รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๒๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
-----------------------------
ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ ผมขออนุญาตให้ท่านสมาชิกได้นำเรื่องหารือมาแจ้งต่อสภา เผื่อให้มี การแก้ไขกันนะครับ ท่านแรกที่จะหารือก็คือท่านอดิพงษ์ ฐิติพิทยา พร้อมหรือยังครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๓ อำเภอกระสัง อำเภอห้วยราช ตำบลป่าชัน ตำบลโคกขมิ้น ของอำเภอพลับพลาชัย พรรคภูมิใจไทย กระผมขออนุญาตปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ใน ๒ ประเด็นดังต่อไปนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ กระผมได้รับแจ้งจากท่านแดง อนันรัมย์ นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลตาเสา ว่าขณะนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในเส้นทางสัญจรไปมา บนถนนทางหลวง ชนบท หมายเลข บร.๓๒๕๒ สายบ้านตาเสา-บ้านละเบิก ตำบลปราสาท อำเภอ บ้านด่าน ช่วงบ้านตาเสา หมู่ที่ ๑ บ้านตาเสา หมู่ที่ ๖ มีระยะทางประมาณ ๗๐๐ เมตร ซึ่งเป็นถนนที่ใช้สัญจรไปมาระหว่างตำบลตาเสาของอำเภอห้วยราช และตำบลปราสาท ของอำเภอบ้านด่าน มีประชาชนได้สัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีไฟฟ้า ส่องสว่างในถนนดังกล่าว ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน จึงขอนำเรียนไปยังกรมทางหลวงชนบทกระทรวงคมนาคม และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้โปรดสนับสนุนงบประมาณเพื่อติดตั้งไฟส่องสว่างบริเวณถนนสายดังกล่าว เพื่อลดอุบัติเหตุ และบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ กระผมได้รับแจ้งจากท่านอธิวัฒน์ เรืองอุดมสกุล นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลกันทรารมย์ว่า หนองลุมปุ๊ก หมู่ที่ ๘ บ้านกะโลง ตำบลกันทรารมย์ เป็นหนองน้ำหลักของหมู่บ้าน ซึ่งปัจจุบันมีขนาดลึก ๓.๕ เมตร กว้าง ๒๑๐ เมตร ยาว ๒๔๘ เมตร ปัจจุบันนี้มีสภาพตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ หากได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการ ขุดลอกจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำเพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน จึงขอนำเรียนไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ได้โปรดให้การช่วยเหลืออนุเคราะห์จัดสรรงบประมาณเพื่อการขุดลอกและพัฒนา หนองลุมปุ๊ก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปรีติ เจริญศิลป์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ปรีติ เจริญศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันครับ สไลด์ขึ้นได้เลยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ปัญหาในพื้นที่เคหะชุมชน นนทบุรี ซึ่งเป็นปัญหาที่มีอยู่ตลอดครับ ไม่ว่าจะเป็นไฟดับ น้ำท่วมขัง ปัญหาเหล่านี้มันควร จะถูกแก้ไขอย่างยั่งยืน ปัจจุบันมีการประสานงานทุกอย่างต้องประสานงานไปยังส่วนกลาง คือการเคหะแห่งชาติ มีระบบการจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องใช้ระยะเวลา ไฟดวงหนึ่งใช้เวลา ไม่ต่ำกว่า ๒-๓ เดือนกว่าจะติดขึ้นมาจากระบบการจัดซื้อจัดจ้างของการเคหะครับ การแก้ไข ปัญหาอย่างยั่งยืนที่ประชาชนอยากได้คือการโอนพื้นที่ให้กับท้องถิ่นดูแล เพราะว่าทาง เทศบาลนครปากเกร็ดมีทรัพยากรและงบประมาณ และความรวดเร็วในการดำเนินการ ที่มากกว่าครับ จึงอยากฝากท่านประธานแจ้งไปยังเทศบาลนครปากเกร็ดในการร่วมหารือ กับการเคหะแห่งชาติในการโอนพื้นที่ดังกล่าวครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ทราบว่าตอนนี้ทางกรมทางหลวงชนบทได้มีการสร้างท่อระบายน้ำ ริมถนน นบ.๑๐๐๗ บริเวณช่วงหมู่บ้านคันทรีพาร์ค แคลิฟอร์เนีย ๑ กิโลเมตร แต่อย่างไร ก็ตามพื้นที่ดังกล่าวยังมีเส้นที่ยาวกว่านั้นที่ประชาชนยังอยากได้ทางระบายน้ำเพิ่มเติมครับ ก็จึงอยากฝากไปยังกรมทางหลวงชนบทพิจารณาดำเนินการในโครงการต่อไปด้วยในการ ขยายระยะทางออกไปอีก ๑ กิโลเมตรครับ🔗
เรื่องสุดท้ายในพื้นที่ผมครับ ถนนชัยพฤกษ์เป็นพื้นที่ที่เรียกว่าเป็นถนนที่ เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพมหานครและนนทบุรีในการเข้าถนนแจ้งวัฒนะ แต่ปัจจุบันยัง ก่อสร้างอยู่ยังไม่แล้วเสร็จ ส่งผลให้ร้านค้าโดยรอบได้รับผลกระทบค้าขายลำบาก เนื่องจาก มีฝุ่นและการจราจรช่วงเวลาเร่งด่วนก็ติดขัดครับ จึงอยากฝากท่านประธานแจ้งไปยัง กรมทางหลวงชนบท ให้เร่งดำเนินการเก็บงานถนนชัยพฤกษ์ให้แล้วเสร็จโดยเร็วครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล เชิญครับ🔗
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล สมาชิกสภาผู้แทนจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๑ อำเภอเสิงสาง อำเภอครบุรี และอำเภอหนองบุญมาก วันนี้กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก พี่น้องมา ๑ เรื่องนะครับ เรื่องช้างป่าทำลายพื้นที่ทางการเกษตร เนื่องจากที่อำเภอเสิงสาง และอำเภอครบุรีอยู่ใกล้เขตอุทยานแห่งชาติทับลานที่มีช้างป่านอกเขตมาทำมาหากินทำลาย พืชผลทางการเกษตรของพี่น้องชาวบ้าน เมื่อก่อนช้างป่าจะออกมาในช่วงหน้าหนาวนะครับ ๒-๓ เดือนต่อปี แต่ในปัจจุบันช้างป่าออกมาทุกวัน มาทำลายพืชผลทางการเกษตร ทางกลุ่ม ของพี่น้องอำเภอเสิงสางจึงมีการตั้งกลุ่มเครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่าและสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ อนุรักษ์บ้านทรัพย์เจริญ โดยการนำของผู้ใหญ่อาเขต แววกระโทก ผู้ใหญ่บ้านทรัพย์เจริญ ตำบลบ้านราษฎร์ อำเภอเสิงสาง เป็นประธานกลุ่มในการผลักดันปัญหาช้างป่ากลับสู่อุทยาน วิธีที่ดีที่สุดที่สามารถปฏิบัติได้ในตอนนี้คือการใช้กำลังคนในการขับไล่ช้างในการปฏิบัติหน้าที่ ก็มีความเสี่ยง มีค่าใช้จ่าย วันนี้กระผมจึงอยากนำเรียนท่านประธานและหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาสวัสดิการค่าตอบแทน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์ในการ ปฏิบัติงานและประกันชีวิตแก่กลุ่มจิตอาสาเหล่านี้ รวมถึงพิจารณาค่าเยียวยา ในการเยียวยา ช้างป่าที่ไปทำลายพืชผลทางการเกษตร กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ ขอหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ๔ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้กระทรวงยุติธรรมได้เร่งรัดตรวจสอบที่ดินการสร้างเรือนจำ ที่จังหวัดกระบี่ตรงบริเวณบ้านบางขนุน อำเภอเมือง เนื่องจากว่าเรือนจำจังหวัดกระบี่ ถูกล้อมรอบด้วยโรงเรียนทั้งหมด ๖ แห่งด้วยกัน นักเรียนล้อมนักโทษ แล้วอดีตนักโทษ ก็แหกห้องขัง แล้วก็มีการเผาเรือนจำ และมีความแออัดมากเพื่อที่จะให้เอาเรือนจำเก่า ในเนื้อที่เล็ก ๆ ๓ ไร่ ทำเป็นปอดเมืองกระบี่ แล้วก็ให้เด็กนักเรียนประกอบด้วยโรงเรียน อำมาตย์พานิชนุกูล โรงเรียนอิสรา โรงเรียนอุตรกิจ วิทยาลัยเทคนิค โรงเรียนองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดกระบี่ แล้วก็โรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัด รวมเด็กทั้งหมดเกือบประมาณ หมื่นคน🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องปัญหาขาดแคลนน้ำดิบในส่วนของน้ำประปาที่อำเภอเกาะลันตา แล้วก็เป็นอำเภอที่มีนักท่องเที่ยวเยอะมากด้วยก็ฝากการประปาภูมิภาคด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องถนนเพชรเกษมสาย ๔ ระหว่างบ้านตลาดเก่า อำเภอเหนือคลอง ที่ไปสนามบิน ขอให้กรมทางหลวงครับรถติดมากเลย นักท่องเที่ยวไปสนามบินไม่ทัน🔗
เรื่องที่ ๔ ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ไปดูให้ อบต. ได้ตั้งงบประมาณหรืออุดหนุนงบประมาณให้ อบต. ในพื้นที่เขตท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำตกร้อนเค็ม น้ำตกร้อนจืดเกาะลันตา เพื่อให้มีกล้อง CCTV เพื่อให้ความ ปลอดภัยกับนักท่องเที่ยวและพี่น้องประชาชน เนื่องจากว่ามีมิจฉาชีพแล้วก็กลุ่มยาเสพติด เยอะมากทีเดียว เพื่อความปลอดภัยให้เป็นจังหวัดที่มีรายได้นำเข้าประเทศมาก ในขณะนี้ จังหวัดกระบี่มีรายได้เข้าประเทศเป็นอันดับที่ ๔ ของประเทศไทยกราบขอบพระคุณ ท่านประธานพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเกษม อุประ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม อุประ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๓ เรื่อง ดังนี้🔗
เรื่อง ๑ ถึงกรมทางหลวงแผ่นดิน เรื่องโครงการก่อสร้างถนน ๔ เลน จากบึงกาฬ-พังโคน ซึ่งในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ได้รับงบประมาณก่อสร้างช่วงอำเภอ คำตากล้ามาอำเภอวานรนิวาส ก็อยากจะสอบถามความคืบหน้าว่าจะเริ่มลงมือดำเนินการ เมื่อใด เพราะขณะนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาก🔗
เรื่องที่ ๒ นั่นก็คือเรื่องเกี่ยวกับทางหลวงแผ่นดินเช่นเดียวกัน สายบ้านม่วง คำตากล้า ซึ่งในช่วงบ้านหว้าน บ้านม่วงได้รับงบประมาณในปี ๒๕๖๘ แต่ก็ยังไม่ทราบว่า จะเริ่มดำเนินการเมื่อใด ซึ่งขณะนี้ก็ได้ผ่านงบประมาณมาไตรมาส ๒ แล้ว🔗
เรื่องที่ ๓ ที่อยากจะเรียนถามฝากถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นั่นก็คือ เรื่องพี่น้องชาวนาได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากภาวะน้ำท่วม พืชผลการเกษตรเสียหาย แล้วก็อยากจะฝากถึงรัฐบาลได้ช่วยเหลือเยียวยาค่าชดเชย ซึ่งก็อยากจะฝากถึง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้พิจารณาเรื่องนี้เป็นการเร่งด่วนด้วย เพราะว่าขณะนี้ก็จะเข้า ฤดูการทำนาใหม่แล้ว แต่พี่น้องเกษตรกรก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ อันนี้ก็ขอกราบเรียนฝาก ด้วยครับ ขอบคุณท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวีรนันท์ ฮวดศรี เชิญครับ🔗
เรียนท่านประทานที่เคารพ ผม วีรนันท์ ฮวดศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคประชาชน ขอนำปัญหาพี่น้องมาหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องดังนี้ครับ🔗
๑. เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคมที่ผ่านมา กระผมได้ปรึกษาหารือจุดน้ำท่วมซ้ำซาก ในเขตเทศบาลนครขอนแก่นทั้งหมด ๑๒ จุดเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณา ร่วมกันเตรียมรับมือกับน้ำท่วมก่อนถึงฤดูฝน ต่อมาวันที่ ๓ มีนาคม สำนักงานโยธาธิการ และผังเมือง จังหวัดขอนแก่นได้ตอบรับการอภิปรายเชิญทีมพรรคประชาชนเข้าไปร่วมพูดคุย หารือจุดน้ำท่วม สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดขอนแก่นได้ให้ข้อมูลว่ามีการดำเนิน โครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักที่จะเป็นการวางเครือข่ายท่อหลักทั่วเมืองเพื่อแก้ ปัญหาน้ำท่วมระยะยาว โดยแบ่งออกเป็น ๓ ระยะด้วยกัน ระยะแรกดำเนินการไปแล้ว ระยะที่ ๒ มีแผนดำเนินการในปีงบ ๒๕๖๙ ส่วนระยะที่ ๓ ทางโยธาธิการขอนแก่นได้มีการ สำรวจออกแบบไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านประธานครับ น้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่เมืองขอนแก่น ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญกระทบต่อคน เมือง เศรษฐกิจ จึงขอให้ทางโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดขอนแก่น ส่งแผนและงบประมาณดำเนินการระยะที่ ๓ ไปยังกรมโยธาธิการและ ผังเมือง กระทรวงมหาดไทย และฝากกระทรวงมหาดไทยเร่งรัดเพื่อบรรจุโครงการ ระบบ ระบายน้ำระยะที่ ๓ อย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากให้กับพี่น้องชาวขอนแก่น ด้วยครับ🔗
๒. ปัญหาผิวถนนผุพังซ้ำซากบ้านโนนตุ่น ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น มีพี่น้องประชาชนจำนวนมากร้องเรียนผ่านหลายช่องทางว่าถนนกลางเมือง บริเวณหน้าวัดสว่างศรีวิชัยเป็นหลุมเป็นบ่อไม่ได้รับการซ่อมบำรุงมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อมาจากรอบนอก มีการสัญจรไปมาจำนวนมากทำให้มีความเสี่ยง และเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง จึงเรียนท่านประธานผ่านไปยังเทศบาลตำบลเมืองเก่าให้เร่งรัด ดำเนินการแก้ปัญหาเรื่องผิวถนนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ปัญหาจราจรติดขัดจากการปรับปรุงถนนหลายเส้น ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ปัจจุบันตัวเมืองขอนแก่นมีการปรับปรุงถนนในหลายพื้นที่เช่น ถนนเหล่านาดีตั้งแต่แยกมิตรภาพไปจนถึงบึงแก่นนคร หรือถนนประชาสโมสรตั้งแต่หน้า บขส. ถึงสามแยกกสิกรทุ่งสร้าง ทำให้ในเมืองขอนแก่นมีการจราจรติดขัดหนักขึ้นอย่างมาก และมีประชาชนส่งเสียงเรียกร้องว่าได้รับความเดือดร้อนจากการก่อสร้างถนนในครั้งนี้ จึงฝากผ่านท่านประธานไปยังเทศบาลนครขอนแก่นช่วยกำชับ กำกับผู้รับเหมาให้ส่งมอบงานดี มีคุณภาพ ทำตามกำหนดระยะเวลา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ผู้แทนพรรคเพื่อไทยจากจังหวัดสุรินทร์ครับ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้เป็นวัน อสม. วันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ผมและพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย ทุกท่านขอรำลึกถึงความเป็นห่วงให้พวกท่านมีสุขภาพแข็งแรง มีกำลังใจในการทำงานให้กับ บ้านเมืองเพราะว่าท่านนั้นนักหน่วงมาทั้งปีโดยเฉพาะช่วงที่โควิดเกิดขึ้นมา แล้วก็ขอให้ มีความสุขกับการทำงานต่อไป พวกเราที่เป็นผู้แทนอยู่จะสร้างขวัญและกำลังใจให้ โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็กำลังจะทำ พ.ร.บ. เข้ามาในสภา อะไรที่มันเป็น ประโยชน์เป็นความสุขให้กับ อสม. พวกเราจะรีบดำเนินการทำให้ครับ ก็ขอให้พวกท่านได้ ไว้วางใจกับพี่น้องเพื่อนผู้แทนที่ท่านเลือกเข้ามา ท่านประธานครับ ก่อนอื่นก็ต้องกราบ ขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ที่ท่านได้กำชับแล้วก็สั่งการอย่างเร่งรัด ในเรื่องการปราบบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งวันนี้เพื่อนผู้อำนวยการโรงเรียนหลายโรงเรียนโทรมาบอก ก็ชื่นชมท่านรัฐมนตรีจิราพร สินธุไพร ที่รับนโยบายจากท่านนายกรัฐมนตรีมา พร้อมด้วย พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ได้สั่งการให้พลตำรวจโท อัคราเดช พิมลศรี นำทีม พร้อมด้วยตำรวจ แล้วก็สนธิกำลังร่วมกับเลขา ป.ป.ส. ก็คือท่านพลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ ได้ดำเนินการจับทั้งบุหรี่ไฟฟ้าแล้วก็ยาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้า ท่านประธานคงจะ ได้ข่าวว่าที่จังหวัดอุดรธานีช่วงนี้จับยาบ้าได้เป็นหมื่นเป็นแสนเม็ด ผมอยากเห็นเรื่องเหล่านี้ เกิดขึ้นทุกจังหวัดในประเทศไทยเอากันจริงเอากันจัง แต่ผมเชื่อในความเป็นผู้บริหารที่ชื่อ แพทองธาร ชินวัตร ที่จะนำมาดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะเท่าที่ได้ทราบท่านก็ได้ สั่งให้ทุกฝ่ายสนธิกำลังในการดำเนินการ🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับ อันนี้ก็ขอฝากมาตั้งแต่ครั้งที่แล้ว ก็คือเรื่องขโมยสายไฟฟ้า อันนี้ฝากไปยังตำรวจครับ อยากให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งผู้กำกับการสถานีตำรวจ ทุกอำเภอที่มีร้านรับซื้อของเก่าให้ทำหนังสือส่งไปให้ระมัดระวังการซื้อลวดทองแดง โดยเฉพาะจำนวนมากให้สันนิษฐานมาก่อนว่าจากการขโมย แล้วก็ช่วยโทรมาบอกที่โรงพัก ให้โรงพักได้ไปดูแล เพราะทุกวันนี้ปัญหามันเกิดขึ้นมาก ไฟฟ้าแสงสว่างบนท้องถนนเอย ไฟฟ้าของการเกษตรโดนขโมยลวดทองแดงเอาไปขายกันหมด สร้างความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องในการสัญจรบนถนน ที่สกลนครบ้านของ สส. พัฒนา สัพโส ก็ไม่แพ้บ้านผมที่สุรินทร์ มาบอกมากล่าว ก็เลยจำเป็นต้องมาทบทวนหารืออีกครั้งเหมือนกับบุหรี่ไฟฟ้า ผมมี ๒ เรื่อง วันนี้ขอชมเชยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วก็สำนักงาน ป.ป.ส. ปราบปรามยาเสพติด แล้วก็รำลึกสิ่งที่ดีถึง อสม. พร้อมกับเรื่องของลวดทองแดงครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุรทิน พิจารณ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สส. แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ มี ๔ เรื่องที่มีปัญหา🔗
เรื่องแรก ก็คือการจัดสรรงบประมาณไม่เป็นธรรม ท่านประธานครับ มี อบต. ๒๖ แห่งของจังหวัดกาฬสินธุ์ ในปี ๒๕๖๘ นี้ไม่ได้รับงบประมาณเลยนะครับ ฝากไปที่ ผู้มีอำนาจได้เข้าไปตรวจสอบดูด้วย ผู้ร้องก็คือนายนิยม โยหาสิทธิ์ ผู้ประสานงาน อบต. ผู้รับผิดชอบคือสำนักงบประมาณและกระทรวงมหาดไทย🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องไฟฟ้าของถนนทางหลวงชนบทของจังหวัดร้อยเอ็ดยังมืดอยู่ พอสร้างเสร็จก็ไม่มีไฟฟ้า ระหว่างบ้านโคกสีและอำเภอเมยวดี และบ้านโป่งอำเภอเมยวดี และอำเภอเมยวดีไปที่หนองแวงน้อยนะครับ ผู้ร้องก็คือนายพงศ์ศรัณย์ รองนายกเทศมนตรี ผู้รับผิดชอบคือกรมทางหลวงชนบทและกระทรวงคมนาคม🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องมันสำปะหลัง ท่านประธานครับ มันสำปะหลังเดี๋ยวนี้ราคา ตกต่ำมาก ๑ บาท ๓๐ สตางค์ พี่น้องเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังอยู่ไม่ได้แล้วนะครับ ขอให้ รัฐบาลได้ช่วยพยุงราคาหรือตั้งงบประมาณเพื่อช่วยเกษตรกรหามาตรการให้มันราคาสูงกว่านี้ ผู้ร้องคือ สส.บุญแก้ว สมวงศ์ และชาวไร่มันสำปะหลัง ผู้รับผิดชอบคือกระทรวงพาณิชย์ และรัฐบาลนะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ก็คือเรื่องการจัดระเบียบของ กทม. ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้แม่ค้าไปขายที่เป็นระเบียบ พอจัดระเบียบเสร็จปั๊บแม่ค้าไม่มีที่ขายเลย เดือดร้อนกัน ทั้งหมดเลยร้องมานะครับ ผู้ร้องคือนางรัชฎาภรณ์ อุดมสิน ผู้รับผิดชอบคือผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก เขต ๓ พรรคกล้าธรรม วันนี้ผมมีเรื่องหารือผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เนื่องจากเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมาคณะอนุกรรมาธิการพิจารณา กลั่นกรองการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์เขตป่าสงวนแห่งชาติและเขตป่าไม้ถาวร ได้มีการ พิจารณาอนุญาตให้พื้นที่การใช้ประโยชน์ในการทำประโยชน์ในเรื่องสาธารณูปโภคต่าง ๆ ของหน่วยงานต่าง ๆ หลายโครงการด้วยกัน หนึ่งในนั้นมีการขยายเขตไฟฟ้าของบ้าน ขุนห้วยแม่ท้อ หมู่ที่ ๖ ตำบลแม่ต้าน อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก เรื่องตอนนี้กำลังส่งไปยัง คณะกรรมการชุดใหญ่ ก็อยากจะให้คณะกรรมการชุดใหญ่เร่งรัดพิจารณาด้วย และมี อีกเยอะนะครับที่ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะเขตพื้นที่ผมได้นำเรื่องส่งไปยัง หน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรให้พิจารณาอนุญาต เช่น บ้านแสมใหญ่ หมู่ที่ ๔ แล้วก็ บ้านละเผ่ใหม่ ตำบลสามหมื่น อำเภอแม่ระมาด บ้านแม่จวาง หมู่ที่ ๘ ตำบลท่าสองยาง อำเภอท่าสองยาง บ้านห้วยขุนกระทิง หมู่ที่ ๖ ตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด บ้านโบเก่ หมู่ที่ ๓ อำเภอแม่ระมาด บ้านปะน้อยปู่ หมู่ที่ ๕ ตำบลแม่อุสุ อำเภอท่าสองยาง บ้านม้งใหม่พัฒนา ตำบลท้องฟ้า และอื่น ๆ อีกเยอะ เนื่องจากหมู่บ้านเหล่านี้อยู่ในพื้นที่ป่า แล้วพี่น้องส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไม่สามารถมีไฟฟ้าใช้ได้นะครับ ในจังหวัดตากมี ประชากรหลายหมื่นครัวเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ ตอนนี้ทางการไฟฟ้าก็ได้มีการพิจารณาสำรวจ แต่อย่างไรก็ตามก็ติดขัดอยู่ที่การอนุญาตใช้พื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ของกรมป่าไม้ที่สังกัด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็อยากจะให้ทางทั้ง ๒ หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น ไฟฟ้า แล้วก็กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้พูดคุยกันนะครับ เมื่อก่อน การขออนุญาตใช้พื้นที่เป็นหน้าที่ของ อปท. แต่ตอนนี้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมได้ให้ไฟฟ้าเป็นคนขออนุญาต ซึ่งการประสานงานค่อนข้างจะล่าช้าเพราะทางผม ก็ทราบดีว่าทางการไฟฟ้ามีภารกิจเยอะ แต่การจะตามเรื่องการขออนุญาตใช้พื้นที่มันจะน้อย แต่ถ้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมอบหมายให้เป็นท้องถิ่นขอเหมือนเดิม ผมเชื่อว่าการขออนุญาตใช้พื้นที่ในการปักเสาพาดสายในเขตพื้นที่ป่าอาจจะเร็วขึ้น ฝากเรื่องนี้ ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฐากูร ยะแสง เชิญครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฐากูร ยะแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคประชาชน อำเภอแม่ลาว อำเภอแม่สรวย อำเภอเวียงป่าเป้า วันนี้ผมมีเรื่องจะมาหารือกับท่านประธาน อยู่ ๓ เรื่องครับ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
๑. ปัญหาถนนชำรุดของซอย ๑ ของบ้าน หมู่ ๓ บ้านป่าลัน ท่าก๊อ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ ปัจจุบันพื้นผิวสภาพชำรุดเป็นหลุมถนนไม่ได้รับการซ่อมแซมมาอย่าง ยาวนาน ทำให้การสัญจรของพี่น้องเป็นไปด้วยความยากลำบากเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ขอหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการซ่อมแซมช่วยเหลือพี่น้องให้เดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัยครับ🔗
ปัญหาที่ ๒ แผงกั้นขอบทางของถนนสายหลักบ้านห้วยหินลาดนอกสู่บ้าน ป่าตึง ขอบแผงกั้นไม่มีครับ เป็นเส้นทางสำคัญของพี่น้องในการสัญจรทำให้เกิดความเสี่ยงสูง ในการสัญจร ถนนมีความลาดชัน ไม่มีแผงกั้น ช่วงฤดูฝนถนนลื่น วอนหน่วยงานเร่งติดตั้ง แผงกั้นบริเวณจุดเสี่ยงเพื่อให้พี่น้องสามารถใช้เส้นทางได้อย่างปลอดภัย และลดอุบัติเหตุ ในอนาคตครับ🔗
ปัญหาที่ ๓ ปัญหาหอมหัวใหญ่ล้นตลาดราคาตกต่ำ ในพื้นที่ของตำบล แม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เกษตรกรได้รับผลกระทบจากราคาหัวหอม ประมาณ ๒๙๘ ราย พื้นที่ทั้งหมด ๑,๗๙๓ ไร่ คาดการณ์ว่าผลผลิตทั้งหมด ๗.๖ ล้านกิโลกรัม ราคาหอมหัวใหญ่ปีที่แล้ว ๑๒ บาท แต่ปีนี้ครับท่านประธาน เหลือกิโลกรัมละ ๕ บาท พี่น้องขาดทุนจากการทำการเกษตร เกษตรกรจำนวนมากกู้เงินมาลงทุนครับ ประสบปัญหา ผ่อนชำระไม่ไหวเสี่ยงต่อการสูญเสียที่ดินและไม่มีทุนสำหรับการเพาะปลูกในอนาคต วอนขอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้าน ขอบคุณครับ🔗
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับพี่น้องจากอำเภอเสิงสาง อำเภอครบุรี อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไปท่านนายวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๑ จาก พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องมาหารือกับท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง ขอสไลด์ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องเรียนมาจาก ชาวบ้านบ้านวังไฮ ตำบลเวียงยอง เกี่ยวกับเรื่องของเขื่อนพนังกั้นน้ำแม่น้ำกวงบริเวณ ก่อสร้างไม่มีแผงกันแล้วก็ไม่มีป้ายเตือน รวมถึงไฟฟ้าส่องสว่างในเวลากลางคืน ทำให้เวลา ชาวบ้านได้ใช้เส้นทางดังกล่าวในการสัญจรจะเกิดอันตราย จึงอยากให้กรมโยธาธิการและ ผังเมืองดำเนินการให้ผู้รับเหมาเข้าไปติดตั้งแผงกั้น ป้ายเตือน รวมทั้งไฟส่องสว่างเวลา กลางคืนเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้เส้นทางดังกล่าวด้วยนะครับ รวมถึงติดตาม โครงการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลาด้วยนะครับ เพราะที่ผ่านมาโครงการในจังหวัด ลำพูนมีมูลค่ากว่า ๑๓๐ กว่าล้านบาท ในปี ๒๕๖๖ ก็ถูกทิ้งงาน ความคืบหน้าแค่เพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนมาจากชาวบ้านที่ใช้สะพานเชื่อมระหว่าง บ้านทาทุ่งหลวงและบ้านทาหมื่นข้าว อำเภอแม่ทา ว่าบริเวณคอสะพานในช่วงฤดูน้ำหลาก ที่ผ่านมาเกิดการทรุดตัวทำให้ชาวบ้านที่ใช้เส้นทางดังกล่าวไม่มีความมั่นใจในความปลอดภัย จึงอยากให้สำนักการโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดลำพูนเข้าไปตรวจสอบ แล้วก็ซ่อมแซม บริเวณคอสะพานดังกล่าวด้วยเพื่อป้องกันอาจเกิดการทรุดตัวของสะพานในช่วงฤดูน้ำหลาก ที่จะมาถึงนะครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ เรื่องของไฟฟ้าส่องสว่างในเวลากลางคืน ผมเคยหารือ ในเรื่องไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณหลังตลาดบ้านป่าเห็ว ได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดลำพูนเป็นอย่างดีนะครับติดตั้งไฟฟ้าให้เรียบร้อย จึงขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ แต่ยังมี อีกจุดหนึ่งที่อยากจะให้ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนเข้าไปติดตั้ง ก็คือบริเวณ ทางร่วม ทางแยกถนนเลียบทางรถไฟไปถึงบริเวณขนส่งจังหวัดลำพูน บริเวณดังกล่าวเกิด อุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงอยากให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนเข้าไปติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง เพื่อสร้างความปลอดภัย รวมถึงเพิ่มทัศนวิสัยให้กับผู้ใช้เส้นทางดังกล่าวด้วยครับ ขอบคุณ ครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านษฐา ขาวขำ เชิญครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายษฐา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ขอปรึกษาหารือท่านประธานเรื่องการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานที่เคารพ จังหวัดนครศรีธรรมราชมีองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น จำนวน ๑๘๕ แห่ง โดยแบ่งกลุ่มการกำจัดขยะออกเป็น ๖ Cluster สำหรับ Cluster ที่ ๑ ครับท่านประธาน ซึ่งเป็น Cluster ที่ใหญ่ที่สุด ดำเนินการโดยเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ เป็นที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน สำหรับพลเมือง ใช้ร่วมกันแปลงดอนหัวเล เนื้อที่ประมาณ ๕๐ ไร่ มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำขยะมาทิ้ง จำนวน ๕๐ แห่ง ขณะนี้มีขยะสะสมอยู่ประมาณ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ตัน ต่อมาเทศบาลนคร นครศรีธรรมราชได้ดำเนินการโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากขยะมูลฝอย โดยได้ขอถอน สภาพที่ดินต่อกระทรวงมหาดไทยเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ ส่วนในระหว่างนั้นก็ได้มีพี่น้องประชาชน ซึ่งอยู่บริเวณรอบบ่อขยะได้ยื่นฟ้องเทศบาลนคร นครศรีธรรมราชพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อศาลปกครองนครศรีธรรมราช เนื่องจากได้รับ ความเดือดร้อนจากกลิ่นและน้ำเสียจากบ่อขยะ โดยศาลปกครองนครศรีธรรมราชได้มี คำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีนำขยะมูลฝอยที่เป็นส่วนเกินกว่าประสิทธิภาพที่จะกำจัดได้ ออกจากบ่อขยะ ทำให้กำจัดขยะที่เหลือตามหลักสุขาภิบาลและห้ามนำขยะมูลฝอยไปทิ้ง เพิ่มอีก จากผลการพิพากษาทำให้เทศบาลนครนครศรีธรรมราชต้องออกประกาศงดรับขยะ จากนอกพื้นที่ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ คงไว้เพียง ๓ แห่ง ที่เหลือต้องไปใช้พื้นที่เอกชน ๕ แห่ง ใช้พื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีอีก ๒๘ แห่ง ส่วนอีก ๑๔ แห่ง ต้องบริหารจัดการเอง ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของการบริหารจัดการเป็นจำนวนมาก แล้วก็นับวันที่จะทวีความ รุนแรงมากยิ่งขึ้นครับ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาขยะมูลฝอยในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช อย่างยั่งยืน จึงขอกราบเรียนท่านประธานได้แจ้งกระทรวงมหาดไทยในการนำเรื่องขอ เพิกถอนที่ดินแปลงดอนหัวเลต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบเป็นกรณีเร่งด่วนด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุพัชรี ธรรมเพชร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออนุญาต เป็นกระบอกเสียงให้กับพี่น้องประชาชนในการติดตามเร่งรัดเรื่องการเยียวยาผู้ประสบภัย น้ำท่วม ครัวเรือนละ ๙,๐๐๐ บาท ที่มีความล่าช้าในจังหวัดพัทลุง ซึ่งจังหวัดพัทลุงได้เกิด อุทกภัยน้ำท่วมซ้ำซากมาแล้ว ๒ ครั้งด้วยกัน ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเสียหาย ทั้งในเรื่องทรัพย์สินและบ้านเรือนเป็นจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้จังหวัดพัทลุงได้รับการเยียวยา ผู้ประสบภัยน้ำท่วมแล้ว จำนวน ๙๙,๔๗๗ ครัวเรือน แต่ก็ยังมีผู้ที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา มีจำนวนมากถึง ๗,๑๕๓ ครัวเรือน ซึ่งจะอยู่ในพื้นที่ของอำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ๔,๙๔๐ ครัวเรือน อำเภอกงหรา ๒,๒๐๘ ครัวเรือน และอำเภอศรีนครินทร์อีก ๕ ครัวเรือน โดยเฉพาะ ในพื้นที่ของเขตเทศบาลเมืองพัทลุงซึ่งเป็นพื้นที่ใจกลางเมือง แล้วก็เป็นพื้นที่เศรษฐกิจของ จังหวัดพัทลุงเรายังไม่ได้รับการเยียวยาแม้แต่หลังเดียวเลย และทั้ง ๗,๑๕๓ ครัวเรือนที่ดิฉัน ได้กล่าวมาแล้วได้มีการผ่านกระบวนการต่าง ๆ ตามนโยบายการช่วยเหลือประชาชนในการดูแล พี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วมเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ท่านก็ได้ ทำหนังสือส่งไปยังกระทรวงมหาดไทยผ่านไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นดิฉันจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบเร่งรัดจัดสรรเงินเยียวยาผู้ประสบภัย น้ำท่วม ครัวเรือนละ ๙,๐๐๐ บาท เป็นจำนวน ๗,๑๕๓ ครัวเรือน ให้กับพี่น้องในจังหวัดพัทลุง โดยเร็วที่สุดค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ช่วยเร่งแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำบาดาลในพื้นที่หมู่ที่ ๗ ของตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง โดยในวันนี้พี่น้องไม่สามารถที่จะใช้น้ำบาดาลได้ ก็อยากจะให้ ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลช่วยรีบดำเนินการแก้ไขโดยด่วนค่ะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ อำเภอถลาง และตำบลกะทู้ พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องชาวภูเก็ตมาปรึกษาหารือ ท่านประธานดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ประชาชนผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ป้ายเขียวกว่า ๒๐๐ ราย ได้รับความเดือดร้อนจากการออกรถใหม่ป้ายแดง แล้วไม่ได้รับการอนุมัติป้ายเขียว หลังจาก ที่บางรายขายรถที่ประกอบอาชีพไปช่วงสถานการณ์โควิด เนื่องจากสถานการณ์ที่ย่ำแย่ ในขณะนั้น ปัจจุบันสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ พอซื้อรถป้ายแดงเพื่อนำมาขออนุญาต ป้ายเขียวกลับติดปัญหาในการอนุมัติป้ายเขียวจากขนส่งจังหวัดภูเก็ต ทั้ง ๆ ที่ดำเนินการ ทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับมีการสัมภาษณ์ด้วยคำถามที่นอกเหนือจากที่กฎหมาย กำหนด เช่น ซื้อรถจาก Sale ชื่ออะไรเป็นต้น ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้รถป้ายเขียวที่จดทะเบียน ที่กรุงเทพมหานครก็นำมาเปลี่ยนเป็นป้ายเขียวในจังหวัดภูเก็ตได้ ขอให้กระทรวงคมนาคม ตรวจสอบการอนุมัติป้ายเขียวด่วนครับ เรื่องนี้ผู้เดือดร้อนเคยยื่นเรื่องกับรองประธานสภา ท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา ที่จังหวัดภูเก็ตแล้วมีข้อสรุปเรียบร้อย แต่พอเปลี่ยนรองประธานสภา คนใหม่ก็มีการพลิกลงมติในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ฝากท่านประธานตรวจสอบด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ฝากให้กระทรวงมหาดไทยทำงานเชิงรุก เร่งตรวจสอบคุณภาพ น้ำประปาของพี่น้องในจังหวัดภูเก็ตไม่ว่าจะเป็นน้ำประปาจากการประปาส่วนภูมิภาค หรือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ให้มีคุณภาพน้ำที่ใสสะอาด มีน้ำใช้ตลอดปี และสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ให้ดำเนินการติดตั้งประปาให้กับประชาชน ในพื้นที่ที่ยังไม่มีน้ำประปาใช้ และในช่วงหน้าแล้งนี้ต้องเร่งดำเนินการหาแหล่งน้ำเพิ่มเติม รวมไปถึงการวางแผนระบบจัดการบริหารน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมให้มีน้ำใช้ ในช่วงหน้าแล้งด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แก้ไขปัญหารถติด ในจังหวัดภูเก็ต โดยการเพิ่มบริการรถขนส่งมวลชนในเขตอำเภอถลางอย่างเร่งด่วนเลยครับ และสละเวลามาตอบกระทู้เรื่องการแก้ไขปัญหารถติดในจังหวัดภูเก็ตของผมให้ด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ฝากไปยังนายกรัฐมนตรีทบทวนนโยบาย Free Visa ด้วยนะครับ ตอนนี้มีแต่นักท่องเที่ยวไร้คุณภาพเต็มเกาะแล้วครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านฤกษ์ อยู่ดี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายฤกษ์ อยู่ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผม มาขอหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ขอความอนุเคราะห์สร้างสะพานข้ามคลอง ด้วยถนนทางหลวงชนบท หมายเลข ทล.๓๑๘๗ ผ่านอำเภอท่ายาง เลียบคลองชลประทานสายใหญ่ ๓ ผ่านพื้นที่ หมู่ที่ ๑ ตำบลท่ายาง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี บริเวณสวนสุขภาพเทศบาลตำบลท่ายาง พิกัด -X๔๗P๕๙๗๑๓๓ พิกัด Y๙๑๔๓๔๐๘๐ มีสะพานข้ามคลองชลประทานสายใหญ่ ๓ จำนวน ๑ สะพาน การจราจรในจุดดังกล่าวมักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง การจราจรติดขัด โดยเฉพาะ ในวันที่มีตลาดนัด ด้วยเส้นทางดังกล่าวเป็นจุดที่มีพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก อีกทั้งเส้นทางเป็นจุด ๖ แยก ขาดสัญญาณไฟกระพริบ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ผมจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการสำรวจจัดทำ แผนแก้ไขดำเนินการก่อสร้างสะพานเพิ่มอีก ๑ ช่องทาง เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนวิ่งข้ามสะพาน เป็นทางเดียว และช่วยติดตั้งสัญญาณไฟกระพริบเพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุในบริเวณดังกล่าว🔗
เรื่องที่ ๒ ด้วยเทศบาลตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ได้รับแจ้งจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ ๖ บ้านเขาลูกช้างว่าถนนทางหลวงแผ่นดินสาย เขื่อนเพชร-ห้วยโสก (๓๔๑๐) มีการจราจรติดขัด เนื่องจากมีรถทุกชนิดจอดในบริเวณถนน ทั้ง ๒ ฝั่ง เมื่อมีรถบรรทุกขนาดใหญ่สัญจรทำให้ถนนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ทางเทศบาล ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วพบว่าถนนดังกล่าวบริเวณจุดเริ่มต้น กม. ๑๔+๔๕๐ ถึงจุดสิ้นสุด กม. ๑๕+๒๖๐ มีการจราจรติดขัด หากมีผิวจราจรที่กว้างขึ้นจะทำให้รถทุกชนิดสัญจรไปมา ได้สะดวกและปลอดภัย ผมจึงขอความอนุเคราะห์ผ่านท่านประธานไปยังกรมทางหลวงแผ่นดิน ช่วยพิจารณาดำเนินการขยายไหล่ทางบริเวณดังกล่าวเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน🔗
เรื่องที่ ๓ ขอติดตามเรื่องการติดตั้งไฟสัญญาณจราจรถนนเพชรเกษม ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี บริเวณแยกชุมชนบ้านหนองแจง ผมขอความ อนุเคราะห์ให้แขวงการทางหลวงเพชรบุรีช่วยเร่งรัดดำเนินการติดตั้งสัญญาณไฟจราจร เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านมานพ คีรีภูวดล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมในนามรองประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคง แห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ผมได้รับเรื่องร้องเรียน กรณีน้ำกก น้ำสาย และน้ำรวก ซึ่งเป็นบ้านของท่าน มีความขุ่นในหน้าแล้ง ถ้าท่านประธาน จำได้น้ำท่วมเชียงรายเมื่อปีที่แล้วมันไม่ได้มาเฉพาะน้ำ มาทั้งโคลน โดยปกติแล้วเชียงราย ก็เกิดน้ำท่วมมาแต่ไม่เคยปรากฏว่ามีเลน มีโคลนมาเยอะขนาดนี้ครับท่านประธาน พี่น้อง ประชาชน สื่อมวลชนส่งข้อมูลให้ผมครับ ให้ผมพูดในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่ามันมี กิจกรรมต้นน้ำ กิจกรรมของมนุษย์ในเขตต้นน้ำ ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก เป็นกิจกรรมเกี่ยวกับการทำเหมืองครับ เหมืองนี้ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นเหมืองทอง เหมืองแร่ เหมืองแร่พลวง เหมืองอะไรก็ไม่รู้นะครับ เป็นกิจกรรมที่ทำในริมน้ำเลยทั้ง ๓ สาย ๒ ปีที่แล้ว ผมไปครับท่านประธาน ผมไปที่น้ำสาย หน้าแล้งในเดือนมีนาคม และ ณ วันนี้เดือนมีนาคม ที่น้ำกกน้ำก็ยังขุ่นมัว เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่รีบแก้ปัญหาประสานงาน ผมไม่แน่ใจว่า ในฤดูกาลฝน ฤดูกาลที่จะถึงนี้ว่าสภาพของพี่น้องเชียงรายจะเจออีกไหม เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ผมอยากจะฝากท่านประธานอย่างนี้ว่ากิจการที่เกิดขึ้นครั้งนี้มันอยู่นอกราชอาณาจักร ประเทศไทย เพราะฉะนั้นภารกิจใหญ่ที่สุดก็คือกระทรวงการต่างประเทศครับท่านประธาน กระทรวงการต่างประเทศก็น่าจะทราบข้อมูลอยู่ จะต้องรีบประสานงาน จะต้องรีบ ดำเนินการ และตรงนี้ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นอำนาจของรัฐบาลเนปิดอว์ของเมียนมาหรือเปล่า หรืออยู่ในเขตอิทธิพลของว้าแดง ท่านประธานครับ เรื่องนี้เรื่องสำคัญ ล่าสุดผมก็เห็น หน่วยงานราชการลงไปตรวจสอบว่าในน้ำมีสารเคมี มีอะไรที่มันเป็นพิษกับพี่น้องประชาชน หรือไหม ล่าสุดผมก็เห็นทางกองทัพบกลงไปตรวจสอบ เพราะฉะนั้นคือสิ่งที่จะต้องทำงาน ประสานงานนอกราชอาณาจักรประเทศไทย คือกระทรวงการต่างประเทศ ผมอยากจะฝาก ท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ ต้องรีบประสานงานครับ ไม่อย่างนั้นผมคิดว่าความขัดแย้งระหว่างประเทศจากจุดอย่างนี้ มันจะบานปลายครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชูกัน กุลวงษา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ผม ชูกัน กุลวงษา นครพนม เขต ๔ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ขอปรึกษาท่านประธานเกี่ยวกับ ความเดือดร้อนของราษฎรอำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม ซึ่งอำเภอปลาปากนั้นได้ตั้ง อำเภอมา ๔๐ กว่าปีแล้ว แต่การไปติดต่อทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่ดินห่างจากจังหวัด ๔๐ กว่า กิโลเมตร จนขณะนี้ก็ยังไม่มีสำนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม สาขาปลาปากเลย มีแต่อาคาร แต่ไม่มีพนักงาน ฉะนั้นจึงขอฝากท่านประธานไปยังกรมที่ดินให้เร่งรัดเจ้าหน้าที่ พนักงาน ที่ดินไปอยู่สำนักงานที่ดินปลาปากด้วย เพราะว่าความเดือดร้อนของราษฎร ๘ อำเภอ ๕๐,๐๐๐ กว่าคน ในการไปติดต่อราชการทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่ดินนั้นมันลำบากมากครับ พี่น้องประชาชนต้องไปแต่เช้า ระยะทางมันห่างไกลจากอำเภอปลาปากไปนครพนมก็น่า เห็นใจ ฉะนั้นฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลและกรมที่ดินได้เร่งรัดให้ดำเนินการจัดหา เจ้าพนักงานที่ดินไปอยู่ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม สาขาปลาปากด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือสำนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม สาขาอำเภอนาแก อำเภอ นาแกเป็นอำเภอใหญ่ ๑๔๔ หมู่บ้าน ประชากรเกือบ ๘๐,๐๐๐ คน การใช้บริการสำนักงาน ที่ดินนั้นบางคนนั้นมารอบัตรคิวตั้งแต่ตีสาม เมื่อ ๒ ๓ ปีก่อน ฉะนั้นพนักงานหรือว่า เจ้าหน้าที่ในสำนักงานที่ดินนั้นไม่เพียงพอในการให้บริการกับพี่น้องประชาชน จึงขอ ท่านประธานผ่านไปยังกรมที่ดินเหมือนเดิมว่าให้จัดส่งพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ดินประจำจังหวัด สาขานาแก เพิ่มให้อีกครับ ถึงจะเพียงพอต่อการให้บริการกับพี่น้องประชาชน ในฐานะที่ พี่น้องใช้ธุรกรรมเกี่ยวกับที่ดินนั้นมากมาย อันนี้ก็ต้องขอฝากกรรมาธิการอีกเรื่องครับ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิลดา อินฉัตร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิลดา อินฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๗ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องจะหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะคะ🔗
เรื่องแรก ดิฉันได้รับการแจ้งเรื่องจากนายทองขัน แก้วภักดี รองนายกเทศมนตรี ตำบลวังหิน อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ ว่าชาวบ้านหนองตาพรม หมู่ที่ ๒ บ้านหนองคู หมู่ที่ ๓ บ้านหนองไผ่ หมู่ที่ ๔ บ้านสร้างพุ่ม หมู่ที่ ๙ บ้านหนองเหล็ก หมู่ที่ ๑๐ รวมเป็น จำนวน ๔๔๗ ครัวเรือน ประชากรทั้งสิ้น ๑,๔๗๘ คน ส่วนใหญ่ก็ทำนา ทำการเกษตร มีที่ดิน ครอบครองมาตั้งแต่บรรพบุรุษก็ ๕๐ ๖๐ ปี แต่ก็ไม่ได้รับเอกสารสิทธิแต่อย่างใด ทั้งหมด ก็ประมาณ ๒๐๐ ไร่ ทำให้มีความวิตกกังวลในความไม่ชัดเจนในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมาก🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันก็ได้รับแจ้งเรื่องจากนายวิจิตร ใสกระจ่าง นายก อบต. ดวนใหญ่ ว่ามีที่ดินตกหล่นของนายพองศรี รามศักดิ์ ซึ่งใช้ทำกินมากกว่า ๕๐ ๖๐ ปีแล้ว ไม่ได้รับ เอกสารสิทธิใด ๆ และไม่มีเอกสารสิทธิใด ๆ ในที่ดินทำกินเลยนะคะ โดยที่ดินข้างเคียง ทั้งหมดได้รับเอกสารสิทธิไปกันหมดแล้ว เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวและทำให้ชาวบ้าน มีความมั่นคงในชีวิต เป็นการยกระดับความเป็นอยู่ของชาวบ้านให้ดีขึ้น รวมทั้งเป็นแรงจูงใจ ที่จะปรับปรุงพัฒนาที่ดินของตนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดิฉันจึงขอนำเรียนผ่าน ท่านประธานสภาไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อขออนุมัติให้ออกเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน ให้กับชาวบ้าน เพื่อให้ชาวบ้านได้มีขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพต่อไป ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฐิติมา ฉายแสง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันมีเรื่องร้องเรียน หารือกับท่านประธานนะคะ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากทาง Page ของคุณอำพล โตเจริญ ถึงความเดือดร้อนแล้วก็ไม่ปลอดภัยในตัวเขากับประชาชนคนอื่น ๆ ในตำบลบางแก้ว และ ตำบลบางขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่เขาจะต้องเจอปัญหาอย่างนี้ทุก ๆ วันนี้ มี ๒ เรื่องด้วยกันค่ะ🔗
เรื่องที่ ๑ คือปัญหาไฟส่องสว่างบนสะพานข้ามทางรถไฟ หมู่ที่ ๕ ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ดับมาสักระยะหนึ่งแล้วนะคะ ในเวลากลางคืนจะมืดมาก เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ จึงขอให้ทางหลวงชนบทฉะเชิงเทรารีบเข้ามาแก้ไขโดยด่วนค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ของคุณอำพล โตเจริญ คือภาพที่เห็นเป็นภาพศาลาพักคอยอยู่บน ถนนทางหลวง ๓๒๐๐ บางน้ำเปรี้ยว-ฉะเชิงเทรา บริเวณข้างซุ้มประตูวัดเกาะจันทาราม หมู่ที่ ๘ ตำบลบางขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา หลังคาชำรุด ผุพัง สภาพทรุดโทรม ทำให้นกเข้ามาทำรังแล้วก็ทิ้งมูลนกลงมาที่พื้นและบริเวณที่นั่งเป็นจำนวนมาก ในช่วงฤดูฝน หลังคาก็รั่วทำให้ไม่สามารถนั่งพักคอยได้ ขอให้แขวงการทางฉะเชิงเทราเข้ามาดำเนินการ แก้ไขให้พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ🔗
เรื่องสุดท้ายค่ะท่านประธาน ถนนสาย ๓๐๑๔ หรือ รพช. จากช่วงถนน ตัดทางรถไฟสถานีคลองเปรง หมู่ที่ ๗ ตำบลคลองเปรง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ไปจนถึงศูนย์กระจายสินค้า Big C หมู่ที่ ๑ ตำบลคลองเปรง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร ไม่มีไฟส่องสว่างในเวลากลางคืนทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ บ่อยครั้ง ถนนเส้นนี้เป็นถนนที่สำคัญมากที่ชาวบ้าน นักเรียนหลายโรงเรียนเลยนะคะ แล้วก็ พี่น้องผู้ใช้แรงงานจากหลายโรงงานใช้ถนนเส้นนี้ร่วมกัน ประชาชนจากตำบลหนามแดง ตำบลคลองเปรง ตำบลคลองอุดม ตำบลคลองหลวงแพ่ง และจากที่อื่น เช่น สมุทรปราการ กรุงเทพมหานครก็มาใช้เป็นประจำ เพราะว่าเป็นถนนที่เชื่อมต่อกับถนนทางหลวงชนบท ฉช. ๓๐๐๑ เทพราช-ลาดลาดกระบัง ดิฉันให้ทีมงานลงพื้นที่ดูเพื่อถ่ายรูปก็เจอว่าพบอุบัติเหตุ ทันที ชนท้ายกันทันทีนะคะ ขอให้ อบจ. ฉะเชิงเทรา รีบเร่งเข้ามาติดตั้งไฟส่องสว่างเพื่อ ความปลอดภัย ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านบัญชา เดชเจริญศิริกุล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม บัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม คนนครสวรรค์ ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องนำเรียนหารือท่านประธาน ไปถึงกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ แล้วก็กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่องราคา สินค้าเกษตรที่มันดิ่ง ต้องบอกว่าดิ่งลงเหว ณ ปัจจุบันนี้ เช่นราคาข้าวเปลือกตอนนี้ ข้าว ๕ เปอร์เซ็นต์ กระสอบละ ๑๐๐ กิโลกรัม ๑,๒๖๐ บาท จากเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๖๗ ๒,๐๐๐ กว่าบาท ลงอย่างเดียว มาตรการอะไรก็เอาไม่อยู่นะครับ แล้วอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องมันสำปะหลัง ตอนนี้มันสำปะหลังเหลือตันหนึ่ง ๑,๒๐๐-๑,๓๐๐ บาทนะครับ ท่านประธาน จากราคาเมื่อปีที่แล้ว ๒,๕๐๐-๒,๘๐๐ บาท วันนี้ก็ยังลงไม่หยุดอีกเช่นกัน ข้าวโพดก็เช่นกัน ข้าวโพดก็กำลังจะไหลลงเรื่อย ๆ เหมือนกัน วันนี้ผมอยากเรียนผ่าน ท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ให้ท่านทบทวนนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าเหตุ ของราคาที่มันตกต่ำอยู่เรื่อย ๆ ไม่หยุดเนื่องจากผลผลิตในประเทศของเราล้น และอีกทางหนึ่ง ที่น่าจะทำได้ก็คือว่าให้ทบทวนการชะลอการนำเข้า ถ้าหยุดไม่ได้ก็ให้ชะลอนิดหนึ่งครับ การนำเข้าไม่ว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดบด ข้าวสาลี รำสกัด ที่ไหลเข้ามาในประเทศไทย ทุกช่องทาง แม้แต่ด่านทั่ว ๆ ไปในรอบประเทศไทยก็ไหลเข้ามา ไม่ว่าข้าวโพด มันสำปะหลัง แม้แต่กระทั่งหอม กระเทียม ตอนนี้ถ้าภาครัฐไม่เอาจริงเอาจังกับในด่านเหล่านี้ เราจะมี ปัญหาอย่างนี้กันอยู่ตลอดทุกรัฐบาลแก้ไม่ไหวเลยนะครับ ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาทก็ช่วยลำบาก เหลือเกิน เพราะไร่ละ ๑,๐๐๐ บาทจริง ๆ แล้ว ๗๐ เปอร์เซ็นต์อาจจะได้คนที่ทำนาจริง ๆ แต่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ คนที่เช่านาเขาไม่ได้มีเอกสารสิทธิในการที่จะไปขึ้นทะเบียน ก็ไปตกลง กับผู้ทำก็ยังคุยกันไม่รู้เรื่องก็มี บางคนผู้ที่รับประโยชน์จริง ๆ กลายเป็นเจ้าของนาเสียอย่างนั้น อ้ายที่ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ในเมื่อถ้ารัฐบาลยังไม่มีมาตรการอะไรมารองรับ ผมว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศแล้วก็ยังมีปัญหาอย่างนี้ตลอดไปนะครับ ฝากกราบเรียน ท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้โดยเรื่องเร่งด่วนครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสมศักดิ์ บุญประชม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ บุญประชม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๐ จังหวัดอุบลราชธานี พรรคไทยรวมพลัง มีเรื่องหารือท่านประธาน ๑ เรื่องครับ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
เรื่องถนนสาย ๒๒๑๔ ช่วง กม.ที่ ๔๔-๔๖ ซึ่งเป็นถนนที่ต่ำครับท่านประธาน เวลาหลาย ๆ ปีมาแล้วปัญหาที่เกิดมาแบบนี้ครับ เวลาฝนตกหนัก ๆ น้ำจะท่วมถนนไหลเข้าบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน แถมยังเป็นน้ำ ดินแดงไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าของพี่น้องประชาชนเสียหาย เพราะว่าถนนเส้นนี้เป็นถนน ๒ ช่องจราจร เชื่อมระหว่างอำเภอน้ำยืน อำเภอน้ำขุ่นไปยัง ถนนสาย ๒๔ ผมอยากฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือกระทรวงคมนาคม ช่วยจัดสรรงบประมาณไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนทำถนนสายนี้ กม. ที่ ๔๔-๔๖ ให้กับพี่น้องประชาชนด้วย กระผม นายสมศักดิ์ บุญประชม ขอเป็นตัวแทนพี่น้องชาวอำเภอ น้ำยืนและพี่น้องอำเภอใกล้เคียงทุกท่านขอขอบคุณ นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมที่ท่านได้ให้เกียรติไปเป็นประธานเปิดงานประเพณี บวงสรวงสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สืบสานวัฒนธรรม ๔ ชนเผ่าของอำเภอน้ำยืน ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘ ปีที่ ๕๑ ในวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา หัวหน้าส่วนราชการ พี่น้องประชาชนทุกท่านที่ไปร่วมงานขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรำพูล ตันติวณิชชานนท์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๙ พรรคไทยสร้างไทย วันนี้เป็นวัน อสม. แห่งชาติ ตรงกับวันที่ ๒๐ มีนาคมของทุกปี ดิฉัน และเพื่อนสมาชิก สส. ทุกท่าน ขอเชิดชูเกียรติ ขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้อง อสม. ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นผู้เสียสละเพื่อสังคมนะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันได้นำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง มาหารือท่านประธานหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องถนนของกรมทางหลวงชนบท หมายเลข อบ.๔๐๒๙ ก็ได้รับการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างปรับปรุงถนนหลายช่วง และติดตั้งไฟฟ้า แสงสว่างหลายจุด พี่น้องชาวอำเภอนาจะหลวย ฝากขอบคุณท่านอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายณรงค์ จรรยากรณ์ นายก อบต. พรหมสวัสดิ์ อำเภอนาจะหลวย นายสุดสาคร ประเสริฐสังข์ รองนายก อบต. นางปุณิกา ไชยราษฎร์ รองนายก อบต. นายยงค์ โคตรบัณฑิต กำนันตำบลพรสวรรค์ นายสกล โฉมเฉลา ผู้ช่วยฝ่ายปกครอง นายเรือง จันทร์โส สมาชิกสภา อบต.บ้านม่วง และชาวบ้านม่วง และชาวอำเภอนาจะหลวย ได้รับความเดือดร้อนจากถนนของกรมทางหลวงชนบท หมายเลข อบ.๔๐๓๖ ช่วงบ้านม่วง หมู่ที่ ๒ ตำบลพรสวรรค์ถึงบ้านโนนแดง ตำบลบ้านตูม อำเภอนาจะหลวย ผิวจราจรแคบมากค่ะท่านประธาน รถวิ่งสวนไปมาลำบากต้องวิ่งลงขอบทาง ถนนเสื่อมสภาพ ผิวจราจรเป็นหลุมเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินหลายรายถนนนี้เชื่อม ๓ อำเภอ จากอำเภอนาจะหลวยไปอำเภอเดชอุดม ไปอำเภอน้ำยืน มีรถยนต์สัญจรไปมา จำนวนมาก รถบรรทุกหนักพ่วงสิบแปดล้อบรรทุกหินจากโรงโม่ มีรถบรรทุกสินค้าการเกษตร วิ่งทุกวันไม่ขาดสายค่ะ ชาวบ้านต้องการให้กรมทางหลวงชนบทก่อสร้างและขยายผิวจราจร ลาดยางจากกว้าง ๕ เมตร เป็นกว้าง ๖ เมตร และมีไหล่ทางข้างละ ๑ เมตร และติดตั้งไฟฟ้า แสงสว่างด้วยค่ะ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่พี่น้อง ชาวอำเภอชายแดน ดิฉันขอฝากเรื่องหารือนี้กับท่านประธานสภาถึงท่านอธิบดีกรมทางหลวง ชนบทขอเอ่ยนาม นายมนตรี เดชาสกุลสม ฯพณฯ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ขอขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิรัช พิมพะนิตย์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัช พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย เขต ๑ ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้ก็คงต้องกล่าวว่าเป็นวัน อสม. แห่งชาติ ผมได้รับเชิญไปร่วมงานที่ โรงเรียนหามแหโพนทองวิทยาคม อสม. ในเขตอำเภอเมือง ๒,๘๐๐ กว่าคนรวมกันที่นั่น ก็ต้องบอกกับพี่น้องว่าวันนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนก็คงส่งใจช่วยพวกท่านให้ทำงาน มีสง่าสมเกียรติภูมิ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องหนึ่งที่คาใจของกระผมและคนจังหวัด กาฬสินธุ์คือเราได้รับงบจากกรมโยธาธิการและผังเมืองมาทั้งหมด ๕๔๐ กว่าล้านบาท ในการทำ ๘ โครงการเพื่อป้องกันตลิ่งแล้วก็ระบายน้ำท่วม โดยเฉพาะในเทศบาลเมืองที่ Chart จนระบุว่าเป็นถนนอัปยศ ๗ ชั่วโคตร จากปี ๒๕๖๒ จนถึงปัจจุบันซึ่งเลิกสัญญา เมื่อกุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ปรากฏว่าถนนไม่แล้วเสร็จสักโครงการ เพราะฉะนั้นวันนี้เราอยากให้ มีการแก้ปัญหา ประธาน ป.ป.ช. ท่านฉลาด ขามช่วง หนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ประโคมข่าว ถูกผู้รับเหมาหรือใครก็ไม่ทราบครับร้องเรียนแล้วฟ้องดำเนินคดีหมด ผมไม่อยากให้ทำอย่างนี้ ผมอยากให้มาปรึกษาหารือกันมารวมกันหาวิธีแก้ปัญหา พี่น้องชาวกาฬสินธุ์โดยเฉพาะ เทศบาลเมืองคิดดูครับ จากปี ๒๕๖๒ จนปี ๒๕๖๘ ความทรมาน ขอสไลด์สุดท้ายนิดหนึ่ง ครับท่านประธาน อุบัติเหตุวันนี้ยังมีเกิดขึ้นอยู่เพราะมันเป็นหลุมเป็นบ่อบนถนนระยะทาง ทั่วเทศบาล การระบายน้ำท่วมกลับกลายเป็นว่าทำให้น้ำท่วมแล้วทำให้อุบัติเหตุมีผู้บาดเจ็บ แทบจะทุกวัน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมกราบเรียนผ่านท่านประธานหาวิธีแก้ไขให้ด้วยครับ อย่าปิดฟ้า ปิดฟ้าด้วยตัวเองครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมปิดฟ้าด้วยฝ่ามือมันทำไม่ได้ครับ ผมอยากให้มาร่วมกันแล้วทำ สส. ไม่ใช่หมาครับที่จะเห่าอย่างเดียว เห่ามา ๗-๘ ปีแล้วมัน ไม่เสร็จครับ กราบขอบคุณท่านประธานพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ด้วยความเคารพครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปรัชญาวรรณ ไชยสืบ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ปรัชญาวรรณ ไชยสืบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๒ พรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องหารือผ่านท่านประธานทั้งหมด ๓ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องแรก ปัญหาการกัดเซาะริมตลิ่งแม่น้ำจันทบุรี บริเวณสะพานบ้านห้วยยายมุก หมู่ที่ ๑๐ ตำบลคลองพลู เขาคิชฌกูฏ ในฤดูน้ำหลากจะเกิดการกัดเซาะทุกปี ริมตลิ่งได้รับ ความเสียหายอย่างต่อเนื่องจนปีนี้มีการกัดเซาะเข้าใกล้กับบริเวณหอประชุมหมู่บ้าน เกรงว่า ถ้ายังไม่ได้รับการแก้ไขจะเกิดความเสียหายและเกิดอันตรายได้ จึงขอหารือผ่านไปยัง กรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมืองช่วยหาแนวทางแก้ไขดำเนินโครงการแก้ไขปัญหา การกัดเซาะด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาราคาหอยนางรมตกต่ำในพื้นที่ตำบลตะกาดเง้า ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ มีพี่น้องประชาชนประกอบอาชีพเลี้ยงหอยนางรมค่ะ ตอนนี้กำลังประสบกับ ปัญหาที่ต้นทุนสูงขึ้นแต่ราคาหอยนางรมกลับตกต่ำ เนื่องจากมีการนำเข้าหอยเวียดนามค่ะ ก็ขอฝากไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ร่วมกันหารือหามาตรการ ในการส่งเสริมเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงหอยนางรม แล้วก็หาแนวทางแก้ไขปัญหาราคา หอยนางรมตกต่ำด้วยค่ะ🔗
เรื่องสุดท้าย ปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำค่ะ เรื่องนี้ส่งผลกระทบ ต่อระบบนิเวศกว่า ๑๙ จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงจังหวัดจันทบุรีด้วยนะคะ แต่ที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ไม่มีความต่อเนื่อง ไม่มีความจริงจังจนทำให้พี่น้องภาคประชาชน ต้องเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันอังคารเรียกร้องต่อท่านนายกรัฐมนตรีให้เร่ง ดำเนินการแก้ไขตามมาตรการทั้ง ๔ ข้อ ดิฉันในฐานะผู้แทนราษฎรในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตามข้อเรียกร้องของพี่น้องประชาชนทั้ง ๔ ข้อโดยเร็ว ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดปทุมธานีเขต ๗ พรรคประชาชน อำเภอลำลูกกา ธัญบุรี และหนองเสือ ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน ๓ เรื่องวันนี้🔗
เรื่องแรก ก็คือการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานในพื้นที่บึงทองหลาง ของบริษัท บีเคเอส ได้ทำการขออนุญาตมาประมาณ ๓ เดือนแล้วตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม จนถึงป่านนี้จะหมด ๓ เดือนแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบกลับว่าจะมาตรวจโรงงานเมื่อไร มีการผลัดหลายครั้งแล้วก็ไม่มีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน ทำให้ส่งผลกระทบต่อการดำเนิน ธุรกิจของเจ้าของกิจการ แล้วก็ส่งผลต่อความเชื่อมั่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยว่า ไม่มีความชัดเจนในเรื่องการตรวจสอบโรงงาน อันนี้ก็ขอให้ท่านประธานพิจารณาด้วยนะครับ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการกรอบเวลาที่ชัดเจนด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ เมื่อวานเห็นข่าวสะพานภูมิพลตรงนี้มีรั้วกันตามแนวเพื่อป้องกัน คนกระโดดสะพานฆ่าตัวตาย อันนี้ติดตั้งเป็นราวสแตนเลส ๖๙๐ เมตร ใช้งบไม่มากเลย ๓๐ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้ผมเห็นด้วยเพราะว่าป้องกันชีวิตของคนได้ แล้วทางหลวงชนบท ก็บอกว่าอันนี้เป็นการที่เราคำนึงถึงชีวิตของประชาชน แต่ผมก็ขอให้คิดอย่างนี้กับทุกพื้นที่ อย่างพื้นที่ผมนี่รถชนกันตลอดเลยรูปที่ติดกัน รถชนกันตลอด ลำไทร ถนนลำลูกกา คลองสิบสอง ผมปรึกษาหารือท่านประธานไปแล้วอย่างน้อย ๔ ครั้งตั้งแต่ ๑๑ ตุลาคม ปี ๒๕๖๖ ๗ มีนาคม ปี ๒๕๖๗ ๑๗ ตุลาคม ปี ๒๕๖๗ แล้วก็ ๗ มกราคม ปี ๒๕๖๘ ครั้งนี้ เป็นครั้งที่ ๕ แต่ยังไม่มีการติดตั้งทั้ง ๆ ที่งบประมาณก็ได้แล้วเพียง ๓ ล้านบาทเท่านั้น งบประมาณมีอยู่แล้วของทางเทศบาลลำไทรก็อนุมัติงบแล้ว แต่ทางหลวงชนบทยังช้าอยู่ ยังไม่ติดตั้งให้เสียทีเป็นเวลา ๑ ปีแล้ว ผมไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วรถมีการชนกัน ทุกเดือน อันนี้เหตุที่ผมวิ่งลงพื้นที่ไปผมก็ไปเจออุบัติเหตุต่อหน้าต่อตาเลย อันนี้คือมีคน เสียชีวิตบ่อยมาก ถ้าเกิดท่านคำนึงถึงชีวิตประชาชนจริง ๆ ก็ขอให้ท่านได้รีบติดตั้งด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้ายรูปถัดไป ก็จะเป็นเรื่องของน้ำประปาในพื้นที่ หนองสามวัง หมู่ที่ ๑๐ ตรงนี้ยังใช้น้ำบาดาลอยู่แล้วก็มีการกรองหรือเปล่าไม่แน่ใจ ประชาชนร้องเรียนมาว่าเวลาอาบก็คัน แปรงฟันก็ฝาดปาก ต้องซื้อน้ำมาหุงข้าว ต้องซื้อน้ำ มาแปรงฟัน บางครั้งอาบน้ำก็คัน อันนี้ก็อยากให้มีการใช้ระบบน้ำประปาหรือไม่ถ้าเป็น น้ำบาดาลอยู่นี้ก็ควรจะกรองหรือว่าทำความสะอาด ไม่อย่างนั้นก็จะมีสนิมตะกรันติดทำให้ มีปัญหาหลายเรื่องเลยนะครับทั้งสุขภัณฑ์ ทั้งสุขภาพ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านประมวล พงศ์ถาวราเดช ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขต ๓ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องแรก สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๘ ที่สำนักงาน คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ได้จัดให้มีการประชุม โดยมีท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นประธานในที่ประชุม โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับ กระทรวง ระดับกรม เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อหาข้อสรุปในการดำเนินการ ตัดสินใจในระดับนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินที่อยู่อาศัยในเขตนิคมสหกรณ์ทั้ง ๑๓ นิคมสหกรณ์ ๑๕ ป่าทั่วประเทศ โดยที่ประชุมมีมติให้เป็นไปตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๑๓ โดยให้ผู้ถือครองสิทธิ์ได้รายละไม่เกิน ๕๐ ไร่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ถือครองสิทธิ์ ต้องเป็นสมาชิกสหกรณ์นิคมดังกล่าว ซึ่งเรื่องดำเนินการมาหลายครั้งหลายสมัยแล้ว เมื่อรัฐบาลที่แล้วก็มีแนวคิดแนวนโยบายจะออก คทช. แต่เมื่อวันที่ ๑๘ นี้ระดับนโยบายได้ เปลี่ยนแปลงไปใหม่ โดยให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ขออนุญาตใช้ที่จากกรมป่าไม้ เพราะฉะนั้น จึงอยากเร่งรัดในกรมส่งเสริมสหกรณ์รีบยื่นคำขออนุญาตใช้ที่ดินจากกรมป่าไม้โดยเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่นิคมสหกรณ์ทั่วประเทศ จะได้ดำรงชีวิต อย่างสงบสุข ไม่ว่าการตัดต้นยางซึ่งปลูกมาแล้ว ๓๐ ๔๐ ปี หรือเงินชดเชยจากภัยพิบัติ ต่าง ๆ จะได้รับถูกต้องตามกฎหมายต่อไป ผมคิดว่ากรมส่งเสริมสหกรณ์โดยกระทรวงเกษตร และสหกรณ์จะได้รีบดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว🔗
เรื่องที่ ๒ โรงพยาบาลบางสะพานน้อย ซึ่งมีเตียงแค่ ๓๐ เตียง ต้องวางเตียง อีก ๑๙ เตียงบนทางเท้า และบางครั้งต้องวางตามม้านั่ง จึงอยากให้กระทรวงสาธารณสุข จัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารผู้ป่วยในโดยเร่งด่วนด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๖ พรรคประชาชน ผู้แทนจากพี่น้องชาวสามพรานครับ วันนี้ขอปรึกษาหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนชาวสามพรานผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ จากเหตุฆาตกรรมและนำศพไปทิ้งไว้บริเวณทุ่งนาภายในซอย ไร่ขิง ๓๔ ได้ส่งผลให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่รู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เนื่องจาก ช่วงเวลากลางคืนจะมีบุคคลหลายกลุ่มมามั่วสุมกัน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณา มาตรการด้านความปลอดภัยในพื้นที่ด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ กรณีน้ำในคลองวัดเทียนดัดมีสภาพที่เน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็น อีกทั้งยังมีขยะอยู่ในคลองเป็นจำนวนมาก จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาแก้ไข ปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว🔗
เรื่องที่ ๓ กรณีขอให้มีมาตรการแก้ไขปัญหาการจัดเก็บขยะเศษใบไม้ กิ่งไม้ ในพื้นที่อำเภอสามพรานเพื่อไม่ให้เกิดการเผาขยะใบไม้ในที่โล่ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีในการแก้ไข ปัญหาฝุ่น PM2.5 และยังเป็นการลดกลิ่นเหม็นจากการเผาขยะอีกด้วย จึงขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้พิจารณามาตรการการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป🔗
เรื่องที่ ๔ กรณีขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดพื้นที่ทำการค้าและการขาย หรือจำหน่ายสินค้าบนถนนหรือสถาน สาธารณะ รวมถึงการขับขี่รถบนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควรในพื้นที่อำเภอสามพราน เพื่อกำหนดให้ต้องมีทางเดินที่สะดวกและปลอดภัยสำหรับพี่น้องประชาชนชาวสามพราน ทุกคน🔗
เรื่องที่ ๕ กรณีคนเร่ร่อนและผู้ป่วยจิตเวชอาศัยอยู่ในพื้นที่สาธารณะบริเวณ ป้ายจอดรถประจำทางหรือสะพานลอยในพื้นที่อำเภอสามพราน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตราย ต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงขอให้ทางกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้พิจารณามาตรการการดูแลบุคคลดังกล่าว อย่างเหมาะสมต่อไป🔗
เรื่องที่ ๖ กรณีล่ามภาษามือขาดแคลนไม่เพียงพอกับจำนวนผู้พิการทาง การได้ยินหรือสื่อสารความหมาย กระผมจึงขอให้ทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ได้พิจารณาผลักดันให้มีล่ามภาษามือประจำอยู่ ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือ โรงพยาบาลรัฐในจังหวัดนครปฐมอย่างน้อยอำเภอละ ๑ คน เพื่อให้บริการแก่ผู้พิการที่มา ติดต่อราชการด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๔ ท่านประธานครับ วันนี้มาหารือท่านประธานเรื่องเดิม คือปัญหาการตัดอ้อยสด ๑๒๐ บาท ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลนั้นได้สนับสนุนมาตลอด แต่ปี ๒๕๖๕ ปี ๖๕๖๖ แล้วก็ปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ ยังอยู่ในขั้นในการที่จะรอเข้า ครม. พี่น้องชาวไร่อ้อย โดยเฉพาะที่สุโขทัยนั้น มีทำอ้อยมากแล้วเป็นเขตหนึ่งที่ปฏิบัติหน้าที่ของชาวไร่อ้อยที่ไม่เผา ตามนโยบายของรัฐ ลดฝุ่น ลดภาวะโลกร้อนอย่างดีมาตลอด จึงกราบเรียนท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คือกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเสนอ ราคาหรือเงินทุน ๑๒๐ บาทตัดอ้อยสดนั้นเข้าสู่สภาและ ครม. เพื่อจัดสรรให้พี่น้องชาวไร่อ้อย ที่รอคอยอยู่ในปี ๒๕๖๕ ปี ๖๕๖๖ แล้วก็ปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ ด้วยครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง การขอตั้งโรงพักใหม่ที่แม่สิน ซึ่งเป็นตำบลของอำเภอศรีสัชนาลัย ตำบลเดียวมี ๒๕ หมู่บ้าน มีตำรวจแค่ ๓ คน อาสาสมัคร ๑ คน ผมได้กราบเรียนถึงท่าน พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ สมัยท่านเป็นรองผู้บังคับการตำรวจแห่งชาติ วันนี้ท่านเป็น ผู้บัญชาการตำรวจแล้ว ท่านอาจจะมีงานเยอะแล้วลืม ขอให้ท่านตั้งโรงพักระดับตำบล หรือ ศอ.บต. ของตำบลแม่สินไว้สัก ๑ โรงพัก เพื่อดูแลเป็นชายแดนของจังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นด่านของการขนย้ายยาเสพติดอย่างมาก🔗
อีกเรื่องหนึ่ง โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูห้วยไม้แดง โครงการแก้มลิง แม่สิน หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๑๒ หมู่ที่ ๑๔ และหมู่ที่ ๒๔ ของตำบลแม่สินนั้น กรมน้ำภาค ๙ ได้อนุมัติงบประมาณแล้วรอพื้นที่จากคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดสุโขทัย แล้วก็ ส.ป.ก. สุโขทัยอนุญาตให้เข้าพื้นที่ในการก่อสร้าง จึงขออนุญาตท่านประธานไปถึง คณะอนุกรรมการดังกล่าว และ ส.ป.ก. ได้เร่งในการที่จะอนุญาตพื้นที่ให้กับหน่วยงาน กรมน้ำภาค ๙ เข้าดำเนินการก่อสร้างแหล่งน้ำทั้ง ๒ แหล่ง แล้วก็ที่ลานหอย อำเภอลานหอย ซึ่งแล้งจนแย้ออกมาหายใจนั้นคือห้วยป่าปูแล้วก็แก้มลิงแม่รำพันที่วังชิ้น แล้วก็ที่ลานหอยนั้น ติดป่าอยู่ ขอให้ท่านอธิบดีกรมป่าไม้ช่วยอนุญาตพื้นที่เพื่อเข้าดำเนินโครงการแก้มลิงทั้ง ๒ ที่ ที่วังชิ้นและลานหอยด้วย คือห้วยป่าปูกับที่แม่รำพันด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปวิตรา จิตตกิจ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน ลูกเกด ปวิตรา จิตตกิจ ผู้แทนราษฎรเขตบางกอกใหญ่ ชลบุรี ภาษีเจริญแขวงศิริราช แขวงบางเชือกหนัง กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ขอหารือท่านประธาน🔗
เรื่องแรก ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว หลากหลายประกอบอาชีพค้าขายหรือว่าเป็นเจ้าของกิจการ โดยใช้ชื่อ Nominee เป็น คนไทย โดยประกอบอาชีพค้าขายในพื้นที่นะคะ เช่น ตลาดวัดกลาง เขตธนบุรี ตลาดวังหลัง เขตบางกอกน้อย หรือตามตลาดนัดอื่น ๆ ซึ่งตอนนี้พ่อค้าแม่ค้าคนไทยก็ร้องเรียนกันมาเยอะ เลยว่าถูกแย่งอาชีพและหน่วยงานก็ไม่ได้ลงไปกวดขันอย่างต่อเนื่องค่ะ แถมเวลาลงไป ตรวจสอบทีไรต่างด้าวก็รู้ตัวทุกที หนีกันทันทุกทีเลย🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหารถจอดใต้สถานีรถไฟฟ้า บางหว้า ตอนนี้รถติดเป็นจำนวนมากนะคะ ทั้งแท็กซี่ รถยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งเพื่อนสมาชิกของ ดิฉันนะคะ สส. ภาษีเจริญ ร่วมกันค่ะก็ได้อภิปรายไปหลายครั้งแล้วค่ะ แต่ว่าสถานการณ์ ยังแย่กว่าเดิม จึงอยากฝากท่านประธานช่วยประสานเร่งแก้ปัญหาให้ค่ะ🔗
