รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๓๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๘
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
------------------------------
ท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนะครับก็จะอนุญาตให้ท่านสมาชิก ได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับให้เวลาท่านละ ๒ นาที ๓ ท่านแรก ท่านอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ท่านพิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ ต่อด้วยท่านพลพีร์ สุวรรณฉวี เชิญท่านอดิพงษ์ ฐิติพิทยา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๓ อำเภอกระสัง อำเภอห้วยลาด ตำบลป่าชัน ตำบลโคกขมิ้น ของอำเภอพลับพลาชัย พรรคภูมิใจไทย กระผมขออนุญาตปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ใน ๒ ประเด็นดังต่อไปนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ กระผมได้รับแจ้งจากท่านณรงค์ พารื่นรัมย์ นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลเมืองโพธิ์ ว่าขณะนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในเส้นทางสัญจรไปมาบนถนน ทางหลวงชนบท บร.ถ. ๑๔๗-๐๐๔ บ้านพูนสุข-บ้านตาเป้า มีระยะทางประมาณ ๓,๖๐๐ เมตร ซึ่งเป็นถนนที่ใช้สัญจรไปมาระหว่างตำบลเมืองโพธิ์กับตำบลห้วยสำราญ ได้มีประชาชน สัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ถนนดังกล่าวนั้นทำให้เกิด อุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงขอนำเรียน ไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้โปรดให้ความ ช่วยเหลือจัดสรรงบประมาณติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณถนนสายดังกล่าวเพื่อลดอุบัติเหตุ และบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ กระผมได้รับแจ้งจากท่านกมลทิพย์ รังสิพุฒิศักดิ์ นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลสนวนว่าสระหนองบัว หมู่ที่ ๑๑ บ้านสวายจีกน้อย ตำบลสนวน เป็นแหล่งน้ำ หลักของหมู่บ้านซึ่งมีชาวบ้านทั้ง ๔ หมู่บ้านใช้ร่วมกัน ในปัจจุบันนี้มีขนาดกว้าง ๑๓๐ เมตร ยาว ๒๕๐ เมตร ลึก ๒ เมตร ปัจจุบันนี้มีสภาพตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บน้ำได้และประสบ ปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ประกอบ อาชีพเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน หากได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการขุดลอก จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน จึงขอ นำเรียนไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ช่วยเหลือสนับสนุนงบประมาณเพื่อการขุดลอกและพัฒนาสระหนองบัวเพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปท่านพิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม พิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดสมุทรปราการ ประกอบด้วย ตำบลสำโรงเหนือ ตำบลเทพารักษ์ และตำบลบางเมืองใหม่ วันนี้ผมขอนำ ปัญหาในพื้นที่ ๓ เรื่องมาปรึกษาหารือกับท่านประธานครับ เพื่อประสานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวครับ🔗
ปัญหาแรก ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวตำบลเทพารักษ์ ในส่วนของสะพานลอยเดินข้ามถนนจำนวน ๓ จุด สะพานลอยแรกอยู่ตรงบริเวณหน้าวัด หนามแดง สะพานลอยที่ ๒ อยู่ตรงบริเวณหน้าโรงเรียนสุขเจริญผล และสะพานลอยที่ ๓ อยู่ตรงหน้าบริษัท สุรพลซีฟู้ดส์ จำกัด โดยทั้ง ๓ สะพานลอยดังกล่าวประชาชนร้องเรียนมา ว่าได้รับความไม่สะดวกในการสัญจรไปมา ไม่มีหลังคาเพื่อกันแดดกันฝน ซึ่งใกล้จะเข้าฤดู ฝนแล้ว และในช่วงเวลากลางคืนไฟส่องสว่างบนสะพานลอยก็ติดบ้าง ไม่ติดบ้าง พร้อมกับ กล้องวงจรปิดที่ไม่รู้ว่าใช้งานได้หรือเปล่า บางสะพานก็มี บางสะพานก็ไม่มี ซึ่งในจุดที่ทำให้ พี่น้องประชาชนที่สัญจรใช้ชีวิตประจำวันมีความกังวลในเรื่องของความปลอดภัยเพราะใน ช่วงเวลากลางคืนจะมืดมากและทำให้เป็นจุดเปลี่ยวอาจเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้นได้ครับ จึงขอนำเรียนฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือแขวงการทางจังหวัด สมุทรปราการเพื่อรีบแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวันของ พี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
ปัญหาต่อมาคือเรื่องหลังคาบนสะพานลอยชำรุดทรุดโทรมแผ่นหลังคากรอบ จนแตกขาดการซ่อมบำรุงซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และยิ่งในช่วงใกล้เข้าฤดูฝนหรือช่วง ฝนตกยิ่งทำให้เป็นอุปสรรคในการใช้สัญจรไปมาของพี่น้องประชาชน ซึ่งสะพานลอยดังกล่าว เป็นจุดที่พี่น้องประชาชนจำนวนมากใช้สัญจรในชีวิตประจำวัน โดยสะพานลอยดังกล่าวนี้ อยู่บริเวณถนนสุขุมวิทสายเก่าตรงทางเข้าหมู่บ้านรินทร์ทองใกล้กับบริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด ตำบลสำโรงเหนือ จึงขอนำเรียนฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือแขวงการทางจังหวัดสมุทรปราการเพื่อรีบแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยในชีวิตประจำวันของประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ปัญหาเรื่องป้ายรถเมล์ เนื่องจากพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ที่ร้องเรียนมาว่าต้องการให้มีป้ายรถเมล์บริเวณถนนเทพารักษ์ กม. ๑ ตำบลเทพารักษ์ ซึ่ง ณ ปัจจุบันมีศาลารอรถประจำทางแต่ไม่ใช่ป้ายรถเมล์ ทำให้รถเมล์ไม่จอดรับคนในบริเวณนั้น แต่มาจอดรับตรงบริเวณทางเลี้ยวที่ไม่ใช่ที่จอดรถเมล์ที่จะเข้าสู่ถนนเทพารักษ์ จึงทำให้ ท้ายแถวเกิดการจราจรติดขัดไปจนถึงถนนสุขุมวิทสายเก่า ซึ่งในจุดนี้ทำให้พี่น้องประชาชน เกิดความไม่สะดวกในการใช้รถใช้ถนนครับ จึงขอนำเรียนฝากท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องคือองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพเพื่อเพิ่มป้ายรถเมล์ดังกล่าวด้วยครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไปท่านพลพีร์ สุวรรณฉวี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม พลพีร์ สุวรรณฉวี จังหวัดนครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย กราบเรียนท่านประธานครับ เมื่อปีที่แล้ว สักประมาณเดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม ทางท่านนายก อบต. แล้วก็ทางท่าน ผอ.รพ.สต. ได้ทำการสำรวจการขาดแคลนอุปกรณ์ให้กับพี่น้องประชาชนที่มีความพิการหรือป่วยติดเตียง จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้รับอุปกรณ์สนับสนุนจากกระทรวง พม. ก็กราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องว่าช่วยเร่งรัดติดตามอุปกรณ์เหล่านี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นรถโยกสามล้อ Wheelchair หูฟัง เตียงลม และอุปกรณ์ต่าง ๆ เพราะวันนี้พี่น้องคนพิการและผู้ป่วยติดเตียง ค่อนข้างที่จะลำบากนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวตำบลหินดาดให้ช่วยเร่งรัด ไปทางกระทรวงมหาดไทย และ อบต. ที่เกี่ยวข้องนะครับ ที่ถนนบ้านหัวฝาย ตำบลหินดาด เชื่อมต่อตำบลเสาร์เดียว อำเภอหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์ และเรื่องปัญหาประปาบ้านหัวฝาย เช่นกันครับ และบ้านหนองพลอง ตำบลหินดาด ที่วันนี้การสัญจรค่อนข้างที่จะลำบากและ น้ำประปาก็เป็นในรูปที่เราได้ขึ้นสไลด์นั่นละครับ ไม่สามารถที่จะใช้อุปโภคบริโภคได้นะครับ🔗
ท่านประธานครับ เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะหารือกับท่านประธานนั้นก็คือว่า เรื่องเงินดิจิทัลครับ วันนี้พี่น้องประชาชนยังอยากจะรอความชัดเจนว่าเมื่อไรนั้น เฟส ๓ เฟส ๔ แล้วก็คนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนเงินสกุลดิจิทัลหรือเงินที่รัฐบาลแจกหัวละ ๑๐,๐๐๐ บาท เมื่อไรจะเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนผ่านระบบดิจิทัลได้ลงทะเบียน วันนี้ สส. พรรคภูมิใจไทย เราลงพื้นที่เราก็เห็นอยู่แล้วว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยหรือพื้นที่ ของเรานั้นไม่ค่อยดีครับ และการที่วันหยุดยาวสงกรานต์นี้กำลังจะหยุดในวัน ๒ วันนี้ ท่านประธานครับ การที่ได้เงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท ก็อาจจะเป็นการที่จะช่วยให้กับพี่น้อง ประชาชนได้มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับบ้าน ส่งเงินซื้อของไปฝากพี่น้องประชาชนที่บ้าน เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไปถึงกระทรวงมหาดไทยช่วยเร่งรัดได้ออกมาตรการต่าง ๆ และความชัดเจนจริง ๆ ว่าเงินนั้นจะแจกเมื่อไร ลงทะเบียนเพิ่มเติมเมื่อไร แล้วจะเสร็จสิ้น สมบูรณ์เมื่อไร ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ท่านณกร ชารีพันธ์ ท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล ท่านณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ สส. จังหวัดน่าน เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขออนุญาตหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากประชาชนอำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยมี นายวสันต์ วังสาร เป็นผู้ประสานงาน ด้วยเส้นทางถนนทางหลวงหมายเลข ๑๐๑ ระหว่าง สวนสาธารณะอ่างเก็บน้ำ ร.ศ. ๒๐๐ ปีถึงบริเวณห้างสรรพสินค้าโลตัสสาขาปัว พื้นที่บริเวณ ดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งแล้วก็ทำให้สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ตัวแทนประชาชนในพื้นที่อำเภอปัวได้เสนอแนวคิด เพื่อปรับปรุงพัฒนาเป็นทางลอดอุโมงค์ ๔ ช่องจราจรเพื่อความสะดวกปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนในอำเภอปัว แล้วก็รวมถึงนักท่องเที่ยวด้วยครับ ก็อยากจะขอ ท่านประธานได้ช่วยประสานไปยังกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง เพื่อช่วยออกแบบ แล้วก็จัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอด ๔ ช่องจราจร เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนอำเภอปัวด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากทีมงานชลประทานท้องถิ่นน้ำยาว แล้วก็กลุ่มผู้ใช้น้ำลุ่มน้ำยาวตะวันออก ให้ช่วยติดตามเร่งรัดแผนงานการศึกษาผลกระทบ สิ่งแวดล้อม หรือ EIA ของโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำยาวตะวันออกครับ จริง ๆ เรื่องนี้ ได้หารือท่านประธานไปหลายครั้ง ก็อยากจะให้ท่านประธานได้ช่วยเร่งรัดติดตามทาง กรมชลประทาน ให้ช่วยเร่งรัดดำเนินการจัดสรรงบประมาณในการทำ EIA ให้ด้วย เพราะว่า เรื่องนี้ก็ช้านานมามากแล้ว และทางพื้นที่ก็อยากจะให้มาช่วยเร่งรัดแล้วก็ติดตามให้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปท่านณกร ชารีพันธ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ณกร ชารีพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคประชาชน ขอปรึกษาหารือ ท่านประธานดังนี้ครับ🔗
๑. ปรับปรุงภูมิทัศน์อ่างเก็บน้ำห้วยขี้เหล็ก ตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอ นิคมคำสร้อย ขอไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมโยธาธิการ และผังเมือง กระทรวงมหาดไทย🔗
๒. ขอสนับสนุนอ่างเก็บน้ำขนาดกลางบ้านเหล่าสร้างถ่อ ตำบลเหล่าสร้างถ่อ อำเภอคำชะอี ไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง ในพื้นที่เหล่าสร้างถ่อ🔗
๓. ขอปรับปรุงถนนระหว่างบ้านหนองไฮและบ้านเหล่าป่าเป้ด ตำบล เหล่าสร้างถ่อ อำเภอคำชะอี ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหารและกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น เพื่อแก้ปัญหาการจราจร เพื่อเพิ่มการขนส่งสินค้าทางการเกษตร ให้พี่น้องประชาชนครับ🔗
๔. ขอสนับสนุนการปรับปรุงขุดลอกและปรับภูมิทัศน์หนองดินดำ บ้านนาหลวง ตำบลหนองเอี่ยน อำเภอคำชะอี ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหารและกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น เพื่อให้พี่น้องประชาชนบ้านนาหลวงมีแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและเป็น สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของตำบลหนองเอี่ยน🔗
๕. ขอสนับสนุนปรับปรุงฝายกักเก็บน้ำคลองตูม ตำบลหนองเอี่ยน อำเภอ คำชะอี ไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเพิ่มแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ให้กับพี่น้องประชาชนในช่วงหน้าแล้งของตำบลหนองเอี่ยนในพื้นที่อำเภอคำชะอี🔗
๖. ขอสนับสนุนระบบกระจายน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคจากคลองไผ่ ในพื้นที่บ้านงิ้ว ตำบลโนนยาง อำเภอหนองสูง ไปยังกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่บ้านงิ้วมีปัญหาเรื่องน้ำแล้งมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็อยากให้แก้ไขปัญหานี้ด้วยนะครับ🔗
เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ ขอปรึกษาหารือแนวทางการแก้ปัญหาบ่อขยะ ไม่ได้มาตรฐานของเทศบาลคำชะอี อำเภอคำชะอี ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กระทรวงมหาดไทย นโยบายในการแก้ไขปัญหาบ่อขยะไม่ได้มาตรฐานของจังหวัดมุกดาหาร ทั้งหมด ๑๓ บ่อ เพื่อทราบนโยบายในการแก้ปัญหาในภาพรวมของการจัดการขยะทั้งจังหวัด ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องหารือ สะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดอ่างทองนะครับ🔗
เรื่องแรก อยากจะมาพูดเป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องเกษตรกรชาวนาไทย ทั้งประเทศ นอกจากราคาข้าวตกต่ำอยู่ตอนนี้ ตอนนี้ทางชาวนารอคอยเงินไร่ละพันนะครับ ซึ่งทราบข่าวว่าได้มีการอนุมัติมาเรียบร้อยแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้รับเงิน พี่น้องเกษตรกรก็รอ รับเงินจำนวนนี้อยู่เพื่อที่จะเป็นต้นทุนสำหรับการลงทุนในงวดการผลิตต่อไปนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นผลกระทบจากนโยบายของการห้ามเผาตอซังนะครับ ในพื้นที่ จังหวัดอ่างทองหลายอำเภอตอนนี้เกษตรกรทนไม่ไหวก็กลับมาเผาอีก พี่น้องประชาชน ก็ได้รับผลกระทบ นอกจากจังหวัดอ่างทอง จากจังหวัดใกล้เคียง ทั้งอยุธยา ทั้งสุพรรณบุรี ก็เริ่มที่จะกลับมาเผาตอซัง อยากจะเห็นนโยบายช่วยเหลือจากทางรัฐบาล ไม่ใช่ไปตามจับ ชาวนา ไม่ใช่ไปบังคับให้เขาหยุดเผาแต่เพียงอย่างเดียว ชาวนาพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ แต่อยากจะเห็นมาตรการในการช่วยเหลือจากทางรัฐบาล อย่างเช่น รถในการจัดเก็บฟาง ได้ไหม หรือเงินงบประมาณที่จะมาช่วยสนับสนุนในเรื่องของใช้จุลินทรีย์ในการย่อยตอซัง ได้ไหม เป็นการรณรงค์เพิ่มเติมให้กับพี่น้องเกษตรกรนอกจากใช้กฎหมายบังคับในเรื่องของ การห้ามเผาตอซังแต่เพียงอย่างเดียวนะครับ🔗
ประเด็นต่อไป ฝากถึงทางกรมทางหลวงชนบทนะครับ ถนน ทช. ๔๐๒๔ ที่ตำบลรำมะสัก บริเวณหมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ ที่วัดลั่นทม ต่อเนื่องจนไปถึงเทศบาลรำมะสัก เส้นนี้ ถนนเสร็จเรียบร้อยแล้วอยู่ริมบึงรำมะสักเป็นชุมชนใหญ่ อยากจะขอไฟทางเพิ่มเติมให้กับ ชุมชนที่บ้านรำมะสักด้วย อีกจุดหนึ่งเป็นถนนของท้องถิ่น อยู่กับทาง อบจ. อ่างทอง ผมต้อง ขอบพระคุณท่านนายก อบจ. อ่างทอง ท่านนายกตี๋ สุรเชษ นิ่มกุล ได้จัดสรรงบประมาณมา เพื่อที่จะปรับปรุงผิวถนนอยู่ระหว่างการก่อสร้างนะครับ แต่ชาวบ้านอยากจะได้เป็นรั้วแล้วก็ อุปกรณ์เสริมความปลอดภัยเพิ่มเติมให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนนะครับ ฝากท่านประธานด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป ๓ ท่านนะครับ ท่านเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู ท่านธัญธารีย์ สันตพันธุ์ แล้วต่อด้วยท่าน รัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ท่านเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชน เขตเลือกตั้งที่ ๑ ยกเว้นตำบลหนองหอย หนองป่าครั่ง ท่าศาลา และวัดเกต วันนี้ดิฉันมีเรื่อง ปรึกษาหารือท่านประธานอยู่ ๔ เรื่องด้วยกันค่ะ🔗
เรื่องแรก พื้นที่บ้านร่ำเปิง บ้านโป่งน้อย บ้านสันลมจอย ตำบลสุเทพ อำเภอ เมืองจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่สูงทำให้น้ำประปาส่วนภูมิภาคไหลอ่อน หรือเท่ากับว่า ไม่ไหลเลยในบางเวลา ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า ๕๐ ครัวเรือน จึงเรียนประธานสภา ผ่านไปยังการประปาส่วนภูมิภาคในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบหาแนวทางแก้ไขให้กับพี่น้อง ประชาชนด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เหตุเกิดที่บริเวณทางลอดใต้สะพานป่าแดด การประปาส่วนภูมิภาค ได้ทำการเปิดผิวถนนเพื่อซ่อมแซมท่อประปาใต้ถนน แต่ว่าก็ถูกปล่อยทิ้งมีเพียงแผ่นเหล็ก ที่ปิดบริเวณที่ขุดเจาะ ก็ทำให้รถตกไปหลายคันแล้วค่ะ จึงเรียนประธานสภาผ่านไปยัง การประปาส่วนภูมิภาคเข้ามากำชับกำกับดูแลผู้รับเหมาให้ทำงานให้มีความเป็นระเบียบ เรียบร้อย เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้มีการขุดลอกลำน้ำหลังหมู่บ้านธนาวัลย์ซึ่งเป็นลำน้ำ ที่เชื่อมต่อระหว่างตำบลสันผีเสื้อถึงตำบลฟ้าห้ามซึ่งเป็นคลองที่รับน้ำจากหมู่บ้านธนาวัลย์ ในกรณีที่ฝนตกหนักอย่างนี้ก็จะสามารถระบายน้ำจากหมู่บ้านธนาวัลย์ไปยังคลองตรงนี้ได้ ก็เรียนประธานสภาผ่านไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่และกรมชลประทาน ให้เข้ามาดำเนินการขุดลอกเพื่อสามารถผันน้ำออกไปได้ กรณีที่เกิดน้ำท่วมขังก็จะบรรเทา ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องสุดท้ายค่ะ ขอให้มีการขุดลอกท่อทั่วพื้นที่เทศบาลนครเชียงใหม่ เนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมในปีที่ผ่านมาก็มีดินโคลนไหลเข้าไปอยู่ในท่อระบายน้ำของพื้นที่ เทศบาลนครเชียงใหม่ ก็อยากจะให้ผู้บริหารชุดใหม่แล้วก็สภาเทศบาลชุดใหม่เข้ามาบริหาร จัดการแล้วก็ขุดลอกคูคลองในพื้นที่เทศบาลนครเชียงใหม่ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปท่านธัญธารีย์ สันตพันธุ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๖ พรรคเพื่อไทย ขอหารือปัญหาในอำเภอเขมราฐ นาตาล โพธิ์ไทร ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานคะ โรงพยาบาลโพธิ์ไทรเป็นโรงพยาบาลชุมชนที่ให้บริการด้านการรักษาพยาบาล กับประชาชนในพื้นที่อำเภอโพธิ์ไทรและบริเวณใกล้เคียง ปัจจุบันกำลังประสบปัญหามี จำนวนผู้ป่วยนอกมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากจำนวนผู้ป่วยนอกที่มาใช้บริการ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓-๒๕๖๗ ที่เพิ่มขึ้นจาก ๒๓,๐๐๒ คน เป็น ๒๘,๖๓๒ คน และเมื่อคิดเป็น ร้อยละก็จะพบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ ๒๔.๒๗ ค่ะ นอกจากนั้นเมื่อพิจารณาจาก จำนวนผู้ป่วยนอกเฉพาะปี ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา ๕ เดือนตามปีงบประมาณ ก็จะพบว่าจำนวน ผู้ป่วยนอกมารับบริการล่าสุดมีจำนวนกว่า ๒๖,๐๖๗ คน ซึ่งจากตัวเลขที่เกิดขึ้นย่อมแสดงให้เห็นว่าเมื่อปี ๒๕๖๘ จำนวนผู้ป่วยนอกมารับบริการ ที่โรงพยาบาลมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๗ เป็นอย่างมาก และจากการสอบถาม รายละเอียดจาก ผอ. เพิ่มเติมก็ได้รับทราบว่าแนวโน้มของผู้ป่วยนอกที่มารับบริการยังคงมี แนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยพื้นที่ของโรงพยาบาลมีจำนวนจำกัด ส่งผลให้พื้นที่ ไม่สอดคล้องกับการให้บริการ โดยพื้นที่การรอรับบริการ OPD ประมาณ ๘๖ ตารางเมตร พื้นที่รอรับยาประมาณ ๑๗ ตารางเมตร และพื้นที่รอรับบริการคลินิกโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ประมาณ ๗๖ ตารางเมตร ทำให้เกิดสภาพแออัดและไม่สะดวกสบายต่อประชาชนที่มา รับบริการ โดยที่ผ่านมาโรงพยาบาลได้พยายามหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ให้ประชาชนที่มารับบริการไม่ต้องเผชิญกับสภาพที่แออัดและไม่สะดวกสบายนี้แล้ว แต่ด้วยทรัพยากรและศักยภาพที่มีอยู่อย่างจำกัดของโรงพยาบาล จึงทำให้ไม่สามารถแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ค่ะ ดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาความแออัด ของผู้ป่วย ดิฉันจึงขอนำเรียนปัญหาที่เกิดขึ้นผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงสาธารณสุข สำนักหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงบประมาณ ให้ได้รับทราบและเพื่อช่วยให้พิจารณา แนวทางการจัดสรรงบประมาณให้กับโรงพยาบาลด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปท่านรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก เขต ๒ ดูแลพื้นที่อำเภอ แม่สอด อำเภอพบพระ และอุ้มผาง ท่านประธานครับ ผมเป็น สส. ชายแดนปัญหางานของ คนที่ต้องให้บริการทั้งคนไทยและคนต่างด้าวตามจรรยาบรรณแพทย์มันหนักหน่วงจนแพทย์ ท่านหนึ่งต้องขอลาออกครับ และเผยแพร่บทความเรื่องภาระงานที่มีมากเกินไป รัฐบาลไร้ มาตรการดูแลแก้ไขไม่ตรงจุด และรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็ปฏิเสธคำพูดเรื่องตัวเลขผู้ใช้บริการจนเป็นข้อโต้แย้งกันใน Social เรื่องนี้ผมไม่ขอลง รายละเอียดครับ แต่วันนี้ผมมาขอเสนอเพื่อลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ และอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย อยากให้นำเรื่องนี้ไปพูดคุยใน คณะรัฐมนตรีในด้านการส่งเสริมคลินิกชุมชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยกระทรวง สาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทยร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นตอและเพื่อยกระดับคลินิก ชุมชนให้เป็นสถานพยาบาลขนาดย่อมในการให้บริการแก่คนในชุมชนในชายแดนมากยิ่งขึ้น และลดภาระในโรงพยาบาลครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากบุคคลต่างด้าวขับขี่ยานพาหนะ ปราศจากการบังคับใช้กฎหมาย ขับขี่จักรยานไฟฟ้าเฉี่ยวชนแล้วประกันไม่จ่าย เดี๋ยวนี้ ลุกลามถึงขั้นนำสามล้อแดงมาใส่หลังคารับจ้างขนส่งกันเอง เช่นเคยครับ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ชนกับคนไทยเหมือนไม่มีคู่กรณี ประกันไม่จ่าย เอาผิดกับใครไม่ได้ ฝากเจ้าหน้าที่เคร่งครัด ด้วยครับ โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครแม่สอด🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ปัญหาอาชญากรรมลักขโมยต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย เช่าที่เปล่าสร้างหมู่บ้านเล็กอยู่กันเป็นกลุ่ม ยามวิกาลออกชิงทรัพย์ งัดบ้าน งัดร้านค้า ถังแก๊ส ถาด ขัน ยันมอเตอร์ไซค์ขายได้เอาหมด วันนี้เราป้องปรามได้แค่สายตรวจ จับได้ ส่งกลับหรือจับแล้วก็ปล่อย แล้วเขาก็กลับมาใหม่ นี่ยังไม่ได้พูดถึงยาเสพติดที่แพร่ระบาด ในชุมชนต่าง ๆ แม่สอดกลายเป็นแหล่งเพาะอาชญากรรมอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ของคนแม่สอด ไร้มาตรการการดูแล ถึงเวลาแล้วครับที่เราต้องคืนความสุขและความอุ่นใจ ให้กับพี่น้องประชาชน ฝากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมือทำกันอย่างจริงจัง ผมได้รับเรื่อง ร้องเรียนทุกวัน ผมอายครับ ผมอายที่เป็น สส. ของพวกเขา อายที่หน่วยงานของรัฐเพิกเฉย ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยช่วยกันทำเรื่องนี้อย่างจริงจังด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ จะเป็นท่านอรัญ พันธุมจินดา ท่านวิลดา อินฉัตร และท่านสมชาติ เตชถาวรเจริญ เชิญท่านอรัญ พันธุมจินดา ครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม อรัญ พันธุมจินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา ผมขอหารือเกี่ยวกับปัญหาของพี่น้องประชาชนในการจดทะเบียนธุรกิจนะครับ ในปัจจุบัน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดรับการจดทะเบียนบริษัทนิติบุคคล แล้วก็ห้างหุ้นส่วนจำกัดด้วยระบบเอกสารแบบพิมพ์และระบบดิจิทัลควบคู่กันไป ผมเห็นว่า การนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นประโยชน์เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตาม กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะยกเลิกการจดทะเบียนแบบใช้แบบพิมพ์ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เป็นต้นไป ซึ่งก่อให้เกิดปัญหากับประชาชนเป็นอย่างมาก ในปัจจุบันกรมพัฒนา ธุรกิจการค้าในส่วนกลางของกรุงเทพมหานครจะรับจดทะเบียนเพียงวันละ ๒๕ รายต่อ ๑ นายทะเบียน ทำให้ประชาชนจะต้องไปรอลงคิวตั้งแต่ตีสี่ ตีห้า บางที่ไปลงคิวตั้งแต่หนึ่งทุ่ม แล้วคิวเต็มตอนเที่ยงคืนของวันก่อนจดทะเบียน ขอให้ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าทบทวน ที่จะรับจดทะเบียนทั้ง ๒ ระบบต่อไป เนื่องจากประชาชนยังไม่มีความพร้อมในการจด ทะเบียนระบบดิจิทัลเพียงอย่างเดียว🔗
เรื่องที่ ๒ เนื่องจากตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือเทศกาลปีใหม่ซึ่งเป็นเทศกาลหยุดยาว จะมีสถิติการสูญเสียจากท้องถนนเป็นจำนวนมาก รัฐก็ได้มีการพยายามที่จะรณรงค์เพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้มาโดยตลอด แต่ก็ยังไม่เห็นผล เท่าที่ควร ผมจึงขอเสนอแนวทางในการรณรงค์ ในการยับยั้งป้องกันปัญหาภัยที่จะเกิดขึ้น ในทางถนน โดยขอให้ภาครัฐรายงานสถิติการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดบนท้องถนนว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นกี่ครั้ง ดำเนินคดีกี่ราย และได้รับโทษอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น อีกในอนาคตครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปท่านวิลดา อินฉัตร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิลดา อินฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๗ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขออนุญาตนำเสนอความคิดเห็นและหารือเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาการ ขาดแคลนน้ำและการกำจัดวัชพืชในลำห้วยลีลา อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนอื่น ดิฉันขอขอบพระคุณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกรมชลประทานนะคะ โดยเฉพาะ นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ได้มอบหมายให้ ดอกเตอร์ณหทัย ทิวไผ่งาม ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาการขาดแคลนน้ำและได้ช่วยเหลือ ชาวอำเภอปรางค์กู่ ซึ่งถือว่าเป็นการขุดลอกในรอบ ๕๐ ปี อย่างไรก็ตามการดำเนินงาน ในปัจจุบันก็ยังไม่ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรทั้งหมด น้ำก็ไปได้ไม่ถึงทุกตำบล ทำให้ แนวทางการแก้ไขยังเป็นไปแบบเฉพาะจุดในลำห้วย แต่ก็นับว่าเป็นก้าวแรกที่มีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นในอำเภอปรางค์กู่ของเรา ด้วยเหตุนี้ดิฉันจึงได้หารือกับท่าน ผอ. ชลประทานจังหวัด ศรีสะเกษ ออกแบบจัดการน้ำทั้งระบบ ซึ่งท่านก็รับปากว่าจะออกแบบให้ แต่ก็จะเป็นหลัง สงกรานต์นี้ คงจะหมายถึงเดือนนี้ แล้วก็ขอความอนุเคราะห์จากรัฐบาลและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาขยายการดำเนินงานให้ครอบคลุมระบบสายน้ำหลักในพื้นที่อำเภอ ปรางค์กู่อย่างต่อเนื่องด้วยนะคะ โดยมีข้อเสนอแนะดังนี้ ๑. ขอให้มีการขุดลอกผักตบชวา และวัชพืชตลอดลำห้วย ๒. ให้พัฒนาระบบสายน้ำให้เป็นหนึ่งเดียว แล้วก็ค่อยขยาย เชื่อมโยงไปถึงตำบลดู่ซึ่งไม่มีแหล่งน้ำอะไรเลย แม้ว่างบประมาณอาจจะยังไม่เพียงพอ แต่ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่วางแผนพัฒนาอย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายเพื่อ ประชาชนทั้ง ๘ ตำบลมีน้ำใช้อย่างทั่วถึง แล้วก็จะส่งผลให้ประชาชนพ้นความยากจนได้ เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของรัฐบาลที่น่าจะทำได้ในสมัยนี้ สุดท้ายนี้ดิฉันก็ขอนำเรียนผ่าน ท่านประธานสภาไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกรมชลประทาน เพื่อขอติดตาม หารือสนับสนุนการแก้ไขปัญหาลำห้วยลีลา อำเภอปรางค์กู่ อย่างครบวงจรด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปท่านสมชาติ เตชถาวรเจริญ ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาชน ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันวันนี้ ขอสไลด์แผ่นที่ ๑ ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ การประปา ส่วนภูมิภาค ได้บรรจุโครงการน้ำประปาพังงา ภูเก็ต ลงในพระราชบัญญัติงบประมาณ ปี ๒๕๖๗ ผูกพันถึงปี ๒๕๖๙ ตั้งงบประมาณผูกพันแบบนี้หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่าตามแผนงานแล้วคนภูเก็ตควรจะได้น้ำประปาเพิ่มเติมเพื่อมาต่อสู้ปัญหา ภัยแล้งในปี ๒๕๖๙ แต่ท่านประธานทราบหรือไม่ครับว่าจวบจนถึงทุกวันนี้โครงการนี้ ยังไม่ได้เริ่มการก่อสร้างเลยครับ และไม่รู้ว่าจะได้ก่อสร้างเมื่อไร ส่งผลให้คนภูเก็ตจะไม่ได้ ใช้น้ำประปาจากโครงการนี้แน่นอนครับภายในปี ๒๕๖๙ นอกจากนี้ยังมีโครงการที่ได้รับงบ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ แต่ยังไม่แล้วเสร็จอีก ๒ โครงการด้วยกัน โครงการที่ ๑ โครงการ ปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายน้ำสถานีผลิตน้ำคลองกระทะ ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ที่มีความคืบหน้าเพียงร้อยละ ๑๔.๒๙ เท่านั้นครับ และอีกโครงการหนึ่งครับ ได้แก่ โครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายน้ำสถานีผลิตน้ำบางโจ ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ที่มีความคืบหน้าเพียงร้อยละ ๙ เท่านั้นเอง ผมขอให้การประปา ส่วนภูมิภาคเร่งรัดโครงการเหล่านี้ด้วยครับ เพราะว่าจวบจนถึงทุกวันนี้ล่าช้ากว่าแผนไปมาก🔗
เรื่องที่ ๒ หอเตือนภัยของชุมชนแหลมตุ๊กแก จังหวัดภูเก็ต ดูจากสภาพแล้ว ไม่แน่ใจว่าใช้งานได้หรือไม่ ประตูก็ไม่มีล็อกสามารถเข้าออกได้ตลอดเวลา ต้นไม้ขึ้นรกรุงรัง พันเสาหอเตือนภัย ผมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ มีเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ บางส่วนทุกวันนี้ประสบปัญหา ไม่สามารถสอบเข้าชั้น ม. ๔ ในโรงเรียนเดิมได้ เป็นภาระผู้ปกครองต้องไปหาโรงเรียนใหม่ ให้กับบุตรหลาน ผมขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาให้เด็ก ม. ๓ มีสิทธิเลือกเรียนต่อ ในชั้น ม. ๔ ในโรงเรียนเดิมได้เลยโดยที่ไม่ต้องทำการสอบเข้าคัดเลือกด้วยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
๓ ท่านต่อไป ท่านฤกษ์ อยู่ดี ท่านมานพ คีรีภูวดล ท่านพันธ์ศักดิ์ บุญแทน เชิญท่านฤกษ์ อยู่ดี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายฤกษ์ อยู่ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมา ขอหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ขอติดตามเรื่องการติดตั้งระบบน้ำประปาเพื่อการอุปโภคและ บริโภค เนื่องด้วยผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านพงษ์ศักดิ์ พรมน้อย อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๙ บ้านห้วยตะวาย ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี บริเวณริมอ่าง เก็บน้ำบ้านเขาลูกช้างได้รับปัญหาความเดือดร้อน จำนวน ๑๙ ครัวเรือน ไม่มีน้ำประปาใช้ ในการอุปโภคและบริโภคมาเป็นเวลานานเกือบ ๓๐ ปี อยู่ในพื้นที่ของกรมป่าไม้ แต่ได้รับ อนุญาตอย่างถูกต้อง ผมได้หารือไว้เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๖๖ บัดนี้ ๑ ปีกว่าแล้วแต่ยังไม่มี ความคืบหน้าแต่อย่างใด ผมจึงขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการ อย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในบริเวณดังกล่าว🔗
เรื่องที่ ๒ ขอติดตามเรื่องการขุดลอกอ่างเก็บน้ำบ้านเขาลูกช้าง ด้วยการ ร้องเรียนจากท่านสัญญา อินพล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๖ ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัด เพชรบุรี ซึ่งผมได้หารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๖๖ บัดนี้ผ่านไป ๑ ปีกว่ายังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งชาวบ้านที่อยู่อาศัยบริเวณดังกล่าวได้รับผลกระทบไม่มีน้ำใช้ สำหรับอุปโภคและบริโภค น้ำเกิดการเน่าเสียเนื่องจากสะสมของวัชพืชทำให้เกิดผลกระทบ อย่างหนักต่อพี่น้องประชาชน ผมจึงขอความอนุเคราะห์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยขุดลอก อ่างเก็บน้ำบ้านเขาลูกช้างและลำห้วยหนองโพธิ์ระยะความยาว ๑,๒๐๐ เมตร จะเป็น พระคุณอย่างสูง กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปท่านมานพ คีรีภูวดล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์และ ชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอธิบดีกรมป่าไม้ ประเด็นเรื่องของสร้างป่าเศรษฐกิจ สร้างอุตสาหกรรมป่าไม้ให้กับประเทศ ท่านประธานครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่าน นายกนิกร เต๋จ๊ะแยง นายก อบต. ตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ท่าน ศอ.บต. สุทธิพงศ์ แปงใจ ตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่ได้รับ คทช. ครั้งแรกในประเทศไทยครับ โดยการไปแจกของท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ในเวลานั้น ประชาชนก็ใช้สิทธิในการสร้างสวนป่า โดยมีการออกเทศบัญญัติเข้ามา ปรากฏว่า ณ วันนี้ครับมันได้เวลาที่จะต้องมาสะสาง ไปดูในข้อกฎหมายมันมีปัญหาครับ ท่านประธานว่าพื้นที่ คทช. ไม่อยู่ในหมวดของพื้นที่สวนป่า เพราะฉะนั้นก็คือจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีการแก้ไขกฎหมาย ประเด็นสำคัญอย่างนี้ครับ เมื่อวันที่ ๘ ที่ผ่านมาผมก็ได้ไปร่วม เวทีเสวนาที่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทั้งนักการป่าไม้ นักวิชาการภาค ประชาสังคมและชาวบ้านที่ปลูกต้นไม้ เขาบอกว่ายินดีที่จะปลูกต้นไม้และสมควรที่จะแก้ กฎหมายว่าด้วย พ.ร.บ. สวนป่า ที่มีอยู่ในตอนนี้ และจะต้องดูเรื่องข้อระเบียบ ข้อคำสั่ง หรือมติ ครม. ที่เป็นอุปสรรคทั้งหมดในการที่จะสร้างสวนป่า ข้อเท็จจริงวันนี้โดยกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เขาก็มีสำนักป่าเศรษฐกิจ แล้วในแผนแม่บทของป่าไม้ แห่งชาติว่าจะต้องมีป่าเศรษฐกิจ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ วันนี้เรามีไม่ถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นก็คืออุปสรรคทั้งหมดที่เป็นข้อกฎหมายนี้จะต้องได้รับการแก้ไข สุดท้ายครับ ท่านประธานผมอยากให้ท่านไปดูตัวอย่างในต่างประเทศครับ🔗
ขอสไลด์สุดท้ายครับ ในประเทศสวีเดนเขาประสบปัญหาเรื่องป่าถูกทำลาย เขาใช้กระบวนการในการแก้ไขข้อกฎหมายสร้างกระบวนทัศน์ใหม่วันนี้ป่าของเขาเพิ่มเป็น ๓ เท่า ที่ประเทศฟินแลนด์ ที่ประเทศญี่ปุ่น วันนี้เรานำเข้าไม้สนจากญี่ปุ่น เพราะฉะนั้น ทั้งหมดนี้ในส่วนของพรรคประชาชนเราเตรียมการร่าง พ.ร.บ. แก้ไขกฎหมายสวนป่าแล้ว อยากให้ทางรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านอธิบดีเตรียมร่าง ให้กับ ครม. แล้วผมอยากจะชวนเพื่อน สส. แต่ละพรรคช่วยกันยกร่างกฎหมายร่วมกันครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ต่อไปท่านพันธ์ศักดิ์ บุญแทน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพันธ์ศักดิ์ บุญแทน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต ๔ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้จะขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในขณะนี้สหรัฐเพิ่มภาษีนำเข้าทำให้ราคายางพาราตกต่ำอย่างต่อเนื่องจนน่าใจหายนะครับ ในช่วงเดือนนี้มีการปรับลดลงวันเดียวเกือบ ๑๐ บาท ทั้งที่ช่วงนี้เป็นช่วงปิดกรีดยางมีแค่ บางพื้นที่เริ่มปิดกรีดยางและเป็นฤดูแล้งทำให้ปริมาณผลผลิตในตลาดยังมีน้อย หากเป็นช่วง เปิดกรีดยางเกรงว่าราคาจะปรับลดลงต่ำมากกว่านี้ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหา แนวทางแก้ไข ก่อนที่ราคายางจะลดลงต่ำไปมากกว่านี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของ เกษตรกรเป็นอย่างมาก🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากชาวอำเภอพุนพิน และอำเภอใกล้เคียง เรื่องโครงการพัฒนาลุ่มน้ำตาปี-พุมดวง ตำบลบางงอน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งใช้งบประมาณไปกว่า ๓,๓๓๐ ล้านบาท ก่อสร้างเมื่อปี ๒๕๕๒ สร้างเสร็จเมื่อปี ๒๕๕๙ ผ่านมาถึงวันนี้กว่า ๙ ปีแล้ว โครงการนี้ยังไม่สามารถดำเนินการสูบน้ำส่งไปยังพื้นที่ของ เกษตรกรรม และประชาชนยังไม่ได้ใช้ประโยชน์กับโครงการนี้ได้เลย เบื้องต้นผมลงพื้นที่ ตรวจสอบพบว่าหัวดูดส่งน้ำสูงกว่าระดับน้ำในแม่น้ำมาก อยากฝากไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้เร่งเข้าไปตรวจสอบเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาในโครงการนี้ตามวัตถุประสงค์ ของโครงการนี้ที่วางไว้ อย่าปล่อยให้อาคารสิ่งก่อสร้างที่ใช้งบประมาณไปอย่างมากมาย มหาศาลถูกปล่อยทิ้งร้างเป็นเศษซากไร้ค่าเช่นนี้ ขอบพระคุณครับ🔗
๓ ท่านถัดไป ท่านปกรณ์ จีนาคำ ท่านนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล ศิริโรจนกุล และต่อด้วยท่าน วุฒิพงษ์ นามบุตร เชิญท่านปกรณ์ จีนาคำ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปกรณ์ จีนาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เขต ๑ พรรคกล้าธรรม ผมมีเรื่องหารือท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงสถานการณ์หมอกควันและไฟป่า ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งปีนี้นั้นมีความรุนแรงมากขึ้นกว่าทุก ๆ ปีที่ผ่านมา แต่ต้อง ขอขอบคุณทางหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน ท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มจิตอาสา องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นและพี่น้องประชาชนที่ร่วมช่วยกันแก้ปัญหาต่าง ๆ เรื่องของหมอกควัน ไฟป่ามาโดยตลอดอย่างเข้มแข็ง ท่านประธานครับ เรื่องหมอกควันไฟป่าเกิดขึ้นทุก ๆ ปี และมีแนวโน้มที่จะมากขึ้นทุก ๆ ปี แล้วเราก็ใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี แต่เราก็ยังใช้วิธีการ แก้ปัญหาแบบเดิม ๆ เครื่องไม้เครื่องมือแบบเดิม ๆ เราก็จะอยู่กับปัญหาแบบเดิม ๆ แล้วก็ วนอยู่ในเรื่องเดิม ๆ ปัญหาเดิม ๆ เหล่านี้ ทั้ง ๆ ที่เรามีวิธีการ มีเทคโนโลยี มีนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น การแปรรูปวัชพืชให้เป็นพลังงาน ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ นวัตกรรมเหล่านี้ วิธีการเหล่านี้ ก็ได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยและสถาบันต่าง ๆ ที่ได้รับรองอย่างถูกต้องและสามารถ นำมาใช้ได้จริง แต่ทางหน่วยงานราชการของเรานั้นยังไม่ได้เปิดใจที่จะรับเทคโนโลยีหรือ วิธีการใหม่ ๆ เหล่านี้ที่จะนำมาใช้ในการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ผมจึงขอฝากท่านประธาน ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ได้พิจารณาแนวทางวิธีการใหม่ ๆ เหล่านี้ เพื่อจะนำมาแก้ปัญหาเรื่อง หมอกควันไฟป่าให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างยั่งยืน🔗
ส่วนในเรื่องที่ ๒ นั้นผมขอให้ทางรัฐบาลช่วยเร่งดำเนินการเยียวยาพี่น้อง ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนที่ตำบลเมืองแปลง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๓ เมษายนที่ผ่านมานี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตอำเภอปักธงชัยและวังน้ำเขียว วันนี้ขออนุญาตหารือกับท่านประธานด้วยกันทั้งหมด ๓ เรื่อง🔗
ปัญหาที่ ๑ คือปัญหาเสาสะพานที่ชำรุดเสียหายบริเวณบ้านทุ่งเอื้องครับ ตำบลบ่อปลาทองของอำเภอปักธงชัย ซึ่งปัญหานี้ผมเคยได้หารือในสภาแห่งนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๗ แต่ปัจจุบันนี้ยังไม่ได้ถูกดำเนินการแก้ไขแต่อย่างใด ผมจึงอยากจะ ขอกราบเรียนไปยังท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาให้ได้ช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและแก้ไขปัญหาให้ด้วยครับ🔗
ปัญหาที่ ๒ คือปัญหาเรื่องของช้างป่าและกระทิงที่หลุดออกมาจากอุทยาน มาอยู่ที่อำเภอปักธงชัย โดยมีช้างหลุดมา ๑ ตัว อยู่ที่ตำบลลำนางแก้ว และมีกระทิงหลุดมา ๑ ตัวอยู่ที่บ้านหัน ตำบลตะคุของอำเภอปักธงชัย ซึ่งเป็นเขตบ้านเรือน เป็นเขตของพี่น้อง ประชาชน และในปัจจุบันช้างและกระทิง ๒ ตัวนี้ก็ยังอยู่ในพื้นที่อยู่ เป็นอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในบริเวณดังกล่าว ผมจึงอยากจะขอประสานไปยัง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ช่วยไปจับช้างและกระทิง ๒ ตัวนี้กลับคืนสู่ป่า ด้วยครับ🔗
ปัญหาที่ ๓ ทุก ๆ ช่วงเทศกาลปีใหม่หรือสงกรานต์จะมีการปิดแยกจราจร บริเวณทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแยกอวยชัย แยกลำพระเพลิง จุดกลับรถต่าง ๆ เพื่อให้รถทางตรงใช้ความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง แต่ว่าจำนวนรถที่เยอะเป็นพิเศษ แบบไม่ขาดสายในช่วงเทศกาลทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ต้องการจะกลับรถหรือ จะข้ามแยก ๓๐๔ ทำได้ด้วยความยากลำบากและเป็นอันตราย ซึ่งเกิดอุบัติเหตุเป็นประจำ ทุก ๆ ปีจนชาวบ้านในพื้นที่น้อยใจแล้วก็คิดว่าพวกเขาจะต้องเสี่ยงอันตรายในการข้ามแยก แบบนี้ในทุก ๆ ช่วงเทศกาลตลอดไปหรือไม่ ผมจึงอยากจะขอฝากไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ให้ช่วยพิจารณาแก้ไขปัญหานี้ให้ด้วย ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ภราดรที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนและหัวหน้าส่วนราชการ มาปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ท่านดอกเตอร์ นายแพทย์สาโรจ สมชอบ และคุณหมอทันตแพทย์หญิง ขนิษฐา นามบุตร ผู้บริหารโรงพยาบาลเขื่องใน ได้ฝากเรื่องร้องเรียนมาว่าโรงพยาบาล เขื่องในนี้ได้เปิดทำการมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ มีเจ้าหน้าที่พนักงานทั้งหมด ๓๖๖ คน จำนวนเตียง ๙๐ เตียง แต่ว่าใช้จริงดูแลรักษาคนป่วยคนไข้อยู่ที่ประมาณ ๑๒๖ เตียง เพราะฉะนั้น เป็นการไม่เพียงพอต่อการที่จะดูแลทุกข์สุขผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วยมาใช้พื้นที่ บริการ ผมจึงอยากฝากเรียนปรึกษาท่านประธานว่าทั้งโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่ได้ร้องขอ งบประมาณโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ โรงพยาบาลเด็ก สรรพสิทธิประสงค์ และโรงพยาบาลเขื่องใน ซึ่งได้ร้องขอเข้ามาคืออาคารผู้ป่วยใน ๕ ชั้น ๑๔๔ เตียง จำนวนเงินงบประมาณทั้งสิ้น ๑๑๑ ล้านบาท ได้โปรดจัดสรรให้ผ่านหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ให้ผ่าน กบรส. กองบริหารการสาธารณสุขและบรรจุเข้าสำนักงบประมาณ เพื่อจะเป็นการบรรเทาทุกข์สุขดูแลเจ็บไข้ได้ป่วยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วยนะครับ ในงบประมาณปี ๒๕๖๙ ต่อไป🔗
เรื่องต่อมาได้รับการร้องเรียนจากทางผู้บริหารโรงเรียนเขื่องในพิทยาคาร ท่านทรงยุทธ ด้ามทอง และคณะคุณครู ว่าสนามกีฬาซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณจาก กรมพลศึกษาเมื่อประมาณสัก ๔-๕ ปีที่ผ่านมา ๒๔ ล้านบาท ตอนนี้ชำรุดทรุดโทรม จึงอยาก ปรับปรุงเพิ่มเติมเรื่องของสนามพื้นยางพาราแล้วก็ไฟส่องสว่าง โดยโครงการทั้งหมดได้ผ่าน การประชาพิจารณ์เรียบร้อยแล้ว จึงได้ฝากท่านประธานได้โปรดบรรจุส่งไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องคือกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อบรรจุเข้าแผนงบประมาณ ต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะพี่น้องประชาชนจากจังหวัดมุกดาหารทั้ง ๓ ท่าน ยินดี ต้อนรับทุกท่านนะครับ ๓ ท่านถัดไป ท่านจิรัชยา สัพโส ท่านพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ท่านสรพัช ศรีปราชญ์ เชิญท่านจิรัชยา สัพโส ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวจิรัชยา สัพโส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดสกลนครจากพรรค เพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือกับท่านประธานทั้งหมด ๓ เรื่อง ซึ่งมีประเด็นสำคัญ ที่จำเป็นต้องได้รับการพิจารณาและดำเนินการอย่างเร่งด่วนดังต่อไปนี้ค่ะ🔗
๑. ตำบลเชิงชุม อำเภอพรรณานิคม กำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ บริโภคอย่างรุนแรง หลายหมู่บ้านไม่มีน้ำใช้ที่เพียงพอในชีวิตประจำวัน ดิฉันจึงขอฝากรัฐบาล ได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณกลางในการขุดลอกและสร้างฝายเพื่อเพิ่มการกักเก็บน้ำนำไป ผลิตประปาผิวดิน หรือเจาะบ่อบาดาพร้อมหอถังประปาเพื่อให้มีน้ำสะอาดใช้อย่างเพียงพอ ในระยะยาว🔗
๒. ในพื้นที่อำเภออากาศอำนวย ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศที่ซับซ้อน ประสบ ปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝนและน้ำแล้งในฤดูแล้งอย่างต่อเนื่องค่ะ ดิฉันขอฝากรัฐบาลพิจารณา จัดสรรงบประมาณกลางล่วงหน้าก่อนช่วงฤดูฝนเพื่อขุดลอกลำห้วยให้ระบายน้ำได้ดี พร้อมทั้งก่อสร้างฝายที่ไม่ขัดขวางน้ำหลาก แต่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งซึ่งเป็นการ แก้ปัญหาอย่างยั่งยืนค่ะ🔗
๓. ดิฉันขอฝากถึงกรมทางหลวงพิจารณาปรับปรุงหรือก่อสร้างสะพานใหม่ บริเวณข้ามลำน้ำยาม ในช่วงเทศบาลตำบลอากาศอำนวย เนื่องจากสะพานเดิมมีความแคบ ใช้งานมานาน เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้งค่ะ ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ที่ใช้เส้นทาง ดิฉันจึงขอให้เร่งดำเนินการปรับปรุงเพื่อความปลอดภัยและความสะดวกของพี่น้องประชาชน ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะให้ความสำคัญกับปัญหาเหล่านี้และเร่ง ดำเนินการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด และสุดท้ายในช่วง เทศกาลปีใหม่ไทยนี้ก็ขอให้ทุกท่านเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย กราบขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปท่านพงศธร ศรเพชรนรินทร์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พงศธร ศรเพชรนรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง อำเภอแกลง อำเภอ เขาชะเมาจากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ ทุเรียนไทยของเรากำลังมีปัญหาส่งออก ผมและเพื่อน ๆ สส. ระยอง จันทบุรี ตราด ติดตามเรื่องนี้มาตลอด ใช้ทุกช่องทาง ทุกกลไก ที่ผู้แทนราษฎรอย่างเราจะทำได้ ตั้งแต่ปรึกษาหารือแบบนี้ ใช้กลไกกรรมาธิการและเพื่อน สมาชิกจะมีการตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีในวันนี้ครับ ดูสิว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะให้ ความสำคัญกับเกษตรกรชาวสวนทุเรียนมาตอบด้วยตัวเองหรือไม่ ทุเรียนเรามีมูลค่าส่งออก กว่าแสนล้านบาทครับ เป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงนี้ โดยเฉพาะในระยอง จันทบุรี ตราด มีชาวสวนทุเรียนเป็นจำนวนมากในเขตผมแกลงกับ เขาชะเมาชาวสวนทุเรียนกำลังเก็บเกี่ยว กำลังมีความหวังกับรายได้ของครอบครัวครับ แต่สถานการณ์ส่งออกตอนนี้เหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย จะส่งออกได้แค่ไหน ราคาจะเป็น อย่างไร ถ้าเรายังให้มีการตรวจสาร BY2 ทุกตู้แบบตอนนี้ หลังสงกรานต์ทุเรียนออกวันหนึ่ง ๕๐๐ ตู้ ๑,๐๐๐ ตู้ เรามีปัญหาแน่นอนครับ นายกรัฐมนตรีจะมัวทำเป็นทองไม่รู้ร้อนแบบนี้ ไม่ได้ ท่านทราบหรือยังว่าทุเรียนกำลังมีปัญหา ต้องขอฝากท่านประธานไปถึงท่าน นายกรัฐมนตรีให้เร่งนำคณะไปเจรจากับทางการจีนด้วยตนเองโดยด่วน รีบคลี่คลาย สถานการณ์ก่อนจะเกิดวิกฤติโดย🔗
๑. ต้องเจรจาให้เปลี่ยนจากการตรวจสารปนเปื้อนทุกตู้ให้เป็นการสุ่มตรวจ ไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์🔗
๒. ให้ตรวจสาร BY2 กับแคดเมียมที่เนื้อทุเรียนแทนการตรวจเปลือกอย่างที่ เป็นอยู่🔗
๓. ขึ้นทะเบียนแล็บให้เพียงพอ ไม่ไล่ปิดแล็บเหมือนที่ผ่านมา🔗
อีกเรื่องที่สำคัญคือการตรวจเข้มไม่ให้ทุเรียนอ่อนหลุดเข้าไปในตลาด เรื่องนี้ต้อง ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ช่วยสั่งการให้ผู้ว่า ราชการจังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด ให้ฝ่ายปกครองช่วยกันกวดขันตรวจจับทุเรียนอ่อน ไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ชาวสวนทุเรียนตั้งตารอดูอยู่ ฝากท่านประธานไปยัง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ช่วยเร่งดำเนินการดังกล่าวด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านสรพัช ศรีปราชญ์ เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม สรพัช ศรีปราชญ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี อำเภอเมือง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอแก่งคอย เฉพาะตำบลห้วยแห้งจากพรรคประชาชนครับ มีเรื่องร้องเรียนของพี่น้อง ประชาชนมาปรึกษาหารือดังนี้ครับ🔗
เรื่องแรก พี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนในถนนพหลโยธินและถนนมิตรภาพ ขาเข้ากรุงเทพฯ ร้องเรียนมาว่าพบเห็นรถบรรทุกขนาดใหญ่บรรทุกวัสดุต่าง ๆ ทั้งหิน ทั้งทราย แล้วไม่มีการคลุมผ้าใบ ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
มาสัญจรใช้ถนนร่วมกับพี่น้องประชาชน เป็นจำนวนมาก ผลของการไม่มีการคลุมผ้าใบก็คือเศษหินต่าง ๆ หล่นกระเด็นออกมาจากรถ ทำให้ไปโดนกระจกของพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหาย สุดท้ายแล้วก็หาผู้รับผิดชอบ ไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานแล้ว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหาได้เมื่อไร จนตอนนี้ประชาชนเริ่มเอือมระอาหมดแล้วครับ ฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวง คมนาคม และกองบังคับการตำรวจทางหลวง ให้ช่วยกันแก้ไขปัญหาให้ประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องต่อมาครับ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนชุมชนเขาขาวใต้ ตำบล หน้าพระลาน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี ว่าได้รับความเดือดร้อนจากลิงที่ลงไป มาจากเขามาหาอาหารกิน ซึ่งสร้างความเดือดร้อนรำคาญในการดำเนินชีวิตประจำวัน ให้แก่พ่อแม่พี่น้องอย่างมาก ฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ให้แก้ไขปัญหานี้ให้ประชาชนด้วยนะครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ไม่ว่าผมจะลงพื้นที่ไปพบประชาชนที่ไหน จะตามบ้าน วัด โรงเรียน ตลาด หรือที่ไหนก็ตามแต่ ต่างก็ได้ยินเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนว่าค่าครองชีพ ทุกวันนี้ต่างสูงขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นค่าแก๊ส ค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้าก็แพง แต่ค่าแรงยังคงเท่าเดิม พ่อค้าแม่ค้าก็ยังบ่นว่าขายของไม่ดี คนซื้อน้อยลง ซึ่งเรื่องนี้ก็คือเรื่องจริงครับ เพราะผม เดินตลาดพบปะพี่น้องประชาชนทุกสัปดาห์รับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนไปว่ามีคนซื้อน้อยลง พ่อค้า แม่ค้าก็ออกมาขายของกันน้อยลงจริง ๆ ตอนนี้พี่น้องประชาชนแบกจนจะแบกไม่ไหวแล้ว ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้เร่งแก้ไขปัญหานี้ให้พี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านนิพนธ์ คนขยัน ท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร ท่านกานสินี โอภาสรังสรรค์ เชิญท่านนิพนธ์ คนขยัน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือผ่านท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เรื่องยาเสพติด วันนี้ปฏิเสธไม่ได้ ยาบ้าไปทำร้ายลูกหลานเราเกือบทั่วประเทศ แต่ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ที่บัญชาให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านภูมิธรรม เวชยชัย ลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดบึงกาฬ เรื่องบึงกาฬติดชายแดน โดยเฉพาะโครงการ Seal Stop Safe ๖ เดือนยาเสพติด จะต้องหมด แต่ ณ วันนี้หมดไป ๒ เดือนแล้วครับท่านประธาน เหลือเวลาอีก ๔ เดือน แต่ผมยังเชื่อมั่นเพราะวันนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านภูมิธรรม ท่านพูดชัดเจนว่า ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน โดยเฉพาะท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านผู้การจังหวัด ท่านนายอำเภอ ท่านผู้กำกับ ต้องจับมือกันปราบยาบ้า หากใครไม่จับ ไม่ปราบ ท่านบอกว่า ตำแหน่งที่จะสำรองมีมากมายและหากมีข้าราชการท่านใดยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดก็ถือว่า ต้องเอาออกจากพื้นที่สอบสวนไว้ก่อน นี่ถือว่าเป็นคำสั่ง หากทำจริงเด็ดขาดอย่างนี้ ยาบ้าหมดแน่ครับ สิ่งสำคัญอยากฝากท่านประธานว่าขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือว่า ทุกภาคส่วนที่ร่วมกันปราบปรามยาเสพติด รางวัล ขั้น ยาเสพติดต้องให้ตรงประเด็น ตรงผู้ที่ทำงาน🔗
และสุดท้ายนี้ขอบคุณที่ท่านสั่งการให้ทำค่ายบำบัดยาเสพติดที่จังหวัดบึงกาฬ นำร่องแบบมาตรฐานทั้งค่ายนาคาและค่ายนาคี กราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านรองนายกรัฐมนตรีภูมิธรรมที่ลงไปให้กำลังใจและจะ เอาจริงเอาจังเรื่องยาเสพติดในครั้งนี้ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษดิ์ บุตรเนียร สส. นักพัฒนา แก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องจะปรึกษาหารือ ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก คือเรื่องปัญหาไฟส่องสว่างรายทางดับหลายจุดในเขตอำเภอ กบินทร์บุรี ใน ๒ ถนนเส้นทางนะครับ เส้นที่ ๑ คือเส้น ๓๐๔ ซึ่งเป็นถนน Main หลัก ๒ จุด คือ ๑. หน้าห้าง Megahome อำเภอกบินทร์บุรี จนถึงวิทยาลัยการอาชีพ จุดนี้ดับมาเป็น ระยะเวลาที่ยาวนาน จุดที่ ๒ คือวัดหนองนมหนู ตำบลลาดตะเคียนถึงนิคมไฮเทค ตรงนี้ ก็เป็นย่านที่มีการเดินทางและเป็นศูนย์อุตสาหกรรมซึ่งมีความปลอดภัย ซึ่งต้องการความ ปลอดภัยอย่างมากทีเดียว ซึ่งได้รับอันตรายอุบัติเหตุโดยตลอดเวลา เส้นที่ ๒ คือถนน สุวรรณศร ๓๓ ช่วงอำเภอประจันตคามถึงอำเภอกบินทร์บุรี ๓ จุด คือใต้สะพานเขตเทศบาล ตำบลกบินทร์ ซึ่งไม่มีไฟส่องสว่าง เส้นนี้ได้รับอุบัติเหตุไม่ต่ำกว่าเดือนละ ๑๐ ครั้ง เส้นที่ ๒ คือถนนสุวรรณศรสายเก่า หนองปลาแขยง ซึ่งเคยขอไฟเพิ่มมาแล้วหลายครั้ง ส่วนที่ ๓ คือสถานีตำรวจทางหลวงกบินทร์บุรีถึงสนามกอล์ฟ ซึ่งเป็นการจราจรซึ่งต้องการแสงสว่าง เพื่อความปลอดภัยครับ จึงขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบคือแขวงการทางหลวงทั้งหมด ๕ จุด ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อความปลอดภัยและอุบัติเหตุของประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ คือการซ่อมแซมถนน ๓๐๔ กบินทร์บุรี-นครราชสีมา ซึ่งถนนนี้ เป็นถนน Main หลักของปากประตูสู่อีสาน ช่วงวิทยาลัยการอาชีพกบินทร์บุรีถึงสถานี ตำรวจภูธรอำเภอกบินทร์บุรี ท่านดูสภาพถนนสิครับ มันเหมาะแล้วหรือที่เป็นถนนวิ่งเชื่อม ระหว่างของประเทศไทย ซึ่งเขตอุตสาหกรรมโดยตลอดเส้นทางมีอุตสาหกรรมหลาย ๆ จุด จนขึ้นสู่อีสาน ช่วงที่ ๒ ยิ่งน่าเกลียดมากระหว่างเทศบาลตำบลกบินทร์บุรีถึงร้านเซรามิก ของกบินทร์บุรี เส้นทางนี้เป็นเส้นทางระดับชาติซึ่งต้องการมีการซ่อมแซม มีความปลอดภัย ของประชาชน ไม่ว่าจะคนที่อยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะคนที่อยู่ต่างถิ่น โดยเฉพาะในช่วง สงกรานต์ขอหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือว่าท้องที่ ท้องถิ่นช่วยกันยับยั้ง ชะลออุบัติเหตุด้วย แล้วของบประมาณจากกรมทางหลวงช่วยซ่อมแซมเพื่อความปลอดภัย ของประชาชนทั่วไปครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไปท่านกานสินี โอภาสรังสรรค์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกานสินี โอภาสรังสรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๑ จังหวัด สุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานคะ ในอนาคตความต้องการทุเรียนของ ตลาดจีนและตลาดใหม่จะเพิ่มขึ้นถึง ๑ ล้านตันใน ๕ ปีข้างหน้า ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีของ ดิฉันเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีพี่น้องเกษตรกรปลูกทุเรียนเป็นอาชีพ ปัจจุบันพี่น้องเกษตรกรปลูก ทุเรียน ๑๕๐,๐๐๐ ไร่ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น ๒๐๐,๐๐๐ ไร่อีก ๕ ปีข้างหน้า มีผลผลิตสูงสุด ในภาคใต้ตอนบน จึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะส่งเสริมให้มีการจัดตั้งศูนย์ OSEC และแล็บขึ้นที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานีเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประกอบการในการลดขั้นตอนการส่งออก การจัดหาตลาดใหม่ รวมถึงการตรวจรับรองคุณภาพทุเรียนให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และความต้องการของผู้บริโภค เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับประเทศที่ผลิต และส่งออกทุเรียน🔗
ทั้งนี้ด้วยเหตุผลที่ว่าจังหวัดสุราษฎร์ธานีของดิฉันมีความพร้อมทุกด้าน โดยเฉพาะการขนส่งการคมนาคมที่สะดวกทั้งทางรถยนต์ รถไฟ ทางอากาศ ซึ่งมีท่าอากาศยาน นานาชาติ การจัดตั้งศูนย์ OSEC และแล็บขึ้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะเป็นการส่งเสริม ยกระดับการส่งออกทุเรียนโดยรวมของประเทศและช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประกอบการ ส่งออกทุเรียนในการลดขั้นตอนการจัดหาตลาดใหม่และแล็บตรวจหาสารตกค้างเป็นไปตาม มาตรฐานสากล เป็นพลังหนุนผลักดันในการเพิ่มมูลค่าการส่งออกทุเรียนของไทยให้พุ่งจาก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็น ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในอีก ๕ ปีข้างหน้า ดิฉันจึงกราบเรียนท่าน ประธานเพื่อผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ได้กรุณาเร่งรัดจัดสรรงบประมาณในการจัดตั้งศูนย์ OSEC ห้องแล็บ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีดังที่กราบเรียนมา กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ จะเป็นท่านชัชวาล แพทยาไทย ท่านสมดุลย์ อุตเจริญ ท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เชิญท่านชัชวาล แพทยาไทย ก่อนครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๗ พรรค ไทยสร้างไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องการยกระดับระบบอาสาสมัครกู้ภัยของ ประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ อีกไม่กี่วันจะถึงวันสงกรานต์ช่วงเวลาที่หลายคน เฝ้ารอเพื่อกลับบ้านไปเฉลิมฉลองกันกับครอบครัว แต่ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังคงอยู่แนวหน้า ไม่ใช่เพราะเขาเลือกจะไม่กลับบ้านครับ แต่เพราะหน้าที่เรียกหา พวกเขาคืออาสาสมัครกู้ชีพ กู้ภัย ผู้กล้าเสี่ยงชีวิตวิ่งเข้าหาอุบัติเหตุ อุบัติภัยไฟไหม้และความเป็นความตายเพื่อช่วยเหลือ ผู้อื่น แม้พวกเขาจะทำงานหนักไม่แพ้หน่วยงานใดในระบบ แต่กลับไม่มีเงินเดือนนะครับ ไม่มีงบประมาณประจำ และหลายคนยังต้องควักเงินส่วนตัวซื้อน้ำมันเติมถังออกซิเจน หรือจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็น ทั้งที่สิ่งเหล่านี้ควรเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการสนับสนุน แม้จะมี ความร่วมมือกับรัฐบ้างในบางส่วน แต่ยังคงเป็นเพียงการช่วยเหลือเฉพาะหน้า ยังไม่มีระบบ ที่มั่นคง ไม่มีศูนย์บัญชาการร่วมระดับาติ ไม่มีมาตรฐานกลางและงบประมาณก็ยังไม่เพียงพอ วันนี้ผมขออนุญาตหารือผ่านท่านประธานเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งยกระดับอาสาสมัครกู้ภัย ให้เป็นกลไกหลักด้านความมั่นคงของชีวิตประชาชน โดยจัดตั้งศูนย์กู้ภัยแห่งชาติพร้อม ผลักดันกฎหมายคุ้มครองและสนับสนุนอาสาสมัครกู้ชีพกู้ภัยอย่างจริงจังให้มีงบประมาณที่ แน่นอน มีการฝึกอบรมที่ได้มาตรฐานและระบบสนับสนุนที่ทำให้พวกเขาทำงานได้อย่างเต็ม ศักยภาพโดยไม่ต้องแบกรับภาระไว้คนเดียว ผมเองเคยตั้งกระทู้ถามเรื่องค่าตอบแทน กรณีปฏิบัติงานฉุกเฉินของอาสาสมัครกู้ภัยและได้รับการแก้ปัญหาตอบสนองที่ดี จึงหวังว่า รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะกรมการแพทย์ฉุกเฉิน จะเร่งดำเนินการผลักดัน การยกระดับศูนย์กู้ภัยแห่งชาติในระดับนโยบายต่อไป🔗
ท้ายที่สุดนี้ขอส่งกำลังใจไปยังอาสาสมัครกู้ภัยทุกท่านทั่วประเทศ รวมถึง ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ภัยพิบัติจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ณ เวลานี้ และขออวยพรให้พี่น้อง ประชาชนเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาทั้งไปและกลับอย่างปลอดภัย สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ🔗
ต่อไปท่านสมดุลย์ อุตเจริญ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สมดุลย์ อุตเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๗ อำเภอฝาง แม่อายและ ชัยปราการ ท่านประธานครับ ขณะนี้เกิดภาวะเร่งด่วนในลำน้ำกก จากการตรวจวัดคุณภาพ น้ำในลำน้ำกก ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและ ควบคุมมลพิษที่ ๑ จังหวัดเชียงใหม่ ผลปรากฏว่าได้พบสารหนู สารตะกั่วและโครเมี่ยม สูงเกินมาตรฐานกว่าเท่าตัว ซึ่งเป็นอันตรายมากครับ ซึ่งจะส่งผลกระทบถึงประชาชนโดยตรง และยังกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชนที่ประกอบธุรกิจแพริมน้ำ ร้านอาหาร การท่องเที่ยว การประมงพื้นบ้าน ตลอดจนประชาชนที่ต้องอาศัยลำน้ำกกเป็นหลัก โดยสันนิษฐานเบื้องต้น ว่าสาเหตุอาจจะเกิดจากการปนเปื้อนจากการทำแร่เหมืองทองจากประเทศเพื่อนบ้าน ผมขอเรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุข เข้าไปช่วยเหลือแก้ไขโดยด่วนครับ โดยผมขอเสนอเป็นแนวทาง ๒ ระยะดังนี้ คือ🔗
๑. ระยะเร่งด่วน เร่งประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนในพื้นที่ทั้งสองฟากฝั่ง ตลอดลำน้ำกก ตั้งแต่จังหวัดเชียงใหม่ถึงจังหวัดเชียงรายสามารถไปประชาสัมพันธ์ให้ทุกคน ได้รับทราบ🔗
๒. ผลักดันการเจรจาระหว่างประเทศอย่างเร่งด่วน ขอให้ยุติการปล่อย หรือว่าลดการปนเปื้อนในระดับที่ปลอดภัยก่อนที่จะปล่อยน้ำเสียลงสู่น้ำกก🔗
๓. จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ด้วย โดยเสนอให้รัฐบาล ตั้งกองทุนเยียวยาผู้ประกอบอาชีพที่ได้รับผลกระทบโดยตรง🔗
๔. ตรวจสุขภาพของประชาชนอย่างครอบคลุม🔗
๕. เร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวและการบริโภค🔗
แนวทางการแก้ไขระยะยาว🔗
๑. ผลักดันให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างประเทศเพื่อป้องกันปัญหา มลพิษข้ามแดนในลักษณะเช่นนี้อีก🔗
๒. ผลักดันกฎหมายควบคุมมลพิษข้ามพรมแดน โดยการเสนอเป็น พระราชบัญญัติสามารถเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดจากผลกระทบนี้ด้วย และสุดท้าย🔗
๓. ติดตั้งระบบการตรวจวัดน้ำอย่างถาวรแบบ Real Time ตามจุดต่าง ๆ ตลอดลำน้ำกก ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนจากพี่น้องชาวบางบอน บางขุนเทียน ท่านประธานครับ วันนี้ขอหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านท่านประธานนะครับ🔗
เรื่องแรก เรื่องของปัญหาการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานและวันนี้ชำรุด ทรุดโทรมไปจำนวนมากสร้างผลกระทบให้กับพี่น้องประชาชนนะครับ ก็คือชุมชนเอื้ออาทร บางขุนเทียน ๓ ซึ่งผมเองก็ได้ตั้งคณะทำงานไปติดตามความคืบหน้าแล้วก็ไปรับเรื่อง ร้องเรียนกว่า ๑ เดือนที่ผ่านมา แล้วก็ส่งเรื่องไปยังการเคหะแห่งชาติซึ่งก็ได้คัดกรองมาแล้ว ว่ามี ๑๖ ห้องเร่งด่วนที่เป็นห้องที่ไม่พร้อมใช้งานและเป็นกลุ่มเปราะบางพักอาศัยอยู่ แล้วก็ ได้ทำหนังสือร้องขอไปยังการเคหะแห่งชาติแล้วนะครับ ก็ฝากเร่งรัดพิจารณาเรื่องนี้ด้วย ทั้งหมดจำนวน ๑๙ ห้อง🔗
เรื่องที่ ๒ มีพี่น้องประชาชนแจ้งเข้ามาเรื่องของการรับสิทธิกรมธรรม์ประกัน รถยนต์ ซึ่งมีการ Claim ไปตั้งแต่วันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๗ แต่ก็ไม่สามารถติดตาม เงินประกันได้เนื่องจากว่าบริษัทประกันอาจจะมีปัญหาเรื่องของสภาพคล่องหรือสภาพ การเงิน ซึ่งมีการร้องขอผ่านกองทุนประกันวินาศภัย ก็ฝากหน่วยงาน คปภ. ช่วยเข้าไปเร่งรัด แล้วก็ติดตามมีผู้เสียหายหลายร้อยคนในเคสนี้นะครับ🔗
เรื่องต่อไป เรื่องขอพิจารณาเร่งด่วนในเรื่องของการสร้างสะพานลอยบริเวณ เอกชัย ซอย ๑๒๗ และซอย ๑๒๒ บริเวณนั้นในเวลาเร่งด่วนมีรถสัญจรผ่านไปผ่านมา จำนวนมาก พี่น้องประชาชนต้องใช้ข้ามทางถนนเอกชัยไม่สะดวกแล้วก็ไม่ปลอดภัยก็อยาก ให้พิจารณาบริเวณนี้อย่างเร่งด่วนด้วยนะครับ🔗
อีกส่วนหนึ่งก็คือขอความอนุเคราะห์ในการพิจารณาถนนที่จะตัดผ่านระหว่าง แสมดำ บางกระดี่ แล้วก็ไปออกเทียนทะเลเพื่อจะให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่บางขุนเทียนนั้น ได้ไปมาหาสู่ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของโรงพยาบาลผู้สูงอายุหรือ สน. ในเขตพื้นที่ตรงนั้น ถ้าเกิดจะเดินทางมานี่ก็ต้องไปอ้อมถนนใหญ่ ซึ่งวันนี้ถนนใหญ่ถนนพระราม ๒ อย่างที่ทราบ ข่าวกัน เพราะฉะนั้นอยากให้ตัดถนนด้านในเพื่อให้พี่น้องประชาชนนั้นใช้สอยได้อย่างสะดวก แล้วก็ขออนุญาตท่านประธานอีกนิดหนึ่งครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ก็คือเรื่องรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่วิ่งในซอยขนาดเล็กก็คือ ซอยเทียนทะเล ๗ คือรถขนาดใหญ่จริง ใหญ่ทั้งขนาด ใหญ่ทั้งเจ้าของ เพราะฉะนั้นอยากให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยไปดูแลในซอยเล็กที่มีรถใหญ่จำนวนมากบริเวณเทียนทะเล ๗ ขอบพระคุณครับ🔗
๓ ท่านถัดไปครับ ท่านปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ ท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ท่านชลธิชา แจ้งเร็ว เชิญท่านปัญญารัตน์ก่อน เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขต ๒ พรรคประชาชน วันนี้ขอนำปัญหาของพี่น้องในพื้นที่มาหารือท่านประธาน ๓ เรื่องนะคะ🔗
เรื่องแรก ปัญหาตึกร้างริมถนนติวานนท์เป็นปัญหาเก่าที่ดิฉันได้เคยนำเรื่องนี้ มาหารือท่านประธานแล้วหลายครั้ง คราวที่แล้วเป็นเรื่องเหล็กโผล่ที่อาคาร ตอนนี้แก้ไข เรียบร้อยแล้วค่ะ วันนี้จะเป็นเรื่องปัญหาคนไร้บ้านที่เข้าไปอาศัยอยู่ในตึกร้างแห่งนี้แล้วก็มี ผู้ที่เสพยาเข้าไปมั่วสุม พี่น้องประชาชนสัญจรผ่านไปมาเส้นนี้เกรงว่าจะได้รับอันตราย ก็ขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมบังคับคดีหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้มาทำรั้วปิดกั้น เพื่อไม่ให้มีบุคคลเข้าไปอาศัยหรือมั่วสุมในคอนโดมิเนียมร้างแห่งนี้ เพื่อความปลอดภัยของ พี่น้องประชาชนค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากพี่น้องตำบลบางกร่าง ซอยบางกร่าง ๖๓/๔ เรื่องการสร้างถนนในซอยนี้ ดิฉันได้เคยนำเรื่องนี้มาหารือท่านประธาน หลายครั้งค่ะ เริ่มตั้งแต่ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อยังไม่มีทำเป็นคอนกรีต ตอนนี้ถนนเริ่มสร้างเป็น ถนนคอนกรีตแล้ว มีกำหนดแล้วเสร็จในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๘ แต่จนบัดนี้ถนนก็ยังสร้าง ไม่เสร็จ พี่น้องประชาชนร้องเรียนมาถึงการก่อสร้างล่าช้า ดิฉันได้นำเรื่องนี้มาหารือกับ ท่านประธานแล้วนะคะ แต่ว่าการทำงานก็ยังไม่เรียบร้อย ดิฉันได้สอบถามติดตามเรื่องนี้ อย่างต่อเนื่องไปยังเทศบาลเมืองบางกร่าง ได้รับคำตอบว่าผู้รับเหมาทิ้งงานไปแล้วนะคะ ดิฉันจึงขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังเทศบาลเมืองบางกร่างให้เร่งแก้ไขปัญหาเบื้องต้นก่อน เพราะว่าการก่อสร้างไม่ได้รับความปลอดภัยมีเหล็กโผล่ขึ้นมากลางถนนก็มี ก็อยากจะให้ เทศบาลเมืองบางกร่างเข้าไปแก้ไขในเบื้องต้นก่อน ก่อนที่จะมีผู้รับเหมามารับช่วงต่อ ก็อยากจะให้ทางเทศบาลพิจารณาผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ทำงานอย่างมีคุณภาพ นี่ก็ใกล้ จะถึงหน้าฝนแล้วหากฝนตกลงมาก็จะยิ่งซ้ำเติมความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะคะ ท่านประธาน🔗
เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องป้องกันอัคคีภัยนะคะ ท่านประธานช่วงนี้มีข่าวไฟไหม้ หลายที่พี่น้องประชาชนก็มีความกังวลค่ะ โดยเฉพาะพี่น้องบางกร่างในซอย ๒๓ และ ๒๕ ดิฉันได้เคยมาหารือแล้วที่สภาแห่งนี้เมื่อวันที่ ๙ มกราคม แต่ชาวบ้านก็ยังไม่ได้รับ ถังดับเพลิงเลยนะคะ แล้วก็มีพี่น้องชาวชุมชนพิบูลสงคราม ๑ พี่น้องชุมชนวัดพลับพลา วัดเขมาและพี่น้องชาวหลังวัดทินกรที่มีชุมชนอยู่หนาแน่น มีถังดับเพลิงแต่ว่าชำรุด ใช้การไม่ได้ จึงเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รักษาการนายกเทศมนตรี ที่เกี่ยวข้องในเขตเทศบาลเมืองนครนนทบุรีได้มาแก้ไขปัญหาด้วย เพื่อความปลอดภัยและ สร้างความอุ่นใจให้กับพี่น้องประชาชน กันไว้ย่อมดีกว่าแก้นะคะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ🔗
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้นำศาสนาจากองค์การบริหารส่วนตำบลบาโงยซิแน อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ ต่อไปท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ เชิญครับ🔗
ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติ จังหวัดปัตตานี เขต ๓ ท่านประธานครับ ปัจจุบันพี่น้องมุสลิมจากชายแดนใต้หรือพื้นที่อื่น กรณีที่เสียชีวิตในกรุงเทพมหานครหรือพื้นที่อื่น ในหลักการอิสลามจะต้องรีบจัดการพิธีศพ ให้เร็วอย่างน้อยภายใน ๒๔ ชั่วโมง ผมเองมีประสบการณ์เรื่องนี้โดยตรงจากการที่เคย ช่วยประสานงานนำศพกลับมาตุภูมิหลายศพด้วยกันตั้งแต่โควิด-๑๙ จนถึงปัจจุบัน สิ่งที่อยากเสนอขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานีตำรวจ โรงพยาบาล สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เป็นต้น กรณีตายโดยผิดธรรมชาติช่วยอำนวย ความสะดวก กระชับ หรือลดขั้นตอนในการบริหารจัดการเพื่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจะได้นำ ศพกลับมาตุภูมิได้ทันเวลาประกอบพิธีทางศาสนา🔗
เรื่องที่ ๒ แรงงานจากชายแดนใต้จำนวนมากย้ายไปทำงานในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต หรือชลบุรี เพื่อแสวงหาโอกาสและค่าแรงที่ดีกว่า ท่านประธานครับ พี่น้องที่ทำงานที่มาเลเซียค่าเงินริงกิตอ่อนค่าลงทำให้แรงงานที่เคยไปมาเลเซียเปลี่ยนเป้าหมาย กลับมาทำงานที่ประเทศของเรามากขึ้น เมื่อถึงเทศกาลฮารีรายอ อีฎิลฟิตริ อีดิลอัฎฮา แรงงานเหล่านี้มักเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อฉลองกับครอบครัว แต่กลับพบปัญหาใหญ่เรื่องระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่เพียงพอและไม่ได้รับการสนับสนุน จากภาครัฐเหมือนในช่วงเทศกาลใหญ่ เช่น สงกรานต์หรือปีใหม่ทำให้แรงงานบางส่วนต้อง รวมกลุ่มกันขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้านไกล ๑,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุอย่างมาก สิ่งที่ผมอยากจะเรียกร้องก็คือให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดระบบขนส่งสาธารณะ ให้เพียงพอเพื่อรองรับแรงงานในเทศกาลฮารีรายออย่างเพียงพอ เพื่อลดความเสี่ยงและสร้าง ความเท่าเทียมให้กับแรงงานพี่น้องชายแดนใต้🔗
