unknown · · 616 lines

(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๘.๕๗ นาฬิกา)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมขออนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๒๔ โดยจะให้ปรึกษาหารือตามลำดับรายชื่อ ที่ได้ยื่นมาให้เวลาท่านละ ๒ นาทีนะครับ ผมขอประกาศชื่อ ๓ ท่านแรกก่อนจะได้ให้ท่าน ได้เตรียมตัว ท่านแรกครับ ท่านนิพนธ์ คนขยัน ต่อด้วยท่านษฐา ขาวขำ และต่อด้วย ท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญท่านนิพนธ์ คนขยัน เชิญครับ🔗

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือผ่านท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการครับ เนื่องจากวันนี้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งผู้อำนวยการเกษียณจะไม่ได้ ตำแหน่งผู้อำนวยการคือโรงเรียนนั้นเพราะเด็กนักเรียนตกเกณฑ์ บางโรงเรียนก็ตกเกณฑ์ ไม่มากถึงจะตก ๑ คนก็ถือว่าตกครับ ดังนั้นวันนี้อยากฝากผ่านท่านประธานไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพราะเด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันข้างหน้าจะเป็นกำลัง สำคัญของชาติ เป็นไปได้ไหมเกณฑ์วันนี้ปรับเปลี่ยนให้หน่อยได้ไหม เพราะอะไรครับ เพราะวันนี้ถ้าโรงเรียนนั้นไม่มี ผอ. ผู้อำนวยการก็ถือว่าไม่มีผู้บริหาร พอไม่มีผู้บริหารก็ให้ครู ซึ่งเป็นครูประจำการขึ้นรักษาการบ้างหรือให้รองผู้อำนวยจากโรงเรียนอื่นไปรักษาการ โรงเรียนต้นสังกัดก็ขาดจาก รอง ผอ. ไปหรือบางครั้งก็ทำ ๒ โรงเรียน บริหารงาน ๒ โรงเรียน ก็ไม่สะดวกในการที่จะขับเคลื่อน ในการพัฒนาการศึกษาให้เด็กมีคุณภาพ ดังนั้นวันนี้เกณฑ์ ตรงนี้อยากกราบเรียนว่าอยากให้พิจารณาเกณฑ์ใหม่หรืออย่างไรก็แล้วแต่ ขอให้ตำแหน่ง ผู้อำนวยการนั้นคงอยู่หลังจากเกษียณแล้วก็ให้มีตำแหน่งได้ทดแทนก็อาจจะเป็นการดี ต่อการศึกษาไทย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านษฐา ขาวขำ เชิญครับ🔗

นายษฐา ขาวขำ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายษฐา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ขอปรึกษาหารือท่านประธานเรื่องสำคัญที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชนจังหวัด นครศรีธรรมราชเป็นจำนวนมาก คือเรื่องของการขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก ท่านประธานที่เคารพ วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการประกาศขึ้นเป็นบัญชีชั่วคราวเมื่อปี ๒๕๕๕ หลังจากนั้นจะต้องจัดทำเอกสารฉบับสมบูรณ์เพื่อที่จะส่งให้องค์การยูเนสโก เวลาล่วงเลยมา ๑๐ ปีกว่าก็ยังไม่มีความคืบหน้า จนกระทั่งคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและ วัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการขับเคลื่อนโดยการเชิญผู้เกี่ยวข้องมาร่วมสัมมนา เรื่องเส้นทางมรดกทางวัฒนธรรมไทยสู่มรดกโลก เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๗ และมีการ ดำเนินการติดตามอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับกรมศิลปากรได้เข้ามาให้คำปรึกษาในการจัดทำ เอกสารฉบับสมบูรณ์ให้กับคณะทำงานเพื่อให้มีเนื้อหาที่ครบถ้วนสมบูรณ์ตามมาตรฐานของ ศูนย์มรดกโลก ท่านประธานที่เคารพ ขณะนี้คณะทำงานได้จัดทำเอกสารฉบับสมบูรณ์ เสร็จเรียบร้อย และได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๗ ลำดับต่อไปจะต้องมีการนำเสนอต่อคณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นประธานให้การรับรอง หลังจากนั้นต้องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีโดยคณะรัฐมนตรีจะต้องมีมติ ให้ส่งรายงานไปยังสำนักงานศูนย์มรดกโลกประเทศฝรั่งเศสภายในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๘ กระผมจึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครอง มรดกโลก และคณะรัฐมนตรีได้โปรดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๘ ด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเอกราช อุดมอำนวย ยังไม่มาไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวไปต่อท้าย เพื่อนนะครับ ๓ ท่านถัดไปครับ ท่านเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ท่านพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ และท่านพิมพกาญจน์ พลสมัคร เชิญท่านเชิดชัย ตันติศิรินทร์ เชิญครับ🔗

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

วันนี้ขอปรึกษา หารือท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและกรมที่ดินในเรื่องออกโฉนด เนื่องจากผมได้รับร้องเรียนจากนายไสว สัมฤทธิ์ อายุ ๘๓ ปี อยู่มุกดาหาร เขามีที่ดินซึ่งเป็น หนังสือ น.ค.๓ จำนวน ๒ แปลงได้ดำเนินการยื่นขอออกโฉนดที่สำนักงานที่ดินมุกดาหาร เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๘ จ่ายเงินมัดจำรังวัดเมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๙ เจ้าหน้าที่ ได้ออกไปรังวัดเมื่อวันที่ ๒๖ และ ๒๗ ปี ๒๕๕๙ เมื่อเสร็จแล้วเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าอีกไม่นาน ก็จะได้รับโฉนด ปรากฏว่ารอไปรอมาก็ไม่ได้รับสักที ที่ดินที่ไปวัดวันเดียวกันกลับได้รับโฉนด ที่ดิน เมื่อไปติดตามก็ได้รับคำตอบว่ายังไม่ถึงคิวหรือคิวยาวมาก จนกระทั่งปี ๒๕๖๖ กันยายน กรมที่ดินเขามีเว็บไซต์เขาก็เลยไปดูในเว็บไซต์ ซึ่งอำนวยความสะดวกให้กับ ประชาชนมีศูนย์ดำรงธรรมก็ได้ร้องเรียนเข้าไปกลับได้รับคำตอบว่ากำลังดำเนินการ ท่านประธานครับ เกือบ ๘ ปี นายไสว สัมฤทธิ์ มีความหวังว่าจะได้รับโฉนดที่ดินขณะยังมี ชีวิตเพราะอายุ ๘๓ ปีซึ่งก็มากแล้ว ท่านประธานครับ ทุกข์ของชาวนาหรือเกษตรกรคือ ทุกข์ของแผ่นดิน เกษตรกรที่ยากจนไม่มีเงินที่จะจัดหาที่ดิน ต้องไปเช่าหรือเป็นลูกจ้าง ดังนั้น ที่ดินจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญ เป็นต้นทุนที่สำคัญเพื่อการอยู่อาศัย ปลูกพืชเป็นอาหารหล่อเลี้ยงคน ในสังคม จึงเป็นความมั่นคงของเกษตรกรและประชาชน และเป็นความมั่นคงทางอาหาร ของประเทศด้วย ท่านประธานครับ ตั้งแต่เปลี่ยนการปกครอง ๒๔๗๕ รัฐบาลทุกรัฐบาลได้มอบที่ดินทำกินให้ ประชาชน ไม่ว่าเป็นรูปแบบ ส.ป.ก. น.ส.๓ หรือที่ดินในนิคมสร้างตนเอง จึงเป็นสิ่งที่ควร ได้รับการสนับสนุนอย่างยิ่ง จึงขอให้ท่านประธานส่งเรื่องนี้ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยและกรมที่ดินได้ดำเนินการให้แล้วเสร็จเพื่อเกษตรกรรายนี้จะได้มีโอกาสในชีวิตครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ครับ🔗

นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน ดิฉัน พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๖ ตัวแทนประชาชน จากเขตคลองสามวา พรรคประชาชน ท่านประธานคะ การปรึกษาหารือครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ดิฉันขอให้เป็นครั้งสุดท้าย นั่นก็คือปัญหาเรื่องของการลักลอบทิ้งขยะบริเวณทางเลียบ ทางด่วนจตุโชติ เขตคลองสามวา การลักลอบทิ้งขยะบริเวณนี้เกิดขึ้นมาเนิ่นนานแล้ว เป็นปัญหาที่ส่งผลต่อความปลอดภัยทั้งในการจราจร ในด้านสิ่งแวดล้อมในด้านสุขภาพของ ประชาชน รวมไปถึงภาพลักษณ์ของคนในเขตค่ะท่านประธาน ผู้ช่วยของดิฉันเปลี่ยนยางล้อรถ ไป ๔ ล้อแล้วในการเข้าไปสำรวจปัญหาในพื้นที่บริเวณนี้นะคะ ปัญหาต่อไปเป็นปัญหาเรื่อง การลักลอบเผาที่กลับมาอีกครั้งทั่วเขตทั้งในเส้นนิมิตใหม่ หทัยราษฎร์ สามวา เลียบคลอง สอง ร้องเรียนดิฉันมาแทบจะทุกวัน ซึ่งมันส่งผลในเรื่องของปัญหา PM2.5 ทั้งที่เป็นเขตพื้นที่ สีเขียว แต่ปัญหาเรื่อง PM2.5 ไม่ได้ลดลงเพราะปัญหาการเผาขยะ เผาหญ้าแบบนี้ ดิฉันเอง ที่เป็นผู้แทนก็เป็นภูมิแพ้แล้วก็ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนอย่างที่ได้เห็นในวันนี้🔗

ปัญหาต่อไปค่ะท่านประธาน ใกล้เทศกาลแล้วปัญหาที่ได้รับร้องเรียนมา มากมายช่วงเทศกาล ก็คือเรื่องการขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่และองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นให้กวดขันแล้วเอาจริงเอาจังกับการเล่นดอกไม้เพลิง การจำหน่ายดอกไม้เพลิง ที่ไม่มีมาตรฐาน การปล่อยโคมลอย การใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าในช่วงเทศกาล ซึ่งจะนำมา ซึ่งเหตุแห่งความสูญเสียหลายประการด้วยกันนะคะ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติภัย อัคคีภัย ตัวดอกไม้ ไฟและประทัดต่าง ๆ ถ้าไม่ปลอดภัยก็จะส่งผลต่อเด็ก ๆ ของพวกเรานะคะ ลูกหลานระเบิด ใส่มือได้ เรามาร่วมกันฉลองโดยไม่สูญเสีย ฉลองโดยไม่ก่อความเดือดร้อน นอกจากสังคม จะตกผลึกเรียนรู้ร่วมกัน เจ้าหน้าที่ก็จะต้องกวดขันเรื่องกฎหมายจริงจังกับเรื่องร้องเรียนที่ ประชาชนร้องไปให้มากกว่านี้🔗

เรื่องสุดท้ายค่ะท่านประธาน เรามักจะบอกกันอยู่เสมอว่าการอ่านสร้างชาติได้ แต่เขตคลองสามวาของดิฉันได้รับเงินสนับสนุนในการส่งเสริมการเรียนรู้ที่น้อยมาก ผู้ปกครอง นักเรียนโรงเรียนสุเหร่าคลองหนึ่งแจ้งดิฉันมาว่าเด็ก ๆ ในชุมชน ไม่ได้เข้าห้องสมุดมานาน หลายเดือนแล้ว พอทำเรื่องสอบถามไปที่โรงเรียนแล้วก็เข้าไปสำรวจเองก็พบว่าห้องสมุด ชำรุดทรุดโทรมตั้งแต่หน้าฝนปีที่แล้ว นอกจากที่มีฝ้าหล่นลงมา ก็ยังมีการของบใหม่ เพื่อปรับปรุงห้องสมุดและจัดทำห้องสมุดใหม่เป็น e-Library แต่ว่าไม่ได้รับงบประมาณจาก ทาง กทม. ทำให้ตอนนี้เด็ก ๆ ไม่สามารถที่จะเข้าไปใช้บริการห้องสมุดในโรงเรียนได้เลย ดิฉันขอความเมตตาให้กับเด็ก ๆ ในเขตของดิฉัน แล้วก็ ผอ. โรงเรียนในสังกัด กทม. ในทุกโรงเรียนของเขตของดิฉันด้วยที่จะได้รับงบประมาณการสนับสนุนเพื่อส่งเสริมทำให้ โรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เป็นของขวัญวันเด็กในปีนี้ ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปนะครับ ท่านพิมพกาญจน์ พลสมัคร ครับ เชิญครับ🔗

นางพิมพกาญจน์ พลสมัคร อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน พิมพกาญจน์ พลสมัคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๓ พรรคไทยรวมพลัง วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานเพียงเรื่องเดียวแล้วก็เป็นเรื่อง สำคัญมากนะคะท่านประธาน คือปัญหาการระบาดยาเสพติดในประเทศไทยในขณะนี้ เพื่อน ๆ สมาชิกได้หารือในสภาหลายท่านแต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขจากทางรัฐบาล ดิฉัน มีโอกาสได้ลงพื้นที่เขต ๓ ของดิฉัน ซึ่งประกอบด้วยอำเภอม่วงสามสิบ อำเภอดอนมดแดง อำเภอเหล่าเสือโก้กและอำเภอตาลสุม เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในเขตพื้นที่ และได้มีโอกาสได้พูดคุยกับทางผู้นำชุมชนหลายท่านเกี่ยวกับปัญหาในพื้นที่ ซึ่งมีมากมายค่ะท่านประธาน แต่ที่พี่น้องฝากถึงรัฐบาลและอยากให้ช่วยแก้ไขปัญหามากที่สุด ในขณะนี้ก็คือปัญหาการระบาดของยาเสพติด เพราะขณะนี้พื้นที่เขต ๓ ของดิฉันพบ ผู้เสพยาเสพติดขายยาเป็นจำนวนมาก มีทั้งผู้ใหญ่ในวัยทำงานแล้วก็มีทั้งเด็ก เยาวชน ซึ่งมีอายุเพียง ๑๔-๑๕ ปี พวกเขาเหล่านั้นจะต้องเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้าและ เป็นอนาคตของประเทศชาติและจะต้องเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ แต่ปัจจุบันพวกเขาเหล่านั้น กลายเป็นผู้ติดยาเสพติด ผู้ค้ายาเสพติดหมดอนาคต ติดยาเสพติดกันงอมแงมนะคะ ท่านประธาน ดิฉันห่วงอนาคตของประเทศไทยในภายภาคหน้าจะเป็นอย่างไรต่อไป ถ้าอนาคตของชาติก็คือเยาวชนอายุเพียง ๑๔-๑๕ ปี ดิฉันอยากฝากท่านประธานผ่านไปยัง รัฐบาลนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ให้ช่วยหามาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด อย่างจริงจังเหมือนที่ท่านเคยทำมาในอดีตนะคะท่านประธาน ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านธัญธร ธนินวัฒนาธร ต่อด้วยท่านวิลดา อินฉัตร แล้วก็ต่อด้วยท่านเกียรติคุณ ต้นยาง เชิญท่านธัญธร ธนินวัฒนาธร ครับ🔗

นายธัญธร ธนินวัฒนาธร กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ในเขตบางแคและภาษีเจริญ จากพรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องขออนุญาตหารือท่านประธานดังนี้🔗

เรื่องแรกครับ ประชาชนร้องเรียนเรื่องมีการเติมแก๊ส LPG เข้าถังแก๊สบริเวณ สถานีบริการจะพบเห็นในช่วงเย็นถึงค่ำเยื้องซอยศาลธนบุรี ๑๗ ซึ่งผิดตาม พ.ร.บ. ควบคุม น้ำมันเชื้อเพลิง เรื่องนี้ก็เคยประสานกับสำนักงานเขตแก้ไขแล้ว แต่ปัจจุบันยังมีเรื่อง ร้องเรียนเข้ามาอีกครับ ขอให้กรมธุรกิจพลังงานรวมถึงสำนักงานเขตเข้าไปดูแลด้วยครับ🔗

เรื่องต่อไปครับ ประชาชนแจ้งว่าปากซอยเพชรเกษม ๔๘ แยก ๓๙ มีอาคาร พาณิชย์ประกอบกิจการมีถังแก๊สอยู่ในตึกนี้ประมาณ ๒๐ กว่าถัง ไม่แน่ใจว่าจะเป็นอันตราย ต่อในชุมชนหรือเปล่า ขอให้เขตเข้าดำเนินการซึ่งในตลอดทั้งปีที่ผ่านมาก็มีพี่น้องประชาชน แจ้งเข้าไปแล้วขอให้เร่งตรวจสอบด้วยครับ🔗

เรื่องต่อไปครับชุมชนราชมนตรีร่วมใจพุทธมณฑลสาย ๑ ซอย ๑๑ แจ้งว่า ขาดพี่เลี้ยงเด็กในศูนย์เด็กเล็ก และมีพื้นที่ว่างเปล่าจำนวนกว้างมากอยู่หลังชุมชนไม่ได้ ใช้ประโยชน์ ขอให้กรุงเทพมหานครพิจารณาดำเนินการครับ ตลาดเสนีย์บริเวณรถไฟฟ้า สถานีภาษีเจริญถูกขโมยของส่วนกลางในเวลากลางคืนบ่อยครั้ง อันนี้ได้ดำเนินการแจ้งสถานี ตำรวจนครบาลในพื้นที่แล้ว ขอให้ตำรวจเร่งบังคับใช้กฎหมายให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗

เรื่องต่อไปครับ ไฟฟ้าดับในซอยอินทรา ๘๑-๑ และเสาหมายเลข ท. ๑๙-๒๐ ในหมู่บ้านสุขสันต์ ๕ และ ๖ การไฟฟ้าแจ้งว่ายังไม่สามารถดำเนินการได้ครับท่านประธาน เนื่องจาก กทม. ยังค้างจ่ายค่าบำรุงอุปกรณ์อยู่ ก็ขอให้เร่งประสานงานร่วมกันโดยด่วน🔗

เรื่องสุดท้ายครับ เช้านี้มาก็ค่าฝุ่น PM2.5 ขึ้นสูงอีกแล้วครับท่านประธาน เราก็เจอปัญหานี้มาทุกปีก็เป็นปัญหาสุขภาพระยะยาวของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะนำมา ซึ่งโรคปอดหรือโรค NCD เรื้อรังต่าง ๆ ได้นะครับ ก็ขอให้รัฐบาลเร่งหาแนวทางเพื่อแก้ไข ปัญหานี้อย่างยั่งยืน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านวิลดา อินฉัตร เชิญครับ🔗

นางสาววิลดา อินฉัตร ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิลดา อินฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๗ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องที่จะขอหารือเรื่องโครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามห้วยชลัง จุดดำเนินการบ้านทุ่ง หมู่ที่ ๑๑ ตำบลไพรบึง อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ ดิฉันได้รับ เรื่องร้องเรียนจากนายไพรวรรณ แก้วกัณหา นายก อบต. ตำบลไพรบึง ว่าสะพานข้ามห้วยชลัง เป็นเส้นทางสำคัญในการสัญจรไปมาของประชาชนมีจราจรหนาแน่นในเวลาคับขัน เพราะเป็นเส้นทางซึ่งส่งสินค้าเกษตรกรรม ประกอบกับเป็นชุมชนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จึงทำให้สะพานเกิดความชำรุดเสียหายอย่างหนัก เนื่องจากเป็นสะพานที่สร้างมานาน มากกว่า ๒๕ ปีแล้วก็ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา คอนกรีตก็หลุดกร่อนเป็นเหล็กเป็นสนิม ไม่ดำเนินการก่อสร้างใหม่อาจจะเกิดอันตรายต่อพี่น้องประชาชนได้ เพื่อเป็นการแก้ไขดิฉัน จึงได้ตรวจสอบพื้นที่ร่วมกับนายก อบต. และผู้ที่เกี่ยวข้องมีประชากรจำนวน ๑,๐๐๙ หลังคาเรือน ที่ใช้เส้นทางนี้ พบว่ามีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องแก้ไขและสร้างสะพานใหม่ ข้ามห้วยชลัง งบประมาณก็ไม่มากแค่ ๓ ล้านกว่าบาทเพื่ออำนวยความสะดวกแก่พี่น้อง ประชาชน ดิฉันจึงขอนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อขออนุมัติ งบประมาณให้กับโครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามห้วยชลังจุดดำเนินการ บ้านทุ่ม หมู่ที่ ๑๑ ตำบลไพรบึง อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านเกียรติคุณ ต้นยาง เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเกียรติคุณ ต้นยาง นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม เกียรติคุณ ต้นยาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอบางบัวทอง อำเภอไทรน้อย พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องที่จะหารือกับท่านประธาน มีจำนวน ๑ เรื่องเท่านั้นเพราะว่าผมไม่ต้องการปริมาณ ผมต้องการคุณภาพ ปัญหาที่ผมจะ หารือกับท่านประธานก็คือปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นจากบ่อขยะจังหวัดนนทบุรี บ่อขยะจังหวัด นนทบุรีตั้งอยู่หมู่ที่ ๒ ตำบลคลองขวาง อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ด้วยเนื้อที่ ๗๕๐ ไร่ ปริมาณขยะต่อวัน ๒,๐๖๕ ตัน สามารถกำจัดได้ ๑,๖๐๐ ตัน นั่นหมายความว่ามีขยะตกค้าง อยู่วันละ ๔๖๕ ตันต่อวัน ปัญหาคือพี่น้องประชาชนร้องเรียนมาทาง Page เฟซบุ๊กของผมว่า เหม็นขยะ เหม็นขยะ แล้วก็เหม็นขยะ นอกจาก Page เฟซบุ๊กของผมแล้ว ยังมี Page ข่าวสาร คนไทรน้อย-นนทบุรี ข้อความเดียวกันเหมือนกันหมด เหม็นขยะ ที่เพิ่มเติมก็คือเด็กเล็ก ๆ และผู้สูงอายุเริ่มมีปัญหาเรื่องสุขภาพเรื่องระบบทางลมหายใจ ผมกับทีมงานอดรนทนไม่ได้ ลงพื้นที่ไปพบพี่น้องประชาชน ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันหมดว่าเหม็นขยะและสุขภาพไม่ดี มีปัญหาเรื่องระบบทางลมหายใจ ภาพสไลด์ลงได้เลย ดังนั้นผมจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง มากราบเรียนขอบารมีท่านประธานได้โปรดประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรมและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องที่มีอำนาจ ที่มีหน้าที่ ที่อยู่ในประเทศไทยนี้ได้โปรดช่วยพี่น้องประชาชนคนตำบล คลองขวาง คนตำบลไทรน้อย คนอำเภอไทรน้อย คนจังหวัดนนทบุรีจะได้ไม่เหม็นกลิ่นขยะ อีกต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านเทอดชาติ ชัยพงษ์ ท่านนิตยา มีศรี แล้วต่อด้วย ท่านจอจาน เอกราช อุดมอำนวย เชิญท่านเทอดชาติ ชัยพงษ์ ครับ🔗

นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ อำเภอเทิง อำเภอ พญาเม็งราย อำเภอขุนตาล และตำบลบุญเรือง อำเภอเชียงของ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องราษฎรในเชียงราย เขต ๕ มาเสนอต่อท่านประธาน เพื่อส่งไปยังกระทรวงคมนาคมครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชียงราย

เรื่องแรกผมได้รับข้อร้องเรียนจาก ท่านอาจารย์บุญโญ ราชบัณฑิต ราษฎรบ้านบุญนาค ตำบลหงาว อดีตข้าราชการครูซึ่งเป็น ผู้ใหญ่ในพื้นที่ท่านก็ได้หารือมาว่าปัญหาถนนหมายเลข ๑๒๒๒ ตับเต่า-เวียงแก่น และ หมายเลข ๑๒๒๐ อำเภอเชียงคำ อำเภอเทิง ประสบปัญหาไม่มีที่กลับรถ ชาวบ้านเดินทาง ไม่สะดวกต้องการเปิดทางแยก พร้อมทั้งติดตั้งสัญญาณไฟจราจรเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุและ ความสูญเสียนะครับ อันนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เพราะว่าเกิดอุบัติเหตุตรงนี้บ่อยครั้ง ถ้ามีไฟแดงก็จะทำให้ลดการสูญเสียและลดอุบัติเหตุได้ครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับข้อร้องเรียนจากท่านณัฐ ทรัพย์ศิริ ผู้อำนวยการโรงเรียน ขุนตาลวิทยาคมครับ ไฟหน้าโรงเรียนขุนตาลวิทยาคมนั้นทางหลวงหมายเลข ๑๐๒๐ เทิง-เชียงของ กิโลเมตรที่ ๘๖-๘๗ กลางคืนนั้นมืดตึ้บเลยครับก็ต้องขอให้ติดตั้งไฟฟ้า ส่องสว่างและทางเดินเพื่อความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักเรียนในพื้นที่ด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ผมได้รับข้อร้องเรียนจากท่านอิ่นคำ ผัสดา กำนันตำบลตาดควัน อำเภอพญาเม็งราย ขอไฟส่องสว่างถนนทางหลวงหมายเลข ๑๑๗๔ เม็งราย-แม่ต๋ำ กิโลเมตรที่ ๒๘-๓๐ ครับ🔗

และเรื่องสุดท้าย ได้รับข้อร้องเรียนจากนายธีระพงษ์ สุขใจ ราษฎรบ้านไคร้ ตำบลตับเต่า หมู่ที่ ๒๒ ทางหลวงหมายเลข ๑๑๕๕ ตำบลตับเต่า บ้านเหล่า หมู่ที่ ๑ บ้านต้นเขือง หมู่ที่ ๔ บ้านโจ้โก้ หมู่ที่ ๕ บ้านทรายกาด หมู่ที่ ๖ บ้านธาตุ หมู่ที่ ๑๘ บ้านรักถิ่นไทย หมู่ที่ ๑๓ บ้านตีนเป็ด หมู่ที่ ๗ และบ้านปางค่า หมู่ที่ ๘ นั้นไฟมืดเลยครับ ก็ขอให้ติดตั้ง สัญญาณไฟฟ้าส่องสว่างกลางคืนให้กับราษฎรในทางหลวงหมายเลข ๑๑๕๕ ตับเต่าด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปนะครับ ท่านนิตยา มีศรี เชิญครับ🔗

นางสาวนิตยา มีศรี สมุทรปราการ

เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นิตยา มีศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๕ พรรคประชาชนจังหวัด สมุทรปราการกับคำว่าวิกฤติขยะล้นเมือง คงไม่เกินจริงอีกต่อไปค่ะ ตอนนี้ถนนหลาย ๆ เส้น ในจังหวัดสมุทรปราการข้างทางเต็มไปด้วยกองขยะ ตัวอย่างเช่น ถนนเลียบคลองส่งน้ำ สุวรรณภูมิ ๒ ข้างทางเต็มไปด้วยขยะค่ะ ขนาดกองขยะก็ไม่ใช่เล็ก ๆ ด้วย และเมื่อช่วงต้นเดือน ที่ผ่านมาขยะเหล่านั้นก็เกิดไฟไหม้ขึ้นสร้างความเดือดร้อนทั้งเป็นอันตรายให้กับพี่น้อง ประชาชนที่ใช้ถนนในการสัญจรขณะนั้นเป็นอย่างมาก และที่สำคัญไฟไหม้ขยะไม่ใช่ว่าจะดับได้ ง่าย ๆ มีการปะทุอยู่เป็นสัปดาห์เลยค่ะ และตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมาเกิดไฟไหม้บ่อขยะแห่งนี้ มาแล้วไม่ต่ำกว่า ๓ ครั้ง ดิฉันขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างโครงการ ชลหารพิจิตร กรมชลประทานเจ้าของพื้นที่ หรือแม้กระทั่ง อบจ. อาจจะต้องฝากงานไว้กับว่าที่ นายก อบจ. สมุทรปราการคนใหม่ตั้งแต่ตอนนี้เลยนะคะ เพราะ อบจ. ขอใช้พื้นที่ตรงนี้ไว้ จากกรมชลประทานให้ร่วมมือกันดำเนินการแก้ไขปัญหาขยะข้างทางเหล่านี้ด้วยนะคะ และ ไม่ใช่แค่ขยะข้างทางที่ต้องเฝ้าระวัง ภูเขาขยะอย่างแพรกษาใหม่ก็เช่นกันที่ต้องเฝ้าระวัง และ ต่อจากนี้คือช่วงที่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดไฟไหม้ได้ง่ายค่ะ การดับไฟคงไม่น่าห่วงเท่าควันไฟ ที่จะเกิดขึ้น เมื่อปีที่แล้วไฟไหม้เพียงชั่วโมงเดียว แต่ควันไฟปกคลุมหลายพื้นที่ทั่วทั้งจังหวัด สมุทรปราการเลยค่ะ ฝากท่านประธานผ่านไปยังนายกเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ที่จะถูก รับรองเร็ว ๆ นี้ให้เตรียมแนวทางป้องกันและความพร้อมในการรับมือเรื่องนี้ไว้ด้วยนะคะ🔗

สุดท้ายค่ะท่านประธาน ฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและกระทรวง มหาดไทยที่มีหน้าที่ในการจัดการขยะนะคะ ขยะในประเทศไทยอยู่ขั้นวิกฤติขยะล้นเมืองแล้ว จริง ๆ เร่งหาแนวทางแก้ไขตั้งแต่ตอนนี้เถอะค่ะ และเชื่อว่าไม่ใช่แค่สมุทรปราการเท่านั้น ที่ประสบปัญหาขยะแบบนี้อีกหลาย ๆ จังหวัด อย่างเช่น นนทบุรี ก็ประสบปัญหาเหล่านี้ เช่นกัน ขอบคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญท่านเอกราช อุดมอำนวย ครับ เชิญครับ🔗

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมืองจากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาหารือความเดือดร้อนของพี่น้องคนดอนเมือง โดยไล่เรียงมาเป็นประเด็นดังต่อไปนี้ครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องของการเบิกจ่ายเงินของสำนักงานประกันสังคมที่ล่าช้า แล้วก็ไม่เป็นไปตามจำนวนส่งผลกระทบทำให้คลินิกที่ให้บริการชุมชนอยู่ได้รับผลกระทบ เป็นอย่างมาก หลายสถานบริการขาดสภาพคล่อง🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของนโยบายในการ Kick Off ๓๐ บาทรักษาทุกที่ พื้นที่ กทม. มีความสับสนเกี่ยวกับการรับส่งผู้ป่วยของสถานพยาบาลต่าง ๆ ส่งผลให้ ประชาชนที่มีใบส่งตัวไปยังอีกสถานบริการหนึ่งสร้างความยากลำบากมากยังไม่คุ้นชิน ก็อยากให้รัฐบาลกระทรวงสาธารณสุขช่วยทำความเข้าใจที่ชัดเจนกับสถานพยาบาลต่าง ๆ🔗

ประเด็นถัดไป ก็คือเรื่องขอให้กรุงเทพมหานคร กระทรวงคมนาคม แล้วก็ การเคหะแห่งชาติช่วยดูหน่อยที่การเคหะทุ่งสองห้อง ดอนเมือง สภาพถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ในบริเวณรั้วเคหะ ก็ขอให้ช่วยปรับปรุงเพื่อความสะดวกของพี่น้องประชาชนครับ🔗

ถัดไปก็คือ ขอให้กรมทางหลวงช่วยดำเนินการตัดต้นไม้ที่ยื่นมาบริเวณสะพาน กลับรถหน้าฐานทัพอากาศดอนเมืองเพื่อป้องกันอันตรายจากการบดบังวิสัยทัศน์ในการขับขี่ การจราจรแล้วก็อำนวยความสะดวกในการใช้ท้องถนนครับ🔗

และประเด็นถัดไปก็คือขอให้ทางกรุงเทพมหานครพิจารณาปรับปรุง สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้พิการทางสายตาสามารถใช้ถนน Footpath บริเวณ สรงประภาได้ก็คือทำ Braille Block หรือว่าจะปาดทางเพื่อให้รถเข็นใช้ทางได้ง่ายขึ้น🔗

และสุดท้ายขอให้กรุงเทพมหานครจัดการเรื่องป้ายโฆษณาที่รุกล้ำบริเวณ พื้นที่หน้าถนนสรงประภาด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านพิพิธ รัตนรักษ์ ท่านชวาล พลเมืองดี ท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ เชิญท่านพิพิธ รัตนรักษ์ เชิญครับ🔗

นายพิพิธ รัตนรักษ์ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพิพิธ รัตนรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสุราษฎร์ธานี กระผม ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอเกาะพงัน ตำบลเกาะเต่า ปัญหาข้อกังวล เกี่ยวกับการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำว่าเป็นเพราะอะไรค่าแรงขั้นต่ำของพื้นที่อำเภอเกาะพะงันกับ ค่าแรงขั้นต่ำของพื้นที่อำเภอเกาะสมุยส่วนต่างค่าแรงแตกต่างกันมาก ค่าแรงของอำเภอ เกาะสมุยนั้นค่าแรงขั้นต่ำ ๔๐๐ บาท ค่าแรงของอำเภอเกาะพะงัน ๓๕๒ บาท มีความต่างกัน ๔๘ บาท ลักษณะพื้นที่อะไรเป็นเกณฑ์ตัวชี้วัด อำเภอเกาะพะงันเดินทางห่างจากตัวเมือง ระยะทางมากไกลกว่าอำเภอเกาะสมุย ลักษณะเมืองท่องเที่ยวก็คล้าย ๆ กันท่านประธาน สมุย พะงัน เกาะเต่า สร้างชื่อเสียง สร้างภาพลักษณ์ จัดเก็บภาษีรายได้ ๓ เกาะ ไม่ต่ำกว่า เกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี พื้นที่อำเภอเกาะพะงันมีกิจกรรม Full Moon Party นักท่องเที่ยวรู้จักกันดี รู้จักในนามเกาะพะงัน รู้จักในนามประเทศไทย ปัญหาข้อสงสัยว่า ทำไมส่วนต่างค่าแรงขั้นต่ำถึงห่างกันมากถึงขนาดนี้ กระผมขอฝากท่านประธานสภา ฝากข้อสงสัยผ่านไปยังท่านปลัดกระทรวงแรงงาน ท่านบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ว่าช่วยชี้แจง เหตุผลให้พี่น้องอำเภอเกาะพะงันได้รับทราบว่าปัญหาข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องการกำหนด ค่าแรงขั้นต่ำมีความแตกต่างกันอย่างไร พี่น้องเกาะพะงันต้องการอยากรู้เหตุผลเกณฑ์ตัวชี้วัด ของความชอบธรรมครับท่านประธาน🔗

ประการที่ ๒ คือปัญหาของการจราจรบนถนนของอำเภอเกาะสมุย ตำบล บ่อผุด ภาพลักษณ์ที่ดีของการท่องเที่ยว การบังคับใช้กฎหมาย วินัยการจราจร การมี ระเบียบเรียบร้อยบนถนน เรื่องการใช้พื้นที่สาธารณะบนถนนที่ทุกคนใช้ร่วมกันบนพื้นที่ สาธารณะให้ปลอดภัย ปัญหาใหญ่มีอยู่ต้องยอมรับว่าได้มีเจ้าหน้าที่บางท่าน บางกรมร่วมกับ ผู้ประกอบการบางคนบางกลุ่มแสวงหาผลประโยชน์ร่วม ละเลยเรื่องกฎหมาย ปล่อยปละละเลย ชาวบ้านเดือดร้อน ชาวบ้านร้องเรียนมายังกระผมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ หน่วยงานที่รับผิดชอบหาวิธีการ หาแนวทางแก้ไขความถูกต้องให้กับพ่อแม่พี่น้อง ที่เดือดร้อนด้วยครับ กระผมขอฝากท่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง มหาดไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก เรื่องรถเรื่องรายวดยานพาหนะ ที่ถูกต้อง หาแนวทางแก้ไขให้กับพ่อแม่พี่น้องอำเภอเกาะสมุยด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านชวาล พลเมืองดี เชิญครับ🔗

นายชวาล พลเมืองดี ชลบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชวาล พลเมืองดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๓ พรรคประชาชน วันนี้ผมนำเรื่อง ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นำเรียนต่อทางท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอให้มีการดำเนินการแก้ปัญหาดังนี้ครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับเรื่องจากนายกเทศมนตรีตำบลพานทอง ท่านศิริเกียรติ ไม้งาม ถึงปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากที่เกิดขึ้นที่ถนนเส้นพานทอง-พนัสนิคม ตั้งแต่ช่วงสี่แยก โรงเรียนพานทองสภาชนูปถัมภ์ไปจนถึงแยกเลียบคลองชลประทาน เนื่องจากไม่มีท่อระบายน้ำ ตลอดเส้นทาง จึงอยากขอให้ทาง อบจ. ชลบุรีได้เข้ามาดำเนินการทำท่อระบายน้ำเพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในช่วงฤดูฝนด้วยครับ🔗

เรื่องต่อมาครับท่านประธาน ขอให้ทางนายอำเภอพานทองพิจารณาเปิด จุดกลับรถ U-Turn บริเวณหน้าหมู่บ้านโชติกา ตำบลมาบโป่ง ตามที่ได้มีการทำประชาคม รับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนซึ่งมีมติขอให้เปิด U-Turn ดังกล่าว เนื่องจากพี่น้อง ประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบความเดือดร้อนในช่วงเวลาเร่งรีบเพราะว่าต้องไปกลับ รถไกลถึงแยกมาบโป่ง ซึ่งเดิมทีก็มีการจราจรที่หนาแน่นอยู่แล้วครับท่านประธาน🔗

เรื่องสุดท้ายครับ ผมได้รับข้อเสนอจากท่านนายกเทศมนตรีตำบลดอนหัวฬ่อ ท่านไมตรี ประเสริฐ ถึงแนวทางการแก้ปัญหาน้ำท่วมบนถนนเส้นศุขประยูร หมายเลข ๓๑๕ ช่วงตำบลดอนหัวฬ่อถึงตำบลหนองตำลึง คือขอให้ทางแขวงทางหลวงชลบุรีที่ ๑ จัดทำ ท่อระบายน้ำลอดใต้ถนนเพิ่มในบริเวณซอยเทศบาล ๒ ตำบลหนองตำลึง เพื่อรองรับมวลน้ำ จำนวนมากที่มาจากอำเภอบ้านบึงครับท่านประธาน🔗

ทั้งนี้ทั้ง ๓ ปัญหาที่ผมได้นำเรียนต่อทางท่านประธาน ผมขอฝากท่านประธาน ประสานไปยังหน่วยงานดังกล่าวข้างต้นให้เข้ามาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอพานทอง อำเภอบ้านบึงโดยด่วนครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ชุมพร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขต ๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ กระผมขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องของน้ำท่วมที่ผ่านมานะครับ โดยเฉพาะในเรื่อง สถานบริการของจังหวัดชุมพรในเขตอำเภอสวี น้ำท่วมโรงพยาบาลอำเภอสวี ทำให้พี่น้อง ประชาชนและผู้ป่วย แล้วก็ทางบุคลากรเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นขอนำเรียน ท่านประธานฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขช่วยจัดสรร งบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องของน้ำท่วมให้กับโรงพยาบาลสวีด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ก็เป็นเรื่องน้ำท่วมเหมือนกันครับ ในเรื่องของถนนเอเชีย เส้น ๔๑ ขาล่องใต้และขาขึ้นกรุงเทพฯ ตอนน้ำท่วมรถติดประมาณข้างละ ๒๐ กิโลเมตร ปัญหา ตรงนี้ไม่ได้เกิดแค่ปีนี้เดียว เกิดมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้วแต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะ ในเรื่องของกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงสมควรที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ชาวใต้ ผมเองนั้นได้หารือและดิ้นรนมาตลอดในเรื่องของการแก้ไขปัญหาถนนเส้นสาย ๔๑ นี้ เพราะพอเวลาน้ำท่วมเวลาเกิดอุทกภัยจะเกิดปัญหากับรถติดเป็นอย่างมากน่าสงสารครับ โดยเฉพาะคนที่ไปติดค้างที่ปั๊มน้ำมันเป็นพัน ๆ คนไม่มีอาหารกินกัน พวกเราในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสุพล จุลใส ท่านเองก็ทำหน้าที่เอาอาหารมาเลี้ยงบุคคล ที่ติดขัดอยู่บนถนนแทนที่เราจะได้ดูแลพี่น้องประชาชนที่เกิดอุทกภัยอยู่แล้ว ก็ขอนำเรียน ฝากถึงกระทรวงคมนาคมให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวภาคใต้ ไม่ใช่แก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องชาวจังหวัดชุมพรอย่างเดียว🔗

เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของโรงอาหารของโรงเรียน โรงเรียนอนุบาลสวีหรือว่า โรงเรียนนาโพธิ์ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ได้รับงบประมาณ ไปจัดสรรงบประมาณมาเพื่อที่จะสร้าง โรงอาหาร แต่บังเอิญครับติดเป็นโควิดเสียในสถานการณ์โควิด งบประมาณหายไป และ โรงเรียนได้ทำการรื้อถอนอาคารเก่าออกผ่านมา ๕ ปีแล้วทำให้นักเรียน ๑,๐๐๐ กว่าคน ไม่มีโรงอาหารที่จะรับประทานอาหาร นั่งพื้นกันครับ ตอนนี้นั่งพื้นกัน เพราะไม่เคยเห็น โรงเรียนไหน ๕ ปีแล้วครับ กระทรวงศึกษาธิการช่วยกรุณา แล้วก็เล็งเห็นถึงความเดือดร้อน ของลูกหลานของชาวไทยของพวกเรา แล้วช่วยอนุมัติเม็ดเงินงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหา ให้กับโรงเรียนอนุบาลสวีด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ท่านอับดุลอายี สาแม็ง ท่านฉัตร สุภัทรวณิชย์ เชิญท่านพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ครับ🔗

นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ระยอง

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พงศธร ศรเพชรนรินท์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง อำเภอแกลง อำเภอเขาชะเมา จากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องหารือเรื่องเดียวครับ ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ระยอง

เป็นความเดือดร้อนของชาวอำเภอ เขาชะเมาที่เป็นความทุกข์ใจในขณะนี้นะครับ เหตุเกิดเพราะว่ามีการลักลอบปล่อยน้ำเสีย จากโรงรับซื้อยางในพื้นที่ตำบลห้วยทับมอญ อำเภอเขาชะเมา เดือดร้อนประชาชนตลอด ลำน้ำกว่า ๒-๓ กิโลเมตร ประชาชนเดือดร้อนเพราะว่าน้ำตรงนี้ต้องใช้รดสวนทุเรียนกว่า ๕๐ แปลง ทุเรียนกำลังจะออกดอกออกผลแต่ว่าน้ำรดไม่ได้ในขณะนี้ ผมลงพื้นที่ไปดูปรากฏว่า ชาวบ้านต้องลงขันด้วยเงินของตัวเอง ตอนนี้รวม ๆ แล้วร่วม ๆ ๒๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล อบต. ผู้นำในท้องที่จัดหาอุปกรณ์ มาช่วยบำบัดน้ำไปพลาง ๆ ก่อน แต่เรื่องนี้มันเรื่องใหญ่ แค่ท้องที่เอาไม่อยู่แน่ ๆ ผมจึงได้ เข้าไปพบท่านผู้ว่าครับ ท่านไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ซึ่งท่านก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ท่านก็รับว่าจะเร่ง กำชับหน่วยงานระดับจังหวัดเข้าไปช่วยพี่น้องที่เขาชะเมาโดยด่วนไม่ว่าจะเป็น ปภ. ไม่ว่าจะเป็น กรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยลงไปแก้ไขปัญหา โดยมอบหมายให้ ท่านหัวหน้าสำนักงานจังหวัดก็คือท่านศักดาวุธ ศักดิเศรษฐ์ กำกับเรื่องนี้อยู่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ยังกังวลอยู่ว่าจะมีงบประมาณและเครื่องไม้เครื่องมือเพียงพอที่จะไปบำบัดหรือไม่ เพราะเรื่องนี้มันใหญ่พอ ๆ กับการรั่วไหลของน้ำมันในทะเลย่อม ๆ เลยทีเดียวครับ จึงต้อง ขอฝากท่านประธานว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ท่านผู้ว่าเองก็ตั้งใจทำงาน ต้องขอฝากท่านประธาน ไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงมหาดไทย และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเร่งรัดจัดหางบประมาณสนับสนุนการทำงานของท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดและหน่วยงานในจังหวัดเพื่อช่วยแก้ไขความเดือดร้อนให้พี่น้องชาวเขาชะเมาโดยด่วนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านอับดุลอายี สาแม็ง เชิญครับ🔗

นายอับดุลอายี สาแม็ง ยะลา

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดยะลา เขตอำเภอ กรงปินัง อำเภอบันนังสตา อำเภอธารโต และอำเภอเบตง พรรคประชาชาติ ผมขอหารือกับ ท่านประธานเรื่องเดียวครับ ก็คือเรื่องน้ำท่วมซ้ำซากบนพื้นที่เป็นภูเขา เพราะส่วนใหญ่ในเขตพื้นที่ผมเป็นภูเขา แต่เนื่องจากว่ามันมีพื้นที่แห่งหนึ่งที่บ้านปูยุด หมู่ที่ ๑ ตำบลธารโต อำเภอธารโต จังหวัดยะลา ทางน้ำไหลจากที่สูงไหลลงมารวมในเขต พื้นที่หมู่บ้านซึ่งจะต้องลอดช่องถ้ำเข้าไป แล้วก็ผ่านไปอีกเขตหนึ่งของหมู่บ้านในเขตตำบล อีกตำบลหนึ่งซึ่งระยะทางในช่องถ้ำลอดตรงนี้ประมาณสัก ๕ กิโลเมตร น้ำท่วมซ้ำซาก ปริมาณน้ำไหลลอดถ้ำปริมาณน้อยกว่าน้ำไหลรวมในจุดที่เห็นสภาพในรูป ทีนี้ประเด็น เนื่องจากว่าสภาพอากาศก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทุกปีก็เพิ่มความรุนแรง เรื่องนี้ทั้งหมดมันก็เริ่มหลายสิบปีมาแล้วตั้งแต่สมัยท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ได้เป็นผู้แทนเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว เรื่องนี้ก็เกิดแล้ว ก็ยังไม่ได้รับการ แก้ไขใด ๆ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ไปเยี่ยมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเพื่อที่จะไปดู สภาพพื้นที่จริงเป็นอย่างไร ก็ได้รับคำอธิบายจากกรมชลประทานว่า ณ ขณะนี้เรากำลังหา วิธีการที่จะศึกษาความเป็นไปได้ เพราะแนวคิดสุดท้ายก็คือจะต้องเจาะเป็นอุโมงค์ผันน้ำ ไปอีกด้านหนึ่งของภูเขา เรื่องนี้ทั้งหมดจะต้องใช้วิธีการศึกษาความเป็นไปได้ ศึกษาแล้วก็ ออกแบบ แล้วก็มีกระบวนการขั้นตอนอีกมากมาย จากนี้ไปถ้าใช้กระบวนการปกติจะต้องใช้ ระยะเวลา ๕-๖ ปี ๘ ปีจะจบหรือไม่ ประเด็นปัญหาเราก็มีความเดือดร้อนลักษณะอย่างนี้ ทุกปี และความรุนแรงของอากาศก็เพิ่มความรุนแรงทุกปี ก็อยากจะวิงวอนต่อท่านประธาน เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นครับว่าลดขั้นตอนในเรื่องของการใช้ ในเรื่องของ การศึกษาความเป็นไปได้หรืออะไรเหล่านี้เป็นต้น เพื่อให้เกิดการก่อสร้างที่แท้จริง ชาวบ้าน ไม่ขัดข้องที่จะได้อุโมงค์ผันน้ำเพื่อไปสู่อีกหมู่บ้านหนึ่งในการที่จะแก้ปัญหาซ้ำซากมาเป็น ระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมาก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ไปเยี่ยมในพื้นที่แล้วก็อยากจะ ขอขอบคุณท่านประธาน ณ ปัจจุบันนี้ก็เพื่อที่จะเสนอเรื่องไปทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการ แก้ปัญหาต่อไป ขอขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฉัตร สุภัทรวณิชย์ เชิญครับ🔗

นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ฉัตร สุภัทรวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ หน้าย่าโม พรรคประชาชน🔗

ขอเรียนปรึกษาเรื่องแรก เป็นพื้นที่เทศบาลนครนครราชสีมา ใจกลางเมือง ล้อมรอบด้วยคูเมืองครับ มีปัญหาแสงสว่างหลังจากที่ในอดีตนั้นหลายปีต้องทุกข์ทนทรมาน กับการเอาสายไฟลงใต้ดินแล้วก็ทำให้ไฟส่องสว่างตามถนนต่าง ๆ ก็มืดดับไปด้วย ปัจจุบัน ทยอยคืนพื้นถนนถอนเสาแล้วต้องรีบปักไฟ ก็ปรากฏว่ายังมีถนนหลายสายมืด แล้วสายที่ปักต้น แล้วก็มีดวงไฟแล้วต้องสำรวจอีกนิดว่าดวงไฟเมื่อเปลี่ยนชนิดกันไปแล้วให้แสงสว่างเพียงพอ หรือไม่ เปลี่ยนเป็น LED แล้วมันสลัว มันไม่ได้สว่างเหมือนเดิมหรือไม่🔗

เรื่องที่ ๒ พี่น้องที่อยู่ในตำบลโพธิ์กลาง อำเภอเมืองนครราชสีมา ประสบ ปัญหาอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องเอกสารสิทธิ สิทธิที่ดิน ที่ดินมีปัญหาก็อยากจะเรียกร้องผ่าน ท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทย ท่านรัฐมนตรีได้จัดสรรงบประมาณมอบหมายให้กับ กรมที่ดินมาจัดรังวัดเพื่อที่จะนำไปสู่การพิสูจน์สิทธิและแก้ไขปัญหาให้พี่น้องชาวตำบล โพธิ์กลาง🔗

เรื่องที่ ๓ ตำรวจจราจรอยากจะให้ช่วยจัดระเบียบน้อยลงสักนิดหนึ่ง โดยเฉพาะถนนราชดำเนิน ถนนสุรนารี เนื่องจากร้านค้าก็ส่งเสียงมาว่าหากจัดระเบียบแล้วก็ ห้ามจอดมากมายจะทำให้ลูกค้าแวะเวียนมาซื้อของได้ยากขึ้น ก็ขอให้ตำรวจจราจรของ โคราชพิจารณาเรื่องนี้ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๔ เรื่องการตีเส้นจราจรในถนนเดชอุดม ทราบว่าหลังจากตีเส้น ไปเบื้องต้นแล้วสร้างความสับสนแล้วก็มีชาวบ้านสะท้อนปัญหามามากมายนะครับ🔗

เรื่องที่ ๕ ที่ชุมชนตะคองเก่า เขตเทศบาลนครนครราชสีมาเจอปัญหา ผู้รับเหมาทิ้งงานซ้ำซาก ก็ขอให้ทางเจ้าหน้าที่กำชับแล้วก็ดูการก่อสร้างให้อย่างดีที่สุดครับ🔗

เรื่องที่ ๖ ปิดท้ายด้วยตอนนี้เทศกาลคนกลับอีสานต้องไปถนน M6 ก็ขอให้ เปิดพื้นที่เพิ่มแล้วก็ Update ด้วยว่าปัจจุบันไปถึงไหนแล้วเพื่อพี่น้องชาวอีสาน ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านสุทธิชัย จรูญเนตร ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แล้วต่อด้วย ท่านว่าที่ร้อยตรีหญิง อรพรรณ จันตาเรือง นะครับ เชิญท่านสุทธิชัย จรูญเนตร เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสุทธิชัย จรูญเนตร อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สุทธิชัย จรูญเนตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย ด้วยผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มอัตราจ้างผู้ปฏิบัติงานให้ราชการ ตำแหน่งธุรการโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต ๒ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับ ผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนวิธีการจ้าง จากการจ้างแบบลูกจ้างชั่วคราวไปเป็นแบบจ้างเหมา บริการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและเหมาบริการพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้เสียสิทธิประโยชน์หลายอย่าง โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์จากกองทุน ประกันสังคม กองทุนทดแทน และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่เคยได้รับมาก่อน ด้วยเหตุดังกล่าว ทำให้กลุ่มเหล่านี้ได้ร้องเรียนผ่านไปยังผม โดยมีข้อเรียกร้อง ๒ ประการ🔗

ประการที่ ๑ ขอให้ยกเลิกการจ้างเหมาบริการที่เป็นอยู่กลับไปใช้รูปแบบ ลูกจ้างชั่วคราวและคืนสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่เคยได้รับมาก่อน🔗

ประการที่ ๒ ขอให้ปรับค่าจ้าง ค่าครองชีพ ตามวุฒิการศึกษาที่จบมา ท่านประธานครับ ธุรการโรงเรียนถือว่าเป็นบุคลากรสายสนับสนุนที่มีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการลดภาระครู ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะถ้าหากไม่มีกลุ่มเหล่านี้แล้วก็จะเป็นปัญหา อุปสรรคต่อการจัดการเรียนการสอนอย่างแน่นอน ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความมั่นคง ให้กับชีวิตและเป็นขวัญกำลังใจให้กับกลุ่มคนเหล่านี้ ผมจึงใคร่เรียนผ่านท่านประธานไปยัง กระทรวงศึกษาธิการ กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณได้โปรดพิจารณาทบทวน หาแนวทางแก้ไขช่วยเหลือกลุ่มอัตราจ้างเหล่านี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความอนุเคราะห์ เป็นอย่างดี จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ ขอบคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านนะครับ ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เชิญครับ🔗

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านครับท่านประธาน วันนี้อยากจะหารือท่านประธานครับ ให้มอบหมายไปเป็นนโยบายหรือสั่งการลงไปยังคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ให้ทบทวนให้ปรับปรุงข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทำอย่างไรให้ฝ่ายบริหาร มีความรับผิดรับชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรของเราครับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ เป็นอำนาจของประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกทุกคนที่จะตราข้อบังคับร่วมกัน ในการทำให้กลไก การตั้งกระทู้ถามสดนั้นรัฐมนตรีหรือนายกจะต้องมาตอบกระทู้ถามสดต่อสภาครับ ท่านประธานครับ เมื่อวานสด ๆ ร้อน ๆ เป็นประเด็นที่นักข่าวถามถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า จะมาตอบกระทู้ถามสดประเด็นค่าไฟแพงที่วันนี้ผมให้โจทย์ล่วงหน้าว่านายกรัฐมนตรี จะมาตอบหรือไม่ ท่านนายกรัฐมนตรีตอบว่า Merry Christmas ครับ ก่อนหน้านี้ผมตั้ง กระทู้ถามสดไปถึง ๒ ครั้ง ในประเด็นดังกล่าว วันนี้เป็นครั้งที่ ๓ ที่วิปประสานงานล่วงหน้า อยากจะให้นายกรัฐมนตรีมาตอบแต่นายกรัฐมนตรีก็ไม่มา ทำให้พวกเราต้องไปตั้ง กระทู้ถามสดในประเด็นอื่นแทน ถึงแม้เมื่อวานครับท่านประธานจะมีมติออกมาจาก กพช. หรือคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติว่าให้ชะลอโครงการดังกล่าว แต่เมื่อวาน นายกรัฐมนตรีก็ไม่ไปเป็นประธานด้วยตัวเอง มอบหมายให้รัฐมนตรีไปเป็นประธาน ในที่ประชุมครับท่านประธาน ถึงแม้จะมีนโยบายออกมาแล้วจาก กพช. ว่าให้ชะลอโครงการ ดังกล่าว แต่สิ่งที่ผมอยากจะได้ยินจากนายกรัฐมนตรีวันนี้ในที่ประชุมสภาว่าท่านต้องการ จะยกเลิกโครงการดังกล่าวเพียงแต่ชะลอไว้ก่อนเพื่อให้เกิดความรอบคอบครับท่านประธาน แต่ในเมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีหลีกเลี่ยง เงียบ ตีกรรเชียงไม่มาตอบไม่รับผิดชอบต่อสภาครับ ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ท่านประธานจะต้องมอบหมายลงไปเป็นนโยบายให้คณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแก้ไขข้อบังคับ ตั้งหลักเกณฑ์ ตั้งเงื่อนไขว่านายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีสามารถเลื่อนได้กี่ครั้ง เป็นอำนาจเต็มของสภาที่บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญได้ให้ อำนาจสภาไว้ครับ ขอบคุณครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ว่าที่ร้อยตรีหญิง อรพรรณ จันตาเรือง เชียงใหม่

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน อรพรรณ จันตาเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๖ คนอำเภอเชียงดาว เวียงแหง พร้าว ไชยปราการ อดีตพรรคก้าวไกล ปัจจุบันพรรคประชาชน ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายกรุ่งโรจน์ ดวงดี นายกเทศบาลตำบลแม่นะและพี่น้อง ประชาชนบ้านป่าบงเกี่ยวกับอ่างเก็บน้ำห้วยผีหลอกสร้างขึ้นเมื่อปี ๒๕๓๒ โดยสำนักปฏิรูป ที่ดินจังหวัดเชียงใหม่สร้างเสร็จใช้ได้แค่เพียง ๑ ปี ตั้งแต่นั้นมาพี่น้องประชาชนก็ไม่สามารถ ใช้งานได้อีกเลย และได้ทำการถ่ายโอนให้กับ อบต. แม่นะในสมัยนั้น แต่ ณ ปัจจุบัน ทางเทศบาลแม่นะไม่มีงบประมาณเพียงพอในการปรับปรุงแก้ไขและการพัฒนา ดิฉัน จึงอยากจะเรียนท่านประธานฝากไปยังนายกรัฐมนตรีและสำนักงบประมาณช่วยสนับสนุน งบประมาณให้กับเทศบาลแม่นะโดยเร่งด่วนเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องการขออนุญาตขยายเขตไฟฟ้าเข้าหมู่บ้านดอยสามหมื่น อำเภอเวียงแหง อ้างถึงหนังสือสำนักพระราชวัง ลงวันที่ ๑ พฤศจิกายน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต ๑ จังหวัดเชียงใหม่ได้รายงานว่าได้ทำการออกแบบประมาณการค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ การขยายเขตให้กับอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังเพื่อเสนอต่ออุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ณ เวลานี้ผ่านไปแล้ว ๘ ปี พี่น้องประชาชนยังไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารใด ๆ เลย🔗

เรื่องที่ ๓ นี่คือเอกสารในการอนุญาตปักเสาพาดสายให้กับหมู่บ้าน บ้านแม่เตาะ หย่อมบ้านแม่จอน ซึ่งได้รับอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๖ ผ่านมาแล้ว ๑ ปีนะคะ กำลังจะเข้าปีที่ ๒ ตอนนี้พ่อแม่พี่น้องประชาชนก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขใด ๆ เลยนะคะ แล้วยัง ไม่พอตอนที่บอกว่ายังไม่ได้รับใบอนุญาตก็บอกว่าอยู่ในแผนงบประมาณหมดแล้ว แต่หลังจาก ได้รับอนุญาตก็คือเหมือนบอกว่าจะให้ทำแผนงบประมาณใหม่ วกไปวนมาอยู่แบบนี้ละค่ะ แล้วสุดท้ายพี่น้องประชาชนจะได้ใช้ไฟกี่โมงคะ และยังมีอีกหลายหมู่บ้านที่ประสบปัญหา เกี่ยวกับความซ้ำซากแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นบ้านแกน้อย ตำบลเมืองนะ บ้านบวกควาย ตำบลเมืองคอง บ้านปางตองนอก ปางตองใน ตำบลปิงโค้ง บ้านดินแดน ตำบลศรีดงเย็น ดิฉันจึงอยากจะ เรียนท่านประธานฝากไปยังกระทรวงมหาดไทยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการและ ให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชนด้วย และเรื่องนี้ดิฉันบ่ได้อู้บ่ได้นะเจ้า แต่อู้แต้ยะแต้เจ้า ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข ท่านทิพา ปวีณาเสถียร แล้วต่อด้วย ท่านรอมฎอน ปันจอร์ เชิญท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข เชิญครับ🔗

นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ตาก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคกล้าธรรม วันนี้ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องด้วยกันไปยัง ๒ หน่วยงานนะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ฝากไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก สะพานข้ามแม่น้ำแม่ตื่น สร้างในสมัย ๒๐ ปีที่แล้วเพื่อฉลองครองราชย์ ๗ ปีของในหลวง ร.๙ ของเรา ตอนนี้ถนนผุพัง พื้นผิวสะพานผุพังเป็นอย่างมาก และสะพานเส้นนี้เป็นหัวใจสำคัญในการเดินทางข้ามฟาก ระหว่างแม่น้ำแม่ตื่น ๒ ฝั่งของชาวตำบลแม่ตื่น มีการขนส่งพืชไร่ มีการสัญจรตลอดจน การเดินทางที่ใช้กันมากฝากแก้ไขอย่างเร่งด่วนด้วยนะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ฝากท่านนายกคนใหม่ซึ่งมีการเลือกตั้งเมื่อ ๒ อาทิตย์ ที่ผ่านมา ได้ผู้บริหารคนใหม่แล้ว รอการรับรองจาก กกต. เรื่องการจัดสรรงบประมาณ เรื่องการนำเครื่องจักรลงพื้นที่เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะจังหวัดตากเป็นพื้นที่ภูเขา การจะนำเครื่องจักรลงเป็นผลดีคือไม่ต้องขออนุญาตใช้พื้นที่ขออนุโลมได้ ขอให้ท่านผู้บริหาร ชุดใหม่มีการจัดสรรงบประมาณให้มีความเป็นธรรมให้เข้าพื้นที่อย่างแท้จริง ไม่ใช่จัดสรร ตามพรรคพวก ไม่ใช่จัดสรรตามใจตนเอง ขอให้ลำดับความสำคัญของความเดือดร้อน ประชาชนเป็นหลักนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ฝากไปยังจังหวัดสมุทรปราการนะครับ ผมได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องชาวท้องถิ่นที่ไปสอบการสรรหาพนักงานท้องถิ่นจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งที่ผ่านมา มีการสัมภาษณ์เรียบร้อยแล้วมีการประกาศผล ประกาศผลข้อเขียนและมีการสัมภาษณ์ เรียบร้อยแล้ว แต่เท่าที่ทราบมีการร้องเรียนการสอบในบางตำแหน่งซึ่งหลาย ๆ ตำแหน่ง ไม่เกี่ยวข้องมีการร้องเรียนแค่ไม่กี่ตำแหน่งเอง ฉะนั้นผมอยากจะฝากไปยังผู้ว่าราชการ จังหวัดสมุทรปราการว่าตำแหน่งไหนที่ไม่มีการร้องเรียนแล้วก็มีผลการสัมภาษณ์เรียบร้อย ขอให้เร่งประกาศ พี่น้องเหล่านี้เขาจะได้เจริญในหน้าที่การงานในอนาคตต่อไป และเป็นกำลัง สำคัญในการทำงานให้ท้องถิ่นของจังหวัดสมุทรปราการ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านทิพา ปวีณาเสถียร เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางทิพา ปวีณาเสถียร ลำปาง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ทิพา ปวีณาเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง เขต ๑ พรรคประชาชน จากเหตุอุทกภัยที่ผ่านมาสร้างความเสียหายให้กับประชาชนในภาคเหนือมากมาย รวมถึงพื้นที่ ของดิฉัน ดิฉันได้ลงสำรวจพบว่าความเสียหายเกิดขึ้นที่หมู่บ้านห้วยเป้ง หมู่ที่ ๕ ตำบลบ้านค่า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มีฝายวัดเลื่อยเป็นฝายหลักที่อยู่ต้นน้ำเป็นฝายกักเก็บน้ำเพื่อใช้ ในการเกษตรซึ่งได้รับการซ่อมแซมความเสียหายไปบางส่วนแล้ว แต่ประชาชนในพื้นที่ ต้องการอยากพัฒนาให้ฝายนี้เป็นฝายที่มีประตูน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำ ทั้งในเชิงการเกษตรแล้วก็ป้องกันอุทกภัยในอนาคตด้วย ดิฉันอยากฝากท่านประธาน ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณางบประมาณในการทำฝายประตูน้ำ ดังกล่าวเพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่🔗

สไลด์ที่ ๒ บ้านค่าหลวง หมู่ที่ ๔ ตำบลบ้านค่า อำเภอเมืองลำปาง ขอความ อนุเคราะห์หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างทางน้ำของลำคลองแม่น้ำค่อมให้มีความมั่นคงแข็งแรง เพื่อป้องกันอุทกภัยในอนาคต แล้วปัจจุบันลำคลองไม่มีโครงสร้างที่ป้องกันการกัดเซาะน้ำ และการชะลอน้ำเพื่อลดความรุนแรงของกระแสน้ำ ทำให้เกิดความเสียหายกับประชาชน ที่ทำการเกษตรและสัญจรไปมา อุทกภัยที่เกิดขึ้นในเดือนกันยายนที่ผ่านมาดิฉันอยากฝาก ท่านประธานประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณางบประมาณในการก่อสร้าง โครงสร้างที่แข็งแรงและมั่นคงให้แก่ลำคลองแม่น้ำค่อมเป็นการป้องกันความรุนแรงของ อุทกภัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคตค่ะ🔗

สไลด์ที่ ๓ เป็นปัญหาด้านการคมนาคมค่ะ ที่บ้านค่าต้นฮ่าง หมู่ที่ ๗ ตำบล บ้านค่า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ดิฉันได้รับแจ้งว่าถนนรัตนโกสินทร์ซึ่งเป็นถนนเชื่อมผ่าน จากอำเภอเมืองไปยังอำเภอเมืองปาน เป็นเส้นทางที่ประชาชนใช้พื้นที่ในการสัญจร มีสภาพ เป็นถนนลูกรัง อยากขอความอนุเคราะห์หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างเป็นถนนคอนกรีต หรือว่าลาดยางให้กับเขา ซึ่งจะสามารถอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการสัญจร ขนส่งผลผลิตแล้วก็เดินทางสะดวกสบายนะคะ🔗

สไลด์ที่ ๔ ปัญหาด้านการเกษตรที่บ้านเวียงเหนือ หมู่ที่ ๑ ตำบลเมืองยาว อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ประชาชนประสบปัญหาถั่วลิสงล้นตลาดไม่มีผู้รับซื้อประชาชน จึงขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสนับสนุนทั้งในด้านการหาการตลาด ผลผลิตถั่วลิสง ให้ความรู้ส่งเสริมและสนับสนุนการแปรรูปถั่วลิสง หรือว่าให้คำแนะนำในการ เพาะปลูกพืชชนิดอื่นทดแทนเพื่อเหมาะสมกับพื้นที่ทางการเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและ ผลตอบแทนให้กับประชาชน ดิฉันขอฝากท่านประธานประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาให้การสนับสนุนกรณีดังกล่าวเพื่อให้ชาวเกษตรกรสามารถสร้างรายได้เพื่อให้มี คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านรอมฎอน ปันจอร์ เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายรอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ ผม รอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ผมมี ๓ ๔ เรื่อง ท่านประธานครับ วันนี้วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗ ขอสไลด์ด้วยครับ เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ววันนี้ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ เกิดเหตุโศกนาฏกรรมที่เราไม่เคยเจอมาก่อนคือภัยพิบัติสึนามิที่จังหวัดทางภาคใต้ตรงฝั่งอันดามัน ของเรามีผู้เสียชีวิตไป ๕,๐๐๐ กว่าคน สูญหายไป ๒,๐๐๐ กว่าคน เฉพาะในประเทศเรา คำถามผมก็คือก็อยากจะเชิญชวนทั้งท่านประธานและเพื่อนสมาชิก และรวมทั้งท่านนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมทบทวนว่าพอผ่านไป ๒๐ ปีนี้เราพร้อมที่จะรับมือกับภัยพิบัติ ขนาดนี้อีกหรือไม่นะครับ🔗