ประเด็นที่ ๓ ได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านริมทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณ ทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาเขตธนบุรี พบว่าช่วงกลางคืนจะมีนักท่องเที่ยว นักเรียนชายหญิง ไปปัสสาวะขับถ่ายริมแม่น้ำหน้าบ้านประชาชนค่ะ เนื่องจากไม่มีห้องน้ำสาธารณะให้บริการ ยิ่งกลางคืนก็ยิ่งลำบาก จึงอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งแก้ปัญหาค่ะ🔗
ประเด็นสุดท้าย ฝากถึงกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวง การอุดมศึกษา และกรุงเทพมหานคร ให้ช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องยุงลายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เนื่องจากประชาชนทักเข้ามานะคะ อยากให้ สส. ไปช่วยฉีดพ่นยุงตามบ้าน มันก็แก้ปัญหา ได้แค่ปลายเหตุเท่านั้นนะคะ ทางสำนักงานเขตเขาก็ดำเนินการให้แล้วก็ฝากแจ้งมาว่าฉีดยุง วันนี้ วันพรุ่งนี้ก็มาอีกค่ะ จึงอยากฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ว่า จะแก้ปัญหายุงลายกันอย่างไร เราจะมีนวัตกรรมอะไรใหม่ ๆ ไปแก้ปัญหาไล่ยุงนี้ได้บ้างค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านภัสริน รามวงศ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ภัสริน รามวงศ์ ปากเสียงคนบางซื่อ ดุสิต พรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องเดือดร้อนหารือ ๓ เรื่อง ดังนี้ค่ะ🔗
เรื่องที่ ๑ ดิฉันขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแล้วก็ชี้แจงเกี่ยวกับ มาตรการการให้บริการแล้วก็จรรยาบรรณทางการแพทย์ของคลินิกหน่วยบริการปฐมภูมิ ตามสิทธิของ สปสช. ที่มีการจำกัดโควตาในแต่ละวันเช่นคลินิกในย่านวงศ์สว่าง มีการติดป้าย จำกัดเคสแค่ ๓๕ เคสต่อวัน แล้วก็ใบส่งตัวแค่วันอังคารกับวันพฤหัสบดีเท่านั้นค่ะ ทำให้ ผู้ป่วยแล้วก็ญาติต้องมานั่งรอตบยุงกันตั้งแต่ ๕ ทุ่มยันตีสองที่หน้าคลินิก อดหลับอดนอน โดนยุงกัดค่ะ ผู้ป่วยที่เป็นหนักโรคตับแข็งระยะสุดท้ายก็ยังต้องมารอ ขอปรึกษาท่านประธาน เราต้องแก้ไขปรับปรุงระบบนี้อย่างเร่งด่วนนะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ เจ้าหน้าที่ดูแลทำความสะอาดในรัฐสภาค่ะ ดิฉันก็ได้รับคลิปมาจาก ท่าน สส. ศุภปกรณ์ด้วย เรื่องเจ้าหน้าที่แม่บ้านต้องหาถังขยะมารองน้ำในวันที่ฝนพายุมา แล้วก็รวมไปถึงอุปกรณ์ในการทำงานต่าง ๆ ไม้ที่ใช้ไล่น้ำขนาดเล็ก ยางไม่เกาะพื้น ดิฉันก็ขอ ฝากท่านประธานแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ🔗
เรื่องสุดท้ายค่ะ ดิฉันฝากไปยังนายกรัฐมนตรีแพทองธาร คุณแม่ลูก ๒ ค่ะ ดิฉันขอติดตามนโยบายเงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้าเดือนละ ๖๐๐ บาท วันที่ ๑๘ มีนาคม ที่ผ่านมา ไม่มีการพิจารณาเรื่องนี้ มติ ครม. ก่อนหน้านี้ก็รับทราบ ไม่ใช่เห็นชอบค่ะ ขอปรึกษาผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล เด็กเล็กคืออนาคตของประเทศ อย่าทอดทิ้งพวกเขา ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านจเด็ศ จันทรา เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม จเด็ศ จันทรา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ปัญหาสำคัญที่กำลังส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในจังหวัดพิษณุโลก ปัญหาขยะล้นเมือง และการเผาขยะที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ปัญหาขยะยังคงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข แม้ว่าจะเคยมีการหารือไปแล้ว แต่ปัจจุบันขยะยังคงถูกนำไปกำจัดในจังหวัดอื่น ซึ่งไม่ใช่ แนวทางที่ยั่งยืน นอกจากนี้ยังพบการเผาขยะในบางพื้นที่ส่งผลให้เกิดมลพิษกลิ่นเหม็นและ ควันพิษที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ผมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ๑. ผลักดัน งบประมาณเพื่อสร้างโรงงานแปรรูปขยะ ลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด ๒. หาแนวทาง อื่นเพิ่มเติมนอกเหนือจากมาตรการควบคุมการเผาขยะ เสียงสะท้อนจากชาวบ้านรถขยะ ไม่มาเก็บแต่ก็เผาไม่ได้ ให้เขาจัดการอย่างไรกับขยะ ๓. ผลักดันงบประมาณให้ อปท. แต่ละที่สร้างแรงจูงใจในการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่แก่ประชาชน และประชาสัมพันธ์เรื่องการคัดแยกขยะก่อนทิ้งให้รับรู้และต้องปฏิบัติตาม🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาน้ำประปาและความล่าช้าในการแก้ไข น้ำประปาในจังหวัด พิษณุโลกยังคงเป็นปัญหาเรื้อรัง น้ำไม่ไหล ขุ่นไม่สะอาด ประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบ จากระบบประปาที่เก่า ท่อที่เก่า รองรับประชากรที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ และการซ่อมแซมล่าช้า เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านงบประมาณที่ใช้จำนวนมาก ปัญหาคืองบประมาณแต่ละปีไม่เพียงพอ ทำให้ต้องใช้เวลาหลายปีในการปรับปรุงระบบประปา บางพื้นที่ท่อใยหินหมดอายุการใช้งาน แตกหัก ส่งผลให้คุณภาพน้ำไม่ได้มาตรฐาน ผมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันงบประมาณ เพิ่มเติมจากส่วนกลาง เพื่อเร่งรัดการซ่อมแซมระบบประปาและเปลี่ยนท่อใยหินเก่าเป็นท่อ PE จัดสรรงบประมาณแบบต่อเนื่องเพื่อให้สามารถปรับปรุงระบบประปาได้อย่างครอบคลุม และไม่ต้องรอหลายปี เร่งรัดโครงการที่มีอยู่ให้ดำเนินการรวดเร็วขึ้น ปัญหาสาธารณูปโภค เป็นเรื่องที่ประชาชนทุกคนควรได้รับโดยไม่ต้องร้องขอ เราไม่ควรปล่อยให้ประชาชนต้องรอ การแก้ปัญหาเรื่องน้ำประปาไปอีกหลายปี ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการโดยเร่งด่วน และหวังว่าความร่วมมือจากทุกฝ่ายจะช่วยให้ปัญหาเหล่านี้ได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครู นักเรียน โรงเรียนบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น นำโดยท่านองอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับครับ ต่อไปท่านคำพอง เทพาคำ เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน มีเรื่องหารือ ท่านประธานครับ พี่น้องชาวขุมคำ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ปลูกกล้วย ส่งต่างประเทศครับท่านประธาน อย่างที่ท่านรัฐมนตรีปิ๊ง Idea ที่จะปลูกกล้วยแก้ปัญหา ราคาข้าวนั่นละครับ คุณอรทัย โพธิ์มา เกษตรกรบอกว่าอุ๊ยดีครับท่านผู้แทน ดีมากเลย แต่ว่า ปัญหาสำคัญก็คือน้ำไม่เพียงพอที่จะดูแลต้นกล้วยให้ออกดอกออกผลที่มีคุณภาพ ลูกใหญ่ ลูกโตคัดได้มาตรฐานของต่างประเทศ ก็คืองานกล้วย ๆ นี้ผมคิดว่าน่าที่จะสนับสนุนชาวบ้าน อย่างเต็มที่ ที่จริง ธ.ก.ส. ก็เข้าไปดูแลนะครับท่านประธาน เจ้าหน้าที่นักวิชาการเกษตร ก็เข้าไปดูแล แต่ปัญหาสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องที่ดิน การปลูกกล้วยมันต้องบำรุงดิน ดูแล เป็นอย่างดีทั้งน้ำทั้งดินต้องลงทุน ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ เงินทุนก็น้อย กู้ได้น้อยเอามาหมุน มาเวียนก็ไม่เพียงพอนะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ที่ยโสธรการออกเอกสารสิทธิโฉนดที่ดินที่ ตำบลนาเวียง อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร ชะงักงันเสียแล้วครับ วันก่อนผมพบกับ ท่านนายกเทศมนตรีนาเวียง คุณอนันต์ ทองเฟื่อง ท่านก็บอกว่าติดขัดอยู่ที่ กฎกระทรวง ที่ ๔๓ ข้อ ๑๐ (๓) ที่กรรมการร่วมไม่ยอมพิจารณาเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดเสียทีหนึ่ง🔗
ขอท่านประธานอีกสักเรื่องหนึ่งครับ ถนนแจ้งสนิทช่วงในชุมชนบ้าน ดงแคนใหญ่ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ถนนก็กว้างดีครับก่อสร้างกันเสร็จแล้ว แต่ปัญหาตามมาก็คืออันตรายที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนน รถก็วิ่งเร็วมัน ๑๐ ช่องจราจร พี่น้องบอกว่าจะสร้างสะพานลอยให้ลูกให้หลานเราปีน นักเรียนปีนข้ามสะพานลอย ไปโรงเรียนดีไหม รีบดำเนินการเสียครับ รถชะลอสักหน่อยก็ดี บ้านดงแคนใหญ่ ปิ้งไก่แซ่บ ก็รถเล็กรถใหญ่ก็ชะลอให้เด็กข้ามถนนด้วยนะครับ มีมาตรการอะไรก็ช่วยดำเนินการโดยเร็ว ก่อนที่จะเกิดโศกนาฏกรรม ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณต่อไปท่านพันธ์ศักดิ์ บุญแทน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพันธ์ศักดิ์ บุญแทน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต ๔ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้จะหารือท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถนนสาย ๔๐๑ อำเภอพุนพินเข้าตัวเมืองสุราษฎร์ธานี เส้นนี้รถสัญจรไปมามากมายทำให้เกิด อุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะทางเข้าซอยเจริญลาภ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้ง สัญญาณไฟจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุตรงนี้ด้วย ถนนสาย ๔๑๓๓ กม. ๑๙ ถึงอำเภอเคียนซา ถนนเส้นนี้ไม่มีไหล่ทางทำให้อันตรายมาก ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อยากให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขไหล่ทางเส้นนี้โดยด่วนครับ🔗
ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านหมู่ที่ ๑๐ ตำบลกะเปา อำเภอคีรีรัฐนิคม ถนนสายโตนพง เป็นถนนลูกรังทำให้เป็นหลุมเป็นบ่อ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไป สำรวจเพื่อก่อสร้างบดอัดหรือคอนกรีตเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้สัญจรไปมาได้สะดวก ถนนสาย ๔ ถนนสายสุราษฎร์-ตะกั่วป่า ตรงจุดตำบลบางเดือน อำเภอพุนพิน ซึ่งกำลัง ซ่อมแซมก่อสร้างแต่ผู้รับเหมาซ่อมทั้งสองฝั่งทำให้สัญจรไปมาลำบากมาก ทำให้เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้งล่าสุดรถพิกอัปได้เฉี่ยวชนรถมอเตอร์ไซค์ทำให้มีผู้เสียชีวิต อยากให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบความปลอดภัยด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เชิญครับ ท่านประเสริฐพงษ์ อยู่ไหมครับ ถ้ายังไม่มาเชิญท่านสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส เชิญครับ ท่านสาเหะมาไหมครับ ถ้ายังไม่มา เชิญท่านพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน และประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศ ดิฉัน สส. พิมพ์กาญจน์ ผู้แทนประชาชน เขตคลองสามวา พรรคประชาชน ขอปรึกษาหารือกับท่านประธานดังนี้ค่ะ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องการจราจรและความปลอดภัยบนท้องถนนในเขตคลองสามวา จำนวน ๘ จุดด้วยกัน🔗
๑.๑ ปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณสุเหร่าคลองหนึ่ง ซึ่งบริเวณนี้ดิฉันได้ ประสานความร่วมมือกับทางเอกชนแล้วก็ทางวุฒิสภาในการนำ Drone มาบินสำรวจปัญหา แล้วก็ผายปากทางเข้าเรียบร้อยแล้ว แต่ในระยะยาวยังต้องการการดำเนินการปรับปรุง ขยายถนน แล้วก็ต้องการเจ้าหน้าที่มาคอยกวดขันดูแลเรื่องการจราจรด้วย🔗
๑.๒ ขอให้เร่งดำเนินการขยายถนนช่วงตลาดหทัยมิตรเป็น ๖ ช่องจราจร🔗
๑.๓ ควรมีการเปิดจุดกลับรถเพิ่มเติมที่บริเวณซอยหทัยราษฎร์ ๔ และซอย หทัยราษฎร์ ๒๓/๑🔗
๑.๔ ขอให้พิจารณาตัดเกาะกลางเพื่อรถเลี้ยวเข้าซอยพระยาสุเรนทร์ ๓๐ ได้🔗
๑.๕ จุดกลับรถอันตรายบริเวณซอยหทัยราษฎร์ ๓๗🔗
๑.๖ จุดกลับรถบริเวณหน้าหมู่บ้านเอกวิน🔗
๑.๘ จะเป็นแยกปากซอยหทัยราษฎร์ ๓๙ แล้วทางแยกบริเวณคู้บอน ๓๒ ที่ขาดสัญญาณไฟจราจรอยู่🔗
เรื่องที่ ๒ ไฟเกาะกลางถนนเลียบคลองสอง ถนนหน้าสำนักงานเขตพื้นที่ ดับมานานแล้วเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ขอให้เจ้าหน้าที่เร่งแก้ไขให้ประชาชนด้วย🔗
เรื่องสุดท้ายค่ะ เป็นความผิดปกติในการคัดเลือกตัวแทนเยาวชนเข้าร่วม โครงการ ECOSOC ที่ UN โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน ที่ทั้งกระบวนการตั้งแต่วันเปิด รับสมัครจนถึงวันที่ประกาศผลเกิดขึ้นใน ๖ วันเท่านั้นเอง ในขณะที่โครงการคัดสรรเยาวชน ที่ไปในโครงการเดียวกัน แต่จัดโดยกระทรวงการต่างประเทศ เริ่มเปิดสมัครตั้งแต่เดือนมกราคม ซึ่งมีขั้นตอนที่ชัดเจนเปิดกว้าง คัดกรองอย่างเข้มข้น และเป็นระบบมากกว่าอย่างชัดเจน ท่านประธานคะ การได้เป็นตัวแทนเยาวชนไทยเข้าร่วมการประชุมใหญ่ระดับนานาชาติแบบนี้ เป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่ของเยาวชนไทย กระบวนการที่โปร่งใสจะทำให้ผลการคัดสรรเป็นที่ ยอมรับ ตัวเยาวชนที่ได้รับหน้าที่คัดสรรก็ภาคภูมิใจว่าตนเองได้รับการเลือกจากความพยายาม และความสามารถของตนเอง เพื่อนเยาวชนก็ไม่คลางแคลงใจว่ามีการล็อกสเปก ล็อกมง ให้กับคนจากสภาเด็กและเยาวชนได้รับโอกาสก่อนคนอื่นหรือไม่ และนี่ก็ยังเป็นเรื่องสำคัญ ในเกียรติภูมิของประเทศไทยที่เราจะเป็นตัวแทนเยาวชนที่เหมาะสมไปในเวทีนานาชาติ สุดท้ายนี้ดิฉันขอให้ทางกรมกิจการเด็กชี้แจง แล้วก็ปรับปรุงกระบวนการคัดเลือกให้เปิดกว้าง โปร่งใส เป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมต่อเด็ก ๆ ของพวกเรามากกว่านี้ในการ คัดเลือกตัวแทนเยาวชนต่อ ๆ ไป ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดปัตตานี อำเภอยะหริ่ง และอำเภอมายอ ขอหารือกับท่านประธานในปัญหาสำคัญของรัฐบาลต้องเร่งพัฒนาในพื้นที่ จังหวัดปัตตานี ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะประเด็น เกี่ยวกับปากท้องพี่น้องประชาชนและเศรษฐกิจ เพราะพื้นที่จังหวัดปัตตานีเป็นหนึ่งในพื้นที่ อัตราความยากจนสูงที่สุดในประเทศไทย ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านเกษตรกร ประมง และทำธุรกิจค้าขายขนาดเล็ก ซึ่งต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของรายได้ครับ ปัญหาด้านความเข้าถึงแหล่งเงินทุนและข้อจำกัดในด้านเศรษฐกิจที่เกิดจากความไม่สงบใน พื้นที่ รัฐควรมีมาตรการส่งเสริมจัดหาเงินทุนปลอดดอกเบี้ยสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย การส่งเสริมแปรรูปสินค้าเกษตรกรเพื่อเพิ่มพูนมูลค่าและพัฒนาด้านตลาดสามารถกระจาย สินค้าของชุมชนออกสู่ตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ควรมีการส่งเสริม โครงการสร้างงานเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนเป็นรูปธรรม🔗
อีกประการหนึ่ง ปัญหาคือการศึกษาและโอกาสด้านการเรียนรู้ ปัญหา ด้านการศึกษายังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาเยาวชนในพื้นที่ โรงเรียนหลายแห่ง ขาดบุคลากร อุปกรณ์การเรียนรู้ไม่เพียงพอ และยังมีปัญหาขาดโอกาสด้านการศึกษา สำหรับเด็กที่อยู่ในครอบครัวในฐานะยากจน รัฐบาลควรมีมาตรการปรับปรุงโครงสร้าง พื้นฐานของโรงเรียนในพื้นที่ เพิ่มอัตราการทดแทนครูและบุคลากรการศึกษาเพื่อจูงใจ ครูมีคุณภาพเข้ามาทำงานในพื้นที่ นอกจากนี้ควรมีโครงการทุนการศึกษาสำหรับเยาวชน ที่มีความสามารถแต่ขาดทุนทรัพย์ เพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะบริบททางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของประชาชนมุสลิมมาอยู่ในประเทศไทย ระบบการศึกษาควรมีการปรับปรุงให้คำนึงถึงเอกลักษณ์ ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม ท้องถิ่นครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านยอดชาย พึ่งพร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายยอดชาย พึ่งพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตเมืองพัทยา เทศบาลเมืองหนองปรือ ผู้แทน เมืองท่องเที่ยวระดับโลกครับ เกาะล้านหรือชุมชนบ้านเกาะล้านมีชาวบ้านตามทะเบียนบ้าน ราวเกือบ ๓,๐๐๐ คน มีแรงงานที่มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวบนเกาะล้าน อีกราว ๗,๐๐๐ คน แล้วก็มีนักท่องเที่ยวมาเยือนเกาะล้านในแต่ละวันอีก ๑๕,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ คน เกาะล้านเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย มีชื่อเสียงไม่แพ้เกาะใด ๆ ในประเทศ จุดเด่นก็คืออยู่ใกล้กรุงเทพมหานคร ห่างจากกรุงเทพมหานครเพียงชั่วโมงครึ่ง แล้วก็ต่อเรือ ไปอีกประมาณ ๑๕ นาที ทำให้ได้รับความนิยมอย่างมากนะครับ เมื่อมีคนมากก็ย่อมมีความ ต้องการมาก เกาะล้านประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำ ซึ่งในแต่ละวันมีความต้องการ ใช้น้ำราว ๒,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตร เกาะล้านไม่มีแหล่งน้ำตามธรรมชาตินอกจากบ่อบาดาล ซึ่งหน้าแล้งก็มีไม่เพียงพอ เมืองพัทยาเลยให้สัมปทานกับบริษัท อีสท์ วอเตอร์ ใช้น้ำทะเล มาผ่านกระบวนการเพื่อให้ได้น้ำจืดซึ่งมีกำลังการผลิตในแต่ละวันเพียง ๓๐๐ ลูกบาศก์เมตร แล้วก็ขายให้กับชาวบ้านบนเกาะล้านในราคา Unit ละกว่า ๘๐ บาท ส่วนน้ำบาดาลที่ขายกัน อยู่บนเกาะก็เที่ยวละประมาณ ๗๐๐-๑,๒๐๐ บาท ราคาก็ขึ้นอยู่กับความต้องการอีก และ น้ำบาดาลที่ชาวบ้านสำรองกันไว้ขายเทียบกับคนฝั่งซึ่งห่างกันเพียง ๘ กิโลเมตร จากฝั่ง พัทยาไปที่เกาะล้านห่างเพียง ๘ กิโลเมตร ซึ่งราคาน้ำประปาบนฝั่งก็มีราคาอยู่ที่อัตราสูงสุด ไม่เกิน ๓๕ บาทต่อ Unit ซึ่งรัฐธรรมนูญได้บอกไว้ว่ารัฐมีหน้าที่ต้องจัดหรือดำเนินการให้มี สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึงตามหลักการ พัฒนาอย่างยั่งยืนโดยโครงสร้างหรือโครงสร้างขั้นพื้นฐานของกิจการสาธารณูปโภค ขั้นพื้นฐานของรัฐ อันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนสัมปทานของบริษัท อีสท์ วอเตอร์ กำลังจะหมดในเดือนกันยายนนี้นะครับท่านประธาน และเมืองพัทยากำลังพิจารณาเปิด สัมปทานใหม่ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นบริษัทใด แต่มีข้อกำหนดว่าจะต้องมีกำลังการผลิตที่วันละ ๑,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร และในอนาคตต้องให้ได้ถึง ๓,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร และมีกำหนด สัมปทานไว้ที่ ๒๕ ปี นั่นหมายความว่าคนเกาะล้านต้องแบกต้นทุนค่าน้ำที่แสนแพงต่อไปอีก ๒๕ ปี น้ำประปาซึ่งเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน คนบนฝั่งกับคนบนเกาะทำไมถึงไม่ เท่าเทียมกันครับท่านประธาน จะดีไหมถ้ามีท่อประปาจากฝั่งพัทยายิงตรงไปหล่อเลี้ยงผู้คน หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจบนเกาะล้านเพื่อสร้างความเท่าเทียมความมั่นคงในสาธารณูปโภค จึงขอให้ท่านประธานใช้กลไกสภาของเราในการให้ข้อเสนอแนะสอบถามไปยังผู้บริหาร เมืองพัทยาให้ทบทวนเรื่องการทำท่อส่งน้ำประปาความยาว ๘ กิโลเมตร โดยบูรณาการ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย การประปาส่วนภูมิภาค องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เพื่อน้ำประปาที่เท่าเทียม เป็นธรรม และยั่งยืน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธานินท์ นวลวัฒน์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม ธานินท์ นวลวัฒน์ สส. สุราษฎร์ธานี เขต ๗ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ผมมีเรื่องจะหารือ ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านที่สัญจรใช้ถนนทางหลวง ชนบทหมายเลข ๓๐๑๒ เรื่องไม่มีสัญญาณไฟจราจรบริเวณสี่แยกทับซ้อน ตำบลทุ่งกง อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง สร้างความเสียหาย ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นที่เชื่อมโยงระหว่างอำเภอกาญจนดิษฐ์ไปยัง อำเภอเมือง กระผมจึงนำเรียนท่านประธานฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กรมทางหลวงชนบท รีบจัดสรรงบประมาณและติดตั้งสัญญาณไฟจราจรด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องเงินเยียวยาน้ำท่วม ๙,๐๐๐ บาท เนื่องด้วยอุทกภัยน้ำท่วม ที่ผ่านมาในจังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอกาญจนดิษฐ์ซึ่งได้รับความเดือดร้อน และผลกระทบทั้งอำเภอแต่มีเพียงตำบลเดียวครับท่านประธานที่ได้รับเงินเยียวยา จนล่าสุด มีน้ำท่วมรอบ ๒ อีกครั้ง ชาวบ้านก็ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาน้ำท่วม ๙,๐๐๐ บาท กระผม จึงขอฝากไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งอนุมัติงบประมาณเงินเยียวยาน้ำท่วม ให้กับพ่อแม่พี่น้องที่ได้รับผลกระทบโดยด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฐากร ตัณฑสิทธิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทยครับ กระผม ขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาแก๊ง Call Center ในวันนี้ครับท่านประธาน ถึงแม้ว่าปัญหาแก๊ง Call Center ในวันนี้จะมีปริมาณความเสียหายที่ลดลง เนื่องจาก มาตรการของรัฐบาลในการปิดไฟแล้วก็ปิดอินเทอร์เน็ตทั้งหมดในบริเวณรอยตะเข็บชายแดน ทั้งหมด ซึ่งก็ต้องขอชื่นชมรัฐบาลว่าได้ใช้มาตรการเดินหน้าที่ถูกต้องแล้ว เพียงแต่ว่าในขณะนี้ ปัญหาแก๊ง Call Center ได้ขยับเข้ามาดำเนินการภายในประเทศไทยเองก็คืออยู่ในเขต ราชอาณาจักรของเรา ตรงนี้อยากจะฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่ามาตรการ ที่เราจะออกร่างพระราชกำหนดในการที่จะกำหนดให้ค่ายมือถือ แล้วก็แบงก์ในการที่จะ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนในกรณีที่โดนแก๊ง Call Center หลอกลวงยังคงจะมี การออกพระราชกำหนดดังกล่าวในการที่จะประกาศใช้ต่อไปหรือไม่ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมอยากจะขอขอบพระคุณทางโรงพยาบาล กมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ได้อำนวยความสะดวกในการที่สมาชิกในครอบครัวของผม ได้เกิดอุบัติเหตุในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้อำนวยความสะดวกให้เป็นอย่างดี ต้องขอขอบคุณ ทางคุณหมอ แล้วก็บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นอย่างยิ่งครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพชร จันทรรวงทอง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพชร จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีประเด็นหารือความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนทั้งหมด ๒ เรื่องดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ ปัญหาภัยแล้งที่จังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันเขื่อนลำตะคอง เจอวิกฤติน้ำแล้ง ปัจจุบันเหลือน้ำเพียงแค่ ๑๔ เปอร์เซ็นต์ เหลือน้อยจนขนาดที่เห็นถนน เส้นประวัติศาสตร์โผล่ขึ้นมาให้เห็น ซึ่งสถานการณ์ภัยแล้งลักษณะนี้มีผลมากขึ้นในทุก ๆ ปี ครับท่านประธาน ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันวิกฤติภัยแล้งในอนาคต ผมจึงเสนอขอให้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติหรือ สทนช. หรือกรมชลประทาน จังหวัดนครราชสีมา ช่วยหาแหล่งเก็บน้ำขนาดเล็กหรือขนาดกลางตามตำบลหรืออำเภอต่าง ๆ เพื่อสำรองน้ำ เพิ่มเติม🔗
เรื่องที่ ๒ ผมแล้วก็ สส.ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากพี่น้อง เกษตรกรโคนม อำเภอปากช่อง ว่าปัจจุบันเดือดร้อนไม่มีเงินที่จะให้อาหารวัวกิน ต้องขายวัว บางตัวเพื่อมาซื้ออาหารให้กับวัวที่เหลือกิน ปัญหานี้เนื่องจากสหกรณ์โคนมปากช่องได้ค้าง เงินสมาชิกมาเดือนกว่าแล้ว ผมจึงขอปรึกษากับสหกรณ์พบว่าเกิดจากปัญหาที่เด็กเกิดน้อย ทำให้โรงเรียนมีนักเรียนน้อยลงส่งนมได้น้อยลง การบริโภคลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เกิดปัญหา สภาวะนมล้นสหกรณ์ ทำให้สหกรณ์รับนมมาจากสมาชิกโคนมก็ไม่สามารถนำไปขายได้ ดังนั้นผมจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการแก้ไขต่อไปนี้ครับ เรื่องที่ ๑ ขอให้ ประสานงานความร่วมมือกับภาคเอกชนช่วยรับซื้อนมจากสหกรณ์เพิ่มจากเดิม เรื่องที่ ๒ ขอให้ปรับเพดานดื่มนมจากประถมศึกษา เพิ่มมาเป็นชั้นมัธยมศึกษา จะ ม. ๓ หรือ ม. ๖ ก็ได้ครับ แล้วก็เรื่องที่ ๓ ขอความอนุเคราะห์ให้สหกรณ์ปากช่องได้กู้ยืมเงินกองทุน ปรับโครงสร้างเพื่อการผลิตภาคการเกษตรหรือ FTA เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับสหกรณ์ โดยเร่งด่วนครับ ผมขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน คนกระบี่ ขอหารือปัญหา ของพี่น้องประชาชนจังหวัดกระบี่ เรื่องระบบสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ที่ขาดบุคลากร ขาดเครื่องมือแพทย์ทุกโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลศูนย์จังหวัดกระบี่ยังไม่มีอาคาร จอดรถ ขอให้ช่วยเร่งพิจารณาแก้ไขปัญหาด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ การปล่อยน้ำเสียลงคลองกระบี่ใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบทำประปา ขอให้อุตสาหกรรมจังหวัดกระบี่เร่งจัดการขั้นเด็ดขาดเพราะว่าเคยมีข่าวมาแล้วในปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๗ และล่าสุดคือปี ๒๕๖๘ รวมทั้งน้ำเสียที่ไหลลงสู่หาดอ่าวนาง จังหวัด กระบี่ เมื่อล่าสุดที่ผ่านมาครับ ขอให้ราชการส่วนกลางช่วยแก้ปัญหากับ อบต. อ่าวนางด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ ถนนทางหลวง ๔๑๕ พังงา-บ้านตาขุน-สุราษฎร์ธานี สร้างไม่เสร็จครับ มีคนตายไปแล้ว ๒๐ ศพ เมื่อวานก็ ๒ เคส รถตกถนน กรมทางหลวงเร่งแก้ปัญหาด้วย🔗
เรื่องที่ ๔ การระเบิดภูเขาหินปูนทำแร่ที่จังหวัดกระบี่ มีคนจังหวัดกระบี่ ออกมาเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่เร่งแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๕ สภาพการจราจรรถติดหนักขาเข้าเมืองกระบี่หน้าห้างโลตัส กรมทางหลวงต้องเร่งแก้ไขนะครับไม่ใช่ปล่อยวางแบบนี้🔗
เรื่องที่ ๖ นักท่องเที่ยวชาวบ้านเดือดร้อนอับอาย บริเวณทางเท้าริมหาด เกาะพีพีดอนยังไม่มีการแก้ไขครับ ราชการส่วนกลางต้องช่วย อบต. อ่าวนางด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๗ สภาพการณ์ปั่นป่วนราคารับซื้อทะลายปาล์มผิดปกติเทียบกับราคา น้ำมันปาล์มขวด ชาวสวนกับผู้บริโภคเดือดร้อนครับ กรมการค้าภายใน กรมโรงงานอุตสาหกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ต้องเร่งการแก้ไข ปัญหาเรื่องนี้ร่วมกันครับ🔗
เรื่องที่ ๘ ที่ดินหมดสัญญาเช่าสัมปทานปลูกปาล์มที่ศาลปกครองสูงสุด พิพากษาแล้ว มีเลขคดีเรียบร้อย รวมมติ ครม. ปี ๒๕๔๖ แต่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมยังไม่จัดการให้เรียบร้อยด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๙ ที่ดินอำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ซ้อนทับกับพี่น้องประชาชน ทั้งพื้นที่ป่าไม้ ป่าสงวนแห่งชาติ มีเรื่องค้างใบพิสูจน์สิทธิต่าง ๆ สค. ๑ นายทุนสร้างโรงแรมนี่ จัดการแก้ปัญหาให้เขาได้ แต่ประชาชนตาดำ ๆ ไม่ยอมแก้ไขปัญหา กรมที่ดินจัดการด่วนครับ🔗
เรื่องที่ ๑๐ สะพานจอดเรือประมงเล็กพื้นบ้านคลองแรด คลองไสฝ้าย หมู่ที่ ๗ ติดป่าชายเลน ตำบลคลองพน อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ฝากกรมเจ้าท่า กับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมทั้งโรงเรียนบ้านคลองแรด ตำบลคลองพน อำเภอคลองท่อม ต้องการบรรจุนักการภารโรงให้โรงเรียนด้วย เมื่อเกษียณไปแล้วก็ไม่มีอัตรา ขึ้นมาใหม่ ครูอาจารย์กังวลกระทบการเรียนการสอน รวมทั้งเรื่องของห้องคอมพิวเตอร์ ห้องน้ำชำรุด ฝากเรื่องให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งจัดการเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อประชุมจำนวน ๒๘๙ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ เรียนท่านสมาชิกครับ สำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะก็จะดำเนินการถามและตอบในห้องกระทู้ถาม แยกเฉพาะควบคู่ไปกับการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาและกระทู้ถามทั่วไป ตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาและมีบัญชามอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕๑ เชิญท่านสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ถามท่านรัฐมนตรีคำถามแรกครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ผมขอตั้งกระทู้ถามสดเพื่อสอบถามถึงสาเหตุและแนวทางการแก้ไข ต่อกรณีคานถล่มบริเวณถนนพระราม ๒ ใกล้ทางด่วนดาวคะนองขาเข้า อันที่จริงแล้วเรื่องนี้ เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมากและมูลค่าของโครงการมหาศาล คานได้ถล่มลงมาผมเลย ตั้งคำถามถึงท่านนายกรัฐมนตรี ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเรียกประชุมด่วนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่าได้อะไรเป็นข้อสรุปที่เป็นรูปธรรมบ้าง อย่างไรก็ตามท่านนายกรัฐมนตรีหนีสภา แล้วก็ มอบหมายให้ทางท่านรัฐมนตรีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการมาตอบแทนซึ่งผมก็ยอมรับได้ ท่านสุริยะก็เหมาะสม อย่างไรก็ดีท่านสุริยะก็มอบต่ออีกทีหนึ่งมาที่ท่านมนพร อันนี้ก็อาจจะ ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงเท่าไร แต่ก็ขอขอบคุณยิ่งนะครับ ผมว่าถ้ามีตำแหน่งรัฐมนตรีประจำ สภานี้ต้องยกให้ท่านมนพรเลยจริง ๆ ท่านเห็นแก่สภามาก แล้วก็มาตอบกระทู้อย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตามในบางคำถามนี่ท่านในฐานะตัวแทนจากท่านนายกรัฐมนตรีผ่านมาที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็ขอให้ท่านมนพรได้ตอบคำถามอย่างตรงประเด็น ท่านประธานครับ เหตุการณ์นี้ก่อนอื่นเลยผมคงจะต้องแสดงความเสียใจต่อครอบครัว ของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ มีผู้เสียชีวิตมากถึง ๖ คน และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก นี่คือโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่ไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทยหรือประเทศใดในโลก นี่คือ ความผิดพลาดในเชิงวิศวกรรม นี่คือความล้มเหลวที่มิอาจยอมรับได้ นี่คือความอัปยศของ การบริหารราชการแผ่นดินที่ไม่ใส่ใจในเรื่องของความปลอดภัย เรื่องนี้ต้องมีคนผิด ต้องมี ผู้รับผิด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ ๑๕ ที่เพิ่งผ่านมา เวลาประมาณ ตีหนึ่งครึ่งในพื้นที่ก่อสร้างของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย คือหากเราเดินถนนพระราม สยองขาเข้าก่อนเข้าทางด่วนด่านดาวคะนองเพียงเล็กน้อย เราจะเห็นโครงสร้างเสาและ คานใหญ่ขนาดมหึมาอยู่บนหัว ใหญ่จริงนะครับท่านประธาน จุดต่ำสุดของคานสูงขึ้นมาจาก พื้น ๑๖ เมตร ตัวคานนี่หนาถึง ๓ เมตรครึ่ง น้ำหนักร่วม ๑,๐๐๐ ตัน คือไม่อยากนึกภาพเลย ใช่ไหมว่าหากคานยักษ์ขนาดนี้พังทลายลงมามันจะเป็นเช่นไร แต่มันเป็นไปแล้วครับ คานตัว ที่ MLP ๑๒-๐๙ ได้ถล่มลงมาขณะที่กำลังก่อสร้างอยู่ คือมันดูไม่จืดเลยครับ ปล่อยปละละเลย ให้พังกันมาได้อย่างไร เหตุการณ์คานถล่มแบบนี้ไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้หากมีกระบวนการทางวิศวกรรมที่ดีทั้งในแง่ ของการออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง ผมเชื่อว่าวงการวิศวกรรมบ้านเราจะขาดความรู้ ความสามารถในเชิงเทคนิคก่อสร้างงานสเกลใหญ่ระดับนี้มันไม่ใช่ เราเคยทำงานสเกลใหญ่ กว่านี้ด้วยซ้ำ วิศวกรไทยก็สามารถทำได้อย่างปลอดภัยมาแล้ว หรือแม้แต่คานตัวข้าง ๆ ที่มี ขนาดใหญ่กว่าที่มันถล่มลงมาก็ยังยืนตระการตาอยู่นะครับ ผมจึงไม่เชื่อว่าวิศวกรไทย ไร้ความสามารถ แต่มันต้องมีอะไรที่มันผิดพลาดทำให้คานตัวนี้พังทลายลงมา แบบมัน แตกต่างจากตัวข้าง ๆ อย่างไร การควบคุมงานมันแตกต่างจากตัวข้าง ๆ อย่างไร แต่จะบอก ไม่มีใครผิดมันคงไม่ใช่ เรื่องนี้ความผิดพลาดมี Player หลักอยู่ ๓ ราย รายแรกคือผู้รับเหมา รับเงินไป ๗,๓๕๙ ล้านบาท ตามสัญญาที่ ๓ ของโครงการ รายที่ ๒ บริษัทที่ปรึกษาที่ถูกจ้าง มาเพื่อควบคุมงาน รับเงินไป ๓๙๒ ล้านบาท ค่าจ้างที่ปรึกษาเกือบ ๔๐๐ ล้านบาท และ ๓. การทางพิเศษแห่งประเทศไทยในฐานะหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบโครงการจะหลีกเลี่ยง ความรับผิดชอบไม่ได้ ต้องมี ๑ ราย หรืออาจจะเป็น ๒ หรืออาจจะเป็น ๓ แต่จะเป็นศูนย์ คงไม่ใช่ เพราะหากจะปล่อยไปเช่นนั้นผมว่าท่านรัฐมนตรีนี่ละครับที่ควรจะต้องแสดง ความรับผิดชอบต่อความล้มเหลวที่เกิดขึ้น ท่านรัฐมนตรีต้องสรุปมาให้ได้ว่าสาเหตุที่แท้จริง คืออะไร ใครผิด และจะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคตได้อย่างไร แต่จะซื้อเวลาลูบหน้า ปะจมูก อ้างสมุดพกที่ยังไม่มีรูปธรรมใด ๆ แล้วมันก็ไม่ได้ใช้กับกรณีนี้ด้วยมันไม่ได้ ประเด็น สำคัญที่อยากจะเน้นย้ำในวันนี้ก็คือโครงสร้างอำนาจในการตรวจสอบอุบัติเหตุรุนแรงอย่าง ในกรณีนี้มีช่องว่างทางกฎหมายอยู่ คือไม่มีการสอบสวนอุบัติเหตุในเชิงลึก หรือศัพท์เทคนิค เรียกว่า Accident Investigation เพื่อตรวจสอบในทางวิศวกรรมอย่างจริงจัง มันไม่ใช่การ ตรวจสอบโดยตำรวจมันคนละอย่างกัน แล้วก็ไม่ต้องมาอ้างคณะกรรมการที่ท่านผู้ว่าตั้งขึ้น มาเองมาตรวจกันเอง หรือต่อให้ทางกระทรวงคมนาคมจะตั้งกรรมการอะไรสักอย่างมา ตรวจสอบมันก็ดูไม่น่าเชื่อถือหรอกครับ ทำกันเองตรวจกันเอง คณะกรรมการเหล่านี้มัน คนละเรื่องกับสิ่งที่ผมพูดอยู่ Accident Investigation ที่จะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญที่มีอำนาจ และหน้าที่ตามกฎหมาย ย้ำนะครับต้องมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เพราะว่าต้องรับทั้งผิดและชอบจากการสอบสวน จากการหาผู้กระทำผิด จากการทำรายงาน ซึ่งตอนนี้บ้านเรายังไม่มี สิ่งที่มีอยู่เป็นเพียง การหาอาสาสมัคร คือมีผู้เชี่ยวชาญอาสามาเติมเต็มช่องว่างนั้น นั่นก็คือวิศวกรรมสถาน สภาวิศวกร หรือบางทีก็เป็นสมาคมวิชาชีพต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วย อันนี้ก็ต้องขอบคุณครับ เขาอาสาเข้ามาช่วย แต่ปัญหาหลักปัญหาใหญ่ก็คือผู้ที่อาสาเข้ามาทำงานก็มีทั้งดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่ที่ขาดแน่ ๆ คือขาดความรับผิดชอบจากการปฏิบัติงาน เพราะเขาไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ ตามกฎหมาย โดยข้อเท็จจริงก็คือหลายท่านมีความรู้ความสามารถ แต่ทำเท่าที่ทำได้ หลายครั้งก็ไม่กล้าฟันคนผิด เพราะไม่มีกฎหมายใด ๆ มารองรับอำนาจ ดังนั้นผลการ ตรวจสอบที่ผ่านมานี้จึงมีทั้งการเข้ามาตรวจสอบแบบจริงจังแต่ไม่ค่อยได้ทำอะไร หรือหลายครั้งก็ตรวจสอบแบบผ่าน ๆ ไปเพราะนี่คืองานอาสา ท่านประธานครับ ช่องว่าง ทางกฎหมายนี้อันตรายมาก อาจทำให้มีการฟอกขาวเรื่องราวคานถล่มถนนพระราม ๒ ให้เป็นเหตุสุดวิสัย ด้วยความเคารพต่อเพื่อนร่วมวิชาชีพ ผมเข้าใจดีว่านี่คืองานอาสา แล้วก็ ต้องขอขอบคุณผู้ที่มาอาสาเพราะอย่างน้อยก็ดีกว่าไม่มีเลยแล้วปล่อยให้หน่วยงานเขา ตรวจสอบกันเอง ผมเข้าใจดีว่าการหาสาเหตุที่แท้จริงนั้นมันยากแล้วก็ใช้เวลานานในการหา ข้อสรุป แต่กรณีคานถล่มนี้มีอุปนายกจากสมาคมวิชาชีพที่มีชื่อเสียงมาดูหน้างานได้ไม่นาน ๓๐ นาที ไม่เกิน ๑ ชั่วโมง แล้วก็ออกมาให้สัมภาษณ์ไปในทำนองว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ผมจึงคิด ว่ามันจำเป็นที่จะต้องออกมาเบรกแบบแรง ๆ ว่าไปคิดใหม่ คิดให้ดี ๆ ไม่ใช่มาชี้นำว่าเป็นเหตุ สุดวิสัย นี่ภาพจากข่าวนะครับ ผมไม่ได้เขียนเอง และหลายสำนักข่าวก็เข้าใจจากการให้ สัมภาษณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่าเหตุสุดวิสัย หนึ่งในความเป็นไปได้ของสาเหตุที่ผู้เชี่ยวชาญ ได้ให้สัมภาษณ์ไว้คือสาเหตุเกิดจากโครงเหล็กขยับจากสภาพดิน ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ และเป็นหนึ่งในข้อถกเถียงในเชิงวิชาการต่อกรณีคานถล่มจริง แต่ดูอย่างไรก็ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย ภาพนี้เลยครับ ภาพนี้คือแบบก่อสร้างของคานที่ถล่มลงมาสี่เหลี่ยมสีส้มนี่คือคาน คานนี้ มีความสูง ๓.๕ เมตร ขนาดใหญ่มากร่วม ๑,๐๐๐ ตัน วงกลมสีฟ้านี่คือจุดเสี่ยง เสาตรงกลางนี้ เขาเรียกว่า Temporary support คือจริง ๆ แล้วมันจะ Fail จากจุดใดอะไรต่าง ๆ มันได้หมด แต่ว่าจุดที่แรงลงแล้วก็เสี่ยงเพราะว่าตรงนี้เป็นเสาชั่วคราว ก็คือตามที่ผู้เชี่ยวชาญเขาได้กล่าว ไปว่าฐานรากนี้มีความเสี่ยงแต่อาจจะไม่ใช่ ก็ต้องไปหาสาเหตุที่แท้จริง ก็ต้องไปตรวจสอบ คุณภาพดินอะไรกันไป แต่จะมาบอกว่าเหตุสุดวิสัยดูอย่างไรก็ไม่ใช่นะครับ อีกภาพนี่คือแบบ ก่อนเสร็จแล้วก็สร้างเสร็จ ก็จะเห็นได้ว่าพอสร้างเสร็จเสาตรงกลางนี้ก็จะหายไป เดิมมันจะมี Temporary support เพราะว่าอันนี้เป็นการหล่อคอนกรีตที่น้ำหนักมันมหาศาลต้องรอให้ มันแข็งตัวก่อนแล้วก็อยู่ได้ด้วยตัวเองถึงจะเอาตรงนี้ออก พอเสร็จแล้วมันก็จะหน้าตาเป็น อย่างนี้ แล้วก็เอา Girder เอาผิวทางอะไรไปไว้ข้างบนอีกสูงเสียดฟ้าไปเลยนะครับ ก็เลย ไม่อยากให้ใครมาชี้นำ แม้แต่เหตุนี้มันเป็นไปได้จริงแต่ว่าถ้าชี้นำไปทางเหตุสุดวิสัยนี่ผมว่า ก็ยากที่สังคมยอมรับ เนื่องจากมีช่องว่างทางกฎหมายอยู่ผู้อาสาไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ตาม กฎหมายเขาจะต้องเก็บหลักฐานให้เพียงพอก่อนทำความสะอาด แต่ ณ วันนี้วันที่ถาม ท่านรัฐมนตรีนี่ก็มี Big Cleaning Day ไปแล้ว ซึ่งผมก็ไม่อาจทราบได้ว่าหาสาเหตุกันเจอ หรือยังว่าคานพังเพราะอะไร แล้วก็ไม่อาจทราบได้ด้วยว่าซากปรักหักพังที่เก็บไว้ ถ่ายรูป ไว้บ้างจะเพียงพอต่อการอธิบายสาเหตุ หรือหาคนผิดมาลงโทษหรือไม่ หรือการทำความสะอาด มันจะปัดกวาดหลักฐานไปหมดแล้ว สาเหตุที่เป็นไปได้หลากหลายหากจะมองในเชิงลึก จุดนี้จุดนั้นมันเป็นไปได้เยอะแยะ แต่หากจะมองในมุมกว้างก็พอ Scope ได้ว่ามันเกี่ยวกับ Temporary support ชิ้นกลางตรงนี้นี่ละครับ มันจะอยู่บน อยู่ล่าง อยู่ซ้าย อยู่ขวา ก็ต้องใช้ ผู้เชี่ยวชาญที่ไปสืบเสาะหาเอา แต่ดูอย่างไรทั้งในเชิงลึก เชิงกว้างก็ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยแน่ ๆ ผมว่าวิญญูชนทั่วไปก็คงทราบดีว่าผู้รับเหมาคงเลี่ยงความ🔗
ขอโทษท่านสุรเชษฐ์เหลือแค่ ๓ นาทีนะครับ ถามคำถามแรกได้เลยนะครับ🔗
คงเลี่ยงความรับผิดชอบ ไม่ได้นะครับ จะสาเหตุเชิงลึกอย่างไรก็ไปว่ากัน คำถามแรก เกี่ยวกับความล้มเหลวของงาน ในครั้งนี้ ท่านรัฐมนตรีได้สั่งให้เก็บหลักฐานอย่างครบถ้วนแล้วหรือไม่ก่อนสั่งให้ทำ Big Cleaning Day ท่านจะส่งรายงานเพื่อตอบคำถามสู่สังคมได้ภายในเมื่อไร ที่ท่านบอกไว้ ๓๐ วัน จะมีอะไรมาโชว์บ้างเมื่อครบกำหนด และที่ท่านนายกรัฐมนตรีเรียกประชุมด่วน เมื่อวันจันทร์ได้ข้อสรุปอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันบ้างที่มันเกี่ยวกับความล้มเหลวของงานในครั้งนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
๒๔/๑🔗
ขอบคุณครับ ก่อนที่ท่านรัฐมนตรีจะตอบนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักศึกษา และคณาจารย์ผู้ควบคุม คณะนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามแรกครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ ท่านสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ซึ่งต้องขอบพระคุณท่านที่ท่านได้ให้ความสนใจแล้วก็ใส่ใจต่อการทำงานของ กระทรวงคมนาคมตลอดระยะเวลาที่ท่านมาดำรงตำแหน่ง นอกจากนั้นท่านก็ยังให้ข้อเสนอ ที่ดี ๆ ซึ่งกระทรวงคมนาคมไม่ว่าจะในเวทีของห้องประชุมงบประมาณ ห้องประชุมของ กรรมาธิการต่าง ๆ ซึ่งกระทรวงคมนาคมก็น้อมรับคำแนะนำของท่านไปเป็นแนวทางปฏิบัติ ก่อนอื่นดิฉันขออนุญาตฉายภาพโครงการของพระราม ๒ ก่อนนะคะ🔗
เส้นทางของ โครงการพระราม ๒ นี้ จะมีหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ ๒ หน่วยงาน หน่วยงานแรก ก็คือ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย แล้วก็กรมทางหลวง ซึ่ง ๒ หน่วยงานนี้ก็จะมีแผนงานในการ ปฏิบัติงาน ในโครงการแรกก็เป็นเส้นสีม่วงซึ่งเป็นทางยกระดับทางด้านบางขุนเทียนไปจนถึง เอกชัย เป็นโครงการก่อสร้าง ๖ ช่องจราจร ไปจนถึง ๘ ช่องจราจร เป็นกรมทางหลวง มี ๓ สัญญาค่ะ โครงการที่ ๒ เป็นเส้นสีเหลือง โครงการพิเศษระหว่างเมือง B2 ถึงช่วง เอกชัย-บ้านแพ้ว เป็นเรื่องของโครงการที่เป็น ๖ ช่องจราจร ซึ่งปัญหาโครงการต่าง ๆ ก็ยังคง มีความล่าช้าอยู่นะคะ ก็ขออนุญาตว่าโครงการก่อสร้างพระราม ๒ ดังกล่าวเกิดขึ้นมาในสมัย ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ สมัยท่านอาคมนะคะ ท่านอาคมได้ดำรงตำแหน่งเมื่อช่วงปี ๒๕๕๘ ไปจนถึง ปี ๒๕๖๒ ช่วงปี ๒๕๖๒ ไปจนถึงปี ๒๕๖๖ คือท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ นะคะ ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มารับตำแหน่งเมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๖ จนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ🔗
ต่อประเด็นคำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในเรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้น ระหว่างการก่อสร้างเส้นทางพระราม ๒ นะคะ ในช่วงตรงนี้เป็นความรับผิดชอบของ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ก็ขออนุญาตว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทยที่เกิดปัญหา ขึ้นมา แล้วก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นมา เนื่องมาจากโครงสร้างของคานขวางทางที่มีการก่อสร้างแล้ว ๑๑ ตัวโดยรอบ คานขวางตัวที่ ๑๒ ซึ่งอยู่ในระหว่างการเทคอนกรีตได้เกิดอุบัติเหตุ ในระหว่างการทำงาน ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบการทรุดตัวของบริเวณฐานราก ของโครงสร้างดังกล่าวแต่อย่างใด ก็ขออนุญาตนำเรียนให้ท่านสมาชิกว่าการทางพิเศษเอง ซึ่งก็ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อสอบหาสาเหตุข้อมูลที่แท้จริง โดยเราใช้เรื่อง ของ Third Party เข้าร่วมการตรวจสอบ ซึ่งเราก็ได้รับความร่วมมือจากผู้แทนวิศวกรรม สถาน หรือว่า วสท. แล้วก็สภาวิศวกรซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบพื้นที่ โดยได้กำหนด ระยะเวลาว่าหลังจากที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม เกิดเหตุที่คานขวางถล่มในวันที่ ๑๕ ในวันนั้นเราก็ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อให้แล้วเสร็จใน ๒๐ วัน ก็จะไปแล้วเสร็จ อีกครั้งในวันที่ ๘ เมษายน นอกจากนั้นท่านประธานที่เคารพคะ ในส่วนของกระทรวง คมนาคมเอง การทางพิเศษเอง ก็ต้องแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตแล้วก็ผู้บาดเจ็บ ซึ่งเรื่อง เหล่านี้เราก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นแต่ด้วยอุบัติเหตุนะคะ ในเรื่องของมาตรการที่ท่านสมาชิก ได้พูดถึงในเรื่องของหลัก แล้วก็เทคนิควิศวกรรม ในวันนี้ขอให้ทางสภาวิศวกรรม หรือว่า วสท. ได้มีการตรวจสอบแล้วเราถึงจะออกมาชี้แจงข้อมูลว่าสาเหตุแล้วก็ประเด็นดังกล่าว เกิดจากอะไรบ้าง ซึ่งหลังจากเราได้ไปสืบค้นหาข้อเท็จจริงแล้วก็ได้ตรวจสอบทางหลัก วิศวกรรมแล้ว ขณะนี้ในส่วนของการเร่งคืนพื้นที่ส่วนหนึ่งที่บริเวณทางเข้าทางด่วนช่วง ดาวคะนองขาเข้าก็ได้มีการเปิดช่องทางให้แล้วตั้งแต่ช่วง ๖ โมงเช้านะคะ ซึ่งท่านสมาชิก มีความห่วงใยว่าได้มีการเก็บกวาดหลักฐานเหล่านั้นเพียงพอหรือไม่นะคะ เรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะได้กำชับนะคะ รวมทั้งเก็บหลักฐาน ต่าง ๆ ซึ่งจะมีผลต่อการพิจารณาเรื่องของคดี เรื่องของความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบ ก็ต้องขอบพระคุณท่านสมาชิกที่มีความห่วงใย ซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ได้เน้นย้ำเรื่องนี้นะคะ ต่อมาหลังจากที่ได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาแล้วก็มีมาตรการเยียวยา จะเห็นได้ว่ามาตรการเยียวยาทั้งผู้เสียชีวิตแล้วก็ผู้บาดเจ็บ เราต้องยอมรับว่ามาตรการ เยียวยาดังกล่าว แล้วก็คนที่ได้รับอุบัติเหตุนั่นก็คือเป็นคนงานของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ไม่ใช่พี่น้องประชาชนโดยทั่วไป นั่นก็คือมีผู้เสียชีวิตทั้งวิศวกรแล้วก็ผู้รับจ้าง ทางผู้รับเหมาเอง ก็ได้เยียวยาตามมาตรการของทางกฎหมายแล้วก็ได้เยียวยาอย่างหามาตรการที่หมายถึงว่า ดูแลอย่างดีที่สุดตามมาตรการของกฎหมาย แล้วก็ในความเป็นมนุษย์ แล้วก็ในความเป็น ลูกจ้างของบริษัท รวมทั้งในการที่จะเยียวยานั้นจะต้องมียังถึงประโยชน์สูงสุดในการเสียชีวิต แล้วก็ครอบครัวของผู้ได้รับความเสียหายด้วยค่ะ🔗
นอกจากนั้นท่านสมาชิกยังได้มีความห่วงใยเรื่องของมาตรฐานว่ามาตรฐานที่ กระทรวงคมนาคมที่ท่านบอกว่าปล่อยปละละเลยและจะต้องร่วมกันรับผิดชอบ จริง ๆ แล้ว ก็ขออนุญาตนำเรียนว่าในการประชุมหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นทางกระทรวงคมนาคมเอง ก็จะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง เร่งรัดการคืนพื้นที่ผิวจราจร แล้วก็เยียวยาผู้บาดเจ็บและ ผู้เสียชีวิตนะคะ ท่านได้ถามถึงว่าในวันที่ ๑๗ มีนาคม หลังจากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น ทางท่าน นายกรัฐมนตรีแพทองธารได้เชิญท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ไปประชุมแล้วมีมาตรการอย่างไร ที่ออกมาเป็นรูปธรรม ท่านประธานที่เคารพคะ เรื่องของความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องของการ ดำเนินการโครงการทุกโครงการของกระทรวงคมนาคม ไม่ว่าความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน ความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้รับจ้างหรือว่าคนงานใน Site งาน ขออนุญาต เพิ่มเติมว่าตั้งแต่ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านได้ กำชับเรื่องของความปลอดภัยในการก่อสร้างพระราม ๒ จึงมีการอนุญาตให้ผู้รับเหมาทำการ ก่อสร้างในช่วงกลางคืน ไม่ให้มีการก่อสร้างในช่วงกลางวันที่พี่น้องประชาชนสัญจรไปมา แล้วก็ยังมีการปิดเส้นทางข้างล่างเพื่อไม่ให้ผู้ที่สัญจรไปมาได้รับอันตรายจากผู้รับจ้างจึงมีการ ปิดถนนทั้ง ๒ เลน และให้ผู้รับเหมาทำงานเฉพาะกลางคืน นี่จึงเป็นสาเหตุที่เราคำนึงถึงว่า ถ้าความปลอดภัยในเฉพาะใน Site งานที่เกิดขึ้นแล้วประชาชนก็จะไม่ได้รับผลแห่งการเกิด อุบัติเหตุดังกล่าว นี่ก็เป็น ๑ มาตรการนะคะ🔗
นอกจากนั้นในเรื่องของมาตรการความผิด ท่านบอกว่าที่ท่านนายกรัฐมนตรี ประชุมแล้วได้เกิดมาตรการอะไรขึ้นมาเป็นรูปธรรมบ้างนะคะ ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ได้ กำชับว่าเรื่องของการทำสมุดพก ซึ่งท่านบอกว่าเป็นหนึ่งในมาตรการเช่นเดียวกันว่า ทำอย่างไรเราจะทำสมุดพกลดชั้นของผู้รับจ้าง ไม่ว่าจะเป็นลดชั้นในเรื่องของการเข้าเป็น คู่สัญญาการประมูลในภาครัฐ ก็ต้องยอมรับว่าในกระบวนการของสมุดพกขณะนี้อยู่ใน ระหว่างที่กรมบัญชีกลางได้เสนอมาที่ ครม. ในการรับฟังความคิดเห็นขณะนี้กระบวนการนี้ เสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ ถ้าสมุดพกโดยกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังได้เสนอเข้าที่ ครม. เรียบร้อยแล้ว นั่นก็จะเป็นอีกมาตรการหนึ่งที่จะกำกับผู้รับจ้าง ผู้รับเหมาให้มีการปฏิบัติ แล้วก็ดูแลในเรื่องของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในระหว่างการทำงาน แล้วก็การลดชั้นเข้าสู่ กระบวนการหาผู้รับจ้างในกระทรวงคมนาคมต่อไปค่ะ🔗
นอกจากนั้นดิฉันขออนุญาตเพิ่มเติมว่า กระทรวงคมนาคมเองที่ท่านบอกว่า น่าจะมี Third Party หรือว่าหน่วยงานอื่นที่เป็นมาตรฐานในการที่จะเข้ามากำกับดูแลนะคะ ซึ่งในกระบวนการดังกล่าวกระทรวงคมนาคมเองก็มีมาตรการในการที่จะขอความร่วมมือจาก บุคลากรในส่วนของ วสท. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคณะทำงานวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตว่าจริง ๆ แล้ว วสท. ก็ไม่ใช่บริษัท แต่เป็นองค์กรที่มีวิชาชีพกลาง แล้วก็มีบทสำคัญในการส่งเสริมวิชาชีพทางด้านวิศวกร แล้วคณะทำงานหรือว่าวิศวกร วสท. ก็ได้รับการยอมรับนะคะ ซึ่งอย่างที่ท่านบอกว่าในเนื้องานที่บริเวณคานมีการทรุดตัว ถ้าในหน่วยงานที่กระทรวงคมนาคมเห็นว่าผู้รับจ้างใช้วิศวกรของผู้รับจ้างเองหรือกระทรวง คมนาคมเองใช้วิศวกรที่เป็นช่างควบคุมงานเอง นั่นก็คืออาจจะเกิดภาพที่บอกว่าไม่มีความ เป็นธรรมในกรณีเกิดอุบัติเหตุนะคะ ที่ผ่านมาทุกครั้งการเกิดอุบัติเหตุทางด้านวิศวกรรม องค์กร วสท. จึงเป็นหน่วยงานที่เข้ามาพิสูจน์หลักฐานทางวิศวกรรม แล้วก็ข้อเท็จจริงให้กับ สังคมโดยได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญเข้ามาวิเคราะห์หาสาเหตุ นี่จึงเป็นแนวคิดอีกทางหนึ่งของ กระทรวงคมนาคมค่ะท่านประธานที่เคารพ ซึ่งเรื่องของความปลอดภัยต่อผู้ใช้รถใช้ถนน ที่ดิฉันได้กล่าวนำไปสักครู่นี้ก็จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคม แล้วก็ ถ้ามีหน่วยงานของ วสท. เข้ามานั่นก็จะไม่เกิดความเคลือบแคลง หรือคลางแคลงสงสัยต่อ พี่น้องประชาชนค่ะ มีคำถามต่อมาว่าทำไมกระทรวงคมนาคมจึงใช้ วสท. เข้ามา เพราะที่ผ่านมากระทรวง คมนาคมให้ความสำคัญสูงสุดในเรื่องของความปลอดภัยทั้งเรื่องของกระทรวง ในเรื่องของ ความปลอดภัยมีอยู่ ๒ มิติ มติแรก ก็คือในเรื่องของเชิงป้องกันหรือการควบคุมไม่ให้เกิด อุบัติเหตุ ควบคู่ไปกับมิติของการแก้ไขเพื่อหาสาเหตุที่ท่านสมาชิกได้เอ่ยว่า เมื่อสาเหตุ คานขวางถล่มเราจะหาสาเหตุอย่างไรที่ไม่ให้เกิดขึ้นในอนาคต มีสาเหตุอย่างไรที่จะมีการ ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุนี้ซ้ำอีก นั่นจึงเป็นมิติของทั้งเชิงป้องกันและมิติของเชิงแก้ไขค่ะ ท่านประธาน เมื่อหาสาเหตุและข้อบกพร่องที่ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุแล้วการตรวจสอบแล้วก็ ความปลอดภัย การระดมสมองในเรื่องของหลักวิชาการทางวิศวกรรมก็จะทำให้ความ ปลอดภัยหรือการหาสาเหตุเหล่านั้นมีความแม่นยำมากขึ้น นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ไม่ให้เกิด ความผิดพลาดหรืออุบัติเหตุเกิดขึ้นมา ซึ่งขออนุญาตค่ะท่านประธาน ตามแนวทางของ มาตรฐานสากลเองการตรวจสอบของโครงการใหญ่ ๆ ก็จะต้องดำเนินการโดยบุคลากร ภายนอกที่มีความเป็นกลางที่ท่านบอกว่าจะต้องเป็น Third Party ซึ่งถ้าหน่วยงานภายนอก มีความเป็นอิสระ ไม่ว่าจะเป็นผู้รับจ้าง หรือว่ามาจากกระทรวงคมนาคม จึงจะเกิดมุมมอง แล้วก็ได้รับการยอมรับ ซึ่งขณะนี้กระทรวงคมนาคมเองก็ได้รับความร่วมมือจาก วสท. เพื่อมาช่วยเร่งรัดแล้วก็ควบคุมงานการก่อสร้างทั้งภาพรวมของกระทรวงคมนาคม นอกจากนั้น กระทรวงคมนาคมก็มีนโยบายเรื่องของ Safety auditor ที่สามารถตรวจสอบการกำกับ เริ่มต้นตั้งแต่ Project manager การกำกับตั้งแต่วันเริ่มงานก่อสร้างไปจนถึงในระหว่าง ก่อสร้าง ไปจนถึงเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จเปิดใช้บริการ นั่นก็คือมันจะเป็นมาตรฐานในการ ลดอุบัติเหตุ แล้วก็ร่วมมือกับ วสท. ในการกำหนดแนวทางแล้วก็ระบบการตรวจสอบ ความปลอดภัยของการก่อสร้างต่อไป ท่านประธานที่เคารพคะ ท่านสมาชิกยังได้พูดถึงว่า ถ้าปัญหาที่เกิดขึ้นแบบแล้วความรับผิดชอบเกิดขึ้นอย่างไร ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่า ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เองเพิ่งเข้ามากำกับดูแลกระทรวงคมนาคมในช่วงปี ๒๕๖๖ เราจะ ไม่โทษว่าโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นในรัฐบาลไหน แต่ความรับผิดชอบของผู้บริหารหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นผู้รับจ้าง หรือว่าพี่น้องประชาชน ความรับผิดชอบ เหล่านี้ได้ถูกแบกไว้บนบ่าของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและท่านนายกรัฐมนตรี ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้นหรืออุบัติเหตุการเสียชีวิตซึ่งความสูญเสียต่อพี่น้อง ประชาชนก็ตามมา ท่านประธานที่เคารพคะ ปัญหาต่าง ๆ เราจึงพยายามที่จะหาแนวทาง แล้วก็มาตรฐานในการกำกับดูแล🔗
ท่านรัฐมนตรีครับ เอาไว้ตอบคำถามที่ ๒ หน่อยครับ🔗
เพื่อจะให้ ครบประเด็นค่ะท่านประธานที่เคารพ กระทรวงคมนาคมเองจึงต้องพยายามที่จะหา Third Party เข้ามากำกับดูแล คำถามแรกดิฉันขอตอบเท่านี้ก่อน เพราะท่านประธานทักท้วงค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เป็นเรื่องที่ต้องอธิบายเยอะนะ เชิญคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานครับ คำถาม ที่ ๒ แต่ขอตอบคำถามแรกนิดหนึ่ง เมื่อสักครู่นี้ที่ผมถามคำถามแรกมันจะเกี่ยวกับความ ล้มเหลวของงานในครั้งนี้แต่เป็นรูปธรรมที่ท่านรัฐมนตรีพยายามชี้แจงก็มีแต่เสียใจ เยียวยา กำชับ ที่พอจะมีรูปธรรมอยู่บ้างท่านก็พูดถึงสมุดพกนะครับ ซึ่งสมุดพกนี้มันไม่ได้แก้ปัญหานี้ ไม่ได้ตรงกับเรื่องนี้ แต่ผมเห็นใจท่านรัฐมนตรีที่จะต้องมาตอบชี้แจงแทนนายนะครับ ผมว่าคราวหน้าท่านสุริยะควรจะต้องมาตอบแล้วมาแสดงความรับผิดชอบหน่อยนะครับ เพราะว่าสิ่งที่พี่น้องประชาชนอยากเห็นคงไม่ใช่สมุดพกผู้รับเหมาหรอกครับ เขาอยากเห็น สมุดพกรัฐมนตรี🔗
คำถามที่ ๒ จะเกี่ยวกับความรับผิดชอบของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมในฐานะที่กำกับดูแลหน่วยงานนี้โดยตรง แต่ก็ปล่อยปละละเลยให้มันเกิดเหตุสลดนี้ และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก นี่ผมนับแบบใจดีแล้วนะเอาเฉพาะอุบัติเหตุที่มันรุนแรงแบบเกินที่สังคม ยอมรับได้ ครั้งที่แล้วก็คือ Crane ถล่มพระราม ๒ เพราะฉะนั้นไม่ใช่ครั้งแรก ผมจึงต้องถาม ว่าหากท่านรัฐมนตรีไม่สามารถหาคนผิดมาลงโทษได้ ผมว่าท่านก็ควรแสดง Spirit เพราะนี่ มันไม่ใช่ครั้งแรกอย่างไรครับ ท่านสุริยะจะรับผิดชอบอย่างไร เมื่อไร หรือจะทำอย่างที่ ลูกน้องท่านประกาศไว้ว่า ไม่ลาออก เพราะไม่ทำให้คนตายฟื้นขึ้นมาได้ ขอบคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ก็ต้อง ขอบพระคุณสำหรับคำถามที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพคะ ในคำถามที่ ๒ ในกระบวนการ ดำรงตำแหน่งของท่านรัฐมนตรีในความรับผิดชอบคือท่านได้สั่งการ แล้วก็กำกับดูแลไม่ให้ เหตุการณ์เกิดขึ้น ถ้าความรับผิดชอบในกระบวนการตรวจสอบ นั่นก็คือ ๑. ท่านสามารถใช้ เวทีสภาแห่งนี้ในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านก็โหวตไม่เห็นชอบในมติในระบบของ รัฐสภาที่ใช้ตรวจสอบ ๒. ท่านก็สามารถร้องไปสู่องค์กรอิสระที่ตรวจสอบถึงความบกพร่อง เหล่านี้ได้ แต่ในกระบวนการตรวจสอบของรัฐสภาหรือว่าปัญหาที่เกิดขึ้น ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ หรือว่ารัฐบาลเองไม่ได้ละเลย ดิฉันย้อนถามกลับไปว่ามีรัฐมนตรีท่านไหน ที่ขนาดตัวเองมานั่งดำรงตำแหน่งแล้วต้องการให้อุบัติเหตุเกิดขึ้นในโครงการที่ตัวเอง รับผิดชอบ คงไม่มีรัฐบาลไหนหรือไม่มีรัฐมนตรีท่านไหนต้องการให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เกิดขึ้น แล้วความสูญเสียต่อพี่น้องประชาชนซึ่งเขาเป็นวิศวกรเป็นคนงานที่อยู่ในบริษัท ตัวเองแล้ววันหนึ่งก็เสียชีวิต เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้บอกเพียงแค่คำว่าเสียใจอย่างเดียว แต่กระบวนการของผู้รับเหมาเองเขาก็ได้ยืนยันกับทางกระทรวงคมนาคมแล้วว่าจะดูแลให้ อย่างดีรวมทั้งครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย แล้วนอกจากนั้นความรับผิดชอบที่ดิฉันได้นำเรียนว่า สิ่งต่าง ๆ ของกระทรวงคมนาคมเองทั้งโครงการใหญ่ ๆ ที่เราวางมาตรฐานของการกำกับ การดูแล การสั่งการ การติดตามนั้นมันคือกระบวนการของการทำงานในระบบราชการ แต่ดิฉันยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่ากระทรวงคมนาคมภายใต้การนำของท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ท่านมีความโปร่งใสแล้วก็ตรวจสอบได้ แล้วก็ติดตามงานอย่างใกล้ชิด ข้อสำคัญต้องขอบคุณ ท่านสมาชิกที่ท่านได้ให้คำแนะนำแล้วดิฉันก็จะเอาข้อสังเกตของท่านในเรื่องของคานขวาง แล้วก็เรื่องของฐานรากที่มีปัญหาอยู่ไปแจ้งให้ทางผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ส่วนประเด็นคำถามที่ท่านผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทยจะพูดอย่างไรนั้นก็เป็นเรื่อง ของท่านนะคะ ท่านคงไม่มีโอกาสมาตอบในสภาแห่งนี้ แต่ด้วยความเคารพต่อผู้เสียชีวิต ต่อครอบครัว ดิฉันขอน้อมรับแล้วก็ขอแสดงความเสียใจต่อความห่วงใยนี้ นี่คือธรรมเนียม ปฏิบัติของพี่น้องประชาชนคนไทย เมื่อการสูญเสียเกิดขึ้นนั่นก็คือแสดงความรัก ความห่วงใย ต่อความเสียใจที่เกิดขึ้น แล้วกระทรวงคมนาคมจะดำเนินการติดตามและเร่งรัดไม่ให้เกิด เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกครั้งค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานและผ่านไปยังท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติค่ะ🔗
เชิญท่านสุรเชษฐ์ครับ🔗
ท่านประธานครับ ในส่วนของคำถามที่ ๒ ก็ไม่ได้ยินอะไรที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับความรับผิดชอบแต่ก็เดินหน้า กันไป ก็บอกว่าเสียใจไม่อยากให้เกิดขึ้นนะครับ🔗
คำถามที่ ๓ ก็เลยเป็นเชิงสร้างสรรค์ก็ได้ครับ เรามาหาทางช่วยกันแก้ปัญหา เชิงโครงสร้าง เพราะผมก็ทราบดีเหมือนกันว่าแม้ท่านสุริยะจะไม่รับผิดชอบแต่ก็คงไม่มีใคร อยากให้เกิดอุบัติเหตุครับ แต่ข้อเท็จจริงก็คือมันเกิดขึ้นบ่อยอย่างไรครับ ผมเลยว่ามันมีความ จำเป็นที่จะต้องหาคนผิด ต้องมีคนรับผิดชอบ ต้องเป็นที่หลาบจำกันบางไม่อย่างนั้นมันก็จะ เกิดเหตุซ้ำซากแบบนี้ขึ้นอีก คือเราต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีตเพื่อป้องกันไม่ให้ เกิดขึ้นอีกในอนาคต ประเด็นก็คือ ณ ตอนนี้ท่านก็มีความพยายามจะทำสมุดพกผู้รับเหมา ในภาพรวมแต่ไม่ได้แก้ปัญหานี้ แต่อีกส่วนหนึ่งที่ขาดหายว่าท่านจะติดตามตรวจสอบ ที่ปรึกษาอย่างไร ควบคุมกันอย่างไร รับไป ๔๐๐ ล้านบาท แล้วมันเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น อันนี้สำคัญนะครับ จะพูดแต่ผู้รับเหมาอย่างเดียวไม่ได้นะมันมีที่ปรึกษา ๔๐๐ ล้านบาท เอาไว้ทอนสตางค์กันอย่างเดียวหรือครับ คือมันต้องทำหน้าที่ แล้วที่สำคัญกว่านั้นประชาชน อยากเห็นสมุดพกรัฐมนตรีมากกว่า แต่ในเชิงแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างไม่ได้เรียกร้องความ รับผิดชอบจากรัฐมนตรีเอามาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างกัน ผมว่าหนึ่งในรูปธรรมที่อยู่บนโต๊ะแล้ว ผมและพรรคก้าวไกลในสมัยนั้นเคยยื่น พ.ร.บ. ถนนที่จะมาปิดช่องว่างในเรื่องของงานอาสา แล้วก็ยังมีประเด็นใหญ่ ๆ อีกหลายประเด็นที่บ้านเรามีปัญหามาก ไม่ว่าจะเรื่องของลำดับ ชั้นถนน การกระจายอำนาจ งบประมาณ การพัฒนาเมือง ไม่ได้หาสร้างถนนแล้วปล่อยให้ เมืองโตไปเรื่อยอะไรหลาย ๆ ประเด็น ฉะนั้นตอนนี้เปลี่ยนนายกแล้วมาช่วยกันสิครับ มารับ หลักการร่าง พ.ร.บ. เพื่อหาทางออกร่วมกันในสภา คำถามของผมก็คือขอคำตอบแบบชัด ๆ ว่า หากพวกผมพรรคประชาชนจะยื่นร่าง พ.ร.บ. เข้าไปใหม่ ตอนนี้เปลี่ยนนายกแล้วท่านจะ ปัดตกอย่างไร้เหตุผลอีกหรือไม่ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานค่ะ ในประเด็นคำถามที่ ๓ พอดีท่านพูดเรื่องของร่าง พ.ร.บ. ถนนนะคะ ซึ่งดิฉัน ก็ได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นตอนที่เราเองเป็นฝ่ายค้านด้วยกัน เรื่องของการเสนอ กฎหมายแล้วก็บรรจุร่าง พ.ร.บ. เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎรท่านมีสิทธิที่จะเสนอร่าง กฎหมาย ส่วนของการปัดตกหรือไม่เหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้นนะคะ ในสาระสำคัญกฎหมายใด ก็ตามที่มันเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล หลายร่าง พ.ร.บ. เราก็เห็นชอบด้วยกัน หลายร่าง พ.ร.บ. เราจะเห็นต่างกัน สุดท้ายก็อยู่ที่ความเห็น ของท่านสมาชิกในที่ประชุมสภาแห่งนี้ แต่มีสิ่งใด ร่าง พ.ร.บ. ใดที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชน เช่น พ.ร.บ. การขนส่งทางราง พ.ร.บ. ตั๋วร่วม อย่างนี้เป็นต้น เราก็เห็นตรงกัน แล้วก็มีความเห็นว่ามันต้องมีการปรับปรุงระบบขนส่งทางระบบสาธารณะ ดิฉันก็เห็นด้วย ตรงนี้ก็ขอรับไว้นะคะ แล้วก็นำไปดูว่าถ้าท่านสุรเชษฐ์เสนอร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวเป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชน เป็นประโยชน์ต่อกระทรวงคมนาคม เราก็ทำงานด้วยกันได้ เพราะท้ายที่สุด ผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เราก็คือตัวแทนของพี่น้องประชาชน ก็ขอตอบข้อที่ ๓ ของท่านสมาชิกค่ะ🔗
ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านสุรเชษฐ์นะครับ เรื่องต่อไปครับ🔗
๒. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
ด้วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี ท่านจิราพร สินธุไพร ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อน การตอบกระทู้ถามออกไปก่อนตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ท่านอนุสรณ์อยู่ไหมครับ ท่านอนุสรณ์ ไม่ได้ติดใจนะครับ🔗
๓. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ เชิญท่าน พริษฐ์ วัชรสินธุ ถามคำถามแรกเลยครับ เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขออนุญาตตั้งกระทู้ถามสดท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องนโยบาย Soft Power เข้าใจดีว่านโยบาย Soft Power นั้นมีหลายภารกิจที่ซ้อนกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับ เรื่องของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่ท่านเองนิยามว่ามี ๑๓ สาขา หรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องการ ยกระดับทักษะให้กับคนไทย แต่ว่าภารกิจทั้งหมดของ Soft Power นั้นก็จะถูกขับเคลื่อน ผ่านกลไกที่มีชื่อว่า สำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ หรือว่า THACCA ซึ่งอยู่ภายใต้ การกำกับดูแลของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์แห่งชาติ ที่ท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธานและท่านรองนายกรัฐมนตรีเป็นกรรมการ เมื่อตอนต้นปีครับ วันที่ ๘ มกราคม ผมเห็นว่าทาง THACCA ได้มีการจัดงานแถลงข่าวเพื่อประกาศโครงการใหม่เป็นความร่วมมือ กันระหว่าง THACCA กับบริษัทเอกชนที่มีชื่อว่า MELCO Resorts and Entertainment ความร่วมมือนี้ก็ดูจะเป็นความร่วมมือที่ทางรัฐบาลก็มีความภาคภูมิใจแล้วก็คิดว่าประเทศเรา ได้ประโยชน์ค่อนข้างมาก เพราะว่าในการแถลงข่าวนี่ทางท่านประธานคณะกรรมการพัฒนา Soft Power ก็กล่าวไว้เองเลยว่าความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของไทยที่ประเทศไทย นั้นได้ร่วมมือกับองค์กรเอกชนนานาชาติเพื่อขับเคลื่อนเรื่อง Soft Power เนื่องจากเข้าใจว่า ที่ผ่านมาความร่วมมือในระดับนานาชาติก็มักจะเป็นความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ในประเทศอื่น ๆ เป็นหลัก เท่าที่เห็นจากหน้าข่าวก็เข้าใจดีว่าความร่วมมือนี้น่าจะมี องค์ประกอบหลัก ๆ ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ คือมีการร่วมมือกันจัด THACCA Global Soft Power Talks เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ มีผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมสร้างสรรค์จากทั่วโลกบินเข้ามาเป็น วิทยากรในงาน มีท่านนายกรัฐมนตรีไปกล่าวปาฐกถาเปิดงาน🔗
เรื่องที่ ๒ ก็จะเป็นโครงการที่มีชื่อว่า THACCA x MELCO Academy เป็นการแจกทุนให้กับนักศึกษาไทยได้มีโอกาสไปฝึกอบรมกับ Mentor แล้วก็ผู้เชี่ยวชาญ ระดับโลกในต่างประเทศระยะเวลา ๓ เดือน โดยเข้าใจว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดนักศึกษาที่ได้รับ คัดเลือกไม่ต้องออกแม้แต่บาทเดียว ฟรีทั้งค่าที่พัก ค่าเดินทาง แล้วก็ค่าอบรม แล้วในงาน แถลงข่าวก็มีการแย้ม ๆ เอาไว้ว่านอกจาก ๒ กิจกรรมนี้ก็อาจจะมีกิจกรรมที่ ๓ กิจกรรมที่ ๔ ตามมาในอนาคตในปีนี้ ทั้งหมดนี้ก็ฟังดูดีนะครับท่านประธาน ในคำถามรอบแรกผมเลย อยากจะถามท่านรองนายกรัฐมนตรี ๒ คำถามหลักด้วยกันครับ🔗
คำถามที่ ๑ คืออยากจะทราบว่าความร่วมมือระหว่าง THACCA กับ MELCO นั้นประกอบไปด้วยกิจกรรมอะไรบ้าง มีการเซ็นสัญญา หรือว่าเซ็น MOU หรือไม่ ผมสามารถ ไปหาอ่านได้ที่ไหน🔗
คำถามที่ ๒ อยากจะทราบว่างบประมาณของกิจกรรมทั้งหมดที่ผ่านมา รวมกันแล้วกี่บาทครับ ใครเป็นคนออก ทางบริษัทออกกี่บาท ทางหน่วยงานรัฐ ไม่ว่าจะ หน่วยงานไหนออกทั้งหมดกี่บาท หรือถ้าจำแนกลงไปเจาะจงกว่านั้นอย่างเช่นงานกิจกรรม Global Soft Power Talks ไม่ว่าจะเป็นค่าถ่ายทำ ค่าวิทยากร ทั้งหมดกี่บาท ใครเป็น คนออก โครงการแจกทุนให้กับนักศึกษาอย่าง THACCA MELCO Academy ทั้งค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าอบรม ทั้งหมดกี่บาท ใครเป็นคนออก แล้วก็กิจกรรมอื่น ๆ ที่ตามมาในปีนี้ จะมีกิจกรรมอะไรบ้าง ใช้งบกี่บาท แล้วใครเป็นคนออกครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามแรกครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้รับมอบหมายจากท่าน นายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามของท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ นะครับ ผมต้องขออนุญาต ได้นำเรียนท่านสมาชิกว่านโยบายเรื่องของ Soft Power นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญที่รัฐบาล ให้ความสำคัญและประกาศเป็นนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลัก ก็คือการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพราะเหตุว่าประเทศไทยนั้นมี ความหลากหลายทั้งด้านศิลปะ วัฒนธรรม และด้านอื่น ๆ อีกหลายด้าน เพราะฉะนั้นแล้ว ในเรื่องนี้คำถามที่ท่านได้ถามมานี่ก็คือในเรื่องของว่า THACCA ได้ประกาศความร่วมมือกับ เอกชน โดยมีใน ๒ ประเด็นด้วยกัน ก็คือเรื่องของการจัดงานกับเรื่องของ Academy นะครับ ในเรื่องนี้ขออนุญาตตอบดังนี้🔗
ท่านถามว่ามีการเซ็น MOU หรือสัญญาหรือไม่ ไม่มีนะครับ อันนี้ต้องกราบเรียน ว่าไม่มี แล้วที่สำคัญคือ MELCO เป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด เรายังไม่ได้ทราบวงเงินที่ใช้ ในการจัดงานและการส่งคนไปอบรม เนื่องจากว่าทาง MELCO เป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ตรงนี้นะครับ🔗
ผมขออนุญาตได้นำเรียนว่าในเรื่องของ THACCA นั้นก็เป็นการดำเนินการ ร่วมมือเอกชนตามที่ท่านได้พูดมาก็ถูกต้องนะครับ ขอยืนยันว่าไม่มีการเซ็นสัญญาหรือ MOU แต่ประการใด ขออนุญาตนำเรียนตอบคำถามแรกครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญท่านพริษฐ์ คำถามที่ ๒ ครับ🔗