สุดท้ายของสุดท้าย ขอเป็นกำลังใจสู่พี่น้องที่มาสู้ชีวิตในต่างถิ่นทุกท่าน ด้วยความเคารพและฝากบทความนี้ อยู่ให้เขารัก คืออยู่อย่างผู้ให้ จากไปให้คนอาลัย คือก่อนจากสร้างสรรค์แต่สิ่งมีคุณค่า ล่วงลับไปให้คนระลึกถึง คือเวลามีชีวิตทำแต่ความดี จนเป็นที่จดจำ ขอความสันติสุขจงมีแด่พี่น้องทุกท่าน ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปท่านชลธิชา แจ้งเร็ว เชิญครับ🔗
ขอบคุณค่ะ เรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคประชาชน ขอสไลด์ขึ้นด้วยนะคะ🔗
วันนี้ดิฉันมีปัญหาในพื้นที่ท่าโขลงและ คลองสามมาหารือกับประธาน ๔ เรื่องด้วยกันนะคะ🔗
เรื่องแรก คือปัญหาถนนเลียบคลองสามและถนนคลองแอล ๒-๓ ซึ่งมีสภาพ พื้นถนนขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อแล้วก็มีเหล็กโผล่ออกมาทำให้เกิดอุบัติเหตุในหลายครั้ง ดิฉันขอฝากทางท่านประธานผ่านไปยัง อบต. คลองสาม ให้ช่วยเร่งรัดแล้วก็พิจารณา ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว🔗
ปัญหาที่ ๒ คือปัญหาโคมไฟไม่ส่องสว่างบนถนนบริเวณเส้นมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ เส้นเชียงราก และหน้าบ้านเอื้ออาทร กม. ๔๔ ซึ่งไฟมืด อีกทั้งสะพานกลับรถ ก็ไม่มีราวกั้น ซึ่งล่าสุดเมื่อคืนนี้ก็เกิดอุบัติเหตุมีรถตกลงมาจากสะพานกลับรถดังกล่าวนะคะ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ แล้วหลายครั้งก็กระทบต่อชีวิตความปลอดภัยของพ่อแม่พี่น้อง ประชาชน และป้ายรถเมล์บริเวณบางขันไฟก็ไม่ส่องสว่างอีกเช่นกันค่ะ ดิฉันจึงขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังแขวงทางหลวงปทุมธานีให้ช่วยพิจารณาเร่งรัดด้วยนะคะ🔗
ปัญหาที่ ๓ เป็นปัญหาเรื่องน้ำเน่าเสียในคลองหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองท่าโขลง ซึ่งดิฉันอภิปรายเรื่องนี้มาแล้วในสภาแห่งนี้ หารือมาแล้วหลายรอบมาก ๆ แต่ปัญหาดังกล่าว ก็ไม่เคยได้รับการแก้ไขสักครั้งหนึ่งนะคะ ล่าสุดดิฉันได้ประสานโครงการดังกล่าวไปยัง กรมชลประทานในพื้นที่ซึ่งได้รับแจ้งมาว่าปัจจุบันนี้เจ้าหน้าที่ของกรมชลประทานได้เข้า ดำเนินการร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ. คลองหลวง ไปแล้ว ก็ฝากท่านประธานช่วย เร่งรัดกับทาง สภ. คลองหลวง ให้เร่งรัดปัญหาดังกล่าวแล้วก็พิจารณาเรื่องของการดำเนินคดี ดังกล่าวอย่างเร่งรัด เร่งรีบด้วย เพราะเป็นความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชน🔗
เรื่องสุดท้าย ปัญหาเรื่องเส้นจราจรบริเวณแปดแยกบ้านเอื้ออาทร กม. ๔๔ ซึ่งปัจจุบันก็ยังพบว่าไม่มีการตีเส้นจราจรให้ชัดเจนแต่อย่างใด ซึ่งทำให้ประชาชนที่ใช้พื้นที่ ดังกล่าวในบริเวณถนนหน้าบ้านเอื้ออาทร กม. ๔๔ เกิดความรู้สึกสับสน แล้วก็หลายครั้ง ก่อให้เกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ดังกล่าว ฝากท่านประธานผ่านไปยังเทศบาลเมืองท่าโขลงให้ช่วย เร่งรัดแล้วก็พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
๓ ท่านถัดไป จะเป็นท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ ท่านบัญชา เดชเจริญศิริกุล ท่านฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล เชิญท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ ครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อ.เอท พรรคประชาชน วันนี้ขออนุญาตหารือกับท่านประธาน เรื่องความเดือดร้อนประมาณ ๓ เรื่องครับ อ.เอท ตั้งชื่อ ๓ เรื่องว่า ฟฟน. ฟ ตัวแรกคือ ไฟไหม้ครับ ไฟไหม้ในที่นี้ก็คือไฟไหม้ที่ถนนรามคำแหง ซอย ๑๗๔ ซอยย่อยตั้งแต่ ๓๔-๕๐ ไฟไหม้นี้ไม่ได้ไหม้แบบธรรมดาครับ เพราะไฟไหม้นี้ ไฟไหม้ตั้งแต่วันที่ ๑ ถึงวันที่ ๔ ประมาณ ๕ วันติดกัน ๓ วันแรกรุนแรงมาก ๒ วันที่เหลือเป็นแบบปะทุ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ ตรงหัวจ่ายแดงมันน้อยมาก ๆ เหลือแค่หัวเดียวมันไม่พอ เพราะฉะนั้นบางครั้งเจ้าหน้าที่ต้องดึงท่อแบบท่อน้ำ ท่อประปา ท่ออะไรอย่างนี้ เพื่อจะมา สูบน้ำมันดูแล้วทุลักทุเลมาก อย่างไรก็ฝากไปยังกรมพัฒนาที่ดิน ๑. เลยเข้าไปจัดการพื้นที่ รกร้างในเขต กทม. ในทุก ๆ เขตเยอะมากหลาย ๆ พันไร่ ๒. ก็คือฝาก กทม. ให้เพิ่มจำนวน หัวจ่ายน้ำหัวแดงให้มากขึ้น แล้วก็กรม ปภ. เช่นกันเข้าไปสำรวจพื้นที่ว่าพื้นที่ไหนที่มีความ เสี่ยงที่จะเกิดไฟไหม้ซ้ำอีก🔗
ต่อมาเรื่องที่ ๒ ฟ ที่ ๒ ก็คือเรื่องของการที่สายไฟโดนขโมยครับ ตรงนี้เกิดขึ้น ที่ถนน Motorway สาย ๙ กาญจนาภิเษก ซึ่งอันนี้ชอกช้ำจริง ๆ คือมันเป็นตัวกลับรถบริเวณ สุเหร่าซีรอ พอกลับรถสายไฟโดนขโมย สิ่งที่เกิดขึ้นคือเวลาฝนตกไม่มีตัวเครื่องสูบน้ำ เพราะไฟมันโดนตัดไปทั้งหมดเลยครับ เครื่องสูบน้ำไม่มี ยิ่งแสงสว่างไม่ต้องพูดถึงนะครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นประชาชนเขาเดือดร้อนจริง ๆ ตรงทางกลับรถตรงนั้น เราเคยมี การวิจัยแล้วว่าจะทำอย่างไรให้คนที่ขโมยสายไฟ เป็นการลงโทษ สุดท้ายก็ยังไม่มีครับ เพราะฉะนั้นขอให้ต่อไปนี้ผู้ที่รับซื้อสายไฟจากโจรต้องโดนลงโทษอย่างจริงจังครับ🔗
เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วม ซอยรามคำแหง ๑๗๑/๑ มีการ ทำถนนรามคำแหงอีกแล้วครับ พอทำเกิดอะไรขึ้นครับ ท่อที่ทำกลายเป็นมันไม่เชื่อมกัน ทำให้ถนนนี่น้ำท่วมอย่างใหญ่หลวง ก็ขอให้ท่านประธานฝากไปยังกรมที่เป็นสำนักโยธา กทม. เข้ามาเร่งด่วน เพราะเรื่องนี้เขาเดือดร้อนจริง ๆ แล้วเดี๋ยวจะหน้าฝนแล้ว ขอบพระคุณ ท่านประธาน Respect🔗
Respect ครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนิสิตและอาจารย์ผู้ควบคุมภาควิชา รัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ยินดีต้อนรับน้อง ๆ ทุกท่านนะครับ ต่อไปท่านบัญชา เดชเจริญศิริกุล เชิญกำนันครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพครับ ผม บัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องนำเรียนหารือท่านประธานเกี่ยวกับ ความเดือดร้อนของผู้ประกอบการคลังสินค้าแล้วก็เจ้าหน้าที่ของรัฐส่วนหนึ่ง แล้วก็ Survey ที่ถูกดำเนินคดี วันนี้ปีที่ ๑๑ แล้วครับ เขาก็ยังไม่ได้รับความเป็นธรรมยังถูกดำเนินคดีในเรื่อง ของคลังเก็บสินค้าในโครงการรับจำนำข้าวที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ เกิดขึ้นหลังจากปฏิวัติ รัฐประหาร เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ จากคำสั่ง คสช. ที่ ๑๗๒-๑๗๘ ในการบริหาร จัดการข้าวของ Stock รัฐบาลคงเหลือ ๑๘ ล้านตัน เหตุมันเกิดอย่างนี้ครับท่านประธาน หลังจากปฏิวัติปุ๊บเหตุการณ์ปฏิวัติครั้งนั้นก็จำนำข้าวเป็นมูลเหตุอาจจะเป็นสาเหตุหรือเปล่า ไม่ทราบ ก็คือนางสาวจีระวัฒน์ วัฒนฐานะ รักษาการผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า ได้มอบ อำนาจให้ นางสมจิตร น้ำนวล แจ้งข้อหาร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีลักทรัพย์ ยักยอกทรัพย์ หรือฉ้อโกงทรัพย์กับ ๓ หน่วยงาน ก็คือเจ้าของคลังสินค้า แล้วก็เจ้าหน้าที่ขององค์การ คลังสินค้า แล้วก็บริษัท Survey ที่ตรวจสอบข้าวสารที่หน้าโกดังครับ วันนี้เข้าปีที่ ๑๑ แล้ว จนคดีอาญาที่ถูกดำเนินคดีมานี่หมดอายุความไปแล้ว ในช่วงเวลา ๑๐ ปีนี่ทั้งตำรวจ ทั้ง ป.ป.ท. ก็ได้ลงสอบเจ้าของโกดัง Survey แล้วก็เจ้าหน้าที่ก็หาความผิดในสิ่งที่เขากล่าวหา ไม่ได้ สุดท้ายก็คือคำสั่งอัยการสั่งไม่ฟ้องไปเมื่อต้นเดือนมกราคม ๒๕๖๗ หลังจากนั้น ก็มีการตรวจ Stock สินค้า พร้อมทั้งตรวจปริมาณโดยวิธีใหม่ ออกระเบียบใหม่ที่ไม่ใช่ คู่สัญญาโดยตรงกับเจ้าของโกดังที่ทำคู่สัญญากับ อคส. และ อ.ต.ก. โดยการเปลี่ยน การปฏิบัติการตรวจสอบใหม่ ซึ่ง ๆ ไม่ได้เป็นไปตามสัญญาที่เขาทำคู่กันมา ต้องบอกว่าถูก ยัดเยียดข้อหาเลยก็ว่าได้ ๒๐๐ กว่าคดีที่เป็นคดีอยู่ตอนนี้ก็ยังถูกเรียกความเสียหายอีก ๕๐๐,๐๐๐ ล้านจากผู้ประกอบการคลังสินค้า ตอนนี้คดีอยู่ในศาลปกครองต้น แล้วก็ใน ศาลปกครองสูงวันนี้เกือบ ๑๐ ปีแล้วเพิ่งตัดสินมา ศาลปกครองสูงท่านได้มีเมตตาตัดสินให้ ผู้ประกอบการคลังสินค้าเป็นผู้ถูก ก็ให้ อคส. และ อ.ต.ก. จ่ายเงินคืน ตอนนี้ประมาณ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาทที่เขายังไม่ได้รับ ทำให้เสียหายกับเศรษฐกิจมากมาย ทั้งเสียชื่อกับ สถาบันการเงินเนื่องจากเขาถูกยึด LG ถูกยึดเงินค่าเช่าคลัง เขาได้ค่าเช่าคลังแค่กระสอบ ๒ บาทเท่านั้นเอง แต่ต้องมาถูกคำสั่ง คสช. ให้จ่ายเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทตามนี้เขาไป ก็ฝากกราบเรียน ท่านประธานไปถึงกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงยุติธรรม ให้เร่งรัดดำเนินการเรื่องนี้ให้เร็วขึ้น เพราะว่าเขาเดือดร้อนกันบางคนถึงกับถูกฟ้องล้มละลาย ขอบคุณครับ🔗
ส่งเป็นเอกสารมาครับ ทำเป็นเอกสารมาครับ ต่อไปท่านฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ อำเภอถลาง และตำบล กระทู้ พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ตมาหารือ ท่านประธานดังนี้ครับ🔗
เรื่องแรก พี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตอำเภอถลาง ร้องเรียนมาว่าขณะนี้ เวลาไปใช้บริการที่อำเภอถลางได้รับบริการที่ช้ามาก เนื่องจากมีประชาชนไปใช้บริการ ทางด้านงานทะเบียนค่อนข้างเยอะ ฝากไปยังกระทรวงมหาดไทยให้เร่งพัฒนาระบบดิจิทัล เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ รวมไปถึงการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ เพื่ออำนวยความสะดวกกับการใช้บริการของพี่น้องประชาชนให้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและ เข้มงวด ในกรณีที่รถบรรทุกขนาดใหญ่ รถพ่วงเข้าไปในซอยเล็ก ๆ ต่าง ๆ ไม่ว่าซอยบางเทา ๔ หรือถนนทางหลวงชนบทต่าง ๆ ที่มีป้ายห้ามรถพ่วงและรถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าไปแล้ว แต่ก็ยังมีผู้ฝ่าฝืนอยู่ จนทำให้ถนนของหน่วยงานราชการชำรุดเสียหาย ฝากไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ปัจจุบันมีรถบรรทุกขนาดใหญ่ รถพ่วงบรรทุกเกินน้ำหนัก เลี่ยงการ เข้าด่านตรวจชั่งน้ำหนักบริเวณท่านุ่น จังหวัดพังงา ก่อนขึ้นสะพานท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทรในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นเหตุอาจจะก่อให้เกิดอันตรายกับสะพานได้ เนื่องจาก สะพานนี้รับน้ำหนักได้ไม่มากเท่าที่ควร ก็เร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงคมนาคม ทั้งตำรวจ เร่งกวดขันให้รถบรรทุกทุกคันที่ก่อนจะขึ้นสะพานเข้าด่านตรวจเพื่อไม่ให้ถนน ในจังหวัดภูเก็ตชำรุดเสียหายด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ประชาชนในพื้นที่ตำบลเชิงทะเล ขอร้องมายังกรมป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัย ว่าขอหอสึนามิกลับมาที่เดิมบริเวณหาดบางเทา หาดเลพัง เพราะว่า จะติดตั้งที่จุดใหม่นี้มันห่างไกล กลัวว่าจะไม่ได้ยินเสียงในพื้นที่🔗
สุดท้ายก็ขอเชิญชวนทุกท่านมาเที่ยวงานสงกรานต์ที่จังหวัดภูเก็ตกันนะครับ ปีนี้ภูเก็ตเที่ยวสนุกแน่นอนครับ ขอบคุณครับ🔗
๓ ท่านถัดไป จะเป็นท่านยูนัยดี วาบา ท่านประภาพร ทองปากน้ำ และท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ เชิญท่านยูนัยดี วาบา ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยูนัยดี วาบา สส. จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ เขตเลือกตั้งที่ ๔ ผมขออนุญาตนำปัญหา ในพื้นที่หารือท่านประธาน ๑ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องน้ำในมัสยิดมีปัญหาน้ำไม่สะอาดที่จะทำการชำระร่างกายหรือ อาบน้ำละหมาด ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านดอกเตอร์แวดือราแม มะมิงจิ ประธาน คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานีว่า มีมัสยิดหลายแห่งประสบปัญหาเกี่ยวกับ ปัญหาน้ำแดง มีตะกอนสนิม และมีกลิ่นเหม็น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้เพื่อชำระร่างกาย และอาบน้ำละหมาดในการประกอบพิธีการทางศาสนาในชีวิตประจำวัน ซึ่งมุสลิมจะต้อง ละหมาด ๕ เวลาด้วยกันครับ โดยปัจจุบันมีมัสยิดในความรับผิดชอบของสำนักงาน คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี จำนวน ๗๓๑ มัสยิด ซึ่งจากการสำรวจมัสยิด ที่มีปัญหาที่ต้องแก้ไขโดยด่วน จำนวน ๓๖ มัสยิด ซึ่งประกอบด้วยอำเภอเมืองที่มีปัญหา เรื่องน้ำ ๒ มัสยิด อำเภอสายบุรี ๖ มัสยิด อำเภอไม้แก่น ๒ มัสยิด อำเภอมายอ ๖ มัสยิด อำเภอปานาเระ ๖ มัสยิด อำเภอยะหริ่ง ๖ มัสยิด อำเภอหนองจิก จำนวน ๒ มัสยิด อำเภอ กะพ้อ ๓ มัสยิด อำเภอยะรัง ๑ มัสยิด อำเภอโคกโพธิ์ ๑ มัสยิด และสุดท้ายอำเภอแม่ลาน ๑ มัสยิดครับ จึงขอฝากท่านประธานประสานไปยังกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร็วด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปท่านประภาพร ทองปากน้ำ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวประภาพร ทองปากน้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอปรึกษาหารือปัญหาของพี่น้องประชาชน ๒ ประเด็นผ่านท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไขปัญหาค่ะ🔗
เรื่องที่ ๑ ปัญหาทุกข์ใจของดิฉันเองและชาวนาทั้งประเทศ ในขณะนี้ก็คือ เรามีปัญหาเรื่องราคาข้าวเปลือกตกต่ำอย่างต่อเนื่อง สืบเนื่องจากที่ดิฉันเคยพูดญัตติเรื่อง ราคาข้าวตกต่ำในสภาแห่งนี้ไปเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปัจจุบันดิฉันก็ได้กลับไป สอบถามเกษตรกรในพื้นที่ จึงทราบว่าราคาข้าวเปลือก ณ วันที่ ๙ เมษายนที่จังหวัดสุโขทัย เกษตรกรจะสามารถขายข้าวเปลือกความชื้นที่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เม็ดสั้นได้เพียง ๕,๕๐๐ บาท ต่อตัน เม็ดยาวได้ในราคาเพียง ๖,๒๐๐ บาทต่อตัน ซึ่งราคาลดต่ำลงอีกอย่างต่อเนื่องและ มีการหยุดรับซื้อจากโรงสีเป็นช่วง ๆ ค่ะ ดิฉันจึงขอเป็นตัวแทนเกษตรกรขอความช่วยเหลือ จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐบาล ให้เร่งแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ และขอให้รัฐบาลมีมาตรการชดเชยและช่วยเหลือ เยียวยาไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ให้พี่น้องเกษตรกรโดยด่วนค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ขอให้ท่าน เร่งจัดสรรงบประมาณมาซ่อมแซมและสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งน้ำยม อำเภอสวรรคโลก บริเวณหมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๗ ตำบลคลองกระจง หมู่ที่ ๒ ตำบลบางยม หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลย่านยาว หมู่ที่ ๖ ตำบลท่าทอง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในปีที่ผ่านมา ปัจจุบันพี่น้องที่อาศัยอยู่ริมน้ำยมได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก บางจุดมีดินสไลด์เป็น แนวยาว มีแนวโน้มการพังทลายของแนวคันดินแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้น จึงขอให้ท่านเร่งจัดสรร งบประมาณเพื่อลงไปแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนผู้ได้รับผลกระทบโดยด่วน ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนประชาชน พรรคประชาชน มีเรื่องปรึกษาหารือ ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก เป็นปัญหาบ้านริมตลิ่งสไลด์ลงแม่น้ำบางปะกง เหตุเกิดจากเมื่อ วันที่ ๑๙ ธันวาคมที่ผ่านมาครับ เกิดเหตุตลิ่งแม่น้ำบางปะกงสไลด์ในพื้นที่หมู่ที่ ๒ ตำบล แสนภูดาษ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ทำให้บ้านที่อยู่บริเวณริมตลิ่งสไลด์แล้วก็ได้รับ ความเสียหายจำนวนมาก แต่ยังมีอีกหลายหลังคาเรือนที่ยังมีแนวโน้มว่าจะเกิดเหตุตลิ่ง สไลด์อีกก็เลยอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดู เพราะว่าพี่น้องประชาชนกังวลจริง ๆ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอเสริมแนวกันคลื่นในเขตพื้นที่ตำบลสองคลอง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งแต่หมู่บ้านสีล้ง หมู่ที่ ๑๐ ไปจนถึงรอยต่อตำบลบางปะกง ปัจจุบัน มีระดับแนวกันคลื่นต่ำมากไม่สามารถกันคลื่นได้จริง แล้วช่วงน้ำขึ้นก็ทำให้บ้านเรือนชาวบ้าน เสียหายได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไป พิจารณาเพื่อเสริมแนวกันคลื่นให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อให้เกิดความปลอดภัยครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ปัญหากลิ่นเหม็นจากโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงมีเขม่าสีดำ ที่ลอยมาในเวลากลางคืน ทำให้พี่น้องประชาชนประสบปัญหาระบบทางเดินหายใจนะครับ แล้วหลายคนก็ออกมารวมตัวกันปักป้ายคัดค้านการก่อสร้างโรงงานหลอมโลหะในพื้นที่ ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหากลิ่นแล้วก็เขม่าจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมันมีมาต่อเนื่องแล้วก็มี มายาวนานแล้ว อยากให้ควบคุมและแก้ปัญหาอย่างจริงจัง จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบในช่วงเวลากลางวันและกลางคืนให้พี่น้องประชาชนที่อำเภอแปลงยาวได้มีระบบ ทางเดินหายใจที่ปกติ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ เดี๋ยวอีกสักครู่หนึ่งเวลา ๑๐.๓๐ นาฬิกา ทางฝั่งวุฒิท่านจะมีการซ้อมหนีไฟ ก็ขอให้ทางฝั่งเราก็ดำเนินการตามปกติ ๒ ท่านสุดท้าย จะเป็นท่านอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ แล้วต่อด้วยท่านเกรียงไกร กิตติธเนศวร เชิญท่านอนันต์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดชลบุรี พรรคเพื่อไทย ผมขอนำเรื่องหารือท่านประธานสภาดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องปัญหารถติดเขตอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ผมเคยหารือ กับท่านประธานสภาไปสมัยที่แล้ว พื้นที่อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรีนั้นเป็นพื้นที่ EEC และจะต้องมีการขนถ่ายสินค้าจากท่าเรือแหลมฉบัง มาบตาพุดผ่านไปยังอมตะ ต้องผ่าน เส้นทางเส้นนี้คืออำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เส้นสี่แยกไปจังหวัดชลบุรี ไปฉะเชิงเทรา ไปบ้านบึง ไปอำเภอเกาะจันทน์ ทำให้เกิดมีรถติดเป็นจำนวนมาก กรมทางหลวงนั้นได้ ออกแบบถนนเลี่ยงเมืองหรือวงแหวนและทำ EIA ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว ฝากท่านประธานสภา ทำเรื่องถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเพื่อผลักดันงบประมาณแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วน🔗
อีกประการหนึ่ง บริเวณแห่งนี้สี่แยกมีตู้ตำรวจที่ให้บริการพี่น้องประชาชน ยามรถติดก็ดี แต่ ๒ ปีที่ผ่านมาที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่เคยเห็นเจ้าหน้าที่ ตำรวจนั้นออกมาบริการพี่น้องประชาชนสักครั้งเลย ฝากท่านประธานสภาทำเรื่องถึง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๒ ให้ตรวจสอบโดยเร่งด่วนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากท่าน สจ. เอกชาติ แจ่มอ้น สจ. เขต อำเภอเมืองพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เรื่องถนน ชบ. ๓๑๐๔ ตำบลนาวังหิน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ช่วงกิโลเมตรที่ ๑-๓ ช่วงกิโลเมตรที่ ๕-๖ และถนน ๓๒๘๔ อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรีไปหนองเสม็ดกิโลเมตรที่ ๗ ถนน ๒ เส้นนี้ไม่มีไฟทางทำให้เกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง ฝากท่านประธานสภาถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบด้วยครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ท่านสุดท้ายสำหรับวันนี้ ท่านเกรียงไกร กิตติธเนศวร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกรียงไกร กิตติธเนศวร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครนายก เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอปรึกษาหารือความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดนครนายก ๒ ประเด็นด้วยกันครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ปัญหาจุดกลับรถเจ้าปัญหาหน้าทางเข้าโรงพยาบาลบ้านนาบน ทางหลวงสาย ๓๐๕๑ ซึ่งปัจจุบันเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งและมีผู้เสียชีวิตหลายราย อีกทั้งเวลา มีเคสฉุกเฉินที่จะต้องเข้าออกโรงพยาบาลพบกับความไม่คล่องตัวในการรับส่งผู้ป่วยผ่านจุด กลับรถหน้าโรงพยาบาลแห่งนี้ ปัจจุบันนี้ได้มีการแก้ไขโดยนำ Barrier ปูนมาปิดกั้นให้เป็นจุด กลับรถได้เพียงฝั่งเดียว ก็สร้างความไม่สะดวกสบายให้กับพี่น้องประชาชนอีกฝั่งหนึ่งในการ สัญจรต้องกลับรถไกลถึงสี่แยกบ้านนา ผมจึงขอฝากปัญหาจุดกลับรถนี้ผ่านท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมทางหลวง เพื่อแก้ไขจุดกลับรถเจ้าปัญหานี้เปลี่ยนให้เป็น สามแยกไฟแดงที่ปลอดภัย พร้อมทั้งขยายช่องทางจราจรอีกฝั่งละหนึ่งช่องเพื่อความ ปลอดภัยสำหรับผู้ที่จะเลี้ยวขวาเข้าสู่โรงพยาบาลบ้านนาครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ปัญหาที่พักของคุณหมอและพยาบาลในโรงพยาบาลนครนายก มีสภาพที่ทรุดโทรมและไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากบุคลากรในโรงพยาบาล มีจำนวนทั้งสิ้น ๙๖๗ ท่าน ต้องการที่พัก ๕๙๓ คน แต่มีบ้านพักรับรองเพียง ๓๖๑ คน ยังขาดแคลนอีก ๒๓๒ คนที่ยังไม่มีที่พัก จึงสร้างปัญหากระทบต่อบุคลากรทางการแพทย์ ๓ ข้อด้วยกัน🔗
ข้อที่ ๑ กระทบต่อคุณภาพชีวิตในการทำงานต้องเช่าบ้านอยู่เอง ค่าใช้จ่ายสูง🔗
ข้อที่ ๒ กระทบต่อขวัญกำลังใจและการรักษาบุคลากรเอาไว้ อาจทำให้ ตัดสินใจลาออกได้ จะสูญเสียบุคลากรทางการแพทย์ได้ในอนาคตครับ🔗
ข้อที่ ๓ กระทบต่อการบริการสุขภาพทั้งจังหวัด เพราะโรงพยาบาลนครนายก เป็นโรงพยาบาลศูนย์รับส่งการรักษาต่อจากโรงพยาบาลทุกอำเภอ ดังนั้นถ้าบุคลากร ทางการแพทย์ไม่พอระบบสุขภาพก็ล้มเหลวครับ ผมจึงขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง กระทรวงสาธารณสุขให้ช่วยแก้ไขปัญหาที่พักของคุณหมอและพยาบาล ในโรงพยาบาลแห่งนี้ โดยการสร้างอาคารหลังใหม่สูง ๗ ชั้น จำนวน ๖๙ ห้อง จะได้รองรับ คุณหมอและพยาบาลได้เพิ่มอีก ๒๐๐-๓๐๐ คน จะเพียงพอต่อความต้องการในการพักของ บุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลนครนายกครับ ผมจึงขอฝากทั้ง ๒ ปัญหาที่สำคัญ และเร่งด่วนนี้ไปยังท่านประธานสภาครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เป็นอันหมดผู้ที่หารือในวันนี้ ท่านสมาชิกครับก่อนจะเปิดประชุม ผมขอเวลา สัก ๒ นาทีนะครับ🔗
พักการประชุมเวลา ๑๐.๓๔ นาฬิกา🔗
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อประชุมแล้วทั้งสิ้น ๒๘๔ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการตามระเบียบวาระนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
สำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะจะดำเนินการถามและตอบในห้อง กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ชั้น ๒ โซน C ควบคู่กันไปกับการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา และกระทู้ถามทั่วไป ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ ครับ ระเบียบวาระถัดไป ๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา วันนี้ทราบว่าทางรัฐมนตรีมาตอบทั้ง ๓ กระทู้ถามนะครับ ก็ต้อง ขอบคุณทางคณะรัฐมนตรีด้วย🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑. นายพชร จันทรรวงทอง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถาม เรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านรัฐมนตรีมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ เชิญท่านพชรถามได้เลย เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพชร จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๓ อำเภอสีคิ้ว อำเภอปากช่อง ท่านประธานครับ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงอภิปรายกระทู้ถาม เนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้ายของสมัยประชุม แล้วก็ใกล้ ช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ไทย ก็อยากจะขอถือโอกาสสวัสดีปีใหม่ไทยกับท่านเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน รวมถึงพี่น้องปวงชนชาวไทยทุกคนครับ วันนี้ผมจะขอถาม กระทู้ถามสดด้วยวาจาไปยังกระทรวงคมนาคม ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีมนพร เจริญศรี เป็นอย่างยิ่งที่วันนี้ได้ให้ความสำคัญและเข้ามาตอบกระทู้ถาม ซึ่งท่านรัฐมนตรี ก็ถือว่าเป็นคนหนึ่งที่เข้ามาตอบกระทู้ถามมากที่สุดคนหนึ่งก็ว่าได้ ท่านประธานครับ เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่จะต้องเดินทาง กลับภูมิลำเนาเพื่อพบปะครอบครัวและญาติมิตร รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ส่งผลให้ปริมาณการจราจรบนท้องถนนและผู้ให้บริการระบบขนส่ง สาธารณะทุกประเภท มวลชนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก รวมถึงปัญหาความคับคั่งการจราจร ที่ติดขัดและความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ จึงเป็นสิ่งที่น่ากังวลและส่งผลกระทบต่อการ เดินทางของพี่น้องประชาชนโดยตรง เพื่อให้การเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาล สงกรานต์ที่จะมาถึงนี้เป็นไปด้วยความสะดวก ปลอดภัย รวดเร็ว ทางกระทรวงคมนาคม ได้มีการวางแผนและเตรียมความพร้อมในเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกบนท้องถนนหรือ เที่ยวรถของขนส่งมวลชน หรือมาตรการด้านความปลอดภัย รวมถึงการประชาสัมพันธ์ เส้นทางเลี่ยงรถติด ต้องเรียนอย่างนี้ท่านประธานครับ ผมเคยมีโอกาสได้เดินทางในช่วง เทศกาลปรากฏว่ามันสามารถเดินทางปกติก็ได้หรือเลี่ยงทางเมืองก็ได้ ปรากฏว่ามีอุบัติเหตุ เกิดขึ้นบนเส้นทางหนึ่งทำให้ผมไม่ทราบแล้วก็ได้เดินทางไปแล้ว แต่ถ้าไปอีกเส้นหนึ่งใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ไม่กี่นาที ก็เลยอยากจะสอบถามคำถามที่ ๑ ไปยังกระทรวงคมนาคมผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าทางกระทรวงคมนาคม มีระบบการเตรียมการเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงสงกรานต์อย่างไรบ้าง เพื่อให้พี่น้อง ประชาชนเดินทางอย่างสะดวก ปลอดภัย รวดเร็ว โดยขอให้ท่านรัฐมนตรีได้โปรดให้ รายละเอียดในภาพรวมของการดำเนินงานครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีมนพรครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ให้ดิฉันมาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านพชร จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ต้องขอบพระคุณท่านสมาชิกอีกครั้งที่ได้กรุณาถามคำถามนี้ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ดีที่กระทรวง คมนาคมจะสามารถสื่อสารไปถึงพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะท่านสมาชิกเองมีพื้นที่ เขตเลือกตั้งอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา และท่านก็จะได้ใช้เส้นทาง M6 ในการเดินทางกลับ ภูมิลำเนา และท่านเองก็เป็นคนที่ใส่ใจต่อปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ดิฉันต้องขอชื่นชมท่านสมาชิกอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพค่ะ ท่านสมาชิกได้ถามถึง แผนการรองรับการเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงสงกรานต์ ก็ต้องเรียนให้ทราบว่า มิติการเดินทางของกระทรวงคมนาคมมีอยู่ ๔ มิติ มิติแรกก็คือมิติเรื่องของการขนส่งทางบก ทางน้ำ ทางราง แล้วก็ทางอากาศ🔗
ก่อนอื่นดิฉันขออนุญาตเพิ่มเติมแล้วก็ให้รายละเอียดในเส้นทางของการ เดินทางทางบก ซึ่งในการเดินทางทางบกเป็นรูปแบบที่พี่น้องประชาชนสัญจรไปมามากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ แล้วก็ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ คาดการณ์ว่าปีนี้จะมีพี่น้อง ประชาชนเดินทางมากกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่นอกจากจะใช้รถยนต์ส่วนบุคคลแล้ว ก็จะเป็นการใช้รถยนต์โดยสารสาธารณะ แล้วก็ขณะเดียวกันที่กระทรวงคมนาคมเราก็ได้มี การประชุมการเตรียมการให้หน่วยงานต่าง ๆ ได้จัดเตรียมบุคลากร เครื่องไม้เครื่องมือ ที่ทันสมัย แล้วก็อุปกรณ์อำนวยความสะดวกสัญญาณไฟจราจร มาตรการที่ดิฉันได้ขอ อนุญาตนำเรียนก็คือมาตรการในเรื่องของโครงข่ายถนนคือทางบก แล้วก็ได้ซ่อมแซม ความเสียหายที่บนถนน ไม่ว่าจะเรื่องของปิดจุดกลับรถที่มีความเสี่ยง ขอความร่วมมือ ผู้ประกอบการรถบรรทุกขนาดใหญ่ให้หยุดเดินรถบริการชั่วคราวในช่วงของสงกรานต์ แล้วก็ บริหารจัดการจราจรเปิดช่องทางวิ่งพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องของการยกเว้นค่าธรรมเนียม ผ่านทาง นอกจากเรื่องของการอำนวยความสะดวกในเรื่องของถนนหนทางแล้วก็มีการเปิด บริการจุดพักรถ ตรวจสภาพรถ จุดบริการขนส่ง รวมทั้งอุปกรณ์ช่วยเหลือในกรณีที่เกิด อุบัติเหตุขึ้นหรือว่าในกรณีที่เกิดรถเสียอย่างที่ท่านสมาชิกได้เกริ่นนำเมื่อสักครู่ นอกจากนั้น การบริการข้อมูลข่าวสารว่าเส้นทางนี้เป็นเส้นทางหลักเส้นทางไหนที่เป็นเส้นทางรองที่พี่น้อง ประชาชนจะใช้สัญจรไปมาเพื่อลดความแออัดในเส้นทางสายหลัก นอกจากนั้นในเรื่องของ การเตรียมการในรถขนส่งโดยสารสาธารณะเองแล้วก็มีการเตรียมพื้นที่อำนวยความสะดวก ให้พอเพียง รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ในการที่จะดูแลความปลอดภัย นอกจากนั้นในเรื่องของรถ โดยสารสาธารณะที่มีไม่เพียงพอต่อการเดินทางกลับก็จะไม่ให้ผู้โดยสารมีการตกค้างที่สถานี ขนส่ง โดยเฉพาะเรื่องของการเดินทางกลับแล้วข้อสำคัญที่สุดก็คือเน้นย้ำเรื่องของความ ปลอดภัย ไม่ว่าผู้โดยสารในเรื่องของการขับขี่ ในเรื่องของคนขับรถโดยสาร ในเรื่องของ พนักงานบริการบนรถ ข้อสำคัญสุดท้ายก็คือเรื่องของการบริการสาธารณะ ก็จะเห็นว่าเราจะ มีสายด่วนทุกมิติของการเดินทาง ว่าถ้าเกิดกรณีอุบัติเหตุหรือสายด่วนอะไรที่จะต้องติดต่อ ในแต่ละมิติของการเดินทาง🔗
นอกจากในเรื่องของการคมนาคมทางบกแล้ว ในเรื่องของทางรางค่ะ การอำนวยความสะดวกเรื่องของรถไฟ เราก็ดูแลเรื่องของระบบคนขับบนรถไฟให้มีปริมาณ แอลกอฮอล์เป็นศูนย์ จัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัยบนรถไฟ สถานีรถไฟ โดยเฉพาะ สถานีรถไฟที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งคือจุดตัดที่ระหว่างรถไฟกับเส้นทาง รวมทั้งจุดเสี่ยงร่วม ก็ได้ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจในพื้นที่ สัญญาณ ไฟจราจรให้เห็นชัดเจน แล้วก็เฝ้าระวังในบริเวณจุดตัดของระหว่างเส้นทางหลักแล้วก็ เส้นทางรถไฟค่ะ🔗
หันกลับมาดูมิติทางน้ำบ้างค่ะ ในเรื่องของมิติทางน้ำเอง เราก็ร่วมกันที่จะ ป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุทางน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการกำกับผู้ดูแลประจำเรือ เรื่องของ แอลกอฮอล์ให้เป็นศูนย์ในเรื่องของคนขับเรือ จัดเจ้าหน้าที่ตรวจเรื่องของท่าเทียบเรือต่าง ๆ จัดเรือตรวจการณ์ รวมถึงความพร้อมของเรือโดยสาร นักท่องเที่ยว แล้วก็อุปกรณ์ช่วยชีวิต ประจำเรือ🔗
หันกลับมาดูในเรื่องของขนส่งทางอากาศบ้างค่ะ วันนี้มาตรการในเรื่องของ การอำนวยความสะดวกในเรื่องของทางอากาศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจัดเจ้าหน้าที่อำนวย ความปลอดภัยในบริเวณของด้านการบิน แล้วก็ภาคพื้นการอำนวยความสะดวกให้พี่น้อง ประชาชนไม่ให้มีความแออัดในขณะที่รอจุด Check In ตั๋ว ในเรื่องของการเอกซเรย์ ก็กระจายจุดเอกซเรย์ให้มีมากขึ้น เพื่อพี่น้องประชาชนที่จะต้องเดินทางในช่วงเช้าไม่เกิดการ ตกเครื่องหรือไม่เกิดการพลาดใน Flight บินนั้น ๆ ทั้งหมดนี้เราก็ยังมีการใช้ระบบออกตั๋ว อัตโนมัติ มีการนำระบบยืนยันตัวตนมาใช้ในการเข้าออก🔗
ท่านประธานที่เคารพคะ มิติของการเดินทางของกระทรวงคมนาคม ไม่ว่ามิติ ขนส่งทางบก มิติทางราง มิติทางน้ำ แล้วก็มิติทางอากาศ ก็ขออนุญาตตอบคำถามของท่าน สมาชิกในคำถามแรกค่ะ🔗
เชิญท่านพชรคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ แล้วก็ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีสำหรับคำถามที่ ๑ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตเข้าสู่ช่วงของ คำถามที่ ๒ ท่านประธานครับ นอกจากภาพรวมของการเดินทางในช่วงสงกรานต์แล้วเรายัง มีโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหรือที่เรียกว่า Motorway แล้วโครงการทางหลวง ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างหลายสาย ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการเดินทาง ของพี่น้องประชาชน รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจ การอำนวยความสะดวกในการเดินทางของ พี่น้องประชาชน ซึ่งหลายโครงการปรากฏว่ายังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ มีความล่าช้าบ้าง และส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทาง รวมถึงคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนโดยรวม เพราะฉะนั้นผมอยากขอเรียนถามถึงความคืบหน้าและอุปสรรคของโครงการที่มีความสำคัญ ดังต่อไปนี้🔗
เส้นทางที่ ๑ ทางหลวงพิเศษ หมายเลข ๖ หรือ Motorway M6 สายบางปะอิน นครราชสีมา เส้นนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของพี่น้องชาวอีสานก็ว่าได้ ทั้งผมที่ในฐานะ สส. โคราช แล้วก็รวมถึงท่านรัฐมนตรี รวมถึงเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่จะได้เดินทางไปภาคอีสาน ก็ล้วนต้องใช้เส้นทางนี้ทั้งสิ้นนะครับ🔗
เส้นทางที่ ๒ ทางหลวงพิเศษ หมายเลข ๘๒ M82 สายบางขุนเทียน บ้านแพ้ว เส้นนี้ก็ถือว่ามีความสำคัญในการที่จะบรรเทาปัญหาการจราจรบนถนนพระราม ๒ และยังเชื่อมต่อกับภาคใต้ตอนบน🔗
เส้นทางที่ ๓ โครงการทางหลวง หมายเลข ๓๕ หรือถนนพระราม ๒ เส้นนี้ ถือว่าเป็นเส้นที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น ได้มีการก่อสร้างที่ต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางนี้อย่างมาก ซึ่งล่าสุดก็มีอุบัติเหตุ เกิดขึ้นที่ผ่านมา🔗
คำถามที่ ๒ ขอถามท่านรัฐมนตรีทางหลวงพิเศษทั้ง ๓ เส้นดังกล่าวที่ผมได้ พูดไปเมื่อสักครู่ว่าการก่อสร้างถึงไหนแล้ว แล้วก็ปัจจุบันนี้ล่าช้าเพราะสาเหตุอะไร แล้วก็จะ เปิดใช้เมื่อไร แล้วในถนนพระราม ๒ จะมีแผนสรุปว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้เกิดขึ้นจากสาเหตุใด ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ในคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เรื่องของการเปิด ใช้บริการในเรื่องของ M6 แล้วก็ M82 รวมทั้งเส้นของพระราม ๒ ก็ต้องขอบคุณสำหรับ คำถามนี้ แล้วก็เป็นคำถามที่ท่านสมาชิกหลายท่านมีความห่วงใย เพราะในขณะที่ผ่านมา มีการเกิดอุบัติเหตุในบางช่วง แต่ก็ขอเน้นย้ำอีกครั้งหนึ่งว่ารัฐบาลของพรรคเพื่อไทย นำโดยท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ขณะที่เราเข้ามาเป็นรัฐบาล ท่านสุริยะเองได้กำชับเรื่องของการแก้ไขปัญหาว่าเราต้องการมา แก้ไขปัญหา เราไม่ต้องการไปโทษว่ารัฐบาลนั้นทำไม่เสร็จ รัฐบาลนี้ทำให้เกิดปัญหา แต่การเข้ามาเป็นรัฐบาลนั้นก็คือจะทำภารกิจแล้วก็ปัญหาที่ค้างคาให้แล้วเสร็จในสมัยที่ พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลภายใต้การกำกับดูแลของท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร สำหรับในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ในช่วงระหว่างวันที่ ๑๑-๑๗ เมษายน อย่างที่ดิฉันได้ กราบเรียนว่ามีการคาดการณ์กันว่าจะมีพี่น้องประชาชนเดินทางเพิ่มขึ้นประมาณ ๑๕-๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรีเอง ก็ได้เร่งรัดแล้วก็มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมได้เร่งรัดในการก่อสร้าง ไม่ว่าการก่อสร้าง ทางด่วนแล้วก็การก่อสร้าง Motorway แล้วก็ได้มีการตรวจสอบเรื่องของความปลอดภัย ว่าจะสามารถเปิดบริการให้พี่น้องประชาชน รวมถึงเปิดบริการให้ใช้ฟรีในช่วงสงกรานต์ ดิฉันขออนุญาตรายงานถึงความพร้อมที่ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใยนะคะ🔗
เส้นทางแรก ก็คือเส้นทาง Motorway M6 สายบางปะอินไปถึงนครราชสีมา ปัจจุบันมีการเปิดให้บริการจากด่านปากช่องถึงเลี่ยงเมืองโคราชนะคะ ระยะทางประมาณ ๘๐ กิโลเมตร ซึ่งจะเปิดบริการให้ทั้ง ๒ ฝั่ง สำหรับในช่วงสงกรานต์ที่จะมาถึงนี้นะคะ กรมทางหลวงก็จะมีการเปิดให้บริการเพิ่มเติมจากตรงที่ด่านหินกองไปถึงด่านปากช่อง ระยะทางเพิ่มขึ้น ๘๗ กิโลเมตร โดยจะเปิดให้บริการเป็นการชั่วคราว เฉพาะที่เพิ่มขึ้นที่ ฝั่งซ้ายหรือฝั่งขาออก จำนวน ๒ ช่องจราจร สลับให้มีรถวิ่งในระหว่างวันที่ ๑๑-๑๓ เมษายน และจะให้รถยนต์ ๔ ล้อที่วิ่งออกนอกกรุงเทพมหานครมาใช้งานในระหว่างวันที่ ๑๔-๑๗ เมษายน ก็จะเป็นช่วงที่พี่น้องประชาชนเดินทางกลับ แล้วก็จะสลับให้รถยนต์ ๔ ล้อที่วิ่งเข้า กรุงเทพมหานครกลับมาใช้งาน ตามแผนงานของการกำหนดแล้วเสร็จตลอดเส้นทางทั้งหมด ซึ่งเราเรียกว่า Motorway M6 จะเปิดบริการให้เต็มรูปแบบภายในเดือนธันวาคม ๒๕๗๐ อย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้รับปากต่อพี่น้อง ประชาชน ซึ่งเส้นทางนี้ก็จะเป็นเส้นทางหลักที่พี่น้องประชาชนในภาคอีสานก็จะได้เดินทาง กลับไปหาครอบครัว ก็ฝากประชาสัมพันธ์เส้นทางนี้ให้กับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติด้วยนะคะ🔗
ในเส้นทางต่อไปก็คือเปิดใช้ Motorway หมายเลข ๘๑ สายบางใหญ่ แล้วก็ นครปฐม กาญจนบุรี ซึ่งตลอดเส้นทางในช่วงวันหยุด ในระหว่างวันที่ ๑๑-๑๗ เมษายน เปิดให้บริการใช้งานทั้งฝั่งขาไปแล้วก็ฝั่งขากลับ จำนวน ๔ ช่องจราจร ระยะทาง ๙๖.๔ กิโลเมตร โดยอนุญาตให้เฉพาะรถยนต์ ๔ ล้อเท่านั้นเข้าใช้งานโดยจะใช้ความเร็วไม่เกิน ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเปิดทางเข้าออก ๖ จุด ได้แก่ จุดด่านบางใหญ่ ด่านนครปฐม ฝั่งตะวันออก ด่านนครปฐมฝั่งตะวันตก ด่านท่ามะกา ด่านท่าม่วง แล้วก็ด่านกาญจนบุรี นอกจากนั้นก็ยังมีการเปิดจุดบริการห้องน้ำชั่วคราว ๑ จุด ทั้งทางทิศฝั่งขาเข้าและฝั่งขาออก ซึ่งตามแผนงานของกรมทางหลวง Motorway M81 จะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือน ธันวาคม ๒๕๖๘ ภายในปีนี้ ต่อจากนั้นกลับมาดูเส้นทางที่พี่น้องประชาชนให้ความห่วงใย แล้วก็ให้ความสนใจเป็นพิเศษ ก็คือสาย M82 ก็คือเส้นทางพระราม ๒ เป็นหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ๒ หน่วยงาน คือหน่วยงานกรมทางหลวง แล้วก็หน่วยงานของการทางพิเศษ แห่งประเทศไทย ซึ่งเส้นทางนี้ก็เร่งรัดที่จะดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในปี ๒๕๖๘ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ก็ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะปัญหาที่พี่น้องประชาชนอาศัยอยู่ ๒ ข้างทาง จากการเกิดอุบัติเหตุหรือการก่อสร้างตลอดระยะเวลา ๑๐ ปีที่เราเรียกว่าถนนเจ็ดชั่วโคตร ก็คงจะจบภายใต้การบริหารงานของท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ🔗
สำหรับในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี ๒๕๖๘ นี้ เนื่องจากมีโครงการบางช่วง ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ จึงทำให้ไม่สามารถเปิดให้บริการพี่น้องประชาชนได้ แต่เป็นการ ชั่วคราวได้เหมือนกับเส้นทาง Motorway เส้นอื่น ๆ แต่ถึงอย่างไรก็ดีเส้นทางพระราม ๒ พี่น้องประชาชนภาคใต้ก็สามารถที่จะเดินทางโดยความสะดวก และเน้นย้ำอีกทีนะคะ มีความปลอดภัย ซึ่งในช่วงนี้กระทรวงคมนาคมก็สั่งให้หยุดไม่ให้มีการก่อสร้างทั้งหมดในช่วง สงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ ๑๐-๑๗ เมษายน แล้วก็ให้ทางวิศวกร Project Manager ทุกช่วง สัญญาได้ตรวจสอบความปลอดภัย จัดเก็บอุปกรณ์ แล้วก็จัดเก็บเครื่องไม้เครื่องมือให้เป็น ระเบียบ แล้วก็ทำการคืนผิวจราจรให้พี่น้องประชาชนได้เดินทางโดยสะดวกและปลอดภัย ซึ่งในวันที่ ๑๐ เมษายนช่วงบ่าย ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร แล้วก็พร้อมท่าน รองนายกรัฐมนตรี ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ก็จะทำการตรวจสอบความพร้อม และเดินทางไปดู พี่น้องประชาชนได้เดินทางกลับ โดยจะทำการขึ้นบินตรวจสอบความพร้อมโดย Helicopter ทั้งช่วงของพระราม ๒ แล้วก็ช่วงของ M6🔗
พี่น้องประชาชนที่เคารพคะ ทุกเส้นทางของการเดินทางของกระทรวง คมนาคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Motorway หรือทางด่วนพิเศษทั้ง ๒ สายทางก็จะกำชับ แล้วก็เข้มงวดไม่ให้มีการเกิดอุบัติเหตุ กำชับให้เจ้าหน้าที่คืนพื้นผิวจราจร ผู้รับจ้าง ผู้รับเหมาก่อสร้างหยุดทำงานในช่วงนี้ นอกจากนั้นท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ได้มีความห่วงใย ขอให้ไปดูกับตาในวันนี้ในช่วงบ่ายท่านจะเดินทางไปตรวจราชการก็ขออนุญาตตอบคำถาม ในคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญท่านพชรคำถามสุดท้ายครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีสำหรับคำถามที่ ๒ ท่านประธานครับ ในช่วงคำถามที่ ๓ จะเป็นเรื่อง ของนโยบายลดค่าโดยสารช่วงเทศกาลสงกรานต์ เนื่องจากในช่วงเทศกาลสงกรานต์พี่น้อง ประชาชนจำนวนมากดังที่กล่าวไปตอนแรกมีความต้องการเดินทางที่สูงขึ้นอย่างมากทำให้ ราคาค่าโดยสารหลายแห่งปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาค่าตั๋วเครื่องบินหรือค่ารถทัวร์ ผิดปกติสูงขึ้นดังที่มีข่าวปรากฏ แล้วก็ได้มีเพื่อนสมาชิกของผม ท่านจิรัชยา สัพโส จากจังหวัด สกลนคร ได้มาพูดกับผมถึงเรื่องตั๋วเครื่องบินที่จะต้องบินกลับจังหวัดสกลนครปัจจุบันในข่าว มีราคาสูงเกือบ ๑๕,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นราคาที่สามารถเดินทางไปต่างประเทศเลยก็ว่าได้ นี่ถือว่าเป็นความเหลื่อมล้ำของคนต่างจังหวัดเป็นอย่างมาก และเป็นภาระที่หนักอึ้งของ ประชาชนในช่วงที่สภาวะเศรษฐกิจไม่ค่อยดีนัก🔗
เพราะฉะนั้นในคำถามที่ ๓ ผมอยากจะขอถามไปทางกระทรวงคมนาคม ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่ามีนโยบายหรือมีมาตรการในการกำกับดูแลและลดค่าโดยสาร ทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน หรือรถโดยสารขนส่งมวลชนทุกช่องทางในช่วงเทศกาลหรือไม่ อย่างไร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกและไม่เป็นภาระค่าใช้จ่ายมากจนเกินไป สุดท้ายท่านประธาน ก็ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร รวมถึงท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รวมถึง ท่านรัฐมนตรีมนพร เจริญศรี ที่ได้มาตอบกระทู้ถามในวันนี้ เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้และพี่น้องประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการ วางแผนการเดินทางและลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมค่ะ สำหรับคำถามของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติถามถึงนโยบายเรื่องของลดค่าเดินทาง อย่างที่ดิฉันกราบเรียนตั้งแต่ แรกว่าเรื่องของกระทรวงคมนาคมมีอยู่ ๔ มิติของการเดินทาง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ วันที่ ๑๑-๑๗ เมษายนนี้ ก็ขออนุญาตได้เพิ่มเติมนะคะ ต้องบอกว่ากระทรวงคมนาคมให้ ของขวัญกับพี่น้องประชาชนคนไทย🔗
เรื่องแรก ในเรื่องของการยกเว้นค่าธรรมเนียมที่ผ่านทั้งทางด่วนพิเศษ แล้วก็ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย แล้วก็ Motorway ของกรมทางหลวง ในเส้นทางแรกเป็น การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ก็ได้ยกเว้นเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางพิเศษเป็นเวลา ๗ วัน ใน ๒ สายทาง สายทางแรกคือ สายทางพิเศษบูรพาวิถีและทางพิเศษกาญจนาภิเษกช่วง บางพลี-สุขสวัสดิ์ ในระหว่างวันที่ ๑๑-๑๗ เมษายน สำหรับสายทางพิเศษอีก ๓ สายทาง ได้แก่ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทางพิเศษศรีรัช และทางพิเศษอุดรรัถยา จะทำการยกเว้น การจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางพิเศษเป็นเวลา ๓ วัน ในระหว่างวันที่ ๑๓-๑๕ เมษายน ส่วนกรมทางหลวงก็ได้รับการยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่าน Motorway จำนวน ๒ สายทาง ได้แก่ ทาง Motorway หมายเลข ๗ จากกรุงเทพฯ ไปพัทยา และ Motorway สาย ๙ สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ-ถนนกาญจนาภิเษก ช่วงของบางปะอิน-บางพลี และตอนพระประแดงไปจนถึงบางแค โดยจะยกเว้นค่าธรรมเนียมเป็นเวลา ๗ วัน ในระหว่าง วันที่ ๑๑-๑๗ เมษายน🔗
กลับมาดูการยกเว้นค่าธรรมเนียมผ่านทางแล้ว ในมิติของทางถนนนะคะ บริษัทขนส่งเองก็ได้ทำการให้ บขส. ได้เพิ่มรถขาไปเวลาเดินทางกลับต่างจังหวัดประมาณ ๕,๐๐๐ เที่ยวต่อวัน แล้วก็ขากลับอีก ๔,๘๐๐ เที่ยวต่อวัน นอกจากนั้นก็ยังได้มีการบริการ รถเสริมอีกวันละ ๑,๐๐๐ คันที่จะให้บริการพี่น้องประชาชนตลอดทั้งวัน ขอให้พี่น้อง ประชาชนมั่นใจว่าจะไม่มีผู้โดยสารหรือพี่น้องตกค้างที่สถานีขนส่งใด ๆ เพื่อเป็นการอำนวย ความสะดวกในช่วงที่พี่น้องเดินทางกลับที่สถานีขนส่ง โดยเฉพาะสถานีขนส่งหมอชิต ซึ่งท่าน สมาชิกบางท่านได้มีความห่วงใยเรื่องของความพร้อมสถานที่ ห้องพักผู้โดยสาร ห้องน้ำ หรือว่ากำลังเจ้าหน้าที่ที่จะดูแลพี่น้องประชาชนไม่ทั่วถึง ปีนี้กระทรวงคมนาคมก็ได้แก้ไข ปัญหาที่ท่านสมาชิกหลายท่านห่วงใย ปีที่ผ่าน ๆ มาที่มีข้อบกพร่องเราได้ลงไปตรวจสอบ ข้อบกพร่องเหล่านั้น ไม่ว่าจะตรวจสอบทางตรงแล้วก็ตรวจสอบทางอ้อม ซึ่งขณะนี้เรามี ความพร้อมที่จะให้พี่น้องประชาชนได้เดินทางสัญจรกลับบ้านด้วยความปลอดภัย โดยเฉพาะ ขนส่งหมอชิตทาง ขสมก. เองก็ได้จัดรถ Feeder คือรับส่งเชื่อมต่อระหว่างสถานีขนส่ง หมอชิตกับสถานีรถไฟอื่น ๆ ตลอดทั้งวัน แล้วก็โดยเฉพาะความห่วงใยเรื่องจุดบริการแท็กซี่ ก็จะไม่มีแท็กซี่ป้ายดำที่ฉวยโอกาสขึ้นราคาค่าโดยสาร แล้วก็เป็นปัญหากับพี่น้องประชาชน🔗
สำหรับการขนส่งทางรางก็ได้เพิ่มบัตรโดยสาร ปกติ ๑๑๕,๐๐๐ ใบต่อวัน จากเดิมบริการให้แค่ ๑๐๐,๐๐๐ ใบต่อวัน แล้วก็เป็นการเพิ่มตู้โดยสารในช่วงหนึ่งก็ประมาณ ๒-๓ ตู้ต่อขบวน แล้วก็สามารถที่จะรองรับผู้โดยสารอีก นอกจากนั้นเพิ่มขบวนพิเศษอีก จำนวน ๕ เส้นทาง ๒๖ ขบวน🔗
หันกลับมาดูเรื่องของทางอากาศนะคะ ทางกระทรวงคมนาคมเองได้เชิญ ผู้ประกอบการสายการบินแห่งประเทศไทย แล้วก็เจ้าของสายการบินต่าง ๆ ในการแก้ไข ปัญหาที่จะทำราคาให้ช่วงสงกรานต์นี้ลดลง ก็ได้มีข้อสรุปว่าจะมีการเพิ่มเที่ยวบินในประเทศขึ้น อีก ๑๒๔ เที่ยวบิน แล้วเทศกาลสงกรานต์ก็จะเพิ่มที่นั่งในช่วง Flight เช้าอีก ๒๕,๐๐๐ ที่นั่ง นี่คือเรื่องของการให้ผู้ประกอบการลดเพดานค่าโดยสารลงประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างที่ท่านสมาชิกมีความห่วงใยว่าค่าโดยสารจากสกลนครไปนครพนม หรือว่านครพนม มาดอนเมืองทำไมเพิ่มขึ้นเป็น ๑๕,๐๐๐ บาท ในโลก Social กระทรวงคมนาคมก็ได้เรียก ตรวจสอบปรากฏว่าเป็นการ Post ของ Agency แล้วก็ราคาขึ้นมา ปกติค่าโดยสารจาก ดอนเมืองไปสกลนครสูงสุดอยู่ที่อัตรา ๕,๘๐๐ บาท ซึ่งก็ได้เรียกมาทบทวน แล้วก็ได้มีการ ตักเตือน ขณะนี้ได้มีการแก้ไขราคาบนจอของโลก Social แล้ว ก็ขออนุญาตท่านสมาชิก ได้แก้ไขความไม่เข้าใจในเส้นทางต่าง ๆ เหล่านี้🔗
พี่น้องประชาชนที่เคารพค่ะ กระทรวงคมนาคมเองก็ใส่ใจทุกเส้นทาง เน้นย้ำ เรื่องของความปลอดภัยให้ผู้โดยสารเดินทางกลับถึงภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย แล้วก็เดินทาง กลับมาทำงาน ก็ขอให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นใจภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เราจะอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชน คมนาคม คือความอุดมสุข คือโอกาสของประเทศไทย ขอให้ทุกท่านเดินทางกลับด้วยความปลอดภัย ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณมากครับ เป็นอันจบกระทู้ถามสดที่ ๑ ต่อไประเบียบวาระที่ ๑.๑.๒ กระทู้ถามสด ด้วยวาจา🔗
๒. นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านนภินทร เป็นผู้มาตอบกระทู้ถามแทน ซึ่งขณะนี้ท่านรัฐมนตรี รอตอบแล้วนะครับ เชิญท่าน สส. ญาณธิชา บัวเผื่อน ได้ตั้งคำถามเลย เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคประชาชน ก่อนอื่น ดิฉันต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่มอบหมายให้ท่านนภินทรมาตอบกระทู้ถามของ ดิฉัน เพราะมันหมายถึงความใส่ใจในปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวสวนทุเรียน ทั้งประเทศ ท่านประธานคะ ในช่วงแรกดิฉันจะขอพูดถึงปัญหาในภาพรวมก่อนเพื่อให้เข้าใจ ปัญหาได้ตรงกัน ซึ่งอาจจะใช้เวลานิดหน่อยค่ะ แต่ว่าในช่วงคำถามจะไม่ได้มีการอธิบายอะไร เพิ่มเติมมากและจะสามารถควบคุมเวลาในส่วนของดิฉันได้แน่นอนค่ะ ตอนนี้การส่งออก ทุเรียนไทยไปยังประเทศจีนกำลังเผชิญวิกฤติหนัก สืบเนื่องจากวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมาจีนได้เพิ่มมาตรการการตรวจเข้มการนำเข้าทุเรียนจากไทย โดยทุเรียนที่ส่งออกไป จะต้องมีใบรับรองผลการตรวจวิเคราะห์สารแคดเมียมและสาร BY2 ทุกตู้นะคะ หากไม่มี ใบรับรองก็จะไม่สามารถส่งออกได้ และหากพบสารปนเปื้อนก็จะระงับการนำเข้าทันที ซึ่งในตอนนั้นประเทศไทยยังไม่เคยมีการตรวจวิเคราะห์สารนี้มาก่อน และประกอบกับ ในช่วงนั้นเป็นช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวของทุเรียนในภาคใต้ ดิฉันคิดว่าหากไม่รีบแก้ไขเรื่องนี้ต้อง กระทบกับการส่งออกทุเรียนของภาคตะวันออกและทุเรียนทั้งประเทศไทยแน่นอนค่ะ ดังนั้น ในวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา ดิฉันจึงได้ตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เพื่อเป็นการเตือนให้รับทราบถึงปัญหาล่วงหน้าว่าจะเกิดปัญหาและจะ เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง ทั้งในเรื่องแล็บจะพอตรวจหรือไม่ ระยะเวลาในการตรวจจะเป็น อย่างไร รวมไปถึงหากต้องรอผลแล็บทั้งจากไทยและจีนโดยใช้ระยะเวลาการขนส่งที่ยาวนาน จะทำให้ทุเรียนแตก เสียหาย คุณภาพไม่ดี เมื่อไปถึงมือผู้บริโภคก็จะไม่อร่อย และยังจะทำให้ เกิดปัญหาการขาดแคลนตู้ Container ตามมาด้วย ซึ่งในครั้งนั้นซึ่งผ่านมาแล้ว ๔ เดือน ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กรุณามาตอบกระทู้ถามของดิฉัน และได้ให้ความมั่นใจว่าเราจะมีแล็บเพียงพอที่จะสามารถตรวจทุเรียนได้ทันแน่นอนนะคะ โดยในตอนนั้นจะมีแล็บทั้งหมด ๖ แล็บ สามารถรองรับการตรวจทุเรียนได้วันละ ๖๐๐ ตู้ และมีแล็บที่รอจีนอนุมัติเพิ่มอีก ๕ แล็บ ดูในสไลด์นะคะ🔗
ต่อมาในวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กรมวิชาการเกษตรได้แถลงข่าวว่า จะมีแล็บเพิ่มอีก ๒ แล็บ รวมเป็น ๘ แล็บ สามารถรองรับการตรวจได้วันละ ๒,๐๐๐ ตัวอย่าง ต่อวัน ดังนั้นขอให้มั่นใจว่าไทยจะมีแล็บในการตรวจรับรองเพียงพอแน่นอน🔗
มาดูปริมาณผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออกในปี ๒๕๖๘ กันก่อน อันนี้ไม่รวม ภาคใต้ มีผลผลิตรวมอยู่ที่ ๘๗๑,๐๐๐ ตัน แบ่งออกเป็นช่วงเดือนเมษายน ๒๗๓,๐๐๐ ตัน คิดเป็น ๓๑ เปอร์เซ็นต์ เดือนพฤษภาคม ๓๖๖,๐๐๐ ตัน คิดเป็น ๔๒ เปอร์เซ็นต์นะคะ และเดือนมิถุนายน ๑๗๐,๐๐๐ ตัน คิดเป็น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ในช่วงที่ทุเรียนออกเยอะ ๆ ที่ภาคตะวันออกจะมีทุเรียนออกถึง ๑,๐๐๐ ตู้ แล้วปัจจุบันนี้เราตรวจได้แค่ ๕๖๐ ตู้ ก็ไม่ทัน แน่นอน ไม่พอแน่นอน หายนะไหมค่ะทีนี้ ลองมาดูวันนี้สถิติการส่งออกทุเรียนล่าสุด ณ วันที่ ๘ เมษายน ๑๓๓ ตู้ และจะเริ่มไต่ระดับสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยทุเรียน Lot ใหญ่ของภาค ตะวันออกจะเริ่มออกสู่ตลาดหลังสงกรานต์ที่จะถึงนี้ก็คือวันที่ ๒๐ เมษายนนี้ คาดการณ์ว่า หากไม่มีแล็บเพิ่มจะดึงระยะเวลาการตรวจไปได้ถึงปลายเมษายน หลังจากปลายเมษายน ก็จะตรวจไม่ทันแล้ว และถ้าหากสถานการณ์เลวร้ายกว่าเดิมแล็บที่ขอขึ้นทะเบียนไว้ ๕ แล็บ ยังไม่ได้รับการอนุมัติ แล็บที่ขออุทธรณ์ไป ๒ แล็บก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติ และสุดท้ายแล้ว หากมีแล็บปิดเพิ่มอีกคราวนี้ล้งก็จะหยุดซื้อแน่นอน แล้วชาวสวนจะเอาทุเรียนไปขายที่ไหน ทำมาทั้งปีลงทุนไปกันหลายแสนบาท หลายล้านบาทจะให้เอามาเททิ้งที่ทำเนียบก็คงไม่ไหว🔗
ความเดือดร้อนในครั้งนี้ทำให้ในวันอังคารที่ ๘ เมษายนที่ผ่านมา ชาวสวน ทุเรียนจังหวัดจันทบุรีล้งและผู้ประกอบการส่งออกได้รวมตัวกันที่หน้าศาลากลางจังหวัด จันทบุรีเพื่อยื่นข้อห่วงกังวลนี้และยื่นข้อเสนอแนะผ่านท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมายังท่าน นายกรัฐมนตรี โดยมีข้อห่วงกังวลในประเด็นเรื่องของการขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด และกรมวิชาการเกษตร ช่วยตรวจเข้มในส่วนของทุเรียนอ่อน และการลักลอบนำทุเรียนจาก ประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาสวมสิทธิเป็นทุเรียนไทย เพราะทั้ง ๒ เรื่องนี้ก็จะยิ่งซ้ำเติมให้ปัญหา การส่งออกของไทยหนักขึ้น และมีข้อเสนอไปยังท่านนายกรัฐมนตรีขอให้ช่วยไปเจรจากับ ประเทศจีนเรื่องแล็บ และขอให้มีการตรวจสาร BY2 แยกออกเป็น ๒ ค่า ๑. ก็คือว่าขอให้ ตรวจในเนื้อแบบ Not Detect อันนี้เรารับได้ค่ะ แต่การตรวจที่เปลือกขอให้กำหนดค่า มาตรฐานขั้นต่ำที่รับได้ก็คือประมาณ ๑๐ ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม หรือ ๑๐ PPB เนื่องจาก ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีเปลือกหนาและไม่ได้รับประทานเปลือกนะคะ🔗
ดิฉันขอเข้าสู่คำถามแรกเลยแล้วกันค่ะ เมื่อจีนตรวจเจอสาร BY2 ที่หน้าด่าน ก็จะสั่งระงับแล็บของไทย ทำให้แล็บถูกปิดไปเรื่อย ๆ และมีการคาดการณ์กันว่าในช่วงที่ ทุเรียนส่งออกเยอะ ๆ จีนก็อาจจะตรวจเจอสาร BY2 ที่หน้าด่านเพิ่มมากขึ้น เวลาที่แล็บไทย และจีนสุ่มเก็บทุเรียนตัวอย่างไปตรวจ มันก็จะเป็นคนละลูกกัน เมื่อหน้าด่านที่จีนเก็บ สุ่มตรวจแล้วเจอสาร BY2 ก็จะมาสั่งระงับแล็บไทย จึงดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไร และแล็บเรา เป็นแล็บที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ได้รับมาตรฐาน ISO 17025 ถ้าหากถูกสั่งระงับไป เรื่อย ๆ แบบนี้ แถมที่ขอขึ้นทะเบียนใหม่ ๕ แล็บกับอุทธรณ์ไป ๒ แล็บยังไม่ได้รับการรับรอง ท่านมีแนวทางการแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร อันนี้เป็นคำถามแรกค่ะ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธาน เรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้มาตอบกระทู้ถามของท่าน ซึ่งต้องขอขอบคุณท่าน ญาณธิชา บัวเผื่อน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนจากจังหวัดจันทบุรี เป็นห่วงพี่น้องประชาชน ในเรื่องของปัญหาการส่งออกทุเรียน ซึ่งถือได้ว่าเป็นสินค้าเกษตรที่ส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของ ประเทศ แต่เรียนอย่างนี้ครับว่าในวันนี้เป็นกระทู้ถามสด สิ่งที่ท่านถามส่วนใหญ่ส่วนหนึ่ง ก็อยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ อีกส่วนหนึ่งก็อยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในส่วนที่อยู่ กระทรวงพาณิชย์นั้นก็เป็นเรื่องของกรมการค้าต่างประเทศ กรมส่งเสริมการค้าต่างประเทศ กรมการค้าภายใน ซึ่งตัวผมเองนั้นไม่ได้ดูแลกรมเหล่านี้ แต่ถึงอย่างไรครับผมเองนั้นก็ได้รับ มอบหมายจาก ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ลงมาช่วยดูในเรื่องของผลไม้ของ ประเทศไทยในการส่งออก ผมเองจะพูดคุยอธิบายในส่วนของแผนงานต่าง ๆ ที่กระทรวง พาณิชย์นั้นได้ทำ เราทำอย่างไรสำหรับทุเรียนในการส่งออกเพื่อเพิ่มความพร้อมให้กับพี่น้อง เกษตรกร โดยเฉพาะปี ๒๕๖๘ ที่เพิ่มมากขึ้น และในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ท่านถามเกี่ยวกับห้องแล็บนั้นผมเองก็จะพยายามตอบในส่วนที่สามารถจะตอบให้ได้ เรียนอย่างนี้ครับว่า ในปี ๒๕๖๗ เรามีทุเรียนผลิตออกมา ๑.๒๘ ล้านตันด้วยกัน เราบริโภค ในประเทศนั้น ๓๒๐,๐๐๐ ตัน เราส่งออกไป ๙๕๐,๐๐๐ ตัน ในภาพรวมของการส่งออกนั้น ๙๗ เปอร์เซ็นต์ คือ ๙๒๐,๐๐๐ ตันนั้นเราส่งออกไปยังประเทศจีน นี่คือข้อมูลของปี ๒๕๖๗ ซึ่งเมื่อเราวิเคราะห์ข้อมูลของปี ๒๕๖๗ เทียบกับปี ๒๕๖๖ แล้วเราพบว่าการส่งออกไปยัง ประเทศจีนเราลดลง ๑๒๐,๐๐๐ ตัน สาเหตุที่ลดลงเพราะว่าปริมาณทุเรียนของประเทศไทย เราเจอปัญหาปรากฏการณ์เอลนิโญ ซึ่งผลผลิตทุเรียนนั้นลดลง แต่ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ การส่งออกของเรานั้นผ่านทางประเทศลาวและประเทศเวียดนามไปยังด่านโหย่วอี้กวนแล้วก็ ผิงเสียง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ติดกับเวียดนาม ประเทศเวียดนามนั้นในปี ๒๕๖๗ ได้รับอนุญาตให้ส่ง ทุเรียนสดเข้าสู่ประเทศจีนได้ทำให้เวียดนามนั้นแชร์ตลาดของประเทศไทยไป และทำให้การ ส่งออกของไทยนั้นลดลง ๑๒๐,๐๐๐ ตัน แต่ถึงอย่างไรก็ตามแต่ในปี ๒๕๖๗ นั้นผลผลิต ทุเรียนเราไม่มากนัก ไม่มีผลกระทบ ในขณะเดียวกันเราได้ราคาสูงขึ้น เราได้วิเคราะห์ต่อว่า ในปี ๒๕๖๘ ทุเรียนของประเทศไทยถ้าไม่เจอปรากฏการณ์เอลนิโญ ฝนตกดี พื้นที่ในการ เพาะปลูกเราทราบเพิ่มขึ้นมา ๑๑ เปอร์เซ็นต์ อีกประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ด้วยกัน เป็น ๑,๒๐๐,๐๐๐ ไร่ ผลผลิตทุเรียนของประเทศไทยในปี ๒๕๖๘ นั้นเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้นิ่งนอนใจ เราได้วิเคราะห์ตลาด เรามองว่าการบริโภคในประเทศไทย ในปีที่แล้ว ๓๒๐,๐๐๐ ตัน บริโภคเพิ่มอย่างไรก็ไม่เกิน ๔๐๐,๐๐๐ ตัน เรามีทุเรียนที่เพิ่มขึ้น คาดว่าไม่น้อยกว่า ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ ตัน ที่ต้องทำตลาดเพิ่มขึ้น เราได้วิเคราะห์ตลาด ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตลาดอินเดียซึ่งกีดกัน ปกป้องเกษตรกรของเขายังไม่ให้ประเทศไทย ได้นำเข้าทุเรียน เราเพิ่งนำเข้าลำไยได้เมื่อต้นปีนี้ ส่วนประเทศในอาเซียนส่วนใหญ่ก็มีทุเรียน และส่งออกทั้งสิ้น เหลือเพียงประเทศจีนเท่านั้นเอง แต่การส่งออกไปยังประเทศจีนผ่านด่าน โหย่วอี้กวน ผิงเสียงก็ดีในพรมแดนที่ติดกับเวียดนามเพื่อเข้าสู่จีนทางด้านทิศตะวันออก และเหนือซึ่งถือว่าเป็นมณฑลที่ติดชายทะเล เป็นมณฑลที่มีพลเมืองอยู่มากและมีฐานะ เรามีคู่แข่ง เราเพิ่มการตลาดอีกได้ไม่มากนัก เพราะฉะนั้นกระทรวงพาณิชย์ได้วางแผนว่า เราจะบุกตลาดทุเรียนประเทศจีนในมณฑลทางภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ แล้วก็ภาค ตะวันตก โดยผ่านด่านที่เชียงรายคือด้านเชียงของเข้าสู่ด่านโม่ฮานไปสิบสองปันนา ไปคุนหมิง ไปหนานซา มณฑลหูหนาน แล้วก็ขึ้นสู่ฉงชิ่ง กระทรวงพาณิชย์ได้จัดนิทรรศการต่าง ๆ แม้กระทั่ง Business Matching จับคู่เจรจาการค้า ซึ่งก็ได้ผลครับ ผมเองในวันที่ ๒๖ มีนาคม หลังจากประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจ้แล้ว วันที่ ๒๖ มีนาคม ผมเดินทางไปประเทศจีนถึง วันที่ ๓๑ มีนาคม ไปดูเรื่องการตลาดของมณฑลในภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาค ตะวันตกของประเทศจีน พบกับผู้ประกอบการ ผู้ค้า พบกับผู้บริหารมณฑลต่าง ๆ สิ่งแรก ที่เราพบและพูดคุยก็คือว่าผู้ประกอบการผู้ค้าในมณฑลจีนเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นคุนหมิงก็ดี หนานซาก็ดี มณฑลยูนนาน และมณฑลหูหนาน แล้วก็ฉงชิ่ง พร้อมที่จะรับตลาดทุเรียน เพิ่มขึ้น บางรายนั้นบอกเลยครับว่าปีที่แล้วนำเข้ามา ๑๐๐ ตู้ ปีนี้ขอ ๕๐๐ ตู้ บางรายเคย ค้าอยู่ ๘๐๐ ตู้ ปีนี้ขอ ๑,๒๐๐ ตู้ บางรายบอกรับไม่อั้น ทุกคนพร้อมเพิ่มหมด เพราะฉะนั้น ปริมาณทุเรียนที่เพิ่มขึ้นประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ตันนั้น เชื่อว่าสามารถระบายไปสู่ตลาดจีน ในภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคตะวันตกได้หมด ไม่มีปัญหาทุเรียนตกค้างใน ประเทศไทย แต่สิ่งหนึ่งที่เขาเป็นห่วงผู้ประกอบการค้าได้พูดคุยกับผู้นำเข้าจากประเทศไทยสู่ประเทศจีน ให้เซ็นสัญญาในการส่งออกทุเรียนตาม Order ที่เขาต้องการ ปรากฏว่าผู้ส่งออกนั้นไม่กล้า เซ็นสัญญาเหล่านั้น เพราะเขาไม่มีความมั่นใจว่าเขาสามารถส่งทุเรียนไปได้ตามกำหนดแล้วมี คุณภาพที่ดีหรือไม่ ตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไว้ว่ามาตรการของประเทศจีนในปีนี้ต่างกับปี อื่น ๆ เขามีมาตรการที่เพิ่มเข้มข้นขึ้น ก็คือทุกตู้ของผลไม้ทุเรียนจะต้องมีห้องแล็บตรวจ รับรองซึ่งห้องแล็บนั้นจะต้องมีการรับรองจากรัฐบาลจีน คือ GACC ของประเทศจีนรับรอง ห้องแล็บต้องตรวจทุกตู้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ว่าไม่มีสาร BY2 ไม่มีสารแคดเมียม และเมื่อถึงด่าน ก็จะตรวจ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ทุกตู้ ซึ่งในอดีตนั้นตรวจเพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ ผู้ที่ส่งออกไปยังประเทศจีนนั้นเกรงว่าเมื่อทุเรียนเราออกมากขึ้นการตรวจของห้องแล็บ ประเทศไทยก็ดีเพียงพอหรือไม่ การติดขัดที่ห้องแล็บของประเทศจีนและด่านที่จีนทำให้ รถนั้นติดสะสมและใช้เวลา และทุเรียนเมื่อเข้าสู่ตลาดของประเทศจีนนั้นจะสูญเสียทำให้ ราคาตกต่ำแล้วไม่สามารถขายได้ นี่คือปัญหาที่ผมพบแล้วก็เจรจาอยู่ที่ประเทศจีน🔗
สิ่งแรกที่ผมเจรจาก็คือที่ด่านโม่ฮานที่สิบสองปันนาบอกเขาว่าขอให้เขาขยาย เวลาในการปิดด่าน จากการปิดด่านเวลา ๑๗.๓๐ นาฬิกา เป็นเวลา ๒๐.๓๐ นาฬิกา เพิ่มขึ้นมา ๓ ชั่วโมง เพิ่มคนในการเปิดด่าน และเพิ่มห้องแล็บในการตรวจเมื่อท่านต้องการ ตรวจ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มห้องแล็บจาก ๓ ห้องแล็บเป็น ๕ ห้องแล็บ นี่คือสิ่งแรกที่เจรจา ซึ่งผู้บริหารมณฑลยูนนานก็ดี ผู้บริหารด่านโม่ฮานก็ดี รับปากว่าจะดำเนินการให้ตามที่ ร้องขอทุกประการ นี่คือสิ่งแรกที่พูดคุยถึง🔗
สิ่งที่ ๒ ที่พูดคุยก็คือว่าตามที่ท่านได้ซักถามว่าทุเรียนนั้นเราไม่ได้บริโภค เปลือกเรากินเนื้อข้างใน ขอให้เข้มในการตรวจสาร BY2 ที่เนื้อได้หรือไม่ GACC คือศุลกากรจีน เขาตอบว่า การรักษาคุณภาพสู่อนามัยของพี่น้องประชาชนนั้น การปอกเปลือกทุเรียน เมื่อมีสาร BY2 อยู่ และเมื่อปอกแล้วใช้มือข้างเดียวกันนั้นจับเนื้อ เนื้อที่ติดสาร BY2 ก็จะเข้า สู่เนื้อด้วย เพราะฉะนั้นมาตรฐานของประเทศจีนนั้นไม่ต้องการมีแม้กระทั่งเปลือกนะครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราต้องยอมรับว่ามาตรฐานของประเทศจีนเขาให้ความห่วงใยผู้บริโภค เขาสร้าง มาตรฐานแบบนี้ เราจะให้เขาลดมาตรฐาน ลดความห่วงใยในส่วนของสุขอนามัยของพี่น้อง ประชาชนประเทศจีนนั้นเราคงพูดได้ไม่ถนัดนัก แต่เราก็ได้พูดคุย แต่รัฐบาลจีน GACC ของจีนเขาก็ยืนยันครับว่าเขาต้องตรวจที่เปลือกไม่ให้มีสาร BY2 ด้วย สิ่งหนึ่งที่ผมเองนั้น ได้พยายามพูดคุย ก็คือผลการตรวจสาร BY2 และสารแคดเมียมในปลายเดือนตั้งแต่ กลางเดือนมีนาคมไปถึงปลายเดือนมีนาคมเมื่อผมไป ผลการตรวจพบสาร BY2 นั้นน้อย และเป็นที่พอใจของ GACC ของประเทศจีน ผมได้พูดคุยกับ GACC ทั้งที่ด่านโม่ฮาน ทั้งที่มณฑลยูนนาน แล้วก็หูหนาน บอกให้เขาช่วยทำความเห็นไปสู่ GACC คือศุลกากรจีน ที่ปักกิ่งซึ่งถือว่าเป็นรัฐบาลกลางที่มีอำนาจในการสั่งลดการตรวจผ่อนปรนในการตรวจ ให้เหลือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์เช่นในอดีตจะได้ไม่มีปัญหาการติดที่ด่าน ซึ่งปรากฏว่าศุลกากร ทุกเมือง ทุกมณฑล เขามีความเห็นสอดคล้องและจะทำหนังสือความเห็นนั้นส่งไปให้ ศุลกากรจีนในการลดการตรวจจาก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ดังเช่น ในอดีต นี่คือสิ่งที่ผมเองนั้นได้ประสานไว้และกลับมาวันที่ ๓๑ มีนาคม ในเมื่อกลับมาแล้ว เราพบว่ามีการตรวจพบสาร BY2 เพิ่มขึ้นในการส่งไปยังประเทศจีน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมก็ยังไม่มี ความมั่นใจว่าสิ่งที่ศุลกากรจีนในมณฑลต่าง ๆ ทำความเห็นไปสู่รัฐบาลกลางเพื่อผ่อนปรน จะมีการลดให้เราหรือไม่เหลือเพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์🔗
ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผมเองนั้นก็เป็นห่วงในเรื่องนี้ ผมเองได้พูดคุย กับผู้ประกอบการซึ่งผมเองนั้นอยู่ในวงการของการรู้จักผู้ประกอบการค้าส่งออกทุเรียนเป็น จำนวนมาก ผมทราบดีครับว่าเกษตรกรนั้นไม่ใช้สาร BY2 อย่างแน่นอน เพราะสาร BY2 นั้น เป็นสารจุ่มให้ผิวนั้นสวย ไม่ใช่ปุ๋ย ไม่ใช่ยาปราบศัตรูพืช เพราะฉะนั้นเกิดขึ้นที่เกษตรกร เป็นไปไม่ได้ เกิดขึ้นได้ที่เดียวคือที่ล้งที่เก็บ ซึ่งที่ล้งต่าง ๆ และที่ผลิตในการที่จะส่งออกนั้น เขาก็ Big Cleaning อย่างดี และยืนยันว่าผู้ประกอบการทุกรายไม่จุ่มสาร BY2 เพราะเมื่อจีน ตรวจ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้วเขาไม่กล้า แต่สาร BY2 ยังพบได้อย่างไรนี่คือปัญหาใหญ่ที่เรา ต้องหาให้เจอ ผมเองได้พูดคุยกับผู้ประกอบการ บอกคุณไปตรวจดินรอบล้งสิ เมื่อคุณ Big Cleaning และสาร BY2 อาจจะหล่นไหลไปอยู่ที่ดินแล้วคนงานที่เหยียบดินเหล่านั้น เข้ามาสู่ล้งแล้ววางทุเรียนอาจจะมีสาร BY2 ติดไปได้ หรือพื้นปูนในอดีตในปีที่แล้วท่านใช้ สาร BY2 อยู่อาจจะซึมลึกอยู่ในพื้นปูน เจาะพื้นปูนไปดู เพราะค่ามาตรฐาน ๒ ไมโครกรัม สาร BY2 มีได้ ๒ ไมโครกรัมต่อ ๑ กิโลกรัม และตรวจภาชนะต่าง ๆ โดยเฉพาะลัง🔗
พี่น้องครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติด้วยครับ ผมเรียนอย่างนี้ว่าผลการ ตรวจดินในล้งต่าง ๆ ไม่พบสาร BY2 เลย ผลการตรวจพื้นปูนไม่พบสาร BY2 ผลการตรวจ กล่องกระดาษที่ใส่ทุเรียนไปยังประเทศจีน ส่งไปตรวจเมื่อวันที่ ๖ เมษายน ผลการตรวจมา วันที่ ๘ เมษายน ผมเพิ่งทราบเมื่อคืนนี้จากผู้ประกอบการพบสาร BY2 ที่กล่องกระดาษ มีค่าสูงถึง ๑๒๖.๗๕ ไมโครกรัมต่อ ๑ กิโลกรัม นี่คือสาเหตุลึก ๆ นี่คือสาเหตุใหญ่ที่เราพบ สาร BY2 อยู่ที่กล่องกระดาษครับ อยู่ที่กล่องที่บรรจุทุเรียน ผมได้แจ้งให้กับผู้ประกอบการ คุณต้องรีบแจ้งสิ่งนี้ให้กับกรมวิชาการเกษตร แจ้งสิ่งนี้ให้กับกระทรวงอุตสาหกรรมและรีบ แก้ไขโดยด่วน และเมื่อแก้ไขแล้วกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องประสานศุลกากรจีน เพื่อลดการผ่อนปรนในการตรวจจาก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ให้ได้ เพื่อให้การส่งออกนั้นไม่ติดขัดก็กราบเรียนอย่างนี้🔗
ส่วนประเด็นที่ท่านถามว่าห้องแล็บนั้นเพียงพอหรือไม่ ผมเรียนอย่างนี้ว่า เมื่อวันที่ ๗ มีการประชุม ครม. ท่านรัฐมนตรีนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้บอกในที่ประชุม ครม. ว่าได้นัดประชุมในวันพรุ่งนี้กับศุลกากรจีน ในประเด็นที่ ห้องแล็บเมื่อตรวจพบแล้ว ของเราตรวจไม่พบ ประเทศจีนตรวจพบ และประเทศจีนนั้น สั่งยกเลิกห้องแล็บของประเทศไทยในการตรวจ ซึ่งการตรวจนั้นเป็นการหยิบสุ่ม ซึ่งประเทศไทย ก็มีมาตรฐาน ขอให้อย่าเพิ่งระงับ แล้วก็เพิ่มห้องแล็บอีก ๕ ห้องแล็บ ซึ่งจะมีการพูดคุยกัน ในวันที่ ๑๑ ท่านก็คงต้องติดตามผลจากการประชุมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็น หน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยตรงในการที่จะดูแลเรื่องของมาตรฐานในการส่ง ผมเองนั้นดูแลเรื่องของการตลาด เรายืนยันว่ากระทรวงพาณิชย์ทำอย่างดีที่สุด🔗
ท่านรัฐมนตรีครับ เวลาท่านหมดแล้วครับ เหลืออีก ๒ คำถาม เดี๋ยวเก็บไว้ตอบอีก ๒ คำถาม🔗
ผมพยายามสรุปให้สั้นที่สุดครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ🔗
เข้าใจครับ แต่ว่ากติกามันมีอยู่ครับ🔗
ก็สรุป สั้น ๆ ว่ากระทรวงพาณิชย์นั้นเราเชื่อมั่นว่าผลผลิตของทุเรียนที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่ปัญหา ปัญหา อยู่ที่การส่งออกและสาร BY2 และสิ่งที่จะต้องแก้ก็คือแก้ที่ลังกระดาษ ก็ขอกราบเรียน เบื้องต้นในคำถามแรกครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านญาณธิชาคำถามที่ ๒ ครับ🔗
เรียนท่านประธานนะคะ อันที่จริง ดิฉันก็รู้อยู่แล้วว่าการแก้ไขจะต้องมีการบูรณาการกันหลายกระทรวง ดิฉันจึงตั้งใจถามท่าน นายกรัฐมนตรี แต่ว่าเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีกรุณาให้ท่านซึ่งเป็นตัวแทนจากกระทรวง พาณิชย์มาตอบ ดิฉันก็คาดการณ์ไว้แล้วว่าท่านอาจจะมาตอบแบบนี้ ซึ่งก็ต้องกราบขออภัย ดิฉันถามอย่างหนึ่งค่ะ แต่ว่าท่านก็ตอบมาอีกอย่างหนึ่ง แต่ว่าดิฉันก็ยังคาดหวังว่าดิฉัน จะได้รับคำตอบที่ดีกว่านี้ เพราะว่ามันเป็นปัญหาที่ชาวสวนทั้งประเทศเดือดร้อนแล้วก็ รอคอยคำตอบจากท่าน เพราะว่าท่านก็คือความหวังสุดท้าย พอได้ยินคำตอบแบบนี้แล้ว ดิฉันก็รู้สึกผิดหวังนิดหนึ่ง เหมือนกับว่ามันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย วันที่ ๒๖ มีนาคมที่ท่านไป ที่จีนดิฉันก็ตามข่าวอยู่ แต่ดิฉันก็คิดว่ามันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไร เพราะว่าการตัดสินใจ จะอยู่ที่รัฐบาลกลางของจีน ท่านบอกว่าจีนต้องการซื้อเพิ่มมากขึ้น แต่ว่าตอนนี้หลัก ๆ เลย ก็คือว่ามันกำลังจะส่งออกไม่ได้แล้ว คือท่านรู้ปัญหาเรื่องนี้มา ๔ เดือนแล้ว ๔ เดือนผ่านมา ยังไม่มีอะไรดีขึ้น แต่ว่าปัญหาก็ยิ่งหนักกว่าเดิม ก็ดูเหมือนว่ารัฐบาลก็ยังมีความพยายาม น้อยเกินไป🔗
ดิฉันขอเข้าคำถามที่ ๒ เลยแล้วกันค่ะ ว่าท่านมีแนวทางในการที่จะแก้ไข ปัญหาการส่งออกนี้อย่างไร เพราะถ้าเกิดว่าหากส่งออกไม่ได้ก็จะกระทบกับชาวสวนทุเรียน ทั้งประเทศซึ่งมีมูลค่าเศรษฐกิจนับ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท คนเดือดร้อนกันเป็นวงกว้าง ดิฉันมีคำถามว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะมีแนวโน้มไปเจรจากับรัฐบาลกลางของประเทศจีน หรือไม่ ถ้าไป ไปเมื่อไร แล้วก็มีทิศทางในการเจรจาอย่างไร อันนี้คือคำถามที่ ๒ ค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนอย่างนี้ว่าผมเองยืนยันว่าในการส่งออกทุเรียนนั้นผลผลิตที่เพิ่มขึ้นยืนยันไม่มีปัญหา แต่เรื่องของกระบวนการส่งออกนั้น เรื่องของการติดขัดที่ด่านในการตรวจสาร BY2 นั้น เป็นหน้าที่โดยตรงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งผมได้ชี้แล้วว่าจะต้องแก้ไขอย่างไร ซึ่งกระทรวงพาณิชย์นั้นไม่มีหน้าที่โดยตรง เพราะเรื่องของการตรวจสาร BY2 คือกรม วิชาการเกษตร ท่านติดตามที่กรมวิชาการเกษตร แต่ว่าผมได้ชี้แล้วว่าปัญหาของการเจอสาร BY2 นั้นพบที่ไหน อย่างไร ส่วนการไปเจรจากับประเทศจีนก็คงจะมีการเจรจาอย่างต่อเนื่อง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็จะไปวันที่ ๒๔-๒๖ ไปคุย ไปดูที่ด่านโหย่วอี้กวน แล้วก็เจรจากับทางรัฐบาลจีน แต่สิ่งสำคัญการเจรจานั้นเราต้องเข้าใจว่าเขาต้องยอมรับ มาตรฐานของเมืองไทย คุณไปเจรจาในสิ่งที่มาตรฐานเมืองไทยเขายังรับไม่ได้นี่แล้วให้เขา ผ่อนปรนเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญเราต้องสร้างมาตรฐานของประเทศไทย ในการตรวจสารให้เขายอมรับและผ่อนปรนลงมาเหลือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตอนนี้เราพบแล้ว ว่าสาร BY2 นั้นเกิดจากที่ใด แล้วต้องบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นหลักในการผลิตลังกล่องกระดาษ แก้ตรงนี้ให้จบ แก้ตรงนี้ ให้เร็ว แล้วก็เจรจากับประเทศจีน ขอขอบคุณครับ🔗
ท่านญาณธิชาครับ🔗
ต่อเนื่องมาคำถามที่ ๓ ดิฉัน ก็อยากจะบอกท่านรัฐมนตรีว่า ถ้าหากว่าท่านไปในวันที่ ๒๔-๒๖ เมษายน ก็อาจจะสาย เกินไปแล้ว แก้ไขอะไรไม่ทันแล้วนะคะ🔗
คำถามที่ ๓ หากสถานการณ์เลวร้ายที่สุด เหลือแล็บแค่แล็บเดียวหรือว่า แล็บถูกระงับไปทั้งหมด แน่นอนว่าเมื่อถึงเวลานั้นล้งก็จะไม่รับซื้อแล้ว ชาวสวนก็ไม่รู้ว่าจะ เอาทุเรียนไปขายที่ไหน ราคาก็จะถูกลงเป็นอย่างมาก ท่านมีแผนในการรับมือกับสถานการณ์นี้ อย่างไร แล้วก็ท่านมีแผนเผชิญเหตุหรือไม่ แล้วก็ดูเหมือนว่าคำถามนี้ก็จะเป็นคำถามที่ เกี่ยวกับกระทรวงพาณิชย์โดยตรง และดิฉันขอฝากไว้ตอนสุดท้ายว่า สุดท้ายแล้วท่านจะ แก้ไขปัญหาการส่งออกทุเรียนอย่างไร อย่าแก้ไขปัญหาโดยยกผลประโยชน์ให้คนกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง ขอให้แก้ไขปัญหาโดยให้นึกถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก อันนี้เป็น คำถามที่ ๓ ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีคำถามสุดท้ายครับ🔗