ต่อไปขออนุญาตฝากติดตามเรื่องของการฟื้นฟูตลาดมูโนะ หมู่บ้านมูโนะ เมื่อปีที่แล้วมีระเบิดเกิดขึ้นนะครับ ตอนนี้ทางประชาชนก็ฝากติดตามมาผ่านไปทางท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าการเบิกงบที่ใช้ในการสร้างบ้านใหม่ประมาณ ๗๐ กว่าหลัง ตอนนี้ก็แบ่งเป็นงวด ๆ ดูเหมือนว่าจะล่าช้าสักนิดหนึ่ง ก็ฝากทางท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยติดตาม ค่าเช่าบ้านด้วยนะครับ คนที่ไม่มีบ้านเลยตอนนี้มีอยู่หลายหลัง ตอนนี้ผ่านมา ๑ ปีกว่าแล้ว ตอนนี้ขาดแล้วนะครับค่าเช่าบ้าน ติดตามอีกเรื่องหนึ่งคือ การประเมินความเสียหายของบ้านเรือนที่มีการประเมินผิดไปก่อนหน้านี้แล้วมีการรับปาก ชาวบ้านว่าจะมีการประเมินใหม่เร่งรัดตรงนี้หน่อยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของถนนสาย ปน.๓๐๕๔ ชาวบ้านเรียกว่าถนนหลังเขา ตรงนี้มีหลายจุดเลยครับที่พังไปในช่วงของน้ำท่วมของภัยพิบัติแล้วก็ยังไม่มีการแก้ไข มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเป็นถนนที่เป็นรอยต่อระหว่างอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานีกับอำเภอเมือง จังหวัดยะลา ฝากทางกระทรวงคมนาคมติดตามไปซ่อมแซมเรื่องนี้ด้วยนะครับ🔗

สุดท้ายครับท่านประธานขอนิดเดียวนะครับ เรื่องสุดท้ายนี้ประชาชนสงสัย กันมากในพื้นที่ว่าตกลงแล้วรัฐบาลนี้ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารจะเอาอย่างไรกับ กระบวนการสันติภาพ จะตั้งคณะพูดคุยสันติภาพกี่โมงนะครับ เพราะว่าไปมาเลเซียวันก่อน ก็ไม่ได้นำเอาหัวหน้าคณะพูดคุยไปแนะนำทางการมาเลเซีย ซึ่งจะเป็นผู้อำนวยความสะดวก ของเรา ตอนนี้ผ่านมา ๑๐๕ วันแล้วท่านนายกลังเลอะไรอยู่ ประชาชนถามมาว่าตกลง ท่านนายกรัฐมนตรีจะประกาศยกเลิกการเจรจาสันติภาพ จะไม่เอาแนวทางสันติวิธีแล้ว หรือไม่ อย่างไร ก็ฝากท่านประธานเรียนไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีให้ทวงถามเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ๓ ท่านถัดไป ท่านอวยพรศรี เชาวลิต ท่านสาธิต ทวีผล และท่านชัชวาล แพทยาไทย เชิญท่านอวยพรศรี เชาวลิต ครับ🔗

นางอวยพรศรี เชาวลิต นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน อวยพรศรี เชาวลิต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต ๙ พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านบ้านในถุ้ง ตำบล ท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราชกว่า ๒๐๐ ครัวเรือนถึงความยากลำบากในการออกเรือ ทำมาหากิน จากปัญหาน้ำทะเลตื้นเขินตะกอนดินเลนทับถมจนออกเรือประมงไม่ได้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูมรสุม คลื่นลมทะเลสูงทำให้การกัดเซาะตลอดแนวชายฝั่ง ชาวประมง พื้นบ้านจึงต้องย้ายเรือมาจอดจากหมู่ที่ ๕ ไปฝากจอดหมู่ที่ ๙ ซึ่งเป็นระยะทางห่างกันจาก จุดเดิมประมาณ ๔-๕ กิโลเมตร และจะทำให้เรือจอดกันอย่างหนาแน่นส่งผลให้ชาวประมง ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก กับต้นทุนเดิมที่เพิ่มขึ้นและเสี่ยงต่อเรือประมงจมหาย ดิฉัน จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งรัดจัดสรรงบประมาณ ทำโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งโดยการปักไม้ไผ่ชะลอคลื่นเป็นกันชนคลื่นชะลอ ตัวตะกอนเลนไม่ให้มาทับถมกันเพื่อลดการสูญเสียชายฝั่งทะเลและส่งเสริมการทำประมง พื้นบ้านในพื้นที่ท่าศาลาด้วยค่ะ🔗

อีกประเด็นค่ะท่านประธาน สำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัด นครศรีธรรมราชบ้านของดิฉันเอง ปีนี้น้ำท่วมหนักจริง ๆ ค่ะ ตามหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยา ๙,๐๐๐ บาทนั้นไม่ได้รวมถึงบ้านพักหน่วยงานของข้าราชการ พี่น้องข้าราชการหลายครัวเรือน ที่ได้รับความเสียหายทั้งทรัพย์สิน โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ในส่วนนี้พี่น้องข้าราชการจัดซื้อด้วยเงินส่วนตัว ดิฉันจึงขอหารือท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีให้พิจารณาสิทธิในการช่วยเหลือเงินเยียวยาน้ำท่วมให้ครอบคลุมถึงพี่น้อง ข้าราชการผู้ประสบภัยน้ำท่วมในบ้านพักของหน่วยงานราชการด้วยค่ะ ควรจะมีสิทธิได้รับ เงินเยียวยา ๙,๐๐๐ บาทเช่นเดียวกับครัวเรือนอื่น ๆ ด้วย ขอบคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านสาธิต ทวีผล เชิญครับ🔗

นายสาธิต ทวีผล ลพบุรี

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม สาธิต ทวีผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคมที่ผ่านมา ผมและทีมงาน ได้ลงพื้นที่ไปรับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่วัดเมตตาธรรม ตำบลช่องสาริกา อำเภอพัฒนานิคม โดยได้รับการประสานงานจากท่านกำนันชิตนรง วงษ์ทอง กำนันตำบลช่องสาริกา สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล และผู้ใหญ่บ้านบางส่วน ของตำบลช่องสาริกาได้นำตัวแทนกลุ่มของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังเข้ามายื่น หนังสือร้องเรียนกับผมเพื่อให้ผมได้นำปัญหานี้เข้ามาหารือในสภา เพื่อส่งต่อไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็คือรัฐบาลให้ช่วยกำกับดูแลราคา เพราะว่าตอนนี้ครับท่านประธาน ราคาที่ผม ได้รับเรื่องร้องเรียนอยู่ที่กิโลกรัมละ ๑.๖๐ บาท ถึง ๑.๘๐ บาท ซึ่งไม่รู้เลยว่าหลังจาก เช้าวันนี้ที่ผมหารือเสร็จราคาจะลงไปอยู่ที่เท่าไร ซึ่งปัญหานี้มีเพื่อนสมาชิกของเราหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ตั้งแต่ เปิดสมัยประชุมมาได้มีการนำเรื่องนี้เข้ามาหารือในสภาแห่งนี้ทุกเช้าที่ผมได้รับชมรับฟัง การประชุมสภาผู้แทนราษฎร แล้วผมเองก็ได้มีโอกาสนำเรื่องนี้เข้ามาหารือในสภานะครับ ซึ่งหากคิดตามต้นทุนต่อกิโลกรัม ต้นทุนจะอยู่ที่ ๒.๒๕ บาท ซึ่งขาดทุนครับท่านประธาน ถ้าหากว่า ตามราคาที่ผมแจ้งไปคือ ๑.๖๐ บาท ถึง ๑.๘๐ บาท ผมไม่อยากจะเห็นภาพที่พี่น้องเกษตรกร ต้องเอามันสำปะหลังมาเทที่หน้าสภาผู้แทนราษฎรของเรา แล้วก็ไม่ต้องการให้พี่น้องได้ออกมา ประท้วง จึงขอฝากเรื่องนี้ผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลช่วยกำกับดูแลช่วยเหลือเยียวยาพี่น้อง เกษตรกรด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านชัชวาล แพทยาไทย เชิญครับ🔗

นายชัชวาล แพทยาไทย ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพกระผม นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๗ พรรคไทยสร้างไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาตขึ้นสไลด์ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายชัชวาล แพทยาไทย ร้อยเอ็ด

ภาพสไลด์ดังกล่าวคือภาพการปฏิบัติ หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. ทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคมที่ผ่านมา เป็นภาพการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมยาบ้ากว่า ๑ ล้านเม็ด บรรจุในกระสอบปุ๋ย ผมเองต้องขอชื่นชม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. ทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด และพลเมืองดีที่ได้แจ้งข่าวเป็นหูเป็นตา จนนำมาซึ่งการจับกุมในครั้งนี้ ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมามีการจับกุมยาบ้าลักษณะคล้าย ๆ กัน กับกรณีข้างต้นอีกหลายกรณี ยกตัวอย่าง เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน หน่วยปราบปราม ยาเสพติด ทหาร และตำรวจ สามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้ากว่า ๕ ล้านเม็ด ในพื้นที่อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ท่านประธานครับในนามของผู้แทนราษฎร ผมได้ยินข่าวเรื่องยาบ้าแทบทุกวัน รู้สึกไม่สบายใจครับ ในสภาของเรา เพื่อนสมาชิก หลายพื้นที่หลายท่านก็มีการหารือปัญหาเรื่องยาบ้า ยาเสพติดมาโดยตลอด แล้วทุก ๆ ครั้ง ที่พวกเราลงพื้นที่ปัญหาเรื่องยาบ้ายาเสพติดเป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่สะท้อนมา เป็นอันดับหนึ่ง ท่านประธานครับ เราทุ่มเทงบประมาณไปกับการป้องกันปราบปราม บำบัดรักษาแต่ปัญหายาบ้ายังครองเมืองไม่หมดไปเสียที จากสถิติเปรียบเทียบการจับกุมยาบ้า เมื่อปี ๒๕๖๗ เราสามารถจับกุมยาบ้าที่หลุดเข้าสู่พื้นที่ชั้นในได้กว่า ๕๐๐ ล้านเม็ด เพิ่มขึ้นจาก ปี ๒๕๖๖ ถึง ๙๒ เปอร์เซ็นต์ ถึงแม้ว่าตัวเลขนี้จะน่าตกใจ แต่ตัวเลขยาบ้าที่หลุดเข้าไปน่าตกใจ กว่าครับท่านประธาน มีการคาดการณ์ว่าอาจมียาบ้ากว่า ๑,๐๐๐ ล้านเม็ดที่เล็ดลอดการจับกุม หลุดถึงมือคนไทยในแต่ละปี ผมจึงขออนุญาตหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานความมั่นคง โดยเฉพาะกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย ควรทบทวนแนวคิดหลักการนิยมใหม่ เปลี่ยนหลักคิดในการใช้กำลังคน นำเทคโนโลยีมาทำหน้าที่ตรวจสอบให้มากขึ้นบนตะเข็บชายแดน และที่สำคัญครับต้องจัดการกับกองกำลังชนกลุ่มน้อยที่เกี่ยวข้องกับการผลิตยาเสพติดจำหน่าย ยาเสพติดอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเสียที ด้วยความเคารพครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไป ท่านวรวงศ์ วรปัญญา ท่านรำพูล ตันติวณิชชานนท์ ท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญท่านวรวงศ์ วรปัญญา ครับ🔗

นายวรวงศ์ วรปัญญา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตใช้สภาหารือปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ครับ🔗

เรื่องแรก ผมได้มีโอกาสลงไปที่พื้นที่ตำบลบัวชุม แต่จริง ๆ เป็นเขตติดต่อ ระหว่าง ๔ ตำบล ตำบลหนองยายโต๊ะ ตำบลนาโสม แล้วก็ในส่วนของตำบลซับตะเคียน พื้นที่ที่ท่านเห็นก็เป็นปัญหาที่มีมาอย่างช้านานก็คือปัญหาเรื่องของลิง เมื่อก่อนลิงจะอยู่ บนเขาที่เขตห้ามล่าเขาสมโภชน์ ปัจจุบันลิงลงมาในส่วนของถนนหนทางแล้วก็บ้านเรือน แล้วก็ในส่วนของพืชไร่ของพี่น้องประชาชน ก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งในส่วน ของการออกแบบแล้วก็แก้ปัญหา แล้วก็งบประมาณในการที่จะมาสร้างในเรื่องของขอบเขต ที่จะป้องกันการรุกรานของลิงครับ🔗

ประเด็นถัดมา ผมได้มีโอกาสไปที่ตำบลกุดตาเพชร อำเภอลำสนธิ ได้ร่วมกับ ผู้นำท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นท่านกำนันวิวัฒน์ ท่านผู้ใหญ่บ้านต่าง ๆ ได้รับการร้องเรียนว่า โรงเรียนกุดตาเพชร ซึ่งมีในส่วนของนักเรียน นักศึกษาค่อนข้างเยอะประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ คน มีอาคารที่ชำรุดทรุดโทรมไม่สามารถที่จะใช้งานได้เป็นเวลากว่า ๒ ปีแล้ว ก็อยากจะให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาปรับปรุงเพื่อที่จะให้โรงเรียนซึ่งเป็นจุดสำคัญ จุดรวมของตำบล กุดตาเพชรได้สามารถกลับมาใช้อาคารได้อย่างเดิมครับ🔗

ประเด็นสุดท้ายครับ ในส่วนของน้ำตกวังก้านเหลือง ซึ่งเป็นสถานท่องเที่ยว สำคัญของจังหวัดลพบุรี วันนี้อุทยานก็ได้กลับมาเปิดน้ำตกนี้ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาแล้ว แล้วก็ ได้แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในกรอบระเบียบหลาย ๆ อย่างในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาของการทิ้งขยะหรือการรุกรานพื้นที่ แต่ปัจจุบันยังไม่มีห้องน้ำที่จะสามารถใช้ได้ ถูกหลักสุขอนามัย ก็อยากจะขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งจัดสรรเพื่อเอามาแก้ไขตรงนี้ ด้วยครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านรำพูล ตันติวณิชชานนท์ เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๙ ซึ่งประกอบด้วย อำเภอนาจะหลวย อำเภอบุณฑริก อำเภอสิรินธร เฉพาะตำบลโนนก่อ พรรคไทยสร้างไทย ก่อนอื่นดิฉันขอขอบคุณท่านประธานสภาที่เอาใจใส่ประสานงานกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ดิฉันได้หารือกับท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งหลาย หน่วยงานก็ได้เข้าไปแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมธนารักษ์ เป็นต้น วันนี้ดิฉันมีเรื่อง หารือท่านประธานดังนี้ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายนารี วาที ผู้ใหญ่บ้านนาแคน หมู่ที่ ๓ ตำบลบ้านแมด นายคำผาน ศีรษะ ผู้ใหญ่บ้านบกเจริญ หมู่ ๒ นายกรุงสมัย จันทะเกษ ผู้ใหญ่บ้านหนองขามใหญ่ นายเดชศักดิ์ พุ่มจันทร์ กำนันตำบลบ้านแมด ชาวบ้านนาแคน ชาวบ้านแมด ตำบลบ้านแมด อำเภอบุณฑริก ได้รับความเดือดร้อนจากถนนลาดยางของ กรมทางหลวงหมายเลข ๒๑๗๒ กิโลเมตรที่ ๓๖ ถึงกิโลเมตรที่ ๔๐ จากบ้านนาแคนถึง บ้านบกเจริญ ถนนลาดยางเสื่อมสภาพ ผิวจราจรชำรุดเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อดังภาพนะคะ ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินมากมาย หน่วยงานในพื้นที่หมวด การทางเดชอุดม แขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ ๒ ได้ทำการซ่อมกลบหลุมให้ แต่ก็ใช้งาน ได้ชั่วคราวค่ะท่านประธาน ชาวบ้านต้องการให้กรมทางหลวงบูรณะซ่อมผิวจราจรช่วงสั้น ๆ เป็นการเร่งด่วนเพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ ประชาชนในพื้นที่ชายแดน เพื่อสร้างความเชื่อถือต่อกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ดิฉัน ขอฝากข้อหารือนี้กับท่านประธานสภาถึงอธิบดีกรมทางหลวง ขออนุญาตเอ่ยนามนะคะ ท่านอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย ฯพณฯ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอขอบคุณท่านประธานค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิราม ท่านครับวันนี้ผมมีในส่วนของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนา เกษตรกร ซึ่งเป็นพระราชบัญญัติที่ได้ตั้งใจจะออกมาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในเรื่องของ การซื้อหนี้จากพี่น้องเกษตรกรตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ และล่าสุดมีโครงการหนึ่งก็คือโครงการที่เป็น มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๕ แล้วก็วันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๖ ที่มีโครงการ จะรับซื้อหนี้จากพี่น้องเกษตรกรโดยมีกำหนดเป้าหมายอยู่ ๕๐,๖๒๑ คน แต่มาถึงบัดนี้แล้ว การดำเนินงานตามโครงการนั้นก็มีอุปสรรคมากมาย โครงการนี้จะสิ้นสุดในวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๘ นี้ ซึ่งจำนวนเกษตรกรทั้ง ๕๖,๒๒๑ ราย เพิ่งมีการดำเนินการไปแล้วเพียง ๑๔,๐๐๐ กว่าคนเองนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วจึงอยากจะขอให้ทางรัฐบาลได้ยืดโครงการนี้ออกไปอีก จำนวน ๓ ปี และให้มีการแก้ไขถ้อยคำเพื่อให้ครอบคลุม ไม่ใช่แต่เฉพาะการฟ้องคดีเท่านั้น รวมถึงขณะดำเนินการขอให้ครอบคลุมทั้งหมดในช่วงของการที่จะมีการยึดที่ของพี่น้อง เกษตรกร ๒. เป็นเรื่องของกองทุนฟื้นฟูเช่นเดียวกันครับ ขอให้ทางคณะกรรมการ บริหารของกองทุนฟื้นฟูนั้นได้สอดส่องดูแลเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในส่วนภูมิภาคอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ให้เอาใจใส่ในการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้ดูแลพี่น้องเกษตรกรที่ได้มาติดต่อให้ดีกว่าปัจจุบันนี้ แล้วก็ในเรื่องของการพิจารณาที่จะซื้อหนี้ของเกษตรกรรายใดนั้น ขอให้พิจารณากันด้วย ความเป็นธรรม ไม่ใช่ใช้เส้นสาย ขอให้ทางผู้บริหารกองทุนนั้นได้ช่วยพี่น้องเกษตรกรในส่วนนี้ด้วย🔗

และสุดท้ายกรมชลประทานครับ บัดนี้ถึงเวลาที่พี่น้องเกษตรกรนั้นทำนาปรัง แล้วโดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในเขตชลประทานนั้น น้ำต้นทุนมีอยู่มากเกือบที่จะล้นเขื่อน ในหลาย ๆ เขื่อน ขออย่าให้พื้นที่พี่น้องที่ทำนาในเขตชลประทานต้องมีการตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อที่จะมาสูบน้ำเข้านาตัวเองด้วยเถอะ ฝากถึงกรมชลประทานด้วย กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านเชตวัน เตือประโคน ท่านพิทักษ์เดช เดชเดโช ท่านอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ เชิญท่านเชตวัน เตือประโคน ครับ🔗

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชนจังหวัดปทุมธานี พื้นที่เทศบาล เมืองคูคต เมืองลำสามแก้วและเมืองลาดสวาย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องจะปรึกษา ฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานดังต่อไปนะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้วก็ทางกรุงเทพมหานคร ผมเคยตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ก็ได้มาตอบกระทู้แยกเฉพาะในห้อง ท่านประธานเองก็นั่งเป็นประธานในวันนั้นด้วยนะครับ กรณีเรื่องไฟดับของถนนพหลโยธิน ๕๔/๒ จากประตูกรุงเทพฯ ไปจนถึงรถไฟฟ้าคูคต สำนัก การโยธา กทม. ก็นั่งอยู่ในวันนั้นด้วย มีการแก้ไขแล้วแต่ปัจจุบันนี้ก็กลับมาดับอีกครั้ง ข้อเสนอของผมในวันนั้นผมเคยเสนอไปแล้วครับ เรื่องการป้องกันขโมยขโจร ด้วยความที่ Footpath บริเวณนั้นมันใหญ่มันกว้าง ท่านสามารถเอาเครื่องเล่นไปลงสามารถไปทำให้เป็น เลนวิ่ง เลนจักรยานได้แล้วก็เพื่อที่จะป้องกันการลักขโมยได้ ติดไฟส่องสว่างให้ดีได้นะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ฝากไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แล้วก็การไฟฟ้า ขนส่งมวลชน รฟม. บริเวณสถานีรถไฟฟ้าคูคตเป็นที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ ปัจจุบันผู้กำกับการ สภ.อ. คูคต ก็ได้มาดูแลในเรื่องของการที่มีมอเตอร์ไซค์มาจอดบน Footpath ซึ่งประชาชน เดือดร้อนเดินไม่ได้ แต่ว่าหาที่จอดรถให้ประชาชนไม่ได้นะครับ ตอนนี้รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน รฟม. มีอาคารอยู่ตรงนั้น มีที่ดินอยู่ตรงนั้นจะช่วยกรุณาจัดเป็นที่จอดรถให้ประชาชนได้ยิ่งดี🔗

เรื่องสุดท้ายนิดเดียวครับท่านประธาน กรณีที่มีพ่อเลี้ยงท่านหนึ่ง ทำนาย ทายทักเรื่องเวลาตกฟากของภาคประชาชนนะครับ ก็มีพี่น้องในพรรคประชาชนของเรา แจ้งผมมาว่าจะไม่พูดอะไรถึงเรื่องนี้หน่อยหรือครับ ผมก็เลยฝากเป็นบทกวีแล้วกันครับ ตกฟากยามผีฟ้า ตากผ้าอ้อม นรสิงห์พร้อมสู้ศึก เผชิญหน้า นอกหรือในสัตว์มนุษย์ เทวดา เปลี่ยนนคราสีส้ม ทั้งแผ่นดิน เปลี่ยนนคราประชาชน ทั้งแผ่นดิน ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านพิทักษ์เดช เดชเดโช เชิญครับ🔗

นายพิทักษ์เดช เดชเดโช นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พิทักษ์เดช เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน เนื่องจากได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนริมแนวชายฝั่งทะเลของอำเภอปากพนังและอำเภอหัวไทร สืบเนื่องจากในช่วงมรสุมของทุกปี พี่น้องในริมชายฝั่งทะเลของอำเภอปากพนังและ อำเภอหัวไทรได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่งมาเป็นช่วงระยะเวลาเกือบ ๑๐ ปีแล้วครับ แต่ไม่ได้รับการแก้ไขจากพี่น้องประชาชน ซึ่งสร้างความหวาดผวา ความหวาดระแวง ในช่วงมรสุม การกัดเซาะทำลายถิ่นที่อยู่ ทำลายพื้นที่ทำมาหากินของพี่น้องประชาชน แต่วันนี้ไม่ได้รับการแก้ไข ท่านประธานที่เคารพครับ ในพื้นที่ริมชายฝั่งทะเลของอำเภอปากพนัง และอำเภอหัวไทร ทางท้องถิ่นได้ยื่นหนังสือไปถึงท้องถิ่นระดับจังหวัดและจังหวัดไม่มี งบประมาณในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน วันนี้ได้ยื่นไปถึงกรมโยธาธิการและ ผังเมือง ซึ่งอยู่ในแผนการปฏิบัติงานของอำเภอปากพนัง จำนวน ๓ ตำบลด้วยกันซึ่งประกอบ ไปด้วย ตำบลปากพนังฝั่งตะวันออกเป็นระยะทาง ๔,๑๐๐ เมตร ตำบลแหลมตะลุมพุก ๓,๘๘๔ เมตร ตำบลขนาบนาก ๗๔๒ เมตร และตำบลหน้าสตนของอำเภอหัวไทรระยะทาง ๒,๘๔๒ เมตร ซึ่งรวมเป็นระยะทางในการกัดเซาะ ๑๑,๕๖๘ เมตร จำนวนทั้งหมดนี้อยู่ใน แผนปฏิบัติงานของกรมโยธาธิการและผังเมือง แต่ท่านประธานครับ ปัจจุบันในการตั้ง งบประมาณในการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลต้องผ่านกระบวนการ ขั้นตอนการกลั่นกรองหรืออีไอเอ ซึ่งทำให้การแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนล่าช้า ผมจะต้องฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นศูนย์รวมอำนาจ ซึ่งเป็นผู้บริหารหลักของประเทศไทยช่วยเร่งดำเนินการหรือหาวิธีการ แก้ไขหาข้อยกเว้นในการแก้ไขปัญหาโครงการเกี่ยวกับภัยพิบัติซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนที่เป็น ปัญหาสะสมมากับพี่น้องประชาชนอย่างระยะเวลานานให้กับพี่น้องประชาชนด้วย และขอให้ ถึงสำนักนายกรัฐมนตรีช่วยตอบการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้กับผมมาเป็นลายลักษณ์อักษร ท่านประธานครับ ถ้าปัญหาที่เรามาพูดเหล่านี้เป็นปัญหาของพี่น้องประชาชนที่ฝากไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไม่ได้รับการแก้ไข และสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ยังมีความศักดิ์ และมีความสิทธิ์อยู่ที่เป็นตัวแทนเรื่องปากเสียงของพี่น้องประชาชนหากไม่ได้รับการแก้ไข สภาผู้แทนราษฎรจะอยู่ได้อย่างไร กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ เชิญครับ🔗

นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้นั้นต้องขอหารือท่านประธานสภา ๓ เรื่องด้วยกันครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ชลบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ พื้นที่ผมนั้น มีถนนสายหลัก ๆ สำคัญอยู่ ๒ สายด้วยกัน คือจากท่าเรือแหลมฉบัง-มาบตาพุด สู่อีสาน และยังเป็นพื้นที่ EEC🔗

ประการแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้ใช้รถใช้ถนนเส้นสาย ๓๓๑ ทั้งขาไป และขากลับจากสี่แยกหนองเสม็ด อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี ถึงสี่แยกเกาะโพธิ์ อำเภอ พนัสนิคม อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี🔗

ประการที่ ๒ ถนนสาย ๓๒๔๕ หรือเราเรียกกันสายเกษตร จากปั๊มน้ำมัน ปตท. สี่แยกอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี ถึงสี่แยกปรกฟ้า อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ผมได้หารือกับท่านประธานสภานั้นไป ๔-๕ ครั้งแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด และได้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ฝากท่านประธานสภาทำเรื่อง ถึงกระทรวงคมนาคมหรือแขวงการทางจังหวัดชลบุรีเนื่องจากช่วงนี้ใกล้ปีใหม่แล้วพี่น้อง ประชาชนคงจะต้องใช้ ๒ เส้นทางนี้เดินทางสัญจรไปเที่ยวทะเลกัน🔗

ประการที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวอำเภอพนัสนิคมว่ามีแรงงาน จากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาประกอบกิจการค้าขายตลาดนัด ขายปลีก ขายส่ง ในเขตอำเภอ พนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เช่น ตลาดนัดวัดเนินหิน ตำบลหนองเหียง ตลาดทุ่งเหียง ตำบล หมอนนาง และในเขตอำเภอพนัสนิคมเข้ามาประกอบอาชีพเช่นนี้เป็นการแย่งอาชีพของ พี่น้องชาวไทย ฝากให้ท่านประธานสภาทำเรื่องถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสถานี ตำรวจให้ตรวจสอบโดยเร่งด่วนเพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทยนั้นได้ค้าขายได้ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ถัดไปท่านชญาภา สินธุไพร ท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ท่านสยาม เพ็งทอง แล้วต่อด้วยท่านซาการียา สะอิ เป็นท่านสุดท้าย เชิญท่านชญาภา สินธุไพร ครับ🔗

นางสาวชญาภา สินธุไพร ร้อยเอ็ด

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ชญาภา สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีเรื่องปรึกษา หารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ทั้งหมด ๒ เรื่องดังนี้🔗

เรื่องแรก ขอความอนุเคราะห์ให้สำนักงานที่ดินจังหวัดร้อยเอ็ดออกเดินสำรวจ ที่ดิน เนื่องด้วยได้รับเรื่องร้องทุกข์จากพี่น้องเกษตรกรบ้านกอก หมู่ที่ ๑๒ ตำบลสวนจิก อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด เรื่องที่ดินทำกินไม่มีเอกสารสิทธิในการถือครองที่ดิน เนื่องจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ดเมื่อหลายปีก่อนเป็นเหตุให้ ต้นขั้วของโฉนดที่ดินสูญหายไป โดยผู้นำชุมชนแล้วก็พี่น้องชาวเกษตรกรได้พยายามติดต่อกับ ส่วนราชการเพื่อดำเนินการดังกล่าว แต่ว่ายังไม่ได้รับการแก้ไขช่วยเหลือ ยังไม่มีความคืบหน้า จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะ สำนักงานที่ดินจังหวัดร้อยเอ็ด ดำเนินการออกเดินสำรวจที่ดินและออกเอกสารสิทธิการถือครองให้พี่น้องเกษตรกรเพื่อนำไป แบ่งปันทรัพย์มรดกหรือนำไปเป็นหลักทรัพย์ประกันในความมั่นคงชีวิตของพี่น้องต่อไปค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอขยายอาคารผู้ป่วยใน โรงพยาบาลอำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด โรงพยาบาลอำเภอจตุรพักตรพิมานเป็นโรงพยาบาลประจำอำเภอมีขนาดกว่า ๙๐ เตียงเปิดบริการรักษาในระดับทุติยภูมิ มีประชากรในพื้นที่ในความรับผิดชอบจำนวนกว่า ๗๘,๐๐๐ กว่าราย และอยู่ในพื้นที่นำร่องโครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกที่ ในปัจจุบันมีผู้ป่วยเข้า รับบริการมากขึ้นตามลำดับ แต่มีอาคารผู้ป่วยในเพียงอาคารเดียว ซึ่งไม่เพียงพอต่อการ รองรับการบริการ แล้วก็มีเตียงที่สามารถใช้บริการได้เพียง ๖๐ เตียง ไม่เพียงพอต่อ ประชาชนผู้เข้ารับบริการ ประกอบกับอัตราการครองเตียงมีแนวโน้มสูงขึ้นส่งผลให้ต้องมี การส่งตัวผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลอื่นใกล้เคียง จึงเป็นอุปสรรคต่อการเข้ารับบริการด้าน สาธารณสุข จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาก่อสร้างอาคารผู้ป่วยในโรงพยาบาล ขนาด ๖๐ เตียงมาตรฐาน เป็นอาคาร คสล. ๒ ชั้นพร้อมครุภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับ ให้บริการรองรับผู้ป่วย ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงบริการ ด้านสาธารณสุขได้อย่างสะดวกมากขึ้น ขอบคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เชิญครับ🔗

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ พรรคเพื่อไทยจังหวัดนครพนม เขต ๑ กระผมขออภิปรายขอให้ เร่งรัดยกระดับจุดผ่อนปรนการค้า อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ให้เป็นจุดผ่านแดนถาวร ระหว่างประเทศไทยและ สปป. ลาว เพราะปัจจุบันให้แต่คนลาวข้ามมาประเทศไทยได้ แต่คนไทยข้ามไปประเทศลาวไม่ได้ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย กระผม ได้ยื่นกระทู้ถามกราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว และได้ทำเรื่องยื่นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ดอกเตอร์มนพร เจริญศรี ได้ไปตรวจเยี่ยมติดตามผลที่ด่านท่าเทียบเรือบ้านโพธิ์ไทร อำเภอ บ้านแพง และต้องขอขอบพระคุณสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยได้จัดสรรงบประมาณ รายจ่ายประจำปี ๒๕๖๗ มอบให้มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยนครพนมได้ศึกษา ศักยภาพและความเหมาะสมในการยกระดับจุดผ่อนปรนการค้าอำเภอบ้านแพงเป็นจุดผ่าน แดนถาวร ซึ่งทำเป็นหนังสือถึง ๕๐๐ กว่าหน้า และผลการศึกษาโดยสรุปว่าจุดผ่อนปรน การค้าอำเภอบ้านแพงที่บ้านโพธิ์ไทร มีศักยภาพและความเหมาะสม ทั้งทำเลที่ตั้งโครงข่าย เส้นทางคมนาคม ปริมาณสินค้าและบุคคลที่เข้าออกมีความเหมาะสมอย่างมาก โดยเฉพาะ ด้านการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ จะมีนักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องการมาท่องเที่ยว และการยกระดับ ให้เป็นจุดผ่านแดนถาวรที่อำเภอบ้านแพง จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะเชื่อมโยงประเทศไทยสู่ ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม และประเทศจีน โดยผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญคือ เส้นทางหมายเลข ๘ ระยะทางจากอำเภอบ้านแพงไปประเทศเวียดนามเป็นระยะทางที่สั้นมาก เพียง ๑๔๒ กิโลเมตร ไปมณฑลกวางซี ประเทศจีน ระยะทางเพียง ๘๐๐ กิโลเมตร จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยได้เร่งรัดเปิดเป็นด่านถาวรที่อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ถัดไปนะครับ ท่านสยาม เพ็งทอง ครับ เชิญครับ🔗

นายสยาม เพ็งทอง บึงกาฬ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพและ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม สยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด บึงกาฬ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย เรื่องที่จะขอหารือวันนี้เป็นเรื่องสำคัญของพี่น้องเกษตรกร คือเรื่องของราคามันสำปะหลังครับท่านประธาน อย่างที่เราทุกคนทราบดีว่าปัจจุบันนั้นราคา มันสำปะหลังตกลงอย่างมาก โดยจากข้อมูลเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วราคาตกลงถึง ประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ จากราคากิโลกรัมละประมาณ ๓ บาทกว่าถึงเกือบ ๔ บาท แต่ปัจจุบันราคาอยู่ที่ประมาณ ๒ บาทเท่านั้น บางวันไม่ถึง ๒ บาทด้วยซ้ำครับท่านประธาน เราได้ลงพื้นที่ไปรับฟังเสียงสะท้อนปัญหาจากเกษตรกร รวมถึงตัวแทนจากฝ่ายท้องถิ่นครับ พี่น้องชาวสวนมันได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก โดยต้นทุนในการผลิตต่อไร่อยู่ที่ประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท ทั้งค่าไถ ค่าปลูก ค่าปุ๋ย ค่าตัด ค่าขนส่ง แต่ในขณะเดียวกันกลับขาย ได้เพียงแค่ตันละประมาณ ๑,๙๐๐ บาทเท่านั้น บวกลบคูณหารกันแล้วแทบไม่เหลือกำไรเลย พี่น้องเกษตรกรอยากให้ช่วยแก้ปัญหา โดยอยากให้ราคามันอยู่ที่กิโลกรัมละสักประมาณ ๓ บาท ราคานี้พี่น้องชาวสวนมันบอกว่าพออยู่ได้ครับท่านประธาน และบางกลุ่มอยากให้มีเงิน ชดเชยเหมือนเงินช่วยชาวนาไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ๑๐ ไร่ต่อครัวเรือน บางกลุ่มอยากให้มีการประกันรายได้เหมือนที่ผ่านมาที่มีการประกันราคามันให้อยู่ที่ ๒ บาท ๕๐ สตางค์ต่อกิโลกรัม จึงอยากฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมไปถึงกระทรวงพาณิชย์ให้ช่วยแก้ไขปัญหาราคามันตกต่ำ เป็นการเร่งด่วนเพื่อพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ และเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้อง ชาวสวนมันจังหวัดบึงกาฬด้วยครับ ด้วยความเคารพครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านซาการียา สะอิ ท่านสุดท้ายครับ🔗

นายซาการียา สะอิ นราธิวาส

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคภูมิใจไทย วันนี้ขอหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกัน🔗

เรื่องแรกก็คือเรื่องน้ำท่วมนะครับ น้ำท่วมที่ผ่านมาในนราธิวาสนี้ค่อนข้าง สาหัสเหมือนกัน แต่ต้องขอบคุณทางผู้ว่าราชการจังหวัด ทางนายอำเภอ ส่วนราชการทั้งหมด และที่สุดก็คืออาสาสมัครทุกท่านที่เข้ามาช่วยเหลือที่ผ่านมา เนื่องจากปี ๒๕๖๖ นี้ เราโดนไปแล้ว พอปี ๒๕๖๗ นี้ เราทราบว่ามันจะเกิดขึ้นก็เลยได้ดูแลเป็นอย่างดีนะครับ ต้องขอขอบคุณ แล้วก็ขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่ได้อนุมัติเยียวยา ๙,๐๐๐ บาท แต่อยากให้ทาง สำนักนายก ปภ. ท้องถิ่นช่วยเร่งดำเนินการหน่อยครับ ทางนี้ชาวบ้านเขาถามมานะครับ แล้วก็เรื่องของน้ำท่วมหนักจริง ๆ แล้วจะอยู่ที่นราธิวาสตามสไลด์ครับท่านประธาน นราธิวาสนี้จริง ๆ อยู่ติดกับทะเลเลยครับท่านประธาน แล้วก็การที่จะผันน้ำลงไปในทะเล จริง ๆ ถ้าดูในรูปนี้มันค่อนข้างง่าย แต่ประเด็นคือในเมื่อพื้นที่นราธิวาสมันเต็มไปด้วยการถมดิน เพราะฉะนั้นน้ำไม่รู้จะไปไหน เพราะฉะนั้นผมก็เลยอยากจะหารือกับท่านประธานผ่านไปยัง กรมโยธาธิการและผังเมืองช่วยดูเรื่อง Floodway ซึ่ง Floodway นี้มันจะทำให้ลดน้ำท่วม ในนราธิวาสได้เลยครับ ผมกล้า Guarantee เพราะว่า Model ของ Floodway ถ้าดูง่าย ๆ ก็คือที่หาดใหญ่ครับท่านประธาน หาดใหญ่นี้ทำ Model Floodway ได้ดีมาก ซึ่งนราธิวาส อาจใช้ระยะทางประมาณ ๑๕-๒๐ กิโลเมตรเท่านั้นเอง เราจะสามารถลดการเสียหายใน พื้นที่ในเมืองนราธิวาสได้เลยครับ อันนี้ฝากท่านประธานไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง แล้วก็ฝากไปยังกระทรวง อว. ด้วย ช่วยศึกษาดูว่ามันจะสามารถเป็นไปได้ไหม🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือจากการที่ผมตั้งกระทู้ถามสดต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ ท่านสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ในวันที่ ๒๕ กรกฎาคมที่ผ่านมา ตอนนี้มติ คณะกรรมการ สช. ให้มีการเพิ่มค่าแรงครับ จากเดิมอย่างเช่น จากตาดีกา ๓,๐๐๐ บาทเป็น ๓,๕๐๐ บาทแล้วจำนวนเพิ่มขึ้นด้วย อันนี้ตามมติก็ได้ผ่านมาแล้ว แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ก็ฝากทางคณะรัฐมนตรีช่วยอนุมัติให้เร็วด้วยนะครับ เพราะว่าทางนี้เขารอมานานแล้ว ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับท่านสมาชิกครับขออนุญาตพักการประชุม ๒ นาทีครับ🔗

พักประชุมเวลา ๑๐.๒๘ นาฬิกา🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๑๙ คน
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขณะนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น ๒๘๑ ท่านนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุมแล้วครับ ผมขอเปิด การประชุมและดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ ท่านสมาชิกครับสำหรับการ พิจารณากระทู้แยกเฉพาะจะดำเนินการถามและตอบในห้องกระทู้แยกเฉพาะที่ชั้น ๑ ควบคู่ ไปกับการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของเราแล้วก็กระทู้ถามทั่วไปตั้งแต่เวลานี้เลยครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗

๑. นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี มาเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน เชิญท่านวรรณรัตน์ครับ เชิญครับ🔗

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์ วรรณรัตน์ ชาญนุกูล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา วันนี้ผมมีเรื่องที่จะ สอบถามไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับความคืบหน้าในการพัฒนา ระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดนครราชสีมา ท่านประธานครับจังหวัดนครราชสีมาหรือ โคราชเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดรองจากกรุงเทพมหานครเป็นประตูสู่อีสานและอินโดจีน และเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนของภาคอีสาน โดยมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในภาค อีสาน และขณะนี้ก็กำลังเจริญเติบโตเพื่อก้าวไปสู่ความเป็นมหานครในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากขณะนี้กำลังมีโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ ทั้งรถไฟความเร็วสูง Motorway และระบบรถไฟทางคู่จากกรุงเทพฯ สู่โคราช แล้วจะมีการ เชื่อมโยงต่อไปถึงเพื่อนบ้านและจีนตอนใต้ในอนาคต ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม รองรับการเพิ่มขึ้นของประชากรผู้เดินทางหรือนักท่องเที่ยว จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง จะต้องมีการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะของโคราชขึ้นมา เพื่อรองรับระบบการคมนาคม ขนส่งและโลจิสติกส์ที่จะพัฒนาขึ้นในอนาคตอันใกล้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้ว ในปัจจุบันนี้เมืองโคราชก็กำลังประสบกับปัญหาการจราจรที่หนาแน่นและติดขัดอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเมืองอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของประชากร การขยายตัว ของเมืองและการใช้รถยนต์ส่วนตัวในอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นท่านประธาน การมีระบบขนส่งมวลชนยังจะเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของเมืองเพราะระบบขนส่งมวลชน ได้ช่วยให้การเดินทางสะดวก รวดเร็ว มีต้นทุนต่ำ ลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความปลอดภัยในการ เดินทาง ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการพาณิชย์ การท่องเที่ยวและการลงทุนในจังหวัด รวมทั้ง เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของโคราชให้เจริญเติบโตตลอดจนยังเป็นการช่วยลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก ลดมลพิษทางอากาศและทำให้สิ่งแวดล้อมในพื้นที่ดีขึ้นอีกด้วย ซึ่งจะช่วย กระตุ้นยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นได้อีกทางหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามครับ ท่านประธาน โครงการนี้ยังไม่ได้เริ่มต้นแต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่ทางเทศบาลนครนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา โดยการสนับสนุนจาก สนข. และ รฟม. กระทรวงคมนาคม ได้ริเริ่ม จัดทำแผนแม่บท ได้ทำการศึกษาความเหมาะสมทั้งทางด้านวิศวกรรม ทั้งด้านเศรษฐกิจ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ เป็นต้นมาแล้ว ผ่านมาเป็นเวลากว่าเกือบ ๑๐ ปี ผ่านมาหลายรัฐบาลก็ยังไม่สามารถที่จะหาข้อยุติที่ชัดเจนได้ว่าจะใช้เส้นทางเดินรถ ไปในแนวทิศทางใดที่จะเหมาะสมที่สุด และจะใช้เทคโนโลยีในการเดินรถอย่างไร เพราะฉะนั้น ผมจึงขอถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คำถามแรกว่า ณ ปัจจุบันนี้โครงการ พัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะของจังหวัดนครราชสีมา ได้ดำเนินการไปมากน้อยเพียงใด และอยู่ในขั้นตอนไหนแล้วในขณะนี้ ขอบคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เชิญครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มา ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขอกราบพระขอบคุณท่านนายแพทย์ วรรณรัตน์จากพรรคชาติพัฒนาที่ได้มีคำถามในเรื่องของความคืบหน้าของระบบขนส่งมวลชน ที่จังหวัดโคราช ก่อนอื่นดิฉันอยากจะให้เห็นถึงโอกาสของกระทรวงคมนาคมที่เราได้ ดำเนินการในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานค่ะ ในเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ กระทรวงคมนาคมนะคะ ไม่ว่าเราจะมีโอกาสในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานในการที่จะเชื่อม การพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเชื่อมพัฒนา เชื่อมโอกาสที่ประเทศไทยไปสู่ประเทศลาว แล้วก็ไปสู่จีนนะคะ นั่นก็คือเมื่อเชื่อมโอกาสแล้วความพร้อมของการเชื่อมโอกาสเหล่านั้น ก็จะเป็นการขยายตัวทางเรื่องเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การค้า แล้วก็การลงทุนค่ะ🔗

ในประเด็นคำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในเรื่องของความคืบหน้า การศึกษาแผนด้านวิศวกรรมเศรษฐกิจและผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตฉายภาพ อย่างนี้ว่าการศึกษาดังกล่าวได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ เป็นการศึกษาเพื่อพัฒนาระบบ ขนส่งมวลชน เรียกง่าย ๆ ก็คือที่โคราชนะคะ ซึ่งระยะแรกในปี ๒๕๕๕ ได้เริ่มต้นมาจาก เทศบาลนครราชสีมา รวมทั้งได้มีการศึกษาเพิ่มเติมในหน่วยงานสังกัดของกระทรวงคมนาคม ไม่ว่าจะเป็น สนข. หรือว่าการไฟฟ้าขนส่งมวลชน รฟม. ขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ค่ะว่า ในปี ๒๕๕๕ การศึกษาตอนนั้นเราได้ทำแผนแม่บทแบ่งไว้เป็น ๓ ระยะ ระยะเริ่มแรกก็คือ ระยะสั้น ๕ ปี ระยะกลาง ๑๐ ปี แล้วก็ระยะยาว ๒๐ ปี ซึ่งในผลของการวิเคราะห์แล้วก็ ศึกษาในขณะนั้นได้มีการศึกษาของรถไฟรางซึ่งเป็นรถไฟสาธารณะเบื้องต้นอยู่ ๕ สายนะคะ ก็คือสายแรก สายสีน้ำเงิน สายที่ ๒ สายสีฟ้า สายที่ ๓ คือสายสีม่วง สายที่ ๔ สายสีเหลือง แล้วก็สายสีแดง ซึ่งระยะทางที่ศึกษาไว้ขณะนั้นเป็นระยะทาง ๔๗ กิโลเมตรค่ะ ท่านประธาน ที่เคารพคะ แล้วก็พบว่าระบบโดยสารที่เราได้ศึกษานั้นสิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องการ กลับกลายเป็นว่าประชาชนต้องการในเรื่องของรถด่วนทางพิเศษซึ่งมีความเหมาะสมที่สุด ในการที่จะออกแบบ แล้วก็เป็นระบบโดยสารที่เข้าถึงพี่น้องประชาชน แล้วก็ทำให้มีการ ขยายระบบจราจรเดิมซึ่งมีความแออัดอยู่แล้วอยู่ในเมือง ถ้าเราใช้ระบบแบบนี้ก็จะเป็นการ ประหยัด แล้วก็ประหยัดเรื่องของค่าใช้จ่าย ค่าเดินทางนะคะ แต่ว่าในขณะที่มีการศึกษา ในปี ๒๕๕๕ ปรากฏว่าไม่มีหน่วยงานใดเป็นเจ้าภาพหลักแต่อย่างใดนะคะ ในโอกาสต่อมา หลังจากปี ๒๕๕๕ ก็เป็นปี ๒๕๖๐ ค่ะท่านประธาน ดิฉันจะไล่มาเพื่อให้เห็น Timeline ในอดีตที่ผ่านมาว่ามีความคืบหน้าอย่างไรนะคะ ในปี ๒๕๖๐ สนข. จึงได้จัดทำแผนแม่บท ขึ้นมาในเรื่องระบบขนส่งสาธารณะในเมืองของโคราชทั้งหมด แล้วก็รวมถึงการไปพูดคุยกับ พี่น้องประชาชนในองค์กรภาคเอกชน ปรากฏว่าผลการศึกษาที่พี่น้องประชาชนต้องการก็คือ เสนอให้มีจาก ๕ สายทางเหลือแค่ ๓ สายทาง รวมระยะทาง ๕๐ กิโลเมตร เริ่มด้วย สายสีเขียว สายสีส้ม แล้วก็สายสีม่วง ซึ่งจะเป็นส่วนต่อขยายทั้ง ๓ เส้นทาง โดยเสนอให้มี แผนการดำเนินการใน ๓ ปีแรก ได้แก่ สายสีเขียว แล้วก็สายสีส้ม ในสายอื่น ๆ ก็ขอให้ ดำเนินการใน ๓ ปีให้หลัง ในขณะที่ส่วนต่อขยายทั้ง ๓ สายจะดำเนินการในช่วงแรกไปก่อน นี่คือผลของการศึกษาของ สนข. ในปี ๒๕๖๐ ค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ หลังจากในปี ๒๕๖๐ ก็มีการศึกษาต่อในปี ๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ มติของการศึกษาดังกล่าวจึงมอบให้ รถไฟขนส่งมวลชนก็คือ รฟม. ดำเนินการ ซึ่งในเรื่องของการดำเนินการเรื่องดังกล่าวก็ได้มี การพูดถึงว่าจะทำอย่างไรระบบขนส่งสาธารณะที่จะต้องผ่านชุมชนเมือง แล้วก็เชื่อมต่อกับ พื้นที่รอบนอกเขตโคราช แล้วก็จะทำอย่างไรจะอำนวยความสะดวกให้คนที่อยู่นอกเมือง เข้ามาสู่ตัวเมือง นั่นก็คือการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมเข้ามาใช้ ปรากฏว่าในการประชุมครั้งที่ ๑ ในปี ๒๕๖๑ ได้มีการศึกษาถึงรายละเอียด มีการออกแบบ แล้วก็จัดเตรียมเอกสารประกวดราคา ปรากฏว่าในช่วงทางดังกล่าวก็มีเรื่องของ รฟม. ในสายสีเขียว แล้วก็ช่วงตลาดเซฟวัน เมื่อสักครู่ ที่ท่านสมาชิกได้ขึ้นภาพนะคะ ไปจนถึงสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์ จากผลการศึกษาในด้านเศรษฐศาสตร์ ปรากฏว่าผลตอบแทนอยู่ที่ประมาณ ๑.๒๒ เท่า ในขณะที่ผลตอบแทนทางสถานะการเงินต่ำกว่ามูลค่าของการลงทุน ทาง รฟม. จึงบอกว่า เมื่อมีการลงทุนที่ต่ำกว่าจึงให้มีการศึกษาเปรียบเทียบ แล้วมีการเลือกรูปแบบว่ารูปแบบ ดำเนินการโครงการดังกล่าวใช้ระบบไฟฟ้าแบบล้อยางดีไหม แล้วก็นำเทคโนโลยีเรื่องของระบบไฟฟ้าเข้ามาเพื่อให้มีความเหมาะสมค่ะ จากเรื่องของการ ประชุมในปี ๒๕๖๑ ทาง สนข. แล้วก็ รฟม. จึงนำผลการศึกษาเรื่องของความคุ้มค่าในการลงทุน มาเข้าสู่การประชุมอนุกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกจังหวัดนครราชสีมา หรือว่า อจร. อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งนำผลของการศึกษามาพิจารณา ต่อมาทางรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ท่านก็ได้มีการสั่งการว่าเนื่องจากจังหวัดโคราชเป็นประตูสู่อีสาน ดังที่ ดิฉันได้กราบเรียนว่าเป็นประตูสู่อีสานไม่เพียงแค่นั้นยังจะเชื่อมต่อไปที่ประเทศลาว ประเทศจีน แล้วก็เชื่อมต่อโลก นั่นก็จึงเป็นยุทธศาสตร์ของการพัฒนาอีสานที่ไม่กี่วันที่ผ่านมาท่านรอง นายกรัฐมนตรี ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้เดินทางไปปาฐกถา NEXT ISAN นั่นคืออนาคต และโอกาสของคนอีสาน แล้วก็ประตูด่านแรกคือจังหวัดนครราชสีมาค่ะ ในการประชุมวันนั้น ในวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ในปี ๒๕๖๗ จึงมีมติให้ปรับปรุงเพิ่มเติมโครงข่ายแนวเส้นทางระบบ ขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา โดยมีการเสนอระบบขนส่งสาธารณะของภาคเอกชนใน แนวทางของสายสีส้ม ซึ่งเป็นโครงข่ายแล้วก็เป็นเส้นทางใหม่ด้วยนะคะท่านประธาน ผ่านไปยังท่านสมาชิก แล้วได้มอบรายละเอียดดังกล่าวให้สำนักงานจังหวัดทำหนังสือถึง กระทรวงมหาดไทย แล้วแจ้งกระทรวงคมนาคมนำเรื่องเข้าสู่ คจร. ในโอกาสต่อไปนะคะ ซึ่งขณะนี้ดิฉันขอรายงานถึงการที่กระทรวงมหาดไทยได้รายงานมาที่กระทรวงคมนาคมว่า ผลสรุปของการประชุมทั้ง ๒ หน่วยงานดังกล่าวให้มีการปรับปรุงแนวเส้นทางขนส่งจาก สายสีเขียวตลาดเซฟวันไปถึงสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์เป็นสายสีส้ม จากโรงพยาบาลเทพรัตน์ไปถึงสถานีร่วมจอหอตามข้อเสนอของภาคเอกชนและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเส้นทางสายสีเขียวนี้ไม่สอดคล้องต่อสภาพการจราจรและบริบทพื้นที่ ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวมีความหนาแน่นของชุมชนเมือง เพราะฉะนั้นถ้าเราได้เลือก ๒ สายทางนี้ ก็จะเป็นการลดการขนส่งมวลชน แล้วก็ทำให้การจราจรในพื้นที่ของจังหวัดโคราชมีความ เป็นไปได้ แล้วก็มีเรื่องของจุดคุ้มทุนมากกว่า ดิฉันจะสรุปง่าย ๆ ว่าเราจะเพิ่มในเรื่องของการ ขยายแนวเส้นทางไปสู่สายอื่น สายสีแดง จำนวน ๑๖ สถานี เริ่มจากสถานีรถไฟโคกกรวดไป ถึงสถานีรถไฟบ้านเกาะ สายสีทองจำนวน ๘ สถานี เริ่มจากสถานีร่วม Terminal 21 ไปถึง สถานีร่วมจอมทอง สายสีน้ำเงินจำนวน ๙ สถานี จากสถานีร่วมประตูน้ำไปถึงเขต อุตสาหกรรม สายสีฟ้า จำนวน ๙ สถานี จากเส้นทาง Bypass ไปจนถึงสถานีร่วมประโคกค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ทั้งหมดนี้ทั้ง ๔ สายทางนี้ รฟม. รับไปศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องของ โครงข่าย แล้วก็เทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ในเส้นทางดังกล่าว ซึ่งกราบเรียนท่านประธานที่ เคารพคะ กระทรวงคมนาคมเองได้มอบหมายให้ รฟม. นำเสนอเรื่องของการพัฒนาโครงข่าย เหล่านี้ในการประชุม คจร. ที่ผ่านมา แล้วก็จะดำเนินการเร่งรัดในการที่จะดำเนินการ ตามที่ประชุม แล้วก็ตามที่ภาคเอกชน ตามที่พี่น้องประชาชนเห็นชอบต่อไป ขออนุญาตตอบ คำถามแรกของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ คำถามที่ ๒ เชิญท่านวรรณรัตน์เลยครับ🔗

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล แบบบัญชีรายชื่อ

ในนามพี่น้องชาวโคราช ต้องขอถือโอกาสนี้ขอบพระคุณทางกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นอย่างมากเลย ที่ท่านได้เห็นความสำคัญ ของเสียงสะท้อนของพี่น้องชาวโคราชเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับฟังความคิดเห็น และนำข้อเสนอแนะ จากการประชุมของคณะอนุกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมี ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานนั้นมาพิจารณาดำเนินการ โดยการเปลี่ยนแปลงเส้นทาง เดินรถใหม่จากสายสีเขียวเดิมซึ่งมีปัญหามาเป็นสายสีส้มใหม่ดังที่ท่านรัฐมนตรีได้เรียนชี้แจง ก็ต้องขอถือโอกาสนี้ขอบคุณกระทรวงคมนาคมเป็นอย่างมากนะครับ🔗

คำถามต่อไปก็อยากจะถามต่อว่า นอกจากท่านจะเปลี่ยนแนวเส้นทาง เดินรถใหม่ให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้นตามข้อเสนอของทาง อจร. จังหวัดนครราชสีมาแล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากการระดมสมองของทั้งภาคเอกชน ประชาชน และภาครัฐร่วมกัน ทั้งหอการค้าและผู้ประกอบการต่าง ๆ และภาครัฐ ผมก็อยากเรียนถามท่านเป็นคำถามที่ ๒ ว่านอกจากท่านจะเปลี่ยนแนวเส้นทางใหม่ที่มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้นและให้เป็นที่ยอมรับ ของพี่น้องประชาชนชาวโคราชแล้ว ก็อยากจะเรียนถามว่าท่านจะใช้เทคโนโลยีในการเดินรถ ประเภทไหน เพราะที่ผ่านมานั้นเคยมีการศึกษากันหลายครั้ง แล้วก็มีการเปลี่ยนแปลง อยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ระบบ BRT หรือ Sky Bus มาเป็น LRT Light Rail Transit รถรางเบา แล้วมาเป็น e-Bus ต่าง ๆ นะครับ ไม่ทราบว่าในที่สุดแล้วทางกระทรวงคมนาคมโดยเฉพาะ อย่างยิ่ง รฟม. จะใช้เทคโนโลยีอะไรในการเดินรถเพื่อความเหมาะสมครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีครับ บริหารเวลาด้วยนะครับท่านรัฐมนตรี🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ต้องขอขอบพระคุณในคำถามที่ ๒ นะคะ หลังจากที่ได้นำเสนอ เรื่องของความคิดเห็นของภาคเอกชน ก็อย่างที่นำเรียนว่า คจร. เอง เมื่อมีการประชุมในที่สุด ก็เลือกที่จะนำเสนอเส้นทางดังกล่าว ซึ่งในกระบวนการศึกษา รฟม. เราวิเคราะห์ถึง การเดินทาง แล้วก็ปริมาณจราจร แล้วก็รูปแบบของการขนส่งสาธารณะ รวมทั้งจัดรับฟัง ความคิดเห็น จากการที่เราได้ไปจัดรับฟังความคิดเห็นสิ่งที่เราเสนอเรื่องของเทคโนโลยี ก็คือ เรื่องของรถล้อยาง ซึ่งเรื่องนี้คิดว่ามันเป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่มีความคุ้มทุน แล้วก็สะดวก แล้วก็ปลอดภัยสำหรับพี่น้องประชาชนในเรื่องของการเวนคืนกรรมสิทธิ์ที่ดินต่าง ๆ ที่ในขณะที่ รถสายทางวิ่งผ่าน นอกจากนั้นจากที่พี่น้องประชาชนให้ความต้องการ ก็คือในเรื่องของ ใช้รถล้อยางแล้วนะคะ ถ้าเราศึกษาออกมาแล้วการดำเนินการใด ๆ ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นระบบ ล้อยางอย่างเดียว แต่เราก็มีตารางเปรียบเทียบว่าเมื่อใช้ระบบล้อยางแล้ว จุดคุ้มทุนจะเกิด เช่นไร แล้วพี่น้องประชาชนพอใจหรือไม่ แต่จากการที่เราไป Sounding มา ก็คือพี่น้อง ประชาชนต้องการระบบล้อยาง แล้วก็นำเทคโนโลยีในเรื่องของการอำนวยความสะดวก เรื่องของสิ่งต่าง ๆ ในเรื่องราคา เรื่องของความปลอดภัยที่พี่น้องใช้รถใช้ถนน แล้วก็ในเรื่องของ จุดแยกต่าง ๆ เรื่องของสะพานที่จะต้องเชื่อมโยงกับโครงข่ายอื่น ๆ ในระบบขนส่งมวลชนอื่น ๆ ด้วยเช่นกันค่ะ ขออนุญาตตอบคำถามที่ ๒ ค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านวรรณรัตน์ครับ🔗

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณมากครับท่าน รัฐมนตรี คำถามสุดท้ายครับ อยากจะถามว่าโครงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ ของจังหวัดนครราชสีมาจะสามารถพัฒนาให้แล้วเสร็จจนสามารถใช้การได้ จะทันกับการเปิดการใช้งานของระบบรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา และ รถไฟทางคู่สายมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ และ Motorway สายบางปะอิน-นครราชสีมา หรือไม่อย่างไรครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน สำหรับคำถามที่ ๓ ค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ จากคำถามที่ ๓ ของท่านสมาชิก ท่านถามในเรื่องของรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ-นครราชสีมานะคะ ซึ่งตามแผนงานเรามีแผนงานที่จะเปิดให้บริการในช่วงปลายปี ๒๕๗๑ ค่ะ ในขณะที่รถไฟ ทางคู่ในสายของมาบกะเบาไปจนถึงชุมชนถนนจิระแล้วก็จะเปิดบริการให้ในปี ๒๕๖๘ นะคะ แต่ว่าจะมียกเว้นในช่วงของคลองขนานจิตรไปจนถึงชุมชนทางถนนจิระนะคะ เนื่องจาก ที่ต้องมีการปรับรูปแบบก่อสร้างตามข้อเรียกร้องของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ในช่วงที่เรามี การประชุม ครม. สัญจรที่โคราชนะคะ เราก็ได้มีการประชุมกับจังหวัดแล้วก็ภาคเอกชน เรื่องนี้เราก็ได้รับข้อเสนอของทางพี่น้องประชาชนเข้ามาแล้วก็คาดว่าตรงจุดนี้จะเปิดบริการได้ ในช่วงปี ๒๕๖๙ ค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ จากเรื่องของการศึกษาระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งเป็นโครงข่ายใหม่ที่พี่น้องชาวโคราชต้องการเสนอ เราใช้ระยะเวลาศึกษาเพียงแค่ ๑๒ เดือน แล้วก็คาดว่าจะนำเสนอ คจร. ในปี ๒๕๖๙ แต่ในส่วนของการจัดทำรายการ ประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอนะคะ แล้วก็ที่จะนำเสนอต่อกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คาดว่าอีไอเอจะผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการ ดังกล่าวแล้วเสร็จในปี ๒๕๗๐ ค่ะ ทั้งนี้ขั้นตอนในเรื่องของการเตรียมเอกสารและในส่วน ที่เกี่ยวข้องนะคะ โครงการดังกล่าวจะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ในปี ๒๕๗๐ ค่ะ และจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี ๒๕๗๑ แล้วก็คาดว่าจะเปิดใช้บริการในปี ๒๕๗๕ ถึงอย่างไรก็ดีค่ะ กระทรวงคมนาคมเองก็จะเร่งรัดในกระบวนการแต่ละขั้นตอนให้เร็วที่สุดเพื่อให้ทันต่อ การเปิดการให้บริการพี่น้องประชาชนค่ะ นอกจากนั้นจะเห็นว่าทางกระทรวงคมนาคมเอง ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในทุกมิติในช่วงของการเข้าสู่ที่โคราชเราก็มีการพัฒนาในเรื่องของ การก่อสร้างถนน M6 ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างไปทั้งหมด ๑๙๐ กว่ากิโลเมตร ได้เปิดให้พี่น้องใช้ไปประมาณ ๗๗ กิโลเมตร เหลืออีกประมาณ ๑๒๐ กิโลเมตร เราคาดว่า ในต้นปี ๒๕๖๙ เราจะดำเนินการก่อสร้างถนน M6 ให้แล้วเสร็จ ซึ่งขณะนี้พี่น้องประชาชน ก็ใช้สัญจรไปมาได้ประมาณ ๗๗ กิโลเมตร แล้วก็สามารถย่นระยะเวลาการเดินทางไป ประมาณ ๒ ชั่วโมง ก็อำนวยความสะดวกให้พี่น้องที่เปิดประตูสู่อีสานไปสู่จังหวัดต่าง ๆ ในภาคอีสาน นอกจากเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นระบบราง ระบบทางบก Motorway ทางคมนาคมก็ยังมีเรื่องของโครงการ Dry Port ที่จะเชื่อมการคมนาคมขนส่งทางราง จาก Dry Port ที่โคราชที่ภาคเอกชนเสนอมา ซึ่งเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ทุกมิติของการพัฒนา กระทรวงคมนาคมเราเน้นเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างที่นำเรียนตั้งแต่แรกว่า เราจะให้โอกาสกับพี่น้องประชาชนคนไทยในภาคชนบทให้ได้รับโอกาสเหล่านี้ นั่นก็คือ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ความสุขให้ความเจริญไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ในหัวเมืองที่เขาไม่เคย ได้รับโอกาสเหล่านี้ค่ะ ขออนุญาตตอบคำถามของท่านสมาชิกทั้ง ๓ คำถาม แล้วก็ ขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านนะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีมากครับ🔗

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล แบบบัญชีรายชื่อ

ต้องขอขอบคุณทางรัฐบาล กระทรวงคมนาคม ท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างมากเลยครับ แทนพี่น้องประชาชนชาวโคราช เมื่อได้รับฟังคำชี้แจงจากท่านรัฐมนตรีแล้วก็ทำให้มีความมั่นใจ มีความสบายใจมากขึ้นว่า โครงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะของคนเหล่านั้นมีทิศทางใน Timeline ที่ค่อนข้างจะชัดเจนแน่นอนมากยิ่งขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมาครับ ก็ต้องขอถือโอกาสนี้ กราบขอบพระคุณทางรัฐบาล กระทรวงคมนาคม และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่าง ๆ ทุกท่านไว้ เป็นอย่างสูงนะครับ ขอบคุณมากครับท่านรัฐมนตรี🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมาก เป็นอันจบกระทู้ถามสดด้วยวาจาที่ ๑ นะครับ ต่อไประเบียบวาระที่ ๑.๑.๒ กระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่านสหัสวัต คุ้มคง ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ท่านรัฐมนตรีเดินทางมาถึงแล้วเชิญท่านผู้ถามกระทู้ครับ ท่านสหัสวัต คุ้มคง เชิญครับ🔗

๒. นายสหัสวัต คุ้มคง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗

นายสหัสวัต คุ้มคง ชลบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคประชาชนครับ ก่อนอื่นผมต้องขอเล่าก่อนครับว่าจริง ๆ แล้วกระทู้ถามสดของผมเป็นกระทู้ถามสำรอง ที่จะเตรียมไว้ถามในกรณีที่ท่านนายกรัฐมนตรีไม่มานะครับ แต่ว่าก็เป็นเรื่องที่สำคัญต่อ พี่น้องประชาชนไม่แพ้กันครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสหัสวัตครับ เข้าเรื่องเลยครับ เพราะว่าเมื่อเช้านี้ท่านผู้นำฝ่ายค้านได้อธิบายไปแล้วครับ เข้าเรื่องเลยครับผมกลัวเวลาไม่พอครับ🔗

นายสหัสวัต คุ้มคง ชลบุรี

ได้ครับ ท่านประธานครับ ผมขอตั้งกระทู้ ถามสดถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานผ่านไปในเรื่องของการต่ออายุแรงงานข้ามชาติ ตามมติ ครม. วันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๗ ครับ🔗

คำถามแรก ที่ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานนะครับ คือ การยื่นเอกสารต่ออายุใบอนุญาตทำงานตามมติ ครม. วันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๗ ในลักษณะ MOU สัญชาติเมียนมาที่มีมติออกมาตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนครับ แต่ท่านเพิ่งเปิดให้มีการ ต่ออายุเมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ไม่กี่วันนี้เองครับ แล้วกระบวนการทั้งหมดจะต้อง แล้วเสร็จในวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ถ้านับเวลาที่เหลือเฉพาะวันทำการรวมวันนี้ก็จะ เหลือเวลาประมาณแค่ ๓๒ วันเท่านั้นเองครับ ซึ่งตอนนี้เรามีแรงงานที่ต้องต่ออายุทั้ง ๔ สัญชาติจำนวนประมาณ ๒,๓๙๘,๒๑๘ คน ถ้านับเฉพาะแรงงานสัญชาติเมียนมาก็ ๒,๐๑๒,๘๕๖ คน คร่าว ๆ ก็ ๒ ล้านคนครับ คำถามแรกที่ผมอยากจะถามท่านคือจนถึงวันนี้ มีคนลงทะเบียนมาแล้วทั้งหมดเท่าไร แล้วด้วยกรอบเวลาที่เหลืออยู่ท่านคิดว่าจะทันไหมครับ การประชาสัมพันธ์เป็นอย่างไรบ้างถ้าวันนี้พี่น้องประชาชนมีแรงงานอยู่ที่บ้าน ๑ คน หรืออยากได้แรงงานสักคนจะต้องทำอย่างไรบ้างครับ พอดูแล้วมีหลายขั้นตอนเหลือเกินครับ อยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวให้ละเอียดครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามที่ ๑ เลยครับ เชิญครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