ก็ขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี สำหรับรายละเอียด แต่ต้องเรียนแบบนี้ครับท่านประธาน เพราะมันมีรายละเอียดหนึ่งที่เป็น รายละเอียดที่ผมคิดว่าสำคัญแล้วที่ท่านรองนายกรัฐมนตรียังไม่ได้พูดถึง ผมย้อนไปฟัง ในคำแถลงการณ์หรือว่างานเปิดตัวโครงการ ๑ ชั่วโมงกว่าก็ไม่มีใครพูดถึง ที่ผมจำเป็นต้อง มาเรียนต่อท่านประธานในวันนี้ครับ เมื่อวานครับเราเห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีเชิญชวน คนไทยให้ใส่กางเกงช้างในช่วงสงกรานต์ แต่ผมคิดว่ารายละเอียดหนึ่งเกี่ยวกับโครงการ ความร่วมมือนี้ที่ผมถามถึง ซึ่งเปรียบเสมือนช้างในห้องที่ยังไม่มีใครพูดถึงครับ ก็คือว่าบริษัท MELCO ที่ทาง THACCA ไปร่วมมือนั้นความจริงแล้วเป็นบริษัทกาสิโน ผมไม่ได้บอกนะครับ ต้องย้ำนี้ ผมไม่ได้บอกว่าการเป็นบริษัทกาสิโนเป็นสิ่งที่ผิด ตราบใดที่เป็นการประกอบกิจการ ที่มีใบอนุญาตถูกต้องในประเทศดังกล่าว ตราบใดที่เป็นการดำเนินกิจการที่ไม่ได้ขัดกับ หลักกฎหมายกับหลักธรรมาภิบาล แต่ผมคิดว่าเราจำเป็นต้องเอาความจริงมาพูด ว่าบริษัทที่ THACCA ไปร่วมมือนั้นเป็นบริษัทกาสิโน เพื่อทำให้เราเข้าใจถึงที่มาที่ไปของโครงการ และเพื่อทำให้เราอาจจะพอคาดการณ์ได้ว่าเหตุผลที่บริษัทดังกล่าวจะสนใจมาร่วมมือกับ THACCA ก็อาจจะเป็นเพราะว่ารัฐบาลไทยมีแผนจะออกใบอนุญาตให้กับกาสิโนในประเทศ🔗
ประการที่ ๑ ต้องยอมรับตรงไปตรงมาว่ากาสิโนนั้นเรียกได้ว่าเป็นธุรกิจหลัก ของบริษัทดังกล่าว บริษัทดังกล่าวปัจจุบันมีการเปิดบริการกาสิโนอยู่ทั้งหมด ๕ แห่ง ใน ๓ ประเทศ กำลังจะมีแห่งที่ ๖ ในประเทศที่ ๔ โดยในมาเก๊านั้นก็ถือว่าบริษัทนี้ก็เป็น ยักษ์ใหญ่ มีสัดส่วนตลาดอยู่ประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ จริงอยู่ว่าสถานบริการต่าง ๆ ของ บริษัทนี้เรียกได้ว่าเป็น Integrated Resort หรือว่า Resort ครบวงจรที่ไม่ได้มีแค่กาสิโน แต่ข้อเท็จจริงก็คือว่าไม่มี Resort ครบวงจรแห่งไหนเลยของบริษัทนี้ที่ไม่มีกาสิโน หากจะ พูดถึงสัดส่วนพื้นที่ครับ จริงอยู่ว่า Resort ของบริษัทนี้ก็จะมีพื้นที่ที่เป็นกาสิโนอยู่เพียงแค่ ประมาณ ๕-๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่หากเราไปดูงบการเงินเราจะค้นพบว่าถ้าพูดถึงรายได้ รายได้ ๕ ปีล่าสุดของบริษัทนี้ครับ มีสัดส่วนรายได้จากกาสิโนสูงถึงประมาณ ๘๒ เปอร์เซ็นต์🔗
ประการที่ ๒ ก็ต้องเรียนตามตรงว่าบริษัทดังกล่าวนั้นก็กำลังเจอสถานการณ์ ทางธุรกิจที่ทำให้เราพอเข้าใจได้ว่าทำไมเขาถึงเห็นถึงความจำเป็นในการมาแสวงหาโอกาส ในการขยายกิจการมาสู่ประเทศอื่น ๆ เพราะพอเราไปย้อนดูงบการเงินก็จะเห็นว่าบริษัท ดังกล่าวนั้นพึ่งพารายได้จากธุรกิจในมาเก๊าเป็นหลัก คิดเป็นประมาณ ๘๗ ๘๘ เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ในปีล่าสุดก่อนที่โควิดจะเข้ามา แล้วตั้งแต่โควิดเข้ามาสิ่งที่เราเห็นคือรัฐบาลจีนนั้น ก็มีมาตรการที่พยายามจะมีความเข้มงวดมากขึ้นในการควบคุมนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไป เล่นพนันที่มาเก๊า จนทำให้เราเห็นว่ารายได้กาสิโนที่มาเก๊าในภาพรวมในระดับอุตสาหกรรม นั้นตกมาอยู่เพียงแค่ ๖๐-๖๕ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ก่อนโควิด หรือหากจะเจาะจงไปแค่ บริษัทดังกล่าวก็จะเห็นว่า Operating Income หรือว่ากำไรจากการดำเนินงานของบริษัท ดังกล่าวนั้นก็ยังอยู่แค่ ๖๔ เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับก่อนโควิด บทวิเคราะห์อันน่าสนใจ อันหนึ่งจากนิเคอิสำนักข่าวระดับนานาชาติ ก็ระบุไว้อีกว่าบริษัทดังกล่าวนั้นฟื้นตัวช้ากว่า คู่แข่ง เพราะว่าคู่แข่งนั้นมีธุรกิจด้านอื่นนอกเหนือจากกาสิโนที่แข็งแรงกว่า ดังนั้นเราเข้าใจ ว่าพอเจอสถานการณ์แบบนี้บริษัทดังกล่าวก็คงต้องพยายามจะแสวงหาโอกาสในการขยาย กิจการกาสิโนไปที่ประเทศอื่น แล้วแน่นอนว่าในบรรดาประเทศต่าง ๆ ที่บริษัทนี้สามารถ ขยายกิจการไปได้ก็ไม่แปลกใจที่เขาจะมองมาที่ประเทศไทย เพราะพอเขาทราบข่าวว่า รัฐบาลไทยมีแผนจะเดินหน้าเรื่องการออกใบอนุญาตกาสิโน ทางผู้บริหารซีอีโอของบริษัท ก็เคยพูดถึงโอกาสในการทำกาสิโนไทยไว้แบบนี้ว่าเป็นโอกาสของยุคสมัยที่อาจเกิดขึ้น ๑๐๐ ปีครั้ง แล้วเมื่อต้นปีทางบริษัทก็ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าได้มีการจัดตั้งและการเปิด สำนักงานในไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นครับท่านประธานในมุมของธุรกิจเราเข้าใจดีว่า ทำไมบริษัทดังกล่าวถึงอาจจะสนใจมาทำกาสิโนในไทย แล้วเราก็เข้าใจดีว่าทำไมเขาถึง อาจจะมีความสนใจ หรือมีแรงจูงใจในการมาร่วมงานกับหน่วยงานรัฐอย่าง THACCA แต่ในมุมรัฐบาลครับ โดยเฉพาะในมุมของ THACCA ที่มีภารกิจหลักในการยกระดับทักษะ ของคนไทย ผมจำเป็นต้องถามท่านรองนายกรัฐมนตรี ๓ คำถามด้วยกันครับ🔗
คำถามที่ ๑ คือในบรรดาบริษัทชั้นนำเกี่ยวกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั่วโลก ที่มีเป็นนับร้อยนับพันบริษัทที่ท่านสามารถไปแสวงหาความร่วมมือได้เพื่อพยายามจะ ยกระดับทักษะของคนไทย คำถามมีอยู่ว่าทำไมรัฐบาลถึงเลือกที่จะทำความร่วมมือ แบบพิเศษแบบนี้กับเพียงแค่บริษัทเดียวซึ่งเป็นบริษัทกาสิโน ถ้ารัฐบาลจะให้เหตุผลว่า เป็นเพราะว่าบริษัทดังกล่าวนั้นสามารถเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญวิทยากรที่มีชื่อเสียงได้ รัฐบาล กล้าพูดไหมว่ารัฐบาลไม่สามารถเข้าถึง หรือว่าขอความร่วมมือจากบริษัทอื่น ๆ ที่มีความ เชี่ยวชาญเช่นกันได้เหมือนกัน เพราะว่าแม้กระทั่ง ๑ ใน ๕ วิทยากรที่ทางบริษัทดังกล่าว ดึงมาที่งานนั้นความจริงก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารที่มีการเปิดโรงเรียนสอนอาหารในไทย อยู่แล้ว🔗
คำถามที่ ๒ หากยืนยันว่าจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกับบริษัทดังกล่าวจริง ก็ต้องถามอย่างตรงไปตรงมาว่าท่านเคยได้ศึกษาโดยละเอียดหรือไม่ ว่าบริษัทดังกล่าวที่ THACCA ไปร่วมมือด้วยมีประวัติพฤติกรรมหรือการดำเนินการทางธุรกิจที่น่ากังวลหรือเปล่า ผมต้องให้ความเป็นธรรมกับบริษัทว่าบริษัทดังกล่าวที่ผมพูดถึงนี้ยังไม่เคยถูกพิสูจน์ว่า ทำอะไรผิด แต่ถ้าเราไปค้นหาในอินเทอร์เน็ตเราก็จะค้นพบว่าสำนักข่าวต่าง ๆ ต่างประเทศ ได้มีการรายงานไว้แบบนี้ว่า บริษัทดังกล่าวครั้งหนึ่งเคยถูกสอบสวนโดยหน่วยงานที่ ออสเตรเลียจากกรณีไปซื้อหุ้นในกาสิโนที่เคยมีปัญหาเรื่องการฟอกเงิน และเคยร่วมธุรกิจ กับกลุ่มนายหน้า หรือว่า Junket ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมในจีน และนอกจากนั้น สำนักงานหรือว่าสำนักข่าวต่างประเทศก็เคยมีการรายงานไว้เช่นกันว่าบริษัทดังกล่าวนี้ เคยถูกสอบสวนโดยหน่วยงานที่ญี่ปุ่น จากกรณีที่นักการเมืองญี่ปุ่นคนหนึ่งมีการไปรับสินบน จากบริษัทการพนันอีกเจ้าหนึ่งไม่ใช่บริษัทนี้นะครับ🔗
คำถามที่ ๓ สุดท้ายคือในภาพรวมครับ อยากจะถามว่าท่านคิดว่าการที่ รัฐบาลตัดสินใจร่วมมือกับบริษัทดังกล่าวนี้มันมีความเกี่ยวข้องหรือไม่กับการที่รัฐบาลนั้น กำลังเดินหน้าเรื่องการออกใบอนุญาตกาสิโน เกี่ยวข้องหรือไม่กับการที่ ครม. เพิ่งอนุมัติ รับหลักการร่าง พ.ร.บ. Entertainment Complex ไปเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคมที่ผ่านมา และเข้าใจว่าจะกลับเข้าสู่ ครม. ในเร็ว ๆ นี้ หรือจะถามในมุมกลับกันครับ คือหากรัฐบาล ชุดนี้ไม่มีนโยบายเรื่องกาสิโนท่านคิดว่าความร่วมมือระหว่าง THACCA กับบริษัทกาสิโนนี้ จะเกิดขึ้นหรือไม่ครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ขออนุญาตตอบคำถามของท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ ต้องเรียนว่าบริษัท MELCO นั้นเป็นบริษัทที่เป็นผู้สนับสนุนงานทางด้านศิลปะและ Soft Power รายใหญ่ในเขตมาเก๊า แล้วก็รวมถึงการมีทรัพยากรและเครือข่ายในอุตสาหกรรม หลัก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Soft Power เช่น เรื่องการท่องเที่ยว การศิลปะ ศิลปะการแสดง และเรื่องอาหาร และเรื่องอื่น ๆ เพราะฉะนั้นแล้วการที่ MELCO มาให้การสนับสนุน แล้วก็มี การทำงานร่วมกับทาง THACCA จึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะว่าบริษัทก็มีกิจกรรมแล้วก็มี ลักษณะของภารกิจที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว ผมต้องเรียนท่านสมาชิกว่าในเรื่องนี้ไม่มีเงื่อนไข ไม่มี เงื่อนไขที่ต้องไปเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท MELCO แต่อย่างใด และไม่เกี่ยวข้องกับการออก ใบอนุญาตในเรื่องของกาสิโนแต่อย่างใด แล้วขณะนี้เองกฎหมายที่เกี่ยวข้องนั้นก็ยังไม่ได้ ดำเนินการไปถึงไหนเลยในสภาผู้แทนราษฎรหรือในหน่วยงานอื่น ๆ ส่วนเรื่องธุรกิจต่าง ๆ นั้นก็เป็นเรื่องที่ท่านได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ เพราะฉะนั้นคำถามที่ท่านถามมาว่ามีบริษัท ชั้นนำที่มีอยู่ทั่วโลกทำไมต้องเป็น MELCO จริง ๆ แล้วเราไม่ได้กีดกันบริษัทอื่นเลยนะครับ ถ้ามีบริษัทใดในโลกนี้ที่ต้องการมาทำงานร่วมกับประเทศไทยในเรื่องของ Soft Power เราก็ยินดี แต่เนื่องจากว่า MELCO เสนอเงื่อนไขที่ประเทศไทยไม่ได้เสียประโยชน์แต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในเรื่องการดำเนินการในเรื่องนี้🔗
ข้อ ๒ ถ้าต้องร่วมมือแล้วเคยศึกษาหรือไม่ว่ามีข้อกังวลอย่างใดว่าเป็นบริษัท ที่ดำเนินการอย่างไร หรือไม่ เพราะว่าท่านพริษฐ์ได้ยกตัวอย่างถึงการมีเหตุที่เกิดขึ้นที่ ออสเตรเลียหรือที่ญี่ปุ่น ต้องเรียนว่าในเรื่องนี้บริษัทนี้เป็นบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องตาม กฎหมายในมาเก๊า แล้วก็ดำเนินธุรกิจที่มานานในเรื่องนี้ ในกรณีที่ไปมีประเด็นในเรื่องต่าง ๆ ก็ยังไม่เคยมีคำวินิจฉัยต่าง ๆ ออกมาว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทที่มีความผิดแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้เราก็ใช้ความระมัดระวัง แล้วก็ได้ศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบ เช่นเดียวกันในการที่จะดูว่าผู้สนับสนุนนั้นจะเป็นใคร ถ้าเป็นผู้สนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ ผิดกฎหมาย หรือเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่ถูกต้อง หรือมีคำที่หน่วยงานอื่น ๆ ได้วินิจฉัยมาแล้ว เราก็ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษนะครับ🔗
ส่วนเรื่องสุดท้ายที่ท่านได้ถามมา ก็คือการที่รัฐบาลเอา MELCO จะเกี่ยวข้อง กับเรื่องการอนุญาตร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงหรือไม่ จริง ๆ แล้วเรื่องร่าง พ.ร.บ. นี้ยังไม่ได้ เข้า ครม. อีกนะครับ ยังไม่ได้สู่การพิจารณา แล้วก็ต้องเรียนว่าอันนี้ก็ไม่เกี่ยวกัน ร่าง พ.ร.บ. นี้เป็นเรื่องภาพรวมที่ต้องการยกขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แล้วก็เวลามีการ ดำเนินการมีรายละเอียดที่ต้องเปลี่ยนแปลงอีกมากมาย ไม่ว่าจะในชั้นสภาผู้แทนราษฎร หรือชั้นวุฒิสภา ผมเชื่อว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อบริษัท MELCO แต่อย่างใด แล้วก็ไม่เกี่ยวข้องกัน รัฐบาลขอยืนยันครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่านจะมีคำถามอีกไหมครับ🔗
ในรอบสุดท้ายเหลือเวลา ๕ นาที ครับท่านประธาน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีแล้วก็เห็นตรงกับท่านว่า ณ เวลานี้ผมก็ไม่ได้กล่าวหา ว่าได้มีการกระทำผิดอะไรไป แต่ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีก็เข้าใจ หรือว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี ก็เข้าใจว่าสังคมมันอดสงสัยไม่ได้ว่าการที่ THACCA นั้นตัดสินใจให้บริษัทดังกล่าวนี้เข้ามา Sponsor แล้วก็สนับสนุนโครงการที่เป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาลนั้นมันเป็นการส่งสัญญาณ หรือไม่ว่าในบรรดาใบอนุญาตชุดแรกที่จะมีการออก แล้วก็ที่รัฐบาลพยายามจะเร่งให้ทัน ภายในรัฐบาลนี้จะมีบริษัทนี้เป็นหนึ่งในผู้ได้รับใบอนุญาต ที่ต้องถามแบบนี้ครับท่านประธาน เพราะว่าพอไปทำการบ้านเพิ่มเติมในมุมหนึ่งเราก็เห็นว่าบริษัทดังกล่าวนั้นมีประวัติในการ รุกหนักอย่างค่อนข้างชัดเจนเวลาพยายามจะขยายกิจการไปต่างประเทศ ถ้าพูดในเชิงสถิติ เราจะเห็นว่าบริษัทดังกล่าวนั้นมักจะทำสำเร็จตลอดเลยในการเป็นผู้ได้รับอนุญาตแรก ในหลายประเทศที่มีการเปิดให้กาสิโนนั้นถูกกฎหมาย อย่างที่ประเทศไซปรัสบริษัทดังกล่าว ก็เป็นผู้ถือใบอนุญาตกาสิโนแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศ หรือถ้าไปดูในประเทศ ศรีลังกาบริษัทดังกล่าวก็กำลังจะเปิดกาสิโนแห่งแรกของประเทศในปีหน้าเช่นกัน หรือแม้จะไม่สำเร็จอย่างเช่นที่ญี่ปุ่นครับ แต่ในช่วงที่เมืองโยโกฮามามีแผนจะเสนอเป็นที่ จัดตั้งกาสิโนเราก็เห็นว่ามีบริษัทดังกล่าวนั้นรุกหนักมาก ไปเป็น Sponsor ทีมฟุตบอล ไป Sponsor จัดกิจกรรมตลาดนัดกลางเมือง ก่อนที่ท้ายสุดแล้วนายกเทศมนตรีคนใหม่ของ เมืองนั้นจะตัดสินใจพับนโยบายเรื่องกาสิโนไป แต่ในอีกมุมหนึ่งในขณะที่เขามีท่าทีหรือ แนวโน้มที่จะรุกหนักก็ต้องเรียนตามตรงครับท่านประธานว่าสิ่งที่ผมกังวลคือรัฐบาลชุดนี้ กลับมีมาตรการที่หละหลวมมากในการตั้งรับและป้องกันความเสี่ยงเรื่องการล็อกสเปก หรือว่าการจัดสรรใบอนุญาตอย่างโปร่งใส เพราะว่าเราไปดูตัวร่างกฎหมาย Entertainment Complex ที่ ครม. รับหลักการไปแล้วเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม เราจะเห็นว่า ครม. นั้นไปตัด ออกมาตราหนึ่งที่เคยมีอยู่ในร่างของรายงานกรรมาธิการวิสามัญของสภาแห่งนี้ที่ระบุชัดว่า การจัดสรรใบอนุญาตนั้นจะต้องมีการประมูล โดยตอนนี้ทาง ครม. ไปตัดมาตรานั้นออก และเขียนไว้หลวม ๆ ว่าให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบาย ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเป็น ประธานในการไปกำหนดเองว่าจะใช้เกณฑ์อะไร ซึ่งมันก็ไปเพิ่มความเสี่ยงที่อาจจะมีการใช้ ดุลพินิจในการตัดสินใจว่าใครจะได้รับใบอนุญาตไป แล้วก็ไปเพิ่มความเสี่ยงเรื่องของปัญหา สตางค์ทอนและการทุจริตคอร์รัปชันได้ ดังนั้นแม้ท่านจะยืนยันแล้ว เมื่อสักครู่ท่านยืนยัน กลางสภาแล้วว่าไม่มี Deal กันว่าพอบริษัทนี้มาช่วยรัฐบาลเรื่อง Soft Power รัฐบาลจะช่วย เขาเรื่องใบอนุญาต แต่ท่านช่วยยืนยันเพิ่มเติมได้ไหมว่าพอบริษัทนี้มาให้ประโยชน์ขนาดนี้ กับนโยบายเรือธงของรัฐบาล บริษัทนี้จะไม่ได้รับความได้เปรียบแต่ประการใดเมื่อมีการ พิจารณาการจัดสรรใบอนุญาต แล้วท่านยืนยันได้ไหมว่าพอบริษัทนี้มาทำประโยชน์ให้กับ โครงการของคณะกรรมการ Soft Power ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ตัวท่าน นายกรัฐมนตรีเองจะไม่เลือกตอบแทนบุญคุณดังกล่าว พอไปนั่งเป็นประธานคณะกรรมการ นโยบาย Entertainment Complex ที่ออกกฎเกณฑ์และตัดสินใจว่าใครจะได้รับใบอนุญาต และแม้ท่านยืนยัน ๒ เรื่องนี้ได้ก็อยากจะทิ้งท้ายว่าอยากจะถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีว่ารัฐบาลท่านมีมาตรการอะไร หรือว่าจะดำเนินการด้วยความ ระมัดระวังอย่างไรเพื่อทำให้สังคมเชื่อมั่นว่าการที่เรามีบริษัทกาสิโนแห่งหนึ่งมาให้ประโยชน์ กับนโยบายของนายกรัฐมนตรีคนเดียวกันกับคนที่จะไปนั่งเป็นประธานคณะกรรมการ นโยบาย Entertainment Complex และตัดสินใจว่าใครจะได้ใบอนุญาตกาสิโนนั้นจะไม่ นำไปสู่ปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือว่า Conflict of Interest ที่เสี่ยงจะไปเพิ่มปัญหา เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศนี้ครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมขออนุญาตตอบตอนท้ายของข้อที่ ๒ เพิ่มเติมเล็กน้อยที่ท่านบอกว่ามี MELCO อย่างเดียว จริง ๆ แล้วผมได้รับข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีความร่วมมือกับบริษัทอื่นด้วยเช่นบริษัทใหญ่ ในอุตสาหกรรมบันเทิงจากอเมริกาที่จะมาร่วมงานในงาน Soft Power Forum SPLASH ในปีนี้ อันนี้ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งนะครับ🔗
ส่วนคำถามข้อ ๓ ที่ท่านบอกว่าการรุกหนักในธุรกิจของ MELCO ไปยัง ประเทศต่าง ๆ ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่บริษัทประกอบธุรกิจที่เป็นธุรกิจหลาย ๆ ด้าน เขาก็แสวงหาโอกาสในการไปลงทุนในประเทศต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาครับ อันนี้ผมคิดว่า เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ส่วนในตัวร่างกฎหมายที่ตัดออกมามาตราหนึ่งที่ว่ามีใบอนุญาตประมูล แล้วภายหลังใบอนุญาตก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ ผมว่าเรื่องของ พ.ร.บ. สถานบันเทิง ครบวงจรเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการดำเนินการอีกหลายขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นชั้นสภาผู้แทนราษฎร หรือชั้นวุฒิสภา เพราะฉะนั้นผมยังไม่อยากจะสรุปว่ารายละเอียดตอนสุดท้ายนี้เป็นอย่างไร แต่ต้องเรียนว่าบริษัทนี้ผมขอยืนยันว่าแม้บริษัทจะให้การสนับสนุนการทำงานในด้านต่าง ๆ ผมเรียนว่าบริษัทจะไม่ได้รับข้อได้เปรียบจากรัฐบาลแต่อย่างใด ไม่ใช่ว่ามาช่วยแล้วต้องได้ สิทธิพิเศษไม่ใช่นะครับ แล้วการดำเนินการอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ต้องขอบคุณ ในความหวังดีและข้อท้วงติงของท่านพริษฐ์ที่มีความห่วงใย เพราะว่าการขัดกันแห่ง ผลประโยชน์นั้นเป็นสิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่ง แล้วผมคิดว่าในเรื่องนี้ถ้ากฎหมายที่ออกมา เข้าสภาและผ่านสภาได้มีผลบังคับใช้แล้ว ขอให้กฎหมายออกมาเสร็จสิ้นเสียก่อนนะครับ ผมคิดว่าคงเห็นหน้าตาที่ทุกฝ่ายพอใจแล้วก็สามารถที่จะสร้างความโปร่งใสในเรื่องต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ส่วนรายละเอียดผมคิดว่าอีกหลายขั้นตอนมันอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ ก็ขออนุญาต ได้ตอบท่านสมาชิกให้ได้รับทราบ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ในเมื่อ เวลาเหลือขอนิดเดียวครับ ชี้แจงนิดเดียวครับ🔗
เวลายังเหลืออยู่หรือครับ🔗
เหลืออีก ๗ นาทีเลยครับ ผมใช้ ไม่หมดอยู่แล้วครับ นิดเดียวครับ🔗
เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ขอบคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสำหรับคำตอบนะครับ🔗
เดี๋ยวขออนุญาตท่านพริษฐ์หน่อย ขอต้อนรับหน่อยนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ คณะนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ เชิญท่านพริษฐ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ สั้น ๆ ๒ ประเด็นครับ🔗
ประเด็นแรก ก็อยากจะย้ำผมไม่ได้บอกว่ามีการกระทำผิดไปแล้ว แล้วผม ก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติมากของธุรกิจที่จะรุกแบบนี้ แต่สิ่งสำคัญของพวกเราในฐานะ คนทำงานการเมืองและในฐานะรัฐบาล คือเราจะตั้งรับอย่างไรเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่อง ผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะข้อเท็จจริงก็คือว่าล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้ว คะแนนเรื่องของ ภาพลักษณ์การทุจริตของประเทศเรานั้นแย่ที่สุดในรอบ ๑๒ ปี🔗
ส่วนประการที่ ๒ เห็นท่านรองนายกรัฐมนตรีเหลืออีก ๖ นาที ไหน ๆ ท่าน พูดถึงร่างกฎหมายแล้ว ผมขอสั้น ๆ ก็ได้ว่าร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร ซึ่ง ครม. อนุมัติ ไปแล้วในเชิงหลักการวันที่ ๑๓ มกราคม จะกลับเข้าสู่ ครม. เพื่ออนุมัติรอบสุดท้ายก่อนส่ง เข้าสภาวันไหน แล้วก็ร่าง พ.ร.บ. THACCA ที่ยังค้างอยู่ แล้วเข้าใจว่ายังไม่มีการอนุมัติ แม้กระทั่งหลักการโดย ครม. จะคืบหน้าไปถึงขั้นไหน ภายในระยะเวลาเมื่อไร แล้วจะถูกส่ง เข้ามาที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้สำหรับการพิจารณาในวาระที่หนึ่งเมื่อไรครับ ขอบคุณมาก ครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตตอบ ท่านพริษฐ์ใน ๓ เรื่องด้วยกัน เรื่องแรก ผมรับข้อสังเกตของท่านเอาไว้นะครับ เพราะว่าเป็น เรื่องที่คิดว่าเป็นประโยชน์แล้วก็เป็นเรื่องสำคัญด้วย ส่วนเรื่อง พ.ร.บ. Entertainment Complex หรือ พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ ยังไม่ได้กำหนดว่าจะเอาเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. วันไหน อยู่ระหว่างการที่หน่วยงานนี้ต้องตอบกลับ ส่วนสุดท้ายเรื่อง พ.ร.บ. THACCA ก็เช่นเดียวกัน ตัวร่างนั้นเสร็จแล้วแต่อยู่ระหว่างการขอรับฟังความคิดเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่ง ผมเข้าใจว่าถ้าทันสภาในสมัยนี้ ไม่แน่ใจนะครับต้องเรียนท่านอย่างนี้ เพราะสภาอีกไม่กี่วัน จะปิด แต่เมื่อท่านได้ตั้งข้อสังเกตมาก็จะพยายามที่จะดูให้ว่าควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับพอสมควรแล้ว ต่อไปนะครับ🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑. เรื่อง ปัญหาและแนวทางการแก้ไขในการบริหารจัดการน้ำ ด้านการเกษตรในโครงการบางระกำโมเดล นายนพพล เหลืองทองนารา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอัครา พรหมเผ่า เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากในวันนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจสำคัญ จึงไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดี ที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ นะครับ🔗
๒. เรื่อง การติดตามการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยและการ ขาดแคลนน้ำ ในพื้นที่ลุ่มน้ำลำเชียรไกร จังหวัดนครราชสีมา นายรชตะ ด่านกุล เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอัครา พรหมเผ่า เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากวันนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจสำคัญ จึงไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑🔗
๓. เรื่อง การแก้ไขปัญหาการจัดการขยะของประเทศ นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากในวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มีกำหนดการเข้าเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินี ในการเสด็จไปทรงเปิดอาคารเทียบเครื่องบินรองหลักที่ ๑ และทางวิ่งเส้นทาง ที่ ๓ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จึงขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑🔗
๔. เรื่อง ขอให้พื้นที่ลุ่มน้ำยมฝั่งขวา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ให้เป็นพื้นที่เขตชนบทชลประทาน นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากวันนี้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจสำคัญที่ได้นัดหมายล่วงหน้าจึงไม่สามารถ มาตอบกระทู้ถามได้ ขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑🔗
๕. เรื่อง ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาปลาหมอสีข้างดำและการจัดสรร งบประมาณเพื่อนำมาแก้ไขปัญหาดังกล่าว นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากวันนี้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจสำคัญที่ได้มอบหมายไว้ ล่วงหน้าแล้วจึงไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็น วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘🔗
๖. เรื่อง การให้บริการน้ำประปาสะอาดและทั่วถึง นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจสำคัญมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากวันนี้รัฐมนตรีช่วยว่า การกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจสำคัญ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็น วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ได้ดำเนินการถามและตอบที่ห้องกระทู้ถาม แยกเฉพาะเรียบร้อยแล้วนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
เรียนท่านรัฐมนตรี ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และท่านผู้มีเกียรติทุก ๆ ท่าน ก่อนดำเนินการถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอชี้แจงให้ที่ประชุมทราบดังนี้นะครับ🔗
ประการแรก การถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะแต่ละกระทู้ถามให้ถาม และตอบได้เรื่องละไม่เกิน ๒ ครั้ง และต้องถามและตอบให้แล้วเสร็จภายใน ๒๐ นาที ซึ่ง ๒๐ นาทีนี้ถ้าแบ่งก็ผู้ถามสัก ๑๐ นาที ผู้ตอบสัก ๑๐ นาที อันนี้ก็ไม่เป็นอะไรเฉลี่ยกันได้ ตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ ข้อ ๑๗๓ และข้อ ๑๖๗ ครับ🔗
ประการที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ได้รับอนุญาตให้ประชาชนเข้าร่วมรับฟัง ขอความร่วมมือจากผู้ที่ได้รับอนุญาตกรุณาปฏิบัติตามระเบียบของสภาผู้แทนราษฎร ว่าด้วย การอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๔ และข้อ ๕ ที่กำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตต้องรักษามารยาท ประพฤติตนให้เหมาะสม อยู่ใน ความสงบ ห้ามแสดงกิริยาที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเช่นกล่าววาจา หรือปรบมือชอบใจ หรือการกระทำอันใดเป็นการรบกวนขัดขวางที่ประชุม และในช่วงที่นั่งรับฟังก็กรุณาห้ามใช้ เครื่องมือ เช่น โทรศัพท์หรืออุปกรณ์ใด ๆ ถ่ายภาพหรือบันทึกเสียง เพราะว่าการประชุม ภายในห้องประชุมก็มีการกำหนดกติกาไว้ สามารถจะพูดได้ แต่ว่าถ้าเอาไปเผยแพร่ข้างนอก ผู้เผยแพร่ต้องรับผิดชอบด้วยนะครับ ขอบคุณทุกท่านครับ🔗
สำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะในวันนี้ ผมเห็นว่าเพื่อประโยชน์ ในการถามตอบและกระทู้ถามของผู้ตั้งกระทู้ถามและของท่านรัฐมนตรี ผมขอสลับลำดับ การตอบกระทู้ถามดังต่อไปนี้ครับ🔗
ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๒๔ ของนายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล🔗
ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๓๒ ของนางสาวปวิตรา จิตตกิจ🔗
ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๓๓ ของนายกรุณพล เทียนสุวรรณ🔗
ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๑๗ ของนายสมดุลย์ อุตเจริญ🔗
ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๓๔ ของนายเซีย จำปาทอง🔗
ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๓๕ ของนางสาวนิตยา มีศรี🔗
ขอเลื่อน ๒ ลำดับสุดท้าย เพราะฉะนั้นวันนี้จะมีกระทู้ถามแยกเฉพาะ ๔ กระทู้ ก็จะดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
๑. เรื่อง การติดตามความคืบหน้าแนวทางในการเพิ่มจำนวนพะยูน เต่าทะเล และสัตว์น้ำที่เสี่ยงใกล้จะสูญพันธุ์ในทะเลอันดามัน นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
ซึ่งในการนี้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขออนุญาตให้มี ผู้มาร่วมชี้แจงด้วย คือ ๑. นายอุกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและ ชายฝั่ง ๒. นางสาวทิพามาศ อุปน้อย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อันดามันตอนบน ผมก็ขออนุญาตให้เข้าร่วมได้ และอนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมในการ ตอบกระทู้ถามอีกท่านหนึ่งคือ ๑. นายนริศ ขำนุรักษ์ ๒. นายนิคม จารจิต ๓. นายสุนทร มิ่งพิจาร ๔. นางเรณู จารจิต ๕. ดาบตำรวจ ศุภฤกษ์ ชูมนุษย์ ๖. นางสายพิณ บำรุง ๗. นางวิภาพร บำรุง ๘. นายองอาจ บำรุง อนุญาตนะครับ ต่อไปขอเชิญคุณฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ถามได้ครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ อำเภอถลางและตำบลกระทู้ พรรคประชาชน ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มากครับที่เสียสละเวลามาตอบกระทู้ถามของผมในวันนี้ ท่านประธานครับ เนื่องด้วยในช่วง ๖ ปีที่ผ่านมามีพะยูนตายไปแล้วกว่า ๑๕๐ ตัว และภายในปี ๒๕๖๘ นี้ นี่นับถึงกลางเดือน มีนาคมก็มีพะยูนตายไปแล้ว ๘ ตัว เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็มีลูกพะยูนเกยตื้นตายพร้อม ๆ กัน ทั้งที่ในจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดกระบี่ โดยซากแรกพบเมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๘ ที่เกาะ ลิบง จังหวัดตรัง คาดว่าขาดอาหารมาเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอและตาย ในที่สุด ซากที่ ๒ พบเมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๘ ที่เกาะนาคาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต เป็นพะยูน วัยเด็กตายเฉียบพลันจากภาวะช็อกจากการเสียเลือด ซึ่งเป็นผลจากการบาดเจ็บอย่างรุนแรง และเสียเลือดปริมาณมาก โดยลักษณะของบาดแผลข้างลำตัวคาดว่าเกิดจากการกระแทก อย่างรุนแรงจากเรือ Jet Ski ซากที่ ๓ พบเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ที่เกาะมะพร้าวจังหวัดภูเก็ต พบรอยแผลบาดลึกบริเวณข้างลำตัว บาดแผลมีการติดเชื้อ คาดว่าตายแบบเฉียบพลันจาก ภาวะหัวใจล้มเหลวร่วมกับภาวการณ์ติดเชื้อภายในร่างกายซึ่งทำให้สัตว์อ่อนแอลง ซากที่ ๔ พบเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ที่เกาะลิบง จังหวัดตรัง ซากที่ ๕ พบเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ที่เกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา ซากที่ ๖ พบเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๘ เป็นพะยูน เพศเมีย พบซากที่เกาะปู จังหวัดกระบี่ ไม่สามารถระบุการตายที่แน่ชัดได้เนื่องจากสภาพ เน่ามาก ซากที่ ๗ พบเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๘ ที่เกาะพยาม จังหวัดระนอง เป็นพะยูน เพศผู้ไม่สามารถระบุสาเหตุการตายที่แน่ชัดได้ เนื่องจากสภาพซากเน่ามาก ซึ่งการตายของ พะยูนมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หากเรายังไม่สามารถหาสาเหตุการตายได้เราก็จะ แก้ปัญหาได้ผิดจุด แก้ผิดวิธี ก็จะทำให้การสูญเสียทั้งงบประมาณ กำลังคน กำลังใจ แต่กลับ ไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเลยครับ ทั้งนี้การตายของพะยูนอาจจะมาจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น มีพยาธิ ในปอดและในลำไส้ มีสภาวะโลกร้อนจนทำให้อุณหภูมิในน้ำทะเลสูงขึ้นอย่างเช่นปะการัง ฟอกขาวในสไลด์ถัดไป ปริมาณหญ้าทะเลที่น้อยลง มีสารเคมี สารพิษ คราบน้ำมัน และขยะ ในทะเลเป็นจำนวนมากส่งผลให้สัตว์น้ำตายเพิ่มมากขึ้น เช่น เต่าทะเล พะยูน เป็นต้น ทั้งมี เศษขยะในท้องหรือสารพิษต่าง ๆ รวมไปถึงเศษเชือกพลาสติกรัดตัวจนพิการ การรบกวน จากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น Jet Ski กว่า ๓๐๐ ลำบริเวณบริเวณอ่าวบางโรง ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต หรือโครงการขุดลอกร่องน้ำที่จังหวัดตรังที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่จังหวัดตรังก็เป็นเหมือนบ้านพะยูนในประเทศไทยด้วยซ้ำ ขอสไลด์ถัดไปด้วยครับ นอกเหนือจากการตายของพะยูน สัตว์ทะเลอื่น ๆ ก็น่ากังวลไม่แพ้กัน อันนี้เราจะเห็นได้ว่า มีเต่าทะเลที่ตายจากคราบน้ำมันด้วย นอกเหนือจากการตายแล้วการพบจำนวนพะยูนเพิ่ม ก็เป็นข่าวดีบ้างครับ แต่หากเรายังนิ่งเฉยกับปัญหาการตายก็จะทวีความรุนแรงมากขึ้น ผมอยากทราบว่าที่ผ่านมาทางท่านรัฐมนตรีได้มีการสรุปสาเหตุการตายและแนวทางในการ แก้ไขปัญหาบ้างหรือยัง ในการทำงานที่ผ่านมาของกระทรวงได้มีความร่วมมือกับองค์กร ต่างประเทศด้านใดบ้าง ทั้งองค์กรภาคเอกชน หรือหน่วยงานของรัฐ ทั้งในส่วนของการ อนุรักษ์พะยูนก็ดี หรือการมีส่วนร่วมในการจัดการขยะทะเล หรือสารพิษในทะเล หรือสภาวะ โลกร้อน นอกจากความร่วมมือขององค์กรระหว่างประเทศแล้วนั้นไม่ทราบว่าทางกระทรวง ได้มีการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ บ้างหรือไม่ มีความร่วมมือด้านใดบ้าง มีปัญหาและอุปสรรคอย่างไรบ้าง ได้มีแนวคิดในการเพิ่มประสิทธิภาพของการแจ้งเหตุ เกี่ยวกับสัตว์ทะเลจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่บ้างหรือไม่ เช่นเบอร์ Hotline ในกรณีที่ ประชาชนพบเจอสัตว์ทะเลต่าง ๆ เกยตื้น ติดโขดหิน หรือได้รับบาดเจ็บ มีบุคลากรที่สามารถ ช่วยเหลือสัตว์ทะเลต่าง ๆ มากน้อยเพียงใด ขอสไลด์ถัดไปด้วยครับ นี่จะเป็นเหตุการณ์ Jet Ski เท่าที่ผมทราบมายังขาดอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมากครับ เรื่องอุปกรณ์นี้ หมายถึงอุปกรณ์ทั้งในการรักษา และอุปกรณ์ในการหา การเก็บข้อมูล เช่น Drone หรือ กล้องติดตามตัว หรือจีพีเอส เป็นต้น จึงขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าทางกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีข้อมูลปริมาณจำนวนพะยูน เต่าทะเล และสัตว์น้ำ ที่เสี่ยงใกล้จะสูญพันธุ์ที่มีการ Update ให้เป็นปัจจุบันหรือไม่ อย่างไรครับ ขอทราบ รายละเอียดครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกเป็นอย่างสูงที่ท่านได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของสัตว์ที่เป็น สัตว์สงวน แล้วก็สัตว์คุ้มครองของเราที่วันนี้อยู่ในสภาวะที่เสี่ยง มีอัตราการเสี่ยงต่อการ สูญพันธุ์สูงเนื่องจากสภาพแวดล้อม แล้วก็เนื่องจากจากการกระทำของมนุษย์ ผมเรียนอย่างนี้ว่า อันดับแรก เรามีการดำเนินการในเรื่องของการรับแจ้งสายด่วนในการที่จะให้พี่น้องประชาชน ได้แจ้งในกรณีที่จะมีการแจ้งเรื่องของการประสบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวพะยูน หรือเต่า หรือสัตว์ทะเลหายากตายหรือบาดเจ็บ หรือพบมีปัญหาใด ๆ ก็แล้วแต่ ที่สายด่วน ๑๓๖๒ ซึ่งจะเป็นสายด่วนพิทักษ์ป่ารักษาทะเล ๒๔ ชั่วโมง ซึ่งสายด่วนตรงนี้เราประชาสัมพันธ์ อยู่แล้ว แต่ท่านก็สามารถจะนำไปบอกกล่าวกับพี่น้องประชาชนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องตรงนี้ว่า ถ้าในกรณีที่เจอตรงนี้ท่านสามารถแจ้งตรงนี้ไปได้เลยนะครับ เราจะมีคนที่จะรับเรื่องตรงนี้ แล้วก็วันนี้ผมได้ให้นโยบายในส่วนของการที่จะรักษาอนุรักษ์สัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ที่ท่านได้กล่าวถึงตรงนี้ไว้ ผมเรียนว่าตั้งแต่ผมเข้ามาเป็นรัฐมนตรีประมาณสัก ๕ เดือนกว่า ๖ เดือน ผมได้ไปดูเฉพาะดูในส่วนของเต่าทะเลกับพะยูน ๓ ครั้ง ๓ ครั้งนี้ก็ไปที่จังหวัดภูเก็ต ไปที่จังหวัดตรัง ไปที่พังงา ไปเพื่อจะดู เนื่องจากระยะที่ผมเข้ามารับตำแหน่งมีกระแสเรื่อง ของพะยูนเสียชีวิตเป็นจำนวนมากก็ได้ลงไปดำเนินการ แล้วก็หามาตรการต่าง ๆ คุยกับ พี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ผมเรียนเลยนะครับว่าหัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหา คือการบูรณาการการทำงานร่วมกัน ไม่ใช่หน่วยงานราชการมาทำแล้วจะสามารถแก้ไข ปัญหาได้ ไม่ใช่ครับ ต้องรวมทั้งในส่วนราชการที่นอกเหนือจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กราบเรียนท่านประธานครับ ที่ลงไปทุกครั้งเรามีการประสานงานทำงาน ร่วมกับ ๑. กองทัพเรือ ซึ่งมีหน้าที่ในการที่จะมาช่วยงาน ๒. ก็คือในส่วนของกระทรวง มหาดไทย ก็คือท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในส่วนของ ท้องถิ่น เราประสานงานตรงนี้ แล้วก็มีการทำงานร่วมกัน มีการฝึกพี่น้องประชาชน อาสา ต่าง ๆ ที่จะเข้ามาร่วม ก็ได้รับความร่วมมือจากจังหวัด จากท้องถิ่น แล้วก็จากกองทัพเรือ รอบสุดท้ายที่ไป เนื่องจากกองทัพเรือจะมีบุคลากรแล้วก็เครื่องมือในการดำเนินการตรงนี้ เพราะฉะนั้นการดำเนินการตรงนี้เมื่อเราตั้งเป้าหมายว่าการจะแก้ไขปัญหาต้องได้รับ ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผมคิดว่าเป็นหัวใจที่สุดเลยคือพี่น้อง ประชาชนครับ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ทั้งอ่าวไทยและอันดามัน พี่น้องประชาชนที่มี อาชีพ ไม่ว่าในระบบการท่องเที่ยวทั้งหลายที่ท่านบอก Jet Ski บ้าง เรืออะไรต่าง ๆ บ้าง เรือวิ่งขนส่ง รับส่งบ้าง แล้วก็พี่น้องชาวประมงก็ไปทำความเข้าใจ มีการกำหนดเขตพื้นที่ มีการวางทุ่นในการป้องกัน และวันนี้เท่าที่ผมไปครั้งสุดท้ายจะมีการทดลองในการติดเรดาร์ หรือโซนาร์ หรืออะไรต่าง ๆ ที่จะเป็นการแจ้งเตือนให้กับพะยูนได้รู้ หรืออาจจะส่งคลื่น สะท้อนกลับมาให้เรือประมงได้รู้ว่ามีสัตว์หรือมีสิ่งกีดขวาง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่เรา กำลังดำเนินการ เพราะฉะนั้นเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้สบายใจว่าเราไม่ได้ นิ่งนอนใจ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องพะยูนได้มีการดำเนินการเรื่องพะยูนเป็นแผนแห่งชาติ มีดำเนินการมาตรการต่าง ๆ นะครับ ในขณะนี้เป็นแผนระยะ ๒ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๖-๒๕๖๘ ซึ่งผมขออนุญาตที่จะแจ้งในส่วนของจำนวนก่อนดีกว่า ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านได้ ถามว่าวันนี้มีจำนวนสัตว์คุ้มครอง สัตว์สงวน แต่ละส่วนเป็นอย่างไรบ้าง ผมเรียนอย่างนี้ว่า ส่วนของจากการสำรวจสัตว์ทะเลหายาก สัตว์ทะเลใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งเราดำเนินการจำนวน ๖ ครั้งต่อปี ผมได้เรียนถาม ทช. ที่รับผิดชอบตรงนี้ว่าเราดำเนินการตรวจสอบอย่างไร ท่านบอกว่าเราดำเนินการตรวจสอบค่อนข้างจะละเอียดมากกว่า ถ้าในระดับอาเซียนผมว่า เราดำเนินการตรวจสอบละเอียดมากที่สุด เพราะเราใช้ทั้ง Drone ใช้ทั้งมาตรการ ใช้ทั้ง เครื่องมือต่าง ๆ ไปดำเนินการ แล้วก็เราดำเนินการถึง ๖ ครั้งต่อปีในการดำเนินการ ตรวจสอบ ครอบคลุมทั้งพื้นที่ฝั่งทะเลอ่าวไทยแล้วก็อันดามัน เพราะฉะนั้นข้อมูลที่เราได้รับ ในระหว่างปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๗ ก็คือเดือนตุลาคม ๒๕๖๖ ถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๗ มีการสำรวจพะยูนพบประมาณ ๒๖๗ ตัว ในพื้นที่อ่าวไทยประมาณ ๓๖ ตัว อันดามัน ประมาณ ๒๓๑ ตัว ซึ่งขณะนี้ก็ยังตอบไม่ได้ว่าหลังจากตายไป ๘-๑๐ ตัว แล้วยังมีคลอด ออกมากี่ตัว จะต้องรอปีงบประมาณถึงกันยายน ๒๕๖๘ ก็จะมีการสรุปอีกครั้งว่าจะเหลือ เท่าไร มีโลมาและวาฬที่มีการศึกษาอยู่ใกล้ฝั่ง มีโลมาปากขวด โลมาหัวบาตร โลมาหลังโหนก โลมาอิรวดี และวาฬบรูด้า พบประมาณ ๒,๘๓๓ ตัว โดยชนิดที่พบมากที่สุดคือปลาโลมา หัวบาตรหลังเรียบ ๑,๔๓๒ ตัว รองลงไปก็โลมาอิรวดี ๗๒๘ ตัว โลมาหลังโหนก ๓๘๑ ตัว โลมาปากขวด ๒๑๘ ตัว แล้วก็วาฬบรูด้า ๗๔ ตัวเท่าที่สำรวจได้ ประเภทที่ ๓ ก็เป็นประเภท ปลากระดูกอ่อน ซึ่งมีการจำแนกอัตลักษณ์เฉพาะตัวที่มีการแพร่กระจาย ๒ ชนิด ก็คือ ฉลามวาฬ แล้วก็เป็นกระแบนแมนตา โดยพบฉลามวาฬจำนวน ๗๓ ตัวอยู่ทางฝั่งอ่าวไทย ๕๔ ตัว และอันดามัน ๑๙ ตัว แล้วก็จำแนกอัตลักษณ์ปลากระเบนแมนตาได้ ๔ ตัว ซึ่งปลา กระเบนนี้จะเป็นการพบที่ฝั่งอันดามันทั้งหมดเลยนะครับ ไม่พบในฝั่งอ่าวไทย เต่าทะเล พบว่ามีการวางไข่เต่าทะเลรวมทั้งหมด ๕๘๘ รัง เป็นเต่าตนุ ๒๒๕ รัง เต่ากะ ๓๔๖ รัง เต่ามะเฟือง ๑๖ รัง ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า จำนวนเต่ามันคงกำหนดจำนวนไม่ได้ แต่ว่าเดี๋ยว ผมจะตอบในข้อที่ ๒ ในส่วนของมาตรการ แต่ผมเรียนท่านนะครับว่าจากที่ผมทราบ แล้วก็ ได้สอบถามจากผู้ที่ดูแล ผู้เชี่ยวชาญว่าอัตราการรอดของเต่าที่เราปล่อยไปตามธรรมชาติแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ เต่าที่เราเพาะธรรมชาติ ๑๐๐ ฟอง ที่ออกเป็นเต่า ๑๐๐ ตัว เมื่อว่ายไปสู่ทะเล ไปผจญภัยทั้งหมดใช้ระยะเวลา ๒-๕ ปีกว่าจะโตเต็มที่เหลือประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์แค่นั้น ของอัตราการฟักออกมา เพราะฉะนั้นก็เป็นมาตรการที่สักครู่หนึ่งถ้ามีเวลาพอผมจะเรียน ท่านว่าเรามีมาตรการในการที่จะดูแลเต่าตรงนี้อย่างไรบ้างในการที่จะช่วยเพื่อที่จะให้จำนวน เต่าเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นในส่วนตรงนี้ผมเรียนว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันที่ผมเข้ามาผมไปบินตรวจการด้วยตัวเอง ไปสำรวจด้วย ตัวเอง ไปสั่งการด้วยตัวเอง ไปดูมาตรการต่าง ๆ ในการที่จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นนะครับ เพราะเราก็ทราบว่าปัญหาต่าง ๆ นี้มันไม่ได้เกิดเฉพาะธรรมชาติเพียงอย่างเดียว มันเกิดจาก น้ำมือคนด้วย คนนี่สำคัญที่สุดนะครับ เพราะฉะนั้นผมมีความคิดอยู่ตลอดเวลาสำหรับการ แก้ปัญหาว่า ถ้าคนสร้างปัญหาคนก็ต้องแก้ปัญหาได้ นี่คือนโยบายแล้วก็มาตรการที่ผม ได้บอกไป ขออนุญาตเรียนตอบข้อ ๑ ดังนี้นะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณท่าน รัฐมนตรีครับ ต่อไปขอเชิญคุณฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ถามครั้งที่ ๒ ท่านยังมีเวลาอีกประมาณ ๕ นาที ๕๔ วินาทีครับ🔗
ขอบคุณครับ ก็ขอบคุณความห่วงใย ในสิ่งแวดล้อมของท่านรัฐมนตรีมากครับ อย่างที่ทราบกันว่าการทำงานของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมาก็มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่ เราอาจจะต้องมาทำงานร่วมกันต่อว่าในที่สุดแล้วแม้ว่าจำนวนเพิ่มมากก็ตาม แต่ว่าการ เสียชีวิตอย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบมาว่าอย่างเต่าก็มีอัตราการรอดชีวิตเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์ หรือพะยูนที่มีจำนวนการตายอย่างต่อเนื่อง ที่เราต้องเน้นในการหาสาเหตุแล้วก็เร่งในการ ป้องกันและแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ก็คืออย่างเช่นการขุดลอกร่องน้ำด้วยโครงการขนาดใหญ่ใน จังหวัดตรัง หรือ Jet Ski ในจังหวัดภูเก็ตเองก็ตาม ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานอื่น ของกระทรวงอื่นก็ตาม อาจจะต้องฝากท่านรัฐมนตรีไปกำชับไม่ให้เกิดความกระทบกระทั่ง กันในทรัพยากรธรรมชาติที่เราไม่สามารถหาอะไรมาทดแทนได้นะครับ🔗
แล้วก็ในคำถามข้อที่ ๒ ครับ ท่านรัฐมนตรีมีแนวทางในการป้องกันและเพิ่ม จำนวนพะยูนต่อทะเลและสัตว์น้ำที่เสี่ยงใกล้สูญพันธุ์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมในปัจจุบันมีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง การเพาะพันธุ์สามารถทำได้หรือไม่ คือการเพาะพันธุ์นี้ คือเนื่องจากพะยูนหรือว่าปะการังเป็นสัตว์สงวน ดังนั้นการเพาะพันธุ์ บางครั้งคือมันก็จะมีข้อกฎหมายที่ห้ามการเพาะพันธุ์อยู่ ดังนั้นคือเป็นไปได้ไหมที่มีช่องทาง เปิดให้ทางพี่น้องประชาชนช่วยในการเลี้ยงหรือเพาะพันธุ์ต่าง ๆ รวมไปถึงหญ้าทะเลด้วย ที่ปัจจุบันแล้วจำนวนปริมาณหญ้าทะเลในทะเลฝั่งทะเลอันดามันก็มีปริมาณลดน้อยลง ดังนั้น นอกจากการดูแลป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นการเพาะพันธุ์พวกหญ้าทะเล ปะการัง สัตว์น้ำ ทะเลที่เสี่ยงใกล้สูญพันธุ์ต่าง ๆ จะมีแนวทางอย่างไรได้บ้างที่จะเพิ่มจำนวนประชากรของ สัตว์ที่เสี่ยงใกล้สูญพันธุ์หรือสัตว์ที่อยู่เป็นสัตว์สงวนให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นครับท่านรัฐมนตรี ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณฐิติกันต์ครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีก็ตอบเป็นครั้งที่ ๒ ครับ ท่านก็ยังมีเวลาเหลืออีก ๑ นาทีกว่า แต่ไม่เป็นอะไรเอาเวลาของผู้ถามไปให้ท่านอีก ๒ นาทีได้ ท่านต่อได้สัก ๓ นาที เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ต้องขอบคุณ ท่านประธานอย่างสูงครับที่มอบเวลาให้ ก็ตั้งใจจะขอท่านประธานอยู่แล้วครับ เพราะมองดู ๑ นาทีคงตอบไม่ทัน แต่ว่าหลังจากที่ผมไม่ได้ตอบตรงนี้ผมจะส่งเป็นเอกสารให้ท่านทั้งหมด ว่าเราได้ดำเนินการไปอย่างไรนะครับ ผมเรียนว่าสิ่งที่จะเป็นการยืนยันได้ว่าเราให้ ความสำคัญ ก็คือเรามีการดำเนินการตามแผนพะยูนแห่งชาติ ซึ่งเป็นระยะที่ ๒ แล้ว ผมเข้ามาเป็นการมารับลูกต่อ แล้วก็มากำชับนโยบายในส่วนของการดำเนินการที่จะให้ เข้มงวดมากขึ้น เหมือนที่ผมเรียนว่าการดำเนินการทั้งหมดมันต้องได้รับความร่วมมือจาก ทุกภาคส่วน ในขณะเดียวกันในความเป็นแม่งานมันก็ต้องประสานงาน ซึ่งวันนี้ผมเรียนว่า สาเหตุการตายของพะยูนทั้งหมดเลยมาจากการป่วย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ การป่วยมันก็จะเป็น ลักษณะของอาจจะผอมแห้ง อาจจะเลือดชิด อันนี้คือปัญหาหลักที่เราจะต้องมาตรวจ ละเอียดมากนะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของอัตราการตายของพะยูน ทั้งหมด แล้วก็เป็นเรื่องของตรง ๆ เลยก็คืออุบัติเหตุจากเรือประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เครื่องมือประมงประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเครื่องมือประมงนี่ต้องขอบคุณพี่น้องชาวประมง เป็นอย่างสูงที่ท่านให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีมาก ลดอัตราการตายลงได้อย่างมาก แล้วก็ อื่น ๆ ไม่ทราบสาเหตุนะครับ อื่น ๆ นี่ผมฝากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปด้วยว่า อื่น ๆ ส่วนหนึ่งมันยังมีเรื่องของความเชื่อที่เอาฟัน เอาเขี้ยวไปเป็นเครื่องรางของขลังต่าง ๆ เหล่านั้นมันรวมอยู่ในนั้น ผมฝากท่านไปช่วยชี้แจงด้วยว่าอนุรักษ์ไว้ดีกว่าครับ มันก็จะช่วยลด อัตราการตาย ลดการสูญเสียตรงนี้ไปได้ด้วย ซึ่งตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าทุกฝ่ายต้อง ร่วมมือกัน ถ้าไม่ร่วมมือกันก็ไม่สามารถดำเนินการได้ วันนี้ที่เราได้รับความร่วมมือจากพี่น้อง ชาวประมงพื้นบ้านในเรื่องของอุปกรณ์ ตาข่าย หรือแม้กระทั่งการกำหนดพื้นที่มีการวางทุ่น ในพื้นที่ที่มีพะยูนอาศัยอยู่ตรงนี้ วันนี้เท่าที่เราทราบนะครับผมไปจังหวัดภูเก็ตมาเมื่ออาทิตย์ ที่แล้วจะมีการไปมาระหว่างเกาะลิบงกับภูเก็ต วันนี้เมื่อที่ผ่านมาก็จะอพยพมาภูเก็ต วันนี้ จากภูเก็ตเริ่มอพยพกลับ เนื่องจากหญ้าทะเลที่นั่นเริ่มมีความสมบูรณ์ ผมเรียนอย่างนี้ว่า มาตรการหนึ่งที่เราไปดำเนินการคือการทดลองเพาะหญ้าในแปลงปลูกของเรา ซึ่งเราจะ อาศัยในส่วนของบ่อกุ้งร้างครับท่านประธาน บ่อกุ้งร้างอะไรต่าง ๆ ที่อยู่ริมทะเลที่ไม่ได้ใช้ เอาไปเพาะ แล้วก็ใช้มาตรการเทคโนโลยีทั้งสมัยใหม่ แล้วก็เทคโนโลยีจากพี่น้องประชาชน เองครับ ผมไปเอามาจากชาวลิบง เขาส่งคลิปมาแล้วก็ส่งให้กรมอุทยานไปดำเนินการในส่วน ของการเพาะซึ่งได้ผลครับ สามารถสร้างอัตราการรอดแล้วก็เติบโตสูง มีการทดลองพืชชนิด อื่น ๆ ที่จะไปให้พะยูนกินแทน ปรากฏว่าพะยูนสามารถกินได้แต่ว่าไม่กี่ประเภท พืชที่พะยูน กินได้ ผมขออนุญาตอ่านนิดหนึ่งก็จำชื่อไม่ค่อยได้ เป็น ๑๐ ชนิดนะครับ แต่ว่าเขาทานบ้าง กินบ้างก็คือ สาหร่ายผมนางและหญ้าช้อง แต่ถ้าสมมุติมีหญ้าทะเลเขาจะไม่กินพวกนี้เลย สิ่งหนึ่งที่เรากำลังดำเนินการเพื่อที่จะแก้ปัญหาเรื่องการขาดแคลนอาหารก็คือการทำอาหาร แคปซูล ซึ่งผมบอกให้ไปทดลองแล้วว่าถ้าเราสามารถทำได้ในช่วงที่ขาดอาหารเราสามารถ จะให้เป็นอาหารเสริมให้กับพะยูน ซึ่งมันจะช่วยในส่วนของลดอัตราการตายเรื่องของการ ขาดแคลนอาหารได้ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราดำเนินการทำไป หญ้าทะเล ๒ เดือนขึ้น ๒ นิ้ว อย่างนี้นะครับที่ผมไปดู มันก็เป็นสิ่งที่อย่างน้อยที่สุดการที่จะทำแปลงหญ้าทะเลต้องทำไว้ถึง ๑ ปีหรือ ๒ ปี ภายใต้รั้วล้อมกักไว้แล้วถึงจะปล่อยให้ไปพะยูนเข้าไป มันก็จะมีปัญหาเรื่อง การเพิ่มพื้นที่ไม่ทัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราดำเนินการแก้ไขคือหาอาหารอย่างอื่นมาทดแทน🔗
๒. วันนี้ที่ผมทราบโลมาเขาเรียกว่าผลิตน้ำเชื้อได้ รีดน้ำเชื้อได้ ผมก็มานั่งคุย กันว่า เอ๊ะถ้าอย่างนั้นพะยูนเราสามารถจะรีดน้ำเชื้อได้ไหม ถ้าเราสามารถดำเนินการได้ โดยร่วม อาจจะมหาวิทยาลัยหรือว่าสถาบันอะไรก็แล้วแต่มันก็จะเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง ที่เราจะทำให้เลือดพะยูนไม่ชิด ๒. นี่สามารถจะเพิ่มอัตราประชากรหรือการเกิดของพะยูนได้ นี่ก็เป็นมาตรการที่เราดำเนินการ ซึ่งผมเรียนท่านเลยว่าสิ่งต่าง ๆ อะไรที่มันสามารถทำให้ ดีขึ้น อะไรก็แล้วแต่ที่มันเป็นความหวังได้เราทำ แล้วขณะนี้เราได้ของบกลางในส่วนของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปที่รัฐบาล จำนวนเงินทั้งหมดเป็นโครงการ เร่งด่วนอนุรักษ์พะยูนและหญ้าทะเลจำนวนทั้งหมด ๕๗๓ ล้านบาทเศษเพื่อที่จะเพิ่ม ประสิทธิภาพการสำรวจ อุปกรณ์ติดตามสถานการณ์ พยากรณ์สิ่งต่าง ๆ ฟื้นฟูพะยูน แล้วก็ สัตว์ทะเลหายากให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด เราดำเนินการขณะนี้ดำเนินการตั้งงบไปแล้ว ขอไปแล้วนะครับ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมเรียนว่าเราจะทำอย่างเต็มที่แล้วผมจะนำ รายละเอียดเป็นหนังสือให้ท่าน สส. เพื่อจะไปชี้แจงให้พี่น้องชาวบ้านที่ห่วงใยในเรื่องนี้ต่อไป ในวันข้างหน้าครับ ก็ขอขอบคุณท่านประธานอย่างสูงครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็ขอขอบคุณฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ด้วยนะครับที่ได้ถามอย่างมีประโยชน์ครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานครับ สั้น ๆ นิดเดียว🔗
เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ผมฐิติกันต์ครับ ก็จะขอให้กำลังใจท่านรัฐมนตรีบ้างนะครับที่มีความตั้งใจ แล้วก็มีความปรารถนาดีที่จะมา ร่วมกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติของคนไทยให้ดี แล้วก็ฝากท่านให้กำลังใจทีมทำงานในพื้นที่ด้วย เพราะว่าตอนนี้ทีมคุณหมอที่ดูแลพะยูนมีเพียงชุดเดียวเข้าใจว่าอย่างนั้น แล้วบางครั้งดูแล ไม่ทัน อาจจะลองดูเรื่องจัดสรรบุคลากรให้ด้วยนะครับ อย่างไรขอฝากเป็นกำลังใจ แล้วก็ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีมากครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ กระทู้ถามอันนี้เป็นประโยชน์มากครับท่านรัฐมนตรีเป็นที่สนใจของประชาชน แล้วก็คิดว่า ถ้าเราสามารถทำได้ตามเป้าหมายทั้งพะยูนแล้วก็ปลาโลมานี่มันจะทำให้เกิดเศรษฐกิจ เพิ่มเติมมาก การท่องเที่ยวที่นิวซีแลนด์ไปดูปลาโลมาอย่างเดียวเขาได้ทั้งค่าเรือ ค่าไปดู ปี ๆ หนึ่งจำนวนมาก เพราะฉะนั้นผลประโยชน์ต่อเนื่องเมื่อคนมาเที่ยว มาดูก็มีที่พัก ที่อะไร ชาวบ้านก็มีงานทำ ขายของ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีและผู้ถามมากครับ ขอบคุณครับ🔗
๒. เรื่อง ขอให้กรมเจ้าท่าดำเนินการประกาศกำหนดอัตราความเร็วในการ เดินเรือ และกำหนดหน้าที่ให้ผู้ควบคุมเรือปฏิบัติในคลองบางกอกใหญ่ คลองมอญ คลอง ด่าน คลองภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร นางสาวปวิตรา จิตตกิจ ผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม ได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คุณมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมอนุญาตให้ผู้แทน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนให้ข้อมูลดังต่อไปนี้ ๑. นายพิทักษ์ วัฒนพงศ์พิศาล ผู้อำนวยการสำนักงานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ ๒. นายภาณุมาศ ยอดเถื่อน เจ้าพนักงานตรวจท่าชำนาญการ และอนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมในการรับฟังต่อกระทู้ ถามดังต่อไปนี้นะครับ ๑. นายพลวริศปกรณ์ สุทธิคีรี ๒. นายธนกรณ์ อินทร ๓. นางวณี สันทัด ขอเชิญคุณปวิตรา จิตตกิจ ถามได้ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน ลูกเกด ปวิตรา จิตตกิจ ผู้แทนราษฎรเขตบางกอกใหญ่ เขตธนบุรี เขตภาษีเจริญ แขวงศิริราช และแขวงบางเชือกหนัง กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน เป็นอย่างไรคะได้ยิน ชื่อเขตพื้นที่ที่ดิฉันดูแลก็จะทราบแล้วว่าเป็นพื้นที่ของการท่องเที่ยว เป็นแหล่งเศรษฐกิจ ที่ตัดตามคลอง รวมถึงเป็นพื้นที่ที่ผ่านการเลือกตั้งแบบตัดตามคลองเช่นเดียวกันค่ะ ดังนั้น จะมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น สะพานพุทธ วัดอรุณ วัดระฆัง มีตลาดพลู คลองบางหลวง แล้วก็วัดปากน้ำ มีหลวงพ่อวัดปากน้ำองค์ใหญ่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นำเงินเข้าไปสู่ฝั่งธน อีกด้านหนึ่งของความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวจะพูดไปก็ไม่มีใครได้ยิน เพราะว่าชีวิตของคน ริมคลองต้องเจอกับเรื่องเรือหลายแบบ เสียงของคนที่อยู่ริมคลองนี้มันน่าสงสารมากค่ะท่าน ทนทุกข์ทรมานจากเรือมาเกือบทั้งชีวิต วันนี้ดิฉันต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีมนพรด้วยที่ให้ เกียรติมาตอบกระทู้ถามของดิฉัน เรื่อง ขอให้กรมเจ้าท่าดำเนินการประกาศกำหนดอัตรา ความเร็วในการเดินเรือ และกำหนดหน้าที่ให้ผู้ควบคุมเรือปฏิบัติในคลองบางกอกใหญ่ คลองมอญ คลองด่าน คลองภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เรื่องปัญหาเรือทั้ง ๔ คลองของ ดิฉันนี้ได้ใช้โอกาสปรึกษาหารือกับท่านประธานในสภาใหญ่มาแล้วทั้งหมด ๓ ครั้ง แล้วก็ นำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมาธิการการคมนาคม ๑ ครั้ง รวมถึงเปิดเวทีประชุมในพื้นที่ร่วมกับ หน่วยงาน ๑ ครั้ง แต่ทว่าผลตอบรับเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่มีการแก้ไขปัญหา วันนี้ดิฉันต้องขอพึ่งบารมีท่านรัฐมนตรีมนพรค่ะ ถ้าท่านช่วยแก้ปัญหาให้ได้ดิฉันขออวยพร ให้ท่านได้เป็นรัฐมนตรีอีกหลายสมัยค่ะ มาถึงปัญหาเลยนะคะ วันนี้ดิฉันอยากแจ้งว่า ประชาชนริมคลองทั้ง ๕ ของดิฉันเดือดร้อนจากเรือที่วิ่งเร็วซึ่งมาจากเรือหลายประเภท ยกตัวอย่างบ้านป้าป้อมตามภาพนะคะ บ้านอยู่ริมคลองเป็นชุมชนริมคลองบางกอกใหญ่ เขตบางกอกใหญ่ เรือวิ่งเร็วมากสร้างคลื่นแรงกระทบฝั่งจนทำให้บ้านทรุดตัวลงไปในน้ำ ตอนนี้ เรือที่มาวิ่งก็กำหนดไม่ได้ บางวันก็เป็นเรือหางยาววิ่งเร็ว บางทีก็เป็นเรือขนาดใหญ่ เรือท่องเที่ยวที่ใช้วิ่งในแม่น้ำเจ้าพระยาแต่กลับมาวิ่งในคลองเล็ก ทำให้เกิดคลื่นแรง รวมถึง เรือหางยาวดัดแปลงด้วยสร้างคลื่นจำนวนมหาศาลค่ะ อีกเคสหนึ่งเป็นบ้านของป้าณีที่เข้ามา ร่วมฟังกระทู้ถามของวันนี้ด้วย บ้านป้าอยู่ที่ริมคลองบางหลวงซึ่งก็ประสบปัญหากับเรือซิ่ง เรือแข่ง จนป้าณีสามารถระบุเวลาได้ว่าเขาจะแข่งกันช่วงเวลาไหนต่อวัน คือเกิดเหตุซ้ำ ๆ เกิดความเสียหายซ้ำ ๆ ว่ามาช่วงกี่โมง ป้าณีก็ฝากข้อมูลผ่านดิฉันมาว่าเรือจะมาทุกวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ แล้วก็แว้นเรือแข่งกัน ซึ่งทั้งป้าณีและดิฉันแล้วก็ทีมทำงานของ สส. ก็ได้ ร้องเรียนไปยังสายด่วนกรมเจ้าท่า ๑๑๙๙ แต่ก็ได้รับคำตอบกลับมาเหมือนเดิมว่าขณะนี้ นอกเวลาราชการแล้วค่ะไม่มีเจ้าหน้าที่ไปลงตรวจสอบ หรือว่าไปอีกทีหนึ่งก็ไม่พบการกระทำ ความผิด ไม่เคยเห็น ไม่เคยเจอ ไปตรวจมาแล้วไม่มีค่ะ แล้วก็น้อง ๆ ที่อยู่ริมคลอง น้อง ๆ ที่เรียนอยู่ในโรงเรียนริมคลอง โรงเรียนฤทธิณรงค์รอน โรงเรียนวัดสังข์กระจาย เขตบางกอกใหญ่ โรงเรียนวัดนวลนรดิศ เขตภาษีเจริญ ก็ต้องทนนั่งฟังเสียงเรือวิ่งเสียงดัง บางวันเรือนำเที่ยว ก็เปิดคาราโอเกะให้นักท่องเที่ยวจีนร้องเพลงกันแบบไม่สนใจใครที่อยู่รอบด้าน เพราะว่า ชุมชนริมคลองมีทั้งโรงเรียน คนชรา ผู้ป่วยติดเตียงอยู่ด้วย ก็คือเป็นชุมชนบ้านคนนี่ละค่ะ แต่ว่ามันไม่มีการควบคุมดูแลเลย เห็นไหมคะว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากแค่เรือขับเร็ว เพราะว่า เรือขับเร็วเกิดคลื่น เกิดเสียง เกิดควันดำจากการสันดาปของเครื่องเรือด้วยนะคะ ซึ่งก็เกิด ปัญหาร้ายฝุ่น PM2.5 ของกรุงเทพฯ ซึ่งตอนนี้ก็ทำให้น้องสาวของป้าณีไม่สามารถอยู่ในพื้นที่ บ้านเดิมได้ต้องย้ายที่อยู่ไปเพราะว่าเป็นภูมิแพ้รุนแรง หายใจหอบหืดเกิดจากควันดำของเรือ ที่มาอยู่หน้าบ้านค่ะ ในกรุงเทพมหานครเรามีประกาศพื้นที่กำหนดความเร็วเรือไปแล้ว ที่คลองแสนแสบเมื่อปี ๒๕๓๖ และแม่น้ำเจ้าพระยา ปี ๒๕๖๔🔗
ดิฉันอยากเรียนสอบถามปัญหาที่ ๑ กระทรวงคมนาคมจะมีแนวทางในการ ประกาศความเร็วเรือในพื้นที่คลองบางกอกใหญ่ คลองมอญ คลองด่าน และคลองภาษีเจริญ กรุงเทพมหานครหรือไม่ อย่างไร ดิฉันขอทราบรายละเอียดด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณ คุณปวิตรา จิตตกิจ ครับ ท่านสามารถจะถามได้อีกครั้งหนึ่งครับ คือกติกาถาม ๒ ครั้ง ท่านมี เวลาอีก ๕ นาทีครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มา ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิก ท่านปวิตรา จิตตกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนค่ะ ต้องขอบพระคุณสำหรับคำถามนี้ แล้วก็เป็นความห่วงใยของพี่น้อง ประชาชนในการโดยสารทางเรือ แล้วก็พี่น้องประชาชนอยู่บริเวณริมคลอง ท่านเกริ่นนำถึง มิติของการท่องเที่ยวบริเวณทางเรือ ไม่ว่าจะเป็นคลองบางกอกใหญ่ หรือคลองภาษีเจริญ ซึ่งหลาย ๆ ท่านที่ไม่ได้อยู่ริมคลองก็คิดอิจฉาว่าท่านมีบ้านอยู่ริมคลองที่มีทั้งทางเรือ แล้วก็ ทางบกที่เดินทางได้หลายเส้นทาง แต่ขณะเดียวกันอีกทางหนึ่งขณะที่มีความสวยสดงดงาม เรื่องของเดินเรือ เรื่องของการท่องเที่ยวแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นก็ขออนุญาตตอบคำถามว่า กระทรวงคมนาคมเอง โดยกรมเจ้าท่าที่บริเวณท่านถามถึงเรื่องของคลองบางกอกใหญ่ แล้วเป็นคลองสายหลักฝั่งธนบุรี คลองบางกอกใหญ่นี่เป็นคลองสายหลัก มีพื้นที่กว้าง ประมาณ ๘-๔๐ เมตร ความยาวประมาณ ๖,๒๐๐ เมตร เริ่มจากแม่น้ำเจ้าพระยาถึง คลองมอญอยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของสำนักงานเขตบางกอกใหญ่ สำนักงานเขตธนบุรี แล้วก็สำนักงานเขตภาษีเจริญ ซึ่งคลองดังกล่าวเป็นคลองที่พี่น้องประชาชนใช้สัญจรไปมา ทางน้ำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสัญจรไปมาในการเดินทาง เรื่องของการท่องเที่ยวที่จะไปสู่ วัดพระใหญ่ วัดปากน้ำภาษีเจริญ แล้วก็บ้านศิลปิน รวมถึงที่จะเป็นสถานที่ที่เชื่อมต่อในเรื่อง ของรถไฟฟ้าที่บริเวณท่าเรือเพชรเกษม ๒๐ กับสถานีรถไฟฟ้าบางไผ่ ท่านประธานที่เคารพ ประเภทของเรือที่ใช้เดินทางขออนุญาตได้ขยายความถึงประเภทของเรือค่ะ ก็จะมีเรือ ท่องเที่ยวโดยสารที่ขนาดไม่เกิน ๒๐-๔๕ ที่นั่ง แล้วก็เป็นเรือโดยสารเพลาเป็นใบจักรยาว ซึ่งขนาดไม่เกิน ๑๖ ที่นั่ง เรือโดยสารขนาดที่ไม่เกิน ๘ ที่นั่ง แล้วก็เป็นเรือนำเที่ยวขนาดเล็ก ที่ขนาดไม่เกิน ๖ ที่นั่ง ซึ่งนี่คือประเภทของเรือที่ใช้เดินทางสัญจรไปมาบริเวณคลองบางกอกใหญ่ ไปถึงภาษีเจริญค่ะ ซึ่งเรือขนาดนี้ก็มีการสัญจรไปมาในแต่ละวันประมาณ ๕๐-๖๐ เที่ยว ต่อวันตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนถึงตอนเย็นนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการให้บริการนักท่องเที่ยว หรือว่าพี่น้องประชาชนที่ใช้ทางเรือสัญจรไปมา ท่านสมาชิกได้พูดถึงปัญหาเรื่องของการ ส่งเสียงดัง เรื่องของควันพิษ แล้วก็เรื่องของเสียง ดิฉันขออนุญาตคลี่ให้เห็นภาพถึงว่า ปัญหาเรื่องของการควบคุมความเร็วในการเดินเรือคลองบางกอกใหญ่มีข้อบังคับของท้องถิ่น ซึ่งเขามีข้อกำหนดของท้องถิ่นก็คือกรุงเทพมหานครก็จะมีการเดินเรือช้า เดินเรือสำหรับ เรือช้าแล้วก็เรือเบา ซึ่งกรมเจ้าท่ากรุงเทพมหานครก็ร่วมกับกรุงเทพมหานครเขาก็มี มาตรการว่าการเดินเรือ ใบควบคุมในการเดินเรือของคลองบางกอกใหญ่เขาก็กำกับโดยทาง กฎหมาย และนอกจากนั้นก็มีติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ควบคุมความเร็วบริเวณจุดเสี่ยง นอกจากนั้นเช่นคลองบางกอกใหญ่ที่มีจุดเสี่ยง จุดแรกก็คือเรื่องของที่บริเวณหน้า วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร แล้วก็หน้าวัดเวฬุราชิน บริเวณโค้งน้ำบ้านหลวงประสิทธิ์ แล้วก็ บริเวณหน้าวัดอินทารามวรวิหาร แล้วก็บริเวณโรงสีง่วนไถ่ ซึ่งกรมเจ้าท่าเองได้ลงไป ตรวจสอบความเร็วของเรือ เครื่องยนต์และอุปกรณ์ประจำเรือ ใบอนุญาตของผู้ควบคุมเรือ รวมทั้งความพร้อมของท่าเทียบเรือที่ดิฉันฉายภาพให้เห็นนะคะ รวมทั้งความส่องสว่าง ที่พี่น้องประชาชนใช้สัญจรไปมา แต่เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกพูดถึงว่าท่านได้ส่งข้อมูลไปที่ ส่วนของหน่วยงานรับข้อร้องเรียนที่กรมเจ้าท่า แต่เมื่อพี่น้องประชาชนสัญจรไปมาเดือดร้อน แบบนี้ ดิฉันได้ขอกำชับทางหน่วยงานของกรมเจ้าท่าได้ลงไปตรวจสอบว่า ๑. การตรวจสอบ ท่าเรือเสียงดังจริง เปิดเพลงรบกวนพี่น้องประชาชนจริง ๑. ต้องมีการตักเตือน ๒. เมื่อตักเตือน แล้วยังเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นซ้ำอีกต้องพักใบอนุญาตของผู้ขับเรือทันที เพราะว่าการ ปล่อยปละละเลยแบบนี้ดิฉันขอน้อมรับความรับผิดชอบนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีกนะคะ เพราะฉะนั้น ขอสั่งการให้กรมเจ้าท่าได้ลงไปตรวจสอบ แล้วท่านสมาชิกก็ได้บอกว่าเรือที่มันส่งเสียงดังนี้ จะมาช่วงไหน เรือแข่งกันแว้นทางเรือนี้เกิดขึ้นนั่นคือการปล่อยปละละเลยของทางเจ้าหน้าที่ รวมทั้งกรุงเทพมหานครด้วยเช่นกัน ก็ขอขอบคุณสำหรับการสะท้อนปัญหานี้ของท่านสมาชิก ซึ่งเรื่องของการร้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นบ้านผู้สูงอายุก็ต้องขอความร่วมมือว่าการขับเรือ รับผู้โดยสารเราทราบแล้วว่าบ้านเลขที่นี้บ้านผู้สูงอายุติดเตียง ความเร็วของเรือก็ต้องลดลง แล้วในระหว่างที่การใช้เสียงร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครต้องไป Mark แล้วก็เขียน ป้ายเตือนว่าขณะนี้ใกล้ถึงบ้านผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงต้องลดความเร็วของเรือลง ลดความดัง ของเสียงลง นั่นก็คือความร่วมมือระหว่างกรมเจ้าท่ากับกรุงเทพมหานคร นอกจากนั้น พื้นที่ใดในช่วงที่เข้าโค้ง ช่วงโค้งที่มีการจราจรของเรือหนาแน่นดิฉันก็ขอให้ทางกรมเจ้าท่า ได้มีการจัดระเบียบของการเดินเรือในช่วงของโค้ง แล้วก็บริเวณของผู้ที่เจ็บป่วยติดเตียง หรือผู้ที่ส่งเสียงดังและกระทบความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน นอกจากนั้นกรมเจ้าท่าเอง ก็ได้มีการกำชับเรื่องของจุดบริเวณขึ้นที่วัดซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวก็ขอให้มีเจ้าหน้าที่คอย ประจำในกรณีที่อำนวยความสะดวกแล้วก็เกรงว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัยต่อผู้สัญจรไปมา แล้วก็นักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวทางเรือ ทางน้ำอีกนะคะ นอกจากเรื่องของการตักเตือน เรื่องของใบอนุญาตคนขับเรือแล้วก็ยังได้มีกำชับเรื่องของเสียง เรื่องของควันมลพิษที่เกิดขึ้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้ที่ท่านสมาชิกสะท้อนดิฉันจะลงไปตรวจสอบแล้วก็กำชับ แล้วก็ได้มีการ ตักเตือนนำมาซึ่งการพักใบอนุญาตของผู้ขับเรือ ก็ขออนุญาตตอบคำถามแรก เพิ่มเติม นิดหนึ่งในสายด่วน ๑๑๙๙ ที่มีให้บริการจะมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ แล้วก็หน่วยเฉพาะกิจ เข้าไปตรวจสอบ แต่ว่าอย่างที่การตรวจสอบไม่ว่าจะเรื่องของการโทรแล้วไม่ติดของการ รับสาย ดิฉันจะได้สั่งการให้ไปตรวสอบกับที่เกิดเหตุจริงอีกครั้งหนึ่ง ไม่เพียงแค่ท่านจะโทร สายด่วน ๑๙๙๙ เพียงเท่านั้น ขอตอบคำถามแรกก่อนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมครับ เชิญคุณปวิตราต่อถามเป็นคำถามที่ ๒ ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ปวิตรา จิตตกิจ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนค่ะ ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีมาก ๆ สำหรับการรับปากแล้วก็จะกำชับดูแลให้นะคะ จริง ๆ ดิฉันเชื่อว่าหากเราสามารถแก้ปัญหา เรื่องความเร็วเรือได้จะเป็นประตูบานแรกที่ไปสู่การแก้ปัญหาในเรื่องอื่น ๆ และจะทำให้ ผู้ประกอบการเรือมีวินัยแล้วก็ใส่ใจมากขึ้น เพราะว่าส่วนใหญ่ผู้ประกอบการเรือไม่ใช่คน ในพื้นที่เขาไม่ได้ Serious เรื่องผลกระทบว่าคนที่เขาขับผ่านจะเจออะไรบ้าง แล้วเราก็ไม่ได้ แปลกใจว่าเขาก็เลยเหมือนกับไม่ได้รับรู้ว่ามันมีเหตุอะไรสะท้อนมาบ้าง จากปัญหาเรือที่วิ่ง เสียงดัง นอกจากนี้ยังสร้างปัญหาควันและเสียงเหมือนที่ดิฉันได้กล่าวไปข้างต้นค่ะ ซึ่งดิฉัน ก็ขอฉายภาพให้ท่านเห็นว่าตอนนี้ทั้ง ๔ คลอง ขาดการเข้มงวดกวดขันจากกรมเจ้าท่า อย่างจริงจังค่ะ ภาพแรกเป็นวิดีโอ นี่นะคะเรือวิ่งผ่านกันอย่างนี้ มีควันดำมานะคะ ช่วงเวลา เกิดเหตุเวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา โทรแจ้งไปเจ้าหน้าที่เลิกงาน ไม่ทันได้มาดู ควันหายไปแล้วค่ะ คลิปต่อไปเป็นจุดเสี่ยงของการเดินเรือ จะเห็นว่าอันนี้ครบรสเลยนะคะ ทั้งควันดำทั้งพื้นที่ การจราจรที่มันแคบ จะเห็นได้ว่าคลองภาษีเจริญ คลองบางกอกใหญ่ แล้วคลองบางเชือกหนัง บางจุดมีการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียทำให้ช่องทางในการเดินเรือแคบแล้วก็ลำบากนะคะ ดังนั้นดิฉันจึงมีความกังวลว่าหากไม่มีการประกาศควบคุมดูแลที่ชัดเจนอาจจะเกิดอุบัติเหตุ จากการขับเรือแก่นักท่องเที่ยวหรือผู้สัญจร ซึ่งจริง ๆ ก็เคยเกิดเหตุเรือโดนกันมาแล้ว เรือโดนกันไม่ใช่ชนกันนะคะ เรือโดนกันนะคะ ต่อไปเป็นสไลด์ที่ ๓ เป็นภาพการไม่ปฏิบัติตาม กฎการเดินเรือ โดยเรือทุกลำจะต้องมีความสามารถในการบังคับเรือและสามารถหยุดเรือ ทันต่อสถานการณ์ได้ หากขับเรือตามภาพนี้โดยไม่สนใจความเร็วก็จะเกิดอันตรายได้ เห็นน้ำไหมคะกระจายสูงมากอย่างนี้คือเร็วมาก ทั้ง ๆ ที่คลองก็หน้าแคบมาก ลำดับถัดไป เป็นภาพของท่าเรือที่ชำรุดและพังขาดการดูแลจากหน่วยงานของรัฐขาดการตรวจสอบ ตามมาตรฐานของกรมเจ้าท่าถึงความพร้อมของการใช้งาน นี่เป็นภาพความปลอดภัยของ โป๊ะเรือนะคะ ด้านบนก็มีกล้องวงจรปิดแต่ไม่รู้ใช้ได้หรือเปล่า แล้วก็ไม่รู้ว่ารับน้ำหนักได้ เท่าไร จุดขึ้นเรือแบบนี้ด้านขวาสุดเป็นตรงท่าน้ำวัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ จะเห็นว่า ด้านนอกจะมีเป็นท่าเรือ แล้วก็จริง ๆ ด้านในตรงนี้ที่ถ่ายมาตอนนี้ยังไม่มีเรือ แต่จริง ๆ แล้ว มีเรือนำมาจอดค้างคืนด้วยค่ะ คือช่วงเย็น ๆ ค่ำ ๆ จะมีการจอดเรือค้างคืน ไม่รู้ว่าได้รับ อนุญาตหรือเปล่า อยากให้ตรวจสอบค่ะ ภาพสุดท้ายเป็นภาพของที่คลองอัมพวาและดำเนิน สะดวกเขามีนวัตกรรมค่ะ เขาใช้กล้องจับความเร็วเรือติดกล้องมากกว่า ๕๐-๗๐ ตัวตรวจจับ ความเร็วควันดำที่คลอง แต่ว่าคลองบางกอกน้อย ภาษีเจริญ ธนบุรีบ้านดิฉันยังไม่มีต้องขอ บ้านประชาชนดูค่ะ แถมที่อัมพวาเขามีประกาศควบคุมความเร็ว แล้วก็ระยะเวลาในการ เดินเรือด้วย ซึ่งดิฉันก็ชื่นชมเจ้าท่าสมัยนั้นมาก ท่านทำที่อัมพวาได้ดิฉันก็อยากให้มาทำ ที่บ้านดิฉันมากค่ะ จากภาพทั้งหมดเป็นปัญหาในพื้นที่ก็เลยเป็นที่มาของคำถามที่ ๒ นะคะ🔗
จากปัญหามลพิษทางเรือ ทางเสียง ควัน สภาพจุดเสี่ยงเดินเรือ การไม่ปฏิบัติ ตามกฎเดินเรือ และสิ่งแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย ในฐานะที่ท่านกำกับดูแลกรมเจ้าท่าจะทำ อย่างไร และมีแผนการดำเนินงานอย่างไร หรือไม่ ขอทราบรายละเอียดค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณ คุณปวิตราครับ เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ตอบเป็นครั้งที่ ๒ เชิญครับ🔗