สิ่งแรก ที่เราเตรียมในการที่เจอปัญหาทุเรียนก็คือถ้าหากล้นตลาด เราเตรียมห้องเย็นในการเก็บไว้ ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ซึ่งไม่ได้เคยเตรียมมากไปถึงขนาดนี้มาก่อน นี่คือสิ่งแรก🔗
สิ่งที่ ๒ ประเด็นเรื่องการส่งออกถ้าหากมีปัญหา เรายอมรับว่าการบริโภค ในประเทศนี้ปีที่แล้ว ๓๒๐,๐๐๐ ตัน บริโภคอย่างไรก็ไม่ถึง ๔๐๐,๐๐๐ ตัน ทุเรียนที่ เพิ่มขึ้นมาอีก ๓๐๐,๐๐๐ ตันนั้นนั่นคือปัญหาอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นต้องแก้ไขด้วยการ ส่งออก แต่การแก้ไขการส่งออกนั้นตามที่ท่านบอกว่า หมายความว่าจะไปเอื้อประโยชน์ ให้กับคนจีนในการเข้ามาตรวจหรืออย่างไร ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า ผมไปเจรจากับผู้บริหาร มณฑลทุกมณฑลซึ่งมีศุลกากรจีนอยู่ สิ่งหนึ่งที่ผมเจรจาก็คือทำอย่างไรให้มีการตรวจเพียง ครั้งเดียว มาตรวจที่ประเทศไทย โดย GACC หรือศุลกากรจีนนั้นมาตรวจห้องแล็บ รับรอง มาตรฐานที่ห้องแล็บเมืองไทย และเมื่อรับรองแล้วส่งออกไปผ่านด่านประเทศจีนไม่ต้อง ตรวจอีก ซึ่ง GACC ของจีนเขาก็มีความเห็นด้วยจะหารือกับรัฐบาลกลาง ผมไม่ได้เอื้อ ประโยชน์ให้กับนักธุรกิจจีน ผมยืนยัน เพราะในสายข่าวของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น บอกว่าจะทำให้ธุรกิจทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำนั้นถูกครอบงำโดยคนจีน ผมเรียน อย่างนี้ว่าผู้ค้าเป็นใหญ่ ผู้ซื้อต้องการอะไรเราต้องทำให้ได้เช่นนั้น ไม่ว่า Spec และคุณภาพ นี่คือโลกของการค้า เมื่อผู้ค้าเขาต้องการ Spec และคุณภาพอย่างไร แล้วเขาเข้ามาตรวจใน ประเทศไทย มา QC ในประเทศไทย และสามารถผ่านด่านประเทศจีนได้โดยไม่ต้องตรวจอีก ซึ่งผู้ที่เข้ามาตรวจนั่นคือ GACC หรือคือศุลกากรของจีน เป็นสิ่งที่เราต้องอำนวยความสะดวก ให้เขา คือเราต้องเป็นความร่วมมือซึ่งกันและกัน แต่ในสายข่าวของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์กลับมองว่าเป็นการครอบงำธุรกิจและละเมิดอธิปไตย ผมเรียนว่าเรื่องแบบนี้ไม่ใช่ เรื่องการละเมิด การค้าผู้ซื้อเป็นใหญ่ ผู้ซื้อต้องการอย่างไร เราต้องทำให้ได้อย่างนั้น เมื่อผู้ซื้อ เข้ามาตรวจในประเทศไทยแล้วไม่ต้องตรวจที่ประเทศจีนอีก อำนวยความสะดวกรถ ไม่ต้องติด นี่คือสิ่งที่ต้องทำร่วมกัน และเขาไม่ได้ละเมิดสิทธิของคนไทยแต่อย่างใด แต่เขา ก็มาช่วยเราในการตรวจและส่งออกให้เร็วขึ้น นี่คือสิ่งที่ผมประสานไว้ แล้วก็นี่คือแนวทาง การแก้ปัญหาที่ดีที่สุด แล้วก็รัฐบาลจะพยายามเจรจาในสิ่งเหล่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เป็นอันจบกระทู้ถามสดด้วยวาจากระทู้ที่ ๒ ขอบคุณทางคณะรัฐมนตรี ทางท่านรัฐมนตรี ระเบียบวาระถัดไป กระทู้ถามที่ ๓ ระเบียบวาระที่ ๑.๑.๓ กระทู้ถามสด🔗
๓. นายศุภโชติ ไชยสัจ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค มาเป็นผู้ตอบกระทู้ถาม ขอเชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ถาม ท่านศุภชัยเชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศุภโชติ ไชยสัจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจากพรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขอตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อท่านนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มา ในวันนี้ แต่ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ท่านพีระพันธุ์ที่ได้ ให้เกียรติมาตอบกระทู้ถามแทนท่านนายกรัฐมนตรีตามที่ได้รับมอบหมาย แอบผิดหวัง เล็กน้อยนะครับ เพราะปัญหาที่กำลังจะถามนี้ครับ นายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. มีอำนาจเต็มครับ เป็นผู้เดียวที่มีอำนาจ เต็มในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน🔗
ประเด็นแรก คือเรื่องของโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดทั้ง ๒ โครงการ โดยแบ่งเป็นโครงการแรก เฟสแรก จำนวนกว่า ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ และเฟสที่ ๒ จำนวนกว่า ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ ต้องบอกแบบนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นตัวนายกรัฐมนตรีเองหรือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้มีการพูดคุยกันถึงประเด็นนี้ครับ ตัวท่านรัฐมนตรีน่าจะรู้ดีว่าเราเองก็ได้มีการถามตอบคำถามลักษณะนี้ในสภาแห่งนี้มาแล้ว หลายรอบ รวมไปถึงเมื่อปลายปีที่แล้วธันวาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา ตัวผมเอง รวมไปถึงผู้นำ ฝ่ายค้าน ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ก็ได้มีการตั้งคำถามถึงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงาน หมุนเวียนเฟสที่ ๒ จำนวนกว่า ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ จนเป็นกระแสสังคมในตอนนั้น ก็ต้อง ขอขอบคุณท่านอีกครั้งหนึ่งที่ช่วยนั่งหัวโต๊ะ กพช. เคาะมติออกมาให้มีการชะลอการรับซื้อ ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเฟสที่ ๒ จำนวน ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ออกไปก่อน หยุดภาระการ เพิ่มขึ้น ต้นทุนค่าไฟของพี่น้องประชาชนให้เพิ่มขึ้นไปชั่วคราว แต่ในเวลาไล่เลี่ยกันผมก็ได้ มีการตั้งคำถามหลายครั้งถึงโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน อีกโครงการหนึ่งเป็น โครงการเฟสแรก จำนวนกว่า ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ เป็นโครงการที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกัน กับที่ท่านได้เพิ่งชะลอไปเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นไม่มีการเปิดให้มีการประมูลราคารับซื้อไฟฟ้า เป็นโครงการที่รัฐบาลไปกำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าที่แพงกว่าที่ควรจะเป็น เป็นโครงการที่จงใจ ผูกขาดให้นายทุนไม่มีกติกาที่เป็นธรรมสำหรับทุกฝ่ายครับ แล้วก็ไม่ได้มีการกำหนดวิธีการให้ คะแนนแก่โครงการของเอกชนแต่ละรายที่ยื่นเข้ามาว่าจะให้คะแนนเขาอย่างไร ซึ่งท่านก็รู้ดี ว่าศาลปกครองเองก็ได้มีการพูดถึงโครงการนี้ไว้ว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นกับโครงการรับซื้อ ไฟฟ้าในเฟสแรกจำนวนกว่า ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์นี้ เป็นกระบวนการที่ส่อให้เกิดการทุจริต ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ทำให้พี่น้องประชาชนต้องจ่ายค่าไฟแพงขึ้น ซึ่งก็เป็นแบบนั้น จริง ๆ ผลการคัดเลือกออกมามีเอกชนกลุ่มทุนไม่กี่รายได้โครงการสัมปทานไปเกือบทั้งหมด ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์เลย มีการคำนวณไว้คร่าว ๆ ว่าหากปล่อยให้มีการเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้า จากโรงไฟฟ้าใน ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์นี้ จะทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยนี้ต้องจ่ายค่าไฟ แพงเกินกว่าที่ควรจะเป็น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตลอดระยะเวลา ๒๕ ปี แต่แทนที่ท่านจะมี การสั่งให้ชะลอการลงนามเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเหมือนกับโครงการเฟสที่ ๒ ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ เรามี ๒ โครงการ ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ กับ ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ สั่งชะลอไปแล้ว แต่ ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ ไม่ได้มีการสั่งชะลอเซ็นสัญญาเลยครับ พอเรื่องนี้ ไม่ได้เป็นกระแสหลักในสังคม ท่านกับตีเนียนปล่อยผ่านไม่เคยที่จะขยายการทำงานของท่าน ให้ครอบคลุมเพื่อรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเลย ท่านกลับทำตรงกันข้ามครับ ให้เอกชนทยอยเข้ามาเซ็นสัญญาลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่างรัฐกับเอกชนแบบ เงียบ ๆ ท่านก็รู้ว่าท่านมีสิทธิที่จะยกเลิกได้เฉพาะโครงการที่ยังไม่ได้มีการลงนามในสัญญา ซื้อขายไฟฟ้าอย่างเดียวเท่านั้น เพราะระเบียบก็บอกไว้ว่าถ้ายกเลิกได้ ท่านก็ต้องมีมติ กพช. ออกมาเพื่อยกเลิก ถ้าหลังจากนั้นเอกชนเข้ามาเซ็นสัญญาหมดแล้ว มันยกเลิกได้ยาก หรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น พวกผมถามกันไปกี่รอบ ท่านก็แกล้งทำเป็น ไม่ได้ยิน อย่างอาทิตย์ที่แล้วผมก็ได้มีการลุกขึ้นเพื่อปรึกษาหารือในสภาแห่งนี้ขอให้ท่านระงับ ชะลอการเซ็นสัญญา แต่ในอาทิตย์เดียวกันกลับมีการให้เอกชนเข้ามาลงนามในสัญญา ซื้อขายไฟฟ้ากับทางภาครัฐอีกหลายร้อยเมกะวัตต์ จนปัจจุบันเหลืออีกแค่ไม่กี่โครงการที่ยัง ไม่ได้เซ็นสัญญาเท่านั้นที่ท่านจะสามารถเข้าไปหยุด เข้าไปยกเลิกการลงนามได้ เพราะฉะนั้น คำถามแรกของผมแบ่งออกเป็น ๓ คำถามย่อยครับ🔗
อย่างแรกครับ คือทำไมท่านรัฐมนตรีถึงไม่ได้มีการสั่งชะลอเซ็นสัญญา การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในเฟสแรก จำนวนกว่า ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ เหมือนที่ ทำกับโครงการรับซื้อเฟสที่ ๒ จำนวน ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ ทั้ง ๆ ที่มันเป็นโครงการที่มีปัญหา ในลักษณะเดียวกัน คือจะทำให้ค่าไฟมันแพงกว่าที่ควรจะเป็น🔗
คำถามย่อยที่ ๒ ท่านรัฐมนตรีจะมีการสั่งให้ชะลอหรือยกเลิกการเซ็นสัญญา รับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในเฟสแรก ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ โครงการที่เหลืออยู่ที่ยัง ไม่ได้เซ็นนี้จะสั่งได้หรือยัง ทำทันทีทำได้หรือยังครับ เพราะว่ากำหนดการนี่เขาบอกไว้ว่า รัฐบาลจะให้เอกชนเข้ามาเซ็นทั้งหมดภายในวันที่ ๑๙ เมษายนนี้ครับ ๑๙ เมษายนนี้ คือ Dateline ครับ ถ้าท่านไม่ชะลอก่อนท่านจะทำอะไรไม่ได้แล้วครับ🔗
คำถามย่อย คำถามสุดท้ายครับ คือโครงการที่ได้มีการลงนามในสัญญา ซื้อขายไฟฟ้าไปแล้วเรียบร้อย หลายพันเมกะวัตต์ประชาชนแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นที่แพงกว่า ที่ควรจะเป็นไปแล้วเรียบร้อยเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจะเอาอย่างไร กลับไปแก้ไข ได้หรือไม่ อันนี้คือรอบแรกของผม ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน วันนี้ผมได้รับมอบจาก ท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบคำถามท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเด็นเรื่องค่าไฟฟ้า ที่ท่านเป็นผู้ที่ห่วงใยเรื่องนี้มาตลอดเช่นเดียวกับทางผมแล้วก็ทางรัฐบาล ผมขออนุญาตเรียน ผ่านท่านประธานด้วยความเคารพว่า ความจริงสิ่งที่ท่านเป็นห่วงไม่ได้ต่างจากสิ่งที่ตัวผมเอง และท่านนายกรัฐมนตรีเป็นห่วงเลย วันหนึ่งถ้าหากว่าท่านได้มาอยู่ตรงนี้แล้วท่านเข้ามาทำ หน้าที่ท่านจะทราบว่ามันไม่ง่ายเหมือนที่เราอยากทำ🔗
ประการแรก ไม่ว่าเราอยู่ในตำแหน่งอะไรมันต้องมีกฎหมายให้อำนาจที่เรา จะทำต่าง ๆ นานาได้ด้วย🔗
ประการที่ ๒ มันก็มีกฎเกณฑ์กติกาที่คนอื่นเขาก็มีอำนาจ ตรงนี้เป็นปัญหา ที่สำคัญเหมือนที่ผมได้เคยพูดทั้งในสภาและนอกสภาว่าปัญหาเรื่องพลังงานมันหมักหมม มานานไม่เคยมีใครมาแก้ปัญหาเลย🔗
ปัญหาสำคัญที่ใหญ่ที่สุดคือปัญหาเรื่องกฎหมายครับ เรามีกฎหมายที่เกี่ยวกับ พลังงานน้อยมาก แล้วก็มีปัญหากฎหมายที่แทบจะไม่ได้ให้อำนาจอะไรรัฐมนตรีเลย ซึ่งเป็น เรื่องน่าแปลกประหลาด เวลานี้อย่างที่ท่านทราบอยู่แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ ไฟฟ้า ถ้าเราไม่นับตัวผลิตไฟฟ้าคือ EGAT ก็จะมีคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ที่ท่านพูดถึงตัวย่อว่า กพช. ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หน่วยงานที่ ๒ ก็คือ กกพ. หรือคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ตรงนี้ละครับที่เป็นตัวที่ทำให้เกิดปัญหาในปัจจุบัน นโยบายอยู่ที่ กพช. แต่ปฏิบัติไปอยู่ที่ กกพ. แล้วก็มีลักษณะเหมือนเป็นองค์กรอิสระ ความจริงกฎหมายที่ตั้ง กกพ. มามีเจตนารมณ์ในอดีตตอนนั้นเพราะว่าคาดการณ์ว่าจะมีการ แปรรูป กฟผ. แล้วก็อีก ๒ การ คือภูมิภาคกับนครหลวงเป็นเอกชน คือไปแปรรูปเหมือน ปตท. ก็จะทำให้ผู้ผลิตไฟฟ้าในประเทศเป็นเอกชนหมด จึงมีการออกกฎหมาย กกพ. ขึ้นมา ถ้าท่านไปดูในบทเฉพาะกาลท่านจะเห็น เขาบอกว่า กฟผ. ก็ดี กฟภ. แล้วก็ กฟน. จะต้อง ได้รับใบอนุญาต มันเป็นไปได้อย่างไรครับ ท่านลองนึกดู หน่วยงานของรัฐได้รับอนุญาตโดย พระราชบัญญัติอยู่แล้วให้ประกอบกิจการไฟฟ้าให้ประชาชน จะต้องไปขออนุญาตทำไมครับ เพราะเขามีความเข้าใจตอนนั้นว่าจะแปรรูปอย่างไร ตรงนี้ละครับที่เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหา แล้วกฎหมายนี้ก็ใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ จนมาปี ๒๕๖๘ ๑๘ ปี ขณะเดียวกัน กพช. เป็นหน่วยงานนโยบาย ไม่ใช่ปฏิบัติ เวลามีปัญหาอะไร เวลามีเรื่องประมูลไฟฟ้า จะตั้งไฟฟ้า ก็โยนไป กกพ. กกพ. ปฏิบัติเสร็จก็แทบไม่เคยมารายงาน ไม่มีอะไรกำหนดบังคับ อันนี้คือ จุดเริ่มต้นของปัญหาท่านต้องเข้าใจตรงนี้ก่อน ถ้าเราจะช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องค่าไฟฟ้า หรือค่าพลังงานตรงในส่วนนี้ที่เกี่ยวข้อง มันไม่ใช่มาแก้แค่ประมูลงาน หรือแก้ตรงส่วนอื่น มันต้องแก้ทั้งระบบ คือต้องแก้ตั้งแต่กฎหมายที่เป็นตัวกำหนด แล้วก็กำกับการทำงานของทุก หน่วยงาน ทั้งหมดนี้ก็น่าแปลกนะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในฐานะที่อยู่กระทรวงพลังงาน ไม่มีอำนาจอะไรเลย ในกฎหมายใด ๆ เลย มันประหลาดไหม มีอำนาจอยู่อย่างเดียวตาม กฎหมายที่เกี่ยวกับไฟฟ้าคืออยู่ในอำนาจของกฎหมายการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ซึ่งยกร่าง ประกาศใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๑๑ มีอำนาจอยู่ตามมาตรา ๓๙ มาตราเดียวครับ แล้ววันนี้จาก บทเฉพาะกาลที่ผมเรียนท่านในกฎหมาย กกพ. ก็ทำให้ EGAT หรือการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ต้องกลายเป็นผู้รับอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้า มันอะไรครับหน่วยงานของรัฐแท้ ๆ อันนี้คือปัญหาที่รัฐบาลกำลังหาทางแก้ปัญหาในเรื่องข้อกฎหมาย เรื่องพวกนี้อยู่ ผมก็กำลัง ดำเนินการอยู่ ก็กราบเรียนให้ท่านทราบผ่านท่านประธานในส่วนนี้ไป🔗
สืบเนื่องจากที่ท่านพูดตรงนี้ละครับมาต่อที่ท่านบอกว่า โครงการที่มีการเปิด ประมูลไป ๒ รอบ รอบแรก ๕,๒๐๓ เมกกะวัตต์ อันนั้นเป็นโครงการเก่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ แล้วก็ต่อเนื่องมา ๒,๑๐๐ เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ใน ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ อันนี้มีนาคม ๒๕๖๖ ทั้ง ๒ โครงการนี้ ไม่ว่าจะเป็นท่านนายกรัฐมนตรีปัจจุบันหรือผมไม่ได้ไปเกี่ยวข้องตั้งแต่ ตอนต้นเลย แต่ผมกับท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลคงปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว ไม่ต้องทำอะไรไม่ได้ ประเด็นปัญหาเหมือนที่ท่านบอก เมื่อตอนปลายปีเราก็พูดกันมาแล้ว แล้วผมก็บอกแล้วผมกำลังดำเนินการ เพราะผมไม่เคยทราบประเด็นเรื่อง ๒,๑๐๐ เมกะวัตต์ เขาไม่ได้มาแจ้ง มันเกิดก่อนผมมา ผมมาทราบ ๑,๕๐๐ เมกะวัตต์ ๑,๕๐๐ เมกะวัตต์ คือ ๒,๑๐๐ บวก ๑,๕๐๐ เป็น ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ หลังจากนั้นท่านนายกรัฐมนตรีได้มีการ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการของ กพช. ขึ้นมา มอบให้ผมเป็นประธานเพื่อตรวจสอบเรื่อง ๒,๑๐๐ เมกะวัตต์ และจากตรงนั้นทุกอย่างเราก็ต้องหารือกับสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาบอกว่ากรณี ๒,๑๐๐ เมกะวัตต์นี้ยังไม่ได้ทำ อะไรเลย ก็คือทาง กกพ. เขาประกาศออกมาก็จริง แต่ยังไม่ได้ทำอะไร เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ จะไม่มีผลกระทบ ถ้าหากว่าชะลอไปก่อนได้เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ตรงนี้เราถึงได้มีการตั้ง คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีให้เวลา ๖๐ วัน ตั้งแต่วันตั้งคือวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน ผมและ คณะก็มีการตรวจสอบเรื่องนี้มาตลอด แล้วก็ยืนยันกับท่านว่าผมไม่เอาด้วยหรอกครับอะไรที่ ไม่ถูกต้อง แต่สิ่งที่ผมพบและคณะกรรมการพบในขณะนี้ก็คือว่าความสับสนในเรื่องกฎหมาย และอำนาจหน้าที่ ใน พ.ร.บ. กกพ. ที่เอามาประกวดราคา เอามากำหนดอะไรนี่ ผมก็มี ข้อสงสัย กรรมการก็สงสัยเหมือนท่าน อย่าว่าแต่ท่านเลย วันนี้คณะเราที่ได้รับแต่งตั้งจาก ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะ กพช. ยังไม่ทราบรายละเอียดเลยครับ เพราะเขาจะไม่ให้ เห็นไหมครับ แต่เราก็ไม่สนใจหรอกครับ ไม่ให้ก็ถือว่าชี้แจงไม่ได้ แต่ว่ายิ่งไปกว่านั้นครับ ในกฎหมาย กกพ. ไปกำหนดบอกว่าให้มีระเบียบว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างไฟฟ้าเป็นการเฉพาะ ซึ่งส่วนตัวผมเองและคณะกรรมการหลายท่านก็เห็นว่ามันก็เหมือนกับหน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงาน เช่น แม้แต่ EGAT ก็มีเขาเรียกอะไรครับ ระเบียบจัดซื้อจัดจ้างของตัวเองไม่จำเป็น ถ้าบอกหน่วยงานไหนของรัฐไม่มีก็ใช้ของกระทรวงการคลังก็คือกรมบัญชีกลาง แต่หน่วยงานรัฐ บางแห่งก็สามารถมีของตัวเองได้ เช่น ที่ผมเรียนเมื่อสักครู่ EGAT ก็มีของตัวเอง ในส่วนของ กรุงเทพมหานครเป็นต้นก็มีของตัวเองด้วย แต่ว่าคำว่ามีของตัวเองในทางกฎหมายในความ เข้าใจของผมและอีกหลายท่านมันหมายถึงมีระเบียบว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างกลางของ หน่วยงาน แต่ว่าจะต้องจัดซื้อจัดจ้างเป็นกรณี ๆ ไปก็เพิ่มเติมในส่วนไหนเข้าไปเป็น การเฉพาะ แต่ทีนี่ไม่ใช่ครับ เขาบอกว่าเขามีอำนาจที่จะออกกฎเกณฑ์กติกาเป็นครั้ง ๆ ไม่มี เป็นระเบียบกลาง ครั้งนี้จะทำแบบนี้ ครั้งโน้นจะทำแบบนั้น ไม่ตรงกันสักครั้ง ผมก็ไม่ เคยเจอ ตอนนี้กำลังพิจารณาว่าอย่างนี้ถูกต้องหรือเปล่า🔗
ประเด็นต่อไปที่เรากำลังพิจารณาก็เช่นเดียวกันว่านอกจากคุณจะดูเรื่อง ตรงนี้แล้วจะต้องดูกฎหมายอื่นประกอบด้วยนะ ไม่ใช่ดูแค่ตรงนี้ ซึ่งเป็นกฎหมายกลาง เช่น กฎหมายป้องกันการสมยอมในการเสนอราคา ถ้าหากว่ามีลักษณะเป็นอย่างนี้ก็ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าพบสิ่งผิดปกติต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะเป็นเหตุให้เราดำเนินการยกเลิกหรือ ดำเนินการอย่างอื่นให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป🔗
กลับมาในส่วนที่เป็น ๕,๒๐๓ เมกะวัตต์ ในส่วนที่เป็น ๕,๒๐๓ เมกะวัตต์ มันต่างกัน ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ ที่ท่านกล่าวถึงนี้พอดำเนินการจริงมาที่ ๔,๘๕๒ เมกะวัตต์ ที่ขาดหายไปอยู่ ๕๐๐ กว่าเมกะวัตต์ เพราะมีประเด็นเรื่องเป็นชีวมวลไม่มีคนเข้ามา ประกวดราคา แล้วก็อีกนิดหน่อยก็เป็นเรื่องของพื้นที่ไม่มีความพร้อม ใน ๔,๘๕๒ เมกะวัตต์ รวมทั้งสิ้น ๑๗๕ โครงการหรือราย ๑๗๕ โครงการนี้แบ่งเป็นของ กฟผ. ๙๔ โครงการ ๙๔ โครงการ เซ็นสัญญาไปแล้ว ๘๓ โครงการ เพราะเรื่องมันตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ มีการฟ้องร้อง อย่างที่ท่านพูดจริง แต่หลังจากนั้นก็มีคำกลับคำวินิจฉัยของศาลปกครองชั้นต้นโดย ศาลปกครองสูงสุด ก็เลยมีการทำสัญญากันไปแล้ว เหลืออยู่ประมาณ ๑๙ ราย ตรง ๑๙ ราย นี้ละครับที่ท่านพูดถึง ผมเองก็เป็นกังวล แต่ว่าเมื่อหารือกฤษฎีกาเขาบอกว่ามันต่างกับกรณี ๒,๑๐๐ เมกะวัตต์ เพราะกรณี ๒,๑๐๐ เมกะวัตต์ มันไม่มีรายไหนทำสัญญาเลยนะครับ กรณี ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ ทำสัญญาไปแล้วในส่วนของ กฟผ. ๘๔ โครงการ จะทำให้เกิดปัญหา ถ้าหากว่าไปสั่งเบรกแบบเดียวกับ ๒,๑๐๐ เมกะวัตต์ แต่ถ้าหากว่าตรวจพบขึ้นมาเมื่อไร อย่าว่าแต่ ๑๙ โครงการหลัง ถ้าตรวจพบขึ้นมาก็ต้องหาช่องที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ต่อไปว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร แต่ว่าในส่วนที่เหลือผมได้แจ้งไปทาง กฟผ. แล้วว่า สัญญาต่าง ๆ ที่จะต้องเซ็นต่อไปนี้ถ้าตรวจพบต้องมีเงื่อนไขในสัญญา เพราะถ้าหากว่า ตรวจพบว่าโครงการไหนไม่ชอบด้วยกฎระเบียบหรือกฎหมาย กฟผ. ต้องมีสิทธิยกเลิกได้ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าในส่วน ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ที่ท่านพูดถึง ซึ่งในความเป็นจริงคือ ๔,๘๕๒ เมกะวัตต์ เราตรวจพบ ในส่วนที่ผ่านไปแล้วก็ต้องหาช่องกฎหมายที่ดำเนินการต่อไป ในส่วนที่เหลือนี้จะต้องมีเงื่อนไขให้เราสามารถบอกเลิกสัญญาได้ ซึ่งการดำเนินการในส่วน ของ ๒,๑๐๐ เมกะวัตต์ กับ ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ แตกต่างกันเนื่องจากข้อเท็จจริงแล้วก็เงื่อนไข ต่างกัน ก็เรียนให้ท่านทราบ แต่ว่าเป้าหมายก็ตรงกันคือว่าเราจะไม่ปล่อยให้อะไรที่มัน ผิดพลาดเดินหน้าต่อไป ถ้าทำอะไรได้จะต้องทำหมดทุกอย่างตามเงื่อนไขและอำนาจตาม กฎหมายที่เรามีในกฎหมายแบบปัจจุบัน แต่กฎหมายเหล่านี้ผมเคยกราบเรียนผ่านท่าน ประธานไปยังท่านสมาชิกที่ถามมาอยู่แล้วว่ากำลังดำเนินการอยู่แล้วที่จะปรับปรุงตรงส่วนนี้ และผมกำลังดำเนินการอยู่ แต่เรียนให้ทราบว่าส่วนหนึ่งปัญหามันมาจากเรื่องแบบนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านถามคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ลุกขึ้นมา ตอบข้อชี้แจงครับ ผมต้องขอตอบอย่างนี้ครับว่าในเรื่องของ ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ ท่านได้ลุกขึ้น ชี้แจงในหลายประเด็นครับ ประเด็นหลัก ๆ เลยคือท่านบอกว่าโครงการรับซื้อไฟฟ้ารอบ ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ ไม่เหมือนกับรอบ ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ อันนี้ผมอาจจะไม่เห็นด้วย เสียทีเดียวว่ามันไม่เหมือนกัน ปัญหามันคือลักษณะเดียวกันเลยครับ มันมาจากวิธีการ การกำหนดนโยบายในส่วนเดียวกันเลยด้วยซ้ำ อัตราการรับซื้อไฟฟ้าก็เป็นอัตราเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะมาบอกว่ายกเลิกโครงการหนึ่งได้ แต่อีกโครงการหนึ่งยกเลิกไม่ได้ ผมก็เห็นว่ามันจะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนเกินไป ซึ่งส่วน ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์นี้ ผมก็ไม่ได้บอกว่าต้องไปยกเลิกทั้งหมดทีเดียว ผมแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มที่ยังไม่ได้มีการเซ็นสัญญากับกลุ่มที่มีการเซ็นสัญญาไปแล้ว ท่านจะมีแนวทาง ในการปฏิบัติอย่างไร กลุ่มที่ยังไม่ได้มีการเซ็นสัญญาท่านควรจะใช้มาตรฐานเดียวกับกลุ่ม ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ด้วยซ้ำ ส่วนกลุ่มที่มีการเซ็นสัญญาไปแล้วใช้อีกวิธีหนึ่งแล้วค่อยหาวิธี ร่วมกันได้ครับ แต่อย่างน้อยท่านต้องมีการออกมติออกมาให้ชะลอก่อน กลับมาคิดก่อนก็ได้ ว่าจะทำอย่างไรกันต่อ ท่านในฐานะรองประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. โดยตำแหน่ง รวมไปถึงหน่วยงานที่ท่านดูแลอยู่ หรือ สนพ. ก็เป็นเลขานุการครับ ท่านสามารถชงวาระเข้าที่ประชุม กพช. ได้เลย แต่ปัจจุบันจนถึงวันนี้ท่านก็ยังไม่ทำว่าจะเอา อย่างไรกับ ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์🔗
ถ้าเป็นอย่างนี้ในคำถามส่วนที่ ๒ ผมขอถามเกี่ยวกับการรับซื้อไฟฟ้าจาก พลังงานหมุนเวียน ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ เฟสที่ ๒ ซึ่งอย่างที่เราพูดคุยกันว่าท่านรัฐมนตรีได้มี การสั่งชะลอ แล้วก็ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเมื่อสักครู่ที่ท่านพูด ท่านก็บอกว่าท่านเป็นหัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบเองด้วย ตอนนี้ผ่านมาประมาณ ๔ เดือน เรามีการพูดคุยกันเรื่องนี้ตั้งแต่ธันวาคม แต่คณะกรรมการตรวจสอบเพิ่งมีการตั้ง เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมไม่มั่นใจว่ามันมีการเว้นระยะเวลา ๒ เดือนกันไป เพื่ออะไร ต้องบอกอย่างนี้ว่าถ้าเราไปดูกระบวนการตามกฎหมายนี่การรับซื้อไฟฟ้าในรอบ ไหน ๆ เลยอาจจะไม่มีการผิดกฎหมายเลย ทำตามกฎหมายทุกอย่างครับ เพราะฉะนั้น ที่ท่านเคยบอกไว้ว่าเราตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบว่ามันถูกต้องตามกระบวนการ กฎหมายหรือเปล่านี่ คำตอบผมตอบได้เลยว่ามันไม่ผิด แต่ที่มันจะผิดคือการที่ท่านยอมให้มี การเอื้อกำไรให้กับกลุ่มทุน เอื้อกำไรให้กับนายทุนพลังงานจนมากเกินไป ปัจจุบันราคารับซื้อ ไฟฟ้าอยู่ที่บาทกว่า ท่านก็ยังจะดึงดันให้ใช้ราคา ๒ บาทกว่า ประชาชนแบกรับต้นทุน ค่าไฟตรงนี้อีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ แบกไปแล้ว ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ กำลังจะแบกอีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นผมกลัวเหลือเกิน ว่าคณะกรรมการที่ท่านตั้งขึ้นมากลัวว่าท้ายที่สุดแล้วถ้าไป Check ตามข้อกฎหมาย มันจะบอกว่าการรับซื้อในรอบไหน ๆ เลยไม่มีความผิด ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นมันก็ไม่ได้เกิดอะไร พี่น้องประชาชนก็ยังถูกมัดมือชกให้แบกรับต้นทุนค่าไฟตรงนี้เพิ่มขึ้นอยู่ดี แต่ถ้าถามว่า ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟแพงขึ้นไหม ใช่ครับ ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟแพงขึ้นนะครับ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๕ ปี และยิ่งถ้าเราไปดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงาน หมุนเวียนเฟสแรก ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ที่เราเพิ่งพูดกันไปนี้ ถ้าท่านปล่อยให้เรื่องนี้มันเงียบ แล้วค่อย ๆ ให้มีการเข้ามาเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้า มันจะเป็นอย่างนั้นใช่หรือไม่ครับ คำถาม ของผมในเรื่องนี้คือท่านต้องตอบมาเลยว่าท่านจะเอาอย่างไร ไม่มีการชะลอแล้วครับ ท่านจะ ยกเลิกหรือไม่ยกเลิกการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ๓,๖๐๐ เมกะวัตต์ เฟสที่ ๒ นี้ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ต่อเนื่องจากคำถามแรก แล้วก็ท่านได้เกริ่นนำ ในตอนต้นคำถามที่ ๒ ท่านบอกว่ามันไม่ต่างกัน ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ กับ ๒,๑๐๐ เมกะวัตต์ ความเป็นมาต่าง ๆ อย่างที่ท่านเข้าใจไม่ต่างครับ ที่ผมบอกว่าต่างกันคือ ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์นี่ เขาเซ็นสัญญาไปแล้ว ๘๔ โครงการในส่วนของ กฟผ. แต่ในส่วนของ ๒,๑๐๐ เมกะวัตต์ เขายังไม่ได้เซ็นเลยแม้แต่โครงการเดียว มันต่างกันตรงนี้ ซึ่งเป็นเหตุที่ผมเรียนว่าได้หารือ กฤษฎีกาเขาบอกว่าเงื่อนไขตรงนี้ต่างกัน ไม่ใช่ว่าโครงการเนื้อหามันต่างกัน ไม่ต่างกันไม่ใช่ คือกระบวนการที่เขาทำงานกันไปมันต่างกัน ในโครงการนั้นเขาเซ็นไปแล้ว ๘๔ โครงการ ส่วนในของ ๒,๑๐๐ เมกะวัตต์ ยังไม่ได้มีโครงการไหนเซ็นเลย🔗
ประเด็นต่อไป ผมขออนุญาตเรียนว่าเรากำลังตรวจสอบสิ่งที่ท่านพูดนะครับ ว่าเงื่อนไขราคาทำไมไม่เปลี่ยนแปลง แล้วก็มีประเด็นที่ผมเองก็ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมไม่ กำหนดเงื่อนไขใหม่เหมือนที่ท่านก็สงสัย แต่สิ่งที่ได้รับคำชี้แจงเขาบอกว่าเป็นการขยายจาก โครงการเดิม เมื่อเป็นการขยายจากโครงการเดิมก็เลยต้องใช้ราคาเดิม ผมเรียนท่านเลยครับ ผมไม่เห็นด้วย และกรรมการที่เราพิจารณาอยู่ขณะนี้หลายคนก็ไม่เห็นด้วย เพราะอะไร เพราะว่าลักษณะของการดำเนินการนี้มันไม่น่าเข้าลักษณะเป็นการขยายโครงการเดิม อันนี้ก็กำลังพิจารณาอยู่🔗
ประเด็นต่อไปผมก็เรียนท่านตรงนี้ได้เลยครับเพราะเดี๋ยวก็ต้องเปิดเผย อยู่แล้ว กำลังตรวจสอบต่อไปว่ามีลักษณะเป็นการผิดกฎหมายฮั้วประมูลด้วยหรือเปล่า มันไม่ใช่มีแค่ราคา ส่วนราคานี่ก็เป็นที่โต้เถียงกัน ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ กกพ. เขาก็ ยืนยันว่าถูกต้อง หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเขาก็บอกว่าถูกต้อง แต่ต้องมีการตรวจสอบกัน ต่อไปว่าถูกต้องจริงไหม มันจะเป็นราคานี้ได้อย่างไร มันจะมีที่มาที่ไปอย่างไร ตรงนั้นเดี๋ยว ก็ต้องตรวจสอบต่อครับ ท่านกับผมไม่ได้ต่างกันเลยเรื่องพวกนี้ เพียงแต่ว่าการทำงาน มันไม่ได้สามารถเนรมิตได้อย่างใจเราต้องการทันทีทันใดในทางปฏิบัติ แต่ว่าเรียนท่าน ประธานผ่านไปว่า ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องนี้ แล้วเราก็เป็นห่วงเรื่องนี้อยู่ ผมทำงานเรื่องนี้ทุกวัน เรื่องนี้เมื่อวานก็เพิ่งประชุม ที่บอกท่านว่าเพิ่งประชุมเมื่อวานนี้เอง ครั้งล่าสุดคือเมื่อวาน ทางคณะใหญ่ก็ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อให้เกิดการทำงานที่รวดเร็วขึ้น ไปดำเนินการ ส่วนในเรื่องของอำนาจในการเลิกหรือเลื่อนต่อไปก็ต้องเข้าคณะใหญ่ ตอนนี้ ผมก็กำลังรอกำหนดวันประชุม กพช. อยู่ หลายเรื่องที่ผมเรียนท่านไปยังไม่ได้รายงาน กพช. เพราะยังไม่ได้ประชุม แต่ผมก็รอกำหนดวันประชุมแล้วผมก็จะต้องนำเข้าไปรายงานผล การทำงานของผมต่อไป แต่ผมเรียนยืนยันท่านว่าถ้าเราตรวจพบตรงไหนที่มีสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผมจะไม่ละเว้นเด็ดขาด แต่ว่าการที่เราจะบอกผิดหรือถูกมันไม่ใช่อยู่ที่ตัวเราคนเดียว โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย เวลาเราทำงานลักษณะอย่างนี้มันไม่ได้อยู่ที่ ตัวเราคนเดียว ถึงทำให้ผมบอกท่านว่าผมอึดอัด เพราะในกฎหมายต่าง ๆ ท่านไปดูสิครับ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานมีอำนาจแค่ไหนครับ ก็ไม่มีเลย ทุกวันนี้ไม่มีเลย ผมอยากมีอำนาจ เหมือนที่ท่านบอกนี่ละครับให้มันเต็มที่ผมนี่ละ แต่มันไม่มีครับ นั่นคือปัญหาที่ผมกำลังเร่งแก้ กฎหมายเกี่ยวกับไฟฟ้าอยู่ เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ท่านกริ่งเกรงอยู่นี่ กำลังทำงานตรวจสอบอยู่ครับ แล้วความผิดมันไม่ได้มีตรงแค่ราคา เราต้องตรวจสอบ ทุกอย่างเลย เพราะว่าทุกอย่างมันไม่เคยมีการชี้แจงมาจากหน่วยงานที่เขาปฏิบัติ อันนี้เป็น ครั้งแรก กราบเรียนท่านประธานผ่านไปว่าเป็นครั้งแรกที่มีการตรวจสอบในเรื่องพวกนี้ แล้วเราก็จะทำเรื่องนี้ให้ปรากฏให้ได้ว่าอะไรถูก อะไรผิด อย่างที่ผมเรียนที่สำคัญคือ การจัดซื้อจัดจ้างมันจะต้องมาจากระเบียบและจะต้องมาจากกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติครบถ้วนถูกต้องตามกฎหมายอื่น ๆ หรือไม่ อันนี้เป็นสิ่งที่จะต้องตรวจสอบต่อไป ถ้าไม่ถูกต้องแล้วโยนกลับไปที่ ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ได้ ก็จะต้องย้อนกลับไปด้วยเช่นเดียวกัน แล้วผมเรียนท่านประธานครับ ในแง่ข้อกฎหมายนี้สัญญาอะไรก็แล้วแต่ที่มาจากการกระทำ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มาจากการทุจริต เป็นสัญญาที่มีผลเป็นโมฆะครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
เชิญคำถามที่ ๓ ท่านสมาชิกเชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ผมรู้สึกอุ่นใจ ๑ อย่าง ที่ท่านรัฐมนตรีได้ออกมาชี้แจงว่า ต่อให้ มีการเซ็นสัญญาหรือลงนามไปแล้ว ถ้าคณะกรรมการตรวจสอบพบว่ามีข้อบกพร่องหรือมี ข้อทุจริตเกิดขึ้น เราสามารถกลับไปยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในรอบ ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ได้ แต่ผมอยากจะฝากไว้ ๑ ข้อ ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าเราจะไม่สามารถลดปัญหาเรื่องค่าไฟ ได้เลย ๓.๙๙ บาท ที่ท่านตั้งขึ้นมาเป็นเป้าหมายของท่าน แล้วท่านไปบี้หน่วยงานให้หา วิธีการมาให้จะไม่สามารถทำได้เลยถ้ายังมีการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานในอัตราที่มันยัง แพงอยู่ อันนี้อาจจะฝากไว้อีก ๑ ประเด็นครับ🔗
ส่วนในประเด็นสุดท้ายท่านประธานที่ผมอยากจะตั้งคำถามถึงท่านรัฐมนตรี เปลี่ยนประเด็นกันสักนิดหนึ่ง เป็นเรื่องของการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา คณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงาน หรือว่าบอร์ด กกพ. คร่าว ๆ ครับ บอร์ด กกพ. มีทั้งหมด ๗ ท่าน เรียกได้ว่าเป็นคณะกรรมการที่คอยกำกับดูแลทางภาคพลังงานของประเทศไทยให้อยู่ ในร่องในรอย ให้เป็นไปตามกฎหมาย เป็นไปตามพระราชบัญญัติกำกับกิจการพลังงาน ๔ จาก ๗ คนนี้กำลังจะครบวาระภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งแน่นอนว่าก็ต้องมีการสรรหา บอร์ด กกพ. ชุดใหม่เข้ามาทำงานแทนที่ชุดเดิมที่กำลังจะหมดวาระไป ก็ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาขึ้นมาทั้งหมด ๘ คน แล้วก็ได้มีการเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลแต่ละคนว่ามีส่วนได้ส่วนเสียในภาคพลังงานหรือไม่ อย่างไร ไม่น่าเชื่อครับ เกินกว่าครึ่ง ๔ จาก ๘ คนครับ ได้มีการถือหุ้นหรือเคยดำรงตำแหน่งในบริษัทพลังงาน หรือถือหุ้นบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของประเทศทั้งสิ้น ในเรื่องนี้ผมมีความกังวลอยู่ ๒ ประเด็น ขอใช้เวลาไม่มากครับ🔗
ประเด็นแรก เป็นเรื่องของธรรมาภิบาลของการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา ชุดนี้ว่าเราในฐานะประชาชนคนหนึ่ง รวมไปถึงพี่น้องประชาชนที่กำลังฟังอยู่ทางบ้าน เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคณะกรรมการสรรหาชุดนี้จะสามารถสรรหาบุคคลที่เหมาะสม เข้ามาดำรงตำแหน่งบอร์ด กกพ. ได้ จะมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาจะเป็นคนที่ทำงานเพื่อรักษา ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ทำงานเพื่อนายทุน เจ้าสัว กลุ่มทุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ อันนี้คือสิ่งที่ผมกังวลครับ อันนี้ผมเข้าใจดีว่าท่านรัฐมนตรีก็ได้มีการส่งหนังสือให้มีการชะลอ กระบวนการสรรหาไปแล้วเรียบร้อย แต่ท่านก็ต้องออกมาชี้แจงว่าท่านจะเอาอย่างไรต่อ เราจะปล่อยให้บอร์ด กกพ. หมดวาระไปโดยไม่มีการแต่งตั้งบุคคลใหม่ขึ้นมาทดแทน หรืออย่างไรครับ ความล่าช้านี้ทำให้ผมมีความกังวล🔗
ประเด็นที่ ๒ คือความล่าช้าที่เกิดขึ้น มีแนวโน้มสูงมากว่าเราจะสรรหาบอร์ด กกพ. ชุดใหม่ไม่ทัน หมายความว่าถ้าเลยพฤษภาคมไปนี่องค์ประชุมในบอร์ด กกพ. เราจะไม่ ครบองค์ประชุม ไม่สามารถดำเนินการประชุมได้ ไม่สามารถขอวาระต่าง ๆ อะไรได้เลยครับ ซึ่งเมื่อไม่ครบองค์ประชุมตามกฎหมายก็มีการกำหนดเอาไว้ อาจถูกตีความได้ว่าท่านรัฐมนตรี สามารถเข้าไปเป็นองค์ประชุมในบอร์ด กกพ. ได้ ถ้าเป็นอย่างนี้มันหมายความว่าอะไรครับ มันหมายความว่าท่านสั่งชะลอเพื่อหยุดการแทรกแซงของกลุ่มทุน นายทุนพลังงาน แต่เปลี่ยนจากการชะลอจากกลุ่มนั้นมาเป็นจากฝ่ายการเมืองแทน ท่านกำลังจะเอาตัวเอง เข้าไปแทรกแซงการทำงานของหน่วยงานองค์กรอิสระใช่หรือไม่ ผมอยากจะให้ท่านลุกขึ้นมา ชี้แจงตรงนี้ด้วยว่าท่านจะเอาอย่างไรต่อครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ขอบคุณท่านสมาชิกที่ถามคำถามนี้ คณะกรรมการที่ท่านกล่าวถึงตอนนี้ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว สาเหตุเพราะว่าการดำเนินการต่าง ๆ จะต้องเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด ตามกฎหมายเขากำหนดให้มี ๙ คน แต่เมื่อสักครู่ท่านพูดบอกว่า ๘ คนเห็นไหมครับ เพราะว่า ๑ ใน ๙ คน ต้องมาจาก หน่วยงานซึ่งปัจจุบันไม่มีแล้ว แล้วตอนที่เสนอตั้งก็ยังไม่ได้มียืนยันมาจากสำนักงานกฤษฎีกา🔗
ประการที่ ๒ ๒ ใน ๙ คน จะต้องตั้งตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด แต่ว่า รัฐมนตรีกำหนดระเบียบไว้ครั้งสุดท้ายคือปี ๒๕๕๓ ปรากฏว่าในส่วนที่เป็นกรรมการสรรหา ที่ต้องมาจากอธิการบดีของมหาวิทยาลัยของรัฐ ณ ปี ๒๕๕๓ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ ปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ มันเปลี่ยนสภาพไปแล้ว เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่กำหนดไว้ในระเบียบ จึงไม่มีตัวตน ก็เท่ากับว่าตอนที่ไปกำหนดตัวกันมานั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมายเลยครับ เพราะหน่วยงานที่กำหนดในระเบียบมันไม่มีแล้ว มันจะต้องเปลี่ยนชื่อเป็นอีกหน่วยงานหนึ่ง นั่นคือสิ่งที่ปัจจุบันผมกำลังดำเนินการยกร่างระเบียบตัวนี้ขึ้นมาใหม่ แล้วก็ได้ส่งไปให้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบว่าระเบียบที่จะแก้ใหม่ตรงนี้ใช้ได้หรือยัง ก็ได้รับคำท้วงติงมาบางประการ ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการแก้ไขระเบียบตรงนี้ให้สอดคล้องกับคำแนะนำของสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาอยู่ ผมจะพยายามเร่งให้เสร็จภายในเดือนนี้ แล้วก็จะได้ดำเนินการ ตั้งคณะกรรมการสรรหาต่อไป โดยเฉพาะประเด็นที่ท่านเป็นกังวล ก็ต้องมีความชัดเจน ในระเบียบให้มากขึ้นว่าคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องลักษณะไหน อย่างไร ไม่ควรได้เข้ามาเป็น คณะกรรมการสรรหา เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าท่านไม่ต้องห่วง สิ่งที่ท่านพูด ผมกำลังแก้ไขอยู่ ภายในเดือนนี้ระเบียบน่าจะเสร็จ เพราะว่าความจริงเสร็จไปแล้ว แต่ว่า กฤษฎีกาเขาท้วงติงมาบางข้อ ก็เลยต้องมีการปรับปรุงแก้ไข ก็เรียนให้ท่านทราบครับ เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ก็จะไม่ได้เป็นปัญหาอย่างที่ท่านเป็นกังวล เพียงแต่ว่าท่านไม่ทราบ การทำงานว่าผมทำอะไรอยู่ ก็ขออนุญาตเรียนให้ท่านทราบ แล้วก็ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้จะไม่เป็น ปัญหาครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีมากครับ เป็นอันจบกระทู้ถามสดด้วยวาจากระทู้ถามที่ ๓ นะครับ ต่อไปก็จะเข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป ๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๔๑๘🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑. เรื่อง ปัญหาและแนวทางแก้ไขในการบริหารจัดการน้ำด้าน การเกษตรในโครงการบางระกำโมเดล นายนพพล เหลืองทองนารา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือท่านรัฐมนตรีอัครา พรหมเผ่า เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ขอเชิญท่านนพพล เหลืองทองนารา ได้ถามได้เลย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ผมเองต้องกราบขอบพระคุณทางท่านรัฐมนตรีอัครา เป็นอย่างสูงที่ท่านได้มาตอบคำถามกระทู้ถามของผมเกี่ยวกับเรื่องของโครงการบางระกำ โมเดล ซึ่งโครงการนี้ปีนี้ถือว่าเข้าสู่ที่ ๙ แล้วในการดำเนินโครงการ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วถือว่า ยังผลที่ดี เป็นผลที่ดีมากสำหรับพี่น้องเกษตรกร แล้วก็จริง ๆ แล้วในโครงการบางระกำโมเดล ที่มีการศึกษาแล้วก็ได้เริ่มโครงการมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ที่ศึกษากันไว้พื้นที่ก็คือ ๓๘๒,๐๐๐ ไร่ และสามารถจะหน่วงน้ำก่อนที่จะหลากลงมาทางด้านภาคกลางและลงมาที่กรุงเทพฯ แล้วก็ ออกทะเลที่อ่าวไทยไป ถ้าพื้นที่เป็นจำนวน ๓๘๒,๐๐๐ ไร่ตามที่ศึกษาไว้สามารถจะหน่วงน้ำ ได้ถึง ๕๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ว่าในการเริ่มแรกของโครงการได้มีการเริ่มแรกที่ ๓๑๖,๐๐๐ ไร่ ถัดมาก็ขยายขึ้นไปอีก แล้วก็มาสุดท้ายก่อนจะถึง ณ ปัจจุบันนี้ก็คือ ๒๖๕,๐๐๐ ไร่ คือการลด ๆ เพิ่ม ๆ ของพื้นที่ ผมก็เข้าใจเพราะว่าจริง ๆ แล้วสิ่งที่เป็นปัญหา สำหรับการลดเพิ่มพื้นที่อยู่ตลอดเวลาก็คือเรื่องของต้นทุนน้ำ แล้วเดี๋ยวนี้ฟ้าฝนมันก็ไม่ เหมือนเมื่อก่อน มันก็ไม่มีความที่จะเสถียรในเรื่องของน้ำ อย่างเขื่อนสิริกิติ์ปีนี้เป็นปีแรกใน รอบ ๑๒ ปีที่น้ำวิ่งขึ้นไปถึง ๙๗ เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นก็จะเตาะแตะ ๆ อยู่ ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ก็ยังมี ซึ่งก็ทำความลำบากใจให้กับทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็กรมชลประทาน ผมเองผมเข้าใจนะครับ แต่ทีนี้ในปีนี้ในปีการเพาะปลูกปี ๒๕๖๘ จริง ๆ แล้วถ้าว่ากันตามตรงต้องนับตั้งแต่ปีการเพาะปลูกของฤดูนาปรังปี ๒๕๖๗/๒๕๖๘ ก็ได้มีการมาประชาสัมพันธ์กับพี่น้องเกษตรกร ตลอดจนผู้นำว่าในโครงการบางระกำโมเดล จะมีการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ในครั้งนี้อีก ๘๕,๖๙๔ ไร่ อยู่ใน ๓ จังหวัด มีพิษณุโลก สุโขทัย แล้วก็อุตรดิตถ์ พิษณุโลกมีอยู่ ๓ ตำบล พื้นที่ ๓๕,๐๐๐ กว่าไร่ อุตรดิตถ์อีก ๔๒,๐๐๐ กว่าไร่ แล้วก็ในสุโขทัยอีก ๗,๑๑๔ ไร่ แต่ว่าพอถึงเวลาเข้าจริง ๆ พื้นที่กลับกลายเหลือเพียง ๖๒,๐๐๐ ไร่ ทั้ง ๆ ที่ได้มีการทำระดับ Mark ระดับในจุดต่าง ๆ ในบางระกำโมเดลที่จะไป เพิ่มขึ้นใหม่เรียบร้อยหมดแล้ว ประชาชนก็โอเคเขาก็ดีใจ เพราะว่าเขาก็รอคอยมานาน เพราะว่าอย่างน้อยเขามีความมั่นคง ในเรื่องของน้ำที่จะเพาะปลูก นั่นหมายความว่าวันที่ ๑๕ มีนาคม ทางชลประทานจะปล่อย น้ำเข้ามาในพื้นที่เพื่อส่งน้ำเลี้ยงคลองมาเตรียมทำแปลงตั้งแต่วันที่ ๑๕ มีนาคม แล้วพอ วันที่ ๑ เมษายนก็เริ่มเพาะปลูกกันเลย เหตุผลที่ต้องเป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าพื้นที่นี้คือพื้นที่ ลุ่มต่ำ เพราะฉะนั้นเวลาน้ำหลากมาจากด้านทิศเหนือในฤดูฝนพื้นที่แถวนี้จะได้รับผลกระทบ ในอุทกภัยก่อนคนอื่นเขาเลย มันเหมือนแอ่งกระทะ แต่ว่าพอพื้นที่เหลือ ๖๒,๐๐๐ ไร่ เกษตรกรก็สงสัยเหมือนกันก็ถามผม ผมก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร แล้วก็ตอนก่อนที่จะเพิ่มพื้นที่ว่า ๘๕,๐๐๐ กว่าไร่ ๘๕,๖๙๔ ไร่ ทราบครับว่าอยู่ที่ไหนบ้าง อำเภอพรหมพิรามมี ๓ ตำบล อยู่ในตำบลมะต้อง หมู่ที่ ๑๑ เท่านี้ไร่ อยู่ในตำบลศรีภิรมย์ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๑๐ หมู่ที่ ๑๑ หมู่ที่ ๑๒ หมู่ที่ ๑๓ ในตลุกเทียม หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๙ เท่าไร อยู่ในอำเภอพิชัย ตำบลคอรุมเท่าไร ท่ามะเฟืองเท่าไร พญาแมนเท่าไร เราทราบหมด หรือแม้แต่สุโขทัย สวรรคโลก ตำบลปากน้ำเท่าไร อำเภอศรีนครเท่าไร แต่ว่าตอนที่มัน หายไปเหลือเพียง ๖๒,๐๐๐ ไร่ไม่รู้ ไม่มีการบอกเลยว่าอยู่ตรงไหน แต่ผมก็ยังมั่นใจว่า ทางพรหมพิรามน่าจะยังเต็มอยู่ เพราะมันอยู่ด้านทิศใต้หน่อย แต่ว่าอุตรดิตถ์กับสุโขทัย ผมคิดว่าน่าจะหายแน่ อันนี้เป็นการคาดเดาของผม ที่ผมพูดมาตรงนี้มันก็จะเชื่อมโยงกับ คำถามแรกที่ผมได้ขอเรียนถามท่านไว้🔗
ในคำถามแรกที่ผมถามไว้ก็คือว่าในโครงการบางระกำโมเดลมีโอกาสที่จะ ให้พื้นที่ในบางระกำโมเดลเต็มไปตามที่ศึกษาไว้หรือไม่ก็คือ ๓๘๒,๐๐๐ ไร่ ว่าตรงนั้นจะมี โอกาสเป็นไปได้มากไหม เป็นไปได้หรือไม่ และการที่จะทำพื้นที่ตามที่ศึกษาไว้ ๓๘๒,๐๐๐ ไร่ ท่านจะเอาน้ำจากที่ไหน น้ำจากแหล่งใดเข้ามาในพื้นที่ เพราะอย่าลืมว่าตรงนั้นมันจะต้องมี น้ำมาสนับสนุน แล้วก็ปัจจุบันการผันน้ำจากแม่น้ำน่านเข้ามาในพื้นที่บางระกำโมเดลที่ทำไว้ แล้วก็ใช้การอยู่ ณ เวลานี้ก็คือในโครงการของ YN1 คลองชักน้ำ ยม น่าน คลองต้นโพธิ์ แต่ว่าอีก ๒ จุดก็คือตัว YN2 ก็คือที่คลองอ้อม หมู่ที่ ๒ ตำบลศรีภิรมย์ อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก อันนั้นก็ยังไม่สมบูรณ์ และสุดท้ายอีกอันหนึ่งเป็นโครงการที่ผมเองต้อง กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นอย่างยิ่งที่ท่านได้ผลักดันมาจนวันนี้ ได้ก่อร่างสร้างแล้วนะครับ แต่ว่าก็ยังเพิ่งเริ่มต้นไปเพียงนิดเดียว ก็คือใน YN2/1 ที่เกาะวารี ตำบลพญาแมน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ทั้ง ๓ แหล่งนี้เป็นแหล่งที่จะนำน้ำมานะครับ พวกเราก็อยากจะทราบว่าตรง ๓ จุดนี้ในการที่นำน้ำเข้ามาในบางระกำโมเดลเพื่อให้ครบ ๓๘๒,๐๐๐ ไร่ ไม่ทราบว่าจะมีความสมบูรณ์ของโครงการเมื่อไร เพราะฉะนั้นในคำถามแรก สรุปอีกทีคือว่า ๑. ๓๘๒,๐๐๐ ไร่ตามที่ได้มีการศึกษากันไว้จะเป็นไปได้ไหมที่พื้นที่เหล่านี้ จะได้อยู่ในบางระกำโมเดลครบตามที่ศึกษาไว้ ๒. ท่านจะเอาน้ำจากแหล่งใด แต่ผมก็พูดไป เมื่อสักครู่นี้ว่าน้ำต้นทุนก็คือมาจากแม่น้ำน่านเป็นหลัก โดยผ่านคลองชักน้ำ ๓ แห่งนะครับ YN1 คลองต้นโพธิ์ YN2 คลองอ้อม และ YN3 เกาะวารี ๓ คลองนี้ต้องมีการปรับปรุงแล้วก็มี การก่อสร้างอะไรอีกหลาย ๆ อย่าง เพราะฉะนั้นก็อยากจะถามว่าใน ๓ โครงการนี้ถ้าขาด โครงการใดโครงการหนึ่งไปไม่มีทางจะสำเร็จได้ ๓๘๒,๐๐๐ ไร่ ก็เลยจะอยากถามท่านว่า ใน ๓ โครงการนี้ที่เป็นการชักน้ำจากแม่น้ำน่านไปในโครงการบางระกำโมเดลจะสำเร็จ ครบถ้วนสมบูรณ์เมื่อไรในคำถามแรก กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามแรกครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน พี่น้องประชาชนที่ได้รับชม การถ่ายทอดสดจากวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา ต้องขอบคุณท่านนพพล เหลืองทองนารา มากครับ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก วันนี้ ผม อัครา พรหมเผ่า ได้รับมอบหมายจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ มาตอบกระทู้ถามกรณีที่สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาตั้งคำถามถึง ความก้าวหน้าโครงการบางระกำโมเดล จริง ๆ ข้อมูลท่าน สส. นพพลท่านก็ให้ข้อมูลมา ค่อนข้างสมบูรณ์ เพราะท่านเป็นเจ้าของพื้นที่ ในนามของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอตอบคำถามกรณีที่ท่านถามมาถึงความก้าวหน้าโครงการแล้วก็ถามถึงแหล่งน้ำต้นทุน รวมถึงปริมาณพื้นที่ที่ดั้งเดิมที่โครงการเริ่มมาเมื่อหลายปีก่อน พื้นที่เดิมที่ท่านตั้งกระทู้ถาม มาคือ ๓๘๒,๐๐๐ ไร่ อยากจะเรียนชี้แจงอย่างนี้ครับ โครงการบางระกำโมเดลปัจจุบันมีพื้นที่ ดำเนินการทั้งสิ้น ๒๖๕,๐๐๐ ไร่ ในอนาคตข้างหน้าเนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการที่ตั้งขึ้น โดยการบูรณาการหลายภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ ๒ ลุ่มน้ำ ก็คือน้ำยมและน้ำน่านซึ่งเป็นพื้นที่ของท่าน ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและอีกหนึ่ง นโยบายที่ได้มีการบูรณาการร่วมกันก่อตั้งบางระกำโมเดลเพื่อที่จะพร่องน้ำใช้พื้นที่ส่วนนี้ รับน้ำในช่วงที่หน้าน้ำหลาก เพื่อที่จะชะลอไม่ให้น้ำทะลักเข้ามาในส่วนกลางของประเทศเรา ซึ่งท่านก็ทราบดี รัฐบาลสมัยนั้นก็มีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหานี้โดยออกแบบการทำการเกษตร เร็วกว่าฤดูปกติ เพื่อที่จะเก็บเกี่ยวให้ทันช่วงเวลาที่น้ำหลากเข้ามาในพื้นที่ สำหรับพื้นที่ ดั้งเดิมที่ก่อตั้งขึ้นมาพื้นที่ ๓๘๒,๐๐๐ ไร่ ผมขอเรียนชี้แจงว่าปัจจุบันมีพื้นที่ทั้งหมด ๒๖๕,๐๐๐ ไร่ ซึ่งประกอบด้วยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่าน ๒๐๕,๐๐๐ ไร่ แล้วก็ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานเรศวร ๔๐,๐๐๐ ไร่ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา พลายชุมพล ๒๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งแหล่งน้ำต้นทุนที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติกรุณาถาม หลักเลย น้ำต้นทุนของเราก็คือเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งมีการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำน่านแล้วใช้เขื่อนนเรศวร ในการควบคุมระดับน้ำเพื่อให้ระดับน้ำสามารถส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่โครงการบางระกำโมเดล โดยใช้อาคารบังคับน้ำต่าง ๆ เพื่อที่จะส่งน้ำให้กับพื้นที่ให้สามารถเพาะปลูกได้ตามกรอบ ปฏิทินของโครงการ ซึ่งปกติแล้วจะประมาณวันที่ ๑ เมษายนใช่ไหมครับท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่จะต้องปล่อยน้ำ ยกระดับน้ำเข้าคลองส่งน้ำตามที่ท่านได้กรุณาให้ข้อมูลมาก็คือ ท่อระบายน้ำคลองต้นโพธิ์ ทรบ. YN1 สามารถส่งน้ำได้สูงสุด ๑๕ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งน้ำเข้าสู่คลองชักน้ำแม่น้ำน่านคลองวังมะขามซึ่งมีความยาวทั้งสิ้น ๙ กิโลเมตร แล้วก็อีก โครงการหนึ่งก็คือโครงการท่อระบายน้ำคลองออม ทรบ. YN2 สามารถระบายน้ำได้สูงสุด ๑๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อที่จะส่งน้ำเข้าสู่คลองชักน้ำแม่น้ำน่าน-คลองวังขอน ซึ่งมีความยาวทั้งสิ้น ๖.๒๕ กิโลเมตรเพื่อส่งน้ำให้พื้นที่เพาะปลูกโครงการส่งน้ำและ บำรุงรักษายมน่าน ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานเรามีแผนการ พัฒนาระบบทั้งการกระจายน้ำ การส่งน้ำ เพื่อที่จะแก้ปัญหาให้พี่น้องในพื้นที่ของบางระกำ โมเดลนะครับ🔗
จากคำถามท่านถามว่ามีโอกาสไหมที่เราจะขยายพื้นที่เป็น ๓๘๒,๐๐๐ ไร่ นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานเราพยายามจะแก้ปัญหา ให้พี่น้องเกษตรกรได้มีน้ำใช้ในช่วงของฤดูแล้ง แล้วก็ต้องขอบคุณพี่น้องชาวพิษณุโลก สุโขทัย ที่ใช้พื้นที่ของบางระกำโมเดลในการบรรเทาเรื่องของอุทกภัยของประเทศชาติได้ เนื่องจาก พี่น้องในพื้นที่ได้เสียสละอย่างใหญ่หลวง ทางกรมชลประทานไม่ได้นิ่งนอนใจเราพยายาม ที่จะทำแผนบริหารจัดการน้ำ แผน ๓ ปี ๕ ปี และโครงการที่ท่านตั้งกระทู้ถามมานี้อยู่ใน ปีงบประมาณ ๒๕๖๙ หลายโครงการ แล้วก็ปี ๒๕๗๐ ปี ๒๕๗๑ ซึ่งจะโยงไปถึงคำถามข้อที่ ๒ ข้อที่ ๓ ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ยื่นกระทู้ถามมา กรณีที่ท่านถามมาข้อแรกพื้นที่แหล่งน้ำ ต้นทุนก็คือเขื่อนสิริกิติ์ แล้วก็พื้นที่ ๓๘๒,๐๐๐ ไร่ มีโอกาสไหมที่จะขยายจาก ๒๖๕,๐๐๐ ไร่ มีโอกาสครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญท่านสมาชิกคำถามที่ ๒ ครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี เป็นอย่างสูงครับที่ท่านได้ให้คำตอบ โดยเฉพาะในเรื่องของความสำเร็จ ความคืบหน้าในเรื่อง ของคลองชักน้ำทั้ง ๓ แห่ง ที่ท่านเองได้บอกเมื่อสักครู่นี้พวกเราก็ดีใจที่จะไปจบก็อีกไม่ กี่ปีแล้ว เพราะเรารอกันมานานแสนนาน โดยเฉพาะในส่วนที่กำลังถูกขยายออกไปนี่นะครับ คือจริงอยู่ว่ามีการลด ๆ เพิ่ม ๆ แต่ว่าในการคงอยู่ของตัวเลขที่นานที่สุดหลายปีนั่นก็คือ ๒๖๕,๐๐๐ ไร่อย่างที่ท่านบอก แต่ว่าในพื้นที่เหล่านี้มันมีบางพื้นที่มีพื้นที่อีกหลายจุด ที่ประสบภาวะในเรื่องของน้ำท่วม🔗
ผมเองจะขอถามคำถามที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องของพื้นที่ที่ประสบปัญหาไม่ได้รับ น้ำตามข้อตกลงในการทำนาในฤดูนาปีที่มีการส่งน้ำไม่ทั่วถึง คืออย่างนี้ท่านครับ ก็อย่างที่ผม บอกเมื่อสักครู่นี้ว่าในบางระกำโมเดลเป็นพื้นที่หน่วงน้ำให้กับคนทางภาคกลาง แล้วก็ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นความเสียสละของคนในพื้นที่ทั้ง ๓ จังหวัด ทั้งพิษณุโลก อุตรดิตถ์ แล้วก็สุโขทัย โดยเฉพาะอุตรดิตถ์ของท่าน สส. รวี เล็กอุทัย ท่านเองมีผลพวงที่จะต้องรับเป็น พื้นที่หน่วงน้ำ แต่ยังไม่เคยได้เข้าไปอยู่ในบางระกำโมเดลเลย เพราะฉะนั้นก่อนที่จะถึง คำถามแรกผมถึงได้จั่วหัวไปว่าประชาชนเขารอคอย เขาได้รับผลกระทบแต่ว่าเขาไม่ได้รับน้ำ ตามข้อตกลง เพราะฉะนั้นพอมีการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ผมก็ต้องดีใจแทนคนอุตรดิตถ์ด้วย แต่ว่าและแล้วก็หายไปอีกส่วนหนึ่ง แต่ก็เอาละก็รู้ความจำกัดของทางกรมชลประทาน แล้วโดยเฉพาะวันนี้ท่านรัฐมนตรี แม้แต่ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการพี่ชายของท่านรัฐมนตรี ท่านก็เอาใจใส่มากเรื่องของบางระกำโมเดล ผมก็ต้องขอบคุณนะครับ ทีนี้ที่ผมถามเกี่ยวกับ เรื่องอุทกภัย แล้วก็การไม่ได้รับน้ำในข้อ ๒ คืออย่างนี้นะครับ ผมขอเริ่มในส่วนของอุทกภัย ในโครงการบางระกำโมเดล มีทุ่งต่าง ๆ ที่จะรับน้ำที่อยู่ในบางระกำโมเดลประมาณ ๙ แห่ง ทีนี้มันมีบางแห่งที่ผมเองผมอยากจะนำเรียนท่านก็คือว่าได้มีการตกลงกับเกษตรกรไว้ว่าพื้นที่ สมมุติ เอาของจริงเลยแล้วกันครับ หนึ่งในนั้นชื่อว่าทุ่งหนองมน ทุ่งหนองมนอยู่ในอำเภอ พรหมพิราม ซึ่งเป็นทุ่งใหญ่พอสมควรแล้วก็ลามไปจนเกือบจะถึงอำเภอพิชัย ทีนี้ได้ตกลงกับ ราษฎรไว้ว่าการท่วมของน้ำ Maximum สูงสุดก็คือ ๗๗,๑๐๐ ไร่ แต่ทีนี้ผลปรากฏว่าในปีที่ ผ่านมาแล้วก็เมื่อก่อนก็ยังมี น้ำมันดันเกินกว่าที่ได้บอกไว้ นั่นหมายความว่าอย่างปีที่ผ่านมา น้ำสูงสุด ณ วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๗ น้ำเกินจากพื้นที่ไปเป็น ๘๖,๐๐๐ กว่าไร่ แล้วเฉพาะ จุดนั้นจุดเดียวต้องรับน้ำไว้ทั้งหมด ๑๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นภาระหนักหนา เอาการของพี่น้อง โดยเฉพาะพี่น้องที่อยู่ขอบ ๆ ของโครงการบางระกำโมเดล ซึ่งไม่ได้อยู่ใน โครงการบางระกำโมเดล เขาเพาะปลูก เขาก็เสี่ยงเรื่องการจะได้น้ำหรือไม่ แต่ว่าเขาก็คิดว่า คงเสี่ยงหน้าเดียว ถ้าฝนตกมาเขาก็โอเค แต่เขาไม่คิดว่าเขาจะได้เสี่ยงเกี่ยวกับเรื่องภัยน้ำท่วม เพราะว่าทางราชการบอกแล้วว่าขอบเขตพื้นที่ของการท่วมคือ ๗๗,๑๐๐ ไร่ แต่พอไปเป็น ๘๖,๐๐๐ กว่าไร่ อีก ๑๕,๐๐๐ ไร่ ก็เลยได้รับผลกระทบด้วย อันนี้ก็โยงไปคำถามแรก เหมือนกันว่าอยากให้ท่านได้ช่วยในเรื่องของงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นการขยายจาก YN1 คลองชักน้ำต้นโพธิ์ เพราะปัจจุบันมีปริมาณน้ำที่บรรจุได้ก็คือ ๑๒ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แล้วก็ถ้าตามแผนงานโครงการของท่านจะขยายเป็น ๓๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แล้วก็ YN2 เดิมแทบจะใช้การไม่ได้ จนวันนี้ก็จะต้องทำขึ้นไปเป็น ๓๐ ลูกบาศก์เมตร แล้วก็ YN2/1 ของท่านรวี เล็กอุทัย ก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นแล้วถึงอยากให้ท่านได้เร่งโครงการเหล่านี้ ทีนี้ก่อนที่จะไปถึง ณ จุดนั้นในพื้นที่ ที่น้ำมันยังไปไม่ถึงผมเองก็อยากจะสอบถามว่าท่านจะดำเนินการอย่างไรที่จะให้ประชาชน ได้น้ำตามข้อตกลงว่าวันที่ ๑ เมษายนเขาจะต้องได้รับน้ำแล้ว ยกตัวอย่างอันนี้ในเขตของท่าน พรรณสิริ กุลนาถศิริ สส. สุโขทัย ในตำบลไกรใน ตำบลไกรใน ณ เวลานี้มีเพียง ๑ หมู่เท่านั้น ที่อยู่ในเขตบางระกำโมเดล มีพื้นที่ประมาณ ๕,๐๐๐ ไร่ แต่ว่ามีการซ่อมแซม แล้วก็ก่อสร้าง ปตร. ทั้งหลาย ประตูน้ำทั้งหลาย ทำให้น้ำส่งให้เขาไปไม่ได้ แล้วทีนี้เขาจะต้องเร่งเพาะปลูก ข้าวให้ได้ก่อนสงกรานต์ เพราะมิฉะนั้นแล้วถ้าน้ำหลากมานี่เขาเก็บเกี่ยวไม่ทันวันที่ ๑๕ สิงหาคม ก็จะประสบกับปัญหาน้ำท่วม เมื่อประสบกับปัญหาน้ำท่วมแล้วถามว่าในพื้นที่ บางทีราชการรายงานไปว่ามีการเก็บเกี่ยวหรือยัง ทางส่วนกลางถามไป ทางหน่วยงานตาม จังหวัดก็บอกว่าเก็บเกี่ยวแล้ว แต่ท่านอย่าลืมว่าการเก็บเกี่ยวผลผลิตของพี่น้องเกษตรกร ระหว่างการปล่อยให้ข้าวสุกเองกับข้าวที่ต้องเกี่ยวหนีน้ำมันต่างกันมากเลยทั้งราคาและ คุณภาพของข้าว เพราะฉะนั้นตัวอย่างของตำบลไกรในที่บอกไว้ว่าตอนนี้ได้มีการตกลงกันว่า จะขอเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบเข้าไปให้พี่น้องได้ทำนาก่อนสงกรานต์ แต่ผลปรากฏว่าทางศูนย์ เครื่องจักรกลที่ ๒ พิษณุโลกบอกว่าน้ำมันไม่มี เขาบอกว่าตอนนี้อยู่ที่รอท่านรองอธิบดี กรมชลประทานเซ็น ถ้าเซ็นได้ก็จะสามารถจะเบิกน้ำมันได้เลย เพราะฉะนั้นในส่วนตรงนี้ ที่ผมยกตัวอย่างมา อันนี้ที่ยกตัวอย่างนี่คือของจริงที่เขารอการตอบรับของทางกรม ชลประทานที่จะอนุมัติค่าน้ำมัน มันมีพื้นที่แบบนี้อีกหลายจุด เพราะฉะนั้นก็อยากจะถาม ท่านว่าพื้นที่ที่เขาไม่ได้รับน้ำตามสัญญาที่ได้มีสัญญากับราษฎรไว้ท่านจะดำเนินการอย่างไร ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ที่จริงท่านประธานคำตอบผมอยู่ในคำถามท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหมดแล้ว ก็น่าเห็นใจ พี่น้องประชาชน พี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ อย่างที่ท่านทราบบางทีในเรื่องของข้อจำกัด เรื่องงบประมาณ กรณีของค่าน้ำมันถ้าผมทราบข้อมูลก่อนหน้านี้น่าจะสั่งการหรือนำเรียน ท่านรัฐมนตรีว่าการได้สั่งการกรมชลประทานในการใช้งบเหลือจ่ายเข้าไปสนับสนุนในเรื่อง ของค่าน้ำมันที่จะเร่งสูบน้ำเข้าสู่แปลงพี่น้องเกษตรกร ต้องขอบคุณท่านนพพลมากที่ได้ สะท้อนปัญหาในพื้นที่ หลังจากที่ผมได้ตอบกระทู้ถามท่านวันนี้ แล้วก็จะนำปัญหานี้ ไปหารือท่านรัฐมนตรีว่าการเพื่อให้ท่านได้สั่งการในเรื่องของการใช้งบเหลือจ่ายในการ สนับสนุนค่าน้ำมันให้ไปทำภารกิจสูบน้ำกระจายน้ำเข้าสู่ในพื้นที่ สำหรับพี่น้องเกษตรกร ที่เคยอยู่ในโครงการของบางระกำโมเดลมีความประสงค์ที่จะออกจากโครงการก็ทำได้ แต่ว่า ต้องผ่านการหารือของคณะกรรมการหลายฝ่าย เพราะว่าโครงการบางระกำโมเดลนี้ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๐ มีการทำ MOU ระหว่างกัน ระหว่างจังหวัดหลาย ๆ จังหวัด หน่วยงานหลาย หน่วยงาน รวมทั้ง สทนช. เพราะฉะนั้นโครงการนี้เป็นโครงการที่บูรณาการร่วมกันหลายภาคี เครือข่าย ถ้าพี่น้องเกษตรกรมีความประสงค์ที่จะออกจากโครงการบางระกำโมเดลก็ออกได้ แต่ต้องผ่านการประชุมหารือของคณะกรรมการภายใต้ MOU ปี ๒๕๖๐ แล้วก็ปี ๒๕๖๑ ทางกรมชลประทานเรามีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะเข้าไปแก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะตัวผมกับทางพี่ชายเราเป็นลูกหลานเกษตรกร เราเข้าใจหัวอกพี่น้องเกษตรกรดี หลังจากที่ตอบกระทู้ถามวันนี้เสร็จแล้วท่านนพพลครับ ผมจะเอาปัญหานี้เข้าไปแล้วก็ ขออนุญาตท่านรัฐมนตรีว่าการประสานไปทางกรมชลประทาน โดยท่านอธิบดีจะเข้าไป ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่านมีอะไรจะฝากท่านรัฐมนตรี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านรัฐมนตรีครับ สุดท้ายครับ ผมอยากให้ทางห้องโสตช่วยขึ้นรูปที่เป็นแบคโฮกับตอนน้ำท่วมหน่อยนะครับ🔗
ผมมีอยู่ประเด็นหนึ่งที่อยากจะ ขอฝากท่านด้วยในส่วนของบางระกำโมเดลตรงนี้ก็คือว่าเวลาฤดูน้ำหลากจะมีบางพื้นที่ อย่างรูปนี้ อันนี้แบคโฮอาจจะเป็นของกรมชลประทานเพราะว่ามันบูมยาว แต่ว่าถ้าอย่างนี้ เป็นของ อบต. โดยเฉพาะไม่ว่าจะเป็น อบต. พญาแมน อำเภอพิชัย อบต. ไกรใน ของสุโขทัย อบต. ตลุกกระเทียม และ อบต. ศรีภิรมย์ หรือแม้แต่ อบต. วังวน ในเขตอำเภอพรหมพิราม ปี ๆ หนึ่งเวลาฤดูน้ำหลากเขาจะต้องเสียเงินปีหนึ่งหลายแสนบาทนะครับ ซึ่งจำนวนเงิน หลายแสนบาททางผู้บริหารเขายินดี เพราะว่าไม่อย่างนั้นจะก่อความเดือดร้อนให้กับ ประชาชนเป็นอย่างมาก แต่ทีนี้ อบต. บาง อบต. ท่านเชื่อไหมว่า ๑ ปีจะมีงบเหลือพัฒนา ปีหนึ่งประมาณ ๒-๓ ล้านบาท ถ้าปี ๆ หนึ่งจะต้องจ่ายค่ามาทำทำนบเหล่านี้แล้ว ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี ทุก ๆ ปีเขาก็แย่เหมือนกันในการพัฒนาเรื่องอื่น ผมเอง ก็อยากจะฝากท่านได้ช่วยเร่งรัดในการดูในเรื่องของทำนบที่เป็นทำนบถาวร ทำให้กับพี่น้อง ในเขตที่อยู่ติดกับแม่น้ำยมสายเก่า ทั้งในจังหวัดอุตรดิตถ์ ตำบลพญาแมน ตำบลคอรุม ตำบลท่ามะเฟือง ของจังหวัดพิษณุโลก อำเภอพรหมพิรามก็จะมีของตำบลวังวน ตำบลศรีภิรมย์ ตำบลตลุกเทียม แล้วก็ของสุโขทัยหลายที่เลยครับ ทั้งตำบลไกรใน ไกรนอก ไกรกลาง ของ ท่าน สส. พรรณสิริ ต้องขอความอนุเคราะห์จากท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ แล้วก็ขอบคุณท่านอีกครั้งหนึ่งในฐานะตัวแทนของคน ๓ จังหวัดที่อยู่ในบางระกำโมเดล โดยเฉพาะในโครงการคลองชักน้ำยมน่านที่จะทำให้พื้นที่น้ำในบางระกำโมเดลนั้นสมบูรณ์ ตามวัตถุประสงค์เพื่อยังประโยชน์ให้คนทั้ง ๓ จังหวัด แล้วก็ที่สำคัญคือคนในภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร ถ้าพวกเราตัดยอดน้ำได้ ๕๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตรแล้วน้ำที่จะมาท่วม ก่อความเดือดร้อนให้กับพี่น้องทางภาคกลางและกรุงเทพมหานครก็จะลดน้อยลงเป็น อย่างมาก ต้องฝากความหวังตรงนี้ไว้กับท่านด้วย กราบขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ก็ถือว่าจบกระทู้ถาม ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๔๑๙🔗
๒. เรื่อง การติดตามการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย และการขาดแคลนน้ำ ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำลำเชิงไกร จังหวัดนครราชสีมา นายรชตะ ด่านกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอัครา พรหมเผ่า เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ เชิญท่านรชตะ ด่านกุล ถามท่านรัฐมนตรีเป็น คำถามแรก เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม รชตะ ด่านกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๕ อำเภอด่านขุนทด อำเภอเทพารักษ์ และอำเภอพระทองคำ ท่านประธานครับ ผมได้ตั้งกระทู้ถามท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องการติดตามการบริหารการจัดการน้ำ เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำลำเชิงไกร ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของ ลุ่มน้ำมูล ก่อนอื่นผมขออธิบายลักษณะภูมิประเทศสำหรับลุ่มน้ำลำเชิงไกรครับ ห้องโสต ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ลุ่มน้ำลำเชิงไกร มีพื้นที่ลุ่มน้ำประมาณ ๒,๙๖๐ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๑.๘๕ ล้านไร่ ครอบคลุม ๑๒ อำเภอ พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอำเภอด่านขุนทด อำเภอเทพารักษ์ อำเภอโนนไทย อำเภอโนนสูง และอำเภอพระทองคำ ลักษณะของภูมิประเทศมีความลาดเอียงจากทิศ ตะวันตกไหลไปทางทิศตะวันออก มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยประมาณ ๙๓๐ มิลลิเมตรต่อปี น้ำท่า เฉลี่ยประมาณ ๓๖๔ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ท่านประธานครับ ต้นน้ำลำเชียงไกรหากท่าน สังเกตจากภาพ จะทราบว่าต้นน้ำลำเชียงไกรอยู่ที่ตำบลหนองแวง อำเภอเทพารักษ์ ที่อ่างเก็บน้ำทับรั้ง มีระดับเก็บกักน้ำอยู่ที่บวก ๒๘๑ เมตร ที่ระดับน้ำทะเลปานกลาง ด้านล่างลงมาอีกนิดหนึ่งครับ อยู่ที่อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบน ที่ตำบลบ้านเก่า อำเภอ ด่านขุนทด มีระดับเก็บกักน้ำอยู่ที่บวก ๒๓๔ เมตรที่ระดับน้ำทะเลปานกลาง ล่างลงมาอีก นิดหนึ่งครับ อ่างลำเชียงไกรตอนล่างที่อำเภอโนนไทย ซึ่งอยู่ในเขตของท่าน สส. ณัฐจิรา อิ่มวิเศษ มีระดับเก็บกักน้ำอยู่ที่บวก ๑๙๐ เมตรที่ระดับน้ำทะเลปานกลาง ท่านประธานครับ ถ้าเราวัดระยะทางอ่างเก็บน้ำจากทับรั้ง ตำบลหนองแวงถึงอำเภอโนนไทยที่ระยะทาง ๔๔ กิโลเมตร ระยะทางนั้นเป็นเส้นตรง ๔๔ กิโลเมตร ที่ผมอภิปรายทั้งระดับความสูงและ ระยะทางของอ่างเก็บน้ำทั้ง ๓ แห่งนี้ เพราะต้องการชี้ให้เห็นว่าระยะทางและความสูงของ พื้นที่ของอ่างเก็บน้ำทั้ง ๓ แห่งนี้ตั้งอยู่ทั้ง ๓ อำเภอ ระยะห่างกันเพียง ๔๔ กิโลเมตร แต่มีระดับความสูงจากทิศตะวันตกมาทิศตะวันออกนี่ มีความสูงห่างกันถึง ๙๑ เมตร ๙๑ เมตรนี้ถ้าเทียบเป็นตึกประมาณ ๒๕ ชั้น ก็จะรองจากตึก สตง. นิดหนึ่ง เปรียบให้เห็น อะไรครับ แสดงว่าพื้นที่มีความลาดเอียงมาก มีความลาดเอียงค่อนข้างมาก ทำให้ฤดูฝน น้ำหลาก หลากเร็ว น้ำท่วมฉับพลันบ่อยครั้ง แล้วก็ในเวลาหน้าแล้งเราเก็บไม่ได้ครับ น้ำไหล ไปเลย น้ำมาเร็วแล้วก็ไปเร็ว ผมไปดูการจ่ายภัยแล้ง ชดเชยของรัฐบาลในปี ๒๕๖๓ รัฐบาล จ่ายภัยแล้งให้กับเกษตรกรอำเภอเดียว ๗๐ กว่าล้านบาท ในปี ๒๕๖๔ จ่ายน้ำท่วมอีก ๗๐ กว่าล้านบาท ไปกลับ ๒ ปีเท่ากับว่ารัฐบาลเสียเงินไปเปล่า ๆ กับเรื่องการบริหารจัดการ น้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพเกือบ ๑๔๐ ล้านบาท ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่หรือลุ่มน้ำนี้ ไม่มีการบริหารจัดการน้ำที่ดีเลยนะครับ🔗
ขอสไลด์แผ่นที่ ๒ ด้วยครับ ท่านประธานครับ ในการประชุม ครม. สัญจร ที่จังหวัดนครราชสีมา ผมได้นำเรียนปัญหานี้กับท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ท่านได้สั่งการให้ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้นลงพื้นที่ตรวจราชการในช่วง ครม. สัญจรในลุ่มน้ำนี้ พร้อมทั้งมีข้อสั่งการให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการพัฒนาลุ่มน้ำลำเชียงไกร ในส่วนของ ข้อสั่งการนั้นเราได้มีข้อสรุปว่า แนวทางการพัฒนาลุ่มน้ำลำเชียงไกรจำเป็นต้องมีอาคาร ระบายน้ำและประตูระบายน้ำเพื่อใช้ควบคุมบริหารจัดการแก้ปัญหาภัยแล้ง แก้น้ำท่วม ทั้งระบบครับ🔗
ขอสไลด์ถัดไปด้วยครับ ภาพนี้คืออาคารระบายน้ำ ประตูระบายน้ำครับ ท่านประธานครับ จากการคำนวณทางวิศวกรรม ถ้าเราสามารถก่อสร้างอาคารระบายน้ำ และประตูระบายน้ำแบบที่ผมขึ้นสไลด์ให้ดูในระดับความสูงที่เหมาะสมเรียงระดับจากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำจำนวนหลายโครงการตามความเหมาะสม เราจะสามารถเก็บกักน้ำได้ในลุ่มน้ำ ลำเชียงไกร มากกว่า ๓๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ให้อยู่ในลุ่มน้ำลำเชียงไกร ซึ่งในฤดูฝน ฤดูน้ำหลาก เราก็สามารถผันน้ำเข้าแก้มลิง เข้าสระสาธารณประโยชน์ สระประปาหมู่บ้าน ของพี่น้องประชาชนผลักเข้าทัน เพราะว่าเราสามารถชะลอน้ำได้ ในฤดูแล้งเราก็สามารถ เก็บน้ำในคลองให้พี่น้องได้ใช้จ่ายทำเกษตรกรได้ ถ้าโครงการนี้แล้วเสร็จทั้งลุ่มน้ำโครงการ แบบนี้ต้องการอีกหลายโครงการมาก แต่จากการที่ผมดูงบประมาณที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรีครับ ปี ๒๕๖๗ และปี ๒๕๖๘ มีงบประมาณเพียง ๕ โครงการ แถมใน ๕ โครงการนี้มีงบประมาณที่จัดสรรโดย กรมชลประทานเพียง ๑ โครงการเท่านั้นเองใน ๒ ปี ที่เหลือเป็นงบประมาณบูรณาการของ จังหวัดนครราชสีมาเท่านั้น ฉะนั้นผมจึงตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีถามความคืบหน้าว่าที่ท่าน รัฐมนตรีธรรมนัส พรหมเผ่า ที่เคยมาตรวจราชการนั้น ขณะนี้เกือบจะครบ ๑ ปีแล้ว และงบประมาณที่ผ่านมาทั้งปี ๒๕๖๗ และปี ๒๕๖๘ การจัดสรรงบประมาณน้อยมาก🔗
คำถามที่ ๑ ผมขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่า การดำเนินการบริหารจัดการน้ำ ของลุ่มน้ำลำเชียงไกรด้วยการสร้างประตูระบายน้ำ อาคารระบายน้ำ มีความคืบหน้าอย่างไร ขอบคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีเชิญคำถามแรกครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม อัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ.วันนี้ได้รับมอบหมายจากท่าน ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาตอบกระทู้ถาม กรณีที่ท่านรชตะ ด่านกุล ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา ที่กรุณาถามถึงความคืบหน้าโครงการเพิ่มศักยภาพการกักเก็บน้ำ ลุ่มน้ำลำเชียงไกรตอนบน ผมนั่งฟังท่านให้ข้อมูลในพื้นที่เกี่ยวกับลุ่มน้ำลำเชียงไกรนะครับ ต้องขอบคุณท่านให้ข้อมูลในพื้นที่เป็นอย่างดี แล้วก็หลังจากที่ตอบกระทู้ถามทุกท่าน ผมและกรมชลประทานเรามีแผนหลังสงกรานต์จะลงพื้นที่ ซึ่งจะได้สานต่อนโยบายที่ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ท่านได้สั่งการไว้เมื่อคราวที่มีการประชุม ครม. สัญจรที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ🔗
สำหรับโครงการที่ท่านรชตะได้ตั้งกระทู้ถามในเรื่องของโครงการทั้งหมดที่ได้ ยื่นขอกรณีที่มีการประชุม ครม. สัญจรที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งตอนนั้นท่านธรรมนัส พรหมเผ่า พี่ชายผมท่านเป็นรัฐมนตรีอยู่ อยากจะเรียนชี้แจงอย่างนี้ครับ โครงการทั้งหมด ที่ท่านกรุณาพูดถึงเมื่อสักครู่อยู่ในแผนงบประมาณ ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๗๐ และปี ๒๕๗๑ แผน ๓ ปีของกรมชลประทาน ซึ่งปี ๒๕๖๙ มีจำนวนโครงการทั้งสิ้น ๓๐ โครงการ แล้วก็ ปี ๒๕๗๐ ๘ โครงการ ปี ๒๕๗๑ อีก ๑๓ โครงการ รวมงบประมาณทั้งสิ้น ๙๖๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่บรรจุอยู่ในแผน ๓ ปีเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ทางกรมชลประทาน ก็คงจะต้องมีการออกแบบเพื่อที่จะก่อสร้างแก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้ำลุ่มน้ำ ลำเชียงไกรอย่างเป็นระบบ ซึ่งอยากจะเรียนชี้แจงรายละเอียดคร่าว ๆ อย่างนี้ คราวที่มีการ ประชุมรัฐมนตรีสัญจรในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๗ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานได้เสนอแผนพัฒนา ลุ่มน้ำลำเชียงไกรจำนวนทั้งสิ้น ๖๘ โครงการ รวมงบประมาณทั้งสิ้น ๑,๔๖๖ ล้านบาท เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วสามารถเพิ่มความจุน้ำได้อีก ๒๘.๕๙ ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มพื้นที่รับประโยชน์ให้พี่น้องเกษตรกรทั้งสิ้น ๘๓,๑๒๔ ไร่ มีครอบครัวที่ได้รับประโยชน์ จากการเก็บกักน้ำครั้งนี้ทั้งหมด ๒๑,๐๕๙ ครัวเรือน ซึ่งโครงการทั้งหมดประกอบด้วย แผนพัฒนาลุ่มน้ำลำเชียงไกรตอนบน จำนวน ๕๑ โครงการ งบประมาณทั้งสิ้น ๙๖๐ ล้านบาท และแผนพัฒนาลุ่มน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง ๑๗ โครงการ งบประมาณทั้งสิ้น ๕๐๖ ล้านบาท สำหรับแผนพัฒนาลุ่มน้ำลำเชียงไกรตอนบนตามที่ท่าน สส. รชตะ ด่านกุล ท่านกรุณา สอบถามนั้นมีโครงการจำนวนทั้งสิ้น ๕๑ โครงการ มีแผนดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๙ ปี ๒๕๗๐ แล้วก็ปี ๒๕๗๑ มีปริมาณเก็บกักน้ำเพิ่มขึ้นในแก้มลิง และลำน้ำรวม ทั้งสิ้น ๒๗.๑๙ ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับพี่น้องเกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้ำได้รับผลประโยชน์ ทั้งสิ้น ๑๒,๙๐๗ ครัวเรือนด้วยกัน สามารถให้เกษตรกรได้มีน้ำอุปโภคบริโภคในการเลี้ยงสัตว์ แล้วก็พืชใช้น้ำน้อยในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งโครงการตามแผนงานทั้งหมดได้บรรจุเข้าแผน งบประมาณดังที่ผมได้กล่าวไปเมื่อข้างต้น ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญท่านรชตะคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ผม รชตะ ด่านกุล คำถามที่ ๒ เรียนสอบถามท่านรัฐมนตรีอย่างนี้ว่า ตามที่ท่านได้ชี้แจงงบประมาณปี ๒๕๖๙ ๓๐ โครงการ ๕๓๒ ล้านบาท ซึ่งถ้าเป็นไปตามแผนที่ท่านรัฐมนตรีได้เรียนในที่นี้ผมถือว่า ขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าพื้นที่ได้รับประโยชน์ค่อนข้างมากนะครับ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ทั้งข้าว ทั้งอ้อย ทั้งข้าวโพด มันสำปะหลัง เราจะได้บริหารจัดการถูก ก็มีข้อห่วงใยฝากท่านรัฐมนตรีว่าขอให้เป็นแผนที่นำไปสู่ Action Plan อย่าเป็นแผนนิ่งครับ แผนนิ่งคือนิ่งสนิท ขอให้เป็น Planning เป็น Action Plan ที่ ๓๐ โครงการนี้ ๕๓๒ ล้านบาทในปี ๒๕๖๙ ในปี ๒๕๗๐ ๘ โครงการ ๑๒๒ ล้านบาท ปี ๒๕๗๑ ๑๓ โครงการ ที่ลำเชียงไกรตอนล่างด้วย ๓๐๖ ล้านบาท สิ่งเหล่านี้ถ้าพื้นที่ที่ได้ประโยชน์น่าจะ ๑ ใน ๓ ของจังหวัดนครราชสีมาเลย เป็นแหล่งเพาะปลูกที่สำคัญ ก็ฝากท่านรัฐมนตรีขอให้เป็น Action Plan ให้ได้ครับ เป็นกำลังใจช่วยท่าน ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีจะตอบไหมครับ🔗
Action Plan แน่นอนครับ ขอบคุณครับ กรมชลประทานมีรูปแบบการทำงานที่ค่อนข้าง ชัดเจน แผน ๓ ปีก็คือแผนที่รองรับงบประมาณมี ปร.4 ปร.5 ประมาณการไว้หมดแล้ว ขอบคุณครับ🔗
ท่านรชตะไม่สงสัยแล้วนะครับ ขอบคุณมากครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านรชตะ ต่อไปกระทู้ถามที่ ๔๒๐🔗
