนบ้างแต่ว่าเยอะมากนะครับ ใครที่เกี่ยวข้องผมว่าด้านกฎหมายเขาไม่เอาไว้อยู่แล้ว ในการดำเนินการนะครับ อันนี้ก็เรียนท่านประธานท่านถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ🔗
สำหรับคำถามข้อที่ ๒ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานถึงท่านสมาชิก ว่ากระทรวงมหาดไทยเอง อันนี้ได้มีการตรวจสอบก็เห็นว่าการนำตราสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติ ในวโรกาสต่าง ๆ ไปใช้ในวาระหรือโอกาสอันเป็นมงคลนั้นเป็นเรื่องที่หน่วยงานราชการ ภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปพึงกระทำ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ โดยผู้นำไปใช้จะต้องได้รับอนุญาตและจะต้องมีรูปแบบ และสีที่ถูกต้องตามต้นแบบที่ทางราชการกำหนด อันนี้ก็เป็นแนวทางซึ่งทุกคนต้องปฏิบัติ อย่างนี้ แต่ในกรณีที่สมาคมนักพัฒนาหมู่บ้านแห่งประเทศไทยได้ขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์ ฉลองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปีนั้น จากการตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทยพบเอกสาร หลักฐานจากพนักงานสอบสวนที่ สภ. นครไทย ที่มีเนื้อหาระบุว่าสมาคมได้รับอนุญาตจาก สำนักราชเลขาธิการให้ใช้ตราสัญลักษณ์ประดิษฐ์สถานที่ป้ายชื่อธนาคารหมู่บ้านตามแนว พระราชดำริและมีการพิมพ์ที่ปกหนังสือคู่มือจัดตั้งและบริหารธนาคารหมู่บ้านเท่านั้นนะครับ ที่ขออนุญาต แต่จากข้อเท็จจริงทราบว่าธนาคารได้มีการนำตราสัญลักษณ์ดังกล่าวไปใช้ใน ลักษณะการสร้างความน่าเชื่อถือแก่ธนาคารอันนี้หมายถึงธนาคารหมู่บ้านนะครับ ซึ่งอาจ เป็นเหตุจูงใจให้ประชาชนหลงเชื่อว่าการดำเนินการกิจการธนาคารเป็นโครงการตามแนว พระราชดำริจริง ซึ่งถึงแม้ว่าปรากฏเอกสารว่าสมาคมได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ราชเลขาธิการให้นำตราสัญลักษณ์ไปใช้ แต่หากนำไปใช้อย่างไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดความ เสียหายต่อประชาชนและอาจกระทบกระเทือนต่อพระเกียรติยศ ประกอบกับการมีเรื่อง ร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการดำเนินการของธนาคารนะครับ เรื่องนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกได้สั่งการให้ผู้แทนสมาคมซึ่งเป็นแกนนำผู้ดำเนินการกับธนาคาร ดังกล่าวในอำเภอนครไทยจังหวัดพิษณุโลก ให้สมาคมและธนาคารงดใช้ตราสัญลักษณ์ ในลักษณะที่นอกเหนือจากที่รับอนุญาตจากสำนักราชเลขาธิการ แล้วกระทรวงมหาดไทยเอง ก็ได้มีข้อสั่งการไปยังทุกจังหวัดเพื่อให้การดำเนินการตรวจสอบนำตราสัญลักษณ์ ทราบว่า ธนาคารอย่างนี้มีไปทำอีกหลายจังหวัดด้วยกันประมาณสัก ๑๒ จังหวัดได้นะครับ อันนี้ก็สั่ง กำชับไปว่าต้องไม่ทำให้ผิดกฎหมาย แล้วก็ดำเนินการไปตามที่ขออนุญาตต่อสำนักงาน เลขาธิการต่อไปนะครับ อันนี้ก็เป็นคำตอบที่ท่านกังวลห่วงใยนะครับ แต่ว่าในเรื่องของคนที่ ไปฝากธนาคารได้เงินในขณะนี้ก็มีการดำเนินคดีแล้วก็มีการรวบรวมทรัพย์ทั้งหลาย แต่ก็ เรียนท่านประธานนะครับว่าเงินที่ประชาชนฝากไปผมยังไม่ทราบข้อมูลเลยว่าเงินอยู่ที่ไหน เพราะผมทราบว่าตอนที่เอาเงินไปฝากธนาคารเองก็ไม่ได้เอาเงินไปฝากต่อที่ไหนเลยนะครับ ทราบว่าไปฝากในตู้เซฟอะไรประมาณอย่างนั้น แต่ว่าตอนหลังปรากฏว่าเปิดตู้เซฟแล้วมี เหลือแต่ตู้เซฟอย่างเดียวประชาชนก็ถอนเงินไม่ได้ ทางราชการเองก็ต้องไปรวบรวมทรัพย์ ของคณะกรรมการทั้งหลายว่ามีทรัพยากรตรงไหนบ้างที่สามารถที่จะยึดอายัดทรัพย์สิน เพื่อนำมาดูแลให้กับพี่น้องทั้งหลายได้ อันนี้กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกนะครับ ว่าก็พยายามที่จะรวบรวมมูลค่าความเสียหายต่าง ๆ ทางคดีเพื่อจะหาเงินที่ยังมีอยู่ในการที่ จะเกลี่ยทรัพย์ให้กับคนที่ต้องเสียหายต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธานครับผมขอใช้ ๔๕ วินาทีของผมได้ไหมครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผมศุภปกรณ์ครับ จังหวัดพิษณุโลก เขต ๕ ครับ ก็ขอขอบคุณทางกระทรวงมหาดไทยนะครับ ที่กรุณามาตอบคำถาม จริง ๆ คำถามมีมากมายเป็นร้อยคำถามนะครับในการดำเนินการ เรื่องนี้ แล้วก็อยากให้ดำเนินการกับบุคคลที่แอบอ้างว่ามาจากสำนักพระราชวังแล้วไปข่มขู่ กับชาวบ้านในพื้นที่เพื่อให้เห็นความจริงจังของหน่วยงานรัฐที่จะปกป้องพระเกียรติ แล้วก็ เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนถึงสถาบัน ก็อยากจะให้เร่งรัดดำเนินการแบบเป็นรูปธรรม ให้ชาวบ้านได้เห็น วันนี้ขอบพระคุณมากครับ ขอบคุณครับ🔗
เรียนท่าน ประธานขอบคุณท่านสมาชิกมาก ประเด็นปัญหาทั้งหลายที่ผมจะเร่งรัดติดตามให้ท่าน เดี๋ยวอย่างไรอาจจะต้องขออนุญาตโทรหาท่านนะครับรายงานความคืบหน้าทั้งหลายที่มีขึ้น เพราะว่าเป็นเรื่องที่มีความเดือดร้อนจริง ๆ อย่างที่เรียนเบื้องต้นว่าก็ยังสงสัยอยู่ว่า กิจการปล่อยปละละเลยมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ แล้วคล้าย ๆ ว่าเหมือนมีการแอบอ้างต่าง ๆ แต่ว่าบุคคลที่มีอยู่ในรายชื่อทั้งหลายตรวจสอบไปแล้วก็เป็นรายชื่อที่มีอยู่จริงตามสมาคมจริง แต่ว่าการกระทำเท่านั้นเองที่ทำแล้วมันไม่ตรงตามแนวทางที่ขออนุญาตไว้เท่านั้นเองนะครับ ก็รับทั้งหลายนี้ไปดำเนินการต่อครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนะครับ🔗
๓. เรื่อง ขอให้ตรวจสอบความคืบหน้าในการออกกฎกระทรวงที่ออก ตามความในมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจสำคัญ มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะได้อนุญาตให้ผู้แทนจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ท่านแรกท่านสุวิชา เพ็งไพบูลย์ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย และระเบียบท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ท่านที่ ๒ ท่านอภิวิชญ์ ธิรินทอง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ กองพัฒนาและ ส่งเสริมการบริหารงานท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และอนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมท่านเทพรัตน์ สุวรรณรัต เข้าร่วมรับฟังนะครับ ต่อไป เชิญท่านฉัตร สุภัทรวณิชย์ ได้ถามคำถามแรก เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ฉัตร สุภัทรวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ หน้าย่าโม พรรคประชาชนครับ ขอบพระคุณท่านประธานนะครับ และขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีที่วันนี้ได้มาตอบกระทู้ถามนะครับ ซึ่งผมได้ตั้งกระทู้ถาม เรื่อง ขอให้ตรวจสอบ ความคืบหน้าในการออกกฎกระทรวงที่ออกตามความในมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติ กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ท่านประธานครับ เมื่อเป็นผู้แทนราษฎรแล้วเราก็ได้พบว่าหนึ่งในปัญหายอดฮิตที่ผู้แทน อย่างทุกท่านจะต้องรับฟังปัญหาจากชาวบ้านก็คือเกี่ยวกับสาธารณูปโภคไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำ เรื่องไฟแสงสว่าง ทีนี้ในส่วนของเรื่องน้ำ น้ำประปา เป็นปัญหาหนึ่งที่สภาผู้แทนราษฎร พยายามจะใช้องคาพยพต่าง ๆ ในการที่จะแก้ไขปัญหาผ่านกระบวนการต่าง ๆ และผมเอง ได้เฝ้าติดตามปัญหาการแก้ปัญหาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อที่จะจัดการเกี่ยวกับ ปัญหาน้ำ น้ำประปา น้ำอุปโภคบริโภค เพราะว่าพื้นที่ต่าง ๆ นั้นยังประสบปัญหาอยู่ดังที่เรา จะประจักษ์ว่าพรรคการเมืองต่าง ๆ เวลามีนโยบายรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งก็มักจะพูดถึง การที่จะพัฒนาน้ำอุปโภคบริโภค ทีนี้ผมก็ได้มาเจอ Jigsaw ตัวหนึ่งซึ่งเป็น Jigsaw ที่สำคัญ ก็คือในคำถามที่ผมได้ถามไปเราพบว่าในหลายพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็น ระดับหมู่บ้าน อบต. เทศบาลตำบล เทศบาลเมือง หลายพื้นที่ยังประสบปัญหาน้ำอุปโภค บริโภค ประสบปัญหาสาธารณูปโภคต่าง ๆ ยกตัวอย่างครับ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมาถึงแม้ผมจะอยู่ใจกลางเมืองโคราช เทศบาลโคราชเป็นเทศบาล ระดับนครเทศบาลนครนครราชสีมาครับ ผมก็ไปเก็บตัวอย่าง ซึ่งจริง ๆ แล้วตัวอย่างของ ความเดือดร้อนนั้นเราพบได้อย่างทั่วไป แต่ในพื้นที่เทศบาลนครนครราชสีมาผมอยากจะ ยกตัวอย่างถึงหมู่บ้านแผ่นดินทอง ๗ นะครับ ก็มีเรื่องน้ำไม่ไหล น้ำไหลเบา ที่ซอยศุภมาส ถนนจอมพล มีปัญหาท่อประปาแตกน้ำไม่ไหลในชุมชนการเคหะ ๑ ๒ ๓ ชุมชนหมู่บ้านย่าโม ๔ ก็มีปัญหาน้ำไม่ไหล หรือแม้กระทั่งชุมชนสามแยกปักก็เจอทั้งปัญหาน้ำไม่ไหล น้ำไหลอ่อน ส่วนใหญ่ที่ยกตัวอย่างมาทั้งหมด ผมลองสืบค้นไปดูก็พบว่าทุกเทศบาล ไม่ใช่แค่ เทศบาลใหญ่ ๆ อย่างเทศบาลนครนครราชสีมางบไม่พอ ทุกท่านจะเจอเรื่องเดียวกัน คืองบประมาณ บุคลากร อำนาจหน้าที่ ทีนี้ในด้านงบประมาณครับในสไลด์ที่ได้นำมาเสนอ ก็จะเห็นว่าเวลาเจอโครงการ Size ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ก็จะต้องมีการจัดสรรงบประมาณ มีการวางแผนงบประมาณต่อเนื่องนะครับ ทีนี้เดี๋ยวผมจะขมวดปมเข้ามาว่าในส่วนที่ผมถาม ว่าถ้าออกกฎกระทรวงแล้วทำให้ภาครัฐองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถมอบให้เอกชน กระทำการแทนได้ในภารกิจบางประการ หน้าต่อมาครับที่ได้เรียนคือก่อนหน้านี้ทำไม่ได้ เพราะว่ามันไปติดขัดที่ยังไม่มีกฎกระทรวงผมก็ได้นำข้อมูลมานำเสนอนะครับ มีส่วนของ คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทยเอง แล้วก็คณะกรรมการพัฒนา กฎหมายสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาครับ แต่โชคดีมากเลยครับ คือผมปั้นเรื่องนี้ รวบรวมข้อมูลแล้วก็ได้ยื่นตั้งแต่ก่อนเปิดสภาสมัยก่อนหน้านี้จนมาสมัยนี้ ปรากฏว่า เราติดตามเรื่องนี้ประกาศที่เรารอกันมากว่าจะเป็นกฎกระทรวงที่รอกัน ๒๐ ปีกว่า ๆ นี้ ได้ประกาศกฎกระทรวงในราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายนปีที่แล้ว ทีนี้ก็ต้องขอขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีที่ได้ผลักดันกฎกระทรวงนี้ออกมานะครับ มีผลบังคับใช้เมื่อพ้น๖๐ วัน นับแต่วัน ประกาศครับ ซึ่งมีผลบังคับใช้ก็ประมาณปลายเดือนมกราคม ทีนี้มาถึงคำถามว่ากฎกระทรวงที่ ออกตามมาตรา ๒๒ นี้มีสาระสำคัญอย่างไร กิจการใดบ้างที่สามารถมอบให้เอกชนดำเนินการ แทนได้ ขยายความสักเล็กน้อย จากคำถามก็คือว่าใจความตั้งแต่ปั้นมาจนเป็นกฎกระทรวงพูด อย่างกระชับว่าสามารถมอบหมายให้ดำเนินการในภารกิจบางประการ จะว่าแคบก็แคบจะว่า กว้างก็กว้าง คราวนี้เมื่อเป็นกฎกระทรวงแล้วอยากจะถือโอกาสให้ท่านรัฐมนตรีได้แถลง ใจความแล้วก็ได้บอกเลยว่ามันทำอะไรได้บ้างภารกิจบางประการนี้นะครับ ให้เอกชนเข้ามา บริหารจัดการระบบประปาแทนได้ไหม จ่ายผลตอบแทนให้เทศบาลได้หรือไม่ อย่างไร ทำได้ อย่างเต็มรูปแบบหรือไม่ หรือว่าเพียงแค่ปะ ผุ ซ่อมท่อแตก เป็นแค่ชั่วครั้งชั่วคราวทั่วไปอย่าง นี้เป็นต้น คำถามแรกครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรี คำถามแรกครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาตอบ กระทู้ถามท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ท่านฉัตร สุภัทรวณิชย์ ท่านเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชนจังหวัดนครราชสีมา หลานย่าโม ก็เป็นจังหวัดใกล้ ๆ ที่ผมอยู่ ผมเป็นคนบุรีรัมย์นะครับ ที่ท่านกรุณาถามเป็นการถามเรื่องของกฎกระทรวง ซึ่งตามความในมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๒๕๔๖ อันนี้เป็นเรื่องที่ผมเรียนเบื้องต้นก่อนว่ามันคง เกิดจากในเรื่องของการที่เราอยากให้ท้องถิ่นทั้งหลายได้มีหน้าที่บริหารจัดการเพื่อความผาสุก ของพี่น้องประชาชน อันนี้ผมพยายามย้ำอยู่เสมอนะครับว่าเกิดประมาณสักปี ๒๕๓๘ ๒๕๓๙ ก็ยกฐานะจากสภาตำบลทั้งหลายให้มาเป็น อปท. ไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล หรือเทศบาลเมือง เทศบาลนคร ไปจนถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัดมีการปกครอง พิเศษอะไรประมาณอย่างนั้นโดยความมุ่งหวัง มันเหมือนว่าจะมีการกระจายอำนาจ ในความคิด แต่ผมเรียนตรง ๆ ว่าบ้านเราก็เป็นเรื่องที่เป็นไปตามแบบบริบทประเทศไทย การกระจายอำนาจมันจะไป ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมก็พยายามทบทวนดูว่ามันทำได้จริงไหม เพราะว่าบ้านเรามันมีความแตกต่างของพื้นที่อย่างสิ้นเชิง ทำให้องค์กรท้องถิ่นทั้งหลาย เวลาไปแก้ปัญหาอะไรตัวหนึ่งที่เขาจะคิดอยู่เสมอคือเรื่องภารกิจ เรื่องของบุคลากร เรื่องของคน เรื่องของงบประมาณ ซึ่ง ๓ ส่วนนี้มันมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงแล้วก็เป็นเรื่องที่แปลก ว่าภารกิจเองจริง ๆ แล้วก็ยังมีคณะกรรมการแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจไปอีก หน่วยงานหนึ่งในการไปกำกับดูแล อย่างเมื่อสักครู่ได้พูดถึงเรื่องของกิจการประปา เป็นไปตามกฎกระทรวงที่ออกมาว่ากฎกระทรวงจะให้ท้องถิ่นทำเรื่องประปาทำได้แค่ไหน อย่างไร แล้วท่านได้กรุณาถามถึงเรื่องของสาระสำคัญของกฎกระทรวง ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานนะครับว่าสาระสำคัญในการมอบภารกิจให้เอกชนดำเนินการแทน ในหน้าที่และอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดำเนินการแทนมีอยู่หลายประการ ด้วยกันนะครับ🔗
ข้อที่ ๑ เป็นภารกิจที่ได้รับการถ่ายโอน ตามแผนกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ท้องถิ่นเท่านั้นนะครับ อันนี้ต้องย้ำต้องเป็นภารกิจที่รับการถ่ายโอนมา ถ้าเป็นของตัวเองไป ให้เอกชนทำไม่ได้นะครับ🔗
ข้อที่ ๒ การดำเนินการเป็นประจำหรือต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเอกชนที่ได้รับการมอบหมายดำเนินการแทนสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการตามกฎหมาย หรือได้รับค่าตอบแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ อันนั้น เป็นเงื่อนไขข้อที่ ๒ นะครับ🔗
ข้อที่ ๓ ไม่เป็นการจัดซื้อจัดจ้างหรือมีลักษณะเป็นสัญญาร่วมทุนนะครับ และทั้งนี้ภารกิจหรือกิจการที่องค์กรปกครองท้องถิ่นอาจมอบให้กับเอกชนดำเนินการแทนได้ ต้องเป็นภารกิจหรือกิจการดังต่อไปนี้ หมายความมี ๓ ข้อแล้ว และอีก ๓ ข้อนะครับ การบำรุงรักษา ซ่อมแซม ปรับปรุง หรือดูแลรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบ เรียบร้อยของสาธารณูปโภคหรือสาธารณูปการ ๒. การจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกหรือ สวัสดิการในสถานที่ที่ให้บริการประชาชน ๓. การเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการตาม กฎหมาย อันนี้คือเงื่อนไขเท่ากับเป็น ๖ ข้อ ในการที่จะให้เอกชนเข้าไปดำเนินการแทน ท้องถิ่นได้นะครับ แต่ว่าภารกิจอื่น ๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าห้ามนะครับ อันนี้เข้าเงื่อนไขอันนี้ เป็นเหมือนอัตโนมัตินะครับ แต่ว่าถ้าเป็นภารกิจที่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ก็ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเสนอภารกิจหรือกิจการนั้นต่อคณะกรรมการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรท้องถิ่นเป็นเรื่อง ๆ ไปนะครับ เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วก็สามารถที่จะให้ เอกชนดำเนินการแทนได้ อันนี้ไม่ได้ว่าไม่ได้เลยนะครับเพียงแต่ว่าขั้นตอนของเราเท่านั้นเอง กฎหมายของเราที่เรียนเบื้องต้นความจริงมันน่าจะให้อำนาจทั้งหมดไปที่ท้องถิ่นเลยทำอะไร ก็ได้ เช่น ภารกิจควรจะมอบไปเลยแต่เรายังติดอยู่เรื่องของกฎหมาย อันนี้ก็กราบเรียน ท่านประธานนะครับว่าก็ต้องไปช่วยกันว่าถ้าอยากให้ท้องถิ่นสามารถดำเนินการได้ทุกเรื่อง ทุกอย่างเราก็ต้องไปแก้กฎหมาย กฎหมายต้องปฏิบัตินะครับ แต่ว่าเบื้องต้นผมขอเรียนว่า ประเทศไทยเราถ้าภารกิจอาจจะได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเรื่องของบุคลากรต้องเห็นใจ นะครับว่าบางทีบุคลากรท้องถิ่นเล็ก ๆ ถ้าจะต้องโยกย้ายไปไหนมันต้องมีคนกลางบริหาร จัดการ หรือเรื่องงบประมาณก็อย่างที่เห็นว่าเวาลาทำอะไรท้องถิ่นเขาบอกไม่มีงบประมาณ ถ้าเกิดเป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อปท. ไหนที่มีรายได้น้อยอันนี้ยิ่งไปกันใหญ่เลยนะครับ วันนี้เรา ก็มีเรื่องของการอุดหนุนเข้าไปก็เป็นส่วนหนึ่งในการที่จะบรรเทาในการที่จะแก้ปัญหาให้กับ ท้องถิ่นต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญคำถามที่ ๒ ครับท่าน สส.🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ และขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ในประเด็นที่หากทางราชการสามารถมอบหมาย ภารกิจบางประการ แล้วเมื่อสักครู่จากคำตอบของท่านรัฐมนตรีก็มีความชัดเจนขึ้นนะครับ ผมกลับมองว่าน่าเสียดายว่ากฎกระทรวงนี้เมื่อประกาศออกมาแล้วเสมือนมาช่วยขยายความ การ Outsource การให้บางงาน เช่น การซ่อมแซมบำรุงรักษา ซึ่งสามารถพบเห็นได้ทั่วไป เราก็จะเห็นว่าบางท้องถิ่นนี่จะมีการเรียกช่างเรียกคนมาทำอยู่แล้วตรงนี้ แต่ก็เข้าใจใน ข้อจำกัดของกฎหมายที่อาจจะยังต้องนำไปสู่การแก้ไขในระดับที่ใหญ่กว่านี้นะครับ ทีนี้ ผมเองก็ก่อนจะถึงคำถามผมมีความเห็นว่าในภารกิจบางประการหากมีความชัดเจนแล้วก็ เหมาะสมภาคเอกชนนี่อยากจะมาร่วมได้ลงทุน เพราะแน่นอนเอกชนถ้ามารับงานมารับเหมา ไปเขาคาดหวังผลกำไร ถ้าในส่วนนั้นสามารถชดเชยกับการที่เราจะต้องเพิ่มคนเพิ่ม งบประมาณในการลงทุนเราก็จะยกภารกิจนั้นให้เอกชนได้ทำโดยควบคุมคุณภาพ ควบคุม ได้สัญญาตรวจสอบการที่มีคุณสมบัติบางประการในการผ่านเข้ามาเป็นผู้รับเหมาที่จะรับงาน รับมอบหมายภารกิจนั้นต่อไปนะครับ ผมคิดว่าเป็นช่องทางที่ดีแล้วก็ต่อไปในอนาคตนี้ควรจะ มีการศึกษาแล้วก็พัฒนา Model นี้ในการให้เอกชนได้มาช่วยแบกรับต้นทุนฝ่ายภาครัฐบ้าง🔗
ในคำถามที่ ๒ จากรายละเอียดที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงมานั้นผมจึงอยากจะ ถามว่าปัจจุบันได้มีการออกหนังสือซักซ้อมความเข้าใจเหล่านี้ไปหรือยังนะครับ ไปยังองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วหรือยังเพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนการดำเนินงานแก้ไขพื้นที่ ต่าง ๆ ได้ เพราะผมเชื่อว่าในภาพรวมเมื่อมีท่านใดได้ติดตามและรับทราบว่ากฎกระทรวงนี้ กำลังจะออกรอคอยมานานเมื่อประกาศออกมาแล้วย่อมเกิดการตีความในเชิงกว้างและเชิง แคบก็เลยอยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีว่าได้มีการซักซ้อมความเข้าใจไปยัง อปท. หรือยัง แล้วก็ได้อธิบายพื้นที่ว่า อปท. จะได้ดำเนินการวางแผนของตนต่อไปได้อย่างถูกต้อง ขอบคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านรัฐมนตรีคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธาน ผม ทรงศักดิ์ ทองศรี ผมเรียนท่านประธานกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับว่ากระทรวงมี ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ แล้วก็จะมีผลใช้บังคับหลัง จากนั้นไปอีก ๖๐ วัน ถ้านับวันจริง ๆ ผมว่าวันนี้เกินแล้ว ถ้าดูตัวเลขจริง ๆ น่าจะประมาณ สักวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๘ เรื่องดังกล่าวเหล่านี้ผมเรียนยืนยันว่าทางกรมส่งเสริมการ ปกครองท้องถิ่นหรือกระทรวงมหาดไทยก็เร่งรัดกำชับเรื่องแนวทางการปฏิบัติ ไม่ใช่เพราะ เรื่องนี้เรื่องเดียวเกือบทุกเรื่องเพื่อให้ท้องถิ่นทั้งหลายมีแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน เรามี ตัวแทนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเขาเรียกท้องถิ่นจังหวัดในแต่ละจังหวัดเขาก็จะ รับเรื่องข้อมูลทั้งหลายในการที่จะไปดำเนินการเรื่องแนวปฏิบัติให้มันตรงตามแนวทางที่จะ เป็นกฎหมายหรือเป็นนโยบายของกระทรวงมหาดไทย อย่างเช่น เรื่องของน้ำสะอาดอย่างนี้ เดี๋ยวนี้ทุกจังหวัดเขาก็เตรียมความพร้อมกันหมดนะครับว่าให้มีน้ำดื่มสะอาดบริการ ประชาชน ลดประหยัดค่าใช้จ่ายอะไรทั้งหลายก็จะมีการนำร่องนะครับ อปท. เองแต่ละแห่ง ก็เริ่มมี อปท. หลายแห่งเริ่มทำเรื่องโครงการเงินอุดหนุนขอทำระบบประปาน้ำสะอาดเพื่อ บริการประชาชน แต่มีปัญหานิดเดียวว่าอย่างที่โคราชนี่นะครับผมก็ติดตามเทศบาล นครราชสีมาประปาเป็นงานของท้องถิ่นของตัวเองนะครับ แล้วก็มีปัญหาเรื่องของการ ขาดทุน ขาดทุนนะครับผมจำตัวเลขเขาบอกว่าประมาณสัก ๒,๐๐๐ ล้านบาทได้ที่เกิดจาก การขาดทุนเพราะว่าต้นทุนที่จำหน่ายมันต่ำ ตัวเลขประมาณสัก Unit ละ ๘ บาท พอ ๘ บาท ก็ไม่กล้าขึ้นแล้วครับ เพราะถ้าจะขึ้นไปผมว่าความนิยมจากประชาชนเขาไม่เอาแน่ เขาก็ ทรงราคานี้ แต่ความจริงแล้วถ้าดูจากต้นทุนของการผลิตน้ำประปานะครับ ต้องอยู่ประมาณ ๑๐ บาทเศษ อันนี้ต้นทุนจากการประปาส่วนภูมิภาคนะครับ อันนี้ก็เรียนเบื้องต้นก็เคยมี ความพยายามว่าการให้บริการในเขตเทศบาลนครทั้งหมดจะโอนให้การประปาส่วนภูมิภาค ได้ไหม อันนี้ก็ยังไม่มีการตอบรับจากท้องถิ่นมา แล้วก็มีหลายท้องถิ่นเองที่บริการเองอย่างนี้ ก็เป็นประเด็นอย่างนี้ว่ารายได้ที่เกิดจากการเก็บค่าน้ำประปามันไม่พอที่จะไปบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การพัฒนาการเพิ่มขีดกำลังการผลิต ดูแลเรื่องคุณภาพอันนี้เป็นประเด็น ซึ่งผมก็พยายามเชิญชวนอยู่นะครับว่า ถ้าท้องถิ่นไหนมีความประสงค์ที่จะโอนกิจการประปา ท้องถิ่นให้กับการประปาส่วนภูมิภาค การประปาเองก็ยินดีรับนะครับ ซึ่งในขณะนี้ในโคราช เองหลาย ๆ อปท. ที่ผมเข้าไปดู อปท. ก็พยายามเชิญชวนอยู่แต่ว่าต้องอธิบายความ ประชาชนนะครับว่า พอโอนให้กับการประปาส่วนภูมิภาคแล้วนี่ค่าน้ำมันจะเพิ่มจากเคยเป็น ๕ บาท ๖ บาท ๗ บาท ๘ บาท ซึ่งอยู่ในจุดที่มันขาดทุนมันจะต้องไปเสียที่ ๑๐ บาท ๕๐ สตางค์เป็นราคาขั้นต้นนะครับ อันนี้ก็เรียนท่านประธานนะครับ ส่วนเรื่องคุณภาพของน้ำ ทั้งหลายผมก็เรียนเบื้องต้นนะครับว่าทางกรมเองก็ซักซ้อมเป็นคู่มือในการกำหนดแนวทางใน การทำให้น้ำประปาทั้งหลายมีคุณภาพมีมาตรฐานนะครับ แล้วก็จะมีหน่วยงาน เช่น การ ปฏิบัติส่วนภูมิภาคเองก็จะร่วมมือเหมือนกับ MOU กันท้องถิ่นไหนมีความประสงค์ที่จะให้ การประปาส่วนภูมิภาคเองช่วยไปดูเรื่องคุณภาพของน้ำ อันนี้เราก็ยินดีเพื่อให้น้ำที่อยู่ในพื้นที่ ประชาชนมีคุณภาพมีมาตรฐานตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนดต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญครับท่าน สส.🔗
ขออนุญาตท่านประธานสั้น ๆ ครับ ในส่วนของที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงก็เป็นความจริงทุกประการ เพราะว่าเทศบาลนคร นครราชสีมามีส่วนสำนักประปาที่ทำน้ำประปาเองมาช้านาน และในเขตเมืองนี่ก็นอกจาก ผลิตเพื่อจ่ายในเขตเทศบาลเองแล้วก็ได้ขายให้กับพื้นที่ใกล้เคียงขายให้กับการประปา ส่วนภูมิภาค ทีนี้มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งครับการบริหารที่สะสมมาก็เหมือนเมืองใหญ่หลาย ๆ เมืองคือท่อที่เดินไปเขตเมืองต่าง ๆ นี่เรียกได้ว่าสะสมรุ่นแล้วรุ่นเล่า มีการขุด เปิด ปะ ผุ ซ่อม เรียงใหม่ แต่เมื่อเรียงเสร็จแล้วรุ่นแล้วรุ่นเล่าก็ถมปิดไว้ใต้ดิน ทำให้ผ่านมาหลายรุ่นและ ทุกวันนี้พอสะสมไว้นานแรงดันเวลาจะอัดเข้าไปก็ทำให้พื้นที่ต่าง ๆ เกิดแรงปะทุปริ แตก ทำ ให้ท่อแตกอยู่เรื่อย ๆ เรียกได้ว่าแทบจะเป็นปัญหารายวัน แล้วก็หนึ่งในสิ่งที่ควรจะ Concern สำหรับโจทก์ของระดับเทศบาลนครนะครับ อัตราการสูญเสียน้ำที่เป็นน้ำดี ผลิตออกมาแล้ว ท่านทราบไหมครับ ๔๙ เกือบถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แปลว่าเอาน้ำลำตะคองมาผลิตแทบตาย สุดท้ายหายไปครึ่งหนึ่งนะครับ อย่างไรก็ดีครับวันนี้ได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องกฎกระทรวงที่ ออกมาและได้รับทราบข้อมูลจากท่านรัฐมนตรีก็ได้รับความกระจ่างก็ขอขอบพระคุณท่าน รัฐมนตรี กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขออนุญาต นิดเดียวท่านประธานก็ต้องขอบคุณท่านสมาชิกนะครับ ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องของการประปา ของท้องถิ่นเอง การประปาส่วนภูมิภาคเองก็มีน้ำสูญเสีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนนะครับ อันนี้ประมาณเกือบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่นี่ตกใจนะเทศบาลนครนครราชสีมาไปถึงเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็เป็นต้นทุนหนึ่งที่ทำให้การบริหารจัดการเรื่องของการบริการหรือรายได้มัน ก็ไปไม่ได้ ยิ่งค่า Unit มันต่ำมันก็ทำให้ต้นทุนสูง แล้วก็ไม่มีรายได้พอที่จะมาพัฒนาเรื่องการ แก้ไขปัญหาเรื่องท่อนะครับ เพราะท่อมันเก่าโดยเฉพาะโคราชนี่ท่อเดิมมันน่าจะเป็นท่อใยหิน ท่อใยหินเวลาอัดแรงดันไปเกินกว่า ๑ บาร์จะแตกหมด อันนี้ก็เลยทำให้การส่งน้ำในพื้นที่ ข้างเคียงอาจจะไม่ค่อยดี น้ำที่ขาดแคลนไม่ใช่ว่าน้ำไม่พอนะครับ น้ำมีเพียงพอแต่ว่า ไม่สามารถที่จะอัดแรงดันในระบบท่อส่งต่อมาในพื้นที่ที่ใกล้เคียงได้ อันนี้ก็จะรับ แต่ว่าก็ เรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกนะครับว่าทำอย่างไรเชิญชวนให้ ๆ เทศบาลนครนครราชสีมา ถ่ายโอนภารกิจอย่างนี้ให้กับการประปาส่วนภูมิภาค ซึ่งเขายินดีรับบริหารเพื่อให้เกิดความ ผาสุกและมีความรอบคอบต่อไป🔗
