รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
------------------------------
อรุณสวัสดิ์ครับ ท่านสมาชิกครับก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนะครับ ผมจะอนุญาตให้ ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ นะครับ โดยผมจะให้ปรึกษาหารือ ตามลำดับรายชื่อที่ได้ส่งมานี้นะครับ โดยให้เวลาท่านละ ๒ นาที ผมอ่านรายชื่อครั้งละ ๓ ชื่อนะครับ จะได้ให้ท่านได้เตรียมตัวครับ ท่านแรกนะครับ ท่านนิพนธ์ คนขยัน ต่อด้วย ท่านสุรทิน พิจารณ์ ต่อด้วยท่านปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ เชิญท่านนิพนธ์ คนขยัน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือผ่านท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เรื่องมีอยู่ว่าวันนี้ที่จังหวัด บึงกาฬยางพาราล้านกว่าไร่วันนี้ราคายางพาราดีก็ต้องขอบคุณท่านนายกแพทองธาร ชินวัตร ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานบอร์ดการยางแห่งประเทศไทย ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย บึงกาฬมีชุมนุมสหกรณ์ยาง บึงกาฬมีโอกาสได้สร้างโรงงานแปรรูป ผลิตหมอนยางพารา วันนี้รัฐบาลให้เงินไป ๑๙๓ ล้านบาท สร้างโรงงานหมอนยางพารา ที่นอนยางพารา น้ำยางข้นอัดก้อนลูกขุน ยางแผ่นรมควัน แต่ชุมนุมโดนยุบครับ ท่าน ประธาน วันนั้นขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านรัฐมนตรี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงไปในการที่จะแก้ปัญหา บอกว่าให้จดทะเบียน สหกรณ์มาอีก ๑ สหกรณ์ วันนี้เป็นสหกรณ์นครตาลเดี่ยว และให้สหกรณ์นครตาลเดี่ยว รับโอนทรัพย์สิน หนี้สินของชุมนุมซึ่งผู้ชำระบัญชีได้ชำระบัญชีเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว แต่วันนี้ ยังไม่ได้รับโอนนะครับ อยู่กระบวนการมาหลายเดือนแล้วตั้งแต่รัฐมนตรี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ลงไปที่โรงงานครับ ดังนั้นวันนี้ฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ยางพาราเป็นหัวใจของพี่น้องเกษตรกร วันนี้ ถ้าแปรรูปเพิ่มมูลค่าราคายางพาราจะดี วันนี้ดีแล้วครับ ๓๐ กว่าบาท ก็ต้องขอบคุณรัฐบาล ขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้ผลักดันให้ยางพารามีราคา พี่น้อง ทั่วประเทศที่ปลูกยางพาราก็มีกำลังใจ มีรายได้เพิ่ม ดังนั้นเป็นสิ่งสำคัญครับ โรงงานแปรรูป ต้องคืนสู่ระบบของชุมนุมสหกรณ์ต่อไปครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปครับ ท่านสุรทิน พิจารณ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สส. บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ การประชุมชาติพันธุ์ระหว่างที่ชายแดนไทย-พม่า ตามที่นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ได้ไป ประชุมอาเซียนที่ประเทศลาว ได้กล่าวไว้ว่าจะต้องจัดให้มีการประชุมชาติพันธุ์ ซึ่งอยู่ตาม ชายแดนไทย-พม่า มีหลายกลุ่ม อย่างเช่น รัฐฉานนะครับ กลุ่มกรณีรัฐฉานก็มีผู้นำคือ ท่านพลเอก เจ้ายอดศึก หรือกลุ่มอื่น ๆ ท่านประธานครับ ชาติพันธุ์เหล่านี้ถ้าหากมาร่วม มาพูด มาคุยกัน ความสงบตามชายแดน การค้าขายตามชายแดน ยาเสพติดต่าง ๆ มันก็ จะหายไป การค้าขายก็จะดีขึ้น ยาเสพติดก็จะไม่มี มันเกิดผลดีต่อประเทศชาติ อยากจะเรียน ไปที่กระทรวงการต่างประเทศช่วยเร่งให้มีการประชุมของชาติพันธุ์กลุ่มต่าง ๆ วันนี้กระทรวง การต่างประเทศก็ได้มีการประชุม รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของประเทศอาเซียน ที่ประเทศไทยคือวันที่ ๑๙ กับวันที่ ๒๐ เพราะฉะนั้นอยากให้มีการประชุมชาติพันธุ์ไปด้วย นะครับ ผู้รับผิดชอบคือกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ต่างประเทศ🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ วันนี้มีพี่น้องกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากการ ปราบปรามของรัฐตั้งแต่ปี ๒๕๐๗ เป็นต้นมา นำโดยท่าน น.ส.บุญญาภา ผูกธรรม พาพี่น้อง มายื่นหนังสือต่อท่านประธานวันมูหะมัดนอร์และประธานวิปฝ่ายค้านและอดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านสุทิน คลังแสง ว่าให้มีการตั้งกรรมาธิการศึกษาว่า ในกรณีที่รัฐได้ออกคำสั่งปราบปรามผู้ได้รับผลกระทบนั้นมีกลุ่มใดบ้าง อย่างเช่น เสื้อดำ เสื้อแดง เสื้อเหลือง หรือกรณีตากใบ ท่านประธานครับ หรือกรณีของถ้ำผาแดง กรณีของ ถังแดงเป็นต้น ขอบคุณท่านประธานครับ ผู้รับผิดชอบคือสภาผู้แทนราษฎร ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานครเขต ๑ พรรคประชาชน ผมขอใช้เวทีปรึกษาหารือนี้ปรึกษาในเรื่องการ จัดระเบียบรถสามล้อและรถโดยสารสาธารณะครับ ผมขออนุญาตเปิดคลิปสั้น ๆ ให้ทุกท่าน ได้ทราบครับ รบกวนขอคลิปด้วยครับ เดี๋ยวผมพูดก่อนแล้วกันนะครับ ท่านประธานครับ วิดีโอเมื่อสักครู่นี้เกิดขึ้นในเขตผมมีทั้งหมด ๒ เหตุการณ์นะครับ ฝ่ายโสตรบกวนขอคลิป ด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ คลิปที่ผมต้องการจะเปิดนั้นคือเหตุคนขับรถสามล้อทำร้ายร่างกายผู้อื่นนะครับ ปัญหาของ ๒ เรื่องนี้เหมือนกันเลย คือคนขับรถสามล้อนั้นคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของพื้นที่สาธารณะ ที่ตนเองจอด ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วพื้นที่เหล่านี้ไม่สามารถจอดแช่ได้นะครับ เหตุการณ์เหล่านี้ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ก่อเหตุไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายและไม่เคารพต่อกฎหมาย เพราะการบังคับ ใช้กฎหมายที่ผ่านมาไม่เคร่งครัดและไม่ยั่งยืน มีข่าวออกมาจัดการเรื่องเงียบก็หายไปกลับมา เป็นเหมือนเดิม ผมขอเรียกร้องไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุรพงษ์ ซึ่งกำกับดูแลกรมขนส่งทางบก รบกวนดูคลิปด้วยนะครับ เป็นการทำร้ายร่างกาย อันนี้เป็น คลิปดังที่เกิดขึ้นใน Social ทั้งหมด ๒ คลิปเกิดขึ้นที่เยาวราชและท่าเตียน เรียกร้องไปยัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุรพงษ์ กำกับดูแลกรมขนส่งทางบก รวมถึงตำรวจท้องที่ ตำรวจจราจร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทั่วกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวในเขตที่ผมดูแล ๑๐ กว่าจุดนะครับ คนขับรถ ฝ่าฝืนกฎจราจรไม่กลัวเรื่องการปรับเพราะปรับน้อยมาก เขากลัวการยึดและเพิกถอน ใบอนุญาต ซึ่งกรมขนส่งทางบกหน่วยงานที่มีอำนาจดังกล่าว มีอำนาจนะครับแต่อยู่ใน ห้องแอร์ ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เหมือนเจ้าหน้าที่หน่วยงานท้องถิ่น เช่นเทศกิจ ฉะนั้นผมมี ๓ ข้อเสนอ ผมขอเร่งรัดการเพิ่มอำนาจในการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายทางด้าน การจราจรเพื่อการจัดการปัญหาจราจรโดยที่ไม่ต้องรอตำรวจจราจรหรือกรมขนส่งทางบก🔗
๒. ติดกล้อง AI เพื่อลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าพนักงาน🔗
๓. ค่าปรับ คนขับรถเหล่านี้ไม่เกรงกลัวต่อค่าปรับนะครับ เพราะว่าเขาคิดค่า โดยสารแพงกว่าปกติอยู่แล้ว ก็เรียกร้องให้มีการโอนถ่ายและการกระจายอำนาจสู่เจ้าหน้าที่ ท้องถิ่นด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
๓ ท่านต่อไปนะครับ ท่านศักดิ์ ซารัมย์ ท่านบุญแก้ว สมวงศ์ ท่านสิริลภัส กองตระการ เชิญท่านศักดิ์ ซารัมย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดิ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๖ ในพื้นที่อำเภอหนองหงส์ ตำบล ไทยสามัคคี ตำบลสระทอง ตำบลเสาเดียว อำเภอลำปลายมาศทั้งอำเภอ และอำเภอคูเมือง ตำบลพรสำราญ🔗
กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากมันไม่ใช่ปัญหา ภัยแล้งครับ แต่เพราะปัญหาที่ฝนไม่ตกทิ้งช่วงตามฤดูกาลเท่านั้น ถึงฤดูน้ำฝน ฝนตก น้ำหลากมากมีปริมาณน้ำฝนจำนวนมากแต่ขาดการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ ขาดระบบการชลประทานที่ดี ไม่มีพื้นที่เก็บกักน้ำ พื้นที่เดิมไม่เพียงพอ สภาพฝายน้ำล้น ชำรุดทรุดโทรม ห้วย หนอง คู คลอง ลำน้ำตื้นเขินเพราะการพังทลายของดิน เช่น ฝายกั้นน้ำ ลำน้ำมาศ ท่าชนะ หมู่ที่ ๑ ตำบลโคกกลาง อำเภอลำปลายมาศ ฝายกั้นน้ำบ้านหินโคน หมู่ที่ ๑ หินโคน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ล้วนแต่เป็นฝ่ายน้ำล้นที่ชำรุดทรุดโทรม ท่านประธานระยะทาง ๑๓ กิโลเมตรของลำน้ำมาศที่น้ำไหลผ่านอำเภอลำปลายมาศในช่วง ฤดูน้ำหลากน้ำจะไหลผ่านประมาณ ๓.๓๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นแม่น้ำสายหลักสำคัญ ของอำเภอลำปลายมาศ เป็นแม่น้ำที่ใช้สำหรับอุปโภคบริโภค ทำทั้งการเกษตรของพี่น้อง ประชาชนชาวอำเภอลำปลายมาศ ปัญหาก็คือในพื้นที่ติดลำน้ำมาศไม่มีอ่างเก็บน้ำหรือมีอยู่ ก็ไม่เพียงพอสำหรับเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง กระผมจึงขอกราบเรียนท่านประธานไปยัง รัฐบาล กรมชลประทาน ได้ผลักดันโครงการชลประทานสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ เพื่อรองรับกักน้ำที่ไหลผ่านลำปลายมาศจะเป็นการแก้ปัญหาภัยแล้งที่ยั่งยืน และอนาคต ภายภาคหน้าอาจจะเกิดแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ ความหลากหลายทางห่วงโซ่อาหาร แหล่งน้ำ อาหารของชาวบ้านทำให้เกิดรายได้แก่ประชาชนอีกทางหนึ่งครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไปครับ ท่านบุญแก้ว สมวงศ์ ครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องนะครับ เนื่องจากผมได้ลงพื้นที่และได้พบปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนชาวตำบลบึงแก อำเภอมหาชนะชัย โดยเฉพาะบ้านดงจงอาง และได้รับ ร้องเรียนจากกำนันสุพรรณ เชื้อชา และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๕ นายพิชัย จงอางจิตต์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑๐ นายทองพูน ทองแท้ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑๐ แล้วก็นายทวี อินรัตน์ เนื่องจากห้วยอาจ ซึ่งเป็นห้วยขนาดยาวประมาณ ๖ กิโลเมตร ตอนนี้ตื้นเขินแล้วก็เป็นห้วยที่ยาวแล้วก็ไม่มี ทางข้ามนะครับ ทางพี่น้องประชาชนและชาวตำบลบึงแกก็ได้ทำฝายร่วมกันเพื่อจะให้มี ช่องทางที่จะข้ามไปมาหาสู่ในพื้นที่ตรงข้ามได้ ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยและกรมชลประทานช่วยทำฝายกั้นน้ำข้ามห้วย อาจให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ เรื่องที่ ๒ ผมได้รับร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูก มันสำปะหลัง ตอนนี้ราคามันสำปะหลังตกต่ำ ก็อยากฝากท่านประธานช่วยผลักดันผ่านไปยัง หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ผมก็ดีใจ กับพี่น้องประชาชนที่รัฐบาลได้เคาะงบประมาณเพื่อกระตุ้นให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูก มันสำปะหลัง ๓๖๘ ล้านบาท แต่ก็อยากให้เยียวยาในราคาที่เหมาะสมโดยเฉพาะ ๒.๕๐ บาท ถึง ๓ บาท พี่น้องก็จะอยู่ได้นะครับ มีหลายท่าน สส. อีสานมีความเดือดร้อน ได้รับร้องเรียนเรื่องมันสำปะหลังเป็นอย่างมากครับ ก็ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ คุณสิริลภัส กองตระการ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ ผู้แทนราษฎรจากกรุงเทพมหานคร บางกะปิ วังทองหลาง จากพรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือแล้วก็เป็นเรื่องที่ขอเรื่องเดียวเท่านั้นค่ะ นั่นก็คือการคืนพื้นผิวการจราจรถนนรามคำแหง สะพานข้ามคลองบ้านม้าจนถึงแยกลำสาลี อันนี้ดิฉันเคยปรึกษาหารือไปแล้วนะคะ ส่งหนังสือก็ส่งไปแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้รับการตอบกลับ แต่อย่างไรค่ะ ประชาชนร้องเรียนมากับดิฉันบ่อยมากทุกแพลตฟอร์มเลยนะคะ จนมี Page ดังก็เอาไปร้องเรียนอีก แต่สุดท้ายกริบค่ะ เงียบกริบไม่มีการตอบรับจาก หน่วยงานใด ๆ ถนนเส้นนี้มีรถสัญจรวัน ๆ หนึ่งเป็นพัน ๆ คันนะคะ บางคนขับรถยนต์ ช่วงล่างรถยนต์พังหมดแล้วค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นบางคนขับจักรยานยนต์หรือว่าขับจักรยาน ช่วงล่างเขาแทบจะพังไปหมดแล้วนะคะท่านประธาน ตอนนี้สิ่งที่ดิฉันอยากขออย่างเดียว เลยค่ะคืออยากทราบกำหนดการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ รฟม. ก็ได้ค่ะช่วยส่งมาให้ ดิฉันทีว่ามันจะมีกำหนดการที่แล้วเสร็จเมื่อไรเพราะดิฉันได้ทราบมาว่าจริง ๆ แล้ว กำหนดการมันควรจะเสร็จไปตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ หรือปี ๒๕๖๗ แล้วนะคะ ดิฉันอยากทราบ ข้อมูลเพื่อที่จะเอามาตอบคำถามกับประชาชน เพื่อที่จะได้ช่วยประชาสัมพันธ์กับหน่วยงาน ให้สร้างความเข้าใจว่าประชาชนจะต้องรออีกถึงเมื่อไรนะคะ ดิฉันขอแค่นี้เลยค่ะ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รฟม. แล้วก็ทุก ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอเถอะค่ะ ช่วยส่ง แค่ข้อมูลมาก็ได้ค่ะ ยังไม่ต้องบอกก็ได้ว่าจะเริ่มกำหนดการเมื่อไร แต่ดิฉันขอทราบข้อมูล เพื่อที่จะเอาคำตอบนี้ไปตอบให้กับประชาชน เพราะทุกวันนี้ประชาชนที่ใช้เส้นทางนี้สัญจร ก็ร้องเรียนมา ดิฉันเองในฐานะที่ใช้ถนนเส้นนี้เช่นเดียวกันนะคะ ขับรถกลับบ้านไปคิดว่า หลุดไปอยู่บนดวงจันทร์แล้วค่ะท่านประธาน เพราะฉะนั้นฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย นะคะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณมากครับ ๓ ท่านต่อไปนะครับ ท่านนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ ท่านศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง แล้วต่อด้วยท่านชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง นะครับ เชิญท่านนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ ครับ🔗
สวัสดีครับ ท่านประธานครับ เรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน วันนี้ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธาน ๑ เรื่อง ด้วยกันผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ เดี๋ยวขออนุญาตขอสไลด์นิดหนึ่งนะครับ🔗
เรื่องนี้ผมเคยได้ปรึกษาหารือผ่านสภา ผู้แทนราษฎรแห่งนี้ไปเมื่อสมัยประชุมครั้งที่แล้วนะครับ พูดไป ๒ เรื่องด้วยกันแม้กระทั่งเรื่อง ป้ายรถเมล์ แล้วก็เรื่องของจุดพักรถผู้โดยสารให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนนทบุรี นะครับ ขออนุญาตย้อนกลับไปนิดหนึ่งนะครับ สไลด์ อันนี้จะเป็นป้ายรถเมล์ ผมขอพูด อีกครั้งหนึ่งเป็นป้ายรถเมล์ที่อยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานครนะครับ จะพบได้ตามชั้นเมือง แล้วก็ทุก ๆ ที่นะครับ ป้ายตัวนี้ก็จะมีองค์ประกอบก็คือบอกว่าเป็นสายรถไหน วิ่งไหน แล้วก็ มีระยะเวลาวิ่งประมาณความถี่นี้อยู่ที่เท่าไร แล้วดูภาพถัดไปครับ ขออนุญาตภาพถัดไป นะครับทางฝ่ายโสต แล้วอันนี้ก็จะเป็นภาพที่เมื่อวานตอนเช้าก่อนประชุมสภาผู้แทนราษฎร ผมแล้วก็ว่าที่ผู้สมัคร สจ. ของพรรคประชาชนในจังหวัดนนทบุรีก็ได้เข้าไปร่วมสำรวจ เกี่ยวกับบริการสาธารณะในจังหวัดนนทบุรีเพื่อทำเป็นนโยบาย แล้วก็เข้าไปสำรวจป้าย ต่าง ๆ ที่เป็นจุดจอด อันนี้จะเป็นป้ายของกระทรวงคมนาคมที่ทำไว้ในบริเวณสถานีคลอง บางไผ่ ป้ายรถเมล์นี้ผมว่าองค์ประกอบก็ดีครับ แต่เสียอย่างเดียวคือคุณเอา Future Board มาใช้แล้วก็เอาลวดมาผูกกับป้าย แต่ว่าองค์ประกอบก็ดีนะครับ แต่ว่าป้ายแบบนี้มีแค่ที่เดียว ในจังหวัดนนทบุรีนะครับ เดี๋ยวขอรูปถัดไปนะครับ เห็นไหมครับมันจะมีความบิด ๆ เบี้ยว ๆ แล้วก็ดูไม่ค่อยจะลงทุนเท่าไร ไม่สมกับงบประมาณที่ท่านได้รับขออนุญาตภาพถัดไปเลยครับ แต่ว่าป้ายทั่วไปในจังหวัดนนทบุรีอันนี้จะเป็นป้ายที่อยู่ในบริเวณหน้าเซ็นทรัล เวสต์เกต ซึ่งอยู่ในพื้นที่บางใหญ่ของเพื่อน สส. ผมนะครับ คุณากร มั่นนทีรัย ก็เห็นไหมครับตรงนี้ จะเป็นฮับที่ใช้ในการขนส่งสาธารณะซึ่งจะมีรถเมล์หลายสายมาก แต่ว่าป้ายรถเมล์นี้ไม่ได้ บอกอะไรเลยให้กับพี่น้องประชาชนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นคนต่างชาติหรือว่าคนต่างถิ่นที่มาใช้ บริการนะครับ แล้วรถเมล์ก็ไม่สามารถเข้าป้ายได้ ขอรูปถัดไปนิดหนึ่งจะจบแล้วครับ ท่านประธาน อันนี้ก็เป็นความห่วงใยของกระทรวงคมนาคมนะครับ ท่านมนพรก็บอกว่าจะ ประสานปรับปรุงป้ายขนส่งทั่วกรุงเทพมหานคร เฉพาะกรุงเทพมหานครคือ ๕,๐๐๐ จุด นี่คือรถเมล์ที่วิ่งผ่านป้ายเมื่อสักครู่มีทั้งหมด ๖ สาย ก็ต้องขอขอบคุณ ขสมก. ที่ทำขนส่ง สาธารณะเพิ่มเติมให้กับพี่น้องชาวจังหวัดนนทบุรีนะครับ แต่ผมก็อยากจะบอกว่าเพื่อให้ จังหวัดนนทบุรีมีความเท่าเทียมแล้วก็เท่าทัน แล้วก็ถูกใส่ใจเหมือนจังหวัดกรุงเทพมหานคร อย่างไรท่านช่วยนำงบประมาณและนำความรู้ความสามารถในการไปอบรมหรือว่าการ ไปดูงานต่างประเทศมาพัฒนาปรับปรุงให้คนจังหวัดนนทบุรีได้รับความสะดวกสบาย เฉกเช่นเดียวกับกรุงเทพมหานครครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปครับ ท่านศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ จากการที่สภาปิดประชุมไปได้เกิดปัญหาอุทกภัยเป็นวงกว้างครับในพื้นที่ภาคใต้ พื้นที่ผม ได้รับผลกระทบ ยิ่งไปกว่านั้นจังหวัดสงขลาพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายกันถ้วนหน้า วันนี้จึงขอนำปัญหามาแจ้งต่อสภาเพื่อประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องแรก ช่องทางระบายน้ำคลองภูมินาถดำริหรือว่า คลอง ร. ๑ เป็นคลอง ระบายน้ำ ๑ ใน ๗ สายที่ดำเนินการภายใต้โครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ตั้งอยู่ในอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งช่วยให้พื้นที่ เศรษฐกิจของหาดใหญ่รอดพ้นจากน้ำท่วมในครั้งนี้ แต่บางช่วงบางตอนซึ่งเป็นช่องทาง ระบายน้ำลงคลอง ประตูน้ำถูกขโมย ระบบระบายน้ำมีปัญหา ทำให้เกิดน้ำท่วมในแปลง เกษตรและบ้านเรือนของพ่อแม่พี่น้องริมคลองบริเวณกว้างหลายพันไร่ จึงขอฝากกรม ชลประทานลงไปแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธาน เนื่องจากกระแสน้ำแรงครับ ในช่วงฝนตกระหว่าง วันที่ ๒๗-๒๙ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทำให้น้ำไหลหลากในธรรมชาติและน้ำท่วมในพื้นที่ ในตำบลบางกล่ำ ทำให้เกิดวัชพืชพัดพาวัชพืชมาติดที่ตอม่อสะพาน ทำให้สะพานพังลง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในการสัญจรไปมาทั้งด้านการประกอบอาชีพ การใช้ ชีวิตประจำวัน รวมถึงนักเรียนที่ใช้สะพานดังกล่าวในการเดินทางไปโรงเรียน จึงขอความ อนุเคราะห์ผ่านไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทยเพื่อจัดสรรงบประมาณ เข้ามาดำเนินการก่อสร้างสะพานดังกล่าวที่เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือเรียกว่า สะพานบางทีง🔗
เรื่องที่ ๓ ท่านประธาน เป็นเรื่องสำคัญครับ ผมขอหารือไปยังกระทรวง สาธารณสุขให้จัดงบประมาณเร่งด่วน หรือว่าเสนอให้หาชุดแจกจ่ายชุดตรวจให้กับ ทุกโรงพยาบาลทั่วถึงในพื้นที่ ผมกลัวว่าจะเกิดโรคต่าง ๆ ตามมาครับ เนื่องจากปัญหา น้ำท่วมทำให้พี่น้องมีโอกาสได้เป็นโรคเลปโตสไปโรซิส โรคฉี่หนู โรคไข้เลือดออก ไข้หวัด ต่าง ๆ เพราะความเดือดร้อนของชาวบ้านรอไม่ได้ครับ🔗
สุดท้ายขอฝากรัฐบาลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางช่วยเหลือเยียวยา ผู้ที่ได้รับความเสียหายอย่างจริงจังและตรงจุดอย่างรวดเร็ว กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปท่านชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ผู้แทนหน้ามนคนขอนแก่นเขต ๓ พรรคประชาชน ขออนุญาต นำเรียนปรึกษาปัญหาในพื้นที่ ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
เรื่องแรกท่านประธานครับ อยากให้มีการติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่มเติม พิกัดถนนทางหลวง ๒๓๒๒ จากบ้านผักหนาม ไปจนถึงบ้านหนองกุงใหญ่ ตำบลหนองกุงใหญ่ อำเภอกระนวน กลางคืนสัญจรไปมา ด้วยความยากลำบาก จึงขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธานไปยังหมวดทางหลวงกระนวน แขวงทางหลวงขอนแก่นที่ ๑ ให้ช่วยดำเนินการด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน อยากให้มีการปรับปรุงทำถนนเสียใหม่ครับ พิกัดเลียบคลองชลประทานบ้านบ่อใหญ่ ตำบลคูคำ อำเภอซำสูง ถนนเส้นนี้ช่วงหน้าร้อน ฝุ่นก็เยอะครับ ช่วงหน้าฝนก็ชื้นแฉะไปหมด อีกทั้งยังเป็นถนนที่เป็นเส้นทางลัดมุ่งหน้าไปสู่ อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม ขออนุญาตนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังโครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษาหนองหวาย สำนักงานชลประทานที่ ๖ จังหวัดขอนแก่นให้ช่วยดำเนินการ ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ครับท่านประธาน อยากให้มีการติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่มเติม ขอสไลด์ด้วยนะครับ บริเวณถนนทางหลวง ขก. ๔๐๖๗ บริเวณสะพานบ้านสำโรง ตำบล บ้านขาม อำเภอน้ำพอง และอีกเส้นหนึ่งที่ถนนทางหลวง ขก. ๔๐๐๗ ที่บริเวณบ้านหัวบึง ตำบลทรายมูล และที่สะพานบ้านคอกคี ระหว่างบ้านคอกคีจนถึงสามแยกบ้านดงเย็น ตำบลบัวใหญ่ อำเภอน้ำพอง กลางคืนสัญจรไปมาด้วยความยากลำบากนะครับ ประกอบกับ เคยมีเหตุโจรกรรมมาแล้วเกิดขึ้นนะครับ ขออนุญาตนำเรียนผ่านท่านประธานไปยัง หมวดบำรุงทางหลวงชนบทน้ำพองให้ช่วยดำเนินการด้วยนะครับ สไลด์ผมค้างนะครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกร คนปลูกมันสำปะหลังครับ เรื่องของราคามันสำปะหลังที่ตกต่ำในช่วงนี้ สาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะ เกิดจากการที่เราขนเอามันสำปะหลังจากต่างประเทศเข้ามาภายในประเทศมากยิ่งขึ้น และอีกสาเหตุหนึ่งนั่นก็คือในเรื่องของโรคระบาดครับ โรคพืชใบด่างครับท่านประธาน ขออนุญาตนำเรียนปรึกษาปัญหานี้ผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี กรมศุลกากร ในฐานะที่ท่านกำกับดูแลในเรื่องของการเขาเรียกนำเข้าผลิตภัณฑ์พืชผล ทางการเกษตรจากต่างประเทศ หรือแม้แต่กรมวิชาการเกษตรที่ท่านเคยสัญญิงสัญญาว่า จะหาพันธุ์มันสำปะหลังที่ปลอดโรคมาให้กับพี่น้องเกษตรกร ไม่แน่ใจว่าโครงการดำเนินการ ไปถึงขั้นไหน ไปช่วงไหนนะครับ ตลอดจนกรมการค้าภายในที่ท่านกำกับดูแลเกี่ยวกับราคา พืชผลทางการเกษตร อยากจะให้เร่งหามาตรการในการช่วยเหลือและเยียวยาพี่น้อง เกษตรกรคนปลูกมันสำปะหลังครับ อยากเห็นคนปลูกมันสำปะหลังในประเทศนี้มีรอยยิ้ม แบบมัน ๆ กับราคามันที่มันมั๊นมันกันเสียทีครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านบัญชา เดชเจริญศิริกุล ท่านปทิดา ตันติรัตนานนท์ แล้วก็ต่อด้วย ท่านเฉลิมพงศ์ แสงดี ครับ เชิญท่านบัญชาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพครับ ผม บัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม วันนี้มีแต่เรื่องมันครับ แต่มันไม่ค่อยจะมันแล้วครับ ท่านประธาน ตอนนี้มันมันเละหมดไปแล้วครับ ที่ผ่านมานี้หลายสาเหตุนะครับ การที่มันจะถูกมันก็มี สาเหตุ ก่อนอื่นมันแพงมาก่อนครับ สาเหตุที่แพงก็เพราะว่าเกิดสงครามในต่างประเทศ สงครามยูเครน-รัสเซีย ก็เลยทำให้เศรษฐกิจโลกในต่างประเทศในเรื่องของเศรษฐกิจ ที่เกี่ยวกับอาหารสัตว์ได้ขาดแคลน พอขาดแคลนปุ๊บก็ส่งผลให้ในประเทศไทยแพงขึ้น ไม่ว่าข้าว ไม่ว่าข้าวโพด ไม่ว่ามันราคาดีหมดครับ แต่หลังจากสงครามเริ่มหยุดปุ๊บเขาก็เริ่ม เพาะปลูกกันก็ส่งผลกระทบมาถึงในประเทศไทย ณ ปัจจุบันตอนนี้ก็จะทำให้สินค้าถูกลง ไปเรื่อย โดยเฉพาะในประเทศจีนมันมีปัญหา มันส่งไปที่ประเทศจีนมากที่สุดถึง ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ พอประเทศจีนเขาใช้มันที่แพงขึ้นเขาก็หลีกไปใช้อย่างอื่น เช่น ข้าวโพด หรือถ่านหินที่ไปใช้กับเอทานอลตอนนี้ ในต่างประเทศตอนนี้เขาหันไปใช้พืชทดแทนตัวโน้น ก็เลยส่งผลมาถึงมันในประเทศไทยที่ต้องต่ำลง เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็จะต้องเร่งแก้ไข ฝากเรียนท่านประธานไปถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ผู้ที่รับผิดชอบ ปัญหานี้โดยตรง ไม่ว่าเรื่องข้าว เรื่องข้าวโพด เรื่องมันนะครับ ตรงนี้ต้องแก้ปัญหาให้พี่น้อง ประชาชนโดยด่วนเลยนะครับ อย่างน้อยก็ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปรึกษาปศุสัตว์ ใช้พืชทดแทน ใช้อาหารสัตว์ทดแทน เพราะว่ามันในตลาดตอนนี้กิโลกรัมหนึ่ง ๕.๕๐ บาท มันสดกิโลละ ๑.๘๐ บาท ตันละ ๑,๘๐๐ บาท มันแห้งตันละ ๕,๕๐๐ บาทเอง ในหมวด อาหารสัตว์ โรงงานอาหารสัตว์นี้สามารถใช้พืชพวกนี้มาใช้ทดแทนเพื่อให้ราคามันขยับ มันเส้นประมาณตันละ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท มันก็จะขึ้นขยับราคามาที่ประมาณสัก ๒,๕๐๐ บาท อย่างที่พี่น้องเกษตรกรต้องการ ในเมื่อไม่มีโครงการจำนำ ไม่มีโครงการประกันรายได้ที่คิด ขึ้นมาให้กับพี่น้องประชาชน ผมยินดีคงนโยบายของกล้าธรรมก็มีโครงการชะลอการขาย ใช้ได้ทั้งข้าวโพด ทั้งมัน แล้วก็ยางพารา ใช้ได้ทั้งหมดเลยครับ จะมีประกาศราคาขั้นต่ำ ไว้ให้หมดเพื่อให้แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องที่ทำการเกษตรจะได้ เป็นปัญหาที่แก้ได้ขาดหายสักที ไม่อย่างนั้นเราก็จะพูดกันเรื่องนี้ตลอด เช่น ข้าวโพด เมื่อ ๒ เดือนที่ผ่านมาก็คุยกันเรื่องข้าวโพด พอข้าวโพดมาอยู่กับมือของพ่อค้า แล้วตอนนี้ ข้าวโพดขึ้นมาแพง แต่เกษตรกรก็ไม่ได้รับประโยชน์อะไร ได้แต่เดือดร้อนแล้วก็มา ร้องเรียนกัน เดี๋ยวพรุ่งนี้คอยดูนะครับที่ศาลากลางหลาย ๆ จังหวัดก็จะมีเกษตรกรมัน ไปร้องเรียนกันทั่วประเทศเลย เพราะว่าเขาเดือดร้อนกันจริง ๆ ครับท่านประธาน ขอฝาก ท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาเรื่องนี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปท่านเฉลิมพงศ์ แสงดี เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๒ พรรคประชาชนครับ ผมขอนำ เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจังหวัดภูเก็ตมาหารือต่อท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ด้วยเหตุการณ์ดินโคลนถล่มตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ๔ เดือนแล้วยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเลยครับ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง ๑๓ ราย และทรัพย์สิน เสียหายจำนวนมาก จากการตรวจสอบของนักวิชาการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์พบว่า การก่อสร้างการเปลี่ยนทางน้ำและปริมาณน้ำฝนเป็นสาเหตุหลัก แม้การแก้ไขยังไม่มี การดำเนินการใด ๆ จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหา ทบทวนกฎหมาย การเยียวยาให้เหมาะสมกับบริบทในพื้นที่ และติดตามผู้กระทำความผิด และชดเชย ค่าเสียหายที่เหมาะสมแก่ผู้ประสบภัยทั้งสูญเสียชีวิต และทรัพย์สิน และโอกาส ในการประกอบอาชีพครับ ฝากท่านประธานหารือไปยังกระทรวงมหาดไทย กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เนื่องจากมีการก่อสร้างโรงแรมหรูบริเวณเขาขาด ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ส่งผลให้ดินโคลนไหลลงสู่ถนนกระทบต่อพี่น้องประชาชนที่ใช้รถ ใช้ถนนทำให้เกิดอุบัติเหตุลื่นล้ม จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบการขออนุญาต ก่อสร้างถูกต้องหรือไม่ ที่ดินในการก่อสร้างถูกต้องหรือไม่ รวมจนถึงความลาดชันที่ก่อสร้าง ด้วยครับ ฝากท่านประธานหารือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและเทศบาลตำบลวิชิตครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ จากสถานการณ์จราจรในจังหวัดภูเก็ตในช่วงฤดูกาล ท่องเที่ยวได้ส่งผลให้เกิดปัญหารถติดสะสมจำนวนมากทุกเส้นทางหลัก ส่งผลกระทบ ต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและภาพลักษณ์การท่องเที่ยว จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาการจราจรในระยะสั้น และจัดทำแผนแม่บททางด้านคมนาคมของจังหวัด ภูเก็ตเป็นระยะเวลาเร่งด่วน เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ฝากท่านประธานหารือไปยังกระทรวงคมนาคมครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอโทษท่านปทิดานะครับ เชิญท่านปทิดาครับ เมื่อสักครู่ข้ามคิวท่านไป เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ปทิดา ตันติรัตนานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานวันนี้ดิฉันก็คงจะเป็นประเด็นเดิมก็คือประเด็นเรื่องที่ดิน ปัจจุบันการจำแนกประเภทที่ดินโดยกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามมติ ครม. ๒๒ มิถุนายน ๒๕๒๕ ให้กรมพัฒนาที่ดินสำรวจและจำแนกที่ดินในพื้นที่ป่าไม้นอกเขต ป่าสงวนแห่งชาติ อุทยาน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แต่กรมพัฒนาที่ดินดำเนินการสำรวจ จำแนกประเภทที่ดินได้อย่างล่าช้า ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนและเกิดปัญหา การรุกล้ำที่สาธารณะต่าง ๆ เพราะไม่ได้มีการแบ่งแนวเขตที่ชัดเจน การจำแนกที่ดินใหม่ มีหลายขั้นตอน ต้องรอคณะอนุกรรมการตั้งคณะทำงานสำรวจพื้นที่แล้วจึงให้คณะกรรมการ พัฒนาที่ดินเสนอต่อ ครม. พิจารณาว่าที่ดินนั้นควรจะเป็นที่ดินประเภทใด โดยไม่มีกรอบ เวลาการทำงานที่แน่ชัด และยังมีความทับซ้อนกับการทำงานของคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติ คทช. ที่มีภารกิจการจำแนกและการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับประชาชนโดยต้อง ผ่านมติ ครม. เช่นกันค่ะ ดิฉันจึงขอหารือไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านแพทองธาร ชินวัตร คณะรัฐมนตรีว่าควรมีการแบ่งภารกิจการทำงานระหว่าง ๒ หน่วยงานให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น กำหนดระยะเวลาตรวจสอบและพิจารณาจำแนกที่ดินให้รวดเร็วขึ้น เพราะความเดือดร้อน เรื่องที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนไม่ควรจะต้องรอนานอีกต่อไปค่ะท่านประธาน🔗
ประเด็นที่ ๒ การโอนมรดกและการโอนที่ดินให้ทายาทของผู้ถือเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมก็เป็นไปอย่างล่าช้า พี่น้องประชาชน ที่ต้องการโอนที่ ส.ป.ก. ต้องรอแล้วก็เสียเวลามากค่ะท่านประธาน ดิฉันขอหารือไปยัง สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมผ่านท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ท่านนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ว่าควรให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มีการกำหนดกรอบเวลาทำนิติกรรม โอน ให้ มอบมรดกแก่ทายาทแบบเดียวกับที่กรมที่ดินมี เพื่อให้ประชาชนที่มาติดต่อราชการไม่เสียเวลา แล้วก็รวมไปถึงงานทุกอย่างของสำนักงาน การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยเฉพาะการกำหนดแนวเขต ส.ป.ก. หรือการยกเลิก แนวเขต ส.ป.ก. ควรจะมีการกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณมากครับ ๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านประมวล พงศ์ถาวราเดช ท่านศิรสิทธิ์ สงนุ้ย แล้วต่อด้วยท่านกฤดิทัช แสงธนโยธิน ครับ เชิญท่านประมวล พงศ์ถาวราเดช ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๓ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือท่านประธานสภาไปถึงกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องอ่างเก็บน้ำบ้านไทรทอง หมู่ที่ ๖ ตำบลทองมงคล อำเภอ บางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งได้ดำเนินการก่อสร้างใช้เวลามาประมาณ ๔-๕ ปีแล้ว ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งของอำเภอบางสะพาน ของรัชกาลที่ ๙ ซึ่งดำเนินการก่อสร้างไปจะต้องแล้วเสร็จภายในปี ๒๕๖๗ แต่จนถึง ณ บัดนี้ การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ จึงขอเร่งให้กรมชลประทานรีบดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ เพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนในการใช้น้ำอุปโภคบริโภค และแก้ปัญหาน้ำท่วมในเขต พื้นที่อำเภอสะพานโดยเร่งด่วนด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ กรมชลประทานได้ไปสำรวจออกแบบเพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำ บ้านคลองลอยตอนล่าง หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๘ ตำบลร่อนทอง อำเภอบางสะพาน จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีความจุประมาณ ๑๖ ล้านลูกบาศก์เมตร และได้ดำเนินการชดเชย ค่าที่ดินให้แก่พี่น้องประชาชนไปแล้วประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ และกรมชลประทานได้ ดำเนินการออกแบบเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์แล้ว ซึ่งได้รองบประมาณจากกรมชลประทานเพื่อ ดำเนินการก่อสร้างโครงการดังกล่าว ผมจึงขอเรียนท่านประธานไปถึงกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทานรีบจัดสรรงบประมาณเพื่อให้ดำเนินการก่อสร้าง อ่างเก็บน้ำบ้านคลองลอยล่างเพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ดังกล่าวด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้กรมชลประทานรีบดำเนินการก่อสร้างแหล่งเก็บน้ำขุมเหมือง หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งใช้พื้นที่ ประมาณ ๗๐๐ ไร่ มีความจุประมาณ ๔-๕ ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อเอาน้ำจากขุมเหมืองเก่านี้ มาใช้อุปโภคบริโภคแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะการประปาส่วนภูมิภาค ของอำเภอทับสะแก ปีที่แล้วก็ใช้แหล่งน้ำจากขุมเหมืองนี้เพื่อไปแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เพื่อผลิตน้ำประปาให้พี่น้องประชาชนในเขตอำเภอทับสะแก เพราะฉะนั้นผมจึงอยากให้ กรมชลประทานรีบดำเนินการจัดสรรงบประมาณเพื่อไปแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านศิรสิทธิ์ สงนุ้ย ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศิรสิทธิ์ สงนุ้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคประชาชน ขอปรึกษาหารือท่านประธาน จำนวน ๔ เรื่องครับ เรื่องแรก ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
เนื่องจากวิกฤติการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศหรือ Climate Change หลังจากนี้สถานการณ์โลกร้อนจะยิ่งมากขึ้น ทำให้เกิดน้ำท่วม ระดับน้ำทะเลสูงและคลื่นกัดเซาะชายฝั่งพังทลายเพิ่มขึ้น ในอนาคตอาจจะ ต้องมีการอพยพย้ายถิ่นฐาน หากไม่มีการป้องกันความแปรปรวนที่เกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สร้างความเสียหายรุนแรงในหลาย ๆ พื้นที่ สภาพอากาศตอนนี้เปลี่ยนแปลงเกินกว่า ที่จะควบคุมได้ เกิดภัยพิบัติรุนแรงเพราะรัฐไทยวางนโยบายไม่ทันโลก จึงขอให้รัฐบาล วางแผนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและพุ่งเป้าลดก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง จากรูปครับ อากาศร้อนทำให้มะพร้าวลีบ มะพร้าวทุย ผลผลิตเสียหายในจังหวัดสมุทรสาคร น้ำทะเล หนุนสูงท่วมถนนพระรามที่ ๒ และเกิดการกัดเซาะชายฝั่งในหลายพื้นที่🔗
เรื่องที่ ๒ สมุทรสาครและอีกหลายจังหวัดติดทะเลมีความเสี่ยงสูงที่จะจมน้ำ เนื่องจากระดับน้ำทะเลสูงขึ้นจากการคาดการณ์ในอนาคต จึงต้องเตรียมการล่วงหน้า จึงขอให้มีการสำรวจความเป็นไปได้วางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานป้องกันน้ำท่วม ยกตัวอย่าง Delta Works เนเธอร์แลนด์ Long Island สิงคโปร์ และ Mega Project ป้องกัน น้ำท่วมในต่างประเทศเป็นกรณีศึกษาบริหารจัดการน้ำในแบบของเราเองทั้งระบบ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้ทรัพยากรป่าไม้ที่ ๑๐ เพชรบุรีพิจารณาอนุญาตก่อสร้าง เขื่อนป้องกันตลิ่งคลองสุนัขหอน บริเวณชุมชนหมู่ที่ ๓ ตำบลท่าจีน ถึงหมู่ที่ ๒ ตำบล บางกระเจ้า🔗
เรื่องที่ ๔ ขอให้กระทรวงคมนาคมยกระดับและปรับปรุงถนนวังน้ำวน-นาโคก ช่วง กม. ๓๙+๓๐๐ ถึง กม. ๕๓+๘๗๐ เนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำ น้ำท่วมขังบ่อย รถติดหนาแน่น ทำให้การคมนาคมมีปัญหา ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนและภาคธุรกิจ เสียหายเป็นจำนวนมาก ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปครับ ท่านกฤดิทัช แสงธนโยธิน ครับ เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนที่เคารพ ผม นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน สส. บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง ซึ่งเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องที่เคยปรึกษาหารือมาแล้วเกี่ยวกับเรื่องโคเนื้อ โคขุนของพี่น้องเกษตรกร ชาวจังหวัดชุมพรได้รับผลกระทบจากการที่สินค้าราคาตกต่ำ เนื่องจากว่าวันนี้ต้นทุน ในการผลิตสินค้าโคขุน โคเนื้อต้นทุนต่อกิโลกรัมประมาณ ๙๐ บาท แต่ว่าวันนี้ขายได้ ประมาณ ๖๐-๗๐ บาทเท่านั้นครับ วันนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง อยากให้รัฐบาลหาแนวทางในการแก้ไขโคเนื้อ โคขุน จำกัดการนำเข้าจากต่างประเทศ สนับสนุนโคในประเทศไทย ลดต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วก็ที่สำคัญ คือหาทุนให้กับพี่น้องเกษตรกร🔗
เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับมันสำปะหลังเช่นเดียวกันกับ สส. ท่านอื่นที่พูดถึง เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมได้ลงพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชรเพื่อรับฟังปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ชาวไร่มันสำปะหลัง เนื่องจากว่ามันสำปะหลังราคาตกต่ำมากวันนี้ทั้งประเทศนะครับ สส. หลายท่านพูดถึง วันนี้อยากให้รัฐบาลหาทางแก้ไขเยียวยาด้วยการหาเงินอุดหนุน มาบรรเทาเบาบางปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในเบื้องต้น ปัญหาการทำมันสำปะหลัง รัฐบาลต้องหาวิธีในการที่จะเอามันสำปะหลังไปทำเอทานอลเพื่อเอาไปผสมน้ำมันเบนซินขาย แก้ พ.ร.บ. ปิโตรเลียมเพื่อยกระดับฐานะมันสำปะหลังให้เป็นน้ำมันบนดิน อันนี้ถ้าจะทำ อย่างนี้ได้จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประเทศไทยได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการส่งออก เพราะว่า ผลิตมันสำปะหลังมาเท่าไรก็ไม่จำเป็นต้องเอาไปส่งออก แต่เอามาทำน้ำมันผสมน้ำมันเบนซินขาย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยยกระดับฐานะให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยให้อยู่ดีกินดีโดยที่รัฐ ไม่ต้องเสียเงิน ไม่ต้องไปอุดหนุน เพราะมันสำปะหลังสามารถเอาไปทำน้ำมันแล้วก็เอาไป ผสมน้ำมันเบนซินขายได้เลยโดยที่รัฐบาลไม่ต้องไปแบกรับภาระในงบประมาณต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมอยากจะฝากท่านประธานส่งปัญหาที่ผมร้องเรียนทั้ง ๒ เรื่อง ไปยังรัฐบาลเพื่อให้ ขับเคลื่อนเป็นนโยบายวาระแห่งชาติต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านญาณธิชา บัวเผื่อน ท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ท่านอรรถพล ไตรศรี เชิญท่านญาณธิชา บัวเผื่อน เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันมีเรื่องมาหารือในสภาแห่งนี้ ๒ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องแรก เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา ดิฉันได้มีการจัดอบรม พยากรณ์อากาศให้กับประชาชนที่สนใจโดยทั่วไป เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในแปลงเกษตร ทำให้ทราบข้อมูลว่าเรดาร์ที่ใช้ในการตรวจจับกลุ่มฝน ก็คือเรดาร์ระยองของ กรมอุตุนิยมวิทยาได้พังเสียหายไม่สามารถใช้งานมานานกว่า ๕ ปีแล้ว ตอนนี้ใช้เรดาร์ของ กรมฝนหลวงแทน หากเรดาร์ระยองใช้ได้ก็จะทำให้การพยากรณ์อากาศได้ตรงกว่า แม่นยำ กว่าจะทำให้เกษตรกรนำไปใช้ในแปลงเกษตรสามารถที่จะลดต้นทุนและวางแผนในการ ทำงานได้แม่นยำค่ะ จึงขอหารือไปยังกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เนื่องด้วยกรมชลประทานมีแผนงานก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำ คลองตาพลาย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลทรายขาว อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี พ.ศ. ๒๕๖๗ ถึง พ.ศ. ๒๕๖๙ จากการตรวจสอบพื้นที่พบว่าการก่อสร้างอยู่ในเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จำนวน ๔๐๒ ไร่ ซึ่งจะต้องดำเนินการยื่นขออนุญาตให้ใช้พื้นที่ ทำประโยชน์ในเขตรักษาพันธุ์ค่ะ ทางกรมชลประทานได้ยื่นขออนุญาตไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ผ่านมาแล้วเกือบ ๔ ปี ยังไม่ได้รับการอนุญาตนะคะ จึงขอให้ กรมชลประทาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมช่วยเร่งรัดการอนุญาตใช้พื้นที่ ด้วยค่ะ แม้ว่าอ่างเก็บน้ำคลองตาพลายจะมีขนาดเล็กแต่ก็มีความสำคัญกับพี่น้องในพื้นที่เป็น อย่างมากนะคะ หน้าแล้งที่ผ่านมาช่วงเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๗ เดือดร้อน กันมาก ต้องนำรถทหารไปช่วยขนน้ำถึงเกือบ ๒ เดือน หากก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วย แก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคของคนในพื้นที่เกิดประโยชน์มหาศาล กับพี่น้องประชาชนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือ ๔ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ได้รับแจ้งจากนายระเบียบ ประทุมสูตร นายกเทศมนตรีตำบล สระลงเรือ อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี ว่าถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓๔๒ ตั้งแต่แยกห้วยยางไปยังอำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ไม่มีไฟส่องสว่าง อยากให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับแจ้งจากนายอำนวย ประกอบ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๘ บ้านทัพพระยา ตำบลห้วยกระเจา อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี ว่าถนนทางหลวงหมายเลข ๓๓๖๓ จากอำเภอห้วยกระเจาไปถึงแยกบ้านช่องด่าน อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ไม่มีไฟ ส่องสว่างเช่นกันครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ได้รับแจ้งจากนายกชาติชาย ฉัตรเมธี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล หนองโสน อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ว่าถนนทางหลวงชนบทหมายเลข ๔๐๐๙ สายบ้านหนองโสนไปยังบ้านหนองปลิงไม่มีไฟส่องสว่าง ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ได้รับแจ้งจากนายกสมจิตร พวงชีวงษ์ นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลช่องด่าน อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ว่าถนนจากหมู่ที่ ๙ ไปยังหมู่ที่ ๕ ในตำบลช่องด่าน เป็นถนนทางลูกรังอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการเพื่อให้ ประชาชนสัญจรไปมาได้สะดวกด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปครับ ท่านอรรถพล ไตรศรี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอรรถพล ไตรศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพังงา เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปแก้ไขให้กับจังหวัดพังงา🔗
โดยเฉพาะเรื่องแรกขอให้พิจารณาดำเนินการ ปรับปรุงท่อส่งน้ำประปาพื้นที่หมู่ที่ ๒ ตำบลเกาะปันหยี อำเภอเมือง จังหวัดพังงา เกาะปันหยี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก วันละไม่ต่ำกว่า ๑,๕๐๐ คน และมีประชากรอยู่ทั้งหมด ๔๐๐ กว่าครัวเรือน ท่อประปาจากภูมิภาคจังหวัดพังงาส่งเข้าไป ๘ นิ้ว แต่พอถึงหมู่บ้านมีแค่ ๒ นิ้วเป็นสาย Main ความยาวประมาณพันกว่าเมตรทำให้ ปริมาณของน้ำในท่อไม่เพียงพอกับผู้ที่ต้องใช้บริการ โดยเฉพาะทุกวันนี้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ร้านอาหารเพิ่มขึ้น และน้ำปลายสายที่ชาวบ้านอยู่ก็ไม่เพียงพอ ก็อยากให้ประปาส่วนภูมิภาค จังหวัดพังงาและกระทรวงมหาดไทยช่วยดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน🔗
เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับถนนตรงสามแยกบ้านเขาเฒ่า หมู่ที่ ๓ ตำบลบางเตย อำเภอเมือง จังหวัดพังงา ผมได้รับการร้องเรียนจากกำนันพงษ์วัฒน์ บุญโกย ว่าตรงจุดนี้ เป็นถนนสายหลัก โดยเฉพาะถนน ๔๓๑๑ อำเภอเมืองทับปุด เป็นถนน ๔ เลน แล้วก็ยังมี ถนนเข้าสู่หมู่บ้าน หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ บ้านบางเตย มีโรงโม่หินหลายบริษัทอยู่ในบริเวณนั้น ลักษณะของถนนเป็นทางตรงแล้วก็มีประชากรใช้สัญจรไปมา ทำให้ถนนดังกล่าวเวลา รถสิบล้อพ่วงออกจากโรงโม่จะต้องเลี้ยวซ้ายตรงสามแยกบ้านเขาเฒ่า ทำให้รถทางตรง ซึ่งมาจากจังหวัดพังงาไม่ทันได้ระมัดระวัง รถพ่วงจำนวนเยอะรีบนำหินไปขายจังหวัดพังงา เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทางกำนันก็ต้องการไฟจราจรตรงสามแยกนี้เพื่อป้องกันไม่ให้อุบัติเหตุ เกิดขึ้นต่อไป จึงนำเรียนต่อท่านประธานช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบดำเนินการโดยด่วน ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล ท่านยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ท่านสุรพจน์ เตาะเจริญสุข เชิญท่านจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๔ พรรคเพื่อไทย🔗
ต้องกราบเรียนท่านประธานหารือ เรื่องการทวงเงินช่วยเหลือการตัดอ้อยสด ๑๒๐ บาทต่อตัน ที่ผ่านมานั้นทางรัฐบาลได้รณรงค์ เรื่องนโยบายการลดโลกร้อนตลอดจนลดฝุ่นละอองในอากาศ ซึ่งได้ชดเชยเงินค่าอ้อย ๑๒๐ บาท ต่อตันมาทั้ง ๓ ปี แต่ปีที่ผ่านมานั้นมีการเว้นวรรคยังไม่มีการดำเนินการ ทำให้เกษตรกรที่ รอคอยก็ให้กระผมมาเป็นตัวแทนสอบถาม ที่ผ่านมานั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม ท่านเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และท่านปลัดกระทรวงให้ความสำคัญให้ประชุม และหารือกันในการที่จะหาเงินแล้วก็ได้กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ท่านนายกรัฐมนตรีของเราก็ทราบเรื่องว่ามันมีเหตุการณ์อย่างนี้ด้วย ท่านก็จะให้ความเมตตา เหมือนการให้ข้าว ๑,๐๐๐ บาทต่อไร่ แล้วก็ให้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตลอดจนยางก้อนที่มีราคา ๓๐ กว่าบาท เพื่อนสมาชิกนั้นได้พูดไปแล้ว🔗
ดังนั้นสมาคมชาวไร่อ้อยทั้งประเทศทั้ง ๔ ภาค โดยเฉพาะที่สุโขทัย อยู่ในเขต ๑ ซึ่งมี ๙ เขต ๔๐ กว่าจังหวัดนั้นรอคอยการชดเชยเงินตัดอ้อย ๑๒๐ บาทต่อไร่จากรัฐบาล จึง กราบเรียนท่านประธานถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งท่านก็ให้ความสำคัญอยู่ แล้วว่าในวันอังคารหน้าอยากให้เข้า ครม. แล้วพิจารณาและมอบให้ในปี ๒๕๖๖ กับปี ๒๕๖๗ ปีที่แล้ว และปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ ปีนี้กำลังตัดอยู่นั้นก็หวังอย่างยิ่งว่าทางท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ จะได้กราบเรียนท่าน นายกรัฐมนตรีเพื่อจะหาเงินชดเชยให้กับพี่น้องชาวไร่อ้อย อ้อย ๑ ไร่นั้นพี่น้องเขาจะ ตัดอ้อยสดต้องเสียหายน้ำหนัก ๑ ไร่ต่อ ๒ ตัน ตลอดจนค่าแรงเพิ่มขึ้นตันละ ๖๐-๘๐ บาท ทำให้ต้นทุนที่เสียไป ๓,๐๐๐ กว่าบาท แต่รัฐบาลนั้นชดเชยให้ประมาณ ๑,๒๐๐ บาท จึงกราบเรียนท่านประธานช่วยให้รัฐบาลนั้นเร่งด่วนในการชดเชยเงินตัดอ้อยสด ๑๒๐ บาท ให้ประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปครับ ท่านยศวัฒน์ มาไพศาลสิน เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย เขตอำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน🔗
ท่านประธานครับ เรื่องแรกผมได้รับการร้องเรียนจากคุณศรายุทธ สีลาดี ผ่านทางเฟซ Page ของที่นี่ท่ามะกา แล้วก็ข่าวสารท่าเรือ ท่ามะกา ก็คือในเรื่องของถนน เลียบคลองหลังวัดท่ากระทุ่มยาวไปจนถึงประตูน้ำตำบลหวายเหนียว ซึ่งถนนเส้นนี้นั้น เมื่อวานนี้พอได้รับการร้องเรียนผมก็ได้ให้ทีมงานลงไปดูข้อเท็จจริงแล้วก็ถ่ายคลิปวิดีโอมา ปรากฏว่าบนถนนที่ร้องเรียนมานั้นเป็นเรื่องจริง แล้วก็เป็นเส้นหลักที่พี่น้องประชาชนนั้น ใช้สัญจรตลอด และผมก็ได้โทรไปสอบถามท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแสนตอ ก็คือท่านพรทิพย์ แสนสุข ท่านบอกว่าได้ทำหนังสือไปถึงกรมชลประทานแล้ว แต่ว่า กรมชลประทานแจ้งว่ายังไม่มีงบประมาณในการที่จะดำเนินการซ่อมแซมครับ เพราะฉะนั้น จึงขอให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือกรมชลประทานนั้นได้พิจารณาแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย ที่วันนี้ผมเองได้รับการ ร้องเรียนโดยตัวแทนในระดับประเทศ ก็คือนายกสมาคมชาวไร่อ้อยเขต ๗ และอีก ท่านหนึ่งครับ ท่านปารเมศ โพธารากุล นายกสมาพันธ์ชาวไร่อ้อยได้ฝากผมมายังรัฐบาล โดยเฉพาะในส่วนของรัฐบาลแล้วก็กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นความคิดเห็นของชาวไร่อ้อย ผมขออนุญาตท่านประธานในการอ่านความคิดเห็นของชาวไร่อ้อยส่งถึงรัฐบาลครับ ความคิดเห็นของชาวไร่อ้อยครับ เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลควรเป็นเงินช่วยเหลือปัจจัย การผลิตไม่ใช่เงินช่วยเหลือการตัดอ้อยเพื่อแก้ไขปัญหา PM2.5 หลักการช่วยเหลือปัจจัย การผลิตคือ ๑. หากปีไหนราคาอ้อยที่ชาวไร่อ้อยได้รับสูงกว่าต้นทุนการผลิตก็ไม่จำเป็นต้อง มีเงินช่วยเหลือ ๒. หากปีไหนราคาอ้อยที่ชาวไร่อ้อยได้รับต่ำกว่าต้นทุนการผลิต รัฐก็ช่วยเหลือปัจจัยการผลิตตามที่เห็นสมควร โดยเงื่อนไขเงินช่วยเหลือนี้จะช่วยเหลือเฉพาะ อ้อยสดเท่านั้นไม่ช่วยอ้อยไฟไหม้ ซึ่งก็จะทำให้สามารถช่วยเหลือเงินได้ทั้ง ๒ ทาง นั่นก็คือ ช่วยปัจจัยการผลิตและอ้อยไฟไหม้ให้ลดลงได้นะครับ แล้วสิ่งที่สำคัญก็คือต้องยกเลิกคำพูด ที่ว่าเงินช่วยเหลือตัดอ้อยสดเพื่อแก้ปัญหา PM2.5 เพราะหากใช้คำพูดนี้ก็จะต้องช่วยเหลือ ในทุก ๆ ปีแบบไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าราคาอ้อยจะเป็นเท่าไรก็ตามซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะว่า การศึกษาของคณะกรรมาธิการวุฒิสภาในปี ๒๕๖๖ การศึกษาของกรุงเทพมหานคร แล้วก็ การศึกษาของภาคเอกชนซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่าการเผาอ้อยนั้นมีเพียงแค่ ๐.๙๑ เปอร์เซ็นต์ จึงไม่ได้เป็นต้นเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหา PM2.5🔗
แล้วก็สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่าโดยในปัจจุบันนั้น ทางสมาพันธ์แล้วก็ นักวิชาการต่าง ๆ ได้พิสูจน์แล้วก็ได้มีความชัดเจนแล้วว่าในปัจจุบันมีเครื่องมือการตัดอ้อย ขนาดเล็กซึ่งเป็นการตัดอ้อยสดและได้ผลิตในประเทศไทยด้วย แล้วก็ที่สำคัญมีต้นทุนต่อชุด เพียงแค่ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาทต่อ ๑ ชุด เพราะฉะนั้นอยากจะให้รัฐบาลช่วยส่งเสริมเครื่องมือ การตัดอ้อยชุดนี้เพื่อที่จะลดต้นทุนแล้วก็ลดปัญหาได้อย่างดียิ่งนะครับ🔗
แล้วสุดท้ายนี้ชาวไร่อ้อยบอกว่าปีนี้ชาวไร่อ้อยจะไม่เผาอ้อย ให้ลดน้อยลง ซึ่งปีที่แล้วมาตรฐานมีการเผาอ้อยถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ปีนี้เขาจะเอาให้ต่ำกว่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วท้ายที่สุดจริง ๆ ก็คือเมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมท่านที่แล้วก็ได้เล็งเห็น ถึงเครื่องมือในตัวนี้สำคัญ เพราะฉะนั้นฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมท่านใหม่ ท่านเอกนัฏด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เกินเวลาไปมากนะครับ ต่อไปท่านสุรพจน์ เตาะเจริญสุข ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายสุรพจน์ เตาะเจริญสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๗ พรรคเพื่อไทย วันนี้กระผมมีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานผ่านไปยังกระทรวง สาธารณสุขดังนี้ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
ผมได้รับเรื่องราวผ่านทาง แพทย์หญิงเรียมใจ พลเวียง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอหนองเรือ ถึงความเดือดร้อน ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวอำเภอหนองเรือ ซึ่งได้รับแจ้งว่าปัจจุบันโรงพยาบาลอำเภอ หนองเรือประสบปัญหาความแออัดอย่างรุนแรง และนี่คือภาพอาคารปัจจุบันของโรงพยาบาล หนองเรือครับ สไลด์ถัดไปครับ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ป่วยที่มารับบริการจะเห็นได้ว่ามีความแออัด เป็นอย่างมากเนื่องจากมีสถานที่คับแคบ เตียงสำหรับบริการผู้ป่วยและห้องผ่าตัดไม่เพียงพอ อำเภอหนองเรือเป็นอำเภอขนาดใหญ่มีประชากรกว่า ๙๓,๐๐๐ คน ไม่รวมประชากรแฝง ในพื้นที่ ซึ่งในแต่ละวันจะมีผู้ป่วยมารับบริการเฉลี่ยวันละ ๔๐๐-๕๐๐ ราย หรือประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ รายต่อปี และมีผู้ป่วยในกว่า ๘,๕๐๐ รายต่อปี แต่ปัจจุบันมีตึกอาคารผู้ป่วย เพียงชั้นเดียวซึ่งวางเตียงผู้ป่วยได้เพียงแค่ ๖๐ เตียง และมีห้องสำหรับผ่าตัดผู้ป่วยเพียงแค่ ห้องเดียวเท่านั้น ไม่มีห้องไว้รองรับผู้ป่วยหนักหรือห้อง ICU เลย สุดท้ายนี้กระผมจึงอยาก ขอฝากเรื่องราวความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องชาวอำเภอหนองเรือ ผ่านทางท่าน ประธานสภาไปยังกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้โปรดพิจารณาอนุมัติ อาคารผู้ป่วยที่เหมาะสมและเพียงพอเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้อง ชาวอำเภอหนองเรืออย่างเร่งด่วนด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ท่านศาสตรา ศรีปาน ท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญท่านชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต ๒ พรรค ประชาชน วันนี้ผมมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวอยุธยามาหารือกับท่าน ๓ เรื่อง ด้วยกันครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องเรียน จากพระสงฆ์และประชาชน กรณีวัด ๒ แห่ง ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก อำเภอนครหลวง ได้รับความเดือดร้อนจากตลิ่งทรุดพังที่เกิดจากกระแสน้ำและคลื่นจากการเดินเรือสินค้า ขนาดใหญ่ จนทำให้คันกั้นตลิ่งแตกร้าว พื้นดินยุบตัวลงดังนี้🔗
๑. วัดพระนอน ตำบลพระนอน แผ่นพื้นปูนแตกร้าว พื้นดินริมแม่น้ำยุบตัวลง และลุกลามมายังบริเวณสิ่งก่อสร้างของวัด🔗
๒. วัดสามไถ ตำบลสามไถ ตลิ่งทรุดตัวลงเช่นกัน จนทำให้ขอเก็บแท็งก์น้ำ พังถล่มสู่แม่น้ำ และขณะนี้พื้นดินก็กำลังทรุดตัวลุกลามสู่ศาลาการเปรียญ เกรงว่าจะเกิด อันตรายต่อพระสงฆ์และประชาชนผู้มาประกอบศาสนพิธี จึงขอให้กรมเจ้าท่าหรือ กรมโยธาธิการและผังเมืองดำเนินการแก้ไขโดยด่วนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ประชาชนอำเภอมหาราช ได้ร้องเรียนกรณีถนนทรุดพังจำนวน ๒ เส้นทางดังนี้ครับ🔗
๑. ถนนเชื่อมระหว่างทางหลวงหมายเลข ๓๐๕๒ บริเวณตำบลกะทุ่ม ผ่านวัดประดู่ (ตะบอง) วัดโพธิ์ทองหนองจิก วัดบางสงบ ตำบลบางนา อำเภอมหาราชไปจรด ทางหลวงหมายเลข ๓๒๖๗ ทรุดพังไม่มีไหล่ทาง บางช่วงถนนอยู่สูงกว่าพื้นนาข้างทางมาก รถไม่สามารถสวนกันได้โดยสะดวก🔗
๒. ถนนคอนกรีตในหมู่บ้านเทศบาลมหาราช ๑๐ ซอยมหาราชพัฒนา ๒ อำเภอมหาราช ทรุดพังเป็นหลุมเป็นบ่อ และมีรอยแตกแล้วทำให้เกิดอุบัติเหตุและไม่สะดวก ในการสัญจร จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดพิจารณาแก้ไขโดยด่วนครับ🔗
เรื่องที่ ๓ กรณีไซโลและคลังเก็บสินค้าการเกษตรขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ใกล้กับ สถานีรถไฟอำเภอท่าเรือ ปล่อยฝุ่นละอองจำนวนมากส่งเสียงดังตลอดเวลา แล้วนำรถบรรทุก ขนาดใหญ่มาจอดเรียงรายบนถนนซึ่งมีขนาดเล็ก ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ แก่ประชาชนผู้อาศัยบริเวณใกล้เคียงมาเป็นระยะเวลายาวนาน จึงขอให้กรมโรงงาน อุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบ แล้วให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ด้วยครับ ส่วนรายละเอียดผมจะส่งเป็นเอกสารไปยังท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปท่านศาสตรา ศรีปาน เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ทุกท่าน ผม ศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสงขลา เด็กหาดใหญ่ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ วันนี้ผมต้องขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ที่ลงพื้นที่ภาคใต้ไปที่จังหวัดนครศรีธรรมราชไปดูแลพี่น้องประชาชนในเรื่องของ อุทกภัย ก็รอมานานแล้วครับแล้วก็อยากจะให้เป็นแบบนี้ทุกจังหวัดเลย ถึงแม้ว่าวันนี้ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เอาจริง ๆ ก็ประเมินเป็นเงินไม่ได้ แต่วันนี้ครับ ต้องขอบคุณเงินเยียวยา ๙,๐๐๐ บาทที่พี่น้องประชาชนจะได้รับหลังน้ำท่วมครับ แต่ผม อยากจะให้ส่งให้ถึงพี่น้องประชาชนอย่างเป็นธรรม ทั่วถึง ครอบคลุม แล้วก็รวดเร็ว ให้มากกว่านี้นะครับ เพราะวันนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนจริง ๆ ครับ แต่ผมก็ยังแอบน้อยใจ แทนพี่น้องคนจังหวัดสงขลาด้วย บ้านผมเองหาดใหญ่ก็ท่วมเหมือนกันครับ แล้วก็อยากได้ กำลังใจจากนายกรัฐมนตรีเหมือนกันแต่ว่าท่านไม่ได้ลงไปครับ แต่เอาครับ วันนี้ทราบว่า ท่านมีภารกิจเยอะแยะมากมายที่ต้องทำ แต่เมื่อท่านลงไปแล้วท่านเห็นของจริงว่าวันนี้ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างไร ก็เป็นโจทย์ใหญ่ครับที่วันนี้ท่านจะต้อง แก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างไรในภาคใต้อย่างยั่งยืน ตลอดจนเร่งหานโยบายที่ดี ๆ เพื่อฟื้นฟู หลังน้ำท่วมด้วย อาจจะเอานโยบายดี ๆ ที่เคยทำไปแล้วในช่วงโควิด เช่น โครงการคนละครึ่ง ที่วันนี้ได้ฟื้นฟูหลังจากโควิดตอนนั้นนะครับ แล้วก็อาจจะเป็นยุทธศาสตร์ที่ดีในการแก้ปัญหา น้ำท่วมได้เช่นกัน แล้วพี่น้องประชาชนก็ชอบนะครับ แล้วก็อยากให้เกิดขึ้นเช่นกันเพื่อที่ จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวแล้วก็ในเรื่องเศรษฐกิจต่าง ๆ🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน เป็นเรื่องน้ำเหมือนกันแต่เป็นเรื่องน้ำประปา น้ำท่วมนี่เราไม่อยากได้แต่เราดันมาได้ แต่น้ำประปาเป็นเรื่องที่อยากมีแต่มันไม่มีครับ น้ำประปาครับอยากให้ขยายเขตประปาในชุมชนควนสันติ ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพชรเกษมซอย ๔๑-๗ เหล่าตระกูล ๒ ๓ ซอยควนสันติ ๑-๖ ด้วยนะครับ ก็ฝากไปยังกระทรวงมหาดไทยให้ของบประมาณเพื่อที่จะขยายเขตประปาให้พี่น้อง ประชาชนด้วยครับ🔗
แล้วก็สุดท้ายครับ ขอขอบคุณผู้ช่วยนคร ศรีวารินทร์ แล้วก็พี่น้องประชาชน ชาวหาดใหญ่ที่ส่งข้อมูลตรงนี้มาให้นะครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปครับ ท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญครับ แต่ปัจจุบันมีการมาจัดระเบียบของกรมชลประทานทำให้ซุ้มร้านอาหารอย่างในภาพ ได้หายไป ทำให้พี่น้องร้านค้าแถวอ่างเก็บน้ำซับประดู่เกิดความเดือดร้อนเงียบเหงาเศรษฐกิจ ไม่ดีนะครับ จึงขอความอนุเคราะห์กรมชลประทานช่วยมาจัดระเบียบซุ้มร้านอาหารให้ได้ ตามมาตรฐานที่กรมชลประทานต้องการนะครับ หรือจะเป็นลอยแพ เพราะทราบมาว่า ในจังหวัดอื่นก็สามารถทำซุ้มร้านอาหารประเภทนี้ได้ ก็เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และกระตุ้นการท่องเที่ยวของชาวอำเภอสีคิ้วครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ของบประมาณก่อสร้างเตาเผาขยะโรงเรียนวันอาสาพัฒนา ตำบลคลองม่วง อำเภอปากช่อง ผมได้รับการร้องทุกข์จากท่าน ผอ. โชติกา ผอ. โรงเรียน เนื่องจากปัจจุบันเตาเผาขยะได้ใช้มาหลายสิบปี แล้วมีนักเรียนหลายร้อยคนทำให้มีปริมาณ ขยะค่อนข้างเยอะแล้วก็ไม่ได้มาตรฐาน จึงขอความอนุเคราะห์กระทรวงศึกษาธิการอุดหนุน งบประมาณให้เตาเผาขยะไร้มลพิษนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ เรื่องขอให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาราคามันสำปะหลังที่ตกต่ำ เนื่องจากอย่างที่เป็นทราบกันดีนะครับ ปัจจุบันราคามันสำปะหลังตกต่ำ แต่ก็ต้องขอขอบคุณ รัฐบาลครับที่เมื่อไม่กี่วันมานี้ได้มีมาตรการมาช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว แต่อย่างไรก็ดี ผมเชื่อว่าอยากให้รัฐบาลเพิ่มการส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลังเพื่อเพิ่ม Demand การใช้มันสำปะหลัง ผมเชื่อว่าจะเป็นการเพิ่มราคามันสำปะหลังให้สูงขึ้น หรือมีมาตรการอื่น ๆ แก้ไขปัญหาราคามันสำปะหลังให้ดีขึ้นครับ ก็ขอขอบคุณครับ🔗
ต่อไปครับ ท่านคอซีย์ มามุ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายคอซีย์ มามุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี เขต ๒ อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอ หนองจิก พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมมีข้อหารือต่อ ท่านประธานสภาผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สืบเนื่อง ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนแล้วก็เดือนธันวาคมที่ผ่านมาเป็นเหตุทำให้เกิดน้ำท่วมหนัก ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ทำให้ประชาชนได้รับความเสียหายอย่างหนัก บ้านเรือนพัง สัตว์เลี้ยง พืชสวนไร่นาเสียหาย เครื่องมือทำการเกษตร เครื่องมือค้าขาย เสียหาย สูญหาย ท่านประธานครับ ผลกระทบที่เกิดขึ้นคนมีรายได้น้อยได้รับความเดือดร้อน อย่างหนัก ทุกวันนี้ครอบครัวเหล่านี้ไม่มีเงินเพียงพอที่จะดำรงชีพ ไม่มีเงินซ่อมแซมบ้าน บางรายนั้นไม่มีเครื่องนุ่งห่มและเครื่องหลับนอนนะครับ ขณะนี้จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร ก็ประสบปัญหาน้ำท่วมหนักเช่นกันครับ แต่วันนี้ประชาชนในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาครับ กระผมในฐานะ สส. ในพื้นที่เกิดอุทกภัย ขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เร่งรัดเยียวยา ช่วยเหลือโดยลดขั้นตอนการทำงานเพื่อให้ครอบคลุมทุกปัญหาและเป็นการเยียวยาให้กับผู้ที่ ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นกรณีเร่งด่วน ดังนี้ ๑. ท่านประธานครับ ขอให้พิจารณา ลดขั้นตอนการประมวลข้อมูลที่ไม่สำคัญออกจากการจัดทำข้อมูลความเสียหายและให้การ เยียวยาผู้ประสบภัยได้รวดเร็วขึ้น และขอให้การเยียวยาครอบคลุมทุกผลกระทบที่เกิดขึ้น กับประชาชน ๒. ขอให้พิจารณาเพิ่มช่องทางการช่วยเหลือทุนทางการเงิน เพื่อช่วยเหลือ ฟื้นฟูผู้ประกอบอาชีพค้าขายที่ไม่มีทุนทางการเงิน เพราะการเยียวยาจะไม่มีแนวทาง ช่วยเหลือในเรื่องทุนช่วยเหลือในการประกอบอาชีพทางค้าขายครับ ๓. ขอให้พิจารณา แนวทางเยียวยาในมาตรการภาษีด้านการค้าที่ได้รับผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจ เช่น ตัวเมืองปัตตานีและยะลา ผมหวังว่าท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้นำข้อหารือของผมไปพิจารณาเร่งด่วน เพราะวันนี้ประชาชนถามมา ว่ารัฐบาลจะเร่งเยียวยาเมื่อไรครับ ขอนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปครับ ท่านเกรียงยศ สุดลาภา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม เกรียงยศ สุดลาภา บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้จะขอหารือ ผ่านท่านประธานไปยังกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ ฝ่ายโสต ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ หากท่านประธานจำได้เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ได้เกิดเหตุสะพานถล่มบริเวณ ลาดกระบัง-อ่อนนุช มีผู้เสียชีวิต ๒ ราย มีผู้ได้รับผลกระทบทั้งบาดเจ็บแล้วก็ขาดรายได้ ๓๕๖ ราย จนถึงตอนนี้ท่านประธานครับ ทางกรุงเทพมหานครโดยท่านผู้ว่าชัชชาติของ พวกเรานี้เองก็ยังไม่สามารถสรุปได้ถึงสาเหตุที่แน่ชัด ท่านเองท่านได้พูดไว้ว่าผลสรุป จะมีภายใน ๗ วัน เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคมปีที่แล้ว ปัจจุบันนี้ ๑ ปี ๕ เดือนกับอีก ๗ วัน ผลสรุปว่าเพราะเหตุใดสะพานถึงถล่มก็ยังหาสาเหตุให้พวกเราไม่ได้ ประชาชนบริเวณนั้น ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก แล้วก็ได้ร้องเรียนมากับผม ผมเองพร้อมทีมงาน ก็ได้ลงไปในพื้นที่ไปคุยกับชาวบ้าน แล้วก็สมาคมวิศวกร ซึ่งเขาสรุปให้ผมฟังว่าเหตุถล่มนี่ มันเกิดจาก Wrist Joint ภาษาวิศวกรก็คือข้อต่อระหว่างปูน ๒ แท่งมันไม่ได้มาตรฐาน มันก็เลยถล่มลงมา แล้วข้อสำคัญท่านประธานครับ โครงการนี้เป็นโครงการที่มีมูลค่า มหาศาลแต่ไม่มี Consult ไม่มีบริษัท Consult ไม่มีบริษัทที่ควบคุมงาน อันนี้อยากจะฝาก ท่านประธานไปถึงกรุงเทพมหานครว่ามันเป็นไปได้อย่างไรครับ เราสร้างบ้านหลังหนึ่ง เราจะต้องมีวิศวกร ต้องมี Foreman คุมงาน แต่ว่าโครงการนี้ไม่มีบริษัท Consult ไม่ได้มีอยู่ ในงบประมาณของกรุงเทพมหานคร อีกนิดเดียวครับท่านประธานครับ ปัจจุบันนี้ผ่านไป เกือบ ๒ ปีโครงการยังไม่คืบหน้า ปัจจุบันนี้เสาตอม่อก็ยังอยู่ในเขตของกรมชลประทาน ซึ่งทางกรุงเทพมหานครยังไม่ได้รับการอนุมัติจากกรมชลประทาน ยังไม่ได้มีการดำเนินการ ขออนุญาตกรมชลประทานบริเวณคลองหนองปรือ เพราะฉะนั้นอยากให้ท่านประธาน ช่วยเร่งรัดทางกรุงเทพมหานคร เร่งรัดให้กับชาวบ้านประชาชนบริเวณลาดกระบังด้วย แล้วข้อสำคัญครับ สุดท้ายยังไม่มีการปรับหรือการลงโทษบริษัทรับเหมาใด ๆ ที่เกิดเหตุขึ้น และก่อสร้างล่าช้ามา ๘ เดือน พวกเราจะต้องรอกันอีกกี่เดือนครับ อยากได้รับคำตอบเหล่านี้ ให้กับประชาชนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านคริษฐ์ ปานเนียม ครับ ท่านรำพูล ตันติวณิชชานนท์ ท่านพรรณสิริ กุลนาถศิริ ครับ เชิญท่านคริษฐ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คริษฐ์ ปานเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาชนครับ ก็มีปัญหามาหารือ ท่านประธานดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ โครงการผันน้ำปิงสู่คลองแม่ระกาเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งให้กับพี่น้อง ประชาชนฝั่งตะวันออกของจังหวัดตาก ๒ อำเภอ ๔ ตำบล อำเภอบ้านตาก อำเภอเมือง ประกอบไปด้วย แม่สลิด โป่งแดง วังประจบ ตลุกกลางทุ่ง โครงการนี้ประชาชนรอคอย ความหวังมามากกว่า ๒๐ ปีครับ ความคุ้มค่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยพี่น้องประชาชนคนตากนะครับ น้ำนี้ยังไปถึงจังหวัดกำแพงเพชรด้วย วันนี้มาทวงสัญญาจากท่านอธิบดีกรมชลประทาน ที่เคยเข้ามาชี้แจงในห้องกรรมาธิการบริหารจัดการน้ำว่าจะจัดสรรงบประมาณมาสำรวจ และออกแบบ นี่ก็ใกล้สิ้นปีแล้วนะครับ ก็ฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ด้วยครับช่วยผลักดันงบประมาณนี้ จัดสรรงบประมาณนี้ช่วยพี่น้องประชาชน จังหวัดตากด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอติดตามโครงการของกรมทรัพยากรน้ำครับ ในโครงการก่อสร้าง อ่างเก็บน้ำพร้อมระบบกระจายน้ำ อ่างเก็บน้ำจิกกระบินที่บ้านลานสอ ตำบลวังประจบ และโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูหนองขัดห้าง พร้อมระบบกระจายน้ำที่บ้านสะแกเครือ ตำบล วังประจบเช่นกันครับ และโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยทราย บ้านศานติ ตำบลวังจันทร์ ที่กรมทรัพยากรน้ำได้ทำงบผ่านแผนบูรณาการน้ำไปนะครับ แต่ไม่ทราบว่าติดขัดอะไรจึงยังไม่ได้อนุมัติเสียทีนะครับ ก็ฝากไปยัง สทนช. ที่เป็น แม่บูรณาการ สำนักงบ รวมถึงกรมทรัพยากรน้ำช่วยผลักดันงบประมาณนี้ให้เกิดขึ้นด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ปัญหาการรังวัดออกโฉนดที่ดิน พี่น้องประชาชนบ้าน ลานขวางรวมตัวกันมาร้องเรียนที่ผม ๑๘๐ รายว่ามีการยื่นขอรังวัด จ่ายเงินไปไว้หลายปี วันนี้ก็ยังไม่ได้ดำเนินการอะไร ก็ฝากถึงสำนักงานที่ดินจังหวัดตากเร่งรัดปฏิบัติงานให้ แล้วเสร็จด้วยครับ ยังมีที่โป่งแดง ที่วังประจบอีกด้วยนะครับที่จ่ายเงินรังวัดไว้แล้วยังไม่ได้ สำรวจเลยนะครับ แล้วก็สุดท้ายรวมไปถึงพื้นที่ป่าพระบาท อำเภอบ้านตาก ที่รอการ ดำเนินการพิสูจน์สิทธิประชาชนอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ปี ๒๔๖๑ ครับ บางรายรอจนเสียชีวิตไปแล้ว ๓๒๐ ราย ขอให้ท่านเร่งรัดดำเนินการด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ ท่านรำพูล ตันติวณิชชานนท์ ครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๙ ซึ่งประกอบด้วยอำเภอนาจะหลวย อำเภอบุณฑริก อำเภอสิรินธร ตำบลโนนก่อ พรรคไทยสร้างไทย ท่านประธานค่ะ ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานดังนี้ค่ะ🔗
เรื่องแรก ดิฉันได้รับการ ร้องเรียนจากนายสมชาย เพ็งเพ็ญ ผู้ใหญ่บ้านจงเจริญ หมู่ ๑๑ ตำบลหนองสะโน นายสุขี ศรีมาลา ผู้ใหญ่โนนเขือง หมู่ ๓ ตำบลนาโพธิ์ ชาวบ้านโนนเขือง บ้านจงเจริญ อำเภอ บุณฑริก ได้รับความเดือดร้อนจากการใช้ถนนลาดยางของกรมทางหลวงหมายเลข ๒๑๘๒ ช่วง กม. ที่ ๒๘ ถึง กม. ที่ ๓๓+๕๐๐ จากบ้านจงเจริญถึงบ้านโนนเลียง ถนนลาดยาง เสื่อมสภาพกลายเป็นถนน ๒ สีตามรูปนะคะ แล้วก็ผิวจราจรไม่มียาง หินโผล่ หินหลุมลึก เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินหลายรายค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ค่ะท่านประธาน ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายหัน สีหะคูล ผู้ใหญ่บ้านแก้งเรืองพัฒนา หมู่ที่ ๑๕ นายไวพจน์ ปะวา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นายเกรียงไกร เครือจันทร์ กำนันตำบลนาจะหลวย สจ. ฉลาด บุญล้น สจ. เขตอำเภอนาจะหลวย และชาวบ้าน ขอสไลด์ถัดไปค่ะ ได้รับความเดือดร้อนจากถนนของกรมทางหลวง หมายเลข ๒๒๔๘ ช่วง กม. ที่ ๖๓ ถึง กม. ที่ ๖๗ บ้างแก้งเรืองถึงบ้านโคกใหญ่ ตำบลนาจะหลวย อำเภอนาจะหลวย ถนนลาดยางชำรุดเสียหายค่ะท่านประธาน ผิวจราจรเสื่อมสภาพ ผิวยาง หลุดร่อนเป็นหลุมลึกหินโผล่ รถตกหลุมยางระเบิด เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง หลานผู้ใหญ่บ้าน ก็เกิดอุบัติเหตุมาแล้ว สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินหลายรายค่ะ หน่วยงานในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น หมวดทางหลวงบุณฑริก หมวดทางหลวงเดชอุดม แขวงทางหลวงอุบลราชธานีก็ได้ซ่อม กลบหลุมให้แต่ก็ใช้งานได้ชั่วคราวค่ะท่านประธาน ชาวบ้านต้องการให้กรมทางหลวงบูรณะ ซ่อมผิวจราจรช่วงสั้น ๆ เป็นการด่วนค่ะท่านประธาน เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบน ท้องถนนเพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในเขตอำเภอชายแดน เพื่อสร้างความเชื่อถือ ต่อกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ดิฉันขอฝากเรื่องหารือ ๒ เรื่องนี้ต่อท่านประธานสภา ถึงท่านอธิบดีกรมทางหลวงค่ะ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย ฯพณฯ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ต่อไปครับท่านพรรณสิริ กุลนาถศิริ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคเพื่อไทยค่ะ ขอเร่งรัด การก่อสร้างตลิ่งถนนที่จังหวัดสุโขทัยไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย และกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมค่ะ ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗
จากกรณีปัญหาลุ่มน้ำยมบริเวณจังหวัด สุโขทัย วิกฤติน้ำท่วมซ้ำซาก ซ้ำจุดเดิมหลายครั้งค่ะ และล่าสุดปีที่ผ่านมา ๒-๓ ครั้ง ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมาก็ท่วมอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้รัฐบาลหน่วยงานต่าง ๆ เข้าช่วยเหลือ เยียวยาดูแลบ้านทั้งหลัง ลดดอกเบี้ยเงินกู้ ตลอดจนการดูแลภาวะสุขภาพที่ดีเยี่ยมโดยเฉพาะ อย่างยิ่งซาบซึ้งใจที่ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร และคณะลงพื้นที่รับทราบปัญหา และสั่งการให้มีการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งนี้อย่างเป็นระบบค่ะ ท่านประธานคะ การแก้ปัญหาเชิงพื้นที่กลับพบว่ามีความล่าช้ามาก จึงขอเร่งรัดการก่อสร้างตลิ่งแล้วก็ถนน ที่พังเสียหายมากไปยัง ๒ หน่วยงานค่ะ🔗
ประการแรก ปัญหาตลิ่งพังบริเวณคอสะพานสิริปัญญารัตน์ ตำบลวังใหญ่ หมู่ที่ ๖ เชื่อมไปหมู่ที่ ๘ ตำบลวังทอง ราว ๙๙๐ เมตร โยธาธิการและผังเมืองสุโขทัยนำเสนอ แผนไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองกระทรวงมหาดไทย คาดว่าใช้งบประมาณ ๙๙ ล้านบาท รวมทั้งตลิ่งหมู่ที่ ๑ ปากแคว ความยาว ๑,๗๐๐ เมตร งบประมาณ ๑,๗๐๐ ล้านบาท ก็ขอเร่งรัดด้วย🔗
ประการที่ ๒ ปัญหาถนนทางหลวงหมายเลข ๑๑๙๕ หมู่ที่ ๖ ตำบลวังใหญ่ ถนนขาดระยะ ๑๐๐ เมตร ทำถนนชั่วคราวก็พัง แขวงทางหลวงสุโขทัยได้ทำแผนเสนอไปยัง กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมแล้ว งบประมาณราว ๓๕ ล้านบาท โดยที่ผู้ใหญ่จรรยา ละออง และนายเจน ส้มโต ตัวแทนพี่น้องได้มาหาดิฉันหลายครั้ง ทุกข์กังวลว่าถ้าไม่เร่ง แก้ปัญหาก็จะมีความเสียหายมากขึ้น แก้ไขได้ยาก จึงขอเร่งรัดไปยัง ๒ หน่วยงานดังกล่าว ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร็วค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
๓ ท่านถัดไป ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ท่านฐากูร ยะแสง และท่านละออง ติยะไพรัช ครับ เชิญท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๕ นราธิวาส ประกอบด้วยอำเภอ บาเจาะ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ท่านประธานครับ ผมมี ประเด็นหารือเพื่อให้ทางสภาโดยท่านประธานมีหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จากกรณีเป็นที่ทราบกันดีว่าช่วงวันที่ ๒๖ พฤศจิกายนที่ผ่านมาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดอุทกภัยน้ำท่วม แล้วก็ต้องขอบคุณ ทางรัฐบาลที่ตอนนี้กำลังดำเนินการเงินเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนครัวเรือนละ ๙,๐๐๐ บาท แต่ท่านประธานครับ ปัญหาความเดือดร้อนที่พี่น้องประชาชนได้ร้องเรียนมายังผม นอกเหนือจากเรื่องเงินเยียวยาที่รัฐบาลได้บรรเทาความเสียหายแล้ว ระบบสาธารณูปโภค ระบบประปาที่พี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายมีอยู่หลายแห่งด้วยกันในพื้นที่จังหวัด นราธิวาส ผมได้รับการร้องเรียนตามภาพสไลด์ให้ดูก็คือ บ้านดาฮง หมู่ ๔ ตำบลเชิงคีรี บ้านไอร์ปากอ ลาเวง หมู่ ๓ ตำบลเชิงคีรี อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ระบบน้ำประปา ที่ดูแลรับผิดชอบของกรมชลประทานพังเสียหาย พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน ต้องแก้ไขปัญหาเอง แล้วตอนนี้ก็ยังไม่สามารถใช้น้ำประปาได้เป็นปกติ จึงอยากให้ทาง กรมชลประทานได้สำรวจและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้สามารถใช้น้ำเป็นปกติ เพราะว่า ลูกหลานเขาจะไปโรงเรียนก็เดือดร้อนนะครับ ตอนเช้า ๆ ก็ไม่มีน้ำที่จะใช้ในการที่จะ ประกอบกิจวัตรประจำวัน ท่านประธานครับ เรื่องที่ ๒ ครับ ผมได้รับการร้องเรียนว่า ช่วงน้ำท่วมปัญหาการใช้สัญญาณโทรศัพท์มีปัญหามาก ทำให้ขาดการติดต่อสื่อสารหรือการ ติดต่อขอความช่วยเหลือ จึงอยากให้ท่านประธานมีหนังสือถึงบริษัทผู้ให้บริการ ไม่ว่าจะเป็น บริษัท ทรู ดีแทค เอไอเอส ทำการสำรวจเสาสัญญาณที่เสียหายจากน้ำท่วมที่ผ่านมา ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ ท่านฐากูร ยะแสง ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฐากูร ยะแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรค ประชาชนครับ วันนี้ผมขอหารือกับท่านประธานมี ๓ ประเด็นปัญหาครับ ๑. ประเด็นปัญหา ถนนชำรุดเป็นหลุมของถนนเลียบคลองชลประทานอำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นเส้นทางหลักคมนาคมสำคัญของพี่น้องแม่ลาวในหลายตำบลครับ ปัจจุบันถนนเส้นนี้ เกิดปัญหาสภาพถนนชำรุดเป็นหลุม จุดที่เกิดหลุมหนักที่สุดคือบริเวณของตำบล จอมหมอกแก้ว ซึ่งส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อการเดินทางและความปลอดภัยของ พี่น้องประชาชน วอนขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาช่วยเหลือซ่อมแซมถนนเส้นนี้ อย่างเร่งด่วน ขอสไลด์เพิ่มครับ ปัญหาที่ ๒ ปัญหาวัชพืชขึ้นรกริมทางหลวงชลประทาน สาย ชร. ๓๐๓๗ บ้านตีนดอย-วาวี ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็น เส้นทางท่องเที่ยวที่สำคัญ และยังเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย กับอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ สภาพดังกล่าวบดบังการมองเห็นและเป็นอุปสรรคในการ สัญจรของพี่น้องประชาชน วอนขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดแก้ไขอย่างเร่งด่วนเพื่อความ ปลอดภัยของพี่น้องประชาชนครับ ปัญหาที่ ๓ ปัญหาฝาท่อชำรุดของถนนหมายเลข ๑๑๘ เส้นเชียงใหม่-เชียงราย ช่วงตำบลป่างิ้ว อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เราลงพื้นที่ พบปัญหาฝาท่อชำรุดแตกร้าวและทรุดตัว สภาพเสียหายก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถ ใช้ถนน โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุรุนแรงจากการตกหลุม ขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาซ่อมแซม ซ่อมท่อ เพื่อให้ชาวบ้านพี่น้องในพื้นที่ได้ใช้ชีวิต อย่างปกติสุขครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปครับ ติดกันเลยนะครับ เชียงราย ท่านละออง ติยะไพรัช ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานค่ะ ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงนะคะ ที่หน้าโรงพยาบาลแม่จันเป็นทางโค้งแล้วก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก และเราต้องการที่จะให้ สไลด์ยังไม่ต้องขึ้นนะคะ ตอนนี้เราต้องการเสาไฟแบบสูง ซึ่งทางหลวงบอกว่าพื้นที่ที่ถนน มีช่อง ๖ จราจรนี้ไม่สามารถติดตั้งไฟแบบสูงได้ ดิฉันอยากให้ทางกรมทางหลวงโดยกระทรวง คมนาคมช่วยออกแบบไฟฟ้าที่จะมาติดให้มีความเหมาะสมที่หน้าโรงพยาบาลแม่จันนะคะ ซึ่งเกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก🔗
จุดที่ ๒ จุดหน้าโรงพยาบาลแม่จันเหมือนกันค่ะ ไม่มีจุดกลับรถ ซึ่งตอนนี้ กรมทางหลวงเชียงรายได้ออกแบบเรียบร้อยแล้วแต่ไม่มีงบประมาณที่จะเข้าไปดูแล หรือจัดทำจุดกลับรถตรงนี้🔗
จุดที่ ๓ จุดที่ แม่จัน-แม่อาย ขอสไลด์ด้วยนะคะ🔗
จุดแม่จัน-แม่อายนี้มันมีอุบัติเหตุ บ่อยมาก ก่อนที่ทางเทศบาลแล้วก็หมวดการทางแม่จันนี้จะเอา Barrier มาตั้ง ขอสไลด์ถัดไปค่ะ จุดนี้ตอนนี้เราใช้ Barrier กั้นทางไม่ให้คนผ่านเนื่องจากไม่มีช่องจราจรที่ชัดเจน ๒. ไม่มีสัญญาณ ไฟจราจร ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก แล้วก็ตกลงว่าเอา Barrier มาติด ชั่วคราวว่าถ้ามีปัญหา ตรงไหนเราจะแก้ไขปัญหา ปรากฏว่าฝั่งตรงข้ามที่ติดจากเมืองแม่จันนี้ค้าขายไม่ได้เลย แล้วก็การสัญจรไปมาไม่สะดวกเลย ขอสไลด์ถัดไปเรื่อย ๆ เราจะเห็นว่านี่ก็คือช่องจราจร หรือ Footpath นี้มันใหญ่มาก เราอยากให้ทางโยธาธิการและผังเมืองมาออกแบบว่า ช่องจราจรตรงนี้ที่จะไม่ให้เกิดอุบัติเหตุจะต้องทำอย่างไรบ้าง แต่ทางเทศบาลและประชาชน คนแม่จันนี้ว่าเราต้องถากตรงเกาะกลางถนนออกให้บางแล้วก็ต้องมีสัญญาณจราจร แต่ตอนนี้เราไม่สามารถทำอะไรได้ต้องให้โยธาธิการและผังเมืองมาออกแบบ แล้วก็ต้อง มีงบประมาณเข้าไปช่วยตรงจุดนี้ค่ะ ตรงจุดนี้สำคัญมาก ท่านประธาน ก็คือเป็นจุดของ อำเภอแม่อาย-เชียงใหม่ ที่จะต้องผ่านไปที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งถือว่าเป็นระยะทางที่ใกล้ที่สุด ไปสนามบินด้วยค่ะ ท่านประธาน ขอบคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณมากครับ ๓ ท่านถัดไป ท่านชุติมา คชพันธ์ ท่านวุฒิพงศ์ ทองเหลา ท่านกรุณพล เทียนสุวรรณ เชิญคุณชุติมา คชพันธ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนค่ะ วันนี้ ดิฉันมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จำนวน ๓ เรื่องดังนี้🔗