ต้องขอบคุณ สำหรับคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ ในคำถามที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ โดยกรมเจ้าท่ากระทรวงคมนาคมเองก็ได้ดำเนินการได้แก้ไขตรงจุดที่เดินเรือ แล้วก็เป็น จุดเสี่ยงแล้วก็การไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของเรือ ทั้งการควบคุมการเดินเรือ แล้วก็เสียงนะคะ อย่างที่ท่านสมาชิกได้สะท้อนว่าผู้ประกอบการเดินเรือไม่ใช่คนในพื้นที่ นี่จึงเป็นกฎหมายว่า มันไม่มีข้อกำหนดว่าการเดินเรือจะต้องเป็นคนอยู่ในพื้นที่เท่านั้น แต่สามารถประกอบวิชาชีพ โดยทั่วไป แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องบังคับแล้วก็ให้ผลของกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประเภท ของเรือ เรื่องของควันพิษ เรื่องของเสียงดัง เรื่องของการตรวจสภาพเรือประจำปีเขาถูกต้อง หรือไม่ การที่ไม่เป็นคนนอก สิ่งหนึ่งที่กรมเจ้าท่าเองต้องใกล้ชิดนั่นก็คือการเป็นคนนอกแล้ว ไม่เข้าใจบริบทของคนพื้นที่ ไม่เข้าใจว่าใน ๒ ฝั่งนั้นมีผู้ป่วยอยู่ ใน ๒ ฝั่งนั้นเขาประสบปัญหา แล้วก็ต้องขอความร่วมมือ ซึ่งในโครงการดังกล่าวทางกรมเจ้าท่าเองเราก็ได้จัดเจ้าหน้าที่ได้ลง ไปตรวจสอบ เขาเรียกว่าคณะกรรมการกำกับจราจรทางเรือซึ่งป้องกันอุบัติเหตุการเดินทาง ทางน้ำ แล้วก็บังคับใช้กฎหมาย นอกจากนั้นเรายังได้มีการบูรณาการร่วมกับสำนักงานเขต กรุงเทพมหานคร เรื่องของกรมควบคุมมลพิษด้วยนะคะ เรื่องของมลพิษทางเรือไม่ให้มีการ ปล่อยควันพิษจากเครื่องยนต์ แล้วก็เรื่องของการเดินเรือที่มีความเร็วสูงก็เช่นเดียวกันนะคะ รวมถึงสภาพตัวเรือ เครื่องยนต์ นอกจากนั้นเรื่องของอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ท่านสมาชิก ได้พูดถึงว่าท่าเรือสักครู่นี้ขอให้ทางกรมเจ้าท่าได้ตรวจสอบว่าท่าเรือตรงนั้นที่มันชำรุดก็ขอให้ ไปตรวจสอบ แล้วว่าถ้าชำรุดเรื่องอะไรก็ขอให้ทางกรมเจ้าท่าได้ไปเร่งรัดตรวจสอบ แล้วก็ ซ่อมแซมให้สามารถใช้งานได้ รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดด้วยว่ากล้องวงจรปิดนั้น ยังสามารถใช้งานได้อยู่หรือไม่ และนอกจากนั้นในเรื่องของเรือที่มีการจอดค้างคืนว่าเป็นเรือของใคร ประเภทไหน เพราะปกติ แล้วการจอดเรือค้างคืนในสิทธิตรงที่จอดบริเวณท่าเทียบเรือก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบ ว่าอาจจะเป็นเรือของเจ้าหน้าที่หรือพี่น้องประชาชนที่มาจอดแล้วค้างคืนไม่กี่วัน ปกติแล้ว การจัดจราจรทางน้ำถ้ามีเรือค้างคืนหรือเรือที่ต้องสงสัยหลาย ๆ วัน เจ้าหน้าที่ควบคุม การจราจรทางน้ำก็ต้องตักเตือน แล้วก็ตรวจสืบค้นว่าเรือดังกล่าวเป็นของใคร ทะเบียนเรืออะไร ซึ่งจะมีเลขทะเบียนเรืออยู่ด้านข้างแล้วก็ค้นหาว่าเจ้าของเขาคือใคร บางทีวิถีชีวิตของคน ริมคลองก็อาจจะมีบ้านที่อยู่ริมคลองแถวนั้น ญาติแถวนั้นเดินทางมาทางเรือแล้วเอาเรือ มาฝากไว้ ๒ ๓ วัน แต่ถ้าเกิดจะอยู่เป็นอาทิตย์ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะจอดอยู่นานขนาดนั้น ซึ่งนี่คือวิถีชีวิตของคนริมคลองที่หลายครั้งที่ลูกหลานมาเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ แล้วก็โดยสาร ทางเรือ แล้วก็เอาเรือมาฝากไว้ซึ่งเราก็อนุญาต ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อทางโทรศัพท์ว่าท่าน สส. ขออนุญาตฝากเรือนะคะเพื่อมานี่ เราก็อนุญาต ซึ่งเรื่องนี้เป็นความเอื้ออาทรของ สังคมไทย แต่ขณะที่ถ้าเรือมาจอดนานเกินไปเราก็จะได้กำชับ ท่านประธานที่เคารพคะ นอกจากนั้นในเรื่องของการจัดโครงข่ายเพื่อประชาชนเราก็มีโครงการอาสาวารี แล้วก็ สุภาพบุรุษเจ้าพระยา แล้วก็โครงข่ายของเยาวชนรักษ์น้ำ ในการที่สร้างเครือข่ายปลูกฝัง จิตสำนึกให้พี่น้องประชาชนในชุมชนเจ้าของเรือ ผู้ควบคุมเรือ พี่น้องประชาชนเข้ามามี ส่วนร่วมของการอนุรักษ์แหล่งน้ำ แล้วก็ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ช่วยกันเป็นตาสับปะรดในการ ดูแลความปลอดภัยในทุกมิติของการเดินเรือ แล้วก็ความปลอดภัยของผู้โดยสารด้วยค่ะ ก็ต้องขอบคุณสำหรับท่านสมาชิกนะคะ เรื่องของซีซีทีวีเขตบางกอกใหญ่ กรมเจ้าท่าเองก็ได้ ศึกษาบางแนวทางที่จะใช้แบบเดียวกับอัมพวาเพราะว่าเส้นทางนี้เป็น Route ของการ ท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานครร่วมกับกรมเจ้าท่าเช่นเดียวกัน อยู่ในแผนของการศึกษา แล้วก็นำไปซึ่งการตั้งงบประมาณต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มีอะไรเชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานคะ ปวิตรา จิตตกิจ ผู้แทนกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนนะคะ ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี มากที่มาตอบกระทู้ถามของดิฉัน อยากฝากท่านจริง ๆ จัง ๆ ขอให้บังคับใช้กฎหมายอย่าง ตรงไปตรงมากับผู้กระทำความผิด แล้วก็โอกาสนี้อยากจะขออนุญาตท่านประธานให้ป้าณี ผู้ที่อยู่ริมคลองที่เข้าร่วมฟังกระทู้ถามวันนี้ยื่นหนังสือต่อท่านรัฐมนตรีด้วยตัวท่านเอง เพราะว่าหนังสือนี้ยื่นมาหลายเหตุการณ์แล้วแต่ไม่รู้ว่าไปถึงท่านรัฐมนตรีเมื่อไร เพราะเห็น บอกว่าตกหล่นหลายครั้งแล้วค่ะ เดี๋ยวขอเชิญป้าณีค่ะ🔗
เชิญได้ครับ🔗
๓ . เรื่อง แผนงานการปรับปรุงสถานีรถไฟในกรุงเทพมหานคร และการ ให้บริการขบวนรถไฟตามหลักการอารยสถาปัตย์ (Universal Design) นายกรุณพล เทียนสุวรรณ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ได้มีหนังสือแจ้งว่าท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คุณมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ๑. นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ๒. คุณอนันต์ เจนงามกุล วิศวกรใหญ่ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง และในการนี้ได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วม ได้เข้าฟังด้วย คือ คุณพลวริศปกรณ์ สุทธิคีรี ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีพร้อมที่จะตอบแล้ว ขอเชิญ คุณกรุณพลครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม กรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีมากที่ให้เกียรติมาตอบกระทู้ แล้วก็หาทางแก้ปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนร่วมกันนะครับ วันนี้คืออยากจะสอบถามท่าน เรื่อง แผนงานปรับปรุงสถานี รถไฟในกรุงเทพมหานคร และการให้บริการของขบวนรถไฟตามหลักอารยสถาปัตย์ หรือว่า Universal Design ซึ่งเราก็ทราบกันดีว่ารถไฟปกติโดยทั่วไปคนที่ใช้โดยประจำทุกวัน ส่วนใหญ่ ก็จะเป็นผู้มีรายได้น้อย แล้วก็คนที่อยู่นอกชานเมืองที่การเข้าถึงการขนส่งสาธารณะอาจจะ ลำบาก หรือว่าไม่สามารถที่จะมีเงินที่จะเข้าใช้ขนส่งสาธารณะในพื้นที่ชั้นในได้นะครับ ก็จะแบ่งปัญหาเป็นหลายอย่างไม่ว่าตามสถานีรถไฟต่าง ๆ ผมก็จะยกตัวอย่างที่เพิ่งไปถ่ายรูป มาเมื่อวานมานำเสนอนะครับ แต่ว่าปัญหานี้ก็คือติดตามมาหลายเดือนแล้ว ก็คือที่สถานี รถไฟวงเวียนใหญ่ แล้วก็สถานีรถไฟธนบุรีครับ🔗
จากภาพแรก ก็คือสถานี รถไฟวงเวียนใหญ่นี่เราก็จะพูดถึงปัญหาเรื่องที่จอดรถก่อน เพราะว่าแน่นอนเมื่อเป็นผู้ที่มี รายได้น้อยส่วนใหญ่ก็จะมารถกระป๊อ รถขนส่งสาธารณะ หรือรถจักรยานยนต์เสียเป็น ส่วนใหญ่ แล้วปัญหาของเราส่วนใหญ่ก็คือที่จอดรถ ซึ่งแน่นอนว่าพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร มันก็มีราคาค่อนข้างสูง มีการขยายตัวของเมืองจนทำให้พื้นที่ที่การรถไฟได้เตรียมไว้ในการ ที่จะรองรับผู้ที่จะใช้งานมีน้อยตามไปด้วย จากภาพจะเห็นว่าส่วนใหญ่ก็จะเป็นที่จอดรถของ จักรยานยนต์แล้วก็ไม่มีการแบ่งอย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นที่จอดรถของผู้พิการ ซึ่งอาจจะเป็น รถจักรยานยนต์สามล้อหรือว่ารถยนต์ที่มาส่งผู้พิการนะครับ ตามอัตราส่วนตามระเบียบก็คือ ๒๕ : ๑ เราเองก็ยังไม่ได้มีการจัดอย่างเป็นระเบียบ รวมถึงการจัดระเบียบของพื้นที่ในการ จอดรถ รวมถึงการจัดทางเดินที่ทำให้ผู้สัญจรไปมาได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ รวมถึงภาพ ต่อไปเลยนะครับ จุดพักคอยมาดูห้องน้ำก่อน ซึ่งห้องน้ำดูจากสภาพก็น่าจะเห็นแล้วว่า ยังไม่ค่อยสะอาดเท่าไร แล้วที่เรากังวลคือเนื่องจากประเทศไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุ เรียกว่า เข้มข้นแล้ว ผู้ที่ใช้ส่วนใหญ่ก็เป็นผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ทุพพลภาพ แต่สิ่งที่เราเจอก็คือ เป็นห้องน้ำที่พร้อมใช้งาน แต่ไม่พร้อมที่จะอำนวยความสะดวก อย่างเช่นไฟส่องสว่าง หรือปุ่มฉุกเฉินที่ควรจะต้องมีสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการหากเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งจากสภาพ ที่เห็นเราจะเห็นว่าพื้นก็เป็นกระเบื้องห้องน้ำที่เมื่อเปียกอาจจะมีการลื่น ถึงจะมีราวจับแต่ว่า ถ้าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาการที่จะแจ้งบุคคลภายนอกเป็นไปได้ยาก นั่นทำให้กว่าที่คนจะ เข้าถึงผู้พิการหรือผู้สูงอายุที่ประสบเหตุในห้องน้ำเราก็เห็นนะครับขนาดอยู่ในบ้านกันเอง ยังใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าคนในบ้านจะไปเจอ แต่อยู่ในที่สาธารณะซึ่งปิดล็อก แล้วแทบจะ ไม่มีคนเข้าไปใช้โอกาสที่จะเจออาจจะเสียชีวิตหรือว่าอาการหนักไปแล้ว ตรงนี้ก็อยากจะให้ ติดตั้ง หรือว่าดูแลเกี่ยวกับเรื่องสัญญาณเตือนภัยนะครับ🔗
ต่อไปเลยครับ เป็นเรื่องของจุดพักคอย จุดพักคอยที่เห็นเราก็มีทั้งมีร่มและ ไม่มีร่ม ซึ่งเราก็ทราบกันดีว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีฤดู ๓ ฤดูร้อน ร้อนมาก แล้วก็ร้อน ที่สุดนะครับ ก็ในพื้นที่กลางแจ้งผมคิดว่าคงเป็นไปได้ยากที่จะให้คนมาพักคอยในขนาด อุณหภูมิ ๓๐ กว่าจนถึง ๔๐ กว่า ส่วนในร่มที่เราเห็นก็คือมันมีพื้นที่แคบมากระหว่าง ชานชาลาและตัวรถไฟ ซึ่งแน่นอนเมื่อพื้นที่แคบขนาดนี้การถ่ายเทของอากาศก็เป็นเรื่องยาก แต่สิ่งที่เราเจอก็คือไม่มีพัดลม ไม่มีระบบระบายอากาศ แล้วไฟส่องสว่างเองถ้าได้เข้าไปดู ในเวลาที่พลบค่ำหรือเวลาที่ฝนตกไฟส่องสว่างก็ไม่เพียงพอนะครับ แต่ก็เข้าใจว่ามันเป็นพื้นที่ ที่สร้างมานานแล้ว แล้วก็มีการขยายตัว มีอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เพิ่มเข้ามา แต่ก็อยากจะให้ ปรับปรุงให้เพิ่มมากขึ้น เอาละครับตอนนี้ก็มาดูกันว่าอิงตามกฎกระทรวงในเรื่องของการ กำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการ คนชรา และทุพลภาพ ฉบับที่ ๑ ฉบับที่ ๒ ได้มีการปรับปรุงไปหรือยัง แล้วก็อีกรูปหนึ่งรูปเกี่ยวกับ Wheelchair เป็นไฮดรอลิก สำหรับการข้ามฝั่งของ Wheelchair ซึ่งในมุมของการพยายามแก้ไขนี่ก็ต้องบอกว่าเป็นการ ทำนโยบายที่น่าสนใจ แต่ปัญหาคือพอมันมีเรื่องที่น่าสงสัย แล้วก็มีการถกเถียง จนสุดท้าย ก็หยุดการก่อสร้าง จนวันนี้ก็ยังไม่ได้มีการเปิดใช้งาน และที่สำคัญคือได้มีการวางแผนไว้ หรือไม่ ถ้าเปิดใช้งานจริง ๆ แล้วในระหว่างที่กำลังข้ามไปแล้วเสียขึ้นมาไม่ได้ รถไฟมา อันนี้ ผมคิดว่าน่าจะเป็นปัญหาค่อนข้างหนักทีเดียว จนตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีการติดตั้งเพิ่มเติม หรือดำเนินการเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิกของ Wheelchair ในสถานีรถไฟ แต่แน่นอนว่า การรถไฟก็มีการพัฒนาตัวเองตลอดเวลา แต่สิ่งที่เราเจอคือมีการพัฒนาเรื่องการจำหน่าย ตั๋วออนไลน์ มีการพัฒนาเครื่องจ่ายตั๋วอัตโนมัติ มีการพัฒนาความสะอาด ความงดงาม การตกแต่งภายใน แต่การพัฒนาในการให้บริการประชาชนนี่เหมือนยังพัฒนาได้อย่าง เชื่องช้า จึงเข้าถึงคำถามแรกนะครับ ปัญหาที่เรียนมาข้างต้นนี้กระทรวงมีโครงการใด หรือแนวทางใดในการปรับปรุงให้สอดคล้องกับหลัก Universal Design ที่จะช่วยรองรับ สังคมผู้สูงอายุ ผู้ทุพพลภาพ และคนชราบ้างไหมครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณกรุณพลครับ ต่อไปขอเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านกรุณพล เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนค่ะ ดิฉันต้อง ขอขอบพระคุณสำหรับคำถามของท่านสมาชิก เนื่องจากท่านอยู่ในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ท่านก็ได้สัมผัสแล้วก็รับทราบปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร เรื่องของการบริการทางรถไฟ คำถามของท่านสมาชิกว่ากระทรวงคมนาคมในฐานะกำกับ ดูแลการรถไฟแห่งประเทศไทยมีแนวทางอย่างไรที่จะมีการปรับปรุงกายภาพโดยรอบ ไม่ว่า สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ เขตธนบุรี สถานีรถไฟธนบุรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ให้เป็นไปตามหลักอารยสถาปัตย์ ก็ขออนุญาตตอบว่าในความรับผิดชอบของกระทรวง คมนาคม โดยกรมการขนส่งทางราง ในฐานะหน่วยงานที่เราได้กำกับดูแลก็มีโครงการ ปรับปรุงพัฒนาศักยภาพโดยรอบของสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ แล้วก็สถานีรถไฟธนบุรี เขตบางกอกน้อย ขออนุญาตฉายภาพนะคะ🔗
เริ่มจาก สถานีรถไฟโรงเรียนใหญ่ได้มีการปรับปรุงทางกายภาพโดยบริเวณรอบสถานีก็จะมีการ ก่อสร้าง ซึ่งตรงนี้จะเป็นการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยาย ซึ่งปัจจุบันนี้การรถไฟ อยู่ในระหว่างเตรียมการที่จะลงนามจ้างที่ปรึกษาเพื่อทบทวนผลการศึกษาแล้วก็ออกแบบ รายละเอียดภายในเดือนเมษายน ๒๕๖๘ ทั้งนี้ในการออกแบบของการรถไฟในการออกแบบ ดังกล่าวจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการสำหรับคนทุกกลุ่มที่ออกแบบโดยให้เป็น มิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นมาตรฐานสากลที่ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใยว่าออกแบบตามแบบ ของ Universal Design ให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยจะมีการปรับปรุงอำนวย ความสะดวกที่รองรับสำหรับคนทุกกลุ่มนะคะ🔗
ถัดไปสถานีรถไฟธนบุรี ก็ได้มีการปรับปรุงทางกายภาพโดยรอบที่จะมี แผนพัฒนาสถานีรถไฟธนบุรี ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นสถานีโรงพยาบาลศิริราชซึ่งเป็นสายสีแดง สายสีแดงนี้อยู่ภายใต้โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงของโรงพยาบาลศิริราช ไปจนถึงตลิ่งชัน แล้วก็ไปจนถึงศาลายาค่ะ ทั้ง ๒ โครงการปัจจุบันนี้กระทรวงคมนาคมเอง ได้เตรียมขอรับเงินงบประมาณในกรอบวงเงินให้กับคณะรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าภายในเดือน เมษายน ๒๕๖๘ ในปีนี้คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างได้ประมาณเริ่มต้นปีใหม่ก็คือประมาณ เดือนมกราคม ๒๕๖๙ โดยจะได้มีการปรับปรุงเครื่องอำนวยความสะดวกอย่างที่ท่านสมาชิก ได้นำเรียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไฟฟ้าส่องสว่าง พื้นที่ในห้องน้ำที่มีความลื่นที่จะให้บริการ กับผู้สูงอายุ แล้วก็ผู้พิการให้เข้าถึง รวมทั้งสัญญาณเตือนภัย เครื่องอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพัดลม แต่ว่าเรื่องของการสร้างระบบไฮดรอลิกของ Wheelchair เดี๋ยวจะได้เร่งรัดว่ามีมาตรการใดบ้างที่จะสามารถเปิดใช้บริการได้ อาจจะเพราะว่าช่วงนี้ มันมีโครงการที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ามา นอกจากนั้นค่ะท่านประธานเราจะมีวิธีการ ปรับปรุงในเรื่องของแนวคิดการออกแบบทั้ง ๒ สถานี คืออย่างที่นำเรียนว่าออกแบบให้ สำหรับคนทุกกลุ่ม ทุกวัย แล้วก็โดยเฉพาะเรื่องของผู้ป่วย ผู้สูงอายุ แล้วก็ผู้พิการ จะมีทั้ง บริเวณของ ดิฉันฉายภาพให้เห็นถึงว่าหลักการของการบริการ การออกแบบเหล่านี้มีหลักการ อะไรบ้าง รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้กับคนที่ใช้รถเข็นแล้วก็ครอบครัวที่มีเด็กด้วย รวมทั้งสตรีมีครรภ์ แล้วก็นักท่องเที่ยวที่ต้องลากกระเป๋าสัมภาระต่าง ๆ เพื่อสามารถเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมิติทางราง แล้วก็มิติทางขนส่งทางบกสามารถใช้พื้นที่ในการลาก กระเป๋าเดินทางสัญจรไปมาให้สะดวกแล้วก็ปลอดภัย นอกจากนั้นสถานที่ดังกล่าวยังคำนึงถึง เรื่องของสถานีที่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยว ไม่ว่าสถานีนั้นจะเชื่อมต่อวัด ศาสนสถาน หรือว่า Footpath ทางเท้า หรือระบบขนส่งมวลชน สำคัญสูงสุดหลักการที่ Universal Design ที่เราได้คำนึงถึงก็จะประกอบไปด้วยเรื่องของความเสมอภาคในการใช้งาน ความยืดหยุ่น ความเรียบง่าย เรื่องของข้อมูลที่มีเพียงพออย่างที่ท่านสมาชิกสะท้อนในวันนี้ก็คือข้อมูล ส่วนหนึ่งที่เราได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาไปสำรวจความต้องการของพี่น้องประชาชนว่าในพื้นที่ ดังกล่าวประชาชนต้องการอะไร เราจึงมากำหนดในรายละเอียดของโครงการ นอกจากนั้น เรื่องของการใช้พลังงานก็เข้ามาเกี่ยวข้อง จะมีการใช้พลังงานอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ เรื่องของการใช้พื้นที่ที่เหมาะสม อย่างที่ท่านสมาชิกว่าพื้นที่ข้างนอกมีความร้อนมากเพิ่มเติม พัดลมหน่อยได้ไหม เพิ่มพื้นที่ที่อากาศสามารถถ่ายเทได้ไหม นี่คือปัจจัยหนึ่งที่เราได้คำนึง แล้วก็ลงไปรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพค่ะ นอกจาก กฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้วเราก็มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องในกลุ่มบุคคลของทุพลภาพ แล้วก็คนชรา ที่เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงว่าพื้นห้องน้ำลื่น จุดเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่มันมีความลาดชัน แล้วก็มี Step ทำให้บางครั้งเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เรื่องของความกว้าง เรื่องของทางลาด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เรื่องของผนังที่ขอบกว้างที่ว่าไม่เกิน จากผิวจราจร ทางลาดไม่น้อยกว่า ๑๐ เซนติเมตร แล้วก็จะต้องมีราวจับแล้วก็มีทางกั้นไม่ให้ พื้นที่นี้พี่น้องประชาชนลื่นแล้วก็ตกไปเขาเรียกว่าราวกันตก รวมทั้งในเรื่องของคำนึงถึง พระราชบัญญัติในการควบคุมอาคาร กระทรวงมหาดไทย เรื่องของการติดตั้งถังดับเพลิงให้ ติดตั้งบริเวณส่วนบนสูงสุดของอาคาร สูงจากระดับพื้นอาคารไม่เกิน ๑.๕๐ เมตร รวมทั้ง เรื่องของส่วนล่างสุดก็เหมือนกัน ขณะที่ผู้โดยสารเดินทางไปมาก็สามารถเห็นว่าในส่วนของ สูงสุดนั้นมีถังดับเพลิงข้างล่างสุดขณะที่คนมีความสูงไม่ถึงเกิดอุบัติเหตุก็สามารถใช้ดับเพลิง ในระดับล่างได้เช่นกัน🔗
ต่อมาเรื่องของกฎกระทรวงในเรื่องอำนวยความสะดวกทั้งเรื่องของภายใน อาคาร แล้วก็ภายนอกอาคาร ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่กว้างสำหรับคนพิการ มีราวจับหรือวัสดุ ที่มั่นคงแข็งแรง มีพื้นห้องน้ำ สุขภัณฑ์ อุปกรณ์ แล้วก็รวมทั้งสัญญาณเสียงว่าขณะที่ ผู้ทุพพลภาพเข้าไปใช้บริการห้องน้ำไม่สามารถเรียกอะไรได้ก็มีที่ปุ่มกดสัญญาณเสียงเพื่อ สามารถเตือนภัยให้กับบุคคลเจ้าหน้าที่ที่อยู่บริเวณนั้นเข้ามาให้การช่วยเหลือค่ะ นอกจาก เรื่องของการอำนวยความสะดวกทั้งในอาคารสถานที่แล้วก็ภายนอกอาคารแล้ว สิ่งหนึ่งที่ ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใยคือพื้นผิวว่าพื้นผิวในขณะที่เรามีอาคาร มีสถานที่อำนวย ความสะดวกแต่ไม่พร้อมในการใช้บริการ นี่อย่างไรคะที่เป็นเสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชน ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยจึงมีการปรับและนำข้อบังคับกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นทำพื้นผิวที่มีความเป็นสีที่เห็นชัดเจน ไม่ใช่พื้นผิวธรรมดาที่บางทีสายตา คนมีอายุอาจจะเห็นสีพื้นผิวเป็นสีธรรมชาติจริง ๆ แล้วเราจึงใช้สัญลักษณ์ของสีเข้ามา เกี่ยวข้องเพื่อให้มีความชัดเจน เพื่อให้แตกต่างจากบริเวณผิวข้างเคียงสีผิว พื้นผิวว่าอันนี้เข้าสู่ พื้นที่อันตราย พื้นที่ความเสี่ยงต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง ต้องเพิ่มความ ระมัดระวังในการที่จะเดินแล้วไม่ให้ลื่น นั่นก็คือเพิ่มพื้นผิวของสีแล้วก็พื้นที่ข้างเคียง รวมทั้ง ทำป้ายให้เห็นถึงพื้นดังกล่าวให้มีต่างระดับ นอกจากนั้นการพัฒนาสถานีหรือว่าการปรับปรุง ให้มีการอำนวยความสะดวกของพี่น้องประชาชนเราไม่ได้ละเลย แล้วเรายังมีความพยายาม ที่จะพัฒนาเอานวัตกรรมต่าง ๆ เข้ามาใช้ แล้วก็สิ่งไหนที่เป็นความปลอดภัยสูงที่สุด นั่นก็คือ หัวใจหลักของการบริการ ไม่ว่ามิติของทางรถ ทางเรือ ทางราง หรือทางอากาศ นั่นก็คือให้ พี่น้องประชาชนไปถึงที่หมายอย่างสะดวกแล้วก็ปลอดภัย ขออนุญาตตอบคำถามแรกของ ท่านสมาชิกค่ะ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมครับ ขอเชิญคุณกรุณพลถามเป็นครั้งที่ ๒ ครับ🔗
เรียนประธานครับ ผม กรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อจากพรรคประชาชน ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ที่มาตอบคำถามในข้อแรก แต่ว่าจากรูปสิ่งที่เราเห็นก็คือเป็นโครงการใหม่ ๆ แต่ครั้งนี้ ผมเข้าใจว่าสถานีรถไฟในกรุงเทพมหานครมีเยอะแล้วมันก็สามารถที่จะขยายการเปลี่ยนแปลง ไปสู่ต่างจังหวัดได้ แล้วก็ต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง อย่างไรก็ฝากท่านในการแก้ไข เปลี่ยนแปลงด้วย เข้าใจว่าการรถไฟเองก็อยู่ในภาวะที่ไม่ได้มีกำไรมากมาย ก็คงต้องค่อย ๆ เจียดมาจัดการนะครับ จากประเด็นข้างต้นจะเห็นได้ว่าอย่างที่ผมแจ้งไปว่าคนที่ใช้ส่วนใหญ่ จะเป็นคนชรา ผู้ทุพพลภาพ แล้วคนพิการ ผู้มีรายได้น้อย จากรูปไปสู่คำถามข้อที่ ๒ ก่อนที่ จะเข้าสู่คำถามอยากให้ดูรูปก่อนนะครับว่าในบริเวณชานชาลานี่เราจะเห็นว่ามันเป็นการ ก่อสร้างมาหลายสิบปีแล้ว กระเบื้อง การใช้กระเบื้องในที่แจ้งเมื่อมีการใช้มาก ๆ ผิวกระเบื้อง มันก็ค่อนข้างสึก แม้แต่ตอนที่สร้างอาจจะกระเบื้องที่กันลื่นแต่เมื่อใช้ไปหลายสิบปี ความกันลื่นมันก็หายไป และที่สำคัญอยู่ในบริเวณชายคาที่สามารถมีฝนสาดเข้ามาได้ เมื่อถูก ฝนถูกน้ำนี่โอกาสที่จะลื่น หรือว่าโอกาสที่จะพลัดตกลงไปยังรางรถไฟก็มีสูงเช่นกัน ทำให้เกิด ปัญหาเรื่องความปลอดภัย และที่สำคัญจากรูปเราก็จะเห็นว่าเนื่องจากชานชาลาในสมัยก่อน เราก็ต้องใช้การก้าวขึ้นรถไฟ แต่ในยุคใหม่ชานชาลากับประตูแบบรถไฟฟ้าตามสถานีต่าง ๆ ก็จะชิดกัน สามารถที่จะเข็นรถ Wheelchair หรือว่าเดินแค่ก้าวข้าม แต่ในชานชาลาแบบ โบราณต้องขึ้นครับ ต้องใช้ในการก้าวขึ้น ถ้าเป็นคนปกติที่ร่างกายแข็งแรงก็คงไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นผู้พิการ คนชรา หรือผู้ทุพพลภาพอาจจะมีปัญหาได้นะครับ แล้วก็ต้องบอกว่าขอรูป ต่อไปเลยครับ นี่คือรถไฟแบบใหม่ที่การรถไฟก็ได้นำเข้ามาใช้ในการแก้ปัญหาอย่างที่ผม กล่าวไปข้างต้น ก็คือมีระบบไฮดรอลิกที่จะให้ผู้พิการขึ้นมาแต่มีเพียงพอหรือไม่ และมีราคา แพงเกินกว่าที่จะซื้อมาใช้ได้อย่างทั่วไปหรือไม่ เราก็เห็นแล้วว่าการรถไฟพยายามที่จะ แก้ปัญหาอันนี้ก็ต้องชื่นชมนะครับ ขอรูปต่อไปเลยครับ แต่การแก้ปัญหาถ้ามันช้าเกินไป มันก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนได้และเมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคมที่ผ่านมาครับผู้พิการ จากจังหวัดตรังเองก็ออกมาเรียกร้องให้หาทางแก้ไขในระยะสั้นก่อนที่เราจะมีงบประมาณ เพื่อเปลี่ยนแปลงสถานี เปลี่ยนแปลงรถไฟ เปลี่ยนแปลงระบบไฮดรอลิกต่าง ๆ เพราะว่า อย่างที่เขาขึ้นป้ายครับ หมดยุคคนพิการคลานขึ้นรถไฟแล้ว เพราะว่าในบางสถานีที่เจ้าหน้าที่ ไม่มีกำลัง หรือเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ลองนึกสภาพดูครับ คนพิการที่จะต้องยกขึ้นรถไฟ หรือบางทีไม่มีก็ต้องใช้วิธีการทิ้ง Wheelchair แล้วคลานขึ้น แล้วให้คนพับ Wheelchair ส่งขึ้นบนรถ ภาพแบบนี้ผมว่ามันคงเป็นภาพที่ไม่น่ามอง แล้วก็คงเป็นภาพที่ควรจะต้องมีการ เปลี่ยนแปลงในอนาคต ซึ่งผมก็เข้าใจว่างบประมาณที่ใช้รวมถึงการแก้ไขสถานีรถไฟทุกสถานี ในประเทศมันก็คงเป็นไปไม่ได้ในเร็ววันนี้ แต่อยากจะสอบถามว่าเราจะมีวิธีการอย่างไร ในการที่จะดูแลในการขึ้น-ลงรถไฟ ในการดูแลเรื่องความปลอดภัยของสถานี แล้วก็รถไฟ ที่จะเปลี่ยนแปลงให้มีระบบไฮดรอลิก หรือว่ามีอุปกรณ์อย่างอื่นที่จะทำให้ผู้พิการสามารถ ขึ้นไปสู่ขบวนรถได้อย่างง่ายดายมีมากแค่ไหน แล้วติดขัดปัญหาใดครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณ คุณกรุณพลครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมครับ🔗
ต้องขอบคุณ สำหรับคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ ประเด็นแรก ท่านประธานที่เคารพคะ ก็ขออนุญาตให้เห็นภาพถึงสถิติของผู้ใช้บริการรถไฟนะคะ🔗
เป็นสถิติของ ผู้สูงอายุ แล้วก็คนพิการ ซึ่งในช่วงปี ๒๕๖๕ ไปจนถึงปี ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาก็มีผู้สูงอายุที่มา ใช้บริการในปี ๒๕๖๖ เพิ่มขึ้น ๒๖ เปอร์เซ็นต์ แล้วในปี ๒๕๖๗ เพิ่มขึ้น ๒๑ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของคนพิการที่มาใช้บริการทางรถไฟในปี ๒๕๖๖ ร้อยละ ๓๑ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๖๗ และเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ โดยกรมการขนส่งทางรางแล้วก็การรถไฟแห่งประเทศไทย จึงให้ความสำคัญกับผู้ใช้บริการของคนทุกกลุ่ม แต่วันนี้อย่างที่กราบเรียนท่านประธานค่ะว่า วันนี้สังคมไทยเป็นสังคมที่มีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันตามมาด้วยคนพิการ ที่บางครั้งความจำเป็นในการเดินทางไปมาของคนพิการยังมีความจำเป็นอยู่ บางท่านอาจจะ มีลูกหลานคอยดูแล บางท่านเดินทางด้วยตัวคนเดียวที่ต้องใช้รถเข็น หรือว่าใช้เครื่องมือ หรือว่าอวัยวะที่มีอยู่ช่วยตนเองก็เป็นสิ่งที่น่าเห็นใจ ทางกระทรวงคมนาคมเองก็ไม่ได้ละเลย ในสิ่งเหล่านี้ ที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงว่าปัจจุบันนี้ผู้สูงอายุของประเทศไทยได้เข้าถึงระบบของ การขนส่งทางรางมากยิ่งขึ้น อาจจะเพราะว่าเป็นทางเลือกของการเดินทางที่ราคาไม่แพง จนเกินไป สะดวก รวดเร็ว แล้วก็ถึงที่หมาย นี่คือสิ่งหนึ่งที่กระทรวงคมนาคมเองได้มีการ ออกแบบตามหลักของสถาปัตยกรรม ซึ่งเรามองว่าการเข้าถึงการเดินทางสาธารณะที่เข้าถึง คนทุกกลุ่ม นั่นก็คือที่เราเคยพูดมาตลอดว่าคนเท่าเทียมกัน ก็คือเท่าเทียมในการเข้าใช้ บริการของระบบขนส่งสาธารณะ ท่านประธานที่เคารพคะ ในเรื่องของชานชาลาที่กระเบื้อง ใช้งานมาหลายปี ดิฉันก็จะขออนุญาตสั่งการว่าทางการรถไฟไปดูว่าในบริเวณตรงไหนที่มัน จะเกิดอันตรายสำหรับผู้โดยสารบ้าง เกิดความลื่นสำหรับผู้พิการบ้าง ซึ่งโดยปกติแล้วเวลา รถไฟจะจอดเทียบท่าก็จะมีเจ้าหน้าที่ประจำเกือบทุกจุดที่คอยอำนวยความสะดวก แล้วเรา ก็จะมีสัญญาณเตือน รวมทั้งไฟ รวมทั้งป้ายประกาศจากเจ้าหน้าที่ว่าขณะนี้ขอให้ผู้โดยสาร ห่างออกจากรถไฟ เพราะขณะนี้รถไฟจะจอดเทียบท่าแล้วก็ขอให้ผู้โดยสารหลีกห่างออกจาก บริเวณนั้น อันตรายจากบริเวณนี้ประเด็นแบบนี้ถือว่าน้อยมาก เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่คอย ประจำทุกจุด นอกจากนั้นแนวเขตของการเข้าใกล้เวลารถไฟจอดเทียบท่าอันนี้ก็จะมีแนวเขต ว่าควรจะอยู่ห่างกี่เมตร เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายสำหรับรถไฟที่เข้าจอดเทียบท่าแล้วก็เกิด อันตรายสำหรับผู้โดยสารที่จะขึ้นรถไฟ ท่านประธานที่เคารพคะ นอกจากนั้นในเรื่องของการ อำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็นรถไฟระหว่างเมือง หรือว่าเรื่องของการบริการสำหรับ รถตู้พิเศษสำหรับผู้ที่ใช้รถเข็นทางเราก็ได้มีการติดตาม แล้วก็ได้มีการที่จะเพิ่มสำหรับรถไฟ ตู้พิเศษสำหรับคนพิการในการอำนวยความสะดวกในการที่ใช้รถเข็น Wheelchair ขึ้นโดยสาร นอกจากนั้นกระทรวงคมนาคมเอง โดยกรมการขนส่งทางรางก็ได้ประเมิน ความพึงพอใจแล้วว่าความพึงพอใจของผู้ใช้บริการพึงพอใจแค่ไหน แล้วต้องมีการปรับปรุง อะไรบ้าง อย่างที่ดิฉันกราบเรียนแต่แรกว่าความพึงพอใจเหล่านี้ยังไม่มีที่สิ้นสุด เรายังต้อง มีการพัฒนาเรื่องของการบริการพี่น้องประชาชนมากขึ้น พัฒนาในเรื่องของความสะอาด บนรถไฟ พัฒนาในเรื่องของความเร็วของรถไฟที่ไปถึงที่หมายให้ก่อนเวลา แล้วก็ถึงที่หมาย อย่างปลอดภัย ท่านประธานที่เคารพคะ การออกแบบของ Universal Design จึงเป็นหัวใจ สำคัญของกระทรวงคมนาคม ของการรถไฟ ในท้ายที่สุดในเรื่องของวันนี้ก็ขออนุญาต นำเรียนว่าการคิดมิติของการเดินทางพรรคเพื่อไทยโดยท่านนายกรัฐมนตรี ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จึงมีนโยบายเรื่องของรถไฟฟ้าตลอดสาย ๒๐ บาท แล้วก็ พ.ร.บ. ตั๋วร่วม ที่เข้าสู่การพิจารณาของสภา นั่นก็คือจะให้ผู้โดยสารหรือพี่น้องประชาชนเข้าถึงการบริการ ได้อย่างคุ้มทุน แล้วก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะ ก็เป็นการประหยัดค่าครองชีพให้กับพี่น้อง ประชาชน ขอฝากเรื่องของแนวทางการพัฒนาขนส่งทางรางให้กับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ต่อท่านประธานค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมครับ เชิญคุณกรุณพลครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม กรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีที่มาตอบแล้วก็มีแผนในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ก็คาดหวังว่า การรถไฟจะสามารถตอบโจทย์ในการที่จะดูแลคนทุกช่วงวัย ทั้งคนปกติ และผู้พิการ รวมถึง ผู้ทุพลภาพนะครับ ก็ขอบคุณมาก ๆ ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณคุณกรุณพล ท่านรัฐมนตรีช่วย และเจ้าหน้าที่มาชี้แจงด้วย รวมทั้งประชาชนที่เข้ามานั่งฟังด้วย ขอบคุณครับ จบกระทู้ถามนี้นะครับ🔗
๔. เรื่อง เสนอให้แก้ไขปัญหาน้ำท่วม นายสมดุลย์ อุตเจริญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี ท่านภูมิธรรม เวชยชัย เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน และรองนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ตอบกระทู้ถามนี้แทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดภารกิจราชการสำคัญ จึงมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คุณธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขออนุญาตให้ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสนับสนุนให้ข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ๑. คุณกฤษณ์ แก้วทองหลาง ผู้อำนวยการกองช่วยเหลือผู้ประสบภัย ๒. คุณธรรมพงศ์ เนาวบุตร รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ และได้ขออนุญาตให้ประชาชนเข้า รับฟังด้วยนะครับ คือคุณปนัดดา แสนพรหม ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยมาพร้อมที่จะตอบแล้ว ขอเชิญคุณสมดุลย์ อุตเจริญ ถามเป็นครั้งที่ ๑ นะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สมดุลย์ อุตเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๗ อำเภอฝาง อำเภอ แม่อาย อำเภอไชยปราการ พรรคประชาชน ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีธีรรัตน์ เป็นอย่างมากที่ได้มาตอบคำถามในวันนี้ครับ ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาภาวะ โลกรวนและการเปลี่ยนแปลงสภาพค่อนข้างที่จะรุนแรงขึ้นทุกวัน นี่คือสัญญาณเตือนของ สิ่งแวดล้อมที่จะเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่มาก ในปี ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมดินสไลด์ในหลายจังหวัด พื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย โดยเฉพาะที่ อำเภอฝาง อำเภอแม่อาย อำเภอไชยปราการ ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีก็ได้ลง พื้นที่สำรวจความเสียหายได้มีการช่วยเหลือไปแล้วเป็นบางส่วน แต่ก็ยังมีอีกจำนวนมาก ฅที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือเป็นเพียงตัวเลขที่สำรวจไว้เท่านั้น หลายคนอาจจะมองว่าน้ำท่วม เป็นเรื่องที่ฝนตกน้ำก็คงท่วมเป็นปกติแต่ไม่ปกติครับ เพราะความสูญเสียและทรัพย์สิน ความทุกข์ในใจของประชาชนยังคงอยู่ ท่านรัฐมนตรีเองก็คงจะเห็นภาพชัดเจน เพราะเมื่อปี ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา ท่านก็ได้ลงพื้นที่ของอำเภอแม่อายไปดูน้ำท่วม ผมก็ต้องขอบคุณแทนพี่น้อง ชาวอำเภอแม่อายด้วยครับ ในช่วงที่เกิดอุทกภัยเราไม่สามารถมองข้ามได้เลยเพราะว่ามันมี ความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกปี จากที่ผ่านมาจะมีความทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ นั่นเป็นสัญญาณ ที่ว่าวันนี้เราต้องมีการรับมือกับน้ำท่วมและภัยพิบัติต่าง ๆ คำถามข้อที่ ๑ ผมจะเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี คือปัจจุบันรัฐมนตรีมีแผนและนโยบายช่วยเหลือ ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างไรครับ ขอทราบรายละเอียดครับ🔗
ขอเชิญท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เชิญครับ🔗
กราบขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง มหาดไทย ขอตอบคำถามกระทู้แยกเฉพาะที่ ๕๑๗ ที่ถามโดยทางท่าน สส. สมดุลย์ อุตเจริญ ท่านผู้แทนจากทางจังหวัดเชียงใหม่ ดิฉันเองได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ท่านแพทองธาร ชินวัตร ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านภูมิธรรม เวชยชัย ให้ได้มาตอบคำถามนี้ ซึ่งก็ต้องเรียนว่าจากการตั้งกระทู้ของทางท่าน สส. สมดุลย์ เราจะเห็นว่าเกิดขึ้นในช่วงที่ทาง ภาคเหนือได้รับประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ตั้งแต่วันที่ ๓๑ ตุลาคม ที่ตามหนังสือในกระทู้ถามนี้ ในช่วงนั้นทางรัฐบาลได้ทำงานกันอย่างหนักอย่างที่ทางเราได้ลงในพื้นที่ ดิฉันเองได้รับ มอบหมายจากทางท่านรองนายกรัฐมนตรีภูมิธรรม เวชยชัย ให้ได้ปฏิบัติหน้าที่ประธาน ศปช. ส่วนหน้าลงไปอยู่ในพื้นที่นั้น แล้วก็ได้รับทราบถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ต้องขอขอบคุณทางท่านผู้แทนที่ได้นำปัญหานี้มาติดตามเพื่อที่จะตรวจสอบในความคืบหน้า การทำงานของทางรัฐบาล ความจริงแล้วในช่องทางการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน รวมถึง แผนเราได้ดำเนินการครบถ้วนทั้งในส่วนของพี่น้องประชาชนที่ประสบน้ำท่วมดินโคลนถล่ม ดินโคลนอยู่ในบ้าน ได้มีการรับเงินเยียวยา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ได้ทำการสำรวจเข้ามา ทีนี้ในส่วนที่เป็นแผนในการทำงานต่อไปดิฉันจะขอนำเรียนว่า ทางคณะ ศปช. ใหญ่ ได้มีการตั้งกรรมการขึ้นมาโดยมีทางท่านรองนายกรัฐมนตรีสุริยะได้เป็นประธานในที่ประชุม แล้วก็ได้มีการอนุมัติเงินในการที่จะขุดลอกคูคลอง ขุดลอกแม่น้ำต่าง ๆ ให้น้ำสามารถไหลผ่าน ได้ดีขึ้น แล้วก็สามารถกักเก็บน้ำได้ในช่วงของหน้าแล้งด้วยเพื่อที่จะลดปัญหาการบริหาร จัดการน้ำให้ได้อย่างยั่งยืน ดิฉันขอนำเรียนข้อมูลจากทาง สทนช. ที่ได้นำข้อมูลมาประกอบ ในเรื่องของแผนแล้ว ก็ขอนำเรียนว่าการแก้ไขในระยะเร่งด่วนซึ่งเราแบ่งเป็นระยะเร่งด่วน ระยะกลาง แล้วก็ระยะยาว ที่จะสามารถทำให้เกิดความยั่งยืนได้ ก็ต้องนำเรียนว่าในวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในเรื่องของแผนแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง แม่น้ำปิงในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีการอนุมัติวงเงิน ๑๘๘.๖ ล้านบาท ประกอบด้วย ๑. โครงการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องแม่น้ำปิงปริมาณ ๑.๗๕๒ ล้านลูกบาศก์เมตร วงเงิน ๑๕๗.๖ ล้านบาท ซึ่งจะมีหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาเป็นผู้รับผิดชอบโครงการดำเนินการ ในเรื่องนี้🔗
ในส่วนที่ ๒ มีการอนุมัติในเรื่องของโครงการรื้อฝายเก่าจำนวน ๓ แห่ง ด้วยกัน ก็จะมีฝายพญาคำ ฝายหนองผึ้ง แล้วก็ฝายท่าวังตาล เป็นวงเงิน ๑๓.๘ ล้านบาท ในส่วนนี้ความรับผิดชอบจะอยู่ในหน้าที่ของกรมชลประทานแล้วก็ในส่วนของจังหวัด เชียงใหม่เป็นผู้ที่จะรับผิดชอบดูแล เราเองก็มั่นใจว่าถ้าหากว่าเราสามารถเพิ่มพื้นที่ในการที่ รับน้ำได้เพิ่มมากขึ้นก็จะทำให้ปัญหาที่พี่น้องประสบภัยอยู่ก็จะได้รับความเบาบางมากขึ้น เพราะปฏิเสธไม่ได้จากการพยากรณ์อากาศ แล้วก็รวมถึงการคาดการณ์ในเรื่องของสภาพ ภูมิอากาศอย่างที่ทางท่านได้มีความกังวลนั้นเราพบว่ามีความแปรปรวนสูง ในขณะนี้ เราเตรียมพร้อมเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นน้ำมากหรือน้ำน้อยจะสามารถที่จะบริหารจัดการได้อย่าง มีประสิทธิภาพด้วย นอกจากนี้ทางที่ประชุมดิฉันได้นำเรียนไปยังได้มีการมอบหมายให้ แต่ละหน่วยงานได้ดำเนินการแบบบูรณาการในหลาย ๆ หน่วยงานด้วยกัน ดิฉันขออนุญาต ยกตัวอย่างเช่น ได้มีการมอบหมายให้ทางกรมเจ้าท่าโดยกระทรวงคมนาคมทำหน้าที่ในเรื่อง ของการตรวจสอบโครงสร้างเส้นทางน้ำผ่านต่าง ๆ ให้ได้มีความปลอดภัยสำหรับพี่น้อง ประชาชนที่อยู่อาศัยตาม ๒ ฝั่งแม่น้ำด้วย ยังได้มีการมอบหมายให้หน่วยบัญชาการ ทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทยโดยกระทรวงกลาโหมมีหน้าที่ในการรับผิดชอบ การขุดลอกต่าง ๆ เพราะว่ากระทรวงกลาโหมเป็นผู้ที่มีความพร้อมในเรื่องของกำลังพล แล้วก็เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ก็สามารถที่จะลงหน้างานปฏิบัติหน้าที่ได้เลย อันนี้เมื่อทาง รัฐบาลอนุมัติงบประมาณไปแล้ว เราคาดการณ์ว่าจะสามารถทำให้เสร็จได้ก่อนหน้าน้ำ ที่กำลังจะมาถึงในปีนี้ ก็จะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ แม่น้ำเหล่านั้นได้อีกทางหนึ่ง แล้วก็ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่กับทางจังหวัดเชียงราย ในภาคเหนือที่ได้ทำงานร่วมกัน เพราะว่ามีแม่น้ำหลายเส้นเหมือนกันที่อาจจะต้องมีความ ต่อเนื่องกันก็ได้มีการมอบหมายให้ทางกรมชลประทาน แล้วก็ทางกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ได้อำนวยความสะดวกหาที่จัดรองรับสำหรับดินโคลนที่ขุดลอกขึ้นมาแล้ว ก็ถือว่า เป็นการทำงานร่วมกันให้ได้ผลสัมฤทธิ์ที่เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน อันนั้นเป็น เรื่องของแผนงานเร่งด่วนที่เราจะแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนในขณะนี้ แล้วก็ยังมีแผนงาน ที่ต่อเนื่องไปในระยะกลางแล้วก็ระยะยาวที่มีหลายโครงการเช่นเดียวกันค่ะ ซึ่งถ้าหากว่า ท่านเองสามารถที่จะตรวจสอบได้ตามเว็บไซต์ของทางกระทรวงด้วยอีกทางหนึ่ง หรือถ้าหาก ว่ามีพื้นที่ใดที่ท่านอยากทราบโดยเฉพาะเจาะจง ท่านสามารถขอมาทางดิฉันได้เลย ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ ต่อไปขอเชิญคุณสมดุลย์ อุตเจริญ ถามเป็น ครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ผม สมดุลย์ อุตเจริญ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๗ อำเภอฝาง อำเภอแม่อาย และอำเภอไชยปราการ พรรคประชาชน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่านตอบได้ค่อนข้างที่ชัดเจนเกี่ยวกับการที่ เข้าไปดูแล ก็เป็นความดีใจอยู่อันหนึ่งว่าเราจะมีการขุดลอกจนกระทั่งเก็บกักน้ำไว้ใช้ ในหน้าแล้ง ซึ่งผมก็มองเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่จะเพิ่มประสิทธิภาพ ต่าง ๆ นานาให้แก่ประชาชน ผมจึงมีความกังวลและสงสัยอีกอย่างหนึ่ง ก็คือมีการเตรียม งบประมาณ หรือว่ามีการจัดตั้งศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่มีการประชาสัมพันธ์ ให้แก่ผู้ประสบภัยได้มาพักพิง หรือว่าที่จะเอาของมาบริจาคต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมาในพื้นที่บ้าน ผมก็จะมีการบริจาคของ หรือว่าผู้ประสบภัยไม่รู้จะไปไหน ถ้าเรามีการแจ้งให้ประชาชน ในพื้นที่ทราบก็จะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะดีมาก เพราะว่าประชาชนเขาจะได้ทราบว่าเวลาเกิด ภัยจริง ๆ แล้วเขาจะหนีไปไหน ตอนนี้ภาวะโลกร้อนซึ่งมันเป็นเรื่องที่จำเป็นมากครับ ผมไปลงพื้นที่ของอำเภอฝาง อำเภอแม่อาย ที่ผ่านมาฝนตกที่นั่นก็ได้ไปอยู่ จะเห็นสภาพอยู่ จากการสำรวจประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้รับการแจ้งเตือนภัยเลยครับ ผมก็อยากทราบด้วยว่า ระบบ Cell Broadcast ของทางรัฐบาลที่ดำเนินการไปแล้วตอนนี้ผมอยากจะสอบถามว่า ไปถึงไหน อย่างไร ควบคุมพื้นที่ที่เสี่ยงภัยแล้วหรือไม่ เดี๋ยวผมจะมีเอกสารไว้ฝากท่าน รัฐมนตรีไปดูในพื้นที่ผม ที่ท่านบอกว่าให้เฉพาะเจาะจงว่าในพื้นที่ไหน ตอนนี้ก็จะพูดถึง อำเภอฝาง อำเภอแม่อาย และอำเภอไชยปราการด้วยครับ ก็อยากให้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำ แล้วขุดลอกอ่างเก็บน้ำที่ตอนนี้ไม่สามารถใช้การได้ ทำการขุดลอกแม่น้ำสายหลัก สายรอง ต่าง ๆ เพื่อให้น้ำไหลอย่างสะดวก แล้วอีกอันหนึ่งก็คือเดี๋ยวผมจะมีโครงการเสนอไปก็คือ เปลี่ยนทางน้ำ ซึ่งปัจจุบันความเจริญมันก็รุกเข้ามาอาจจะไปขวางทางเดินน้ำ เราก็น่าจะมี การเปลี่ยนแปลงทางเดินน้ำด้วยครับ ผมเข้าสู่คำถามข้อที่ ๒ เลยครับ รัฐบาลมีการรับมือ กับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากระยะยาวเมื่อสักครู่ก็พูดกันในระยะสั้นอย่างไรที่จะให้มีความชัดเจน ต่อประชาชนว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะได้รับการแก้ไข ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณ คุณสมดุลย์ครับ เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง มหาดไทย ขออนุญาตตอบคำถามข้อที่ ๒ ของท่าน สส. ที่อยากจะทราบในเรื่องของแนวทาง ป้องกันในระยะยาว ก็อย่างที่ดิฉันนำเรียนไปว่าเรื่องของฝน ฟ้า อากาศ การเปลี่ยนแปลงของ สภาพภูมิอากาศนั้นมันเกิดขึ้นได้เสมอ เพราะฉะนั้นในเรื่องหน้าที่ของทางฝ่ายรัฐบาลนั่นก็คือ เราได้ป้องกันแล้วก็ระวังภัยอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการมีติดตั้งเครื่องมาตรวัด ระดับน้ำ การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแต่ละพื้นที่เพื่อที่จะวิเคราะห์ได้ว่าน้ำกำลัง จะมาแล้ว หรือว่ากรมอุตุนิยมวิทยาเองที่ดูสภาพของอากาศที่กำลังจะมาถึง อย่างที่ดิฉัน จะนำเรียนทุก ๆ ครั้งว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมาเกิดจากการที่พี่น้องประชาชน ไม่ได้เตรียมพร้อม ไม่ได้ดูในเรื่องของถ้าหากฝนมาจริง ๆ แล้วจะทำอย่างไรบ้าง เพราะว่า ในบางพื้นที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่เคยเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ขึ้นมาก่อน พอมีการ เปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ มีฝนตกครั้งใหญ่เช่น Rain Bomb ที่เราพูดกันว่าตกอยู่ ที่เดียวจนทำให้ดินโคลนถล่มลงมาที่บ้านเรือนพี่น้องประชาชนก็ไม่เคยคาดคิด จึงทำให้ ไม่สามารถที่จะเคลื่อนย้ายทรัพย์สินได้ทัน บางทีทางเจ้าหน้าที่รัฐไปบอกแล้วก็ยังไม่ได้ มีความมั่นใจว่าเป็นไปตามนั้นหรือเปล่า จึงทำให้เกิดปัญหาที่ซ้ำซากขึ้นมาได้ ฉะนั้นสิ่งที่เรา ต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ นั่นก็คือการแจ้งข่าวสารให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ ที่ท่าน สอบถามถึงระบบ Cell Broadcast ที่ได้ดำเนินการมาก็ต้องนำเรียนว่าตั้งแต่ดิฉันได้เข้ามา ดำรงตำแหน่งดิฉันก็เร่งรัดในเรื่องนี้มาโดยตลอด เพื่ออยากที่จะให้เกิดการนำมาใช้ได้อย่าง จริงจังก่อนที่ภัยพิบัติในครั้งหน้าจะมาถึง Cell Broadcast ไม่ใช่เพียงแค่ป้องกันในเรื่องของ ภัยธรรมชาติเท่านั้นนะคะ ในเรื่องของภัยพิบัติที่เกิดจากมนุษย์เองก็สามารถป้องกันได้ ก็คือ มีการส่งสัญญาณเตือนภัยได้หรือแม้แต่เหตุด่วนเหตุร้ายที่ทุกคนนั้นเกิดความตื่นตระหนก ทางเราก็สามารถที่จะใช้ระบบนี้ในการป้องกันภัยได้เช่นเดียวกัน ในขณะนี้ดิฉันได้สอบถาม จากทาง ปภ. ที่เป็นผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องของ Cell Broadcast ร่วมกับทาง DES ก็ได้รับทราบข้อมูลว่าตอนนี้กระบวนการเดินไปตามขั้นตอนแล้ว กำลังที่จะมีการทำสัญญา แล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการทำ TOR ในการจัดซื้อจัดจ้างนำมาใช้ต่อไปก็พยายามที่จะเร่งรัดให้ ได้เร็วที่สุด อย่างที่บอกว่าก่อนน้ำมาครั้งหน้าคงจะได้เห็นระบบนี้แน่นอน ฉะนั้นก็ได้สร้าง ความมั่นใจให้กับทางท่านได้ อย่างที่ดิฉันได้นำเรียนไปว่าเรามีมาตรการรับมือฤดูฝน ที่สำคัญ ก็คือการคาดการณ์ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่าง ๆ แล้วก็พื้นที่ที่ท่านได้ดูแล ไม่ว่าจะเป็น อำเภอฝาง อำเภอแม่อายแล้วก็ไชยปราการนั้นก็อยู่ในพื้นที่ที่เราต้องให้ความรู้กับพี่น้อง ประชาชนว่าตอนนี้ถ้าหากว่าทางการให้ข้อมูลในการเตือนภัยต่าง ๆ ต้องเชื่อทางการไว้ด้วย เพราะว่าไม่อย่างนั้นแล้วพอเกิดเหตุปุ๊บเกิดความชุลมุนขึ้นเครื่องมือที่เรามีก็จะไม่เพียงพอ ฉะนั้นเราป้องกันไว้แต่เนิ่น ๆ เพื่อที่จะลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุดนะคะ แล้วก็ยังมีในเรื่อง ของกรมโยธาธิการที่ท่านได้นำเรียนว่าอาจจะมีร่องน้ำที่มีคนไปรุกล้ำ ตอนนี้เราเองก็ได้มีการ ทำงานร่วมกันกับพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นเชียงรายหรือเชียงใหม่ ให้ผู้ที่รุกล้ำลำน้ำอยู่ให้เคลื่อนย้าย ออกไปด้วย เพื่อที่จะสามารถแก้ไขปัญหาในระบบที่เรียกว่า ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะถ้าหากว่ามีบ้านใดไปขวางทางน้ำอยู่น้ำก็จะขึ้นมาอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ควรจะอยู่ เรายังมี การเตรียมความพร้อมในเรื่องของเครื่องมือเครื่องจักรในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยด้วยที่จะทำให้มีความทันการณ์ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ความจริงแล้ว ยังมีข้อมูลอีกส่วนหนึ่งดิฉันอยากจะนำเสนอ ขอเวลาท่านประธาน ๑ นาทีนะคะ ตอนนี้ทาง กรมบัญชีกลาง ทางกระทรวงการคลัง ได้มีการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมในส่วนของเงิน ทดรองราชการไปที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคมนี้เพื่อที่จะช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนในเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่น้ำท่วมครั้งที่ผ่านมา แล้วก็ยังมีความสูญเสีย ที่ยังไม่ได้รับการดูแลเป็นจำนวนเงินอยู่ที่ ๓๗๘,๕๐๐,๐๐๐ บาทถ้วน ตรงนี้ก็จะสามารถ ทำให้ทางจังหวัดสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น เพิ่มเติมจากเงิน ก้อนแรก ๑๒๐ ล้านบาทที่เคยได้รับก่อนหน้านี้ด้วยค่ะ ขอนำเรียนท่านประธานเท่านี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ขอบคุณคุณสมดุลย์ อุตเจริญ มากครับ ท่านมีอะไรเพิ่มเติมได้ครับ เชิญครับ🔗
ผมขอบคุณท่านประธานมากครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ห่วงใยใส่ใจต่าง ๆ ที่ผมกังวลคือระบบ Cell Broadcast ผมจะรอดูว่า จะทันเหตุการณ์ตรงนี้ไหมที่จะพบกับฤดูฝนครั้งต่อไป ต้องขอขอบคุณอีกครั้งครับ แล้วผม จะยื่นเอกสารที่จะดูแลเฉพาะพื้นที่ของอำเภอฝาง อำเภอแม่อาย อำเภอไชยปราการ ให้ท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ก็เป็นอันว่าจบกระทู้ถามนี้นะครับ🔗
กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๓๔ เรื่อง การลงนามให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การ แรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ ๘๗ และ ๙๘ นายเซีย จำปาทอง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงแรงงาน ได้มีหนังสือแจ้งว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงานติดภารกิจเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการส่งเสริม การมีงานให้แก่ทหารประจำการ ณ กระทรวงแรงงาน จึงขอเลื่อนตอบกระทู้ถามนี้ออกไปเป็น วันพฤหัสบดีที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ แจ้งเพื่อทราบครับ🔗
กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๓๕ เรื่อง การจัดการปัญหาอันเกิดจากลาน ตู้คอนเทนเนอร์ รถพ่วง รถบรรทุก นางสาวนิตยา มีศรี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม ได้มีหนังสือแจ้งว่าท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุรพงษ์ ปิยะโชติ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง แต่เนื่องจาก ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมมีภารกิจสำคัญ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถาม ดังกล่าวนี้ออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง🔗
วันนี้ก็จบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ขออนุญาตปิดประชุมครับ🔗
เรียนท่านสมาชิกนะครับ ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระต่อไปผมขอ ปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอนำระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ระเบียบวาระที่ ๗.๓ ๗.๔ และเรื่องซึ่งไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ จำนวน ๓ เรื่อง ขึ้นมาพิจารณาก่อน จะมีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ เชิญครับท่านปกรณ์วุฒิ🔗
ขอบคุณท่านประธาน ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ไม่ได้เห็น เป็นอื่นในเรื่องที่ท่านประธานจะเลื่อนระเบียบวาระ แต่เมื่อสักครู่นี้ผมก็ฟังท่านประธาน พูดถึงการเลื่อนกระทู้ถาม ๖ กระทู้ติด ก็เห็นใจท่านประธานนะครับ ก็คงอ่านจนเหนื่อย เหมือนกันแล้วท่านประธานก็คงรู้สึกแปลก ๆ เช่นเดียวกับผม วันนี้เป็นกระทู้ถามทั่วไป ๖ กระทู้ ซึ่งแน่นอนว่าถ้ามันเกิน ๓ ๔ กระทู้ นี่มันเป็นกระทู้ถามที่เคยถูกเลื่อนมาก่อนแล้ว แล้ววันนี้ก็ถูกเลื่อนออกไปอีก ผมก็ไม่รู้ว่ามันเกิดเหตุบังเอิญอะไรที่ทำให้ทั้ง ๖ กระทู้ถาม ในวันนี้รัฐมนตรีทุกท่านไม่มาตอบเลยแม้แต่กระทู้เดียว และทั้ง ๖ กระทู้ถามแจ้งว่าจะเลื่อน ไปในวันที่ ๑๐ เมษายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของสมัยประชุมนี้ แปลว่าวันที่ ๑๐ เมษายน น่าจะมี กระทู้ถามทั่วไปที่ถูกบรรจุนี่ประมาณ ๑๐ กระทู้ครับท่านประธาน เราจะถามกันถึงกี่โมงครับ แล้ววันนั้นจะเลื่อนอีกไหมครับ จะปล่อยให้ตกไปเลยไหมครับ อันนี้คือจงใจเพราะเห็นว่า สัปดาห์หน้าจะมีอภิปรายไม่ไว้วางใจเลยหนีไปก่อนหรือเปล่า เลยไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง และเราฝ่ายค้านนี่ก็อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีท่านเดียวนะครับ นี่คือหนีเรื่องปัญหา ต่าง ๆ แล้วให้ท่านนายกรัฐมนตรีตอบคนเดียว วันนี้ไม่มาตอบเลยหรือเปล่า ผลักภาระให้ ท่านนายกรัฐมนตรีหรือเปล่า วิปรัฐบาลลองคุยกันดู ครม. ลองคุยกันดู ท่านนายกรัฐมนตรี ลองคุยดูว่าถ้าหนีกันแบบนี้แล้วผลักภาระกันแบบนี้ปรับคณะรัฐมนตรีออกให้หมดเลยไม่ต้อง รออภิปรายไม่ไว้วางใจก็ได้ครับ ปลดไปเลยวันนี้ แล้ววันที่ ๑๐ เมษายน เราจะจัดการเรื่อง ในสภากันอย่างไรถ้ามีกระทู้ถามอยู่ ๑๐ กระทู้นี่ครับ ผมขอฝากถึงวิปรัฐบาล ฝากถึงท่าน นายกรัฐมนตรี แล้วก็ฝากท่านประธานด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ🔗
เชิญครับ🔗
กระผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ท่านประธานครับ วันนี้กระทู้ถามสดก็ยังดี ท่านมนพร ท่านประเสริฐมาตอบ แต่กระทู้ถามทั่วไปนี่แจ้งล่วงหน้าไปหลายเดือนนะครับ เป็นเดือน ๆ ว่าจะต้องมาตอบอะไรในสภา ก็เห็นใจฝ่ายค้านอยากถาม แต่ผมก็อยากถามเหมือนกันว่า ที่จริงถ้าท่านใส่รัฐมนตรีไปหลายท่านนี่ผมอาจจะยกมือสวนให้นะถ้าอภิปรายไม่ไว้วางใจ เปลี่ยนได้เปลี่ยนนะ มีแต่นายกรัฐมนตรีนี่ใช่ไหม เพราะฉะนั้นความรับผิดชอบของรัฐมนตรี ทั้งหลายต้องมีต่อสภา โดยเฉพาะวันพฤหัสบดีเช้า ๙ โมงถึงเที่ยงจะไปที่ไหน กรุณาท่าน ทำหนังสือไปถึงให้รับผิดชอบด้วยไม่ใช่มาโยนภาระแต่ให้พวกเราในสภาแห่งนี้ ท่านก็เลื่อนนี่ ผมจำไม่ได้วันนี้เป็นตับเลย ไม่รู้กี่กระทู้ถามสดแล้วไม่มากัน นี่ความรับผิดชอบต้องมีต่อสภา เสียดายท่านไม่ถามรายชื่อทั้งหลายแหล่ ผมจะได้ช่วยท่านยกมือให้ออกไปตามที่ประธานวิป ฝ่ายค้านว่าฝากให้นะครับ มันจะปิดสมัยประชุมสภาแล้วก็ขอให้ตั้งใจ วันพฤหัสบดีทุกวัน ท่านรัฐมนตรีทั้งหลายกรุณาอย่าได้ไปไหน ให้เวลาสภานะครับ เราจะได้ทำงานร่วมกันไปได้ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานวิปรัฐบาลถ้าท่านเป็นรัฐมนตรีก็อย่าลืมนะครับ มาตอบทุกครั้งห้ามเลื่อน ทั้ง ๖ กระทู้ถามนี้เขาเลื่อนไปวันที่ ๓ กับวันที่ ๑๐ ก็คิดว่าคงตอบได้ แล้วก็ขอให้สำนักการประชุม ทำหนังสือถึงคณะรัฐมนตรีให้ข้อสังเกตไปว่ามันเป็นการบังเอิญหรือไม่ที่ ๖ กระทู้ถามไม่มา ตอบเลย แล้วก็แจ้งให้ ครม. ทราบด้วยนะครับ เพราะว่าอยู่ต่างกระทรวงกันบางทีก็ไม่ทราบ ว่าคนโน้นเลื่อนคนนี้เลื่อน ขอให้สำนักการประชุมทำหนังสือถึงคณะรัฐมนตรีด้วยว่าไม่มา ตอบกระทู้ถามนะครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม ปกรณ์วุฒิ พรรคประชาชนครับ ก็ขอขอบคุณท่านประธานที่กรุณาให้ส่งหนังสือไปถึง ครม. ว่าให้พิจารณาเรื่องนี้นะครับ แล้วก็อาจจะต้องฝากท่านประธาน แล้วก็ฝ่ายเลขาในการ จัดระเบียบการประชุมให้มันสามารถเดินไปต่อได้ในเรื่องกระทู้ถามทั่วไปทั้งวันที่ ๓ แล้วก็ วันที่ ๑๐ เพื่อให้เราถามกระทู้ถามในสมัยประชุมนี้ได้มากที่สุด เพราะว่าจบวันที่ ๑๐ นี้ กระทู้ถามที่เหลือมันจะตกไปทั้งหมด ก็ขออย่าให้มีเหตุการณ์ที่เจตนาในการหนีกระทู้ถาม แล้วปล่อยให้ตกแล้วรัฐมนตรีไม่ต้องตอบ อย่างไรก็ตามก็ขอบคุณท่านประธานวิปรัฐบาล ที่ช่วยกันกดดันรัฐมนตรี แล้วก็เสียดายท่านอาจจะไม่ได้กดสวนในการไม่ไว้วางใจ ท่านรัฐมนตรีท่านอื่น แต่จริง ๆ ผมคิดว่าถ้าจะใช้เกณฑ์ไม่มาตอบกระทู้ถามแล้วจะไม่ ไว้วางใจนี่สัปดาห์หน้าท่านอาจจะต้องกดสวน เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่เคยมาตอบ กระทู้ถามเลยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม🔗
รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง)🔗
ครั้งที่ ๑๙ เป็นพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๗🔗
ครั้งที่ ๒๐ เป็นพิเศษ วันอังคารที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๗🔗
ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกได้ตรวจดูแล้วก่อนที่จะเสนอให้สภารับรองนะครับ ไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุม สภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ ครั้ง ดังกล่าวนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗
๑. คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอขยาย ระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง ญัตติพิจารณาศึกษาและจัดทำมาตรการป้องกัน แก้ไข ฟื้นฟู และเยียวยากรณีน้ำมันรั่วไหลทางทะเล ออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๘ (ในระเบียบวาระที่ ๗.๓)🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ ท่านพูนศักดิ์ จันทร์จำปี มีหนังสือแจ้งว่า คณะกรรมาธิการยังมีหลายประเด็นที่ต้องพิจารณา ซึ่งแต่ละประเด็นมีรายละเอียด กฎหมาย ก็แตกต่างกันจึงไม่สามารถพิจารณาการศึกษาให้ครบถ้วนได้ คณะกรรมาธิการขอขยาย ระยะเวลาศึกษาออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๘ ขยายเป็นครั้งที่ ๕ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมาธิการจะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ท่านพูนศักดิ์อยู่ไหมครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม พูนศักดิ์ จันทร์จำปี ในฐานะประธานกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วันนี้ผมต้องขอเรียนท่านประธานว่าเนื่องมาจาก ในกระบวนการทำงานนอกจากที่มีข้อกฎหมายหลาย ๆ ประเด็นซึ่งมีความแตกต่างกัน แล้วก็ มีข้อเทคนิคบางประการที่อาจจะต้องขอขยายเวลาซึ่งครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายนะครับ อีก ๓๐ วัน ซึ่งข้อเทคนิคที่ว่านี้ก็คือ ๑. จะเป็นเรื่องของการรับรองรายงานการประชุม ซึ่งมี ส่วนที่ยังค้างอยู่ และในส่วนที่ ๒ เนื่องมาจากว่ารายงานได้ทำเกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว เราจะต้องเอารายงานนี้กลับเข้ามาให้ทางคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาแล้วก็รับรอง ซึ่งก็จะ เป็นอีก ๒ ครั้งโดยประมาณ ก็เลยเป็นที่มาว่าทางคณะอนุกรรมาธิการในญัตติพิจารณา ศึกษาและจัดทำมาตรการป้องกัน แก้ไข ฟื้นฟู และเยียวยากรณีน้ำมันรั่วไหลทางทะเล จึงขออนุญาตขยายออกไปอีก ๓๐ วันครับ🔗
ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลา การพิจารณาศึกษาออกไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖🔗
๒. คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการ ส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๘ (ในระเบียบวาระที่ ๗.๔)🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ ท่านจาตุรนต์ ฉายแสง คณะกรรมาธิการ อยู่ระหว่างการรวบรวม ประมวลผล วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดทำเป็นรายงาน ผลการพิจารณาศึกษา ดังนั้นคณะกรรมาธิการจึงขอขยายระยะเวลาพิจารณาศึกษาออกไป อีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๘ เป็นครั้งที่ ๖ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของ คณะกรรมาธิการจะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ท่านจาตุรนต์มาไหมครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมจะขอ อนุญาตแถลงแทนท่านจาตุรนต์ครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการ คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษา และเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้าง สันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านจาตุรนต์ ฉายแสง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการที่จะมา เสนอต้องขออนุญาตต่อสภาในการขอขยายระยะเวลา ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการ ที่ดำเนินการในกระบวนการสันติภาพในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีการดำเนินการ มาแล้ว และมีการขยายระยะเวลามาทั้งสิ้น ๕ ครั้งจริงครับ แต่ว่าเป็นการดำเนินการเมื่อ ปลายปี ๒๕๖๗ ฉะนั้นเมื่อมาถึงปัจจุบันนั้นมีการใช้ระยะเวลาในการพิจารณาดำเนินการไป ปีเศษ ๆ แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่าสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง พลวัตของกระบวนการ ที่เปลี่ยนแปลงตลอด กระบวนการเจรจาสันติภาพที่ยังมีการดำเนินการอยู่นั้นทำให้เราจำเป็น ที่จะต้องมีการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อมาประมวลผลและวิเคราะห์ และขณะนี้เรากำลัง อยู่ในระหว่างการยกร่างรายงานขึ้นมาแล้ว แต่เนื่องจากว่าการยกร่างรายงานนั้นจำเป็นต้อง ดูอย่างละเอียดรอบคอบ ซึ่งทำให้การพิจารณาที่เหลืออีกประมาณ ๒-๓ ครั้ง ในการประชุม นั้นอาจจะไม่สามารถทำให้จัดทำรายงานได้เสร็จสมบูรณ์ จึงจะขออนุญาตต่อท่านประธาน ขอขยายระยะเวลาออกไปอีก ๙๐ วัน นับจากวันที่ ๔ เมษายน แล้วคาดว่าในสมัยประชุมหน้า รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญในกระบวนการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็จะกลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาเพื่อประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนทั้งใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ แล้วก็เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในประเทศไทยทุกคน ต้องขอ อนุญาตนำเรียนต่อท่านประธาน และขออนุญาตขอขยายระยะเวลาต่อสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ถ้าขยายเป็นครั้งที่ ๖ นี่ก็คือ ๕๔๐ วัน ก็เกือบทำสถิติมากที่สุดแล้วนะครับ🔗
มีบางฉบับมากกว่าเล็กน้อย ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ก็พยายามจบให้ได้นะครับ ไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุม ได้เห็นชอบให้มีการขยายเวลาตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ นะครับ🔗
ต่อไปเป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการขอขยายเวลาการพิจารณาศึกษาซึ่งยังไม่ได้ บรรจุในระเบียบวาระ จำนวน ๓ เรื่องนะครับ🔗
๓. คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการ บริหารราชการรูปแบบพิเศษ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติเพื่อพิจารณาศึกษา แผนงานการจัดระเบียบสายไฟ สายสื่อสาร และการนำสายไฟ สายสื่อสารลงดินในพื้นที่ ทั่วประเทศไทย รวมถึงติดตามโครงการความคืบหน้าการนำสายสื่อสารลงดิน ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ (ซึ่งยังมิได้บรรจุระเบียบวาระ)🔗
ท่านประธานมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ทำหนังสือขอให้การศึกษาข้อมูลเป็นไป ด้วยความรอบคอบเกิดประโยชน์สูงสุด ขอขยายระยะเวลาพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ถ้าไม่มีท่านสมาชิกท่านใดขัดข้องก็ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลาการพิจารณาศึกษาออกไป ก็อนุญาตครับไม่ต้องชี้แจง ก็ได้กระมัง เพราะว่าเป็นครั้งที่ ๑ ไม่เป็นไรนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้กรรมาธิการ ขยายเวลาศึกษาออกไปอีกตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖🔗
๔. คณะกรรมาธิการการคมนาคม ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา ญัตติพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาและพัฒนาท่าเรือของประเทศไทย ออกไปอีก ๑๕ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๘ (ซึ่งยังมิได้บรรจุระเบียบวาระ)🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม มีหนังสือแจ้ง เพื่อให้ การจัดทำรายงานผลการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการไปด้วยความเรียบร้อย จึงขอขยายระยะเวลาพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๑๕ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๘ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของกรรมาธิการ ไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ขออีก ๑๕ วัน ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖🔗
๓. คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติเพื่อพิจารณาศึกษา แนวทางการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหาขบวนการค้ามนุษย์ แก๊งคอลเซนเตอร์และ บัญชีม้า ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๘ (ซึ่งยังมิได้บรรจุระเบียบวาระ)🔗
ท่านประธานรังสิมันต์ โรม มีหนังสือแจ้งว่า คณะกรรมาธิการยังมีประเด็น ที่ยังมิได้พิจารณาศึกษาอีกหลายประเด็น ดังนั้นคณะกรรมาธิการจึงขอขยายระยะเวลาศึกษา ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๘ ขยายเป็นครั้งที่ ๑ ไม่มีท่านใด ติดใจนะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลาการพิจารณาออกไปอีก ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๑. รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภา (ในระเบียบวาระที่ ๒.๑)🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ที่ประชุมวุฒิสภา ได้พิจารณารับรองและรับทราบรายงานจำนวน ๕ เรื่อง ดังนี้🔗
๑. ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันจันทร์ที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ได้พิจารณาและรับทราบรายงานจำนวน ๓ เรื่อง ๑. รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายและทรัพย์สินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ของ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๒. รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงาน การเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ และรายงานการประเมินผลการ ใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ๓. รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ🔗
๒. ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณารับทราบรายงาน จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้ ๑. รายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ๒. รายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก🔗
จึงขอแจ้งต่อที่ประชุมทราบนะครับ🔗
๒. รับทราบผลการพิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา แนวทางการแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงในเยาวชน (ในระเบียบวาระที่ ๒.๒)🔗
ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๘ รับทราบผลการพิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา แนวทางการแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงในเยาวชน ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และแจ้งให้สภาผู้แทนราษฎรทราบต่อไป รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางไว้ให้ ท่านสมาชิกแล้วนะครับ จึงขอแจ้งต่อที่ประชุมให้ได้รับทราบ🔗
ท่านประธานครับ ผมขอ อนุญาตแสดงความคิดเห็นในวาระนี้ครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทองครับ ท่านประธานครับ วาระที่ ๒.๒ เป็นการรับทราบเรื่องที่คณะรัฐมนตรีได้มีการพิจารณา เรื่อง ญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรง ในเยาวชน ซึ่งส่งไปจากสภาผู้แทนราษฎร เหตุที่ผมจะต้องขออนุญาตท่านประธานใช้เวลา สั้น ๆ ความจริงก็อาจจะเหมือนรายงานของหน่วยงานต่าง ๆ แต่ว่าผมมีเหตุจำเป็นที่อยากจะ นำเรียนท่านประธานและคิดว่าอยากจะไม่ให้เกิดในกรณีแบบอีกนี้ครับ ท่านประธานครับ ญัตติด่วนเรื่องนี้เป็นญัตติด่วนที่มีการเสนอในสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็สภาผู้แทนราษฎร นั้นมีมติส่งไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผมพยายามอ่านว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น ประกอบด้วยหน่วยงานใดบ้าง ก็พบว่ามีทั้งหมด ๘ หน่วยงานด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงาน อัยการสูงสุด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ทีนี้ประเด็นอย่างนี้ครับท่านประธาน ประเด็น ก็คือว่าหลายครั้งที่เรามีญัตติใด ๆ ก็แล้วแต่ที่ส่งไปให้คณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีก็จะมี แนวทางการตอบมายาวหมดเลยว่าคณะรัฐมนตรีเห็นว่าควรจะต้องทำแบบใด อย่างไร แต่ในกรณีนี้ที่ผมจำเป็นต้องท้วงติงเพราะว่ามันมีความแตกต่างครับ มีความแตกต่างที่เรามี ข้อเสนอหลากหลายเลย ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านประธานก็บอกแล้วว่าอยู่บนโต๊ะของพวกเรา ผมยกตัวอย่างเช่น เรามีข้อเสนอต่อการอบรมการปลูกฝังและการสร้างค่านิยมในเด็ก เช่น ควรมีหลักสูตรในการอบรมพ่อแม่ ผู้ปกครองพันธุ์ใหม่ที่มีบุตรในวัยไม่พร้อมและยังขาด ความรู้ความเข้าใจ ก็ปรากฏว่าสิ่งที่คณะรัฐมนตรีตอบมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก กระทรวงศึกษาธิการที่เป็นคนเสนอขึ้นไป ใช้คำสั้น ๆ เองครับบอกว่าเห็นด้วยกับข้อเสนอ แต่ไม่มีรายละเอียด ไม่มีบอกเลยว่าจะต้องนำไปสู่การปฏิบัติการแบบใด ผมยกตัวอย่าง อีกข้อหนึ่งในเรื่องของการป้องกันการใช้ความรุนแรงในสถานศึกษานะครับ ทางเราก็เสนอ ไปว่าควรจะต้องมีหลากหลายว่ากระทรวงศึกษาธิการต้องดำเนินการแบบใด ปรากฏว่า บางหน่วยงานที่ตอบเช่นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ท่านมีข้อสังเกตบอกว่า ในโรงเรียนควรมี นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ในอัตราส่วนที่เหมาะสม แต่ไม่มีรายละเอียดอีกครับ แล้วพอมีข้อเสนอแบบนี้ไปคณะรัฐมนตรีจะดำเนินการอย่างไร ที่ผมจำเป็นต้องเทียบแบบนี้ เพราะว่าผมก็ใหม่นะครับ แต่เวลาเราอ่านเรื่องที่ส่งไปปุ๊บคณะรัฐมนตรีจะมีมาเลยครับ รายละเอียดว่าแผนระยะสั้นเป็นอย่างไร แผนระยะกลาง ระยะยาวเป็นอย่างไร ยุทธศาสตร์ เป็นอย่างไร ปฏิบัติการแผนหรือ Action Plan เป็นอย่างไร แต่เคสนี้ไม่เหมือนกรณีอื่น ผมไม่แน่ใจว่าอันนี้จะเป็นรูปแบบใหม่หรือเป็นรูปแบบที่เคยปฏิบัติมาแล้ว แต่ผมอยากจะฝาก ท่านประธานแบบนี้ครับ เพราะว่าเรื่องก็อาจจะผ่านมาแล้ว ญัตตินี้ก็ผ่านมาเป็นปีกว่าแล้ว แต่ว่าในกรณีที่มีญัตติในลักษณะคล้ายกันแบบนี้กลับมาอีกอยากจะให้ท่านประธาน หรือฝ่ายเลขานุการได้กรุณาศึกษาสักนิดหนึ่งว่าเหตุที่คณะรัฐมนตรีตอบแต่เพียงว่ามอบให้หน่วย แล้วหน่วยนั้นไม่ได้ตอบกลับมาด้วยว่าเห็นควรจะต้องมีแผนอย่างไร มันไม่น่าจะใช่ การตอบสนองต่อข้อเสนอของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในญัตติอื่น ๆ ก็ไม่เคยเห็น ทั้งที่เรื่องนี้ เป็นเรื่องปัญหาการใช้ความรุนแรงในเยาวชนที่เป็นเรื่องสำคัญก็ต้องขออนุญาตใช้เวลา ไม่ได้อภิปรายในเนื้อหาแต่ท้วงติงในประเด็นที่การตอบกลับของสำนักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีว่าไม่ตอบสนองต่อโจทย์ที่ทางสภาผู้แทนราษฎรได้ส่งไป ต้องฝากท่านประธาน ได้กรุณาช่วยให้ฝ่ายเลขานุการได้ศึกษาดูแนวทางที่ควรจะเป็นในอนาคตด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เป็นข้อสังเกตนะครับ ก็เป็นข้อสังเกตที่เป็นตัวอย่างว่าการศึกษาแล้วส่งสภา ก็ขอให้เป็นข้อมูลที่เข้มข้นหน่อยนะครับ ต่อไปครับ รับทราบรายงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ🔗