ดูแลไม่ไหวหรอก คืนให้การประปาส่วนภูมิภาคนะครับ ดูแล้วเป็นหนี้ใช้หนี้ไม่หมดหรอก นะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ต้องถ่ายโอนคืนนะครับ🔗
๔. เรื่อง การขยายช่องทางจราจรและติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๒๑ และ ๒๓๔๘ นางเทียบจุฑา ขาวขำ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง โดยให้ท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทนนะครับ ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ ได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลนะครับ ท่านแรก ท่านสุรชัย อัมภวาสุวรรณ วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ สำนักแผนงาน กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมนะครับ ท่านที่ ๒ ท่านสุรนนท์ เยื้อยงค์ วิศวกรโยธาชำนาญการ สำนักแผนงาน กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับ ฟังนะครับ ท่านนเรนฤทธิ์ ทีปสว่าง มาไหมครับ ต่อไปเชิญท่านเทียบจุฑา ขาวขำ นะครับ ถามท่านรัฐมนตรีเป็นคำถามแรกครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน เทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ดิฉันได้นำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แล้วก็ได้ตั้งกระทู้ถามในเรื่องของการสัญจรไป มาเรื่องถนนหนทางต่าง ๆ วันนี้ดิฉันได้ตั้งกระทู้ถามทางกระทรวงคมนาคม ท่านก็ได้ มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีมนพร เจริญศรี มาตอบกระทู้วันนี้ดิฉันต้องขอขอบคุณท่านที่ได้มา ตอบกระทู้ถามของดิฉัน ดิฉันขอเข้าเรื่องเลยนะคะ ดิฉันได้ตั้งคำถามเรื่องการขอขยาย ช่องทางจราจรติดและติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบนทางหลวงหมายเลข ๒๐๒๑ และ ๒๓๔๘ นะคะ ท่านประธานค่ะ ถนนหมายเลข ๒๐๒๑ คือดงไร่-บ้านผือ แล้วก็หมายเลข ๒๓๔๘ สาย ปากมั่น-บ้านผือ ซึ่งเป็นถนนที่สำคัญของจังหวัดอุดรธานี ดิฉันขออนุญาตสภาพการทั่วไป นิดหนึ่งนะคะว่าจังหวัดอุดรธานีเป็นจังหวัดขนาดใหญ่นะคะ เขตการปกครองมี ๒๐ อำเภอ มีประชากร ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน ดังนั้นรายได้ที่จังหวัดอุดรธานีได้รับคือภาคการเกษตรและ การท่องเที่ยว การท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปี ๆ พี่น้องประชาชนจะมาท่องเที่ยวในจังหวัด อุดรธานีเพราะจังหวัดอุดรธานีบอกว่าเที่ยวอุดรธานีทีเดียวได้เที่ยว ๒ มรดกโลก เป็นดินแดน แห่งอารยธรรม ดังนั้น แล้วพอเป็นถนนแห่งการท่องเที่ยว ดินแดนแห่งอารยธรรมหรือขนาน นามว่าถนน ๒๐๒๑ เขาจะเรียกกันว่าถนนแห่งธรรมแล้วก็ด้านหรือถนนแห่ง ๓ ธรรม ซึ่งจะ รับนักท่องเที่ยวไปเที่ยวธรรมชาติ แล้วก็วัฒนธรรมแล้วก็ด้านธรรมชาติ ซึ่งจังหวัดอุดรธานี ขณะนี้ก็จะเตรียมการรองรับงานพืชสวนโลกด้วยในปี ๒๕๖๙ นะคะท่านประธาน ดังนั้น ในเรื่องของการพัฒนาการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องพัฒนาถนน หนทางการขนส่งมันจะต้องให้ได้รับการพัฒนาตอบสนองนักท่องเที่ยวหรือพี่น้องประชาชน ที่มาเยือนจังหวัดอุดรธานี ดิฉันเห็นว่าในถนน ๒ สายนี้เป็นสายสำคัญเป็นถนนแห่ง ยุทธศาสตร์ของจังหวัดก็ยังขาดการปรับปรุงพัฒนา ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นประจำของถนนเส้นนี้ คือถนน ๒๐๒๑ ดงไร่-บ้านผือมีความยาว ๔๒ กิโลเมตร แต่ก็ได้พัฒนาเป็นบางส่วนค่ะ ถนนคับแคบก็ได้พัฒนาเป็นบางส่วน แล้วถนนหมายเลข ๒๓๔๘ บ้านผือ-คีรีวงกต ระยะทาง ๘๖ กิโลเมตร เป็นถนนต่อเนื่องเป็นถนนเชื่อมไปจังหวัดหนองคายและจังหวัดเลย จังหวัด หนองบัวลำภู ถนนเส้นนี้แล้วก็ยังผ่านเขาเรียกว่ามรดกโลกอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ ๘ ของประเทศไทย แห่งที่ ๒ ของจังหวัดอุดรธานีนะคะ ขณะเดียวกันถนนตรงนี้หน้าเส้นทางขึ้นมรดกโลกนี่มัน จะมีวงเวียนเล็ก ๆ แคบ ๆ ซึ่งเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อย ๆ ก็ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ว่าอยากจะให้ขยายถนนอยากจะให้ทำวงเวียน อยากจะให้มีไฟฟ้าแสงสว่าง เพิ่งแก้ปัญหาใน เรื่องความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินนะคะ ดิฉันจะพูดต่อเนื่องไปเลยนะคะ ถนน ๒๓๔๘ นอกจากเราเจอทางขึ้นของเส้นทางมรดกโลกแล้วก็เลี้ยวขวาก็จะไปอำเภอน้ำโสม พอไป อำเภอน้ำโสมนี่การพัฒนาก็ยังไม่ดีถนนคับแคบก็ต้องการให้ขยายไหล่ทางมีไฟฟ้าส่องสว่าง พอไปอีกนิดก็จะเจออ่างเก็บน้ำของโครงการพระราชดำรินะคะคือเรียกว่าอ่างเก็บน้ำห้วย ทรายแล้วก็มีน้ำตกยูงทอง ตรงนี้ซึ่งคับแคบมาก ๆ ดิฉันได้ร้องขอหรือหารือมาแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ มานานแล้ว แล้วเส้นนี้คนจะใช้มากนักท่องเที่ยวมาจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะว่าจะต้องไปกราบพระแล้วก็ไปเที่ยววัดป่านาคำน้อย ไปหลวงตาอินทร์ถวายแล้วก็ไปขึ้น คีรีวงกตเรื่องธรรมชาติหมู่บ้านแห่งธรรมชาติ ซึ่งมีภูเขาสลับซับซ้อน ทางคดเคี้ยว ดังนั้นดิฉันเอง ก็อยากจะเรียนถามทางท่านรัฐมนตรีเพื่อเป็นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้มีความปลอดภัย ในชีวิตทรัพย์สินของผู้ใช้บริการหรือใช้ถนน ๒ เส้นนี้นะคะ ก็ขอเข้าสู่ประเด็นเลยนะคะ กระทรวงคมนาคมมีแผนที่จะปรับปรุงบริเวณทางแยกทางขึ้นแหล่งมรดกโลกอุทยาน ประวัติศาสตร์ภูพระบาทอย่างไร หรือไม่ ดิฉันขอทราบรายละเอียดค่ะ แล้วก็เป็นคำถามที่ ๒ ต่อนะคะ ท่านมีนโยบายมีแผนที่จะปรับปรุงพัฒนาถนนช่วงถนนทางขึ้นเขาขาดหรืออ่างเก็บน้ำ ห้วยทรายตรงนี้อย่างไรคะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามแรกครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมค่ะ วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ ท่านเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยค่ะ ต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกเป็นอย่างสูง นะคะที่ท่านได้ให้ความใส่ใจในเรื่องของการเดินทางสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จังหวัดอุดรธานีค่ะ ท่านประธานที่เคารพค่ะ เนื่องจากท่านสมาชิกได้มีประเด็นคำถามท่านได้ รวบ ๒ คำถามไว้ในครั้งเดียว ฉันได้ขออนุญาตได้รวบคำตอบไว้ให้กับ ๒ คำถามของท่าน สมาชิกเลยนะคะ ก็ต้องยอมรับค่ะว่ากระทรวงคมนาคมเองโดยกรมทางหลวงชนบทแล้วก็ กรมทางหลวงได้มีความรับผิดชอบของทางหลวงหมายเลข ๒๓๔๘ สายบ้านผือไปถึงปากมั่น จุดเริ่มต้นที่อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ไปบรรจบที่หมายเลขทางหลวงสาย ๒๑๑ ที่บ้านปากมั่น อำเภอปากชม จังหวัดเลยนะคะ ซึ่งเส้นทางดังกล่าวมีปริมาณการจราจร ที่บริเวณทางหลวงสาย ๒๓๔๘ ช่วงของทางแยกไปอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทรถ ที่เดินทางสัญจรไปมาประมาณ ๕,๐๐๐ คันต่อวัน แล้วก็จากที่เราพบเห็นเส้นทางดังกล่าว อาจจะเพราะว่ารถที่ใช้สัญจรไปมาจะได้ไม่ขับรถเร็ว แต่ว่าจากสถิติที่กรมหลวงมีอยู่จะไม่มี สถิติของการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งนักนะคะ ประกอบกับเส้นทางดังกล่าวที่ท่านสมาชิกได้พูด สักครู่ว่าเป็นเส้นทางที่เดินทางสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว หรือว่ารถที่สำหรับขนสินค้าการเกษตรก็ขออนุญาตว่าในหลักเกณฑ์ที่กรมทางหลวงจะต้องติดตั้ง ไฟสัญญาณจราจรก็จะต้องมีผ่านทางแยกประมาณ ๓๑,๐๐๐ ต่อวัน แล้วก็สถิติของการเกิด อุบัติเหตุทางแยกนี้ ๕ ครั้งต่อปี แต่ปรากฏว่าบริเวณเส้นทางดังกล่าวแทบไม่เกิดอุบัติเหตุเลย อาจจะเพราะสถิติของทางหลวงอาจจะได้มีการเก็บรวบรวมสถิติที่ไม่ครอบคลุมปัญหาที่ เกิดขึ้นจริง หรืออาจจะเป็นเพียงอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ กรมทางหลวงก็เลยไม่มีสถิติตัวนี้ ปรากฏอยู่ในระบบ นอกจากนั้นก็ยังมีโรงเรียนอยู่ตรงบริเวณทางแยกที่มีนักเรียนเดินข้ามไป มาเฉลี่ยแล้วนักเรียนที่ใช้เดินข้ามไปมาบริเวณทางม้าลายประมาณ ๒๐-๓๐ คนต่อวันนะคะ แต่ประชาชนในพื้นที่ตรงนี้ต้องการไฟส่องสว่างแล้วก็ในเรื่องของขณะนี้นะคะทางกรมทาง หลวงก็ได้ดำเนินการที่จะรับฟังความคิดเห็น แล้วก็จะเอาไฟส่องสว่างไปติดตามที่ท่านสมาชิก ได้ร้องขอนะคะ นอกจากนั้นค่ะท่านสมาชิกยังได้พูดถึงเส้นทางทางหลวงสาย ๒๐๒๑ และสาย ๒๓๔๘ ว่าจะดำเนินการขยายเมื่อใดนะคะ ก็ขออนุญาตนำเรียนอย่างนี้ว่าถนนสาย ดังกล่าวที่ไปบรรจบที่สาย ๒๑๑ ที่อำเภอปากมั่น อำเภอบ้านปากมั่น อำเภอปากชมนะคะ ที่มีระยะทางทั้งสิ้นประมาณ ๘๘ กิโลเมตร มีปริมาณจราจรประมาณ ๕,๐๐๐ คันต่อวัน ส่วนใหญ่ถนนเส้นทางดังกล่าวเป็นถนนที่มีพื้นผิวจราจร ๒ ช่องทางจราจร ซึ่งบอกว่าเป็นทาง หลวงชั้นที่ ๔ มีความกว้างช่องจราจรประมาณ ๓.๕๐ เมตร มีไหล่ทางประมาณ ๑ เมตร ซึ่ง เส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางที่เชื่อมอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท แล้วก็ประวัติศาสตร์ อุทยานดังกล่าวได้ขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกเป็นมรดกโลกแห่งที่ ๒ ในปี ๒๕๖๙ กรมทางหลวง จึงขอรับการจัดสรรงบประมาณในการที่เพิ่มขยายช่องจราจรอย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงว่า ถ้าเรามีการขยายช่องจราจรก็จะอำนวยความสะดวกทั้งรถที่สัญจรไปมาพี่น้องเกษตรกรที่ ทราบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ของเกษตรกรปลูกไร่อ้อยนะคะ แล้วก็จะนำผลผลิตดังกล่าว ไปสู่โรงงานแปรรูปอ้อยนะคะ ซึ่งในเรื่องดังกล่าวถนนสภาพปัจจุบันเป็นถนนทางลาดชันบาง ช่วง ช่วงจากตลาดเทศบาลบ้านกลางไปถึงอำเภอบ้านผือ แล้วก็ถึงโรงเรียนบ้านน้ำซึม ตำบล หนองแวง อำเภอน้ำโสม อุดรธานีเราก็จะมีโครงการสำหรับติดตั้งไฟส่องสว่างทั้ง ๒ ข้างทาง รวมทั้งในการติดตั้งไฟส่องสว่างแล้วก็จะมีการขยายไหล่ทางอยู่ในงบประมาณปี ๒๕๖๙ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาของสำนักงบประมาณในวงเงิน ๓๐ ล้านบาทค่ะ สำหรับทางหลวงหมายเลขสาย ๒๐๒๑ ช่วงสายดงไร่ไปถึงบ้านผือมีระยะทางทั้งสิ้นประมาณ ๔๒ กิโลเมตร ปัจจุบันเป็นทางหลวง ๔ ช่องจราจร อย่างที่ท่านสมาชิกได้โชว์ภาพขึ้นมาก็จะ มีระยะทางเป็น ๔ ช่องจราจร แล้วนะคะมีระยะทาง ๑๕ กิโลเมตร แต่ยังคงเป็นช่วงหนึ่ง ที่เป็น ๔ ช่องจราจรอีกช่วงหนึ่งเป็น ๒ ช่องจราจร ๒ ช่องจราจรนี่เหลือระยะทางประมาณ ๒๖ กิโลเมตร โดยกรมทางหลวงมีแผนที่จะดำเนินการจัดสรรงบประมาณในปีถัดไป ท่านประธานที่เคารพค่ะ จากถนนที่บางช่วงอาจจะ ๒ ช่องจราจร บางช่วงอาจจะเป็น ๔ ช่อง จราจรนั้น กรมทางหลวงก็ได้มีความห่วงใยว่าทำอย่างไรที่เราสามารถที่จะผลักดัน งบประมาณเหล่านี้ให้ขยายจาก ๒ ช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจร ก็ขออนุญาตนำเรียนด้วย งบประมาณที่มีจำกัดของกระทรวงคมนาคม หลายท่านอาจจะมองว่ากระทรวงคมนาคมเอง ได้รับงบประมาณเป็นจำนวนมาก แต่ในงบประมาณก้อนใดก้อนหนึ่งเรามีทั้งเรื่องของ ค่าเวนคืนของที่ดินในเรื่องของค่าเวนคืนปกติใน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เท่าที่ตอนนี้การขยายถนน ค่าเวนคืนจะเฉลี่ยไปแล้วประมาณ ๔๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์ อาจจะเพราะว่าการขยายถนน ออกไปสู่หัวเมืองหรือว่าต่างอำเภอมีมูลค่าของที่ดินสูงขึ้น แต่ถนนเส้นดังกล่าวอยู่ในแผนงาน ที่กระทรวงคมนาคมเล็งเห็นโอกาสที่จะขยายเส้นทางเหล่านี้ไปสู่พี่น้องประชาชนต่างอำเภอ ให้มากขึ้น โดยเฉพาะท่านสมาชิกเองได้มีความห่วงใยว่าถ้ามีการขยายถนนเส้นทางดังกล่าวก็ จะเปิดให้พี่น้องประชาชนมีทางเลือกในการที่จะเดินทางสัญจรไปมาจากจังหวัดอุดรธานี ไปจังหวัดเลยให้เร็วขึ้นแล้วก็ให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ขออนุญาตตอบคำถามทั้ง ๒ คำถามของท่านสมาชิกค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญคำถามที่ ๒🔗
ดิฉัน เทียบจุฑา ขาวขำ นะคะ ขออนุญาต ก่อนอื่นก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะคะที่พูดถึงเรื่องถนน ๒๓๔๘ ช่วงทางขึ้นภูพระบาท และภูพระบาทมรดกโลกของจังหวัดอุดรธานีและพูดถึงอ่างเก็บห้วยทรายที่เป็นถนนจาก บ้านกลางใหญ่ผ่านห้วยทรายไปยังบ้านน้ำซึม ตำบลหนองแวง อำเภอน้ำโสม ดิฉันก็ได้ รับทราบว่าทางกระทรวงคมนาคมได้ตั้งงบประมาณเพื่อจะดำเนินการขยายถนนเส้นนี้ ดิฉัน ต้องขอบคุณทางท่านรัฐมนตรีด้วยนะคะจะได้ไปแจ้งพี่น้องประชาชนด้วยความสบายใจค่ะ คำถามที่ ๒ ดิฉันอยากจะขอเรียนถามว่านอกจากทางกระทรวงคมนาคมได้ปรับปรุงขยาย ช่องทางจราจรในทางหลวงแผ่นดิน ๒๐๒๑ แล้วนะคะว่าเป็นช่วง ๆ ยังเหลืออีกประมาณ ๒๐ กิโลเมตรนั้น ดิฉันก็อยากจะเรียนถามว่าในที่เหลือนี่มีแผนที่จะขยายขออนุญาตนะคะเมื่อ สักครู่นี้อาจจะโน้ตไม่ทันค่ะ ขยายช่วงไหนบ้างแล้วก็ถามต่อไปเลยว่าเส้นทางนี้คนมักจะวิ่ง ออกกำลังกายกันมากตอนเช้าอยากจะถามว่ามีโครงการที่จะติดไฟฟ้าส่องสว่างในเส้นทาง ๒๐๒๑ ที่ยังขาดอยู่จะมีงบประมาณหรือโครงการอย่างไรในปี ๒๕๖๙ ขอบคุณค่ะ🔗
ท่านรัฐมนตรีตอบคำถามที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพค่ะ ในประเด็นของคำถามที่ ๒ ท่านสมาชิกได้ถามถึงว่าจะมีงบประมาณ ในการที่จะก่อสร้างใน ๒๐ กิโลเมตรที่เหลืออย่างไร ก็อย่างที่นำเรียนว่าในเส้นทางดังกล่าว เรามองเห็นโอกาสว่าการทำถนนจาก ๒ เลนเป็น ๔ เลน เราก็จะเร่งรัดเนื่องจากในช่วงนี้ ก็ต้องยอมรับอย่างเรื่องของข้อจำกัดของงบประมาณ แต่ดิฉันจะได้สั่งการให้เส้นทางดังกล่าว เป็นโครงการลำดับต้น ๆ ที่กระทรวงคมนาคมจะจัดสรรงบประมาณลงไปนะคะ นอกจากนั้น ในเส้นทางที่เหลือไฟส่องสว่างซึ่งในไฟส่องสว่างเราต้องยอมรับว่ามีไฟส่องสว่างในช่วงที่มี พี่น้องประชาชนชุมชนหนาแน่นกับไฟส่องสว่างในบริเวณทางที่เป็นจุดอันตราย ถ้าท่าน สมาชิกมองเห็นว่าจุดไหนที่อยู่ในพื้นที่ของชุมชนหนาแน่นและพี่น้องประชาชนสัญจร เดินทางไปมาเกิดจุดอันตราย ดิฉันก็คงไม่ได้พูดถึงเรื่องของการตั้งงบประมาณปี ๒๕๖๙ ถ้ากระทรวงคมนาคมเล็งเห็นถึงความปลอดภัย คำนึงถึงชีวิตของพี่น้องประชาชน กระทรวง คมนาคมก็สามารถที่จะจัดสรรเงินงบประมาณลงไปแก้ไขให้เพิ่มไฟส่องสว่างหรือเพิ่มจุด สัญญาณไฟจราจร นั่นก็คือการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ไม่ต้องไปถึงการ ตั้งงบประมาณปี ๒๕๖๙ เนื่องจากบางโครงการเองขณะนี้เราเรียกว่าเงินเหลือจ่ายเพิ่มเติม จากการที่ช่วงนี้อยู่ในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ บางโครงการผู้รับจ้างอาจารย์เสนอราคาไม่ถึงกับ วงเงินที่เราตั้งงบประมาณไว้ก็จะมีเงินเหลือจ่าย เขาเรียกว่าเป็นงบเพิ่มเติมแต่ท่านสมาชิก บอกว่าจุดตรงนั้นเดือดร้อนหรือว่าตรงนี้ไฟไม่ส่องสว่างที่พี่น้องใช้เป็นสถานที่ไหล่ทาง ๒ ข้าง ทางออกกำลังกายไปมาในจุดเหล่านี้ก็ขอให้ท่านสมาชิกได้แจ้งดิฉันมาแล้วก็จะได้สั่งการให้ ทางหลวงที่จังหวัดอุดรธานีไปสำรวจแล้วก็ได้ใช้เงินเหลือจ่ายของกรมทางหลวงในปลายปีนี้ ไปเร่งดำเนินการติดตั้งให้พี่น้องประชาชน ซึ่งนี่คือความห่วงใย ของกรมทางหลวงกระทรวง คมนาคมในทุกมิติ ไม่ว่าเรื่องของการขยายเส้นทางจราจรเรื่องของไฟส่องสว่าง เรื่องของการ ติดตั้งไฟสัญญาณจราจร เรื่องของการปรับพื้นที่ที่มีความลาดชันให้มีความเหมาะสมในการ ขนส่งสินค้าพื้นที่ที่เกษตรกรใช้รถสิบล้อเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน ก็ขออนุญาต นำเรียนว่าให้ท่านสมาชิกได้แจ้ง ดิฉันจะได้เพิ่มเติมในเรื่องของสั่งการให้ทางหลวงจังหวัด อุดรธานีไปสำรวจออกแบบแล้วก็ได้ชี้จุดที่จะไปสำรวจออกแบบในการติดตั้งไฟสัญญาณ จราจรแล้วก็ไฟส่องสว่างด้วยค่ะ ก็ขอขอบพระคุณสำหรับคำถามของท่านสมาชิกที่มีความ ห่วงใย แล้วดิฉันจะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่าน สส. ถามต่อไหมครับ เชิญครับ🔗
ขออนุญาตขออีกนิดเดียวค่ะท่าน ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีให้ความชัดเจนและให้ความกระจ่างในเรื่องของการพัฒนา ถนน ๒๐๒๑ แต่อันนี้ขอฝากท่านรัฐมนตรีถนนสาย ๒๐๒๑ มันมีคอขอดอยู่มันเป็นทางรถไฟ ซึ่งหารือไปหลายครั้งแล้วก็ยังไม่ได้รับคำตอบหรือว่าไม่ได้รับทราบความก้าวหน้า ในช่วง บ้านโนนยาง ตำบลบ้านขาว ของอำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี อันนี้ก็ฝากท่านรัฐมนตรีนะคะ แล้วก็ดิฉันเองก็คงไม่ติดใจแล้วเพราะว่าท่านให้ความกระจ่างทุกเรื่องในเรื่องของการบริหาร จัดการ เรื่องงบประมาณและการพัฒนา ดิฉันจะขออนุญาตแจ้งว่าจังหวัดอุดรธานีเดี๋ยวนี้ มีนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการในปี ๒๕๖๖ ๒๕๖๗ เกือบ ๕ ล้านกว่าคน แล้วจังหวัดอุดรธานี ในปี ๒๕๖๙ รับเป็นเจ้าภาพการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ในปี ๒๕๖๙ ดังนั้นดิฉันเอง ก็มีความเป็นห่วงเป็นใยเรื่องถนนหนทางที่จะต้องมาบริการนักท่องเที่ยวเพื่อความสะดวก และปลอดภัยแล้ว เขาบอกอย่าลืมนะคะ มาอุดรธานีทีเดียวได้เที่ยว ๒ มรดกโลกนะคะ กราบขอบพระคุณท่านประธานและกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี แล้วขอขอบพระคุณ ไปยังกรมทางหลวง น้อง ๆ ไม่ว่าจะอยู่แขวงการทางหลวงในจังหวัดหรือในอำเภอเขาเรียกว่า ได้ดูแลเส้นทางเป็นอย่างดี เพราะดิฉันเองก็เป็นผู้ตรวจการภาคกลางคืนถ้าตรงไหนไม่สว่าง ตรงไหนไม่ดีก็จะโทรแจ้งน้อง ๆ ทันที ขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน กราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีนะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปครับ🔗
๕. เรื่อง ปัญหาความมั่นคงทางที่อยู่อาศัยในเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยติดภารกิจ ขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามไปวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘🔗
๖. เรื่อง ความเดือดร้อนของข้าราชการชั้นผู้น้อยในจังหวัดภูเก็ต ท่านสมชาติ เตชถาวรเจริญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี ท่านสุริยะเป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากท่านรองนายกรัฐมนตรีติดภารกิจนะครับ ขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามดังกล่าวเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๘ สำหรับวันนี้จบการพิจารณากระทู้ ถามแยกเฉพาะ ขอปิดการประชุมครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภา จำนวน ๕ เรื่อง🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าที่ประชุมวุฒิสภาได้ พิจารณารับทราบรายงาน จำนวน ๕ เรื่อง ดังนี้🔗
๑. ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๗ วันจันทร์ที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณารับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำหรับ ปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง🔗
๒. ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๘ วันอังคารที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณารับทราบรายงาน จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้🔗
๒.๑ รายงานกิจการประจำปี งบดุล บัญชีกำไรและขาดทุนของธนาคาร เพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖🔗
๒.๒ รายงานประจำปีกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานราก และสังคม ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖🔗
๓. ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๐ วันอังคารที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณารับทราบรายงาน จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้🔗
๓.๑ รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๖๓🔗
๓.๒ รายงานกิจการประจำปี งบดุล และบัญชีกำไรขาดทุนของธนาคาร พัฒนา วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ จึงเรียนมาเพื่อให้ที่ประชุมได้รับทราบนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม🔗
รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ครั้งที่ ๑๗ วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๗ ครั้งที่ ๑๘ วันพุธที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๗ ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกได้ตรวจดูแล้วก่อนที่จะเสนอให้สภารับรอง ไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมสภา ผู้แทนราษฎร ๒ ครั้งดังกล่าวนะครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ กระผม นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทยครับ ขออนุญาตเสนอญัตติ เพื่อเปลี่ยนระเบียบวาระของการประชุมครั้งที่ ๒๒ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ วรรคสอง โดยขอ นำระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๖ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พุทธศักราช ๒๕๕๘ พ.ศ. .... เป็นเรื่องที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมและได้ส่งคืนสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๗ ขึ้นมาพิจารณาก่อนระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว โดยให้มีผลบังคับในการประชุมครั้งต่อไปเป็นการประชุม ของวันพุธที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ วรรคสอง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรองครับ เอาใหม่ครับ ยกทุกท่านเลยนะครับ🔗
ขอผู้รับรองอีกครั้งหนึ่งครับ🔗
รับรองถูกต้องครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ด้วยมีสมาชิกเสนอญัตติตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒) ขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม ครั้งที่ ๒๒ โดยขอนำระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๖ ร่างพระบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนด การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ขึ้นมาพิจารณาก่อนระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว โดยให้มีผลบังคับในการประชุมครั้งต่อไปตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ วรรคสอง จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่น ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ให้เปลี่ยนแปลงระเบียบวาระนะครับ ต่อไปนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗
๑. ขอถอนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแก้ไขปัญหามลพิษ ทางอากาศ ปัญหาขยะ และมลพิษอื่น ๆ ซึ่งนายร่มธรรม ขำนุรักษ์ เป็นผู้เสนอ ออกจาก ระเบียบวาระการประชุม ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๖๑ (ในระเบียบวาระที่ ๗.๓)🔗
ด้วยท่านร่มธรรม ขำนุรักษ์ เป็นผู้เสนอญัตติ ตามระเบียบวาระที่ ๕.๒ ได้มี หนังสือขอถอนญัตติเรื่องดังกล่าวออกจากระเบียบวาระการประชุม ซึ่งข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กำหนดว่าการถอนญัตติที่ประธานสภาสั่งบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมจะกระทำได้ ต่อเมื่อได้รับความยินยอมของที่ประชุมนะครับ ดังนั้นผมก็ถามที่ประชุมว่าจะมีสมาชิกท่านใด คัดค้านการถอนญัตติเรื่องดังกล่าวออกจากระเบียบวาระการประชุมหรือไม่ครับ ถ้าไม่มี สมาชิกท่านใดคัดค้านถือว่าที่ประชุมมีมติยินยอมให้ถอนญัตติเรื่องดังกล่าวออกจากระเบียบ วาระการประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ประกอบ ข้อ ๘๘ นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
๑. รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ญัตติพิจารณาศึกษาและจัดทำ ข้อเสนอในการส่งเสริมเยาวชนและสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในระบอบ ประชาธิปไตย ซึ่งคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วน ร่วมของประชาชนพิจารณาเสร็จแล้ว (ในระเบียบวาระที่ ๔.๑) เชิญท่านกรรมาธิการ เข้าประจำที่เลยครับ🔗
ในการนี้ผมได้อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ วรรคสอง ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุมนะครับ คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาและจัดทำข้อเสนอในการส่งเสริมเยาวชนและสร้างคนให้ เป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย ท่านแรกท่านอดิศร จันทรสุข รองประธาน คณะอนุกรรมาธิการ คนที่ ๒ ๒. ท่านโชติเวชญ์ อึ้งเกลี้ยง อนุกรรมาธิการ ๓. ท่านสถาปัตย์ เพชรศิราสัน อนุกรรมาธิการ ๔. ท่านณัฐภัทร เนียวกุล อนุกรรมาธิการ ๕. ท่านวรดร เลิศรัตน์ เลขานุการคณะอนุกรรมาธิการนะครับ พร้อมแล้วเชิญท่านประธานแถลงครับ🔗
เรียนประธานสภาที่ เคารพครับ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ วันนี้ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมี ส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเป็นตัวแทนของ ทางคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของ ประชาชน ในการนำเสนอรายงานเกี่ยวกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนในระบอบ ประชาธิปไตย ขออนุญาตสไลด์ขึ้นนะครับ🔗