๓. เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน แออัดของเมืองขอนแก่น นายวีรนันท์ ฮวดศรี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมมีหนังสือแจ้งว่า ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงยุติธรรมมีกำหนดเป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จึงไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้าย ของสมัยประชุม เมื่อสิ้นสุดสมัยประชุมประธานสภาจะได้รวบรวมเรื่องที่ท่านถามแล้วไปตอบ ในราชกิจจานุเบกษาภายใน ๓๐ วัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๖ วรรคสาม🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ผมเจ้าของกระทู้ถามที่ถูกเลื่อนครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรนันท์ ฮวดศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ ๑ จริง ๆ เข้าใจครับ เข้าใจท่านรัฐมนตรีว่าท่านมีภารกิจเยอะ แต่ว่ามันก็เป็นเรื่องเดิมว่าวันพฤหัสบดี ที่เรามีกระทู้ถาม ท่านก็น่าจะล็อกวันไว้ ผมเข้าใจภารกิจของท่านครับ แต่ว่าปัญหายาเสพติด ก็เป็นปัญหาเร่งด่วนแล้วก็เป็นปัญหาที่รัฐบาลแถลงนโยบายไว้ต่อสภาแห่งนี้ คือปัญหาของ ผมกลับไปพื้นที่พี่น้องก็ถามว่าท่านรัฐมนตรีมาบอกแนวทางในการแก้ปัญหายาเสพติดที่แพร่ ระบาดอย่างหนักอยู่ในชุมชนหรือไม่ อย่างไร ปัญหานี้ผมตอบไม่ได้ ผมก็บอกพี่น้องว่า เดี๋ยวรอฟังท่านรัฐมนตรีชี้แจง ผมก็อยากช่วยท่านรัฐมนตรีอธิบาย ท่านประธานครับ ผมก็ฝากกำชับไปยังท่านรัฐมนตรีกรุณามาตอบกระทู้ถาม เพราะพวกเราอย่างเย็นวันนี้เสร็จ ตีสี่ ตีห้า พวกผมก็ต้องไปต่อคิวเพื่อให้ได้คิวกระทู้ถามและบรรจุ พอบรรจุแล้วก็เลื่อน บรรจุอีกก็เลื่อนอีก อยากให้ทางฝ่ายบริหารเห็นใจพวกเรา ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ปัญหานี้เราได้หารือกันมาโดยตลอดการเลื่อนกระทู้ถาม ซึ่งอย่างวันนี้กระทู้ถามตั้ง ๘ กระทู้ถาม ก็เลื่อนไป ๗ กระทู้ถาม เดี๋ยวเราต้องประสานกับวิปรัฐบาลต่อไป เสร็จแล้วก็ปัญหาของ กระทรวงที่มีรัฐมนตรีท่านเดียว อย่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มี ๓ ท่าน ก็สามารถที่จะ แบ่งกันมาตอบได้ แต่กระทรวงที่มีรัฐมนตรีท่านเดียว อย่างเช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวง ยุติธรรมงานก็เยอะ อันนี้ก็เป็นปัญหา อย่างไรแล้วท่านต้องตอบในราชกิจจานุเบกษา ตอบท่านภายใน ๓๐ วัน ท่านณัฐชาเชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชนจากพี่น้องชาวบางขุนเทียน บางบอน อย่างที่ท่านประธานบอกเมื่อสักครู่ ท่านประธานบอกว่ากระทรวงที่มีรัฐมนตรีหลายท่านก็อาจจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมา ตอบได้ ของผมนี่หนักกว่านั้นท่านประธาน ของผมนี่วันนี้มีรัฐมนตรีมาที่สภาผู้แทนราษฎร มีการตั้งกระทู้ถามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้งหมด ๔ กระทู้ถาม เพื่อน ๓ กระทู้ถาม จากพรรครัฐบาลได้ตอบครับ ของผมได้เลื่อน แล้วของผมนี่ถามตั้งแต่วันแรกของการประชุม สภาผู้แทนราษฎรสมัยนี้ และวันนี้เดินทางมาถึงวันสุดท้ายของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ผมกลับได้รับหนังสือว่าเลื่อน เลื่อนแล้วเลื่อนแบบเจ็บช้ำกว่าเพื่อนคนอื่นด้วยท่านประธาน เลื่อนแบบรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั่งอยู่ตรงนี้ แต่ไม่สามารถตอบ ผมได้ นี่ท่านประธานบอกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีรัฐมนตรี ๓ คน น่าจะผลัดเปลี่ยน หมุนเวียนกันมาได้ แต่ผมนับไปนับมาได้ ๔ คน มีรัฐมนตรีสั่งการ ๑ คน รัฐมนตรีว่าการ ๑ คน รัฐมนตรีช่วยว่าการอีก ๒ คน ท่านสับเปลี่ยนกันอย่างไร ท่านก็ตอบของผมได้ เลื่อนมา ๔ เดือนเต็ม ๆ จนมาถึงวันสุดท้ายบอกตอบไม่ได้ ทั้ง ๆ ทั้งที่นั่งอยู่บนบัลลังก์นะครับ ผมขอความชอบธรรมและขอความเห็นใจจากท่านประธานครับ กระทู้ถามของผมมีความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจริง ๆ เมื่อสักครู่นี้ได้รับรายงานที่จังหวัดสมุทรปราการ มีน้ำเสียลง ปลาตายในลำน้ำสาธารณะ มีแต่ปลาหมอคางดำ ท่านรัฐมนตรีช่วยเดินทางไป บอกเจอตัวเดียว แต่ว่าพี่น้องประชาชนเวลามีสารเคมีลงมันเป็นธรรมชาติลงโทษครับ คือธรรมชาติตบหน้ารัฐบาลอีกครั้งบอกว่าปลามันลดน้อยถอยลงไปแล้ว แต่เวลาน้ำเสีย เจอแต่ปลาหมอคางดำ คำถามต่าง ๆ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมต้องการ มาถามท่านประธาน ของผมนี่เจ็บช้ำที่สุด เจ็บช้ำมาก นั่งมองตาปริบ ๆ เพื่อนฝ่ายรัฐบาล ได้ตอบกันทุกคน ท่านประธานพิจารณาหน่อยของผมเอาอย่างไรดีครับ🔗
โอเคครับ เชิญนั่งลงก่อน คืออย่างท่านรัฐมนตรีมี ๓ ท่าน บางทีการมอบหมายนี่ซึ่งก็ไม่รู้ว่า ท่านจะว่างหรือเปล่า เพราะมอบหมายไปเสร็จ พอดีท่านที่ได้รับมอบหมายก็ไม่ว่าง ท่านณัฐชาไม่เป็นอะไรได้พูดแล้วนี่ พอแล้ว🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ เรื่องนี้ได้พูดอย่างเดียวไม่ได้ ต้องได้ถาม เพราะว่าวันนี้เป็นวันสุดท้าย ท่านประธานจำเหตุการณ์ได้ไหมครับ ผมตั้งกระทู้ถามสดถามท่านนายกรัฐมนตรีในเรื่องของ ปลาหมอคางดำ ณ ขณะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้มาตอบ นั่นเป็นวันแรกของการประชุม สภาผู้แทนราษฎรและมีคำแนะนำครับ🔗
ของท่านเรื่องที่เท่าไร🔗
เรื่องที่ ๔๒๙ เป็นกระทู้ถามที่ ๑.๒.๗ ในวันนี้ครับ ได้รับแจ้งประสานจากฝ่ายเลขาว่าขอเลื่อน วันนี้มี การตอบกระทู้ถามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้งหมด ๓ กระทู้ถาม แต่กระทู้ถามที่ ๔ ของผมคือเลื่อน ขอความเห็นใจท่านประธานครับ พี่น้องประชาชน ภายนอกรอคอยคำตอบนี้มาอย่างยาวนาน แล้ววันนี้เป็นวันสุดท้ายด้วยท่านประธาน🔗
ท่านมา ๓ แล้วก็ท่านมีธุระหรือเปล่า หลังจากนี้ท่านรัฐมนตรีจะมีธุระต่อไหม🔗
ท่านประธานครับ อย่าเพิ่งมีธุระ เพราะว่า ๒ คำถามแรกก่อน แต่คำถามอีกคำถามหลัง🔗
โอเคครับท่านณัฐชา🔗
สรุปได้ถามนะครับ🔗
ไม่เป็นอะไรเดี๋ยวผมตอบท่าน ท่านนั่งก่อน🔗
หมายถึงว่าท่านประธาน จะตอบในฐานะท่านประธานแทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เลย🔗
คืออย่างนี้นะครับ ท่านรัฐมนตรีก็ไม่ใช่พหูสูตซึ่งจะรู้ไปหมด คือสายงานนี้ท่านรัฐมนตรี รับผิดชอบเรื่องอะไร กรมไหน ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการรับมอบกรมไหน ๆ ทีนี้เรื่องของท่าน ถึงแม้ว่าท่านอัครา ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านมาตอบ ทีนี้ท่านไม่ได้รับมอบหมายในสายงานนี้ ก็ตอบในเรื่องที่มอบหมายให้มาตอบ อย่างไรเดี๋ยวให้ ไปตอบในราชกิจจานุเบกษา คือมันเป็นระบบที่เราทำกันมานะครับ🔗
เข้าใจครับท่านประธาน แต่ว่าถ้ายึดบรรทัดฐานนี้สภาเราจะหมดความศักดิ์สิทธิ์เลย ผมได้รับสายรายงานมาจาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าพอถึงวันพฤหัสบดีปุ๊บจองตั๋วเครื่องบินขวักไขว่กันไปหมดเลย ต้องจองเร่งด่วนกันไปเลย Runway แทบสึก ท่านประธานครับ เขาบินกันตั้งแต่วันพฤหัสบดี พอเจอกระทู้ถามปุ๊บจองตั๋วเครื่องบินปั๊บ มันหมายความว่าอย่างไร แสดงว่าสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีความหมายอีกต่อไป ผมถามตั้งแต่วันแรกของการเปิดประชุมจนต้องมาทวงถาม วันสุดท้ายของการปิดสมัยประชุมสภาชุดนี้ และท่านประธานกว่าจะมาถึงกระทู้ถามนี้ ผู้ช่วยผมต้องเข้าคิวตั้งแต่ตีหนึ่ง เพื่อจะมาถามปัญหาของพี่น้องประชาชน เสร็จปุ๊บเลื่อนแล้ว เลื่อนอีก ๆ เลื่อนจนถึงวันสุดท้าย วินาทีสุดท้ายแล้วมานั่งตาปริบ ๆ อยู่บอกไม่ตอบ ไม่ว่าง แล้วท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้อย่างไรครับ เรื่องนี้เรื่องใหญ่ จะบอกว่าไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ทราบไม่ได้ นี่ของบกลางไปอีก ๙๘ ล้านบาท ท่านบอกไม่รู้เรื่องเลย🔗
พอแล้วครับ พอสมควรแล้วนะครับ คือเราก็มีกฎระเบียบ ส่วนเรื่องท่านรัฐมนตรีจะมาตอบ หรือไม่มาตอบอันนี้มันก็แล้วแต่ภารกิจ เขาก็ทำหนังสือแจ้งมา พอแล้วท่าน คือเราพูดไปมันก็ ไม่มีประโยชน์อะไร มันเสียเวลาเพื่อนที่จะต้องถามกระทู้ถามต่อ เอาไว้ให้ท่านตอบใน ราชกิจจานุเบกษา เราก็ว่ากันต่อไป ท่านณัฐชาพอแล้วนะครับ🔗
ท่านประธานครับ คือมัน จะเป็นบรรทัดฐานใหม่มาก ๆ คือการเลื่อนกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีติดภารกิจ โอเคละ ในภารกิจงานของท่าน ท่านไม่อยู่ ไม่อยู่ที่สภาผู้แทนราษฎร ท่านไปที่อื่น ท่านมีการเลื่อน กระทู้ถาม โอเครับได้ ท่านมีภารกิจอื่น แต่นี่เลื่อนกระทู้ถามแบบนั่งมองตากันปริบ ๆ นี่เป็นครั้งแรกในสภาผู้แทนราษฎร ไม่อย่างนั้นเป็นบรรทัดฐานใหม่เลยท่านประธานว่า รัฐมนตรีสามารถเลื่อนกลางบัลลังก์ได้เลย มันเป็นการเลื่อนกลางบัลลังก์ ถ้าท่านประธาน วินิจฉัยอย่างนี้ผมคิดว่าไปต่อลำบากสภาผู้แทนราษฎร และนี่ผมยกรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๔ วรรคสุดท้าย รัฐมนตรีต้องมีความรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรในเรื่องที่อยู่ในหน้าที่ และอำนาจของตน นี่รัฐธรรมนูญระบุไว้ ไม่อย่างนั้นผมร้องมาตรา ๑๕๗ ต่อด้วย ละเว้นการ ปฏิบัติหน้าที่ นั่งมองตากันปริบ ๆ เลย ไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้ทำอย่างไร และสภาผู้แทนราษฎร เหลือวันเวลาอยู่แค่นี้ เหลือวันสุดท้ายนี่ แล้วเดี๋ยวก็ปิดสมัยประชุม แล้วก็อ้างแบบนี้ เลื่อนแล้ว เลื่อนอีก🔗
พอแล้ว คือท่านก็ตั้งใจมาตอบอยู่แล้ว คือเวลาบางทีท่านมีนัดก็วาง Timeline ไว้ตอบ ๓ กระทู้ถาม เวลาเท่าไร เสร็จแล้วก็ต้องไปธุระที่นัดหมายที่สำคัญต่อ ผมคิดว่าท่านณัฐชา น่าจะเข้าใจ พอแล้วนะครับ ท่านมาตอบ ๓ กระทู้ถามนี้ก็เยอะแล้ว ท่านต้องไปภารกิจต่อ ซึ่งเวลาก็มีไว้ พอแล้วครับ มันเสียเวลาสภา ท่านจะพูดต่อมันก็เป็นอย่างนี้ ต่อให้ท่านพูดอีก ๑ ชั่วโมงมันก็เหมือนเดิม ท่านณัฐชาประท้วงเลยครับ🔗
ขออนุญาตผมประท้วง ท่านประธานครับ ข้อ ๙ ท่านประธานยิ่งชี้แจงแทนท่านรัฐมนตรี ท่านประธานยิ่งเจ็บ ท่านประธานยิ่งตอบ โอเคละท่านประธานจะบอกว่ายิ่งเสียเวลาสภาไม่ว่า แต่ท่านประธาน กำลังยิ่งเสียชื่อประธานสภานะ เพราะท่านประธานยิ่งตอบนี่มันยิ่งเจ็บช้ำท่านประธาน เขามาตอบ ๓ กระทู้ถามก็พอแล้ว กระทู้ถามที่ ๔ เป็นอำนาจหน้าที่ของเขาไม่ตอบ แล้วกระทู้ถามที่ตอบถ้าอย่างนั้นท่านประธานร่างข้อบังคับใหม่เลย เป็นกระทู้ถามในห้อง ประชุมพรรค จะได้ตอบกันให้เสร็จในที่ประชุมพรรคเลย ถ้าเกิดจะตอบเฉพาะที่ชงกันหวาน ๆ เจี๊ยบ ๆ แล้วกระทู้ถามของฝ่ายค้านไม่ตอบเลย ถ้าอย่างนั้นไปถามที่ประชุมพรรค🔗
ประท้วงเสร็จหรือยังครับ🔗
นี่ประท้วงท่านประธาน อยู่ครับ ท่านประธานชี้แจง🔗
เดี๋ยวผมวินิจฉัย ผมวินิจฉัย ท่านนั่งเลยครับ ท่านจะนั่งไหมครับ🔗
จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ อย่างนี้ใช่ไหมท่านประธาน🔗
ท่านนั่งสิครับ🔗
รัฐมนตรีสามารถเลื่อน กลางบัลลังก์ได้เลยใช่ไหมครับ🔗
ผมจะตอบท่านนี่ ท่านนั่งสิครับ คือระเบียบข้อบังคับเรามี เขาทำหนังสือขอเลื่อนมาแล้ว นี่คือหลักการ ท่านจะไปร้องเรียนที่ไหนท่านก็ไป ผมขอทำตามระเบียบ ผมไม่อนุญาตให้ท่าน พูดอีกแล้ว ผมไม่อนุญาตให้ท่านพูด ท่านจะไปอ้างอิงที่ไหนก็ไป เชิญออกจากห้องประชุมเลย ผมเชิญท่านออกจากห้องประชุม ออกไปเลยครับ ตำรวจครับ เจ้าหน้าที่ครับ🔗
ชาวบ้านถามในสภา แห่งนี้ไม่ได้หรือครับ🔗
เขามีหนังสือมา ไม่ใช่ว่าคุณเป็นดาวสภาแล้วคุณจะมาทำอะไรก็ได้🔗
ไม่ใช่ท่านประธาน🔗
ไม่ใช่คุณเป็นดาวสภาแล้วคุณจะทำอะไรก็ได้ ผมทำตามหลักการ เอาตัวออกไปเลย เจ้าหน้าที่ เอาตัวออกไปเลยครับ เชิญท่านออกไปเลยครับ🔗
สรุปปัญหาของพี่น้อง ประชาชนถามไม่ได้ เป็นบรรทัดฐานใหม่ของท่านประธานพิเชษฐ์🔗
เขามีหนังสือมานี่คุณไม่รู้เรื่องหรือก็ไปดูสิ คุณเอาไปดูสิครับ หลักการเรามี สภาเราต้องยึดถือ ข้อบังคับ🔗
กระทู้ถามนี่เป็นหน้าที่ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร🔗
มันมีหลักการอยู่อย่างไรครับ คุณจะเอาสีข้างมาถูได้อย่างไร🔗
สีข้างอย่างไรครับ ท่านประธาน รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่🔗
เขาทำหนังสือมาแล้วเข้าใจหรือเปล่า คุณไปร้องที่ไหนก็ไปสิ🔗
ท่านไม่ตำหนิรัฐมนตรีเลย ท่านตำหนิผมอย่างเดียว นี่ปัญหาของชาวบ้านท่านประธาน🔗
ผมจะตำหนิใครได้ ก็ท่านทำหนังสือมานี่ ท่านอุตส่าห์มาตอบตั้ง ๓ กระทู้ถาม ถ้าท่าน รัฐมนตรีท่านอื่นไม่มานี่ คือท่านออกไปจากห้องประชุมก่อน เชิญครับ🔗
เลื่อนตั้งแต่วันแรกจนถึง วันสุดท้าย ไม่ใช่ธรรมดานะท่านประธาน🔗
ท่านออกไปข้างนอกก่อน สงบสติอารมณ์ก่อน เชิญครับ🔗
สติอารมณ์ยังสมบูรณ์ดี ท่านประธานให้ท่านรัฐมนตรีตอบหน่อยเถอะครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ท่านประธานครับ ผมประท้วงก็กรุณาให้คนที่ส่งเสียงนั้น หยุดก่อนได้ไหมครับ ต้องฟังก่อนได้ไหมครับ ผม วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาล ท่านประธานครับ ผมก็นั่งฟัง วันนี้ก็ถือว่าดี ผมก็พยายามติดตามให้ ให้รัฐมนตรีมาตอบ วันนี้รัฐมนตรีกระทรวงการเกษตรและสหกรณ์มาตอบ ๓ กระทู้ถาม ใน ๔ กระทู้ถาม ผมก็ว่า พอสมควร แต่ถ้ามาตอบน้อยผมก็ไม่สบายใจ แต่ว่าท่านประธานได้ชี้แจงแล้วในทางปฏิบัติ ของเราในเมื่อประธานได้มีวินิจฉัยแล้วว่าให้เลื่อนแล้วก็ชี้แจงแล้ว ผู้ที่กำลังพยายามจะถาม กระทู้ถามปกติด้วยมารยาทเราก็จะให้พูดนิดหนึ่ง ผมเองก็เคยยื่นกระทู้ถามแต่รัฐมนตรีไม่มา ผมก็พยายามจะบอกว่าเที่ยวต่อไปกรุณา หรือสมัยหน้าต้องมาตอบผม หรือตอบในราชกิจจา นุเบกษา เพื่อแจ้งให้พี่น้องประชาชนว่าได้ติดตามแล้ว แต่เรื่องนี้ท่านประธานได้วินิจฉัย เป็นเด็ดขาดแล้วว่าไม่ให้พูดต่อ แล้วก็เชิญผู้ที่กำลังประท้วงนั้นออกจากนอกห้องประชุม ผมว่าท่านประธานต้องใช้ข้อความเด็ดขาดตามข้อ ๙ ท่านได้ปฏิบัติวินิจฉัยเรื่องนี้ด้วยครับ🔗
ถ้าท่านไม่ออกจากห้องประชุมท่านนั่งลง เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ท่านฟัง🔗
ผมขอให้ท่านประธาน ให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบว่าเพราะเหตุใดถึงตอบไม่ได้ ผมขอแค่นี้ท่านประธาน🔗
ท่านรัฐมนตรีไม่ต้องชี้แจงมันมีหนังสือมา เดี๋ยวผมชี้แจงให้ ประท้วงเชิญครับ🔗
ท่านประธานค่ะ ดิฉัน รักชนก ศรีนอก ผู้แทนจากชาวบางบอน จอมทอง หนองแขม ขอประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๙ คือท่านประธานคะดิฉันอยากที่จะให้ท่านรัฐมนตรีเป็นคนตอบ อาจจะอยากฝากเรียน ผ่านไปยังท่านประธานโดยที่ท่านประธานไม่ต้องชี้แจงแทนท่านรัฐมนตรีได้ไหมว่ามันเป็น เพราะว่าเหตุอะไร ท่านมาตอบ ๓ ใน ๔ กระทู้ถาม และเหลืออีกแค่กระทู้ถามสุดท้ายเท่านั้น ท่านนั่งอยู่ตรงนี้แต่ว่าทำไมท่านถึงไม่ลุกขึ้นตอบ ทั้ง ๆ ที่ท่านก็นั่งอยู่ตรงนี้ ท่านจะเสียเวลา สละเวลาอีกสัก ๓๐ นาทีตอบเพิ่ม ให้พ่อแม่พี่น้องทั่วประเทศตอนนี้เดือดร้อนเรื่อง ปลาหมอคางดำอยู่ได้ฟังได้ไหม หรือว่าถ้าท่านไม่ได้เตรียมข้อมูลมา หรือว่าท่านมีเหตุติดขัด อันใดท่านชี้แจงได้ไหมว่ามันเป็นอะไรที่ท่านนั่งอยู่ตรงนี้แล้วทำไมท่านถึงตอบไม่ได้ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะเรียนผ่านไปยังท่านประธานฝากถามท่านรัฐมนตรีว่ามันเป็น อะไรทำไมมันถึงตอบเพิ่มอีก ๓๐ นาทีไม่ได้ ท่านใช้สิทธิพาดพิงแล้วท่านตอบได้เลยค่ะ🔗
เดี๋ยวผมวินิจฉัยก่อนนะครับ ที่ท่านประท้วงผม ผมวินิจฉัยก่อนนะครับ คือว่ากระทู้ถาม เรื่องนี้ของท่านณัฐชานี่ท่านรัฐมนตรีว่าการมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการท่านก็ตอบเป็นหนังสือมาว่าท่านติดภารกิจสำคัญที่ได้รับมอบหมาย ไว้ล่วงหน้าแล้ว ขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ โดยมีหนังสือยืนยัน เฉพาะกระทู้ถามนี้แล้วพวกท่านจะให้ผมทำอย่างไร มันมีหนังสือ ท่านตอบ ๓ กระทู้ถาม แต่กระทู้ถามที่ ๔ ท่านก็ต้องไปภารกิจที่ได้นัดหมายล่วงหน้าเอาไว้แล้ว เป็นหนังสือมา ท่านณัฐชามันเป็นหนังสือมา🔗
ท่านประธานคะ ดิฉันประท้วง อีกครั้งหนึ่ง ตามข้อบังคับ ข้อ ๙ ดิฉันไม่อยากให้ท่านประธานชี้แจงแทนท่านรัฐมนตรีเลยค่ะ นั่งอยู่ตรงนี้ นั่งเป็นหัวหลักหัวตออยู่ตรงนี้ คือท่านจะไม่ลุกขึ้นพูดจริง ๆ หรือคะว่ามันเป็น อะไร ทำไมมันถึงตอบไม่ได้อีกแค่ ๓๐ นาที ถ้ามันยุ่งจริง ๆ คือมาตอบตั้งแต่เช้าแต่ไม่ตอบแค่ กระทู้ถามเดียวของท่านณัฐชา ดิฉันว่ามันตลกค่ะ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ🔗
เดี๋ยวนะให้ฝั่งนี้ด้วย เชิญครับ🔗
ด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิปรัฐบาล ก็รับทราบถึงความไม่สบายใจของทางท่านประธานเองและของเพื่อนสมาชิก คือผมอยากจะ ให้เราเข้าใจตรงกันก่อนที่ยกขึ้นมา ขออนุญาตประท้วงท่านประธาน ข้อ ๙ ควบคุม แล้วก็ ประท้วงเพื่อนสมาชิกที่ประท้วงนิดหนึ่ง เพื่อที่ว่าเราจะได้เข้าใจตรงกันว่าที่เรากำลัง ดำเนินการอยู่ตอนนี้ท่านประธานก็ไม่สามารถบังคับให้ท่านรัฐมนตรีตอบได้ เนื่องจากได้มี หนังสือมาที่ท่านประธานแล้ว แต่ผมก็เข้าใจความเป็นห่วงของท่านสมาชิกที่ถูกเลื่อน กระทู้ถามมาหลายครั้ง เพราะฉะนั้นถ้าผมจะขออนุญาตเพื่อให้เรื่องนี้จบหรืออย่างไร อยากฟังคำชี้แจงท่านรัฐมนตรีก็ได้สักเล็กน้อยในกรณีที่ไม่สามารถตอบได้ หรือว่าในกรณี ที่จำเป็นต้องเลื่อนออกไป เพราะว่าในขณะนี้ท่านประธานเองก็ไม่น่าจะสามารถบังคับให้ท่าน รัฐมนตรีตอบได้เนื่องจากมีหนังสือมาแล้ว และในมุมของเพื่อนสมาชิกเองก็เป็นห่วงพ่อแม่ พี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นผมมองว่าไหน ๆ ท่านรัฐมนตรีอยู่ ณ ที่นี้ก็ชี้แจงเพื่อนสมาชิก สักเล็กน้อยได้ไหมครับ เนื่องจากว่าทำไมท่านถึงยังไม่สามารถตอบได้🔗
ท่านประธานครับ ผมเองก็ถูก ท่านรัฐมนตรีเลื่อนเหมือนกัน แต่ผมก็เข้าใจเพราะท่านรัฐมนตรีก็ทำหนังสือมาอย่างที่บอก ผมก็ถูกเลื่อนมา ๓ ๔ ครั้งเหมือนกัน นี่ท่านจะต้องไปตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะของผมด้วย แต่ท่านก็เขียนหนังสือมาว่าท่านก็มีภารกิจ แล้วท่านก็ขอไม่ไปตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ของผม ไม่ใช่ผมไม่ได้รับผลกระทบนะครับ ผมก็ได้รับผลกระทบเหมือนกัน แต่ผมก็เข้าใจ แล้วก็ให้เกียรติท่านรัฐมนตรี🔗
ประท้วงข้ออะไรคะ ใช้สิทธิ อะไรในการลุกขึ้นพูดคะ🔗
ท่านประธานครับ ผมยกมือ ประท้วงท่านประธานนานแล้วครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙ ครับ🔗
ประท้วงเชิญครับ🔗
ผมขออนุญาตจริง ๆ คือท่านประธานสามารถที่จะคลี่คลายสถานการณ์นี้ได้อย่างเป็นกลางไม่จำเป็นต้องบังคับใช้ ข้อบังคับ ข้อ ๑๘๒ อย่างล้นเกินเลย ท่านรัฐมนตรีก็มา ผมเข้าใจว่าก็มีหนังสือ ประชาชน จะรู้สึกอย่างไรว่าเห็นรัฐมนตรีก็นั่งอยู่ตรงนี้แล้วตอบเป็นหนังสือ ผมเข้าใจว่าท่านรัฐมนตรี ก็อาจจะมีภารกิจปะปัง ผมเห็นด้วยกับทางท่านศรัณย์ในเมื่อท่านรัฐมนตรีก็อยู่ แล้วตอนนี้ ประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนเรื่องปลาหมอคางดำเขาก็รู้สึกคับแค้น รู้สึกว่ารัฐบาล ทอดทิ้งพวกเขาแล้วปกป้องนายทุน ในเมื่อรัฐมนตรีมานั่งแล้ว แล้วยื่นเป็นหนังสือ จดหมายน้อยแบบนี้ผมว่าเป็นมันการดูแคลนและละเลยความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมฝากถึงท่านรัฐมนตรี เห็นแก่น้ำตาความเดือดร้อนของผู้ที่ได้รับ ผลกระทบ คนที่สิ้นเนื้อประดาตัวเพราะปลาหมอคางดำ ท่านลุกขึ้นมาชี้แจงประชาชนจะได้รู้ ว่านัดหมายถัดไปของท่านมันสำคัญกว่าชีวิตและทรัพย์สิน และการสิ้นเนื้อประดาตัวของ พี่น้องประชาชนเชียวหรือ ท่านนัดกับใคร นัดภารกิจอะไร มันสำคัญกว่าความทุกข์ร้อนของ ประชาชนอย่างไร ท่านประธานครับ เชิญครับ🔗
ท่านวิโรจน์ผมตอบท่าน ท่านพอจะชี้แจงได้ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เดี๋ยวผมจะชี้แจงท่านณัฐชาให้ จริง ๆ ประเด็นปลาหมอคางดำนี้เราได้แถลงข่าวไปแล้ว แล้วก็มีกรณีตั้งกระทู้ถามด่วนที่สภา แล้วก็ได้ชี้แจงไปแล้วจนท่านนายกรัฐมนตรีได้อนุมัติ งบประมาณไปแล้ว ๙๘ ล้านบาท ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมงเราก็มี แผนการทำงานอยู่แล้ว งบประมาณนี้เราบูรณาการร่วมกับท้องที่ ท้องถิ่น ในการกำหนด จุดจัดซื้อก็คือบูรณาการร่วมกันกับพี่น้องประมงพื้นบ้านร่วมกันจับปลาหมอคางดำ ภารกิจนี้ งบประมาณเราใช้ประมาณ ๖๐ ล้านบาท ในการกำหนดจุดรับซื้อปลาหมอคางดำ🔗
ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านไม่ต้องตอบประเด็นนี้ ท่านตอบ ๓ กระทู้ถาม กระทู้ถามที่ ๔ นี้ ท่านติดภารกิจอะไร เชิญครับ🔗
ท่านณัฐชาผมเข้าใจการทำงานของท่าน ท่านดูแลผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน กรณีที่ ถามว่าทำไมผมไม่ตอบ จริง ๆ กระทู้ถามที่ตั้งถามผมมาประมาณ ๑๐ กว่ากระทู้ถาม แล้วก็มี คณะทำงานเขาก็ทำข้อมูลกระทู้ถามไว้ให้ แล้ววันนี้ก็มีทั้งหมด ๓ กระทู้ถามด้วยกันที่มาตอบ ผมไม่ทราบว่ามีประเด็นเร่งด่วนเรื่องปลาหมอคางดำของท่านเข้ามาด้วย ซึ่งจริง ๆ แล้วทาง สภาได้ตั้งกระทู้ถามด่วนถามมาแล้วเรื่องนี้ ผมก็ค่อนข้างได้แถลงข่าวไปชัดเจนแล้วเกรงว่า ข้อมูลจะซ้ำซ้อนกัน ต้องขออภัยท่านด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เดี๋ยวขอว่าไปตามวาระ เดี๋ยวถึงวาระของท่านผมให้ท่านพูด🔗
ชี้แจงท่านให้ข้อมูล คลาดเคลื่อนนิดเดียว เขาบอกว่าท่านเพิ่งทราบ เพิ่งทราบได้อย่างไรท่านประธาน กระทู้ถาม ผมยื่นตั้งแต่เดือนตุลาคมครับ🔗
ไม่เป็นอะไร🔗
สรุปเมื่อสักครู่เขาชี้แจง หรือเขาตอบกระทู้ถามเลย ถ้าตอบกระทู้ถามเลยผมจะได้ถาม🔗
ไม่ให้ตอบ🔗
ท่านจะตอบใช่ไหมครับ🔗
พอถึงวาระท่านผมให้ท่านพูด🔗
ถามตามคิว โอเคครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ หารือนิดเดียวจะได้ราบรื่น เรียนท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน จริง ๆ แล้วก็อย่างที่ท่านณัฐชาบอกว่ากระทู้ถามนี้ตั้งมานานแล้ว ท่านรัฐมนตรีน่าจะเห็น ตั้งแต่ตุลาคมแล้วด้วยซ้ำ อันนี้อาจจะต้องฝากท่านรัฐมนตรีจริง ๆ ว่าถ้าท่านไม่เห็นจริง ๆ การทำงานของทีมงานของท่านน่าจะมีปัญหา รบกวนท่านอาจจะต้องตำหนิทีมงานที่ทำให้ ท่านไม่ทราบได้ว่ามันมีการถามกระทู้ถามทั่วไปเรื่องปลาหมอคางดำในวันนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธาน จริง ๆ เมื่อสักครู่ที่ท่านรัฐมนตรีลุกขึ้นมาผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีก็พอจะตอบ คำถามของท่านณัฐชาได้ คือถ้าจะให้ราบรื่นท่านก็อยู่ต่ออีกสักแป๊บหนึ่งให้ท่านณัฐชาได้ถาม กระทู้ถามแล้วให้ท่านรัฐมนตรีก็ได้ตอบชี้แจงตามข้อมูล ผมว่าเท่าที่ฟังเมื่อสักครู่ต่อให้ไม่ได้มี การเตรียมข้อมูลมาท่านก็ทราบข้อมูลในระดับหนึ่ง น่าจะพอตอบให้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชนได้ ถ้าจะขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีสละเวลาต่ออีกสักนิดหนึ่งแล้วตอบคำถาม ท่านณัฐชาเราจะได้ราบรื่นในวันนี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ รอถึงคิวของท่านณัฐชาก่อน เดี๋ยวเอาตามวาระก่อน ๑.๒.๔ กระทู้ถามที่ ๔๒๕🔗
๔. เรื่อง การแก้ไขปัญหาการจัดการขยะของประเทศ นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วย นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี ผู้ตั้งกระทู้ถามได้มีหนังสือขอถอนกระทู้ถาม เรื่องนี้ออกจากระเบียบวาระการประชุม ดังนั้นจึงเป็นกรณีผู้ตั้งกระทู้ถามใช้สิทธิถอน กระทู้ถามตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๓ อันนี้ท่านขอถอนไป ต่อไป ๑.๒.๕ กระทู้ถามที่ ๔๒๖🔗
๕. เรื่อง แนวทางการยกระดับทักษะประชากรทุกช่วงวัย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ท่านรัฐมนตรี ก็มาแล้ว เชิญท่านพริษฐ์ถามคำถามแรกเลยครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกล ก่อนจะเริ่มจับเวลาเริ่มเข้าสู่คำถาม หารือท่านประธานเล็กน้อยครับ เพื่อให้เข้าใจลำดับกระทู้ถามนิดหนึ่ง เผอิญเห็นว่ามีรัฐมนตรี ๒ ท่านนั่งอยู่บนบัลลังก์ คือคิวผมเป็นคิวที่ ๕ ก็จะมีท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการมาตอบ เข้าใจว่า คิวที่ ๖ ตามระเบียบวาระก็จะเป็นกระทู้ถามของเพื่อนสมาชิกอีกท่านหนึ่งเกี่ยวกับเรื่อง ประเด็นการเกษตร ก็จะเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาตอบ แล้วก็คิวที่ ๗ จะเป็นของท่านณัฐชาซึ่งถามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เช่นกัน ผมเข้าใจ ถูกไหมครับว่าท่านประธานอยากให้ดำเนินการคิวที่ ๕ ของผมก่อน เสร็จแล้วพอท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการตอบคิวที่ ๖ ซึ่งเตรียมการมาตอบอยู่แล้วก็อาจจะมีการพิจารณาขยับ อยู่ต่ออีกสักเล็กน้อยเพื่อมาตอบคิวที่ ๗ ของเพื่อนสมาชิกท่านณัฐชาด้วย เข้าใจถูกไหมครับ🔗
เชิญของท่านพริษฐ์ก่อนเลยครับ🔗
ตามนั้นนะครับ🔗
เชิญท่านก่อนเลยครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานที่ยืนยัน เช่นนั้น เรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ วันนี้ขออนุญาตมาตั้งกระทู้ ถามทั่วไปเกี่ยวกับ เรื่อง แนวทางการยกระดับทักษะประชากรทุกช่วงวัย ท่านประธานครับ คำแถลงนโยบายของรัฐบาลเขียนไว้ชัดเจนว่ารัฐบาลมีเป้าหมายในการยกระดับทักษะและ ปลดล็อกศักยภาพของคนไทยเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ ซึ่งมีการวางเป้าหมายไว้ทั้งหมด ประมาณ ๒๐ ล้านคน เป้าหมายดังกล่าวเป็นเป้าหมายที่ทะเยอทะยาน แต่ผมก็มีความกังวล ว่าแนวทางและวิธีการดำเนินงานของรัฐบาลนั้นอาจจะทำให้เราไปไม่ถึงเป้าหมายดังกล่าว เพราะเสี่ยงจะไปติดกับ ๒ ปัญหาที่ผมเรียกว่า ๒ ต ด้วยกันครับ🔗
ปัญหาแรกหรือว่า ต ที่ ๑ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับประเด็นคำถามของผมใน รอบแรกคือปัญหาเรื่องของสภาวะต่างคนต่างทำ หากจะอธิบายให้ท่านประธานเห็นภาพ สมมุติผมเป็น ๑ ใน ๒๐ ล้านคนที่รัฐบาลตั้งเป้าว่าอยากจะยกระดับทักษะให้มีทักษะขั้นสูง มากขึ้น คำถามคือว่าปัจจุบันรัฐจะเข้ามาช่วยเหลือผมอย่างไร หรือในอีกมุมหนึ่งครับ สมมุติ ผมเป็นคนหนึ่งที่มีไฟอยากจะเพิ่มทักษะของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มรายได้ของงานที่ผม ทำอยู่หรือเพื่อจะหางานใหม่ คำถามคือว่าผมควรจะติดต่อกับใคร หรือว่าหน่วยงานใด เพื่อเข้ามาช่วยเหลือผมในภารกิจดังกล่าว ถ้ารัฐบาลจะบอกว่าให้ผมลองไปไล่ดูโครงการ ทั้งหมดของรัฐบาลเกี่ยวกับการยกระดับทักษะว่ามีโครงการไหนบ้างที่ตอบโจทย์ความ ต้องการของผม ก็ต้องเรียนตามตรงว่าปัจจุบันถ้าเราไปดูในงบประมาณปี ๒๕๖๘ มีโครงการ เกี่ยวกับการยกระดับทักษะอยู่ทั้งหมด ๑๔๐ กว่าโครงการ ครอบคลุม ๖๐ กว่าหน่วยงาน และ ๑๓ กระทรวงขึ้นไป หรือถ้าทางรัฐบาลจะบอกว่าให้ผมลองไปเรียนในแพลตฟอร์ม ยกระดับทักษะที่ทางรัฐบาลนั้นทำขึ้นมาแล้วก็มีการรวบรวมเนื้อหายกระดับทักษะไว้ ผมก็ต้องถามกลับไปว่าจะให้ไปเรียนในแพลตฟอร์มไหน เพราะปัจจุบันเราจะเห็นว่ารัฐนั้น มีแพลตฟอร์มการเรียนรู้หรือว่าแพลตฟอร์มยกระดับทักษะอยู่อย่างน้อย ๑๒ แพลตฟอร์ม จาก ๕ กระทรวงที่ก็มีเนื้อหาที่เหมือนกันบ้าง ไม่เหมือนกันบ้าง วันนี้ผมเข้าใจว่าท่านอาจจะ บอกว่าปัญหาดังกล่าวนั้นไม่มีอีกแล้ว เพราะตอนนี้เรามีโครงการที่มีชื่อว่า ๑ ครอบครัว ๑ Soft Power หรือว่า OFOS ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาลในการยกระดับทักษะ แล้วก็ไม่นานมานี้เพิ่งมีการเปิดตัวแพลตฟอร์มการเรียนรู้ให้คนนั้นสามารถมาลงทะเบียน เรียนได้ผ่าน App ทางรัฐ แล้วก็ผ่านเว็บไซต์ของ OFOS เอง แต่ท่านประธานครับผมขอตั้ง คำถามว่าโครงการ OFOS นี้จะสามารถแก้ปัญหาสภาวะต่างคนต่างทำได้จริงหรือไม่ เพราะในเมื่อ OFOS ที่เรากำลังเห็นอยู่ใน Site นั้นไม่ได้เป็นแพลตฟอร์มกลางที่มารวม ทุกแพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้วเข้าหากันให้ครอบคลุมทุกประเภททักษะ แต่ว่า OFOS นั้น เหมือนกับเป็นแพลตฟอร์มที่งอกขึ้นมาใหม่อีกแพลตฟอร์มหนึ่ง อาจจะเรียกได้ว่าเป็น แพลตฟอร์มที่ ๑๓ ของรัฐก็ว่าได้ ที่เน้นยกระดับทักษะเฉพาะอุตสาหกรรมหรือว่าสาขา ที่ท่านนิยามว่าเป็นอุตสาหกรรม Soft Power อย่างเช่น เรื่องของดนตรี แฟชั่น กีฬา เกม Festival เป็นต้น สมมุติผมอยากจะยกระดับทักษะที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม Soft Power สมมุติ ผมรู้ว่าผมอาจจะทำอาหารไม่อร่อย สมมุติผมรู้ว่าผมร้องเพลงไม่เพราะ แต่ผมอยากจะฝึก ทักษะอื่น ๆ เช่น ผมอยากจะเขียนโปรแกรมเป็น ผมอยากจะเรียนรู้การนำเทคโนโลยีมาใช้ ในการเกษตร ก็จะเห็นว่าปัจจุบันแพลตฟอร์ม OFOS ก็ไม่สามารถช่วยผมได้อยู่ดีแล้วผมเอง ก็ไม่แน่ใจว่าตกลงแล้วผมจะต้องเข้าไปเรียนผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้หรือแพลตฟอร์ม ยกระดับทักษะแพลตฟอร์มไหนของรัฐ แนวทางการบริหารจัดการแบบกระจัดกระจาย แบบนี้ความจริงต้องบอกว่าสวนทางกับแนวทางที่เราเห็นประเทศอื่นที่อาจจะประสบ ความสำเร็จในการยกระดับทักษะเขาทำกัน ประเทศเหล่านั้นเขามักจะไม่ลงทุนในหลาย โครงการ หลายแพลตฟอร์ม หลายหน่วยงานแบบเบี้ยหัวแตกกันอย่างนี้ แต่เขามักจะใช้ วิธีการลงทุนแบบ Bar Sugar ยิงไปที่โครงการกลางโครงการเดียวที่เป็นเสมือนกับเจ้าภาพ ในการมาบริหารจัดการแนวทางในการยกระดับทักษะของคนในประเทศ ยกตัวอย่างเช่น สิงคโปรก็มีโครงการ Skills Future ที่เขาทำกันมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ โดยเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นมา ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ หรือถ้ามองไปที่อินโดนีเซียเขาก็มีโครงการ ที่ชื่อว่า Prakerja ที่ทำกันมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ โดยมีรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจนั่งเป็น ประธานของบอร์ด ดังนั้นคำถามในรอบแรกของผมเพื่อจะแก้ปัญหาสภาวะต่างคนต่างทำ ตรงนี้มีอยู่ ๓ คำถามด้วยกันครับ🔗
คำถามที่ ๑ คือรัฐบาลจะแก้ปัญหาสภาวะต่างคนต่างทำในการยกระดับ ทักษะของคนทุกช่วงวัยอย่างไร🔗
คำถามที่ ๒ ตกลง OFOS จะเป็นเจ้าภาพหลักหรือไม่ในการรับผิดชอบ ภารกิจในการยกระดับทักษะของคนในวัยทำงาน หากใช่แล้วทำไม OFOS ถึงจำกัดตัวเอง อยู่แค่ทักษะที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมและสาขา Soft Power แต่หากไม่ใช่ตกลงแล้ว ใครจะเป็นเจ้าภาพและจะแบ่งงานกันอย่างไร🔗
คำถามที่ ๓ ตกลงรัฐบาลจะยืนยันอยู่หรือไม่ว่าตั้งเป้าหมายในการยกระดับ ทักษะของคนทั้งหมด ๒๐ ล้านคน และรัฐบาลจะวัดผลอย่างไรว่า ๒๐ ล้านคนนั้นมีทักษะ ที่ดีขึ้นจริง ๆ ที่ไม่ได้วัดจากเพียงแค่ยอดลงทะเบียน ยอดเข้าชมวิดีโอหรือว่าคลิปในเว็บไซต์ หรือว่ายอดจำนวนคนที่มาลงชื่อร่วมกิจกรรม อันนี้เป็น ๓ คำถามในรอบแรกครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามแรกครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร และท่าน พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้มาตอบกระทู้ถาม ของท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขออนุญาตที่จะตอบคำถามในข้อแรกที่ท่านพริษฐ์นั้นได้ถามเกี่ยวกับการบูรณาการของ ภาครัฐ ความซ้ำซ้อนของการทำงาน โดยเฉพาะในเรื่องของแพลตฟอร์มที่เกิดขึ้น แน่นอน เรื่องการพัฒนาทักษะของประชาชนเมื่อสักครู่ท่านพริษฐ์ก็บอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลง นโยบายเป็นนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาแห่งนี้อย่างชัดเจนที่จะมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะ ให้กับประชาชนในทุกช่วงวัย เพื่อการก้าวไปสู่การพัฒนาประเทศซึ่งแพลตฟอร์มที่กระทรวง ต่าง ๆ ได้ทำ แน่นอนครับ ภาพเดิม ๆ ที่ผ่านมาอาจจะเห็นว่ามันมีการกระจัดกระจายการที่ ยังไม่ได้บูรณาการชัดเจนอย่างที่ท่านพริษฐ์บอก เพราะว่ามันเป็นจุดที่ทุกคนเริ่มที่จะทำ แต่ภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ท่านก็กำชับถึงความร่วมมือ การบูรณาการที่แต่ละกระทรวงจะต้องทำร่วมกัน โดยวันนี้เองแพลตฟอร์มหลัก ๆ ที่ทาง รัฐบาลทุก ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำงานเรื่องของการพัฒนาทักษะ เรื่องการเรียนรู้ เรื่องการเสริมสร้างศักยภาพให้กับประชาชนนั้น เรามีแพลตฟอร์มที่อยากจะพูดอีกสัก ๑-๒ แพลตฟอร์ม แต่ผมเชื่อว่าท่านพริษฐ์เองก็คงจะเคยได้ยิน แต่แพลตฟอร์มที่จะ เป็นกลไกที่เราจะทำต่อไปนี้นั้นเราใช้ชื่อว่า E-Workforce Ecosystem EWE ซึ่งเป็นอีก แพลตฟอร์มหนึ่ง ซึ่งแพลตฟอร์มนี้เป็นแพลตฟอร์มเพื่อการพัฒนาด้านวิชาชีพ เป็นระบบ ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของ Big Data ที่เชื่อมโยงข้อมูลจากด้านแรงงานของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย เช่น นักเรียน นักศึกษา คนหางาน ผู้ประกอบการ และนายจ้าง โดยในแพลตฟอร์มนั้นก็จะมี Skill Mapping เพื่อจะชี้นำ เพื่อจะให้รู้ว่า การที่จะไปประกอบอาชีพด้านใดด้านหนึ่งจะต้องไปเพิ่มทักษะในด้านใด แล้วในนั้นก็จะมี การจับคู่งานคือ Job Matching ซึ่งแพลตฟอร์มนี้ถ้าพูดง่าย ๆ ว่าแพลตฟอร์มนี้จะเป็น แพลตฟอร์มที่จะเสริมศักยภาพรวบรวมข้อมูลทางด้านวิชาชีพเป็นหลัก ซึ่งอีกตัวหนึ่ง ที่ผมกำลังจะพูดให้ท่านได้ฟังของการบูรณาการร่วมกันที่ทุกหน่วยงานจะต้องทำนั่นคือ Credit Bank นั่นก็คืออีกแพลตฟอร์มหนึ่งที่จะรวบรวมข้อมูล แต่ผมเชื่อว่า Credit Bank ท่านอาจจะเข้าใจดีอยู่แล้วว่าการรวบรวมข้อมูลด้านวิชาการ เรื่องเครดิต เรื่องการได้ศึกษา วิชาการองค์ความรู้ที่อยู่ในด้านวิชาการก็จะอยู่ใน Credit Bank แต่ส่วน EWE ที่ผมขอ อนุญาตพูดตัวย่อมันจะเป็นด้านของวิชาชีพ ไม่ว่าคุณจะเป็นใบประกาศคุณวุฒิด้านวิชาชีพ ต่าง ๆ การได้อบรมในด้านวิชาชีพต่าง ๆ ข้อมูลทุกอย่างของประชาชนจะต้องได้รับการ จัดเก็บไว้ใน EWE ตัวนี้ แล้วก็แน่นอนอีกตัวหนึ่งที่จะเป็นกลไกที่สำคัญเพื่อไม่ให้ทับซ้อน และให้การเชื่อมข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐที่ทำงานในด้านนี้ทั้งการศึกษาและเสริมสร้าง ทักษะวิชาชีพก็จะเรียกว่า E-Portfolio ผมเชื่อว่าตัวนี้ท่านพริษฐ์ก็เคยเสนอแนะในสภาแห่งนี้ แล้วก็เป็นแนวทางที่กระทรวงก็ดำเนินงานมา แล้วปีนี้ก็ได้รับการจัดสรรงบประมาณจาก คณะรัฐมนตรีเพื่อจะทำแพลตฟอร์ม E-Portfolio แพลตฟอร์มตัวนี้ให้เกิดขึ้น E-Portfolio ตัวนี้ผมเชื่อท่านพริษฐ์เข้าใจ แต่ผมขออนุญาตที่จะพูดสั้น ๆ เพื่อให้ท่านสมาชิกแล้วก็พี่น้อง ประชาชนเข้าใจว่าใน E-Portfolio ตัวนี้ก็จะบันทึกทุกอย่างของบุคคลนั้นในเรื่องของการ เรียนหลักสูตรต่าง ๆ ที่เคยเรียนมาตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ระบบการศึกษาว่าได้เก็บหน่วยกิตอะไร ได้บ้างแล้ว แล้วก็ใน E-Portfolio นอกจากจะมี Credit Bank ที่เก็บข้อมูลด้านการศึกษา แล้วก็ยังมีตัว EWE แพลตฟอร์มได้เก็บไว้นั่นคือทักษะวิชาชีพที่จะเข้าไปดูได้ว่าบุคคลนี้ได้ฝึก ได้อบรม ได้เรียนหลักสูตรเกี่ยวกับวิชาชีพทักษะสมรรถนะอะไรได้บ้างแล้ว แล้วทั้ง ๒ ตัวนี้ จะเป็นข้อมูลที่อยู่ใน E-Portfolio ซึ่งจะทำร่วมกันทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เสร็จแล้วใน E-Portfolio ก็จะมีแน่นอนครับ มีทั้ง Skill Mapping ที่จะเป็นเข็มทิศชี้นำว่าการที่บุคคลนั้น จะต้องประกอบอาชีพใด ๆ หรือต้องการเป็นอาชีพที่ต้องการในองค์ความรู้ที่ได้รับการอบรม แล้วก็ได้รับการเรียนรู้มาแล้วนั้นยังขาดอะไรที่ต้องเติมเสริมและในตัว E-Portfolio ก็ยังจะต้องทำงานเป็นกลไกที่สามารถให้หน่วยงานเอกชนถ้าต้องการเข้าถึงในข้อมูลของ บุคคลนั้นก็สามารถเข้าไปดูเพื่อเกิดการจ้างงานหรือที่เรียกว่า Job Matching กันได้ สิ่งเหล่านี้เป็นแนวทางของรัฐบาลกำลังทำภาพรวมทั้งหมดของการบูรณาการ จริง ๆ แล้ว เราบูรณาการเริ่มกันตั้งแต่ออกหลักสูตรการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน อว. ศธ. อุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน และอีกหลายหน่วยงาน ทุกวันนี้หลักสูตรต่าง ๆ พวกเรา ก็ร่วมกันเพื่อจะออกหลักสูตรในการจัดการเรียนการสอนในแต่ละช่วงวัย🔗
ส่วนคำถามที่ท่านพริษฐ์ถามต่อ อันนี้ขออนุญาตมันมีทั้งเรื่องของการ บูรณาการร่วมกันในโครงการที่อาจจะทับซ้อน อาจจะดูเหมือนต่างคนต่างทำในเรื่องของ แพลตฟอร์ม ตอนนี้การ Link ข้อมูล การทำงานข้อมูลร่วมกัน กระทรวงต่าง ๆ ภายใต้การนำ ของรัฐบาลได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อจะไม่ให้เกิดความทับซ้อนในเนื้องานเหล่านั้น เบื้องต้นผมขอตอบคำถามข้อแรกก่อน เดี๋ยวจะได้สรุปอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ท่านพริษฐ์ จะถามเพิ่ม ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะเด็กและเยาวชนจากเครือข่ายสภาองค์กร เยาวชนสร้างสรรค์พัฒนาสังคม อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ สภาผู้แทนราษฎรยินดี ต้อนรับนะครับ ต่อไปเชิญท่านพริษฐ์ในคำถามที่ ๒ ครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ พริษฐ์ วัชรสินธุ ความจริงก็เห็นใจท่านรัฐมนตรี เพราะเข้าใจว่าท่านดูแลเรื่องการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่ว่าคำถามของผมจะเป็นเรื่องการยกระดับทักษะคนทุกช่วงวัย ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึง ถามท่านนายกรัฐมนตรี แต่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็มอบหมายท่านมา ถ้าเรียนด้วยความ เคารพครับ ผมคิดว่าคำตอบของท่านรัฐมนตรีเมื่อสักครู่นี้ยิ่งตอกย้ำถึงปัญหาที่ผมพูดไว้ ในรอบแรกคือปัญหาต่างคนต่างทำ ถึงแม้เราไม่นับแพลตฟอร์มที่อาจจะถูกใช้สำหรับการ เรียนรู้ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน อย่างเช่น Anywhere Anytime ซึ่งผมไม่ได้รวมอยู่ใน ๑๒ แพลตฟอร์มในรอบแรก คำตอบของท่านรัฐมนตรีก็ชัดเจนว่าปัจจุบันนี้รัฐบาลไม่ได้มี แพลตฟอร์มกลางแพลตฟอร์มเดียวที่จะใช้ในการบริหารจัดการการยกระดับทักษะคน ทุกช่วงวัย ท่านพูดถึงนี้ EWE ซึ่งเป็น ๑ ใน ๑๒ แพลตฟอร์มที่อยู่สไลด์ของผม เข้าใจว่า รับผิดชอบโดยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ แต่แทนที่โครงการ OFOS จะเอาเนื้อหาของตนเองมา Plug In ในแพลตฟอร์มดังกล่าวนี้ โครงการ OFOS กลับไปสร้างแพลตฟอร์มขึ้นมาอีก แพลตฟอร์มหนึ่ง ทั้งหมดนี้เลยตอกย้ำให้เห็นว่าตอนนี้มันมีหลายแพลตฟอร์มเยอะแยะ ไปหมดและแต่ละคนก็ตอบไม่ตรงกันว่าตกลงแพลตฟอร์มกลางจะเป็น OFOS หรือ EWE หรือแพลตฟอร์มไหน แต่นอกจากปัญหาเรื่องต่างคนต่างทำแล้ว🔗
ปัญหาที่ ๒ หรือ ต ที่ ๒ ที่อยากจะพูดถึงในรอบนี้คือปัญหาที่ผมสังเกตเห็น ว่ารัฐบาลนั้นมักจะมีแนวคิดที่ไปตัดสินใจแทนตลาดหรือว่าคิดแทนตลาด ซึ่งมันอาจจะทำให้ ตัว Course เรียนหรือว่าสิ่งที่ถูกสอนนั้นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ตอบโจทย์ผู้เรียนหรือว่าที่ผู้เรียน ต้องการ ปัจจุบันผมสังเกตว่าทางแพลตฟอร์ม OFOS นั้นมีการพยายามรวบรวมหลักสูตร หรือว่า Course อบรมจาก ๒ แหล่งที่มาหลัก ๆ แหล่งที่มาที่หนึ่งคือการรวบรวมหลักสูตร หรือว่า Course ฟรีที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะของหน่วยงานรัฐหรือว่าที่มีอยู่ในตลาดนะครับ ส่วนแหล่งที่มาที่ ๒ คือเป็นการจัดทำหลักสูตรหรือ Course ขึ้นมาใหม่ ซึ่งเข้าใจว่าเมื่อจัดทำ เสร็จแล้วก็คงจะเปิดให้คนสามารถเข้ามาเรียนได้ฟรี ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตครับว่าการ ดำเนินการทั้ง ๒ ส่วนนี้มันอาจจะไม่ได้ตอบโจทย์เป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้🔗
ส่วนที่ ๑ ในส่วนของ Course ฟรีทาง OFOS รวบรวมมา เราก็จะสังเกตเห็น ว่าหลาย Course หรือว่าหลายคลิปความจริงเป็นคลิปที่เราสามารถเข้าไปค้นหาแล้วก็ดูผ่าน ยูทูปได้โดยสะดวกอยู่แล้ว ผมยกตัวอย่างคลิปหนึ่งให้ท่านประธานดู เป็นคลิปการเรียนเรื่อง ของ Tuba ถ้าผมไปค้นหาแล้วก็เข้าไปดูคลิปนี้ในยูทูป ผมกดแค่ ๒ ปุ่ม ผมเข้าไปเรียน ได้เลย แต่ถ้าผมไปดูคลิปนี้ที่อยู่ในแพลตฟอร์มของ OFOS ที่เพิ่งทำขึ้นมาใหม่ กว่าจะไปถึง คลิปความจริงต้องกดปุ่มอย่างน้อย ๕-๑๐ ขั้นตอนถึงจะไปถึงคลิปดังกล่าว🔗
ส่วนที่ ๒ คือในส่วนของ Course ที่ OFOS จัดทำขึ้นมาใหม่ ซึ่งเราก็เห็นว่า ได้มีการจัดสรรงบประมาณบางส่วนของงบปี ๒๕๖๘ ไปแล้วในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องอาหารไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดนตรีสากล การออกแบบ เป็นต้น ผมเข้าใจดีว่า Course เหล่านี้ก็มีผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญที่ไปช่วยคิด ช่วยออกแบบ แต่ข้อกังวลที่ผมมีคือปัจจุบัน มันไม่มีกลไกอะไรมารับประกันว่าพอรัฐเสียเงินไปหลายล้านบาทในการจัดทำ Course เหล่านี้ จะมีคนมาเรียนหลักสูตรเหล่านี้จริง ๆ ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และสิ่งที่มันน่ากังวลตามมา และผมเชื่อว่าเราไม่อยากเห็นก็คือว่าพอคนลงทะเบียนไม่ถึง เป้าหมายที่วางไว้ก็อาจจะมีการไปเกณฑ์คนมาเรียน ซึ่งมันก็เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลาสำหรับ ทุกฝ่าย ดังนั้นในประเด็นนี้สิ่งที่ผมอยากจะถามและผมคิดว่าเป็นคำถามสำคัญที่อยากจะฟัง ท่านรัฐมนตรีตอบ ก็คือว่ารัฐจะวางบทบาทตนเองอย่างไร เพราะในขณะที่รัฐบาลไทยครับ ปัจจุบันดูเหมือนจะวางบทบาทของรัฐให้เข้ามาตัดสินใจแทนผู้เรียนว่าควรจะเรียนอะไร ตัดสินใจแทนตลาดว่าควรจะทำ Course แบบไหน แต่ถ้าเราไปดูรัฐบาลในประเทศอื่น อย่างเช่นที่สิงคโปร์และอินโดนีเซียเราจะเห็นว่าพวกเขานี่มักจะวางบทบาทของรัฐให้ทำ หน้าที่เป็นเพียงคนจ่ายกับคนจับคู่ คนจ่ายในที่นี้คืออะไรครับ คนจ่ายในที่นี้ก็คือการที่รัฐนั้น มาอุดหนุนคูปองให้ผู้เรียนนั้นไปเลือกเรียนเองว่าจะไปเรียน Course ไหนในตลาดตาม Course ต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้ว อันนี้จะเป็นวิธีการที่สร้างหลักประกันว่าเขาจะเลือกเรียนในสิ่งที่ เขาคิดว่าตอบโจทย์เขาจริง ๆ แล้วหากสมมุติว่าเขาต้องการเรียน Course อะไรบางอย่าง ที่ยังไม่มีอยู่ในตลาด กลไกตลาดก็จะทำหน้าที่ของมันในการไปกระตุ้นให้คนที่พร้อมจะสอน เนื้อหาดังกล่าวแข่งกันผลิต Course เหล่านั้นออกมา ยกตัวอย่างอย่างที่สิงคโปร์โครงการ Skill Future คูปองที่ผู้เรียนได้รับสามารถไปใช้ได้กับ ๒๙,๐๐๐ กว่า Course หรือว่าที่ อินโดนีเซียคูปองของโครงการ Prakerja ก็ใช้ได้กับ ๖,๙๐๐ กว่า Course ที่มีอยู่ในตลาด และที่น่าสนใจยิ่งกว่าในอินโดนีเซียคือทางรัฐนั้นไม่ได้อุดหนุนแค่ค่าเรียนอย่างเดียว แต่ยังอุดหนุนค่าเสียเวลาให้กับผู้เรียนด้วยว่าพอเรียนจบแล้วก็จะมีเงินสดแถมกลับไป เป็นการเพิ่มแรงจูงใจ แล้วก็การลดค่าสูญเสียโอกาสของคนที่พยายามจะจัดสรรเวลาเพื่อมา ยกระดับทักษะตนเอง ส่วนบทบาทในการจับคู่ในที่นี้ก็คือการที่รัฐทำหน้าที่เป็นคนกลาง ในการจับคู่ มุมหนึ่งก็คือผู้เรียนกับผู้สอนว่าถ้าเกิดผู้เรียนมีคุณสมบัติแบบนี้ มีความต้องการ แบบนี้ควรจะเรียน Course ไหน ในอีกมุมหนึ่งก็คือจับคู่ผู้เรียนกับผู้ประกอบการว่าเมื่อเรียน Course ที่จบแล้วอาจจะเหมาะกับงานประเภทไหนหรือว่ามีบริษัทไหนบ้างที่กำลังหาคนที่มี ทักษะดังกล่าว ดังนั้นคำถามของผมในรอบ ๒ มีอยู่ ๓ คำถามด้วยกัน🔗
คำถามที่ ๑ คือทางรัฐบาลจะยืนยันหรือไม่ว่าต้องการคงบทบาทเดิมของ ตนเองที่เป็นเสมือนผู้ตัดสินใจแทนผู้เรียนและตลาดมากกว่าเป็นผู้ช่วยจ่ายแล้วจับคู่ระหว่าง ผู้เรียนกับ Course เรียนในตลาด🔗
คำถามที่ ๒ คือหากยืนยันว่าต้องการจะคงบทบาทเดิม ผมต้องถามว่ารัฐบาล จะรับผิดชอบอย่างไรหากมีการลงทุนไปหลายล้านบาทในการจัดทำ Course ที่ท่านคิดว่า มันเป็นประโยชน์ แต่ท้ายที่สุดแล้วจำนวนคนที่มาเรียนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย หรือว่าเรียน ไปแล้วไม่สามารถยกระดับทักษะของตนเองได้จริงตามที่ตั้งเป้าไว้🔗
คำถามที่ ๓ คือท่านพร้อมหรือไม่ที่จะลองปรับแนวคิดแล้วพยายามจะปรับ บทบาทของรัฐ จากเดิมที่เป็นเสมือน Model ที่รัฐเป็นคนเลือก รัฐเป็นคนฝึก แล้วก็รัฐเป็น คนจ่าย มาเป็น Model ที่เราให้ผู้เรียนเป็นคนเลือก เอกชนเป็นคนฝึก และรัฐเป็นคนจ่าย ๓ คำถามในรอบ ๒ ท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ ผม สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ขออนุญาตตอบคำถามของ ท่านพริษฐ์ ๒ ข้อด้วยกันนะครับ🔗
ข้อแรก ในเรื่องของรัฐบาลกลับกลายเป็นผู้ที่ออกแบบ แล้วก็ให้ประชาชนนั้น ได้เรียน ซึ่งเข้าใจตามเจตนาที่ท่านพริษฐ์บอกเสมือนว่ารัฐบาลบังคับในสิ่งที่ประชาชน อยากจะเรียนหรือรู้ได้อย่างไรว่าประชาชนอยากจะเรียน ทุก ๆ หลักสูตร ทุก ๆ แพลตฟอร์ม Content การพิจารณาที่จะออกแบบมานั้น ผมขออนุญาตพูดด้วยหลักความเป็นจริงว่า รัฐบาลไม่ได้คิดเองทั้งหมด เป็นไปไม่ได้ครับ แต่ทุกหลักสูตรหรือทุกแบบฟอร์มใน Content ต่าง ๆ ในแพลตฟอร์มนั้น รัฐบาลก็ร่วมมือกับภาคเอกชนที่เป็นผู้จ้างโรงงานอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการที่จะร่วม Design ในหลักสูตร ในแบบอบรมต่าง ๆ ว่าเขาอยากได้บุคลากร อยากได้คนที่มีทักษะด้านไหนบ้าง จริง ๆ แล้วเราเริ่มตั้งแต่หลักสูตรของการเรียนแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นอาชีวะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหลักสูตรต่าง ๆ ที่กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการ อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ก็ขอความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อเราจะได้รู้ ทิศทางของตลาดแรงงานในปัจจุบันและอนาคต แล้วก็เช่นกัน Content หรือว่าแพลตฟอร์มเนื้อหาที่เราได้ใช้นั้นก็ยืนยันว่าเรานั้นทำความ ร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะเอกชนซึ่งเป็นกำลังสำคัญที่มาช่วยเราในการ Design ในการร่วมพัฒนาหลักสูตรด้วยกัน เพื่อเป้าหมายที่สำคัญคือการผลิตบุคลากรเพิ่มทักษะ ให้บุคลากรนั้นเป็นไปตามตลาดแรงงาน เราเข้าใจว่าฝึกมาแล้วมันต้องใช้ประโยชน์ได้จริง เข้าไป Take Course แล้วมันต้องไม่เสียเปล่า ไม่ใช่ไปเรียนอะไรที่ไม่เกิดประโยชน์ในยุค ปัจจุบัน อันนี้ทางรัฐบาลทราบดีแล้วก็ตระหนักดีถึงเรื่องนั้น แล้วก็เรายืนยันว่าการออกแบบ ของเรา เรารับฟังภาคเอกชนอย่างมากในการร่วมกันออกแบบของหลักสูตรต่าง ๆ เพื่อให้ ประชาชนนั้นจะได้ฝึกทักษะซึ่งเป็นความต้องการของการจ้างงานในปัจจุบันและอนาคต ข้างหน้า🔗
ส่วนเรื่องของ Incentive การจูงใจ นั่นก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ต้องเรียนท่านพริษฐ์ เราอาจจะไม่ได้แจกเหมือนต่างประเทศที่เห็นได้ชัดว่าแจกเป็นเหมือน คล้าย ๆ โอนเงินเข้าเป็นเม็ดเงินที่เข้าไปสู่ประชาชนโดยตรงในเรื่องการเสริมสร้างทักษะ แต่รัฐบาลเองก็มีแนวทางที่ทำหลายเรื่อง แน่นอน e-Ticket e-Coupon ที่ทำ เราก็ทำ ออกมาเพื่อให้ประชาชนนั้นได้ใช้ e-Coupon เข้าอบรมในหลักสูตรทาง e-Learning ได้ หลาย ๆ โครงการก็มี ส่วนมาตรการของการชักจูงอย่างอื่น เช่น มาตรการภาษีที่เรามี มาตรการภาษีกับผู้ประกอบการที่ให้ความสำคัญ แล้วก็ยอมที่จะยกระดับเอาบุคลากรขอเขา เหล่านั้นในองค์กรมาเสริมสร้างพัฒนาทักษะ อันนั้นก็เป็นมาตรการที่เราทำอยู่ในเรื่องภาษี เรื่องของการอบรมฟรี ทั้ง สกร. ทั้งอาชีวะ อว. กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และอีกหลาย ๆ หน่วยงานที่มีการเปิดหลักสูตรอบรมพัฒนาทักษะ ทั้ง Reskill Upskill ฟรี นั่นก็เป็น ประเด็นหนึ่งที่รัฐบาลตั้งใจที่จะทำ แล้วก็มีผู้ที่ให้ความสนใจเป็นจำนวนหลายแสนราย ตัวเลข เดี๋ยวผมอาจจะขออนุญาตทำหนังสือถึงอีกครั้งหนึ่ง ที่ได้รับรายงานมาว่าคนก็สนใจที่จะ เข้ามาอบรมหลักสูตรของรัฐบาลที่ออกมา แล้วก็ยืนยันตรงนี้อีกครั้งหนึ่งว่าสิ่งที่ท่านพริษฐ์ เสนอมาเป็นสิ่งที่รัฐบาลน้อมรับฟังจริง ๆ แล้วท่านก็เห็นตรงกันกับรัฐบาลว่าการพัฒนา ทักษะของประชาชนเป็นสิ่งที่สำคัญในยุคปัจจุบัน อย่างไรก็ดีรัฐบาลนั้นตระหนักจริง ๆ ถึงการสร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างพลิกโฉมฉับพลันต่อโลกยุคใหม่ จึงมุ่งเน้นและให้ความสำคัญในการพัฒนากำลังคนเพื่อเข้าสู่ยุคเอไอ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนา ขีดความสามารถในประเทศ แล้วก็ในเวทีระดับโลกอย่างยั่งยืน แน่นอนครับหลาย ๆ เรื่อง ที่ท่านแนะนำผมน้อมรับไป เพื่อจะให้เกิดประโยชน์ในการแก้ปัญหาหรือแก้ไข หรือต่อเติม เสนอแนะ ขอบคุณสำหรับคำถามที่มีประโยชน์ ขอบคุณครับ🔗
สั้น ๆ ท่านประธาน ไม่ได้ถาม แล้วครับ เข้าใจว่าโควตาหมดแค่จะสรุปสั้น ๆ แล้วเพื่อไม่ให้เข้าใจผิด ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ที่ตอบ คือการรับฟังเอกชนผมเข้าใจว่าท่านทำอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ผมพยายามจะสื่อก็คือว่า มันไม่ได้รับประกันว่ามันเป็นสิ่งที่ผู้เรียนต้องการมากเท่ากับการให้ Coupon แล้วให้ผู้เรียน ไปเลือกเอง เมื่อสักครู่นี้ท่านพูดถึงโครงการ e-Coupon ที่ EWE เริ่มทดลองนำร่องเข้าใจว่า เป็นแนวคิดที่มีการพยายามจะทำ แต่ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดจำนวน Course ที่สามารถใช้ได้ หรือ Coupon นั้นน่าจะเป็นหลักสิบ ในขณะตัวอย่างที่ผมยกของประเทศอื่นมันหลักพัน หลักหมื่น เพราะฉะนั้นก็ทิ้งท้ายแบบนี้ครับ ผมคิดว่ารัฐบาลก็เห็นถึงความสำคัญในการ ยกระดับทักษะของคนทุกช่วงวัย แต่ผมก็อยากจะเสนอแนะด้วยความหวังดีว่าหากรัฐบาล เดินหน้าตามแนวทางแบบเดิม คือเดินแบบต่างคนต่างทำ แทนที่จะมีเจ้าภาพหลัก เดินแบบไปตัดสินใจแทนตลาด แทนที่จะทำหน้าที่เป็นคนกลางในการจ่ายแล้วก็จับคู่ผู้เรียน กับผู้สอน ผมกลัวว่าทั้งหมดนี้มันจะกลายเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำที่ทำให้คนไทยเรา ก็ไม่ได้มีทักษะที่สามารถแข่งขันในระดับโลกได้ดีขึ้นกว่าเดิม ก็ฝากข้อเสนอแนะผ่าน ท่านประธานไปยังรัฐบาลครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านพริษฐ์นะครับ ท่านณัฐชา ท่านรัฐมนตรีได้สละวาระงาน แล้วก็จะตอบให้ท่าน ต่อไปกระทู้ถามที่ ๔๒๘🔗
๖. เรื่อง ขอให้พื้นที่ลุ่มน้ำยมฝั่งขวา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ให้เป็นพื้นที่เขตชลประทาน นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอัครา พรหมเผ่า เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๑ ท่านพิมพ์พิชชาพร้อมแล้ว เชิญถามท่านรัฐมนตรี คำถามแรกเลยครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันต้องขอกราบขอบพระคุณท่านอัครา พรหมเผ่า ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้ให้เกียรติมาตอบกระทู้ถามสดของ ดิฉันในเรื่อง ขอให้พื้นที่ลุ่มน้ำยมฝั่งขวา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ให้เป็นพื้นที่ ชลประทาน เนื่องจากแม่น้ำยมต้นน้ำตั้งแต่จังหวัดพะเยา แพร่ สุโขทัย ลงมาถึงจังหวัด พิษณุโลก ยังขาดแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำในลุ่ม น้ำยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่น้ำยมที่ไหลผ่านในช่วงของอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เป็นช่วงที่มีความจุแคบที่สุดและเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่สุด ซึ่งจะรองรับน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบน กรมชลประทานได้มีการดำเนินการแก้ปัญหาอุทกภัยในแม่น้ำยมที่ผ่านมา โดยดำเนินการ โครงการบางระกำโมเดล สมัยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ในพื้นที่ ฝั่งซ้ายของแม่น้ำยมซึ่งเป็นพื้นที่เขตชลประทาน จำนวนพื้นที่กว่า ๒๖๕,๐๐๐ ไร่ เป็นพื้นที่ ที่เก็บน้ำได้ถึง ๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่จำนวนน้ำที่เข้าท่วมนั้น อำเภอบางระกำ ไม่สามารถที่จะมีที่กักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ สำหรับพื้นที่แม่น้ำยมฝั่งขวาดังรูปนะคะ จะเห็นว่าในอำเภอบางระกำจะเต็มไปด้วยน้ำ เราเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน ซึ่งเป็นพื้นที่ การเกษตรประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งมีลักษณะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ รองรับแม่น้ำยมและจาก แม่น้ำปิงด้วย หากแม่น้ำยมฝั่งซ้ายท่วม ฝั่งขวาของแม่น้ำยมก็จะท่วมไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งต่างจากหน้าแล้งที่ได้รับผลกระทบในการขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตรและในช่วง อุทกภัยก็เกิดปัญหาน้ำท่วมพื้นที่การเกษตร ทำให้เก็บเกี่ยวผลผลิตไม่ทันก่อนฤดูน้ำหลาก และเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เป็นประจำทุก ๆ ปี ในพื้นที่ลุ่มน้ำยมฝั่งขวาจึงเกิดปัญหาภัยแล้ง และน้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำทุกปี ส่งผลให้พี่น้องเกษตรกรขาดรายได้ ขาดความมั่นคง และมีความเสี่ยงในการประกอบอาชีพการทำนาทั้งฤดูข้าวนาปรังและข้าวนาปี จนมีกลุ่ม เกษตรกรซึ่งรวมกลุ่มกันเรียกว่า กลุ่มผู้ใช้น้ำปิงสู่ยม ไปขอปริมาณน้ำจากแม่น้ำปิงผ่าน โครงการส่งน้ำท่อทองแดง โดยกลุ่มผู้ใช้น้ำปิงสู่ยมได้รวบรวมเงินส่วนตัวกันจำนวนหลาย แสนบาท เพื่อซื้อที่ดินและขุดคลองที่เรียกว่า คลองผู้ว่า ได้ชักน้ำเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือ ไม่ให้ข้าวเสียหายในช่วงฤดูแล้งและเป็นแบบนี้พี่น้องเกษตรกรของดิฉันยังตามน้ำกันอยู่จนถึง ทุกวันนี้ เป็นระยะเวลากว่า ๒๐ ปี ท่านประธานคะ ในพื้นที่แม่น้ำยมฝั่งขวาหากได้อยู่ ในเขตชลประทานจะช่วยให้พี่น้องเกษตรกรมีความมั่นคงในการทำการเกษตร อีกทั้งยังมี รายได้ ลดความเสียหายจากการขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูกและกรมชลประทานจะมี พื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้นถึง ๒๕๐,๐๐๐ ไร่ และหากดำเนินการปรับการบริหารจัดการน้ำเป็นเช่นเดียวกับโครงการบางระกำโมเดล ก็จะมีพื้นที่รับน้ำหลากได้เพิ่มอีก ๔๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งหากรวมกับโครงการบางระกำ โมเดลแล้วอำเภอบางระกำมีพื้นที่เพียง ๕๕,๐๐๐ ไร่ ซึ่งอยู่ในฝั่งซ้ายรับหน่วงน้ำได้ถึง ๕๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตร รวมกับพื้นที่ลุ่มน้ำยมฝั่งขวาอีก ๔๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตร จะสามารถรองรับน้ำหลากและลดผลกระทบจากอุทกภัยในแม่น้ำยมให้กับพื้นที่ลุ่มแม่น้ำ เจ้าพระยาตอนล่างได้สูงสุดถึง ๑,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร🔗
ดิฉันขอสไลด์ด้วยนะคะ เนื่องจากพื้นที่บางระกำมีพื้นที่กักเก็บน้ำเพียง ๓ แห่ง ได้แก่ บึงระมาณ บึงตะเคร็ง และบึงขี้แร้ง ซึ่งทั้ง ๓ จุดนี้เก็บน้ำได้เพียง ๓๑.๙ ล้านลูกบาศก์เมตร และน้ำอีก ๓๖๘.๑ ล้านลูกบาศก์เมตร ยังไม่มีพื้นที่กักเก็บน้ำ รวมถึง ยังไม่มีระบบในการบริหารจัดการน้ำและประตูน้ำ จึงทำให้น้ำถูกปล่อยทิ้งเสียเปล่า ดิฉัน จึงขอให้กรมชลประทาน โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดการบริหารพื้นที่ลุ่มน้ำยม ฝั่งขวา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ให้เป็นพื้นที่เขตชลประทานเพื่อบรรเทาอุทกภัย ในฤดูน้ำหลากและให้มีน้ำเพียงพอต่อพี่น้องเกษตรกรในฤดูแล้ง ดิฉันจึงขอเรียนถามท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่กำกับดูแลงานกรมชลประทานผ่าน ท่านประธานค่ะ🔗
ในคำถามแรก กรมชลประทานมีการพิจารณาความเหมาะสมทางด้าน วิศวกรรมและความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดที่จะพิจารณาปรับปรุงระบบน้ำ พร้อมขยาย เขตชลประทานของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่อทองแดง ซึ่งรับจากแม่น้ำปิงส่งน้ำไป ช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูก พื้นที่ลุ่มแม่น้ำยมฝั่งขวาของอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก อย่างไร ขอทราบรายละเอียดค่ะ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ต้องขอบคุณท่านสมาชิก ที่กรุณาตั้งกระทู้ถามในเรื่องของภารกิจกรมชลประทาน ผม อัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ มาตอบกระทู้ถามกรณีที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านพิมพ์พิชชา สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก ที่ถามถึงความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรมหรือความ เป็นไปได้มากน้อยเพียงใดที่กรมชลประทานจะช่วยพิจารณาปรับปรุงระบบส่งน้ำ พร้อมขยายเขตชลประทานของโครงการส่งน้ำและบำรุงท่อแดงซึ่งรับน้ำจากลำน้ำปิงส่งไป ช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกของพี่น้องเกษตรกรพื้นที่ฝั่งขวาแม่น้ำยมของอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน เราได้มอบภารกิจนี้ให้ สำนักงานชลประทานที่ ๓ โดยโครงการชลประทานพิษณุโลกตรวจสอบแล้วพื้นที่ของ ลำน้ำยมฝั่งขวาของอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก รวมถึงอำเภอกงไกรลาศ จังหวัด สุโขทัย พื้นที่ทั้งหมด ๒๕๐,๐๐๐ ไร่ ยังไม่มีการประกาศเป็นเขตพื้นที่ชลประทาน อย่างข้อมูลตามที่ท่านพิมพ์พิชชาให้มาเมื่อสักครู่นี้🔗
สำหรับชลประทานพื้นที่แม่น้ำยมฝั่งขวาพื้นที่การเกษตร ๒๕๐,๐๐๐ ไร่นี้ ในเขตพื้นที่อำเภอบางระกำ โดยเฉพาะตำบลคุยม่วง ตำบลชุมแสงสงคราม ตำบลท่านางงาม ตำบลบึงกอก ตำบลนิคมพัฒนา ตำบลหนองกุลา แล้วก็ตำบลปลักแรด มีการใช้น้ำปีละ ๑๕๐-๒๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร โดยใช้น้ำจาก ๒ แหล่งน้ำต้นทุนด้วยกัน นั่นก็คือเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งส่งน้ำผ่านคลองส่งน้ำโครงการส่งน้ำบำรุงรักษาน้ำยมน่าน ลงมาเติมในแม่น้ำยมเหนือ ประตูระบายน้ำวังสะตือ แล้วก็ประตูระบายน้ำท่านางงาม ประตูระบายน้ำท่าแหเพื่อทดน้ำ เข้าสู่พื้นที่การเกษตรของพี่น้องเกษตรกร แหล่งน้ำต้นทุนอีกที่หนึ่งก็คือเขื่อนภูมิพลซึ่งผันน้ำ ผ่านคลองส่งน้ำของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่อทองแดง เก็บกักน้ำในคลองธรรมชาติ ต่าง ๆ และกระจายน้ำเข้าสู่พื้นที่ของพี่น้องเกษตรกร เจ้าหน้าที่ขอ PowerPoint นะครับ🔗
จากแผนภาพพื้นที่สีชมพูคือพื้นที่โครงการบางระกำโมเดล พื้นที่ ๒๖๕,๐๐๐ ไร่ หน่วงน้ำได้ สูงสุด ๕๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แล้วก็พื้นที่สีเหลืองคือพื้นที่แม่น้ำยมฝั่งขวา หากสามารถเปิด เป็นพื้นที่ชลประทานใหม่ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้เสนอมา ๒๕๐,๐๐๐ ไร่ ก็สามารถ หน่วงน้ำได้อีก ๔๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมีลักษณะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำจะประสบปัญหาน้ำท่วม ซ้ำซากเหมือนที่พี่น้องในพื้นที่ได้รับทราบดี แล้วก็พี่น้องประชาชนที่มีความต้องการที่อยาก ให้เห็นเป็นพื้นที่ชลประทานและดำเนินการโครงการบางระกำโมเดลเช่นเดียวกันนะครับ ทางกรมชลประทานและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มีแนวคิดที่จะใช้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ ชลประทานเพื่อที่จะออกแบบการบริหารจัดการน้ำ แล้วก็แก้ไขให้พี่น้องเกษตรกรได้อย่าง ทันท่วงที🔗
สำหรับกรณีจะขอให้ขยายเขตชลประทาน พร้อมปรับปรุงระบบส่งน้ำของ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่อทองแดงซึ่งรับน้ำจากลำน้ำปิงส่งน้ำไปช่วยเหลือในพื้นที่ ดังกล่าวที่ท่าน สส. ได้กรุณาให้ข้อมูลมา ซึ่งมีความต้องการปริมาณน้ำสนับสนุนในการ เพาะปลูกแก่พี่น้องเกษตรกรทั้งสิ้น ๑๕๐-๒๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรในฤดูกาลเพาะปลูก ซึ่งตอนนี้ทางกรมชลประทานได้มีการดำเนินการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ แล้วก็ ศึกษาในเรื่องของปริมาณแหล่งน้ำต้นทุนที่เอามาหล่อเลี้ยงในโครงการว่าต้นทุนน้ำมีเพียงพอ หรือไม่ เบื้องต้นกรมชลประทานได้มอบหมายให้สำนักบริหารโครงการดำเนินการพิจารณา ศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการใช้น้ำเพื่อการเกษตรและการพัฒนาโครงการ ชลประทาน เพื่อเปิดเป็นโครงการชลประทานแล้วพร้อมกับจะพัฒนาต่อเนื่อง แหล่งน้ำ ในพื้นที่ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณาตั้งกระทู้ถามมาตามแผนงานของกรม ชลประทานที่เรามีแบบมาตรฐานการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นแผน ๑ ปี ๓ ปี ๕ ปี และ ๑๐ ปี เพื่อบริหารงบประมาณที่เป็นภาษีจากพี่น้องประชาชนให้คุ้มค่ามากที่สุดครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ถามคำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอบพระคุณท่านอีกครั้ง หากเป็นพื้นที่ในการขยาย เป็นพื้นที่ชลประทานได้ ดิฉันก็อยากให้มีการพัฒนาคลองส่งน้ำสายใหญ่ และคลองส่งน้ำ สายซอย เพื่อที่จะได้เริ่มจากจุดรอยต่อน้ำปิงจากคลองแม่ฝายสายบน บ้านหนองท่าไม้ ตำบลบึงทับแรต จังหวัดกำแพงเพชร มาที่จุดที่ ๑ ที่รับแม่น้ำปิง สายที่ ๑ คือบ้านใหม่ คลองเจริญ ตำบลหนองกุลา อำเภอบางระกำ ไปหาคลองผู้ว่า บ้านท่ามะเกลือ บ้านทุ่งใหญ่ ไปทุ่งอ้ายโห้ และสายที่ ๒ ก็สายบ้านใหม่คลองเจริญ ไปคลองน้ำเย็น ไปฝางสิบห้า ไปพรสวรรค์ ไปบ้านทุ่งอ้ายโห้ ดิฉันขอฝากด้วยนะคะ🔗
ส่วนคำถามที่ ๒ ตามที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีท่านเศรษฐา ทวีสิน ท่านได้ เดินทางไปตรวจราชการที่อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๖ และท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้เห็นชอบและมอบหมายให้กรมชลประทาน กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งรัดดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำโครงการบางระกำโมเดลนะคะ โดยแบ่งออกเป็น ๓ ระยะ คือระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ดิฉันขอเรียนถามว่า ปัจจุบันความก้าวหน้าของโครงการระยะสั้นในเขตอำเภอบางระกำซึ่งมี ๑. โครงการเพิ่ม ประสิทธิภาพคลองคึกฤทธิ์-บึงตะเครง ตำบลท่านางงาม ๒. โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพ คลองส่งน้ำรอบบึงตะเครง ตำบลบางระกำ และ ๓. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพคลองส่งน้ำ ตะโม่ ตำบลบางระกำ ปัจจุบันกรมชลประทานได้ดำเนินการไปถึงขั้นตอนใดแล้วค่ะ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
จากกรณีที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาตั้งกระทู้ถามในเรื่องของติดตามโครงการที่ท่าน อดีตนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน ได้ตรวจราชการที่อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๖ ความคืบหน้าของโครงการที่ท่านสมาชิกกรุณาได้ถามมา ไม่ว่าจะเป็นโครงการเพิ่มประสิทธิภาพคลองคึกฤทธิ์-บึงตะเคร็ง ตำบลบางระกำ อำเภอ บางระกำ จังหวัดพิษณุโลก โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพคลองส่งน้ำรอบบึงตะเคร็ง อำเภอ บางระกำ จังหวัดพิษณุโลก และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพคลองส่งน้ำตะโม่ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก อยากจะเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอย่างนี้จะมีโครงการอีกโครงการหนึ่ง ที่ทางท่านอดีตนายกรัฐมนตรีท่านได้ไปตรวจราชการ แล้วก็ได้มีการสั่งการไป โครงการ การยกระดับคันกั้นน้ำถนนสายบางระกำ-บางบ้า ตำบลชุมแสงสงคราม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลกด้วย สำหรับโครงการยกระดับน้ำอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก สำนักงานชลประทานที่ ๓ โดยโครงการชลประทาน พิษณุโลกได้ช่วยสนับสนุนข้อมูลการบริหารจัดการน้ำ แล้วก็ให้ข้อมูลในเรื่องของระดับน้ำ ท่วมสูงสุดในพื้นที่ดังกล่าวควบคู่ไปกับการออกแบบคันกั้นน้ำ ซึ่งเป็นการทำงานที่บูรณาการ ร่วมกันกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งกรมชลประทานเราได้ทำ MOU ร่วมกัน ไปแล้ว🔗
สำหรับอีก ๓ โครงการที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านได้ถามมา โครงการ ทั้งหมดอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานเทศบาลบางระกำเมืองใหม่ จังหวัดพิษณุโลก แล้วก็สำนักชลประทานที่ ๓ โดยโครงการชลประทานพิษณุโลกได้ช่วยสนับสนุนข้อมูล เชิงอุทกวิทยา ข้อมูลผลการสำรวจ แล้วก็ข้อมูลการบริหารจัดการน้ำพื้นที่โดยรอบ ซึ่งความ ต้องการของพี่น้องเกษตรกรคงจะเป็นรูปธรรมมากขึ้นในแผนการทำงานของกรมชลประทาน ในงบประมาณปี ๒๕๖๙ ปี ๒๕๗๐ แล้วก็ปี ๒๕๗๑ แผน ๓ ปีของกรมชลประทานครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เป็นอันจบกระทู้ถามที่ ๑.๒.๖🔗
ท่านประธานค่ะ ดิฉันยังมี อีก ๑ คำถามค่ะ🔗
ท่านถามไป ๒ ครั้งแล้วครับตามข้อบังคับ นิดเดียวนะครับ เชิญครับ🔗
ขออนุญาตเพิ่มอีก ๑ คำถาม🔗
จริง ๆ ต้องได้แค่ ๒ ครั้ง เชิญครับนิดเดียว🔗
เนื่องจากพื้นที่แม่น้ำยม ฝั่งขวาในโครงการที่เป็นโครงการระยะยาวมีทั้งสิ้น ๑๑ โครงการ ซึ่งได้แก่ ประตูระบายน้ำ คลองกรุงกรัก ระบบระบายน้ำบ้านทุ่งอ้ายโห้ ประตูระบายน้ำบ้านหนองบัวนา ประตูระบายน้ำ บ้านพรสวรรค์ ประตูระบายน้ำบ้านทุ่งใหญ่ ประตูระบายน้ำบ้านหนองอ้อ ประตูระบายน้ำ บ้านท่ามะเกลือ ประตูระบายน้ำบ้านหนองไผ่ ระบบระบายน้ำคลองบึงแหง แล้วก็ระบบ ระบายน้ำคลองพระรถ และรวมถึงระบบระบายน้ำวัดพรหมเกษร ทั้งหมด ๑๑ โครงการนี้ ของอำเภอบางระกำยังไม่ได้รับงบประมาณในการก่อสร้าง ดิฉันอยากจะขออนุญาตถามท่าน รัฐมนตรี ดิฉันทราบว่าในปี ๒๕๖๙ แผนของกรมชลประทานมีระบบระบายน้ำบ้านทุ่งอ้ายโห้ ระบบระบายน้ำบ้านหนองบัวนา และระบบระบายน้ำวัดพรหมเกษร ดิฉันก็ขอให้ท่านช่วย เร่งดำเนินการค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ จริง ๆ โครงการที่ท่านพูดมาทั้งหมดอยู่ในแผน งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานหมดแล้ว ซึ่งจะมีอยู่ใน แผนดำเนินงานทั้งหมด ๑๑ โครงการด้วยกัน ปี ๒๕๖๙ ก็จะมีระบบระบายน้ำบ้านทุ่งอ้ายโห้ ประตูระบายน้ำหนองบัวนา แล้วก็ระบบระบายน้ำวัดพรหมเกษร เป็นแผนงบประมาณ ปี ๒๕๖๙ แล้วก็ปี ๒๕๗๐ เป็นระบบระบายน้ำบ้านทุ่งใหญ่ ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอ บางระกำ จังหวัดพิษณุโลก แล้วก็ประตูระบายน้ำหนองอ้อ ตำบลชุมแสงสงคราม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก แล้วก็แผนงบประมาณปี ๒๕๖๗ ของกรมชลประทาน จะมีประตูระบายน้ำคลองกรุงกรัก แล้วก็ระบบระบายน้ำคลองบึงแหง แล้วก็จะมีปี ๒๕๗๒ อีก ๔ โครงการ ก็ฝากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องเกษตรกรกลุ่ม ผู้ใช้น้ำในเขตพื้นที่ที่ท่านกล่าวมาข้างต้นด้วยว่ากรมชลประทานเรามีแผนนโยบายในการ พัฒนาเรื่องแหล่งน้ำเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เป็นอันจบกระทู้ถามที่ ๑.๒.๖ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไประเบียบ วาระที่ ๑.๒.๗ กระทู้ถามที่ ๔๒๙🔗
๗. เรื่อง ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาปลาหมอสีคางดำและการจัดสรร งบประมาณเพื่อนำมาแก้ไขปัญหาดังกล่าว นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือ แจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอัครา พรหมเผ่า มาเป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน เนื่องจากว่าท่านอัคราได้ทำหนังสือแจ้งว่าติดภารกิจ แต่ว่าวันนี้ท่านมาตอบ กระทู้อื่นก็เลยอยู่ที่ห้องประชุมแห่งนี้ด้วย ท่านก็กรุณาจะตอบให้ เชิญท่านณัฐชาได้ถาม เลยครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนจากพี่น้องชาวบางบอน บางขุนเทียน ขอขอบพระคุณ ท่านประธานที่ได้ช่วยเจรจาและบรรจุญัตตินี้เพราะเป็นวันสุดท้ายแล้ว แล้วก็เป็นปัญหาที่ พี่น้องประชาชนต่างสอบถามมายังผม เพราะเป็นเรื่องที่ยังไม่ได้รับคำตอบแล้วก็ยังไม่ชอบมา พากลในหลาย ๆ เรื่องที่มีการอนุมัติการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ ไม่ว่าจะเป็นวงเงิน ๔๕๐ ล้านบาทที่เป็นเพียงแค่กรอบวงเงิน แต่สุดท้ายแล้วรายละเอียดปลีกย่อยว่าพี่น้อง ประชาชนจะได้อะไร จะทำอย่างไรมันยังไม่ชัดเจน และมันยังไม่ตกไปถึงพี่น้องประชาชน ต่อมาครับในการอภิปรายไม่ไว้วางใจของผม ผมเองก็ได้ไล่เลียง Timeline เพื่อให้ท่าน นายกรัฐมนตรีได้รับรู้ รับทราบถึงปัญหานี้ว่ามันมีความสำคัญ มันมีความจำเป็นและมันมี ความเป็นความตายของพี่น้องประชาชนอยู่ในนั้นด้วย และมันลำบากอย่างไรที่จะต้องนำ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและจนมาถึงการตั้งกระทู้ถามในวันนี้ ซึ่งเป็นการตั้ง กระทู้ถามที่ผมตั้งเมื่อปิดสมัยประชุมครั้งที่แล้ว และนำมาถามในวันนี้หลังจากการเลื่อน ในหลาย ๆ ครั้ง ท่านประธานครับ การใช้งบประมาณ ๔๕๐ ล้านบาท ที่ยังไม่ชัดเจน รายละเอียดปลีกย่อยที่มันจะตกไปถึงพี่น้องประชาชนว่าสุดท้ายแล้วใน ๑๙ จังหวัด ๗๖ อำเภอ จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาอย่างไรบ้าง หากเขาได้รับผลกระทบจากการ ระบาดของปลาหมอคางดำไปในพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเขา🔗
คำถามที่ ๒ ก็คือว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งคณะกรรมการตามล่า หาความจริงและจะประกาศให้กับพี่น้องประชาชนรับรู้รับทราบความจริงว่าสุดท้ายแล้ว ปลาชนิดนี้มาได้อย่างไรภายใน ๗ วัน วันนี้ระยะเวลาล่วงเลยมานานมากแล้วครับ อยากให้ ท่านรัฐมนตรีได้ตอบในที่ประชุมสภาแห่งนี้ว่าสุดท้ายแล้วความจริงเป็นอย่างไร นี่คือ ๒ คำถามในช่วงแรกครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ยิ้มได้แล้วใช่ไหมครับ ท่านณัฐชา ที่ผมตั้งใจจะมาตอบเป็นความผิดพลาดที่คณะทำงานต้องขออภัยด้วยนะครับ แล้วก็พยายามจะชี้แจงในขั้นตอนของการทำงานของกรมประมงมาโดยตลอด แล้วก็หลังจาก ที่มีพี่น้องประชาชนได้นำปลาหมอคางดำมาเทใกล้ ๆ กับทำเนียบเมื่อวันนั้น แล้วก็ได้เอา ประเด็นนี้ไปหารือกับท่านนายกรัฐมนตรี แต่ด้วยกรอบวงเงินที่ผ่าน ครม. ๔๕๐ ล้านบาทนี้ ต้องเข้า ครม. เข้า ครม. ก็ได้ล่าช้า ผมก็เลยนำเรียนท่านคณะผู้บริหาร แล้วก็ท่าน นายกรัฐมนตรีท่านก็อนุมัติงบประมาณในส่วนอำนาจของท่านที่ไม่เกิน ๑๐๐ ล้านบาทมา สำหรับกรมประมงเราตระหนักดีว่าการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำนี้ได้สร้างความ เสียหายให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ ๑๙ จังหวัดเป็นวงกว้าง ซึ่งทั้งประมงพื้นบ้าน ทั้งพี่น้องที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อ แล้วก็พี่น้องชาวประมงที่ทำการประมงในแหล่งน้ำ ธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นปากอ่าวหรือว่าทะเลน้ำตื้น ซึ่งช่วงระยะเวลาที่ผมเข้าสู่ตำแหน่งก็ได้ลง พื้นที่หลาย ๆ จังหวัด บางพื้นที่ไม่เจอ บางพื้นที่เจอตัวเดียวเหมือนที่ท่านณัฐชาให้ข้อมูล ก่อนที่จะตั้งกระทู้ถาม เพราะว่าช่วงไหนที่น้ำขึ้นในบ่อพี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงกึ่งธรรมชาติ ที่ปล่อยน้ำจากแหล่งธรรมชาติเข้ามาก็จะมีลูกปลาหมอคางดำเข้ามา ช่วงที่ระดับน้ำสูง ก็จะไม่เจอ เพราะพฤติกรรมของปลาหมอคางดำจะอยู่ในน้ำลึก แล้วก็ส่วนหนึ่งที่ผมลงไป หลายจังหวัด โดยเฉพาะอย่างเช่นจังหวัดชุมพรมีการแพร่ระบาดในแหล่งน้ำธรรมชาติ ค่อนข้างเยอะ แล้วก็กระจายไปสู่แหล่งน้ำธรรมชาติหลาย ๆ แหล่งน้ำ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็น เพราะว่าพี่น้องประมงที่ทำอาชีพเกี่ยวกับการใช้ลอกดักปูก็ใช้ปลาหมอคางดำเป็นเหยื่อ ใส่ในลอก อาจจะมีการขนย้ายปลาหมอคางดำไปทำเป็นเหยื่อในกรณีที่มีเรือจับปู อันนี้ ก็น่าจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งนะครับ🔗
สำหรับมาตรการเร่งด่วนหลังจากที่กรมประมงเราทำแผนการใช้งบประมาณ ส่งไปที่สำนักงบประมาณเสร็จแล้วก็จะใช้งบประมาณ ประมาณ ๖๐ ล้านบาทในการกำหนด จุดจัดซื้อ เราไม่ได้เลือกทำแค่จังหวัดที่ระบาดที่เป็นสีแดงหรือว่าค่อนข้างหนัก ด้วยธรรมชาติ ปลาหมอคางดำเขามีอายุการเจริญพันธุ์สั้นมาก ๓ เดือนนี้เขาเติบโตแล้วก็สามารถที่จะวางไข่ แพร่พันธุ์ได้ แล้วก็ไข่ทุก ๆ ๒๒ วัน ถ้าเกิดเราไม่มีมาตรการเร่งด่วนในการกำจัดก็จะทำให้ ระบาดเหมือนอย่างที่ท่านณัฐชา แล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้ข้อมูลมา แล้วก็ฝากถึง พี่น้องเกษตรกรงบประมาณที่ท่านนายกรัฐมนตรีกรุณาอนุมัติรอบนี้กรมประมง เนื่องจาก เป็นภาษีของพี่น้องประชาชนก็ต้องมีมาตรการที่จะใช้งบประมาณให้คุ้มค่ามากที่สุด โดยทาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เราบูรณาการร่วมกันกับพี่น้องท้องที่ ท้องถิ่น โดยใช้ MOU ที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายนที่ผ่านมา บันทึกการทำงาน ร่วมกันระหว่าง อบจ. แห่งประเทศไทย สันนิบาตแห่งประเทศไทย ก็คือเทศบาล ซึ่งช่วงนี้ เป็นช่วงกำลังหาเสียงเลือกตั้งอยู่ แล้วก็มี อบต. แห่งประเทศไทย ที่ผ่านมาผู้บริหารของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมประมงเราลงพื้นที่ไปร่วมประชุมกับทางจังหวัด โดยผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อที่จะสำรวจพื้นที่ที่แพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ แล้วก็เพื่อวาง มาตรการร่วมกัน จากที่ผมได้นั่งฟังตอนที่ท่านณัฐชาได้กรุณาตั้งคำถามอภิปรายตอนที่ อภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี มีข้อเรียกร้อง ๔ มาตรการเร่งด่วน หนึ่งในนั้นก็จะ เป็นในเรื่องของการประกาศภัยพิบัติ ผมอยากจะนำเรียนว่าการประกาศภัยพิบัติเป็นอำนาจ หน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งคงต้องเชิญ คณะผู้บริหารของกระทรวงมหาดไทยที่รับผิดชอบเรื่องนี้เข้ามาประชุมหารือร่วมกัน แล้วก็มี อีกกระทรวงหนึ่งที่เราต้องมาช่วยกันทำงานนั้นก็คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม กรณีที่การระบาดของปลาหมอคางดำไปสู่บริเวณปากอ่าวหรือทะเลน้ำตื้น🔗