ก็ต้อง ขอขอบคุณท่านประธานสภาแล้วท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ จากการที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้ถามกระทู้ถามสด ข้อที่ ๑ ก็คือการที่มีมติ ครม. ในวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๗ ถึงขณะนี้มีการลงทะเบียนไปแล้วเท่าไร และนายจ้างที่อยู่ตามบ้านจะต้องทำอย่างไรนะครับ ก็ต้องขอชี้แจงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าในขณะนี้มีการลงทะเบียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ มาแล้วทั้งหมด ๔๙๕,๐๐๐ เศษ ก็คือ ๔๕๐,๐๐๐ ก็ตีกลม ๆ คือ ๕๐๐,๐๐๐ คนโดยประมาณ ซึ่งในส่วนนี้เราก็พยายามที่จะอำนวยความสะดวกโดยให้ทางนายจ้างจะลงทะเบียน ด้วยตนเองก็ได้หรือจะให้ บนจ. เข้ามาช่วยลงทะเบียนให้ก็ได้นะครับ ซึ่งในการที่จะมีการ ต่อใบอนุญาต ๒ ปีข้างหน้าอีก ๒ ปีจะครบกำหนดในวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ อย่างที่ ท่านได้กล่าวไว้เบื้องต้นว่าเหลือระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน ซึ่งแน่นอนครับเราก็เชื่อว่าเมื่อถึงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ถ้าหากว่ายังไม่ครบ โดยเฉพาะนายจ้างยื่นความจำนงว่าเขาทำการให้ไม่ทัน ตัวผมเองก็คงจะต้องนำเรื่องเข้าหารือกับกรมการจัดหางานนะครับ แล้วก็นำเรื่องเข้า ครม. เพื่อขยายอายุในการที่จะต่อใบอนุญาต MOU แต่ในการต่อคราวนี้ก็ขอแจ้งให้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้รับทราบผ่านท่านประธานสภานะครับว่าในการลงทะเบียนในคราวนี้เราจะ อำนวยความสะดวกโดยไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใช้แรงงานกลับไปในประเทศของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น ประเทศเมียนมาก็ดีหรือประเทศกัมพูชาก็ดี เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็น่าจะมีความรวดเร็วในการ ดำเนินการ ซึ่งถ้าหากว่าอย่างไรไม่ทันทางเราก็จะทำการยืดอายุให้อีกครั้งหนึ่ง ส่วนการที่ว่า นายจ้างตามบ้านที่จะทำอย่างไรก็ขอให้นายจ้างลงทะเบียนผ่านอิเล็กทรอนิกส์มาได้เช่นกันว่า เรามีลูกจ้างกี่คนภายในบ้านเราที่เป็นคนใช้ภายในบ้าน ต้องการจะทำอย่างไรก็ขอให้ยื่นผ่านในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ถ้าหากว่าไม่สะดวกก็ขอให้ไปยื่น ที่กรมการจัดหางานในแต่ละจังหวัดทั้ง ๗๖ จังหวัดบวก ๑ กรุงเทพมหานคร ซึ่งตรงนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเตรียมความพร้อมถึงแม้จะเป็นวันหยุด เราก็มีการ Stand By สำหรับ เจ้าหน้าที่เพื่อจะรองรับในการที่จะมีเจ้าของบ้านหรือนายจ้างมาเพื่อจะยื่นโดยเอกสาร หรือยื่นโดยตรงผ่านมือนะครับ ตรงนี้ผมขอตอบในประเด็นที่ ๑ ขอบคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ เชิญท่านสหัสวัต คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗

นายสหัสวัต คุ้มคง ชลบุรี

เรียนท่านประธานครับ ก็ขอขอบคุณคำตอบ จากท่านรัฐมนตรีก็อย่างที่ท่านได้ให้ข้อมูลไปว่าการจะต่อใบอนุญาตนั้น มันก็มีขั้นตอน อย่างไรบ้าง ซึ่งท่านก็ทำ Pre-MOU ที่ไม่ต้องกลับไปประเทศต้นทางนะครับ แต่ผมขอพูด แบบนี้จากการคำนวณของผม ถ้าท่านได้ให้ตัวเลขเมื่อสักครู่นี้ผมก็คิดว่าไม่ทันแน่นอนนะครับ ซึ่งถ้าถามว่าทำไมไม่ทันก็ต้องตอบอย่างนี้ครับว่าการจะต่อใบอนุญาตนั้น จะต้องมีขั้นตอน ถึงประมาณ ๙ ขั้นตอนด้วยกัน โดยขั้นแรกนายจ้างก็ต้องยื่นแบบฟอร์มออนไลน์ ขั้นที่ ๒ คือทางสำนักจัดหางานจังหวัดจะต้องตรวจเอกสารและพิจารณา จากนั้นนายจ้างจึงเตรียมจัด เอกสารสัญญาและต้องประสานงานกับเจ้าหน้าที่จากเมียนมา แล้วขั้นตอนต่อมาคือต้องรอ สถานทูตเมียนมา ตรวจสอบเอกสารไม่ว่าจะเป็นการเซ็นสัญญา การอนุมัติ Name List ขั้นที่ ๕ ก็กลับมาที่นายจ้างอีก ขั้นที่ ๖ ก็ต้องกลับไปที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด จ่ายค่าธรรมเนียม แล้วต้องส่งเรื่องไปให้กรมออก Visa อีก แล้วขั้นที่ ๗ จึงต้องไปที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อตรวจลงตรา ขั้นที่ ๙ ต่อมากลับมาที่นายจ้างเพื่อจัดการเรื่อง Visa สุดท้ายครับ กลับไปที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดเพื่อออกทะเบียนใบอนุญาตทำงาน ซึ่งดูจากกรอบเวลาแล้วครับ ก็อย่างที่ผมบอกเลยครับไม่ทันแน่นอน สาเหตุที่ไม่ทันน่าจะมีอยู่ ๒-๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก ตอนนี้เรามีแรงงานที่ต้องต่ออายุทั้ง ๔ สัญชาติอยู่ ๒,๓๙๘,๒๑๘ คน ถ้านับเฉพาะแรงงานสัญชาติเมียนมาก็ ๒,๐๑๒,๘๕๖ คน คร่าว ๆ ก็ประมาณ ๒ ล้านคน เรื่องแรกครับโรงพยาบาล โรงพยาบาลเลยครับ เมื่อสักครู่นี้ผมลองกดเครื่องคิดเลขครับ ถ้าโรงพยาบาลตอนนี้สามารถตรวจได้ทั้งหมด ๖๙ แห่ง เป็นโรงพยาบาลของรัฐ ๑๒ แห่ง โรงพยาบาลเอกชน ๕๗ แห่ง ซึ่งต้องตรวจเฉลี่ยอยู่ที่ ๗,๐๐๐ กว่าคนต่อวันครับ อันนี้ผมก็ ไม่คิดว่าโรงพยาบาลเหล่านี้จะสามารถตรวจโรคให้กับคนที่จะขึ้นทะเบียนได้ขนาดนี้นะครับ🔗

แล้วก็เรื่องการขึ้นทะเบียนสำหรับแรงงานเมียนมา คือท่านบอกว่าสามารถ มอบอำนาจ ลูกจ้างไม่ต้องไปเองไปได้นะครับ แต่ว่าแรงงานเมียนมามีอยู่ ๒ ล้านกว่าคน แต่สถานที่ จะเปิดให้เซ็นสัญญาได้มีแค่ ๓ ที่ครับ คือเชียงใหม่ กรุงเทพฯ และระนองแค่นั้นเอง จนถึงวันนี้ครับ วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์หักลบวันหยุดราชการ ๓๒ วัน ถ้าต้องขึ้นทะเบียนเพิ่มขึ้น ก็ต้องขึ้นวันละ ประมาณ ๔๖,๘๗๕ คน จะทันหรือครับ วันละเกือบ ๕๐,๐๐๐ คน แล้วจุดให้เซ็นสัญญามีอยู่ ๓ ที่ เฉลี่ยต้องขึ้นที่หนึ่ง ๑๕,๖๒๕ คนโดยประมาณจะทันหรือครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะถ้าหากไม่ทันแปลว่าเรามีแรงงานตกค้างหรือแรงงานที่หมดสถานะนับแสน นับล้านคนครับ เรื่องนี้ท่านจะจัดการอย่างไรปัญหาแรงงานต่างด้าวที่เกิดขึ้นอยู่ก็บอกว่ามีการแย่งงานคนไทย มีการทำอาชีพสงวนหรือไปจนถึงการที่ตำรวจเอย ตม. เอย เรียกเก็บส่วนรีดไถแรงงานมันจะยิ่ง รุนแรงขึ้นถ้าเกิดลงทะเบียนไม่ทันนี่ ถ้าไม่สามารถทำตามกรอบเวลาได้เพราะแปลว่าเราไม่สามารถ ติดตามได้เลยว่าตอนนี้แต่ละคนแรงงานข้ามชาตินี้อยู่ที่ไหน แล้วแรงงานผิดกฎหมายจะยิ่ง เยอะขึ้นครับ ยิ่งสร้างความขัดแย้งในสังคมเพิ่มขึ้นไปอีก ท่านมีมาตรการอย่างไรเรื่องเหล่านี้ โอเคครับท่านอาจจะบอกว่าก็อาจจะต้องขยายมติ ครม. เพิ่มขึ้นไป แต่อย่างนี้คือการออกมติ ครม. มาโดยที่ไม่มีการวางแผนหรือเปล่าครับ เพราะว่ามันควรจะมีการคาดการณ์อยู่แล้วว่า เรามีแรงงานเท่าไร กระบวนการจะเป็นอย่างไรเพื่อรองรับให้เกิดการขึ้นทะเบียนที่ทันจริง ๆ แต่ถ้าอย่างนี้แล้วต้องขยายมติ ครม. ต่อไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ นี่คือความชัดเจนหรือเปล่าครับว่า นี่คือการออกมติ ครม. มาโดยที่ไม่ได้มีการออกแบบระบบหรือแผนการรองรับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี คำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ก็ต้องขอขอบคุณ ในรายละเอียดที่ท่านสมาชิกได้กล่าวมานะครับ ซึ่งในทั้ง ๙ ขั้นตอน ผมมีความเชื่อว่า โรงพยาบาลทั้งหมด ๕๗ แห่ง เราสามารถที่จะทำการทันในการตรวจ Check ร่างกายในส่วนนั้น แล้วก็มีระบุด้วยซ้ำไปว่าโรงพยาบาลทำไมถึงจะมีจำนวนไม่ได้มากอย่างที่พวกเราต้องการ เพราะในแต่ละสถานที่ที่จะออกใบรับรองแพทย์ตรงนั้นต้องมีห้องแล็บเป็นของตัวเอง อันนี้ คือข้อจำกัด เพราะในอดีตที่ผ่าน ๆ มาทางกรมการจัดหางานเราก็ได้ตรวจสอบแล้วก็เจอว่า ใบรับรองแพทย์ในอดีตที่ผ่านมาเคยมีหลุดมาว่ามีโรคที่ประเทศไทยเราไม่มีแล้วนั้นหลุดรอด เข้ามา เพราะฉะนั้นตรงนี้ในคราวนี้เราถึงได้วางมาตรการที่เข้มงวดเพิ่มขึ้นแล้วโดยเฉพาะ ในขณะนี้พวกเราก็คงทราบว่ามีการแพร่ระบาดของเชื้ออหิวาตกโรคในประเทศเพื่อนบ้านคือ ประเทศเมียนมา ซึ่งจากตามข่าวนะครับ ก็อาจจะมีการติดในประเทศเมียนมาแล้วถึงหลาย พันคน แล้วติดเข้ามาสู่ในประเทศไทยเท่าที่มีได้รับทราบ ได้รับการรายงานก็ประมาณสัก ๔ คน ซึ่งในส่วนต่าง ๆ เหล่านั้นนะครับ เราถึงได้ต้องออกมาตรการที่เข้มงวด แล้วการที่ท่าน สมาชิกถามว่าถ้าเราออกไม่ทัน แน่นอนครับผมก็กล่าวไปตั้งแต่ข้อที่ ๑ แล้วว่าตัวผมเองก็คง จะต้องนำเรื่องเข้า ครม. เพื่อขอยืดระยะเวลาให้ทัน เพราะว่าจริง ๆ แล้วการที่เรายื่นเรื่อง เข้าไปเมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน แต่เมื่อ ครม. อนุมัติออกมาก็คือในเดือนพฤศจิกายนเราถึงมี ระยะเวลาในการกระทำการมีเวลาน้อย แล้วที่สำคัญก็ยังมีเงื่อนไขของการที่จะต้องตั้งเงื่อนไข ให้กับทางโรงพยาบาลว่าต้องทำอย่างไร ต้องมีเงื่อนไขอย่างไร อันนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่เดี๋ยวผมค่อยตอบในรายละเอียดอีกต่างหากนะครับ ขอตอบในข้อที่เมื่อแรงงานเพื่อนบ้าน หรือแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทย ถ้าเราขึ้นทะเบียนไม่ทันเป็นแรงงานเถื่อน หรือแรงงานไม่เถื่อนก็แล้วแต่ที่มาแย่งอาชีพสงวนของคนไทย ตัวผมเองได้ตั้งชุดเฉพาะกิจ ขึ้นมาซึ่งประกอบด้วย ๑๓ หน่วยงาน เราบูรณาการกันเพื่อทำการออกตรวจ ออก Check ดูว่า มีแรงงานที่มาแย่งอาชีพสงวนของคนไทยหรือไม่ ซึ่งตอนนี้เริ่มออกตรวจบ้างในบางสถานที่ แต่แน่นอนครับ สิ่งที่มีความจำเป็นแล้วผมมีข้อกำชับไปทางเจ้าหน้าที่ในกรมการจัดหางาน แล้วก็ชุดเฉพาะกิจที่ว่านี้ว่าอะไรที่เป็นอาชีพสงวนของคนไทยถ้าเจอก็คือมีจับ ปรับ แล้วก็ ผลักดันออก แล้วขอให้เก็บอัตลักษณ์เพื่อจะเป็นการพิสูจน์ให้ครั้งต่อไป ไม่ใช่ว่าวันนี้เราผลักดัน ให้กลับสู่ประเทศต้นทางเสร็จแล้วคุณก็ไปเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุลแล้วเข้ามาใหม่ ในอดีตอาจจะมีการเก็บอัตลักษณ์หรือไม่มีการเก็บอัตลักษณ์ ผมก็ไม่ขอกล่าวถึงนะครับ แต่คราวนี้เราขอให้มีการเก็บอัตลักษณ์ ถ้าตรวจเจอว่าคุณถูกผลักดันกลับไปแล้ว แล้วคุณ ลักลอบกลับเข้ามาใหม่ แน่นอนครับ เราจะดำเนินคดีทางอาญา ซึ่งในส่วนนี้ก็ได้มีแจ้งไปทาง กรมการจัดหางานแล้วก็ทางชุดเฉพาะกิจเพื่อทำการตรวจสอบและเพื่อจะผลักดันจับกุม แต่ถ้าเข้ามาครั้งที่ ๒ เราก็จะมีโทษจำประกอบเข้าไปด้วยนะครับ ส่วนในข้อที่อยากจะถาม ที่ว่าในลักษณะขอพูดเป็นการต่อเนื่องนะครับว่าเหตุอะไร เพราะอะไร ถึงจะต้องมีการจำกัด โรงพยาบาลในการตรวจสุขภาพ แล้วที่สำคัญในส่วนเกี่ยวเนื่องต่อไปก็คือทำไมเมื่อประกัน สุขภาพ แน่นอนครับ ส่วนหนึ่งอาจจะอยู่ในระบบประกันสังคมตามมาตรา ๓๓ นั่นแน่นอนว่าประกันสังคมเราต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการรักษาพยาบาล หรือแรงงานต่างด้าว ที่ไม่ได้เข้าสู่ระบบประกันสังคมตามมาตรา ๓๓ ทางกรมการจัดหางานได้วางมาตรการว่าคุณต้อง ประกันสุขภาพมี ๒ ระยะ คือ ๖ เดือน และ ๑ ปี เพราะฉะนั้นการที่คุณยังหาไม่ได้นายจ้าง ไม่รับผิดชอบ เมื่อยังไม่มีนายจ้างเราจะต้องบังคับให้คุณว่าคุณต้องประกันสุขภาพเป็นระยะเวลา ๑ ปีเอาไว้ แล้วการที่เราได้กำหนดคุณสมบัติของบริษัทที่เข้ามารับประกัน คุณสมบัติที่สำคัญ ๆ เราจะใช้คุณสมบัติที่ค่อนข้างที่จะมีความแข็งแรงหรือเข้มข้นนะครับ โดยเฉพาะมีคุณสมบัติ🔗

ข้อ ๙ ข้อเสนอให้ต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วจำนวนเต็มไม่ต่ำกว่า ๕๐๐ ล้านบาท🔗

ข้อ ๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีสินทรัพย์รวมสิ้นปี ๒๕๖๖ จำนวนไม่ต่ำกว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท🔗

ข้อ ๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีอัตราส่วนความเพียงพอต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรง ตามกฎหมายหรือ CAR Ratio ไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๐๐ ณ สิ้นปี ๒๕๖๖ และบริษัทประกัน ต้องเป็นบริษัทที่ไม่มีผลทางการขาดทุนเป็นระยะเวลาติดต่อกัน ๓ ปี นี่คือเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ทาง กรมการจัดหางานเราตั้งเงื่อนไขที่สูงเอาไว้ แต่วันนี้เข้ามาที่ผ่านคุณสมบัติที่แจ้งเข้ามาเพียง ๓ บริษัท ก็คือบริษัททิพยประกันภัย บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต และโตเกียวมารีน ซึ่งเรายังไม่ได้ ปิดกั้นสำหรับบริษัทอื่น ๆ ที่ขณะนี้ยังมีทยอยยื่นเข้ามาในคุณสมบัติที่ได้กำหนดไว้ หากบริษัทใด ที่มีคุณสมบัติตามข้อที่ผมได้กล่าวมานะครับทั้งหมดจริง ๆ แล้วมันมีทั้งหมด ๑๓ ข้อ ก็จะได้รับ การบรรจุเข้ามาเพื่อรับประกันสำหรับผู้ประกันสุขภาพของแรงงานต่างด้าว ทุกสิ่งทุกอย่าง ผมมีความจำเป็นนะครับว่าทำไมเราต้องตั้งเงื่อนไขที่สูงเอาไว้ เพราะเรามีประสบการณ์ จากการรับประกันของโควิด-๑๙ ที่ผ่านมาพวกเราคงเห็นอยู่นะครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า มีหลาย ๆ บริษัทที่พวกเราคิดว่ามีความแข็งแรงเป็นบริษัทใหญ่ แต่สุดท้ายแล้วก็ล้มละลาย ซึ่งเพราะเราไม่ได้กำหนดเรื่องของ CAR Ratio เรื่องของเงินทุนจดทะเบียน เรื่องเงื่อนไข ต่าง ๆ ทั้ง ๑๓ ข้อ เพราะฉะนั้นความ Safe หรือความปลอดภัยจากการที่ได้หารือกับ ทาง คปภ. เขาก็เสนอแนะหรือแนะนำว่าถ้าหากว่ากระทรวงแรงงานโดยกรมการจัดหางาน จะสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ที่เข้ามาซื้อประกันเราต้องกล้าตั้งค่าคุณภาพที่สูงไว้ก่อน เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งต่าง ๆ ในเรื่องของการต่อเนื่องซึ่งแน่นอนผมก็เข้าใจว่าความแออัด ในการเข้าไปตรวจสุขภาพถึง ๒ ล้านกว่าคนนี้ต้องใช้ระยะเวลา ซึ่งผมก็ต้องขออภัยนะครับ ก็อย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าวว่าระยะเวลาที่เหลือคงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะ กระทำทัน และที่สำคัญการที่เราตั้งเพียง ๓ ศูนย์ใน ๓ จังหวัดคือเชียงใหม่ กรุงเทพฯ และจังหวัดระนอง เรื่องนี้เป็นข้อเสนอของรัฐบาลเมียนมาซึ่งเราไม่สามารถที่จะเป็นผู้กำหนดได้ ถ้าหากว่าให้ผมกำหนดผมก็อยากจะกำหนดว่าจังหวัดไหนที่มีแรงงานต่างด้าวเกินกว่า ๕,๐๐๐ คน ขึ้นไป เราจะตั้งจังหวัดนั้นให้เป็นศูนย์ แต่สำคัญก็คือการที่ทางรัฐบาลเมียนมาจะส่งเจ้าหน้าที่ เข้ามามากมายขนาดนั้นเขาบอกเขาไม่มีกำลังพอ เพราะฉะนั้นก็ขอเรียนให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้รับทราบครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญท่านสหัสวัตคำถามสุดท้าย เชิญครับ🔗

นายสหัสวัต คุ้มคง ชลบุรี

เรียนท่านประธานครับ สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคประชาชน จริง ๆ ต้องบอกว่าผมยังไม่ได้ถาม ท่านรัฐมนตรีเรื่องบริษัทประกันเลยนะครับ ก็ยังงง ๆ อยู่ว่าสงสัยผมอาจจะถามไม่ชัดเจน หรือว่าท่านอาจจะได้ยินไม่ชัด แต่ว่าอย่างนี้ครับ นอกจากปัญหาเรื่องกระบวนการที่มัน วุ่นวายแล้วมันแออัดแล้วนี้ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดกระบวนการขึ้นทะเบียนไม่ทัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ น่ากังวลมาก ๆ แล้วก็เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศนี้มาก ๆ ทั้งเรื่องสถานที่ที่ไม่สะดวก เรื่องระบบแทนที่จะเป็นออนไลน์กลับต้องไปเซ็นถึงที่แบบนี้นะครับ ยังมีเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องของราคาการต่ออายุของแรงงานสัญชาติเมียนมาครับ ผมอยากให้ท่านดูตาราง ราคาการต่ออายุแรงงานสัญชาติพม่า ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสหัสวัต คุ้มคง ชลบุรี

นี่คือราคาการต่ออายุของ ๒ อาชีพครับ คือกรรมกร และแม่บ้าน แบบเดิมคือการยื่นออนไลน์ ของกรรมกรจะอยู่ที่ ๙,๒๗๐ บาท แม่บ้านอยู่ที่ประมาณ ๑๒,๖๒๐ บาท ราคาต่างกันประมาณ ๓,๐๐๐ บาท เป็นค่าประกันสุขภาพ ราคานี้ก็ถือว่าแพงครับ แต่ดูแบบใหม่ครับ Pre-MOU ที่ท่านบอกครับ ราคา ๒๑,๑๗๐ บาทเป็นอย่างน้อยครับ ถ้าเป็น แม่บ้าน ๒๔,๐๐๐ บาทเลยนะครับ นี่ขนาดนายจ้างทำเองนะครับ ถ้าหากจ้างบริษัทนำเข้าแรงงาน หนี้ก็ต้องบวกเพิ่มไป อาจจะ ๓,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ บาทเลยนะครับ แต่เรื่องใหญ่คือราคาต่ออายุตาม MOU ฉบับใหม่ สำหรับแรงงานสัญชาติเมียนมา แน่นอนว่าข้อที่เพิ่มมาอย่างมีนัยสำคัญ คือ ค่าเดินทางไป กทม. ระนองหรือเชียงใหม่ ซึ่งท่านอาจจะบอกว่ามอบอำนาจได้ แต่ว่าถ้าเกิด ทำเองไปกลับแต่ละคนก็เฉลี่ย ๓,๐๐๐–๕,๐๐๐ บาท นี่ยังไม่รวมค่าดำเนินการต่าง ๆ เพราะต้อง ติดต่อหลายหน่วยงานเหลือเกินครับ ไม่นับว่านายจ้างจะต้องจ่ายส่วยให้แต่ละหน่วยงานอีก หรือเปล่าครับ อีกค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเข้ามาอย่างที่ท่านได้บอก คือค่าบังคับซื้อประกัน ซึ่งผมงง อย่างยิ่งครับทำไมไม่ใช้ประกันสังคม ในเมื่อการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติก็ต้องมีนายจ้าง ทุกคน ซึ่งมันใช้ประกันสังคมได้เลย มันง่ายมาก ๆ เลยครับ🔗

ต่อมาครับผมอยากให้ท่านดูตรงนี้ครับ ผม Highlight เอาไว้ครับ ข้อ ๕ ค่า Name List ฝั่งพม่า ข้อ ๖ ค่าภาษีฝั่งพม่า และค่าคิวเซ็นสัญญาที่สถานทูต เอาเรื่องค่าคิว เซ็นสัญญาที่สถานทูตก่อนครับ ผมเข้าใจว่าท่านอาจจะไม่มีอำนาจในการจัดการเรื่องนี้ครับ แต่เรื่องนี้เป็นปัญหาครับ คือระบบตอนนี้จะต้องมีการจองคิวออนไลน์ แล้วพอจองคิว ออนไลน์เสร็จ วันเซ็นสัญญาที่สถานทูตก็จะโดนเจ้าหน้าที่สถานทูตเรียกเก็บเงินประมาณ ๑,๕๐๐ บาทเขาบอกว่าเป็นค่าคิว เรื่องนี้ยังเป็นเทา ๆ นอกระบบไม่ชัดเจนอะไรก็ว่าไป แต่เรื่องนี้ชัดเจนเลย คือค่า Name List และค่าภาษีฝั่งพม่า ค่า Name List เราไม่เคยต้อง เสียมาก่อนครับ ทำไมต้องเสียครับ ได้ไปยื่นรายชื่อปุ๊บต้องเสียเงินให้ ๒,๐๐๐ บาท แล้วที่มัน น่าปวดหัวที่สุดคือค่าภาษีฝั่งพม่า เรื่องนี้ผมงงที่สุดเลยครับ ก่อนหน้านี้พรรคประชาชนของ ผมถูกกล่าวหาว่าเป็นพรรคประชาชนพม่า แต่วันนี้รัฐบาลไทยช่วยรัฐบาลทหารพม่าครับ เรียกเก็บภาษีครับ เราเป็นรัฐบรรณาการรัฐบาลทหารพม่าตั้งแต่เมื่อไรครับถึงต้องช่วยเขา เก็บภาษี เรื่องนี้ก็ยังเป็นคำถามครับ แล้วท่านจะไปจ่ายเงินกันที่ไหนครับ แค่ค่าภาษีฝั่งพม่า ถ้าหากจ่ายที่สถานทูตเรื่องนี้ก็ยังเทา ๆ แต่ถ้าท่านมีการจ่ายเงินเก็บภาษีกันนอกสถานทูต แปลว่าเรากำลังเอื้อให้รัฐบาลทหารพม่าใช้อำนาจอธิปไตยบนบ้านเรา เรื่องนี้ร้ายแรงนะครับ นี่ไม่นับว่าเป็นการกำลังพยายามละเมิดข้อตกลงระหว่างไทยกับเมียนมา เรื่องของการ หลีกเลี่ยงการเก็บภาษีซ้อนอีกนะครับ เรื่องนี้ร้ายแรงมากนะครับ เรื่องนี้ไม่ปกตินะครับ เพราะนั่นหมายถึงว่าเงินที่เราควรจะต้องหมุนเวียนในระบบของประเทศเรา คิดเฉพาะค่า Name List กับค่าภาษีรวมกันก็เกือบ ๙,๐๐๐ ล้านบาทแล้วครับ ถ้าผมเป็นพรรคประชาชน พม่าแล้วพวกท่านเป็นใครครับ เป็นหนึ่งเดียวกับรัฐบาลทหารพม่าขณะนี้ ยื่นเงินให้รัฐบาล ทหารพม่าปีละ ๙,๐๐๐ ล้านบาทแบบนี้ แล้วผมบอกได้เลยว่าปัญหาที่ตามมานอกจากเรื่อง ค่าใช้จ่ายที่สูงและการไม่เปิดออนไลน์ รวมถึงระยะเวลาที่กระชั้นชิดจะทำให้มีแรงงานข้าม ชาติที่ขาด MOU และหนี MOU จำนวนมหาศาลครับ ซึ่งพอเป็นแบบนี้ก็จะนำมาสู่ปัญหา ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้หรือครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่แรงงานเหล่านี้หนีไปทำอาชีพสงวน ไปรับจ้างขายของหน้าร้าน หรือไปทำอาชีพอะไรที่ควรจะเป็นของคนไทย แล้วเราก็ไม่รู้ครับ เพราะว่าเป็นแรงงานผิดกฎหมาย เราไม่รู้เลยว่าเขาอยู่ที่ไหนบ้างครับ แล้วแรงงานเหล่านี้ ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากกระบวนการที่มีปัญหาเหล่านี้เราจะ Track หรือติดตามตัวเขาไม่ได้ เลยครับ ผมอยากถามคำถามสุดท้ายครับ บวกกับเป็นข้อเสนอแนะครับ ว่าทำไมเราไม่ จัดการระบบการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเดิมที่เคยเป็นมา ทำไมเราต้องใช้วิธีนี้ เพื่อทำให้เกิดแรงงานผิดกฎหมายขึ้นมาอีก ทำไมเราต้องเสี่ยงใช้วิธีนี้ครับ🔗

ท้ายที่สุดครับ ทำไมรัฐบาลถึงยอมที่จะเป็นตัวกลางในการเก็บภาษีให้รัฐบาล ทหารพม่า ทำไมเราต้องสูญเสียเงินที่ควรจะหมุนเวียนในประเทศไทยไปให้รัฐบาลทหารพม่า ถึงปีละประมาณ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ผมมีข้อเสนอง่าย ๆ เลยครับ เป็นข้อเสนอที่เขาใช้ทั่วโลกครับ เราต้องยอมรับว่าตอนนี้ สถานการณ์ในประเทศเมียนมามันคือ Failed State ครับ มันคือความไม่มีเสถียรภาพ ทางการเมือง แล้วมันก็มีความขัดแย้งภายในเกิดขึ้น ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ทั่วโลกเขาขึ้นทะเบียน ฝั่งเดียวครับ ดูเหตุการณ์จากซีเรียกับยุโรปก็ได้ครับ เขาขึ้นทะเบียนฝั่งเดียวครับ เขาไม่เอา รัฐบาลซีเรียมาเก็บภาษี มาพิสูจน์สัญชาติกันในยุโรปครับ เพราะมันไม่ Function เรื่องนี้เขา ใช้กันทั่วโลกครับท่าน เปิดศูนย์ One Stop Service ให้ทั่วประเทศครับ แล้วตัดค่าภาษี ค่า Name List ที่จะต้องจ่ายให้รัฐบาลเมียนมาออกไปเลยครับ นี่เรากำลังเอื้อให้ทางรัฐบาล ทหารพม่ายังคงมีเงินต่อไป ผมก็งงครับว่าเราคิดฐานอะไรอยู่ครับ นี่ไม่ใช่สิ่งที่สากลทำเลย ครับ เปิดศูนย์ One Stop Service ขึ้นทะเบียนฝั่งเดียวครับ ให้เราขึ้นทะเบียนข้อมูลของ แรงงานเองครับ ไม่ต้องไปให้รัฐบาลทหารพม่าเข้ามาครับ ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้ก็จะไม่จบครับ เราจะมีแรงงานเมียนมาหลุดออกนอกระบบอีกมหาศาลแล้วเราก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเขาอยู่ ที่ไหน ทำอะไร ทำอาชีพอะไรอยู่ แล้วเรื่องเหล่านี้ก็จะไม่ถูกแก้ครับ ขอคำตอบเรื่องนี้จาก ท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีครับ คำถามที่ ๓ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ก็ต้องขอบคุณที่ท่านกรุณา แนะนำ ซึ่งในเรื่องของการเก็บภาษีไม่ได้มาเริ่มทำการเก็บภาษีเฉพาะในช่วงนี้นะครับ ที่ผ่าน มาเขาก็มีการเก็บภาษีเพื่อมีการพิสูจน์อัตลักษณ์ในช่วงของการทำ CI ที่ศูนย์ CI แต่ถ้าหากว่า คุณทำที่ศูนย์ CI แล้ว คุณชำระภาษีแล้ว คุณสามารถนำมาหักภาษีในส่วนนี้ได้ ซึ่งภาษีในส่วน นี้ก็เป็นเรื่องของทางรัฐบาลเมียนมาเขามาทำการจัดเก็บ ผมไม่เถียงหรอกครับที่ท่านบอกว่า ทำไมถึงต้องมาเก็บภาษีในประเทศไทย ก็รู้สึกคณะอนุกรรมาธิการได้มีการเชิญทาง กรมสรรพากรมาทำการหารือ โดยเป็นการสอบถามในลักษณะที่ท่านสอบถามผมในลักษณะนี้ สรุปแล้วทางกรมสรรพากรก็ไม่ได้ชี้ว่าผิดหรือถูก แต่ตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะไม่ผิดนะครับ ในส่วนนี้ก็ต้องขออภัยนะครับ อาจจะต้องขอเกินเวลาไปเล็กน้อย ส่วนในการที่ท่านบอกว่า ทำไมไม่ใช้แบบเดิม ผมคิดว่าการใช้ในรูปแบบปัจจุบันในปีนี้เราอำนวยความสะดวกให้กับ แรงงานเมียนมาที่มาทำ MOU Return ซึ่งแน่นอนครับในขณะที่เราประกาศอยู่ถึงแม้จะเลย ระยะเวลาวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ไป อยู่ในช่วงของการที่ประกาศ ส่วนเราจะยืดอายุไป อีกกี่วันแรงงานเหล่านั้นยังไม่ถือเป็นแรงงานเถื่อน เพราะอยู่ในช่วงของการประกาศ เพื่อที่จะให้มาต่อสัญญาไปได้อีก ๒ ปี ซึ่งถ้าเป็นอย่างที่ท่านบอกทำแบบในอดีต แน่นอนครับ เกิดความโกลาหล ถามว่าแรงงาน ๒ ล้านกว่าคน ท่านจะขนคนออกไปตามด่านชายแดนได้ กี่ด่าน ในอดีตเราจะสามารถขนด่านชายแดนตามที่รัฐบาลเมียนมาบอกก็คือจังหวัดระนอง และจังหวัดตากก็ที่อำเภอแม่สอด ซึ่งการที่จะขนคนถึงจำนวน ๒ ล้านกว่าคน เราจะขน อย่างไร และโดยเฉพาะยังมีประเทศกัมพูชาอีกประมาณสัก ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ คน พวกเราจะทำอย่างไร เพราะฉะนั้นคราวนี้กรมการจัดหางานโดยกระทรวงแรงงานของเรา เราถึงได้อำนวยความสะดวกว่าคุณใช้นายจ้างมาเป็นผู้ยื่นหรือ บนจ. มาเป็นผู้ยื่น และขณะ ก่อนที่จะมายื่นคุณลงทะเบียนทางอิเล็กทรอนิกส์ก่อนได้ ซึ่งผมกล่าวไปแล้วนะครับว่าขณะนี้ เราลงทะเบียนทางอิเล็กทรอนิกส์ไปแล้วถึงเกือบ ๆ ๕๐๐,๐๐๐ คน แล้วขอเรียนให้ทราบอีก ช่วงหนึ่งว่าในขณะนี้ทางรัฐบาลเมียนมายังไม่มีข้อสรุปว่าการจัดเก็บภาษีจะมีการจัดเก็บภาษี หรือไม่ หรือจะไปจัดเก็บทีเดียวในศูนย์ CI หรือจะกระทำอย่างไร นี่ก็คือรอผลจากการประชุมของ รัฐบาลเมียนมา ซึ่งข้อมูลที่ท่านเอามาโชว์ ผมคิดว่ามีในหลาย ๆ ข้อมูลที่มันไม่ใช่ เพราะฉะนั้น ค่าเดินทาง ค่าโน่นนี่นั่นถึง ๒๑,๐๐๐ กว่าบาท ผมคิดว่าไม่ใช่ เพราะค่าเดินทางเราไม่มีค่าเดินทาง เพราะคุณไม่จำเป็นต้องเดินทางกลับไปประเทศต้นทางของคุณเราอำนวยความสะดวกให้คุณไปยื่น โดยผ่านนายจ้างหรือ บนจ. ทั้งหมดนะครับ เพราะฉะนั้นในสิ่งต่าง ๆ ผมคิดว่าในระยะเวลาที่จำกัด ผมอยากจะได้ว่าถ้าอย่างไรผมอาจจะต้องขอตอบรายละเอียดตามที่คุณได้กล่าวมาและมีตัวอย่าง ผมก็ต้องขออนุญาตท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรว่าในสไลด์ที่สักครู่นี้ ผมอาจจะต้องขอสำเนา สักชุดหนึ่งเพื่อผมจะได้ตอบไปถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าในสิ่งที่ผมยังตอบไม่ครบถ้วน ผมจะไปทำการตอบโดยส่งภาคเอกสารมาให้ทางรัฐสภาทราบอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ เชิญสั้น ๆ ครับ🔗

นายสหัสวัต คุ้มคง ชลบุรี

เรียนท่านประธานครับ ผมขอนิดหนึ่งครับ พอดีเป็นประเด็นต่อเนื่องแล้วก็น่าจะมีความเข้าใจผิดกันนะครับ คือจริง ๆ ผมเสนอให้ขึ้น ทะเบียนฝ่ายเดียวครับ ไม่ต้องเอารัฐบาลเมียนมาเข้ามายุ่งเลย ผมไม่ได้ต้องขนคนกลับไปไหน อันนี้ประเด็นที่ ๑ ที่คิดว่าต้องขออนุญาตชี้แจงครับ ผมเสนอให้เราขึ้นทะเบียนฝ่ายเดียว โดยไม่ต้องเอารัฐบาลเมียนมามายุ่งเลยครับ เพราะอย่างที่บอกว่าเขาเป็น Failed State ไปแล้ว เขามีความขัดแย้งภายใน ไม่มีที่ไหนในโลกเขาทำกันที่เอารัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพ มาทำอะไรในอำนาจอธิปไตยของประเทศอื่น เรื่องนี้ที่ต้องยืนยันครับ แล้วก็ขอขอบคุณท่าน รัฐมนตรีที่มาตอบ แล้วก็หวังที่ท่านบอกว่าคงจะทันเพราะว่าถ้าไม่ทันแล้วต้องขยายมติ ครม. แบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ มันเหมือนท่านทำงานไม่มีแผนว่าจะจบเมื่อไร จะทำอะไรเมื่อไรครับ ขอบคุณครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ เป็นอันจบกระทู้ถามสดด้วยวาจาที่ ๒ ท่านรัฐมนตรียังไม่จบใช่ไหม สักนิดเดียว สั้น ๆ ครับ ท่านพิพัฒน์เชิญครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

ผมก็ต้อง ขอแก้ข้อกล่าวหานะครับ ผมถามว่าประเทศไทยเราจะทำฝั่งเดียวโดยไม่ให้รัฐบาลเมียนมา เข้ามาพิสูจน์อัตลักษณ์ แล้วพวกเราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนนั้นเป็นคนเมียนมาหรือคนประเทศ ไหนกันแน่ เราไม่สามารถที่จะพิสูจน์อัตลักษณ์ได้ แล้วอีกส่วนหนึ่งคนที่ทำ MOU Return นี้ เขามี Passport เรียบร้อย ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เข้าสู่กระทู้ถามสดที่ ๓ ระเบียบวาระที่ ๑.๑.๓ ของท่านฐากร ตัณฑสิทธ์ ครับ ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ท่านรัฐมนตรีมารอตอบท่าน แล้วนะครับ เชิญกระทู้ถามที่ ๓ ครับ🔗

๓. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทยครับ วันนี้ ผมขอยื่นกระทู้สดสอบถามท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวง DES เป็นอย่างยิ่งที่ได้มาตอบกระทู้สดในวันนี้นะครับ ผมเรียนอย่างนี้ว่า ดีใจที่ได้เห็นข่าวเกี่ยวกับรัฐบาล ได้ให้ข่าวว่าจะมีร่างพระราชกำหนดให้ค่ายมือถือและธนาคาร ร่วมชดใช้กรณีลูกค้าถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงินครับท่านประธาน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่ แล้วก็เป็นเรื่องที่เป็นปัญหากับพี่น้องประชาชนมาโดยตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา หลายคนคงมีการตั้งทั้งกระทู้ถามสด ตั้งกระทู้ถามธรรมดาในการสอบถามในเรื่องนี้ที่เกิดขึ้น ผมอยากจะเรียนปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนจะนำไปสู่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคำถามที่ ๑ คำถามที่ ๒ และคำถามที่ ๓ ต่อไปครับ ขอทางเจ้าหน้าที่ขึ้นสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอสไลด์ต่อไปครับ ผมขออนุญาต นำเรียนข้อมูลครับท่านประธาน เกี่ยวกับปัญหาแก๊ง Call Center หรือแก๊งในการ หลอกลวง ในการโอนเงินต่าง ๆ นะครับ ท่านจะเห็นว่าข้อมูลที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๕ จนถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ท่านจะเห็นว่าคดีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้มีการแจ้งความดำเนินคดีที่เกิดขึ้นผ่านทางระบบ การแจ้งความผ่านทางออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคดี เดินเข้าไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคดี แจ้งความผ่านศูนย์ AOC หรือ ๑๔๔๑ ของกระทรวง DES ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคดีครับ รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น ๗๓๙,๔๐๐ กว่าคดีครับ ท่านประธานจะเห็นว่ายอดความเสียหายที่ผมขึ้นอยู่บนจอสไลด์ที่ ๑ ให้เห็นว่ายอดความ เสียหายที่ผ่านมาเป็นยอดประมาณ ๗๗,๓๐๐ กว่าล้านบาทเศษ ท่านจะเห็นว่ายอดที่ทาง รัฐบาลสามารถที่จะอายัดเงินในการที่จะป้องกันความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนได้อยู่ที่ ประมาณ ๘,๖๒๗ ล้านบาทเศษ ซึ่งคิดกับยอดความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจจะตกประมาณสัก ๑๑ เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นความเสียหายที่เกิดขึ้นได้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนเกือบทั้งหมด ๖๐,๐๐๐ ล้านคนเกือบ ๗๐,๐๐๐ ล้านคน ผมเรียนว่าเมื่อดูสถิติครับ ยอดคนที่มีการ หลอกลวงมากที่สุดท่านประธานจะเห็นว่าในสไลด์จะกำหนดไว้ พอดีไม่สามารถที่จะ Scan ลงไปให้มันชัด ๆ ได้ครับ ท่านจะเห็นว่าคนที่ถูกหลอกลวงจะอยู่ในช่วงของอายุ ๓๑-๔๐ ปี อยู่ที่ประมาณ ๒๘.๗๒ เปอร์เซ็นต์ ลำดับที่ ๒ กลุ่มบุคคลที่อยู่ในช่วง ๑๘-๒๕ ปี อยู่ที่ ประมาณ ๑๗.๔๒ เปอร์เซ็นต์ ๒๖-๓๐ ปี ๑๗.๔๐ เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นก็เฉลี่ยเป็น ๑๘-๒๕ ปี จนกระทั่งอายุ ๕๑-๖๐ ปีขึ้นไปครับ คราวนี้มาดูยอดระหว่างชายและหญิงใครโดนแก๊ง Call Center หลอกลวงมากกว่ากันครับ จะเป็นว่าหญิงมีการถูกหลอกโดยแก๊ง Call Center มากที่สุด ๖๔ เปอร์เซ็นต์ ทางผู้ชาย ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ก็คือเป็นข้อมูลพื้นฐานที่เกิดขึ้น เราเฉลี่ยความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อวัน เฉลี่ยต่อวันวันหนึ่งจะเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ วันละ ๗๗ ล้านบาทต่อวัน ขอสไลด์ต่อไปครับ เมื่อไม่กี่วันนี้เอง ๒-๓ วันที่ผ่านมาทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เข้าไปจับชาวจีน ๖ คนที่เป็นแก๊ง Call Center ทำ SIM Box เมื่อทำ SIM Box ต้องมี SIM Card เมื่อไปทลายในกลุ่มนี้จะเห็นว่ามี SIM ที่นำไปใช้งานอยู่ ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ SIM ถามว่า ๒๐๐,๐๐๐ SIM ทั้ง ๆ ที่กสทช. เองได้มีการกำหนด หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ว่าทุกคนถือ SIM ได้ไม่เกิน ๕ SIM วันนี้ชาวจีน ๖ คนมี SIM ๒๐๐,๐๐๐ SIM เป็นไปได้อย่างไร ตรงนี้เป็นคำถามที่พี่น้องประชาชนสอบถามมา แต่ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า อย่างไรก็ตามแก๊ง Call Center เขาก็ต้องให้ประชาชนไปลงทะเบียนคนละ ๕ SIM ๕ SIM ๕ SIM ถือมาจนครบ ๒๐๐,๐๐๐ SIM นั่นละครับ อันนี้คือปัญหาว่าเราจะแก้ไขเรื่องนี้ ได้อย่างไร ขอสไลด์ต่อไปครับ สไลด์นี้เป็นสไลด์ที่มีความสำคัญมากครับ วันนี้ผมต้องชื่นชม ทางท่านรัฐมนตรี DES หรือทางรัฐบาลว่าท่านกำลังเดินมาถูกทางแล้วในการที่ท่านจะออก ร่างพระราชกำหนดดังกล่าวในวันนี้ ผมเรียนนะครับว่าปัจจัย ๒ อย่างในการที่จะทำให้แก๊ง Call Center ทำงานได้ประสบผลสำเร็จในการที่จะหลอกลวงพี่น้องประชาชน ปัจจัยแรกปัจจัยทางอากาศ ปัจจัยทางอากาศก็คือจะมาด้วยระบบที่เราเรียกกันว่าผ่านค่ายมือถือ ปัจจัยที่ ๒ ถ้าเรียกกัน ให้หรู ๆ หน่อยก็คือทางการเงิน เพราะฉะนั้นปัจจัยนี้ก็คือเมื่อเขาหลอกลวงผ่านระบบ มือถือสำเร็จ แล้วก็จะต้องมีการโอนเงินดังกล่าวไปให้กับเขาในการหลอกลวงพี่น้องประชาชน ถ้าขาดปัจจัยแรกไม่สามารถทำสำเร็จได้ ปัจจัยที่ ๒ ก็ไม่สามารถจะโอนเงินได้ ถ้าปัจจัยที่ ๑ ทำสำเร็จ แต่ปัจจัยที่ ๒ ไม่สำเร็จ ความหมายก็คือแก๊ง Call center ก็ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ ในการทำงานของเขาได้ เพราะฉะนั้นมันจะต้องมีปัจจัยในการทำทั้ง ๒ องค์ประกอบให้ครบถ้วน ทั้งหมดครับท่านประธาน เรามาดูว่ายอดการใช้โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันที่เกิดขึ้นมีจำนวน เท่าไรครับท่านประธาน จำนวนเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้งานในปัจจุบันที่เป็นที่ Active หรือว่า ใช้งานได้ มีจำนวนทั้งสิ้น ๑๑๕,๕๐๐,๐๐๐ เลขหมายเศษครับ เป็นระบบที่เราเรียกกันว่า เติมเงิน เติมเงินก็คือ Prepaid นะครับ ๘๔,๙๐๐,๐๐๐ กว่าเลขหมายเศษนะครับท่านประธาน Postpaid ก็คือรายเดือน มีอยู่ประมาณ ๓๐,๖๒๐,๐๐๐ กว่าเลขหมายเศษ อันนี้เป็นจำนวน เลขหมายที่ Active ที่ใช้งานในปัจจุบัน ท่านประธานจะเห็นว่าเมื่อเทียบกับพลเมืองของประเทศ ที่มีอยู่ ๖๖ ล้านคน แสดงว่าประชาชนมีการใช้งานโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก ซึ่งทุกคน อาจจะถือ ๒ เบอร์ ๓ เบอร์ โดยเฉพาะบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีอาจจะถือเบอร์มากกว่านั้นครับ ท่านประธานครับ คราวนี้มาดูปัจจัยที่ ๒ ก็คือ เรื่องเกี่ยวกับสถาบันการเงินที่จะต้องโอนเงิน ออกในการที่จะทำให้แก๊งมิจฉาชีพต่าง ๆ นี้ทำงานได้สำเร็จครับท่านประธานครับก็คือ ยอดบัญชีที่เปิดในประเทศไทยในขณะนี้ที่เป็นออมทรัพย์ครับท่านประธาน จากข้อมูลของ ธนาคารแห่งประเทศไทย ณ เดือนตุลาคมปี ๒๕๖๗ ยอดบัญชีออมทรัพย์ที่เปิดไว้มีจำนวน ทั้งสิ้น ๑๒๔,๙๐๐,๐๐๐ บัญชีเศษครับท่านประธาน ตรงนี้ก็คือยอดนี้นะครับเป็นการทำงาน ผ่านมือถือ ผ่านอากาศแล้วก็มาผ่านระบบการเงินเพื่อที่จะโอนเงินดังกล่าวให้ประสบ ผลสำเร็จให้ได้ ตรงนี้เราจะป้องกันหรือ Block เรื่องนี้นต้นเหตุ ผมชื่นชมนะครับว่าวันนี้ทาง รัฐบาลเดินมาถูกทางแล้ว เรากำลังแก้ไขที่ต้นเหตุ ไม่ได้แก้ไขที่ปลายเหตุครับท่านประธาน ปัจจัยที่เราจะทำให้แก๊ง Call center ทำงานไม่สำเร็จก็คือ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านฐากรครับ ท่านฐากรเข้าสู่คำถามเลยครับ🔗

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

๑. เราจะต้องมีการ Block ในการโทร คำถามแรกนะครับท่านประธาน คำถามแรกก็คือร่างพระราชกำหนดดังกล่าว ที่กำหนดให้ค่ายมือถือและธนาคารร่วมชดใช้กรณีลูกค้าถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน มีวัตถุประสงค์และมีสาระสำคัญอย่างไรบ้าง แล้วก็จะมีผลบังคับใช้ในวันที่เท่าไร และ มาตรการในการออกมาดังกล่าวนี้เข้มข้นหรือไม่เข้มข้นกว่าประเทศสิงคโปร์ที่ออกมา อย่างไรบ้างครับท่านประธาน เป็นคำถามที่ ๑ ครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านใช้เวลาไป ๑๐ นาทีครึ่งนะครับ เหลืออีก ๒ คำถาม ท่านมีเวลาแค่ ๔ นาที บริหารจัดการเวลาด้วยครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผมต้องขอถือโอกาสนี้ได้ขอบพระคุณท่านฐากร ตัณฑสิทธิ์ ที่ท่าน มีความห่วงใยในเรื่องปัญหาแก๊ง Call center ซึ่งทำการหลอกลวงพี่น้องประชาชนอย่างแพร่หลาย นะครับ เรื่องนี้ต้องเรียนว่าปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาของสังคมไทยในยุคปัจจุบันปัญหาที่สำคัญ ปัญหาหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นต่อกรณีคำถามของท่านนี้ ผมขออนุญาตได้เล่าพอสังเขป แล้วก็จะขออนุญาต ได้ตอบคำถามของท่านนะครับ ท่านได้เปิดกระทู้ถามมาเรื่องของ Model ของสิงคโปร์นะครับ ในเรื่องนี้ต้องเรียนว่าสิงคโปร์เขามีหลัก ๆ อยู่ ๓ เรื่องด้วยกันที่เขาประกาศมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องของการปิดกั้น ปิดกั้นทันทีก็คือเป็นการปิดกั้นการนำเข้า ข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ที่เข้าข่ายหลอกลวงพี่น้องประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ เรื่องที่ ๒ ที่ทางสิงคโปร์ได้ทำคือการให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการระงับเหตุที่ต้องสงสัยนะครับ แม้ว่า ผู้เสียหายจะไม่ยินยอมก็ตาม อย่างเช่น ผู้เสียหายยังยืนยันที่จะโอนเงินไปให้แก๊งมิจฉาชีพสมมุตินะ ครับ ทางเจ้าหน้าที่เขาก็สามารถระงับได้แล้วไปทำความเข้าใจในภายหลัง สุดท้ายสาระสำคัญเรื่อง หนึ่งของสิงคโปร์ก็คือให้ Telco และแบงก์ ร่วมรับผิดชอบ แล้วก็ร่วมสร้างมาตรฐานนะครับ อันนี้ ก็เป็นมาตรฐานที่สิงคโปร์ได้กำหนดเอาไว้นะครับ ผมขออนุญาตได้ตอบเรียนต่อนะครับว่าในเรื่องนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ท่านฐากรคงทราบดีว่าเรามีคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นตาม พระราชกำหนดขึ้นมา ๑ ชุด เรียกว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทาง เทคโนโลยี แล้วคณะกรรมการชุดนี้มีการประชุมทุกเดือนอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง แล้วได้ออกนโยบายและมาตรฐานที่เป็นรูปธรรมเพื่อสร้างความมั่นใจและสร้างระบบที่ป้องกัน ไม่ให้พี่น้องประชาชนได้ถูกหลอกลวงจากผู้ก่ออาชญากรรม ผมพูดหลักที่เราใช้มาตรการนะครับ🔗

เรื่องแรกครับ สถาบันการเงินห้ามส่ง Link ทุกประเภทผ่าน SMS อีเมล และ ห้ามส่ง Link ของข้อมูลสำคัญผ่าน Social Media อันนี้ก็เป็นเรื่องที่จำเป็นที่เราได้ออก มาตรการไป🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือการจำกัดจำนวนบัญชีผู้ใช้งาน Mobile-Banking ให้ใช้ได้ใน ๑ อุปกรณ์เท่านั้นนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ก็คือให้สถาบันการเงินต้องแจ้งผู้ใช้บริการ Mobile-Banking ก่อนทำ ธุรกรรมทุกครั้ง🔗

เรื่องที่ ๔ ยกระดับความปลอดภัยในเรื่อง Mobile-Banking โดยมีการพัฒนา ระบบความปลอดภัยในระบบมือถือเพื่อรองรับกับภัยการเงินในรูปแบบใหม่ ๆ แล้วก็ต้องมี การตรวจจับและติดตามบัญชีธุรกรรมที่ต้องสงสัยที่เราเรียกว่า Near Real Time เพื่อระงับ เหตุได้ทันทีนะครับ ในเรื่องนี้ในอดีตที่ผ่านมาผมต้องเรียนท่านสมาชิกว่าเคยมีฎีกานะครับ ฎีกาที่สำคัญเรื่องหนึ่งก็คือ ฎีกาที่ ๖๒๓๓/๒๕๖๔ คำพิพากษาของศาลฎีกากรณีผู้เสียหาย ถูกหลอกให้กด Link ปลอม ทำให้คนร้ายสามารถควบคุมโทรศัพท์ แล้วก็สามารถโอนเงินออกจาก บัญชีของผู้เสียหายได้ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยให้ธนาคารและผู้เสียหายมีความรับผิดชอบร่วมกันครับ ก็คือเห็นว่าธนาคารนั้นไม่ได้ทำการรักษาความปลอดภัยของระบบให้ดี ส่วนผู้เสียหายนั้นก็เป็น ประเด็นที่ทำให้มีความประมาทเลินเล่อนะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่เคยมีฎีกามา ในอดีตแล้วนะครับ อย่างไรก็ตามเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาต้องเรียนว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกิจและสังคมได้เสนอร่างพระราชกำหนดมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ทางด้านเทคโนโลยีขึ้นมาเสนอต่อ ครม. ซึ่งในเรื่องนี้อยู่ระหว่างการที่กฤษฎีกากำลังตรวจร่าง อยู่แล้วก็หลังจากตรวจร่างเสร็จก็จะเอาเข้าผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีและตามที่ ท่านได้ถามมาว่าจะมีผลเมื่อไร เราคาดว่าเราอยากให้เกิดผลบังคับใช้ภายในเดือนมกราคม ปีหน้านะครับ ผมขออนุญาตไปที่สาระสำคัญเล็กน้อย อาจจะไม่ได้ลงรายละเอียดลึกมากเนื่องจากว่า ขณะนี้เป็นร่างพระราชกำหนดอยู่นะครับ ขอให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อย เสียก่อนนะครับค่อยลงในรายละเอียดเพิ่มเติม สาระสำคัญหลัก ๆ ก็คือเป็นเรื่องของการเพิ่ม ความรับผิดชอบของแบงก์และเครือข่ายมือถือ อันนี้เป็นหลักเป็นข้อสำคัญที่เป็นที่ไปที่มา ของร่างพระราชกำหนดอันนี้ เพิ่มสาระสำคัญอย่างไรครับท่านฐากร ก็คือว่าหากธนาคารก็ดี หรือผู้ประกอบการธุรกิจมือถือก็ดีไม่ปฏิบัติตามมาตรการที่คณะกรรมการได้กำหนดเอาไว้ จะต้องมีส่วนในการรับผิดชอบ มาตรการมีหลายอย่างมากนะครับผมยกตัวอย่างในเรื่องของ มาตรการบางเรื่องก็คืออย่างเรื่องการส่ง SMS ของค่ายโทรศัพท์มือถือต่าง ๆ จะต้องมีการ Reset ใหม่หรือว่ามีการ Cleansing ใหม่ทั้งหมดนะครับ เพราะว่าวันนี้ SMS ที่ส่งตาม โทรศัพท์มือถือต่าง ๆ จะแนบ Link ไปด้วยและ Link เหล่านั้นก็เป็น App ดูดเงิน ทำการ หลอกลวงพี่น้องประชาชนนะครับ นอกจากนั้นแล้วยังได้มีสาระที่สำคัญหลายอย่างในเรื่อง ของการกำหนดมาตรการในเรื่องของการซื้อสินทรัพย์ดิจิทัล อันนี้เป็นเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องของการกำหนดหน้าที่ในการรายงานข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางด้าน การเงินบัญชีเงินฝากจะมีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้นนะครับ แล้วก็จะมีการเพิ่มบทกำหนดโทษ สำหรับผู้นำเข้าระบบคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลใด ๆ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ นะครับ นอกจากนั้นแล้วยังเพิ่มโทษ สำหรับผู้กระทำการเก็บรวบรวมหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล นะครับ ประเด็นหนึ่งที่มีความสำคัญที่ผมขออนุญาตได้กราบเรียนก็คือว่า ใน พ.ร.ก. นี้ จะมีเรื่องของการเยียวยาคืนเงินที่เกี่ยวข้องให้กับผู้เสียหายซึ่งเดิมนี้จะใช้เวลาในการคืนเงิน พอสมควรนะครับ คิดว่าพระราชกำหนดอันนี้จะลดระยะเวลาในการเร่งคืนเงินให้กับพี่น้อง ประชาชนที่ได้รับความเสียหายนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตได้เพิ่มเติม ในบางประเด็นนะครับ เนื่องจากท่านฐากรได้สอบถามหลายประเด็นและเป็นคำถามที่มีประโยชน์ อย่างเช่น SIM ๒๐๐,๐๐๐ กว่า SIM นี้เราจะมีการควบคุมอย่างไร ในเรื่องการซื้อขาย SIM จริง ๆ เรามีมาตรการหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ครอบครอง SIM นี้ กสทช. ได้กำหนดว่า ไม่เกิน ๕ SIM กรณีบุคคลธรรมดา แต่มันมีบุคคลตามกฎหมายที่เรียกว่า นิติบุคคล ได้ไปซื้อ SIM อย่างนี้เป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน อันนี้ก็จะต้องได้ดำเนินการตรวจสอบแล้วก็ เรียกมายืนยันตัวตนนะครับ หากไม่สามารถมายืนยันตัวตนได้ก็จะดำเนินการระงับการใช้ ที่ผ่านมาต้องเรียนว่ามีรายงานจำนวนเลขหมายที่ยังไม่มายืนยันตัวตนนี่ก็มากพอสมควรนะครับ ผมยกตัวอย่างนะครับ เลขหมายที่มีการครอบครองตั้งแต่ ๑๐๑ เลขหมายขึ้นไปเรากำหนด ให้มายืนยันตัวตนในวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ หลายเดือนที่ผ่านมา ตัวเลขล่าสุด ณ วันที่ ๑๖ ธันวาคมนี้นะครับ ยังมีจำนวนเลขหมายที่ต้องมายืนยันตัวตนอีกประมาณ ๘๘๙,๐๐๐ ราย นั่นหมายถึงว่าถ้าไม่มายืนยันตัวตนเราก็ต้องระงับการใช้ นอกจากนั้นแล้วกรณีที่มีการ ถือครอง SIM ตั้งแต่ ๖-๑๐๐ เลขหมายนี้ เรากำหนดให้มาในวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ตัวเลขล่าสุดเดือนธันวาคมยังมีจำนวนหมายเลขคงเหลือที่ต้องมายืนยันตัวตนอีก ๑,๖๐๐,๐๐๐ หมายเลข ตรงนี้ต้องดำเนินการต่อไป หากพบว่าเป็น SIM ที่ต้องสงสัยในการ กระทำความผิดก็ต้องระงับทั้งหมด เพราะฉะนั้นผมยังมีความมั่นใจว่าร่างพระราชกำหนดนี้ จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ในระดับที่มีประโยชน์และส่งผลอย่างนัยสำคัญต่อพี่น้องประชาชน ที่ถูกภัยออนไลน์หรือแก๊ง Call Center นี้ได้ทำการหลอกลวง ขออนุญาตตอบคำถามแรกครับ ท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านฐากรคำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมจะพยายามกระชับให้เร็วที่สุด คำถามที่ ๒ ที่จะถามต่อไปครับ ก่อนที่จะถามขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าใน พ.ร.บ. เกี่ยวกับ พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๖๐ ท่านประธานครับ คือให้อำนาจของกระทรวง DE ในการที่จะแต่งตั้งเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ได้นะครับ ขอขึ้นสไลด์ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ซึ่งตรงนี้การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ อยากจะเสนอแนะใน พ.ร.ก. ที่ออกด้วยนะครับว่าเป็นไปได้ไหมว่าวันนี้เรากำหนดให้ค่ายมือถือ แล้วก็ธนาคารแห่งประเทศไทย ก็คือหน่วยของธนาคารนี้ เดี๋ยวผมจะพูดแยกกันนะครับว่าในกรณี ของ กสทช. หรือธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นไปได้ไหมครับ ท่านจะแต่งตั้งคนกลุ่มนี้ได้ออก พ.ร.ก. ดังกล่าวเป็นเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ แล้วในส่วนที่ ๒ ครับ ในกรณีที่เป็นค่ายมือถือ แล้วก็สถาบันการเงินจะออกใน พ.ร.ก. ดังกล่าวให้แต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน หมายถึงว่า เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการปฏิบัติงานของค่ายมือถือและสถาบันการเงิน ตรงนี้จะทำให้เรา ดำเนินการที่ต้นเหตุของการเกิดปัญหาดังกล่าวได้ทันท่วงทีครับท่านประธาน คำถามสั้น ๆ จะได้มี คำถามที่ ๓ ต่อไปครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ประเสริฐ จันทรรวงทอง ขออนุญาตตอบคำถามของท่านฐากรนะครับ ท่านได้มีความห่วงใยอีกเช่นเดียวกันในการให้ หลาย ๆ หน่วยงานนี้ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ยกตัวอย่างเช่น กสทช. หรือ ธนาคาร หรือว่าบริษัทผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม ต้องเรียนว่าในเรื่องนี้คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทางด้านเทคโนโลยี ซึ่งเราได้แต่งตั้งมาเรียบร้อยแล้วนะครับ ในเรื่องนี้มีสำนักงาน กสทช. เป็นองค์ประกอบอยู่แล้ว มีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มี DSI มี ปปง. มีธนาคารแห่งประเทศไทย กสทช. มี NT เรียกว่าเป็นองค์คณะใหญ่นะครับ อย่างไรก็ตามท่านได้แนะนำในเรื่องของการแต่งตั้งตามพระราชบัญญัติ ที่ผมกราบเรียน นี่เป็นเรื่องพระราชกำหนดครับ แล้วเราก็ตั้งคณะขึ้นมาก็จะรับข้อเสนอของท่านไป ซึ่งคิดว่า เป็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์แล้วก็จะเพิ่มคณะทำงานให้หลากหลาย แล้วก็มีความพร้อม มากยิ่งขึ้นนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณในข้อเสนอที่ท่านมีความห่วงใยอีกเช่นเดียวกันครับ ท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับท่านรัฐมนตรี เชิญท่านฐากร คำถามสุดท้าย เชิญครับ🔗

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ที่ได้ให้ข้อมูลว่าในส่วนของการที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ที่ผมนำเสนอก็คือ เป็นคณะกรรมการทางด้านคอมพิวเตอร์ที่กำหนดไว้ว่าเป็นเจ้าพนักงาน เขาจะได้มีความ รับผิดชอบร่วมกัน และเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานด้วยนะครับ คำถามสุดท้ายครับท่านประธาน การที่เราจะทำให้ค่ายมือถือเองหรือสถาบันการเงินเขามีความรับผิดชอบในการที่จะ ดำเนินการ คือเราก็จะต้องมีส่วนร่วมในการที่จะช่วยเหลือเขา ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าการที่ จะทำให้ค่ายมือถือเองได้มีการวางระบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหรือสถาบันการเงินได้มีการวาง ระบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเขาจะต้องใช้เงินลงทุนอย่างมาก เป็นไปได้ไหม ตอนออกพระราชกำหนด ตรงนี้ ผมเรียนอย่างนี้ว่าของ กสทช. เอง เขามีเงินที่เราเรียกกันว่า ผู้ประกอบการทางด้าน โทรคมนาคมจะต้องนำส่งเงินที่เราเรียกกันว่า เงิน USO หรือบริการทั่วถึงให้กับ กสทช. ท่านออกพระราชกำหนดตรงนี้ในการที่เมื่อเราให้ทางค่ายมือถือเขาไปดำเนินการแล้วก็ให้เขา หักเงินดังกล่าวได้ด้วย เพราะฉะนั้นการลงทุนอาจจะลงทุน ๔๐๐-๕๐๐ ล้านบาท ลงทุน ในส่วนที่มีการจ้างบุคลากรต่าง ๆ เข้ามาดำเนินการให้เขาหักเงินดังกล่าวโดยที่นำส่งให้กับ กสทช. น้อยลง แต่ก็จะทำให้การทำงานของเรานี้ประสบผลสำเร็จ🔗

อันที่ ๒ ในกรณีของสถาบันการเงินผมเรียนอย่างนี้ครับว่า มันคล้าย ๆ กัน เงินที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจตรงนี้ได้หรือเปล่าในการที่จะให้เขาสร้างระบบให้มันดีมากยิ่งขึ้น กว่านี้เพื่อที่จะป้องกันต้นเหตุต่าง ๆ ในการที่จะโอนเงินออกไป เช่น ผมเรียนอย่างนี้ว่าพรรคพวก กันนี่นะครับ ลูกหลานเพิ่งโดนแก๊ง Call Center หลอกลวงไป โดยที่โทรเข้าไปที่ศูนย์ AOC 1441 แต่เพียงแต่ว่ากระบวนการในการที่กว่าจะรับเรื่องแล้วก็ทำทั้งหมดนี้ใช้เวลานานมากครับ ในที่สุด ก็คือลูกหลานผมเองได้ถูกแก๊ง Call Center หลอกลวงเงินไปเป็นหลักล้านบาทไปแล้วครับ ผ่านพ้น ไประยะเวลาครึ่งชั่วโมงไม่สามารถจะกลับได้แล้ว แต่ถ้าเรามีระบบที่ดีอย่างที่บอกจะสามารถ ป้องกันตรงนี้ได้ เป็นไปได้ไหมครับว่าอยากฝากท่านประธานผ่านไปที่ท่านรองนายกและท่าน รัฐมนตรีว่า ในส่วนนี้ปรึกษากับทางกระทรวงการคลัง และ กสทช. ในการที่จะทำระบบที่ดีกว่านี้ แล้วก็ให้มีประโยชน์มากกว่านี้ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ เชิญท่านรัฐมนตรีคำถามสุดท้าย เชิญครับ🔗

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมขออนุญาตย้อนไปเรื่อง คำถามที่ ๒ นิดเดียวนะครับ ก็คือประเด็นของท่านฐากรคืออยากให้ตั้งกรรมการตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เข้าใจตรงกันนะครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมรับไปหารือก่อนนะครับ🔗

ส่วนประเด็นคำถามที่ท่านก็มีความห่วงใยเช่นเดียวกันในเรื่องการวางระบบมือถือ ให้ค่ายมือถือ หรือสถาบันการเงินได้มีระบบมาตรการในการป้องกันและรักษาความปลอดภัย ที่เข้มงวดยิ่งขึ้น หลาย ๆ เรื่องนั้นจำเป็นต้องใช้งบประมาณ ซึ่ง กสทช. ได้มีงบประมาณส่วนหนึ่ง ที่เราเรียกว่า งบ USO แล้วปกติก็จะมีเงินนำส่ง มีอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ท่านฐากร ได้เสนอในเรื่องถ้ามีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของหน่วยงานอย่างเช่น โอเพอเรเตอร์หรือว่าธนาคาร ถ้าเอาเงินจำนวนนี้มาใช้แล้วก็หัก เรียกว่าไปลดเงินนำส่งจะสามารถทำได้มากน้อยอย่างไร เพียงไร เพราะฉะนั้นแล้วในเรื่องนี้ผมขออนุญาตท่านประธานแจ้งไปยังท่านฐากรว่าผมรับเรื่องนี้ ไปประสานงานกับทาง กสทช. แล้วก็กระทรวงการคลังในการที่จะปฏิบัติตามระเบียบ ข้อกฎหมายให้ถูกต้อง หากสามารถดำเนินการได้ก็อาจจะต้องไปปรึกษาหลาย ๆ หน่วยงาน และนำไปสู่กระบวนการในชั้นปฏิบัติต่อไปนะครับ ขอรับข้อเสนอไปครับ ขอบคุณท่าน ประธานครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีมากครับ เป็นอันจบกระทู้ถามสดด้วยวาจาที่ ๓ นะครับ ต่อไปเข้าสู่ ระเบียบวาระถัดไปนะครับ🔗