ท่านประธานครับ เพื่อให้ ท่านประธานได้เห็นถึงภาพรวมในการทำงานของคณะกรรมาธิการก็อยากจะเรียนกับ ท่านประธานครับว่ารายงานฉบับนี้นับเป็นรายงานฉบับที่ ๓ ที่ทางคณะกรรมาธิการของเรา ได้มีการจัดทำเพื่อนำเสนอแนวทางในการยกระดับประชาธิปไตยในประเทศไทย ฉบับแรกครับ ตอนต้นปี ๒๕๖๗ เป็นข้อเสนอเกี่ยวกับการออกแบบระบบการเลือกตั้งสภา ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๒ ครับ เดือนสิงหาคม ปี ๒๕๖๗ คือข้อเสนอเกี่ยวกับการส่งเสริม สถาบันพรรคการเมืองให้ยึดโยงกับประชาชน ฉบับนี้เกี่ยวกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ เยาวชนก็นับเป็นฉบับที่ ๓ ซึ่งเดี๋ยวจะมีฉบับที่ ๔ ตามมาในเร็ว ๆ นี้เกี่ยวกับการยกระดับการ มีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้งท้องถิ่น ตามมาด้วยฉบับที่ ๕ และฉบับที่ ๖ ครับ ที่ตอนนี้ทางคณะอนุกรรมาธิการ ๒ ชุดกำลังจัดทำอยู่เรื่องของการยกระดับการบริหาร ราชการกรุงเทพมหานครและการปฏิรูประบบค่าปรับในกฎหมายไทย ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะมอบหมายให้ทางท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการแล้วก็คณะอนุกรรมาธิการ ท่านอื่นได้มานำเสนอตัวข้อเสนอแล้วก็สาระสำคัญของรายงานนะครับ นำสไลด์ลงได้นะครับ ขออนุญาตนำเรียนในภาพรวมก่อนนะครับว่าหลักคิดสำคัญที่ทางคณะกรรมาธิการและ คณะอนุกรรมาธิการใช้ในการจัดทำรายงานฉบับนี้คือหลักคิดที่ว่าเด็กและเยาวชนนั้นไม่ได้ เป็นเพียงแค่อนาคตของชาติครับ แต่เด็กและเยาวชนนั้นเป็นปัจจุบันของชาติเช่นกัน เพราะแน่นอนครับว่าในมุมหนึ่งเราก็จำเป็นที่ต้องมีการเตรียมความพร้อมลูกหลานของเราให้ สามารถเติบโตขึ้นมาเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย ส่วนร่วมในการ กำหนดอนาคตของประเทศได้ แต่แม้ในวันนี้ครับที่เขายังเป็นเด็กและเยาวชนอยู่ ปฏิเสธไม่ได้ ว่าการตัดสินใจของพวกเรา ไม่ว่าในฝ่ายบริหารก็ดีหรือในที่ประชุมสภาแห่งนี้ก็ดีก็ย่อมส่งผล กระทบต่อทั้งความเป็นอยู่แล้วก็โอกาสในชีวิตของพวกเขา ดังนั้นภารกิจในการส่งเสริมการมี ส่วนร่วมของเยาวชน ผมเชื่อว่าเป็นภารกิจที่พวกเราทุกคนในที่นี้เห็นตรงกัน แต่เรียนกับ ท่านประธานครับว่าการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนนั้นต้องเป็นการส่งเสริมการมีส่วน ร่วมแบบมีความหมาย ไม่ได้เป็นการทำกิจกรรมกับเยาวชนแบบฉาบฉวยเพียงเท่านั้น ท่านประธานครับ ประเด็นหนึ่งหรือปรากฏการณ์หนึ่งที่สังคมทั่วโลกนั้นกำลังมีความกังวล ก็คือปรากฏการณ์ที่เขาเรียกกันภาษาอังกฤษว่า Use Watching Use Watching ในที่นี้ครับ คือหมายถึงการที่รัฐหรือว่าองค์กรอาจจะมีความพยายามในการสร้างภาพลักษณ์ว่าตนเอง นั้นให้ความสำคัญกับคนรุ่นใหม่หรือเด็กและเยาวชน ไม่ว่าจะเป็นการยกย่อง การมอบรางวัล หรือการเชิญชวนให้พวกเขานั้นมาร่วมกันแสดงความเห็น แต่พอเรามองลึกเข้าไปใน รายละเอียดของกิจกรรมดังกล่าว หรือไปสอบถามเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการ ดังกล่าว หลายครั้งเราค้นพบครับว่าเด็กและเยาวชนดังกล่าวนั้นจะสะท้อนกลับมาครับ ว่าเขากลับมีความรู้สึกว่ารัฐหรือองค์กรดังกล่าวไม่ได้รับฟังความต้องการของพวกเขาอย่าง แท้จริง ไม่ได้มีความตั้งใจจริงใจในการแก้ไขปัญหาของพวกเขาอย่างแท้จริง และไม่ได้ให้ความไว้วางใจกับพวกเขาในการเข้ามีส่วนร่วมในการตัดสินใจอย่างแท้จริง ดังนั้น เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเรานั้นสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างมีความหมาย สิ่งที่ทางคณะอนุ กรรมาธิการได้จัดทำนั้นก็จะเป็นข้อเสนอครับ เปรียบเสมือนเป็นเมนูทางนโยบายให้กับฝ่าย บริหารแล้วก็สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้นำไปพิจารณา โดยแบ่งออกเป็นข้อเสนอตาม ๓ หมวดหมู่หลักด้วยกัน🔗
หมวดหมู่ที่ ๑ ครับคือการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในพื้นที่ทางการเมืองทั่วไป อธิบายง่าย ๆ คือทำอย่างไรครับให้เสียงของเด็กและเยาวชนนั้นมันดังเข้ามาถึงที่ประชุม คณะรัฐมนตรี ดังเข้ามาถึงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดกว้างให้ เยาวชนนั้นที่อยากจะลงสมัครรับเลือกตั้งสามารถขอโอกาสจากประชาชนในการเข้ามา ทำงานการเมืองได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับเรื่องของช่องทางการมีส่วนร่วมต่าง ๆ ที่มี อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเสนอร่างกฎหมาย การแสดงความเห็นต่อร่างกฎหมายให้เป็นมิตร ต่อเยาวชนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้รูปแบบของช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการปรับ ภาษาให้เข้าใจง่ายขึ้น หรือแม้กระทั่งมาตรการในการเพิ่มกลไกในการประเมินผลกระทบ ของกฎหมายและนโยบายต่าง ๆ ต่อเด็กและเยาวชน🔗
หมวดหมู่ของข้อเสนอชุดที่ ๒ ครับ คือการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในพื้นที่ ทางการเมืองเฉพาะสำหรับเยาวชน พูดง่าย ๆ คือทำอย่างไรให้เยาวชนเรานั้นมีองค์กรเฉพาะ หรือว่าองค์กรตัวแทนที่สามารถสะท้อนเจตจำนงและความต้องการที่หลากหลายของเยาวชนได้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับที่มาของสภาเด็กและเยาวชนที่มีอยู่แล้วให้มาจากการเลือกตั้งโดยเด็ก และเยาวชนในวงกว้างขวางมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับเรื่องของบทบาทของสภาเด็กและ เยาวชนให้เขามีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดนโยบายสาธารณะ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การ จัดกิจกรรม หรือไม่ว่าจะเป็นการวางมาตรการต่าง ๆ ในการคุ้มครองความเป็นอิสระของ สภาเด็กและเยาวชนโดยการทบทวนเรื่องของสังกัดหรือแหล่งที่มางบประมาณ🔗
ส่วนสุดท้ายหมวดที่ ๓ คือการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในพื้นที่ของสถานศึกษา ทำอย่างไรให้นักเรียนเหล่านั้นสามารถมีโอกาสในการเข้ามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย การศึกษาและกฎระเบียบของสถานศึกษาในสถานศึกษาของตนเองได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การเปิดให้นักเรียนนั้นสามารถเลือกตัวแทนของเขาเข้ามาอยู่ในคณะกรรมการสถานศึกษา หรือไม่ว่าจะเป็นการยกระดับสภานักเรียนหรือว่าคณะกรรมการนักเรียนให้มีอิสระในการ ดำเนินโครงการมากขึ้น แน่นอนครับว่าข้อเสนอในทั้ง ๓ หมวดหมู่นี้ไม่สามารถเป็นจริง ได้ครับท่านประธาน ถ้าเราไม่ช่วยกันปรับปรุงบทบัญญัติในกฎหมายและการบังคับใช้ กฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของเยาวชน ข้อเสนอเหล่านี้ไม่สามารถเป็นจริงได้ครับหากเราไม่ร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมให้เด็กและ เยาวชนนั้นรู้สึกปลอดภัยในการเข้ามีส่วนร่วม และข้อเสนอเหล่านี้ก็ไม่สามารถเป็นจริงได้ ครับหากเราไม่มาช่วยการติดอาวุธทักษะให้กับทั้งเด็กและเยาวชนในการเข้าไปผลักดันการ เปลี่ยนแปลง รวมถึงทักษะให้กับผู้ใหญ่อย่างพวกเรานี่ละครับในการรับฟังความต้องการและ ความเห็นของเด็กเยาวชนด้วยความเข้าใจมากขึ้น ดังนั้นครับ วันนี้ผมพร้อมครับที่จะรับฟัง ข้อเสนอแนะข้อสังเกตของเพื่อนสมาชิกทุกคน แต่ก่อนที่จะถึงวาระดังกล่าวก็ขออนุญาตมอบ ไปเวทีให้กับทางประธานคณะอนุกรรมาธิการ แล้วก็เลขาคณะอนุกรรมาธิการได้นำเสนอ ข้อเสนอในเชิงรายละเอียดเป็นการต่อไปครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
อนุ. จะเสนอใช่ไหม เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ฉัตร สุภัทรวณิชย์ ผู้แทนราษฎรนครราชสีมา เขต ๑ หน้าย่าโม พรรคประชาชน ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการในการพิจารณาศึกษาและจัดทำข้อเสนอในการส่งเสริม เยาวชนและสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยครับ ในคณะอนุ กรรมาธิการนี้ สิ่งที่เราได้เริ่มศึกษาและรวบรวมข้อมูลเราพบว่ากว่าทศวรรษที่ผ่านมาเป็น ระยะเวลาหลายปีที่ภาครัฐและหน่วยงานต่าง ๆ ได้ให้พื้นที่ได้พยายามที่จะส่งเสริมเด็ก และเยาวชนให้มีพื้นที่ในการแสดงออกแล้วก็มีส่วนร่วมในกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ มากมาย แต่เมื่อมองย้อนกลับไปครับ เรากลับพบปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเรียกได้ว่าทั่วโลกก็คือว่า พฤติการณ์ที่ให้ส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนนั้นเป็นไปอย่างฉาบฉวยนะครับ เด็กและ เยาวชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจน้อยมากหรือถึงขั้นไม่มีส่วนร่วมในการที่จะร่วมตัดสินใจ ผู้หลักผู้ใหญ่เองย่อมมีความห่วงใย ห่วงใยความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลักษณะ ของเกรงว่างานจะเกิดข้อผิดพลาดไปจนถึงเรื่องของระเบียบการเบิกจ่ายข้อกำหนดต่าง ๆ ครับ เป็นระยะเวลาที่เราควรจะมาคำนึงถึงว่าเป็นการที่จะส่งเสริมกิจกรรมโดยให้เด็กได้มีโอกาส ได้เรียนรู้เรื่องของการศึกษา มุ่งเน้นเรื่องการอบรมสั่งสอนซึ่งเป็นพื้นฐานนะครับ แต่ปัจจุบัน นั้นควรจะยกระดับขึ้นเป็นเรื่องของการให้คำปรึกษา โดยที่ผู้หลักผู้ใหญ่ทุกคนควรจะเข้าใจ แล้วก็ให้โอกาสเยาวชนได้มีส่วนร่วม มีพื้นที่ได้ร่วมกันตัดสินใจแล้วก็ผู้หลักผู้ใหญ่นั้นเป็นฝ่าย ที่ให้คำปรึกษาประคับประคองให้เด็กต่าง ๆ มีส่วนร่วมแล้วก็ได้พัฒนาทักษะต่าง ๆ เติบโต ไปด้วยกัน ซึ่งการเติบโตทางด้านนี้ก็จะเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมพลเมืองให้มีความ แข็งแรงและเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีในระบอบประชาธิปไตยครับ ในรายงานฉบับนี้เราได้ เชิญชวนกลุ่มเด็กและเยาวชน สภาเด็กและเยาวชนในระดับต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสภาเด็กและ เยาวชนระดับตำบล อำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ ยังมีกลุ่มสภาเด็กและเยาวชนจาก หน่วยงานอื่น ๆ อีกหลายหน่วยงาน รวมถึงโรงเรียน ผู้บริหาร หน่วยงาน องค์กร ไปจนถึง มูลนิธิที่ได้มาร่วมกันให้ข้อมูล ได้ให้มุมมองในการทำงานหลายสิบปีที่ผ่านมาครับ รายงานที่ นำเสนอต่อสภาวันนี้มีกรอบที่ครอบคลุมพื้นที่ ๓ ด้านด้วยกันนะครับ มีพื้นที่การเมืองปกติ พื้นที่การมีส่วนร่วมเฉพาะสำหรับเด็กและเยาวชน พื้นที่สถานศึกษาซึ่งค่อนข้างจะมี รายละเอียดแล้วก็รวบรวมข้อเสนอแนะเป็นหมวดหมู่ไว้ด้วยกัน ปิดท้ายด้วยเรื่องของ สภาพแวดล้อม โดยมีความตั้งใจ ๓ ประการ คือ ๑. ทำให้เยาวชนรู้สึกปลอดภัยในการมี ส่วนร่วม ทั้งในเชิงกฎหมายและในเชิงวัฒนธรรม ๒. เสริมสร้างทักษะให้กับเด็กและเยาวชน ในการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และประการที่ ๓ การเสริมสร้างทักษะให้กับผู้ใหญ่ ที่เกี่ยวข้องในการรับฟังแล้วก็ทำความเข้าใจเด็กและเยาวชน ในลำดับต่อไปจะขออนุญาตให้ ท่านเลขาอนุกรรมาธิการได้นำเสนอต่อไปครับ🔗
เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม วรดร เลิศรัตน์ เลขานุการคณะอนุกรรมาธิการ ขออนุญาตเรียนชี้แจงนะครับ ขออนุญาต นำสไลด์ขึ้น สไลด์ที่ ๔ ได้เลยนะครับ🔗
ดังที่ท่านประธาน กรรมาธิการและท่านประธานอนุกรรมาธิการได้ชี้แจงแล้วว่าการมีส่วนร่วมของเยาวชนอย่าง มีความหมายนี้นับเป็นเงื่อนไขสำคัญในการพัฒนานโยบายสาธารณะให้ตอบโจทย์แก้ปัญหา แล้วก็สามารถที่จะเติมเต็มความฝันของเด็กและเยาวชนในสังคมไทย เป็นเงื่อนไขสำคัญใน การที่จะช่วยส่งเสริมแล้วก็พัฒนาให้เด็กและเยาวชนสามารถที่เติบโตเป็นพลเมือง ในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างสมบูรณ์ และเป็นเงื่อนไขสำคัญในการพัฒนาสังคมแล้วก็ พัฒนาระบอบประชาธิปไตยให้เป็นที่เชื่อมั่นว่าจะสามารถตอบโจทย์ของคนทุกกลุ่มในสังคม ได้อย่างทั่วถึงแล้วก็มีเสถียรภาพอย่างยั่งยืนในระยะยาวนะครับ ข้อเสนอสำคัญที่คณะอนุ กรรมาธิการได้ศึกษาและสรุปออกมานี้จะมีข้อเสนออยู่ ๓ ข้อเสนอหลัก ๆ ที่จะช่วยแก้ปัญหา ในการที่ทุกวันนี้การมีส่วนร่วมของเยาวชนมันอาจจะยังไม่สามารถที่จะนำไปสู่การสร้างความ เปลี่ยนแปลงตามอย่างที่เขาอยากที่จะเห็นนะครับ ข้อเสนอแรกก็คือการปรับดุลอำนาจ ปรับดุลอำนาจระหว่างเยาวชนในระบอบการมีส่วนร่วม ให้เขาสามารถที่จะขับเคลื่อน ส่งเสียงแล้วถูกได้ยิน ส่งเสียงแล้วมีความหมาย ขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมี ความหมายมากขึ้น มีพลังมากขึ้น ๒. คือการกระจายโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากร เพื่อแก้ปัญหาที่ทุกวันนี้การมีส่วนร่วมยังเป็นสิทธิที่ถูกจำกัดวงอยู่ในเยาวชนจำนวนไม่มากนัก แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในการมีส่วนร่วม และ ๓. คือการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ กดทับการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน มองว่าเด็กและเยาวชนเป็นคนนอกที่ไม่สามารถที่ จะตัดสินใจแล้วก็มีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงในสังคมได้ โดยที่เรามองว่า ข้อเสนอทั้ง ๓ ข้อนี้ควรที่จะนำไปสู่การปรับโครงสร้างการมีส่วนร่วมใน ๓ พื้นที่หลักดังที่ ท่านประธานได้เรียนแล้ว ก็คือพื้นที่การเมืองปกติ พื้นที่การเมืองเฉพาะเยาวชน และพื้นที่ สถานศึกษา โดยจะต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในสองเงื่อนไข คือการเสริมสร้างทักษะให้กับเยาวชนแล้วก็ผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศการมีส่วนร่วม รวมไปถึงการคุ้มครองแล้วก็สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เยาวชนกล้าแล้วก็สบายใจที่จะสามารถ มีส่วนร่วมในกระบวนการนโยบายได้นะครับ🔗
สไลด์ถัดไปได้เลยนะครับ สำหรับพื้นที่การเมืองปกตินะครับ ในพื้นที่การเมือง ปกติกลไกพื้นฐานที่สุดที่ประชาชนคนหนึ่งจะสามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการนโยบายก็คือ ผ่านกลไกการเลือกผู้แทน กลไกการเลือกผู้แทนนับเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้ผู้แทนทางการ เมืองแล้วก็ผู้ที่เข้าสู่อำนาจทางการเมืองตอบสนองต่อการแก้ปัญหาแล้วก็เติมเต็มความ ต้องการของประชาชนรวมถึงรับผิดชอบต่อความต้องการของประชาชน เปลี่ยนเป็นสไลด์ ถัดไปได้เลยนะครับ แต่ทุกวันนี้เยาวชนไม่ได้มีสิทธิในการที่จะเลือกผู้แทนอย่างเสมอภาค กับประชาชนกลุ่มอื่น ส่วนหนึ่งเกิดจากการตั้งเกณฑ์อายุขั้นต่ำในการมีสิทธิในการเลือกตั้งที่ อาจจะต่ำเกินไป เราต้องไม่ลืมด้วยว่าเยาวชนเป็นกลุ่มประชากรที่ไม่มีทรัพยากรทาง การเมืองอื่นนอกเหนือจากสิทธิเลือกตั้งที่เขาจะสามารถที่จะโน้มน้าวให้ผู้แทน ให้ผู้มีอำนาจ ทางการเมืองสามารถที่จะตอบสนองแล้วก็รับฟังเขาอย่างมีความหมาย ถ้าเราดูถึงอายุขั้นต่ำ ในการมีสิทธิเลือกตั้งในปัจจุบันที่ถูกกำหนดมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ไว้ที่ ๑๘ ปี เราจะเห็นว่า มันเป็นเกณฑ์อายุที่อาจจะสูงเกินไปโดยที่ไม่สอดคล้องกับความรับผิดชอบตามช่วงวัย ของเยาวชน เยาวชนอายุ ๑๕ ปี เป็นช่วงวัยที่สามารถที่จะถูกศาลตัดสินลงโทษอาญาได้แล้ว แต่เขากลับไม่มีสิทธิที่จะมีส่วนร่วมในการเลือกผู้แทนมากำหนดกฎหมายที่อาจจะถูกนำมา จำกัดสิทธิและลงโทษเขา เยาวชนอายุ ๑๕ ปี เป็นช่วงวัยที่สามารถรับจ้างงานได้แล้ว มีโอกาสเสียภาษีเงินได้จากน้ำพักน้ำแรงจากการทำงานของเขาเอง แต่ว่าเขากลับไม่มีสิทธิ เลือกผู้แทนที่จะเข้ามากำหนดการเก็บภาษี เข้ามากำหนดการจัดสรรงบประมาณเพื่อที่เป็น เงินที่อาจจะเขาก็มีส่วนในการร่วมจ่าย แล้วเราต้องไม่ลืมด้วยว่าเยาวชนยิ่งอายุน้อยเท่าไร ก็ยิ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่จะต้องแบกรับผลลัพธ์การตัดสินใจต่าง ๆ ผลลัพธ์การตัดสินใจนโยบาย ในระยะยาวมากขึ้น เพราะฉะนั้นโดยเหตุผลเหล่านี้เมื่อคำนึงถึงหน้าที่และความรับผิดชอบ ของเยาวชนกลุ่มอายุที่ต่ำกว่า ๑๘ ปี อาจจะเป็นกลุ่มอายุช่วง ๑๕-๑๗ ปี อายุเลือกตั้งอาจจะ สามารถถูกลดลงจากในปัจจุบันได้ ถ้าเราดูในหลายประเทศเราจะเห็นว่าการลดอายุเลือกตั้ง ให้ต่ำลงจาก ๑๘ ปีนี้เป็น Trend ที่กำลังเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะใน ภูมิภาคยุโรปและภูมิภาคลาตินอเมริกา ซึ่งมีการลดอายุเลือกตั้งในหลายรูปแบบ ทั้งการลด อายุเลือกตั้งในทุกระดับ แล้วก็การลดอายุเลือกตั้งเฉพาะบางระดับ เช่นการเลือกตั้งระดับ ท้องถิ่น ผลลัพธ์จากการลดอายุเลือกตั้งในแต่ละประเทศส่งผลให้เยาวชนมีแนวโน้ม ที่จะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น เชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตยในระยะยาว มากขึ้น แล้วก็ยึดถือยึดมั่นกับคุณค่าในระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น หลายท่านอาจจะตั้ง คำถามว่าเยาวชนในช่วงวัยที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ช่วง ๑๕-๑๗ ปี มีขีดความสามารถในการ ที่จะตัดสินใจเลือกตั้งแค่ไหน จากงานศึกษาเราพบว่าเยาวชนช่วงอายุ ๑๕-๑๗ ปี รบกวน เปลี่ยนสไลด์ด้วยนะครับ มีความสนใจติดตามทางการเมืองนี้ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด นับเป็นสัดส่วนถึง ๖๔ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนับว่าเป็นสัดส่วนที่ไม่ได้ต่ำกว่ากลุ่มเยาวชนอายุ ๑๘ ปี อย่างมีนัยสำคัญนัก ในขณะเดียวกันเยาวชนในช่วงอายุนี้ก็เป็นช่วงอายุที่มีพัฒนาการทาง สมองในการตัดสินใจที่ไม่ต้องถูกกดดันอย่างเร่งรีบสมบูรณ์แล้ว และเป็นวัยที่สำเร็จการศึกษา เป็นวัยโดยเฉลี่ยในการสำเร็จการศึกษาภาคบังคับแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อเราอาจอนุมานได้ว่า เยาวชนในช่วงอายุนี้มีศักยภาพที่จะสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้ และในขณะเดียวกัน ผลการศึกษาในประเทศที่มีการลดอายุเลือกตั้งแล้ว ก็พบว่าเยาวชนในช่วงอายุดังกล่าวนี้ สามารถที่จะตัดสินใจเลือกตามความต้องการและตามอุดมการณ์ของตนเองได้ โดยที่ไม่ถูก ครอบงำ ชี้นำ หรือว่าถูกนำไปสู่การตัดสินใจที่เห็นผิด ข้อเสนอในการที่จะปรับปรุงการมีส่วน ร่วมของเยาวชนผ่านกลไกผู้แทน นอกจากการลดอายุขั้นต่ำในการมีสิทธิเลือกตั้งแล้ว อาจจะ ครอบคลุมถึงข้อเสนอในการที่ลดอายุขั้นต่ำในการมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ซึ่งอาจจะลดให้อยู่ระหว่าง ๑๘-๒๕ ปีแล้วแต่ตำแหน่ง รวมถึงการส่งเสริมการสร้างปีก แล้วก็พัฒนาปีกเยาวชนในพรรคการเมือง และขับเคลื่อน นโยบายส่งเสริมการมีส่วนร่วมในมิติอื่นที่จะได้นำเสนอในชุดนโยบายในวันนี้ไปควบคู่กัน ที่สำคัญคือการเสริมสร้างความรู้และทักษะแก่เด็กและเยาวชนให้พวกเขาสามารถที่จะใช้สิทธิ เลือกตั้งได้อย่างสมบูรณ์และได้อย่างตอบสนองความต้องการของเขาได้อย่างดีที่สุด รบกวน ไปสไลด์ถัดไปครับ นอกจากการมีส่วนร่วมทางอ้อมผ่านกลไกผู้แทนแล้ว เยาวชนยังมี แนวโน้มที่จะต้องการการมีส่วนร่วมทางตรง การมีส่วนร่วมที่ไม่ใช่แค่การเลือกผู้แทนเท่านั้น จากผลสำรวจจากเยาวชนมากกว่า ๒๐,๐๐๐ ตัวอย่างทั่วประเทศนี้ เราพบว่าแนวโน้ม พฤติกรรมการมีส่วนร่วมของเยาวชนมีลักษณะที่เป็นการมีส่วนร่วมที่ไม่ผ่านองค์กรจัดตั้ง ตอบสนองสถานการณ์เฉพาะเรื่องและผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น แต่ช่องทางการมีส่วนร่วม ทางตรงที่รัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้ในปัจจุบันเป็นช่องทางที่เน้นการมีส่วนร่วมในการเสนอ กฎหมายเท่านั้น ในขณะที่เครื่องมือในการรับฟังความเห็นของประชาชนและเยาวชนใน รูปแบบอื่นก็มีลักษณะที่ใช้ประชาชนหรือว่าเยาวชนเป็นเพียงไม้ประดับ เป็นเพียงตรา ประทับที่จะต้องผ่านไปตามกระบวนการ โดยที่ไม่ได้ให้เยาวชนหรือประชาชนสามารถที่จะมี สิทธิมีเสียงในการที่จะแสดงความเห็น เสนอข้อคิดเห็น ต่อการกำหนดนโยบายได้อย่างมี ความหมายตลอดกระบวนการอย่างแท้จริง ไม่นับรวมว่ารูปแบบและวิธีการการมีส่วนร่วมที่ เปิดกว้างอยู่ในปัจจุบันนี้มีรูปแบบที่อาจจะไม่เป็นมิตรกับเยาวชน ตั้งแต่เรื่องการใช้ภาษาที่ อาจจะยากเกินไป แพลตฟอร์มการมีส่วนร่วมในรูปแบบต่าง ๆ ที่อาจจะไม่สอดคล้องกับ พฤติกรรมและวิถีชีวิตของเยาวชน เพราะฉะนั้นจากการศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการ จึงมีข้อเสนอให้มีการขยายสิทธิในการที่เยาวชนสามารถมีส่วนร่วมทางตรง ซึ่งแน่นอนว่า รวมถึงการขยายสิทธิของประชาชนทุกคนในการมีส่วนร่วมทางตรงได้มากขึ้น ซึ่งครอบคลุม ถึงการเข้าชื่อเพื่อเสนอข้อเรียกร้อง และมีเงื่อนไขให้รัฐมนตรีจำเป็นต้องตอบกลับ รวมถึง หรือถ้ามีชื่อถึงจำนวนที่กำหนดอาจจะต้องเป็นเงื่อนไขให้เกิดการอภิปราย ถูกบรรจุเป็นญัตติ อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร สิทธิในการเข้าชื่อนี้อาจหมายรวมถึงสิทธิในการ เข้าชื่อเพื่อเสนอให้มีการพิจารณาถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และผู้ดำรงตำแหน่ง ระดับสูง ซึ่งเป็นสิทธิที่เลือนหายไปจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และการใช้สิทธิเหล่านี้ควร จะสามารถใช้ได้โดยง่าย สามารถดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ แพลตฟอร์ม ออนไลน์ กลางของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีต้นทุนต่ำในการริเริ่มการเข้าชื่อแล้วก็สามารถที่จะ ดำเนินกระบวนการตลอดกระบวนการได้อย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกสบาย นอกจาก กระบวนการในการเสนอข้อเรียกร้องแล้วอาจจะมีการเพิ่มช่องทางในการมีส่วนร่วมทางตรง ในการกำหนดนโยบายเกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน🔗
ขออนุญาตท่านเลขาฯ อีกเยอะไหมครับ🔗
ประมาณหนึ่งครับ🔗
เพราะว่าเรามีรายงานวางให้เขาดูอยู่แล้วใช่ไหม ก็กระชับหน่อยเดี๋ยวมีคนต่อไหมครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ🔗
เชิญครับท่านประธาน🔗
ขออนุญาตท่าน ประธานครับ ผมปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน มีการหารือกันทั้งสองฝ่าย พอดีว่ารายงานนี้มีสมาชิกให้ความสนใจค่อนข้างมาก แล้วก็เราได้เลื่อนระเบียบวาระถัดไป ออกไปเป็นสัปดาห์หน้าแล้ว ก็อาจจะขอความกรุณาท่านประธานให้เวลากรรมาธิการได้ เต็มที่และเดี๋ยวสมาชิกซักถามต่อ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เดี๋ยวมีท่านเลขา แล้วมีใครต่ออีกไหม คนสุดท้ายเชิญครับ🔗
อาจจะรวมถึงการพัฒนา กลไกในการที่ให้เด็กและเยาวชนนี้สามารถที่จะมีส่วนร่วมในการให้ความเห็นก่อนการกำหนด นโยบายที่อาจจะมีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนผ่านกระบวนการที่อาจจะเป็นกลไกใน ลักษณะการประเมินผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนของนโยบายและร่างกฎหมาย🔗