เรื่องนี้ใช่ไหมครับ🔗
ขออนุญาตหารือสั้น ๆ ครับท่านประธาน🔗
ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตลาดพร้าว เขตบึงกุ่ม พรรคประชาชน ขออนุญาตกราบหารือท่านประธานสั้น ๆ ครับสืบเนื่องจาก ท่านประธานวิปเมื่อสักครู่เรื่องกระทู้ถามที่ค้าง ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะขออนุญาต แจ้งท่านประธานไว้ในเรื่องของ พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ที่เดิมที ท่านประธานวิปรัฐบาลได้แจ้งไว้ว่าจะเอาเข้าสู่สภานี้ก่อนจะปิดสมัยนี้ ก็ใกล้จะปิดสมัยแล้ว เลยอยากขออนุญาตเรียนท่านประธานแจ้งผ่านไปยังท่านประธานวิปไว้ครับ เพราะว่ากว่าเรา จะได้เข้าเรื่อง พ.ร.บ. อีกครั้งหนึ่งก็วันที่ ๓ เมษายนเลยนะครับ มันก็ใกล้ห้วงเวลาเข้ามา ทุกทีแล้ว จึงอยากเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านประธานวิปว่าอย่าลืมสัญญาที่เราให้กันไว้ ในเรื่องของ พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ทางวิปรัฐบาลเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิปรัฐบาลครับ ก็ฝากถึงเพื่อน สมาชิกที่สอบถาม ก็ยังยืนยันว่ายังตามให้อยู่ไม่ต้องห่วงนะครับ แล้วก็เท่าที่ทราบในตอนนี้ คือร่างน่าจะออกมาจากกระทรวงแล้ว แล้วก็รอที่จะเข้า ครม. น่าจะมีการตรวจ Check อะไรสักอย่างเล็กน้อยและคาดว่าน่าจะเข้ามาได้ทันในสมัยประชุมนี้ครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
๓. รับทราบรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ศาลปกครองและ สำนักงานศาลปกครอง (ในระเบียบวาระที่ ๒.๓)🔗
ด้วยเลขาธิการสำนักงานศาลปกครองได้เสนอรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครองต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตาม มาตรา ๙๓ ประกอบมาตรา ๙๐ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้วครับ🔗
ในการนี้ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ นะครับ เชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง ในที่ประชุม สำนักงานศาลปกครอง ๑. ท่านจำนง ถาวรวิสิทธิ์ รองเลขาธิการสำนักงาน ศาลปกครอง รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ๒. ท่านชำนาญ ทิพยชนวงศ์ รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ๓. ท่านเจตน์ สถาวรศีลพร รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ๔. ท่านจิตติมา ยอดพริ้ง ที่ปรึกษาสำนักงาน ศาลปกครอง รักษาการในตำแหน่งรองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ๕. ท่านอัจจิมา ถาวร ที่ปรึกษาสำนักงานศาลปกครอง ๖. ท่านปิยะศาสตร์ ไขว้พันธุ์ ที่ปรึกษาสำนักงาน ศาลปกครอง ๗. ท่านธนะ ชามะรัตน์ ที่ปรึกษาสำนักงานศาลปกครอง ๘. ท่านรณกร ปิยะชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารยุทธศาสตร์ พร้อมแล้วนะครับ เชิญผู้แทนหน่วยงาน ได้แถลงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายจำนงค์ ถาวรวิสิทธิ์ รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง รักษาการในตำแหน่ง เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานศาลปกครอง ขอชี้แจงข้อมูล สำคัญเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง ประกอบรายงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง ดังนี้🔗
ศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้ แผนแม่บทของศาลปกครองระยะ ๒๐ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑-๒๕๘๐ โดยมีวิสัยทัศน์ว่า อำนวยความยุติธรรมทางปกครองด้วยความเป็นธรรม รวดเร็ว ทันสมัย เพื่อเสริมสร้าง ธรรมาภิบาลในสังคม และเป็นศาลแห่งความเป็นเลิศ หรือตามคติพจน์ เป็นธรรม รวดเร็ว ทันสมัย โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ เป็นการดำเนินการตามแผนแม่บท ศาลปกครอง ๒๐ ปี ระยะที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐ และแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐ โดยมีเป้าหมายเป็นศาลปกครองในระบบศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Admincourt และมีมาตรฐานการบริหารจัดการคดีที่เป็นสากล ประกอบด้วย การขับเคลื่อนและผลักดัน ๕ ด้าน ได้แก่ ด้านที่ ๑ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ คดีปกครอง ด้านที่ ๒ การเสริมสร้างธรรมาภิบาลในสังคม ด้านที่ ๓ การพัฒนาศาลปกครอง อัจฉริยะหรือ Smart Admincourt ด้านที่ ๔ การพัฒนาระบบการบริหารจัดการองค์กร สู่ความเป็นเลิศ และด้านที่ ๕ การยกระดับความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ การวิจัย และการพัฒนานวัตกรรม🔗
สรุปผลการดำเนินงานที่สำคัญในแต่ละด้านได้ดังนี้ ด้านที่ ๑ การเพิ่ม ประสิทธิภาพการบริหารจัดการคดีปกครอง ในส่วนของการพิจารณาพิพากษาคดีของ ศาลปกครอง มีผลการพิจารณาปรากฏอยู่ในรายงานหน้า ๔๒ ถึงหน้า ๔๓ ตั้งแต่เปิดทำการ ศาลปกครอง เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๔ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ มีคดีเข้าสู่ การพิจารณาของศาลปกครอง จำนวน ๒๐๖,๕๐๖ คดี พิจารณาคดีแล้วเสร็จ จำนวน ๑๘๐,๐๘๘ คดี คิดเป็นร้อยละ ๘๗.๒๑ ของคดีที่รับเข้า โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ มีจำนวนตุลาการศาลปกครอง รวมทั้งสิ้น ๒๙๒ คน เป็นตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ๔๙ คน ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น ๒๔๓ คน รับผิดชอบคดีทั้งหมด ๓๙,๑๘๑ คดี จำแนกเป็นคดีที่อยู่ระหว่างดำเนินการยกมาจากปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ จำนวน ๒๗,๐๙๘ คดี และเป็นคดีที่รับเข้าในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ๑๒,๐๘๓ คดี แบ่งเป็นคดี ที่อยู่ในความรับผิดชอบของศาลปกครองสูงสุด ๑๕,๔๔๖ คดี เป็นคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของศาลปกครองชั้นต้น จำนวน ๒๓,๗๓๕ คดี มีผลการพิจารณาคดีแล้วเสร็จในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ จำนวน ๑๒,๗๖๓ คดี แบ่งเป็นคดีที่ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเสร็จ ๔,๘๐๔ คดี ศาลปกครองชั้นต้นพิจารณาคดีแล้วเสร็จจำนวน ๗,๙๕๙ คดี คิดเป็นร้อยละ ๙๓.๑๖ ของ ค่าเป้าหมายตามตัวชี้วัดจำนวนคดีที่ศาลปกครองพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จตามจำนวน ที่กำหนดไว้ ๑๓,๗๐๐ คดี หรือคิดเป็นร้อยละ ๓๒.๕๗ ของคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ ทั้งหมดคือจำนวน ๓๙,๑๘๑ คดี พร้อมนี้ขอรายงานข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ มีคดีอยู่ในความรับผิดชอบ จำนวน ๓๙,๕๕๓ คดี กำหนดค่าเป้าหมายตัวชี้วัด จำนวนคดีที่ศาลปกครองจะต้องพิจารณาแล้วเสร็จ ๑๓,๗๐๐ คดี ปรากฏว่าสามารถ พิจารณาคดีแล้วเสร็จ ๑๒,๘๗๗ คดี คิดเป็นร้อยละ ๙๔ ของค่าเป้าหมายตามตัวชี้วัด ทั้งนี้ ตั้งแต่เปิดทำการศาลปกครองจนถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ มีคดีรับเข้า ๒๒๕,๓๗๘ คดี โดยสามารถพิจารณาแล้วเสร็จ ๑๙๘,๒๔๑ คดี คิดเป็นร้อยละ ๘๗.๙๖ นอกจากนั้นศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครองยังดำเนินการยกระดับการอำนวย ความยุติธรรมทางปกครองในด้านต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคดี เช่น การปรับปรุงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ลดขั้นตอนในชั้นการนั่งพิจารณาคดีของศาลปกครองสูงสุดในคดี ที่เห็นสมควรกำหนดให้ดำเนินการในกระบวนการพิจารณาคดีโดยเร่งด่วน นำกระบวนการ ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีปกครองมาใช้เป็นทางเลือกในการยุติข้อพิพาท และพัฒนา เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการดำเนินกระบวนพิจารณาคดี การพิพากษาคดีของ ศาลปกครอง ตลอดจนการบังคับคดีปกครองให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว เป็นต้น🔗
ต่อไปด้านที่ ๒ การเสริมสร้างธรรมาภิบาลในสังคม ได้ดำเนินการสร้าง บรรทัดฐานแนวทางปฏิบัติราชการที่ดีให้กับหน่วยงานปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อลด และป้องกันเหตุแห่งการฟ้องคดี อีกทั้งยังส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ หน่วยงานทางปกครอง และประชาชนเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่และการอำนวยความยุติธรรมทางปกครอง มีการ ดำเนินการที่สำคัญ เช่น การจัดทำสรุปแนวทางปฏิบัติราชการที่ดี การเผยแพร่คำพิพากษา คำสั่งไปยังส่วนราชการทั่วประเทศ ซึ่งได้มีการจัดทำ e-Book ส่งตรงไปยังหน่วยงาน รวมจำนวนถึง ๙,๐๐๐ แห่ง🔗
ต่อไปเป็นการจัดสัมมนาอบรมแก่กลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ทั้งในส่วนกลางและ ภูมิภาค ผ่านระบบออนไลน์และ Onsite รวมทั้งการพัฒนาระบบการสื่อสารประชาสัมพันธ์ เชิงรุก โดยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสารของศาลปกครองทางสื่อมวลชน เสริมสร้าง เครือข่ายความร่วมมือด้านประชาสัมพันธ์ รวมทั้งผลิตสื่อและพัฒนาช่องทางการ ประชาสัมพันธ์ผ่านทางระบบสื่อสารออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว🔗
ด้านที่ ๓ การพัฒนาศาลปกครองอัจฉริยะหรือ Smart Admincourt ศาลปกครองดำเนินการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการพิจารณาพิพากษาคดี ปกครอง และปรับปรุงการให้บริการประชาชนเพื่อให้ได้รับความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งระบบการบริการอิเล็กทรอนิกส์เพื่อบริการประชาชนหรือ e-Service ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อการพิจารณาพิพากษาคดีปกครองและการบังคับคดีปกครอง หรือ e-Court รวมทั้ง ระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการปฏิบัติราชการของสำนักงานศาลปกครองหรือ e-Office โดยในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ได้พัฒนาระบบกำหนดระยะเวลาการดำเนินงานคดีปกครอง ทั้งในศาลปกครองชั้นต้นและในศาลปกครองสูงสุดสำหรับให้บริการแก่คู่กรณี ผู้มีส่วน เกี่ยวข้อง ในการติดตามความคืบหน้าในการพิจารณาคดีของศาลปกครอง พัฒนาห้อง ไต่สวนคดี ห้องพิจารณาคดี ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ครอบคลุมทั่วทุกศาลในภูมิภาค รวมศาล ทั้งหมดแล้วเรามีระบบศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์ในห้องไต่สวนและห้องพิจารณาคดี อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งสิ้น ๑๖ หน่วย ครบทุกสำนักงานศาลครบทุกศาล ทั้งนี้สำนักงาน ศาลปกครองได้ร่วมการประเมินความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งจัดโดย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล หรือ สพร. และได้รับรางวัลจำนวน ๓ รางวัล ได้แก่ รัฐบาล ดิจิทัลหน่วยงานระดับกรมที่ให้บริการเป็นหลัก เป็นอันดับที่ ๖ สูงขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งเราอยู่ในลำดับที่ ๑๑๓ นับว่าเป็นก้าวกระโดดอย่างน่าพอใจ ต่อมารางวัลที่ ๒ รางวัลหน่วยงานควบคุมคุณภาพด้านการเปิดเผยข้อมูลผ่านศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ รางวัลที่ ๓ เป็นหน่วยงานที่พัฒนาดีเด่นระดับกรมที่ให้บริการเป็นหลัก และด้วยความมุ่งมั่น พัฒนาการให้บริการประชาชนหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างต่อเนื่อง ทำให้ศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครองได้รับรางวัลรัฐบาลดิจิทัลอีกครั้งในปีงบประมาณ ๒๕๖๗🔗
ต่อไปด้านที่ ๔ การพัฒนาระบบการบริหารจัดการองค์กรสู่ความเป็นเลิศ สำนักงานศาลปกครองได้พัฒนาตุลาการศาลปกครองและข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ด้วยการจัดฝึกอบรมในหลักสูตรต่าง ๆ รวมถึงพัฒนาระบบงานต่าง ๆ เพื่อนำมาใช้ในการ พัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังกำหนดให้บุคลากรทุกคนจัดทำ แผนการพัฒนารายบุคคล หรือ IDP จากเดิมที่กำหนดไว้ ๔๕ ชั่วโมงต่อปี พัฒนาก้าวขึ้นเป็น ๖๐ ชั่วโมงต่อปี และมีการเน้นย้ำให้ดำเนินการพัฒนาทางด้านการทำงานในระบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังได้ดำเนินโครงการเสริมสร้างคุณธรรมและความโปร่งใสในการ ดำเนินงานของสำนักงานศาลปกครอง หรือ ITA ซึ่งสำนักงานศาลปกครองได้รับรางวัล ITA Award ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ และปี พ.ศ. ๒๕๖๗ โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ได้รับ รางวัลประเมิน ITA เท่ากับ ๙๗.๗๔ คะแนน และในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ได้รับคะแนน ประเมิน ITA เท่ากับ ๙๗.๖๒ คะแนน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีคะแนนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง ประเภทหน่วยงานองค์กรศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ และหน่วยงานสังกัดรัฐสภา🔗
ประการสุดท้ายครับ ด้านที่ ๕ การยกระดับความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม โดยมีกิจกรรมเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศที่สำคัญ เช่น การดำเนินการในทางด้านความร่วมมือทางกิจกรรมทางวิชาการกับศาลยุติธรรมสิงคโปร์ ศาลประชาชนระดับสูงนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ศาลประชาชนสูงสุดแห่ง ส.ป.ป. ลาว รัฐบาลฝรั่งเศส และมูลนิธิ Konrad Adenauer ประจำประเทศไทย รวมทั้ง การเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมาธิการถาวรของสมาคมกฎหมาย อาเซียน ครั้งที่ ๔๓ และการประชุมคณะกรรมาธิการ Global Rule of Law Commission of The EPLO เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับหลักนิติธรรม ทั้งในระดับประเทศ และระดับสากล🔗
ในโอกาสนี้ในนามของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครองกระผม ขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของศาลปกครอง และสำนักงานศาลปกครองด้วยดีเสมอมา และพร้อมรับคำแนะนำ คำชี้แนะ รวมทั้งข้อสังเกต จากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณารายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงาน ของศาลและสำนักงานศาลปกครองต่อไป ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ มีผู้จะขออภิปรายลงชื่อไว้ ๓ ท่าน ก็เชิญทีละท่านนะครับ ท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ก่อนครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดปทุมธานี เขต ๗ อำเภอลำลูกกา อำเภอธัญบุรี แล้วก็อำเภอหนองเสือ ผมก็ขอร่วมอภิปรายรายงานของศาลปกครองและ สำนักงานศาลปกครอง ประจำปี ๒๕๖๖ นะครับ ด้วยการทำงานของท่านผมก็ได้อ่าน ในรายงานฉบับนี้ แล้วก็มีความกังวลบางเรื่องอยู่จึงขออภิปราย ในข้อกังวลก็คือว่าคดีที่ท่าน ได้ทำรับเข้ามานี้ผมก็มองว่ายอดยกมาจากปี ๒๕๖๕ ประมาณ ๒๗,๐๐๐ คดี แล้วก็มีของ ปี ๒๕๖๖ ๑๒,๐๐๐ กว่าคดี แล้วในปี ๒๕๖๖ เอง ท่านก็พิจารณาคดีได้ประมาณ ๑๒,๐๐๐ กว่าคดี ซึ่งด้วยอัตราประมาณนี้ผมคำนวณคร่าว ๆ ท่านก็จะใช้เวลาประมาณ ๓ ปี ในการ พิจารณาทั้งหมด เพราะฉะนั้นโดยเฉลี่ยแล้วผมก็คิดว่าคดีจากศาลปกครองชั้นต้นนี้ก็จะใช้ เวลาประมาณ ๒ ๓ ปีกว่าจะเสร็จสิ้น แล้วบางคดีต้องไปถึงศาลปกครองสูงสุดอีกก็ใช้ระยะ เวลานาน ซึ่งการดำเนินคดีหรือการพิจารณาคดีล่าช้านี้อาจจะเป็นปัญหาในเรื่องของความ ยุติธรรม อย่างที่เราได้ทราบกันนะครับ ความยุติธรรมที่ล่าช้าก็คือความไม่ยุติธรรม ผมก็เลย มีความเป็นห่วงตรงนี้ว่าท่านจะมีความสามารถที่จะเพิ่ม Speed ในการพิจารณาคดีได้หรือไม่ ก็ได้มาดูรายงานต่อไปนะครับ ท่านก็บอกว่าท่านจะมีการนำ Smart Court มาใช้ ระบบที่จะ ช่วยให้ศาลทำงานได้เร็วขึ้นนะครับ เรียกว่า Smart Admincourt อันนี้ก็น่าชื่นชมว่าท่าน ก็กำลังจะพัฒนาปรับปรุงให้การพิจารณาคดีทำได้รวดเร็วขึ้น ก็ไม่แน่ใจว่าระบบนี้มีระบบ เอไอด้วยหรือเปล่านะครับ เพราะยุคสมัยนี้เราต้องใช้เอไอมีส่วนร่วมในการพิจารณาคดี แล้วหลาย ๆ เรื่องก็สามารถใช้ เอไอมาช่วยย่นระยะเวลาในการทำงานได้ อย่างทางการแพทย์ของเรานี่ก็นำมาอ่านฟิล์ม เอกซเรย์นะครับ ผมคิดว่าทางศาลปกครองก็น่าจะพิจารณาส่วนนี้ด้วยเพื่อนำมาใช้ในการ ตรวจสอบสำนวน หรือว่ามาสรุปสำนวนให้เร็วขึ้นจะได้ลดหน้าที่ของผู้พิพากษาให้น้อยลง อันนี้คือข้อกังวลที่บอก แต่ว่าถ้าเกิดเมื่อท่านได้รับคดีเข้ามา ๑๒,๐๐๐ แล้วท่านก็สะสางคดี ได้ประมาณ ๑๒,๐๐๐ คดีมันก็จะทบต้นทบดอกไปเรื่อย ๆ ก็จะใช้เวลานาน ส่วนศาลปกครอง สูงสุดก็พิจารณาคดีไปได้ ๔,๘๐๔ คดีเมื่อปีนี้นะครับ แล้วก็ยังมีคดีคงค้างอยู่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าคดี ซึ่งด้วยอัตรานี้ก็ใช้เวลาอีก ๒ ๓ ปีเช่นกัน ถึงได้มีคนร้องเรียนพอสมควรว่า การใช้เวลาบางครั้ง ๕ ปีก็ไม่จบ ตรงนี้ถ้าเกิดมีการปรับปรุงได้ หรือมีการเพิ่มจำนวนบุคลากรได้ ก็จะช่วยให้การพิจารณาคดีทำได้เร็วขึ้น ผมก็อยากจะสอบถามว่าผมเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ถ้าเกิดผมเข้าใจอะไรผิดขอให้ท่านชี้แจงได้เลยนะครับ เพราะผมก็อยากทราบว่าขั้นตอนการ พิจารณาคดีขั้นตอนไหนที่ใช้ระยะเวลานาน ขั้นตอนไหนสามารถร่นได้ ถ้าท่านมี Timeline ชัดเจนเราจะได้เข้าใจการทำงานของท่าน เพราะบางครั้งผมก็คิดว่าอาจจะติดขัดที่จำเลย เลื่อนการมาศาลกัน แต่ว่าโดยส่วนที่ท่านสามารถจะควบคุมได้ผมคิดว่าน่าจะกระชับได้นะครับ อย่างไรก็ขอเรียนมาแค่นี้นะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมืองจากพรรค ประชาชน สั้น ๆ ครับท่านประธาน ก็ต้องขอบคุณสำนักงานศาลปกครอง ทางศาลปกครอง ก็เหมือนเป็นเครื่องมือกลไกหนึ่งที่ช่วยคลี่คลายปัญหากรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลย หรือว่า ปฏิบัติตามมาตรา ๙ ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ ก็มีการไปพึ่ง ศาลปกครองในหลายกรณี แล้วก็เรียกได้ว่าการยุติปัญหาพิพาทระหว่างหน่วยงานด้วยกันด้วย รวมถึงเรื่องของการบังคับบัญชาต่าง ๆ ซึ่งตรงนั้นผมคงจะไม่ได้ลงรายละเอียดเพราะว่า หนังสือรายงานท่านก็ทำมาได้ค่อนข้างครบถ้วน แต่ว่าที่ผมจะมีข้อสอบถามแล้วก็ข้อกังวล ไปถึงสำนักงานศาลปกครองอยู่ใน ๒ ประเด็นครับ ล่าสุดในกรณีเรื่องของการสอบบรรจุ ข้าราชการตุลาการศาลปกครองก็มีการจับทุจริตได้ ก็มีข้อคำถามเรื่องลักษณะของการจัดสอบ ก็เลยอยากจะสอบถามไปถึงสำนักงานศาลปกครองว่ากรณีที่ท่านคัดเลือกตุลาการ อย่างกรณี ของระบบการศึกษาของไทยก็จะมีหลายวิธี อย่างเช่นหน่วยงานท้องถิ่นเขาก็ใช้วิธีการจัดจ้าง มหาวิทยาลัยในการควบคุมการดำเนินการสอบใช่ไหมครับ หรือว่าอาจจะจัดสอบเองก็ได้ หรือแล้วแต่ ทีนี้อยากจะสอบถามมาตรฐานของการดำเนินการว่าเป็นอย่างไร เพื่อพี่น้อง ประชาชนที่จะได้รับฟังแล้วก็เพิ่มความเชื่อมั่นในเรื่องของกระบวนการการคัดเลือกบุคลากร ที่มาเป็นตุลาการตามวิธีพิจารณาคดีปกครอง🔗
อันที่ ๒ ก็คือเรื่องของโครงสร้างภายใน เข้าใจว่าตอนนี้อัตรากำลังของท่าน ขาดแคลน ก็อาจจะมีบางส่วนที่มีความจำเป็นอาจจะต้องทำคำขอรับงบประมาณเพิ่มในปี ถัด ๆ ไปหรือไม่ อย่างไร ก็อยากจะให้ท่านช่วยชี้แจงหน่อยว่าส่วนใดในงานยุติธรรมที่จะ อำนวยคดีทางด้านปกครองที่ขาดแคลน แล้วก็มีความจำเป็นนะครับ🔗
อันที่ ๓ ก็คือเรื่องของระยะเวลาของการทำคดี เข้าใจว่าส่วนใหญ่ก็จะเป็นการ พิจารณาจากเอกสารน้อย ก็คงจะไม่ได้ไปเหมือนกับศาลยุติธรรมที่จะต้องมีกระบวนการ สืบพยานมาก หรือว่าต้องมีคู่ความทั้ง ๒ ฝ่ายเข้ามาสู่บัลลังก์ ส่วนใหญ่ก็อาจจะต้องมีบ้าง แต่ว่าเป็นเรื่องของการไต่สวนเป็นหลัก ดังนั้นก็เลยอยากจะแสดงความเป็นห่วงกังวลว่า ๑. ตุลาการที่นั่งประชุมในปริมาณคดีที่มากแต่ว่ามีระเบียบที่จำกัดในเรื่องของเบี้ยประชุม เท่าที่ผมจำได้ก็จะมีเพดานอยู่ก็เลยทำให้ตรงนี้เป็นอุปสรรคหรือไม่ อย่างไร แล้วก็จะมีการ ปรับแก้ในอนาคตหรือไม่ เพราะจริง ๆ แล้วถ้าสมมุติว่ามันเป็นการทำงานพิจารณาแล้วทำได้ รวดเร็วเราก็เข้าใจ เพราะว่าภาคเอกชนก็ต้องมีการตอบสนองเรื่องของการทำงานให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น🔗
สุดท้ายก็คือเรื่องของกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของคดีปกครองนี้ยังน้อย ทีนี้ไม่แน่ใจว่าท่านสามารถที่จะเพิ่มกระบวนการได้อย่างไรบ้าง เพราะว่ากระบวนการ ไกล่เกลี่ยมีความสำคัญ ในศาลยุติธรรมการไกล่เกลี่ยมีจำนวนมากเลย แล้วก็คดีสามารถลุล่วง ไปได้ แต่เข้าใจว่ามันมีความเป็นความตายกันอยู่ในหน้าที่การงาน บางประเภทก็อาจจะ ไกล่เกลี่ยยาก แต่ว่าบางประเภทระหว่างรัฐกับประชาชนก็อาจจะต้องมีเวทีนี้เข้ามามากขึ้น🔗
สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธาน ก็คือเรื่องของการที่มีระบบติดตามสำนวนคดี เป็นไปได้หรือไม่ว่าในอนาคตจะสามารถที่จะเห็นถึงขั้นตอนและระยะเวลาขึ้นเป็น Timeline เป็น Interface อันนี้คือปรึกษาไปถึงงานหลังบ้านของสำนักงานว่าจะพอทำได้ไหม ว่าในคดี ปกครองเมื่อประชาชนยื่นคำร้องหรือผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง ก็จะเห็นกระบวนการของตัวเองว่า ขณะนี้เรื่องอยู่ที่ไหนแล้ว แล้วก็สรรพเอกสารต่าง ๆ ถูกอัปโหลด หรือว่าอยู่ในระบบโดยที่ ไม่ต้องไปยุ่งยากในกระบวนการขอคัดถ่าย ก็จะทำให้ในชั้นการดำเนินกระบวนพิจารณา มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็ขอชื่นชมการทำงานที่ผ่านมาแล้วก็ขอชื่นชม ผมก็จะได้มีโอกาส พูดถึงศาลปกครองหลายครั้ง แล้วก็มีประชาชนมาเล่าให้ฟังว่าส่งไปร้องเรียนที่ศาลปกครอง ไปถึงสำนักงานศาลปกครองก็มีเจ้าหน้าที่ที่ใส่ใจมาคอยสอบถาม แล้วก็ให้คำแนะนำในเรื่อง ของขั้นตอนกระบวนการว่าต้องทำอย่างไรบ้าง หลังจากนั้นไม่พอเขาตัดสินใจแล้วว่า โอเค อาจจะยังไม่พร้อมที่จะฟ้อง ศาลปกครองไม่จบง่าย ๆ นะครับ ทำหนังสือตามกลับมาอีกว่า ที่ท่านเคยเดินเข้ามาหาสรุปท่านยังฟ้องอยู่ไหม อันนี้คือเป็นรายละเอียดความใส่ใจที่อยากจะ ชื่นชมศาลปกครองจริง ๆ ด้วยความจากใจจริง ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๓ จังหวัดนนทบุรี อำเภอบางกรวย ตำบลบางไผ่ พรรคประชาชน วันนี้ขออนุญาตมีส่วนร่วมในรายงานประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง ผมเรียนอย่างนี้ว่าต่อจากท่านเอกราช อุดมอำนวย จริง ๆ ผมอยากจะออกมาชื่นชมท่านตุลาการที่วางบรรทัดฐานไว้ในคดีปกครอง หลาย ๆ คดี แต่ผมเข้าใจว่าโดยสถานะของท่านตุลาการไม่สามารถเข้ามาอยู่ในสภาแห่งนี้ได้ จึงขอฝากคำชื่นชมไปถึงท่านอาจารย์ของผมด้วยนะครับ ผมเริ่มจากในเล่มรายงานนี้ก่อนเลย ในปี ๒๕๖๖ ท่านอาจารย์วรพจน์ วิศรุตพิชญ์ ผมไม่แน่ใจว่าอาจารย์ผมยังจำได้ไหมเมื่อสัก ประมาณ ๒๐ ปีที่แล้ว มีนักศึกษากฎหมายที่นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ท่านหนึ่งเคยถกเถียง กับอาจารย์สมัยที่อาจารย์เป็นอธิบดีศาลปกครองกลาง คดีอวนรุนนะครับ นั่งอยู่ประมาณ ตีสองจนผลสุดท้าย ผมเชื่อว่าอาจารย์อาจจะจำผมได้ก็ขอชื่นชม ถึงแม้วันนี้ท่านอาจารย์ จะไม่ได้เป็นประธานศาลปกครองสูงสุดแล้วนะครับ อาจารย์ของผมท่านที่ ๒ อาจารย์วิษณุ วรัญญู ให้กำลังใจอาจารย์นะครับ อาจารย์มีบทบาทสำคัญในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ถึงแม้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันจะมีกระบวนการในการคัดสรรตุลาการขึ้นมาเป็นประธาน ศาลปกครองสูงสุด แต่ผมเรียนท่านว่าลูกศิษย์ของท่านคนนี้ให้กำลังใจอาจารย์เสมอนะครับ ท่านที่ ๓ อาจารย์ประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ ผมเป็น ก.ศป. รุ่น ๗ นะครับ วันนี้ท่านเป็นประธาน ศาลปกครองสูงสุดแล้วผมยังให้กำลังใจท่าน และหวังว่าท่านจะพัฒนาศาลปกครองให้ดีขึ้น กว่านี้นะครับ ผมเริ่มอย่างนี้ท่านประธาน วันนี้ผมพูดถึงอาจารย์ของผมไปทั้ง ๓ ท่านแล้ว ต่อไปผมขออนุญาตลงในคดีที่ผมเชื่อว่าเป็นการวางบรรทัดฐาน ความเห็นส่วนตัวผมอาจจะ ดีกว่าการออกกฎหมายในสภาแห่งนี้บางฉบับด้วยซ้ำ🔗
ผมเริ่มที่คดีแรก คดีใบสั่งจราจร ถ้าท่านประธานจำได้ผมเป็นคนพูดในสภา แห่งนี้ถึงคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๔/๒๕๖๐ พูดกันสั้น ๆ ง่าย ๆ เลย ใช้อำนาจตามมาตรา ๔๔ ออกคำสั่งนี้มา และบังคับให้ประชาชนที่ไม่ไปจ่ายค่าปรับจราจร ไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้ อันนี้เป็นความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชน วันที่สภา แห่งนี้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญมาพิจารณายกเลิกคำสั่ง คสช. ที่มันมีปัญหา คำสั่ง คสช. ฉบับนี้ ไม่ได้อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมทำหนังสือเข้าไปท่านก็บอกว่า มันไม่ได้อยู่ในชั้นรับหลักการในวาระที่หนึ่ง แต่ศาลปกครองเป็นที่พึ่งของประชาชนนะครับ ศาลปกครองมีคำพิพากษาในศาลชั้นต้นและศาลปกครองสูงสุดยืนว่าการออกใบสั่งดังกล่าวนี้ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย รายละเอียดอยากให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนไปอ่านนะครับ ณ วันนี้ ไม่สามารถบังคับใช้ตามกฎหมายฉบับนี้ได้แต่ตัวเนื้อกฎหมายยังอยู่ ผมจะพยายามยกเลิก คำสั่ง คสช. ฉบับนี้เฉพาะในเรื่องของใบสั่งจราจรต่อไป ถึงแม้คิวผมจะไม่ทันในสภา ผู้แทนราษฎรสมัยนี้ก็ตาม🔗
คดีที่ ๒ คดีนี้ผมเป็นทนายตั้งแต่ ๘ ปีที่แล้ว วันนี้คำวินิจฉัยศาลปกครองสูงสุด ออกมาแล้วครับ คดีเรื่องการแต่งกายของนักศึกษาผู้มีความหลากหลายทางเพศเพื่อจะเข้ารับ ปริญญาบัตร วันนี้น้องเขารอมา ๘ ปี ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษากลับคำพิพากษา ของศาลปกครองชั้นต้น ให้นักศึกษาสามารถแต่งกายตามเพศสภาพได้ อันนี้ก็ขอชื่นชมไปที่ ทางผู้พิพากษาในศาลปกครองสูงสุด🔗
คดีสุดท้ายที่ผมอยากจะพูดถึง คือคดีเพกาซัสครับ คดีนี้ศาลปกครองชั้นต้น ท่านไม่รับ อ้างว่าเป็นการดำเนินกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เพื่อนผม ๒ ท่าน คือท่าน ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ แล้วก็ทนายอานนท์เป็นผู้ฟ้องคดีนี้ ผลสุดท้ายศาลปกครองสูงสุดกลับคำ พิพากษาศาลชั้นต้น ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำทางปกครอง ผมจึงขออนุญาต ฝากทางสำนักงานเลขาธิการศาลปกครอง ชื่นชมและให้กำลังใจตุลาการที่ยังคงยืนยันในหลัก กฎหมาย หลักนิติรัฐ นิติธรรมต่อไป แต่ผลสุดท้ายครับ ผมขอฝากท่านสุดท้าย คดีสุดท้าย ในพื้นที่ผมเอง มีคดีของผู้บริหารท้องถิ่นท่านหนึ่งถูกฟ้องในคดีเรื่องละเมิดทางปกครอง ศาลชั้นต้นตัดสินไปแล้ว ตอนนี้ ๘ ปีแล้วครับ ศาลปกครองสูงสุดยังไม่พิพากษาเลย ประชาชน ในพื้นที่ผมรออยู่ ผมเข้าใจว่าน่าจะใกล้แล้ว แต่อย่างไรรบกวนฝากท่านด้วยนะครับ อยู่ใน พื้นที่ของตำบลบางสีทอง อำเภอบางกรวย ผมไม่ก้าวล่วงในคำวินิจฉัยนะครับ แต่ประชาชน รออยู่มา ๘ ปีแล้ว🔗
สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธาน ให้กำลังใจครับ ผมยังเชื่อมั่นว่าศาลปกครอง น่าจะเป็นศาลที่ดีที่สุดในความคิดของผม ณ เวลานี้ ถูกผิดอย่างไรผมไม่ทราบให้ประชาชน ตัดสิน เพราะเป็นศาลที่ยังไม่มีคณาจารย์ในคณะนิติศาสตร์ออกแถลงการณ์กันร้อยกว่าคน เพื่อตั้งคำถามถึงคำวินิจฉัยของศาลนะครับ ศาลปกครองยังเป็นที่พึ่งที่หวังให้ประชาชนได้ ถึงแม้ท่านจะมีกรอบในการพิจารณาตามกฎหมายของท่าน แต่ผมยังเรียกท่านได้เต็มปากว่า ท่านเป็นศาล ขอบคุณครับ🔗
ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านวิทยา แก้วภราดัย เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย พรรครวมไทยสร้างชาติ ขออนุญาตที่จะออกความคิดเห็นกับการ รายงานของศาลปกครอง🔗
ประเด็นแรกขอชื่นชมก่อนครับ เมื่อ ๓ วันที่แล้วที่ศาลปกครองในการสอบเข้า ตุลาการศาลปกครอง ท่านสามารถกวดขันหาคนดี ๆ ได้ครับ แล้วก็กล้าหาญที่จะจับคนโกง การสอบและทุจริตในการสอบ แม้ว่าการโกงนั้นจะเป็นพนักงานระดับไหนก็ตาม แต่ศาล ปกครองรวมทั้งระดับเจ้าหน้าที่ทั้งหมดที่ร่วมในการควบคุมการสอบวันที่ผ่านมาต้องได้รับ ความชื่นชมจากพี่น้องประชาชน ผมออกความเห็นให้กับศาลปกครองในรายงานเกือบทุกปี ครับท่าน วันนี้ก็ขออนุญาตเริ่มต้นด้วยชื่นชมนะครับ🔗
แล้วประเด็นที่ ๒ ก็เห็นใจครับ ศาลปกครองมาวันนี้งบประมาณที่ได้แต่ละปี ในรอบ ๓ ๔ ปีที่ผ่านมา ประมาณ ๒,๔๐๐ ล้านบาท สูงสุดก็ไม่เคยแตะ ๒,๖๐๐ ล้านบาท ตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ จนถึงปี ๖๔๖๖ ผมไม่แน่ใจปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ เราขยับขึ้นไปเกิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทหรือยังครับ เพราะฉะนั้นปริมาณจำนวนเงินที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐ จากงบประมาณน้อยขนาดนี้ ผมคิดว่าส่วนใหญ่เราก็หมดไปกับรายจ่ายเงินเดือนเจ้าหน้าที่ ซึ่งวันนี้ศาลปกครองก็ได้ขยายออกไปในต่างจังหวัด ในภูมิภาคเกือบครบทุก ๆ ภูมิภาคแล้ว เพราะฉะนั้นรายได้ของศาลปกครองผมคิดว่าน้อยยิ่งกว่าเนื้องานที่ทำ แต่ก็ยังติดใจอยู่ นิดหนึ่งเรื่องคดีค้าง แต่ก็ยังพอไปได้ว่าคดีค้างอยู่ประมาณหมื่นกว่าคดีก็มีคดีสามารถที่จะเร่ง Speed ได้ที่น่าชื่นชมก็คือคดีที่เสร็จภายในปีหนึ่ง ๓,๐๐๐ กว่าคดี ท่านสามารถที่จะทำคดี เสร็จภายใน ๑ ปี ที่ค้างไปไม่เกิน ๒ ปีท่านทำระดับ ๑,๐๐๐ กว่า ๒,๐๐๐ กว่า ค้างที่เกิน ๔ ปีจริง ๆ ก็เหลือประมาณ ๑,๓๐๐ กว่าคดี ก็ค่อนข้างเห็นใจในการพิจารณาคดีของศาล ปกครอง เพราะมีกระบวนการที่ยุ่งยากและซับซ้อน และตุลาการก็ต้องแสวงหาข้อเท็จจริง อย่างมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ผมฝากความหวังไว้กับศาลปกครอง มันมีองค์กรอิสระที่เราตั้งขึ้น ประมาณปี ๒๕๔๒ ตามรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ หลายองค์กรยกตัวอย่างเช่นองค์กร กกต. นอกจากมีหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งแล้ว กกต. มีหน้าที่และอำนาจวินิจฉัยว่าการเลือกตั้ง สุจริตหรือไม่สุจริต เป็นเรื่องใหม่นะครับ เพิ่งเกิดเมื่อปี ๒๕๔๒ ตามกฎหมายตั้ง กกต. ก่อนหน้านั้นการเลือกตั้งนะครับ การจะเลือกตั้งมันก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยเขา จัดการเลือกตั้ง เลือกตั้งเสร็จจะร้องว่าใครทุจริต ว่าใครโกงก็ไปพึ่งศาล ยื่นฟ้องต่อศาลเอง หาพยานมาสืบเอง วันนี้ปรากฏว่าใครจะร้องเรียนว่าทุจริตไม่ต้องไปศาลแล้วครับ เพราะเรา คิดว่าไปศาลนี่มันใช้เวลาหลายปี โดยตั้งองค์กรที่มีอำนาจในเชิงตุลาการอย่าง กกต. ให้ไป ร้อง กกต. แต่สิ่งหนึ่งที่ยังเป็นอยู่ปกติแล้วผมขออนุญาตเรียนผ่านศาลปกครองไปด้วยกันว่า คดีที่ไปร้องเรียน กกต. ไม่เคยได้พยานจาก กกต. ครับ ผู้ร้องทั้งหมดต้องแสวงหาพยานเอง ไปหา กกต. และขนพยานไปเอง ในทางการสืบสวนที่ผ่านมา ๒๐ กว่าปี ไม่เคยเห็น กกต. ไปเอาใครมาสอบสวนเพื่อเอาผิดได้เองเลยครับ ใครอยากที่จะร้องเรียนว่าการเลือกตั้งทุจริต ไม่เที่ยงธรรม ก็ต้องใช้วิธีไปร้อง กกต. แล้วก็ขนพยานมาเอง🔗
องค์กรที่ ๒ ผมก็ฝากศาลปกครองไปด้วยครับ ที่มีอำนาจในตุลาการเป็น องค์กรอิสระแบบ กกต. และมีอำนาจตุลาการก็คือองค์กร ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. องค์กรนี้ จะเป็นองค์กรที่ทำขึ้นมาโดยเฉพาะ ให้ทำหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีการทุจริต เป็นเรื่อง ข้าราชการทุจริต ระดับต่ำกว่า ๘ ลงไปก็ไป ป.ป.ท. แจ้งความโรงพักไม่ได้ครับ ต้องไปร้อง ป.ป.ท. ป.ป.ท. คนสอบ เกินระดับ ๘ ขึ้นไป หรือบางหน่วยงานก็ไปที่เดียวครับ คือ ป.ป.ช. ป.ป.ช. ก็จะทำหน้าที่สืบสวนสอบสวนแล้วก็มีคำสั่ง ผมขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธานสภา ไปว่าคำสั่ง ป.ป.ช. คือคำวินิจฉัยเหมือนกับตุลาการครับ คือคำสั่งว่า ยุติที่ว่ามีการทุจริตจริง เพราะฉะนั้นถ้าข้าราชการโดนข้อหาทุจริตที่เดียวก็คือต้องออกจากราชการ ป.ป.ช. ก็จะส่ง คำวินิจฉัยชี้ขาดนี้ไปยังหัวหน้าส่วนราชการ และกฎหมายปิดปากไว้ว่าส่วนราชการนั้น ไม่จำเป็นต้องไปตั้งคณะกรรมการสอบอีกแล้ว เป็นที่ยุติที่ ป.ป.ช. เมื่อการสอบสวนยุติ ที่ทุจริต ปัญหาหัวหน้าหน่วยงานจะทำอย่างไร ไม่มีทางอื่นเลยครับ ก็สนองคำวินิจฉัย เพราะไม่อย่างนั้นแล้วตัวเองก็จะผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หัวหน้าส่วนราชการก็ต้องให้ ข้าราชการคนนั้นออกจากตำแหน่ง และท่านเชื่อไหมหลายคดีสู้กันจนเกษียณอายุไปแล้ว เพิ่งรู้ว่าตัวเองชนะคดี ป.ป.ช. แต่ชีวิตราชการที่สูญเสียไปทั้งหมดกลายเป็นเรื่องที่สาบสูญ หายไป ที่ผมเรียนผ่านทางศาลปกครองไปเพราะว่าช่วงหลังท่านเป็นทางหายใจของ นักการเมืองท้องถิ่น คือปกติรองนายก นายกเทศบาล หรือนายก อบต. ถูก ป.ป.ช. ชี้มูล ม้วนเสื่อกลับบ้านเลยครับ เลือกตั้งใหม่เลย แล้วก็ต้องเลือกตั้งภายใน ๓๐ วันด้วยครับ แต่ปรากฏว่าวันนี้ศาลปกครองกลายเป็นทางออกที่เขาจะแสวงหาความยุติธรรมได้ เขาสามารถที่จะไปยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีก่อนคำพิพากษากับศาลปกครอง แล้วถ้า ศาลไหนนะครับ ฝากไปด้วยครับท่าน ถ้าศาลปกครองไหนสามารถวินิจฉัยได้ก่อน ๑ เดือน ท่านนายกเทศมนตรีและผู้บริหารท้องถิ่นนั้นได้รับคำวินิจฉัยของศาลว่า ให้รับความคุ้มครองก่อน เขาก็จะอยู่ได้ แต่ถ้าคำวินิจฉัยออกมาหลัง ๔๕ วัน กกต. ก็จะจัดการเลือกตั้งให้เสร็จภายใน ๔๕ วัน เพราะฉะนั้นการไต่สวนฉุกเฉินกรณีที่ข้าราชการแต่และฝ่ายยื่นต่อศาลปกครอง ก็ขอฝากไว้ด้วยว่าเร่งรัดให้เขาหน่อย ได้หรือไม่ได้ก็ให้รู้ภายในระยะเวลาก่อนที่ กกต. จะประหารชีวิตเขาครับ ก็ขอฝากว่าช่องทางที่ท่านเปิดอันนี้เป็นทางออกอันหนึ่งที่หน่วยงาน ราชการที่จะใช้อำนาจตุลาการได้ถูกยุติอำนาจบางส่วนโดยอำนาจของศาลปกครองครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗
เมื่อไม่มีผู้ใดมีปัญหาติดใจซักถามแล้ว ก็เดี๋ยวให้ทางหน่วยงานได้ตอบชี้แจงนะครับ เชิญครับ เชิญท่านรองครับ🔗
กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน ขออนุญาตตอบโดยรวมในคำถามที่อยู่ใน Group เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ขอบพระคุณ ท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ท่านเอกราช อุดมอำนวย ท่านอนุสรณ์ แก้ววิเชียร ตลอดถึง ท่านวิทยา แก้วภราดัย จะขออนุญาตตอบรวมไปนะครับ ในการบริหารจัดการคดีนะครับ ในส่วนของการบริหารจัดการคดีนั้นจริง ๆ แล้วเรามีมาตรการถึง ๑๒ มาตรการ ในการ พิจารณาเร่งรัดคดี แต่ว่าจะขอกระชับเวลาตอบในประเด็นที่ท่านยกเป็นประเด็นสำคัญ ขึ้นมานะครับ ในส่วนของเงื่อนเวลาในการติดตามเร่งรัดคดีของประชาชน หรือว่าคู่กรณี ในส่วนนี้ก็ได้มีกฎหมายกำหนดกรอบระยะเวลา คือกำหนดระยะเวลาดำเนินการใน กระบวนการยุติธรรมไว้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งศาลปกครองก็ได้ออกประกาศศาลปกครอง เรื่องกำหนดระยะเวลาดำเนินงานคดีในศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งเราก็ออกไปเมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๖ นอกจากมีประกาศดังกล่าวแล้วก็ยังมีประกาศที่เกี่ยวข้องทั้งของศาล ของสำนักงาน รวมถึงระเบียบวิธีปฏิบัติในเรื่องนี้จำนวนหลายฉบับ ขออนุญาตกราบเรียน โดยสรุปว่า คดีทั้งในศาลปกครองชั้นต้นและในศาลปกครองสูงสุดจะมีเงื่อนเวลากำหนดไว้ เป็นกรอบเวลามาตรฐาน ก็คือในคดีหนึ่งจะไม่เกิน ๒ ปี ๖ เดือน อันนี้เป็นกรอบเวลา มาตรฐานกลาง แต่ว่าอย่างไรก็ตามก็อาจจะมีถ้ากรณีที่มีเหตุการณ์พิเศษขึ้นมาก็อาจจะ สามารถขยายระยะเวลาการพิจารณาได้ แต่นั่นก็ต้องเป็นไปตามเหตุที่กฎหมายบัญญัติ รับรองไว้ เช่น กรณีของการคัดค้านท่านตุลาการ การชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล การแย้งว่าคดีขัดรัฐธรรมนูญ อันนี้ก็ขอยกตัวอย่างประกอบเป็นต้น นอกจากนั้นเหตุพิเศษ เช่นเหตุอุทกภัย ซึ่งอันนี้ก็ขอกราบเรียนว่าสำนักงานได้ออกประกาศกฎระเบียบให้ประชาชน สามารถติดตามความคืบหน้าคดีของตนเองผ่านระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ของเรา ได้ครับ คู่กรณีทุกคนสามารถติดตามคดีของตนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วยตนเองเมื่อลง ระบบกับทะเบียนงานคดีปกครองของศาลแล้ว นอกจากนี้หากเป็นคดีสาธารณะที่ออก ประกาศกำหนดโดยท่านประธานแล้ว สื่อมวลชนหรือผู้ที่สนใจเห็นว่าเป็นปัญหาใหญ่กระทบ ประชาชนหมู่มากที่ประธานประกาศออกมาแล้วนี่ก็สามารถที่จะติดตามได้เช่นกันครับ🔗
ในส่วนการนำเอาระบบดิจิทัลและระบบเอไอมาใช้ในศาลปกครอง ขออนุญาต กราบเรียนว่าศาลปกครองมีความมุ่งมั่นอย่างแข็งขันที่จะก้าวไปสู่ความเป็นศาลปกครอง อิเล็กทรอนิกส์อย่างสมบูรณ์แบบในปี ๒๕๗๐ ซึ่งเรื่องนี้ก็ท่านรองวิษณุท่านก็กำกับดูแล ทางการดำเนินคดีในระบบดิจิทัลอยู่ ท่านก็ให้ความตั้งใจอย่างมากที่จะผลักดันระบบงาน ของเราให้ก้าวหน้า ซึ่งระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ของเรามีความคืบหน้าไปกว่า แผนงานที่กำหนดเป็นอย่างมาก แผนเราจะเป็นระบบดิจิทัลที่สมบูรณ์ในปี ๒๕๗๐ แต่ ณ วันนี้ท่านประธานครับ ประชาชนสามารถยื่นฟ้องคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ ขั้นตอนแรกจนจบขั้นตอนมีคำพิพากษาคำสั่ง รวมตลอดถึงในชั้นของการมีคำบังคับ เราก็ได้ พัฒนาระบบด้วยตนเอง ตอนนี้ในการให้บริการประชาชนนี้เราก็ได้ทดลองปฏิบัติแล้ว ในแง่ ของการยื่นคำฟ้อง ในทางยื่นคำขอต่าง ๆ ยื่นคำร้องต่าง ๆ ในชั้นบังคับ ยื่นเอกสารประกอบ ในส่วนของประชาชนและเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการได้แล้ว ในชั้นบังคับก็เหลือเพียงการ แก้ไขระเบียบที่เกี่ยวข้องอีกเล็กน้อยก็สามารถที่จะเดินหน้าบังคับได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งขณะนี้ เราก็ส่งเสริมให้มีการใช้ระบบคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ ทีนี้ในส่วนของการใช้คดีปกครอง อิเล็กทรอนิกส์ คือในขณะที่เรามีความคืบหน้า ประชาชน คู่กรณี หน่วยงาน สามารถดำเนิน กระบวนการบังคับคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสมบูรณ์ตั้งแต่ต้น แต่ยื่นคำฟ้องจนถึงมี คำบังคับอย่างที่กราบเรียน ขอเรียนว่าตรงนี้ที่ท่านประสิทธิ์ได้ตั้งประเด็นมาว่าคดี อิเล็กทรอนิกส์ทำไมมีน้อย และรวมถึงการไกล่เกลี่ยมีน้อย ขออนุญาตกราบเรียนว่าเป็นอย่าง ที่ท่านว่าก็จริง ก็คือว่าตั้งแต่เราเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ คดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ เริ่มต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ ขออนุญาตกราบเรียนมาจนถึงปี ๒๕๖๗ แล้วกันนะครับ ในการปิด หลักฐานตามระบบที่กล่าวรายงาน ก็คือว่าเรามีคดีรับเข้า ณ ปัจจุบันเป็นคดีรับเข้าที่เป็นคดี กระดาษตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ มานี้ คดีกระดาษรับเข้าลดลงมาเป็นลำดับ ตัวอย่างรวบรัดเลยครับ ปี ๒๕๖๖ มีคดีรับเข้าที่เป็นกระดาษ ในคดีกระดาษ ๙,๓๓๓ คดี หรือ ๗๑.๕๓ เปอร์เซ็นต์ แต่พอมาปี ๒๕๖๗ คดีกระดาษลดลงมาเหลือรับเข้า ๗,๖๓๑ คดี หรือลดมาอยู่ที่ ๖๖.๕๘ เปอร์เซ็นต์ จนถึง ณ ปัจจุบันนี้ปี ๒๕๖๒ มาถึงปี ๒๕๖๗ ก็คือว่าเรามีคดีกระดาษรวมแล้ว ๕๘,๐๐๐ เศษแล้วกันพูดสั้น ๆ ทีนี้ในส่วนคดีอิเล็กทรอนิกส์ปรากฏว่าก็มีความคืบหน้า เป็นที่น่าพอใจระดับหนึ่ง ก็คือว่ามีประชาชนใช้บริการเพิ่มขึ้นมาเป็นลำดับ อย่างเช่นในปี ๒๕๖๖ มีสถิติการใช้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ ๓,๗๑๕ คดี หรือ ๒๘.๔๗ เปอร์เซ็นต์ พอมาปี ๒๕๖๗ ก็จะมาเป็น ๓,๘๓๑ คดี หรือ ๓๓.๔๒ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็คืบหน้าเป็นลำดับ แล้วก็จนถึง ปิดจบของปี ๒๕๖๗ ก็มีคดีที่เป็นคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ ๑๒,๒๓๒ คดี หรือคิดเป็น ๒๐.๗๘ เปอร์เซ็นต์จากคดีที่นำเข้า ต่างจากคดีกระดาษ คดีกระดาษก็มาเหลืออยู่ที่ ๕๘,๐๐๐ เศษอย่างที่เรียน อย่างไรก็ตามยังมีปัญหาในทางคดี ปกครองอิเล็กทรอนิกส์ ก็คือว่าเราก็พยายามเชิญชวนทุกช่องทาง ขออนุญาตกราบเรียน โดยสรุป ไม่ว่าการจัดอบรมสัมมนาทั้งในนอกสถานที่ ทั้งการผลิตสื่อต่าง ๆ ทั้งการเชิญชวน ผู้ที่ปฏิบัติงานด้านคดีทุกหน่วยงานโดยตรง ท่านอัยการ นิติกรขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น องค์กรทางการศึกษา อันนี้ยกตัวอย่างนะครับ รวมถึงประชาชนด้วย เราจัดทั้ง บรรยาย ทั้งฝึกอบรม และให้มาฝึกปฏิบัติเสริมทักษะกับเครื่องจริง ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์จริง จากที่ศูนย์ OR ของศาลปกครองเราเองที่บริการประชาชน หากประชาชนไม่มีเครื่องมือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สามารถที่จะมาใช้บริการที่ห้อง OR ห้อง Operation Room ของเรา ได้ เอาเอกสารมา Scan หรือจะมาจัดพิมพ์ แล้วมีเจ้าหน้าที่บริการให้คำปรึกษาในการฟ้อง คดีอิเล็กทรอนิกส์ คือจะมาใช้บริการที่สำนักงานศาลก็ได้ หรือจากออฟฟิศ จากที่บ้าน สามารถที่จะใช้บริการฟ้องคดีได้ ๒๔ ชั่วโมง ทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้เราได้ทำ MOU กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งท่านมีศูนย์ดิจิทัลชุมชนอยู่ทั่วประเทศ ๒,๒๒๒ ศูนย์ และเราได้ประสานความร่วมมือกันในทางปฏิบัติ ตอนนี้ ๑,๗๒๒ ศูนย์ เราเอา iCal แล้วก็โปรแกรมที่จะเกี่ยวข้องอิเล็กทรอนิกส์ในการฟ้องคดีไปติดตั้ง แล้วก็อบรม เจ้าหน้าที่ที่ดูแลศูนย์ดิจิทัลชุมชนของกระทรวงดิจิทัล หรือกระทรวง DE ตรงนี้ก็จะเปิดช่อง ให้ประชาชนสามารถไปใช้บริการตรงนั้นได้ แล้วโดยเป้าหมายของเราต่อไปก็จะประสานงาน กับทางไปรษณีย์เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บริการฟ้องคดีจากจุดนั้นได้เช่นกันโดยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอันนี้ก็จะขยายเพิ่มขึ้นให้มีความคืบหน้าต่อไป ในส่วนพัฒนาอุปกรณ์ ที่เกี่ยวข้องเราก็จะมุ่งมั่นพัฒนาไม่ว่าท่านตุลาการหรือพนักงานคดีปกครอง ซึ่งเรามีข้อตกลง มีนโยบายที่ชัดเจนโดยท่านประธานศาล ท่านประสิทธิศักดิ์ มีลาภ ทุกศาลจะต้องมีองค์คณะ ที่รับผิดชอบนำร่องในการทำคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ แล้วก็มุ่งหวังให้มีการขยายผลให้ ครอบคลุมในทุกองค์คณะในโอกาสต่อไป🔗
ในส่วนของพนักงานคดีปกครอง เราก็มีการจัดอบรม มีข้อตกลงในการทำคดี ปกครองอิเล็กทรอนิกส์ มีการ Promote ให้กำลังใจในการทำงานตามสถิติผลงานคดีปกครอง อิเล็กทรอนิกส์เพื่อไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าแต่ปัญหามีอยู่นิดหนึ่ง ก็คือว่าในคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ที่ผมกราบเรียนไปว่าเรามีอยู่ตอนนี้ ๑๒,๒๓๒ คดีนี้ ปรากฏว่าเป็นคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ที่ดำเนินการโดยคู่กรณีทั้ง ๒ ฝ่าย ก็คือว่า ๑๒,๐๐๐ เศษดังกล่าวนี้มีทั้งดำเนินอิเล็กทรอนิกส์ฝ่ายเดียวและ ๒ ฝ่าย แต่หัวใจของเรื่องที่กราบเรียน ก็คือว่า ในคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวจาก ๑๒,๐๐๐ คดีเศษ มีเพียง ๑,๐๘๒ คดี หรือเพียง ๑๒ เปอร์เซ็นต์เศษเท่านั้นที่ดำเนินคดีปกครองโดยคู่กรณีทั้ง ๒ ฝ่าย ถามว่าทำไม ถึงกราบเรียนตรงนี้ว่าเป็นปัญหา เนื่องจากว่าถ้าหากคู่กรณีฝ่ายหนึ่งเช่นประชาชนมายื่นฟ้อง หน่วยงาน แต่หน่วยงานยังไม่พร้อมยังคงดำเนินคดีในลักษณะของการใช้กระดาษ ซึ่งก็จะ เป็นภาระแก่ศาล นอกจากจะต้องดำเนินการผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้วก็ยังต้องมา ผลิตเอกสาร ดำเนินกระบวนการในลักษณะของคดีกระดาษควบคู่ไปด้วย ซึ่งอันนี้ก็จะ สิ้นเปลืองทั้งเวลา ทั้งงบประมาณ แล้วก็การใช้บุคลากรที่ต้องมาเสียเวลากับตรงนี้ ซึ่งหาก เป็นคดีอิเล็กทรอนิกส์แล้วงานคดีปกครองจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว แล้วก็สามารถบริการได้อย่าง สะดวกถึงบ้าน แล้วก็ประหยัดค่าใช้จ่าย อันนี้ก็เลยจะขออนุญาตกราบเรียนว่าเรามีความ จำเป็นต้องกระตุ้นส่งเสริมให้ทั้งหน่วยงานปกครอง เจ้าหน้าที่ของรัฐ แล้วก็ทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องช่วยกันกระตุ้น แล้วก็ให้ความร่วมมือในการดำเนินคดีปกครองด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ทั้ง ๒ ฝ่าย ก็จะบรรลุเป้าหมายอย่างที่ท่านประสิทธิ์ศักดิ์ท่านตั้งความคาดหวังไว้นะครับ ทีนี้ในส่วนของท่านตุลาการในการคัดเลือกแล้วก็บุคลากร จะขออนุญาตกล่าวรวมทั้งของ ท่านประสิทธิ์ ของท่านวิทยา ก็คือที่ท่านวิทยากรุณากล่าวสนับสนุนรวมถึงชื่นชม แล้วก็เรื่อง ปัญหาทางงบประมาณในการสรรหาบุคลากร อันนี้จริง ๆ ก็เป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ คดีเราแล้วเสร็จไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย ตามยอดข้อตกลง หรือว่าอาจจะล่าช้าไปบ้าง ที่ผ่านมานะครับ คือสืบเนื่องจากว่าเรามีข้อตกลงกับการรายงานต่อสภาอย่างชัดเจนว่า ต้องทำคดี ๑๑๐ คดีต่อคนต่อท่าน ต่อ ๑ คนต่อ ๑ ปี แล้วก็ท่านตุลาการศาลปกครองสูงสุด ต้องทำคดี ๖๕ คดีต่อท่านต่อ ๑ ปี ซึ่งตรงนี้เรื่องสืบเนื่องเรายังขาดอัตรากำลังดังกล่าว ที่ผ่าน มานี้ขาดอยู่จำนวนมากก็ทำให้คดีออกมาต่ำกว่าเป้าไปบ้าง แต่จากสถิติที่ผ่านมาขออนุญาต กราบเรียนว่า สถิติคดีในส่วนของการบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดเรามีเปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นมา ตลอดต่อเนื่องมาทุกปี จาก ๘๕ ๘๖ ๘๗ เปอร์เซ็นต์จนถึงปัจจุบัน ขออนุญาตกราบเรียนว่าคดีรับเข้าของเรา เราสามารถที่จะทำคดีแล้วเสร็จได้มากกว่า คดีรับเข้ามา อันนี้ก็คือเป็นนิมิตหมายอันดีที่จะทำให้คดีเสร็จได้รวดเร็วขึ้น แล้วก็ลดสถิติ คดีค้างและคดีล่าช้า สืบเนื่องมาจากส่วนหนึ่งก็คือมีการพยายามเร่งรัดสรรหาบุคลากร ทั้งด้านท่านตุลาการและเจ้าหน้าที่ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังขาดบุคลากรและเจ้าหน้าที่ ในอัตราส่วนที่สำคัญอยู่ ขออนุญาตกราบเรียนโดยสรุปดังนี้ ท่านตุลาการศาลปกครอง ทั้งศาลสูงและศาลต้น เรายังขาดอัตราอยู่ ๙๔ อัตรา แบ่งเป็น ท่านตุลาการศาลปกครอง สูงสุด ๙ อัตรา ซึ่งการสรรหาท่านตุลาการศาลปกครองสูงสุดที่ขาดเราก็ได้เปิดรับสมัคร ไปแล้ว ก็จะสิ้นสุดการรับสมัครในวันที่ ๓๐ เมษายนนี้ ในส่วนของท่านตุลาการศาลปกครอง ชั้นต้น เรายังขาดอยู่อีก ๘๕ อัตรา ก็คือพึ่งดำเนินการจัดสอบข้อเขียนไปเมื่อวันที่ ๑๕ ๑๖ ที่ผ่านมา และด้วยความที่ว่าอย่างที่ท่านเป็นข้อห่วงใยในเรื่องคุณภาพของท่านตุลาการ ในการผลิตงานคดี เราก็จะมีความเข้มงวดในการที่จะสรรหา แล้วก็ต้องคัดเลือกบุคลากรที่มี คุณภาพเข้ามา ก็จะมีมาตรการในการคัดกรอง ก็เลยอาจจะทำให้บางทีได้ท่านตุลาการ ต่ำกว่าเป้าหมายไปบ้างนะครับ🔗
ต่อไปในส่วนของส่วนสนับสนุน ขออนุญาตกราบเรียนว่าในช่วงที่ผ่านมา การสรรหาท่านตุลาการเราก็มีความคืบหน้ามาเป็นลำดับนะครับ ผมกล่าวเรียนโดยสรุป ก็คือว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ มาถึงปี ๒๕๖๘ ในส่วนของการสรรหา การสรรหาท่านตุลาการ ศาลปกครองสูงสุด เอาเป็นภาพรวมนะครับ ก็คือว่าในปี ๒๕๖๒-๒๕๖๘ นี้ เราสรรหา ท่านตุลาการศาลสูงได้ทั้งหมดเป็นการเลื่อนไหล ๒๗ ท่าน แล้วก็ในการสรรหาจาก บุคคลภายนอกก็ได้มา ๙ ท่าน ซึ่งในปี ๒๕๖๙ ก็อยู่ระหว่างที่ประกาศสรรหาอย่างที่ กราบเรียนนะครับ อย่างไรก็ตามจากเม็ดยอดที่ได้มาก็ยังคงมีความต้องการที่จะเพิ่มเติม จำนวนอย่างที่ได้กราบเรียนยอดที่ผ่านมาเมื่อสักครู่ที่ยังขาดอีก ๙๔ ท่าน รวมทั้ง ศาลสูงและศาลต้น และในส่วนของบุคลากรสนับสนุนงานท่านตุลาการ ขออนุญาต กราบเรียนว่าอัตราของท่านตุลาการมีความก้าวหน้ามากขึ้นมาเป็นลำดับ แต่พนักงาน คดีปกครองและเจ้าหน้าที่สนับสนุนงานทางธุรการศาลตรงนี้จะขยับช้าครับ โอกาสได้รับการ สนับสนุนงบประมาณก็จะมีน้ำหนักน้อย ก็เลยจะขออนุญาตกราบเรียนว่าเราจำเป็นต้องเร่ง สรรหาบุคลากรสายสนับสนุนเป็นข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ต้องการอีก ๓๗๓ อัตรา แล้วพนักงานราชการก็ต้องการอีก ๑๓๘ อัตรา อันนี้ก็อยู่ระหว่างดำเนินการสรรหา ก็เพื่อหวังผลว่าจะให้คดีออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ในเวลาที่กำหนดดังกล่าว🔗
สำหรับการประชุมแก้ไขปัญหาในทางคดี กราบขออนุญาตขอบคุณนะครับ ก็คือท่านมีความเข้าใจตรงนี้เป็นอย่างมาก คือท่านผู้บริหารศาลท่านเร่งรัดการประชุมคดี ในการติดตาม นอกจากมีการประชุมติดตามคดีทุกรายเดือน ก็คือท่านตุลาการที่ทำคดี รวมถึงน้อง ๆ พนักงานคดีปกครองด้วยก็ต้องส่งผลงาน ต้องรายงานผลงานสถิติคดีของตน หากน้อง ๆ พนักงานคดีปกครองก็เสนอต่อสำนักงาน ในส่วนท่านตุลาการต้องเสนอต่อ ที่ประชุมของ ก.บ.ศป. หรือคณะกรรมการบริหารศาลปกครอง รวมถึงต้องเสนอต่อที่ประชุม ผู้บริหารศาลและผู้บริหารสำนักงานศาล หรือ Super CEO ซึ่งตรงนี้ต้องเสนอทุกเดือน ท่านประธานก็จะมีการติดตาม ผู้บริหารศาลก็จะมีการติดตามผ่านการประชุมดังกล่าว ซึ่งถ้าหากว่าตรงไหนที่มีจุดมีเป้าหมายต่ำกว่าที่ควรจะเป็นท่านก็จะชี้แจงเป็นกรณีพิเศษ เป็นรายสำนักงานศาล เป็นรายศาล หรือเป็นรายบุคคล ก็ทำให้คดีที่ท่านเร่งรัด ทั้งคดีที่ ค้างเก่า ที่ค้างเกิน ๓ ปีตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ ลงไป หรือคดีปัจจุบันที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย กำหนดกรอบระยะเวลากระบวนการในหน่วยงานทางกระบวนการยุติธรรม อันนี้ท่านก็ ติดตามทั้ง ๒ ส่วน ทั้งคดีค้างเก่าแล้วก็ทั้งคดีที่ปัจจุบัน ซึ่งต้องอาศัยอำนาจตามกฎหมาย ที่กำหนดกรอบเวลา ๒ ปี ๖ เดือน อย่างที่กราบเรียนนะครับ🔗
ในส่วนของการประชุมนั้นนอกจากการประชุมที่แจ้งมาแล้วท่านก็มีการจัด ประชุมใหญ่แก้ไขปัญหาทางคดีที่มีข้อกฎหมายยุ่งยาก ซับซ้อน หรือมีการขัดแย้งกันทางแนว คำวินิจฉัย อย่างที่กราบเรียนครับ คือการประชุมปกติท่านตุลาการสูงสุดท่านประชุมทุกเดือน แล้วปรากฏว่าเราตั้งงบประมาณสนับสนุนไว้เดือนละ ๒ ครั้ง ปีหนึ่งก็ ๒๔ ครั้ง จริงครับ ท่านก็ประชุมมากกว่าจำนวนครั้งที่งบประมาณตั้งไว้ ซึ่งอันนี้ก็ทำให้คดีของที่ประชุมใหญ่ ก็ลุล่วงออกมาเป็นจำนวนมาก ก็เป็นแนวมาตรฐานที่จะให้ศาลต้นหรือศาลสูงใช้เป็นแนวทาง ในการวินิจฉัยนะครับ🔗
ต่อไปในเรื่องการไกล่เกลี่ย เราก็ส่งเสริมทุกช่องทางทั้งการพัฒนาท่านตุลาการ พนักงานคดี แล้วก็ส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ บุคลากรที่เกี่ยวข้อง มีการสนับสนุน เชิญชวนทั้ง Onsite ออนไลน์ ในการอบรมและออกสื่อทุกรูปแบบไปนะครับ🔗
สำหรับความคืบหน้าในเรื่องของงานคดีที่ท่านเอกราชท่านเป็นห่วงเป็นใย อยู่หลายคดีจะขออนุญาตรับไปนะครับ ก็เป็นคดีที่ผลสำเร็จออกมาแล้วก็มี หรือคดีที่อยู่ระหว่าง พิจารณาก็เข้าใจว่าเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจ ก็จะขออนุญาตกลับไปติดตาม แล้วก็จะดูแล ซึ่งผมเชื่อว่าท่านผู้บริหารศาลถ้าหากว่ามีคดีเป็นที่สนใจหรือกระทบหมู่มากท่านก็จะบรรจุ ก็อยู่ในกระบวนการของคดีที่ต้องพิจารณาโดยเร่งด่วน ซึ่งอันนี้เรามีมาตรการพิเศษกำหนดไว้ ทั้งในเรื่องของคดีที่อยู่ในความสนใจดังกล่าว หรือคดีบุคคลที่มีปัญหา เราก็มีระดับของ การเร่งรัด ขออนุญาตกราบเรียนว่าในการติดตามคดีของเรา ศาลปกครองนี้จะมีระบบการ แจ้งเตือนว่าคดีค้างอยู่ในขั้นตอนสำคัญใด หากเมื่อถึงใกล้กำหนดขั้นตอนเวลาการเร่งรัด ซึ่งเราจะมี ๗ ขั้นตอนกระบวนการภายในของศาล หรือ ๓ ขั้นตอนให้ประชาชนติดตามผ่าน ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ถ้าหากว่าใกล้ถึงกำหนดขั้นตอนคดีนั้น ๆ ระบบแจ้งเตือน ระบบ Pop up เราจะเตือนไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของท่านตุลาการ จะเตือนเข้ามือถือท่านตุลาการ เมื่อถึง กำหนดแล้วก็จะเตือนมาอีกระดับหนึ่ง หรือถ้าหากว่าเลยกำหนดก็จะเตือนเป็นปุ่มสีแดง ซึ่งอันนี้ก็จะช่วยในการเร่งรัดพิจารณาคดีให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด แล้วก็เพื่อคลี่คลาย ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนตามที่ท่านเป็นห่วงนะครับ🔗
ในส่วนนี้ก็จะขออนุญาตกราบเรียนเท่านี้ก่อนครับท่านประธาน ในส่วนที่ยัง ไม่ได้กราบเรียนเดี๋ยวก็จะทำรายละเอียดมาเป็นหนังสือชี้แจงตามมาอีกชั้นหนึ่ง ขอบพระคุณ มากครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ท่านวิทยาต่อเนื่องครับ🔗
ท่านประธานครับ มีเรื่องอีก นิดหนึ่งครับ ผมหารือผ่านท่านประธานสภาไปยังท่านรองเลขาที่มาชี้แจงด้วยนะครับ คือมี เรื่องราวที่พวกผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและได้ยินมาตลอดก็คือ คำวินิจฉัย ของ ป.ป.ช. หรือ ป.ป.ท. และชี้มูลความผิดเรื่องการเมืองท้องถิ่น อย่างท่านประธานก็จะเจอ อบต. บ้านท่านบ้าง เทศบาลบ้านท่านนี่โดนชี้มูลว่ามีความผิดฐานทุจริต แล้วเขาก็จะแจ้ง ป.ป.ช. ก็จะแจ้งผลการชี้มูลนั้นไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด คราวนี้สิ่งที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องทำก็คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดเมื่อได้รับคำชี้มูลจาก ป.ป.ช. แล้วก็ต้องปลดนายก อบต. ออกจากตำแหน่ง เมื่อปลดออกจากตำแหน่งแล้วสิ่งที่ตามไปครับ กกต. ก็ต้องจัดการเลือกตั้ง ภายใน ๔๕ วันนับตั้งแต่วันที่ปลด ปัญหาก็คือ ป.ป.ช. ชี้มูล ไม่ใช่คำวินิจฉัยของศาลที่ถึงที่สุด เพราะฉะนั้นสมาชิก อบจ. แล้วก็นายก อบต. นายกเทศบาล เขาก็จะไปพึ่งศาลปกครอง ยื่นคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินจากศาลปกครองขอให้คุ้มครองก่อนมีคำพิพากษา เพราะเขาต้อง ไปสู้คดี ป.ป.ช. ในศาล กว่าคดีจะเสร็จเขาก็โดนปลด เพราะไม่ทันคดีจะเสร็จเลย ๔๕ วัน กกต. เลือกตั้งใหม่ ลงสมัครเองก็ไม่ได้ ก็เรียบร้อยครับ จบหมด คราวนี้ช่องทางออกที่เขาได้ ก็คือการไต่สวนฉุกเฉินของศาลปกครอง ผมเรียนฝากทางผู้มาชี้แจงว่านำเสนอต่อผู้บริหาร ศาลสูงด้วยว่าช่วยเร่งรัดคดีไต่สวนพวกนี้ให้ทันกับเวลาครับ เพราะ กกต. ๔๕ วันเลือกเลย อย่างน้อยให้ทันต่อเวลา ท่านจะให้ฉุกเฉินก่อน หรือว่าจะทุเลาการบังคับคดี หรือไม่ทุเลา ก็ตาม แต่สั่งก่อน ๔๕ วัน เขาจะได้ประคองชีวิตในตำแหน่งเขาไปได้ ผมเรียนฝากท่านไป ถ้าท่านชี้แจงได้ว่าจะรับฝากก็จะกรุณาครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านเลขาครับ🔗
จะขออนุญาตรับไปเรียนท่านผู้บริหารศาล ครับผม🔗
๕๔/๑🔗
ขอบคุณมากครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดมีประเด็นปัญหาติดใจจะซักถาม ก็ถือว่าที่ประชุม รับทราบรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ของทางศาลปกครองและสำนักงาน ศาลปกครองนะครับ ขอบคุณท่านเลขา ท่านรองเลขา ท่านที่ปรึกษาทุกท่านนะครับ ขอบคุณ มากครับ🔗
๔. รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ (ในระเบียบวาระที่ ๒.๔)🔗
ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๘ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานป้องกันและ ปราบปรามการฟอกเงินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ตามที่สำนักงานป้องกันและ ปราบปรามการฟอกเงินเสนอ และให้นำรายงานพร้อมข้อสังเกตของคณะรัฐมนตรีเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามมาตรา ๔๗ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน ปี ๒๕๔๒ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้ว ในการนี้ก็จะอนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ขอเชิญผู้ที่มีรายนามต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมครับ ๑. ท่าน กมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ๒. ท่านวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ๓. ท่านสรรเพชญ แสงเนตรสว่าง ผู้อำนวยการกองกำกับและตรวจสอบ ๔. ท่านพีรธร วิมลโลหการ ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการทรัพย์สิน ๕. ท่านมนต์สินี เห็นพร้อม ผู้อำนวยการกองนโยบายและยุทธศาสตร์ ๖. ท่านวรเศรษฐ์ สุรพนานนท์ชัย ผู้อำนวยการ กองข่าวกรองทางการเงิน แล้วก็ท่านที่ ๗ ท่านสุดท้าย ท่านสัจชัย แสงเสย์โย นักวิเคราะห์ นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ เมื่อทางหน่วยงานพร้อมแล้วก็ขอเชิญทางผู้แทนได้ชี้แจง เลยครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน เนื่องด้วยนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินติดภารกิจเร่งด่วนจึงไม่สามารถเข้าชี้แจงผลการ ปฏิบัติงานของสำนักงาน ปปง. ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ในครั้งนี้ และได้มอบหมายให้ กระผม นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน พร้อมคณะผู้บริหารเข้าชี้แจงและรับข้อสังเกตของท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ซึ่งการจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ เป็นไปตาม มาตรา ๔๗ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่บัญญัติ ให้สำนักงาน ปปง. จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีเสนอต่อคณะรัฐมนตรี และให้ คณะรัฐมนตรีเสนอรายงานผลการปฏิบัติงานพร้อมข้อสังเกตต่อสภาผู้แทนราษฎรและ วุฒิสภา โดยรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีอย่างน้อยมีสาระสำคัญดังนี้ ๑. รายงาน ผลการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินและการดำเนินการอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ ๒. ปัญหา และอุปสรรคจากการปฏิบัติงาน ๓. รายงานข้อเท็จจริงหรือข้อสังเกตจากการปฏิบัติตาม อำนาจหน้าที่พร้อมทั้งความเห็นและข้อเสนอแนะ สำนักงาน ปปง. ได้เสนอเล่มรายงาน ผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ให้ทราบแล้ว จึงขอรายงานผลการ ดำเนินงานที่สำคัญของสำนักงาน ปปง. ในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ พอสังเขปดังนี้🔗
๑. การดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน แบ่งออกเป็น ๑.๑ การยึดอายัด ทรัพย์สิน สำนักงาน ปปง. ได้มีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์สินจำนวน ๒๓๑ คำสั่ง ๑๗๖ รายคดี มูลค่าทรัพย์สินประมาณ ๙,๓๐๐ กว่าล้านบาท และดำเนินการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย จำนวน ๖๗ เรื่อง มูลค่าทรัพย์สินประมาณ ๑,๐๒๕ ล้านบาท ๑.๒ การบริหารจัดการ ทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัด เก็บรักษาทรัพย์สินจากการยึดอายัดไว้มูลค่าประมาณ ๔๑,๑๗๔.๗๓ ล้านบาท ขายทอดตลาดทรัพย์สินจำนวน ๒๙ ครั้ง มูลค่าที่ขายได้ประมาณ ๓๐๗ ล้านบาท มีรายได้จากการนำทรัพย์สินออกบริหารประมาณ ๖ ล้านบาท นำทรัพย์สิน ส่งคืนเจ้าของประมาณ ๔๔๘ ล้านบาท และนำทรัพย์สินที่ศาลสั่งตกเป็นของแผ่นดินส่งเป็น รายได้แผ่นดินประมาณ ๘,๗๐๐ ล้านบาท🔗
๒. การดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยการประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามมาตรา ๖ การสนับสนุนทางการเงินแก่การ ก่อการร้ายหรือ UN Sanction List จำนวน ๗ คำสั่ง ตามมาตรา ๗ การสนับสนุนทาง การเงินแก่การก่อการร้ายหรือ Thailand List จำนวน ๓๗ ราย และตามมาตรา ๑๕ จำนวน ๒ คำสั่ง การดำเนินคดีอาญาฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายกับผู้กระทำ ความผิดตามมาตรา ๒๕ จำนวน ๖ รายคดี🔗
๓. การประสานงานความร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ ทั้งภายในประเทศและ ต่างประเทศ ๓.๑ ภายในประเทศ สำนักงาน ปปง. ได้ให้ความสำคัญในการประสานงาน ความร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และกลุ่มผู้มีหน้าที่ รายงาน เช่น มีการจัดตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียน ร้องทุกข์ แจ้งเบาะแส กำหนดหมายเลข โทรศัพท์สายด่วน ปปง. ๑๗๑๐ และการประสานความร่วมมือกับภาคประชาชน โดยมี โครงการสายลับ ปปง. ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกจำนวนกว่า ๗๕,๐๐๐ ราย การจัดสัมมนาให้แก่ บุคคลภายนอกเพื่อเผยแพร่ความรู้กฎหมาย การจัดทำบันทึกความเข้าใจ MOU บันทึก ข้อตกลง MOA รวมจำนวน ๔๘ ฉบับ ๓.๒ การประสานงานความร่วมมือระหว่างประเทศ ต่างประเทศ สำนักงาน ปปง. ได้ส่งเสริมประสานความร่วมมือทั้งระดับภูมิภาคและนานาชาติ มีการจัดทำ MOU จำนวน ๕๗ ฉบับใน ๕๔ ประเทศ พร้อมทั้งเข้ารวมกลุ่มองค์กรระหว่าง ประเทศ เช่น กลุ่มความร่วมมือของหน่วยข่าวกรองทางการเงินสากล Egmont Group หรือกลุ่มต่อต้านการฟอกเงิน Asia/Pacific APG สำนักงาน ปปง. ได้ร่วมปฏิบัติการนอกพื้นที่ ในการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานและวิเคราะห์ข้อมูลพยานหลักฐานดิจิทัลประเภท Network Forensics ที่ได้รับจากระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของสถานที่ให้บริการในการ เชื่อมต่อเข้าข่ายอินเทอร์เน็ตในคดีที่สำคัญ เช่นในความผิดเกี่ยวกับเรื่องหุ้น🔗
๕. ในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ มีการยกร่างและปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย อาทิ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและ ปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอนุภาพ ทำลายล้างสูง ร่างพระราชบัญญัติข้อมูลผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง ร่างกฎกระทรวงการคืน หรือการชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด และการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ ผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน และกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วมีผลบังคับ ใช้แล้ว อาทิ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๖๕ ก็คือฉบับคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน การประกาศสำนักงาน ปปง. เรื่องการ กำหนดระยะเวลาดำเนินการในกระบวนการยุติธรรมของสำนักงาน ปปง. ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๖🔗
ข้อ ๖ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงาน🔗
๖.๑ เพื่อให้การปรับปรุงและพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ตามมาตรฐานสากล AML/CFT เป็นไปตามข้อแนะนำและรองรับการเข้ารับการประเมิน ตามมาตรฐานสากลในปี ๒๕๗๐ จึงมีความจำเป็นจะต้องตราและปรับปรุงกฎหมายร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการร่างกฎหมาย เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการจัดหางาน กรมสรรพากร กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเร่งผลักดันการตรา และปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย รวมทั้งสนับสนุนให้ร่างกฎหมายมีผลบังคับใช้ก่อนปี ๒๕๗๐🔗
๖.๒ เพื่อให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานและการติดตามทรัพย์สิน ระหว่างประเทศมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและทันต่อ สถานการณ์ ควรมีการจัดตั้งผู้ประสานงานหลัก และกำหนดผู้ประสานงานกลางของแต่ละ หน่วยงาน รวมทั้งจัดทำ MOU ตลอดจนควรพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้การ เชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานเป็นปัจจุบัน🔗
๖.๓ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ควรจัด บุคลากรให้เพียงพอต่อภาระงานและสนับสนุนสำนักงาน ปปง. ให้มีหน่วยงานส่วนภูมิภาค เพื่อส่งเสริมให้เกิดการทำงานในเชิงรุก ลดระยะเวลาในการเดินทางไปปฏิบัติงานของ พนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งประหยัดงบประมาณในการปฏิบัติงาน อีกทั้งควรจัดให้มี งบประมาณสำหรับโครงการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินโดยเฉพาะ เพื่อให้การ บริหารจัดการคดีมีประสิทธิภาพในทุกมูลฐาน และมีความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน มากยิ่งขึ้น🔗
๖.๔ เพื่อให้การเก็บรักษาและการบริหารจัดการทรัพย์สินมีประสิทธิภาพ ทรัพย์สินอยู่ในสภาพที่ไม่เกิดความเสียหาย ควรปรับปรุงกฎหมายให้ยืดหยุ่นต่อการบริหาร จัดการทรัพย์สินได้ตามสถานการณ์ ควรมีหน่วยงานกลางในการเก็บรักษาจัดการทรัพย์สิน ที่ถูกยึดอายัดจากหน่วยราชการทั้งประเทศเพื่อจะได้เป็นมาตรฐาน การเก็บรักษาจัดการ ทรัพย์สินและบูรณาการข้อมูลทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ในภาพรวมของประเทศ🔗
๖.๕ เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การ ก่อการร้ายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ภาครัฐต้องเร่งสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชน ให้มีภูมิคุ้มกันทางความคิด รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ โดยเฉพาะ ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์มิให้ถูกชักจูงเข้าสู่แนวคิดของกระบวนการผู้ก่อความไม่สงบ ในพื้นที่ พร้อมทั้งดำเนินการมาตรการทางกฎหมายกับผู้ให้การสนับสนุนผู้ก่อความไม่สงบ อย่างต่อเนื่องเข้มข้นในทุกมิติ🔗
จึงกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรทุกท่านเพื่อโปรดทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงาน ปปง. ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ หากท่านมีข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์สำนักงาน ปปง. จะได้นำข้อสังเกตและข้อเสนอแนะดังกล่าวไปพิจารณาดำเนินการ เพื่อให้การ ปฏิบัติงานของสำนักงาน ปปง. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดตาม เจตนารมณ์ต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ มีผู้ลงชื่อซักถามไว้ ๓ ๔ ท่าน ผมอ่าน ๒ ท่านก่อนนะครับท่านจะได้ เตรียมตัว ท่านสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ ต่อด้วยท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญท่านศุภกรก่อน เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ ผู้แทนราษฎรชาวสวนหลวง ประเวศ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรับทราบรายงาน ผลการปฏิบัติงานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประจำปี ๒๕๖๖ ครับ เมื่อการประชุมสมัยที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสอภิปรายรับทราบรายงานผลการดำเนินงานของ ปปง. ประจำปี ๒๕๖๕ ซึ่งผมเคยผิดหวังกับการดำเนินงานของท่านที่ไม่มีตัวชี้วัดเพื่อแก้ไข ปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้อง มาครั้งนี้ผมยังคงรู้สึกผิดหวังกับการทำงานของ ปปง. อีกครั้ง พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกต ๒ ประการครับ🔗