กลับมาถึงแผนการใช้งบประมาณนะครับ หลังจากที่สำนักงบประมาณ โอนงบประมาณลงมา ทางกรมประมงเราได้วางงานไว้แล้วในการกำหนดจุดรับซื้อ โดยใช้ แพปลา ก็คือกลุ่มพี่น้องประมงพื้นบ้านร่วมมือกันในการจับแล้วก็รับซื้อ กรณีเยียวยาอยากจะ เรียนท่านณัฐชาแล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติตรงที่ว่า การเยียวยาจะเกิดขึ้นหลังจากที่มีการ ประกาศภัยพิบัติซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งผมเชื่อแน่ว่าหลังจากที่ประกาศภัยพิบัติแล้วทางจังหวัดเขาก็จะมีงบประมาณส่วนหนึ่ง ที่เอามาเสริมในภารกิจนี้ให้เสร็จสิ้นไป ถามว่าเงินก้อนแรก ๖๐ ล้านบาทที่กรมประมงใช้ในการรับซื้อ แล้วก็รวมไปถึงการบริหาร จัดการเรื่องการขนส่งจาก ๑๕ บาท แล้วบวกอีก ๕ บาท ซื้อเสร็จเราเอาไปไหน เราก็จะ บูรณาการร่วมกันกับการยางแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน โดยใช้ปลาหมอคางดำเป็นสารตั้งต้นในการทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ การยางแห่งประเทศไทย ได้ตั้งงบประมาณเข้ามาช่วยช่วงที่เรารอการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล การยาง แห่งประเทศไทยก็ตั้งงบประมาณในการรับซื้อปลาหมอคางดำ แล้วก็ไปผลิตเป็นปุ๋ยน้ำหมัก ส่วนหนึ่งก็ไปแนะนำส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางได้ใช้ในแปลงสาธิต ปรากฏว่า พี่น้องเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำนี้ปริมาณน้ำยางมีคุณภาพมากขึ้น และให้น้ำยางมากขึ้น หลังจากที่ส่วนหนึ่งมอบให้พี่น้องเกษตรกรในแปลงสาธิต การยาง แห่งประเทศไทยได้จำหน่ายให้พี่น้องเกษตรกรในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด แล้วก็เอาเงิน ตัวนั้นหมุนเวียนเข้ามา รอบนี้เหมือนกันครับงบประมาณที่ท่านนายกรัฐมนตรีกรุณาอนุมัติให้ ๙๗ ล้านกว่าบาท ก็จะไปรับซื้อ ๖๐ ล้านบาท เราจะซื้อได้ประมาณ ๓ ล้านกิโลกรัม ฝากท่านณัฐชาประชาสัมพันธ์เกษตรกรพี่น้องชาวประมงที่ประกอบอาชีพในการเลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้งที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดในครั้งนี้ กรณีที่ กรมประมงเราไปกำหนดจุดรับซื้อก็อยากให้พี่น้องผู้ที่ได้รับผลกระทบเข้ามามีบทบาท มามีส่วนร่วมในการรับซื้อ แล้วก็ส่วนของการเยียวยาอย่างที่ท่านกรุณาถามมา หลังจากที่ทาง กระทรวงมหาดไทยท่านมีนโยบายในการประกาศภัยพิบัติ มันจะมีกฎหมายข้อหนึ่งของ กรมประมงที่จะเข้าไปบูรณาการร่วมกันในการใช้งบประมาณในการเยียวยาต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านณัฐชาครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน ในส่วนของคำถามในช่วงแรกเรื่องของงบประมาณ ๔๕๐ ล้านบาท จากคำตอบของทาง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ก็คือว่า ๔๕๐ ล้านบาทนี้เป็นกรอบ แต่สุดท้ายไม่ได้ เสร็จแล้วท่าน นายกรัฐมนตรีก็เลยอนุมัติตามความสามารถที่สามารถทำได้ก็คือไม่เกิน ๑๐๐ ล้านบาท ก็เลยเป็นที่มาของ ๙๘ ล้านบาท และวันนี้ ๙๘ ล้านบาทก็คือเป็นรายละเอียดปลีกย่อย ซึ่งหลักใหญ่ใจความที่อยู่ในนั้นก็คือ ๖๐ ล้านบาท ซื้อกิโลกรัมละ ๒๐ บาท ๓ ล้านกิโลกรัม นี่เป็นคำถามช่วงที่ ๒ ว่าใน ๓ ล้านกิโลกรัมที่ท่านได้มีแผนในการใช้งบประมาณกว่า ๖๐ ล้านบาทนั้น มันได้แยกเป็นเรื่องของประมงพื้นบ้านและในบ่อเพาะเลี้ยงของชาวบ้าน และในบ่อหรือแหล่งน้ำธรรมชาติหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาไม่ได้มีการแยกขั้นตอนพวกนี้ครับ ก็จะมีการขายอยู่แค่ไม่กี่กลุ่ม กลุ่มไหนเร็วก็ขายหมดเร็ว ซึ่ง ๓ ล้านกิโลกรัม บอกท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการได้เลยว่าแป๊บเดียว เพราะสมุทรสาครจับแป๊บเดียว ๕๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม เข้าไปแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าในหลาย ๆ จังหวัด ๓ ล้านกิโลกรัม ผมคิดว่าเดือน ๒ เดือน ก็หมดแล้วไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นนั่นหมายความว่างบประมาณจำนวนนี้ไม่เพียงพอต่อการ แก้ปัญหาระยะยาวอย่างแน่นอน🔗
ส่วนต่อมาในเรื่องของคณะกรรมการตามล่าหาความจริง เมื่อสักครู่ท่านยัง ไม่ได้ตอบเรื่องนี้ ขอความกรุณาช่วยชี้ชัดอีกนิดหนึ่งว่าคณะกรรมการตามล่าหาความจริง ๗ วันนั้น สุดท้ายแล้วความจริงเป็นอย่างไร และอีกส่วนหนึ่งก็คือในเรื่องของการประกาศ เขตภัยพิบัติ อย่างที่ท่านบอกวันนี้ต้องขอขอบคุณกระทรวงมหาดไทยเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ประกาศเขตภัยพิบัติไปแล้วในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่ตั้งแต่ วันประกาศจนถึงวันนี้ยังไม่ได้มีการพิจารณาในเรื่องของการชดเชยเยียวยาให้กับพี่น้อง ประชาชน พี่น้องประชาชนขึ้นทะเบียนไปแล้ว อยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีว่าขั้นตอน ต่อไปมันเป็นขั้นตอนของกรมประมง เป็นขั้นตอนของกรมประมงว่าพี่น้องประชาชน พิกัดไหน จุดไหน เสียหายอย่างไร และจะได้ค่าชดเชยเยียวยาเท่าไร วันนี้คืบหน้าไปถึง ไหนแล้ว และทำไปถึงไหนแล้ว และในส่วนของต่างจังหวัดก็ฝากคำถามมาเช่นกันครับว่า ในต่างจังหวัดจะมีการประกาศเขตภัยพิบัติหรือไม่ เพราะ ๑๙ จังหวัดก็มีหลักฐานพยาน ชัดเจนว่ามีการระบาดของปลาหมอคางดำเช่นกัน ถ้าสามารถช่วยยืนยันได้ว่าพี่น้อง ประชาชนจะได้รับเงินเยียวยาเมื่อไร ภายในเดือนไหน หลังสงกรานต์นี้ได้ไหม ท่านสามารถ ตอบในที่ประชุมนี้ได้เลย พี่น้องประชาชนจะได้รับรู้ รับทราบข้อมูลตรงนี้ด้วย ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขอบคุณท่านณัฐชาครับ ผมว่าท่านณัฐชาข้อมูลเยอะกว่าผมอีก ข้อมูลค่อนข้างแน่นเลย ในกรอบวงเงิน ๔๕๐ ล้านบาท ถ้าจะใช้ก็ต้องเข้า ครม. แต่ว่าครั้งนี้มันเป็นวาระแห่งชาติ มันต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน มัวแต่รอ ครม. ๔๕๐ ล้านบาทก็ไม่จบ ทีนี้สิ่งที่เราพยายามทำ ตอนนี้ก็คืออำนาจท่านนายกรัฐมนตรีที่กรุณาอนุมัติงบประมาณ ตอนแรก ๙๘.๔๕ แต่ว่าทาง สำนักงบประมาณขอตัดในเรื่องของกากชา ซึ่งเป็นขั้นตอนการทำงานของเราหลังจากที่เรา กำจัดปลาหมอคางดำเสร็จแล้ว การกำจัดก็ไม่ได้เน้นที่แหล่งน้ำธรรมชาติอย่างเดียว เพราะว่า ในบ่อที่เลี้ยงกึ่งธรรมชาติก็เป็นเรื่องที่พี่น้องเกษตรกรได้รับผลกระทบโดยตรง อย่างที่นำเรียน ท่านเมื่อสักครู่ว่าการประกาศภัยพิบัติก็ต้องอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย มันเกินอำนาจที่ทาง กรมประมง โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะทำได้ แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นในฐานะที่เป็นรัฐบาล ก็จะบูรณาการร่วมกัน เมื่อได้รับการสนับสนุนงบประมาณมาผมก็ได้ให้ทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ทำหนังสือเชิญคณะผู้บริหารทั้ง ๓ กระทรวง ก็คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หารือร่วมกันในการ วางมาตรการ เนื่องจากงบประมาณครั้งนี้เป็นงบประมาณของแผ่นดินต้องใช้ให้คุ้มค่า มากที่สุด ๖๐ ล้านบาทนี้เราใช้ไปส่วนหนึ่งที่ผมได้นำเรียนไปว่าเราซื้อเสร็จให้การยาง แห่งประเทศไทย การยางแห่งประเทศไทยเอาไปทำส่วนหนึ่งไปแจกพี่น้องเกษตรกรในแปลง สาธิต ส่วนหนึ่งก็เอามาทำในเชิงธุรกิจก็คือเพื่อที่จะให้เอาเงินตัวนั้นวนกลับมากรณีที่เรายัง ไม่ได้รับสนับสนุนงบประมาณก้อนต่อไปในกรอบวงเงิน ๔๕๐ ล้านบาท การลงพื้นที่ของผม ได้ทราบปัญหาค่อนข้างวงกว้าง แล้วก็พี่น้องประมงพื้นบ้านเขายินดีที่รัฐบาลจะยื่นมือ เข้าไปช่วย ผมก็มั่นใจว่าประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ของท่านณัฐชาเขาก็ต้องดีใจว่า ได้รับงบประมาณในครั้งนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อคุ้มค่างบประมาณผมก็อยากจะเชิญชวน ท่านสมาชิกทุกท่านที่อยู่ในพื้นที่ของการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำมาช่วยกันทำงาน เพื่อปฏิบัติภารกิจนี้ให้เสร็จสิ้นไปด้วยดี แล้วก็ในฐานะที่เป็นฝ่ายรัฐบาลก็อยากจะเชิญชวน ทุกท่านมาร่วมตรวจสอบการทำงาน มาออกแบบการทำงานร่วมกันนะครับ เพื่อความคุ้มค่า งบประมาณของพี่น้องประชาชนต่อไป แล้วก็เชิญท่านณัฐชาด้วย มีโอกาสหลังสงกรานต์ ผมคงต้องลงพื้นท่านแล้วก็จะไปดูความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีมากครับ🔗
ท่านประธานขอใช้เวลา ที่เหลือนิดเดียวเป็นเรื่องฝาก ไม่ได้ตั้งคำถามแล้วครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ณัฐชา ในเรื่องของคำถามทุกข้อก็ได้รับคำตอบ แต่ว่าในส่วน ของการตามล่าหาความจริงที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตั้งคณะทำงานไปแล้ววันนี้ พี่น้องประชาชนยังคงรอคอยคำตอบ ท่านสามารถประกาศให้กับพี่น้องสาธารณชนได้รับรู้ รับทราบได้เลยในเรื่องนี้เพื่อให้ความเข้าใจที่ตรงกันกับพี่น้องประชาชนทุกท่าน และในส่วนที่ ท่านรัฐมนตรีได้บอกเมื่อสักครู่ ใช่ครับ การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ณ ขณะนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดเลย ก็คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ๓ กระทรวงต้องบูรณาการร่วมกันอย่างเร่งด่วน และงบประมาณที่ได้รับงบกลางมา จำนวน ๙๘ ล้านบาท เป็นเพียงแค่การใช้ฉุกเฉิน ณ ขณะนี้ ผมคิดว่าหลังสงกรานต์ก็น่าจะ หมดแล้วไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นการที่จะตั้งงบประมาณในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ผมคิดว่า จะต้องมีการวางแผนอย่างรอบด้าน แล้วก็ต้องใช้งบประมาณเป็นยาแรงที่จะสามารถแก้ไข ปัญหาเรื่องนี้ให้ได้ แล้วก็ฝากทางท่านรัฐมนตรีได้หารือในคณะรัฐมนตรีต่อไปว่าเรื่องนี้เป็น เรื่องใหญ่ที่คาบเกี่ยวกันหลายกระทรวง อยากให้แก้ไขเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จเพื่อให้พี่น้อง ประชาชนได้คลี่คลายปัญหาของพวกเขา แล้วก็ความทุกข์ร้อนของพวกเขาที่เผชิญอยู่ใน สถานการณ์ปัจจุบันด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เป็นอันจบกระทู้ถามที่ ๑.๒.๗ ต่อไประเบียบวาระที่ ๑.๒.๘ กระทู้ถาม ที่ ๔๓๐🔗
๘. เรื่อง การให้บริการน้ำประปาสะอาดและทั่วถึง นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน แต่ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คือท่านรัฐมนตรีซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ท่านรัฐมนตรีมารอตอบอยู่แล้ว ขอเชิญท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ถามเลยครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๗ บุตรของ นายสงวนศักดิ์และนางสุชาดา ปัทมผดุงศักดิ์ ผมไม่มีความรู้เรื่องดาราศาสตร์ แต่ผมรู้ซึ้งถึง ปัญหาของพี่น้องชาวอำเภอลำลูกกา อำเภอธัญบุรี แล้วก็อำเภอหนองเสือ วันนี้ผมมาจาก พรรคประชาชนจะเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนมาสอบถามท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้ มอบหมายให้ท่านซาบีดามาตอบกระทู้ถามแทน ต้องขออภัยที่เอ่ยนามผิด ท่านประธานครับ วันนี้ผมก็มีคำถามเกี่ยวกับเรื่องน้ำประปาสะอาดมาถามกับท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพราะว่าท่านเองก็มีความรู้ความสามารถทางด้านนี้ และท่านก็สนับสนุนเรื่องน้ำประปาด้วย ในโลกที่เทคโนโลยีพัฒนาไปไกลแล้วการเดินทางไป อวกาศไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เอไอมีอยู่ทุกเครื่องในมือถือของเรา แต่ผมก็ขออนุญาตถามท่าน แล้วก็ทุก ๆ คนในที่นี้ด้วยว่าเหตุใดประเทศไทยใน พ.ศ. นี้เรายังมีพี่น้องประชาชนที่ไม่มี น้ำประปาใช้ น้ำประปาควรจะเป็นสิ่งพื้นฐานที่สุดในชีวิตประจำวัน แต่กลับไม่มีในหลาย พื้นที่ แม้แต่พื้นที่ที่ใกล้กรุงเทพมหานครอย่างปทุมธานี ไม่ต้องนับถึงพื้นที่ห่างไกลเลย คำถาม ก็คือว่าตอนนี้ประชาชนใช้น้ำอะไร ประชาชนหลายพื้นที่ยังใช้น้ำบาดาลอยู่ ผมเข้าใจว่าใน จังหวัดของท่านก็ยังมีคนที่ใช้น้ำประปาอยู่จำนวนมาก ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
เราลองมาดูน้ำบาดาลที่ขุ่น มีกลิ่น กระด้าง มีตะกอน น้ำบาดาลที่ไม่ผ่านการกรองมาตรฐาน น้ำประปาที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อน โลหะหนักแล้วก็มีเชื้อโรค ลองดูภาพบนซ้าย สุขภัณฑ์นี่เสื่อม เสีย หักจากตะกรันที่เกาะ แล้วในมือของประชาชน ลองดูตะกรันที่เขาโกยมาจากก้นถัง อันนั้นคือตะกรันที่สะสม ขึ้นมา เราจะเห็นว่าปัญหาน้ำบาดาลนั้นมีปัญหาจริง ๆ เรากำลังปล่อยให้ประชาชนของเรา ใช้ชีวิตกับน้ำที่ไม่ปลอดภัยอย่างนี้หรือครับ นี่มันไม่ใช่ปัญหาเรื่องความสะดวกอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาเรื่องสุขภาพ แล้วก็สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ภาพอันนี้ที่โชว์ตอนนี้เป็น น้ำบาดาลของคลอง ๑๒ ตำบลหนองสามวัง อำเภอหนองเสือ รูปแรกอย่างที่เห็นนะครับ น้ำประปานี้ก็จะหุงข้าวไม่ได้ แปรงฟันไม่ได้ บางแห่งอาบน้ำยังคัน บางช่วงบางจังหวะอาบน้ำ ยังคัน น้ำบาดาลบางแห่งร้อน ๗๐ องศา เปิดมาแล้วอาบไม่ได้จริง ๆ ต้องพักในถังพักก่อน เพราะฉะนั้นเมื่อหุงข้าวไม่ได้ ประชาชนทำอย่างไร ก็ต้องซื้อน้ำแกลลอนที่เป็นถังขุ่นถังละ ๑๐ บาท เอามาใช้แปรงฟัน หุงข้าว ประชาชนคลอง ๑๓ ของลำลูกกาเป็นคลองประปา ประชาชนได้แต่มองตาปริบ ๆ คลองประปาผ่านหน้าบ้าน แต่ไม่มีน้ำประปาใช้ อันนี้รูปที่ ๒ เป็นการใช้น้ำบาดาลของคลอง ๑๔ ตำบลบึงคอไห ลำลูกกา หมู่บ้านชุมชนเหล่านี้ก็ขอใช้ น้ำประปาตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ก็ยังไม่ได้น้ำประปาใช้ เนื่องจากเขาบอกว่าเป็นชุมชนกระจาย ยังขยายเขตไปไม่ทั่วถึง น้ำที่ผมให้ดู แกลลอนขุ่นตรงนั้นก็คือที่เขาซื้อกันแกลลอนละ ๑๐ บาท ใช้แปรงฟัน ล้างหน้า อาบน้ำนะครับ🔗
สไลด์ที่ ๓ เมื่อสักครู่บอกว่าเป็นหมู่บ้านห่างไกลใช่ไหมครับ อันนี้ผมให้มาดู เป็นหมู่บ้านจัดสรรเลย ๓๐๐ กว่าหลังคาเรือน แต่ก็ยังใช้น้ำบาดาลอยู่ ก็คือหมู่บ้าน เลคไซด์วิลล์ ตรงบึงทองหลาง อำเภอลำลูกกาเช่นกัน อันนี้ ๓๐๐ กว่าหลังคาเรือน เป็นบ้าน จัดสรรทั่วไปยังใช้น้ำบาดาลอยู่ ขอน้ำประปาเขาบอกว่าขอมา ๑๐ ปี แต่ผมเพิ่งทราบเรื่อง เมื่อเดือนที่แล้ว ก็เลยลงพื้นที่ไปพูดคุยแล้วก็พยายามผลักดัน ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีทราบ เรื่องแล้ว อย่างไรก็มาช่วยผมผลักดันด้วยกัน หลายคนในหมู่บ้านพูดเหมือนกันว่าไม่คิดเลย ว่าหมู่บ้านอย่างนี้ ใหญ่โตขนาดนี้จะใช้น้ำบาดาล ถ้ารู้แบบนี้ไม่มาซื้อแน่นอน หลายคนซื้อ มือสองมา มีครอบครัวหนึ่งย้ายมาจากกรุงเทพฯ พาลูก จูงลูก จูงหลานมาด้วย พออาบน้ำปุ๊บ เป็นผื่นคัน ตอนนี้ก็ยังเป็นผื่นคันอยู่ ผมก็เข้าไปพูดคุย อันนี้ผมเข้าไปพูดคุยมาเรียบร้อยแล้ว ตรงนี้ก็อยากให้เห็นปัญหานะครับ🔗
รูปถัดไปครับ อันนี้น่าสนใจมาก เป็นอีกปัญหาหนึ่งชุมชนวัดโสภณาราม เขาบอกว่าน้ำประปาแพง น้ำประปาเข้าถึง แต่น้ำประปาแพง ลองดูบ้านชุมชนตรงนี้ น่าสนใจมาก ๆ อยู่บึงคอไห อำเภอลำลูกกา ตรงนี้ผมไปถามชาวบ้านว่าทำไมยังใช้น้ำบาดาลอยู่ เพราะว่าน้ำประปาก็เข้าถึงแล้ว เขาบอกว่าก็น้ำประปามันแพง มีใช้อยู่ไม่กี่หลัง แถวนี้มีอยู่ หลัง ๒ หลังตรงหัวมุมตรงนั้น เพราะบ้านนั้นเขารวย ฟังแล้วสะอึกไหมครับ เพราะเขารวย เขาถึงได้ใช้น้ำประปา แต่ป้ามันจนต้องใช้น้ำบาดาล น้ำบาดาลหน่วยละ ๕ บาท น้ำประปา หน่วยละ ๑๕ บาท ติดตั้งมิเตอร์อีก ๓,๕๐๐ บาท เขาจ่ายไม่ไหว คนจนเขาจ่ายไม่ได้จริง ๆ ตรงนี้ท่านจะช่วยอย่างไรบ้างครับ🔗
รูปสุดท้ายนะครับ อันนี้ผมอภิปรายไปเมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ ประมาณ ปีครึ่งที่แล้ว น้ำสะอาดควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ถ้าทำไม่ได้ถือว่ารัฐล้มเหลว น้ำสะอาดง่าย ๆ แค่นี้ทำไมทำไม่ได้ คำถามของผมนะครับ🔗
ข้อที่ ๑ ผมก็ทราบอย่างที่ผมเกริ่นไปข้างต้น ผมทราบว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ขออภัยที่เอ่ยนาม ก็มีความตั้งใจทำน้ำประปา สะอาดเช่นกัน ในพื้นที่ข่าวท่านลองไปค้นหาดูชื่อนายอนุทินแล้วก็น้ำประปาสะอาด มีข่าว เต็มไปหมด ก็อยากขอทราบแนวทางของท่านในการแก้ปัญหาเหล่านี้ หลักเกณฑ์ของท่าน ในการขยายแนวเขตน้ำประปาเป็นอย่างไร แล้วจะให้น้ำประปาเข้าถึงประชาชนได้อย่างไร อย่างน้อย ๆ ในชุมชนที่ผมกล่าวถึงนี้ที่เขามีชุมชนตั้งอยู่ควรจะมีน้ำประปาใช้ได้แล้วนะครับ อันนี้คือคำถามที่ ๑ แนวทางของท่านเป็นอย่างไร ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ได้รับมอบหมายจากท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้มาตอบกระทู้ถาม ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในเรื่องของการให้บริการน้ำประปาสะอาดและทั่วถึงนะคะ กระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข แล้วก็อำนวยความเป็นธรรมให้กับ สังคม รวมถึงการกำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดให้มีน้ำอุปโภคบริโภคที่สะอาดและ ระบบประปาที่ให้บริการพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงครอบคลุมและเท่าเทียม ดิฉันขอเรียนว่า การประปาส่วนภูมิภาคให้บริการในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีมีทั้งหมด ๔ สาขา ได้แก่ สาขา ปทุมธานี สาขาธัญบุรี สาขารังสิต และสาขาคลองหลวง ผู้ใช้น้ำรวมทั้งสิ้นประมาณ ๔๐๘,๐๐๐ ราย โดยอำเภอหลักที่ท่านได้ถามถึงก็คือคลอง ๑๓ ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอ หนองเสือ ประกอบไปด้วย ๗ ตำบล อยู่ในพื้นที่การให้บริการของการประปาส่วนภูมิภาค ๓ ตำบล ได้แก่ ตำบลบึงบอน ตำบลบึงบา แล้วก็ตำบลหนองสามวัง ส่วนอีก ๔ ตำบลนั้น อยู่ในการให้บริการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นั่นก็คือตำบลบึงกาสาม ตำบลบึงชำอ้อ ตำบลนพรัตน์ และตำบลศาลาครุ เท่ากับว่ามีผู้ใช้น้ำจากการให้บริการของการประปา ส่วนภูมิภาคเพียงร้อยละ ๑๐ ของอำเภอหนองเสือ อีก ๙๐ เปอร์เซ็นต์นั้นก็อยู่ในการ ให้บริการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บริเวณถนนเลียบคลอง ๑๓ อำเภอหนองเสือ ที่ท่านสมาชิกได้กล่าวในตอนแรกเป็นพื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลศาลาครุ ประชาชนใช้น้ำประปา บาดาล จำนวน ๑๐ หมู่บ้าน ซึ่งเป็นการบริหารโดยองค์การบริหาร ส่วนตำบล แต่ว่าเรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ำประปาสะอาด ดิฉันขอเรียนว่าเป็นหนึ่งใน นโยบายเรือธงของกระทรวงมหาดไทย โดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย พยายามที่จะผลักดันในเรื่องของให้ประชาชนทุกพื้นที่ ทุกตารางนิ้วของประเทศไทยสามารถใช้น้ำประปาที่สะอาดแล้วก็มีคุณภาพอย่างทั่วถึง เพราะฉะนั้นเราก็มีแนวทางในการแก้ไขปัญหา ดิฉันขอแบ่งการแก้ไขปัญหาออกเป็นระยะสั้น แล้วก็ระยะยาว โดยเฉพาะในพื้นที่ของจังหวัดปทุมธานีในเขตอำเภอหนองเสือ เนื่องจากว่า ได้รับรายงานว่าน้ำประปานั้นมีสีขุ่น มีกลิ่น แล้วก็มีเหมือนโลหะหนักนะคะ เพราะฉะนั้น องค์การบริหารส่วนตำบลก็เลยพยายามที่จะเติมสารเคมีเพื่อบำบัดทำให้น้ำมีความสะอาด มากขึ้นค่ะ ดิฉันก็ได้ส่งคณะทำงานเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จากการ ตรวจสอบพบว่าสถานะของน้ำประปา ณ ปัจจุบันยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่ดิฉันก็ไม่ได้ นิ่งนอนใจในสิ่งที่ท่านสมาชิกท่านประสิทธิ์ได้กล่าวถึง ดิฉันก็พยายามที่จะลงพื้นที่บ่อย ๆ เพื่อให้เห็นความต่อเนื่องในการพัฒนาระบบประปา หลังจากนั้นทางพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ได้มีการวางแทงก์น้ำเพิ่มเติม ก็คือเพิ่ม ตัวแทงก์น้ำขึ้นเพื่อเป็นการกักเก็บน้ำให้น้ำนั้นตกตะกอนมีความสะอาดเสียก่อน จึงจะปล่อย น้ำให้กับพี่น้องประชาชนใช้ ในประการต่อมาเราก็จะมีการให้เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบ คุณภาพน้ำอย่างจริงจัง มีแผนปฏิบัติงานที่ชัดเจนแล้วในกรณีที่น้ำประปามีไม่เพียงพอหรือว่า น้ำประปาที่ไม่ได้คุณภาพอย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าวไปว่าในเรื่องของราคา น้ำประปามีราคาถึง ๑๕ บาท จากข้อมูลจริง ๆ แล้วน้ำประปามีราคา ๑๐ บาท น้ำประปา ส่วนภูมิภาค ของการประปาส่วนภูมิภาคราคา ๑๐ บาทเป็นราคาขั้นพื้นฐาน ซึ่งในพื้นที่ของ องค์การบริหารส่วนตำบล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปัจจุบันน้ำประปาหน่วยละ ๕ บาท ถึง ๘ บาท แล้วในกรณีที่น้ำไม่เพียงพอไม่ได้คุณภาพหรือว่ากรณีที่เกิดภัยแล้งนะคะ องค์การบริหารส่วนตำบลหรือว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถแจ้งมายังการประปา ส่วนภูมิภาค เพราะการประปาส่วนภูมิภาคก็จะมีรถน้ำเพื่อสนับสนุนแล้วก็ให้บริการพี่น้อง ประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายค่ะ🔗
ดิฉันขอเรียนเพิ่มเติมในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ โครงการก่อสร้างระบบประปาผิวดินประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ขององค์การบริหาร ส่วนตําบลศาลาครุ ก็ได้รับการจัดสรรงบประมาณไป ๖,๕๐๐,๐๐๐ บาทเศษ โดยคาดว่าจะ สามารถใช้การได้หลังจากสงกรานต์ไปแล้ว ซึ่งเป็นการเพิ่มอัตราการผลิต ๒๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อชั่วโมง แล้วก็สามารถให้บริการครอบคลุมใน ๔ หมู่บ้าน ทำให้มีผู้ใช้น้ำได้ประโยชน์ถึง ๒,๗๒๘ ราย ถ้าคิดเป็นครัวเรือนก็ ๗๗๐ ราย ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาระยะยาว การประปาส่วนภูมิภาคธัญบุรีได้ประชุมหารือร่วมกับจังหวัดปทุมธานีแล้วก็ร่วมกับองค์การ บริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับการใช้น้ำบาดาล แล้วก็เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของ พี่น้องประชาชน ทั้งนี้ก็ยังได้มีการสำรวจแนวทางในการดำเนินโครงการขยายเขตจำหน่าย น้ำประปาในพื้นที่ แล้วก็เป็นโครงการวางท่อ Main เพื่อส่งน้ำประปาให้ครอบคลุมทุกตำบล ท่อมีความยาว ๑๘๓ กิโลเมตร ครอบคลุมไปยังถนนเลียบคลอง ๘ ถึงคลอง ๑๓ ด้วยวงเงิน งบประมาณ ๑,๕๖๑ ล้านบาทเศษ🔗
อย่างไรก็ตามจากการหารือร่วมกันกับจังหวัดปทุมธานีที่ผ่านมาในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ มีความเห็นว่าโครงการนี้นั้นเป็นโครงการขนาดใหญ่อาจจะต้องใช้ระยะเวลา ในการดำเนินงานเพื่อให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงการให้บริการของการประปาส่วนภูมิภาค ได้เร็วขึ้น จึงมีการปรับโครงการออกเป็น ๘ ส่วน โดยดำเนินการส่วนที่ ๑ ถึงส่วนที่ ๓ ซึ่งเป็น ส่วนที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งจะขอเสนอรับงบประมาณในปี ๒๕๗๐ ซึ่งแต่ละส่วนนั้น ก็จะทำให้พี่น้องประชาชนได้เข้าถึงน้ำประปาที่สะอาด ถ้า ๓ ส่วนก็ส่วนละ ๕๐๐ ราย ถ้าเกิดว่าครบทั้ง ๘ ส่วนนี้ก็จะครบถึง ๓,๕๐๐ ราย ซึ่งในส่วนต่อ ๆ มาก็พยายามที่จะทยอย ขอรับการจัดสรรงบประมาณในปีถัด ๆ ไป🔗
อย่างไรก็ดีกรณีที่การประปาส่วนภูมิภาคจะเข้าไปให้บริการในเรื่องของการ วางท่อขยายเขตก็จะต้องจัดให้มีการทำประชาคม ประชุมประชาคมหมู่บ้าน เพื่อทำความ เข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่องของการให้บริการ ในเรื่องของราคา แต่ว่าเรื่องนี้ก็ถือว่า เป็นเรื่องสำคัญ ดิฉันก็ได้มีการประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลาย ๆ แห่ง เพื่อให้มี การพัฒนาปรับปรุงระบบประปาแล้วก็ให้บรรจุเข้าแผนพัฒนาท้องถิ่นเพื่อผลประโยชน์ของ พี่น้องประชาชน ดิฉันก็ไม่ได้นิ่งนอนใจพยายามที่จะขับเคลื่อนทุก ๆ แนวทางเพื่อให้เกิดเป็น รูปธรรมอย่างทั่วถึงแล้วก็รวดเร็วที่สุดค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญท่านประสิทธิ์ครับ🔗
ขอบคุณท่านซาบีดาที่ตอบคำถาม จริง ๆ แล้วคำถามเหล่านี้ผมไม่ได้โฟกัสที่เฉพาะจุดหรือว่าเฉพาะอำเภอ แต่ว่าเนื่องจากผม ลงพื้นที่ตรงจุดนี้ได้เห็นปัญหาตรงจุดนี้จึงได้ยกตัวอย่างมาให้ท่านได้ทราบ แต่ก็อยากให้ท่าน แก้ปัญหาในจังหวัดปทุมธานี แล้วก็ทั่วทั้งประเทศนะครับ🔗
คำถามที่ ๒ อันนี้ก็น่าจะเป็นคำถามสุดท้ายของสมัยประชุมนี้ เพราะว่าเรา กำลังจะปิดสมัยประชุมกันอยู่แล้ว และกระทู้ถามนี้เป็นกระทู้ถามสุดท้ายของวันนี้นะครับ คำถามที่ ๒ ขอสไลด์ขึ้นอีกรอบหนึ่ง🔗
หน้าสุดท้ายครับ ในพื้นที่ที่เราใช้ น้ำประปาอยู่ทุกครั้งที่เรามีการซ่อมท่อแตก ท่อรั่ว จะมีโคลนไหลมาปะปนอยู่ในท่อ แล้วทุกครั้งที่ซ่อมเสร็จเขาก็จะปล่อยน้ำที่มีโคลนปะปนนี่ปล่อยไปให้ประชาชนใช้ ตรงนี้ บางคนพอแปรงฟันปุ๊บกลิ่นติดปาก พอล้างหน้าก็เป็นผื่น หลายบ้านมีที่กรองก็ต้องเปลี่ยน ไส้กรอง บางคนถึงกับต้องจ้างคนมาล้างแทงก์น้ำ เพราะว่าโคลนเหล่านี้เข้าไปอุดตันแล้วก็ เสียเงินเสียทองต้องจ้าง ตรงนี้ผมก็อยากทราบว่าท่านยังเหลือเวลาเป็นรัฐมนตรีอีก ๒ ปี ท่านจะสามารถสร้างมาตรฐานได้หรือไม่ หลังจากซ่อมท่อเสร็จแล้วท่านควรจะปล่อยน้ำ ทิ้งไปก่อนมันง่ายแค่นั้นเอง ปล่อยน้ำทิ้งครึ่งชั่วโมง ๑ ชั่วโมง หลังจากนั้นจึงปล่อยให้ ประชาชนใช้ นี่พอมีปัญหาปุ๊บเราก็ต้องโทรแจ้งการประปา ดูภาพข้างล่างนี้ การประปา ก็ยังมาเปิดท่อหัวแดงให้ ท่อหัวแดงระบายออกมาปุ๊บเราก็จะเห็นทันทีว่ามันเป็นอย่างนี้ จริง ๆ เขาก็จะเปิดระบายครึ่งชั่วโมง ๑ ชั่วโมงจนน้ำใส คือถ้าเราไม่แจ้งเขาก็ไม่เปิดให้ ตรงนี้อยากให้เป็นมาตรฐานทั่วประเทศเลย เพราะว่าการประปามาซ่อมท่อนี่เขาเสียเวลารอ อีกแป๊บเดียวชั่วโมง ๒ ชั่วโมง แต่ประชาชนไม่ต้องทนกับน้ำที่เป็นแบบนี้ อย่างไรอยากทราบ มาตรการของท่านครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉันก็ได้รับทราบถึงปัญหาของการใช้ระบบประปาหลังจากการ ซ่อมท่อ ซึ่งรัฐบาลนั้นมีมาตรการในการตรวจวัดคุณภาพน้ำหลังซ่อมท่อประปาเพื่อยกระดับ คุณภาพ แล้วก็สร้างบรรทัดฐานให้เท่าเทียมกับพี่น้องประชาชน มาตรการในการตรวจวัด คุณภาพน้ำ ดิฉันขอแบ่งออกเป็นหน่วยงาน เพราะเนื่องจากว่าเรื่องของการให้บริการ น้ำประปานั้นมีหน่วยงานที่รับผิดชอบก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็การประปา ส่วนภูมิภาค การประปาส่วนภูมิภาคก็จะมีแนวทางในการเตรียมแผนในการระบายน้ำ ตะกอนในเส้นท่อสำหรับพื้นที่ให้บริการเพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำ อย่างที่ท่านได้กล่าว ในเบื้องต้น อย่างที่ท่านสมาชิก ท่านประสิทธิ์ได้เรียนว่าควรจะมีการ Blow off น้ำก่อน หลังจากมีการซ่อมท่อเสร็จ ซึ่งแนวทางปฏิบัติของการประปาส่วนภูมิภาคเป็นไปเช่นนั้น แต่ว่าบางครั้งพี่น้องประชาชนอาจจะตระหนักในเรื่องของการใช้น้ำประปาหลังการซ่อมท่อ อาจจะมีการเจือปนอะไรต่าง ๆ ซึ่งดิฉันขอรับไว้แล้วก็นำไปแก้ไขปรับปรุง แล้วก็จะรายงาน ไปยังการประปาส่วนภูมิภาคทุก ๆ สาขา แล้วก็ผู้ให้บริการน้ำประปาที่เกี่ยวข้องในเรื่องของ แนวทางนี้ ซึ่งปกติแล้วเราก็จะมีการตรวจคุณภาพน้ำโดยมีแผนปฏิบัติงานที่ดิฉันได้กล่าวไป มีแผนปฏิบัติงานที่ชัดเจนแล้วดิฉันก็ได้ให้มีการรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำกลับมา ยังส่วนกลาง แล้วก็ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนทราบอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน และในกรณีที่ท่อแตก ท่อรั่ว การประปาส่วนภูมิภาคก็ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้พี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ทราบผ่านทางช่องทาง Page ของการประปาส่วนภูมิภาคหรือว่าไม่ว่า จะเป็นในเรื่องของ Line OA เมื่อซ่อมเสร็จแล้วก็จะดำเนินการ Blow off น้ำที่หัวดับเพลิง หัวสีแดง ๆ ที่ท่านได้กล่าวไปในตอนต้น เพื่อระบายตะกอนน้ำออกจากเส้นท่อจนมั่นใจว่า จะมีความสะอาดได้มาตรฐานแล้วจึงดำเนินการจ่ายน้ำนั้นส่งให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป แล้วก็ยังมีการตรวจวัดคุณภาพน้ำประปาก่อนทำการจ่ายน้ำทุกวัน พร้อมทั้งตรวจสอบระบบ แบบสุ่มตรวจตามจุดต่าง ๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชนนั้นเกิดความมั่นใจ และทั้งนี้ทั้งนั้น การประปาส่วนภูมิภาคก็มีศูนย์แจ้ง ๑๖๖๒ เรียกว่าม้าเร็วในการเข้าถึงพื้นที่ซ่อมแซมแล้วก็ดู ปัญหาเรื่องน้ำขุ่นเอย น้ำมีกลิ่นเอย เพราะฉะนั้นทีมม้าเร็วนั้นก็จะรีบลงพื้นที่หลังจากได้รับการแจ้งแล้ว แต่ท่านบอกว่าควรจะ ไม่ให้เกิดขึ้น ไม่ควรมีการแจ้ง ควรจะมีการป้องกันมากกว่าการแก้ไขในภายหลัง อันนี้ก็ถือว่า เป็นแนวทางที่ทางการประปาส่วนภูมิภาคก็พยายามที่จะดำเนินการ ดิฉันก็จะรับไว้ แล้วก็ ดิฉันก็ได้ให้คณะทำงานลงพื้นที่ตรวจสอบ จากการลงพื้นที่ก็ปรากฏว่าสถานะของน้ำนั้น ปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งดิฉันก็ได้กล่าวไปในตอนต้น แล้วในเรื่องมาตรการของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดโครงการยกระดับความสะอาด ของระบบประปา โดยให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีการตรวจวัดคุณภาพน้ำให้ผ่าน เกณฑ์ของกรมอนามัย โดยจัดทำคู่มือหลักเกณฑ์และมาตรฐานคุณภาพระบบประปาหมู่บ้าน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้จังหวัดในการขับเคลื่อนดำเนินการด้านน้ำประปาที่มี คุณภาพร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วก็กรมทรัพยากรน้ำ มีการสร้างระบบประปา ที่มีคุณภาพ🔗
ประการต่อมา กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้จัดโครงการประกวด น้ำประปาสะอาดดื่มได้ แน่นอนว่าถ้าดื่มได้เพราะฉะนั้นการใช้อุปโภคบริโภคทั่วไปการใช้อาบ ใช้แปรงฟันก็ย่อมต้องสะอาดแน่นอน โดยการจัดโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชน สามารถเข้าถึงน้ำสะอาด มีมาตรฐาน แล้วก็ยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในด้านของการใช้ทักษะ แล้วก็นำนวัตกรรมมาใช้ในการบริหารจัดการ ระบบประปาหมู่บ้าน ที่สำคัญก็ยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแล้วก็แรงจูงใจให้กับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อบริหารจัดการน้ำประปาดื่มได้ แล้วก็น้ำใช้ให้กับพี่น้องประชาชน โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีเป้าหมายไว้ว่าทุกหมู่บ้านจะต้องมีระบบประปา ที่ผ่านเกณฑ์ของกรมอนามัยภายในปี ๒๕๗๐ ดิฉันขอเรียนว่านโยบายเรือธงของเรา ของกระทรวงมหาดไทยนั้นก็พยายามที่จะแก้ไขอย่างจริงจัง เพราะดิฉันตั้งแต่รับตำแหน่งมา ดิฉันก็รู้สึกว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่กระทบต่อพี่น้องประชาชน ดิฉันมาจากจังหวัดเล็ก ๆ มาจากจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งปัญหาเหล่านี้ก็ยังมีอยู่ในบางหมู่บ้าน ก็พยายามที่จะแก้ไข ภาพรวมทั้งประเทศให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แล้วดิฉันขอเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ได้กำชับแล้วก็ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการพัฒนาแล้วก็ปรับปรุง ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของระบบประปาที่ประชาชน เข้าถึงน้ำสะอาดได้อย่างมาตรฐาน ดิฉันก็ขอเรียนว่าดิฉันก็จะพยายามอย่างเต็มที่ ขอบคุณค่ะ🔗
ท่านประธานครับ ประสิทธิ์ อีกครั้งนะครับ ท่านพูดถึงม้าเร็วอันนี้ก็ต้องขอชมเชยจริง ๆ เพราะว่าเวลาติดต่อทางการ ประปาส่วนภูมิภาคมาเร็วจริง ๆ ครับ แต่ก็อย่างที่บอกผมอาศัยอยู่ตำบลเมืองคำพร้อย อำเภอลำลูกกา เป็นผู้ประสบภัยด้วยตัวเอง แล้วทุกครั้งที่มีการซ่อมท่อแตกคือน้ำโคลน ปะปนมาตลอดเวลาเลย ท่านอาจจะต้องกำชับเพิ่มมากขึ้นในการแก้ไขปัญหาตรงนี้ ผมก็เคย ถามพี่น้องที่อยู่การประปานครหลวงในกรุงเทพมหานคร เขาบอกเขาไม่ค่อยเจอปัญหานี้เลย ไม่ค่อยมีน้ำขุ่น น้ำมีตะกอนเวลาซ่อมท่อ แต่การประปาส่วนภูมิภาคเจอประจำ อย่างไรอยาก ฝากท่านกำชับอีกครั้งว่าให้ระบายน้ำทิ้งก่อนที่จะส่งให้ประชาชนใช้ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เป็นอันจบกระทู้ถามที่ ๔๓๐ ระเบียบวาระถัดไป ระเบียบวาระที่ ๑.๒.๙ กระทู้ถามที่ ๔๓๑🔗
๙. เรื่อง แนวทางแก้ปัญหา การจัดการโรงพยาบาลถลาง จังหวัดภูเก็ต เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการให้บริการ นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข🔗
ด้วยสำนักงานคณะรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงสาธารณสุข คือท่านรัฐมนตรีเดชอิศม์ ขาวทอง เป็นผู้มาตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากว่าท่านติดภารกิจไม่สามารถที่จะมาตอบกระทู้ถามได้ ก็จะต้องเลื่อนกระทู้ถาม ออกไปก่อนตามข้อบังคับ ข้อ ๕๑ แต่ว่าอย่างไรก็ดีกระทู้ถามตามข้อบังคับก็จะต้องตกไป เมื่อหมดสมัยประชุม วันนี้สิ้นสุดสมัยประชุมพอดี ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๖ ก็จะต้องตอบ ในราชกิจจานุเบกษาภายใน ๓๐ วัน🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตสั้น ๆ ครับ ฐิติกันต์ครับ🔗
มีอะไรครับ🔗
ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ครับ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ อำเภอถลาง และตำบลกระทู้ พรรคประชาชน ก็เป็น ผู้ยื่นกระทู้ถามทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาและการ จัดการโรงพยาบาลถลาง อย่างที่บอกว่าพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราต้องเข้าคิวรอ ตั้งแต่เช้าเพื่อถามคำถามนี้ แต่ปัญหานี้ผมได้ตั้งคำถามมาตั้งแต่เปลี่ยนนายกรัฐมนตรีไป ๒ คนแล้ว เปลี่ยนรัฐมนตรีไป ๒ คนแล้ว ผมอยากให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หรือท่านเดชอิศม์ ขาวทอง ก็ดี เร่งไปแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในอำเภอถลาง ให้หน่อยครับ เพราะว่าวันนี้ทุกคนรอฟังคำตอบของทางรัฐมนตรีอยู่ ท่านก็ลงไปพื้นที่ ๒ ๓ ครั้งแล้ว แต่ไม่เคยแวะไปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลถลางเลย ปัญหาก็ยัง ไม่ได้แก้ ก็อยากให้เร่งแก้ไขปัญหาให้หน่อยครับ กลัวว่าเปิดสมัยประชุมมาใหม่เดี๋ยวจะเป็น รัฐมนตรีท่านอื่นอีก ฝากด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ก็ตามข้อบังคับเมื่อกระทู้ถามหมดสภาพไป เมื่อปิดสมัยประชุมก็จะต้องทำหนังสือไปที่ คณะรัฐมนตรีเพื่อให้ทางคณะรัฐมนตรีตอบในราชกิจจานุเบกษาภายใน ๓๐ วัน ซึ่งก็จะได้ คำตอบภายใน ๓๐ วัน ระเบียบวาระถัดไป ๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ วันนี้ได้ดำเนินการ ถามและตอบที่ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะไปเรียบร้อยแล้วนะครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ก่อนดำเนินการถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอชี้แจงที่ประชุม การถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะแต่ละกระทู้ถามให้ถามตอบได้เรื่องละไม่เกิน ๒ ครั้ง และให้แล้วเสร็จภายใน ๒๐ นาที ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ ข้อ ๑๗๓ และข้อ ๑๖๗ นะครับ และการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะมีการอนุญาตให้ประชาชนเข้าร่วมรับฟัง ก็ขอความกรุณา ปฏิบัติตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎร ว่าด้วยการอนุญาตบุคคลภายนอกเข้ารับฟังการ ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งกำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตต้องรักษามารยาท พฤติกรรมของตนให้เหมาะสม ให้อยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจาสอดเสียดใด ๆ และห้ามใช้วัสดุอุปกรณ์สื่อสารใด ๆ บันทึกภาพ บันทึกเสียง การกระทำใด ๆ ที่เป็นการถ่ายทอดการประชุมสู่บุคคลภายนอก หากมีการฝ่าฝืนก็จะให้ออก จากห้องประชุมนะครับ🔗
สำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะในวันนี้เพื่อประโยชน์ในการถาม และตอบกระทู้ถาม ผมขอสลับลำดับการถามและตอบดังนี้นะครับ🔗
ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๓๕ ของท่านนิตยา มีศรี🔗
ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๑๑ ของท่านรังสรรค์ มณีรัตน์🔗
ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๑๒ ของท่านนพพล เหลืองทองนารา🔗
ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๑๕ ของท่านอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์🔗
ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๑๖ ของท่านณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์🔗
ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๑๘ ของท่าน ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ🔗
ลำดับที่ ๗ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๒๗ ของท่านปรัชญาวรรณ ไชยสืบ🔗
ลำดับที่ ๘ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๓๔ ของท่านเซีย จำปาทอง🔗
ลำดับที่ ๙ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๓๗ ของท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์🔗
ซึ่งทุกท่านที่ถามและท่านรัฐมนตรีก็คงจะไม่เห็นเป็นอย่างอื่น ถ้าไม่มีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการเรียงตามลำดับดังนี้นะครับ🔗
๑. เรื่อง การจัดการปัญหาอันเกิดจากลานตู้คอนเทนเนอร์ รถพ่วง รถบรรทุก นางสาวนิตยา มีศรี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุรพงษ์ ปิยะโชติ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้ กระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก ท่านเสกสม อัครพันธุ์ และท่านรองอธิบดีกรมการ ขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบท ท่านลิขิต ทิฐิธรรมเจริญ ท่านวิศวกร ใหญ่ด้านควบคุมการก่อสร้าง และได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบ กระทู้ถามดังนี้ ท่านแรก ท่านอณัศยา ปลื้มจิตร ท่านที่ ๒ ท่านณราพร คำพึ่ง ต่อไปเชิญ ท่านนิตยา มีศรี ถามท่านรัฐมนตรี เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ดิฉัน นิตยา มีศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๕ ตำบลแพรกษาใหม่ บางปลา บางโฉลง ราชาเทวะ และศีรษะจรเข้น้อย ขออนุญาตท่านประธานดังนี้นะคะ ก่อนอื่นขออนุญาตเกริ่น ปัญหานี้ก่อน ด้วยความที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยเฉพาะอำเภอบางพลีเป็นพื้นที่แหล่ง ของอุตสาหกรรม แล้วก็เป็นที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับลานตู้คอนเทนเนอร์ ดังนั้นรถพ่วง รถบรรทุก รถสิบล้อ อะไรพวกนี้ค่อนข้างที่จะหนาแน่นเลย แล้วก็มีถนนหลายเส้นที่มี ผลกระทบด้วย ไม่ว่าจะเป็นเส้นเล็ก เส้นใหญ่ อย่างเช่น ถนนวัดศรีวารีน้อยที่จะตั้งเป็น คำถามในวันนี้ แล้วก็ไม่ว่าจะเป็นถนนเส้นหลวงพ่อโต วัดหลวงพ่อโต ก็มีลานตู้คอนเทนเนอร์ ค่อนข้างเยอะ ทั้ง ๆ ที่เป็นถนน ๔ เลนที่มีชุมชนอยู่หนาแน่น แล้วก็อีกเส้นหนึ่งก็จะเป็นเส้น กิ่งแก้ว แต่ว่าอันนั้นไม่ค่อยมีปัญหาสักเท่าไร เพราะว่าตัวถนนกิ่งแก้วก็มีอยู่ประมาณสัก ๖ เลน แล้วก็เป็นถนนค่อนข้างใหญ่ แล้วก็ตัวลานตู้คอนเทนเนอร์เองก็ไม่ได้อยู่ติดถนนหลัก สักเท่าไร มีการเข้าไปในซอยด้วย แต่ว่าวันนี้ที่ดิฉันนำมาเสนอท่านรัฐมนตรี ก่อนอื่นต้อง ขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีมาก ๆ ที่มาตอบคำถามในวันนี้ ให้โอกาสดิฉันนำเสนอปัญหา ในพื้นที่ แล้วก็มาตอบคำถาม ขออนุญาตอย่างนี้ค่ะ ถนนวัดศรีวารีน้อยเป็น สป. ก็คือเป็น ของทางหลวงชนบท สาย สป. ๒๐๐๑ มีอยู่ ๔ เลนด้วยกัน ๒ ข้างทางก็จะเต็มไปด้วยทั้ง ชุมชน แล้วก็ลานตู้คอนเทนเนอร์ด้วย ที่ผ่านมาปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือรถพ่วง รถสิบล้อ จอดข้างทางเพื่อรอนำตู้คอนเทนเนอร์เข้าไปในลาน ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความ เดือดร้อน กลางคืนบางจุดของถนนเส้นนี้ไฟส่องสว่างไม่เพียงพอด้วยสาเหตุหลาย ๆ อย่าง ทั้งการลักลอบตัดสายไฟบ้างอย่างนี้คะ แต่ว่าต้องบอกอย่างนี้คะช่วงก่อนวันหยุดยาวจะมีการ ต่อแถวของรถบรรทุก รถพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ยาวนับเป็นกิโลเมตรเลย สร้างความ เดือดร้อน ยิ่งถนนเส้นนี้ด้านหนึ่งติดกับถนนบางนา-ตราด ช่วงเช้าจะติดมาก ๆ และถนนน เส้นนี้ก็ยังมีช่วงเวลาบังคับในการวิ่งรถอยู่แล้วด้วย แต่การบังคับใช้ไม่ได้ผลสักเท่าไร วันนี้ ก็เลยเกิดเป็นกระทู้ถามขึ้นมาถามท่านรัฐมนตรี แต่ก่อนอื่นก็ต้องบอกเลยว่ามาถึงระยะเวลา ณ ตอนนี้ ดิฉันเชื่อว่ามีการสั่งการไปจากท่านรัฐมนตรีบ้างแล้ว ณ ปัจจุบันปัญหาค่อนข้าง ที่จะคลี่คลายไปบ้างแล้ว แต่ว่าก็ยังมีอยู่บ้าง พี่น้องประชาชนไม่ได้รับผลกระทบแบบเมื่อก่อน เลยค่ะ🔗
คำถามแรก ณ ปัจจุบันปัญหาค่อนข้างจะคลี่คลาย แต่ว่าก็ยังพอมีอยู่บ้าง ทั้งปัญหาที่รถจอดรอ รถอะไรอย่างนี้ค่ะ ก็อยากจะถามท่านรัฐมนตรีคำถามแรกก็คือ แผนการจัดการในการแก้ปัญหารถพ่วง รถบรรทุกภายในวัดศรีวารีน้อยทั้งเส้น ช่วงในการ เดินรถก็ยังแก้ไขไม่ได้ อยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีว่ามีแนวทางการแก้ไขอย่างไร แล้วก็ ถ้าเป็นไปได้รบกวนท่านรัฐมนตรีในเส้นอื่น ๆ แนวทางปฏิบัติเหมือนกันไหมคะ อย่างเช่น เส้นวัดหลวงพ่อโต ซึ่งมีการติดเวลาเช่นกันเหมือนกันคำถามแรก ขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีคำถามแรกครับ🔗
เรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิก ท่านผู้เข้าร่วมรับฟังทุกท่าน ก็ดีใจแทนพี่น้อง ประชาชนในจังหวัด ในเขตเลือกตั้งที่ได้มีผู้แทนรับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเข้ามา สู่สภา ใช้เวทีของสภาในการแก้ปัญหา ตรงนั้นเข้าใจว่าน่าจะเป็นศูนย์ CY Container Yard ของแต่ละที่ ตรงนั้นเป็นที่รวบรวมของตู้คอนเทนเนอร์ ทีนี้แบ่งเป็น ๒ ส่วน ในส่วนของ กระทรวงซึ่งเป็นส่วนกลาง วันนี้จริง ๆ จากเอกสารเราได้แจ้งไปที่จังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด สมุทรปราการเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายของจราจร เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๗ ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาตั้งนานแล้ว ทีนี้อธิบายให้ท่านสมาชิกเข้าใจผ่านไป ทางท่านประธานสภานะครับ กรมทางหลวงชนบทกับกรมการขนส่งทางบกเราคงมีอำนาจ ขอบเขตเฉพาะในเขตที่เราได้กำกับดูแล กรมการขนส่งทางบกเป็น Regulator เพราะฉะนั้น มีหน้าที่ก็คือ ๑. สภาพรถ สภาพคนขับรถที่ถูกกฎหมาย ๒. พื้นผิวจราจรที่ทำให้สกปรก อันนี้ก็ได้กำชับไปแล้ว และได้มีหนังสือไปแล้ว เดี๋ยวให้มีหนังสือไปอีกครั้งหนึ่งไปที่จังหวัด ไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนทางหลวงชนบทก็ได้มีมาตรการ ได้มีการติดป้ายแจ้งเตือน ไปแล้วเรื่องการจอดรถ แล้วก็ได้มีหนังสือที่ผมบอกเมื่อสักครู่ไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วก็ไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะบังคับใช้กฎหมายภายในจังหวัดไม่ให้พี่น้องประชาชน เดือดร้อน ประเด็นนี้เนื่องจากเป็นหน่วยงานราชการส่วนภูมิภาค คือด้วยระบบโครงสร้าง ของประเทศ ปลัดกระทรวงทุกกระทรวงได้มอบอำนาจให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดในการที่จะ ไปเป็นตัวแทน แล้วก็ไปบังคับใช้กฎหมายของทุกกระทรวง วันนี้ก็กราบเรียนผ่านท่าน ประธานไปยังท่านสมาชิกว่าวันนี้ต้องกระตุ้น ต้องทวงถาม ต้องช่วยกันให้จังหวัดออกมา บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็ง ในส่วนของกรมทางหลวงชนบทกับกรมการขนส่งทางบก ผมได้กำชับไปแล้ว ไม่ได้เฉพาะเขตตรงสมุทรปราการ ทุก ๆ ที่ ทุก ๆ จังหวัดที่เราได้รับเรื่อง ร้องเรียนมา เราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เราก็ได้ดำเนินการไปหลาย ๆ อัน เพิ่มเติมเดี๋ยวถ้าระบบ รถไฟทางคู่เสร็จทั้งหมด ศูนย์ CY ศูนย์ Container Yard พวกนี้ก็จะต้องถูก Move ออกไปสู่ ใกล้กับระบบรางนะครับ วันนี้อันหนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นคือผู้ประกอบการน่าจะรับ Order เกิน Capacity ของตัวเอง เลยต้องออกมาใช้พื้นที่สาธารณะในการจราจรประกอบการนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็แนะนำให้ไปคุยกับทางจังหวัด ให้ไปคุยกับผู้ประกอบการให้ดู Capacity ตัวเองว่า Cap ตัวเองมีเท่าไร คุณรับเท่านั้นโดยไม่ได้รับผลกระทบ แต่ข้างนอกถนนวันนี้ทาง กรมการขนส่งทางบกแล้วก็กรมทางหลวงชนบทจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นไม่ให้มีการ กระทบกับพี่น้องประชาชน แล้วก็ให้ทางจังหวัดลองไปคุยกับผู้ประกอบการดูว่าอย่ารุกล้ำ อย่าไปกระทบกับพี่น้องประชาชน ให้ประกอบการภายในพื้นที่ของตัวเอง ฉะนั้นผมฝากทาง ท่านสมาชิกผ่านไปทางท่านประธานสภาว่าทางกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายไปที่ผู้ว่า ราชการจังหวัด โดยปลัดกระทรวงเป็นคนมอบหมาย ท่านลองไปใช้กลไกตรงนั้นนะครับ ส่วนกลไกส่วนกลางอย่างที่เรียนเราก็ได้ดำเนินการไปแล้ว ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณรัฐมนตรีครับ ต่อไปท่านสมาชิกคำถามที่ ๒ ครับ🔗
เรียนท่านประธานนะคะ ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีมาก ๆ เลยค่ะ เข้าใจว่าปัญหานี้มันไม่ใช่เกี่ยวกับเฉพาะแค่ หน่วยงานเดียว มีหลาย ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ต้องมาร่วมมือกันเพื่อที่จะแก้ปัญหานี้ ให้ผ่านไปได้ เบื้องต้นระหว่างที่ดิฉันได้ยื่นกระทู้ถามไป ระหว่างรอในการเอากระทู้ถามเข้ามา ในห้องพิจารณา ก็ได้มีการประสานงานไปยังหน่วยงานท้องที่ แต่อาจจะไม่ได้ถึงระดับของ จังหวัด อาจจะต้องรบกวนฝากท่านรัฐมนตรี อาจจะมีคำสั่งหรือว่าขอความร่วมมือไปกับทาง จังหวัด แต่ว่าในระดับของอำเภอก็ได้มีการประชุมกับหน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงาน จนวันนี้ ก็อย่างที่บอกท่านตั้งแต่ครั้งแรกเลยด้วยซ้ำว่าปัญหาอันนี้ค่อนข้างที่จะได้รับการแก้ไขหรือ เบาบางลงไปด้วยแล้ว ท่านอาจจะได้รับกระทู้ถามไว้ตั้งแต่แรก ๆ แล้วก็ได้มีคำสั่งไปแรก ๆ ต้องขอบคุณท่านเช่นกันที่ไม่ละเลยปัญหานี้ แล้วก็ทำให้พี่น้องประชาชนใช้รถ ใช้ถนน ได้สมบูรณ์แบบมากขึ้น แล้วก็เกิดอุบัติเหตุได้น้อยลงคะ🔗
คำถามที่ ๒ อาจจะต้องไม่มีแล้ว เพราะว่าปัญหาค่อนข้างน้อยแล้วท่านก็ตอบ ค่อนข้างครอบคลุมมากแล้ว อย่างไรก็ต้องขอขอบพระคุณท่านมาก ๆ เลยที่มาตอบคำถามที่นี่ ขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ก็ยินดีครับ ก็ขอบคุณท่านสมาชิกผ่านไปยังท่านประธานสภา ก็นี้ละครับเวทีการแก้ปัญหาของพี่น้อง ประชาชนโดยใช้กลไก เดี๋ยวต้องฝากทางกรมทางหลวงชนบทไปดูอีกเรื่องหนึ่งเรื่องแสงสว่าง เมื่อสักครู่ที่ว่าแสงสว่างไม่พอ จริง ๆ กรมทางหลวงชนบทมีงบประมาณอยู่แล้ว ลองไปดูครับ ไม่ใช่เฉพาะจุดนี้ จุดที่มันอันตราย แล้วก็ดูสถิติที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดก็ลองลงไป Survey ท้องที่แล้วก็จัดงบประมาณลงไป ฝากทางกรมการขนส่งทางบกกวดขันเรื่องถนนสกปรก ขอบคุณทางท่านสมาชิกผ่านไปทางท่านประธานสภาที่ห่วงใยพี่น้องประชาชน แล้วก็ทาง ส่วนกลางก็จะประสานไปที่จังหวัด แล้วก็ให้ท่านไปตามที่จังหวัด เพราะว่าโดยผู้ว่าราชการ จังหวัดได้รับมอบหมายไปแล้ว ก็ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่าน สส. เมื่อสักครู่เห็นเอาหนังสือขึ้นจอใช่ไหม อย่างไรก็เอา สำเนาไปตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้ ว่าท่านสั่งไปแล้ว เดี๋ยวเอาสำเนาที่ขึ้นจอเอาไปด้วย เวลาไปคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัด ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณผู้ชี้แจงนะครับ🔗
๒. เรื่อง การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งในเขตชลประทานของจังหวัด พิษณุโลก นายนพพล เหลืองทองนารา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอัครา พรหมเผ่า เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง แต่เนื่องจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดภารกิจสำคัญ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อนตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง🔗
ทั้งนี้กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ไม่ได้ตอบในสมัยประชุม เมื่อสิ้นสุดสมัยประชุม ประธานสภาจะรวบรวมแจ้งรัฐมนตรีดำเนินการตอบในราชกิจจานุเบกษาภายใน ๓๐ วัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๑ วรรคสอง🔗
๓. เรื่อง อ่างเก็บน้ำคลองหลวงรัชชโลทร นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ท่านอัครา พรหมเผ่า เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจสำคัญ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อนตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง🔗
ทั้งนี้กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ไม่ได้ตอบในสมัยประชุม เมื่อสิ้นสุดสมัยประชุม ประธานสภาจะรวบรวมแจ้งรัฐมนตรีดำเนินการตอบในราชกิจจานุเบกษาภายใน ๓๐ วัน🔗
๔. เรื่อง ปัญหาความมั่นคงทางที่อยู่อาศัยในเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจสำคัญ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถาม ออกไปก่อน🔗
ทั้งนี้กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ไม่ได้ตอบในสมัยประชุม เมื่อสิ้นสุดสมัยประชุม ประธานสภาจะรวบรวมแจ้งรัฐมนตรีดำเนินการตอบในราชกิจจานุเบกษาภายใน ๓๐ วัน เชิญท่านสมาชิกครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตประเวศ สะพานสูง พรรคประชาชนครับ ก็อาจจะขออนุญาตรบกวนเวลาทางห้องกระทู้ถามสัก ๒ ๓ นาที ท่านประธาน เนื่องจากว่าความจริงวันนี้ในเรื่องของกระทู้ถามของผมที่ผมยื่นไปเป็นเรื่องของ ความมั่นคงทางที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชนในเขตประเวศ ความจริงจะต้องเข้าวันนี้ แต่ว่าทางท่านรัฐมนตรีติดภารกิจก็เลยขอเลื่อนออกไป ก็เลยอยากจะกล่าวถึงเรื่องของ ปัญหานี้เล็กน้อย เนื่องจากว่าทางพี่น้องประชาชนก็ได้มีการอยู่อาศัยในที่ดินของหลาย หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นทางกรมธนารักษ์ ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ มหาดไทย ซึ่งก็มีการต่อสู้เรื่องนี้มา ๒๐ ๓๐ ปี ก็พยายามที่จะทำอย่างเต็มที่ ผมเองก็เห็นว่า เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ ตื่นตี ๓ ตี ๔ มาที่สภาแล้วก็มายื่นกระทู้ถามด้วยตนเองในช่วง ประมาณเดือนตุลาคม ก็น่าเสียดายที่มีการเลื่อนกระทู้ถาม ๓ ครั้ง ก็เลยไม่ได้มีโอกาสได้มา ถามในห้องนี้ ซึ่งผมคิดว่าจากเดิมก็มีทางเจ้าหน้าที่ที่ได้ติดต่อไปถามว่าจะมีการไปถอน เพื่อถามในสมัยประชุมหน้าหรือว่าจะโอนไปที่ราชกิจจานุเบกษา ผมเองก็ได้พูดคุยกับทาง ประชาชน ทางประชาชนเองก็อยากที่จะได้คำตอบเร็ว ก็เลยคิดว่าการรอไปสมัยประชุมหน้า ก็น่าจะไม่ทัน เพราะฉะนั้นก็เรียนแจ้งกับทางท่านประธานว่าเรื่องนี้จริง ๆ เพียงแค่ประชาชน ต้องการเรื่องของความชัดเจนในเรื่องของที่ดิน แล้วก็คงจะต้องไปตามต่อกับทางหน่วยงาน เพราะฉะนั้นก็คงจะขอโอนไปให้ตอบในราชกิจจานุเบกษา แต่ว่าขอให้ทางท่านรัฐมนตรี ที่จะไปตอบขอให้ตอบในเอกสารได้อย่างชัดเจน แล้วก็ให้ประชาชนได้คำตอบด้วยนะครับ ซึ่งเดี๋ยวระหว่างนี้ตัวผมเองก็คงจะไปติดตามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เอาไปตอบในราชกิจจานุเบกษาใช่ไหมครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ว่ากันใหม่ แต่ว่าเอาให้ ไม่ซ้ำใช่ไหม เปลี่ยนแปลงนิดหน่อย เปลี่ยนแปลงให้มันอยู่ในเขตประเวศ ตี ๑ ก็ไปยื่นใหม่ ที่ตอบในราชกิจจานุเบกษาก็ว่าไป ที่ตอบก็ตอบไป แต่ว่าจะถามใหม่ ตัวคำถามก็ต้องให้ มันไม่เหมือนเดิม ก็เห็นใจนะครับ เพราะว่าหลายท่านก็รอ นึกว่าจะได้คำตอบ ก็ตอบไปอีก รอบหนึ่ง พรุ่งนี้ทั้งกระทู้ถามแห้ง กระทู้ถามห้อง กระทู้ถามสดว่าไป ขอบคุณครับ🔗
๕. เรื่อง สอบถามความคืบหน้าในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยปางค่า หมู่ที่ ๑๖ บ้านห้วยปางค่า ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน และอ่างเก็บน้ำ ห้วยตั๊กแต้ หมู่ที่ ๑๒ บ้านห้วยแพ่ง ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน นายรังสรรค์ มณีรัตน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอัครา พรหมเผ่า เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจาก ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจสำคัญ จึงขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามออกไปก่อน🔗
ทั้งนี้กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ไม่ได้ตอบในสมัยประชุม เมื่อสิ้นสุดสมัย ประชุมแล้ว ประธานสภาก็จะรวบรวมแล้วแจ้งให้ท่านรัฐมนตรีตอบในราชกิจจานุเบกษา ภายใน ๓๐ วัน🔗
๖. เรื่อง ความเดือดร้อนของข้าราชการชั้นผู้น้อยในจังหวัดภูเก็ต ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า ท่านนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง แต่เนื่องจากท่านรัฐมนตรีติดภารกิจ จึงขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามออกไปก่อนตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐🔗
ทั้งนี้กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ไม่ได้ตอบในสมัยประชุม เมื่อสิ้นสุดสมัย ประชุมแล้ว ประธานสภาก็จะได้รวบรวมแจ้งรัฐมนตรีดำเนินการตอบในราชกิจจานุเบกษา ภายใน ๓๐ วัน🔗
๗. เรื่อง การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อใช้ ในการเกษตร ในพื้นที่ลุ่มน้ำจันทบุรี และพื้นที่ลุ่มน้ำคลองวังโตนด นางสาวปรัชญาวรรณ ไชยสืบ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอิทธิ ศิริลัทธยากร เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจาก ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจสำคัญ จึงขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามออกไปก่อน🔗
ทั้งนี้กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ไม่ได้ตอบในสมัยประชุมนี้ ประธานสภาก็จะได้ รวบรวมแจ้งรัฐมนตรีดำเนินการตอบในราชกิจจานุเบกษาภายใน ๓๐ วัน🔗
๘. เรื่อง การลงนามในสัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่าง ประเทศ ฉบับที่ ๘๗ และ ๙๘ นายเซีย จำปาทอง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานมีหนังสือแจ้งว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงานติดภารกิจ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อน🔗
ทั้งนี้กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ไม่ได้ตอบในสมัยประชุม เมื่อสิ้นสุดสมัยประชุม ประธานสภาก็จะได้รวบรวมแจ้งรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการตอบในราชกิจจานุเบกษาภายใน ๓๐ วัน🔗
๙. เรื่อง การจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในจังหวัดนครพนม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยติดภารกิจสำคัญ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อน🔗
ทั้งนี้กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ไม่ได้ตอบในสมัยประชุม เมื่อสิ้นสุดสมัยประชุม ประธานสภาก็จะได้รวบรวมแจ้งรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการตอบในราชกิจจานุเบกษาภายใน ๓๐ วัน🔗
มีสมาชิกท่านเดียวใช่ไหมครับ ก็เป็นที่น่าสังเกตเราก็จะต้องหาทางให้ท่าน รัฐมนตรีมาตอบ เราก็ทำหนังสือไปที่กระทรวงต่าง ๆ แล้วเพื่อให้ท่านรัฐมนตรีมาตอบ ก็คิดว่าสมัยประชุมหน้าก็คงจะต้องเน้นไปที่วิปรัฐบาลให้ประสานท่านรัฐมนตรีให้มาตอบ เผลอ ๆ ก็อาจจะต้องมีป้ายติดหน้าห้องว่ากระทู้ถามรัฐมนตรีท่านใดไม่ได้มาตอบบ้าง การขอเลื่อน มันอาจจะต้องมีป้ายอยู่ข้างหน้าว่ากระทู้ถามอาทิตย์นี้มีอะไรบ้าง ถ้าท่าน รัฐมนตรีมาตอบหรือไม่ตอบก็คงจะต้องมีบันทึกไว้หน้าห้อง สำหรับวันนี้ก็จบการพิจารณา กระทู้ถามแยกเฉพาะ ขอบคุณครับ🔗
ก่อนจะเข้าสู่ระเบียบวาระอื่น กำลังคุยกันเรื่องกระทู้ถามท่านพริษฐ์แล้วก็ทางท่านศรัณย์ จะหารือกันเรื่องการเรียงลำดับกระทู้ถามและการยื่นกระทู้ถาม ซึ่งจะมีขึ้นในค่ำคืนวันนี้แล้ว หากไม่หารือวันนี้ก็จะมีปัญหาเหมือนที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเชิญหารือกัน ท่านพริษฐ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะตัวแทน วิปฝ่ายค้านครับ ก็เป็นประเด็นที่ท่านประธานได้ตั้งไว้ว่าทางผมแล้วก็ทางตัวแทนวิปรัฐบาล รวมถึงท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ท่านพิเชษฐ์ที่รับผิดชอบงานส่วนนี้ก็ได้ มีการหารือร่วมกันเกี่ยวกับระบบการ Run คิวกระทู้ถามทั่วไป แล้วก็กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่จะต้องมีการ Run คิวกันทุกสมัยประชุม ถ้าเราใช้ระบบเดิมมันก็จะเป็นปัญหาเดิมที่เรา เห็นกัน ก็คือว่าพอเข้าสู่วันพรุ่งนี้เช้า ๘ โมงครึ่ง ก็จะเป็นเวลาทางการที่ทางเจ้าหน้าที่จะเริ่ม รับคิว แต่ในสภาพความเป็นจริงแม้ว่าเวลาทางการคือ ๘ โมงครึ่งที่เริ่มรับคิว แต่สภาพความ เป็นจริงที่สภาแห่งนี้ก็คือว่าจะมี สส. หรือว่าผู้ช่วย สส. ไปนั่งจองคิวกันตั้งแต่ตีสอง ตีสาม ตีสี่ ตีห้า ซึ่งมันก็เกิดปัญหาทั้งความเหนื่อยล้าของแต่ละท่าน รวมไปถึงว่ากฎเกณฑ์มันก็ไม่ชัดเจน ว่าจะต้องรอคิวนี้แค่วางสิ่งของไว้ได้ไหมหรือว่าตัวต้องอยู่ตลอด ๔ ๕ ชั่วโมง เป็นต้น ก็เลย หารือกันเบื้องต้นว่าจะหาทางออกกันอย่างไร ก็เลยมีข้อเสนอแบบนี้มาสื่อสารแล้วก็หารือ กับท่านประธาน เราอยากเสนอให้ใช้ถ้าคิดง่าย ๆ คือเป็นระบบเหมือนกับการจับเบอร์ ผู้สมัคร สส. ก็คือว่าเรายึดกรอบเดิมก็คือ ๘ โมงครึ่งเป็นจุดที่เราจะเริ่มรับคิวแรก แต่ใคร ก็ตามที่มาลงชื่อก่อน ๘ โมงครึ่งมีค่าเท่ากัน สมมุติมี ๑๐๐ คนมาลงชื่อก่อน ๘ โมงครึ่ง ก็มีค่าเท่ากัน จะมา ๗ โมง จะมาตีห้า จะมา ๖ โมงเท่ากัน แล้วก็จับสลาก ๑๐๐ รายชื่อนั้น เรียงลำดับก่อน แล้วใครที่มาหลัง ๘ โมงครึ่งก็เป็นคิวที่ ๑๐๑ ๑๐๒ เป็นต้นไป แล้วเราก็จะมี คิวแยก ๒ ส่วนก็คือคิวสำหรับกระทู้ถามทั่วไป ๑ คิว คิวสำหรับกระทู้ถามแยกเฉพาะอีก ๑ คิว นั่นหมายความว่าสมมุติว่าผมมาตอน ๘ โมงเช้า ลงชื่อผมใน ๒ คิวก็ขึ้นอยู่กับโชคผม ใน ๒ คิวนี้ว่าผมจะได้ลำดับที่เท่าไรในแต่ละประเภท อันนี้ก็เป็นข้อเสนอที่ได้หารือร่วมกัน อย่างไรให้โอกาสทางตัวแทนฝ่ายรัฐบาลช่วยยืนยันแล้วก็ขยายความเพิ่มเติมครับ🔗
ท่านศรัณย์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิปรัฐบาล เป็นดังที่ท่านพริษฐ์ ได้แจ้งต่อท่านประธานครับว่าเราได้มีการพูดคุยกันถึงประเด็นนี้แล้วก็พยายามที่จะหาทาง ให้ทุกท่าน รวมถึงทางข้าราชการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงคำนึงถึงผู้ช่วย สส. ที่จำเป็นต้องมาตั้งแต่เวลาเที่ยงคืน ตีหนึ่ง ตีสอง แล้วรอถึง ๘ โมงเช้า ในส่วนของที่ท่าน พริษฐ์ได้ชี้แจงเราเห็นตรงกัน ขอเพิ่มเติมเพียงส่วนที่ว่าผู้ที่มายื่นก็จะเป็นสิทธิในการยื่น กระทู้ถาม ไม่ใช่จำนวนกระทู้ถาม เพราะฉะนั้นท่านสมาชิก ๑ ท่านก็จะใช้ ๑ สิทธิในการที่จะ มาก่อนเวลา ๐๘.๓๐ นาฬิกา เพราะฉะนั้นจะไม่มีการที่ว่ามาก่อนแต่ว่ายื่นไป ๑๐ กระทู้ถาม จะทำไม่ได้ ทุกท่านมี ๑ สิทธิเท่าเทียมกัน แล้วก็ถ้ามาก่อน ๐๘.๓๐ นาฬิกา เป็นดังที่ท่าน พริษฐ์ว่าคือถือว่าเรามาพร้อมกัน แล้วก็จะขอให้เป็นคนกลาง ก็คืออาจจะเป็นขอความกรุณา ท่านประธานหรือทางเจ้าหน้าที่ที่จะเป็นคนจับ แล้วก็ถ้าท่านสมาชิกท่านใดอยากจะอยู่ดู ขั้นตอนการจับสลากก็สามารถให้ตัวแทนหรือท่านสมาชิกจะมาอยู่ดูเองก็ได้ คร่าว ๆ ที่เรา พูดคุยกันและเห็นตรงกันก็เป็นดังนี้ท่านประธานครับ🔗
มีความเห็นอื่นไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทย สร้างชาติ ผมได้รับทราบเกี่ยวกับเรื่องการจองคิวกระทู้ถามมาเมื่อครั้งที่แล้วที่ผ่านมา ก็ปรากฏว่าจะต้องมีตัวแทนหรือผู้ช่วยมาดำเนินการการจองคิวให้ตั้งแต่หลังจากเที่ยงคืน เป็นต้นไป ก็จะมาแย่งจองคิวกัน วันนี้ก็เตรียมการกันแล้ว แต่ข้อเสนอของทางวิปทั้งฝ่ายค้าน และรัฐบาลผมก็เห็นด้วยที่จะให้มาลงชื่อไว้ก่อน ๘ โมงครึ่ง แล้วหลังจากนั้นก็เป็นการจับ สลากกัน เพียงแต่ว่าในการที่มันลงก่อน ๘ โมงครึ่งนั้นควรจะต้องเป็นเจ้าของกระทู้ถามเอง หรือไม่ประเด็นนี้ เพราะเราอ้างอิงว่าเราจะใช้เป็นแบบผู้สมัครที่เวลาไปสมัครเป็น สส. ไปสมัครอะไรก็แล้วแต่ ควรจะเป็นตัวเอง ไม่อย่างนั้นก็จะมีตัวแทนมาเยอะแยะไปหมด ท่านประธานครับ🔗
ท่านประเสริฐพงษ์ครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เรื่องลำดับกระทู้ถามนี่เป็นปัญหาตั้งแต่ สมัยสภาชุดที่ ๒๕ ซึ่งผมเองก็ตามเรื่องนี้มา ถือว่ามาถึงชุดนี้ถ้าไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง เราก็จะเจอระบบเดิมคือข้าราชการรับล่วงหน้าแล้ววันนี้ และพรุ่งนี้มาท่านก็จะลงคิวไปแล้ว เรียบร้อย ๑๐ ๒๐ ราย ซึ่งก็จะมีชื่อ สส. เดิม ๆ อยู่ จนกระทั่งผมต้องร้องเรียนวินัย ข้าราชการคนนั้น และวันนี้เรื่องก็ยังไม่จบ ท่านประธานครับ ช่วยตามเรื่องนี้ด้วย อย่าให้ กระบวนการสอบสวนวินัยของข้าราชการที่กระทำผิดเรื่องนี้ยุติครับ🔗
ท่านประเสริฐพงษ์เอาเป็นเรื่อง ๆ ครับ ท่านพริษฐ์เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ก็จะขอ อนุญาตชี้แจงเพิ่มเติมกับเพื่อนสมาชิกท่านเกชาที่ได้ตั้งคำถามไว้ ก็ขอบคุณที่เห็นด้วยในเชิง หลักการ คำถามที่สำคัญที่คงต้องให้ท่านประธานวินิจฉัยก็คือว่าจะต้องเป็น สส. สมาชิก มาเองหรือว่าเป็นผู้ช่วย สส. มาแทนได้ คือถ้าโดยหลักการทั่วไปผมก็เข้าใจถึงเหตุผลว่า ควรจะเป็น สส. มาเอง ในเมื่อเราก็อนุญาตให้มาได้ถึง ๘ โมงครึ่งแล้ว แต่ผมก็หารือกับ ท่านประธาน ไม่แน่ใจว่าเพื่อนสมาชิกบางท่านอาจจะเข้าใจว่าเป็นระบบเดิม ก็เลยได้มีการ เตรียมการผู้ช่วยไว้แล้วรอบนี้ แล้วตัวท่านเองอาจจะเดินทางกลับไปในพื้นที่ต่างจังหวัด เป็นต้น ก็เลยจะเสนอว่าไม่อย่างนั้นรอบนี้นั้นอาจจะต้องอะลุ่มอล่วยให้สมาชิกสามารถมอบ ตัวแทนมาแทนได้ก่อน แต่ว่าครั้งหน้าถ้าเราเข้าใจกติกากันล่วงหน้าก็อาจจะเป็นกติกาชัดเจน ว่าต้องเป็นสมาชิกมาด้วยตัวเองเท่านั้น อันนี้ก็เป็นข้อเสนอผม แต่ว่าก็แล้วแต่ท่านประธาน วินิจฉัยในรอบนี้ครับ🔗
ผมไม่ขัดข้องแล้วแต่พวกเราครับ ท่านศรัณย์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิปรัฐบาล จริง ๆ แล้วก็เห็นด้วย ว่าท่านสมาชิกที่ยื่นอยากให้เป็นตัวท่านเอง แต่อาจจะต้องเช่นเดียวกับท่านพริษฐ์ว่าครั้งนี้ เราคุยกันในวันนี้และสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น การยื่นกระทู้ถามจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้แล้ว และบวกกับช่วงนี้เป็นช่วงที่ใกล้เทศกาลสงกรานต์ เพราะฉะนั้นผมเข้าใจว่าท่านสมาชิกที่อยู่ ต่างจังหวัดหรือท่านสมาชิกที่เป็น สส. ในเขตพื้นที่ต่าง ๆ อาจจะมีข้อจำกัดในการที่จะไม่ สามารถมายื่นได้ เพราะฉะนั้นผมมองว่าครั้งนี้เราอนุญาตให้เป็นตัวแทนก่อน แต่ในอนาคต เมื่อทุกคนรับทราบแล้วว่าจำเป็นต้องมายื่นเอง ผมคิดว่าก็ควรให้ สส. เป็นผู้มีความ รับผิดชอบในการมายื่นกระทู้ถามด้วยตัวเอง ท่านประธานครับ🔗
ท่านเกชาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ในประเด็นที่ผมเสนอว่าควรจะเป็น สส. เป็นผู้มาลงคิวเองนั้น ประเด็นนี้ผมไม่ติดใจ เพียงแต่มีข้อเสนอว่าในเมื่อเราจะใช้หลักเกณฑ์ในการจะเป็นระบบ ผู้สมัครเพื่อผ่อนคลายว่าในเมื่อครั้งนี้เตรียมการไว้แล้วผมก็ไม่ได้ขัดข้องเรื่องนี้ครับ🔗
เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม มานพ คีรีภูวดล ท่านประธานผมอาจจะฝากเป็นหลักการเพิ่มเติมอีกสักเรื่องหนึ่ง ซึ่งผมไม่แน่ใจว่า มันจะถูกพิจารณาได้อย่างไรบ้าง คือ ๑ ปีเรามีประชุม ๒ สมัย เราก็จะเห็นว่าเพื่อนหลายคน ได้กระทู้ถาม ทีนี้ท่านประธานลองไล่ดู ปีแรกสมัยที่ ๑ ก็คนเดิม ปีที่ ๒ สมัยที่ ๒ ก็คนเดิม คนที่ไม่ได้ตอบก็คือไม่ได้ตอบ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเอาหลักเกณฑ์ที่ว่าคนที่ได้ถามกระทู้ถาม หลายรอบควรจะเผื่อให้คนอื่นบ้าง ซึ่งอย่างพวกเราถ้าใช้คิวไปต่อคิวอย่างนี้พรุ่งนี้มันก็ไม่ทัน แล้วจะอยู่ท้าย ๆ ตลอด เพราะฉะนั้นการพิจารณาหลักเกณฑ์คนที่เคยได้ถามไปแล้ว การประชุมสมัยที่ ๑ สมัยที่ ๒ ก็ได้ถามไปแล้ว เพราะฉะนั้นในปีต่อไปผมคิดว่ามันก็มีเรื่อง ค้างเหมือนกัน ผมก็อยากให้ท่านประธานได้เอาหลักเกณฑ์นี้พิจารณาเพิ่มเติม ขอบคุณครับ🔗
ท่านอื่นครับ ท่านนนท์เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ ก็จะขออนุญาตเสนอเผื่อครั้งหน้าเลยว่าเราสามารถที่จะแยกโถ หรือว่าอาจจะให้สิทธิ สส. ที่มายื่นกระทู้ถามก่อนเป็นตัว สส. เอง แล้วก็ถ้าเป็นผู้ช่วยก็อีก สิทธิหนึ่งเป็นอย่างนี้เผื่อไปพิจารณา ท่านประธานขอบคุณครับ🔗
ผมว่าพอสมควรแล้วนะครับ หลักเกณฑ์ก็อย่างที่ท่านพริษฐ์ว่ากับท่านศรัณย์ที่เห็นตรงกัน ก็คือหมายความว่าในหลักการกว้าง ๆ ก็คือตามที่ท่านเกชาเสนอ คือควรจะให้ตัว สส. มาเอง แต่ว่าครั้งนี้ก็อนุโลมให้ถือว่าเป็นบทเฉพาะกาลเฉพาะสำหรับครั้งนี้ เพราะว่ามี สส. บางท่าน ได้กลับไปแล้ว ส่วนเรื่องสำหรับการอนุโลมในครั้งนี้ผู้แทน เดี๋ยวก็จะกลายเป็นว่าผู้แทน สส. ๑ คนก็จะไปยื่นให้เพื่อนด้วยอีก ๑ คน เพราะฉะนั้น ๑ คนเท่ากับ ๑ สิทธิ ผู้ช่วย ๑ คนก็ยื่น ให้ สส. ได้ ๑ ท่าน อย่างนี้นะครับ ท่านประธานวิปฝ่ายค้านครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน ผม ปกรณ์วุฒิ ประธานวิปฝ่ายค้าน ก็ขึ้นมาเพื่อเป็นท่านสุดท้ายเราจะได้จบเรื่องนี้คิดว่า น่าจะเห็นพ้องต้องกันทุกฝ่าย ผมคิดว่าวันนี้เราตกลงกันได้ด้วยดี แล้วก็เพื่อความเป็นระเบียบ เรียบร้อยในวันพรุ่งนี้ในการยื่นกระทู้ถามด้วย และผมก็เข้าใจว่าในหลาย ๆ ครั้ง เจ้าหน้าที่เอง ก็มีความลำบากใจ ก็อาจจะมีการกระทบกระทั่งกันหน้างาน ถ้าเรามีกติกาที่ชัดเจนเช่นนี้ ก็น่าจะเป็นเรื่องดี ส่วนในสมัยประชุมถัดไปนี้เดี๋ยวผมคิดว่าในสมัยประชุมหน้าเปิดมาเรามา หารือกันในรายละเอียดอีกครั้งก็ได้ว่าเราจะเปลี่ยนแปลงอะไรเพื่อให้มันเรียบร้อยขึ้นไหม ถอดบทเรียนจากวันพรุ่งนี้อีกครั้งหนึ่งว่าอาจจะมีความขุ่นข้องหมองใจใด ๆ ความไม่พอใจ จาก สส. ในเรื่องใดบ้าง แล้วเดี๋ยวเรามากำหนดกติกาที่ยุติธรรมมากขึ้นในสมัยประชุมหน้า ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ได้ครับ แต่ว่าหลักการก็เอาเป็นอย่างที่ว่าต้องให้ตัวสมาชิกมาเอง แต่ครั้งนี้เป็นบทเฉพาะกาล เฉย ๆ ไม่มีท่านอื่นแล้ว ครั้งหน้าเราก็ไม่รู้ว่าจะต้องมีอีกสมัยประชุมหรือเปล่า สมัยนี้สุดท้าย หรือยังก็ไม่รู้ ขอให้ยังไม่สุดท้ายก็แล้วกัน เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนที่ประชุมจะพิจารณา เรื่องตามระเบียบวาระต่อไป ก็จะขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอนำระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องรับรองรายงานการประชุม แล้วก็ระเบียบวาระที่ ๗.๓ ๗.๔ และเรื่องซึ่งยังไม่ได้บรรจุ ในระเบียบวาระ จำนวน ๔ เรื่องขึ้นมาพิจารณาก่อน ที่ประชุมเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่เห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าให้ผมได้ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม🔗
รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง) จำนวน ๒ ครั้ง🔗
ครั้งที่ ๒๑ เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๗🔗
ครั้งที่ ๒๒ เป็นพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๗🔗
ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกได้ตรวจดูแล้ว ก่อนที่จะเสนอให้สภารับรองนะครับ เมื่อไม่มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมทั้ง ๒ ครั้งดังกล่าว ต่อไปครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗
๑. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการพลังงาน แทนตำแหน่ง ที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง🔗
เพราะสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง คือท่าน สส. วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ได้หมดสมาชิกภาพไป (ในระเบียบวาระที่ ๗.๓)🔗
ด้วยทางท่านประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่า นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล ได้พ้นจากการเป็นกรรมาธิการ เนื่องจากสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๓) จึงขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง ในสัดส่วนของพรรคชาติพัฒนา ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการ พร้อมทั้งขอผู้รับรองตาม ข้อบังคับ ข้อ ๙๑ วรรคหนึ่ง และขอให้พิจารณาด้วยว่าไม่ได้เป็นกรรมาธิการเกินกว่า ๒ คณะ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ วรรคสอง เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขตเลือกตั้งที่ ๖ พรรคชาติพัฒนา ขออนุญาตเสนอชื่อกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร นายอรัญ พันธุมจินดา แทน นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่พ้นจากสมาชิกภาพสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรไป ผมขออนุญาตเพื่อนสมาชิกรับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ดังนั้นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลงก็คือ ท่าน สส. อรัญ พันธุมจินดา ก็จะได้ไปประชุมคณะกรรมาธิการได้นะครับ🔗
๒. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการถ่ายโอนธุรกิจของ กองทัพไปอยู่ในความดูแลของหน่วยงานอื่นหรือย้ายไปสถานที่อื่นที่เหมาะสม ขอขยาย ระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๖๘ (ในระเบียบวาระที่ ๗.๔)🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่า ทางคณะกรรมาธิการ อยู่ในระหว่างการจัดทำรายงานผลการพิจารณาศึกษา แต่เนื่องจากยังมีข้อมูลและเอกสาร ในประเด็นสำคัญซึ่งอยู่ระหว่างการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำส่งข้อมูลและยังมีประเด็น สำคัญที่กรรมาธิการต้องพิจารณาศึกษาเพิ่มเติม เพื่อให้เป็นการศึกษาและจัดทำรายงาน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพครบถ้วนและรอบด้าน และเกิดประโยชน์ต่อการพิจารณาศึกษา ดังนั้นคณะกรรมาธิการจึงขอขยายระยะเวลาการศึกษาพิจารณาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่ วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๖๘ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมาธิการ การขยายครั้งนี้ เป็นครั้งที่ ๕ ก็จะถามท่านสมาชิกว่ามีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ เชิญท่านเชตวันครับ🔗
ท่านประธาน เชตะวัน เตือประโคน กรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขออนุญาตชี้แจงสั้น ๆ ครับ🔗
เชิญครับ🔗
ผม เชตวัน เตือประโคน ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พื้นที่เทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลเมืองลาดสวาย ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการถ่ายโอน ธุรกิจกองทัพไปอยู่ในความดูแลของหน่วยงานอื่นหรือย้ายไปสถานที่อื่นที่เหมาะสม พอดีผม ก็นั่งรอเพื่อที่จะชี้แจงเหตุผลของเราว่าทำไมจะต้องมีการต่อขยายเวลาชุดนี้ ผมให้ข้อมูลสัก เล็กน้อย เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชน เพื่อที่จะให้ทางสมาชิกได้เห็นภาพ แล้วก็ไม่แน่ใจว่า จะเป็นการพูดครั้งสุดท้ายในอายุสภาชุดนี้หรือเปล่าอย่างที่ท่านกังวล ก็คือสืบเนื่องจาก คราวที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๗ มีการพิจารณาใน ๓ ญัตติ ญัตติแรกคือญัตติของผม เรื่องของการเปลี่ยนสนามกอล์ฟกองทัพอากาศมาทำเป็น สวนสาธารณะ ญัตติที่ ๒ เรื่องของการย้ายสนามกอล์ฟกานตรัตน์หรือสนามงู ในสนามบิน ดอนเมืองออกไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยหรือย้ายไปอยู่ที่อื่น และญัตติที่ ๓ เรื่องของการถ่ายโอน กิจการไฟฟ้าของกองทัพเรือไปให้กับหน่วยงาน🔗