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗

๑. เรื่อง ปัญหาการบริหารจัดการพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ป้อมแผลงไฟฟ้า ตำบลตลาด อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ นายวีรภัทร คันธะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

แต่เนื่องด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ ถามเรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี มาตอบแทนนะครับ ท่านรัฐมนตรีมาหรือยังครับ มาแล้วนะครับ เชิญท่านผู้ตั้งกระทู้เลยครับ ท่านวีรภัทร คันธะ เชิญครับ คำถามที่ ๑ ครับ🔗

นายวีรภัทร คันธะ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรภัทร คันธะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง พรรคประชาชนครับ วันนี้ขออนุญาตต้องกลับมาอีกครั้งนะครับ เมื่อ ๑ ปีที่แล้วผมก็ได้ตั้ง กระทู้ถามกับท่านรัฐมนตรีช่วย ท่านทรงศักดิ์นะครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาตขอบคุณท่าน ทรงศักดิ์เมื่อขวบปีที่แล้วผมตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับปัญหาเรื่องของสงกรานต์พระประแดง แล้วก็หลังจากที่มีการพูดคุยกันตั้งกระทู้ถามไป ปีที่ผ่านมาสงกรานต์พระประแดงเป็นสงกรานต์ ที่ปลอดภัยไร้เหตุรุนแรง แล้วก็เป็นที่น่าชื่นชม ผมก็ขออนุญาตส่งคำชื่นชมไปยังท่านด้วยนะครับ แม้ว่าในช่วงที่มีการตั้งกระทู้ถามอาจจะมีความเข้าใจผิดพลาดไปบ้าง เพราะว่ามีการสื่อสาร ออกมาว่าเหมือน สส. จะไปยกเลิกสงกรานต์พระประแดง จริง ๆ แล้ว สส. วีรภัทรเป็น สส. ที่ชื่นชอบเรื่องวัฒนธรรมพระประแดงนะครับ โดยเฉพาะเรื่องของโบราณสถาน แล้วก็ วัฒนธรรมประเพณี ทั้งนี้ก็ไม่ได้จะมายกเลิกโบราณสถานแต่ว่ามาพูดคุยเกี่ยวกับวิธีการ ในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาว่าเราจะทำอย่างไรในการฟื้นฟูดูแลโบราณสถานแห่งนี้ ขออนุญาตทางฝ่ายโสตช่วยเปิดคลิปวิดีโอสักนิดหนึ่งขอบคุณครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวีรภัทร คันธะ สมุทรปราการ

จะเห็นจากคลิปวิดีโอนะครับ ท่านจะ เห็นว่าเหมือนเป็นพื้นที่ป่าไม้ มีใบหญ้า มีต้นไม้ปกคลุม อันนี้เป็นพื้นที่ภายในอุทยาน ประวัติศาสตร์ป้อมแผลงไฟฟ้า อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเราประสบ ปัญหาเรื่องของการปล่อยทิ้งร้าง ขออนุญาตไปที่ภาพถัดไปครับ จะเห็นว่าจริง ๆ แล้วมีป้อมปืน มีอาคารที่น่าสนใจ ซึ่งผมได้พูดคุยกับทางอธิบดีกรมศิลปากรนะครับ ก็ทราบแล้วว่าทาง โบราณสถานแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว แต่ปัญหาก็คือเรื่องของการบริหาร จัดการพื้นที่ครับ เพราะว่าเรื่องของการบริหารจัดการพื้นที่เหล่านี้ผมคิดว่ามีปัญหา เพราะว่า การปล่อยทิ้งร้างไม่แน่ใจว่าเกิดเพราะมีคนมามั่วสุม หรือปล่อยทิ้งร้างแล้วมีคนมามั่วสุมจึงทำ ให้เกิดการปิดไม่ให้ใช้พื้นที่ ซึ่งในสมัยก่อนป้อมแผลงไฟฟ้านี้มีอายุเป็น ๑๐๐ ๒๐๐ ปีนะครับ ชาวบ้านพระประแดงก็เติบโตมากับพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์แห่งนี้ แล้วก็ใช้พื้นที่แห่งนี้ ในการดูแล เข้ามาใช้เป็นพื้นที่สาธารณะ เข้ามาทำกิจกรรมกัน แต่ว่าหลายปีที่ผ่านมาก็มีการ ปิดป้อมนี้ไปแล้วก็ปล่อยให้เกิดทิ้งร้างก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ขอถัดไปเลยครับ จะเห็นว่า หน้าตาดูแล้วมีคุณค่าน่าสนใจ ถ้าท่านเคยไปที่ป้อมพระจุลก็จะเจอหน้าตาลักษณะคล้าย ๆ กันนี้ แต่ว่าที่ป้อมพระจุลที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์อาจจะมีสภาพการดูแลที่ดีกว่านี้นะครับ ตรงนี้ ก็จะเห็นว่าแทบจะไม่ได้มีการดูแลอะไรที่เป็นกิจจะลักษณะ ขออนุญาตไปต่อไปเลยครับ จริง ๆ ผมมีความเข้าใจ แล้วผมใช้คำว่าผมเข้าใจนายกเทศบาลเมืองพระประแดง เพราะผมก็เห็นความ พยายามในการบูรณะ หรือว่าทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่สะอาดขึ้น ถ้าท่านเห็นจากสไลด์นะครับ ผมไปถ่ายรูปมาในเดือนมกราคม ปี ๒๕๖๖ ท่านจะเห็นว่ามีกองขยะเยอะแยะมากมาย ส่งผลให้พื้นที่นี้ไม่ว่าจะทำอย่างไรประชาชนไม่อยากเดินเข้ามาเลย เนื่องจากพื้นที่หน้าอุทยาน ป้อมแผลงไฟฟ้าเป็นตลาดสด เป็นพื้นที่ของตลาดสด ดังนั้นเวลาจะทิ้งขยะพื้นที่ตรงนี้ ยังสามารถเป็นพื้นที่ว่าง เพราะว่าเนื่องจากเทศบาลพระประแดงเป็นเทศบาลที่เล็กที่สุด ในประเทศไทย มีขนาดประมาณ ๐.๖ ตารางกิโลเมตร เล็กมากนะครับ ผมคิดว่า ๓๐ นาที ก็เดินทั่วเทศบาลแล้ว ดังนั้นพื้นที่การจัดการ พื้นที่ที่เป็นที่ว่างนี้จึงมีน้อยมาก ถ้าท่านเห็นจาก สไลด์มีรูปของขยะอยู่ หรือว่าประตูที่แบบอาจจะยังดูไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไร ซึ่งปัจจุบันนี้ ผมเพิ่งไปลงกับทางทีวีรัฐสภามา ล่าสุดไปทำ Scoop กัน เรื่องของการติดตามการทำงาน ของ สส. ก็ได้แวะไปเยี่ยมเยียนที่ป้อมแผลงไฟฟ้ามา วันนั้นก็ถือว่าโชคดีมากที่มีคนเข้ามาทำ ความสะอาดให้ดูสดใสมากขึ้น แต่ว่าปัญหาที่แท้จริงนี่มันคือการไม่ได้เปิดให้เข้าไปใช้นะครับ ขออนุญาตไปที่สไลด์ต่อไปเลยครับ การสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนคือหัวใจสำคัญ ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุด้วยการสั่งปิด ซึ่งผมมองว่าการสั่งปิดแล้วเปิดแค่เฉพาะช่วง ประเพณีสำคัญ เช่น ช่วงสงกรานต์ หรือลอยกระทงอาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ โดยเฉพาะรัฐบาล ที่ปัจจุบันกำลังส่งเสริมเรื่องของนโยบาย Soft Power เรากำลังพยายามผลักดันให้ โบราณสถานกลับมาเป็นโบราณสถานที่ทรงคุณค่า แล้วก็โบราณสถานเหล่านี้ถือว่าเป็นสมบัติ ของชาติ เป็นหลักฐานแสดงความมีอยู่ของเอกราชของชาติ โดยเฉพาะป้อมแห่งนี้ที่เป็นป้อม ที่ไว้รักษาการป้องกันประเทศไม่ให้ถูกข้าศึกรุกรานเข้าสู่เมืองหลวงครับ สไลด์ถัดไปเลยครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างว่าในประเทศไทยก่อนหน้านี้เราจะมีตัวอย่างงาน Art Biennale ในฐานะที่ผมอยู่กรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมด้วย ซึ่ง Art Biennale เป็นการจัดการโดยใช้สถานที่หรืออาคารในจังหวัดเชียงราย ล่าสุดนะครับ เพื่อจัดกิจกรรม หรือแสดงแสงสีเสียง หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกกันว่า Projection Mapping นะครับ ก็สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว แล้วก็เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของพื้นที่ได้นะครับ แสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ ของเมืองนั้น เล่าเรื่องราววิถีชีวิตของเมืองนั้น Promote สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ อย่างเช่น ที่วัดร่องขุ่นที่จังหวัดเชียงราย ผมขออนุญาตไปที่สไลด์ต่อไปเลยครับ อย่างที่เห็นในสไลด์ครับ ก็จะเป็นตัวอย่าง Projection Mapping ที่อยุธยา เป็นการฉายภาพเคลื่อนไหวสิ่งปลูกสร้าง ก็ทำให้อาคารมีชีวิตแล้วก็ช่วยดึงดูดความสนใจได้นะครับ การฉายภาพแสงสีเสียงบนกำแพง วัดหรือโบราณสถานเพื่อเล่าเรื่องราวการสร้างวัดหรือวัฒนธรรมของชุมชนจะช่วยสามารถ สร้างแรงดึงดูดทางการท่องเที่ยวได้ หรือการสร้างภาพจำลองทางประวัติศาสตร์ก็จะทำให้ คนหันกลับมาสนใจประวัติศาสตร์หรือรากเหง้าเมือง ซึ่งตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จนะครับ เช่น วัดอรุณราชวรารามก็ใช้เทคโนโลยีนี้นะครับ หรือแม้แต่อยุธยา Light Fest ก็มีการแสดง แสงสีเสียงโบราณสถานของอยุธยา สร้างความน่าสนใจให้กับคนไทยและคนต่างชาติ ซึ่งนอกจากดึงดูดนักท่องเที่ยว เพิ่มมูลค่าให้กับสถานที่สำคัญแล้วยังช่วยเล่าเรื่องราว วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของพื้นที่ในรูปแบบที่ทันสมัยหรือที่รัฐบาลพยายามส่งเสริม เรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์นะครับ ก็เหมาะสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวหรือเทศกาล ที่ต้องการสร้างความโดดเด่น ดังนั้นแล้วตอนนี้ปัญหาที่เราเจอกันโดยตรงก็คือการกระตุ้น เศรษฐกิจในพื้นที่ เนื่องจากปัจจุบันก็ต้องยอมรับตามตรงครับว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ก็ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจปากท้องนะครับ ถ้าหากมีการกระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยการ ทำให้โบราณสถานนี้กลับมาเป็นโบราณสถานที่ทรงคุณค่า มีความคิดสร้างสรรค์โดยการ นำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาจะเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์มากเลยครับ ขออนุญาตไปที่ สไลด์ต่อไปเลยครับ🔗

ขออนุญาตไปที่คำถามแรกเลยครับ ในเชิงการกระจายอำนาจเกี่ยวกับการ ปล่อยปละพื้นที่สาธารณะนะครับ รัฐบาลมีนโยบายการกระจายอำนาจการบริหารพื้นที่สาธารณะ ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ปัญหาการปล่อยปละละเลยสถานที่พื้นที่สำคัญ อย่างเช่น อุทยานประวัติศาสตร์ป้อมแผลงไฟฟ้าสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการท้องถิ่น หรือไม่ แล้วกระทรวงมหาดไทยจะมีแนวทางตรวจสอบหรือกำกับดูแลการปฏิบัติงานขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบพื้นที่สาธารณะอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดการละเลยหน้าที่ จนกระทบต่อประชาชนและมรดกทางวัฒนธรรมนะครับ รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร เพื่อป้องกันปัญหาการละเลยพื้นที่สาธารณะในอนาคตหลังจากที่มีการกระจายอำนาจไปยัง ท้องถิ่นครับ ขอบคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาทำหน้าที่ตอบกระทู้ถาม ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านอีกครั้งนะครับ ท่านวีรภัทร คันธะ ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชน จังหวัดสมุทรปราการ เที่ยวนี้ ท่านให้ความห่วงใยแล้วก็เป็นคำถามซึ่งเป็นประโยชน์มาก โดยเฉพาะเรื่องของปัญหาการ บริหารจัดการพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ป้อมแผลงไฟฟ้านะครับ ซึ่งเป็นป้อมโบราณซึ่งตั้งอยู่ ที่จังหวัดสมุทรปราการที่อำเภอพระประแดง ก่อนอื่นนั้นผมต้องขอบคุณท่านก่อนนะครับ ความจริงท่านกับผมก็เคยถามกระทู้ถามมาที่นี่นะครับ ที่พระประแดงเป็นรอบที่ ๒ นะครับ ครั้งแรกท่านก็พูดถึงเรื่องของงานเทศกาลสงกรานต์ที่สมุทรปราการหรือเป็นงานของพี่น้อง ชาวมอญ เทศกาลปากลัดนะครับ เที่ยวนี้ท่านก็ได้ถามเรื่องที่อยู่ในรัฐบาลเดิมนะครับ แต่ว่า เป็นเรื่องของการบริหารจัดการอุทยานประวัติศาสตร์ป้อมแผลงไฟฟ้าซึ่งเป็นป้อมโบราณ แล้วก็ถือว่าเป็นป้อมหนึ่งที่สามารถจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับพี่น้องทั้งหลาย ทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศ แล้วก็มีมูลค่าของการที่จะทำให้เกิดการส่งเสริมการท่องเที่ยว ผมว่าตัวเลข มันบวกกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ประมาณสัก ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคนด้วยกันในการเดินทางมาเที่ยว แล้วก็มีตัวเลขหมุนเวียนซึ่งผมก็ได้สอบถามไปที่เทศบาลเมืองพระประแดงบอกว่าตัวเลขแต่ละปี ๆ ก็เพิ่มขึ้นทุกปี ปีนี้ก็ตั้งเป้าหมายว่าประมาณสัก ๒๐ ล้านบาท ก็เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ครับ เรื่องของการท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและเป็นเรื่องที่นานาประเทศ ในทั่วโลกเขาก็ใช้เรื่องการท่องเที่ยวนำในการที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวมา นำเงินตราเข้ามาใช้ หมุนเวียนในประเทศไทยเราก็เป็นการช่วยเหลือพี่น้องทั้งหลาย โดยเฉพาะพี่น้องชุมชนเมือง เก่าแก่อย่างเทศบาลเมืองพระประแดงนะครับ ซึ่งมีชาวไทยเชื้อสายมอญอยู่เป็นจำนวนมาก จนมีการจัดงานเทศกาลซึ่งทุกครั้งก็เลื่อนเวลามาจากที่มีเทศกาลสงกรานต์ปกติประมาณสัก ๗ วัน สำหรับป้อมแผลงไฟฟ้าเป็นป้อมปราการโบราณที่สร้างขึ้นมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ตอนต้นเพื่อปกป้องข้าศึกที่จะรุกล้ำเข้ามาทางปากน้ำ แม่น้ำเจ้าพระยาตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตก ของแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ในเขตเทศบาลเมืองพระประแดงที่ตำบลตลาด อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๘ เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ แห่งราชวงศ์จักรีนะครับ ใช้เป็นป้อมยุทธนาวีในการปกป้องข้าศึกที่เดินเรือรุกล้ำเข้ามาในปากน้ำเจ้าพระยานะครับ ที่เรียกว่าเมืองนครเขื่อนขันธ์เป็นเมืองโบราณขึ้นทะเบียนเป็นของโบราณ สถานที่โบราณ เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๒๓ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาในเล่มที่ ๙๗ ตอนที่ ๕๙ เลขที่อ้างอิงเป็นสถานที่โบราณ ๐๐๐๐๒๐๐ ก็เป็นการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ที่ต้องมี กฎหมายบังคับเป็นกรณีพิเศษนะครับ อันนี้ผมเรียนท่านประธานถึงสมาชิกเบื้องต้นก่อนว่า การที่จะไปปรับปรุงหรือซ่อมแซมหรือบูรณะอะไรทั้งหลายที่ท่านให้ความกังวลห่วงใยว่า สถานที่เหล่านี้มันต้องพัฒนาบูรณะไปโดยใช้รูปแบบที่อาจจะเป็นโลกปัจจุบันหรือโลกอนาคต ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการที่ทำให้มันสวยงามหรือเป็นที่พึงพอใจตามหลักการของ การส่งเสริมการท่องเที่ยวนะครับ ซึ่งการท่องเที่ยวเองเวลาจะพัฒนาเขาจะยึดหลักอยู่ ประมาณสัก ๓ เรื่องด้วยกันนะครับ เรื่องของการเข้าถึงต้องสะดวกสบาย ถ้าที่ไหนไปลำบาก คนก็ไม่อยากจะไปแล้วครับ🔗

ประการที่ ๒ เรื่องของการทำให้เกิดความสวยงามพึงพอใจ อย่างคนไปเห็น ก็อยากจะเห็นอีก คนอยากไปก็อยากจะอีกนะครับ🔗

ประการที่ ๓ ก็พูดถึงเรื่องความปลอดภัยนะครับ อันนี้ก็เป็นหัวใจสำคัญของ การที่ทำให้คนเข้ามาพื้นที่ที่ท่านให้ความกรุณาพูดถึงเรื่องของการที่จะส่งเสริมและดูแลให้ ประชาชนได้เข้าถึงได้ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องนะครับ เนื่องจากว่าพื้นที่ดังกล่าวที่เรียนเบื้องต้นว่า เป็นพื้นที่ที่อยู่ในการควบคุมเป็นสถานที่โบราณสถาน ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายเขาบอกว่า ห้ามมิให้ผู้ใดซ่อมแซม แก้ไข เปลี่ยนแปลง รื้อถอน ต่อเติม ทำลาย เคลื่อนย้าย ส่วนอื่น ๆ ของโบราณสถาน ขุดค้นสิ่งใด ๆ ให้เกิดความเสียหาย ถ้าจะทำก็จะต้องขออนุญาตให้ ถูกต้องตามกฎหมายก็คือไปที่กระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร ท่านก็ได้พูดเบื้องต้นแล้วว่า มันเป็นประเด็นที่ถ้าจะทำต้องขออนุญาต ซึ่งประเด็นนี้ผมเรียนท่านประธานถึงท่านสมาชิก ก็เห็นใจนะครับ จริง ๆ ผมไปดูหลาย ๆ ที่อยากจะปรับปรุงอย่างนี้ ไปเห็นก็อยากจะทำครับ ท้องถิ่นเองโดยเทศบาลเองเขาก็พยายามที่จะขอให้กรมศิลปากรเข้าไปปรับปรุงบริเวณอะไร ทั้งหลายนี้ให้เกิดมีความมาตรฐานใน ๓ ประการนี้ ทั้งเรื่องของความสวยงาม การเข้าถึง เรื่องความปลอดภัยนะครับ ขอให้ดำเนินการปรากฏว่าที่ผ่านมาก็มีข้อมูลแจ้งมาว่า กรมศิลปากรเองก็บอกว่ายังไม่พร้อมว่าด้วยเรื่องงบประมาณนะครับ เทศบาลเองก็หวังว่า เทศบาลก็มีงบประมาณเองนะอยากจะทำแต่ว่าเขาก็ต้องอนุญาตมา ก็เลยเป็นประเด็นที่วันนี้ มีปัญหาบ้าง ทำให้บางเวลามันจำเป็นจะต้องปิด ปิดเพื่ออะไรครับ เพื่อไปปรับปรุง แต่ว่าการ ปรับปรุงเองจะปรับปรุงภายในก็ไม่ได้เพราะเป็นโบราณสถาน เทศบาลเองก็มีงบประมาณ แต่ว่าทำได้เพียงไปปรับปรุงจัดภูมิทัศน์ทั้งหลายรอบนอกนะครับ เรื่องของดูต้นไม้ เรื่องของ สนามหญ้า เรื่องของที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจอะไรทั้งหลายประมาณนี้ในบริเวณรอบนอกของ ป้อมแผลงไฟฟ้านี่นะครับ ให้ดูข้างนอกมันดูใช้ได้แต่ว่าจริง ๆ ผู้คนทั้งหลายที่อยากจะไปที่ ป้อมเขาอยากไปดูข้างในนะครับ เป็นป้อมโบราณ ๒๐๐ กว่าปีอย่างนี้นะครับ อยากให้เป็นป้อมที่มันดูแล้วมันเป็นที่มาที่ไปทางประวัติศาสตร์อย่างไร แล้วก็ทราบว่าบริเวณ ในป้อมแผลงไฟฟ้านี่นะครับ ข้างในเหมือนกับเป็นที่หลบภัยทางอากาศด้วยนะครับ เป็นเหมือนอุโมงค์อยู่ข้างใน เป็นห้องอยู่ข้างในก็เป็นสถานที่ที่เขากังวลใจ เพราะฉะนั้น มีอะไรที่น่ากลัวอันตรายหรือความไม่ปลอดภัยเทศบาลเองก็กังวลใจเรื่องความปลอดภัยของ นักท่องเที่ยวทั้งหลายเพราะว่าถ้ามันมีเหตุไปแล้วบางครั้งมันก็มีความจำเป็นว่าแหล่ง ท่องเที่ยวที่คนอยากจะมากระทบเรื่องความปลอดภัยนิดเดียวมันก็เลยมีความจำเป็นต้องมี การปิดเพื่อบำรุงบูรณะบางส่วนที่สามารถทำได้ตามกฎหมายที่เทศบาลทำได้ครับ แต่ช่วงนี้ ทราบว่าปิดอยู่นะครับเพื่อที่จะปรับปรุงแล้วก็คาดหมายว่าจะมีการไปเปิดให้ประชาชน ได้เข้าไปชม ไปดูสถานที่โบราณ สถานที่ที่มีเรื่องของความเป็นประวัติศาสตร์มาให้เห็นว่า ป้อมแผลงไฟฟ้านี่มันมีที่มาที่ไปอย่างไร ก็คาดหมายว่าก็คงจะเปิดในช่วงเดือนเมษายน ปี ๒๕๖๘ ช่วงเดือนนั้นก็จะมีเรื่องของเทศกาลสงกรานต์ปากลัดที่เอาสถานที่ตรงนี้เป็นที่ใช้ ในการแถลงข่าว จัดกิจกรรมแสงสีเสียง ก็ต้องมีความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยให้กับพี่น้อง ทั้งหลายในการเข้าเยี่ยมชมสถานที่ แต่ผมเรียนว่าวันนี้กำชับให้เทศบาลอยู่นะครับว่าที่ปิดนี้ ก็เข้าใจอยู่ แต่ว่าจะต้องทำอย่างไรให้สิ่งที่มันเป็นความกังวลให้มันรวดเร็วแล้วแก้ปัญหาให้ มันตรงจุดแล้วทำอย่างไรให้ได้รับการอนุญาตจากกรมศิลปากรในการที่จะปรับปรุงเพื่อให้ได้ มีความเป็นมาตรฐานความสวยงามและความปลอดภัยในการบริการนักท่องเที่ยวต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ เชิญคุณวีรภัทร คันธะ คำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายวีรภัทร คันธะ สมุทรปราการ

กราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่มีความ ห่วงใยนะครับ ผมเข้าใจว่าท่านก็คงมีการสอบถามไปยังทางเทศบาลเมืองพระประแดง ซึ่งอย่างที่เรียนมาครับว่าปัญหาผมไม่ได้อยู่ที่ว่าเป็นเรื่องของการใช้งานสถานที่ เนื่องจาก สถานที่มันมีความทรงคุณค่าของมันอยู่แล้ว มีประวัติศาสตร์ ปัญหานี้มันคือการเปิดแค่ บางครั้งนะครับ ไม่ได้เปิดอย่างถาวร คำว่าเปิดเป็นบางครั้งเช่นงานเทศกาลอย่างที่ท่านยกมา ครับว่าเทศกาลสงกรานต์ปากลัดหรือแม้แต่ช่วงลอยกระทง แต่ว่าความต้องการของ ประชาชนในพื้นที่คือที่นี่เมื่อสักครู่ที่ผมเรียนไปว่าพื้นที่ ๐.๖ ตารางกิโลเมตรมันเล็กมาก แล้วก็มันอัดเต็มไปด้วยตลาดกับบ้านเรือนผู้คน ที่นี่เป็นพื้นที่สาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ ที่สามารถทำให้คนออกมาพักผ่อนหย่อนใจได้ ออกมาศึกษาหรือชมประวัติศาสตร์ได้ การปิด พื้นที่โดยที่ไม่ให้เข้าใช้แล้วก็มีเหตุผลในเรื่องของทางกรมศิลปากรหรือแม้แต่เรื่องของ งบประมาณนะครับ ผมคิดว่าตรงนี้ถ้าเป็นไปได้ผมเรียนถามไปทางท่านรัฐมนตรีเลยครับว่า เราควรจะมานั่งเปิดโต๊ะคุยกันเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นทางมหาดไทยซึ่งขึ้นกับกรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่น กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กรมศิลปากรมาคุยกันและหาทางออกว่า โอเคเราจะดำเนินการอย่างไรครับ ผมคิดว่าชาวบ้านเขาต้องการคำตอบแค่ว่าจะเปิดได้ไหม แล้วจะเปิดเมื่อไร จะเปิดแบบไหน เปิดแบบถาวร เปิดแบบเอาเอกชนเข้าไปร่วมด้วยหรือว่า หาภาคีเครือข่ายในการทำให้พื้นที่โบราณสถานแห่งนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งนะครับ อย่างที่ผมยกตัวอย่างในเรื่องของ Projection Mapping หรือว่าเรื่องอื่น ๆ นะครับ เรื่องของ ความปลอดภัยก็เป็นส่วนหนึ่งครับว่าจริงครับปัญหาของป้อมแผลงไฟฟ้า การถูกปล่อยปละ ละเลยหรือทิ้งร้างแบบนี้มันย่อมส่งผลเรื่องของความปลอดภัยอยู่แล้วครับ ถ้าสมมุติว่าเรา บริหารจัดการได้อย่างดีแล้วก็มีการดูแลอย่างสม่ำเสมอ มีมาตรการที่มีการตรวจสอบเรื่อง ของความปลอดภัยตลอดเวลา ผมคิดว่าโบราณสถานที่อื่นก็มีการดูแลรักษาอยู่ตลอดเวลา แต่การที่เราให้เหตุผลครับว่าโอเคเรื่องนี้เป็นเรื่องของความปลอดภัยดังนั้นเราจึงปิด ผมคิดว่า มันเป็นเรื่องผิดฝาผิดตัวไปสักนิดหนึ่ง การแก้ปัญหาที่ดีสำหรับผมก็คือเรื่องของการเข้าไป ดูแลการบริหารจัดการเพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนของพื้นที่โบราณสถานแห่งนี้ และเนื่องจากการบริหารจัดการพื้นที่ที่ผมคิดว่ายังไม่มีแนวทางหรือมาตรการที่ชัดเจน ในการบริหารงานก็ส่งผลให้เกิดปัญหาในการใช้พื้นที่นี้ ท่านยังพูดอยู่เลยครับว่าทางกรม ศิลปากรก็บอกเองครับว่าปัญหาเรื่องของที่นี่คือปัญหาเรื่องที่ว่าถูกขึ้นทะเบียนเป็น โบราณสถานการซ่อมแซมปรับปรุงก็จะต้องไปอยู่กับกรมศิลปากรซึ่งไม่ได้มีงบประมาณครับ ดังนั้นอาจจะต้องเรียนปรึกษากันครับว่าจะทำอย่างไร แต่ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย ก็คือการดูแลพื้นที่โดยรอบพื้นที่โบราณสถานที่ขึ้นทะเบียน อาจจะเป็นส่วนของกำแพง ส่วนของอาคาร หรือส่วนปืน แต่ว่าพื้นที่การดูแลภูมิทัศน์ให้สามารถเข้าไปเป็นพื้นที่ สาธารณะสำหรับทุกคนผมคิดว่าตรงนี้เป็นเรื่องที่อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีช่วยผมสักนิดหนึ่ง ผมใช้คำว่าขอร้องแล้วกันครับ ถือว่าพูดแทนประชาชนในพื้นที่ ผมว่าวันนี้คนพระประแดง รอฟังจากท่านเลยครับว่าเราจะได้โบราณสถานแห่งนี้กลับคืนมาเป็นของประชาชนเมื่อไร ส่วนเรื่องของการกระทำการผิดกฎหมายในพื้นที่ อย่างเช่น การมั่วสุม ซึ่งผมคิดว่าหลายท่าน ก็มีความกังวลใจเรื่องของการมั่วสุมในพื้นที่ ถ้าหากว่าเรามีกลไกการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ หรือการออกกฎเกณฑ์ที่มีประสิทธิภาพทำให้พื้นที่นี้อาจจะใช้งานได้อย่างเต็มที่ เต็มศักยภาพ ก็อาจจะเป็นแนวทางอีกแนวทางหนึ่งที่อาจจะฝากท่านนะครับ เพราะว่าอย่างที่ท่านเรียน อีกครั้งนะครับ ความล่าช้าในการบูรณะพื้นที่ที่บอกว่าถูกสั่งปิด ปัจจุบันผมก็ยังไม่เห็นว่ามันมี การบูรณะอะไรที่มันนอกเหนือไปจากเดิมนอกจากการดูแลพื้นที่ในแง่ของการทำภูมิทัศน์ให้ มันดูน่าสนใจหรือดีขึ้นแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำอยู่ทุกวันตลอดเวลา ก็จะมีแค่เฉพาะช่วงเทศกาล เท่านั้น ดังนั้นตอนนี้เราก็ยังไม่เห็นแผนงานเร่งด่วนหรือว่าการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสม ซึ่งทำให้การฟื้นฟูล่าช้า ส่งผลกระทบต่ออะไรบ้างครับท่าน ๑. การอนุรักษ์มรดกทาง วัฒนธรรม ซึ่งการปล่อยปละละเลยก็จะทำให้ประชาชนขาดโอกาสในการเรียนรู้มรดกทาง วัฒนธรรม สูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ ถ้าพื้นที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิง วัฒนธรรมอย่างรวดเร็ว บางกระเจ้าอยู่ใกล้ ๆ กันครับนักท่องเที่ยวมาเยอะมากอยู่แล้ว การที่ มีนักท่องเที่ยวได้เพิ่มเติมเข้ามา มาเที่ยวโบราณสถานแห่งนี้ก็จะช่วยให้ประชาชนได้รับ อานิสงส์ทางเศรษฐกิจไปด้วย แล้วประชาชนในพื้นที่ก็มองว่าความสามารถในการดูแล ทรัพย์สินสาธารณะก็ควรจะเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะต้องบูรณาการกัน ในฐานะที่เป็น สส. ก็ฝากถามไปแทนท้องถิ่นด้วยนะครับ ซึ่งกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขาดงบประมาณ แล้วก็บุคลากรในการดูแลพื้นที่สาธารณะก็จะทำอย่างไรที่จะทำให้เกิดการ เขาเรียกอะไรนะ เกิดการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน กระทรวงมหาดไทยมีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางที่จะ แก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นทั้งทรัพยากร บุคลากร การกำกับดูแล เพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้ขึ้น ผมขอถามเป็นคำถามสุดท้ายเลยแล้วกัน ถามตรง ๆ นะครับ อยากให้ท่านตอบมาแบบตรง ๆ เลยก็ได้นะครับ ทางรัฐบาล ทางท่านรัฐมนตรีจะมีแผนงานอย่างไร ผมต้องการแผนงาน จบกระทู้ถามนี้ผมอยากได้แผนงานในการบูรณะพื้นที่แห่งนี้ เพราะว่าตอนนี้ปัญหาเราไม่เห็น แผนงานเลยว่าสรุปจะซ่อมเมื่อไร จะซ่อมอย่างไร จะไปแบบไหนต่อ กรมศิลปากรจะเอา อย่างไร ท่านอธิบดีกรมศิลปากรท่านก็บอกว่ามันก็ขึ้นอยู่กับทางเทศบาล งบประมาณก็ไม่มี สุดท้ายมันคาราคาซังแบบนี้ ผมคิดว่าถ้ากลับมาได้เป็นผลงานของท่านแน่นอน ผมคิดว่า ชาวบ้านพระประแดงรอรับท่านทรงศักดิ์ ทองศรี อยากให้ท่านเดินทางมาเยือน เดินไปกับผม ด้วยกัน ไม่ต้องแจ้งอำเภอ ไม่ต้องแจ้งเทศบาล แอบมาเดินกับผมอยู่ ๒ คนครับ เดี๋ยวผมพา ไปกินกาแฟ แต่ช่วงนี้เลี้ยงไม่ได้นะครับพอดีกำลังจะเลือกตั้ง อบจ. ก็อยากให้ท่านแวะมา เยี่ยมเยือน แล้วนอกจากเรื่องของแผนงาน การจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมเพื่ออนุรักษ์ ประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตท้องถิ่นตามที่ประชาชนและนักอนุรักษ์จะทำอย่างไรที่จะทำให้เกิด แผนงานแล้วก็การจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรม ผมคิดว่าถ้าจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมได้พระประแดงยัง ไม่เห็นศูนย์วัฒนธรรมเมืองอะไรที่บอกเล่าประวัติศาสตร์เลยนะครับ รัฐบาลจะมีแนวทาง อย่างไรหรืองบประมาณในการสนับสนุนเพิ่มเติมอย่างไรที่เพียงพอต่อการดูแลพื้นที่ ประวัติศาสตร์ แล้วก็จะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้อุทยานประวัติศาสตร์ป้อมแผลงไฟฟ้า สามารถกลับมาเปิดให้ประชาชนได้เข้าใช้อีกครั้งหนึ่ง คำว่าเปิดใช้คือเปิดใช้อย่างถาวร ไม่ใช่ เปิดใช้เป็นแค่เฉพาะเทศกาลนะครับ แล้วก็จะทำอย่างไรเพื่อที่จะทำให้ป้องกันการมั่วสุม หรือการกระทำผิดจะจัดระเบียบอย่างไร ก็ขอฟังสักนิดหนึ่งครับว่าถ้าหากยื้อเวลาปล่อยให้ พื้นที่รกร้างปล่อยไปแบบนี้คุณค่าโบราณสถานก็จะหายไป ยิ่งช่วงนี้น้ำขึ้นน้ำเค็มน้ำรุกเข้าใส่ ปริมาณเกลือหรือปริมาณความชื้นมันก็ทำลายโบราณสถานไปทุกวันนะครับ ล่าสุดผมทราบว่า โบราณสถานโดยเฉพาะพระพุทธรูปหลายแห่งที่อยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณตั้งแต่ พระสมุทรเจดีย์ยาวมาพระประแดงก็เจอเกลือกัดกร่อน ก็อยากจะฝากท่านไว้สักนิดหนึ่ง ขอแนวทางที่ชัดเจนว่าทำอย่างไร และถ้าสมมุติท่านว่างหลังจากนี้ไปเดินด้วยกันกับผมแล้วก็ เรามาประชุมกันหาแนวทางครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านวีรภัทร คันธะ ครับ เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบคำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ก่อนอื่นผมต้อง ขอบคุณท่านผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติอีกครั้ง ผมเชื่อมั่นว่าถ้าพี่น้องชาวสมุทรปราการโดยเฉพาะ พี่น้องพระประแดงได้ฟังท่านถามเป็นกระทู้ถามอย่างนี้ ผมว่าเป็นที่ชื่นชมชื่นชอบอย่างแน่นอน เพราะท่านให้ความสำคัญกับเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจ เรื่องของการส่งเสริมการ ท่องเที่ยวแล้วก็เป็นความห่วงใยพี่น้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเข้าชม เป็นห่วงว่ามันมีเปิดมี ปิดแล้วก็มีเรื่องเป็นจุดมั่วสุมก็ถือว่าเป็นงานที่ต้องชื่นชมแล้วก็เป็นหน้าที่ของคนที่เป็น ผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง แล้วก็ให้ความสำคัญให้ความสนใจนะครับ ผมเรียน ท่านประธาน ท่านสมาชิกก่อนนะครับว่าอุทยานประวัติศาสตร์ป้อมแผลงไฟฟ้าปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่าจะปิดก็จริง แต่ว่าผู้คนที่เดินทางไปเยี่ยมชมก็สามารถที่จะไปขออนุญาตกับเทศบาล ได้เป็นหมู่คณะ ซึ่งก็ทำแล้วก็มีเจ้าหน้าที่ของเทศบาลเข้าไปกำกับดูแลเพื่อความปลอดภัยอยู่ ตลอดเวลา เพราะว่าที่ผ่านมาที่จำเป็นต้องปิดเพราะมันมีเรื่องของความไม่ปลอดภัย มีเรื่อง ของการมั่วสุมบ้าง แต่ว่าเทศบาลเองก็พยายามเข้าไปติดตามดูแล้วก็ทำอย่างไรให้อุทยาน ประวัติศาสตร์นี้เป็นที่ชื่นชอบชื่นชมแล้วก็เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์อย่างต่อเนื่อง ไป วันนี้อายุ ๒๐๙ ปีก็อยากให้มันอยู่เป็นหมื่น ๆ ปี ไม่อยากให้มันล่มสลายอะไรหรอกครับ เพียงแต่ว่าการดำเนินการทั้งหลายทั้งปวงที่ทำให้เกิดมีความมั่นคงแข็งแรง มีความเป็น มาตรฐานนี่มันไปติดกับหน่วยงานที่ท่านก็ได้พูดถึงอยู่แล้วว่าเป็นเรื่องของกรมศิลปากรซึ่งเขา อนุรักษ์การดำเนินการต้องขออนุญาต แล้วก็ในส่วนกระทรวงมหาดไทยเองผมก็เรียน ท่านประธานกับสมาชิกนะครับว่าถึงแม้เทศบาลเมืองพระประแดงจะเป็นหน่วยงานเทศบาล ที่ขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย มีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเข้าไปกำกับดูแล เป็นเพียงเหมือนสนับสนุน เราไม่มีอำนาจอะไรที่จะไปสั่งการคนที่เป็นตัวแทนมาจากพี่น้อง ประชาชนตามหลักการกระจายอำนาจ เทศบาลเมืองพัทยาเขาก็มีนายกเทศมนตรี มีรองนายก มีสมาชิก มีสภา มีหน่วยงานในกำกับดูแล อะไรที่อยู่ในพื้นที่ของเทศบาลเขาก็เป็นหน้าที่ เพียงแต่เราติดตามดูว่าอะไรที่สามารถให้การสนับสนุนได้ เพื่อให้ท้องถิ่นนั้น ๆ สามารถ บริหารจัดการเพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเป็นที่สำคัญนี่เราจะลงไปช่วย อย่างเช่น เรื่องของการสนับสนุนประสานงานหน่วยงานอื่น ๆ หรือเรื่องงบประมาณอุดหนุน อย่างนี้นะครับ แต่ว่าทุกวันนี้เทศบาลต่าง ๆ นี้ต้องของบตรงแล้ว ไม่ได้ของบผ่านกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นแล้วก็มาที่กระทรวงมหาดไทย อันนี้เรียนท่านประธานและสมาชิกก่อน แต่ ว่าก็ไม่ใช่ว่าเป็นการละเลยนะครับ อะไรที่เป็นประเด็นปัญหาก็มีหัวหน้าส่วนราชการ อย่าง ผู้ว่าราชการจังหวัดก็กำชับติดตามดู มีนายอำเภอเข้าไปดู อย่างเทศบาลก็อยู่ภายใต้กำกับ ดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเฉพาะเรื่องของการปรับปรุง การปิดเปิดหรือการดูแลป้อม แผลงไฟฟ้าอย่างนี้ ซึ่งเป็นแหล่งโบราณสถานที่มันอยู่มาถึง ๒๐๐ กว่าปี เราทำอย่างไรให้มัน สามารถรองรับการบริการประชาชน ดูแลเรื่องความทุกข์สุขการท่องเที่ยวให้คน ไปเยี่ยมชมแล้วนึกถึงที่มาที่ไปของมันว่ามันมาอย่างไรอย่างนี้ มันต้องดำเนินการ ตามรูป ที่ท่านได้พูดได้เห็นผมเห็นผมก็เข้าใจนะครับว่าอย่างนี้มันคงอยู่อย่างนี้ไม่ได้หรอกครับ แต่มันต้องปรับปรุง เรื่องที่สำคัญที่สุดที่เราจะต้องทำได้คือทำอย่างไรที่จะให้กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมให้ความเห็นชอบให้กับเทศบาล เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วก็นำไปสู่การ ดำเนินการเพื่อจะดำเนินการตั้งงบประมาณในการไปบูรณะปฏิสังขรณ์ ทำให้มีความมั่นคง แข็งแรงเกิดความสวยงามให้มันอยู่ต่อไป ให้มันยั่งยืนมีความมั่นคง ซึ่งในขณะนี้ผมก็เรียน ท่านประธานและสมาชิกว่าก็คุยกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดว่าเราคงต้องไปกำชับให้เทศบาล ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มาจากประชาชนได้ช่วยดำเนินการดูแลสถานที่อยู่ในพื้นที่ของ ตัวเองให้มีความมั่นคงแข็งแรงเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้มันมีอายุยืนยาวต่อไป โดยอาจจะต้องเป็น คณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่ง ซึ่งอาจจะประกอบไปด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด ตัวแทนจากกรมศิลปากร เทศบาลเมือง กรมโยธาธิการและผังเมืองอย่างนี้ไปร่วมบูรณาการกันหรือตัวแทนจาก ภาคประชาชนว่าเราต้องการจะพัฒนาบูรณะเป็นอย่างไร ตัวเม็ดเงินงบประมาณ ผมดู ๆ แล้วไม่ใช่ เรื่องที่หนักอกหนักใจ เทศบาลเองเขาก็มีเม็ดเงินที่สามารถทำได้ติดอยู่ที่กรมศิลปากร จังหวัดเอง ก็มีเม็ดเงิน เขาเรียกว่างบจังหวัด ผมทราบว่าที่จังหวัดสมุทรปราการในแต่ละปี ๆ ก็ได้งบประมาณ อยู่ประมาณสัก ๓๐๐ กว่าล้านบาท ถ้ากรมศิลปากรอนุญาตนะครับ เทศบาลทำเรื่องขอรับการ สนับสนุนจากจังหวัดหรือมาที่กรมส่งเสริมหรือกระทรวงมหาดไทย ผมมั่นใจว่าตรงนี้ไม่ใช่เรื่อง ประเด็นปัญหา ประเด็นปัญหามีอยู่ที่เดียวว่าทำอย่างไรให้กรมเจ้าของพื้นที่เขาอนุญาตให้ทำ แล้วใบอนุญาตเหล่านั้นจะต้องให้ก่อนการจัดทำคำของบประมาณ อันนี้คือประเด็นที่ท่าน ให้ความห่วงใยบอกว่าให้ผมตอบให้ชัดเจน ผมว่าหลักเกณฑ์หรือวิธีการตรงนี้ล่ะ แต่ว่า ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลผมว่าตัวกระทรวงวัฒนธรรมเอง ผมก็จะนำเรื่องนี้ไปหารือ ท่านเป็นการส่วนตัวว่าขอให้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปดูสิครับว่าทำอย่างไรให้มันได้มีความมั่นคง แข็งแรง มีความสวยงาม มีความปลอดภัย แล้วก็นำไปสู่การเปิดใช้บริการแบบตลอดเวลา ไม่ใช่ปิด ๆ เปิด ๆ ท่านพูดถูก ผมไม่นั่นนะครับ ทุกวันนี้เปิดที่ ๑๐ โมงเช้า ปิดประมาณ ๑๗.๐๐ นาฬิกา ความจริงมันต้องเปิดตามเวลาราชการเรามีเจ้าหน้าที่ แต่ว่าที่ไม่เปิดทุกเวลา เพราะว่ามันมีเรื่องความปลอดภัย เรื่องของสิ่งที่อาจจะเกิดอันตรายได้จำเป็นต้องมีคนไป ควบคุมดูแล แล้วก็มีเวลาที่อาจจะไม่ได้เปิดทั้งหมดนะครับ ก็คงต้องรอเวลาในการปรับปรุง อันนี้ผมก็เรียนท่านประธานหรือสมาชิกว่าก็จะพยายามกำชับเร่งรัดให้สิ่งที่ท่านมีความกังวล มันลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อยแล้วก็เป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งสามารถที่จะดึงนักท่องเที่ยวแล้ว ก็มาใช้จ่ายเงินเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจกับบ้านเราในเรื่องของการท่องเที่ยวต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ คุณวีรภัทร มีอะไรเพิ่มเติม เชิญครับ🔗

นายวีรภัทร คันธะ สมุทรปราการ

ท่านประธานนิดเดียวครับ ผมได้ยิน ท่านรัฐมนตรีตอบแบบนี้ก็ค่อนข้างชื่นใจครับ แล้วพอท่านพูดแบบนี้ผมก็รู้สึกเหมือนเป็น คำสัญญา ผมเรียกว่าเป็นสัญญาใจของลูกผู้ชายแล้วกันนะครับ ก็อยากจะให้นำเอาเรื่องนี้ ปรึกษาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมหรือทางกรมศิลปากร เพราะว่าผมก็อาจจะ เป็น สส. ตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง แต่ท่านรัฐมนตรีสามารถคุยได้เพราะว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับทั้ง ทางกรมศิลปากรซึ่งขึ้นกับกระทรวงวัฒนธรรม แล้วก็ทางเทศบาลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ของกระทรวงมหาดไทย ก็ขอบคุณท่านมากครับ อย่างไรผมขออนุญาตฝากกลอนสักเล็กน้อย ก็ถือว่าเป็นการขอบคุณกันสำหรับเรื่องราวของป้อมแผลงไฟฟ้านะครับ สถานที่เกียรติศักดิ์ ประจักษ์ไทย เลื่องลือไปเล่าขานผ่านผู้คน แต่ไฉนเลือนลับไม่ฉงน ก่อกำแพงมั่นคงไม่ดูแล ยืนต้านภัยรุกรานมานานนัก เป็นพยานประวัติของราชา แต่กลับถูกทอดทิ้งจนสิ้นค่า น้ำเสีย ขังรกร้างไร้คนแล มุมเงียบแคบไร้แสงสะท้อนนาม มรดกไทยถูกเลือนลางลืมสงัด ถูกมองข้าม ไร้คุณค่าน่าชอกช้ำ พระประแดงดินแดนเคยรุ่งเรือง วัฒนธรรมโครงสร้างทันสมัย ป้อมแห่งนี้ ควรสืบไปเล่าเรื่องราว ให้รุ่นใหม่เรียนรู้ติดตามข่าว เรื่องป้อมแผลงควรเลื่องลือสมญาไทย ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ก็จบ กระทู้ถามที่ ๑.๒.๑ ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่🔗

๒. เรื่อง ปัญหาการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นายธีรัจชัย พันธุมาศ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถามท่านนายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นผู้ตอบแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ขอเชิญคุณธีรัจชัยครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง พรรคประชาชน ขออนุญาตถามท่านประธานในกระทู้ถามมาตรการในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีดังนี้ครับ เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ปี ๒๕๖๗ เมื่อประมาณ ๒ เดือนครึ่ง ผมได้ถาม คำถามนี้ต่อท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรี DE ก็ได้มาตอบคำถามเหมือนวันนี้ สิ่งที่ผมถาม ในวันนั้นมีอยู่ ๔ ประเด็น🔗

เรื่องแรก ก็คือว่าท่านจะมีมาตรการให้ธนาคารและบริษัทผู้ให้บริการมือถือ รับผิดชอบร่วมกับประชาชนได้หรือไม่ ท่านตอบว่ากำลังจะออกพระราชกำหนด ผมก็เฝ้ารอ มาถึงวันนี้🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือผมถามว่าในส่วนของการที่จะติดตามอายัดเงินเวลาถูกเดิน ทำไมมีมาตรการเร็วไหม ไม่ต้องไปแจ้งความอะไรให้ยาว ท่านก็ตอบว่ามันใช้เวลาประมาณ ชั่วโมงหนึ่ง แต่ผมบอกว่าประมาณ ๑๕ นาทีเงินก็ไปหมดแล้ว มีอะไรให้เร็วกว่านี้ไหม🔗

เรื่องที่ ๓ ผมถามถึง เป็นการฝากนะครับว่าประเทศสหรัฐอเมริกาเวลาโทรไป แล้วมี Scam เข้ามา เขาจะเตือนเลยเพื่อจะให้ประชาชนไม่ต้องทำอะไร ท่านบอกว่าเรายัง เทคโนโลยีไม่ถึง กำลังอยู่ในการพัฒนา🔗

เรื่องที่ ๔ ผมถามถึง ฝากไปถึงว่ากรณีที่มี Based ของบริษัทมือถือไปยัง ต่างประเทศ ๓๐ กิโลเมตร และมีชายแดนนะครับ ชายแดนมีพวกแก๊ง Call Center อยู่ รอบประเทศไทย เขาอยู่ประมาณ ๖-๘ กิโลเมตร ท่านจะแก้อย่างไร ท่านก็บอกว่ากำลัง เจรจาต่างประเทศแล้วก็มีบอกบางจุดที่ว่าทำ แต่ทั้งประเทศไม่ใช่มีบางจุดมันแก้ไขไปถึงไหนแล้ว วันนี้ผมจะมาถามติดตามท่านทั้ง ๔ ประเด็นนี้ และเพิ่มเติมด้วย ผมเรียนอย่างนี้นะครับ ผมได้ติดตามเมื่อสักครู่มีคำถามคล้าย ๆ กันกับท่านนายกรัฐมนตรี ก็คือขออนุญาตท่านฐากร ตัณฑสิทธิ์ ถามไป ท่านตอบมาผมรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก ในอันแรกเรื่องธนาคารกับเรื่อง ในส่วนของบริษัทผู้ให้บริการมือถือ ดูสถิติขึ้นมาตั้งแต่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ มีเรื่องทั้งหมด ๗๓๙,๔๙๔ เรื่อง มูลค่าความเสียหายของแก๊ง Call Center หลอกลวงประมาณ ๗๗,๓๖๐ ล้านบาท เฉลี่ยความเสียหายต่อวัน ๗๗ ล้านบาท ต่อวัน มีการอายัดบัญชีประมาณ ๕๖๐,๔๑๒ บัญชี ยึดอายัดได้จำนวน ๘,๖๒๗ ล้านบาท แสดงว่ามีการอายัดได้ประมาณแค่ ๑ ใน ๗ ๑ ใน ๘ เท่านั้นเอง นั่นคือความเสียหายซึ่งมัน ไปแล้วนะครับ ๑ ใน ๗ ๑ ใน ๘ มาตรการที่ท่านตอบผมเมื่อครั้งที่แล้วมันไม่ได้ผลแน่นอน ที่บอกว่าไปบัญชีม้าที่บอกว่าไปอายัด SIM เกิน ๕ บัญชี เกิน ๑๐ บัญชีมันบอกว่าไม่ได้ผล แน่นอนครับเพียงแค่ ๑ ใน ๘ มาตรการใหม่ที่ท่านแถลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนะครับ ไม่ทราบ เห็นกระทู้ถามผมมาแถลงล่วงหน้า ก็ ๕ ประเด็นแก้ พ.ร.ก. ไซเบอร์ ที่ผมรออยู่ก็บอกว่าเร่ง คืนเงินให้ผู้เสียหาย เพิ่มโทษซื้อขายจากข้อมูลส่วนบุคคล ป้องกันการฟอกเงินผู้เสียหายเป็น เงินดิจิทัล ระงับยกเลิกการใช้ SIM สื่อสารต้องสงสัย เพิ่มความรับผิดชอบของแบงก์และ เครือข่ายมือถือ ผมดูตรงนี้แล้วผมนั่งรอว่าอะไรที่จะเพิ่มความรับผิดชอบเครือข่ายมือถือ เมื่อสักครู่ที่ท่านตอบท่านฐากรไปผมฟังแล้ว เฮ้อ ถอนหายใจครับ ยากมากที่จะแก้ไขได้ เพราะท่านยังเกรงใจบริษัทมือถือ เกรงใจนายทุนธนาคารอยู่ เมื่อเช้านี้คณะกรรมาธิการ การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร ได้ประชุม เรื่องนี้เลยนะครับเขาบอกว่าประเทศสิงคโปร์เขามีมาตรการขึ้นมากำหนดความรับผิดชอบ ร่วมกันของ ๒ ส่วนนะครับ🔗

๑. หน้าที่ของสถาบันการเงิน🔗

๑. คือระงับธุรกรรมน่าสงสัย ธนาคารต้อง Block หรือระงับธุรกรรมที่มีมูลค่า มากกว่า ๒๕,๐๐๐ ดอลลาร์สิงคโปร์เป็นเวลา ๒๔ ชั่วโมง หากพบว่ามีการโอนเงินมากจาก บัญชีอย่างรวดเร็ว ของเรา ๑ ใน ๘ นะครับ นี่เขาให้ Block ได้ทันทีธนาคารต้องทำเลยครับ ทำไมไม่เอาแบบอย่างของเขา มาแค่ Block SIM Block อะไรครับ🔗

๒. เฝ้าระวังการหลอกลวงแบบ Real Time ธนาคารต้องมีระบบตรวจสอบ ธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการติดต่อ การเพิ่มวงเงินการ ธุรกรรมและการเพิ่มผู้รับเงินใหม่ เป็นภาระความรับผิดชอบของธนาคารนะครับ ทำไมเรา ไม่มีมาตรการอย่างนี้ให้ธนาคารรับผิดชอบบ้างล่ะครับ ไปเกรงใจนายทุนธนาคารได้อย่างไร🔗

๓. แจ้งเตือนลูกค้า ส่งการแจ้งเตือนแบบ Real Time ไปยังลูกค้าเมื่อมี กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงเกิดขึ้น ธนาคารต้องรับผิดชอบทั้งหมด ถ้าไม่รับผิดชอบจะต้อง รับผิดชอบให้ลูกค้าที่ถูกหลอกลวง ทำไมไม่ทำไปทำอะไรหน่อมแน้ม ๆ ขนาดนั้น ออกพระราชกำหนดทีหนึ่งก็ไม่ทำ เราไปดูในส่วนของหน้าที่ของบริษัทโทรคมนาคมสิงคโปร์ เขากำหนดอย่างไร ป้องกัน SMS หลอกลวง ใช้ตัวกรองป้องกันการหลอกลวงบนเครือข่าย และ Block Link Phishing ที่ทราบ เขาทำทันที นั่นคือบริษัทโทรคมนาคมต้องรับผิดชอบครับ🔗

๔. ควบคุมการส่ง SMS และส่งไปยังลูกค้าเฉพาะที่มาจากผู้รวม SMS ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น อันนี้ใกล้เคียงนิดหนึ่งที่ท่านสอบเมื่อสักครู่นี้ใกล้เคียงหน่อยหนึ่ง แต่มันทำไมไม่ทำทั้งระบบละครับ ท่านทำแบบนี้ไม่มีทางหรอกครับ ๑ ใน ๘ อายัดได้แล้ว บอกจะคืนเงินให้เร็ว มันเป็นมาตรการที่หน่อมแน้มมากเลยนะครับ🔗

เรามาดูอีกประเทศหนึ่งที่ผมไปดูนะครับ ประเทศออสเตรเลียนะครับ ประเทศออสเตรเลียเขามีในส่วนของกฎหมาย นอกจากให้ธนาคารและบริษัทโทรคมนาคม เขายังให้บริษัท Social Media รับด้วย มิฉะนั้นถูกปรับได้ถึง ๕๐ ล้านดอลลาร์ เขาเข้มขนาดนั้น ทำไมถึงไม่ดูตัวอย่างประเทศที่เขาเข้ม ๆ แล้วก็ทำแล้วได้ผลนะครับ ไปทำอะไรหน่อมแน้ม เกรงใจอะไรนักหนากับทุนธนาคาร ทุนโทรคมนาคม แล้วก็ทุนบริษัท Social Media ที่ปล่อยให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ มาให้กดลิงค์กดโน้นกดนี้ไป ผมลงรายละเอียดดูหลายที หลายส่วนของสิงคโปร์เมื่อสักครู่ทางกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม เขาส่งมาให้ผม เขาต้องระบุเลยถ้าไม่เตือนนะต้องรับผิดชอบ ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ SMS ไม่เตือนก่อน แต่ถ้าเตือนดื้อทำ ลูกค้าต้องรับผิดชอบด้วย มีหลายอย่าง ทำไมไม่ดูเขาแต่ไปทำอะไรที่ไม่เกี่ยว ดูเหมือนเกรงใจ เกรงใจเหลือเกินกลัวนายทุนจะเดือดร้อน เกรงใจเหลือเกินกลัวบริษัทโทรคมนาคมจะเดือดร้อน เกรงใจเหลือเกินกลัวบริษัท Social Media จะเดือดร้อน🔗

คำถามแรก ท่านมีมาตรการอะไรที่ดีกว่าที่กำหนดไว้ไหม และ ๒ ประเทศนี้ สิงคโปร์กับออสเตรเลียเขาทำไว้เข้มข้น ท่านจะทำได้หรือไม่ นี่คำถามที่ ๑ ครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เชิญครับ🔗

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและ สังคม

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ต้องขอบคุณท่าน สมาชิกนะครับ ท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ที่ได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้มาโดยตลอด ก็เป็นที่ทราบกันดี เมื่อสักครู่ท่านได้พูดเองว่าเมื่อวันที่ ๑๐ เดือนสิบนี่ท่านได้เคยถามมาแล้วครั้งหนึ่ง ผมขออนุญาต ได้ทบทวนคำถามท่านและจะตอบคำถามที่ท่านเคยถามเมื่อหลายเดือนก่อน🔗

เรื่องแรก มาตรการในการให้ธนาคารกับบริษัท ทางโอเพอเรเตอร์ได้รับผิดชอบ ต้องเรียนว่าวันนี้เราได้ยกร่างพระราชกำหนดเรียบร้อยแล้วนะครับ หลังจากที่ท่านได้อภิปรายไป เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานี้ เราได้เสนอร่างนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี แต่เนื่องจากว่าต้องมีการตรวจสอบรายละเอียดจากกฤษฎีกาเสียก่อน ก่อนที่จะเอาเข้าขอความ เห็นชอบจาก ครม. เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป อันนี้ได้ดำเนินการแล้วนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องอายัดเงินนี่ ต้องเรียนว่ากฎหมายเดิมจะตามเอาเงินคืน ค่อนข้างยากนะครับ เราก็พยายามที่จะเขียนข้อความตรงนี้ลงไปในพระราชกำหนด เพื่อที่จะให้การคืนเงินของพี่น้องประชาชนได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งเราตั้งใจไว้ว่าจะให้ไม่เกิน ๖ เดือนจะสามารถคืนได้ ถ้าเป็นวิธีเก่านี่ จะใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปีหรือ ๒ ปี สิ่งที่ผมอยาก กราบเรียนก็คือว่าในการคืนเงินบัญชีที่เป็นบัญชีม้าที่เรายึดได้แล้วก็มีเงินคืน แล้วก็ที่เราอายัด ได้มันมีที่ไปที่มาเยอะมาก ถ้าสามารถระงับเหตุได้ทันทีนี้ สามารถยันระหว่างผู้เสียหายกับ มิจฉาชีพได้มันก็คืนได้ทันที แต่บางทีเงินในบัญชีหนึ่งนี้มันปรากฏเจ้าทุกข์หลายรายนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ที่ท่านบอกว่าสหรัฐอเมริกามีการแจ้งว่าเวลาใครโทรมาจะมีระบบ เหมือนว่าใครโทรมา ในเรื่องนี้ต้องเรียนว่าหลังปีใหม่ท่านจะได้เห็นนะครับ ตอนนี้อยู่ระหว่าง การพัฒนาระบบที่เราเรียกว่าระบบ DE-fence ที่ขณะนี้เราได้ร่วมกับบริษัทโทรคมนาคมทุก เครือข่ายได้ร่วมกับ กสทช. แล้วก็สภาดิจิทัล ได้ช่วยกันพัฒนาระบบนี้ขึ้นมาเพื่อเป็น Application ของคนไทย เพราะว่าการนำอุปกรณ์หรือ Application ของต่างประเทศไปใช้ เราก็มีความกังวลเรื่องข้อมูลนะครับ🔗

เรื่องที่ ๔ ที่ท่านบอกว่าเรื่องลักลอบเสาไฟฟ้าอะไรต่าง ๆ เราดำเนินการมา โดยตลอดตามชายแดนหรือว่าตามสถานที่ต่าง ๆ ก็ดี เพราะฉะนั้นแล้วในเรื่องนี้จริง ๆ ๔ ข้อ ที่ท่านเคยถามมาหลายเดือนก่อนเป็นสิ่งที่เราจะทำอยู่แล้วส่วนหนึ่ง เป็นสิ่งที่ท่านได้แนะนำ เพิ่มเติมส่วนหนึ่ง ก็ต้องขอขอบคุณนะครับ🔗

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ผมคิดว่าเราต้องมีส่วนในการช่วยกัน ผมขออนุญาตเรียนว่าสิ่งที่เราได้ทำไปเรื่องธนาคารอะไรต่าง ๆ ก็ดี พระราชกำหนดฉบับนี้ จะออกแบบในการให้ธนาคารมีส่วนในการร่วมรับผิดชอบเหมือนกับบริษัทเครือข่ายมือถือ ในส่วนของธนาคารเองผมต้องเรียนว่าขณะนี้เราได้มีมาตรการหลายอย่างในเรื่องการเพิ่ม นโยบายและมาตรการต่าง ๆ ถ้าไม่ทำตามมาตรการนี้ธนาคารต้องมีส่วนในความรับผิดชอบ ผมยกตัวอย่างหลายเรื่องมากที่เราได้สั่งการออกไป และเป็นมติของคณะกรรมการที่เรียกว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งมีการประชุมทุกเดือนอย่างน้อย เดือนละ ๑ ครั้ง🔗

เรื่องที่ ๑ สถาบันการเงินห้ามส่ง Link ทุกประเภทผ่าน SMS หรือ e-Mail🔗

เรื่องที่ ๒ สถาบันการเงินห้ามส่ง Link ขอข้อมูลสำคัญผ่าน Social Media🔗

เรื่องที่ ๓ จำกัดจำนวนบัญชีผู้ใช้งาน Mobile-Banking ให้ใช้ได้ใน ๑ อุปกรณ์ เท่านั้น🔗

เรื่องที่ ๔ สถาบันการเงินต้องแจ้งเตือนผู้ใช้บริการ Mobile-Banking ก่อนทำ ธุรกรรมทุกครั้ง🔗

เรื่องที่ ๕ การยกระดับความปลอดภัยบน Mobile-Banking ด้วยความเข้มงวด ในการยืนยันตัวตนด้วยระบบ Biometric วันนี้ท่านจะสังเกตว่าเวลาใครก็ตามที่ใช้ธุรกรรม ทาง Mobile-Banking จะเริ่มมีความเข้มงวดมากขึ้น อย่างเช่น ท่านเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือ Application ท่านจะลงใหม่ท่านต้องไปยืนยันตัวตนใหม่ แม้กระทั่งต้องไปยืนยันตัวตน ที่ธนาคาร ไม่สามารถดำเนินการได้ แล้วก็จะมีการ Reset ท่านใหม่ตลอดเวลาในเรื่องนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยนี้ได้กำหนดเงื่อนไขในการตรวจจับติดตามธุรกรรมทางการเงินที่ ผิดปกติตลอดโดยใช้ AI ธุรกรรมการเงินที่เราสงสัยมีการโอนเข้า โอนออกตลอดวันหนึ่งหลาย ธุรกรรม เราก็มีการตรวจสอบและมีการสอบถามไปตลอดเวลานะครับ เรียกว่ามีระบบ Near Real Time เพื่อระงับธุรกรรมทันทีที่เป็นการชั่วคราวและเมื่อพบความผิดปกติ นอกจากนั้นแล้ว ท่านทราบไหมครับว่าการเปิดบัญชีในวันนี้ยากขึ้นกว่าเดิมเยอะขึ้น ยากขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราได้เอาข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐของ ปปง. ได้มาร่วม เพราะฉะนั้นบทบาท ความรับผิดชอบของสถาบันการเงินหากเกิดความเสียหาย แล้วสถาบันการเงินนั้นเราได้ดูว่ามีความ บกพร่องในเรื่องระบบและมาตรการความปลอดภัยต้องมีส่วนในความรับผิดชอบ🔗