ประการแรก ผมอยากให้ท่านประธานดูในส่วนของการดำเนินงานรับเรื่อง ร้องเรียน ร้องทุกข์ แจ้งเบาะแส ที่หน้า ๗๔ นะครับ เริ่มมาท่านยังคงคำเดิม คำว่า สายด่วน ปปง. ๑๗๑๐ เป็นช่องทางที่ประชาชนจำง่ายที่สุด แต่มีเรื่องร้องเรียนผ่านช่องทางดังกล่าว สายด่วน ปปง. ๑๗๑๐ เพียง ๑ เรื่องเท่านั้นใน ๑ ปี ย้ำนะครับว่า ๑ เรื่องเท่านั้นครับ ท่านประธาน ขณะที่ช่องทางรับเรื่องจากส่วนราชการภายนอกเพิ่มขึ้นเป็น ๑,๔๐๐ กว่าเรื่อง ช่องทางจดหมาย ๒๐๐ กว่าเรื่อง รวมไปถึงช่องทางอื่น ๆ เว็บไซต์ อีเมล์ LINE Page เฟซบุ๊ก ปริมาณการรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสนี่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ผมต้องตั้งคำถาม เหมือนเดิมครับท่านประธานว่า ระบบสายด่วนนั้นและช่องทางในการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ของ ปปง. เป็นอุปสรรคในการติดต่อของประชาชนหรือไม่ ท่ามกลางมูลค่าความ เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีไม่ต่ำกว่า ๔.๕ หมื่นล้านบาท ซึ่ง ปปง. เป็น หน่วยงานหนึ่ง หน่วยงานหลักที่จะต้องนำไปดำเนินการนะครับ🔗
ประการที่ ๒ คือ เรื่องการส่งเสริมการประสานงานความร่วมมือระหว่าง ปปง. กับภาคส่วนอื่น ๆ ผ่านโครงการสายลับ ปปง. โครงการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐ การประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้ รวมถึงการประสานงานความร่วมมือภายในและความ ร่วมมือระหว่างประเทศ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ทาง ปปง. มีการดำเนินโครงการหลายโครงการ และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายในกับหน่วยงานระหว่างประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาการฟอกเงินของประเทศเรา ซึ่งเราทราบดีว่าการฟอกเงินนั้นย่อมส่งผล ต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน แต่อย่างไรก็ตามรายงานฉบับนี้กลับไม่บอกอะไรเลยว่าผลของการดำเนินงานเหล่านี้เป็น อย่างไร และปรากฏความคิดเห็นของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงาน ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินหรือไม่ครับท่านประธาน ดังนั้นผมจึงมีข้อเสนอ ๒ ข้อ🔗
ข้อเสนอแรก ขอให้ ปปง. ช่วยทำการประชาสัมพันธ์ช่องทางสายด่วน ๑๗๑๐ ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานผ่านสายด่วนดังกล่าวโดยด่วน ให้ประชาชนทั้งใน กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และในต่างจังหวัด สามารถติดต่อได้โดยสะดวกที่สุด ดังที่ กล่าวไว้ในรายงานฉบับนี้นะครับ🔗
ข้อ ๒ หาก ปปง. ระบุถึงการดำเนินงานโครงการและส่งเสริมความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานภายในและระหว่างประเทศ อยากให้เพิ่มผลของการดำเนินงานในแต่ละ โครงการนั้นว่าเป็นอย่างไรบ้าง มีการดำเนินงานอย่างจริงจังเป็นรูปธรรมอย่างที่ปรากฏ ในรายงานจริงหรือเปล่า🔗
สุดท้ายครับ อยากเห็น ปปง. ทำงานเชิงรุก ป้องกันระงับเหตุที่จะลุกลาม สร้างความเสียหายให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน เพราะท่านเป็นหน่วยงานที่มีทั้งอำนาจ กลไก เครื่องมือ บุคลากร หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเห็นท่านทำงานจริงจังเพื่อประชาชน เพราะแม้ในรายงานฉบับนี้ท่านจะมีจำนวนคดีเชิงรุกอยู่ในหน้า ๘๑ ของรายงาน แต่ประชาชนยังคงไม่เห็นผลงานเชิงประจักษ์ของท่าน ในรายงานท่านบอกว่า คดีเชิงรุก ที่ท่านได้ทำแล้วควรจะมีบอกว่าประสบความสำเร็จอย่างไรบ้าง และมีคดีอะไรบ้าง มีรายละเอียดอย่างไร ก็ขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ ปปง. ทุกท่าน ผู้บริหารทุกท่านครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปเชิญท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมขอร่วมอภิปรายในการรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานป้องกันและ ปราบปรามการฟอกเงิน ประจำปี ๒๕๖๖ ดังนี้ ท่านประธานครับ ผมมีข้อสังเกตในรายงาน ฉบับนี้ ก็คือทาง ปปง. ได้รายงานผลการปฏิบัติงานปี ๒๕๖๖ ตั้งแต่หน้า ๗๐ เป็นต้นไป กระผมมีความสนใจผลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับการรับเรื่องราวร้องทุกข์คล้าย ๆ กับท่าน สส. สักครู่นี้ได้มีข้อข้องใจเรื่องการชี้ช่องทางพี่น้องประชาชนร้องเรียน ร้องทุกข์ทางสายด่วน ปปง. ๑๗๑๐ นี่ละครับ แต่ท่านบอกว่าในการรับเรื่องราวร้องเรียนและการแจ้งเบาะแส เป็นเพียงวันในเวลาราชการเท่านั้น นั่นคือทำในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ วันหยุดยาว ๆ ท่านไม่เปิดบริการให้พี่น้องประชาชนร้องเรียนเพื่อแจ้งเบาะแสใด ๆ อันนี้ ก็เป็นข้อความเห็น แล้วยังเปิดเพียงเวลาราชการเท่านั้น นั่นก็คือเวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ นาฬิกา หากเช้ากว่านั้นหรือเย็นกว่านี้ช่องทางนี้ประชาชนไม่สามารถที่จะแจ้งเบาะแสในการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงินได้เลยครับ เรื่องนี้กระผมคิดว่ามันไม่น่าจะเกิดประโยชน์ต่อการ อำนวยความยุติธรรมให้แก่พี่น้องประชาชน และยังไม่เอื้อให้พี่น้องประชาชนที่จะแจ้ง เบาะแสให้ท่านจัดการกับการฟอกเงินสักเท่าไร ท่านประธานครับ เพราะว่าสมัยนี้ความผิด ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินมันเกิดขึ้นได้ทุกเวลา การฟอกเงินมันเกิดขึ้นได้ทุกสถานที่ แล้วที่สำคัญอาชญากรรมใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ ก็เช่นกัน เว็บพนันออนไลน์ ปัญหาฉ้อโกงพี่น้องประชาชน แชร์ออนไลน์ มันเกิดตลอดเวลา มันไม่เลือกวัน เวลา สถานที่หรอกครับท่านประธาน อาชญากรรมและผู้ที่กระทำความผิด พวกนี้มันไม่เลือกเวลากระทำความผิดหรอกครับ พูดง่าย ๆ เว็บการพนันฟุตบอลออนไลน์ มีที่ไหนล่ะเขาจะเปิดแทงกันกลางวัน ฟุตบอลยุโรปมันตรงกับเวลากลางคืนของประเทศไทย ครับท่านประธาน เขาไปแทงช่วงเวลาบอลเตะครับท่าน เจ้าของเว็บไซต์ก็มีการโอนเงิน ยักย้ายถ่ายเทไปบัญชีม้าต่าง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้ทำในช่วงกลางคืนทั้งนั้น มันก็ทำเวลาเตะบอล มันโอนเงินโอนทองในเวลานั้นทั้งนั้น แล้วแบบนี้ท่านจะสามารถจัดการเว็บไซต์พนันออนไลน์ ได้อย่างไร ท่านครับเรื่องร้องเรียนและเบาะแสในวันและเวลาราชการนั้นนี่ละที่ผมมีความ ข้องใจที่อยากจะขอแนะนำท่าน ท่านจะเข้าเวรเข้ายามหาเงินหาทองเพื่อที่จะไปจ้างบุคลากร เพิ่มเติม เพื่อที่จะให้มันทันเหตุการณ์ นี่เป็นการยกตัวอย่างของผมคือปัญหาการฉ้อโกงของ พี่น้องประชาชน ทุจริตต่อหน้าที่ ปัญหาการปลอมละเมิดลิขสิทธิ์ ปัญหาการรับของโจร ปัญหานี้เกี่ยวกับการฟอกเงินทั้งนั้นละครับท่านประธาน อย่างกรณีเมื่อเช้านี้ผมประชุม คณะกรรมาธิการแรงงานก็มีการร้องเรียนมาที่เกี่ยวข้องกับบริษัทจัดหางานที่โกงแรงงาน ท่านก็สามารถไปดูไปตรวจสอบได้ว่าบริษัทนี้ บูรณาการกับกระทรวงแรงงานสักหน่อย กรมจัดหางาน ท่านก็สามารถว่าพวกนี้มันร่ำรวยผิดปกติโดยหยาดเหงื่อแรงงานของแรงงาน น้ำตาตกครับ เขามาร้องเรียน ๒ บริษัท ถูกต้มไปเยอรมัน แล้วก็ถูกหลอกไปทำงานเกาหลี เอาเงินเขาสด ๆ ร้อน ๆ ครับ กรรมาธิการแรงงานก็เพิ่งแก้ไป ก็ไปตรวจสอบดูสิว่ามันร่ำรวย ผิดปกติไหมที่มันโกงจากหยาดเหงื่อแรงงานของพี่น้องประชาชน🔗
แล้วต่อมาอีกประเด็นนะครับ ตารางที่รับร้องเรียนนี่อยู่ในนี้ละครับที่ผมดู วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ ถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ ท่านบอกว่าได้รับการร้องเรียน ๑,๗๗๙ เรื่อง ท่านประธานดูในตารางนะครับ ท่านได้มีสายด่วนเข้ามานี่แค่ ๒ เรื่องผมวงเล็บไว้นะ ๒ เรื่อง ใช่ครับผมพูดไม่ผิด ๒ เรื่อง ท่านได้รับเรื่องผ่าน ๑๗๑๐ เพียงแค่ ๒ เรื่องเท่านั้นเอง แล้วดู ปี ๒๕๖๖ หนักกว่าปี ๒๕๖๕ อีกนะครับ ท่านมีร้องแค่เรื่องเดียวครับท่าน แสดงว่ามันไม่มี ใครรับ ผมเคยโทรศัพท์ไปแต่ไม่เคยโทรไป ปปง. มันจะมีเสียงอะไร ตู๊ด ๆ เหมือนสายไม่ว่าง นั้นละครับ มันเหมือนกันหรือเปล่ากับสายด่วนอื่น ๆ สถานการณ์เกี่ยวกับอาชญากรรม ทุกวันนี้มีให้เห็นทุกวี่ทุกวันครับ บัญชีม้าต่าง ๆ เยอะแยะไปหมด แต่ทาง ปปง. บอกว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนเพียง ๑ เรื่อง ดังนั้นกระผมอยากจะให้ทาง ปปง. ได้มีการตรวจสอบ เปิดช่องทาง ๑๗๑๐ ที่ไม่ได้ผลมันเพราะอะไร และท่านจะสามารถเปิดได้ในเวลาราชการ นอกราชการอะไรหรือไม่ กระผมเพียงสงสัยเท่านั้นล่ะครับ และพี่น้องประชาชนไม่สามารถ ที่จะติดต่อท่านได้ ท่านอย่าลืมว่าอาชญากรต่าง ๆ มันกระทำผิด หลอกลวงฉ้อโกง เปลี่ยนแปลงอะไรต่าง ๆ แค่มันต้องการเงิน มันหลอกลวง Call Center เยอะแยะที่เราก็ เห็น ๆ กันอยู่ เดี๋ยวนี้แม้กระทั่งเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด ผมอยากจะขอกราบเรียนท่านครับ เมื่อ ๒ วันก่อน เอาวันที่ ๕ มีนาคมที่ผ่านมานั้น ผู้บังคับการจังหวัดอุดรธานี ท่านพลตำรวจตรี สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช ผู้บังคับการ ตลอดจนผู้กำกับการอำเภอเมืองและรองผู้บังคับการ ตลอดทั้งหมดสามารถจับยาบ้าได้ ๑,๓๐๐,๐๐๐ เม็ด แล้วก่อนหน้านั้นอีก ๘๐๐,๐๐๐ เม็ด แล้วก่อนหน้านั้นก็สามารถจับเรื่อง Call Center หลอกลวงพี่น้องประชาชนได้เงินกลับคืน พี่น้องล้านบาท แล้วก็จากวันที่ ๕ และวันที่ ๑๗ ที่ผ่านมานั้นก็สามารถจับยาไอซ์ มันจะไป ทางอากาศครับ ท่านผู้บังคับการนี้ละ ชื่อสุวรรณ์นี้ละผมต้องชื่นชม และสามารถร่วมกับ เจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานอุดรธานี สามารถจับยาไอซ์ได้ ๕๔ กิโลกรัม มันไปทางอากาศ แล้วครับ แล้วสามารถจับยาประมาณสัก ๕๔ ล้าน และเมื่อวันที่ ๑๘ ต่อมาอีกสามารถจับ ยาบ้าได้อีก ทางผู้บัญชาการภูธรภาค ๔ ร่วมกับผู้บังคับการตำรวจภูธรอยู่สายสืบอุดรนี่ละ รู้ว่ามันจะข้ามโขงมาก็ไปจับได้ที่อำเภอสระใคร จังหวัดหนองคาย จำนวน ๓,๔๐๐,๐๐๐ เม็ด เป็นเงินจำนวนที่เป็นมูลค่ายาบ้านี่ ๑๐๒,๓๐๐,๐๐๐ บาท พวกนี้ท่านต้องบูรณาการร่วมกัน ว่าพวกนี้มันไปอย่างไร ถ้ามันจับได้ที่อุดรธานี ถ้ามันผ่านไปถ้าเราไม่จับได้ไปโคราชหรือ ถึงขอนแก่นไม่เป็นบ้าหมดทั้งขอนแก่นหรือครับ ถ้าเราจับไม่ได้มาถึงกรุงเทพฯ อีก อีกหน่อย มันก็จะเป็นบ้าทั้งประเทศแล้ว ณ เวลานี้ผมต้องพูดแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นต้องเอาตัวตน ต้องยึดทรัพย์พวกนี้ มึงอยู่เฉย ๆ มึงร่ำรวยมาขนาดนี้เลยหรือ ต้องบูรณาการกับทาง ปปส. ต้องทุกอย่างทาง ปปง. ต้องเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้ตามนโยบายของรัฐบาลโดย ฯพณฯ แพทองธาร ชินวัตร ที่เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำลังจะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจนี่ละ ผลงาน ก็ออกมาเยอะแยะ จับบุหรี่ไฟฟ้าก็ตรวจสอบว่ามึงร่ำรวยเพราะบุหรี่ไฟฟ้ามึงเอาอย่างไร ที่มีผลงานอยู่นี้ ปปง. ต้องเข้าไปช่วยด้วย ต้องยึดทรัพย์ให้หมด ของเถื่อนต้องเอาให้มัน ราบคาบ ผมให้กำลังใจกับท่านรองเลขาธิการและคณะที่มาในวันนี้ และให้กำลังใจที่ท่าน จะต้องนำไปปฏิบัติในการที่จะเอาให้ได้ ไม่ใช่ความผิดเบื้องต้นแล้วมันสาวลึกไม่ได้ พอถึง สาวลึกไปเจอตอโน่น นี่ นั่น ท่านอย่ากลัวครับ เพราะฉะนั้นท่านจะต้องเดินไปตราบใด ที่รัฐบาลชุดนี้ยังเอาจริงเอาจังเป็นวาระแห่งชาติในการปราบปรามยาเสพติดอะไรพวกนี้แล้ว ก็ขอให้พวกท่านจงดำเนิน เพียงฝากครับ มันต้องหลายหน่วยงาน แต่มาตรงนี้แล้วมันก็อดไม่ได้ ที่จะพูดเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ให้ท่านได้รับทราบเช่นเดียวกัน เพราะกลัวท่านจะเหงาครับ พูดแค่ไม่กี่คน ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปท่านนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ และต่อด้วยท่านอดิศร เพียงเกษ ครับ เชิญท่านนนท์ ก่อนครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน วันนี้ก็ขอร่วมอภิปรายรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ก่อนอื่นผมอาจจะต้องขอชื่นชม การทำงานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ในการดำเนินการ อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ซึ่งเป็นภารกิจที่ให้ความสำคัญต่อความมั่นคงทาง เศรษฐกิจ แล้วก็ความโปร่งใสในประเทศของเรา ต้องยอมรับว่า ปปง. ได้มีความก้าวหน้า อย่างมากในช่วงที่ผ่านมา โดยสามารถดำเนินการอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ได้หลายกรณีสำคัญ ซึ่งรวมถึงการดำเนินการตรวจสอบโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินของกลุ่มทุนต่างชาติ การทำงานที่เข้มแข็งของ ปปง. ทำให้เกิดการป้องกันไม่ให้ประเทศของเรานั้นกลายเป็นศูนย์กลางของการฟอกเงินในภูมิอาเซียน ผมต้องบอกว่า ปปง. นั้นได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งแล้วก็มีบทบาทสำคัญในการติดตาม และตรวจสอบธุรกรรมการเงินที่ต้องสงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของโครงการหรูริมน้ำ เจ้าพระยาในย่านสนามบินน้ำที่อยู่ในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งปัจจุบันก็ถูกอายัดทรัพย์สินหลังจาก มีการพบว่ามีความข้องเกี่ยวกับธุรกิจสีเทา แล้วก็มีแหล่งเงินทุนที่ได้มาจากการหลอกลวง พี่น้องประชาชนได้มาลงทุนในโครงการแห่งนี้ แต่อย่างไรก็ดีผมก็มีคำถามที่เกี่ยวกับมาตรฐาน ความแตกต่างในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวข้องกับเรื่องของอสังหาริมทรัพย์ มาตรฐาน ที่แตกต่างในการดำเนินงานและอายัดระงับโครงการอสังหาริมทรัพย์ ผมขอเทียบตัวอย่าง ระหว่างโครงการคอนโดแดน ลิฟวิ่ง และโครงการหรูริมน้ำเจ้าพระยา โดยการตั้งคำถามว่า เหตุใดโครงการแดน ลิฟวิ่ง จึงถูกสั่งระงับการก่อสร้างทันที โดยขณะที่โครงการหรูริมน้ำ เจ้าพระยายังคงดำเนินการสร้างต่อไปได้ แม้จะมีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์สิน ท่านได้ใช้เกณฑ์ ได้ใช้การพิจารณาว่าจะระงับหรืออนุญาตดำเนินการก่อสร้างต่อคืออะไร อยากสอบถาม เหมือนกันว่าทาง ปปง. ได้มีการใช้ดุลยพินิจอย่างไรในการตัดสินใจเกี่ยวกับมาตรฐาน การอายัด แล้วก็การควบคุมการดำเนินการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่แบบนี้ อยาก ให้ทาง ปปง. ได้ชี้แจงแล้วก็ตอบคำถามเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่เขาติดตามทั้งหมด ๒ ประเด็นนี้ได้ตั้งข้อสงสัย แล้วก็จะได้หายสงสัยนะครับ จากพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๑๒ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ ปปง.ก็คือมีอำนาจ ในการอายัดทรัพย์สินและอาจเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางการเงิน แต่มีคำถามก็คือ การบังคับใช้กฎหมายนี้มันบังคับใช้กฎหมายตัวเดียวกันหรือไม่แต่ละโครงการนะครับ🔗
ประเด็นต่อมา ก็เป็นประเด็นที่มีการติดตามทางหน้าสื่อ ครั้งล่าสุดที่อยู่ใน จังหวัดนนทบุรีเหมือนกัน ก็คือเรื่องของกรณีเผาเงิน ๑๐ ล้านบาท แล้วก็มีความเชื่อมโยงว่า อาจจะเชื่อมโยงไปสู่ธุรกิจ เพราะว่าปัจจุบันเห็นว่ามีเครือข่ายบัญชี มีกลุ่มคนที่รับงานในการ เดินไปเบิกถอนตามที่ต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันจากเหตุการณ์นี้ก็มีพี่น้องประชาชนได้ติดตาม แล้วก็ ฝากคำถามมาถึงผมมากว่าเหตุการณ์ในการเผาเงินมูลค่า ๑๐ ล้านบาท ซึ่งผู้ต้องสงสัย ปัจจุบันนี้ได้หลบหนีออกไปยังประเทศกัมพูชาแล้วที่ได้ติดตามข่าว กรณีนี้ก็ได้สร้างความ ตื่นตัวให้กับพี่น้อง แล้วก็ให้กับสังคมอย่างมาก เนื่องจากจำนวนเงินดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับ เว็บพนันออนไลน์ หรือเครือข่ายธุรกิจสีเทาขนาดใหญ่ที่ใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการ ฟอกเงิน อยากสอบถามความคืบหน้าว่าทาง ปปง. ได้ดำเนินการสืบสวนเชิงลึกเกี่ยวกับ แหล่งที่มาของเงินจำนวนนี้แล้วหรือยัง เพราะว่าปัจจุบันยังไม่ได้เห็นทาง ปปง. ได้มา Take action หรือว่ามาให้ข่าวตรงนี้เลยนะครับ ๒. ทางหน่วยงานรัฐสามารถตรวจสอบได้หรือไม่ ว่าเงินจำนวนนี้มาจากกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมายใด แล้วจะมีการเชื่อมโยงกับเว็บพนันออนไลน์ หรือเครือข่ายออนไลน์อื่น ๆ หรือไม่ ๓. ก็คือมีการติดตามเส้นทางการเงินของผู้ต้องสงสัย หรือไม่ว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือนิติบุคคลใดในประเทศไทยนะครับ🔗
ประเด็นต่อไป ประเด็นที่ผมอยากจะฝากทาง ปปง. นิดหนึ่ง ก็คือเรื่องของ การติดตามบัญชีทางการเงินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนะครับ ตามพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๑๒ กำหนดให้ต้องมีการติดตามและตรวจสอบ ความเคลื่อนไหวทางบัญชีของบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อป้องกันการทุจริตและฟอกเงิน แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่าการติดตามบัญชีของ นักการเมืองดำเนินผ่านเพียงประกาศของเลขาธิการ ปปง. แทนที่จะใช้เป็นกฎหมายหรือ ข้อบังคับโดยตรง เนื่องจากการทุจริตมันก็เป็นภัยคุกคามต่อประเทศแล้วก็เพื่อป้องกัน และเป็นกลไกสำคัญที่จะต้องนำมาตรวจสอบบุคคลที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อลด โอกาสในการใช้ตำแหน่งแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ อย่างไรก็ดีการกำกับดูแลของ สำนักงาน ปปง. ก็ยังขาดความเข้มงวด ไม่ได้ออกมาตรการที่เป็นรูปธรรมให้สถาบันการเงิน ต้องตรวจสอบธุรกรรมของบุคคลที่มีสถานะทางการเมืองโดยเฉพาะในประเทศไทยซึ่งยัง ไม่มีเลย ส่งผลให้เกิดช่องโหว่ที่เอื้อให้การทุจริตดำเนินไปได้โดยง่าย ปัจจุบันรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลสำนักงาน ปปง. ก็ควรดำเนินการให้หน่วยงาน ปปง. นั้นออกกฎเกณฑ์ ที่เข้มงวด แต่ระยะเวลาที่ผ่านมากลับไม่มีการดำเนินงานที่จริงจัง เนื่องจากตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ เป็นต้นมา หน่วยงานนี้เคยกำหนดให้มีการตรวจสอบธุรกรรมของบุคคลที่มีสถานะทาง การเมือง ปรากฏว่าถูกยกเลิกไปและไม่มีการออกประกาศใหม่เลย ทำให้กระบวนการ ตรวจสอบดังกล่าวขาดหายไป แล้วส่งผลให้บุคคลในรัฐบาลโดยเฉพาะรัฐบาลนี้ สถาบัน การเงินก็ไม่สามารถมีเครื่องไม้เครื่องมือในการตรวจสอบทุจริต ปัจจุบันดัชนีการทุจริต ของไทยก็พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงต่อการขาดมาตรการตรวจสอบ ที่เข้มงวด การปล่อยปละละเลยนี้จะส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุน ประชาชน ต่อระบบ การเงินของประเทศไทยลดลง ขณะเดียวกันประเทศไทยก็ต้องเผชิญกับความเสี่ยงสูงที่อาจ ถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีมาตรฐานป้องกันการฟอกเงินที่ต่ำ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยรวม ต่อเศรษฐกิจ ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วนก็ฝากหน่วยงาน ปปง. ช่วยออกประกาศ ที่เกี่ยวกับการตรวจสอบธุรกรรมของบุคคลที่มีสถานะทางการเมือง กำหนดให้สถาบัน การเงินมีมาตรฐานบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม และปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับ มาตรฐานสากล หากการดำเนินการที่ไม่เหมาะสมของสำนักงาน ปปง. แล้วทำให้เกิดช่องโหว่ หรือเอื้อต่อการทุจริต และไม่มีการแก้ไขโดยเร็ว ประเทศจะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จึงต้องขออนุญาตความร่วมมือและการผลักดันให้ปฏิรูปกฎหมาย มาตรการแล้วก็การกำกับ ดูแลเข้มงวดเพื่อป้องกันการฟอกเงินในบ้านเรานะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปท่านอดิศร เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัด ขอนแก่น วันนี้เราพิจารณารายงานประจำปีของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ปปง. แม้จะเป็นปี ๒๕๖๖ ซึ่งไม่ทันสมัยนัก หลายหน่วยงานครับผมเคยพูด ณ ตรงนี้ เสนอ รายงานดังกล่าวเกี่ยวข้องกับงานของตนเองเป็นงานที่ล้าสมัย ปีนี้ ๒๕๖๘ อย่างน้อยเสนอ ปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ มันถึงจะได้เป็นปัจจุบัน แต่ผมไม่ได้ว่าท่านทั้งหลายนะครับ อาจจะมี ขั้นตอนที่จะต้องไปปรึกษาหารือกับใคร คืออยากให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมายในการที่จะมา รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตามกรอบเวลาซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ จึงขอฝาก ไปหาหน่วยงานอื่น ๆ ด้วย ท่านประธานครับ ปปง. วันนี้มาก็ดีแล้ว ผมอาจจะถามเหตุการณ์ ในปัจจุบันได้นะครับ เพราะสิ่งที่คาใจและผมสนใจมากที่สุด สำนักงาน ปปง. แต่ก่อนคน ไม่รู้จัก กลัวพวกท่านได้ยินข่าวว่า ปปง. ไปบ้านนี่ฉี่ราดเลยนะครับ กินไม่ได้นอนไม่หลับเลย แต่ว่าข่าวที่สังคมกำลังให้ความสนใจ คือท่านกำลังทำหน้าที่ที่จะพิจารณาตามฐานความผิด ของกฎหมายฟอกเงินใน (๒๓) คือความผิดเกี่ยวกับการกระทำเพื่อจูงใจให้ผู้อื่นสมัครเข้ารับ เลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือถอนการสมัคร หรือกระทำการใด ๆ อันไม่ชอบด้วย กฎหมายให้ผู้นั้นหมดสิทธิที่จะเลือกหรือได้รับเลือก หรือเพื่อจูงใจให้ผู้สมัคร หรือผู้มีสิทธิ เลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใดตามมาตรา ๗๗ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นที่ทราบทั่วไปว่าคณะกรรมการ ปปง. ได้มีมติเป็นที่เรียบร้อยว่าให้รับเรื่องฮั้ว ซึ่งชาวบ้าน เข้าใจว่าการเลือกตั้ง สว. ครั้งนี้มาอยู่ในการดูแลของ ปปง. ทุกคนงงครับ ท่านมาได้อย่างไร พออ่านกฎหมายที่ผมอ่านไปเมื่อสักครู่นี้ท่านมีอำนาจร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะวุฒิสภาชุดนี้ แน่นอนที่สุดครับที่มาไม่เหมือนเมื่อปี ๒๕๔๐ ให้ประชาชนเลือกโดยตรง นั่นคือปี ๒๕๔๐ อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย แต่รัฐธรรมนูญในปัจจุบันปี ๒๕๖๐ ออกแบบ เสียสวยหรูว่าประชาชนไม่ต้องมายุ่งกับวุฒิสภา เลยออกแบบเป็นสาขาอาชีพ สาขาอาชีพ ๒๐ สาขา ให้ผู้สมัครเสียเงิน ๒,๕๐๐ บาท เพื่อจะคัดสรรเลือกกันเอง ในที่สุดเหตุการณ์ ก็ปรากฏชัดเจนว่าจับการฮั้วกันได้ มีการจัดตั้ง ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด และมาสู่ส่วนกลาง จนได้รับเลือกเป็น สว. กกต. คณะกรรมการการเลือกตั้งก็ให้การรับรองไปเรียบร้อยแล้ว ดังที่ท่านทั้งหลายทราบ ท่านครับอำนาจวุฒิสภาคือสภาสูง กลั่นกรอง เป็นที่ปรึกษาของ สภาผู้แทนราษฎร มีอำนาจในการที่จะจัดสรรเลือกผู้ไปทำงานในองค์กรอิสระ วัน ๒ วันนี้ ผมพูดเหตุการณ์ปัจจุบัน ตกใจไหมครับท่านผู้มาชี้แจง ปปง. หรือประชาชนที่ฟังผมอภิปรายอยู่ ตกใจไหมครับ สว. ชุดนี้ไม่รับคะแนนที่จะโหวตให้แก่คนที่จะไปทำหน้าที่ตุลาการศาล รัฐธรรมนูญ ๒ ท่าน ท่านหนึ่งเป็นผู้หญิง เป็นผู้เชี่ยวชาญ เป็นเบอร์ ๑ ของประเทศเกี่ยวกับ ทางรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกท่านหนึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทูต เป็นอดีต อธิบดีกรมการกงสุลและอดีตทูตหลายประเทศ ๒ คนตกม้าตายครับ เหตุเพราะอะไร ผมอยากให้ทาง ปปง. เมื่อรับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษแล้วได้ทำการสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้ ให้ทันท่วงที ถ้าช้าผลปรากฏอย่างนี้แล้ว ผมถามว่าในอนาคตใครจะมาสมัครเป็นตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ เขาไม่เสี่ยงหรอกครับ หรือคนที่จะมาสมัครตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในอนาคตถ้าได้รับเลือกก็บอกว่าอ้าวคุณสีอะไรล่ะ ความเชื่อถือในองค์กรที่เกี่ยวข้องฝากไว้ กับท่านนะครับ เดี๋ยวนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและพวกก็ถูกร้องเรียนจาก สว. เอากันไปเอากันมาเป็นเวทีลิเกหรืออย่างไร วันนี้จึงอยากถามความคืบหน้าครับ ท่านรับไว้ เฉย ๆ หรือว่าท่านจะเอาจริง ถ้าท่านทำได้ผมว่ามีหลายคนในสภาแห่งนี้จะให้รางวัลท่าน เพื่อจะไปลดอำนาจ กกต. ลงมา แล้วอำนาจทำการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับการฮั้วเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภาดังกล่าวเอาไปให้ท่าน ปปง. ทำ เพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยของเรางดงาม เป็นอิสระ ถ่วงดุลซึ่งกันและกัน วันนี้แม้จะเป็นปี ๒๕๖๘ รายงานนี้ปี ๒๕๖๖ ท่านมาในนาม รองเลขาธิการมาแทนเลขาธิการ ไม่ทราบว่าท่านจะตอบให้พวกเราได้มีความสบายใจ ในเบื้องต้นได้หรือเปล่าว่าท่านจะสอบเรื่องฮั้ว สว. นี้เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของท่าน ทุกคนรอฟังว่าอำนาจนิติบัญญัติ ๒ สภา โดยเฉพาะสภาสูงจะเดินทางไปสู่จุดไหน คนที่เป็น สว. ที่มาโดยสุจริตเขาจะยืนอยู่ตรงไหน คนไม่สุจริตออกไป มาศาลต้องมาด้วยมือสะอาด เราเรียนหลักกฎหมายเบื้องต้นครับ เป็น สว. ก็ต้องมาจากมือสะอาด ไม่ใช่มาจากการฮั้วกัน ตามที่เป็นข่าว จึงขอมอบชะตากรรมระบอบประชาธิปไตยให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ ยุติธรรม เรื่องฟอกเงิน เรื่องฮั้ว สว. ไว้แก่หน้าที่ของท่าน ปปง. ถ้าท่านทำได้มารับรางวัลจาก สส. ทุกคนอยู่ตรงนี้ครับ มารับรางวัลจากท่านประธานจากอ่างทองของผม หรือประธาน วันมูหะมัดนอร์ มะทา เพื่อจะทำโล่ว่าท่านรักษาระบอบประชาธิปไตย รักษาการเลือกตั้ง ของสมาชิกวุฒิสภาได้แบบบริสุทธิ์ยุติธรรม แม้จะไม่เกี่ยวกับรายงานของท่าน แต่ท่านมาสู่ ในวงจรของสภาผู้แทน ผมจึงอาศัยโอกาสนี้ทวงถามและเรียนถามท่านว่าท่านทำจริง หรือเปล่าเรื่องฮั้ว สว. หรือทำเป็นข่าวเฉย ๆ แล้วจะลงเอยอย่างไร ให้ระยะเวลาปรากฏ ให้แก่พี่น้องประชาชนได้ทราบไหม เพราะเขาทนไม่ไหวว่าเดี๋ยวองค์กรอิสระองค์กรอื่นก็จะ เข้าสู่การพิจารณาของ สว. แล้วก็ตีร่วง ถ้าไม่ใช่พวกเขาก็จะร่วง ร่วง ร่วง แล้วองค์กรอิสระที่ มีอยู่ปัจจุบันนี้จะเดินไปสู่ประสิทธิ์ประสาทความยุติธรรมให้แก่สังคมอย่างไร จึงขอถามเรื่อง เล็ก ๆ เรื่องเบา ๆ ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป ๒ ท่านนะครับ จะเป็นท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ และต่อด้วยท่านอรัญ พันธุมจินดา เชิญท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ ก่อนครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทน ราษฎรที่เคารพ กระผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคกล้าธรรมครับ ต้องขออนุญาตอภิปรายรับทราบรายงานของสำนักงาน ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ในส่วนของผมนั้นขอตั้งเป็นข้อสังเกตและ ข้อเสนอแนะ เพราะระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาในอำเภอสัตหีบของผมซึ่งเป็นพื้นที่ของ กองทัพเรือ ซึ่งมีข้าราชการบำนาญข้าราชการกองทัพเรือหลายท่านที่โดน Call Center หลอกเงินไปหลายสิบท่านที่ร้องเรียนผมมา เป็นจำนวนเงินผมคิดว่าไม่ต่ำกว่าหลายสิบ ล้านบาท ขณะนี้ยังไม่มีใครได้เงินคืน เพราะอะไรครับท่านประธาน ผมถามจริง ๆ ครับ ท่านประธาน ผมอ่านสั้น ๆ ในหนังสือเล่มนี้ อย่างเช่นในเรื่องโครงการสายลับของท่านตั้งแต่ ปี ๒๕๔๖-๒๕๖๖ ท่านมีสายลับ ปปง. อยู่ ๗๕,๔๖๙ ราย แต่ปัจจุบันท่านลองดูในหนังสือ ปี ๒๕๖๔ เหลือ ๒๕ ราย สายลับเหลือ ๒๕ ราย ปี ๒๕๖๕ สายลับเหลือ ๒๓ ราย ปี ๒๕๖๖ สายลับเหลือ ๒๐ ราย ตรงนี้ผมอ่านเพียงสั้น ๆ นะครับท่านประธาน ไม่ทราบว่ามันเกิด เหตุการณ์อันใด หรือท่านปฏิบัติหน้าที่โดยตรงอยู่แล้ว ทีนี้คำว่า สายลับ อีกเรื่องหนึ่งที่ผม ได้ให้ความสำคัญท่านประธานครับ การส่งเสริมและประสานความร่วมมือกับพี่น้อง ประชาชนในเรื่องของการฟอกเงิน ผมเชื่ออยู่อย่างหนึ่งครับท่านประธาน เชื่ออย่างหนึ่งว่า เวลาท่านไปประสานงานให้ความรู้กฎหมายแก่พี่น้องประชาชน เป็นประชาชนครับ เป็นองค์กรของหน่วยงานของรัฐครับ แต่ผมเชื่ออย่างหนึ่งที่ท่านอาจจะลืมไป คือสถาบันการศึกษา ท่านประธานครับ การพนันนี้โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาก็เริ่มเล่น การพนันกันแล้ว เตรียมอุดมศึกษานี่ไม่ต้องพูดถึง อุดมศึกษานี่ไม่ต้องพูดถึง ท่านเข้าถึงการ ให้ความรู้เกี่ยวกับการฟอกเงินแล้วหรือยัง ผมเชื่อเลยถ้าท่านลงพื้นที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการ ฟอกเงินของสถาบันการศึกษาตั้งแต่มัธยมจนถึงระดับมหาวิทยาลัยและอาชีวศึกษา ท่านได้ สายลับจากเยาวชนของประเทศไทยแน่นอนครับ อันนี้คือสิ่งที่ผมจะแนะนำท่านประธาน ผ่านไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ครับ🔗
ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องสำคัญผมพูดไม่เยอะ อย่างที่อำเภอ สัตหีบมีผู้เดือดร้อนจาก Call Center เงินบำนาญเก็บมา ๒ ล้านบาทล่าสุด ท่านทำหน้าที่ เป็นณาปนสถาน ๒ ล้านบาท โทรกริ๊งเดียวเงินหายพริบตา เมื่อไรจะได้ ผมดูจากการอายัด ทรัพย์สินที่ผ่านมา ปี ๒๕๖๔-๒๕๖๖ อายัดทรัพย์สินไปแล้ว ๙.๓ พันล้านบาท มีการคุ้มครอง สิทธิของผู้เสียหายอีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วมีการลงมติเห็นชอบให้พนักงานอัยการพิจารณา ยื่นฟ้องต่อศาลอีก ๖.๙ พันล้านบาท คำถามมีอยู่ว่า การดำเนินงานของ ปปง. ผมก็ไม่ทราบ ว่าดำเนินการอย่างไร แต่สิ่งที่ผมอยากให้เกิดขึ้นก็คือพี่น้องประชาชนที่เสียหายจากการ กระทำของผู้กระทำผิดคือปลายทางครับ ผู้กระทำผิดเขาเอาเงินไปแล้วนี่เราจะได้เงินคืน แล้วพี่น้องประชาชนจะได้เงินคืนเมื่อไร อย่างไร เงินหลักพันล้าน หมื่นล้านเหล่านี้ครับ นี่คือสิ่งที่ฝากท่านประธานไปยังคณะ ปปง. ด้วยว่า ท่านจะเร่งรัดคดีแล้วผู้เสียหายได้รับเงิน คืนเมื่อไร อันนี้คือสิ่งที่ผมฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะสำนักงานป้องกันปราบปราม การฟอกเงินด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะเด็กและเยาวชนจากสภาองค์กรเยาวชนสร้างสรรค์ พัฒนาสังคม อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ ต่อไปเป็น ท่านอรัญ พันธุมจินดา เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม อรัญ พันธุมจินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา เมื่อสักครู่ทางท่านผู้ชี้แจงได้พูดถึงรายงานของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการฟอกเงิน ประจำปี ๒๕๖๖ ในเอกสารฉบับนี้หน้า ๒๔๘-๒๕๒ ได้กล่าวถึง ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงาน ซึ่งอาจจะเป็นข้อมูลในปี ๒๕๖๖ ซึ่งผ่านมาประมาณ ๒ ปีนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ที่อยากจะสอบถามก็คือว่า ปัญหาเหล่านั้น ข้อเท็จจริงเหล่านั้น ได้มีการปรับปรุงแก้ไขไปแล้วแค่ไหน ปัจจุบันยังเหลือปัญหาอะไรที่ต้องการการแก้ไข ต้องการการสนับสนุนจากทางสภา เพื่อที่จะได้ไปดำเนินการปรับปรุงให้การทำงานของ สำนักงาน ปปง. มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรค ในการทำงาน จำนวนบุคลากรที่ไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ อันนี้ เป็นคำถามที่ ๑🔗
ส่วนคำถามที่ ๒ ในปี ๒๕๖๖ จนถึงปัจจุบันได้มีการดำเนินการอย่างไร เกี่ยวกับการป้องกันการฟอกเงินที่มีการหลอกลวงประชาชนอยู่มาโดยตลอด ในการผ่าน ระบบการใช้บัญชีม้า ซึ่งเราจะเห็นกันเสมอว่าภายหลังจากที่มีการถูกหลอกแล้วความเสียหาย เกิดขึ้นจำนวนเท่าไร การดำเนินการติดตามเอาเงินจำนวนนั้นมาคืนให้กับประชาชนผู้ได้รับ ความเสียหายน้อยนัก แผนการดำเนินงานของสำนักงาน ปปง. เองได้มีการพิจารณา ได้มีการ วางแผนในการดำเนินการเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ขอบพระคุณครับท่าน🔗
ท่านสุดท้าย ท่านวิทยา แก้วภราดัย เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิทยา แก้วภราดัย นะครับ การรับทราบรายงานของการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่าง ๆ เป็นเรื่องปกติที่สภาเราก็มีหน้าที่รับทราบครับ แต่นอกจากรับทราบอย่างเดียวผมคิดว่าสิ่งที่ เราควรทำก็คือได้มีโอกาสสนทนาธรรมกับหน่วยงาน จะได้รู้และเข้าใจภารกิจแล้วก็บางสิ่ง บางอย่างในฐานะที่สภาเป็นคนที่ต่อเนื่องกับภาคประชาชน จะได้สะท้อนบางสิ่งบางอย่าง ไปยังหน่วยงานที่มารายงานต่อสภา เพื่อที่ท่านจะได้ปรับปรุงแล้วก็พัฒนาหน่วยงานให้เป็นที่ ยอมรับและเป็นที่เชิดหน้าชูตาให้กับประชาชน ผมดูภารกิจของหน่วยงาน ปปง. แล้วก็ ผลงานที่ทำนี้ก็เรียนได้เลยว่าภูมิใจกับการปฏิบัติงาน หัวใจหลักก็คือการปราบปราม การฟอกเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยึดอายัดเงินได้นี่ผมคิดว่าเลี้ยงหน่วยงานสบาย ๆ เลย แล้วก็คุ้มค่าในการที่จะลงทุน เพราะเราติดตามได้จากพวกที่กระทำผิดกฎหมาย ตามมูลฐาน ว่าด้วยความผิดฐานฟอกเงินได้เยอะมากครับ เยอะกว่าหลาย ๆ กรมที่ปฏิบัติหน้าที่ในการที่ หารายได้ให้แผ่นดิน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเมื่อมาไล่ดูว่ามูลฐานความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเราได้เพิ่มเติมมาเรื่อย ๆ จนเดี๋ยวนี้ผมเข้าใจว่าฟังจาก เพื่อนสมาชิกผมเมื่อสักครู่ที่อภิปรายไปก่อน ขออนุญาตได้เอ่ยนามไม่เสียหายนะครับ ท่านอดิศร เพียงเกษ วันนี้มูลฐานความผิดเกี่ยวกับกฎหมายการฟอกเงินเราไป ๒๘ มูลฐาน ความผิดแล้ว แต่มูลฐานความผิดเริ่มต้นที่พุ่งไปหนักก็คือความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ผมก็หารือผ่านท่านไปนิดหนึ่งนะครับ ผมอยากทราบว่าป้องกันปราบปรามการฟอกเงินนี้ เป็นหน่วยงานเดียวหรือเปล่าที่จะตามยึดอายัดทรัพย์เงินที่เกี่ยวกับยาเสพติด เงินที่ได้จาก การประพฤติกฎหมายยาเสพติด เพราะผมมีเรื่องหนึ่งที่ผมตามอยู่ ก็คือเรื่องการจับยาไอซ์ วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ก่อนวันเลือกตั้งวันเดียวครับ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ไปบุกจับยาไอซ์ ได้ที่อำเภอท่าศาลา นครศรีธรรมราช ได้มาทั้งหมด ๑,๒๐๐ กว่ากิโลกรัม อยู่ในเรือนะครับ เดี๋ยวเรือผมคิดว่าท่านจะรู้ดีกว่าผมว่าเป็นเรือสัญชาติใด ใครเป็นเจ้าของ แต่จนถึงวันนี้ ผมและประชาชนไม่รู้ว่าเรือที่ยึดไปได้พร้อมกับยาไอซ์ ๑,๒๐๐ กิโลกรัมนั้น เรือนั้นเป็นเรือ ของใคร เดี๋ยวนี้ที่ฝากไว้มันหายไปไหน ขายไปแล้วหรือยัง หรือเจ้าของเก่าเขามาเอา กลับไป🔗
ประเด็นที่ ๒ ผมเคยเรียนถามในสภานี้ผ่านรองเลขาธิการ ป.ป.ส. ไป แล้วก็ ขอรบกวนท่านว่าช่วยตอบมาเป็นเอกสารด้วย ท่านก็กรุณาตอบมาเป็นเอกสาร ส่งมาถึง ท่านประธานสภาครับ ส่วนหนึ่งที่สมาชิกในสภาสอบถามท่านก็ตอบมาทีละเรื่อง ๆ เรื่องที่ผม สอบถามไปเรื่องยาไอซ์ที่จับที่ท่าศาลา นครศรีธรรมราช ไปถึงไหนแล้ว ท่านก็ตอบมาครับ ที่ผมจะเรียนถามผ่านท่านไปก็คือเขาตอบมาว่า เขาขยายผลแล้ว ติดตามได้กระบวนการ ในการผ่านเงินและยึดเงินมาได้แล้วประมาณ ๑๐๐ กว่าล้าน ผ่านคน ๕ คน ให้รายชื่อผมมา ทั้งหมด ๕ คน ขออนุญาตที่ไม่เอ่ยนามตรงนี้ ท่านประธานสภาก็ได้รับไว้แล้ว ผมก็ได้รับครับ แต่ไม่ได้ตอบผมว่าที่จับผู้ต้องหาคาที่เกิดเหตุ ๙ คน ดำเนินคดีที่ไหน ๕ คนที่ไปจับฟอกเงิน มาได้คดีอยู่ที่ไหน ผมจะได้ติดตามต่อครับ เพราะผมเป็นผู้แทนประชาชน เป็นหูเป็นตาให้กับ ประชาชน ผมควรจะรู้เพื่อบอกข่าวประชาชนว่าอ้ายคนอย่างนี้มันค้ายา อ้ายคนอย่างนี้ เป็นคนใช้ไม่ได้ในบ้านเมือง พวกผมต้องกล้าพูดครับ เพราะฉะนั้นผมก็อยากรู้ความจริงว่า จับไป ๙ คน อยู่ที่ไหน ๕ คนที่ท่านว่าฟอกเงินไปที่ไหน คราวนี้ถ้าฟอกเงินผมคิดว่ามันหน้าที่ ภารกิจหลักอยู่ที่ ปปง. ผมเลยขออนุญาตเรียนถามท่านไปเลยนะครับ ตัวแทนที่มาชี้แจงว่า ช่วยไปดูให้ผมหน่อยว่าที่ ป.ป.ส. บอกว่าไปจับเงินที่ฟอกมาได้ ๑๐๐ กว่าล้านบาทนั้น เขาเอามาฝากไว้ที่ท่านหรือเปล่า ได้จากใคร เพราะผมกับท่านประธานสภานั่งดูรายงานที่เขา ส่งมาที่สภาแล้ว ทั้ง ๒ คนอ่านแล้วก็รู้สึกว่าจำเป็นต้องปรึกษากับรัฐมนตรีที่ดูแล ป.ป.ส. สักครั้งหนึ่ง ซึ่งท่านประธานสภาเองครับ ท่านวันนอร์ท่านแนะนำผมว่าควรจะหารือกับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแล ป.ป.ส. เพราะฉะนั้นผม ก็เลยขออนุญาตที่จะหารือกับท่านว่าภารกิจที่ท่านทำเรื่องฟอกเงินหน่วยงานอื่นเขาไปจับ เขาไปริบมาแล้วมันต้องกลับมาที่ท่านหรือไม่ ประการที่ ๑🔗
เรื่องที่ ๒ ผมขออนุญาตสนทนาด้วยว่าในภารกิจ ๒๘ ภารกิจตามมูลฐาน ความผิดกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ๒๘ มูลฐานความผิดนี่ ท่านรู้สึกว่าใน ๒๘ นี้มูลฐานใดที่เราไม่ได้ทำ ไม่ได้ใช้เลย เพราะว่าอวัยวะที่ไม่ใช้มันก็ฝ่อ ของที่ไม่ได้ใช้มันก็มีแต่วันเสื่อมไป เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้มันเสื่อมครับ ผมคิดว่าท่านลอง บอกกับพวกผมในสภาดู อันไหนที่ไม่ได้ใช้แล้ว แล้วก็ไม่รู้จะใช้อย่างไร ท่านก็บอกพวกผมมา พวกผมก็จะได้หาทางออกกฎหมายคืนกลับไปเสีย เพราะผมดูมูลฐานความผิดมันเยอะมาก ๒๘ ฐาน แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เพื่อนผมเมื่อสักครู่พูดไปเรื่องมูลฐาน เรื่องสอบการเลือกตั้ง สว. ด้วยพวกนี้ผมก็เพิ่งเห็นนะครับ และที่สำคัญมูลฐานความผิดการฟอกเงินไปรวมถึงการ กระทำเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนหรือผู้อื่น ซึ่งหมายถึงการเลือก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย ผมอยากเจออยู่ครับท่าน ไม่ใช่พูดเล่นนะครับ พวกผมเป็นคน รุ่นแรกที่ออกกฎหมายตั้ง กกต. ขึ้นมา ให้อำนาจเต็มที่ครับ ให้อำนาจของกระทรวงมหาดไทย ทั้งหมด ให้ กกต. เป็นคนจัดการเลือกตั้ง ให้อำนาจอย่างที่ท่านควรจะมี ปปง. ควรจะมี และตุลาการควรจะมีให้กับ กกต. ไปด้วย ให้จัดการเลือกตั้งเสร็จแล้วให้วินิจฉัยด้วยว่า พวกผม ๕๐๐ คนในนี้ใครมันทุจริตการเลือกตั้งมาบ้าง ใครมันไม่ซื่อสัตย์สุจริตบ้าง แล้วให้ ท่านวินิจฉัยเลย กกต. มีสิทธิวินิจฉัยภายใน ๑ ปี ตัดหัวใครก็ได้ ออกใบเหลือง ใบแดง ใบส้ม ออกได้หมดเป็นอำนาจตุลาการ แต่พอผมมาเจอว่ากฎหมายนี้ฝากไว้ที่ทาง ปปง. ผมก็ขอ อนุญาตเรียนถามท่านว่าท่านพอจะทำหน้าที่นี้ได้ไหมครับ ช่วยติดตามการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม อันไหนไม่สุจริตเที่ยงธรรม อันไหนที่ไปเกี่ยวกับการเลือกตั้งจูงใจให้ผู้อื่นสมัคร ลงคะแนนให้ตัวเองในการเลือกตั้งเขาใช้เงินทั้งนั้นนะครับ ใช้กฎหมาย ปปง. เข้าไปจัดการ ได้ไหมครับ ถ้าท่านทำได้ผมก็คิดว่าหารือกับเพื่อนสมาชิกเหมือนกัน ผมก็อยากเอาอำนาจ กกต. บางส่วนมามอบให้คนที่ทำได้จริง ๆ เพราะให้กับ กกต. ไว้เกือบ ๓๐ ปีแล้วครับ การเลือกตั้งไม่ทุจริตยิ่งขึ้น ซื้อเสียงหนักยิ่งขึ้น ตั้งแต่แลกรองเท้า แจกสตางค์คนละ ๒๐ บาท ๕๐ บาท เดี๋ยวนี้กลายเป็นหัวละพันสองพัน เรื่องปกติทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้น เราล้มเหลวครับ ผมก็อยากเปลี่ยนความหวังมาไว้ที่ ปปง. เพราะฉะนั้นถ้าท่านคิดว่าแบกไหว ช่วยตอบให้พวกผมในสภานี้ฟังชื่นใจหน่อย🔗
เรื่องสุดท้ายที่จะต้องฝากท่านไปก็คือ ผมมีน้อง ๆ ที่อยู่ใน ป.ป.ส. อยู่ใน ปปง. อยู่ตำรวจ อยู่ DSI เขาพูดให้ผมฟังว่ากระบวนการค้ายาเสพติดมันจะฟอกเงินเป็นระยะ ๆ ได้จากขายยาเสพติด ขยับมาหน่อยก็คือมาลงทุนเปิดบ่อนออนไลน์ ฝากเพื่อนบ้านบ้าง แอบสุ่มไว้เมืองไทยบ้าง จากฝากบ่อนออนไลน์ก็แปลงไปอีกนิด ก็คือเต็นท์รถ ขายรถหรู ท่านประธานจะเห็นว่าเวลาจับคดีทุจริตฉ้อโกงประชาชนนี่รถหรูทั้งนั้น ท่านประธานกับผม ชาตินี้ก็ไม่ได้มีโอกาสขับ เห็นเขาขับแล้วได้ดูก็บุญแล้วครับ กลายเป็นขบวนการแปรจาก ยาเสพติดมาเป็นบ่อนออนไลน์ หวยออนไลน์ แล้วมาขายรถหรู แล้วมาทำเต็นท์รถ แล้วมา สร้างโรงแรม ทีนี้ในทุกจังหวัดละครับเพื่อนสมาชิกที่นั่งในนี้ ท่านกลับไปดูที่จังหวัดท่านครับ ในจังหวัดท่านมีคนขับรถหรูกี่คน ท่านรู้ไหมครับอาชีพทำอะไร พวกผมก็ยังสงสัยนะครับ พวกเปิดขายเต็นท์รถรถจอดเต็มเต็นท์ไปหมด ๒๐๐ ๓๐๐ คัน มันอาชีพอะไรมาก่อน มีเงิน Stock รถไว้เต็มไปหมด ผมชาวบ้านสงสัย คราวนี้ผมคิดว่าฝากความสงสัยนี้ไปกับท่านดีกว่า เอาเป็นว่าสะท้อนจากชาวบ้านมาว่ามันไปอย่างนั้น แล้วน้อง ๆ เขาบอกว่าค้ายาเสพติดมา ก็มาขายรถหรู มาตั้งรถหรู มาเปิดเต็นท์รถ เปิดเรื่องหวย ฟอกมาเป็นระยะ ๆ จนระยะ สุดท้ายก็คือซื้อที่ดินครับ แล้วก็ติดชื่อพ่อชื่อแม่ตรงนั้น ก็เผื่อหลีกทันหนีทันกันไป แถวบ้านผม คนที่หายไปจากบ้าน ๕ ปี ๑๐ ปี ลงมาซื้อที่ดินคนละ ๑๐ ๒๐ ล้านบาท เป็นเรื่องเล็กไป คราวนี้ผมพวกผมสงสัย เพราะฉะนั้นผมคิดหน่วยงานที่ควรสงสัยด้วยคือของท่านละครับ ช่วยกันสงสัยกับผมแล้วฝากข้อสงสัยนี้ไปด้วยเผื่อมันจะเป็นประโยชน์ ในฐานะที่ผมก็คือ ประชาชนสะท้อนแทนท่านไปครับ ฝากท่านไป เพราะอย่างไรผมก็มีหน้าที่ต้องรับทราบ รายงานของท่าน แต่ท่านมารายงานปีละครั้งผมก็จะพยายามหาเรื่องราวที่ชาวบ้านฝากมา ฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะผู้มาชี้แจงด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านครับ🔗
ท่านประเสริฐพงษ์เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎร ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงนิดหนึ่งครับ เพราะว่าก่อนหน้านี้มีผู้อภิปรายบอกว่า สส. ในนี้พร้อมจะให้รางวัลถ้า ปปง. ทำงานสำเร็จ เรื่องฮั้ว สว. นะครับ ผมยืนยันว่าผมไม่พร้อมจะให้รางวัลใครครับ แล้วเราก็ไม่มีเงินทองของแจก ขอแลกด้วยการทำงานครับท่านประธาน ก็ขออนุญาตชี้แจงผู้ที่มาชี้แจงที่สภานี้ด้วยครับ🔗
พอสังเขปนะครับ พอสมควรครับ ไม่เหมาะสมเลยครับ เขาไม่ได้พาดพิงท่านเลยนะครับ เชิญทางหน่วยงานได้ตอบผู้ซักถามทั้ง ๗ ท่านเลยนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ก่อนอื่นสำนักงาน ปปง. ก็ขอขอบพระคุณทางท่านสมาชิกทั้ง ๗ ท่าน ที่ได้ให้ข้อสังเกตในรายงานประจำปีของสำนักงาน ปปง. ผมขออนุญาตนำเรียน ในข้อสังเกตจากทั้ง ๗ ท่าน โดยสรุปนะครับ🔗
ในประเด็นเรื่องที่ท่านสมาชิกได้มีข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องกรณีการรับเรื่อง ร้องเรียนนะครับ การรับเรื่องร้องเรียนของสำนักงาน ปปง. ไม่ว่าจะผ่านทางช่องทาง ๑๗๑๐ ซึ่งในรายงานประจำปีในส่วนนี้จำนวนผู้เข้าร้องเรียนในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ที่ว่ามี ๑ ราย ก็ขออนุญาตนำเรียนคร่าว ๆ ว่าในการรับเรื่องร้องเรียนของสำนักงาน ปปง. เราก็มีช่องทาง ทั้งผ่านหมายเลขโทรศัพท์ ๑๗๑๐ การร้องเรียนผ่านสื่อออนไลน์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่ว่าจะเป็นการร้องเรียนผ่านทางจดหมาย ที่ผ่านมาก็อาจจะมีการเปิดช่องทาง ทางออนไลน์ก็อาจจะมีความสะดวก จะเห็นได้ว่าสถิติที่มีการร้องเรียนผ่านทางออนไลน์ หรือผ่านทางการร้องเรียนด้วยนั่นเองก็มีจำนวนที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นร้องเรียนด้วยตนเอง ก็จะมีผู้เดินทางมาร้องเรียนด้วยตนเองเพิ่มขึ้น อย่างล่าสุดก็เป็น ๑,๗๐๐ กว่าราย อาจจะเป็น ช่องทางที่เพิ่มขึ้นแต่ด้วยความสะดวกของประชาชนก็อยากจะส่งเอกสารหลักฐาน ซึ่งจะได้ ทำให้มีข้อมูลหรือหลักฐานที่ชัดเจนยิ่งขึ้นก็จะใช้ช่องทางนี้เป็นหลัก แต่ว่าในส่วนของ ๑๗๑๐ ก็อาจจะมีจำนวนลดน้อยลง แต่ถ้าทางท่านสมาชิกได้ให้ข้อเสนอแนะ ข้อแนะนำว่า การติดต่อในช่องทางนี้อาจจะทำให้ประชาชนติดต่อได้ยาก ทางเราก็จะนำข้อสังเกตนี้ไป ปรับปรุงในส่วนของสายด่วน ๑๗๑๐ ให้การเข้าถึงของประชาชน หรือการร้องเรียนได้สะดวก ยิ่งขึ้น ไม่ว่าในการร้องเรียนในนอกเวลาราชการ ซึ่งตรงนี้เราก็จะได้รับเอาข้อสังเกตไปพัฒนา ปรับปรุงเพื่อให้ช่องทางในการรับเรื่องร้องเรียนผ่าน ๑๗๑๐ ได้เพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้น🔗
ในส่วนเรื่องของการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน การบริหารจัดการทรัพย์สิน ในทรัพย์ที่ถูกสำนักงาน ปปง. ยึดอายัด ที่ท่านสมาชิกได้มีข้อสังเกตในเรื่องของการบริหาร จัดการทรัพย์สิน อย่างเช่นที่ท่านยกเป็นข้อสังเกต ของบริษัท แดน ลิฟวิ่ง กับโครงการริมน้ำ ที่ฝั่งธน ซึ่งทั้ง ๒ ส่วนเราก็ถูกดำเนินการตาม พ.ร.บ. ฟอกเงิน ส่วนคดี แดน ลิฟวิ่ง คดีก็ได้ถึงที่สุด เราก็นำส่งให้กระทรวงการคลัง ส่วนคดีของโครงการริมน้ำ ซึ่ง ปปง. ได้ยึด อายัดแล้วก็ใช้กฎหมายฟอกเงินดำเนินการยึด แล้วก็ส่งไปที่ศาลเพื่อที่จะคุ้มครองสิทธิ ให้ผู้เสียหาย ซึ่งในกระบวนการบริหารจัดการทรัพย์สิน ๒ กรณีนี้ก็มีความแตกต่างกัน เนื่องจากในกระบวนการบริหารจัดการทรัพย์สิน ทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาซึ่งถูกยึด อายัดก็จะเป็นไปตามระเบียบสำนักงาน ปปง. ว่าด้วยการเก็บรักษาทรัพย์สิน แล้วก็ตาม พ.ร.บ. ฟอกเงิน มาตรา ๖๕ ซึ่งหลักในกฎหมายก็จะให้เจ้าของหรือผู้มีส่วนได้เสียรับไป ดูแลในเบื้องต้นก่อน หากเจ้าของไม่รับไปดูแล ถ้าเป็นทรัพย์ที่จะก่อให้เกิดรายได้หรือเป็นกิจการ ทาง ปปง. ก็จะใช้ช่องทางเอาออกบริหารไม่ว่าจะเป็นการออกให้เช่า หรือมอบผู้จัดการในการ ดำเนินการเพื่อจะให้เก็บเป็นทรัพย์สินที่เกิดจากการบริหารก็ขอนำเรียน เราก็จะได้ใช้ หรือการดำเนินการก็เป็นไปตามระเบียบ ตามมาตรฐาน บางกรณีผู้ถูกยึดอายัดไม่มีศักยภาพ ที่จะรับไปดูแลเนื่องจากเขาถูกยึดอายัด ถูกดำเนินการกับทรัพย์สินจนไม่สามารถที่จะ ดำเนินการได้ เขาก็จะปฏิเสธไม่รับไปดูแลและใช้ประโยชน์ เราก็จะใช้ช่องทางนี้ดำเนินการ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็จะนำข้อสังเกตของท่านไปให้รอบคอบ ให้ระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิด ผู้กระทำความผิดนำทรัพย์สินที่ถูกยึดอายัดไปดำเนินการ หรือไปทำกิจการที่จะเป็นการ กระทำความผิดต่อเนื่องอีก เราก็จะดำเนินการด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังนะครับ🔗
ส่วนกรณีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือที่ PEPs ในตามกฎหมาย ปปง. ในชั้นของเราก็ใช้กลไกของกฎหมาย ปปง. ในการบริหารความเสี่ยง ส่วนที่ท่านมีข้อห่วงใย ในเรื่องของการที่ประกาศเกณฑ์ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งเป็นผู้มีความเสี่ยง ซึ่งตรงนี้เราก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการเพื่อจะประกาศให้มีผลบังคับใช้นะครับ🔗
ส่วนกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในปีที่ผ่านมา ก็มีการได้ดำเนินการเพื่อจะแก้ไข กฎหมายนะครับ ซึ่งไม่ว่าในความผิดมูลฐานที่เพิ่มขึ้น หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงความผิดมูลฐาน เนื่องจากบางมูลฐานไปถูกบัญญัติไว้ในกฎหมายอื่นเพื่อให้เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งในขณะนี้ทาง ปปง. ก็ได้มีการ แก้ไขยกร่าง แล้วก็ผ่านชั้นกฤษฎีกา แล้วก็ ครม. เห็นชอบ ก็ส่งให้สภาเพื่อจะแก้ไข ไม่ว่าจะ เป็นในความผิดที่ท่านสมาชิกได้มีข้อสังเกตนะครับ อย่างเช่นความผิดที่ไม่ถูกดำเนินการเลย ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ก็มีเพียงความผิดมูลฐานหนึ่ง ก็คือความผิดมูลฐานโจรสลัด ซึ่งตัวนี้ตั้งแต่ บัญญัติกฎหมายนี้มาก็ยังไม่ได้ถูกดำเนินการ แต่ว่าเหตุที่ต้องตราไว้ใน พ.ร.บ. ป้องกันและ ปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้เป็นความผิดมูลฐาน เนื่องจากเป็นมาตรฐานสากล ทั้งนี้ทั้งนั้นกฎหมายที่เราเสนอแก้ไขเพื่อปรับปรุงก็จะเข้าสู่สภา ก็ฝากนำเรียนท่านสมาชิก เพื่อสนับสนุนหรือพิจารณาแก้ไขในชั้นสภา ในชั้นกรรมาธิการต่อไปด้วยครับผม🔗
ส่วนกรณีที่ท่านสมาชิกได้มีข้อสังเกตและสอบถามในเรื่องของความผิด มูลฐานเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งก็ถูกบัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้เป็นหนึ่งในมูลฐาน แต่ทีนี้หน่วยงานในการบังคับใช้นอกจาก ปปง. แล้ว ก็จะมีสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งก็ดำเนินการตามประมวลยาเสพติด พ.ร.บ. มาตรการในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งในหลักก็มีอยู่ ๒ หน่วยงาน ที่ต้องดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน โดยใน พ.ร.บ. ของเราก็จะกำหนดว่า ถ้าการดำเนินการ ตามกฎหมายอื่น อย่างเช่น สำนักงาน ป.ป.ส. ไม่สามารถที่จะดำเนินการให้เป็นผลได้ก็จะถูก ส่งต่อมาที่ ปปง. ดำเนินการ เราก็จะรับไม้ต่อไปดำเนินการกับทรัพย์สินของผู้กระทำความผิด นี้ต่อไป ก็จะมี ๒ หน่วยงาน แต่ ป.ป.ส. ก็จะเป็นหลักในการที่จะดำเนินการบังคับใช้ ในเบื้องต้นไปก่อน หากไม่ได้ผลก็จะมาที่สำนักงาน ปปง. ดำเนินการนะครับ🔗
ในส่วนของสำนักงาน ปปง. ก็จะขอรับในข้อสังเกตจากท่านสมาชิกทั้ง ๗ ท่าน เพื่อไปปรับปรุง แก้ไข บริหารจัดการดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินให้เกิดประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติต่อไปนะครับ ก็ขอนำเรียน แต่เพียงเท่านี้ครับท่าน🔗
ยกมือ ๒ ท่านนะครับ ท่านอดิศรกับท่านวิทยา เชิญท่านอดิศรก่อนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม อดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ด้วยความเคารพต่อผู้ที่มาชี้แจง ผมทราบว่า ตำแหน่งหน้าที่ของท่านยังไม่สมควรหรือสมควรที่จะพูดเรื่องที่ผมถาม เพราะเป็นเรื่องที่ สังคมเขาสนใจ เรื่องความผิดในอนุมาตรา ๒๓ เกี่ยวกับการจูงใจให้ผู้อื่นสมัครเข้าเป็น สว. หรือฮั้วกันในปัจจุบัน ผมถามสั้น ๆ ว่าความคืบหน้าเรื่องนี้ตั้งแต่รับเป็นคดีพิเศษแล้ว ท่านมี โครงการ วิธีการอย่างไรที่จะให้เรื่องนี้มันไปสู่เป้าหมาย ตอบให้ทางสมาชิกได้และตอบทาง สังคมให้ได้ชื่นใจ ผมก็คงจะไม่ให้รางวัลอะไรหรอกครับ เพราะอาจจะไม่เหมาะสม แต่ว่า รางวัลทางใจให้กำลังใจท่านล้านเปอร์เซ็นต์ อยากให้ท่านทำเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงจัง เพราะมัน เกี่ยวกับกระบวนการอำนาจนิติบัญญัติของประเทศไทยเรา ผมอยากให้ท่านรองเลขาธิการ ลองกลั้นใจ หรือกลั่นกรองคำพูดว่าเรื่องฮั้ว สว. นี้ ทาง ปปง. จะดำเนินการอย่างไรต่อไป สั้น ๆ ยาว ๆ แล้วแต่อัธยาศัยครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านวิทยาครับ🔗
ผม วิทยา แก้วภราดัย ครับ ผมทราบว่าคำถามผมท่านอาจจะตอบยากนะครับ คือที่ไปเรียนถามท่านว่าท่านจะทำหน้าที่ แทน กกต. ได้หรือไม่ ในเรื่องการสืบเรื่องเส้นทางการเงินของพวกซื้อเสียง ซึ่งผมก็คิดว่ามัน เป็นการตัดสินใจเชิงนโยบาย ไม่เป็นอะไรครับ แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมไม่ทราบแล้วก็ขออนุญาต เรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านเลยครับ คือประธานสภากับผมได้รับหนังสือจาก ป.ป.ส. ว่าเขาตามเส้นทางการเงินได้ มีการโอนเงินเรื่องยาเสพติดกัน เงินทั้งหมดวงเงิน ประมาณ ๑๒๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ห้อยท้ายว่าปลายทางเงินถูกแปลงเป็นเงินดิจิทัล ขณะนี้ ผมไม่ทราบจริง ๆ ครับ ผมเรียนถามผ่านท่านประธานไปยังผู้มาชี้แจงช่วยอธิบายผมได้ไหม ว่าที่ ป.ป.ส. เขาบอกว่าเงินถูกแปลงเป็นเงินดิจิทัลสรุปว่ายึดอะไรไม่ได้ใช่ไหมครับ หรือว่า ยึดมาได้และเป็นเงินดิจิทัล แล้วมันจะเก็บไว้ที่ท่านหรือจะเก็บไว้ที่ใคร🔗
อันที่ ๒ ก็รบกวนฝากท่านไปด้วยถ้าเกิดว่าเป็นเงินที่ยึดได้ ผมคิดว่าท่าน ปปง. ก็ไปตามเงินมาไว้ที่ท่านเถอะ ผมเริ่มไม่แน่ใจว่าเงินจะถูกแปลงเป็นดิจิทัล หรือมันหายไปไหน เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านไว้ครับ เรื่องหลัก ๆ ของประเทศมี ๒ เรื่อง ที่ผมกำลังจะต้องร่วมกับ เพื่อนสมาชิกรวมทั้งท่านประธานด้วยและต้องตามก็คือ ๑. เรื่องยาเสพติด ๒. เรื่อง Call Center ที่บ้านเกิดผมจังหวัดนครศรีธรรมราชจับได้เรื่องใหญ่ทั้ง ๒ เรื่องครับ Call Center ได้ผู้ต้องหาไป ๗๐ กว่าคน กระท่อนกระแท่นจนตามจับเจ้าของบ้านได้เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้ว ยาไอซ์พันกว่ากิโลกรัมจับได้ก่อนวันเลือกตั้งวันเดียวครับ กระท่อนกระแท่นตอบมาได้ว่า เงินถูกแปลงเป็นดิจิทัล คราวนี้ถ้าท่านไม่แน่ใจผมเรียนถามผ่านท่านประธานไปเลยครับว่า เงินดิจิทัลที่ถูกแปลงไปแล้วสรุปว่าหลวงยึดอะไรไม่ได้ใช่หรือเปล่าครับ ขอบคุณครับ🔗
อีกท่านหนึ่งนะครับ ท่านนนท์เข้าใจว่ามีประเด็นเรื่องเผาเงิน ๑๐ ล้านบาท ใช่ไหมครับที่ยัง ไม่ได้ตอบ🔗
อันนั้นไม่เป็นไรก็ได้เพราะน่าจะ เป็นเรื่องทางคดีครับท่านประธาน แต่ว่าผมจะพูดในเรื่องของการติดตามเงินของผู้ดำรง ตำแหน่งทางการเมืองครับ มันจะมีประเด็นเพิ่มเติมคือผมทราบดีที่ท่านเลขาได้ชี้แจงมา ในเรื่องของความผิดมูลฐาน แต่ว่าอันนี้เรากำลังพูดถึงเรื่องของการออกระเบียบเพื่อติดตาม ติดตามให้สถาบันการเงินได้รายงานความผิดปกติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เราไม่ได้ พูดถึงเรื่องความผิดมูลฐาน แล้วอีกอย่างการทำงานตรงนี้มันสามารถประกาศได้เลยใน ระเบียบของสำนักงาน ท่านเป็นเลขาท่านก็มีอำนาจในการประกาศเพื่อใช้ได้ เพราะว่ามัน ถูกประกาศใช้ตอนนั้นโดยกฎกระทรวงเมื่อปี ๒๕๖๓ แล้วก็ถูกยกเลิกอย่างรวดเร็ว ก็เลย อยากจะสอบถามว่าเพื่อให้ประเทศไทยได้มีการ เขาเรียกว่านักการเมืองโปร่งใสมากขึ้น ก็เลย อยากจะถามทาง ปปง. ว่าท่านมีนโยบายดำเนินการเรื่องนี้อย่างไรครับ เพราะว่าทาง ปปง. สามารถดำเนินการได้เลยโดยที่ไม่ต้องไปถามความเห็นท่านไหนครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญผู้ชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิก ทุกท่านครับ ในส่วนของประเด็นที่ท่านสมาชิกได้สอบถามความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เรื่องฮั้ว ผมขอประทานโทษพอดีอาจจะข้ามไปเลยไม่ได้ตอบ ข้อชี้แจงนะครับ ในส่วน ความผิดในมูลฐานที่ ๒๓ ความผิดเกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง การได้มา ซึ่ง สส. สว. ในส่วนนี้นะครับ ซึ่งการดำเนินการของเราก็จะอิงในความผิดมูลฐานเป็นหลัก จากที่ท่านได้มีข้อสังเกตมาว่า ณ ปัจจุบันนี้ในคดีเกี่ยวกับเรื่องฮั้ว สว. แต่ข้อเท็จจริงทาง กรมสอบสวนคดีพิเศษก็ได้รับเป็นคดีพิเศษในเรื่องความผิดเกี่ยวกับอาญาฟอกเงินนะครับ ในส่วนบทบาทของสำนักงาน ปปง. ในเรื่องของหลักก็ต้องเริ่มต้นจากความผิดมูลฐานก่อน แต่ ณ ขณะนี้ DSI ได้รับเป็นคดีพิเศษในความผิดเรื่องอาญาฟอกเงิน ในส่วนของการทำงาน ของเราในเบื้องต้นก็มีการประสานงานความร่วมมือหรือแลกเปลี่ยนข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ กกต. ในการที่จะดำเนินการต่อความผิดมูลฐานดังกล่าวนะครับ ก็ขอนำเรียนต่อท่านสมาชิกว่าทางสำนักงาน ปปง. ก็ต้องบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ต้องมี จุดเริ่มต้นมาจากการกระทำความผิดมูลฐาน ทั้งนี้ในส่วนการกระทำความผิดเกี่ยวกับการ เลือกตั้งในมูลฐาน ๒๓ นี้ไปบัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ กำหนดให้การ ดำเนินการในความผิดมูลฐานเกี่ยวกับทรัพย์สิน ทาง กกต. ก็จะต้องเป็นผู้ส่งเรื่องมาที่ สำนักงาน ปปง. ดำเนินการ แต่ในความผิดเรื่องอาญาฟอกเงิน จุดเริ่มต้นทางกรมสอบสวน คดีพิเศษได้รับเป็นคดีพิเศษในชั้นการสอบสวน อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนอยู่นะครับ หากมีความคืบหน้าในความผิดมูลฐาน ทาง ปปง. ก็ดำเนินการเป็นไปตาม พ.ร.บ. ฟอกเงิน ไปอยู่แล้วนะครับ ก็ขอนำเรียนต่อท่านสมาชิกในประเด็นนี้นะครับ🔗
ส่วนในประเด็นที่ท่านวิทยาที่สอบถามประเด็นเรื่องยาเสพติดที่มีเงิน หมุนเวียน แล้วก็ปรากฏว่าเงินถูกโอนย้ายไปเปลี่ยนเป็นเหรียญ Crypto เป็นเหรียญดิจิทัล ซึ่งในตามกฎหมายถ้าการดำเนินการก็สามารถดำเนินการได้ ก็ถือว่าเป็นทรัพย์สินเหมือนกัน แต่ว่ามันก็มีข้อจำกัด ถ้าการเปลี่ยนแปลงเป็นเหรียญ Crypto ถ้าเก็บไว้อยู่ในผู้ให้บริการ ก็สามารถติดตามและยึดอายัดได้ แต่ถ้าเขาเปลี่ยนแล้วไปเก็บไว้ใน Wallet หรือส่วนตัว มันก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการต่อไปได้นะครับ มันก็เป็นปัญหาที่ยุ่งยากพอสมควรในการ ที่จะติดตาม แต่ถ้ายังอยู่ใน Wallet หรือผู้ให้บริการ เราก็สามารถดำเนินการได้ครับ ก็ถือว่า เป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งนะครับ🔗
ส่วนประเด็นเรื่อง PEPs ผมขออนุญาตท่านประธานขอให้ทางผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. ได้ชี้แจงเพิ่มเติมในเรื่องของความคืบหน้าในประเด็นนี้นะครับ ขออนุญาตครับ🔗
เชิญท่านวิทยาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ขออนุญาตตอบประเด็นข้อซักถามของ ท่านนนท์นะครับ เรื่อง PEPs ผมเข้าใจว่าท่านนนท์ได้ทราบประเด็นนี้อยู่แล้วว่าเดิมนี่เรามี กฎกระทรวง ๒๕๕๓ มีประกาศออกมา ทีนี้เนื่องจากว่าเดิมปี ๒๕๕๖ เรามีการแก้ไข กฎกระทรวงตอนปี ๒๕๖๓ ทีนี้หลักเกณฑ์ตามมาตรฐานสากลมันมีการปรับปรุงบางประเด็น จริง ๆ สำนักงาน ปปง. เราเคยออกประกาศในเรื่องนี้เสนอทำเป็นร่างมาเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ว่าเราต้องมีการปรับปรุงรายละเอียดในบางส่วนและบางประเด็น ซึ่งคาดว่าเดี๋ยว เร็ว ๆ นี้จะต้องออกมาแน่นอนครับท่านนนท์ ทีนี้คำถามคือว่าถ้ายังไม่ออกนี่ทางสถาบัน การเงินเขาสามารถนำมาตรฐานตรงส่วนนี้ไปใช้ได้ไหม เขายังปฏิบัติอยู่ เพราะมันเป็น มาตรฐานสากล เพราะข้อมูลเหล่านี้มันจะเป็น World Wide ว่าถ้าเขาไม่ทำนี่ การทำ ธุรกรรมระหว่างประเทศมันจะมีประเด็นเข้ามา อันนี้ก็เรียนให้ท่านนนท์สบายใจว่าเดี๋ยว ถ้าคืบหน้าอย่างไรจะแจ้งอีกครั้งหนึ่งนะครับ ทีนี้ขออนุญาตเสริมท่านรองเลขานิดหนึ่งครับ ท่านประธาน กรณีเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลให้ท่านวิทยาได้สบายใจนะครับ ว่าในการทำงาน ของเรากับสำนักงาน ป.ป.ส. เหมือนท่านรองเลขาได้นำเรียนไปแล้วนะครับท่าน ว่าหลัก ในเรื่องมูลฐานยาเสพติด ป.ป.ส. เขาทำก่อน ถ้าเขาทำแล้วไม่สามารถทำได้ มีข้อจำกัด เงื่อนไข เนื่องจากว่าหลักการของเขานี่มันจะผูกติดกับเรื่องอาญา ตรงส่วนนี้เขาจะประสาน ส่งมาที่สำนักงาน ปปง. ให้ดำเนินการ เพราะว่ามาตรการของเราเป็นมาตรการทางแพ่ง ใช้ในการดำเนินการ ทีนี้ปัจจุบันรูปแบบของอาชญากรรมลักษณะคล้าย ๆ กัน ตอนแรกเงิน จะเป็นเงินสด แต่ตอนหลัง ๆ ก็จะแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล คำถามก็คือว่าถ้ามันเป็นบัญชี สินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ในประเทศไทยตามได้ไม่มีปัญหา แต่ตราบใดก็แล้วแต่ถ้ามันออกไป นอกประเทศอันนี้จะมีประเด็น ทีนี้ถามว่าถ้าเป็นนอกประเทศแล้วตามได้ไหม ก็ยังตามได้โดย หลักการ เพราะล่าสุดที่เราทำเรื่องแก๊ง Call Center ที่ท่านวิทยาห่วง ปรากฏว่ามีเข้าไปอยู่ ในบัญชีสินทรัพย์ที่สิงคโปร์เป็นร้อยเหมือนกัน เราประสานไปทางนั้นเขาอายัด แต่อาศัยเรื่อง ของการประสานงาน คำถามคือเขาจะไม่อายัดให้ก็ได้ ดังนั้นมาตรการที่เราคุยกันว่า ทำอย่างไรที่เราจะทำให้รวดเร็ว แล้วก็ระงับไม่ให้เงินออกไปข้างนอกให้ได้เร็วที่สุด ตรงส่วนนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทางพวกเราในหน่วยบังคับใช้กฎหมายหาวิธีการในการดำเนินการอยู่ครับ ก็ขออนุญาตชี้แจงตรงส่วนนี้ครับท่านประธาน🔗
เป็นอันจบการชี้แจงของหน่วยงาน ปปง. นะครับ ถ้าไม่มีผู้ใดติดใจแล้วนะครับก็ถือว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ นะครับ ก็ขอบคุณทางท่านผู้ชี้แจงทุกท่านนะครับ🔗
๕. รับทราบรายงานผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนสงเคราะห์ เกษตรกร สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ (ในระเบียบวาระที่ ๒.๕)🔗
ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนสงเคราะห์ เกษตรกร สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๒๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. ๒๕๕๔ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่จัดวางไว้ ให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ🔗
ในการนี้ได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง ต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม ท่านแรก ท่านทัศนีย์ เมืองแก้ว ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านที่ ๒ ท่านณัฐธัญ กาหลง ผู้อำนวยการกองคลัง ท่านที่ ๓ ท่านเทวินทร์ นรินทร์ ผู้อำนวยการ สำนักบริหารกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและรับเรื่องร้องเรียน ท่านที่ ๔ ท่านพิรุฬห์ลักษณ์ หีบแก้ว ผู้อำนวยการกองบริหารงานกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ท่านที่ ๕ ท่านจินตนา โกมลหิรัญ นักวิชาการการเงินและบัญชีชำนาญการพิเศษ เข้าประจำที่เรียบร้อยนะครับ เชิญหน่วยงานแถลงเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านค่ะ ดิฉัน นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว ตำแหน่งหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักที่เกี่ยวข้อง ได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ให้มานำเรียนเสนอรายงานของผู้ตรวจสอบบัญชีและรายงานการเงินของกองทุน สงเคราะห์เกษตรกร สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๖ ก่อนที่จะนำเสนอการ ตรวจสอบของผู้สอบบัญชี ดิฉันขอนำเรียนความเป็นมาของกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร กองทุนสงเคราะห์เกษตรกรตั้งขึ้นเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายช่วยเหลือหรือส่งเสริม การเกษตรให้กับเกษตรกรมีการตราพระราชบัญญัติขึ้นเรียกว่า พระราชบัญญัติกองทุน สงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. ๒๕๑๗ และกระทรวงการคลังเป็นผู้ดำเนินการ ต่อมาได้มีการ ปรับแก้ไขพระราชบัญญัติดังกล่าวในปี ๒๕๕๔ เป็นพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์ เกษตรกร พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยมอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็น หน่วยงานเก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน และดำเนินการเบิกจ่ายเงินกองทุนตาม พระราชบัญญัตินี้🔗
สำหรับวัตถุประสงค์ของกองทุนเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายช่วยเหลือ หรือส่งเสริมเกษตรกรตามกิจกรรมในมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์ เกษตรกร พ.ศ. ๒๕๕๔ ดังนี้ ข้อ ๑ ส่งเสริมการผลิตผลผลิตเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์ อาหาร ข้อ ๒ ส่งเสริมการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานคุณภาพสินค้า ผลผลิตเกษตร ขั้นต้น และผลิตภัณฑ์อาหาร ข้อ ๓ รักษาเสถียรภาพของราคาและการจำหน่ายผลิตผล เกษตรกรรมขั้นต้น หรือผลิตภัณฑ์อาหาร ข้อ ๔ อาจใช้ประโยชน์ในการป้องกันและขจัดภัย อันเป็นผลเสียแก่เกษตรกร ข้อ ๕ ศึกษาวิจัยเพื่อการพัฒนาการผลิต การแปรรูป หรือ การตลาด โดยให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการดำเนินการและใช้ประโยชน์ในการติดตามผล การดำเนินงานตามโครงการที่ได้รับการช่วยเหลือหรือส่งเสริมจากกองทุน🔗
สำหรับกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรนี้เป็นการปล่อยกู้ให้กับหน่วยที่เกี่ยวข้อง ๒ ภาคส่วน ดังนี้ ภาคส่วนที่ ๑ เป็นหน่วยงานรัฐ ซึ่งหน่วยงานรัฐเหล่านี้จะต้องเอาไปปล่อยกู้ ให้กับพี่น้องเกษตรกรหรือองค์กรเกษตรกร ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง เป็นต้น ส่วนที่ ๒ ให้กับองค์กรเกษตรกรที่มายื่นกู้กับกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โดยตรง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นวิสาหกิจชุมชนนะคะ สำหรับผลการดำเนินงานของกองทุนในปี ๒๕๖๗ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ กองทุนมีลูกหนี้เป็นหน่วยงานรัฐและองค์กรเกษตรกร ดังกล่าวแล้วนะคะ รวมทั้งสิ้นจำนวน ๙๐ แห่ง ๑๑๓ โครงการ รวมเป็นเงินที่กู้ไปจากกองทุน ทั้งสิ้น ๓,๓๔๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งในปี ๒๕๖๗ เองนี้ได้มีการอนุมัติโครงการเพิ่มเติม ๖ โครงการ เป็นเงิน ๑๗ ล้านบาทเศษ ในปี ๒๕๖๗ มีแผนการชำระคืน ๕๔ โครงการ เป็นเงิน ๔๙๗ ล้านบาท ผลการดำเนินงานการชำระคืน เก็บได้ ๒๐๗ ล้านบาทเศษ คิดเป็น ร้อยละ ๔๑.๗ ของเงินที่ปล่อยกู้ให้กับเกษตรกรที่มีแผนการชำระในปี ๒๕๖๗ สำหรับ รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานสถานะทางการเงินของกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ ดิฉันขอสรุปสาระสำคัญดังนี้ กองทุนมีเงินสดอยู่จำนวน ๓,๐๘๙.๑๘ ล้านบาท มีลูกหนี้ของกองทุนคิดเป็นเงินจำนวน ๓,๕๕๓.๙๐ ล้านบาท ในจำนวนลูกหนี้กองทุนนี้เป็นส่วนราชการอยู่ ๙ หน่วยงาน ๓๕ โครงการ และเป็นองค์กร เกษตรกรอยู่เป็นวิสาหกิจชุมชน ๖๕ แห่ง เป็นสหกรณ์การเกษตร ๘ แห่ง สำหรับรายได้ กองทุนมีรายได้อื่นค้างรับตรงนี้จำนวน ๒๔๒ ล้านบาท สำหรับเงินก้อนนี้เป็นเงินโครงการ ความช่วยเหลือของรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งให้มาตั้งแต่ปี ๒๕๒๐-๒๕๓๒ ซึ่งองค์การตลาดเพื่อ เกษตรกรนำไปใช้ประโยชน์แล้วก็ทยอยคืนให้กับกองทุน ในปี ๒๕๖๖ จากการสอบบัญชี ตรงนี้กองทุนมีรายได้ ทั้งสิ้น ๓๖.๔๖ ล้านบาท ในส่วนของรายได้ตรงนี้จะเป็นดอกเบี้ย เงินฝากของกองทุน เป็นดอกเบี้ยเงินที่กองทุนปล่อยกู้ให้กับเกษตรกร รวมทั้งเป็นเงินค่าปรับ ในกรณีลูกหนี้ของกองทุนชำระเงินไม่ตรงตามเวลา สำหรับรายจ่าย กองทุนมีรายจ่ายอยู่ที่ ๒๒.๘๒ ล้านบาท เป็นส่วนของค่าใช้จ่ายของกองทุน ค่าตอบแทนใช้สอยวัสดุ แล้วเป็น งบประมาณบุคลากรเป็นส่วนใหญ่ ในปี ๒๕๖๖ ดังกล่าวกองทุนมีรายได้สูงกว่ารายจ่ายอยู่ ๑๓.๖๔ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๖ กองทุนมีภาระผูกพันจำนวน ๑,๕๒๐ ล้านบาท และได้มีการ อนุมัติโครงการไปทั้งหมด ๒๘ โครงการ เป็นเงิน ๑,๖๖๖ ล้านบาทเศษค่ะ ในส่วนของ รายงานสถานะทางการเงินของกองทุน อันนี้ขอเพิ่มเติม ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ กองทุนมีเงินสดอยู่ ๓,๑๖๒ ล้านบาท เป็นลูกหนี้ค้างชำระอยู่ ๓,๓๑๗ ล้านบาทค่ะ รายได้ ค้างรับอยู่ที่ ๒๓๙ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๗ กองทุนมีรายได้อยู่ที่ ๔๒.๓๖ ล้านบาท แล้วก็มี รายจ่าย ๑๘๙.๓๗ ล้านบาท ตรงนี้จะเห็นว่ารายจ่ายของกองทุนนี้มากกว่ารายได้ถึง ๑๔๗ ล้านบาท ตรงนี้นำเรียนทุกท่านว่าในส่วนที่เป็นรายจ่ายตรงนี้เนื่องจากว่ากองทุน จะต้องส่งเงินคืนให้กับกระทรวงการคลังในปี ๒๕๖๗ เป็นเงิน ๑๗๔ ล้านบาท นอกนั้นก็จะ เป็นค่าใช้จ่ายเหมือนกับปี ๒๕๖๖ ก็คือตอบแทนใช้สอยวัสดุ แล้วก็เป็นงบบุคลากร ทั้งหมดนี้ ก็จะเป็นทั้งส่วนที่สำนักงานตรวจบัญชีได้ไปตรวจสอบ สถานะปัจจุบันกองทุนนี้มีเงินพร้อม ที่จะปล่อยกู้ให้กับหน่วยงานราชการและองค์กรเกษตรกรอยู่ที่ ๑,๖๖๘ ล้านบาท จึงขอกราบ เรียนที่ประชุมมาเพื่อโปรดทราบค่ะ🔗
มีท่านสมาชิกติดใจที่จะสอบถามอยู่ ๑ ท่าน เชิญท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ ท่านนพพลอยู่ไหมครับ🔗