เรื่องแรก ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องหมู่ที่ ๖ ตำบลลิพัง อำเภอ ปะเหลียน จังหวัดตรัง ถึงความกังวลในพื้นที่สัมปทานแหล่งแร่หินทับซ้อนกับพื้นที่โบราณสถาน และโบราณวัตถุ พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ พบโบราณวัตถุ โครงกระดูกมนุษย์ กระดูกสัตว์ เครื่องปั้นดินเผายุคก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นพื้นที่เขาวังช้าง และเขาโต๊ะร่วง ที่บอกว่าเป็นแหล่งแร่หินอุตสาหกรรม แต่ในขณะเดียวกันกรมศิลปากรได้ค้นพบว่าเป็นแหล่ง โบราณคดีถึง ๘ จุดในบริเวณนั้น และก่อนหน้านี้ก็ได้ทำหนังสือไปที่อุตสาหกรรมจังหวัดตรัง แล้วนะคะว่าไม่ควรที่จะประทานบัตรเหมืองแร่แถวนั้นนะคะ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มี ความสำคัญทางประวัติศาสตร์และก่อนหน้านี้ตั้งแต่สมัยพรรคก้าวไกล สส. ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ก็ได้เคยอภิปรายเรื่องนี้ไปแล้ว เวลาผ่านไปหลายปีก็ยังค้างคาอยู่นะคะ ดิฉัน ก็ไม่เข้าใจว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องท่านจะรออะไรอยู่ทั้งที่ท่านสามารถยกเลิกได้เลย ดังนั้น ดิฉันจึงขอย้ำอีกครั้งหนึ่งนะคะ ดิฉันลงพื้นที่มาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี้เอง ประชาชนก็ยัง เดือดร้อนอยู่ จึงขอให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ยกเลิกทันทีนะคะ ยกเลิก การให้ประทานบัตรเหมืองแร่ในพื้นที่ดังกล่าวทันที และขอให้กรมศิลปากรขึ้นทะเบียน โบราณสถานและแหล่งโบราณคดีทันทีค่ะ อันนี้คือด่วนมากนะคะ ไม่อย่างนั้นจะเกิดมลภาวะ แล้วก็มีความเสียหายทางประวัติศาสตร์ตามมาค่ะ🔗
ต่อไปค่ะ ปัญหาถัดไปนะคะ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวสวน ยางพารานะคะว่าปริมาณน้ำยางพาราลดลง เปอร์เซ็นต์ยางน้อยจากโรคใบร่วงยางพารา ทั่วพื้นที่ภาคใต้เลยค่ะ ส่งผลให้ชาวสวนยางพารามีรายได้ลดลง อันนี้คือความทุกข์ของ ชาวสวนยางพาราในขณะนี้นะคะ จึงขอให้กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับการยาง แห่งประเทศไทยหาทางออกร่วมกัน ช่วยเหลือเกษตรกรหาทางยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค ใบร่วงยางพาราโดยเร่งด่วน อันนี้คือปัญหาปากท้องของพี่น้องชาวสวนยางพาราของเรา ต้องหาทางแก้ จะคิดว่าเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีไม่ได้นะคะ🔗
ปัญหาถัดไปค่ะ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากคุณพิชัยโรจน์ ชายเกตุ ตัวแทน ของประชาชนนะคะว่ามีบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งบนทางโค้งถนน ๔๑๒๒ สามแยก หน้าบ้านนอก หมู่ที่ ๕ ตำบลกงหรา อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง ดิฉันลงพื้นที่แล้วก็พบว่า อันตรายจริง ๆ ค่ะ ทราบมาว่าตรงบ้านเรือนแถวนั้นบางครั้งประชาชนนั่งอยู่หน้าบ้าน อยู่ ๆ ก็มีรถเสียหลักพุ่งเข้าชนค่ะ และไม่ได้เกิดครั้งเดียวค่ะ เกิดบ่อยมาก ๆ ดังนั้นทำได้ทันทีเลยนะคะ คือขอให้แขวงทางหลวงพัทลุงติดตั้งป้ายลดความเร็วเพื่อเป็น จุดสังเกตให้ผู้ขับขี่ชะลอความเร็วนะคะ แล้ว ณ ขณะนี้ดิฉันทราบมาว่าภาคประชาชน ได้ทำหนังสือไปถึงแขวงทางหลวงแล้วขอให้มีการขยาย ๔ ช่องจราจรในบริเวณนั้น ก็ขอให้ดำเนินการตามที่ภาคประชาชนร้องขอโดยเร่งด่วนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปท่านวุฒิพงศ์ ทองเหลา เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วุฒิพงศ์ ทองเหลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคชาติพัฒนา วันนี้ ผมมีเรื่องหารือความเดือดร้อนในพื้นที่ต่อท่านประธาน ๑ เรื่องด้วยกัน ดังนี้🔗
ปัจจุบันจังหวัดปราจีนบุรีในพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิมีโรงงานขนาดใหญ่ ของจีนเขามาลงทุนเป็นจำนวนมากครับ ท่านประธาน และมีหลายสิบโรงงานที่กำลังเร่งมือ ก่อสร้างเพื่อเตรียมเปิดรายการผลิตในต้นปีหน้า แต่ปัญหาใหญ่ที่พบในขณะนี้ครับ การก่อสร้างโรงงานจีนหลายสิบแห่งในบริเวณพื้นที่นิคม บริษัทผู้รับเหมาที่เป็นชาวจีน ใช้วิศวกรคนจีนคุมงานก่อสร้าง ได้มีการลดสเปกความแข็งแรงของคอนกรีตหรือค่า Strength จากมาตรฐานของ Plant ปูนโดยมีการผสมน้ำเป็นจำนวนมากเข้าไป ขอคลิปด้วยครับ🔗
จากคลิปจะเห็นการทำงานนะครับ ท่านประธาน ในขณะที่มีการปฏิบัติงานทางมุมด้านขวามือจะเห็นว่ามีการผสมน้ำเข้าไป โดยแรงงานที่ไม่ได้มีการวัด ชั่ง ตวง ใด ๆ มีการผสมในสัดส่วนที่มากครับ ผิดหลักมาตรฐาน วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ตามข้อกำหนดการผสมคอนกรีต โครงสร้าง อาคาร โรงงาน ขอสไลด์ภาพถัดไปครับ จากเอกสารการขนส่งคอนกรีตครับท่านประธาน จะเห็นว่าช่อง สีแดงตรงกลางจะระบุไว้ว่า หากท่านต้องการเติมน้ำเพื่อให้คอนกรีตเหลวบริษัทจะ ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้น และเมื่อเรามองต่ำลงมาในช่องมันอาจจะเล็ก สักหน่อยนะครับ เราจะเห็นลายมือที่เซ็นรับในแต่ละเที่ยวรถในการขนส่งคอนกรีต เป็นภาษาจีนที่เซ็นโดยวิศวกรชาวจีนให้มีการผสมน้ำ ท่านประธานครับ ผมมีความกังวล เหลือเกินว่าจากโครงสร้างที่ไม่ได้รับมาตรฐานนี้ ทั้งเสา อาคาร และ Plant พื้นปูนที่รับ น้ำหนักเครื่องจักรขนาดใหญ่ในเกือบทุกโรงงานครับ บางแห่งจะมีการนำเครนขนาดใหญ่ ๒๐-๓๐ ตัน เคลื่อนตัวอยู่ในโรงงานเพื่อยกของหนักในพื้นที่อาคารของตัวเอง ผมจึงอยาก ฝากท่านประธานถึงกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ให้เร่งเข้าตรวจสอบและ ป้องปรามอย่างเข้มงวด ให้ผู้รับเหมาและผู้ประกอบการชาวจีนได้ตระหนักรู้กฎหมายว่า การกระทำเช่นนี้ไม่สามารถกระทำในประเทศไทยได้ ก่อนเกิดโศกนาฏกรรมโรงงานงานถล่ม ทับพนักงานเสียชีวิต ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นแต่อย่างใดในอนาคต ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะบุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบลสาคอบน อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ ต่อไป ท่านกรุณพล เทียนสุวรรณ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม กรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชนนะครับ วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือ ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรกก็เป็นเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนขอสไลด์ด้วยนะครับ จากที่ เราได้ยินข่าวเรื่องการสร้าง Footpath ในเขตลาดกระบังแล้วก็ไม่ได้มีการรื้อถอนป้ายรถเมล์ แต่กลับกลายเป็นการที่เทปูนทับ แล้วก็มีสำนักข่าวต่าง ๆ มาทำข่าวรวมถึงตั้งข้อสงสัยในการ ทำงานที่หละหลวมแบบนี้นะครับ ขอสไลด์ถัดไปเลยนะครับ ก็จะเห็นว่ามีการเททับไปจนถึง ฐานของเก้าอี้ แล้วก็มีการตั้งคำถามว่าการทำแบบนี้มันถูกต้องหรือไม่ สไลด์ถัดไป จนสุดท้าย ก็มีการรื้อถอนออกไป แต่เหตุการณ์มันไม่จบเท่านั้นครับ ขอสไลด์ถัดไปครับ กลับกลายเป็น การที่มีโยธาธิการจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือ เป็นโยธาธิการจังหวัดนะครับ คนที่ใหญ่ที่สุดใน ด้านโยธาธิการและผังเมืองของจังหวัด ได้ออกมาแสดงความเห็นว่าเป็นเรื่องปกตินะครับ ให้ รอดูในการทำงานในวันนี้เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งก็ถูกตั้งคำถามอีกว่าการที่รื้อถอนแบบนี้จะยิ่งทำให้ โครงสร้างข้างล่างมีการตรวจสอบที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรมหรือ และการรื้อถอน หลังจากนี้จะทำให้ต้องเกิดการเปิดประมูล หรือการใช้งบประมาณที่ซ้ำซ้อนหรือไม่ อย่างไร นี่ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งนะครับ ขอสไลด์ถัดไปครับ และนอกจากนั้นเมื่อมีการตั้งคำถามจาก พี่น้องประชาชนกลับกลายเป็นถูกท่านโยธาธิการคนนี้ใช้ข้อความคล้ายทำนองข่มขู่คุกคาม ที่จะให้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดอื่น ๆ ตรวจสอบการประกอบกิจการของผู้ที่ถูกตั้ง คำถามกับท่านโยธาธิการจังหวัดท่านนี้นะครับ จึงอยากจะขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ทำการ สอบสวนและตักเตือนข้าราชการท่านนี้นะครับ🔗
และเรื่องต่อไปนะครับ เราเห็นว่านักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทยในปีนี้ เยอะมาก ๆ แต่ว่าตลอดระยะเวลาหลายสิบปีก็ยังคงมีเรื่องเดิม ๆ ก็คือตุ๊กตุ๊ก แท็กซี่ หลอกลวงนักท่องเที่ยวอยู่ในบริเวณพื้นที่ท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นวัดพระแก้ว ถนนคนเดินต่าง ๆ รวมถึงพื้นที่ท่องเที่ยวตอนกลางคืน อยากจะให้ตำรวจนครบาลแล้วก็ท้องถิ่นไม่ว่า จะเป็น กทม. หรือ อบจ. ช่วยกวดขันตักเตือนเพื่อที่จะได้ให้การหลอกลวงนักท่องเที่ยว ลดน้อยหายไปนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านรักชนก ศรีนอก ท่านอดิพงษ์ ฐิติพิทยา และท่านปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ครับ เชิญท่านรักชนก ศรีนอก ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รักชนก ศรีนอก ผู้แทนจากชาวบางบอน จอมทอง หนองแขม วันนี้ดิฉันจะขอหารือเรื่องเดียว คือเรื่องนี้ค่ะท่านประธาน ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗
สะพานตรงนี้นะคะ ชาวบ้าน เรียกกันว่าสะพาน คสช. เพราะว่าถูกสร้างในสมัย คสช. ปี ๒๕๕๙ ในยุคของ คสช. โดยกองพันซ่อมบำรุงมาทำให้ แล้วก็มีป้ายว่าร่วมกับ รฟท. กทม. แล้วก็มีพลราบนะคะ ซึ่งตรงนี้เป็นสะพาน แล้วชาวบ้านชาวจอมทองที่อยู่ในแถบเอกชัยก็มาใช้บริการตรงนี้บ่อย เพราะว่าเป็นสะพานข้ามคลองบางระแนะ เป็นจุดเชื่อมระหว่างชุมชนบางระแนะใหญ่กับ ชุมชนร่วมพัฒนาเอกชัย ๓๑ ซึ่งสะพานนี้ถ้าท่านประธานดูจากภาพมันจะมีความทรุดโทรม เพราะว่าทำด้วยไม้ ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมามันก็มีการผุพัง บางทีชาวบ้านเดินลงไปขาติด ลงไป หลาย ๆ ครั้งที่ประสานขอให้เขตพื้นที่มาซ่อมบำรุงให้ก็ทำได้แค่เอาไม้มาปะผุ เพราะเขตก็บอกว่าไม่ใช่สะพานของเขต พอไปถามการรถไฟก็ไม่รับว่าเป็นเจ้าของ ถามใคร ตอนนี้สะพานนี้ไม่มีใครเป็นเจ้าของนะคะ ซึ่งก็เกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมาแบบนี้หลายครั้งแล้ว ถึงแม้ว่าบางครั้งเขตจะเอาไม้มาปะผุให้บ้าง แต่ว่าชาวบ้านก็อยากจะทำให้มันเป็น สะพานปูนให้มันแข็งแรงเหมือนกับรูปด้านซ้ายที่เป็นบริเวณใกล้เคียงแต่ว่าเป็นปูน แต่ว่าตรงที่เป็นสะพานนี้เป็นไม้ ชาวบ้านใช้กันทุกวันค่ะ ก็ประสานผ่านทางดิฉันมาว่า หน่วยงานไหนจะมีความกรุณาที่จะตั้งของบประมาณให้สักหน่อยไม่ได้เลยหรือ เพราะว่า เวลาเราสร้างของอะไรใหญ่ ๆ โต ๆ แล้วก็ปล่อยทิ้งร้างเราทำได้นะคะ แต่ว่าของที่พ่อแม่ พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์กันอยู่ทุกวัน วันนี้ดิฉันก็อยากจะมาขอสะพานดี ๆ แข็งแรง ๆ ให้พ่อแม่พี่น้องชาวจอมทอง ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณมากครับ ท่านอดิพงษ์ ฐิติพิทยา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๓ อำเภอกระสัง อำเภอห้วยราช ตำบลป่าชัน ตำบลโคกขมิ้นของอำเภอพลับพลาชัย พรรคภูมิใจไทย กระผมขออนุญาตปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ใน ๒ ประเด็นดังต่อไปนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ กระผมได้รับแจ้งจากท่าน เอกภาพ สุขสังวรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสูงเนินว่าชาวบ้านจะเนียง หมู่ที่ ๕ ตำบลสูงเนิน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์กำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค บริโภค ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน สระหนองใหญ่เป็นสระน้ำหลักในหมู่บ้านมีขนาดลึก ๔ เมตร กว้าง ๙๐ เมตร ยาว ๒๐๐ เมตร ปัจจุบันนี้มีสภาพตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ หากได้รับการสนับสนุนงบประมาณใน การขุดลอกจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ในยามหน้าแล้งหรือฝนทิ้งช่วง ลดปัญหาการขาดแคลนน้ำ มีน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคได้ตลอด ทั้งปี จึงขอนำเรียนไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องได้โปรดให้ความช่วยเหลืออนุเคราะห์จัดสรรงบประมาณเพื่อการขุดลอกและพัฒนา สระหนองใหญ่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ด้วยได้รับแจ้งจากท่านธนิตพงศ์ ไชยวชิระกัมพล นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลเมืองไผ่ ว่าโครงการขุดลอกลำห้วยไผ่ที่เชื่อมต่อระหว่างห้วยเจมิงที่มีการ ติดตั้งระบบส่งน้ำเพื่อกระจายน้ำไปยังระบบประปาหมู่บ้านโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งในส่วนนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมทรัพยากรน้ำ แต่สำหรับในส่วนของแหล่ง เก็บน้ำนั้นก็มีความจำเป็นที่จะต้องมีการขุดลอกและพัฒนาสระน้ำให้สามารถกักเก็บน้ำได้ ตลอดทั้งปี หากได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการขุดลอกเพิ่มเติมจะเป็นการเสริมสร้าง ในระบบส่งน้ำเพื่อกระจายน้ำไปยังหมู่บ้านที่มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น เป็นการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวเมืองไผ่ในด้านแหล่งน้ำให้ตรงกับความต้องการ จึงขอนำเรียนไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้โปรดให้ความช่วยเหลืออนุเคราะห์ สนับสนุนงบประมาณในการขุดลอก ลำห้วยไผ่เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ และเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้อง ประชาชนด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอมา ปรึกษาหารือความเดือดร้อนในพื้นที่ ก็คือเรื่องปัญหารถสามล้อและรถโดยสารสาธารณะ จอดแช่ทำให้จราจรติดขัดในพื้นที่กรุงเทพมหานครครับ ก่อนอื่นเลยผมขออนุญาตเปิดคลิป เหตุการณ์สั้น ๆ เพื่อให้ทุกท่านได้เห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ🔗
นี่คือเหตุการณ์เกิดขึ้น เร็ว ๆ นี้ที่ Viral ในออนไลน์มาก ๆ ครับ สไลด์ถัดไปได้เลยครับ ท่านประธานครับ วิดีโอ เมื่อสักครู่คือ ๒ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเขตผม ซึ่งก็คือบริเวณถนนเยาวราชและท่าเตียน คนขับรถตุ๊กตุ๊กมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวไปทำร้ายร่างกายผู้อื่น ปัญหาของ ๒ เรื่องนี้เหมือนกัน คือคนขับรถสามล้อคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของพื้นที่ทางสาธารณะ ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วพื้นที่ เหล่านี้ไม่สามารถจอดแช่ได้ เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้ก่อเหตุไม่เกรงกลัว ไม่เคารพ ต่อกฎหมาย เพราะการบังคับใช้กฎหมายที่ผ่านมานั้นไม่เคร่งครัดและไม่ยั่งยืน มีข่าว ก็ออกมาจัดการครับ แต่พอเรื่องเงียบก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม ผมขอเรียกร้องไปยังรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุรพงษ์ซึ่งกำกับดูแลกรมการขนส่งทางบก รวมถึงตำรวจ ในท้องที่ ตำรวจจราจร และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น ทั่วกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะพื้นที่ที่ผมดูแลซึ่งเป็นเขตพื้นที่ท่องเที่ยว ๑๐ กว่าจุด ที่มีปัญหาค่อนข้างหนักครับ คนขับรถที่ฝ่าฝืนกฎหมายเหล่านี้ไม่กลัวการปรับครับ แต่เขา กลัวการยึดและเพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งกรมการขนส่งทางบกหน่วยงานที่มีอำนาจดังกล่าว แต่มีอำนาจแล้วอยู่ในห้องแอร์ไม่ได้อยู่หน้างานเหมือนเจ้าหน้าที่หน่วยงานท้องถิ่น ถ้ายกตัวอย่างกรุงเทพมหานครก็คือเทศกิจ ดังนั้นผมขอเสนอทางออก ๓ ทางออกนะครับ ประการแรก ผมขอเร่งรัดเพิ่มอำนาจในการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายทางด้าน การจราจรเพื่อการจัดการปัญหาจราจรโดยที่ไม่ต้องรอตำรวจ หรือกรมการขนส่งทางบกครับ สไลด์ถัดไปครับ ติดตั้งกล้อง AI ตรวจจับการกระทำความผิดเพื่อลดการใช้ดุลยพินิจของ เจ้าพนักงานนะครับ ข้อสุดท้ายครับ การบังคับใช้กฎหมายขอให้ลงโทษและใช้กฎหมายอย่าง เคร่งครัด เนื่องจากค่าปรับเพียงไม่กี่ร้อยบาทนั้นไม่สามารถหยุดยั้งการทำฝ่าฝืนกฎหมายได้ ซึ่งนี่เป็นโอกาสดีที่รัฐบาลจะทำตามสัญญาที่ทำให้กรุงเทพมหานครเป็น Smart City ครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านสุดท้ายครับ ท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน จากพี่น้องชาวบางขุนเทียน บางบอน ครับ วันนี้มีเรื่องหารือผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลัก ๆ ๔ เรื่องด้วยกัน ท่านประธานครับ🔗
เรื่องแรกครับ เรื่องขอขยายเส้นทางเดินรถสาย ๖๘ ซึ่งปัจจุบันนี้ทาง พี่น้องประชาชนได้รวบรวมรายชื่อแล้วก็ส่งไปยังขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ เรียบร้อยแล้ว หรือ ขสมก. แต่ว่ายังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาอนุมัติว่าจะวิ่งรถไปถึง คลองพิทยาลงกรณ์ได้หรือไม่ ปัจจุบันเป็นเพียงการช่วยเดินรถ เพราะฉะนั้นประชาชนก็ต้อง ลุ้นเอาว่าในช่วงเวลานั้นมีรถ หรือไม่มีรถ ก็ขอฝากเร่งรัดเรื่องนี้ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ การสร้างสะพานลอยบริเวณทางข้ามถนนบางขุนเทียนชายทะเล เคยหารือไปแล้วปี ๒๕๖๕ แล้วก็ปี ๒๕๖๖ เคยหารือไป ๒ ครั้ง ตอนนี้สำนักงานเขต บางขุนเทียนได้ทำประชาพิจารณ์เรียบร้อยแล้วพร้อมในการจัดสร้าง เนื่องจากว่ามีผู้คน ที่ต้องการใช้ทางข้ามจำนวนมาก เนื่องจากว่าเป็นถนนขนาดใหญ่แต่ยังไม่ได้รับการสนับสนุน งบประมาณมา ก็ฝากไปถึงกรุงเทพมหานครและสภากรุงเทพมหานครได้พิจารณาอนุมัติ เรื่องการสร้างสะพานลอยด้วยนะครับ🔗
เรื่องต่อไปครับ เรื่องติดตั้งไฟจราจรบริเวณแยกถนนพรหมราษฎร์ ตัดกับ ถนนพรมแดนเอกชัย ๑๓๑ ซึ่งมีประชาชนเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตบ่อยครั้ง อยากให้ติดตั้ง สัญญาณไฟจราจร แล้วก็อยากให้หมั่นกวดขันวินัยจราจรในพื้นที่ตรงนั้นแล้วก็ติดกล้อง CCTV เพื่อจะได้เห็นว่าอุบัติเหตุซ้ำซ้อนนั้นเกิดจากอะไรกันแน่นะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ก็คือเรื่องของการจราจรติดขัดบริเวณถนนพระราม ๒ ซอย ๑๐๐ หรือถนนพรมแดนเลี้ยวซ้ายไปยังสมุทรสาคร จำนวนรถที่มาใช้บริเวณนั้น มีจำนวนมากนะครับ ต้องการให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูแลในช่วงเวลาเร่งด่วนนะครับ แล้วก็มีกล้อง CCTV ในการที่จะบันทึกภาพในช่วงเวลาเร่งด่วนว่าเพราะสาเหตุใด ทำไมถึงทำให้รถติดยาวขนาดนั้น อาจจะมีการจอดรอหรือมีการจอดกั๊กพื้นที่อะไรกัน ก็แล้วแต่ อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดำเนินการในส่วนนี้ครับ🔗
อีกส่วนหนึ่งครับ โครงการเอื้ออาทร ๑ เอื้ออาทร ๒ เอื้ออาทร ๓ และเอื้ออาทรแสมดำที่การเคหะแห่งชาติดูแลอยู่ครับ มีเรื่องของการซ่อมแซมท่อน้ำทิ้ง ท่อโสโครก ซึ่งเดิมเคยใช้ได้ดีอยู่แต่ว่าการเคหะแห่งชาติได้อนุมัติวงเงินงบประมาณ ไปซ่อมแซมให้ใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นขอให้การเคหะแห่งชาติเข้าไปดูแลเร่งรัดซ่อมแซมท่อ ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ ปัจจุบันนี้ใช้งานไม่ได้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
เป็นอันจบการปรึกษาหารือในวันนี้นะครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ ผมขอเวลาท่านสมาชิก ๒ นาทีนะครับ พักการประชุมครับ🔗
พักการประชุมเวลา ๑๐.๔๒ นาฬิกา🔗
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อเข้าประชุมแล้วทั้งสิ้น ๒๘๓ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม ผมขอเปิดการประชุมแล้วก็ดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
เนื่องจากว่าได้รับการประสานงานมาจากทางรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้มา ตอบกระทู้ในวันนี้นะครับ ในส่วนของกระทู้ทั่วไปท่านรัฐมนตรีติดภารกิจในช่วงบ่าย ก็เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้วก็บริหารจัดการเวลาได้เหมาะสม ขอปรึกษาหารือที่ประชุม เพื่อนำกระทู้ถามทั่วไปสลับขึ้นมาก่อนกระทู้ถามสดด้วยวาจา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานกับ ผู้ตั้งกระทู้สดด้วยวาจาแล้วก็ทางกระทู้ทั่วไปเรียบร้อยว่าจะมีการสลับระเบียบวาระนะครับ ถ้าท่านสมาชิกไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ผมก็ขอดำเนินการตามนี้เลยนะครับ🔗
ท่านสมาชิกครับสำหรับกระทู้แยกเฉพาะเราก็จะดำเนินการถามและตอบ ในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ชั้น ๑ ควบคู่ไปกับการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาแล้วก็ กระทู้ถามทั่วไปของเราตั้งแต่ตอนนี้เลยตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
กระทู้ถามทั่วไป ๑.๒.๑ ขออภัยครับ เนื่องจากทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหม ท่านพลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ ซึ่งได้รับมอบหมายให้มาตอบกระทู้ถาม ทั่วไปแทนท่านนายกรัฐมนตรีติดภารกิจสำคัญในช่วงบ่าย ก็เลยขอสลับเอากระทู้ ๑.๒.๒ ซึ่งเป็นกระทู้ของท่านเอกราชสลับขึ้นมาเป็นลำดับต้น ฉะนั้นขอดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
๑. เรื่อง แนวทางการย้ายสนามกอล์ฟกานตรัตน์ (สนามงู) นายเอกราช อุดมอำนวย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งมาว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมมาเป็นผู้ตอบ ซึ่งขณะนี้ทางท่านรัฐมนตรีมาถึงที่ประชุมแล้ว ก็ขอเชิญท่านเอกราช อุดมอำนวย ได้ถาม ท่านรัฐมนตรี เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง ลูกทัพฟ้า จากพรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่เสียสละ เวลามาตอบกระทู้ของผม แต่ว่าก็เสียใจอย่างยิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ให้ความสำคัญ กับเรื่องนี้ไม่มาตอบเองเหมือนสมัยที่ท่านเศรษฐาได้ติดตามเรื่องนี้ ผมก็พยายามจะถามต่อ ว่ารัฐบาลจะเอาอย่างไรกับเรื่องของการปฏิรูปกองทัพ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการนำที่ดินของ กองทัพมาบริหารจัดการและใช้ประโยชน์ แต่ไม่เป็นอะไรครับผมก็จะดูเพราะว่าจริง ๆ แล้ว มันเป็นความร่วมมือของหน่วยงานราชการทั้ง ๒ หน่วย ไม่ว่าจะเป็นการท่าอากาศยาน หรือว่ากองทัพอากาศว่าจะพูดคุยกันอย่างไร ไม่มีตัวกลางก็ไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้จะไปได้ถึงไหน แต่ว่าผมจะให้กำลังใจ หวังว่าท่านรัฐมนตรีจะมีคำตอบที่ชัดเจนเพราะว่าผมก็ได้ติดตาม เรื่องนี้อยู่🔗
ขออนุญาตเข้าประเด็นครับ ท่านประธานก็คือว่าเรื่องของสนามกอล์ฟ ถ้าพี่น้องประชาชนที่เดินทางไปที่สนามบิน ดอนเมือง ถ้าท่านขึ้นเครื่องบินมองไปทางหน้าต่างท่านจะเห็นสนามกอล์ฟอยู่สนามหนึ่ง ชื่อว่าสนามกานตรัตน์ หรือว่าที่รู้จักกันเรียกว่าสนามงู ผมคงไม่ลงรายละเอียดแล้วเพราะใช้ เวทีพูดไปหลายครั้งแล้ว ดูจากสไลด์ก็จะเห็นว่าพื้นที่ของสนามกอล์ฟอยู่ระหว่างกลาง Runway ๒ ข้างทางเลยตามภาพที่เห็นอยู่ตรงกลางนี่นะครับ ซึ่งเป็นปัญหาก็คือว่า กฎระเบียบขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ผมจะเรียกสั้น ๆ ว่า ICAO ในภาคผนวกที่ ๑๔ เขาบอกไว้ว่ากึ่งกลางของ Runway ทั้ง ๒ ต้องเป็นพื้นที่โล่ง ๑๔๐ เมตร เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องบินชนกับวัตถุอื่นหากกรณีที่ลงจอดแล้วลื่นไถล ซึ่งระยะทางระหว่าง จุดกึ่งกลางของ Runway ท่าอากาศยานดอนเมืองวัดมานะครับ Runway 21L-03R ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน แต่ว่าการท่าอากาศยาน เขาก็เลยใช้วิธีการชดเชยความเสี่ยงนี้ด้วยการเพิ่มแรงเสียดทานพื้นผิวของ Runway เพิ่มขึ้น เป็น ๒ เท่า ทีนี้ท่าอากาศยานดอนเมืองเขาก็จะมีแผนที่จะขยับรางน้ำออกไปในระยะ ๑๐๕ เมตร แต่ว่าก็ยังไม่ถึง ๑๔๐ เมตรอยู่ดีนะครับ ซึ่งถ้าจะบอกว่าการมีอยู่ของสนามกอล์ฟ กานตรัตน์เป็นปัจจัยที่ทำให้ท่าอากาศยานดอนเมืองไม่เป็นไปตามระเบียบมาตรฐาน ของ ICAO โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัย เพราะว่าก็มีการเก็บสถิติ ๑ ใน ๒๙ สนามบิน ที่อันตรายที่สุดในโลก แต่ว่าสถิติที่การท่าเก็บมา เช่น ในปี ๒๕๖๑ มีรถกระบะ อากาศยาน กำลังวิ่งขึ้นอยู่ แล้วก็ทำการตรวจสภาพก็มีต้นไม้สนามกอล์ฟบดบังทางวิ่ง นี่ครับมีสถิติ ชัดเจน ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ก็มีรถกระบะเหมือนกันก็วิ่งขึ้นขณะนำรถอากาศยานทำการ ตรวจทางวิ่ง ทางขับ หรือว่าที่เป็นแบบลุกล้ำเลยก็มีนะครับ ขออีกสไลด์หนึ่งครับ ก็จะเห็นว่า ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ก็มีรถกระบะมีคนที่ฝ่าฝืนไฟแจ้งเตือน หรือมีกรณีที่นักกอล์ฟฝ่าฝืน สัญญาณไฟแจ้งเตือน ตัวผมเองได้ไปดูที่สนามกอล์ฟก็มีการทำสัญญาณไฟกั้นผ่าน แต่พวกนี้ เป็นแค่ชั่วคราวครับ ถ้าเกิดจะมีการดำเนินการที่จริงจังมากกว่านี้ก็จริง ๆ สามารถทำได้ ดังนั้นวันนี้แนวทางการใช้ประโยชน์พื้นที่ของสนามกอล์ฟ ผมอยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรี ก่อนว่าสุดท้ายตอนนี้ ณ ขณะนี้ กองทัพอากาศในฐานะที่ผมเป็นลูกทัพฟ้าเหมือนกัน ผมอยากจะรู้ครับ เพราะว่าก็มีส่วนได้เสียของสนามแห่งนี้ ผมก็อยากจะทำให้ดีก็ต้อง Balance ทั้ง ๒ ข้าง ทั้งผลประโยชน์เศรษฐกิจชาติหรือว่าการรักษาผลประโยชน์ของ กองทัพอากาศ ทั้งสองท่านรัฐมนตรีจะเอาอย่างไรดีครับเรื่องสนามกอล์ฟตอนนี้ แล้วเดี๋ยวผม จะมีคำถามที่ ๒ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามแรกครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ กระผม พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจากท่าน นายกรัฐมนตรีให้มาเป็นผู้ตอบกระทู้ถามในวันนี้นะครับ แล้วผมต้องขอกราบขอบพระคุณ สภาที่อนุญาตเลื่อนให้ผมขึ้นมาชี้แจงในเวลานี้ได้ เพราะว่าผมติดภารกิจตอนบ่ายที่จังหวัด เชียงราย แต่ผมเห็นว่าการตอบกระทู้ถามมีความสำคัญจึงขออนุญาตที่จะเลื่อนขึ้นมาตอบ ในตอนเช้านะครับ สำหรับกระทู้ถามที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้ถามมานั้น ผมขออนุญาตเรียนว่า คือต้องขอความกรุณาทุกฝ่ายที่จะต้องพิจารณาเรื่องนี้ด้วยความรอบคอบ เป็นธรรม ตามเหตุ ตามผล ตามหลักฐานข้อมูลข้อเท็จจริงให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ ICAO ซึ่งมีหน้าที่ ควบคุมมาตรฐานด้านการบินทั่วโลกให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ประกอบกับระบบการดูแล ด้านการบินของประเทศไทยอย่างถูกต้อง อย่างแท้จริงนะครับ จากกระทู้ถามของ ท่านสมาชิกมีการตั้งประเด็นซึ่งเป็นเหตุให้พิจารณาเรื่องนี้อยู่ ๓-๔ ประเด็น ซึ่งกระผมใคร่ ขอกราบเรียนข้อเท็จจริงผ่านท่านประธานไปยังท่านสมาชิก ตลอดจนพี่น้องประชาชน ได้กรุณารับทราบและพิจารณาไปพร้อมกันดังนี้นะครับ🔗
ประการแรก ที่ท่านสมาชิกตั้งประเด็นว่าสนามบินดอนเมืองจะต้องมีพื้นที่ ปลอดภัยรอบทางวิ่ง โดยมีความกว้างด้านข้างของทางวิ่งเป็นระยะ ๑๔๐ เมตร วัดจากแนว เส้นกึ่งกลางของทางวิ่งออกไปแต่ละด้านนั้น ข้อเท็จจริงนี้องค์การการบินพลเรือนระหว่าง ประเทศหรือ ICAO ได้กำหนดเอาไว้ในภาคผนวก ๑๔ แห่งอนุสัญญาชิคาโก ซึ่งเป็นความ ตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีความผูกพันที่จะต้องปฏิบัติตาม อย่างไรก็ตามองค์การ การบินพลเรือนระหว่างประเทศได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าภาคผนวก ๑๔ นี้เป็นหลักเกณฑ์ สำหรับการก่อสร้างสนามบินใหม่นะครับ ภายหลังจากที่มีข้อกำหนดดังกล่าวเกิดขึ้นแล้วแต่ สำหรับสนามบินที่ได้ก่อสร้างไว้ก่อนที่จะมีข้อกำหนดนี้ อย่างเช่น สนามบินดอนเมือง ที่ก่อสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ๒๔๕๗ และปรับปรุงพัฒนาครั้งใหญ่ราว พ.ศ. ๒๔๙๑ ลักษณะเช่นนี้ เอกสารขั้นตอนการให้บริการเดินอากาศของ ICAO เรื่องสนามบินหรือที่เรียกว่า Doc 9981 นะครับ บอกว่าภาคผนวกที่ ๑๔ สามารถได้รับการยกเว้นผ่อนผันได้ตามความเหมาะสม ก็คือสรุปว่า กฎเกณฑ์ ๑๔๐ เมตร บังคับใช้สนามบินที่จะสร้างหลังข้อกำหนดนี้ ดังนั้นดอนเมืองจึงได้รับ การยกเว้นและผ่านการตรวจจาก ICAO ว่าได้มาตรฐาน ในการตรวจของ ICAO และหน่วยงาน กำกับมาตรฐาน สำหรับการพิจารณาขนาดหรือระยะของพื้นที่ปลอดภัยรอบทางวิ่งนั้น เอกสารขั้นตอนการให้บริการเดินอากาศขององค์กรการบินระหว่างประเทศเรื่องสนามบิน หรือ Doc 9981 ระบุว่าให้คำนึงถึงประวัติของเหตุการณ์ที่เครื่องบินออกนอกทางวิ่ง คำนึงถึง ค่าความเสียดทานของผิวทางวิ่ง คำนึงถึงระบบเครื่องช่วยเดินอากาศที่ติดตั้ง ประกอบกับ รายงานอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นและอื่น ๆ อีกหลายปัจจัยมาประกอบการพิจารณาด้วย นอกจากนี้ ข้อมูลในเอกสารแถลงข่าวการบินโดยการบินแห่งประเทศไทยหรือ CAAT ได้ประกาศ ขนาดของพื้นที่ปลอดภัยรอบทางวิ่งของทางวิ่งด้านตะวันออกหรือทางวิ่งด้านฝั่ง กองทัพอากาศของสนามบินดอนเมืองไว้เพียงข้างละ ๘๐ เมตร รวม ๒ ด้าน เป็นระยะ ความกว้าง ๑๖๐ เมตรและใช้ค่านี้มาจนกระทั่งปัจจุบัน สามารถเปิดให้บริการสาธารณะ ได้อย่างปลอดภัย🔗
ประการที่ ๒ ท่านสมาชิกตั้งประเด็นว่าสนามกอล์ฟกานตรัตน์เป็นอุปสรรค ในการดำเนินการตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศหรือ ICAO นั้น ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงว่า สภาพการดำรงอยู่ของสนามกอล์ฟกานตรัตน์กับสนามบิน ดอนเมืองนั้นผ่านการตรวจสอบมาตรฐานตามหลักเกณฑ์ตามมาตรฐานสากลแล้ว ทั้งจาก หน่วยงานภายในประเทศ ซึ่งได้แก่ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย โดยได้มอบ ใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะให้แก่สนามบินดอนเมือง ซึ่งเป็นเครื่องหมาย ที่แสดงว่าสนามบินดอนเมืองมีความสอดคล้องกับมาตรฐานสากล มีความปลอดภัย ที่เพียงพอในการเปิดให้บริการสาธารณะได้ นอกจากองค์กรกำกับการดูแลด้านการบิน ภายในประเทศแล้ว สนามบินดอนเมืองและสนามกอล์ฟกานตรัตน์ยังผ่านการตรวจสอบ ด้านการรักษาความปลอดภัยสากลโดยวิธีการเฝ้าตรวจตราอย่างต่อเนื่องโดยตรงจาก ICAO ซึ่งผลปรากฏว่าไม่พบข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญแต่ประการใด ย่อมหมายความว่าสนามกอล์ฟ กานตรัตน์ไม่เป็นอุปสรรคในการดำเนินการตามมาตรฐานขององค์กรการบินระหว่างประเทศ หรือ ICAO จึงขออนุญาตกราบเรียนย้ำตรงนี้ด้วยครับ🔗
ประการที่ ๓ ท่านสมาชิกได้ตั้งประเด็นว่าการย้ายแนวรางระบายน้ำ ก็สามารถย้ายออกไปได้เพียง ๑๐๕ เมตร ไม่สามารถย้ายออกไปที่ระยะ ๑๔๐ เมตรได้ ตามมาตรฐานเพราะติดสนามกอล์ฟนั้น กระผมขออนุญาตเรียนชี้แจงว่า การย้ายแนวราง ระบายน้ำนี้ท่าอากาศยานดอนเมืองกับกองทัพอากาศได้ร่วมกันพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของ ICAO ที่เป็นปัจจุบัน เกี่ยวกับการปรับระดับพื้นที่ปลอดภัยรอบทางวิ่งภายในระยะ ๑๐๕ เมตรที่จะต้องมีพื้นผิวราบเรียบปราศจากร่องหลุมหรือคูคันต่าง ๆ สำหรับรองรับ เครื่องบินกรณีออกนอกทางวิ่งซึ่งถูกต้องตามที่มาตรฐานกำหนดแล้ว ปัจจุบันก็อยู่ในระหว่าง ดำเนินการ เพราะฉะนั้นก็คือ ๑๐๕ เมตร ก็เป็นไปตามมาตรฐานที่ ICAO กำหนดครับ🔗
นอกจากนี้แล้วการดำเนินงานของสนามบินดอนเมืองยังต้องคำนึงถึงรายงาน การศึกษาแนวทางการพัฒนาสนามบินของประเทศไทยจากองค์กรที่เชี่ยวชาญด้านการบิน อย่างสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ IATA หรือที่ผมจะเรียนต่อไปว่า IATA ที่ได้เคยศึกษาสรุปไว้ว่าให้ลดปริมาณการจราจรทางอากาศของสนามบินดอนเมืองลงด้วย เหตุผลด้านความปลอดภัยในการใช้ห้วงอากาศ เนื่องจากเกิดจุดตัดกันของเส้นทางบินจาก สนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิที่เปิดใช้งานพร้อมกัน ท่านประธานครับ นอกจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศหรือ IATA แล้วองค์การการบินพลเรือน ระหว่างประเทศ ICAO ยังได้ศึกษาในเรื่องเดียวกันนี้แล้วได้ข้อสรุปยืนยันเช่นเดียวกันว่าให้ ลดปริมาณการจราจรทางอากาศของสนามบินดอนเมืองลงด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย และเกิดรบกวนการใช้ห้วงอากาศระหว่าง ๒ สนามบิน ทำให้การจัดการจราจรทางอากาศ ไม่เต็มประสิทธิภาพ🔗
ท่านประธานครับ สนามบินดอนเมืองนั้นในอีกบทบาทหนึ่งยังคงเป็น สนามบินทหารที่เป็นมาตั้งแต่เริ่มแรกที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารต้องปฏิบัติตามกฎหมาย อีกฉบับหนึ่ง ซึ่งก็คือพระราชบัญญัติว่าด้วยเขตปลอดภัยในราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๗๘ ในการควบคุมพื้นที่เพื่อรักษาความปลอดภัยสำหรับวางแผนป้องกันภัยทางอากาศ และรักษา ความปลอดภัยให้แก่บุคคลสำคัญที่มาใช้ท่าอากาศยานทหาร ได้แก่ ผู้นำของรัฐต่างประเทศ จากการประชุม APEC ครั้งที่ผ่านมานะครับ รองรับภารกิจช่วยเหลืออพยพประชาชนคนไทย ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือทางทหารที่สำคัญ รวมถึงภารกิจการบินของหน่วยงาน ราชการอื่น ๆ เป็นต้น ท่านประธานครับ การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ฐานทัพอากาศดอนเมือง นั้นต้องจัดสรรแบ่งปันให้ทั้งภาคพลเรือนใช้ประกอบการบินเป็นสนามบินพาณิชย์นะครับ ในขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงภารกิจทางทหาร โดยเฉพาะการป้องกันภัยทางอากาศและการ รักษาความปลอดภัยให้แก่เที่ยวบินของบุคคลสำคัญที่มาเยือนประเทศไทยด้วย จึงเป็นการ ใช้ประโยชน์ร่วมกันและต้องมองหาจุดสมดุลของประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ่ายที่ประสานกันอย่าง ลงตัว เจ้าหน้าที่ทางทหารก็ต้องวางแผนระบบป้องกันภัยทางอากาศ เพราะสนามบิน ดอนเมืองเป็นเป้าหมายที่สำคัญทางยุทธศาสตร์จำเป็นต้องมีพื้นที่การติดตั้งระบบยุทโธปกรณ์ ต่าง ๆ และต้องมีการซ่อนพรางจากการตรวจการณ์และโจมตีทางอากาศให้กลมกลืน กับสภาพภูมิประเทศด้วย ทั้งนี้เป็นไปตามมาตรฐานในกองทัพอากาศทุกประเทศนะครับ ๔ เที่ยวบิน ลงทุนแบบน้อยที่สุดเลย ๕๐๐ ล้านบาท ได้ ๔ เที่ยวบินต่อชั่วโมง IRR ๓๗.๘๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ดีนี่คืนทุนใช้ระยะเวลาเท่าไรกรรมาธิการศึกษามาหมดแล้ว อยากให้ท่าน รัฐมนตรีทำการบ้านนิดหนึ่ง อย่าเพิ่งฟังทางกองทัพอากาศให้ข้อมูลอย่างเดียว🔗
อีกเรื่องหนึ่ง นอกจากนี้ที่เป็นประเด็นเลยก็คือว่าทางรัฐบาลเดิม ท่านอดีต นายก ขออภัยที่เอ่ยนามแต่ไม่เสียหาย ผมชื่นชมท่านเศรษฐาก็ขานรับเลย ผมดูข่าวจาก วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ นี่ผ่านมากี่เดือนเองครับ ท่านรัฐบาลลืมไปหมดแล้วหรือครับ คือท่านนายกเรียก ผบ.ทอ. ไปคุย บอกว่าเรื่องสวัสดิการทหารชั้นผู้น้อยแล้วทางออกในการ คืนสนามกอล์ฟ ซึ่งก็เป็นที่มาของการที่มีข่าวว่ากองทัพอากาศก็ตั้ง Pop up ตัวเลขสำหรับ ที่จะชดเชยเยียวยาของสนามกอล์ฟแห่งนี้กรณีถ้ามีการย้าย ตัวเลขอยู่ที่ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็เลยอยากจะรู้ อยากจะทราบ อยากจะติดตามว่าจะนับ ๑ ย้ายสนามงู ตอนนี้วนกลับไป ที่ ๐ อีกแล้ว เพราะผมฟังท่านรัฐมนตรีตอบกลับไปนับ ๐ เหมือนเดิมจุดเริ่มต้นเลย นับถอย หลังไม่ได้พาเดินหน้าเลย ฝากด้วยนะครับอยากจะรู้จริง ๆ ว่าสุดท้ายนี้ท่านจะไม่ปฏิรูป กองทัพแล้วใช่ไหม เรื่องของการจัดการที่ดินต่าง ๆ เอาสนามงูที่แทบจะมีผลประโยชน์ ตอบแทนทางเศรษฐกิจน้อยมาก ถ้าเทียบกับการคืนให้กับการท่าอากาศยานได้บริหารจัดการ แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องดูแลเยียวยาคนที่ทำงาน คนที่อยู่ตรงนั้นจะหาทางย้ายไป ที่ไหน ตรงไหน แล้วเมื่อสักครู่นี้ท่านก็อ้างมาบอกว่า เขาเรียกอะไรใช้พื้นที่ของกองทัพอากาศ จริง ๆ แล้วท่านไปใช้ที่สระบุรีก็ได้ตรงนี้เป็นเขตเมือง เพราะตรงนี้ก็เชื่อมโยงกัน ๒ สนามกอล์ฟ ท่านไม่ต้องกลัวหรอกครับว่าถ้าคืนสนามงูเดี๋ยวสนามธูปะเตมีย์จะต้องจัดการด้วย ซึ่งถ้าคิดถึง ผลประโยชน์ของประเทศชาติ จังหวัดปทุมธานีผมทราบมาจาก สส. เชตวัน เตือประโคน ไม่มี พื้นที่สาธารณะ มีก็น้อยมาก ถ้าท่านจะทำประโยชน์เพื่อคนปทุมธานีท่านก็เพิ่มได้ ว่าเพิ่ม พื้นที่สาธารณะ ไม่ต้อง ๖๐๐ ไร่ ๕๐๐ ไร่ ๑๐๐ ไร่ ประชาชนก็ยินดีแล้วเป็นพื้นที่สาธารณะ ให้กับพวกเขา เหมือนกันเฉกเช่นเดียวกันครับ การคืนสนามงูนอกจากให้ความปลอดภัยแล้ว ก็ยังให้โอกาสทางเศรษฐกิจกับประเทศชาติเพิ่มขึ้นด้วย ท่านยังให้ความสำคัญเรื่องนี้ไหม ผมอยากฟังท่านรัฐมนตรีตอบ สรุปท่านไม่เดินหน้าแล้วย้อนกลับไป ๐ เท่ากับว่าเสียเวลา รัฐบาลที่ผ่านมาที่นายกเศรษฐาไปคุยเปลือง เสียเวลา ไม่ได้โอกาส ไม่ได้เริ่มต้นอะไรเลย ผมทราบว่ามีการพูดคุยกัน ๓ ฝ่ายผ่านมาแล้ว ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีจะพากลับไปเริ่มนับ ๐ หรือครับ ผมอยากทราบครับว่าจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ ใช่ไหม ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ ผมต้องขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่ได้ซักถามนะครับ จริง ๆ ผมขออนุญาตยืนยันว่ามิได้ถอยหลังนะครับ เพียงแต่ว่า รอการศึกษาอย่างรอบคอบและรอบด้าน ในกรณีที่เรื่องการพูดว่าค่าตอบแทนทาง เศรษฐศาสตร์มีค่าสูงขึ้นนั้น แต่ขณะเดียวกันในเมื่อกองทัพอากาศชี้แจงมาว่าทาง ICAO และ IATA แนะนำว่าให้ลดปริมาณเที่ยวบินลง ซึ่งทางรัฐบาลหรือว่าทางกระทรวงกลาโหม เองก็ต้องฟังทางด้านกองทัพอากาศ คือท่านถามว่าผมไปอยู่ไหนมา จริง ๆ แล้วผมก็อยู่ใน กระทรวงกลาโหมมาตลอดแล้วก็ได้รับฟังในเรื่องนี้มาโดยต่อเนื่องนะครับ แล้วผมมีความ มั่นใจว่ากองทัพอากาศเป็นสถาบัน ๆ หนึ่งที่มีความรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องการจราจร ทางอากาศ มีความรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องน่านฟ้า เป็นองค์กรหนึ่งเลยในประเทศไทย ที่เชื่อถือได้ สมควรที่จะต้องรับฟังด้วย ในเมื่อกองทัพอากาศยืนยันมาอย่างนี้ ทางกระทรวงกลาโหมเองก็ต้องรับฟัง แล้วกรณีซึ่งกองทัพอากาศได้ถามมาว่าแล้วทำไม แทนที่จะไปเพิ่มที่สนามบินสุวรรณภูมิกลับมาเพิ่มสนามบินดอนเมือง ซึ่งทั้ง ๆ ที่ IATA และ ICAO ให้ลดปริมาณเที่ยวบินลง ตรงนี้กระทรวงกลาโหมเองก็รับฟัง มิได้ว่าต้องเชื่ออย่างเดียว แต่ก็รับฟังด้วยเหตุด้วยผล แล้วเกี่ยวกับที่ดินกองทัพ ผมขออนุญาต กราบเรียนได้เลยนะครับว่า กระทรวงกลาโหมมีนโยบายในการที่จะนำที่ดินกองทัพที่ไม่ได้ใช้ ประโยชน์หรือเกินความจำเป็นมาให้ประชาชนได้ใช้ ทีนี้ในกรณีสนามกอล์ฟกานตรัตน์ ในเมื่อกองทัพอากาศยืนยันว่ายังมีความจำเป็นและมีเหตุผลประกอบ กระทรวงกลาโหมก็คง ต้องรับฟัง อันนี้ต้องกราบขอความกรุณาทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติด้วยนะครับ แล้วก็ การย้ายสนามบิน การย้ายท่าอากาศยานทหาร หรือการย้ายสนามกอล์ฟก็ตาม จำเป็นต้องใช้ งบประมาณ เพราะฉะนั้นทางกระทรวงกลาโหมเองมองว่าอยากให้มีการศึกษาให้รอบด้าน และรอบคอบสามารถตอบได้ทุกฝ่าย มิใช่ว่าย้ายไปโดยที่ฟังฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแล้วหลังจากนั้น แล้วปรากฏว่าผลการดำเนินการไม่คุ้มค่าจะทำให้สูญเสียงบประมาณไปโดยใช่เหตุ ตรงนี้ ทางกระทรวงกลาโหมเองหรือรัฐบาลเองก็คำนึงในเรื่องนี้ด้วย อันนี้ต้องกราบขอความกรุณา ขออนุญาตกราบชี้แจงครับ🔗
ท่านประธานขออนุญาต ต่อเนื่องอีกนิดเดียวครับท่านประธาน ท่านประธานอนุญาตนะครับ🔗
สั้น ๆ นะครับ🔗
สั้น ๆ ครับ คือผมฟังแล้ว ก็ไม่สบายใจอยู่ดีครับท่านประธาน คือเอาแค่เรื่องมูลค่าที่ดินก็ได้ครับ ท่านรัฐมนตรีบอกว่า จะต้องศึกษาให้รอบด้าน ผมได้ชี้แจงนะครับท่านประธาน คือว่าเรามีการตั้งกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณา แล้วข้อมูลต่าง ๆ ผมไม่ได้อิ่มทิพย์มาจากไหนนะครับ ผมนำมาจากข้อมูล การถ่ายโอนธุรกิจกองทัพในกรรมาธิการในสภาแห่งนี้ล่ะครับที่ตั้งเวทีศึกษาขึ้นมา แล้วพบว่า ซึ่งก็มาจากหน่วยงานราชการ ไม่ว่าจะเป็น AOT หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรรมาธิการก็เรียกมา สอบถามชี้แจงหมด ลงไปดูหน้างาน ตัวผมก็ติดตามไปดูนะครับ ดังนั้นผมยืนยัน ผมอยาก ขอให้ท่านยืนยันอีกนิดหนึ่งว่าสุดท้ายนี้ เรื่องท่าอากาศยานของกองทัพไม่ต้องก็ได้ สนามงู นี่นะครับ สนามงูสรุปว่าท่านยังจะดำเนินนโยบายอยู่ไหมท่านตอบไม่ชัดเจนเลยครับ คือแนวทางจะย้าย โอเค ย้ายจะได้เข้าใจ ไม่ย้าย ไม่ทำแล้ว อยากให้ท่านตอบเลย นี่คือเหตุผลที่ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบเอง เพราะแน่นอนว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหมท่านก็ต้องปกป้องกองทัพอากาศเพราะว่าท่านก็ต้องเป็นรัฐมนตรีที่ มาจากทหาร ท่านก็ต้องบอกอยู่แล้วว่ากองทัพอากาศเรามีความจำเป็นจะต้องใช้ ไม่มีคนกลางรับผิดชอบอย่างไรครับ นี่ล่ะครับถึงไม่อยากให้นายกรัฐมนตรีปัดความ รับผิดชอบ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านรัฐมนตรีครับ เชิญครับ🔗
ก็ตามที่ได้กราบเรียนไปเมื่อสักครู่นะครับ ท่านประธานครับ ก็คืออยากให้มีการศึกษา อย่างรอบคอบและรอบด้าน จริง ๆ แล้วก็ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้พูดมานะครับ ก็เป็นไปตามนั้น แต่ในระดับกระทรวงหรือระดับรัฐบาลแค่ประเด็นที่กองทัพอากาศเสนอมา ว่าในเมื่อ IATA กับ ICAO เสนอให้ลดปริมาณเที่ยวบินลงแต่ทำไมยังมีข้อเสนอว่าจะขอให้ เพิ่มปริมาณเที่ยวบินที่สนามบินดอนเมืองขึ้น ตรงนี้เราก็ต้องตอบกองทัพอากาศให้ได้ แล้วก็ในขณะเดียวกันผมได้กราบเรียนไปแล้วนะครับว่าการที่รัฐบาลจะใช้งบประมาณในการ ดำเนินการจะต้องมีเหตุผล มีคำตอบที่ชัดเจน แต่ตรงนี้ก็คือขอให้ท่านสบายใจนะครับว่า อย่างไรก็ตามถ้าผลการศึกษาออกมาแล้วว่าสนามกอล์ฟกานตรัตน์ต้องย้ายออก ทางกองทัพอากาศก็พร้อมที่จะย้ายออกทันทีครับ สำหรับเรื่องที่ผมมาประชุมวันนี้ ผมมาชี้แจงวันนี้ไม่ใช่มาชี้แจงในนามรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเท่านั้นนะครับ ไม่ได้มาชี้แจงในนามกระทรวงกลาโหม ก่อนมาชี้แจงท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายแล้ว ผมได้กราบเรียนว่าผมจะมาชี้แจงอย่างไร แล้วนอกจากนั้นผมได้พูดคุยกับกระทรวงคมนาคม ด้วยในฐานะที่รับผิดชอบว่าผมจะมาชี้แจงอย่างนี้ ทางกระทรวงคมนาคมก็รับทราบแล้วก็ ไม่ขัดข้อง เพราะว่ามันก็เป็นเรื่องจริงที่ว่าเราอยู่ระหว่างการศึกษา อันนี้ต้องกราบขออภัย ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติด้วยนะครับที่ไม่สามารถรับคำตอบที่ท่านพอใจ แต่มันเป็นไปตาม ขั้นตอนครับ เพราะว่าถ้าไม่ทำตามขั้นตอนแล้วในที่สุดแล้วความเสียหายที่เกิดขึ้น รัฐบาล หรือว่ากระทรวงกลาโหมเองก็ต้องรับผิดชอบด้วย กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เป็นอันจบกระทู้ถามที่ ๑. ต่อไปครับ🔗
๒. เรื่อง การบริหารจัดการน้ำบริเวณลำน้ำเสียวใหญ่ นายชัชวาล แพทยาไทย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ขอเชิญผู้ตั้งกระทู้ครับ ท่านชัชวาล แพทยาไทย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๗ พรรค ไทยสร้างไทย ลูกอีสาน ดินแดนทุ่งกุลาฮ้องไห้ เกษตรวิสัย ปทุมรัตต์ เมืองสรวงครับ ท่านประธานครับ ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี อัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้ให้ความสนใจกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน เดินทางมาตอบกระทู้ในครั้งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ กระทู้ถามในวันนี้ มีความเกี่ยวข้องกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ พื้นที่ทุ่งกุลา ร้องไห้ถือเป็นพื้นที่เพาะปลูกข้าวหอมมะลิที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย ได้รับเครื่องหมาย รับรองคุณภาพ เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือสินค้า GI ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ และใน ปี ๒๕๖๕ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ได้รับรองสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จากสหภาพยุโรป เป็นที่ยอมรับในระดับสากล แต่ท่านประธานครับ ในขณะที่ทั่วโลกกำลังต้องการข้าว หอมมะลิไทย แต่ในปัจจุบันเมื่อมองดูผู้ผลิตซึ่งเป็นเกษตรกรรายเล็กกำลังประสบปัญหา ผมเองได้เคยอภิปรายในสภาแห่งนี้หลายต่อหลายครั้งครับว่าพี่น้องชาวนายังไม่สามารถ มีชีวิตที่ดีขึ้นจากการทำนา จนมีคำกล่าวที่ว่า ทำนาปรังมีแต่ซังกับหนี้ ทำนาปีมีแต่หนี้กับซัง ปัจจัยการผลิตที่ไม่เพียบพร้อม ดินไม่ดี น้ำไม่ถึง เมล็ดพันธุ์ที่ไม่สมบูรณ์ ต้นทุนการผลิตที่สูง ปุ๋ยแพง น้ำมันแพง ค่าแรงแพง ราคาผลผลิตที่ไม่มีเสถียรภาพไม่สอดคล้องกับต้นทุน หากมองไปยังปัจจัยการผลิตซึ่งเป็นด่านแรกของการเพาะปลูกโดยเฉพาะเรื่องน้ำ พี่น้อง ชาวทุ่งกุลาร้องไห้ครับท่านประธาน มีลำน้ำที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่สำคัญในการ ชุบเลี้ยงชาวนาในเขตพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้มาอย่างช้านานนั่นก็คือลำเสียวใหญ่ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ลำเสียวใหญ่ถือเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญที่สุดของพื้นที่เพาะปลูกข้าวทุ่งกุลาร้องไห้ มีพื้นที่ลุ่มน้ำ ๒,๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ครอบคลุม ๘ อำเภอ ๓ จังหวัด ความยาวตลอดลำน้ำ ๒๔๕ กิโลเมตร อยู่บริเวณทิศเหนือของพื้นที่ทุ่งกุลา ปี ๒๕๔๔ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศกำหนดให้ลำน้ำเสียวใหญ่เป็นทางน้ำชลประทานประเภทที่ ๔ ปัญหาที่สำคัญของ ลำเสียวใหญ่นั่นก็คือเมื่อถึงฤดูแล้งน้ำจะขาดแคลนเพราะไม่มีแหล่งน้ำต้นทุน และเมื่อถึงฤดู น้ำหลากน้ำจะหลากท่วมล้นคันคูเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะบริเวณอำเภอปทุมรัตต์ อำเภอเกษตรวิสัย และอำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากบ่อยครั้ง โดยมีปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมอยู่ ๒ ปัจจัยด้วยกัน ดังนี้ครับ🔗
ปัจจัยทางด้านภูมิศาสตร์ มีความลาดชันของพื้นที่ที่ต่ำ ส่งผลให้อัตราการไหล ของน้ำนั้นช้าไม่สะดวก เมื่อมีมวลน้ำมหาศาลไหลเข้าสู่พื้นที่ดังกล่าวก็มักจะเกิดการเอ่อล้น เข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและพื้นที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชนอยู่บ่อยครั้ง🔗
ขอดูสไลด์หน่อยครับ สไลด์นี้จะแสดง ให้เห็นถึงค่าระดับความลาดชันในระยะต่าง ๆ ของลำเสียวใหญ่ครับท่านประธาน จุดกิโลเมตรที่ ๐ ถึงกิโลเมตรที่ ๕๐ ระดับความลาดชันต่างกันถึง ๓๕ เมตร กิโลเมตรที่ ๕๐ ถึงกิโลเมตรที่ ๑๐๐ ความลาดชันต่างกัน ๘ เมตร กิโลเมตรที่ ๑๐๐ ถึงกิโลเมตรที่ ๑๕๐ มีความลาดชันเพียง ๒ เมตรเท่านั้นเอง นี่แสดงให้เห็นว่าจุดระดับพื้นน้ำลำเสียวใหญ่มักมี ปัญหาเอ่อท่วมในจุดที่ Slope ต่ำ ถ้าตามกราฟนี้จะอยู่ที่ฝายบ้านกู่กาสิงห์ ฝายบ้าน หนองเบ็ญ ประตูน้ำกู่กาสิงห์ เมืองบัว มักจะได้รับผลกระทบน้ำเอ่อล้นอยู่ตลอด ที่เห็นได้ชัด ท่านประธานครับในช่วงปีที่ผ่านมา อ่างเก็บน้ำห้วยเชียงคำในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำเสียวใหญ่ พนังกั้นน้ำแตก มวลน้ำมหาศาล ๖ ล้านลูกบาศก์เมตรทะลักลงสู่ลำเสียวใหญ่ครับ นาล่ม เสียหายกว่า ๑๒,๐๐๐ ไร่ พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนจนถึงปัจจุบัน ท่านประธาน ผ่านมาแล้ว ๖ เดือน พี่น้องเกษตรกรชาวนาในเขตน้ำท่วมที่ผ่านการสำรวจความเสียหาย ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐบาลแต่ประการใด ๒. เกิดจากปัจจัยทาง สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ในตลอดระยะช่วงเวลาที่ผ่านมาเราปฏิเสธไม่ได้ว่า ลำน้ำมีการสะสมตะกอนส่งผลให้บางพื้นที่มีความตื้นเขิน ความจุในการกักเก็บน้ำลดลง เมื่อมีมวลน้ำมหาศาลเกินศักยภาพน้ำก็ต้องล้นตลิ่งและท่วมพื้นที่รอบข้าง ซึ่งเป็นพื้นที่ เพาะปลูกและพื้นที่อยู่อาศัย ความเสียหายที่เกิดขึ้นในทุก ๆ ปีเช่นนี้ ส่งผลทำให้พี่น้องชาวนา ขาดกำลังใจ ท่านประธานเราไม่อาจสั่งฟ้า สั่งธรรมชาติได้ครับท่านประธาน แต่ผมเชื่อว่า เราสามารถอยู่กับธรรมชาติได้ดีกว่านี้ เมื่อเกิดน้ำท่วมรัฐบาลควรบริหารจัดการให้ทันท่วงที ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนรอไม่ได้ครับ ที่สำคัญในระยะยาวควรมีมาตรการในการ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำเสียวใหญ่ให้หมดไปเสียที เมื่อคราวท่านนายกเศรษฐา ทวีสิน ขออนุญาตที่เอ่ยนามครับ ท่านลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ท่านกล่าวตอนหนึ่งครับว่า ผมเป็นนายก ร้อยเอ็ดต้องไม่มีท่วม ไม่มีแล้ง ในวันนี้ผมจึงได้แต่หวังภาวนาครับว่าในปีหน้านี้ แม้จะอยู่ในรัฐบาลของท่านนายกแพทองธาร ท่านจะสานต่อเจตนารมณ์ของท่านนายก เศรษฐา เร่งดำเนินการทำให้ทุ่งกุลาร้องไห้ไม่มีท่วม ไม่มีแล้ง วันนี้ผมจึงขอตั้งกระทู้ผ่าน ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเป็นการสร้าง สัญญาประชาคมครับ ระหว่างผมซึ่งเป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชนกับท่านรัฐมนตรี ผู้เป็นตัวแทนรัฐบาลว่า กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีแนวทางในการแก้ไข ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำเสียวใหญ่อย่างไร และการจ่ายเงินเยียวยาพี่น้องเกษตรกร ในพื้นที่น้ำท่วมฤดูกาลผลิตที่ผ่านมา ๒๕๖๗/๒๕๖๘ จะได้รับหรือไม่ และจะได้รับเมื่อไร เป็นคำถามที่ ๑ ครับท่านประธาน🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน พี่น้องประชาชนที่รับชม การถ่ายทอดจากสถานีโทรทัศน์รัฐสภานะครับ ก่อนที่จะตอบกระทู้นี้ต้องชื่นชมท่านสมาชิก ท่านชัชวาล ผมนั่งฟังข้อมูลที่ผมเตรียมมากลายเป็นว่าท่านทำมาหมดแล้วนะครับ ต้องชื่นชมพี่น้องจังหวัดร้อยเอ็ดในเขตท่านที่ได้เลือกผู้แทนขึ้นมาเป็นกระบอกเสียง แล้วก็ ใช้สภาแห่งนี้สะท้อนปัญหานะครับ วันนี้ผมอัครา พรหมเผ่า ได้รับมอบหมายจากท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ให้มาตอบกระทู้ ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านชัชวาลได้ให้เกียรติถามแทนพี่น้องที่อาศัยอยู่ลุ่มน้ำเสียวใหญ่ ที่ไหลพาดผ่านทั้ง ๓ จังหวัดนะครับ ประเด็นปัญหาของพี่น้องที่อาศัยอยู่ลุ่มน้ำเสียวใหญ่ แล้วพี่น้องเกษตรกรที่ใช้ต้นทุนน้ำจากลำน้ำเสียวใหญ่ในการทำทั้งอุปโภคบริโภค ทำภาคการเกษตร ปัญหาที่เจอกันไม่ใช่แค่ที่ร้อยเอ็ด ที่บ้านเกิดผมที่พะเยาก็มี ปัญหาเหมือนกัน โดยเฉพาะปีนี้ที่ทั่วโลกเราได้รับผลกระทบจาก Climate Change การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ปริมาณน้ำฝนตกเป็นหย่อม ๆ ที่เราเรียกว่า Rain Bomb ตกจุดเดิมนะครับ ตกซ้ำ ๆ ทำให้ปริมาณน้ำฝนสะสมเยอะก็ไหลลงสู่ลำน้ำ ทั้งลำน้ำสาขา ลำน้ำสายหลัก ที่รับน้ำ เสียวใหญ่ก็เหมือนกันนะครับ ตามสื่อมวลชนที่ออกข่าวไปที่พี่น้องประชาชนได้รับทราบกัน ไม่ว่าจะทางเหนือที่เชียงราย ที่พะเยา ที่เชียงใหม่ แล้วล่าสุดที่ภาคใต้นะครับ เมื่อวานนี้ ผมก็เดินทางไปที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปพร้อมท่านรัฐมนตรีว่าการ ไปพร้อมท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการอีกท่านหนึ่ง คือท่านอิทธิพร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ลงไปจังหวัดนครศรีธรรมราชเจอปัญหาเดียวกับท่านนะครับท่านชัชวาล เหมือนเขตพื้นที่ท่านเลยนะครับ ก็คือเวลาแล้งก็แล้งจริง ๆ เวลาท่วมก็ท่วมจริง ๆ ท่วมซ้ำซาก แล้งซ้ำซากทุกปี ๆ นะครับ แต่ว่าพื้นที่ของลำน้ำเสียวใหญ่จะต่างจากทางภาคใต้ ต่างจากทางภาคเหนือ ภาคเหนือเรามีภูเขา มีหุบเขาระหว่างสันเขาเรามีลำน้ำธรรมชาติ ที่ชลประทานสามารถที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง เพื่อเก็บกักน้ำไว้ ในการชะลอน้ำไม่ให้ไหลบ่ามาท่วมชุมชนแล้วก็เก็บกักน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง ที่ลำน้ำ เสียวใหญ่ชลประทานเราตระหนักถึงปัญหาดีแล้วก็มีวางแผนในการบริหารจัดการน้ำ อย่างเป็นระบบไว้นะครับ จากข้อมูลที่ท่านชัชวาลให้เมื่อสักครู่นี้ อยากจะย้อนถึงผลงานของ ชลประทานที่ได้วางแผนการบริหารจัดการน้ำไปแล้ว ซึ่งโครงการที่ชลประทานโดยกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ได้ทำไปทั้งหมด ๔๓ โครงการ ในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้ง ของลำน้ำเสียวใหญ่ ๔๓ โครงการก็จะประกอบไปด้วยอ่างขนาดกลาง ๑๐ แห่ง แก้มลิง ๖ แห่ง ฝายทดน้ำ ๒๖ แห่ง แล้วประตูระบายน้ำอีก ๑ แห่ง แต่ด้วยห้วงเวลาที่ชลประทาน ได้ดำเนินการไปมันเนิ่นนานทำให้ประตูระบายน้ำอาจจะเกิดการชำรุด ฝายชะลอน้ำที่สร้าง ไปนี้อาจจะมีการเสียหายเสื่อมโทรม แล้วอ่างเก็บน้ำที่ท่านขึ้น PowerPoint เมื่อสักครู่ ก็ได้รับความเสียหายนะครับ ชลประทานก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องของการแก้ปัญหาเรื่องน้ำ ท่วมเรามีมาตรการเร่งด่วนในปี ๒๕๖๘ แผนการงบประมาณทั้ง ๗ โครงการ กระผมเชื่อว่า ท่านชัชวาลน่าจะมีข้อมูลอยู่ ปี ๒๕๖๘ ก็จะดำเนินการแก้ไขนะครับ🔗
ในส่วนของลำน้ำเสียวใหญ่ที่มีปริมาณน้ำฝนสะสมทั้งปีเป็นพัน แต่เรารองรับ น้ำได้แค่ ๓๕ ล้านลูกบาศก์ ถามมาอีกก็ ๙๐๐ กว่าลูกบาศก์ไปไหน ถ้ามีภาวะฝนตกชุก หลาย ๆ วันติดต่อกัน ยิ่งภาวะ Rain Bomb นี้ ผมเชื่อแน่ว่าปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาบริเวณ ลำน้ำเสียวใหญ่นี้ต้องเกิน ๓๕ ล้านลูกบาศก์ แล้วก็ไหลล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชน เข้าท่วมพื้นที่ เกษตรกรรมเหมือนอย่างที่ท่านให้ข้อมูลเมื่อสักครู่ ทำให้พี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัด ทุก ๆ อำเภอที่อยู่รอบ ๆ ลุ่มน้ำเสียวใหญ่ได้รับผลกระทบนะครับ🔗
มาตรการเร่งด่วนที่ชลประทานวางไว้ก็คือลำน้ำเสียวใหญ่ที่เกิดการตื้นเขิน จากตะกอนดิน ตะกอนทรายที่ทับถมมาหลายปีจะไปทำการขุดลอก ไม่ว่าจะเป็นแผน ปี ๒๕๖๘ ปี ๒๕๖๙ ปี ๒๕๗๐ เราทำแผนล่วงหน้าไปเป็น ๑๐ ปี แต่ด้วยความยาวของ ลำน้ำเสียวใหญ่ที่ ๒๔๕ กิโลเมตร ใช่ไหมท่าน ที่ท่านให้ข้อมูลเมื่อสักครู่นี้ค่อนข้างจะยาว ก็ทำแบ่งเป็นทอด ๆ ทำไป ขุดลอกเสร็จฝายชะลอน้ำที่ชลประทานทำไว้ส่วนไหนที่ชำรุด เสียหายจะเร่งซ่อมแซม แล้วประตูระบายน้ำก็จะตั้งงบประมาณซ่อมใหม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่างที่ผมได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ว่าลำน้ำเสียวใหญ่นี่เราสามารถรองรับปริมาณ น้ำฝนได้แค่ ๓๕ ล้านลูกบาศก์นะครับ สิ่งที่เราจะต้องทำต่อไปคือทำอย่างไรให้ปริมาณน้ำฝน สะสมเป็นพันเก็บไว้ให้ได้มากที่สุด นั่นก็คือชลประทานมีนโยบายในการสำรวจพื้นที่ สาธารณะที่สามารถทำแก้มลิงได้นะครับ บรรจุเข้าไปในแผนเร่งด่วนแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วม เพิ่มปริมาณเก็บกักน้ำโดยขุดแก้มลิงเพิ่มตลอดลำน้ำเสียวใหญ่ ส่วนลำน้ำสาขา ๓ สาขาที่ไหล ลงสู่ลำน้ำเสียวใหญ่นี้ชลประทานได้สำรวจออกแบบการสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อเก็บกักน้ำไว้ เอาไว้ใช้หน้าแล้ง เวลาหน้าน้ำหลากก็ชะลอน้ำไม่ให้ทะลักลงสู่ลำน้ำเสียวใหญ่ ส่วนหนึ่งก็เป็น การดักตะกอนไว้ข้างบน ถ้าเรามีการขุดลอกเราจะขุดลอกลำน้ำสาขาก่อนก่อนที่จะขุดน้ำ เสียวใหญ่ นี่เป็นการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบที่จะทำ เมื่อชลประทานขุดแก้มลิงขนาดใหญ่ ดักน้ำไว้ตลอดลำน้ำ ๒๐๐ กว่ากิโลเมตรที่ท่านให้ข้อมูลมานะครับ นอกเขตพื้นที่ชลประทาน ก่อนที่ผมจะขึ้นมาตอบกระทู้ถามก็ได้หารือกับทางอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน หารือกับคณะ ผู้บริหาร หารือกับท่านอธิบดีกรมชลประทานให้ออกแบบการบริหารจัดการน้ำร่วมกัน เมื่อชลประทานมีการขุดลอกแก้มลิงขนาดใหญ่เสร็จแล้วดักน้ำในช่วงหน้าฝน กรมพัฒนา ที่ดินเคยมีนโยบายการขุดบ่อจิ๋วในที่ดินของพี่น้องเกษตรกร ผมก็ให้นโยบายทางกรมพัฒนา ที่ดินต่อว่าให้ไปสำรวจพื้นที่สาธารณะในเขตติดกับแปลงเพาะปลูกของพี่น้องเกษตรกร เพื่อจะทำจากบ่อจิ๋วที่เคยทำเป็นบ่อขนาดกลางเพื่อเก็บกักน้ำ ๑. น้ำที่ล้นตลิ่งหรือปริมาณ น้ำฝนที่สะสมจากลำน้ำเสียวใหญ่ผันลงแก้มลิง ถ้าแก้มลิงรับน้ำเกินปริมาตรก็จะกระจายน้ำ จากแก้มลิงเข้าสู่บ่อขนาดกลางของกรมพัฒนาที่ดิน แล้วก็ทำเหมือนไส้ไก่กระจายน้ำจาก บ่อขนาดกลางลงบ่อจิ๋ว นี่เป็นการแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมนะครับ ถามว่าน้ำแล้งเราบริหาร ทั้งระบบอย่างไร ก็นี่ล่ะครับแก้มลิงที่ชลประทานขุดไว้ จะออกแบบการกระจายน้ำโดยใช้ โซลาร์เซลล์ผันน้ำไปสู่บ่อขนาดกลางของกรมพัฒนาที่ดิน แล้วก็เอาให้กรมพัฒนาที่ดินบรรจุ ในเรื่องของโซลาร์เซลล์เข้าไปผันน้ำ กระจายน้ำจากบ่อขนาดกลางลงบ่อจิ๋ว และหน้าแล้ง ก็ใช้โซลาร์เซลล์กระจายน้ำจากบ่อจิ๋วสู่แปลงเกษตรกรรมของพี่น้องประชาชน ที่พะเยาที่ท่าน ประธานวิป ท่าน สส. วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ท่านพยายามจะผลักดันเรื่องของการกระจายบริหาร จัดการน้ำแล้วก็เป็นรูปธรรมมากขึ้นนะครับ ถ้าท่านมีโอกาสอยากจะเชิญท่านเข้าไปลอง เยี่ยมชมที่พะเยานะครับ มีอำเภอหนึ่งที่ผมเคยตอบกระทู้ท่านสมาชิกของจังหวัดเพชรบูรณ์ ในการบริหารจัดการน้ำก็ได้เชิญท่านเข้าไปดู ที่พะเยานี่ยกตัวอย่างที่อำเภอแม่ใจ แล้วก็ อำเภอเมืองนะครับ อุทยานดอยหลวงมีลำน้ำสาขาไหลลงสู่หนองเล็งทราย ไหลลงสู่ กว๊านพะเยา เราทำการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบนะครับ ทำฝายแกนซอยซีเมนต์ ทำฝาย แม้วดักไว้ข้างบน ดักตะกอนข้างบน แล้วก็ชะลอน้ำในช่วงหน้าฝนก่อนที่จะไหลลงหนอง เล็งทรายแล้วก็ระบายสู่กว๊านพะเยา ไหลลงสู่ลำน้ำอิง ไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่อำเภอเทิงเราทำ ทั้งระบบนะครับ ปีนี้ที่ได้รับผลกระทบทั่วประเทศจาก Rain Bomb นี่ ที่อำเภอแม่ใจไม่ได้รับ ผลกระทบเลยนะครับ อยากจะเชิญชวนท่านเข้าไปดูที่พะเยาว่าเราทำทั้งระบบอย่างไร นะครับ สำหรับแผนการบริหารจัดการน้ำของชลประทานเรามีหลายโครงการ ในงบประมาณ ปี ๒๕๖๘ ทั้งโครงการที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้ข้อมูลเมื่อสักครู่นะครับ ไม่ว่าจะเป็น การขุดลอกลำน้ำเตา การขุดลอกอ่างเก็บน้ำหนองบ่อใช่ไหมครับ ผมไม่ทราบว่าผม Lecture ถูกไหมครับ งบประมาณปี ๒๕๖๘ ฝากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้อง เกษตรกรที่ใช้น้ำจากลำน้ำเสียวใหญ่ว่าทางชลประทานได้บรรจุในงบประมาณปี ๒๕๖๘ แล้ว แล้วก็ปัญหาที่ท่านสะท้อนมาเมื่อสักครู่ในฐานะที่เป็นตัวแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ผมก็จะเอาประเด็นปัญหาที่ท่านตั้งกระทู้ถามมาทั้งหมดไปถอดบทเรียน แล้วก็ กำหนดเป็น Pilot โพรเจกต์เป็นโครงการนำร่องแก้ปัญหาอย่างถูกต้องทั้งระบบ แล้วก็ หลังจากที่ผมตอบกระทู้เสร็จ ผมได้ให้นโยบายทางผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะลงพื้นที่ไปสำรวจพื้นที่จริงที่ลำน้ำเสียวใหญ่ทั้ง ๓ จังหวัด ฝากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านชัชวาลช่วยประชาสัมพันธ์พี่น้องเกษตรกร พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบตอนที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีทั้ง ๓ ท่านลงไป อยากให้พี่น้องมาช่วยกันสะท้อน ปัญหาแล้วก็มาออกแบบการทำงานร่วมกันนะครับ เราบูรณาการร่วมกันเพื่อประโยชน์ของ พี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีมากนะครับ ท่านตอบได้ครอบคลุมแล้วก็ตอบไปถึงคำถามที่ ๒ ของท่านแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นในคำถามที่ ๒ ท่านก็กระชับนะครับ ท่านชัชวาลครับ🔗
ได้ครับ ท่านประธานครับ ผม กราบขอบพระคุณท่านประธานนะครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณคำตอบจากท่านรัฐมนตรี ที่ได้ให้ความกรุณาตอบคำถามถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นนะครับ แต่อยู่คู่กับพี่น้องชาวนาทุ่งกุลาร้องไห้ มายาวนาน ผมหวังว่าท่านจะดำเนินการตามที่ท่านได้ชี้แจง แต่ยังมีบางคำถามที่ท่าน รัฐมนตรียังไม่ได้ตอบ อย่างเช่นประเด็นเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม ถ้าท่านตอบได้ ก็รบกวนเป็นการตอบเสริมในคำถามที่ ๒ หน่อยก็ได้ครับ ท่านประธานครับ🔗
ท่านประธานครับ พื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้นี้นอกจากจะประสบปัญหาน้ำท่วม ในฤดูน้ำหลากแล้ว พวกเรายังขาดแคลนน้ำในฤดูน้ำแล้ง ในบางปีปัญหานี้สร้างความเสียหาย ในการอุปโภคบริโภค กระทบการเกษตรเป็นวงกว้าง โดยสาเหตุของปัญหาการขาดแคลนน้ำ ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้มีปัจจัยดังนี้ครับ🔗
๑. พื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีน้อยมากครับ ปีไหนที่ไม่มี พายุเข้าอยู่ที่ ๑,๒๐๐ มิลลิเมตรแค่นั้นเอง น้อยกว่าค่าเฉลี่ยปริมาณน้ำฝนของประเทศไทย ที่อยู่ที่ประมาณ ๑,๘๐๐-๒,๐๐๐ มิลลิเมตร ต่ำกว่าเกือบครึ่ง🔗
ประเด็นที่ ๒ แหล่งน้ำบาดาลใต้ดิน ไม่สามารถนำขึ้นมาใช้ได้ ท่านประธานครับ ยกตัวอย่างในพื้นที่อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัด ร้อยเอ็ด ที่เห็นในสไลด์ครับ ที่วงกลมแดง ๆ นะครับเป็นพื้นที่น้ำเค็มที่มีคุณภาพต่ำ ไม่สามารถนำมาอุปโภคบริโภคและใช้ในกิจกรรมการเกษตรได้🔗
๓. พื้นที่ชลประทานไม่ครอบคลุม แหล่งน้ำต้นทุนไม่เพียงพอ พื้นที่ต้นน้ำของ ลำเสียวใหญ่ อย่างอ่างเก็บน้ำหนองบ่อ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม มีปริมาณการ กักเก็บแค่ ๓.๕ ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่กักเก็บในลำเสียว ๒๔๕ กิโลเมตรก็มีปริมาณกักเก็บ แค่ ๒๗ ล้านลูกบาศก์เมตร ในบางปีไม่สามารถกักเก็บได้เต็มศักยภาพ นี่จึงเป็นสาเหตุของ ปัญหาการขาดแคลนน้ำของพี่น้องชาวทุ่งกุลาร้องไห้มาโดยตลอด หากลำเสียวใหญ่มีน้ำ ก็เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่เส้นนี้มีเลือดมาหล่อเลี้ยง สามารถกระจายเลือดไปยังเส้นเลือด ฝอยต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ซึ่งทั่วทุ่งกุลาร้องไห้มีคลองจัดรูปที่ดินที่เรียกว่า คลอง Remodeling ที่ทำหน้าที่เป็นเส้นเลือดฝอยของกรมพัฒนาที่ดินอย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้พูดครับ พัฒนาไว้ ตั้งแต่ ๔๐ ปีที่แล้วครับ สามารถกระจายน้ำต่อจากแหล่งน้ำลำเสียวใหญ่ไปได้ทั่วทุ่งกุลา ร้องไห้ ปีนี้พี่น้องเกษตรกรชาวนาในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้บ้านผมพอยิ้มได้บ้างครับ ท่านประธาน สาเหตุแรกก็เกิดจากรัฐบาลยอมถอยนโยบายปุ๋ยคนละครึ่ง คืนโครงการเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาทให้ชาวนา พรุ่งนี้ก็คงจะเข้ากระเป๋า ชาวนาทั่วประเทศ และสาเหตุที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้ชาวนายิ้มได้นั่นก็คือผลผลิต ปีนี้ครับ นาปีเพิ่มขึ้นจากเดิมมาก จากเดิมนาข้าวนาปีนาหอมมะลิ ๑ ไร่ ได้ข้าวเพียงแค่ ๓๐๐-๔๐๐ กิโลกรัม ปีนี้ครับพี่น้องชาวนาบ้านผม นา ๑ ไร่ทำข้าวได้ ๕๐๐-๘๐๐ กิโลกรัม เกิดจากอะไรครับ เกิดจากปริมาณน้ำที่พอดี ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป เรียนท่านประธาน เพิ่มเติมว่าถ้าเรามีน้ำที่เพียงพอ ข้าวหอมมะลิ ๑๐๕ สามารถขับศักยภาพข้าวออกมาได้ ไร่หนึ่ง ๑,๐๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ยังได้เลยครับ นี่จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น การจัดหาแหล่งน้ำต้นทุนจึงเป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินการ หากต้องการ แก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้อย่างยั่งยืน ในปี ๒๕๔๘ ท่านประธานครับ มีความพยายามจากกรมชลประทานที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำให้กับพี่น้อง ลุ่มเสียวใหญ่ทุ่งกุลาร้องไห้ โดยมีการศึกษาโครงการผันน้ำจากแม่น้ำชีสู่อ่างเก็บน้ำห้วยแล้ง อ่างเก็บน้ำห้วยกุดแดง อ่างเก็บน้ำห้วยกุดแคน ในอำเภอจตุรพักตรพิมาน แล้วปล่อยลงสู่ ลำเสียวใหญ่ตอนกลาง เพื่อเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนแก้ไขปัญหาน้ำแล้ง ผ่านมาแล้ว ๒๐ ปี ผลการสำรวจโครงการดังกล่าวก็ยังไม่เป็นรูปธรรม ผมเองในฐานะผู้แทนราษฎรของพี่น้องใน พื้นที่ พี่น้องประชาชน ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ได้ สอบถามครับ ผู้แทนน้ำซีไหลถิ่มจ้น ๆ อยู่ฮั่นเป็นหยังคือบ่เอามาใส่น้ำเสียวบ้านเฮาแหน่ วันนี้ผมต้องการคำตอบครับ จากการศึกษาข้อมูลผลการทำวิจัยของโครงการดังกล่าว ผมมองประเด็นชวนตั้งข้อสังเกต ๔ หลักคิดดังนี้ครับ เพื่อให้ท่านประธานเห็นว่าการผันน้ำ มีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด🔗
หลักคิดแรก ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมมีผลกระทบน้อยมาก เนื่องจาก ในพื้นที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ทุ่งกว้าง เปรียบเทียบกับความเดือดร้อนประชาชน แทบไม่ได้รับผลกระทบเลยครับ🔗
หลักคิดที่ ๒ หากมีการผันน้ำจากแม่น้ำชีสู่ลำเสียวใหญ่จะสามารถเพิ่มน้ำ ให้กับอ่างกักเก็บต่าง ๆ ๑-๒ เท่านะครับ🔗
หลักคิดที่ ๓ ก็คือปริมาณแม่น้ำชีในปีที่มีปริมาณน้ำมาก จากผลการศึกษา เฉลี่ยอยู่ที่ ๑,๘๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร หากจะต้องสูบเข้าลำเสียวใหญ่ซึ่งใช้น้ำแค่ ๒๕ ล้าน ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นอัตราส่วน ๑.๔ เองครับ ถือว่าใช้น้ำน้อยมาก🔗
หลักคิดที่ ๔ คือความคุ้มค่าของโครงการ โครงการผันน้ำจากแม่น้ำชี สู่ห้วยแล้ง ห้วยกุดแดง ห้วยกุดแคน ลำเสียวใหญ่ตอนกลาง งบประมาณเมื่อ ๒๐ ปีก่อน อยู่ที่ ๑,๐๐๐ ล้านกว่าบาท ถ้าถามผมครับ ผมมองว่าเงินแค่ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐจะต้อง มาชดเชย มาดูแล มาเยียวยาคุ้มกว่ากันเยอะท่านประธานครับ🔗
สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งนอกจากโครงการขนาดใหญ่แล้ว การเพิ่ม ประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำตามที่ท่านรัฐมนตรีได้นำเรียนเป็นเรื่องสำคัญครับ ไม่ว่าจะเป็น การขุดลอก สร้างพื้นที่แก้มลิง สร้างฝายกักเก็บ หรือสร้างประตูระบายน้ำในพื้นที่ที่จำเป็น เหมาะสม ซึ่งลำเสียวใหญ่มีฝายและประตูระบายน้ำอยู่ ๒๔ แห่ง แต่ยังมีพื้นที่ที่ยังมีปัญหา น้ำท่วม น้ำแล้งเพื่อรอการดำเนินการอีกมากมายเช่นพื้นที่ตำบลเมืองบัว อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด โดยที่ผ่านมากรมชลประทานได้ศึกษา ออกแบบ สำรวจสร้างประตูระบายน้ำ เมืองเกษตรบ้านเมืองบัวเพื่อแก้ปัญหาท่วมแล้ง แต่หลายปีแล้วก็ยังไม่เคยได้รับงบประมาณ ในการดำเนินการ เหล่านี้คือปัญหาของพี่น้องประชาชนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ภาครัฐมีการ ออกแบบ สำรวจ ศึกษาโครงการต่าง ๆ มากมาย ใช้งบประมาณในการศึกษาของแผ่นดิน ไปไม่น้อยครับ แต่สิ่งที่ทำได้มีเพียงการให้ความหวังแบบเลื่อนลอย🔗
ดังนั้นคำถามสุดท้าย ท่านประธานครับ ผมจึงขอฝากคำถามผ่านท่าน ประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าท่านมีแนวทางในการแก้ไขน้ำแล้ง ขาดแคลนแหล่งน้ำต้นทุน ในพื้นที่ลุ่มน้ำเสียวใหญ่อย่างไร อีกทั้งโครงการผันน้ำชีสู่ลำน้ำเสียวใหญ่ตอนกลาง และโครงการก่อสร้างเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำในลำเสียวใหญ่มีความคืบหน้าอย่างไร มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการนำผลการศึกษาต่าง ๆ มาพิจารณาดำเนินการศึกษา และหากเป็นไปได้จะดำเนินการเมื่อไร เป็นคำถามสุดท้าย ด้วยความเคารพท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณมากครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภา พนักงาน ส่วนตำบล พนักงานจ้าง และผู้นำชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบลโคกสะอาด อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานีนะครับ ยินดีต้อนรับทุกท่านครับ เชิญท่านรัฐมนตรีอัคราครับ เชิญครับ ท่านรัฐมนตรีได้ตอบไปพอสมควรแล้วนะครับ เมื่อสักครู่ประเด็นน้ำแล้ง ก็จะมีประเด็นเรื่อง เงินชดเชยน้ำท่วมแล้วก็ประเด็นเรื่องการผันน้ำจากน้ำชีสู่ลำเสียวใหญ่นะครับ🔗
ในประเด็นคำถาม ๒ ข้อที่ท่านชัชวาลได้ขมวดปมให้นะครับ ทั้งในเรื่องของโครงการผันน้ำชี เข้าสู่ลำน้ำเสียวใหญ่เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องของน้ำแล้ง น้ำไม่พอเพียงสำหรับการอุปโภค บริโภค ทั้งภาคเกษตรกรรมนะครับ โครงการนี้นะครับ เมื่อวานก่อนที่จะมาตอบกระทู้ถาม หลังจากกลับจากนครศรีธรรมราชก็ได้เชิญท่านผู้บริหารของกรมชลประทานนะครับ อยากจะชี้แจงผ่านท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติไปยังพี่น้องประชาชนทั้ง ๓ จังหวัดที่ใช้น้ำจาก ลำน้ำเสียวใหญ่นะครับ โครงการผันน้ำจากลำน้ำชีเข้าสู่ลำน้ำเสียวใหญ่ไม่ได้พับนะครับท่าน ตอนนี้สำรวจออกแบบประมาณการเสร็จสิ้นหมดแล้วนะครับ แล้วก็หลังจากที่ทางคณะ ผู้บริหารของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงไปที่พื้นที่ของลำน้ำเสียวใหญ่ ก็คงจะต้องหารือ ร่วมกับทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ เรามาหารือร่วมกันนะครับ แล้วก็ผมอยากจะใช้ เวทีแห่งนี้ สภาเป็นกระบอกเสียง ถึงแม้ว่าจะเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ก็อยากจะใช้สภาเป็นกระบอกเสียงผ่านไปทางคณะผู้บริหารประเทศนะครับ เรื่องของ น้ำท่วม น้ำแล้งนี่สำคัญมากโดยเฉพาะพี่น้องภาคเกษตรกร เราจะทำอย่างไร บริหารจัดการ อย่างไร เรื่องน้ำไม่ให้ท่วมซ้ำซาก บริหารจัดการอย่างไรให้มีน้ำพอเพียงสำหรับการอุปโภค บริโภคนะครับ หลังจากเราฉลองปีใหม่กันเสร็จแล้ว ผมจะจัดตารางลงพื้นที่นะครับ รบกวน ท่านชัชวาลนะครับ เดี๋ยวอย่างไรจะให้คณะทำงานประสานไปในการลงพื้นที่ร่วมกันนะครับ แล้วก็ไปติดตามโครงการผันน้ำชีนะครับ🔗
สำหรับอีกคำถามหนึ่งนะครับ ที่ท่านติดตามในเรื่องของเงินเยียวยาพี่น้อง เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยนะครับ ทางรัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็อยากจะแจ้งข่าวดีผ่านท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติไปยังพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ทั้ง ๗ อำเภอนะครับ โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรวิสัยแล้วก็อำเภอปทุมรัตน์ใช่ไหมครับ เขตพื้นที่ ของท่านนะครับ วันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้โอนเงินเข้าบัญชีของสำนักงานเกษตร จังหวัดร้อยเอ็ดนะครับ แล้วก็ทางเกษตรจังหวัดเขาจะโอนเข้าบัญชีของพี่น้องเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบนี้ ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่นะครับท่านชัชวาลครับ โดยจำกัดเรื่องเวลา ขออนุญาตตอบกระทู้แค่นี้แล้วก็ขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติมากแล้วก็ฝากบอกพี่น้อง ในเขตพื้นที่ของท่านนะครับ หลังปีใหม่เดี๋ยวผมและรัฐมนตรี ๒ ท่านจะลงไปเยี่ยม แล้วก็เรา มาถอดแบบ มาถกปัญหากันแล้วก็ช่วยกันออกแบบในการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบนะครับ ขอบคุณครับ🔗
เป็นอันจบกระทู้ถามที่ ๒ นะครับ ระเบียบวาระถัดไปครับ🔗
๓. เรื่อง การขออนุญาตสร้าง ขยายหรือปรับปรุงถนนสาธารณะที่ ประชาชนใช้เดินทางสัญจรแต่กฎหมายกำหนดให้เป็นป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนนะครับ แต่เนื่องจากว่าวันนี้ทางท่านรัฐมนตรี ได้ติดภารกิจที่นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้วจึงขอเลื่อนกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ท่านสมาชิกครับเป็นอันจบวาระกระทู้ถามทั่วไป ต่อไปเข้าสู่ระเบียบวาระกระทู้ถามสดด้วยวาจาครับ🔗
๑.๒ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑. นายษฐา ขาวขำ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
ขอเชิญท่านษฐา ขาวขำครับ ท่านรัฐมนตรีมารอตอบแล้วครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายษฐา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้ถามสดด้วยวาจา ของกระผมในวันนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในปีนี้รุนแรง มากกว่าหลายปีที่ผ่านมา โดยเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๗ นะครับ เริ่มตั้งแต่ ภาคใต้ตอนล่าง อันประกอบด้วยจังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา จังหวัดตรัง จังหวัดสตูล จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส หลังจากนั้นก็ขึ้นมาบริเวณภาคใต้ตอนบน อันประกอบด้วยจังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง หลังสุดครับ ท่านประธานช่วงวันที่ ๑๕ ธันวาคมที่ผ่านมาเกิดขึ้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดนครศรีธรรมราช พี่น้องประชาชน ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบของน้ำท่วมภาคใต้ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ท่านประธานที่เคารพ เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๗ หลังที่เกิดน้ำท่วมจังหวัดนครศรีธรรมราช กับจังหวัดสุราษฎร์ธานีเพียง ๒ วัน นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วมพร้อม ทั้งมอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัด นครศรีธรรมราช เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องทั้ง ๒ จังหวัดเป็นอย่างยิ่ง กระผม ในนามของพี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดสุราษฎร์ธานีขอกราบขอบพระคุณ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยไว้ในโอกาสนี้ด้วยนะครับ และจากการที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมได้มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัด นครศรีธรรมราช ท่านนายกรัฐมนตรีได้แจ้งให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบว่าจะได้รับการ ช่วยเหลือครัวเรือนละ ๙,๐๐๐ บาททำให้พี่น้องประชาชนเกิดความสงสัยครับท่านประธาน ว่าจะได้ ๙,๐๐๐ บาททุกครัวเรือนหรือไม่ เนื่องจากในพื้นที่ของจังหวัดนครศรีธรรมราช อาจจะแบ่งพื้นที่ออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนแรกคือพื้นที่บริเวณเชิงเขา ซึ่งประกอบด้วยอำเภอ ถ้ำพรรณรา อำเภอทุ่งใหญ่ อำเภอบางขัน อำเภอฉวาง อำเภอพิปูน อำเภอนบพิตำ รวมถึง อำเภอช้างกลางนะครับ ลักษณะของน้ำท่วมจะมีลักษณะของน้ำป่าไหลหลาก แล้วก็น้ำมีการ ไหลเชี่ยวแรง แต่ก็ท่วมไม่นานในสภาพของแถบเชิงเขานะครับ ส่วนแถบชายทะเล ซึ่งประกอบด้วยอำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอชะอวด สภาพซึ่งเป็นที่ลุ่ม แม้ฝนจะหยุดตกแล้วครับท่านประธาน แต่ว่าขณะนี้น้ำ ก็ยังท่วมขังซึ่งอาจจะเป็นลักษณะของน้ำทะเลหนุนขึ้นมานะครับ อย่างไรก็ตามคิดว่าถ้าอยู่ใน สภาพเช่นนี้คือฝนหยุดตกแล้วคาดว่าจะคืนสู่สภาพปกติไม่เกิน ๑๐ วัน ท่านประธานที่เคารพ จากความแตกต่างของด้านพื้นที่และระยะเวลาของน้ำท่วมขัง ซึ่งลักษณะนี้ท่านประธานครับ คงจะมีลักษณะใกล้เคียงกันในพื้นที่ของจังหวัดภาคใต้เกือบทุกจังหวัดนะครับ รวมทั้ง มีหลักเกณฑ์ขั้นตอนการรับความช่วยเหลือที่มีมากพอสมควรครับท่านประธาน ผมอยากจะใคร่เรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผ่านท่านประธานครับว่า ท่านมีวิธีการจัดการในเรื่องนี้เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงการให้ความช่วยเหลือ ทั่วถึงได้อย่างไร ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพอย่างสูง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค ภูมิใจไทย ท่านษฐา ขาวขำ ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ท่านได้ กรุณาตั้งกระทู้ถามในวันนี้ เป็นการแสดงความห่วงใยเกี่ยวกับการดูแลสถานการณ์น้ำท่วมใน พื้นที่ภาคใต้🔗
คำถามแรกของท่านคือท่านถามในเรื่องของการให้ความช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนในรูปแบบของการเยียวยา โดยเป็นงบประมาณในการเยียวยาครัวเรือนละ ๙,๐๐๐ บาท ต้องขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้ตั้งกระทู้นะครับว่า นับตั้งแต่มีเหตุการณ์ ฝนตกชุก น้ำท่วม น้ำหลากในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ เริ่มมาตั้งแต่ภาคใต้ตอนล่าง ก็คือ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้รวมสงขลาอีกจังหวัดหนึ่งแล้วก็ไล่ขึ้นมาตรงพัทลุง ทางรัฐบาลก็ได้ ระดมกำลังกันอย่างเต็มที่ เนื่องจากเราก็มีบทเรียน มีประสบการณ์ ถอดบทเรียนต่าง ๆ จาก สถานการณ์น้ำท่วม น้ำหลาก จากภาคเหนือ แล้วก็ได้คาดการณ์ไว้แล้วว่าจะมีเหตุการณ์ เช่นนี้เกิดขึ้นจึงได้เตรียมในเรื่องของการเยียวยาดูแลพี่น้องประชาชนในสถานการณ์น้ำท่วม ภาคใต้ล่วงหน้าไว้ในระดับหนึ่ง แล้วก็จากการที่กระผมได้มีโอกาสเดินทางลงไปดูสถานการณ์ ด้วยตัวเองก็ได้เห็นว่าสถานการณ์มีความรุนแรงมากกว่าการรายงานเป็นหลายเท่าตัว ไม่ใช่หมายความว่ารายงานไม่ดีนะครับ แต่ว่าการที่ได้ลงไปในพื้นที่แล้วเห็นสภาพฝนตกหนัก ๓ วัน ๓ คืนไม่หยุดเลย เห็นความแรงของน้ำกับสายตาตัวเอง ถ้าเทียบกับการดูจากหน้าจอ ความรุนแรงมันไม่เท่ากัน ถ้าลงไปในพื้นที่แล้วจะเห็นได้ว่ามีความรุนแรงกว่ากันมาก กระแสน้ำที่ทำลายบ้านเรือนผู้คน ทำลายถนน ตัดขาดถนนบางช่วง แล้วก็เป็นอุปสรรค ในการสัญจรไปมาของผู้คน ก็ทำให้ผมได้รีบนำความมากราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ว่าเหตุการณ์มันค่อนข้างที่จะรุนแรง แล้วเราควรจะเร่งทำการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยด่วน สิ่งแรกที่ทำได้ก็คือขอให้ใช้รูปแบบของการที่รัฐบาลได้เคยเร่งทำการช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนในภาคเหนือให้เป็นรูปแบบเดียวกัน ก็คือขออนุมัติกรอบวงเงินในการ เยียวยาพี่น้องประชาชนซึ่งเราก็ได้ทำทันที ท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้เร่งพิจารณาแล้วก็ กรุณาอนุมัติงบกลางของท่านนายกรัฐมนตรีในการช่วยเหลือประชาชนในช่วงจังหวัด ชายแดนภาคใต้เป็นจำนวน ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งรวมมาถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช ของท่านผู้ตั้งกระทู้ด้วย สุราษฎร์ธานี ชุมพร ก็คือทั้งหมดนี้เราได้ตั้งเป็นวงเงินเอาไว้ ซึ่ง ณ ขณะนี้เราสามารถที่จะทำการลงทะเบียนให้กับพี่น้องประชาชนเป็นรายครัวเรือน ตามที่ท่านผู้ตั้งกระทู้ได้ชี้แจงว่ามีผู้ที่เดือดร้อนอยู่ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ หลังคาเรือน ตอนนี้ มีผู้มาลงทะเบียนแล้วเกิน ๖๕๐,๐๐๐ หลังคาเรือน ซึ่งตรงนี้ถึงแม้ว่ามันจะเกินวงเงิน ที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติไว้เมื่อคราวประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ ๓ ธันวาคมที่ผ่านมา ก็ไม่เป็นปัญหาเพราะว่าเราสามารถที่จะขยายวงเงินได้ เพราะว่า การนำเงิน ๙,๐๐๐ บาทไปช่วยเหลือเป็นรายครัวเรือนนี้เราให้เป็นรายครัวเรือนจริง ๆ ไม่ใช่ แบบสุ่มให้ไป เราให้ตามจำนวนครัวเรือนที่มาลงทะเบียน อันนี้ท่านถามว่าแล้วชาวบ้านจะมา ลงทะเบียนอย่างไร บางคนรู้เรื่อง บางคนไม่รู้เรื่อง บางคนเข้าไม่ถึงระบบ เข้าไม่ถึงข่าวสาร ตรงนี้ขอกราบเรียนท่านประธานว่าในระบบการปฏิบัติงานส่วนใหญ่เขาจะมีบัญชี PromptPay ของเขาอยู่แล้วในส่วนที่เข้าไม่ถึงจริง ๆ เรายังมีพี่น้ององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น ตั้งแต่นายกเทศบาล นายก อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะเข้าไปเร่งทำการสำรวจว่า พ่อแม่พี่น้องในแต่ละหลังคาเรือน แต่ละหมู่บ้านได้มาลงทะเบียนหรือยัง เพราะว่าถ้าจังหวัด ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ว แล้วมีน้ำท่วมขังเกิดความเสียหายเป็นระยะเวลา ถ้ามีความเสียหายนี่เราให้เลย ถ้าไม่มีความเสียหายแต่น้ำท่วมเกิน ๗ วันเราก็ให้เลย เหมือนกัน เพราะฉะนั้นที่ผ่านมามันน้ำท่วมเกิน ๗ วันอยู่แล้วโดยส่วนใหญ่ แล้วก็ ความเสียหายเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นก็อาจจะบอกได้เลยว่าพี่น้องประชาชน แทบทุกหลังคาเรือนสามารถที่จะได้รับเงินเยียวยาช่วยเหลือรายละ ๙,๐๐๐ บาทได้ครบถ้วน ทุกคน เพราะว่าเราประกาศให้จังหวัดนั้น ๆ เป็นจังหวัดที่มีความเสียหาย ตรงนี้ก็ขอเรียน ชี้แจงว่าไม่มีปัญหาในเรื่องของการเร่งระดมให้การช่วยเหลือแน่นอน และถามว่าอย่างนี้มั่ว หรือเปล่า ไม่มั่วครับเพราะว่าจะมีขั้นตอนการตรวจสอบ ตรวจสอบทางระดับประชาคม ทางหมู่บ้าน ทางตำบล แล้วก็มาที่อำเภอแล้วก็มาถึงจังหวัด จังหวัดก็จะมีคณะกรรมการ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนของจังหวัด ของอำเภอ ของตำบลต่าง ๆ ร่วมพิจารณาอยู่ด้วย เมื่อเขาได้ตรวจสอบทั้งหมดแล้วก็จะส่งข้อมูลเหล่านี้มายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทยซึ่งตอนนี้ทางสำนักงบประมาณพร้อมที่จะโอนเงินมาไว้ที่กรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยหากเราร้องขอไป เพราะฉะนั้นถ้ารายชื่อมาเรียบร้อยแล้ว คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบกลางเพื่อไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ที่ประสบภัยทั้งหมดแล้ว การดำเนินการโอนเงินไปตามครัวเรือนต่าง ๆ ก็จะสามารถ ดำเนินการได้ทันที ในกรณีตอนที่เกิดขึ้นที่ภาคเหนือเราก็สามารถที่จะเร่งจ่ายให้พวกเขาได้ใช้ เวลาน้อยกว่า ๓ เดือนนะครับปกติจะต้องจ่ายภายใน ๓ เดือน แต่ด้วยความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน ที่จะดำเนินการโอนจ่ายไปยังพี่น้องประชาชนด้วยความรวดเร็วนะครับ ตรงนี้ก็ต้องถือว่าการที่คณะรัฐมนตรีได้ลงไปในพื้นที่ด้วยตัวเองนั้นไม่ว่าจะเป็นกระทรวงใด ๆ ก็ตาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ลง กระทรวงพลังงานก็ลง กระทรวงอุตสาหกรรม ก็ลง กระทรวง พม. ก็ลง กระทรวงกลาโหมก็ลง ยังมีอีกหลายกระทรวงนะครับ กระทรวงมหาดไทยก็ลงไปทันทีที่เกิดสถานการณ์ เรานำข้อมูล นำสิ่งที่จะได้ประสบเห็นมา อธิบายให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับทราบรับฟังนะครับ ปกติจะมีเกณฑ์ ๕,๐๐๐ ๗,๐๐๐ ๙,๐๐๐ แต่จากการสำรวจทั้งหมดแล้วเราเห็นได้เลยว่าความเสียหายมันเกิน ๙,๐๐๐ บาท ทุกราย จ่าย ๙,๐๐๐ บาทก็ยังไม่คุ้มค่ากับความเสียหายที่พี่น้องประชาชนได้รับนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีจึงได้กำหนดให้ตัดสินใจทำการเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศเลยที่ประสบอุทกภัยในห้วงครึ่งปีหลังที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนะครับ ด้วยอัตรา ๙,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน เป็นอัตราสูงสุด ถึงแม้ว่าจะเยียวยาเขาเท่าไรก็ไม่คุ้ม แต่อย่างน้อย ก็ได้สร้างขวัญกำลังใจให้เขาได้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งนะครับแล้วก็มีความเป็นห่วงใยดูแล ทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ อันนี้ยังมีการดูแลในเรื่องของถุงยังชีพ ในเรื่องของข้าวปลาอาหาร ในเรื่องของการจัดช่างฝีมือต่าง ๆ เข้าไปซ่อมแซมทรัพย์สินต่าง ๆ เครื่องไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า อะไรต่าง ๆ ในบ้านของเขา มอเตอร์ไซค์อย่างนี้เป็นต้น ก็เพื่อให้เขาได้รู้สึกว่ารัฐบาลไม่ได้ ทอดทิ้ง แล้วก็มีความห่วงใย มีความทุกข์เช่นกันกับพวกเขา ก็จึงขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานไปว่า ในปัจจุบันนี้เราก็เร่งให้ทุกคนมาทำการลงทะเบียน ถ้าพี่น้องเพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทั้งหลายที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยจะกรุณาช่วยเป็นมือเป็นไม้ให้กับรัฐบาล แล้วก็เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน อาจจะช่วยกันไปติดตามเพราะว่าเครือข่ายกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เทศบาล อบต. ทั้งหลายก็น่าจะเป็นคนที่พวกเรามีความคุ้นเคยสนิทสนมกัน อยู่แล้ว แล้วเราก็ไล่ลงไปถามดูว่ามีขาดตกบกพร่อง ต่อให้มีการขาดตกบกพร่องรอบแรก ที่ยังไม่ได้ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเขายังไม่ได้รับการช่วยเหลือแล้วเขาอยู่ในพื้นที่ประสบภัย มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้รับเงินช่วยเหลือ ทางกระทรวงมหาดไทยพร้อมที่จะเรียกว่า จ่ายตกเบิก จ่ายให้ครบถ้วนตามการรายงานของจังหวัดที่จะนำส่งรายชื่อของพี่น้อง ประชาชนทั้งหลายมายังกระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตตอบคำถามแรกแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญท่านษฐาถามคำถามที่ ๒ ได้เลยครับ เชิญครับ🔗