ท่านเชตวันเอาสรุปเลยครับว่าเป็นอย่างไร ศึกษาใกล้เสร็จหรือยัง สรุปหรือยัง🔗
อย่างนี้ท่านประธานครับ เรามีการ พิจารณา เรามีการศึกษากันทุกวัน ๑ ปีกว่า ๆ แล้วเราก็ได้พบว่าธุรกิจของกองทัพนั้น มีจำนวนเยอะมาก ๆ ครับ🔗
เนื้อหาไม่ต้องท่านเชตวันครับ เอาแต่เฉพาะว่าข้อสรุปของกรรมาธิการครั้งนี้จะขอขยายสภา เป็นครั้งสุดท้ายหรือยังครับ🔗
ได้ครับ ท่านประธานครับ เพื่อให้การ จัดทำรายงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพครั้งนี้เป็น ครั้งที่ ๕ ขอขยายเวลาออกไปอีก ก็คิดว่า ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว สมัยประชุมหน้าน่าจะได้พิจารณารายงานของกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ไม่มีนะครับ เมื่อไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลา การศึกษาออกไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ อีก ๙๐ วัน🔗
ต่อไปก็จะเป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการขอขยายระยะเวลาการศึกษา ซึ่งไม่ได้ บรรจุอยู่ในระเบียบวาระจำนวนทั้งสิ้น ๓ เรื่อง🔗
๓. คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่นและการ บริหารราชการรูปแบบพิเศษ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติ เพื่อพิจารณา ศึกษาแนวทางการจ่ายเงินเดือน ค่าตอบแทนและการควบคุมการถ่ายโอนโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบลไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ (ซึ่งยังมิได้บรรจุระเบียบวาระ)🔗
เนื่องจากว่าท่านประธานกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่ายังมีประเด็นที่ยังค้าง พิจารณาอยู่ แล้วก็จะขอขยายออกไปอีก ๙๐ วัน เพื่อประโยชน์ของการทำงาน ก็เห็นว่า เป็นการขยายออกไปครั้งที่ ๒ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลา การศึกษาออกไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ เป็นเวลา ๙๐ วัน🔗
๔. คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรร่วมกัน พิจารณาผลกระทบจากกรณีคดีการสลายการชุมนุมเหตุการณ์ตากใบที่ขาดอายุความ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้และการฟื้นฟูความ ชอบธรรมของรัฐ ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ (ซึ่งยังมิได้บรรจุ ระเบียบวาระ)🔗
ด้วยท่านประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่าเนื่องจากการพิจารณา ศึกษาเรื่องดังกล่าวมีข้อมูล ข้อเท็จจริง และสภาพปัญหาที่ต้องศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบ ตลอดจนมีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่จำเป็นต้องพิจารณาจำนวนมาก ดังนั้นก็จะขอขยาย ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ ซึ่งเป็นการขยายครั้งที่ ๒ ก็จะถาม ท่านสมาชิกว่าจะมีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีท่านสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลาการพิจารณาศึกษา ออกไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ ออกไปอีก ๙๐ วัน🔗
๕. คณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาธุรกิจขายตรง และตลาดแบบตรงซึ่งเป็นการฉ้อโกงประชาชน ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๘ (ซึ่งยังมิได้บรรจุระเบียบวาระ)🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่ายังศึกษาปัญหาไม่แล้วเสร็จดี แล้วก็จะมีเรื่องที่จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ก็จึงได้ประสานขอขยายเวลาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๘ ซึ่งเป็นการขอขยายครั้งที่ ๒ เพื่อประโยชน์ ในการทำงาน จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลาการพิจารณา ศึกษาออกไปอีก ๙๐ วัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖🔗
ต่อไปจะเป็นการตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลงซึ่งยังไม่ได้บรรจุใน ระเบียบวาระ จำนวน ๑ เรื่อง🔗
๖. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ แทน ตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง (ซึ่งยังมิได้บรรจุระเบียบวาระ)🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่า นายสุวรรณา กุมภิโร ได้พ้น จากการเป็นกรรมาธิการ เนื่องจากศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาเพิกถอนสิทธิรับเลือกตั้ง เป็นเหตุ ให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๖) ของรัฐธรรมนูญ จึงขอให้ตั้งกรรมาธิการแทน ตำแหน่งที่ว่างในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการ พร้อมทั้งขอผู้ รับรองตามข้อบังคับ ข้อ ๙๑ วรรคหนึ่ง และให้พิจารณาด้วยว่าบุคคลที่เสนอเป็นกรรมาธิการ ต้องไม่เป็นกรรมาธิการเกินกว่า ๒ คณะ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ วรรคสอง ขอเชิญเสนอ ได้เลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ประดิษฐ์ สังขจาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อ สส. อรอุมา บุญศิริ เป็นกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้อง ฉะนั้นผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลงคือท่าน สส. อรอุมา บุญศิริ ต่อไปครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๑. รับทราบผลการพิจารณารายงานผลการศึกษา เรื่อง รายงานผลการ ดำเนินการของคณะกรรมาธิการรายไตรมาสที่ ๑ (ตุลาคม - ธันวาคม) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ของคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ🔗
ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ รับทราบผลการพิจารณารายงานผลการศึกษา เรื่อง รายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการรายไตรมาสที่ ๑ (ตุลาคม - ธันวาคม) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ของคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการ บริหารงบประมาณ ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ และแจ้งให้สภาผู้แทนราษฎรทราบต่อไป รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ🔗
๒. รับทราบผลการพิจารณาญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาปัญหา ความขัดแย้งภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อส่งให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป🔗
ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๘ รับทราบผลการพิจารณาญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ปัญหาความขัดแย้งภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อส่งให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอและแจ้งให้สภาผู้แทนราษฎรทราบต่อไป รายละเอียด ปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ🔗
๓. รับทราบรายงานการพัฒนาระบบราชการ ประจำปี ๒๕๖๕🔗
๔. รับทราบรายงานการพัฒนาระบบราชการ ประจำปี ๒๕๖๖🔗
เนื่องจากมีเรื่องตามระเบียบวาระที่ ๒.๔ รับทราบรายงานการพัฒนาระบบ ราชการประจำปี ๒๕๖๖ ซึ่งเป็นเรื่องทำนองเดียวกัน ผมจึงเห็นว่าสามารถรวมระเบียบวาระ การประชุมเพื่อการพิจารณาพร้อมกันตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็น อย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบก็จะดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๗ รับทราบรายงานการพัฒนาระบบราชการ ประจำปี ๒๕๖๕ และ เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๘ รับทราบรายงานการพัฒนาระบบราชการ ประจำปี ๒๕๖๖ ตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๗๑/๑๐ (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้ว🔗
ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ขอเชิญผู้ที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง ต่อที่ประชุม จากสำนักงาน ก.พ.ร. มีด้วยกัน ๗ ท่านครับ ท่านแรก ท่านเลขาธิการ ก.พ.ร. ท่านอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ ท่านที่ ๒ ท่านรองเลขาธิการ ก.พ.ร. ท่านอารีย์พันธ์ เจริญสุข ท่านที่ ๓ ท่านรองเลขาธิการ ก.พ.ร. ท่านวิริยา เนตรน้อย ท่านที่ ๔ ท่านรองเลขาธิการ ก.พ.ร. ท่านศิริเนตร กล้าหาญ ท่านที่ ๕ ผู้ช่วยเลขาธิการ ก.พ.ร. ท่านนภนง ขวัญยืน ท่านที่ ๖ ที่ปรึกษาการพัฒนาระบบราชการ ท่านณัฏฐา พาชัยยุทธ ท่านที่ ๗ ที่ปรึกษา การพัฒนาระบบราชการ ท่านธนศักดิ์ มังกโรทัย ต่อไปเมื่อทางผู้ชี้แจงพร้อมแล้วก็ขอเชิญ หน่วยงานได้ชี้แจงแถลงต่อสภาเลยครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการหรือ ก.พ.ร. ขอนำเสนอสรุปรายงานการ พัฒนาระบบราชการ ประจำปี ๒๕๖๕ และปี ๒๕๖๖ รวม ๒ ฉบับ ซึ่งเป็นการดำเนินการ ตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ในมาตรา ๗๑/๑๐ (๑๐) วันนี้ก็จะ ขอนำเสนอสรุปโดยย่อว่าใน ๒ ฉบับนี้มีผลการดำเนินการในการพัฒนาระบบราชการอยู่ใน ๓ ยุทธศาสตร์ที่สำคัญด้วยกัน🔗
ยุทธศาสตร์ที่ ๑ เป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาบริการเพื่อประชาชน🔗
ยุทธศาสตร์ที่ ๒ เป็นเรื่องของการปรับบทบาทโครงสร้างและการดำเนิน ภารกิจภาครัฐ🔗
ยุทธศาสตร์ที่ ๓ เป็นเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการภาครัฐ🔗
ในยุทธศาสตร์แรกเป็นเรื่องของการที่เราปรับเปลี่ยนระบบราชการผ่านการ พัฒนาการบริการประชาชนโดยการมุ่งเน้นเรื่องของ Digital Service หรือเป็นบริการที่เรา ให้กับประชาชน ในการพัฒนาเรื่อง Digital Service หรือ e-Service นั้นเราทำอยู่ใน ๓ ลักษณะด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการให้หน่วยงานเร่งพัฒนา e-Service ขึ้นมาเป็น รายหน่วยงาน ปัจจุบันตามรายงานมีประมาณ ๑,๖๒๖ บริการ🔗
บริการประเภทที่ ๒ เป็นเรื่องของ Agenda สำคัญที่รัฐบาลจะขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำ Digital ID หรือ ThaiD ของกรมการปกครองก็ดี เรื่อง ONE ID ONE SMEs ของ สสว. ระบบชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ก็เป็น Agenda สำคัญ ที่ต้องเร่งทำบริการดิจิทัลให้กับประชาชน🔗
บริการประเภทที่ ๔ เป็นการดึงทั้ง ๒ บริการแรกที่ดิฉันนำเรียนมารวมกันบน Portal กลาง หรือแพลตฟอร์มกลาง เพื่อให้ประชาชนสามารถที่จะ Single Sign On เข้ามา ครั้งเดียวผ่าน Single Window ผ่าน ๒ แพลตฟอร์มด้วยกัน แพลตฟอร์มแรกเป็นเรื่องของ Business Portal เป็นระบบการขออนุญาตในการประกอบธุรกิจ ซึ่งตรงนี้เราเรียกชื่อเล่นว่า Biz Portal ตอนนี้เรามีใบอนุญาตอยู่ประมาณ ๑๓๔ ใบ ในปี ๒๕๖๖🔗
สำหรับแพลตฟอร์มที่ ๒ เป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการประชาชนทั่วไปทุกท่าน คงจะทราบดีอยู่ในชื่อทางรัฐหรือ Citizen Portal อันนี้ก็จะมีทั้งหมดประมาณ ๑๔๑ บริการ ไม่ว่าจะเป็นการชำระค่าน้ำ ค่าไฟ เรื่องของการชำระค่าปรับใบจราจรทั้งหลายทั้งปวง🔗
ในยุทธศาสตร์แรก คือเรื่องที่ ๒ ที่เราขับเคลื่อนเป็นเรื่องการอำนวยความ สะดวกในการประกอบธุรกิจในการทำมาหากินของประชาชนตามหลักของกฎหมายอำนวย ความสะดวกปี ๒๕๕๘ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลดระยะเวลาการอนุญาต ยกเลิกใบอนุญาต ก็ดี การปรับเปลี่ยนจากระบบอนุญาตเป็นเรื่องของการจดแจ้ง การชำระค่าธรรมเนียม แทนการมาต่อการมายื่นขอใบอนุญาตใหม่ แล้วก็ในเรื่องของการที่ขับเคลื่อนตามแนวพัฒนา เรื่องของ Business Ready ตามแนวของ World Bank เพื่อจัดการมีการปรับเปลี่ยนให้ ภาครัฐสามารถอนุญาต อนุมัติ ในเรื่องของการทำธุรกิจของประชาชนตั้งแต่เริ่มต้นจนถึง สุดท้ายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น🔗
ประเด็นที่ ๓ ในยุทธศาสตร์นี้ก็เป็นเรื่องของการขับเคลื่อนเรื่องการทำภาครัฐ ให้เป็นระบบเปิด หรือเรียกว่า Open Government เราทำทั้งเรื่อง Open Data มีการที่ เปิดเผยข้อมูลบนแพลตฟอร์ม Data.go.th ประมาณ ๑๐,๕๔๕ ชุด แล้วก็มีการขับเคลื่อน Sandbox ของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนและประชาสังคม ไม่ว่าจะ เป็นเรื่องการลดปัญหา PM2.5 เรื่องของการแก้ไขปัญหาขยะทะเล แล้วก็การทำ Saraburi Sandbox อย่างนี้เป็นต้น อันนี้ก็เป็นเรื่องของการขับเคลื่อนพา Open Government ที่ทาง ก.พ.ร. ได้ขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงาน ซึ่งสิ่งที่เราทำในส่วนนี้ยุทธศาสตร์แรกส่งผลให้ ประชาชนมีความพึงพอใจจากผลการสำรวจที่เราสำรวจได้อยู่ในระดับที่ ๘๓.๒๔ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าปีก่อน🔗
ในยุทธศาสตร์ที่ ๒ เป็นเรื่องของการปรับเปลี่ยนบทบาทภารกิจ แล้วก็ โครงสร้างของภาครัฐ ประเด็นแรกที่เราพยายามทำคือทำอย่างไรให้ภาครัฐมีขนาดที่ เหมาะสม ไม่ขยายตัวมากเกินไป เราพยายามให้กำหนดหลักเกณฑ์ในการปรับเปลี่ยนของ ภาครัฐว่าถ้าคุณจะตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่ คุณต้องยุบหน่วยงานเดิมไป ๑ หน่วย เราใช้หลัก ที่เรียกว่า One-In X-Out ถ้าตั้ง ๑ หน่วยก็ต้องยุบ ๑ หน่วย แล้วก็เรื่องของการถ่ายโอนงาน ของภาครัฐไปสู่ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมอื่นที่มีความสามารถจะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของการตรวจสอบสถานประกอบกิจการต่าง ๆ เรามีการถ่ายโอนไปให้หน่วยงานต่าง ๆ แล้ว เรื่องของการประเมินความคุ้มค่าของหน่วยงานในการตั้งหน่วยงานใหม่ต้องมีความคุ้มค่า ต้องมีตัวชี้วัดที่ชี้ชัดเจนว่าประชาชนจะได้อะไร ประเทศชาติจะได้อะไร เราถึงจะให้ตั้ง แล้วก็มีการตรวจสอบติดตามในทุกรอบ ๓ ปี และ ๕ ปี มีการประเมินความคุ้มค่าของ องค์การมหาชนทุกรอบ ๓ ปี🔗
สุดท้ายในกลุ่มนี้ก็คือเรื่องของเคพีไอซึ่งเป็นตัวชี้วัดประเมินผลการปฏิบัติ ราชการ ตัวเคพีไอไม่ใช่เรื่องของการที่จะนำไปสู่การพัฒนาประสิทธิภาพ แต่เรายังเอาตัว เคพีไอนี้มาใช้ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่สำคัญของประเทศ เรามีการถ่ายทอดเคพีไอจาก แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนแม่บทตามยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายรัฐบาล เราถ่ายทอดออกมาเรียกว่า Strategic KPI ลงไปสู่หน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้หน่วยงานนั้น สามารถตอบโจทย์การทำงานของนโยบายได้ แทนที่จะตอบโจทย์ในเชิงฟังก์ชันหรือตาม ภารกิจตามกฎหมายแค่นั้น เรื่องของเคพีไอเรายังทำในเรื่องของการทำอย่างไรให้เคพีไอ เกิดการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานรัฐด้วยกันผ่านกลไกที่เรียกว่า ตัวชี้วัด บูรณาการ หรือเรียกว่า Joint KPI แล้วก็ขับเคลื่อนในเรื่องของการลด PM2.5 เรื่องการลด Greenhouse Gas เรื่องการยกระดับ PISA Score ของประเทศ เหล่านี้เป็นต้น ก็เป็น Joint KPI ซึ่งเราดำเนินการในยุทธศาสตร์ที่ ๒🔗
ในยุทธศาสตร์ที่ ๓ เป็นยุทธศาสตร์สุดท้ายนะคะ เป็นเรื่องของการเพิ่ม ประสิทธิภาพการทำงานภาครัฐ เราก็มุ่งเน้นภาครัฐเป็นภาครัฐที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและ นวัตกรรม เรามี พ.ร.บ. ปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นแกนกลางในการทำให้ ภาครัฐทุกภาครัฐต้องผันตัวเองมาขับเคลื่อนการทำงานผ่านระบบดิจิทัล ตรงนี้ผลการ ประเมิน e-Government Index ของ United Nations หรือสหประชาชาติสะท้อนให้เห็น ว่า Score ของประเทศไทยสูงขึ้นโดยลำดับ ปี ๒๕๖๕ อยู่ประมาณ ๕๕ และปี ๒๕๖๗ ปัจจุบันอยู่ประมาณที่ ๕๒ นอกจากนั้นเรายังขับเคลื่อนเรื่องของการทำข้อมูลภาครัฐให้เป็น ดิจิทัล จากข้อมูลภาครัฐที่เรามีอยู่มากมาย เป็นกระดาษก็ดีหรือเก็บใน File ที่ยังไม่สามารถ เอามาใช้ประโยชน์ในการทำ Data Analytics เราก็ขับเคลื่อนร่วมกับทางสถิติให้ทำเรื่อง ส่วนที่เรียกว่า Data Catalogue ซึ่งตรงนี้ก็คือการปรับข้อมูลกระดาษมาเป็นข้อมูลดิจิทัล ทำไปแล้ว ๑๘,๔๑๘ ชุดข้อมูล และ Data ที่ทำบน Data Catalogue นี้ส่วนหนึ่งเราเอาไป เชื่อมโยงบนแพลตฟอร์มเชื่อมโยงของภาครัฐด้วยกันที่เรียกว่า Government Data Exchange หรือว่า GDX ซึ่งในส่วนนี้ภาครัฐก็มีการเชื่อมโยงใช้ข้อมูลด้วยกันเอง และส่วน ที่เหลือเราคิดว่าถ้าเป็นข้อมูลที่สำคัญเราก็ไปเปิดเผย ซึ่งอย่างที่ดิฉันนำเรียนตอนต้นว่า เรื่องของ Open Data ที่เราเปิดเผยไปประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าชุดในปี ๒๕๖๖ แต่ปัจจุบัน เปิดเผยไปแล้วประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าชุดได้ แล้วก็มีผู้ใช้ประมาณ ๓๐ ล้านครั้งนะคะ การเชื่อมโยงข้อมูลนี้ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมาก ตัวอย่างเช่น การเชื่อมโยงข้อมูล นิติบุคคลบน GDX เราเชื่อมโยงอยู่ ๔ เอกสารนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เชื่อมโยง กับอีก ๒๒ หน่วยงาน เชื่อมโยง ๔ เอกสารใน ๒๒ หน่วยงาน ตกปีละประมาณ ๙.๒ ล้าน ธุรกรรม ๙.๒ ล้านธุรกรรมนี้ทำให้มีการประหยัดค่าใช้จ่ายของภาคธุรกิจไปได้ประมาณ ๗,๐๐๐ ล้าน อันนี้เป็นตัวเลขที่ทางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้คำนวณออกมา ที่เป็น ประโยชน์จากการเชื่อมโยงที่ทางภาครัฐร่วมกันทำ นอกจากเรื่องนวัตกรรมและดิจิทัลแล้ว ในการเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐนี้สิ่งที่เราขับเคลื่อนอยู่ก็จะเป็นเรื่องของการใช้กลไกที่เป็น Incentive ดึงให้หน่วยงานพยายามพัฒนาตัวเองผ่านเรื่องของกลไกรางวัลเลิศรัฐ ซึ่งมี หน่วยงานพยายามเสนอผลงานเข้ามาปีหนึ่งประมาณ ๑,๕๐๐-๑,๖๐๐ รางวัล ซึ่งสะท้อนถึง ความพยายามในการปรับเปลี่ยนการทำงานภาครัฐในทุก ๆ ปี ซึ่งส่วนใหญ่เราก็เอา หน่วยงานที่ได้รับรางวัลนี้ไปส่งต่อเข้าไปชิงในระดับนานาชาติ ระดับสากล ในรางวัลของ United Nations Public Service Award ซึ่งประเทศไทยได้รับรางวัลแทบทุกปี นอกจากนั้น เราก็มีการขับเคลื่อนผ่านการสร้างนักบริหารการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ การเชื่อมโยงกับโออีซีดี ในการสร้างเรื่องของความซื่อตรงในภาครัฐที่เรียกว่า Integrity Review🔗
ดิฉันขอนำเรียนว่านี่คือข้อมูลทั้งหมดโดยย่อที่ทางคณะกรรมการพัฒนาระบบ ราชการได้ดำเนินการภายในปี ๒๕๖๕ และปี ๒๕๖๖ แต่อย่างไรก็ตามในการขับเคลื่อน ระบบราชการไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะว่าในการขับเคลื่อนเรื่องของดิจิทัลนี้เรายังมีปัญหาที่แต่ละ หน่วยงาน เขาเรียกว่ามีระดับการพัฒนาด้านดิจิทัลที่แตกต่างกันอยู่เยอะ ยังมีอีกหลาย Service ที่ยังไม่พร้อมที่จะไปทำให้เป็น Digital Service ซึ่งเราต้องขับเคลื่อนกันอีกนะคะ แล้วที่สำคัญที่สุดคือการที่พยายามเชื่อมโยงเข้าสู่แพลตฟอร์มกลาง เพื่อให้ประชาชนมีความ สะดวกอย่างมากในการที่จะเรียกใช้งาน นอกจากนั้นยังมีปัญหาของกฎหมายที่มีจำนวนเยอะ เราต้องมีการ Clear กฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายที่บังคับให้มีการอนุมัติ อนุญาตต่าง ๆ ว่าเราจะมีการปรับลดตรงนี้ได้อย่างไร ขณะเดียวกันหลายหน่วยงานก็ยังมีแนวโน้มที่อยากจะ ขยายตัว โดยเฉพาะขยายหน่วยงานไปยังภูมิภาค ซึ่งตัวนี้ก็จะก่อให้เกิดความซ้ำซ้อน ทั้งส่วนกลางด้วยกันเอง ภูมิภาค แล้วก็ท้องถิ่น ซึ่งตรงนี้ทางคณะกรรมการ ก.พ.ร. ก็ให้ ความสำคัญเป็นพิเศษ แล้วก็มีการจับตามอง แล้วก็เตรียมที่จะออกมาตรการในการดูแล เรื่องนี้ แล้วสุดท้ายเองที่สำคัญมาก ๆ ในการปรับเปลี่ยนภาครัฐ คือบุคลากรภาครัฐเรามี หลายหน่วย หลายเหล่ามาก ไม่ใช่เฉพาะข้าราชการพลเรือน บุคลากรภาครัฐมีทั้งหมดประมาณ ๓ ล้านคน แต่เป็นข้าราชการพลเรือนประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คน ครูอีกประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คน ทหารอีกประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน เกือบ ๓๐๐,๐๐๐ คนได้ และตำรวจอีก ๒๐๐,๐๐๐ คน เหล่านี้ละค่ะที่จะทำให้การมองภาพรวมที่จะปรับเปลี่ยนหรือปฏิรูประบบราชการจึงเป็นเรื่อง ค่อนข้างที่จะใช้เวลานานแล้วก็ต้องใช้ข้อมูลเป็นอย่างมาก ดิฉันขอนำสรุปว่าในการพัฒนา ระบบราชการในปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ นี้ก็เป็นดังที่นำเรียน แล้วก็หวังว่าจะได้รับฟัง ข้อเสนอแนะความคิดเห็นที่จะเป็นประโยชน์ในการที่ทางคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ จะได้รับไปดำเนินการปรับปรุงต่อไป ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณท่านเลขาธิการครับ มีท่านสมาชิกจะอภิปรายอยู่ ๒ ๓ ท่าน ก็เริ่มที่ท่านนิพนธ์ คนขยัน แล้วต่อด้วยท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แล้วก็สุดท้ายท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ท่านนิพนธ์ คนขยัน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตร่วมอภิปรายรับทราบรายงานการพัฒนาระบบราชการ หรือว่า ก.พ.ร. ประจำปี ๒๕๖๕ และปี ๒๕๖๖ อ่านแล้วก็ชื่นชม พอใจ แต่อยากจะมีคำฝากอยู่หลาย ประเด็น ยกตัวอย่างท่านประธานครับ ในรายงานของท่านว่าทิศทางการพัฒนาระบราชการ พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐ อ่านแล้วก็ชื่นใจครับ ยกระดับบริหารภาครัฐโดยยึดผู้รับบริการเป็น ศูนย์กลาง อันนี้สำคัญยิ่งเลย ลดบทบาทภาครัฐและเปิดการมีส่วนร่วมกับภาคส่วนอื่น ๆ ก็ถูกต้องสำคัญยิ่งครับ ขับเคลื่อนผลิตภาครัฐด้วยนวัตกรรมและดิจิทัล ยกระดับการทำงาน ด้านนวัตกรรมและดิจิทัล ให้ข้อมูลในการตัดสินใจ แต่หัวใจหลักอ่าน ๓.๒ การปรับระบบเงิน และโครงสร้างให้ยืดหยุ่นและคล่องตัว เงินสำคัญครับ ยืดหยุ่นนี่ก็สำคัญ ไม่มีเงินก็พัฒนา ไม่ได้ประเทศไทย ทุกอย่างขาดเงินก็ลำบากครับ ๓.๓ ปรับระบบภาครัฐให้มีความโปร่งใส ไร้ทุจริตคอร์รัปชัน อันนี้ยิ่งชอบเลยครับ อย่างที่เราเห็นข่าววันนี้ตึกถล่มมันก็มองไปสั้น ๆ ก็ฝากท่านเลขาธิการ พร้อมคณะ ผมฝากอย่างนี้ครับ ท่านเขียนมาดีมาก ทำดีมาก แต่สำคัญ ผู้ปฏิบัติ ผมเป็นกำนันมาก่อน ๑๔ ปี วันนี้เวลาชาวบ้านเขาก็ร้องผมกำนัน ๆ เหมือนเดิม ท่านดอกเตอร์อดิศรก็ไม่เคยเรียก ผมผู้แทนที่เรียกแต่กำนัน เวลาชาวบ้านไปติดต่อราชการนี่ สำคัญที่คน ยกตัวอย่าง อำเภอใกล้ชิดบ้านนอกผมต้องไปที่ว่าการ เวลาประชาชนไปติดต่อ ราชการต่าง ๆ วันนี้ท่านบอกว่าเราบูรณาการอะไรต่าง ๆ เยี่ยมครับ แต่สำคัญต้องฝากท่าน กำชับผู้รับ เช่น อำเภอมีนายอำเภอใหญ่ จังหวัดก็มีผู้ว่าราชการจังหวัดใหญ่ใช่ไหมครับ ทุกกระทรวง ทบวง กรมก็เหมือนกัน ดังนั้นวันนี้ฝากว่าระบบท่านดีมาก อย่างที่ว่าเมื่อสักครู่ ไม่มีทุจริตคอร์รัปชันยิ่งสวยเลยครับ ป.ป.ช. จะได้ไม่ต้องเรียกไปตรวจสอบ เงินปีหนึ่งเป็น แสนล้านบาทที่ไปตามเอาเงินทุจริตมา ถ้าเงินเหล่านี้ไม่ทุจริตก็จะพัฒนาบ้านเมืองได้ เจริญรุ่งเรือง ดังนั้นวันนี้ก็ฝากท่านว่าเมื่อรายงานท่านดีแล้ว แต่การปฏิบัติจะทำอย่างไรให้ ผู้รับปฏิบัติที่ประชาชนเป็นศูนย์กลางที่จะไปบริการระบบราชการทุกอย่างในประเทศไทย ทุกกระทรวง ทบวง กรม ยกตัวอย่างให้ท่านได้รับทราบ ท่านอาจจะอยู่ในเมืองไม่เหมือน บ้านนอก อย่างตาสี ตาสา ยายมาไปติดต่อราชการเรื่องที่ดิน นั่งรอคิวเสียพอสมควรครับ แต่สุดท้ายวันนี้ตัวสุดท้ายที่ท่านเขียนว่า คอร์รัปชัน ลุงทำไมได้ก่อนผมละ โธ่ลุงมาทางลัด ฉะนั้นต่อไปนี้อนาคตข้างหน้าประเทศไทยต้องปลอด ประชาชนจะต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ตามที่ว่ากัน ก็ฝากท่านตรงนี้ ท่านทำรายงานมาทั้ง ๒ เล่มนี้ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ไม่ติดใจ แต่ติดใจว่าต่อไปจะกำกับการบริการประชาชนอย่างไร เห็นด้วยครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไปท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน คนกระบี่ ขออนุญาตอภิปรายรายงานการพัฒนาระบบราชการ เห็นทั้ง ๒ เล่ม ปี ๒๕๖๕ และปี ๒๕๖๖ ก็ชื่นชมในเนื้อหาพอสมควร แต่ว่าอยากจะเสนอแนะท่านเลขาธิการว่าเล่มเล็กไปครับ ขอกระดาษ A ๔ รอบหน้าเถอะครับ ข้างในตัวเล็กมาก ท่านต้องนึกภาพว่าเราอยู่ในระบบ ราชการมาก่อน เวลาพิมพ์บันทึกเสนอขนาดหนังสือกำหนด ๑๖ ถูกไหมครับ อันนี้เล็กมาก ๆ ต้องใช้แว่นขยายด้วยซ้ำ ท่านประธานลองดูสิครับ รายละเอียดของท่านบอกชัดว่าหน่วยงาน ของท่านเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนพัฒนาระบบราชการและจะต้องเป็นรัฐที่ เปิดกว้าง คำว่า รัฐเปิดกว้าง ผมคิดว่าเราต้องพูดถึงตัวข้าราชการครับ คือเป็นผู้ปฏิบัติ ท่านประธานครับ สมัยก่อนเรามีอำเภอยิ้ม เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมี แล้วก็ล่าสุดที่อำเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายอำเภอ ปลัดอำเภอไล่ประชาชนออกนอกเขตพื้นที่ ไม่ให้ใช้ ห้องน้ำด้วย นี่คือความผิดพลาดบกพร่องของการอบรมของท่านหรือเปล่าไม่รู้นะครับ การเปลี่ยนแปลง นปร. ของท่าน ๑๕ รุ่น ๕๐๗ คนในรายงาน ผมคิดว่าไม่พอครับ ท่านต้อง ไปตาม ผมเห็นเรื่องรางวัลมาล่อให้ส่วนราชการต่าง ๆ ในความคิดเชิงบวกมี แล้วผมก็ยินดี และผมดีใจที่ท่านเลขาธิการพูดถึงอุปสรรคว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะพัฒนาระบบราชการ มันมี กฎหมายเป็นอุปสรรค โดยเฉพาะท่านพูดถึงทหาร ๒๐๐,๐๐๐ คน ผมชอบมากเลย อย่างน้อยท่านก็กล้าพูดในสภานี้ว่าทหารมันมากเกินไป ซึ่งมันแบกภาระภาษีของพวกเราด้วย ทีนี้รายงานของท่านสำรวจความพึงพอใจปรากฏว่าเพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๕ เป็นปี ๒๕๖๖ ผมถามท่านว่าท่านไปสำรวจที่โรงพยาบาลบ้างไหมครับ โรงพยาบาลกระบี่บ้านผมหรือหลาย พื้นที่ไม่ไหวครับ ขาดอุปกรณ์ ขาดเครื่องไม้เครื่องมือ บุคลากรที่เป็นข้าราชการก็ขาดกำลังใจ แบกภาระในการดูแลประชาชน ในขณะที่พื้นที่เราสร้างรายได้ให้รัฐปีหนึ่งเป็นแสนล้านบาท เรื่องแบบนี้ต้องมาทวงบุญคุณท่านครับ ต้องมาเล่าให้ท่านฟังว่าเวลาท่านประชุมกับ ก.พ. เพิ่มอัตราบุคลากรสาธารณสุขให้เขาด้วย ผมเข้าใจว่ามีกระบวนการทำเรื่องนี้อยู่ ท่านอยู่ กรุงเทพฯ ท่านมองภาพไม่ออก ไปกระบี่บ้านผมหน่อยก็ได้ ไปพังงา ไประนอง ไปดูพื้นที่ ไกล ๆ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ผมอยากให้ศูนย์ดำรงธรรมผู้ว่าราชการจังหวัดดูแล ถ้ามีคนร้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดถามว่าผู้อำนวยการศูนย์จะทำเรื่องอย่างตรงไปตรงมาไหม เพราะเป็น ลูกน้องผู้ว่าราชการจังหวัด คือในรายงานของท่าน ผมอยากให้เพิ่มปัญหาอุปสรรคเยอะแยะ เลยครับ และที่สำคัญหน้า ๑๘ คณะกรรมการตรวจสอบการประเมินผล รัฐมนตรีที่ ครม. แต่งตั้งไม่มีรายชื่อ ปรากฏว่าเอ๊ะสรุปว่าใครเอ่ย ผมจะไล่เลียงไปเลยตามรายงานของท่าน ที่ปรากฏเป็นรูปเล่มเล็ก ๆ พยายามขยายหลายเรื่องเลย🔗
เรื่องปัญหาอุปสรรคความพึงพอใจ ที่ดินจังหวัดครับ สำนักงานที่ดินจังหวัด ถูกบ่นตลอดครับ ท่านต้องพูดถึงด้วยในรายงาน นอกจากโรงพยาบาลว่าทำไมการออก เอกสารสิทธิให้พี่น้องประชาชนมันถึงได้ล่าช้า มันพูดถึงปัญหาที่ดินนี้มาเป็นชั่วชีวิตคนแล้ว ท่านพูดถึงการตรวจสอบความซ้ำซ้อนของภารกิจเยอะครับ ราชการส่วนภูมิภาค ราชการ ส่วนกลาง ซ้ำซ้อนกับท้องถิ่น และพยายามไปตรวจเขา มีเงินเดือนมากกว่าเขา แทนที่เราจะ เพิ่มให้กับส่วนท้องถิ่นมีเงินเดือนมากเพื่อเขาจะได้ทำงานเต็มที่ กลับไปเพิ่มเงินเดือนให้กับ คนตรวจสอบ และเป็นคนที่ไม่ได้จะทำอะไร คอยจับผิดคนอื่น เรื่องแบบนี้ท่านต้องช่วย ทบทวนด้วย ในรายงานของท่านเรื่องการกระจายอำนาจเขียนตัวเล็กนิดเดียว แล้วก็รูปแบบ ของการสร้างความเข้มแข็งในระดับพื้นที่ท่านมีตัวอย่างจำนวน ๔ Agenda ใน ๔ พื้นที่ หน้า ๓๙ ผมคิดว่าตัวอย่างของการทำงานของท่านเชิงรุกน่าจะมีมากกว่านี้เพราะว่าท่าน พูดถึงเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำเสียที่พิจิตร ไปดูกระบี่บ้านผมสิครับ ซ้ำซาก อุตสาหกรรม จังหวัดไม่รู้จะทำอะไรกัน ผมต้องตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ🔗
ถัดมาเรื่องของรายงานท่าน ไปเรื่อย ๆ ผมจะพยายามใช้เวลาให้สั้นที่สุด การพัฒนาการเปลี่ยนแปลง นปร. อย่างไรท่านก็เชิญ สส. อย่างพวกเราไปอบรมด้วยบ้างก็ได้ จะได้เป็นภาพสะท้อนตั้งแต่ข้าราชการที่มาอบรมกับท่านเลย🔗
ถัดมาในรายงานของท่านไม่ปรากฏรายงานการทุจริตที่ปรากฏตามสื่อและ เป็นตัวดัชนีชี้วัดที่ไทยตกต่ำในลำดับการทุจริต ๑๐๐ บวก ท่านต้องพูดถึงเชิงลบให้เขาด้วย ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราไม่พูดความจริงมันพัฒนาไม่ได้ถูกไหมท่านเลขาธิการ ท่านประธาน ฝากถึงท่านเลขาธิการด้วย🔗
ถัดมานโยบายสำคัญ ๓ ประเด็น หน้า ๗๗ ผมไล่เลียงไปเลย ท่านไม่ได้บอก เลยว่าความมั่นคงด้านน้ำอุปโภคบริโภค ๗ หน่วยงาน ที่บอกว่าอยู่ที่ไหน ๒๗ จังหวัดยังไม่มี รายงานผลการดำเนินงาน อันนี้ชื่นชมท่านกล้าเขียน แต่ท่านกล้าไม่สุด ท่านไม่กล้าบอกว่า ๗ หน่วยงานใคร หน่วยไหน เรื่องแบบนี้ต้องกล้าเขียนครับ เขาจะได้ไปแก้ไขปรับปรุงได้ จะได้ไปพัฒนาระบบราชการได้จริงไหมครับท่านประธาน แล้วก็เรื่องของพื้นที่สรุปผลงาน โดดเด่นของภาครัฐเห็นสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้รับผลงานโดดเด่นด้วย ผมคิดว่าผมแทบจะเป็นลมเลยครับ หมอ พยาบาลลาออกกันเยอะ บุคลากรไม่พอ ผอ. รพ.สต. ที่ยังไม่โอนไป อบจ. ติดซี ๗ จนชั่วชีวิตจะเกษียณอยู่แล้วนี่นะได้รับรางวัลสำนัก ปลัดกระทรวงสาธารณสุข น่าอายครับ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ผมต้องมาตอกย้ำว่าในรายงาน ของท่านต้องเขียนให้ครอบคลุม แล้วก็พูดถึงข้อเสียของส่วนราชการที่กล้าระบุเข้าไปมาก ๆ แล้วก็วิสัยทัศน์ของท่านชัดเจนว่าพัฒนาระบบราชการ มันไม่ได้พูดถึงบุคลากร ข้าราชการ ต้องมีจิตสำนึก Civil Servant แล้วเวลาเราไปติดต่อราชการเอกสารข้าราชการบางคน พยายามจะเห็นเอกสารสำคัญกว่าคนที่เข้าไปติดต่อราชการ บอกประชาชนรอก่อนเอกสาร ฉันยังเซ็นไม่เสร็จ ยังเสนอนายไม่ได้ แบบนี้มันใช้ไม่ได้ครับ การพัฒนาระบบราชการต้อง พัฒนาตัวข้าราชการ ผมดีใจที่ท่านเขียนคำว่า ธรรมาภิบาล ในรายงานฉบับนี้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นรายงานฉบับหน้าช่วยเติมนิยามข้าราชการที่ต้องรับใช้ประชาชน เพราะกินภาษี ประชาชนทุกวัน ท่านเอง ผมเองแน่นอนก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นใส่คำว่า ข้าราชการให้มี จิตสำนึกในเรื่องของการรับใช้พี่น้องประชาชน ซึ่งในภาพรวมของการรายงานทั้ง ๒ ปี ผมคิดว่าปีหน้าจะได้เห็นรูปเล่มที่สวยงาม แล้วก็นอกวงเจอกันคุยกันได้ครับ ผมยินดี แลกเปลี่ยน เพราะว่าเรามีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือพัฒนาปฏิรูประบบราชการ กระจายอำนาจ ให้ท้องถิ่นเยอะ ๆ และประชาชนจะได้ประโยชน์ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานเกี่ยวกับรายงาน ก.พ.ร. ผมมี Comment ๒ ๓ อย่าง🔗
ประเด็นที่ ๑ ก็คือผมสงสัยว่าทำไมรายงานปี ๒๕๖๕ ถึงเพิ่งเข้ามาให้สภา พิจารณาในปี ๒๕๖๘ การทำรายงานต่าง ๆ การให้สภาพิจารณาถ้ามาโดยทันต่อเหตุการณ์ มันก็จะสามารถถกเถียงหรือปรึกษาหารือกันได้ประโยชน์ แต่ถ้าหากล่าช้าไปเป็นปีประโยชน์ ก็คงไม่ได้เท่าที่ควร ก็ขออนุญาตฝากความกังวลประเด็นที่ ๑ ว่ารายงานต่าง ๆ ของทาง ก.พ.ร. ผมก็อยากจะให้รวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ เนื่องจาก ก.พ.ร. เป็นหน่วยงานที่สำคัญ แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานราชการของไทยมีประสิทธิภาพแค่ไหน ถ้า ก.พ.ร. เองยังไม่สามารถ ส่งรายงานให้ทันต่อเหตุการณ์ ผมคิดว่าก็ไปกำชับดูแลหน่วยงานราชการอื่นก็ไม่เต็มที่ เท่าที่ควร ประเด็นที่ ๑ นะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐที่กำหนดไว้ใน ปี ๒๕๖๖-๒๕๗๐ มาตรการที่กำหนดออกมาอาจจะไม่เหมาะสมเท่าที่ควร ผมและเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่าน รวมทั้งท่าน สส. วันนิวัติ สมบูรณ์ สส. จังหวัดขอนแก่น ก็ได้รับการร้องเรียนเช่นเดียวกันว่าโรงเรียนในต่างจังหวัด โดยเฉพาะตามชนบทมาตรการ บริหารจัดการกำลังคนภาครัฐของท่านที่กำหนดไว้ทำให้โรงเรียนตามต่างจังหวัดจำนวนมาก โรงเรียนเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่สามารถที่จะบรรจุกำลังคนในเรื่องของครูได้ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นสาเหตุเนื่องจากว่าปัจจุบันนี้เด็กที่เกิดใหม่มีน้อยลง สัดส่วนของคนสูงอายุ กับคนที่อายุน้อยเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐต้องมีความ เหมาะสม อย่างน้อยที่สุดต้องให้บรรจุกำลังคนในเรื่องของครูได้ เพราะว่าเด็กคืออนาคตของ ประเทศไทย ถ้าหากว่าอนาคตของเราไม่ได้รับการดูแลอย่างเพียงพอ แล้วประเทศไทยเราจะ มีอนาคตได้อย่างไร ก็ขออนุญาตฝากท่านเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ในเรื่องของ Digital Government เท่าที่ผมติดตามสถานการณ์ มาโดยตลอดก็ค่อนข้างกังวลครับ เนื่องจากที่ผ่านมาเวลาที่หน่วยราชการเวลาพัฒนาในเรื่อง ของดิจิทัลมักจะต่างคนต่างพิจารณา พอพัฒนาไปแล้วก็จะมีปัญหาว่าแต่ละระบบไม่สามารถ ที่จะต่อกันเป็นระบบเดียวกันได้อย่างสมบูรณ์ พอไม่สามารถต่อกันเป็นระบบอย่างสมบูรณ์ เวลาจะเอาข้อมูลต่าง ๆ มาใช้ร่วมกันมันก็มีปัญหา มันก็เป็นอุปสรรคที่สำคัญ ถ้าหากว่าท่าน ได้มีโอกาสไปศึกษา ผมคิดว่าท่านก็คงมีโอกาสไปอยู่แล้ว ก็คือประเทศสิงคโปร์ก็ทำได้ดี Digital Government ของเขา Smart City สิงคโปร์ก็ทำได้ดีนะครับ แต่ละกระทรวง แต่ละหน่วยงานสามารถต่อกันได้แบบไร้รอยต่อ แต่ของประเทศไทยของเราแต่ละกระทรวง ต่างคนต่างพัฒนาไป แพลตฟอร์มก็ต่อกันไม่ค่อยได้ แล้วหลาย ๆ เรื่องก็ทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร แม้แต่ในเรื่องของ Digital ID ครับ Digital ID เป็นเรื่องที่สำคัญ ในยุโรปตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ก็มีการใช้ Digital ID ตลอดทั้งยุโรปแล้วสามารถที่จะใช้ได้ในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการที่ ชาวเยอรมันไปฝรั่งเศสสามารถใช้ Digital ID ที่เป็น Digital Wallet ID สามารถที่จะไปใช้ เป็นใบขับขี่ในต่างประเทศในยุโรปทั้ง ๒๗ ประเทศได้ แต่ของประเทศไทยผมเข้าใจว่าแม้แต่ การใช้ระหว่างกระทรวงก็ยังทำไม่ค่อยได้ ก็เป็นประเด็นที่ผมอยากจะฝากไปด้วยความกังวล ว่าการพัฒนาเป็นเรื่องดี แต่ว่าการพัฒนาระบบต่าง ๆ เมื่อไหน ๆ ท่านก็มีโอกาสวางแผนแล้ว ถ้าท่านจะวางแผนให้แต่ละหน่วยงานสามารถต่อกันได้อย่างสมบูรณ์ แล้ว Digital ID ที่ทำขึ้น ถ้าหากว่าสามารถต่อเข้ากับระบบ Digital Wallet ที่รัฐบาลกำลังพัฒนาอยู่ก็จะเป็น ประโยชน์ แล้วถ้าหากว่าสามารถต่อเข้ากับระบบประวัติการศึกษา ประวัติการทำงานต่าง ๆ เวลาที่ประชาชนจะไปสมัครงานก็จะมีประวัติในเรื่องเกี่ยวกับที่อยู่ เรื่องทะเบียนบ้าน เรื่องประวัติการศึกษา ประวัติการทำงานข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ เวลาไปสมัครงาน ไม่ว่าจะเป็น หน่วยราชการหรือจะเป็นของเอกชนก็สามารถที่จะส่งข้อมูลให้กับผู้ที่สมควรจะได้รับ ข้อมูลได้ โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาไปถ่ายเอกสาร ไปประทับตรารับรอง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะ ประหยัดเวลา แล้วก็ประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนและหน่วยงานของรัฐ ไม่เช่นนั้น เวลาที่จะไปตั้งบริษัท เวลาที่ไปกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก็ต้องเอาบัตรประชาชน เอาทะเบียนบ้าน จดทะเบียนเสร็จจะไปตั้งโรงงานก็ต้องไปถ่ายสำเนาเอกสารไปกระทรวงอุตสาหกรรมอีก มันก็ซ้ำซ้อนกันไปเรื่อย ก็อยากฝากท่านว่าถ้าหากวางแผนขอให้วางแผนทั้งระบบให้เห็น ในภาพรวม แล้วก็สามารถใช้งานได้จริง แล้วไม่เกิดปัญหาว่าระบบหนึ่งไปทางหนึ่ง อีกระบบ หนึ่งไปอีกทางหนึ่ง เสร็จแล้วก็ต่อกันไม่ได้ สุดท้ายเวลาที่จะทำเป็น Digital Government ก็ต้องมีการรื้อระบบกันใหม่ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายแล้วก็เสียเวลาของประเทศไทย🔗
สุดท้ายนี้ผมทราบว่าภารกิจของท่านก็คงมีมาก ก็ขอเป็นกำลังใจว่าภารกิจ ของท่านมีความสำคัญต่อประเทศไทย ก็ขอให้ภารกิจของท่านสามารถทำได้บรรลุผลทำให้ ประเทศไทยเป็น Digital Government ในเร็ววัน ทำให้ประเทศไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ระบบราชการของเรามีขนาดเล็กลง แต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำอย่างไรจะให้ ประชาชนได้รับการบริการตามหลักบริหารราชการบ้านเมืองที่ดี ก็ขออนุญาตฝากเป็นความ กังวลไว้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปท่านอรัญ พันธุมจินดา เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม อรัญ พันธุมจินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา ผมได้ดู รายงานการพัฒนาระบบราชการ ประจำปี ๒๕๖๕ และปี ๒๕๖๖ สาระสำคัญอย่างหนึ่ง ในรายงานทั้ง ๒ ฉบับ คือการพัฒนาการให้บริการภาครัฐโดยนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ เป็น e-Service เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ผมขออนุญาตเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านผู้ชี้แจง รวมทั้งผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย เมื่อเช้าผมได้มีการหารือ ถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนที่ได้รับจากการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยที่กรมพัฒนา ธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้พยายามที่จะสร้างระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นระบบจด ทะเบียนนิติบุคคลขึ้นมา สิ่งนั้นผมเห็นด้วยที่จะทำให้ประชาชนมีทางเลือก แต่ในทางกลับกัน ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะตัดระบบไม่ให้มีการยื่นเอกสารแบบกระดาษในวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ขณะนี้ประชาชนจำนวนหนึ่งยังไม่มีความพร้อม ระหว่างนี้ทางกรมพัฒนา ธุรกิจการค้าเองในพื้นที่กรุงเทพมหานครก็ได้จำกัดคิวว่าให้ประชาชนสามารถยื่นเอกสารแบบ กระดาษ คือการจดทะเบียนนิติบุคคลแบบเดิมจำกัดเพียงวันละ ๒๕ รายต่อ ๑ นายทะเบียน เมื่อเช้าก็ได้นำเสนอแล้วว่าประชาชนจะต้องไปเข้าคิวตีสี่ ตีห้า หรือในบางพื้นที่จะต้องไป ลงทะเบียนตั้งแต่ ๑ ทุ่มก่อนวันที่จะมีการจดทะเบียน พอคิวเต็มเขาก็ไม่สามารถจด ทะเบียนได้ อย่างที่นำเรียนในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนผ่านจากระบบเดิมไปสู่ระบบ อิเล็กทรอนิกส์ ระบบดิจิทัล ขอให้คำนึงถึงความพร้อมของพี่น้องประชาชนด้วย อย่าคำนึง เฉพาะระบบที่จะพัฒนาไปข้างหน้าโดยหลงลืมว่าความพร้อมของประชาชนยังไม่มี ในเรื่อง ของระบบที่เปิดใช้ก็เหมือนกัน ทางประชาชนเขาแจ้งว่ามันมีความไม่เสถียรของระบบอยู่ หรือในบางครั้งจะต้องใช้เลขหลังบัตรประชาชนซึ่งเขาไม่สบายใจว่าการเอาเลขหลังบัตร ประชาชนไปกรอกในระบบอิเล็กทรอนิกส์จะส่งผลเสียต่อตัวเขาอย่างไรหรือไม่ ฉะนั้นผมก็ขอ ฝากเรื่องนี้ไว้ ผมเห็นด้วยกับการพัฒนานำเทคโนโลยีมาใช้ในระบบราชการเพื่อลดภาระ ค่าใช้จ่าย ลดระยะเวลาของทั้งประชาชนผู้ใช้บริการภาครัฐและต้นทุนการให้บริการของ ราชการด้วย แต่ก็ขอฝากไว้ว่าการที่ภาครัฐปรับปรุงระบบการให้บริการให้ประชาชนมี ทางเลือกไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่ภาครัฐจะต้องไม่สร้างทางตันให้ประชาชนไม่มีทางเลือก ในการเข้าถึงบริการภาครัฐ ขอบพระคุณครับ🔗
มีท่านใดติดใจซักถามอีกไหมครับ หากไม่มีก็เชิญทางหน่วยงานได้ตอบ เชิญท่านเลขาธิการ🔗
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ก็ขอขอบพระคุณข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์จาก สมาชิกทุกท่าน ดิฉันคิดว่าหลายเรื่องเป็นเรื่องที่ทางดิฉันต้องรับนำไปให้หน่วยงานเขา ปรับปรุงต่อไป เดี๋ยวจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมนิดหนึ่งค่ะ หลายท่านพูดถึงเรื่องควรจะระบุเกี่ยวกับ เรื่องของบุคลากรภาครัฐด้วย ดิฉันคิดว่าจริง ๆ เป็นสิ่งที่ควรจะทำ เพราะว่าพัฒนาระบบ ราชการคงไม่ใช่เฉพาะตัวระบบ แต่เราต้องพูดเรื่องคนด้วย เพียงแต่ว่าดิฉันอาจจะมีข้อจำกัด ตรงที่ว่าสำนักงาน ก.พ.ร. หรือว่าคณะกรรมการ ก.พ.ร. เราดูเรื่องระบบเป็นหลัก แล้วก็ทาง คณะกรรมการ ก.พ. จะดูทางเรื่องของคน ถ้าเป็นคราวหน้าเดี๋ยวดิฉันจะขอเอาข้อมูลทาง ก.พ. เท่าที่จำเป็นเอามาใส่ไว้ให้ได้ก็จะเป็นประโยชน์ มีท่านสมาชิกบางท่านพูดถึงเรื่อง บุคลากรครู อันนี้ดิฉันก็ขอนำเรียนมันมีปัญหาจริง ๆ ตรงที่ว่าข้าราชการครูเขาเป็นอีก ก. หนึ่งที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ ก.พ. ไม่ใช่เป็นข้าราชการพลเรือน ซึ่งตรงนี้ก็จะมีจำนวนมากอย่างที่ ดิฉันนำเรียนประมาณสัก ๔๔๐,๐๐๐ คน ภายใต้กรอบ ๓ ล้านคนทั้งหมด ซึ่งอันนี้เขาก็จะมี หน่วยงานของเขาดูเฉพาะ ต้องขอเรียนว่าบุคลากรภาครัฐประเทศไทยมีหลาย ก. มากและมี การดูแลแยกระบบกัน แยกกันบริหาร อันนี้ก็เป็นข้อจำกัดข้อหนึ่งที่ดิฉันนำเรียนตรง ๆ ว่าเป็นอุปสรรคในการที่เราจะปรับเปลี่ยน ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันจากทุก ก. ได้ แต่ตรงนี้ก็ต้องขอเรียนว่าที่ผ่านมาก่อนหน้านั้น เราเคยมีการประชุมร่วมกันทาง ก.พ. ก.พ.ร. แล้วก็มีมติร่วมกันว่าจะต้องมีการเชื่อมโยงกับ ทุก ก. เพื่อจะดึงข้อมูลบุคลากรภาครัฐทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ ครู บุคลากร สาธารณสุข ท้องถิ่น เพื่อจะดึงเข้ามาดูข้อมูลตรงนี้ว่าสุดท้ายแล้วทุนข้าราชการ ทุนบุคลากร ภาครัฐเรามีเท่าไร มีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไร มีสวัสดิการเช่นไร มาตรการในการเลื่อนขั้น ในการเปลี่ยนย้ายอะไรเป็นอย่างไร เพราะว่ามิฉะนั้นเราจะไม่เห็นภาพตรงนี้แล้วทำให้การ จัดสรรงบประมาณในการดูแลบุคลากรตรงนี้มีปัญหา ก็ขอนำเรียนว่าเราก็อยู่ใน Process ที่กำลังพยายามเชื่อมโยงข้อมูลจากทุก ก. ซึ่งตอนนี้ทางสำนักงาน ก.พ. เป็นเจ้าภาพรับทำอยู่ ดิฉันก็ขอนำเรียนอีกครั้งหนึ่งว่าจะขอรับข้อเสนอแนะจากทุกท่านไปปรับปรุงให้รายงาน มีความสมบูรณ์ มีข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์มากขึ้นในปีถัดไป ขอขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณท่านเลขาธิการ ขอบคุณหน่วยงานทุกท่านนะครับ เป็นอันว่าที่ประชุมรับทราบ การรายงานของ ก.พ.ร. ทั้ง ๒ ปี ขอบคุณทุกท่านนะครับ ระเบียบวาระ ๒.๔ ได้พิจารณารวม กับระเบียบวาระ ๒.๓ ไปแล้ว ต่อไปครับ🔗
๕. รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ🔗
ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๘ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกัน ประเทศ ตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๔๑ แห่งพระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๒ รายละเอียด ปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ🔗
ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมสภาตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ขอเชิญผู้ที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง ในที่ประชุมนะครับ จากสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศมีด้วยกัน ๓ ท่าน ๑. พลเอก ดอกเตอร์ชรัติ อุ่มสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ๒. พันเอก ดอกเตอร์อำพันธ์ จันทร์เพ็งเพ็ญ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและแผน ๓. นาวาโท มนูศักดิ์ ปรีชาพร ผู้อำนวยการส่วนบริหารนโยบายและกลยุทธ์ เชิญทั้ง ๓ ท่าน เมื่อผู้ชี้แจงทั้ง ๓ ท่าน พร้อมแล้ว ก็ขอเชิญหน่วยงานได้แถลงต่อสภา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรครับ กระผม พลเอก ชรัติ อุ่มสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ขอเรียนข้อมูลประกอบการเสนอรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกัน ประเทศ หรือ สทป. หรือเรียกย่อภาษาอังกฤษว่า DTI ดังนี้ครับ🔗
สทป. เป็นหน่วยงานของรัฐที่เป็นองค์การมหาชน มีพระราชบัญญัติเฉพาะ ใช้เป็นกฎหมายที่มอบหน้าที่และอำนาจให้ดำเนินการ มีที่ตั้งส่วนที่ปฏิบัติงานอยู่ด้วยกัน ๓ แห่ง คือสำนักงานส่วนกลางอยู่ที่อาคารสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี และมีโรงปฏิบัติการ ๒ แห่ง อยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดลพบุรี รายงานการเงินของ สทป. ในรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ฉบับนี้ซึ่งประกอบไปด้วย งบแสดง ฐานะการเงิน งบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน งบแสดงการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์สุทธิ ส่วนทุน และงบกระแสเงินสด รวมถึงสรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ ถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐ และนโยบายการ บัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนดครับ และได้รับการตรวจสอบจากบริษัท สำนักงาน สามสิบสี่ ออดิต จำกัด เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ เรียบร้อยแล้ว การดำเนินงานของ สทป. ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ชาติด้วยกัน ๒ ยุทธศาสตร์ คือยุทธศาสตร์ชาติด้านความ มั่นคงและยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน🔗
สรุปผลงานของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ โดย สทป. ได้ดำเนินงานตามนโยบายและเป้าหมายการดำเนินงานของสถาบันเทคโนโลยี ป้องกันประเทศในด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐ จำนวน ๕ ด้านด้วยกัน ประกอบด้วย🔗
ด้านที่ ๑ ด้านการศึกษาค้นคว้าวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี ป้องกันประเทศ และดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องหรือต่อเนื่องเพื่อนำไปสู่อุตสาหกรรมป้องกัน ประเทศ🔗
ด้านที่ ๒ ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ของกระทรวงกลาโหม หน่วยงานอื่นของรัฐ และภาคเอกชน🔗
ด้านที่ ๓ ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการฝึกอบรม การค้นคว้า วิจัย การเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ และการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศและ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ🔗
ด้านที่ ๔ ด้านการประสานความร่วมมือด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศกับหน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ🔗
ด้านที่ ๕ ด้านการเป็นศูนย์ข้อมูลความรู้ด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้แก่กระทรวงกลาโหมและหน่วยงานของรัฐ เพื่อใช้ในการ กำหนดนโยบายและแผนการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ โดยมีสรุป ผลงานชิ้นสำคัญในปี ๒๕๖๖ ดังนี้🔗
๑. ส่งมอบต้นแบบระบบอากาศยานไร้คนขับขนาดกลาง รุ่น DP ๒๐ ให้กับ หน่วยผู้ทดลองใช้ และร่วมสร้างเครือข่ายงานวิจัยและพัฒนาต้นแบบระบบอากาศยานไร้ คนขับกับกิจการค้ารวมเพื่อประกอบกิจการให้บริการฝึกอบรมนักบินระบบอากาศยานไร้ คนขับ และการลงนามบันทึกความเข้าใจในการพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมและการฝึกอบรม ระบบอากาศยานไร้คนขับครบวงจรร่วมกับภาคเอกชน🔗
๒. ได้ต้นแบบหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดขนาดกลาง รุ่น D-MIR จำนวน ๑ ระบบ พร้อมรายงานผลการทดสอบมาตรฐานและการทดสอบโดยหน่วยงานผู้ใช้งาน นอกจากนี้ศักยภาพด้านการพัฒนาหุ่นยนต์ของ สทป. ยังได้ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย เพื่อวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์ฉีดล้างลูกถ้วยไฟฟ้าแรงสูงเป็นลักษณะ Customs ตรงตามความต้องการของหน่วยใช้เป็นการเฉพาะด้วย🔗
๓. ทดสอบขีดความสามารถต่าง ๆ ของหุ่นยนต์ทางยุทธวิธีหรือ RCV หรือ Robot Combat Vehicle โดยสามารถรองรับการติดตั้งป้อมปืนอัตโนมัติและอาวุธปืนขนาด ๓๐ มิลลิเมตรหมุนได้รอบตัว มีระบบตรวจการทั้งกลางวันและกลางคืน🔗
๔. ยานเกราะล้อยางแบบ ๘ คูณ ๘ แบบที่บังคับการ BTR3-CS หรือ Common Staff ผ่านการรับรองมาตรฐานต้นแบบของกองทัพบก และยานเกราะล้อยาง แบบ ๔ คูณ ๔ ป้องกันทุ่นระเบิดและโจมตี รุ่น D-Lion ผ่านการรับรองมาตรฐานต้นแบบ จาก กมย.กห.🔗
๕. ส่งมอบยานเกราะล้อยาง ๘ คูณ ๘ สำหรับปฏิบัติภารกิจนาวิกโยธินหรือ AAPC และส่งมอบยานเกราะล้อยาง ๔ คูณ ๔ รุ่น D-Tiger สำหรับปฏิบัติภารกิจนาวิกโยธิน ให้กับกองทัพเรือ🔗
๖. ทดสอบและประกอบรวมปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้งขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร แบบ CS/AH2 จำนวน ๒ กระบอกให้กับหน่วยสรรพาวุธของกองทัพบกที่จังหวัดนครราชสีมา🔗
๗. ทดสอบและประเมินผลต้นแบบรถสะพานเครื่องหนุนมั่น ที่มีความพิเศษ คือรถ ๑ คันสามารถใช้กับสะพาน ๒ ชั้นรับน้ำหนัก คือชั้นรับน้ำหนักขนาด ๖๐ ตัน และชั้น รับน้ำหนักแบบ ๓๐ ตัน รองรับการใช้งานได้ทั้งทางด้านการทหารและการบรรเทาสาธารณภัย โดยคณะกรรมการทดสอบและการประเมินผลงานวิจัยของกองทัพบก การทดสอบเป็นไป ด้วยความเรียบร้อย ผ่านการทดสอบครับ🔗
๘. ในส่วนของอาวุธปืนเล็ก สทป. ได้วิจัยลดน้ำหนักปืนเล็กสั้นให้เหมาะกับ การใช้งานของลักษณะทางกายภาพของบุคลากรของหน่วยงานความมั่นคงของไทยและมี การวิจัยท่อลดเสียงที่ใช้กับปืน🔗
๙. ขนย้ายลูกจรวด DTI-1G จำนวน ๘ นัด ไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน สำหรับเตรียมการทดสอบ โดยได้ดำเนินการทดสอบในห้วงเมษายน ๒๕๖๗ ซึ่งอยู่ในห้วง ปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ที่ระยะยิง ๑๕๐ กิโลเมตร ผลการทดสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จรวดมีประสิทธิภาพและมีความแม่นยำ🔗
๑๐. ต้นแบบรถฐานยิงจรวดหลายลำกล้องเอนกประสงค์ Multi-Purpose Launcher คันที่ ๑ ที่ออกแบบให้สามารถรองรับการติดตั้งจรวดระยะยิง ๔๐ ๑๕๐ หรือ ๓๐๐ กิโลเมตร โดยรถฐานยิงคันที่ ๑ เข้ารับการทดสอบและประเมินผลโครงการตาม กำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์ของกองทัพบก🔗
๑๑. วิจัยและพัฒนาได้ต้นแบบลูกจรวดดับเพลิงและฐานยิงจรวดดับเพลิง ณ ปี ๒๕๖๖🔗
สทป. ได้ดำเนินการร่วมทุนและส่งเสริมประกอบกิจการอุตสาหกรรมป้องกัน ประเทศ โดยจัดตั้งนิติบุคคลเพื่อผลิตและขายรวมจำนวน ๔ บริษัท และกิจการค้าร่วม จำนวนบริษัท ได้แก่ บริษัท ไทยดีเฟนส์อินดัสตรี จำกัด กิจการยานเกราะล้อยางแบบ ๔ คูณ ๔ บริษัท แอร์โร เทคโนโลยี อินดรัสทรี จำกัด กิจการอากาศยานไร้คนขับขนาดกลาง บริษัท อุตสาหกรรมผลิตอาวุธ จำกัด กิจการอาวุธปืน บริษัท แอดวานซ์ ดีเฟนซ์ เทคโนโลยี แอนด์ อินโนเวชั่น จำกัด กิจการยานเกราะล้อยางแบบ ๘ คูณ ๘ กิจการค้าร่วมเพื่อประกอบ กิจการการให้บริการฝึกอบรมนักบินระบบอากาศยานไร้คนขับของ สทป. ร่วมกับ บริษัท จีซีเอส กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น จำกัด ทั้งหมดเป็นรายละเอียดการดำเนินงานที่สำคัญโดยสรุป ตามรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศที่ได้กราบเรียนต่อ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อกรุณาทราบครับ🔗
ทั้งนี้ สทป. พร้อมน้อมรับข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเพื่อนำไปใช้ปรับปรุง และพัฒนาการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของประเทศไทยต่อไป ขอบคุณครับ🔗
มีผู้ติดใจอภิปรายอยู่ ๒ ท่าน ท่านแรก ท่านมานพ คีรีภูวดล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่ เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ในฐานะที่ผมเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ ขออภิปรายรายงานของ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ในรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ท่านประธานครับ ผมต้องชม ว่าเป็นการวิจัยค่อนข้างที่จะมีพัฒนาการแล้วก็มีนวัตกรรมใหม่ ๆ แต่ว่าก็ยังมีคำถามอยู่ หลายเรื่อง คำถามของผมมันมีคำว่า เทคโนโลยีป้องกันประเทศ และมีคำว่า อุตสาหกรรม ป้องกันประเทศ มี ๒ คำนี้ ผลการวิจัยของทางสถาบันตั้งแต่ในอดีต คือหลายปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน มันส่งผลให้เกิดอุตสาหกรรมด้านการป้องกันประเทศ มันมีตัวชี้วัดไหมครับ มันมีกระบวนการไปผลิตต่อการใช้ภายในประเทศหรือว่าผลิตเพื่อมีการส่งจำหน่ายให้เกิด รายได้ในประเทศไทย ผมคิดว่าอันนี้เป็นคำถามที่ผมคิดว่ามันยังไม่มีในรายงาน ไม่ว่าจะเป็น อาวุธต่าง ๆ หรือเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ท่านได้วิจัย พอวิจัยเสร็จปุ๊บมันมีข้อสรุปและมันมี มาตรฐานต่าง ๆ ทั้งในทางวิชาการแล้วก็ในทางการทหาร มันเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรม กี่อุตสาหกรรม แล้วก็ผลิตภัณฑ์ที่ท่านเข้าสู่อุตสาหกรรมมันนำไปใช้ในประเทศอย่างไร ส่งออกอย่างไร🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าพองานวิจัยของสถาบันมันลดการนำเข้าหรือว่าการซื้อ ยุทโธปกรณ์อาวุธต่าง ๆ จากต่างประเทศได้เท่าไร ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องตัวชี้วัดที่สำคัญ หมายความว่าเมื่อสถาบันได้วิจัย ได้ทดลอง ได้ผลิตยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ที่เป็นนวัตกรรม สิ่งที่มันจะนำไปสู่ตัวชี้วัดว่ามันสามารถนำไปใช้ได้แล้วก็เกิดผลกระทบ เกิด Impact ต่าง ๆ ภายในประเทศในการป้องกันประเทศ ตัวชี้วัดที่สำคัญก็คือว่ามันต้องมีตัวชี้วัดที่ว่าด้วยเรื่อง ของการลดในการซื้อยุทโธปกรณ์จากต่างประเทศ อันนี้ผมอยากจะทราบข้อมูล อันนี้เป็น ประเด็นที่ผมอยากจะมีคำถาม🔗
ประเด็นที่ผมอยากจะเสนอแนะกับท่านผู้อำนวยการ พร้อมกับทุก ๆ ท่าน ของคนในสถาบันนะครับ ผมอยู่ในกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ ผมคิดว่ารูปแบบของภัยคุกคามความมั่นคงของ ประเทศมันมีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่าง โดยเฉพาะรอบบ้าน ผมยกตัวอย่างกรณี ยาเสพติด ยาเสพติดไม่ใช่อาวุธที่เราสามารถดูได้ เหมือนอาวุธ เหมือนมือปืน เหมือนระเบิด หรือจรวด แต่เป็นสิ่งที่ทำลายประเทศชาติ สิ่งที่ทำลายพี่น้องประชาชนในประเทศ ข้อมูลที่เราได้ก็คือจำนวนเยาวชนคนรุ่นใหม่ไม่ต่ำกว่า ๒๐๐,๐๐๐ คน อยู่ในสภาพที่ไม่ สามารถที่จะมีศักยภาพที่จะเป็นประชากรที่มีคุณภาพในการจะดูแลประเทศนี้ อันนี้คือ ปัญหาใหญ่ โจทย์สำคัญของผมคือว่าเทคโนโลยีที่เราจะคิดค้นขึ้นมาว่าเราจะมีกระบวนการ ตรวจสอบขบวนการผลิตยาเสพติด ขบวนการขนย้ายยาเสพติด และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ขบวนการทั้งหมด เทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านี้เราจะสามารถผลิตออกมาได้อย่างไร ตอนนี้ พี่น้องประชาชนก็ใช้แผนที่ Google Map ก็ดูว่ามันมีพื้นที่การเพาะปลูกฝิ่นเพิ่มขึ้นใน ประเทศเพื่อนบ้านบางพื้นที่ มันมีอาคารคล้าย ๆ เป็นอาคารทหารแต่ก็ไม่เชิง เราก็ไม่รู้ว่า ในอาคารตรงนั้นมันมีกระบวนการผลิตยาเสพติดหรือไม่🔗
ทีนี้คำถามของผมก็คือว่าประเด็นความมั่นคงเราจะป้องกันประเทศเรื่อง ยาเสพติด สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศว่าเราจะมีเทคโนโลยีอะไรที่จะทำเรื่องนี้ได้ อันนี้เป็นคำถามที่ ๑ ครับ🔗
ส่วนที่ ๒ อันนี้ใหม่ ๆ เลย กรณีกิจกรรมของเพื่อนบ้าน ผมไม่รู้ว่าเป็นใครทำ เป็นกลุ่มทุนไหน ตอนนี้ส่วนราชการตรวจสอบพบว่าแม่น้ำกกมีสารที่เกี่ยวข้องกับการทำ เหมืองทองและไหลลงไปสู่ในเขตพื้นที่ประเทศไทยคือที่เชียงใหม่คือที่แม่อาย แล้วก็ที่พื้นที่ เชียงราย แล้วก็จะไหลลงสู่แม่น้ำโขง พื้นที่แม่น้ำโขงน้ำอาจจะเยอะหน่อย ปริมาณอาจจะ เจือจาง แต่ว่าอย่างไรก็ต้องกระทบกับพี่น้องเชียงรายทางฝั่งเชียงแสน เชียงของ หนองคาย พี่น้องทั้งหมดของประเทศไทยที่ติดแม่น้ำโขง เราจะมีเทคโนโลยีอย่างไรว่ากิจกรรมของ เพื่อนบ้านซึ่งกระทำโดยใครเราไม่รู้ ว่ากิจกรรมเหล่านั้นมันส่งผลกระทบกับพวกเรา ระบบดาวเทียมหรือระบบการตรวจสอบสอดแนมแบบไหนว่าเพื่อที่จะได้เตือนหรือมีการ ประสานงานว่ากิจกรรมการกระทำที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นผลกระทบกับ พวกเราในระยะเวลาต่อมา เราจะได้มีกระบวนการเตรียมการ แต่วันนี้ก็คือสิ่งที่เราเจอคือ มันมีสารตกค้าง ไม่ว่าจะเป็นสารอะไรต่าง ๆ อยู่ในแหล่งน้ำ พี่น้องประชาชนตอนนี้ก็คือว่า ก็ไม่กล้ากินปลา สัตว์น้ำทั้งหลาย แต่ที่ตามมาคือน้ำที่เอาไปใช้ต่อ ไม่ว่าจะเป็นพืชการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นข้าวจะกระทบยาวเลย เพราะฉะนั้นถ้าเรามีเทคโนโลยีที่ดี ๆ เตือนตั้งแต่ต้น ๒ ๓ ปีที่แล้วว่ามันมีกิจกรรมเหล่านี้ เรารู้ทันทีเลยว่าเป็นกิจกรรมเกี่ยวกับเหมืองซึ่งในการ ทำเหมืองทองมันต้องใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งสัตว์และคน เราจะมีเทคโนโลยี อย่างนี้ได้อย่างไร ข้อเสนอแนะตรงนี้อาจจะไม่ใช่เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ ท่านประธานครับ ผมใช้คำว่าเทคโนโลยีดั้งเดิมก็แล้วกัน เทคโนโลยีโบราณก็ได้ เป็นเทคโนโลยีแบบวัฒนธรรม ผมคิดว่าความมั่นคงในมิติของเพื่อนบ้านที่เกี่ยวข้องกับพวกเรา ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ จากชายแดนไทย ๑๐๐ กิโลเมตร ถ้ามีคนพูดภาษาไทยและใช้เงินไทยอันนี้ก็คือมาตรการ ความมั่นคง มันคือพื้นที่กันชนที่มีความปลอดภัย กระบวนการทางวัฒนธรรมพี่น้อง ประชาชนที่อยู่ชายแดนมีความเชื่อทางศาสนาคล้าย ๆ กัน กระบวนการสร้างความร่วมมือ ในความเชื่อทำบุญด้วยกัน สร้างวัดด้วยกัน ผ้าป่าด้วยกัน กระบวนการเรื่องการศึกษาหรือ การสนับสนุนด้านสุขภาพอนามัย ความร่วมมือทางสาธารณสุขร่วมกัน ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้ เป็นมิติที่ไม่ต้องวิจัยอะไร แต่ว่าเป็นประเด็นที่จะต้องดำเนินการ เป็นประเด็นที่พวกเรา จะต้องคิดร่วมกับระบบเทคโนโลยี ท่านประธานครับ การดำเนินการเรื่องความมั่นคงมันไม่ใช่ เฉพาะเรื่องอาวุธและเทคโนโลยีนะครับ ระบบความสัมพันธ์ผู้คนที่มีรอยต่อทั้งการค้า ภาษา วัฒนธรรม และอื่น ๆ เป็นเงื่อนไขและเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะนำไปสู่สันติสุข และการไม่เกิด ความขัดแย้ง อันนี้ผมอยากจะฝากเพิ่มเติมประเด็นให้กับท่านผู้อำนวยการ แล้วก็บุคลากร ในสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ท่านสุดท้ายครับ ท่านนิพนธ์ คนขยัน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ อ่านแล้วก็ชื่นชมขอบคุณครับ แต่อยากสรุปนิดเดียว จะเป็นคำถามก็ไม่ใช่ แต่อยากจะฝากไว้ เพื่อพิจารณา เนื่องจากท่านประธานครับ ผมเคยเป็นทหารเกณฑ์มาก่อน ปี ๒๕๒๓ ผลัดที่ ๒ อ่านในเล่มนี้แล้วเทคโนโลยีวันนี้ทันสมัยแล้ว อยากฝากสั้น ๆ อาวุธยุทโธปกรณ์ที่มันทันสมัย ที่ท่านบอกว่าผลิตได้เมื่อสักครู่นี้หลายรายการดีมาก เป็นไปได้ไหมเครื่องมือเหล่านี้ ปืนเล็ก ปืนใหญ่ที่ท่านโชว์เมื่อสักครู่ ในอนาคตผลิตใน ประเทศไทยได้ เราซื้อในประเทศไทย เงินไทยไม่รั่วไหล คนไทยได้เงิน แถมมีบริษัทหนึ่งที่ ร่วมทุน มันจะเป็นประโยชน์มากกับประเทศไทย ดังนั้นให้พัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัย ดั่งนานาอารยประเทศ ท้ายที่สุดเราไม่ต้องไปง้อต่างประเทศ เราผลิตได้เอง ซื้อเอง เงินอยู่ ประเทศไทยเราเอง ก็จะเป็นการนำเงินในประเทศไทยเข้าประเทศไทย ท้ายที่สุดถ้าเรา พัฒนาเทคโนโลยีให้มันทันสมัยยิ่งขึ้น ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้อำนวยการ ในอนาคตอย่างทหารเกณฑ์วันนี้โอเคจำเป็น เครื่องมือยังไม่ทันสมัยเท่าประเทศอื่นพูดตรงนี้ ทหารเกณฑ์คงไว้ แต่อนาคตถ้ามันทันสมัยแล้วกำลังพลลดลง นายพลใหญ่ ๆ ทั้งหมด เมื่อกำลังพลมันลดลง นายพลใหญ่ ๆ ก็จะได้ลดลงตามลำดับ งบประมาณก็จะเหลือ ฉะนั้น วันนี้ก็ขอบคุณครับ ในสมัยก่อนที่ผมเป็นทหารปี ๒๕๒๓ ผลัดที่ ๒ กับสมัยนี้ดูแล้วมันคนละ เรื่องกัน ดังนั้นก็รับทราบและเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพียงแต่ว่าอนาคตพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัย และเอาเงินไทยซื้อเทคโนโลยีนี้อยู่ในประเทศไทย เงินไทยไม่รั่วไหลไปไหนครับ ท้ายที่สุด ประเทศไทยเราก็เจริญ เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านผู้ชี้แจงครับ🔗
เรียนท่านมานพตามที่ท่านได้ถามในเรื่องของเทคโนโลยีป้องกันประเทศกับ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ตามนิยามในพระราชบัญญัติเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๒ เทคโนโลยีป้องกันประเทศ หมายความว่า วิทยาการในการที่พัฒนาองค์ความรู้ ที่หลากหลายรูปแบบ หลากหลายแขนง นำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการป้องกัน ประเทศและด้านการทหารอื่น ๆ แล้วก็นำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์แก่การป้องกัน ประเทศ ส่วนคำว่า อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ หมายความว่า การวิจัยและพัฒนาการ ออกแบบ การผลิต การประกอบรวม การปรับปรุง การซ่อมสร้าง การปรับเปลี่ยนลักษณะ การแปรสภาพหรือให้บริการด้านผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยจากข้อสังเกตดังกล่าวทั้ง ๒ ประการ เราจะเห็นว่ามีความเชื่อมโยงกันทั้ง ๒ ประเด็น ทั้งเรื่องของเทคโนโลยีป้องกันประเทศและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศอย่างที่กล่าวนะครับ🔗
ในเรื่องของตัวชี้วัด สทป. ได้ดำเนินการตามตัวชี้วัดซึ่งได้ทำทุกปีตามแผน แม่บทแห่งชาติ มี ๒ ตัวชี้วัดที่จะต้องดำเนินการ โดยตัวชี้วัดที่ ๑ จะต้องทำให้หน่วยงานของ กระทรวงกลาโหมมีความพร้อมรบร้อยละ ๘๕ และตัวชี้วัดที่ ๒ จะต้องทำให้อุตสาหกรรม ป้องกันประเทศมีการพัฒนาของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในเรื่องการขยายตัวในห้วง ปี ๒๕๖๖-๒๕๗๐ ได้ร้อยละ ๕ นี่คือตัวชี้วัดที่ทาง สทป. ต้องดำเนินการครับ ในส่วนของการ นำผลงานวิจัยนำไปสู่อุตสาหกรรมและมีการจำหน่ายแล้วในส่วนของ สทป. ก็คือมี ยานเกราะล้อยางจำหน่ายให้กับประเทศภูฏานและประเทศปากีสถาน อาวุธปืนเล็ก ก็จำหน่ายให้กับประเทศภูฏาน อาวุธปืนเล็กจำหน่ายให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปใช้ที่ ภาคใต้จำนวนหนึ่ง สำหรับข้อเสนอแนะที่ท่านให้ข้อเสนอแนะนั้น สทป. จะร่วมมือกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะเอาไปปรับปรุงใช้ต่อไป🔗
ในส่วนเรื่องของยาเสพติดที่ท่านกล่าวไว้ สทป. ก็มีผลงานวิจัยในเรื่องของการ อ่านป้ายแผ่นทะเบียนหรือ License Plate อยู่ ซึ่งไปทดลองใช้ที่ภาคใต้และปัจจุบัน ผลงานวิจัยนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยตำรวจภูธรที่ขออนุญาตเอ่ยนาม จังหวัด นครราชสีมาได้มาขอไปใช้ เนื่องจากว่าที่นั่นมีเส้นทางการลำเลียงหลายจุด แต่ยังมีจุดบอด อยู่ที่ทางด่วน Motorway ทางตำรวจก็เลยขอเอาไปใช้ เราก็ยินดีให้การสนับสนุน ซึ่งสามารถ อ่านป้ายทะเบียนแล้วก็ลิงค์เชื่อมโยงกับกรมการขนส่งทางบกได้นะครับ🔗
ในส่วนของท่านนิพนธ์ขอขอบพระคุณอย่างสูงที่ได้กรุณาให้ข้อเสนอแนะ ในประเด็นผลิตในประเทศและมีการพัฒนาให้ทันสมัย แล้วก็จะน้อมรับข้อเสนอของท่าน นำไปปรับปรุงดำเนินการต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดมีประเด็นติดใจที่จะถามแล้ว มีท่านอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีแล้วก็ถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกัน ประเทศ ขอบคุณผู้แทนหน่วยงานทุกท่าน ขอบคุณท่าน ผอ. ขอบคุณมากครับ ท่านศรัณย์ มีอะไร เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิปรัฐบาลครับ จะขออนุญาตเสนอญัตติตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒) เพื่อขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม ขอนำระเบียบวาระที่ ๕.๑๑ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง ความปลอดภัย และการเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบจากการก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ของท่านศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ขึ้นมาพิจารณาก่อน ระเบียบวาระที่ ๕.๑ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ท่านเสนอเรื่องที่ค้างในระเบียบวาระที่ ๕.๑๑ เป็นญัตติของ ท่านศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ขึ้นมาพิจารณาก่อน มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ หากไม่มี ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น เมื่อมีผู้รับรองถูกต้องก็ถือเป็นมติที่ประชุม ถ้าอย่างนั้นเราก็พิจารณา ในญัตติ ๕.๑๑🔗
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา🔗
- ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ (นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ เป็นผู้เสนอ)🔗
เชิญผู้เสนอญัตติครับ ท่านศุภณัฐ มีนชัยนันท์ เชิญครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธาน ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ผมขออนุญาตครับ เพราะว่า ผมมีความประสงค์จะขอแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องของชื่อญัตติ โดยแก้ไขชื่อเป็นว่า ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับ มาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการ พัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้อง เนื่องจากว่าถ้าจะขอเปลี่ยนชื่อญัตติก็ต้องถามมติจากที่ประชุม ก็จะอาศัย ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถามที่ประชุมว่ามีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ หากที่ประชุมไม่ขัดข้อง ก็ถือเป็นมติที่ประชุมอนุญาตให้ท่านผู้เสนอญัตติได้เปลี่ยนชื่อ เชิญท่านศุภณัฐครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ก็ขอเสนอ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับ มาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ และการ พัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ท่านประธานครับ ต้องบอก อย่างนี้ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาโครงการก่อสร้างทั้งภาครัฐแล้วก็ภาคเอกชนกำลังประสบ ปัญหาด้านมาตรฐานการก่อสร้างและเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในหลากหลายด้วยกัน โดยสาเหตุหลาย ๆ อย่างก็มาจากเรื่องของการควบคุมมาตรฐานคุณภาพงาน เรื่องของ การดำเนินการก่อสร้างให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาของสัญญา เรื่องของปัญหาการสร้าง กระบวนการคัดเลือกผู้รับจ้างหรือ TOR ที่อาจจะมีความไม่โปร่งใสหรือเรื่องของกระบวนการ ที่ไม่สามารถที่จะป้องกันอุบัติเหตุจากการก่อสร้างได้ รวมถึงการกำกับความปลอดภัยภายใน Site งานเอง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงได้มีการยื่นญัตติตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ แล้วก็ขอบคุณ ทางสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ที่มีโอกาสให้เราได้มาพิจารณาศึกษากัน ก็ต้องบอกอย่างนี้ว่า ญัตตินี้ผมขออนุญาตแบ่งประเด็นรายละเอียดออกเป็น ๕ ประเด็น โดยพยายามจะไม่ให้ซ้ำ กับการอภิปรายในครั้งที่แล้ว🔗
ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องของการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง ต้องบอก อย่างนี้ว่ามาตรฐานการก่อสร้างมันก็จะครอบคลุมในเรื่องของทั้งคุณภาพ ทั้งเรื่องของความ ล่าช้าก็ดี เรื่องของความปลอดภัยก็ดี ต้องบอกว่ามีหลายปัจจัยที่มีส่งผลกระทบต่อมาตรฐาน การก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง วิธีการก่อสร้าง เรื่องของรูปแบบสัญญาหรือ Contract Procurement เรื่องของการบริหารสัญญา เรื่องของ การคัดเลือกผู้รับจ้าง การควบคุมงาน การแก้ไขแบบอุปสรรคหน้างาน ก็มีหลากหลาย รวมถึงการบริหาร Site งาน ปัญหาพื้นที่ Site งานที่มีความจำกัด หรือแม้กระทั่งเรื่องของ เวลาการทำงานหรือการบังคับการทำงานในเวลากลางคืนเท่านั้น รวมไปถึงเรื่องของการ ตรวจรับงานก็ดี แม้กระทั่งปัญหาเรื่องของบุคลากรขาดความรู้ความสามารถ บางคน อาจจะเก่ง แต่ว่าขาดการพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่องในเรื่องของ Continuing Professional Development หรือแม้กระทั่งเรื่องของปัญหาการจัดทำงบประมาณของ หน่วยงานภาครัฐที่ไม่สอดคล้องทำไปพร้อมกันก็ทำไม่ได้ เกิดปัญหาเรื่องของการก่อสร้าง ซ้ำซาก เดี๋ยวขุด เดี๋ยวสร้าง เดี๋ยวทุบอีกแล้ว หรือแม้กระทั่งเรื่องของการรับงานเกินตัวของ ผู้รับจ้าง หรือแม้กระทั่งเรื่องของการบริหาร Cash Flow ของตัวเองก็ดี หรือการปล่อยให้มี การฟันราคามากเกินไปหรือว่าการที่เรามุ่งเน้นในเรื่องของการหาราคาที่ต่ำที่สุดในเรื่องของ การประมูล รวมถึงการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย สิ่งเหล่านี้ก็สามารถที่จะกระทบกับมาตรฐาน การก่อสร้างคุณภาพงานหรือรวมถึงระยะเวลาในการก่อสร้างได้ทั้งสิ้น ซึ่งผมก็มั่นใจว่าเพื่อน สมาชิกหลายคนก็ควรจะมีการพูดถึงเรื่องนี้🔗
ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัยของ Site งานก่อสร้าง และผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ในส่วนของความปลอดภัยของคนงานใน Site งาน ปัจจุบันนี้แม้ว่าเราจะมีเรื่องของ พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔ แต่ก็ยังขาดประสิทธิภาพในการบังคับใช้ เดี๋ยวขอสไลด์เพิ่มเติม ด้วยครับ และในส่วนของมาตรฐานความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่สัญจรรอบ ๆ Site งาน บริษัทรับเหมาไทยปัจจุบันนี้ก็ต้องบอกว่าทำงานได้ค่อนข้างไร้มาตรฐานทีเดียวครับ มีคนได้รับบาดเจ็บจากการเดินผ่าน Site งาน ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นแค่ ฟุตบาทหรือจะเป็นการก่อสร้างถนน การก่อสร้างสะพานทางเท้า เรื่องของท่อระบายน้ำก็ดี ไม่ว่าจะเป็นผู้รับเหมารายเล็กหรือรายใหญ่ก็แทบไม่มีใครสนใจเรื่องของ Safety ของพี่น้อง ประชาชน รวมถึงสิทธิของผู้ใช้ทางเท้าเลยแม้แต่น้อย ไม่มีการปิดกั้น ไม่มีทางกั้นใด ๆ ไม่มีป้าย ไม่มีทรายต่าง ๆ เกิดขึ้น เมื่อเราเทียบกับในต่างประเทศอย่างในประเทศอังกฤษเอง ที่ผมเอาภาพมาเทียบเคียง ก็จะเห็นว่าในประเทศอังกฤษเองก็มีการให้ความสำคัญกับเรื่อง ของความปลอดภัยและสิทธิในการเดินเท้าของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก แม้กระทั่งเรื่อง ของการก่อสร้างอาคารที่อยู่ติดกับฟุตบาทก็จะมีการทำนั่งร้านอย่างดีในแบบที่อยู่ในภาพนี้ ต้องบอกอย่างนี้ว่านอกจากเรื่องของความปลอดภัยแล้ว อีกส่วนหนึ่งก็คือเราแทบไม่ได้ให้ ความสำคัญกับเรื่องของผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนเลย ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากการ ก่อสร้างทั้งเรื่องของมลพิษ เรื่องของฝุ่น เรื่องของเสียง เรื่องของถนนที่เสียหายจากรถบรรทุก จากการก่อสร้าง เรื่องของการจัดการปัญหา Traffic การจราจรก็ดี หรือแม้กระทั่งเรื่องของ แรงสั่นสะเทือนที่อาจจะกระทบต่อโครงสร้างของบ้านข้าง ๆ ของพี่น้องประชาชนที่อยู่ รอบ ๆ ข้าง Site งานก่อสร้าง ทำให้เกิดบ้านร้าว บ้านทรุด กำแพงร้าว ต่าง ๆ เราก็แทบไม่มี การสนใจใด ๆ ทั้งสิ้น รวมถึงกระทั่งที่ผ่านมาเมื่อมีการเกิดอุบัติเหตุแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เราขาดในเรื่องของการตรวจสอบและการถอดบทเรียนอย่างจริงจังครับว่ามันเกิดจากอะไร ต้องมีการปรับปรุงมาตรฐานอย่างไร เพื่อที่จะป้องกันปัญหาในอนาคตได้ หรือแม้กระทั่ง ในเรื่องของการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้ อย่างล่าสุดเรื่องของตึกถล่มที่ สตง. เราก็ควร ที่จะเริ่มพิจารณาได้แล้วหรือไม่ว่าเราจะมีการพิจารณาเรื่องของการใช้ Structural Health Monitoring หรือว่า SHM ในเรื่องของการตรวจวัดเรื่องของแรงสั่นสะเทือนต่าง ๆ ที่มา กระทบต่อโครงสร้างของอาคารได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการใช้ในอาคารสูงหรืออาคาร ขนาดใหญ่ หรือการบังคับติด CCTV ที่จะใช้ในการตรวจจับภาพ Site งานทุกช่วงขณะที่มี การก่อสร้างตลอดเวลาไว้เลย เอาไว้เป็น Record ไว้ว่าถ้าเกิดมีเหตุการณ์อุบัติเหตุเกิดขึ้น แล้วนี่อย่างน้อยเรายังมี Record ไว้ในเรื่องของการตรวจสอบ รวมถึงการทำ Accident Investigation โดย Third Party ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง แม้กระทั่งเรื่องของการทำ Project Evaluation Report ซึ่งทุกครั้งพอมีโครงการเสร็จแล้ว เราควรให้ Stakeholder แต่ละเจ้า มา Feedback รวมกันว่าการทำงานของแต่ละ Stakeholder นี้เป็นอย่างไรนะครับ อย่าง Stakeholder ที่เห็นในภาพก็เป็น Stakeholder หลาย ๆ เจ้าที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับ โครงการก่อสร้างทั้งนั้นเลย ต้องบอกอย่างนี้ล่าสุดทาง ครม. ก็ได้มีการออกร่างเรื่องของการ ทำ Blacklist ขึ้นมาในการลดชั้นของผู้รับเหมา ก็ต้องบอกว่าฟังแล้วดูดีแต่ถ้าเกิดเราดูใน รายละเอียดแล้วก็อาจจะพบว่านี่อาจจะเป็นการเปิดช่องว่างให้เจ้าหน้าที่ในการใช้ดุลยพินิจ และเกิดการเรียกเก็บใต้โต๊ะหรือไม่ ซึ่งทาง ครม. เองก็ต้องไปหารายละเอียดที่มันมี Detail มากกว่านี้ในการบังคับใช้ระเบียบ ท่านประธานครับ ก็หวังว่ามี Stakeholder ที่อยู่ใน โครงการก่อสร้างจำนวนมาก เยอะมาก แล้วก็อย่างโครงการก่อสร้างของภาครัฐเองหลาย ๆ โครงการก็มีการจ้างผู้ควบคุมงาน อย่างโครงการที่พังหลาย ๆ อันที่เราเห็นอยู่ อย่างเช่น โครงการพระราม ๒ ถนนพระราม ๒ หรือทางด่วนพระราม ๓ ก็ดี ตึก สตง. ก็ดี เหล่านี้มีการ จ้างคนควบคุมงานทั้งสิ้น แต่ทุกวันนี้เราแทบไม่ได้มีการถามถึงเลยว่าคนควบคุมงานเหล่านั้น ทำอะไรอยู่ ตอนเกิดเหตุคนควบคุมงานอยู่ใน Site งานหรือไม่ เพราะแทบทุกอุบัติเหตุ ที่ผ่านมาคนควบคุมงานไม่ได้อยู่ใน Site งานเลยครับ ไม่ใช่ว่าผมอยากให้คนควบคุมงานเกิด Accident แต่ต้องบอกอย่างนี้เพราะว่าคนควบคุมงานก็น่าจะต้องเป็นคนที่อยู่ในระหว่างที่มี การก่อสร้าง แต่เขาเหล่านั้นหายไปไหน เขาเคยมีการบังคับการ Scan นิ้ว ให้คนควบคุมงาน ต้องมีการ Scan นิ้วเข้าออกหรือไม่ แม้แต่ผู้ว่าจ้างอย่างที่เป็นภาครัฐเองก็ต้องบอกว่าเราก็ ใช่ว่าเราทำถูกเสมอไป อย่างเช่น โครงการรถไฟฟ้าก็ดี หรือโครงการพระราม ๒ ก็ดี ต้องบอก อย่างนี้ว่าในสัญญาก่อสร้างโดยทั่วไปแล้วมันจะไม่มีเขียนหรอกครับว่าบังคับให้ทำงานเฉพาะ เวลากลางคืน แต่ถึงเวลาจริงของภาครัฐก็ไปบีบผู้รับจ้างบอกว่าต้องทำเวลากลางคืนเท่านั้น ถึงเวลาสุดท้าย ความเสี่ยงในการก่อสร้างก็มีมากขึ้น หรือแม้กระทั่งการไปบีบพื้นที่ บางโครงการบอกว่าห้าม ปิดถนนเลย ช่วงกลางวันห้ามปิดเลย แล้วคุณก็ไปบีบให้เขาทำงานเวลากลางวันได้ด้วย ทำกลางคืนได้ด้วย แต่กลางวันปิดถนนไม่ได้ โอกาสในการเกิด Accident มันก็มีครับ ซึ่งในต่างชาติเขาก็ไม่มีใครทำอะไรกันแบบนี้🔗