อยู่ครับ กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิราม ท่านครับในส่วนของรายงานผู้สอบบัญชีของกองทุน สงเคราะห์เกษตรกรของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านครับ ผมเอง คืออย่างนี้นะครับ โดยเฉพาะจริง ๆ แล้วผมถามหน่อยเถอะครับ อ.ต.ก. ไม่รู้ว่าเขากู้เงินจาก กองทุนนี้ไปเยอะหรือเปล่า แล้วผมเห็นการชำระเงินของ อ.ต.ก. น้อยมาก แล้วก็ในส่วนของ โดยเฉพาะลูกหนี้ที่เป็นหน่วยงานของรัฐที่กู้เงินจากกองทุนนี้ไป ท่านครับ ผมเองสงสัย เหมือนกันว่าท่านไม่มีมาตรการใด ๆ ที่จะลงโทษในหน่วยงานนั้น ๆ บ้างหรือว่าคุณไป คุณต้องพยายามติดตามแล้วก็ดูแลให้มันได้ตามแผนงานตอนที่มากู้สิ อันนี้ผมเห็นในการกู้ ไปในแต่ละโครงการ ไม่ว่าจะกู้เงินไปเรื่องปุ๋ย เรื่องอะไรก็ดี บางอันยืดยาวมาตั้ง ๓๐ กว่าปีแล้ว ปี ๒๕๓๘-๒๕๖๘ ๓๐ ปีแล้ว แล้วตกลงมันจะเป็นอย่างไร มันจะลงเอยอย่างไร หรือว่า มันคาอยู่อย่างนี้ เพราะว่ามันไม่ใช่เงินของตัวเอง เงินของภาษีบ้าง เงินบริจาคบ้าง เลยไม่ค่อย ได้รับผิดชอบหรอกครับ ผมสงสัยมากนะครับ ถ้าเป็นหน่วยงานอื่น ๆ เป็นของเอกชนป่านนี้ ผมคิดว่าคงจะทำอะไรกันไปสักเรื่องหนึ่งแล้ว ติดคุกติดตารางกันไปแล้ว แล้วทีนี้มันเป็นอย่างนี้ แล้วผมเห็นตั้งแต่ผมเป็นผู้แทนมา ๑๐ กว่าปี ผมเห็นรายงานแล้วก็เป็นลูกหนี้รายเดิม ๆ ผมก็ไม่เห็นมีจะมีอะไรเกิดขึ้นสักทีหนึ่งเลย ผมก็เลยสงสัยว่าตกลงแล้วนี่ มันเป็นอย่างไร กันแน่การบริหารงานของกองทุนนี้ จริง ๆ แล้วกองทุนนี้มันเกิดมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๗ แล้ว มันน่าที่จะมีอะไรที่มันดูดีดูงอกเงยอะไรกว่านี้ในการที่จะช่วยเหลืออย่างจริงจัง และผมบอก ตามตรงนะครับว่าผมเคยไปถามชาวบ้าน ไปถามผู้นำว่ารู้จักไหมกองทุนนี้ ส่วนใหญ่แล้วบอก ไม่รู้จักกันเลย ผมคิดว่าท่านเองน่าจะประชาสัมพันธ์ในหน่วยงานของท่านให้เกษตรกรเขา ได้รับรู้บ้าง เพราะว่าเรื่องเงินทุนเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเกษตรกรจริง ๆ เกษตรกรไทยทุกคน มีความขยัน แล้วก็มีความคิดอยากจะทำนั่นทำนี่ แต่ว่าสุดท้ายเขาไปไม่ได้ ไปไม่ได้เพราะเขา ไม่มีเงินทุน เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ถือว่าถ้าพูดถึงสถาบันของท่านก็เป็นสถาบันหนึ่งที่จะให้ โอกาสกับเกษตรกรเขา เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านได้ประชาสัมพันธ์ในส่วนของท่านว่า ท่านมีตัวตนนะ ไม่ใช่มาลม ๆ แล้ง ๆ มีตัวตนแล้วมีวัตถุประสงค์ที่อยากจะส่งเสริมเกษตรกร ให้ได้มีเงินทุนในการไปต่อยอดในการคิดจะทำเรื่องโน้นเรื่องนี้ แล้วก็เรื่องของทั้งหลาย ที่ท่านปล่อยกู้ไป ท่านหาบทสรุปเสียที ผมไม่ค่อยอยากเห็นเวลามารายงานทีหนึ่ง ก็หน่วยงานเดิม เรื่องปุ๋ยเพื่อเกษตรกรตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ ก็ยังคาราคาซังอยู่ ผมเองผมก็ไม่เข้าใจ เหมือนกันเมื่อไรท่านจะทำจบเสียทีในส่วนเหล่านี้ เพราะว่าเราจะได้เอาเงินนี้มาให้กับ เกษตรกรรายอื่นที่เขาตั้งหน้าตั้งตาที่เขาอยากจะได้เงินทุนจริง ๆ ในการที่จะไปดำเนินการ ตัวอย่างเช่น กองทุนฟื้นฟูเพื่อเกษตรกรที่คนละส่วนกับท่าน ชื่อคล้าย ๆ ท่าน อันนั้นมี สมาชิกอยู่ตั้ง ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคน แต่งบประมาณปี ๆ หนึ่งได้น้อยมาก ในการที่จะดึงในการ ที่จะช่วยเกษตรกรให้พ้นจากการโดนยึดที่ยึดทาง เพราะฉะนั้นผมเองอยากให้ท่านได้เร่งรัด ในการที่จะได้หนี้ทั้งหลายที่ท่านปล่อยกู้ไปได้คืน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐหรือว่า รัฐวิสาหกิจชุมชนใด ๆ ก็ตาม เพราะถ้าอย่างนั้นแล้วมันไม่มีโอกาสที่จะได้เงินนั้นมาเลย แล้วก็อีกอย่างหนึ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะขอฝากท่านไปถึงกองทุนนี้ ก็คือในเว็บไซต์ของท่าน ที่เป็นเว็บไซต์ในการประชาสัมพันธ์เรื่องโน้นเรื่องนี้ของท่าน ท่านครับ ลองเปิดดูว่าเว็บไซต์ ท่านมัน Update แค่ไหน ล่าสุดการ Update คือเมื่อปี ๒๕๖๒ ท่านครับสตางค์ก็เสียไปแล้ว ในการทำเว็บไซต์อะไรทั้งหลายใช้ให้มันเป็นประโยชน์ครับ เพราะอย่าลืมว่าเขาก็มีคนสนใจ ในการที่จะเข้าไปดู เพราะฉะนั้นไม่แปลกเลยที่เขาบอกว่าเรื่องที่ไปถามใครแล้วใครเขาไม่รู้จัก กองทุนของท่าน เพราะฉะนั้นฝากหน่อยเถอะครับเพราะทุกอย่างเป็นเงินภาษีของราษฎร พวกเราผู้แทนเราก็เป็นห่วงนะครับ กราบขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณรงเดช อุฬารกุล เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ณรงเดช อุฬารกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ก็ต้องขอขอบคุณทางกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรที่ให้ข้อมูล จริง ๆ เป็น กองทุนที่มีประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกร แต่ปัญหาปัจจุบันก็คือว่าภาคการเกษตรก็เป็นภาคที่ เอาแน่เอานอนไม่ค่อยจะได้ ก็จะมีปัญหาเรื่องต่าง ๆ เข้ามากระทบนะครับ หลังสุด ถ้าเปิดไปดูหน้า ๑๕ ของเอกสารชี้แจงก็จะเห็นว่ามีการที่อนุมัติโครงการเกี่ยวกับโคไป ค่อนข้างเยอะนะครับ แต่สถานการณ์ปัจจุบันคือราคาโคที่ตกต่ำทำให้การประเมินโครงการ ต่าง ๆ ไม่สัมฤทธิ์ผลดังที่ได้มีการอนุมัติไว้นะครับ ผมได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกร มากว่าไม่สามารถที่จะเอาเงินชำระทางกองทุนได้ถึงแม้เขาจะเลี้ยงวัวแล้วก็มีลูกออกมาตาม โครงการที่เสนอกับกองทุนก็แล้วแต่ ดังนั้นอันนี้ก็เป็นปัญหาส่วนหนึ่งซึ่งผมคิดว่าอาจจะมี ผลกระทบต่อ การประเมินรายได้ของพี่น้องเกษตรกรและฐานะทางการเงินที่จะเอาเงิน กลับมาคืนให้ทางกองทุน ก็อยากทราบว่าทางกองทุนประเมินเรื่องแบบนี้ไว้อย่างไร🔗
เรื่องที่ ๒ ในส่วนของโครงการโคบาลชายแดนใต้ ก็จะเห็นว่าในปี ๒๕๖๖ ตามรายงานนี้ก็มีการอนุมัติวงเงินถึง ๑,๕๐๐ ล้านบาท เพื่อดำเนิน ๒๒ โครงการ และหนึ่ง ในโครงการนั้นก็คือโคบาลชายแดนใต้ แต่ว่าโครงการดังกล่าวผมได้สอบถามกับทาง กรมปศุสัตว์ แล้วก็ทาง ศอ.บต. ก็ได้รับรายงานว่าโครงการดังกล่าวนี้ได้มีการทบทวนหลังจาก ได้ดำเนินการ Phase แรกไปแล้ว ดังนั้นผมไม่แน่ใจว่าจากจำนวนเงิน ๑,๕๐๐ ล้านบาท สุดท้ายแล้วได้มีการเบิกจ่ายในโครงการดังกล่าวไปอย่างไร ทั้งนี้ก็อยากให้หน่วยงานที่มา ชี้แจงได้ตอบคำถามด้วยนะครับเพื่อจะได้ทราบสถานะที่แท้จริงของทางกองทุนครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทางกองทุนที่มาให้ข้อมูลนะครับ ซึ่งหลาย ๆ ข้อมูลแล้วก็ท่าน สส. หลาย ๆ ท่าน ก็บอกว่าเป็นกองทุนที่มีประโยชน์สำหรับเกษตรกรมาก แต่ก็จะมีบางหน่วยงานหรือว่าเกษตรกรบางกลุ่มที่ยังค้างค่าชำระให้กับทางกองทุนครับ แต่ด้วยปัญหาหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการส่งเสริมของกรมส่งเสริมการเกษตรที่ ส่งเสริมให้เกษตรกรได้เลี้ยง อย่างเช่นโครงการแพะ แกะล้านนาครับซึ่งเกษตรกรได้รับ โครงการดังกล่าวนี้ไปแล้วก็มีการเลี้ยงกันจริง แต่สิ่งที่เกษตรกรไม่สามารถที่จะนำเงินมา ส่งคืนกองทุนได้ถึง ๔๔ ล้านบาทครับ ถ้าเราเข้าไปดูไส้ในของโครงการก็คือโครงการนี้คดีมัน อยู่ที่ส่วนของอัยการของจังหวัดลำพูนครับ เนื่องจากเกษตรกรได้รับการส่งเสริม แต่สิ่งที่ได้รับไป มันเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่เป็นหมัน ซึ่งไม่สามารถที่จะทำตามโครงการที่เขาส่งเสริมให้ เกษตรกรได้เลี้ยงแพะ แกะได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้เกษตรกรที่ ๓ จังหวัดภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นลำปาง ลำพูน แล้วก็เชียงใหม่เองไม่สามารถที่จะส่งเงินคืนให้กับกองทุนได้ครับ กลับกลายเป็นภาระที่เกษตรกรไม่สามารถที่จะส่ง เงินทุนไม่พอครับ ต้องเป็นภาระเป็นหนี้สิน ให้กับครัวเรือนเกษตรกรด้วย เพราะฉะนั้นโครงการของกองทุนหลังจากถ้ามีการขอ งบประมาณไปใช้และมีการตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นของกรมส่งเสริมการเกษตร หรือว่า ตรวจสอบของโครงการว่ามันมีความทุจริตภายในโครงการด้วยหรือเปล่า ผมอยากจะให้ กองทุนนี้ส่งเสริมเกษตรกร ให้สร้างรายได้เขาได้จริง แต่จริง ๆ ไม่ควรจะเพิ่มภาระให้กับ เกษตรกรในการต้องมาแบกรับภาระโครงการที่มีความไม่โปร่งใสภายในโครงการ จึงอยากให้ กองทุนได้พิจารณาเรื่องนี้ด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วน ภาคใต้ คนกระบี่ครับ ขออนุญาตสอบถามผู้มาชี้แจงรายงานผู้สอบบัญชีกองทุนสงเคราะห์ เกษตรกร สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากเอกสารที่ท่านทำมา ผมค่อนข้าง สงสัยนิดหนึ่งว่าคณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกรน่าจะมีบทบาทอย่างมากในการให้เงิน ไปยังผู้กู้ทั้งภาคราชการหรือว่าองค์กรเกษตร ผมอยากทราบว่าคณะกรรมการสงเคราะห์ เกษตรมีบทบาท มีกิจกรรม มีภารกิจความถี่ของการทำงานอะไรมากน้อยแค่ไหน ขอทราบ รายละเอียดสักนิดหนึ่ง🔗
ถัดมาเกี่ยวกับหน้า ๑๕ ที่ให้เงินกองทุนไป โดยเฉพาะเงินจ่ายขาด ผมอยาก ทราบว่าคำว่า เงินจ่ายขาด ๒ โครงการ ทั้ง ๑๖ ล้านบาท มีทั้ง ๑,๗๐๐๐,๐๐๐ บาท และ ๑๕ ล้านบาทไปที่ชายแดนใต้มันหายไปเลยใช่ไหม คำว่า จ่ายขาด ไม่มีการใช้คืนใช่หรือไม่🔗
ถัดมาก็คือต้องการถามว่าแล้วมีการติดตามประเมินโครงการที่อนุมัติไปแล้ว หรือไม่ อย่างไร มีการประเมินอย่างไรในการที่เราปล่อยเงินกู้ออกไป🔗
สุดท้ายเป็นคำถามที่ผมคิดว่าเอกสารที่บอกว่ามีปัญหาอุปสรรค ผลการจัดสรร เงินช่วงหน้าท้าย ๆ ประจำปี ๒๕๖๖ หน่วยงานของรัฐปล่อยผลจัดสรรไป ๑ โครงการ องค์กรเกษตร ๒๗ โครงการ แปลว่าคนที่เข้าถึงตรงนี้น้อยมาก ๆ แล้วท่านก็อธิบายปัญหา อุปสรรคโยนความผิดไปให้ว่าองค์กรเกษตรขาดความรู้ความเข้าใจ ไปโยนความผิดให้ เกษตรกรไม่ได้ครับ ท่านต้องเขียนสรุปว่าหน่วยงานภาครัฐที่ปล่อยเงินกู้ ข้าราชการที่อยู่ใน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่สามารถไปให้ความรู้กับชาวเกษตรกรได้ แต่ไปโยนความผิด ว่าเกษตรกรไม่มีความรู้ ผมว่าไม่ถูกครับเขียนรายงานแบบนี้ ขอคำชี้แจงด้วยครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญทางกองทุนครับ ใครจะชี้แจงเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านนะคะ ในคำถามของ ท่านนพพล เหลืองทองนารา ท่านถามว่าการชำระเงินของหน่วยงานที่กู้กองทุนไปแล้วน้อยมาก ตรงนี้จะทำอย่างไร ดิฉันขอกราบเรียนอย่างนี้ว่าเดิมทีกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรจะปล่อยกู้ ให้กับหน่วยงานภาครัฐเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะหน่วยงานที่มีหน้าที่ส่งเสริมพี่น้อง เกษตรกร ไม่ว่ากรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง เพราะกองทุนนี้มองว่าหน่วยงานเหล่านี้ใกล้ชิดกับพี่น้องเกษตรกรแล้วก็มีภารกิจในการไป ส่งเสริมพี่น้องเกษตรกรในการประกอบอาชีพ เงินก็เลยปล่อยลงไปที่หน่วยงานเพื่อที่ให้ หน่วยงานเอาไปส่งต่อให้พี่น้องเกษตรกรกู้ ตรงนี้หน่วยงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับจังหวัด ก็จะรู้จักพี่น้องเกษตรกรสามารถที่จะเข้าใจปัญหาอุปสรรคในพื้นที่ของเขา แล้วที่บอกว่าเงิน ที่ปล่อยกู้แล้วยังไม่คืนมาที่กองทุน ตรงนี้อยากจะกราบเรียนดังนี้ว่า เงินที่เราปล่อยไปที่กรม ต่าง ๆ เขาจะเอาไปหมุนเวียนในการปล่อยกู้ให้กับพี่น้องเกษตรกร คือเขาจะไปทำสัญญากับ พี่น้องเกษตรกรในแต่ละกลุ่ม ในแต่ละสหกรณ์ตามความจำเป็นในการใช้ประโยชน์ของ โครงการต่าง ๆ เมื่อถึงกำหนดเวลาเขาก็จะเก็บเงินคืนเข้ามาในส่วนของกรมและสามารถ ที่จะปล่อยต่อให้กับกลุ่มอื่น ๆ นะคะ ตรงนี้กองทุนเองก็ไม่ได้ที่จะต้องเอาเงินกลับมาที่ กองทุน ถ้าหากว่ากรมยังสามารถที่จะปล่อยกู้หมุนเวียนไปหลาย ๆ รอบตรงนี้นะคะ🔗
สำหรับในประเด็นที่ท่านแนะนำว่าการประชาสัมพันธ์รู้จักกองทุน อันนี้ กองทุนเองก็รับทราบประเด็นปัญหาตรงนี้นะคะ แล้วก็ปัจจุบันนี้ได้มีการตั้งคณะทำงาน ขึ้นมาในระดับจังหวัดที่มีหน่วยงานต่าง ๆ โดยมีสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเป็น หน่วยงานหลัก มีองค์ประกอบโดยกรมต่าง ๆ แล้วก็หน่วยงานภายนอกกระทรวงด้วยที่เข้า มาเป็นคณะทำงานระดับจังหวัดเพื่อที่จะประชาสัมพันธ์ให้กองทุนนี้เป็นที่รู้จักของพี่น้อง เกษตรกรนะคะ อย่างที่เรียนว่าจากเดิมให้หน่วยงานรัฐเท่านั้นในการมากู้เงินกับกองทุน เพื่อเอาไปให้พี่น้องเกษตรกร แต่ภายหลังได้มีการเขียนปรับระเบียบใหม่โดยให้กลุ่มเกษตรกร องค์กรเกษตรกรสามารถมายื่นกู้โดยตรงกับกองทุนนะคะ ซึ่งปัจจุบันเราก็ใช้กลไกของ คณะทำงานระดับจังหวัดตรงนี้ที่จะกลั่นกรองโครงการเข้ามาเพื่อที่เข้าถึงกองทุนโดยตรง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นวิสาหกิจชุมชนที่จะมากู้เงินตรงนี้ค่ะ🔗
สำหรับคำถามของท่านณรงเดช อุฬารกุล ในเรื่องของราคาโคตกต่ำทำให้ พี่น้องเกษตรกรไม่สามารถที่จะชำระเงินกองทุนได้ ในโครงการกองทุนโคบาลชายแดนใต้ ๑,๕๐๐ ล้านบาทตรงนี้ ขอกราบเรียนดังนี้ หลังจากที่มีการวิเคราะห์โครงการแล้วก็จะปล่อย กู้เงิน ๑,๕๐๐ ล้านบาทตรงนี้ ณ เวลาปัจจุบันเองนะคะ เกษตรกรได้เบิกเงินจากโครงการไป จำนวน ๙๓ ล้านบาท ยังค้างเบิกอยู่อีก ๑,๓๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งในส่วนตรงนี้พอการ ดำเนินการแล้วก็การมีปัญหาในเรื่องของราคาโคตกต่ำก็ได้มีการทบทวนตรงนี้ แล้วก็อยู่ใน การวิเคราะห์กันว่าเราจะดำเนินการต่อหรือเพื่อที่จะให้เกิดความรอบคอบมากขึ้น ฉะนั้น ตรงนี้ในการอนุมัติโครงการแล้วเมื่อเราอนุมัติโครงการแล้วกองทุนจะไม่ได้จ่ายเงินงวดเดียว ไปให้กับวิสาหกิจชุมชนจะจ่ายไปตามแผน เขาจะทำแผนมาว่าปีแรกขอรับเท่าไร ปีที่ ๒ ที่ ๓ เท่าไร ก็จะมีส่วนหนึ่งได้มีการอนุมัติโครงการไปแล้วแต่ยังไม่จ่ายเงินออกไป🔗
ในส่วนของคำถามของท่านวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก โครงการแพะ แกะ ที่ลำพูนเกษตรกรรับพ่อแม่พันธุ์ไป แล้วก็อาจจะมีปัญหาในเรื่องของพ่อแม่พันธุ์ ขอให้มีการ ตรวจสอบ ตรงนี้ดิฉันอยากกราบเรียนอย่างนี้ ได้มีการคุยกันนะคะว่าจริง ๆ แล้ววิสาหกิจ ชุมชนที่เข้ามากู้เงินเราก็พยายามส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชนเข้มแข็ง เรามีหน่วยงานก็คือ กรมส่งเสริมการเกษตร มีหน้าที่ในการสร้างความเข้มแข็งให้กับวิสาหกิจชุมชน ให้มีการ รวมกลุ่มกันทำกิจกรรม แล้วก็มีกิจกรรมของกลุ่ม มีระเบียบข้อตกลงของกลุ่ม เมื่อกลุ่ม มีความเข้มแข็งในการทำกิจกรรมต่าง ๆ นี้ก็เป็นการติดต่อระหว่างกลุ่มกับผู้ประกอบการ ที่เกษตรกรไปซื้อแพะ แกะมา ตรงนี้หากเกษตรกรเข้มแข็ง สนับสนุนให้เขาเข้มแข็งได้เขาก็ สามารถที่จะพูดคุยนะคะ ตรวจสอบกับผู้ประกอบการที่ขายพันธุ์แพะ แกะ ซึ่งมีหน่วยงาน เกษตรของเราก็จะเป็นพี่เลี้ยงนะคะ ตรงนี้เองดิฉันก็จะรับเรื่องที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรได้นำเสนอนี้ไปนำเรียนผู้บริหารระดับสูง พร้อมกับจะสื่อสารไปที่กรมส่งเสริม การเกษตร รวมทั้งกรมปศุสัตว์เพิ่มเติมด้วย🔗
สำหรับท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ท่านสอบถามเกี่ยวกับคณะกรรมการ สงเคราะห์เกษตรกรมีบทบาทอย่างไร มีความถี่ในการทำงานอย่างไร ดิฉันขอกราบเรียน อย่างนี้ว่า คณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกรเอาที่มาก่อน เขาจะมีที่มาจากการเสนอชื่อโดย กรมต่าง ๆ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอเข้ามา เสร็จก็จะมีคณะกรรมการในการ คัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาเป็นคณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกร อันนี้ดิฉันเข้าใจว่า ท่านถามในกรณีของผู้ทรงคุณวุฒิ พอเข้ามามีคณะกรรมการคัดเลือกเสร็จแล้ว มีการนับ คะแนนอะไรกันเรียบร้อย ขอกราบเรียนว่า ณ ปัจจุบันนี้ วันนี้เองที่เป็นคณะกรรมการ สงเคราะห์เกษตรกรที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิหมดวาระเราได้ประชุมกันเมื่อวานแล้วเขาหมดวาระ วันนี้เดี๋ยวจะมีการคัดเลือกใหม่ ถามว่าความถี่ในการทำงานของเขา อันที่ ๑ มีการประชุม เพื่อที่จะกลั่นกรองโครงการจะมีคณะอนุกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิก็อยู่ในคณะอนุกรรมการ กลั่นกรองโครงการ อันที่ ๒ ผู้ทรงคุณวุฒิก็มาอยู่ในคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ เกษตรกรในการอนุมัติโครงการด้วย รวมทั้งมีภารกิจในการออกไปช่วยเจ้าหน้าที่ในการ วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการในระดับพื้นที่ด้วย อย่างการประชุมคณะกรรมการ สงเคราะห์นี่ประชุมเดือนละ ๑ ครั้ง สำหรับท่านถามในเรื่องโคชายแดนใต้ที่มีการเงิน จ่ายขาดของกรมปศุสัตว์ คำว่า เงินจ่ายขาด นี่ก็เป็นเงินที่จ่ายแล้วจ่ายเลยเหมือนที่ท่านบอก ตรงนี้มันเป็นค่าที่พอเราปล่อยเงินกู้ไปให้กับกรมปศุสัตว์นี่ในการบริหารจัดการที่นำเรียนว่า เขาจะต้องไป Contract กับวิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ โดยจะต้องไปชี้แจงทำความเข้าใจ จัดประชุมกับพี่น้องเกษตรกร ลงตรวจเยี่ยมติดตามวิเคราะห์โครงการเงินจ่ายขาดตรงนี้ จึงเหมือนกับค่าบริหารจัดการโครงการ แล้วก็นำเรียนว่าเมื่อปล่อยกู้แล้ว สมมุติว่ามีองค์กรนี้ เขาทำแผน ๓ ปี จ่ายกันสิ้นสุด ๓ ปีเก็บเงินมากรมปศุสัตว์ก็สามารถที่จะเอาไปปล่อยกู้ให้อีก กลุ่มหนึ่งก็จะเป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วก็วงเงินจ่ายขาดที่ว่านี้หรือวงเงินโครงการทั้งหมดกรม เอาไปฝากธนาคาร ถ้ามีดอกผลประการใดเกิดขึ้นเขาจะต้องส่งกลับมาที่กองทุนสงเคราะห์ เกษตรกร ดิฉันไม่แน่ใจว่าตอบคำถามได้ครบถ้วนไหม ขออนุญาตนำเรียนเท่านี้ ขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญครับ มีสมาชิกยังติดใจไหมครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชี และรายงานการเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ ขอบคุณท่านผู้ชี้แจง ขอบคุณหน่วยงานครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
- รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการ ควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว เชิญกรรมาธิการเข้าประจำที่นะครับ พร้อมแล้วเชิญท่านประธานแถลงเลยครับ🔗
ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นิยม วิวรรธนดิฐกุล และคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา กฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย สภาผู้แทนราษฎร ขอนำ รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญมารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร ตามญัตติที่เราได้มี ไว้ก่อนก็คือของท่านไผ่ ลิกค์ และของท่านลิณธิภรณ์ หลังจากนั้นก็มีการตั้งกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ จำนวน ๓๕ คน เพื่อศึกษาปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย ก็คงขอสไลด์ก่อน นะครับก่อนที่จะนำเข้าสู่เรื่องของรายงานนะครับ🔗
คงไม่ใช่ตรงแนวทาง ตรงที่เป็นรูปบุหรี่ขึ้นไปก่อนนะครับ ไปสไลด์ที่มีรูปแบบหลาย ๆ รูปครับ การศึกษาปัญหา บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยเป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ โดยการรวบรวมข้อมูลทั้งปฐมภูมิและ ทุติยภูมิ มีการศึกษาข้อมูลจากทั้งทางกฎหมาย เอกสารงานวิจัย และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ทั้งที่อยู่บนดินและใต้ดินมากมาย ซึ่งทางกรรมาธิการก็ได้มาพิจารณาร่วมกัน การพิจารณา มีความรอบคอบ มีความเป็นกลางนะครับไม่อยู่ใต้การชี้นำและแรงกดดันของฝ่ายใดหรือ องค์กรใด ๆ ทั้งสิ้น มองครอบคลุมทุกมิติ ก็คือทั้งสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และ ทางด้านกฎหมาย ถ้าเปรียบก็คงจะเหมือนกับการมองลูกเต๋า เราไม่ได้มองเฉพาะด้านบน ด้านเดียว เรามองทั้ง ๖ ด้าน เพราะฉะนั้นการศึกษาฉบับนี้ไม่ใช่เอกสารวิชาการ แต่เป็น เอกสารที่บูรณาการตามบริบท ความเป็นจริงของประเทศไทยวันนี้ซึ่งมีการระบาดของบุหรี่ ไฟฟ้าอย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือการระบาดอยู่ในเด็กและเยาวชนของเราในสังคม ซึ่งทุกท่านก็คงจะเข้าใจดี แต่ก่อนที่จะนำเข้าสู่ในเรื่องของรายงานก็ขออนุญาตที่จะชี้แจงให้ ทางสมาชิก และท่านประธานได้ทราบถึงว่าการจำแนกบุหรี่ในปัจจุบันก็คงจะขออนุญาต จำแนกไว้เป็น ๓ อย่าง อันที่ ๑ ก็คือเป็นบุหรี่ซิกาแร็ต ก็คือบุหรี่ที่เราจะจุดสูบธรรมดาที่ใช้ ความร้อนในการเผาไหม้ ๖๐๐-๙๐๐ องศา ก็คือบุหรี่ที่สูบกันทั่ว ๆ ไปที่เราเห็นนะครับ อันที่ ๒ ก็คือผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกว่า Heated Tobacco Products หรือ HTP ซึ่งถ้าท่านมองในภาพก็เห็นที่เป็นสีดำ ๆ ข้างบน อันบนสุด บุหรี่นี้ อาจจะเรียกอีกชื่อหนึ่งก็คือเรียกว่า Heat-not-burn หรือ HNB มันก็จะมีส่วนประกอบอยู่ ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งก็คือ Heatstick ก็คือเป็นมวนบุหรี่ ซึ่งในมวนนี้ก็จะมีใบยาสูบเป็น องค์ประกอบและสูบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้า ใช้ความร้อนในการสูบ ๓๐๐-๓๕๐ องศาเซลเซียส แต่ไม่เผาไหม้ บุหรี่พวกนี้จะมีราคาค่อนข้างสูง ทั้ง Stick ของมันแล้วก็ทั้งตัว Device หรือตัว อุปกรณ์การสูบ ส่วนใหญ่ผู้ใช้ก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีเงินซื้อ🔗
ประเภทที่ ๓ เราเรียกว่าบุหรี่ไฟฟ้าหรือ Vape อันนี้จะมีน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าใช้ ความร้อนจากไฟฟ้าทำให้น้ำยากลายเป็นไอแต่ไม่เผาไหม้ มีหลายรูปแบบครับ ทั้งเป็นรูป Tank เป็นรูป Pod หรือ Toy Pod ที่อยู่ข้างล่างสุดที่ท่านเห็นเป็นรูปตุ๊กตาอันนี้ก็เป็น Toy Pod มีทั้งเติมน้ำยาได้ ใช้แล้วทิ้ง ซึ่งส่วนนี้ล่ะครับที่เป็นการระบาดอยู่ในเด็กอย่างมากมาย เพราะว่าราคาถูก หาซื้อง่าย มีกลิ่น มีรสมากมาย ทางกรรมาธิการก็ได้ศึกษารวบรวม ผลกระทบของบุหรี่ไฟฟ้า ก็พอสรุปได้ดังนี้นะครับ🔗
ผลกระทบทางด้านสุขภาพ อันที่ ๑ ซึ่งควันบุหรี่ท่านก็คงจะทราบดีว่ามันก็จะ ประกอบด้วยนิโคติน แต่มันไม่มีเพียงนิโคติน มันยังมีสารอื่นอีกมากมาย ทั้งโลหะหนัก โพรพิลีนไกลคอล สารปรุงแต่ง กลิ่น รส ซึ่งมีผลต่อสุขภาพของเรา โดยเฉพาะด้านร่างกาย ก็คือระบบหายใจอันนี้ชัดเจนนะครับ เกิดโรคได้มากมาย ไม่ว่าเป็นหอบ หืด ถุงลมโป่งพอง EVALI หรือที่เรียกว่า E-cigarette or Vaping use-Associated Lung Injury ซึ่งมีการ อักเสบของปอดอย่างรุนแรง ระบบหลอดเลือดหัวใจเช่นหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ระบบ Metabolic ก็เช่นเบาหวาน เพิ่มโอกาสเกิดมะเร็งเช่นมะเร็งปอดทางสมองและระบบ ประสาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนของเรา ซึ่งสมองจะต้องพัฒนาจนถึงอายุ ๒๕ ปี ก็มีผลต่อการเรียนรู้ และอารมณ์ ยังมีรายงานเกี่ยวกับการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศด้วย นะครับ ทางด้านสุขภาพจิตเสี่ยงต่ออาการซึมเศร้า วิตก กังวล โรคเครียด และภาวะอื่น ๆ ทางจิตเวช🔗
อันที่ ๒ ผลกระทบทางด้านสังคม อันนี้เป็นการเพิ่มโอกาสของนักสูบหน้าใหม่ ที่สำคัญที่สุดก็คือการระบาดในเด็กและเยาวชนเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย🔗
อันที่ ๓ ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจเนื่องจากการสูบบุหรี่ทำให้เกิดโรค เพราะฉะนั้นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจากโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็จะเพิ่มขึ้น เกิดธุรกิจใต้ดิน มีการลักลอบนำเข้าและขายบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะในสื่อออนไลน์ ปีหนึ่งมูลค่าหลายพันล้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี แต่ในทางตรงกันข้าม การจำหน่ายบุหรี่ของการยาสูบแห่งประเทศไทยก็ลดลงอย่างมาก ทำให้รัฐขาดรายได้จาก ภาษี รวมทั้งเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบก็มีรายได้ที่ลดลง🔗
อันที่ ๔ ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม ก็แน่นอนนะครับก็จะมีขยะ อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น อาจจะเพิ่มการปนเปื้อนของสารพิษเข้าสู่สิ่งแวดล้อม🔗
อันที่ ๕ ผลกระทบทางด้านกฎหมาย เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีกฎหมายเฉพาะ ต้องอาศัยกฎหมายของหน่วยงานอื่น ซึ่งบางอันก็ล้าสมัยแล้ว กฎหมายยังขาดความชัดเจน เกิดช่องว่างในการปฏิบัติ และที่สำคัญคือการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จึงเกิดธุรกิจใต้ดิน🔗
สำหรับกฎหมายที่เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าทั้งการนำเข้า การจำหน่าย การมี ครอบครองเพื่อสูบ ก็ขออนุญาตพูดย่อ ๆ แล้วกันเพราะว่ามันยาว เพื่อประหยัดเวลาของท่าน ท่านสามารถอ่านได้จากรายงาน ฉบับที่ ๑ ในหน้า ๖๒ หน้า ๖๓ และหน้า ๖๔ ซึ่งพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องก็เช่น พระราชบัญญัติศุลกากร ๒๕๖๐ เช่น การนำเข้าก็ เกี่ยวกับมาตรา ๔๒ การครอบครองไว้สูบหรือครอบครองไว้ขายก็อยู่ในมาตรา ๒๔๖ กฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกส่วนหนึ่งก็คือประกาศของกระทรวงพาณิชย์ ๒๕๕๗ ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสิ่งที่ห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร คำสั่งของคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้า และบริการ ที่ ๒๔/๒๕๖๗ ห้ามผลิตเพื่อขาย ห้ามขาย หรือให้บริการ พระราชบัญญัติควบคุม ผลิตภัณฑ์ยาสูบ อันนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการควบคุม ซึ่งถ้าไปดูในรายละเอียดแล้ว พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ๒๕๖๐ นี้ก็ยังล้าสมัยไม่ทันต่อเหตุการณ์ ก็เรียกว่า ท่านไปอ่านดูที่หน้า ๖๒ ๖๓ ๖๔ นะครับ ในหน้า ๖๔ ก็จะปรากฏในเรื่องของการดำเนินคดี ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสำหรับผู้ครอบครอง เช่น ผู้ครอบครองเพื่อการสูบ แนวทางของการ ดำเนินคดีจะเป็นอย่างไรท่านก็ลองไปอ่านดูนะครับ กรรมาธิการที่ได้ศึกษาก็ได้ศึกษาและ รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ จึงได้เสนอไว้ ๓ แนวทางในการแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อให้เหมาะสม กับบริบทของความเป็นจริงในประเทศไทย วันนี้ก็ขอเรียนให้ท่านทราบว่าการรายงานของ คณะกรรมาธิการของเราไม่ได้มีการลงมติว่าจะเลือกแนวทางใดแนวทางหนึ่งตามที่บางท่าน หรือหลายหน่วยงานเข้าใจ ในส่วนของข้อสังเกตเป็นเรื่องของการพัฒนา ปรับปรุงกฎหมาย เป็นเรื่องของการกำหนดมาตรการการป้องกันเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชน เป็นเรื่อง ของการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เป็นการกำหนดนิยามที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจนเป็นการ ให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของแนวทางที่รัฐบาลจะเลือกใช้ในอนาคต ในการที่จะเลือก แนวทางใดแนวทางหนึ่งนั้นฝ่ายบริหารจะเป็นผู้ตัดสินใจที่จะต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับ บริบทของความเป็นจริงในประเทศไทย แต่ต้องตระหนักว่าบุหรี่ทุกชนิด รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้า เป็นผลิตภัณฑ์ทำลายสุขภาพ การปกป้องสุขภาพจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ การปกป้องเด็กและเยาวชนของเราไม่ให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์เหล่านี้อย่างถึงที่สุด ใน ๓ แนวทางนี้ ทางคณะกรรมาธิการของเราก็ไม่ได้มีความเห็นที่ตรงกันนะครับ เราก็จะแยกความเห็นทั้ง ๓ แนวทางสำหรับท่านกรรมาธิการท่านไหนจะชี้แจงในแนวทางไหนเดี๋ยวก็ลองกำหนดนะครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญของเราได้เสนอ ๓ แนวทางในการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้า ในประเทศไทย ก็คงขออนุญาตให้ทางนายแพทย์ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ ประธานคณะ อนุกรรมาธิการพิจารณามาตรการด้านกฎหมายเพื่อควบคุมกำกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้า ในประเทศไทย เป็นผู้รายงาน ก็ขอเรียนเชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญ บุหรี่ทุกชนิด เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แล้วผมก็เชื่อว่าพวกเราโดยส่วนใหญ่ก็หวังที่จะเห็นคนสูบบุหรี่ ในประเทศไทยมีน้อยลงโดยเฉพาะในกลุ่มของเด็กและเยาวชน นักสูบหน้าใหม่ แต่จากสภาพ ปัญหาในปัจจุบันที่ปรากฏว่ามีการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้ามากการซื้อหา ซื้อหาได้ง่าย แล้วก็ในราคาที่ไม่สูง ตรงนี้ก็เป็นปัญหาที่พวกเราจะต้องมาร่วมกันคิด มาร่วมกันพิจารณา เพื่อให้มีแนวทางในการควบคุม กำกับบุหรี่ไฟฟ้าในเมืองไทยของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากขึ้น ทางคณะกรรมาธิการของเราได้มีโอกาสศึกษาถึงสภาพปัญหา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ของความไม่ชัดเจนของข้อกฎหมาย ทำให้หน่วยงานต่าง ๆ ตีความปฏิบัติได้แตกต่างกัน ตลอดจนอีกหลาย ๆ สภาพปัญหา ทางคณะกรรมาธิการจึงได้กำหนดเป็นแนวทาง เพื่อควบคุม กำกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยพิจารณา เป็น ๓ แนวทาง ฝากขึ้นสไลด์ได้เลยในแต่ละแนวทาง🔗
โดยแนวทางที่ ๑ กำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนทุกประเภทเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ถ้าเราดูจากในสไลด์จะเห็นได้ว่าในช่องแรก ก็คือแนวทางที่ ๑ ยังคงให้บุหรี่ไฟฟ้าและ ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนนั้นเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย โดยเราจะแบ่งเป็น ๒ ทางเลือก ที่อาจมีความเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยทางเลือกที่ ๑ แก้ไขกฎหมายที่ เกี่ยวข้องที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันเพื่อยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนปิดช่องว่างใน การบังคับใช้กฎหมาย โดยจะต้องไปแก้ไข พ.ร.บ. ศุลกากร ไปแก้ไขประกาศของกระทรวง พาณิชย์ เรื่องกำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งต้องห้ามในการนำเข้า มาในราชอาณาจักร ตลอดจนแก้ไขคำสั่งของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ ๙/๒๕๕๘ เพื่อให้เกิดความชัดเจน หรือทางเลือกที่ ๒ อาจจะต้องจัดให้มีกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติ ขึ้นใหม่ เพื่อกำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายแบบเบ็ดเสร็จ โดยรวมเอาหลักการ และมาตรการควบคุมในทุกมิติไว้ในกฎหมายฉบับดังกล่าวนะครับ🔗
แนวทางที่ ๒ ครับ กำหนดให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนเป็นสิ่งที่ถูก ควบคุมตามกฎหมายเฉพาะผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ภาคความร้อน ซึ่งก็สามารถดำเนินการได้ โดยแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับผลิตภัณฑ์ยาสูบให้ความร้อนเป็นสิ่งที่ถูกควบคุมตาม กฎหมายดังนี้ ก็คือไปแก้ประกาศกระทรวงพาณิชย์ แก้คำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และบัญญัติกฎหมายเพิ่มเติมเพื่อควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน ไม่ว่าจะเป็น ๑. การออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนดให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนเป็นยาสูบตาม พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต ๒๕๖๐ มิติการควบคุมการเข้าถึงการโฆษณา การสื่อสาร การตลาด และการสูบ ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ๒๕๖๐ มิติการควบคุมการผลิต นำเข้า ขาย และมาตรการทางภาษี และราคาภายใต้ พ.ร.บ. สรรพสามิต ๒๕๖๐ มิติการ ควบคุมมาตรฐานอุปกรณ์ในการสูบ ปัจจุบันยาสูบแบบให้ความร้อนภายใต้กฎหมายว่าด้วย มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม รวมทั้งแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน เพื่อยกระดับการบังคับใช้กฎหมายตลอดจนปิดช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมายดังนี้ ก็คือ ๑. พ.ร.บ. ศุลกากร ๒๕๖๐ ๒. ประกาศกระทรวงพาณิชย์ ๓. คำสั่งคณะกรรมการคุ้มครอง ผู้บริโภค ที่ ๙/๒๕๕๘ เป็นต้น อันนี้ก็เป็นในแนวทางที่ ๒🔗
ส่วนแนวทางที่ ๓ นั้น ก็คือบุหรี่ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน เป็นสิ่งที่ถูกควบคุมตามกฎหมาย นั่นหมายถึงว่าเอาทุกอย่างขึ้นมาไว้ยกเว้นพวก Toy Pod โดยเราสามารถทำได้โดย ๑. แก้ไขกฎหมาย ๒ ฉบับ ก็คือ ๑. ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องกำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามา ในราชอาณาจักร ๒๕๕๗ แล้วก็ ๒. แก้ไขคำสั่งของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ ๙/๒๕๕๘ เรื่อง การห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยให้คงห้ามเฉพาะบารากู่ นอกจากนั้นแล้วอาจจะมีการบัญญัติกฎหมายเพิ่มเติมเพื่อกำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ ยาสูบแบบให้ความร้อนเป็นสิ่งที่ถูกควบคุมตามกฎหมาย โดย ๑. ออกกฎกระทรวงเพื่อ กำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนเป็นยาสูบตาม พ.ร.บ. สรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ มิติการควบคุมการเข้าถึงหรือการโฆษณา การสื่อสาร การตลาดการยาสูบ ภายใต้ พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ๒๕๖๐ นะครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการได้สรุปเป็น ๓ แนวทาง ก็คือ ๑. กำหนดให้ Ban ทุกอย่างโดยเบ็ดเสร็จ โดยไปแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เกิดความชัดเจนและเกิดผลบังคับใช้ที่ดี ยิ่งขึ้น ๒. เอาเฉพาะผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนขึ้นมาไว้บนดินโดยแก้ไขกฎหมาย บางฉบับเพื่อให้ได้มีผลบังคับใช้ ๓. เอาทุกอย่างขึ้นมาโดยแก้ไขกฎหมาย แล้วก็เน้นไป ในมาตรการในการเข้าถึงของเด็กและเยาวชนนะครับ ยังมีเวลานิดหนึ่ง โดยทางคณะกรรมาธิการ ได้พูดคุยและให้เป็นข้อสังเกตเอาไว้ว่าในทุกมาตรการนะครับ ควรกำหนดมาตรการป้องกัน การเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าสำหรับเด็กและเยาวชนอย่างจริงจัง แล้วก็ผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น อันนี้ ก็เป็นสิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการได้พูดคุยกันว่าหลังจากที่ถ้าหากทางหน่วยงานทางรัฐบาล หรือทางพรรคการเมืองใด ๆ มีความคิดความชอบที่จะเลือกใช้ในแนวทางที่ ๑ ก็อาจจะเกิด ความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพได้มากขึ้น🔗
ส่วนผลลัพธ์ในแนวทางที่ ๒ ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนเป็นสิ่งที่ถูก ควบคุมตามกฎหมายนั้นก็จะทำให้เกิดความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ ยิ่งขึ้น ๒. เป็นทางเลือกให้แก่ผู้ที่สูบบุหรี่อยู่ในปัจจุบัน ๓. สามารถกำหนดมาตรฐานของ ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนได้ ๔. สามารถจัดเก็บภาษี ๕. ลดการจำกัดสิทธิของ นักท่องเที่ยวต่างชาติ แล้วก็ ๖. อาจจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรผู้ปลูกต้นยาสูบ🔗
ส่วนผลลัพธ์ในแนวทางที่ ๓ ในการนำบุหรี่ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ ความร้อนขึ้นมาเป็นสิ่งที่ถูกควบคุม ตามกฎหมายนั้นผลลัพธ์ก็อาจจะเห็นในสิ่งต่อไปนี้ ก็คือ ๑. เกิดความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมาย ๒. เป็นทางเลือกให้แก่ผู้สูบบุหรี่เช่นกัน ๓. สามารถกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ สามารถจัดเก็บภาษีและลดการจำกัดสิทธิของ นักท่องเที่ยวต่างชาติ และเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรผู้ปลูกต้นยาสูบ รวมถึงน่าจะเป็นการ ลดการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดจากการบังคับใช้กฎหมายได้🔗
อันนี้ก็เป็นสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายตามแนวทางทั้ง ๓ แนวทางที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุม กำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่ก็ต้องเน้นนะครับ บุหรี่ ทุกชนิดเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แล้วข้อห่วงกังวลพวกเราทุกคนก็คงไม่พ้นการป้องกัน ไม่ให้เด็กและเยาวชนของเราเข้าถึงบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าได้ง่ายจากมาตรการต่าง ๆ ที่จริงจัง ของรัฐนะครับ🔗
มีท่านสมาชิกติดใจที่จะขออภิปรายนะครับ ท่านแรก ท่านลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอร่วมอภิปรายในวาระรับรองรายงานของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายมาตรการการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ท่านประธานที่เคารพคะ ข่าวที่สร้างความ ตื่นตระหนกให้กับพี่น้องประชาชนรวมถึงผู้ปกครองเมื่อช่วง ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา และเผยแพร่ ผ่านสื่อมากมายก็คือเด็ก ป. ๖ เกิดอาการวิกฤติปอดหาย พอสืบไปพบว่ามีการดื่มน้ำกระท่อม แล้วสูบบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่ ป. ๔ นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่าบุหรี่ไฟฟ้ากำลังกายเป็นปัญหาสำคัญ ต่อเยาวชนและสังคมไทย แม้ว่าประเทศไทยจะมีการกำหนดกฎหมายห้ามนำเข้าและ จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าก็ตาม แต่จำนวนผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้ากลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มเยาวชน ตัวเลขเราสะท้อนได้จากสถิติปี ๒๕๖๔ มีประชากรไทยที่มีอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าประมาณ ๐.๑๔ หรือว่าคิดเป็น ๗๐,๐๐๐ คนตัวเลขกลม ๆ นะคะท่านประธาน แต่ปี ๒๕๖๕ ตัวเลข กลับขยับขึ้นไปเป็นร้อยละ ๑.๒๑ หรือประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ คน ๑๐ เท่าเลยภายในปีเดียว และแสดงให้เห็นอย่างยิ่งยวดจากรายงานขององค์การอนามัยโลกระหว่างปี ๒๕๕๖-๒๕๖๕ เด็กและเยาวชนไทยมีอัตราการใช้บุหรี่ไฟฟ้าสูงถึง ๑๗.๖ ซึ่งสูงติดอันดับโลกทีเดียวเลย ในฐานะตัวแทนของประชาชนและทำงานพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเด็กและเยาวชนมาโดยตลอด ดิฉันขอใช้โอกาสนี้อภิปรายรายงานฉบับนี้รวมถึงชื่นชมคณะทำงานของคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ที่ได้เสนอแนวทางแก้ไขมาอย่างละเอียดค่ะ และต้องขอชื่นชมรัฐบาลภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ที่ได้ออกมาตรการระยะสั้นในการดำเนินการปราบปราม การใช้บุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าที่เข้าถึงเด็กและเยาวชน โดยมาตรการ ๓๐ วัน และ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา นอกจากนี้ยังมีการร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการล่าสุดและกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้มีการแก้ไขและออกประกาศเกี่ยวกับ การปฏิบัติเมื่อพบบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อให้ครูสามารถตรวจยึดอายัดแล้วตรวจค้นบุหรี่ไฟฟ้า ในสถานศึกษาได้ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลทำค่ะ ตั้งแต่วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ จนถึงวันที่ ๑๘ มีนาคม และล่าสุดมีการตรวจยึดของกลางบุหรี่ไฟฟ้า ณ โกดังที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งมากที่สุด ในประเทศไทย นอกจากนี้มาตรการระยะสั้นที่เราเห็นว่ารัฐบาลจริงจังในการแก้ไข ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าที่แบ่งออกเป็น ๓ ระยะ ก็คือมีการปูพรมปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าในเขต พื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะพื้นที่ความรับผิดชอบของกรมศุลกากร อันที่ ๒ ยังมีการปราบปราม ร้านค้า ร้านที่มีทั้งติดตั้งออนไลน์แล้วออฟไลน์ด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ จนถึง ๑๘ มีนาคม ระยะเวลาเพียงแค่ ๒๐ วัน เชื่อไหมว่าจับกุมดำเนินคดีไปแล้วกว่า ๑,๗๔๑ คดี มากกว่าปี ๒๕๖๗ อีกค่ะ และยึด ของกลางกว่าล้านชิ้นมีมูลค่ากว่า ๒๐๐ ล้านบาท ขณะเดียวกันสิ่งที่ต้องเร่งทำควบคู่ก็คือ ความตระหนักรู้เรื่องของโทษของบุหรี่ไฟฟ้าในกฎหมายของเด็กและเยาวชน วันนี้เด็กและ เยาวชนหลายคนเข้าใจว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ผิดกฎหมาย และยังมีเข้าใจในแบบบทสำรวจของ กระทรวงสาธารณสุขพบว่าเด็กและเยาวชนส่วนใหญ่เชื่อว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่เป็นอันตราย เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีนิโคตินและไม่ใช่สารเสพติด ซึ่งเรื่องนี้เลยทำให้บุหรี่ไฟฟ้าแพร่หลาย ในหมู่เด็กและเยาวชนค่ะ ระยะยาวเมื่อพูดถึงข้อกฎหมายที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ศึกษา แนวทางไว้ ๓ แนวทาง ปรากฏว่าแนวทางแรกก็คือการพูดถึงบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ในทุกกรณี และแนวทางที่ ๒ คือการพูดถึงการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าประเภทที่ ๒ ก็คือการใช้ พลังงานความร้อนถูกต้อง และแนวทางที่ ๓ ก็คือทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งในทั้ง ๓ แนวทางนี้ดิฉันเห็นด้วยและสนับสนุนกับแนวทางที่ ๒ และแนวทางที่ ๓ ของคณะกรรมาธิการค่ะ เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าจำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมที่เหมาะสม เพราะแม้บุหรี่ไฟฟ้าจะเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในประเทศไทย แต่เราก็พบว่ามันมีการลักลอบ และการนำเข้าอย่างแพร่หลาย แม้จะมีการจับกุมทุกวันและเป็นรายวันในปริมาณมาก ๆ แต่ความพยายามนำเข้าก็ยังมีอยู่สูง ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องเร่งปราบปรามอย่างที่รัฐบาล ดำเนินการไปแล้ว แต่ก็ไม่มีทางเลยถ้าตราบใดบุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่สิ่งถูกต้องตามกฎหมาย สิ่งที่อยู่ใต้ดินไม่มีทางที่จะสามารถนำมาควบคุมประสิทธิภาพ ตรวจสอบคุณภาพได้ เพราะของมันอยู่ใต้ดินอย่างไรคะ ดังนั้นการพิจารณาแนวทางที่ ๓ การทำให้บุหรี่ไฟฟ้า เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายก็เป็นแนวทางหนึ่งที่ควรพิจารณา แต่มันจำเป็นที่จะต้อง พิจารณาอย่างรอบคอบและรัดกุม เพราะมีข้อถกเถียงมากมายค่ะ ท่านประธาน เรื่องของ บุหรี่ไฟฟ้า เรื่องโทษ บางคนอ้างว่าการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกต้องนั้นในต่างประเทศก็มีตัวอย่าง มันควบคุมได้ทั้งคุณภาพ ควบคุมอายุผู้สูบ ควบคุมพื้นที่การสูบ และนอกจากนี้ยังนำรายได้ เข้าสู่รัฐ แต่ในผลกระทบด้านลบก็มีคนบอกว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในระยะยาวแม้จะมีการ จัดเก็บภาษีได้มากมายเพียงใด แต่ก็ทำให้ผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน รัฐต้องมา ชดเชยเกินกว่าเงินที่รัฐจัดเก็บภาษีได้อยู่ดี นั่นจึงเป็นข้อถกเถียงที่จำเป็นต้องใช้ความ ระมัดระวังและรัดกุมในการกำหนดกฎหมาย ท่านประธานคะ แต่โดยภาพรวมดิฉันเห็นด้วย กับข้อเสนอของรายงานฉบับนี้ที่ให้มีมาตรการเข้มงวดต่อการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ ณ ปัจจุบันก่อนค่ะ โดยเฉพาะแนวทางการป้องกันเด็กและเยาวชนจากการทดลองบุหรี่ไฟฟ้า อย่างไรก็ตามปัจจุบันสังคมยังต้องการเสียงสนับสนุนหรือว่าบุหรี่ไฟฟ้าควรจะถูกต้องตาม กฎหมายหรือไม่แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องมีการปรับปรุงกฎหมายให้มีความชัดเจน เพราะวันนี้ ๓ กฎหมายที่มีการใช้อยู่ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค และ ๓ พ.ร.บ. นี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนในคำนิยามและโทษที่ยังมีลำดับของความคลุมเครือ การทำกฎหมายให้มีความชัดเจนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็น ดิฉันมองว่าวิกฤติสุขภาพเรื่อง ของบุหรี่ไฟฟ้าในวันนี้เป็นโอกาสของประเทศไทยค่ะในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ดิฉันจึงขอเป็น ๑ เสียงในการรับรองรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษากฎหมาย และควบคุมกำกับเรื่องของบุหรี่ไฟฟ้า ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านบุญชัยอยู่ไหมครับ ท่านบุญชัยยังไม่มานะครับ ท่านธีระชัย แสนแก้ว ก่อนนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ผมต้องขออนุญาตในการที่จะร่วมอภิปรายของคณะกรรมาธิการที่พิจารณาศึกษากฎหมาย มาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย กระผมได้รับฟังนะครับ ผมมีความสนใจ ในเรื่องนี้มาโดยตลอดเพราะคราวที่แล้ว สสส. มารายงานที่นี่ ผมก็ได้มีการพูดเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าด้วย วันนี้ก็เช่นเดียวกันโดยตรงที่พวกท่านไปศึกษามาผมเห็นด้วยในหลาย ๆ เรื่องนะครับ🔗
อยากจะขอกราบเรียนประเด็นแรกว่าในรายงานฉบับนี้เป็นการศึกษา กฎหมายและมาตรการในการป้องกันปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า ที่ทุกวันนี้มีปัญหามันมีปัญหา ที่กัดกินสังคมเหลือเกินครับท่านประธาน โดยเฉพาะเด็ก ๆ เยาวชนซึ่งเป็นที่ทราบกันดี แล้วยังมีการศึกษาข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเพื่อเสนอให้มีการปรับปรุงและมีการ แก้ไขกฎหมายในสภาพปัญหาที่จะต้องบังคับใช้ให้มันเป็นอย่างจริงจังในการป้องกันและ ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเอาจริงเอาจัง ท่านประธานครับ เพียงแต่กระผมได้เริ่มฟัง ท่านประธานและคุณหมอทั้ง ๒ ท่านได้รายงาน ผมก็ได้อ่าน อ่านไม่หมดหรอกครับมันเยอะ เหลือเกิน แต่ผมก็พอสรุปได้ว่าหลังจากได้รับฟังแล้วทั้ง ๒ เล่ม ก็อ่านบนล่างบ้าง อ่านโน่น นี่ นั่นบ้าง ก็พบว่ามีแต่เรื่องแย่ ๆ ทั้งนั้นครับท่านประธาน มีแต่เรื่องที่มันเป็นอันตราย มันเป็น โทษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าทั้งสิ้น อยากจะขอกราบเรียนโดยเฉพาะข้อมูลต่าง ๆ ที่ผมได้ไปค้นมา จากราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยที่มีข้อมูล ดีมากครับท่านประธาน คือเขาบอก ว่าที่ผ่านมามีการบิดเบือน มีการให้ข้อมูลเท็จ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้บุหรี่ไฟฟ้าเปลี่ยนจาก สิ่งเสพติดที่อันตรายให้กลายเป็นทางเลือกในการสูบบุหรี่ ท่านประธานท่านได้ยินไหมครับ การโฆษณาบุหรี่ไฟฟ้านี่ช่วยให้เลิกได้ คือคนในวงการที่ขายคนที่ทำธุรกิจนี้ทั้งนั้นละครับที่มัน บิดเบือนขึ้นมาทั้งสิ้น แล้วข้อมูลจากคณะแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ก็ยืนยันอีกว่าไม่มี หลักฐานทางการแพทย์ใดเลยที่ยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้าสามารถช่วยให้เลิกบุหรี่ดั้งเดิมได้ ไม่มีเลยครับ กระผมอยากจะขอกราบเรียนท่าน สส. ทุกท่านได้เห็นหนังสือไหม ผมได้รับหนังสือฉบับนี้ ผมได้อ่านเกือบทุกตัวอักษรไม่ดีทั้งสิ้นครับ ทั้ง สว. ทั้ง สส. ได้รับมาเมื่อ ๒-๓ สัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งในจำนวนนั้นก็ยังมีในส่วนของที่ได้มาวันนี้ก็เช่นกัน ถ้อยแถลงเครือข่ายครอบครัว ปลอดบุหรี่ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าที่เป็นอันตรายต่อสังคมไทยก็มี ยังมีหน่วยงาน ต่าง ๆ เยอะแยะที่กระผมอยากจะขอกราบเรียน ชมรมสีขาวจังหวัดอุดรธานี ชมรมสุขขะ เขต ๘ จังหวัดอุดรธานีคลุมตั้งไม่รู้กี่จังหวัด เขาก็ได้มีการรณรงค์ในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ที่ท่าน ได้ศึกษานี่เป็นเรื่องที่ดีมากนะครับ กระผมอยากจะขอกราบเรียนกับท่านทั้งหลายว่าบุหรี่ ไฟฟ้าจะทำให้คนติดบุหรี่ได้ง่ายเพราะมันหาสูบง่ายกว่าเดิมครับ มีรสชาติใหม่ ๆ มีรสชาติ หลายอย่าง มีรสชาติที่สามารถให้เด็กสามารถติดได้ง่ายขึ้น เดี๋ยวนี้ทั้งเฟซบุ๊ก ทั้ง Social เป็นร้อย ๆ มีการโฆษณาร้อย ๆ รสชาติโดยกลิ่นเฉพาะ ลูกหลานของเราท่านประธาน ที่เคารพมันเป็นสิ่งที่น่าห่วงมากเพราะอยู่ในวัยที่อยากรู้อยากลอง บุหรี่ไฟฟ้ามันย่อมเป็น ตัวกระตุ้นให้พวกเขาอยากสูบจึงตกอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ต่อสมอง ของพวกเขาอย่างมากเลยทีเดียว ท่านประธานครับ นิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้ามันเป็นการที่ให้ ความสุขแก่เราแต่มันพ่วงโซ่ผูกตัวเราไปด้วย เมื่อไรก็ตามที่เราคิดว่าจะหยุดสูบก็จะเกิด การอยาก กระวนกระวาย ลงแดง และพอเราติดเราก็จะเลิกไม่ได้ เราจะสูบเอาควัน เอาสิ่ง แปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายไปเรื่อย ๆ สารเคมี สารก่อมะเร็ง ร่างกายเราก็แย่ลง ๆ ขนาด สูบบุหรี่เฉย ๆ นี่นะครับ ที่เราเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกรยาสูบนี่โรงงานยาสูบที่จะเจ๊งแล้วเจ๊งอีก ตั้งมาตั้งแต่เราจะไม่เกิด สังกัดกระทรวงการคลัง ณ วันนี้ก็ขายไม่ได้แล้วครับ ขนาดสูบบุหรี่ เฉย ๆ ยังเป็นโรคปอดเลยครับ ถามหมอดูท่านที่รายงานไป เป็นโรคปอดตาย มะเร็งปอดครับ ท่านประธาน บุหรี่เฉย ๆ ในประเด็นนี้นอกจากรัฐบาลจะเร่งกวาดล้างจับกุมผู้ขายบุหรี่ ไฟฟ้าแล้ว ซึ่งกระผมชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น้องน้ำครับ จิราพร สินธุไพร ภายใน ๑๕ วัน จับได้ ๓,๐๐๐ กว่าคดี ผมอ่านตามที่สื่อ เหมือนที่พวกท่านอ่านตามสื่อละครับ และจับกันได้ถ้านับเป็นเงินก็เยอะพอสมควร เมื่อ ๒ ๓ วันก่อนจังหวัดอุดรธานีจับได้ ๘๐๐ กว่าตามนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ก็จับ ทั้งประเทศนั่นละ เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้ผมอยากจะขอกราบเรียนว่าการจับกุมผมก็ต้องการ อยากจับ ฝากไปด้วยว่าฝากผู้บริหารที่ท่านจะต้องฝากไปเช่นเดียวกัน ก็คือเจ้าหน้าที่ที่ทำงาน อย่างจริงจังผมต้องให้กำลังใจ แล้วกระผมอยากให้ท่านเร่งจับพวกที่มันบิดเบือนบอกว่าบุหรี่ ไฟฟ้าดีอย่างนั้นอย่างนี้ มันเป็นข้อมูลเท็จที่แอบอ้างหลอกลวงสรรพคุณของบุหรี่ไฟฟ้า พวกนี้ ก็เหมือนกันพวกโฆษณาไปจับมันด้วย ไม่ใช่ว่าจับแต่ของ อ้ายพวกโฆษณาไปจับมันด้วย มันจะมา จับแต่ของนะครับ เอาโทษ กฎ กติกา ก็ไม่ได้มีเป็นจริงเป็นจัง มีกฎหมายซึ่ง ๒ ๓ ๔ กฎหมายก็เอาไปใช้ศุลกากรบ้าง คุ้มครองผู้บริโภคบ้าง ท่านประธานครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ผมอยากขอกราบเรียนนิดหนึ่งครับ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ในรายงานฉบับนี้ยังบอกอีกว่าประเทศไทยมีมาตรการทาง กฎหมายห้ามนำเข้าและห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า แต่ก็พบว่าการแพร่ระบาดการสูบบุหรี่ไฟฟ้า มีแนวโน้มสูงขึ้นในหมู่เด็กและเยาวชน ผมอยากจะขอกราบเรียนว่าที่อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานีของผมได้มีการรณรงค์บุหรี่ไฟฟ้าสูบแล้วติดชีวิตเปลี่ยน นี่นะครับมีเด็ก สูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็กมีการถูกชักชวนเพื่อนฝูงเข้าไปอีก มีเด็ก ประถมปลาย นี่สรุปมาแล้วนะครับ ป. ๕ ถึง ป. ๖ และมีสูบจำนวนมากขึ้น ๆ จนถึง ม. ๑ แต่พอ ม. ๒ ม. ๓ จำนวนผู้สูบก็เริ่มลดลง ปัจจุบันนักเรียนหญิงสูบมากกว่านักเรียนชาย ผมอยากจะขอกราบเรียนว่าข้อสังเกตในการสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่ ๕ เสือที่รายงาน สส. มา ไม่ว่าจะเป็นนายอำเภอ ตำรวจ กระทรวงศึกษาธิการ สาธารณสุข ๕ เสือ อารมณ์จะฉุนเฉียว หงุดหงิด ซึมเศร้า เก็บกด พฤติกรรมเปลี่ยนใหม่ ขอบตาคล้ำดำเขียว คนสวย ๆ ก็ขี้เหร่ ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ผมอยากจะขอกราบเรียนว่าเราต้องเอาอย่างจริงจัง เอาทุกหน่วยงาน เข้ามาว่าตั้งแต่วันนี้ ณ วันนี้หลังจากพูดวันนี้ฝ่ายบริหารต้องจัดการให้แล้วเสร็จ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านบังคับบัญชาโดยตรงอยู่แล้วแล้วต้องดำเนินการ ทุกกระทรวงต้อง ดำเนินการ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายตำรวจต้องเอาให้ราบคาบ และคนที่นำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าเถื่อน ๆ ต้องปราบ ปปง. เมื่อสักครู่นี้ต้องเอา ต้องยึดทรัพย์ให้หมด ต้องตรวจสอบ ต้องพวกบัญชี ต่าง ๆ ที่มันทำความฉิบหายกับเยาวชน พวกผู้ใหญ่ไม่เป็นไร มันใกล้ตายแล้ว แต่พวกเด็ก ๆ เยาวชนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่มันมีปัญหา อยากจะขอกราบเรียนว่าผมเห็นด้วยกับข้อเสนอ รายงานของท่านที่บอกว่าจะต้องมีกฎหมายพระราชบัญญัติที่กำหนดเพื่อควบคุมป้องกันและ ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าเฉกเช่นเดียวกันกับกฎหมายที่เอาไว้ปราบปรามยาเสพติดนั้นละครับ หลังจากบุหรี่ก็ไปกัญชา กัญชาก็ยาบ้า ยาบ้าแล้วก็อื่น ๆ ไอซ์ต่าง ๆ เฮโรอีนจับได้เมื่อ ๒ วันก่อนที่จังหวัดอุดรธานี เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มันจะเป็นบ่อเกิดแห่งความฉิบหายของ ประเทศ เพราะฉะนั้นกระผมขอขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ท่านได้ศึกษาและเราจะต้อง บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด กำหนดโทษสูง ๆ และเฝ้าระวังการจำหน่ายออนไลน์และ มีการตรวจตราการนำเข้าอย่างเข้มงวด ผมเชื่อว่าการเอาจริงเอาจังกับปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า เราจะต้องช่วยลูก ๆ หลาน ๆ ไม่ให้ตกเป็นทาสของบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ต้องตกเป็นทาสของ ยาเสพติดต่อไปในอนาคต ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านภัณฑิล น่วมเจิม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองเตยและเขตวัฒนา พรรคประชาชน ก็ขอร่วมอภิปรายในรายงานนะครับ ซึ่งผมคงไม่มาถกเถียงกันในเชิงวิชาการ ว่าจริง ๆ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า มันเป็นอันตรายต่อสุขภาพ อันนี้ชัดเจนอยู่แล้ว ลักษณะอุปกรณ์ แต่งกลิ่น รส พวกนี้จริง ๆ มันก็ไม่ควรมี ซึ่งก็มีข้อเสนออยู่ในรายงานนะครับ ห้ามเยาวชน เข้าถึงอันนี้ก็ชัดเจน แต่ปัญหาปัจจุบันมันมีสภาพการบังคับใช้ที่มีปัญหาครับ ยกตัวอย่างใน เขตผม ย่านอโศก-นานาเพิ่งคุยกับท่านคุณหมอทศพร ไปเดินเจอเยอะมากครับ เข้าใจครับ รัฐบาลกำลังจะกวดขันแล้วก็จับกุมในเรื่องของการนำเข้าผิดกฎหมาย ไม่สำแดง สำแดงเท็จ ก็เพิ่งมีร้องเข้ามาในกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภคว่าตามด่านทางบกหรือที่จากลาวเข้ามา🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฐิติมา ฉายแสง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายในรายงานของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยของ สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานคะ ดิฉันมาจากครอบครัวที่ไม่มีใครสูบบุหรี่เลย และเราก็เป็น ครอบครัวที่ต่อต้านการสูบบุหรี่ด้วย แล้วก็ไม่ใช่บุหรี่ธรรมดาทั่วไป บุหรี่ไฟฟ้าเราก็ต่อต้าน ไม่ว่าบุหรี่จะมาในรูปแบบใด สรุปสุดท้ายคือควันเหล่านี้มันเป็นโทษต่อร่างกาย เป็นโทษ ต่อปอดของเราแน่นอน วันนี้ดิฉันขอเป็นกระบอกเสียงแทนนักเรียนจากโรงเรียน เบญจมราชรังสฤษฎิ์ ๒ จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่มาพบดิฉันแล้วก็มาร้องขอให้ดิฉันเป็น กระบอกเสียงแทนเขามาพูดในสภาผู้แทนราษฎร เขามาพบดิฉัน ๒ ครั้ง คือพวกเขากำลัง เผชิญกับวิกฤติของบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียนที่คุณครูพยายามที่จะปราบปรามแต่ก็ไม่สามารถ จะควบคุมได้ การสูบบุหรี่ไฟฟ้ามันระบาดหนักมากในโรงเรียน ตั้งแต่เด็กอายุน้อย ๆ แล้วก็ จะน้อยลงไปเรื่อย ๆ ซึ่งสูบบุหรี่ในห้องน้ำ สูบบุหรี่ในห้องเรียน แล้วก็สุขภาพของหลายคน ก็ย่ำแย่ไป เมื่อไม่นานมานี้เราก็ทราบข่าวจาก Social Media ว่ามีนักเรียนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า แล้วก็เกิดอาการไม่สบายวูบไปต้องเข้าโรงพยาบาล นี่มันคือสัญญาณเตือนแล้วว่ามันเกิดอะไร ขึ้นในสังคม แล้วพวกเราจะทำอย่างไรต่อไป ท่านประธานคะ ดิฉันได้อ่านรายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญนี้ แล้วก็ขอเห็นด้วยกับบทสรุปของผู้บริหารแล้วก็ข้อสังเกตของ กรรมาธิการที่ให้มีการปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็ง แต่ดิฉันก็ขอเพิ่มเติมว่า ในรายงานฉบับนี้ควรจะมีข้อเสนอแนะที่ชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการในโรงเรียนว่า ขณะนี้มันยัง ไม่มีมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการป้องกันเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา ดิฉันจึงขอเสนอให้ กำหนดมาตรการลงโทษนักเรียนที่ฝ่าฝืนกฎ เช่น ตัดคะแนนความประพฤติทันทีที่พบว่า สูบบุหรี่ไฟฟ้า เรียกผู้ปกครองมาพบเพื่อทราบปัญหาและช่วยแก้ไข แต่หากพบว่าสูบบุหรี่ ไฟฟ้าซ้ำแล้วซ้ำอีกก็อาจจะต้องมีมาตรการเด็ดขาดในการลงโทษ เช่น พักการเรียนได้ไหม อย่างนี้เป็นต้น คือมาตรการเหล่านี้มันต้องถูกกำหนดให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ให้แต่ละโรงเรียนจะมีคนละอย่าง ๒ อย่างไม่ได้แน่นอน รายงานนี้ควรจะมีการบูรณาการ การทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันตำรวจจับได้แต่ผู้ค้ารายย่อย แต่ผู้ค้ารายใหญ่ ก็อาจจะยังไม่มีมากเท่าที่ควร สามารถนำเข้ามาจากต่างประเทศได้ เพราะฉะนั้น กระทรวงศึกษาธิการก็ดี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น ต้องทำงานร่วมกัน เพื่อลดการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า รายงานนั้นควรจะมีข้อมูลที่เป็นโทษ กำหนดโทษของบุหรี่ไฟฟ้าอย่างชัดเจน ตอนนี้มีความสับสนเกี่ยวกับอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า เมื่อเทียบกับบุหรี่ธรรมดา บางคนก็บอกว่าบุหรี่ไฟฟ้านั้นไม่มีโทษมากมายอย่างนี้นะคะ ยังปลอดภัยกว่าอย่างนี้มันไม่ชัดเจน บุหรี่ไฟฟ้ามันก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบ เราก็รู้อยู่ แล้วก็ เสี่ยงต่อโรคถุงลมโป่งพองในระยะยาว สารเคมีในบุหรี่ไฟฟ้าก็ทำลายสมองของเด็กใช่ไหมคะ แล้วก็เยาวชนโดยเฉพาะสารนิโคตินที่มีผลต่อสมอง สมาธิ ผู้ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าก็มีแนวโน้มที่จะ หันไปเสพยาเสพติดอื่นได้อีก ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ได้รับการยืนยันจากศูนย์วิจัยและจัดการความรู้ เพื่อการควบคุมยาสูบ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อันนี้ ต้องขอให้เครดิตเขานะคะ รายงานควรจะมีแนวทางป้องกันการโฆษณา แล้วก็ตลาดบุหรี่ ไฟฟ้าใน Social Media กระทรวง DE ต้องทำงานให้หนักขึ้น เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึง บุหรี่ไฟฟ้าโดยผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ง่าย ๆ สามารถสั่งซื้อได้เหมือนซื้อขนมกันเลย ดังนั้นดิฉันขอเสนอว่าการควบคุมโฆษณาบุหรี่ไฟฟ้าในแพลตฟอร์มต้องทำอย่างจริงจัง การกำหนดโทษของสินค้าออนไลน์ที่เป็นบุหรี่ไฟฟ้าให้กับเยาวชนนั้นต้องทำให้ได้เต็มที่ ท่านประธานคะ ดิฉันขอตั้งคำถามไปยังเสนาบดีกระทรวงศึกษาธิการ ทำไมเรายังไม่เคยได้ยิน มากมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดิฉันเพิ่งได้ยินเมื่อไม่กี่วันนี้เอง เมื่อวันที่ ๑๙ คือวันพุธ ได้ข่าวว่ารัฐมนตรีมาพูดว่าแม้เอาจริง เอาจังบอกมาตรการโน่นนี่ แต่ถามว่าบุหรี่ไฟฟ้ามันมีมานานขนาดไหน มันมีนานแล้ว แต่ถ้าเกิดว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการไม่เอาจริงเอาจังเดี๋ยวก็ซาไป แล้วโดยเฉพาะ อย่างยิ่งท่านเคยเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ท่านรู้ดีอยู่แล้วว่าการปราบปราม เรื่องพวกนี้จะต้องทำอย่างไร แต่ถ้าท่านไม่ทำการเด็ดขาดมันก็ยังคงเป็นอย่างนี้ต่อไป ดิฉัน เห็นว่ากระทรวงศึกษาธิการต้องแสดงจุดยืนแล้วก็ออกมาตรการมาให้หนักแน่น เขาออก มาตรการมาเป็นระยะก็จริงนะคะท่านประธาน ออกแผนงานเมื่อ ๗ มกราคม ปี ๒๕๖๘ เปิดแผนป้องกันและคาดโทษ ๖ มีนาคม ปี ๒๕๖๘ ออกประกาศกระทรวง ๑๓ มีนาคม ปี ๒๕๖๘ แล้วอย่างไร ท่านเสนาบดีถ้าไม่เอาจริงเอาจังให้มันมากกว่านี้ก็ยังคงเป็นอย่างนี้ เด็กนักเรียนก็ยังมาพบดิฉัน ไม่อยากให้เขาต้องมาพบเป็นครั้งที่ ๓ หรอกนะคะ รัฐควรบังคับ ใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ปัจจุบันมันมีกฎหมายบังคับอยู่แต่มันไม่เข้มงวด การนำเข้าตาม ประกาศของกระทรวงพาณิชย์ ปี ๒๕๕๗ ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน ๑๐ ปีหรือปรับเงิน ๕ เท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องริบบุหรี่ไฟฟ้ารวมถึงพาหนะที่ใช้ ในการบรรทุกสินค้านั้นด้วย การจำหน่ายผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปีหรือปรับไม่เกิน ๖๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การครอบครองตามพระราชบัญญัติศุลกากร ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๖ วรรคหนึ่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี หรือปรับเป็นเงิน ๔ เท่าของราคาหรือทั้งจำ ทั้งปรับ นอกจากนี้การสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเขตปลอดบุหรี่ก็มีความผิดตามพระราชบัญญัติ ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๔๒ ประกอบกับมาตรา ๖๗ ต้องระวางโทษไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ดังนั้นบุหรี่ไฟฟ้ามีความผิดกฎหมาย ถือว่าผิดกฎหมายทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็น การนำเข้า จำหน่าย ครอบครอง ขอให้ใช้กฎหมายนี้อย่างเข้มงวดค่ะท่านประธาน ดิฉันหวังว่า ท่านประธานคณะกรรมาธิการจะนำข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปเพิ่มเติมในรายงาน แล้วก็เพื่อให้ เด็กเยาวชนนั้นได้ปลอดภัยจากบุหรี่ไฟฟ้า ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบพระคุณนะครับ ๒ ท่านถัดไปจะเป็นท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม แล้วต่อด้วยท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม เชิญท่านณัฐวุฒิครับ🔗