ในนามของพี่น้องชาวจังหวัด นครศรีธรรมราช และพี่น้องภาคใต้ผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทุกท่าน ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไว้เป็นอย่างสูงครับ ท่านประธานที่เคารพ หลังจาก ที่น้ำลด สิ่งสาธารณูปโภคไม่ว่าจะเป็นเรื่องของถนนหนทาง เรื่องของไฟฟ้า ประปาก็จะได้รับ ความเสียหาย พี่น้องประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก กระผมขอเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผ่านไปยังท่านประธาน เรื่องการซ่อมแซมถนน สะพานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ว่าท่านมีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตตอบคำถามที่ ๒ ของท่านผู้ตั้งกระทู้ถามสด ท่านผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านษฐา ขาวขำ ว่าด้วยเรื่องการซ่อมแซม ถนนและสะพานในพื้นที่ที่ประสบภัยว่า กระทรวงมหาดไทยจะได้เร่งดำเนินการเรื่องนี้ อย่างไร เรื่องนี้ถือว่าเป็นภารกิจแล้วก็เป็นความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเราแบ่งการดำเนินการออกเป็น ๒ ส่วน🔗
ส่วนแรกก็คือในกรณีที่มันเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ไม่มีการประกาศเขตการให้ความ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินนะครับ🔗
ส่วนที่ ๒ ก็คือในกรณีพื้นที่ที่มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งจะมีวิธีการบริหารงบประมาณที่แตกต่างกัน แต่ในกรณีภาคใต้อย่างในพื้นที่ของท่านผู้ตั้ง กระทู้ถามจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียงนะครับ ทั้งพัทลุง สงขลา ตรัง สตูล ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราชอย่างนี้เป็นต้น ต้องถือว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นความเสียหายต่าง ๆ นั้นก็จะสามารถที่จะเร่งดำเนินการได้ทันที เพราะว่าผู้ว่า ราชการจังหวัดที่กล่าวถึงนั้นมีงบทดรองในการเยียวยาแล้วก็ซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้น ในจังหวัดของท่านเหล่านั้น เป็นงบทดรองราชการสามารถนำมาใช้ในการซ่อมแซมถนน สะพาน หรือสิ่งสาธารณูปโภคที่เป็นสาธารณะอื่น ๆ ที่ได้รับความเสียหายจากกรณีเหตุการณ์ น้ำท่วมน้ำหลากนะครับ ซึ่งตรงนี้ไม่ต้องไปรอเป็นงบประมาณฟังก์ชันหรืองบประมาณ ในปีต่อไป สามารถที่จะใช้งบทดรองราชการในการดำเนินการได้เลย ขณะนี้ผมสามารถ ยืนยันได้ว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำลังอยู่ระหว่างการให้องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นได้สำรวจความเสียหาย แล้วก็เสนอการช่วยเหลือและการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อให้สถานการณ์ทั้งหมดกลับสู่ความเป็นปกติอย่างเร่งด่วน ซึ่งในส่วนนี้ก็คือรวมไปถึงการ ซ่อมแซมสาธารณูปโภคต่าง ๆ ตามที่ท่านได้ตั้งคำถามมาครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรอง นายกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ คุณษฐา มีอะไรจะถามเพิ่มเติมไหมครับ ท่านยังมีเวลาอีกนิดหน่อยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เป็นคำถามสุดท้ายครับท่านประธานจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในครั้งนี้ถือว่ามีความ รุนแรงและเกิดความเสียหายให้แก่พี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก เพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้เกิดความมั่นใจว่าในปีต่อไปนั้นจะลดความรุนแรงที่จะให้น้อยลงกว่าในปีนี้ กระผมขอเรียน ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผ่านท่านประธานว่ากรมโยธาธิการและผังเมือง รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีแผนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว อย่างไรบ้าง ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ในประเด็นคำถามที่ ๓ ที่เป็นประเด็นเกี่ยวกับ แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซึ่งถามว่าทางกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งอยู่ในสังกัดของกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการอย่างไรบ้างนะครับ แรกสุดทางท่าน อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองได้รับมอบนโยบายและข้อสั่งการจากผมนะครับว่า ให้ใช้มาตรการด้านการวางผังเมืองและการพัฒนาเมือง ซึ่งหมายถึงทางกรมจะทำทั้งในส่วนที่ ไม่ได้เป็นสิ่งก่อสร้างและส่วนที่ต้องใช้สิ่งก่อสร้าง เพื่อให้เมืองมีความปลอดภัย โดยวาง ผังเมืองกำหนดพื้นที่เสี่ยงภัย รวมทั้งก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมและเขื่อนป้องกันตลิ่ง เพื่อรองรับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รายละเอียดค่อนข้างจะเป็นทางการนิดหนึ่ง นะครับ ก็แบ่งเป็น ๓ ส่วน ดังนี้🔗
ส่วนแรกโครงการป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชน สำหรับพื้นที่ที่ได้รับ ความเสียหาย เราจะทำการตรวจสอบแล้วทบทวนแบบก่อสร้างให้สอดคล้องเหมาะสม โดยปัจจุบันมีแผนหลักสำหรับการศึกษาพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำทั่วประเทศจำนวน ๗๑๕ พื้นที่ชุมชน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ๑๐ ล้านไร่ ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการ ป้องกันน้ำท่วมประมาณ ๗.๘ ล้านครัวเรือน ที่ผ่านมากรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ดำเนินงานก่อสร้างซ่อมแซมปรับปรุงพัฒนาพื้นที่มาโดยต่อเนื่อง ซึ่งเราได้ทำครอบคลุม พื้นที่ไปแล้วกว่า ๘๙๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งในงานส่วนนี้จะต้องทำอย่างต่อเนื่องต่อไปและมีการ ทบทวนปรับเปลี่ยนตามสภาพภูมิประเทศและสถานการณ์อยู่เสมอ🔗
ส่วนที่ ๒ จะเป็นงานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง เพื่อแก้ปัญหาการกัดเซาะ และเพิ่มประสิทธิภาพของการระบายน้ำ โดยทางหน่วยงานซึ่งก็คือกรมโยธาธิการและ ผังเมืองจะได้ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ เพื่อประเมินและบรรจุเข้าแผนเพื่อขอรับการ สนับสนุนงบประมาณประจำปีต่อไป🔗
ส่วนที่ ๓ คือมาตรการด้านผังเมือง เป็นการกำหนดมาตรการทางผังเมือง ในการจัดทำข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งประกอบไปด้วยข้อกำหนดการควบคุม การใช้ประโยชน์ที่ดินและข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อควบคุมความหนาแน่น หรือมวลอาคาร โดยกำหนดมาตรการควบคุมที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ที่แตกต่างกัน ตามระดับความเสี่ยงภัย เช่น ระยะถอยร่นจากลำน้ำ รูปแบบและขนาดอาคารเป็นต้น โดยมาตรการต่าง ๆ นี้เป็นไปเพื่อลดความเสียหายต่อชุมชนจากผลกระทบของน้ำท่วม ในพื้นที่รับน้ำ🔗
สุดท้ายนี้ผมขอกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังผู้ตั้งกระทู้นะครับ ว่ากระทรวงมหาดไทยเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างสูง ทั้งกับการแก้ไขสถานการณ์ เฉพาะหน้า การเยียวยาฟื้นฟูครัวเรือนของพี่น้องประชาชน การซ่อมแซมถนน สะพาน สาธารณูปโภค และการป้องกันแก้ไขปัญหาในระยะยาวโดยงานโยธาธิการและผังเมือง ทั้งหมดนี้จะประกอบกันเป็นการพัฒนาในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัย ในรอบต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนนี้ผมต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผู้ตั้งกระทู้ถามนะครับ ท่านษฐา ขาวขำ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ได้แสดงความห่วงใยผ่านการตั้งกระทู้ในวันนี้ และต้องขอขอบพระคุณล่วงหน้านะครับ ถ้าท่านจะได้กรุณาสะท้อนเสียงและปัญหาของพี่น้องประชาชน เพื่อให้การดำเนินการของ กระทรวงมหาดไทยได้มีความสมบูรณ์และครอบคลุมยิ่ง ๆ ขึ้นไปครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ จบนะครับ ก็เป็นอันว่า จบกระทู้ถามสดที่ ๑ ขอบคุณทั้งคุณษฐา ขาวขำ และท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ ต่อไปเป็นกระทู้สดที่ ๒🔗
๒. นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีพิจารณาและมีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากในวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมติดภารกิจ สำคัญและเร่งด่วนไม่สามารถจะมาตอบกระทู้ถามนี้ได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามนี้ ออกไปก่อนตามข้อบังคับที่ ๑๕๑ หากคุณชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ยังมีความประสงค์ที่จะตั้งเป็น คำถามกระทู้สดด้วยวาจาต่อไป ก็ขอให้เสนอในการพิจารณาในคราวต่อ ๆ ไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๙ เชิญคุณชุติพงศ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ครับ ผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน จังหวัดระยอง ในฐานะผู้ที่ตั้ง กระทู้ถามสดต่อท่านนายกรัฐมนตรีแล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็มอบหมายให้ท่านรองนายก ภูมิธรรม แล้วก็ติดงานไม่มา ผมเองก็รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าตอนนี้ก็ใกล้ปีใหม่แล้ว แล้วก็เรื่องที่ผมตั้งกระทู้ถามเรื่องเรือประมงไทยถูกเรือรบพม่ายิงเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะว่า มีคนไทยถูกจับตัวไปที่พม่า ๔ ราย ซึ่งครอบครัวเขาที่พังงาก็คงรอจะฉลองปีใหม่กับ ครอบครัวอยู่ครับ แต่ว่าท่านประธานครับ คือตอนแรกท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าคนไทยที่ ถูกจับไปจะได้กลับบ้านในวันที่ ๖ จะได้กลับบ้าน บอกกระทั่งเวลาว่ากลับมาตอนเวลา ประมาณบ่าย ๒ เตรียมทีมแพทย์ให้เรียบร้อย สุดท้ายคำพูดท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่เป็นจริง เขารอเก้อครับ🔗
เดี๋ยวครับ คุณชุติพงศ์ ครับ มีผู้ยกมือประท้วงนะครับ เชิญครับ🔗
ขอประท้วงท่าน ประธานในข้อ ๙ ให้ท่านประธานทำหน้าที่ให้สมาชิกได้อยู่ในข้อบังคับนะคะ คือวันนี้ ท่านประธานก็ได้บอกสมาชิกไปแล้วว่าให้อยู่ในข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ซึ่งสามารถยื่นกระทู้ใหม่ได้ ซึ่งในสภาแห่งนี้ในข้อบังคับมันไม่มีข้อบังคับที่ว่าให้บ่นนะคะ อย่างไรก็ขอให้ท่าน ประธานสภา ให้ สส. อยู่ในข้อบังคับ แล้วก็ในส่วนที่ในข้อบังคับก็เขียนแล้วว่าการที่ ท่านนายกรัฐมนตรีมอบให้รัฐมนตรีมาชี้แจง เนื่องจากมีเหตุจำเป็นอันหลีกเลี่ยงมิได้ ก็มีความชัดเจนอยู่ในข้อบังคับอยู่แล้วค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
จบประเด็นการ ประท้วง แต่เนื่องจากว่าผู้ตั้งกระทู้ถามเขาจะขอชี้แจงเพิ่มเล็กน้อย ซึ่งโดยปกติเวลามีกระทู้ ถามสดหรือกระทู้ถามทั่วไป ถ้าท่านรัฐมนตรีขัดข้องไม่สามารถจะมาได้ก็เลื่อนได้อยู่แล้ว แต่เราก็ต้องให้โอกาสผู้ตั้งกระทู้ถามยังมีข้อข้องใจที่จะถามได้เล็กน้อย แต่ขอให้อยู่ในกรอบ ที่เป็นคำถามที่ไม่กระทบกระเทือน เพราะว่าอย่างไรก็เลื่อนได้ แต่ว่าก็ให้สิทธิท่านพูดได้ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ พอดีผมเห็น ว่ามันเป็นเรื่องด่วนที่สำคัญสำหรับพี่น้องชาวใต้ครับ ผมก็คิดว่าพี่หมอก็เป็นคนใต้นะครับ น่าจะเห็นใจพี่น้องชาวใต้ที่เขารอฉลองกับครอบครัวอยู่ ผมก็ขอย้ำอีกครั้งท่านนายกได้แถลง ไปแล้วว่าจะได้กลับบ้านแล้วสุดท้ายก็ไม่ได้กลับ เป็นไปว่าท่านนายกแถลงออกมาแล้วไม่เป็น จริง แล้วทีนี้ท่านนายกก็ได้มีการแถลงบอกไปว่าได้มีการประท้วงไปแล้วตามกลไกระหว่าง ประเทศ🔗
ท่านประธานค่ะ ขออนุญาตประท้วงค่ะ ขอประท้วงท่านผู้อภิปราย เพราะว่าเป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนอยากได้คำตอบวันนี้ แต่นายกก็บอกว่าได้ มอบให้รัฐมนตรี รัฐมนตรีบอกตอบไม่ได้ก็เป็นไปตามข้อบังคับ เชิญได้เล็กน้อยนะครับ🔗
ท่านประธานคะ คือขอประท้วงผู้อภิปรายนะคะ🔗
ประท้วงท่านประธาน ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านประธานครับ🔗
ขออนุญาตประท้วง ก่อนนะคะท่านประธาน🔗
เอาเฉพาะ คนประท้วงก่อนก็แล้วกัน แต่ว่าอย่าเป็นประเด็นที่ซ้ำนะครับ ประท้วงประเด็นที่ว่าจะให้ พูดถามนี่ถามได้🔗
ขออนุญาตประท้วง ผู้ตั้งกระทู้ถามนะคะ🔗
ต้องให้โอกาส เขาครับ ต้องให้โอกาส ทุกพรรคการเมือง ทางพรรคไหนเมื่อตั้งกระทู้ถามแล้วท่านรัฐมนตรี ไม่มา ประธานคนไหนก็ต้องให้โอกาสบ้าง ไม่ใช่ว่าปิดปากไปเลยนะครับ🔗
ท่านประธานคะ ดิฉัน เข้าใจค่ะท่านประธาน แต่ในลักษณะของที่จะประท้วงผู้ที่ตั้งกระทู้ถามแล้วได้ชี้แจง🔗
ประธาน วินิจฉัยแล้วนะครับว่าให้เขาถามได้ที่เขาข้องใจทำไมไม่มาก็เป็นเรื่องความเดือดร้อน แล้วจริง ๆ เราอยากให้รัฐบาลมาตอบ แต่ถ้าไม่มาตอบก็เป็นปัญหาอย่างนี้ก็ต้องให้โอกาส แต่จะไม่ให้เกิดความเสียหายไปต่อว่าอะไรว่าทำไมไม่มา ต้องมาให้ได้ บังคับไม่ได้ครับ🔗
ขออนุญาตนะคะ ท่านประธาน ดิฉันที่จะประท้วงคือ🔗
พอแล้วครับ ผมไม่อนุญาตแล้ว ประเด็นซ้ำแล้ว🔗
ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน ผม ปกรณ์วุฒิ🔗
เชิญท่าน ปกรณ์วุฒิครับ🔗
ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จริง ๆ จะประท้วงท่านประธาน เรื่องการควบคุมการประชุมนะครับ แต่ว่าท่านประธานก็ได้ยืนยันแล้วว่าท่านประธานวินิจฉัย แล้วนะครับ แล้วก็หวังว่าท่านสมาชิกจะเคารพคำวินิจฉัยของท่านประธาน ผมไม่ประท้วง ท่านประธานแล้วครับ🔗
ขอให้สรุป ในประเด็นว่าอยากให้มา แต่รัฐมนตรีไม่มา ไม่มาแล้วมันเกิดความเสียหายอย่างไร ประเด็น สั้น ๆ ครับ เพราะว่าไม่อย่างนั้นจะประท้วงกันต่ออีกครับ🔗
ก็ยังไม่ทันเริ่มอะไรเลยครับท่าน ประธาน ผมก็ไม่รู้ว่าท่านคุณหมอศรีญาดาเขาโมโหอะไรที่ผมพยายามจะถามว่าทำไม ท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่พยายามที่จะใช้กระบวนการที่มี อย่างกระบวนการ ประท้วง เพื่อจะทำให้กระบวนการทางกระทรวงการต่างประเทศมันทำงาน ท่านนายกแถลง ว่ามีการประท้วงไปแล้ว แต่การประชุมคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ วันที่ ๑๓ ธันวาคมที่ผ่านมาทางหน่วยงานที่มาก็ตอบว่ายังไม่มีการประท้วงแต่อย่างใด ผมเลยตั้งกระทู้ถาม เพื่อหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศไทยของเราจะแสดงศักยภาพในการที่จะปกป้องประชาชน คนไทยด้วยกัน ๔ ชาวประมงที่ถูกจับไปและก่อนถูกจับเขาถูกยิง ถูกยิงโดยเรือรบพม่า🔗
อันนี้เป็น รายละเอียดในกระทู้ ผมไม่อนุญาตครับ เอาประเด็นว่าอยากให้มาเพราะอะไร ประเด็น รายละเอียดว่าถูกยิง ไม่ถูกยิง หรืออะไรนี่ ผมว่าเอาไว้ตอนที่รัฐมนตรีเขามาตอบในคราว ต่อไป ไม่รู้จะมาตอบ ก็ถามในคราวต่อไป รายละเอียดไม่ลงไป เพราะผู้ตอบไม่อยู่ เอาประเด็นที่ตั้งกระทู้ถามวันนี้เพราะอะไร แล้วรัฐมนตรีไม่มาคุณอยากให้มาก็ได้แสดง ความเห็นเท่านั้นก็พอ ไม่อย่างนั้นจะประท้วงอีก เพราะว่ารัฐมนตรีไม่มาก็เป็นสิทธิตาม ข้อบังคับแล้ว ก็ขอให้เข้าใจประธานด้วยนะครับ🔗
ผมเข้าใจครับท่านประธาน และผม ก็เข้าใจดีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วน เป็นเรื่องชีวิตของพี่น้องประชาชนที่ถูกจับไปขึ้นศาลพม่า เป็นเรื่องที่ทำไมท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องถึงไม่มาตอบว่าไม่ทำตาม กระบวนการอันนี้เป็นเวทีสภาที่ท่านนายกควรจะมาชี้แจงว่ากระบวนการที่เกิดขึ้น ท่านทำอะไรไปแล้วบ้าง และท่านไม่ทำอะไรที่ควรทำไปแล้วบ้าง เพื่อช่วยคนไทยกลับมา ตอนคนไทยต้องขึ้นศาล เราไม่มีส่งทนายไปช่วยด้วยซ้ำ ปล่อยให้เขาไปขึ้นศาลแล้วบอกให้รอ อภัยโทษ คือทุกอย่างที่เกิดขึ้นท่านประธาน🔗
ผมต้องขอจาก ผู้ถาม เพราะว่ามันจะลามไปถึงรายละเอียด และอันที่ ๒ ที่ท่านกำลังจะพูดไปมันอาจจะ เกี่ยวกับระหว่างประเทศด้วย ก็ต้องให้ท่านรัฐมนตรีมา เขาจะตอบหรือไม่ตอบแค่ไหน ผมไม่ อยากให้เลย เพราะผมเข้าใจว่าผู้ถามมีความปรารถนาดี แต่ว่าถ้าถามอะไรออกไป มันกระทบถึงต่างประเทศหรือกระทบถึงคดี อาจจะเป็นผลดีและเป็นผลไม่ดีด้วยก็ได้ เพราะฉะนั้นผมขอยุติแค่นี้ครับ🔗
แต่อันนี้มันกระทบชีวิตพี่น้องชาวไทย นะครับท่านประธาน🔗
ผมเข้าใจ แต่ผม ขอให้ยุติเท่านี้พอ เพราะผมดูแล้วว่าถ้าพูดต่อไปอาจจะเกิดผลดีก็ได้ หรือผลไม่ดีก็ได้ เพราะว่าคนไทยถูกจับอยู่ เข้าใจนะครับ กระบวนการช่วยเหลือก็ต้องรอให้รัฐบาลช่วยเหลือ แล้วมาตอบ🔗
ผมเข้าใจครับท่านประธาน ถ้าอย่างนั้น ผมก็จบก็ได้ถ้าเกิดท่านประธานจะวินิจฉัยว่าการถามท่านนายกว่าทำไมไม่ทำตามกระบวนการ🔗
ก็นายกบอกแล้ว ว่ามอบให้รัฐมนตรีกลาโหม รัฐมนตรีกลาโหมบอกวันนี้ติดภารกิจที่สำคัญอันไม่อาจ จะเปลี่ยนแปลงได้ ก็ชัดเจนแล้วนะครับ แต่ผมก็ต้องอนุญาตให้คุณพูดเพื่อให้เข้าใจว่าที่ถามเรื่องนี้มันเป็นเรื่อง เร่งด่วน เข้าใจครับ ผมคิดว่าพอแค่นี้นะครับเข้าใจแล้ว🔗
ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอ เวลานิดเดียวได้ไหมครับ🔗
คงเข้าใจนะ ถ้าพูดออกไป🔗
ผมไม่ได้เข้าสู่ประเด็นที่เกี่ยวเรื่องการ ต่างประเทศอะไรแล้วครับ โอเคผมเคารพท่านประธาน แต่ผมขอฝากไว้จริง ๆ ว่าลูกเขา เมียเขา ครอบครัวเขาเฝ้ารอ🔗
อันนี้พอแล้วครับ🔗
ท่านประธานคะ ขอใช้ สิทธิพาดพิงค่ะ🔗
พอแล้วครับ🔗
ผู้ประท้วง ก็ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ🔗
ท่านประธาน ผมประท้วงผู้ที่ลุกขึ้นมาใช้สิทธิพาดพิงไม่สามารถลุกขึ้นมาแล้วพูดแทรกประธานได้ครับ กรุณามีมารยาทด้วยนะครับ🔗
ผมคิดว่า ทั้ง ๒ ฝ่ายพอแล้วครับ แล้วก็ทางคุณชุติพงศ์ก็ยุติได้ครับ ผมขอให้จบเท่านี้เพราะว่าคุณได้ แสดงความคิดเห็นแล้ว เพราะกระทู้ไม่ตอบแล้ววันนี้🔗
ด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ🔗
ไม่อนุญาตแล้ว คุณได้ชี้แจงพอสมควรแล้ว ผมก็เปิดโอกาส ๒ รอบแล้ว ๓ รอบแล้วแต่ถ้าพูดต่อไป ๑. ไม่สามารถจะมาตอบได้แล้วผมก็ไม่รู้ว่าคุณจะถามอะไร ซึ่งอาจจะรอให้ผู้มาตอบแล้วก็ มีสิทธิที่จะตอบได้นะครับ🔗
ผมขอ ๑๐ วิได้ไหมครับท่านประธาน🔗
ขออะไรนะครับ🔗
ขอ ๑๐ วินาทีครับ ผมแค่อยากจะฝาก🔗
แต่ไม่ต่อว่าอะไร นะครับ🔗
ไม่ต่อว่าแล้วครับ ผมแค่จะฝากความ เป็นห่วงและผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะนำคนไทยทั้ง ๔ คนกลับบ้านให้ได้ก่อนปีใหม่ จริง ๆ ให้ได้สักครั้งเพราะว่ามันจะปีใหม่แล้วครับให้เขาได้กลับมาอยู่กับครอบครัว🔗
ไม่ต้องเพราะว่า อยากให้คนไทยได้กลับบ้านก็โอเค🔗
ผมเข้าใจครับท่านประธาน แต่ว่าให้ผม จบประโยคได้ไหมครับ ผมไม่ได้พูดจบประโยคสักครั้งเลยนะครับตั้งแต่เปิดไมค์มา🔗
เอาให้จบประโยค🔗
ผมหวังถ้าท่านฉลองปีใหม่อยู่กับ ครอบครัวอยู่กับพ่อของท่านก็คิดถึงคนไทยเหล่านี้บ้างแล้วกันนะครับ🔗
โอเคครับ ขอบคุณ มากครับ คุณปกรณ์วุฒิไม่ต้องแล้วนะ ต่อไป🔗
๓. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็น ผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมีภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้ จึงขอเลื่อนกระทู้นี้ออกไปก่อน ถ้าท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ มีความประสงค์จะถามต่อไปเป็นกระทู้สดด้วยวาจาก็ถามในโอกาสต่อไปได้ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขอ อนุญาตใช้สิทธิชี้แจงในที่ประชุมเล็กน้อยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนในฐานะผู้นำ ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้ตามแนวทางที่ท่านประธาน ได้วินิจฉัยไว้ว่าวันนี้ทำไมผมถึงต้องถามกระทู้ถามสด แล้วทำไมวันนี้ถึงมีความจำเป็นเร่งด่วน ที่ผมต้องใช้สิทธิชี้แจงในที่ประชุม ซึ่งก่อนที่ผมจะขอใช้สิทธิชี้แจงในที่ประชุมอาจจะ ขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาไม่เกิน ๑๐ นาทีได้ไหมครับในการชี้แจงเหตุผลทั้ง ๒ ข้อ ไม่เกิน ๑๐ นาทีครับท่านประธาน🔗
๑๐ นาทีมากไป ใช้เวลาให้ได้ตามสมควร เอาตามสมควรก็แล้วกันอย่าถึง ๑๐ นาทีเลย🔗
ได้ครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนสมาชิกในที่ประชุมแห่งนี้จะเคารพในดุลยพินิจ ของท่านประธานว่าวันนี้ทำไมผมถึงต้องใช้สิทธิในการชี้แจงในครั้งนี้ครับ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากวันที่ ๒๔ ตุลาคมในสมัยการประชุมครั้งที่แล้วนะครับผมมีการตั้งกระทู้ถามถึง นายกรัฐมนตรี ผมย้ำอีกครั้งนะครับว่าตั้งกระทู้ถามสดถึงนายกรัฐมนตรี วันนั้นท่านนายก ก็มาใช้วิธีในการใช้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานครับมาตอบชี้แจงเป็น บันทึกในที่ประชุมไปแล้วนะครับ ซึ่งวันนั้นท่านรัฐมนตรีเองก็ตอบเป็นบันทึกในที่ประชุมว่า ท่านจะรับไปดำเนินการต่อตาม Time line ที่อยู่บนหน้านี้ละครับ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงานท่านรักษาคำพูดครับท่านประธาน ท่านดำเนินการออกหนังสือถึง กกพ. เพื่อที่จะยกเลิกการรับซื้อพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ เพื่อป้องกันไม่ให้ คนไทยต้องมีค่าไฟที่แพงขึ้นในอนาคตครับ แต่วันนี้ผมย้ำอีกครั้งว่าไม่ใช่ความผิดของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานครับที่ท่านไม่มาตอบ แต่เป็นการขาดความรับผิดชอบ ต่อสภาของนายกรัฐมนตรีที่ไม่มาตอบครับ ทำไมผมถึงพูดอย่างนี้ครับท่านประธาน เพราะเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีปัดความรับผิดชอบไม่ได้แล้วครับ เราจะหยุดยั้งเรื่องนี้ได้ต้องเป็น มติของ กพช. ที่นายกรัฐมนตรีท่านประธานอย่างเดียวเท่านั้นครับ ขออนุญาตสไลด์ถัดไป นะครับ เดี๋ยวผมจะบอกถึงความจำเป็นเร่งด่วนนะครับ🔗
ท่านประธานคะ ขออนุญาตประท้วง🔗
มีผู้ประท้วง เชิญครับ ผู้ประท้วงก็ประท้วงตามสิทธิ เชิญครับ ประท้วง ๒ ท่าน เชิญคุณไชยวัฒนาก่อนก็แล้วกัน🔗
ที่จริงแล้วผมจะประท้วงตั้งแต่ กระทู้เมื่อสักครู่ที่ปล่อยให้มีการพูด ผมใช้ข้อบังคับ ข้อ ๗๑ เมื่อคณะรัฐมนตรีได้ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๕๑ ทั้งสามวรรคเรียบร้อยแล้ว ผมเข้าใจว่าสภาของเราแห่งนี้ควรจะเคารพข้อบังคับ ท่านประธานก็ให้ความกรุณาได้เกริ่นเรื่อง เปิดหัวเรื่อง ท่านผู้นำฝ่ายค้านครับ ผมเคารพ ท่านนะครับ ถ้าวันนี้ยังไม่พร้อมมันไม่สายเกินไปหรอกครับ เพราะว่า ๔ เดือนข้างหน้านี้ เกือบ ๓ เดือนกว่าเราจะอยู่ด้วยกัน กระทู้ถามสดก็มีอยู่ทุกวันพฤหัสบดี ถ้าท่านขึ้น Chart แล้วมันก็ลามไปเรื่องอื่นเป็นประเด็นอื่นเหมือนกับกระทู้เมื่อสักครู่นี้ละครับ ผมให้เกียรติ ที่ผมไม่ลุกขึ้น ให้เกียรติท่านประธานวิปฝ่ายค้านด้วย ผมขอความกรุณาเถอะครับ ให้ยุติเพียงแค่นี้ ถ้าลามไปอีกมันก็จะเกิดการประท้วงกันอีก ถ่ายทอดสดทั่วประเทศนะครับท่านประธาน ด้วยความเคารพท่านผู้นำฝ่ายค้านจริง ๆ ครับ ผมไม่มาต่อล้อต่อเถียงหรือมาลบหลู่อะไร ท่านนะครับ ขออนุญาต ท่านประธานครับขอให้ยุติแค่นี้ครับ สัปดาห์หน้าว่ากันใหม่ครับ ท่านประธาน ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมครับ🔗
เชิญท่านผู้นำ ฝ่ายค้านครับ ก็อยากให้อยู่ในกรอบ ผมอนุญาตให้ท่านพูดได้เล็กน้อยแต่ว่าไม่ควรจะเข้ามา ในเรื่องกระทู้ เพราะว่ากระทู้นั้นน่าจะจบตรงที่ว่าท่านนายกมอบหมายแล้วรัฐมนตรีไม่มา ท่านอาจจะมีคำแนะนำได้แต่ว่ารายละเอียดมากมายจะเข้าไปในกระทู้แล้วไปพูดให้เกิด ความเสียหายกับฝ่ายรัฐบาลก็แล้วกัน เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้อยู่ในกรอบพอสมควร ไม่อย่างนั้นก็จะประท้วง ผมเชื่อว่าจะมีประท้วงอีก ก็ประท้วงตามข้อบังคับเพราะว่ามันนอก กระทู้ไปแล้ว แต่ว่าท่านฐานะผู้นำฝ่ายค้านผมเสนอให้ท่านมีข้อเสนอแนะเพื่อให้การตอบ กระทู้เป็นไปด้วยดี เชิญครับ เอาสั้น ๆ หน่อยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขอหารือท่านประธานนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ขอหารือท่านประธานสั้น ๆ นะครับ ถึงกรอบแนวทางในการพิจารณากระทู้ถามสดในกรณีที่ท่านรัฐมนตรีไม่ได้มาตอบ ก่อนอื่น ผมต้องบอกว่ากลไกกระทู้ถามสดจริง ๆ ก็ไม่ได้มีฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลอะไรสักเท่าไร เพราะว่ากระทู้ถามสดก็มีฝ่ายรัฐบาลถามเช่นกันนะครับ ดังนั้นกลไกกระทู้ถามสดเป็นหน้าที่ ของสภาผู้แทนราษฎรเป็นหน้าที่ของ สส. ทุกท่านในการตรวจสอบถ่วงดุลกับฝ่ายบริหาร นะครับ แล้วก็ต้องบอกว่าที่ผ่านมาแนวทางแล้วก็บรรทัดฐานในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ในกรณีที่ท่านรัฐมนตรีไม่มาตอบ การให้โอกาสผู้ถามได้ชี้แจงถึงความจำเป็นเร่งด่วนก็มีการ อนุญาตจากท่านประธานในทุกครั้งนะครับ แล้วผมต้องชี้แจงอย่างนี้ครับ ท่านประธานการที่ จะชี้แจงว่าจำเป็นเร่งด่วนอย่างไร การไม่ลงรายละเอียดถึงเรื่องราวเลยแม้แต่นิดเดียวคงจะ เป็นไปไม่ได้ที่จะอธิบายให้ทราบว่าเรื่องนี้มันจำเป็นเร่งด่วนและเกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน อย่างไร ผมก็ต้องขอให้ท่านประธานวินิจฉัยตามสมควรครับ คงต้องมีการลงรายละเอียด เล็กน้อยแล้วผมก็หวังว่าท่านสมาชิกทุกท่านไม่ว่าฝ่ายไหนนะครับจะเคารพในกลไกการ ตรวจสอบถ่วงดุล แล้วก็เคารพในความเห็นของผู้แทนราษฎรที่คิดว่าเรื่องใดจำเป็นเร่งด่วน แล้วเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชน เปิดโอกาสให้ท่านผู้นำฝ่ายค้านใช้เวลานิดเดียวครับ ผมคิดว่าท่านทราบดีว่าท่านผู้นำฝ่ายค้านก็เป็นคนที่สุภาพเรียบร้อยนะครับ แล้วก็คงไม่ได้ กระทบกระเทือนอะไรมากขนาดนั้น เราจะได้ดำเนินการไปอย่างราบรื่นนะครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณ ท่านปกรณ์วุฒิ เชิญครับท่านผู้นำฝ่ายค้านขอให้อยู่ในกรอบปรึกษาหารือว่าเรื่องที่จะถาม แล้วรัฐมนตรีไม่มาในประเด็นอย่างนั้น อย่าไปลึก ไปเรื่องกระทู้เลยครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน ผมก็ดำเนินการประชุมตามที่ท่านประธานได้วินิจฉัยที่เปิดโอกาสให้ผมชี้แจงว่าทำไมต้องเป็น กระทู้ถามสดครับ เข้าเรื่องเลยครับ ทำไมต้องเป็นกระทู้ถามสดครับ ท่านประธาน ตอนนี้ มีมติออกมาจาก กกพ. แล้วในการเดินหน้าการรับซื้อพลังงานหมุนเวียนต่อนะครับ ซึ่งมีกรอบระยะเวลาดำเนินการภายใน ๑๔ วันครับท่านประธาน ความหมายคืออะไร ภายใน ๓๐ ธันวาคมนี้ ถ้านายกรัฐมนตรีคนที่มีอำนาจเต็มในการที่จะหยุดยั้งเรื่องนี้ไม่ให้คนไทยต้อง จ่ายค่าไฟแพงเกินจริงที่ไม่มีความจำเป็นครับ เราจะกลับมาแก้ไขเรื่องนี้ไม่ได้ อีกเพราะตามระเบียบในการรับซื้อพลังงานไฟฟ้าของ กกพ. ครับ รัฐบาลยังมีอำนาจในการ ยกเลิกตราบใดที่ยังไม่เซ็นสัญญาครับ นี่จึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ทำไมวันนี้ผมต้องถาม ทำไมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบครับ เพราะเราอยากได้คำตอบว่าท่านจะปล่อยให้ กระบวนการแบบนี้ที่สืบทอดมาจากรัฐบาลชุดก่อน ๆ ในการเอื้อให้ประชาชนคนไทย ต้องจ่ายค่าไฟแพงแต่ไปเอื้อให้กลุ่มธุรกิจพลังงานนี้ได้เงินเข้ากระเป๋า แต่คนไทยทั้งประเทศ ต้องรับผิดชอบค่าไฟฟ้าแบบนี้เดินต่อจริงหรือครับ ทำไมท่านนายกมีอำนาจในการหยุดยั้ง แต่ไม่มาตอบกระทู้ถามสดและไม่หยุดยั้งเรื่องนี้ครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยากหารือคือเหตุผลเท่านี้ ครับท่านประธาน สุดท้าย ๑๕ วินาทีครับก่อนที่จะใช้เวลาในการดำเนินการประชุมต่อ ให้ท่านประธานได้ดำเนินการต่อนะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ยังมีเรื่องของนโยบายในการลดค่าไฟแพงเกินจริง ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าผ่านท่อที่ท่านนายกได้แถลงผลงานไว้ในเวทีแถลงผลงาน ๙๐ วันครับ รวมตัวเลขคร่าว ๆ แล้วกันครับ ผมไม่ลงรายละเอียดครับ ทั้งหมดนี้ที่ผมเตรียมคำถามมาถาม นายกวันนี้ คนไทยสามารถจ่ายค่าไฟถูกลงได้ ๓๐ สตางค์ต่อหน่วยนะครับ ๓๐ สตางค์ต่อหน่วย ถ้าท่านนายกมีความจริงใจในการดำเนินการและจริงใจที่จะมาตอบกระทู้ถามสดในสภา ผู้แทนราษฎรให้พวกเราได้นำเสนอข้อมูลครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ผมอยากจะพูดเรื่องนี้ให้มันชัดเจนนะครับ ทั้งผู้ถามและฝ่ายรัฐบาลผู้ตอบ วัตถุประสงค์ ของกระทู้ถามสดคือต้องการเอาเรื่องเร่งด่วนที่เป็นที่สนใจของประชาชนในขณะนั้น แล้วเป็น สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นต้องการมาถามจึงเกิดกระทู้ด่วนตามข้อบังคับ แต่ถ้าหากว่า เป็นกระทู้ด่วนแล้วผู้ตอบหมายถึงท่านนายกรัฐมนตรีไม่มาตอบในวันนั้น เหตุการณ์ก็ไม่เป็น เรื่องด่วน แล้วไปถามต่อไปมันก็จบวาระด่วน กระทู้ถามจึงไม่มีประโยชน์ตามข้อบังคับนี้ ผมขอยืนยันนะครับว่าวัตถุประสงค์กระทู้ถามสดนั้นเป็นกระทู้ถามสดที่ผู้ถาม ถาม รัฐบาล เป็นผู้ตอบมาตอบเพื่อประโยชน์ของประชาชน แต่ถ้าไม่มาตอบเลื่อนไปก็ไม่เป็นกระทู้ถามสด ซึ่งที่เราเอามานี้เอามาจากต่างประเทศทั่วโลกที่เขาถามกัน ซึ่งก็เข้าใจรัฐบาลว่ามีเรื่องเยอะ แต่วันพฤหัสบดีวันเดียวใน ๑ สัปดาห์ซึ่งมีเรื่องกระทู้ถามสดและกระทู้ถามทั่วไป เป็นเรื่องที่ คณะรัฐบาลต้องให้เวลากับสภา อันนี้ทั่วไปเดี๋ยวฝ่ายโน้นเป็นรัฐบาล ฝ่ายนี้ก็เป็นฝ่ายค้าน มันก็มาอย่างนี้เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่พูดกันให้จบให้ชัดเจนก็จะมาเกิดเรื่องแบบนี้แล้วก็ต่อว่า แบบนี้แล้วถ้าประธานไม่อนุญาตให้ผู้ถามพูดเลยแม้แต่คำเดียว เป็นสมาชิกสภาก็ควรจะมี สิทธิได้แสดงความคิดเห็นในที่ประชุม ถ้าไม่เกิดขัดข้อบังคับ เช่น เสียดสี ใช้คำหยาบคาย แต่จะแสดงความคิดเห็นต่อที่ประชุม ประธานต้องอนุญาตอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้เกิดประเด็น ต่อไปผมจึงอยากจะขอร้องว่าวันพฤหัสบดีในช่วงกระทู้ตั้งแต่ ๑๐.๐๐ นาฬิกาไปถึง ๑๓.๐๐ นาฬิกา อยากจะให้ฝ่ายรัฐบาลเสียสละเวลาให้กับสภา เสียสละเวลาให้กับสภาก็คือเท่ากับ ให้กับประชาชน แต่อีกประการหนึ่งผมอยากจะเสนอแนะต่อผู้ที่จะถาม ท่านอย่าถามนายก คนเดียวนะครับ บางครั้งประเด็นปัญหาไม่ใช่เรื่องของนายกจำเป็นต้องตอบใช่ไหม เช่น เรื่องน้ำท่วมท่านถามโดยตรงเลยไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถ้าเรื่องพลังงาน ถ้าไม่เกี่ยวกับเรื่องทั่วไปผมไม่ได้เห็นกระทู้เพราะว่าเป็นกระทู้ถามสด ถ้าเป็นเรื่องของ กระทรวงพลังงานโดยตรง ท่านขอถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ถ้าเรื่องแรงงาน ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพราะการมอบหมายนั้นบางทีกว่ากระทู้ไปถึง นายกรัฐมนตรีก็ต้องสำนักนายกรัฐมนตรี กว่าสำนักนายกรัฐมนตรีจะส่งไปให้กระทรวง ตัวท่านรัฐมนตรีก็ไปที่อื่นแล้วถูกไหม เขานึกว่าไม่มี เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นกระทู้ถามสด หรือกระทู้ถามทั่วไปขอให้เจาะจงตรงที่รัฐมนตรีที่รับผิดชอบเลย ท่านคงเข้าใจระบบราชการ ถามนายกก็ต้องส่งไปสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกกว่าจะส่งไปให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องก็ไปถึงปลัดกระทรวงก่อน เลขาก่อนไปถึง รัฐมนตรี เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าประเด็นนี้ผมอยากให้กระทู้ถามสดดำเนินไปเป็นประโยชน์ เต็มที่เลย เพราะฉะนั้นขอว่าทางฝ่ายรัฐบาลก็เสียสละเวลาช่วงนั้นมา แล้วผู้ถามท่านอย่าไป คิดว่าถามนายกแล้วนายกจะได้มาตอบ เพราะท่านคงเข้าใจนะครับ ผมก็เข้าใจนายกภารกิจ ท่านมากกว่ารัฐมนตรีอื่น ๆ เพราะฉะนั้นถ้าถามรัฐมนตรีอื่นจะได้มาตอบโดยตรง แต่ถ้านายกรัฐมนตรีผมก็ไม่ได้หมายความว่าท่านนายกไม่จำเป็นต้องมาตอบ เอาเรื่องที่ เกี่ยวกับนายกโดยตรงก็ถามนายก ถ้าไม่เกี่ยวโดยตรงต้องให้ท่านนายกมอบหมายให้คนอื่น นะครับ ซึ่งจะตอบดีกว่านายกตอบด้วยซ้ำไป ก็ควรจะถาม ผมต้องขออภัยที่พูดยาว เพราะเรื่องนี้จะพูดไปเรื่อย ๆ ประเด็นมันไม่จบจึงอยากขอร้องให้ทุกฝ่ายช่วยกันครับ ช่วยกันครับ วันนี้ก็จบกระทู้ถามสด กระทู้ถามทั่วไปแล้วนะครับ เชิญท่านอดิศรครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ พรรคเพื่อไทย ด้วยความเคารพครับ การถามกระทู้ถามสดเป็นสิ่งที่ มีค่า สภาแห่งนี้ในอดีตข้อบังคับแต่ก่อนเราไม่มีกระทู้ถามสด สภาโดยในขณะนั้นผมทำหน้าที่ เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างข้อบังคับ สภาของเราได้อนุมัติให้กรรมาธิการชุดผม ไปดูงานเรื่องกระทู้ถามสดที่ต่างประเทศ หมดเงินหลายบาทครับ ต่างประเทศเขาสดจริง ๆ ไม่มีกระทู้ถามสดถามแบบแช่ตู้เย็นแบบนี้นะครับ เราแค่สดแบบแช่ตู้เย็น ผมเห็นใจ เราอยาก ให้มีการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ผมเรียนท่านประธานว่าพรรคเพื่อไทยเราใส่ใจ เรื่องนี้เป็นอย่างยิ่งครับ ประชุมพรรค ไม่ว่าประชุมภาคอีสาน หรือประชุมพรรคใหญ่ เราเน้น การให้ความสำคัญต่อการตอบกระทู้หรือการทำงานในสภาของฝ่ายที่ไปเป็นฝ่ายบริหาร ผมเห็นใจ ผมพยายามกำชับทุกคนที่เป็นรัฐมนตรี ถ้าไม่มาตอบกระทู้พวกเราพร้อมที่จะเป็น แทนนะครับ ในพรรคเราพูดกันอย่างนั้นเลย เพราะฉะนั้นต้องเห็นใจทางฝ่ายพรรคก้าวไกล ผมอยากให้ท่านได้ถามเรื่องไฟฟ้า วันนี้คนที่รับผิดชอบเขาก็มีภารกิจจริง ๆ วันนี้รวมไทย สร้างชาติไม่มาสักคนเลยครับ อันนั้นจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองหรือเปล่าผมไม่ทราบ จึงขอเรียนท่านประธานว่าพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะท่านหัวหน้าพรรคท่านใส่ใจที่จะมาที่สภา แต่ว่ามันมีภารกิจในเรื่องได้รับปากอะไรมาก่อน จึงอยากให้สร้างความเข้าใจ เราสูญเสียเงิน ไปดูกระทู้ถามสดที่ต่างประเทศ ที่แคนาดา ที่อังกฤษ เขามีความสนุกครับ ท่านประธาน ที่เคารพ วันนี้ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านขอถามว่านายกรัฐมนตรีวันนี้มีภารกิจอะไร เขาซัดกัน ๑ ชั่วโมงอันนั้นคือต่างประเทศ แต่ของเราเป็นประเทศไทย เห็นใจฝ่ายค้านครับ อีกสักหน่อยครับ รอสักหน่อย รอเป็นรัฐบาลด้วยกันถึงจะรู้ความเข้าใจว่ารัฐบาลมันเป็นอย่างนี้ เป็นฝ่ายค้านเป็นอย่างนี้ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณคุณอดิศร ผมขอเพิ่มเติมหน่อย เพราะว่าบังเอิญผมไปดูการถามกระทู้ถามสดในสภาในต่างประเทศ ๒ ๓ ประเทศก่อนที่สภาได้ร่างข้อบังคับเรื่องนี้ วันที่กระทู้ถามสดเป็นเรื่องที่ประชาชน ไม่ใช่เฉพาะสภา สมาชิกสภาจะมาหมดเลยครับ กรรมาธิการเขาก็จะงดประชุมในช่วง กระทู้ถามสด เพราะเขาให้ความสำคัญกับกระทู้ถามสด สมาชิกก็จะมากันเต็มคึกคักมาก นะครับ กรรมาธิการก็จะไม่ประชุม แล้วประชาชนทั่วประเทศเปิดทีวีดูสด ๆ เลย โดยเฉพาะ กระทู้ถามสด ส่วนใหญ่ที่ผมไปดูจะเป็นการถามระหว่างผู้นำฝ่ายค้านกับนายกรัฐมนตรี สมศักดิ์ศรีกัน แต่ไม่ใช่ว่าผู้นำฝ่ายค้านกับนายก ๒ ท่าน รัฐมนตรีอื่นก็ถามท่านรัฐมนตรีอื่น ด้วยนะครับ แต่ว่าเป็นกระทู้ถามสดจริง ๆ เดือดร้อนจริง ๆ แต่เขาจะไม่ใช้ถามยาว ๆ เขาจะถามสั้น ถามทำไมไฟฟ้าจึงแพงกว่าเดือนที่แล้วจะลดได้ไหม อันนี้ก็ตอบไป ไม่เป็นสาระ ที่ต้องไปค้นคว้ามา ถามมาตอบไป ถามมาตอบไป บางครั้งท่านรัฐมนตรีก็บอกผมยังตอบ ไม่ได้ล่ะอันนี้ เพราะไม่ได้เป็นปัญหาเร่งด่วน แต่ผมต้องมาให้เกียรติ คือมาแต่ตอบไม่หมดก็ไม่เป็นไรคราวหน้าก็ถามใหม่ ก็อยากให้เหมือนที่ท่านอดิศรพูดถึง ให้เป็นกระทู้ถามสด ส่วนกระทู้ถามทั่วไปก็เป็นกระทู้ถามทั่วไป กระทู้ถามแยกเฉพาะก็มี ซึ่งขณะนี้ก็ดำเนินการอยู่ในห้องประชุมแยกเฉพาะอยู่นะครับ ก็ต้องทำความเข้าใจ ต้องขออภัยทุกฝ่ายด้วย ผมอยากให้สภาเราดำเนินไปตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ กฎหมาย แล้วก็ประโยชน์กับประชาชน แล้วให้รู้ที่มาที่ไป ไม่อย่างนั้นก็นึกว่ากระทู้ถามสดเหมือน กระทู้ถามทั่วไป กระทู้ถามทั่วไปนี้ก็ยังให้โอกาสเลื่อนได้ เพราะเลื่อนตามกำหนดเวลาเป็น วันที่เท่านั้นเท่านี้ แล้วกระทู้ถามทั่วไปอาจจะไม่ใช่สดใช่ไหม ถามเดือนนี้ไปตอบเอาเดือน กุมภาพันธ์ก็ยังได้ แต่กระทู้ถามสดถามวันนี้มันควรจะตอบวันนี้ ถ้าตอบอาทิตย์หน้ามันไม่สดแล้ว นะครับ เชิญท่านปกรณ์วุฒิครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน เห็นท่านศรีญาดายกมือยืนขึ้นท่านประท้วงหรือเปล่าครับ🔗
ขอใช้สิทธิพาดพิงค่ะ🔗
คุณหมอประท้วง ก่อนก็ได้ครับ แต่ไม่ใช่ประเด็นเดิมที่วินิจฉัยแล้วนะครับ เชิญครับ🔗
จริง ๆ วันนี้ถ้าจะบอก ว่าประท้วงท่านประธานก็ในช่วงแรกนะคะ แต่ว่าได้ฟังท่านประธานชี้แจงแล้วดิฉันเข้าใจค่ะ ดิฉันเองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก่อนอื่นดิฉัน ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นะคะ ดิฉันเองเป็นคนที่ เคารพในกติกาของข้อบังคับ อ่านข้อบังคับมีพกติดไว้ตลอดเวลานะคะ ทีนี้ในส่วนของกระทู้ ถามสดนี้ในส่วนที่ทางรัฐมนตรีมันมีข้อ ๑๕๑ อย่างที่ได้ประท้วงท่านประธานว่ามันสามารถ ที่จะเลื่อนได้ แต่ในขณะเดียวกันดิฉันเข้าใจว่าท่านสมาชิกก็มีความอยากจะอธิบายว่าทำไมถึง ได้มีปัญหาเรื่องข้อกระทู้ถามสดในเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แต่ดิฉันอยากจะ วิงวอนว่าสภาแห่งนี้ถ้าเราจะช่วยกันไม่มีการเสียดสีนะคะ แล้วบางเรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มาตอบไม่ได้แปลว่าท่านไม่ใส่ใจ ไม่ได้แปลว่าท่านไม่ตัดสินใจ แต่มันมีหลายเรื่อง หลายราวซึ่งท่านควรจะมาให้โอกาสในครั้งหน้าในการที่จะเสนอกระทู้ต่อไป หรือมันอาจจะมีช่องทางในเรื่องของการอภิปรายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปค่ะ คือการตัดสินใจ แล้วเอ่ยชื่อท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็บอกว่าไม่อย่างนั้นอย่างนี้ ดิฉันคิดว่ามันไม่เป็นธรรมกับ นายกรัฐมนตรีค่ะ แล้วอยากให้สภาแห่งนี้อยู่ในข้อบังคับ เพราะข้อบังคับก็ไม่ได้มีให้อภิปราย ในการตั้งกระทู้ถามสดค่ะ ขอบพระคุณค่ะ แล้วก็ขอบพระคุณท่านประธานสภาที่ให้โอกาส ดิฉันได้ชี้แจงอีกครั้งค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
กระทู้ถามสดที่ให้ เลื่อนไปตามข้อ ๕๑ นั้นเป็นกระทู้ถามทั่วไป เป็นข้อบังคับของกระทู้ถามทั่วไป แต่กระทู้ ถามสดเขาบอกเป็นกระทู้ด่วนที่เป็นประโยชน์กับประชาชน แล้วก็อยู่ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นอันนี้คล้าย ๆ ว่าผ่อนผันให้ แต่ข้อบังคับจริง ๆ วัตถุประสงค์ให้ถามวันนั้น แล้วคนตอบก็ต้องมาตอบวันนั้น แต่ข้อ ๕๑ นี้เป็นกระทู้ถามทั่วไปหรือกระทู้ถามแยกเฉพาะ เพราะว่าถามวันนี้ตอบเดือนหน้าได้ ยังตอบได้ แต่กระทู้ถามสดถ้าไม่ตอบวันนี้แล้วเหตุการณ์ ก็ผ่านไป เช่น เรื่องน้ำท่วมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วถ้ารอสัปดาห์หน้าต่อไปมันก็ไม่สด มันไม่เท่ากับ ว่าสามารถจะแก้ปัญหาได้ อันนี้ก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่มาตอบทันทีนะครับ เชิญท่าน ปกรณ์วุฒิครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านครับ ก็สืบเนื่องจากที่ท่านประธานได้อธิบายเรื่องกระทู้ถามสด เมื่อสักครู่นี้ ซึ่งผมก็เห็นด้วยนะครับ เห็นด้วยทั้งหมดนะครับว่ากระทู้ถามสดมีความสำคัญ นะครับ แล้วก็เข้าใจอย่างที่ท่านประธานได้อธิบายว่ากระทู้ถามสดนี้หากเราแจ้งไว้ตอนเช้า มันก็คงจะเป็นการยาก แล้วก็เข้าใจระบบราชการดีนะครับ ผมเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้อง ให้คณะรัฐมนตรี ๓๐ กว่าท่านมา Standby ที่สภาเพื่อว่าใครจะได้รับการถามกระทู้ถามสด บ้างคงไม่ได้อยากให้ทำถึงขนาดนั้นนะครับ ดังนั้นที่ผ่านมาผมอธิบายเรื่องนี้ในสภาหลายรอบ ทุกวันนี้วิปฝ่ายค้านมีการประสานไปยังวิปรัฐบาล ๒-๓ วันล่วงหน้าว่าเราอยากจะถามกระทู้ ถามสดใครบ้าง เวลาเราเสนอถามกระทู้ถามสดถึงท่านนายกรัฐมนตรีก็เป็นกระทู้ถามสด ที่จำเป็นจะต้องเป็นท่านนายกรัฐมนตรีจริง ๆ กระทู้ถามสดในวันนี้มีการได้รับการแจ้งว่า อาจจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมาตอบ เราก็ปรับกระทู้ให้เป็นเรื่องค่าไฟเรื่องเดียว เพราะตอนแรกที่จะถามท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้มีเรื่องค่าไฟเรื่องเดียวครับ เป็นหลายเรื่อง หลายกระทรวง ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานตอบไม่ได้แน่นอน ก็ต้องเป็น ท่านนายกเท่านั้น แต่พอได้ยินมาว่าท่านรัฐมนตรีพลังงานจะมาเราก็ปรับให้เป็นเรื่องที่ ท่านรัฐมนตรีพลังงานจะตอบได้ สัปดาห์นี้ครับท่านประธาน ผมประสานไปทั้งสิ้น ๕ กระทู้ ครับ มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่สามารถมาตอบได้ประมาณ ๘ ท่าน ไม่มีใครมาเลยแม้แต่ ท่านเดียว นี่ไม่ใช่กระทู้ถามสดด้วยนะครับ ประสาน ๒ ๓ วันล่วงหน้า ดังนั้นปัญหานี้ผมคิด ว่ามันไม่ใช่เรื่องระบบราชการ ผมคิดว่าเรื่องนี้ปัญหาเป็นเรื่องความพร้อมของรัฐมนตรีในการ ที่จะมาตอบกระทู้ถามสด ในการให้ความสำคัญกับสภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎร ที่แต่งตั้งท่านนายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งอยู่ทุกวันนี้นะครับ🔗
ขอบคุณมากครับ🔗
ผมก็หวังว่า ท่านประธานวิปรัฐบาล ท่านรัฐมนตรีทุกท่าน เมื่อสักครู่นี้ผมก็เห็นท่านรัฐมนตรีมาหลายท่าน กรุณาให้ความสำคัญกับกระทู้ถามสดอย่างที่ปากท่านบอกเสียที ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เชิญประธานวิปรัฐบาลครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผมในฐานะประธานวิปรัฐบาลก็ต้องขออภัยในความผิดพลาด เนื่องจากว่าเป็นช่วงที่ เปิดสมัยใหม่ แล้วก็มีปัญหาเรื่องภาคใต้ที่พายุลงแล้วก็น้ำท่วม มีการเรียกร้องให้รัฐบาล ไปดูแลเป็นกระแสที่เป็นอยู่ แล้วผมก็เข้าใจในทางฝ่ายค้านซึ่งพวกเราก็ผ่านชีวิตการเป็น นักการเมืองฝ่ายค้าน แล้วก็ฟังดำริของท่านประธานที่ว่าอยากให้นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ รัฐมนตรีได้มาตอบทุกกระทู้ แต่วันนี้อาจจะมีบางกระทู้ซึ่งเป็นกระทู้ถามทั่วไปด้วย ท่านประธาน แต่ส่วนใหญ่ก็มาแล้ว ดังนั้นก็ยืนยันทางวิปฝ่ายค้านนะครับท่านประธานว่า อาทิตย์ต่อไปเราจะพยายามประสานกันตามดำริของท่านประธานเพื่อให้รัฐมนตรีหรือ นายกรัฐมนตรีได้มาตอบกระทู้ในสภาเป็นความร่วมมือ ผมว่าเรื่องนี้น่าจะพอได้แล้วครับ ควรจะไปวาระอื่น ๆ ขอบคุณมากครับ🔗
คุณอนุชาประท้วง หรือเปล่าครับ ยกมือเหมือนกับประท้วงครับ คุณอนุชา บูรพชัยศรี เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ขออนุญาตพาดพิงนิดเดียวท่านครับ เมื่อสักครู่นี้พอดีท่านอดิศร เพียงเกษ จากพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ได้พูดว่าทางพรรครวมไทยสร้างชาติไม่ได้อยู่ในห้องประชุมเลย อะไรต่าง ๆ นะครับ ก็เลยขออนุญาตที่จะชี้แจงว่าในส่วนของสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ มาประชุมกันพร้อมเพรียงที่สภาแห่งนี้ แต่เนื่องจากตอนนี้ก็ยังมีการประชุมกรรมาธิการ ในหลาย ๆ ส่วน ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงพักเที่ยงก็ดีแต่ก็ยังประชุมต่อเนื่อง ผมเองก็รีบวิ่ง ลงมา ตอนนี้ก็อาจจะหอบสักเล็กน้อยนะครับเพราะว่ามีประชุมอยู่หลายส่วน แล้วก็มี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติอีกหลายท่าน ซึ่งต้องบอกว่า มีการลาประชุมอย่างเป็นทางการ เนื่องจากตอนนี้สถานการณ์ภาคใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางพรรครวมไทยสร้างชาติมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในจังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วก็จังหวัดสุราษฎร์ธานีตอนนี้ก็กำลังช่วยพี่น้องประชาชนอยู่ ก็เข้าใจว่าทางสภาคงจะเข้าใจ แล้วก็ทางด้านพรรคร่วมรัฐบาลก็คงจะเข้าใจว่าทางพรรครวมไทยสร้างชาติทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ในส่วนของการที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ในปัจจุบัน แล้วก็ทำหน้าที่ สส. อย่างเต็มที่ในพื้นที่ ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านอดิศรเชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม อดิศร เพียงเกษ ครับ ผมต้องกราบขอโทษนะครับท่านพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็มาปฏิบัติหน้าที่ อย่างนี้ละครับ แต่ตอนที่ผมพูดไม่อยู่ แต่ท่านมีภารกิจในการประชุมข้างนอก ผมจะไม่ ประพฤติปฏิบัติพูดเช่นนี้อีกต่อไปในชีวิต ขอบคุณครับ🔗
เรื่องน้ำท่วมก็เป็น ปัญหาใหญ่ซึ่งผมก็เห็น ต้องขอบคุณท่านนายก รองนายก ๒ ๓ ท่านก็เดินทางไปใต้อยู่ครับ คุณพีระพันธุ์ก็เห็นเมื่อวานไปสุราษฎร์ ท่านอนุทินก็เดินทางไป อันนี้ต้องขอบคุณ ก็เป็น ภาระหน้าที่ของรัฐบาล เพื่อความเข้าใจอีกนิดหนึ่งเรื่องกระทู้ถามสด เมื่อสักครู่คุณศรีญาดา ได้พูดถึง ผมขออ่านให้ชัดเจนเพื่อจะได้ปฏิบัติต่อไปไม่ต้องมาพูดแล้วเรื่องนี้ คือข้อบังคับ กระทู้ถามสดด้วยวาจา ข้อ ๑๕๖ พูดไว้ชัดเจนว่าการตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา สมาชิก แต่ละคนมีสิทธิที่จะตั้งกระทู้ถามได้ครั้งละ ๑ กระทู้ โดยกระทู้ถามนั้นไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เมื่อสักครู่คุณปกรณ์วุฒิก็บอก ไม่ต้องแจ้งล่วงหน้านะครับ ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้🔗
๑. เป็นเรื่องสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชนนะครับ ถ้าไม่ใช่เรื่อง ที่ประชาชนสนใจก็ให้เป็นกระทู้ถามทั่วไป🔗
๒. เป็นเรื่องที่กระทบถึงผลประโยชน์ของประชาชน ประเทศชาติอย่าง เร่งด่วน เป็นเรื่องที่เร่งด่วน เพราะฉะนั้นต้องเข้าในประเด็นนี้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่ตอบในขณะที่ถามก็จะไม่เข้าในประเด็นของกระทู้ถามสดนะครับ มันจะเข้ากระทู้ถามทั่วไปและกระทู้ถามแยกเฉพาะ เพราะฉะนั้นขอย้ำอีกครั้งหนึ่งแล้วก็ขอ ความร่วมมือนะครับ จากทั้งฝ่ายรัฐบาลและผู้ถาม ผู้ถามผมขอย้ำอีกครั้งหนึ่ง ท่านอย่าไป เจาะจงถามนายกรัฐมนตรีคนเดียวครับ พอนายกรัฐมนตรีมอบ นายกรัฐมนตรีต้องมอบ ถ้าเรื่องไม่ตรงกับท่าน ท่านก็มอบ พอมอบแล้วกว่าจะไปถึงเจ้าตัวมาก็มาไม่ทันนะครับ แล้วถ้าเป็นไปได้วิปทั้ง ๒ ฝ่ายช่วยประสานด้วยนะครับ ช่วยประสานเพื่อให้งานสภาเรา ดำเนินด้วยความเรียบร้อยและประชาชนจะได้ประโยชน์เต็มที่นะครับ ขอบคุณครับ ก็เป็นอันว่าจบเรื่องกระทู้ถามสดและกระทู้ถามทั่วไปแล้วนะครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ก่อนดำเนินการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอชี้แจงให้ที่ประชุมทราบ การถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะแต่ละกระทู้ ให้ถามและตอบเรื่องละไม่เกิน ๒ ครั้ง ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๐ นาที ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ และข้อ ๑๗๓ ประกอบ ๑๖๗🔗
กระทู้ถามแยกเฉพาะ อนุญาตให้ประชาชนเข้าร่วมรับฟัง ขอความร่วมมือ ผู้ที่ได้รับอนุญาตกรุณาปฏิบัติตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยอนุญาตให้บุคคลภายนอก เข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามข้อบังคับ ข้อ ๔ และ ข้อ ๕ ห้ามแสดงกิริยาใด ๆ ที่ไม่สุภาพหรือกล่าววาจาส่อเสียด ห้ามใช้เครื่องมือหรือวัตถุใด ๆ อัดเสียง บันทึกเสียง ถ่ายทอดสู่ภายนอกนะครับ🔗
สำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะในวันนี้ เห็นว่าเพื่อประโยชน์ ในการถามตอบกระทู้ถาม ผู้ตั้งกระทู้ถามต่อท่านรัฐมนตรีนะครับ ผมขอสลับลำดับการ ถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้นะครับ🔗
ลำดับที่ ๑ ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์🔗
ลำดับที่ ๒ ท่านสาธิต ทวีผล🔗
ลำดับที่ ๓ ท่านกาญจน์ ตั้งปอง🔗
ลำดับที่ ๔ ท่านอัครแสนคีรี โลห์วีระ🔗
ลำดับที่ ๕ ท่านธีรัจชัย พันธุมาศ🔗
ลำดับที่ ๖ ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์🔗
๑. เรื่อง ขอติดตามความคืบหน้าการพัฒนาบึงกระจับ ตำบลหนองกบ อำเภอ บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย🔗
ท่านก็มีหนังสือแจ้งว่าท่านรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยท่านติดภารกิจ ถึงมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง และในการนี้เพื่อประโยชน์ ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม สนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้นะครับ ๑. ท่านชานนท์ วงษ์พจนี ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจสังคมและคุณภาพชีวิต กองพัฒนาและส่งเสริม การบริหารงานท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ๒. ท่านสัญญา ทศวิภาค นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงานจังหวัดราชบุรี กระทรวงมหาดไทย เชิญ ครับท่านอัครเดช ถามคำถามแรกเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมได้ ทำกระทู้กราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับเรื่องการพัฒนา บึงกระจับ ตำบลหนองกบ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ มีศักยภาพ ในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มรายได้และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในสมัยท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็คือท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้เคยเดินทางไปสำรวจลงพื้นที่ แต่ปัจจุบันนั้นยังไม่มีความ คืบหน้า อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รูปที่ท่านเห็นนั้นเป็นรูปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในสมัยนั้น ท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้ลงพื้นที่ ผมเองได้ทำกระทู้ถามมา ณ ห้องนี้ครับ ท่านประธานครับ ท่าน รัฐมนตรีว่าบึงกระจับแห่งนี้มีศักยภาพเป็นบึงอยู่ใจกลางอำเภอบ้านโป่ง แล้วบึงแห่งนี้มีพื้นที่ ขนาดเกือบ ๑๐๐ ไร่ กินพื้นที่ ๓ ตำบลด้วยกัน ๓ อปท. ๒ ตำบล ก็คืออยู่ในเขตตำบล หนองอ้อและตำบลหนองกบ ๓ อปท. ก็คือมีเทศบาลกระจับ อบต. หนองอ้อ แล้วก็ อบต. หนองกบ มี ๓ อปท. อยู่ใน ๒ ตำบล ซึ่งมีศักยภาพมาก ผมก็ทำกระทู้ถามนี้มาให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ลงไปพัฒนาบึงกระจับให้เป็น Landmark แห่งใหม่ ของประเทศไทยเพราะว่าเป็นบึงน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ แล้วที่สำคัญอยู่ใจกลางเมืองแล้วก็เป็น เส้นทางผ่านไปท่องเที่ยวในเขตอำเภอบ้านโป่งแล้วก็จังหวัดกาญจนบุรีได้นะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาฟังกระทู้ถามผมนะครับ ผมก็ได้ชี้แจงถึง รายละเอียดของบึงแห่งนี้ว่ามีพื้นที่ขนาดไหน ใกล้พื้นที่ไหนบ้าง มีศักยภาพในการพัฒนา ทำเรื่องกีฬาทางน้ำ ทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว หรือทำเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำก็ได้นะครับ ท่านมีความสนใจมาก หลังจากนั้นประมาณไม่เกิน ๑ เดือนท่านก็ลงพื้นที่ด้วยตนเองเลย ตามภาพที่ได้นำเรียนท่านประธานและท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรี ครับว่าท่านลงไปดู พื้นที่ ในสมัยนั้นท่านก็ให้คนประสานผมว่าจะลงพื้นที่ แต่ว่าพอดีวันนั้นมีโหวตติดประชุมสภา ท่านก็บอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวท่านลงพื้นที่ ท่านก็มีผู้ว่าราชการจังหวัดในสมัยนั้นแล้วก็นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดลงพื้นที่ด้วยนะครับ ในรูปก็จะมีผู้ว่าราชการจังหวัดก็ลงพื้นที่ ตลอดจนนายกทั้ง ๓ แห่งเลย ก็คือนายกเทศมนตรีกระจับ นายก อบต. หนองกบ ในสมัยนั้น ก็ลงพื้นที่ ด้วยความดีใจของพี่น้องประชาชนก็มารับท่านรัฐมนตรีกันเยอะเลย อยากจะเรียน ครับว่าท่านเองก็ได้สั่งการให้จังหวัดราชบุรีขับเคลื่อน ทั้ง อบจ. ราชบุรีด้วย แล้วก็จังหวัด ราชบุรีด้วยก็ขับเคลื่อนร่วมกัน ตอนนั้นผมก็มีการประชุมครับท่านประธาน ก็มีการประชุม ติดตามผมก็เข้าร่วมประชุมด้วย ก็สรุปเลยว่าจะให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแล้วก็ อบจ. นี้ร่วมกันพัฒนาบึงแห่งนี้ แต่ว่าอาจจะเป็นเรื่องของการผิดพลาดทางเทคนิคในสมัยนั้น มันก็จะมี ๒ ส่วนครับท่านประธาน คืองบออกแบบกับงบก่อสร้างนะครับ ก็รู้สึกว่าหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องน่าจะมีการสื่อสารผิดก็เลยช้าไปปีหนึ่ง พอปีต่อมาผมก็เดินทางไปพบท่านนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ในสมัยนั้นเลยนะครับ ท่านนายกวิวัฒน์ นิติกาญจนา ขออนุญาตเอ่ยนามเพราะว่าท่านเองก็มีความปรารถนาดีที่อยากจะส่งเสริมให้บึงแห่งนี้เป็น แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดราชบุรีด้วยนะครับ ก็ได้มีการตกลงกันว่าจะให้มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังมาออกแบบ ก็ช่วยกันขับเคลื่อน ผมก็ไป ประชุมที่บึงเลย ก็มีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบังลงมาร่วมประชุมด้วย แล้วก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น อบจ. ราชบุรี แล้วก็ ๓ อปท. ที่ได้นำเรียนท่านประธานและท่านรัฐมนตรีแล้ว ตลอดจนผู้แทนของกรม ส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็มาประชุมร่วมกันแล้วก็จังหวัดราชบุรี ก็สรุปว่าจะให้ทางงบ ออกแบบให้ทาง อปท. เป็นคนออกแบบ ส่วนเมื่อออกแบบเสร็จก็จะให้ทางกรมส่งเสริมการ ปกครองท้องถิ่นให้งบอุดหนุนเฉพาะกิจมาก่อสร้าง อันนี้เป็นข้อตกลงสุดท้ายแล้วก็ให้ แต่ละหน่วยงานไปขับเคลื่อน ทีนี้ปัญหาล่าสุดแบบยังไม่มีเลยครับ ท่านประธาน ทาง อบจ. ก็บอกว่าไม่มีงบประมาณมาดำเนินการ เพราะว่า อบจ. ต้องลงขัน ๓ ล้านบาท แล้วก็ให้ เทศบาลกระจับออก ๑ ล้านบาท อบต. หนองกบ อบต. หนองอ้อออกที่ละ ๑ ล้านบาท ล่าสุดนี้ อบจ. ก็มีงบประมาณจำกัดก็บอกว่าไม่มีความพร้อมนะครับ ส่วน อปท. ก็งบประมาณน้อยก็มีความเห็นใจ ทีนี้หลังจากผมกลับมาเป็น สส. สมัยนี้ก็มาติดตาม โครงการนี้อีกทีหนึ่ง ก็เลยได้ขออนุญาตท่านประธานว่ามาทำกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยว่าบึงกระจับแห่งนี้จะพัฒนาได้อย่างไรบ้าง เพราะว่าทางท่านอดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในสมัยนั้นท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ท่านก็เห็น ความสำคัญของบึงนี้นะครับ จากภาพนี้ท่านก็ได้ให้นโยบายแล้วก็ลงไปติดตามด้วยตนเอง นะครับ อยากจะเรียนท่านประธานอีกนิดหนึ่งก่อนที่จะถามท่านรัฐมนตรี คือตอนนี้อำเภอ บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ ทางด้านอุตสาหกรรม ท่านประธานคงได้ยินนะครับ อู่ต่อรถอุตสาหกรรมหลักอยู่ที่บ้านโป่งมาก เป็นเมืองอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และเกษตรกรรม แต่ว่าปัจจุบันนี้ท่านประธานก็จะเห็น ว่ามี Motorway วิ่งจากบางใหญ่ไปออกเมืองกาญจน์ เดิมนี้เวลาคนจะไปเที่ยวเมืองกาญจน์ ก็จะผ่านบ้านโป่งก็จะแวะในการจับจ่ายใช้สอย เรื่องการท่องเที่ยวผมเองก็มีความเป็นห่วง ครับว่าเมื่อมี Motorway ประชาชนจากกรุงเทพมหานครหรือนักท่องเที่ยวต่างจังหวัด จะไปเที่ยวเมืองกาญจน์นี้อีกหน่อยไม่ผ่านบ้านโป่ง แล้วฉะนั้นจะต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ บ้านโป่งเป็นเมืองท่องเที่ยวเพื่อสร้างเงิน สร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจให้หมุนเวียนให้กลับมา เหมือนเดิมนะครับ สิ่งหนึ่งที่ทำก็คือการยกระดับให้บ้านโป่งเป็นเมืองท่องเที่ยวก็ได้ประชุม กับองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อพัฒนายกระดับ พื้นที่บ้านโป่งให้เป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนนะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง🔗
ส่วนที่ ๒ ก็คือการสร้างแหล่งท่องเที่ยวที่เป็น Landmark ฉะนั้นบึงกระจับ ถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นความหวังของคนบ้านโป่งที่จะพัฒนาเพื่อที่จะได้ชดเชยรายได้ เมื่อวันหนึ่ง Motorway เปิดใช้เต็มรูปแบบ ประชาชนนักท่องเที่ยวไม่ได้ผ่านบ้านโป่งแล้ว ก็จะได้มีกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจจะมาเที่ยวที่บ้านโป่ง สร้างบ้านโป่งให้เป็น Destination เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว ก็เลยอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีครับว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยวันนี้ ท่านได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี มาตอบกระทู้ในครั้งนี้นะครับ แล้วท่านรัฐมนตรี ทรงศักดิ์ ทองศรี ในนามของพี่น้องชาวราชบุรีต้องขอบคุณท่านมาก ๆ เลยครับ ท่านมาตอบ กระทู้ถามของผมทีไรท่านก็ได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ ให้พี่น้องชาวราชบุรี ชาวบ้านโป่ง เสมอมา ล่าสุดกรมโยธาธิการและผังเมืองครับ ท่านประธานครับ ก็ลงไปสำรวจสะพาน เชื่อมโรงพยาบาลบ้านโป่งแห่งที่ ๑ แห่งที่ ๒ ข้ามแม่น้ำแม่กลองที่ผมได้ทำกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีก็สั่งการไปตอนนี้ก็คืบหน้าไปมากนะครับ ก็เลยขออนุญาตเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีครับว่า ท่านมีแนวทางในการพัฒนาบึงแห่งนี้ให้กับพี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรีหรือไม่ อย่างไรครับ ขออนุญาตกราบเรียนถามท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มา ตอบกระทู้ถามท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ เขตเลือกตั้งที่ ๔ จังหวัดราชบุรี ท่านได้กรุณาถามติดตามความคืบหน้าของการพัฒนาบึงกระจับ ตำบล หนองกบ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี🔗
เรื่องนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับ ก็คงเป็นเรื่องที่สืบเนื่อง มาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๓ จากที่ทางจังหวัดรายงานมานะครับว่ามีปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนเรื่องของความต้องการให้หน่วยงานพัฒนาพื้นที่บึงกระจับสามารถเป็นแหล่ง ท่องเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจโดยภาพรวมให้แก่จังหวัดราชบุรีตามที่ ท่านสมาชิกได้พูดถึงนะครับ โดยจากการสำรวจพื้นที่และหลักฐานการออกเอกสารราชการ หนังสือสำคัญที่หลวงเลขที่ ๑๙๕๕/๒๕๐๘ ปรากฏว่าบึงกระจับตั้งอยู่ในพื้นที่ของอำเภอ บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ลักษณะเป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ ๒๑๕ ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ๒ ตำบล ตำบลหนองกบ แล้วก็ตำบลหนองอ้อ แล้วก็อยู่ในความดูแลของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน ๓ แห่งด้วยกันตามที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลตำบลกระจับ มีพื้นที่อยู่ในบึงกระจับ ๒๐ ไร่ แล้วก็องค์การบริหารส่วน ตำบลหนองกบก็มีพื้นที่ประมาณ ๑๓๕ ไร่ และองค์การบริหารส่วนตำบลหนองอ้อนี้ก็ ๖๐ ไร่นะครับ แล้วพื้นที่ดังกล่าวนี้ก็ทราบว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี้ได้ขออนุญาตพื้นที่ จากจังหวัดเป็นที่เรียบร้อยในการพัฒนา เรื่องดังกล่าวมีการประชุมร่วมกันที่บอกว่า เป็นข้อตกลงร่วมกันที่เรียกว่าเป็น MOU เพื่อการพัฒนานี้ ก็มีทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล อบต. ๒ แห่ง แล้วก็อำเภอบ้านโป่ง มีการประชุมทำข้อตกลงร่วมกันในการ จัดบริการสาธารณะเพื่อการพัฒนาบึงกระจับ โดยมีวัตถุประสงค์อยู่ ๕ ประการด้วยกัน ที่ทราบนะครับ คือเป็นการพัฒนาให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เพื่อเป็นสถานที่ออกกำลัง กาย เพื่อเป็นที่ปฏิบัติธรรมพัฒนาจิตใจ เพื่อการจัดกิจกรรมนันทนาการและการกีฬาทางน้ำ เพื่อการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเพื่อเป็นศูนย์เทศกาลโครงการเฉลิมพระเกียรติเศรษฐกิจพอเพียง แล้วก็เพื่อเป็นพื้นที่ แก้มลิงรับน้ำในช่วงฤดูฝน แล้วก็เป็นแหล่งน้ำสำรองในการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งนะครับ อันนี้ ก็เป็นวัตถุประสงค์ที่มีการ MOU เพื่อการพัฒนาพื้นที่บึงกระจับ ซึ่งผมได้มีโอกาสได้ดูภาพ จริงนะครับ ก็เป็นภาพที่ถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อพี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่งแล้วก็ คนราชบุรีนะครับ ถ้าเราสามารถพัฒนาเพื่อการท่องเที่ยวได้ก็จะเป็นประโยชน์กับการกระตุ้น เศรษฐกิจแล้วก็พี่น้องประชาชนโดยภาพรวม ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยเองโดย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ภายใต้ชื่อโครงการเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ เงินอุดหนุนสำหรับสนับสนุนการ ก่อสร้าง ซ่อมแซม บำรุงรักษา พัฒนาท่องเที่ยวนะครับ มีรายการติดตั้งไฟส่องสว่างแบบ โซลาร์เซลล์บริเวณบึงกระจับ ที่หมู่ที่ ๑๑ จำนวน ๑๒๐ ต้น แต่ละต้นห่างกันประมาณ ๒๐ เมตรรอบบึงกระจับ โดยเป็นเงินอุดหนุนที่เทศบาลตำบลกระจับขอไปนะครับ ขอผ่าน จังหวัดและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็จัดสรรไปเรียบร้อย จำนวนเงินทั้งสิ้น ๕,๓๔๕,๐๐๐ บาท ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้ก็ดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อยและปัจจุบันก็อยู่ ในการดูแลรักษาของเทศบาลตำบลกระจับเป็นที่เรียบร้อย แล้วปัจจุบันก็มีประชาชน ไปพักผ่อน แต่ว่าโดยภาพรวมก็ต้องยอมรับนะครับว่างบประมาณซึ่งจะใช้ในการพัฒนาบึง กระจับนี้เพียง ๕ ล้านบาทเศษนี้ โดย อปท. ๓ อปท. ซึ่งตัวเลขของ อปท. แต่ละแห่งนี้ ผมดูตัวเลขรวมมีเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้นแต่ละ อปท. ประมาณสัก ๕๐ กว่าล้านบาท แต่ว่าคิดเป็นเงินลงทุนจริง ๆ หักค่าใช้จ่ายประจำแล้วจะเหลือประมาณสัก ๔-๕ ล้านบาทเอง ซึ่งผมเข้าใจว่าเกินศักยภาพในการที่จะพัฒนาบึงกระจับซึ่งมันใหญ่ขนาดตั้ง ๒๐๐ กว่าไร่ เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวนะครับ แล้วปัจจุบันก็มีความคืบหน้าอยู่นะครับ ความคืบหน้านี้ก็เกิดจากที่ผมได้เห็นว่าเป็นกระทู้ถามก็ได้เชิญหน่วยงาน ท่านนายก อปท. ทั้ง ๓ แห่งนี่ล่ะครับ ทางจังหวัดด้วยก็มาประชุมหารือกันที่กระทรวงมหาดไทยเมื่อวานนี้ครับ ก็ถือว่าเป็นงานเร่งด่วนนะครับ ก็ได้ทราบว่าทาง อปท. ทั้ง ๓ แห่งนี้ก็พยายามทำตามที่มี ข้อตกลง MOU ร่วมกันนะครับ ก็เลยจัดทำแผน ๕ ปี วางแผนร่วมกันว่าใน ๕ ปีนี้แต่ละ อปท. จะทำอะไรกันบ้าง โดยการกำหนดเรื่องของแผนงบประมาณ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๖-๒๕๗๐ ซึ่งประกอบไปด้วยโครงการก่อสร้างสนามกีฬากลางแจ้งและพื้นที่สันทนาการกลางแจ้ง บริเวณสวนสาธารณะบึงกระจับ อันนี้เขาบอกว่าเขาจะตั้งไว้ ๒๘ ล้านเศษนะครับ ๒. โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวบึงกระจับให้เป็น Landmark ภาคตะวันตก อันนี้ งบประมาณประมาณ ๑๐ ล้านบาท โครงการที่ ๓ เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่บึงกระจับ ประกอบด้วยกิจการสำคัญ ได้แก่ ปรับปรุงถนนรอบบึง จัดให้มีช่องทางจักรยาน ก่อสร้าง ระเบียงทางน้ำ ก่อสร้างสะพานแขวน ก่อสร้างอาคารแสดงสินค้าหัตถกรรม ปรับปรุง ไฟส่องสว่าง อันนี้งบประมาณประมาณ ๑๙๕ ล้านบาท ก็เป็นแผนโครงการซึ่งแต่ละ อปท. ที่อยู่ในพื้นที่ครอบคลุมในบึงกระจับนี้เขาต้องร่วมไม้ร่วมมือกัน อันนี้เป็นเงื่อนไขข้อตกลงตาม MOU แต่ผมเรียนท่านประธานนะครับว่างบประมาณที่เขาเสนอขอมานี้ตามหลักการจริง ๆ ก็ต้องใช้เงินงบประมาณเป็นของตัวเอง เพราะเรียกว่าเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็น นิติบุคคล หลักการกระจายอำนาจก็ให้ท้องถิ่นโดยผู้บริหารท้องถิ่นสามารถบริหารการพัฒนา พื้นที่ตัวเอง แต่ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าที่เรียนเบื้องต้นว่างบประมาณแต่ละ อปท. นี้ มันมีจำกัด แต่ว่าในหลักการแรก ๆ ก็คือว่าต้องใช้งบประมาณของตัวเองเป็นหลัก ถ้าไม่มีก็ ต้องไปขอที่ อปท. ที่ใหญ่ขึ้นไปอีกเป็นการอุดหนุน อย่างเช่น อบจ. นะครับ ถ้า อบจ. ไม่ให้ อปท. เหล่านี้ก็ต้องทำเรื่องอุดหนุนไปที่กระทรวงมหาดไทยแต่ว่าตรงนี้มีเทศบาลตำบลด้วย ซึ่งเทศบาลตำบลเองก็ต้องขอตรงไปที่สำนักงบประมาณ ส่วน ๒ อบต. ก็อาจจะขอผ่าน อุดหนุนมาที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งต้องมีแผนงานซึ่งวางแผนไว้แล้วคือ ๕ ปี ต้องลงระบบ ต้องมีรูปแบบรายการ ลงระบบโซลาร์เซลล์เรียบร้อย แล้วก็รองบประมาณ ในปีถัดไปอย่างนี้ครับ วันนี้งบประมาณปี ๒๕๖๘ นี้เราใช้ไปแล้วก็ต้องไปขอในปี ๒๕๖๙ เป็นการขอเงินอุดหนุนมาตามโครงการที่ขออนุมัติ ตัวเลขที่ขอมาทั้งหมดนี้ผมก็ได้พูด ในที่ประชุมเมื่อวานนี้เขาบอกว่าก็เห็นใจท้องถิ่นถ้าบอกว่าขอเงิน ๑๙๕ ล้านบาทเขาต้อง สมทบ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นเงิน ๑๙ ล้านบาท มันก็เกินวงเงินที่เขามี ผมว่าเขาคงจะขอ อุดหนุนไม่ได้หรอกครับ แล้วก็ส่วนที่เหลือก็เหมือนกันนะครับ เพราะมีเหลือเงินอยู่ในการ พัฒนาพื้นที่เพียง ๔-๕ ล้านบาทในการพัฒนาพื้นที่ จะเอามาใช้เฉพาะที่บึงกระจับที่เดียว ผมว่าเป็นเรื่องที่เห็นใจท้องถิ่นแล้วก็เห็นใจพี่น้องประชาชน อันนี้เป็นแนวทางเบื้องต้นก่อน นะครับที่ผมได้เรียนว่าหลักการของท้องถิ่นเองถ้าจะพัฒนาพื้นที่ของตัวเองก็ต้องใช้แนวทาง อย่างนี้นะครับ แต่ว่ายังมีแนวทางอื่นนะครับ เดี๋ยวผมขออนุญาตท่านสมาชิกท่านมีคำถามอื่น เพิ่มเติมอีกไหมครับ ผมจะได้ถือโอกาสหรือจะให้ผมตอบไปทีเดียวเลยนะครับ🔗
ตอบทีเดียวครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ตอบทีเดียวนะครับ เมื่อวานผมก็ได้คุยกับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มานะครับ ท่านนายกคุ้นเคยกันหมดอยู่แล้ว ที่ราชบุรีก็เป็นจังหวัดพิเศษซึ่งผมรู้จักคุ้นเคยก็ได้ ให้คำแนะนำครับว่า จริง ๆ แนวทางที่ของบประมาณอย่างนี้มันเป็นแนวทางที่น่าจะยาก ความจริงในส่วนของกระทรวงมหาดไทยเองเรามีกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งได้ทำหน้าที่ ในการพัฒนาพื้นที่อย่างนี้อยู่แล้ว ที่เรียกว่าโครงการพัฒนาเมือง เพียงแต่ว่าทุกโครงการนี้ กระทรวงเองจะลงไปทำเองเลยไม่ได้ จำเป็นต้องให้ต้นเรื่องต้นทางที่ต้องการที่จะทำคือ อปท. ทั้งหมดซึ่งมีการ MOU กันอยู่แล้วร่วมกัน แล้วก็เสนอโครงการผ่านโยธาธิการ และผังเมืองจังหวัดนะครับ ผ่านจังหวัดและผ่านมาที่กระทรวงมหาดไทยโดยกรมโยธาธิการ และผังเมืองก็จะมีโครงการไปพัฒนาเมือง เริ่มต้นที่โครงการออกแบบ ออกแบบรูปแบบ รายการของการพัฒนาบึงกระจับนี้ให้เป็นรูปแบบอย่างไร โดยต้องไปฟังเสียงพี่น้องประชาชน ก็คือประชาชนในพื้นที่ของ ๓ อปท. นี้ละครับ ต้องมาแสดงความคิดเห็นในช่วงที่ส่วนราชการ ลงพื้นที่ไปเสนอแนวทางในการที่จะพัฒนา ว่าท่านต้องการอะไรที่นอกเหนือจากที่อยู่ใน MOU แล้วนี้มีอะไรบ้าง เพื่อให้การก่อสร้างมันทำเสร็จแล้วมันคุ้มค่ากับภาษีอากรพี่น้อง ประชาชนในการที่จะพัฒนาต่อไป อันนี้ผมได้เรียนเบื้องต้นนะครับ และซักซ้อมกันแล้วว่า แนวทางอย่างนี้มันจะเป็นแนวทางที่จะสามารถพัฒนาบึงกระจับนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ตามที่ท่านสมาชิกได้มีความกังวล แล้วก็อยากให้เห็นว่าบึงที่บ้านโป่งนี้เป็นเมือง เป็นอำเภอ ซึ่งจะมี Motorway ผ่านนะครับ จะเป็นพื้นที่หนึ่งที่จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไป ส่วนตัว อำเภอเองก็ต้องพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว แล้วก็รองรับเรื่องของการ ที่จะเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ผู้คนสามารถนำสินค้าชุมชนทั้งหลายนำมาจำหน่ายเพื่อเป็นรายได้ ของเศรษฐกิจฐานรากเพื่อความมั่นคงของบ้านเมืองต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ🔗
มีเวลาเหลือ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี ท่านประธานครับ ก่อนอื่นเลยต้องเรียนท่านประธานครับว่าด้วยท่านรัฐมนตรี ทรงศักดิ์ ทองศรี ท่านเป็นนักบริหารกระทรวงที่มีวิสัยทัศน์มาก เพราะว่าที่ท่านตอบมานี้ ชัดเจนเลยครับท่านประธาน พื้นที่บึงกระจับ ๒๐๐ กว่าไร่นี้อยู่ ๓ อปท. มีเทศบาลตำบล กระจับ มี อบต. หนองอ้อ อบต. หนองกบ ซึ่งที่ผ่านมาอันนี้คืออุปสรรคครับท่านประธาน จะพัฒนาบึงนี้ไม่สามารถทำได้ เพราะว่าบางที่ไม่พร้อม บางที่พร้อม บางที่จะทำ บางที่ไม่ทำ มันต้องมีคนเข้ามาดำเนินการคนหนึ่ง ด้วยที่ท่านเป็นนักบริหารที่มีวิสัยทัศน์ ท่านเห็นปัญหา ท่านก็ทราบอยู่แล้วว่าการที่จะให้ ๓ แห่งนี้มาพัฒนา แล้วก็บวกกับศักยภาพของท้องถิ่น ที่มีงบประมาณไม่พอ ต้องมีเงินสมทบด้วยอะไรด้วยนี้ ท่านก็เลยบอกว่าให้กรมโยธาธิการ และผังเมืองเข้ามาดำเนินการ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน ที่ท่านทราบปัญหาดี แล้วท่านก็ได้ให้กรมโยธาเข้ามาทำ ถ้ากรมโยธาธิการและผังเมืองมาทำ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ผมว่าโครงการนี้สำเร็จ ก็คิดว่าด้วยความเป็นมือ อาชีพของท่านที่ท่านบริหารกระทรวงมหาดไทยมานาน ท่านเห็นปัญหาแล้วท่านก็จะให้ กรมโยธาธิการและผังเมืองมาดำเนินการเป็นการตอบโจทย์ ก็เลยต้องขอบคุณท่านประธาน และท่านรัฐมนตรีครับว่า ถ้ากรมโยธาธิการและผังเมืองมาดำเนินการทางท้องถิ่นแล้วก็ผมเอง พร้อมที่จะให้ข้อมูลแล้วก็สนับสนุนให้ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองมาดำเนินการ แล้วก็ลงไปรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน เพราะว่าพี่น้องประชาชนตอนนี้ ท่านประธานครับ ตั้งแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มท. ๑ ท่านอนุพงษ์ลงไปเจอ ผมตามตลอดเลยครับ พี่น้องตามตลอดเลยว่าไปถึงไหนแล้ว ไปถึงไหนทำไมยังเงียบอยู่ นะครับ เราก็บอกว่าอยู่ในกระบวนการอยู่นะครับ ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ก็ถือว่าเป็น ความหวังของพี่น้องชาวราชบุรีนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านให้ท่านช่วยผลักดันโครงการนี้ ด้วยครับ ก็ขอขอบคุณท่านมา ณ โอกาสนี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญครับ ท่านรัฐมนตรี🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ อันนี้เป็นเรื่องที่ได้หารือร่วมกันในการกำหนดแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ แต่ประเด็นที่สำคัญคือว่าที่ผ่านมา อปท. ทั้งหลายเหล่านี้เพียงแต่ MOU กันเท่านั้น ยังไม่มี กระบวนการขั้นตอนในการนำเสนอของบประมาณเลย ที่ผมคุยเมื่อวานนี้ก็ได้คุยกันเรื่องว่า ใครจะเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการเรื่องนี้ แต่ความจริงถึงจะเป็นเจ้าภาพร่วมกันแต่ว่า ศักยภาพร่วมกันนี้ไม่มี ตัวเลขวงเงินในการพัฒนาไม่มี ต้องเร่งเรื่องของการทำคำขอเสนอมา โดยร่วมมือใช้ MOU นี่ล่ะ จะเป็น อบจ. เป็นหลัก หรือจะเป็นอะไรเป็นหลักก็แล้วแต่ ส่งเรื่อง มาที่กรมโยธาธิการและผังเมืองโดยผ่านโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดว่าขอให้ กระทรวงมหาดไทยไปดำเนินการพัฒนาเมืองตรงนี้ เป็นคำขอซึ่งจะนำไปสู่การเอาคำขอนี้ ถ้าเกิดกรมโยธาธิการและผังเมืองเห็นว่ามีความสำคัญจำเป็นเขามีงบเรื่องของการออกแบบ อยู่แล้ว ไปออกแบบให้ว่าขั้นตอนการออกแบบก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประชาชนได้ ลงมาร่วมไม้ร่วมมือกันในความประสงค์ว่าจะทำแบบไหน อย่างไรนะครับ เพื่อให้บึงกระจับนี้ มันเป็นแหล่งท่องเที่ยวตามที่ท่านสมาชิกได้มีความประสงค์แทนพี่น้องประชาชนคนราชบุรี นะครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานนิดเดียวครับ เวลาเหลือ ๑ นาที ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่งได้ไหมครับ ให้ท่าน รัฐมนตรีได้สั่งการให้ทางอำเภอลงเป็นแม่งาน นายอำเภอ แล้วประชุม ๓ หน่วยงาน แล้วก็ทำ คำขอไปที่กรมโยธาธิการและผังเมืองครับ เลยขออนุญาตท่านประธานครับ🔗
คืออย่างนี้ท่าน ไม่ใช่รัฐมนตรีหรอก ท่านนี่ล่ะ🔗
ครับ🔗
ท่านไปที่ อบต. ๓ ที่ใช่ไหม ให้เอา MOU มาแล้วก็ประชาคมด้วยนะครับ ประชาคมแนบ MOU แล้วก็แนบคำขอมาที่โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด จะส่งไปให้ท่านรัฐมนตรี เดี๋ยวให้รัฐมนตรีสั่งการ🔗
ได้ครับ เดี๋ยวผมรับดำเนินการเลย🔗
ท่านไปดำเนินการมา🔗
เพื่อให้โครงการมันสำเร็จเดี๋ยวรับ ดำเนินการเลยครับ ขอบคุณท่านประธานที่ชี้แนะครับ🔗
ถ้าไม่ขอโยธาธิการและผังเมืองทำให้ไม่ได้ใช่ไหม ต้องขอไปที่โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด🔗
ได้ครับ เดี๋ยวผมรับดำเนินการ ตามคำแนะนำของท่านประธานครับ🔗
ให้ท่านไปออกกำลัง แล้วก็มาบอกท่านรัฐมนตรี🔗
ครับ รับดำเนินการเลยครับ ขอบคุณท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณรัฐมนตรีครับ🔗
๒. เรื่อง ติดตามความคืบหน้าโครงการขยายถนนจาก ๒ ช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจรของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓๓๓ ตำบลโคกตูม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี นายสาธิต ทวีผล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมมีหนังสือแจ้งว่าท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ท่านได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้ ๑. ท่านช่อฉัตร ชุมศรี วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ๒. ท่านเอกภพ เพลียลา วิศวกรโยธาปฏิบัติการ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เชิญท่านสาธิต ทวีผล ถามคำถามแรกเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม สาธิต ทวีผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาบรรจุ กระทู้ถามของผมเข้าสู่ห้องแยกเฉพาะแห่งนี้ครับ แล้วก็ต้องขอขอบพระคุณท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ได้กรุณามอบหมายให้ทางท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี มาตอบกระทู้ของผมในห้องแยก เฉพาะแห่งนี้ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๓๓๓ มีจุดเริ่มต้นเชื่อมต่อกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๑๗ ที่บริเวณ ของช่วงวงเวียนโคกตูม ยาวไปตลอดจนถึงเชื่อมต่อกับถนนทางหลวงชนบท รบ. ๕๑๓๐ ที่ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม โดยตัดผ่านกับถนนทางหลวงหมายเลข ๒๑ ซึ่งเป็นทาง หลวงแผ่นดินที่สามารถเชื่อมโยงไปได้หลายภูมิภาค ไปได้ทั้งภาคอีสานและภาคเหนือ จึงมีพี่น้องประชาชนสัญจรเป็นจำนวนมากในถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓๓๓ ครับ จากช่วงบริเวณกิโลเมตรที่ ๐ มาถึงกิโลเมตรที่ ๑ เป็นช่องจราจร ๔ ช่องจราจรมาแล้ว แล้วก็มาถึงในช่วงของหลักกิโลเมตรที่ ๑ เป็นต้นมาจนถึงหลักกิโลเมตรที่ ๖ เป็นลักษณะของ คอขวด เป็นช่องจราจรถูกบีบเหลือ ๒ ช่องจราจร ช่วงบริเวณนี้ครับท่านประธาน มีพี่น้อง ประชาชนใช้รถใช้ถนนสัญจรกันเป็นจำนวนมากครับ มีรถบรรทุกวิ่งเป็นจำนวนมาก เพราะว่า ๒ ข้างทางนั้นมีโรงโม่หินหลายโรงโม่หิน เป็นโรงโม่หินที่ประกอบการในพื้นที่ ทำให้ช่วงชั่วโมง เร่งด่วนมีการจราจรติดขัด แล้วก็ประกอบกับยามค่ำคืนหลายจุดนั้นยังขาดไฟส่องสว่างอยู่อีก หลายจุดครับทำให้เกิดอุบัติเหตุกับพี่น้องประชาชนอยู่บ่อยครั้ง ผมเองได้ลงพื้นที่สำรวจ ดูถนนเส้นนี้ในช่วงของหลักกิโลเมตรที่ ๑ ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๖ ระยะทางรวมประมาณ ๕ กิโลเมตร ปรากฏว่าไหล่ทางมีความกว้าง แล้วก็ประกอบกับเป็น ๔ เลนมาอยู่แล้ว โดยภาพรวมสามารถที่จะพัฒนาให้มีการขยายถนนจาก ๒ เป็น ๔ ช่องจราจรได้โดย ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับก็จะทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่และพี่น้องประชาชนต่างพื้นที่ ใช้ถนนได้อย่างสะดวกแล้วก็มีความปลอดภัยครับท่านประธาน ผมจึงมีคำถามถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าทางกระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงมีแผน ในการพัฒนาทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓๓๓ ช่วงบริเวณของหลักกิโลเมตรที่ ๑ ถึงหลัก กิโลเมตรที่ ๖ จาก ๒ ช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจรหรือไม่ครับ ข้อ ๒ ถ้าหากมีแผนในการ พัฒนาขยายจาก ๒ ช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจร จะดำเนินการในปีงบประมาณใดครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านสาธิต ทวีผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดลพบุรี พรรคประชาชนค่ะ ต้องขอบคุณสำหรับคำถามของท่านสมาชิก และมี ความห่วงใยต่อการเดินทางสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนนะคะ คำถามแรกของ ท่านสมาชิก เรื่องของการขยายถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓๓๓ จาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร ขออนุญาตได้เกริ่นนำถึงกายภาพของถนนในเส้นทางดังกล่าวว่า ถนนสาย หมายเลข ๓๓๓๓ สายโคกตูม-เขาพระ เป็นโครงข่ายทางหลวงเพื่อเชื่อมโยงกับการเดินทาง แล้วก็การคมนาคมขนส่งระหว่างอำเภอเมืองลพบุรีกับอำเภอพัฒนานิคมนะคะ โดยเริ่มต้นที่ วงเวียนบ้านโคกตูม อำเภอเมืองลพบุรี แล้วก็ไปสิ้นสุดที่รถไฟบ้านหนองบัว ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ซึ่งมีระยะทางทั้งสิ้น ๓๔ กิโลเมตรค่ะ เป็นทางหลวงขนาด ๔ ช่องจราจร แล้วมีระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร ท่านประธาน ซึ่งระยะทางดังกล่าว เรามีแผนการที่จะขยายแล้วก็เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับการจราจรบริเวณทางแยกที่ ท่านสมาชิกได้ถามสักครู่ แล้วก็มีความห่วงใยในบริเวณทางแยกดังกล่าวนะคะ ซึ่งบริเวณ ทางแยกดังกล่าวยังคงเป็นขนาด ๒ ช่องจราจร ซึ่งมี ๒ ช่องจราจรจนมีระยะทางแล้วก็มี ความยาวอยู่ ๓๒ กิโลเมตร ซึ่งในบริเวณดังกล่าวมีปริมาณของรถที่สัญจรไปมาประมาณ ๑๐,๕๘๐ คันต่อวัน ซึ่งต้องบอกว่าในปริมาณรถที่ใช้สัญจรไปมาก็ต้องบอกว่ามีเต็มขีด ความสามารถที่สภาพถนนจะรองรับได้นะคะ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นความห่วงใยแล้วก็เป็นสิ่งที่ กระทรวงคมนาคมได้เล็งเห็นว่าควรจะได้มีการจัดสรรงบประมาณในเส้นทางดังกล่าว อย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไปสักครู่ว่าเส้นทางดังกล่าวอยู่ในเส้นทางที่เป็นภาคอุตสาหกรรม โรงโม่หิน ซึ่งการออกแบบของการก่อสร้างถนน กรมทางหลวงจึงคำนึงถึงมาตรฐานของการ รองรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่จะวิ่ง โดยมีเกณฑ์ที่จะสร้างถนน แล้วก็มีเกณฑ์ของ กรมทางหลวง เช่น รถบรรทุก ๑๐ ล้อจะมีน้ำหนักของรถบรรทุกประมาณ ๒๕ ตัน เช่น รถบรรทุกพ่วงก็จะต้องมีประมาณ ๔๗ ตัน นอกจากนั้นบริเวณดังกล่าวทางกรมทางหลวง ก็กำชับด้วยว่าเมื่อรถบรรทุกน้ำหนักก็ต้องมีผ้าใบปิดเพื่อไม่ให้ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายต่อพี่น้อง ประชาชนที่สัญจรไปมา กรมทางหลวงจึงออกแบบให้เส้นทางนี้รองรับทั้งรถบรรทุกขนาดเล็ก และรถบรรทุกพ่วง แล้วก็รถ ๔ ล้อหรือรถที่พี่น้องประชาชนสัญจรไปมา ซึ่งการขยายถนน ดังกล่าวก็จะขยายจาก ๒ ช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจร ท่านประธานที่เคารพคะ เนื่องจาก คำถามของท่านสมาชิกมี ๒ คำถาม จากที่ดิฉันได้เห็นจากกระทู้แยกเฉพาะ แล้วก็ท่าน สมาชิกได้รวบคำถามเป็น ๒ คำถามเลย ดิฉันขออนุญาตได้ชี้แจงถึงคำถามที่ ๑ และคำถาม ที่ ๒ ว่าเมื่อได้มีแผนงานที่จะดำเนินการแล้วจะมีแผนงานดำเนินการก่อสร้างเมื่อใด ก็จะ ขออนุญาตว่าในคำถามที่ ๒ อย่างที่ดิฉันได้กราบเรียนว่ากรมทางหลวงเองได้ตระหนัก ถึงปัญหาแล้วก็ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เนื่องจากตรงบริเวณแยกดังกล่าว เป็นช่วงของชุมชน แล้วก็เป็นช่วงรอยต่อจาก ๒ เลนเชื่อมรอยต่อกับ ๔ เลน บริเวณของ ชุมชนนะคะ จึงได้ดำเนินการขอรับการจัดสรรงบประมาณ ขณะนี้ได้รับการจัดสรรแล้ว เมื่อปีที่แล้วท่านสมาชิกท่านได้หารือในที่ประชุมสภา และดิฉันก็ได้เก็บข้อหารือในการ ประชุมไปลงในงบประมาณปี ๒๕๖๘ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกได้ลุกขึ้นหารือในช่วงเช้านี้ กระทรวงคมนาคมจะรับปัญหาของท่านสมาชิกแล้วก็ไปบริหารในเรื่องของเงินงบประมาณ ให้ตรงกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในลำดับถัด ๆ ไป เฉกเช่นเดียวกันค่ะ ถนนเส้นนี้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็กำชับนะคะว่าปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว ก็ได้จัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๖๘ นะคะ ซึ่งจะดำเนินการก่อสร้างทางหลวง เขาเรียกว่า พัฒนาพื้นที่ระดับภาค ในช่วงของบ้านโคกตูมไปจนถึงแยกมะนาวหวาน เป็นวงเงิน ค่าก่อสร้าง ๒๕ ล้านบาท ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวก็จะเป็นการก่อสร้างขยายทางหลวง มาตรฐานชั้นพิเศษขนาด ๔ ช่องจราจรนะคะ แล้วก็มีเกาะกลางแบบยกตามภาพที่เห็นนะคะ แล้วก็มีไหล่ทางความกว้าง ๒.๕ เมตร ประมาณ ๑ กิโลเมตร ซึ่งถ้าเราสร้างเป็น ๔ ช่องจราจร มีเกาะกลางยกก็จะไปเชื่อมต่อกับ ๔ ช่องจราจรที่บริเวณชุมชนบ้านห้วยบง ดิฉันขึ้นภาพ ของชุมชนบ้านห้วยบงนิดหนึ่งค่ะ ซึ่งบริเวณชุมชนบ้านห้วยบงตรงนี้จะเป็นชุมชนที่มี พี่น้องประชาชนสัญจรไปมาอย่างหนาแน่น แล้วก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ซึ่งถ้าเราได้ งบประมาณเพียงแค่ ๒๕ ล้านบาท เราจึงเห็นว่าการก่อสร้างบริเวณจุดนี้จะสามารถอำนวย ความสะดวกแล้วก็รักษาชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน จึงมีการกำหนดสร้างจุดนี้ เพื่อเชื่อมต่อกับ ๔ เลนก่อนนะคะ นอกจากนั้นสิ่งที่ต้องระมัดระวังที่พี่น้องท่านสมาชิก มีความห่วงใยคือเรื่องไฟส่องสว่างนะคะ บริเวณที่ท่านบอกว่านอกจากสร้างเป็นถนน ๔ เลน แล้วก็จะมีการติดตั้งไฟส่องสว่างแล้วก็มีสัญญาณไฟแดง ส่วนที่ท่านบอกว่าถ้าจะต้องมีพื้นที่ ในเส้นทางดังกล่าวที่เป็นพื้นที่ชุมชนแล้วก็ไฟส่องสว่างไม่เพียงพอ ดิฉันจะได้สั่งการให้ กรมทางหลวงลพบุรีได้ไปสำรวจแล้วก็ได้เพิ่มเติมในเรื่องของไฟส่องสว่างในบริเวณจุด ที่มีพี่น้องประชาชนอาศัยแล้วก็มีการจราจรหนาแน่นในโอกาสต่อไปนะคะ ท่านประธาน ที่เคารพคะ ในอนาคตหากบริเวณ ๒ ช่องจราจรมีปริมาณรถที่เพิ่มมากขึ้น เราเองก็จะได้ พิจารณาในการจัดสรรงบประมาณที่มากขึ้นในโอกาสต่อไปค่ะ ภาพรวมของถนนสาย ๓๓๓๓ ดังกล่าวกราบเรียนท่านประธานว่า ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เป็นถนนสายหลักที่จะต้องสร้าง ๔ ช่องจราจร แต่เราเห็นใจว่าเนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวเป็นอุตสาหกรรมของโรงโม่หินนะคะ ขณะเดียวกันเองกรมทางหลวงก็ได้กำชับเรื่องของการบรรทุกน้ำหนักเกินขนาดตามที่ กรมทางหลวง นอกจากรถบรรทุกน้ำหนักเกินแล้วก็จะต้องมีผ้าใบปิดสำหรับรถบรรทุกสิบล้อ ที่ฝุ่นละอองกระจายต่อพี่น้องประชาชน ในอนาคตอันใกล้ก็ต้องขอความร่วมมือท่านสมาชิก ช่วยเป็นหูเป็นตาในเรื่องของรถบรรทุกน้ำหนักเกิน แล้วจุดไหนที่ไฟส่องสว่างไม่เพียงพอ ก็จะไปดำเนินการติดตั้งให้พี่น้องประชาชนสัญจรไปมาด้วยความสะดวกแล้วก็ปลอดภัย ในอนาคตต่อไปค่ะ ขอกราบขอบพระคุณสำหรับคำถามในถนนเส้นทางดังกล่าวนะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญคำถามที่ ๒🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม สาธิต ทวีผล ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีท่านมนพร ที่ได้กรุณาตอบคำถาม ที่ชัดเจนนะครับ แล้วก็ขอบคุณท่านอีกครั้งที่ได้มาตอบกระทู้ถามของผมทุกครั้งที่ตั้ง กระทู้ถามในสภาแห่งนี้ครับ ก็เป็นคำตอบที่น่าพอใจครับ ผมก็จะได้ไปนำเรียนชี้แจงกับพี่น้อง ประชาชนว่าโครงการได้ดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหนอย่างไรแล้ว เพราะว่าพี่น้องประชาชน ก็มีความหวังจึงได้ฝากเรื่องนี้ให้ผมเอาเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ถนนดังกล่าวได้รับการ พัฒนาต่อไปครับ ในส่วนของคำถามผมเองก็หมดคำถามครับ ท่านประธานกราบขอบพระคุณครับ🔗
ก็หมดคำถามแล้วนะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่าน สส. ขอบคุณครับ🔗
๓. เรื่อง การจัดสรรงบประมาณก่อสร้างโครงการขยายถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๔๐๔๖ นายกาญจน์ ตั้งปอง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม🔗
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีหนังสือแจ้งว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ๑๕๑ วรรคสอง ในการนี้เพื่อประโยชน์ ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม สนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้ ๑. ท่านวีระสิทธิ์ ศรีสมัย สวัสดีครับ วิศวกรชำนาญการพิเศษ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ๒. ท่านณิชกุล กฤษณะเศรณี สวัสดีครับ วิศวกรโยธาชำนาญการ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ท่านกาญจน์ พร้อมแล้ว นะครับ เชิญถามคำถามแรกเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกาญจน์ ตั้งปอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง เขต ๔ จากพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นเลยนั้นต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่บรรจุกระทู้ของกระผมเข้ามา ในวันนี้ครับ แล้วก็ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่มอบหมายให้ ท่านมนพร เจริญศรี ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมมาตอบกระทู้ถึงปัญหา ในพื้นที่วันนี้ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ สืบเนื่องจากที่ ตัวกระผมได้เคยหารือไปในสภาเมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมามาถึงการผลักดัน โครงการขยายผิวจราจรถนนสาย ๔๐๔๖ ตรัง-สิเกา สิเกา-ควนกุน ครับ ท่านประธาน พร้อมไฟส่องสว่างตามคลิปครับ ท่านประธานที่เคารพครับ จากคลิปมีความยาว ๒ นาที ผมขออนุญาตตัดตอนเอาใจความสำคัญมานำเสนอในวันนี้ครับ และสืบเนื่องจากถนนทาง หลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๔๖ สายตรัง–ควนกุน ระยะทาง ๒๒.๕ กิโลเมตร ท่านประธาน ถนนเส้นนี้เป็นหัวใจสำคัญของพี่น้องในอำเภอสิเกาที่ใช้พื้นที่ในการสัญจรเข้าสู่ตัวเมืองตรัง แต่ปัญหาสำคัญคือปัจจุบันนี้ถนนเส้นนี้เป็นถนน ๒ เลนแบบสวนกัน พี่น้องเลยฝากกระผม มาเป็นตัวแทนในการช่วยติดตามผลักดันโครงการขยายผิวการจราจรดังกล่าวพร้อมไฟ ส่องสว่าง ด้วยเหตุผลความจำเป็นดังต่อไปนี้ครับท่านประธาน ความจำเป็นที่ ๑ เนื่องจาก จังหวัดตรังเป็นจังหวัดที่มีดินแดนติดต่อกับจังหวัดอื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น ทางหลวงหมายเลข ๔ สายตรัง–นาโยง ถนนเส้นนี้ที่เป็นถนนสายหลักที่มุ่งหน้าไปสู่จังหวัดพัทลุง ถนนสาย ๔๐๓ ตรัง–รัษฎา เป็นถนนสายหลักที่มุ่งหน้าไปสู่จังหวัดนครศรีธรรมราช ถนนสาย ๔๐๔ ถนน ตรัง–ปะเหลียน เป็นถนนสายหลักที่มุ่งหน้าไปสู่จังหวัดสตูล ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้ง ๓ เส้นทางดังกล่าวที่กระผมได้นำเสนอมาแล้วเป็นถนนเส้นหลักที่เชื่อมระหว่างจังหวัด ตรังกับจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งปัจจุบันนี้ทั้ง ๓ เส้นเป็นถนน ๔ เลนและมีไฟส่องสว่างเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นครับท่านประธาน ปัญหาวันนี้ก็คือถนน หมายเลข ๔๐๔๖ ตรัง-ควนกุน ระยะทาง ๒๒.๕ กิโลเมตร ยังไม่เป็นถนน ๔ เลน แถมยังไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ตามภาพนี้เลยครับ โดยสรุปจังหวัดตรังประเด็นแรกก็คือ จังหวัดตรังมีถนนที่เชื่อมต่อ กับจังหวัดอื่น ๆ ทั้งหมด ๔ เส้นทาง ทั้ง ๓ เส้นทางเป็น ๔ เลนพร้อมไฟส่องสว่างหมดแล้ว เหลือถนนเส้นนี้ครับท่านประธาน ๔๐๔๖ สายตรัง–ควนกุน ที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา และความจำเป็นที่ ๒ ครับท่านประธาน เพราะในเมื่อถ้าหัวใจหลัก ๆ ของถนนเส้นนี้คือ พี่น้องประชาชนชาวอำเภอสิเกาและผู้ที่สัญจรผ่านไปผ่านมา บริเวณดังกล่าวตลอด ทั้งเส้นทางมีโรงงานไม้ยางก็ดี โรงงานปาล์มน้ำมันก็ดี หรืออุตสาหกรรมที่ใช้รถบรรทุกหนัก หรือรถบรรทุกพ่วงเป็นจำนวนมาก นี่ยังไม่นับถึงช่วงเช้าและช่วงเย็นที่พ่อแม่พี่น้องประชาชน สัญจรเพื่อใช้ในการรับส่งเด็กนักเรียนด้วยรถมอเตอร์ไซค์ อัตราความหนาแน่นบนท้องถนนมี ความหนาแน่นเป็นจำนวนมาก บ่งบอกถึงคุณภาพชีวิตของคนอำเภอสิเกาครับ ท่านประธาน โดยสรุปแล้วประเด็นที่ ๒ คุณภาพชีวิตกับความปลอดภัยของคนในอำเภอสิเการวมถึงผู้ที่ สัญจรไปมาบนท้องถนนเส้นนี้ไม่ได้รับความปลอดภัยเท่าที่ควร นี่คือความจำเป็นข้อที่ ๒ ครับท่านประธาน ส่วนความจำเป็นข้อที่ ๓ ครับท่านประธาน เพราะถนนเส้นนี้ ก็เหมือนกันครับท่านประธาน เป็นถนนเส้นที่นำไปสู่การท่องเที่ยวของจังหวัดตรัง ซึ่งอย่าง ที่ท่านทราบดีครับจังหวัดตรังเป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะ เป็นเกาะแก่งต่าง ๆ หรือจุดดำน้ำดูปะการัง ถ้ำมรกต หรือชายหาดที่สวยที่สุดของประเทศไทย อยู่ที่เกาะกระดาน ก็ต้องใช้พื้นที่ถนนเส้นนี้ในการสัญจรเพื่อไปขึ้นเรือที่ท่าเรือปากเมง นี่ยังไม่นับถึงระหว่างทางที่มีน้ำตกอ่างทองในอำเภอสิเกา และแถมยังมีทะเลหมอก อำเภอ เดียวมีศักยภาพได้มากมาย แต่วันนี้การผลักดันของทางหน่วยงานราชการยังไม่มากพอ ผมจึงใช้โอกาสนี้บอกถึงความจำเป็นและเหตุผลที่อยากจะนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงในวันนี้นะครับ ท่านประธานอีกนิดเดียวครับ ช่วงนี้ใกล้ช่วงเทศกาล ปีใหม่แล้ว และจังหวัดตรังถือว่าเป็นช่วงหน้า High Season นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติต่างหมายมั่นปั้นมือที่จะใฝ่ฝันสักครั้งหนึ่งที่จะเดินทางมาสัมผัสธรรมชาติ ที่อุดมสมบูรณ์ของจังหวัดตรัง แต่วันนี้อุบัติเหตุระหว่างทาง อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนน ที่นักท่องเที่ยวเขาได้รับ มันสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีให้แก่จังหวัดตรังรวมไปถึงประเทศไทยด้วย ถ้าเราสร้างภาพลักษณ์ที่ดีได้มันหมายความว่าเราสามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์ที่ดีให้เป็น เม็ดเงินได้ และเม็ดเงินนั้นหมายถึงการจ้างงานในระบบภาคธุรกิจบริการได้นะครับ เดี๋ยวผม รวบรัดนิดหนึ่งครับ ไม่เป็นไรครับ ๒ คำถามพร้อมกันเลยครับ ท่านประธานด้วยเหตุผลความ จำเป็นดังกล่าวมานี้ก็ยังมีเหตุผลและความจำเป็นอีกมากมายที่ยังไม่ได้ยกมากล่าวในข้างต้น นี้นะครับ เป็นเหตุผลที่กระผมจำเป็นต้องมาติดตามทวงถามกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมที่วันนี้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี ได้ตอบกระทู้ถามใน ๒ คำถามในวันนี้ คำถามที่ ๑ รัฐบาลได้มีการจัดทำโครงการขยายถนน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๔๖ สายตรัง-ควนกุน จาก ๒ ช่องทางเป็น ๔ ช่องทาง พร้อมไฟส่องสว่างหรือไม่ และถ้ามีขอทราบรายละเอียดของโครงการพร้อมความคืบหน้าครับ🔗
รวม ๒ คำถามเลยใช่ไหมครับ เชิญครับท่านรัฐมนตรี🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มาตอบกระทู้ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านกาญจน์ ตั้งปอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ท่านประธานคะ สำหรับคำถามต้องขอขอบพระคุณ ท่านสมาชิก เพราะว่าท่านทั้งมีข้อหารือในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทั้งมีการตั้งกระทู้ ถามแยกเฉพาะในวันนี้ แล้วก็เป็นโอกาสที่ดีที่กระทรวงคมนาคมจะได้ชี้แจงถึงการดำเนินการ ในโครงการดังกล่าว แล้วก็เป็นโอกาสที่ดีว่าทุกมิติของการดำเนินการของกระทรวงคมนาคม ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีความห่วงใยต่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนต่อการ พัฒนาในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานนะคะ แล้วก็ดิฉันขอชื่นชมเพราะว่าท่านให้ความสนใจ ในเรื่องของถนนเส้นนี้ ไม่ว่าจะเจอกันในที่นอกห้องประชุมท่านก็จะติดตามทวงถามในเรื่องนี้ แล้วทางกระทรวงคมนาคมเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจก็ได้จัดสรรงบประมาณที่ผ่านสภาไปแล้ว ซึ่งท่านก็ได้ให้ความเห็นชอบด้วยเช่นกันนะคะ คือโครงการก่อสร้างถนนทางหลวงสาย ๔๐๔๖ สายตรัง-ควนกุน ซึ่งถนนดังกล่าว ขอให้ขึ้นสไลด์ให้ด้วยค่ะ🔗
เป็นโครงข่าย เส้นทางสายรองซึ่งเชื่อมระหว่างอำเภอเมืองตรังไปจนถึงอำเภอสิเกา ไปบรรจบที่ทางหลวง หมายเลข ๔ ที่บ้านควนกุน แล้วก็สามารถเป็นเส้นทางเชื่อมต่อไปยังจังหวัดกระบี่ เส้นทาง หลวงหมายเลข ๔๐๔๖ มีระยะทางทั้งสิ้น ๕๒.๕ กิโลเมตร ปัจจุบันก็ได้มีแผนการ ที่จะก่อสร้างเป็น ๔ ช่องจราจร ซึ่งถนนเส้นดังกล่าวขออนุญาตว่าก่อสร้างเป็น ๔ ช่องจราจร แล้วเสร็จไป ๘.๗๕ กิโลเมตร ในช่วงของอำเภอเมืองตรังไปจนถึงตำบลนาโต๊ะหมิง ซึ่งใน ๔ ช่องจราจรนี้ก็สามารถรองรับปริมาณจราจรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งแบ่งการจราจรเป็น ๒ ช่วง ช่วงที่ ๑ ก็จะให้เห็นภาพของอำเภอเมืองตรังไปจนถึงอำเภอบ่อหิน ที่อำเภอสิเกา ปริมาณ จราจรตรงนี้ก็ค่อนข้างหนาแน่น ปริมาณจราจรอยู่ที่ ๑๗,๙๘๔ คัน พอมาดูในช่วงที่ ๒ ช่วงตำบลบ่อหินถึงตำบลกะลาเส อำเภอสิเกา มีปริมาณจราจรอยู่ที่ ๓,๖๗๐ คันต่อวัน ซึ่งถ้าเราเปรียบเทียบความหนาแน่นของรถที่ใช้สัญจรไปมา จะเห็นว่าปัญหาของพี่น้อง ประชาชนได้รับการแก้ไขจากที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนได้สะท้อนปัญหาให้กับกระทรวง คมนาคม เราจึงได้รับการอนุมัติแล้วก็จัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๖๘ ในวงเงิน ๑,๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นการก่อสร้างขยายจาก ๒ ช่องจราจรให้เป็น ๔ ช่องจราจร พร้อมทั้งติดตั้งไฟ ส่องสว่างที่จะอำนวยความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานตั้งแต่ช่วงที่บริเวณ บ้านนาโต๊ะหมิงที่อำเภอเมืองตรัง ไปจนถึงบริเวณบ้านโคกโดน บ่อหิน อำเภอสิเการะยะทาง ทั้งสิ้น ๒๑.๘๒๗ กิโลเมตรนะคะ เส้นทางดังกล่าวก็จะผ่านทั้งอำเภอนาโต๊ะหมิง อำเภอ เมืองตรัง แล้วก็ตำบลนาเมืองเพชร ตำบลไม้ฝาด ตำบลบ่อหิน อำเภอสิเกา ซึ่งเส้นทาง ดังกล่าวดังที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงสักเมื่อครู่ว่าจังหวัดตรังเป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์ มีความสวยงาม ในเรื่องเกาะแก่ง แล้วก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามในเรื่องของชายฝั่งทะเลอันดามัน ไม่ว่าจะเป็นหาดปากเมง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม แล้วก็ท่าเรือปากเมงซึ่งสามารถ ที่จะเดินทางไปยังเกาะกระดานหรือว่าเกาะมุก แล้วก็ถ้ำมรกต ถ้าหากกรมทางหลวงได้มีการ ก่อสร้างถนนดังกล่าวเป็น ๔ ช่องจราจร ก็จะเพิ่มความสะดวกสบายเพิ่มความคล่องตัว แล้วก็เพิ่มความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในการที่จะใช้เส้นทางดังกล่าวไปถึงจุดแหล่ง ท่องเที่ยวนะคะ ก็ขออนุญาตท่านประธานว่าเกณฑ์ใดที่ทำไมเส้นทางดังกล่าวถึงได้รับ งบประมาณจำนวนมากถึง ๑,๓๐๐ ล้านบาท เทียบกับงบประมาณบางสายอาจจะไม่ใช่ สายหลัก แต่ว่าถนนเส้นนี้ถ้าเรามีการขยายช่องจราจรจาก ๒ ช่องจราจร นั่นก็คือจะเกิดมิติ ในเรื่องของส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล แล้วถ้าพัฒนาจังหวัดตรังจากเมือง รองก็จะกลายเป็นเมืองหลักในกลุ่มของประเทศอันดามัน ท่านประธานที่เคารพคะ เกณฑ์ของการขยายถนน ๔ เลนของกรมทางหลวงก็คือจะต้องมีปริมาณรถมากกว่า ๘,๐๐๐ คันต่อวัน ซึ่งเส้นทางดังกล่าวก็เข้าสู่เกณฑ์แล้วก็มีปริมาณรถเป็นจำนวนมาก ก็คือ มีปริมาณรถถึง ๑๗,๙๘๔ คันต่อวัน นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมกรมทางหลวงกระทรวงคมนาคม ถึงจะต้องมีการขยายในเส้นทางดังกล่าว ท่านประธานคะ นอกจากนั้นท่านสมาชิก ยังได้ถามถึงขั้นตอนว่าสถานะของโครงการดังกล่าวขณะนี้ถึงที่ไหนบ้างนะคะ ก็ขออนุญาต ประชาสัมพันธ์แล้วก็ขออนุญาตให้ท่านสมาชิกได้นำข้อมูลนี้สื่อสารไปถึงพี่น้องประชาชน ด้วยว่าโครงการดังกล่าว ท่านนายกแพทองธาร ชินวัตร เองท่านก็ได้กำชับเรื่องของการขยาย ถนนซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานไปสู่จังหวัดที่เป็นหัวเมือง ไปสู่จังหวัดที่เป็นเมืองรอง ให้กลายเป็นเมืองหลัก เพราะนั่นคือกลุ่มประเทศอันดามัน หลายจังหวัดไม่ใช่เฉพาะที่จังหวัด ตรังอย่างเดียว ทั้งที่จังหวัดกระบี่ นครศรีธรรมราช หรือจังหวัดใกล้เคียงที่เป็นยุทธศาสตร์ ของการพัฒนาในกลุ่มประเทศอันดามัน ในกลุ่มฝั่งอันดามันเช่นเดียวกัน สถานะของโครงการ ขณะนี้อยู่ในสถานะของการหาตัวผู้รับจ้าง ขออนุญาตใช้เวลาตรงนี้ได้พูดถึงว่าหลังจากที่เรา ได้รับงบประมาณทางกรมทางหลวงก็จะต้องดำเนินการตามระเบียบพัสดุของการจัดซื้อจัด จ้างนะคะ นั่นก็คือขณะนี้ก็จะมีการกำหนดราคากลางก่อน ราคากลางที่เราได้รับการจัดสรร คือ ๑,๓๐๐ ล้านบาท แล้วเมื่อกำหนดราคากลางแล้วก็จะเป็นประกาศร่าง TOR เมื่อมี กำหนดการด้าน TOR ก็เข้าสู่กระบวนการของ e-biding การหาตัวคุณสมบัติทั้งสอง ทั้ง TOR แล้วก็กำหนดเรื่องของการ e-biding จะอยู่ในช่วงของกรอบเวลา ๒๕ วัน หลังจาก พิจารณาผลแล้วก็ประกาศพิจารณาผลการประกวดราคาว่าได้ผู้รับเหมารายใด ก็จะใช้ ระยะเวลาประมาณ ๕ วันเพื่อจะทำการเสนอไปที่สำนักงบประมาณ เมื่อสำนักงบประมาณ ได้อนุมัติว่าผู้รับจ้างได้รับการจัดสรรหรือว่าเสนอราคาอยู่ที่เท่าไร ก็จะเรียกผู้รับจ้างมาเซ็น สัญญา ก็เข้าใจว่าน่าจะมีการเซ็นสัญญาว่าจ้างประมาณเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๖๘ นะคะ ซึ่งโครงการดังกล่าวเรากำหนดระยะเวลาการก่อสร้างไว้ที่ ๘๔๐ วัน ก็คือคาดว่าในช่วง ปี ๒๕๖๘ ปี ๒๕๖๙ ปี ๒๕๗๐ ก็เสร็จประมาณต้นปี ๒๕๗๐ ก็คงยังเป็นช่วงที่ท่านสมาชิกยัง ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ถึงปี ๒๕๗๐ ค่ะ นี่คือกรอบเวลาทั้งหมดของการ ดำเนินการก่อสร้าง ท่านประธานที่เคารพ โครงการใด ๆ ก็ตามที่กระทรวงคมนาคมเรามี ยุทธศาสตร์ของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในทุกมิตินะคะ ไม่ว่ามิติทางน้ำ มิติทางบก มิติทางราง หรือว่ามิติทางอากาศ ซึ่งจังหวัดตรังเป็นจังหวัดในยุทธศาสตร์ ทั้งเรื่องของการ ปรับปรุงสนามบินในเรื่องของมิติทางน้ำ มิติทางบก ดิฉันเชื่อมั่นในทุกมิติของกระทรวง คมนาคมที่เราได้มีโอกาสได้ไปสร้างโครงสร้างพื้นฐานก็จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน แล้วก็ขอฝากท่านสมาชิกไปอีกครั้งหนึ่งว่าในระหว่างที่ดำเนินการโครงการใด ๆ อยู่ในช่วง สถานะใด ดิฉันจะขออนุญาต Update แล้วก็ขอให้ทางหลวงจังหวัดตรัง แล้วก็ในส่วนของ สำนักงานเขตได้ประสานท่านสมาชิกเพื่อท่านสมาชิกได้บอกกล่าวพี่น้องประชาชน แล้วก็ จะขอความร่วมมือว่าเมื่อโครงการดำเนินการเสร็จแล้วจะเริ่มดำเนินการเมื่อใด แล้วก็จะขอ ความร่วมมือในเรื่องของพี่น้องประชาชนสัญจรไปมา ไม่ว่าจุดของไฟส่องสว่าง จุดของป้าย บอกทาง เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวในโอกาสต่อไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายกาญจน์ ตั้งปอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง เขต ๔ จากพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นเลยนั้นต้องขอขอบพระคุณท่านมนพร เจริญศรี ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม ที่วันนี้ได้เสียสละเวลาอันมีค่าของท่านมาตอบกระทู้ถามของกระผม ซึ่งเป็นปัญหา ที่คาราคาซังเป็นเวลานาน แล้ววันนี้เชื่อว่าเมื่อพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดตรังโดยเฉพาะ อย่างยิ่งชาวอำเภอสิเกาได้ฟังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการตอบแบบชัดเจนและ Clear แบบนี้ เชื่อว่าน่าจะเป็นของขวัญที่ดีต้อนรับปีใหม่ให้กับพี่น้องชาวตรัง รวมถึงพี่น้องที่สัญจรไปมา บนท้องถนนเส้นนี้ด้วยนะครับ อยากจะขอบคุณอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณท่าน สส. ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ เรียบร้อย ขอบคุณครับ🔗
๔. เรื่อง การแก้ไขปัญหาถนนคับแคบและปัญหาจราจรบนถนนสายทางหลวง ในเขตอำเภอแก้งคร้อ และอำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานคณะรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม มีหนังสือแจ้งว่าท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้มอบหมายรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาต ให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ท่านที่ ๑ ท่านสุรชัย อัมพวาสุวรรณ วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ท่านที่ ๒ ท่านปรมินทร์ เอนกแสน วิศวกรโยธาปฏิบัติการ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม และได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถาม คือท่านกัญญารัตน์ สงค์เวียง เชิญท่านอัครแสนคีรี ถามคำถามแรกครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๗ ประกอบ ไปด้วยอำเภอแก้งคร้อ อำเภอคอนสวรรค์ อำเภอเมืองชัยภูมิ ตำบลซับสีทอง และท่าหินโงม ท่านประธานครับ วันนี้ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี แล้วก็รวมถึงทางผู้ที่เข้ามาร่วมชี้แจง ในวันนี้จากกระทรวงคมนาคมที่ได้กรุณาเสียสละเวลามาตอบกระทู้ของกระผม ซึ่งวันนี้ เป็นกระทู้ที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ อำเภอ แก้งคร้อ และอำเภอคอนสวรรค์ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการสัญจรบนถนนสายทางหลวง ซึ่งมีหลายสาย ผมก็จะขออนุญาตก่อนเข้าสู่ประเด็นคำถาม ผมก็อยากจะบรรยายสักนิดหนึ่ง ให้ท่านประธาน แล้วก็ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการได้เข้าใจถึงสภาพปัญหาของการสัญจรในพื้นที่ อำเภอคอนสวรรค์เชื่อมไปที่อำเภอแก้งคร้อนะครับ🔗
จากบนสไลด์ ผมได้ทำภาพก็จะมีถนน ๓ เส้น ซึ่งเป็น ทล. ทางหลวงนะครับ ประกอบไปด้วยถนนทางหลวง ๒๐๕๔ ลาดใหญ่-ช่องสามหมอ ซึ่งอยู่ด้านล่างสุดนะครับ หลังจากนั้นก็จะมีถนนเส้นทางหลวง ๒๐๑ โดยเฉพาะในเขตเทศบาลแก้งคร้อนะครับ แล้วถัดไปทางขวามือก็จะเป็นถนนทางหลวง ๒๓๘๙ เส้นแก้งคร้อ-สระพัง ซึ่ง ๓ สายทาง ดังกล่าวเป็นสายทางหลักเชื่อมหลายอำเภอนะครับ ไล่มาตั้งแต่ทางหลวง ๒๐๕๔ เป็นถนน ที่เชื่อมอำเภอเมือง เชื่อมอำเภอคอนสวรรค์ แล้วก็เชื่อมไปยังอำเภออื่น ๆ ในจังหวัดชัยภูมิ เป็นถนนสายหลัก ปัจจุบันสภาพถนนค่อนข้างคับแคบ เป็นถนนสายหลักก็จริงสร้างมา หลายสิบปีแล้วระยะทาง ๓๓ กิโลเมตร แต่ว่าปัจจุบันนี้ไหล่ทางแทบจะไม่มี รถชนกันประจำ เพราะว่าวิ่งสวนกันนะครับ ส่วนถนนทางหลวง ๒๐๑ ในช่วงเขตเทศบาลแก้งคร้อนี้เป็นถนน ทางหลวงที่ถ่ายโอนไปยังท้องถิ่นคือเทศบาลแก้งคร้อแล้ว เพียงแต่ว่าปัจจุบันนี้ในช่วงเทศกาล จะเกิดปัญหาเรื่องของการติดขัดของผิวถนน เพราะว่ามีรถวิ่งต่อคิวกันจำนวนมาก ในส่วน นี้เองเคยมีการพยายามที่จะผลักดันให้มีการสร้างทางเลี่ยงเมืองนะครับ🔗
สุดท้ายครับ ถนนทางหลวง ๒๓๘๙ เส้นแก้งคร้อ-สระพัง สภาพก็ใกล้เคียงกับ ถนนเส้นลาดใหญ่-ช่องสามหมอ คือมี ๒ ช่องจราจรไหล่ทางคับแคบ แล้วก็เป็นทางหลัก วิ่งส่งสินค้าการเกษตรจำนวนมากไปยังโรงงานน้ำตาลภูเขียว แล้วก็โรงงานน้ำตาลที่แถวทาง หนองเรือ สภาพปัญหาบนถนนสายทางหลวงหลักในพื้นที่อำเภอแก้งคร้อ อำเภอคอนสวรรค์ ก็จะประมาณนี้นะครับ🔗
ถัดไปผมจะขออนุญาตเข้าสู่ประเด็นคำถามข้อที่ ๑ ก่อน ขออนุญาตพูดถึง เรื่องประเด็นของทางหลวง ๒๐๕๔ ซึ่งสายทางดังกล่าวเราสามารถเรียกสั้น ๆ ว่าสายทาง เส้นลาดใหญ่-ช่องสามหมอนะครับ ซึ่งที่ผ่านมาทางแขวงทางหลวงจังหวัดชัยภูมิได้พยายาม ที่จะเสนอขอรับจัดสรรงบประมาณจากทางกรมทางหลวงมาหลายสิบปีแล้วนะครับ แล้วจาก การตรวจสอบก็เข้าใจว่าเป็นถนนที่ทางแขวงทางหลวงได้เสนอให้เป็น Priority หรือเป็นการ เสนอให้รับจัดสรรงบประมาณลำดับแรก ๆ ของจังหวัดชัยภูมิ แต่อย่างไรก็ตามครับ ที่ผ่านมา แทบจะไม่ได้งบประมาณเลย ส่วนมากก็จะได้แค่เป็นการซ่อมผิวถนนเฉย ๆ นะครับ แต่ที่ชาวบ้านต้องการจริง ๆ ก็คือเรื่องของการขยายถนน ๔ เลน หรือถ้าไม่ได้ ๔ เลนก็ยังเป็น การขยายไหล่ทางก็ยังดีนะครับ ก็ขอมาหลายสิบปีเพิ่งจะได้มาในงบประมาณปี ๒๕๖๗ ที่ผ่านมานะครับ เป็นการขยายถนนเพียงแค่ ๑ กิโลเมตร แต่อย่างไรก็ตามเส้นนี้ มัน ๓๓ กิโลเมตร ก็เลยอยากจะสอบถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการว่าท่านมี แผนที่จะจัดสรรงบประมาณเพื่อเข้ามาขยายไหล่ทางหรือขยายถนน ๔ ช่องจราจร ในปีงบประมาณใด ๓๓ กิโลเมตรนะครับ เอาคำถามที่ ๑ ก่อนก็ได้ครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรี คำถามแรกครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐค่ะ🔗
ท่านประธานคะ สำหรับคำถามแรกของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขอบคุณ ท่านสมาชิกเป็นอย่างมากที่ถนนเส้นนี้ไม่ได้รับการปรับปรุงมาอย่างยาวนานและเป็นคำถาม ที่ท่านสมาชิกมีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนในการเดินทางสัญจรไปมา นั่นก็คือถนนสาย ทล. ๒๐๕๔ ซึ่งอยู่ที่ลาดใหญ่-ช่องสามหมอ ถนนเส้นดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานไปสิ้นสุดที่ตำบลช่องสามหมอ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีระยะทางประมาณ ๓๓.๗ กิโลเมตร มีปริมาณรถที่เดินทางสัญจรไปมา ในเส้นทางดังกล่าว ๖,๕๐๐ คันต่อวัน ส่วนใหญ่ถนนสายดังกล่าวก็จะเป็น ๒ ช่องจราจร ซึ่งต้องบอกว่ากรมทางหลวงเราจะมีมาตรฐานของถนนว่ารองรับน้ำหนักหรือว่ารองรับ ปริมาณรถกี่คันถึงจะเป็น ๒ ช่องจราจร ปริมาณกี่คันถึงจะเป็น ๔ ช่องจราจร และปริมาณ กี่คันที่จะเป็นถนนชั้นพิเศษ ซึ่งถนนเส้นดังกล่าวจะต่ำกว่ามาตรฐานชั้น ๔ ก็คือมีความกว้าง ของช่องจราจรอยู่ที่ ๓.๕๐ เมตร และมีไหล่ทางน้อยกว่า ๑ เมตรซึ่งเส้นทางดังกล่าวเป็น เส้นทางสายสำคัญที่เชื่อมโยงระหว่างตัวจังหวัดชัยภูมิกับที่อำเภอคอนสวรรค์ดังที่ท่าน สมาชิกได้กราบเรียนท่านประธานนะคะ ซึ่งปัจจุบันนี้ไหล่ทางคับแคบมากดังที่เห็นนะคะ ก็จะทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ท่านประธานคะ ซึ่งกระทรวงคมนาคมเองโดยกรมทางหลวง ก็ได้ตระหนักและรับทราบปัญหานี้อย่างดี แล้วก็เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เราจึงได้จัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๖๘ ซึ่งได้จัดสรรในการปรับปรุงถนนเส้นนี้เป็นทางหลวง ก่อสร้างผ่านชุมชนนี้เป็น ๔ ช่องจราจร จาก ๒ ช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจร โดยจะมีการ ดำเนินการก่อสร้างเรียกว่าถนนชุมชนก่อนเป็นระยะทาง ๑.๖๘๐ กิโลเมตร ซึ่งขณะนี้อยู่ใน ระหว่างดำเนินการจัดหาผู้รับจ้าง ขออนุญาตนำเรียนเพิ่มเติมนะคะว่า ขั้นตอนของการ ดำเนินการหาผู้รับจ้างคือหลังจากที่เราได้รับการจัดสรรแล้วก็จะอยู่ในเรื่องของการประกาศ หา TOR เมื่อ TOR เราก็เข้าสู่กระบวนการ Bidding เมื่อได้ราคาจากทางกระบวนการ Bidding แล้วก็จะเสนอสำนักงบประมาณแล้วอนุมัติมาถึงจะหาผู้รับจ้างได้ ในขั้นตอนตรงนี้ ก็จะอยู่อีกประมาณ ๒๕ วัน คาดว่าถ้าอยู่ในระหว่าง On Process ก็จะอยู่ในระหว่าง ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ก็จะมีการจัดหาผู้รับจ้างได้นะคะ🔗
ขออนุญาตค่ะท่านประธานคะเนื่องจากถนนเส้นดังกล่าว จึงมีเกณฑ์ที่จะ ขยายเป็น ๔ ช่องจราจรอย่างที่บอกว่าเนื่องจากปริมาณรถยังน้อยกว่า ๘,๐๐๐ คันต่อวัน เราจึงบอกว่าเราขอรับการจัดสรรงบประมาณ ๒๕๖๙ อีก เพื่อให้เพิ่มมาตรฐานทางหลวง เป็นทางหลวงชั้นหนึ่ง ซึ่งจะมีความกว้างของผิวจราจร ๓.๕๐ เมตร แล้วก็มีไหล่ทางกว้าง ข้างละ ๒.๕๐ เมตร จะอยู่บนทางหลวงของสาย ๒๐๕๔ ช่วงตำบลลาดใหญ่ไปถึงอำเภอ คอนสวรรค์ ระยะทาง ๑๗ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นอย่างที่ท่านสมาชิกกราบเรียนว่าถนนเส้นนี้ จึงจำเป็นจะต้องมีการขยายไหล่ทางเพราะว่าไหล่ทางคับแคบ แล้วก็เมื่อมีการขยายไหล่ทาง ดิฉันเชื่อมั่นว่าจะสามารถอำนวยความสะดวกแล้วก็ความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน ที่เดินทางสัญจรไปมานะคะ สำหรับช่วงที่เหลือ ท่านประธานค่ะ ในระหว่างอำเภอคอนสวรรค์ ไปจนถึงตำบลช่องสามหมอ กรมทางหลวงก็จะมีแผนการที่จะตั้งงบประมาณในปีถัดไป เช่น ปี ๒๕๖๙ ได้ทำแค่นี้ก่อน แล้วก็ตั้งเป็นปี ๒๕๗๐ แล้วก็ตั้งปี ๒๕๗๑ เพื่อจะได้ดำเนินการ ให้ขยายไหล่ทางให้จนแล้วเสร็จตามระยะทางที่ถนนสายนี้ยังมีอยู่ นอกจากนั้นดิฉันเชื่อมั่นว่า ถ้ากรมทางหลวงได้ดำเนินการขยายไหล่ทางไปเรียบร้อยแล้ว คือสาย ๒๐๕๔ แล้วนะคะ ก็จะสามารถอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน ทราบว่าถนนเส้นดังกล่าวเป็นเรื่อง ของพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกอ้อยนะคะ แล้วก็เข้าขนย้ายอ้อยไปสู่โรงงานน้ำตาล ก็ขออนุญาต ท่านประธานว่าคำถามแรกของท่านสมาชิกในเรื่องของสาย ทล. ๒๐๕๔ ก็ได้ขออนุญาต นำเรียนเป็นเบื้องต้นเท่านี้ก่อนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธานผ่านไป ยังท่านรัฐมนตรี ผมจะขออนุญาตรวบคำถามที่ ๒ กับคำถามที่ ๓ เข้ามาอยู่ด้วยกันนะครับ🔗
คำถามที่ ๒ ของผมก็คือหลังจากที่เราวิ่งจาก ๒๐๕๔ แล้วก็เลี้ยวขวาเข้าไป ทางพื้นที่แก้งคร้อ เราวิ่งไปเรื่อย ๆ ก็จะเข้าในเขตเทศบาลแก้งคร้อนะครับ ในช่วงถนน เส้นทาง ๒๐๑ ในเขตเทศบาลแก้งคร้อนี้ ซึ่งตอนนี้ได้ถ่ายโอนไปยังเทศบาลแล้ว ที่ผ่านมา อย่างที่ผมได้แจ้งให้ทราบเคยมีการพยายามที่จะผลักดันให้มีการทำทางเลี่ยงเมือง เพราะว่า ตอนนี้สภาพคือถนนมันค่อนข้างติดโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลนะครับ แล้วก็ยังมีรถบรรทุก มาวิ่งปนกับรถของพี่น้องประชาชนจำนวนมากครับ บางทีหลายท่านก็อยากจะสอบถามมา ว่าทางกรมทางหลวงได้มีการศึกษาหรือได้มีการขับเคลื่อนในการที่จะสร้างทางเลี่ยงเมือง Bypass ตรงนี้ไว้อย่างไรบ้าง อันนี้เป็นคำถามที่ ๒ นะครับ🔗
แล้วก็ส่วนคำถามที่ ๓ ก็จะเป็นถนนเส้น ๒๓๘๙ เชื่อมอำเภอแก้งคร้อ แล้วก็อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ โดยถนนเส้นทางดังกล่าวก็เป็นถนนสายหลักเหมือนกัน เป็นถนนที่พี่น้องใช้วิ่งขนอ้อยจำนวนมาก เพราะว่าพี่น้องในละแวกแถวถนนเส้นทางดังกล่าว ส่วนมากก็จะปลูกอ้อยเป็นหลัก แล้วก็ที่ผ่านมาอย่างผิวถนนก็ค่อนข้างชำรุดทรุดโทรม เพราะว่ารถบรรทุกวิ่งจำนวนมากนะครับ แล้วใน ๒ ฝั่งของถนนนี้มันจะมีโรงงานน้ำตาล ถึง ๒ โรง คือโรงงานน้ำตาลที่หนองเรืออยู่ในจังหวัดขอนแก่น แล้วก็อีกฝั่งหนึ่งก็คือเป็น โรงงานน้ำตาลภูเขียว ซึ่งพี่น้องก็เดือดร้อนค่อนข้างมาก ก็อยากจะสอบถามทางรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมว่าสายทางดังกล่าวท่านมีแนวโน้มที่จะจัดสรรงบประมาณ เพื่อมาขยายไหล่ทางหรือเข้ามาขยายถนน ๔ เลนในงบประมาณปีใดขอบพระคุณครับ🔗
เชิญรัฐมนตรีครับ🔗
ขอบพระคุณ สำหรับคำถามของท่านสมาชิก เนื่องจากว่าท่านสมาชิกเองได้รวบคำถามทั้งคำถามที่ ๒ และคำถามที่ ๓ ไว้ในคราวเดียวกันนะคะ ดิฉันขออนุญาตตอบเรื่องของคำถามที่ ๒ และ คำถามที่ ๓ ด้วยนะคะ เนื่องจากท่านสมาชิกได้ถามถึงว่าถนนหมายเลข ๒๐๑ จากช่องสามหมอ ไปยังเทศบาลแก้งคร้อมีความพยายามที่จะสร้างเป็นถนน Bypass นี้ มีการศึกษาหรือ มีผลการศึกษาของกรมทางหลวงอย่างไร ขออนุญาตค่ะ ท่านประธานคะ เนื่องจากถนน ทางหลวงที่ตัดผ่านอำเภอแก้งคร้อไปที่ทางหลวงหมายเลข ๒๐๑ เป็นทางถนนต่างระดับ สีคิ้วไปถึงเชียงคาน ระยะทางขออนุญาตพูดในภาพรวมของถนนสายดังกล่าวเพื่อให้เห็นถึง กายภาพโดยรวมของถนนนะคะว่า ระหว่างสีคิ้วไปอำเภอเชียงคานนี้ระยะทาง ๑๖๖ กิโลเมตรถึง ๑๗๐ เป็นถนน ๖ ช่องจราจร มีเขตทางกว้าง ๓๐ เมตร ซึ่งถนนเส้นนี้มีความ หนาแน่นมากค่ะ เนื่องจากมีปริมาณรถเดินทางสัญจรไปมาถึง ๑๘,๐๐๐ คันต่อวัน ซึ่งถนน เส้นนี้ยังคงสามารถที่จะรองรับปริมาณจราจรที่ผ่านเส้นทางนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็ไม่ได้หนาแน่นเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นช่วงของฤดูท่องเที่ยวก็จะหนาแน่นเป็น พิเศษ แต่การดำเนินการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองนั้นต้องบอกว่าเป็นทางเลี่ยงเมืองมีความ จำเป็นแต่ก็ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก เพราะว่าจะต้องมีการศึกษา HIA EHA และเรื่อง ของการเวนคืน เรื่องของการจ่ายกรรมสิทธิ์ที่ดิน เพราะฉะนั้นในเส้นทางดังกล่าวอย่างที่ ท่านสมาชิกถามนี้ การทำทางเลี่ยงเมืองอย่างที่ดิฉันกราบเรียนว่า ทั้งเรื่อง EHA HIA เรื่องของการจ่ายกรรมสิทธิ์ที่ดิน ก็จะต้องบอกว่าขณะนี้เมืองมันมีการขยายตัวมากขึ้น การจัดทางเลี่ยงเมืองเราต้องคำนึงถึงทุกมิติ แล้วก็ต้องสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของพี่น้อง ประชาชน จะทำให้การทำทางเลี่ยงเมืองนี้ก็ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก ในเรื่องของการเวนคืนที่ วันนี้เวลาทางราชการประเมินค่าของการเวนคืนนี้ต่ำ แต่มูลค่าที่ดิน หรือว่ามูลค่าของสิ่งปลูกสร้างสูงนะคะ ซึ่งเวลากรมทางหลวงต้องไปก่อสร้างสายทางใด พี่น้องประชาชนก็จะมักอุทธรณ์และจะไม่ยอมรับราคาของมูลค่าการก่อสร้างนั้น ๆ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ นี้ เรายอมรับว่าวันนี้ความเจริญของเมืองเติบโตไปเร็วมาก รวมทั้งมูลค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง เติบโตไปสูงเป็นจำนวนมากและทำให้ราคาประเมินของทางราชการเป็นอุปสรรคต่อการ ที่ต้องจ่ายค่าเวนคืนให้กับพี่น้องประชาชนนะคะ ก็ต้องขออนุญาตว่าการจัดสรรงบประมาณ ของกรมทางหลวงของกระทรวงคมนาคมแต่ละปีท่านสมาชิกจะเห็นว่าทำไมกระทรวงคมนาคม ได้รับงบเยอะจัง แต่ทำไมโครงการใด ๆ พี่น้องประชาชนแทบจะไม่ได้รับการก่อสร้าง เท่าที่ควร เพราะว่าในวงเงินที่ได้รับมีทั้งเรื่องของการจะต้องจ่ายคืนกรรมสิทธิ์ที่ดินทำกินด้วย เรื่องของการจ่ายคืนค่า K ที่ผู้รับจ้างบอกว่าราคาของค่า K ไม่เป็นปัจจุบัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ จึงดูเสมือนว่ากรมทางหลวงหรือว่ากระทรวงคมนาคมได้รับงบแต่มันมีค่าใช้จ่ายเหล่านี้ แฝงอยู่ในองค์ประกอบของการจัดสรรงบประมาณ เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าการดำเนินการปรับปรุงของเส้นทางดังกล่าวก็จะเพิ่มประสิทธิภาพ และเพิ่มความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนที่จะสัญจรไปมา ขออนุญาตค่ะว่าในปี ๒๕๖๖ กรมทางหลวงนี้ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาทำเรื่องของการศึกษาแผนการที่จะขยายถนน เส้นทางดังกล่าวเพื่อสอดรับกับยุทธศาสตร์ของการพัฒนาชาติ ยุทธศาสตร์ของการขยาย ถนนทางหลวงออกไปสู่พี่น้องประชาชนนะคะ ซึ่งในผลของการศึกษาเขาบอกว่ายังไม่มีความ จำเป็นที่จะต้องทำ Bypass ในเส้นทางดังกล่าว แต่ดิฉันเห็นว่าผลของการศึกษากับความเป็น จริงที่ท่านสมาชิกได้เสนอมาสะท้อนมาเราก็คงต้องมีการปรับในสภาพของความเป็นจริงว่า ถ้าเกิดมีความเจริญไปสู่พื้นที่ไปสู่ประชาชนมิติของอุตสาหกรรม เรื่องของ SMEs เรื่องของ การขยายความเจริญไปสู่เมืองพื้นที่ต่างอำเภอ หรือว่าพื้นที่จังหวัดของชัยภูมิแล้วก็จังหวัด ใกล้เคียงมากขึ้น ดิฉันก็เชื่อมั่นว่ากระทรวงคมนาคมก็จะมีแผนงานที่จะขยายเป็น ๖ ช่อง จราจรนะคะ แล้วก็ถึงอย่างไรก็ตามความเปลี่ยนแปลงของการพัฒนาเมืองในทุกมิติเราก็จะ ได้ดูเหตุผลและความจำเป็นที่จะสร้างทางเลี่ยงเมือง แล้วก็ดูเรื่องของความเหมาะสม🔗
นอกจากนั้นในคำถามที่ ๓ เรื่องของการขยายแผนช่องจราจรสาย ๒๓๙๘ เป็น ๔ ช่องจราจรนั้นนะคะ ก็ขออนุญาตได้นำเรียนถึงถนนเส้นทางดังกล่าวที่อำเภอแก้งคร้อ ไปจังหวัดชัยภูมิไปสิ้นสุดที่ตำบลสระพัง อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ ระยะทางในเส้นนี้ มีระยะทางทั้งสิ้น ๓๘.๕ กิโลเมตร มีปริมาณของการจราจรก็คือปริมาณรถที่สัญจรไปมา ๕,๓๐๐ คันต่อวัน ปัจจุบันนี้ยังเป็น ๒ ช่องจราจรอยู่ ต้องบอกว่าถนนเส้นดังกล่าวต่ำกว่า มาตรฐานของทางชั้น ๔ ซึ่งมีความกว้างของช่องจราจร ๓.๕๐ เมตร มีไหล่ทางอย่างน้อย ๑ เมตร แล้วก็เส้นทางดังกล่าวอย่างที่ท่านสมาชิกได้นำเรียน เป็นเส้นทางสายสำคัญที่ เชื่อมโยงระหว่างอำเภอแก้งคร้อกับอำเภอบ้านแท่น แล้วก็เป็นเส้นทางที่พี่น้องประชาชน จะเดินทางไปสู่จังหวัดขอนแก่น ท่านสมาชิกจะเดินทางมาขึ้นเครื่องที่สนามบิน ท่านสมาชิก ก็ใช้เส้นทางนี้ที่จะไปเชื่อมกับจังหวัดขอนแก่น และปัจจุบันไหล่ทางคับแคบมากแล้วก็ทำให้ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง กรมทางหลวงจึงได้มีการเสนอแผนขอรับงบประมาณในปี ๒๕๖๙ ในเรื่องของการก่อสร้างทางแผนชุมชนนะคะ แล้วก็ให้เป็น ๔ ช่องจราจร ช่วงตำบลบ้านเต่า ระยะทาง ๑.๕๐ กิโลเมตร วงเงินงบประมาณ ๕๐ ล้านบาท แล้วก็เพิ่มมาตรฐานไหล่ทาง โดยจะมีการขยายไหล่ทางบนทางหลวงหมายเลข ๒๓๘๙ ช่วงบ้านสระพัง เป็นระยะทาง ๓.๕ กิโลเมตร ในวงเงินงบประมาณอีก ๓๕ ล้านบาท นั่นก็คือจะขยายเป็น ๔ ช่องจราจร แล้วก็ขยายไหล่ทางเพิ่มให้อีก ๓๕ ล้านบาท ทั้งหมดทั้งมวลก็จะประมาณ ๘๕ ล้านบาท ในการปรับปรุงถนนสาย ๒๓๘๙ ที่ท่านสมาชิกได้ถามค่ะ แต่ว่าสำหรับช่วงที่เหลือค่ะ ท่านประธานที่เคารพ เราก็จะดูความจำเป็นและความเดือดร้อน แต่ว่าจะพยายามให้มีการ ต่อเนื่องของการพิจารณางบประมาณให้ทุก ๆ ปี เพราะว่าถนนสายนี้เป็นเส้นทางสายหลัก ที่เชื่อมไปยังจังหวัดขอนแก่นค่ะ ท่านประธานคะ ดูเหมือนว่าจริง ๆ แล้วงบประมาณของ กระทรวงคมนาคมอย่างที่ดิฉันกราบเรียนนะคะว่า ความจำเป็นและความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงทั้ง ๓ สายทางนี้ว่าเราเองก็จะมีการพัฒนาโครงข่าย ของกรมทางหลวงไปสู่พี่น้องประชาชนต่างอำเภอให้มากขึ้น นั่นหมายถึงว่าถ้าถนนไป ความเจริญเข้าไปสู่พี่น้องประชาชน ทั้งเรื่องของมิติเพิ่มมูลค่าที่ดิน มิติของเรื่องของทาง เศรษฐกิจ มิติเรื่องของสังคม ในเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ก็อย่างที่ ทางกรมทางหลวงมี Slogan นะคะ คมนาคมเพื่อความอุดมสุขของพี่น้องประชาชนทั้งเรื่อง ของความสะดวก เรื่องความปลอดภัย ก็ขออนุญาตนำเรียนทั้ง ๓ คำถามของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรตินะคะ แล้วก็ต้องขอบคุณถึงความห่วงใยของการทำงานของกรมทางหลวง ทั้ง ๓ สายทางนี้ต่อกระทรวงคมนาคม ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ มีเรื่อง ฝากเรื่องสุดท้ายครับ เมื่อสักครู่ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ช่วยกว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับ คำตอบของท่านก็ถือว่าเป็นคำตอบที่กระจ่าง ซึ่งผม ก็จะนำคลิปการถ่ายทอดสดในวันนี้ไปให้พี่น้องประชาชนทุกท่านทราบถึงความชัดเจน ของถนนสายทางต่าง ๆ ว่าจะมีการพัฒนาอย่างไรบ้างนะครับ🔗
สุดท้ายครับ มีเรื่องฝากก็คือเรื่องถนนท้องถิ่น ซึ่งอันนี้ที่จริงแล้วไม่ได้เกี่ยวข้อง กับกระทรวงคมนาคม เพียงแต่ว่าทุกวันนี้สายทางขององค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ หลายสายทาง องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมินี้ขาดแคลนงบประมาณในการที่จะ เข้าไปรื้อและทำถนนหลาย ๆ เส้นนะครับ เท่าที่ผมทราบถนนสายทาง อบจ. ชัยภูมิมีเป็น พันกิโลนะครับ ทีนี้ปกติ อบจ. จะทำได้เพียงปีหนึ่งก็แค่ไม่กี่เส้นนะครับ เพราะว่างบที่เป็นงบ ลงทุนมันไม่พอ ทีนี้ก็เลยมีแนวคิดที่อยากจะฝากทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคมช่วยพิจารณา นั่นก็คือการรับโอนคืนถนนสายทางหลวงส่วนท้องถิ่น🔗
ท่าน สส. อันนี้ต้องอธิบาย เดี๋ยวไปให้ท่านอธิบายมันมีขั้นตอนนะครับ🔗
ครับ อยากจะฝากท่านประธานผ่านไป ยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับว่าหลาย ๆ เส้นในพื้นที่ของผมไม่ว่าจะ เป็นโคกมั่งงอย ดงเย็น เส้นซำมูลนาก ห้วยหว้านไพร เส้นโนนงิ้ว หนองขาม เส้นโคกกุง ท่ามะไฟหวาน แล้วอีกหลายเส้นทางที่น่าจะพูดไม่จบนะครับ🔗
เดี๋ยวมีขั้นตอนถ้าจะคุยกับท่านนะครับ ขั้นตอนมันยาวเดี๋ยวถามท่านรัฐมนตรีเลยครับ🔗
ได้ครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
เพราะว่าเดี๋ยวมันเกินเวลา ท่านรัฐมนตรีหมดกระทู้พอดีนะครับ เดี๋ยวถามท่านรัฐมนตรี ว่าขั้นตอนที่จะให้ อบจ. คืนให้ทางหลวงชนบทหรือทางหลวงอย่างไรใช่ไหมครับ เพราะว่า เวลารับมอบไปแล้วนี้เวลาการให้เขาเอางบมาทำมันทำอย่างไรนะครับ เดี๋ยวถามท่านรัฐมนตรี เป็นปัญหาทั้งประเทศครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่าน สส. ขอบคุณครับ🔗
๕. เรื่อง การขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศสำหรับเด็กชายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นายธีรัจชัย พันธุมาศ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาต ให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ๑. นางวราภรณ์ สุวรรณเวลา รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ๒. นางสาวเพ็ญโสม เพ็งสมบัติ ผู้เชี่ยวชาญฝ่าย นโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และผมได้อนุญาต ให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมรับฟังในการตอบกระทู้ถามครั้งนี้ ท่านอัษพล ศินประเสริฐกูล ๒. นายกิตติพิชญ์ พันธุมาศ ๓. ท่านกิตติภูมิ โคตะนารถ ๔. นางสาวปวีณนุช พันธุมาศ ต่อไปเชิญท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ถามคำถามแรกเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง ขออนุญาตถามกระทู้ถามผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข ในเรื่องการขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศสำหรับเด็กชายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ท่านประธานครับ ในส่วนของการขริบอวัยวะเพศชายหนังหุ้มปลายนั้นในทางการแพทย์ พบว่าอวัยวะเพศชายที่ไม่ได้มีการขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะ ซึ่งทำให้ยากต่อการทำความ สะอาดนะครับ เกิดการหมักหมมจากเหงื่อ จากปัสสาวะ จากอสุจิ หรือที่เรียกว่า ขี้เปียก หรือที่เรียกภาษาอังกฤษว่า Smegma ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นเป็นจุดรวมของเชื้อโรค เป็นจำนวนมาก เช่น กามโรค การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และภาวะของหนังหุ้มปลาย ตีบแน่นซึ่งเป็นอันตรายไม่น้อยนะครับ ดังนั้นในงานวิจัยทางการแพทย์มีจำนวนมากที่บอกว่า อยากจะสนับสนุนให้มีการขลิบปลายอวัยวะเพศเด็กชายตั้งแต่เด็ก เพราะจะทำให้สามารถ ดูแลรักษาความสะอาดอวัยวะเพศนั้นได้มากขึ้นนะครับ ลดโอกาสภาวการณ์หนังหุ้มปลาย อวัยวเพศตีบ เกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การติดเชื้อ HPV ลดโอกาสการเกิดภาวะมะเร็ง ปากมดลูกสำหรับหญิงที่เป็นคู่นอน รวมถึงลดโอกาสการเกิดมะเร็งที่องคชาตได้นะครับ นอกจากนี้ภาวะในหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศตีบ หรือ Phimosis ยังเป็นปัญหาที่เกิดกับผู้ชาย ที่ไม่ได้ขริบอวัยวะเพศ โดยหนังหุ้มปลายตีบจะไม่สามารถรูดเปิดได้ แม้ในขณะที่กำลัง จะมีเพศสัมพันธ์ไม่สามารถรูดปลายออกมาได้ตามปกตินะครับ นอกจากนั้นยังอาจสร้าง ความเจ็บปวดทรมานให้กับผู้ป่วยได้ไม่น้อย อีกทั้งความรูตีบตันนั้นทำให้การปัสสาวะยาก และการที่จะมีบุตรยากเนื่องจากว่าการที่อสุจิจะออกไปสู่ไข่ของฝ่ายหญิงทำให้เกิดลูกยาก ด้วยนะครับ นั่นคือปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่ไม่ได้ขริบปลายอวัยวะเพศ ข้อดีของการ ขริบปลายอวัยวะเพศนั้นก็คือ ๑. ทำให้สะอาดขึ้น สามารถที่จะทำความสะอาด ลดการ หมักหมมของเชื้อที่อยู่ใต้ผนัง ปกติเพศชายจะทำสะอาดแต่ภายนอกแต่ภายในไม่ทำความ สะอาดในส่วนนี้ ข้อดีที่ ๒ ก็คือลดความเสี่ยงต่อมะเร็ง เมื่อเกิดการสกปรกเซลล์ต่าง ๆ ก็จะ เปลี่ยนเป็นเซลล์มะเร็งนั้นได้ง่ายขึ้น เกิดเป็นมะเร็งที่ปลายอวัยวะเพศและที่ปลายองคชาตได้ ข้อดีข้อที่ ๓ ก็คือกามโรคเป็นโรคที่เกิดขึ้นในผู้ชายนะครับ ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากความ ไม่สะอาดในหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศนะครับ เคยมีงานวิจัยอยู่ ๒ โรค ก็คือซิฟิลิสกับโรคของ แผลริมอ่อน ๒.๗ เท่าของโรคที่เกิดขึ้นก็คือ ๒ โรคนี้ ๒.๗ เท่าสำหรับผู้ที่ขริบปลายนั้นจะเกิด น้อยกว่า เสี่ยงน้อยกว่า ประการที่ ๔ คือลดอัตราการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะที่กล่าว ข้างต้น เมื่อมีความสกปรกภายใต้หนังหุ้มอวัยวะเพศนะครับ การที่จะมีเชื้อเข้าไปในทางเดิน ปัสสาวะนั้นก็มีมากยิ่งขึ้น ประการที่ ๕ การขริบอวัยวะเพศนั้นสามารถที่ใช้เป็นวิธีการรักษา หนังหุ้มปลายตีบ หรือ Phimosis แล้วก็ภาวะอักเสบที่ปลายองคชาต และภาวะอักเสบที่ ปลายองคชาตและหนังหุ้มปลาย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นนะครับ ตามหลัก พ.ร.บ. หลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ วัตถุประสงค์ก็คือส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ตรวจสุขภาพ รักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ นี่คือหลักการของ พ.ร.บ. สุขภาพของ ปี ๒๕๔๕ ถ้าเราตัด เอาตรงที่ตรวจรักษาโรคไปยังรักษาโรคและสมรรถภาพนั้นต้นทุนสูงประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ของการรักษาโรคของค่าใช้จ่ายรักษาสุขภาพ แต่ถ้าเกิดเอามาใช้ใน ๒ ตัวแรกก็คือส่งเสริม สุขภาพและการป้องกันโรค ก็สามารถที่จะลดค่าใช้จ่ายในการสาธารณสุขของประเทศ ได้อย่างดี ดังนั้นในส่วนของตรงนี้ตาม พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ มาตรา ๓ วรรคหก (๑) ก็บอกว่าสามารถที่จะใช้ส่งเสริมสุขภาพได้ แต่การขริบปลายอวัยวะเพศของเรานั้นยังไม่ได้ เข้าสู่กระบวนการรักษาตรงนี้นะครับ ดังนั้นเพื่อจะให้มีการส่งเสริมสุขภาพและรักษาสุขภาพ ได้อย่างดี จึงขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขว่าจะสามารถให้การขริบ ที่ปลายอวัยวะเพศชายนั้นสามารถเข้าสู่กระบวนการหลักประกันสุขภาพซึ่งจะไม่ต้องเสีย ค่าใช้จ่ายได้หรือไม่ครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมขออนุญาตได้ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ของท่านที่ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ในเขตมีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง คำถามของท่านเป็นแนวทางเชิงสร้างสรรค์มีประโยชน์มาก แล้วก็ สอดคล้องกับแนวทางของนโยบายของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งแต่เดิม เราดำเนินการในเรื่องของการรักษาพยาบาลเป็นหลักใหญ่ ในปีหนึ่ง ๆ เราใช้เงินค่ายา ค่ารักษามากมาย ในปีงบประมาณล่าสุดก็ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เป็นลักษณะของการใช้เงินในการรักษา แต่ในเรื่องของการป้องกันมันเป็นปีแรก ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้ความสนใจในเรื่องของการป้องกัน ใช้แนวทางของ การป้องกัน แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคที่ไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs ใช้เงินในปีล่าสุด ที่ผ่านมาถึง ๗๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีทั้งมะเร็งหลอดเลือด หรือสิ่งต่าง ๆ เป็นโรคที่ไม่ติดต่อ เรื้อรัง เราก็มาดำเนินการในเรื่องของการใช้แนวทางของหลักประกันสุขภาพ แต่ในประเด็น เรื่องของการขริบ ผมใช้ย่อ ๆ ว่าเป็นเรื่องของการขริบ ตรงนี้เป็นประโยชน์มากนะครับ แล้วเราก็มีแนวทางคล้ายและตรงกันด้วยว่าในส่วนต่าง ๆ ตรงนี้ผมได้ให้ที่ปรึกษาผมซึ่งเป็น มุสลิมท่านหนึ่งคือคุณเอกฤทธิ์ ศาตะมาน ได้ไปดำเนินการในเรื่องนี้ว่าพี่น้องมุสลิมที่เป็น วัฒนธรรมประเพณีเขาต้องขริบตรงนี้ ถ้าเราจัดบริการให้ในทุกโรงพยาบาลชุมชน หรืออำเภออะไรต่าง ๆ มีการนัดแนะกันไปพร้อม ๆ กันทั้งหมดแล้วไปบริการให้ ในส่วนของ กระทรวงก็สนับสนุน ท่านปลัดกระทรวงต่าง ๆ ก็ได้พูดคุยกันว่าเราก็อยากไปดำเนินการให้ เพราะว่าใช้งบประมาณไม่มาก ดั่งที่ท่านธีรัจชัยได้กรุณาได้บอกได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้ในเรื่อง ของการป้องกัน แล้วเราก็จะประหยัดงบในด้านอื่น ๆ ตามที่ท่านได้อภิปรายให้คำแนะนำไป ก็ถูกต้องมากครับ บริการสาธารณสุขในระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ ควบคุมบริการ ๑๓ ประเภท เราจ่ายเงินให้กับการรักษาและป้องกันไปทั้งหมด ๑๓ ประเภท ประเภทที่ ๑ การสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค Health Promotion And Disease Prevention (P&P) ๒. การตรวจวินิจฉัยโรค Diagnosis ๓. การรักษาพยาบาล Treatment ๔. การฟื้นฟู สมรรถภาพ Rehabilitation การดูแลระยะสุดท้ายแบบประคับประคอง Long–Term Care and Palliative Care และในส่วนอื่น ๆ อีกรวมทั้งหมด ๑๓ ประเภทที่สามารถดำเนินการได้ ในการขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศเป็นสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาล ตามหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ๒๕๔๕ มาตรา ๓ วรรคหก ค่าใช้จ่ายเพื่อบริการ สาธารณสุข บริการนี้ครอบคลุมเพศชายทุกกลุ่มอายุ ประชาชนผู้มีสิทธิสามารถรับบริการได้ ทั้งแบบผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ที่หน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพที่มีการให้บริการ ดังกล่าว อาทิ โรงพยาบาลอำเภอ โรงพยาบาลชุมชนโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว บริการ สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค P&P ซึ่งในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติประกอบด้วย รายการบริการ หรือกิจกรรมบริการตามแนวทาง หรือแนวทางเวชปฏิบัติ และมาตรฐาน บริการที่กำหนดโดยกรมวิชาการ กระทรวงสาธารณสุขหรือราชวิทยาลัย หรือสมาคมวิชาชีพ ที่เกี่ยวข้อง โดยปัจจุบันการขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศยังไม่รวมอยู่ในบริการเสริมสร้าง สุขภาพและป้องกัน ตอนนี้ยังไม่รวมตรงนี้แต่ถ้าจะรวมก็สามารถที่จะดำเนินการในส่วนของ งานวิชาการ อย่างเช่น กรมควบคุมโรคหรือราชวิทยาลัยทำเป็นการศึกษา หรือทำ Paper เอกสารเข้ามาด้วยกันมันก็เดินไปได้ครับ ข้อมูลการรับการบริการขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ เฉพาะสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ Universal Coverage ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเล็กอายุ ประมาณไม่เกิน ๑๕ ปี ค่าใช้จ่ายในการรักษาแบบผู้ป่วยนอกเฉลี่ย ๑,๕๐๐-๒,๕๐๐ บาท ต่อครั้ง ค่าใช้จ่ายในการรักษากรณีผู้ป่วยในเฉลี่ย ๖,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาทต่อครั้ง ค่าใช้จ่าย เฉลี่ย ๗,๑๐๐ บาทต่อครั้ง โดยค่าใช้จ่ายภาพรวมในปี ๒๕๖๔ และ ๒๕๖๗ อันนี้ เป็นค่าใช้จ่ายที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจ่ายอยู่แล้ว แต่อาจจะเป็นการ ดำเนินการที่ยังไม่ได้รู้และเข้าใจโดยทั่วไปนะครับ แต่เราก็จะปรับปรุงให้มันเข้าใจได้ง่ายขึ้น ในการดำเนินการ ในส่วนของการดำเนินการตามที่ท่านธีรัจชัยให้คำเสนอแนะ คือการบริการ เก็บหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศเป็นสิทธิประโยชน์ในด้านของการป้องกัน สปสช. ก็จะประสาน กรมวิชาการในด้านเกี่ยวกับวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องเพื่อนำเสนอเหตุผลความจำเป็น ในการกำหนดให้การขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศเป็นประเภทบริการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกัน เนื่องจากการขริบเป็นการทำหัตถการทางการแพทย์ มีการผ่าตัดและบางรายต้อง ดมยาสลบ เมื่อได้ความชัดเจนแล้วก็จะเสนอคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องพิจารณาก่อนเสนอ คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพพิจารณาต่อไปนะครับ ผมเป็นประธานคณะกรรมการ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผมเห็นด้วยแล้วก็ในส่วนของวิชาการนั้นเดี๋ยวเราก็จะไปทำ ดำเนินการ การขริบเพื่อรักษาทำใน ๒ กรณีนะครับ กรณีที่ ๑ หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย ที่เขาไม่เปิด เรียกว่าโรค Phimosis ๒. ภาวะหุ้มปลายอวัยวะเพศที่ปิดเรียกว่าโรค Paraphimosis ในส่วนนี้รัฐบาลก็อยากให้มีประชากรหรือมีประชาชนหรือผู้คนในครอบครัว มันเกิดขึ้นเยอะ คนก็ไม่ค่อยจะเกิดอยู่แล้ว ครอบครัวหนึ่งก็มีสัดส่วนของการมีบุตรแค่ ๑.๐๘ คน ซึ่งตามมาตรฐานที่เราคิดคำนวนแล้วเราต้องการให้คนเกิด ๒.๑ คนในการมีบุตร นะครับ ถ้าหากว่าโรคภัยไข้เจ็บที่มันเกิดขึ้นมันก็ทำให้ครอบครัวมีโอกาสที่จะทำให้คนมีบุตร เกิดน้อยนะครับ แล้วไม่ขยันทำการบ้านคนก็จะไม่ค่อยมีโอกาสเกิดขึ้นมาในส่วนต่าง ๆ ตรงนั้นก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แล้วในส่วนที่พูดคุยกันถึงเรื่องของมะเร็ง มะเร็งที่เป็นพวกหงอนไก่ เป็นมะเร็งปากมดลูกอะไรต่างๆ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติก็จะเริ่ม Kick Off ในการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก ๙ สายพันธุ์ จะเริ่มวันศุกร์นี้จะไปเริ่มที่ปทุมธานีที่บึงยี่โถ จะเริ่มไปดำเนินการ ซึ่งมันก็อาจจะเกี่ยวข้องในส่วนของการขริบ ไม่ขริบนี้ด้วยนะครับ ก็อาจจะเป็นส่วนประกอบส่วนหนึ่งก็ขอแจ้งให้ได้รับทราบถึงการดำเนินการในส่วน ที่เกี่ยวข้องดังกล่าว ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตถามคำถามที่ ๒ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่มีความเห็นตรงกันนะครับ แล้วก็ท่านรับ ที่จะไปดำเนินการ สิ่งที่อยากจะขอเรียนเพิ่มเติมก็คืออยากทราบความชัดเจนว่าจะ ดำเนินการให้สามารถขริบได้ใช้เวลาเท่าไรครับ ในเวลากี่เดือน หรือกี่วัน กี่เดือน ในส่วนนี้ อยากจะขอความชัดเจนตรงนี้ว่าในระยะเวลาดำเนินการที่ท่านจะทำเพื่อให้เกิดขึ้นตรงนี้ อย่างชัดเจนเท่าไรนะครับ เนื่องจากว่าในส่วนของพื้นที่หนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง ของผมนั้น จะมีพี่น้องมุสลิมจำนวนมาก ในกรุงเทพก็มีบ้าง ยกตัวอย่างเช่น ในเขตทุ่งครุของท่าน สส. แอนศิริ วลัยกนก ก็มีพี่น้องมุสลิมจำนวนมาก และยังสอบถามมาในกรณีที่ผมไปลงพื้นที่ ว่าเหตุใดมี อีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะเรียนเพิ่มเติมนอกจากระยะเวลาแล้ว ก็คือในเรื่องของ ตาม พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๕๔ ตามนิยามบริการสาธารณสุขมีส่วนหนึ่งไม่ใช่ บริการทางแพทย์แผนปัจจุบันอย่างเดียว มีแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกด้วยตามว่า ด้วยการประกอบโรคศิลปะ สิ่งหนึ่งที่พี่น้องมุสลิมได้กระทำการมาทั้งแต่อดีต ก็คือการที่ขริบ อวัยวะเพศโดยใช้การตัด เดิมเขาใช้การตัดโดยใช้ไม้ไผ่นะครับ ปัจจุบันใช้มีดตัดขึ้นมา แล้วก็มีการพัน ตัวผมเองได้มีโอกาสเข้าไปดูการทำสุหนัต หรือการขริบปลายอวัยวะเพศชาย ทั้งแบบแพทย์แผนปัจจุบันแล้วก็แบบแผนที่พี่น้องมุสลิมที่เป็นหมอสุหนัตเขาทำอยู่ทั้งหมด ก็ได้เห็นว่ามีความปลอดภัย มีความสะอาดแล้วก็ได้ขึ้นมา ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ ท่านประธาน ก็คือว่าด้วยการทำสุหนัตของหมอสุหนัตเขาจะสามารถเข้าสู่กระบวนการหลักประกัน ซึ่งสามารถจะเบิกค่าใช้จ่ายได้ไหมถ้าเขาจะทำแบบอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งเป็นแพทย์ทางเลือก เหมือนกัน ตรงนี้จะมีกระบวนการในการรับหมอสุหนัตเป็นกระบวนการเข้าในส่วนหลักประกัน สุขภาพได้หรือไม่ อยากฝากท่านอีกเรื่องหนึ่งนะครับก็ขอเรียนด้วย เนื่องจากพี่น้องมุสลิมในพื้นที่ ของกระผมและในประเทศไทยมีเยอะมาก ขอฝากด้วยครับ🔗
เชิญรัฐมนตรี คำถามที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในเรื่องของการดูแลพี่น้องประชาชนในเรื่องของการทำสุหนัต ผมคิดว่า ในปีใหม่นี้ก็จะเริ่มไปดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคใต้ที่เขามีอุทกภัยที่ตั้งใจไว้ ก่อนหน้านั้นก็จะไปทำให้เป็นกลุ่ม เป็นการรวมกลุ่มแล้วมาดำเนินการ ส่วนในเรื่องของแพทย์ แผนไทยก็ต้องขอบคุณมากเลยก็เป็นอีกมุมหนึ่งที่ท่านได้กรุณาแนะนำในเรื่องของการใช้ไม้ไผ่ เหมือนกับในอดีต ซึ่งมันก็เป็นวัฒนธรรมหรืออย่างไรผมก็ไม่ทราบนะครับ ที่เขาก็ใช้กันมา ถ้าหากว่ามันเป็นสิ่งที่สังคมทั่วไปหรือพิสูจน์แล้วเขารับได้มันก็น่าสนใจที่ว่าจะไป Process เรื่องต่อไป แต่ว่ามันจะออกมาอย่างไรนั้นก็อยู่ที่วิชาการด้วยนะครับ อันนี้ก็ต้องขอเรียนว่า ในเรื่องของวิชาการก็จะพยายามใช้เวลาไม่มากนะครับ แต่ว่าเราจะไปบังคับให้เขาทำโดยเร็ว ตามใจเราก็คงไม่ได้ แต่ว่าในปีงบประมาณนี้พยายามจะทำให้มันเรียบร้อย แต่ว่าส่วนของการ ที่จะไปบริการมันทำได้เลยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต พอดีมีเวลาเหลืออยู่ ๓ นาทีของผมนะครับ ในส่วนของที่สรุปออกมาคือท่านรัฐมนตรี ขอบพระคุณท่านมากเลย ก็คือว่าการบริการตอนนี้ได้อยู่แล้ว ท่านรวมเป็นกลุ่ม ๆ เพราะที่ โรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา ผอ. ก็ได้ทำในส่วนนี้อยู่แล้วนะครับ แต่ในส่วนการทำ หลักประกันสุขภาพต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ขอเรียนเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าใจตรงกันเนื่องจาก มีเจ้าหน้าที่มาด้วย ก็คือเรื่องการทำสุหนัตไม่ใช่ใช้ไม้ไผ่อย่างเดียว ซึ่งหมอแผนมุสลิมที่เขาทำ เขาใช้มีดเป็นมีดผ่าตัดด้วยนะครับ ใช้หนีบขึ้นมาเสร็จแล้วก็ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วก็ใช้ มีดตัด แต่ของแพทย์แผนปัจจุบันเขาใช้หนีบดึงหนังปลายออกมาแล้วก็ใช้ดึง แล้วก็ใช้กรรไกร หนีบแล้วก็ใช้พันขึ้นมา แล้วมีการเย็บก่อน แต่ว่าแผนของทางแพทย์มุสลิมคือเป็นแพทย์ พื้นบ้านเขาไม่ต้องเย็บนะครับแต่ก็ไม่มีเลือดไหล ผมไปดูเขาทึ่งมาก แล้วก็สะอาดแล้วใช้ สมุนไพรบางที ตรงนี้ถ้าเกิดเรารับรองให้เขาสามารถที่จะทำได้เขาจะได้มีรายได้ด้วย แล้วก็สามารถที่จะรักษาได้แบบดั้งเดิมได้ และมีทางเลือกทั้งแพทย์ทางเลือกและแพทย์ แผนปัจจุบันและสามารถทำสุหนัตได้ และประหยัดเงินด้วย ขอฝากท่านด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่าน ประธานครับ ขออนุญาตครับ ดีมากเลยครับ เพราะเลือดมันไม่ไหล อันนี้ผมก็จะให้ แพทย์แผนไทยประสานท่านนะครับ เผื่อเป็นประโยชน์ให้กับประเทศ ขอบคุณครับท่านครับ🔗
ไปทางภาคใต้ด้วยนะครับท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่าน สส. ขอบคุณครับ🔗
๔. เรื่อง ปัญหาการเกิดควันพิษ และน้ำเสียที่ปล่อยมาจากโรงงานอุตสาหกรรม นายวีรภัทร คันธะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงอุตสาหกรรมมีหนังสือแจ้งว่าท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ติดภารกิจเร่งด่วนของ กระทรวงอุตสาหกรรม ทำให้ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามในวันนี้ได้ จึงขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามดังกล่าวออกไป เป็นวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง สำหรับวันนี้ก็จบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ ขอปิดการประชุมครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปเป็น ระเบียบวาระต่อไปนะครับ แต่ก่อนที่จะพิจารณาระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษาเพื่อจะนำ เรื่องที่คณะกรรมาธิการขยายเวลาการพิจารณาการศึกษาออกไปจำนวน ๒ เรื่อง ซึ่งอยู่ใน ระเบียบวาระที่ ๗.๖ นะครับ ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้อง ผมขอนำเรื่องที่อยู่ในระเบียบวาระ ๗.๖ มาเข้าที่ประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน ไม่ขัดข้องนะครับ🔗
ต่อไปก็เป็นเรื่องที่อยู่ในระเบียบวาระ ๗.๖ นะครับ ๑. คณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษา และเสนอแนวทางส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไข ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอขยายเวลาออกไปอีก ๙๐ วัน นับเป็นครั้งที่ ๔ ตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๖๘ ครับ🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ คุณจาตุรนต์ ฉายแสง ได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะกรรมาธิการมีประเด็นที่ยังไม่ได้พิจารณาอีกหลายประเด็น ดังนั้นเพื่อให้การพิจารณา ศึกษาเป็นไปด้วยความรอบคอบและรอบด้าน มีประสิทธิภาพ เพื่อเกิดประโยชน์ต่อการศึกษา ในเรื่องนี้จึงขอขยายออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๘ เป็นต้นไปนะครับ เพื่อประโยชน์ของคณะกรรมาธิการ ท่านสมาชิกจะเห็นเป็นอย่างไรครับ อันนี้ขอไปเป็นครั้งที่ ๕ ขอไปแล้ว ๔ ครั้งนะครับ ครั้งนี้ก็ขอเป็นครั้งที่ ๕ อีก ๙๐ วัน เชิญครับท่านสมาชิกจะมี ความเห็นอย่างไรครับ🔗
ถ้าไม่มีความเห็น เป็นอย่างอื่นแสดงว่าสมาชิกไม่ขัดข้องที่จะขอไป แต่ผมขอฝากข้อสังเกต เดี๋ยวจะมี กรรมาธิการอื่นขออีกนะครับ ถ้าเผื่อว่าคณะกรรมาธิการขอเป็นครั้งที่ ๕ ครั้งที่ ๖ อะไร อย่างนี้ ผมคิดว่ามันควรจะพิจารณาให้ดี เพราะว่ากรรมาธิการเราศึกษาแต่ละเรื่องครั้งละ ๙๐ วัน ถ้าหากว่า ๕ ครั้ง ๓ คูณ ๕ เท่ากับ ๑๕ ปีกว่านะครับ แล้วเรามีเรื่องที่ประชาชน อยากให้ศึกษาพิจารณาหลายเรื่อง เรื่องที่ค้าง ผมจึงอยากจะขอความกรุณาจากกรรมาธิการ ทุกคณะนะครับ ท่านพิจารณา ๒-๓ ครั้ง ครั้งที่ ๔ ท่านก็น่าจะได้สรุปเสนอต่อสภา เพราะสภาก็อยากจะทราบนะครับ เรื่องที่มอบหมายให้คณะกรรมาธิการไปพิจารณาไปถึงไหน อย่างไร จะได้แก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนได้ แต่ว่าถ้าขอมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งจบ สมัยประชุม ผมว่ามันดูเหมือนว่าเราขาดประสิทธิภาพและไม่รู้อย่างไร น่าจะมีเหตุผล มากกว่านี้ครับ เชิญคุณณัฐวุฒิครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทองครับ หนึ่งในกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทาง การส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้ขอขยายระยะเวลาในวันนี้ครับ ด้วยความเคารพครับท่านประธาน ผมขออนุญาตน้อมรับคำแนะนำของท่านประธานนะครับ แต่อาจจะต้องขออนุญาตนำเรียน ว่าเหตุผลที่ทางท่านจาตุรนต์ ฉายแสง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการขอขยายระยะเวลา เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนต่อเพื่อนสมาชิกแล้วก็เป็นการสื่อสารต่อพี่น้องประชาชน จริง ๆ เรา มีเหตุผลคร่าว ๆ อยู่ ๓ ประการด้วยกันครับ ประการที่ ๑ ต้องนำเรียนต่อท่านประธานว่า ซึ่งท่านประธานเองก็ทราบดีว่าสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีความเปลี่ยนแปลง อยู่ตลอดเวลาครับ มีพลวัตของความเปลี่ยนแปลงซึ่งในลักษณะของการศึกษาในช่วงหนึ่งนั้น เมื่อสถานการณ์ผ่านมาอีกช่วงหนึ่งก็มีข้อเท็จจริงใหม่ที่เราจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมครับ ส่วนที่ ๒ ก็คือว่าในพลวัตของกระบวนการสันติภาพนั่นเองก็มีความเปลี่ยนแปลง อันเนื่องมาจากกรณีของการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลนะครับ เปลี่ยนผ่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็กำลัง อยู่ในขั้นตอนที่จะเริ่มกระบวนการปรึกษาหารือหรือกระบวนการสันติภาพใหม่ ซึ่งเราคิดว่า มีเหตุจำเป็นครับที่เรายังจำเป็นต้องมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับระดับนโยบาย แล้วก็ระดับ ปฏิบัติการตลอดจนสถานการณ์ในพื้นที่เองเพื่อให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น แล้วก็ประการที่ ๓ ที่อาจจะต้องนำเรียนท่านประธานก็คือว่า ณ ขณะนี้ตัวรายงานอยู่ในขั้นตอนการยกร่าง การจัดทำรายงานแล้วครับ เราเองก็มั่นใจแล้วก็อยากจะนำเรียนต่อเพื่อนสมาชิกว่า เราคาดหวังครับว่าหากสภาได้กรุณาขยายระยะเวลาให้เราอีกสักครั้งหนึ่ง เราก็จะสามารถ จัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ส่งกลับเข้ามาในสภาแห่งนี้ก่อนที่จะปิดสมัยประชุมหน้านะครับ แล้วก็น่าจะมีกระบวนการในการพิจารณาเพื่อนำเสนอข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะ ของคณะกรรมาธิการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ทั้งหมดทั้งมวลนั้นก็เป็นไปเพื่อ กระบวนการสันติภาพของพี่น้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าเพื่อนสมาชิก ทุกท่านก็เห็นตรงกันในประเด็นดังกล่าวครับ ก็ต้องขออนุญาตนำเรียนท่านประธานด้วย ความเคารพแล้วก็น้อมรับคำที่ท่านประธานแนะนำเพื่อจะนำไปแจ้งต่อที่ประชุม ของคณะกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณณัฐวุฒิครับ ทางคณะกรรมาธิการขอขยายเวลาเป็น ครั้งที่ ๕ อีก ๙๐ วัน เหตุผลอย่างที่ คุณณัฐวุฒิได้ชี้แจงครับว่ามีประเด็นที่ต้องศึกษาเพิ่มเติมนะครับ แล้วคณะนี้เขาก็ไปตาม ภูมิภาคด้วย เห็นว่าไปต่างประเทศด้วย แต่อย่างไรก็ตามคุณณัฐวุฒิบอกว่าขอขยายเวลา ๙๐ วัน ครั้งที่ ๕ ที่ประชุมมีผู้ใดขัดข้องไหมครับ ถ้าไม่มีผู้ใดขัดข้องก็ถือว่าอนุมัตินะครับ เป็นครั้งที่ ๕ อีก ๙๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๘ ก็นำความห่วงใยผมไปให้ กรรมาธิการด้วยนะครับ🔗
ต่อไปก็เป็นเรื่องที่ ๒. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมาย และมาตรการควบคุม กำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย ขอขยายเวลาการพิจารณาดังกล่าว ออกไป ๖๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๗ การขยายเวลาครั้งนี้ขยายเวลาไปเป็น ครั้งที่ ๖ ขยายไปแล้ว ๕ ครั้ง คราวนี้ก็ขออีก ๖๐ วัน เชิญกรรมาธิการหรือประธาน คณะกรรมาธิการได้ชี้แจงให้สมาชิกฟังหน่อยครับว่าเหตุผลของการขยายเวลาครับ เชิญครับ มีตัวแทนกรรมาธิการไหมครับ ถ้าไม่มีกรรมาธิการมาชี้แจงผมถือว่าไม่รู้จะพิจารณาอย่างไร เชิญคุณณัฐวุฒิครับ🔗
ผมขออนุญาตนำเรียน ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ มิใช่กรรมาธิการ ท่านประธานครับ แต่ว่าเมื่อท่านประธานได้กรุณาสอบถามแล้วก็ไม่มีผู้ชี้แจงก็ต้องนำเรียนให้ ท่านประธานทราบนะครับว่าในโลกของการสื่อสารหรือโลก Social Media นะครับ แล้วก็มี แม้กระทั่งสื่อที่เป็นทางการนะครับ ในช่วงปิดสมัยที่ผ่านมามีการแชร์กันใน Social แล้วมีการ ตั้งคำถามว่าเมื่อเปิดสมัยประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาประเด็นเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า จะเอาเรื่องนี้เข้าที่ประชุมและสภาจะผ่านกฎหมายสนับสนุนไม่ว่าจะควบคุมหรือเปิดให้ มีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างถูกกฎหมายนะครับ ซึ่งมีการแชร์กันอย่างกว้างขวางมากครับ มีผู้เข้าชื่อแล้วหลายแสนคนที่ไม่เห็นด้วยครับ ฉะนั้นผมไม่ได้มีประเด็นติดใจอย่างไร แต่ผมคิดว่าอยากจะฝากท่านประธานในกรณีที่หากเราให้มีการขยายระยะเวลาก็อยากให้ คณะกรรมาธิการวิสามัญคณะนั้นพิจารณาตอบข้อสงสัยของพี่น้องประชาชนหรือแม้กระทั่ง ตอบข้อเท็จจริงต่อสถานการณ์ในสังคมที่มีการตั้งคำถามว่าสภาจะรีบผ่านกฎหมายบุหรี่ไฟฟ้า ใช่หรือไม่ อย่างไร เสมือนเป็นการ Update การทำงานของคณะกรรมาธิการชุดนั้นด้วย เพราะว่ามีคำถามเยอะ หลายท่านก็ได้รับการแชร์เรื่องนี้ครับท่านประธาน ก็ขออนุญาต นำเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะนั้นด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
เพียงแต่ฝากว่า ประชาชนสนใจเรื่องนี้ แต่ทีนี้คณะกรรมาธิการไม่ได้มาชี้แจงขยายเวลาไปเรื่อย ๆ ผมว่ามันจะขัดแย้งกับความรู้สึกของประชาชนที่สนใจนะ ผมจึงฝากให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ ผมยังไม่อนุญาตวันนี้นะครับเพราะว่าไม่มีมาชี้แจงด้วย เพราะอนุญาตถ้าสมัยประชุมต้อง อนุญาตในที่ประชุมนะครับ แต่ถ้าปิดสมัยประชุม ประชุมไม่ได้ประธานสามารถจะอนุญาตได้ แต่ถ้าเปิดสมัยประชุมอย่างนี้ก็ต้องขออนุญาตที่ประชุม การอนุญาตที่ประชุมกรรมาธิการ ที่เห็นความสำคัญต้องมาชี้แจงเหตุผลครับ ถ้าไม่ชี้แจงเหตุผลที่ประชุมจะอนุญาต ได้อย่างไร เชิญคณะกรรมาธิการครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล ต้องขอบคุณท่านประธานนะครับถึงความห่วงใยแล้วก็ต้องเรียนกับ ท่านประธานผมไม่ได้เป็นกรรมาธิการแล้วก็ไม่ได้อยู่ในชุดนี้นะครับ แต่ว่าก็ติดตามแล้วก็ได้รับ ฟังมาหลายคณะที่ท่านประธานเองก็ได้กรุณาในการขยายเวลา แต่เรื่องนี้ผมเห็นด้วยกับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่ากรรมาธิการเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานเองถ้าหากว่า จะมาขอในการต่อระยะเวลาขยายเวลาในการทำงานควรที่จะให้เกียรติประธานสภา แล้วควรที่จะให้เกียรติประธานมากกว่านี้ครับ ดังนั้นถ้าหากว่าท่านประธานจะวินิจฉัยว่า ยังไม่ได้ขยายเวลาสัปดาห์หน้าให้ทางกรรมาธิการได้เข้ามาชี้แจงเหตุผลเพื่อให้เพื่อนสมาชิก ได้รับรู้ด้วยว่าการทำงานไปถึงไหนแล้ว ขอเสนอท่านประธานแล้วก็เห็นด้วยกับแนวคิดของ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตกลงคณะนี้ก็ยังไม่พิจารณาวันนี้นะครับ ถ้าท่านยังยืนยันต้องการขยายเวลาเดี๋ยวจะครบ กำหนดท่านต้องมาชี้แจง ครบ ๒๑ ธันวาคมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะไม่มาก็ถือว่าไม่ขยาย เพราะว่าไม่มาชี้แจงนะครับ จะครบกำหนด ๒๑ ธันวาคมก็ถือว่าจบแล้วท่านต้องมารายงาน อย่างเดียวจะไปทำงานต่อไม่ได้เพราะ ๒๑ นี้ครบ ก่อน ๒๑ ทำงาน เพราะท่านเป็นคนขอ ขยายเวลาแต่ไม่มาชี้แจงแล้วสภาจะอนุมัติอย่างไร ไม่ได้อยู่ในอำนาจของประธาน ถ้าปิดสมัย ประชุม ประชุมไม่ได้ ข้อบังคับบอกว่าอนุโลมให้ประธานอนุมัติได้ แต่อันนี้ผมต้องขอ ที่ประชุมแต่ไม่มาชี้แจงก็ถือว่าไม่สามารถจะอนุมัติได้นะครับ เชิญปกรณ์วุฒิครับ🔗
ขออนุญาต ท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ พรรคประชาชนครับ ผมเสนอทางออกแบบนี้ไหมครับ ผมไม่แน่ใจว่าอาจจะให้ทางเพื่อนสมาชิกลองประสานท่านประธานกรรมาธิการคณะนี้ดู หรือว่าให้ท่านมอบหมายกรรมาธิการหรือท่านรองประธานท่านใดเข้ามาชี้แจงเหตุผลถึง การขอขยายระยะเวลานะครับ เราอาจจะดำเนินการตามระเบียบวาระอื่นไปก่อนก็ได้ครับ แล้วหลังจากจบระเบียบวาระใด ๆ ก็แทรกวาระนี้ขึ้นมาเพื่อให้ทางกรรมาธิการได้ชี้แจง เหตุผลแล้วก็ให้สภาอนุมัติอีกครั้งก็ได้ครับ🔗
พรุ่งนี้วันที่ ๒๐ ก็ภายในวันนี้นะครับ ก็ขอให้คณะกรรมาธิการได้ขออนุญาตต่อประธานว่าขอหารือเป็นกรณี พิเศษเรื่องที่พิจารณาขยายเวลามาพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป เพราะว่าต้องให้กรรมาธิการมา ชี้แจงครับ จะมอบหมายให้คนที่ไม่ใช่กรรมาธิการมาชี้แจงก็ไม่ถูกเรื่องเหมือนกัน หลังจากรายงาน ตอนไหนก็ได้ก่อนปิดการประชุมในวันนี้ เพราะพรุ่งนี้ก็มีแต่ว่ามันเป็น การประชุมร่วม วันนี้ยังมีเวลาท่านก็มาขอได้ แต่ถ้าไม่ขอก็ถือว่าสละสิทธิการขอขยายเวลา เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วิรัช พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทยครับ จริง ๆ กรรมาธิการนี้ก็ใช้เวลาพอสมควรแล้ว แล้วก็บุหรี่ไฟฟ้า ตอนนี้มันลามไปถึงเด็กอายุ ๑๐ กว่าขวบตามโรงเรียนแล้ว ถ้าเป็น สส. ก็ควรจะเคารพหน้าที่ ของตัวเองรีบทำรีบเสร็จ รีบแก้ปัญหา เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยครับที่จะให้ต่อ ขอบคุณครับ🔗
เขายังไม่ได้มาขอ แต่ว่าถ้ามาขอแล้ว ถ้ากรรมาธิการขอไม่ได้หมายถึงว่าเราจะอนุญาตให้ขยายเวลาได้ทุกครั้ง สมัยก่อน ๆ ตอนที่ผมเป็นสมาชิกกับท่านทั้งหลาย เวลาจะขอขยายแต่ละครั้ง ครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ ก็ไม่มีปัญหา พอครั้งที่ ๓ สมาชิกจะซักถามละเอียดเลยครับ บางครั้งก็ไม่อนุมัติเลยครับ บางครั้งก็อนุมัติให้ ไม่ได้หมายความว่าคณะกรรมาธิการมอบหมายจะไปขยายเวลาเป็น ครั้งเดียว นี่ครั้งที่ ๖ แล้วนะครับก็คิดว่ามากไปหน่อย ไม่อย่างนั้นเราไม่มีขอบเขตของ การทำงานคณะกรรมาธิการว่าจะจบเมื่อไรแล้วประชาชนกำลังรอฟังผลการพิจารณาเพราะ มันจะกระทบถึงประชาชน แต่เรื่องบุหรี่กระทบเยาวชนด้วยเพราะฉะนั้นถ้าเราต่อไปเรื่อย ๆ ผลกระทบมันมีแน่เหมือนที่ท่านสมาชิกพูดเมื่อสักครู่ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ลองมาชี้แจง ถ้าเหตุผลเพียงพอก็ต่อได้ ถ้าเหตุผลไม่เพียงพอสมาชิกบอกว่าพอแล้วให้มารายงานก็ต้องมา รายงานตามกำหนดเวลาครับ ขอให้เราปฏิบัติตามหน้าที่และตามข้อบังคับนะครับเพื่อ ประสิทธิภาพประสิทธิผล🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ จากสงขลา สิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเมื่อสักครู่ครับท่านประธานก็คือวาระนี้ ท่านประธานขอความเห็นมติจากสภาในการขอขยาย แต่อย่าลืมนะครับท่านประธานก่อนที่ จะขอขยายมันเป็นมติของกรรมาธิการแต่ละคณะที่จะยื่นและท่านก็รู้อยู่แล้วนะครับว่าวาระ จะเข้าวันนี้ เพราะฉะนั้นเหมือนที่ท่านประธานบอก ๕ ครั้ง ๖ ครั้งผมไม่ได้สนใจว่าเป็น คณะไหน แต่ว่าเมื่อท่านประธานบอกว่าต้องมาชี้แจงเหตุผล นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าท่านประธานเมตตามากนะครับให้ขยายภายในวันนี้นะครับ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าถ้าเกิดท่านขยายเหมือนวันนี้ท่านรู้ Time line อยู่ต้องมีคนมาชี้แจงว่าเหตุผล เพราะอะไรนะครับก็ให้ท่านได้วินิจฉัยนะครับ🔗
เราให้โอกาส เขามาชี้แจงแต่เราไม่รู้ว่าจะอนุมัติหรือไม่อนุมัติอยู่ที่ประชุมนะครับ ก็ให้เป็นไปตามนี้สำหรับ คณะกรรมาธิการชุดนี้ว่าถ้าวันนี้ท่านสามารถจะมาชี้แจงแล้วที่ประชุมยอมรับว่ามีความ จำเป็นก็ต่อได้แต่ถ้าที่ประชุมไม่อนุญาตหรือท่านไม่มาก็ถือว่าไม่ต่อนะครับ🔗
ต่อไปเป็น ๓. คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการ มีส่วนร่วมของประชาชนขอขยายเวลาการพิจารณาญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาการสร้างคน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพภายใต้การปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่ วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๗ การขยายเวลาครั้งนี้เป็นการขยายเวลาเป็นครั้งที่ ๔ นะครับ เหตุผลก็เหมือนกับว่ายังไม่เรียบร้อยไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ก็เหมือนทุกกรรมาธิการที่ขอ ขอเชิญ กรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนได้ชี้แจง เหตุผลที่ขอขยายเวลากรรมาธิการอยู่ไหมครับ ถ้ากรรมาธิการไม่อยู่ก็ให้โอกาสเหมือน กรรมาธิการท่านอื่นครับ🔗
ท่านประธานขออนุญาตครับ ผม จุลพงศ์ ระหว่างที่รอกรรมาธิการ ขออนุญาตท่านประธาน ท่านประธานอนุญาตไหมครับ🔗
เชิญครับ🔗
พอดีผมเป็น สส. ใหม่ครับ ท่านประธานก็เลยอยากจะสอบถามเป็นความรู้ว่ากรณีที่คณะกรรมาธิการขอขยายนี่นะครับ แล้วถ้าขยายให้ก็ไม่เป็นไร ถ้าไม่ขยายนี่ผลมันเป็นอย่างไรท่านประธานครับ แล้วถือว่าไม่มี รายงานแล้วลามไปถึงเบี้ยประชุมการประชุมที่ผ่านมาหรือเปล่าครับ อย่างไรผมขอเรียนถาม ท่านประธานให้สุดซอยไปเลยครับทางสมาชิกจะได้รู้ว่าผลมันเป็นอย่างไรครับ ระหว่างที่ กำลังรอนะครับท่านประธาน ขออนุญาตครับ ขอบคุณครับ🔗
คือการศึกษาของ คณะกรรมาธิการสามัญหรือวิสามัญแต่ว่าอันนี้กรรมาธิการสามัญเขาก็ทำงานไปเรื่อย แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มอบหมายเหมือนกับให้ไปตั้งอนุกรรมาธิการในชุดของกรรมาธิการชุดนั้น ซึ่งก็มีการขอเวลาเหมือนกันไม่แน่ใจว่าครั้งแรกขอเวลาเท่าไร แต่ก็ขอขยายเวลาต่อไปอีก ๖๐ วัน ซึ่งตามข้อบังคับแล้วการตั้งกรรมาธิการวิสามัญไปศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งนั้น ต้องมีกำหนดเวลาโดยที่ประชุมนี้เป็นคนกำหนดเวลา เมื่อกำหนดเวลาเสร็จแล้วถ้าทำงานเสร็จ ก็มารายงาน ถ้าทำงานไม่เสร็จจะขอขยายเวลาก็ขอขยายเวลาโดยที่ประชุมเป็นคนอนุมัติ เพราะที่ประชุมเป็นคนตั้งกรรมาธิการและตั้งเวลา เพราะฉะนั้นต้องขออนุมัติจากที่ประชุม แล้วถ้าหากว่าหมดเวลาก็ต้องมารายงานที่ประชุม ส่วนเบี้ยประชุมที่ประชุมไปแล้วตามกรอบเวลา ก็เบิกได้ แต่ส่วนต่อไปนี้ถ้าจะประชุมก็ไม่สามารถจะเบิกเบี้ยเลี้ยงหรืออะไรได้แล้วก็ถือว่า ท่านทำงานตามกรอบเวลา ส่วนรายงานนั้นท่านก็มาขอประธานเพื่อบรรจุรายงานซึ่งก็ไม่มี กรอบเวลาการรายงาน แต่ว่าจะจบ ศึกษาจบ พิจารณาจบ ก็พิจารณาต่อไปถ้าได้ก็เบิก เบี้ยเลี้ยงไม่ได้ แต่รายงานนั้นไม่เป็นไรเพราะว่าเราต้องบรรจุตามระยะเวลาที่บรรจุ เสนอมาแล้วบางทีก็ต้องเอาเข้าเขาเรียกว่าเข้ากรอบเวลาตามที่กำหนดไว้มีเรื่องค้างก็ได้ครับ เพราะฉะนั้นอันนี้กรรมาธิการไม่มาชี้แจงก็รอ ถ้ามาแล้วเชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ปรีติ เจริญศิลป์ ก็อยู่ในกรรมาธิการศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าครับ จากการประชุมครั้งที่ผ่านมาตอนนี้สถานะแจ้งอย่างนี้ครับว่ากรรมาธิการเราได้ทำการศึกษา ทำรูปเล่มรายงานไว้แล้วประมาณ ๔๐๐ กว่าหน้า ตอนนี้ให้ทางกรรมาธิการไปช่วยกันดู ในรายละเอียดให้รอบคอบเพื่อกลับมารายงานที่ประชุมกรรมาธิการอีกครั้ง ณ ตอนนี้ครับ สัปดาห์นี้ไม่มีประชุมมาประชุมสัปดาห์หน้าเพราะเว้น ๒ สัปดาห์เพื่อให้กรรมาธิการทุกคน ศึกษาให้รอบคอบ เพราะมันเป็นเรื่องสำคัญครับ ดังนั้นความจำเป็นในการขอต่ออายุ เพื่อที่จะปิดรูปเล่มแล้วมารายงานต่อสภาแห่งนี้ครับ ดังนั้นมีความจำเป็นที่ต้องต่ออายุครับ แล้วผมคิดว่าน่าจะเป็นครั้งสุดท้ายเพราะผมเองก็คิดว่ามันนานพอสมควรแล้วรูปเล่มตอนนี้ ก็เสร็จแล้วรอ Confirm ช่วยกันกลับไปอ่านครับ จึงขอพิจารณาช่วยต่อ🔗
อันนี้พิจารณา เสร็จแล้วก็จะรออะไร🔗
รอ Confirm ประชุมอีกครั้งสัปดาห์ หน้าจะมีการประชุมครับ เพื่อสรุปว่ารูปเล่มเป็นไปตามนี้หรือไม่ หรือมีการแก้ไขอีก🔗
ซึ่งอาจจะ ไม่จำเป็นต้อง ๖๐ วันกระมัง🔗
ผมคิดว่าตอนนี้ไม่ได้ประชุมทุกวันครับ ต้องบอกไม่ได้ประชุมทุกสัปดาห์🔗
จะประชุมทุกวัน หรือประชุมกี่วันต่อสัปดาห์ไม่ว่า แต่ว่าคุณขอมา ๖๐ วัน ที่ประชุมจะพิจารณามีความจำเป็น ๑. ให้หรือไม่ ๒. ให้ ๖๐ วันหรือให้ ๓๐ วัน หรือให้ ๑๕ วันก็แล้วแต่ที่ประชุม คุณนำเสนอก่อน หรือว่ายืนยันจะเสนอ ๖๐ วัน🔗
ยืนยันเป็น ๖๐ วันก่อนครับ🔗
อันนี้ คณะกรรมาธิการได้มาขอชี้แจงว่าได้พิจารณาเสร็จแล้ว เย็บเล่มแล้ว แต่ว่าจะไปทบทวน ขอเวลาอีก ๖๐ วัน จึงจะเสนอที่ประชุม🔗
ครับ ไม่เกิน ๖๐ วัน เนื่องจาก มีรายงาน ๔๐๐ กว่าหน้าต้องไปอ่านให้ละเอียด เพื่อมานำเสนอต่อที่สภาแห่งนี้ครับ🔗
เชิญที่ประชุมครับ ขอให้สมาชิกได้พิจารณานะครับ อันนี้ต้องขอบคุณว่าได้พิจารณาเสร็จแล้วนะครับ ขอเป็น ครั้งที่ ๖ ๖๐ วัน ที่ประชุมว่าอย่างไรครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ถ้าฟังจากที่เพื่อนสมาชิก ถึง ๔ ท่าน ๔ พรรคด้วยกันที่อภิปราย เราเห็นว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญจริง ๆ ครับ แล้วก็ต้องขอบพระคุณที่ทำเสร็จแล้วซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก แล้วเมื่อสักครู่ท่านก็บอกว่าให้เพื่อน สมาชิกได้อ่าน ซึ่งจริง ๆ ท่าน ๒ สัปดาห์พอดีมันคร่อมระยะเวลาการหมดระยะเวลาของ คณะกรรมาธิการ ฉะนั้นผมขออนุญาตขอท่านแบบนี้ได้ไหมครับ เรื่องนี้เยาวชนติดตาม เยอะมากเลยนะครับ ถ้าเข้าช่วงวันเด็ก วันครูได้จะดีมากเลย ผมขอท่านสัก ๓๐ วันจะได้ไหม ครับ เพราะว่าถ้า ๖๐ วันบวกไปมีกฎหมายเสร็จ มีเรื่องนั้นเรื่องนี้อีก มีอภิปรายไม่ไว้วางใจอีก เดี๋ยวเกิดไม่ทันในสมัยประชุมนี้พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนก็จะเสียประโยชน์นะครับ ท่านประธาน🔗