ส่วนเรื่องโอเพอเรเตอร์ เราได้มีการดำเนินการในการที่จะสั่งการให้ปฏิบัติ ตามมติของคณะกรรมการ เราไม่มีความเกรงใจครับท่านสมาชิก ไม่ต้องไปเกรงใจธนาคาร หรือโอเพอเรเตอร์นะครับ เราเกรงใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ท่านไม่ต้องเป็นห่วงว่าทาง กรรมการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องไปเอาใจธนาคาร ไม่มีนะครับ ถ้าท่านเห็น บรรยากาศในที่ประชุมแล้วท่านจะทราบดีนะครับว่าเราได้เข้มงวดแล้วก็กำชับธนาคาร มาโดยตลอดและทุกครั้งนี้ในการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามไซเบอร์ เราจะให้มาตรการ ซึ่งหลายครั้งนี้ธนาคารมีข้อโต้แย้งแต่เราใช้มติในที่ประชุมในการที่จะ กำหนดทิศทางเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน ผมยกตัวอย่างเรื่องหนึ่งของ โอเพอเรเตอร์ค่ายมือถือต่าง ๆ นี้นะครับ หลังปีใหม่ท่านจะได้เห็นมาตรการหนึ่งที่เราจะ Cleansing Sender name ใน Sender name ต้องลงทะเบียนทั้งหมด แล้วก็ต้องมีการ ตรวจสอบข้อความที่จะส่งไปยังผู้รับบริการโทรศัพท์มือถือ หากพบว่าข้อความนั้น ไม่เหมาะสมหรือเป็นภัย หรือเป็นข้อความที่หลอกลวงพี่น้องประชาชน ข้อความนั้นจะถูก ระงับยกเลิก หากโอเพอเรเตอร์ไม่ปฏิบัติตาม ท่านต้องมีส่วนรับผิดชอบในความเสียหาย ที่เกิดขึ้นจากการที่ผู้ใช้บริการนั้นเกิดไปกด Link App ดูดเงินหรืออะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่ท่าน ต้องมาช่วยจ่ายด้วย อันนี้ก็เป็นมาตรการ เราไม่ได้ทำแต่โอเพอเรเตอร์กับทางธนาคารนะครับ เราได้มีการคุยกับแพลตฟอร์มต่าง ๆ ทั้งหมดนะครับ แพลตฟอร์มทาง Social ต่าง ๆ นี้ ก็ได้มีการคุยกันมาโดยตลอดว่าขอความร่วมมือนะครับ แล้วก็มีการเชิญมาพบปะหารือกัน ตลอดอย่างสม่ำเสมอนะครับ ส่วนเรื่องการระงับบัญชีที่ท่านได้กรุณากล่าวถึงนี้ก็ขอบคุณ ในความห่วงใยนะครับ เดิมนี้ใช้เวลาบางที ๓ วัน ๕ วันนี้ เดี๋ยวนี้เราลดระยะเวลา ตอนเราทำ ศูนย์ AOC 1441 ใหม่ ๆ เราลดเวลาได้เหลือจาก ๓ เหลือแค่ชั่วโมงเดียว แต่ตอนนี้เราเหลือ ไม่เกิน ๑๕ นาทีนะครับ เราก็ได้มีการพัฒนาในการปิดระงับบัญชี และบัญชีต้องสงสัย ที่เรียกว่าบัญชี HR03 ผมต้องเรียนท่านสมาชิกว่าเราก็ได้สั่งระงับเหมือนกันนะครับไม่ใช่เรา ไม่ระงับ เราระงับ ๗ วันนะครับ แล้วก็ต้องมาให้ผู้ที่ถูกระงับได้มาชี้แจงต่อธนาคารไม่ใช่ เราไม่ระงับนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านได้กราบเรียนมานี้เราได้ดำเนินการไปหลายส่วน ผมเรียนว่าผมต้องขอขอบคุณหน่วยงานหลายหน่วยงานที่มีส่วนในการช่วยเหลือไม่เฉพาะแต่ หน่วยงานที่ผมได้กราบเรียน ผมยกตัวอย่างกระทรวงพาณิชย์ วันสองวันไม่นานนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาตรการในการที่จะเปิดห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ถ้าเกิดผู้จดทะเบียน หรือกรรมการในบริษัทที่ไปจดทะเบียนต่อสำนักงานกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่เป็น บุคคลต้องสงสัย ที่มีอยู่ในรายชื่อในบัญชี HR03 เขาไม่เปิดให้ครับเดี๋ยวนี้ เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้เราได้ใช้มาตรการหลายอย่างมากในการตัดวงจรอุบาทว์ของมิจฉาชีพหรือแก๊ง Call center นะครับ เราได้ใช้ความพยายามมาก แล้วก็จริง ๆ แล้วผมเองต้องกราบเรียนว่า มาตรการของสิงคโปร์ก็ดี มาตรการของออสเตรเลียที่ท่านได้กล่าวนี้หลายอย่างอะไรที่เป็น ประโยชน์เราก็เอามาทำนะครับ หลายอย่างเราทำไปแล้วเขาทำตามเราก็มีนะครับ อย่างเช่น การปิดกั้น ของสิงคโปร์นี่มีหลัก ๆ อยู่ ๒-๓ เรื่อง สิงคโปร์เขาปิดกั้นนะครับ ปิดกั้น Take Down การนำเข้าข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ที่ไม่พึงประสงค์ เราทำมาตั้งนานแล้วนะครับ ท่านเชื่อไหมครับว่าอำนาจนี้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีในการดำเนินการปิดกั้นข้อความที่ไม่พึง ประสงค์ ซึ่งเป็นการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดทางด้านคอมพิวเตอร์ อันนี้เราปิดไปเยอะ ๆ มาก ๆ เลยนะครับ นอกจากนั้นแล้วก็ในเรื่องของการอายัดบัญชี แล้วก็เรื่องการมีส่วนร่วมก็จะคล้าย ๆ กับพระราชกำหนดที่เรากำลังจะออกมานะครับ อย่างไรก็ตามผมต้องขอขอบคุณในความห่วงใยของท่านนะครับว่าท่านมีความปรารถนาดี ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านได้ปรารภเรื่องนี้กับผม แล้วผมก็จะพยายามได้เอา คำแนะนำเหล่านั้นได้เข้าเสนอต่อที่ประชุมและให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป ขออนุญาตตอบ คำถามแรกครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ขอเชิญคุณธีรัจชัยครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ คำถามที่ ๒ สืบเนื่องจากคำถามแรกนะครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้ตอบคำถามครั้งที่แล้วมาให้ผม แล้วท่านก็ได้กระทำในหลายประการ แต่โอเคผมอยากจะขอเพิ่มเติมในส่วนของออสเตรเลีย ที่เขาบอกบริษัท Social Media ซึ่งผลิตแพลตฟอร์มมาให้คนไปกดนี้นะครับ ไม่ใช่บริษัท ผู้ให้บริการมือถือ ท่านยังไม่มีในพระราชกำหนดฉบับนี้เลยนะครับ อยากฝากท่านดูด้วยว่า ทำไมถึงยกเว้นแต่บริษัท Social Media ตรงนี้ไม่ให้เขาต้องรับผิดชอบด้วย เพราะเขาเป็นคน เผยแพร่ให้คนไปกดโน่นกดนี่เหมือนกัน ให้โฆษณาอะไรต่าง ๆ มากมายตรงนี้ ท่านประธานครับยัง มีอีกหลายกรณี ในส่วนที่ความเร็ว สาระสำคัญคือความเร็วในการที่จะบล็อกไม่ให้เงินไหลไป บางที ถ้าเป็น App ดูดเงินส่งมาให้คนกดเผลอไปกดระบบจริง ๆ แล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ มาตรา ๖๗๒ ซึ่งเขาถือว่าเงินนั้นเมื่อฝากธนาคารแล้วธนาคารต้องเป็นเจ้าของเงิน ระบบป้องกันต้องเป็นส่วนของธนาคาร การที่กดปุ๊บนี้ถ้าหายไปความรับผิดชอบควรอยู่ที่ ธนาคาร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ไม่ต้องให้คนประชาชนนั้นไปฟ้องธนาคารอีก ประชาชน คนธรรมดาจะต้องถูกแก๊ง Call Center ที่มีเล่ห์เหลี่ยม มีกลอุบายมีเงินเยอะแยะมาทำร้าย แล้วหลอกลวงแล้วต้องไปฟ้องธนาคารอีกอันนี้มันแย่มาก ธนาคารนี้จะต้องไปถูกบริษัท มือถือต้องปล่อยปละละเลยให้กับพวกแก๊ง Call Center ได้มาทำ อันนี้ก็แย่แล้วประชาชน ถูกกระทำ ประชาชนต้องถูกในส่วนของบริษัท Social Media ปล่อยให้พวกแก๊งดูดเงิน ต่าง ๆ แก๊ง Call Center นี่เข้ามาโฆษณาให้คนต้องหลงเชื่ออีก ตรงนี้มันถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว ไม่มีกลไกอะไรเลย รัฐบาลจำเป็นต้องมาช่วยเหลือและให้องค์ประกอบทั้ง ๓ ส่วนเหล่านี้ จะต้องรับผิดชอบจากการกระทำของเขา เพราะเขาได้กำไรจากการประกอบธุรกิจ รัฐบาล จะไปลอยตัวและเกรงใจไม่ได้เลยทั้ง ๓ หน่วยงาน ตรงนี้ผมเรียนว่าให้ท่านนั้นรบกวนนะครับ ด้วยความเคารพ เอาบริษัท Social Media ไปด้วย แล้วมาตรการที่ธนาคารรับผิดชอบ ก็ควรรับผิดชอบเพราะเป็นเงินของธนาคาร และการเตือนต้องเตือนจริง ๆ ให้ธนาคาร เป็นคนเตือนนะครับ อยากให้ไปปรับปรุง ถ้าปรับปรุงได้ก็ปรับปรุงแบบสิงคโปร์ได้ก็จะดีมาก ด้วยความเคารพนะครับท่านครับ🔗

ถัดมาเรื่องของการที่ท่านตอบมาในเรื่องของที่เวลาถูกอายัดเงินอายัดยาก ท่านบอกว่าเหลือมา ๑๕ นาที จาก ๗ วันมาเหลือ ๑ ชั่วโมง เหลือ ๑๕ นาที แต่จริง ๆ ก่อน ๑๕ นาทีก็ได้แล้ว ทำไมไม่ทำแบบ Real Time ถ้าเห็นโอนผิดปกติปุ๊บ ตำรวจของสิงคโปร์ ตำรวจเขาสามารถอายัดได้เลยนะครับ เพราะบางทีคนเราบางทีถูกหลอกนะครับญาติเตือนก็ ไม่ได้ ธนาคารเตือนก็ไม่มี เพราะหลงตัวเชื่อเขาไปแล้วก็ไปกด แต่ต้องอายัดเลย ถ้าเงิน หายไปจำนวนเท่าไร เช่น เกินครึ่งบัญชี เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท ผิดปกติหลายครั้ง ให้อนุญาต อายัดทันที ๒๔ ชั่วโมง แล้วก็ไปปล่อยขึ้นมา ตรงนี้การหน่วงเงินมีส่วนสำคัญการอายัดทันที หรือกรณีที่โอนเงินจำนวนมาก ๆ เราหน่วงเงินนี้สามารถทำได้หรือไม่ นี่คือมาตรการที่ กรรมการจะต้องกลับไปพิจารณา อันนี้ผมขออนุญาตนะครับเพราะเห็นหลายมาตรการที่เกิด ขึ้นมา ท่านยังไม่ได้พูดถึงในการหน่วงเงินเพื่อจะช่วยเพราะบางทีคนเราถูกหลอกแล้วอารมณ์ มันค้างแล้วก็ไปกด แต่ส่วนที่เป็นความรับผิดชอบธนาคารที่ไปตั้ง App ดูดเงินธนาคารต้อง รับผิดชอบเต็ม ๆ อันนั้นควรจะเป็นอยู่แล้วนะครับท่านครับ ผมก็เลยอยากจะฝากท่านส่วนนี้ ไปนะครับ🔗

เรื่องถัดมาเป็นคำถามที่ ๒ ก็คือเรื่องที่ผมเคยถามก็คือมี Base ไปอยู่ที่ ประเทศกัมพูชา ประเทศเมียนมา และประเทศนอกขึ้นมานะครับ เมื่อไม่กี่วันมานี้ ท่านอดีต นายกรัฐมนตรีได้ประกาศในเวทีปราศรัยบอกว่าอ้ายชั้น ๒๕ ตึก ๒๕ ชั้นปอยเปต ชั้น ๒ เป็นแหล่งรวมของแก๊ง Call Center แล้วได้ส่งคนไปประสานแล้วให้จัดการ ถ้าไม่จัดการ จะส่งคนไปดำเนินการเอง หรือที่เมียวดีก็เป็นแหล่งแก๊ง Call Center ได้ส่งคนประสานแล้ว และถ้าไม่มีกองกำลังให้ช่วยดำเนินการเดี๋ยวส่งกองกำลังไปดำเนินการและปีหน้า แก๊ง Call Center นี้จะหมดเกลี้ยง ผมไม่ทราบว่าท่านพูดนั้นจริงหรือเปล่า แล้วท่านในฐานะ อดีตนายกรัฐมนตรีท่านมีอำนาจจริงหรือเปล่า อยากให้จริงนะครับแต่ถึงแม้ จริงไม่จริง ไม่เป็นอะไรครับ เพราะอดีตท่านรัฐมนตรีท่านก็ปราศรัยไปแล้ว มาดูในระบบการดำเนินการ ในระหว่างประเทศถ้ากรณีเป็นรัฐบาลธรรมดาไม่มีอำนาจพิเศษอะไรก็แล้วแต่ ท่านได้มีการ ประสานรู้เป้าแบบนี้ตำรวจก็บอกมาแล้วแถลงมาแล้วนะครับว่าอยู่ปอยเปต ๒๕ ชั้น จริง ๆ ประสานต่างประเทศปราบ ทางรัฐบาลไปทำเลยได้ไหมครับ เอาให้เหี้ยนนะครับ เมียวดีประสานหรือยังครับ เป็นทางการกองทัพเราประสานเลยแล้วก็ปราบเลย ได้ไหมครับ ไม่ต้องรออำนาจพิเศษอะไรขึ้นมา ในความสัมพันธ์ส่วนตัวโทรศัพท์ไปบอกแล้วไม่ต้อง อย่างนั้น เรื่องนี้ท่านสามารถทำได้ไหมครับ เพราะปราบอย่างน้อย ๆ ๒ จุดนี้ที่มี Call Center ที่ออกไป มี Base ออกไปที่ผมบอก ๓๐ กิโลเมตร และ ๘ กิโลเมตรเขาทำนี้นะครับ ถ้าท่านทำได้ มันจะลดฮวบฮาบลงไป นี่คือมาตรการในการปราบปรามนะครับ ขอฝากว่าท่านจะทำได้จริง ๆ ไหม ที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีที่พูดมานะครับ ไม่ต้องพึ่งก็ได้นะครับ ท่านมีมาตรการจะทำเรื่องนี้จริงจัง ไหมครับ เพราะมีเป้า ๒ เป้าแล้วนะครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมครับ🔗

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและ สังคม

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ขออนุญาต ตอบคำถามนะครับ ในตอนต้นท่านได้พูดถึงเรื่องแพลตฟอร์มจากออสเตรเลียนี้ ผมรับเรื่องนี้ไป ไม่เป็นอะไรครับ รับไปประสานให้ท่านต่อ ส่วนประเด็นหนึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจแล้วท่านก็ได้ พูดขึ้นมาในเรื่องของความรวดเร็วในการบล็อกบัญชีหรือปิดกั้นบัญชีของผู้เสียหายหรือ บัญชีม้าที่จะอายัดเงินอะไรต่าง ๆ นี้ ต้องเรียนว่าขณะนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมทางด้านไซเบอร์นี้ได้มีมติออกมาในเรื่องนี้ เดิมที่จาก ๓ วัน เหลือ ๑ ชั่วโมง เหลือ ๑๕ นาที เราจะทำเป็นแบบ Real Time ให้ได้นะครับ แต่ขณะนี้คณะกรรมการได้มอบหมาย ให้สำนักงาน ปปง. ได้ดำเนินการเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญก็คือว่าระบบถังข้อมูลกลางที่สามารถ กดดูได้เลยว่าบัญชีที่เกี่ยวข้องกับบัญชีต่าง ๆ นี้มีกี่บัญชีนะครับ เดิมนี้ระบบการเชื่อมโยงมันไม่มี อันใหม่เรากำลังสร้างระบบถังข้อมูลกลางที่เกี่ยวข้องกับบัญชีทั้งหมดของธนาคารเพื่อเชื่อมโยงกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ โอเพอเรเตอร์ และ ปปง. ในเรื่องนี้ต้องเรียนว่ากำลัง ดำเนินการอยู่นะครับ ถ้าดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถอายัดบัญชีได้แบบ Real Time เลย นะครับ อันนี้เป็นระบบถังข้อมูลกลาง ส่วนเรื่องความรับผิดชอบต้องอยู่ที่ธนาคารแล้วก็ อยู่ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแม้กระทั่ง Social ต่าง ๆ นี้ ผมเห็นด้วยนะครับ เห็นด้วยกับ ท่านธีรัจชัยนะครับ เนื่องจากว่าใครที่ใช้ความไม่ระมัดระวังและสร้างระบบที่ไม่ป้องกันที่ดีพอ และทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความเสียหายนี้ต้องมีส่วนในการรับผิดชอบในมูลค่าความ เสียหายที่เกิดขึ้นนะครับ🔗

ส่วนเรื่องกัมพูชา เรื่องเมียนมา เรื่องอะไรต่าง ๆ ที่ท่านกรุณาให้ข้อมูลมานี้ ผมต้องเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณท่านมีความปรารถนาดี ท่านพูดด้วยความห่วงใย ในฐานะพี่น้องคนไทยคนหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ต้องเรียนว่ารัฐบาลและกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใดนะครับ ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ เราได้มีการประสานงานกับทางกัมพูชา ทางลาว ทางพม่า ทางมาเลเซีย แม้กระทั่ง ประสานงานกับทางจีนเพื่อร่วมปฏิบัติการ ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลแล้วก็ทำอะไรหลายสิ่ง หลายอย่างในการที่จะเข้าไปดำเนินการปราบปรามแก๊ง Call Center นะครับ เพราะฉะนั้นแล้ว ก็ขอบคุณในความห่วงใยของท่านนะครับ แล้วก็ต้องเรียนว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะดำเนินการเรื่องนี้ให้อย่างถึงที่สุดครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่าน รัฐมนตรีครับ ท่านธีรัจชัยครับ เชิญครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ขออนุญาตถามคำถามที่ ๓ นะครับ เป็นการฝากท่านนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีด้วยนะครับ ประเทศสหรัฐอเมริกามีระบบระบบหนึ่งก็คือ STIR แล้วก็ SHAKEN เนื่องจากว่าระบบของการแปลงโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาจากแหล่งอื่นแล้วมา แปลงเป็นโทรศัพท์ที่น่าเชื่อถือเป็นของหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เช่น ตำรวจหรือศาลหรือองค์กร ของรัฐอื่น ๆ ขึ้นมาเพื่อจะหลอกลวงประชาชนนี้ บางทีมันมี AI ที่สามารถที่จะแปลงเป็น เบอร์ให้คนหลงเชื่อได้ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเขาใช้ STIR กับ SHAKEN นี้ในการตรวจจับ แล้วก็ให้ดูเลย เป็นระบบที่ตรวจขึ้นมาเลยแล้วก็ให้ระบบที่เบอร์ปลอมเข้ามาถูกกลั่นกรอง ขึ้นมาแล้วประชาชนไม่ต้องถูกหลอกเป็นเบอร์ที่น่าเชื่อถือ ตรงนี้ทางรัฐบาลหรือทางท่านมีโอกาสมีแนวทางที่จะทำไว้อย่างไรบ้างนะครับ เพราะว่าเรื่องนี้เป็น เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า แล้วก็ให้ตรวจสอบเพราะว่าเดี๋ยวนี้มันก้าวหน้าเอาเบอร์ชั่วคราว แล้วก็มี ระบบในการแปลงนะครับ Deepfake ในการแปลงหน้า คำพูด เสียง เป็นของคนอีกคนหนึ่งแล้วมา หลอกได้เลย เพียงแต่ว่ารายละเอียดมันอาจจะกระพริบตาไม่เหมือน หรือว่าหันหน้าอาจจะไม่เป็น ธรรมชาติบางส่วน ตรงนี้เป็นความก้าวหน้าของอาชญากรรม ซึ่งเดิมทีเป็นเทคโนโลยีที่ดีก้าวล้ำ แต่อาชญากรรมมาใช้ในการหลอกลวงคนแล้วเชื่อแล้วโอนได้ เสียงบางเสียงเป็นเสียงลูกสาว มาหลอกคนสูงอายุว่าให้โอนเงินค่าเฟอร์นิเจอร์ก็มีที่เกิดขึ้นมา นี่คือใช้เสียง Deepfake นะครับ ใน ๒ ระบบนี้ทางฝ่ายรัฐบาลมีแนวทางในการที่จะพัฒนาอย่างไรเพื่อให้ประเทศที่เขาก้าวล้ำไปแล้ว เขาเตรียมดักตรงนี้ไว้แล้วทำอย่างไรบ้างครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม

ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตตอบคำถามของท่านธีรัจชัยนะครับ ต้องขอบคุณเรื่องของสหรัฐอเมริกาที่มีระบบที่เรียกว่า STIR นี้ จริง ๆ แล้วทางกระทรวง กับทาง สกมช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการพูดคุยเรื่องนี้อยู่ อย่างไรก็ตามข้อแนะนำ ของท่านถือว่าเป็นประโยชน์ในการที่จะเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาดำเนินการ ผมต้องเรียนว่า ที่มิจฉาชีพใช้อยู่ทุกวันนี้ก็คือการแปลงสัญญาณจากเครื่อง SIM BOX ให้เป็นเบอร์โทรศัพท์มือถือ แล้วก็เป็น Onetime เป็นการใช้ครั้งเดียว ในเรื่องนี้ท่านจะสังเกตเห็นว่าทางสำนักงานตำรวจ แห่งชาติได้ดำเนินการปราบปราบอย่างหนักและมีการจับคลื่นสัญญาณที่ปล่อยออกมา โดยตลอดนะครับ นอกจากนั้นแล้วยังได้มีการดำเนินการจับคนต่างด้าวที่ไปหลอกลวงคนไทย ผมยกตัวอย่างเช่น ในห้างศูนย์การค้าบางแห่งมีชาวต่างชาติหรือชาวจีนสีเทาได้แบกอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์อยู่หลังเป็นเป้นะครับ อุปกรณ์นี้จะสามารถยิงสัญญาณ SMS ไปยังบุคคล ที่อยู่ใกล้เคียงได้ทั้งหมดเพื่อหลอกลวงพี่น้องประชาชน อย่างเช่น ขณะนี้ท่านมี Point ในโทรศัพท์มือถือเหลือเท่าไร หรือขณะนี้ท่านมีเงินค่ามิเตอร์ที่จะต้องคืน แล้วก็ทำการ หลอกลวงพี่น้องประชาชน นี่เราสามารถมีอุปกรณ์ที่ตรวจจับได้นะครับ มีการตรวจสัญญาณ นะครับ นอกจากนั้นแล้วสุดท้ายเรายังได้มีการใช้เรื่องของ AI ในการเข้ามาช่วยดูอีกทางหนึ่ง นะครับว่าในการที่จะดูพฤติกรรมวันนี้เรื่องของเสียงที่มีการใช้ AI สามารถทำได้เสมือนจริง เรื่องของหน้าตาแล้วก็เรื่องอะไรต่าง ๆ ที่วันนี้เทคโนโลยีไปไกลมากนะครับ เพราะฉะนั้น เป็นเรื่องที่เราจะต้องตามให้ทันแล้วก็จะต้องล้ำหน้ามิจฉาชีพให้ได้นะครับ อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ ผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านเลยที่มีความห่วงใย แล้วก็มีความ ปรารถนาดีในการเห็นความสุขของพี่น้องคนไทยในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ขอขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่าน รัฐมนตรีครับ ผมขอฝากท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลนะครับว่าผมได้รับคำร้องจากทูตอย่างน้อย ๒ ประเทศ เขามาที่สภาแล้วก็บอกว่าคนของเขาถูกจับเพื่อส่งไปเป็น Call Center ที่ประเทศ เพื่อนบ้านของเรานะครับ แล้วก็หลอกให้มาเมืองไทยว่ามาท่องเที่ยวและมีงานทำ แล้วก็ถูก จับส่งที่ประเทศเพื่อนบ้านของเราโดยผ่านทางด่านแม่สอด ขณะนี้คนของเขามีประเทศหนึ่ง ยังถูกจับอยู่อีก ๑๓ คน อีกประเทศหนึ่ง ๓๐ คน ทีนี้ปัญหาของเราประเด็นที่ว่าประเทศเรา เป็นประเทศท่องเที่ยว คนเข้ามาท่องเที่ยวเยอะ ถ้าหากว่ามาแล้วถูกจับไปเป็นเครื่องมือของ พวกนี้ไปเป็น Call Center ถูกจับแล้วไปทรมานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านของเรา ผมว่าเราจะ เสียบรรยากาศการท่องเที่ยวทำให้คนไม่กล้ามาประเทศไทย ซึ่งผมคิดว่าถึงแม้คนเหล่านี้ เขาไม่ใช่คนไทยถูกจับไป แต่ว่าถูกจับในประเทศไทยก็มีผลกระทบต่อประเทศไทย ผมอยากให้ ทางรัฐบาลได้ช่วยหาทางแก้ไขโดยด่วนด้วยนะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไป เป็นกระทู้ถามทั่วไปที่ ๑.๒.๓🔗

๓. เรื่อง โครงการก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ทางเลือกที่ ๑ สายสีม่วง ผ่าน จังหวัดชัยภูมิ นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ซึ่งท่านรัฐมนตรีมา พร้อมแล้ว ขอเชิญคุณอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ เชิญครับ🔗

นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๗ พรรคกล้าธรรม ท่านประธานครับ วันนี้ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วย ท่านมนพร เจริญศรี ที่วันนี้ท่านได้กรุณาเสียสละเวลามาตอบกระทู้ของกระผม แล้วก็ขอชื่นชม ท่านมนพรที่รอบนี้เป็นครั้งที่ ๒ ที่ท่านมาตอบกระทู้ของผม ซึ่งทำให้พี่น้องชาวชัยภูมิในเขต เลือกตั้งของผมนี้ก็ค่อนข้างพึงพอใจกับคำตอบ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ชัยภูมิ

หน้าถัดไปครับ ท่านประธานครับ ในปัจจุบัน การสัญจรโดยรถไฟถือว่าเป็นการสัญจรในรูปแบบหนึ่งที่นอกจากจะเป็นการสัญจรที่สะดวกสบาย แล้วยังเป็นการเพิ่มการลงทุน กระจายรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจให้กับหลาย ๆ พื้นที่ ซึ่งในปัจจุบันนี้ สายทางรถไฟในภาคอีสานทุกวันนี้ก็จะมีสายทางหลัก ๆ ๒ สายทางนะครับ สายทางแรก คือสายทางที่วิ่งจากกรุงเทพมหานครไปทางโคราช ขึ้นไปทางหนองคาย อีกสายทางหนึ่งก็คือ สายทางวิ่งจากกรุงเทพฯ ไปโคราช ไปบุรีรัมย์ แล้วก็ไปจบที่อุบลราชธานี ซึ่งยังมีอีกหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดเลยที่ทุกวันนี้รถไฟยังเข้าไม่ถึง ผมจะยกตัวอย่าง อย่างจังหวัดชัยภูมิทุกวันนี้รถไฟไปเฉี่ยวที่อำเภอจัตุรัส แล้วก็อำเภอ บำเหน็จณรงค์ แต่อำเภออื่น ๆ ที่เป็นอำเภอหัวใจหลักของจังหวัดไม่ว่าจะเป็นอำเภอเมือง อำเภอแก้งคร้อ อำเภอคอนสวรรค์ อำเภอภูเขียว ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีรถไฟเข้าถึง ทำให้การคมนาคม การสัญจรการขนส่งสินค้าพืชผลการเกษตร สินค้าหลักของจังหวัดต้องใช้ทางหลวง ซึ่งบางครั้ง ยกตัวอย่างในช่วงเทศกาลต่าง ๆ ก็จะสัญจรค่อนข้างลำบาก จราจรติดขัด ซึ่งผมได้ทราบว่าที่ผ่านมาโดยเฉพาะในปี ๒๕๕๘ ได้มีการริเริ่มการศึกษาเส้นทางรถไฟ สายชัยภูมิ-หนองบัวลำภู-เลย หรือที่เขาเรียกว่า สายสีม่วง แล้วก็ในปี ๒๕๖๕ เอง ทางกระทรวงคมนาคมโดยกรมรางรถไฟได้แถลงข่าวเปิดตัวเส้นทางรถไฟดังกล่าวซึ่งจะวิ่ง จากกรุงเทพมหานครไปยังโคราช ไปยังจัตุรัสนะครับ หลังจากนั้นก็จะมีเส้นทางรถไฟสายใหม่ ก็คือวิ่งจากจัตุรัส-บำเหน็จณรงค์ เข้าไปที่ช่องสามหมอ ไปที่อำเภอแก้งคร้อ ไปที่อำเภอ คอนสวรรค์ ไปที่อำเภอแก้งคร้อ ไปอำเภอภูเขียว หลังจากนั้นก็จะวิ่งไปที่จังหวัดหนองบัวลำภู แล้วก็ไปเลยต่อนะครับ ซึ่งพี่น้องชัยภูมิหลายท่านก็เคยได้ฝากผมมาถามหลายครั้งตั้งแต่ ก่อนเป็น สส. จนตอนนี้มีโอกาสได้เป็นผู้แทนก็อยากจะฝากประเด็นนี้ก็เลยตั้งกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการ ซึ่งท่านได้มอบท่านมนพรมาตอบนะครับ ขออนุญาตสไลด์ถัดไปครับ เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่จะทำให้พี่น้องชัยภูมิในพื้นที่หลายอำเภอพี่น้องในจังหวัดหนองบัวลำภู พี่น้องในจังหวัดเลยสามารถนั่งรถไฟเข้ามาที่เมืองหลวงได้เลยนะครับ โดยไม่ต้องไปต่อรถยนต์ หรือไม่ต้องไปต่อสนามบิน ซึ่งตัวผมเองหากมีเส้นทางรถไฟเส้นนี้แล้วก็ จะพิจารณานั่งรถไฟมาถามกระทู้ในสภาในรอบหน้าถ้ามีโอกาสนะครับ เพราะว่าการนั่งรถไฟ นอกจากสะดวกสบายแล้วยังไม่ตกหลุมอากาศเหมือนนั่งเครื่องบิน ดังนั้นก็ถือว่าจะเป็นการกระตุ้น เศรษฐกิจ จะสร้างความเจริญ สร้างงาน สร้างอาชีพ จะส่งผลให้ที่ดินในพื้นที่บริเวณที่มีสถานีรถไฟ ตั้งนี้จะมีราคาที่สูงขึ้น จะมีการลดต้นทุนของการขนส่งสินค้า กระตุ้นการท่องเที่ยวในเมืองรอง โดยเฉพาะจังหวัดชัยภูมิเรามีศักยภาพในการท่องเที่ยว มีพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากการเข้าถึงจังหวัดมีเพียงแค่ทางหลวงสายหลัก ดังนั้นการท่องเที่ยว มันถึงไม่สามารถดึงศักยภาพออกมาให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ ผมจึงมีคำถามถึงท่านรัฐมนตรีช่วย เบื้องต้น ๓ คำถามครับ🔗

คำถามที่ ๑ เนื่องจากโครงการดังกล่าวนี้ได้มีการริเริ่มการศึกษามาตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ แล้วก็ปี ๒๕๖๕ ทางท่านอธิบดีแล้วก็ทางกระทรวงก็ได้ออกมาแถลงข่าวว่าจะก่อสร้างเส้นทาง จะผลักดันให้มีการทำเส้นทางสายสีม่วง ชัยภูมิ-หนองบัวลำภู-เลย อยากจะทราบจากทาง กระทรวงคมนาคมว่าตอนนี้โครงการอยู่ในสถานะใด แล้วก็จะมีการทบทวนโครงการพัฒนา ระบบรถไฟทางคู่เส้นนี้อยู่หรือไม่นะครับ🔗

คำถามที่ ๒ คำถามนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องของกระบวนการอนุมัติไปจนถึง กระบวนการก่อสร้าง ซึ่งผมอยากจะทราบว่าทางกระทรวงคมนาคมมีกระบวนการในการ พิจารณาเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ขอ ๒ คำถามนี้ก่อนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมค่ะ ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มา ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดชัยภูมิค่ะ ท่านอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานไปยังท่านสมาชิกที่ท่านได้ให้ความสนใจในเรื่อง ของภารกิจของกระทรวงคมนาคม แล้วก็การพัฒนาในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานมาตลอด ระยะเวลาที่ดิฉันได้เห็นท่านสมาชิกได้มีกระทู้ถามแยกเฉพาะก็ได้มีความสนใจในเรื่องของ กระทรวงคมนาคม ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานค่ะ กระทรวงคมนาคมภายใต้การ กำกับดูแลของท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ภายใต้การบริหารงานของท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ที่เราเองได้มองเห็นภาพของโครงสร้างพื้นฐาน แล้วก็มองเห็นโอกาสของภาคอีสาน ที่เรามีถึง ๒๐ จังหวัด เราเชื่อมั่นว่าการมีโอกาสที่เราจะสร้างเรื่องของการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานทั้งมิติของทางบก แล้วก็ทางราง แล้วก็ในเรื่องของมิติทางอากาศ แล้วก็มิติของทางน้ำ ที่จะมี Dry Port แต่ละจังหวัดนะคะ ซึ่งมิติของทางรางเราเชื่อว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้มี การลดค่าใช้จ่ายในการคมนาคมขนส่ง ก็ขออนุญาตว่ากระทรวงคมนาคมเองได้ให้ความสำคัญ ในเรื่องของระบบขนส่งมวลชนทางราง เพราะเราเชื่อมั่นว่าจะเป็นการส่งเสริมการเดินทาง การขนส่งสินค้า การกระจายสินค้าไปสู่ภูมิภาค สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างที่ ท่านสมาชิกได้นำเรียนสักครู่ว่าปี พ.ศ. ๒๕๖๖ กรมการขนส่งทางรางได้มีการทบทวนโครงสร้าง รถไฟสายใหม่ภายใต้การศึกษาความเป็นไปได้ของทางรถไฟให้ครอบคลุม แล้วก็เชื่อมโยงกับ พื้นที่ทั่วทั้งประเทศ โดยเฉพาะมีการขนส่งหลายรูปแบบ แล้วก็เราบอกว่าเป็นการขนส่ง ที่ไร้รอยต่อ ที่เชื่อมทั้งเรื่องของการคมนาคมขนส่งทางราง แล้วก็ทางบก แล้วก็รวมทั้งทางน้ำ ทางอากาศค่ะ นอกจากนั้นก็ขออนุญาตพูดถึงเรื่องของการคมนาคมขนส่งแบบไร้รอยต่อ หรือว่า R-Map ซึ่งได้บรรจุเส้นทางรถไฟฟ้าผ่านที่ตั้งของจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดเลย ขออนุญาตได้ฉายภาพถึง ๒ เส้นทางนี้ก่อนค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

โดยรายละเอียด สายทางแรก ก็คือช่วงของจัตุรัส-ชัยภูมิ-หนองบัวลำภู ซึ่งมีระยะทางทั้งสิ้น ๒๓๐ กิโลเมตรค่ะ บรรจุอยู่ในแผนกลุ่มโครงการที่สมควรที่จะได้รับการพิจารณาในพื้นที่นะคะ แล้วก็เพื่อส่งเสริม อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แล้วก็เพื่อการเดินทางโดยรถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงมี แผนที่จะของบประมาณแผ่นดินนะคะ งบประมาณประจำปี ๒๕๖๙ สำหรับในแผนการดังกล่าว อยู่ในช่วงของการจ้างออกแบบรายละเอียดแล้วก็จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อมโดยโครงการก่อสร้างทางรถไฟช่วงจัตุรัส-ชัยภูมิ-หนองบัวลำภู ที่ให้ท่านสมาชิก ได้เห็นภาพนะคะ ต่อมาอีกช่วงหนึ่งก็คือช่วงหนองบัวลำภู-เลย ระยะทางทั้งสิ้นประมาณ ๑๐๓ กิโลเมตร บรรจุอยู่ในแผนงานกลุ่มโครงการที่สมควรได้รับการพิจารณาพื้นที่นะคะ ในเส้นทางดังกล่าวก็คือเป็นเส้นทางที่มียุทธศาสตร์เรื่องของส่งเสริมอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวแล้วก็การเดินทางไปสู่แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในช่วงของจังหวัดเลย และมีแผนงานที่ศึกษาเรื่องของความเหมาะสมของโครงการในปี ๒๕๘๐ จากผลการศึกษา ของ R-Map ทั้ง ๒ โครงการนี้เราก็เห็นว่ามันไม่ควรจะมีแค่ ๒ เส้นทางนะคะ ทางการรถไฟ จึงได้เพิ่มอีก ๑ เส้นทางเพื่อให้เกิดมีการเชื่อมต่อระหว่างโครงข่ายรถไฟในช่วงของจัตุรัส-ชัยภูมิ- หนองบัวลำภู แล้วก็ช่วงหนองบัวลำภู-เลย กับโครงการรถไฟฟ้าสายหลักที่มีอยู่เดิมจะทำ ให้เกิดมีโครงข่ายมากขึ้น อยากให้ท่านสมาชิกนึกถึงรถไฟและมีก้างปลานะคะ ก็คือ เหมือนก้างปลาออกมา นั่นก็คือเส้นทางรถไฟขนาดย่อย เส้นรองที่นำไปเข้าสู่พื้นที่ของ เขตเศรษฐกิจ นำไปสู่พื้นที่ของพี่น้องประชาชน จึงมีทางเลือกอีกทางหนึ่งก็คือทางรถไฟ ในสายของอุดรธานี-หนองบัวลำภู ซึ่งเส้นทางนี้มีระยะทาง ๕๓ กิโลเมตร บรรจุอยู่ในแผน โครงการที่จะต้องได้รับการพิจารณาในพื้นที่เช่นเดียวกันค่ะ เส้นทางดังกล่าวมีแผนการศึกษา ความเหมาะสมอยู่ที่ปี พ.ศ. ๒๕๗๔ ท่านประธานที่เคารพคะ ทั้งการศึกษาความเหมาะสม ทั้ง ๓ สายทางนี้จะเป็นรถไฟรางคู่ขนาดราง ๑ เมตรนะคะ ซึ่งรางคู่ ๑ เมตร ก็จะเป็น เรื่องของการเชื่อมโยง เรื่องของการเดินทางคมนาคมขนส่งในภูมิภาคในจังหวัดที่เส้นทาง รถไฟพาดผ่านนะคะ ขออนุญาตนะคะว่าแต่ละจุดที่รถไฟพาดผ่านก็จะมีจุดที่ผ่าน ย่านกองเก็บหรือว่าขนถ่ายสินค้า ภาษาอังกฤษก็คือ Container Yard หรือเราจะเรียกว่า CY ก็คือบริเวณจุดที่ขนถ่ายสินค้า จำนวนทั้งหมด ๖ แห่ง CY จุดแรกก็คือที่ชัยภูมิ CY จุดที่ ๒ ก็จะเป็นช่องจุดที่ช่องสามหมอ จังหวัดชัยภูมิ CY จุดที่ ๓ ก็เป็นจุดที่ชุมแพ- ขอนแก่น CY จุดที่ ๔ ก็จะเป็นจุดที่หนองบัวลำภู CY จุดที่ ๕ ก็จะเป็น CY ที่จังหวัด หนองบัวลำภู-บ้านนาเหล่า และ CY สุดท้ายอยู่ที่จังหวัดเลย ซึ่งถ้าเราเพิ่มมี CY ทั้งหมด ๖ จุดนะคะ ทางทีมงานสำรวจออกแบบคิดว่ามันจะต้องครอบคลุมในเรื่องของจุดของการ ขนถ่ายสินค้าเพื่อให้มีความสะดวกต่อพี่น้องประชาชนค่ะ อันนี้คือภาพรวมทั้งหมดของ โครงการรถไฟที่ท่านสมาชิกได้ถามถึงทั้ง ๓ สายทางนะคะ แต่เนื่องจากท่านสมาชิกได้มี คำถามที่ ๒ ค่ะว่าจะมีการก่อสร้างเมื่อใด และมีกระบวนการขั้นตอนอย่างไรบ้างนะคะ ดิฉัน ก็ขออนุญาตท่านประธานไปตอบคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกเลยนะคะ🔗

คำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกค่ะ เนื่องจากมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ ดิฉัน อยากจะรวบรัดเรื่องของการดำเนินการก่อสร้างมีขั้นตอนใด ๆ บ้างนะคะ ช่วงจัตุรัส-ชัยภูมิ- หนองบัวลำภู ก็จะมีช่วงของออกแบบรายละเอียดโครงการอีไอเอเสร็จปี ๒๕๗๐ แล้วก็ ขออนุมัติโครงการเมื่อปี ๒๕๗๑ จัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ชดเชยกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ให้แล้วเสร็จประมาณปี ๒๕๗๑-๒๕๗๒ ก็ใช้เวลาประมาณ ๒ ปี จะมีการประกวดราคาก่อสร้าง ประมาณปี ๒๕๗๒ แล้วก็คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างในปี ๒๕๗๓ ค่ะ🔗

โครงการต่อมาก็คือเป็นโครงการในช่วงของหนองบัวลำภู-เลย ภายใต้ผล การศึกษา ดิฉันให้เห็นภาพของ Timeline ทั้ง ๓ สายทางเลยนะคะ ในช่วงของการศึกษา ความเหมาะสมนะคะ ปี ๒๕๘๐ ทำอีไอเอ ปี ๒๕๘๑ นะคะ ขออนุมัติโครงการปี ๒๕๘๓ จัดกรรมสิทธิ์ที่ดินก็คือช่วงปี ๒๕๘๓-๒๕๘๔ ขอประกวดราคาจ้างก็ปี ๒๕๘๕ นะคะ แล้วก็ ดำเนินการก่อสร้างก็คือช่วงปี ๒๕๘๔ และปี ๒๕๘๕ ค่ะ อีกช่วงหนึ่งก็คือเรื่องของรถไฟในช่วงของอุดรธานี-หนองบัวลำภู ก็จะมีลักษณะใกล้เคียงกัน ก็คือในเส้นทางดังกล่าวก็เป็นเส้นทางที่เพิ่มเติมเข้ามาในเรื่องของ R-map ก็จะเป็นอยู่ในช่วง ของศึกษาความเหมาะสมปี ๒๕๗๔ ออกแบบรายละเอียดอีไอเอ ปี ๒๕๗๕ นะคะ ต่อจากนั้น ก็คือขออนุมัติโครงการในปี ๒๕๗๗ แล้วก็จัดการกรรมสิทธิ์ที่ดินช่วงปี ๒๕๗๗ ปี ๒๕๗๘ ประกวดราคาหาผู้รับจ้างช่วงปี ๒๕๗๘ แล้วก็คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างช่วงปี ๒๕๗๙ ค่ะ นี่คือ Timeline ให้ท่านสมาชิกได้เห็นว่าทางการรถไฟเองก็ได้มีการวาง Timeline แล้วก็ เร่งรัดที่จะทำให้เกิดโครงการดังกล่าว เพราะทางกระทรวงคมนาคมมีความเชื่อมั่นว่า นี่คือโอกาสของการสร้างขยายโครงสร้างพื้นฐาน ขยายทางรถไฟไปสู่พี่น้องประชาชน ก็ขออนุญาตตอบคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จะมีคำถามต่อ ไหมครับ เชิญครับ🔗

นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ชัยภูมิ

ขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยังท่าน รัฐมนตรีช่วยนะครับ ซึ่งคำถามแรก คำถามที่ ๒ รวมถึงคำถามที่ ๓ ของผมท่านรัฐมนตรีช่วย ได้ตอบครบถ้วนหมดแล้วนะครับ ก็จะมีคำถามสุดท้ายซึ่งเป็นประเด็นคำถามที่ผมอยากจะ สอบถามท่านรัฐมนตรีช่วยนะครับ เนื่องจากท่านได้เอ่ยถึง CY หรือ Container Yard หรือที่ เขาเรียกว่าเป็นลานพักขนส่งสินค้าในรูปแบบทางรางนะครับ ซึ่งตรงนี้เองก็อยากจะสอบถาม ท่านรัฐมนตรีช่วยมนพรว่าการที่มีลานขนถ่ายสินค้าหรือ Container Yard ในจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งผมได้ทราบมาว่ามีพื้นที่จัตุรัสแล้วก็มีที่ช่องสามหมอนะครับ อยากจะสอบถามท่าน รัฐมนตรีช่วยว่า Container Yard จะสร้างผลบวกต่อเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างไรบ้างนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วย นะครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพค่ะ สำหรับคำถามในเรื่องของการสร้าง CY แต่ละจุดนะคะ ก็จะเห็นว่า การเพิ่มจุด CY แต่ละจุดนั่นก็คือ ๑. การอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนในการขนถ่าย สินค้าโดยเฉพาะในภาคอีสานเรา จังหวัดชัยภูมิมีพี่น้องเกษตรกรในเรื่องเป็นจำนวนมาก การขนถ่ายสินค้าเราจะเห็นว่าต้นทุนของการขนส่งคมนาคม ต้นทุนทางน้ำเป็นต้นทุนที่น้อยที่สุด ต่อมาก็คือต้นทุนทางราง ถ้าต้นทุนทางรางเราเพิ่มจุดขนถ่ายสินค้ามากขึ้นเท่าไร นั่นก็คือ เรื่องของต้นทุนที่จะเป็นผู้ประกอบการ ถ้า ๑ Bogie ท่านจะต้องใช้ประมาณ ๒๐ Bogie ใน ๑ เที่ยว ถามว่าท่านประหยัดไหมกับการที่ท่านต้องใช้สิบล้อในการขนส่งสินค้า ซึ่ง ๑. เรื่องของอำนวยความสะดวก ๒. นอกจากนั้นทางการรถไฟเองก็ยังคิดถึงการใช้ เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยค่ะ นอกจากนั้นในเรื่องของกรรมสิทธิ์ที่ดินตามที่ท่านถาม ช่องสามหมอที่จัตุรัส ท่านประธานที่เคารพคะ การที่เราอยู่ในระหว่างทำผลการศึกษาหรือว่า ศึกษาใด ๆ ก็ตาม กระบวนการศึกษาเราจะมีกระบวนการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ตามที่การศึกษาออกแบบเรากำหนด CY ไว้ประมาณ ๖ จุด แต่เมื่อทางคณะกรรมการลงไป ศึกษาหรือสอบถามความเห็นของพี่น้องประชาชน ถ้าเกิดช่องสามหมอมีความต้องการ ที่จะต้องขยายเพิ่ม CY เพิ่มเราก็จะดูความจำเป็นแล้วก็ความเดือดร้อน ทุก ๆ เสียงของพี่น้อง ประชาชนที่เราลงไปถามความเห็นท่านสมาชิกก็สามารถที่ให้ความเห็นได้ประสานต่อไปยัง พี่น้องประชาชนเวลาทางการรถไฟไปขอความเห็น อยากจะขอความร่วมมือเรื่องเหล่านี้ด้วย เพราะว่าจริง ๆ ทุกความเห็นเราก็จะมาประมวลว่าความเป็นไปได้แค่ไหน อย่างไรนะคะ นอกจากนั้นในสิ่งที่ท่านได้มีความห่วงใยอีกเรื่องหนึ่งว่ากระบวนการใด ๆ ก็ตามอย่างที่ดิฉัน ได้นำเรียนว่ามันจะมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็น การริเริ่มโครงการใด ๆ ถ้าพี่น้อง ประชาชนมีความเห็นต่างเราก็ต้องรับฟังความเห็นต่างเช่นเดียวกันนะคะ ซึ่งการทำ CY ดิฉัน เชื่อมั่นว่าหลายจุดที่ทางการรถไฟไปศึกษามาอาจจะไม่ใช่เป็นจุดที่พี่น้องประชาชนพึงพอใจ แต่ถ้าท่านมีความต้องการที่จะต้องเพิ่มจุด CY เพิ่มก็คืออยู่ที่การสำรวจแล้วก็นำมาซึ่งการ ออกแบบในจุดที่เหมาะสมนั่นก็คือการมีกระบวนการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนค่ะ นอกจากนั้นท่านประธานที่เคารพอย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดไปสักครู่ว่าสิ่งที่ดิฉันได้ลุกขึ้นมา ตอบคำถามของท่านสมาชิกพี่น้องประชาชนพึงพอใจ ดิฉันต้องถือโอกาสขอบพระคุณนะคะ นอกจากความพึงพอใจแล้วทางกระทรวงคมนาคมเอง ไม่เพียงแค่มาตอบคำถามของท่านสมาชิกนะคะ เราได้ลงมือทำแล้วก็ติดตามโครงการนี้ รวมทั้งเร่งรัดทุกโครงการที่เรามาตอบคำถามของท่านสมาชิกนะคะ นอกจากเรื่องของการ มาตอบคำถามของท่านสมาชิกแล้วนะคะ สิ่งหนึ่งที่กระทรวงคมนาคมมุ่งหวังก็คือสร้าง กระบวนการมีส่วนร่วมซึ่งท่านเองเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ก็อยากจะขยายความว่า กระทรวงคมนาคมเองได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเรื่องของทางรางโดยเฉพาะจังหวัด ชัยภูมิซึ่งเป็นทางอีสานตอนใต้ เราก็อยากให้ความเจริญระบบรางไปสู่พี่น้องประชาชน นอกจากนั้นค่ะสิ่งหนึ่งที่กระทรวงคมนาคมได้มุ่งมั่นนั่นก็คือสร้างโอกาสแล้วก็การแข่งขัน แล้วก็ความเสมอภาคในการดูแลพี่น้องประชาชนสำหรับคนทุกกลุ่ม เพราะเชื่อมั่นว่าการทำ โครงสร้างพื้นฐานที่ดีจะสร้างความเจริญในเรื่องของเศรษฐกิจและสังคมในโอกาสต่อไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมครับ หมดกระทู้ถามที่ ๑.๒.๓ แล้วนะครับ ต่อไป🔗

กระทู้ถามแยกเฉพาะซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ในห้องประชุมกระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ชั้น ๑ แล้วนะครับ🔗

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติ หน้าที่ประธานในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขอเข้าสู่ระเบียบนะครับ🔗

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

ก่อนดำเนินการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะผมขอชี้แจงต่อที่ประชุม ดังนี้ ๑. การถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะแต่ละกระทู้ให้ถามและตอบได้เรื่องละไม่เกิน ๒ ครั้ง และต้องถามตอบให้แล้วเสร็จภายใน ๒๐ นาที ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ และ ๑๗๓ ประกอบ ข้อ ๑๖๗ กระทู้ถามแยกเฉพาะมีการอนุญาตให้ประชาชนเข้าร่วมรับฟัง ต้องขอความร่วมมือ ให้อยู่ในข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ และข้อ ๕ ห้ามเผยแพร่ภาพ บันทึกเสียง ถ่ายทอดสด ถ้าฝ่าฝืนก็จะเชิญออกจากที่ประชุมนะครับ ก็แจ้งให้ทราบนะครับ🔗

สำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะวันนี้เห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการ ตอบกระทู้ถามของผู้ตั้งกระทู้ถามและท่านรัฐมนตรี ผมขอสลับลำดับคำถามและคำตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้🔗

ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๙๖ ของท่านพลากร พิมพะนิตย์🔗

ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๙๘ ของท่านวิรัช พิมพะนิตย์🔗

ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๙๙ ของท่านวิลดา อินฉัตร🔗

ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๐ ของท่านชลธานี เชื้อน้อย🔗

ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๙๕ ของท่านญาณธิชา บัวเผื่อน🔗

ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๙๗ ของท่านอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์🔗

ถ้าไม่มีผู้ใดขัดข้องก็เริ่มนะครับ🔗

๑. เรื่อง ปัญหาถนนชำรุดทรุดโทรม นายพลากร พิมพะนิตย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ติดภารกิจราชการสำคัญ จึงได้มอบหมายให้ท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง🔗

ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ได้อนุญาตให้ผู้แทน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ท่านที่ ๑. ท่านเจษ เสียงลือชา ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กองพัฒนาและส่งเสริมการบริหารงานท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ท่านที่ ๒ ท่านสำเนียง หวังเจริญ ท้องถิ่นจังหวัดกาฬสินธุ์ สำนักงาน ส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดกาฬสินธุ์ กระทรวงมหาดไทย และได้อนุญาตให้ ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถาม ท่านแรก ท่านพงศ์พิสิฐ เจือสนิท ท่านที่ ๒ ท่านอนุรักษ์ สุภานนท์ ครับ ต่อไปเชิญท่านพลากร พิมพะนิตย์ ถามท่านรัฐมนตรี คำถามแรกเลยครับ เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายพลากร พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพลากร พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุกระทู้ถามแยกเฉพาะของผมเข้าสู่ ระเบียบวาระในวันนี้ และขอขอบคุณผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นอย่างยิ่งที่ได้สละเวลามาตอบกระทู้ของผม ในวันนี้ สำหรับกระทู้ถามแยกเฉพาะของผมในวันนี้เป็นเรื่องปัญหาถนนชำรุดทรุดโทรม ที่อำเภอฆ้องชัยและอำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งถนนที่ชำรุดนี้ได้ส่งผลกระทบโดยตรง กับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ท่านประธานครับ ผมได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลลำชี ตำบลเหล่ากลาง ตำบลโนนศิลาเลิง ตำบลโคกสะอาด อำเภอฆ้องชัย และตำบลบัวบาน ตำบลอีตื้อ ตำบลคลองขาม อำเภอยางตลาด เกี่ยวกับปัญหาถนนที่เชื่อมอยู่ระหว่างหมู่บ้าน ซึ่งขณะนี้ถนนเหล่านี้ อยู่ในสภาพชำรุด มีหลุม มีบ่อ และพื้นผิวถนนขรุขระเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การสัญจร ไปมาลำบากและเกิดอันตรายบ่อยครั้ง ก่อนจะเข้าเนื้อหาของกระทู้ผมอยากให้ทุกท่าน ได้เห็นภาพจริงของสภาพในพื้นที่ครับ โดยถนนแต่ละเส้นประกอบด้วย ถนนเส้นบ้านตูม หมู่ที่ ๑ เชื่อมต่อตำบลหัวนาคำ บ้านหัวนาคำ หมู่ที่ ๔ ตำบลเหล่ากลาง ถนนเส้นเลียบคลอง ชลประทาน ๖ จากบ้านตูมไปถึงสี่แยกบ้านหนองแปน ตำบลเหล่ากลาง ถนนเชื่อมระหว่าง บ้านโนนทันถึงคลอง 6R ตำบลเหล่ากลาง ถนนเส้นเชื่อมต่อระหว่างบ้านกุดเซือม ตำบลลำชี กับบ้านโนนเขวา ตำบลฆ้องชัยพัฒนา ถนนบริเวณรอบหมู่บ้านหนองหวาย ตำบลลำชี ถนนเส้นเชื่อมต่อระหว่างบ้านท่าเยี่ยม ตำบลลำชีและตำบลเหล่ากลาง ถนนบ้านหนองคู ตำบลโนนศิลาเลิง อำเภอฆ้องชัย เชื่อมต่อบ้านเสียว ตำบลหัวงัว อำเภอยางตลาด เส้นบ้าน หนองบัว หมู่ที่ ๓ ตำบลโคกสะอาด ถนนเส้นบ้านหนองเม็ก ตำบลโคกสะอาด เชื่อมต่อถนน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๑๖ ถนนเส้นบ้านดอนขีเชื่อมต่อบ้านดงบัง ตำบลอิตื้อ ถนนเส้นบ้านโพธิ์ศรี ตำบลบัวบาน เชื่อมต่อบ้านนาเชือก ตำบลนาเชือก อำเภอยางตลาด ถนนเส้นบ้านโคกสีเชื่อมต่อบ้านขาม ตำบลคลองขาม จากภาพจะเห็นได้ว่าถนนจุดต่าง ๆ มีปัญหาชำรุดทรุดโทรม ซึ่งยิ่งหน้าฝนแล้วเป็นหลุมเป็นบ่อทำให้มีน้ำขังบนถนน พี่น้อง ประชาชนสัญจรไปมาลำบาก ต้องส่งลูกหลานไปโรงเรียน บางทีก็เกิดอุบัติเหตุอยู่หลายครั้ง มีการไปยื่นปัญหานี้กับท่านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ท่านนายกองค์การบริหารส่วน ตำบลก็ไม่มีงบประมาณที่จะมาแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชน โดยผมอยากเสนอให้มีการ ปรับปรุงในพื้นที่ที่ยังเป็นลูกรังโดยการแก้ไขก่อสร้างเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ผมจึงขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีในครั้งเดียว ๒ คำถามว่า🔗

๑. กระทรวงมหาดไทยมีแนวทางช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากการใช้รถใช้ถนนอย่างไร ขอทราบรายละเอียด🔗

๒. กระทรวงมหาดไทยมีแผนงานโครงการที่จะก่อสร้างถนนคอนกรีต เสริมเหล็กเชื่อมระหว่างหมู่บ้านและชุมชนหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง มหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้เป็นผู้มาทำหน้าที่ ในการตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านพลากร พิมพะนิตย์ ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านให้ความกรุณาห่วงใยพี่น้องประชาชน ได้ถามเรื่องที่มีความสำคัญกับประชาชน โดยเฉพาะเรื่องของถนน ซึ่งถือว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญในการเดินทางว่าด้วย เรื่องของการไปมาหาสู่กัน เรื่องของการขนส่ง การนำพืชเกษตรของพี่น้องเราโดยเฉพาะ อีสานนำไปสู่ตลาดเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนโดยภาพรวม ก็เห็นใจท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่ได้ให้ความกรุณาแล้วก็กังวลใจมากเรื่องของถนน แล้วถนนดังกล่าวก็อยู่ใน พื้นที่ขององค์กรส่วนท้องถิ่นหลายที่ด้วยกัน ก็เห็นใจเหมือนกันเพราะว่า อปท. แต่ละแห่ง ก็จะมีงบประมาณค่อนข้างจะจำกัดในแต่ละปี ๆ โดยเฉพาะอีสานบ้านเราที่กาฬสินธุ์ผม Check ตัวเลขของ อปท. หลายแห่งก็มีงบในภาพรวมที่จะถึงร้อยนี่น้อยมาก อยู่ ๔๐ ๕๐ ล้านบาทโดยภาพรวม แล้วก็เวลาที่จะใช้งบเพื่อการลงทุนอย่างนี้มันจะเหลืออยู่ผมว่า ประมาณไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สมมุติว่าถ้ามีงบประมาณอยู่สัก ๕๐ ล้านบาทในภาพรวม ก็จะมีงบลงทุนเพื่อการพัฒนาทั้งหมดประมาณสัก ๔ ๕ ล้านบาทต่อปี เพราะฉะนั้นเป็นเรื่อง ที่เห็นใจ แต่ว่ากระทรวงมหาดไทยเองก็ถือว่าเป็นกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องผมว่าทุกเรื่อง จนมีคำกล่าวว่าเป็นกระทรวงที่ดูแลเรื่องบำบัดทุกข์บำรุงสุข อำนวยความเป็นธรรมของสังคม ส่งเสริมการพัฒนาการเมืองการปกครอง การพัฒนาบริหารราชการส่วนภูมิภาค รวมถึงการ ดูแลสนับสนุน แล้วก็ส่งเสริมให้ อปท. เขาเรียกว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการ ปฏิบัติงานด้วยเป็นการกำกับดูแล แต่ไม่ได้หมายความว่าไปสั่งการ ไปดำเนินการได้เอง เพราะว่าหลักการของท้องถิ่นคือเน้นเรื่องของการกระจายอำนาจ พยายามให้ท้องถิ่นซึ่งมา จากการเลือกตั้ง ท่านนายกทั้งหลาย สมาชิกทั้งหลายนี้มาจากการเลือกตั้งหมดสามารถที่จะ นำปัญหาทั้งหลายนี้นำมาแก้ พัฒนา ส่งเสริมด้วยตัวของท้องถิ่นเอง โดยความเห็นชอบจาก พี่น้องประชาชนในพื้นที่ นั่นคือหลักการสำคัญที่กระทรวงมหาดไทยก็พยายามเน้นอยู่เสมอ แล้วก็มีหลายท่านพยายามเรียกร้องเรื่องของการกระจายอำนาจ ทำอย่างไรให้มีอำนาจสูงสุด แต่ก็เห็นใจ อปท. อย่างนี้ สมมุติว่าถ้าเรากระจายอำนาจไปร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว อปท. มีเงินน้อยอย่างนี้จะทำอย่างไร ถึงได้มีแนวความคิดว่าเราต้องพยายามที่จะกระจายเงิน งบประมาณที่มาจาก อปท. ที่มีรายได้มาก อย่างบางที่ในเขตภาคกลาง เทศบาลเล็ก ๆ มีเงินพัฒนาโดยภาพรวม ๑,๒๐๐ กว่าล้านบาท มีงบลงทุนบางทีเกือบ ๒๐๐ ล้านบาท ในขณะที่เรามีงบรวม ๕๐ ล้านบาท มีงบในการลงทุนประมาณ ๓ ๔ ล้านบาท ซึ่งมันย้อนแย้งกัน เพราะฉะนั้นมันก็เลยมีความจำเป็นว่าเราก็ต้องพยายามที่จะจัดสรรเงินใน อปท. ที่มีรายได้ มากไปให้ อปท. เล็ก ๆ เหมือนพี่ดูแลน้องอย่างนี้ในการบริหารจัดการ🔗

สำหรับเรื่องที่ท่านได้ให้ความกรุณาถามห่วงใยกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการเลย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอที่กำกับดูแลองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นกำชับให้ อปท. เร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาเดือดร้อนของประชาชนโดยการให้เร่งปรับปรุง ซ่อมแซมถนน ที่ชำรุดเสียหายให้ใช้งานได้ตามปกติก็ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้พูดถึง ๑๒ สายทาง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกรังหมด สั่งการในเบื้องต้นไปก็ทราบว่าในขณะนี้ อปท. ทุกแห่งก็ใช้การ ซ่อมสร้างเป็นแบบใช้เงินที่มีอยู่ของตัวเองเป็นการชั่วคราวในเบื้องต้นกัน ก็คือถนนที่เป็น ลูกรังก็จะซ่อมเป็นคอนกรีตก็คงยังซ่อมไม่ได้ มันก็คงจะเอาลูกรังไปซ่อมในจุดที่มันเป็นหลุม เป็นบ่อ มีการบดอัด แล้วก็เป็นการใช้ชั่วคราวไปก่อนในส่วนที่เป็น ๗ ตำบล ไม่ว่าจะเป็น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นที่มีรายชื่อตามที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงหลาย อบต. ด้วยกันแต่ว่าก็ได้ทราบมา เมื่อเช้านี้ผมก็ได้เชิญท้องถิ่นจังหวัดที่มาร่วมประชุมด้วยก็สอบถาม ติดตามดูก็ทราบว่าได้ดำเนินการไปบางส่วนแล้ว แต่ว่าสำหรับการซ่อมแซม บำรุงรักษา อย่างเช่นถนนให้เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือเป็น Asphaltic ตามที่ท่านสมาชิกได้นำเสนอ ที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก อันนี้ก็เห็นใจในเบื้องต้นว่าพอมันมากปั๊บ อปท. มีเงินไม่พอ มันเกินศักยภาพ เพราะฉะนั้น อปท. เองก็ต้องใช้แนวทางตามวิธีการที่ทางมหาดไทยเองได้ สั่งการไปว่าในการดำเนินการถ้าเกินศักยภาพของ อปท. เองก็จะต้องทำคำขอแล้วไปให้กับ อปท. ที่ใหญ่กว่าเป็นเหมือนพี่เลี้ยงพี่ใหญ่อย่างเช่น อบจ. ถ้า อบจ. ท่านขัดข้องก็อาจจะต้อง ให้ อปท. เหล่านี้ที่ต้องการทำโครงสร้างพื้นฐานเรื่องถนนให้เป็นมาตรฐานขึ้นมาก็อาจจะขอ ไปที่จังหวัด ซึ่งจังหวัดเองในขณะนี้ก็จะมีงบที่เรียกว่างบจังหวัด หรือหลายท่านบอกเป็นงบ CEO งบกลุ่มจังหวัด ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็สามารถที่จะจัดสรรงบประมาณให้กับ อปท. เป็นหน่วย ดำเนินการได้แล้ว เมื่อก่อนไม่ได้ เดี๋ยวนี้ได้นะครับ ก็เรียนท่านประธานว่าเป็นแนวทาง เบื้องต้นก่อนว่าเป็นขั้นบันไดของการดำเนินการเพราะมันเป็น อปท. เป็นนิติบุคคล เป็นท้องถิ่น เราไม่สามารถไปก้าวล่วงการสั่งการแทนผู้บริหารท้องถิ่นได้ แต่ให้คำแนะนำว่า แนวทางการได้มาซึ่งการแก้ไขปัญหานี้เป็นแนวทางอย่างไร เริ่มต้นใช้เงินตัวเองก่อน ไม่พอ ก็ขอเงินอุดหนุนจาก อปท. ที่ใหญ่กว่า ไม่พอก็อาจจะไปขอที่จังหวัด หรือถ้าบอกว่าจังหวัด ไม่มีเงินให้เราก็ใช้แนวทางในเรื่องของการที่จะขอใช้งบประมาณในการดำเนินการตาม โครงการ ก็คือขอเงินอุดหนุนมาที่กระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะ อบต. ในขณะนี้เรายัง ของบผ่านมหาดไทยอยู่ ผ่านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ แต่ถ้าเป็นเทศบาลก็ต้อง ขอตรงแล้วไปที่สำนักงบประมาณโดยตรง แต่ว่าในเบื้องต้นนี้ส่วนใหญ่จะเป็น อบต. ท้องถิ่น มาก็แจ้งไปว่าให้ อปท. แต่ละแห่งช่วยดำเนินการเสนอโครงการมาตามรูปแบบ ตามวิธีการ การจัดทำงบประมาณว่าด้วยเรื่องของการฟังเสียงประชาชน การประชาคม การมีรูปแบบ รายการให้ชัดเจน เขาเรียกว่า ปร.๔ ปร.๕ รูปแบบรายการของการใช้งบประมาณใช้เท่าไร แล้วขอมา ถ้าเกินวงเงินตั้งแต่ ๑๐ ล้านบาทไป อปท. ก็ต้องสมทบ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในหนังสือ ที่ขอโครงการมานี้ต้องยืนยันว่ามีงบประมาณที่จะสมทบได้เพียงพอสำนักงบประมาณถึงจะได้ พิจารณาใน อปท. นั้น ๆ ที่จะมีความพร้อมในการดำเนินการต่อไป ในเบื้องต้นเป็นข้อที่ ๑ ที่ผมได้ตอบให้ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติซึ่งมีความกังวล แล้วก็ถือว่าเป็นเรื่อง ที่มีประโยชน์กับพี่น้องประชาชนนะครับ🔗

ในส่วนคำถามข้อที่ ๒ ซึ่งท่านได้กรุณาถาม เมื่อสักครู่ถามเลยใช่ไหมครับ ให้ตอบเลยนะครับ กระทรวงมหาดไทยเองได้มีนโยบายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการปรับปรุง ซ่อมแซมตามที่ผมได้กล่าวเบื้องต้น แล้วก็จัดทำของบประมาณมาที่ อปท. ถ้าท่านทำคอนกรีต ท่านทำอะไรแล้วแต่ท่านก็ต้องลงไปในระบบ เขาเรียกว่าระบบ SOLA วันนี้มหาดไทยก็สั่งการกรม สั่งการไปย้ำเน้นให้ อปท. แต่ละจังหวัด มีท้องถิ่นจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดซักซ้อมแนวทางในการดำเนินการว่าท่านจะต้องเอาโครงการทั้งหลาย ที่ท่านทำตั้งแต่เริ่มฟังเสียงประชาชน มีรูปแบบรายการที่ผมเรียนเบื้องต้น มี ปร.๔ ปร.๕ ก็ต้องไปลงในระบบ เขาเรียกว่า ระบบ SOLA ผมว่านายกองค์การบริหารส่วนตำบลแต่ละแห่ง เขาทราบดีอยู่แล้ว แต่ว่าท่านต้องทำในกรอบของเวลาที่กำหนดด้วย บางทีบางครั้งผมมา ตอบกระทู้ถามนี่กระทู้ถามที่ถามมาบางทีไม่ได้เคยขอเลยก็มี อันนี้ก็ต้องย้ำเน้นไปว่าท่านต้อง ดำเนินการผ่านระบบ SOLA ตั้งแต่วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ถึงวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๘ เป็นกรอบเวลาในการที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลายเฉพาะ อบต. ต้องดำเนินการ ตามนี้ ส่วนเทศบาลหรือ อบจ. ก็ขอตรงกับสำนักงานต่อไป🔗

สำหรับในปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๙ นี้ อันนี้ผมย้ำเน้นไปแล้ว แล้วก็ทราบว่า พื้นที่ที่ท่านมีความกรุณาห่วงใยทางท้องถิ่นจังหวัดก็ได้ประสานงานไปแล้วก็ย้ำให้แต่ละที่ เสนอโครงการมาตามที่ท่านได้ให้ความกรุณาห่วงใยถึง ๑๒ เส้นทาง ดำเนินการขอมาแล้วก็มี ตัวเลขขอเรียบร้อย บางที่ก็ขอมาอยู่ ๒ ล้านบาทเศษ บางที่ก็ ๓ ล้านบาท ๘ ล้านบาท แต่ส่วนใหญ่ก็เรียนท่านประธานว่าก็ไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท เพราะว่า อปท. แต่ละแห่งก็กังวลใจ เรื่องเงินอุดหนุน แต่ผมเรียนท่านประธานกับท่านสมาชิกว่ามันมีอีกแนวทางหนึ่งซึ่งในขณะนี้ มีเรื่องของการโอนเส้นทางคมนาคมซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ อปท. ทั้งหลายซึ่งเกินขีด ความสามารถ แต่ว่ามันเป็นเส้นทางที่เป็นเครือข่าย เขาเรียกโครงข่าย ผมไปฟังทางหลวงชนบท เขาบอกว่าถึง Link ๓ แล้ว เป็นถนนที่เชื่อมโยงระหว่าง อปท. ต่อ อปท. อปท. ไปหลาย อปท. ซึ่งไม่รู้จะให้ใครทำแล้วมันยาว อย่างนี้เราก็สามารถที่จะโอนเส้นทางดังกล่าวนี้ให้กับ ทางหลวงชนบทเพื่อดำเนินการ แล้วก็มีหลายจังหวัดดำเนินการไปก็ถือว่าเยอะนะครับ ทราบว่าเดี๋ยวนี้ทางหลวงชนบทมีภารกิจงานเรื่องการทำถนนอย่างนี้คือเป็น Asphaltic ประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรเพิ่มขึ้นมานะครับ เพราะถ้าไม่ได้เพิ่มแนวทางนี้ผมได้คุยกับ อธิบดีบอกว่าภารกิจของทางหลวงชนบทจะหมดไป เพราะว่าภารกิจการถ่ายโอนในช่วงการ ตั้งกรมใหม่ ๆ มีตัวเลขที่จำกัด แต่ว่าทางกาฬสินธุ์เองผมก็ได้คุยกับท้องถิ่นจังหวัดว่า ไปร่วมกันตั้งคณะกรรมการสำรวจเส้นทางที่อยู่ในกาฬสินธุ์ทั้งหมด ตรงไหนที่เป็นโครงข่าย เกินศักยภาพตัวเองแล้วกรุณาทำเรื่องโอนให้กับทางหลวงชนบท เพื่อให้หน่วยงานกลาง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จะมาทำถนนให้ได้มาตรฐานเดียวกัน ถ้าให้ต่างคนต่างทำเดี๋ยวจะมี คอนกรีตบ้าง มีลูกรังบ้าง มี Asphaltic บ้าง ขนาดระยะไม่เท่ากันอย่างนี้ก็จะเป็นปัญหา เรื่องของการเดินทาง เรื่องของความปลอดภัย ในเบื้องต้นผมเรียนท่านประธานและ ท่านสมาชิกว่าทุกปัญหามหาดไทยก็จะบำบัดทุกข์บำรุงสุข แล้วก็ทำให้สิ่งที่ท่านมีความกังวล นี้ลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย แล้วก็เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เป็นอย่างไร เชิญครับ🔗