สำหรับพื้นที่ถัดไป คือพื้นที่การเมืองเฉพาะเยาวชน พื้นที่การเมืองเฉพาะ เยาวชนรบกวนเปลี่ยนสไลด์ไปอีก ๒ สไลด์ถัดไปครับ ปัจจุบันประเทศไทยมีสภาเด็กและ เยาวชนเป็นพื้นที่การเมืองที่เปิดให้เด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน ๒๕ ปีนี้ เป็นช่องทางการ ที่ให้พวกเขาสามารถที่จะมีบทบาทในกระบวนการนโยบายได้ เปลี่ยนเป็นสไลด์ถัดไปได้เลย สภาเด็กและเยาวชนในปัจจุบันนี้เป็นสภาที่ถูกจัดตั้งอยู่ในทุกระดับ ทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด และในระดับประเทศ แต่ว่ากลไกของสภาเด็กและเยาวชนในปัจจุบันนี้อาจจะยัง ไม่สามารถที่จะเป็นกระบอกเสียงของเยาวชนในการที่จะสะท้อนเสียงของพวกเขาและ สามารถมีบทบาทในกระบวนการนโยบายได้อย่างเหมาะสมนะครับ รบกวนเปลี่ยนสไลด์ได้ เลยนะครับ สภาเด็กและเยาวชนในปัจจุบันยังมีปัญหาหลายประการ ประการแรกคือ การขาดความเป็นตัวแทนที่ดีนะครับ ทุกวันนี้สภาเด็กและเยาวชนกฎหมายกำหนดให้มาจาก การเลือกกันเองนะครับ แต่กระบวนการเลือกกันเองของเด็กและเยาวชนนี้มักจะเป็นการ เลือกในวงจำกัดมากนะครับ เป็นการเลือกด้วยปัญหาของการจัดการเลือกตั้งที่อาจจะไม่ได้ เอื้อต่อการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนในวงกว้าง รวมถึงปัญหาในการประชาสัมพันธ์ ส่งผลให้การเลือกกันเองที่ว่านี้ มักเกิดขึ้นกับเยาวชนที่อยู่ในกระบวนการสภาเด็กและเยาวชนอยู่แล้วนะครับ หรือเป็น เยาวชนที่อยู่ในเครือข่าย เช่น เป็นลูกหลานของผู้นำท้องถิ่นหรือเป็นผู้นำนักเรียนนะครับ ส่งผลให้การคัดเลือกไม่สามารถที่จะเป็นกลไกในการสะท้อนเสียงของเด็กและเยาวชนได้ อย่างเหมาะสม และเมื่อสภาเป็นระดับที่เหนือระดับตำบลขึ้นไปมาจากการเลือกกันเอง สภาระดับอำเภอมาจากการเลือกกันเองของสภาระดับตำบล สภาระดับจังหวัดก็มาจากการ เลือกกันเองของสภาระดับอำเภอนะครับ เมื่อโครงสร้างเป็นเช่นนี้กลไกการคัดเลือก กลไก การได้มาซึ่งสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนที่มีปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำส่งผลให้ระบบของสภา ทั้งระบบไม่สามารถที่จะสะท้อนเสียง ไม่สามารถเป็นตัวแทนที่ดีของเด็กและเยาวชนได้อย่าง เหมาะสมนะครับ คุณสมบัติหลายประการที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับสภาเด็กและเยาวชนนี้ ยังกีดกันให้เยาวชนหลายกลุ่มนี้ไม่สามารถที่จะมีส่วนร่วมผ่านสถาบันของสภาเยาวชนได้ ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติเรื่องภูมิลำเนาที่ไม่อนุญาตให้เยาวชนที่อยู่นอกภูมิลำเนาในพื้นที่นั้น ๆ สามารถที่จะสมัครรับเลือก แล้วก็มีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกสมาชิกสภาเยาวชนในพื้นที่ นั้น ๆ ได้ รวมถึงคุณสมบัติเรื่องพรรคการเมืองที่ปัจจุบันนี้มีการห้ามเยาวชนที่เป็นเจ้าหน้าที่ พรรคการเมืองหรือเป็นที่ปรึกษาพรรคการเมืองในการมีส่วนร่วมผ่านกระบวนการสภา นะครับ สภาแต่ละระดับจะมีหน่วยงานกำกับดูแลอยู่ในปัจจุบันนะครับโดยที่สภา ระดับประเทศจะถูกกำกับดูแลโดยกรมกิจการเด็กและเยาวชนนะครับ สภาระดับจังหวัดและ ระดับอำเภอถูกกำกับดูแลโดยบ้านพักเด็กและครอบครัว ในขณะที่สภาระดับตำบลถูกกำกับ โดยบ้านพักเด็กและครอบครัวเช่นกันครับ แต่มีการถ่ายโอนอำนาจบางส่วนขอให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่นั้นเป็นผู้ช่วยกำกับดูแลและสนับสนุนสภาแทน แต่เราพบว่า จากการศึกษาเราพบว่าทุกวันนี้หน่วยกำกับดูแลอาจจะใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจเรื่อง งบประมาณ รวมถึงอิทธิพลในมิติอื่น ๆ ในการแทรกแซงอิสระและการทำงานของสภาเด็ก และเยาวชน ทำให้สภาเยาวชนไม่สามารถสะท้อนเสียงของเยาวชนได้อย่างอิสระ และใน ขณะเดียวกันกลไกเหล่านี้ในหลายแห่งไม่ได้ให้การสนับสนุนกับสภาเด็กและเยาวชนอย่าง เพียงพอนะครับ ที่สำคัญนะครับแม้ว่ากฎหมายจะกำหนดให้สภาเด็กและเยาวชนเป็นองค์กร ที่มีบทบาทอย่างเป็นทางการในการเสนอความเห็นแล้วก็เป็นพื้นที่ในการมีส่วนร่วม ในกระบวนการนโยบายของเยาวชน แต่กฎหมายกลับไม่ได้กำหนดช่องทางที่ให้สภาเยาวชน สามารถที่จะมีบทบาทในการร่วมแสดงความเห็น ร่วมตัดสินใจ ร่วมบังคับใช้แล้วก็ร่วม ประเมินผลนโยบายอย่างเป็นทางการได้นะครับ เพราะฉะนั้นข้อเสนอของคณะ อนุกรรมาธิการนะครับ รบกวนเปลี่ยนสไลด์ด้วยนะครับ มองว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เรา จำเป็นที่ต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างและที่มาของสภาเยาวชนนะครับ ให้สภาเยาวชนสามารถ ที่จะสะท้อนเสียงของเยาวชนอย่างทั่วถึงได้มากขึ้น โดยสภาระดับจังหวัดและระดับประเทศ นี้ควรมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของเยาวชนนะครับ ผ่านสถานศึกษาและแพลตฟอร์มซึ่ง เยาวชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายนะครับ รวมถึงควรมีการยกเลิกการห้ามเยาวชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ ไม่ใช่ภูมิลำเนาของตัวเอง หรือมีบทบาทเป็นเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมืองในการมีส่วนร่วม ผ่านกลไกสภาเยาวชนนะครับ นอกจากนี้ควรที่จะมีการขยายช่องทางการมีส่วนร่วมเชิง นโยบายที่เป็นทางการ เพื่อให้สภาเยาวชนสามารถที่จะส่งเสียงและสร้างความเปลี่ยนแปลง จริงกับกระบวนการนโยบายได้มากขึ้นนะครับ ซึ่งอาจจะครอบคลุมตั้งแต่การที่ให้สภา เยาวชนมีอำนาจในการรับปรึกษาร่างกฎหมายและนโยบาย ถ้าเป็นสภาระดับชาติก็จาก คณะรัฐมนตรีนะครับ ถ้าเป็นสภาในระดับท้องถิ่นก็จากคณะบริหารท้องถิ่นในท้องถิ่นนั้น ๆ นะครับ ให้สภาเยาวชนมีสิทธิที่จะเสนอข้อเรียกร้องต่อฝ่ายบริหารแล้วต้องได้รับการ ตอบ กลับให้สภาเยาวชนมีสิทธิที่จะเสนอร่างกฎหมายต่อสภาผู้แทนราษฎรหรือร่างข้อบังคับ ท้องถิ่นต่อสภาท้องถิ่นนะครับ รวมถึงให้ตัวแทนของสภาเยาวชนเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ในคณะกรรมการนโยบายที่เกี่ยวข้องนะครับ ข้อเสนอเหล่านี้เป็นข้อเสนอที่มีการปรากฏ และใช้จริงในต่างประเทศนะครับ แล้วพบว่าเป็นช่องทางอย่างดีมากที่จะเป็นพื้นที่ให้เสียงของเยาวชนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง นโยบายและสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคม สามารถตอบสนองเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากขึ้น นอกจากการขยายช่องทางการมีส่วนร่วมแล้ว สภาเยาวชนก็อาจจะจำเป็นที่ต้องมี มาตรการในการคุ้มครองให้พวกเขาสามารถที่จะมีจุดยืน แสดงความเห็นและดำเนินกิจกรรม ได้อย่างมีอิสระมากขึ้น ผ่านการกำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนครับในการที่หน่วยกำกับดูแลจะใช้ ดุลพินิจในการพิจารณาโครงการและนโยบายของสภาเด็กและเยาวชน รวมถึงการเติม ทรัพยากรเพื่อเสริมสร้างทักษะแล้วก็เสริมสร้าง Idea ต่าง ๆ ให้กับเยาวชนเสริมสร้าง ให้เขาสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ในวงกว้างมากขึ้น สไลด์ถัดไป นอกเหนือจากการมีส่วนร่วม ผ่านช่องทางที่เป็นสภาเด็กและเยาวชนแล้วนะครับ ข้อเสนออาจจะครอบคลุมถึงการพัฒนา แหล่งเงินทุนเพื่อสนับสนุนเยาวชนที่ต้องการที่จะดำเนินกิจกรรมเพื่อเสริมเพื่อสร้างความ เปลี่ยนแปลงทางสังคมนะครับ โดยที่การพัฒนาแหล่งเงินทุนสนับสนุนการมีส่วนร่วมของ เยาวชนนั้นจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึง ข้อคิดคำนึง ๓ ประการ คือนอกจากการที่พยายามที่จะ เพิ่มแหล่งเงินทุนแล้วนี่ จะต้องสร้างสมดุลกฎระเบียบ ให้กฎระเบียบที่กำกับการใช้เงินทุน เหล่านั้นทำให้การใช้เงินทุนของเยาวชนเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ แต่ใน ขณะเดียวกันก็ต้องไม่สร้างภาระทางธุรการ ภาระทางการบริหารจัดการที่มากเกินไปจน เยาวชนไม่สามารถเข้าถึงเงินทุนเหล่านั้นได้จริง รวมถึงจำเป็นที่ต้องมีการเสริมสร้างทักษะให้ เยาวชนผู้รับทุนสามารถที่จะขอรับทุนและบริหารจัดการทุนนั้นได้อย่างตอบโจทย์และมี ประสิทธิภาพสูงสุด สไลด์ถัดไปได้เลยครับ สำหรับพื้นที่สุดท้ายคือพื้นที่ของสถานศึกษา ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานศึกษาเป็นพื้นที่ที่เยาวชนนี้จำเป็นต้องใช้ชีวิต แล้วก็มีผลกระทบกับชีวิต ของเด็กและเยาวชนอย่างมีนัยสำคัญ เพราะฉะนั้นการให้เยาวชนมีบทบาทมากขึ้นในการ กำหนดนโยบายของสถานศึกษานี่นับเป็นโจทย์สำคัญในการที่ทำให้นโยบายสาธารณะทั้ง ระบบ รวมถึงโดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการศึกษานี้ตอบโจทย์ความต้องการและแก้ปัญหา ของเด็กนักเรียนของนิสิตนักศึกษาได้อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้น รบกวนสไลด์ถัดไปเลยทุก วันนี้มีการส่งเสริมองค์กรผู้แทนนักเรียนในระดับโรงเรียนก็มีการส่งเสริมให้มีการดำเนินงาน สภานักเรียนและคณะกรรมการนักเรียนในระดับของมหาวิทยาลัยก็มีการส่งเสริมในลักษณะ เดียวกัน แต่ว่าทุกวันนี้การส่งเสริมในลักษณะให้มี แต่ว่าไม่ได้พยายามส่งเสริมให้สภา หรือองค์กรผู้แทนนักเรียนเหล่านี้สามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพนะครับ องค์กรผู้แทน นักเรียนส่วนใหญ่จากที่เราศึกษามานี้ประสบปัญหาการขาดความเป็นตัวแทนที่ดีจากการที่ อาจจะถูกผู้บริหารหรือว่าครูในสถานศึกษาหลายแห่งแทรกแซงกระบวนการได้มาซึ่งผู้แทน ขาดอิสระในการที่จะกำหนดจุดยืนและดำเนินกิจกรรมของตัวเอง ขาดช่องทางที่จะมีส่วน ร่วมในการกำหนดนโยบายและตัดสินใจประเด็นสำคัญในสถานศึกษาของตนเองและขาดการ สนับสนุนทรัพยากรและการฝึกอบรมที่เพียงพอ ข้อเสนอของคณะอนุกรรมาธิการเห็นว่า ควรให้มีการตรากฎเพื่อรับรองหลักการในการมีส่วนร่วมของนักเรียนว่าผู้เรียนสามารถที่จะมี ส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางนโยบาย และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องสำคัญที่มี ผลกระทบต่อชีวิตเขาในโรงเรียนได้ รับรองวิธีการได้มาจะต้องยึดโยงและสะท้อนเสียงของ ผู้เรียนและรับรองให้องค์กรผู้แทนผู้เรียนเหล่านี้มีอำนาจบางส่วนในการที่จะร่วมให้ความเห็น และร่วมตัดสินใจนโยบายภายในสถานศึกษาของตัวเอง โดยที่กฎเหล่านี้ควรจะวางหลักการ ในลักษณะกว้าง ๆ และเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนในแต่ละสถานศึกษารวมกับครู ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องที่เป็นประชาคมในสถานศึกษานั้นสามารถร่วมกันกำหนดกติกาในการที่จะอยู่ ร่วมกันในสถานศึกษานั้นด้วยตัวเอง ในขณะเดียวกันเราพบว่าทุกวันนี้แม้ว่ารัฐบาลมีนโยบาย กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายในการส่งเสริมองค์กรผู้แทนนักเรียน แต่การนำไปปฏิบัติ กลับมีปัญหาหลายอย่างในการนำไปปฏิบัติจริงในระดับสถานศึกษา เพราะว่าเราพบว่า มันขาดเครื่องมือและวิธีการขาดคำแนะนำในการนำนโยบายเหล่านี้ในการปฏิบัติจริง เพราะฉะนั้นรัฐบาลอาจร่วมมือกับภาคประชาสังคมในการพัฒนากล่องเครื่องมือ ในการ ส่งเสริมกิจกรรมผู้แทนนักเรียนเพื่อให้องค์กรผู้แทนเหล่านี้ให้แต่ละสถานศึกษานี้สามารถที่ จะเลือกนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษาของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ข้อเสนอในการให้ผู้มีส่วนร่วมในการบูรณาการกระบวนการนโยบายของระบบ การศึกษามากขึ้นอาจรวมถึงการให้ผู้เรียนมีผู้แทนในคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องมากขึ้น นะครับ ตั้งแต่คณะกรรมการสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาในประเทศไทยไม่มีผู้แทนของ ผู้เรียน ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องแปลกว่าเรามีผู้แทนจากหลายภาคส่วนไม่ใช่แค่ครู ผู้ปกครอง แต่รวมไปถึงศิษย์เก่าใช่ไหม รวมไปถึงชุมชน รวมไปถึงวัด รวมไปถึงศาสนสถานในพื้นที่ แต่กลับไม่มีผู้แทนของผู้เรียนซึ่งเป็นผู้รับผลกระทบโดยตรงของนโยบายในสถานศึกษา เพราะฉะนั้นผู้เรียนควรที่จะได้รับการเปิดพื้นที่ให้มีผู้แทนในการที่จะร่วมให้ความเห็นและ ร่วมตัดสินใจในคณะกรรมการของสถานศึกษา รวมไปถึงคณะกรรมการระดับสูงขึ้น ไม่ว่าจะ เป็นคณะกรรมการในระดับเขตพื้นที่การศึกษา และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องมีส่วนในการ กำหนดนโยบายการศึกษาระดับชาติ การมีส่วนร่วมของผู้เรียนยังอาจจำเป็นที่จะต้องอาศัย การเปิดเผยข้อมูลของสถานศึกษาในลักษณะที่เปิดกว้างให้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการมีส่วนร่วม ของผู้เรียนและอยู่ในรูปแบบที่สามารถนำไปวิเคราะห์ต่อยอดได้ง่าย สามารถก่อให้เกิดการ เปรียบเทียบระหว่างสถานศึกษาได้ง่าย เพื่อให้ผู้เรียนสามารถที่จะนำไปใช้ในการที่จะสร้าง ความเห็นแล้วก็วิเคราะห์ระดมความเห็นในการที่จะเสนอไปสู่ผู้บริหารได้อย่างเหมาะสม🔗
สุดท้ายนี้อย่างที่ท่านประธานกรรมาธิการและประธานอนุกรรมาธิการได้ เกริ่นไว้ รบกวนเปลี่ยนสไลด์ด้วยนะครับ การปฏิรูปโครงสร้างในการมีส่วนร่วมเหล่านี้จะ ไม่สามารถที่จะนำไปสู่การสร้างการมีส่วนร่วมที่มีความหมายอย่างแท้จริงได้เลย หากไม่มีการ ปฏิรูปหรือสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายของเยาวชนนะครับ ซึ่งนั่นครอบคลุมตั้งแต่การส่งเสริมทักษะของตัวเยาวชนเอง ผ่านการศึกษา พลเมืองศึกษา ผ่านกิจกรรมที่เกิดขึ้นในสถานศึกษาที่จะมีส่วนช่วยในการที่จะปลูกฝังทักษะการเป็นพลเมือง และทักษะที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมในฐานะพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย การส่งเสริม ทักษะนี้ยังครอบคลุมถึงการส่งเสริมทักษะกับผู้ใหญ่ที่ทำงานกับเยาวชน ทำอย่างไรให้ผู้ใหญ่ ที่ทำงานกับเยาวชน ไม่ว่าจะเป็นคุณครู เป็นอาจารย์ที่ดูแลองค์กรผู้แทนผู้เรียน เป็นพี่เลี้ยง ของสภาเด็กและเยาวชน เป็นบุคคลที่จะต้องทำงานร่วมกับเยาวชน สามารถที่จะรับฟัง เยาวชนอย่างเปิดกว้าง สามารถที่จะให้กำลังใจเยาวชน สามารถที่จะให้คำปรึกษากับการทำ กิจกรรมของเยาวชนได้อย่างเหมาะสมนะครับ และที่สำคัญจำเป็นที่จะต้องสร้างสังคมไทย ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยในการมีส่วนร่วมของเยาวชนนะครับ ทุกวันนี้เยาวชนที่ออกมามี บทบาทในการมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นในระดับสถานศึกษาไปจนถึงระดับประเทศจำนวนมาก ถูกคุกคาม ถ้าในระดับสถานศึกษาก็อาจจะถูกคุกคามจากครูหรือสถานศึกษาเองก็ดี ถ้าใน ระดับประเทศก็อาจจะถูกคุกคามจากหน่วยงานรัฐบางหน่วยงาน เราจะมีกลไกอย่างไรในการ ที่จะคุ้มครองไม่ให้ผู้ที่ออกมามีส่วนร่วมนี้ถูกคุกคาม ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ ซึ่งเป็นสิทธิ เสรีภาพขั้นพื้นฐานที่ได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญ การสร้างพื้นที่ปลอดภัยเหล่านี้จำเป็น ที่จะต้องมีกลไกของบุคคลที่ ๓ ในการที่จะเข้ามาตรวจสอบถ่วงดุลไม่ให้ผู้มีอำนาจในแต่ละ บริบท ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่สถานศึกษาหรือพื้นที่การเมืองปกติสามารถใช้อำนาจในการ กดปราบการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนนะครับ และสุดท้ายก็จะเป็นการผลิตซ้ำ วัฒนธรรมที่กดทับการมีส่วนร่วมของเยาวชนที่มองเยาวชนเป็นคนนอก มองเยาวชนเป็นคน ที่ไม่เท่ากันกับผู้ใหญ่กลุ่มอื่น ๆ แล้วก็ไม่ไว้วางใจเยาวชนไม่ไว้วางใจในศักยภาพที่พวกเขา สามารถที่จะคิดและตัดสินใจเพื่อตนเองได้อย่างเหมาะสม ทั้งหมดนี้คือข้อเสนอในการปฏิรูป โครงสร้างการมีส่วนร่วมในทั้ง ๓ พื้นที่ และการสร้างสภาพแวดล้อมใน ๒ เงื่อนไขที่คณะ อนุกรรมาธิการได้ศึกษามา แล้วก็ยินดีที่จะรับฟังความเห็นของสมาชิกสภาทุกท่าน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เป็นการแถลงที่ยาวนานนะครับท่านพริษฐ์ ๑ ชั่วโมงนะครับ สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับคณาจารย์ นักศึกษา คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ ตอนนี้มีท่าน สมาชิกลงชื่ออภิปรายจำนวนมาก เดี๋ยวให้ท่านภราดรตัดสินใจแล้วกันนะครับ ท่านแรก ท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือตัวแทนของท่านในเขต มีนบุรี สะพานสูง พรรคประชาชน วันนี้ขออนุญาตร่วมอภิปราย แต่ว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านได้ อธิบายไปเยอะแล้วนะครับ ใช้เวลาให้สั้นที่สุดเลยนะครับ ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการรายงาน เรื่องของการที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการที่จะพัฒนาระบอบประชาธิปไตย ซึ่งวันนี้ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนก็คงจะมีตัวอื่นไปไม่ได้นอกจากคำว่า Youth นะครับ Y O U T H ๕ ตัวอักษรครับ มาดูที่ Y ตัวแรกเลยครับ🔗
Y ตัวแรกอยากจะให้เยาวชนเข้ามาร่วมก็ต้อง Y คำนี้ก็คือ Young ครับ Young แปลว่า คนหนุ่ม คนสาว หรือจะเป็นคนที่ทุกเพศสภาพต่าง ๆ นะครับ เมื่อสักครู่นี้ ท่านได้พูดชัดเจนว่าอายุก็เป็นส่วนสำคัญนะครับ ก็เปลี่ยนเลยจาก ๑๕ ปีที่จะเลือกตั้งได้ ก็เปลี่ยนไปเลยเป็น ๑๕ ปี หรือผู้ที่จะเป็นผู้แทน จะเป็นรัฐมนตรีต่าง ๆ จากเคยน่าจะเป็น ๒๕ หรือต่าง ๆ หรือจะเป็นผู้ที่จะไปสมัครรับเลือกตั้งจาก ๒๕ ก็เปลี่ยนมาเลยเป็น ๑๘ ขวบ ก็คือพูดง่าย ๆ ว่าเปลี่ยนให้น้อยลง ข้อดีคืออะไรครับ เพราะเรามีบุคลากร เรามีผู้ที่เป็น ประชากรของเราที่อายุต่ำกว่า ๓๑ ถ้าท่านไปดูในประเทศของเราอยู่ประมาณ ๓๘ เปอร์เซ็นต์ครับ ๓๘ เปอร์เซ็นต์ที่มีช่วงอายุต่ำกว่า ๓๑ ถ้าจะให้คนกลุ่มเหล่านี้เข้ามามี ส่วนร่วมกับระบอบประชาธิปไตยน่าตื่นเต้น น่าจะมีความสุข น่าจะให้ประชาธิปไตยเรา ก้าวไปมากกว่าเดิมครับ นี่คือ Y ตัวแรกครับ🔗
ตัวที่ ๒ คือตัว O หลายท่านอาจจะเดาว่า O คืออะไรนะครับท่านประธาน อาจจะเดาอยู่ในใจนะครับ Y คือ Young O ก็ต้องเป็นอะไรครับ Old แปลว่าอะไรครับ แปลว่า เก่า เพราะว่าที่ผ่านมาก่อนที่ อ.เอท จะเข้ามาอยู่ในสายการเมืองระบบประชาธิปไตย เราก็จะเป็นระบบแบบเก่า ๆ โดยของคนเก่า ๆ โดยคนเก่าเพื่อคนเก่าอะไรประมาณนี้ ก็อยากที่จะให้เปลี่ยนระบบนี้ให้คนรุ่นใหม่บ้าง คนรุ่นใหม่ไม่จำเป็นต้องอายุน้อยหรืออายุ เยอะนะครับ ทุกอายุถ้าเป็นคนรุ่นใหม่ก็สามารถหรือเปลี่ยนแค่ความคิดก็เข้ามาร่วมกับ พวกเราได้นะครับ เพราะฉะนั้นตัว O ตัวนี้สำคัญมากครับ เป็นตัวที่เราต้องเปลี่ยนจาก Old เป็น New และท่านจะสังเกตได้ว่าถ้าเราเปลี่ยนอายุเป็นสัก ๑๕ ไปเลือกตั้ง หรือ ๑๘ สามารถที่จะเป็นผู้ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งได้เราก็จะมีคนที่เป็นตัวแทนเรามากขึ้นกว่านี้นะครับ ตอนนี้อายุที่ต่ำกว่า ๓๑ ลงมาเป็นผู้แทนมีไม่ถึง ๒ เปอร์เซ็นต์เลยครับ ที่เหลือจะเป็นผู้ที่อายุ เกิน ๓๑ ไปนะครับ เพราะฉะนั้นเราก็อยากที่จะเพิ่ม Ratio หรือเพิ่มสัดส่วนตรงนี้ให้มากขึ้น ให้น้อง ๆ รุ่นใหม่เขาได้มามีส่วนร่วมในการที่ขับเคลื่อนประเทศนี้ไปให้ดีกว่านี้นะครับ ท่านประธาน🔗
ต่อมาเป็นตัว U ครับ U คืออะไรครับ U ก็คือ You พวกเราทุกคน พวกท่าน ทั้งหลายครับ เราต้องให้โอกาสกับน้องเขาครับ ต้อง Help เขา ต้องช่วยเขาในการที่จะทำ ๒ อย่างครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านอธิบายได้ชัดเจนมากครับ เขาบอกว่า ๑. Corroborate แปลว่า ต้องช่วยกัน สนับสนุนกัน เสริมสร้าง ส่งเสริม อะไรก็แล้วแต่นะครับ และ ๒. เราต้องคุ้มครอง สิทธิเขาครับ คุ้มครองไม่ใช่เป็นการควบคุมหรือไปคุกคาม เพราะว่าบางทีน้อง ๆ ก็อยากที่จะ แสดงออกด้านเกี่ยวข้องกับประชาธิปไตย แต่เราก็ห้ามเขาบ้าง จับเขาเข้าคุกบ้าง นี่คือสิ่งที่ แทนที่จะไปทำไปทำไมครับ ควบคุมเขาก็ควรที่จะคุ้มครองสิทธิของเขา เพราะเขามีสิทธิครับ Right to exercise their vote หรือมีสิทธิที่จะคิดที่จะทำนะครับ ตราบใดที่ไม่ไปรบกวน สิทธิชาวบ้าน และนี่คือตัว U ครับ🔗
ต่อมาเป็นตัว T ครับ T ในที่นี้ก็คือคำว่า Team Up Team Up คืออะไร ก็คือเรื่องเกี่ยวกับการร่วมมือกัน ต้องร่วมมือกันทำอะไรบ้างครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านพูดถึงสภา กับโรงเรียน อ.เอท อยากนำเสนอนี้ก็เพราะในพื้นที่ อ.เอท ก็มีหลายโรงเรียนนะครับ ก็อยากจะให้สภาของโรงเรียนให้น้อง ๆ เข้าไปอยู่ ๑ ใน ๓ สมมุติมีสภาทั้งหมด ๓๐ คน ก็ ๑๐ คนต้องเป็นนักเรียนเข้าไปร่วมกันขับเคลื่อนกติกาต่าง ๆ ที่โรงเรียนอยากจะได้นะครับ และนอกจากนี้ต้องมีตัวแทนจากสภาอะไรครับ สภาเยาวชนของเรา หรือสภายุวชนของเรา เข้าไปมีส่วนร่วมในการอกกฎหมายต่าง ๆ เพราะกฎหมายที่เกี่ยวกับเขาก็เรื่องของการศึกษา เรื่องที่เกี่ยวข้องกับแรงงานครับ น้อง ๆ ๑๕ ขวบก็ถ้าเกิดเราปรับเอามาเป็น ๑๕ ขวบแล้วก็ สามารถที่จะทำงานได้ก็จะเก็บภาษีอากรได้ด้วยนะครับ และแม้กระทั่งการที่เราจะให้น้อง ๆ เหล่านี้มีสิทธิที่จะทำให้นักการเมืองบางคนออกจากตำแหน่งนั้นก็ได้นะครับ เรียกว่าเป็นการ ทำให้เขาลงชื่อเพื่อที่จะถอดถอน อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ดีนะครับ ก็คือพูดง่ายให้น้อง ๆ เหล่านี้เขามี ส่วนร่วมกับประชาธิปไตยเรามากขึ้น และนี่คือตัว T นะครับ Y O U T สุดท้ายก็คือตัว H แปลว่า Youth ก็คือเรื่องของเยาวชน🔗
H คืออะไรครับ H ก็คือคำว่า Hear ก็เหมือนกับ iPhone เราก็จะมี Model แล้วก็คือ I Hear แปลว่าอะไรครับ เป็นการรับฟังน้อง ๆ เขา ถามว่า Hear ตัวนี้หรือรับฟังนี่ ต้องรับฟังทั้งหมดกี่ด้านครับ คำตอบครับ ต้องรับฟัง ๔ ด้านครับ ๑. คือต้องรับรู้ ไม่ใช่แค่ฟัง อย่างเดียวต้อง Listen ด้วย ไม่ได้แค่ได้ยินเสียงครับ ต้องตั้งใจฟังว่าเขาอยากได้อะไรจริง ๆ หรือ Need เขาต้องการเป็นอะไรนะครับ ๒. ที่ต้องรับฟังก็คือ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับต้องให้ อิสระเขาครับ อิสระในการที่จะสะท้อนว่ากฎหมายนี้ดี กฎหมายนี้ไม่ดี เพื่อที่จะต้องรับฟังเสียง ของเขาจริง ๆ นะครับ และรับฟังที่ ๓. เมื่อสักครู่นี้ท่านอนุได้บอกว่าต้องให้งบประมาณ เพราะเรามี เรามีสภาเยาวชนหลายพันที่ครับ อ.เอท ดูตัวเลขมาไม่ต่ำกว่า ๘,๐๐๐ ที่นะครับ แล้วแต่ละที่ก็จะมีงบประมาณเป็นโทษทีครับ เป็นหลักหมื่น ๑๔,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาท น้อยมากครับ คือซื้อกาแฟหรือซื้ออาหารไม่กี่มื้อก็จบแล้ว นี่คือต่อปีนะครับ มันน้อยจริง ๆ ก็อยากจะให้ท่านลงไปทำไมครับ เอางบประมาณ เพราะตอนนี้นักการเมืองเก่า ๆ หรือคนรุ่นพวกเราไม่ว่าจะรุ่นไหนก็ตามแต่ อาจจะมองไม่เห็นเสียงเหล่านี้ก็เลยไม่เอางบประมาณลงไปให้กับน้อง ๆ เขา ดังนั้นก็อยากที่ จะเห็นความสำคัญของน้องเขามากขึ้น และรับฟังข้อที่ ๔ ก็คือให้อำนาจกับเขาเลยครับ ถูก ผิด เรื่องนโยบายของชาติของเรา เรื่องของนโยบายการศึกษาของเราให้น้องเขาได้มามีส่วน ร่วมในการที่จะกำหนดชีวิตของเขา ก็จบครับ Used🔗
สุดท้ายนี้ อ.เอท ก็อยากที่จะเห็นว่าประชาธิปไตยของเราต้องไม่ใช่ของเดิม ไม่ใช่เป็นแค่ชราธิปไตยหรือกะลาธิปไตยอีกต่อไป ก็อยากที่จะให้พวกเราทำให้ดีกว่าเดิมครับ ท่านประธานครับ Respect🔗
ต่อไปก็จะอ่านชื่อไว้ ๓ ท่านจะได้เตรียมตัวนะครับ ท่านชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล ต่อด้วย ท่านพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ แล้วก็ท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ เชิญท่านชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๖ พรรคประชาชน ผู้แทนจากพี่น้องชาวสามพรานครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ญัตติพิจารณาศึกษาและจัดทำข้อเสนอในการส่งเสริม เยาวชนและสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผมเห็นชอบด้วย กับรายงานและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการครับ เนื่องจากเนื้อหาของรายงานฉบับนี้ ได้สอดคล้องกับนโยบายสภาเยาวชนต้องมาจากการเลือกตั้ง และสามารถเสนอกฎหมายไปที่ รัฐสภาได้ ซึ่งเป็น ๑ ในชุด ๓๐๐ นโยบายเปลี่ยนประเทศของพรรคก้าวไกล โดยที่มาของ ปัญหานั้นเกิดจากการที่อำนาจในการจัดการศึกษายังกระจุกตัวอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ มีหน่วยงานในรูปแบบคณะกรรมการที่อยู่ในส่วนกลางมากเกินไป ทำงานซ้ำซ้อนกัน นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการกระจายอยู่ในส่วนภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็น ศึกษาธิการจังหวัดและศึกษาธิการภาค ทำให้สุดท้ายแล้วโรงเรียนไม่ได้มีอำนาจในการ จัดการศึกษาที่เป็นอิสระและเหมาะสมกับบริบทของตัวเอง อีกทั้งยังขาดการมีส่วนร่วมจาก นักเรียน เยาวชน ผู้ปกครอง ตลอดจนท้องถิ่น และภาคประชาสังคมอย่างเพียงพอในการจัด การศึกษาตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงระดับโรงเรียน พรรคจึงได้มีข้อเสนอให้จัดให้มี การเลือกตั้งสภาเยาวชนโดยให้สภานี้อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ให้มีอำนาจและส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเทศดังนี้ครับ🔗
ข้อแรก สามารถเสนอร่างกฎหมายต่อรัฐสภาได้ เทียบเท่ากับการที่ประชาชน ลงชื่อเสนอร่างกฎหมาย ๑๐,๐๐๐ รายชื่อ ตามรัฐธรรมนูญ🔗
ข้อที่ ๒ สามารถเสนอตัวแทนเข้าไปมีส่วนร่วมในกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องได้🔗
ข้อที่ ๓ สามารถตั้งกระทู้ถามกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้มาตอบกระทู้ถาม ในสภาได้ ปีละอย่างน้อย ๒ ครั้ง🔗
ข้อที่ ๔ สามารถเสนอแนะความเห็นและข้อเสนอแนะโดยตรงไปที่ คณะรัฐมนตรีได้🔗