คุณณัฐวุฒิขอเป็น ๓๐ วันนะครับ ก็เป็นประโยชน์กับกรรมาธิการได้รีบมาชี้แจงได้ไหมครับ ๓๐ วัน จะได้ไม่ต้อง ขอโหวตครับ ได้ไหมครับขอ ๓๐ วัน🔗
ท่านประธานวันนี้ผมตอบแทน กรรมาธิการทุกคนไม่ได้จริง ๆ ครับ เพราะที่ประชุมมีมติให้ ๖๐ วัน ตอนนี้แต่ว่าถ้าทางสภา จะอนุมัติ ๓๐ วันก่อนก็ต้องเป็นไปตามนั้นครับ🔗
เอาประนีประนอม กันก็แล้วกันเพราะว่าคุณบอกเสร็จแล้วเพื่อไปอ่านให้รอบคอบขอ ๓๐ วันไม่ต้องไปยกมือ ความเห็นที่แตกต่างกัน เอา ๓๐ วันนะครับ เพราะเหตุผลว่ามันเสร็จแล้วด้วยได้ไหม เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้านครับ จริง ๆ ผมก็ค่อนข้างเห็นด้วย กับท่านณัฐวุฒินะครับแล้วผมคิดว่าถ้าสภาจะอนุมัติ ๓๐ วันนี่ผมคิดว่าอาจจะเป็นการแจ้ง เพื่อให้กรรมาธิการทราบผมเข้าใจดีว่าเพื่อนสมาชิกก็อาจจะหนักใจที่คงไม่สามารถ พูดแทนกรรมาธิการวิสามัญทุกท่านได้นะครับ แต่ถ้าท่านประธานประกาศว่าสภาอนุมัติ ๓๐ วันแล้วก็ให้กรรมาธิการปฏิบัติตามนั้นครับก็ถือว่าเป็นอำนาจของสภาที่สั่งการไปยัง กรรมาธิการวิสามัญแล้วกันครับ ขอบคุณครับ🔗
เพราะว่าเสร็จแล้ว สภาผมไม่อยากให้มีปัญหาเพราะว่าทุกคนอยากให้เสร็จเร็วเอา ๓๐ วันก็แล้วกันนะครับ ได้นะครับ โอเคครับก็ตกลงว่าที่ประชุมอนุมัติให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา กฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยขยายเวลาไปได้อีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๑ ธันวาคมซึ่งจะจบในวันพรุ่งนี้ครับก็เป็นตามนี้🔗
ต่อไปขยายเวลาเช่นเดียวกันครับ คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน ขอขยายเวลาอีก ๖๐ วัน เป็นอนุกรรมาธิการที่อยู่ในคณะนั้นเชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ฉัตร สุภัทรวณิชย์ ผู้แทนราษฎรนครราชสีมา เขต ๑ แม่ย่าโม ในฐานะเป็นรองประธาน คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ตามที่เราได้รับญัตติพิจารณาศึกษาและจัดทำข้อเสนอในการส่งเสริมเยาวชนและสร้างคนให้เป็น พลเมืองที่มีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยที่ได้มีการขอขยายเวลานั้น รายงานได้พิจารณา ได้รับมติทั้งในห้องอนุแล้วก็ในห้องกรรมาธิการสามัญเรียบร้อยแล้วครับ แต่เนื่องจาก ระยะเวลาอีกไม่กี่วันนี้จะครบรอบบวกกับจากนี้ไปเป็นเรื่องของการจัดทำรูปเล่ม เดิมมีการ ถกเถียงกันภายในอนุว่าจะเป็น ๓๐ วันหรือ ๖๐ วัน ปรากฏว่าจากนี้ไปจะเป็นช่วงสิ้นปีแล้วก็ คาบเกี่ยวปีใหม่เกรงว่าไปดูคิวงานของหน่วยที่จัดพิมพ์เล่มรายงานต่าง ๆ เกรงว่าอาจจะ หมิ่นเหม่จนเกินไปจึงเสนอขอที่ ๖๐ วันครับ สรุปก็คือว่ารายงานเสร็จแล้วได้รับมติเรียบร้อย ตรวจทานแล้ว อยู่ในขั้นตอนการตรวจสุดท้ายเรื่องการจัดรูปแบบให้ตรงถูกต้องส่งไปยัง ฝ่ายที่จัดพิมพ์แล้วก็ที่ขอ ๖๐ วันเพื่อที่จะครอบคลุมเนื่องจากระยะเวลานี่จะคร่อมช่วง ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ปริมาณงานมีค่อนข้างแน่นครับ นำเรียนท่านประธานครับ🔗
อันนี้ก็ขอเป็นครั้ง ที่ ๔ ขยายไป ๓ ครั้งแล้วนะครับ ก็ด้วยเหตุผลที่ว่าขอออกไป ๖๐ วัน สมาชิกว่าอย่างไรครับ ถ้าไม่มีความเห็นอย่างอื่นก็คือว่าอนุมัติให้ไปเป็นครั้งสุดท้ายนะครับ ไม่ขออีกแล้วนะครับ เป็นครั้งสุดท้ายยืนยันกับสมาชิกหน่อย🔗
เรียนท่านประธานครับ เป็นครั้ง สุดท้ายแน่นอนครับ เราเริ่มตั้งแต่กลางกุมภาพันธ์พอผ่านไป ๓ เดือนประมาณเดือน ๕ มาถึง เดือน ๖ เราก็ขยายแต่ปรากฏว่าช่วงกลางปีที่ผ่านมามีเนื้อหาที่ค่อนข้างเยอะทำให้ต้อง ทบทวนกันหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายแน่นอนเพราะว่าครบจบได้มติแล้วเหลือแค่การจัดพิมพ์ นำเรียนท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ก็ถือว่าที่ประชุมไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นแล้วนะครับอนุมัติให้ ๖๐ วัน แต่ว่าเป็นครั้ง สุดท้ายครับ ก็จบเรื่องขยายเวลาเพียงแต่ฝากกรรมาธิการต่าง ๆ มีอีกหลายคณะที่ท่าน จะขยายเวลาก็ขอให้เร่งรัด แล้วก็ถ้าไม่จำเป็นก็ควรจะได้สรุปเสนอต่อสภา เพราะสภาก็จะได้รับทราบเรื่องที่ขอประชาชนก็นั่งรอทราบผลเช่นเดียวกันครับ อันนี้ เพื่อประโยชน์ครับ แต่ทางเราขยายเวลาไปเรื่อย ๆ ก็ดูเหมือนกับว่าเราทำงานไม่จบนะครับ แล้วก็สภาจะพิจารณาแบบนี้นะครับ แล้วก็คณะกรรมาธิการที่จะขอขยายเวลา ก็ขอให้ตัว ประธาน รองประธาน หรือเลขานุการ ซึ่งรู้เรื่องต่อเนื่องโดยตลอดช่วยกรุณามาขอด้วยตัวเอง ถ้าติดภารกิจจริง ๆ ขอให้ผู้แทนของกรรมาธิการมาพร้อมกับแจ้งเหตุและผลที่ต้องขยายเวลา เป็นสาระสำคัญเพื่อสภาจะได้พิจารณานะครับ ขอบคุณครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๑. รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖🔗
ด้วยเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เสนอรายงานผลการปฏิบัติงาน คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทราบ ตามมาตรา ๒๒ (๘) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง พุทธศักราช ๒๕๖๐ รายละเอียดเอกสารได้แจกให้สมาชิกไปแล้วนะครับ ซึ่งคณะ ผู้มาชี้แจงได้ขออนุญาตให้มีบุคคลต่อไปนี้เข้ามาเป็นผู้ชี้แจงนะครับ ท่านที่ ๑ ท่านแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ท่านที่ ๒ พันตำรวจตรี ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ท่านที่ ๓ ท่านโกศิญา วิริยะนันทวงศ์ ผู้อำนวยการ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ ท่านต่อไปคุณขวัญสุรางค์ ขำแจง ผู้อำนวยการสำนักการคลัง ท่านต่อไปคุณสุทธดา คงเดชา ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนสอบสวน ๑ ท่านต่อไป ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร สิริภคยาพร ผู้อำนวยการสำนักจัดการการเลือกตั้ง ๗. ท่านวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง ท่านที่ ๘ ท่านเสาวภา เดชาภิมณฑ์ ผู้อำนวยการ สำนักบริหารกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ท่านที่ ๙ ท่านสุธิดา โชคพระสมบัติ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาเครือข่ายการเลือกตั้ง ขอเชิญผู้มาชี้แจงเข้าประจำที่ได้ครับ ถ้าพร้อมแล้วขอเชิญชี้แจงได้ครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้ให้ ให้โอกาสกระผมพร้อมคณะ มารายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๒ (๘) กระผมขอกราบเรียนว่า ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ เป็นปีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้งมีภารกิจที่สำคัญคือการควบคุมและจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการเลือกตั้งทั่วไป การเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแทนตำแหน่งที่ว่าง ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล รวมถึงการจัดการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง นอกจากนี้ยังมีภารกิจที่ต้องส่งเสริมสนับสนุน สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง ให้เป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งการดำเนินการต่าง ๆ มีสำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งทำหน้าที่สนับสนุนงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งดำเนิน ตามแผนงานต่าง ๆ เป็นไปตามแผนแม่บท แผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนยุทธศาสตร์สำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้ง ๒๐ ปี โดยมีผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ที่สำคัญสรุปได้ดังนี้ ๑. การดำเนินการเกี่ยวกับภารกิจการจัดการเลือกตั้ง การสืบสวน สอบสวนซึ่งแบ่งออกเป็น ๔ ส่วน🔗
ส่วนที่ ๑ การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรในการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งผู้ปฏิบัติงานในการจัดการการเลือกตั้งถือเป็นหัวใจสำคัญในกระบวนการการเลือกตั้ง ดังนั้นสำนักงานและ กกต. จึงได้มุ่งพัฒนาศักยภาพ ตลอดจนให้ความรู้ความเข้าใจ ในกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการการเลือกตั้ง ทั้งระดับชาติ และระดับท้องถิ่น ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับกระบวนการการเลือกตั้งได้อย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อจัดอบรมบุคลากร ในการจัดการเลือกตั้งในระดับต่าง ๆ เช่น วิทยากรจังหวัด วิทยากรอำเภอ และเจ้าพนักงาน ดำเนินการจัดการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้ง เป็นต้น🔗
ส่วนที่ ๒ การจัดการเลือกตั้งในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ สำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ดำเนินการควบคุมจัดการเลือกตั้งต่าง ๆ ได้แก่ การเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป การเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ การเลือกสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด จำนวน ๑๑๓ แห่ง การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนคร จำนวน ๘ แห่ง การเลือกตั้งสมาชิก สภาเทศบาลเมืองและนายกเทศบาลเมือง จำนวน ๓๔ แห่ง และการเลือกตั้งสมาชิกองค์การ บริหารส่วนตำบลและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน ๔๕๙ แห่ง และการจัดการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง จำนวน ๑ แห่ง ภายหลังจากการเสร็จสิ้น การเลือกตั้งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้นำบทเรียนจากการจัดการเลือกตั้ง เพื่อมาถอดบทเรียน เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งในส่วน ของที่เกี่ยวข้องกับระเบียบหรือกฎหมาย รวมทั้งการบริหารจัดการการเลือกตั้งเพื่อให้การ เลือกตั้งที่จะมีขึ้นในครั้งต่อ ๆ ไปไม่ว่าระดับใดให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีประสิทธิภาพ🔗
ส่วนที่ ๓ การบริหารจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมเพื่อให้ ได้คนดีมาปกครองบ้านเมือง ในการควบคุม สอดส่อง สืบสวน สอบสวน ไต่สวนวินิจฉัยชี้ขาด การดำเนินคดีในศาล การคุ้มครองพยาน ได้ดำเนินการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวกับการสืบสวน สอบสวน พัฒนาระบบงานสืบสวนและไต่สวน พัฒนารูปแบบและวิธีการสืบสวนและไต่สวน แสวงหาข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งประสานงาน กับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อใช้ในการสืบสวนสอบสวนเพื่อ ป้องปราม ป้องกันให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม🔗
๔.๔ การดำเนินคดีเลือกตั้ง ได้ดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ รวมทั้งสิ้น ๔๑๘ คดี สำนวนการสืบสวนอีก ๑๖๗ สำนวน🔗
ส่วนที่ ๔ คือการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองและการสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ภารกิจนี้เป็นภารกิจที่คณะกรรมการการเลือกตั้งถือว่าเป็นภารกิจที่สำคัญ อย่างยิ่ง ที่จะส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้มีความยั่งยืน โดยได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาทุกปีผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ปรากฏ ในรายงานปฏิบัติงานประจำปีได้ที่นำเสนอที่ประชุมแห่งนี้แล้ว สำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้งได้ขับเคลื่อนแนวทางการสร้างความรู้ให้บุคคลภายนอกผ่านโครงการ สร้างจิตสำนึกพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย โครงการพลเมืองศึกษา โครงการเสริมสร้าง เครือข่ายการดำเนินการเพื่อให้ได้ค่านิยมและวัฒนธรรมการเมืองในการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โครงการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนา ประชาธิปไตยตำบล หรือ ศส.ปชต. นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาสื่อและ นวัตกรรมเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมือง รวมถึงผลักดัน การขับเคลื่อนการดำเนินการสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นวาระแห่งชาติเพื่อสร้าง พลเมืองคุณภาพ ที่กระผมกราบเรียนนี้เป็นเพียงส่วนตัวอย่างในการดำเนินกิจการที่สะท้อน ให้เห็นถึงว่าหากเราสามารถสร้างพลเมืองให้มีคุณภาพแล้ว การเลือกตั้งคุณภาพที่สุจริต และเที่ยงธรรมก็จะเกิดขึ้นมาตามลำดับ🔗
ส่วนที่ ๕ การส่งเสริมสนับสนุนการกำกับการดำเนินกิจกรรมของพรรค การเมือง ได้แก่ การจัดตั้งพรรคการเมือง การจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง การดำเนินการ เกี่ยวกับการเงินและการบัญชีของพรรคการเมือง รวมทั้งการดำเนินงานของกองทุนเพื่อการ พัฒนาพรรคการเมืองให้มีการจัดสรรเงินสนับสนุนพรรคการเมือง ตามมาตรา ๘๑ การบริหารกองทุนและการดำเนินกิจกรรมตามมาตรา ๘๒ การนิเทศพรรคการเมืองสู่สถาบัน พรรคการเมืองที่เข้มแข็งและยั่งยืน ตลอดจนการตรวจติดตามการดำเนินกิจกรรมของพรรค การเมืองโดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดและกรุงเทพมหานครได้ ดำเนินการตรวจติดตาม สังเกตการณ์ ตรวจสอบ การดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง เพื่อให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองให้เป็นไปตามกฎหมาย นั่นคือ ๓ งานหลัก ๆ ที่อยู่ในหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผมขอกราบเรียนเพิ่มเติมว่าในการดำเนินการเกี่ยวกับงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทั้ง ๓ งานและทุกปีที่ผ่านมาไม่เฉพาะปี ๒๕๖๖ สำนักงาน กกต. มีหลักการและแนวคิด ในการทำงานเกี่ยวกับงานทุกเรื่องอยู่ ๔ ข้อ ข้อแรก ก็คือหลักความโปร่งใส ข้อที่ ๒ ก็คือ หลักการมีส่วนร่วมของประชาชน ข้อที่ ๓ เรื่องการอำนวยความสะดวกของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และประชาชน ข้อสุดท้ายก็คือหลักประหยัดและประสิทธิภาพ🔗
ในทุกกิจกรรมที่ผมได้นำกราบเรียนทั้ง ๓ ส่วนนี้ จะมีเรื่องหลักการพวกนี้ แฝงอยู่ในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งอยู่ทุกเรื่อง นั่นก็คือสิ่งที่เราได้ปฏิบัติ มาทุกปี และจะปฏิบัติอย่างนี้จนปีต่อไปเพราะมันเป็นหลักสำคัญของกระบวนการในการ เลือกตั้ง นอกจากที่ได้ดำเนินการต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งยังได้มุ่งพัฒนาการจัดการเลือกตั้ง ทั้งการบริหารการ จัดการ การดำเนินการต่าง ๆ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กระผมขอเรียนเพิ่มเติมว่ายังมี ผลการปฏิบัติงานตามแผนยุทธศาสตร์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ๒๐ ปี ซึ่งมีอยู่ ๓ ยุทธศาสตร์ คือยุทธศาสตร์ที่ ๑ เร่งรัดบูรณาการ การบริหารการจัดการเลือกตั้งและการ บริหารดิจิทัล ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายประชาธิปไตย และส่งเสริมการพัฒนาการเมือง และยุทธศาสตร์ที่ ๓ เสริมสร้างความรู้พลังศรัทธาและพลังร่วมวิธีการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาของที่ประชุม แห่งนี้ กระผมจึงไม่ได้นำมากล่าวทั้งหมด และขอกราบเรียนว่าหากท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีประเด็นที่เป็นข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ ต่อรายงานการปฏิบัติงานดังกล่าว กระผมและคณะพร้อมที่จะนำข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ที่ได้รับในวันนี้ไปกราบเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการปรับปรุง พัฒนาการในหน้าที่และอำนาจให้มีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์กับประเทศชาติต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนะครับ ขณะนี้มีผู้ประสงค์จะขออภิปรายได้ลงชื่อ แล้ว ๘ ท่าน สำหรับท่านที่ยังไม่ได้มาลงชื่อ ก็จะให้เวลา ๑๕ นาทีเพื่อมาลงชื่อข้างหน้า ที่โต๊ะของเจ้าหน้าที่ที่หน้าที่ประชุมนี้นะครับ สำหรับท่านที่สนใจจะอภิปรายขอให้มาลงชื่อ ก่อนครับ ให้เวลาอีก ๑๕ นาทีนะครับ เนื่องจากว่ามีจากพรรคฝ่ายค้านขออภิปราย ๖ ท่าน รัฐบาล ๒ ท่าน ผมจะขออัตราส่วน ๒ ต่อ ๑ จะเรียกฝ่ายค้าน ๒ ท่านแล้วก็ฝ่ายรัฐบาล ๑ ท่านจนกว่ารายชื่อจะหมดครับ ท่านแรกขอเชิญคุณนายสหัสวัต คุ้มคง ให้เวลา ๗ นาที ทุกท่านใช้เวลา ๗ นาทีนะครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคประชาชนครับ วันนี้ขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ นะครับ ก่อนที่จะอภิปรายก่อนอื่นผมขอชื่นชมครับ เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงาน ของสำนักงาน กกต. ชลบุรีก่อนนะครับ เวลาเราจัดงานโดยใช้กองทุนพัฒนาพรรคการเมือง ก็มาอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะใกล้ไกลขนาดไหนก็ไปให้เรานะครับ แม้ว่าจะเป็นวันเสาร์ วันอาทิตย์ ก่อนอื่นขอชื่นชมตรงนี้เลยครับ ทำงานได้ดีมาก ๆ เลยนะครับ คำถามที่ผมอยาก จะถามจากรายงานเล่มนี้ก็ทำรายงานออกมาได้สวย ตีพิมพ์ออกมาได้ดีเลยครับ สิ่งที่ผมติดใจ อยู่ที่หน้า ๒๓๘ ครับ รายงานผลสัมฤทธิ์หรือประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้จ่ายงบประมาณ ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งครับ ข้อ ๑ ครับ เรื่องความมั่นคงบอกว่าร้อยละ ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งออกเสียงประชามติได้ถูกต้อง ซึ่งก็บอกว่า แผนนี้เป็นแผนเดือนตุลาคม ๒๕๖๕ ถึงกันยายน ๒๕๖๖ แล้วตั้งเป้าว่าร้อยละ ๘๑ นะครับ แต่ผลงานออกมาเป็นร้อยละ ๙๔ อันนี้ชี้วัดจากอะไรหรือครับ มีเลือกตั้งที่ไหนคนออกมา ใช้สิทธิ ๙๔ เปอร์เซ็นต์บ้างครับ อันนี้ผมงงมากเลยครับ ข้อต่อมาครับ เครือข่ายมีส่วนร่วม ทางการเมืองมีกิจกรรมดำเนินกิจกรรมต่อเนื่อง เครือข่ายที่ว่าคือเครือข่ายอะไร แล้วมี กิจกรรมต่อเนื่องอะไรครับ ข้อต่อมาครับ ระดับความสำเร็จในการเสริมสร้างพลังร่วม ในการขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่วิถีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขบนพื้นฐานของสังคมอุดมปัญญา อันนี้เขียนดีมากเลยครับ บอกว่าแผนนี้ ๓ แต่ผลงาน ๕ อันนี้คืออะไรครับ ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยนะครับ แล้วอะไรคือตัวชี้วัดครับ ผลการดำเนินงานต่อมา บอกว่ามีนวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศสื่อสารที่เหมาะสม ตั้งเป้าไว้ ร้อยละ ๖๖ ทำได้จริงร้อยละ ๕๐ อันนี้คืออะไรครับ แล้วอะไรคือตัวชี้วัดครับ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ ถามรวบเลยครับร้อยละของกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับความรู้ด้านพลเมืองศึกษากลุ่มเป้าหมาย มีส่วนร่วมทางการเมืองเพิ่มขึ้น ร้อยละของผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้สิทธิลงคะแนนซึ่งก็ไปซ้ำกับข้อ ๑ ด้วยนะครับ ก็งงครับว่าอันนี้กลุ่มเป้าหมายคือใคร อะไรคือตัวชี้วัดครับ เพราะอันนี้บอกว่า เป็นผลสัมฤทธิ์จากการใช้งบประมาณ อันนี้ก็เป็นคำตอบที่อยากจะได้ และอีกเรื่องหนึ่งครับ อันนี้เป็นคำถามที่อาจจะไม่เกี่ยวกับรายงานประจำปี ปี ๒๕๖๖ แต่ว่าเป็นคำถามที่ประชาชน สงสัยแล้วฝากผมมาถามครับ เฉพาะในพื้นที่ของผมเองซึ่งเป็นพื้นที่แรงงาน การเลือกตั้ง อบจ. ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีหน้านี้ ปี ๒๕๖๘ ที่กำลังจะถึงนี้ทำไมถึงกำหนดวันเลือกตั้งมาเป็น วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ซึ่งเป็นวันเสาร์ ผมก็พยายามไปค้นหานะว่าประเทศไทยเคยมีเลือกตั้ง วันเสาร์มาก่อนหรือเปล่า ก็ยังหาไม่เจอครับ ก็ยังงงว่าใช้เหตุผลอะไรในการกำหนดวันเลือกตั้ง วันเสาร์ ท่าน กกต. ครับ พี่น้องแรงงานจำนวนมากโดยเฉพาะคนที่ทำงานในภาคอุตสาหกรรม วันเสาร์เขาทำงานนะพี่ วันเสาร์เขาทำงานครับ โรงงานไม่หยุดครับ แล้วอย่างนี้เขาจะได้ ใช้สิทธิเลือกตั้งไหมครับ ถ้าการจัดการเลือกตั้งมีเป้าหมายให้ประชาชนมีโอกาสได้มาเลือกตั้ง สูงที่สุด ทำไมถึงเลือกวันเสาร์ครับ นี่ยังไม่นับนะครับว่าเลือกตั้งท้องถิ่นไม่มีการเลือกตั้งนอกเขต ไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า ไม่เอื้อให้พี่น้องแรงงานหรือคนจำนวนมากที่ทำงาน ๖ วัน ต่อสัปดาห์นี้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเลย ผมก็อยากได้คำตอบครับ พี่น้องประชาชนอยากได้คำตอบ แบบชัด ๆ ครับว่าทำไมกำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันเสาร์ครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ขอเชิญ คุณภัณฑิล น่วมเจิม ครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนนะครับ ก็ขอร่วมอภิปรายรายงานฉบับนี้ ความจริงก็เคยอภิปรายไปในครั้งที่แล้วแล้วนะครับ ก็ยังเป็น รูปแบบเล่มที่ Show อะไรหลาย ๆ อย่างครับ ก็น่าสนใจนะ ผมก็พยายามจะพลิกดูทุกหน้า นะครับว่ามันมีอะไรบ้างนะครับ หน้าแรกนะครับเปิดขึ้นมาก่อนเลย ท่านเขียนเลย ITA Awards 2023 ในฐานะหน่วยงานที่มีการพัฒนาสูงสุด การประเมินคุณธรรมและความ โปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ โอเคนะครับ ถามหรือเปล่าครับ ภาพลักษณ์ ของท่านในความเห็นประชาชน จริง ๆ ก็อยากให้ท่านไปทำ Survey แต่จริง ๆ ไม่ต้องหรอก ท่านก็เห็นมีงบในการไปทำ Social Listening แต่จริง ๆ แฮชแท็กที่เราคุ้นเคยกันมากที่สุดเลย คืออะไรครับที่ท่านเห็นในโลก Social Media กกต. มีไว้ทำไม ยุบ กกต. สาธารณะนี้เขาถาม ถึงความจำเป็นของการมีอยู่ของหน่วยงานท่าน องค์กรท่าน ท่านรู้หรือเปล่าครับ อันนี้คือ ประเด็นแรกเลย ประชาชนเมื่อพูดถึง กกต. นึกถึงอะไร คงไม่ใช่ความโปร่งใสครับ ท่านก็กล้า เอามาเขียนในรายงานเต็มไปหมดเลยเรื่องต่าง ๆ พอพลิกเข้าไปนะครับ อันนี้ขำ ๆ ผมก็ดูโลโกของท่าน ท่านมีอธิบายด้วยหน้าโลโกท่านมีความหมายอย่างไร มีอีกอันหนึ่ง ผมอ่านแล้วก็เอ๊ะครับ โลโกอาทิตย์อุทัยครับมันจะมีแสงอาทิตย์อยู่บนพานครับ ผมก็เพิ่ง เคยสังเกตนะครับ ถ้าเผื่อไม่ได้อ่านรายงานท่านก็คงไม่ได้ทราบว่ามันมีพระอาทิตย์นี้อยู่ด้วย ท่านให้คำอธิบายว่าเป็นแสงอาทิตย์ที่ให้ความสว่างแก่ปวงชน โฮ ผมว่า กกต. นี้คือ Black Box นะครับกล่องดำ อะไรเข้าไปออกมาก็ไม่รู้ ขำมากเลยครับโลโกของท่านนี่ ช่างคิด มากครับ ภาพลักษณ์ท่านในสาธารณชนไม่ได้รับการยอมรับครับ ท่านมีทำ KPI เหมือนกัน ผมอ่านเครือข่ายมีความพึงพอใจก็ไม่รู้เครือข่ายอะไรของท่าน ท่านไปจัดวงในพวก DJ ประชาธิปไตยหรือกลุ่มไหนก็ไม่รู้ ประชาชนคือกลุ่มเป้าหมายของท่านครับ เขาต้องได้รับ ความพึงพอใจ ต้องได้รับการอำนวยความสะดวกไม่ใช่เครือข่ายครับ เครือข่ายอะไรท่านครับ ท่านไปจัดอะไรครับ ผลงานที่ท่านทำแล้วประชาชนจำได้มากที่สุดในรอบปีที่ผ่านมาคือ ชงเสนอยุบพรรคการเมือง มั่นใจครับถ้าเผื่อถามถึง กกต. ควรจะตอบว่าอะไร ตาสีตาสานี่ อ๋อ กกต. มีไว้ยุบพรรคการเมือง ท่านไม่รับผิดรับชอบครับ สิ้นเปลืองงบประมาณบุคลากร พนักงานประเภทวิชาการส่วนภูมิภาค ผมไปอ่านดู ๑,๑๔๖ คน ค่าใช้จ่ายบุคลากร ๑,๘๓๗ ล้านบาท เงินประจำตำแหน่ง ๑๐๒ ล้านบาท เงินค่าจ่ายบุคลากร ๓๐๐ ล้านบาท เงินค่าตอบแทนตามตำแหน่ง ๒๕ ล้านบาท เต็มไปหมดเลย ความจริงสิ่งที่ประชาชนอยากรู้ ผมไม่อยากรู้ท่านประธานเงินเดือน เดือนละเท่าไร ท่านเลขาเงินเดือน ๆ ละเท่าไร ผมไม่ได้ว่า พนักงานระดับปฏิบัติการนะครับ ผมเข้าใจว่าเงินเดือนท่านไม่ได้เยอะ แต่ผมเดาว่าหลายแสนครับ ประชาชนตั้งคำถามรบกวนคราวหน้าท่านเขียนเงินเดือนของท่านเข้ามาในรายงานฉบับนี้ ด้วยครับว่าตำแหน่งผู้บริหารทั้งหลายคณะกรรมการทั้งหลายนี้ได้เงินเดือนเท่าไร ประชาชน จะได้ตรวจสอบท่านได้ ท่านจะได้โปร่งใสจริง ๆ ดูงานต่างประเทศเขาไม่อยากจะพูด มันเป็นอะไรกันนักกันหนากับประเทศนอร์ดิกครับ สวีเดน นอร์เวย์ ฟินแลนด์ ท่านก็วนอยู่ อย่างนี้ ๓ ประเทศ แล้วท่านเคยเอาอะไรมาใช้ในประเทศไทยบ้างครับ ภาษาอังกฤษนี้ ก็แปลกนะครับ บอกว่าเพื่อตอบสนองความต้องการของเป้าหมายเว็บ ท่านต้องมีเว็บภาษาอังกฤษ ผมตกใจอ่านรายงาน มีหลายหน้าเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ท่านเขียนให้ใครอ่านครับ กกต. นี้ มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนคนไทยผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ท่านเขียนภาษาอังกฤษไว้ ทำไมครับ งงครับ ท่านจะไปเจรจาการค้าระหว่างประเทศกับใครหรือครับ ท่านจัด Course อบรมต่าง ๆ มากมายครับ มันเป็นหน้าที่ท่านหรือครับ โอเคพูดถึงเรื่องสิทธิพลเมืองเรื่องอะไร แต่มันมีหลายหลักสูตรนะครับ อย่าให้ผมต้องเข้าไปตรวจสอบเพิ่มเติม มันใช่หน้าที่ท่านหรือเปล่า เต็มไปหมดเลยครับไปเอาใครมาเรียนก็ไม่รู้ เพื่ออะไรครับ เพื่อจะสร้างบุคลากรที่มีจิตสำนึก สามัญสำนึก มโนสำนึกหรือครับ ผมถามตัวท่านเองก่อน ไม่ต้องไปอบรมคนอื่น ถามความบริสุทธิ์ใจซื่อตรงต่อตัวเองว่าสิ่งที่ท่านทำมโนสำนึกของท่าน สามัญสำนึกของท่านมันถูกต้องหรือเปล่าครับ อย่าเพิ่งไปเที่ยวสอนคนอื่นเลยครับ โดยเฉพาะท่านประธานกับเลขานะครับ ผมไม่ได้ว่าพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ นะครับ ผมว่างบนี้น่าจะไปทำข้อเสนอเชิงวิชาการว่าทำอย่างไรเราจะอำนวยความสะดวก ให้กับผู้เลือกตั้ง เช่น ในต่างประเทศเป็น ๑๐๐ ปีแล้วเขามีบัตรเลือกตั้งที่มีสี มีโลโก มีรูป มีชื่อ ท่านไปศึกษาแล้วทำข้อเสนอมาสภาสิครับว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนคนไทยผู้มีสิทธิ เลือกตั้งเขาสามารถไปเลือกตั้งได้สะดวก เข้าใจง่าย ท่านกลับไม่ทำเรื่องพวกนี้ครับ ท่านไป ทำอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน ใช้ App ท่านมี App ตาสับปะรด App อะไร ผมเข้าไปก็เคย อภิปรายไปแล้วครับไม่ต้องพูดซ้ำ เดี๋ยวนี้ภาคประชาสังคมเขาเป็นเขาเป็น Web ง่าย ๆ ไม่ต้องไปทำ App เสียสตางค์ สิ่งสำคัญที่ข้อเสนอแนะที่ท่านต้องทำมากที่สุดเลยคือทำงาน เชิงรุกในการจับทุจริตเลือกตั้งให้เห็นผลงานเป็นรูปธรรม รู้ไหมครับ โอเคอาจจะยังไม่อยู่ใน รายงาน ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๗ เพิ่งมีการเลือกตั้ง สว. ที่ผ่านมา ท่านรู้ไหมในหน้าข่าวเขาเขียน กันอย่างไร ประชาชนเขาครหาอะไรกัน ท่านไปดูขบวนการในการสรรหาที่บอกว่าเลือก สรรหาไขว้กันไปไขว้กันมานี่เงินมันสะพัดขนาดไหนครับ ผมคุยหลังไมค์กับ สว. กว่าเขาจะมา เป็นได้นี่ส่วนใหญ่ก็มีแต่เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ทั้งนั้นนะครับ เด็กอนุบาลยังรู้เลยครับ ท่านไม่รู้ หรือครับว่ามันทำอะไรกันบ้างหลังไมค์ Lobby กัน เลือก สว. ไขว้กันไปไขว้กันมา โหวตไป โหวตมาก็เหมือนกันหมด มีกลุ่ม Line ท่านไม่เคยรู้เลยหรือครับเลือก สว. กันมันอนาจาร ขนาดไหนนะครับ ขอบคุณครับ🔗
สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะทนายความ เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร ซึ่งมานั่งรับฟังการประชุมอยู่ชั้น ๔ ในขณะนี้ครับ ขอบคุณครับ อีกคณะหนึ่งนะครับ คณะผู้ช่วยผู้ดำเนินงานสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรเขตพื้นที่มุกดาหาร อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พรรคประชาชน จำนวน ๕ ท่าน ซึ่งมานั่งฟังอยู่ชั้น ๔ เช่นเดียวกันครับ ขอต้อนรับทุกท่านครับ ต่อไปขอเชิญคุณนิพนธ์ คนขยัน ๗ นาทีนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ ท่านประธานครับ ขออนุญาตร่วมอภิปรายรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ วันนี้ก็ต้องขอบคุณท่านเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และคณะ ท่านแสวง บุญมี ในรูปเล่มผมก็อ่านแล้วครับท่านประธาน แต่มีเพื่อนสมาชิกที่จะพูด หลายท่าน แต่ผมอยากลงเอาประสบการณ์เลยครับท่านประธาน ผ่านไปทางท่านเลขาและคณะ ผมก็เคยลงสมัครนายก อบจ. บึงกาฬ ครั้งแรกของจังหวัดบึงกาฬ ครั้งที่ ๒ ก็ลงอีกครับ นายก อบจ. บึงกาฬ ครั้งที่ ๒ สอบตกครับท่านประธานสู้ไม่ได้ ครั้งนี้มาลงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เหตุซึ่งพูดเรื่องเลือกตั้ง เรื่องลงนายก เรื่องลง สส. ก่อนอื่นขอขอบคุณ อบต. บึงกาฬครับ ทำไมถึงขอบคุณ เลือกตั้ง สส. ครั้งที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ไปถึงท่านเลขา กกต. กกต. บึงกาฬ ทำดีมากครับ ทำไมถึงว่าทำดี ดี ชม ไม่ดี ติติงว่ากัน ดีก็ว่าดีครับ ดังนั้น ดีตรงไหน ท่านประธานครับ ผมไปปราศรัยหาเสียงขอคะแนนโดยยึดหลักกติกาการเลือกตั้ง เป็นหลัก ท้ายที่สุดพอเลือกตั้งจบปั๊บท่าน กกต. บอกว่าผ่าน นี่คือข้อดีครับ ไม่ลูบหน้าปะจมูก ขอขอบคุณ กกต. บึงกาฬ ทุกท่านครับ ครั้งที่ผ่านมาเลือกตั้งนะครับ ข้อดีข้อที่ ๒ ใครทำผิด กฎหมาย กกต. ร่วมกับตำรวจ เลือกนายก อบจ. ตอนสมัยผมแพ้นะครับ มีบางคนไปแจกสตางค์ติดคุก ๕ ปี อันนี้คือข้อดีของบึงกาฬ เที่ยงธรรมและกล้าจับคนทำผิด เลือก สส. เมื่อสักครู่ครับท่านประธาน มีคนไปแจกสตางค์อีก โทษศาลสั่งจำคุกไม่รอลงอาญาอีก นี่คือบึงกาฬของแท้ครับ ถ้ามีการเลือกตั้งคนกระทำผิด กฎหมายเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่บ้านเมืองร่วมกับ กกต. เอาจริงเขาก็กลัวครับ กลัว ท้ายที่สุด อย่างท่านพูดเมื่อสักครู่ต้องการคนดี มีคุณธรรม มีคุณภาพมาทำงาน ดังนั้น กกต. ก็ต้องมี คุณภาพเหมือนกันนะครับ ขอโทษ มีคุณธรรมเหมือนกันด้วย อย่าลูบหน้าปะจมูก ต้องเป็น กลาง ปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินการการเลือกตั้ง อย่างบึงกาฬนี้ชื่นชมครับ ท่านประธานครับ และเมื่อสักครู่งบพัฒนาการเมือง เหมือนท่านผู้แทนที่พูดเมื่อสักครู่แล้วว่าได้งบสนับสนุนจาก พัฒนาการเมืองผมก็จัดครับ ทาง กกต. ก็ไปดูแล ไปร่วมให้คำแนะนำ อันนี้ก็ขอบคุณนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ ท่านประธานครับ ผมเชื่อมั่นว่านักการเมืองทุกการเมือง ไม่ว่าจะเป็น อบต. นายก อบต. นายกเทศบาล นายก อบจ. ซึ่งจะมีเลือกวันที่ ๑ กุมภาพันธ์เร็ว ๆ นี้ และทั้ง ผู้แทนด้วยในอนาคต ส่วนผู้แทนยังไม่มีวันเลือกตั้งครับ มันยังเหลืออีก ๒ ปีกว่า นายก อบจ. ๑ กุมภาพันธ์ประกาศชัดเจนแล้วนะครับ ดังนั้นฝากท่านเลขาธิการคณะกรรมการ การเลือกตั้ง อย่างบึงกาฬผมเชื่อมั่นแล้ว วันนี้ต้องให้คนดีมีฝีมือ ไม่ใช่คนไม่ดีมีเงินเข้ามาเป็น นักการเมืองนะครับ ก็ขอประณามเลยว่าวันนี้ท่านบอกว่าต้องเที่ยงธรรม เอาคนดีมีฝีมือ เอาคุณภาพว่ากัน ชาวบ้านตัดสิน ขอบคุณครับท่านประธานผ่านไปยังท่านเลขาบึงกาฬ ชมเชยครับ จำคุกคนแรก ๕ ปี คนที่ ๒ เหลือ ๘ เดือนไม่รอลงอาญา วันนี้ ๕ ปี คนแรกก็ จำคุกไปแล้ว นี่คือของแท้ครับ กกต. เอาจริง ตำรวจเอาจริง คนที่จะไปเอาเปรียบเพื่อน ไปแจกซื้อสิทธิขายเสียงก็ต้องได้รับกรรมครับท่านประธาน กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณเอกราช อุดมอำนวย ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง จากพรรค ประชาชน นะครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณคณะกรรมการการเลือกตั้ง ท่านเลขาที่อุตส่าห์ ให้เกียรติสภาแห่งนี้มารับฟังความคิดเห็นของสมาชิก ซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่ จะมาสะท้อนการทำงานของ กกต. ซึ่งผมก็อาจจะขออนุญาตที่จะไล่เลียงประเด็นที่อยากจะ ให้ กกต. รับข้อเสนอไปแล้วลองปรับโครงสร้างดูนะครับ คือผมก็ได้ไปดูงบการเงินของ กกต. ที่อยู่ในท้ายเล่มนะครับ ซึ่งก็มีหมายเหตุงบการเงิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกรณีที่ถูก ฟ้องร้องในคดีปกครองหรือว่าคดีแพ่งต่าง ๆ อะไรตรงนี้ก็มีรายละเอียดว่าจำนวนเท่าไร ทุนทรัพย์เท่าไรแล้วก็ตั้งงบประมาณเอาไว้ แต่ผมติดใจในเรื่องอย่างนี้ครับ ก็คือเรื่องของการ รณรงค์ประชาสัมพันธ์ในปี ๒๕๖๕ ในหน้า ๒๓ ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งท้องถิ่นใช้ประมาณ ๑,๒๓๑,๐๐๐ กว่าบาทนะครับ แต่ว่าปี ๒๕๖๖ เพิ่มขึ้นมา ๑๘๗ ล้านบาท ก็เข้าใจว่าน่าจะ สัมพันธ์กับการเลือกตั้งท้องถิ่นแต่ว่าผมไม่แน่ใจนะครับ คือในเล่มนี้พออ่านแล้ว แต่โทษที มันเหมือนจะมีแต่โครงรายละเอียดคร่าว ๆ แต่ว่าไม่มีรายละเอียดที่สำคัญนะครับ อย่างเช่น กรณีท่านบอกว่าท่านประชาสัมพันธ์เชิงรุกนี้อยากจะเห็นว่าท่านเชิงรุกอย่างไร เหมือนที่เพื่อน สมาชิกได้บอกไปว่ามันเห็นแต่ภาพของการจัดอบรมสัมมนาแล้วท่านก็เขียนว่าผลสัมฤทธิ์มัน อบรมสัมมนาเท่านั้นเท่านี้ใช่ไหมครับ แต่ว่าภาพที่แท้จริงของ กกต. ในการทำหน้าที่ คือส่งเสริมให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส่งเสริมความรู้ทางด้านการเป็นพลเมือง ในการออกไปใช้สิทธินะครับ ซึ่งโอเคอันนั้นเป็นกระบวนการทำงานภายในของท่านก็เป็นสิ่งที่ ดีเรื่องการอบรม ถ้าท่านตอบได้ว่างบประมาณที่ท่านใช้ไปอบรมกลุ่มเป้าหมายนี้ เจ้าหน้าที่นี้มันคุ้มค่าอย่างไร แต่ว่าในแง่ของการประชาสัมพันธ์ตอนนี้นึกไม่ออกจริงว่า กกต. ท่านมีธง มีนโยบายสำคัญท่านปักหมุดเลยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ปีนี้ ประชาชนจะต้องออกมา ใช้สิทธิไม่ต่ำกว่าเท่านี้เปอร์เซ็นต์แบบนี้ครับ เราอยากเห็นภาพแบบนี้ว่า กกต. สามารถ รณรงค์จูงใจให้พี่น้องออกมาใช้สิทธิการเลือกตั้งให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทีนี้มาดู เครื่องมือที่ท่านมีอยู่กันอย่างเช่น App ตาสับปะรดใช่ไหมที่ใช้ในการร้องเรียน ผมก็ลอง ไปเปิดนะครับ ตลอดระยะเวลานี่มันเด้งบ้าง ใช้ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ท่านก็เลยอ้อม ๆ แอ้ม ๆ ไม่กล้าเขียนมาในนี้ ผมก็เลยไม่รู้ว่าสุดท้าย App นี้มันยังใช้ได้อยู่ไหม หรือแม้กระทั่ง App โหวตใช่ไหมครับ ก็ใช้ไม่ได้นะครับ บางช่วงเวลาใช้ไม่ได้ บางช่วงเวลาใช้ได้ หรือแม้กระทั่ง การตรวจสอบสิทธิ ผมเจอพี่น้องประชาชนที่สอบถามว่าจะไปเลือกตั้งแต่ไม่รู้จะไปหน่วยไหน ยังมีชาวบ้านถามอย่างนี้อยู่เลย ผมก็บอกว่าอ๋อ กกต. จะต้องส่งหนังสือจดหมายไปหาที่บ้าน ส่งไปแจ้งว่าหน่วยไหน คือการประชาสัมพันธ์เรื่องพวกนี้ง่าย ๆ แบบนี้ประชาชนยังมีคำถาม อยู่เลย เราจะช่วยกันทำอย่างไรที่จะทำให้พี่น้องประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะทักท้วงท่านเลขาเอาไว้นะครับ แล้วก็อาจจะพูดถึง แนวทางไว้ ผมไม่แน่ใจนะครับ เพราะว่าดูจากงบการเงินแล้วก็ต่าง ๆ คือสำนักงานตอนนี้ สำนักงานก็มีแท่งในหน้า ๔๗ ออกไปประมาณ ๓ ชั้นใช่ไหมครับ แล้วก็มีสำนักสืบสวน แบ่งเป็นสำนักงานต่าง ๆ อะไรอย่างนี้ครับ ผมก็คงไม่อาจจะไปรู้ดีมากกว่าท่าน แต่ว่าผมแค่ ท้วงเอาไว้กลัวว่าทำไปทำมาท่านจะใช้คนเยอะแต่ว่างานไม่มีประสิทธิภาพ คือไม่ได้ตำหนิ หรือว่าอะไร เพียงแต่ว่าอยากจะให้ท่านเลขาลองดูว่าปริมาณคนที่มาใช้กับประเภทมัน Match กันไหม เพราะว่าพอมาดูอัตรากำลังนี่ฝ่ายบริหารน้อย ฝ่ายอำนวยการก็ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค รวมกันประมาณ ๑๗๐ กว่าท่าน แล้วก็สายวิชาการเยอะมากเลยโอ้โฮเป็นพัน เลยนะครับ แต่ว่าฝ่ายปฏิบัติงานแล้วก็ลูกจ้างประจำก็หลักประมาณร้อยกว่า ทีนี้ผมไม่แน่ใจ ว่าสายฝ่ายวิชาการมันใช้อย่างไรในสำนักงาน หมายความว่าถ้ากรณีที่มีการสืบสวน สอบสวน ฝ่ายปฏิบัติงานหรือเปล่าที่จะต้องลงพื้นที่เยอะในการเก็บข้อมูล ในการทำการสืบสวน สอบสวนคดี หรือเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการสอบปากคำอะไรต่าง ๆ ของ กกต. ทีนี้สาย วิชาการก็จะเป็นผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการต่าง ๆ ที่ออกเป็นความรู้อะไรแบบนี้ อันนี้ เราสามารถที่จะไปจ้างสถาบันการศึกษาให้พระปกเกล้าฯ ทำให้ก็ได้นะครับ คือผมก็เลยคิดว่า บางเรื่องท่านอาจจะไม่ต้องทำเองก็ได้ แต่ว่าท่านไปเน้นหนักงานหลักที่ผมได้บอกไป อย่างเช่นรณรงค์ให้คนมาเลือกตั้งเยอะ ๆ🔗
แล้วสุดท้ายคือกองทุนพัฒนาการเมือง ซึ่งในหลายประเทศก็มีตัวอย่าง ก็คือ ว่ามันจะมีการพัฒนาในเรื่องของการอุดหนุนให้พรรคการเมืองที่อยู่ได้ ให้พรรคการเมือง สามารถที่จะใช้ขับเคลื่อนในการทำกิจกรรมทางการเมืองได้มากขึ้นก็ฝากเอาไว้นะครับ แล้วก็ สุดท้ายและท้ายที่สุดจริง ๆ ครับ ผมให้โจทย์ท่านไป บรรดาผู้สูงอายุที่อยู่ตามบ้าน ที่ออกมา ไม่ไหวหรอกอย่างนี้ครับ ต้องหามกันมา แบกกันมาแบบนี้ คือเมื่อไรท่านจะมีเครื่องมือกลไก การเลือกตั้งที่อำนวยความสะดวกที่เข้าถึงบุคคลเหล่านี้ ผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ ฝากไว้ ในประเด็นเท่านี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไป ขอเชิญ คุณเชตวัน เตือประโคน ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เชตะวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน ตัวแทนประชาชนชาวเทศบาล เมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลเมืองลาดสวาย ขอร่วมอภิปรายรายงานผล การปฏิบัติงานของ กกต. ในเล่มนี้นะครับ ขอบคุณท่านเลขาธิการสำนักงาน กกต. ท่านแสวง บุญมี วันก่อนก็เพิ่งไปเตะฟุตบอลกระชับมิตรร่วมกันนะครับ เสียดายตอนที่ท่านลงสนาม ผมไม่ได้ลง ตอนที่ผมลงท่านไม่ได้ลงนะครับ ไม่อย่างนั้นก็น่าจะได้ฟาดแข้งกันในสนามนะครับ ก่อนเข้าสู่เนื้อหาครับ ผมมีข้อสังเกต เล็กน้อยว่าการจัดทำรายงานของ กกต. ในเล่มนี้นะครับ ได้ทำให้เราอยากเปิดอ่าน อยากเปิดดู อย่างมาก เพราะมีรางวัล Guarantee อยู่บนหน้าปกคือโล่เกียรติยศ ITA Awards 2023 ในฐานะหน่วยงานที่มีการพัฒนาสูงสุดนะครับ การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ในการดำเนินงานหน่วยงานของรัฐ ITA Awards 2023 ก็คือในปี ๒๕๖๖ ตามที่ท่านได้จัดทำ รายงานในเล่มนี้เข้ามานะครับ ITA Awards เป็นรางวัลจาก ป.ป.ช. ซึ่งย่อมาจาก Integrity & Transparency Assessment Awards นะครับ I Integrity แปลว่าความซื่อสัตย์ใช่ไหม ครับ T Transparency ที่แปลว่าความโปร่งใส ผมไปดูมาแล้ว มีรางวัลหลายประเภทนะครับ จากหลายกลุ่มของหน่วยงานภาครัฐ และ กกต. ก็อยู่ในกลุ่มของหน่วยงานศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการและหน่วยงานรัฐสภา และในปีนั้นท่านไม่ได้รางวัลจากประเภทรางวัลไหนนะ ครับ แต่ได้โล่เกียรติยศในฐานะหน่วยงานที่มีพัฒนาการสูงสุด คือไม่ใช่ในปีนั้นแต่เป็นองค์กร ที่ดูกันยาว ๆ มาแล้วนะครับ เลยก็ได้รางวัลโล่เกียรติยศในปีนี้ ท่านประธานครับ หน่วยงานที่ มีพัฒนาการสูงสุด ผมคิดว่าเรื่องที่เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. นั้นสามารถที่จะพัฒนาให้ ก้าวหน้านะครับ ให้ก้าวไกล ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนเพื่ออนาคตใหม่ที่ดีกว่านี้ได้ อีกครับ อย่างในรายงานของ กกต. เล่มนี้นะครับ ปี ๒๕๖๖ ซึ่งเป็นปีที่สำคัญเพราะประเทศไทย เรามีการเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไปนะครับ และอย่างที่ทุกท่านทราบกันดี ก็คือพรรคก้าวไกล ชนะมาเป็นอันดับ ๑ มีประชาชนให้การสนับสนุนถึง ๑๔ ล้านเสียง ได้ สส. ในสภามากที่สุด ๑๕๑ คน แต่ก็น่าเสียดายครับ ที่เราไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้และเกิดรัฐบาลตระบัดสัตย์ ข้ามขั้วอย่างที่สื่อมวลชนให้คำนิยามไว้จนกระทั่งปัจจุบันนะครับ เรื่องเลือกตั้ง สส. ผมคง ไม่ไปลงในรายละเอียดนะครับ แต่ที่ผมจะขอเวลาสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้อภิปรายพร้อมทั้ง ให้ข้อเสนอแนะผ่านท่านประธานไปยัง กกต. นะครับ เพื่อที่จะทำให้ กกต. กลายเป็น หน่วยงานที่มีพัฒนาการสูงสุดให้สมกับโล่เกียรติยศที่ท่านได้รับนั้นก็คือเรื่องของการเลือกตั้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในปี ๒๕๖๖ ตามรายงานเล่มนี้ครับ กกต. จัดให้มีการเลือกตั้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือ อปท. กรณีตำแหน่งที่ว่างลง รวมทุกประเภท อปท. ๙๒๒ แห่ง รวมผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่น ๑,๐๐๑ คน ที่ผมสนใจคือข้อมูล ในการใช้สิทธิเลือกตั้ง อปท. ซึ่งในรายงานของ กกต. ให้ข้อมูลไว้ตามสไลด์ต่อไปนี้นะครับ ขอสไลด์ด้วย ผมมีสไลด์อยู่แผ่นเดียวเท่านั้นครับ🔗
ตามสไลด์ต่อไปนี้นะครับ ช่องที่ผม อยากเชิญทุกท่านดูก็คือในส่วนของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งจะเห็นว่าที่ผมทำวงแดงไว้นั้น ก็คือเปอร์เซ็นต์ของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งที่ไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ครับ นายก อบจ. ๔๔.๖๐ เปอร์เซ็นต์ สมาชิกสภา อบจ. ๔๐.๖๐ เปอร์เซ็นต์ พอมาดูนายกเทศมนตรีเทศบาลเมือง ๔๔.๖๐ เปอร์เซ็นต์ สมาชิกสภาเทศบาลเมือง ๔๐.๖๐ เปอร์เซ็นต์ ขณะที่หนักสุดเลยครับ หนักสุดเลยคือสมาชิกสภาเทศบาลนคร ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นการเลือกตั้งซ่อมแบบเลือก แบบโดดไม่มีหัวนะครับ ๒๙.๕๒ เปอร์เซ็นต์นะครับผู้มาใช้สิทธิ ซึ่งตัวเลขระบุว่ามีผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง ๖๐,๐๘๔ คน แต่มาใช้สิทธิเลือกตั้งเพียง ๑๗,๐๓๘ คนเท่านั้น น้อยมาก ๆ ครับ สำหรับเทศบาลตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล อันนี้ผมเข้าใจได้นะครับ เพราะด้วย ความที่เป็นพื้นที่ที่มันเล็กนะครับ คนรู้จักกัน ใกล้ชิดกัน เพราะฉะนั้นติดลูกเกรงอกเกรงใจ กันก็ไปใช้สิทธิกันนะครับ ก็มากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่มากกว่าก็ไม่ได้มากกว่ามากมาย กกต. สามารถที่จะทำได้ดีกว่านี้อีกครับ กกต. สามารถที่จะทำให้คนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง มากยิ่งขึ้นกว่านี้อีกโดย กกต. ต้องท่องไว้ในใจเสมอถึงหลักข้อที่ว่าอำนวยความสะดวก ประชาชน ทำให้ง่าย ๆ Easy Easy ครับ ยกตัวอย่างและเป็นข้อเสนอในตัวนี้ด้วยนะครับ ใน ๓ ประเด็นต่อไปนี้ ๑. เรื่องของการกำหนดวันเลือกตั้งครับท่านประธาน ท่านควรต้องกำหนดวันให้ตรงกับวันที่คนส่วนใหญ่เขาหยุดนะครับ วันที่คนส่วนใหญ่เขาหยุด ส่วนใหญ่ก็คือวันอาทิตย์ครับ แต่ในปีหน้าจะมีการเลือกตั้ง อบจ. ท่านกำหนดวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันเสาร์อันนี้เข้าใจได้ในเรื่องของกรอบระยะเวลา เข้าใจได้ในเรื่องของ การแบ่งเขตสภา อบจ. ใหม่นะครับ แต่ประเด็นก็คือว่าถ้ามันจะติดปัญหาเรื่องกฎหมายอะไร ตรงนั้นเราก็ควรจะไปแก้ตรงนั้นด้วยนะครับ ต้องทำให้ตรงกับวันหยุดของคนส่วนใหญ่ ข้อที่ ๒ เรื่องการเลือกตั้งล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตสำหรับคนที่ ไม่สะดวกในวันที่ กกต. กำหนดวันนะครับ เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตสำหรับคนที่ไม่ได้อาศัย อยู่ในภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านและเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร ซึ่งทั้งหมดนี้ โดยทางเทคนิคโดยทางเทคโนโลยีแล้วสามารถทำได้เพราะการเลือกตั้ง สส. ก็ทำให้เห็นมาแล้วครับ ทำได้แล้วไม่มีอะไรยุ่งยากซับซ้อนครับ ข้อที่ ๓ เพื่อความก้าวหน้าเพื่อความเป็นองค์กรที่มี พัฒนาการสูงสุด กกต. ควรขยายสิทธิ เอาสไลด์ลงได้แล้วครับ กกต. ควรขยายสิทธิให้ประชาชน เลือกตามที่อยู่อาศัยจริงได้ด้วยครับ ยกตัวอย่างนะครับในเขตของผมเทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลเมืองลาดสวาย จังหวัดปทุมธานี บางคนอาจไม่ได้มีชื่อ อยู่ในทะเบียนบ้านในท้องถิ่นเหล่านี้ เพราะเจ้าตัวมาเช่าบ้าน มาเช่าคอนโดมิเนียมอยู่ เพื่อทำงาน แต่ถามว่าการบริหารงานของผู้บริหารท้องถิ่น การทำงานของสมาชิกสภาท้องถิ่น มีผลกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของเขาหรือไม่ คำตอบคือมีแน่นอนครับ อีกนิดเดียวนะครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นเขาควรที่จะได้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิที่จะกำหนดอนาคตในถิ่นที่เขา อาศัยอยู่จริงได้ด้วย ท่านประธานครับ ที่ผมอภิปรายมาทั้งหมดก็เพราะอยากเห็น กกต. เป็นองค์กรที่มีพัฒนาการสูงสุดให้สมกับรางวัลโล่เกียรติยศที่ได้รับ กกต. สามารถที่จะ ก้าวหน้า ก้าวไกลอำนวยความสะดวกประชาชนเพื่ออนาคตใหม่ที่ดีกว่านี้ได้แน่ ๆ ครับ ก้าวหน้า ก้าวไกล ประชาชน อนาคตใหม่ ๔ คำนี้เสมือนเป็นคาถาของ กกต. นะครับ ท่องจำให้ขึ้นใจ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณอดิศร เพียงเกษครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ภูมิลำเนา จังหวัดขอนแก่น วันนี้จะเป็นการดีอย่างยิ่งกว่าทุกครั้งนะครับที่ กกต. มาเยือนที่สภา ผู้แทนราษฎรเรา สิ่งที่ผมอยากเห็นคือผมอยากเห็นกรรมการการเลือกตั้งทั้ง ๗ ท่าน ได้เสียสละเวลามาพบเราที่สภาผู้แทนราษฎรจะเป็นสิ่งที่ดีครับ มิใช่ว่าเลขาธิการและคณะ มาแล้วไม่มีความสำคัญนะครับท่านมีความสำคัญ บางสิ่งบางอย่างเราอยากจะพูดกับ คณะกรรมการทั้ง ๗ คนโดยตรง วันนี้ขอส่งความปรารถนาดีไปหา กกต. ทุกท่านครับ มาสภาเขาย้ายสภามาอยู่ตรงนี้เป็นสภาใหม่นะครับท่านมาไม่ถูกหรือครับ ครั้งต่อไปผมฝาก ท่านเลขาธิการ กกต. ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการสภาของเราบอกท่านประธานซึ่งเป็นนักการทูต มีอดีตนักการทูต มีอดีตผู้ว่าฯ มีอดีตผู้พิพากษา มีอดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนักวิทยาศาสตร์ นักรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ มาที่สภาผู้แทนราษฎรเถอะครับเราไม่กัดท่านหรอก เราอยากปรึกษาหารือให้องค์กรอิสระได้เคารพสภา สภาก็จะได้ส่งเสียงความคิดเห็น ไปหาท่านโดยตรง ไม่อยากผ่านท่านเลขา ท่านเลขามาหลายครั้งแล้วก็อ่านเอกสารต่าง ๆ นี่ละครับ ผมอยากพูดประเด็นว่าการที่มี กกต. ปัจจุบัน การเลือกตั้งทุกระดับกับการเลือกตั้ง ในอดีตที่กระทรวงมหาดไทยดูแลมันเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร มี กกต. แล้วการเลือกตั้งสุจริต ยุติธรรม จริงหรือไม่ ตอนเลือกตั้งอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย เขาทำหน้าที่ได้ดีหรือต่ำต้อยกว่า กกต. ปัจจุบัน คำตอบเขาตอบว่าเหมือนกันนั่นล่ะ คณะกรรมการการเลือกตั้งย่อว่าเป็น กกต. แต่บางคนบอกว่าเป็นคณะกรรมการของคน ตาบอด กกต. แปลว่า คณะกรรมการคนตาบอด ขอโทษนะครับเขาแปลอย่างนั้น การเลือกตั้ง ท้องถิ่นท่านไม่เห็นหรือครับ ไม่ว่าเทศบาล ไม่ว่า อบต. หรือนายก อบจ. ที่จะเลือกตั้งกัน ทุกวันนี้ท่านไม่เห็นว่าเขาทำการเลือกตั้งตรงกันข้ามกับ Slogan ของท่าน ท่านไม่เห็นคนซื้อสิทธิ ขายเสียงเลยหรือ ท่านอยากให้การเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นอย่างนี้ต่อไปใช่ไหมครับ ไม่มีการซื้อสิทธิ ขายเสียงจริง ๆ ใช่ไหม ท่านประธาน กกต. ไม่ว่าเลือกที่ไหนผมเกิดจากการเลือกตั้ง ที่กระทรวงมหาดไทยดูแล ใช้การปราศรัย คนปราศรัยคนก็เลือก คนมีเงินเขาก็เลือก คนมาตาม กระแสพรรคเขาก็เลือก มาปัจจุบันผมเป็นห่วงครับ เลือกตั้งท้องถิ่นมันไม่ใช่ ๑๐๐ บาท มันไม่ใช่ ๕๐๐ บาท มันเป็นใบสีเทาแล้วเป็น ๑,๐๐๐ บาท เป็นครอบครัวละ ๑๐,๐๐๐ บาท ก็มี กกต. ตาบอดเห็นไหมครับ พูดกันตรงไปตรงมาอย่าโกรธกันครับ ผมอยากให้ท่านได้ ปรับปรุงว่าถ้าท่านไม่มีความสามารถทำการเลือกตั้งบริสุทธิ์ ยุติธรรม ยุบ กกต. เสีย ให้กระทรวงมหาดไทยเขาจัดการเลือกตั้งแบบเดิม เพราะบุคลากรต่าง ๆ ที่อยู่ในหน่วย เลือกตั้งก็เป็นบุคลากรขององค์กรท้องถิ่น ของตำรวจ ของกำนันผู้ใหญ่บ้าน มหาดไทยทั้งนั้น ท่านอยู่ไปทำไมครับ โจ๋งครึ่ม ๑ กุมภาพันธ์ ท่านไม่เห็นหรือผมจะจูงแขนไปดู ๗ คนแน่นอน ผมบอกว่าท่านดูไม่ละเอียดรอบคอบทุกเขตเลือกตั้ง แต่มันมีการซื้อสิทธิขายเสียง ถ้าการซื้อ สิทธิขายเสียงไม่มี กตต. ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีใครอยากใช้เงินหรอกครับ การเลือกตั้งบริสุทธิ์ ยุติธรรมให้สมกับท่านอยากเป็นองค์กรอิสระ จนป่านนี้มันอิสระอะไรล่ะครับ ถ้าทำไม่ได้ผมจะ ทำป้ายที่สวยงามคณะกรรมการคนตาบอดไปติดเปลี่ยนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้ท่าน ขอโทษนะครับท่านแสวง ผมพูดผ่านไม่ใช่พูดให้ท่านนะ พูดไปถึงท่านประธาน กกต. ซึ่งเป็นอดีตทูต น้องนุ่งผมเป็นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ดีครับจบวิศวะ ความยุติธรรมในสายตาวิศวะ ความยุติธรรมในสายตารัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ ความยุติธรรม ของศาล ๒ คน แต่ว่าเขาอยู่สูงเกินไป กฎหมายมีที่เลี่ยงทั้งนั้น ถ้า กกต. เอาจริง เขม็งเกลียวเอา จริงไม่ให้มีการซื้อสิทธิขายเสียงประเทศชาติมันสุจริตประเทศชาติก็จะเจริญ การเลือกตั้ง ท้องถิ่น จังหวัดและเลือกตั้ง สส. เลือกตั้ง สว. ขณะเลือกตั้ง สว. ลงทุน ๒,๕๐๐ เขามีฮั้วกัน กกต. ตาบอดไม่รู้เรื่องเลย ใช่ ไม่ใช่ พูดแล้วชักมีอารมณ์ครับ แล้วจะมี กกต. ไว้ทำไม ถ้ารักษา ความยุติธรรมโปร่งใสไม่ได้ก็เอาคืนให้กระทรวงมหาดไทยเขาทำเถอะครับ ต้องตอบกับผมนะ ครับ มีเพื่อนหลายคนว่าท่านจะเสี่ยงหรือวันนี้พูดกับ กกต. ผมถูกยุจาก สส. กาฬสินธุ์ครับ สส. หมูนั่งต่อหน้าผม ลูกพี่พูดเลย ไม่มีใครต้องการจะซื้อสิทธิขายเสียงถ้า กกต. เอาจริง ไม่ใช่ แบบยักษ์วัดแจ้งวัดโพธิ์ แล้วพอได้ใบขาวไปนั้นวิ่งเต้นกันได้จริงหรือเปล่า ขอโทษนะครับ ขอบคุณนาฬิกาหมดเวลาเสียอย่างนั้นผมพูดไปอาจจะมีความผิดมากกว่านี้ จึงขอฝาก ด้วยความสุจริตนะครับ ท่านเลขาธิการครับ ท่านแสวง บุญมี ขออนุญาตเอ่ยนามได้โปรดบอก กกต. ทั้ง ๗ ท่านว่า สภาผู้แทนราษฎรตั้งอยู่ที่ถนนทหารเกียกกาย ครั้งต่อไปคงจะมีโอกาสได้พบกับ กกต. ทั้ง ๗ ท่าน หรือ ๑ ใน ๗ ท่านเป็นตัวแทนมาพร้อมกับคณะกรรมการซึ่งเป็นแขนเป็นขาที่ปัจจุบันจะได้ จับเข่าคุยกันเพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมครับ ขออนุญาตอย่าให้ ผมนำป้ายคณะกรรมการคนตาบอดไปติดเลยนะครับ อยากให้มีป้ายเดิมคือคณะกรรมการ การเลือกตั้งครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณอดิศร ครับ ความจริงผมก็ไม่อยากให้ถอน พูดเรื่องคนตาบอดหลายครั้งมันเป็นคำเสียดสีนะครับ ฝากเตือนด้วยก็แล้วกัน🔗
ขอถอนนะครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไปขอเชิญคุณพนิดา มงคลสวัสดิ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน พนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมุทรปราการ เขต ๑ อำเภอเมือง ตำบลท้ายบ้าน ปากน้ำ บางเมือง บางปรง บางด้วน พรรคประชาชนอดีตพรรคก้าวไกลค่ะ วันนี้ดิฉันขอใช้โอกาสนี้ในการร่วมอภิปรายแสดงความเห็นถึงรายงานการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปี ๒๕๖๖ เพื่อทบทวนและตรวจการบ้านของ กกต. พร้อมกัน กับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่นี่พี่น้องประชาชนที่รับฟังอยู่ทางบ้านและผู้แทนจาก หน่วยงานที่ส่งรายงานมาพร้อมกับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจในฐานะการเป็นหน่วยงาน ที่มีพัฒนาการสูงสุดในการประเมินคุณธรรมความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ ท่านประธานคะหากเราย้อนกลับไปเมื่อปี ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าจะเป็นปีที่ทาง กกต. มีภารกิจมากกว่าปกติมีการใช้งบประมาณไปสูงถึง ๘,๐๑๔ ล้านบาท หากแต่ผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพึงพอใจของประชาชนหรือไม่ ดิฉันคิดว่า สวนทางค่ะ ผลงานที่โดดเด่นของ กกต. ที่ผ่านมาแน่นอนว่าต้องเป็นการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกตั้งทั่วไปทั่วประเทศครั้งนี้มีความสำคัญอย่างมากเพราะ นำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลเพื่อการบริหารราชการแผ่นดิน หากแต่การเลือกตั้งครั้งนี้มีเสียง วิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติงานของ กกต. ทั้งก่อน ระหว่างและหลังการจัดการเลือกตั้งนำไปสู่ การติด Hashtag กกต. มีไว้ทำไมกันเป็นจำนวนมากในสื่อออนไลน์ เรามาทบทวนกันสักนิดค่ะว่า มันมีปัญหาอะไรบ้างที่เกิดขึ้น ทั้งการเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีปัญหาเว็บไซต์ล่ม ลงทะเบียนไม่ได้ แต่ก็ไม่มีการขยายเวลาออกไป การเลือกตั้งนอกพื้นที่ต่างประเทศเอกสารมีปัญหา การประกาศสีบัตรเลือกตั้งล่าช้าหลังจากจับเบอร์ไปแล้วถึงอาทิตย์กว่า ๆ หน่วยเลือกตั้งที่อยู่ ไกลหูไกลตาผู้คน บัตรเลือกตั้ง สส. เขตที่เป็นบัตรโหลไม่มีรายละเอียดของผู้สมัคร ไม่มีโลโกพรรค เป็นการเพิ่มภาระให้กับพี่น้องประชาชนต้องมาจำหมายเลขจำสีบัตรเอาเองเกิดความสับสน โดยเฉพาะกับพ่อแก่แม่เฒ่าในพื้นที่ การปล่อยให้เกิดความสับสนในเรื่องของระเบียบระหว่าง ผู้สังเกตการณ์เลือกตั้งกับกรรมการประจำหน่วยจนเป็นเหตุให้เกิดข้อพิพาทในหลายพื้นที่ การไม่รายงานผลเลือกตั้งแบบ Real Time จากเดิมที่ใช้ App Rapid Report ในสมัย ๒๕๖๒ เปลี่ยนเป็นการให้ กปน. แต่ละเขตส่งผลการเลือกตั้งเป็นใบสรุปคะแนน สส. ๕/๑๘ ไปยัง กกต. เขต ให้เจ้าหน้าที่กรอกข้อมูลแล้วลงในระบบ ECT Report ใน Google Drive ก่อนจะส่งรายงานนับคะแนนทั้งหมดให้สื่อมวลชนในขั้นตอนสุดท้ายซึ่งก็เป็นข้อครหาค่ะ ในการจัดการกับข้อมูลที่ทำโดย กกต. เขตไม่กี่คนในสถานที่ปิดประชาชนมีส่วนร่วมกับมันน้อยมาก หากไม่มีคนไปเฝ้าหน่วยก็เป็นไปได้ยากที่เราจะรู้ข้อเท็จจริง ทั้งการรับรองผลการเลือกตั้งที่เป็นไป อย่างล่าช้าใช้เวลาสรุปนานนับเดือนกว่าจะประกาศเป็นเหตุให้การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าตามไปด้วย เช่นกันค่ะ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงบางส่วนของปัญหาที่ดิฉัน Recap มาทั้งหมดเท่านั้น ดิฉันคาดหวังว่าท่านจะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจังเสียทีในการ ปฏิบัติงานการเลือกตั้งครั้งต่อไปนะคะ และท่านประธานคะ ตัวเลขที่น่าสนใจอย่างมาก ของการเลือกตั้งครั้งนี้คือจำนวนบัตรเสียที่มีมากถึง ๑,๕๐๐,๐๐๐ ใบ ที่แม้จะมีจำนวนลดลง จากการเลือกตั้งทั่วไปในปี ๒๕๖๒ แต่ก็ยังนับว่าเป็นจำนวนที่สูงมากชี้ให้เห็นชัดว่า กกต. ยังขาดการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจในการใช้สิทธิในการกากบาท ดิฉันเองค่ะท่านประธานในฐานะ สส. เขตจะเลือกตั้งแต่ละทีต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ในการประชาสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชนเดินเท้าเข้าหาพูดคุยแต่ละบ้านแต่ละคนว่ามันเลือก อย่างไร กาอย่างไรให้มันถูก ดิฉันจึงมาพยายามไล่อ่านในรายงานฉบับนี้ว่าท่านมีความพยายาม อย่างไรบ้างเพื่อส่งเสริมความเข้าใจนั้น ๆ ให้เกิดขึ้นกับประชาชน จากการที่เปิดดูก็พบ แบบเดียวกันกับที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พบนั่นก็คือการจัดสรรงบประมาณไปพัฒนา Application ค่ะ กกต. เองมี Application ในความดูแลถึง ๓ Application ฉลาดเลือก Smart Vote อันแรก App ที่ ๒ Civic Education และ App ที่ใช้ในการแจ้งเหตุทุจริต การเลือกตั้งที่เรียกว่า ตาสับปะรด ท่านประธานค่ะ ในที่นี้มีใครในห้องประชุมนี้โหลด App เหล่านี้ไว้ในมือถือหรือไม่ ดิฉันไม่มั่นใจว่าถึงมือพี่น้องประชาชนมากเป็นจำนวนเท่าไร แต่ดูใน Rating ไปอ่านใน Review แล้วมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าไม่สามารถใช้ได้จริง มีกระบวนการที่ยุ่งยาก App ล่ม App เด้ง ซึ่งแปลว่า Application ที่ท่านกำลังพยายาม พัฒนาเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์นั้นไม่ผ่าน ดิฉันมีข้อเสนอแนะอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง กกต. เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปนะคะ อันดับแรกสุดเลย กกต. ท่านต้องเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็น อย่างเป็นระบบและประกาศข้อมูลสำคัญล่วงหน้าเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการช่วยกัน ประชาสัมพันธ์ เช่น ข้อมูลหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ รูปแบบบัตรเลือกตั้ง สีบัตรเลือกตั้ง ข้อมูลผู้รับสมัครเลือกตั้ง ข้อมูลจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในแต่ละพื้นที่ เปิดเผย ข้อมูลให้ประชาชนได้มีส่วนในการสนับสนุนร่วมกันตรวจสอบและจัดการเลือกตั้งได้สะดวกขึ้น เกิดการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางมากขึ้น🔗
ข้อ ๒ กกต. ต้องให้ความรู้และจัดอบรมกับกรรมการประจำหน่วยให้เข้าใจ ระบบการจัดการเลือกตั้งภาพรวมให้มากขึ้น ให้มีความรู้เรื่องขั้นตอนการปฏิบัติและเอกสาร ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านต้องส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจว่าต้องมีความ เคารพต่อประชาชนที่ต้องการมีส่วนร่วมในการสังเกตการนับคะแนน เปิดให้ประชาชนได้ ตรวจสอบ จะสอบถาม ถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอได้อย่างเต็มที่🔗
ข้อ ๓ กกต. ควรถอดบทเรียนจากการรายงานผลคะแนนในปี ๒๕๖๖ ขอให้ ท่านพัฒนาระบบให้ดีขึ้นให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น พัฒนาเทคโนโลยีให้ถูกจุดให้ มันเกิดการรายงานผลคะแนนที่รวดเร็ว ถูกต้อง โปร่งใสกว่าเดิม และประกาศการรับรองให้ ทันต่อสถานการณ์ ทันต่อเวลา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับการบริหารราชการแผ่นดิน สิ่งที่ดิฉันอยากจะฝากเป็นข้อสังเกตไว้เป็นสิ่งเดียวกับที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดไว้แล้วก็คือ การกำหนดวันเลือกตั้งต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ท่านประธานมีที่ไหน สิทธิเลือกตั้งมีที่ไหนใช้กันวันเสาร์ คนทำงานจะมาใช้สิทธิอย่างไร เหตุใดแผนการเลือกตั้ง อบจ. ทั่วประเทศที่จะเกิดขึ้นในปี ๒๕๖๘ จึงเป็นวันเสาร์ ดิฉันเข้าใจขอบเขตอำนาจของ กกต. ในการกำหนดวันเลือกตั้งดี แต่ทั้ง ๆ ที่วันที่ ๒ เป็นวันอาทิตย์ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ก็ยังอยู่ในกรอบ ๔๕ วันตามกฎหมายกำหนด และจะสามารถเอื้อประโยชน์ เอื้ออำนวยความ สะดวกให้กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนได้ เหตุใดท่านยังยืนยันว่าจะกำหนดการ เลือกตั้ง อบจ. ทั่วประเทศเป็นวันเสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การจัดการเลือกตั้งก็จัดกันในวันอาทิตย์ของวันหยุดที่เป็นวันหยุดของคนส่วนใหญ่ ลดอุปสรรคในการมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้ได้มากที่สุด ส่งเสริมความเข้มแข็งของระบอบ ประชาธิปไตยที่ต้องการการมีส่วนร่วมของทุกคนในการไปเป็นตัวแทนของตัวเอง และลำพัง การเลือกตั้งท้องถิ่นก็ไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า ไม่มีการเลือกตั้งนอกเขตอยู่แล้ว การเคาะมา เป็นวันเสาร์แบบนี้เป็นการเพิ่มอุปสรรคในการใช้สิทธิมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขต พื้นที่ชุมชนเมืองที่พี่น้องประชาชนส่วนมากทำงาน ๖ วัน หยุดแค่วันอาทิตย์วันเดียว มีเหตุ จำเป็นอะไรที่ไม่เลือกตั้งในวันอาทิตย์ สุดท้ายดิฉันจะขอให้ท่านตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ ของท่านที่เป็นการอำนวยความสะดวกในการจัดการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้ ทุกคนสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งซึ่งเป็นพื้นฐานของกระบวนการประชาธิปไตยได้อย่าง สะดวกสบายง่ายสำหรับทุกคน งานของท่านต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้สิทธิเลือกตั้งของ พี่น้องประชาชนเสียเอง เพราะแม้ว่าท่านจะเป็นองค์กรอิสระแต่รายได้ของทุกท่านที่นั่งต่อหน้า เราทุกคนตรงนี้มาจากภาษีของพี่น้องประชาชนเช่นเดียวกับเรา ขอให้ท่านคำนึงถึงประโยชน์ สูงสุดของพี่น้องประชาชนเช่นกัน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สกล สุนทรวาณิชย์กิจ ผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ จากพรรคประชาชน วันนี้ก็ขอมีส่วนร่วมอภิปรายรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ นะครับ สำหรับรายงานเล่มนี้หน่วยงานก็ยังคงระบุในส่วนที่ ๓ เรื่องปัญหาอุปสรรคที่สำคัญในการปฏิบัติงาน พร้อมข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไขมาด้วย เฉกเช่นทุกปี ต่างเพียงแต่ปีนี้ก็จะเป็นกรณีศึกษาของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการเลือกตั้งทั่วไปปี ๒๕๖๖ นะครับ ซึ่งเมื่อผมได้อ่านรายละเอียดแล้วก็ยังพบว่า เป็นประเด็นปัญหาเดิม ๆ ที่ผมมาอภิปรายทุกปีและคิดว่าปีต่อไปก็อาจจะอภิปรายอีกหาก ยังไม่มีการแก้ไข ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
ขอไปสไลด์ที่ ๓ นะครับ ประเด็น ปัญหานี้เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ในรายงานผลการปฏิบัติงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ขออนุญาตย้อนไปปี ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา ในหน้าที่ ๑๙๕ ท่านระบุว่าเนื่องจากการจัดการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นได้เว้นว่างมา เป็นระยะเวลา ๘ ปีนับตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ และกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นได้มีการบัญญัติขึ้นมาใหม่ ทำให้เจ้าหน้าที่พนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งหรือ กปน. นะครับ ปฏิบัติหน้าที่ยังไม่ดีเท่าที่ควรยังพบความผิดพลาดในการปฏิบัติงานหน้าที่อยู่เนือง ๆ ซึ่งในข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไขท่านระบุว่าต้องมีการอบรมเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการ เลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งหรือ กปน. โดยมีการเน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ🔗
ขอสไลด์ต่อไปครับ ส่วนในเล่มปี ๒๕๖๖ นี้หน้า ๒๔๑ ข้อ ๑.๑.๔ ท่านบอก ระบุปัญหาไว้ว่าคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งบางคนขาดความรู้ความเข้าใจกับ ระเบียบวิธีปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยเลือกตั้งและไม่ศึกษาความรู้เพิ่มเติมไม่ทบทวนความรู้ในการ ปฏิบัติงานจากคู่มือปฏิบัติงาน รวมทั้งขาดการเอาใจใส่การอบรมความรู้ในการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เมื่อมีการปฏิบัติงานในวันลงคะแนนเลือกตั้งเกิดความผิดพลาด🔗
สไลด์ต่อไปครับ ในส่วนของข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขนะครับ วิทยากรควร เน้นย้ำให้ความรู้กับประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เพื่อควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อเสนอแนะแทบจะเหมือนกับ ปี ๒๕๖๕ เลยครับ เปลี่ยนแค่อบรมพนักงาน กปน. ไปเน้นย้ำประธาน กปน. ครับ ซึ่งก็มารอลุ้น กันนะครับว่ารายงานผลปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ ท่านจะยกเหตุผลว่าอะไร เพราะแม้แต่การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวงในเขต พื้นที่ของผมเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๗ พฤศจิกายนที่ผ่านมาก็ยังมีหน่วยเลือกตั้งเพียงแค่ ๘๕ หน่วย ก็ยังพบข้อผิดพลาดหลายประการ เช่น การรักษาหีบบัตรเลือกตั้ง🔗
ขอดูสไลด์ต่อไปครับ ท่านประธานครับระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า ด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ รวมถึงคู่มือการ ปฏิบัติงานสำหรับคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ในข้อที่ ๑๔๓ ระบุไว้ชัดเจนว่าเมื่อถึงเวลาเปิดการออกเสียงลงคะแนนใน คู่มือขยายความไว้ด้วยครับว่าเวลา ๐๘.๐๐ นาฬิกา ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง นำหีบบัตรเลือกตั้งมาแสดงให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งอยู่ ณ ที่เลือกตั้งเห็นเป็นหีบเปล่า เสร็จแล้ว ก็ปิดหีบเลือกตั้งพร้อมปิดเทปกาวผนึกรอยต่อภายนอกหีบบัตรเลือกตั้ง และใส่สายรัด หรืออุปกรณ์อื่นแทนสายรัด ซึ่งถ้าหากอ่านแล้วนะครับก็ยังไม่เข้าใจเขาก็มีภาพประกอบให้ดู ด้วยนะครับ หน้านี้บอกละเอียดเลยครับว่าสายรัด ๖ เส้นที่ได้มาใช้ทำอะไรบ้าง🔗
ขอสไลด์ต่อไปนะครับ ทีนี้ทุกท่านคิดว่าภาพนี้เหมือนภาพที่ประกอบไหมครับ บางหน่วยเลือกตั้งพูดด้วยนะครับว่าไม่รู้ว่าต้องรัดตรงนี้ด้วย มันก็จะมีข้างบนกับข้างล่าง ไม่ตรงกับภาพที่แสดงเลย แล้วพอมีการทักท้วงให้รัดสายรัด กปน. ก็บอกว่าเดี๋ยวสายรัดไม่พอ🔗
สไลด์ถัดไปครับ ในภาพก็เป็นสายรัดที่ถูกตัด กปน. บอกว่าตัดตอนเปิดกล่อง แล้วลืมเก็บ หน่วยข้างเคียงก็ยิ่งแล้วใหญ่เลยนะครับ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาความ ปลอดภัยประจำหน่วยเลือกตั้งเดินมาถามหาเอกสารผู้สังเกตการณ์เลือกตั้งกล่าวหาว่า ผู้สังเกตการณ์กำลังก่อความไม่สงบถามว่าถ้าประชาชนทั่วไปต้องมาเจอสถานการณ์แบบนี้ จะรู้สึกอย่างไรครับ แล้วสุจริต เที่ยงธรรม ชอบด้วยกฎหมาย Slogan นี้จะเป็นจริงกี่โมงครับ🔗
ขอสไลด์ต่อไปครับ ประเด็นเรื่องการทำลายบัตรเลือกตั้งที่เหลือสรุปสั้น ๆ ก็คือหลังจากปิดการออกเสียงลงคะแนนให้ดำเนินการทำลายบัตรเลือกตั้งที่เหลือเพื่อป้องกัน ไม่ให้นำบัตรเลือกตั้งที่เหลืออยู่มาใช้ลงคะแนนได้อีกนะครับ แต่ในทางปฏิบัติบัตรเลือกตั้ง บางส่วนถูกทำลายตั้งแต่ก่อนปิดการลงคะแนนเสียงนะครับ สมมุติมีประชาชนมาลงคะแนน ๑๖.๕๙ นาฬิกา ท่านจะเอาบัตรเลือกตั้งที่ไหนมาทดแทนนะครับ หรือว่าประชาชนท่านนั้น จะต้องเสียสิทธิไป🔗
ขอสไลด์ถัดไปครับ ประเด็นสุดท้ายจะเป็นเรื่องบัตรเสียนะครับแม้กระทั่ง ช่วงเวลานับคะแนนเลือกตั้ง ท่านทราบหรือไม่ครับว่าต้องมีบัตรเลือกตั้งกี่ใบถูกวินิจฉัยว่าเป็น บัตรเสียเพียงเพราะไม่เป็นไปตามลักษณะที่กำหนดไว้คือกากบาทไม่ถูกหรืออย่างไร จากรายงานหน้าที่ ๕๔ ตารางที่ ๒ บัตรเสียจากแบ่งเขตเลือกตั้งนะครับ ๓.๖๙ เปอร์เซ็นต์ ๑,๔๖๐,๐๐๐ ใบ และแบบบัญชีรายชื่อ ๓.๘๒ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๑.๕ ล้านใบ ท่านสามารถทำให้เหลือ ๐ ใบ ได้ไหม เพราะถ้ามาดูดี ๆ มันคือบัตรเสียเยอะกว่าบัตรผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนนเสียอีกนะครับ เหมือนเราเอาคะแนนประชาชนไปเททิ้งน้ำนะครับ ในฐานะ กกต. ท่านมีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบ โดยตรงที่จะทำให้คะแนนเสียเหล่านี้เป็นคะแนนดีให้มากที่สุดนะครับ จึงขอตั้งคำถามว่าตกลง การเลือกตั้งในมุมมองของท่านคือการให้ความสำคัญกับการกากบาทที่ถูกต้อง หรือให้ความสำคัญ กับเจตนารมณ์ของประชาชนมากกว่ากันแน่ ท่านได้เคยสำรวจไหมว่าในบัตรเสียนั้นเป็นบัตรเสีย ที่กากบาทผิดรูปกี่ใบ หรือเป็นบัตรเสียที่เขากาผู้สมัคร ๒ เบอร์มันจึงเป็นบัตรเสียทั้งหมดกี่ใบ สุดท้ายนี้ผมก็มีข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขประเด็นปัญหาตามที่อภิปรายมาอยู่ ๒ เรื่อง ๑. คือเรื่องของบัตรเสีย ผมก็ขอเสนอว่าถ้าเกิดท่านรู้ว่าประชาชนบางส่วนกากบาทไม่ถูกต้อง ก็ควรจะลองเปลี่ยนแนวทาง อาจจะใช้ตรายางรูปกากบาทปั๊มลงในบัตรลงคะแนนแทนไหม หรือว่าจะใช้เป็นปากกาถมดำเต็มไปเลย ซึ่งในต่างประเทศบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ก็ใช้รูปแบบนี้นะครับ และในส่วนของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่ขั้นตอน การปฏิบัติงานไม่เหมือนกันนะครับ ผมก็ขอเสนอให้มีการทำ Check list เพื่อความรอบคอบ รัดกุมในการปฏิบัติหน้าที่นะครับ ข้อเสนอดังกล่าวใช้งบประมาณไม่มากครับ แต่ถ้าแลกมา ซึ่งความถูกต้องและรักษาผลประโยชน์สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนก็คุ้มค่าที่จะเปลี่ยนครับ ฝากท่านช่วยพิจารณาโดยเร็วเพื่อให้ทันการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือ อบจ. ทั่วประเทศที่กำลังจะมีเร็ว ๆ นี้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านวิรัช พิมพะนิตย์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม วิรัช พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขต ๑ จังหวัดกาฬสินธุ์ ก่อนอื่นต้องบอกว่าขอร่วมอภิปรายรายงานปฏิบัติงานของคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ประจำปี ๒๕๖๖ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณคณะกรรมการ การเลือกตั้งที่ให้เงินพัฒนาการเมืองมาจังหวัดกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ก็ไปร่วมสังเกตการณ์ แล้วก็ดูแลอย่างดี แล้วงวดที่ไม่กี่วันผมได้มีโอกาสไปหัวหิน ได้ไปทะเลก็เงินจาก คณะกรรมการการเลือกตั้งนี้ละครับที่ได้มีโอกาสได้ไปเห็นทะเลกับเขาบ้าง ในฐานะ สส. บ้านนอกที่ไม่มีทะเล อีกอย่างหนึ่งก็ขอบคุณเมื่อปี ๒๕๕๑ ที่ได้สนับสนุนผมให้ได้เป็น ๑๐๙ ถูกตัดสิทธิเลือกตั้งผม ทำให้ได้มีโอกาสได้ทำมาหากินได้ทำธุรกิจบ้าง ไม่อย่างนั้น ก็อยู่แต่กับการเลือกตั้งนี้ละครับชอบ เพราะฉะนั้นก็ขอบคุณอีกทีหนึ่ง แต่ไม่เอาอีกนะครับ ท่านคณะกรรมการการเลือกตั้งผมไม่เอาอีกแล้ว ก็ให้เวลาผม ๕ ปีก็พอแล้วละครับ ตั้งแต่ ปี ๒๕๕๑ เป็นคนบ้านเลขที่ ๑๐๙ ท่านคณะกรรมการการเลือกตั้งครับ มีสิ่งหนึ่งที่ผม เปิดหนังสือดูก็ไม่ได้ติดใจนะครับ ก็เห็นเป็นสิ่งจำเป็น แต่สิ่งหนึ่งที่ติดใจก็คือกฎหมายเรา นายก อบจ. ที่จะเลือกตั้งถ้าลาออกก่อน แล้วคนเก่าสมัครเลือกตั้ง บางจังหวัด ๘๐ ล้านบาท ผมว่าพวกเก่าที่สมัครเลือกตั้งเก็บเงินกับเขาไหมครับ ผมถามเป็นความรู้ครับ เหลืออีก ไม่กี่เดือนนะครับ อีกไม่กี่เดือน อีกไม่กี่วันลาออกเสียดายเงินงบประมาณของประเทศ ของ อบจ. ครับ บางจังหวัด ๘๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาทผมว่าเอาไปทำถนนได้เป็นเส้น เอาไปทำผลประโยชน์กับบ้านเมืองได้เป็นอย่างมากมหาศาล เลือกพร้อม สจ. ไม่รู้จะตาย หรืออย่างไรผมก็งงอยู่ครับ แล้ววันนี้ลาออก แล้วอีกอันหนึ่งยุบใหม่อีก ไม่ทราบว่าท่าน กกต. ลองคิดกับผมหน่อย นี่ครับนายก อบจ. เขียนหนังสือลาออกมีผลวันที่ ๑๗ ทั้ง ๆ วันที่ ๑๙ จะหมดอายุอยู่แล้ว แล้วก็บอกกันต่อ ๆ เนื่องว่าถ้าลาออกก่อนกฎหมายเก่าที่ไปทำจะจำหน่ายจ่ายแจกยกเลิกไป เหลือแต่เริ่มนับใหม่จากวันลาออก ๒ วัน ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งรัดกุมกว่านี้หน่อยครับ เขียนกฎหมายบางทีผมว่าศรีธนญชัย บางทีมาใช้กับการเลือกตั้งอย่างนี้มันไม่ถูกต้อง ผมเสียดายงบประมาณครับ ผมเองบอกให้นะครับว่าวันหนึ่งในการเลือกตั้งถ้ามาใช้ Tactic เทคนิคอย่างนี้ ผมสงสารครับ สงสารเงินงบประมาณครับ มาเลือกนายก อบจ. เสร็จแล้วก็ คนเก่าสมัครอยู่เหมือนเดิม เสร็จแล้วก็มาสมัครเลือกตั้ง สจ. ก็ใช้เงินเลือกตั้งอันเดียวกัน เพราะฉะนั้นผมก็กราบเรียนท่าน กกต. นะครับ อีกอย่างหนึ่งคือนายก ผมถามท่าน กกต. หน่อยครับ มีลูกชายอยากจะลงนายกเทศบาล เป็นเจ้าของห้างอยู่ ๕ ห้าง มาตระเวนลาออก อยู่เดี๋ยวนี้ อีกเดือนมีนาคมจะสมัคร แสดงว่าต่อไปคนที่จะสมัครนายกหรือสมัครอะไรต่าง ๆ ต้องเป็นคนจนอย่างเดียวหรือครับ ผมกราบเรียนท่าน กกต. หน่อยว่าวันนี้ลองปรับปรุง หน่อยครับว่ากฎหมายนี้ ไม่ใช่ว่าวันหนึ่งคนหนึ่งไม่มีอะไรเลยถึงจะสมัครเลือกตั้งได้ ผมเห็น ท่านอดีตนายกชิมไปบ่นไปก็ต้องถูกตัดสิทธิไม่ได้เป็นนายก ถามว่าเจ็บปวดไหม เจ็บปวดครับ บางทีการทำธุรกิจที่ก่อนเนื่องมา แต่ถ้าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่ได้มีอะไรกับเรื่องธุรกิจ และทำผลประโยชน์กับการเลือกตั้ง ผมว่าก็น่าให้เขาเป็นคนที่มีหน่อยเถอะครับ ไม่ใช่อะไร หรอกครับท่านเลขา กกต. ที่เคารพครับ กับท่านคณะ กกต. ถ้าวันหนึ่งออกจากห้างไป หมดแล้ว ถ้าวันหนึ่งเมียหย่าแล้วเขาไม่ให้เข้าบ้านไม่รู้จะเอาอะไรกินนะครับ ผมบอกว่าวันนี้ การเมืองอย่าตั้งกฎกติกาเข้มงวดจนที่แบบว่า แต่ถ้าทำผิดการเลือกตั้งท่านเอาเลยครับ ท่านอดิศรก็ได้อภิปรายไป ผมบอกว่าวันนี้บางทีผมชมนะครับท่าน กกต. เพราะว่าจริง ๆ การเลือกตั้งกับ กกต. ต้องอยู่ด้วยกัน แต่อีกอย่างหนึ่งที่อยากจะขอร้องท่านนะครับ เลือกตั้ง ผู้ใหญ่บ้าน ผมทราบว่าเป็นการท้องถิ่น แต่ในประเทศไหนไม่มีหรอกครับที่บางทีคนอายุ ๒๕ ปี มีสิทธิเลือกตั้ง แล้วเป็นจนถึงอายุ ๖๐ ปีครับ แล้วทีนี้พออายุน้อยมันฟาดหนักครับ กำนัน อายุน้อยก็ฟาดหนักครับ เพราะฉะนั้นท่านเห็นไหมครับ กำนันมีอิทธิพลซัดโป้ง ๆ อยู่นี่ เพราะฉะนั้นผมก็กราบเรียนท่าน กกต. หน่อยครับ ดึงเข้ามาได้ไหมครับเลือกตั้งทุกชนิดให้ อยู่ในขอบเขตของ กกต. เลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านไม่มีแล้วนะครับ ๑๐๐ ๒๐๐ มันเป็น ๑,๐๐๐ เป็น ๑๐,๐๐๐ แล้วครับเดี๋ยวนี้ เพราะว่าไม่มีในโลกครับที่อายุ ๒๕ ปีเสร็จแล้วกินเงินเดือน จนถึงอายุ ๖๐ ปี แล้วสามารถตั้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้ ถ้าภาคใต้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ๖ คน ถ้าภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคอะไรได้ ๒ คน เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน ว่าวันนี้เหตุการณ์มันเป็นอย่างนี้แล้ว ผมกราบเรียนว่าดึงเสียครับ ดึงกลับมาให้เป็นการเลือกตั้งที่ กกต. ควบคุม ผู้ใหญ่บ้านเป็นกำนันหนักขึ้นไปอีกครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมก็กราบเรียนว่าให้ บ้านเมืองเราอยู่ในกฎกติกา ไหน ๆ สส. ท่านก็มีใบแดง ใบเหลือง ใบเขียว ใบเขียวคงไม่มี คงมีใบแดงกับใบเหลือง เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมก็ชื่นชม กกต. นะครับ คือผมก็ยังคิดอยู่ว่าวันนี้จะลุกขึ้นอภิปรายหรือเปล่า ผมก็กลัวเหมือนครับ แต่ผมก็มานั่งคิดดูว่าถ้าเราพูดในข้อเท็จจริง พูดในสิ่งที่เป็นไปได้ ผมว่าท่าน กกต. ก็คงเมตตา และไม่อยากถูกตัดสิทธิอีกรอบหนึ่งนะครับ เพราะว่า ๕ ปีถึงจะได้ประกอบธุรกิจก็จริง แต่เวลาไปดูที่บอร์ดเลือกตั้งแล้วก็ขีดชื่อผม เอาปากกาแดงขีดบอกถูกตัดสิทธินี่มันเจ็บปวดครับ ขอบคุณครับ ด้วยความเคารพครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานที่เคารพครับ ผม ปูอัด ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนจอมทอง ท่าข้าม บางขุนเทียน ท่านประธานครับ บอกท่าน กกต. ก่อนเลยผมไม่ได้มาพูด เรื่องของ Civic Application นะครับ รอบที่แล้วพูดไปนี่ท่านขำกันยกโขยงเลย ก็ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ยังใช้อยู่ไหมหรือว่าปิดไปแล้ว หรือว่าพัฒนาจนไม่ต้องทำให้ได้ใบ Certificate เพียงแค่ตอบถูก ๆ นะครับ วันนี้ที่จะมาพูด กับท่าน กกต. เป็นเรื่องที่ผมว่าค่อนข้างจะสำคัญเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับงบประมาณ ท่านประธานครับ กกต. เขาจะมีงบพัฒนาการเมือง ถูกต้องไหมครับ งบนี้จะเป็นงบที่คอยอุดหนุนพรรคการเมือง หลาย ๆ พรรค ทุก ๆ พรรค บางพรรคได้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท บางพรรคได้ ๕๐๐,๐๐๐ บาท บางพรรคได้ล้าน ๒ ล้านบาท ๓ ล้านบาท ก็ว่ากันไปประเด็นเป็นแบบนี้ครับ🔗
ประเด็นเป็นอย่างนี้ครับ ล่าสุดงบปีนี้อุดหนุนมาตรา ๘๑ ๑๑๗ ล้านบาท ปี ๒๕๖๖ มาตรา ๘๒ ๗๕ ล้านบาท คำถามคืองบที่อุดหนุนไปกับพรรคการเมือง เรามี วิธีการตรวจสอบอย่างไรบ้างครับว่าภาษีพี่น้องประชาชนได้ใช้จ่ายอย่างถูกต้อง หลายท่านที่ เป็น สส. หลายคนอาจจะไม่ได้ดูกระบวนการบริหารพรรค วันนี้ผมจะมาชี้แจงหลาย ๆ อย่าง คำถามคืออย่างนี้สมมุตินะครับ ท่าน กกต. ผมสมมุติเลย ผมยกตัวอย่างว่างบประมาณ อุดหนุนพรรค สมมุตินะผมก็เดาเอา ถ้าโอนมาสมมุติว่า ๘๐๐,๐๐๐ ๑ ล้านบาท ๒ ล้านบาท ท่านก็อาจจะยังตรวจสอบตอนนั้นไม่ได้ แล้วสมมุติว่ามีพรรคการเมืองสารขัณฑ์สักพรรคหนึ่ง ในต่างประเทศหรือในประเทศก็สุดแล้วแต่ ถ้าเขาหัวหมออยู่ดี ๆ เอาเงินออกไปหมุน สมมุติ เอาเงินออกไปหมุนไปใช้จ่ายอย่างอื่นท่านตรวจสอบไม่ได้หรอก แต่สุดท้ายปลายปี เอางบประมาณมาดูสิก็ทำให้ถูก แบบนี้คำถามผมเป็นแบบนี้🔗
๑. คือกระบวนการตรวจสอบของ กกต. มีอย่างไรบ้าง🔗
๒. หากมีการร้องเรียน การตรวจสอบนี้จะลงลึกได้แค่ไหน อันนี้เรื่อง Serious เพราะนี่คือภาษีพี่น้องประชาชน บางพรรคอย่าโกรธผมนะ ถ้าท่านทำอยู่หยุดเดี๋ยวนี้เลย ๒.๑ ถ้าไม่มีการร้องเรียน ท่านมีหน่วยงานใน กกต. ตรวจสอบตรงนี้ไหม ถ้าไม่มีการร้องเรียน🔗
๓. อยากให้ท่านยกตัวอย่างครับ ตัวอย่างที่ท่านสามารถจับได้ว่าพรรคการเมืองนี้ แอบเอาเงินไปใช้ผิดประเภท เขาได้รับบทลงโทษและเขากระทำการแบบนี้อย่างไรเราถึง ตรวจสอบได้🔗
สิ่งที่ผมพยายามพูดตรงนี้ครับ ผมกำลังจะบอกว่างบทุกบาททุกสตางค์ที่ทุกคน ได้ใช้อยู่มาจากภาษีพี่น้องประชาชน วันนี้ผมในฐานะ สส. สมาชิกรัฐสภาก็อยากจะเห็น อยากจะฟังกระบวนการตรวจสอบแบบนี้ เพราะอย่าลืมนะครับ เขาสามารถทำให้งบปิดจบ โดยที่ท่านไม่รู้อย่างไรก็ได้ แต่กลางทางสำคัญเลย ท่านจะตรวจสอบอย่างไร ท่านพอเห็นภาพ ไหมครับ ผมว่าหลาย ๆ คนก็พอเห็นภาพ บางพรรคนี่ก็สะดุ้งเฮือกเลย ฉันหรือเปล่า เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมกำลังพูดตรงนี้เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเพราะเขาจ่ายภาษีมา พรรคการเมืองก็ต้องทำตามอุดมการณ์และ กกต. ก็ต้องมีกระบวนการตรวจสอบ หรือ ท้ายที่สุดท่านก็ควรมี Third Party ตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง ก็ฝากคำถามประมาณ ๓-๔ ข้อนี้ ตรงนี้ตอบให้ฟังให้ชื่นใจ Civil Law เดี๋ยวเจอกันงวดหน้าครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอ นาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลลำไพลของอำเภอเทพา ท่านประธานครับ ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ที่รายงานการประชุมของคณะกรรมการการเลือกตั้งเข้าสู่การพิจารณา เพราะฉะนั้นเอกสาร ฉบับนี้ถือว่าเป็นรายงานปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปี ๒๕๖๖ ท่านประธานครับ รายงานฉบับนี้ก็ถือว่าเกิดขึ้นในปีแห่งการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๖ สิ่งที่เราจะถามวันนี้นะครับ ท่านคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า ในรายงานฉบับนี้ตรงกับการเลือกตั้ง ปรากฏว่ามีผู้ออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้งในปี ๒๕๖๖ คือการเลือก สส. พวกผมมาในขณะนั้น ๗๕.๗๑ เปอร์เซ็นต์ถือว่าสูงมาก เพราะฉะนั้นปัจจัย ที่เกิดขึ้น กกต. เคยประเมินไหมครับในเชิงวิชาการว่าทำไมมีคนออกมาใช้สิทธิมากขนาดนี้ ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับบัตรเสีย เราดูตัวเลขบัตรเสียในเอกสารฉบับนี้ในปี ๒๕๖๖ คือ ๓.๖๙ เปอร์เซ็นต์ ดูตัวเลขค่อนข้างน้อยครับ แต่เมื่อไปเทียบกับปริมาณผู้ออกมาใช้สิทธิ หลายล้านคน นี่คือสิ่งที่ กกต.ต้องหาวิธีการ เหตุผล ทำไมครับ ยอดบัตรเสียค่อนข้างสูง ทุกการเลือกตั้งครับท่านประธาน พี่น้องประชาชนสำคัญผิด กาผิด หรืออื่น ๆ ผมคิดว่า ในวันนี้ในเรื่องของบัตรเสียน่าจะน้อยลงเพราะฉะนั้นมันเสียเพราะอะไร คณะกรรมการ การเลือกตั้งน่าจะไปศึกษาว่ามันเกิดจากความตั้งใจของผู้เลือก อีกบัตรหนึ่งครับท่านประธาน มันมีอีกบัตรหนึ่งก็คือบัตรไม่เลือกผู้สมัครร้อยละ ๒.๑๙ เห็นไหมครับ บัตรเสียกับไม่ใช้สิทธิ ค่อนข้างไล่กันมา นี่คือเป็นโจทย์ ๆ หนึ่งครับ วันนี้เรามองแต่การเลือกตั้ง ผลการออกมา ใช้สิทธิ ผลในเรื่องของชัยชนะแต่บัตรเสียบัตรผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนนไม่มีการลดลงเลยครับ นี่คือสิ่งที่ กกต. ต้องไปคิดหาวิธีการแล้วก็ทำความเข้าใจ ท่านประธานครับ กกต. ถือว่า เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ กกต. มีอำนาจทำอะไรครับ ควบคุม จัดการ ตรวจสอบการเลือกตั้งระดับชาติและท้องถิ่น ที่สำคัญก็คือประชามติ ท่านประธานครับ วันนี้ ในรัฐธรรมนูญเรามีองค์กรอิสระหลายองค์กร ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอื่น ๆ กกต. เราใช้อำนาจ ๓ อำนาจ ๑. อำนาจบริหาร ๒. อำนาจนิติบัญญัติ ๓. อำนาจตุลาการ เดี๋ยวเราไปดูครับ กกต. ใช้อำนาจนี้อย่างไร ถือว่าเป็นองค์กรอิสระที่ค่อนข้างพิเศษ ท่านประธานครับ พวกเราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนมีอำนาจเดียวคือ นิติบัญญัติ ออกกฎหมาย แก้กฎหมาย แต่ กกต. บริหารนิติบัญญัติและตุลาการ ทีนี้มาดูบริหารนะครับ ก็คือการบริหาร การจัดการเลือกตั้งทุกระดับ และประชามติที่กฎหมายกำหนดเป็นหน้าที่ของใครครับ กกต. ๒. อำนาจนิติบัญญัติ ออกระเบียบ ออกประกาศ ออกคำสั่งของ กกต. เทียบได้กับกฎหมาย ในการบริหารจัดการเลือกตั้ง นี่ก็คือหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติครับ อีกหน้าที่หนึ่งก็คือตุลาการ กกต. องค์กรอิสระคุณมีหน้าที่อย่างไรในฐานะตุลาการในการตัดสิน มาดูครับ ๑. มีอำนาจ ในการตัดสินให้ใบเหลือง ให้ใบแดง เสนอยุบพรรคการเมือง และตัดสิทธิทางการเมือง เป็นหน้าที่ของกกต. ในการนำเสนอ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้งการใช้อำนาจ ๓ อย่างที่องค์กรอื่นไม่มี หน่วยงานอื่นไม่มี เป็นเรื่องที่ทำความยุ่งยากให้กับท่าน เพราะท่านมีส่วนได้ส่วนเสียกับทุกคนในกระบวนการเลือกตั้ง นี่ก็คือจุดเปราะบาง ผมเอง ท่านประธานครับ เป็นศิษย์เก่าของที่นี่ ผมเป็นนักเรียน พตส. หลักสูตรพัฒนาการเมือง และการเลือกตั้งระดับสูง พร้อมกับท่าน สส. เพราะผมเองนะครับมีอคติกับทาง คณะกรรมการการเลือกตั้งในอดีตเพราะเราผ่านการเลือกตั้ง เราเคยโดนกระทำ เราเคย โดนกล่าวหา แต่วันนี้หลักสูตรนี้ครับ ผมก็เลยบอกว่าอยากให้คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ เดินหน้าหลักสูตร พตส. ซึ่งวันนี้ เป็นรุ่นที่ ๑๕ นอกจากจะเปิดให้หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง ท่านประธานครับ เด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ไม่สามารถจะไปเรียนได้ ก็เลยมีช่องว่างเขาเรียกว่า พตส. มินิ ให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้ไปศึกษา นี่ก็คือข้อดีที่ กกต. กำลังดำเนินการ ท่านประธานครับ ในหนังสือฉบับนี้เราไปดูสิ่งที่ผมสนใจก็คือเป็นบทสรุปของการทำงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้งปี ๒๕๖๖ เขาเรียกว่าอะไรครับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการการเลือกตั้งอยู่ที่หน้า ญ ครับท่านประธาน มีทั้งหมด ๑๐ ข้อนี่ก็คือสิ่งที่ตกผลึกมาทั้งหมดของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผมจะอ่าน ไม่ครบทุกข้อครับ ข้อ ๑ ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองบนพื้นฐานความสุจริต เที่ยงธรรม และมี จิตสำนึก อันนี้ถูกต้อง ข้อ ๒ คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติมาก่อนผลประโยชน์ ส่วนตัว ทีนี้ไปอ่านข้อ ๑๐ เลยครับ ไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนการทุจริตและประพฤติมิชอบใน ทุกรูปแบบ นี่คือ ๑๐ ข้อที่เป็นการตกผลึกของคณะกรรมการการเลือกตั้ง กลั่นมาเป็น ๑๐ ข้อวันนี้ ท่านประธานครับ ผมเองเป็นนักการเมืองต้องชนะจากประชาชนคือชนะเสียง แต่สิ่ง ที่ต้องชนะอีกอย่างหนึ่งคือต้องชนะ กกต. ก็คือความโปร่งใส กกต. รับรอง ผมเองนะครับ สุดท้ายนี้ขอเป็นกำลังใจให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้งสุจริต ยุติธรรม ซึ่งการเลือกตั้งในปี หน้าครับท่านประธาน เป็นปีแห่งการเลือกตั้ง อบต. เทศบาล และ อบจ. สิ่งหนึ่งที่จะฝากไป ครับ ก็คือการตรวจคุณสมบัติของผู้สมัครครับ วันนี้มีคนอยากสมัคร อบต. สจ. เทศบาลโทร หาผมเยอะมากว่าคุณสมบัติเขาได้หรือไม่ได้ ผมเองก็เลยต้องยกหูหา กกต. ครั้งต่อครั้ง เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านช่วยประชาสัมพันธ์ว่าคุณสมบัติคนที่จะสมัครท้องถิ่นแต่ละระดับได้มี อะไรบ้าง สิ่งที่ต้องห้ามคืออะไร ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฉัตร สุภัทรวณิชย์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ฉัตร สุภัทรวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนครราชสีมา เขต ๑ หน้าย่าโม พรรคประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องรายงานผลการ ปฏิบัติงาน กกต. ปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ครับ🔗