นายพลากร พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

สุดท้ายก็ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานสภาครับ แล้วก็กราบขอบคุณผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ผมก็มีโอกาสถามกระทู้ท่านหลายรอบและทุกรอบ ก็ได้รับการแก้ปัญหาครับ พี่น้องประชาชนสบายใจ วันนี้ผมก็บอกท่านว่าผมดีใจมากเลยที่ได้ เจอท่าน เพราะว่าพี่น้องประชาชนได้รับการแก้ปัญหาแน่นอน แล้วท่านก็ยืนยันมาแล้วว่า ถนน ๑๒ เส้นนี้พี่น้องประชาชนก็มีความหวังในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ รอบหน้าอาจจะ มากกว่า ๑๒ เส้นครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าเรียบร้อยก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่าน สส. ครับ🔗

๒. เรื่อง การแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดตามที่สาธารณะ นายวิรัช พิมพะนิตย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ มีภารกิจที่ได้ นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ท่านอิทธิ ศิริลัทธยากร เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง🔗

ทั้งนี้ได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถามได้ ๑. ท่านเพ็ญชาติ เทียนเจริญ ๒. ท่านสุขุมาลย์ พัดลม เชิญท่านวิรัชถามท่านรัฐมนตรี คำถามแรกนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวิรัช พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิรัช พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้อง กราบขอบพระคุณท่านประธานที่บรรจุกระทู้ของกระผมเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชน แล้วก็กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยอิทธิที่กรุณามาตอบกระทู้ คือปัญหาเรื่องสุนัข แมวจรจัดหลายคนอาจจะมองว่ามันไม่ใช่ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ แต่จริง ๆ แล้วปัญหาตัวนี้ตอนนี้ ในประเทศไทยเนื่องจากมีพระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์ทำให้จำนวนประชากรของสุนัข แมว เพิ่มมากขึ้น ในพื้นที่ของต่างจังหวัดสุนัขตัวหนึ่งสามารถคลอดลูกได้ครั้งหนึ่งก็ ๑๐ กว่าตัว ถามว่ารักไหม รักครับ แต่ก่อนนี้ห่วงโซ่ของสุนัขจรจัดจะน้อยเพราะว่าเนื่องจากมีการ เพื่อจำหน่ายจ่ายแจกสำหรับประเทศที่รับประทานก็ส่งไปนอก ส่งไปเวียดนาม ส่งไปลาว แต่วันนี้เนื่องจากว่าความเมตตาของประเทศเราก็คือดูแลสัตว์ต่าง ๆ ก็ทำให้มีกฎหมายที่มา คุ้มครองตัวนี้ จึงทำให้ประชากรของสุนัขนี้เพิ่มขึ้นมาก ในที่สาธารณะ เช่น สวนสาธารณะ วัดต่าง ๆ ผมยกตัวอย่างเช่นวัดในจังหวัดกาฬสินธุ์ วัดประชานิยมนี่เฉพาะวัดเดียวที่เป็นวัด ประจำจังหวัดซึ่งถือว่ามีเจ้าคณะจังหวัดอยู่ วัดเดียวมีประชากรสุนัขเกือบ ๕๐๐ ตัว นี่ครับ ท่านดูในรูป วันนี้ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธาน เหมือน God Father กลุ่มหนึ่งก็มีสักเกือบ ๑๐๐ กว่าตัว ๒๐๐ ตัว ก็เป็นกลุ่ม ๑ กลุ่ม ๒ กลุ่ม ๓ กลุ่ม ๔ ถ้ากลุ่มน้อย ๆ หน่อย God Father คืออิทธิพลน้อยหน่อยก็เหลืออยู่ประมาณสัก ๑๐ กว่าตัว แต่ปัญหาที่มันเกิดคือวันนี้ มันไม่มีใครดูแล ถ้าวันหนึ่งมีที่กัดพระ กัดเณร กัดคนที่มาทำบุญ เคยมีศาลปกครองครับ ตอนนี้อยู่ในเรื่องของศาลปกครอง หลายคดีที่คนที่ถูกกัดจะให้วัดรับผิดชอบ วัดก็บอกไม่ใช่ สุนัขของวัด ที่จะให้ใครรับผิดชอบก็ไม่มีใครรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นคนที่ถูกสัตว์ทำร้าย ก็เลยกลายเป็นว่าไม่รู้จะพึ่งใคร เพราะฉะนั้นวันนี้ผมกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีที่ดูแล กรมปศุสัตว์ ซึ่งจริง ๆ แล้วในพระราชบัญญัติคุ้มครองคนที่ดูแลสัตว์ประกอบด้วยเรียกว่า เกือบทุกกระทรวง วันนี้มีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน แล้วก็มีเลขา คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน อธิบดีกรมศาสนา อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ อธิบดี กรมประมง อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อธิบดีกรมระหว่างประเทศ อธิบดี กรมอนามัย อธิบดีกรมอุทยาน ผู้ว่าการท่องเที่ยว ผู้อำนวยการสวนสัตว์ทุกสวนสัตว์ เป็นกรรมการโดยตามมาตรา ๕ ของพระราชบัญญัตินี้ ทารุณกรรมสัตว์และสวัสดิการ ของสัตว์ วันนี้ผมก็เลยกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการที่กรมปศุสัตว์ ซึ่งมีหน้าที่หลักที่จะดูแลเราจะทำอย่างไร🔗

คำถามที่ ๑ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีแนวทาง การแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดอย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร ขอทราบรายละเอียด🔗

คำถามที่ ๒ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีมาตรการควบคุมสุนัขจรจัด ที่กระจายอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นวัด โรงเรียน สถานศึกษา สถานที่ราชการ สวนสาธารณะ และข้างถนนอย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ ขอถามท่าน ๒ ข้อก่อนครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันนี้ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ให้มาตอบกระทู้แทน เรื่องการแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดของท่าน สส. วิรัช พิมพะนิตย์ จากจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ต้องบอกว่าผมยินดีที่จะมาตอบเพราะว่า ผมได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกรมปศุสัตว์ด้วยครับ🔗

ต่อคำถามข้อที่ ๑ ผมขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่าน สส. เรื่องการแก้ไข ปัญหาสุนัขจรจัดให้มีประสิทธิภาพ โดยกระผมต้องขออธิบายเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจนว่า ในปัจจุบันกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานที่ทำงาน ภายใต้กฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกัน เป็นต้นว่า พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรม และจัดสรรสวัสดิภาพสัตว์ พุทธศักราช ๒๕๕๗ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พุทธศักราช ๒๕๓๕ พระราชบัญญัติโรคพิษสุนัขบ้า พุทธศักราช ๒๕๓๕ พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พุทธศักราช ๒๕๕๘ โดยกฎหมายเหล่านี้นั้นใช้กำกับดูแลและควบคุมการจัดการโรคพิษสุนัขบ้า และในปีล่าสุดนี้ทราบมาว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับจัดสรรวัคซีนสำหรับป้องกันโรค ด้วยงบประมาณประมาณ ๑๑ ล้านโดส ส่วนกรมปศุสัตว์ที่ผมกำกับดูแลนั้นได้รับจัดสรรมา ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ โดสเท่านั้นเอง ซึ่งการลดลงจากปีก่อน ๆ นี้ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ และภายใต้ พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๗ กรมปศุสัตว์ พยายามตรวจตราและส่งเสริมไม่ให้เกิดการทารุณกรรมสัตว์ โดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ ในพื้นที่ประสานกับหน่วยงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนให้ช่วยกันแจ้ง เบาะแสเมื่อพบการกระทำที่ทารุณกรรมสัตว์ นโยบายที่สำคัญอีก ๑ นโยบายของกรมปศุสัตว์ ก็คือการควบคุมการเพิ่มประชากรของสุนัขและแมว ซึ่งทางกรมปศุสัตว์ได้ให้บริการผ่าตัด ทำหมันทั้งสุนัขและแมวทั้งที่มีเจ้าของและจรจัดแบบไม่มีค่าใช้จ่าย โดยทางกรมปศุสัตว์ได้ส่ง หน่วยเคลื่อนที่และทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้บริการพี่น้องประชาชน ในแต่ละภูมิภาค แต่กระผมก็ต้องยอมรับว่าเนื่องจากมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและบุคลากร ทำให้ยังมีพื้นที่บางแห่งที่กรมปศุสัตว์อาจจะยังเข้าไม่ถึง แต่อย่างไรก็ตามกระผมก็ได้กำชับ และให้นโยบายนี้สามารถสัมฤทธิ์ผลตามวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะ มากได้ นอกจากนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังได้ออกประกาศกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ เรื่องการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. ๒๕๖๓ เพื่อส่งเสริมให้มีการจัดสวัสดิภาพสัตว์ให้มี ความเหมาะสม ซึ่งจะส่งผลต่อการลดจำนวนการนำสุนัขและแมวมาทิ้งในพื้นที่สาธารณะ โดยในส่วนนี้ระดับจังหวัดจะมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เป็นกรรมการ จึงขอเรียนตอบคำถามข้อนี้เท่านี้ครับ🔗

ส่วนคำถามข้อที่ ๒ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ขอชี้แจงว่าหัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาการควบคุมสุนัขจรจัด และรวมไปถึงการควบคุม โรคพิษสุนัขบ้า คือการที่เราต้องมีสถานที่พักพิงที่เพียงพอ เพราะถ้ามีการแจ้งการพบเจอ สุนัขจรจัด กรมปศุสัตว์จะมีมาตรการในการลงพื้นที่เพื่อจับและนำมาไว้ที่สถานที่กักกัน เพื่อดูแลอาการ ถ้ามีอาการก็ต้องทำการฉีดวัคซีน โดยจะต้องฉีดวัคซีนถึง ๔ เข็ม ในกรณีที่ ตรวจสอบไม่พบอาการก็ต้องส่งคืน หรือในกรณีสุนัขจรจัดก็ปล่อยสู่ที่เดิมที่จับมาได้ นอกจากนี้กรมปศุสัตว์ก็ได้เก็บข้อมูลการพบโรคพิษสุนัขบ้าในแต่ละปี ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วย ให้สามารถวิเคราะห์ว่าพบมาก พบน้อย พบในที่ใด หรือข้อมูลเชิงพื้นที่ทำให้คาดเดาต้นตอว่า เกิดการระบาดจากพื้นที่ใดมาก โดยในปีนี้มีการพบเจอสุนัขบ้าไปแล้ว ๒๙๔ เคส หรือ ๒๙๔ ราย ซึ่งลดจากปีก่อนที่พบประมาณ ๓๕๐ เคส โดยในปี ๒๕๖๗ มีพบเคสโรคพิษสุนัขบ้า ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ที่บ้านท่าน สส. วิรัช จำนวน ๑๑ ตัว และกระผมได้กำชับให้ทางกรมปศุสัตว์ ทำงานเชิงรุก และเร่งออกให้บริการในการฉีดวัคซีนและบริการทำหมันสุนัขและแมว อย่างเร่งด่วนครับ ผมขอตอบแค่นี้ ๒ ข้อครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีคำถามที่ ๒ ไหมครับ เชิญครับ🔗

นายวิรัช พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีนะครับ แต่ว่าจริง ๆ แล้วผมต้องบอกกับท่านรัฐมนตรีว่าเราทุกคนก็รักสัตว์ จริง ๆ หลายคนที่ผมถามนี่หลายคนว่าอย่าถามเลยคนรักสัตว์จะเกลียด แต่ผมบอกว่าวันนี้ เราต้องรู้กับความจริงว่าในพื้นที่สุนัขตัวหนึ่งคลอดลูก ๑๐ กว่าตัวต่อครั้ง ๘-๑๐ ตัว แล้ววันนี้ ในพื้นที่จริง ๆ เห็นใจปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์ก็ดูแลสุนัขจรจัด แมวจรจัดต่าง ๆ แต่ผมว่า มันไม่ทันหรอกครับ ไม่พอหรอกครับ ในสวนสาธารณะต่าง ๆ ที่เขาจะไปเดินออกกำลังกาย ที่เขาจะไปดูอะไรต่าง ๆ ผมว่ากรมปศุสัตว์หรือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือรัฐบาล ทำไมไม่มอบอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาสามารถตั้งงบตัวนี้ได้ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมาบอกผมว่าเขาไม่สามารถจะตั้งงบเพื่อทำตัวนี้ได้เลยในการดูแลสัตว์ ควบคุมสัตว์ ต้องผ่านกรมปศุสัตว์อย่างเดียว ผมว่าท่านมอบอำนาจไปหน่อยครับ มอบอำนาจให้เขาไปมี โอกาส เฉพาะปัญหาลิงที่ลพบุรีท่านทำกรงแล้วก็จับลิง ตอนนี้มาขังเป็น ๓,๐๐๐ ๔,๐๐๐ ตัว แล้วมันก็ยังเหลืออยู่ข้างนอกอีก ๑,๐๐๐ กว่าตัว มันก็ช่วยให้ราษฎรหรือชาวบ้านช่วยได้มาก พอสมควร แต่วันนี้สุนัขมันกระจายไปทั่วประเทศเยอะมาก หลายคนถ้าเป็นคนที่ไม่ได้สัมผัส อาจจะอยู่ในศูนย์การค้าในอะไรนี่ไม่ได้เจอหรอกครับ แต่ถ้าพวกที่ไปอยู่วัด ไปอยู่ชุมชน ต่าง ๆ เจอมาก ๆ แล้วความสงสารถามว่ารักไหม ผมก็รักครับ แต่ผมว่าชาวบ้านที่อยู่นี่เขารัก แต่เขาดูแลไม่ทัน ที่ท่านบอกว่าเงินงบประมาณมันไม่พอ ผมบอกว่าทำไมไม่อนุญาตให้ ท้องถิ่นเขาสามารถจะตั้งงบประมาณ ตั้งสวัสดิการ ผมว่าในเทศบาล หรือ อบต. ต่าง ๆ เขามี สัตวแพทย์ เขามีความพร้อมที่จะทำในสิ่งพวกนี้ แต่บางครั้งหน่วยงานใหญ่ ๆ เมื่อวานนี้ เราลงมติเรื่องประมงผมลงจนเป็นมือกดนะครับ เพราะว่าอยากให้มันทำให้ได้ วันนี้ผม กราบเรียนท่านรัฐมนตรีถ้าเป็นไปได้เพิ่มกฎหมายเข้าไปหน่อยว่าให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเขาสามารถ ท่านเอากรงไปขังนี่ไม่รอดหรอกครับ ท่านจำได้ไหมว่าวันหนึ่งที่จับ ได้ที่นครพนมที่เขาจะส่งออก ขังไว้ ๗,๐๐๐ กว่าตัว แล้วก็มีผู้ใจบุญต่าง ๆ บริจาคมาเป็นเงิน ไม่รู้กี่ร้อยล้าน แต่ถามว่า ๗,๐๐๐ กว่าตัวก็เดดสะมอเร่หมดไม่รอดครับ เพราะว่ามันไม่ได้อยู่ ในชุมชนที่จะต้องมาอยู่กรงอย่างนี้ สมัยก่อนนี้ผมกำลังหาเสียงอยู่ กำลังปราศรัยอยู่รถจับหมา ไปขายวิ่งมาปุ๊บหมาที่มันนั่งอยู่ หมอบอยู่มันรู้ชะตากรรมเหมือนกันครับ เพราะถ้าท่านไปขัง ไว้อยู่ด้วยกันนี้อย่างไรก็ไม่รอด ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งหนึ่งที่ผมมาตั้งกระทู้ถามวันนี้ ผมอยากได้คือ ท่านรัฐมนตรีทำอย่างไรก็ได้ที่สามารถจะมอบอำนาจให้ท้องถิ่นเขาสามารถ แก้ปัญหาตัวนี้ด้วยตัวเขาเองได้ เพราะจริง ๆ ท้องถิ่นเขาจะรู้ว่าวันนี้ท้องถิ่นเป็นเจ้าของ สวนสาธารณะตรงนี้ ท้องถิ่นเป็นเจ้าของวัดตรงนี้ เขาสามารถจะเก็บเกี่ยวหรือไม่ก็คุ้มครอง คนของเขาได้ แต่วันนี้กรมปศุสัตว์คุมอำนาจไว้อย่างเดียว พระราชบัญญัตินี้ดีครับ วันนี้ ดูสิครับอธิบดีต่าง ๆ แต่คนเป็นประธานคือปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่อธิบดีต่าง ๆ ดูเรื่องการศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งคุมโรงเรียนทุกอย่าง ถ้ามันกัดลูกกัดหลาน แล้ววันนี้มัน ขย่ำลูกขย่ำหลาน ถ้ามันเกิดโศกนาฏกรรมมาเราก็ไม่มีใครที่จะรับผิดชอบตัวนี้ ถามว่าปัญหา ตัวนี้อาจจะมองว่ามันเป็นปัญหาเล็ก ๆ ผมว่ามันหนักกว่าที่ว่าช้างเข้ามากินพืชสวน มันหนัก กว่าทุกอย่างที่เข้ามา เพราะประชากรสุนัขกับแมวมันกระจายไปทั่วทั้งประเทศ วันหลัง กราบเรียนท่านรัฐมนตรีถ้ามาผมว่าเชิญท่านอธิบดีกรมปศุสัตว์หรือไม่ก็คนที่เขาดูแลเรื่องนี้ มาด้วยก็ดี ท่านจะได้ไม่ต้องสั่งงานอะไรมากมาย เพราะว่าให้เขามารับทราบจาก สส. โดยตรงก็ดี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่านอยากจะแก้ปัญหา ท่านก็ได้ประสาน โดยเฉพาะวันนี้ผมตั้งกระทู้ถามมา ๒ รอบ รอบแรกก็ต้องถามรัฐมนตรีเบนซ์ งวดนี้มาถามคุณพ่ออีกครับ ก็เป็นเรื่องที่ดีโดยเฉพาะเบนซ์ท่านรัฐมนตรีที่เป็น สส. ด้วยกัน ท่านก็พยายามจะอธิบาย แต่วันนี้ผมอยากให้แก้เป็นระบบครับ ขออย่างเดียวขอให้ท่าน ออกกฎหมายหรืออะไรมอบให้ท้องถิ่นหรืออะไรต่าง ๆ นี้สามารถตั้งงบของเขาเอง เพื่อแก้ปัญหาเรื่องสุนัขจรจัด แมวจรจัด แล้วปัญหาป้องกันของเขาได้ ผมว่าเขาพร้อมที่จะทำ เพราะเขาก็อยากหาเสียงเหมือนผม ผมเป็น สส. ผมก็อยากหาเสียง ท่านเป็นรัฐมนตรีท่าน ก็อยากดูแลประชาชน วันนี้ถ้าเขาสามารถตั้งงบของเขาเองผมว่าปัญหาต่าง ๆ เขามีปศุสัตว์ ของเขา เขามีโรงพยาบาลชุมชนของเขา แล้วท่านก็ยังพูดกับผมอยู่ว่าวันนี้อย่างไรก็ไม่พอ ใช่ไหมครับ งบที่ตั้งมาอย่างไรก็ไม่พอเพราะฉะนั้นให้เขา เราก็ประหยัดหน่อยครับ ประหยัด งบกระทรวงหน่อยให้ท้องถิ่นเขาตั้งงบของตัวเขาเอง🔗

มีอีกข้อหนึ่งที่ยังเหลือที่ยังไม่ได้ถามที่ยื่นท่านไป ข้อ ๓ กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อควบคุมเจ้าของสัตว์ที่นำสัตว์เลี้ยงมาปล่อย อย่างไร เพราะจริง ๆ แล้วท่านก็คิดแต่ว่าห้ามปล่อย กฎหมายมีโทษนะครับ แต่ว่ามันก็ ไม่ปล่อยในวัดหรอก มันไปปล่อยข้างวัดครับ ปล่อยข้างวัดมันก็วิ่งเข้าไปในวัดเหมือนเดิม ใช่ไหมครับเจ้าหน้าที่ที่หัวเราะ ผมก็บอกว่ามันจริง ๆ เพราะฉะนั้นท่านควบคุม ท่านทำอะไร กับเขาได้ ผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรี ผมอยากให้ท่านทำนะไม่ใช่ว่าถามเพื่ออันนั้น อยากให้ ท่านได้มีโอกาสว่าเราจะทำอย่างไรเพื่อจะควบคุม แล้วก็มีการบังคับว่าพอหมาตัวไหนที่มัน ไม่ดีก็เอาไปปล่อย ถ้าหมาตัวไหนดีก็รักก็โอบอุ้มไว้ แมวตัวไหนไม่ดีก็ปล่อย ถามว่ามันเป็น ปัญหาของสังคมยิ่งกว่าฆ่ามันเสียอีก ท่านรัฐมนตรีครับ ขอถามท่านเป็นคำถามสุดท้ายครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีเข้าใจคำถามนะครับ ทำอย่างไรกับมันดี เชิญครับ🔗

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่าน สส. วิรัช ผมนี่เข้าใจท่านดี ผมเป็นผู้แทนมา ๕ ๖ สมัย ๒๐ กว่าปี สิ่งที่ท่านพูดนี้ตรงกันหมด ตรงกับใจผมทุก ๆ เรื่อง ที่ผมบอกว่างบประมาณ ไม่พอนั่นเรื่องจริง ๆ แต่ว่าเราก็จัดให้ท้องถิ่นไป ๑๑ ล้านโดส แต่ว่าของกรมปศุสัตว์เหลือแค่ ๕๐๐,๐๐๐ โดส แต่ผมจะเอาข้อเสนอแนะของท่านไปดำเนินการ ท่านรักสัตว์ รักหมาแมว เหมือนกัน ผมก็รักสัตว์ รักหมาแมวเหมือนกัน อันหนึ่งที่ผมขอชี้แจงนิดหนึ่งว่าลิงลพบุรี กรมปศุสัตว์ไม่ได้เข้าไปดูแล มันของกรมอุทยานของกระทรวงทรัพยากรนะครับ เดี๋ยวต้องไป บอกทางรัฐมนตรีเฉลิมชัย แต่ว่าไม่เป็นอะไรผมก็มารับฟังเพราะว่าพวกเราเป็นผู้แทน ส่วนมากความคิดตรง ๆ กัน ไม่มีอะไรเปลี่ยนหรอกครับ แล้วก็ขอตอบเลยครับ ขอตอบ คำถามของท่านข้อที่ ๓ ก็คือกรมปศุสัตว์ได้จัดตั้งกองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ ซึ่งจะดำเนินภารกิจตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมสัตว์และจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๗ ซึ่งบัญญัติไว้ในส่วนของเจ้าของสัตว์ที่นำสัตว์เลี้ยงมาปล่อย มีโทษปรับไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท และเจ้าของสัตว์มีหน้าที่ดูแลสัตว์ของตนให้เป็นไปตามหลักการการจัด สวัสดิภาพสัตว์ การปล่อย ละทิ้ง หรือกระทำการใด ๆ ให้สัตว์พ้นจากตนเองโดยไม่มีเหตุ อันควรเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย หากพนักงานเจ้าหน้าที่พบเห็นหรือได้รับแจ้งถึงการกระทำผิด พนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และหากมีความผิดจริงพนักงาน เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ ต่อไป และจากกรณีการใช้สัตว์ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ซึ่งเป็นข่าวโด่งดังไปนี่ ทางกรมปศุสัตว์ ก็กำลังเร่งพิจารณาร่างอนุบัญญัติซึ่งเป็นกฎหมายลูกเกี่ยวกับการใช้สัตว์เพื่อการแสดงเพื่อให้ สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน ท้ายนี้ก็ต้องขอบคุณท่าน สส. วิรัช ที่ได้ตั้งกระทู้ถามตั้งแต่ รุ่นลูกมาจนถึงรุ่นพ่อนะครับ ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นความห่วงใย ท่านเห็นสภาพจริงผมก็เห็น ผมก็อยู่บ้านนอกเหมือนท่าน ก็ถือว่ากระทู้ของท่านนี้มีประโยชน์ต่อสังคม ต่อประเทศ แล้วก็ ไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ เหมือนที่ท่านบอกครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายวิรัช พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

ขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณท่าน รัฐมนตรี แต่สิ่งหนึ่งที่ฝากท่านก็คือการปล่อยโทษ ๔๐,๐๐๐ ใช่ไหมครับ แต่จริง ๆ แทบจะ ไม่มีใครจับใครได้เลย เพราะฉะนั้นก็ฝากทางท่านรัฐมนตรี เพราะจริง ๆ หมาดีไม่ไปปล่อย หรอกครับ หมากัดไก่ หมากัดคน เขาถึงเอาไปปล่อย เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านรัฐมนตรีหน่อย ช่วยหาวิธี ขอบคุณนะครับ สำหรับท่านปศุสัตว์จังหวัดกาฬสินธุ์ที่โทรประสาน แล้วก็จะไป ฉีดยาให้ แล้วก็จะเอาไปทำหมันให้ ก็ขอบคุณมากครับ ด้วยความเคารพครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ🔗

๓. เรื่อง ติดตามการบูรณาการแผนงานแก้ปัญหาน้ำเพื่อการเกษตร อุปโภค-บริโภค ในห้วยลีลา อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ นางสาววิลดา อินฉัตร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ มีภารกิจนัดหมาย ไว้ล่วงหน้า จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอิทธิ ศิริลัทธยากร เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง🔗

ทั้งนี้ได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถาม ได้แก่ ท่านแรก ท่านนันท์นภัส จันทร ท่านที่ ๒ ท่านเกศรินทร์ จารีต ท่านที่ ๓ ท่านสุรศักดิ์ จิรวัสตร์มงคล ท่านที่ ๔ ท่านรชต รอดคลองตัน ท่านที่ ๕ ท่านปดิพัทธ์ ดีพรหม ท่านที่ ๖ ท่านวรินทร์ณฐา เอกอัศวภิรมย์ ท่านที่ ๗ ท่านพีระชัย ชวรัตน์โชติวงศ์ ท่านที่ ๘ ท่านวัชรี จงแจ่ม ต่อไปเชิญท่านวิลดา อินฉัตร ถามท่านรัฐมนตรีเป็นคำถามแรก เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาววิลดา อินฉัตร ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านรัฐมนตรี ดิฉัน นางสาววิลดา อินฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๗ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องจะขอหารือ เรื่อง ติดตามการบูรณาการแผนงาน แก้ปัญหาน้ำเพื่อการเกษตรอุปโภค-บริโภค ในห้วยลีลา อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ห้วยลีลาเป็นพื้นที่ที่อยู่ในอำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดใหญ่ แล้วปรางค์กู่ก็เป็นอำเภอที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ ๗ จาก ๒๒ อำเภอ มีพื้นที่ที่เป็นห้วย ๖๐ กว่าไร่ ขาดการขุดลอกมาไม่ต่ำกว่า ๔๐ ปีแล้ว โดยกรมชลประทานจังหวัดศรีสะเกษ ได้ประมาณการการแก้ปัญหาไว้ประมาณ ๗๐ ล้านบาทเพื่อดำเนินการ แต่ว่างบประมาณ ก็ได้มาเพียง ๑๐ ล้านบาทเท่านั้น ยังขาดอีก ๖๐ ล้านบาท ซึ่งห้วยนี้มีความสำคัญในอำเภอ ปรางค์กู่เป็นอย่างยิ่ง ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเดือดร้อน อย่างหนักจากการไม่มีน้ำใช้เพื่อการอุปโภคและการเกษตรเนื่องจากแหล่งน้ำตื้นเขิน หน้าแล้งก็ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ เข้าฤดูฝนน้ำก็ท่วม ท่วมหนักด้วยนะคะ พืชผลการเกษตร ก็ได้รับความเสียหายทุก ๆ ปี จึงทำให้ขาดรายได้ ประชาชนมีความยากจนเป็นอย่างยิ่งนะคะ อำเภอปรางค์กู่เป็นอำเภอที่ยากจนมาก ๆ จากปัญหาดังกล่าวที่ได้รับผลกระทบประกอบด้วย ๘ ตำบล ดิฉันขอพูดรายละเอียดทั้งหมดเพื่อให้ท่านรัฐมนตรีได้เห็นภาพของความทุกข์ยาก ของเรานะคะ ๑. ตำบลโพธิ์ศรี ๙๗๑ หลังคาเรือน พื้นที่ ๑๖,๒๑๖ ไร่ ๒. ตำบลสมอ ๑,๗๒๒ หลังคาเรือน พื้นที่ ๑๘,๓๐๐ ไร่ ๓. ตำบลพิมายเหนือ ๙๘๑ หลังคาเรือน พื้นที่ ๑๓,๖๔๙ ไร่ ๔. ตำบลหนองเชียงทูน จำนวน ๑,๙๒๔ หลังคาเรือน พื้นที่ ๑๘,๗๘๒ ไร่ ๕. ตำบลพิมาย จำนวน ๑,๐๘๑ หลังคาเรือน พื้นที่ ๑๓,๖๔๙ ไร่ ๖. ตำบลดู่ จำนวน ๑,๐๘๑ หลังคาเรือน พื้นที่ ๑๓,๖๔๙ ไร่ ๗. ตำบลกู่ จำนวน ๒,๖๐๔ หลังคาเรือน พื้นที่ ๒๘,๖๙๔ ไร่ ๘. ตำบลตูม จำนวน ๑,๔๒๖ หลังคาเรือน พื้นที่ ๑๖,๙๖๖ ไร่ ทั้งหมดรวมพื้นที่ประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ ไร่ พื้นที่เหล่านี้เวลาน้ำท่วมก็จะได้รับความเสียหายประมาณ ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ หากได้รับการ ช่วยเหลือพี่น้องของเราก็จะยิ้มได้แล้วก็มีความสุขในการทำนา เพราะว่าเวลาหน้าแล้งไม่มีน้ำ ในการทำนาเลย ๔๐ กว่าปีเราไม่เคยได้รับการเหลียวแล แล้วก็ไม่เคยได้รับการขุดลอกคลอง หากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ช่วยเหลือชาวบ้านก็จะได้ประโยชน์มาก มันเป็นความ ทุกข์ยากจริง ๆ ทุกข์ยากแสนสาหัสของพี่น้องอำเภอปรางค์กู่ ซึ่งดิฉันได้ไปเป็น สส. ตรงนั้น ในอดีตก็ไม่ทราบว่าผ่านมาได้อย่างไร ๔๐ กว่าปี ชาวบ้านบางคนไม่เคยแม้แต่จะรู้ว่าตรงนี้ เคยเป็นแหล่งน้ำมาก่อน ดิฉันเข้าสำรวจพื้นที่ต้องนั่งมอเตอร์ไซค์เข้าไป เป็นทางแคบ ๆ รกไปด้วยป่า แล้วก็ต้องถางป่าเพื่อที่จะเข้าไปถึงตรงนั้น ดิฉันจึงขอตั้งคำถามถึงท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดังต่อไปนี้นะคะ🔗

๑. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีแผนการแก้ไขขุดลอกวัชพืชและป้องกัน น้ำท่วมในฤดูฝนอย่างไรบ้าง ขอให้ชัดเจนเรื่องระยะเวลาด้วยนะคะ เพราะว่าเราลำบาก แสนสาหัสจริง ๆ ขอให้มองอำเภอปรางค์กู่เป็นอำเภอหนึ่งของประเทศไทยด้วย เพราะเรา ไม่เคยได้รับการเหลียวแลเลยนะคะ คำถามแรกค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันนี้ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ให้มาตอบกระทู้ ของท่าน สส. วิลดา อินฉัตร จากจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ขอพูดนิดหนึ่งเมื่อสมัย ที่แล้วท่านก็ตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะเรื่องปรางค์กู่ เรื่องชลประทาน ท่านเป็น สส. น้ำดีครับ ท่านเป็น สส. ที่ขยัน ดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนอย่างดีเยี่ยมโดยเฉพาะเรื่อง ชลประทาน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมยินดีและเต็มใจที่จะมาตอบปัญหาของท่านและให้คำตอบ ที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องชาวปรางค์กู่ของท่านด้วยนะครับ🔗

คำถามที่ ๑ กระผมขอนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่าน สส. ว่าการพัฒนา แหล่งน้ำในห้วยลีลาเป็นสิ่งที่กรมชลประทานซึ่งสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะว่าได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในตำบลโพธิ์ศรี ตำบลสมอ อำเภอปรางค์กู่ และตำบลศรีสะอาด อำเภอขุขันธ์ ที่ต้องการให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบดำเนินการขุดลอกห้วยตรงนี้ที่ท่านบอก ๔๐ ปี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ในหน้าฝนก็น้ำท่วม หน้าแล้งก็ไม่มีน้ำ เพื่อทำให้สามารถเพิ่มขีดจำกัดในการเก็บกักน้ำ เพื่อการเกษตรในฤดูเก็บเกี่ยว กระผมขอเรียนท่านประธานว่าจากการสำรวจสภาพของ ห้วยลีลาจะพบว่ามีวัชพืชหนาแน่นจริง ๆ สภาพตื้นเขิน กรมชลประทานจึงเร่งดำเนินการ วางแผนและปฏิบัติการพัฒนาแหล่งน้ำห้วยลีลาของท่านทั้งหมดเป็น ๔ ระยะ ในขณะนี้ ได้ดำเนินการระยะที่ ๑ เป็นการขุดลอกและกำจัดวัชพืชความยาว ๒ กิโลเมตร เริ่มลงมือ ตั้งแต่วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา ตามแผนจะเสร็จภายในวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๘ นี่คือระยะที่ ๑ ซึ่งท่าน สส. อยากได้ความชัดเจน อันนี้ผมว่าระยะที่ ๑ ได้รับความชัดเจน อย่างแน่นอน หลังจากเสร็จโครงการขุดลอกระยะที่ ๑ แล้วทางกรมชลประทานกำลัง พิจารณาเพื่ออนุมัติงบประมาณในโครงการเพื่อประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำพร้อมอาคาร ประกอบในระยะที่ ๒ และระยะที่ ๓ คาดว่าจะใช้งบประมาณอีกประมาณ ๓๐ ล้านบาท ในกรอบงบประมาณปี ๒๕๖๙ ซึ่งก็จะจัดในเร็ว ๆ นี้ กำลังจะเข้าสภาเร็ว ๆ นี้นะครับ ส่วนใน ระยะที่ ๔ ก็ได้เตรียมแบบอาคารบังคับน้ำอีก ๓๐ ล้านบาท คาดว่าจะสามารถดำเนินการ ในปี ๒๕๗๐ ปีถัดไป ทั้งหมดนี้ประมาณ ๗๐ ล้านบาท จะแก้ไขปัญหาให้กับท่าน สส. โดยเฉพาะที่ห้วยลีลานี่ผมว่าครบวงจรครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คำถามที่ ๒ ครับท่าน สส.🔗

นางสาววิลดา อินฉัตร ศรีสะเกษ

ท่านก็ได้ให้ความชัดเจนในเรื่องการ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนแล้ว จริง ๆ ดิฉันมีคำถามมา ๓ ข้อ ซึ่ง ๓ ข้อก็รวมในข้อ ๑ ที่ท่านได้ตอบมาแล้วก็ขอขอบคุณท่านจริง ๆ เรื่องระยะเวลา เรื่องการบูรณาการที่จะทำกับ กรมชลประทาน แล้วก็เรื่องงบประมาณซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดถ้าเราไม่มีเงินเราก็ไม่สามารถ ทำในสิ่งที่ต้องการจะพัฒนาได้ ดิฉันก็ไม่มีคำถามอื่นใดแล้วเพียงแต่ว่าอยากมา เป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องในอำเภอปรางค์กู่จริง ๆ เพราะเราขาดแคลน เดือดร้อน วันนี้ ได้รับคำตอบที่ชัดเจนแล้วก็เป็นคำตอบที่นับว่าเป็นบุญเป็นกุศลอย่างยิ่งกับผู้ที่ได้อนุมัติ โครงการมาให้ ท่านได้ช่วยเหลือพี่น้องชาวปรางค์กู่ถึง ๖๐,๐๐๐ กว่าคน ดิฉันดีใจเป็นอย่างยิ่ง แหล่งน้ำแหล่งนี้สามารถที่จะเลี้ยงดูคนได้ถึง ๘ ตำบล ขอบพระคุณนะคะ ขอบพระคุณจริง ๆ แค่นี้ละค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีตอบเรียบร้อยเลยนะครับ🔗

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ท่านประธานครับ ที่ผมต้องยืนขึ้นตอบอีกครั้งหนึ่งเพราะผมชื่นชม ผมดีใจกับพี่น้องศรีสะเกษ เขต ๗ ที่ได้ สส. วิลดา อินฉัตร มาเป็นผู้แทนราษฎร เพราะท่านสนใจเอาใจใส่ความเป็นอยู่ ของพี่น้องอย่างดีเยี่ยม ผมคิดว่าสมัยหน้าท่านต้องกลับมาเป็นผู้แทนอีกแน่นอน ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่าน สส. นะครับ🔗

๔. เรื่อง ขอให้พิจารณาก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟสายเหนือทางหลวง หมายเลข ๑๒๗ ตอนทางเลี่ยงเมืองลำปางขนานกับสะพานเดิมที่มีอยู่เพื่อเพิ่มช่องการจราจร อีก ๒ ช่อง นายชลธานี เชื้อน้อย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม ได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง เป็นเรื่องก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟสายเหนือบนทางหลวงหมายเลข ๑๒๗ ตอนทางเลี่ยง เมืองลำปางขนานกับสะพานเดิมที่มีอยู่เพื่อเพิ่มช่องทางการจราจรอีก ๒ ช่องทางนะครับ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้ ท่านแรก ท่านอรรถพล เก่าประเสริฐ รองวิศวกรใหญ่ด้านการก่อสร้าง การรถไฟแห่งประเทศไทยกระทรวงคมนาคม ท่านที่ ๒ ท่านอานุภาพ มาไหม ไม่ได้มานะครับ ท่านอรรถพลก็เป็นผู้ชี้แจงท่านหนึ่งนะครับ ต่อไปเชิญท่าน สส. ท่านชลธานี เชื้อน้อย ถามรัฐมนตรีคำถามแรก เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายชลธานี เชื้อน้อย ลำปาง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ชลธานี เชื้อน้อย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง เขต ๓ พรรคประชาชน ขอตั้งกระทู้ถามผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กรณีการแก้ไข ปัญหาจราจรบนสะพานข้ามทางรถไฟสายเหนือทางหลวงหมายเลข ๑๒๗ เนื่องจากผมได้รับ เรื่องร้องเรียน เรื่องร้องทุกข์จากประชาชนชุมชนบ้านหนองห้าตะวันออก ชุมชนโทกหัวช้าง ชุมชนหนองวัวเฒ่า ชุมชนป่าแลว ๑ ป่าแลว ๒ ชุมชนกาดเมฆตะวันออก ตะวันตก ชุมชน บ้านร้อง ชุมชนหัวทุ่งสามัคคี ตำบลพระบาท และตำบลชมพู อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ตลอดจนประชาชนที่ต้องใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๑๒๗ ตอนทางเลี่ยงเมืองลำปาง ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักที่ใช้ในการสัญจรเดินทางไปยังศูนย์ราชการจังหวัดลำปาง รวมทั้ง เดินทางไปยังจังหวัดแพร่ จังหวัดลำพูน จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดตาก ประสบปัญหา ช่วงสะพานยกระดับข้ามทางรถไฟสายเหนือ ช่วงกิโลเมตรที่ ๓+๓๐๐ ของกรมทางหลวง และช่วงกิโลเมตรที่ ๖๓๘+๓๐๐ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งก่อสร้างมานานเกือบ ๒๐ ปี ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๔๙ ปัจจุบันบริเวณสะพานมีช่องทางจราจร ๒ ช่องจราจรแบบ สวนกัน ทั้งที่ถนนทางหลวงหมายเลข ๑๒๗ นี้เป็นถนนขนาด ๔ ช่องทางจราจร และเป็น ส่วนหนึ่งของวงแหวนรอบเมืองลำปางที่เป็นถนนขนาด ๔ เลนทั้งหมด เมื่อสัญจรมาถึง ช่วงสะพานดังกล่าวจึงเกิดปัญหาการบีบช่องจราจรจนเกิดเป็นคอขวดตามข้อมูลในสไลด์ที่ ๒ จากข้อมูลของกรมทางหลวงรายงานว่าทางหลวงหมายเลข ๑๒๗ ตอนทางเลี่ยงเมืองจังหวัด ลำปางมีจำนวนการใช้รถสัญจรกว่า ๒๐๐,๐๐๐ คันต่อสัปดาห์ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึง ความสำคัญของเส้นทางดังกล่าว รวมทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวกต่อการขนส่งและ ระบบโลจิสติกส์ ซึ่งก่อให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจต่อประเทศอย่างต่อเนื่องนะครับ แล้วก็สไลด์ที่ ๓ ครับ ภาพในสไลด์ดังกล่าวผมชี้ให้เห็นถึงปัญหาการจราจรด้วยปัญหาการตั้ง กรวยยางสลับ Barrier ปูน ทำให้เกิดลักษณะคอขวดก่อนขึ้นสะพานยกระดับข้ามทางรถไฟ สายเหนือ โดยเฉพาะฝั่งทิศทางเดินรถไปยังจังหวัดเชียงใหม่หรือจังหวัดตากที่ต้องบังคับ ปรับเปลี่ยนช่องจราจรด้วยการบีบอัดลักษณะคอขวดไปอีกฝั่ง ส่งผลให้ประชาชนที่ใช้ถนน ช่วงสะพานดังกล่าวมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น รวมถึงประชาชนที่ไม่ได้มีความคุ้นชิน ต่อเส้นทางจราจรดังกล่าว สิ่งที่เกิดขึ้นในสไลด์ที่ ๔ ก็คือการเกิดอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่องส่งผล ให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต เกิดการสูญเสียทรัพย์สิน ยิ่งเมื่อเส้นทางดังกล่าว มีปริมาณการสัญจรบนสะพานย่อมทำให้การเดินทางเป็นอัมพาต ในบางครั้งมีรถติดสะสม เป็นปริมาณมาก ซึ่งเราจะเห็นในสไลด์ที่ ๕ มีข้อมูลปรากฏว่าศูนย์สร้างทางและบูรณะ สะพานที่ ๑ จังหวัดพิจิตร มีแผนก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟขนานกับสะพานเดิมเพื่อให้ สะพานมีขนาด ๔ ช่องจราจรตามแบบแปลนการก่อสร้างเดิม ซึ่งจะเป็นการจราจรที่เป็นไป อย่างคล่องตัวมาก เพราะฉะนั้นจึงขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่าทาง กระทรวงคมนาคมมีมาตรการระยะสั้นเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน แล้วก็ระยะกลาง ระยะยาวต่อการแก้ไขปัญหาการจราจรบนสะพานข้ามทางรถไฟสายเหนืออย่างไร และการ ก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟขนานกับเส้นสะพานเดิมจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ให้มาตอบกระทู้ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านชลธานี เชื้อน้อย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดลำปาง พรรคประชาชน ต้องขอบพระคุณสำหรับคำถามนี้ แล้วก็ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ท่านมีประเด็น คำถามเกี่ยวกับการทำงานของกระทรวงคมนาคมมาตลอด ย่อมแสดงให้เห็นถึงความห่วงใย ต่อปัญหาแล้วก็ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน🔗

สำหรับคำถามแรกของท่านสมาชิกก็ขออนุญาตอบ เรื่องของถนน ทล. ๑๒๗ แล้วก็สะพานข้ามทางรถไฟสายเหนือที่อยู่บนถนน ทล. ๑๒๗ ที่อยู่บริเวณใกล้แยกกาดเมฆ ตำบลชมพู อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ซึ่งมีระยะทางประมาณ ๗๓๔.๗๘ เมตรนะคะ ซึ่งสร้างโดยศูนย์สร้างทาง แล้วก็บูรณะทางที่ ๑ จังหวัดพิจิตร แล้วก็ดูแลโดยแขวงทางหลวง ลำปางที่ ๑ ซึ่งถนนดังกล่าวมีขนาด ๒ ช่องจราจร มีสะพานยกข้ามทางรถไฟสูงประมาณ ๘ เมตร ความกว้างของสะพานอยู่ที่ ๑๓ เมตร ปริมาณการจราจรประมาณ ๒๖,๕๙๖ คัน ต่อวัน ผู้ที่ใช้สัญจรไปมาส่วนใหญ่ก็เป็นรถยนต์แล้วก็เป็นเส้นทางเลี่ยงเมืองของพี่น้อง ประชาชนจังหวัดลำปาง ส่วนมากประชาชนที่ใช้เส้นทางสัญจรไปมานี้ก็เป็นเส้นทางที่ ไม่อยากไปติดบริเวณที่หนาแน่นในส่วนของตัวเมืองก็มาใช้เส้นทาง Bypass ของจังหวัด ลำปางเส้นนี้แทน โดยเฉพาะช่วงหน้าเทศกาลก็จะมีรถเป็นจำนวนมาก จากเส้นทาง ทล.๑๑ เส้นทางนี้นะคะขออนุญาตให้เห็นภาพ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

เส้น ทล.๑๑ จะผ่านไปหน้าศาลากลางจังหวัดยาวไปจนถึงแยกหลักกิโลยักษ์ซึ่งมีขนาด ๔ ช่องจราจร ตลอดจนไปถึงคอขวดบริเวณสะพานข้ามทางรถไฟที่ทำให้บริเวณดังกล่าวมีการจราจร หนาแน่นแล้วก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุ นี่คือภาพของการจราจรแต่ละสายทางท้ายที่สุดไปกระจุก เป็นคอขวดบริเวณของทางแยกรถไฟ ท่านประธานที่เคารพคะ กระทรวงคมนาคมเองก็ไม่ได้ นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นบริเวณเขตจุดตัดรถไฟบนถนนที่อาจทำให้เกิดความสูญเสีย ต่อชีวิตแล้วก็ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนนะคะ โดยในระยะสั้นขออนุญาตนำเรียนว่า กรมทางหลวงเองได้ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมเรื่องของความปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นป้ายเตือน แท่ง Barrier ทาสี แล้วก็ตีเส้นจราจรให้เห็นชัดเจน รวมทั้งเพิ่มไฟส่องสว่าง🔗

ประเด็นของระยะสั้นในเรื่องที่ ๒ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ในเว็บไซต์ของ กระทรวงคมนาคม หรือกรมประชาสัมพันธ์ติดป้ายเตือนในระหว่างที่ก่อนจะถึงบริเวณจุด คอขวดดังกล่าวให้ลดความเร็วลง แล้วก็บอกว่าจุดนี้จะเป็นจุดที่เป็นคอขวด แล้วก็ให้รถ ที่จะต้องเข้ามาในช่องคอขวดเบี่ยงซ้ายเพื่อจะเข้ามาในช่องคอขวด แล้วก็ไม่ให้มีความแออัด ทั้งเรื่องของการลดความเร็วลง เรื่องของสัญญาณจราจร เรื่องของอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ที่ให้เห็นชัดเจนว่าเป็นบริเวณที่จะถึงทางแยกหรือว่าที่จะเป็นคอขวด นอกจากเรื่องเหล่านี้แล้ว กลางคืนก็เพิ่มในเรื่องความถี่ของไฟส่องสว่างให้มากยิ่งขึ้นค่ะท่านประธาน ถนนเส้นทาง ดังกล่าวจะมีหน่วยงานที่รับผิดชอบของ ๒ หน่วย นั่นก็คือกรมทางหลวง แล้วก็ในเรื่องของ การรถไฟแห่งประเทศไทย เราจึงมีการบูรณาการร่วมกันของทั้ง ๒ หน่วยงาน การบูรณาการ ร่วมกันในทางปฏิบัติแล้วก็ในเรื่องของการติดตั้งไฟส่องสว่างแล้ว บูรณาการร่วมกันในเรื่อง ของการให้ความคิดเห็นว่าจะดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างไร เราจึงมีการตั้งคณะกรรมการ ร่วมกันพิจารณาการขออนุญาตและการแก้ไขจุดตัดของการรถไฟ เพื่อเอาความเห็นเหล่านั้น เสนอแนะต่อการรถไฟแห่งประเทศไทย แล้วก็ในเรื่องของจุดที่จะต้องมีการยกเลิก เพราะว่า การจะทำการใด ๆ ความรับผิดชอบอยู่ที่ รฟท. เราจึงต้องเอาความเห็นเหล่านั้นไปเสนอเรื่อง ของการยกเลิกในปัญหาแล้วก็ความเดือดร้อนดังกล่าว นอกจากนั้น รฟท. ก็มีการพัฒนาเรื่อง ของระบบรางที่จะมีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวก็จะมีกฎเกณฑ์ว่ากฎเกณฑ์ในการที่จะพิจารณา ทางลัด หรือทางตัดผ่านนั้นจะมีปัญหาอย่างไร แล้วก็เรื่องของระหว่างทางรถไฟกับถนนว่า จะมีแนวทางการพิจารณาอย่างไร ซึ่งโดยเฉพาะในเส้นทางดังกล่าวจะมีการก่อสร้างทาง ต่างระดับเพิ่มเติม ซึ่งการก่อสร้างทางต่างระดับก็จะต้องดูว่าความเหมาะสมของการก่อสร้าง ทางต่างระดับระหว่างจุดเริ่มต้นแล้วก็จุดปลายจะมีความปลอดภัยตามหลักวิศวกรรมอย่างไร ซึ่งการกำหนดแบบต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะเป็นไปตามพระราชบัญญัติของแผนพัฒนาของ รฟท. เช่นเดียวกัน นอกจากนั้นเรื่องของจุดตัดก็ขออนุญาตว่าขณะนี้กรรมการชุดใหญ่ได้มี คณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องของการแก้ไขจุดตัดระหว่างทางรถไฟกับทางถนน ซึ่งสถานะ ขณะนี้ขออนุญาตรายงานถึงสถานะว่าหลังจากได้มีการประชุมแล้วนะคะ สถานะของการ ก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟขนาบกับเส้นทางเดิมทางการรถไฟได้มีการออกแบบอยู่ในช่วง ระหว่างที่มีการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ โครงการดังกล่าวจะต้องสอดคล้อง กับการก่อสร้างรถไฟเช่นกัน เป็นรถไฟทางคู่ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ ระยะทางทั้งสิ้น ๑๘๙ กิโลเมตร วงเงินประมาณ ๖๘,๒๒๒ ล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าวจะใช้เงินกู้จากสำนัก บริหารหนี้สาธารณะ เราคาดการณ์ว่าจะเข้าสู่แผนของการดำเนินการก่อสร้างได้ในช่วงปี ๒๕๖๙ ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นโครงการขนาดใหญ่ภายใต้รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร แล้วก็ภายใต้การกำกับดูแลของท่านรองนายกสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ให้มีการบูรณาการแผนการดังกล่าวที่จะทำให้การ คมนาคมขนส่งในช่วงของจังหวัดแพร่ไปจนถึงลำปาง ไปจนถึงเชียงใหม่ให้มีการบริการที่มี ประสิทธิภาพ โดยใช้ระบบรางให้มีความครอบคลุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องของการ คมนาคมขนส่งค่ะ ก็ขออนุญาตเพิ่มเติมว่าในขณะที่เรามีแผนระยะสั้น แล้วก็ระยะกลาง ระยะยาว ระยะยาวก็คือเรื่องของการออกแบบ เรื่องของการก่อสร้างรถไฟระบบรางในช่วง เด่นชัย-เชียงใหม่ บริเวณช่วงที่ผ่านตัวเมืองลำปางเราก็จะคำนึงถึงปัญหาที่เกิดขึ้น คือจุดตัด กับสะพานข้ามรถไฟสายเหนือตอนบนที่ทางหลวงหมายเลข ๑๒๗ เราก็จะมีการก่อสร้าง ระบบไฟฟ้าแบบทางยกระดับนะคะ โครงสร้างทางรถไฟยกระดับ ขอย้อนกลับไปภาพแรก ด้วยที่เป็นภาพสีฟ้าที่เป็นเรื่องของจุดที่ก่อสร้างทางรถไฟยกระดับเป็นสไลด์แรกค่ะ ซึ่งโครงการดังกล่าวจะเห็นว่าจะมีผลกระทบกับโครงสร้างสะพานซึ่งข้ามทางรถไฟ โดยปัจจุบันกรมทางหลวงได้อยู่ในระหว่างการขออนุญาตก่อสร้าง ซึ่งเป็นการก่อสร้างที่ตัด ผ่านทางรถไฟบนทางหลวงหมายเลข ๑๒๗ ดังที่ท่านสมาชิกเห็นภาพ เห็นไหมคะ เราก็จะ สร้างทางยกระดับขึ้นมาเป็นทางรถไฟยกระดับขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกแล้วก็ความ ปลอดภัย แล้วก็จะมีการขยายช่องจราจรของทางหลวงสาย ทล. ๑๒๗ จาก ๒ จราจรจะ กลายเป็น ๔ ช่องจราจร และขนานไปกับสะพานข้ามทางรถไฟเดิมเพื่อให้ท่านสมาชิกได้เห็น ภาพค่ะ นี่คือแผนการดำเนินการแก้ไขในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งก็คงจะเร่งรัด ดำเนินการไปตามแผนที่กระทรวงคมนาคมวางไว้ ขอบคุณท่านประธานสำหรับคำถามแรกค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่าน สส. คำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายชลธานี เชื้อน้อย ลำปาง

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณทางท่านรัฐมนตรีที่ตอบคำถามในคำถามแรก คือจริง ๆ คำถามที่ ๒ ก็จะเป็นคล้าย ๆ กับคำถามที่ ๑ ที่ท่านรัฐมนตรีตอบไปแล้ว แต่ผมก็ยังอยากสอบถาม เพิ่มเติมว่าความชัดเจนของโครงการรถไฟรางคู่ในสายเหนือเราจะมีความชัดเจนเมื่อไร แสดงว่าเราจะต้องมีความชัดเจนในเรื่องของโครงการรถไฟรางคู่ก่อนสะพานนี้ถึงจะถูกแก้ไข ใช่ไหมครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วแขวงทางหลวงที่ ๑ ลำปาง ได้ดำเนินการเสนอรูปแบบการ แก้ไขปัญหาผ่านการประชุมคัดเลือกรูปแบบจุดตัดทางรถไฟบนทางหลวงหมายเลข ๑๒๗ ตอนทางเลี่ยงเมือง เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๕ โดยมีรูปแบบจำนวน ๒ รูปแบบ แต่การ ประชุมดังกล่าวไม่สามารถระบุรูปแบบที่เลือกได้ จึงมีการหารืออีกครั้งในการประชุม คณะอนุกรรมการการจัดระบบจราจรทางบกจังหวัดลำปาง ๑/๒๕๖๖ เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๖ ซึ่งปรากฏว่าแขวงทางหลวงลำปางที่ ๑ จะขออนุญาตใช้พื้นที่ก่อสร้างทางยกระดับ จากการรถไฟแห่งประเทศไทยอีกครั้ง แต่จากการหารือจากการรถไฟแห่งประเทศไทยแจ้งว่า ไม่สามารถให้ใช้พื้นที่ได้เนื่องจากติดหลักเกณฑ์หลายประการ แล้วก็จากการหารือกับทาง แขวงทางหลวงลำปางที่ ๑ ก็บอกว่ามีแบบก่อสร้างในลักษณะของสะพานคู่ขนานแล้ว ซึ่งได้ดำเนินการเสนอมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ แล้วก็ได้งบประมาณมาแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ ดำเนินการต้องส่งคืนงบประมาณ เพราะว่าติดปัญหาจากพื้นที่จุดตัดที่อยู่ในอำนาจของ การรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งสามารถวางตอม่อได้เลยเนื่องจากมีการประเมินผลกระทบ รอบด้านแล้ว แต่หากไม่สามารถดำเนินการได้ทางการรถไฟเสนอให้แขวงทางหลวงที่ ๑ ลำปาง มีแนวทางในการทุบสะพานดังกล่าว และใช้วิธีการกดระดับให้ถนนบริเวณจุดตัดรถไฟ สามารถลอดทางรถไฟที่ยกระดับได้ ซึ่งกำลังรอคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงาน ผลการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมพิจารณาถึงแนวทางดำเนินการ คือแขวงทางหลวง ลำปางที่ ๑ ก็ขอให้ผมติดตามความคืบหน้าของแบบการก่อสร้างเส้นทางรถไฟรางคู่ เพื่อกำหนดทิศทาง ผมก็ไม่อยากจะใช้คำนี้แต่ว่าแขวงทางหลวงใช้คำว่า การรถไฟพยายาม จะขัดขวางการทำงานของกรมทางหลวง แต่เราก็คิดว่ามันอาจจะไม่มีการประชุมร่วมหรือไม่ มีการบูรณาการกัน ก็เลยอยากให้วันนี้ที่ทางท่านรัฐมนตรีได้พาวิศวกรใหญ่จากทางการรถไฟ มาด้วยช่วย Clear ในประเด็นนี้ว่าจริง ๆ แล้วคือมันยังไม่มีการประชุมร่วม หรือการบูรณาการ ร่วมกัน หรือมันเป็นความเข้าใจผิดของแต่ละหน่วยงานเพื่อเราจะได้แก้ปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชน เป็นคำถามที่ ๒ ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญรัฐมนตรีครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ต้องขอบพระคุณสำหรับคำถามที่ ๒ นะคะ ขออนุญาต ตอบคำถามที่ ๒ ว่าจริง ๆ แล้วทางกระทรวงคมนาคมโดยการรถไฟนี้เราก็มีโครงข่ายของ รถไฟทางคู่มีจำนวนหลายสายทาง ขอได้อนุญาตฉายภาพว่าสายทางแรกโดยสายทางของ ทางภาคเหนือก็จะเป็นสายทางจากสถานีกลางบางซื่อไปสายเหนือไปสิ้นสุดที่สถานีรถไฟ เชียงใหม่ แล้วก็ขออนุญาตว่าสายทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือจากสถานีกลางบางซื่อ ก็ไปสิ้นสุดที่จังหวัดหนองคาย สถานีอีกสายหนึ่งคือไปสายใต้ก็จากสถานีกลางบางซื่อ ไปสิ้นสุดที่สถานีปาดังเบซาร์ สายที่ ๔ ก็คือสายจากสถานีกลางบางซื่อไปทางสายตะวันออก ก็ไปสิ้นสุดที่สถานีมาบตาพุด เพื่อให้ท่านสมาชิกได้เห็นว่าแผนงานการดำเนินการก่อสร้าง ทางรถไฟมีทุก ๔ ภูมิภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะสถานีกลางบางซื่อไปสายเหนือก็คือ รถไฟทางคู่สายช่วงเด่นชัยไปเชียงใหม่ อย่างที่นำเรียนว่าถ้าโครงการนี้ได้เกิดขึ้นก็จะเป็น ประโยชน์ในมิติของทางเศรษฐกิจ แล้วก็มิติในการเพิ่มเรื่องของมูลค่าการขนส่งสินค้า เรื่องของการท่องเที่ยว แล้วก็เราจะเห็นว่าปัญหาของการก่อสร้างช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ไม่ได้ เกิดปัญหาแต่อย่างใด แต่ว่าโครงการดังกล่าวอย่างที่ท่านนำเรียนว่าการรถไฟไม่อยากจะให้ พื้นที่นี้หรือเปล่า หรือทำไม ทล. ได้มีการออกแบบแล้ว จริง ๆ การทำงานของทุกหน่วยงาน ก็จะมีพื้นที่แล้วก็มีข้อจำกัดนะคะ การรถไฟเองการใช้งบประมาณแต่ละบาทแต่ละสตางค์ มันเป็นภาษีของพี่น้องประชาชน การที่เราจะทุบแล้วก็สร้างใหม่เราต้องดูสอดรับกับว่า ในเส้นทางดังกล่าวมันมีแผนงานรองรับที่จะทำอะไร ในที่สุดถ้าเราสร้างแล้วทุบก็จะเกิด ข้อครหาถึงการใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่าในการลงทุน ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่ารถไฟตรงนี้จะมา แต่แก้ปัญหาตรงนี้ไปเพื่อให้ลดทอนความอันตรายที่เกิดขึ้น แต่เร่งรัดดำเนินการโครงการ ขนาดใหญ่นี้คุ้มทุนกว่าหรือไม่ก็เป็นอีกหนึ่ง จึงมีการตั้งคณะกรรมการบูรณาการขึ้นมาอย่างที่ ดิฉันได้กราบเรียนไปสักครู่ว่าทางกระทรวงคมนาคมเอง สำนักงบประมาณเองก็อยู่ใน ระหว่างรอความเห็นที่เราเสนอไปนี่ อยู่ในระหว่างรอความเห็นของสำนักงานสภาพัฒน์อยู่ คาดว่าทั้งความเห็นและเรื่องของสำนักงบประมาณ แล้วก็สภาพัฒน์ การให้ความเห็นนี้จะไป สิ้นสุดคือต้นมกราคม ปี ๒๕๖๘ นี้ หลังจากนั้นถ้าได้บรรจุเสนอ ครม. ก็คือประมาณ ต้นปี ๒๕๖๘ เราก็จะนำเสนอโครงการนี้ต่อที่ประชุม ครม. นะคะ🔗

ในภาพรวมทั้งหมดการก่อสร้างรถไฟอย่างที่ดิฉันกราบเรียนว่าจริง ๆ แล้ว ปัญหาทุกปัญหานี้เราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจพยายามที่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องของถนนที่เป็น คอขวด เรื่องของอุบัติเหตุ แต่ในขณะเดียวกันโครงการที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ระยะยาว คงต้องทำทุกมิติให้มีความสอดคล้องกันไม่ใช่คิดถึงมิติใดมิติหนึ่ง หรือถนนช่วงใดช่วงหนึ่ง เท่านั้น เพราะอย่างที่นำเรียนว่าความคุ้มค่าในการลงทุนการรถไฟเองก็คงได้คิดอย่าง รอบคอบแล้ว แล้วเรื่องของการยกระดับก็ดีมันก็จะเป็นเรื่องของการยกระดับที่ได้คุณภาพ มาตรฐานตามแนวทางหลักของวิศวกรรม แล้วเรื่องของการออกแบบก็ต้องได้มาตรฐานสากล ที่จะรองรับการค้า การท่องเที่ยวในอนาคตเช่นเดียวกัน ถ้าเราจะออกแบบง่าย ๆ เรื่องของ การขยายไหล่ทาง แล้วก็เพิ่มทางเลียบออกไปมันก็คงไม่ได้เป็นคำตอบเสียทีเดียว แต่ปัญหาที่ตามมาในอนาคตมันจะเป็นปัญหาที่เราแก้ไม่สะเด็ดน้ำ เพียงแค่แก้ปัญหาเพียง เฉพาะหน้า แต่ว่าการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบก็คือการทำถนนแล้วก็ทางยกระดับ แล้วก็ เชื่อมต่อเป็นทางคู่ขนานกับทางรถไฟ ก็ขออนุญาตตอบคำถามของท่านสมาชิก ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านชลธานีครับ🔗

นายชลธานี เชื้อน้อย ลำปาง

มีอีก ๑ ประเด็นครับท่านประธาน เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ จากที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบคำถามมา นั่นแสดงว่าการแก้ไขปัญหาถนนทางเลี่ยงเมืองจังหวัดลำปางจะต้องรอเดือนมกราคม ๒๕๖๘ ที่จะเป็นโครงการรถไฟรางคู่เด่นชัย-เชียงใหม่มีความชัดเจน พอมีความชัดเจนเสร็จปุ๊บ คณะกรรมการบูรณาการนี้ก็จะประชุมร่วม ซึ่งจริง ๆ แล้วกรมทางหลวงนี้ก็คือมีแบบในการ พิจารณาอยู่แล้ว ๒ แบบ เพราะฉะนั้นก็คือถ้าการรถไฟ Say Yes ว่ามันจะเป็นแบบนี้ ยกระดับแบบนี้ทางหลวงก็จะสามารถเสนอแผนเข้าไปยังที่กระทรวงแล้วก็เป็นแบบ ซึ่งเขามี การดำเนินการเตรียมไว้ ถ้าในช่วงเดือนมกราคมมีความชัดเจนของทางมติ ครม. ในการ อนุมัติเส้นทางสายนี้ก็จะเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าช่วยพิจารณา ในโครงการที่จะเป็นการแก้ไขปัญหาทางเลี่ยงเมืองทั้งระบบ เพราะว่าจากสมัยประชุมที่แล้ว ที่ผมหารือผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีก็คือจะเป็นช่วงหัวถนนที่เป็นหลักกิโลยักษ์ ที่ทางท่านรัฐมนตรีก็พูดว่าเราจะทำการสร้างยกระดับแล้วก็เลี้ยวขวาไปยังถนนเส้นนี้ ช่วงกลางก็จะเป็นช่วงสะพานนี้ถ้าเราได้แก้ไข แล้วก็ช่วงปลายที่เราจะไปทะลุตอนนี้การ ก่อสร้างเสร็จแล้วไปประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จะช่วยการจราจรในจังหวัดลำปางที่ท่าน ประธานพูดว่าต้องใช้เวลาเป็น ๑ ชั่วโมง ถ้าเกิดเราสามารถแก้ไขปัญหาทั้งระบบได้มันก็จะ เป็นการตัดตอนในช่วงการเลี่ยงเมืองของอำเภอเมืองลำปางได้ น่าจะเป็นการเดินทาง ประมาณ ๑๐-๑๕ นาทีก็จะสามารถผ่านตัวเมืองลำปางได้ครับ อย่างไรวันนี้ก็ขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีที่มาหารือแล้วก็แลกเปลี่ยน แล้วก็บอกว่าการทำงานของกระทรวงคมนาคม อยู่ในขั้นตอนไหน คณะกรรมการร่วมกำลังดำเนินการวิธีใด เพราะว่าจริง ๆ แล้วปัญหามันก็ ล่วงเลยมานาน แล้วเราก็รู้ว่ามันเปลี่ยนรัฐบาลมาหลายรัฐบาลจนมาเป็นรัฐบาลนี้ก็ทราบว่า ท่านรัฐมนตรีก็ช่วยผลักดันในการแก้ไขปัญหาให้ทุกปัญหาในเขตที่ผมมาหารือท่านรัฐมนตรี อย่างไรวันนี้ก็ขอขอบคุณทางท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่าน สส. นะครับ🔗

กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๙๕ เรื่อง มาตรการขออนุญาตใช้พื้นที่สร้างเขื่อน หรืออ่างเก็บน้ำในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเพื่อการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อ ความต้องการใช้น้ำเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่เพาะปลูกไม้ผลเศรษฐกิจสำคัญ นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีหนังสือแจ้งว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน ติดภารกิจสำคัญที่ได้มีการนัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงขอเลื่อน การตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง🔗

กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๙๗ เรื่อง การแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกทำลายพืชสวน พืชไร่ ของชาวบ้านตำบลช่องสะเดา ตำบลวังด้ง และตำบลหนองบัว จังหวัดกาญจนบุรี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมติดภารกิจสำคัญได้มีการ นัดหมายไว้ล่วงหน้า จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสองนะครับ🔗

สำหรับวันนี้จบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ขอปิดการประชุมครับ สวัสดีครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระต่อไปนั้น ผมจะขอปรึกษาหารือว่าจะขอนำระเบียบ วาระที่ ๗.๔ ระเบียบวาระที่ ๗.๕ และระเบียบวาระที่ ๗.๖ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยังไม่ได้บรรจุอยู่ใน ระเบียบวาระ จึงขอนำระเบียบวาระที่ ๗.๖ ขึ้นมาพิจารณาก่อนนะครับ ถ้าไม่มีผู้ใดขัดข้อง ก็ขอดำเนินการไปตามนี้นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗

๑. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิ้นสุดลง (นายอภิชาติ ศิริสุนทร)🔗