ประเด็นที่ ๓ เรื่องของมาตรการการเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จากการก่อสร้าง ต้องบอกอย่างนี้ว่าผู้เสียชีวิตจากการก่อสร้างไม่ได้มีแค่พี่น้องแรงงานเท่านั้น แต่มีพี่น้องประชาชนที่อาจจะเดินทางผ่าน เป็นผู้ใช้ผ่านทางแล้วโดนลูกหลงกับเหตุการณ์ การก่อสร้างนี้ด้วย ซึ่งที่ผ่านมาก็ต้องบอกว่าเราปล่อยให้ครอบครัวผู้เสียหายต้องไปตกลงกับ ผู้รับเหมาหรือผู้ที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตไปตกลงกันเอง ซึ่งการชดเชยที่ผ่านมาก็อาจจะไม่ สมเหตุสมผล เพราะว่ามันไม่มีมาตรฐานขั้นต่ำว่าควรได้เท่าไร อย่างไร แต่ผู้รับเหมาก็มีการ ไปบีบผู้ฟ้องครอบครัวของผู้ประสบภัยว่าถ้าไม่เอาตามนี้ก็ไปฟ้องเอาใช้ระยะเวลานานนะ ทำให้หลาย ๆ คนก็ต้องกล้ำกลืนในการที่จะยอมรับเงินเยียวยาที่อาจจะไม่มีความเหมาะสม🔗
ประเด็นที่ ๔ เรื่องของกระบวนการการคัดเลือกผู้รับจ้าง ต้องบอกว่าการจะ ได้ผู้รับจ้างที่มีประสิทธิภาพหรือไม่นั้นสารตั้งต้นหลัก ๆ ก็คือเรื่องของกระบวนการการ คัดเลือก ต้องบอกอย่างนี้ว่าใคร ๆ ก็ตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างได้ครับ เพราะว่าธุรกิจนี้ไม่มี Barrier to Entry ไม่ต้องมี License ไม่ต้องมีการขึ้นทะเบียน ไม่ต้องมีวิศวะ ไม่ต้องมี สถาปัตย์ ไม่ต้องมีคนงานใด ๆ ไม่ต้องมีผู้บริหารก็ไม่ต้องมีประวัติการทำงานในด้านของการ ก่อสร้างมาก่อน ใครอยากทำงานก่อสร้างก็ไปจดบริษัทกันได้หมด ที่สำคัญคือไทยเองไม่มี หน่วยงานเฉพาะในการที่จะทำหน้าที่กำกับดูแลควบคุมเก็บข้อมูลผู้ประกอบในอุตสาหกรรม การก่อสร้างเลย ไม่มีการเก็บข้อมูลประวัติต่าง ๆ การทำงานว่าบริษัทก่อสร้าง หรือรวมถึง ของบริษัทควบคุมงาน บริษัทออกแบบ บุคลากร เราไม่รู้ว่าบริษัทไหนกำลังทำงาน Project อะไร ทำกับใคร ที่ไหน คู่ค้าของคุณเป็นใคร นายจ้างของคุณคือใคร มีวิศวกร มีสถาปัตย์ มี Project Manager มี Construction Manager เป็นใครบ้าง อย่างไรนะครับ แต่ละบริษัท แต่ละคนมีความชำนาญหรือเก่งด้านไหนมาก่อน เราไม่มีเรื่องของระบบ Feedback การทำงานจากผู้ว่าจ้างว่าหลังจากจ้างคนเหล่านี้ไปแล้วเกิดปัญหาอะไรเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ผลกระทบก็เลยจะเกิดกับภาคเอกชนรายย่อยค่อนข้างมาก เพราะว่าภาคเอกชนเหล่านั้น อาจจะไม่มีศักยภาพในการที่จะกำกับควบคุมในการตรวจสอบผู้ดำเนินการก่อสร้างก่อนหน้านี้ ก็ทำให้เกิดปัญหาเกิดขึ้น เช่น เกิดการทิ้งงาน เกิดการโกงนายจ้างบ้าง อะไรบ้างเกิดขึ้น หรือการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานเกิดขึ้น อีกส่วนต้องบอกอย่างนี้ว่าบริษัทก่อสร้างที่เป็น Nominee โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Nominee จากประเทศจีนก็ต้องพูดตรง ๆ ว่ามีการเข้ามารับ งานของภาครัฐมากยิ่งขึ้น มีการจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทก่อสร้างมากยิ่งขึ้น เข้ามาถือหุ้น ในบริษัทก่อสร้างของเมืองไทยมากยิ่งขึ้น เนื่องจากก็ต้องบอกตามตรงว่าก็คือตลาด อสังหาริมทรัพย์ของประเทศจีนมีปัญหาเกิดขึ้น ก็มีความต้องการที่จะออกมาหาสตางค์ นอกประเทศ ตรงนี้ก็มีการเน้นไปที่โฟกัสเรื่องของการรับงานประเภทของอาคาร แล้วก็อาศัย ต้นทุน โดยเฉพาะยิ่งเรื่องของต้นทุนเหล็กที่อาจจะได้ราคาพิเศษจากบริษัทจีนด้วยกันเอง ทำให้สามารถที่จะเข้าถึงการฟันราคางานได้ต่ำกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการประเภท อาคาร เป็นต้น หรือบางทีบริษัทจีนเองก็มีการยืมมือบริษัทรายใหญ่ของไทย เรียกได้ว่า เป็นบันไดทางผ่านในการที่จะขอมา JV ร่วมกัน ทำ Joint Venture ร่วมกัน เพื่อที่จะทำ โครงการขนาดใหญ่ที่ตัวบริษัทจีนเองนั้นอาจจะยังไม่ได้มีประสบการณ์ในการทำงานมาก่อน ซึ่งบริษัทไทยก็อาจจะเห็นแก่ผลประโยชน์บางอย่างก็เลยยอมที่จะ JV ร่วมกัน บางทีให้ JV สัดส่วนทีหนึ่ง ๕๑ เปอร์เซ็นต์ ๔๙ เปอร์เซ็นต์เลย ทั้งที่บริษัทรายเล็กของจีนอาจจะยังไม่มี ศักยภาพเพียงพอที่จะทำงานได้ถึงครึ่งหนึ่งของโครงการนั้น ๆ แต่ก็กลับปล่อยให้มีการ JV ร่วมกัน แล้วพอบริษัทของจีนมีผลงานเรียบร้อยแล้วก็สามารถที่จะเข้าไปประมูลงานของ ภาครัฐอื่น ๆ ได้มากขึ้น เข้าไปไล่ฟันโครงการของภาครัฐได้มากขึ้น ซึ่งการฟันราคาที่ต่ำ เกินไปนั้นก็อาจจะเป็นสารตั้งต้นส่วนหนึ่งที่ได้ทำลายเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัย มาตรฐานการก่อสร้างของภาครัฐลงไป เพราะฉะนั้นต้องบอกว่าการที่เราปล่อยให้มีการ JV อย่างไม่เหมาะสมก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาได้🔗
อีกปัญหาร้ายแรงของไทยก็คือเรื่องของผู้ประกอบการไทยที่ Tag Teem ผมใช้คำว่า Tag Teem เลยนะครับ Tag Teem กับหน่วยงานภาครัฐ คนในหน่วยงาน ภาครัฐในการไปกำหนด TOR กีดกันการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการมูลค่าสูง รวมถึง โครงการเมกะโปรเจกต์ ซึ่งเป้าหมาย TOR ของหน่วยงานภาครัฐเองจริง ๆ แล้วหลายครั้ง ไม่ได้เน้นการหาผู้รับจ้างที่มีศักยภาพ แต่เน้นไปที่การหาผู้รับจ้างที่มีธงว่าตัวเองอยากจะ ได้ใคร แล้วก็ Design TOR ให้เหมาะกับผู้รับจ้างแบบนั้น ทำให้เราเห็นหลาย ๆ ครั้งว่า งบประมาณส่วนใหญ่อาจจะมีการกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มบริษัทก่อสร้างเพียงไม่กี่รายที่เป็น บริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่ของเมืองไทย เป็นบริษัทก่อสร้างระดับมหาชน ถ้าเกิดเราไปดูใน Market Chare งบประมาณของภาครัฐส่วนใหญ่ก็จะกระจุกตัวอยู่ในบริษัทกลุ่มนี้มาก เป็นพิเศษ อีกส่วนหนึ่งก็ต้องบอกว่ามีวิธีการอีกวิธีการหนึ่งก็คือเรื่องของการล็อกงานโยธา ให้กลุ่มทุนใหญ่ผ่านการพ่วงสัญญาโยธากับสัญญาสัมปทานแบบ PPP ทั้งหลาย พูดง่าย ๆ ก็คือเอาตัวโยธาไปรวมกับสัญญา PPP ใครได้สัญญาไปคุณก็มีสิทธิในการที่จะเลือกผู้รับจ้าง ด้านโยธาของตัวคุณเองให้เรียบร้อย เพราะฉะนั้นก็เป็นการ Design แบบใหม่ที่ทำให้ไม่ต้อง เอางานโยธานี้ออกมาทำการประมูลงาน ก็อาจจะมีเห็นอยู่ทั่ว ๆ ไป อย่างเช่น เรื่องของ โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าก็ดี หรือโครงการทางด่วนของภาครัฐเองก็ดี🔗
ประเด็นที่ ๕ เรื่องของการผลักดันอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง รวมถึงการ ยกระดับศักยภาพ ประเด็นนี้ต้องบอกว่าเป็นประเด็นที่สำคัญในเชิงของโครงสร้างภาพใหญ่ ของอุตสาหกรรมในประเทศไทยที่จะส่งผลต่อมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความ ปลอดภัย รวมถึงความยั่งยืนของตัวอุตสาหกรรมในระยะยาวด้วย ต้องบอกอย่างนี้ว่าภาครัฐเอง ก็ควรมีบทบาทในการที่จะยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมการก่อสร้าง เพราะว่า ภาครัฐเองเราคือผู้ลงทุนด้านการก่อสร้างที่เรียกได้ว่าใหญ่ที่สุดในประเทศ เพราะเรามี งบประมาณมากที่สุด และงบประมาณของเราส่วนใหญ่ก็ใช้ไปในเรื่องของการก่อสร้างมาก เป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นการลงทุนของภาครัฐสามารถกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมได้เลยว่า ต่อไปจะมีผู้รับจ้าง มีผู้รับเหมาหน้าตาแบบไหนออกมา มีเน้นในเรื่องของอาคาร เน้นในเรื่อง ของงานสาธารณูปโภค เน้นในเรื่องของสะพาน หรือถนน หรือทางด่วนด้านไหนมาก เป็นพิเศษ ก็ขึ้นอยู่ที่งบประมาณของภาครัฐที่มีการผลักดันออกไป แต่ต้องบอกอย่างนี้ว่า ภาครัฐเองนี่ยังขาดการวางยุทธศาสตร์ การวางกรอบการลงทุนต่าง ๆ เพราะต้องบอกว่า มีหลายนวัตกรรมด้านการก่อสร้างที่ไม่ได้มีการพูดถึงเลย อย่างเช่น อันแรกก็คือเรื่อง ของ BIM หรือว่าเรื่องของ Building Information Modelling ที่ประเทศไทยยังไม่ได้ให้ ความสำคัญ แต่ทั่วโลกให้ความสำคัญมาแล้วกว่า ๒๐ ปีเต็ม ๆ เรื่องที่ ๒ เรื่องของแนวคิด การใช้ Escrow Account หรือว่าบริการบัญชีรับฝากและจ่ายเงินแบบมีเงื่อนไข ซึ่งจะทำ หน้าที่ในการจ่ายเงินแทนนายจ้างกรณีที่งานเสร็จแล้ว ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นการแก้ปัญหา ด้านการเงิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการโกงผู้รับจ้างที่เป็นโกง Subcontractor ก็ดี หรือการ จ่ายเงินล่าช้ากับ Supplier ก็ดี แล้วทำให้พวกเขาได้รับผลกระทบด้านของ Credit Term ก็ดี ถ้าเรามีการใช้ Escrow Account ในการเป็นตัวกลางในการจ่าย เมื่อคุณส่งงานทำงาน เสร็จปุ๊บ Escrow Account ก็จะมีหน้าที่จ่ายเงินให้เลย โดยที่ว่านายจ้างจะไม่มีสิทธิมายึกยัก ดึงดันต่อ ทำให้ตรงนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเรื่องของปัญหาด้านการเงินให้กับผู้ที่ รับจ้างที่เป็น Subcontract ได้อย่างดี🔗
อีกส่วนหนึ่งเรื่องของการใช้ Augmented Reality หรือ AR ในการเข้ามา พัฒนาทำให้เราเห็นภาพ Visual Live ภาพโครงการก่อสร้างให้มันเสมือนจริงมากยิ่งขึ้น การก่อสร้างก็จะแม่นยำ ถูกต้อง แล้วคนที่มาอาจจะไม่ได้มีความเชี่ยวชาญชำนาญมากนัก แต่อย่างน้อยเมื่อเห็นภาพที่ชัดเจนก็สามารถทำงานได้อย่างง่ายดาย รวมถึงแม้กระทั่งการใช้ Drone เข้ามาในการช่วยดูงานให้มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงเรื่องของการประกันอุตสาหกรรม เช่น เครื่องจักร หรือวัสดุสีเขียวใหม่ ๆ เกิดขึ้นได้ ที่สำคัญเรายังขาดในเรื่องของกระบวนการ สร้างและกระบวนการรับฟังความคิดเห็นปัญหาต่าง ๆ ของผู้ประกอบการ และหลาย ๆ Stakeholder ที่ผมเคยได้กล่าวมา เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่มันจะต้องมีเจ้าภาพ ในเรื่องนี้ในการผลักดันอุตสาหกรรมการก่อสร้างอย่างเป็นระบบ เพราะอุตสาหกรรมการ ก่อสร้างเป็นกลไกสำคัญและเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย รวมถึงกระทั่งในการรองรับเรื่องของการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตด้วยนะครับ ท่านประธาน🔗
ก็ด้วยสาเหตุนี้จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงขอเสนอญัตติให้สภา ผู้แทนราษฎรแห่งนี้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐาน การก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนา ศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ตอนนี้มีท่านสมาชิกมาลงชื่อ ๒๔ ท่าน มีทางฝั่งฝ่ายค้าน ๒๑ ท่าน รัฐบาล ๓ ท่าน ทีนี้ว่าอย่างไรเราก็ต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญอยู่แล้ว ก็ขอบริหารเวลานะครับ ๕ ท่านแรก ก็คือ ท่านชัยวัฒน์ ท่านประสิทธิ์ ท่านแอนศิริ ท่านธัญธร ท่านภัสริน ๗ นาที แล้วหลังจาก ๕ ท่านนี้ก็ขอให้เตรียมตัวกระชับให้เหลือ ๕ นาที จะได้วางแผนเหลือ ๕ นาที เพราะว่าอย่างไรเราก็ตั้งคณะกรรมาธิการอยู่แล้ว เดี๋ยวมีวาระที่สองว่ากันไปเวลากลับมา รายงานนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดหนึ่ง เรื่องเวลาการอภิปรายครับ หารือในฐานะวิป เรียนท่านประธาน ผม ชุติพงศ์ พรรคประชาชน ในฐานะวิป ก็เข้าใจว่าเราเองก็อาจจะต้องพยายามบริหารเวลา แต่อย่างไรก็ตามวันนี้เป็นวัน ประชุมครั้งสุดท้ายของสมัยประชุมนี้แล้ว แล้วเพื่อนบางคนก็ได้มีการเตรียมข้อมูลมา แล้วอีกอย่างหนึ่งคือที่เตรียมไว้นี้เป็นข้อมูลที่เตรียมไว้แล้วไม่ได้พูดตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว จริง ๆ ก็อยากจะขอความเห็นใจท่านประธานว่าให้เพื่อนสมาชิกได้มีการให้ข้อมูล แล้วก็ถามทาง ผู้เสนอญัตติเมื่อสักครู่แล้ว ผู้เสนอญัตติเองก็ต้องการรับฟังเพื่อน ๆ เพื่อจะเอาข้อมูลไป ประกอบในกรรมาธิการอย่างครบถ้วน แล้วผมก็คิดว่าเราพอบริหารจัดการกันได้ บางท่าน เดี๋ยวผมลองคุยดูว่าใช้ถึงหรือไม่ แต่บางท่านขอไว้เกิน ก็อยากจะขอความกรุณาท่านประธาน ว่าให้เวลาการอภิปรายเต็มที่เพราะว่ามีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการสร้างตึก แล้วก็เรื่อง แผ่นดินไหวด้วย ซึ่งผมคิดว่าพี่น้องประชาชนรอรับฟังอยู่ อย่างไรก็ดีก็อยากจะขอความกรุณา ท่านประธาน แต่เราจะพยายามช่วยกันบริหารเวลาให้ครับ🔗
เอา ๕ ท่านแรก ๗ นาที แล้วเหลือจากนั้นก็ ๖ นาที เอาอย่างนี้ ท่านแรก ท่านชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ กระผม ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ผมขออภิปรายญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ความปลอดภัยในการก่อสร้างอาคารเป็นเรื่องที่สำคัญต่อชีวิตของพ่อแม่พี่น้องประชาชน เป็นเรื่องของความเป็นความตายที่เราจะต้องทำเพื่อป้องกันการเสียชีวิตของประชาชน เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอย่างแผ่นดินไหว ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความเสียใจ ต่อครอบครัวของผู้สูญเสียและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวทุกท่าน เราทราบกันดีเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้ว วันศุกร์ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๘ เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงใน ประเทศเมียนมา แม้ห่างจากกรุงเทพมหานครเกินกว่า ๑,๐๐๐ กิโลเมตร แต่แรงสั่นสะเทือน ก็ส่งผลให้เกิดความเสียหายในกรุงเทพฯ อย่างมาก อาคารสูง ๓๐ ชั้นของ สตง. ในย่าน จตุจักรที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างก็พังถล่มลงมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต มีผู้ติดอยู่ในซากตึกมากมาย โครงสร้างต่าง ๆ ของตึกได้รับความเสียหาย มี Crane ถล่มที่บางโพ อาคารที่อยู่อาศัย หลายแห่งก็แตกร้าว เหตุการณ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของมาตรฐานความ ปลอดภัยของการรับเหมาก่อสร้างในประเทศไทย ณ ปัจจุบันเป็นอย่างมาก และที่สำคัญ ความเปราะบางทางจิตใจของคนไทยต่อความเชื่อมั่นในวงการรับเหมาก่อสร้างของ ประเทศไทยต่อการรับมือกับเหตุการณ์เกี่ยวกับแผ่นดินไหวนี้เปราะบางเป็นอย่างมากครับ ประเทศไทยแม้มีมาตรการด้านกฎหมายและมาตรการความปลอดภัยอาคารเพื่อรองรับ แผ่นดินไหวอยู่บ้างแล้ว มีการออกกฎหมายควบคุมอาคารตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ กำหนดให้อาคาร ในกรุงเทพฯ ต้องออกแบบให้ต้านแรงแผ่นดินไหวให้ได้ตามกฎกระทรวงที่อ้างอิงตามหลัก วิศวกรรมสากล กรมโยธาธิการและผังเมืองก็มีการจัดทำมาตรฐานที่เรียกว่า มยผ. หรือว่า มาตรฐานการออกแบบอาคารต้านการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ Update ปี ๒๕๖๑ และล่าสุดก็ปี ๒๕๖๔ ครับ กำหนดระดับแรงสั่นสะเทือน ที่โครงสร้างของอาคารจะต้องรองรับในการออกแบบสำหรับแต่ละพื้นที่ อย่างไรก็ตาม แม้เราจะมีมาตรฐานบนแผ่นกระดาษที่ทัดเทียมสากล แต่การบังคับใช้จริงยังมีช่องโหว่อย่าง มากมาย ในวันนั้นตัวผมเองก็อยู่ที่สภาน่าจะเหมือนกับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คน เผชิญตึกสั่น อยู่หลาย ๑๐ วินาที คนที่นั่งอยู่ก็มองหน้ากันว่าจะทำอย่างไรดี หนีออกจากตึกดีไหมถ้ากลัว ตึกถล่ม แต่ถ้าหนีออกจากตึกแล้วมันจะถล่มนี่อย่างไรตอนนั้นก็คงไม่ทัน ก็ได้แต่หลบอยู่ แล้วก็ระวังว่าสิ่งของจะหล่นใส่หัว พอรอแผ่นดินไหวสงบลงแล้วก็ค่อยเดินลงบันได แล้วก็หนี ออกจากอาคารวันนั้น ภาพที่เราเห็นใน TV ใน Social ต่าง ๆ ก็จะเห็นคนวิ่งออกนอกอาคาร ต่าง ๆ ในขณะที่เกิดแผ่นดินไหวเพราะว่ากลัวตึกถล่ม จากประสบการณ์ที่ผมเคยใช้ชีวิตอยู่ใน ประเทศญี่ปุ่นผ่านแผ่นดินไหวที่แรงกว่านี้มานับครั้งไม่ถ้วน ถ้าแผ่นดินไหวที่แรงระดับนั้น ที่เราเจอกันนี่มันปกติมากแทบจะไม่เกิดอะไรเลยครับ ถ้านั่งประชุมอยู่ก็จะนั่งประชุมกัน ต่อไปได้เลย เพราะทุกคนเชื่อมั่นว่าตึกของเขาไม่พังแน่นอน แต่คนไทยเราไม่มีความเชื่อมั่น แบบนั้นเลย หน่วยงานภาครัฐของไทยยังไม่มีระบบการตรวจสอบความแข็งแรงของ โครงสร้างตึกในเชิงลึกอย่างทั่วถึง เจ้าหน้าที่ของรัฐก็มีข้อจำกัดทางด้านบุคลากรและความ เชี่ยวชาญทำให้ไม่สามารถตรวจสอบทุกอาคารที่ก่อสร้างได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน อันนี้ก็เป็น ช่องโหว่สำคัญที่เราต้องแก้ไข การตรวจสอบความปลอดภัยก็มักจะทำได้เพียงแค่การ สุ่มตรวจเป็นบางโครงการเท่านั้นเอง ส่งผลให้โครงการจำนวนมากที่ดำเนินการโดยขาดการ กำกับดูแลอย่างเข้มงวดเพียงพอ อย่างเช่น มีให้เราเห็นตัวอย่างก็คือตึก สตง. ที่พังถล่มลงมา มันจุดประเด็นคำถามต่อสังคมว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร แต่ไม่ว่าจะเกิดจากความบกพร่อง ในการออกแบบ ความบกพร่องในการก่อสร้าง หรือความบกพร่องในการควบคุมงาน หรือการตรวจสอบ หรือแม้แต่วัสดุ อันนี้มันสะท้อนปัญหาในการบังคับใช้มาตรฐานความ ปลอดภัยในการก่อสร้างอาคารที่ประชาชนจำนวนมากต้องใช้ชีวิตอยู่กับอาคารเหล่านั้น ผมนึกภาพไม่ออกเลยครับ ถ้าเจ้าหน้าที่ของ สตง. ได้ทำงานที่ตึกนั้นแล้ว แล้วมันเกิด เหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ประเทศของเราจะเกิดอะไรขึ้น เราจะขาดคนที่มาตรวจสอบการเงินของ ทั้งประเทศเลยนะครับ🔗
ทีนี้ขอพามาดูกรณีศึกษาของประเทศญี่ปุ่นแล้วก็มาตรฐานของประเทศญี่ปุ่น ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีพัฒนาการและบังคับใช้มาตรฐานต่อต้านแผ่นดินไหวเข้มงวดมากที่สุด แห่งหนึ่งของโลก เพราะเขาเริ่มมาประมาณ ๑๐๐ ปีแล้ว เริ่มมาในปี ๒๔๖๖ ๑๐๒ ปีที่แล้ว ที่โตเกียว เพราะว่ามันเกิดแผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายมหาศาล ญี่ปุ่นเขาก็เลยได้ออก กฎหมายชื่อว่า Building Standards Act แล้วก็พัฒนามาตรฐานการก่อสร้างขึ้นมาเข้มงวด อย่างเป็นระบบ หลักการสำคัญของเขามีอยู่อย่างเดียวคือไม่ว่าแผ่นดินไหวจะรุนแรงเพียงใด อาคารทุกหลังต้องไม่พังถล่ม แม้ว่าจะได้รับความเสียหายบ้างก็ตาม นับตั้งแต่ปี ๒๕๒๔ เป็นต้นมา ญี่ปุ่นได้กำหนดให้อาคารทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักที่อยู่อาศัยต้องออกแบบ ให้มีความปลอดภัย ทำให้ไม่พัง มนุษย์อยู่ได้และไม่ถูกอาคารพังถล่มลงมาทับตาย ผลลัพธ์นี้ ทำให้เวลาเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปีคริสต์ศักราช ๑๙๙๕ ที่โกเบก็ได้มีการสำรวจอาคาร พบว่าก่อนหน้าอาคารที่มีการก่อสร้างตามมาตรฐานเก่าจะมีการถล่มลงมาถึง ๗๖ เปอร์เซ็นต์ แต่อาคารที่ก่อสร้างตามมาตรฐานใหม่มีการถล่มในการเกิดแผ่นดินไหวในโกเบเพียงแค่ ๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะฉะนั้นก็เป็นตัวที่บอกว่ามาตรฐานเหล่านี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เพราะฉะนั้นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในอาคารใน ประเทศไทยเราจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายและมาตรฐานการออกแบบอาคารให้ทัดเทียม กับมาตรฐานสากล และต้องควบคุม ต้องทบทวน โดยเฉพาะในการตรวจสอบ เราต้อง ตั้งเป้าหมายว่าอาคารต้องไม่มีการพังถล่ม ไม่ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาดไหนนะครับ🔗
ขอสรุปเหตุการณ์ล่าสุดนี้มันทำให้เราเห็นจุดบกพร่อง เห็นความเปราะบาง ในกระบวนการในอุตสาหกรรม ในมาตรฐานในการทำงาน ในการตรวจสอบของวงการ ก่อสร้าง ดังนั้นผมจึงขอสนับสนุนให้ทางสภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อป้องกันความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินของพ่อแม่ พี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดปทุมธานี เขต ๗ อำเภอ ธัญบุรี ลำลูกกา และหนองเสือ การก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานไม่เพียงแต่จะคร่าชีวิตผู้คน แต่ยังทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนไปด้วย เพราะฉะนั้นให้มันจบที่รุ่นเรานะครับ เรามาร่วมกันวางรากฐานกันใหม่ เก็บอดีตไว้เป็นบทเรียน และยกระดับมาตรฐานการ ก่อสร้างให้แข็งแรง มีระบบความปลอดภัยและการเยียวยาที่ยอดเยี่ยมเพื่อเป็นเกียรติแก่ ผู้สูญเสียในเหตุการณ์ ห้องโสตผมขอคลิปด้วยครับ🔗
อันนี้เป็นเหตุการณ์ตึกถล่ม ที่คลอง ๖ ปทุมธานี เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๗ ดูคลิปนะครับ ๑๑ ปีที่แล้ว เหตุการณ์เกิดขึ้นคล้าย ๆ กันเลยกับที่เกิดเหตุในปัจจุบันนี้ อันนี้เกิดที่คลอง ๖ ปทุมธานีของ ผมเอง ก็มีผู้บาดเจ็บ ๒๕ ราย เสียชีวิต ๑๔ ราย สาเหตุของการถล่มเพียง ๒ วันเขาสามารถ ทราบสาเหตุกันได้แล้วว่าชั้นบนเกิดจากการเทปูนเร็วเกินไป น้ำหนักเพิ่มรวดเร็วเกินไป แล้วก็ตัวเสาริมซ้ายของอาคารสร้างไม่ได้มาตรฐาน มีความอ่อนแอ ไม่สามารถรับแรงเฉือนได้ และไม่สามารถรับน้ำหนักได้เพียงพอ ข้อที่ ๓ คือการก่อสร้างไม่ถูกต้อง ใช้นั่งร้านที่รองรับ น้ำหนักพื้นแต่ละชั้นจำนวนไม่เพียงพอ ทำให้คานรับน้ำหนักไม่ไหว อันนี้คือเหตุการณ์เพียง ๒ วันสามารถทราบสาเหตุได้เลย เพราะอะไรนะครับ ก็เพราะว่าผู้ก่อสร้างให้ความร่วมมือ บอกวิธีการก่อสร้างแล้วก็ให้แบบแปลนมาด้วยว่าแปลนก่อสร้างเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เขาทราบสาเหตุได้อย่างรวดเร็วไม่เหมือนกับปัจจุบันนี้ซึ่งเรายัง ไม่ทราบเลยว่าเกิดจากอะไร หลังจากนั้นก็จะมีข้อมูลทะลักมาเรื่อย ๆ ว่าเกิดจากอะไร ก็เพิ่มเติมไม่ได้ต่างจากเดิมเท่าไร ก็คือมีการเร่งรัดการก่อสร้างวัสดุที่ใช้ไม่ได้มาตรฐานนะครับ วัสดุอีกแล้ว วัสดุที่ก่อสร้างมีปัญหา ก่อนหน้านี้เราก็เคยเจอเรื่องตึกถล่มเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๓๖ ที่โรงแรมรอยัลพลาซ่าใจกลางเมืองนครราชสีมา ตึกถล่มครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต ถึง ๑๓๗ ราย น่าจะเป็นการสูญเสียที่มากที่สุดของประเทศไทยเกี่ยวกับตึกถล่มนะครับ จากเหตุการณ์เหล่านี้ผู้เชี่ยวชาญก็เน้นย้ำว่าเราต้องให้ความสำคัญกับการออกแบบและ ควบคุมงานก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐาน รวมถึงการใช้วัสดุที่มีคุณภาพด้วย แต่ก็ยังเกิด เหตุตรงนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้นไม่เพียงแต่อาคารสูงที่ไม่ได้มาตรฐานที่ผมแสดงให้ดูก็ยังมี ปัญหาอื่น ๆ ที่สร้างไม่ได้มาตรฐานด้วยในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี อย่างเช่น กรณีของปัญหา บ้านจัดสรรไม่ได้มาตรฐานก็มี อยู่ไม่ถึงปีแตกร้าวมีรอยรั่ว น้ำรั่วท่อแตก อันนี้คือได้รับการ ร้องเรียนมา รวมทั้งการก่อสร้างถนนที่ล่าช้า ก่อสร้างล่าช้านี่ใช้เวลาบางทีเป็นปีเลยนะครับ สร้างถนนไม่กี่เส้นเหตุเกิดจากอะไรบ้าง ก็เกิดจากการทิ้งงาน อันนี้สาเหตุสำคัญแล้วก็เกิดขึ้น หลาย ๆ ที่ อีกประการหนึ่งก็คือว่ามีการทำงานแบบพัก ๆ หยุด ๆ หยุด ๆ พัก ๆ ก็เลยทำให้ เสียเวลา ชาวบ้านก็สงสัย ผมเองก็สงสัยต้องไล่ตามตลอดเวลาเลย มีการก่อสร้างถนนเมื่อไร ผมต้องโทรหาทางหลวงทุกครั้งเลยว่าทำไมถึงช้า เพราะว่าถึงผมไม่โทรก่อนชาวบ้านก็จะโทร มาแจ้งผม อันนี้คือปัญหา และสร้างไปไม่นานก็เกิดถนนพัง เมื่อถนนพังทีไรเขาก็จะบอกว่า รถบรรทุกเกินน้ำหนัก ตรงนี้เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าปัญหาเกิดจากรถบรรทุกหรือว่าการ ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน อยากให้มีการควบคุมด้วยนะครับ🔗
กรณีการเยียวยานะครับ ผมขอพูดถึงกรณีการเยียวยาด้วย ผมก็ไม่ได้หวังให้ ประเทศไทยจะเหมือนกับต่างประเทศ ผมยกกรณีตอนที่ตึกถล่มที่นิวยอร์กเมื่อปี ๒๐๐๑ หรือประมาณ ๒๐ กว่าปีที่แล้ว หน่วยกู้ภัยของนิวยอร์กซึ่งก็คือ FDNY หรือหน่วยดับเพลิง Fire Department of New York ก็มีการเสียชีวิตในเหตุการณ์จำนวนมาก ท่านทราบไหม ว่าเขาได้รับค่าชดเชยเท่าไร ๒ ล้านเหรียญสหรัฐหรือ ๘๐ ล้านบาท จริง ๆ แล้วชีวิตคน มันตีมูลค่าไม่ได้แน่นอนครับ แต่ว่าอย่างน้อยการเยียวยาก็ช่วยให้ภรรยาและลูกของเขา ไม่เดือดร้อนมาก สามารถอยู่ต่อไปได้อย่างไม่ลำบาก เพราะฉะนั้นการเยียวยาเหล่านี้สามารถ เยียวยาได้ทันทีแล้วก็ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ อยากให้ขั้นตอนกระบวนการเยียวยาของประเทศไทย เป็นเช่นนั้น หรือแม้แต่ร้านอาหารของเพื่อนผมที่เปิดอยู่ตรงนั้นได้รับการเยียวยาหลัก แสนเหรียญหลังจากที่ต้องปิดไปหลายเดือนมีการเยียวยาให้เป็นแสนเหรียญ พนักงานตรงนั้น ก็ได้ประมาณ ๕,๐๐๐ เหรียญต่อคน ทั้ง ๆ ที่พนักงานที่นั่นไม่ตกงานแน่นอนเพราะว่า การไปทำงานร้านอาหารมีพื้นที่รองรับมากมาย เขาไม่ตกงาน แต่เขาก็ได้รับการเยียวยา ๕,๐๐๐ เหรียญจากการเปลี่ยนงานนะครับ อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นในนิวยอร์ก ผมไม่ได้หวังว่า ประเทศไทยจะเป็นแบบนั้น แต่อยากให้การเยียวยาครบถ้วนแล้วก็ทั่วถึงไม่ตกหล่น แล้วก็ การเยียวยาควรจะเป็นแบบง่ายด้วยไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ก่อน ควรจะเยียวยาก่อนแล้วค่อย พิสูจน์ทีหลัง หรือควรจะมี One Stop Service ด้วยซ้ำในการเยียวยาผู้เสียหายให้เข้าถึงสิทธิ ได้ง่าย ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ก็อยากให้เป็นมาตรฐานให้กับประเทศไทยในการก่อสร้าง สิ่งต่าง ๆ รวมทั้งการก่อสร้างถนนตอนกลางคืนที่ปทุมธานีก็มักจะมีปัญหาอย่างที่ สส. ศุภณัฐ ได้พูดไป ไม่มีป้าย ไม่มีไฟ ตอนกลางคืนก็คือเกิดอุบัติเหตุเพราะว่าคนมองไม่เห็น โดยเฉพาะ รถมอเตอร์ไซค์ตกหลุมกันเยอะแยะมากมาย เราเห็นข่าวกันเต็มไปหมดว่ามีการตกหลุม ตกบ่อ ตรงนี้หลายคนอาจจะมองว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ผมอยากให้มองว่ามันเป็นการเจตนา ทำร้ายร่างกายหรือเจตนาฆ่าด้วยซ้ำ เหมือนท่านวางกับดักไว้รอคนมาตก สิ่งเหล่านี้มัน ป้องกันได้อยู่แล้วแต่ท่านไม่ทำ เพราะฉะนั้นควรจะมีมาตรฐาน ควรจะมีกฎหมายที่รุนแรงกับ ผู้รับเหมาก่อสร้างที่ไม่มีสัญญาณเตือน ไม่มีไฟเตือนตอนกลางคืนด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านแอนศิริ วลัยกนก เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวแอนศิริ วลัยกนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะ แขวงราษฎร์บูรณะ พรรคประชาชน ดิฉันขออภิปราย ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับ มาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการ พัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอแสดง ความเสียใจต่อครอบครัวผู้ที่สูญเสียจากเหตุการณ์ที่เกิดแผ่นดินไหวที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ แผ่นดินไหวและโครงสร้างพื้นฐานอย่างถนนพระราม ๒ ถล่มที่ผ่านมาเป็นช่วงสัญญาณเตือน ว่ากฎหมายและมาตรฐานที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจไม่เพียงพอต่อการปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าทุกครั้งที่เกิดอาคารถล่มทางด่วนพัง หรือโครงสร้าง พื้นฐานเสียหายอย่างไม่สมควร คำถามสำคัญที่ถูกถามอยู่เสมอมีใครใช้ของไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ การตรวจสอบมีความโปร่งใสแค่ไหน และมีผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดขึ้นหรือเปล่า งบประมาณที่เกิดขึ้นควรถูกใช้เพื่อความปลอดภัย ถูกลด ถูกตัด หรือถูกแปรรูปไปเป็น ผลประโยชน์ของบางกลุ่มหรือไม่ ในขณะที่ประชาชนหรือคนทำงานหรือทำงานใน Site งาน ก่อสร้างกลับต้องเป็นผู้รับเคราะห์ นี่คือราคาของคอร์รัปชัน คือราคาที่จ่ายด้วยชีวิต ดังนั้น หากเราจะยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยการปรับปรุงกฎหมายและระบบตรวจสอบต้อง ควบคู่ไปกับมาตรการการปราบปรามคอร์รัปชันที่เข้มงวด การป้องกันภัยพิบัติและลดความ สูญเสียจากอาคารถล่มหรือโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ได้มาตรฐานไม่สามารถทำด้วยมาตรการ ระยะสั้น หรือเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น เราจำเป็นต้องสร้างระบบความ ปลอดภัยที่มีมาตรฐานตั้งแต่ต้นทางการออกแบบการก่อสร้างจนถึงปลายทางการบำรุงรักษา และเยียวยา ดิฉันจึงขอเสนอแนวทาง ๓ ขั้นที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ให้ครอบคลุมทั้งระบบ🔗
ขั้นที่ ๑ ต้องยกระดับมาตรฐานการออกแบบและการก่อสร้าง จำเป็นต้องมี การออกกฎหมายที่กำหนดความรับผิดชอบทางกฎหมายของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่าง ชัดเจน ไม่ใช่แค่ระดับผู้รับเหมาเท่านั้น แต่รวมไปถึงหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแล หากมีการ ละเลยมาตรฐานการก่อสร้างที่ทำให้เกิดความเสียหายจะต้องสามารถดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง และทางอาญากับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่แค่การสั่งพักงานหรือชดใช้ค่าปรับ ไม่มีผลต่อการ ปราบปราม นอกจากนี้ควรมีการใช้ระบบติดตามเส้นทางวัสดุเพื่อตรวจสอบว่าวัสดุที่ใช้ใน โครงการก่อสร้างตรงตามมาตรฐานที่ได้กำหนดหรือไม่ หากพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงวัสดุ ที่ไม่ได้มาตรฐานจะต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงผู้ที่รับผิดชอบโดยตรง🔗
ขั้นที่ ๒ ต้องมีระบบตรวจสอบที่โปร่งใสและเป็นอิสระ ดิฉันขอเสนอให้มี การจัดตั้งหน่วยงานตรวจสอบอิสระมาตรฐานการก่อสร้างและความปลอดภัย Third Party ที่แยกหน่วยงานที่มีอำนาจอนุมัติหรือกำกับโครงการก่อสร้าง หน่วยงานนี้ควรมีอำนาจ ตรวจสอบโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ทั้งหมด สามารถสั่งระงับโครงการที่ไม่เป็นไปตาม มาตรฐานได้ด้วย มีการแทรกแซงทางการเมือง คณะกรรมการตรวจสอบงานจะต้อง ประกอบจากผู้ที่เชี่ยวชาญจากหลายสาขา เพื่อให้สามารถประเมินมาตรฐานได้อย่างรอบด้าน และต้องมีอำนาจเข้าถึงเกี่ยวกับการก่อสร้างทั้งหมด รวมถึงงบประมาณรายละเอียดของวัสดุ ที่ก่อสร้าง🔗
ขั้นที่ ๓ แม้จะมีมาตรฐานและตรวจสอบระบบที่เข้มแข็ง แต่หากไม่มีการ บำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างพื้นฐานที่จะเสื่อมโทรมก็จะกลายเป็นอันตรายต่อ ประชาชน จำเป็นต้องมีระบบการตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างที่มีแนวโน้มที่ไม่ปลอดภัยอย่างเป็น ระบบ โดยกำหนดให้มีการตรวจสอบโครงสร้างอย่างสม่ำเสมอและบังคับให้เจ้าของอาคาร ต้องทำเสริมความแข็งแรง หากพบว่าอาคารไม่ปลอดภัยระบบต้องแจ้งเตือนภัยพิบัติ ต้องได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยการใช้ Cell Broadcast ในการแจ้งเตือน แบบ Real Time เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่จำเป็นอย่างทันท่วงที การยกระดับ มาตรฐานความปลอดภัยของสิ่งปลูกสร้างและการป้องกันการทุจริตในการก่อสร้างไม่ใช่เพียง แค่เรื่องของการป้องกันภัยพิบัติ แต่เป็นเรื่องของการป้องกันภัยของชีวิต เราหยุดภัยพิบัติ ไม่ได้ แต่เราสามารถหยุดการโกงที่ทำให้เกิดภัยพิบัติของประชาชนได้ สุดท้ายนี้ดิฉันหวังว่า การอภิปรายในวันนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประเทศไทยพร้อม ที่จะรับมือกับภัยพิบัติในอนาคตอย่างยั่งยืน ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปท่านธัญธร ธนินวัฒนาธร เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตบางแค ภาษีเจริญจากพรรคประชาชนครับ ขอร่วมอภิปรายญัตติ เรื่อง ขอให้สภา ผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพ อุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเกิดเหตุการณ์ แผ่นดินไหวที่น่าสะเทือนใจในประเทศไทยเราเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งผมต้องขอไว้อาลัย แสดงความเสียใจเป็นกำลังใจต่อผู้สูญเสียและได้รับความเสียหายด้วยนะครับ มาตรฐานการ ก่อสร้างอาคารมีความปลอดภัยในประเทศไทยนั้นเป็นความสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามครับ การพัฒนาประเทศย่อมส่งผลให้เกิดอาคารสูงการก่อสร้างขนาดใหญ่ แต่โครงสร้างพื้นฐาน ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมนี้ท่ามกลางความเจริญรุ่งเรืองเหล่านี้ครับ สิ่งที่เราต้องให้ ความสำคัญก็คือความปลอดภัยของอาคารและการก่อสร้าง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบ โดยตรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้งาน มาตรฐานการก่อสร้างจึงเป็นเหมือนเกาะป้องกัน ที่สำคัญในการรองรับความปลอดภัย ความแข็งแรง เพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุและภัยพิบัติ ที่อาจเกิดขึ้น อาคารจะมีความปลอดภัยได้นั้นเราต้องมีอาคารที่แข็งแรงมีการก่อสร้างที่มี คุณภาพ ถ้าพูดถึงคุณภาพของการก่อสร้างสิ่งที่เราต้องนึกถึง ๒ สิ่งแรกก็คงหนีไม่พ้นคุณภาพ ของผู้ที่ก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างนั่นเองครับ วันนี้ผมจะขออภิปรายในประเด็นของวัสดุครับ ผมจะมาแยกให้เห็นภาพกันง่าย ๆ เป็น ๓ ส่วน ก็คือต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำนะครับ ปลายน้ำหรือผู้บริโภคอย่างเจ้าของโครงการหรือเจ้าของบ้าน คนธรรมดาอย่างเราก็อาจจะ ทราบมาตรฐานของวัสดุ อาจจะดูได้ยากว่าต้องการสเปกแบบไหน เราอาจจะระบุสเปกได้ แต่ว่าข้อมูลเชิงเทคนิคลึก ๆ คนทั่วไปที่ไม่เข้าใจก็เลยเป็นหน้าที่ของกลุ่มคนกลางน้ำ นั่นก็คือ วิศวกรหรือผู้ควบคุมงานก่อสร้าง กลุ่มคนกลางน้ำนี้ก็คือผู้มีความรู้มีประสบการณ์หรือมี คุณวุฒิทางวิชาชีพที่เชื่อถือได้ แต่ในเชิงวัสดุนั้นหลายครั้งเราพบว่ามีการปลอมแปลงวัสดุ อย่างแนบเนียน ต่อให้ใช้ทีม Consult ที่เก่งแค่ไหนก็ไม่สามารถควบคุมได้ โดยทั่วไปเราดู มาตรฐานที่รับรองจากทางผู้ผลิตหากสุ่มตรวจแล้วพบว่าวัสดุนั้นมีปัญหา สิ่งที่เราทำได้คือการ ปฏิเสธการใช้สินค้า Lot นั้น แต่การตรวจสอบย้อนกลับถึงคุณภาพในระดับห้องปฏิบัติการ จะมีความถี่และรวดเร็วเพียงพอกับการก่อสร้างที่ดำเนินไปเรื่อย ๆ หรือไม่ จะมีสินค้า ปลอมแปลงหรือหลุดคิวซีแฝงตัวเข้ามาใน Plant ก่อสร้างมากน้อยเพียงใดนั้นนะครับ ความปลอดภัยของอาคารตั้งแต่ต้นน้ำ ก็คือเราต้องดูที่ผู้ผลิตนั่นเอง ซึ่งกลุ่มต้นน้ำหรือผู้ผลิต หรือผู้นำเข้าก็ปฏิเสธไม่ได้ที่จะต้องเป็นหน่วยงานหน้าที่ของรัฐอย่าง สมอ. หรือสำนักงาน มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลมาตรฐานของสินค้าว่าจะทำ อย่างไรให้มีคุณภาพ ต้นน้ำนี้ก็คือทุกอย่างครับ ถ้าวัสดุในประเทศมีแต่ของมีคุณภาพ คนกลางน้ำและปลายน้ำก็ไม่มีปัญหา รัฐจึงต้องมุ่งมั่นแก้ไขในส่วนของการนำเข้าสินค้าที่ ไม่ได้มาตรฐาน การปลอมแปลงสินค้า การเล่นแร่แปรธาตุ การแย่งชิงตลาด การ Dump ราคา ซึ่งมักจะนำไปสู่การลดคุณภาพสินค้า รวมถึงมีปัญหาในการแข่งขันธุรกิจในท้องถิ่น และการปรับตัวของราชการที่ตามไม่ทันเอกชนหรือผู้ประกอบการที่อาจจะหัวหมอนะครับ แม้หลายกรณีจะได้รับเสียงสะท้อนจากนักวิชาการหรือภาคเอกชนไปแล้ว แต่ขั้นตอนทาง ราชการก็ยังดำเนินไปอย่างล่าช้า เหตุการณ์แผ่นดินไหวในสัปดาห์ที่ผ่านมาพี่น้องประชาชน จำนวนมากยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับร่องรอยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับที่พักอาศัยครับ รอยร้าวนั้นก็มีหลายประเภท ในสไลด์นี้เป็นตัวอย่างครับ ความเสียหายที่อาจพบได้จาก ศูนย์แผ่นดินไหวแห่งชาติ และหากรูปแบบนี้ยังดูยาก ผมขอแนะนำให้ใช้การดูด้วยเอไอ ประกอบกันครับ🔗
ในสไลด์ถัดไปครับ ผมขอเชิญชวนทุกท่านหยิบมือถือมา Scan QR Code นี้ กันได้เลย เป็นการประเมินความเสียหายเบื้องต้นด้วยตนเองผ่านเอไอครับ ระบบนี้พัฒนาโดย ศูนย์วิจัยตรวจสอบโครงสร้างและเฝ้าระวังของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อเรา Upload รูปความเสียหายระบบจะส่งผลประเมินเบื้องต้นออกมา ตัวอย่างผม Upload รูปด้านซ้าย เข้าไป ด้านซ้ายนี้ระบบประเมินว่ามีการหลุดล่อนแตกร้าวของผนังอาจเกิดจากการทรุดตัว หรือการเคลื่อนตัวของโครงสร้างอาคารและแนะนำให้มีการตรวจสอบโดยวิศวกรโครงสร้าง รวมถึงตรวจสอบสภาพทั่วไปของอาคารเพื่อประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติม ยังไม่มีใครเข้าไป ประเมินที่พักอาศัยก็ Scan QR Code นี้ลองถ่ายรูปส่งเข้าไปในระบบกันได้ ในส่วนของการ เยียวยาตามระเบียบ กทม. ว่าด้วยการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยก็มีหลากหลายทั้งค่าเช่าบ้าน ค่าเคลื่อนย้ายสิ่งของ ค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมแซมไปถึงทุนประกอบอาชีพ ซึ่งพี่น้อง ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อสำนักงานเขตในพื้นที่ของท่านเพื่อรับการ เยียวยาได้อีกทางหนึ่งครับ🔗
ผมขอปิดท้ายด้วยบทเรียนจากวิกฤตการณ์ที่ผ่านมา องค์กรที่ควรจะมี บทบาทอย่างมากคือ กสทช. เมื่อเกิดเหตุก็ไม่ขยับ การแจ้งเตือนเป็นไปอย่างล่าช้า ตอนนี้ผม ยังไม่ได้รับเอสเอ็มเอสสักอันเลย ผ่านเมื่อ ๒ สัปดาห์แล้ว ประธาน กสทช. ห้ามกรรมการ สั่งการสำนักงานหากประธานไม่มอบ ใครฝ่าฝืนผิดวินัยดังหนังสือที่ปรากฏ ทั้ง ๆ ที่องค์กร ของท่านก็มีกรรมการ กสทช. แยกตามแต่ละด้านอยู่แล้ว ก็ควรมีอิสระในการดำเนินการ การรวบอำนาจเช่นนี้จะทำให้เกิดผลเสียมากกว่านะครับ🔗
ในรูปนี้ผมแสดงให้เห็นสั้น ๆ ถึงข้อความ Cell Broadcast ที่ผมได้รับใน ต่างประเทศ เขาไม่ได้จำกัดเฉพาะเหตุการณ์ภัยพิบัติ มีทั้งแจ้งทดสอบระบบว่าระบบยังใช้ งานได้ปกติ การแจ้งว่ามีการจราจรติดขัดตรงไหนบ้าง รวมถึงบอกว่าคนหายให้ช่วยกัน ตามหาทันที โดยสรุปมาตรฐานการก่อสร้างอาคารให้มีความปลอดภัยเป็นรากฐานสำคัญ ของการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน การให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการบังคับใช้ กฎหมายอย่างเข้มงวด และการร่วมมือกันของทุกภาคส่วนจะช่วยสร้างความมั่นใจในความ ปลอดภัยของอาคาร ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทุกคนได้ ท่านประธานครับ เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้พวกเราได้พบเจอประสบเหตุการณ์ที่ไม่มีใคร คิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้นในประเทศไทยของเรา เราควรตระหนักได้แล้วว่าการลงทุนในความ ปลอดภัยนั้นคุ้มค่าเสมอครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านภัสริน รามวงศ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานค่ะ ดิฉัน ภัสริน รามวงศ์ ผู้แทนคนบางซื่อ ดุสิต พรรคประชาชน แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ ก็ส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ในประเทศไทย รวมถึงกรุงเทพมหานครด้วย นอกจากตึกถล่ม ในจตุจักรแล้วพื้นที่บางโพ บางซื่อ ของดิฉันก็มีเหตุการณ์ Crane ถล่มมีผู้เสียชีวิต ดิฉันก็ขอ ไว้อาลัยต่อความสูญเสียแล้วก็ขอส่งกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกท่านให้มีหวังผ่านเหตุการณ์นี้ ไปด้วยกัน ใน ๑ ปีที่ผ่านมาเขตบางซื่อ ดุสิตก็มีอุบัติเหตุหลายครั้งเพราะงานก่อสร้างค่ะ สิ่งที่ดิฉันพบเห็นอุบัติเหตุแต่ละครั้งนี้คนจนคนเจ็บจะเจ็บมากกว่าคนอื่น คนที่มีทุนทรัพย์ หรือทำประกันเอาไว้ก็ดีไปสามารถเบิกเงินประกันได้ แต่คนหาเช้ากินค่ำ คนที่ไม่มีประกัน ไม่มีทนายเกิดอุบัติเหตุครั้งหนึ่งแทบจะสิ้นเนื้อประดาตัว แถมยังจะไม่สามารถเข้าถึง กระบวนการเยียวยาด้วย ถ้าคู่กรณีใจกว้างก็โชคดีไปค่ะ แต่หลายครั้งที่พบเห็นไม่เป็นเช่นนั้น ต้องเอาข้าวของไปจำนำ ต้องกลายเป็นหนี้ ดิฉันก็อยากให้พวกเราทุกคนหันมามองกลุ่มคน พิการ คนไร้บ้าน ผู้สูงอายุ แล้วก็เด็กที่ได้รับผลกระทบรุนแรงแล้วก็ไม่สามารถเข้าถึงความ ช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ในภาวะภัยพิบัติผู้สูงอายุและคนพิการมีโอกาสเสียชีวิตหรือได้รับ บาดเจ็บสูงกว่าคนอื่น ๆ เนื่องจากข้อจำกัดทางการเคลื่อนไหวแล้วก็อุปสรรคในการอพยพค่ะ หรือประสบปัญหามากขึ้นต้องย้ายที่อยู่อย่างกะทันหัน หรือถูกตัดขาดจากบริการสาธารณะ แรงงานข้ามชาติมักจะเป็นกลุ่มที่ทำงานในอุตสาหกรรมก่อสร้างโดยตรง แต่ว่าเมื่อเกิด อุบัติเหตุพวกเขาก็ไม่ได้รับการเยียวยาอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมาย แล้วก็สถานะทางเศรษฐกิจที่เปราะบาง คนไร้บ้านที่อยู่อาศัยในบริเวณก่อสร้างก็จะได้รับ ผลกระทบโดยตรง เด็กและครอบครัวที่มีรายได้น้อยต้องเผชิญกับความไม่ปลอดภัยจาก สภาพแวดล้อมที่เสี่ยง ไม่สามารถเอาตัวออกจากสถานการณ์ที่เสี่ยงได้ ญัตติของผู้เสนอนี้ ได้เสนอประเด็นหลัก ๆ เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐาน คุณภาพ กระบวนการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การป้องกันอุบัติภัย เยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต แล้วก็การ ส่งเสริมการแข่งขัน แล้วก็พัฒนาศักยภาพผู้รับเหมา ดิฉันก็มีข้อเสนอที่อยากส่งไป คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นในเรื่องของการเยียวยา โดยเฉพาะการเยียวยาและการ เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของกลุ่มเปราะบาง กระบวนการฟ้องร้องคดีทางแพ่งปัจจุบัน การดำเนินคดีเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากเหตุการณ์ก่อสร้างล้มเหลวแล้วก็เป็นไปอย่างล่าช้า แล้วก็ยุ่งยาก โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ไม่มีทรัพยากรทางกฎหมายหรือว่าการสนับสนุน จากหน่วยงานรัฐ การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของพวกเขาต้องได้รับการปรับปรุงด้วยค่ะ ให้มีการจัดตั้งกลไกช่วยเหลือทางกฎหมาย เช่น ศูนย์ให้คำปรึกษาฟรีสำหรับผู้ได้รับ ผลกระทบ พร้อมจัดหาทนายอาสาหรือสนับสนุนทางกฎหมายที่รัฐเป็นผู้รับผิดชอบ เร่งรัด การจ่ายเงินเยียวยาหรือการจัดตั้งกองทุนที่สนับสนุนค่ารักษาพยาบาลแล้วก็ค่าใช้จ่ายในการ ดำรงชีวิตที่จะจ่ายไปก่อนในระหว่างที่มีกระบวนการเจรจา สำคัญที่สุดเรื่องนี้ผู้ที่ได้รับเงิน ช่วยเหลือเงินชดเชยต้องให้ไวและรวดเร็วที่สุด ตอนเกิดอุบัติเหตุมันเกิดอย่างทันทีและ รวดเร็ว ตอนเบิกเงินก็ควรที่จะได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกันค่ะ การจัดสรร งบประมาณเยียวยากลุ่มผู้เปราะบางมักได้รับความช่วยเหลือที่ล่าช้าแล้วก็ไม่เพียงพอ รัฐก็ต้องจัดสรรงบประมาณอย่างเร่งด่วนและมีระบบประเมินความเสียหายที่โปร่งใสเพื่อให้ มั่นใจว่าทุกคนจะได้รับการเยียวยาอย่างเท่าเทียม นอกจากนี้ยังควรมีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาวด้วยหรือการช่วยเหลือ ด้านอาชีพแล้วก็การศึกษา หากผู้ที่สูญเสียเกิดขึ้นจากภัยพิบัติ ระบบการแจ้งเตือนหรือว่า แผนอพยพที่ครอบคลุมจะต้องมีแผนรองรับที่ชัดเจนสำหรับคนพิการแล้วก็ผู้สูงอายุในการ อพยพฉุกเฉิน รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลที่เป็นมิตรกับทุกคน การใช้ภาษามือ คำบรรยายเสียง หรือข้อความเตือนภัยที่สามารถเข้าถึงได้สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางสายตาค่ะ หรือแม้กระทั่งการแจ้งเตือนภัยที่เป็นภาษาต่างประเทศเพื่อรองรับแรงงานข้ามชาติและผู้ที่ ไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาแม่ค่ะ แนวทางนี้จะช่วยให้การเยียวยาไม่เพียงแต่เป็นมาตรฐาน ชั่วคราว แต่ว่าจะเป็นกระบวนการที่เปลี่ยนจากความเปราะบางไปสู่การเสริมพลังเพื่อให้ ทุกคนสามารถฟื้นตัวแล้วก็ดำรงชีวิตอย่างมีกิน มีศักดิ์ศรีได้ แล้วก็ไม่ว่าแผ่นดินไหวหรือ ภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน มันไม่ใช่แค่เรื่องอิฐ หิน ดิน ปูน แต่ว่ามันเป็นเรื่องของความรู้สึกความมั่นคงของชีวิตของผู้คนถูกสั่นคลอนไปด้วยค่ะ หากรัฐ ยังไม่สามารถสร้างระบบเยียวยาที่มีประสิทธิภาพแล้วก็กลุ่มเปราะบางก็เป็นผู้ที่ได้รับ ผลกระทบอย่างหนัก ดิฉันก็ขอเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรเร่งพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อศึกษาปัญหานี้อย่างเป็นระบบและให้ความสำคัญกับการเยียวยากลุ่มเปราะบาง อย่างเป็นรูปธรรมด้วย ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเอาไปทางฝ่ายรัฐบาลหน่อยนะครับ ท่านเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรค รวมไทยสร้างชาติ ผมขออภิปรายญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง อย่างเป็นระบบ จากการที่เราได้เห็นตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินนั้นได้เกิดถล่มลงมาในช่วง เกิดการแผ่นดินไหวนั้นนะครับ ก็มีหลายหน่วยงานเข้าไปดำเนินการตรวจสอบ แม้กระทั่ง ของกระทรวงอุตสาหกรรมเองก็ไปดูเรื่องเหล็กเส้น คอนกรีต อะไรก็แล้วแต่หลายอย่าง ในการก่อสร้างนั้นมันจะมีหลาย ๆ ส่วน ก็คือ ๑. เรื่องการออกแบบแล้วก็การขออนุญาต และการควบคุมงาน ในการออกแบบนั้นก็เป็นบริษัทที่เชื่อถือ เป็นบริษัทที่มั่นคง ก็ถือว่าเป็น บริษัทที่เชื่อถือได้ ส่วนการขออนุญาตนั้นเนื่องจากเป็นตึกของส่วนราชการจึงไม่ได้เป็นการ ขออนุญาตโดยตรง เพียงแต่เป็นการยื่นเพื่อทราบ ฉะนั้นในส่วนนี้ในการขออนุญาตจะต้องมี การขออนุญาตอย่างจริงจังเสียที เพื่อจะให้หน่วยงานของสำนักงานเขตหรือโยธาได้มา ดำเนินการตรวจสอบรูปแบบอีกครั้งหนึ่ง จากการที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้ไปดูเรื่องเหล็ก แล้วก็บอกว่าเหล็กที่ก่อสร้างตึกนี้มีการใช้เหล็กที่มีสัญลักษณ์คำว่าตัว T ตัว T ลงท้ายก็คือ เหล็กที่เกิดจากการหลอมโดยแบบรีดร้อนแล้วก็ผ่านน้ำ ซึ่งทำให้เกิดการเย็นเร็ว ซึ่งเป็น โรงงานของ SKY ซึ่งอยู่ที่จังหวัดระยอง ซึ่งได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรมด้วย แต่มีเหล็ก บางส่วนที่ปัจจุบันนั้นทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ไปอายัดไว้ เนื่องจากว่าอาจจะไม่ได้ มาตรฐานเหมือนตอนที่ขออนุญาต ถ้าเราไปสอบถามร้านเหล็กจะรู้ว่าเหล็กที่ลงท้ายด้วย ตัว T นั้นคือเหล็กรีดร้อน จากเหล็กที่ให้ใช้สร้างตึกได้ประมาณสูงไม่เกิน ๔ ชั้นโดยประมาณ หรือจะสร้างรั้ว สร้าง Barrier สร้าง Curved สร้างที่อยู่ในพื้นราบอะไรก็แล้วแต่ประมาณนั้น เหล็กที่ลงท้ายด้วยตัว T นั้น กรมทางหลวง โดยกระทรวงคมนาคมนั้นไม่อนุญาตให้ใช้ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๐ ซึ่งไม่ผ่านการทดสอบ เนื่องจากว่าเป็นเหล็กที่มีความไม่ทนต่อการหน่วงล้า ซึ่งเหล็กตัว T นั้นจะมีความล้าได้แค่เพียง ๑.๕ ล้านรอบ ถ้าเหล็กทั่วไปทนการล้าได้ถึง ๕ ล้านรอบ ซึ่งเครื่องไม้เครื่องมือในการทดสอบนั้นก็มีเพียงที่จุฬานะครับ และค่าทดสอบนั้น แพงมาก แต่ละครั้ง ๕ ล้านบาท เพราะฉะนั้นก็จะไม่ค่อยมีใครเอาเหล็กเหล่านี้ไปทดสอบ เพิ่มเติม ก็เพียงแต่ว่าเหล็กนี้ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมแล้วก็นำไปใช้ได้เลย อันนี้ก็เป็น ประเด็นที่ต่างกับเหล็กโรงงานของประเทศไทยที่เป็นโรงงานระบบ EF ซึ่งเป็นเหล็กรีดเย็น เป็นเหล็กที่มีความสะอาด เวลาหลอมแล้วก็จะละลายแล้วก็เดือดซึ่งต่างจาก IF ซึ่งเป็น โรงงานที่ทางจีนนั้นก็ไม่ได้ให้ใช้แล้ว ส่วนของ EF นั้นยังลดมลภาวะด้วย เป็นโรงงาน ที่ประเทศไทยได้บังคับใช้มาโดยตลอด ก็ไม่ทราบว่า IF นั้นผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรมมาได้อย่างไรเรื่องการขออนุญาต เหล็ก EF ถ้าโรงงานของ EF นั้นก็ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีเหล็กตัว T โรงงานประเทศไทยก็ผลิตเหล็กก็มีตัว T ด้วยเช่นกัน เพียงแต่ว่าเขาแนะนำให้ใช้ในสิ่งที่ควรจะใช้ ไม่ใช่ไปสร้างตึกขนาด ๒๐ ๓๐ ชั้น ซึ่งในการยืดหยุ่นนั้นมันเป็นไปได้น้อยมาก แล้วนอกจากนั้นทางด้านสำนักวิเคราะห์วิจัย แล้วก็สำนักออกแบบหลาย ๆ หน่วยงานก็ควรจะดูเรื่องนี้ว่าหลังจากที่กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงไม่อนุญาตให้ใช้เหล็กตัว T ในการทำสะพาน ทำ Box Culvert ในท่อลอด สิ่งเหล่านี้ แต่ผมทราบว่าหน่วยงานอื่นนั้นได้ทราบเรื่องนี้หรือเปล่า เนื่องจากกรมทางหลวง ได้ดำเนินการทดสอบแล้วว่าสะพานนั้นมีการขย่มเวลามีรถบบรทุกหนักขึ้น ก็คล้าย ๆ กับ แผ่นดินไหวประมาณสัก ๑-๒ ริกเตอร์เหมือนกัน ก็ทำให้กรมทางหลวงระมัดระวังเรื่องนี้ มานาน ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าในพวกของกรมทางหลวงนั้นก็จะไม่มีการใช้เหล็กตัว T ในโอกาสนี้ ก็อยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า หลังจากนี้แล้วการใช้เหล็กก็ไม่ทราบว่าอาคารรัฐสภา เรานี้ใช้เหล็กตัว T ด้วยหรือเปล่าผมไม่รู้ ถ้าท่านประธานลองไปให้เจ้าหน้าที่ได้ดูแบบว่าที่ใช้ มีเหล็กตัว T หรือเปล่า ถ้าตัว T ด้วยก็คงจะเกิดปัญหาบ้างในโอกาสข้างหน้า วันนี้ก็ขอ สนับสนุนญัตติเกี่ยวกับเรื่องการศึกษามาตรฐานการก่อสร้างและความปลอดภัยในวันนี้ด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุรพันธ์ ไวยากรณ์ ตามด้วยท่านธิษะณา ชุณหะวัณ เชิญท่านสุรพันธ์🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สุรพันธ์ ไวยากรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ อำเภอเมืองจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน วันนี้ผมขอร่วมสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความ ปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมา ก่อสร้างอย่างเป็นระบบ โดยเพื่อนสมาชิกพรรคประชาชนท่านศุภณัฐ มีนชัยนันท์ เป็นผู้เสนอ ท่านประธานครับ หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ ๒๘ มีนาคมที่ผ่านมา เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างมากมาย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในอาคารสูง ทั้งบริเวณ กรุงเทพมหานคร แล้วก็ปริมณฑล โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดนนทบุรีของผม ที่มีคอนโดมิเนียมและอาคารสูงตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีชมพู รวมถึงคอนโดมิเนียม และอาคารสูงบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา เหตุการณ์ผ่านไปถึงช่วงค่ำของวันที่ ๒๘ ผมและ ทีมงานก็ได้รับการติดต่อขอความช่วยเหลือจากประชาชนที่อพยพออกจากตึกแล้วกลับเข้าไป พบความเสียหายในห้องของเขา ไม่ว่าจะเป็นฝ้า ผนัง หรือพื้น ซึ่งหลังจากนั้นทางประชาชน ก็ไม่แน่ใจว่าอาคารที่เขาอยู่หรือห้องที่เขาอยู่มันมีความปลอดภัยในการเข้าพักอาศัยอีก หรือเปล่า เท่าที่ทราบคืนนั้นทางกรุงเทพมหานครก็ได้ให้ประชาชนแจ้งเข้ามาในช่องทางของ Traffy Fondue แล้วทางกรุงเทพมหานครเองก็ได้ร่วมมือกับทางสภาวิศวกร แล้วก็ทาง วิศวกรรมสถาน ในการเข้าไปตรวจสอบความเสียหายของอาคาร แต่ทางจังหวัดนนทบุรี ของผม โดยทางจังหวัดเองแล้วก็ผู้ว่าราชการจังหวัดในวันนั้นก็ยังไม่ได้มีมาตรการอะไร ออกมา ผมเองและทีมของพรรคประชาชนก็เลยได้ร่วมมือประสานงานกับทางสมาคมวิศวกร โครงสร้างแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นเอกชน ระดมวิศวกรอาสาตรวจสอบความเสียหายของ อาคารสูงและคอนโดมิเนียมที่พักอาศัยในจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และ สมุทรสาคร คือปริมณฑลรอบ ๆ โดยความเสียหายของอาคารผมอาจจะแยกเป็น ๒ ประเภท หลัก ๆ ก็คือระดับในเรื่องของการตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้น หรือ Preliminary Damage Assignment เป็นการตรวจสอบอย่างรวดเร็วหลังเกิดเหตุ เข้าใจว่าคือหลังเกิดเหตุ อย่างเช่น แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นน้ำท่วมหรือว่าไฟไหม้ โดยการตรวจสอบแบบนี้วิศวกรจะ ตรวจสอบด้วยสายตา ใช้เครื่องมืออย่างง่าย อาจจะเป็น Scale ที่วัดความกว้างของรอยแตก หรือรอยแยกของผนังพวกนี้แล้วก็ประเมินความเสียหายเบื้องต้นได้ โดยความเสียหาย ก็แยกเป็น ๔ ระดับ ผมจะพูดคร่าว ๆ คืออย่างระดับที่ ๑ หรือระดับที่ ๒ ก็คือเห็นแค่รอยร้าว แล้วก็การกะเทาะของผิวคอนกรีต โดยโครงสร้าง เสา คาน ไม่ทรุดเอียง หรือไม่เห็น เหล็กเสริม แต่ถ้าเกิดความเสียหายมากกว่านี้ก็คือในระดับที่ ๓ หรือระดับที่ ๔ คอนกรีตในส่วนที่เป็น คอนกรีตหุ้มเหล็กกะเทาะออกเห็นเหล็ก มีการทรุดเอียงของเสาและคานคือมันเป็นโครงสร้าง หลักของอาคาร ก็จะต้องเข้าตรวจในแบบที่ ๒ ทันที ก็คือการตรวจความเสียหายแบบ ละเอียด หรือว่า Detail Damaged Assessment ซึ่งการประเมินแบบนี้เขาเรียกว่าเป็นการ ประเมินแบบแม่นยำ แล้วก็ใช้เครื่องมือและเทคนิคขั้นสูงในการตรวจสอบความเสียหายของ โครงสร้างฐานรากของอาคาร แล้วต้องใช้วิศวกรโครงสร้างระดับสามัญหรือวุฒิวิศวกรในการ ตรวจสอบ ซึ่งผมเองก็เข้าใจว่า ณ ปัจจุบันนี้ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีหลายอาคารที่ยังไม่ได้ตรวจสอบแม้แต่ในระดับเบื้องต้นเลย ผมเองก็ต้องขอขอบคุณทาง วิศวกรอาสาซึ่งก็มีหลายท่านอยู่เหมือนกันที่ทุ่มเทในการทำงานอย่างเต็มที่ แต่ว่าทั้งนี้ผมว่า มันอาจจะไม่เพียงพอ เพราะว่าวิศวกรอาสาจากทางสภาวิศวกรเองหรือทางภาคเอกชนก็คือ ทางสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย หรือมูลนิธินายช่างไทยหัวใจอาสา ระดมกันมา ก็ไม่เพียงพอ ท่านประธานทราบไหมครับว่าปัจจุบันนี้ในประเทศไทยเรามีวิศวกรโยธาที่มี ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอยู่เท่าไร ระดับภาคี ๗๑,๕๘๔ คน ระดับสามัญ ๑๐,๖๘๑ คน และระดับสูงสุดก็คือระดับวุฒิ ๒,๐๗๙ คน ซึ่งถ้ารวมระดับภาคีกับระดับสามัญในการ ตรวจสอบเบื้องต้นอย่างที่ผมบอก รวมแล้วกว่า ๘๒,๐๐๐ คน ผมจึงเรียนท่านประธานผ่าน ไปยังสภาวิศวกรแห่งประเทศไทย ผมเข้าใจว่าทางสภาก็มีช่องทางในการติดต่อวิศวกรที่เป็น สมาชิกทุกท่านอยู่ คือผมอยากให้ทำงานในเชิงรุกเพื่อที่จะหาวิศวกรอาสา เพราะผมเอง คิดว่าช่องทางที่ท่านส่งไป ไม่ว่าจะเป็นเอสเอ็มเอสเอง หรืออีเมลของสมาชิกท่านสามารถ ที่จะระบุได้ว่าวิศวกรเหล่านี้พร้อมที่จะเป็นวิศวกรอาสาไหม สะดวกทำงานในพื้นที่ จังหวัดไหน พื้นที่ตรงไหน สะดวกทำงานในวันเสาร์ วันอาทิตย์ วันจันทร์ วันอังคาร หรือสะดวกวันเวลาไหนสามารถที่จะลงฟอร์มได้ อันนี้ผมอยากให้ทางสภาวิศวกรทำงาน ในเชิงรุกเพื่อที่จะมีวิศวกรอาสาในการปฏิบัติงานได้มากกว่านี้ เพื่อรองรับในภัยพิบัติ ที่จะเกิดขึ้น อย่างไรก็ขอฝากท่านประธานไว้ด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธิษะณา ชุณหะวัณ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง กรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน สาธร และราชเทวี พรรคประชาชนค่ะ ก่อนอื่นดิฉันขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗
อันนี้จริง ๆ แล้วมันเป็น ญัตติแผ่นดินไหว แต่ว่าวันนี้ดิฉันมาพูดเรื่องมาตรการก่อสร้าง มาตรการความปลอดภัย ก็ได้ปรับเปลี่ยนเนื้อหาเล็กน้อย แล้วก็อาจจะข้ามบางสไลด์ไป เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ รวมถึงพี่น้อง ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ เนื่องจากในพื้นที่ของดิฉันอยู่ใจกลางเมือง มีอาคารตึกสูงเป็นจำนวนมาก แล้วก็ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก หลังจากที่ดิฉันและ ทีมงานได้ลงพื้นที่สำรวจตึกอาคารที่พักอาศัย พูดคุยกับพี่น้องประชาชนหลังจากเกิด เหตุการณ์แผ่นดินไหว ดิฉันมีข้อห่วงใยอยู่ประเด็นหลัก ๆ ๑. คือมาตรฐานการก่อสร้าง ๒. คือการเตรียมพร้อมเผชิญภัยพิบัติ ๓. แผนการรับมือหลังจากเกิดเหตุ อย่างเช่น มาตรการ เยียวยาค่ะ🔗
ขอสไลด์แผ่นที่ ๒ ค่ะ ในส่วนของการก่อสร้างดิฉันอยากให้ภาครัฐสนับสนุน ให้มีการนำเทคโนโลยีในการต้านแผ่นดินไหวสำหรับการก่อสร้างมาใช้ให้มากขึ้นเพื่อลด ผลกระทบจากแผ่นดินไหว และเพิ่มความปลอดภัยให้กับอาคารซึ่งเทคโนโลยีที่นิยมใช้ใน ประเทศญี่ปุ่นหรือว่าในหลาย ๆ ประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง ๑. ก็คือระบบการรองรับ สั่นสะเทือนที่เรียกว่า Seismic Isolation เป็นการใช้แผ่นยางหรือวัสดุที่มีความยืดหยุ่น รองรับระหว่างฐานอาคารกับโครงสร้างหลัก ช่วยกันลดถ่ายท่อแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดิน ไปยังตัวอาคารค่ะ🔗
ภาพที่ ๒ ที่ท่านเห็นในสไลด์ก็คือการเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างหรือที่ เรียกว่า Reinforced Concrete or Steel เป็นการใช้วัสดุก่อสร้างที่มีความแข็งแรงสูง เช่น คอนกรีตเสริมเหล็กหรือโครงสร้างเหล็ก เพื่อเพิ่มความทนทานต่อแรงกระแทกแล้วก็การ สั่นสะเทือนค่ะ🔗
รูปที่ ๓ ระบบการป้องกันแรงสั่นสะเทือนภายใน หรือที่เขาเรียกว่า Damping System คือการใช้ระบบการสั่นสะเทือนหรือการติดตั้งมวลหนัก ที่เรียกว่า Tuned Mass Damper หรือสปริงยืดหยุ่น คล้าย ๆ กับ Chock มอเตอร์ไซค์ ในบางจุดของ อาคารเพื่อดูดซับและกระจายพลังงานจากการสั่นสะเทือน ลดความเสียหายที่เกิดจาก แผ่นดินไหวค่ะ ๔. คือการออกแบบที่ยืดหยุ่น หรือที่เรียกว่า Flexible Design โดยการ ออกแบบอาคารให้มีความยืดหยุ่นสามารถเคลื่อนได้แค่บางส่วน ใช้โครงสร้างที่สามารถ เคลื่อนไหวได้เล็กน้อยเพื่อลดแรงกระแทก ท่านนึกออกไหมคะ มันจะสั่น ๆ อย่างนี้ตอนที่ แผ่นดินไหว และ ๕. การตรวจสอบการซ่อมแซมโครงสร้างที่เรียกว่า Structure Monitoring and Maintenance ดิฉันติดตั้ง Sensor เพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวเทคโนโลยีใหม่มาก และการเปลี่ยนแปลงของอาคาร เช่น Sensor วัดการสั่นสะเทือน แรงสั่นสะเทือน เพื่อให้ สามารถทำการตรวจสอบซ่อมแซมโครงสร้างอาคารได้อย่างทันท่วงทีค่ะ🔗
สไลด์ที่ ๔ คือแผนการรับมือภัยพิบัติมาตรการเยียวยาฟื้นฟูทั้งทางจิตใจ ทรัพย์สิน และผู้ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อม ทุกท่านค่ะหลังจากเกิดแผ่นดินไหว เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญอย่างยิ่งต่อระบบจัดการภัยพิบัติ มีมาตรการแผนการรับมือที่มี ประสิทธิภาพ มาตรการเยียวยา และการฟื้นฟูที่เป็นธรรม ที่ครอบคลุมและทันท่วงที บรรเทา ความเดือดร้อนจากความเสียหายของโครงสร้างอาคารทั้งโดยตรงและทางอ้อม เนื่องจาก ในพื้นที่ที่ดิฉันรับผิดชอบที่ดิฉันบอกไป แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดนี้มันไม่ใช่การเตือน เนื่องจากว่า พื้นที่ที่ดิฉันได้รับผิดชอบเป็นพื้นที่ใจกลางเมืองนะคะ แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดนี้ไม่ใช่แค่ สัญญาณเตือน แต่เป็นการตบหน้าการจัดการระบบภัยพิบัติที่ล้มเหลว ณ วันนั้นผู้คนต้อง ออกมาจากอาคารแตกตื่นกันหมด ออกมาจากธนาคารกสิกรไทยแถวบ้านดิฉันต้องทำ อะไรต่อ ต้องไปอยู่ตรงไหน โกลาหล งงงวย ไม่รู้ต้องทำอย่างไรเกิดขึ้นตามท้องถนนเต็ม ไปหมด กินเวลาหลายชั่วโมง รถติดชะงัก ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้สำคัญมากที่เราต้องเริ่มคุยกัน อย่างจริงจังเรื่องแผนการรับมือภัยพิบัติค่ะ🔗
ประการแรก การประเมินความเสียหายอย่างรวดเร็วและแม่นยำเป็นสิ่ง สำคัญเพื่อให้ทราบถึงขอบเขตความเสียหายของอาคารที่จะนำไปสู่การจัดสรรทรัพยากร และความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม ควรมีเครื่องมือ อย่างเครื่องมือที่โชว์อยู่ในนี้คือ เครื่องมืออุปกรณ์ในการตรวจสอบโครงสร้างของอาคารในมาตรฐานการก่อสร้าง หลังเผชิญ เหตุภัยพิบัติ เครื่องวัดและตรวจสอบรอยร้าว เหมือนกับเครื่องเอกซ์เรย์ดูเห็นหมดเลยนะคะ มีแตกตรงไหน ร้าวตรงไหน ไม่ใช่ว่าดูจากมือ ทุกวันนี้วิศวกรต้องเอามือเคาะเอา คือเขาไม่มี เครื่องตรวจสอบที่เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ อันนี้มาจากการที่เราปรึกษากับวิศวกรที่เป็น อาสาสมัครสภาวิศวกร เป็นเครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบและวิเคราะห์ความบกพร่องโดยไม่ ทำลายชิ้นงานหรือที่เรียกว่า Non-Destructive Testing หรือ NDT โดยทั่วไปแล้วเครื่องมือนี้ ใช้หลักการ อาทิเช่น ที่คาดเดาไม่ได้ในอนาคต โดยอุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ สามารถประเมินความปลอดภัยของอาคารได้อย่างสมบูรณ์ เพราะทุกวันนี้ลูกบ้านตาม คอนโดมิเนียมอาคารสูงไม่กล้าเข้าไปอยู่อาศัยหลังจากเกิดแผ่นดินไหว เพราะไม่มีอุปกรณ์ ที่สามารถบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่ามีความเสียหายมากเพียงใดของภายในตัวอาคารและ วิศวกรก็ไม่มีใครที่จะกล้าเซ็นรับรองด้วย เพราะกลัวว่าเซ็นแล้วถ้าเกิดเสียหายขึ้นมา จะโดนฟ้อง เป็นการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดซ้ำ ท่านประธานคะ เราสามารถซื้อเรือ ดำน้ำได้ เราอยากซื้อเครื่องบินรบที่ทันสมัยอันดับต้น ๆ อย่าง F-35 ถึงจะมาไม่ได้เพราะ อย่างไรเขาก็ไม่ขายให้ ดิฉันไม่อยากให้เป็นคำพูดที่ว่าเราซื้อเรือดำน้ำได้ เราซื้อเครื่องบินรบได้ แต่เราซื้อความปลอดภัยใกล้ตัวให้กับประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ไม่ได้ ซึ่งดิฉัน คิดว่าอุปกรณ์เหล่านี้หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงสถานการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมาประชาชน เป็นผู้ตอบได้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่จำเป็นหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยต่อสภาพอาคารในอนาคต และประชาชนทุกคนที่ต้องใช้อาคาร ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเฉลิมพงศ์ แสงดี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๒ พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ท่านประธานครับ แน่นอนเรื่องแผ่นดินไหวมันก็สั่นสะเทือนไปยังจังหวัดภูเก็ต แน่นอนว่า วันนี้ชัดเจนพอว่าบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ที่เป็นข่าวในการ สร้างตึก สตง. ที่ถล่มเกิดจากแผ่นดินไหวมีปัญหาชอบมาพากล ทั้งเรื่องการใช้ Nominee การดำเนินการตามมาตรฐานการก่อสร้างหรือกฎหมายของประเทศไทย เรื่องของเหล็กก็เป็น ที่ชัดเจนครับว่าไม่ได้มาตรฐานและเชื่อมโยงกับประเด็นที่พูดถึงมานานแล้ว คือเรื่องที่ทุนจีน ทุ่มตลาดเหล็กในประเทศไทย นำเหล็กมา Dump ราคาตั้งโรงงานเหล็กในประเทศไทยมา แข่งขัน Freed ให้บริษัทจีนเข้ามารับงานในประเทศไทยเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ ที่ทุนจีนกำลังรุกรานเข้ามาในประเทศไทย และวันนี้ก็ชัดเจนว่าเหล็กเหล่านั้นมีปัญหานะครับ สิ่งที่เป็นคำถามเวลานี้คือเหล็กพวกนี้ถูกส่งไปยัง Site งานก่อสร้างต่าง ๆ ที่ไหนบ้าง ในโครงการอะไรบ้าง หากเราโฟกัสไปที่บริษัทจีนเจ้าปัญหา บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมีความเป็นมาในการใช้เหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานจากแหล่งเดียวกัน เราก็สืบทราบไปว่าบริษัทเจ้าปัญหานี้ได้ไปก่อสร้างอะไรที่ไหนบ้าง ลามไปถึงไปก่อสร้างที่ จังหวัดภูเก็ต ท่านประธานครับ วันนี้ผมไปสืบมาแล้วอย่างน้อยมีโครงการก่อสร้างอาคาร ศูนย์บริการลูกค้า และอาคารสำนักงานอาคารอบรมสัมมนาของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่จังหวัดภูเก็ตมูลค่า ๒๑๐ กว่าล้านบาท การดำเนินการก่อสร้างระหว่างกิจการร่วมค้า AKC และบริษัท อัคนี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด โดยการจดทะเบียนเลขที่ ปจ. ๑๐/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๔ กำหนด ระยะเวลาเสร็จภายใน ๔๕๐ วัน แต่วันนี้ยังมีการก่อสร้างอยู่ยังไม่แล้วเสร็จ มีการก่อสร้าง มาแล้วนานมาก แล้วก็ยังมีการฟ้องร้องกับแรงงานต่างชาติข้างบ้านเรา มีการฟ้องร้อง มีการโก่งราคา มีการฟ้องร้องกับผู้รับเหมาหรือผู้รับช่วง ซึ่งพอมีผู้รับเหมารับช่วงมาทำงาน ก็มีการกดเกรด กดราคากันอีก ทำให้การก่อสร้างนี้ไม่ได้รับมาตรฐาน ซึ่งโครงการที่จะมี ปัญหาก็คือเป็นปัญหาเดียวกับตึก สตง. คือยังไม่เป็นเรื่องที่มีการตรวจสอบที่ถูกต้อง อย่างน้อยสิ่งที่เราทราบแล้วก็คือโครงการนี้มีบริษัท บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้สร้างจนถล่ม จนมีผู้ร่วมทุนก่อสร้างจำนวนมาก ซึ่งผมหวังเป็น อย่างยิ่งว่าข้อมูลที่จะนำไปตรวจสอบโครงการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนี้ รวมถึงโครงการอื่นที่ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด เข้าไปเกี่ยวข้องในอนาคตต่อไป โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานการก่อสร้างและการใช้งบประมาณของรัฐไทย แน่นอนครับ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ไม่ได้ก่อสร้างแค่อาคารการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคอย่างเดียวครับ ยังมีการไปก่อสร้างอาคารหอพักนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ ภูเก็ตอีก เมื่อวันที่ ๓ เมษายน มีเจ้าหน้าที่โยธาธิการและผังเมืองเข้าไปตรวจสอบโครงสร้างแล้ว แต่ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏไม่อนุญาตให้เข้าไปตรวจสอบ เพราะว่ากลัวจะปกปิดหมกเม็ด ไม่หมด เราก็ไปตรวจสอบในเรื่องของโครงสร้างอย่างเดียว แต่ตรวจสอบเพียงสายตาเท่านั้น เราก็ไม่ได้รับความร่วมมือ แล้วอีกอย่างหนึ่งที่อำเภอถลางที่เพื่อนสมาชิกผมครับ สส. ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สส. เขต ๓ พรรคประชาชน ได้ลงพื้นที่ชุมชนการเคหะป่าครองชีพพบว่ามี ผู้รับเหมา มีบริษัทเป็นบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด เช่นกันครับ รวมอยู่ด้วยกัน ๑๐ โครงการที่ก่อสร้างโครงการบ้านเคหะ แต่มีความเสียหายหลายจุดครับ ถ้าพูดให้เห็นภาพก็คือยังจำกันในใจอยู่เลยว่าอยู่ไปซ่อมไป ดังนั้นผมจึงเห็นด้วยกับการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความ ปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมา ก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปท่านภัณฑิล น่วมเจิม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย พรรคประชาชน เขตกรุงเทพมหานครชั้นในมีอาคารสูงเป็นจำนวนมาก น่าจะมากที่สุดใน ประเทศไทย มีการแจ้งร้องขอให้ไปตรวจสอบอาคารที่สูงเกิน ๘ ชั้นหลายร้อยอาคารจาก ทั้งหมดหลายพันตึกในเขตวัฒนาและเขตคลองเตย ในเขตผมก็มีผู้เสียชีวิตเหมือนกันครับ เป็นผู้สูงอายุหลังเกิดเหตุ ๑ ราย ก็ขอแสดงความเสียใจไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ🔗
ประเด็นแรก ผมอยากจะพูดถึงการคุ้มครองสิทธิผู้ซื้อที่อยู่อาศัยจากเจ้าของ โครงการ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ปกติจะมีการรับประกันตัวโครงสร้างวิศวกรรม ๕ ปี และมีการรับประกันภายในตัวห้อง ๑ ปี ซึ่งปกติผู้รับเหมาที่มารับงานจากบริษัท Developer ก็ต้องมีการรับประกันผลงานในช่วงระยะเวลาหลังส่งมอบงานเช่นกันนะครับ อันนี้คือ Stakeholder หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายแรก บริษัทที่รับบริหารนิติบุคคลอาคารชุดที่เก็บ ค่าส่วนกลางจากลูกบ้านก็มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบส่วนกลาง ตรวจสอบความปลอดภัยของ ทรัพย์สินสาธารณูปโภคส่วนกลาง อาทิเช่น ระบบลิฟท์ ระบบไฟฟ้า ระบบท่อน้ำ บันได ทางหนีไฟ ซึ่งหลายครั้งบันไดทางหนีไฟควรจะเป็นจุดที่ปลอดภัยที่สุดในตึก แต่พบรอยร้าว เป็นจำนวนมาก ก็ไม่แน่ใจถ้าเผื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาอีกครั้งแล้วเราจะมั่นใจอย่างไรในการใช้ ทางหนีไฟ🔗
อีกหน่วยงานหนึ่งที่มีบทบาทเป็นอย่างมาก คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างเช่น กทม. ที่จะมีหน้าที่มาตรวจสอบความชำรุดเสียหายของอาคารที่อาจจะส่งผล กระทบต่อความปลอดภัยของสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นการประเมินแบบเขียว เหลือง แดง ว่ามันอันตรายระดับไหน แต่ก็มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนเจ้าหน้าที่พนักงานท้องถิ่นที่มีความ เชี่ยวชาญในการตรวจสอบอาคาร ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับแบบก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตด้วย หรือเปล่า อันนี้ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง สุดท้ายครับลูกบ้านก็อาจจะยังไม่มั่นใจมีข้อกังวล เนื่องด้วยจำนวนการตรวจที่มันเร่งรัดมาก มีการขอตรวจเยอะ อาจจะไม่ละเอียดรอบคอบ ครอบคลุมทุกมิติ นับตั้งแต่ฐานราก ท่านไปดูบางทีเราไปกับเขต ไปกับโยธา ก็ไปดูแบบ ผิวเผิน ไม่ได้ดูเรื่องฐานราก ช่องภายในอาคาร ช่อง Shaft ในอาคารเป็นอย่างไร ส่วนยอด บนอาคารปีนขึ้นไปดูบนหลังคาหรือเปล่า ตรวจสอบแล้วสุดท้ายรับรองความปลอดภัยของ ผู้ใช้อาคารหรือไม่ ลูกบ้านอยากได้เอกสาร แต่จริง ๆ โยธา กทม. ก็ไม่กล้าออกให้นะครับ เพราะไม่ได้ตรวจละเอียด ประกอบกับพฤติกรรมของหลายบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่เจตนา ปกปิด ไม่โปร่งใส กลัวเสียชื่อเสียง เจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมอาคารชุดก็ยังสามารถไปขอความ ช่วยเหลือจากหน่วยงานอิสระอย่างสมาคมวิศวกรรมสถาน หรือสภาต่าง ๆ ได้ แต่มันก็มี ค่าใช้จ่ายนะครับ อันนี้ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง หน่วยงานรัฐควรจะออกมาประชาสัมพันธ์ชี้แจง แนวทางในการขอรับเงินค่าเยียวยา ค่าซ่อมคอนโดมิเนียม และค่าที่พักอาศัยชั่วคราว ค่ารักษาพยาบาล นอกจากนั้นก็อยากขอให้มีการตรวจสอบ Site ก่อสร้างอาคารสูง ไม่ใช่ เฉพาะที่สร้างเสร็จไปแล้ว ที่กำลังสร้างอยู่มีมาตรการในการตรวจสอบอย่างไร สภาพการ เปลี่ยนแปลงใต้ผิวดิน รวมทั้งอุปกรณ์ส่วนควบเพื่อให้เกิดความปลอดภัยไม่อันตรายต่อผู้อยู่ อาศัยโดยรอบ เราก็ไม่อยากให้มี Crane ตกมาอีกครั้งหนึ่ง ในอนาคตรัฐควรยกระดับ มาตรฐานฝีมือแรงงานก่อสร้างไทย บังคับใช้มาตรการการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอนุมัติ ใบรับรองมาตรฐานสินค้าก็ขอฝากไว้นะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปรีติ เจริญศิลป์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ปรีติ เจริญศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวที่ผ่านมา ซึ่งจากเหตุ แผ่นดินไหวที่ผ่านมาผมได้ลงไปสำรวจในพื้นที่นนทบุรี มีทั้งบ้าน ทั้งคอนโดมิเนียมขนาดเล็ก คอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ สถานที่ราชการที่ได้รับผลกระทบจำนวนมาก ขอสไลด์ครับ🔗