ขอบพระคุณครับท่านประธาน หรือผมนี่จะไม่ได้กลับอ่างทองสักคนหนึ่ง ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง เข้าใจว่าท่านประธานตระหนักและคิดถึงอ่างทองก็เลยเอ่ยนามสกุลผิด ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตท่านประธานมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย แน่นอนครับผมจำเป็นต้องพูดแทนเด็กและเยาวชนทั้งในแง่ของการส่งเสียงของเด็ก และเยาวชนนั้นไม่สามารถที่จะส่งเสียงด้วยตัวเองทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็กหรือ กลุ่มที่แม้ไม่ได้สูบโดยตรงแต่เป็นคนที่ได้รับผลกระทบ เป็นมือที่ ๒ มือที่ ๓ มือที่ ๔ มือที่ ๕ ต่าง ๆ ก็แล้วแต่ ในขณะเดียวกันผมเองก็มีโอกาสได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรร่วมเสวนา ในประเด็นเรื่องของบุหรี่ไฟฟ้าหรือผลิตภัณฑ์ยาสูบหลายครั้ง ฉะนั้นตระหนักว่าสิ่งที่เรากำลัง จะพูดต่อไปนี้และน่าจะส่งไปเป็นส่วนหนึ่งของรายงานที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรีนั้น ทุก ๆ ท่านที่เอ่ยมาล้วนมีคุณค่าทั้งหมดและจำเป็นที่จะต้องมาอภิปรายกันในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ โจรปล้น ๑๐ ครั้งยังเหลือบ้าน พระเพลิงเผาแหลกลาญยังเหลือที่ ผีพนัน เข้าสิงเหลือชีวี สิ่งเสพติดถ้าไม่หนีชีวีวาย เราได้ยินคำนี้มาโดยตลอดครับ เราอาจจำเป็นต้อง แยกและยืนยันระหว่างตัวผลิตภัณฑ์กับตัวนิโคตินที่มีอยู่ในบุหรี่ไฟฟ้าหรือผลิตภัณฑ์ยาสูบ ต่าง ๆ ผมอ่านยังไม่เจอ แต่ผมคิดว่าถ้าจะได้ยินหรือได้รับคำยืนยันจากกรรมาธิการจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งว่า ตกลงแล้วสิ่งที่ท่านพิจารณาศึกษามานั้นมีหรือไม่ที่เป็นบุหรี่ไฟฟ้า แล้วไม่มีนิโคตินที่เป็น ส่วนหนึ่งของสารประกอบต่าง ๆ เลย เพราะเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องความรู้ ไม่ใช่เรื่องความเชื่อ หรือความเข้าใจ อย่างไรก็ตามถ้าคำตอบของท่านนั้นกลายเป็นว่าไม่มีหรอกครับ มันเป็นไป ไม่ได้ที่จะไม่มีนิโคตินเสียเลย เราก็คงต้องยอมรับกันว่าถ้าเช่นนั้นการใช้บุหรี่ไฟฟ้าหรือ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ แม้กระทั่งกรณีที่เป็น Heat Not Burn ต่าง ๆ นั้นก็หนีไม่พ้นความเสี่ยงที่มี ผลกระทบต่อคนที่ใช้แน่นอน ผลกระทบที่แสดงออกที่ปรากฏในสื่อมวลชนเท่าที่เห็นนั้น อาจจะน้อยกว่าผลกระทบที่อาจจะไปเกิดขึ้น ๕ ปี ๑๐ ปี หรือ ๑๕ ปีข้างหน้าต่าง ๆ เป็นต้น ท่านประธานครับ ในรายงานของคณะกรรมาธิการอาจจะไม่ได้พูดถึงทั้งหมด แต่ผม ยกตัวอย่างแค่งานวิจัยบางอันที่ทำงานกับเรื่องเยาวชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนในชั้น มัธยมศึกษาว่าเขารู้และเข้าใจเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าแค่ไหน คำตอบที่ได้มา ๓๙.๓ เปอร์เซ็นต์ ไม่เชื่อว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสาเหตุให้เกิดโรคหัวใจหรือหลอดเลือด พูดกันง่าย ๆ ก็คือว่า เกือบ ๔ ใน ๑๐ ที่ไม่เชื่อและไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันอาจจะนำไปสู่การเป็นโรคได้ ๓๖.๖ เปอร์เซ็นต์ ไม่เชื่อว่าการรับไอบุหรี่ไฟฟ้ามือสองมีอันตรายต่อสุขภาพ พูดกันง่าย ๆ ก็คือถ้ามีคนอื่นสูบอยู่ และเราไม่ได้สูบแต่อยู่ตรงนั้นและได้รับสารหรือไอบุหรี่ไฟฟ้ามือสองนั้น คนจำนวนเกือบ เยอะเลย คน ๑ ใน ๓ ก็ไม่รู้ว่ามันมีผลต่อสุขภาพ ๓๕.๘ เปอร์เซ็นต์ ไม่เชื่อว่าการใช้บุหรี่ ไฟฟ้าทำให้ปอดอักเสบรุนแรง เอ๊ะจริงหรือไม่ครับ ๓๔.๒ เปอร์เซ็นต์ ไม่เชื่อว่าการสูบบุหรี่ ไฟฟ้าส่งผลเสียต่อสมองและการเรียนรู้ ผมได้รับคำยืนยันหลายท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณหมอที่อาจจะเห็นแย้งหรือต่อต้านการใช้บุหรี่ไฟฟ้าด้วยซ้ำว่าเขาไม่ได้ห่วงผู้ใหญ่ แต่เขา ห่วงเด็กที่สมองส่วนหน้ายังไม่สามารถพัฒนาได้เต็มรูปและได้รับผลกระทบจากบุหรี่ไฟฟ้า และแน่นอนจำนวนหนึ่งก็ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าบุหรี่ไฟฟ้านั้นถ้าใช้แล้วผิดต่อกฎหมายแม้กระทั่ง เป็นในที่สาธารณะ เสียงของเด็กและเยาวชนเหล่านี้ผมเชื่อว่าเราจำเป็นต้องได้ยินและได้ฟัง อย่างไรก็ตามในรายงาน ๒ ฉบับ ถ้าท่านมาสภาเราบางครั้งเพื่อนสมาชิกจะถือรายการ อ่านไปอ่านมา แต่รายงานของท่านมันหนักมากถือแทบไม่ไหว เอาเป็นว่า ๒ เล่มในหลาย ร้อยเล่มที่ผมต้องเก็บไว้ใช้ในการอ้างอิงต่อ หลายฉบับส่งกิโลขายจริง ๆ ครับ แต่รายงาน ๒ ฉบับมีคุณค่าต่อการที่จำเป็นต้องเก็บ แต่อย่างไรก็ตามเพื่อนสมาชิกหลายท่านอ้างถึงและ เราจำเป็นต้องเป็นกระบอกเสียงที่สะท้อนว่าเขาเองก็เห็นว่าในตัวเนื้อหาของรายงานนั้น มันเป็นอย่างที่ระบุจริงหรือไม่ ท่านเองก็ทราบ ๑๗ ประเด็นของมหาวิทยาลัยมหิดล คณะแพทย์ศาสตร์ต่าง ๆ ท่านเองก็ทราบ ผมก็จำเป็นต้องส่งเสียงว่าแล้วมันเป็นเช่นนั้นจริง หรือไม่ เช่นบางกรณีที่พูดถึงว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนนั้น ลดอันตรายจากการใช้ยาสูบ ลดอันตรายจากการใช้ยาสูบที่เรียกว่า Harm Reduction มันถูกระบุในรายงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าจำไม่ผิดหน้าประมาณ ๓๐ กว่า ๆ แล้วก็ถูก โต้แย้งว่ามันไม่ใช่ความจริง ในรายงานระบุว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนนั้น ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก หรือองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ FDA ที่อยู่ในหน้า ๓๒-๓๓ ก็มีข้อโต้แย้งจำนวนไม่น้อยว่าองค์การอนามัยโลก หรือ FDA ก็ไม่ได้เขียนเป็นแบบนั้น มีการพูดว่ากรณีของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าหรือผลิตภัณฑ์ยาสูบให้ ความร้อนนั้นไม่ส่งผลกระทบต่อเรื่องผู้ได้รับสารมือสองหรือควันมือสอง ซึ่งอยู่ในหน้าที่ ๓๒ ก็ถูกโต้แย้งว่ามันอาจจะไม่ใช่เช่นนั้น มีการระบุว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้านั้นจะทำให้อัตราการสูบ บุหรี่แบบมวน พวกผมก็เคยสูบ ๑๘ ฝน ๑๘ หนาว ผมก็สูบมาหลายปีครับ แต่ก็เลิกมาแล้วกว่า ๒๐ ปีนั้น แต่เขามองว่าบุหรี่ไฟฟ้าจะทำให้มีการลดอัตราการสูบบุหรี่แบบมวนนั้นเป็นแบบนั้น จริงหรือไม่ หรือในทางตรงข้ามเลยครับ สิ่งที่เราได้รับรู้มาก็คือว่ามันทำให้เด็กและเยาวชน ที่อาจจะไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะสูบบุหรี่แบบมวนนั้นไปสูบบุหรี่ไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น ๑๖,๐๐๐ กลิ่น นี่เป็นหมื่น ๆ ผลิตภัณฑ์รูปแบบต่าง ๆ นั้นมันเย้ายวนใจต่อเด็กและเยาวชนนะครับ หรือแม้กระทั่งข้อโต้แย้งครับ ท่านประธานครับ ท่านธีระชัยใช้ไป ๑๐ กว่านาที เรื่องสำคัญ ผมขออนุญาตใช้เวลาสักนิดหนึ่ง วันนี้ฝ่ายค้านพูดน้อยนะครับ หรือข้อโต้แย้งว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมีประโยคเหล่านี้อยู่ในด้านหนึ่ง ของรายงานเช่นในหน้า ๘๕ นั้นเป็นจริงหรือไม่ สิ่งเหล่านี้เราจำเป็นต้องพูดครับ และยืนยัน ถึงความถูกต้องของข้อมูล แต่อย่างไรก็ตามผมใช้เวลาสั้น ๆ ในการสรุปนะครับท่านประธาน ว่าในท้ายที่สุดรายงานเป็นรายงานที่มีทางเลือก เพราะว่าก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนธันวาคม มีการโจมตีกันว่าสภากำลังจะผ่านกฎหมายที่รับรองความถูกหรือความชอบด้วยกฎหมาย ของบุหรี่ไฟฟ้า ผมก็ต้องยืนยันแทนกรรมาธิการแทนเพื่อนสมาชิกว่ารายงานไม่ได้เขียน ไปเป็นแบบนั้น รายงานมีทางเลือกอยู่ ๓-๔ ข้อ ซึ่งเพื่อนสมาชิก ท่านประธานกรรมาธิการ ก็ได้รับได้รายงานต่อที่ประชุม ผมคงไม่ลงรายละเอียดว่าผมเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับ แบบใด แต่ผมอยากจะย้ำว่าในท้ายที่สุดมันมีคำตอบในรายงานด้วยตัวของท่านเองครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผมจำไม่ผิดจะเป็นในหน้า ๑๒๓ ที่ท่านบอกแบบนี้ครับ ท่านบอกว่า ในท้ายที่สุดนี้ไม่ว่าท่านจะมีกี่แนวทางก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่ท่านต้องคำนึงถึงคือการป้องกันการ เข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชนเป็นหลัก แล้วท่านก็บอกว่า ดังนั้นรัฐควรกำหนด นโยบายเพื่อการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนที่ผิดกฎหมาย ชัดเจน ที่เหลือนั้นเป็นเรื่องที่เราคงต้องมาศึกษากันดูว่าแล้วในท้ายที่สุดอนาคตของประเทศไทย จะเป็นอย่างไร แต่ในเมื่อวันนี้ระบบการบังคับใช้กฎหมาย ระบบการดูแล ระบบการทำงาน เชิงป้องกัน แม้กระทั่งความเข้าใจผิดของเด็กและเยาวชนนั้นยังไม่มีประสิทธิภาพแบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมก็คงต้องพูดแทนเด็กและเยาวชนที่เป็นคนที่มือสั้นที่สุดในประเทศไทย ว่าผมยังไม่สนับสนุนการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ แต่ผมสนับสนุนให้รายงาน ฉบับนี้ได้ถูกส่งไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อนำไปสู่การศึกษาและผลักดันในเรื่องที่เป็นประโยชน์ ต่อประเทศในระยะยาวต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปครับ ท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา กฎหมายและมาตรการควบคุม กำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ เยาวชน ลูกหลาน แม้แต่เราเองตอนเด็ก ๆ เราก็ยังเห็นการปลูกยาสูบเพื่อที่จะป้อนโรงงาน ยาสูบ ไม่ว่าจะที่ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ เสมือนว่าเป็นพืชเศรษฐกิจก็คือ ยาสูบ โดยเฉพาะที่จังหวัดหนองคาย ที่อำเภอท่าบ่อจะปลูกเป็นล่ำเป็นสันเลยเพื่อป้อน โรงงานยาสูบในประเทศไทย แล้วก็ที่สาธารณรัฐประชาชนลาว เมืองหมี กวนวันก็ปลูกเช่นกัน แม้แต่ภาคเหนือก็มีหลายจังหวัดที่ปลูก แล้วก็คุ้นเคยกับบุหรี่มวน ซึ่งหลัง ๆ มาเราก็จะเห็นว่า ยาสูบ โรงงานยาสูบได้มาทำเขาเรียกว่า ยาซอง ไม่ว่าจะเป็นรวงข้าว กรองทิพย์ กรองทอง กรุงทองอะไรอย่างนี้ หลายคนหลายท่านก็คุ้นเคยแล้วก็เคยสูบบุหรี่ ซึ่งหลัง ๆ มาก็มี การศึกษาว่าการสูบบุหรี่นั้นมันเป็นพิษต่อร่างกาย นอกจากจะมีสารนิโคตินแล้วก็ยังทำให้เกิด หลอดลมอักเสบ เกิดโรคปอด อะไรหลายอย่างที่ทางสาธารณสุขเขาตรวจเจอ แต่สิ่งที่เป็นห่วง อยู่ในขณะนี้ที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน ลูกหลาน เกี่ยวข้องกับผู้คนทุกเพศทุกวัยก็คือบุหรี่ไฟฟ้า เราได้เห็นว่าบุหรี่ไฟฟ้านี่คือไม่มีควัน บางที่หลายท่านก็เคยพูดว่ามีการโฆษณาว่าไม่เกิด พิษภัยต่อร่างกาย แต่ที่เราเห็นก็คือไม่มีควัน แต่สิ่งที่ไม่มีควันนั้นผู้เกี่ยวข้องศึกษาก็จะต้องดู ว่าในนั้นมันเคลือบยาพิษ สารต่าง ๆ เข้าไปมีการผสมสารเคมี แต่งสี แต่งกลิ่น ผสมสารเสพติด ชนิดรุนแรงร้ายแรงก็มี แล้วก็ถือว่าเป็นยาพิษที่เคลือบมากับบุหรี่ไฟฟ้า สิ่งนี้จึงน่าเป็นห่วง ผู้บริโภคเราอาจจะไม่สามารถห้ามได้อย่างเด็ดขาด แต่เราสามารถที่จะปรับปรุงแก้ไข หรือว่า ป้องกันปราบปรามได้ แต่สิ่งสำคัญว่าทุกสถานที่เราก็จะเห็นว่ามีการใช้บุหรี่ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น ที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นในสถานศึกษา สถานบันเทิง ตลอดจนสถานที่ราชการต่าง ๆ เราก็เห็นอยู่ ซึ่งคณะกรรมาธิการมองเห็นพิษภัยเรื่องเหล่านี้และเป็นห่วงโทษภัยที่จะเกิดขึ้น จากบุหรี่ไฟฟ้าก็ได้ทำการศึกษา ต้องขอบคุณทางคณะกรรมาธิการซึ่งเป็นคุณหมอหลายท่านได้ห่วงใยพี่น้องประชาชน แล้วก็ ได้บูรณาการร่วมกันทั้งสาธารณสุข ศึกษาธิการ แล้วก็มหาดไทยมาช่วยกัน ในคณะ กรรมาธิการการปกครองของผมเองก็ได้เชิญคณะผู้เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าได้มาตอบ ข้อซักถามในคณะกรรมาธิการ แล้วมีแนวทางป้องกันมาตรการแก้ไขและปราบปรามไม่ให้ เป็นพิษภัยต่อพี่น้อง ผู้คนทั่วไป หรือว่าเยาวชนลูกหลานของเราได้อย่างไร ก็พอจะมองเห็น เส้นแสงสว่างปลายอุโมงค์ก็ตอนที่ท่านผู้เกี่ยวข้องทุกกระทรวง ทบวง กรม ก็มองเห็นตรงกัน ว่ามันเป็นปัญหาที่จะต้องเข้ามาควบคุม ดูแล แก้ไข และป้องกันปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า ในประเทศไทย โดยพิจารณาจากส่วนต่าง ๆ แล้วว่าโทษที่เกิดขึ้นเป็นภัยมหันต์ต่อสุขภาพ ร่างกายของพี่น้องประชาชนของลูกหลานของเรา ในสถานศึกษาต่าง ๆ ซึ่งข่าวใน Social ในสังคมเราก็ทราบดีว่า แต่ก็พอมีความหวังครับที่ทางรัฐบาลนำโดยท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ท่านรัฐมนตรีจิราพร สินธุไพร ที่ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหา บุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งถือว่าเป็นยาเสพติดที่พิษภัยมหันต์ ได้มีการเข้าจับกุม ๑๓๐ ล้าน ซึ่งอยู่ห่าง ไม่ไกลจากสถานีตำรวจ ๒๐๐ เมตร อันนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงว่าการปราบปรามจะต้อง เอาใจใส่ดูแล แก้ไขให้เกิดคุณภาพ ประสิทธิภาพ ที่สำคัญเราก็ต้องห่วงใยลูกหลานเยาวชน คนรุ่นใหม่ไม่ให้เข้าไปใกล้กับยาเสพติดโดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งเป็นพิษภัยมหันต์ ที่สำคัญ ก็คือมีการแต่งสีแต่งกลิ่นนี่ละสำคัญมาก แล้วก็เสริมยาเสพติดชนิดที่รุนแรงเข้าไป ท่านสมาชิกหลายท่านหลายคนก็คงจะเห็นรูปร่างของมันในทางสื่อมวลชน หรือท่านเองก็เคย จะคุ้นเคยกับบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งถือว่าก็ต้องช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหาเรื่องการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า อย่าให้มาในสังคมของลูกหลานของเรา สังคมของผู้คนที่อยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ ไม่ให้ได้รับ ผลกระทบ เพราะเป็นยาเสพติดที่เราจะต้องช่วยกันดูแลแก้ไข ก็มั่นใจว่าท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านทุกคนก็จะมองเห็นตรงกันว่าทางคณะกรรมาธิการมีความตั้งใจที่จะ ศึกษาเรื่องนี้เพื่อให้พี่น้องประชาชน ลูกหลานของเรา เยาวชนทุกคนห่างไกลจากยาเสพติด คือบุหรี่ไฟฟ้า ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
๒ ท่านถัดไป ท่านทรงยศ รามสูต และต่อด้วยท่านเทอดชาติ ชัยพงษ์ ครับ เชิญท่านทรงยศ รามสูต ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ผม ทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทยนะครับ ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมาย และมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยของสภาผู้แทนราษฎร ผมเป็น สส. ของ จังหวัดน่านซึ่งเป็นจังหวัดที่ปลูกใบยาสูบค่อนข้างมาก ในอดีตปลูกกันมากเป็นพืชเศรษฐกิจ ต้องยอมรับว่าใบยาสูบนี้ในอดีตโรงงานยาสูบมีรายได้กว่า ๙,๐๐๐ ล้านบาท ปัจจุบันเหลือแค่ ๑๐๐ ๒๐๐ ล้านบาท ปัญหาเกิดจากนอกจากการบริหารหรือจากโครงสร้างภาษีสรรพสามิต ต้องยอมรับว่าบุหรี่เถื่อนโดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาส่งผลกระทบต่อการขาย ก็เลยทำให้ ยาสูบในประเทศมียอดขายลดลง จากรายงานของกรรมาธิการต้องยอมรับว่าบุหรี่ไฟฟ้านี้ จะว่าเป็นของใหม่ก็ไม่เชิง แต่ว่ามันไม่มีนิยามในส่วนของกฎหมายในส่วนของบุหรี่ไฟฟ้า เพราะจากรายงานของกรรมาธิการเขาบอกว่าบุหรี่ไฟฟ้ามันไม่มีโดยตรง ต้องไปดูที่ พ.ร.บ. สรรพสามิต มาตรา ๑๕๙ เขาบอกว่า ยาสูบหมายความถึง บุหรี่ซิกาแรต บุหรี่อื่น ๆ ยาเส้นปรุง ยาเคี้ยว และให้หมายความรวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นใดที่บริโภคเช่นเดียวกับยาสูบก็คือบุหรี่ไฟฟ้า ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในกฎกระทรวง เพราะฉะนั้นตรงนี้เราก็เลยไม่มีกฎหมายเฉพาะ เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า เราต้องเอากฎหมายเกี่ยวกับคำว่า ยาสูบ นี้ไปพิจารณาโดยอนุโลม และโดยเฉพาะการที่ช่วงท้ายเขียนว่า ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ซึ่งตรงนี้ก็คงจะ สอดรับกับแนวทางของกรรมาธิการ หรือว่าคนที่เขาเป็นห่วงว่ากฎกระทรวงนี้อีกหน่อย หรือว่ากฎหมายเราจะออกมาในรูปแบบไหน จะทำให้บุหรี่ไฟฟ้าขึ้นมาถูกไหม หรือจะ ควบคุม หรือว่าจะกำจัดไปเลยตาม ๓ แนวทางที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วก็นำเสนอ เพื่อให้รัฐบาลพิจารณา ซึ่งจากเพื่อนสมาชิกที่ได้พูดกันก็พูดถึงโทษของบุหรี่ไฟฟ้าเยอะ อันนี้ ผมจะพูดถึงข้อกฎหมายนะครับ ในส่วนของข้อกฎหมายในส่วนของบุหรี่ไฟฟ้าเนื่องจากว่า มันไม่มีคำว่า บุหรี่ไฟฟ้า ไว้ เราก็ต้องไปเอากฎหมายใกล้เคียงมานำจับนะครับ ซึ่งอย่างที่ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายคือการนำเข้านี้มันผิดกฎหมายอยู่แล้ว ต้องไปใช้กฎหมายในส่วนของ กระทรวงพาณิชย์ แต่คราวนี้ในส่วนของบุหรี่ไฟฟ้าสำหรับผู้เสพ ผู้สูบ ผู้ครอบครอง ซึ่งจาก รายงานของคณะกรรมาธิการนี้เขาบอกว่า ผู้ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ. ศุลกากร เพราะว่า พ.ร.บ. สรรพสามิต ใช้ไม่ได้ ต้องใช้ พ.ร.บ. ศุลกากร แล้วก็อ้างความผิด มันไม่ใช่ของต้องห้าม ไม่ใช่การลักลอบการนำเข้า ไม่ใช่สินค้าควบคุม แต่เขาไปผิดในส่วนของ อีกมาตราหนึ่งที่กรรมาธิการได้นำเสนอนะครับ ก็ผิดในส่วนของว่า นำเข้าของที่ไม่ได้เสียภาษี เป็นของผิดกฎหมาย ซึ่งตามกฎหมายข้อนี้เขาบอกว่าสามารถที่จะแค่ยึดของกลาง แล้วก็ ตกลงกันตรงนั้นได้ ก็เลยทำให้ผู้เสพหรือผู้สูบก็ไม่มีความผิด ซึ่งจริง ๆ ภาครัฐเองก็พยายาม ป้องกันปราบปราม เพราะเรารู้ว่าบุหรี่ไฟฟ้ามันมีปัญหาเยอะโดยเฉพาะการนำเข้ามันมี ปัญหา ก็โชคดีว่าหลาย ๆ ปีที่ผ่านนี้ผมเห็นโฆษณาออนไลน์ของบุหรี่ไฟฟ้า บุหรี่เถื่อน มากมาย ก็ไม่ค่อยมีรัฐบาลไหนได้มาควบคุมหรือเอาจริงเอาจัง ต้องยอมรับว่าในรัฐบาล ปัจจุบันภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร คงเห็นข่าวการจับบุหรี่ ไฟฟ้า โดยเฉพาะต้องขอชื่นชมท่านรัฐมนตรีจิราพร สินธุไพร ได้ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า บุหรี่เถื่อน เราเห็นโฆษณาออนไลน์ก็เยอะ แอบเข้ามาก็มาก จากที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าว เบื้องต้น จับมาตอนนี้ก็กว่า ๒๐๐ ล้านแล้ว เพราะฉะนั้นบุหรี่ไฟฟ้ามีโทษมาก เพราะฉะนั้น ขอชื่นชมนะครับ คราวนี้เราก็ไม่รู้ว่าเราจะแก้ไขตรงนี้อย่างไร ซึ่งกรรมาธิการเองก็ได้เสนอ ข้อสังเกตหลายต่อหลายข้อ เพราะเรารู้ว่าบุหรี่นี้มันมีโทษค่อนข้างมาก โทษอย่างไรนะครับ จากรายงานเขาบอกว่า ปัจจุบันคนไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ หรือโรคข้างเคียงประมาณ ปีละ ๗๐,๐๐๐ คน แล้วก็รายจ่ายที่รัฐจะต้องเอามาดูแลเกี่ยวกับสุขภาพของผู้ที่เกี่ยวข้องกับ โรคภัยไข้เจ็บเกี่ยวกับบุหรี่ปีละ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาท WHO เขาก็บอกว่าปี ๒๕๖๘ คนไทยอาจจะมีการบริโภคบุหรี่ทั้งบุหรี่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ปกติถึง ๑๑ ล้านคน ในจำนวนนี้ ก็อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปเมื่อสักครู่ว่ามี ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ที่เป็นเด็กและเยาวชน ซึ่งโดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้ามันสามารถมาทางออนไลน์ได้ง่าย ซื้อหาได้ง่ายก็เลยทำให้เด็ก และเยาวชนเข้าถึง ซึ่งก็โชคดีที่รัฐบาลพยายามกวดขัน ควบคุม ก็ฝากนอกจากไปควบคุม ในส่วนของการไปปราบปรามแหล่งบุหรี่เถื่อนแล้ว ในส่วนของออนไลน์ต่าง ๆ ก็ฝากระทรวง DE เข้ามาดูแลด้วย ซึ่งรัฐเองก็รู้ว่าในจุดที่สูบบุหรี่ หลายที่มันเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ไม่ใช่เป็นอันตรายเฉพาะผู้เสพอย่างเดียว คนรอบข้าง ที่เราได้ควันได้อะไรต่าง ๆ ก็มีโอกาสที่จะเข้าไป ผมยกตัวอย่างก็ฝากท่านประธานด้วยครับ ที่สภานี้เอง ทางเข้าห้องอาหารตรง M1 ชั้น ๒ หน้าห้องน้ำ เขาสูบบุหรี่ผมก็เข้าใจนะครับ ที่สูบบุหรี่นี้ก็ควรจะใกล้ให้วิ่งมาโหวตทัน เป็นไปได้ไหมเราจะทำห้องกระจกตรงนั้น อย่างน้อย ถ้าเขาสูบบุหรี่ก็ออกไปสูบตรงนั้นกลับมาโหวตทัน แต่คนที่ไปเข้าห้องน้ำผมก็เห็นใจหลายคน ผู้ชาย ผู้หญิง ที่ไปเข้าก็ต้องรับควันเข้าไปด้วย ก็ฝากท่านประธานลองพิจารณาดูนะครับ นอกจากนี้อย่างโทษที่เพื่อนหลายคนได้อภิปรายกันมาว่าบุหรี่ไฟฟ้าก็มีโทษ ผมจะไม่ก้าวล่วง แต่ผมสนับสนุนข้อสังเกตของกรรมาธิการที่เสนอแนวทางในการที่จะแก้ไข มีอยู่ประมาณ ๔ ข้อ ไม่ว่าจะปรับปรุง แก้ไขกฎหมาย ทำอย่างไรที่เราจะมีกฎหมายเฉพาะที่นิยามของคำว่า บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร ควบคุมทั้งนำเข้า ควบคุมทั้งผู้เสพ หรือว่าจะครอบครอง แล้วจะใช้ แนวทางไหน ควรจะมีกฎหมายเฉพาะไม่ว่าจะเป็นกฎกระทรวง หรือยกร่างมาเป็น พ.ร.บ. เลย โดยเฉพาะการป้องกันบุหรี่ไฟฟ้ากับเด็กและเยาวชนควรจะมีมาตรการที่เข้มงวดกวดขัน อย่างที่เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ก็พูดถึงว่าในโรงเรียนเราควรจะดูแล จะแก้ไขอย่างไร แล้วสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมก็ขอสนับสนุนในส่วนของที่กรรมาธิการได้รายงานมา ก็ขอสนับสนุน รายงานของกรรมาธิการ ถึงแม้จะไม่ชี้ชัดว่าจะให้รัฐบาลดำเนินการแนวทางไหน แต่ ๓ แนวทาง นั้นก็เป็นแนวทางที่จะได้นำไปพิจารณา แต่ผมก็ยอมรับว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีโทษมากกว่าประโยชน์ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านเทอดชาติ ชัยพงษ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา กฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งท่านได้ ศึกษาอย่างละเอียด มี ๒ เล่มหนา ๆ เลย อ่านไม่หมดเลย แต่ก็ทราบว่านี่คือความตั้งใจของ กรรมาธิการ เพราะฉะนั้นในรายละเอียดของข้อมูลทั้งหมดจะเห็นถึงโทษ ภัยต่าง ๆ และ วิธีการแนวทางป้องกัน แก้ไข เป็นแนวทางมาอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นพี่น้องหลายคน มีความกังวลบอกมาว่า หนานชาติในฐานะครูเก่านี่ช่วยไปพูดหน่อย ไม่อยากให้มีกฎหมาย อนุญาตให้มีการนำเข้าหรือการขายบุหรี่ไฟฟ้า เพราะว่าปัญหาขณะนี้มันเกิดขึ้นมากแล้ว เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ข้อพิจารณาของกรรมาธิการวิสามัญตรงนี้ก็ถือว่าสอดคล้อง กับนโยบายการปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เพราะฉะนั้นทั้ง ๒ เล่มนี้ ถือเป็นประโยชน์อย่างมากก็ขอชื่นชมกรรมาธิการ แต่อย่างไรก็ตามพี่น้องครับ ๒ ฉบับนี้ ไม่ใช่กฎหมาย เป็นเพียงการรายงานการศึกษากฎหมายและมาตรการกำกับบุหรี่ไฟฟ้า ในประเทศไทยของสภาผู้แทนราษฎร เราศึกษาแนวทางตรงนี้ไว้ก่อนเพื่อที่จะหาวิธีการ ที่ป้องกันแก้ไขต่อไป สภาพปัญหาปัจจุบันดังทราบครับ บุหรี่ไฟฟ้าเป็นภัยคุกคาม อันตราย ทำลายสุขภาพ ทำร้ายคนรอบข้าง สสส. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ก็ได้ทำการวิจัย และหาประเด็นค่อนข้างจะมากเกี่ยวกับการป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ เหล่านี้ ที่น่าตกใจและเป็นห่วงก็คือ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ของเยาวชนสูบบุหรี่ไฟฟ้า และเกินกว่า ครึ่งหนึ่งของผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นเยาวชน อายุ ๑๕-๒๔ ปี ซึ่งรายงานวิจัยพบว่า อันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้านั้นมีปริมาณสารนิโคตินสูงเทียบเท่าบุหรี่ธรรมดา ๒๐ ซองเป็นสาร เสพติด แล้วมันมีปัญหาอะไร บุหรี่ไฟฟ้านี้เป็นอันตรายกับสมอง ส่งผลกระทบต่อการเรียน อารมณ์ การควบคุมตนเอง โรคทางจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า หงุดหงิด และที่สำคัญเสี่ยงต่อการ ไปเสพสารเสพติดชนิดอื่นต่อไป อันนี้คือเป็นสารเริ่มต้นน่าเป็นห่วงและอันตรายอย่างมาก ๔๓ เปอร์เซ็นต์ของเด็กเป็นเด็กระดับประถมศึกษา บอกว่าเคยลองสูบบุหรี่ไฟฟ้า ลึกลงไปอีก นักเรียนหญิงสูบมากกว่านักเรียนชาย ซึ่งกฎหมายได้ห้ามขาย ห้ามนำเข้า ระบุไว้ชัดเจน แต่ก็มีการขายอย่างแพร่หลาย ผมขอเรียนว่าเหล่านี้มันจะเป็นอันตรายและเป็นปัญหาที่ เพิ่มมากขึ้น และร้ายไปกว่านั้นมีการซื้อขายในโรงเรียน มีการแปรรูปบุหรี่ไฟฟ้าเป็นลูกกวาด ขนมต่าง ๆ ซึ่งไม่อายที่จะหากินกับเด็ก เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดมาตรการแรก เราต้องสร้างกฎหมายที่เข้มงวดและห้ามขาด ต้องระวังนะครับ ร้านค้าไม่ว่า Onsite หรือออนไลน์ ออนไลน์ ทั้ง LINE ทั้ง YouTube ทั้งเฟซบุ๊ก ทั้ง Twitter และ Instagram เหล่านี้กฎหมายห้ามขาด ผู้ขายนั้น พ.ร.บ. คุ้มครอง ผู้บริโภค ฉบับที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๖๒ บอกว่า จำคุกไม่เกิน ๓ ปี ปรับไม่เกิน ๖๐๐,๐๐๐ บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ คนนำเข้าจำคุกไม่เกิน ๑๐ ปี หรือปรับเป็นเงิน ๕ เท่าของราคาสินค้า ตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ หรือทั้งจำทั้งปรับ คนที่ครอบครองจำคุกไม่เกิน ๕ ปี หรือปรับ เป็นเงิน ๔ เท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา ๒๔๖ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ นี่กฎหมายค่อนข้างที่จะรุนแรง แต่การควบคุม กำกับ การบังคับใช้ยังหย่อน ต้องเพิ่มความเข้มแข็ง เข้มงวด ให้ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ จำเป็นที่จะต้องดำเนินการตามมาตรการเชิง กฎหมายอย่างเข้มงวดถึงจะเด็ดขาด แล้วว่าประเทศไทยเราไม่เข้มงวดทางกฎหมายก็เรา ไม่ยอมทำ เราไม่ทำเรื่องที่มันจำเป็นต่อคุณภาพชีวิตของเยาวชน ของคนไทย นี่คือสิ่งที่ สำคัญที่สุด🔗
ประการที่ ๒ เราจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจให้กับผู้ปกครอง ครู ผู้ปกครอง ยังเข้าใจว่าไม่เป็นอะไรบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีอันตรายหรอกเดี๋ยวก็เลิกเอง นี่ละคืออันตรายที่สุด เพราะว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เข้าใจ แต่นี่คือสิ่งใหม่ภัยจากโลกยุคดิจิทัลมันเกิดขึ้นแล้ว เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นประโยชน์มากแต่ก็มีภัยมหันต์ นี่คือภัยอันหนึ่งที่เห็นและเกิดขึ้น ครูก็เช่นเดียวกันครับ ท่านมีหน้าที่รับผิดชอบลูกศิษย์ในสถานศึกษา ในโรงเรียน ท่านต้อง เข้มงวดเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นสถาบันสำคัญที่สุดคือ ครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน สังคม สื่อต่าง ๆ โลก Social สื่อบันเทิง ดาราต้นแบบที่เป็น Idol ของเยาวชนสำคัญมาก พื้นที่ ต่าง ๆ เหล่านี้ต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเยาวชน เราต้องให้เขาเกิดความปลอดภัย ให้ความรักแล้วเขาจะเกิดความสุข ภัยที่จะเกิดขึ้นกับนักเรียนนั้นมี ๔ ภัยหลัก ๆ ภัยแรก คือภัยที่เกิดจากความรุนแรงของมนุษย์ ภัยที่ ๒ เกิดจากการเกิดอุบัติเหตุ ภัยที่ ๓ ภัยเกิดจาก การละเมิดสิทธิ และภัยสุดท้าย ภัยที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาวะทางกายและจิตใจ เหมือนกับบุหรี่ไฟฟ้า อย่างนี้เป็นต้น นี่คือภัยสำคัญ เพราะฉะนั้นมาตรการสำคัญที่สุดก็คือ การป้องกันครับ เราต้องป้องกันการขาย การสูบ ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ต่อไป คือการปลูกฝัง ให้ความรู้ ให้ความจริง ให้ข้อเท็จจริง และที่สำคัญถ้าเกิดขึ้นแล้วจัดการ ปราบปรามให้สิ้นซาก ฝากไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ตำรวจ มหาดไทย พม. สาธารณสุข ที่เกี่ยวข้องต้องรีบดำเนินการทั้งหมดเพื่อที่จะไม่ให้เยาวชนของเรานั้นติดไปมากกว่านี้ และฝากพี่น้องประชาชนทุกคนเราต้องร่วมมือกัน ร้านค้าเราอย่าเห็นแก่เงิน อย่าเห็นแก่ รายได้เลยครับ เราเห็นแก่ลูกหลานอนาคตของประเทศชาติเถอะครับ ไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปท่านปรีติ เจริญศิลป์ แล้วต่อด้วยท่านอรัญ พันธุมจินดา เชิญท่านปรีติ เจริญศิลป์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ปรีติ เจริญศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน และผมเองก็อยู่ในฐานะกรรมาธิการในชุดนี้ด้วยครับ ผมเองคือคนหนึ่งที่ไม่สูบบุหรี่ ทุกประเภท และให้ความสำคัญในการปกป้องเด็กและเยาวชนจากควันบุหรี่เหมือนเพื่อน สมาชิกท่านอื่น ๆ และผมเชื่อว่าความเห็นของเพื่อนสมาชิกมีความหลากหลายเพราะแต่ละ คนมีข้อมูลที่ศึกษามาไม่เท่ากันครับ ส่วนตัวผมเองเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ในแนวทางทางเลือกที่ ๓ ที่ประเทศไทยควรจะต้องควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าทุกประเภทให้อยู่ ภายใต้กฎหมายครับ ขอสไลด์ขึ้นครับ🔗
และเห็นด้วยว่าควรจะมีมาตรการ ที่เข้มงวดในการควบคุมปกป้องเด็กและเยาวชน เช่น การห้ามขายให้เด็ก การห้ามทำเป็นรูป การ์ตูน การห้ามแต่งกลิ่น การห้ามทำ Promotion ห้ามโฆษณา รวมถึงการห้ามสูบ ในที่สาธารณะ เป็นต้น ปัจจุบันการ Ban บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยล้มเหลวครับ เรา Ban บุหรี่ไฟฟ้ามากว่า ๑๐ ปีแล้ว แต่ในทางกลับกันตลาดใต้ดินใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ มีการซื้อขายแบบ ผิดกฎหมายทุกช่องทาง มีวางขายเกลื่อนตลาดนัดริมถนนคนเดิน จับเท่าไรก็ไม่หมด มีขาย ตามแหล่งท่องเที่ยวก่อให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่รัฐจำนวนมาก รวมถึงการ รีดไถเงินจากผู้ถูกจับกุมในการใช้บุหรี่ไฟฟ้าครับ ลองมาดูตัวอย่างประเทศที่เขา Ban บุหรี่ไฟฟ้า เหมือนเรา อย่างบราซิล อินเดีย สิงคโปร์ บราซิล Ban บุหรี่ไฟฟ้าแต่ปรากฏว่าก็ยังมี ประชากรที่สูบบุหรี่อยู่ ๔.๔ ล้านคน อินเดียประชากรไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๐ ในช่วงวัยรุ่น ใช้บุหรี่ไฟฟ้าไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐ ตอนนี้ สิงคโปร์ก็เป็นประเทศหนึ่งที่บังคับใช้กฎหมาย อย่างเข้มงวดมาก ๆ แต่มีประชากรมากกว่า ๕.๒ เปอร์เซ็นต์ ยังใช้บุหรี่จากตลาดมืดครับ ถัดมาครับ เรามาดูข้อมูลทางวิชาการที่ทุกคนสามารถ Search ได้นะครับ อันนี้คือข้อมูลจาก เว็บไซต์ของ WHO ก่อนอื่นผมต้องบอกว่าบุหรี่ทุกประเภทอันตรายทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ แบบมวนหรือบุหรี่ไฟฟ้า แต่ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกทางเว็บไซต์นี้เขาพูดในลักษณะ ที่ว่า บุหรี่ไฟฟ้ามีความเสี่ยงต่อโรคและการเสียชีวิตน้อยกว่าบุหรี่แบบมวน เนื่องจากไม่มีการ เผาไหม้ระบุไว้อย่างนี้ และบุหรี่ไฟฟ้าจะลดความเสี่ยงของโรคและการเสียชีวิตมากกว่า หากผู้สูบบุหรี่ส่วนใหญ่เปลี่ยนมาใช้บุหรี่ไฟฟ้า อันนี้คือข้อมูลทางเว็บไซต์ที่ทุกคนไป Search ได้ ผมไม่ได้คิดเองครับ สไลด์ถัดไปครับ ประเทศส่วนใหญ่ในโลกนี้กว่า ๘๒ ประเทศทั่วโลก เขาใช้กฎหมายควบคุมบุหรี่แทนการ Ban ในขณะเดียวกันเขาก็ปกป้องไม่ให้เด็กและเยาวชน เข้าถึงผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เช่น สหรัฐอเมริกา ๒๗ ประเทศในสหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร นิวซีแลนด์ แคนาดา ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย เป็นต้น ประเทศไทยแม้ว่าจะมีมาตรการ ควบคุมยาสูบที่เข้มข้นอย่างไรก็ตาม เช่น ขึ้นภาษีให้มันสุดโต่ง การห้ามโฆษณา การสื่อสาร การตลาด การห้ามแสดงสินค้า ณ จุดขาย การบีบพื้นที่สูบให้น้อยลง แต่รัฐบาลยังไม่สามารถ ลดอัตราการสูบบุหรี่ได้ตามเป้าหมายเลยครับ แต่บางประเทศที่เขาไม่ Ban บุหรี่ไฟฟ้าอย่างสวีเดน นิวซีแลนด์ หรือญี่ปุ่น กลับพบว่ามีอัตรา การสูบบุหรี่ลดลงอย่างชัดเจน ๔๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์ ในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๒๐๑๔-๒๐๒๓ มีการกล่าวว่าการ Ban ไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือการบังคับใช้กฎหมาย แต่ทุกท่านลองดูครับท่านประธาน ประเทศอย่างสิงคโปร์หรือออสเตรเลียที่เขา Ban บุหรี่ ไฟฟ้าก็ยังไม่สามารถควบคุมการเข้ามาของบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายได้ นี่ครับนี่คือประเทศที่มี การเปลี่ยนจากการ Ban มาเป็นควบคุม นั่นหมายความว่าถ้าหากเราทำก็มีประเทศอื่นเขา ทำแล้วเหมือนกันว่าในอดีตเคย Ban แต่เปลี่ยนมาเป็นควบคุมแทน เช่น มาเลเซีย นิวซีแลนด์ แคนาดา โอมาน อุรุกวัย ปานามา หากประเทศไทยเปลี่ยนจากการ Ban มาเป็นการควบคุม จะส่งผลอย่างไร ผมเห็น ๔ ข้อ ดังนี้ครับ🔗
ข้อแรก จะมีการกำกับ ดูแล ควบคุมมาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้นเพราะ ปัจจุบันไม่มีการควบคุมใด ๆ เลยในบุหรี่ไฟฟ้า ถ้าเรามีกฎหมายที่จะควบคุมได้เราจะควบคุม ความเข้มข้นของนิโคติน หรือสารอะไรต่าง ๆ ก็ตามที่ใส่ลงมาในบุหรี่ไฟฟ้า หรือแม้แต่ ควบคุมคำเตือนบนฉลาก การ Design ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ให้ใส่สิ่งแปลกปลอมลงไป หรือแม้แต่ การตรวจสอบ เฝ้าติดตามการผลิต และข้อมูลของผู้ผลิตและผู้นำเข้าอย่างเป็นระบบครับ🔗
ข้อ ๒ เราจะสามารถกำหนดนโยบายปกป้องผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ เด็กและเยาวชน จากบุหรี่ไฟฟ้าได้ แต่ไม่ลิดรอนสิทธิของผู้ใหญ่ครับ เพราะปัจจุบันทุกอย่างอยู่ใต้ดิน ไม่มีการ ควบคุม หาซื้อได้ทางออนไลน์ครับ🔗
ข้อ ๓ รัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้าเข้าเป็นรายได้ของรัฐได้อีกครับ ซึ่งในอดีตเคยมีนักเศรษฐศาสตร์ประเมินไว้ว่า บุหรี่ไฟฟ้านี้อาจจะเก็บภาษีได้ถึง ๖,๐๐๐ ล้านบาท ปัจจุบันนี้น่าจะเกิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทไปแล้ว ควรนำรายได้เหล่านี้ไปพัฒนา ประเทศ สนับสนุนโครงการอื่น ๆ ที่รัฐเขาวางแผนไว้ครับ🔗
ข้อ ๔ เราจะเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับเกษตรกรไร่ยาสูบ โดยใน ประเทศไทยเกษตรกรไร่ยาสูบกว่า ๒๐,๐๐๐ ครัวเรือน สามารถจะนำเอาใบยาสูบมาสกัด เป็นนิโคตินเหลว หรือผลิตภัณฑ์ไร้ควันอื่น ๆ เพื่อใช้ในประเทศหรือเพื่อส่งออก เป็นการเพิ่ม มูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตรในประเทศครับ หน้าถัดมาครับ ก็มีนโยบายของ นายกรัฐมนตรีซึ่งได้เคย Say yes ไปก่อนการเลือกตั้ง อันนี้สัมภาษณ์โดย The Standard ครับ แต่ปัจจุบันล่าสุดก็มีการสั่งมาให้เข้มงวดให้มาก ซึ่งเป็นข้อสงสัยในทางสื่อ Social Media มากว่าอนาคตทางรัฐบาล นายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจอย่างไร แต่สุดท้าย ผมก็เชื่อว่าผู้บริหารประเทศ และ สส. ในสภาทุกท่านหวังดีต่อประเทศไทย มีเป้าหมาย เดียวกันที่จะปกป้องเด็กและเยาวชนในการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้า แต่ไม่ลิดรอนสิทธิของผู้ใหญ่ ครับ ผมเห็นว่าไม่ว่าจะตัดสินใจแนวทางที่ ๑ แนวทางที่ ๒ หรือแนวทางที่ ๓ ขอให้ทุกท่าน ควรใช้วุฒิภาวะและมองให้รอบด้านในทุกมิติบนความเป็นจริงของประเทศไทยด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปท่านอรัญ พันธุมจินดา เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานครับ เมื่อการทำงานของคณะกรรมาธิการคณะนี้ผมได้มีโอกาสได้ร่วม พิจารณาศึกษารายงานทั้งในฐานะที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการ ในฐานะรองประธาน คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาด้านกฎหมายเพื่อควบคุมกำกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย รวมทั้งอนุกรรมาธิการเพื่อรวบรวมประเด็นที่เป็นสาระสำคัญของหน่วยงานและจัดทำ รายงานของคณะกรรมาธิการฉบับนี้ ผมได้เห็นถึงความตั้งใจ ความพยายามของผู้ที่ทำการ ศึกษารายงานฉบับนี้ทุกท่าน แม้จะมีข้อมูลที่แตกต่าง มีความเห็นที่แตกต่าง แต่สิ่งหนึ่งที่ ทุกท่านมีความเห็นร่วมกัน คือการป้องกันไม่ให้บุหรี่ไฟฟ้าเข้าถึงมือเด็กและเยาวชน ไม่ให้ บุหรี่ไฟฟ้าก่อให้เกิดปัญหาในทางสังคมที่เกิดขึ้นกับนักเรียน นักศึกษา อย่างที่ปัญหา เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายที่ผ่านมาเนื่องจากไม่มีกฎหมายที่ใช้บังคับ เป็นการเฉพาะ จึงก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ในแนวทางของ คณะกรรมาธิการที่พิจารณาขึ้นมาก็ได้มีการศึกษาทั้ง ๓ แนวทาง ว่าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ในวันนี้ผมก็ได้มีโอกาสมาทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงต้องขออนุญาตที่จะอภิปราย ให้ความเห็นสนับสนุนรายงานของคณะกรรมาธิการในแนวทางที่ ๑ ทางเลือกที่ ๒ คือการ ตราพระราชบัญญัติขึ้นมาใหม่เป็นการเฉพาะเพื่อควบคุมปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่ ไฟฟ้าไม่ให้เข้าถึงมือเยาวชนของชาติ ปกป้องเด็กของเราให้ห่างจากบุหรี่ไฟฟ้า เมื่อสัปดาห์ ที่ผ่านมาผมยังทำหน้าที่หน้าที่หนึ่งคือรองประธานสโมสร Football League อาชีพใน Division 1 ของประเทศไทย Thai League 1 นะครับ ในทุกครั้งที่ผมได้เข้าไปในสนาม ฟุตบอล ผมเห็นนักกีฬา ผมเห็นพ่อแม่ผู้ปกครอง ผมเห็นเยาวชนที่เดินทางไปเชียร์ฟุตบอล เดินทางไปให้กำลังใจกับนักกีฬาซึ่งเป็นแบบอย่างที่จะห่างไกลจากยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้าเป็น สิ่งหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหากับเยาวชนในปัจจุบัน ฉะนั้นจึงขออนุญาตอภิปรายสนับสนุน รายงานของคณะกรรมาธิการในทางเลือกที่ ๑ แนวทางที่ ๒ คือการตราพระราชบัญญัติ ขึ้นมาใหม่เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนให้ห่างไกลจากบุหรี่ไฟฟ้า ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณหมอทศพร เสรีรักษ์ แล้วต่อด้วยท่านสุดท้ายท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ครับ เชิญคุณหมอทศพร เสรีรักษ์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ความจริงผมเองก็เป็นกรรมาธิการบุหรี่ ไฟฟ้าคนหนึ่งเหมือนกัน แต่ว่าขออนุญาตลงมาข้างล่างขออนุญาตทำหน้าที่ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผมได้รับการร้องเรียนเจอกับนักเรียน เจอกับผู้ปกครองมาตลอดเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า แม้แต่เมื่อสักครู่ก็มีนักเรียนที่มาเยี่ยมชมสภา มากมายก็ยังมาคุยกับผมเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า ผมเคยไปเดินแถวสุขุมวิทกับท่านภัณฑิล น่วมเจิม ไปดูเรื่องของการขายบุหรี่ไฟฟ้ากันเต็มไปหมด ขอสไลด์หน่อยครับ🔗
อันนี้เมื่อ ๓ สัปดาห์ที่แล้วผมไปที่โรงพยาบาล สตึก บุรีรัมย์ ภาพต่อไปครับ นักเรียนอันนี้ ม. ๒ สูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้วก็ปอดอักเสบต้องนอน โรงพยาบาลมีอยู่ ๖ ๗ คน มีอยู่คนหนึ่งหรือ ๒ คนที่ต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลบุรีรัมย์ ภาพต่อไปครับ อันนี้ก็ไปที่สถานีตำรวจภูธรสตึกที่เขาจับได้ขายอยู่ใกล้ ๆ โรงเรียน ก็คือบุหรี่ ไฟฟ้าแล้วก็น้ำกระท่อม ภาพต่อไป อันนี้เป็นเด็กอีกคนหนึ่งที่นอนอยู่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ป. ๔ สูบบุหรี่แล้ว ป.๔ สูบจนถึง ป. ๖ ตอนหัดสูบบอกว่าเห็นพี่ ๆ สูบเท่ดีก็เลยไปขอสูบด้วย แล้วหลังจากนั้นก็ใช้วิธีหุ้นกับเพื่อน ออกทุนด้วยกันซื้อบุหรี่ไฟฟ้าแล้วก็มาแบ่งกันสูบ แอบสูบ ในห้องน้ำโรงเรียนบ้าง เลิกเรียนแล้วก็ไปแอบสูบที่บ้านเพื่อนบ้าง แล้วก็ซื้อน้ำกระท่อมไป ดื่มด้วย คือน้ำกระท่อมกับบุหรี่ไฟฟ้านี่กลายเป็นของคู่กัน นี่คือปัญหาที่ผมประสบ ผมจะไม่ ลงลึกไปในรายละเอียดเพราะว่าหลาย ๆ ท่านได้อภิปราย ได้พูดถึงกันมาตลอด ซึ่งยังไม่เห็น คนไหนพูดถึงข้อดีของบุหรี่ไฟฟ้าเลย มีท่านที่โลกสวยก็บอกว่าถ้าทำบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฎหมาย จะได้ภาษีปีละเป็นพันเป็นหมื่นล้าน ท่านทราบไหมครับเวลาคนที่เป็นมะเร็งปอด เวลาเป็น ปอดอุดกลั้นหายใจไม่ออกอยู่ในเครื่องช่วยหายใจ นอนอยู่ในโรงพยาบาลจะตายก็ตายไม่ได้ จะอยู่ก็หายใจไม่ออก มันเจ็บปวด มันทรมานทั้งตัวเองทั้งญาติแค่ไหน แล้วใช้ค่ารักษาพยาบาล มากมายขนาดไหน ภาษีตัวนี้เอาไปอย่างไรก็ไม่เท่ากับค่ารักษาพยาบาลที่รัฐบาลหรือ ประชาชนเองที่จะต้องจ่ายในการรักษา ในที่ประชุมกรรมาธิการเองก็มีคนบ่นว่าส่วนใหญ่ทำไมเชิญแต่คนไม่เห็นด้วยกับบุหรี่ไฟฟ้า เชิญแต่หมอ เชิญนักเรียนที่ไม่เห็นด้วยอะไรมาพูด ทำไมไม่ค่อยเชิญพวกที่เห็นด้วยกับบุหรี่ ไฟฟ้ามา ก็มันไม่ค่อยมีกับคนที่เห็นด้วยกับบุหรี่ไฟฟ้า มันก็เป็นเรื่องที่ตลก ไปดูการประชุม หลาย ๆ ครั้ง ความจริงบ่อย พอคุณหมอทั้งหลายจะมาพูดถึงโทษ ถึงความร้ายแรงของบุหรี่ ไฟฟ้าก็จะลุกหนีกัน มีหลาย ๆ ครั้งถ้าผมจะขอนับองค์ รับรองการประชุมแทบจะล่มกว่า ครึ่งหนึ่ง มีหลายคนบ่นว่าในรายงานนี้ทำไมใส่แต่เรื่องความไม่ดีของบุหรี่ไฟฟ้า ทำไมไม่ใส่ ส่วนที่ดี ๆ ผมก็อยากจะให้ใส่ส่วนที่ดี ๆ เข้าไปเยอะเหมือนกัน ถ้าท่านหามาได้ก็กรุณาใส่ เอามาทำเล่มพิเศษเล่มที่ ๓ ถึงแม้ ๒ เล่มนี้จะหนา และจะมีเล่มที่ ๓ เป็นคุณงามความดีของ บุหรี่ไฟฟ้าก็เอาเข้ามาเลยครับผมยินดีที่จะพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ภาคผนวก ข อันนี้ผมขออนุญาต แสดงความไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่แสดงความคิดเห็นส่วนบุคคลของกรรมาธิการ ถึงแม้จะ บอกว่าเป็นส่วนบุคคล ว่าแบบที่ ๑ ๘ คน แบบที่ ๒ ๕ คน แบบที่ ๓ ๒๑ คน ซึ่งถ้าไม่อ่าน ให้ดีมันจะชักจูงประชาชนที่อ่านให้เข้าใจผิด ให้เข้าใจผิดอย่างไรครับ แนวทางที่ ๑ บุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอันนี้ชัดเจน ๘ คน แนวทางที่ ๒ ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนเป็นสิ่งที่ถูกควบคุมตามกฎหมาย อันนี้ก็ใช้วาจาซ่อนเร้นนะ พูดจริง ๆ ก็คือจะบอกว่าจะทำให้มันถูกกฎหมายนั่นล่ะ แต่เขียนให้มันฟังดูรื่นหูว่าเป็นสิ่งที่ ถูกควบคุมตามกฎหมาย มีคนเห็นด้วย ๕ คน แนวทางที่ ๓ ทั้งผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน และบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ถูกควบคุมตามกฎหมาย อันนี้ ๒๑ คน เห็นไหมใช้คำว่า ถูกควบคุม ตามกฎหมาย แปลว่าต่อไปนี้จะออกกฎหมายให้มันถูกกฎหมายแล้วล่ะ แล้วก็บอกว่าควบคุม รายงานน่าจะบอกให้ชัดเจนว่า ๕ คนที่เห็นด้วยกับแนวทางที่ ๒ ที่เป็นคนที่เห็นด้วยกับ แนวทางที่ ๓ เป็นท่านที่สูบบุหรี่หรือเปล่า สูบบุหรี่ไฟฟ้าหรือเปล่า มีกี่ท่านที่มีความสัมพันธ์ กับอาชีพยาสูบ ทำไร่ยาสูบหรือเปล่า หรือว่าปลูกยาสูบหรือเปล่า หรือเกี่ยวข้องกับชาวไร่ ยาสูบอย่างไร และมีการบอกไหมว่าแนวทางที่ ๑ ที่เห็นด้วย ๘ คนนี่เป็นหมอ ๖ คนนะครับ แล้วหมอในกรรมาธิการเกือบจะทั้งชุดไม่มีใครเห็นด้วยกับแนวทางที่ ๒ ที่ ๓ เลย ส่งรายงาน ไปให้รัฐบาลเป็นสิ่งที่ดี แต่ผมฝากไปยังรัฐบาลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องประเทศจะอยู่รอดมีทางเดียว ไม่มีอะไรที่จะให้บุหรี่ไฟฟ้าขึ้นมาถูกกฎหมาย มีแต่จะต้องเข้มงวดกับกฎหมายที่มีอยู่ หรือออกกฎหมายที่เข้มงวดกับบุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้น เด็กไทยเกิดน้อยอยู่แล้วครับท่านประธาน เรามีปัญหาเราพูดกันอยู่ประจำเรื่องประชากรลดลง ประชากรลดลง แต่เกิดน้อยต้องมี ประสิทธิภาพ ต้องมีสมองที่ดี อยากให้เด็กไทยเรา อยากให้ลูกหลานของเราพ้นภัย อยากจะ ให้ลูกหลานของเราน่ารักเหมือนตุ๊กตาอย่างนี้ สดใสอย่างนี้ อย่าให้มีบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งมีหน้าตา อย่างนี้มาทำร้ายเด็กไทย ทางรอดของเด็กไทยมีอยู่อย่างเดียวครับ Ban บุหรี่ไฟฟ้า ขอบคุณครับ🔗
ท่านสุดท้ายครับ ท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเห็นรายงานแล้วต้องขอชื่นชม ความจริงถ้ามองทั่วไปก็เหมือนเอกสาร เป็นหนังสือรายงาน แต่ผมมองเป็นกำแพงนะครับ คือมาตรฐานท่านสูงมากยากที่กรรมาธิการ ชุดอื่น ๆ จะก้าวข้ามหรือกระโดดข้ามได้ ในเนื้อหาผมใช้เวลาอ่านพอสมควรน่าสนใจมาก เพราะว่าเต็มไปด้วย Guru ผู้รู้ นักปราชญ์ ราชบัณฑิต ประธานกรรมาธิการเป็นคุณหมอครับ หมอนิยม ผู้อภิปรายก่อนหน้าผมครับ หมอทศพร ๒ ท่านนี้น่าจะเหมาะในการป้องกันปัญหา การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า เพราะว่าท่านเป็น สส. แพร่ด้วยกันทั้งคู่ครับ ในรายนาม คณะกรรมาธิการยังมีคุณหมอวรรณรัตน์อดีตรัฐมนตรีและวันนี้เป็นอดีต สส. มาให้ความรู้ กับเรา ผมต้องขอชื่นชมนะครับ ผมพยายามอ่านรายงาน ๒ เล่มนี้ก็พบว่าแนวทางของ กรรมาธิการนั้นไม่ได้ชี้ชัดหรือปิดทางเลือก ในทางกลับกันท่านได้เปิดทางเลือกเป็น ๓ แนวทาง ว่าบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยนั้นควรจะบริหารจัดการอย่างไร แนวทางที่ ๑ ในรายงานบอกว่า ควรจะ Ban ร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็มีหลายประเทศ ซึ่งผมจะนำเรียนต่อไปว่าประเทศใดใช้ Model แบบนี้ แนวทางที่ ๒ Ban เฉพาะกลุ่มน้ำยาหรือ Pod แนวทางที่ ๓ ไม่ Ban ครับ แต่มีมาตรการในการควบคุม ในการบริหารจัดการ ที่ผมบอกว่ามันมี Model อยู่ ๕ Model ไปดูประเทศชั้นนำของโลก อังกฤษใช้แบบไหนครับ อังกฤษเขาให้จำหน่ายได้ ใช้ได้ แต่ห้าม ห้ามอะไรครับ ห้ามโฆษณา และห้ามขายให้เยาวชน นี่ก็เข้ากับในกลุ่มที่ ๒ ของเรา สหรัฐอเมริกาขึ้นอยู่กับกฎหมายแต่ละรัฐ บางรัฐใช้แนวทางที่ ๑ บางรัฐใช้แนวทางที่ ๒ หรือบางรัฐใช้แนวทางที่ ๓ ประเทศต่อไป ออสเตรเลียครับ การจะนำเข้า การจะเสพ หรือจะ สูบนั้นจะต้องมีคณะกรรมการอนุญาต ต้องออกใบอนุญาตก่อน เขาเรียกว่าคณะกรรมการที่ TGA ผมไม่ได้เป็นหมอเหมือนทุกท่าน แต่ผมเป็นห่วงว่าถ้าปัญหาการแพร่ระบาดนี้มันเกิดขึ้น และควบคุมไม่ได้มันจะเกิดปัญหาและอุปสรรค ในออสเตรเลียเขาให้ TGA ควบคุม และต้องมี เอกสารกำกับผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ Model ที่ ๔ ญี่ปุ่น เขาห้ามขาย ห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้า ชนิดที่มีสารเหลวนิโคติน อันนี้ก็เป็น Model ที่ ๒ ของกรรมาธิการ และ Model ที่ ๕ สิงคโปร์ ห้ามนำเข้า ห้ามขาย หรือห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้าทุกกรณี ถือว่า Ban เบ็ดเสร็จร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม ถ้าเสพ ถ้าขาย ถ้าซื้อ ถือว่าผิดกฎหมายร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม ที่ผมยกตัวอย่าง Model เพื่อจะ ยกย่องและให้กำลังใจว่ารายงานของท่านนั้นครอบคลุมและมีความเป็น Inter มีความเป็น มาตรฐานสากลระดับโลก แต่ผมจะดึงจากความเป็น Inter นั้นกลับมาในประเทศไทยครับ ต้องให้เครดิตรัฐบาลท่านนายกแพทองธาร ชินวัตร ท่านประกาศชัดเจน บุหรี่ไฟฟ้าไม่จบ ไม่เลิกครับ เราได้เห็นข่าวยุทธการทลายรัง ได้เห็นข่าวการกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้าชนิดที่เรียกว่า ไม่จบไม่เลิก ๒ สัปดาห์ก่อนเขาประมวลตัวเลขที่จับได้นี่ มูลค่าประมาณ ๑๒๐ ล้านบาท ๒ วันที่แล้วไปจับประมาณเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ชิ้น มูลค่าของที่จับได้ ๑๓๐ ล้านบาท เบ็ดเสร็จ ไม่กี่วันจับได้ถึง ๒๕๐ ล้านบาท ผมอยากเสนอเพิ่มเติมว่าแนวทางต่อไปที่จะทำให้คำว่า ประกาศไม่จบไม่เลิกมันเกิดขึ้นได้จริง ท่านควรจะต้องไป Seal บริเวณชายแดน เพราะต้อง ยอมรับหยิกเล็บก็เจ็บเนื้อครับ แต่เราไม่ไปชี้ไม่ไปโทษว่าประเทศใดผลิตสารตั้งต้น ประเทศใด เป็นต้นทางของการผลิตบุหรี่ไฟฟ้า แต่เราควรจะ Seal ครับ และเมื่อจับได้แล้วต้องเร่ง ทำลาย หรือสื่อสารกับประชาชนว่าวันนี้คนกลัวนอกจากบุหรี่ไฟฟ้ายังกลัวบุหรี่เวียนครับ บุหรี่เวียนคืออะไร คือบุหรี่ไฟฟ้าที่จับแล้วเล็ดลอดนำออกมาขายเวียนไปเวียนมา อันนี้ต้อง ช่วยกันครับ แนวทางต่อไปที่ต้องชื่นชมรัฐบาลก็นายกรัฐมนตรีแพทองธารประกาศชัดว่า ห้ามระบาดเข้าไปในโรงเรียน ในสถานศึกษา ซึ่งคำประกาศนี้ก็มาตรฐานโลก หลายประเทศ ที่นำเรียนเมื่อสักครู่นี้เขาก็ให้ประชาชนในกลุ่มเยาวชน กลุ่มคนรุ่นใหม่นั้นเป็นกลุ่มเปราะบาง ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ วันนี้บุหรี่ไฟฟ้าครับ เมื่อเช้าผมได้สนทนาธรรมกับท่านประธาน พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ท่านพูดถึงปัญหาเยาวชนสูบบุหรี่ไฟฟ้า ท่านทราบไหมครับ เด็กนักเรียนอาจจะไม่มีเงินซื้อบุหรี่เป็นมวน ๆ แต่ว่าเขามีบุหรี่แบบผลัด คือผลัดกันสูบ ผมฟัง ก็ตกใจ คือแทนที่จะซื้อมาทั้งชุดครับ ใช้บริการให้สูบทีละคำ หรือที่ละปรืด บางคนอาจจะ บอกว่าทีละปุ๊น ปุ๊นละ ละ ๒ บาทครับ สูบไปสูบมาครับ แปลว่าเจ้าหน้าที่โรงเรียนไปจับได้ อีกครับ ต้องเสียค่าปรับ ๒,๐๐๐ บาท นี่ละครับปัญหา ถ้าเราไม่ช่วยกันเยาวชนก็จะตก เป็นเหยื่อ🔗
ประการที่ ๓ ต้องขอให้ชี้ชัด ๆ ว่าตกลงบุหรี่ไฟฟ้านี้มันผิดกฎหมายประเภท อะไร ผมสืบค้นพบว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่ยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย ตามกฎหมายนะครับ แต่เป็น สินค้าที่ห้ามนำเข้าในประเทศตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ นั่นแปลว่าไปผิดตาม ประกาศกระทรวงพาณิชย์ครับ มีผลให้ผู้ที่รับไว้ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้าที่นำเข้ามาโดยไม่ถูกต้อง มีความผิดตาม พ.ร.บ. ศุลกากร แล้วก็มีความผิดจากคำสั่งของคณะกรรมการว่าด้วยความ ปลอดภัยของสินค้าและบริการที่มีคำสั่งห้ามขาย ห้ามใช้บริการบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค นั่นแปลว่าอะไรครับ ไม่ได้ผิดยาเสพติด ไปผิด พ.ร.บ. ศุลกากร ไปผิด พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค วันนี้ถึงเวลาที่เราต้องเอาให้ชัดว่าตกลงบุหรี่ไฟฟ้าจะผิด กฎหมายหรือไม่ผิดกฎหมาย วันนี้ครับท่านประธาน บรรยากาศในสภาต้องขอเรียนนะครับ ก่อนศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตอนนี้เริ่มเกิดความไม่ไว้วางใจในหมู่นักสูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้วครับ ทั้งบุหรี่ไฟฟ้าทั่วไป หรือบุหรี่แบบสันดาป หรือบุหรี่ Analogue ไม่รู้ใครถ่ายใครแล้วครับ ตอนนี้ เกิดความไม่ไว้วางใจในหมู่นักสูบ เพราะฉะนั้นเอาให้ชัดว่าผิดหรือไม่ผิดกฎหมายครับ ขอบคุณครับ🔗
เป็นอันจบผู้อภิปรายแล้วนะครับ ก็จะให้ทางท่านกรรมาธิการได้ตอบคำถาม เมื่อสักครู่นี้ ได้รับการประสานงานมาจากท่านประธานกรรมาธิการว่าจะมีผู้ชี้แจงแบ่งเป็น ๓ ท่านด้วยกัน เพราะทางกรรมาธิการได้สรุปแนวทางออกมาเป็น ๓ แนวทาง จริง ๆ รอบท้ายนี้เราจะ อนุญาตให้กรรมาธิการได้ตอบคำถามท่านสมาชิกนะครับ แต่ว่าเหมือนกับท่านกำลังจะชี้แจง ใช่ไหมครับ ก็ขอเป็นสั้น ๆ ก็แล้วกันแต่ละแนวทาง เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาที่เคารพนะครับ ก็เนื่องจากกรรมาธิการของเราทั้ง ๓๕ ท่าน ได้ประชุมกันมาประมาณ ๑ ปีเศษ ทั้งหมด ๓๙ ครั้ง ในความเห็นของแต่ละท่านก็อาจจะแตกต่างกัน แต่ไม่ใช่ความ ขัดแย้งถือเป็นความเห็นต่าง รวมทั้งข้อมูลอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ทาง กรรมาธิการที่สนับสนุนแนวทางต่าง ๆ ได้ชี้แจงนะครับ ก็ขอเชิญทางกรรมาธิการของเรา ขอเชิญครับ🔗
เชิญคุณหมอวรรณรัตน์ครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ วรรณรัตน์ ชาญนุกูล กรรมาธิการ ท่านประธานครับ องค์การอนามัยโลกได้รายงานว่า ขณะนี้ได้มีการแพร่ระบาดของไฟฟ้าลุกลามไปทั่วโลก ดูจากอัตราการขยายตัวที่สูงมาก โดยเฉพาะอัตราการสูบบุหรี่ในเด็กและเยาวชนที่มีอายุ ระหว่าง ๑๓-๑๕ ปี ในหลายประเทศสูงกว่าอัตราการสูบบุหรี่ในผู้ใหญ่ จนถึงขั้นที่เรียกได้ว่า เป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขของประเทศไปแล้ว สำหรับประเทศไทยของเราก็เช่นเดียวกัน มันได้ลุกลามเข้าไปในโรงเรียน ทำให้มีนักสูบหน้าใหม่ทั้งนักเรียนหญิง นักเรียนชาย ตั้งแต่ ชั้นประถมถึงชั้นมัธยมศึกษา แม้กระทั่งสามเณร ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าวิตกเป็นอย่างยิ่งครับ ท่านประธาน ในปี ๒๕๖๔ สำนักงานสถิติแห่งชาติได้สำรวจพบว่า เด็กนักเรียนสูบบุหรี่ไฟฟ้า ในอัตราที่สูงกว่าเดิมถึง ๕ เท่า ภายในระยะเวลา ๗ ปี แล้วยังพบว่า ประชากรไทยที่มีอายุ ตั้งแต่ ๑๕ ปีขึ้นไป สูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น ๑๐ เท่า ภายในระยะเวลาเพียง ๑ ปีเท่านั้น ท่านประธานครับ ผมจึงเห็นด้วยกับแนวทางที่ ๑ คือการคงไว้ซึ่งกฎหมายในการห้ามนำเข้า ห้ามจำหน่าย และห้ามให้บุหรี่ไฟฟ้าทุกชนิดตามเดิม โดยการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่มีอยู่ ในบางส่วนให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะการกระทำความผิดเกี่ยวกับการครอบครอง บุหรี่ไฟฟ้า และในโอกาสต่อไปผมมีความเห็นว่าควรที่รัฐบาลจะได้มีการออกกฎหมาย เกี่ยวกับการป้องกันและการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าขึ้นมาเป็นการเฉพาะ เพื่อให้เกิดความ ชัดเจนทั้งในการตีความกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้การปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า บังเกิดสัมฤทธิ์ผลได้อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อปกป้องคุ้มครองชีวิตและอนาคต ของเด็กและเยาวชนลูกหลานของเรา ซึ่งต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างมากที่ได้ เอาจริงจังกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ท่านประธานครับ หากให้บุหรี่ที่ใช้ความร้อนแทนการ เผาไหม้ หรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายตามแนวทางที่ ๒ หรือแนวทางที่ ๓ แล้ว โดยคาดหวังว่ารัฐจะมีรายได้จากการเก็บภาษีสรรพสามิตเพิ่มขึ้น ผมคิดว่าเป็นการตัดสินใจ ที่ผิดพลาดอย่างมหันต์เพราะมันจะได้ไม่คุ้มเสีย หรือเสียเพียงอย่างเดียว ท่านประธานครับ ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์อิศรา ศานติศาสน์ อดีตที่ปรึกษาองค์การอนามัยโลกด้านภาษียาสูบ ได้กล่าวไว้ว่า หากจะเอาบุหรี่ไฟฟ้าขึ้นมาบนดินโดยหวังว่ารัฐจะมีรายได้จากภาษีที่เพิ่มขึ้นนั้น ซึ่งข้ออ้างนี้ยังมีข้อโต้แย้งอยู่มาก เป็นต้นว่าการเป็นสินค้าทดแทน การที่ผู้สูบบุหรี่มวน หน้าเก่าหันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าแทนนั้นไม่ได้ทำให้จำนวนผู้สูบบุหรี่เพิ่มขึ้น ดังนั้นภาษีที่คาดว่า จะได้รับจากบุหรี่จึงไม่เพิ่มขึ้น ๒. ภาษีที่จัดเก็บได้จะได้ไม่คุ้มเสีย งานวิจัยของสหรัฐอเมริกา พบว่า มูลค่าของค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยที่เกิดจากการเจ็บป่วยอันเนื่องมาจากการสูบบุหรี่ ไฟฟ้าสูงกว่าภาษีที่จัดเก็บได้จากการเปิดให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายถึง ๑,๕๐๐ เท่า อีกหลักฐานหนึ่งที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการสูญเสียทางเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน ก็คือ ในปี ๒๕๖๐ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการศึกษาวิจัยพบว่า การที่ รัฐบาลจัดเก็บภาษียาสูบได้ ๖๘,๖๐๓ ล้านบาทนั้น เมื่อประเมินต้นทุนด้านการรักษา พยาบาลทั้งทางตรงและทางอ้อมของผู้สูบบุหรี่แล้ว มีมูลค่าถึง ๑๐๑,๐๐๐ ล้านบาท หรือประมาณ ๐.๖๕ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี นอกจากนั้นกระทรวงสาธารณสุขได้ประเมิน ความสูญเสียทางเศรษฐศาสตร์ ผลปรากฏว่า ระดับที่ ๑ การสูญเสียเงินซื้อบุหรี่ไปสูบ มีมูลค่าเป็นจำนวนมหาศาลถึง ๙๓,๒๖๘ ล้านบาทต่อปี ระดับที่ ๒ การเสียค่ารักษาพยาบาล สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้รายงานว่า ค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยที่เกี่ยวเนื่องกับการ สูบบุหรี่ที่จะต้องรับไว้รักษาในโรงพยาบาลมีมูลค่าสูงถึง ๒๑,๓๘๙ ล้านบาทต่อปี ระดับที่ ๓ การเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ในปี ๒๕๖๔ พบว่ามีประชากรจำนวนมากถึง ๘๐,๐๐๐ คนเศษ ต้องเสียชีวิตก่อนวัยอันควร อันเนื่องมาจากโรคที่เกี่ยวเนื่องกับการสูบบุหรี่ คิดเป็น ๑๘ เปอร์เซ็นต์ของการเสียชีวิต ทั้งหมดของประชากรในปีเดียวกัน ส่งผลให้เกิดการสูญเสียศักยภาพของประเทศ คิดเป็น มูลค่าสูงถึง ๓๕๒,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๒.๑ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ท่านประธานครับ อีกตัวอย่างหนึ่งได้แก่บทเรียนจากประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อเร็ว ๆ นี้วุฒิสมาชิกของฟิลิปปินส์ ท่านหนึ่งได้เปิดเผยว่าหลังจากที่ฟิลิปปินส์ได้เปลี่ยนแปลงนโยบายของตน จากเดิมที่บุหรี่ ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายเปลี่ยนมาเป็นถูกกฎหมาย โดยคาดหวังว่าจะจัดเก็บรายได้จาก ภาษีบุหรี่เพิ่มขึ้น แต่ผลที่ได้รับกลับเกิดขึ้นในทางตรงกันข้าม เพราะปรากฏว่าฟิลิปปินส์ จัดเก็บภาษียาสูบได้น้อยลงกว่าเดิมถึง ๒๔.๘ เปอร์เซ็นต์เสียอีก ยิ่งไปกว่านั้นยังแถมมีนักสูบ หน้าใหม่เกิดขึ้นอีกที่มีอายุตั้งแต่ ๑๐ ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นมาอีกถึง ๙.๕ ล้านคน ซึ่งในบรรดา นักสูบหน้าใหม่เหล่านี้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนล้วนเป็นวัยรุ่นทั้งสิ้น ส่งผลให้อัตราการสูบบุหรี่ของ คนฟิลิปปินส์สูงขึ้นตามมาทันทีจาก ๑๔ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๑๘.๙ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ในประเทศที่มีการห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาดรวมทั้งประเทศไทยของเรา พบว่ามี อัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชนต่ำกว่าประเทศที่เปิดให้มีการนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า ได้โดยเสรีถึง ๐.๖ เท่า สำหรับประเทศที่ห้ามนำเข้าและห้ามขายอย่างเด็ดขาดที่เดิมสามารถ ควบคุมการเข้าถึงของเด็กและเยาวชนได้เป็นอย่างดีแล้ว แต่พอเปลี่ยนนโยบายหันมา อนุญาตให้นำเข้าและขายบุหรี่ไฟฟ้าได้ ส่งผลให้เกิดการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและ เยาวชนเพิ่มสูงขึ้น ๒.๕ เท่า เช่น ในแคนาดาและนิวซีแลนด์ เป็นต้น และแม้แต่ประเทศที่ อนุญาตให้ขายบุหรี่ไฟฟ้าได้ตามกฎหมาย แต่ห้ามขายในเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า ๑๘-๒๑ ปี เช่น สหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ก็ล้วนแล้วแต่ไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาด ของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนได้เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ จะเห็นได้อย่าง ชัดเจนแล้วว่าหลักคิดที่จะทำให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย โดยหวังว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น จากภาษีสรรพสามิตจากบุหรี่นั้นไม่ว่าจะเป็นบุหรี่มวนหรือบุหรี่ไฟฟ้าก็ตาม ล้วนเป็นหลักคิด ที่สวนทางกับความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง เพราะยิ่งตัวเลขของการจัดเก็บรายได้จากภาษีบุหรี่ สูงมากขึ้นเท่าใด นั่นย่อมหมายความว่าประเทศชาติต้องสูญเสียทรัพยากรมนุษย์และเกิด การสูญเสียด้านเศรษฐกิจและสังคมมากขึ้นตามไปด้วยเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ จากบทเรียนของประเทศที่พัฒนาแล้วและของฟิลิปปินส์ได้สอนให้เราตระหนักได้เป็น อย่างดีว่าหากเปิดให้บุหรี่ไฟฟ้าทุกชนิดเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ก็ย่อมเป็นที่ คาดการณ์ได้เลยว่าจะเกิดการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าตามมาอย่างกว้างขวางและรุนแรง มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจนยากที่จะควบคุมได้อย่างแน่นอน และในที่สุดมันก็จะ กลายเป็นปัญหาและอุปสรรคอย่างใหญ่หลวงต่อการพัฒนาประเทศชาติในทุก ๆ ด้าน จนยากที่จะเยียวยาแก้ไขได้ เพราะเยาวชนที่ติดบุหรี่ในวันนี้จะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่และ เป็นแรงงานที่ไร้คุณภาพในวันหน้า เป็นการซ้ำเติมภาวะการขาดแคลนแรงงานของประเทศ ให้รุนแรงขึ้นไปอีก ยิ่งไปกว่านั้นท่านประธานครับ นอกจากเด็กและเยาวชนผู้ติดบุหรี่เหล่านี้ จะไม่สามารถก่อให้เกิดผลิตภาพต่อตนเอง ต่อครอบครัว และต่อสังคมแล้ว ยังกลับกลายเป็น ภาระของสังคมอีกด้วย อนาคตของชาติที่เราฝากไว้กับเยาวชนคนรุ่นหลังย่อมถูกสั่นคลอน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศอย่างหนีไม่พ้น ดังนั้น ผมจึงมีความเห็นว่าประเทศไทยของเรามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง Ban บุหรี่ไฟฟ้า ทุกชนิดอย่างต่อเนื่องต่อไป ทั้งในเรื่องของการผลิต การครอบครอง การนำเข้า การจำหน่าย การให้บริการ การโฆษณา และการใช้ ทั้งนี้เพื่อปกป้องชีวิตและสุขภาพของเด็กและเยาวชน ลูกหลานของเราให้มีความอยู่รอดปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ที่จะเป็นพลังอันสำคัญ ในการพัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองของเราให้เจริญรุ่งเรืองเติบโตต่อไปในภายภาคหน้าครับ ท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านต่อไปเลยนะครับ เชิญท่านประธานครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพนะครับ ก็คงจะมีผู้ชี้แจงอีกสัก ๒ ท่าน ก็คือท่านอาจารย์สุทัศน์ หรืออาจารย์ชยนันท์ สักท่านหนึ่ง หรือว่าจะทั้ง ๒ ท่าน ขอสั้น ๆ นะครับ แล้วก็ขอท่านปรีติตอบคำถามให้กับทาง สมาชิกของเราในประเด็นของข้อกฎหมาย แล้วผมก็จะสรุปสั้น ๆ นิดหนึ่งครับท่านประธาน🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ แล้วก็ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ผม นายสุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญา กรรมาธิการนะครับ เนื่องด้วยมีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวถึง เรื่องของ Harm Reduction Concept อันนี้ผมจะขออนุญาตขยายความใช้เวลาเพียง เล็กน้อยว่าในปัจจุบันนี้ Harm Reduction Concept หน่วยงานวิชาการต่าง ๆ ในระดับ นานาชาติก็ไม่เป็นที่ยอมรับกันนะครับ ปัจจุบันนี้แม้กระทั่งองค์การอนามัยโลก หรือว่า American Lung Association สมาคมโรคปลอดสหรัฐอเมริกาถือว่าผลิตภัณฑ์ยาสูบ ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ไฟฟ้าหรือบุหรี่แบบเดิมมีพิษภัย มี Harm แต่ว่ารูปแบบของ Harm ที่เกิดขึ้นจากบุหรี่ไฟฟ้ามีความแตกต่างไปจากเดิม แตกต่างอย่างไรครับ ก็คือว่ามัน สามารถเกิดขึ้นเร็วกว่าบุหรี่แบบเดิม เกิดขึ้นแบบไม่สามารถที่จะ Predict หรือพยากรณ์ได้ ตัวอย่างเช่น พิษภัยที่เราพบว่ามีประวัติการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพียงระยะสั้น ๆ เท่านั้นก็สามารถ ที่จะเกิดปอดอักเสบรุนแรงเกิดขึ้นได้ ซึ่งอันนี้ถ้าเป็นเรื่องของบุหรี่ธรรมดาเราไม่เคยพบมาก่อน ทางการแพทย์ เราจะเห็นว่าประวัติการใช้บุหรี่ไฟฟ้าระยะเวลาในการใช้บุหรี่ไฟฟ้าจนกระทั่ง ถึงเกิดปอดอักเสบรุนแรงนี้ไม่เป็นที่แน่ชัด บางคนใช้มายาวนานก็ยังไม่เกิด บางคนใช้ แป๊บเดียวก็เกิด บางคนสูบมากก็ยังไม่เกิด บางคนสูบน้อยเกิด เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้มันคือ ความไม่แน่นอนของทางการแพทย์ที่เรายังไม่รู้จักพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าอย่างชัดเจน รวมถึง Heated tobacco product ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ด้วย นอกจากนี้แล้วยังมีพิษภัยต่อสุขภาพที่ เกิดขึ้นใหม่ ๆ เช่น สูบบุหรี่ไฟฟ้าระยะหนึ่งก็เกิดโรคหืดขึ้นมาทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมี ประวัติเป็นโรคเหล่านี้เลย เกิดวัณโรคปอด ปอดอักเสบติดเชื้อที่รุนแรงขึ้น หรือแม้กระทั่ง ปอดอักเสบแบบไม่ติดเชื้อก็ยังเกิดได้ ในเด็กก็ชะลอเรื่องของพัฒนาการทางสมอง เรื่องของ พฤติกรรมที่มีความก้าวร้าวมากยิ่งขึ้น แล้วก็ยังเป็น Gateway effect ในการเชื่อมต่อไปยัง การเสพติด ยาเสพติดอื่นอย่างที่มีท่านสมาชิกสภาได้พูดถึงเด็กที่เป็นข่าวว่ามีการติดบุหรี่ ไฟฟ้าร่วมกับการใช้น้ำกระท่อม หรือว่ามีการใช้ยาเสพติดอื่นเช่นยาบ้าด้วย ซึ่งอันนี้มันมี ความเชื่อมโยงทางการแพทย์ มีหลักฐานงานวิจัยเชิงประจักษ์ที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นผมจึง อยากกราบเรียนแล้วก็วิงวอนสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่า เราอย่าให้คนไทยไม่ว่าจะอายุเท่าไร ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือเยาวชน หรือผู้ใหญ่ เป็นหนูทดลองในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทาง การแพทย์ยังมีข้อมูลเรื่องของพิษภัยที่ยังไม่ชัดเจนแล้วยังต้องเรียนรู้อีกมาก เพราะฉะนั้น ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนสนับสนุนทางเลือกที่ ๑ เพื่อเป็นการปกป้องสุขภาพของคนไทย และเยาวชนไทย ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านปรีติครับ🔗
ผม ปรีติ ครับ ก็เป็นกรรมาธิการครับ ก็จะตอบคำถามของท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ที่สอบถามว่า แล้วปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้านี้ผิด หรือไม่ผิด ทางกรรมาธิการเองได้เคยเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการเข้ามาที่กรรมาธิการ นะครับต้องบอกอย่างนี้ เราสอบถามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ข้อมูลมาว่าปัจจุบันก็ยังไม่ได้มี กฎหมายชัดเจน เวลาจับจับแล้วส่งอัยการฟ้อง อัยการก็อาจจะไม่ฟ้องเนื่องจากกฎหมาย ศุลกากรไม่ได้ระบุถึงผู้ครอบครองว่าผิดกฎหมาย แต่ในกรรมาธิการเองก็ได้ทำเพื่อแก้ไข กฎหมายตัวนี้มาให้ ถ้าหากว่าทางรัฐบาลต้องการที่จะเลือกประเภทที่ ๑ ก็คือให้ผิดกฎหมาย อย่างชัดเจน เพราะปัจจุบันกฎหมายมีแค่ห้ามขายแล้วก็ห้ามนำเข้า ยังไม่ครอบคลุมไปถึง ผู้ครอบครองอย่างชัดเจน ก็ขอเรียนตอบสั้น ๆ แบบนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชยนันท์ สิทธิบุศย์ กรรมาธิการวิสามัญครับ ขออนุญาตชี้แจงข้อมูล สั้น ๆ ครับ ก็คือในส่วนของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อาจจะเข้าใจเรื่องของการควบคุม ที่อยากจะทำให้ปกป้องเด็กเยาวชน อันนี้ผมอยากจะขออนุญาตให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การควบคุมมันยากมากกับสินค้าประเภทอันตรายแบบนี้ เนื่องจากมันมีการปรับเปลี่ยนไป เรื่อย ๆ ซึ่งตอนแรกยังมีผู้เชี่ยวชาญที่จะบอกว่าบุหรี่ไฟฟ้านี้เป็น Gateway ไปสู่ยาเสพติด อื่น ๆ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วนะครับ บุหรี่ไฟฟ้ามีการผสมยาเสพติดเข้าไป ซึ่งตอนนี้เราไม่รู้เลย ว่าน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ามันมียาเสพติดด้วยหรือไม่ เพราะฉะนั้นตอนนี้บุหรี่ไฟฟ้ามันก็รุนแรง เท่ากับยาเสพติดไปแล้ว ซึ่งการควบคุมต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นนี้จะเป็นไปได้ยากมากนะครับ เพราะฉะนั้นทางออกประเทศไทยเรามีกฎหมายตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ อย่างที่ เมื่อสักครู่ท่านกรรมาธิการได้ให้ข้อมูลไป เรื่องของการห้ามนำเข้า ห้ามผลิต หรือห้ามขาย ห้ามบริการ เพราะฉะนั้นในส่วนตอนนี้ประเทศไทยยังจำเป็นจะต้องให้ความรู้กับเด็กเยาวชน เพราะว่าเมื่อสักครู่ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเด็กยังเข้าใจผิด เยอะว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าหรือไม่อันตราย เรายังต้องให้ความรู้เร่งพัฒนาให้ ภูมิต้านทานให้กับเด็กเยาวชนไทยให้มีความรู้มากเพื่อที่จะปกป้องตัวเองได้ ในส่วนตรงนี้ ในฐานะที่ผมเป็นแพทย์ ผมเป็นหมอกระดูกนะครับ ผมคิดว่าภาษีที่เมื่อสักครู่ท่านอาจารย์ วรรณรัตน์ขออนุญาตเอ่ยชื่อนะครับ ท่านบอกแล้วว่าเรื่องภาษีที่เราจะได้จากภาษีบุหรี่ไฟฟ้า มันไม่สามารถที่จะชดเชยได้หรอกครับกับความสูญเสียของชีวิตเด็กที่อาจจะเป็นโรคปอด อักเสบรุนแรง หรือคนไข้ที่จะเป็นเรื่องของตัวหลอดเลือดหัวใจตีบหรือแตก เพราะฉะนั้น สุขภาพคนไทยจะไม่ใช่ตัวทดลองเพื่อพิสูจน์ผลลัพธ์ในการที่จะปลดล็อกให้บุหรี่ไฟฟ้า ถูกกฎหมายครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านประธานสรุปสุดท้ายครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาที่เคารพนะครับ ทางกรรมาธิการของเราทั้ง ๓๕ ท่าน รวมทั้งที่ปรึกษาและคณะทำงาน ต่าง ๆ ก็ได้ทำงานกันมาประมาณ ๑ ปีเศษ ๆ มีการประชุม ๓๙ ครั้ง ข้อมูลต่าง ๆ ก็ค่อนข้าง จะมากมาย มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอยู่มากพอสมควร เพราะฉะนั้นข้อมูลต่าง ๆ ค่อนข้างจะยาว เรามีถึง ๒ ฉบับที่เห็นอยู่นี่นะครับ เพราะฉะนั้นข้อมูลที่มีการโต้แย้ง หรืออะไรต่าง ๆ ทางกรรมาธิการก็ยินดีที่จะรับการโต้แย้ง หรือการแก้ไขในประเด็นที่ คลาดเคลื่อนโดยการหารือด้วยเหตุด้วยผล และใช้สภาของเราซึ่งเป็นที่ที่ใช้แก้ปัญหาและ ความเห็นต่างอยู่แล้วมาดำเนินการ ทางกรรมาธิการถึงแม้จะปิดไปแล้วก็ยังยินดีที่จะร่วมงาน กับทุกท่าน ปัญหาของบุหรี่ไฟฟ้าท่านก็ทราบมันเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่มากวันนี้นะครับ คงไม่มี ใครคนใดคนหนึ่งที่จะแก้ไขได้เพียงลำพัง เพราะฉะนั้นต้องอาศัยความร่วมมือกันอย่าง สร้างสรรค์ เราจะไม่สร้างความขัดแย้งกับคนที่เห็นต่าง แต่เราจะมุ่งมั่นในการที่จะปกป้อง เด็กและเยาวชนของเราให้พ้นจากบุหรี่ไฟฟ้า วันนี้การบังคับใช้กฎหมายเช่นการปราบปราม ของรัฐบาลท่านนายกแพทองธารในขณะนี้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและให้กำลังใจนะครับ แต่ก็คงจะต้องขอให้ทำอย่างต่อเนื่อง เพราะจริง ๆ แล้วปัญหาของประเทศเราไม่ว่าหวยเถื่อน บ่อนเถื่อน หวยเกินราคาอะไรต่าง ๆ เหล่านี้พอเลิกปราบปรามก็กลับมาเหมือนเดิมนะครับ เพราะฉะนั้นก็ฝากทางรัฐบาลในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจะต้องบังคับใช้กฎหมายในช่วงนี้อย่างเข้มข้น การสร้างความตระหนักรู้ให้กับ เด็กและเยาวชนของเราเป็นสิ่งที่สำคัญซึ่งหลายหน่วยงานก็ทำอยู่แล้ว ก็คงจะให้กำลังใจ ในการที่จะทำต่อ แต่หน่วยงานหนึ่งที่เราคงต้องฝากก็คือกระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็น หน่วยงานที่สำคัญที่จะสร้างความตระหนักรู้ให้กับเด็กและเยาวชน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะใน กรุงเทพมหานครหรือปริมณฑล แต่มันมีถึงต่างจังหวัดและชนบทที่ห่างไกลอีกมากมาย เพราะฉะนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงเป็นหน่วยงานที่สำคัญในการสร้างความตระหนักรู้ให้กับ ลูกหลานของเรา แล้ววันนี้ปัญหาเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าเรายังไม่มีกฎหมายเฉพาะ เรื่องเล็ก ๆ หรือ เรื่องใหญ่ ๆ ประเทศนี้มีพระราชบัญญัติแล้ว แม้แต่สัตว์เราก็คุ้มครองเขาห้ามทรมานสัตว์ แต่วันนี้ลูกหลานเราแล้วก็บุหรี่ไฟฟ้าเป็นเรื่องที่ใหญ่ เราควรจะทำพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับ บุหรี่ไฟฟ้า หรือบุหรี่นวัตกรรม หรือนิโคตินนวัตกรรมขึ้นมาได้หรือยัง อันนี้ก็คงจะฝากให้กับ ทางฝ่ายบริหารและทุกท่านทางฝ่ายสภาของเราได้ร่วมกันคิดต่อไป ในนามของกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย สภาผู้แทนราษฎร ก็ขอขอบคุณท่านประธานสภา ขอบคุณเพื่อนสมาชิก กรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ได้แสดงความคิดเห็น ข้อแนะนำ ซึ่งจะเป็น ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาของบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ก็ขอบคุณกรรมาธิการ เป็นอันจบการอภิปรายนะครับ ไม่มีสมาชิกท่านใดติดใจซักถาม กับทางกรรมาธิการแล้ว ก็เป็นอันว่าที่ประชุมแห่งนี้สภาเรารับทราบรายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้า ในประเทศไทย ซึ่งทางคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้นได้พิจารณาเสร็จแล้ว ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากว่าทางคณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตเอาไว้ในรายงานด้วย เพราะฉะนั้น ก็จำเป็นที่จะต้องลงมติ แต่เนื่องจากว่าที่ฟังท่านสมาชิกอภิปรายกันมาหลายท่านนี่ท่านก็จะ อภิปรายไปตามข้อสังเกต เห็นด้วยกับข้อสังเกต ข้อสังเกตก็จะมี ๓ แนวทางอย่างที่ว่า ท่านเห็นด้วยในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง เพราะฉะนั้นก็ถือว่าที่ประชุมอภิปรายไปในทิศทาง เดียวกัน ผมก็จะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถามที่ประชุมว่า มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ถ้าหากว่าไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็หมายความว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับข้อสังเกต แล้วก็จะส่งข้อสังเกตไปให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร ของพวกเราต่อไป ก็เป็นอันจบการอภิปรายแล้วก็จบการนำเสนอของกรรมาธิการในวาระนี้ ก็ต้องขอบคุณทางคณะกรรมาธิการทุกท่านที่ได้ผลิตผลงานที่เป็นประโยชน์อย่างมากกับสภา ก็ขอบคุณทุกท่านครับ ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากว่าวันนี้เราพิจารณากันมาพอสมควร แล้วก็หมดระเบียบวาระแล้วนะครับ ก็ถือโอกาสนี้ขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ทำหน้าที่ อย่างเข้มแข็ง แล้วเดี๋ยวสัปดาห์หน้าก็มาทำหน้าที่กันอีกครั้งหนึ่งนะครับ เราจะมีการประชุม อภิปรายวาระที่สำคัญคืออภิปรายไม่ไว้วางใจในวันจันทร์ วันอังคาร แล้วจะมีการลงมติ ในวันพุธ ท่านสมาชิกก็มากันด้วยความพร้อมเพรียงทุกท่านนะครับ ขอบคุณทุกท่าน ขอบคุณ ทางพี่ ๆ เจ้าหน้าที่ทุกคนครับ ขอบคุณวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา แล้วก็ขอบคุณล่ามภาษามือด้วย ขอบคุณทุกท่านครับ พบกันสัปดาห์หน้า สวัสดีครับ ปิดประชุมครับ🔗