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่าเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญได้มี คำวินิจฉัยในเรื่องการพิจารณาที่ ๑๐/๒๕๖๗ ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายอภิชาติ ศิริสุนทร ตามมาตรา ๙๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พุทธศักราช ๒๕๖๐ เพราะฉะนั้นความเป็นสมาชิกภาพของคุณอภิชาติสิ้นสุดการเป็นกรรมาธิการ สามัญในคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย จึงขอเสนอ แต่งตั้งแทนนะครับ เชิญครับ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอชื่อ คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแทนตำแหน่งที่ว่างลงเป็น ณกร ชารีพันธ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป🔗

๒. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรแทน ตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นายฉลาด ขามช่วง)🔗

ด้วยคุณฉลาด ขามช่วง ได้ลาออกจากคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร จึงขอเสนอชื่อแต่งตั้งแทนคุณฉลาดด้วยครับ อันนี้เป็นสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย เชิญครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการสามัญ กิจการสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่างลง ขอเสนอชื่อท่านจเด็ศ จันทรา ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ก็เป็นไปตามนี้นะครับ ต่อไป🔗

๓. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการถ่ายโอนธุรกิจของ กองทัพไปอยู่ในความดูแลของหน่วยงานอื่นหรือย้ายไปสถานที่อื่นที่เหมาะสม ขอขยาย ระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๘🔗

การขยายครั้งนี้ เป็นการขยายครั้งที่ ๕ ขยายไปแล้ว ๔ ครั้ง ครั้งละ ๙๐ วัน เชิญคณะกรรมาธิการครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการถ่ายโอนธุรกิจของกองทัพ ไปยังหน่วยงานอื่นหรือสถานที่อื่นที่เหมาะสม ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า แม้จะเป็นการขยายครั้งที่ ๕ ก็ขออนุญาตยืนยันว่าอันนี้น่าจะเป็นการขยายครั้งสุดท้าย ความจริงการพิจารณาศึกษาแนวทางการถ่ายโอนธุรกิจกองทัพนั้นมีความคืบหน้าไปมาก แต่ว่ายังมีบางประการที่เราต้องรอเอกสารจากทางกองทัพ รวมถึงเพื่อให้เกิดความรอบคอบ รัดกุมและเกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลสูงสุด จึงขออนุญาตขยายเวลาออกไปอีก ๙๐ วัน กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ซึ่งความ จริงแล้วสมัยก่อน ๆ ผมเป็นกรรมาธิการและสมาชิกสภา เราก็จะขอขยายครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ และครั้งที่ ๓ สุดท้ายมา แต่อันนี้ ๔ แล้วจะมา ๕ ผมเกรงว่ากรรมาธิการชุดต่าง ๆ จะขยายเวลา ออกไปเรื่อย ๆ เพราะว่าสิ่งที่เสนอกรรมาธิการเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สมาชิกและประชาชนต้องการ คำตอบ ทีนี้ถ้าเราไม่ทำเป็นเร่งด่วนจะขยายไปอีกเรื่อย ๆ คำตอบถึงจะได้มา แต่ว่าช้ามันก็ไม่เป็น ประโยชน์เท่าไรหรือเป็นประโยชน์น้อย อันนี้ฝากกรรมาธิการทุกคณะนะครับ ที่ผ่านมาผมเป็น กรรมาธิการนี้ขอครั้งที่ ๓ ถือว่ามาก สภาต้องซักถามเยอะเลยพอครั้งที่ ๓ คราวนี้ขอเชิญครับ สภาจะถามอย่างไรแต่เขาขอเป็นครั้งสุดท้ายนะครับ ครั้งที่ ๕ เชิญครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย ผมค่อนข้างจะเห็นด้วยกับความเห็นของท่านประธานที่ให้ไว้กับเพื่อน สมาชิกและฝากไปถึงกรรมาธิการทุกท่านนะครับ ผมคิดว่าสิ่งที่สภามอบหมายให้กรรมาธิการ แต่ละคณะไปศึกษาแทนที่เราจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญก็เป็นทิศทางที่จะทำให้ กรรมาธิการวิสามัญไม่มากล้นเกินไป แต่ถ้ากรรมาธิการที่รับเรื่องไปจากสภาแล้วไปใช้ ระยะเวลาที่เบียดเบียนเวลางานปกติเขามากไปนั้น ผมคิดว่ามันก็ต้องไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ท่านประธานครับ คือไม่ส่งเรื่องกลับไปกรรมาธิการวิสามัญเสียก็ต้องเร่งรัดในกรรมาธิการ สามัญ แต่ผมเข้าใจว่ากรรมาธิการสามัญเกือบทุกคณะมีเรื่องที่รับร้องเรียนจากประชาชน มากพอสมควร แต่เราก็ในช่วงสภาเปิดใหม่ ๆ เรากังวลครับ คือเราขอตั้งกรรมาธิการขึ้นมา หลายคณะจนห้องประชุมแทบจะไม่พอ มันก็เป็นน้ำหนัก ๒ อย่าง เพราะฉะนั้นผมก็ค่อนข้าง จะเห็นด้วยกับข้อเสนอแนะของท่านประธานครับ มีทางเดียวก็คือกำชับคณะกรรมาธิการ ที่ไปศึกษานะครับ กำหนดระยะเวลาที่แน่นอนแล้วก็อย่าทำให้มันกลายเป็นเรื่องที่ศึกษา จนลืมไปเลยครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเราก็ กำหนดเวลานะครับ พอเวลาตั้งกรรมาธิการว่าให้เวลากำหนดเท่าไร ส่วนใหญ่ก็จะ ๖๐ วัน หรือ ๙๐ วันอันนี้เรากำหนด ๙๐ วัน ขยายมา ๔ ครั้ง ขอมาเป็นครั้งสุดท้ายครั้งที่ ๕ เชิญท่านสมาชิกครับ คือไม่อยากให้เป็นการว่าซื้อเวลาไปเรื่อย ๆ ปัญหากำลังรอแก้ไข เชิญครับ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมก็เห็นด้วยกับ ท่านประธานแล้วก็ท่านวิทยานะครับ แน่นอนว่าเราตั้งกรรมาธิการวิสามัญไปเราก็อยากให้ ศึกษาอย่างเร่งด่วน แต่ในอีกแง่หนึ่งเราก็อยากให้ศึกษาอย่างรอบคอบเช่นเดียวกัน🔗

สำหรับกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ผมก็ได้รับทราบจากเพื่อน ๆ สมาชิกแล้วก็ กรรมาธิการที่อยู่ในสัดส่วนของพรรคประชาชนเองก็รับทราบถึงปัญหาต่าง ๆ แล้วผมก็เห็น ตรงกันกับท่านอนุสรณ์ว่าสาเหตุจริง ๆ ก็ต้องยอมรับว่าเอกสารต่าง ๆ บางครั้งก็ล่าช้าแล้วก็ ต้องยอมรับว่ากองทัพก็เป็นหน่วยงานที่ขอเอกสารยากที่สุด แล้วก็อาจจะล่าช้าที่สุด ผมก็ เข้าใจว่าก็คงจะมีข้อมูลบางส่วนที่อาจจะต้องมีการคัดกรองก่อนว่ามีชั้นระดับความลับมาก แค่ไหน อาจจะต้องมีขั้นตอนหลายขั้นตอนจึงต้องใช้เวลามาก แล้วผมก็คิดว่าเพื่อความ สมบูรณ์และทางคณะกรรมาธิการเองก็รับปากแล้วว่าครั้งนี้จะเป็นการขยายครั้งสุดท้ายผมก็ คิดว่าทางผมไม่ได้มีปัญหาไม่ได้ติดขัดแต่ประการใดครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านวิทยาครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ เพื่อให้ เป็นไปตามเจตนารมณ์ท่านประธานนะครับ ผมคิดว่าท่านให้เวลาเขาไปสักหน่อยในการที่จะ ส่งรายงานโดยตรงกับท่านประธานนะครับว่าในการเรียกเอกสารบางอย่างที่มันติดขัดจริง ๆ ผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ แล้วประธานก็ควรจะใช้อำนาจของสภาเราในการที่จะช่วยบังคับให้ ส่วนราชการได้นำเสนอรายละเอียดจริง ๆ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านประธานช่วยกำชับด้วย ครับว่าภายใน ๑๕ วัน ส่งรายงานความขัดข้องของส่วนราชการต่อประธานสภาด้วยครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านวิทยา ก็จะได้พิจารณา ถ้าหากคณะกรรมาธิการทุกคณะได้ไปเร่งรัดถ้าไม่เสร็จจริง ๆ อย่างบางคณะก็ได้เป็นตัวอย่างที่ดี อย่างเช่นว่า กรรมาธิการการพัฒนาการเมืองของคุณพริษฐ์นี้ ศึกษายังไม่จบแต่มารายงานเป็นครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ แล้วมาขอที่ประชุมว่ายังทำไม่จบทำต่อ เราก็ได้เห็นความคืบหน้าจากการมารายงานเป็นบางส่วนแล้วขอต่อสภาก็ไม่ขัดข้องนะครับ แต่ว่าถ้าต่อเป็นครั้งที่ ๕ ซึ่งอาจจะเป็นปี อันนี้ก็ถือว่าอยากจะให้เร่งรัดนะครับ สรุปว่าอันนี้ ขอเป็นครั้งสุดท้ายนับตั้งแต่วันที่ ๒๐ มกราคมไปอีก ๙๐ วัน แต่ไม่จำเป็นต้องถึง ๙๐ วัน ถ้าท่านเสร็จภายใน ๑ เดือน ภายใน ๖๐ วันก็รายงานก่อนได้แต่ไม่เกิน แต่ถือว่าอันนี้ ครั้งสุดท้ายแล้วครับต้องรายงานครับ ไม่มีผู้ใดขัดข้องก็เป็นไปตามนี้นะครับ🔗

๔. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นายอรรถกร ศิริลัทธยากร)🔗

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่าคุณอรรถกร ศิริลัทยากร ได้พ้นจากการเป็นคณะกรรมาธิการเนื่องจากลาออกตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘/๓ จึงขอตั้ง กรรมาธิการแทนที่ว่างในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย อันนี้ชุดกรรมาธิการสามัญนะครับ เชิญครับ🔗

นายนรินทร์ คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา กระผม นายนรินทร์ คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอตั้งกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่าง คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จากนายอรรถกร ศิริลัทยากร เป็น สส. นันทนา สงฆ์ประชา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ไม่มีผู้ใดขัดข้องก็เป็นไปตามนี้นะครับ ขอเชิญครับ🔗

นายพลากร พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพลากร พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทยครับ ขอเสนอญัตติเปลี่ยนระเบียบวาระประชุมวันพุธที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๗ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒) ขอให้นำเรื่องด่วนที่ ๗ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขึ้นมาพิจารณาก่อนระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณา เสร็จแล้ว โดยให้มีผลบังคับในการประชุมครั้งต่อไป ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง นะครับ มีผู้ใดขัดข้องไหมครับ ถ้าไม่มีผู้ใดขัดข้องก็ขอเปลี่ยนแปลงระเบียบวาระของวันที่ ๒๕ ถึงแม้จะพ้นไปแล้วแต่ว่าระเบียบวาระที่อยู่ในระเบียบวาระนั้น แต่ว่าจะให้มีผลใช้บังคับ ในวันที่ ๘ มกราคมเพื่อให้สมาชิกและการออกระเบียบวาระก็จะดำเนินไปตามที่ขอในวันนี้ สรุปว่าวันที่ ๘ มกราคมจะมีเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วนที่ ๗ ขึ้นมาพิจารณาในวันพุธที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๘ ไม่มีผู้ใดขัดข้องก็เป็นไปตามนี้นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗

๑. รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภา จำนวน ๓ เรื่อง🔗

ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณา และรับทราบรายงานจำนวน ๓ เรื่องดังนี้ ๑. ในคราวการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑ สมัยสามัญ ประจำปี ครั้งที่ ๒ วันจันทร์ที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๗ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาและรับทราบ รายงานประจำปี ๒๕๖๖ ของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ๒. ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒ เมื่อสมัยสามัญประจำปีครั้งที่ ๒ เมื่อวันอังคารที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๗ ที่ประชุมวุฒิสภา ได้พิจารณาและรับทราบ จำนวน ๓ เรื่อง คือ ๑. รายงานประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ของกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ๒. รายงานประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ของสถาบันพระปกเกล้า ๓. รายงานการสอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ แจ้งมาให้ที่ประชุมทราบนะครับ🔗

๒. รับทราบรายงานการรับจ่ายเงินงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗🔗

ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ รับทราบรายงานการรับจ่ายเงินงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และเสนอสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา ๗๔ แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง พุทธศักราช ๒๕๖๑ รายละเอียดเอกสารที่วางไว้ บนโต๊ะแล้วนะครับ เรื่องนี้มีผู้มาชี้แจงใช่ไหมครับ มีผู้มาชี้แจงหรือเปล่า ไม่มีนะ🔗

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องนี้ไม่มีผู้อภิปรายนะครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องนี้ไม่มี ผู้ประสงค์จะขอซักถามและอภิปรายนะครับ ถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานอันนี้นะครับ ท่านสมาชิกจะขออภิปรายใช่ไหม อันนี้ผู้มาชี้แจงหรือเปล่า ในวาระนี้ก็มีผู้มาชี้แจง เชิญครับ ๒.๒ มีผู้มาชี้แจงใช่ไหมครับ ผู้มาชี้แจง ๖ ท่าน แต่ว่าจะมาชี้แจงเพียงท่านเดียวที่มาแล้วครับ คุณนีรชา มรกตราภรณ์ ผู้อำนวยการส่วนนโยบายและแผนการบริหารการชำระหนี้ ท่านจะ มาชี้แจงใช่ไหม จะแถลงนะครับ เชิญครับ ท่านอื่นที่มาก็เชิญได้ครับ ผมจะอ่านชื่อเลยครับ ๑. คุณสุดท้าย ชัยจันทึก ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบบัญชี กรมบัญชีกลาง ๒. คุณณฐากัญ กัจฉมาภรณ์ ผู้อำนวยการกองบัญชีภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ๓. คุณรุ่งวิไล โคตรสาลี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านบัญชี กรมบัญชีกลาง ๔. คุณรดา วุฒิวงศานนท์ ผู้อำนวยการกลุ่มงาน ประมวลบัญชีแผ่นดิน กรมบัญชีกลาง ๕. คุณยอดเยาวมาลย์ สุคนธพันธุ์ ผู้อำนวยการ กองจัดการหนี้ ๑ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ และ ๖. คุณนีรชา มรกตราภรณ์ ผู้อำนวยการส่วนนโยบายและแผนการบริหารการชำระหนี้ เชิญผู้ชี้แจงครับ🔗

นางสาวสุดท้าย ชัยจันทึก ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบบัญชี

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุดท้าย ชัยจันทึก ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบบัญชี กรมบัญชีกลาง ขอเสนอรายงานการรับจ่ายเงิน งบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ตามในมาตรา ๗๔ แห่งพระราชบัญญัติวินัย การเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ ๑. รายรับของรัฐบาล แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ได้แก่ รายรับจากรายได้แผ่นดินและรายรับจากเงินกู้เพื่อชดเชย การขาดดุลงบประมาณ โดยรัฐบาลได้ประมาณการรายรับรวมทั้งสิ้นจำนวน ๓,๖๐๒,๐๐๐ ล้านบาท รายรับที่รัฐบาลได้รับทั้งสิ้นจำนวน ๓,๓๗๓,๖๐๙.๖๓ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๙๓.๖๖ ต่ำกว่าประมาณการจำนวน ๒๒๘,๓๙๐.๓๗ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๖.๓๔ รายจ่าย ตามงบประมาณของรัฐบาล ประกอบด้วย รายจ่ายตามงบประมาณ รายจ่ายชำระคืนต้น เงินกู้และรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง โดยรัฐบาลมีการใช้จ่ายรวมทั้งสิ้นจำนวน ๓,๕๘๗,๙๓๒.๖๙ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๙๙.๖๑ ต่ำกว่าประมาณการจำนวน ๑๔,๐๖๗.๓๑ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๐.๓๙ โดยรัฐบาลก็ยังมีเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี ประจำปี ๒๕๖๖ รวมทั้งสิ้นจำนวน ๑๖๐,๑๓๐.๗๕ ล้านบาท ก็มีการใช้จ่ายไปประมาณ ๑๔๖,๔๒๙.๗๓ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๙๑.๔๔ รัฐบาลยังมีรายจ่ายตามกฎหมายว่าด้วย เงินคงคลังประจำปี ๒๕๖๗ อีกจำนวน ๑๒๒,๙๘๕.๓๓ ล้านบาท โดยดุลของงบประมาณ ประจำปีเมื่อเปรียบเทียบผลของรายรับ จำนวน ๓,๓๗๓,๖๐๙.๖๓ ล้านบาท กับรายจ่ายตาม งบประมาณประจำปีอีก ๓,๓๑๒,๖๙๑.๙๕ ล้านบาท ก็จะมีรายรับสูงกว่ารายจ่ายตาม งบประมาณประจำปี ๒๕๖๗ อยู่จำนวน ๖๐,๙๑๗.๖๘ ล้านบาท สำหรับดุลการรับจ่ายเงิน เมื่อเปรียบเทียบผลรวมรายรับกับรายจ่ายที่รัฐบาลมีการเบิกจ่ายทั้งสิ้น ๓,๕๘๒,๑๐๗.๐๑ ล้านบาท ก็จะทำให้มีรายรับต่ำกว่ารายจ่ายทั้งสิ้น ๒๐๘,๔๙๗.๓๘ ล้านบาท จึงนำเรียนที่ ประชุมเพื่อโปรดทราบค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีท่านสมาชิกผู้ใด จะขอซักถามบ้างครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ผม วิทยา แก้วภราดัย ผมรับฟังรายงานเบื้องต้นก็มีข้อถามสั้น ๆ ไม่ทราบว่าประมาณการรายได้เราต่ำกว่า ที่คาดการณ์ไว้ประมาณสัก ๓ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ซึ่งโดยปกติที่ผ่านมาประมาณการรายได้ จริง ๆ รัฐบาลพอถึงเวลาจัดเก็บมันมักจะสูงกว่ารายได้ประมาณการ แต่ปีนี้ปรากฏว่า ประมาณการเราสูง แต่เราจัดเก็บได้น้อย อยากให้ท่านช่วยเรียนสาเหตุจริง ๆ กับสภาว่าเกิด อะไรขึ้นถึงรายได้จัดเก็บเราต่ำกว่าเป้าครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญผู้ชี้แจงครับ🔗

นางสาวสุดท้าย ชัยจันทึก ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบบัญชี

ขออนุญาต นำเรียนท่านวิทยา แก้วภราดัย นะคะ ในส่วนรายรับของรัฐบาลปีนี้คงต้องนำเรียนท่านใน ภาพรวม ๆ ว่ารายรับที่เป็นรายรับหลักของเราในเรื่องของภาษีก็อาจจะต่ำกว่าประมาณการ โดยประเด็นที่มาของรายรับที่ต่ำส่วนมากก็จะเป็นภาษีของกรมสรรพสามิตที่อาจจะมีการ จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ ส่วนหนึ่งก็เป็นมาตรการของทางด้านการลดภาษีที่เกี่ยวกับ รถยนต์ไฟฟ้าที่ทางกรมสรรพสามิตมีการปรับลดอัตราภาษีจากร้อยละ ๘ เหลือร้อยละ ๒ แล้วก็มีมาตรการช่วยเหลือในเรื่องของค่าน้ำมัน ภาษีน้ำมันที่มีการลดเพื่อช่วยเหลือ ประชาชนแล้วก็ผู้ประกอบการในการที่จะลดภาษีน้ำมันเบนซินแล้วก็ภาษีน้ำมันดีเซลลง รายการหลัก ๆ ที่สำคัญจะเป็นรายการนี้ค่ะท่าน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ผมขออนุญาตให้ข้อสังเกตนะครับ เพราะว่าหลังจากเรื่องนี้ไปเราจะมีรายงานของคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมในการ ส่งเสริมเรื่องยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ก็เรียนท่านเลยครับว่าถ้าประมาณการต่อไป ก็ต้อง ปรับลงเรื่อย ๆ เพราะว่าแนวโน้มของการใช้รถในการเก็บภาษีจากรถยนต์ทั่วไปที่เปลี่ยนรถ มาเป็นพลังงานไฟฟ้า ตัวเลขภาษีจะต่ำลง รวมทั้งน้ำมันด้วย มันมีแนวโน้มที่จะลดต่ำลงเพราะว่าเราเริ่มมีพลังงาน ทดแทนมา เพราะรายได้จากกรมสรรพสามิต ผมคิดว่าใจผมเองนี่เรื่องภาษีนะครับ ผมยังมี ความเห็นว่าในส่วนของภาษีสรรพสามิตเกี่ยวกับรถยนต์ ยานยนต์ ถ้าเป็นรถไฟฟ้า สรรพสามิตไม่ควรจะเก็บนะครับ เพราะหลักการที่เราตั้งให้กรมสรรพสามิตเก็บภาษีพวกนี้ เพราะเป็นภาษีที่เรียกว่า ภาษีบาป ภาษีสร้างมลภาวะ แต่เมื่อรถยนต์เหล่านั้นไม่ได้ใช้ การสันดาปที่ทำให้เกิดมลภาวะแล้ว และเรามีแนวโน้มในเขตเมืองทั้งหมดเราต้องส่งเสริม เดี๋ยวในรายงานผมก็จะได้อภิปรายต่อรองรับกับรายงานของกรรมาธิการการอุตสาหกรรม ที่จะรายงานต่อสภา เพราะฉะนั้นผมให้ข้อสังเกตว่าในการประมาณการรายได้จากกรมสรรพสามิต ก็มีแนวโน้มวิเคราะห์ว่าต้องลดลงต่ำไปทุกปี ผมมีความคิดเห็นเสนอไปแล้วครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่าน วิทยาครับ จะชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ ผู้ชี้แจงไม่มีประเด็นที่จะชี้แจงแล้วครับ ขอบคุณท่าน วิทยาช่วยถามให้ ไม่อย่างนั้นผู้มาชี้แจงรอตั้งนาน ไม่มีผู้ถาม ขอบคุณผู้ชี้แจงทุกท่านนะครับ ขอบคุณครับ ต่อไปครับ🔗

๓. รับทราบรายงานการโอนงบประมาณรายจ่าย ตามพระราชบัญญัติวิธีการ งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๕๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗🔗

ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๗ รับทราบรายงานการโอนงบประมาณรายจ่ายตามพระราชบัญญัติวิธี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ตามมาตรา ๕๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ตามที่สำนัก งบประมาณได้เสนอและเสนอต่อสภาผู้แทนเพื่อทราบตามมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติ วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ รายละเอียดเอกสารได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ ขอเชิญผู้มาชี้แจง คือ ๑. นายพยุงศักดิ์ ครเจริญ รองผู้อำนวยสำนักงบประมาณ ๒. นายพลากร ม่วงพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ ๓. นายรุ่งทิพย์ ลิมปาภินันท์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบงบประมาณและการจัดการ และ ๔. นางนภาพร บุญสร้าง ผู้อำนวยการกองประเมินผล ๑ เชิญผู้มาชี้แจงได้เลยครับ🔗

นายพยุงศักดิ์ ครเจริญ รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายพยุงศักดิ์ ครเจริญ รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ขออนุญาตกราบเรียนรายงานการโอน งบประมาณรายจ่ายตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๕๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ต่อสภาผู้แทนราษฎรดังนี้🔗

ด้วยพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๕๑ กำหนดให้ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณรายงานการโอนงบประมาณรายจ่ายงบกลางระหว่างรายการ ที่กำหนดไว้ในงบประมาณรายจ่ายงบกลางหรือการโอนงบประมาณรายจ่ายบูรณาการและ งบประมาณรายจ่ายบุคลากรระหว่างหน่วยรับงบประมาณเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อรายงานต่อรัฐสภาภายใน ๓๐ วันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ🔗

ในการนี้สำนักงบประมาณจึงได้จัดทำรายงานการโอนงบประมาณรายจ่าย ตามในมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ในระหว่างวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ เสนอ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๗ รับทราบรายงานการโอนงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ระหว่างวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ เพื่อรายงานต่อรัฐสภาดังนี้🔗

การโอนงบประมาณรายจ่ายงบกลางระหว่างรายการ ไม่มีการโอนงบประมาณ การโอนงบประมาณรายจ่ายบูรณาการระหว่างหน่วยรับงบประมาณ ไม่มีการโอนงบประมาณ สำหรับการโอนงบประมาณรายจ่ายบุคลากรระหว่างหน่วยรับงบประมาณ มีการโอน งบประมาณจำนวน ๒๑ กระทรวง ๑๓๗ หน่วยงาน จำแนกเป็นรายการโอนออกจำนวน ๖ กระทรวง ๒๗ หน่วยงาน วงเงินทั้งสิ้น ๓,๔๐๑,๗๗๗,๐๐๐ บาท โดยมีเหตุผลในการโอน งบประมาณดังกล่าว เนื่องจาก🔗

๑. การโอนย้าย ตาย ลาออก และเกษียณอายุของอัตรากำลังระหว่าง ปีงบประมาณ🔗

๒. การสรรหาและบรรจุอัตรากำลังล่าช้า ไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้🔗

๓. การปรับลดการบรรจุกำลังคนตามนโยบายกระทรวงกลาโหม🔗

๔. การเบิกจ่ายค่าเช่าบ้านลดลงเนื่องจากจำนวนข้าราชการผู้มีสิทธิได้รับ ค่าเช่าบ้านลดลง🔗

สำหรับรายการรับโอนมีจำนวน ๒๑ กระทรวง ๑๑๒ หน่วยงาน วงเงินทั้งสิ้น ๓,๔๐๑,๗๗๗,๐๐๐ บาท โดยมีเหตุผลในการโอนงบประมาณดังกล่าว เนื่องจาก🔗

๑. บรรจุอัตราว่าง อัตราใหม่ รับโอนอัตรากำลังระหว่างปีงบประมาณ🔗

๒. ค่าตอบแทนพิเศษเพิ่มขึ้น เช่น ค่าตอบแทนพิเศษเงินเดือนเต็มขั้น ค่าตอบแทนสำหรับกำลังคนด้านสาธารณสุข เงินเพิ่มพิเศษสำหรับผู้มีเหตุพิเศษ🔗

๓. การปรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและการโอนย้ายข้าราชการ ประจำสำนักงานต่างประเทศ🔗

๔. ค่าเช่าบ้านของข้าราชการตามสิทธิเพิ่มขึ้นในระหว่างปีงบประมาณ🔗

จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดทราบรายงานการโอนงบประมาณรายจ่ายตาม พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๕๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ ท่านสมาชิกผู้ใดจะมีข้อซักถาม เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าถ้าไม่ถามเสียเลยก็เกรงว่าผู้ชี้แจงจะไม่ได้ทำหน้าที่ที่ท่านเตรียมมาอย่างเต็มที่ ก็มีสักประเด็นเดียวครับ ก็คือว่าในเรื่องของการโอนงบประมาณนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การโอนงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ผมพบว่าในกรณีของกองทัพบกมีการโอนภายใน กระทรวงเป็นวงเงิน ๘๐ ล้านบาท แล้วก็มีการโอนต่างกระทรวงเป็นวงเงินถึง ๒,๘๔๓ ล้านบาทเศษ แน่นอนครับถ้าเทียบกับทุกกระทรวงดูตัวเลขทั้งหมดเฉลี่ยส่วนใหญ่ก็จะอยู่ใน หลักสิบล้านบาท หรืออย่างมากที่สุดไม่เกิน ๑๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็เข้าใจได้ตามเหตุและผลครับ แต่ว่ากรณีของงบประมาณของกองทัพบกนอกเหนือจากจำนวนถึงเป็นหลักพันล้านบาทที่ผม ได้นำเรียนตัวเลขที่ได้อ่านจากเอกสารแล้วกลับปรากฏว่าในกรณีเหตุผลที่ประกอบคำชี้แจง ไม่มีรายละเอียดนะครับ ในขณะที่รายการอื่นจะมีรายละเอียดว่าเป็นเรื่องใด เรื่องอัตราคน เรื่องบุคลากร เรื่องค่าเช่าบ้าน เรื่องอะไรต่าง ๆ ผมเองก็เลยมีข้อสงสัยหรือข้อสอบถามว่า กรณีการโอนงบประมาณของกองทัพบก โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็นการโอนภายใน กระทรวง หรือการโอนต่างกระทรวงที่มีวงเงินดังกล่าวนั้นท่านสามารถให้เหตุผลหรือชี้แจง ได้ไหมหรือเขาได้ตอบคำถามหรือชี้แจงกับท่านมาก่อนหน้านี้หรือไม่ว่ามันคืองบตัวใด อย่างไร แล้วเพราะเหตุใดถึงมีวงเงินที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยเมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่น ๆ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญผู้ชี้แจงครับ🔗

นายพลากร ม่วงพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายพลากร ม่วงพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ ขอตอบข้อซักถามของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้ครับ เงินคงเหลือโอนออกของกระทรวงกลาโหมทั้งหมด ๓,๑๗๓.๘๕๖๔ ล้านบาท เป็นการโอน ออกไปนอกกระทรวงกลาโหมจำนวน ๓,๒๕๓.๘๕๖๔ ล้านบาท เป็นเงินที่เหลือจ่ายจาก ๖ ประเด็น🔗

ประเด็นแรก คือการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการจำนวน ๑๙๕ อัตรา วงเงิน ๘๕.๘๖๓๗ ล้านบาท🔗

ประเด็นที่ ๒ การปรับลดการบรรจุอาสาสมัครทหารพรานของกองทัพบก จำนวน ๙,๑๓๒ อัตรา เป็นเงิน ๒,๗๔๙.๗๔๔๔ ล้านบาทนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ การตายและลาออกระหว่างปีของลูกจ้างประจำ และพนักงาน ราชการของกองทัพบก จำนวน ๑,๒๗๕ อัตรา เป็นเงิน ๑๐๑.๔๐๖๘ ล้านบาท🔗

ประเด็นที่ ๔ การบรรจุพนักงานราชการของกองทัพบกไม่เป็นไปตามแผน จำนวน ๑,๐๐๑ อัตรา เป็นเงิน ๗๒.๐๗๒ ล้านบาท🔗

ประเด็นที่ ๕ การบรรจุทหารกองประจำการและทหารอาสาสมัครของ กองทัพอากาศ ลดลงต่ำกว่าแผน จำนวน ๒,๐๗๗ อัตรา เป็นเงิน ๒๔๔.๓๕๕๐ ล้านบาท🔗

ประเด็นที่ ๖ เป็นเงินคงเหลือจากงบดำเนินงาน เงินสมทบกองทุน ประกันสังคมของกองทัพอากาศ จำนวน ๙๒ อัตรา เป็นเงิน ๔๑๔,๕๐๐ บาท🔗

ประเด็นกรณีที่โอนภายในกระทรวงนะครับ เป็นกรณีรับโอน ๘๐ ล้านบาท ได้แก่ กองทัพเรือ เนื่องจากยอดค้างจ่ายของผู้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทน เวรเผชิญเหตุพิเศษ ๓,๑๙๗ อัตราครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ มีสมาชิกท่านใดจะขออภิปรายเพิ่มเติมครับ เมื่อไม่มีท่านสมาชิกใดมีประเด็นติดใจที่จะ ซักถามแล้วนะครับ ถือว่าที่ประชุมแห่งนี้รับทราบรายงานการโอนงบประมาณรายจ่าย ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๑ มาตรา ๕๑ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗ แล้วนะครับ ขอบคุณผู้มาชี้แจงทุกท่านครับ ระเบียบวาระต่อไปนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

๑. รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง การส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ ไฟฟ้าประเภทรถโดยสารและรถบรรทุก ซึ่งคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ คุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้มีหนังสือ แจ้งว่าคณะกรรมการและบุคคลที่มีส่วนจะชี้แจงข้อมูลติดภารกิจสำคัญจึงเลื่อนญัตตินี้ ออกไปก่อน คณะกรรมาธิการขอเลื่อน ซึ่งเมื่อบรรจุแล้วก็ต้องขออนุญาตที่ประชุมนะครับว่า จะเห็นสมควรอนุญาตให้เลื่อนออกไปนะครับ เพราะว่าผู้ชี้แจงไม่พร้อมชี้แจงวันนี้นะครับ ไม่มีผู้ใดขัดข้องนะครับ ถือว่าอนุญาตนะครับ ต่อไป🔗

๒. รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทางการผลักดันนโยบาย เด็กปฐมวัยอย่างเป็นระบบ ซึ่งคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่นะครับ🔗

ในการนี้คณะกรรมาธิการขออนุญาตให้มีบุคคลร่วมชี้แจงด้วยนะครับ ประกอบด้วย ๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุนี ไชยรส ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการดูแลเด็ก ๒. นายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสวัสดิการสำหรับเด็ก ๓. นางสาวมลฑาทิพย์ ทิพยธนาพัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการดูแลเด็ก ๔. นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการส่งเสริม การอ่านของเด็ก ๕. นายเชษฐา มั่นคง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านพัฒนาเด็กปฐมวัย ๖. นายธีรชัย บุญยะลีพรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการส่งเสริมสุขภาพเด็ก ๗. นางชนัญชิดา สมสุข ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการส่งเสริมสุขภาพเด็ก ๘. นางนภัทร พิศาลบุตร ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการ พัฒนาเด็กปฐมวัย ๙. คุณกานต์กมล สินเจริญ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย ๑๐. คุณธรรมทัศน์ ธรรมปัญญาวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัยนะครับ ๑๑. นายกองตรี สุธน จิตร์มั่น ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการ ๑๒. คุณกมลภู วรพิบูลย์วิทย์ ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม ๑๓. คุณวรรณรัตน์ นนทนาคร ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม เชิญคณะกรรมาธิการชี้แจงก่อนครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

เรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากว่าปัจจุบันในสังคมไทยอยู่ในสภาวะ อัตราการเกิดต่ำและประกอบด้วยอยู่ในสังคมที่สูงวัยทำให้เรานั้นขาดวัยแรงงาน ซึ่งเราพูดกัน แบบนี้มาโดยตลอด แต่ยังขาดแนวทางที่ชัดเจนว่าเราจะเอาอย่างไรกันแต่ละช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็น วัยเด็ก วัยเรียน วัยทำงาน หรือสูงวัย ณ ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเกิดวิกฤติในทุก ๆ ช่วงวัย ครับท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการได้ศึกษาข้อมูลแล้วก็ได้พิจารณากันในชั้น คณะกรรมาธิการและได้มีมติในการตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อศึกษานโยบายเด็กปฐมวัย อย่างเป็นระบบ เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๗ เนื่องจากว่าเรามีข้อมูลจากองค์กรยูนิเซฟ บอกว่าการลงทุนในเด็กควรจะลงทุนอย่างน้อย ๑ เปอร์เซ็นต์ของ GDP แต่เพื่อนสมาชิกทุกท่าน ทราบหรือไม่ว่า ณ ปัจจุบันการลงทุนในเด็กขณะนี้อยู่ที่ ๐.๒๕ เปอร์เซ็นต์ต่อ GDP ของประเทศ และถ้าเกิดตัดเงิน ๖๐๐ บาทที่ยังไม่ถ้วนหน้า ณ ปัจจุบันนี้ออกไป เราจะเหลือเงินลงทุน ในเด็กอยู่เพียงแค่ ๐.๑๕ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นข้อมูลต่าง ๆ ชี้ให้เห็นอะไรครับชี้ให้เห็นว่า เราขาดความจริงใจและจริงจังในการลงทุนในประชากรวัยแรกเริ่มของพี่น้องประชาชน คนไทยนั่นก็คือ เด็กเล็ก เราก็ไปดูครับว่าในรายละเอียดของนโยบายเด็กเล็กต่าง ๆ นั้น มีอะไรบ้าง ขาดตกบกพร่องในส่วนไหน และควรที่จะเพิ่มเติมเรื่องใดเข้าไปบ้าง มันมีปัญหา อยู่ในหลาย ๆ ภาคส่วนครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตั้งแต่หญิงตั้งครรภ์ว่า ตั้งแต่หญิงตั้งครรภ์นั้นรัฐเข้าไปช่วยเหลือดูแลอย่างไร หลังจากคลอดออกมาแล้ว มีปัญหาอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการฝากเลี้ยงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งมีความ พัฒนาอย่างเดียวก็คือชื่อศูนย์ อย่างอื่นไม่พัฒนาเลย เราก็ไปดูว่าถ้าจะยกระดับให้ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสามารถพัฒนาเด็กเล็กได้อย่างสมบูรณ์แบบนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง ท่านประธานครับ อีกส่วนหนึ่งก็คือว่าในช่วงเวลา ๓-๔ ปีที่ผ่านมาเราบอกว่าภาครัฐ และเอกชนไปส่งเสริมและรณรงค์ให้มีห้องให้นมบุตร เนื่องจากเรากังวลว่าคุณแม่ในวัย ทำงานนั้นไม่สามารถให้นมบุตรได้หรือมีปัญหาหากมีบุตรหลานก็จะไม่อยากมีบุตร ไม่อยากที่จะมีบุตรเป็นของตนเองหรือเกิดปัญหาต่าง ๆ เราก็เลยไปส่งเสริมเรื่องของห้องให้ นมบุตร ในปัจจุบันนี้สภาเราก็มีครับ เอกชนเราก็มีครับหลาย ๆ ที่แต่มันเกิดปัญหาต่อมาที่ คณะกรรมาธิการว่าห้องให้นมบุตรเสร็จแล้ว แล้วจะเอานมไปให้บุตรอย่างไรในเมื่อวัย แรงงานทำงานอยู่ในจังหวัดอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี หรือกรุงเทพมหานคร แต่น้อง ๆ หนู ๆ ที่ต้องเกิดออกมานั้นนี้ไปฝากไว้ให้บุพการีนั้นช่วย เลี้ยงดู ปู่ย่าตายายนั้นช่วยเลี้ยงดูอยู่ในหลายจังหวัดในภาคใต้ หลายจังหวัดในภาคอีสาน หลายจังหวัดในภาคเหนือ แล้วห้องให้นมบุตรจะตอบโจทย์ได้อย่างไรเราก็เลยมีโครงการเรื่อง ของการส่งนมแม่ภายใน ๒๔ ชั่วโมง ซึ่งคณะกรรมาธิการก็ได้เล็งเห็นถึงโครงการของ กรมอนามัยเอง แล้วก็ข้อเสนอแนะจากทางองค์กรยูนิเซฟที่บอกว่าต้องช่วยกันสนับสนุนเรื่อง ของนมแม่ที่จะต้องให้แก่บุตรวัยแรกเริ่ม เพราะฉะนั้นเราก็เลยเล็งเห็นถึงโครงการนี้ก็เป็น หนึ่งในข้อเสนอของคณะกรรมาธิการในรายละเอียดของรายงานฉบับนี้🔗

อีกส่วนหนึ่งซึ่งท่านสมาชิกในคณะกรรมาธิการท่าน สส. กาญจน์ ตั้งปอง จากจังหวัดตรังนี้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด นั่นก็คือว่าเด็กเล็กที่เกิดมาแล้วพ่อแม่ที่มีรายได้ ไม่เพียงพอก็ต้องการที่อยากจะได้ของที่มันเสริมสร้างพัฒนาการ เดี๋ยวท่าน สส. กาญจน์จะ มาลงรายละเอียดในเรื่องนี้เพราะท่านตามติดอย่างใกล้ชิดว่าต่อไปถ้าจะมีนโยบายนี้จะ เกิดขึ้นได้อย่างไรและนโยบายนี้เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยแล้วครับท่านประธาน เมื่อปี ๒๕๔๘ หลังจากคณะรัฐประหารปี ๒๕๔๙ ก็มีการยกเลิกโครงการนี้ไปแล้วก็ไม่เกิดขึ้นอีก แล้วก็มีการเริ่มต้นแต่ไม่ยั่งยืน นั่นก็คืออันนี้กล่าวชื่นชมก็คือทางพรรคเพื่อไทยก็ได้ทำเป็น โครงการทดลองซึ่งเราก็อยากจะให้เป็นโครงการที่ยั่งยืนและต่อยอด ท่าน สส. กาญจน์ก็ได้ให้ ความสำคัญในเรื่องนี้นะครับ🔗

อีกส่วนหนึ่งก็คือในเรื่องของการเลี้ยงซึ่งการเลี้ยงดูบุตรในขณะนี้มันมีปัญหา อย่างมากท่านประธาน วันนี้นอกจากเรื่องของคุณพ่อคุณแม่ที่เข้ามาทำงานในจังหวัด อุตสาหกรรมแล้วก็ต้องฝากเลี้ยงดูแล้ว ที่สามารถเลี้ยงดูได้ก็มีปัญหาท่านประธาน เรามีข้อมูล จากการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการว่าคุณภาพของนมที่ผู้ปกครองแต่ละคนนั้นให้กับ บุตรหลานหรือประชากรใหม่ของประเทศไทยนั้นมันไม่มีคุณภาพ เพราะอะไรครับ เพราะว่า คุณแม่ที่สามารถปั๊มนมไว้ให้กับบุตรหลานของท่านในช่วงที่ท่านไปทำงานนั้น สิ่งเดียวที่ท่าน สามารถเก็บได้ก็คือตู้เย็นที่บ้านแล้วก็ต้องเก็บไว้ในช่อง Freeze ซึ่งมันก็เป็นช่อง Freeze ที่ขนาดประมาณ ๓๐ เซนติเมตรซึ่งก็ต้องแบ่งกับหมูสามชั้นมื้อเย็นของครอบครัวเหมือนกัน มันก็ขาดคุณภาพที่จะไปเสริมสร้างพัฒนาการได้อย่างสมวัย มันก็ขาดซึ่งองค์ประกอบต่าง ๆ ที่อยากจะมาช่วยเหลือผลักดันให้เด็กที่เกิดใหม่ซึ่งเป็นประชากรใหม่ของประเทศไทยนั้น ได้เติบโตอย่างสมบูรณ์สมวัยอย่างมีคุณภาพและสามารถยกระดับคุณภาพของครอบครัวไทยได้ จึงเป็นข้อสรุปทั้งหมดทั้งมวลหลาย ๆ อย่าง เดี๋ยวทางเพื่อนสมาชิกในคณะกรรมาธิการและ คณะทำงานที่นำโดยท่านอาจารย์สุนีจะนำเสนอต่อเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในรายละเอียด แต่ ๙ ข้อที่เราได้นำเสนอในวันนี้คือ🔗

ข้อที่ ๑ เงินสวัสดิการถ้วนหน้าให้กับหญิงตั้งครรภ์ตั้งแต่เดือนที่ ๕ ถึงเดือนที่ ๙ เดือนละ ๓,๐๐๐ บาท นี่คือสิ่งที่เราอยากจะเสนอและเพียงพอและสามารถตอบโจทย์ ต่อปัญหาเหล่านี้ได้🔗

ข้อที่ ๒ ยกระดับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดตั้งแต่ ๐-๖ ขวบแบบถ้วนหน้า🔗

ข้อที่ ๓ ส่งเสริมการเลี้ยงดูบุตรโดยการลาเพื่อดูแลบุตร คุณแม่ ๑๘๐ วันและ คุณพ่อผู้ทำหน้าที่บิดาอีก ๓๐ วัน🔗

ข้อที่ ๔ ส่งเสริมการเลี้ยงดูบุตรให้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองและผู้ดูแล🔗

ข้อที่ ๕ ให้บริการเข้าถึงในเรื่องของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่มีคุณภาพและ ตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องประชาชน🔗

ข้อที่ ๖ จัดสรรหนังสือที่สมบูรณ์เข้ากับการพัฒนาการของเด็กปฐมวัยให้กับ เด็กปฐมวัยอย่างถ้วนหน้า🔗

ข้อที่ ๗ ป้องกัน ส่งเสริมและสนับสนุนการเลี้ยงดูบุตรด้วยนมแม่อย่างจริงจัง🔗

ข้อที่ ๘ การสนับสนุนกล่องของขวัญแรกเกิดหรือ Baby Box ให้กับทุก ครอบครัวที่เกิดขึ้นในแผ่นดินไทย🔗

ข้อที่ ๙ การส่งเสริมในทุกรูปแบบให้กับผู้ที่ต้องการมีบุตร🔗

นี่คือ ๙ ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการในวันนี้และเพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่าน จะลงรายละเอียดเพื่อให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนั้นเห็นชอบและเราจะ นำเสนอข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ไปยังฝ่ายบริหารต่อไปเพื่อเร่งรัดพัฒนาให้ประเทศไทยนั้น ยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กปฐมวัยของประเทศไทยครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ มีผู้ชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗

นายกาญจน์ ตั้งปอง ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพกระผม นายกาญจน์ ตั้งปอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง เขตที่ ๔ จากพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ก่อนอื่นเลยนั้นต้องขอขอบพระคุณท่านประธานกรรมาธิการที่เล็งเห็น ถึงความสำคัญแล้วก็ใส่ใจเกี่ยวกับสวัสดิการของเด็กแล้วก็เปิดโอกาสให้เพื่อน ๆ สมาชิก รวมถึงคณะทำงานได้เสนอความคิดความเห็น หรือสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนที่ลงมาในเล่มรายงานฉบับนี้นะครับ รายงานผล การพิจารณาศึกษาแนวทางการผลักดันนโยบายเด็กปฐมวัยอย่างเป็นระบบ ซึ่งตัวกระผมและ เพื่อนสมาชิกก็ได้อธิบายถึงเหตุผลและสาระความสำคัญก่อนหน้านี้ไปแล้ว อย่างท่านณัฐชา ได้บอกถึงข้อเสนอทั้ง ๙ ข้อว่ามีอะไรไปบ้าง แต่วันนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะ หยิบยกเอา ๑ ใน ๙ ข้อเสนอของเล่มรายงานฉบับนี้ให้กับทางท่านประธานรวมถึงเพื่อนสมาชิก ทุก ๆ คนได้รับทราบว่ารายงานฉบับนี้ ข้อเสนอที่ ๘ สวัสดิการกล่องของขวัญสำหรับเด็กแรกเกิด หรือ Baby Box ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันจากข้อมูลสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยพบว่าครึ่งปีแรกของปี ๒๕๖๗ มีเด็กเกิดใหม่อยู่ที่ ๒๒๑,๙๓๓ คน ซึ่งน้อยกว่าในช่วงเวลาเดียวกันของปีพุทธศักราช ๒๕๖๖ อยู่ ๒๗,๗๗๐ คน มีอัตราการเกิดน้อยที่สุดติดอันดับ ๓ ของทวีปเอเชียและติดอันดับ ๑ ของอาเซียน ท่านประธานที่เคารพครับ จากข้อมูลที่ผมยกมาข้างต้นนี้ยังอยากจะมาชวนท่านประธาน รวมถึงเพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่านในห้องแห่งนี้ช่วยกันคิดว่าในเมื่อวันนี้ประชากรไทยเกิดน้อยลง ทำไมเราไม่จัดให้เด็กที่เกิดน้อยอยู่แล้วมีประสิทธิภาพ มีคุณภาพเต็มร้อยแบบถ้วนหน้า นี่คือ สารตั้งต้น นี่คือ ๑ เหตุผลที่ผมและเพื่อนสมาชิกได้จัดทำรายงานฉบับนี้ขึ้นมา นโยบาย ส่งเสริมสวัสดิการของเด็กที่ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้จัดสรรงบประมาณลงมาให้กับเด็กทุกคน แต่ยังมีความไม่ครอบคลุม มันยังมีช่วงวัยที่ยัง ตกหล่นอยู่ถ้าตัดเงินช่วยเหลือสวัสดิการ ๖๐๐ บาทที่ยังไม่ถ้วนหน้าวันนี้ออกไปอย่างที่ ท่านประธานบอก เด็กช่วงวัยหนึ่งที่มันหายไปก็คือเด็กช่วงวัย ๐ ขวบจนถึง ๒ ปีท่านประธาน สวัสดิการของเด็กดันไปเริ่มที่ ๒ ขวบขึ้นไป แต่สวัสดิการของเด็กแรกเกิดจนถึง ๒ ปีไม่มี วันนี้ คือโจทย์สำคัญที่ทำให้ผมได้คิดกับเพื่อนสมาชิกต่อไปว่าจะทำอย่างไรให้สวัสดิการของ เด็กช่วงวัยนี้ได้รับอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะไม่มีใครค้านว่าเด็กช่วงวัย ๐ ขวบจนถึง ๒ ขวบ เป็นรากฐาน เป็นพื้นฐานสำคัญ ถ้าเด็กได้รับการดูแลอย่างดี ได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้อง เป็นรากฐานให้เด็กดำเนินชีวิตไปอย่างมีคุณภาพ และไม่ต้องพูดถึงต่อไปเลยว่าถ้าเขามี คุณภาพคนในชาติเราจะเจริญก้าวหน้าต่อไปได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงมี ความคิดที่จะจัดทำกล่องของขวัญสำหรับเด็กแรกเกิดหรือ Baby Box ขึ้นเพื่อ ๒ ปัจจัยหลัก ๆ ครับท่านประธานที่เคารพ ๑. เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวของเด็ก อย่างที่ทราบกันดีครับว่า วันนี้สินค้าที่เกี่ยวกับเด็กมีราคาสูงขึ้น ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจที่แย่ลง ค่าครองชีพสูงขึ้น พ่อแม่ ผู้ปกครองที่มีเด็กเกิดใหม่ต้องรับภาระตัวนี้ไป ทั้งที่จริง ๆ แล้วรัฐบาลน่าจะเข้ามา สนับสนุนดูแลเขาได้🔗

ประการที่ ๒ เพื่อคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างพัฒนาการเพื่อเตรียมความพร้อม ทั้งทางด้านไอคิว อีคิว ให้กับเด็กก่อนเข้าโรงเรียน หรือเข้า Nursery ปฐมวัยขออนุญาต นำเรียนกับท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่ารายละเอียดของ Baby Box ที่ผมได้เสนอเข้ามา ในรายงานฉบับนี้จะแบ่งออกเป็น ๒ ช่วงวัย ช่วงวัยที่ ๑ คือ ๐ ขวบจนถึง ๑ ขวบ ช่วงวัยที่ ๒ คือ ๑ ขวบถึง ๒ ขวบ ขอใช้เวลาตรงนี้สั้น ๆ ทำความเข้าใจสักนิดหนึ่งครับว่า ๐ ขวบถึง ๑ ขวบ ในกล่อง Baby Box นั้นควรจะมีอะไร ผมให้คำจำกัดความมันไว้ว่าเป็นกล่องเครื่องมือ ยังชีพเด็ก ในกล่องนี้ควรจะมียกตัวอย่างเช่น ที่นอน หมอน ผ้าห่ม หมอนข้าง มุ้ง หรือแม้แต่กระทั่ง นิทานก่อนนอนที่ให้แม่หรือพ่อของเด็กได้อ่านให้เด็กก่อนนอน ส่วนช่วงวัยที่ ๒ ๑-๒ ปี ในกล่องนี้ผมขอใช้ว่าสิ่งของที่จะอยู่ข้างในคือสิ่งของที่เสริมทักษะในหลาย ๆ ด้านให้กับเด็ก หรือพูดง่าย ๆ คือเตรียมความพร้อมก่อนวัยเรียน สิ่งของอะไรที่เป็นการเสริมทักษะ ยกตัวอย่างเช่น ของเล่นไม้ หนังสือเสริมทักษะการอ่าน การฟัง หรือแม้แต่กระทั่ง ดินน้ำมัน อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ที่มันเป็นของที่ปกติแล้ว พ่อแม่ ผู้ปกครองเขาก็ต้องจัดหาให้ บุตรหลานตามกำลังฐานะ ถ้าบ้านมีสตางค์หน่อยก็อาจจะได้ของทั้ง ๒ กล่องเหล่านี้ครบถ้วน หรือมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ แต่วันนี้เราต้องมาดูกันที่ว่าพ่อแม่ ผู้ปกครองที่เป็นชนชั้นวัยแรงงาน ที่หาเช้ากินค่ำนี้ บางทีบางครั้งเขาอาจจะมีไม่ครบหรืออาจจะบกพร่องไปในรายการ ถ้าวันนี้ รัฐบาลใส่ใจและนำข้อเสนอของทางกรรมาธิการไปแล้วต่อยอดผมว่าคุณภาพชีวิตของเด็กที่ กำลังจะเกิดมาที่มีอยู่น้อยนี้มันจะมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพขึ้น กรรมาธิการได้เสนอ ข้อเสนอไว้ ๙ ข้อเพื่อให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสในการพัฒนาอย่างดีที่สุด ซึ่งเป็นการลงทุนใน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อให้เขาเหล่านี้ได้เติบโตไปเป็นกำลังหลักของประเทศชาติ ต่อไป ขอขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีท่านกรรมาธิการ ท่านอื่นจะชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗

นางนภัทร พิศาลบุตร ผู้แทนคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางนภัทร พิศาลบุตร จากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย สมาชิกคณะทำงานแนวทางการพัฒนานโยบายเด็กปฐมวัยอย่างเป็นระบบ ขอนำเสนอรายงาน ที่ทางคณะทำงานได้ร่วมกันศึกษารวบรวมทบทวนข้อมูล ซึ่งนำมาจากแนวคิดทฤษฎีต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการเด็ก งานวิจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย รวมไปถึงข้อมูลสถิติต่าง ๆ ที่ชี้ให้เห็นช่องว่างของเด็กปฐมวัยในประเทศไทยในตอนนี้ รวมทั้งนำความคิดเห็นต่าง ๆของหน่วยงานภาครัฐแล้วก็เอกชนมาจัดทำเป็นรายงานฉบับนี้ ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางนภัทร พิศาลบุตร ผู้แทนคณะกรรมาธิการ

สไลด์ถัดไปเลยค่ะ โจทย์ใหญ่ ของประเทศไทยในตอนนี้คือเรากำลังเผชิญวิกฤติประชากรอย่างที่เมื่อสักครู่ท่าน สส. ได้เรียนไป เรากำลังเจอปัญหาเด็กเกิดน้อยจนอัตราการเจริญพันธุ์รวมของประเทศไทยหล่นลง อย่างรวดเร็ว รวมกับภาวะสังคมผู้สูงอายุที่ส่งผลให้เราจะมีแรงงานที่จะมาช่วยขับเคลื่อน เศรษฐกิจขับเคลื่อนสังคมในประเทศไทยในอนาคตน้อยลง นั่นหมายความว่าเด็กในอนาคต ของเรานี้จะต้องแบกรับภาระมากกว่าคนในยุคปัจจุบัน เราจึงจำเป็นจะต้องช่วยให้เด็กของเรา ทุกคนมีศักยภาพที่เต็มเปี่ยมตอนที่เขาโตเป็นผู้ใหญ่ แต่ทุกวันนี้เรามีสิ่งต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ เด็กของเราเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าคะ จาก Human Capital Index หรือค่าดัชนีทุนมนุษย์ ของธนาคารโลกชี้ว่าเด็กที่เกิดในประเทศไทยในวันนี้มีผลิตภาพเพียงร้อยละ ๖๐ ของศักยภาพ สูงสุดที่เขาจะมีได้เท่านั้น ดังนั้นวิธีเดียวที่เราจะสู้กับวิกฤตินี้ได้ก็คือการลงทุนในการพัฒนา ทุนมนุษย์ตั้งแต่วันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนในเด็กปฐมวัยตั้งแต่แรกเกิดจน ๖ ปี เพื่อให้เด็กทุกคนมีศักยภาพในการเรียนรู้ มีความพร้อมที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ สไลด์ถัดไปค่ะ ทำไมต้องเป็น ๖ ปีแรก ท่านอาจจะสงสัย เราดูถึงหลักฐานที่เป็นที่ยอมรับกัน ทั่วโลกนะคะ อย่างแรกคือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชี้ว่าสมองของคนเรามีพัฒนาการสูง สุดในช่วงเวลาแรกเกิดถึง ๓ ปี นั่นหมายความว่าสมองของเด็ก ๓ ขวบมีการเชื่อมต่อ เซลล์ประสาทกันรวดเร็วกว่าสมองของพวกเราเสียอีก นี่คือโอกาสทองของการพัฒนาเด็ก ที่เราต้องฉวยไว้ค่ะ เราจะต้องให้เด็กทุกคนได้รับสิ่งดี ๆ ได้รับโภชนาการที่ดี มีพ่อแม่ คอยอ่านหนังสือให้ฟังเพื่อกระตุ้นสมองและพัฒนาการ มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ดูแลโดยที่ ไม่มีความรุนแรง สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เด็กของเราพัฒนาอย่างสมวัย🔗

อย่างที่ ๒ ก็คือผลการพัฒนาของเด็กปฐมวัยจะอยู่ต่อไปจนถึงวัยผู้ใหญ่เลย การพัฒนาเด็กปฐมวัยจะส่งผลต่อการเรียนรู้ ต่อสุขภาพ พฤติกรรม ต่อขีดความสามารถ ของเขาในวัยผู้ใหญ่ แล้วก็เกี่ยวข้องไปถึงรายได้เมื่อเขาโตขึ้น มีงานวิจัยจากต่างประเทศ ที่พบว่าเด็กที่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ แล้วก็ได้รับการดูแลที่ไม่เหมาะสมในช่วงปฐมวัย เขาจะประสบกับผลกระทบที่เกิดขึ้นไปตลอดชีวิต เด็กกลุ่มนี้จะมีแนวโน้มที่จะเรียนรู้ได้น้อยลง แล้วก็มีรายได้ที่น้อยลงเมื่อโตขึ้น แล้วก็ติดกับดักความยากจนต่อไป แต่ว่าถ้าเกิดว่าเด็กได้รับ การแก้ไขอย่างทันท่วงทีเราก็จะสามารถฟื้นฟูเด็กกลับมาได้ค่ะ🔗

๓. คือในด้านเศรษฐศาสตร์ การลงทุนในเด็กปฐมวัยเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ที่สุด จะให้ผลตอบแทนทางสังคมสูงที่สุดในระยะยาว โดยทุก ๆ ๑ ดอลลาร์ หรือทุก ๆ ๑ บาทที่เราลงทุนไปจะได้ผลกลับมาอย่างน้อย ๗ เท่า โดยที่ถ้าเกิดว่าเราลงทุนกับเด็กกลุ่มที่ เปราะบางก็จะยิ่งได้ผลคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ขอสไลด์ถัดไปค่ะ อย่างไรก็ตามเด็กปฐมวัยของเรายัง มีปัญหาอีกมากมายที่ยังต้องแก้ไขไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโภชนาการ เรื่องของการศึกษา เด็กปฐมวัยที่ยังไม่มีคุณภาพเพียงพอ หรือการพัฒนาการเด็กที่ล่าช้า แต่เมื่อเราวิเคราะห์ลง ไปลึก ๆ จะเห็นว่าปัจจัยที่แฝงอยู่ในทุก ๆ ประเด็นเหล่านี้มันจะกลับมาที่เรื่องของความ ยากจน ทราบไหมคะว่าเด็กของเรานี้ เด็กปฐมวัยเกือบ ๒ ใน ๓ เติบโตในครัวเรือนกลุ่มที่ ยากจนของประเทศ ซึ่งได้นำไปสู่ความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในการเข้าถึงโอกาส จากสถิติ เราเห็นว่าเด็กที่ยากจนเหล่านี้มักจะเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับโอกาสในการพัฒนา ยิ่งยากจนมาก ก็ยิ่งขาดโอกาสมาก ลดโอกาสที่เขาจะตามคนอื่นได้ทัน ทำให้ประเทศไทยสูญเสียศักยภาพ ของเด็กกลุ่มนี้ไปอย่างน่าเสียดาย🔗

สุดท้ายบริการที่ไม่ทั่วถึงไม่ว่าจะเป็นด้านงบประมาณ ด้านบุคลากร ทำให้ เด็กกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือนั้น หรือบริการที่มีอยู่ ยังไม่ได้ผล ยังไม่ได้คุณภาพ ทำให้งบประมาณที่ใช้ไปไม่ได้เกิดผลสัมฤทธิ์กับตัวเด็กเท่าที่ควร สไลด์ถัดไปค่ะ ดังนั้นสิ่งสำคัญก็คือว่าเราต้องลงทุนในนโยบายที่ตอบโจทย์ แล้วก็แก้ปัญหา เหล่านี้อย่างจริงจัง🔗

ข้อเสนอสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้าในรายงานนี้มีจุดมุ่งหมาย ๒ อย่างก็คือ ๑. เพื่อให้โอกาสเด็กทุกคนในการพัฒนาอย่างเท่าเทียมกัน ส่งเสริมการคุ้มครองทางสังคม ที่เข้าถึงตัวเด็ก จัดการความเปราะบางทางเศรษฐกิจและสังคม ไม่ทิ้งเด็กคนไหนไว้ข้างหลัง แล้วนอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องของการส่งเสริมการดูแลพัฒนาการเด็กอย่างรอบด้านตลอดช่วง ปฐมวัยเพื่อสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ถัดไปค่ะ🔗

รายงานนี้มีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมอยู่ ๙ ข้อ ตามที่เมื่อสักครู่ท่านประธาน กรรมาธิการเรียนไป เพื่อผลักดันให้เป็นนโยบายที่สำคัญในการพัฒนาเด็กปฐมวัย ช่วยให้เด็ก ของเรามีโอกาสเริ่มต้นอย่างดีที่สุดเพื่อพัฒนาเต็มศักยภาพของพวกเขา แล้วก็พัฒนาประเทศ ต่อไป ขอเชิญอาจารย์สุนีต่อค่ะ🔗

นางสุนี ไชยรส ผู้แทนคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน สุนี ไชยรส คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า และคณะทำงานของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมค่ะ ดิฉันคิดว่าวันนี้ในฐานะที่องค์กร ด้านเด็กทั่วประเทศได้เคยมีข้อร้องเรียนมาถึงคณะกรรมาธิการเพื่อปรึกษาหารือร่วมกับ หลาย ๆ ฝ่าย คิดว่าน่าจะเป็นโอกาสที่เหมาะสม แล้วก็มีคุณค่ามากสำหรับรายงานฉบับนี้ ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคจะได้ช่วยกันผลักดันให้กลายเป็นนโยบายของรัฐบาล ต้อนรับวันเด็กซึ่งกำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันนี้ เป็นสถานการณ์ซึ่งฝ่ายรัฐบาลเองได้แถลงออกมา ก่อนหน้านี้ไม่นานว่าเป็นวาระแห่งชาติในนโยบายส่งเสริมการมีบุตร เป็นวาระที่ฝ่ายค้าน ได้สนับสนุนเรื่องของการพัฒนาสวัสดิการเด็กปฐมวัย ขณะเดียวกันก็มีมติของคณะกรรมการ และอนุกรรมการหรือแม้แต่มติคณะรัฐมนตรีที่ออกมาสอดคล้องกับการพัฒนาที่เป็นไปตาม รายงานของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมฉบับนี้ ดิฉันอยากจะขออนุญาตว่าเพิ่มเติม รูปธรรมของข้อเสนอ ๔ ข้อแรกนะคะ🔗

ข้อแรกก็คือว่าเงินสวัสดิการถ้วนหน้าสำหรับหญิงตั้งครรภ์เดือนที่ ๕-๙ เดือนละ ๓,๐๐๐ บาท ซึ่งในสถิติที่หลายท่านอาจจะเห็นอยู่แล้วว่าวันนี้เด็กเกิดน้อย นั่นก็คือ แม่ตั้งครรภ์เองก็น้อยด้วย ในนี้จะเป็นแม่ที่ยากจน ในนี้จะเป็นแม่ที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว แม่วัยใส จำนวนมาก แล้วก็เป็นคนที่ต้องการได้รับการดูแล เพราะว่าผู้หญิงที่ตั้งครรภ์มีโอกาสที่จะ ไม่ได้ทำงานคือไม่มีรายได้อย่างน้อยร้อยละ ๔๐ เท่าที่มีการประเมินกัน การสนับสนุนให้แม่ที่ ตั้งครรภ์ในเดือนที่ ๕-๙ เดือนละ ๓,๐๐๐ บาทจะเป็นหลักประกันในสิ่งที่ทุกท่านได้พูดมาว่า รายงานฉบับนี้อยากขอให้ได้มีสิ่งที่ค้ำประกันว่าแม่ที่ตั้งครรภ์ไม่ว่าใครก็ตามจะสามารถเกิด เด็กที่มีคุณภาพแล้วก็ได้รับการดูแลต่อ ถ้าจะเป็นห่วงว่าจะใช้งบประมาณมากท่านจะเห็น ขอสไลด์ต่อไปนะคะ จะเห็นภาพชัดเจนนะคะว่าผู้หญิงตั้งครรภ์นั้นไม่ถึง ๕๐๐,๐๐๐ คน ถ้าให้เดือนละ ๓,๐๐๐ บาท เป็นเวลา ๕ เดือน จะใช้งบประมาณเพียง ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้เมื่อนึกถึงว่าวิกฤติเด็กเกิดน้อยทั้งปริมาณและคุณภาพการดูแลแม่ตั้งครรภ์ด้วยเงิน ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทในงบประมาณปี ๒๕๖๙ ที่กำลังจะมาถึงน่าจะเป็นเรื่องที่ตรงไปตรงมา แล้วก็สอดรับกับนโยบายของทุกฝ่ายนะคะ🔗

ข้อเสนอที่ ๒ คือการยกระดับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดถึง ๖ ปี แบบถ้วนหน้า วันนี้รัฐบาลได้ให้เงิน ๖๐๐ บาทกับเด็กที่ยากจน รายได้ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทอยู่แล้ว เป็นงบประมาณแต่ละปีประมาณ ๑๖,๐๐๐-๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าข้อเสนอเพื่อ ถ้วนหน้า เด็กทั้งหมดมีประมาณ ๓.๓ ล้านคนนะคะ ถ้าเราดูตัวเลขก็จะพบว่าใช้เงินเพิ่มเติม อีกเพียง ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทก็จะสามารถดูแลเด็กทุกคน ตอนนี้เด็กได้ประมาณ ๒,๓๐๐,๐๐๐ คนนะคะ แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือว่านโยบายของคณะกรรมาธิการต้องการบอก ว่าถ้าไม่ให้ถ้วนหน้าตอนนี้สถิติของเด็กตกหล่น เด็กจน ๆ ที่รัฐบาลเคยคิดว่าอยากจะได้เงิน กลายเป็นว่าเด็กตกหล่นเมื่อปี ๒๕๖๒ ประมาณร้อยละ ๓๐ ของเด็กที่ยากจนตามเกณฑ์ รัฐบาล ปี ๒๕๖๗ TDRI กับยูนิเซฟเพิ่งแถลงล่าสุดนะคะ ปรากฏว่าตกหล่นไปร้อยละ ๓๔ คือมากกว่าเดิม ซึ่งถ้วนหน้าเท่านั้นถึงจะเป็นหลักประกันว่าจะสามารถช่วยได้ และวันนี้มติ ของคณะกรรมการหลายชุดของรัฐบาลเองหรือมติของ ครม. เองก็เริ่มแถลงออกมาแล้วว่า จะให้เงินอุดหนุนถ้วนหน้าน่าจะสอดรับร่วมกันนะคะว่าแต่มันมาแล้ว ๑๐ ปีโครงการนี้ ทำอย่างไรจะเร่งรัดให้ทันปี ๒๕๖๙🔗

ส่วนที่ ๓ สิทธิการลาคลอดของมารดา ๑๘๐ วัน ซึ่งตรงนี้เราจะพบว่าแม่ จำนวนมากซึ่งอยู่ในกระบวนการของการตั้งครรภ์ ได้นำเสนอไปแล้วว่ามีโอกาสที่จะไม่มี รายได้แล้วก็ตกงานอย่างมาก ถ้ายิ่งไม่มีโอกาสลาคลอดยาวโอกาสจะเลี้ยงดูลูกด้วยนมแม่ โอกาสที่จะสามารถทำให้ดูแลลูกได้อย่างดี เพราะว่ามันจะมีข้อจำกัดในการที่จะพาลูกเล็ก ๆ ไปอยู่ที่ไหนในขณะที่พ่อแม่ต้องทำงาน ข้อนี้จะเป็นหลักประกันให้นะคะ ในขณะที่ทั่วโลก ตอนนี้ขยายเวลาของการลาคลอดแล้วก็ให้โอกาสพ่อหรือผู้ที่ทำหน้าที่พ่อสามารถที่จะทำ หน้าที่ช่วยแม่ในการเลี้ยงดูลูกได้อย่างน้อย ๓๐ วัน นี่เป็นข้อเสนอของคณะกรรมาธิการค่ะ ข้อเสนอนี้หวังว่าจะช่วยเติมเต็มในสิ่งที่เราคิดว่าคนทำงานจำนวนมากถูกคาดหวังว่าแม่จะ สามารถเลี้ยงลูกได้ดีนะคะ🔗