นอกจากนี้พรรคก้าวไกลยังมีนโยบายในการเพิ่มงบประมาณให้โรงเรียน ในส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แต่จะให้เฉพาะโรงเรียนที่มีสภานักเรียนที่มาจากการเลือกตั้ง เท่านั้น เพื่อให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการใช้งบประมาณ โดยสภานักเรียนจะนำงบส่วนนี้ไปทำ กิจกรรมภายในโรงเรียนตามที่ได้หาเสียงไว้ ซึ่งจะเห็นได้ว่านโยบายเปลี่ยนประเทศของ พรรคก้าวไกลที่สอดคล้องกับเนื้อหาของรายงานฉบับนี้นั้นได้มีข้อเสนอในการส่งเสริม เยาวชนและสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และผม ยังเห็นด้วยกับข้อเสนอเชิงนโยบายของรายงานฉบับนี้ในการตรากฎรับรองสิทธิและอำนาจ ของสภานักเรียน เนื่องจากตัวของกระผมเองก็เคยได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานสภา นักเรียนโรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ สามพราน จึงเข้าใจความต้องการของสภานักเรียน เป็นอย่างดี โดยรัฐบาลควรตรากฎหมายลำดับรองว่าด้วยองค์กรผู้แทนผู้เรียน บัญญัติรับรอง สิทธิการมีส่วนร่วมของผู้เรียนในสถานศึกษา และวางหลักการ วิธีการได้มาซึ่งผู้แทนให้มา จากการเลือกตั้งโดยตรงของผู้เรียนอย่างโปร่งใสเท่านั้น พร้อมทั้งกำหนดให้ผู้บริหาร สถานศึกษาต้องปรึกษาหารือกับองค์กรผู้แทนในการกำหนดนโยบาย ดำเนินโครงการ และประเมินบุคลากร รวมถึงการจัดการเรียนการสอนควบคู่กับการให้องค์กรผู้แทน เป็นกรรมการสถานศึกษาเพื่อขยายช่องทางการมีส่วนร่วมที่เป็นทางการ ในขณะเดียวกันยังควรเปิดกว้างให้ผู้แทนสามารถขอรับทุนจากแหล่งทุนภายนอกได้ อย่างอิสระ และให้มีผู้ตรวจการจากภายนอกสถานศึกษาซึ่งสามารถรับเรื่องร้องเรียนและ ตรวจสอบการคุกคามองค์กรผู้แทน เพื่อเสริมสร้างความรู้สึกปลอดภัยในการมีส่วนร่วมและ ยกระดับความเป็นอิสระขององค์กรผู้แทน นอกจากนี้รัฐบาลควรตรากฎหมายดังกล่าว เพื่อวางหลักการสำคัญเท่านั้น แล้วให้ประชาคมผู้บริหารครูและผู้เรียนในแต่ละสถานศึกษา สามารถร่วมกันออกแบบกฎกติกา และโครงสร้างองค์กรได้อย่างยืดหยุ่นในลักษณะของ ธรรมนูญสถานศึกษา ซึ่งเป็นเนื้อหาครอบคลุมถึงบรรทัดฐานอื่นที่ทุกฝ่ายยอมรับปฏิบัติ ร่วมกัน เช่น เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพในการรวมกลุ่ม เสรีภาพในการชุมนุม เสรีภาพการแต่งกาย เสรีภาพในการนับถือศาสนา และการได้รับการคุ้มครองจากการเลือก ปฏิบัติ เป็นต้น ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ควรสนับสนุนงบประมาณให้กับโรงเรียนและสภา นักเรียน โดยร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียและภาคประชาสังคมในการจัดทำคู่มือส่งเสริมองค์กร ผู้แทนผู้เรียน ซึ่งประกอบไปด้วยเครื่องมือที่หลากหลายให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถเลือก นำไปปรับใช้พัฒนาและสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรผู้แทนผู้เรียนตามแนวทางที่ เหมาะสมกับสถานศึกษาแต่ละแห่ง พร้อมทั้งฝึกอบรมผู้บริหาร ครู ผู้รับผิดชอบ และผู้แทน ผู้เรียน เพื่อเสริมสร้างทักษะและวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืนต่อไป จากทั้งหมดที่ผม ได้กล่าวมา ผมจึงเห็นชอบด้วยกับรายงานและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการชุดนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปครับ ท่านพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่าน ประธานสภา เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดที่กำลังรับชม การทำงานของผู้แทนของท่านอยู่ในขณะนี้ ดิฉัน สส. พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ผู้แทน ประชาชนจากเขตคลองสามวา อดีตพรรคก้าวไกล ปัจจุบันสังกัดพรรคประชาชนค่ะ เรามักจะได้ยินกันมาตลอดใช่ไหมคะว่าเด็กคืออนาคตของชาติ ซึ่งท่านพริษฐ์ก็ได้กล่าวเสริม แล้วว่าเด็ก ๆ ไม่ได้มีบทบาทสำคัญแค่ในอนาคต แต่พวกเขานั้นมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน สังคมตั้งแต่ปัจจุบัน แต่ในโลกความเป็นจริงของพวกเรานะคะ เราพบว่าการสนับสนุนเด็ก และเยาวชนนี้มันเป็นไปอย่างฉาบฉวย การเปิดรับฟังความคิดเห็นของพวกเขานั้นหน่วยงาน ภาครัฐไม่ได้นำเอาข้อเสนอหรือปัญหาที่เยาวชนกำลังพบเจออยู่นั้นมาแก้ไขปัญหาในชีวิต จริงเลย ทั้ง ๆ ที่ทุกคนถ้าเราไปถามผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้มีชื่อเสียงในสังคมของเราไม่ว่าวงการไหน เขาก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าการสนับสนุนให้เด็ก ๆ และเยาวชนมีบทบาทในการเป็นผู้นำ สังคมมันเป็นบทบาทที่สำคัญ ทุกวันนี้มันกลายเป็นเยาวชนต้องคิดว่าผู้ใหญ่จะชอบอะไร กลายเป็นเยาวชนต้องทำตามแนวทางที่ผู้ใหญ่ชอบ พวกเขาถึงจะได้รับมอบอำนาจ ได้รับ สิทธิพิเศษในการเป็นตัวแทนของเด็กและเยาวชน และนำเสนอแนวคิดที่ทางรัฐอนุญาต ให้พวกเขาคิด พวกเราลองย้อนวัยไปถึงวัยที่เรากำลังเรียน กำลังศึกษาอยู่ก็ได้ เราก็จะเห็นว่า ในระดับชั้นเรียน ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าชั้นหรือว่าสภานักเรียน ก็มีทั้งแบบเลือกตั้งแล้วก็แต่งตั้ง แล้วแต่บริบทโรงเรียน พวกเขาเหล่านี้จะมีบทบาทในการเป็นมือเป็นไม้ให้กับโรงเรียน เป็นตัวแทนนักเรียนในการเข้าร่วมพิธีกรรมต่าง ๆ สนับสนุนโรงเรียนในการต้อนรับแขก ผู้ใหญ่ เป็นผู้ช่วยกระจายข่าวสารของโรงเรียนไปยังเด็กนักเรียนหรือผู้ปกครอง รวมถึง หลาย ๆ ครั้งก็เป็นผู้ช่วยคณะครูในการส่งเสริมกฎระเบียบในหมู่เด็กและเยาวชนด้วยกัน ซึ่งกิจกรรมพวกนี้ไม่ได้มีอะไรเสียหาย เป็นกิจกรรมและกระบวนการที่ส่งเสริมให้เด็ก ๆ มีจิตสาธารณะ แล้วก็สามารถที่จะทำงานเป็นกลุ่มได้ดี เพียงแต่มันยังขาดมิติของการเป็นผู้นำ ยังขาดมิติของการใช้ความคิดวิเคราะห์ เทคนิคในการแก้ปัญหา การสร้างความเปลี่ยนแปลง การลุกขึ้นมาอย่างกล้าหาญและเป็นปากเป็นเสียงให้ผู้อื่น และแน่นอนว่ายังขาดการสื่อสาร กับผู้ใหญ่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถ้าขาดมิตินี้ไปเมื่อไรที่เด็กและเยาวชนของพวกเราจะได้ฝึกทักษะ เหล่านี้ ถ้าผู้ใหญ่อย่างพวกเราไม่เริ่มต้นแบ่งอำนาจหน้าที่ให้พวกเขาทำตั้งแต่วันนี้ อย่างที่ เพื่อนสมาชิกกล่าวไปค่ะ สภาเด็กและเยาวชนของต่างประเทศเช่นเกาหลีใต้นั้นเขาสามารถ ที่จะเสนอร่างกฎหมายต่อสภานิติบัญญัติได้โดยตรง แต่สภาเด็กและเยาวชนในประเทศไทย นั้นแทบไม่ได้มีการให้ความสำคัญหรือว่าได้รับบทบาทเลย เพราะว่าพวกเขาไม่มีสิทธิเลือกตั้ง หรือเปล่าคะ ที่ทำให้เสียงของพวกเขานี้ขาดน้ำหนัก ขาดการให้ความใส่ใจให้ความสำคัญจาก ผู้แทน ข้อเสนอที่ทาง กมธ. พัฒนาการเมืองเสนอมีหลายข้อที่น่าสนใจมาก นอกจากจะมีการ รับฟังความคิดเห็น เชิญตัวแทนมาหลากหลายด้านแล้วก็ยังมีข้อเสนอที่ก้าวหน้าหลายข้อ ด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือการเสนอแก้ไขปัญหาเยาวชนขาดผู้แทนในระบอบการเมือง และพยายามขยายสิทธิในการมีส่วนร่วมของเยาวชนด้วยการลดอายุในการบรรลุนิติภาวะ และอายุขั้นต่ำของผู้มีสิทธิเลือกตั้งค่ะ เพื่อให้พวกเขาสามารถตัดสินใจเลือกตัวแทนทางการ เมืองที่จะสะท้อนความปรารถนา ความมุ่งมั่นและปัญหาของพวกเขาได้อย่างเหมาะสม แน่นอนค่ะว่าการมีผู้แทนของเขาเองมีส่วนสำคัญและเสรีภาพนั้นย่อมมากับความรับผิดชอบ เมื่อพวกเขาบรรลุนิติภาวะเร็วขึ้น มีอำนาจควบคุมการกระทำและการตัดสินใจของเขาเร็วขึ้น ความรับผิด ความรับชอบทางกฎหมายในฐานะพลเมืองก็ย่อมเกิดเร็วขึ้น ซึ่งนี่เรายังสามารถ พูดคุยแลกเปลี่ยนแนวคิดกันได้นะคะว่าในประเทศของเราช่วงอายุไหนและแนวทางไหนที่จะ เหมาะสมในโอกาสข้างหน้า อีกข้อเสนอหนึ่งที่น่าสนใจคือการลดอายุขั้นต่ำในการมีสิทธิ ลงสมัครรับเลือกตั้งและดำรงตำแหน่งทางการเมืองค่ะ นี่ก็เป็นข้อเสนออีกทางเลือกหนึ่งที่จะ ช่วยให้เยาวชนสามารถเข้ามามีบทบาททางการเมือง ทั้งในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้งและฐานะ ผู้แทนประชาชนได้เร็วขึ้น การเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วม ได้นำเสนอตัวตน อุดมการณ์ ความตั้งใจ ความฝันของพวกเขา สะสมประสบการณ์เพื่อจะอาสาทำหน้าที่ ตรวจสอบ กำหนดนโยบายของประเทศ เป็นการสะท้อนแนวคิดค่ะว่าประเทศของเรากำลัง เป็นประเทศประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และเราเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์โดย ไม่แบ่งแยกวัย ประชาชนผู้ทรงอำนาจที่กำลังรับชมเราอยู่ ณ ที่นี้จะเป็นผู้ใช้วิจารณญาณและ ตัดสินว่าจะเลือกมอบอำนาจความไว้ใจของพวกเขาให้กับผู้แทนคนไหน ที่ประชาชน มอบหมายให้พวกเขาเป็นผู้แทนประชาชนแทน วันนี้เราได้ฟังหลาย ๆ ท่านเสนอนโยบาย ที่มีแต่ข้อเสนอ ทั้งใน กมธ. แล้วก็ข้างนอกไปมากแล้ว ดิฉันขอยืนยันค่ะว่าการจะให้เด็กและ เยาวชนของพวกเราได้มีความเป็นพลเมืองและมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยอย่างมี ความหมาย เราต้องทำมากกว่าการเปิดโอกาสให้เขาแสดงความคิดเห็นแล้วก็ปล่อยผ่านไป ในแบบที่เราจะไม่นำมาใช้ แต่มันรวมถึงพวกเราซึ่งเป็นผู้ใหญ่จะต้องมองพวกเขาด้วยความ เข้าใจแล้วก็รับฟังอย่างตั้งใจในมุมมองที่ต่างกัน ค่านิยมที่แตกต่าง ประสบการณ์ที่ต่างกันไป ต้องสนับสนุน ไม่ครอบงำ หรือปิดกั้นความคิดของเขา เปิดโอกาสให้พวกเขามีส่วนร่วมใน กระบวนการตัดสินใจอย่างแท้จริง สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เปิดกว้างทางความคิด และเคารพกันและกัน ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดได้ด้วยความร่วมมือของคนทั้งสังคม ไม่ใช่การนำโซ่ตรวน แห่งความหวาดกลัว ความไม่ไว้วางใจ ความกังวลของพวกเราไปล่ามเยาวชนของพวกเราไว้ ตัดปีกแห่งความฝันของพวกเขา แล้วตั้งคำถามกับพวกเขา ตีตราพวกเขาว่าทำไมเยาวชน ของพวกเราถึงไม่มีศักยภาพที่จะสร้างผลิตภาพและนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้สังคม ดิฉันขอกล่าว สนับสนุนรายงานฉบับนี้ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ที่กล่าวไป ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปครับ ท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดปทุมธานี เขต ๗ อำเภอลำลูกกา อำเภอ ธัญบุรี และอำเภอหนองเสือนะครับ ผมก็ขอร่วมอภิปรายรายงานศึกษาและจัดทำข้อเสนอใน การส่งเสริมเยาวชนและสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยนะครับ ก็ขอขอบคุณทางกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของ ประชาชนสำหรับหนังสือเล่มนี้นะครับ ผมก็มองเหมือนกับท่านผู้อภิปรายก่อนหน้านี้ว่าเป็น ข้อเสนอที่ก้าวหน้ามาก ๆ เลยนะครับ ในการที่จะให้เยาวชนของเรามีส่วนร่วมกับการเมือง แล้วก็ระบอบประชาธิปไตยนะครับ ประเด็นที่ดีหลาย ๆ ประเด็น แต่ว่าผมก็สนใจในประเด็น ของเรื่องอายุของผู้มีส่วนร่วมทางการเมืองนะครับ วิวัฒนาการของอายุของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง นะครับ ตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ เราเปลี่ยนการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เริ่มต้นเลือกตั้งที่อายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ นะครับ หลังจากนั้นผ่านมา ๖๕ ปีนะครับ เราใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ก็จะลดอายุเหลือ จาก ๒๐ ปีเหลือ ๑๘ ปีบริบูรณ์ ซึ่งอันนี้ก็คือความก้าวหน้าระดับหนึ่ง ซึ่งถ้าเกิดท่านลอง จินตนาการนะครับ ปี ๒๔๗๕ คนไทยส่วนใหญ่ก็ยังไม่มีความรู้ ไม่ได้เรียนหนังสือนะครับ ผ่านมาระยะหนึ่งถึงปี ๒๕๔๐ เราก็มีการเรียกว่าการศึกษาภาคบังคับ คนไทยจำนวนมากก็มี ความรู้ความเข้าใจในการเรียนการสอนแล้วก็มีข้อมูลในการตัดสินใจในการเลือกตั้ง แล้วก็ลด อายุลงมาเหลือ ๑๘ ปีบริบูรณ์นะครับ อันนั้นคือเมื่อเกือบ ๓๐ ปีที่แล้วนะครับ ปี ๒๕๔๐ ลองจินตนาการอีกครั้งนะครับ เมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว เราหาความรู้จากไหน เราหาความรู้จาก คุณครูในห้องเรียน หาความรู้จากห้องสมุดนะครับ จากการอ่านหนังสือ เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วเรา หาความรู้จักคอมพิวเตอร์แล้วครับจากอินเทอร์เน็ต และเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วเราก็มาหาความรู้ จากมือถือได้แล้วนะครับ🔗
- ๙//๑ แล้วปัจจุบันนี้เรานี้มีเอไอ ความรู้มันหลั่งไหลเข้ามาเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วความถูกต้อง แม่นยำของข้อมูลมันก็จะมากขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นจึงเห็นว่าการเสนอให้ลดอายุ ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นข้อเสนอที่สมเหตุสมผลมาก ๆ นะครับ ในหนังสือฉบับนี้เปิดกว้าง ระหว่าง ๑๕-๑๗ ปีว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรจะอายุน้อยลง ซึ่งมันก็มีเหตุผลหลายเหตุผลที่จะ Support ตรงนี้ด้วยนะครับ เนื่องจากว่าคนที่อายุ ๑๕ ปีเวลาถูกลงโทษกฎหมายลงโทษ ก็ลงโทษในฐานะของคนที่บรรลุแล้ว หมายถึงว่า ๑๕ ปีบริบูรณ์ก็ถูกลงโทษในฐานะของผู้ใหญ่ นะครับ เพราะฉะนั้นเขาควรมีสิทธิที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกตั้งแล้วก็กำหนดแนวทาง นโยบาย กำหนดเลือกพรรคการเมืองที่ตอบสนองนโยบายให้กับเขาเพื่อสนับสนุนเรื่องของ การศึกษาของเยาวชนด้วยนะครับ เพราะผู้ใหญ่อายุ ๑๘ ปีขึ้นไปอาจจะลืมไปแล้วว่าในสมัย ที่ท่านอยู่ ม. ต้นท่านต้องการอะไรนะครับ แต่ถ้าเกิดเป็นเด็ก ๑๕ ปีเขาจะรู้ความต้องการของ เขาเอง ถ้าเกิดเขาสามารถเลือกตั้งได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี ก็จะได้กระจายความต้องการแล้วก็ นโยบายให้ตอบสนองกับเยาวชนกลุ่มนี้นะครับ บางท่านก็จะมีการคัดค้านเรื่องอายุขั้นต่ำ เพราะว่ากังวลว่าเยาวชนยังไม่มีความพร้อมทางจิตใจหรือความรู้เพียงพอในการตัดสินใจที่จะ เลือกตั้ง หรืออีกประเด็นหนึ่งก็คือกลัวว่าจะถูกครอบงำจากผู้ปกครองนะครับ แต่อีกฝ่ายหนึ่ง ก็จะบอกว่ายุคสมัยนี้ไม่ใช่ว่าผู้ปกครองจะครอบงำเด็ก แต่กลายเป็นว่าเด็กให้ข้อมูลการเมือง กับผู้ปกครองแทนนะครับ เพราะเด็กสามารถที่จะเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ ทันท่วงที แล้วข้อมูลข่าวสารนี้ก็มีการ Debate กันในเว็บไซต์ใน Social Media นะครับ เขา สามารถตัดสินใจได้ว่าเขาชอบพรรคการเมืองแบบไหน รูปแบบไหน แล้วก็สร้างอิทธิพลให้กับ ครอบครัวพอสมควรนะครับ ถ้าเราพูดถึงสมัยก่อนที่เราเป็นเด็กเราอาจจะเข้าไม่ถึงสิ่งเหล่านี้ ข้อมูลในเรื่องของการเมืองเราจะมีน้อยมาก ถ้าผมจินตนาการของตัวเองสมัยอายุ ๑๘ ยังได้รับข่าวสารจากหนังสือพิมพ์อยู่เลยแล้วก็อ่านบ้างไม่อ่านบ้าง แต่ทุกวันนี้การเมืองเข้าถึง เยาวชนทุกรูปแบบแล้วก็ทุกวันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นสื่อช่องหลักเด็กก็ดูผ่านออนไลน์กันแล้ว แนวทางที่ผมมองว่าสมดุลระหว่างนี้ก็ควรจะเน้นให้การศึกษากับเยาวชนในเรื่องของความรู้ ความเข้าใจทางระบอบการเมือง การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย แล้วก็ก่อนที่เราจะ ตัดสินใจที่จะลดอายุหรือเปล่าก็ควรมีการทำการปรึกษาหารือแล้วก็พิจารณาผลกระทบ ให้อย่างรอบคอบนะครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งก็คืออายุของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสภาล่าง อย่างเช่น สส. แล้วก็มีข้อเสนอว่าอาจจะลดจาก ๒๕ ปีบริบูรณ์เป็น ๑๘ ปีไหม อันนี้ก็ถือว่าเป็นการเปิด โอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการออกกฎหมาย ซึ่งผมก็สนับสนุนตรงประเด็นนี้ เช่นกัน แต่อีกประเด็นหนึ่งที่ผมยังไม่เห็นด้วยสักเท่าไรก็คือเรื่องของอายุขั้นต่ำของรัฐมนตรี และผู้บริหารท้องถิ่น ที่ให้เริ่มตั้งแต่คนที่บรรลุนิติภาวะ ซึ่งในปัจจุบันนี้ผู้ที่บรรลุนิติภาวะ ของไทยก็คืออายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ หรือผู้ที่สมรสแล้วนะครับ ผู้ที่สมรสแล้วอายุขั้นต่ำ ที่สมรสได้ก็ ๑๗ ปี หรือถ้าเกิดศาลเห็นสมควรอาจจะต่ำกว่านั้นอีกนะครับ อันนี้เหตุที่ยัง ไม่เห็นด้วยเพราะว่าอายุขั้นต่ำที่ประมาณ ๑๗-๒๐ ปี ถ้ามาเป็นผู้บริหารในระดับผู้บริหาร ท้องถิ่นหรือผู้บริหารรัฐบาล รัฐมนตรีอาจจะมีการส่งผลกระทบมากมายเพราะเป็นการ ตัดสินใจของคนเพียงคนเดียว ไม่เหมือนกับการเป็น สส. เราเข้ามาร่วมลงมติในสภา เรามา เสนอกฎหมายเราต้องมีการรับรอง แต่ถ้าเป็นรัฐมนตรีการตัดสินใจเกิดขึ้นจากคนคนเดียวได้ เพราะฉะนั้นก็อาจจะต้องเพิ่มอายุตรงนี้ขึ้นมานิดหนึ่งผมยังไม่เห็นด้วยเท่าไรนะครับตรงนี้ ก็อาจจะเป็นผู้บริหารท้องถิ่นอาจจะ ๒๕ ปีหรือเปล่าอะไรอย่างนี้นะครับ แล้วก็รัฐมนตรี อาจจะเป็น ๓๐ ปี เพราะว่าผมมองจากผลกระทบของรัฐมนตรีมีส่งผลกระทบถึงวงกว้าง มากกว่าผู้บริหารท้องถิ่นนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านชลธิชา แจ้งเร็ว ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ท่านเชตวัน เตือประโคน เชิญท่านชลธิชา แจ้งเร็ว ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตปิดรับรายชื่อแล้วนะครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณค่ะ เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรค่ะ ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคประชาชน ก่อนอื่นดิฉันต้องขอชื่นชมรายงานของ กมธ. ที่จัดทำเนื้อหาไว้อย่างละเอียด แล้วก็ขอร่วมสนับสนุนข้อเสนอแนะของรายงานฉบับนี้ที่มีข้อเสนอแนะหลายประการ ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการปรับอายุในการเลือกตั้งค่ะ ซึ่งข้อเสนอนี้ก็ต้อง ยอมรับว่าไม่ใช่ข้อเสนอใหม่แต่อย่างใดเพราะว่าในหลาย ๆ ประเทศก็เริ่มมีการศึกษาเรื่องนี้ แล้วก็ปรับใช้กันอย่างจริงจังมาแล้ว แต่ว่าอีก ๑ ข้อเสนอของกรรมาธิการที่ดิฉันเห็นด้วยเป็น อย่างมากก็คือเรื่องของการให้ความสำคัญต่อบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการ ส่งเสริมเยาวชนให้เป็นผลเมืองในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ขอสไลด์ขึ้นนะคะ🔗
ดิฉันขออนุญาตแชร์ประสบการณ์ ตัวเองในช่วงเดือนที่ผ่านมาดิฉันได้มีโอกาสร่วมไปศึกษาดูงานของเทศบาลนครยะลา ซึ่งต้อง ขอชื่นชมนายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ ซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีนครยะลา แล้วก็รวมไปถึงคณะ ผู้บริหารทุกท่านค่ะ เพราะเป็นหนึ่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่น่าสนใจอย่างมากในแง่ ของการเปิดพื้นที่สร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชนในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสร้างพื้นที่ สาธารณะอย่าง TK Park ของยะลาเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้สำหรับเยาวชน ซึ่งมีทั้งห้องสมุด มีทั้งพื้นที่ในการจัดนิทรรศการ แล้วก็ห้องแล็บการเรียนรู้ เป็นต้น ซึ่งดิฉันต้องย้ำในที่นี้ค่ะว่า การมีอยู่ของพื้นที่สาธารณะทางกายภาพมีความสำคัญอย่างมากในการส่งเสริมพื้นที่ ปลอดภัยของเยาวชนในพื้นที่ ให้เขาเข้ามารวมกลุ่มกัน ให้เขาเข้ามาขับเคลื่อนประเด็นทาง สังคมที่เขาสนใจร่วมกันนะคะ ซึ่งในปัจจุบันนี้เราพบว่ามีน้อยมากที่ อปท. จะสามารถ ผลักดันพื้นที่สาธารณะทางกายภาพให้เกิดขึ้นในพื้นที่ของพวกเขาได้ ทั้งในเรื่องของข้อจำกัด เรื่องงบประมาณ เรื่องพื้นที่ แล้วก็ปัญหาสำคัญก็คือเรื่องของวิสัยทัศน์ของผู้บริหารท้องถิ่น นั้นเอง อีก ๑ นโยบายที่น่าสนใจที่ยะลาที่ดิฉันไปเจอมาแล้วก็ขออนุญาตแบ่งปัน ก็คือ นโยบายที่เปิดพื้นที่ให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมกับงานบริหารของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของการจัดกิจกรรมสภากาแฟแล้วก็การ Survey ให้เด็ก ๆ เยาวชนในพื้นที่มาร่วมกันระดม ข้อเสนอแนะในการทำนโยบายแล้วก็กระบวนการเรียนรู้ในพื้นที่ว่าพวกเขาอยากเห็น นครยะลาในแบบไหน แล้วเราจะร่วมการส่งต่อนครยะลาให้กับคนรุ่นหลังอย่างไรได้บ้าง ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เป็นจุดแข็งอย่างมากของพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งอย่างไรก็ตามนะคะดิฉันก็หวังว่า จะเห็นนโยบายในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนในระดับท้องถิ่นอย่างเทศบาล นครยะลาเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นที่ไม่ใช่แค่ยะลาเท่านั้น อีก ๑ ข้อเสนอแนะของรายงานที่ดิฉัน ขอฝากเป็นข้อเสนอแนะให้กับทางคณะกรรมาธิการแล้วก็รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือ เรื่องของการพิจารณากลุ่มการเมืองอิสระของเยาวชนซึ่งยังเป็นกลุ่มที่มักจะถูกหลงลืมไปแล้ว ก็ในรายงานฉบับนี้ก็ยังพูดถึงพวกเขาน้อยอยู่มาก ๆ นะคะ โดยในรายงานเล่มนี้ก็มักจะเน้น ไปที่การให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มเยาวชนที่ใช้พื้นที่ทางการอย่าง สภาเยาวชนหรือว่าพื้นที่ในโรงเรียนเป็นต้น ซึ่งอันนั้นก็เป็นส่วนที่ดี ดิฉันขอสไลด์ขึ้นนะคะ อย่างไรก็ตามเราต้องยอมรับว่าในช่วงโควิดที่ผ่านมาก็มีเยาวชนจำนวนมากที่หันมาสนใจ ประเด็นทางการเมืองแล้วก็ประเด็นทางสังคมเพราะภาวะทางเศรษฐกิจนะคะ มีเด็กหลายคน ที่หลุดออกจากระบบการศึกษา แล้วเด็กกลุ่มนี้ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ลุกขึ้นมาชุมนุมประท้วง บนท้องถนน สไลด์ถัดไปค่ะ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเราพูดถึงพื้นที่การมีส่วนร่วมของเยาวชน จะต้องไม่หลงลืมการใช้เสรีภาพในการชุมนุมของพวกเขาด้วย แล้วก็ในช่วงที่ผ่านมาเยาวชน ที่ลุกขึ้นมาชุมนุมขับเคลื่อนวาระทางการเมืองบนท้องถนน เราต้องยอมรับค่ะว่าเขาเจอ อุปสรรคต่าง ๆ มากมายหลายประการด้วยกันที่ทำให้เกิดบรรยากาศของความหวาดกลัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดำเนินคดีต่อเยาวชน เชื่อไหมคะท่านประธาน ปัจจุบันเรามีเยาวชน ที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกทางการเมืองแล้วก็การชุมนุมอย่างน้อย ๒๘๖ คนด้วยกัน และในจำนวนนั้นมีเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีด้วยข้อหา ๑๑๒ มากถึง ๒๐ คน เรากำลังพูดถึงเยาวชนอายุต่ำกว่า ๑๘ ปีที่ถูกดำเนินคดีด้วยมาตรา ๑๑๒ โทษสูงค่ะ ระหว่าง ๓ ปี ถึง ๑๕ ปี อย่างน้อย ๒๐ คนที่ถูกดำเนินคดีนี้ แล้วบางคนถูกดำเนินคดีมากกว่า ๑ คดี ด้วยกัน มิหนำซ้ำในระหว่างที่พวกเขาเข้าไปชุมนุมบนท้องถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชุมนุม ที่เป็นการชุมนุมไร้แกนนำบริเวณแยกดินแดง ก็มีเยาวชนที่ถูกจับกุมระหว่างการชุมนุมกว่า ๒๑๐ คนด้วยกัน ซึ่งต้องย้ำว่าในระหว่างการชุมนุมก็มีการใช้กำลัง มีการใช้ความรุนแรงของ เจ้าหน้าที่รัฐ คฝ. ต่อเยาวชนอย่างไม่ได้สัดส่วน ไม่เหมาะสม เกิดขึ้นอยู่หลายครั้งอย่างที่เรา เห็นภาพข่าวกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ปืนกระสุนยางเจาะในระยะประชิดกับพวกเขา หรือว่า การรุมกระทืบเยาวชนที่บริเวณพื้นที่ของการชุมนุม แล้ววันนี้ดิฉันขอพูดถึงคุณขนุน สิรภพ นักโทษทางการเมืองที่ถูกดำเนินคดีด้วยมาตรา ๑๑๒ และตอนนี้ก็อยู่ในเรือนจำอีกครั้งหนึ่ง คุณขนุนกำลังรอสิทธิในการประกันตัวอยู่ในเรือนจำ แล้ววันนี้เขากำลังอดอาหารเพื่อ เรียกร้องสิทธินั้นนะคะ นอกจากนั้นแล้วเรายังพบว่ายังมีการพยายามขัดขวางการใช้เสรีภาพในการชุมนุมอยู่ หลายประการด้วยกัน หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการไปคุกคาม ไปเยี่ยมบ้าน ข่มขู่ครอบครัว ของเยาวชนที่ลุกขึ้นมาแสดงออกทางการเมืองนะคะ แล้วก็รวมไปถึงการขัดขวางการชุมนุม ในพื้นที่ของสถาบันการศึกษาค่ะ ซึ่งแม้ว่าใน พ.ร.บ. ชุมนุมค่ะจะไม่ได้บังคับใช้ต่อการชุมนุม ในสถาบันการศึกษา แต่เรากลับพบว่าเยาวชนที่พยายามจะใช้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยหรือ สถาบันการศึกษาเพื่อจัดการชุมนุมยังคงทำได้อย่างยากลำบากนะคะ และยิ่งถ้าเป็นการ ชุมนุมในประเด็นทางการเมืองค่ะก็จะยิ่งถูกกดดันแล้วก็ห้ามปรามอย่างหนัก ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ต้องบอกว่าการมีส่วนร่วมทางการเมืองแผนการชุมนุมก็เป็นหนึ่งในวิธีการที่สามารถทำได้ อย่างแน่นอนและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีค่ะที่จะทำให้พวกเขารู้สึกหวงแหนถึงความเป็นพลเมือง ของสังคมในระบอบประชาธิปไตยนะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันขอใช้โอกาสนี้ค่ะในการ ฝากข้อเสนอแนะให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะเพื่อส่งเสริมการสร้างเยาวชนในระบอบ ประชาธิปไตยคะ🔗
ประการแรกคือการยุติการดำเนินคดีกับเยาวชน ซึ่งในปัจจุบันดิฉันขอย้ำว่า เรากำลังมีร่างกฎหมายนิรโทษกรรมของพรรคประชาชนนะคะก็รวมไปถึงร่างกฎหมายการ นิรโทษกรรมของพรรคประชาชนที่จ่อคิวอยู่ในสภา ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งค่ะว่าอย่างน้อยที่สุด ในชั้นรับหลักการนะคะเราจะเห็นชอบไปด้วยกันเพื่อคืนอนาคตให้กับลูกหลานของเรา ส่วน รายละเอียดปลีกย่อยค่ะที่เราอาจจะยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน ดิฉันคิดว่ายังพอมีเวลาที่เรา จะเข้าไปถกเถียงในเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้นในชั้นกรรมาธิการนะคะ อย่างน้อยที่สุดเราไม่ควรที่ จะต้องไปปิดประตูอนาคตของเยาวชนกลุ่มนี้นะคะ🔗