ประเด็นแรกที่ผมอยากจะสะท้อนไปยัง กกต. ก็คือว่า เรียกหลายครั้ง เชิญหลายครั้งก็ไม่มาครับ ผมทำงานอยู่ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ผมเข้าใจครับ กกต. ได้สะท้อนปัญหา ออกมาว่าเนื่องจากมีกรรมาธิการหลายคณะได้เชิญชวนให้ท่านไปร่วมคุยร่วมแก้ปัญหาทำให้ ยากต่อการที่จะจัดหาคนมาประชุม แต่ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ลำบากจนเกินไปและอยากจะ ฝากท่านประธานไปยัง กกต. ก็คือว่าคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองนี้มาเป็นเพื่อนคู่คิด เป็นมิตรคู่ทำงานจะดีกว่าไหม เพราะว่าโจทย์ของเราคือการพัฒนาการเมืองจะดีหรือไม่ ถ้ามาร่วมกันพัฒนาการเมืองเอาสิ่งที่เป็น Pain Point สิ่งที่เป็นปัญหามาร่วมคิด ร่วมแก้ไข สิ่งใดร่วมศึกษาตั้งคณะทำงาน ถ้าท่านยังคิดว่าตรงนี้จะไปเริ่มตรงไหนนะครับ กรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง ยินดีครับ แล้วก็อยากจะฝากบอกว่าหากมีคณะกรรมาธิการได้เชิญ ได้เรียกท่านมาเพื่อที่จะมาประชุมมาให้ข้อมูลต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาขอให้กรรมาธิการ การพัฒนาการเมืองได้ Priority แรก ๆ ได้หรือไม่ครับ ทีนี้มาดูที่วิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม หลักของ กกต. นะครับ🔗
วิสัยทัศน์พูดถึงเรื่อง กกต. เป็นที่ยอมรับระดับสากล อันนี้อ่านเสร็จแล้ว เงียบไปเลยครับ แล้วก็กระบวนการเลือกตั้งทำอย่างมืออาชีพ ตรงนี้มีคำถามมาเยอะเลยนะครับ ย้อนไปถึงเรื่องกรรมาธิการต่าง ๆ ทำไมเขาถึงเชิญ ๆ ท่านไปหลายคณะ ดีไม่ดีจะครบ ๓๕ คณะ คำถามไม่ใช่ตั้งคำถามว่าเราส่งไปไม่ได้เพราะว่ามีการติดต่อประสานงานมาเยอะ ควรตั้งคำถามกลับไปว่าทำไมเขาถึงเชิญกันขนาดนั้นเราทำงานอย่างไรให้กรรมาธิการ ทั้งหลายนี้เขาอยากพบ อยากเชิญ อยากเจอมาก ๆ แล้วกลายเป็นว่าท่านก็มาไม่ได้ มาไม่ครบ ไม่จบนะครับ🔗
ต่อมาพันธกิจครับ สร้างความเข้มแข็งของกระบวนการเลือกตั้ง ที่ผ่านมา ถ้าท่านจดประเด็นปลีกย่อยไปผมว่าจดได้เยอะมากเพราะมีข้อปลีกย่อยเยอะเหลือเกินว่า ความเข้มแข็งของกระบวนการเลือกตั้งมันเป็นอย่างไร🔗
มาดูต่อที่ค่านิยมหลักครับ ท่านใช้ตัวย่อ O E C T นะครับ Openness เปิดกว้าง เปิดเผย โปร่งใส เปิดรับโอกาส ตรงนี้ก็เต็มไปด้วยคำถามครับว่ากว้างแบบใด โปร่งใสเพียงพอ หรือยังแล้วเปิดรับโอกาสจริงหรือไม่ครับ E Efficiency มีประสิทธิภาพ มีหลายข้อกังขา มีหลักฐาน มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถามถึงประสิทธิภาพว่า ท่านตั้งเป้าอย่างไร แล้วท่านวัดผลอย่างไรให้มันมีประสิทธิภาพ ต่อมา Communication การสื่อสารดี เรายังเห็นอีกหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์สื่อสารให้พี่น้องประชาชน ได้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง การกาบัตรเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้งเสีย เป็นล้านกว่าใบ อันนี้ผมไม่คิดว่า เป็นการสื่อสารที่ดีและมีประสิทธิภาพ ปิดท้ายด้วยเทคโนโลยีครับ ก้าวหน้าทันเทคโนโลยี แบบใดครับ มีกี่ App ครับ App ที่ทำแล้วได้เอามาส่งเสริม ได้พัฒนา ได้ต่อยอด ได้ประชาสัมพันธ์หนัก ๆ ให้คนเข้าถึง พอคนยิ่งเข้าถึงมาก ๆ นี่ช่วยกันแชร์ ช่วยกันตาม ช่วยทำให้ Application ที่ท่านลงทุนไปแล้วให้มันเกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลสิครับ อันนี้ ประเด็นแรกนะครับ ประเด็นที่ ๒ ครับ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพูดอย่างที่ชาวบ้านพูด เวลาหลังเลือกตั้งนี่รู้กันทั้งเมืองครับ รู้กันทั้งเมือง ชาวบ้านพูดนะครับ ชาวบ้านพูดว่า เงินไม่มา ก็กาไม่เป็น เงินน้อยก็คอยก่อนเด้อ แดงก็ร่วง ม่วงเอา เทาผ่าน รู้กันทั้งเมือง แปลกครับ กกต. ไม่รู้ครับ กล้องติดหน้าบ้านชัดเจนทั้งเสียงทั้งคลิปมีหลักฐาน แต่สุดท้ายจับใครไม่ได้ครับ ผมเติบโตมาแล้ววลีเด็ดวลีหนึ่งของ กกต. ที่ผมจำได้เสมอคือ มีมูลเหตุอันควรเชื่อได้ว่า แล้ววลีนี้ทุกวันนี้มันทำอะไรได้ครับ หรือมันผ่านกาลเวลา มันถูกทดสอบโดยการฟ้องร้องกัน ไปกันมา ทุกวันนี้ท่านเลยกลัวไปหมด ขยับอันนี้ติดระเบียบ ขยับอันนั้นเคยโดนฟ้อง ขยับอันนี้ ก็เลยไม่ได้ทำอะไรเลย เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกที่บอกว่าถ้าเป็นอย่างนี้ผมเห็นด้วยนะครับ ให้มหาดไทยเขากลับไปทำเหมือนเดิมก็ดีเหมือนกันครับ ทีนี้พอเรื่องการจับทุจริตเป็นเรื่อง กังขาจริง ๆ ปฏิเสธไม่ได้ กกต. มีเจ้าหน้าที่อยู่ทั่วประเทศ ไปเดินตลาดเจอพ่อค้า แม่ค้า เจอประชาชน ผมเชื่อว่าท่านก็รู้ว่าเขาพูดว่าอย่างไร เขาอะไรตรงไหน ผมเข้าใจนะ ท่านหนักใจ ว่าใครจะเป็นพยานไหม จะอะไร จะยอมจนถึงขั้นสุดท้ายกระบวนการ แต่จะดีกว่าไหม ถ้าท่านจู่โจมบุกที่จะแก้ปัญหาแล้วก็ตามจับ ท่านคือเปาบุ้นจิ้นของพวกเรา เราอยากให้ท่าน เป็นขวัญกำลังใจที่จะจับคนที่มันชกใต้เข็มขัด คนที่มันโกงการเลือกตั้ง คนที่ทำผิดครับ ทีนี้ไม่ใช่ว่าเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มีประสบการณ์ตรงครับ เรื่องเล็ก ๆ น้อย เช่น การแจ้งบัญชี ผู้หาเสียง จำนวนผู้หาเสียง แก้ไขได้กี่ครั้ง ทำบัญชีแล้วตัวเลขเศษสตางค์ตกไป เก่งครับ เป๊ะมากเลยครับ แต่จับไม่ได้ว่าใครโกงครับ ใครซื้อเสียงจับไม่ได้ครับ และประเด็นที่ ๓ ผมมาแค่ ๓ ประเด็นเท่านั้นครับ ๓. ส่งเสริมพัฒนาการเมือง พัฒนาประชาธิปไตยด้วยกันนะครับ เรื่องท้องถิ่นทำอย่างไรที่เราจะร่วมกันหาทางประหยัดงบประมาณแผ่นดิน เลือกตั้งล่วงหน้า เลือกตั้งนอกเขตของท้องถิ่นนะครับเอา Pain Point มา แล้วมาแจ้งผ่านกระบวนการ กรรมาธิการ ทำรายงานร่วมกัน ทำคณะทำงานเพื่อที่จะทำให้มันดีขึ้น แล้วก็การแก้ไขปัญหา เช่น ทุกวันนี้เห็นแล้วครับ ระดับนายก อบจ. ลาออกกันเป็นดอกเห็ด อนาคตก็เลือกตั้งกันเป็น ดอกเห็ด เงินก็ใช้กระจายเลย ทำอย่างไรที่จะเอา Pain Point ต่าง ๆ สรุป แล้วใช้กระบวนการ กรรมาธิการการพัฒนาการเมืองนี่ล่ะครับจะตั้งให้ แล้วก็มาร่วมกัน แล้วมา Fight ด้วยกัน เพื่อพัฒนา ตรงไหนต้องแก้ ตรงไหนทำรายงาน นำเสนอเข้าไปครับ เป็นการทำงานเชิงรุก และกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองพร้อมให้การสนับสนุน อย่าทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม และตอบได้ทุกคำถาม แต่แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพรรณสิริ กุลนาถศิริ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคเพื่อไทยค่ะ ในวาระ รายงานการทำงานของคณะกรรมการเลือกตั้ง ปี ๒๕๖๖ ในเบื้องต้นดิฉันขอแสดงความชื่นชม การทำงานของ กกต. โดยท่านแสวง บุญมี ท่านเลขา และคณะทำงานทุกส่วนค่ะ และยินดีด้วย อย่างยิ่งกับรางวัล ITA Award 2023 ในฐานะหน่วยงานที่มีการพัฒนาการสูงสุดในการ ประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสของการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐค่ะ ดิฉันเอง ได้มีโอกาสเป็นนักประเมิน ดิฉันเชื่อว่าคุณภาพที่เกิดขึ้นนั้นภายใต้หลักธรรมาภิบาล อันมีความเป็นสากลระดับโลกนะคะ เป็นที่น่าเชื่อถือได้ก็ยินดีด้วยอย่างยิ่งค่ะ ในวาระนี้ ดิฉันขอแสดงความเห็น ๓ ประเด็นค่ะ🔗
ในประเด็นแรก ผลการปฏิบัติงานที่สำคัญตามยุทธศาสตร์ ตามเอกสาร รายงานซึ่งดีเยี่ยมนะคะ ในหน้า ๕๕ ได้สรุปผลการใช้สิทธิการเลือกตั้งของประชาชน พบว่า ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและสมาชิกสภาตำบลมากที่สุดคือ ร้อยละ ๗๔.๙๐ และร้อยละ ๗๔.๘๖ ตามลำดับนะคะ พบว่าบัตรเสียน้อยที่สุดขอแสดงความ ชื่นชมค่ะ แต่พบว่าประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลน้อยที่สุด ก็คือแค่เพียง ร้อยละ ๒๙.๕๒ พบว่าเทศบาลนครมีบัตรเสียมากที่สุด คือร้อยละ ๔.๑๐ ขอเสนอให้ทาง คณะกรรมการการเลือกตั้งได้วิเคราะห์หาสาเหตุของการใช้สิทธิดังกล่าว ซึ่งอาจจะมาจาก หลายประการ เช่น กลไกในการจัดการเลือกตั้ง การสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้ประชาชน ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ของหน่วยงาน ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ ก็จะมี บทบาทหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง🔗
ในประเด็นที่ ๒ การทำหน้าที่ของสมาชิกสภาเทศบาลมีความยึดโยงกับ ประชาชนมากน้อยเพียงใดตลอดจนกฎหมายได้ให้อำนาจหน้าที่ของสมาชิกสภาในส่วนของ เทศบาลมากน้อยเพียงใด ตรงนี้จะได้นำเสนอต่อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และคณะกรรมการกระจายอำนาจเพื่อปรับปรุงและพัฒนานโยบาย ต่อไปค่ะ🔗
ในประเด็นที่ ๓ ด้านการพัฒนาพรรคการเมือง เพื่อให้เป็นสถาบันการเมืองที่ พัฒนาโดยประชาชน มีอุดมการณ์ร่วมกันทางการเมืองให้มากที่สุด มีส่วนร่วมมากที่สุด โดยมี การจัดสรรงบประมาณจากกองทุนพัฒนาการเมืองให้ดำเนินการ ดิฉันขอเสนอว่าให้มีการ ตรวจสอบแล้วก็ประเมินผลที่เกิดขึ้นทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพว่าการใช้งบประมาณนั้น เหมาะสมกับงบประมาณกองทุนที่จ่ายไปราวร้อยล้านบาทนี้คุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งจากรายงานในปี ที่ผ่านมาดิฉันจำได้ว่ามีพรรคการเมืองทั้งหมด ๘๖ พรรค ในปีนี้ท่านได้รายงานในหน้า ๗๙ ว่ามีพรรคการเมือง ๙๒ พรรคการเมือง และสิ้นสมาชิกภาพไปแล้ว ๔ พรรคการเมือง ก็อยากจะให้เปิดเผยผลการประเมินในที่สาธารณะเพื่อจะได้เป็นต้นแบบของการพัฒนา การเมืองของพรรคการเมืองต่าง ๆ ต่อไปค่ะ🔗
ในส่วนประเด็นที่ ๓ การส่งเสริมประชาธิปไตยกับการมีส่วนร่วมทางการเมือง พบว่ามีศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยส่วนกลาง ซึ่งประชาชนเข้าถึงน้อยมากค่ะ จึงมี ข้อเสนอแนะ ๒ ประการค่ะ🔗
ประการที่ ๑ ขอเสนอให้ยกระดับศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยระดับ ตำบล ศูนย์ ศส.ปชต. ซึ่งดำเนินการร่วมกับกรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่ช่วยขับเคลื่อนภารกิจ ของ กกต. อย่างเข้มแข็งนะคะ แต่อย่างไรก็ตามก็ฝากว่าให้คำนึงถึงศักยภาพและภาระงาน หลักของ กสร. ก่อนด้วยในเรื่องของอัตรากำลัง และการพัฒนาศักยภาพของบุคคลในส่วน ของ กสร. ซึ่งก็ได้นำเสนอผ่านดิฉันมาว่างานล้นมือค่ะ🔗
และในส่วนของประการที่ ๒ ขอเสนอให้ กกต. ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ในการขับเคลื่อนการส่งเสริมประชาธิปไตยในรูปแบบของสภานักเรียน ซึ่งมีบทบาทอย่างมาก รวมทั้งสภานักเรียนนี้นะคะ หลายจังหวัดเป็นต้นแบบที่ดี อย่างเช่นจังหวัดสุโขทัยของดิฉัน โรงเรียนมัธยมทุกโรงเรียนเลยค่ะมีเรื่องของสภานักเรียน และได้รับโอกาสดี ๆ ของสภา ผู้แทนราษฎรแห่งนี้ให้มาเยี่ยมชมดูงาน ตลอดจนสภาสัญจรไปยังภูมิภาคต่าง ๆ แล้วก็ ขอบคุณค่ะ วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ก็จะมีสภาสัญจรไปยังภาคเหนือ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีเยี่ยม สำหรับเด็กและเยาวชนจะได้มีโอกาสได้เห็นในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งในเรื่องของระบบตัวอย่าง และเข้าถึงในความเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันขอฝากในส่วนของ กกต. ในการดำเนินงานในเรื่องของการขับเคลื่อนการเมือง ภาคพลเมืองให้กับประชาชนในภาพรวมด้วยค่ะ รวมทั้งในเรื่องของความรู้ความสามารถ ที่จะทำให้เกิดกับประชาชนทั้งในเรื่องของการแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะ การเข้าร่วม แล้วก็สังกัดพรรคการเมือง ตลอดจนการใช้สิทธิเลือกตั้ง ตลอดจนการเข้าเสนอชื่อในเรื่อง ของกฎหมายได้อย่างเหมาะสม สมเหตุสมผล เป็นประโยชน์ต่อสังคมและภาคการเมือง ตลอดจนฝ่ายนิติบัญญัติด้วยค่ะ ก็ขอแสดงความชื่นชมคณะกรรมการการเลือกตั้งผ่าน ท่านประธานสภา แล้วก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านทำงานต่อไปอย่างมีความสุข ประสบ ผลสำเร็จค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปวีรภัทร คันธะ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรภัทร คันธะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง พรรคประชาชน ก็ขออนุญาตสอบถามทาง กกต. ครับ ยอดเขา Zermatt สวยไหมครับ เย็นไหมครับ ท่านอาจจะไม่ทราบว่าคนข้างหลังของท่านก็เป็น สส. รถไฟชั้น ๑ ก็นั่งดีนะครับ เมือง Interlaken ก็สวยอากาศดีเหมือนกัน ไปฟังประชามติ ไปดูงานประชามติ ผมก็อยากรู้ เหมือนกันผมก็ไปดูมา ผมอยากรู้ว่าการไปดูประชามติไปดูงานนี่มันทำให้ท่านมาจัด การเลือกตั้ง ๑ กุมภาพันธ์ ผมคิดว่าสงสัยรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณนี้ คงไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรนะครับ พูดก็พูดครับท่าน ผมก็ไปสวิตเซอร์แลนด์ ในช่วงเดียวกับท่านแล้วผมก็ได้ยินรับรู้เรื่องราวหลายเรื่อง แล้วผมก็รู้สึกว่าถ้าไปดูงานแค่นี้ วันหลังไม่ต้องไปดูครับ น่าเบื่อมากครับ ท่านครับการเลือกตั้งนี่คือหัวใจสำคัญของประชาธิปไตย การเลือกตั้งนี้มันต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนได้ใช้สิทธิเท่าเทียมกัน การตัดสินใจของ กกต. ในการจัดการเลือกตั้งวันเสาร์ทำให้ประชาชนจำนวนมากเสียโอกาสในการใช้สิทธิ แล้วก็อาจจะขัดต่อหลักกฎหมายแล้วก็รัฐธรรมนูญ ท่านครับวันเสาร์เป็นวันที่ประชาชน จำนวนไม่น้อยก็ต้องทำงานโดยเฉพาะภาคเอกชน ภาคแรงงาน ถ้าหากท่านจัดอย่างนี้ พื้นที่ชนบทที่เดินทางลำบากเป็นไปไม่ได้เลย ในขณะที่พันธกิจ ภารกิจหน้าที่ของท่านก็คือ ต้องเพิ่มจำนวนผู้ใช้สิทธิในการเลือกตั้ง ไม่ต้องเป็น กกต. ก็ได้ครับ เป็นแม่ค้าขายส้มตำ อยู่ปากซอยเขาก็รู้ว่าจัดวันเสาร์คนไปเลือกตั้งอย่างไรก็น้อยกว่าเดิม แล้วอย่างนี้ผมก็ไม่เข้าใจ เหมือนกันท่านไปดูงานถึงสวิตเซอร์แลนด์ ท่านก็รู้อยู่ว่าที่สวิตเซอร์แลนด์สิ่งที่เขาทำก็คือ เขาพยายามให้คนเข้าถึงการใช้สิทธิมากที่สุด ประชามติที่เกิดขึ้นที่สวิตเซอร์แลนด์ผมไปอ่าน บทสัมภาษณ์ของท่านอิทธิพรนะครับ ท่านก็บอกว่าท่านก็ไปดูงานสวิตเซอร์แลนด์มา มีประชามติ ๖๐๐ กว่าครั้ง เป็นประชาธิปไตยทางตรง อำนวยความสะดวก ถ้าท่านไปดูมา ท่านจะเห็นว่าเขาใส่จดหมาย เขาให้ส่งจดหมายไป ไปลงประชามติ แต่สิ่งที่กลับมานี่เราเจอ การเลือกตั้ง ๑ กุมภาพันธ์ ผมคิดว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบโดยตรง แล้วถ้า กกต. ไม่พิจารณา ปัจจัยเหล่านี้ก็ส่งผลต่อความเที่ยงธรรมในการเข้าถึงสิทธิของประชาชน ท่านครับรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๖๐ ก็ระบุไว้ว่า มาตรา ๒๒๔ ที่ กกต. ต้องมีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ให้สุจริต ยุติธรรม แล้วการจัดการเลือกตั้งที่ขัดต่อวิถีชีวิตประชาชนก็อาจจะขัดต่อบทบัญญัติ ตามรัฐธรรมนูญ รวมไปถึง พรป. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๖๑ มาตรา ๒๓ ก็กำหนดไว้ว่า กกต. ต้องคำนึงถึงความสะดวกของประชาชนในการใช้สิทธิ เลือกตั้ง ถ้าการตัดสินใจครั้งนี้ละเลยหน้าที่หรือขาดการพิจารณาอย่างรอบคอบก็อาจเข้าข่าย ละเมิดกฎหมาย และยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากจงใจปิดกั้นประชาชนไม่ให้มาใช้สิทธิก็อาจจะโดน ๑๕๗ ได้ ท่านครับการจัดการเลือกตั้งในวันเสาร์โดยไม่มีการชี้แจงถึงเหตุผลที่ชัดเจน ก็อาจสร้างข้อสงสัยถึงเจตนาของ กกต. ว่าเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ อีกทั้ง การไม่ประชาสัมพันธ์หรือเตรียมการอย่างเหมาะสมยิ่งลดทอนความเชื่อมั่นของประชาชน ที่มีต่อองค์กรสำคัญนี้ การจัดการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ก็ยังเป็นเหตุผลที่เป็นทางเลือก ที่เหมาะสมที่สุดเพราะเป็นวันหยุดสำหรับคนส่วนใหญ่ ดังนั้นแล้วถ้าการเลือกตั้งเป็นวันที่ ไม่เหมาะสมก็อาจทำให้การเลือกตั้งนี้ขาดความชอบธรรม แล้วก็กระทบต่อศรัทธาประชาชน ในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งการที่จัดการเลือกตั้งที่ไม่ใช่วันหยุดโดยเฉพาะพี่น้องแรงงาน อาจสะท้อนถึงความไม่จริงใจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผมไม่แน่ใจว่า กกต. มาจากคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือกีดกันการเลือกตั้งนะครับ เพราะยิ่งฟังนะครับ ก่อนหน้า สว. ผมนั่งฟัง ผมก็งง ประชาชนก็งง แม้แต่คนที่เป็นคนคุมหน่วย คุมอะไรนะครับ ท่านต้องมาพูด ซึ่งมันก็ต้องควรถูกตั้งคำถามนะครับว่านี่คือการส่งเสริมให้ใช้ สิทธิตามระบอบประชาธิปไตยหรือว่าท่านจงใจที่จะกีดกันไม่ให้คนออกมาเข้าร่วมใช้สิทธิ ตามระบอบประชาธิปไตยนะครับ ท่านครับ วันเสาร์นะครับ ผมต้องย้ำนะครับ ผมต้องพูด บ่อย ๆ เลยว่าผมไม่เคยเห็นที่ไหนเลยที่จะมาจัดการเลือกตั้งวันเสาร์นะครับ ผมก็เห็นหน้าตรงนี้ เขียนว่าโล่เกียรติยศในฐานะหน่วยงานที่มีพัฒนาการสูงสุดในการประเมินคุณธรรมและ ความโปร่งใส เท่มากเลยนะครับ ผมให้พี่น้องประชาชนรู้ด้วยว่ามีภาพโล่อยู่ด้านหน้าเลยนะครับ ก็ให้ประชาชนกลับไปตั้งคำถามเอาเองว่าโปร่งใสจริงหรืออะไรนะครับ ขาดการสื่อสาร ที่มีความโปร่งใสต่อประชาชนก็ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า กกต. มีความตั้งใจแอบแฝงในการ ลดจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งหรือไม่ ท่านครับ นอกจากนี้คนที่ทำงานไม่สามารถลาหยุดได้ รวมถึงคนที่เดินทางลำบากเสียสิทธิในการเลือกตั้ง ผมว่ามันขัดต่อหน้าที่ที่ กกต. ต้องจัดการ เลือกตั้งโดยคำนึงถึงความสะดวกและความเสมอภาคนะครับ แล้วก็วันเลือกตั้งที่สร้าง ความไม่สะดวกนี้ก็อาจถูกมองว่าเป็นการพยายามลดทอนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ คนบางกลุ่มหรือไม่ ไม่ใช่แค่การทำลายความน่าเชื่อถือของ กกต. นะครับ แต่มันบั่นทอน ศรัทธาของประชาชนและระบอบประชาธิปไตยในระยะยาว การกระทำของ กกต. ในครั้งนี้ สำหรับผมก็ต้องขออนุญาตวิพากษ์วิจารณ์กันแบบตรงไปตรงมาว่าไม่เพียงส่งผลกระทบต่อ พี่น้องประชาชนแต่ขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญที่มุ่งส่งเสริมการใช้สิทธิอย่างเสรี ซึ่งการละเลยหรือจงใจเลือกวันเลือกตั้งที่ไม่เหมาะสมอาจถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และละเมิดสิทธิประชาชนโดยตรง และผมก็อาจจะถือว่าผมรู้สึกถึงความไม่จริงใจในการ ส่งเสริมประชาธิปไตยให้กับพี่น้องประชาชน การสร้างความเสมอภาคในระบอบนี้ ถ้า กกต. ตั้งใจจริงที่จะสนับสนุนประชาธิปไตยควรพิจารณาวันที่ประชาชนสะดวกที่สุดและจะชี้แจง เหตุผลอย่างโปร่งใสนะครับว่าทำไมถึงต้องเป็นวันนั้นวันนี้ แต่ผมฟังแล้ว ผมฟังไม่ขึ้นนะครับ การตัดสินใจนี้จึงสร้างข้อสงสัยนะครับว่า กกต. มีความจริงใจในการปฏิบัติหน้าที่มากแค่ไหน ดังนั้น กกต. ต้องทบทวนการตัดสินใจและรับผิดชอบต่อบทบาทหน้าที่ของตนอย่างโปร่งใส หากไม่ทำเช่นนั้นไม่เพียงแต่ประชาชนจะเสียสิทธิ แต่ระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย ก็เสียความเชื่อมั่นไปด้วย สุดท้ายครับ ประชาธิปไตยต้องเริ่มจากการเลือกตั้งที่ทุกคนมีสิทธิ เท่าเทียม แต่การเลือกวันเสาร์กำลังบั่นทอนหลักการนั้นอย่างชัดเจน และสุดท้ายขอนิดเดียว ครับท่านประธาน สั้น ๆ ผมฝากกลอนไว้ให้ทาง กกต. นะครับ การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องยุติธรรม อย่าให้คำลวงล่อมาห้ำหั่น ฟังข้อมูลคิดให้รอบด้านทุกวัน เลือกผู้นำไม่คดโกงเพื่อเปลี่ยนแปลง ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตท่านประธานครับ ในการประกาศตัวแสดงตนว่าผมเป็นนักศึกษา ในหลักสูตร พตส. รุ่นที่ ๕ พตส. ก็คือหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ ๕ จากวันนั้นรุ่น ๕ ครับ วันนี้ถึงรุ่นที่ ๑๕ ๑๐ ปีผ่านไปครับ ต้องยอมรับว่าปณิธานของ กกต. ที่จะบริหารจัดการเลือกตั้งให้สุจริตโปร่งใสและชอบด้วยกฎหมายนั้นไม่ใช่งานง่ายครับ แต่เราได้เห็นถึงความพยายามบนเส้นทาง ๑๐ ปีที่ผ่านมาว่าท่านขยับเข้าใกล้เป้าหมายไปทุกขณะ ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ความจริงผมจะต้องไปร่วมประชุมกับ กกต. ในโอกาสที่ กกต. จัดประชุมเพื่อชี้แจงพรรคการเมือง เขาประชุมชี้แจงกันเรื่องของเงินอุดหนุนพรรคการเมืองครับ และในวงประชุมก็ได้ผลสรุปว่าเขาจะไปปรับกฎเกณฑ์หลังจากรับฟังเสียงพรรคการเมือง ให้มีความยืดหยุ่นและสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากพรรคการเมือง ผมถือว่าเป็นหมุดหมาย และเป็นสัญญาณที่ดีผมมีข้อสังเกต ๕ ประการครับ แล้วก็ต้องขอชื่นชมกับการได้รับรางวัล โล่เกียรติยศในฐานะหน่วยงานที่มีพัฒนาการสูงสุดการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐที่ กกต. ได้รับ🔗
ข้อสังเกตประการแรกครับ สิ่งที่ กกต. พยายามทำก็คือการไปสู่การเลือกตั้งที่ โปร่งใสมีประสิทธิภาพพัฒนาหลาย Application ไม่ว่าจะเป็นตาสับปะรดให้ประชาชน สามารถรายงานและมีกระบวนการมีส่วนร่วม มีการนำ Application Technology ECT Report ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความถูกต้องแม่นยำและเป็นสากลในการรายงานผล🔗
ประการที่ ๒ การรณรงค์ในการสร้างความรู้ความเข้าใจในสิทธิและหน้าที่ของ ประชาชน ผมในฐานะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองในฐานะอนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วม ทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ก็ได้รับโอกาสไปดูการจัดกิจกรรมฝึกอบรมของน้อง ๆ เยาวชน จากสภาเยาวชน สภานักเรียน หลังสุดนี้ก็ไปดูที่นครนายกก็เห็นถึงความเข้มแข็งครับ และเขามีเครื่องมือในการพัฒนา Application ที่เรียกว่า Civic education อันนี้เลย Jazz มานะ แต่ว่ายังไม่ถึง Accord เพื่อถ่ายทอดความรู้เรื่องประชาธิปไตยครอบคลุมไปทั้งกลุ่ม นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ และประชาชนทั่วไปให้สามารถติดตามและดูการจัดกิจกรรม เชิงสร้างสรรค์ผ่านสื่อออนไลน์ได้🔗
ประการที่ ๓ การเพิ่มอัตราผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นมิติของการจัดการ เลือกตั้งล่วงหน้าทั้งในเขตนอกราชอาณาจักรที่สะดวกสบายและมี Application Smart Vote ไกลกว่านั้นคือมีเครื่องออกเสียงเลือกตั้งแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือแบบอัตโนมัติ ไม่กี่วัน ก่อนพรรคเพื่อไทยก็จัดการเลือกตั้งกรรมการสรรหาผู้สมัครก็ได้อานิสงส์ในการที่ กกต. ให้ยืม เครื่องมือออกเสียงแบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ เราได้เห็นถึงความพยายามในการจะใช้ นวัตกรรมและพยายามนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อทำให้การเลือกตั้งนั้นทุกระดับสุจริตและ โปร่งใสอย่างมีนัยสำคัญ🔗
ประการที่ ๔ การบริหารงบประมาณอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพไม่ต้อง ลงลึกเพราะรางวัลโล่เกียรติยศจาก ป.ป.ช. ก็เป็นสิ่งยืนยันระดับหนึ่งว่าเป็นองค์กรที่มี คุณภาพมาตรฐาน🔗
ประการที่ ๕ ซึ่งผมขอเน้นย้ำเป็นพิเศษก็คือเรื่องของเงินอุดหนุนพรรคการเมือง หรือเงินสนับสนุนพรรคการเมือง ความจริงก่อนมีเมื่อวานนี้ผมได้ฟังเสียงสะท้อน ทั้งมา สะท้อนผ่านกรรมาธิการและผ่านเวทีสาระอื่น ๆ ก็พบว่าวันนี้ถ้าเปรียบไปแล้ว กกต. ในมิติ ของเงินอุดหนุนพรรคการเมือง ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเงินอุดหนุนพรรคการเมือง เป็นไปได้หรือไม่ ที่เราจะทำให้ Make it easy ทำให้มันง่ายเข้าถึงให้ไวและยืดหยุ่น วันนี้เหมือน กกต. บางระเบียบข้อบังคับซึ่งเข้าใจครับท่านก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแล้วท่านก็ไม่ได้เขียน กฎหมายได้เองนะครับ แต่การไปลงลึกในรายละเอียดว่าการพิมพ์ใบลงทะเบียนจะต้อง มีรูปแบบนี้ ต้องมีที่อยู่ ต้องมีลายเซ็น ต้องมีการตรวจสอบตรวจทาน วิธีการปฏิบัติเอกสาร จะต้องปฏิบัติ ๑ ๒ ๓ ๔ ถ้าผิดจากนี้เบิกไม่ได้ผิดจากนี้ถือว่าผิดรูปแบบ ผมเห็นในความ พยายามและความตั้งใจ แต่ถ้าหากว่าเราสามารถจะปรับหลักเกณฑ์จะเป็นข้อกฎหมาย เป็นระเบียบปฏิบัติเป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งหรือว่าด้วย พรรคการเมือง ถ้าจะมีการผ่อนปรนและยืดหยุ่นเพื่อประโยชน์จะตกกับพรรคการเมืองมากขึ้น ผมก็คิดว่าไม่เสียหายที่ กกต. จะมีความพยายามในมิตินี้🔗
ประการสุดท้ายซึ่งเป็นข้อสังเกตสำคัญเพื่อนสมาชิกหลายท่านนะครับ ท่านวิรัช พิมพะนิตย์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านบอกว่าคนจะลงสมัครต้องไม่มีอาชีพ หรืออย่างไรต้องไปลาออกมาหมด ผมก็พานนึกไปถึง Model แบบสหรัฐอเมริกา ท่านได้เห็นไหม การเลือกตั้งโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald John Trump) อีลอน มัสก์ (Elon Reeve Musk) เขาประกาศตัวแสดงตนชัดเจนครับว่าเขาจะหนุนโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald John Trump) แล้วพอโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald John Trump) ชนะเลือกตั้งหุ้นที่เกี่ยวเนื่องกับ อีลอน มัสก์ (Elon Reeve Musk) ไม่ว่าจะเป็น SpaceX ไม่ว่าจะเป็น Tesla ไม่ว่าจะเป็น X หรือ Twitter เดิมครับ มันมีสัญญาณบวกเป็นไปได้ไหมครับว่าในการเลือกตั้งของไทยถ้ากลุ่มผู้สนับสนุน ทางการเมืองจะประกาศตัวแสดงตนชัดเจนว่าจะหนุนพรรคการเมืองใดในการเลือกตั้ง แต่ละครั้ง เข้าใจครับว่าท่านไม่สามารถเนรมิตหรือผ่อนคลายกฎเหล่านี้ได้ แต่ถ้าท่านเปิดช่อง หรือรูระบายให้ได้มีกระบวนการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมรับฟังเสียงจากพรรคการเมือง แบบเดียวกับ Model ที่ท่านใช้ประชุมเมื่อวานนี้ล่ะครับ ถ้าหากว่าคนจะอุดหนุนพรรคการเมือง สนับสนุนพรรคการเมืองต่อไปนี้ ไม่ใช่ว่าพอประกาศ ไปหนุนพรรคการเมืองที่ตรงข้ามกับผู้ถืออำนาจรัฐ ตรงข้ามกับฝ่ายรัฐบาลเดิมจะถูกตรวจสอบ หรือดับฝันก่อนไปถึงเป้าหมาย วันนี้การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน การเมืองเชื่อมโยงไปถึง มิติเศรษฐกิจ สังคม การเมืองดีสังคมดี สังคมดีการเมืองก็ก้าวหน้า ดังนั้นมิติของการประกาศตัว แสดงตนสนับสนุนพรรคการเมืองอยากจะขอให้มีช่องทางให้ได้เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา ไม่แอบแฝง ไม่อ้อมค้อม เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาพรรคการเมืองอย่างตรงไปตรงมา แล้วเดินไปสู่เป้าหมายสุจริตและเที่ยงธรรมชอบด้วยกฎหมาย กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกลครับ ขออนุญาตหารือกับทางท่านประธานผ่านไปยังทาง กกต. เกี่ยวกับ ประเด็นเรื่องของการเลือกตั้ง อบจ. ที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี ๒๕๖๘ ตอนแรกก็ลังเลใจ ว่าคาบเกี่ยวกับวาระไหมเพราะว่าวาระในวันนี้เป็นเรื่องของรายงานผลการปฏิบัติงานในปี ๒๕๖๖ แต่นั่งคิดแล้วความจริงเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ท่านสามารถวางแผนได้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ อยู่แล้วเพราะว่าเป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามวาระ ๔ ปีที่ครบในช่วงปลายปี ๒๕๖๗ ทำให้ ต้องมีการเลือกตั้ง อบจ. ในช่วงต้นปี ๒๕๖๘ ผมเข้าใจว่าประเด็นนี้มีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้อภิปรายไปพอสมควรก็จะขออนุญาตไม่พูดถึงประเด็นที่ซ้ำมากจนเกินไป แต่อยากจะ Update สิ่งที่ทางผมแล้วก็คณะกรรมการพัฒนาการเมืองได้หารือกับทาง กกต. มาอย่าง ต่อเนื่องในประเด็นดังกล่าวเพื่อให้เพื่อนสมาชิกเข้าถึงข้อมูลที่ครบถ้วน รวมไปถึงการถาม คำถามเพิ่มเติมที่ยังค้างคาใจทางผมแล้วก็ทางคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองผ่านท่าน ประธานไปยังทาง กกต. อย่างที่ท่านทราบดีความจริงตั้งแต่ตอนที่ กกต. ประกาศแผนว่าจะมี การกำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันเสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ เมื่อตอนวันที่ ๕ พฤศจิกายน ผมก็ได้ ออกมาแสดงความเห็นถึงความกังวลทันทีด้วย ๒ เหตุผล🔗
เหตุผลที่ ๑ เราเห็นว่าการกำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันเสาร์แทนที่จะเป็น วันอาทิตย์จะทำให้มีประชาชนบางกลุ่มที่อาจจะมีความสะดวกน้อยกว่า กลุ่มที่ ๑ ก็คือ กลุ่มพี่น้องที่ทำงานในโรงงานที่อาจจะมีแนวโน้มที่จะต้องทำงานวันเสาร์มากกว่าวันอาทิตย์ กลุ่มที่ ๒ ก็คือกลุ่มประชาชนที่อาจจะทำงานในคนละจังหวัดกับจังหวัดที่ตนเองนั้นมีสิทธิ เลือกตั้ง ซึ่งที่ผ่านมาเขาก็จะอาศัยช่วงวันเสาร์ในการเดินทางกลับมาเพื่อใช้สิทธิในวันอาทิตย์ แต่พอวันเลือกตั้งถูกขยับมาเป็นวันเสาร์เวลาในการเดินทางก็ถูกบีบให้แคบลง🔗
ส่วนเหตุผลประการที่ ๒ นั่นก็คือความคุ้นชินของพี่น้องประชาชน เพราะพอ ผมไปย้อนดูตั้งแต่เรามีรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ บังคับใช้ทุกการเลือกตั้งที่เป็นการเลือกตั้งครบ ตามวาระ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๖ ไม่ว่าจะเป็น อบจ. ปี ๒๕๖๓ เทศบาล อบต. กทม. พัทยา ทุกครั้งเป็นวันอาทิตย์หมดเลย ดังนั้นอันนี้ก็เป็น เหตุผลว่าทำไมผมถึงแสดงความกังวลถึงการกำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันเสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ก็ต้องขอบคุณทาง กกต. ที่ได้ชี้แจงทันควันในวันที่ ๖ พฤศจิกายนมีการออกแถลงการณ์ มีการเอ่ยถึงชื่อผมด้วยอันนี้ก็ต้องขอบคุณเช่นกันที่ให้เกียรติดังกล่าว แล้วก็ชี้แจงมาว่า ที่ตัดสินใจไม่กำหนดเป็นวันอาทิตย์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ เพราะว่าวันอาทิตย์ตรงกับวันที่ ๔๕ หลังจากครบวาระพอดี แล้วกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นไปกำหนดไว้ว่าต้องจัดการเลือกตั้ง ภายใน ๔๕ วัน ผมก็ทำการบ้านครับ เพราะว่ารู้ดีว่าในวันที่ ๒๘ พฤศจิกายนเรามีนัดกัน ทางคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองมีนัดประชุมกับทาง กกต. เราก็พยายามทำการบ้านว่า ข้อกังวลของ กกต. ในการจัดวันเลือกตั้งตรงกับวันที่ ๔๕ มีอะไรบ้าง ในการพูดคุยกันในวันนั้น เราก็ค้นพบถึง ๒ ข้อกังวล ซึ่ง ณ เวลานั้นผมคิดว่าเราได้คลี่คลายไปแล้ว แต่ก็มาทราบทีหลังว่า อาจจะคลี่คลายได้ไม่ดีพอ🔗
ข้อกังวลที่ ๑ คือตอนแรกมีความกังวลว่าเวลาบอกว่าจัดการเลือกตั้งภายใน ๔๕ วัน จะถูกตีความว่าจัดในวันที่ ๔๕ ได้หรือไม่ หรือหมายถึงว่าจะต้องจัดในวันที่ ๔๔ หรือก่อนหน้านั้น ข้อกังวลนี้ผมคิดว่าเราคลี่คลายไปพอสมควรแล้ว ผมเองในฐานะประธาน กรรมาธิการพัฒนาการเมืองก็ออกหนังสือไปถึงสำนักกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็ชี้แจงกลับมาชัดเจนว่าหากตีความทางกฎหมายที่บอกว่าจัดการเลือกตั้งภายใน ๔๕ วัน หมายความว่าจัดวันที่ ๔๕ ได้อย่างแน่นอน ผมก็พบคำตอบจากทางสำนักกฎหมายไปหารือ กับทาง กกต. ในวันดังกล่าว ดังนั้นข้อกังวลนี้ผมเข้าใจว่าคลี่คลายไปแล้ว🔗
แต่ข้อกังวลที่ ๒ ที่ทาง กกต. ได้ให้เหตุผลกลับมา ก็คือข้อกังวลที่ว่าถึงแม้จะจัด วันที่ ๔๕ ได้แต่พอปิดหีบเลือกตั้ง ณ เวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา มีความกังวลใจว่าเกิดมีเหตุการณ์ พิเศษที่ทำให้ไม่สามารถนับคะแนนและรวมคะแนนเสร็จก่อนเที่ยงคืนในวันอาทิตย์หรือว่า ในคืนวันอาทิตย์มันมีความเป็นไปได้ว่าการนับคะแนนจะล่วงเลยไปถึงช่วงเช้าตรู่วันจันทร์ คือเลยเที่ยงคืนไปแล้วก็อาจจะกังวลใจว่าจะถูกตีความว่าเป็นการจัดการเลือกตั้งเลยวันที่ ๔๕ ไปนะครับ ตรงนี้ในวันนั้นถ้าท่านเลขาธิการจำได้ผมก็พยายามจะชี้ช่องนะครับว่าความจริง มาตรา ๑๑ วรรคสาม เขียนไว้อยู่แล้วนะครับว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งสามารถมีคำสั่งให้ ขยายระยะเวลาในการจัดการเลือกตั้งได้ตามความจำเป็นเมื่อมีเหตุการณ์พิเศษนะครับ ซึ่งผมก็เห็นว่าการที่จะไม่สามารถนับคะแนนในบางจังหวัดได้ทันก่อนเที่ยงคืนก็น่าจะเข้าข่าย เหตุการณ์หรือว่าพฤติการณ์พิเศษ เพราะว่าที่ผ่านมาเราก็เห็นว่าทุก ๆ ครั้งนี้การนับคะแนน ก็ไม่ได้ล่วงเลยไปถึงตอนนั้นนะครับ ดังนั้นความจริงแล้วผมคิดว่า กกต. มีทางออกก็คือว่า สามารถจัดการเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ได้แล้วเกิดจังหวัดไหนมีสถานการณ์พิเศษ จริง ๆ ที่ทำให้การนับคะแนนมันมีปัญหาก็สามารถให้คณะกรรมการออกมติให้ขยาย ระยะเวลาไปได้ ๑-๒ วัน เป็นต้นนะครับ วันนั้นท่านเลขาก็รับปากว่าจะนำข้อเสนอดังกล่าว ไปหารือกับทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง แล้วก็ภายใน ๒ ๓ วันเท่านั้นครับเราประชุมกัน วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน วันที่ ๒ ธันวาคมครับขยับมาประมาณ ๒ ๓ วันเท่านั้นก็ได้คำตอบ กลับมาผ่านแถลงการณ์ของ กกต. ว่าได้มีการพิจารณากันแล้วและคณะกรรมการตัดสินใจ ไม่เปลี่ยนวันนะครับ ดังนั้นคำถามที่ผมมีกับทาง กกต. มีอยู่ ๓ คำถามนะครับเกี่ยวกับ ประเด็นดังกล่าวคำถามข้อที่ ๑ ครับอยากจะทราบว่าทางท่านเลขาได้นำเอาทางออกที่ผม และคณะกรรมาธิการเสนอนี้ไปคุยกับทางคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าอย่างไร แล้วหลังจาก มีการพูดคุยกันแล้วนี่เหตุใดหลังจากฟังข้อเสนอนี้แล้วทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตัดสินใจไม่นำข้อเสนอดังกล่าวไปปฏิบัติแต่ยังคงยืนยันในการจัดการเลือกตั้งเป็นวันเสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ อันนี้คือคำถามข้อที่ ๑🔗
คำถามข้อที่ ๒ ครับคือหากท่านจะยืนยันจัดการเลือกตั้งในวันเสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์จริง ผมก็เห็นว่าในแถลงการณ์ของท่านเมื่อตอนต้นเดือนที่ผ่านมามีการพูดถึงว่า ท่านจะมีหนังสือประสานไปยังสภาอุตสาหกรรมจังหวัด หอการค้าจังหวัดนายจ้าง สถานประกอบกิจการและส่วนราชการต่าง ๆ ในพื้นที่เพื่ออนุญาตและอำนวยความสะดวกให้ ลูกจ้างไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันเสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ โดยไม่ถือเป็นวันลาวันหยุดตามมาตรา ๑๑๗ แห่ง พ.ร.บ. การเลือกตั้งท้องถิ่น ก็เลยอยากจะหารือว่าหนังสือเหล่านั้นได้ออกไปแล้วหรือยัง ออกไปแล้วกี่ฉบับ ออกไปวันที่เท่าไร แล้วจะมีแผนอะไรเพิ่มเติมหรือไม่เพื่อให้ทาง กกต. ในระดับจังหวัดก็ดี ในระดับชาติก็ดีมีการทำงานร่วมกับทางผู้ประกอบการเพื่ออำนวย ความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนในการไปใช้สิทธิการเลือกตั้งในวันเสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์🔗
ส่วนคำถามสุดท้ายครับคำถามข้อที่ ๓ เมื่อสักครู่ก็เสียดายเพราะว่า ผมเพิ่งลงมาจากการประชุมคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น มีการเชิญ กกต. มาด้วย แต่ว่าทั้ง ๙ ท่านก็ตัดสินใจอยู่ที่นี่ทั้งหมดเลยไม่มีใครขึ้นไป ร่วมประชุมในที่ประชุมดังกล่าวเลยนะครับ แต่เรามีการพูดคุยกันกับทางสถาบันพระปกเกล้า แล้วก็ภาคประชาสังคมเกี่ยวกับการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนในการมาสังเกต การเลือกตั้งเพื่อทำให้การเลือกตั้งของเรานั้นสุจริตแล้วก็โปร่งใสทุกคนก็ตอบรับดี แล้วก็มีความพร้อมที่จะทำแพลตฟอร์มขึ้นมาเพื่อรับอาสาสมัครเข้ามาสังเกตการเลือกตั้ง วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ที่จะมาถึงนะครับ เพียงแต่ว่ามันขาดอย่างเดียวครับที่ต้องขอความร่วมมือ จาก กกต. ก็คือตัวข้อมูลเกี่ยวกับหน่วยเลือกตั้ง สถานที่เลือกตั้ง จำนวนผู้มีสิทธิสำหรับ แต่ละหน่วยเลือกตั้งนะครับรวมไปถึงรายละเอียดเกี่ยวกับผู้สมัครรับเลือกตั้งหลังจากที่ เราทราบรายชื่อเรียบร้อยแล้วนะครับ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นข้อมูลที่สำคัญมากในการทำให้ ภาคประชาสังคมสามารถทำงานตรงนี้ต่อได้ก็เลยขออนุญาตในเมื่อท่านไม่ไปที่ประชุม กรรมาธิการพัฒนาการเมืองก็ขออนุญาตขอข้อมูลดังกล่าวผ่านท่านประธานในที่ประชุมใหญ่ แห่งนี้เลย ก็เป็น ๓ คำถามที่อยากจะฝากกับทาง กกต. ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านเลขาชี้แจง จะตอบไหมครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังท่านสมาชิกนะครับ ก่อนอื่นก็ขอขอบพระคุณ ทางท่านสมาชิกที่ได้ให้ข้อสังเกตข้อเสนอแนะรวมทั้งตำหนิหรือสงสัยในการทำงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ทุกความเห็นหรือการเสนอแนะในห้องประชุมนี้เราเคารพแล้วก็เป็น เรื่องที่ดีที่ทางสำนักงานจะนำไปพิจารณารวมทั้งเสนอ กกต. บางเรื่องเราก็คิดเหมือน ประชาชน เว้นแต่เรื่องที่กฎหมายกำหนดไว้ให้เราต้องคิดอย่างอื่น เราทำงานบนกฎหมาย เมื่อสักครู่ผมได้ฟังหลายครั้งเหมือนกันว่ามี กกต. ไว้ทำไม จริง ๆ เรามีไว้เพื่อให้การแข่งขัน เป็นธรรมนี่คือหลักการ ถามว่าเราทำแบบนั้นไหม การแข่งขันควรจะนึกถึงความยุติธรรม บางคนคิดเลยไปถึงว่าประโยชน์จากกติกา ความยุติธรรมบางครั้งมันอาจจะเกิดจากกฎหมายก็ได้ หรือมันอาจจะเกิดจากผู้ปฏิบัติก็ได้ แต่เวลาเลือกตั้งไม่ว่าความยุติธรรมจะเกิดจากกฎหมาย ความไม่ยุติธรรมอาจจะเกิดจากกฎหมาย หรือการกระทำของคนก็ตกมาอยู่ที่คนทำงานนี่ละครับ มีหลายเรื่องที่ผู้วิจารณ์หรือคนแสดงความคิดเห็นไม่ได้ดูกฎหมายเลย การเลือกตั้ง สส. ที่ผ่านมา ผมว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งที่วิจารณ์ กกต. โดยไม่ได้พิจารณากฎหมายเพียงแต่ว่าอยากได้แบบนั้น อยากได้แบบนี้ แต่ไม่ได้คิดว่าทำไมกฎหมายเขียนไว้แบบนี้ แล้วก็ กกต. ทำไมทำแบบนี้ ถ้าเป็นแบบนี้ผมว่ามันจะง่ายสำหรับเรา ส่วนสิ่งที่เราทำผมยืนยันว่า กกต. และสำนักงาน ทำตามกฎหมาย ให้ยกตัวอย่างมาเป็นเรื่องก็ได้ว่าอะไรที่เราไม่ทำตามกฎหมาย นั่นคือสิ่งที่ เราอยากจะบอกว่าเราทำอะไรที่ผ่านมาเกี่ยวกับเมื่อมีการแข่งขันหรือมีการเลือกตั้ง นั่นคือหน้าที่ในการทำงานเกี่ยวกับเรื่องเวลาที่มีการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็น ระดับชาติ หรือระดับท้องถิ่น เราไม่ได้ทำกฎเกณฑ์หรือกติกา หรือปฏิบัติเพื่อใครคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง🔗
อย่างที่ ๒ หน้าที่ของเราก็คือการให้ความรู้เรื่องประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ก็อาจจะเป็นเรื่องที่ยากกว่าการเลือกตั้ง เพราะมันเป็นเรื่องคุณค่าซึ่งมันต้อง ใช้เวลา เราก็อยากได้ประชาธิปไตยที่เป็นของชาติ ไม่ใช่ประชาธิปไตยของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เราก็พยายาม แต่ไม่ว่าจะ ๒ หน้าที่ที่ผมได้นำพูดไปเมื่อสักครู่ ลำพังเรา ๒,๕๐๐ คน ทำไม่สำเร็จหรอกครับ เพราะว่าไม่ว่าการเลือกตั้งหรือไม่ว่าการให้ความรู้นี้มันเป็นเรื่องของ คนในชาติทั้งนั้น แต่ว่าเราก็ไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบที่เรามาอยู่ตรงนี้ นั่นก็คือสิ่งที่อยากจะ กราบเรียนในที่ประชุมแห่งนี้ว่า กกต. ก็พยายามจะทำให้มันดีที่สุด ที่กฎหมายให้เราทำ เหมือนเรื่องความโปร่งใสนี่ละครับ ในการเลือกตั้งผมว่าเท่าที่ผมศึกษาแล้วก็ไปเห็นมาจาก ต่างประเทศบ้าง ผมก็ยังไม่มีเห็นว่าประเทศไหนทำการเลือกตั้งโปร่งใสเหมือนกับประเทศไทย ไม่ว่าจะการให้ผู้สังเกตการณ์ในการเลือกตั้ง กฎหมายให้ในระดับหนึ่ง เรายังให้มากกว่า กฎหมายด้วยซ้ำไป แต่ผมก็ไม่ทราบว่าแค่ไหนมันถึงจะพอสำหรับการสังเกตการณ์ เราก็คิดว่า เราให้การสังเกตการณ์ที่โปร่งใส ทั้งมีกระบวนการเลือกตั้งที่โปร่งใสเพราะบ้านเราเวลา แข่งขันจะมีรายละเอียดมาก สำนักงานก็พยายามจะออกขั้นตอนที่มันอธิบายได้ทุกเรื่อง มันอาจจะดูจุกจิกหรืออะไรก็แล้วแต่ นั่นก็คือสิ่งที่สำนักงานทำ ก็อยากจะขอบคุณ ทุกความเห็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตั้งข้อสังเกตหรือข้อสงสัยต่าง ๆ ในการทำงาน ผมก็จะน้อมรับ ไปปฏิบัติ ส่วนประเด็นคำถามต่าง ๆ ผมจะขอชี้แจงไปทีละประเด็นเป็นสรุปสั้น ๆ นะครับ เรื่องจำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ก็ต้องยอมรับว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมีครั้งที่สูงที่สุดก็คือ การเลือกตั้ง สส. ครั้งที่ผ่านมาเมื่อปี ๒๕๖๖ แต่พอเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างบางครั้ง มีจำนวนบางที ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เหตุผลที่การเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างบางครั้งมีจำนวน ผู้มาใช้สิทธิน้อยก็อาจจะเป็นด้วยวาระที่เหลืออยู่มีจำนวนน้อยเหลือไม่ถึง อยู่ได้แค่ปีหนึ่ง อย่างนี้ครับ หรือความสนใจของประชาชนหรือผู้สมัครบางครั้งก็มีผู้สมัครแค่คนเดียว เขาก็ต้องการนำคนไปใช้สิทธิในที่ไม่มีลักษณะการแข่งขันก็อาจจะทำให้ผู้มาใช้สิทธิน้อย แต่ในระดับท้องถิ่นที่ผ่านมาก็ต้องยอมรับว่าผู้มาใช้สิทธิการเลือกตั้งยังมีจำนวนน้อยอยู่ เมื่อเลือกตั้ง อบจ. ครั้งที่แล้ว ๖๔ เปอร์เซ็นต์ พอมาเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา ๒๗ จังหวัด จริง ๆ มี ๒๙ จังหวัด เหลืออีก ๒ จังหวัดที่จะเลือก ก็ได้ ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ก็ยังถือว่าน้อย ซึ่งมันก็เป็นหน้าที่ที่เราต้องรับผิดชอบ ด้วยจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งแบบนี้เราก็ไม่ได้พอใจ แต่ว่า มันก็แยกเลือกตั้งไป มันไม่ได้มีกระแสหรือเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในการเลือกตั้งวันที่ ๑ นี้นะครับ เราก็พยายามอย่างที่ได้มีสมาชิกแสดงความคิดเห็นเรื่องการเลือกตั้งวันเสาร์ ซึ่งผมก็จะขอชี้แจง ในโอกาสต่อไป จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นสิ่งที่มันแสดงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งก็เป็น โจทย์หนึ่งในการทำงานของ กกต. ที่สำคัญพอ ๆ กับเรื่องความโปร่งใส เมื่อวันที่ ๑ เลือกตั้ง อบจ. กำหนดเป็นวันที่ ๑ ซึ่งตรงกับวันเสาร์นะครับ ก็จะขอโอกาสชี้แจงอธิบายในส่วนนี้สั้น ๆ ว่า จริง ๆ ก่อนจะกำหนดเป็นวันที่ ๑ ทุกประเด็นที่สังคมได้อภิปรายหรือแสดงความคิดเห็น เราก็พิจารณามาหมด อย่างที่บอกเราก็ทำงานเพื่อประชาชนโดยผ่านกฎหมายเพื่อให้ การแข่งขันเป็นธรรม แต่ว่าเมื่อเรามาชั่งทุกอย่างแล้ว ถามว่าเราคุ้มครองปกป้องสิทธิของ ทุกคนไหมที่จะให้เขาไปเลือกตั้ง จริง ๆ หน้าที่ของ กกต. ก็คือปกป้องเจตนารมณ์ของ ประชาชนเมื่อเข้าคูหา ๑. ก็คือให้ไปมากที่สุด ๒. ก็คือให้คะแนนที่เขาไปลงสุจริต วันที่ ๑ ก็ยอมรับว่าเรา วันที่ ๒ วันอาทิตย์เลือกตั้งได้ไหม กฎหมายเลือกตั้งได้ เราเข้าใจเลือกตั้งได้ ไม่ใช่ว่าเลือกตั้งไม่ได้ แต่ว่าสิ่งที่เราคำนึงก็คือการปกป้องกระบวนการเลือกตั้ง เราตรวจสอบ ข้อเท็จจริงก่อนที่จะตัดสินว่าทำไมไม่ใช่วันที่ ๒ เราถามทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัด เช่น ที่จังหวัดตาก จังหวัดเชียงใหม่ คะแนนเกิน ๑ ทุ่มหลายหน่วยมาก และยิ่งเป็น เวลากลางคืน อย่างที่จังหวัดตากที่อำเภออุ้มผางคะแนนมาเช้า นั่นคือเราต้องการความ ปลอดภัยว่าการเลือกตั้งต้องเสร็จภายใน ๒๔.๐๐ นาฬิกา ส่วนของการขยายว่าสามารถขยาย ได้เป็นบางพื้นที่ บางอะไรนะครับ อันนี้เป็นความเห็นทางกฎหมายที่อาจจะต้องตีความ ต่างกัน เราปกป้องคนส่วนมากเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนผลกระทบ ที่เกิดจากการเลือกตั้งวันที่ ๑ อาจจะมีผู้คนทำงานในวันเสาร์ เราก็ต้องมีมาตรการที่จะต้อง ไปดูแลแล้วก็จะทำอย่างไรให้เขาได้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งสำนักงานก็ได้ออกจดหมายไปที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกไปเมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ทุกหน่วยงานเลยนะครับ ซึ่งได้ออกไปแล้ว แล้วก็จะต้องมีกระบวนการบริหารการจัดการเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญของ การเลือกตั้งท้องถิ่น อบจ. ที่จะถึงนี้ แล้วก็ต้องอาศัยผู้สมัครหรือผู้ช่วยหาเสียงนี่ล่ะครับ ช่วยกันในอีกทางหนึ่งในการที่จะรณรงค์ให้ประชาชนไปออกเสียงมากที่สุด นี่ก็คือสิ่งที่ สำนักงานได้ทำมาแล้ว ในส่วนซึ่งท่านพริษฐ์ได้ขอเรื่องข้อมูล ข้อมูล ณ วันนี้ยังไม่เรียบร้อย คือคำว่ายังไม่เรียบร้อยจริง ๆ มันมีข้อมูลแล้ว แต่ว่ามันจะประกาศตามระยะเวลาที่กฎหมาย กำหนดว่าหน่วยเลือกตั้งที่ไหนใครเป็นผู้มีสิทธิ เราก็จะยินดีให้แล้วก็รวมทั้งการสังเกตการณ์ การเลือกตั้งจริง ๆ เรื่องการสังเกตการณ์เราจะถูกตำหนิอยู่ตลอดเวลาว่าเหมือน กกต. ปิดบัง ทำงานไม่โปร่งใส ไม่ว่าจะเป็นเลือกตั้ง สส. เลือก สว. หรือว่าเลือกท้องถิ่น ประชาชนมีสิทธิ สังเกตการณ์ทุกที่ ไม่ต้องมาขอ กกต. ครับ ถ่ายรูปถ่ายอะไรได้หมดครับ ผมก็ไม่แน่ใจว่า เหมือนมาขอ เราจัดสถานที่ไว้ให้อยู่แล้ว ไม่ได้มีกฎหมายห้ามประชาชนไม่ให้สังเกตการณ์ เลือกตั้ง ประชาชนมีสิทธิในการที่จะไปสังเกตการณ์เลือกตั้งทุกหน่วยเลือกตั้ง รวมทั้งองค์กร เอกชนต่าง ๆ เรายังจัดสถานที่ให้ เฉพาะเลือกตั้ง สส. เราก็มีการจัดสถานที่รวมทั้งตัวแทน ผู้สมัครในการสังเกตการณ์เพื่อแสดงถึงความโปร่งใส แต่บางอย่างนะครับ ความโปร่งใส บางอย่างก็เห็นได้ด้วยตาเหมือนการไปสังเกตการณ์ที่หน่วย หรือบางอย่างไม่สามารถเข้าไป เห็นได้ แต่ความโปร่งใสพิสูจน์ได้จากขั้นตอนในการทำงาน เหมือนแบบ สส. ๕/๘ ที่ติด หน้าหน่วยนี่ล่ะครับ คนบอกว่าจะมีการแก้คะแนนไหม เราก็พยายามทำให้ประชาชนเห็นว่า มันตรวจสอบได้ ที่ติดหน้าหน่วยเอาไปลงคอมพิวเตอร์ให้ตรวจสอบทุกหน่วย ทั้งแสนหน่วย เขาเอาไปลงคอมพิวเตอร์แล้วก็ไปประกาศผลนะครับ แล้วมีคน กปน. นี่ล่ะครับ ใน กปน. ในการที่จะเซ็นลงลายมือชื่อทุกคนในใบ สส. นี่ล่ะครับ ไม่มีใครสามารถแก้คะแนนได้หรอกครับ แล้วก็มีผู้สังเกตการณ์อย่างที่บอก แต่ว่าถ้าจะเข้าไปสังเกตการณ์ อย่างองค์กรเอกชน จะขอเข้าไปสังเกตการณ์ในที่รวมคะแนนซึ่งเป็นกระบวนการ อย่างนั้นผมว่ามันจะเป็นการ ไปกดดันการทำงานของคณะกรรมการรวมคะแนน นับคะแนนเราทำให้เห็นแล้ว จากนั้น คือกระบวนการที่มันตรวจสอบเองว่าคะแนน ๑๐ ได้คะแนน ๑๐ เมื่อไปที่หน้าหน่วย ไปประกาศก็คือ ๑๐ ที่หน้าหน่วย นั่นก็คือสิ่งที่สำนักงานได้ทำ ผมก็ยังยืนยันว่าสิ่งที่เราทำ ในเวลาเลือกตั้งก็คือการเน้นถึงความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม และการอำนวยความสะดวก ของประชาชน นั่นก็คือสิ่งที่เราได้ทำ🔗
อีกคำถามหนึ่งที่ผมเห็นว่าต้องชี้แจงก็คือการใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง จริง ๆ พรรคการเมืองกับสำนักงานทำงานร่วมกันได้อย่างดีมาก ทุกพรรคการเมืองครับ ไม่ว่าพรรคการเมืองไหน ผมคิดว่าเราทำงานร่วมกันได้อย่างดี แล้วก็เงินที่สนับสนุน พรรคการเมืองทุกพรรคการเมือง ซึ่งเมื่อวานได้มีการชี้แจงไป ก็ต้องยอมรับว่ากระบวนการ ในการใช้จ่ายเงินเขาเรียกว่ามีรายละเอียดมาก ทางเราก็รับฟังมาแล้วก็จะปรับปรุง ส่วนว่า การใช้จ่ายเงินจะเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ เรามีกระบวนการตรวจสอบก่อน การตรวจสอบ ก็คือพรรคเสนอโครงการเข้ามา เราก็จะดูว่าพรรคทำที่ไหน พรรคต้องแจ้งก่อนกี่วันเพื่อให้เราทราบ🔗
๒. ระหว่างการดำเนินการเราก็จะส่งคนเข้าไปดู ส่งตัวแทน ถ้าตามต่างจังหวัด ก็มีสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หลังการดำเนินการก็จะมีการ ตรวจสอบว่าจะให้พรรคส่งเอกสารหลักฐานมา ทำถูกต้องไหม ทำถูกตามอัตราการจ่ายเงิน ไหม หรือทำเอกสารเท็จไหมอย่างนี้ครับ มีการตรวจสอบ เราก็ได้ร่วมกันทำงานกับพรรค การเมือง ก็ถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดีนะครับ ทุกพรรคการเมืองก็ได้ทำตามขั้นตอนที่กฎหมาย แล้วก็ระเบียบกำหนด แล้วเราก็พยายามผ่อนปรนให้คำปรึกษา นี่ก็คือการใช้จ่ายเงินของ พรรคการเมือง ซึ่งที่ผ่านมาก็นับวันจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในประเด็นของการใช้จ่ายเงิน ส่วนการซื้อสิทธิขายเสียง สำหรับผมในช่วงตั้งแต่การเลือกตั้งปี ๒๕๖๖ มา พิจารณาจากเรื่อง ร้องเรียนน้อยมาก จะไม่ค่อยมีเรื่องร้องเรียน อาจจะมีเรื่องเสียงจากชาวบ้านว่ามีการซื้อสิทธิ ขายเสียง แล้วเมื่อพิจารณาจากการร้องเรียนหรือมาตรการที่เราทำ ไม่ได้บอกว่ามันจะไม่มี แต่เรามีมาตรการในการที่จะป้องกันป้องปรามอยู่เหมือนกันว่าในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง เราจะทำอะไรเพื่อไม่ให้เกิดการซื้อสิทธิขายเสียง แต่ว่าเมื่อการหาเสียงของการเลือกนายก อบจ. ที่ผ่านมา ที่ผ่านมา ๒๗ จังหวัด โดยภาพรวม ก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ก็จะมีการร้องเรียนบางแห่งบ้าง ผมก็ถือว่าเป็นแนวโน้มที่ ทั้งพรรคการเมืองและผู้สมัคร ซึ่งการหาเสียงเริ่มจะอยู่ในสิ่งที่ผมว่าทุกคนก็คาดหวังไว้ว่า การหาเสียงจะอยู่ในกรอบของกฎหมาย อย่างไรก็แล้วแต่ถ้ามันจะมีหรือมีแล้วเรายัง ไม่สามารถทำให้เกิดความสำเร็จได้ มันก็ไม่พ้นความรับผิดชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสำนักงานการเลือกตั้ง ซึ่งเราก็ต้องมีมาตรการรวมทั้งเราก็มีเครื่องมืออยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะวันที่ ๑ ที่จะมีการเลือกตั้งซึ่งก็เป็นข่าวว่าอาจจะมีการเลือกตั้งที่เข้มข้น เราก็ไม่ได้ นิ่งนอนใจ แต่สุดท้ายถ้าเราไม่ได้รับความร่วมมือเลยมันก็จะเป็นงานยากอยู่เหมือนเดิม ล่ะครับ แต่ถ้าได้รับความร่วมมืออย่างที่ผมได้นำกราบเรียนว่าไม่ว่าการเลือกตั้งหรือการให้ ความรู้เกี่ยวกับประชาชน เราก็ต้องการรับความร่วมมือเหมือนกัน งานมันจะง่ายขึ้น นั่นคือ สิ่งที่อยากจะกราบเรียนกับที่ประชุมแห่งนี้ ส่วนเรื่องข้อสังเกตและคำถามหรือประเด็นอื่น ๆ ผมก็จะนำกลับไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้วก็นำไปปรับปรุงการทำงานสำหรับ สำนักงานและ กกต. คิดว่าไม่ว่าจะเป็นความเห็นทั้ง ๑๕ ท่าน สำหรับเรามีประโยชน์ เรารับฟัง ทุกคำถาม ถ้าเห็นว่ามันเป็นข้อเสนอแนะที่ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องกฎหมาย เรายินดีทำทุกเรื่อง ครับ เพราะเราก็รับใช้ประชาชน รับใช้ตัวแทนของประชาชนคือท่านสมาชิกนี่ล่ะครับ เราไม่ได้ คิดมากกว่านั้น คิดว่าคนอาจจะสงสัยการทำงาน แต่ผมว่าเราอธิบายได้ ในชั้นนี้ก็ขอกราบ ขอบพระคุณทางท่านสมาชิก แล้วก็ท่านประธานที่ให้โอกาสสำนักงานมารายงานผลการ ปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ สหัสวัต คุ้มคง ครับ พอดีว่าผมเป็นคนถามคนแรกครับ แล้วยังไม่ได้คำตอบครับ หน้า ๒๓๘ เรื่องรายงานผลสัมฤทธิ์ ว่าเกณฑ์ทั้งหมดเอาตัวอะไรมาชี้วัด อย่างเรื่องร้อยละของผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนน บอกว่า มา ๙๔ เปอร์เซ็นต์เอามาจากไหนครับ ที่ไหนมีออกมาเลือกตั้ง ๙๔ เปอร์เซ็นต์บ้าง รวมถึง องค์กรเครือข่ายต่าง ๆ ขณะที่ผมถามตัวชี้วัดว่ากลุ่มเป้าหมายคืออะไร เพราะตรงนี้คือ ผลดำเนินงานสำคัญมาก ๆ ที่อยู่ในรายงานเล่มนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากท่านเลขาครับ🔗
เชิญลองค้นดูสิหน้าอะไรนะท่าน หน้าอะไรนะครับ🔗
ขอเรียนเพิ่มเติมครับ ในส่วนที่เป็นผลการดำเนินการตามมาตรา ๒๓๘ ผมยกตัวอย่างข้อแรกว่าการเลือกตั้ง ลงคะแนนได้อย่างถูกต้อง นั่นคือเราเอาบัตรดีมาคำนวณ ตัวอย่างการลงคะแนนบัตรดี ออกมาคำนวณ ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งนะครับ เป็นจำนวนที่คนลงคะแนน ได้อย่างถูกต้องก็คือได้ ๙๔ เปอร์เซ็นต์ตามวิธีคำนวณที่ออกมา ไม่ใช่ว่าจำนวนเปอร์เซ็นต์ คนมาลงคะแนนครับ🔗
แล้วเรื่ององค์กรเครือข่ายมีดำเนินกิจกรรม อย่างต่อเนื่องครับ องค์กรเครือข่ายที่ท่านว่าคืออะไรครับ อันนี้ผมก็ได้ถามไปตั้งแต่แรกนะครับ ระดับความสำเร็จในการเสริมสร้างพลังร่วมในการขับเคลื่อนสังคมไทยที่บอกว่าตามแผน ๓ แล้วผลงานคือ ๕ มันคืออะไรครับ แล้วก็มีนวัตกรรมระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ เหมาะสม โน้น นี่ นั่น ตามแผนบอกว่าร้อยละ ๖๖ แต่ทำได้จริงร้อยละ ๕๐ ตรงนี้คืออะไรครับ แล้วก็ร้อยละของกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับความรู้มีส่วนร่วมทางการเมือง ร้อยละผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อะไรอย่างนี้ครับ หลักเกณฑ์มันคืออะไรครับ และกลุ่มเป้าหมายคืออะไรครับ อันนี้ผมถาม เป็นคนแรกเลยครับ แล้วผมก็ไม่ได้คำตอบครับ🔗
เดี๋ยวให้เวลานิดหนึ่ง🔗
กราบเรียนท่านประธานนะคะ แล้วก็ขอชี้แจงที่ประชุมนะคะ สำหรับเรื่องของ รายงานผลสัมฤทธิ์กรณีของเครือข่ายมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ตามรายการบอกว่าองค์กรเครือข่ายมีการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๑ ด้วยเครือข่ายของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ดำเนินการ เรามีการสร้างเครือข่าย ในเรื่องของศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย แล้วก็ได้รับการจัดสรรงบประมาณสำหรับ ดำเนินกิจกรรมโดยโอนเงินงบประมาณให้ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ จังหวัดทำงานร่วมกับเครือข่ายต่าง ๆ ในระดับพื้นที่ โดยกำหนดให้แต่ละจังหวัดมีการประชุม ในส่วนของเครือข่ายความร่วมมือ ในส่วนของศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยอย่างน้อยจะต้อง มีการพูดคุยวางแผนการทำงานร่วมกันไตรมาสละ ๑ ครั้ง ก็เทียบเท่ากับว่าในช่วงระยะเวลา ๓ เดือน ในส่วนของเครือข่ายต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้การทำงานกับสำนักงานคณะกรรมการการ เลือกตั้งก็จะได้มาพูดคุยแล้วก็ทำกิจกรรมกัน รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมวิถีประชาธิปไตยต่าง ๆ นะคะ🔗
นอกจากนี้ในส่วนของเครือข่ายที่เป็นภาคประชาชนแล้ว ในส่วนของ หน่วยงานภาครัฐไม่ว่าจะเป็นกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ที่ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ กับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งก็มีการวางแผนแล้วก็มีการประสานงานอย่างต่อเนื่อง โดยแผนของการทำงานออกมาที่ร้อยละ ๘๑ และผลการทำงานอยู่ที่ร้อยละ ๙๕.๐๓ ค่ะ🔗
เรียบร้อยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เดี๋ยวท่าน คือท่านสหัสวัต ท่านคุยกับประธานก่อนนะครับ ท่านแนะนำตัวก่อนแล้วค่อยถาม🔗
ได้ครับ เรียนท่านประธานครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง นะครับ จริง ๆ ผมถามไปหลายข้อมากเลยครับ เยอะมากเลยครับ แล้วก็ได้คำตอบมา นิดเดียวครับ ผลการดำเนินงานตามเป้าหมาย การให้บริการต่าง ๆ ก็ไม่ได้รับคำตอบครับ ระดับความสำเร็จในการเสริมสร้างพลังร่วมในการขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่วิถีการปกครอง อะไรนี่ครับ ที่ตามแผน ๓ แล้วทำได้ ๕ มันคืออะไรก็ยังไม่ได้คำตอบครับ ท่านประธานครับ🔗
เดี๋ยวรอแป๊บหนึ่ง ตรงหน้าไหนท่านสหัสวัต ดูสิตรงไหนบ้าง ท่านกำลังเปิดดู🔗
อยู่หน้าเดียวเลยครับ หน้า ๒๓๘ ครับ ท่านประธานครับ🔗
ครับ หน้า ๒๓๘🔗
ก็เอาอย่างนี้ครับ เรียนปรึกษาท่านประธาน อย่างนี้ครับ ถ้าตอบไม่ได้ก็ไม่เป็นอะไรครับ จะได้ทราบว่าทาง กกต. ก็ไม่ได้เตรียมข้อมูลมา เพื่อชี้แจงเราอย่างเต็มที่ แล้วก็เมื่อสักครู่ผมขอนิดหนึ่งครับท่านประธาน เรื่องที่ท่าน เลขาธิการได้บอกว่ามีพวกเราบางคนอภิปรายโดยไม่ได้ดูกฎหมาย ผมว่าเรื่องนี้ก็เป็นกล่าวหา พวกเราพอสมควรครับ ซึ่งเรื่องนี้ผมขอยืนยันครับว่าเพื่อนสมาชิกของผมอภิปรายภายใต้ กฎหมายที่ดำเนินงานของ กกต.🔗
แล้วก็เรื่องหนึ่งที่ผมได้สอบถามครับท่านประธาน เรื่องการเลือกตั้งวันเสาร์ มันมีข้อเสนอของท่านพริษฐ์ที่ตีความว่าจริง ๆ สามารถทำหลายเขต ทำเป็นรายเขตได้ ขยายรายเขตได้ ซึ่งท่านเลขาก็ได้ตอบว่าอันนี้เป็นเรื่องของกฎหมายที่จะต้องตีความครับ ผมขอสอบถามเพิ่มเติมครับว่าได้มีการส่งให้กฤษฎีกาตีความหรือยังครับ เพราะว่าจริง ๆ ท่านประธานครับ เรื่องเลือกตั้งวันเสาร์เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนตั้งคำถามมา แล้วผมก็ไม่รู้ว่า วันนี้คำตอบที่ท่านเลขาธิการ กกต. ตอบ พี่น้องประชาชนได้ฟังจะรู้สึกอย่างไร จะยังเชื่อมั่นกับ กกต. ชุดนี้หรือไม่ครับ เพราะทุกวันนี้เขาก็แทบไม่เชื่อมั่นอยู่แล้ว อย่าให้เขารู้สึกแย่กว่านี้เลยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ เดี๋ยวคำถามนี้อาจจะไปตอบท่านเป็นลายลักษณ์อักษรก็ได้นะครับ เพราะว่าต้องไปค้นหน่อย เพราะว่าท่านถามแบบละเอียดยิบเลยนะครับ พอสมควรนะครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใด มีประเด็นติดใจซักถามแล้วก็ถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ แล้วนะครับ ขอบคุณทาง ท่านเลขาธิการกับคณะนะครับ ขอบคุณมากครับ ต่อไปเป็นการพิจารณา🔗
๒. รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนพัฒนาฝีมือ แรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖🔗
ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินของกองทุนพัฒนา ฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ ตามที่กระทรวง แรงงานเสนอและให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๕ รายละเอียดปรากฏตาม เอกสารที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ เชิญครับ ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ เชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง ท่านแรกท่านนภาเพ็ญ ศรีศักดิ์ ผู้อำนวยการ กองส่งเสริมพัฒนาฝีมือแรงงาน ท่านที่ ๒ ท่านชญาดา อาทรฐิติโชติ ผู้อำนวยการกลุ่มงาน การเงินและบัญชีกองทุน ๓. ท่านกานต์รวี ศรศักดา นักวิชาการการเงินและบัญชีปฏิบัติการ ๔. ท่านเบ็นนิภา แสงเนตร นักวิชาการการเงินและบัญชี เชิญเข้าประจำที่เลยนะครับ พร้อมแล้วเชิญหน่วยงานแถลงเลยครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะคะ ดิฉัน นางสาวนภาเพ็ญ ศรีศักดิ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ในวันนี้ได้รับมอบหมายจากท่านอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ ให้มารายงานผลการดำเนินงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ ต่อสภาผู้แทนราษฎรให้รับทราบ ซึ่งเป็นไป ตามมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้บัญญัติ ไว้ว่า ภายใน ๖ เดือนนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ให้คณะกรรมการเสนองบดุลและรายงานการรับจ่ายเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานในปีที่ล่วงมา ซึ่งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบรับรองแล้วต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ งบดุล และรายงานการรับจ่ายเงินดังกล่าวให้รัฐมนตรีเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอต่อสภา ผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อทราบต่อไป กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานได้จัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๕ ที่บัญญัติให้จัดตั้ง กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานขึ้นในกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็น ทุนหมุนเวียนสำหรับใช้จ่ายเกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยที่มาของ เงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานมาจาก ๑. เงินที่โอนมาจากกองทุนเดิมคือกองทุนพัฒนา ฝีมือแรงงานที่จัดตั้งขึ้นตามมติของคณะรัฐมนตรีแล้วก็ดำเนินการบริหารกองทุนตามระเบียบ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมที่ว่าด้วยกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๙ โดยมีเงินเหลือจากกองทุนเดิมที่โอนมาเป็นกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๕ จำนวน ๗๖๐,๕๘๖,๒๖๗.๑๙ บาท ๒. เป็นเงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้ ๓. เงินสมทบที่ผู้ประกอบ กิจการส่งเข้ากองทุน ๔. ค่าธรรมเนียมค่าทดสอบที่จัดเก็บได้ตามพระราชบัญญัตินี้ ๕. เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้กองทุน ๖. ดอกผลหรือผลประโยชน์ที่เกิดจากกองทุน ๗. เงินหรือทรัพย์สินที่ตกเป็นของกองทุน นอกจาก ๑-๖ ที่กล่าวมา🔗
โดยกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานมีภารกิจดังนี้ ในมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติ ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๕ เงินกองทุนให้ใช้ได้เพื่อกิจการดังต่อไปนี้🔗
๑. ให้ผู้รับการฝึก ผู้ดำเนินการฝึกอบรม ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐาน ฝีมือแรงงาน ผู้ประกอบกิจการกู้ยืมเพื่อใช้จ่ายเกี่ยวกับการดำเนินการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน หรือทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน🔗
๒. ให้ใช้เพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนกิจการใด ๆ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริม การพัฒนาฝีมือแรงงานตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยให้ใช้เงิน ช่วยเหลือหรืออุดหนุนแก่องค์กรอาชีพที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาฝีมือแรงงาน การจำแนก และกำหนดระดับความรู้ความสามารถของผู้ประกอบอาชีพ และกำหนดช่วงอัตราค่าจ้าง ที่เหมาะสมกับระดับความรู้ความสามารถของผู้ประกอบอาชีพ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด และให้ช่วยเหลือหรืออุดหนุนการดำเนินงานของศูนย์ประเมินความรู้ ความสามารถกลางในการรับรองความรู้ความสามารถ🔗
ในกรณีที่ศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถตามมาตรา ๒๖/๔ (๒) มีจำนวน ไม่เพียงพอในการรับรองความรู้ความสามารถแล้วก็ช่วยเหลือหรืออุดหนุนการดำเนินงานของ ศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถตามมาตรา ๒๖/๔ (๒) ในการรับรองความรู้ความสามารถ ในสาขาอาชีพ ตำแหน่ง หรือลักษณะงานซึ่งจำเป็นจะต้องได้รับการส่งเสริมหรือสนับสนุน เพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพเพียงพอต่อความต้องการด้านแรงงานหรือตามที่คณะกรรมการ เห็นสมควรเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาฝีมือแรงงาน🔗
๓. ให้ใช้ในการบริหารกองทุน โดยให้ใช้จ่ายเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหาร กองทุนได้ไม่เกินร้อยละ ๕ ของกองทุนในแต่ละปี โดยใช้เป็นค่าตอบแทนลูกจ้างกองทุน เงินสมทบกองทุนประกันสังคม ค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ค่าใช้สอยต่าง ๆ เช่น ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมบุคคลภายนอกและบุคคลภายในของกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน แล้วก็ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ เช่น การติดตามหนี้ของกองทุน ค่าดำเนินคดี ตามกฎหมาย ค่าใช้จ่ายในการประชุมต่าง ๆ แล้วก็ค่าธรรมเนียมของธนาคาร แล้วก็มีค่าวัสดุ ค่าไปรษณีย์ ค่าซ่อมครุภัณฑ์ และใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน คือให้ใช้สำหรับกู้ยืมเงิน ไปพัฒนาฝีมือแรงงานโดยไม่มีดอกเบี้ย ระยะเวลาการผ่อนชำระ ๑๒ งวด ปีละไม่ต่ำกว่า ๓๐ ล้านบาท ณ วันสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ กองทุนพัฒนา ฝีมือแรงงานได้จัดทำงบดุลส่งให้กรมบัญชีกลางแล้วก็สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเพื่อตรวจสอบ บัญชีตั้งแต่วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ และได้รับการรายงานการตรวจสอบเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๗🔗
กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานจึงขอรายงานผลการตรวจสอบของผู้สอบบัญชี และรายงานการเงินสำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ ซึ่งผ่านการตรวจสอบ รับรองจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินดังนี้ สินทรัพย์ของกองทุน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ มีจำนวน ๑,๒๘๗,๑๖๔,๖๙๔.๒๒ บาท มีหนี้สิน ๒,๕๒๖,๗๑๓.๘๐ บาท โดยมีสินทรัพย์สุทธิ ส่วนทุน ๑,๒๘๔,๖๓๗,๙๘๐.๔๒ บาท โดยมีรายได้ซึ่งเป็นรายรับ ๑๒๖,๔๙๓,๘๖๘.๗๐ บาท โดยมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น ๗๙,๖๓๒,๓๙๔.๐๖ บาท ซึ่งรายรับสูงกว่ารายจ่ายอยู่ ๔๖,๘๖๑,๔๗๔.๖๔ บาท จึงนำเรียนที่ประชุมเพื่อโปรดทราบค่ะ🔗
มีท่านสมาชิกขออภิปรายนะครับ ท่านแรก ท่านรวี เล็กอุทัย นะครับ เชิญท่านรวีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทยครับ ตามที่ผมได้อ่านรายงานผู้สอบบัญชีและรายงานกองทุนของกองทุน พัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ ก็ต้องขอบอกว่าผมมีข้อสงสัยและมีข้อสังเกตที่อยากจะซักถามทางผู้ชี้แจงอยู่บางประเด็นครับ ท่านประธานครับ ปัจจุบันประเทศไทยเรามีกำลังแรงงาน ซึ่งหมายถึงบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ ๑๕ ปีขึ้นไปกว่า ๔๐ ล้านคน โดยกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็น ทุนหมุนเวียนสำหรับใช้จ่ายเกี่ยวกับการส่งเสริมพัฒนาฝีมือแรงงานตามที่ท่านได้อธิบายไป และจากการที่ได้มีโอกาสสอบถามกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานผ่านการประชุมร่วมกัน ที่ผ่านมาทำให้ทราบว่าแต่ละปีจะมีการฝึกอบรมแรงงานประมาณ ๔ ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่ จะส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามาฝึกพัฒนาฝีมือแรงงาน และส่วนที่เหลืออีกประมาณกว่า ๒๐๐,๐๐๐ คน กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะเป็นผู้ดำเนินงานเอง ท่านประธานครับ จากที่ ผมได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่าในกรอบปีหนึ่ง ๆ นั้นจะมีการอบรมแรงงานประมาณ ๔ ล้านคน ซึ่งหากเทียบกับกำลังแรงงานของทั้งประเทศที่มีกว่า ๔๐ ล้านคนแล้วจะคิดเป็นเพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่ผมก็เข้าใจถึงข้อจำกัดและหวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าทางกองทุน พัฒนาฝีมือแรงงานนี้จะเข้ามามีส่วนช่วยในการเปลี่ยนแปลงให้การพัฒนาฝีมือแรงงาน ของประเทศไทยเรามีการเปลี่ยนแปลงที่ดีมากยิ่งขึ้นได้ ขออนุญาตสไลด์ถัดไปครับ ขออนุญาตเข้าสู่คำถามนะครับ ในส่วนของตัวบัญชีที่ผมได้อ่านนะครับ ประเด็นคำถามแรก อยากเรียนสอบถามว่าในส่วนที่มาของรายได้ โดยเฉพาะรายได้จากเงินสมทบและเงินเพิ่ม ที่มีสัดส่วนสูงที่สุดกว่า ๙๓.๔ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๖ ที่ท่านได้ชี้แจงมันมีที่มาอย่างไรครับ และประเด็นที่ไม่สามารถเรียกเก็บตามกฎหมายหรือมีข้อติดขัดมีอะไรบ้าง เพราะสาเหตุใด ซึ่งในส่วนของเงินสมทบและเงินเพิ่มจะสังเกตได้ว่าจะมีสัดส่วนที่แตกต่างมากจากปี ๒๕๖๕ ที่มีอยู่ที่ ๓๗.๗ ล้านบาท และรวมถึงแนวโน้มรายได้จะเป็นเช่นไรต่อไปในอนาคต เพราะเงิน ก้อนนี้จะเป็นส่วนสำคัญและเป็นต้นทางที่จะนำไปสู่การตอบสนองวัตถุประสงค์ของกองทุน ท่านประธานครับ ที่ผมต้องกล่าวถึงรายได้ตรงนี้เนื่องจากว่าท่านได้มีการอธิบายในส่วนของ รายงานเล่มสีเขียวเล่มนี้ว่าเงินสมทบและเงินเพิ่มเป็นเงินที่ผู้ประกอบการส่งเงินสมทบ เข้ากองทุนในกรณีที่ไม่จัดฝึกอบรมฝีมือแรงงานหรือจัดฝึกไม่ครบตามสัดส่วนที่กำหนด นั่นหมายความว่าอะไรครับ หมายความว่าปีที่ผ่านมามีผู้ประกอบการที่ไม่จัดฝึกอบรม หรือจัดฝึกไม่ครบตามสัดส่วนที่กำหนดเป็นจำนวนมากขึ้นกว่าเดิม จึงต้องมีการนำเงินส่วนนี้ คืนกองทุน จึงอยากสอบถามกองทุนครับว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับการบริหารจัดการของกองทุนครับ และหากเป็นเช่นนี้มันจะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของกองทุนในการพัฒนาฝีมือแรงงาน ของประเทศไทยเราได้อย่างไร ขอสไลด์ถัดไปครับ🔗
ประเด็นถัดมาครับ มาดูเรื่องของฝั่งค่าใช้จ่ายของกองทุนบ้าง จะพบว่า กองทุนได้ใช้จ่ายในหมวดค่าใช้จ่ายของการอุดหนุนอื่นและบริจาคเป็นจำนวนสูงที่สุดกว่า ๓๐ ล้านบาท โดยในส่วนนี้ตามที่ชี้แจงในรายงานครับ เป็นเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนกิจการใด ๆ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน ดังนั้นจึงขอเรียนสอบถามว่าทางกองทุนได้ใช้จ่าย ตามประกาศนี้ไปกับประเด็นใดบ้าง จำนวนเท่าไรและด้วยเหตุผลอะไร เพื่อแสดงให้เห็นถึง จุดมุ่งหมายในการใช้จ่ายเงินที่สำคัญนี้ของท่านให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ และขอสอบถามเพิ่มเติมในประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกันนั่นก็คือหมวดค่าใช้สอยในรายการ ค่าใช้จ่ายฝึกอบรมที่รายงานไม่มีการระบุไว้ที่ยอดประมาณ ๘ ล้านบาท ท่านใช้จ่าย การฝึกอบรมนี้ให้กับบุคลากรของตนเองใช่หรือไม่ หรือนำไปสมทบให้กับหน่วยงานใด และผลลัพธ์ที่เกิดกับการพัฒนาฝีมือแรงงานนั้นเป็นอย่างไรบ้างครับ สไลด์ถัดไปครับ🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน ในประเด็นที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนครับ ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในการบริหารจัดการภายในขององค์กรของกองทุนนี้ ซึ่งเมื่อผม ได้พิจารณาครับ ทางกองทุนได้ชี้แจงไว้ว่าในส่วนของรายการสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ซึ่งตาม นิยามที่ท่านได้ยกไว้ครับ นั่นคือต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึง ระบบเว็บไซต์หรือเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ทางเทคโนโลยีต่าง ๆ ซึ่งจะมีการจัดซื้อ การจ้าง พัฒนาโดยหน่วยงานที่มีสิทธิควบคุมการใช้ประโยชน์ และคาดว่าจะได้รับประโยชน์ เชิงเศรษฐกิจหรือศักยภาพในการบริหารสินทรัพย์นั้นเกินกว่า ๑ ปี ตามรายงานฉบับนี้ มีสินทรัพย์ไม่มีตัวตนสุทธิอยู่ถึง ๗.๓ ล้านบาท ซึ่งแตกต่างอย่างมากจากปี ๒๕๖๕ ที่มีอยู่เพียง ๔๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น จึงอยากสอบถามครับว่าท่านได้มีการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ ระบบงานต่าง ๆ เว็บไซต์ต่าง ๆ ของท่านให้มีศักยภาพเป็นไปตามนิยามที่ท่านตั้งไว้อย่างไร อยากขอให้ยกตัวอย่างให้มันเป็นรูปธรรมหน่อยครับ เพราะเราจะได้เห็นภาพชัดว่าการพัฒนา ระบบของท่านประชาชนโดยเฉพาะผู้ประกอบการและแรงงานนั้นได้รับประโยชน์อะไร จากตรงนี้บ้าง🔗
อีกส่วนหนึ่งครับ คือรายการสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นที่มีการระบุรายการ ลูกหนี้ ความรับผิดทางละเมิดที่เกิดจากการทุจริตของเจ้าหน้าที่ ท่านมีการชี้แจงครับว่า มีเจ้าหน้าที่ผู้เบิกจ่ายเงินค่าครองชีพมีการปลอมแปลงเอกสารและโอนเงินเข้าบัญชีตนเอง ทำให้เกิดความเสียหายแก่กองทุน ถึงแม้ว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำพิพากษาให้ชดใช้แล้ว แต่ก็ยังมีส่วนต่างที่ยังไม่ได้รับการชดเชยอีก ๓.๒ ล้านบาท และท่านระบุให้กลายเป็นหนี้สูญ จึงอยากสอบถามครับว่าในกรณีนี้ในการตั้งระเบียบความเข้มงวดในการป้องกันการทุจริต ภายในของกองทุนท่านมีแนวทางอย่างไรครับในการแก้ไขและป้องกันปัญหาลักษณะนี้ ไม่ให้เกิดขึ้นอีก และมีแนวทางใดที่ทางกองทุนจะหาทางในการนำมาซึ่งการชดเชยหนี้สูญนี้ ให้กับทางกองทุนเองด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสหัสวัต คุ้มคง ครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคประชาชนครับ ขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานครับ จริง ๆ ต้องบอกว่ากองทุนนี้ก็เป็นกองทุนสำคัญสำหรับประเทศเราในการพัฒนาฝีมือแรงงาน แล้วก็ที่ผ่านมาก็มีการดำเนินงานที่จริง ๆ ก็ต้องบอกว่าโอเคระดับหนึ่งเลยนะครับ แต่ว่า ผมขอตินิดเดียวครับ จริง ๆ เรื่องการประชาสัมพันธ์ คือจริง ๆ กองทุนนี้ก็มีประโยชน์กับ ผู้ใช้แรงงานจำนวนมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าการประชาสัมพันธ์การเข้าถึงกองทุนก็ค่อนข้าง น้อยเหลือเกินนะครับ ซึ่งพอมาดูรายงานการใช้จ่ายเงินก็ยังไม่เห็นงบในการประชาสัมพันธ์ เท่าไร ซึ่งไม่แน่ใจว่าทำไม่ได้หรือว่าทำได้ตามกรอบกฎหมายแค่ไหนนะครับ อันนี้เป็นข้อ หารือ แล้วก็ปรึกษาตอบคำถามไปด้วยนะครับ🔗
ที่ผมติดใจอีกส่วนหนึ่งคือส่วนที่เรียกว่าหนี้สูญครับ คือหนี้สูญตามนิยามที่ให้มา อาจจะเป็นแรงงานที่อยู่ในระหว่างการใช้หนี้คืออาจจะบาดเจ็บ พิการ หรือโน้นนี่นั่น ที่เขียนมา ในรายงานนะครับ แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือหนี้สูญมันดูเยอะมากเลยนะครับ ผมก็เลยสงสัยว่า ตรงนี้มันเกิดจากอะไรครับ คือถ้ามันเยอะ เราต้องตั้งคำถามแล้วนะครับว่ามันเกิดเหตุใด ถึงมีหนี้สูญที่เยอะขนาดนี้ คือจริง ๆ อยากจะเห็นตัวเลขว่าสุดท้ายเราให้กู้ยืมเงินไปเพื่อ พัฒนาฝีมือแรงงานแล้วเกิดหนี้สูญแบบนี้ มีคนพิการเท่าไร คนเสียชีวิตเท่าไร หรือมันเกิด จากอะไรถึงเกิดหนี้สูญจำนวนมากขนาดนี้ครับ เพราะเราจะได้แก้ปัญหาถูกครับว่ามันเกิด อะไรขึ้น คืออย่างค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญครับ สุดท้ายมันเยอะมากเลย ปี ๒๕๖๖ รวมกันมา ตรงนี้ ๑๓๑ ล้านบาทใช่ไหมครับ หักค่าหนี้เผื่อสงสัยจะสูญอะไรต่าง ๆ มันเยอะนะครับ คือถ้าเกิดเราไม่เห็นข้อมูลที่แท้จริงว่ามันเกิดจากอะไร ทำไมถึงมีหนี้สูญเยอะ เราจะแก้ไม่ถูกครับ อันนี้อยากได้รายละเอียดมาก ๆ เลยนะครับ🔗
ผมขอสอบถามนิดหนึ่งครับ ได้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ต่อเนื่องไหมครับ จากเงินกู้เหล่านี้ เช่นว่าบุคคลที่กู้ยืมเงินไปพัฒนาฝีมือแรงงานได้งานเพิ่มขึ้นจริงกี่เปอร์เซ็นต์ ได้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาฝีมือจริง ๆ กี่เปอร์เซ็นต์ รวมถึงอย่างที่เพื่อนสมาชิก ที่ท่านเพิ่งอภิปรายได้ถามครับ ทำไมเกิดเหตุอะไร ถึงมีคนส่งเงินเข้ากองทุนเพิ่มแทนที่บริษัท ผู้ประกอบการเหล่านั้นจะทำแผนพัฒนาฝีมือแรงงานในบริษัทตัวเองครับ จริง ๆ อันนี้ เป็นเรื่องที่อาจจะต้องมีกรมพัฒน์เข้ามาตอบด้วย แต่ว่าไหน ๆ ท่านก็มา ผมขออนุญาต สอบถามเพื่อเป็นความรู้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิพนธ์ คนขยัน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตร่วมอภิปรายรายงานผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุน พัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ ท่านประธานครับ ในรายละเอียดก็ได้อ่านแล้ว แต่เพียงอยากฝากข้อสังเกตผ่านท่านประธานไปหาผู้รายงาน ได้รับทราบว่า อยากฝากข้อสังเกต ข้อเสนอแนะครับ เงินกองทุน อย่างเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิก บอกว่าใช้ไม่หมด มีการส่งคืน สำหรับในชนบทอย่างบึงกาฬบ้านของกระผมครับท่านประธาน เรียกว่าการฝึกทักษะพัฒนาฝีมือแรงงานหรือว่าอาชีพ เช่น ประชาชนต้องการอยากฝึกอาชีพ ช่างเชื่อม ช่างต่าง ๆ ตามถนัด ตามที่ต้องการ ๑. เมื่อมีอาชีพทักษะพัฒนาฝีมือแรงงานแล้ว ถือว่าดีขึ้น ค่าแรงก็เพิ่มขึ้นครับ ๒. บางคนถึงไม่ไปรับจ้างต่างจังหวัดหรือว่าต่างประเทศ อย่างน้อยรับจ้างในหมู่บ้านของตัวเองครับ เมื่อมีอาชีพอย่างช่างไฟฟ้า วันนี้ไฟฟ้ามีครบ ทุกหลังคาเรือน อุปกรณ์ไฟฟ้าหรือว่าต่าง ๆ ในครัวเรือน การใช้ไฟ ยกตัวอย่างนะครับ ท่านประธาน มันก็ต้องชำรุดหรือว่าต่อเติมขยับขยาย ช่างเหล่านี้ในหมู่บ้านเขาก็มีทักษะ เขาก็ได้รับจ้างครับ ได้อยู่กับครอบครัว ดังนั้นตรงนี้ผมอยากจะฝากว่าเป็นไปได้ที่ว่า เพื่อนสมาชิกบอกว่าเงินกองทุนส่งคืนเพิ่มตรงนี้ได้ไหม ให้กับพี่น้องในชนบทที่ต้องการ อยากฝึกทักษะ พัฒนาฝีมือแรงงานตัวเอง อย่างน้อยอย่างที่ผมเรียนนะครับท่านประธาน เขาก็จะมีความรู้ เชี่ยวชาญในด้านฝีมือต่าง ๆ ที่เขาถนัด ที่เขาต้องการอยากจะฝึก อยากจะอบรม พอเก่งแล้ว อย่างที่ผมเรียนจะไปต่างประเทศ ในประเทศ ต่างจังหวัด หรือเขาจะทำมาหากิน ในบ้านตัวเอง ในตำบลตัวเอง อำเภอตัวเองก็เป็นการส่งเสริมที่ดี ดังนั้นตรงนี้เห็นด้วยนะครับ ก็อยากฝากประเด็นนี้ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผมขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะอภิปรายรับทราบข้อมูลการสอบบัญชีและรายงาน กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ ดังนี้ครับ🔗