ซึ่งผมดูว่าแต่ละที่มาตรฐานไม่เหมือนกัน มาตรฐานในการก่อสร้างที่สำคัญ มีทั้งมาตรฐานการออกแบบเลยครับ มาตรฐานวัสดุก่อสร้าง มาตรฐานการควบคุมงานก่อสร้าง รวมถึงสุดท้ายมาตรฐานการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ อันนี้คือปัญหาสำคัญของผู้แทนราษฎรที่ไปแล้วเจอปัญหาครับ เพราะการตรวจสอบอาคาร โครงสร้างแต่ละที่ผลกระทบไม่เหมือนกัน คอนโดมิเนียมขนาดสูงบางที่ก็ร้าวเยอะ ในรูปนี้ ไปสำรวจคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งที่ตำบลไทรม้าและตำบลปากเกร็ดมีทั้งกระจกร้าวในพื้นที่ ส่วนกลาง บางที่ก็ทะลุถึงโครงสร้างเลย บางที่ก็แข็งแรงมากไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย นี่แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานการออกแบบที่เราก็ยังไม่มีมาตรฐานที่แบบเข้มงวดจริง ๆ ว่ารองรับแผ่นดินไหวขนาดไหนได้ ได้รับผลกระทบอย่างไร🔗
ภาพถัดไปครับ คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในพื้นที่นนทบุรีที่สูงกว่า ๓๐ ชั้น ได้รับผลกระทบใหญ่ ก็คือลิฟต์ใช้การไม่ได้ มีอยู่ ๓ ลิฟต์ เสียไป ๒ ลิฟต์ อันนี้ก็เป็นภัย เรียกว่าผู้อยู่อาศัยจะขึ้นห้องนี่ต้องเดินขึ้นตอนนี้เพราะลิฟต์ไม่พอ และถือว่าลิฟต์คือ โครงสร้างหลักของทุกอาคาร ถ้าที่ไหนลิฟต์เริ่มร้าวหรือพังสังเกตได้ว่ามันมีความเสี่ยงสูงกว่า อาคารทั่วไปที่ได้รับรอยร้าว🔗
ภาพถัดไปครับ ผมไปสำรวจโรงเรียนด้วยสถานที่ราชการ ก็คือโรงเรียน แห่งหนึ่งในพื้นที่ก็ปรากฏว่าพบรอยร้าวอยู่บ้าง แต่อันนี้เป็นอาคารเก่าประมาณ ๓๐ ปีแล้ว ปรากฏว่าเสาธงเอียงด้วย เนื่องจากมีพื้นไม่เท่ากันตรงพื้นเสาธง ซึ่งผมเห็นว่าจริง ๆ แล้ว กระทรวงศึกษาธิการควรต้องทำงานเชิงรุกเข้ามาตรวจสอบอาคารโรงเรียนทุกที่ว่าที่ไหนมี อายุมากกว่า ๓๐ ปีควรต้องรีบจัดสรรงบประมาณในการเข้าไปปรับปรุง รีบตรวจสอบ โดยด่วนครับ ตอนนี้ทางโรงเรียนเองก็ต้องทำงานเชิงรุกเองในการขวนขวายหาคนมาช่วย ตรวจสอบ ยิ่งไม่มีหน่วยงานราชการหน่วยใดเข้าไปตรวจสอบหรือให้ความมั่นใจเขาได้ เขาก็ หันมาหาสภาผู้แทนราษฎร ผมก็ต้องประสานกับสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่เพื่อไปตรวจสอบให้เขา🔗
หน้าถัดไปครับ อันนี้คือตึก สทนช. ที่อยู่ในพื้นที่อำเภอปากเกร็ด ผมเอง ตอนแรกได้ดูแล้วแต่ยังเข้าไปไม่ได้ สัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้ขออนุญาตเข้าไปดูเรียบร้อยแล้ว ตึก สทนช. นี้คือตึกที่มีปัญหาที่บริษัทจีนมาสร้าง แต่ปรากฏว่าเข้าไปดูแล้ว จริง ๆ แล้วคิดว่า ตึกที่มีการถล่มอาจจะเกิดจากการออกแบบก็ได้นะครับ อาจจะไม่ใช่เกิดจากวัสดุอย่างเดียว แต่ปรากฏว่าตึกนี้ผมเข้าไปอยู่ข้างบนก็มีรอยร้าวเล็กน้อย ถือว่ายังอยู่ในชั้นที่เรียกว่าไม่ได้ หนักหนาสาหัสอะไร แต่ตึกนี้ยังไม่ได้เปิด จะเปิดประมาณปลายปีนี้ครับ🔗
หน้าถัดไปครับ ระยะเวลาการก่อสร้างตึกนี้ประมาณ ๗๑๖ ล้านบาท ใช้เวลา ๕๔๐ วัน แต่มีการเลื่อนเนื่องจากมีสถานการณ์โควิดก็ทำให้ตึกนี้เสร็จช้ากว่าปกติ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมได้พาสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทยเข้าไปสำรวจ เดี๋ยวเขาจะสรุปเป็น ข้อมูลมาให้ว่าสิ่งที่พบเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่เนื่องจากเป็นตึกที่ไม่ได้มีชั้นสูงมาก มีแค่ ๑๖ ชั้น ก็จะเรียกว่าไม่ได้มีอาการอะไร ในลิฟต์อะไรก็ยังไม่ได้มีรอยร้าวที่น่ากลัว🔗
หน้าถัดไปครับ สิ่งนี้คือสิ่งสำคัญคือมาตรฐานการช่วยเหลือจากภาครัฐ ซึ่งตอนนี้ยังมีความสับสนอยู่ว่าหน่วยงานไหนต้องช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับภัยพิบัติจาก แผ่นดินไหวบ้าง ท้องถิ่นเขามีงบประมาณของเขาในการช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชนครับ มีการโพสต์ลงบนเว็บไซต์บ้าง แต่ละที่ก็มาตรฐานไม่เหมือนกัน ไปดูที่เทศบาลหนึ่งเขามี โพสต์ว่าให้ทำอะไรบ้าง บางที่ก็ไม่มีบอกเลยครับ แต่ส่วนหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงอย่าง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเข้าไปไม่มีบอกเลยว่าสุดท้ายแล้วประชาชนต้อง กรอกแบบฟอร์มอะไรบ้าง รายละเอียดเป็นอย่างไร เพื่อได้รับการเยียวยาอย่างไร ต้องให้ใคร มาตรวจบ้าง นี่เราต้องขวนขวายกันเองทั้งหมดเลย แล้วก็ไม่รู้ว่าต้องไปยื่นแล้วภายในกี่วันถึง จะได้ ผมอยากให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้ความชัดเจนประกาศออกมาเลย ประกาศแบบเต็มใจว่าใครได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวต้องทำอย่างไรบ้าง ประกาศบน เว็บไซต์ของท่านเอง รวมถึงกระทรวงมหาดไทยช่วยประชาสัมพันธ์ด้วยครับ เพื่อให้พี่น้อง ประชาชนเขาสามารถรู้ว่าตนเองต้องทำอย่างไร ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสิริลภัส กองตระการ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากบางกะปิ วังทองหลาง กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ท่านประธานคะ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวตอนนี้ก็ ผ่านมาเกือบ ๒ อาทิตย์แล้ว ดิฉันในฐานะผู้แทนราษฎรจากกรุงเทพมหานครก็เชื่อว่าคนใน กรุงเทพมหานครส่วนใหญ่หลาย ๆ คนไม่เคยประสบพบเจอเหตุการณ์นี้มาก่อน และเขาไม่ได้ มีการเตรียมพร้อมในการที่จะอพยพเมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้น เราจึงจะได้เห็น ภาพว่าบางคนวิ่งลงมาไม่ได้ใส่เสื้อ ไม่ได้ใส่รองเท้า บางคนหยิบอะไรลงมาก็ไม่รู้เลย พอลงมา จากตึกแล้วเพิ่งรู้ว่าตัวเองหยิบสิ่งที่ไม่ได้มีประโยชน์อะไรลงมาเลย เพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปราย ไปถึงมาตรการต่าง ๆ แล้ว แต่วันนี้ดิฉันก็มี ๒ ประเด็นด้วยกันที่อยากจะมาอภิปรายค่ะ🔗
ประเด็นแรก เรื่องของการสื่อสารระหว่างรัฐกับประชาชนค่ะ การให้ข้อมูล พื้นฐานเบื้องต้นเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบเบื้องต้นได้ก่อนเพื่อสร้างความ มั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าเขาจะสามารถกลับเข้าไปอยู่อาศัยในห้องพักหรือว่าที่พักของเขาได้ ดิฉันก็ได้มีโอกาสลงไปพื้นที่กับวิศวกรโยธาสามัญเพื่อนำข้อมูลเบื้องต้นนำไปให้ประชาชนได้ ประเมินดูก่อนว่าอาคารมันแบ่งเป็น ๒ ส่วนด้วยกัน ก็คือส่วนที่เป็นโครงสร้างอาคารที่รองรับน้ำหนัก ไม่ว่าจะเป็นเสาหรือคาน และอีกส่วนหนึ่ง ก็คือเป็นส่วนที่ไม่ได้รองรับน้ำหนัก เช่น ผนัง เพดาน เป็นต้น แล้วไปดูว่าความเสียหาย รอยแตกแบบนี้มีความอันตรายมากน้อยแค่ไหน และสื่อสารง่าย ๆ เลยค่ะ ใช้ศัพท์ที่ไม่ ซับซ้อน ไม่ต้องใช้ศัพท์เทคนิคยุ่งยาก เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจในการที่จะกลับเข้าไป ที่พักอาศัยของเขาได้ก่อน หรือถ้าเกิดมันเป็นอันตรายก็ต้องรีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตอนนี้บุคลากรของหน่วยงานที่จะลงมาตรวจสอบก็ไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นการให้ข้อมูล จากรัฐถึงประชาชนที่เป็นข้อมูลที่ย่อยง่าย เอารูปภาพมาเปรียบเทียบให้ดูก็จะสร้างความ มั่นใจในพื้นฐานเบื้องต้นของประชาชนได้ก่อนนะคะ🔗
อีกหนึ่งประเด็นที่ดิฉันอภิปรายทุกครั้งเลย ไม่ว่าจะเกิดภัยพิบัติจากฝีมือ มนุษย์ หรือว่าภัยพิบัติจากธรรมชาติ นั่นก็คือมาตรการการเยียวยาดูแลสภาพจิตใจ ตอนนี้ ควรมีการให้ความรอบรู้ทางด้านสุขภาพจิตให้กับประชาชน สื่อสารประชาสัมพันธ์ช่องทาง การประเมินตัวเอง การดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ก่อน เครื่องมือว่าถ้าเกิดฉันรู้สึกไม่สบาย ใจสั่นไหว ฉันสามารถทำอะไรได้บ้าง รวมไปถึงการเข้ารับบริการในช่องทางต่าง ๆ มีอะไรบ้าง ดิฉันต้องขอชื่นชมเลย กรมสุขภาพจิตส่งทีม MCATT ไปไวมาก ๆ เลยในการที่จะไปดูแล เยียวยาสภาพจิตใจ แล้วก็มีการรายงานการดำเนินการ มีการเพิ่มคู่สายสายด่วนสุขภาพจิต ๑๓๒๓ แล้วก็มีศูนย์เยียวยาจิตใจ ๑๖๖๗ ขยายบริการเป็น ๒๔ ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเป็นการ ดำเนินการที่รวดเร็ว เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลกระทบกับจิตใจในเรื่องอะไรบ้าง ดิฉันขออภิปรายดังนี้ค่ะ🔗
๑. PTSD หรือว่า Post-Traumatic Stress Disorder หรือโรคเครียดหลัง เผชิญเหตุร้ายแรง จะทำให้ประชาชนมีความเครียด วิตกกังวล เมื่อกลับเข้าไปที่พักแล้วนี่ จะรู้สึกว่าตัวเองถูกดึงไปอยู่ในเหตุการณ์เดิมนั้นซ้ำ ๆ หรือว่าการฝันถึงเหตุการณ์นั้นกลับไป กลับมา ซ้ำไปซ้ำมา หลีกเลี่ยงสถานที่ที่เกิดเหตุ ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาการนี้ จะกลายเป็นผู้ป่วยและไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเดิมเลยค่ะท่านประธาน🔗
๒. ก็คืออาการโรคเครียดเฉียบพลัน หรือว่า Acute Stress Disorder หรือว่า ASD นั่นเอง อาการคล้ายกับ PTSD เลยค่ะ ซึ่งอาการนี้ถ้าปล่อยไว้นานเกิน ๑ เดือน จะนำไปสู่การเป็นผู้ป่วยโรค PTSD ได้เช่นเดียวกัน อาการ Panic ใจสั่น มือสั่น หายใจเร็ว หายใจถี่ หายใจไม่อิ่ม เหงื่อออก หน้ามืด รู้สึกว่าตัวเองจะเป็นลมหรือกลัวว่าตัวเองจะเอา ชีวิตไม่รอด หรือการเสพข่าวที่มากเกินไปเกิดผลกระทบให้เกิดภาวะเครียด วิตกกังวล หรือซึมเศร้า ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต การนอน หรือประสิทธิภาพในการทำงานได้ด้วย เช่นเดียวกัน🔗
ดิฉันก็ต้องขอใช้พื้นที่ในสภานี้สำหรับประชาชนท่านใดที่ยังรู้สึกว่าตัวเองเป็น ความเสี่ยง มีความเสี่ยงนั้นหรือไม่ ท่านสามารถไปประเมินตัวเองได้ตามช่องทางต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ไม่ว่าจะเป็นแบบประเมินความเครียดหลังเผชิญเหตุการณ์รุนแรง หรือว่า PTSD จากโรงพยาบาล Bangkok Mental Health แบบประเมินโรคเครียด แบบประเมินโรค Panic แบบประเมินโรคซึมเศร้า ซึ่งดิฉันขึ้น QR Code ไว้ให้แล้ว เมื่อท่านทำแบบ ประเมินแล้วนี่มันจะมีคะแนนออกมาแล้วมีคำแนะนำว่าท่านควรจะต้องทำอย่างไรต่อไป และนอกจากสายด่วน ๑๓๒๓ และ ๑๖๖๗ ก็ยังมีอีก ๑ โครงการก็คือ Hear to Heal จากคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้การสนับสนุนจาก สสส. รวมไปถึง Application จากภาคประชาชน อย่างเช่น App OOCA และ Sati App ซึ่งดิฉันอยากจะ ประชาสัมพันธ์อีก ๑ โครงการคือ โครงการกำแพงพักใจ หรือว่า Wall of Sharing สามารถ เข้าไปที่เฟซบุ๊ก Fanpage ได้เลยนะคะ ตอนนี้สิทธิยังเหลืออยู่อีกเยอะมาก เยาวชนใน กรุงเทพมหานครเข้าไปลงทะเบียนใช้สิทธิได้ตามเงื่อนไข หรือเยาวชนในเขตจังหวัดอื่น ๆ นักศึกษาก็สามารถเข้าไปลงทะเบียนใช้สิทธิได้ตามเงื่อนไขเช่นเดียวกัน สามารถ Scan QR Code และดูเงื่อนไขได้เลย และนอกจากนี้ดิฉันยังได้เสนอมาตรการระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว เรื่องของการเยียวยาจิตใจไว้เพื่อเป็นข้อเสนอแนะให้กับกรรมาธิการในการ พิจารณาต่อไป ก็สามารถ Scan QR Code ตรงนี้ได้ เนื่องจากเวลาน้อยดิฉันก็ไม่สามารถ อภิปรายในวันนี้ได้🔗
ท่านประธานคะ หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวเป็นเหตุการณ์สะเทือน ขวัญอย่างรุนแรง ดิฉันก็ขอเรียกร้องให้รัฐบาลสื่อสารประเด็นเรื่องของการเยียวยาทางด้าน จิตใจหรือว่าสุขภาพจิตให้เพิ่มมากขึ้น และขอส่งกำลังใจให้กับบุคลากรทุกท่าน ผู้ที่ทำงาน ปฏิบัติงานอยู่หน้างานทุกท่าน บุคลากรทางการแพทย์ สหวิชาชีพทางด้านสุขภาพจิต น้อง K9 หมา K9 ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงประชาชนที่กำลังรอญาติที่ติดอยู่ในนั้น และประชาชนที่เสพข่าวทุกท่านขอให้มีสุขภาพใจที่แข็งแรงทุกท่าน ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาชน ผมขอร่วมอภิปรายสนับสนุนในญัตติ เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการ ก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพ อุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอนี้ ท่านประธานครับ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบมาที่ประเทศไทยในหลายจังหวัด โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สร้างความเสียหายต่ออาคารสูง คอนโดมิเนียม ในหลาย ๆ อาคาร และที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดคืออาคารสำนักงานของสำนักงาน ตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ ที่มีความสูง ๓๐ ชั้น ซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้างอาคารนี้อยู่ อาคารเกิดพังทลายถล่มลงมาทั้งหลัง มีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิตจำนวนมาก ทำความเสียหายเป็น พันล้านบาท นับว่าเป็นความเสียหายของสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลกำลังสาเหตุถึงการถล่มครั้งนี้อยู่ จากเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าถึงเวลาแล้ว ที่ประเทศไทยต้องยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างในการก่อสร้างทุกประเภทอย่างจริงจัง เสียที ไม่ว่าจะเป็นอาคารสูง อาคารสาธารณะ ถนน สะพาน เขื่อน อุโมงค์ ท่าเรือ อาคารที่มี การใช้งานเฉพาะอื่น ๆ รวมไปจนถึงอาคารที่พักอาศัย ทั้งอาคารของภาครัฐที่ใช้งบประมาณ ของทางราชการและอาคารของเอกชน เพื่อให้งานก่อสร้างเกิดความปลอดภัยในระหว่างการ ก่อสร้าง มีการบริหารการก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นน้ำคือการออกแบบจนถึง ปลายน้ำคือการใช้งานอาคารและการบำรุงรักษา ส่งผลให้งานเสร็จเรียบร้อย สมบูรณ์ ครบถ้วน ตรงตามรูปแบบสัญญา เกิดความแข็งแรง ทนทาน และที่สำคัญสิ่งก่อสร้างนั้น ต้องถูกนำไปใช้งานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ก่อสร้าง อันจะทำให้เกิดความคุ้มค่าในทุกด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของงบประมาณครับ🔗
ท่านประธานครับ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างมีมากมายหลายฉบับ ทั้งกฎหมาย พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ประกาศคณะกรรมการ ควบคุมอาคาร ข้อบัญญัติต่าง ๆ ตัวอย่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมตึก สตง. ถล่มนี้ เช่น กฎกระทรวงกำหนดการรับน้ำหนักความต้านทาน ความคงทนของอาคารและ พื้นดินที่รองรับอาคารในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว พุทธศักราช ๒๕๖๔ โดยปรับปรุงแก้ไขมาจากปีพุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่อาคารซึ่งสร้างหลังกฎหมายนี้จะต้องถูก บังคับใช้ ในกระแสโลกาภิวัตน์ทำให้โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์ความรู้ด้าน วิศวกรรมเกิดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด สิ่งที่ตามมาอย่างหนึ่งก็คือเราจะเห็นสิ่งก่อสร้าง ที่แปลกใหม่ ทันสมัย มีเทคโนโลยี มีวัสดุที่ใช้ทดแทนเกิดขึ้นอย่างมากมาย ตัวอย่างเช่น อาคารรัฐสภาแห่งนี้ จากการพัฒนาทางด้านวิศวกรรมนี้ทำให้เรามีความรู้ใหม่ ๆ มากขึ้น แต่ดูเหมือนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างทั้งกฎหมายแม่และกฎหมายลูกในหลาย ๆ ฉบับยังมีช่องว่างให้เกิดการผิดพลาดทั้งที่โดยตั้งใจและไม่ตั้งใจของผู้บังคับใช้กฎหมาย ในภาคเอกชนผมไม่ค่อยมีความวิตกกังวลในเรื่องมาตรฐานการก่อสร้าง แต่ในภาครัฐจะเห็น ว่ายังมีข่าวการทุจริตคอร์รัปชัน การติดสินบนเจ้าหน้าที่ การเรียกรับหัวคิว ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า จะส่งผลต่อมาตรฐานของการก่อสร้างและความปลอดภัยทั้งในเหตุการณ์สถานการณ์ปกติ หรือท่ามกลางมหันตภัยต่าง ๆ เช่น แผ่นดินไหว พายุ น้ำท่วม อัคคีภัย หรือภัยอื่น ที่นับวัน จะรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของโลกเรานี้ ท่านประธานครับ การใช้เทคโนโลยีทางด้าน วิศวกรรมที่ปัจจุบันมีอยู่หลายอย่างมาช่วยสนับสนุนในการก่อสร้างโครงการภาครัฐจะช่วย ยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผมขอยกตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีให้เกิด ประโยชน์ดังนี้🔗
อย่างแรกนะครับ ระบบ Construction Live Camera และ Drone หรือ อากาศยานไร้คนขับนี้เราสามารถนำมาพัฒนาเข้ากับระบบเอไอในการติดตามการทำงาน ติดตามผลงานการใช้วัสดุในโครงการ แล้วก็วิเคราะห์ว่าถูกต้องตามรูปแบบหรือไม่ หรือเมื่อ เกิดปัญหาเฉพาะหน้าผู้ควบคุมงานสามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ทันต่อสถานการณ์นะครับ🔗
ต่อมาการใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง หรือว่าวีอาร์ เพื่อจำลอง Site งานโดย ผู้ควบคุมงาน คณะกรรมการตรวจการจ้าง หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับโครงการไม่ต้อง เดินทางไปด้วยตัวเอง สามารถติดตามการก่อสร้างได้ตลอดเวลา นอกจากนี้การสร้างศูนย์ ข้อมูลของโครงการในระบบออนไลน์ให้เป็น Database ที่รวบรวมทุกอย่างของโครงการไว้ แล้วก็ Update ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นรายงานประจำวัน จำนวนคนงานที่เข้าทำงาน ความคืบหน้างาน ปริมาณงานที่ทำได้คือ Progress แล้วก็ S-Curve หรือแม้กระทั่งสเปก ของวัสดุที่ใช้ในโครงการแล้วก็ที่ขออนุมัติ ทุกคนสามารถเข้ามาลงทะเบียนเพื่อดูข้อมูลนี้ได้ จะช่วยให้เกิดความโปร่งใส ประชาชนมีส่วนร่วม ตรวจสอบได้ตลอดเวลา ลดการทุจริตคอร์รัปชัน ลดงานเอกสาร ที่ยุ่งยากซับซ้อน ลดเวลาการทำงาน ลดข้อพิพาท ช่วยยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง เพิ่มความปลอดภัยของทั้งผู้ปฏิบัติงานและประชาชนผู้ใช้อาคารได้ระดับหนึ่ง เป็นต้นนะครับ ตามที่ผมได้อภิปรายมานี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่สามารถทำให้การก่อสร้างมีมาตรฐานสูงมากขึ้น ผมจึงขอสนับสนุนให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง นำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขหรือเพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างให้ทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น เพื่อสามารถยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างและ ความปลอดภัย พัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างของประเทศไทยในอนาคต ต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปารมี ไวจงเจริญ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วมอภิปรายสนับสนุนในญัตติ เรื่อง ขอให้สภา ผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษายกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพ อุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างเป็นระบบ ของคุณศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ท่านประธานคะ ความปลอดภัยในโรงเรียนนี้ สำคัญมาก โดยเฉพาะด้านโครงสร้างอาคารสถานที่ มีเพื่อน สส. หลายท่านได้อภิปรายมา ก่อนหน้านี้แล้วว่าโรงเรียนหลายโรงเรียนอาคารเก่าแก่มาก ขนาดยังไม่เกิดแผ่นดินไหว ก็มีปัญหาทรุดโทรมที่จะต้องซ่อมแซม แต่พอมาเกิดปัญหาแผ่นดินไหวยิ่งจะต้องตรวจสอบ อย่างละเอียด อย่างเช่น ขอสไลด์ที่ ๓ นะคะ🔗
หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว ไม่กี่วัน ในวันที่ ๓ มีนาคมที่ผ่านมา มีข่าวอาคารโรงเรียน ๒ แห่ง ที่ราชบุรีแห่งหนึ่งคือ โรงเรียนแคทรายวิทยา ขออนุญาตเอ่ยนาม และอีกโรงเรียนหนึ่งที่จังหวัดนครราชสีมา โรงเรียนบุญวัฒนาที่มีรอยร้าว ก็ต้องขอขอบคุณท่านผู้บริหารโรงเรียนนะคะ แล้วก็ผู้บริหาร ส่วนจังหวัดในท้องที่ทั้ง ๒ จังหวัดที่เร่งเข้าไปตรวจสอบ ขนาดก่อนหน้านี้ยังไม่มีข่าว แผ่นดินไหวหรือเหตุการณ์ก่อน ๆ หน้านี้ที่ยังไม่ได้มีเหตุการณ์แผ่นดินไหว อาคารโรงเรียน ของประเทศไทยหลายอาคารผุพังอย่างที่เป็นข่าวดังประมาณปี ๒๕๖๖🔗
ขอสไลด์เลข ๔ ที่จังหวัดชลบุรี อันนี้ยังไม่มีแผ่นดินไหว เหตุการณ์นี้ น่ากลัวมาก เป็นอาคารโรงเรียนที่โรงเรียนพนัสพิทยาคาร จังหวัดชลบุรี พังถล่มมาเลยค่ะ นับว่าเป็นความโชคดีที่มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย ไม่ได้บาดเจ็บมากมาย แต่มันก็คงไม่เกิดเหตุ ที่บังเอิญหรือ Fluke บ่อย ๆ ขนาดนี้ที่จะมีบาดเจ็บแค่เล็กน้อยใช่ไหมคะ นี่ยังไม่เกิด แผ่นดินไหวก็พังถล่มแล้ว หรือมีเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ของดิฉัน ฝากมาว่าที่จังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนบ้านป่าก้างตึกถล่มมาตั้งแต่แผ่นดินไหวครั้งก่อน ๆ ก็ยังไม่ได้งบมาสร้าง หรือโรงเรียนบ้านเมืองขอน อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ก็ยังไม่ได้ รับงบประมาณก่อสร้าง เรื่องงบซ่อมแซมอาคารของกระทรวงศึกษาธิการตอนนี้มีปัญหามาก เพราะฉะนั้นดิฉันขอฝากเสียงดัง ๆ จากท่านประธานไปถึงกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึง โรงเรียนทุกสังกัด ทั้งโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและทุกสังกัดเลยให้เร่ง ตรวจสอบอาคารโรงเรียนทั้งหมดอย่างละเอียดตามหลักวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อไม่ให้เกิด อันตรายต่อนักเรียนและครู และโดยเฉพาะอย่างยิ่งดิฉันฝากถึงกระทรวงศึกษาธิการและ ทุกหน่วยงาน ตอนนี้มีการให้ครูไปช่วยตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้น แต่ดิฉันขอร้องฝาก ท่านประธานไปยังทุกหน่วยงานเลยค่ะว่าอย่าผลักภาระนี้ไปเป็นของครูเลย เพราะครูจะทำ ได้อย่างมากก็แค่ช่วยตรวจสอบเบื้องต้น ครูไม่มีความรู้ทางวิศวกรรมศาสตร์อย่างลึกซึ้ง ที่จะตรวจได้ถึงโครงสร้างของอาคารเรียน ดิฉันขอให้หน่วยงานต้นสังกัดทุกหน่วยงานจัดหา งบประมาณแล้วเชิญวิศวกรมาตรวจอย่างเป็นระบบ เรื่องนี้สำคัญมาก เป็นความปลอดภัย ของนักเรียนและครู โรงเรียนต้องปลอดภัยอย่างสูงสุดกับทุกคนในโรงเรียนนั้น และดิฉัน ขอเวลาท่านประธานสักเล็กน้อย ขอเสริมบางเรื่อง🔗
ขอสไลด์เลข ๕ เกี่ยวกับเรื่องวิชาการเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือ เหตุการณ์ฉุกเฉินทุกรูปแบบ ดิฉันต้องขอขอบคุณรัฐบาล ดิฉันได้อภิปรายไปเมื่อสัปดาห์ ที่แล้ว เรื่องว่าหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนไทยต้องเพิ่มวิชานี้เข้าไปในโรงเรียน ทุกสังกัดได้แล้ว ทางรัฐบาลก็สั่งการลงไปยังกระทรวงศึกษาธิการให้เพิ่มวิชานี้เข้าไปนะคะ ดิฉันต้องขอขอบคุณรัฐบาลด้วย วิชานี้สำคัญมาก เราต้องเรียนและฝึกซ้อมกันอย่างลึกซึ้ง และเรียนกันตั้งแต่เด็กแล้วก็ผู้ใหญ่ด้วย จริง ๆ วิชาการเอาตัวรอดดิฉันขออนุญาตเสนอข้อมูล เล็กน้อยนะคะ🔗
ขอสไลด์เลข ๖ จริง ๆ มีหลายโรงเรียนได้นำร่องสอนนักเรียนในโรงเรียน ตัวเองกันไปบ้างแล้ว อย่างเช่น ตามภาพคือโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ แล้วผลปรากฏว่าแผ่นดินไหวที่ผ่านมานักเรียนในโรงเรียนนี้มีทักษะในการเอาตัวรอดได้ดีเยี่ยม เป็นที่ชื่นชมของโลก Social หรืออย่างโรงเรียนวิมานทิพย์จังหวัดเชียงใหม่เหมือนกันที่ได้ บรรจุวิชาการเอาตัวรอดในเหตุการณ์แผ่นดินไหว พอเกิดขึ้นมาในเหตุการณ์แผ่นดินไหว ที่ผ่านมาเขาก็รับมือได้เป็นอย่างดี หรือจริง ๆ เวลาเราพูดถึงวิชาการเอาตัวรอดไม่ใช่แค่ ภัยแผ่นดินไหวนะคะ🔗
ขอสไลด์เลข ๗ มีภัยอื่น ๆ ภัยอุบัติเหตุอื่น ๆ ด้วย อย่างเช่น ขอชื่นชมเลย คือโรงเรียนนี้ โรงเรียนอนุบาลเอื้อเพชร จังหวัดนครปฐม เป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษา ได้บรรจุวิชาการเอาตัวรอดเมื่อติดอยู่ในรถยนต์ ซึ่งสำคัญมากสำหรับเด็กประถม โรงเรียนนี้ ดิฉันขอชื่นชมเลย เขาเชิญตำรวจเข้ามาให้ความรู้กับเด็ก ๆ ทีนี้ดิฉันเข้าใกระทรวงศึกษาธิการ ตอนนี้ครูมีภาระงานเยอะ🔗
ขอสไลด์เลข ๘ เลยค่ะ เพราะฉะนั้นการจะแก้ปัญหาเรื่องเพิ่มวิชาเอาตัวรอด เข้าไปอาจจะเป็นภาระ แต่ดิฉันอยากให้กระทรวงศึกษาธิการและทุกสังกัดแก้ทั้งระบบ โดยเฉพาะอยากให้แก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กและเรื่องลดภาระงานครู ซึ่งดิฉันพูดในสภา หลายครั้งแล้ว ส่วนวิชานี้วิชาการเอาตัวรอดออกแบบโดยร่วมมือกับกรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย แล้วก็กระทรวงสาธารณสุข รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมมือกัน ออกแบบ รวมถึงจัดงบประมาณซื้ออุปกรณ์การเรียนดิฉันว่าจะช่วยได้ ขอฝากท่านประธาน ไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานด้วย ขอบคุณท่านประธานมากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสมชาติ เตชถาวรเจริญ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ปัจจุบันเรามี กฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมอาคารหรือเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารอยู่หลายฉบับครับ เช่น ๑. พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร รวมถึงกฎกระทรวงที่ออกภายใต้พระราชบัญญัติ ฉบับนี้ที่กล่าวถึงความปลอดภัยของตัวอาคารในด้านต่าง ๆ รวมไปถึงด้านแผ่นดินไหว ๒. พระราชบัญญัติความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมถึง กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการก่อสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๔ ที่กล่าวถึง ความปลอดภัยของคนงานในบริเวณเขตก่อสร้าง ผมมีความเห็นว่าเรายังมีกฎหมายที่เกี่ยวกับ การก่อสร้างยังไม่ครอบคลุม ยังไม่ครบถ้วน เรายังขาดกฎหมายอีก ๑ ฉบับ ขอสไลด์แผ่นที่ ๑ ด้วยครับ🔗
ปัจจุบันนี้ท่านประธานพื้นที่ ที่มีบริเวณการก่อสร้างหรือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างก็จะมีเครื่องจักร มีการขุดหลุม มีวัสดุก่อสร้าง มีอุปกรณ์การก่อสร้าง มีสารเคมี และมีฝุ่นละออง ซึ่งทำให้เกิดอันตรายต่อประชาชนทั่วไป ซึ่งใช้ทางสัญจรไปมา ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สาธารณะหรือทางสาธารณะตามภาพที่ปรากฏ ตรงหน้าท่านประธานนั่นเองครับ ภาพมุมซ้ายบนและขวาบนเป็นการก่อสร้างพื้นที่แห่งหนึ่ง ในจังหวัดภูเก็ต ไม่มีการทำรั้วกั้นระหว่างทางเท้าและ Site การก่อสร้างแม้แต่นิดเดียว มีโอกาสสูงมากที่ประชาชนจะเดินตกลงไปในหลุมดังกล่าว ส่วนภาพล่างเป็นการทำหลุม สายไฟลงดินมีตัวกั้นพลาสติกหรือ Barrier ไม่เพียงพอครับ รถยนต์ตกลงไปได้เช่นเดียวกัน🔗
ขอสไลด์แผ่นที่ ๒ ภาพด้านซ้ายเป็นการปรับปรุงโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัด ภูเก็ตปรากฏว่าอะไรครับ ยึดทางเท้าเป็น Site ก่อสร้างเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ แล้วยังเห็น อีกว่ามีรถยนต์จอดอยู่ข้าง Site ก่อสร้าง สุดท้ายประชาชนและนักท่องเที่ยวต้องเดินออกมา บริเวณถนนด้านนอกพร้อมที่จะถูกรถเฉี่ยวชนทางด้านหลังได้ตลอดเวลา ส่วนภาพทาง ด้านขวาเป็นการก่อสร้างทางยกระดับพระราม ๒ ปรากฏว่าเว้นทางลอดไว้เพียง ๑ เมตร ให้ประชาชนต้องเดินลอด เราเห็นภาพเหล่านี้จนชินตาคุ้นชินจนกลายเป็นเรื่องปกติไป เสียแล้วสำหรับประเทศไทย แต่ผมกลับมองว่าชีวิตประชาชนที่เดินถนนในประเทศนี้ ไม่มีค่าเลยครับ ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากรัฐบาล ผมรับไม่ได้ครับ ผมย้ำนี่เป็นเรื่องที่ไม่ ปกติของประเทศไทยครับ🔗
ขอสไลด์แผ่นที่ ๓ ภาพเหล่านี้ต่างหากท่านประธานคือสิ่งที่ควรจะเป็นครับ หากเราได้มีโอกาสได้เดินทางไปยังประเทศที่เจริญแล้ว ไม่ว่าจะเป็นยุโรป สหรัฐอเมริกา หรือญี่ปุ่น เราจะเห็นภาพแบบนี้ การก่อสร้างอาคารจะมีการกันทางเท้าและหลังคากันของ ตกไว้อย่างแข็งแรง ภาพทางด้านขวามีรั้วกั้นอย่างแข็งแรงแยกประชาชนออกจากบริเวณ Site ก่อสร้างอย่างชัดเจน ผมมองว่าการที่บ้านเรา ประเทศไทยเรามีตึกรามบ้านช่องใหญ่โต สวยสดงดงามสถาปัตยกรรม มีเทคโนโลยีสุดล้ำต่าง ๆ แต่กลับไม่ได้สะท้อนถึงความเจริญ ของประเทศเลยแม้แต่นิดเดียว ประเทศที่เจริญแล้วหมายถึงอะไร หมายถึงประเทศที่มีความ มั่งคั่งเชิงเศรษฐกิจ มีอุตสาหกรรมการผลิตภาคบริการ รวมถึงการที่มีระบสาธารณูปโภค และระดับคุณภาพชีวิตในเกณฑ์ที่ดี เรื่องความปลอดภัยของประชาชนที่ผมพูดถึงในวันนี้ เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดของระดับคุณภาพชีวิต นักการเมืองอย่างพวกเราหรือข้าราชการที่เคยไป ดูงานในประเทศที่เจริญแล้วถ้าได้สังเกตก็จะเห็นภาพเหล่านี้จนชินตาเช่นกันครับ และที่ ประเทศเขามีอย่างนี้ได้ก็เพราะว่านักการเมืองในประเทศเหล่านั้นเขามีกฎหมายไว้ดูแล ประชาชนของเขา เพราะเขามีนักการเมืองที่เห็นว่าชีวิตของประชาชนทุกชีวิตมีค่า เขาจึงได้ ไปออกกฎหมายเพื่อดูแลชีวิตประชาชนของเขา ผมยังมีความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยเรา สามารถที่จะเป็นอย่างนั้นได้เช่นเดียวกันหากนักการเมืองอย่างพวกเราผลักดันกฎหมายที่ยัง ขาดอยู่ให้เกิดขึ้นให้สำเร็จจงได้ ก็คือกฎหมายกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันอันตรายและสร้าง ความปลอดภัยให้แก่ประชาชน รวมถึงเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนผู้สัญจร ไปมาในพื้นที่สาธารณะและทางสาธารณะในระหว่างที่มีการก่อสร้างหรือในระหว่างที่มีการ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ผมจึงขอสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความ ปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมา ก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชุติพงศ์ พิภพภิญโญ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดระยองครับ ขออภิปราย ในกรณีเรื่องการก่อสร้างที่อาจจะมีปัญหาแล้วก็กรณีสืบเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวบริเวณตึก สตง. เป็นหลัก ขอสไดล์ด้วยนะครับ🔗
ผมอยากจะขออนุญาตให้เป็นข้อมูลไว้ จากกรณีเหตุแผ่นดินไหว ตอนนี้นายกรัฐมนตรีได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบซึ่งท่านอนุทิน เป็นผู้รับผิดชอบ และผ่านมา ๗ วันก็ได้รับคำตอบว่าจะขยายไปอีก ๙๐ วัน คำถามคือ ประชาชนจะได้ทราบเหตุความคืบหน้าจากกรณีแผ่นดินไหวช้าไปจนถึงเมื่อไรครับ🔗
สไลด์ถัดไปครับ สาเหตุของตึกถล่มตอนนี้ประชาชนกำลังตั้งคำถามว่ามาจาก สาเหตุอะไร ให้สังเกตดูที่ผมวงไว้ในรูป อันนี้เป็นภาพที่ Cap มาจากคลิปวิดีโอเมื่อเหตุ ตึกถล่มเกิดขึ้น จะเห็นว่าจะมีตัวเสา ๒ ต้นนี้ที่อยู่ในคลิปวิดีโอที่มีเหตุการณ์หักถล่มลงมา และส่งผลให้ถล่มทับลงมาเป็นแพนเค้ก🔗
สไลด์ต่อไปครับ คนก็ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมเสาตรงที่เป็นแกนกลางในการรับ น้ำหนักมันถึงได้หักลงเพราะแรงกระทำจากแผ่นดินไหวที่อยู่ด้านใต้แผ่นดินไปชนจนกระทั่ง เหล็กที่อยู่ตรงนั้นและคอนกรีตหักลงใช่หรือไม่🔗
สไลด์ถัดไปครับ คำถามคือเราจะทราบได้อย่างไรว่าความคืบหน้าที่ทำการ ตรวจสอบเป็นอย่างไรบ้าง เรายังไม่เคยเห็นเอกสารทั้งตัวแบบการก่อสร้างที่เป็นแบบสมบูรณ์ แล้วเราไม่เคยเห็นแบบการก่อสร้างที่ผ่านการตรวจสอบแบบรายเดือน แต่ผมเห็นเอกสาร ตัวหนึ่งมาครับ คือเอกสารตัวนี้ที่อยู่ในสไลด์ ตัวนี้เป็นรายการประกอบแบบงานวิศวกรรม โครงสร้าง โดยที่ผมวงไว้ด้านล่างบอกชื่อของบริษัทที่ออกแบบก็คือบริษัท ฟอ-รัม อาร์คิเทค จำกัด ก็คือปรากฏอยู่ในแบบตัวนี้ ตัวนี้คือเหมือนเป็นธรรมนูญขนาดที่ใช้เป็นกระดูกสันหลังของ การก่อสร้าง เพราะประกอบไปด้วยแบบความปลอดภัยต่าง ๆ ให้ทำอะไรได้บ้าง ห้ามทำ อะไรได้บ้าง ซึ่งตรงส่วนนี้พอได้มาเราต้องมาดูกันว่ามันเกิดจากอะไรบ้างถึงเกิดเหตุผิดพลาด ในการที่ทำให้ตึกถล่มลงมาได้🔗
สไลด์ถัดไปครับ ตัวบริษัทนี้ก็ได้รับทราบมาว่าได้มีการออกแบบสร้างตึกระบุไว้ ว่าเคยออกแบบตึกของ สตง. และมีบ้านอีกหลังหนึ่ง บ้านหลังนี้อยู่ที่สมุทรปราการที่บางพลี เป็นการออกแบบโดยบริษัทเดียวกัน🔗
สไลด์ถัดไปครับ บ้านหลังนี้มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่งคือไม่ได้มาตรฐานครับ เขียนไว้ว่ามีปัญหาเรื่องฐานราก เสามีการผิดพลาดตั้งแต่เสาเข็มเจาะไม่สามารถรับน้ำหนักได้ เสาบ้านมีขนาดเล็ก แต่มีความกว้าง ๑๐ เมตร รายละเอียดตรงนี้มีการตรวจสอบออกมาแล้ว และมีข้อผิดพลาดออกมาแล้ว และบริษัทนี้ย้ำอีกครั้งก็คือผู้ออกแบบตึกของ สตง. นะครับ🔗
สไลด์ถัดไปครับ ไปที่ตัวรายละเอียดครับ ตอนนี้เรายังฟันธงไม่ได้ว่าเหตุเกิด จากการออกแบบที่ผิดพลาดหรือเปล่า แต่ตอนนี้มีข้อสงสัยแล้ว หรือเหตุเกิดจากการใช้วัสดุ ที่ไม่ได้มาตรฐาน ตรงส่วนที่ผม Highlight ไว้ ก็เขียนว่าตามแบบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม มอก. คือต้องใช้คอนกรีตที่ได้ มอก. เพียงแต่ว่าเมื่อวานในคณะกรรมาธิการ การอุตสาหกรรมผมได้ข้อมูลมาว่าปูนที่ใช้สร้างตึก สตง. ปูนนี้เป็นปูนจาก Plant ที่อยู่บริเวณ วัดเสมียนนารีและ Plant ปูนนี้ไม่ได้ มอก. ครับ อย่างไรฝากผู้ตรวจสอบรับไปแล้วลองไป ตรวจสอบดูว่าจริงหรือไม่ แต่ผู้มาให้ข้อมูลเป็นหน่วยงานรัฐครับ🔗
สไลด์ถัดไปครับ มาต่อด้วยเรื่องวัสดุและเรื่องเหล็ก อันนี้เขียนไว้อย่างชัดเจน ว่าห้ามใช้เหล็กรีดซ้ำในการก่อสร้างเด็ดขาด และระบุชนิดของเหล็กที่อยู่ในเอกสารตรงนี้ ว่าเป็นเหล็ก HR ๒๔ HR ๔๐ HR ๕๐ ทุกขนาดไม่มีตัว T แต่ในการตรวจสอบเหล็กที่ผ่านมา ปรากฏว่าพบเหล็กตัว T ในโครงสร้างการก่อสร้างถ้ามีการปรับเปลี่ยนแบบต้องมีคนอนุมัติ หรือถ้าอย่างนั้นก็มีการเปลี่ยนแบบโดยไม่มีคนอนุมัติ มันต้องมีคนผิดสักอย่างหนึ่งที่ทำให้ Size เหล็กผิดไป🔗
สไลด์ถัดไปครับ ในเนื้อหาของการปฏิบัติงาน ก็เขียนรายละเอียดระบุไว้ เรื่องการใช้เหล็กการต่อ เพราะเหล็กมีความยาวจำกัด การจะทำเหล็กที่ยาวในเสาที่สูง ต้องใช้วิธีการต่อเหล็กเพื่อให้มีความยาวมากพอในเสา แต่เขียนว่าให้ใช้ต่อเหล็กโดยวิธีการทาบ🔗
สไลด์ถัดไปครับ เสาผนังเขียนบอกว่าให้ต่อทาบหรือเชื่อมแล้วก็ห้ามต่อ เด็ดขาด ทั้งเสาผนังและฐานราก ตรงส่วนนี้เขียนกำกับไว้ในแบบโครงสร้างความปลอดภัย ทางวิศวกรรมหลักที่อยู่ในมือผม🔗
สไลด์ถัดไปครับ ตอนนี้มีรายงานออกมาแล้วในรายงานการสอบ ๗ วัน ว่าอาคารที่เสียหายทำให้ตรวจสอบยังไม่ได้ เพราะอาคารเสียหายทั้งหลัง ไม่สามารถ ตรวจสอบขนาดองค์ประกอบของอาคารเปรียบเทียบกับแบบก่อสร้างได้ เขียนอย่างนี้คนตั้ง ข้อสงสัยได้ว่าเหตุใดถึงได้เขียนแบบนี้ ทำไมถึงได้บอกว่ายังตรวจสอบไม่ได้เพราะพังถล่ม🔗
สไลด์ถัดไปครับ เพราะว่ามันมีผลของการตรวจสอบเหล็กและการตรวจสอบ คอนกรีต จริง ๆ ก็เขียนว่ายังตรวจสอบไม่ได้เพราะอะไร แต่มีการตรวจสอบไปบ้างแล้ว🔗
สไลด์ถัดไปครับ ตรงนี้ผมอยากให้ดูดี ๆ ตรงจุดที่ผมเขียนไว้และย้อนกลับไป ดูตรงที่ผมให้ดูในแบบว่าการก่อสร้างเหล็กต้องใช้วิธีการห้ามต่อเด็ดขาดบ้างหรือต่อด้วย วิธีการทาบบ้าง แต่ที่เห็นอยู่นี่ครับ อันนี้คือเรียกว่า Coupler Coupler ราคาจะถูกกว่า การใช้เหล็กเส้นมาทาบต่อเพื่อให้เกิดความแข็งแรงมากกว่า Coupler ด้วยความที่ราคาถูกกว่า ก็น่าจะทำให้ลด Cost ได้ แล้วปรากฏว่าตรงจุดที่หักหลังจากตึกถล่มคือหักตรง Coupler นั่นละครับ แล้วเหล็กนี่ใช้เหล็กตัว T มี Coupler ต่อแล้วพอถล่มเสร็จปุ๊บก็หักตรงนี้ นี่ไม่รู้ว่า ใช้เสาที่หักที่อยู่ในคลิปหรือเปล่า ตรงส่วนนี้ผมขอให้เป็นหลักฐานไว้ว่าการลดสเปกที่ผ่านมา และทั้ง Coupler และการใช้เหล็กตัว T ไม่อยู่ในแบบนี้ คำถามคือมันไปอยู่ในตึกที่พังถล่มได้ อย่างไร🔗
สไลด์ถัดไปครับ เหล็กที่มีการเก็บไปตรวจสอบ ผมไม่ได้อ้างอิงเอาเองนะครับ ทางกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้เก็บไปตรวจสอบเอาเองแล้ว🔗
สไลด์ถัดไปครับ ผลการตรวจนะครับ จริง ๆ เรื่องผลการตรวจอยู่ในมือผม ว่าเหล็กที่ตรวจสอบเป็นยี่ห้อไหนและขนาดใดที่มีส่วนในการที่อาจจะเป็นสาเหตุของตึกพัง หรือไม่ ตอนนี้มีปัญหาทั้งแบบ ปัญหาทั้งการก่อสร้างผิดแบบ มีการก่อสร้างไม่ตรงตามแบบ ความปลอดภัย มีเหล็กที่ใช้ก่อสร้างหักและพอไปตรวจสอบแล้วก็ไม่ผ่านมาตรฐาน ตอนนี้ กำลังจะมีการเก็บไปตรวจสอบเพิ่มต่อ🔗
สไลด์ถัดไปครับ ข้อสรุปที่ตอนนี้ทางคณะกรรมการตรวจสอบได้มีการ ตรวจสอบและระบุเอาไว้เหมือนจะบอกว่ายังตรวจสอบอะไรได้บ้าง ไม่ได้บ้าง คำถามคือ ถ้าผม สส. ที่อยู่ในสภาแห่งนี้ได้ข้อมูลมาขนาดนี้ มีการเปิดข้อมูลไปขนาดนี้ คณะกรรมการ ตรวจสอบที่มีอำนาจเต็มมือได้เรียกใครที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่ออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรควบคุมงาน บริษัทที่ปรึกษา เอกสารทั้งหมดที่อยู่ใน สตง.🔗
สไลด์ถัดไปเลยครับ หน่วยงานที่ผมว่ามาทั้งหมดมีใครเห็นข่าวหรือมีใคร ทราบบ้างว่าการออกแบบการก่อสร้าง การควบคุมงาน การรับเหมา โดยคนเหล่านี้ทั้งหมดนี่ ทางคณะกรรมการตรวจสอบโดยทางท่านอนุทินที่ตั้งโดยท่านนายกรัฐมนตรี ท่านน่าจะรู้เรื่อง การก่อสร้างดีกว่าผม สภานี่ท่านก็น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง ตอนนี้ถึงไหนแล้วครับ ทำไมคนไทย ถึงยังต้องมาตั้งคำถามว่าแบบการก่อสร้างที่ผิดพลาดออกมาให้เห็นขนาดนี้แล้วนี่ คนไทย ยังต้องหวั่นใจว่าเมื่อไรจะได้ความชัดเจน มันกระทบการท่องเที่ยว กระทบความเชื่อมั่น กระทบทุกอย่างที่ประเทศไทยทำหน้าที่ในการดำเนินการและตรวจสอบอยู่ อย่างไรผมฝากไว้ เป็นข้อมูลว่าการตรวจสอบครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวพันแค่กับเรื่องคนที่อยู่ในองค์กรเหล่านี้ที่ท่านต้อง เรียกมาสอบและอาจจะต้องตั้งข้อหา แต่มันเกี่ยวข้องกับอนาคตของประเทศไทยและความ เชื่อมั่นของต่างชาติที่จะมาเที่ยวประเทศไทย เราไม่รู้ว่าตึกไหนที่สร้างจะพังอีกบ้าง ก็ฝากไว้ เท่านี้ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตร่วมอภิปราย แล้วก็สนับสนุนทางเพื่อนสมาชิกที่ได้เสนอญัตติที่ได้ขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาศึกษาและทำให้เกิดการตรวจสอบ รวมถึงหาผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับความ ผิดพลาดหรืออุบัติเหตุต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้าง ต้องย้อนความเล็กน้อยครับ ท่านประธานว่าในสังคมเรานั้นเราเริ่มมีการตั้งข้อสงสัยเรื่องนี้หลังจากเกิดเหตุการณ์ แผ่นดินไหวและมีเหตุการณ์ที่ตึก สตง. ถล่ม แต่ถ้าจะให้พูดถึงรายละเอียด จริง ๆ แล้วเหตุการณ์หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบนั้นไม่ได้เกิดเพียง แค่กรณีของตึกหรือที่อยู่อาศัยเท่านั้น ในหลายจังหวัด ในหลายพื้นที่การก่อสร้างต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสะพาน ถนน หรือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดผลกระทบกับพ่อแม่พี่ น้องประชาชน หลายครั้งเกิดอุบัติเหตุ อันนี้ผมยกตัวอย่างสั้น ๆ ง่าย ๆ เช่น แค่การทำถนน ขณะที่ทำถนนแล้วในช่วงเวลากลางคืนในต่างจังหวัดถนนที่ยังไม่มีไฟถนนมากพอ ไม่ได้มีการแจ้งเตือนอย่างเหมาะสมก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผมเชื่อว่าการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญจะช่วยทำให้เกิดความชัดเจนและทำให้หน่วยงาน รวมถึงเอกชน ต่าง ๆ ที่มารับงานของราชการคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้มากขึ้น ก็ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิก หลาย ๆ ท่านในวันนี้เราได้มีการนำเสนอถึงข้อผิดพลาดต่าง ๆ และจุดบกพร่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน อย่างเช่น ท่านสมาชิกท่านชุติพงศ์เมื่อสักครู่ที่ได้อภิปรายว่าแม้แต่ตึก สำนักงานของราชการเองที่มีมูลค่าเป็นหลักพันล้านบาทก็ยังเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แล้วอะไร ที่จะทำให้เราแน่ใจว่าการทำผิดแบบ การทำไม่ตามสัญญาจะไม่เกิดขึ้นในโครงการอื่น ๆ ถ้าเป็นเหตุการณ์ที่ถนนพระราม ๒ ถ้าผู้รับเหมาทำไม่ได้ตามแบบ เกิดทำให้อุปกรณ์ในการ ก่อสร้างตกหล่นลงมา สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น หลายเดือนก่อนเรามีการพูดคุยกันเรื่องนี้ ในสภา แล้วผมเชื่อว่าอันนี้ก็จะเป็นหนึ่งช่องทางที่จะทำให้เราสามารถดำเนินการต่อ ทำให้ พ่อแม่พี่น้องประชาชนสามารถมั่นใจได้ว่าในอนาคตเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นน้อยลง และเมื่อเกิดขึ้นจะสามารถหาผู้รับผิดชอบ รวมถึงสามารถมีระบบที่มีความแน่นอนในการ ช่วยเหลือเยียวยาพ่อแม่พี่น้องประชาชน ต้องเล่าอย่างนี้ว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะทำผิดแบบ ไม่ว่าจะใช้ของที่ไม่ได้คุณภาพ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ย่อมต้องมีผู้รับผิดชอบ ผมในฐานะที่เป็นนักศึกษาวิศวกรคนหนึ่งเราได้รับการเรียนการสอนมาเสมอว่าในฐานะ วิศวกร โดยเฉพาะวิศวกรโครงสร้างนั้นเมื่อท่านเริ่มทำงาน เมื่อท่านเซ็นแบบขาข้างหนึ่งท่าน อยู่ในตะรางเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นความรับผิดชอบของวิศวกรทุกท่าน แต่สิ่งที่ ผมเป็นห่วงคือผู้ที่ต้องเป็นคนตรวจรับ ผมเชื่อว่าในฐานะวิศวกรเขาคำนึงถึงความรับผิดชอบ ของเขาดี แต่ผู้ที่ไปตรวจรับมีความรับผิดชอบหรือมีความชัดเจนมากน้อยเพียงใด การตรวจรับ แต่ละครั้งทุกครั้งที่มีปัญหาคนที่จำเป็นที่จะต้องได้รับการตั้งคำถามมากที่สุดคือผู้ที่ไป ตรวจรับว่าทำงานได้ตามสเปกที่ได้มีการตกลงกันไว้หรือไม่ ซึ่งในเหตุการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้น จนถึงวันนี้ผมเชื่อว่ายังมีการสอบสวนกันอยู่เลยว่าใครเป็นคนผิด การที่ตึกถล่มลงมาใครต้อง เป็นคนรับผิดชอบ ถ้าจะบอกว่าโครงสร้างผิดทำไม่ถูกต้องแล้วทำไมถึงปล่อยให้ทำเสร็จ ออกมาได้แบบนี้ ทั้งหมดทั้งมวลเราหวังว่าในอนาคตเราจะสามารถหาทางป้องกันและเพื่อน สมาชิกหลายท่านก็เสนอว่าควรจะต้องมีหน่วยงานหรือมีการตรวจสอบอยู่เรื่อย ๆ ไม่ได้ เพียงแต่ว่าพอทำเสร็จแล้วให้ผู้รับผิดชอบในหน่วยงานนั้นมาเซ็นรับผิดชอบเพียงแค่คนเดียว และเราก็ยังไม่ทราบว่าในขณะนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใครเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะฉะนั้น ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านว่าควรจะต้องมีหน่วยงานเพิ่มเติม หรือแม้แต่การ ร่วมมือกับภาคเอกชนเอง สมาคมวิศวกรเอง ผมเชื่อว่าก็พร้อมที่จะเข้ามามีส่วนร่วมแล้วก็จะ ทำให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนสามารถมั่นใจได้มากขึ้นว่าภาครัฐก็สามารถถูกตรวจสอบหรือมี หน่วยงาน หรือมีองค์กรของเอกชนช่วยดูแลให้ทำได้ออกมาตามแบบและทำให้ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยของพ่อแม่พี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าในวันนี้เราทุกคน เห็นตรงกัน ถ้าเราไม่สามารถหาได้ว่าใครคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบ🔗
คำถามต่อมาครับว่าใครจะเป็นผู้เยียวยา ใครจะเป็นผู้ดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบ เราก็คงจะไม่สามารถตอบได้ เพราะฉะนั้นอย่างแรกที่เราควรจะต้องทำและผมเชื่อว่าการตั้ง กรรมาธิการวิสามัญในวันนี้จะช่วยแก้ปัญหาได้ ก็คือเราคงจะสามารถนำผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้รับเหมา ผู้ตรวจ ผู้ออกแบบ แม้แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบเองมาร่วมกัน เพื่อหาข้อจำกัดและทำให้สิ่งเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดทางกฎหมายหรือการดำเนินการ การบริหารต่าง ๆ สามารถตอบรับกับความต้องการของพ่อแม่พี่น้องประชาชนในอนาคตได้ เพราะฉะนั้นผมยินดีแล้วก็ยืนยันอย่างเต็มที่ว่าสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในวันนี้ครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวีรภัทร คันธะ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรภัทร คันธะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง ยกเว้นตำบลบางจาก พรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผมต้องขอเรียนท่านประธาน ตามตรงว่าผมไม่ได้อยากลุกขึ้นมาพูดหลังเกิดเหตุโศกนาฏกรรม นั่นก็คือเรื่องของมาตรฐาน การตรวจสอบความมั่นคง โดยเฉพาะเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ยิ่งในพื้นที่ผมก็คือสะพาน ภูมิพล ท่านประธานทราบไหมว่าเมื่อเกือบ ๑๐ วันที่แล้วที่มีเหตุแผ่นดินไหว สะพานภูมิพล นี่คือเป็น Topic เป็น Talk of the Town ไปทั่วประเทศ ก็เพราะว่ามีคนพูดว่าสะพาน ภูมิพลจะถล่ม สะพานภูมิพลขาด นั่นแปลว่าอะไรครับ นั่นแปลว่าความเชื่อมั่นต่อโครงสร้าง พื้นฐานต่องานรับเหมาหรืองานโครงสร้างทั้งหลายต่อสายตาพี่น้องประชาชนนี่ไม่ดีเลย ผมคงต้องเรียนอย่างนี้ในฐานะ สส. เจ้าของพื้นที่ ก็ต้องบอกว่าสะพานภูมิพลอยู่ในพื้นที่ของ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ อยู่ไม่ไกลจากถนน พระราม ๒ แล้วท่านก็เห็นอยู่ว่าหลาย ๆ พื้นที่เกิดเหตุทีไรประชาชน อย่างผมเองผมใช้ถนน พระราม ๒ ผมใช้ถนนสุขสวัสดิ์ ผมเห็นโครงสร้างรถไฟฟ้าผมขับรถในช่วงเวลาต่าง ๆ ผมก็มี ความหวั่นใจว่าวันใดวันหนึ่งมันจะหล่นใส่หัวเราหรือเปล่า ผมเชื่อว่าประชาชนหลายคนคิด เหมือนผมว่าวันใดวันหนึ่งจะเป็นเราหรือเปล่า จะเป็นญาติพี่น้องเราหรือเปล่า จะเป็นพ่อแม่ เราหรือเปล่า ผมอยากให้ใส่ใจในเรื่องของมาตรฐานการก่อสร้าง โดยเฉพาะงานรับเหมาต่าง ๆ ผมคงต้องพูดอย่างนี้ว่าประเทศไทยเราลงทุนสิ่งก่อสร้างอะไรหลายอย่างเลย แต่เราขาดเรื่อง มาตรฐานเรื่องนี้จริง ๆ ผมจึงสนับสนุนให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ท่านประธานครับ เราเจอโศกนาฏกรรมมาหลายครั้ง แล้วเราก็ต้องมาพูดมาถอดบทเรียนกัน อยู่หลายครั้ง ซึ่งผมรู้สึกว่าผมไม่อยากให้ประชาชนเขาต้องมาพูดอีกแล้วว่าเอาอีกแล้วหรือ มันเกิดขึ้นอีกแล้วหรือ อย่างล่าสุดผมทราบว่าเมื่อเช้าที่ประเทศโดมินิกัน กรุงซานโตโดมิงโก ไนต์คลับ เพดานไนต์คลับก็ถล่มลงมา ตอนนี้ก็เข้าใจว่าสืบหาสาเหตุอยู่ แต่สุดท้ายแล้วก็ต้อง กลับไปสู่คำถามแรกว่าการก่อสร้างเป็นอย่างไร ใครเป็นผู้รับเหมาแล้วเกิดอะไรขึ้น ประเทศไทยเราเจอแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว ผมขอเตือนด้วยความเคารพครับ ชีวิตคนไม่ได้ เป็นอะไหล่ มันไม่สามารถเปลี่ยนได้เหมือนเหล็กหรือปูนซีเมนต์ ถ้าหากวันใดวันหนึ่งเกิด ความเสียหาย ไม่ใช่แค่เหล็กที่หัก แต่ศรัทธาของประชาชนที่มีต่อระบบราชการก็จะหักพัง ไปด้วย🔗
ท่านประธานครับ ผมเห็นหลายครั้งว่าเราออกมาพูดหลังเกิดโศกนาฏกรรม เราออกมาพูดหลังจากพี่น้องประชาชนต้องประสบพบเจอกับปัญหาเหล่านี้ ผมพูดในฐานะ ผู้แทนของประชาชนว่าผมไม่ได้แค่มาเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่เพื่อเรียกร้องความ รับผิดชอบและมาตรฐานที่ควรมีตั้งแต่วันแรกที่เราวางเสาเข็ม อย่ารอให้เลือดเปื้อนถนนก่อน ก่อนที่จะเริ่มคิดว่าความปลอดภัยเป็นเรื่องที่จริงจัง ผมอยากเรียนอย่างนี้ว่าสุดท้ายแล้ว ผู้แทนราษฎรเราอาจจะทำได้แค่พูดนะครับ แต่การ Take Action การทำอย่างจริงจังยิ่งมี กรรมาธิการผมคิดว่าจะเป็นทางออกที่จะทำให้เราได้เห็นถึงปัญหา ทำให้เราได้เห็นถึงว่าสิ่งที่ เราควรจะต้องแก้ไขควรจะต้องทำอย่างไร ไม่อย่างนั้นโศกนาฏกรรมก็จะวนแล้ววนอีก พูดแล้วพูดอีก อย่างที่ท่านเห็นครับ แผ่นดินไหวไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานคร ไม่เคยเกิดในประวัติศาสตร์ ที่ต้องมานั่งพูดกันในสภาผู้แทนราษฎรว่าวันนี้แผ่นดินไหวอยู่ใกล้ตัวแค่ไหน ในอนาคต ข้างหน้าเราอาจจะมีเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก ท่านไม่เคยคิดว่าวันหนึ่ง เราจะต้องเผชิญโควิด ท่านไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งเราจะเจอน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร วันนี้มี แผ่นดินไหว พรุ่งนี้ผมไม่รู้ว่าจะมีก็อตซิลลาบุกหรือว่ามีมนุษย์ต่างดาวมาถล่มหรือเปล่า แต่สิ่งที่เราจะต้องกลับมาทบทวนกันอยู่ตลอดก็คือความปลอดภัยของประชาชน ถ้าโครงสร้างมันดี ความเชื่อมั่นมี ผมคิดว่าเรื่องนี้คงไม่ได้หนัก คงไม่ได้เป็นเรื่องที่ประชาชน เขาจะต้องมาวิตกกังวล ประเทศญี่ปุ่นเองผมเชื่อว่าหลายคนเขาถอดบทเรียนจากปัญหา ท่านประธานทราบไหมครับว่าที่เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น ในปี ๑๙๙๕ หลังเกิดเหตุ แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ประเทศญี่ปุ่นได้มีการยกระดับเรื่องของอาคารต่าง ๆ มีการรื้อถอน อาคารที่ไม่ได้มาตรฐาน ที่ไม่ทนต่อแผ่นดินไหว ทางด่วนฮันชินเอ็กซ์เพรสก็มีการพังถล่ม ลงมา วันนี้ผมในฐานะเป็น สส. ของพระประแดง ผมคงยังต้องตั้งคำถามเพื่อให้กลับไปที่ ท่านประธาน เพื่อให้ประชาชนสบายใจด้วยซ้ำว่าวันนี้สะพานภูมิพลซึ่งเป็นเส้นเลือดหลัก ของพระประแดงจะยังอยู่ ยังคงทน ไม่ว่าจะมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นทีนี่หรือมีอุทกภัย หรือมี อะไรเกิดขึ้น สะพานจะยังอยู่ อาคารจะยังอยู่ ทุกอย่างจะยังคงเหมือนเดิม ทุกชีวิตปลอดภัย วันนี้เราในฐานะเป็นผู้แทนของประชาชน เราต้องให้ความปลอดภัย ให้ความจริงใจต่อ ประชาชน แล้ววันนี้ผมคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้มาทบทวนทุก ๆ อย่าง โดยเฉพาะเรื่อง ของมาตรฐาน🔗
กลับมาที่มาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานเรื่องนี้เป็นเรื่องที่จำเป็นจริง ๆ โดยเฉพาะกับประเทศที่กำลังเผชิญปัญหาคอร์รัปชันอย่างรุนแรง ท่านต้องยอมรับว่าปัญหา อย่างตึก สตง. ที่ถล่มหรือหลาย ๆ ที่ที่มันมีปัญหาขึ้นมาก็เพราะอะไรครับ ก็เพราะว่าวันนี้ เราต้องมานั่งตรวจสอบเหล็ก เราต้องมานั่งตรวจสอบเรื่องที่มันอยู่ใต้พรมแล้วเราควรไหม ที่จะต้องไปแก้ตั้งแต่ต้นทางเลยก็คือการคอร์รัปชันของประเทศไทย การรับเงินของผู้รับเหมา ต่าง ๆ วันนี้ขอให้กรรมาธิการนี้จะเป็นทางออกให้กับประเทศไทย ให้กับประชาชน ให้พี่น้อง ประชาชนได้ยินว่าเราทำอย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องคุณภาพชีวิตของประชาชน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสรพัช ศรีปราชญ์ เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม สรพัช ศรีปราชญ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรีจากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออภิปรายในปัญหาระหว่างงานก่อสร้างที่ทำให้การควบคุมงานก่อสร้างไม่ได้เป็นไป ตามมาตรฐาน🔗
ขอเริ่มที่ประเด็นแรกเลยนะครับ อย่างที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าการก่อสร้างจะต้อง มีการยื่นขออนุญาตก่อสร้างก่อน แต่ปัญหาคืออะไรครับ ปัญหาก็คือการยื่นขออนุญาต ก่อสร้างนั้นเป็นเพียงขั้นตอนทางธุรการเท่านั้น เพราะว่าในขั้นตอนนี้เราจะต้องมีวิศวกรที่มา เซ็นควบคุมงาน แต่ตอนนี้ผมขอท้าให้ดูเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นโครงการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐหรือเอกชน ท่านลองไปที่ตอนนี้เลยว่ามีวิศวกรที่เซ็นควบคุมงานอยู่หรือไม่นะครับ ผมรับประกันได้เลยว่าเกินครึ่งไม่มี อีกประเด็นหนึ่งนอกจากไม่มีวิศวกรที่ควบคุมงานอยู่แล้ว บางโครงการปล่อยให้ช่างทำงานกันเอง ไร้ผู้ควบคุมงาน ซึ่งช่างก็ทำกันไปตามอำเภอใจและ ไม่ได้ตรงตามหลักวิศวกรรม อีกปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นจากขั้นตอนนี้ก็คือการก่อสร้างที่ไม่ตรง กับแบบที่ขออนุญาตไป แบบที่ขออนุญาตก่อสร้างอย่างหนึ่ง แบบที่ไปก่อสร้างก็อีกแบบหนึ่ง ซึ่งมันก็มีให้เห็นอยู่เป็นจำนวนมาก🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือการที่เจ้าของงานหรือผู้รับเหมาต่าง ๆ ต้องการลดต้นทุน ในการก่อสร้างให้ใช้เงินในการก่อสร้างน้อยที่สุด แต่การลดต้นทุนจะต้องคำนึงถึงหลักทาง วิศวกรรมด้วย ว่าการลดต้นทุนนั้นต้องไม่ใช่การเร่งงานหรือการก่อสร้างที่ผิดจากแบบไป จะพบเห็นบ่อย ๆ นั้นคืออะไรครับ การเทคอนกรีตที่มันจะต้องอาศัยให้มันครบอายุก่อนถึง จะทำงานในขั้นตอนต่อไปได้ แต่ก็ทำงานกันเลย เทวันนี้ พรุ่งนี้ทำงานต่อ คอนกรีตยังไม่ทัน ได้รับกำลังก็ทำงานกันไปแล้ว ท่านประธานครับ หัวใจหลักของงานก่อสร้างอาคารนั้นก็คือ งานโครงสร้าง หัวใจหลักของงานโครงสร้างนั้นก็คืองานโครงสร้าง ซึ่งประกอบไปด้วย พื้น คาน เสา และฐานราก หลัก ๆ จะมี ๔ ตัวนี้ โครงสร้างที่แข็งแรง ต้องเริ่มจากฐานรากที่มั่นคง ฐานรากนั้นก็คือโครงสร้างชั้นล่างสุดของอาคารที่อยู่ใต้ดิน ทำหน้าที่รับน้ำหนักทั้งหมดของอาคารที่ถ่ายลงมาผ่านคาน ผ่านเสา ผ่านฐานรากแล้วลงสู่ พื้นดิน ซึ่งฐานรากก็มีอยู่หลายชนิด หลายประเภทให้เลือกใช้กัน แต่ที่น่าตกใจนั้นก็คืออะไร การก่อสร้างในบางโครงการที่มีการตอกเสาเข็มรองรับฐานรากไม่มีการทดสอบความสมบูรณ์ ของเสาเข็ม ซึ่งไม่ทำให้รู้เลยว่าการที่ตอกเสาเข็มลงไปข้างล่างที่อยู่ใต้ดินนั้น เสาเข็มมีความ สมบูรณ์หรือไม่ เสาเข็มแตกหักหรือไม่ นี่ก็คือตัวอย่างที่อันตรายมาก ๆ ซึ่งมันมีมากมาย ซึ่งมีเวลาจำกัดก็คงจะอธิบายได้ไม่ครบทั้งหมด🔗
ประเด็นที่ ๓ ก็คือการเอาใจใส่ในงานของตัววิศวกรควบคุมงานเองนะครับ ต้องยอมรับกันอย่างตรงไปตรงมาว่าการทำงานเป็นวิศวกรในฝ่ายควบคุมงานนั้นก็ใช้ พลังงานเยอะ เพราะต้องทนอยู่กับแดดร้อน ๆ และยังต้องมีทักษะที่จะสั่งงานทีมงานได้ด้วย ซึ่งการเป็นวิศวกรควบคุมงานที่ได้รับการยอมรับนั้นเป็นเรื่องที่ยาก ปัจจุบันต้องยอมรับกัน อย่างตรงไปตรงมาว่าวิศวกรควบคุมงานหลายคนที่ยังอ่านแบบไม่ได้ ทำให้เกิดความผิดพลาด ในการทำงาน ทำให้การก่อสร้างผิดจากแบบไป เรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จำเป็นที่จะต้องมี การแก้ไข ท่านประธานก่อนที่ผมจะจบการอภิปรายในช่วงนี้หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามคอนโดมิเนียมเริ่มหาที่อยู่อาศัยใหม่ ซึ่งอาจจะสนใจไปซื้อบ้านกัน เป็นจำนวนมาก วันนี้ผมเอาตัวอย่างภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน มาเตือนภัยแก่ท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชนครับ🔗
ขอรูปที่ ๑ ครับ รูปแรกรูปนี้ตรวจสอบโดยการบิน Drone ขึ้นไป นั่นก็คือ กระเบื้องหลังคาของพ่อแม่พี่น้องประชาชนนั่นเอง ก็จะเห็นว่ายังมีกระเบื้องที่แตกอยู่ ซึ่งมันรอวันหล่นลงมา ซึ่งถ้าเผื่อว่าเราลงไปหรือว่าเดินผ่านไปผ่านมามันจะตกใส่หัวของเรา เมื่อไรก็ไม่รู้ อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่อันตรายมาก ๆ🔗
ขอรูปถัดไป รูปถัดไปนี้คือการไม่เดินท่อร้อยสายไฟ พ่อแม่พี่น้องลองปีน ขึ้นไปเปิดฝ้าดูว่าข้างบนสายไฟของท่านเดินท่อร้อยสายหรือไม่ เพราะอะไรผมถึงต้องบอก แบบนี้ว่ามันอันตรายมาก ๆ เพราะว่าสายไฟมันจะมีฉนวนหุ้มอยู่ซึ่งภายในมันคือทองแดง ถ้าเกิดว่ามีหนูไปกัดแล้วทองแดงมันมาแตะที่โครงฝ้าได้ ซึ่งมันจะทำให้ไฟฟ้าสามารถลัดวงจร ไฟไหม้บ้านได้ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่อันตรายมาก ๆ🔗
ข้อคลิปที่ ๑ ครับ นี่ก็คือการตรวจสอบกระเบื้องว่ากระเบื้องปูเต็มหรือไม่ ตอนนี้ก็เป็นการตรวจสอบเสียง ถ้าเสียงมันออกโป่ง ๆ แสดงว่ากระเบื้องมันร่อน แล้วถ้าเรา ปล่อยให้มันผ่านโดยไม่มีการแก้ไขจะเกิดอะไรขึ้นครับ🔗
ขอรูปถัดไปครับ ถ้าเผื่อว่าปล่อยให้กระเบื้องมันร่อนออกไปมันก็จะเกิดการ กระเบื้องระเบิด อยู่บ้านอยู่ดี ๆ วันดีคืนดีเดินลงมากระเบื้องอยู่ดี ๆ ก็ผุดระเบิดขึ้นมา อาจจะเดินสะดุดหรือทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเพิ่มไปอีก🔗
ขอรูปสุดท้ายครับ รูปนี้คืออะไร ถ้ามองจากรูปทางด้านซ้ายก็จะเห็นฝ้าปกติ ก็คือฝ้าเพดานปกติ แต่เมื่อเอา Infrared ส่องเข้าไปเห็นอะไร เห็นคาบน้ำที่ซึมลงมา การทดสอบนี้คือการทดสอบการทำกันซึมที่ห้องน้ำชั้น ๒ คือการขังน้ำทิ้งไว้ว่าน้ำมันจะรั่วซึม ลงมาที่ฝ้าเพดานชั้น ๑ หรือไม่ ซึ่งถ้าเผื่อว่ามันซึมลงมาเรื่อย ๆ มันก็จะเกิดว่าฝ้ามันอมน้ำ สุดท้ายแล้วมันก็พังลงมาสู่ตัวของพ่อแม่พี่น้องที่ใช้ชีวิตอยู่ทางด้านนั้นเอง🔗
ขอคลิปสุดท้ายครับ จากรูปก็จะเห็นได้เลยว่ามันไม่ได้รั่วมาจากท่อ ซึ่งก่อน การปูกระเบื้องทุกครั้งตามมาตรฐานงานก่อสร้างที่ดีแล้วจะต้องมีการขังน้ำทิ้งไว้ก่อนเพื่อดูว่า มันมีน้ำที่รั่วซึมลงมาที่ฝ้าหรือไม่ ซึ่งอันนี้ไม่สามารถที่จะปล่อยผ่านได้ นี่ก็คือตัวอย่างคร่าว ๆ ก็คืออันตรายใกล้ตัวที่เกิดจากการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน🔗
สุดท้ายนี้ปัญหาที่ผมได้อภิปรายไปข้างต้นไม่ใช่ปัญหาใหม่ แต่เป็นปัญหา ที่เกิดขึ้นมานานจนถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะทุกการใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน เปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่รอเวลาระเบิด ทุกการก่อสร้างที่ผิดพลาดนั่นคือความอันตรายต่อ ชีวิตและทรัพย์สิน แล้วถ้าหากเรายังไม่คิดแก้ไขปัญหานี้จะถูกขยายเป็นวงกว้างจนกระทบต่อ ประชาชนจำนวนมาก จากเหตุผลที่ผมได้อภิปรายมาทั้งหมดนี้ ผมจึงขอสนับสนุนให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อมายกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างให้แก่ประเทศของเราได้มี มาตรฐานงานก่อสร้างที่ดีขึ้นกว่านี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ เหลือท่านผู้อภิปรายท่านสุดท้าย คือท่านบุญเลิศ แสงพันธุ์ แล้วก็ตามด้วยท่านศุภณัฐ มีนชัยนันท์ จะสรุปสัก ๒ ๓ นาที จากนั้นเราก็จะตั้ง คณะกรรมาธิการ อย่างไรท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกขอเชิญเข้าห้องประชุมนะครับ ต่อไปท่าน บุญเลิศ แสงพันธุ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๗ วันนี้ผมก็ขอร่วมอภิปรายญัตติที่เพื่อนสมาชิกได้นำเสนอ ขออนุญาตเปิดคลิปด้วยนะครับ🔗
คลิปที่จะเปิดนี้เป็นคลิปของพ่อแม่ พี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อนตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ซึ่งคลิปที่กำลังจะเปิดนี้ก็จะถูกเปิดในปี ๒๕๕๖ ขอเสียงด้วยครับ ขอบคุณคลิปนะครับ ก็ต้องบอกว่าคลิปที่เปิดเมื่อสักครู่ก็คือปี ๒๕๕๖ ปีนี้ปี ๒๕๖๘ ผ่านมา ๑๔ ปี ผมต้องขอเป็นปากเป็นเสียงให้กับพ่อแม่พี่น้อง แล้วก็ยกตัวอย่าง เคสนี้นะครับ เคสนี้ได้มีการก่อสร้างเมื่อปี ๒๕๕๔ อย่างที่ผมบอกลงทุนประมาณเกือบ ๑๐ ล้านบาท มี ๒ โครงการ ก็คือปรับปรุงอาคารท่าเทียบเรือ🔗
สไลด์ถัดไปครับ ก็จะเห็นเป็นตัวอาคารที่มีการก่อสร้าง ท่าเรือนี้ยังไม่ แล้วเสร็จ ล่าช้ามาแล้ว ๑๔ ปี🔗
สไลด์ถัดไปครับ ท่านเห็นอะไรไหมครับ ทางลาดผู้พิการครับ ที่ผู้พิการ ไม่สามารถใช้งานได้จริง ผมยังดูอยู่ว่าเขาเอาไว้ขึ้นอะไรหรือว่าจะเอาไว้วิ่งเล่นกันหรืออย่างไร ข้าง ๆ ก็ไม่มีที่ราวจับ อาคารนี้มี ๓ ชั้น ลักษณะเดียวกันทั้ง ๓ ชั้นครับ🔗
สไลด์ถัดไปครับ สภาพอาคารนี้ด้านล่างก็จะเป็นแหล่งมั่วสุมทางผ่านที่จะขึ้น ไปยังชั้น ๑ ชั้น ๒ ชั้น ๓ เข้าเทศกาลทีช่วงเดือนตุลาคมก็จะมีงานประจำปีองค์พระสมุทร เจดีย์ของจังหวัดสมุทรปราการ ก็เอาป้ายไวนิลมาปิดบังเพื่อไม่ให้เห็นภาพด้านในว่ามีการ ก่อสร้างที่รกร้างแล้วก็มีสภาพที่มั่วสุมจริง ๆ🔗
สไลด์ถัดไปครับ อันนี้ก็จะเป็นในส่วนของท่าเรือเก่าที่ไม่สามารถกลับมา ใช้งานได้ตั้งแต่เริ่มโครงการอย่างที่ผมเกริ่นนำไปเมื่อสักครู่ ก็คือตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ จนปีนี้ ปี ๒๕๖๘ ๑๔ ปีแล้วครับ ๑๔ ปีที่เกิดขึ้นที่พ่อแม่พี่น้องได้พูดตามคลิป ณ ปัจจุบันประชาชน เดือดร้อน แล้วท่าเรือนี้ก็ยังไม่สามารถกลับมาใช้ได้ ผมต้องพูดอย่างนี้ครับ สิ่งที่เราเห็นเมื่อ สักครู่คือเงินแผ่นดิน สิ่งที่เราเห็นเมื่อสักครู่ตามคลิปคือภาษีของประชาชนที่คุณได้ใช้จ่าย ในปี ๒๕๕๔ ปีนี้ปี ๒๕๖๘ คำถามของประชาชนในพื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ถามว่าเมื่อไร จะแล้วเสร็จ ถ้าท่านทำโครงการแบบนี้ผมขออนุญาต กรณีท่าเรือนี้ผมแค่ยกตัวอย่างเดียว ยังมีอีกหลายโครงการเลย ไม่ว่าจะเป็นผู้รับเหมาทิ้ง ทิ้งแล้วอย่างไร ฟ้องกันไปฟ้องกันมา ไม่จบไม่สิ้น แล้วก็พาโครงการไม่แล้วเสร็จ หรือแม้แต่ประตูระบายน้ำที่ผมพูดในสภาแห่งนี้ วันนี้ก็วันสุดท้ายแล้วที่จะปิดสมัย ๓-๔ ครั้งแล้ว กรมโยธาธิการและผังเมืองยังไม่ไปปรับปรุง เลยครับแล้วจะส่งมอบท้องถิ่นอย่างไร ถ้ามันสร้างแล้วใช้งานไม่ได้ไม่ต้องสร้าง เปลืองภาษี ประชาชน เอางบประมาณที่จะไปใช้ในโครงการต่าง ๆ ไปสร้างอย่างอื่นดีกว่า ไปลงทุนกับ รัฐสวัสดิการ ไปลงทุนเรื่องอื่น ๆ ดีกว่า ดีกว่าเยอะครับ อย่าสร้างเป็นอนุสาวรีย์เลยนะครับ แล้วกรณีนี้อย่างที่ผมบอก ผมแค่ยกตัวอย่างเพียงตัวอย่างเดียว แต่สะท้อนปัญหาใหญ่กว่านั้น คือการขาดความเข้มงวดในการออกแบบควบคุมและตรวจรับงานก่อสร้างสาธารณะทำให้เรา เห็นโครงการที่ไม่ตอบโจทย์ ไม่ปลอดภัย และสิ้นเปลืองงบประมาณ เราจะสร้างกันแบบนี้ หรือครับ และปล่อยทิ้งไว้อย่างนี้ แล้วผมก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งตั้งแต่เกิดเหตุแผ่นดินไหวอาคาร หลังนี้ไม่ทรุดเหมือนตึก สตง. แน่นอน มันจะไม่หายไปไหนครับ แต่มันจะตั้งคำถามตั้งแต่ วันนี้ ๑๔ ปีที่ผ่านมาจนไปเรื่อย ๆ ว่าโครงการนี้จะแล้วเสร็จเมื่อไร ท่าเรือนี้จะกลับมาใช้ เมื่อไร แล้วใครต้องเป็นคนรับผิดชอบครับ ถ้าวันนี้เราไม่สามารถยกระดับมาตรฐานของการตรวจสอบ มาตรฐานของการก่อสร้างได้ เราไม่อายเพื่อนบ้านหรือครับ งานประจำปีแต่ละครั้งผมอายพ่อแม่พี่น้องประชาชน ต่างจังหวัด อายนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องมาดูเห็นโครงสร้างต่าง ๆ ที่เป็นอนุสาวรีย์แบบนี้ ไม่มีคำตอบเลยว่าจะแล้วเสร็จเมื่อไร ผมในฐานะผู้แทนราษฎรในเขต ๗ จังหวัดสมุทรปราการ ก็ขอสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบเสียที ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านผู้เสนอญัตติ ท่านศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สรุปสั้น ๆ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณเพื่อน สมาชิกทุกท่านสำหรับการอภิปราย วันนี้ผมเห็นแล้วว่าพวกเราได้รับทราบถึงความเอาใจใส่ และความห่วงใยของเพื่อนสมาชิกผู้แทนราษฎรทุกคนที่มีต่อปัญหาของพี่น้องประชาชน และผมก็เชื่อว่าทุกท่านคงเห็นตรงกันครับว่า ณ วันนี้ควรมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมก่อสร้างอย่างเป็นระบบเสียที เนื่องจากเป็นปัญหาที่เรื้อรังและต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ก็ต้องแจ้งว่ามีปัญหา หลายเรื่องที่เป็นปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ส่วนหนึ่งก็ต้องขอฝากไปถึงรัฐบาล เพื่อให้เร่งดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของตึก สตง. แล้วก็โครงการพระราม ๒ ที่ต้อง มีคำตอบให้กับพี่น้องประชาชน แต่ในขณะเดียวกันข้อเสนออื่น ๆ หรือปัญหาอื่น ๆ ที่เพื่อน สมาชิกได้ฝากมา ผมก็เชื่อว่าทางผมแล้วก็คณะกรรมาธิการทุกคนก็ยินดีที่จะนำไปทำตาม แล้วก็นำไปศึกษาต่อ ลงลึกต่อเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนทุกคนครับ ทั้งนี้ถ้าเกิด เพื่อน ๆ สส. ท่านใดมีปัญหาอื่น ๆ ก็สามารถที่จะแจ้งมายังพวกเราได้ เราก็พร้อมยินดี รับฟังเสมอครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เนื่องจากญัตตินี้ผู้เสนอได้เสนอมาเพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษา ซึ่งจากการที่ได้รับฟังการอภิปรายของท่านสมาชิกมีความเห็นเป็นแนวทาง เดียวกันกับผู้เสนอญัตติ มีสมาชิกท่านใดจะคัดค้านหรือไม่ ถ้าไม่มีท่านผู้ใดคัดค้าน ผมจะขอ อาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถามมติจากที่ประชุมว่า จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็น อย่างอื่นหรือไม่ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมลงมติเห็นชอบให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ต่อไปเชิญกำหนดจำนวนกรรมาธิการครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผมศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจำนวนกรรมาธิการ ๓๑ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้เสนอกรรมาธิการ ๓๑ ท่าน มีผู้รับรองถูกต้อง ดังนั้นสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๗ ท่าน สัดส่วนของกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ๒๔ ท่าน เชิญคณะรัฐมนตรีเสนอครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับ มาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการ พัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๗ ท่าน ดังนี้ ๑. นายชาครีย์ บำรุงวงศ์ ๒. นายสินิทธิ์ บุญสิทธิ์ ๓. นายเอกนิติ รมยานนท์ ๔. นายธีระศักดิ์ สีนา ๕. นายแพทย์จุมภฏ พรมสีดา ๖. นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา ๗. นางสาวพิมพ์เพ็ญ วีรกุลสุนทร ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปสัดส่วนกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรแต่ละพรรคการเมือง เป็นดังนี้นะครับ พรรคประชาชน ๗ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๗ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน พรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน พรรคกล้าธรรม ๑ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคประชาชาติ ๑ ท่าน ต่อไปเชิญแต่ละพรรคการเมืองเสนอรายชื่อกรรมาธิการตามสัดส่วน แล้วก็ขอผู้รับรองตาม ข้อบังคับ ข้อ ๙๑ พรรคประชาชนเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายตรัยวรรธน์ อิ่มใจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด สมุทรปราการ เขต ๘ พรรคประชาชน ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ สัดส่วน พรรคประชาชน จำนวน ๗ ท่าน ดังนี้ ๑. นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ๒. นายสรพัช ศรีปราชญ์ ๓. นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ๔. นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ๕. นายนิวัฒน์ ธัญปิตินันทน์ ๖. ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์อมร พิมานมาศ ๗. นางสาวลิซ่า งามตระกูลพานิช ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๗ ท่าน เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๗ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นายปลอดประสพ สุรัสวดี ๒. นายเชิงชาย ชาลีรินทร์ ๓. นายรชตะ ด่านกุล ๔. นายพชร จันทรรวงทอง ๕. นางสาววรภาว์ วรปัญญา ๖. นายสุวัฒน์ ม่วงศิริ ๗. นายสุรชาติ เทียนทอง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางอรอุมา บุญศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน ๑. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ๒. นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ ๓. นายอำนาจ วิลาวัลย์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่าน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผม เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรค รวมไทยสร้างชาติ ข้อเสนอกรรมาธิการวิสามัญ ๒ ท่าน ๑. นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ๒. รองศาสตราจารย์พิเศษดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย เรียนท่านประธานครับ ก่อนเสนอชื่อ ผมขอปรึกษาท่านประธานอย่างนี้ว่ามีทางท่านสมาชิกหลาย ๆ พรรค ได้รบกวนฝากให้ผม ช่วยเสนอชื่อแทน ผมขออนุญาตเสนอไปพร้อมกันเลยได้ไหมครับ🔗
เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ในสัดส่วน ของพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน ขอเสนอท่านศาสตราจารย์สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคกล้าธรรม ๑ ท่าน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ขอเสนอสัดส่วนในส่วนของกรรมาธิการวิสามัญของพรรคกล้าธรรม จำนวน ๑ ท่าน ได้แก่ นายวันชัย โฆษิตมาศ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุธรรม จริตงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน คือดอกเตอร์บุรินทร์ สุขพิศาล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน นายนิกร จำนง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาชาติ ๑ ท่าน เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ศรัณย์ ทิมสุวรรณ ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ ๑ ท่าน นายสุไลมาน บือแนปีแน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐาน การก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนา ศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ๑. นายชาครีย์ บำรุงวงศ์ ๒. นายสินิทธิ์ บุญสิทธิ์ ๓. นายเอกนิติ รมยานนท์ ๔. นายธีระศักดิ์ สีนา ๕. นายจุมพฏ พรมสีดา ๖. นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา ๗. นางสาวพิมพ์เพ็ญ วีรกุลสุนทร ๘. นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ๙. นายสรพัช ศรีปราชญ์ ๑๐. นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ๑๑. นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ๑๒. นายนิวัฒน์ ธัญปิตินันทน์ ๑๓. ศาสตราจารย์อมร พิมานมาศ ๑๔. นางสาวลิซ่า งามตระกูลพานิช ๑๕. นายปลอดประสพ สุรัสวดี ๑๖. นายเชิงชาย ชาลีรินทร์ ๑๗. นายรชตะ ด่านกุล ๑๘.นายพชร จันทรรวงทอง ๑๙. นางสาววรภาว์ วรปัญญา ๒๐. นายสุวัฒน์ ม่วงศิริ ๒๑. นายสุรชาติ เทียนทอง ๒๒. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ๒๓. นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ ๒๔. นายอำนาจ วิลาวัลย์ ๒๕. นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ๒๖. รองศาสตราจารย์พิเศษดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ๒๗. ศาสตราจารย์สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ๒๘. นายวันชัย โฆษิตมาศ ๒๙. นายบุรินทร์ สุขพิศาล ๓๐. นายนิกร จำนง และ ๓๑. นายสุไลมาน บือแนปีแน🔗
ขอบคุณท่านเลขาธิการครับ ต่อไปเชิญกำหนดระยะเวลาในการพิจารณาศึกษาของ คณะกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอระยะเวลาในการศึกษา ๙๐ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ถ้าไม่มีสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่สภา มีมติกำหนดระยะเวลานะครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ วันนี้เป็นวันสุดท้ายสำหรับสมัยประชุมนี้ ต้องขอบคุณ ทุกพรรคการเมือง สมาชิกทุกท่านที่เสียสละเวลา แล้วก็ทำหน้าที่ตัวแทนของพี่น้องประชาชน ก็ถือว่าสมัยประชุมนี้เราก็ประสบผลสำเร็จในการแก้ปัญหา แล้วก็เสนอแนะปัญหาต่าง ๆ ต่อที่ประชุม ก็ขอให้การประชุมในสมัยหน้าได้เรียบร้อยแบบนี้ หนักนิดเบาหน่อยก็เป็นเรื่อง ธรรมดา ก็ขอให้ปิดสมัยประชุมนี้ไปหาประสบการณ์ให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาตินะครับ เพราะว่าหลายท่านก็ต้องเดินทาง เรื่องของกริยามารยาทแล้วก็ความเป็นไทยในต่างประเทศ ก็ขอให้รักษาไว้ ขอให้โชคดีทุกท่าน ก่อนปิดประชุมนะครับ🔗
ด้วยได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าประกาศพระราชกฤษฎีกาปิดประชุม รัฐสภา สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง พ.ศ. ๒๕๖๘ ฉะนั้นจึงขอเชิญท่านสมาชิกโปรด ยืนขึ้นรับฟังพระบรมราชโองการ เชิญท่านเลขาธิการอ่านพระบรมราชโองการครับ🔗
“พระราชกฤษฎีกา🔗
ปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง🔗
พ.ศ. ๒๕๖๘🔗
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ🔗
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว🔗
ให้ไว้ ณ วันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๘🔗
เป็นปีที่ ๑๐ ในรัชกาลปัจจุบัน🔗
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า🔗
โดยที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง พ.ศ. ๒๕๖๗ ตั้งแต่วันที่ ๑๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ นั้น บัดนี้ จะสิ้น กำหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวันตามสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ในวันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๘🔗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๒๒ และมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาปิดประชุม รัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ตั้งแต่วันที่ ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๘ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ แพทองธาร ชินวัตร🔗
นายกรัฐมนตรี🔗
เชิญทุกท่านนั่งครับ ขอบคุณทุกท่านนะครับ ขอปิดประชุมครับ🔗