ประเด็นที่ ๒ ค่ะ ข้อเสนอแนะที่ ๒ ค่ะ คือการต้องรับรองสิทธิในการชุมนุม ของเยาวชนนะคะ ทั้งการมีกระบวนการในการส่งเสริมให้การใช้เสรีภาพของเยาวชนสามารถ ทำได้อย่างปลอดภัย แล้วก็รวมไปถึงการที่จะต้องมีมาตรการในการป้องกันการคุกคาม เยาวชนที่ลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวในประเด็นทางการเมืองแล้วก็ประเด็นทางสังคมด้วยค่ะ ท่านประธาน ตลอดจนต้องยุติวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดของเจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้กำลังหรือไป คุกคามเยาวชนที่ลุกขึ้นมาแสดงออกทางการเมือง สุดท้ายค่ะท่านประธานดิฉันก็หวังเป็น อย่างยิ่งค่ะว่าเราจะไม่เห็นการขัดขวางการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของเยาวชน ภายใต้รัฐบาลนี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางประกอก พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานของ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน เกี่ยวกับเรื่องของการให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมทางการเมือง ซึ่งเรื่องนี้ท่านประธานครับ ผมได้ เคยรับใช้รองประธานท่านก่อนนะครับ หมออ๋อง ปดิพัทธ์ สันติภาดา ในการเป็น คณะกรรมการในการขับเคลื่อนเรื่องนี้นะครับ ให้สภาเราได้มีส่วนร่วมกับเด็กและเยาวชน มากขึ้นนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วหลายอย่างที่ได้ศึกษาและได้เชิญน้อง ๆ ที่อยู่ในสภาเด็ก และเยาวชนรวมถึงยุวประชาธิปไตย ที่เป็นโครงการของสภาเราที่มีหลายรุ่นแล้วมาก็เห็น ตรงกันครับว่าจริง ๆ แล้วประเทศไทยมี Awareness หรือมีความที่อยากให้เยาวชนมี ส่วนร่วมเยอะมากแต่ขาดความเป็นทางการ หมายความว่าอย่างไรครับ ก็คือเอามาเป็น ไม้ประดับเสียส่วนใหญ่ ส่วนมากก็เอามาร่วมงานนะครับ รับฟังพอเป็นพิธีครับ แต่ไม่มีนาจ ในการไปกดดันให้เกิดขึ้นจริงครับ แล้วก็มีข้อเสนอหนึ่งครับที่จริง ๆ แล้วไหน ๆ ท่านรอง ประธานก็อยู่แล้วนะครับ แล้วก็ท่านให้ความสำคัญกับเยาวชนมากก็คือว่าวันเด็กแห่งชาติเอย หรือว่าวันเยาวชนก็อยากเปิดพื้นที่สภาแห่งนี้ แล้วก็ได้เป็นวันที่เยาวชนตัวแทนจากสภาเด็ก รวมถึงยุวประชาธิปไตยของสภาเราได้มาถามกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีครับ ก็ผมไม่แน่ใจครับ ว่าท่านรัฐมนตรีจะมาหรือไม่ แต่ถ้าไม่มาตอบกระทู้ถามเด็กเยาวชนมันก็หนีเด็ก มันแปลก ๆ ครับท่านประธาน คือหนี สส. ยังพอว่า แต่หนีเด็กผมก็ไม่รู้ว่าจะเป็นรัฐมนตรีกันทำไมนะครับ ก็อยากให้สภาแห่งนี้ลองจัดตามที่ผมได้เคยรายงานกับสภาไปตอนท่านรองท่านก่อนนะครับ ก็จะเป็นการดีเพื่อให้ความศักดิ์สิทธิ์ของสภาเยาวชนมันมีขึ้น ให้เขาได้มีกระบวนการที่มา สู่ห้องนี้ ใช้ห้องนี้ของเราได้เช่นกัน ผมว่าอันนี้ก็จะเป็นแนวทางที่ดีขึ้นครับ อย่างที่ ๒ ครับ ท่านประธาน เรื่องอายุที่หลายท่านได้พูดไป ผมก็มีโอกาสได้ไปทำงานรัฐสภาอาเซียนเยอะ ได้เจอเพื่อนสมาชิกสภาต่างประเทศที่เป็นยุวสมาชิก ตามนิยามของ IPU คือ ๔๕ ปีลงมา ก็หลายท่านครับ ผมว่าในระบอบประชาธิปไตยไม่มีใครเด็กเกินกว่าที่จะเป็นผู้แทนไทยครับ ผมเจอท่านหนึ่ง ผมตกใจมากครับท่านประธาน ผมเป็น สส. สมัยแรกประมาณ ๕-๖ ปีก่อนผมไปเจอรัฐมนตรี ชื่อไซยิด ซัดดิค (Syed Saddiq) เป็นรัฐมนตรีกระทรวง ประมาณว่าเป็นเยาวชน กระทรวง เด็กและเยาวชนของมาเลเซีย อายุ ๒๕ ปี ซักดิคเขาก็ตั้งพรรคใหม่ครับ ชื่อ MUDA Malaysian United Democratic Alliance ตั้งพรรคมาเองเลยครับ ผมก็เห็นว่าคนประเทศ ใกล้ ๆ เราอย่างมาเลเซียคนอายุ ๒๕ ก็เป็นรัฐมนตรีได้แล้วครับ ประเทศไทยยังต้อง ๓๕ จริง ๆ อยู่หรือไม่นะครับ ซึ่งผมก็มองว่าสุดท้ายแล้วถ้าระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบที่เรา ทุกคนได้มีสิทธิมีเสียงนี่มันก็ควรจะมีคนจากทุกช่วงอายุมาใช่ไหมครับ อยู่ที่ประชาชน เขายอมรับคนใดคนนั้นก็แก่พอ ดีพอที่จะมาเป็นตัวแทนเขาแล้วครับ อย่าง IPU ครับ ท่านประธาน ก็มีการพยายามอย่างมากนะครับที่จะลดอายุของ Use Parliamentarian ลงมาเหลือจาก ๔๕ ปี เหลือ ๓๕ ปีครับ ซึ่งหลายประเทศก็ต้องยอมรับว่าหลายประเทศ ก็มีสมาชิกโดยเฉพาะในอาเซียนโดยเฉพาะประเทศอย่างกัมพูชาหรือประเทศอื่น ๆ ก็จะมี สมาชิกที่ค่อนข้างอายุเยอะก็ค่อนข้างเห็นค้านครับ ทั้งนี้ก็เป็นการผลักดันของกลุ่ม AIPA ซึ่งมี ผมเป็นเลขาตัวแทนประเทศที่เราอยากลดอายุลงมาเหลือ ๔๐ ก่อนได้ไหม ซึ่งอันนี้ก็พยายาม ผลักดันอยู่ แล้วเห็นว่าท่านประธานกำลังตั้งเกี่ยวกับนโยบายเกี่ยวกับการต่างประเทศของ สภาเราด้วย ก็กราบขอบคุณท่านประธานไว้ล่วงหน้าเพื่อเราจะได้ผลักดันต่อไปครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ที่ผมอยากพูดแล้วก็อยากเพิ่มเสริมเติมแต่งในรายงานนี้ ที่สำคัญมากเลยครับ พูดไประดับประเทศ ระดับเยาวชน แล้วมาระดับระหว่างประเทศแล้ว ใช่ไหมครับ ขาดไม่ได้เลยครับระดับพรรคการเมือง ผมเห็นในต่างประเทศอย่างพรรคที่ผมไป ล่าสุดไปมีส่วนร่วมในการประชุมกับเขาด้วยคือพรรคเซเดอู ซึ่งตอนนี้เป็นแกนนำในการจัดตั้ง รัฐบาลของเยอรมนี เป็นพรรคย่อมาจาก Christian Democratic Union ซึ่งพรรคนี่นะครับ ก็มีปีกเยาวชนที่เข้มแข็ง ในประเทศเยอรมันทุกพรรคการเมืองจะมีเขาเรียกว่า Youth Wings หรือปีกเยาวชนครับ ผมก็อยากสร้างวัฒนธรรมนี้ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยครับ จริง ๆ แล้ว ท่านประธานกรรมาธิการเองก็มีประสบการณ์อยู่แล้ว เพราะก่อนหน้าท่านจะมาเป็นเพื่อน สมาชิกพรรคผมก็ได้อยู่พรรคประชาธิปัตย์มาก่อน ขออนุญาตเอ่ยนามไม่เสียหาย ได้ทำ เกี่ยวกับ New Dem ซึ่งก็เชื่อว่ามีโครงการยุวประชาธิปัตย์ด้วย ซึ่งอันนี้เป็นกระบวนการที่ดี มากนะครับ แล้วก็อยากให้เป็นตัวอย่างให้พรรคการเมืองในประเทศไทยได้ทำตาม ส่วนพูด ไปก็หาว่าอย่างนี้ครับ พรรคเราเองก็ยังไม่มีเลยครับ จริง ๆ ก็อยากพยายามที่จะทำให้มัน เกิดขึ้นอยู่เหมือนกัน แต่เข้าใจว่ามันยากครับ เพราะว่าบางทีเด็กครับ ผมเข้าใจครับผมเป็น เด็กมาก่อนนะ ผมเคยเป็นเด็กทุกคนเคยเป็นเด็กครับ แน่นอนครับเด็กในบางครั้งพูดอะไร ไม่เข้าหูผู้ใหญ่เป็นเรื่องธรรมดา เด็กจะเสียงดัง เด็กจะโวยวายครับ ผู้ใหญ่จะไม่ค่อยชอบ แต่ผมก็ระลึกเสมอครับเวลาเจอเด็ก เยาวชนในพื้นที่ต้องการอะไรเขาจะมาไม่ Formal มาก หรอกครับ แต่นี่ละครับก็คือความน่าสนใจของเด็กและเยาวชน ความซื่อใสบริสุทธิ์ ความต้องการที่ปราศจากอำนาจใด ๆ ที่อยู่นอกเหนือสิ่งที่ไม่ถูกต้องครับ ผมว่าก็ต้องควรจะ รับฟังเขาไว้และเข้าใจเขามากกว่านะครับ ดังนั้นก็อยากให้ข้อเสนอต่อไปในอนาคต มีเรื่องเกี่ยวกับการที่สนับสนุนพรรคการเมืองให้มีปีกเยาวชนครับ เพราะสุดท้ายระบอบ ประชาธิปไตยจะเข้มแข็งได้ก็ต้องมีพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง พรรคการเมืองจะเข้มแข็งได้ ก็ต้องมีตั้งแต่ระดับเยาวชน ระดับผู้ปฏิบัติงานในพรรค ระดับผู้สมัครรวมถึงสมาชิกพรรค ที่หลากหลายและเข้มแข็งด้วยถึงจะมีความยั่งยืนในระบอบประชาธิปไตยเราครับ แล้ววันหนึ่งผมก็เชื่อว่านี่ละครับคือตั้งแต่เมล็ด สู่ราก สู่ลำต้น สู่ใบ สู่ดอก ของประชาธิปไตย ของเราจะได้แบ่งมาเต็มที่ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปท่านเชตวัน เตือประโคน เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี ตัวแทนพี่น้อง ประชาชนชาวเทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลเมืองลาดสวายครับ ขอร่วมอภิปรายรายงานการพิจารณาการศึกษาและจัดทำข้อเสนอการส่งเสริมเยาวชน และสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานครับ ข้อเสนอ ทั้งการเปิดพื้นที่และเรื่องของสภาพแวดล้อมตามรายงานฉบับนี้ที่กรรมาธิการได้เสนอ เข้ามานี่ครับเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออกจริง ๆ ครับ เพราะถ้า สภาพแวดล้อม ไม่ปลอดภัยทั้งในเชิงกฎหมายและในเชิงวัฒนธรรมนะครับ ต่อให้เปิดพื้นที่ให้เยาวชน กว้างขวางใหญ่โตขนาดไหนก็ตามก็คงไม่มีใครอยากออกมามีส่วนร่วมนะครับ เยาวชนถ้าออก มาร่วม มาแสดงออก มาแสดงความคิดเห็น แล้วถูกแจ้งความ ถูกดำเนินคดี ต้องติดคุก ติดตาราง ใครจะอยากออกมาอีกใช่ไหมครับ เยาวชนออกมาร่วมนะครับ แสดงออก แสดงความคิดเห็นแล้วถูกค่านิยมของสังคม ถูกประเพณี ถูกวัฒนธรรมประณามพิพากษาเขา ก็คงไม่มีใครที่อยากจะออกมาอีก ดังนั้นผมจึงเห็นด้วยกับข้อเสนอของกรรมาธิการในข้อนี้ และในเรื่องของสภาพแวดล้อมนี้ละครับ นอกจากข้อที่ว่าต้องเสริมสร้างทักษะให้กับเด็ก และเยาวชนในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงแล้ว สิ่งที่สำคัญที่ต้องทำตามรายงานที่เสนอ มานี้เลยครับ นั่นก็คือเรื่องการเสริมสร้างทักษะให้กับผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องในการรับฟังและทำ ความเข้าใจความต้องการของเด็กและเยาวชน ตรงนี้นะครับพูดให้เข้าใจง่ายนั่นก็คือ ควรต้องมีการสอนผู้ใหญ่ให้รู้จักการรับฟังเด็กและเยาวชนนั้นเองครับ นี่เป็นเรื่องสำคัญ การอาบน้ำร้อนมาก่อนนะครับ ไม่ใช่ว่าผู้ใหญ่จะไม่เคยถูกน้ำร้อนลวกนะครับ หรือการ อาบน้ำร้อนนานเกินไปก็ไม่ใช่ว่าผู้ใหญ่จะไม่เคยผิวหนังเปื่อยยุ่ยนะครับ การเดินตามผู้ใหญ่ ไม่ใช่ว่าจะไม่ถูกหมากัดนะครับ เห็นมานักต่อนักแล้วครับ ที่ผู้ใหญ่ถูกหมาขย้ำเอาตัว ไม่รอด หรือผู้ใหญ่บางคนเจอหมาแล้วก็เปิดตูดหนี ฉีกข้อตกลง ฉีกทุกอย่าง ปล่อยให้เด็ก โดนหมารุมอย่างเห็นแก่ตัวนะครับ ดังนั้นการสอนให้ผู้ใหญ่รู้จักฟังเด็กและเยาวชนจึงจำเป็น อย่างยิ่งครับ โดยเฉพาะในสังคมไทยที่จากงานวิจัยต่อไปนี้ผมมีสไลด์แผ่นเดียวครับ ระบุว่า ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
ระบุว่าเหล่านี้คือลักษณะนิสัยของคนไทย ตามสไลด์นะครับผมมองไม่เห็นเท่าไร แต่ที่วงกลมสีแดงอันนี้คือลักษณะนิสัยของคนไทย ดีบ้างไม่ดีบ้างตามสไลด์นี้เลยนะครับ แต่ว่าที่วงกลมสีแดง คำว่า กลัวเสียหน้านี้ละครับ คำว่า กลัวเสียหน้านี้ละครับที่ทำให้ผู้ใหญ่ก็คอยที่จะปราม ๆ แล้วก็ไม่ค่อยอยากจะให้เด็กได้มีส่วน ร่วม อย่างเช่น แบบว่าเห้ย กด ๆ เอาไว้ก่อนนะครับ บอกว่า ไอ้น้อง ไอ้หนูอย่าดื้ออะไรอย่าง นี้เป็นต้น ท่านประธานครับ การเมืองการปกครองในระบอบที่เรียกว่า ประชาธิปไตย เป็น เรื่องที่ต้องเปิดโอกาสให้กับทุก ๆ คนครับ เพราะทุกนโยบาย ทุกโครงการของฝ่ายบริหารมี ผลกับชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคน เพราะทุกการออกกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติย่อมบังคับ ใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม ทุกคนเสมอภาคกันต่อหน้ากฎหมาย เพราะทุกคำวินิจฉัยของฝ่าย ตุลาการครับย่อมเป็นมาตรฐาน เป็นบรรทัดฐานให้กับสังคมและทุกคนต้องถือปฏิบัติครับ ดังนั้นการจะบอกว่าไม่สนใจการเมือง การเมืองไม่เกี่ยวกับเรา จึงเป็นความคิดที่ผิดครับ เป็นวาทกรรมที่ผู้มีอำนาจเขาอยากเห็น คือเขาไม่อยากให้ประชาชนมายุ่งการเมืองครับ เมื่อประชาชนไม่มายุ่งการเมือง เมื่อเยาวชนไม่มายุ่งการเมือง การเมืองซึ่งเป็นเรื่องของการ ต่อรองอำนาจ การเมืองซึ่งเป็นเรื่องของการต่อรองผลประโยชน์ก็จะกระจุกตัวอยู่กับคน กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คนกลุ่มน้อย ๆ นั้นล่ะครับที่เอาการเมืองไปเล่นเราจึงได้เห็นการกีดกันเด็ก และเยาวชนในการมีส่วนร่วม ซึ่งผมพอที่จะสรุปออกมาได้ ๔ ประการต่อไปนี้นะครับ ข้ออ้าง ที่ ๑. การเมืองเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เด็กเยาวชนควรไปตั้งใจเรียน ข้อนี้คิดว่าหลาย ๆ ท่านทุก คนน่าจะเคยได้ยินนะครับ เพราะเป็นข้ออ้างที่สุด Classic เลยครับ เพื่อที่จะกีดกันเยาวชน ไม่อยากให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมก็เลยมาบอกว่าการเมืองเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ หนู ๆ ไปตั้งใจ เรียนเถอะโตขึ้นจะได้เป็นเจ้าคนนายคน ข้ออ้างที่ ๒. ที่กีดกันคือเด็กเยาวชนยังขาดวุฒิภาวะ ถูกปลุกปั่น ถูกชักจูงได้ง่าย นี่คือสิ่งที่เรามักได้ยินเป็นประจำเลยครับ เป็นข้ออ้างที่ไม่เชื่อว่า เยาวชนคิดเองได้นะครับ ไม่เชื่อว่าเขาสามารถตัดสินใจเองได้ ต้องมีคนปลุกปั่น ต้องมีคน ชักจูง ข้ออ้างที่ ๓. เด็กและเยาวชนขาดประสบการณ์ชีวิตที่เพียงพอ ข้อนี้ทำราวกับว่าเรายัง อยู่ในยุคที่ไม่มีไฟฟ้าใช้นะครับ ทำราวกับว่าเรายังอยู่ในยุคที่ไม่มีอินเทอร์เน็ตนะครับ เพราะทุกวันนี้เทคโนโลยีไปถึงไหนมาไหนแล้วนะครับ เด็กเยาวชนหลายคนมีประสบการณ์ มากกว่าผู้ใหญ่หลาย ๆ คนที่แก่เพราะกินข้าวอีกนะครับ และข้ออ้างสุดท้ายครับ ใกล้จบ แล้วครับท่านประธาน เด็กเยาวชนไม่เข้าใจประเพณี วัฒนธรรม ค่านิยมแบบไทย ๆ อันนี้ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นข้อสรุปของทุกข้ออ้างเลยนะครับ แบบไทย ๆ นี้ละครับที่ปฏิเสธความ เป็นสากลครับ หยิ่ง ผยอง ลำพองว่าเราไม่เหมือนใครชาติใดในโลก ทั้งที่จริง ๆ แล้วเราเหมือนกับทุก ๆ คนครับ ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ เป็นอย่างไรครับ ต้องมีการยึดอำนาจทุก ๆ ๔-๕ ปีอย่างนั้นหรือครับ คิดอะไรไม่ออกก็กวักมือเรียกทหาร เข้ามายึดอำนาจอย่างนั้นหรือครับ อย่างนี้หรือครับประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ที่เราไม่เหมือนใคร แล้วเราควรจะภูมิใจ สิทธิมนุษยชนแบบไทย ๆ เป็นอย่างไรครับ ควบคุมผู้ต้องหาโดยใช้ รถบรรทุกของทหาร ให้ถอดเสื้อจับเอามือไพล่หลัง แล้วขึ้นไปนอนซ้อนทับกันในระหว่าง ขนย้ายเป็นชั่วโมงจนขาดอากาศหายใจ ทำให้มีคนตายเป็นจำนวนมากในคดีตากใบ อย่างนี้ หรือครับคือสิ่งที่เราควรภาคภูมิใจ ถ้าแบบไทย ๆ เป็นอย่าง ๒ อย่างที่ผมว่ามาผมคิดว่า เราควรลดความเป็นไทยแล้วเพิ่มความเป็นคน และเพิ่มความเป็นสากลให้เหมือนนานา อารยะประเทศ ท่านประธานครับ ผมอภิปรายมาทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะสนับสนุนรายงานเล่มนี้ ละครับ โดยเฉพาะในเรื่องของการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมในทางการเมือง แล้วก็ ได้มาพัฒนากระบวนการประชาธิปไตยอย่างจริง ๆ จัง ๆ ร่วมกัน และหวังว่ารัฐบาลจะรับ รายงานเล่มนี้ไปดำเนินการอย่างจริง ๆ จัง ๆ อย่างที่เราอยากเห็น ขอบคุณครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านภัณฑิล น่วมเจิม ต่อด้วยท่านทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ และท่านเซีย จำปาทอง เชิญท่านภัณฑิลครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย พรรคประชาชน ผมชอบรายงานเล่มนี้มากเลยครับ เพราะผมก็ได้มีโอกาสไปร่วมประชุมกับ อนุกรรมาธิการกับน้อง ๆ เด็กเยาวชนที่เขาก็อยากมามีส่วนร่วม ก็เป็นการเปิดโอกาสให้เขา เข้ามาประชุมในสภาในห้องกรรมาธิการนะครับ🔗
ข้อแรกครับ ผมชอบมากเลย คำพูดที่ว่า สภาเด็กและเยาวชนกลายเป็นเพียง ทำตามคำสั่งหรือเป็นเพียงไม้ประดับ คือผู้ใหญ่เข้ามายุ่ง เข้ามา ส สระ อะไรนะ ใส่ ก็ไม่อยากพูดคำนี้ สทร. เข้าไปยุ่งทุกเรื่องเลย จิ้มจะต้องเอาเด็กคนไหนมาเป็นสภาเด็ก และเยาวชน ระบบการอุปถัมภ์ คือไปเลือกคนของตัวเองเข้ามา ไปเลือกเด็กเข้ามา แล้วก็ มานั่ง แล้วก็มาถ่ายรูปแล้วก็เบิกเบี้ยประชุมกัน เด็กไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรเลยครับ ไปจิ้มกันมา ระบบเลือกตั้งก็มีในกรุงเทพมหานครผมก็ไปสังเกตการณ์นะครับว่า เอ๊ะเขาทำอะไรกัน อย่างไร ปรากฏไม่มีใครรู้เลยครับว่า สมมุติถ้าเผื่อผมอยากจะไปเป็นตัวแทนในสภาเด็ก และเยาวชนต้องทำอย่างไร อาจจะมีเห็นในเฟซบุ๊กประกาศรับสมัคร บางเขตแข่งกันอยู่แค่ ๒๐ คน ๓๐ คน เลือกกันเอง มันประหลาดมากครับระบบอันนี้ผมเห็นแล้วนะครับ สภาคน รุ่นใหม่ของกรุงเทพมหานครก็พยายามจะมาซ้ำซ้อนกับสภาเด็กและเยาวชน ก็งง ๆ แรก ๆ ผมก็พยายามเข้าไปเรียนรู้ ปรากฏก็เป็นระบบจิ้มเหมือนกันครับ ระบบเอาเด็กดีมาเป็นเด็ก ที่เหมือนคุณครูก็เลือกกันมา เอาเด็กที่ไม่ค่อยพูดมาก ตรงกันข้ามกับเด็กเลวใช่ไหมนี่คือเด็กดี เอาเด็กดีมาเป็นเด็กที่มันไม่หือไม่อือทำตามที่ครูบอก ผมก็พยายามจะเสนอ อย่างเช่น ในที่ประชุมกรรมการชุมชนเขตประจำเดือน เขามีตำแหน่งแล้วเป็นกรรมการหรือเป็น ประธานสภาเด็กและเยาวชนให้เขาเข้ามามีส่วนร่วมสิครับ ถ้าเผื่อผมไม่พูดเขาก็ไม่เชิญ เข้ามาครับ ทั้ง ๆ ที่เด็กเขาก็มีบางอย่างที่อยากจะมาเสนอแนะในเวทีของเขต อันนี้อยากจะ เปิดโอกาสให้สภาเด็กและเยาวชนได้มีบทบาทจริง ๆ อย่างน้อยให้เขาได้มามีส่วนร่วมแล้วก็ มาพูดอะไรในที่ประชุมของผู้ใหญ่บ้างนะครับ🔗
ประเด็นถัดมาครับ ในเรื่องของอายุนะครับ อายุ ๑๕ ปี ก็เขียนไว้ในรายงาน แล้วเป็นขั้นต่ำ เป็นบุคคลที่สามารถที่ศาลถูกพิพากษาลงโทษอาญาได้ จึงพึงมีสิทธิเลือก ผู้แทนเพื่อร่วมตรากฎหมายซึ่งอาจถูกนำมาลงโทษตัวเองได้ อันนี้ถูกต้องเลยครับ เรื่องอายุ มีสิทธิเลือกตั้งหลายประเทศเขาก็เริ่มลดแล้วเป็น ๑๖ ๑๗ คือมันมีสิทธิ เมื่อรับจ้างงาน และเสียภาษีทำไมเขาจะไม่มีสิทธิมาเลือกตั้งล่ะครับ เพื่อกำหนดกฎหมายหรือกำหนดการใช้ งบประมาณของพวกเขาที่มาจากเงินภาษีของพวกเขา ผมเห็นด้วยเลยครับควรจะพิจารณา ได้แล้วครับ ควรจะลดอายุ ๑๖ ๑๗ ก็เข้าสู่ระบบแรงงานแล้ว🔗
อีกอันหนึ่งที่น่าสนใจผมอ่านนะครับ หลังจากการอภิวัฒน์สยามสถาปนา สภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก อายุขั้นต่ำในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถูกกำหนดขึ้นครั้งแรกไว้ที่ ๒๓ ปี แล้วก็ปรับมาสูงขึ้นเรื่อย ๆ ๒๕ ๓๐ ๓๕ ตอนหลังนี้ ถ้าเผื่อเป็นนายกท้องถิ่นหรือเป็นผู้บริหารระดับประเทศต้อง ๓๕ ทำไมครับ เด็ก ๒๓ มันเก่ง สู้ผู้ใหญ่ไม่ได้หรือครับ หรือมันโง่กว่าหรืออย่างไรครับ ทำไมต้องกีดกันเด็กตลอดเวลาเลย เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ หมายความว่าเกณฑ์อายุขั้นต่ำ ๒๓ ปี ตอนหลังก็เพิ่มขึ้นมาเป็น ๓๐ ปี คือในหน้าเดียวกัน เหตุผลประกอบการนำเสนอก็เขียนไว้ชัด ประเทศไทยมีประชากรอายุไม่เกิน ๓๐ ปี ๒๔ ล้านคน คิดเป็น ๓๗ เปอร์เซ็นต์ของประชากร แต่ Underepresent ก็คือมันไม่ได้สัดส่วนครับ ตัวแทนของเราในสภาที่อายุต่ำกว่า ๓๐ ปี ในอายุช่วงเดียวกันมีแค่ ๑๒ คนจาก ๕๐๐ คน คิด ๒ เปอร์เซ็นต์ Total Underrepresent มันต่ำกว่าความเป็นจริงมากเลยถึงแม้ปัจจุบัน จะเพิ่มขึ้นมาบ้างแล้วแต่ก็ยังถือว่าไม่สอดคล้องแล้วก็ไม่ได้สัดส่วนกับสภาพความเป็นจริง เรื่องบรรลุนิติภาวะก็เป็นอีกหมวดหนึ่ง ๒๐ ปีถึงจะบรรลุนิติภาวะ มันไม่ Consistent บางอันก็เลือกตั้ง ๑๘ ปี กว่าจะรับผิดได้ทางกฎหมาย ๑๕ ปี แล้วก็มาบรรลุนิติภาวะ ๒๐ ปี ผมว่าควรจะเปลี่ยนให้มันเป็นเกณฑ์เดียวกันหมดเลย อีกอันหนึ่งที่ผมค่อนข้างไม่พอใจคือ ระบบ ๒ สภา ที่ผมพูดตรงนี้มันมีผลอย่างไรกับเรื่องเยาวชน นี่ครับมันเป็นตัวอย่างเลยครับ สภาสูงของเราหรือวุฒิสภาเป็นการ Discriminate คนที่อายุต่ำกว่า ๔๐ ปี ทำไมคนที่อายุ ๔๐ ปีได้สิทธิพิเศษเลยเหมือนเป็นโควตาพิเศษเลย เข้าไปอยู่แล้ว ๒๐๐ คนจาก ๗๐๐ คน สมาชิกรัฐสภาอายุเกิน ๔๐ ปี แล้วทำไมครับ ทำไมเด็กที่อายุต่ำกว่า ๓๕ ปี ๒๕ ปีไม่มีสิทธิ มีเสียง ไม่มีที่เลย แต่กลับกลายเป็นคนอายุมากกว่า ๔๐ ปีได้รับโควตาพิเศษในการที่จะเข้า เป็นสมาชิกรัฐสภาอันนี้ไม่ถูกต้องนะครับ Total Misrepresentation เลยครับ อีกอันหนึ่ง เรื่องบรรลุนิติภาวะนี่ผมพูดไปแล้ว ข้อเสนอนี้ก็ดีครับลดอายุบรรลุนิติภาวะเหลือ ๑๘ ปี เหมือนนานาอารยประเทศก็เอาให้เป็นเกณฑ์เดียวกันเลยครับ ก็ฝากไว้ด้วยครับ ระบบอะไร ก็แล้วแต่ที่เป็นระบบเลือกตั้งที่จะเป็นตัวแทนของประชาชนมันควรจะเปิดกว้างนะครับ เลือกตั้งอายุ ๑๘ ปีก็เลือกได้ ทำไมลงสมัครรับเลือกตั้งชอบมีข้ออ้างอย่างนี้ตลอดเวลา เลยครับว่าเขาอาจจะยังไม่มีวุฒิภาวะไหม ก็อย่าไปเลือกเขาสิครับ ถูกไหมครับ ก็เป็นการ แข่งขันกันเขาก็เสนอตัวลงมา คุณไม่พอใจเขาคุณก็ไม่ต้องเลือกแต่ให้สิทธิเขาสิครับ ควรจะ ทั้งระดับท้องถิ่น ทั้งระดับชาติ ผู้บริหารด้วย ควรจะลดอายุมาให้ ๑๘ ปีเท่ากันหมดเลย ตอนหลังนี้ก็มีการมาแก้กรรมการชุมชนนี่เพิ่มจากอายุ ๒๑ ปีเป็น ๒๕ ปี ทำไมครับ เด็กมันทำงานไม่ได้หรืออย่างไรครับ หลายครั้งผู้ใหญ่ก็ใช้เด็กทำงานนั่นละครับ ไม่ถูกต้อง นะครับ ควรจะลดเกณฑ์อายุทุกการเลือกตั้งให้เหลือ ๑๘ ปีเท่ากับเกณฑ์ในการมีสิทธิ เลือกตั้ง ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปครับ ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคประชาชน จากพี่น้อง ชาวเมืองอยุธยาและบางบาลครับ ท่านประธานครับ ผมในฐานะผู้แทนที่อายุเกือบจะน้อย ที่สุดในสภาชุดนี้ครับ ขอสนับสนุนรายงานฉบับนี้และขอเสนอเพิ่มเติมในประเด็นที่ให้ สภาเด็กและเยาวชนได้มีส่วนร่วมและเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำงานร่วมกับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อกำหนดทิศทางอนาคตของบ้านเราเปลี่ยนให้เป็นอนาคตที่สดใส สำหรับเยาวชนและคนรุ่นใหม่อย่างผม และเด็กที่มีความฝันอันยิ่งใหญ่ในอยุธยาและ ต่างจังหวัด และเพื่อไม่ให้สภาเด็กและเยาวชนเป็นเพียงแค่ไม้ดอกไม้ประดับครับ แต่เป็น คลังสมองที่สำคัญในการนำเสนอความคิดเห็นใหม่ ๆ ที่ร่วมสมัย โดยผมขอเสนอให้มีการ กระจายอำนาจสภาเด็กและเยาวชนสู่ท้องถิ่น ด้วยการกระจายคน กฎ และงบครับ กระจาย คนหมายความว่าอย่างไรครับ ให้สภาเด็กและเยาวชนมีหน้าที่ที่ชัดเจนและมีอำนาจที่สำคัญ โดยเฉพาะในการตรวจสอบและรับเรื่องร้องเรียนที่เกิดขึ้นกับเด็กครับ ยกตัวอย่างเช่น เหตุคุกคามเด็ก เหตุความรุนแรงต่อเด็กเป็นต้นครับ ให้เด็ก ๆ เขาได้มีส่วนร่วม ให้เยาวชน คนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการในการตรวจสอบ รวมไปถึงมีเครื่องไม้เครื่องมือ มีกลไกให้สภาเด็กและเยาวชนสามารถส่งต่อเรื่องราวข้อร้องเรียนให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ยกตัวอย่างเช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นต้น แล้วยังมีช่องทางให้เด็ก ๆ ที่ เดือดร้อนได้สามารถร้องเรียนได้โดยไม่ต้องเปิดเผยชื่อ การทำแบบนี้ยังเป็นการสร้างความ ตระหนักรู้ในเรื่องของสิทธิมนุษยชนให้แก่เยาวชนอีกด้วย กระจายกฎครับ โดยผมขอเสนอให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถที่จะออกข้อบัญญัติให้สภาเด็กและเยาวชนสามารถ นำเสนอนโยบายให้กับท้องถิ่นได้ครับ เป็นนโยบายที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนก็ดี เกี่ยวข้องกับ อนาคตของพวกเขา เกี่ยวข้องกับอาชีพในฝันของพวกเขาหรือแม้กระทั่งเกี่ยวข้องกับการ เรียนรู้นอกห้องเรียนของพวกเขาในพื้นที่ก็เป็นได้ครับ โดยเสนอเพิ่มเติมให้ท้องถิ่นที่มีโรงเรียนที่อยู่ในความรับผิดชอบ หากมีการพิจารณา งบประมาณมีการพิจารณาเพื่อปรับปรุงหรือพัฒนาโรงเรียน ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีสภา นักเรียนเข้าไปมีส่วนร่วมกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาโรงเรียนนั้น ๆ อีกด้วย และแน่นอนครับ ต้องกระจายกฎให้ที่มาของสภาเด็กและเยาวชนมาจากการเลือกตั้งครับ นี่เป็นการปลูกฝังกระบวนการประชาธิปไตยในท้องถิ่นอีกด้วยครับ กระจายงบครับ หยิบยื่น งบประมาณให้กับสภาเด็กและเยาวชนให้เขาได้มีอิสระในการบริหารทรัพยากรและ งบประมาณครับ โดยประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญนะครับ เป็นการเปิดโอกาสในการเรียนรู้ ให้เด็กและเยาวชนเขาได้เข้าใจและมีความรับผิดชอบในการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ รวมไปถึงยังเป็นการเรียนรู้ด้านการจัดการงบประมาณ การเรียนรู้ด้านการเงินและการ นำเสนอโครงการอีกด้วย สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน ผมขอยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า บทอภิปรายนี้ไม่ใช่บทอภิปรายของผมครับ แต่เป็นบทอภิปรายของชมรมอโยเดียครับ กลุ่มคนรุ่นใหม่ของอยุธยาครับ ที่ปัจจุบันนี้เขารวมตัวกันเพื่อสานความฝันแล้วความหวัง ที่จะพัฒนาเมืองอยุธยาและประเด็นที่สามารถพัฒนาชุมชนของอยุธยาได้ครับ ยกตัวอย่าง เช่น การอนุรักษ์โบราณสถานและการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เพื่อแปรเปลี่ยนเป็นเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ให้คนอยุธยา รวมไปถึงการตามหาความเป็นมาของชุมชนและเล่าเรื่องใหม่ เพื่อแปรเปลี่ยนเป็นรายได้และเชื้อเชิญให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชุมชนและลิ้มลองของดี ของชุมชนนั้นครับ สุดท้ายครับ จึงขอให้รายงานชุดนี้ได้มีการพิจารณาจากรัฐบาลรวมไปถึง ขอให้รัฐบาลได้นำข้อเสนอในการปรับลดอายุในการสมัครรับเลือกตั้งของรายงานฉบับนี้ครับ ซึ่งผมได้ชี้ให้เห็นแล้วครับว่าชมรมอโยเดียจากอยุธยานั้นเป็นหลักฐานอันเป็นประจักษ์ ในการแสดงศักยภาพของคนรุ่นใหม่และเยาวชนคนไทยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปครับ ท่านเซีย จำปาทอง ครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วน เครือข่ายผู้ใช้แรงงาน ท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานการ พิจารณาศึกษาเรื่อง ญัตติพิจารณาศึกษาและจัดทำข้อเสนอการส่งเสริมเยาวชนและการ สร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย ก่อนอื่นผมต้องขอกล่าวว่า เยาวชนคนรุ่นใหม่คือปัจจุบันและอนาคตของพวกเรา เยาวชนคนรุ่นใหม่คือปัจจุบัน และอนาคตของสังคมนี้ นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเช่นเดียวกับพวกเรา พวกเขาต้องซื้อข้าวกิน ซื้ออาหารการกิน ต้องจ่ายค่ารถ ค่าเรือ ใช้รถใช้ถนนเหมือนกับ พวกเราทุกอย่าง และเราปฏิเสธกันไม่ได้ครับว่าทุกวันนี้ตลาดสินค้าและการบริการหลายส่วน ก็มีการจัดทำสินค้าโดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะนั่นคือเหตุผลว่า ทำไมเราถึงควรส่งเสริมให้เยาวชนคนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจหรือเสนอแนะต่อเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาด้วยในทุก ๆ เรื่อง ท่านประธานครับ การมีส่วนร่วมในระบอบ ประชาธิปไตยในฐานะพลเมือง มิใช่มีเพียงแค่การเอาไปใช้สิทธิเลือกตั้งเท่านั้น ซึ่งทาง คณะกรรมาธิการก็ได้ศึกษาและจัดทำข้อเสนอในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในระบอบ ประชาธิปไตยของเยาวชนไว้ในรายงานฉบับนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่การเมืองปกติ และในพื้นที่สถานศึกษา ซึ่งผมเองก็เห็นด้วยกับข้อสรุปแล้วข้อสังเกตของรายงานจำนวน ทั้งสิ้น ๙๑ ฉบับ แต่ยังมีพื้นที่หนึ่งของการศึกษาที่ผมรู้สึกว่ากรรมาธิการละเลยไม่ให้ ความสำคัญในรายงานฉบับนี้ และผมอยากจะฝากไปยังคณะกรรมาธิการ นั่นก็คือการมี ส่วนร่วมของเยาวชนในระบอบประชาธิปไตยในพื้นที่การทำงาน หากมีโอกาสทำการศึกษา เพิ่มเติมผมอยากให้ท่านพิจารณาข้อสังเกตนี้ ให้บรรจุเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาด้วย ท่านประธานครับ ขอสไลด์หน่อยครับ🔗
จากรายงานของกรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงานระบุไว้ว่า ในไตรมาสที่ ๓ ของปี ๒๕๖๗ ระบุว่าประเทศไทยมีประชากร ที่อายุ ๑๕ ปีแต่ยังไม่ถึง ๑๘ ปี จำนวน ๒,๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน และในจำนวนนี้เป็นผู้อยู่ใน กำลังแรงงาน ๑๒๐,๐๐๐ กว่าคน หรือคิดเป็น ๕ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรอายุ ๑๕- ๑๘ ปีทั้งหมด ท่านประธานครับ กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ปี ๒๕๔๑ มาตรา ๔๔ กำหนดไว้ ว่าห้ามนายจ้างจ้างผู้ที่มีอายุต่ำกว่า ๑๕ ปีเป็นลูกจ้าง และกรณีที่นายจ้างจ้างผู้ที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานมาตรา ๔๕ นั่นก็คือต้องแจ้งให้พนักงาน ตรวจแรงงานทราบ ท่านประธานครับ เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนแรงงานอายุน้อยเหล่านี้ทำงาน อยู่ในภาคเกษตรกรรม ส่วนที่เหลือก็กระจายกันอยู่ตามกิจการโรงแรม ร้านอาหาร งานบริการ ภาคการผลิต การก่อสร้าง รวมถึงการขายส่งและขายปลีก คำถามแล้วเราจะ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างไรสำหรับคนทำงานในภาคส่วนต่าง ๆ การส่งเสริมสหภาพแรงงานซึ่งเป็นองค์กรประชาธิปไตยขั้นพื้นฐานของคนงาน ที่จะทำให้ ทุกคนมีส่วนร่วมในการปกป้องเสรีภาพและเสนอแนะแนวทางต่าง ๆ ในสถานที่ทำงาน ซึ่งเราเรียกสิ่งเหล่านั้นว่า ประชาธิปไตยในพื้นที่ทำงาน การส่งเสริมให้เยาวชนในสถานศึกษา เข้าใจบทบาทสหภาพแรงงาน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน เป็นสิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญที่จะทำให้พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพแรงงาน พวกเขาจะช่วย ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะในพื้นที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ผมขอยกตัวอย่างนะครับ องค์กรที่ TUC หรือสหภาพแรงงานระดับชาติของสหราช อาณาจักร ซึ่งมีสมาชิกมากกว่า ๕ ล้านคน สหภาพแรงงานก็เข้าไปจัด Workshop ให้กับ นักศึกษาในสถานศึกษาเกี่ยวกับสหภาพแรงงาน ให้พวกเขาเหล่านั้นเข้าใจสิทธิด้านแรงงาน หรือที่องค์กรสหภาพแรงงานระดับชาติของสกอตแลนด์ STUC ก็มีกิจกรรมออกทัวร์ไปให้ ความรู้เรื่องสหภาพแรงงานตามพื้นที่ต่าง ๆ ตามโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศเช่นกัน แล้วหัน กลับมาดูบ้านเราครับท่านประธาน บ้านเรามีสหภาพแรงงานคนที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน ไม่ถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนแรงงานทั้งหมดทั่วประเทศ เราต้องตั้งคำถามว่า กระทรวง แรงงานเคยสนับสนุนเรื่องสหภาพแรงงานอย่างจริงจังมากน้อยแค่ไหนกับเรื่องประชาธิปไตย ในพื้นที่ทำงาน ที่ผ่านมากระทรวงแรงงานเคยให้ความสำคัญหรือไม่ และเคยมีการวางแผน ให้ความรู้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานให้รู้จักสหภาพแรงงานอย่างไร ผมจึงขอฝากคำถามข้ อสังเกตเหล่านี้ไปยังคณะกรรมาธิการ ให้ช่วยพิจารณาว่าเราจะทำ อย่างไรให้กระทรวงแรงงานซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง เข้าไปส่งเสริมเยาวชน คนรุ่นใหม่ให้เข้าใจสิทธิด้านแรงงานและการรวมตัวกันจัดตั้งสหภาพแรงงานได้ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ต่อไปเป็นฝั่งนี้บ้างนะครับ ท่านนพพล เหลืองทองนารา อยู่ไหมครับ แล้วต่อด้วยท่าน ปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ และท่านอนุสรณ์ แก้ววิเชียร เชิญท่านนพพล ก่อนครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ท่านครับ วันนี้ผมเองก็มีส่วนร่วมในเรื่องของรายงาน ผลการศึกษาเรื่อง ญัตติพิจารณาศึกษาและจัดทำข้อเสนอในการส่งเสริมเยาวชนและสร้างคน ให้เป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย ของคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง ผมเองต้องขอบคุณนะครับ ในการที่ทางคณะกรรมาธิการได้พยายามเสียสละในการที่ รวบรวมข้อมูลอะไรต่าง ๆ ผมเองก็ถือว่าในเนื้อหาเพราะจริง ๆ แล้วในสัดส่วนที่มี สส. พรรคเพื่อไทยได้อยู่ในคณะกรรมาธิการชุดนี้นะครับ เขาเองเขาก็มาเล่าให้ฟังนะครับ มาเล่าให้ผู้แทนในฝั่งเพื่อไทยนี้ฟังเป็นประจำทุกครั้งเลย ที่มีการประชุมว่า ความคืบหน้า แล้วก็ความคิดเห็นที่เวลามาประชุมเป็นอย่างไร ผมเอง ผมต้องขอบคุณท่าน สส. ในซีกของพรรคเพื่อไทยที่ไปเป็นกรรมาธิการอยู่ในขณะนี้ด้วย นะครับ ซึ่งพวกเราก็ได้รับรู้มาตลอดแต่ว่าด้วยความที่พรรคเพื่อไทยก็มีอยู่ไม่กี่ท่านใน กรรมาธิการชุดนี้นะครับ อันนั้นก็ไม่เป็นไรนั่นคือสัดส่วนของ สส. ที่ไปทำงานร่วมกัน ท่านครับ จริง ๆ แล้วพูดถึงผู้ใหญ่ทุก ๆ คนนี้ ผมเองก็เช่นกันแม้ว่าผมจะไม่มีลูกมีเต้า แต่ผม ก็มีหลานผมไม่ได้มีลูกนะครับ แล้วผมก็มั่นใจว่าผู้ใหญ่ทุก ๆ คนก็คิดไม่แตกต่างจากผม หรอกครับ ไม่อยากที่จะเห็นเยาวชนคนไหนเป็นคนที่ด้อยคุณภาพ หรือเป็นคนที่เติบโต มาแล้วไม่กล้าแสดงออก พวกเรานี้นะครับ ผู้ใหญ่ของในวันนี้ทุก ๆ คนต้องการที่จะเห็น เยาวชนของชาตินั้นเป็นคนที่กล้าแสดงออก แล้วพวกเราก็พยายามส่งเสริม ถ้าดูในกรอบ ระยะเวลาที่ผ่านมานี้ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลยุคใดก็แล้วแต่ พวกเราไม่เคยทอดทิ้ง พยายามที่จะ ส่งเสริมงบประมาณของทางด้านการศึกษาก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คือเราก็รู้ดีอยู่ว่าการที่จะให้ ประชาชนเติบโต เยาวชนเติบโตมาให้มีคุณภาพได้นี้นะครับ ๑. ในเรื่องของสิ่งที่เป็นพื้นฐาน เลยทั้งด้านสังคม ทั้งด้านครอบครัว แล้วก็ด้านการศึกษา โดยเฉพาะด้านการศึกษานี่นะครับ งบประมาณก็เพิ่มขึ้นตลอด แล้วในเรื่องของการมีส่วนร่วมของน้อง ๆ เด็กและเยาวชน ก็มีการทำมาโดยตลอดเป็นขั้นเป็นตอน เราเองรู้ว่าถ้าทุกอย่างนี้เป็นการบ่มเพาะที่ค่อยเป็น ค่อยไป แต่ขอให้มีความหนักแน่นในสิ่งที่เราจะอบรมให้เขา ดีกว่าการไปตัดตอนแล้วก็เร่ง ปฏิกิริยาให้เขาเติบโตขึ้น เติบโตขึ้น แก่นของจิตใจของเขามันก็ไม่โตตามธรรมชาติหรอกครับ จริง ๆ แล้วพูดถึงในเนื้อหาที่ท่านทำมาในเล่มนี้ผมก็เห็นด้วยในหลาย ๆ อย่าง เพียงแต่ว่า พอฟัง ๆ แล้วนี่นะครับมีความรู้สึกว่ามันก็ไม่ค่อยที่จะเหมือนในเล่มนี้ ในเล่มที่ท่านพูด สักเท่าไร เพราะว่าเท่าที่ฟังมานี่นะครับ ผมมีความรู้สึกว่าผู้ใหญ่ในเมืองไทยโหดร้ายเหลือเกิน ไม่คิดถึงเด็กเลย เอาเปรียบเด็กทุกอย่าง ด้อยค่าของเด็ก ว่าเด็กอย่างโน้นอย่างนี้ มันเป็นจริง อย่างนั้นหรือเปล่าละครับ ผู้ใหญ่คนไทยนี้โหดร้ายขนาดนั้นเชียวหรือครับ แล้วถามว่าเด็ก ๆ ไม่ใช่ลูกใช่หลานหรือครับ แล้วอนาคตข้างหน้าของประเทศก็ไม่ได้คิดที่จะฝากไว้กับน้อง ๆ เหล่านี้หรือครับ มันไม่ใช่กระมังครับ มันเกินไปหรือเปล่า พวกเราก็เป็นห่วง ท่านครับ แล้วจริง ๆ ในเรื่องของการมีส่วนร่วมของเด็ก โดยเฉพาะสภาเด็กและเยาวชนในองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ให้ความสำคัญไม่น้อย แล้วเท่าที่ผมไปทราบมาจากตอนแรกก็คือ รับทราบความมาจาก สส. ของเพื่อไทยที่ร่วมทำงานในคณะนี้ด้วยเขาก็มาเล่า พวกเรา หลาย ๆ คนก็ลองถามในท้องถิ่นของตัวเองว่ามีสภาเด็กเยาวชนไหม อะไรไหม หลาย ๆ ที่ก็มี แล้วทุกคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกัน ไม่ต้องเลยครับ อย่างท่าน สส. ละอองนี่ครับ ของในพื้นที่ เชียงรายก็มี ท่านเองท่านบอกผู้ใหญ่ไปยุ่งไม่ได้ เพียงแต่ว่าเราคอยประคับประคอง คอยให้ การสนับสนุนของสภาเด็กและเยาวชนเท่านั้นเอง แต่ที่กล่าวหาว่าผู้ใหญ่ไปเจ้ากี้เจ้าการ ไม่ใช่แล้วครับ จริง ๆ แล้วนั่นล่ะคือการดูถูกของจริงนะครับว่ากันง่าย ๆ ท่านครับ เรามา เริ่มต้นก่อนที่อายุที่จะเลือกตั้งเท่าไรไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ ถ้ามีความพร้อม ๑๒ ปีก็ได้ ไม่ต้องรอ ๑๕ ปีก็ได้ แต่วันนี้ที่ทำไมเลือกตั้งถึงต้องเป็น ๑๘ ปี ผู้แทน ๒๕ ปี อะไรปีนี้ ความพร้อมของเรามีหรือยัง ถามว่าในปีการศึกษา ๒๕๖๕ นี้นะครับ นักเรียนที่จบระดับ ประถมศึกษานี้ เรียนอยู่ในระบบประถมนี่ ๓,๐๑๐,๐๐๐ กว่าคน แต่พอไปเป็น ม. ต้นแล้ว เหลือนักเรียนอยู่ ๑,๖๐๐,๐๐๐ คน เราเอาตรงนี้ก่อนไม่ดีกว่าหรือครับ ให้อัตราส่วนในการ เรียนต่อของน้อง ๆ นี้ได้ไป ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ หรือใครจะปฏิเสธว่าไม่ต้อง ข้ามมันไปก็ได้ เราไปส่งเสริมแบบนี้อย่างที่หลาย ๆ คนบอกนะครับ คือแบบตอนเลย ไม่ต้อง ให้มันโตด้วยเมล็ดของมัน มันไม่ดีนะครับแบบนั้น ผมเองนี้นะครับ แล้วอันหนึ่งที่ผมเอง ผมบอกตามตรงเลยว่าผมไม่ค่อยเห็นด้วยหรอกครับกับในส่วนของที่ว่า ในการที่ให้น้อง ๆ เยาวชน คือให้ลดอายุของการใช้สิทธิเลือกตั้ง ไม่ใช่ว่าผมไปหวงอำนาจ หรือเป็นคนแก่ที่ล้าสมัยไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ แต่ผมมองในภาพของว่าเรามีความพร้อม หรือยัง เยาวชนเรามีความพร้อมหรือยัง ทุกคนบอกว่าต่างประเทศเขาลดมาหมดแล้ว ก็เรื่อง ของเขาเถอะครับ นั่นคือต้องไปดูพื้นฐานของเขาเป็นอย่างไรบ้างที่ผ่าน ๆ มา แล้วของเรานี่ เป็นอย่างเขาไหม เราไม่ได้เป็นอย่างเขา อัตราการเข้าเรียนต่อของเขานี่สูงกว่าเราตั้งมากมาย ของเราอัตราการเรียนต่อการหายไปนอกระยะเวลาที่เขาจะต้องเรียนอีกเท่าไร ท่านก็ลอง เปิดดูในทางวิชาการมีเยอะแยะในเรื่องตัวเลขสถิติ สำนักงานสถิติแห่งชาติก็มีทำไว้ตลอด การเรียนต่อของนักเรียนเป็นอย่างไร การออกกลางคันเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นแล้วผมเอง เป็นห่วงตรงนี้มาก ผมถึงบอกว่าเรื่องอายุถ้าเรามีความพร้อมเท่าไรก็ได้ไม่จำเป็นต้อง ๑๕ ปี ก็ได้ ๑๒ ปีก็ได้ แต่วันนี้เราพร้อมหรือยังถึงได้บอกแบบนี้ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งโดยเฉพาะเรื่อง ของการหลุดไปจากระบบการศึกษา ผมขอเรียกร้องให้ทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ช่วยกัน ด้วยเถอะนะครับ ไม่อยากให้มีน้อง ๆ นักเรียนคนไหน น้อง ๆ เยาวชนคนไหนหลุดจากระบบ การศึกษาของประเทศไทยเลยนะครับ ส่วนเรื่องอย่างอื่นขอให้มันเป็นไปตามครรลอง แต่ว่าสำคัญที่สุดคือไม่ว่าจะเป็นอะไรทั้งสิ้นขอให้หัวใจของคนที่เป็นผู้ใหญ่ทุก ๆ คน ไม่ว่าจะ ฝ่ายไหนก็ตาม มีจิตใจที่แนวแน่จริง ๆ ไม่ใช่เป็นการสร้างภาพ ให้มีการแน่วแน่ที่จะแก้ไข ปัญหาช่วยเด็กจริง ๆ ที่อยากให้เขาเติบโตด้วยความเข้มแข็ง นั่นล่ะครับคือหัวใจ ขอบคุณ มากครับ🔗
ต่อไปครับท่านปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ เชิญครับ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมวนมาใหม่ก็ได้ ครับ เชิญท่านอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ก่อนครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดนนทบุรี อำเภอบางกรวย ตำบล บางไผ่ พรรคประชาชน วันนี้ผมขออนุญาตมีส่วนร่วมในรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ญัตติพิจารณาศึกษาและจัดทำข้อเสนอในการส่งเสริมเยาวชนและสร้างคนให้เป็น พลเมืองที่มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย ชื่อยาวมากเลยนะครับ ของคณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน วันนี้ผมเริ่มต้น อย่างนี้ก่อนนะครับท่านประธาน ถ้าเกิดเราแบ่งในเนื้อหาของรายงานฉบับนี้ออกเป็น ประธาน กิริยา และกรรม ประธานของประโยคนี้ก็คือเด็กและเยาวชน ซึ่งเพื่อนสมาชิก หลายท่านพูดไปแล้วนะครับ ส่วนกิริยาก็คือส่งเสริมหรือการมีส่วนร่วม ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลาย ท่านก็พูดไปแล้ว ส่วนกรรมของประโยคนี้คือระบอบประชาธิปไตย ยังไม่ค่อยมีเพื่อนสมาชิกพูด ผมขออนุญาตพูดมาถึงระบอบประชาธิปไตย เพราะผมไม่แน่ใจว่าในรายงานฉบับนี้ เราต้องการให้เยาวชนหรือเด็กของเราไปส่งเสริมและมีส่วนร่วมกับระบอบประชาธิปไตย แบบไหน นี่คือโจทย์ของผม ผมตั้งต้นอย่างนี้นะครับท่านประธาน ถ้าเรานับจากระบอบ ประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นเมื่อ ปี ๒๔๗๕ ระยะเวลาผ่านมาแล้ว ๙๓ ปี ประเทศไทยมีรัฐประหาร ถึง ๑๓ ครั้ง ตกเฉลี่ยแล้ว ๗ ปีมีรัฐประหาร ๑ ครั้ง ถ้านับอายุเยาวชนที่เริ่มที่ ๑๘ ปี สมมุติ วันนี้มีเด็กคนหนึ่งอายุ ๑๘ ปี วันที่เขาเกิดถอยออกไปเขาจะเกิดในปี ๒๕๕๐ ในปี ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญที่ใช้ในขณะที่เด็กคนนั้นเกิด ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งมีที่มาจากการ รัฐประหารปี ๒๕๔๙ น่าภูมิใจนะครับว่าเด็กคนหนึ่งเกิดมาภายใต้รัฐธรรมนูญที่มาจากการ รัฐประหาร โดยเฉพาะในรัฐธรรมนูญฉบับนั้นมีมาตรา ๓๐๙ ซึ่งเป็นที่อภินิหารและเป็นที่ ตกใจของระบอบประชาธิปไตยที่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย ในมาตรา ๓๐๙ สรุปสั้น ๆ ง่าย ๆ เลยนะครับท่านประธาน บรรดาการกระทำใด ๆ ที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ให้ ถือว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับกรณี ดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการกระทำนั้นชอบด้วย รัฐธรรมนูญนี้ ผมเข้าใจว่าน่าจะมีรัฐธรรมนูญของประเทศไทยในฉบับนี้ ละครับที่ตั้งต้นและ เขียนด้วยบทบัญญัติในมาตราแบบนี้ ที่เราให้เด็กและเยาวชนเกิดมาเจอในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่มาจากการรัฐประหาร ขยับออกไปเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เด็กคนนั้นก็จะอายุประมาณ ๗ ขวบ เด็กคนนั้น ก็จะมาเจอการรัฐประหารในครั้งที่ ๒ นะครับท่านประธาน ครั้งนี้ก็ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๕๐ แล้วเขียนรัฐธรรมนูญใหม่โดยคณะรัฐประหาร แต่เด็กคนนี้วันนี้ ๗ ขวบแล้วครับ เขาพอ รู้เรื่องรู้ราว รู้ข้อเท็จจริงบางอย่าง ในวันนั้นเด็กคนนี้ได้เห็นคดี Sticker โหวต No ครับ ท่านประธาน มีการจับกุมนักกิจกรรม ๓ คน มีแมน ปกรณ์ มีอนันต์ มีอนุชา แล้วก็ทวีศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวของเว็บไซต์ประชาไทจากการทำกิจกรรมโหวต No นอกจากนั้นยังมีคดีของ สมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่ สมาชิกสหภาพแรงงาน รวม ๑๓ คน หนึ่งในนั้นคือ ท่านรังสิมันต์ โรม เป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ เหตุผลในการจับคือการจัดกิจกรรมและแจกเอกสาร รณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ด้วยข้อกล่าวหาว่าฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. และถูกนำตัว ขึ้นศาลทหาร นี่คือเด็กอายุ ๗ ขวบมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ในระบอบประชาธิปไตยที่อยู่ใน รายงานเล่มนี้ ปัจจุบันในรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันเด็กคนนี้ก็จะมาเจอมาตรา ๒๗๙ ที่เขียนรับรองเอาไว้ว่า แปลกนะครับในมาตรานี้ บรรดาประกาศ คำสั่งและการกระทำ ของ คสช. ทั้งหมด ทั้งที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ในอดีต อนาคต ตลอดอนันตกาลให้ถือว่าชอบ ด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นยังไปรับรองถึงรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวในปี ๒๕๕๗ แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งหลาย ทั้งแหล่ ทั้งมวล ให้ถือว่าการกระทำนั้นโดยชอบด้วยกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ ผมก็ไม่เข้าใจว่าเด็กและเยาวชนที่เกิดในประเทศแห่งนี้ ภายใต้รัฐธรรมนูญ ที่มาจากการรัฐประหารที่บ่อยและถี่ขนาดนี้ มีเนื้อหาในรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ขนาดนี้ เรากำลังจะส่งเสริมและการมีส่วนร่วม หรือเราผลักเขาเข้าไปสู่ระบอบประชาธิปไตย แบบไหน นอกจากนั้นในวันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ คณาจารย์ นักวิชาการ นักกฎหมาย ๑๓๖ ท่าน ออกคำแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับกรณียุบพรรคก้าวไกล เซาะกร่อนบ่อนทำลาย อันนี้คือยุบพรรคการเมืองจากการเสนอกฎหมาย นอกจากนั้นรวมถึงกรณีวินิจฉัยให้นาย เศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่ง อันนี้คือสอยนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารโดยใช้ อำนาจของตุลาการ หลักประชาธิปไตย คือหลักการแบ่งแยกอำนาจระหว่างนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการมันอยู่ตรงไหน เรากำลังจะบอกเด็กและเยาวชนในประเทศนี้ว่าหลักนี้มันยืนอยู่ อย่างไร นอกจากนั้นนะครับท่านประธาน ในรายงานฉบับนี้ในหน้าที่ ๑๔ ได้พูดถึงโครงการ ยุวชนประชาธิปไตย ซึ่งอยู่ในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งบอกว่าให้เด็กและ เยาวชนเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานขององค์กรสำคัญ เช่น ศาล ครม. และรัฐสภาของเรา สิ่งที่ ผมอยากจะถามต่อไปก็คือ ในการประชุมครั้งถัดไปของเราอาจจะมีวาระที่เราไม่แน่ใจว่างาน นิติบัญญัติสามารถแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ มีวาระที่จะเสนอไปถามศาล รัฐธรรมนูญ นี่ละครับเด็กและเยาวชนกำลังถามพวกเราอยู่ว่าตกลงอำนาจนิติบัญญัติมันต้อง ถามฝ่ายตุลาการก่อนหรือเปล่า หลักการแบ่งแยกอำนาจ หลักประชาธิปไตย ที่เด็กและ เยาวชนในประเทศนี้เขาเจอกันคืออะไร หรืออำนาจตุลาการเป็นใหญ่กว่าอำนาจนิติบัญญัติ นอกจากนั้นถ้าเรามองไปที่อำนาจตุลาการเอง ท่านคณากร เพียรชนะ อดีตผู้พิพากษา หัวหน้าคณะศาลชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ท่านได้กระทำอัตวิบากกรรม ด้วยเหตุผลว่ามีการ แทรกแซงพิพากษาคดี คำสุดท้ายที่ท่านทิ้งไว้ให้กับพวกเราคือ คืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษา คืนความยุติธรรมให้กับประชาชน อันนี้ก็มีปัญหาในระบอบตุลาการอีกนะครับ จะจบแล้ว ครับท่านประธาน สรุปแล้วครับ ก็คือเด็กในขณะที่เด็กอายุน้อย ๆ เขามีพฤติกรรม เขาฟัง และเลียนแบบพฤติกรรม โตขึ้นมาเขาก็เลียนเสียง เลียนพฤติกรรม พอเขาขึ้นมาเป็นเยาวชน เยาวชนนี่ก็คือการเตรียมที่จะเป็นผู้ใหญ่ เราจะส่งมอบหรือส่งต่อสังคมแบบไหนประชาธิปไตย แบบใดให้เด็กและเยาวชนของเรามีส่วนร่วมมันอยู่ที่สภาแห่งนี้ละครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ต่อไป ท่านพนิดาสักครู่นะครับ ผมย้อนกลับไปให้ท่านปัญญารัตน์สักนิดหนึ่ง เชิญครับ🔗
ขอบคุณค่ะท่านประธาน เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัด นนทบุรี เขต ๒ พรรคประชาชน ดิฉันขออภิปรายสนับสนุนญัตติพิจารณาศึกษาและจัดทำข้อเสนอในการส่งเสริมเยาวชนและ สร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย ของคณะกรรมาธิการการพัฒนา การเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ท่านประธานคะ จากรายงาน ฉบับนี้ได้กล่าวถึงการเพิ่มพื้นที่สำหรับการมีส่วนร่วมของเยาวชน ได้แบ่งออกเป็น ๓ ประเภท ดังที่ท่านเลขาอนุได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้นะคะ ดิฉันเห็นเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะประเภทที่ ๑ พื้นที่ทางการเมืองทั่วไป ซึ่งหมายถึงพื้นที่หรือกลไกทางการเมืองที่ปัจจุบันออกแบบมา สำหรับประชาชนทั่วไป เช่น สภาผู้แทนราษฎร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ปัจจุบัน อาจยังมีข้อจำกัดหรืออุปสรรคต่อการมีส่วนร่วมของเยาวชนในพื้นที่ดังกล่าว ท่านประธานคะ รายงานฉบับนี้ยังได้มีการพูดถึงการทบทวนอายุขั้นต่ำของการมีสิทธิเลือกตั้ง และทบทวน อายุขั้นต่ำของการสมัครรับเลือกตั้ง เปิดโอกาสให้เยาวชนทำหน้าที่ผู้แทน ท่านประธานคะ หากผู้ใหญ่อย่างเรามองว่าเยาวชนลูกหลานเรานั้นเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ และเสียงของทุกคนมีคุณค่าและความหมายที่แท้จริง สิ่งแรกที่ฝ่ายบริหารและเพื่อนสมาชิก ควรให้การสนับสนุนและเห็นชอบร่วมกัน คือลดอายุผู้สมัครรับเลือกตั้งและลดอายุผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนมีผู้แทนในช่วงอายุของตนเองในระบบการเมือง ปัจจุบัน กฎหมายเลือกตั้งกำหนดว่า บุคคลที่มีอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป สามารถใช้สิทธิออกเสียงได้ หากเรา จะมาพิจารณาอายุเยาวชน ๑๕ ปี สามารถถูกศาลพิพากษาลงโทษอาญาหรือการทำนิติกรรม บางอย่างก็ทำได้ และอายุ ๑๕ ปี ยังเป็นอายุขั้นต่ำที่บุคคลสามารถรับจ้างงานได้ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๔๔ เยาวชนอายุ ๑๕ ปีขึ้นไปจึงมี โอกาสเสียภาษีจากค่าจ้างของตน และควรมีสิทธิเลือกผู้แทนเพื่อใช้อำนาจจัดเก็บภาษีและ อนุมัติงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาล นอกจากนี้เยาวชนยิ่งอายุน้อยก็ยิ่งต้องรับผิดชอบ ผลกระทบจากการตัดสินใจประเด็นนโยบายระยะยาว เช่น นโยบายประชากร การศึกษาผัง เมือง สิ่งแวดล้อม และการก่อหนี้สาธารณะขนาดใหญ่ พวกเขาจึงพึงมีส่วนร่วมตัดสินใจ อนาคตของตนเอง ลดการตัดสินใจแทนการข้ามรุ่น อายุเลือกตั้งจึงควรกำหนดไว้ต่ำที่สุด ตราบที่สอดคล้องกับหน้าที่และความรับผิดชอบสาธารณะอื่น และการลดอายุดังกล่าว ควรครอบคลุมถึงอายุขั้นต่ำในการมีสิทธิ มีส่วนร่วมทางการเมืองทางตรง ที่ปัจจุบันมีความ เชื่อมโยงกันกับสิทธิการเลือกตั้ง เช่น การออกเสียงประชามติ การเข้าชื่อเสนอร่าง พระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอถอดถอน และสิทธิอื่นที่อาจบัญญัติเพิ่มเติมในอนาคต สำหรับผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งควรลดอายุลงมา ด้วยหลายเหตุผล เช่น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๙-๒๐ ประกอบมาตรา ๑๔๔๘ บัญญัติ ให้ผู้เยาว์บรรลุนิติภาวะ และมีความสามารถทางกฎหมายสมบูรณ์เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี บริบูรณ์ หรืออายุ ๑๗ ปีบริบูรณ์ขึ้นไปที่สมรสแล้ว หากมีความสามารถบริบูรณ์ก็ควรมีสิทธิ ทางการเมืองสมบูรณ์ทุกประการเช่นกัน แต่กฎหมายกลับจำกัดสิทธิมิให้ผู้บรรลุนิติภาวะ สมัครรับเลือกตั้งและดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไปอีกหลายปี สุดท้ายนี้เยาวชนล้วนเป็น ส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของผู้ใหญ่ เช่น จากการตรากฎหมาย หรือการ ออกนโยบายทางการเมืองต่าง ๆ อย่างนี้แล้วยิ่งต้องเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้เยาวชนมากขึ้น สอดคล้องกับความรับผิดชอบทางกฎหมายตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นให้ได้สัดส่วนมากกว่า การตัดสินใจใช้ชุดความคิด ความรู้สึกของผู้ใหญ่อย่างพวกเรามาคิดแทนจนละเลยพวกเขาไป ดิฉันจึงขอสนับสนุนและเห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้ทุกประการค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
๒ ท่านสุดท้ายจะเป็นท่านพนิดา มงคลสวัสดิ์ แล้วต่อด้วยท่านคำพอง เทพาคำ นะครับ เชิญท่านพนิดา มงคลสวัสดิ์ ครับ🔗
เรียนประธานที่เคารพ ดิฉัน พนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๑ อำเภอเมือง ตำบล ท้ายบ้าน ปากน้ำ บางเมือง บางปรง บางด้วน พรรคประชาชนค่ะ วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรับทราบรายงานผลการพิจารณาศึกษาและจัดทำ ข้อเสนอในการส่งเสริมเยาวชนและสร้างคนให้เป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในระบอบ ประชาธิปไตย โดยคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วม ของประชาชนค่ะ ท่านประธานคะ ประชาธิปไตยที่แข็งแกร่งไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากกฎหมาย หรือสถาบันทางการเมืองเท่านั้นนะคะ แต่เกิดจากพลเมืองที่มีคุณภาพ ซึ่งหมายถึงประชาชน มีความรู้ความเข้าใจและพร้อมใช้สิทธิของตนอย่างมีความรับผิดชอบ หากแต่ในปัจจุบันค่ะ เราต้องยอมรับว่าเด็กและเยาวชนจำนวนมากขาดโอกาสในการเรียนรู้และการมีส่วนร่วม ในกระบวนการประชาธิปไตย พวกเขาเติบโตมาในสังคมที่มองว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัวค่ะ และบางครั้งถูกทำให้เชื่อว่าเด็กไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่ผิดพลาดมาก เพราะประชาธิปไตยคือเรื่องของทุกคน และเยาวชนก็คือผู้ที่จะรับช่วงต่อในการพัฒนา ประเทศต่อไป การตัดสินใจเชิงนโยบายและกฎหมายของเราทุกคนที่อยู่ในห้องนี้มีผลกระทบ โดยตรงต่อเด็กและเยาวชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา สวัสดิการ สิ่งแวดล้อมและสิทธิ พลเมือง แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือเด็กและเยาวชนยังคงเป็นกลุ่มที่ถูกละเลยทางการเมือง พวกเขาไม่มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่มีช่องทางในการแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นทางการ หลายครั้ง เมื่อเขาพยายามเปล่งเสียงออกมาเรากลับมองข้าม แย่กว่านั้นเราปิดกั้นพวกเขาเลยเถิดไป จนถึงขั้นทุบทำลายพวกเขาผ่านการกดปราบและคุกคามอย่างรุนแรงเมื่อพวกเขาคิดเห็นต่าง จากผู้มีอำนาจในสังคม ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยของเราให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ ในปีที่ดิฉันเกิด ระบุไว้ว่าเด็กทุกคนมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นค่ะ ความเห็นของพวกเขาควรได้รับการพิจารณาอย่างเหมาะสม ในประเทศที่เราต่างยอมรับว่า เป็นประเทศก้าวหน้าล้วนให้ความสำคัญกับเสียงของประชาชนของเยาวชนค่ะ หลายประเทศมี สภาเยาวชนหรือเวทีรับฟังความคิดเห็นจากเด็กในระดับรัฐบาล ในสกอตแลนด์รัฐบาลมี รัฐมนตรีด้านเยาวชนทำหน้าที่เป็นตัวแทนของเด็กและเยาวชน นิวซีแลนด์นายกรัฐมนตรีเปิด ให้เยาวชนเข้าพบเป็นประจำเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในขณะที่ประเทศไทย เราทุกคน ในที่นี้ต่างเคยพูดกรอกหูเด็ก เคยถูกพูดกรอกหูกันอยู่ทุกวันว่าเด็กคืออนาคตของชาติ แต่ เสียงของเจ้าของอนาคตกลับไม่ถูกรับฟังค่ะ ในทีนี้ว่ากันตามตรงประเทศเราไม่มีกลไกไหนที่ จะทำให้เสียงพวกเขามีบทบาทในการกำหนดอนาคตของพวกเขาอย่างเป็นทางการเลยนะคะ คำถามสำคัญก็คือเหตุใดเด็กจึงต้องเป็นเพียงผู้รับนโยบายแต่ไม่เคยมีโอกาสเป็นผู้ มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขาเองในเมื่ออนาคตเป็น ของพวกเขาค่ะ ดิฉันได้อ่านรายงานเล่มนี้จึงรู้สึกชื่นชมแล้วก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งนะคะ ใน ข้อสรุปข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมของรายงานฉบับนี้ที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่ต่าง ๆ ให้กับเด็กและเยาวชน การมีส่วนร่วมในพื้นที่การเมืองปกติค่ะ พื้นที่แรก ยกตัวอย่างการ กำหนดนโยบายสาธารณะทั่วไปเลยนะคะ เช่น นโยบายสิ่งแวดล้อม ท่านประธานคะ ใคร ต้องอยู่กับปัญหามลพิษและมลภาวะและภาวะโลกร้อนในอนาคตค่ะ เด็กและเยาวชนค่ะ แล้วพวกเขามีสิทธิในการเลือกอนาคตของตัวเองผ่านการเลือกตั้งไหมคะ ยังไม่มีค่ะ ไม่มีสิทธิ เข้าไปเป็นผู้แทนของคนรุ่นราวคราวเดียวกัน และถึงแม้จะมีโครงสร้างสภาเด็กก็ไม่ได้มี บทบาทอย่างจริงจังอย่างเป็นทางการในการให้ความเห็นหรือร่วมกำหนดนโยบายสาธารณะ ด้วย รายงานฉบับนี้เสนอว่าเราควรทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญค่ะเพื่อลดอายุผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน ทุกระดับเป็น ๑๕ ปี ให้สอดคล้องกับหน้าที่และความรับผิดชอบทางกฎหมาย อย่างที่เพื่อน สมาชิกเพิ่งอภิปรายไปนะคะ ๑๕ ปีนี่รับโทษทางอาญาได้แล้วนะคะ ๑๕ ปีนี่รับจ้างงาน ได้แล้วนะคะ นี่ถือเป็นการขยายสิทธิให้เหมาะสม ปรับสมดุลอำนาจให้เด็กและเยาวชนได้รับ การตอบสนองจากระบบการเมืองมากยิ่งขึ้น และเพื่อเปิดกว้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้ได้มากที่สุด ให้สอดคล้องกับการปรับอายุผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เราก็ควรลดอายุผู้มีสิทธิลงรับ สมัครเลือกตั้งเป็น ๑๘ ปีเช่นเดียวกัน เพื่อให้พวกเขามีโอกาสที่จะมีตัวแทนที่มีประสบการณ์ ร่วมกัน เผชิญปัญหาเดียวกันและมีผลประโยชน์ร่วมกันกับเด็กและเยาวชนมาดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ซึ่งหากบางท่านบอกว่าประเทศไทยก็มีกลไกสภาเด็กและเยาวชนอยู่แล้ว มีพื้นที่การมีส่วนร่วมเฉพาะอยู่แล้ว จากรายงานฉบับนี้นะคะ เห็นในรายละเอียดชัดมาก ๆ ค่ะว่ามันไม่ฟังก์ชัน ขาดการมีส่วนร่วมในกระบวนการนโยบายที่เป็นทางการและมี ความหมายอย่างชัดเจน ซึ่งในรายงานก็เสนอว่าต้องแก้ พ.