ประเด็นแรกครับท่านประธาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงานในภารกิจในการ พัฒนาฝีมือแรงงาน และอีกภารกิจที่กระผมคิดว่าเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดก็คือว่าส่งเสริมให้ ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาฝีมือแรงงานตามนโยบายของรัฐบาล ท่านประธานครับ สาเหตุที่กระผมกล่าวว่าภารกิจส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาฝีมือ แรงงานตามนโยบายของรัฐบาลนั้นมีความสำคัญ เพราะตอนนี้ Trend หรือกระแสของโลก เราได้เปิดกว้างครับ เปิดกว้างให้ภาคเอกชน นายจ้างเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนา ฝีมือแรงงาน การฝึกอบรมฝีมือแรงงานและฝึกการเตรียมความพร้อมในการเข้าทำงาน ท่านประธานครับ ตอนนี้บางบริษัทใหญ่ ๆ มีความพร้อม มีเทคโนโลยีพัฒนาฝีมือแรงงาน ดีมากครับ ตอนนี้มีการสร้างหลักสูตร มีครูฝึก มีสถานที่ฝึกอาชีพ เพื่อสร้างให้พี่น้อง ภาคแรงงานเป็นแรงงานที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น กระผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีต่อการพัฒนา แรงงานของไทยเป็นอย่างมาก การพัฒนาทักษะของตนเอง เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต ของแรงงานเองและเพิ่มรายได้มากขึ้นให้กับพวกเขาด้วย แต่กระผมทราบมาว่าหลายบริษัท มีความพร้อมแต่อาจจะขาดแคลนเรื่องงบประมาณในการสนับสนุนจากภาครัฐ ปกติแล้ว ภาครัฐโดยเฉพาะกรมพัฒนาฝีมือแรงงานก็อาศัยภาคเอกชนในการเข้ามาร่วมแต่เขาต้อง ออกสตางค์ค่าใช้จ่ายเอง โน้น นี่ นั่นอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านประธานครับ ในรายงานของ กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานประจำปี ๒๕๖๖ นั้นบอกว่ากองทุนมีเงิน ๑,๒๐๐ ล้านบาทครับ ใน ๑,๒๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๖ มีเงินให้กู้ยืมเพียง ๒๑ ล้านบาทเท่านั้น และเงินกู้ยืมใน ระยะยาวก็มีเพียง ๖ ล้านบาทเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่กองทุนมีเงินฝากตั้ง ๑,๒๐๐ ล้านบาท แล้วเป็นเงินฝากแบบไม่ได้ดอกเบี้ยด้วย เพราะฉะนั้นก็แปลว่าฝากไปแล้วก็ไม่ได้เกิดประโยชน์ อะไรครับ นับวันเงินก็เฟ้อ จำนวนเงินที่ฝากก็มีค่าที่ลดลง แล้วเหตุใดกองทุนไม่ปล่อยให้ ภาคเอกชนเข้ามาร่วมด้วยช่วยกันในการพัฒนาฝีมือแรงงาน นำเงินไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เราสร้างกฎกติกาของเราออกมานะครับ อันไหนถ้ามันมีความมั่นคง บริษัทเอกชนไหนที่มัน ใช้ได้ก็ให้เขากู้ไปในเมื่อเขาขาดแคลนเรื่องนี้ ถ้าอย่างนั้นจะมีกองทุนไว้ทำไมครับ หรือเรา ก็เอาเงินฝากธนาคารมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรนะครับ ดังนั้นกระผมขอฝากไปยังผู้บริหาร กองทุนนี้และกรมพัฒนาฝีมือแรงงานด้วยนะครับว่าลองพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ สนับสนุนให้ภาคเอกชนต่าง ๆ เข้าถึงแหล่งเงินกองทุนนี้ให้มากขึ้น ขยายสัญญาเพื่อเพิ่ม ระยะเวลาการชำระหนี้ เรื่องนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการ พี่น้องภาคเอกชน แรงงานได้มากเลย ทีเดียวครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน วัตถุประสงค์ของกองทุนพัฒนาฝีมือ แรงงานนั้นสำคัญต่อการฝึกทักษะอาชีพการพัฒนาเชี่ยวชาญทางด้าน Skill ให้สูงในด้านต่าง ๆ เพื่อพัฒนาแรงงานให้มีคุณภาพและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ท่านประธานครับ ตอนนี้ ปฏิเสธไม่ได้นะครับว่าภาคธุรกิจ SMEs ของบ้านเรามีพวกแรงงานต่างด้าวทั้งนั้นตอนนี้ครับ ที่ผ่านมาการเตรียมการฝีมือแรงงานของคนต่างด้าวนั้นกำหนดให้นายจ้างจะต้องเป็น ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย เรื่องนี้เป็นภาระของพี่น้องผู้ประกอบการและ SMEs รายย่อยอย่างมาก เลยนะครับ กระผมจึงขอฝากให้กระทรวงแรงงานแก้ปัญหาดังกล่าว โดยนอกจากการพัฒนา ฝีมือแรงงานให้กับแรงงานไทยแล้วกระทรวงแรงงานจะต้องเข้ามาเป็นหน่วยงานหลักในการ พัฒนาฝีมือแรงงานให้กับคนต่างด้าวด้วย ก็เราต้องการแรงงานต่างด้าวเข้ามานะครับ เราต้อง ไปฝึก ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่น IM Japan เขาก็มีหน่วยงานหนึ่งที่ต้องการให้มีฝึกเลยครับ ประเทศอินโดนีเซียก็เข้าไปฝึก ของเขาตั้งมา ๒๐ ปีแล้ว ประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่า ๆ คน แล้วทีนี้ของเวียดนามซึ่งเข้ามาทีหลังก็ไปแล้วประมาณ ๘,๐๐๐ คน ประเทศไทยมีแค่เพียง ๖,๐๐๐ คนเท่านั้น ๒๐ ปี เพราะฉะนั้นอยากให้เอาตัวนี้เป็นตัวประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชน ผู้ยากไร้ที่ต้องการอยากจะไปฝึกงานที่ IM Japan ของประเทศญี่ปุ่นด้วยนะครับ🔗
ประเด็นสุดท้าย ผมอยากจะขอเรียนนะครับว่าตามประกาศของกระทรวง แรงงานและกระทรวงมหาดไทย รวมถึง ครม. ก็มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๗ คนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนามมีฐานะที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ที่อยู่ในไทยเป็นกรณีพิเศษและสามารถทำงานกับนายจ้างเป็นการชั่วคราวได้ในระยะเวลา ๑ ปีครับ โดยเริ่มขึ้นทะเบียนออนไลน์ตั้งแต่วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๗ เพราะว่าเขารบกัน เขากลับบ้านไม่ได้ มันมีความจำเป็น ต่ออายุ Visa ไม่ได้ เรื่องนี้กระผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ ถูกต้องแล้วที่คณะรัฐมนตรี รัฐบาลชุดนี้เล็งเห็นว่าที่ผ่านมาสถานการณ์สู้รบมันมีปัญหา แล้วเขามาทำงานแล้วก็ไม่สามารถที่จะกลับบ้านได้ แล้วแรงงานเมียนมาบางส่วนซึ่งเคย ได้รับอนุญาตทำงานถูกต้องกลายเป็นแรงงานที่ผิดกฎหมายเนื่องจากว่าไม่สามารถเดินทาง กลับประเทศได้ ใบอนุญาตและ Visa ก็หมด หยุดลง อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลได้ตระหนัก เรื่องนี้ ทางคณะรัฐมนตรี กระทรวงแรงงานด้วยนะครับ จึงได้ประกาศ พออนุโลมให้ผู้ที่ ผิดกฎหมายเหล่านี้รอขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขาดแคลน แรงงาน กระทบต่อการขับเคลื่อนของนายจ้าง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยครับ แต่ท่านประธานครับ กระผมได้รับคำร้องเรียนและมีความกังวลจากผู้ประกอบการว่า ทำไมช่วงนี้มีข่าวเจ้าหน้าที่จับกุมแรงงานต่างด้าวอย่างหนาหู แล้วก็ไม่เป็นการขัดกับนโยบาย ของรัฐบาลหรืออย่างไร ดังนั้นในเรื่องนี้กระผมขอให้หน่วยงานต้นสังกัดเร่งตรวจสอบ ข้อเท็จจริง ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจในทางที่มิชอบไปรังแกพี่น้องผู้ประกอบการนะครับ แม้กระทั่งแรงงานชั่วคราวที่มาตัดอ้อยอยู่ตามไร่อ้อยต่าง ๆ ที่เขามาถูกต้องตามกฎหมาย แรงงานเขมร แรงงานลาวก็ดี ก็จะมีเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับทางแรงงานด้วย เจ้าหน้าที่ ตำรวจไปหาเก็บส่วยตามนั้น รายละ ๕๐๐ บาท รายละ ๑,๐๐๐ บาทบ้าง เรื่องนี้ขอฝากไปถึง ผู้บริหารด้วยนะครับ ก็คือกำชับกำชามา กระทรวงมหาดไทยก็ดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ดี อย่าให้พวกนักกังฉินไปตบทรัพย์กับผู้ใช้แรงงาน ซึ่งหน้านี้ก็เป็นหน้าเก็บเกี่ยวพืชผล ทางการเกษตร หน้าตัดอ้อย ขุดมัน เราก็ใช้แรงงานกีดยาง โน้น นี่ นั่น เพราะฉะนั้นจึงขอเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่าถึงแม้ว่าในเรื่องนี้ที่ท่านได้ถือมาในเล่มเขียวผมจะไม่ได้ดู ดูแต่ว่า เป็นตัวเลขที่ท่านได้ใช้เงิน เงินมันเหลือนะครับ เพราะฉะนั้นกองทุนนี้ใช้ให้มันมีประโยชน์ มากกว่านี้นะครับ บางครั้งบางคราวก็ใช้หลักเกณฑ์ของพวกเรา ใช้หลักเกณฑ์ให้มันกำชับกำชา ให้ดี ๆ แล้วก็ใช้เงินให้มีประโยชน์ ลงทุนนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะขอกราบเรียน กับท่านประธานผ่านไปยังกรมพัฒนาฝีมือแรงงานมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ โอกาสที่พวกเรา จะฟื้นทางด้านเศรษฐกิจและจะนำการส่งออก เรานำเข้าแรงงานแล้วก็ส่งออกแรงงาน กระทรวงแรงงานหรือการพัฒนาทางด้านแรงงานน่าจะเป็นหนึ่งในกระทรวงเศรษฐกิจก็ได้ นำรายได้เข้าประเทศปีละหลาย ๆ แสนล้านบาท เหมือนการท่องเที่ยวอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าหากว่าเรามีความพร้อมในการพัฒนาจริง ๆ จัง ๆ เอากันจริง ๆ จัง ๆ มีฝีไม้ลายมือจริง ๆ จัง ๆ เราก็สามารถนำรายได้เข้าประเทศได้อย่างมากมาย ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ หมดผู้อภิปรายแล้วนะครับ จะชี้แจงนิดหน่อย เชิญครับ🔗
ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณที่ทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ได้อภิปรายมานะคะ ก็จะขอ ชี้แจงในประเด็นของท่านรวีที่ท่านถามว่าเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานมีที่มาอย่างไร ทำไมปีที่ผ่านมา ปี ๒๕๖๕ กับปี ๒๕๖๖ ถึงมีความแตกต่างกันมากนัก ก็คือเงินสมทบกองทุน พัฒนาฝีมือแรงงานเกิดจากการที่ทางสถานประกอบกิจการไม่ดำเนินการฝึกอบรม คือเรา มี พ.ร.บ. ๒๕๔๕ พระราชบัญญัติตัวนี้ได้กำหนดไว้ว่าให้สถานประกอบกิจการดำเนินการ พัฒนาฝีมือแรงงานให้กับลูกจ้างของตนเอง โดยที่เรามีการบังคับใช้กับสถานประกอบการ ที่มีพนักงานตั้งแต่ ๑๐๐ คนขึ้นไป แล้วพนักงานตั้งแต่ ๑๐๐ คนขึ้นไปนั้น ถ้าหากว่าพัฒนา ไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ จะต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานในอัตราร้อยละ ๑ ของค่าจ้างที่ผู้ประกอบกิจการจะต้องจ่ายในปีสุดท้ายก่อนที่จะมีการส่งเงินสมทบเข้ากองทุน ในระยะเวลาที่กำหนดนะคะ อันนี้ก็ปรากฏว่าในปี ๒๕๖๕ แล้วก็ปี ๒๕๖๖ นี้มันมีความแตกต่างกัน ก็คือเราจะเห็นได้ว่า ในปี ๒๕๖๕ เป็นช่วงของโควิด แล้วก็ปี ๒๕๖๖ ก็ยังมีผลมาด้วย ดังนั้นก็เลยทำให้ในการ เรียกเก็บเงินของเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานในปี ๒๕๖๕ เราคิดแค่เพียง ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าพอปี ๒๕๖๖ เราคิด ๑ เปอร์เซ็นต์ตามปกติ ดังนั้นในการเรียกเก็บเงินตรงนี้มันก็ เลยมีผลต่างที่ค่อนข้างที่จะเยอะ แล้วก็สำหรับค่าใช้จ่ายที่ท่านบอกว่าในเรื่องของ การฝึกอบรมที่ท่านบอกว่าใน ๘ ล้านบาทนั้นเราอบรมให้ใคร เราอบรมให้กับทางผู้ประกอบกิจการ ให้กับทาง HR ให้มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน แล้วก็ในเรื่องของงานกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานที่ว่าเมื่อถึงกำหนดคุณจะต้องมีการ ดำเนินการอย่างไร และเรามีการอบรมทุกปี เราก็ตั้งงบประมาณตัวนี้ทั่วประเทศปีละ ๕-๖ ล้านบาท สำหรับในส่วนที่เหลืออีกประมาณ ๒ ล้านกว่าบาทนั้นเราเป็นการฝึกอบรม ให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ของกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศ แล้วก็เป็นการอบรม ให้ความรู้กับน้อง ๆ ที่เป็นลูกจ้างของกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานในการดำเนินงานค่ะ สำหรับ ในกรณีของเงินอุดหนุนที่ท่านถามว่าเรามีเงินอุดหนุนอะไรบ้าง เงินอุดหนุนเรามีทั้งหมด เราตั้งหลักเกณฑ์ในการที่จะจ่ายเงินอุดหนุนก็มีตั้งแต่ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐาน ฝีมือแรงงาน ผู้ประกอบกิจการ แล้วก็มีศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ แล้วก็ในบางส่วน ก็จะเป็นของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่เราจะดำเนินการในการที่จะอุดหนุนช่วยเหลือนั้น ๆ อย่างกรณีของผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานก็คือศูนย์ทดสอบมาตรฐาน ฝีมือแรงงานซึ่งมีทั้งภาครัฐแล้วก็ภาคเอกชน ซึ่งในส่วนของตรงนี้ อาทิเช่น บอกว่าเราอุดหนุน ให้แก่ผู้ดำเนินการทดสอบ ผู้ได้รับการอนุมัติ อนุญาต ดำเนินการทดสอบตามมาตรา ๒๔ ซึ่งดำเนินการทดสอบแล้วก็มีผู้ที่ทดสอบในปีที่ผ่านมาตั้งแต่ ๑๐๐ คนขึ้นไป ก็จะมีสิทธิได้รับ เงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาทต่อผู้ผ่านการทดสอบทุก ๑๐๐ คน และส่วน ที่เกินกว่า ๑๐๐ คนก็มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนอีกจำนวน ๒๐๐ บาทต่อคน ฉะนั้น ในกรณีของผู้ประกอบกิจการเราก็จะมีบอกว่าในกรณีที่เราอุดหนุนให้กับผู้ประกอบกิจการที่ ดำเนินการพัฒนาฝีมือแรงงานตามมาตรา ๒๙ วรรคสอง ในปีที่ผ่านมาส่วนที่เกินกว่าร้อยละ ๗๐ ของลูกจ้างทั้งหมดก็คือเราให้อบรม ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าคุณพัฒนาฝีมือแรงงานเกิน กว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์คุณก็จะได้รับเงินอุดหนุนช่วยเหลืออีก ๒๐๐ บาทต่อลูกจ้าง ๑ คน อันนี้เป็นกรณีอย่างที่เราได้ดำเนินการ แล้วก็สำหรับระบบของการที่ท่านบอกว่าระบบของ การกู้ยืมเงิน ไม่ใช่ค่ะ ที่ท่านถามว่าระบบของกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานที่เราทำเกี่ยวกับ ระบบที่เป็นพวกไอที ตรงนี้เราบอกได้เลยว่าตอนนี้กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานของเรา เราได้ ดำเนินการจัดทำระบบการให้เงินกู้แล้วก็เงินอุดหนุนผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งนั้นเลย แม้กระทั่งในเรื่องของการยื่นแบบแสดงเงินสมทบ ยื่น พ.ร.บ. ยื่นในเรื่องของการฝึกอบรม ฝีมือแรงงานที่จะต้องมีการมานับที่เป็นการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เราก็ดำเนินการ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งนั้น สำหรับ ๗ ล้านบาทนั้นเป็นเรื่องของการทำระบบเงินกู้แล้วก็ เงินอุดหนุน แล้วก็เรามีระบบอิเล็กทรอนิกส์ในเรื่องของใบเสร็จรับเงินนะคะ🔗
สำหรับของท่านสหัสวัตนะคะ ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์เงินกองทุนนะคะ เรามีการประชาสัมพันธ์ไม่น้อยนะคะ เรามีในทุกระบบเลย แม้กระทั่งที่เป็นเว็บไซต์ก็มี ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโทรทัศน์ ทางวิทยุหรือแม้กระทั่งในเรื่องของ Spot ต่าง ๆ นี้ เราก็มีนะคะ เราไม่ได้ว่ามีการประชาสัมพันธ์น้อยนะคะ ปีหนึ่ง ๆ เราหมดเงินไปในเรื่องของ การประชาสัมพันธ์ไม่น้อยกว่าปีละ ๕ ล้านบาทนะคะ🔗
สำหรับหนี้สูญที่เป็นเงินกองทุนนะคะ ที่ท่านถามว่าทำไมเราถึงมีหนี้สูญเยอะ หนี้สูญตรงนั้นเป็นหนี้สูญที่เกิดจากกองทุนเดิม คือกองทุนเดิมก็คือกองทุนที่เกิดขึ้นมา ตามมติของคณะรัฐมนตรีในปี ๒๕๓๙ เราก็เลยตั้งกองทุนขึ้นมากองทุนหนึ่ง แล้วกองทุนนั้น ก็ชื่อว่ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน แต่ว่าในการให้กู้ยืมเงินตรงนั้นเราให้ผู้ที่เป็นแรงงานที่ ณ ตอนนั้นที่ตกงานได้มีการพัฒนาฝีมือแรงงานก็ให้มากู้ยืมเงินจากเราโดยที่เสียดอกเบี้ย ร้อยละ ๑ นะคะ แล้วปรากฏว่าผู้ที่มากู้ยืมเงินก็ไม่ชำระเงิน แล้วในส่วนของตรงนี้เราให้กู้ยืมมา ประมาณ ๕ ปีตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ จนถึงปี ๒๕๔๕ แล้วขณะนี้มีผู้กู้ยืมทั้งหมดทั่วประเทศ ๒๘,๘๗๒ ราย แล้วในขณะนี้ได้มีการปิดบัญชีไปแล้ว ๒๔,๐๐๐ กว่ารายนะคะ ยังเหลือลูกหนี้ ที่ยังไม่ได้ปิดบัญชีอยู่อีกประมาณ ๓,๙๐๐ กว่ารายค่ะ ซึ่งตรงนี้ในส่วนที่ท่านถามว่าทำไมถึง มีหนี้สูญเยอะ เพราะว่าหนี้สูญมันเกิดจากการที่ว่าเราได้มีการพิพากษาไปแล้วในบางส่วน แล้วปรากฏว่าเขาก็ไม่มีเงินที่จะมาจ่ายหนี้ให้ แล้วบางคนผู้กู้ก็เสียชีวิต ผู้ค้ำก็เสียชีวิต เราก็เลยต้องเสนอให้เป็นหนี้สูญค่ะ🔗
สำหรับในเรื่องของการประเมินผลสัมฤทธิ์นะคะ อันนี้ประเมินผลสัมฤทธิ์ เราประเมินผลสัมฤทธิ์สำหรับในกรณีที่ถ้ามีการกู้ยืมเงินจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน อันนี้เป็นเงินกู้ใหม่นะคะ เงินกู้ใหม่เรามีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของการที่สถานประกอบ กิจการกู้ยืมเงินจากเราไปแล้วนำไปพัฒนาฝีมือแรงงานให้กับลูกจ้างของตนเอง เราก็จะมีการ ติดตามประเมินผลว่าผลผลิตของเขาดีขึ้นหรือเปล่า มีประสิทธิภาพไหม มีประสิทธิผลหรือเปล่า การดำเนินงานลดต้นทุนการผลิตหรือเปล่านะคะ แล้วก็ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงไป หรือเปล่าค่ะ🔗
สำหรับในกรณีของท่านธีระชัยนะคะ ท่านถามว่าการขาดแคลนเงินนะคะ เรามีเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ให้ลองพิจารณาหลักเกณฑ์การเข้าถึงให้มากขึ้น ในเรื่องของการเข้าถึง เงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน เงินกู้เรามีการประชาสัมพันธ์ไปตลอดเลยนะคะ เพียงแต่ว่า ท่านถามว่าทำไมปีหนึ่งเราให้กู้เพียงแค่ ๒๐-๓๐ ล้านบาท เราไม่ได้จำกัดจำนวนเงิน ที่จะมีสถานประกอบกิจการมากู้นะคะ เพียงแต่ว่าเราตั้งในพื้นฐานไว้ว่าในขั้นต่ำของเรา เราตั้งไว้ปีละ ๓๐ ล้านบาท เพราะว่าในการที่เราตั้งออกมา ในการใช้จ่ายเงินกองทุน มันจะต้องมีคณะกรรมการที่เขาจะต้องมีการจัดสรรเงินให้กับเรา เราก็ตั้งมาไว้ที่ ๓๐ ล้านบาท ถ้า ๓๐ ล้านบาทไม่เพียงพอ เราก็สามารถที่จะขอเงินมาจากบอร์ดของเราได้อีกนะคะ แต่ปรากฏว่าที่ผ่าน ๆ มาก็คือสถานประกอบกิจการไม่ค่อยให้ความสนใจกับเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งเขาก็อ้างว่าเรามีเงื่อนไขตรงที่ว่าเงินกู้เราใช้ในการพัฒนาฝีมือแรงงาน แต่สิ่งที่ สถานประกอบกิจการต้องการที่จะกู้ สถานประกอบกิจการไม่ได้ต้องการที่จะมากู้เพื่อที่จะ นำไปพัฒนาฝีมือแรงงานแต่ต้องการที่จะไปใช้อย่างอื่นนะคะ🔗
สำหรับในกรณีที่ท่านถามว่า SMEs มีคนต่างด้าวมาก อยากจะให้เราเอา กองทุนนี้เข้าไปพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับเงินกู้นี่นะคะไม่ได้จำกัดที่ว่าจะต้องเป็นแค่คนไทย คนต่างชาติถ้าสถานประกอบกิจการกู้ยืมเงินไปก็เปรียบเสมือนเป็นเงินของเขาเอง เขาก็ สามารถที่จะเอาไปใช้ในการพัฒนาฝีมือแรงงานทั้งกับลูกจ้างที่เป็นคนไทยแล้วก็คนต่างชาติ ได้นะคะ สำหรับดอกเบี้ยต่ำ ดอกเบี้ย ๐ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ แล้วกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้บัญญัติไว้ว่าให้ดอกเบี้ยเงินกู้ ๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ที่ผ่านมาเราเคยใช้ดอกเบี้ย ๓ เปอร์เซ็นต์ อยู่เพียงแค่ปีเดียว หลังจากนั้นมาเราก็เป็นเงินกู้ ๐ เปอร์เซ็นต์ทั้งหมดค่ะ ก็นำเรียนให้กับ ท่านผู้ทรงเกียรติได้ทราบนะคะ🔗
เชิญครับท่าน ยังติดใจอยู่ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทยครับ ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ยังติดใจอยู่ครับ เนื่องจากว่าท่าน ผอ. ยังไม่ได้ตอบคำถามผม คำถาม สุดท้ายนะครับ แต่คำถามอื่น Clear หมดแล้ว ต้องขอขอบคุณมากนะครับ คำถามสุดท้ายคือ เรื่องเกี่ยวสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ของกองทุนได้มีการ ทำทุจริตในการที่มีการปลอมแปลงเอกสารแล้วก็โอนเงินเข้าบัญชีตัวเองไปกว่า ๔ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้มีการชี้แจงแล้วว่าศาลปกครองสูงสุดมีให้ชดใช้อยู่ที่ ๑,๒๐๐,๐๐๐ กว่าบาท แต่มัน ก็ยังเหลือส่วนต่างอีก ๓.๒ ล้านบาท ตรงนี้ทางกองทุนมีแนวทางอย่างไรในการที่จะชดเชย ในส่วนของหนี้สูญนี้ รวมถึงมีแนวทางอย่างไรในการป้องกันแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดปัญหาแบบ นี้อีก เพื่อจะเป็นเครื่องยืนยันให้กับพี่น้องประชาชน สร้างความมั่นใจได้ว่าทางกองทุนจะมี การป้องกันอย่างดีที่สุดครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญครับ🔗
เรียนท่านรวีนะคะ สำหรับเงินที่เป็นสินทรัพย์ที่ไม่หมุนเวียนนั้นมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น ในปี ๒๕๔๘ ที่ตั้งแต่ตั้งกองทุนขึ้นมา แล้วก็ปรากฏว่ามีลูกจ้างเขาดำเนินการโดยการที่ เขาทุจริต แล้วหลังจากนั้นทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงานก็ได้มีการสอบสวน แต่ปรากฏว่า ผู้ที่ดำเนินการที่ทุจริตคนนั้นได้เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ แล้วหลังจากนั้นเขาก็ ไปสืบทรัพย์มา ก็ปรากฏว่าเขาก็ไม่มีทรัพย์ แล้วในส่วนของตรงนี้เราก็ได้มีการนำสืบให้กับ หัวหน้างาน เป็นทั้งหัวหน้างาน เป็นทั้งหัวหน้าฝ่าย เป็นทั้งผู้อำนวยการกองที่รับผิดชอบ ณ ตอนนั้นก็เป็นผู้ที่จะต้องจ่ายเงินทดแทนในส่วนของตรงนั้น แต่คราวนี้ในส่วนที่เขานำเงินไป ก็ปรากฏว่าที่ท่านพูดมานะคะว่าทางสำนักงานอัยการสูงสุดเขาก็มีมติว่าให้ชดใช้เท่ากับ จำนวนที่ปรากฏ แล้วก็ที่ท่านถามว่าแล้วหนี้อีก ๓ ล้านบาทนั้นทำอย่างไร เราก็ได้มีการ นำเสนอตรงนี้ต่อทางกรมบัญชีกลาง กรมบัญชีกลางเขาก็โอเค ตอบกลับมาอนุมัติให้ตามนั้น🔗
แต่ว่าท่านถามว่าเรามีแนวทางการดำเนินงานอย่างไรในปัจจุบัน ในปัจจุบันนี้ สิ่งที่ผ่านมานั้นเราก็คงไม่สามารถที่จะไปดำเนินการได้ แต่ว่าในปัจจุบันนี้เรามีระบบในการ รับเงินแล้วก็จ่ายเงินเราใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดนะคะ ก็เลยทำให้ในปัจจุบันนี้ระบบ ตรงนี้ก็ช่วยในเรื่องของการป้องกันการทุจริตได้มากขึ้นเลยค่ะ🔗
หมดผู้ซักถามแล้วนะครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดมีปัญหาติดใจและซักถามนะครับ ถือว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ นะครับ ก็ขอบคุณ ตัวแทนผู้ชี้แจงครับ ขอบคุณครับ ต่อไประเบียบวาระที่ ๓ นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องรับรองรายงานการประชุม ไม่มีนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
๔.๑ รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง สภาพปัญหาและแนวทางการแก้ไข ปัญหากฎหมายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวพิจารณา เสร็จแล้วนะครับ ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ🔗
ในการนี้นะครับ ผมได้อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ วรรคสอง เชิญท่านผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. ท่านสุรวัช อัครวรมาศ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คนที่สอง ท่านกฤษณะ แก้วธำรง อนุกรรมาธิการ ท่านชวนัสถ์ สินธุเขียว อนุกรรมาธิการ ท่านเขมภัทร ทฤษฎิคุณ อนุกรรมาธิการ ท่านรัตนดา ชูบาล อนุกรรมาธิการนะครับ เข้าประจำที่เรียบร้อยแล้วนะครับ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ เรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านครับ กระผม นายเอกธนัช อินทร์รอด ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว ขอเสนอรายงาน ผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง สภาพปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหากฎหมายในอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวของคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวซึ่งได้พิจารณาแล้วเสร็จในภาพรวมดังนี้🔗
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันพุธที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๖ ได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว เพื่อให้มีหน้าที่และอำนาจตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อที่ ๙๐ (๑๖) ในการกระทำกิจการเพื่อพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับ การส่งเสริม สนับสนุน การแก้ไขปัญหาอุปสรรคและการพัฒนาการท่องเที่ยวของไทยนั้น ภายใต้บทบาทหน้าที่และอำนาจดังกล่าวคณะกรรมาธิการได้ดำเนินการพิจารณาศึกษา ในหลายเรื่องที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะปัญหาด้านกฎหมาย กฎ ระเบียบ ซึ่งเป็นอุปสรรค และส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน และการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทย🔗
ทั้งนี้ในการดำเนินการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวคณะกรรมาธิการได้มีมติ ตั้งคณะอนุกรรมาธิการศึกษาและกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาด้านกฎหมายที่เป็น อุปสรรคต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวขึ้นมาโดยเฉพาะ โดยมีท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ซึ่งจากผล การพิจารณาศึกษาทำให้เห็นได้ว่าแม้การท่องเที่ยวจะสามารถสร้างรายได้หลักให้กับประเทศ ได้เป็นจำนวนมหาศาลและการท่องเที่ยวไทยถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สำคัญ ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาก็ตาม แต่หากพิจารณาในภาพรวม ของภาคส่วนการท่องเที่ยวยังมีปัญหาอุปสรรคในหลายประการที่จำเป็นจะต้องได้รับ การแก้ไข อย่างเช่น ปัญหาด้านความปลอดภัย การกระจายอำนาจ และการกำกับดูแลธุรกิจ ดิจิทัลแพลตฟอร์ม การขาดหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับโรงแรมขนาดเล็ก การบังคับใช้ กฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจสปา การขาดข้อกำหนดเฉพาะสำหรับธุรกิจให้เช่ารถยนต์ และการ ขาดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในธุรกิจท่องเที่ยวทางน้ำ เป็นต้น🔗
ดังนั้นเพื่อให้ภาคส่วนการท่องเที่ยวของประเทศไทยมีความมั่นคงและยั่งยืน คณะกรรมาธิการจึงได้สรุปผลการศึกษา รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาในเรื่องต่าง ๆ ที่สำคัญ เช่น การปรับปรุงยกร่างกฎหมายที่ล้าสมัย การกำหนดมาตรการส่งเสริมความ ปลอดภัย การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการออกกฎหมาย เพื่อกำกับดูแลดิจิทัล แพลตฟอร์มอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น ตลอดจนข้อสังเกตที่มี ความสำคัญเพื่อเป็นกรอบแนวทางสำหรับการดำเนินการของหน่วยงานต่าง ๆ สำหรับ กำหนดนโยบายและมาตรการในการแก้ไขปัญหา ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวของ ประเทศไทยต่อไป🔗
บัดนี้คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวได้ดำเนินการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าว เสร็จแล้ว จึงขอเสนอรายงานพร้อมข้อสังเกตเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเห็นชอบ และเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการตามที่เห็นสมควรต่อไปดังนี้ กระผมขออนุญาต ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรอนุญาตให้ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง เป็นผู้นำเสนอรายละเอียดและผลการพิจารณาศึกษาต่อไปครับขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านเท่าพิภพ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร พรรค ประชาชนครับ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว คนที่สอง แล้วก็เป็น ประธานของคณะอนุกรรมาธิการศึกษาและกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาด้านกฎหมาย ที่เป็นอุปสรรคต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ผมก็จะนำเสนอคร่าว ๆ ครับท่านประธาน ไม่เกิน ๑๐ นาทีครับ โดยสรุป เพราะเห็นว่ามีเพื่อนสมาชิกต้องการอภิปรายเป็นจำนวนมาก นะครับ โดยก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านประธานครับ ท่านเอกธนัชที่ให้โอกาสในการทำ อนุกรรมาธิการนี้ด้วย แล้วก็ได้ศึกษาในหลายประเด็น รวมถึงได้มีส่วนร่วมของท่านเพื่อน อนุกรรมาธิการที่มาจากหลายภาคส่วนที่เป็นเจ้าของธุรกิจต่าง ๆ ได้เข้ามาร่วม รวมถึง หน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่ได้มาร่วมให้ข้อมูล เป็นบรรยากาศที่ดีมากในการมีส่วนร่วม ด้วยกันนะครับ เนื่องจากเวลาเราน้อยครับ เราเลยอาจจะไม่ทุกเรื่อง แต่วันนี้ถือว่า คณะอนุกรรมาธิการนี้เป็นภาค ๑ ครับ ผมยินดีที่จะทำภาค ๒ ได้ หากเพื่อนสมาชิก ได้มีข้อเสนอแนะต่าง ๆ ในประเด็นนอกเหนือจากที่นี่ครับ ยกตัวอย่างในการศึกษาของเรา ก็จะมีประเด็นอยู่ ๒ ประเด็นหลัก ๆ ครับ ประเด็นที่มันเป็นปัญหาร่วมกันของทุกอุตสาหกรรม ท่องเที่ยวที่เป็นปัญหาร่วมกันนะครับ อย่างเช่น เรื่องความปลอดภัยในการท่องเที่ยว ผมว่า เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวในการมาเที่ยวประเทศ เรา รวมถึงคนในประเทศที่เที่ยวอยู่ในประเทศเราเองด้วย ปัญหาที่ไม่มีใครพูดถึงอย่างปัญหา การกระจายอำนาจทางการจัดการการท่องเที่ยวที่เราแทบจะไม่มีเลยครับ เราไม่ได้ให้อำนาจ ท้องถิ่นในการดูแลจัดการการท่องเที่ยวของตัวเองเลย ธุรกิจแพลตฟอร์มที่จริง ๆ แล้วก็ เหมือนทำนาบนหลังคนไทย มีการให้สั่งจองต่าง ๆ แล้วก็บางโรงแรมได้ ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ รวมถึงอีกประเภทหนึ่งก็คือปัญหาเฉพาะแต่ละธุรกิจครับ อย่างโรงแรมแล้วก็ สปา Wellness เป็นต้น ที่เราก็มีร่าง พ.ร.บ. ที่จะแก้ไขแนบท้ายไว้ในหลังรายงานเป็นข้อเสนอ ด้วยนะครับ ผมจะสรุปปัญหาคร่าว ๆ นะครับ แล้วก็ Solution ข้อเสนอแนะที่ได้ศึกษา มานะครับ ด้านความปลอดภัยทางการท่องเที่ยว ประเทศไทยติดอันดับ ๑๐ ในการที่ นักท่องเที่ยวมาประสบอุบัติเหตุ อันนี้เป็นการประสบอุบัติเหตุทางกาย หลายครั้งครับ นักท่องเที่ยวก็เกิดจากการเช่ามอเตอร์ไซค์ไปล้มบ้าง อะไรบ้างต่าง ๆ นานา มีเคสบางเคสที่ เลยเถิดไปไกล ก็คือรถล้มแล้วไปโรงพยาบาล โรงพยาบาลไม่รับรักษาเพราะว่ากลัว นักท่องเที่ยวชักดาบนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วตรงนี้ได้ศึกษาไปแล้วก็จริง ๆ แล้วมีการป้องกัน นะครับ ประกันภัยที่ตามกฎหมายด้วย พ.ร.บ. กองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวมีอยู่แล้วครับ หรือถ้าจะเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวเพื่อมาทำประกันมันเรียกว่าค่าเหยียบแผ่นดินนะครับ ในภาษาที่เรามีก็คือสามารถนำเงินจำนวนนี้เวลาเขาเข้ามาแล้วทำประกันให้กับทุกคนได้ เวลาเขาประสบอุบัติเหตุเขาก็จะได้รับการรักษาเยียวยา นอกจากนี้ครับ การเก็บเงินเข้ากองทุนนี้ ยังนำไปส่งเสริมดูแลการท่องเที่ยว พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหรือให้โครงการเป็นเงินกับท้องถิ่น ต่าง ๆ ได้ด้วย ปัญหาการกระจายอำนาจในการท่องเที่ยวครับ ประเทศไทยเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว แบบรวมศูนย์นะครับ โดยอาจจะเป็นของทาง ททท. เองเป็นหลัก รวมถึงกระทรวง การท่องเที่ยวก็จะดูแล้วก็จะจัด Event ตามต่าง ๆ เชื่อไหมครับว่ามันก็เหมือนปัญหาอื่น ในประเทศไทยครับที่เราไม่มีการกระจายอำนาจ มันก็จะติดปัญหาอยู่ ๒ อย่างครับ อย่างแรกคือท้องถิ่นที่เขาอยากทำการท่องเที่ยวแล้วเขาไม่มีงบประมาณ อันนี้ก็ลำบากครับ เราก็อาจจะต้องช่วยในการเก็บภาษีเข้าเมืองให้กับเขาในการที่เขาจะได้นำเงินนี้ไปดูแล สาธารณูปโภคหรือพัฒนาการท่องเที่ยวต่อไป ท้องถิ่นอย่างที่ ๒ ครับ ผมยกตัวอย่างได้เลยครับ อย่างพัทยามีสตางค์ครับ แต่ไม่มีอำนาจครับ เชื่อไหมครับว่าท้องถิ่นอย่างพัทยาไม่สามารถ มาซื้อป้ายโฆษณาตามทางในกรุงเทพมหานคร ตามถนน หรือตามสนามบินได้ครับ เพราะเป็น การใช้งบประมาณนอกพื้นที่ ซึ่งตรงนี้ก็ควรจะแก้ไขกฎหมายให้ท้องถิ่นได้มีอำนาจในการ จัดการการท่องเที่ยวของเขาเองได้ครับ ปัญหาธุรกิจแฟลตฟอร์มตอนนี้มีปัญหาเยอะมากครับ อย่าง Online Travel Agent หรือ OTA ตรงนี้ก็มีหลายเว็บไซต์ ยกตัวอย่างได้ไม่เสียหายครับ อย่าง Booking.com อะไรเป็นต้น ที่เป็นตัวกลางในการจอง หลายครั้งก็เก็บค่านายหน้า โหดเหลือเกิน แล้วก็แทบจะไม่เสียภาษีในประเทศเราเลย ตอนนี้ได้เรียกหน่วยงานเข้ามา แล้วก็พบว่ามีความพยายามในการไปเซ็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ความร่วมมือระหว่าง ประเทศครับ หลายประเทศก็ได้ทำแล้ว อย่างที่อียูก็มีการเก็บภาษีดิจิทัล แฟลตฟอร์ม ได้เช่นกัน ซึ่งอันนี้ก็อยู่ในข้อเสนอครับ โดยสิ่งที่เราเน้นอย่างยิ่งก็คือเป็นปัญหารายธุรกิจ หรือผู้ประกอบการครับ🔗
อย่างปัญหาแรกเรื่องธุรกิจโรงแรมที่พักค้างคืนครับ พ.ร.บ. โรงแรมของเรา ใช้มาเป็นเวลานานครับ แล้ว พ.ร.บ. โรงแรมของเราเห็นภาพโรงแรมเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ครับ ท่านประธาน ก็คือเป็นโรงแรมแบบที่ต้องมีทางหนีไฟขนาดใหญ่ มันจะเกี่ยวอยู่ ๒ อันครับ พ.ร.บ. โรงแรม กับ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร ซึ่งทำให้ธุรกิจที่เปลี่ยนไปทุกวันนี้ครับ สภาพที่พัก อย่าง Hostel เกสต์เฮาส์ ไม่สามารถจดทะเบียนถูกกฎหมายได้ นำพามาสู่ช่องทางในการ ทุจริต Corruption เรียกรับส่วย ตรงนี้ต้องชื่นชมรัฐบาลก่อนแล้วก็รัฐบาลนี้ก็พยายาม แก้ไขปัญหานี้เช่นกันครับ แต่อาจจะเป็นไม่ตรงจุด โดยการออกประกาศอะไรต่าง ๆ นานา ซึ่งก็จะเป็นปัญหาเรื่องของบางหน่วยงานเขาก็ไม่อยากจะทำให้ เพราะเขากลัวว่ากฎหมาย มันลักลั่น ต่ำศักดิ์กฎหมายกันหรือไม่ ดังนั้นข้อเสนอของเราก็คือการที่ทำให้ทุกอย่าง มันถูกกฎหมาย โดยแก้ พ.ร.บ. โรงแรม เปลี่ยนคำนิยามเสียให้มันมีพวก Hostel เกสต์เฮาส์ อะไรอย่างนี้ขึ้นมา เพื่อจะได้ไม่ตกไปอยู่โรงแรมใน พ.ร.บ. ควบคุมอาคารเสียหมดใช่ไหมครับ🔗
แล้วอีกประเด็นหนึ่งครับ ในเรื่องของธุรกิจโรงแรมที่ผมว่าใช้กับธุรกิจอื่นได้ ก็คือเรื่องใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่มีจำนวนมาก ควรทำให้เกิดเป็น One Stop Service หลักฐานหลายอย่างคือกลายเป็นว่าต้องไปยื่นทำสำเนาเป็น ๑๐ อัน แต่จริง ๆ แล้ว อย่างโรงแรมเขาก็ต้องขายแอลกอฮอล์อยู่แล้วใช่ไหมครับ มันควรจะมีศูนย์กลางที่ทำแล้วก็ สุดท้ายทุกคนได้ใบอนุญาตในการยื่นเอกสารพร้อมกันทีเดียว ติ๊กเลยครับว่าโรงแรมคุณ อยากมีสปาไหม อยากมีบาร์ไหม ส่งไปเลยทีเดียว อันนี้รัฐบาลน่าจะทำได้ แล้วก็เป็น หนึ่งในนโยบายของรัฐบาลนี้อยู่แล้วนะครับ ปัญหาในธุรกิจ Wellness และสปาครับ เรามี พ.ร.บ. เกี่ยวกับสถานประกอบกิจการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๕๙ แต่เรียกหน่วยงานมาครับ เชื่อไหมครับว่าสปาร้านนวดที่ทุกท่านเข้าไปแทบจะไม่มีใบอนุญาตเลย และสภาพการบังคับใช้ กฎหมายมันไม่มีครับ เนื่องจากเจ้าหน้าที่บอกว่าเขาไม่มีอำนาจในการเข้าไปตรวจสอบ ดังนั้นตอนนี้มันลักลั่นครับ คนที่ไปขอเป็นธุรกิจสปาที่ถูกกฎหมายดันต้องปฏิบัติตามกฎหมาย แต่คนที่ไม่ถูก เจ้าหน้าที่ไปตรวจไม่ได้ว่าเขาไม่มี เพราะว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจเข้าไป จริง ๆ อันนี้ก็มีร่างกฎหมายที่แก้ไขให้อำนาจเจ้าหน้าที่เข้าไปได้ มันเป็นความไม่ชัดเจน ของกฎหมายเท่านั้นเองครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ การกำหนดอาชีพนวดไทยเป็นอาชีพสงวน อันนี้ก็มีปัญหา เนื่องจากตอนนี้ขาดแคลนแรงงานอย่างมากครับ หลังจากโควิด-๑๙ แรงงานนวด หมอนวด ก็ไปทำงานต่างประเทศเสียเยอะ ธุรกิจหรือความต้องการน้อยจริง ๆ นะครับ ก็ต้องฝาก รัฐบาลในการส่งเสริมในการเพิ่มจำนวนของผู้บริการที่มีคุณภาพของเราด้วย🔗
ปัญหาการประกอบธุรกิจให้เช่ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ ท่านประธานครับ เชื่อไหมครับ เพื่อนสมาชิกครับ ประเทศไทยเราเห็นมีการเช่ารถอยู่ทุกที่เลย เชื่อไหมครับว่า เราไม่มีกฎหมายในการเช่ารถนะครับ เรามีทะเบียนรถที่เอาไว้ให้รถเช่ามีครับ แต่ทั้งประเทศนี้ มีไม่เกินร้อยคัน แล้วคนเช่ารถอะไรกันนักหนา ส่วนใหญ่ก็เป็นการเช่าที่ไม่ได้มีการ Regulate ปัญหาของมันคืออะไรครับ เวลาการเช่ารถแล้วเราไม่มีกฎหมาย ผู้ประกอบการก็ไม่ได้ มีมาตรฐานเท่าไรใช่ไหมครับ ซ้ำร้ายครับ นักท่องเที่ยวบางครั้งมาไม่ชินเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ไม่ได้รับการอบรมเบื้องต้นในกฎจราจรหรือวิธีปฏิบัติในประเทศไทยก็เกิดรถชน พอชนเสร็จ ชนคนไทย บางครั้งแป๊บเดียวก็หนีกลับต่างประเทศแล้ว พอไปหาบริษัทรถ เจ้าของรถที่ชน บอกว่าไม่มีประกัน แล้วก็ข้อเสนอครับว่าเราต้องทำ พ.ร.บ. นี้ขึ้นมา โดยอาจจะมีเกณฑ์ที่ ควบคุมผู้ประกอบการ แล้ว ๒. ก็คือบังคับเลยครับทำประกันชั้น ๑ ไว้เลยทุกคันนะครับ เพราะว่าชนแล้วจะได้มีประกันในการรับผิดชอบ แล้วประกันจะเป็นคนที่ตรวจสอบว่า บริษัทรถนั้นได้ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีใบอนุญาตจริง ๆ หรือเปล่า ถ้าไม่มีประกันก็ไม่จ่าย เจ้าของบริษัทก็ต้องรับผิดชอบไปนะครับ ต่อมาครับ🔗
อันสุดท้ายก็คือสภาพปัญหาการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวทางน้ำครับ หลายที่ครับ เราอยากทำให้มีนักท่องเที่ยวที่มาจอดเรือยอร์ช เรือสำราญครับ แต่เราไม่มีท่าเทียบเรือ ที่เพียงพอครับ อย่างในจังหวัดภูเก็ตของท่านเฉลิมพงศ์นะครับก็คือมีท่าจอดเรือยอร์ชอยู่ ๕-๖ แห่งครับ มีเรือที่จอดได้ ๑,๒๐๐ ลำ แต่มีเรือที่อยู่นอกท่าทอดสมออยู่ถึง ๒,๐๐๐ ลำ ปัญหาส่วนใหญ่มันก็เกิดจากการที่หน่วยงานครับ บางทีไม่ใช่หน่วยงานเดียวครับ นอกจาก กรมเจ้าท่าแล้วมันจะมีแบบเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายฝั่ง อะไรอย่างนี้ครับ มีหลายเจ้าภาพมากเลยครับ หลายครั้งขอไม่ได้ ปัญหานี้ก็ตกไปสู่ ท่าเรือชุมชนที่เป็นท่าจอดเทียบเรือของชาวบ้านครับ อย่างเรือหางหรือเรือหัวโทงที่เราควรจะ กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นได้มีการจัดการตัวเองในการที่จะดูแลสร้างท่าเรือของเขา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและช่วยในการส่งเสริมอาชีพประมงท้องถิ่นด้วย สิ่งที่น่ากลัว และเร่งด่วนอีกอันหนึ่งครับ ในฐานะที่ผมเคยเป็นไกด์ทางทะเลเกาะสิมิลัน คือเราพบว่า เรือกู้ภัยมีสภาพที่ไม่พร้อมครับ มันไม่พร้อมอย่างแรงครับท่านประธาน ก็คือปกติครับ บนบกเราเกิดอุบัติเหตุเราไม่ต้องห่วงเลยครับ เดี๋ยวมีรถป่อเต็กตึ๊ง วี่หว่อ ๆ ร่วมกตัญญู มากันหมดครับ แต่ในทะเลมันไม่มีป่อเต็กตึ๊งครับท่านประธาน แล้วเราก็อาศัยหน่วยทาง กองทัพเรือบ้าง ยามฝั่งบ้าง อะไรต่าง ๆ นานานะครับ ซึ่งมีงบประมาณไม่พอและการรับส่ง ผู้ป่วยกลางทะเลหรือตามเกาะมันใช้ค่าใช้จ่ายเยอะใช่ไหมครับ เรือมันกินน้ำมันมากกว่ารถ แล้วก็มันเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลเสมอและการระวังภัยค่อนข้างลำบาก อันนี้ก็ต้องอ้อนวอนให้ รัฐบาลช่วยสนับสนุนงบประมาณ เรือก็ไม่พอครับ เรือก็ไม่ปลอดภัย น้ำมันก็แพง ก็เลยเกี่ยงกัน เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นอันนี้ก็จะเป็นปัญหาคร่าว ๆ ที่ทางคณะอนุกรรมาธิการเราได้ศึกษามานะครับ อย่างไรก็ต้องฝากเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายชี้แนะหรือเพิ่มเติมประเด็นที่อาจจะอยู่ในพื้นที่ท่าน แล้วเราอาจจะทำไม่ถึง ผมในฐานะประธานอนุกรรมาธิการก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้นะครับ ถ้ามีโอกาสได้ทำอีกรอบก็อยากนำประเด็นของเพื่อนสมาชิกทุกท่านไปทำต่อแล้วก็จะได้ มีข้อเสนอแล้วเราจะได้ผลักดันในประเด็นนี้ด้วยกันครับ เพราะผมเชื่อว่าประเทศไทยเรา พึ่งพาการท่องเที่ยวก็จริงแต่เราถึงเวลาแล้วครับว่าเราไม่ควรจะนับแค่หัวนักท่องเที่ยว แต่เราควรจะนับความพึงพอใจ เขามาเยี่ยมบ้านเราก็อยากให้เขารู้สึกดีกลับไปบอกต่อ เพราะผมเชื่อว่านี่ละครับคือคนที่จะพาเพื่อนของเขากลับมาอีกเรื่อย ๆ แล้วก็เป็นการ ท่องเที่ยวที่ยั่งยืนครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ตอนนี้มีสมาชิก ที่จะขอร่วมอภิปราย ๑๕ ท่านนะครับ จากฝ่ายรัฐบาล ๕ ท่าน ฝ่ายค้าน ๑๐ ท่านนะครับ สำหรับผู้ที่จะอภิปรายยังไม่ได้ลงชื่อก็มาลงชื่อนะครับ ให้เวลาอีกสัก ๑๐ นาทีครับ ก็มาลงชื่อได้ ที่หน้าบัลลังก์ประธานครับ ผมจะเรียกเป็น ๒ : ๑ ครับ เรียกรัฐบาล ๑ ฝ่ายค้าน ๒ นะครับ เชิญคุณวิรัช พิมพะนิตย์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิรัช พิมพะนิตย์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย สส. กาฬสินธุ์ เขต ๑ ท่านประธานที่เคารพครับ เดินออกจากบ้าน ก็เรียกว่าการท่องเที่ยวแล้วครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เรามีรายได้จากการท่องเที่ยวนับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคมถึง ๘ ธันวาคม ๒๕๖๗ เรามีรายได้ถึง ๒.๑๒ ล้านล้านบาทครับ โดยมีนักท่องเที่ยว ๓๒,๗๑๘,๒๘๘ คน ผมต้องบอกว่านักท่องเที่ยวจากจีนมากที่สุด นักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย อินเดีย เกาหลีใต้และรัสเซีย เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งหนึ่งที่ผม ท่านประธานคณะกรรมาธิการ การท่องเที่ยว ท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการทุกท่านครับ ผมชื่นชมนะครับที่ท่านเสียสละเวลาอันมีค่าเพื่อศึกษาการท่องเที่ยว แต่วันนี้การท่องเที่ยว ของเราขึ้นกับอะไรครับ ขึ้นกับกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ผมถามท่านประธานที่เคารพ หน่อยว่าวันนี้กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬามีอะไรที่เป็นของตัวเองไหมครับ มีแหล่งท่องเที่ยว อะไรที่เป็นของตัวเองไหม ไม่มีสักอย่างครับ ถ้าไปป่าก็เป็นของวนอุทยาน ถ้าไปน้ำทะเล ก็เป็นกรมเจ้าท่า ถ้าไปดูพิพิธภัณฑ์เครื่องโบราณ ไดโนเสาร์อะไรต่าง ๆ ก็กรมทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แล้วก็สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ผมถามว่าวันนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีอำนาจอะไร ตำรวจท่องเที่ยวขึ้นกับกรมตำรวจ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมอยากฝากท่านประธาน ทั้งท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการนะครับ ทำให้กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬามีพื้นที่ที่เป็นของตัวเองที่สามารถกำหนดได้ วันนี้อุทยานอยากจะขึ้นราคา อย่างไรก็ขึ้น วันนี้สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าสถานที่ท่องเที่ยว ที่กาฬสินธุ์ผมมีไดโนเสาร์ พิพิธภัณฑ์สิรินธรดีที่สุดในเอเชีย วันหนึ่งเขาคิดอยากจะหยุดก็หยุด เงินรายได้ไม่เคยให้ ท้องถิ่น เงินรายได้ก็กลับขึ้นไปที่กระทรวง ผมบอกว่าวันนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทำอะไรอยู่ ผมบอกว่าวันนี้การศึกษาต่าง ๆ จะต้องศึกษาว่าให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สามารถจะเป็นผู้ที่ควบคุมแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ การท่องเที่ยวเรา ด้วยความที่เป็นอย่างนี้ ด่านแรกเข้ามาที่ลงจากเครื่องบินเจอ ตม. ตรวจคนเข้าเมืองครับ สนามบิน วันนี้ทุกอย่างแยกย้ายกันไป ต่างคนต่างมีอาณาจักรของตัวเอง ก็ดีขึ้นนะครับ ตอนนี้ ตม. นั่งใน ๑๐๐ ช่อง ตม. ที่สุวรรณภูมินั่งเต็มเกือบทั้งหมด ก็รองรับนักท่องเที่ยว ได้พอสมควร เข้ามามาเจอด่านศุลกากร เจอด่านการท่าอากาศยาน ผมไม่บอก ผมไม่คิดอะไรนะครับ การท่องเที่ยวตรงนี้ถือว่าเป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้นวันนี้การที่เราจะดูแลนักท่องเที่ยวเป็นหน้าที่ ของคนไทยทุกคน ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งหนึ่งที่เราชื่นชอบที่สุด นักท่องเที่ยวชื่นชอบที่สุด คือรถตุ๊กตุ๊ก วันนี้รถตุ๊กตุ๊กโขกสับ ส่วนหนึ่งนะครับไม่ใช่ทั้งหมดหรอกครับ คนดีก็มี แต่ถ้า คนไม่ดีล่ะครับ เมื่อเช้านี้ท่าน สส. กทม. ชี้ถึงปัญหาตัวนี้ ผมบอกว่าวันนี้พอนักท่องเที่ยว ต่างชาติขึ้นไปนั่ง ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาท ไม่มีการติดมิเตอร์ ไม่มีการดูแลนักท่องเที่ยวให้ชัดเจน แล้ววันนี้ผมเจ็บปวดนะครับ เวลาผมไปยืนดูที่คนรับจ้างคิด เขาคิดบอกว่าวันนี้ทำอย่างไรที่จะ เอาเปรียบนักท่องเที่ยวได้มากที่สุด ท่านประธานคิดเหมือนผมไหม ท่านคณะกรรมาธิการ คิดเหมือนผมไหมว่าวันนี้ความเจ็บปวด ถ้าโรงแรมเหมือนกัน โฮมสเตย์ต่าง ๆ ถ้าเป็นต่างชาติมา หรือเป็นนักท่องเที่ยวมา ถ้าคิดว่าได้กำไรเขามากที่สุด พอใจ ไม่ใช่ทั้งหมดนะครับ มันไม่ใช่ทั้งหมด แต่ว่าส่วนหนึ่ง แต่ส่วนหนึ่งมันทำให้ประเทศของเราอ่อนเปลี้ยเสียขา รถแท็กซี่ไม่ชอบจะกด มิเตอร์ แล้วยังมีแท็กซี่อีกส่วนหนึ่งตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ ที่ขึ้น นข. ไม่ต้องใช้มิเตอร์ก็วิ่งรับคน โดยสารได้ นักท่องเที่ยวไม่เข้าใจหรอกครับว่าวันนี้ประเทศไทยของเรานี้มีสภาพว่ารถแท็กซี่ ที่ไม่มีมิเตอร์ ก็รับโดยสารได้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่แท็กซี่ที่มีมิเตอร์ไม่กดมิเตอร์ ตกลงราคาก็ถูกต้อง ตามกฎหมาย ผมว่าวันนี้คณะอนุกรรมาธิการศึกษาหน่อยครับว่าวันนี้เราจะเอาเงินเขามา ๒.๑๒ ล้านล้านบาทภายในปีหนึ่ง ทำอย่างไรจะบริการเขา ไปนอน ความปลอดภัยชีวิต ทรัพย์สินดีไหมครับ นักท่องเที่ยวเขาจะทานอะไร จะกินอะไร มีข่าวเห็นไหมครับ ถ้าบ้านผม เขาเรียกเห็ดอะไรนะ เห็ดมันเกิดอยู่บนมูลควายครับ มูลกระบือ เห็ดขี้ควายเอามาปั่นใส่เหล้า เรียกว่าอะไร ของดื่มวิลิศมาหรา แต่ปรากฏว่านักท่องเที่ยวตายไปหลายคนครับ เรามีแหล่งท่องเที่ยว อย่างเกาะต่าง ๆ เรามีอะไรที่ตรวจสอบช่วยชีวิตเขาไหมครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เวลาผมน้อยนะครับ อยากจะพูดอะไรมากกว่านี้อยู่ แต่ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านประธาน คณะกรรมาธิการ ท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการ ซึ่งทราบว่า ทุกท่านก็มีความรู้และตั้งใจจะทำจริง ๆ ผมไม่ได้ว่าให้ท่านนะครับ แต่วันนี้เอาประเด็นแรกก่อน เอากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้มีอำนาจหน่อยครับ ผมว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาขอตำรวจท่องเที่ยว ๑ คนยังไม่ได้เลย ทั้ง ๆ ที่น้ำมันรถ รถที่วิ่งอยู่ หรือสิ่งต่าง ๆ ที่ใช้อยู่ใช้เงินของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหมด ตำรวจท่องเที่ยว อย่างบ้านผม กาฬสินธุ์มีตำรวจท่องเที่ยว ๓ คนครับ เขื่อนลำปาว ขอนิดหนึ่งครับท่านประธาน เขื่อนลำปาว ตั้งบ้านเรือนไม่ได้เพราะอะไร เขาบอกว่าเป็นพื้นที่การเกษตร ไม่ใช่เพื่อการท่องเที่ยว ราษฎรไปทำ Resort ริมน้ำถูกไล่ให้เลิกหมดครับ แล้วมันจะส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อย่างไร เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ไหน ๆ ก็ได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการและทำหนังสือ เป็นเล่ม ผมก็ไม่ได้อ่านหรอกครับ เพราะว่าอ่านไม่ทัน พอเห็นก็อยากจะมาพูดเลย เพราะฉะนั้น ก็ฝากท่านเอกธนัช ฝากท่านเท่าพิภพและคณะกรรมาธิการทุกท่านนะครับ ทำเหตุการณ์ ให้มันดี ทำเหตุการณ์ให้เป็นจริงและต่อสู้เพื่อนักท่องเที่ยวเขา เขาจะได้มา เอาเงินมาใช้ เหมือนผมไปถูกแท็กซี่ลอนดอนไม่ทอนเงิน ผมก็โกรธอยู่ จำได้เท่าชีวิตเลย เพราะฉะนั้นวันนี้ เขาก็คงคิดเหมือนผมเหมือนกันที่ถูกเอาเปรียบ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพว่าขอให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลายเป็นอุตสาหกรรมที่ดีและเชิดหน้าชูตาของคนไทย ตลอดไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณวีรภัทร คันธะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรภัทร คันธะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมก็เป็นอดีตมัคคุเทศก์ครับ เคยทำงานเห็นหน้าค่าตา อยู่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแล้วก็หลาย ๆ ท่านที่นั่งอยู่ในกรรมาธิการก็น่าจะรู้จัก เห็นหน้าค่าตาผมดีนะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องของรายงานการพิจารณาศึกษาสภาพปัญหาและ แนวทางแก้ไขปัญหากฎหมายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งผมเห็นรายงานฉบับนี้ในส่วนของ ที่กล่าวไว้ ผมอยากจะขอพูดในส่วนของการกระจายอำนาจเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ก็ขออนุญาตเดี๋ยวขอสไลด์ไว้ด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ประเทศไทย มีศักยภาพสูงมากในเรื่องของการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติ การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น จะมีบทบาทสำคัญในกระบวนการนี้ ถือเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างความยั่งยืนนะครับ ซึ่งผมก็ดีใจว่าในรายงานฉบับนี้เห็นสภาพปัญหาของการกระจายอำนาจนะครับ ซึ่งผม ขออนุญาตแบ่งเป็นประเด็นสำคัญดังนี้นะครับ🔗
อย่างแรกก็คือเรื่องของการส่งเสริมบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งการให้อำนาจท้องถิ่นในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรมจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม เช่นล่าสุดครับ ผมไปประเทศ สวิตเซอร์แลนด์มาครับ เขามีเทศกาลที่เรียกว่าเทศกาลหัวหอมในเมืองเบิร์น ประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นเทศกาลที่ส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่น เชื่อมโยงเกษตรกรรมกับกิจกรรม ท่องเที่ยวได้อย่างกลมกลืน ทำให้ชุมชนมีรายได้ ส่งเสริมความสามัคคี แล้วก็ล่าสุดครับ ประเทศไทยมีสิ่งที่เรียกว่า Awakening Bangkok ซึ่งใช้อำนาจท้องถิ่นในการจัดกิจกรรม เพื่อฟื้นฟูย่านเมืองเก่าโดยเชื่อมโยงศิลปะดิจิทัลให้เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น ช่วยกระจายรายได้ และเสริมเอกลักษณ์ในพื้นที่นะครับ🔗
ข้อต่อมาครับ การจัดเก็บและบริหารรายได้จากการท่องเที่ยว รายได้จาก กิจกรรมท้องถิ่น เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าเข้าชม การให้ท้องถิ่นสามารถจัดเก็บรายได้จาก ค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการต่าง ๆ จะช่วยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยเงินเหล่านี้สามารถนำไปพัฒนาสาธารณูปโภค ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว และลดการพึ่งพา งบประมาณจากส่วนกลาง อีกทั้งยังส่งเสริมการพัฒนาอย่างต่อเนื่องแม้ในสถานการณ์ ที่งบประมาณมีจำกัด🔗
ส่วนถัดมานะครับ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับชุมชน ท้องถิ่นสามารถ ตัดสินใจพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ระบบขนส่ง และน้ำประปา ให้รองรับความต้องการ ของนักท่องเที่ยวได้ตรงจุด ช่วยยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวและเพิ่มศักยภาพพื้นที่ แล้วก็การมีส่วนร่วมของชุมชนครับ การมีส่วนร่วมให้ชุมชนมีบทบาทสำคัญ เช่น การเป็น มัคคุเทศก์ การเป็นเจ้าของโฮมสเตย์ ช่วยสร้างรายได้และความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ ของพื้นที่ อีกทั้งยังเสริมศักยภาพและความรู้ให้ชุมชน ซึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือการรวมตัว ของชุมชนในกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมอย่างที่ผมพูดเมื่อสักครู่นะครับ เรื่องของ Awakening Bangkok ในย่านเมืองเก่า ซึ่งสามารถสร้างรายได้สู่กลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก การใช้วัฒนธรรม และอัตลักษณ์เป็นจุดเด่นดึงดูดนักท่องเที่ยว สามารถเชื่อมโยงประวัติศาสตร์เรื่องเล่า ในชุมชนได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดีครับ🔗
ข้อถัดมาครับ การแก้ไขอุปสรรคทางกฎหมายครับ ซึ่งอย่างที่ท่าน ๆ เรียนมา กฎหมายบางฉบับก็อาจจำกัดศักยภาพของท้องถิ่น กฎหมายบางฉบับก็ยังคงมีปัญหาที่ทำให้ การท่องเที่ยวยังคงเผชิญอุปสรรคอยู่นะครับ ซึ่งการปรับปรุงกฎหมายเหล่านี้จะช่วยให้ ท้องถิ่นมีความยืดหยุ่นแล้วก็สามารถพัฒนาได้ตามความต้องการนะครับ🔗
สุดท้ายครับ การกระจายอำนาจเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาการท่องเที่ยว อย่างยั่งยืน โดยการให้องค์กรท้องถิ่นจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วย เสริมสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และเพิ่มศักยภาพของชุมชนในระยะยาว ซึ่งจะนำไปสู่ ความสำเร็จที่ยั่งยืนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในไทย อย่างไรผมขอเป็นกำลังใจให้ คณะกรรมาธิการชุดนี้แล้วก็คณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ในการเดินหน้าเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เพราะผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มตัวเลขทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย ซึ่งประเทศไทย ผมถือว่าเป็นประเทศที่มีตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวมากเป็นลำดับต้น ๆ ของโลกครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอเชิญคุณปวิตรา จิตตกิจ ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน ลูกเกด ปวิตรา จิตตกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตบางกอกใหญ่ ธนบุรี ภาษีเจริญ แขวงศิริราช และแขวงบางเชือกหนัก กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนค่ะ วันนี้ดิฉัน ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรับทราบถึงรายงานผลการศึกษาพิจารณาเรื่องสภาพปัญหา และแนวทางการแก้ไขปัญหาทางกฎหมายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่คณะกรรมาธิการ การท่องเที่ยวได้พิจารณาเสร็จแล้วนะคะ ซึ่งดิฉันขอให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ในบทที่ ๗ เกี่ยวกับการประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวทางน้ำค่ะ🔗
ประเด็นแรก ดิฉันอยากให้ มีการพูดถึงการท่องเที่ยวเกี่ยวกับเรือโดยสารขนาดเล็กในแม่น้ำลำคลองเพิ่มเติมค่ะ และการเชื่อมโยงการคมนาคมแบบไร้รอยต่อ ล้อ ราง เรือ เพราะในพื้นที่คลองบางกอกใหญ่ คลองภาษีเจริญ คลองด่าน คลองมอญ ในพื้นที่ของดิฉันฝั่งธนบุรีประสบปัญหาท่าเทียบเรือเล็ก ที่ไม่ปลอดภัยค่ะท่านประธาน บางแห่งชำรุดถูกละเลยโดยกรมเจ้าท่าและกรุงเทพมหานครนะคะ ทำให้จำนวนท่าเรือใกล้จุดท่องเที่ยวหายไปแล้วก็ถูกทิ้งร้างกลายเป็นแหล่งมั่วสุม ตามภาพนะคะ ท่านประธาน นอกจากนี้ยังพบปัญหาข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานที่สร้างท่าเรือโดยไม่ได้ ขออนุญาตค่ะ ทำให้นักท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างมาก อาทิ ท่าเทียบเรือใต้รถไฟฟ้า BTS วุฒากาศ ประสบปัญหาก็คือกรมเจ้าท่านำรั้วเหล็กมาปิดกั้นทางขึ้นลงท่าเรือค่ะ เพราะว่า กรุงเทพมหานครสร้างโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตสร้างก่อนนะคะ หลังจากนั้นก็เกิดผลกระทบต่อ นักท่องเที่ยวค่ะ นักท่องเที่ยวก็ปีนรั้ว ปีนท่าเรือนี้ข้ามขึ้นมาเพื่อที่จะไปขึ้นรถไฟฟ้า BTS ค่ะ🔗
ประเด็นที่ ๒ ประเด็นสุดท้ายนะคะ ควรจะมีการกำหนดมาตรการในการ ให้บริการเรือของผู้ประกอบการท่องเที่ยวค่ะ แล้วก็ควรมีความรับผิดชอบต่อชุมชนและ นักท่องเที่ยวมากกว่านี้ค่ะ ดิฉันขอยกตัวอย่างในพื้นที่เขตคลองบางกอกใหญ่ค่ะ วันนี้ รับนักท่องเที่ยวเยอะมากค่ะทั้งจีน ฝรั่ง เรียกว่าจะวิ่งแทบทุกนาทีเลยค่ะ แต่เราพบว่าปัญหา เรือท่องเที่ยวที่พาคนต่างชาติมาเที่ยวขับเรือมาด้วยความเร็วค่ะ มีทั้งควันดำ มีทั้งเสียง แล้วก็ สร้างคลื่นสูงมากค่ะ ส่งผลกระทบให้กับบ้านแถวนั้นทรุดตัวแล้วก็ล้มลงไปในน้ำ เสียงดังทั้ง เปิดเพลงทั้งเสียงท่อ คนแถวนั้นก็ไม่ได้พักผ่อน แล้วบางวันก็มีเสียงไมโครโฟนด้วยนะคะ บางบ้าน ถึงกับต้องแขวนธงแดงเพื่อที่จะส่งสัญญาณในการขอให้คนขับเรือช่วยชะลอความเร็วด้วยค่ะ ดิฉันเคยหารือเรื่องนี้ไปยังกรมเจ้าท่าแล้วค่ะ แต่ก็พบว่ายังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา ดูเหมือน จะยังไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเติมเลยค่ะ นอกจากนี้ยังพบกับปัญหาการไม่กำหนดราคาค่าโดยสาร เรือท่องเที่ยวค่ะ เพราะว่าไม่มีหน่วยงานไหนเป็นเจ้าภาพ ทำให้เป็นช่องว่างที่นักท่องเที่ยว จะโดนฟันค่าเรืออย่างมากมหาศาลเลยค่ะ ทราบข่าวมาว่าอย่างในคลองภาษีเจริญ บางครั้ง นักท่องเที่ยวก็โดนเก็บค่าโดยสารหลายพันบาทสำหรับการเดินทางเพียงแค่ช่วงระยะสั้น ๆ เท่านั้นเองนะคะ สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาเล็ก ๆ ที่หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องควรที่จะช่วยกันนำไปปรับปรุงค่ะ เพราะถ้าปรับปรุงล่าช้าก็จะทำให้ประเทศเราถูกนักท่องเที่ยวตราหน้าว่าประเทศไทยไม่ควรมา ท่องเที่ยวแล้ว ประเทศไทยก็จะไม่มีนักท่องเที่ยวอีก ทั้งหมดเราควรจะได้รับการแก้ไข เพราะว่ามันจะส่งผลกระทบระยะยาวกับการท่องเที่ยวในบ้านเราค่ะ ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณร่มธรรม ขำนุรักษ์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายรายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องสภาพปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหา กฎหมายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเราทุกคนคงเห็นตรงกันครับว่าการท่องเที่ยวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการ สร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับพี่น้องประชาชนครับ ไม่ว่าจะเป็นที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้า การคมนาคมขนส่ง และการบริการต่าง ๆ นะครับ โดยการท่องเที่ยวก็ยังสร้างรายได้ให้กับรัฐ แล้วก็สร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างมหาศาลอีกด้วยครับ สำหรับในจังหวัดพัทลุง ของผมเองครับ การท่องเที่ยวก็ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากทีเดียวครับ โดยเราเป็น จังหวัดเที่ยวเมืองรองที่มีศักยภาพด้านธรรมชาติ ด้านวัฒนธรรม แล้วก็วิถีชีวิตที่มีเสน่ห์ แล้วก็เป็นเอกลักษณ์ครับ เรามีแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ไม่ว่าจะเป็นภูเขา ป่า น้ำตก สวน ไปจนถึงทะเลสาบ อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงชุมชน วัฒนธรรม แล้วก็วิถีชีวิตมากมาย หลายแห่งครับ ซึ่งทางผู้ประกอบการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการ แล้วก็ภาคประชาสังคมต่างก็ร่วมกันผลักดันแล้วก็ส่งเสริม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของโครงสร้าง พื้นฐานที่รองรับการท่องเที่ยว การจัดงาน จัด Event กิจกรรม แล้วก็เทศกาลเพื่อส่งเสริม การท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่ของจังหวัด ทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมากครับ ผมเอง ได้สอบถามข้อมูลไปยังสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพัทลุง ก็ทราบว่าปีนี้ทั้งปี ก็จะมีนักท่องเที่ยวมายังจังหวัดพัทลุงคาดการณ์ว่าอยู่ที่ประมาณ ๑.๙ ล้านคนครับ แล้วก็มีรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็เป็น คนไทยถึง ๙๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็อีก ๕ เปอร์เซ็นต์ก็เป็นชาวต่างชาติจากประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา แล้วก็ฟิลิปปินส์ตามลำดับนะครับ ตรงนี้เพื่อให้ ท่านได้เห็นความสำคัญว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวไทยแล้วก็ประเทศเพื่อนบ้านนะครับ ในภาพรวมผมก็เห็นด้วยกับกรรมาธิการนะครับว่าขณะนี้สถานการณ์ท่องเที่ยวก็ฟื้นตัวดีขึ้น หลังจากสถานการณ์โควิดแต่ก็ยังไม่เต็มที่นะครับ โดยเราก็จะได้เห็นว่ารัฐบาลก็พยายาม สนับสนุนหลาย ๆ เรื่องด้วยกันแล้วก็มาตรการที่จะฟื้นฟูการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การยกเว้น Visa การขยายเวลาการพำนักของชาวต่างชาติหรือว่าจะเป็นโครงการต่าง ๆ ที่กระตุ้นการท่องเที่ยวไปจนถึงการส่งเสริมกิจกรรมแล้วก็เทศกาลต่าง ๆ แต่ก็ยังมีอีก หลายประเด็นที่ผมคิดว่าเป็นข้อจำกัด อุปสรรคแล้วก็เป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขเพื่อผลักดัน การท่องเที่ยวของประเทศให้ดียิ่งขึ้นได้นะครับ มาถึงจุดนี้ผมเองก็ต้องขอชื่นชมทาง คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว ท่านประธาน แล้วก็คณะอนุกรรมาธิการทุกท่านนะครับ ท่านเอกธนัช ท่านเท่าพิภพ ท่านเฉลิมพงศ์ แล้วก็กรรมาธิการทุกท่านที่ได้จัดทำรายงานฉบับนี้ อย่างละเอียดนะครับ โดยมีทั้งข้อมูลสภาพปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านความปลอดภัย ในการท่องเที่ยว การกระจายอำนาจด้านการท่องเที่ยว การประกอบการธุรกิจโรงแรม ที่พักค้างคืน สปา Wellness การเช่ารถ แล้วก็ที่สำคัญที่ต้องขอชื่นชมนะครับก็คือว่า ท่านก็มีการเสนอกฎหมายที่ควรจะแก้ไขแล้วก็เสนอเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวในประเทศไทยอีกด้วยครับ วันนี้ผมจึงขอสนับสนุนรายงานฉบับนี้นะครับ แล้วก็จะสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ได้มีการนำเสนอมาพร้อมกันด้วยนะครับ โดยผมมีข้อเสนอแนะหลายประการด้วยกัน ที่อยากจะอภิปรายเพื่อเสริมจากรายงานฉบับนี้ เพื่อให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับไปดำเนินการต่อไป แต่ด้วยเวลาที่จำกัดผมขอพูดเพียง ๓ ประเด็นด้วยกันนะครับ🔗
ประการที่ ๑ ก็คือข้อจำกัดด้านงบประมาณแล้วก็การกระจายอำนาจ เราจะเห็นว่างบประมาณของประเทศที่สนับสนุนด้านการท่องเที่ยวไปยังจังหวัด หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ต่าง ๆ ก็ยังอยู่ในสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับความสำคัญ ของการท่องเที่ยวต่อเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้แต่ละจังหวัด แต่ละพื้นที่ไม่สามารถ ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ประกอบกับว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการท่องเที่ยวกลับไม่มีอำนาจที่เพียงพอในการเข้าไปดูแล หรือว่าส่งเสริมพื้นที่ท่องเที่ยวหลายต่อหลายแห่งได้ เนื่องจากสถานที่นั้น ๆ อาจจะอยู่ใน ความดูแลของกระทรวงอื่น ๆ ผมยกตัวอย่างในจังหวัดพัทลุงนะครับ เราพึ่งพาแหล่งท่องเที่ยว ทางธรรมชาติอย่างสำคัญ เช่น น้ำตก ภูเขา หรือว่าทะเลสาบ แต่อยู่ในความดูแลของ หน่วยงานหลายหน่วยงานนะครับ แต่หน่วยงานเหล่านั้นก็อาจจะขาดแคลนงบประมาณ ขาดความเชี่ยวชาญ หรือบุคลากรในด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว นอกจากนี้ก็ยกตัวอย่าง ในจังหวัดพัทลุงว่าเราก็ยังมีอุปสรรค แล้วก็ขาดแคลนด้านโครงสร้างพื้นฐานในหลาย ๆ เรื่อง รวมถึงระบบสาธารณูปโภคที่รองรับการท่องเที่ยว เช่น ถนนหนทาง การคมนาคมขนส่ง ไปจนถึงไฟส่องสว่าง เป็นต้น สำหรับประเด็นนี้ผมก็คิดว่ารัฐบาลก็ควรที่จะสนับสนุน งบประมาณด้านการท่องเที่ยวไปยังจังหวัด หน่วยงานต่าง ๆ แล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น รวมถึงควรกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นเข้าไปร่วมดูแล แล้วก็ส่งเสริมด้าน การท่องเที่ยวในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ให้มากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ แล้วก็เทศกาลท่องเที่ยวซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ ให้กับพี่น้องประชาชนได้🔗
ประการที่ ๒ ก็คือข้อจำกัดด้านกฎหมายแล้วก็กฎระเบียบนะครับ ผมก็เห็นด้วยกับทางกรรมาธิการว่าเราควรที่จะปรับปรุง แก้ไขและลดกฎหมาย กฎระเบียบ ของทางราชการที่ไม่จำเป็น หรือสร้างภาระต่อภาคธุรกิจ รวมถึงเราควรเสนอกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในด้านการท่องเที่ยวของประเทศ โดยเฉพาะกฎหมาย โรงแรมและที่พักค้างคืนเพื่อรองรับรูปแบบของธุรกิจโรงแรม และที่พักค้างคืนแบบใหม่ เช่น โฮมสเตย์ Hostel หรือที่พักขนาดเล็ก ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการเปิดโอกาสในการ สร้างรายได้กับพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อย ซึ่งในทางเดียวกันนะครับ รัฐแล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองก็สามารถเข้าไปกำกับดูแลธุรกิจเหล่านั้น ให้เป็นระบบ แล้วก็จัดเก็บภาษีเป็นรายได้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวต่อไปได้ครับ🔗
สำหรับอีกประเด็นที่ต้องพูดก็คือเรื่องของอาชีพนวดแผนไทย ผมคิดว่า วันนี้เรามีความต้องการผู้ให้บริการนวดแผนไทยจำนวนมาก เป็นที่นิยมของคนไทย แล้วก็ชาวต่างประเทศทั่วโลก เราจำเป็นต้องส่งเสริม สร้างทักษะอาชีพ แล้วก็ที่สำคัญ ต้องทำให้การขึ้นทะเบียนหมอนวดทำได้ง่ายที่สุด ซึ่งจะเป็นการลดการว่างงาน แล้วก็สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนอีกด้วย เรื่องนี้เพื่อนสมาชิกฝากมานะครับ🔗
ประการที่ ๓ ประการสุดท้าย ขอเวลาท่านประธานอีกสักนิดนะครับ คือการสร้างความร่วมมือแล้วก็ความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค แล้วก็ขอเรียนกับ ทางกรรมาธิการที่ผมเรียนไปเบื้องต้นว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังพัทลุง แล้วก็ประเทศไทย ภาคใต้ตอนล่าง มาจากประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์และ ประเทศอินโดนีเซีย เพราะฉะนั้นหากเราสร้างความร่วมมือ แล้วก็สร้างความเชื่อมโยงกับ ประเทศเพื่อนบ้านให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้านคมนาคมขนส่ง ทั้งทางถนน ทางราง ทางเรือและทางอากาศ ก็จะเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สำคัญได้อีกทางหนึ่ง ผมยกตัวอย่างว่าหากเราผลักดันให้รถทัวร์หรือรถบัสนำเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านสามารถ เข้ามาเที่ยวยังประเทศไทยได้ และในทางเดียวกันรถบัสของเราก็สามารถเดินทางไปยัง ประเทศเพื่อนบ้านได้ก็จะเป็นการอำนวยความสะดวกการท่องเที่ยวในประเทศแล้วก็ ในภูมิภาค แล้วก็สร้างรายได้ในแต่ละในพื้นที่ให้ได้มากยิ่งขึ้นด้วยนะครับ🔗
โดยสรุปผมคิดว่าประเทศไทยเราก็มีศักยภาพและมีโอกาสที่จะสร้างรายได้ ให้กับพี่น้องประชาชนในด้านการท่องเที่ยวอีกเยอะมากครับ หากแต่เรายังมีข้อจำกัด อุปสรรค แล้วก็ปัญหาหลายประการที่จะต้องแก้ไข โดยเฉพาะ ๓ ประการที่ผมได้กล่าว ไปแล้วนะครับ วันนี้เราจะต้องสนับสนุนงบประมาณด้านการท่องเที่ยว กระจายอำนาจ กระจายงบประมาณให้ท้องถิ่น เราต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค ลดขั้นตอน ลดอุปสรรคต่าง ๆ แล้วก็สร้างความร่วมมือ สร้างความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ให้มากยิ่งขึ้นนะครับ สุดท้ายนี้ผมขอสนับสนุนรายงานของกรรมาธิการการท่องเที่ยวฉบับนี้ และพร้อมที่จะสนับสนุนร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่ท่านได้นำเสนอประกอบกันนี้ด้วยนะครับ ทั้งนี้ก็เพื่อการท่องเที่ยวของประเทศไทยแล้วก็เพื่อสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชนทุกคนครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณการณิก จันทดา ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน การณิก จันทดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคประชาชนค่ะ ท่านประธานคะ รายงานฉบับนี้แสดงให้เห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยนะคะว่าธุรกิจท่องเที่ยวเหล่านี้สามารถสร้างรายได้ให้กับภาครัฐ ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการได้เป็นจำนวนมากค่ะ โดยในรายงานระบุว่าการท่องเที่ยวของ ประเทศไทยมีปัญหาในเรื่องของความปลอดภัยในการท่องเที่ยว การกระจายอำนาจในการ ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ความท้าทายในการกำกับดูแลธุรกิจแพลตฟอร์ม ด้านการท่องเที่ยวและที่สำคัญนะคะ สภาพปัญหาจากการประกอบอาชีพในแต่ละธุรกิจค่ะ แต่ว่าอย่างไรก็ดีนะคะ ดิฉันเห็นว่ารายงานฉบับนี้ยังไม่ได้ระบุปัญหาเรื่องแรงงานเข้าไว้ด้วยค่ะ พี่น้องแรงงานในภาคธุรกิจท่องเที่ยวจำนวนมากยังได้รับค่าจ้างที่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ แล้วก็ยังต้อง ทำงานต่อเนื่องติดต่อกันเป็น ๑๐ ชั่วโมงต่อวันนะคะ นายจ้างหักเงินค่าประกันสังคมค่ะ ไม่ยอม นำส่งให้กับประกันสังคม ที่สำคัญนะคะ นายจ้างอยากจะไล่ลูกจ้างออกก็สามารถทำได้โดยง่ายค่ะ เชียงใหม่ของดิฉันเป็นจังหวัดที่เรียกได้ว่านักท่องเที่ยวมาสารทิศสารทาง มาทุกทิศทุกทางค่ะ เม็ดเงินมหาศาลนะคะ แต่เห็นการประกาศรับสมัครงานในเฟซบุ๊กก็รู้เลยว่าผิดกฎหมายค่ะ เพราะว่าชั่วโมงการทำงานก็ไม่ได้ค่ะ เกิน ๘ ชั่วโมงต่อวัน บางที่ปาเข้าไป ๑๒ ชั่วโมงต่อวันนะคะ ที่สำคัญค่ะ ๙,๐๐๐ บาทต่อเดือน ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำอีกค่ะ ยิ่งช่วงนี้นักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น จนเท่ากับก่อนช่วงโควิดแล้วค่ะ พี่น้องแรงงาน คนทำงานต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นแต่กลับไม่ได้รับ ผลตอบแทนที่เป็นธรรมค่ะ ยกตัวอย่างร้านกาแฟร้านเดียวจ้าง Barista แค่คนเดียวแต่ว่า ทำทุกอย่างค่ะ ไม่ว่าจะรับ Order ชงกาแฟ คิดเงิน ยกของ สั่งของ ทำความสะอาดแล้ว ยังต้องดูแลแพลตฟอร์มของเจ้าของร้านค่ะ คือดู Page เฟซบุ๊กนะคะ เรียกได้ว่าแรงงาน คนทำงานถือว่าเป็นพนักงานด่านหน้าที่ต้องต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองไทยก่อนใคร เพื่อนนะคะ แต่ว่าพวกเขาทำงานหนักโดยที่ได้รับค่าจ้างไม่เป็นธรรมค่ะ อย่างแรงงานที่ ทำงานในสนามบินส่วนมากก็จะมีสัญญาจ้างนะคะ เป็นสัญญาจ้างเหมาหรือว่าจ้างรายวัน นะคะ ต่อให้ทำไปต่อเนื่อง ๑๐ ปีค่าจ้างก็ยังเท่าเดิมนะคะ บางคนยังไม่ถึงค่าจ้างขั้นต่ำด้วยซ้ำ เพราะว่าได้เป็นรายวันค่ะ ถึงแม้เราจะมีการศึกษาเพื่อหาแนวทางมาฟื้นฟูเศรษฐกิจ ของประเทศในด้านการท่องเที่ยวออกมากี่เล่ม จะมีข้อเสนอแนะมากมายต่อรัฐบาลเพียงใด แต่ถ้าหากค่าจ้าง ค่าแรงขั้นต่ำของลูกจ้างไทยในกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเหล่านี้ยังไม่เป็น ธรรม ยังไม่ได้ตามมาตรฐานค่าแรงขั้นต่ำ สภาพคล่องทางเศรษฐกิจในชุมชนก็จะไม่มีทางดีได้ นะคะ เงินหมุนเวียนในระดับท้องถิ่นจริง ๆ ก็ย่อมฝืดเคืองตาม ไม่ต้องพูดถึงจังหวัดหรือว่า อำเภอใหญ่ ๆ นะคะ ในพื้นที่ห่างไกลที่นักท่องเที่ยวเข้าไม่ถึง ลูกหลานแรงงานเหล่านี้เขา ต้องออกจากบ้านเพื่อไปทำหน้าที่ไปหาเงินกลับมา แล้วแบบนี้เขาจะมีเม็ดเงินตกมาถึง ท้องถิ่นที่ห่างไกลได้อย่างไรนะคะ หนึ่งในข้อเสนอรายงานของดิฉันก็คือว่าแก้กฎหมาย เพื่อเพิ่มอำนาจให้หน่วยงานของรัฐเข้าไปตรวจสอบการฝ่าฝืนหรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ในสถานประกอบกิจการที่แอบแฝงโดยเฉพาะการค้าบริการทางเพศค่ะ ธุรกิจอย่างสปา นวดหรือว่า Wellness ข้อเสนอแนะของดิฉันคือไหน ๆ ก็เพิ่มอำนาจให้รัฐเข้าไปตรวจสอบ เรื่องการค้าบริการทางเพศแล้วทำไมถึงไม่เสนอเพิ่มให้เจ้าหน้าที่จากกรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน เข้าไปตรวจสอบร่วมด้วยค่ะ เพราะเราอยากรู้ว่าในสถานประกอบการนั้น นายจ้าง นายทุน ผู้ประกอบการกดขี่แรงงาน อยู่แบบนี้หรือไม่ นั่นเป็นเพราะว่าเขาไม่เคารพกฎหมายหรือเป็นเพราะว่าอำนาจต่อรองของ แรงงานไทยต่ำนะคะ โดยเฉพาะแรงงานภาคบริการค่ะ โดยสรุปนะคะดิฉันเห็นว่าควรที่จะ เพิ่มประเด็นแรงงานเข้าไปในข้อเสนอของรายงานด้วยค่ะ นั่นก็คือ ๑. มาตรการการดูแล ลูกจ้างดูแลแรงงานนะคะ งานภาคบริการจากการท่องเที่ยวที่ลูกจ้างหลายรายไม่ได้ถูกทำให้ ถูกกฎหมายค่ะ และอีกประการหนึ่งนะคะ เพิ่มอำนาจให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เข้าไปตรวจสอบที่ทำงานเพื่อทำให้ธุรกิจที่ดำเนินเกี่ยวกับด้านการท่องเที่ยวรับพนักงาน อย่างถูกกฎหมายและให้ค่าจ้างที่เป็นธรรมค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญคุณภัณฑิล น่วมเจิม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย พรรคประชาชนนะครับ ก็ขออภิปรายสนับสนุนรายงานของคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว ฉบับนี้นะครับ ทำได้ดีมากนะครับ มีการพูดถึง Pain Point ปัญหาแล้วก็พูดถึง Solution คือข้อเสนอแนะในทุก ๆ รายการนะครับ🔗
ประเด็นแรกความจำเป็นในการแก้ พ.ร.บ. โรงแรม เห็นได้ชัดครับ จำนวน โรงแรมที่ได้รับการอนุญาตมันไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ประมาณ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ผิดหมดนะครับในประเทศไทย ก็มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่ในภาคผนวกนี้ ในรายงานก็มีร่างตัว พ.ร.บ. โรงแรมที่น่าจะนำเสนอในสภาในขั้นต่อไปเพื่อลดปัญหาการ เรียกรับผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่รัฐ ท่านทราบไหมครับ เวลาจะไปขอมันต้องชงไปที่ผู้ว่า เป็นแสนนะครับ เรียกขอโรงแรมทีหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ ถามผู้ประกอบการทั่วประเทศได้ เลยนะครับ กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นหลักการนี้ก็สำคัญนะครับ ในการออกใบอนุญาตจัดเก็บ รายได้เพื่อเข้าท้องถิ่นนะครับ อันนี้ก็จะไปควบคู่กันในเรื่องของ พ.ร.บ. โรงแรมนะครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งครับ แพลตฟอร์มหาประโยชน์จากธุรกิจท่องเที่ยวในไทย โดยไม่เสียภาษี ผลักภาระให้นักท่องเที่ยว เข้าใจเขาจะมาจด แต่สุดท้ายแล้วเมื่อมีจดพวก e-Service อะไรพวกนี้ก็ผลักภาระให้กับผู้เข้าพักทั้งหมดเลย นิติบุคคลไม่ได้จดในเมืองไทย หรือจดเป็นแค่ตัวแทน บริษัทตัวแทน ไม่เสียภาษีเลยทั้ง Agoda Booking พวกนี้รายได้ มันไปอยู่ที่ไหนครับ มาหาประโยชน์บนพื้นแผ่นดินของเราแต่ไม่คืนภาษีกลับมาให้หลวงเลยนะครับ🔗
ประเด็นต่อมาครับ ความปลอดภัยในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนะครับ เมื่อสักครู่ หลายท่านก็ได้พูดไปนะครับ เราปฏิเสธไม่ได้ มีผู้ให้บริการทางเพศได้รับอันตรายจาก นักท่องเที่ยว มีการละเมิดเยาวชนอายุต่ำกว่า ๑๘ ปีครับ ในรายงานเขาเขียนไว้ มันมีความจำเป็น ที่เราจะต้องเอาเรื่อง Sex Worker เข้ามาพูดคุยบนโต๊ะได้แล้วนะครับ เพราะว่ามันมีอยู่ แล้วเราก็ไม่สามารถคุ้มครองประชาชนคนไทยซึ่งไปให้บริการ แล้วตอนนี้มันก็ผิดกฎหมาย เขาจะไปแจ้งความได้อย่างไร🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่อยู่ในเรื่องของความปลอดภัยในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ในเขตผมเองย่านอโศก-นานา ผมก็ร้องเรียนไปหลายหน่วยงานมากนะครับ คนผิวสีขายยา ขอทานเด็กต่างด้าว อันนี้มันก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยนะครับ นักท่องเที่ยวที่เขามาเดิน ที่เขาจะมาเที่ยวแบบปกติ Family แบบครอบครัว เขาต้องมาเจออะไรแบบนี้ครับ ซึ่งเรา ไม่สามารถดูแลควบคุมได้เลยหรือครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งก็เรื่องของรถรับจ้างผิดกฎหมายเรียกค่าโดยสารเกินนะครับ อันนี้ก็ฝากไป ในรายงานก็มีเขียนไว้เหมือนกันนะครับ แล้วเพื่อนสมาชิกก็ได้มีอภิปรายไป ช่วงเช้านะครับ ก็ขอให้ทางขนส่งทางบกมากวดขันนะครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งครับ ประเด็นทับซ้อนข้อมูลระหว่าง ตม. ต่างชาติเข้าเมือง กับข้อมูลการพำนักในประเทศไทยของปกครองและมหาดไทยมันไม่สอดคล้องกัน ก็เห็น ในรายงานอยู่แล้วนะครับ มัน Intersect กันแค่ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ จริง ๆ คนเข้าเมืองมามันชัดเจนอยู่แล้วนะครับว่าหลบ อันนี้หลบค่อนข้างยาก ตัวเลขค่อนข้าง น่าเชื่อถือ แต่หลายครั้งไม่จำเป็นหรือไปพักแล้วไม่มีการส่งข้อมูลมา หรือบางทีเขาไปพักแบบ Hostel หรือไปพักกับบ้านเพื่อน จริง ๆ กฎหมายต้อง Report ครับ แต่ว่ามันต้องทำให้ง่ายสิครับ ในการที่จะแจ้งเข้ามาตามรายงาน ร.ร.๔ พ.ร.บ. โรงแรม มันต้องมีการแจ้งเข้ามาแบบผ่าน แพลตฟอร์มหรือทำให้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการที่จะสามารถส่งข้อมูลมา โดยง่ายนะครับ โดยภาพรวมก็ขอสนับสนุนรายงานฉบับนี้แล้วก็ข้อเสนอทั้งหมดนะครับ ก็อยากให้ผลักดันเป็นกฎหมายในขั้นต่อไปในเรื่องของ พ.ร.บ. โรงแรม ขอบคุณมากครับ🔗
ขอเชิญคุณอดิศร เพียงเกษ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดขอนแก่น ก่อนอื่น ต้องขออนุญาตชมเชยกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในสภาผู้แทนราษฎร มีกรรมาธิการทั้งหมด ๓๕ คณะกรรมาธิการสามัญ ทุกคณะผมคิดว่าคงทำงานอย่าง เอาจริงเอาจังและหนักแน่นเหมือนกรรมาธิการการท่องเที่ยว พี่น้องประชาชนโปรดเข้าใจครับ ฝ่ายนิติบัญญัติเรามีข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร มีกรรมาธิการอยู่ ๓๕ คณะ ผมอยู่ กรรมาธิการกิจการสภา มีเรื่องหลายเรื่องที่จะเข้ามาสู่การพิจารณาเหมือนกรรมาธิการ การท่องเที่ยววันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานกรรมาธิการชุดนี้ครับ ท่านเอกธนัช จากจังหวัดหนองคาย ท่านเป็นคนมีเพื่อนเยอะครับ ประธานคณะกรรมาธิการ ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการ ท่านตั้งถึง ๑๗๖ คนครับ อันนี้เป็นตัวอย่างของคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ๑๗๖ คนไม่รู้ว่าท่านจำหน้าได้หรือเปล่า เพื่อต้องการให้ทุกคนมาทำงานที่สภา กรรมาธิการชุดนี้ได้รายงานสิ่งที่มีประโยชน์ ศึกษา อุปสรรคต่าง ๆ จะแก้ไขกฎหมาย เพราะเราทราบว่ารายได้จากการท่องเที่ยวสร้างเศรษฐกิจ ของชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะปัจจุบันนี้กรุงเทพมหานครเป็นที่สนใจอันดับ ๑ ที่คนทั่วโลก จะมาท่องเที่ยว ประเทศไทยก็มีรายได้เป็นอันดับต้น ๆ ของรายได้ที่เกิดจากเงินเศรษฐกิจ ของเรา ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมขอโดยสารเรื่องหนึ่ง คือผมอยากให้กรรมาธิการ ชุดนี้ได้ศึกษาในการแยกกระทรวงครับ แยกกระทรวงการท่องเที่ยวกับกีฬาออกจากกัน ให้เป็นกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว นำกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการ ท่องเที่ยวมาอยู่ด้วยกันให้มันถูกฝาถูกตัว แล้วแยกกระทรวงการกีฬาเป็นกระทรวงโดด ๆ การกีฬารู้สึกว่าจะเป็นกระทรวงเดียวที่คนลืมว่าอยู่ที่ไหน ถ้าจะมีกระทรวงการกีฬาก็ต้องเป็น โดดเด่น ไม่ใช่ว่าได้รับเหรียญทองครั้งหนึ่งก็เฮกัน แต่ก่อนที่จะถึงเหรียญต่าง ๆ อยากให้ กระทรวงการกีฬานี่เป็นกระทรวงที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติ อยากให้ศึกษา เราเป็น ฝ่ายนิติบัญญัติ ผมเคยพูดในที่ประชุมของพรรคเพื่อไทย เรื่องการแยกกระทรวงตรงนี้ ไม่กระทบกระเทือนการเป็นรัฐมนตรี เพราะกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงท่องเที่ยว และกีฬาก็อยู่ที่พรรคเพื่อไทยอย่างนี้เป็นต้น เราจะได้เจ้ากระทรวงที่มีความคิด กระทรวงการ ท่องเที่ยววัฒนธรรมจะเป็นกระทรวงที่ยิ่งใหญ่ ศึกษาร่วมกันเพื่อหาอุปสรรคหรือส่งเสริม การท่องเที่ยว กรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรก้าวหน้านะครับ แยกกรรมาธิการกีฬาเป็น กรรมาธิการหนึ่ง แล้วก็แยกกรรมาธิการการท่องเที่ยวออกเป็นกรรมาธิการหนึ่ง ผมอยาก ให้ทางบริหารเป็นอย่างนั้น ขณะนี้ผมกำลังร่วมทำญัตติด่วนเข้าสภาและกำลังให้ทางสภา ผู้แทนราษฎรซึ่งมีฝ่ายนิติบัญญัติที่เข้มแข็ง ร่างพระราชบัญญัติกระทรวง ทบวง กรม แยก กระทรวงดังที่ผมกราบเรียน จึงขอโดยสารคราวนี้ละครับ เพื่อให้ท่านทั้งหลายที่ทำงานอย่าง หนักแน่น นอกจากจะพูดเรื่องอุปสรรคต่าง ๆ ทุกอย่างมีปัญหาหมดละครับ แต่ว่าเมืองไทย ถ้าถูกฝาถูกตัว ไม่ใช่เอากีฬาไปหลบอยู่หลังการท่องเที่ยว ที่ไหนในโลกเขาก็เอาการท่องเที่ยว มาอยู่กับวัฒนธรรมทั้งนั้นครับ ท่าน สส. จากจังหวัดกาฬสินธุ์ก่อนหน้านี้ท่านก็พูดว่ากระทรวง การท่องเที่ยวไม่มีเจ้าภาพอะไรเลย มีแต่ไปแบมือขอจากที่อื่น ไม่มีเจ้าภาพ แต่วัฒนธรรม มันเป็นสถานที่ มันเป็นเรื่องที่คนจะต้องไปดู วันนี้จึงเป็นนิมิตหมายในการเริ่มต้นที่จะสร้าง กระทรวงให้มันถูกฝาถูกตัว เหตุที่การท่องเที่ยวไปอยู่กับกีฬาเพราะในช่วง พันตำรวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม วุฒิสมาชิกท่านเอากีฬามาอยู่กับ การท่องเที่ยว เราไม่อยากให้เสียเวลาในการที่จะตั้งกรรมาธิการร่วม กว่าจะ ๑๘๐ วัน มันจะ เสียเวลา ก็เลยถูกจับผิดฝาผิดตัวมาตั้งแต่วันนั้น เมื่อถึงปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ กระทรวงที่ควร จะอยู่ด้วยกันก็สมควรเวลาที่จะต้องอยู่ด้วยกันดังกล่าว จึงขอขอบพระคุณทางกรรมาธิการ ให้กำลังใจนะครับ ท่านจะแต่งตั้งที่ปรึกษาเพิ่มก็ไม่เป็นอะไรนะครับท่านประธาน แนบท้ายนี้ผมเพิ่ง เห็นเป็นครั้งแรกที่ที่ปรึกษาของประธานมาเต็มเลยนะครับ ๑๗๐ กว่าคน ไม่ทราบว่าใช้ห้อง ประชุมที่ไหนถึงจะมีโอกาสมานั่งกัน ให้กำลังใจนะครับ วันนี้ขอชมเชยท่านประธานทำงานขยัน ขันแข็งจริง ๆ มาครั้งที่ ๒ แล้ว ท่านประธานวันมูหะมัดนอร์ครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สกล สุนทรวาณิชย์กิจ ผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ พื้นที่เทศบาลนครรังสิต เทศบาลเมืองคลองหลวงและตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมืองจากพรรคประชาชนครับ วันนี้ก็ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานสภาพปัญหาแนวทางแก้ไขปัญหากฎหมาย ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนะครับ จากรายงานฉบับนี้ก็ทำออกมาได้ดีนะครับ มีกฎหมาย หลายตัวที่ผมอ่านแล้วก็เห็นว่าเป็นอุปสรรคในการท่องเที่ยวจริง ๆ และนอกจากนี้ ผมก็อยากจะมีแนวทางข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเพื่อให้การศึกษาสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยที่ผมจะลอง สมมุติตัวเองว่าเป็นนักท่องเที่ยวคนหนึ่งนะครับ จาก Introduction ของรายงานเล่มนี้ ก็พูดถึงเรื่องของการที่โควิดเข้ามาทำให้การท่องเที่ยวของไทยซบเซาลงไป โจทย์ของเรา ที่เราจะทำว่าจะทำให้การท่องเที่ยวของเราดีขึ้นทั้งในมุมมองคนไทยและคนต่างชาติใช่ไหมครับ ผมก็มองว่าถ้าเราเป็นนักท่องเที่ยวคนหนึ่งสิ่งที่ผมอยากจะทำมีอะไร ๑. กินอะไร ๒. นอนอย่างไร ๓. เดินทางอย่างไร ๔. เดินทางไปไหน ๕. งบเท่าไร แล้วก็ ๖. ของฝากเป็นอย่างไร ในหัวข้อ ดังต่อไปนี้ก็จะขอไปทีละหัวข้อนะครับ🔗
๑. กินอะไรนะครับ ถ้าเราเป็นนักท่องเที่ยว ในคนไทยเราก็อาจจะคุ้นเคยกับ อาหารของเราอยู่แล้ว ก็จะมีทั้งคนยุโรป คนเอเชีย แต่อันหนึ่งที่ผมเห็นว่าเป็นโอกาสก็คือ เกี่ยวกับฮาลาลและมังสวิรัติ ฮาลาลก็คือมีหลายประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามก็ได้เข้ามา ท่องเที่ยวในประเทศไทยครับ จุดศูนย์กลางการเดินทางของเรามาอยู่ที่สุวรรณภูมิหรือ ดอนเมืองก็ดี แล้วก็อยู่รอบ ๆ กรุงเทพฯ นะครับ ผู้คนที่ต้องการอาหารฮาลาลก็คือ จริง ๆ ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่มีมัสยิด อย่างเช่นในพื้นที่ของผมก็มีมัสยิดแก้วนิมิตรนะครับ ซึ่งเป็นจุดที่ใหญ่มากที่มีชุมชนมุสลิมอาศัยอยู่ รวมถึงว่ามีศักยภาพที่จะผลักดันให้เป็น จุดศูนย์กลางของการท่องเที่ยวฮาลาลได้ อาจจะไม่เพียงแค่ปทุมธานีในเขตพื้นที่ผมนะครับ จังหวัดข้างเคียงอย่างอยุธยาก็มีเท่าที่ผมทราบและแม้กระทั่งในกรุงเทพฯ เองก็มีนะครับ ผมเคยไปเที่ยวที่ญี่ปุ่น ที่โตเกียว ที่นั่นก็มีแผนที่ฮาลาลนะครับ สำหรับนักท่องเที่ยว คือเขาคิดบริการให้กับนักท่องเที่ยวทุกมุมมองทุกเชื้อชาติ ไม่ว่าคุณจะเป็นใครมาอย่างไร มีทั้งบริการภาษาแล้วก็บริการอาหาร อำนวยความสะดวก คิดแทนผู้ที่มาเที่ยวทั้งหมด ดังนั้นถ้าเกิดเรามีการผลักดันเรื่องของอุตสาหกรรมฮาลาลนะครับ ในการทำทั้งผลิตภัณฑ์ ทั้งตรารับรองต่าง ๆ แล้วก็รวมถึงทำแผนที่ฮาลาลเพื่อดึงนักท่องเที่ยวที่มาในหมวดของฮาลาล นำรายได้เข้าประเทศไทยมากขึ้น ต่อมาคือมังสวิรัตินะครับ ก็คือสำหรับคนประเทศอินเดีย ผลิตภัณฑ์ในประเทศอินเดียเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ก็จะมีจุดแดง จุดเขียว เพราะว่า คนในอินเดียทานมังสวิรัติจำนวนเยอะมาก แต่ในประเทศไทยถึงเราจะมีผัก มีเนื้อ มีอะไรก็ดี แต่เราไม่เคยแยกประเภทเหล่านี้ ถ้าเกิดเราลองให้โอกาสขยายกลุ่มเป้าหมาย ทำส่งเสริม ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มการแสดงสัญลักษณ์มังสวิรัติเข้าไปด้วยก็อาจจะเป็นการอำนวยความสะดวก ให้กับนักท่องเที่ยวที่มาจากอินเดียหรือผมเชื่อว่าต่างประเทศอื่นอย่างยุโรปก็มีคนที่ ทานมังสวิรัติก็จะได้ Enjoy กับการท่องเที่ยวไทยมากยิ่งขึ้นนะครับ🔗