ร.บ. เพื่อเพิ่มอำนาจให้สภาเด็ก และเยาวชนมีอำนาจในการเรียกข้อมูลจากหน่วยงาน เสนอข้อเสนอแนะไปยังผู้มีอำนาจใน การตัดสินใจนโยบายได้ ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งนะคะ ส่วนในการมีส่วนร่วมในพื้นที่ สถานศึกษา ท่านประธานคะ ใครเดือดร้อนที่สุดหากหลักสูตรมันล้าสมัยหรือโรงเรียนออก กฎระเบียบที่ลิดรอนสิทธิ นั่นก็คือเด็กและเยาวชนค่ะ แต่ท่านประธานเคยเห็นคณะกรรมการ สถานศึกษาไหนที่มีตัวแทนผู้เรียนที่มีอำนาจการตัดสินใจจริง ๆ จัง ๆ ไหมคะ ทั้ง ๆ ที่เป็น องค์กรตัดสินใจสูงสุดในระดับสถานศึกษาตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติที่วางหลักไว้ว่าให้ สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา โครงสร้างคณะกรรมการชุดนี้ต้องประกอบด้วยผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มในสังคม ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง ครู องค์กรชุมชน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น สถานประกอบการ ศิษย์เก่า หรือแม้กระทั่งพระสงฆ์ หรือผู้แทนศาสนาอื่น ๆ มีหมดเลยค่ะ แต่ไม่ปรากฏว่าต้องมีตัวแทนผู้เรียนในกฎหมาย ทั้ง ๆ ที่เป็นผู้รับบริการ การศึกษาโดยตรง เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญที่สุดในนโยบายสถานศึกษา ดิฉันเห็นชอบ กับรายงานฉบับนี้ที่บอกว่าเราต้องแก้ พ.ร.บ. การศึกษาและกฎกระทรวงให้มีตัวแทนผู้เรียน ในคณะกรรมการ สถานศึกษาที่มาจากการเลือกตั้ง โดยกำหนดให้มีสัดส่วนที่มากพอที่จะมีอิทธิพลต่อการ ตัดสินใจด้วย รวมถึงเสนอให้กระทรวงศึกษาออกกฎรับรองสิทธิและอำนาจของสภานักเรียน ด้วยค่ะ ให้เด็กและเยาวชนร่วมแก้ไขปัญหาเรื้อรังในสถานศึกษาของตัวเอง ทั้งสภาพ การเรียนการสอนที่อาจจะไม่เหมาะสมกับบริบทปัจจุบันแล้ว การขาดแคลนทรัพยากรการ เรียนรู้ ความรุนแรงและอำนาจนิยมที่ฝังรากลึก ให้เสียงของผู้เรียนถูกรับฟัง ให้ความตั้งใจที่ จะเข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นสภานักเรียนของเขามีความหมายอย่างแท้จริง แล้วในพื้นที่ สุดท้ายคือพื้นที่ปลอดภัยในการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกค่ะ ยกตัวอย่างภาพชัดที่สุด ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ จนถึงปัจจุบัน จากสถานการณ์ที่มีเด็กและเยาวชนจำนวนมากให้ความสนใจ กระตือรือร้นอยากมีส่วนร่วมทางการเมืองมากที่สุดเท่าที่เคยปรากฏในรอบหลายสิบปี ที่ผ่านมา แต่กลับถูกดำเนินคดีเพียงเพราะแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เยาวชนหลายคน ยังถูกจับกุมคุมขังด้วยอาชญากรรมทางความคิด ยกตัวอย่าง ก้อง อุกฤษฏ์ เยาวชนอายุ ๒๔ ปี ถูกขังมาเกือบ ๑ ปีตอนนี้เรียกร้องสิทธิในการสอบจบมหาวิทยาลัยของตัวเองอยู่ใน เรือนจำ หรือขนุน สิรภพ เยาวชนอายุ ๒๓ ปี ประท้วงอดอาหารเพื่อเรียกร้องคืนสิทธิ ประกันตัวให้ผู้ต้องขังทางการเมืองที่คดียังไม่ถูกตัดสินเป็นที่สิ้นสุดว่ามีความผิด ตั้งแต่วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์จนถึงวันนี้ จนถูกส่งตัวไปดูแลที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์แล้วนะคะ ดิฉันก็เป็น ๑ เสียงที่ยืนยันเรียกร้องให้ก้องได้สอบ ให้ขนุนได้สิทธิประกันตัว เพราะทั้ง ๆ ที่พวกเขา ก็เป็นห่วงอนาคตของประเทศนี้ ฝากความหวังและความฝันของตัวเองไว้กับอนาคตของ ประเทศนี้เหมือนกับพวกเราทุกคน ซึ่งจริง ๆ แล้วพวกเขาต้องอยู่ทีนี้ในประเทศนี้นานกว่า เราด้วยซ้ำ เหตุใดพวกเขาจึงไม่มีพื้นที่ปลอดภัยในการแสดงความคิดเห็นค่ะ ดิฉันจึงเห็นด้วย อย่างยิ่งกับรายงานฉบับนี้ ที่เสนอให้มีการปรับปรุงกฎหมายที่เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่รัฐลิดรอน สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่าง พ.ร.บ. คอม พ.ร.บ. ชุมนุม และ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน สุดท้ายแล้วค่ะท่านประธาน ดิฉันเห็นว่ารายงานฉบับนี้มี ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ในภารกิจการส่งเสริมเด็กและ เยาวชนให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะนำข้อเสนอเชิงนโยบายไปผลักดันให้เกิดการปรับปรุงกฎหมาย พัฒนากฎหมาย และประยุกต์ใช้ต่อไป เพราะเด็กและเยาวชนไม่ได้เป็นเพียงอนาคตของชาติ อย่างเดียวเท่านั้น แต่พวกเขาคือปัจจุบันด้วยค่ะ เราต้องฟังเสียงของพวกเขาในวันนี้ เคารพ สิทธิของเขาในวันนี้ และให้พวกเขามีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของตัวเองอย่างแท้จริง ในวันนี้ ขอบคุณค่ะ🔗
ท่านสุดท้าย ท่านคำพอง เทพาคำ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ข้อเสนอ การส่งเสริมเยาวชนและสร้างคนให้เป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย ให้มีส่วนร่วม ผมคิดว่าจริง ๆ แล้วการใช้คำว่าส่วนร่วมมันยังน้อยไป ผมคิดว่าน่าจะให้เป็นเรื่องของการเป็น พลเมืองที่เป็นเจ้าของระบอบประชาธิปไตย เพราะการมีส่วนร่วมก็เหมือนกับว่าบางที เราก็ถูก เยาวชนก็ถูก แบ่งส่วนร่วมให้นิดหน่อยในสังคมผู้ใหญ่ที่เป็นสังคมอำนาจนิยม ดังนั้น ก็น่าที่จะสร้างพลเมืองให้มีความเป็นเจ้าของระบอบประชาธิปไตยนะครับ ท่านประธานครับ ถ้าดูในโครงสร้างซึ่งเราก็เห็นว่ามีสภาเด็กและเยาวชน สภาเด็กและเยาวชนเราเริ่มต้นที่สภา เด็กและเยาวชนที่ระดับตำบลนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าจะให้ดีจะต้องเป็นสภาเด็กและ เยาวชน ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ระดับชุมชน หมู่บ้านนะครับ เพื่อที่จะให้การถกแถลงในบทบาท หน้าที่ของสภานี่ คำว่า สภามันแปลว่าที่ถกแถลงนะครับ การถกแถลงจะต้องเกิดขึ้นตั้งแต่อยู่ ในระดับชุมชน หมู่บ้านนะครับ เพราะว่าในองค์ประกอบของสภาเด็กและเยาวชนในระดับ หมู่บ้านเราจะมีความหลากหลาย จะมีผู้ที่เข้ามามีส่วนร่วมจำนวนมากใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ มีหลายหมู่บ้านมีเยาวชนในหมู่บ้านในชุมชนจำนวนไม่น้อยที่สมัครใจที่จะ อยู่ในชุมชนของตัวเองนะครับ อาจจะอยู่นอกระบบการศึกษาก็ได้นะครับ ดังนั้นการถกแถลง ในสิ่งที่มันเป็นปัญหาอยู่ในชุมชนโดยเด็กและเยาวชนเขาจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมด้วยนะครับ หรือเป็นเจ้าของชุมชนด้วย มีเพื่อนผมอยู่คนหนึ่งเป็นกำนันอยู่ตำบลหนึ่งในภาคอีสาน อย่าว่าตลอดชีวิตเลยนะครับ มันจะมากเกินไป ก็คือตั้งแต่เด็กจนโตเขาไม่เคยออกจากหมู่บ้าน ชุมชนเขาไปนานเลยจนเขา เป็นกำนัน นั่นหมายความว่ามีคนที่อยากจะดูแลชุมชน อยากจะพัฒนาหรือว่าอยากจะเป็น เจ้าของชุมชนตั้งแต่ในระดับหมู่บ้าน ส่วนสภาเด็กและเยาวชนในระดับอำเภอผมคิดว่า ตัดออกไป ให้มีสภาเด็กเยาวชนในระดับจังหวัด ทำไมถึงบอกอย่างนั้น สภาเยาวชนในระดับ ตำบลนี่นะครับท่านประธาน ก็คือที่จะสามารถเชื่อมโยงกับ อบต. กับเทศบาลได้ในเรื่องของ การจัดทำนโยบาย ในเรื่องของการนำเสนอนโยบาย หรือให้การสนับสนุนนะครับ หรือสภา เด็กและเยาวชนในระดับจังหวัดก็เป็นสภาที่สามารถจะเชื่อมโยงกับสภา อบจ. หรือนายก อบจ. ได้ ซึ่งก็จะเชื่อมโยงกันในลักษณะที่จะสนับสนุนในเชิงนโยบายหรือการสนับสนุน ในด้านต่าง ๆ ได้ ส่วนในระดับประเทศผมคิดว่าสภาเด็กและเยาวชนจะต้องมีบทบาทสำคัญ ในการปกป้องสิทธิของเด็ก สิทธิของความเป็นมนุษย์ ตลอดจนปกป้องในเรื่องของการที่จะได้ มีโอกาสแสดงความคิดเห็น แสดงออกถึงศักยภาพหรือปัญหาของเขา ความคิดความอ่าน จะต้องไม่ถูกปิดกั้น การคิดการอ่านจะต้องได้รับการรับรองจากสภาเด็กและเยาวชนและ ในสภาของผู้ใหญ่ด้วย ซึ่งการที่จะแสดงออกก็ต้องมีเสรี ได้อย่างเสรีไม่ถูกปิดกั้น ผมคิดว่า บทบาทของสภาเด็กและเยาวชนทุกระดับควรจะต้องได้มีโอกาสหรือว่ามีอำนาจ หรือมีสิทธิ มีหน้าที่ที่จะต้องได้ปกป้องสิทธิ ทั้งในระดับปัจเจกในเด็กและเยาวชนที่ตกเป็นเหยื่อด้วย ซึ่งสภาเด็กและเยาวชนก็จะมีบทบาทสำคัญที่จะเข้าไปช่วยปกป้องสิทธิของเด็กที่ถูกให้เป็น เหยื่อหรือว่าถูกล่วงละเมิดด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ในรายงานฉบับนี้ผมคิดว่าน่าจะ เป็นรายงานที่มีความสำคัญที่จะทำให้สิทธิของเด็กได้รับการปกป้องในเบื้องต้นตลอดจน การที่จะคิดอ่านของเด็กเยาวชนก็จะต้องได้รับการยอมรับได้รับการตอบรับจากสังคมไทย ด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
หมดผู้อภิปรายเสนอแนะและซักถามกับทางรายงานแล้วนะครับ มีทางกรรมาธิการจะขอ ใช้สิทธิตอบอยู่ ๓ ท่าน รบกวนทางกรรมาธิการท่านละสั้น ๆ นะครับ เชิญท่านแรกเลยครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ณัฐภัทร เนียวกุล อนุกรรมาธิการครับ จริง ๆ มีประเด็น ๒ ๓ ประเด็นครับจะใช้เวลา ให้กระชับครับ🔗
ประเด็นแรก คือเรื่องของการที่พรรคการเมืองควรมีปีกเยาวชนนะครับ จริง ๆ ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยมีประสบการณ์ในเรื่องดังกล่าวที่ได้ทำงานร่วมกับพรรคการเมือง ที่มีปีกเยาวชน จริง ๆ เรื่องนี้เป็นความสำคัญนะครับเพราะว่าจะเป็นพื้นที่ที่ให้เยาวชน ได้เรียนรู้และใกล้ชิดกับการเมืองจริง ๆ เพราะหลายท่านก็คงจะเห็นว่าหลายครั้งนี้มองว่า เรื่องการเมืองเป็นเรื่องที่ไกลตัวถูกไหมครับ แต่การที่พรรคการเมืองเปิดพื้นที่ให้กับเยาวชน ได้เข้ามาเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์จริง ส่วนนี้ก็จะมีความสำคัญอย่างมากนะครับทำให้ เขาสามารถเข้ามามีบทบาทแล้วก็สามารถเป็นเจ้าของพรรคการเมืองได้ตั้งแต่ที่เขายังเป็น เยาวชนอยู่นะครับ แต่หลาย ๆ ครั้งพรรคการเมืองเองก็ใช้โอกาสนี้ในการที่จะครอบงำหรือว่า ชักนำเยาวชนไปในทิศทางที่พรรคการเมืองนั้นต้องการนะครับ ข้อควรระวังนี้ก็เป็นสิ่งที่ อาจจะต้องเป็นข้อควรระวังที่เพิ่มบทบาทเยาวชนประชาชนอย่างไรให้คำนึงถึงบทบาทของ เขาอย่างแท้จริงนะครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่ท่านสมาชิกพูดถึงเรื่องของการที่สภาเยาวชนหรือเยาวชน จะมีส่วนร่วมในการบริหารท้องถิ่น จริง ๆ ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมที่ปรากฏอยู่ในรายงาน คือสิ่งที่เรียกว่า Participatory Budgeting หรือการจัดทำงบประมาณแบบมีส่วนร่วม ซึ่งผม เข้าใจว่าทางสำนักงาน ก.พ.ร. เองก็ได้มีการนำแนวคิดนี้มาเริ่มใช้กับในหลาย ๆ ท้องถิ่น แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่ประชาชนในท้องถิ่นเท่านั้น แต่การที่เยาวชนในท้องถิ่นจะสามารถรู้สึก ว่าเขาสามารถเป็นเจ้าของงบประมาณที่ลงไปพัฒนาพื้นที่ของเขาได้ตั้งแต่ที่ยังเป็นเยาวชนอยู่ จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะฉะนั้นส่วนนี้เองทำให้เขาสามารถกำหนดอนาคตของท้องถิ่น ของเขาเองได้ว่าอยากจะพัฒนาไปในทิศทางไหนนะครับ แล้วในขณะเดียวกันแม้ว่าจะพูดว่าเป็นเรื่องของ Participatory Budgeting หรือกระบวนการ งบประมาณแบบมีส่วนร่วม แต่จริง ๆ แล้วคือประเด็นของการที่สามารถกำหนดนโยบายด้าน อื่น ๆ นะครับที่อยู่ในอำนาจของท้องถิ่นสามารถกำหนดนโยบายให้ตอบสนองต่อความ ต้องการของเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกันนะครับ แล้วข้อสำคัญที่สุดนะครับ คือประเด็นของการสร้างการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย คือการที่ภาครัฐเปิดเผย ข้อมูลให้เยาวชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายสะดวกนะครับ และสามารถใช้ข้อมูลนั้นเป็น องค์ประกอบสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมในหลาย ๆ รูปแบบนะครับ และในส่วน ที่สำคัญที่สุดคือการตรวจสอบในเรื่องของความโปร่งใสนะครับ และป้องกันการเกิดปัญหา คอร์รัปชันหรือการทุจริตที่อาจจะเกิดขึ้นในทุก ๆ ระดับได้ เพราะฉะนั้นถ้าเขาสามารถมี ส่วนร่วมได้ตั้งแต่ที่เขายังเป็นเยาวชนอยู่ ในอนาคตเขาก็จะสามารถมีส่วนร่วมเรื่องนี้และ สามารถเรียนรู้และพัฒนาการมีส่วนร่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไปได้ในอนาคตครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ท่านถัดไป เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม สถาปัตย์ เพชรศิราสัณห์ ในฐานะอนุกรรมาธิการครับ สั้น ๆ นะครับ ก็ขอขอบคุณท่าน สมาชิกทุกท่านที่ให้ความเห็นแล้วก็ให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนของประเทศ เรามากครับ แต่อย่างหนึ่งในสิ่งที่เราจะพูดถึงเยาวชนนะครับ ก่อนหน้านี้ทุกท่านอาจคุ้นเคย กับความขัดแย้งดี ก็คือความขัดแย้งระหว่างที่เขาบอกว่าเป็นความขัดแย้งระหว่าง Generation ระหว่างรุ่นช่วงอายุนะครับ ซึ่งก่อนหน้านี้เยาวชนได้หยิบยกบทสนทนาหรือว่า ประเด็นทางสังคมที่แหลมคมกว่าในปัจจุบันเยอะไปไกลกว่าเรื่องแค่สภาเด็กและเยาวชนหรือ ว่าการมีส่วนร่วมของเยาวชนเยอะภายในประเทศเรา เยาวชนนะครับ ตราบใดที่ยังมีความ เป็นคนเขามีความต้องการอย่างแน่นอนครับ แต่ ณ จุดนั้นในสังคมอาจจะมองว่าเด็กและ เยาวชนยังเป็นเด็กไม่มีวุฒิภาวะเขาไม่ถูกรับฟังครับ เขาเลยอาจจะต้องต่อสู้เลือกใช้วิธีนอก กลไกของรัฐ สุดท้ายครับเยาวชนเข้าไปในเรือนจำหลากหลายคนมีการดำเนินคดีกับเยาวชน ครับ แต่วันนี้ครับเขาเหล่านั้นได้กระจายเข้าไปเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของประเทศหลายคน เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ เข้าไปเป็นกำลังหลักของพรรคการเมืองหลายพรรคการเมืองในสภาแห่งนี้ รายงานฉบับนี้ของคณะอนุกรรมาธิการนี้ไม่ได้ร้องขอหรือว่าเสนออะไรที่มันยิ่งใหญ่หรือว่าทำ ไม่ได้หรือยากจนเกินไปครับ ประเทศของเรากำลังอยู่ใน Dynamic ที่ดีครับ เป็นแนวโน้มที่ดี ครับที่เราจะเปลี่ยน Norm ของประเทศเราให้ไปสู่ประเทศที่มีความก้าวหน้าแล้วก็โอบรับ ระดับเยาวชนอย่างแท้จริง สมรสเท่าเทียมเราก็ทำมาแล้วครับ หรือว่าอะไรต่าง ๆ ที่เป็นที่ ถกเถียงของสังคมมากกว่านี้เราก็ทำมาแล้วครับ เพราะฉะนั้นแล้วเรื่องแค่นี้ผมคิดว่าไม่ยาก เลยสำหรับประเทศไทยของเรา สุดท้ายครับผมในฐานะประธานสภานิสิตจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยครับ แล้วก็เป็นเยาวชนคนหนึ่งในคณะอนุกรรมาธิการนี้นะครับ การที่ได้มาอยู่ ตรงนี้ไม่ได้มาเพราะการสนับสนุน ไม่ได้มาเพราะได้รับการส่งเสริมใด ๆ จากกลไกภาครัฐเลย แต่พอดีผมเป็นคนใจสู้ครับ เจอแต่อุปสรรคที่มาจากภาครัฐนี่ละครับ ผมเลยมาถึงจุดนี้ได้ ในทั้งหมดทั้งมวลผมพยายามมีส่วนร่วมแล้วทั้งในกลไกของรัฐและนอกกลไกของรัฐครับ แต่สุดท้ายนี้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ หลายคนไม่ได้มีโอกาสมายืนตรงนี้แล้วก็พูดในสิ่งที่เขา อยากจะพูดในวันนี้นะครับ ผมเลยจะบอกว่าการที่มาปรากฏตัวของผม การที่ผมได้มายืนอยู่ ณ ตรงนี้อภิปรายให้ทุกท่านฟังเป็นสิ่งยืนยันครับว่าเยาวชนสามารถทำได้ครับแล้วก็พวกเขา หลายคนนะครับในอดีตที่ผ่านมาก็ไม่ต่างจากผมเลยครับพวกเขาทำได้ ผมก็ขอให้ผู้มีส่วน เกี่ยวข้องในประเด็นของการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนในประเทศนี้ครับ รับฟัง ให้เกียรติ และโอบรับเยาวชนทุกคนนะครับอย่างมีวุฒิภาวะ และผมเชื่อว่าประเทศของเรา สามารถปลดล็อกศักยภาพอีกมากมาย สามารถใช้เยาวชนให้เป็นกำลังสำคัญในการ ขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ ได้ไม่ว่าผู้นำประเทศหรือรัฐบาลจะเป็นใครนะครับ ผมขอ ยกตัวอย่างสั้น ๆ ครับท่านประธาน อย่างแรกเลยก็คือผมได้มีโอกาสได้รับเชิญจากรัฐบาล ของประเทศมาเลเซียไปงาน I Futures Forum ของเขาซึ่งเป็นงานที่รวบรวมนิสิตนักศึกษา ทั่วประเทศของประเทศมาเลเซียรวมกับนิสิตนักศึกษานานาชาติในประเทศเขา เพื่อเขาจะผลักดันของเขาให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาค แล้วก็ Theme หลักของ งานนั้นก็คือการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนิสิตนักศึกษาหรือเยาวชนที่เหลือ ต้องมาดูครับ ประเทศเพื่อนบ้านของเราไปไกลมากแค่ไหน แล้วเขาไม่ได้มองไทย เขาไม่ได้ต้องการแข่ง กับไทยด้วยซ้ำครับ เขาต้องการเป็นผู้นำในภูมิภาค เขาต้องการเป็นผู้นำในโลกนะครับ ผมเลยอยากชวนให้มามองดูประเทศของเราตอนนี้ครับว่าเราสามารถใช้ประโยชน์จากการ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมเยาวชนนี่ได้มากแค่ไหน ก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านและท่าน ประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม วรดร เลิศรัตน์ เลขานุการคณะอนุกรรมาธิการ ขออนุญาตเรียนตอบใน ๒ ประเด็น🔗
ประเด็นแรกก็คือประเด็นของช่องทางการมีส่วนร่วมสำหรับเยาวชนที่อาจจะ ไม่ได้เน้นการมีส่วนร่วมผ่านสถาบันที่เป็นทางการ จริง ๆ แล้วเราให้ความสำคัญแล้วก็ คำนึงถึงการมีส่วนร่วมในหลากหลายรูปแบบ ทั้งในรูปแบบที่ผ่านสถาบันที่เป็นทางการและ ไม่ได้ผ่านสถาบันที่เป็นทางการ เช่น การชุมนุมเรียกร้องในลักษณะต่าง ๆ เพียงแต่ว่าในตัว รายงานพอเป็นลักษณะของสถาบันที่เป็นทางการก็อาจจะจำเป็นที่จะต้องมีการอธิบาย ถึงรูปร่างหน้าตาของสถาบัน กติกา ใครจะเข้ามาอยู่ในสถาบันนี้ควรจะมีอำนาจมากน้อย แค่ไหน ขณะที่ผลจากการที่เราได้พูดคุยและศึกษากับกลุ่มเยาวชนที่เคลื่อนไหวในแบบที่ ไม่ได้ผ่านสถาบันที่เป็นทางการ สิ่งที่เขาต้องการและสำคัญที่สุดสำหรับเขาก็คือการสร้าง พื้นที่ปลอดภัยในการที่ทำให้เขาสามารถที่จะมีส่วนร่วมในการแสดงออกแล้วก็ขับเคลื่อน ความเปลี่ยนแปลงสังคมในรูปแบบที่เขาต้องการโดยที่ไม่ถูกคุกคาม โดยที่ไม่ถูกกดปราบ โดยที่ไม่ถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพนะครับ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ก็จะเป็นประเด็นที่เราได้ชี้แจงไปแล้ว ในประเด็นเรื่องของการสร้างสภาพแวดล้อม ซึ่งมันจะเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อเยาวชน ทั้งที่มีส่วนร่วมผ่านสถาบันที่เป็นทางการและสถาบันที่ไม่เป็นทางการนะครับ🔗
ขอตอบอีกประเด็นหนึ่งนะครับ งานทั้งหมดที่คณะอนุกรรมาธิการนี้ได้ศึกษา และจัดทำขึ้นมา ไม่ได้พยายามจะส่อในความหมายว่าผู้ใหญ่ในสังคมนี้เป็นตัวร้าย ตัวอันตราย เราเชื่อว่าผู้ใหญ่จำนวนมากมีความหวังดีต่อพัฒนาการต่อความฝันของเด็กและ เยาวชนนะครับ แต่ว่าถึงที่สุดแล้วผู้ใหญ่หลาย ๆ คนก็อาจจะไม่ได้อยู่ในฐานะเดียวกับเด็ก และเยาวชน ไม่ได้มีประสบการณ์ร่วมกันกับเด็กและเยาวชน และบางครั้งเขาอาจจะมี ความหวังดี แต่อาจจะไม่ได้มีความเข้าใจต่อปัญหา เป้าหมาย แล้วก็ความฝันของเด็กและ เยาวชนอย่างเพียงพอในมุมที่เด็กและเยาวชนเขามองเห็น สิ่งที่เราอยากจะพูดคุยผ่านงาน ชิ้นนี้เราเพียงแต่อยากที่จะให้เกิดการวางโครงสร้าง ให้เปิดพื้นที่ ให้สุดท้ายแล้วเสียงของ ความต้องการ เสียงของปัญหา เสียงของความฝันของเด็กและเยาวชนมันมีพื้นที่ที่จะได้ไป พูดคุยกับผู้ใหญ่ที่หวังดีเหล่านี้ใช่ไหมครับ ให้ผู้ใหญ่เหล่านี้สามารถเข้าใจเขามากขึ้นและใช้ ความหวังดีนั้นในการที่จะแก้ปัญหาแล้วก็ตอบโจทย์พวกเขาได้ดีกว่าเดิมนะครับ เราไม่ได้ กำลังบอกว่าสภาเด็กและเยาวชนที่มีอยู่ในปัจจุบันทุกแห่งมีปัญหาหรือว่าไม่มีประโยชน์อะไร เลยนะครับ เราไม่ได้กำลังจะบอกว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ได้ทำงานสนับสนุนเด็ก และเยาวชน สนับสนุนกลไกสภาเด็กและเยาวชนอย่างเหมาะสม หลายแห่งสามารถที่จะ ทำงานสนับสนุนกลไกสภาเด็กและเยาวชนได้ดีพอสมควร และเป็นกรณีศึกษาที่น่ามาเป็น ตัวอย่างในการนำชุดข้อเสนอนโยบายเหล่านี้ในขั้นที่นำไปปฏิบัตินะครับ แต่ว่าการที่ เราศึกษาเห็นปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นกับสภาเด็กและเยาวชนในหลายแห่งหลายพื้นที่ จำนวนมาก มันอาจจะสะท้อนว่าตัวโครงสร้างของกติกายังมีปัญหาบางอย่าง หมายความว่า ตอนนี้สภาเด็กและเยาวชนอาจจะต้องอาศัยความโชคดีว่าถ้าเขาอยู่ในพื้นที่ที่โชคดีว่าองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้นำผู้บริหารท้องถิ่นในพื้นที่นั้นเห็นความสำคัญก็ดีไป แต่ว่าถ้าไม่ เห็นความสำคัญก็จะกลายเป็นว่าเขาไม่มีพื้นที่ในการออกเสียง ในการที่จะสะท้อนความฝัน ปัญหาของเขาอย่างเหมาะสม สิ่งที่เราอยากจะทำก็เพียงแค่อยากให้สร้างกลไกที่ดีในการที่จะ พยายามคุ้มครองให้เสียงเหล่านี้ใช่ไหมครับ เสียงของเด็กและเยาวชนนี่มีพื้นที่มีช่องทางที่จะ ถูกสะท้อนไปสู่ผู้กำหนดนโยบายในระดับท้องถิ่นและในระดับชาติเสมอ และทั้งหมดทั้งมวลนี้ การเปิดพื้นที่ในการมีส่วนร่วมในแง่หนึ่งมันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะที่เยาวชนก็เป็น พลเมืองคนหนึ่งที่เขาพึงมีใช่ไหมครับ และการเปิดสิทธิขั้นพื้นฐานเหล่านี้เราอาจจะ ไม่สามารถที่จะนำไปสร้างเงื่อนไขอยู่กับความพร้อมในการเข้าถึงการศึกษาหรือความพร้อม ในประเด็นอื่นได้นะครับ มันเป็นสิทธิที่ทุกคนเป็นสิทธิโดยธรรมชาติที่ไม่สามารถมีใครพราก ไปจากเขาได้ ถ้าเยาวชนในประเทศนี้มีปัญหาในการศึกษานะครับ นั่นก็เป็นหน้าที่ที่รัฐบาล เป็นหน้าที่ที่คน ในกระบวนการนโยบายทั้งหมดจะต้องไปแก้ปัญหาการศึกษา ทำอย่างไรให้เยาวชนสามารถ เข้าถึงการศึกษาอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมได้มากขึ้น แต่มันไม่ใช่เหตุผลในการที่เราจะพราก สิทธิในการที่เขาจะสามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดชะตากรรมของเขาและร่วมขับเคลื่อน สังคมนี้ไปจากเขานะครับ และถึงที่สุดแล้วพื้นที่การมีส่วนร่วมเหล่านี้ในฐานะหนึ่งมันก็เป็น พื้นที่ในการที่จะทำให้เขาพร้อมในการที่จะเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น ไม่มีใครพร้อมในการที่จะมีส่วนร่วมหรอกถ้าเขายังไม่ได้มีโอกาสที่จะมีส่วนร่วมนั้น ไม่ได้สามารถที่จะทดลองที่จะออกเสียง ไม่ได้สามารถที่ทดลองตัดสินใจได้ด้วยตัวเองนะครับ การเปิดพื้นที่ให้เขานี้ล่ะคือเครื่องมือที่ดีที่สุดในการที่จะสร้างความพร้อมให้เขาได้ดีกว่าเดิม ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ขอบคุณกรรมาธิการนะครับ ก็เป็นอันว่าไม่มีสมาชิกท่านใดติดใจสอบถาม ทางกรรมาธิการแล้วนะครับ ก็เป็นอันว่าสภาก็มีมติว่าเห็นด้วยกับรายงานของกรรมาธิการ แต่เนื่องจากว่าทางกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตมาด้วย ก็จำเป็นที่จะต้องถามมติจากสภาว่า จะนำข้อสังเกตของกรรมาธิการส่งไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เท่าที่ฟังท่านสมาชิกได้ อภิปราย ๑๐ กว่าท่านก็เห็นไปในทิศทางเดียวกัน คือเห็นด้วยกับข้อสังเกตแล้วก็รายงานของ กรรมาธิการ เพราะฉะนั้นผมก็อาศัยข้อบังคับข้อ ๘๘ ถามที่ประชุมว่ามีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่ ถ้าหากว่าไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติร่วมกันว่าเห็นด้วยกับ ข้อสังเกตของกรรมาธิการ แล้วก็จะส่งให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการต่อไปนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ วรรคสาม ก็เป็นอันจบระเบียบวาระนี้นะครับ ขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง นะครับกับกรรมาธิการ🔗
เรียนท่านประธานครับ พริษฐ์ วัชรสินธุ ในฐานะประธานกรรมาธิการ แค่อาจจะกล่าวสั้น ๆ ครับ เพื่อขอบคุณเพื่อนสมาชิก กรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการ แล้วก็คณะทำงานทุกท่าน รวมถึงข้อเสนอแนะจากสมาชิก ทุกท่านในวันนี้นะครับ ก็หวังว่าข้อสังเกตที่ทางสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เห็นชอบให้มีการ ส่งไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ ก็จะเป็นเมนูนโยบายที่ฝ่ายบริหารแล้วก็ฝ่าย สภาสามารถรับไปพิจารณาเดินหน้าในการผลักดันต่อได้ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ วันนี้ก็ประชุมกันมาพอสมควรนะครับ ขออนุญาตปิดประชุมครับ🔗