ต่อมาเรื่องนอนอย่างไรนะครับ ข้อที่ ๒ อันนี้ก็มีอยู่ในเล่มรายงานแล้วนะครับ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. โรงแรม พ.ร.บ. ควบคุมอาคารนะครับ🔗
ต่อมาคือเรื่องเดินทางอย่างไรนะครับ นักท่องเที่ยวมาในไทยเดินทางอย่างไร ปัจจุบันครับ รวมถึงในเล่มที่เขียนมาก็จะเป็นเรื่องของ App ในการเรียกรถใช่ไหมครับ เช่ารถครับ แต่ว่าทีนี้การเดินทางจริง ๆ คือมันไม่ใช่ทุกคนที่ขับรถได้ ดังนั้นสิ่งที่เรา ต้องส่งเสริมก็คือขนส่งสาธารณะให้คนทุกเพศทุกวัยที่เดินทางมาเที่ยวในประเทศไทย สามารถเดินทางได้ โดยเฉพาะมีแผนที่รถเมล์ก็ดี แผนที่ต่อขนส่งสาธารณะ การทำรถไฟ ให้มีประสิทธิภาพ ให้เป็นการเดินทางขนส่งหลัก แล้วก็มีรถ Bus เป็น Feeder สายย่อย ส่งนักท่องเที่ยวไปทุกที่ มันก็จะเป็นการผลักดันให้ทั้งเมืองหลักและเมืองรองของเรา จังหวัดเมืองรองก็จะมีการท่องเที่ยวที่ดีขึ้นด้วยนะครับ ของพรรคประชาชนหรือตอนอดีต พรรคก้าวไกลก็เคยเสนอ พ.ร.บ. ขนส่งทางบกเข้าไป แต่ว่าไม่ผ่านในสมัยที่แล้ว ก็อยากจะ ผลักดันว่าให้ทุกท่านช่วยสนับสนุนนะครับ เพราะว่าการเกิด พ.ร.บ. ขนส่งทางบกที่เราจะ กระจายอำนาจขนส่งสาธารณะไปให้กับนายก อบจ. เปลี่ยนจากผู้ว่าเป็นนายก อบจ. มันจะทำให้เกิดการพิจารณาเส้นทางขนส่งทางบกที่เข้าใจท้องถิ่นมากขึ้น และเมื่อมีเส้นทาง มากขึ้นการขนส่งสาธารณะก็จะดีขึ้นและจะตอบโจทย์ ไม่เพียงแค่ช่วยให้คนไทยที่อยู่ใน ท้องถิ่นต่าง ๆ มีความเป็นอยู่ดีขึ้น แต่มันจะเป็นการดึงนักท่องเที่ยวที่เขามาจะเที่ยว ในจังหวัดเราเข้ามาอำนวยความสะดวกมากขึ้น🔗
ต่อมาก็คือเรื่องของเดินทางอย่างไรแล้วก็ไปที่ไหนนะครับ ไปที่ไหนอันนี้ ผมคิดว่าอยากผลักดันให้มีศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว เพราะว่าบางทีนักท่องเที่ยวมาลง กลางจังหวัดหนึ่งแล้วบางทีก็ต้องพยายามหาข้อมูลเอง แต่ถ้าเรามีหน่วยงานภาครัฐ หรือท่องเที่ยวของจังหวัดที่รวบรวมข้อมูลไว้แบบเป็นข้อมูลสำเร็จรูปอ่านทีเดียวเป็น One Stop Service สามารถมีข้อมูลหมดในนั้น ก็จะเป็นการลดระยะเวลาของนักท่องเที่ยว ในการงม งงอยู่กับสถานที่ต่าง ๆ แล้วก็ควรมีการให้บริการภาษาต่างประเทศในหลาย ๆ ภาษา ภาษาหลัก ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษก็ดี สมัยนี้ก็จะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเยอะก็ควรจะมี ภาษาจีนหรืออาจจะเพิ่มอีกทั้งภาษาญี่ปุ่น ภาษารัสเซีย หรือภาษาอาหรับ ก็คือเป็นการเพิ่มงาน ให้กับผู้ที่มีอาชีพด้านภาษาศาสตร์ในคนไทยได้มีงานทำในการบูรณาการกับหน่วยงาน ท่องเที่ยวด้วยนะครับ🔗
ต่อมาก็คืองบเท่าไรนะครับ นักท่องเที่ยวมีงบเท่าไร เขาก็ต้องมีเงินมาในการ จับจ่ายใช้สอย มันก็แทรกอยู่ในทุกอย่าง อยู่ในกลไกราคานะครับ แต่มันมีอีกอันหนึ่งที่ผมคิดว่า มีประโยชน์ก็คือเกี่ยวข้องกับการผลักดันเรื่องการทำ Tax-Free นะครับ ก็คือการผลักดันให้ ร้านค้าสามารถแบบอาจจะเข้าระบบภาษีแล้วก็ออกตัว VAT Refund ได้อย่างนี้ครับ มันจะทำให้ต่างชาติเขาก็จะซื้อของเป็นล็อตใหญ่เพื่อจะไปทำ Tax Refund อะไรมากขึ้น นอกจากนี้ก็คือยังผลักดันให้ทางร้านค้าของคนไทยก็มียอดรายได้ที่มากขึ้นนะครับ🔗
สุดท้ายก็เป็นเรื่องของของฝากนะครับ ของฝากก็วนกลับไปก็จะมีเรื่องของ ตราฮาลาลกับมังสวิรัติด้วยที่คิดว่าจะทำให้เพิ่มความอุ่นใจของนักท่องเที่ยวในหลากหลาย สัญชาติที่จะเข้ามานะครับ🔗
แล้วก็ฝากอีกเรื่องก็คือเรื่องของการทำสุราก้าวหน้านะครับ ที่ปลดล็อก การทำสุราที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของไทยขึ้นมาเป็นสินค้า Premium เป็นของฝาก Premium ได้ แล้วก็จะมีเรื่องของวันเวลาที่ขายสุราที่ห้ามขายกี่โมงหรือติดวันสำคัญ ทางศาสนาที่ห้ามขายที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการขายสินค้าของไทยนะครับ ก็ขอเป็นกำลังใจ ให้กับทางกรรมาธิการชุดนี้นะครับ ก็ขอบคุณมากสำหรับรายงานที่ดีและมีประโยชน์นะครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอหารือนิดหนึ่งว่าเพราะว่าเราพูดกันมาเยอะ ประเด็นก็อาจจะซ้ำบ้าง ถ้าเผื่อลดเวลา อภิปรายจาก ๗ นาทีเหลือสัก ๕ นาทีก็จะช่วยเป็นการดีเพราะว่าวันนี้ผมอยากจะเลิกเร็วหน่อย เพราะพรุ่งนี้จะมีการประชุมร่วมซึ่งเป็นเรื่องของกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับ ขอให้พวกเราช่วยกัน มาครับเพราะต้องลงมติครับ พรุ่งนี้กฎหมาย ๒ ฉบับแล้วก็สนธิสัญญาเอฟทีเอ ๑ ฉบับ ต้องลงมติ เสียงต้องเกินกึ่งหนึ่งจึงจะใช้ได้ ก็ขอให้ทุกคนช่วยกันมาพรุ่งนี้นะครับ แล้วก็วันนี้ ถ้าเลิกไม่ดึกหน่อยก็ดี เอาสักคนละ ๕ นาที ถ้าจำเป็นค่อยว่าแต่ละคนไป เพราะว่าประเด็น เรื่องการท่องเที่ยวคงจะซ้ำ และกรรมาธิการก็ทำมาละเอียดดีอยู่แล้วนะครับ ก็อภิปรายไป ในทางเดียวกันอยู่แล้วครับ ต่อไปขอเชิญคุณเชตวัน เตือประโคน ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน ครับ สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี พื้นที่ เทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลเมืองลาดสวายนะครับ ขอร่วมอภิปราย รายงานการพิจารณาเรื่องสภาพปัญหาและแนวทางการแก้ปัญหากฎหมายในอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวโดยคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวนะครับ ท่านประธานครับ ผมได้พิจารณา แล้วครับ เห็นด้วยกับรายงานและพร้อมที่จะลงชื่อสนับสนุนในเรื่องของการแก้ไขกฎหมาย ตามที่ท่านเสนอมาหลาย ๆ ฉบับนะครับ ไม่ว่าจะเป็นร่าง พ.ร.บ. โรงแรมและสถานที่พัก ค้างคืน ร่าง พ.ร.บ. สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ หรือแม้แต่การจะยกร่าง พ.ร.บ. ประกอบ ธุรกิจให้เช่ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ การแก้ไขระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการ ดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถและบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งเรื่องเกี่ยวกับรถเช่านี่ละครับ เกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถนี่ละครับที่ผมจะ อภิปรายสนับสนุนและให้มีการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้นะครับ ท่านประธานครับ เอาความลับ ในครอบครัวมาเปิดเผยสักเล็กน้อย ผมเป็นคนหนึ่งครับที่ถูกภรรยาห้ามอย่างเด็ดขาดเรื่องของ การขับรถจักรยานยนต์ สส. ชยพล สท้อนดี เพื่อนของผมนั่งอยู่ตรงนี้นะครับ เมื่อวันก่อนเพิ่ง นั่ง Grab นั่งมอเตอร์ไซค์เพื่อที่จะไปต่อรถไฟฟ้าก็ถูกคุณพ่อเขาห้ามอย่างเด็ดขาดแล้วเช่นกัน เพราะอะไรครับ ก็เพราะว่าการขับขี่รถจักรยานยนต์บนถนนในประเทศไทยเรานั้นมัน อันตรายมาก ๆ ครับ ทุกท่านน่าจะเคยได้ยินคำนี้ เนื้อหุ้มเหล็ก รถชนทีรถล้มทีโอกาส บาดเจ็บโอกาสล้มตายสูงมาก ๆ นะครับ นี่ขนาดผมคนที่ขับรถจักรยานยนต์มาตั้งแต่เด็ก นะครับ แล้วถ้าไปดูในส่วนของชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยในเมือง ท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ต กระบี่ ชะอำ หัวหิน เชียงใหม่ พัทยา พูดได้เลยครับว่า นักท่องเที่ยวหลาย ๆ คนมาจับมอเตอร์ไซค์ครั้งแรกก็ที่แผ่นดินไทยของเรานี่ละครับ เดินไปที่ ร้านเช่ารถจักรยานยนต์ยื่น Passport ๑ เล่มพร้อมกับเงินค่าเช่าได้จักรยานยนต์ ๑ คัน ขับออกไปเลยทันทีครับ หรือบางทีเก้ ๆ กัง ๆ ผู้ประกอบการก็เข้าไปช่วยสอนเรื่องการ Start สอนเรื่องคันเร่งตรงไหน เรื่องเบรกตรงไหน ง่าย ๆ แล้วก็ออกไปเลยเช่นกันนะครับ สิ่งที่เกิด ตามมาจากความง่ายนี้คืออะไรครับ คืออุบัติเหตุครับ จากข่าวต่อไปนี้นะครับ ผมยกตัวอย่าง ข่าวหนึ่งให้ดู เกิดเมื่อพฤษภาคมปีนี้นี่เองครับ พาดหัวว่านักท่องเที่ยวจีนขี่จักรยานยนต์ ซ้อน ๓ คุมไม่อยู่พุ่งชนรถตู้เจ็บสาหัสทั้งครอบครัว แต่ก่อนหน้านั้นมีข่าวคนตายมีอะไร เยอะแยะไปหมดนะครับ ผมยกมาให้เพื่อกระชับเวลาแค่ข่าวเดียว เหตุเกิดที่ถนนสาย อ่าวน้ำเมา อ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ครับ รถตู้ขับมาตามปกติไม่ได้เร็วมากนะครับ แต่จักรยานยนต์พุ่งออกมาจากซอยโดยมีชาวจีน ๓ คน ภรรยาเป็นคนขับ ลูกอายุ ๑๒ ปีซ้อน อยู่ตรงกลาง ขณะที่สามีซ้อนอยู่ตรงท้ายนะครับ ตามข่าวระบุว่ามอเตอร์ไซค์ดังกล่าวขับ พุ่งออกมาจากซอยเหมือนคนขับขี่คุมรถไม่อยู่ อันนี้ขีดเส้นใต้ไว้เลยนะครับ เหมือนคนขับขี่ คุมรถไม่อยู่แล้วก็ไปเฉี่ยวชนกับจักรยานยนต์ของประชาชนที่ขับมา โชคดีนะครับ จักรยานยนต์ของประชาชนไม่ล้ม แต่ขณะที่รถของนักท่องเที่ยวพุ่งเข้าไปชนรถตู้ที่ขับมา ตามปกติแล้วก็บาดเจ็บสาหัสอย่างที่เป็นข่าว โชคดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บแล้วก็โชคดีของคนขับรถตู้ ด้วยที่ติดกล้องหน้ารถไว้เลยไม่ต้องไปเสียเวลาวุ่นวายมากมายในการต้องไปพิสูจน์อะไร ต่าง ๆ นะครับ ท่านประธานนี่คือตัวอย่างของอุบัติเหตุที่เกิดจากความง่ายในการที่ ผู้ประกอบการรถเช่าให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้เช่ารถไปขับขี่ ขณะเดียวกันครับ เหล่านี้ก็คือตัวอย่างของปัญหารัฐราชการรวมศูนย์ที่ไม่ยอมกระจายอำนาจ ไม่ยอมกระจายงบประมาณ ไม่ยอมกระจายบุคลากรให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อที่ผู้บริหารท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนมีอำนาจในการจัดทำบริการขนส่ง สาธารณะได้ด้วยตนเองนะครับ ให้บริการประชาชนในพื้นที่ ให้บริการนักท่องเที่ยวที่มา ท่องเที่ยว เพราะขนส่งสาธารณะในท้องถิ่นที่ไม่ดี ที่ไม่ทั่วถึง ที่ไม่เพียงพอนี่ละครับที่ทำให้ เกิดผู้ประกอบการรถเช่า เพราะขนส่งสาธารณะในท้องถิ่นที่ไม่ดี ที่ไม่ทั่วถึง ที่ไม่เพียงพอ นี่ละครับ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวต้องเช่ารถมาขับเองโดยที่ไม่มีความเชี่ยวชาญชำนาญในเรื่อง ของการขับขี่ ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ไม่รู้พื้นที่ และที่หนักสุดเลยคือไม่รู้จักเครื่องหมายจราจร อะไรในประเทศของเราเลย ท่านประธานครับ การท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ สำคัญนับเนื่องมาตั้งแต่ยุคสงครามเย็นแล้วนะครับ พัทยา พัฒน์พงศ์ ก็เติบโตมาจากทหาร GI ที่เข้ามานี่ละครับ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวเติบโตทุก ๆ ปี บางปี การส่งออกอาจลดลงไปบ้าง บางปีการลงทุนจากภาครัฐอาจชะลอตัว แต่ทว่าการท่องเที่ยว (ก่อนโควิด) ยังเป็นสิ่งที่เราไว้วางใจได้เสมอ วันนี้สถานการณ์โควิดคลี่คลายแล้วครับ การท่องเที่ยวกลับมาแล้ว แต่ปัญหาที่ผมอภิปรายมาทั้งขนส่งสาธารณะที่ไม่เพียงพอ ทั้งปัญหาจากนักท่องเที่ยวเช่ารถไปเองอาจทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศและการท่องเที่ยว ในประเทศเสียหายได้ เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนครับ ซึ่งผมพร้อมที่จะลงชื่อสนับสนุน ร่างกฎหมายของท่าน ฝากชื่นชมไปถึงกรรมาธิการการท่องเที่ยว อนุกรรมาธิการชุดนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญคุณธีระชัย แสนแก้ว ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ด้วยความเกรงใจท่านประธานด้วยครับ แต่ผมก็อดที่จะพูดไม่ได้เพราะว่าจังหวัดอุดรธานี เป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย คณะกรรมาธิการได้ศึกษาซึ่งเป็นข้อ ๆ กระผมได้อ่าน เกือบทั้งหมดแล้วพอสรุปได้ แต่ก็มีปัญหานะครับว่าอย่างกรณีที่พักโรงแรมอะไรต่าง ๆ เหล่านี้มันก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน อย่างกรณีที่จังหวัดอุดรธานีมีที่พักโรงแรมไม่ต่ำกว่า ๑๔,๐๐๐ ห้อง แต่ในขณะเดียวกันจดทะเบียนเพียง ๗,๐๐๐ ห้อง อย่างนี้ก็มีปัญหานะครับ เกี่ยวกับเรื่องการท่องเที่ยวของจังหวัดอุดรธานี กติกาที่ล้าหลังบางสิ่งบางอย่างของประเทศไทย กติกาอย่างที่พวกเรามาแก้ไขเป็นสิ่งที่ดีงามอยู่แล้ว บางครั้งก็ทำให้เป็นการบั่นทอนความเจริญ ได้เช่นเดียวกัน การท่องเที่ยวภายหลังจากโควิดเดี๋ยวนี้เริ่มแล้ว อย่างกรณีผมจะยกตัวอย่าง จังหวัดอุดรธานีนะครับ เมื่อปี ๒๕๖๖ มีผู้มาเที่ยวปีหนึ่ง ๔,๓๐๐,๐๐๐ คน เมื่อปี ๒๕๖๖ ตามสถิติ ในขณะที่ก่อนโควิด ๔,๑๐๐,๐๐๐ คน โควิดไม่ต้องพูดเลยครับ นี่ละครับรายได้ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วตอนนี้ก็เข้าฤดูท่องเที่ยวแล้ว ผมไปเปิดงานกับ ททท. กับผู้ว่า ราชการจังหวัดเมื่อวันที่ ๑๕ ที่ผ่านมา ทะเลบัวแดงมีแห่งเดียวในโลกนี้นะครับ ซึ่งอยู่ที่อำเภอ กุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ทะเลบัวแดง อยู่ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำหนองหานซึ่งเป็นแหล่งเก็บน้ำ ธรรมชาติที่ผมพูดแล้วพูดอีกนะครับ ประมาณ ๒๔,๐๐๐ ไร่ แล้วทะเลบัวแดงซึ่งมีบัวแดง ที่สวยงามมากเกิดอยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งต่างประเทศได้มาดู สวยงามมากครับ ประมาณ สัก ๔,๐๐๐–๕,๐๐๐ ไร่ในพื้นที่ตรงจุดนั้น ปัญหาต่าง ๆ ก็ได้เกิดขึ้นที่พวกท่านได้ว่ามานี่ก็คือ เกี่ยวกับเรื่องระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเรือนะครับ เกี่ยวกับเรื่องเรือพาท่องเที่ยว สัญจรไปมานี่ล่ะ ซึ่งอยากจัดให้มันเป็นระบบ และหน่วยงานนั้นก็เป็นหน่วยงาน อย่างกรณี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเยอะเหลือเกินเกี่ยวกับพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ ในที่ตรงนั้นก็เป็นที่ ชลประทาน ที่ชลประทานเราต้องการอยากจะให้ชลประทานไปเอาจอกแหนออกมา แต่ก็ปรับปรุงได้แค่ประมาณระยะห่างจากตรงนั้นประมาณ ๙๐ เมตรเท่านั้นเอง ที่อยู่ใจกลาง ก็เป็นของเขตห้ามล่าก็คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วทีนี้จะทำห้องน้ำห้องท่าอะไรรู้ไหมครับ อยู่ในเขตตรงนั้นก็ต้องขออนุญาต ขออนุญาตใคร ขออนุญาตกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มันมั่วไปหมด แล้วทีนี้เคยมีจังหวัด อุดรธานีใช้งบบูรณาการเอาไปทำห้องน้ำในสถานที่โดยอนุญาตให้โรงเรียน โรงเรียนก็คือ ของกรมธนารักษ์ แต่งบยุทธศาสตร์ตอนนั้นได้เอาไปทำ ยังมีปัญหากันอยู่ทุกวันนี้ ขนาดกระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวา ปิดห้องน้ำไว้ นักท่องเที่ยวไปนับหมื่นคนไม่มีห้องน้ำที่จะอยู่ อย่างนี้ก็มีครับ นี่ก็คือกฎหมายที่พวกท่านได้ศึกษามา ผมเห็นด้วย และในขณะเดียวกันจังหวัดอุดรธานี จังหวัดเดียวเที่ยวได้ ๒ มรดก มรดกโลกบ้านเชียง มรดกโลกภูพระบาท ซึ่งเพิ่งได้รับมา จังหวัดเดียวเท่านั้นครับ แล้วนอกจากนี้ยังมีคำชะโนดนะครับ คำชะโนดซึ่งเป็นความเชื่อต่าง ๆ ที่มีพืชเกิดขึ้นมาโดยพวกท่านยังไม่เคยเห็น ไปดูได้เลยนะครับ แล้วทะเลบัวแดงก็มีแห่งเดียว อยู่ในโลกนี้ และนักท่องเที่ยวที่มีสถิติที่มามากที่สุดก็คือไม่ใช่ใครละครับ นักท่องเที่ยวจาก ประเทศเพื่อนบ้านคือประเทศลาวเยอะที่สุดครับ รองลงมาก็ประเทศจีน ประเทศเวียดนาม และประเทศอเมริกา ญี่ปุ่นก็ตามมาแล้ว นี่ละครับถ้าหากว่าต่อไปในอนาคตข้างหน้านี้ เราจะมีสนามบินซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติ ซึ่งเราจะเชื่อมโยงกับคุนมิง บินตรงจากคุนมิง เอานักท่องเที่ยวจากคุนมิงมาจังหวัดอุดรธานี สิ่งที่เราจะต้องเตรียมการก็คือเตรียมพัฒนา แหล่งท่องเที่ยว อันที่ ๒ คือพัฒนาคน ไกด์จะทำอย่างไร กระทรวงต้องไปทำอะไรให้พวกไกด์ พวกมัคคุเทศก์ต่าง ๆ คือสามารถอบรมแล้วก็ทำงานได้เลย เพราะฉะนั้นแล้วพืชสวนโลก ซึ่งเราใช้งบประมาณอีกประมาณสักพันกว่าล้านบาทที่จะต้องเกิดขึ้นในปี ๒๕๖๙ นี้ เราจะต้อง ดำเนินการอย่างไรถึงจะคุ้มค่ากับการที่ลงทุนไป เพราะฉะนั้นการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทางด้านบริการ ไม่ว่าสถานที่พัก สถานที่โรงแรม ไม่ใช่ว่าจะมาเที่ยวอุดรธานีต้องเลยไปพัก หนองคาย จะมาเที่ยวอุดรธานีพักที่ขอนแก่นค่อยมาเที่ยว มันไม่ได้ มันจะต้องมีอะไรต่าง ๆ ที่ดี กฎกระทรวงต่าง ๆ ที่จะต้องดำเนินการให้รวดเร็ว ท้องถิ่นต้องเข้าไปดูแล งบประมาณ ที่ได้จากสถานบริการก็ต้องจัดการให้กับท้องถิ่น เอาภาษีเข้า อบจ. เอาภาษีเข้า อบต. เทศบาลอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งท่านได้ดำเนินการมาดีแล้ว สิ่งที่ผมได้กราบเรียนมานี้ก็คือ กฎกติกาต่าง ๆ พื้นฐานที่ท่านได้ศึกษาในวันนี้จะต้องเป็นกฎหมายในวันข้างหน้า ผมยังอ่าน ไม่หมด อ่านเป็นบางตัว แต่สามารถมีความคล่องตัวให้กับพี่น้องประชาชนในการที่จะทำ อะไรก็แล้วแต่ และที่สำคัญที่สุด ณ วันนี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นชลประทานก็ทะเลาะกันเอง กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมกับกระทรวงมหาดไทย และอื่น ๆ อีกมากมาย ๙ กระทรวงครับ นี่คือประเทศ ไทย เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ามีความรอบคอบในการทำกฎหมายสักฉบับหนึ่งขึ้นมาเพื่อ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างที่ท่านได้ศึกษาแล้ว พัฒนาไปถึงขั้นเข้าสภา กฎหมายเข้ามา ผมคิดว่าทุกอย่างมันจะเรียบร้อย ไม่ต้องผลักภาระให้กับพี่น้องประชาชน ใครจะไปลงทุน อะไรก็แล้วแต่ก็ติด ถ้าจะไปลงทุนก็ติดธนารักษ์ ที่ธนารักษ์ ชลประทานก็จะเปิดโอกาส ให้พี่น้องประชาชนเช่าก็ธนารักษ์ ธนารักษ์ก็มีปัญหา ที่อะไรต่าง ๆ เยอะแยะไปหมด ซึ่งมันจะต้องมีการแก้ไขเรื่องนี้ ไม่ใช่เฉพาะเกี่ยวกับการท่องเที่ยว อย่างอื่นก็มีนะครับ ผมขออนุญาตที่จะกล่าวแค่นี้ละครับ ด้วยความเกรงใจท่านประธาน ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณจุลพงศ์ อยู่เกษ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนนะครับ ในความเห็นส่วนตัวของผม ภารกิจของกรรมาธิการการท่องเที่ยวนะครับ ขณะนี้มีความสำคัญ แก่เศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก แล้วก็รายงานของคณะชุดนี้เป็นเรื่องที่ถูกเรื่อง ถูกเวลาแต่ยังไปไม่สุดครับ ทำไมผมพูดอย่างนั้นครับ เราทุกคนทราบดีว่าขณะนี้เครื่องจักร ทางเศรษฐกิจของเรามันมีอยู่ ๒ เรื่องเท่านั้นเองที่เหลือก็คือการส่งออกและการท่องเที่ยว แต่ปีหน้านะครับ ปี ๒๕๖๘ ประเทศไทยเราจะได้รับผลกระทบเรื่องการส่งออกเป็นอย่างมาก และเป็นเรื่องน่าวิตก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนโยบายตอบโต้ทางการค้าทางภาษีของผู้นำใหม่ ของสหรัฐ เรื่องการถดถอยทางเศรษฐกิจของจีน หรือเศรษฐกิจในยุโรปที่ถดถอยในปีหน้า จนน่าวิตก ประเทศไทยเราจึงเหลือเครื่องจักรเดียวครับ คืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แต่ประเทศไทย ของเราเน้นแก้เฉพาะด้าน Demand เท่านั้นเองของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว คือพยายาม ให้ความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการยกเว้น Visa หรือยกเว้นค่าธรรมเนียม Visa แต่เราไม่แก้ไขทางด้าน Supply-Side ครับ คำว่า Supply-Side หมายความว่า เราไม่ช่วย ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเท่าที่ควรจนถึงปัจจุบัน และในส่วนที่เกี่ยวกับรายงานของอนุกรรมาธิการ ฉบับนี้นะครับ เรื่องหลักจริง ๆ ที่ผมอยากจะพูดก็คือเรื่องใบอนุญาตทั้งนั้นครับ ประเทศไทยเรา เป็นอาณาจักรแห่งใบอนุญาต เป็น Nanny State หรือรัฐพี่เลี้ยงนะครับ ที่อะไรก็ต้องขอ ใบอนุญาตไปหมด ผมไม่อยากพูดว่าทำไมหน่วยราชการไทยจึงไม่มีความกระตือรือร้น ลดอำนาจใบอนุญาตให้มีน้อยลง เมื่อปลายปี ๒๕๖๕-๒๕๖๖ หอการค้าไทยได้ทุ่มเงินกว่า ๒๐ ล้านบาทเพื่อศึกษาว่ามีกฎหมายประกอบธุรกิจอะไรบ้างที่ล้าหลัง อะไรบ้างที่จะลดเลิก ใบอนุญาตบ้าง ท่านประธานครับ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นเป้าหมายแรกของหอการค้าไทย ในการศึกษาครั้งนี้นะครับ🔗
กลับมาดูที่รายงานนะครับ ในรายงานนี้ตอนศึกษาบอกผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวกับ อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ๓๑ หน่วยงานของรัฐครับ อะไรมันจะเยอะขนาดนี้ครับ ส่วนใบอนุญาต เฉพาะกิจการโรงแรมอย่างเดียว ๘ ใบอนุญาต ต้องติดต่อ ๕ หน่วยงาน กรณีนี้ละครับ ที่ผมเห็นว่าใบอนุญาตมันควรจะลดลงไปไหม ที่ผมกล่าวว่าหอการค้าลงทุนไป ๒๐ กว่าล้านบาท ลดใบอนุญาต เป้าหมายเขาลดใบอนุญาตไปถึง ๑,๕๐๐ ใบอนุญาตนะครับ และใบอนุญาตแรก อย่างที่ผมเรียนไปแล้วก็คือเกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ผมไม่ทราบว่าคณะอนุกรรมาธิการนี้ ได้มีการคุยหรือศึกษาผลการศึกษาและรายงานของหอการค้าไทยหรือเปล่า ในรายงานหน้า ๒๙ ดีนะครับ ท่านเสนอให้มีระบบใบอนุญาตหลักแบบ Super License มาใช้ แต่ก็ยังไม่ได้ ลดจำนวนใบอนุญาตครับ ท่านเสนอ ๓๐ วัน บวก ๓๐ วัน ถ้าไม่ผ่านถือว่าเป็นการอนุญาต เป็นคำแนะนำดี ๆ ครับ แต่ก็ยังฝ่าด่านเรื่องใบอนุญาต ไม่แก้ปัญหาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อย่างครบวงจร ผมจะขอใช้เวลาไม่มากล่ะครับ ข้อเสนอของผมผ่านท่านประธานไปยัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวคือถ้าเป็นไปได้นะครับ ต่อภาค ๒ ครับ ทำรายงาน ให้สุดเลยครับ ให้มันครอบคลุมให้ไปสุด ๆ เลย อย่างชนิดที่ท่านประธานอนุกรรมาธิการ ได้เกริ่นไว้ตอนต้นครับ ไปให้สุด ผมสนับสนุนให้ต่อภาค ๒ นะครับ ส่วนที่มีเพื่อนสมาชิก บอกว่าท่านจะมีที่ปรึกษาอีกกี่คนนั้นก็แล้วแต่ท่านแล้วกัน แต่ผมถ้าเสนอได้ผมก็เสนอให้ท่าน ศึกษาต่อภาค ๒ มันยังมีอีกหลายเรื่องที่จะต้องครอบคลุม ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญคุณทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคประชาชน จากพี่น้องชาวอยุธยาและบางบาลครับ วันนี้ผมขอใช้โอกาสในการสนับสนุนรายงานฉบับนี้ ในการแก้ปัญหากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจากกรรมาธิการ การท่องเที่ยวครับ และขอใช้โอกาสนี้ในการเป็นปากเป็นเสียงให้แก่พี่น้องประชาชนชาวเมือง อยุธยาครับ เมืองประวัติศาสตร์มรดกโลกซึ่งมีการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลักของพี่น้อง ประชาชน โดยในขณะนี้จนถึงวันที่ ๒๒ ธันวาคม อยุธยามีงานเทศกาลใหญ่ประจำปีนะครับ งานยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นในทุก ๆ ปีในช่วงฤดูหนาวช่วงสิ้นปี แบบนี้ครับ นอกจากจะมาขอเชิญชวนทุกท่านไปร่วมงานเทศกาลแห่งนี้นะครับ อยากจะ ขอนำเอาเทศกาลนี้มาเป็นตัวอย่างที่จะสะท้อนถึงปัญหาและแนวทางในการแก้ปัญหาในเรื่องของ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งเกิดขึ้นในปัจจุบัน แล้วก็สอดคล้องกับข้อเสนอแนะและข้อสังเกต ของรายงานฉบับนี้ โดยผมขอลงรายละเอียดในประเด็น ๒ ประเด็นใหญ่ของรายงานฉบับนี้ มาแสดงให้เห็นถึงปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาต่อไป🔗
ประเด็นแรกที่ทำให้พวกเราสามารถแก้ปัญหาการท่องเที่ยวและปลดล็อก การพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในท้องถิ่นได้คือการกระจายอำนาจครับ ไม่ว่าจะเป็น การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นอย่างเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยานะครับ หรือเทศบาล หรือ อบต. ในพระนครศรีอยุธยาได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการดูแลโบราณสถานที่เรียงรายอยู่ใน พระนครศรีอยุธยาเต็มไปหมดนะครับ เพื่อที่จะสามารถพัฒนาเป็นทั้งพื้นที่สาธารณะก็ดี หรือใช้จัดเทศกาลเพื่อดึงเอาประโยชน์สูงสุดของโบราณสถานเหล่านั้นครับ ให้นักท่องเที่ยว ที่มาเยือนนั้นประทับใจให้มากที่สุด ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มากที่สุด โดยมีหน่วยงาน อย่างกรมศิลปากรเป็นผู้ที่มาช่วยกำกับดูแลและมาให้ความรู้ในเรื่องของการอนุรักษ์และการ พัฒนาแทน มากไปกว่านั้นครับ หากเราสามารถกระจายทั้งงบประมาณ อำนาจ และบุคลากร ได้ครับ ปัญหาในเรื่องของการที่ไม่มีที่จอดรถหรือปัญหาที่ตอนนี้พี่น้องประชาชนที่มาเที่ยว งานเทศกาลมรดกโลกต้องเจอกับการเรียกเก็บค่าที่จอดรถก็จะหมดไปด้วยนะครับ ซึ่งปัญหา นี้เป็นปัญหาใหญ่มากในปัจจุบันก็เป็นที่ถกเถียงเป็นที่สนใจในสังคมของพระนครศรีอยุธยา ในปัจจุบันนี้ แล้วผมก็ได้รับเรื่องร้องเรียนมาในทุกช่องทางเป็นอย่างมากครับ แต่ก็ต้อง ขอขอบคุณท่านนิวัฒน์ ท่านผู้ว่าพระนครศรีอยุธยาแล้วก็พี่ ๆ ตำรวจ สภ. พระนครศรีอยุธยา ที่ตอนนี้ก็กำลังเริ่มแก้ปัญหาเหล่านี้แล้ว แต่การกระจายอำนาจและงบประมาณจะเป็นการ ปลดล็อกให้ท้องถิ่นสามารถจัดทำบริการสาธารณะได้ จัดทำรถเมล์หรือขนส่งสาธารณะ ได้หลากหลายเส้นทางทั่วพระนครศรีอยุธยาครับ ว่าง่าย ๆ คือจะเดินทางมาที่ใจกลางของเมือง พระนครศรีอยุธยา จะมาเที่ยวที่งานเทศกาลไม่จำเป็นแล้วครับที่จะต้องนำเอารถส่วนตัว มาครับ สามารถขึ้นรถเมล์ ขึ้นขนส่งสาธารณะมาได้เลย และปัญหารถติด ปัญหาไม่มีที่จอดรถ หรือปัญหาว่ามาแล้วต้องมาเสียค่าที่จอดรถก็จะหมดไป เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นตอครับ ยังรวมไปถึงเรื่องของการจัดการขยะครับ ที่ท้องถิ่นก็สามารถนำเอาขยะเหล่านั้นไปแปร เปลี่ยนเป็นพลังงานได้รวมไปถึงสามารถทำให้เมืองของเรานั้นสะอาดตามากขึ้น สร้างทัศนียภาพ ให้เมืองเราน่าอยู่รวมถึงเหมาะสมกับการที่เป็นหน้าเป็นตาของประเทศของเราอีกด้วยครับ จะเห็นว่าการกระจายอำนาจมันไม่ใช่เพียงแค่การอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว หรือการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวครับ แต่เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต ในชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชน และกระจายรายได้ให้กับผู้ประกอบการอีกมากมายครับ การปลดล็อกท้องถิ่นถือเป็นการทำเพียงนัดเดียวนะครับ แต่จะทำให้ประเทศไทยไม่มีวัน เหมือนเดิมแน่นอน🔗
ประเด็นที่ ๒ เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่จะกระจายรายได้สู่พี่น้องชาวเมือง พระนครศรีอยุธยาและต่างจังหวัดเป็นอย่างมากครับ คือการปลดล็อกกฎหมายที่พักขนาดเล็ก Hostel หรือเกสต์เฮาส์ต่าง ๆ ซึ่งก็สอดคล้องกับผู้ประกอบการจำนวนมากในเมือง พระนครศรีอยุธยาที่สามารถที่จะสร้างรายได้และแปรเปลี่ยนเอาอาคารหรือทรัพย์สินของ ตนเองที่มีอยู่มาสร้างรายได้ต่อได้ เพื่อให้คนเล็กคนน้อยได้สามารถประกอบกิจการที่พัก เพื่อรองรับกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมหาศาลมาเที่ยวพระนครศรีอยุธยาได้ตลอด หรือมาเที่ยวพระนครศรีอยุธยาในช่วงที่มีเทศกาลหรือในช่วงฤดูกาลของการท่องเที่ยวครับ และแน่นอนครับ พรรคประชาชนเราก็พร้อมแล้วก็เตรียมร่างสำหรับการแก้กฎหมายที่พัก ขนาดเล็กนี้ไว้เรียบร้อยแล้วครับ เพื่อที่จะเข้าสู่สภาแห่งนี้ได้พิจารณากันต่อไป🔗
สุดท้ายครับ ต้องขอส่งข้อเสนอแนะและการแก้ปัญหาผ่านท่านประธานไปถึง ทั้งคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและรัฐบาลครับ ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งครับว่ารัฐบาลชุดนี้ ก็ให้ความสำคัญกับการผลักดันการท่องเที่ยวและการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ครับ หรือว่าท่านอาจจะใช้คำที่ง่ายเกินไปจนติดปากว่า Soft Power แต่แท้จริงแล้วครับ ท่านจำเป็นที่จะต้องสร้างพลังจากภายในก่อนด้วยการกระจายอำนาจครับ สร้างพลังภายใน ของคนไทยทุกคนด้วยการกระจายอำนาจ ระเบิดพลังให้ทุกหย่อมหญ้าได้สามารถ เจริญงอกงามต่อไปได้ เป็นพลังที่เราจะส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าของ พระนครศรีอยุธยา เป็นพลังที่จะส่งเสริมการออกแบบเมืองให้สะดวกสบาย พลังที่จะส่งเสริม ด้าน Supply Side และส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้ครบทั้งวงจร หากเราสามารถ เกิดพลังจากภายในได้ที่ทรงคุณค่าของคนไทยของเราแล้ว แรงดึงดูดที่จะกระจายไปทั่วทุกมุมโลก ก็จะตามมากลับมาหาเราเองครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณทศพร เสรีรักษ์🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขอชมเชยคณะกรรมาธิการ การท่องเที่ยวที่ท่านศึกษาได้อย่างดีเยี่ยมแล้วก็ทำรายงานที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์แต่ว่า มีข้อผิดพลาดนะครับ ผมยกประเด็นเดียวเลย หน้า ๓๓ เรื่องที่ ๒ การปลดอาชีพนวดแผนไทย ออกจากบัญชีอาชีพสงวน เมื่อเช้ากรรมาธิการการสาธารณสุขเราเพิ่งได้พูดคุยกันเรื่องการนวด ท่านประธานทราบไหมครับว่าการนวดแผนไทยนี้เป็นมรดกโลกที่จับต้องไม่ได้ของประเทศไทย ที่ผ่านการรับรองมาแล้ว นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวเมืองไทยแต่ละปีนี้มีตัวเลขสถิติว่า มานวดไทยประมาณ ๔๐ ล้านครั้ง นวดไทยเปิดอยู่ในต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ที่เยอรมัน มีอยู่ประมาณ ๕,๐๐๐ แห่ง ที่เยอรมันนี้หมอนวดไทยไม่พอนะครับ มีหมอนวดเวียดนาม หมอนวดลาว แต่ปรากฏว่าชาวต่างชาติที่มารอนวดเขาบอกว่าจะเอาหมอนวดไทย หมอนวด ชาติอื่นเขาไม่เอา แล้วหมอนวดไทยก็ต้องเข้าคิวรอ ๓ เดือน อันนี้คือที่เยอรมัน มันเป็นสมบัติ ที่ล้ำค่ายิ่งของประเทศไทย ในประเทศไทยมีการนวดเพื่อสุขภาพคือนวดทั่ว ๆ ไปกับนวด เพื่อบำบัดรักษา ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพนี้ นวดเพื่อบำบัด ๒๒๒ แห่ง นวดเพื่อสุขภาพ ๑๑,๔๐๐ แห่ง แล้วก็สปา ๑,๑๔๗ แห่ง มีหมอนวดที่ขึ้นทะเบียนไว้ ๒๒๔,๘๐๐ คน ไม่น้อยนะครับ แต่อาจจะยังไม่พอจริง แต่ว่าการเพิ่ม การจัดการบริการ คงไม่ใช่วิธีการง่าย ๆ ที่ไปบอกให้แรงงานต่างชาติเข้ามา ตอนนี้เราต้องจัดการหมอนวดไทย ให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น มีความปลอดภัยที่ดีขึ้น เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วครับ ถ้าท่านได้อ่านข่าว คงจะเห็นว่าที่จังหวัดอุดรธานีมีนักร้องสุภาพสตรีอายุประมาณ ๒๐ ปีแล้วไปนวด แล้วหลังจากนั้น ก็เสียชีวิต ข่าวนี้เป็นที่ตระหนกตกใจแล้วก็ทำให้คนตกใจว่านวดไทยมีปัญหานวดแล้วตาย ซึ่งความจริงไม่ใช่ วันนี้เราได้เชิญมา มีนายกราชวิทยาลัย Orthopedics คือโรคกระดูก แล้วก็ประสาทศัลยศาสตร์ ข้อมูลก็คือว่าการนวดไทยครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต เพียงแต่ว่า มันบังเอิญเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับโรคไขสันหลังอักเสบที่เขามีอยู่แล้ว ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราจะต้อง เผยแพร่ไปให้ทันที แต่ว่าก็ต้องใช้วิกฤตตรงนี้ให้เป็นโอกาสก็ให้รู้ว่านวดก็มีปัญหาได้ เพราะยังมี หมอนวดหลาย ๆ คนหลาย ๆ ที่ที่ชอบบิดคอ ดึงหลัง กร๊อบแกร๊บ กร๊อบแกร๊บ ให้เกิดเสียง ตรงโน้นตรงนี้ หรือว่ากดที่ขาหนีบ เปิดประตูลม ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้เกิดลิ่มเลือดแล้วก็ไปอุดตัน เส้นเลือดหัวใจ อุดตันเส้นเลือดสมองได้นะครับ ตรงนี้ก็เป็นสิ่งแทนที่จะคิดที่จะไปเพิ่มจำนวน โดยการเพิ่มหมอนวดจากต่างชาติมาทำหมอนวดไทยให้ดีก่อนไหม แล้วก็ยกระดับให้ดีขึ้น เมื่อยกระดับให้ดีขึ้น มีมาตรฐานสูงขึ้น รายได้สูงขึ้น ก็จะมีคนไทยมาเป็นหมอนวดมากขึ้นนะครับ ทางกรรมาธิการเราก็ได้เสนอข้อชัดเจนตรงที่ว่าจะทำให้นวดไทยดึงการท่องเที่ยวให้มากขึ้น ดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาให้มากขึ้น ท่านอาจจะต้องมีกฎหมายที่เกี่ยวกับการนวดแผนไทย โดยเฉพาะให้ชัดเจนกว่านี้ มีหลักสูตรที่ชัดเจน มีสถาบันที่ชัดเจน ผู้นวดต้องผ่านการอบรม และสอบอย่างเข้มข้น ต้องมีใบอนุญาต อาจจะเป็นใบประกอบโรคศิลป์ มีระบบตรวจสอบ ติดตาม อาจจะมี App แล้วก็มีการเผยแพร่ข้อมูลไปทั่วโลก สิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่น่าทำมาก ผมเสนอให้ทางท่านประธานกรรมาธิการและกรรมาธิการได้ศึกษาเพิ่มเติมโดยละเอียด ที่จังหวัดแพร่พื้นที่ภาคเหนือก็เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีอาชีพนวดแล้วก็หมอนวดมีคุณภาพที่ดีมาก จะส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่แพร่มีม่อฮ่อมอย่างที่ผมใส่อยู่นี่ครับ มีไม้สักดี ๆ มีถิ่นรักพระลอ ช่อแฮศรีเมือง ลือเลื่องแพะเมืองผี คนแพร่นี้ใจงามนะครับ มีสนามบินแต่ไม่มีเครื่องบิน ฝากท่านประธานด้วยนะครับที่จะเร่งขยายสนามบินเพื่อจะให้นักท่องเที่ยวได้ไปเที่ยวเมืองแพร่ เร็ว ๆ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณบุญเลิศ แสงพันธุ์ ครับ ต่อไปผมจะเรียกสลับฝ่ายละคนครับ เพราะเหลือฝ่ายละ ๔ คน แล้วนะครับ หลังจากเรียกฝ่ายค้านแล้วก็จะไปที่รัฐบาล ๑ คน เชิญคุณบุญเลิศ แสงพันธุ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคประชาชน วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานเล่มนี้นะครับ ก่อนอื่นก็ต้อง ขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่านที่ได้มีการศึกษารายงานเรื่องสภาพปัญหาและแนวทาง แก้ไขปัญหากฎหมายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนะครับ ต้องบอกว่ารายงานฉบับนี้ เป็นประโยชน์อย่างมากในการแก้ไขปัญหาที่จะนำมาสู่ในส่วนของการแก้ไขเพิ่มเติมและ ออกกฎหมายใหม่ครับ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
ผมก็ขออนุญาตพาไปเที่ยว ในอำเภอพระสมุทรเจดีย์นะครับ อันนี้ก็จะเป็นในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยวนะครับ เป็นองค์พระสมุทรเจดีย์ที่มีการสักการะประจำปี แล้วก็มีการห่มผ้าแดงนะครับ สไลด์ถัดไปครับ แล้วถัดไปอีกหน่อยมันก็จะเป็นในส่วนของเกาะป้อมผีเสื้อสมุทรนะครับ ซึ่งอันนี้เป็นพื้นที่ ทางประวัติศาสตร์ที่มีการปกป้องไว้ในส่วนของแผ่นดินปากอ่าวนะครับ ถัดไปก็จะเดินทาง ไปสู่ป้อมพระจุลจอมเกล้า ก็จะมีในส่วนของเรือหลวงแม่กลองที่มีการปลดระวางไว้นะครับ แล้วก็ได้มีการสร้างในส่วนของปืนเสือหมอบ ๗ กระบอก ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เพื่อปกป้องแนว ในส่วนของการรุกล้ำของเรืออังกฤษและฝรั่งเศสนะครับ ถัดไปครับ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ พื้นที่ต่าง ๆ หรือแม้แต่วัดขุนสมุทรจีนที่มีอุโบสถหลังเก่ากลางน้ำ หรือแม้แต่ถัดไปข้าง ๆ ก็จะเป็นพื้นที่ในส่วนของมุมสูงที่เราเห็นว่ามันอยู่เกาะกลางน้ำเลย เพราะว่ามันมีในส่วนของ ปัญหาการกัดเซาะแนวฝั่งเข้ามาด้วย การบุกรุกของน้ำที่ตอนนี้พื้นดินเข้ามาเรื่อย ๆ นะครับ ขยับถัดไปครับ ผมจะพาไปเที่ยวในส่วนของวัดสาขลา ชวนไปกราบไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่วัดสาขลา ซึ่งเป็นวัดของชาวบ้านช่วยกันสร้างขึ้นจากการรบชนะศึกในยุคของกรุงศรีอยุธยา ในศึกที่ชื่อว่าสงครามเก้าทัพ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๕ และชวนชิมกุ้งเหยียดสาขาร้านดังของประชาชน แต่ตอนนี้ก็อาจจะมีปลาหมอคางดำตากแห้งอยู่ด้วยนะครับ เป็นคู่แข่ง ในส่วนของอำเภอ พระสมุทรเจดีย์ก็มีการระบาดเป็นอย่างหนักนะครับ ขอขยับถัดไปนะครับ ก็จะมีงาน ประเพณีประจำปีเหมือนที่ผมบอกว่าเป็นงานห่มผ้าแดงขององค์พระสมุทรเจดีย์ หรือแม้แต่ จะเป็นงานประเพณีแห่ศาลเจ้าพ่อปากอ่าว ทั้งเรือ ทั้งรถ สไลด์ถัดไปครับ ก็จะมีในส่วนของ การท่องเที่ยวโดยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นท่องเที่ยวในส่วนของแพเปียก ลอดอุโมงค์ป่าจาก หรือแม้แต่เรือกระด้งของวัดทองรำไพ และมีการแข่งขันเรือประเภทต่าง ๆ ในชุมชนนะครับ แล้วก็อีกอันหนึ่งก็จะเป็นในส่วนของที่พักค้างคืนของโฮมสเตย์ในบ้านขุนสมุทรจีน ซึ่งมีหลายจุด มากมายในส่วนของตรงนี้นะครับ สิ่งที่ผมเล่ามานะครับ ผมพยายามอยากจะเชิญชวนในอำเภอ พระสมุทรเจดีย์นะครับว่าอยากให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้สามารถไปเที่ยวจุดเหล่านี้ที่สำคัญ ๆ ภาพที่เห็นมันน่าเที่ยวมาก มันมีธรรมชาติ มีอะไรที่แวดล้อมไปมากมาย แต่ขาดอยู่ ๑ สิ่งครับ ไม่มีการส่งเสริมเท่าที่ควร ไม่มีหน่วยงานใดที่จะไปสนับสนุนอย่างจริง ๆ จัง ๆ ในส่วนของการ ลงทุนหรือแม้แต่ในส่วนของโฮมสเตย์ที่ชาวบ้านเป็นคนประกอบอาชีพเองนะครับ หรือแม้แต่ อย่างที่เมื่อสักครู่ทางคณะกรรมาธิการได้มีการรายงานว่ามันพอเป็นไปได้ไหมที่จะมีการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระดับชุมชน หรือแม้แต่การกระจายอำนาจในการดำเนินกิจการ เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ควรแก้ปัญหาให้อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น นะครับ ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งครับ คนในพื้นที่เท่านั้นที่จะรู้ว่าควรจะทำอะไรกับพื้นที่นั้น ๆ เพราะแต่ละพื้นที่มันมีความเฉพาะตัวครับ มันไม่เหมือนกันเลยนะครับ ถ้าเราเพิ่มอำนาจในการปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ ออกแบบหรือเสนอแนะในส่วนของ กฎหมายที่มันสามารถควบคุมได้นะครับ กุญแจดอกนี้สำคัญมากที่จะสามารถพัฒนาเศรษฐกิจ ในพื้นที่ได้นะครับ สุดท้ายนี้ผมก็ขอสนับสนุนรายงานฉบับนี้ และผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่ารายงาน ฉบับนี้จะสามารถนำไปใช้และสามารถทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในส่วนของการแก้กฎหมาย เพิ่มเติมครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน กระผม ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการ อภิปรายรับทราบรายงานสภาพปัญหาและแนวทางการแก้ปัญหาในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ก่อนอื่นต้องกล่าวชื่นชมท่านประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว ท่านเอกธนัช อินทร์รอด แล้วก็อนุกรรมาธิการทุกท่านครับ ท่านคงได้ยินคำชื่นชมมากแล้วในวันนี้ แต่ก็ต้องชื่นชมกัน อีกครั้งหนึ่งครับ เพราะว่ารายงานฉบับนี้เป็นประโยชน์อย่างมากในการดำเนินการต่อ แล้วก็คาดหวังครับว่าทางรัฐบาลจะรับรายงานไปเพื่อไปผลักดันต่อในหลาย ๆ มิติ ท่านประธานครับ การท่องเที่ยวเป็นรายได้หลักของประเทศไทยแล้วก็เป็นนโยบายของ รัฐบาลเช่นกันที่จะส่งเสริมให้สามารถต่อยอด แล้วก็สร้างผลผลิตในประเทศได้มากขึ้น เม็ดเงินทางการท่องเที่ยวเป็นเม็ดเงินหลักและเป็น Quick Win ที่สามารถส่งเสริมได้อย่าง รวดเร็ว ไม่มีความจำเป็นจะต้องแก้ไขปัญหาอะไรมากมาย มีความพร้อมในเชิงทรัพยากร แล้วก็ความต้องการของต่างชาติอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขปัญหา ในหลาย ๆ ฉบับที่เป็นอุปสรรคในการขยายตัวของการท่องเที่ยว ผมเลยอยากจะอภิปราย เน้นย้ำใน ๑ เรื่อง ก็คือเรื่องของ พ.ร.บ. โรงแรมที่อยู่ในรายงานของกรรมาธิการเช่นกัน กรรมาธิการชุดนี้ได้มีการพูดถึงการยกระดับมาตรฐานการทำธุรกิจและบริการในหลาย ๆ มิติ ทั้งเรื่องของโรงแรมที่พัก สปา Wellness ธุรกิจเช่ารถ และธุรกิจการท่องเที่ยวทางน้ำ แต่ธุรกิจโรงแรมที่พักเป็น ๑ ในธุรกิจที่ผมให้ความสำคัญและรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่เราจำเป็น จะต้องแก้ไขให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน รัฐบาลมีจุดยืนชัดเจนเรื่องของการส่งเสริม การประกอบอาชีพของพี่น้องประชาชนโดยลดอุปสรรคที่เป็นข้อกฎหมายต่าง ๆ ของภาครัฐ เปลี่ยนจากรัฐที่เป็นอุปสรรคมาเป็นรัฐสนับสนุน ดังนั้นจำนวนผู้ประกอบการไม่น้อย ที่อยากจะเข้ามาอยู่ในธุรกิจโรงแรมอย่างถูกต้อง ควรได้รับการสนับสนุนให้สามารถ ได้ใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ผมขอสไลด์ครับ🔗
อยากให้ท่านประธาน แล้วก็ เพื่อน ๆ สมาชิกทุกคนได้เห็นตัวเลขจากรายงานฉบับนี้นะครับ ตัวเลขของโรงแรม ที่ลงทะเบียนอยู่ในระบบของกรมการปกครองปัจจุบันมีอยู่ประมาณ ๒๒,๐๐๐ โรงแรมครับ โดยคิดเป็นโรงแรมถูกต้องประมาณ ๑๖,๐๐๐ และเป็นสถานที่พักที่ไม่ใช่โรงแรมอีกประมาณ ๖,๐๐๐ แต่ถ้าเราไปดูตัวเลขของ OTA หรือว่า Online Travel Agency จะเห็นว่าตัวเลข ในระบบมีโรงแรมหรือว่ามีที่พักมากถึงประมาณ ๙๐,๐๐๐ โรงแรม นั่นหมายความว่าตัวเลข โรงแรมที่ไม่อยู่ในระบบเองมีมากกว่าตัวโรงแรมในระบบถึง ๓ เท่า หรือคิดว่ามีโรงแรม ในระบบเพียงแค่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง จำนวนโรงแรมที่อยู่นอกระบบเหล่านี้ไม่ได้ หมายความว่าเขาอยากจะผิดกฎหมาย แต่ด้วยอุปสรรคทางกฎหมายหลาย ๆ อย่างทำให้เขา ไม่สามารถได้ใบอนุญาตโรงแรมอย่างถูกต้อง หากเราสามารถนำคนกลุ่มนี้เข้ามาสู่ในระบบได้ เราจะสามารถเพิ่มจำนวนห้องพักในระบบของการท่องเที่ยวไทยได้อีก ๒ ล้านห้อง สามารถเพิ่ม ตำแหน่งงานของการประกอบอาชีพในธุรกิจโรงแรมได้อีก ๕๐๐,๐๐๐ ตำแหน่ง แบบถูกต้อง ในระบบ ตัวเลขเหล่านี้จะนำมาซึ่งภาษีที่รัฐจะสามารถจัดเก็บได้เพิ่มมากขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่เป็น อุปสรรคอยู่ก็คือ พ.ร.บ. โรงแรมฉบับปัจจุบันมีความแข็งตัวจนเกินไปครับท่านประธาน มีนิยามของการเป็นโรงแรมที่แข็งตัว ไม่สามารถเปิดให้รูปแบบที่พักประเภทอื่น ๆ สามารถ เข้ามาจดทะเบียนอยู่ในระบบได้เช่นกัน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขโรงแรม เหล่านี้ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น เปิดรับรูปแบบที่พักใหม่ ๆ ทั้งที่พักบนแพ ที่พักกางเต็นท์ หรือที่พักที่เป็น Hostel ที่เป็นห้องพักรวมต่าง ๆ ให้เข้ามาอยู่ในระบบได้เพิ่มมากขึ้น เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องภาษีที่รัฐจัดเก็บได้มากขึ้น แต่ผลประโยชน์ที่จะได้จะนำมาในอีก หลาย ๆ มิติ ทั้งเรื่องของข้อมูลของผู้พัก ข้อมูลของการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่จะเข้ามาอยู่ ในระบบภายใต้การลงทะเบียนของโรงแรม การดูแลพี่น้องที่ทำงานในอาชีพเหล่านี้หรือดูแล นักท่องเที่ยวที่เข้ามาอยู่ในระบบก็จะสามารถทำได้มาตรฐานมากขึ้น มีการตาม มีการควบคุมให้ดี ได้มากขึ้น แล้วก็เป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมโรงแรมของเราให้มีมาตรฐานสูงขึ้น และเป็นที่ ยอมรับของประชาชนในต่างประเทศ หรือว่านักท่องเที่ยวในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นด้วย ในอดีตครับท่านประธาน มีการประเมินตัวเลขความเสียหายจากค่าเสียโอกาสของการที่ โรงแรมเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในระบบครับ โดยสำนักงานยุทธศาสตร์ชาติ หรือว่า ปยป. ทำตัวเลขไว้ ในปี ๒๕๖๒ ว่าโรงแรมที่ไม่ได้เข้าระบบเหล่านี้นำมาซึ่งค่าเสียโอกาสทางภาษีมากถึง ๓,๓๗๕ ล้านบาท ดังนั้นถ้าเรามีการแก้ไขกฎหมายเพื่อนำสิ่งเหล่านี้เข้ามาสู่ในระบบของเราได้ เราก็จะสามารถเพิ่มโอกาสในการได้รับรายได้ภาครัฐมากขึ้น นำรายได้เหล่านี้มาพัฒนาและ ส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวต่อยอดวนกลับไปเป็น Loop ให้เกิดการพัฒนาทั้งระบบ ท้ายที่สุดครับ ผมสนับสนุนการศึกษารายงานฉบับนี้ครับ แล้วก็เห็นควรอย่างยิ่งครับที่รัฐบาล โดยกรมการปกครองจะมีการนำเสนอร่างแก้ไขพระราชบัญญัติโรงแรมโดยเร็วที่สุด แล้วก็สนับสนุนเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ โดยรวมถึงตัวผมเองก็จะหาแนวทางเพื่อผลักดัน การแก้ไข พ.ร.บ. โรงแรมฉบับนี้ให้เข้าสู่สภาโดยเร็ว ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญคุณมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ รายได้ของประเทศที่เราเรียกว่าเรื่องจีดีพีนะครับ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในนั้นที่มีความสำคัญ และที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผมที่จะ อภิปรายในวันนี้ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ของพี่น้องชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองเป็น ส่วนเล็ก ๆ และมีความสำคัญมากครับท่านประธาน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่อยู่ในกระบวนการ ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวครับ ท่านประธานทราบไหมครับ เวลาผมนั่งเครื่องบินมาจาก เชียงใหม่มันก็จะมีรูปของพี่น้องชาติพันธุ์ว่าต้องไปดื่มกาแฟที่นั่น ต้องไปเจอพี่น้องวัฒนธรรม ที่นั่น ผมไปที่รถไฟใต้ดินผมก็เจอรูปภาพของพี่น้องชาติพันธุ์ พี่น้องชาติพันธุ์มีความสำคัญ มากในแง่ของการประชาสัมพันธ์เรื่องของการท่องเที่ยว แต่ขณะเดียวกันเรื่องสิทธิอื่น ๆ ก็จะ มีปัญหา เดี๋ยวผมจะลงรายละเอียดครับท่านประธาน ผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการทุกประการ โดยเฉพาะเรื่องของการกระจายอำนาจ ผมจะไม่พูดซ้ำกับเพื่อนสมาชิกท่านอื่นนะครับ ผมคิด ว่าปัญหาทั้งหมดที่กรรมาธิการได้ศึกษาคือมันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง มันเป็นปัญหา เชิงกลไกครับ ผมถามว่าการท่องเที่ยวจะมีใครไปท่องเที่ยวที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บ้างครับ ไม่มีครับ การท่องเที่ยวอยู่ในพื้นที่หมดเลยครับ จะอยู่ในบก จะอยู่ในน้ำ จะอยู่ ในทะเล ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มันไม่ได้อยู่ที่กระทรวงครับ กระทรวง มีอยู่นี่ก็ดีอยู่แล้วครับ แต่หน้าที่ของกระทรวงคือจะต้องออกแบบนโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนงาน และสนับสนุนคนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ ขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นที่พัก ทุกมิติของการท่องเที่ยวเป็นเรื่อง ฝ่ายแผนและนโยบายและยุทธศาสตร์ แต่ที่สมาชิกหลายท่านบอกว่าไม่มีพื้นที่ตัวเองมันก็ Sure อยู่แล้วครับ ทุกพื้นที่มันก็เป็นพื้นที่ของจังหวัด ทุกพื้นที่มันก็เป็นพื้นที่ของท้องถิ่น เพราะฉะนั้นก็คือสำคัญที่สุด หัวใจที่ผมให้ความสำคัญเรื่องนี้คือการกระจายอำนาจครับ ท่านประธาน หากว่าไม่มีการกระจายอำนาจในตรงนี้ ผมคิดว่าสิ่งที่เป็นความใฝ่ฝันของพวกเรา ทั้งในรายงานฉบับนี้และความใฝ่ฝันของพี่น้องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการท่องเที่ยวทั้งหมด เราก็จะเอามาทะเลาะกันเหมือนเดิม อันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุดท่านประธาน ผมยกตัวอย่าง กรณีการท่องเที่ยวที่มันเกี่ยวข้องเรื่องกระจายอำนาจ ท่านประธานทราบไหมว่าตอนนี้ ผมยกตัวอย่างที่แม่ฮ่องสอน ตำบลแม่สามแลบ นักท่องเที่ยวขับรถเบนซ์ รถอัลพาร์ดขึ้นไปดู ทะเลหมอก ๒ แผ่นดินที่กลอเซโล ปัญหาคือโครงสร้างพื้นฐานครับ เกิดอุบัติเหตุครับ แต่ทำไม่ได้เพราะว่าอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ ททท. ก็ทำอะไรไม่ได้ ปัญหาเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เหล่านี้ผมคิดว่าอำนาจต่าง ๆ ของท้องถิ่นที่เราบอกว่าท้องถิ่นทำไมต้องกระจาย เวลาดูเรื่อง การกระจายอำนาจผมอยากจะฝากกรรมาธิการ ผมคิดว่าเมื่อสักครู่เกี่ยวข้อง ๓๐ หน่วยงาน นะครับ เพราะฉะนั้นเวลากระจายอำนาจการตั้งคณะกรรมการหรือว่าการออกแบบกลไก ในระดับพื้นที่ที่เราเรียกว่าคณะกรรมการมีส่วนร่วมในการออกแบบวางแผนในเชิงพื้นที่ พื้นที่นี้จากการท่องเที่ยวกี่มิติ มิตินิเวศ มิติวัฒนธรรม หรือมิติอื่น ๆ การกำกับดูแลว่าจะมี ที่พักแบบไหนให้สอดคล้องกับระบบนิเวศ สอดคล้องกับระบบวัฒนธรรมใช่ไหมครับ แต่ทุกวันนี้ที่มันเดินไม่ได้ ท่านประธานทราบไหมครับ เวลาจะทำเรื่องนี้แม้แต่โฮมสเตย์นะครับ ต้องขออนุญาตหน่วยงานนั้น หน่วยงานนี้ ผมคิดว่าขออนุญาต ๔ ปีก็ยังไม่ได้ทำเลย อันนี้ คือปัญหาของพวกเรา แต่ขณะเดียวกันบอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่อุตสาหกรรม ท่องเที่ยวนำรายได้เข้าประเทศ แต่ระเบียบต่าง ๆ นี้มีปัญหามีอุปสรรคเพียบเลยครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นประเด็นเรื่องการกระจายอำนาจครับ ผมคิดว่าพี่น้องชาติพันธุ์ของผม เป็นส่วนสำคัญ ตั้งแต่เชียงรายไปถึงประจวบคีรีขันธ์นะครับ ทุกพื้นที่ที่มีการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และวัฒนธรรมพี่น้องประชาชนจะกลับมารักษาดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทุกพื้นที่ที่มีการท่องเที่ยวนะครับ การปลูกพืชเชิงเดี่ยวโดยเฉพาะข้าวโพดจะน้อยลง การใช้ สารเคมีจะน้อยลง เพราะฉะนั้นคือเวลามองยุทธศาสตร์เรื่องนี้อยากจะฝากกรรมาธิการมอง ให้แบบครบกระบวนแล้วเสนอเป็นยุทธศาสตร์ เรื่องอาหารเป็นเรื่องสำคัญครับ เราคุยโม้กัน เยอะเลย ผมไม่แน่ใจว่ารัฐบาลชุดไหนนะครับว่าเราจะเป็นครัวของโลก ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วเรามี ทรัพยากรมากมาย ทั้งอาหาร ทั้งเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ เรื่องยา เรื่องเยอะแยะ มากมาย เพียงแต่ว่าการเชื่อมโยงทั้งหมด ผมคิดว่าในข้อเสนอหัวใจสำคัญก็คือว่าทำให้มันมี การกระจายอำนาจว่าด้วยเรื่องการบริหารจากการท่องเที่ยวในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็น จริงได้อย่างไร ท่านประธานครับ ผมขอเวลาอีกเล็กน้อยครับ เนื่องจากว่าประเด็นไม่ซ้ำ กับใคร ประเด็นพี่น้องชาติพันธุ์มีปัญหาอีกประเด็นหนึ่งครับท่านประธานครับ โดยเฉพาะ เรื่องที่ดินนะครับ เราบอกว่าเราจะสนับสนุนวิสาหกิจทำเรื่องของบ้านพักโฮมสเตย์ ทำนั่นทำนี่ ทำไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะว่าที่ดินของพี่น้องทั้งหมดไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้ง ๆ ที่เขา อยู่ก่อนกฎหมายประกาศ เพราะฉะนั้นคือเวลาพูดถึงเรื่องนี้ การสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้คน เราจะไม่ทิ้งใครข้างหลังอะไรประมาณนี้นะครับ แต่เราไปดูโครงสร้างกฎหมายสิครับ ผมยกตัวอย่างไม่ว่าจะเป็นที่เชียงดาว ที่ม่อนแจ่มนะครับ พี่น้องทำโฮมสเตย์ปีหนึ่งเขาจะมี รายได้ ๓ เดือน เขาเอารายได้ทั้งหมดเลี้ยงชีพและเขามีส่วนร่วมในการดูแลป่า ดูแลไฟป่า ไม่ให้เกิดไฟป่าในพื้นที่ แต่ขณะเดียวกันกฎหมายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ไปขัดแย้ง ไปขัดขวางไม่ให้ เขาทำอาชีพนี้ สุดท้ายเขาต้องทำอะไรครับ ก็กลับไปปลูกข้าวโพดเหมือนเดิม ปลูกพืชเศรษฐกิจ ที่ใช้สารเคมีเหมือนเดิม เห็นไหมครับ ท่านประธานครับ เวลากระจายอำนาจเรื่องนี้ท่านประธาน ผมอยากจะฝากกรรมาธิการอย่างนี้นะครับว่าเวลาเราพูดถึงเรื่องของกระจายอำนาจนะครับ มันไม่ใช่เฉพาะเรื่องของ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องโรงแรม เรื่องท่องเที่ยวอะไรเท่านั้นนะครับ ท่านประธาน มิติของการท่องเที่ยวที่กำลังพูดเราพูดเรื่องอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทุกมิติ ทุกระดับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝากการบ้านกรรมาธิการนะครับ เล่มนี้ผมถือว่าเป็น ภาค ๑ นะครับ เป็นภาคแรกนะครับ อันนี้ก็หมายความว่าเป็นการ Title ก่อน สิ่งที่ผมอยากจะฝาก ท่านจะต้องไปดูกฎหมาย ข้อระเบียบ กฎกระทรวง ข้อสั่งการ ทุก ๆ ร่าง ทุก ๆ กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับจินตนาการที่เราจะบอกว่าถ้าเราจะปลดล็อกให้การท่องเที่ยวมันมีชีวิต และมีรายได้จริง ๆ กระจายอำนาจ เราจะต้องไปปลดล็อกกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อย่างไร ท่านนึกภาพนะครับ มันจะมีเกี่ยวข้องกับกฎหมายเยอะนะครับ เพราะฉะนั้น ผมอยากจะให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการอีกคณะอนุกรรมาธิการหนึ่ง ศึกษาเรื่องกฎหมายว่าด้วยการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการท่องเที่ยวทั้งหมดนะครับ ผมยกตัวอย่าง เรื่องนี้มันเป็นจริงนะครับ ท่าน สส. ภูเก็ตอยู่ใกล้ ๆ ผม สส. แซมนะครับ ถ้าปล่อยให้ภูเก็ตบริหารจัดการตัวเองนะครับ เราจะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำประปานะครับ ตอนนี้ มีปัญหาเรื่องน้ำประปา ถ้าปล่อยให้ภูเก็ตได้จัดการตัวเองครับ เราจะไม่มีปัญหาเรื่องรถติดนะครับ เพราะว่าพื้นที่คิดเรื่องการขนส่งได้ ถ้าปล่อยให้ภูเก็ตได้บริหารจัดการตัวเองนะครับ เรื่องขยะ จะไม่มี ลองนึกภาพนะครับ เพราะฉะนั้นหัวใจสำคัญวันนี้ผมเห็นด้วยทุกประการ โดยเฉพาะ เรื่องกระจายอำนาจ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือว่าท่านประธานจะต้องไปตั้งคณะอนุกรรมาธิการนะครับ ท่านจะต้องทำกฎหมายมาให้กับสภาด้วยครับ เขียนแบบนี้นะครับ ผมไม่แน่ใจให้ ครม. คณะทำงานชุดไหนจะเป็นคนยกร่างกฎหมาย จะไปดูรายละเอียด ผมอยากให้ท่านได้ช่วย ร่างกฎหมายมาเข้าสู่สภาแล้วเสนอให้กับ ครม.เลยครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณนพพล เหลืองทองนารา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ท่านครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในรายงานพิจารณาศึกษาเรื่องของสภาพ ปัญหาแล้วก็แนวทางแก้ไขปัญหากฎหมายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวขอคณะกรรมาธิการ การท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎรนะครับ ผมขออนุญาตที่จะเริ่มต้นด้วยคำว่า เมืองหลัก และเมืองรอง นะครับ ๒ คำนี้เป็นคำที่มันเหมือนการแบ่งแยก จริง ๆ แล้วคำว่า เมืองรอง มันเกิดขึ้นในเมืองไทยเมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๐ ตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔ มันถึงได้เกิดคำว่า เมืองรอง ขึ้นมา แต่หลังจากใช้คำว่า เมืองรอง เพียงแค่ ปี ๒ ปีเท่านั้น ก็มีการสำรวจ ซึ่งตั้งแต่นั้นก็มีผลวิจัยออกมาว่าในส่วนของความรู้สึกของ ประชาชนที่ตัวเองได้อยู่ในจังหวัดเมืองรองซึ่งมีจำนวนทั้งหมด ๕๕ จังหวัดไม่เคยที่จะพอใจ กับคำ ๆ นี้เลย แล้วผมก็ดีใจนะครับที่ทางพรรคเพื่อไทย ที่ทางท่านนายกเศรษฐา ตอนที่ท่าน ได้เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านเองก็บอกว่าท่านก็รู้สึกไม่ดีกับคำว่า เมืองรอง จนกระทั่งได้ มีการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลงหรือยังผมไม่แน่ใจนะครับ แต่ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทาง ท่านนายกรัฐมนตรีท่านเศรษฐาได้เอาใจใส่แล้วก็ไม่อยากให้มีการกระทบต่อความรู้สึกในเรื่อง ของคำว่า เมืองรอง จริง ๆ แล้วคำว่า เมืองรอง ใช้เกณฑ์อะไรครับ ใช้เกณฑ์แต่เฉพาะในส่วน ของคนที่มาท่องเที่ยวมาเยือนในจังหวัดนั้นนะครับ ทั้งคนไทย ต่างประเทศ ถ้าไม่ถึง ๔ ล้าน คนนั่นก็ถือเป็นเมืองรองนะครับ แต่ว่าการคิดอย่างนี้ผมว่ามันไม่ถูก ยกตัวอย่างนะครับ อย่าง จังหวัดกระบี่ จังหวัดกระบี่มีคนเข้าไปท่องเที่ยวอย่างปี ๒๕๖๖ จำนวน ๓.๘ ล้านคนนะครับ สร้างรายได้ได้ตั้ง ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ถ้าดูตามเกณฑ์นี้เขาก็ต้องอยู่ในเมืองรอง เช่นเดียวกับพังงา ทั้ง ๆ ที่ถ้าไปดูในเรื่องของตัวเลขถือว่า ๒ จังหวัดนี้ตัวเลขเป็นจังหวัดที่ไม่ใช่ เมืองรองเลยนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมเองก็อยากฝากท่านกรรมาธิการด้วยนะครับ แต่ผมเองก็ไม่ทราบผลของการที่ท่านนายกเศรษฐา เคยสั่งให้ดำเนินการนะครับ ให้ลบคำว่า เมืองรอง ออก ไม่ทราบไปถึงไหน อันนี้ผมก็ไม่ทราบจริง ๆ🔗
ต่อมาสิ่งที่ผมอยากจะขอนำเรียนตรงนี้ก็คือในส่วนของกระทรวงเช่นเดียวกับ ท่านอดิศร เพียงเกษ ผมเองก็มีความรู้สึกที่อยากจะให้มีการแยกกระทรวง ถ้าเป็นไปได้นะครับ นั่นก็คือว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากับกระทรวงวัฒนธรรมอยู่ด้วยกัน เพราะถ้าถามกัน ถึงเนื้อในว่ากันตามตรง ถ้าบางคนอาจจะแย้งว่ากระทรวงวัฒนธรรมแล้วเรื่องศาสนาล่ะ จริง ๆ แล้วถ้าว่ากันตามตรง อย่างศาสนาพุทธใครเป็นคนดู สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นคนดู เพราะฉะนั้นมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกันเลยนะครับ ในส่วนของกรมการศาสนาเป็นอีก เรื่องหนึ่งที่เขาดูแล เพราะฉะนั้นผมเองต้องการที่อยากจะให้ในเรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งประเทศไทยเรามีรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างปี ๒๕๖๖ ก็มีถึง ๒.๒ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นแล้วถ้าเราได้มีการแยกกระทรวงออกมาเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและ วัฒนธรรมเลยผมมั่นใจว่ากระทรวงนี้จะสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยได้อีกมาก🔗
แล้วสุดท้ายที่ผมอยากจะขอฝากไว้ในเรื่องของภาษี ทั้ง ๆ ที่ผู้แทนหลายคน ในสภาก็ได้พูดไปแล้วหลาย ๆ ท่านนะครับ ในเรื่องที่อยากจะให้มีการแก้ไขในเรื่องของภาษี ที่มันเป็นอุปสรรค ผมขอเอาสิ่งละอันพันละน้อยแล้วกันนะครับ ในส่วนของภาษีป้าย ท่านครับ ภาษีป้าย คือทุกวันนี้ในการจัดเก็บภาษีป้ายก็แบ่งออกเป็น ๓ ประเภท มีภาษาไทยล้วน ประเภทหนึ่ง ภาษาไทยปนกับภาษาต่างประเทศประเภทหนึ่ง แล้วก็มีภาษาต่างประเทศ ซึ่งอัตราการเก็บมันแพง แล้วที่นี่ผู้ประกอบการ ผมเคยไปสอบถามผู้ประกอบการที่อยู่ในส่วนของ จังหวัดท่องเที่ยวนะครับ เขาก็บอกว่าเขาก็บ่นว่าในเรื่องนี้เป็นอุปสรรคสำหรับเขา จริงอยู่ อาจจะเป็นเม็ดเงินไม่มากในแต่ละปี ถ้ากิจการใหญ่ ๆ ก็ไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ แต่กิจการเล็ก ๆ หรือที่เขาต้องมาเสียค่าภาษีป้ายนะครับ ซึ่งเขาอยู่ในเมืองท่องเที่ยวเขาเองจะต้องใช้ ภาษาอังกฤษนะครับ เพราะฉะนั้นการเสียภาษีมันต่างกันมากนะครับ ถ้าเป็นภาษาไทยล้วน อัตราไม่กี่บาทเอง ถ้าเคลื่อนย้ายไม่ได้ก็เพียง ๕ บาทต่อ ๕๐๐ ตารางเซนติเมตรนะครับ แต่ถ้าเป็นในส่วนของภาษาต่างประเทศมันกลายเป็นถึง ๕๒ บาทต่อ ๕๐๐ ตารางเซนติเมตร เพราะฉะนั้นมันเป็นอุปสรรคสำหรับเขา เพราะฉะนั้นเราควรจะทำให้รายเล็กรายน้อย ทั้งหลายเขาได้มีโอกาสที่จะลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพื่อที่จะมาปรับปรุงดูแลในธุรกิจของตัวเอง ให้เจริญก้าวหน้ามากขึ้นเพราะมีเงินทุนที่มากขึ้นครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนเครือข่ายชาติพันธุ์นะครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย แสดงความคิดเห็นสนับสนุนรายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องสภาพปัญหาและแนวทาง แก้ไขปัญหากฎหมายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว🔗
ท่านประธานครับ ผมจะขอพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับชุมชนที่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ที่พยายามทำการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการทำที่พักรองรับนักท่องเที่ยว ขอสไลด์ต่อไปเลยนะครับ ทุกวันนี้มีชุมชนที่อยู่ใน เขตป่าอนุรักษ์ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หรือว่าคนทั่ว ๆ ไปได้พยายามที่จะทำห้องพัก หรือเรียกว่าโฮมสเตย์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวนะครับ ซึ่งหลาย ๆ พื้นที่ทำไปแล้วปรากฎว่า ทำให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีการใช้พื้นที่ที่น้อยลง พื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น แล้วที่สำคัญก็คือ ไม่ได้มีการเผาที่ก่อให้เกิดปัญหา PM2.5 นะครับ สไลด์ต่อไปนะครับ จริง ๆ แล้วในต่างประเทศ มีการส่งเสริมเรื่องนี้อย่างเป็นจริงเป็นจัง ผมขอยกตัวอย่างที่ญี่ปุ่น สไลด์ต่อไปเลยนะครับ ในญี่ปุ่นรัฐเขาตั้งหลักคิดว่าชุมชนที่อยู่ในเขตป่าโดยเฉพาะในเขตป่าอนุรักษ์ ในเขตอุทยาน อย่างนี้เป็นต้น เขาต้องยอมสูญเสียอะไรบางอย่าง ถูกจำกัดสิทธิอะไรบางอย่างลงไป เพราะฉะนั้นเท่ากับว่าเขามีส่วนร่วมกับรัฐในการรักษาพื้นที่ป่า ในเมื่อเขามีส่วนร่วมกับรัฐ ในการรักษาพื้นที่ป่าแล้วรัฐจึงส่งเสริมสนับสนุนให้เขาสามารถจะใช้ทรัพยากรที่อยู่ในเขตป่า รวมทั้งเรื่องของการทำการท่องเที่ยว โดยรัฐมองว่ากิจการการท่องเที่ยวของชุมชนที่อยู่ในเขตป่า มีส่วนในการเพิ่มพื้นที่ป่า ดูแลทรัพยากรของรัฐ เพราะฉะนั้นต้องส่งเสริมสนับสนุนเขาอย่างนี้นะครับ อันนี้ก็คือสิ่งที่ในต่างประเทศเขาทำกัน ทีนี้กลับมาดูที่ประเทศเรานะครับ สไลด์ต่อไปเลยนะครับ จริง ๆ แล้วในประเทศไทยตอนนี้หลาย ๆ ชุมชนที่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นอุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า มีการพยายามทำโฮมสเตย์ ห้องพักเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการรองรับนักท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ อันนี้เป็นตัวอย่างนะครับ สไลด์ต่อไปนะครับ อันนี้ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งนะครับ เห็นหลังคาเล็ก ๆ นี้แต่ว่าวิวสวยนะครับ สไลด์ต่อไปครับ อันนี้ก็เช่นกัน อย่างไรก็แล้วแต่นะครับ ณ ขณะนี้มีกฎหมายห้ามอย่างชัดเจนแล้ว โดยพระราชกฤษฎีกา โครงการอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรในเขตป่าอนุรักษ์ตาม พ.ร.บ. อุทยาน มาตรา ๖๔ และ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า มาตรา ๑๒๑ ห้ามนะครับ ห้ามอย่าง ชัดเจนว่าการก่อสร้าง การดัดแปลง หรือการใช้อาคารสถานที่จะใช้เพื่อทำโรงแรมไม่ได้ สไลด์ต่อไปนะครับ การที่กฎหมายห้ามอย่างชัดเจนแบบนี้มันเท่ากับเป็นการตัดโอกาส ของชุมชนเขาไปโดยปริยายเลย นอกจากชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ได้รับความเสียหายแล้ว ขาดรายได้ ไม่สามารถทำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วยังทำให้รัฐสูญเสียโอกาสด้วย ขอสไลด์ต่อไปนะครับ ในขณะเดียวกันห้ามไม่ให้ชุมชนทำแต่ปรากฏว่ากรมอุทยานทำกันเอง อย่างเป็นล่ำเป็นสันเลยนะครับ นี่เป็นตัวอย่างนะครับ สไลด์ต่อไปนะครับ อันนี้สวยเลย บ้านทาร์ซานของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ สไลด์ต่อไปนะครับ อันนี้ที่ห้วยน้ำดัง อันนี้ ที่อุทยานแห่งชาติคลองลาน แล้วก็บ้านเกวียน อุทยานแห่งชาติชาติดอยภูคา แล้วถามว่ารายได้ ที่กรมอุทยานทำแบบนี้แล้วรายได้ไปที่ไหน ไม่ได้ตกแก่แผ่นดินโดยรวม กฎหมาย พ.ร.บ. อุทยาน กำหนดไว้ชัดเจนว่ารายได้ไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้ของแผ่นดินนะครับ กรมอุทยาน เอาไปใช้เอง ไม่ได้ตกเป็นผลประโยชน์แก่แผ่นดินโดยรวมแต่ประการใดนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นด้วยกับข้อเสนอของคณะกรรมาธิการที่เสนออย่างชัดเจนว่าให้ยกร่าง กฎหมายใหม่แทนกฎหมายฉบับเดิมที่มีเนื้อหาครอบคลุมแล้วก็เป็นปัจจุบันมากขึ้นนะครับ แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะเสนอเพิ่มเติมตรงนี้ก็คือว่ากฎหมายใหม่ที่ท่านจะเสนอขึ้นมาแล้ว หากมีการร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาจริงผมคิดว่าขอให้มีเนื้อหาที่ครอบคลุมกับประชาชน ทุกกลุ่มนะครับ โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในเขตอุทยาน อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เป็นพื้นที่ ที่มีสภาพธรรมชาติที่สวยงามนะครับ ชุมชนก็อยากจะทำ นักท่องเที่ยวเองก็ชอบนะครับ เพราะฉะนั้นการออกกฎหมายควรที่จะครอบคลุมถึงการสร้างโอกาสให้แก่คนเหล่านี้ด้วยนะครับ🔗
แล้วประการสุดท้ายก็คือว่าในเมื่อมีกฎหมายเฉพาะ โดยเฉพาะกฎหมาย อุทยานห้ามไว้อยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นการที่ยกร่าง พ.ร.บ. โรงแรมและที่พักค้างคืน พ.ศ. .... แค่นี้ไม่เพียงพอนะครับ ต้องไปแก้ไขตัว พ.ร.บ. อุทยาน พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอเชิญ คุณอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมต้องขอชื่นชมและให้กำลังใจครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว บั้งไฟ พญานาคจากหนองคาย ท่านเอกธนัช อินทร์รอด ให้กำลังใจท่านประธานคณะอนุ กรรมาธิการเท่าพิภพกับรายงานของท่านที่แม้เพื่อนสมาชิกบางส่วนบอกว่าจะยังไปไม่สุด น่าจะต้องมีภาค ๒ แต่ในเวลาที่จำกัดผมว่าภาคแรกนี้ก็น่าสนใจครับ เรื่องนโยบาย การท่องเที่ยวต้องยอมรับนะครับว่าวิสัยทัศน์รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ต้องการจะให้การ ท่องเที่ยวนั้นเป็นเครื่องมือและเครื่องจักรในการปั๊มเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศ ท่านประธานครับ ปี ๒๕๖๘ ยังไม่เริ่มต้นปีครับ แต่มีสถิติข้อมูลพบว่ากรุงเทพมหานครและประเทศไทยนั้นเป็น ประเทศ ๑ ใน ๑๐ ที่เป็นจุดหมายปลายทางเป็น Destination ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั่วโลกที่อยากมาประเทศไทย ในปีหน้า ๒๕๖๘ นั้น ประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ แตะ ๔๐ ล้านคนเป็นครั้งแรกครับ และถ้ารัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร อยู่ถึงปี ๒๕๗๐ โอกาส จะแตะ ๕๐ หรือ ๖๐ ล้านคนไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อม ผมมีข้อสังเกต ๕ ประการครับ ความจริงรายงานนี้ถือว่ามีความครบถ้วนและครอบคลุมในหลายมิติ🔗
ประการที่ ๑ เรื่องของกฎหมายที่ไม่เป็นปัจจุบัน เพื่อนสมาชิกหลายท่าน พูดไปแล้ว แต่ผมจะพูดเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับที่พักซึ่งมีโรงแรมในระบบไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เราจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการตัวเล็กสามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการขนาดใหญ่ภายใต้ กฎหมายที่เสรีและเป็นธรรม🔗
ประการที่ ๒ เรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ท่าน สส. วัชรพล ขาวขำ ทำสโมสรและเคยจัดศึก Thai Fight หลายคนจัดนะครับ เขาบอกว่า Thai Fight ถ้าซ้อมมาก เจ็บน้อย ถ้าซ้อมน้อยเจ็บมากครับ การท่องเที่ยวเช่นกันครับ ถ้าเราป้องกันมากเราจะเยียวยาน้อย แต่ถ้าเราเยียวยามากแสดงว่าเราป้องกันน้อย ในปี ๒๕๖๗ นะครับ รัฐบาลนี้กันงบประมาณไว้ เพื่อเยียวยานักท่องเที่ยวปีหนึ่ง ๕๐ ล้านบาท แต่ว่าจะดีกว่านี้นะครับ ถ้าเรามีมิติของ การป้องกันเพื่อให้ตัวเลขของการเยียวยาลดต่ำลง🔗
ประการที่ ๓ เรื่องการกำกับแพลตฟอร์มท่องเที่ยวดิจิทัล วันนี้ผู้ประกอบการ รายเล็กก็หวังเครื่องมือที่เป็นแพลตฟอร์มในโลก Social แต่ปรากฏว่าเราถูกบีบบังคับให้อยู่ ภาวะจำยอม เขาจะคิดค่าธรรมเนียมเท่าไรอย่างไรก็ตามแต่ชอบ ดังนั้นเราต้องออกกฎหมาย เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการรายเล็กหรือขนาดกลางในมิติการท่องเที่ยวของไทยให้ได้รับ ความเป็นธรรม🔗
ประการที่ ๔ เรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคว่าไปถึงเรื่อง Spa and Wellness ความจริงในรายงานบอกนะครับว่าต้องการจะปลดล็อกให้วิชาชีพนวดแผนไทยนั้นแรงงาน ต่างด้าวสามารถทำได้ ความจริงอาจารย์นายแพทย์ทศพรพูดแล้ว ท่านชนก จันทาทอง ท่านพลากร พิมพะนิตย์ หลายต่อหลายท่านเห็นต่างครับ เพราะว่านวดแผนไทยเป็นมรดกโลก ที่ในต่างประเทศชาวโลกบอกว่าอันดับ ๑ ก่อนตายต้องนวดแผนไทยกับหมอนวดชาวไทย เราต้องไปดูกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องและปิดกั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปตรวจสอบ บางทีขึ้นป้าย เป็นนวดแผนโบราณแต่ปฏิบัติการล้ำสมัย เราต้องไปตรวจสอบครับ ให้อยู่ภายใต้กฎระเบียบที่ถูกต้องและมีการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเป็นธรรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาชีพนวดแผนไทยเรามีท่าไม้ตายนะครับ มีหลายตำรา เช่น ตำราเชลยศักดิ์มีท่านวดที่เป็นต้นตำรับ ฤาษีดัดตนแก้ลมในแขน ลิ้นกร่อย ไตพิการ อาหารไม่ย่อย ปวดเป็นกรด เป็นปรวดในลำไส้ เราสามารถนวดแล้วคลายปัญหา เหล่านี้ได้ นี่คือ Soft Power ของประเทศไทยซึ่งเราควรอนุรักษ์และเก็บไว้ให้เป็นภูมิปัญญา ของไทย🔗
ประการที่ ๕ มาเที่ยวแล้วทานอาหารอย่างไร มาเที่ยวแล้วเดินทางอย่างไร พักที่ไหน เป็นเรื่องที่ต้องบูรณาการ โดยเฉพาะมิติของระบบการขนส่ง เราต้องยอมรับนะครับ เรามีทางบก ทางอากาศ ทางน้ำ ไปดูแต่ละมิติยังต้องพัฒนา ผมยกตัวอย่างครับ ถ้าเราไปซื้อ Tour แบบชนิดที่ว่าเป็น One Day Trip เอาจังหวัดที่มีหิ่งห้อย ไม่เอ่ยชื่อครับ ปรากฏว่า พอลงเรือไปปั๊บ มืด ๆ ในเรือไม่มีไฟนะครับ แล้วเรือไปจอดเสียกลางแม่น้ำครับ คนขับเรือ เอิ๊กอ๊ากสนุกสนาน แต่นักท่องเที่ยวเขาไม่ขำด้วยนะครับ แล้วหาหิ่งห้อยไม่เจอทำอย่างไรครับ ก่อนจะไป Drop ลูกค้า พาไปดูต้นไม้ที่อยู่ในพุ่มแต่ไม่มีหิ่งห้อยครับ ใช้การประดับเป็น ต้นคริสต์มาสแทนแล้วขำกันใหญ่ อ้ายอย่างนี้ไม่ขำ ดังนั้นกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องเรื่องพวกนี้ ต้องทำอย่างเป็นระบบและบูรณาการ ผมมีตัวอย่างสั้น ๆ เขื่อนลำปาวที่กาฬสินธุ์นะครับ ถ้าเราได้จัดระบบ ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายแบบเลือกปฏิบัติ ทำให้ทุกคนเข้าถึงการเป็น ผู้ประกอบการท่องเที่ยวอย่างนี้จะทำให้เราเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ขอให้กำลังใจนะครับ แล้วก็รอติดตามภาค ๒ จากท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการและ ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ผู้อภิปราย ท่านสุดท้ายนะครับ คุณฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล แล้วก็ทางคณะกรรมาธิการก็เตรียมตอบ ต่อไปครับ เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ พรรคประชาชน ก่อนอื่นขอมีส่วนร่วมในการสนับสนุนรายงานการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ การท่องเที่ยวนะครับ แน่นอนเป็นผู้แทนภูเก็ตจะไม่พูดเรื่องท่องเที่ยวก็คงไม่ได้นะครับ ก็จะขอเสริมจากในรายงานนิดหนึ่งนะครับ เพื่อนของผม สส. แซม เฉลิมพงศ์ แสงดี เจ้าของ พื้นที่ป่าตองนะครับ เน้นความปลอดภัยครับ จังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่ชายทะเล ความปลอดภัย ทางด้านทะเลเราต้องเพิ่มในส่วนของมาตรการรักษาความปลอดภัยและการกู้ภัยในกรณี ที่เกิดเหตุ อย่างเช่น กรณีเรือฟีนิกซ์ล่มที่ผ่านมานะครับ เรามีอุปกรณ์การกู้ชีพไม่เพียงพอ ต่อนักท่องเที่ยวจำนวนมากของจังหวัดภูเก็ต ต่อมาครับ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญ ด้านภาษาต่าง ๆ ที่จะต้องประจำอยู่ตามโรงพยาบาลหรือสถานีตำรวจ หรือตำรวจท่องเที่ยว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่มาจากทุกมุมโลกทั่วประเทศ หลายภาษาที่คนไทย ไม่มีหลักสูตรในการเรียนการสอน ต่อมานะครับ ชายฝั่งทะเลฝั่งตะวันออกเช่นเดียวกันครับ ก็อยากให้เพิ่มในส่วนของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ปัจจุบันก็มีพะยูนอพยพมาจาก จังหวัดตรัง ตอนนี้มาเล่นน้ำทะเลอยู่จังหวัดภูเก็ตก็ขอเชิญชวนทุกท่านไปชมพะยูนได้นะครับ แล้วก็ขอเสริมนะครับ ตอนนี้ปัญหาอย่างหนึ่งที่สำคัญก็คือมาตรการ Free Visa ที่ปล่อยให้ นักท่องเที่ยวที่ไร้คุณภาพเข้ามาในจังหวัดมากขึ้นจนมีเหตุการณ์หลาย ๆ อย่างที่ไม่พึงประสงค์ ต่อคนในพื้นที่ ไม่ว่าจะยืนปัสสาวะกลางถนนก็ดี ทำลายอุปกรณ์ของตำรวจที่ล็อกล้อ ที่การจอดรถไม่ถูกต้องตามกฎหมายก็ดีนะครับ แล้วก็ฝากไปถึงกฎหมายรถเช่าดีมากเลยนะครับ ปัจจุบันภูเก็ตมีร้านให้เช่ารถเยอะมาก ทั้ง Nominee ก็ดี ทั้งของคนไทยก็ดี โดยมาตรการ ต่าง ๆ เราปล่อยปละละเลยเยอะมากจนเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตไปแล้วก็หลายรายนะครับ ก็ขอชื่นชมว่าในรายงานฉบับนี้ก็มีในส่วนของกฎหมายรถเช่าอยู่ด้วย แล้วก็ประเด็นที่สำคัญ พอเป็นเมืองท่องเที่ยวการขายสุรา ปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตเรายังมีกฎหมายเก่าที่ไม่สามารถ ขายสุราได้ ๒๔ ชั่วโมง และที่สำคัญคือเรายังต้องหยุดขายสุราในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาสำคัญระดับชาตินะครับ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตที่ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวทั่วโลกที่เขาไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ แต่เขาก็ต้องมาตกระกำลำบากในการไม่สามารถรื่นเริงบันเทิงได้ในขณะที่มาท่องเที่ยว ที่จังหวัดภูเก็ตนะครับ ก็อยากให้เพิ่มมาตรการในการส่งเสริมคุณภาพของนักท่องเที่ยว ให้มากกว่าปริมาณของนักท่องเที่ยวที่จะส่งผลกระทบระยะยาวต่อสถานการณ์การท่องเที่ยว ในจังหวัดในภูเก็ตได้และในประเทศไทยนะครับ แล้วก็สุดท้ายครับขอสั้น ๆ ปีใหม่นี้ขอเชิญชวน ทุกท่านไป Countdown ที่ภูเก็ต ป่าตองจัดยิ่งใหญ่แน่นอนครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณสมาชิก ทุกท่านที่ร่วมอภิปรายครับ คณะกรรมาธิการมีอะไรจะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการครับ จริง ๆ ขอขอบคุณ ทุกท่านมากเลยครับ ก็ขอบคุณจากใจจริงครับ รู้สึกว่าได้ทำรายงานที่มีประโยชน์แล้วก็ มีข้อเสนอครับ แล้วก็รู้สึกเสียใจในเวลาเดียวกันเพราะทุกคนบอกให้ต่อภาค ๒ ก็อยากทำต่อครับ ก็จะพยายาม ถ้าคณะอนุกรรมาธิการมีเวลาเหลือในกรรมาธิการ เพราะว่ามีคณะอนุกรรมาธิการ ที่ทำในคณะกรรมาธิการอยู่อีก ๒ อันเช่นกันนะครับ แล้วก็ถ้ามีโอกาสได้ทำอีกก็อยากจะ ทำเพิ่มโดยวันนี้ก็ได้เนื้อหาสาระจากเพื่อนสมาชิกในหลายกรณีครับ ผมว่าทุกคนเห็นปัญหา เช่นเดียวกันครับท่านประธาน โดยจะแบ่งเป็นไม่กี่ประเภทครับ ก็คือผมว่าในเรื่องของ กฎหมายก็ต้องยอมรับครับว่าเป็นกันทั้งระบบในประเทศไทยเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่าเพื่อนสมาชิกจะพูดเรื่องเกี่ยวกับรถสาธารณะไม่กดมิเตอร์เอยอะไรเอย หรือว่าอะไร ต่าง ๆ นานา การบังคับใช้กฎหมายเป็นปัญหาสำคัญครับ เรามีกฎหมายเกี่ยวกับทุกเรื่อง โดยส่วนใหญ่อยู่แล้วครับ สิ่งที่น่าแปลกใจคือเรื่องที่เราควรจะมีกฎหมายเรากลับไม่มี อย่างเรื่องรถเช่า เป็นต้น ซึ่งเป็นส่วนน้อยมากนะครับ ก็ยืนยันนะครับว่าการบังคับใช้กฎหมาย เราก็ต้องช่วยกันกวดขันดูแลครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ที่เป็นประเด็นหลักที่หลายคนพูดถึงคือเรื่องของการกระจายอำนาจ ผมก็อยากจะเสริม ลืมพูดไปในตอนแรกก็คือจริง ๆ แล้วเรากระจายอำนาจไม่พอครับ เราต้องกระจายอำนาจในการจัดเก็บรายได้ให้ท้องถิ่นด้วย และปัญหาส่วนใหญ่ในที่ท่องเที่ยว อย่างเกาะภูเก็ตที่เพื่อนสมาชิกของผมได้พูดถึงบางครั้งมันเกิดจากเขาเรียกว่า Overtourism ด้วยซ้ำนะครับ แล้วก็ทางเมืองเองก็ไม่มีเงิน คือเราไม่ได้นับหัวนักท่องเที่ยวครับ เป็นค่าเก็บขยะ ของเรา คืออันนี้เราก็ต้องไปดูในอนาคตว่าเราจะหาเงินมาอุดหนุนท้องถิ่นหรือนับเช่นนั้น อย่างไร ประเด็นที่น่าสนใจจริง ๆ ครับ ผมขอบคุณมากเลย เป็น Idea ที่จริง ๆ ผมอาจจะ เกิดไม่ทันตอนที่เขาแยกกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาออกมานะครับ ได้ถามท่านประธาน เอกธนัชก็ทราบว่าตอนท่านนายกทักษิณใช่ไหมครับ ได้แยกกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา แล้วก็จริง ๆ เห็นด้วยครับในการรวมเป็นท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเพราะว่าจริง ๆ แล้ว มันเป็นสิ่งที่ใกล้กันกว่าที่คิด แต่ทีนี้เราก็ต้องมาขบคิดครับว่าเราจะรวมกีฬาด้วยหรือไม่ อย่างไรนะครับ ซึ่งอันนี้เดี๋ยวผมว่าในอนาคตก็ต้องไปขบคิดกันต่อในกรรมาธิการหรือ วาระอื่น ๆ เรื่อง Supply-Side ใช่เลยครับ ผมว่า Supply-Side นี่ก็คือเป็นสิ่งที่เราต้องดูแล เพราะว่าให้บริการนักท่องเที่ยวได้ดี แล้วก็จริง ๆ แล้วผมมีประเด็นอยู่ในเรื่องของ นวดแผนไทยครับท่านประธาน จริง ๆ ผมว่าแก้ปัญหาได้หลายทางครับ ในการขาดแคลน หมอนวดก็เหมือนเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กล่าวมานะครับว่าจริง ๆ เราให้เรียนเพิ่ม ยกระดับ ซึ่งผมก็อยากจะเป็นกระบอกเสียงเหมือนกัน เพราะผมก็ได้ทำงานกับอาจารย์ท่านหนึ่ง ที่เขามาออกหน่วยนวดบริการประชาชนในเขตพื้นที่ผมเวลาผมลงพื้นที่นะครับ ก็คือเขาก็พยายาม Train ลูกศิษย์เขาให้ไปเรียนสถาบันศึกษาภาษาต่าง ๆ อย่างสถาบันเกอเธ่ ไปเรียนภาษาเยอรมันเพื่อไปเมืองนอก แล้วผมใบ้ให้นะครับว่าถ้าไปนวดที่ฮาวาย ทุกท่าน ทราบไหมครับไป ๖ เดือนกลับมาได้เงิน ๓ ล้านบาทครับ ก็เชิญชวนนะครับ ถ้าใครไม่มีอาชีพ ก็ลองอาชีพนวดที่ต่างประเทศ แต่ภาษาคุณต้องได้นะครับ เพราะว่าการได้ภาษามันคือ การอธิบายคุยกับแขกได้ว่าการนวดอันนี้มันจะส่งผลอะไรกับคุณ มันเป็นการเพิ่ม Value แล้วก็จริง ๆ แล้วในมุมของผมคือได้หลายวิธีครับ แล้วผมก็ไม่เคยคิดว่าถ้านวดไทยเรา เป็นมรดกเราจะหวงไว้คนไทยหรือไม่ อย่างไร ผมก็ไม่คิดอย่างนั้นนะครับ เหมือนเรายินดี เวลานักมวยต่างชาติใช่ไหมครับ มาเรียนมวยไทยในประเทศไทยอะไรอย่างนี้มันก็เป็นการ ส่งเสริมเหมือนกัน แต่เห็นด้วยครับกับการทำให้มันมีมาตรฐานหรือการทำอะไรต่าง ๆ เรื่องของอุทยานหรือที่พักต่าง ๆ ผมว่าอันนี้ก็เป็นภาค ๒ ที่ต้องไปทำกันนะครับ แล้วก็ เป็นปัญหาในเชิงโครงสร้างเหมือนกันในป่าทับคน คนทับป่า ที่ทับคนอะไรอย่างนี้ครับ ก็เป็นปัญหาที่คาราคาซังเพราะว่าถ้าสุดท้ายคุณไม่มีสิทธิในที่ดิน การไปลงทะเบียนอะไร อย่างนี้มันยากครับ เพราะว่ามันก็คือจะผิดกฎหมายอื่น เพราะว่าบางทีท่องเที่ยวมันเป็น ปลายเหตุครับ แล้วก็จริง ๆ อยากให้ทุกคนสนับสนุนเรื่องขนส่งสาธารณะในประเทศจริง ๆ ครับ เพราะว่าเราไปหลายประเทศที่เราไปเที่ยวกันขนส่งสาธารณะดีทั้งนั้นครับ มันเที่ยวง่าย แล้วก็ปลอดภัยกว่าด้วยนะครับ แล้วอันนี้ก็จะเป็นจุดแข็งสำคัญที่ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยว ที่มาจากต่างประเทศได้ครับ คนไทยที่อยู่ในประเทศเราก็ได้ เพราะถ้านักท่องเที่ยวมาแล้ว เขาปลอดภัย Happy คือคนที่มาจากเมืองนอกแล้วเขาง่ายครับ คนที่ใช้อยู่ปัจจุบันมันก็ต้อง ง่ายด้วยครับ ดังนั้นครับอย่างไรขอกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกรวมถึงท่านประธาน รวมถึงเพื่อนกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการด้วยครับที่ให้โอกาสผมในการได้ทำรายงานฉบับนี้ แล้วก็หวังว่าจะมีโอกาสรับใช้ท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกในภาค ๒ ในวาระต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
เมื่อได้ชี้แจง แล้วก็ไม่มีสมาชิกจะซักถามต่อไป ก็ถือว่าที่ประชุมนี้นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ🔗
เชิญประธานครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะครับ กระผม นายเอกธนัช อินทร์รอด ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว ก็หวังว่านะครับว่ารายงาน ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยให้กับทางสมาชิกทุกท่านแล้วก็ทางรัฐบาลได้เอาไป พิจารณาในการที่เราจะได้สานต่อกฎหมายที่เราได้เสนอมายังสภาในครั้งนี้นะครับ ผมในฐานะตัวแทนของคณะกรรมาธิการก็ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงในคำชี้แนะ ของสมาชิกทุกท่านแล้วก็หลาย ๆ ท่านก็ให้ข้อมูลมาที่จะให้ทางท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการ ท่านเท่าพิภพได้สานต่อไปนะครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน ท่านสมาชิกทุกท่าน เป็นอย่างสูงครับ กราบขอบคุณมากครับ🔗
ขอบพระคุณ ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดอภิปรายซักถามเพิ่มเติมแล้วก็ถือว่า ที่ประชุมนี้รับทราบรายงานผลการศึกษาเรื่อง สภาพปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหา กฎหมายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งคณะกรรมาธิการได้นำเสนอในวันนี้แล้วนะครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากคณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงาน เพื่อให้สภาพิจารณาแต่เนื่องจากได้ฟังท่านสมาชิกอภิปรายทุกท่านแล้วเห็นไปในทางเดียวกัน และสนับสนุนข้อสังเกตในรายงานของคณะกรรมาธิการ โดยไม่มีผู้ใดเห็นคัดค้านนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงจะขออาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ เพื่อจะถามที่ประชุมว่า จะมีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่นะครับ🔗
ถ้าไม่มีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าที่ประชุมนี้ก็รับรายงานและข้อสังเกตเพื่อส่งไปยัง คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบและดำเนินการต่อไปตามข้อบังคับ ข้อที่ ๑๐๕ วรรคสาม ประกอบข้อ ๘๘ นะครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ อยากจะเรียนย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าพรุ่งนี้เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา เราจะมีการประชุมร่วมกันของสมาชิกรัฐสภาครับ ขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่านครับ ขอบคุณครับ จะมีประชุมร่วมเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา แล้วก็เป็นเรื่องการพิจารณาสำคัญ มีกฎหมาย ๒ ฉบับ แล้วก็สนธิสัญญาเอฟทีเออีก ๑ ฉบับนะครับ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา วันนี้เราได้ใช้เวลาการประชุมพิจารณาพอสมควรแล้ว ผมขออนุญาตปิดการประชุมนะครับ ขอบคุณครับ🔗