ข้อเสนอที่ ๔ จึงเป็นข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกันว่าการส่งเสริมการเลี้ยงดูเด็กนั้น แน่นอนว่าเน้นที่พ่อแม่ผู้ปกครอง แต่ว่าครูศูนย์เด็กเล็กหรือแม้แต่ครูผู้ดูแลเด็กก็ควรจะได้รับ โอกาสในการพัฒนาทักษะ นี่เป็นเรื่องใหญ่มากเพราะว่าสังคมไม่สามารถที่จะปล่อยให้การ เลี้ยงดูเด็กเล็กเป็นหน้าที่เฉพาะของพ่อแม่เท่านั้น ความคาดหวังควรจะเป็นร่วมกันว่าสังคม และนโยบายของรัฐจะได้เข้าไปดูแลเขาตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์นะคะ วันนี้มติหลายข้อออกมา ชัดเจนบอกว่าเราจะต้องไม่ปล่อยให้ช่องว่าง ถ้าท่านสังเกตดูนะคะ วันนี้ขออนุญาตที่จะย้ำว่ารายงานของกรรมาธิการบอกว่าสังคมไทย ก้าวหน้า สังคมไทยผู้สูงอายุได้แบบถ้วนหน้า ผู้พิการได้เงินอุดหนุนแบบถ้วนหน้า บัตรทองที่ รัฐบาลภูมิใจก็ได้แบบถ้วนหน้าสำหรับคนที่อยู่ในเงื่อนไขจะได้รับนะคะ รวมทั้งการเรียนฟรี สำหรับเด็ก แต่ว่าคนที่ตกหล่นมากที่สุดที่คณะกรรมาธิการพยายามเน้นย้ำก็คือว่าเราต้อง ไม่แก้ปัญหาทีละจุด แต่เราต้องแก้ปัญหาแบบทั้งระบบแล้วก็วางแผนร่วมกัน เพราะฉะนั้น ข้อเสนอจึงมีถึง ๙ ข้อ แล้วก็เน้นย้ำว่าสังคมต้องไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อแม่หรือปล่อย เด็กทิ้งไว้ข้างหลัง ในนี้ยังมีรายงานถ้าท่านอ่านละเอียดจะพบว่ามีเด็กพิการเราจะพบมีเด็กที่ อยู่ในสถานสงเคราะห์ เราจะพบเด็กที่ตกหล่นจำนวนมาก แต่เราไม่ควรจะทิ้งเด็กคนใดไว้ข้าง หลัง เพราะฉะนั้นข้อเสนอของคณะทำงานและคณะกรรมาธิการพัฒนาสังคมจึงขอเสนอว่า ๔ ข้อนี้เป็นหลักประกันขั้นพื้นฐาน ซึ่งควรจะทำให้ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับหญิงตั้งครรภ์ กับเงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้าควรจะให้ทันภายในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ขอบคุณค่ะ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในห้องประชุม)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมาชิกที่ลงชื่ออภิปรายครับ🔗

นายเชษฐา มั่นคง ผู้แทนคณะกรรมาธิการ

ยังเหลืออีกท่านหนึ่งครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กระชับหน่อยนะครับ เชิญครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเชษฐา มั่นคง ผู้แทนคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรเคารพ ผม เชษฐา มั่นคง ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็กและคณะทำงาน ในคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร ขอนำเสนอประเด็นที่ ๕ ต่อจาก ท่านอาจารย์สุนี ไชยรส การให้การบริการและการเข้าถึงสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีคุณภาพ ขอสไลด์ด้วยครับ ประเทศไทยเราได้มีการลงทุนด้านการศึกษาเด็กปฐมวัยร้อยละ ๗๔.๘ ของเด็กอายุ ๓-๕ ปี แล้วการให้บริการเด็กที่ต่ำกว่า ๓ ปีนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งครับ ในการส่งเสริมให้เด็กทุกคนมีพัฒนาการได้เต็มไวเพราะช่วงขวบแรกของเด็กคือช่วงเวลา แห่งการพัฒนาที่รวดเร็วและต่อเนื่องนะครับ จะส่งผลต่อการพัฒนาด้านสมองของเด็กนั้น ๆ ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สติปัญญา และภาษาจึงจำเป็นจะต้องมีผู้ที่ดูแลที่มีความรู้มีทักษะ ในการที่จะดูแลเด็กอย่างเต็มที่นะครับ ท่านประธานถ้าท่านได้ดูจากสไลด์นี้นะครับท่านจะ เห็นว่าตั้งแต่ตั้งครรภ์จนถึง ๖ ปี จะมี ๓ ช่วง ช่วงตั้งครรภ์จนถึงแรกเกิดจนถึง ๓ เดือน ก็คือ ลาคลอดก็จะเป็นช่วงที่เด็กอยู่กับแม่อยู่กับผู้ปกครองนะครับ หลังจากนั้นช่วง ๓ ปีจนถึง ๖ ปี เด็กจะอยู่ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลนะครับ เพราะฉะนั้นจะมีช่องว่างหนึ่ง ที่เป็นช่องว่างระหว่าง ๓ เดือนจนถึง ๓ ปี อันนี้จะไม่มีหน่วยงานของรัฐที่เข้ามาดูแลเลยครับ ถ้าเป็นไปได้อย่างที่ท่านอาจารย์สุนีได้นำเสนอคือลาคลอด ๑๘๐ วัน ยืดออกมาอีกนิดจาก ๓ เดือนเป็น ๑๘๐ วัน ก็จะช่องแคบลง อันนี้ก็จะช่วยในการที่จะมีคนที่มาดูแลเด็กมากขึ้น เพราะฉะนั้นข้อเสนอนี้ก็คือเป็นการเพิ่มงบประมาณและการขยายการเข้าถึงการยกระดับ สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีคุณภาพเพียงพอเข้าถึงได้ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่ทิ้งเด็กคนใดคนหนึ่ง ไว้ข้างหลังนะครับ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจะต้องมีคุณภาพแล้วก็เด็กที่มาดูแลเพิ่มเติมสำหรับช่วง ๓ เดือนจนถึง ๓ ปีนะครับ สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการที่จะเป็นเด็กที่เล็กขึ้นให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ดูแล แล้วก็สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยขนาดเล็กสามารถยืดหยุ่นได้ตามรูปแบบต่าง ๆ นะครับ แล้วก็มีการสร้างแรงจูงใจสำหรับศูนย์รับเลี้ยงเด็กในสถานประกอบการ ขอสไลด์ถัดไปครับ🔗

ประเด็นที่ ๖ การจัดสวัสดิการหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัยเราจะเห็นว่าพัฒนาการ ล่าช้าเด็กปฐมวัยนับเป็นวิกฤติร้ายแรงต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการพัฒนาศักยภาพ ของประชากร เด็กที่มีพัฒนาการล่าช้าด้านภาษาและด้านความเข้าใจด้านภาษามากกว่า พัฒนาการด้านอื่น ๆ มีเด็กเพียง ๑ ใน ๓ ของเด็กปฐมวัยเท่านั้นที่มีหนังสือ ๓ เล่มในบ้าน ข้อเสนอนี้ก็คือเป็นการมอบหนังสือให้เด็กแรกเกิดทุกคน ๓ เล่มในบ้านโดยสนับสนุน งบประมาณให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กชุมชนควรมีหนังสือที่ เพียงพอ หลากหลายและมีคุณภาพ รวมทั้งผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กเองจะต้องมีทักษะในการ อ่านหนังสือให้เด็กฟัง🔗

ข้อเสนอข้อที่ ๗ การปกป้องส่งเสริมสนับสนุนและการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพัฒนากำลังคนของประเทศ เพราะนมแม่ ถือเป็นอาหารที่ดีที่สุดและอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมของแต่ละช่วงวัย ข้อเสนอ ขององค์การอนามัยโลกนะครับ ทารกควรได้กินนมแม่อย่างน้อย ๖ เดือนในขณะที่ประเทศไทย และทั่วโลกได้วางเป้าหมายไว้ว่ากำหนดไว้ที่ร้อยละ ๕๐ แต่ประเทศไทยเราอยู่ที่ร้อยละ ๒๘.๖ เมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศไทยเราอยู่ที่อันดับ ๘ ใน ๑๐ ของประเทศนะครับ โดยประเทศอินโดนีเซีย กัมพูชาและเวียดนามอยู่ลำดับที่ ๑ ๒ ๓ ตามลำดับ ซึ่งปัญหาสำคัญก็คือแม่เชื่อว่าตนเองมีน้ำนมไม่เพียงพอแล้วไม่ได้รับการช่วยเหลือในการที่ เข้าแก้ปัญหานะครับ พยาบาลที่เชี่ยวชาญด้านนมแม่มีน้อย เพราะฉะนั้นคือข้อเสนอนี้ก็ควร เป็นการมุ่งดำเนินนโยบายในเรื่องการปกป้องส่งเสริมสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยงบประมาณสนับสนุนให้กับคลินิก เช่น คลินิกนมแม่ที่โรงพยาบาลทุกแห่งรวมไปถึงระบบ สาธารณสุขทางไกล แล้วก็รวมไปถึงเรื่องของการขยายลาคลอดเป็น ๑๘๐ วันที่ท่านอาจารย์ สุนีได้พูดถึง แล้วก็สนับสนุนให้แม่ทำงานสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้นะครับ เช่น มีมุมแม่ ในที่ทำงาน สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยสำหรับเด็กที่ต่ำกว่า ๒ ขวบรวมไปถึงการขนส่งนมแม่ฟรี ตามภูมิภาคหรือตามจังหวัดต่าง ๆ นะครับ🔗

สุดท้ายก็คือการแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ. ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหาร และทารกสำหรับเด็กในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การตลาดในปัจจุบันนะครับ🔗

ส่วนข้อที่ ๘ ท่าน สส. กาญจน์ ตั้งปอง ได้นำเสนอแล้วผมขอข้ามไปเลยนะครับ🔗

ข้อ ๙ การส่งเสริมการมีบุตร หลายท่านคงทราบแล้วนะครับว่าอัตราการเกิด น้อยลงอย่างต่อเนื่อง แล้วก็อัตราการเจริญพันธุ์ลดลงนะครับ ดังนั้นคือข้อเสนอนี้นะครับจะต้องมี สวัสดิการเด็กถ้วนหน้าเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการดูแลการพัฒนาเด็กนะครับ เพื่อสร้าง แรงจูงใจให้กับคนรุ่นใหม่อยากมีบุตรแล้วก็ส่งเสริมให้เด็กมีคุณภาพ เช่น การลาคลอด ๑๘๐ วัน เงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้า สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีคุณภาพและตอบโจทย์กับคนทำงานครับ🔗

สุดท้ายนี้อยากจะฝากไว้กับท่านที่ประชุมแห่งนี้นะครับ การพัฒนาศักยภาพ ของเด็กนั้นรอไม่ได้ รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องส่งเสริมสวัสดิการสังคมเพื่อพัฒนา เด็กปฐมวัยที่เหมาะสมอย่างเป็นระบบทั้ง ๙ ประเด็นนี้เพื่อแก้วิกฤติตอนนี้นะครับ และเพื่อสร้างพื้นฐานของเด็กที่จะพัฒนาประเทศในอนาคตต่อไป หากเราไม่ทำอะไรเลย เด็กของเราจะไม่สามารถพัฒนาได้เต็มศักยภาพได้นะครับ ขอจบเพียงเท่านี้ ขอบคุณมาก ครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสมาชิกที่ลงชื่ออภิปรายนะครับ ท่านแรกท่านรัชนก สุขประเสริฐ ท่านที่ ๒ ท่านวิทยา แก้วภราดัย นะครับ เชิญท่านรัชนก สุขประเสริฐ ครับ🔗

นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัด สมุทรปราการ พรรคประชาชน ท่านประธานคะ หลัก ๆ เลยนะคะ ใจความหลักใหญ่ของ ประเทศเราในตอนนี้นะคะ เราจะสังเกตได้ว่าอัตราการเกิดต่ำมากกว่าการตาย จากหนังสือ รายงานเล่มนี้ก็มีการแสดงให้เราเห็นว่าจำนวนประชากรของวัยเด็กกับวัยผู้ใหญ่ค่อนข้าง แตกต่างกันนะคะ คือหลัก ๆ ค่ะท่านประธานเราจะทำอย่างไรให้คนอยากมีบุตร อันนี้ก็เป็น หนึ่งคำถามในใจเหมือนกันค่ะที่อยากถามกับหลาย ๆ ท่าน เพราะว่าส่วนตัวก็เป็นคุณแม่ลูก หนึ่งเหมือนกันซึ่งก็ไม่คิดว่าตัวเองอยากจะมีบุตรเพิ่มด้วยในหลายปัจจัยค่ะ เนื่องจากสมัย ปัจจุบัน สังคมปัจจุบันเราต้องยอมรับความจริงมากไปกว่าการเลี้ยงดูหรือภาระค่าใช้จ่ายมันมี ในส่วนของเรื่องความปลอดภัยเข้ามาเกี่ยวข้องค่ะท่านประธาน ปัจจุบันสังคมสมัยนี้นะคะ ท่านประธานเราส่งลูกก้าวขาออกจากอกเราไปเราไม่รู้เลยว่าวันนี้เราจะได้ลูกกลับมาในแบบ ไหนเราจะได้ลูกกลับมาหรือเปล่าหรือลูกเราจะไปเจอสภาวะแวดล้อมสังคมแบบไหน ไม่ว่า จะเป็นเรื่องของยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพชีวิต การเดินทาง การขนส่งทุกอย่าง เกี่ยวข้องไปหมดค่ะท่านประธาน หลักใหญ่ใจความสำคัญนะคะที่ดิฉันอยากให้ผู้หลักผู้ใหญ่ ในบ้านเมืองนี้ได้เล็งเห็นความสำคัญก็คือสังคมต้องปลอดภัย ในการส่งเสริมให้คนมีบุตรส่วน หนึ่งค่ะ เราต้องรู้สึกว่าเด็กนี่ค่ะเขาคืออนาคตของชาติ การลงทุนกับเด็กคือการลงทุนที่คุ้มค่า ที่สุด เพราะฉะนั้นแล้วสังคมถ้ายังไม่ปลอดภัยใครเขาจะอยากมีบุตรคะ หลัก ๆ เลยค่ะส่งลูก ออกไปโรงเรียนวันนี้ไม่รู้เลยค่ะว่าเราจะได้ลูกกลับมาหรือเปล่า เพราะอะไรคะ ข้างโรงเรียนรายล้อมไปด้วยยาเสพติดไม่ว่าจะเป็นร้านกัญชา ร้านบุหรี่ไฟฟ้า ทุกอย่างอยู่ใกล้โรงเรียนไปหมด ถึงแม้จะมีกฎหมายบอกว่ากำหนดระยะทางแต่ว่าลงไปดู พื้นที่จริงก็พบว่ามีอยู่จริงค่ะที่มันใกล้กับบริเวณโรงเรียน หลัก ๆ แล้วดิฉันอยากถามทาง คณะกรรมาธิการว่าเราพอจะมีแนวทางไหมที่จะส่งเสริมให้คนอยากมีบุตร แล้วที่สำคัญค่ะ ท่านประธาน คนที่เขาหาเช้ากินค่ำนะคะท่านประธาน เขาไม่มีสิทธิสวัสดิการอะไรในการลา คลอด ๘๐ วัน ๙๐ วันจะกี่วันก็แล้วแต่เขาไม่มีนะคะ ถ้าวันนี้เขาคลอดลูกพรุ่งนี้เขาไม่ไป ทำงาน เขาก็ไม่ได้รับเงิน วันนี้เขาหยุดงานเขาก็ไม่ได้รับค่าแรงคนที่เขาหาเช้ากินค่ำเขาไม่มี ทางเลือกมากนัก คุณภาพชีวิตของลูกเขาฝากไว้กับค่าแรงค่ะ เมื่อไรที่ไม่มีเงินมาจุนเจือ ครอบครัวหรือมาดูแลลูกดูแลบุตรเมื่อนั้นคุณภาพของลูกเขาก็ลดทอนลงไป เราจะเห็นได้ว่า จากรายงานนี้ได้มีทางคณะกรรมการชี้แจงไปว่าในช่วง Gap เวลาของเด็ก ในช่วง ๓ เดือนถึง ๒ ปีจะต้องเป็นช่วงวัยที่อยู่กับพ่อแม่ เพราะว่าไม่มีสถานรับเลี้ยงเด็กหรือศูนย์เด็กเล็กที่ไหน รับเด็กช่วงเวลาแบบนี้ ถ้ามีก็อาจจะเป็นเอกชนก็เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับทางผู้ปกครองเอง นะคะ แต่ว่าจะเป็นไปได้ไหมถ้าเรามีศูนย์เด็กเล็กที่เป็นของรัฐบาลที่รับเด็กในช่วงวัยแบบนี้ เข้าไปเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองโดยการขยายเวลาเพดานของการรับเด็กอาจจะ รับเช้าขึ้นหรือเวลาเลิกเรียนอาจจะมากขึ้นเพื่อที่ว่าให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของประชาชน ในปัจจุบัน บางท่านเลือกงาน ๕ โมงเย็นแต่ศูนย์เด็กเล็กเลิก ๕ โมงครึ่งเวลาที่เหลือนี้ต้องไป อยู่ไหนคะ จ้างต่อหรือคะ บางคนเขาไม่มีทางเลือกเขาก็ต้องส่งกลับไปอยู่กับปู่ย่าตายายที่ ต่างจังหวัดทำให้เด็กก็ห่างจากพ่อแม่ไปอีก ดิฉันเลยอยากเสนอแนะไปยังรัฐบาลว่าในหนังสือ เล่มนี้ค่อนข้างตอบโจทย์แล้วก็มีรายละเอียดชัดเจนทุกอย่างอยู่แล้วในเรื่องของสวัสดิการเด็ก หรือคุณภาพชีวิตของเด็กก็อยากให้ท่านนำไปแล้วไปทำจริงปฏิบัติได้จริง ดิฉันเชื่อว่าการ ลงทุนกับเด็กเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพราะเขาคืออนาคตของชาติ เขาคือแรงงานของชาติ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิทยา แก้วภราดัย เชิญครับ🔗

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครวมไทยสร้างชาติ ระบบบัญชี รายชื่อ เรียนคณะกรรมาธิการทุกท่านนะครับ ขออนุญาตแสดงความชื่นชมกับรายงานของ คณะกรรมาธิการที่ทำฉบับนี้มา ทุกเรื่องที่เขียนมาผมไม่ขัดข้องเลยครับ แต่ผมคิดว่าถ้าเรา แต่งอีกสักนิดหนึ่งมันก็จะเป็นความสวยงาม แล้วที่ผมต้องเอ่ยกับท่านประธานและเพื่อน สมาชิกรวมทั้งกรรมาธิการด้วยว่าและแล้วเราก็มาถึงวันนี้ครับ เมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว มีคนเคย พูดถึงยุคสังคมที่มีลูกน้อย แล้วเราก็ไม่คิดว่ามันจะมาอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยวันนี้ก้าวหน้า ไปสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดมันมีมาแต่เหตุครับท่านประธาน ผมนี้เป็นคนที่ทำ สวนอยู่ด้วยปลูกพืชด้วย ผมดูต้นไม้ต้นไหนที่ใบมันเริ่มเหี่ยวผิดปกติสักระยะหนึ่ง ผมก็จะเห็น มันออกดอกเต็มต้นแล้วก็จะติดลูกมาแล้วก็จะเป็นวาระสุดท้ายของต้นไม้ต้นนั้น มันเป็น ธรรมชาติของสัตว์โลกครับ มนุษย์เราเวลามันเกิดภัยเช่นนั้น สิ่งที่จะต้องทิ้งไว้ก็คือทิ้งทายาท ไว้เหมือนกับต้นไม้ ยุค Baby Boom ของท่านประธานกับผม หรือขออนุญาตเอ่ยนามเพื่อน สมาชิกบางท่านที่อยู่ในกรรมาธิการซึ่งมาจากยุคนั้นล่ะครับ เราเป็นผลผลิตที่เกิดจากสังคม หลังจากสงครามโลก มนุษย์คิดถึงการเอาตัวรอด คิดถึงการสร้างเผ่าพันธุ์ ขยายเผ่าพันธุ์ จะทำให้เผ่าพันธุ์ไม่สิ้นตระกูล ยุคที่ลูกมากครับท่านประธาน รุ่นก่อนท่านประธานสักนิด บางบ้านมีลูก ๑๐ คน บางยุครัฐบาลประกาศใครมีลูกมากมารับรางวัล ท่านเชื่อไหมครับ บางครอบครัวมีลูก ๒๐ กว่าคน Baby Boom ครับ ยุคนั้นเกิดง่ายตายง่ายเพราะระบบ สาธารณสุขเราไม่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ เราไม่มีระบบการแพทย์ที่ดีพอ ผมจำได้ว่าทั้งจังหวัด มีสุขศาลาแค่แห่งเดียว ทุกอำเภอไม่มีหรอกครับมีแต่หมอตำแยรุ่นท่าน รุ่นผม รุ่นท่าน กรรมาธิการบางท่านนั้นเกิดจากหมอตำแยไม่รู้จักโรงพยาบาล แต่ทุกอย่างมันก็เริ่มพัฒนาขึ้นครับจากยุค Baby Boom ที่เด็กเกิดง่ายตายง่ายมาสู่ยุคนี้มาถึง ได้อย่างไรครับท่านประธาน เกิดยาก ตายยากเข้าไปอีก ประเทศเราก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หมายถึงมันก็เป็นเรื่องพัฒนาที่ดีครับ สมัยก่อนเด็กเกิดมาโดยเฉลี่ยเด็กไทยอายุ ๗ ขวบ ตายเสียเกือบครึ่งหนึ่งครับ อายุที่สูงสุดโดยเฉลี่ยก็ประมาณ ๓๕ ปี แล้วก็พัฒนามาเรื่อย ๆ จนวันนี้บอกได้เลยครับว่าเราก้าวสู่สังคมสูงอายุเต็มรูปแบบ ขณะเดียวกันเราต้องมาพูดถึง เรื่องว่าทำอย่างไรให้เกิดพลเมืองขึ้นมา สวนกับเรื่องที่ผ่านมาเมื่อ Baby Boom ครับ วันนี้ คนไม่ยอมเกิด อย่างเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่อภิปรายผมก็เห็นใจครับคนรุ่นใหม่จะมีลูกมาก ก็กังวลว่าส่งลูกออกจากบ้านแล้วจะรอดชีวิตกลับบ้านหรือเปล่า เพราะฉะนั้นสิ่งที่ กรรมาธิการท่านเสนอท่านต้องลืมไม่ได้นะครับว่าเราจะพัฒนาระบบทุนไปรองรับทุกอย่าง แต่อย่าให้สังคมมันสามานย์ อย่างไรก็ตามครับการพัฒนาระบบทุนเพื่อไปรองรับเด็กที่จะเกิด มาใหม่มันต้องเสริมสร้างด้วยคุณธรรม วันนี้ท่านตัดทิ้งระหว่างเด็กกับผู้สูงอายุไม่ได้ครับ ผมไปดูงานในบางประเทศมา ๒๐ ปีที่แล้วครับ เขาใช้ผู้สูงอายุ ๗๐-๘๐ อยู่กับศูนย์เด็กเล็ก เป็นการถ่ายทอดทุกอย่างให้กับเยาวชนเด็กหมด ท่านกรรมาธิการจะมาตัดขาดไม่ได้คนแก่ ก็ดูแลคนแก่ไปเดือนละ ๓,๐๐๐ ได้ ๑,๐๐๐ ไปก่อน วันข้างหน้า Serve รัฐบาลดี ๆ มา มีสตางค์เยอะก็คนละ ๓,๐๐๐ หรือจะให้เด็กคนละเท่าไร แยกคนละกองคนละก้อน เราอยู่ใน สังคมครับแล้วก็สังคมนี้ผมคิดว่าขาดไม่ได้ก็คือสายใหญ่แห่งคุณธรรม ผมเคยยกตัวอย่าง ให้กับเพื่อนสมาชิกพรรคผมในต่างจังหวัดครับ ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ขึ้นทะเบียน อสม. ครั้งแรกไว้ทั่วประเทศ ขึ้นครั้งแรก ๙๘๖,๐๐๐ คน ในวันที่ทั้งกระทรวงไม่เคยมี ใครรู้ครับว่า อสม. มีทั้งหมดกี่คน และวันนั้นผมก็เริ่มที่จะให้นโยบาย อสม. ในการที่จะเป็นตัวกลาง ในการสร้างสายใยความสัมพันธ์ของชุมชน อสม. ต้องเป็นคนที่ดูแลเด็กตั้งแต่ในครรภ์และสุดท้าย อสม. ต้องเป็นพ่อแม่บุญธรรมคนแรกของเด็ก และพร้อมกับกล่องของขวัญจากกระทรวงไปถึงเด็ก เมื่อ ๑๕ ปีที่แล้วครับในกล่องกระทรวงผมพูดคิดถึงเพื่อนสมาชิกที่ขออนุญาตเอ่ยนามครับ คุณกาญจน์ได้อภิปรายไป ในกล่องของขวัญสำหรับเด็กผมชอบใจมากครับที่มันมีหนังสือนิทาน ไปด้วย เรื่องใหญ่ครับ อาจารย์สุนีครับ การที่คนรู้จักอ่านนิทานให้กับลูกฟัง เดี๋ยวนี้เรายากแล้วครับ ทิ้งโทรศัพท์มือถือไว้กับลูกอายุ ๓ ขวบแล้วเขาพัฒนาตัวเอง มีพ่อแม่คนไหนจะอ่านนิทานให้ลูกฟัง ตั้งแต่ในครรภ์ ผมเริ่มขอร้องให้ อสม. อ่านนิทานให้เด็กฟังตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และนิทานเล่มแรก ที่ผมส่งไปให้กับเด็กที่เกิดในปี ๒๕๕๒ คือนิทานชื่อว่าพระมหาชนก ผมจะให้เขารู้จัก ความเป็นคนเข้มแข็ง เป็นคนเสียสละและจากความสายใยชุมชน และขอให้ อสม. ทุกคน ในหมู่บ้านได้เป็นพ่อแม่บุญธรรม เป็นที่พึ่งพิงสำหรับเด็กในชุมชนแล้วก็สร้างความเข้มแข็ง ต่อชุมชน ทุกเรื่องที่นำเสนอผมไม่คัดค้านครับ แต่ผมอยากเพิ่มเติมให้มันเป็นสังคมที่อบอุ่น ไม่ใช่สังคมที่ยัดวัตถุให้กับเด็กทั้งหมด และสุดท้ายเราก็ไม่กล้าให้ลูกหลานออกจากบ้าน เพราะไม่รู้คนชั่วกับยาบ้าอยู่รายรอบบ้านเราขนาดไหน แต่เราสร้างสังคมจากการที่เอาเด็ก และผู้สูงอายุมาอยู่ในชุมชนเดียวกันถ่ายทอดความอบอุ่นด้วยกัน ไม่ใช่ไปจ้างครูจบใหม่ แล้วมาดูแลเด็กและถือว่าจบแล้ว ไม่ใช่ครับ คนอย่างรุ่นผมอย่างรุ่นท่านประธานถึงเวลาต้อง ไปเลี้ยงเด็กในศูนย์เด็กเล็ก ได้ถ่ายทอดวันที่แล้วมามันเป็นอย่างไร วันข้างหน้าต้องเป็น อย่างไร เด็กโตขึ้นจะได้ที่อบอุ่น ถ้าครอบครัวมีปัญหาอย่างน้อยเขามีพ่อแม่บุญธรรมที่เป็น สายใหญ่ของเขาในการที่จะผูกพันกัน ผมสนับสนุนครับในการศึกษาของคณะกรรมาธิการ และคิดว่าเรามาถึงอย่างรวดเร็วครับ สังคมผู้สูงอายุและสังคมที่เกิดลูกยาก ท่านต้องทำ ๒ ปัญหานี้ ให้มาเจอกันในวันนี้ครับเพื่อแก้ไขปัญหาวันข้างหน้า ถ้าตั้งทางระหว่างสังคมผู้สูงอายุกับเด็ก เกิดยากห่างจากกัน แยกให้เขาแตกต่างจากกัน ท่านไปไม่ถึงปลายทางครับ เราพัฒนาไม่ได้ แต่ท่านทำให้ ๒ สิ่งนี้ อยู่ด้วยกันด้วยความกลมกลืน ผมเชื่อครับว่าสังคมเราจะเป็นสังคมที่ไม่ต้องกังวลเวลาส่งลูก ไปโรงเรียนแล้วครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมให้ความรู้ทาง กฎหมายแก่สมาชิกพรรคและประชาชนทั่วไป จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ๑๒๐ ท่าน สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไปท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ เชิญครับ🔗

นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรี สะพานสูง จากพรรคประชาชน วันนี้ขออนุญาตอภิปรายรายงานเรื่องเกี่ยวกับแนวทางการ ผลักดันนโยบายของเด็กปฐมวัย ซึ่งก็ดันหรือทำโดยคณะกรรมาธิการของท่าน สส. กาย แล้วก็คณะ วันนี้ซึ่งเด็กปฐมวัยจริง ๆ มีหลายคำพูดหรือมีหลายคำครับ แต่ อ.เอท อยากที่จะ มา Model แบบง่าย ๆ ให้ทุกท่านได้เข้าใจ อยากจะให้เด็กมีความสุขก็เลยขออนุญาตใช้ คำว่า Happy Model Happy ครับ H A P P Y ๕ ตัวอักษรสบายใจเหลือเกิน🔗

เริ่มที่ตัวแรกครับ ไม่ให้เสียเวลาตัวแรกก็คือคำว่า H เลยครับ Happy เด็ก ๆ จะมีความสุขได้ ผู้ปกครองจะมีความสุขได้ต้อง Happy ๘ ด้าน ย่อ ๆ ว่า PY ๘ ด้าน ๑. มีอะไรบ้างครับ เรื่องของหัวใจ ต้องใจแข็งแรง เรื่องของสมองมีความรู้ดี เรื่องของการ ที่เป็นร่างกายสุขภาพแข็งแรง แล้วรวมไปถึงอะไรครับ รวมไปถึงเกี่ยวข้องกับด้านการพักผ่อน ที่ดี พักผ่อนที่ดีก็เกี่ยวข้องกับความคิดครับ เรียนรู้ที่ดีรวมไปถึงพ่อแม่ครับที่ต้องมีเรื่องของ เงินที่เพียงพอ แล้วก็ยังสอดคล้องกับอะไรครับสังคมที่เขาอยู่ และที่สำคัญครับเรื่องของอาชีพ ๘ อย่างครับ Happy Eight ท่านสามารถที่จะไปดูได้ใน Google เยอะแยะมากมาย เพราะฉะนั้นการที่จะมีความสุขได้แค่เงินก็ไม่พอ สังคมก็ไม่พอ ร่างกายอย่างเดียวก็ไม่พอ เพราะต้องจิตใจและความคิดด้วย เพราะฉะนั้น Happy ๘ ด้าน ฝากครับว่าจะทำอย่างไร ให้เด็ก ๆ ในประเทศของเราเขามีความสุขได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่ความสุขแบบครั้ง ๆ คราว ๆ🔗

ต่อมาเป็นตัว A อ.เอท ขอใช้คำว่า Asset Asset แปลว่าขุมทรัพย์ อ.เอท ขอมองเด็ก ๆ เป็นขุมทรัพย์ครับ เพราะว่าเขาเหล่านี้เมื่อสักครู่นี้เรามีสไลด์มากมายครับโชว์เลยว่า ถ้าเกิดเราลงทุนกับเด็กใช่ไหมครับ ถ้าลงทุน ๑ เหรียญกับเด็ก ๆ ที่ประมาณ ๐ ขวบถึง ๑ ขวบ จะได้ค่าตอบแทนหรือว่า ROI Return On Investment อะไรประมาณนี้ ประมาณเท่าไร ๗ เท่า หมายถึงลงทุน ๑ บาทได้กลับมา ๗ บาท มันมากไปกว่าการที่เราส่งเด็กไปเรียนใน มหาวิทยาลัยด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเด็ก ๆ ได้รับทุนดี ๆ แล้วไปมองเมื่อสักครู่ งบประมาณของประเทศเราครับ งบประมาณการศึกษาไทยอยู่ประมาณสักเกือบ ๆ ๓๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐ เปอร์เซ็นต์หรือเกือบ ๆ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับไปอยู่ให้กับปฐมวัย หรือการศึกษาเด็ก ๆ ประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้าน แต่เรายังสู้ที่อื่นไม่ได้ครับ เพราะที่อื่นเขา ก็ใช้งบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของการศึกษาเช่นกัน แสดงว่าการลงทุนของเรายังมีปัญหา อยู่หรือเปล่า นี่คือสิ่งที่เราอยากที่จะสะท้อนว่า สุดท้าย Asset หรือทรัพยากรที่จริง ๆ ทรัพยากรที่จริงจัง ยังไม่ถูกใช้อย่างคุ้มค่าครับ🔗

ต่อมาอีก P หนึ่งครับ อันนี้ อ.เอท โดนมากับตัวครับ P ตัวนี้ อ.เอท ขอใช้ คำว่า Parenting School Parenting School คืออะไรครับ คือโรงเรียนของบิดามารดา น้อยมากครับ ถ้าสมมุติท่านไปคลอดที่โรงพยาบาลไฮโซอย่างในสุขุมวิท อะไรประมาณนี้ เขา จะบอกครับ วิธีการเลี้ยงลูก ๑ ๒ ๓ ๔ แต่ถ้าเกิดท่านไปเกิดโรงพยาบาลที่อยู่อาจจะเป็น ต่างจังหวัด ไม่มีแบบนี้นะครับ เสร็จครับ พอลูกเริ่มโตขึ้นไปเรียนที่ไหนครับ ศพด. อ.เอท สะท้อน ศพด. มาพูดไม่รู้กี่ครั้งแล้วครับ เรื่องโรงเรียน ศพด. ศูนย์เด็กเล็กนี่ครับ คือคุณครูเขาก็ลำบาก พอคุณครูลำบากเขาก็อาจจะไม่มีจิตใจในการทำอะไรครับ ในการที่จะ มาสอนลูกเราถูกไหมครับ เพราะ ศพด. ในประเทศเราเฉพาะของมหาดไทยมี ๒๐,๐๐๐ กว่าที่ รวมทั้งประเทศเราเป็น ๕๐,๐๐๐ ที่ เราส่งลูกไปเรียนในโรงเรียนเหล่านี้ครับ ๕๐,๐๐๐ สถาน เขาเรียกว่าสถานการเลี้ยงเด็กของเราทำให้รู้สึกว่ามันยังไม่มีคุณภาพเลย นี่คือสิ่งที่อยากจะ สะท้อนมาก ๆ ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องว่าต้องดีกว่านี้ นี่คือ Parenting School โรงเรียนที่สอนพ่อแม่ แล้วก็โรงเรียนที่เป็นพ่อแม่ของเด็ก ๆ ของเรา ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือเด็กที่เริ่มเป็น ทำไมครับ เกือบ ๆ จะ ๖ ขวบ ต้องดูดีกว่านี้🔗

เอาละครับ ก็มาถึงตัวสุดท้ายครับ มีเวลานิดหน่อยพอดี ตัว Y ครับ H ไปแล้ว นะครับ H คือ Happy A คือ Asset นะครับ P เมื่อสักครู่นี้ก็คือ Psychological Theory P อีกตัวคืออะไรครับ ก็คือคำว่า Parenting School ตัว Y ครับ Y คืออะไรครับ อ.เอท ขอใช้ คำว่า Yes We Can Yes We Can ซึ่งไม่ได้แปลว่าใช่ เราคือกระป๋องนะครับ แต่ Yes We Can คืออะไรครับ Yes We Can คือใช่เราทำได้ครับ ด้วยอะไรครับ ด้วยงบเมื่อสักครู่นี้ ทางกรรมาธิการของท่าน สส. กาย บอกชัดเจนเลยว่ามันต้องมี ๙ อย่างใช่ไหมครับ ตั้งแต่เงิน ๓,๐๐๐ อุดหนุน ตั้งแต่ลาคลอดได้ ๑๘๐ วัน คุณพ่อช่วยลาคลอด ช่วยโน่น ช่วยนี่ คือสิ่ง เหล่านี้มันควรเกิดได้แล้วถ้าท่านไปเทียบกับประเทศที่เป็นเพื่อนบ้านเรา เขาไปไหนกันแล้ว ไปดูประเทศญี่ปุ่นครับโรงเรียนเขาน่ารัก เราเข้ามาดูประเทศเราทำไมมันเป็นแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ เราเองก็ใช้งบประมาณกว่าหลายหมื่นล้านบาทในการที่จะทำเรื่องปฐมวัย จบครับ Happy🔗

ทีนี้สุดท้ายนี้นะครับ Model Happy ก็คือ Model ที่ อ.เอท บอกว่าอย่างไรครับ เป็น Model ที่ใช้กับเด็ก ๆ แต่วันนี้ อ.เอท ขออนุญาตเป็นตัวแทนของเพื่อน ๆ ทุกท่านเลยนะครับ ขออนุญาตที่จะส่งความสุขก็คือ Happy New Year ให้กับพี่น้องทุกท่านที่อยู่ในสภาและนอกสภา ครับ Respect🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวีรนันท์ ฮวดศรี เชิญครับ🔗

นายวีรนันท์ ฮวดศรี ขอนแก่น

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรนันท์ ฮวดศรี ผู้แทนประชาชนคนจังหวัดขอนแก่น เขต ๑ ตำบลในเมือง ตำบลเมืองเก่า ตำบลพระลับ วันนี้ขอมีส่วนร่วมอภิปรายรายงานผลการพิจารณาศึกษาแนวทาง ผลักดันนโยบายเด็กปฐมวัยอย่างเป็นระบบของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎรครับ ผมขอแบ่งแนวทางการอภิปรายเป็น ๓ ช่วง ๓ ส่วนดังนี้ ส่วนแรก คือหลักการของการศึกษา ส่วนที่ ๒ เนื้อหา และส่วนที่ ๓ เป็นข้อเสนอแนะ แล้วก็คำถามถึง ทางกรรมาธิการครับ อันดับแรกนะครับต้องชื่นชมในส่วนของเนื้อหาที่กรรมาธิการชุดนี้ ที่ศึกษาครอบคลุมแทบจะทุกมิติเลยก็ว่าได้นะครับ เพราะว่าไม่ได้คิดเฉพาะแยกส่วนแบบคิด ในเรื่องของเด็กเป็นส่วน ๆ แต่ว่าคิดในมิติขององค์รวม ในเรื่องของสวัสดิการสังคม ทั้งสิทธิ แรงงานสิทธิสตรีเข้ามาร่วมด้วยกัน เพราะว่าเด็กจะเติบโตอย่างมีคุณภาพไม่ได้ในสังคมที่ไม่มี ความมั่นคงครับ และพ่อแม่ไม่มีคุณภาพชีวิตที่ดีก็ไม่สามารถส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับ เด็ก ๆ ได้ทีนี้ในสังคมที่ไม่มีความมั่นคง ไม่มีสิทธิลาคลอดที่เพียงพอ ผู้เป็นพ่อเป็นแม่ก็ไม่ สามารถเข้าถึงการฝากครรภ์อย่างครบถ้วนได้ คุณภาพชีวิตของเด็ก ๆ ในช่วงเริ่มต้นก็จะมี ปัญหาครับ ทีนี้ในส่วนของเนื้อหารายงานนะครับ รายงานชุดนี้สิ่งที่สำคัญแล้วก็เป็นการ ปักหลัก ปักหมุดในส่วนที่ผมคิดว่ามันสำคัญมาก ๆ แล้วก็สำคัญจริง ๆ ก็คือในส่วนของ ข้อเสนอก้าวหน้าในเรื่องของสิทธิลาคลอดที่นอกจากจะเพิ่มสิทธิลาคลอดของผู้เป็นแม่ ผู้หญิงใน ๑๘๐ วันแล้ว ยังมีในส่วนของการเพิ่มสิทธิเลี้ยงดูบุตรของผู้ที่ทำหน้าที่เป็นพ่อหรือ ว่าบิดาเข้ามา ในเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเพศได้ เพราะว่า ผลการศึกษาหลายชิ้นในต่างประเทศก็บ่งบอกครับว่าผู้หญิงกับผู้ชายที่เรียนจบมาใหม่ ๆ พร้อมกันนี้เมื่อเข้างานในตำแหน่งเดียวกันแรกเริ่มเดิมทีก็จะมีความก้าวหน้าในการทำงาน ไล่เลียงเคียงกัน แต่ว่าพอทำงานไปสัก ๙ ปี ๑๐ ปี จะพบว่าความก้าวหน้าของผู้หญิง ลดน้อยถอยลง คำถามที่สำคัญแล้วก็อยู่ในรายงานฉบับนี้ก็ชี้ให้เห็นแล้วว่าความถดถอยส่วนหนึ่งของผู้หญิง ที่เข้ามาทำงาน ๙ ปี ๑๐ ปีแล้วทำไมถดถอยลง เพราะว่าช่วงนั้นเป็นช่วงของการสร้าง ครอบครัว บางคนเรียนจบมา ๙ ปี ๑๐ ปีแต่งงาน มีบุตร มีลูกนะครับ พอการมีบุตร มีลูก ก็เป็นส่วนประกอบสำคัญในการสูญเสียความก้าวหน้าในการทำงาน เพราะว่า ๑. ต้องอะไรครับ ต้องลาคลอด ๒. ต้องออกไปเลี้ยงลูก แล้วก็การเลี้ยงลูกเป็นเวลานาน พอกลับมาในที่ทำงาน เพื่อนร่วมงานบางท่าน ข้อเท็จจริงก็ทำหน้าที่แทนหรือว่าคนที่ทำงานพร้อม ๆ กันมา ก็แซงไปแล้วในตำแหน่งเดียวกันนะครับ หรือบางคนต้องหาวิธีการใหม่คือลาออกจากงาน เพื่ออะไรครับ เพื่อหาความยืดหยุ่นที่จะมาเลี้ยงดูบุตร มาเลี้ยงดูลูกให้มากขึ้น ทีนี้งานที่มัน สอดคล้องกับการเลี้ยงดูบุตรเนื่องจากมีเวลาในการเลี้ยงดูบุตรมาก ๆ ก็คือว่าทำให้ ความก้าวหน้าของงานใหม่ต่ำเพื่อต่างจากผู้ชายที่เมื่อมีลูกแล้วก็ไม่กระทบกับความก้าวหน้า ทีนี้ความเป็นแม่ที่ต้องมีหน้าที่เลี้ยงดูบุตรส่วนใหญ่แต่เพียงฝ่ายเดียว เมื่อเทียบกับยุคสมัยใหม่ ไม่เหมาะสมกับสังคมสมัยใหม่ที่ผู้หญิงมีศักยภาพในตลาดแรงงาน ผู้หญิงหลายคน ไม่อยากมีลูกจากการสอบถาม จากการพูดคุยเพราะว่าแลกมากับความก้าวหน้าในชีวิตการงาน ในอาชีพการงาน ในหลายประเทศเขาจึงกำหนดให้ผู้ชายมีสิทธิลาคลอดมาช่วยเลี้ยงดูบุตร มาช่วยครอบครัว มาช่วยภรรยาก็ถือว่าเป็นการลดความเหลื่อมล้ำในประเด็นนี้ได้ ทีนี้ที่รายงาน ฉบับนี้เสนอในหน้า ๔๘ คือให้ผู้ชายลาคลอดได้อย่างน้อย ๓๐ วัน เป็นตัวเลขที่ฟังดูอาจจะ ไม่มากแต่ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี นอกจากจะสร้างสวัสดิการที่ยืดหยุ่นมากขึ้นให้กับครอบครัว ให้กับสังคมแล้วยังเป็นการปักธงทางความคิดว่าในสังคมนี้การเลี้ยงดูบุตรไม่ใช่ภาระหน้าที่ ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ว่าเป็นหน้าที่ของทุกคนที่อยู่ในครอบครัว🔗

นอกจากนี้ผมยังมีข้อเสนอที่อยากจะเพิ่มเติมประเด็นของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ปัจจุบันนี้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กราว ๑ ใน ๕ อยู่ในภาวะกำพร้าเทียมก็คือพ่อแม่ไม่ได้เสียชีวิต แต่ว่าต้องเข้าไปทำงานในเมือง อยู่ในเมือง อยู่ในตลาดแรงงานที่มีการจ้างงานที่สูง ทีนี้ปัญหา คืออะไร ปัญหาคือฝากลูกไว้กับคุณพ่อ คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย สิ่งที่มันตามมาคือ บางครอบครัวนะครับ ส่วนใหญ่คุณตาคุณยายก็มีอายุที่มากแล้ว การดูแลบุตรหลานก็มี ประสิทธิภาพที่ลดน้อยถอยลงไปด้วยนะครับ ส่งผลอะไรต่อมาก็คือส่งผลต่อพัฒนาการของ เด็กในยุคปฐมวัย ทีนี้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเป็นสถานที่รับรองเด็กในชนบทเพื่อให้มีพัฒนาการ ที่สมวัย ทีนี้แบ่งเบาภาระครอบครัว ปัจจุบันมีศูนย์เด็กเล็กอยู่ราว ๑๘,๐๐๐ แห่งทั่วประเทศ ส่วนใหญ่สำคัญเลยครับว่าสังกัดอยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นส่วนมาก อย่างเช่น ในเขตพื้นที่ของขอนแก่นเองนะครับ เทศบาลนครขอนแก่นมีอยู่ ๑๑ แห่ง เทศบาลตำบล เมืองเก่ามีอยู่ ๒ แห่ง เทศบาลตำบลพระลับมีอยู่ ๑ แห่ง รวมจำนวนเด็กปฐมวัยมี ๘,๑๒๗ คน เฉลี่ยแล้วในทุก ๆ ๔ หมู่บ้านนี้จะมีศูนย์เด็กเล็กอยู่ ๑ แห่งที่คอยโอบอุ้มเด็กในพื้นที่ ห่างไกลพื้นที่ชนบทหรือว่าพื้นที่ในเมืองเองก็ตาม กว่า ๖๐๐,๐๐๐ คนถือว่าเป็นตัวอย่าง ที่เป็นรูปธรรมของการกระจายอำนาจที่มีอยู่ใกล้ตัวประชาชน ใกล้ตัวครอบครัวมากที่สุดครับ แต่ว่าปัญหาคลาสสิกเดิมเลยก็คือว่าเมื่อมีการกระจายอำนาจออกไปแล้ว มีภารกิจในการ เลี้ยงดูประชากรที่เป็นเด็ก เลี้ยงดูเด็กแต่ว่างบประมาณต่าง ๆ ไม่ได้ตามมาด้วยก็ถือว่าเป็น ภาระที่สำคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดูแลตรงนี้ ทีนี้ศูนย์เด็กเล็กจำนวนมาก เลยมันเป็นปัญหาจริง ๆ คือไม่ได้ผ่านมาตรฐานด้านต่าง ๆ ตามที่กรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นตั้งไว้ เนื่องด้วยปัญหาเรื่องงบประมาณและข้อจำกัดต่าง ๆ ผมจึงอยากมีข้อเสนอให้มี กลไกที่เข้าไปช่วยเหลือสนับสนุนศูนย์เด็กเล็กต่าง ๆ ให้อย่างน้อยนี้ ศูนย์เด็กเล็กที่มีจำนวน กว่า ๑๘,๐๐๐ แห่ง มีมาตรฐานเหมือนกันทั่วประเทศในการดูแลเด็ก ๆ ครับ นอกจากนี้แล้ว ยังอยากฝากไปทางกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมหรือว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่ ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลว่าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้งหมดจาก ๑๘,๐๐๐ แห่งทั่วประเทศว่ามีศูนย์ ไหนไม่ผ่านมาตรฐานบ้างว่ามีอยู่จำนวนเท่าไรในประเทศนี้ ส่วนเหตุผลว่าจะมาจากอะไรครับ จะได้สร้างกลไกในการเตรียมตัวรับมือแล้วก็แก้ปัญหาถูกจุดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน อุดหนุนก็ดี เรื่องการส่งเสริมก็ดี หรือว่าให้ท้องถิ่นได้แก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดครับ🔗

สุดท้ายครับ มนุษย์ถือว่าเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของประเทศการเลี้ยงดู เด็กคนหนึ่งให้เติบโตอย่างมีคุณภาพจึงไม่ควรเป็นภาระของใครคนใดคนหนึ่งครับ ควรเป็น เรื่องของครอบครัว เรื่องของสังคมโดยรวม ภาครัฐ เอกชน ต้องเข้ามาช่วยกันโอบอุ้มเพื่อ พัฒนาทรัพยากรที่มีค่าของประเทศนี้ เรื่องของสิทธิต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเด็กจึงควรมีกฎหมาย ที่รับรองและมีผลบังคับใช้อย่างจริงจัง ชัดเจน ทั่วถึง ไม่เป็นไปตามความสมัครใจอย่าง ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แบบเอกชนหรือว่าแบบการกุศลหรือแบบไม่ถ้วนหน้า ซึ่งปัจจุบันนี้ ต้องพิสูจน์ความจำเป็นแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ก็ชื่นชมแล้วก็ขอบคุณที่ทำรายงานฉบับนี้ ออกมาให้พวกเราได้ศึกษานะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านภัณฑิล น่วมเจิม เชิญครับ🔗

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองเตยและเขตวัฒนา พรรคประชาชนครับ ก็ขออภิปรายสนับสนุนรายงานเล่มนี้ของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมซึ่งมีข้อมูลที่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์หลายประเด็นเลยนะครับ🔗

เรื่องแรกครับ การลงทุนในเด็กปฐมวัยอันนี้ผมชอบมากครับตัวกราฟตั้งแต่วัย ๐ ขวบ ตั้งแต่เกิดจนถึง ๕ ขวบเป็นเวลาทองจริง ๆ นะครับที่พ่อแม่ควรจะได้มีเวลาใช้เวลา กับลูก โดยเฉพาะในกลุ่มที่ยากจน คือคนที่มีรายได้เยอะเดี๋ยวนี้ก็แทบจะไม่มีลูกกันอยู่แล้ว ที่ยังมีอยู่บ้างก็คือกลุ่มรายได้น้อยโดยเฉพาะอย่างในเขตพื้นที่ที่ผมเป็นตัวแทนอยู่อย่างชุมชน เมืองขนาดใหญ่ในเขตคลองเตยก็ยังพอเห็นผู้มีรายได้น้อยยังพอมีลูกกันแต่ก็ต้องหาเช้ากินค่ำ ต้องออกไปข้างนอก ทิ้งลูกไว้กับคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายให้ดูแล แล้วส่วนใหญ่ก็จะอยู่กับ มือถือ ตามที่รายงานบอกครับ ๐-๕ ขวบ ร้อยละ ๖๒ ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แล้วก็ร้อยละ ๑๓ ใช้เวลาเล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เฉลี่ย ๓ ชั่วโมง อันนี้อันตรายมากนะครับ แล้วก็มีเด็ก เพียง ๓ ใน ๑๐ ที่มีหนังสืออยู่กับบ้าน คือยังไม่ได้พูดถึงหนังสือเลยครับ พ่อแม่ที่จะอยู่กับเขา แล้วก็อ่านหนังสือให้ฟังอย่างน้อยวันละ ๑ เล่ม เขายังไม่สามารถอยู่ได้เลย เพราะต้องออกไป หาเงิน เพราะฉะนั้นรัฐมีหน้าที่ที่จะเข้ามาสนับสนุนตรงนี้เพื่ออย่างน้อยผู้ปกครองพ่อแม่เมื่อมี เงินมาช่วยบางส่วนแล้วก็จะสามารถไม่ต้องออกไปทำงานเต็มเวลาหรือเยอะมากจนเกินไป สามารถแบ่งเวลามาดูแลบุตรหลานที่บ้านได้ อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่รัฐจะต้องมาลงทุน ในเด็กปฐมวัย ๐-๕ ขวบ🔗

ประเด็นถัดมาครับ ในเรื่องของแนวคิดเกี่ยวกับสวัสดิการสังคม Social Welfare ก็มีการสรุปไว้ ๓ รูปแบบซึ่งรูปแบบแรกก็จะเป็นรูปแบบสวัสดิการแบบเสรีนิยม แบบอเมริกาหรือสหราชอาณาจักร ซึ่งรัฐก็สามารถเข้าถึงข้อมูลเงินได้และสินทรัพย์ของ ประชาชนได้เกือบสมบูรณ์ทำให้มีการทำสวัสดิการแบบเฉพาะเจาะจงได้ไปทางกลุ่มผู้มีรายได้ น้อย ซึ่งอันนี้อาจจะยังไม่เหมาะกับเมืองไทยเพราะระบบข้อมูลยังไม่ค่อยสมบูรณ์มากนัก การจะทำช่วยเฉพาะกลุ่มเปราะบางทีก็ยังถูกตั้งคำถามว่ามันมีประสิทธิภาพจริงหรือเปล่า ผมอยากจะอภิปรายสนับสนุนในแนวทางรัฐสวัสดิการแบบที่ผูกกับระบบประกันสังคม อย่างในเยอรมันและฝรั่งเศส ซึ่งมุ่งการผูกสวัสดิการสังคมเข้ากับการจ้างงาน ซึ่งรัฐมีหน้าที่ ให้บริการขั้นพื้นฐานด้านการศึกษาและสาธารณสุข ซึ่งจำเป็นมากสำหรับเด็กปฐมวัย หรือถ้าเผื่อยิ่งดีกว่านั้นรัฐสวัสดิการแบบประเทศนอร์ดิก สวีเดน เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ซึ่งเน้น เรื่องถ้วนหน้า ถ้วนหน้าจริง ๆ แล้วก็มุ่งเน้นกระจายให้เท่าเทียมทุกคนไม่ต้องเลือกเฉพาะ กลุ่มที่เปราะบางอันนี้คิดว่าเป็นแนวทางที่เราควรจะมุ่งไปในเรื่องของรัฐสวัสดิการ🔗

ประเด็นสุดท้ายซึ่งผมชอบมากครับ คือเรื่องของการลาคลอดของบิดาหรือพ่อ ซึ่งปัจจุบันแทบไม่มีเลยนะครับ ก็เข้าใจว่าในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานก็มีการถกกันอยู่ว่า จะเป็น ๑๕ วัน แล้วข้อเสนอในรายงานฉบับนี้ก็ ๓๐ วัน ซึ่งในหลายประเทศเองให้จนถึง แคนาดา โอ้โฮ Max ๖๑ สัปดาห์ในกรณีได้ ๓๓ เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง คือโดยเฉลี่ยแล้วมันไปเกิน ๑๕ วัน หรือ ๓๐ วัน ก็ต้องเรียนให้พี่น้องประชาชนหรือทุกท่านทราบว่าโอ้โฮเห็นใจ ภรรยาหรือตัวผู้หญิง เองต้องตั้งครรภ์ตั้ง ๙ เดือนแล้วเหนื่อยมาก แล้วคลอดออกมาแล้วจะต้องมาเลี้ยงลูกเล็ก ๆ โดยที่พ่อไม่สามารถจะมาช่วยอะไรได้เลย ต้องออกไปหาเงินอีก งานหนักมากเลยครับ ผมคิดว่า ต้องยืนยันหลักการให้ตัวพ่อผู้ทำหน้าที่เป็นบิดาสามารถเลี้ยงดูบุตรได้ไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระดูแลตัวแม่หรือตัวภรรยาหลังคลอดบุตรเพื่อจะทำให้เวลาช่วงแรก ที่สุดของหลังที่เด็กเกิดมามีคุณภาพมากที่สุด ก็ขอชื่นชมรายงานฉบับนี้นะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวีรวุธ รักเที่ยง เชิญครับ🔗

นายวีรวุธ รักเที่ยง กรุงเทพมหานคร

สวัสดีครับ เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผมวีรวุธ รักเที่ยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก คลองสามวา จากภาคประชาชนครับ เรียนท่านประธานนะครับว่าผมรู้สึก ยินดีอย่างยิ่งที่มีโอกาสได้ร่วมอภิปรายเกี่ยวกับรายงานการผลักดันนโยบายเด็กปฐมวัย ก็ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าเด็กการที่เขาจะเติบโตและมีความรู้และเข้าไปสู่สังคมระดับ การเรียนรู้นี่คือประสบการณ์ ประสบการณ์ตั้งแต่แรกเกิด ประสบการณ์ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ดังนั้นประสบการณ์ทุกช่วงวัยจึงส่งผลกับเขาในเมื่อเขาโตเป็นผู้ใหญ่และเข้าสู่สังคม ดังนั้นท่านจะเห็นว่าไม่ว่าจะข่าวสารอะไรที่เกิดจากความรุนแรงในสังคม ณ ปัจจุบันนี้ ล้วนแล้วส่งผลมาจากประสบการณ์ในวัยเด็กของเขาทั้งสิ้น ดังนั้นต้องมาดูครับว่าสังคม ที่มีอยู่ปัจจุบันนี้เรามอบอะไรให้กับเด็กบ้าง เด็ก ๑ คนที่จะมีประสบการณ์ที่ดีปัจจุบันนี้ ต้องจ่ายเพิ่ม เพราะว่าศูนย์ ศพด. ที่มีอยู่ปัจจุบันนี้ไม่สามารถที่จะตอบโจทย์หรือ สร้างประสบการณ์ที่ดีได้อย่างจริงใจ ทำไมผมต้องพูดอย่างนั้น เพราะว่าปัจจุบันนี้ สวัสดิการครูแย่มาก เงินเดือนที่ออกมาแล้วไม่พอ ทักษะที่ไม่สามารถที่จะปรับพัฒนาเด็ก ในวัยปฐมวัย ณ ปัจจุบันนี้ เนื่องจากทุกวันนี้มีสื่ออิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นทุกวันครับ แต่ว่า ไม่มีการเพิ่มทักษะให้กับเขา คุณครูยังต้องใช้ทักษะเดิม ๆ ในการสอน แต่ไม่ใช่ทุกสถาบัน แต่ต้องยอมรับว่านี่คือส่วนมาก ผมต้องเรียนว่าอัตราค่าจ้างแล้วค่าตอบแทนที่ช้าแล้ว สถานที่ก็ยังเป็นผล ศพด. หลายแห่งครับไม่ได้รับการดูแล เสื่อมโทรม ผู้นำชุมชนต้อง ลุกขึ้นมารวบรวมเงินเพื่อพัฒนาศูนย์เด็กด้วยตัวเอง นั่นหมายความว่าอย่างไรครับ บางชุมชน ไม่สามารถทำได้ครับ ผมยกตัวอย่างให้เห็นชัดนะครับว่า พื้นที่เขตหนองจอกของผมที่ผมดูแล เป็นพื้นที่ที่มีศูนย์ ศพด. จำนวนมาก ล่าสุดนะครับ ที่สุเหร่าหะยีมินา วันที่ ๒๐ ธันวาคม ที่ผ่านมา ผู้นำชุมชนต้องเปิดหะยีมินาสัมพันธ์เพื่อรวบรวมเงินพัฒนาศูนย์เด็กเล็กของตัวเอง คุณครูต้องพัฒนาทักษะด้วยตัวเองจากการขวนขวายหาความรู้ครับ มีส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะ เพิ่มเติมให้กับรายงานฉบับนี้ก็คือ เรื่องของเด็ก Autistic ครับ หลาย ๆ ศูนย์ท่านอาจจะ ไม่ทราบว่ามีเด็ก Autistic ที่อยู่ในศูนย์เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเมื่อมีเด็ก Autistic ๑ คน คุณครู ที่มีอัตราต้องดูแล ๑ ต่อ ๑๐ ปัจจุบันนี้เมื่อเขาต้องไปดูแลเด็ก Autistic นั่นหมายความว่า เขาต้องทุ่มเทสรรพกำลังในการพัฒนาเด็ก ๑ คนด้วย เขาไม่สามารถดูเด็กอื่น ๆ ได้ นั่นส่งผล อย่างยิ่งครับกับการพัฒนาการของเด็ก แต่อย่างไรก็ต้องขอขอบคุณกับรายงานทั้ง ๙ ข้อที่ คณะกรรมาธิการได้นำเสนอเข้ามานะครับ การดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิด สวัสดิการถ้วนหน้า อันนี้ต้องพูดถึงครับว่าถ้าไม่เป็นถ้วนหน้าจะเกิดอะไรขึ้น จะไม่ได้ลงทะเบียนครับเพราะว่า ผมพบมาแล้วว่าหลาย ๆ ครั้งเมื่อมีการลงทะเบียนยังขาดตกบกพร่องอย่างสถิติที่ท่าน กรรมาธิการ ประธานกรรมาธิการได้พูดถึงนะครับว่าขาดตกบกพร่อง การที่ได้ถ้วนหน้า นั่นหมายความว่าจะครอบคลุม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ได้ สุดท้ายนะครับผมต้องขอชื่นชม ท่านกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการทุกท่านที่พยายามจะผลักดันให้สวัสดิการรัฐดีขึ้นและตอบสนอง เด็ก ๆ ให้มีประสบการณ์ที่ดีขึ้นจากสวัสดิการถ้วนหน้า แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าท่าน กรรมาธิการทุกท่านจะติดตามในทุกนโยบายที่ท่านได้นำเสนอเป็นรายงานฉบับนี้ เพื่อออกมาเป็นการในการขับเคลื่อนเพื่อที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นได้จริงนะครับ ก็หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าท่านจะติดตามอย่างต่อเนื่องจริง ๆ แล้วผมก็ขอขอบคุณนะครับ ขอบคุณทุกท่านครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ เชิญครับ🔗

นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ดิฉัน ทันตแพทย์หญิง ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย วันนี้ก็ต้องรู้สึกยินดีที่จะได้มาขออภิปรายในส่วนของรายงาน ผลการพิจารณาศึกษาแนวทางการผลักดันนโยบายเด็กปฐมวัยอย่างเป็นระบบ แล้วก็ก่อนอื่น ต้องขอชื่นชมทางคณะกรรมาธิการทุกท่านที่ได้ผลักดัน แล้วก็ได้หาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้กับ สภาแห่งนี้ แล้วก็สามารถที่จะส่งไปถึงรัฐบาล วันนี้ดิฉันเองคงไม่ได้จะอภิปรายอะไรมากมายค่ะ เพียงแต่ว่าอยากจะนำเสนอในส่วนของเจตนารมณ์ของรัฐบาล ในฐานะเป็นพรรครัฐบาล ดิฉันเองต้องขอเรียนให้ท่านสมาชิกได้รับทราบว่าตั้งแต่ที่รัฐบาลนายกรัฐมนตรีเศรษฐาเข้ามา บริหารประเทศ เบื้องต้นเราก็ได้ทำสิ่งหนึ่งให้กับเด็กปฐมวัยก็คืออนุมัติงบกลาง ซึ่งเราถือว่า เป็นเรื่องเร่งด่วน อนุมัติเงินประมาณ ๑.๒ พันล้านบาท เพื่อที่จะจ่ายให้กับในลักษณะของ เงินอุดหนุน ๖๐๐ บาท ซึ่งยังไม่ถ้วนหน้าก็ตามนะคะ แต่พอมาในสมัยท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ล่าสุดที่ผ่านมาเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ทางรัฐบาลเองก็ได้เห็นชอบ หลักการว่าข้อเสนอของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ในส่วนของที่เราจะ มีเป้าหมายที่เสนอให้ได้เงินอุดหนุนถ้วนหน้านะคะ แล้วก็ในส่วนของขยายเวลาก็คือเริ่มต้น ตั้งแต่ครรภ์ ๔ เดือนจนถึง ๖ ปีก็มาจากข้อเสนอของการพัฒนาหลักประกันบริการทางสังคม ของคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ กสค. อันนี้ต้องขออนุญาตนิดหนึ่ง เพราะว่าไม่ใช่แค่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อย่างเดียว เป็นของ คณะกรรมการ ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ส่วนนี้ก็จะมีการนำเสนอในเรื่องของ การหางบประมาณต่อไป ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าไม่นานนี่ก็คงจะได้มีการเข้า ครม. อีกครั้งในส่วนของ การอนุมัติงบประมาณ แล้วก็สามารถที่จะให้กับเด็กถ้วนหน้าได้ อันนี้ก็ถือว่าเป็นเจตนารมณ์ ที่ท่านนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตรนี้ ก็ได้ทำเบื้องต้นก็คือ ทำอย่างรวดเร็วในสมัยที่ท่านได้ทำงานบริหารประเทศ ทีนี้ในส่วนต่อไป ในเรื่องของ กล่องของขวัญซึ่งวันนี้ดิฉันก็ได้ยินที่ท่านได้พูดถึงเรื่องกล่องของขวัญก็รู้สึกดีใจว่า กล่องของขวัญจริง ๆ แล้วเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายกทักษิณ ชินวัตร ซึ่งก็ถือว่า เป็นระยะเวลาถึง ๒๐ ปีแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในใจของคนที่ทำงานเกี่ยวกับเด็กปฐมวัยทุกคนว่า เราเองเราอยากจะมีอะไรสักอย่างหนึ่งซึ่งเป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงในการพัฒนาเด็ก ระหว่างรัฐกับลูกของแต่ละครอบครัวของพี่น้องประชาชน วันนี้ดิฉันก็เลยขออนุญาตเอาวีดิทัศน์ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารนะคะได้ทำเรื่องกล่องของขวัญค่ะ เชิญฟังค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

อันนี้เป็นโครงการของ พรรคเพื่อไทยแต่ว่าเป็นความตั้งใจของนายกรัฐมนตรีแพทองธารซึ่งดิฉันเอง สมาชิก พรรคเองก็คงจะผลักดันเพื่อให้ไปเป็นนโยบายของรัฐบาลในเร็ววันนี้นะคะ สมาชิกทุกท่านคะ เราเองเราคงจะต้องผลักดันเรื่องนี้ต่อไปเพราะว่าเราคงมีเป้าหมายร่วมกันที่อยากจะพัฒนา คนไทยทุกช่วงวัยและที่สำคัญที่สุดถ้าเราจะพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองของโลกที่มี คุณภาพได้ จุดเริ่มต้นก็คือเด็กปฐมวัย เรามีความเห็นตรงกันค่ะ วันนี้ก็ต้องขอชื่นชม ทางคณะกรรมาธิการที่ได้ให้แนวทางเรื่องของนโยบายเรื่องเด็กปฐมวัยอย่างเป็นระบบนะคะ แล้วก็คงได้มีโอกาสทำงานร่วมกันต่อไปอีกในเชิงภาคประชาชน แล้วก็จะผลักดันต่อไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสุดท้ายนี้ก็อยากให้ท่านมั่นใจว่าวันนี้เรามีนายกผู้หญิงที่ท่านมีลูก ๒ คนเหมือนกัน แล้วท่านก็เป็นคุณแม่ที่น่ารัก เราเชื่อว่านโยบายของเด็กปฐมวัยนี้จะไปได้อย่างรวดเร็ว ในเร็ววันนี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านการณิก จันทดา เชิญครับ🔗

นางสาวการณิก จันทดา เชียงใหม่

เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน การณิก จันทดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคประชาชน ดิฉันขออภิปรายสนับสนุนรายงานผลการพิจารณาศึกษาแนวทางการผลักดันนโยบายเด็กปฐมวัย อย่างเป็นระบบฉบับนี้นะคะ ดิฉันเห็นว่าการพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นเรื่องเร่งด่วนในประเทศไทย หากเราต้องการให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วนะคะเราจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องพัฒนาแรงงานให้มีคุณภาพพร้อมรับปรับใช้และสร้างเทคโนโลยี ที่ทันสมัยค่ะ และเด็กปฐมวัยเหล่านี้จะเติบโตขึ้นมาเป็นวัยแรงงานที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย การพัฒนาเด็กยังมีประเด็นด้านอีก ๑ มิติในเรื่องของประเด็นด้านความยุติธรรมในสังคม ยกตัวอย่างนะคะ เด็กที่บ้านมีฐานะยากจนนี้จะไม่ได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตน เท่ากับเด็กที่บ้านมีฐานะร่ำรวยค่ะ สังเกตได้จากอะไร สังเกตได้จากการเรียนพิเศษค่ะ ไม่ว่าจะเป็นวิชาเสริมหรือว่าการเรียนภาษาที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ กีฬา ดนตรีนะคะ เพราะว่า ทุกอย่างนี้ล้วนมีต้นทุนค่ะ ค่าเรียน ค่าชุด ค่าอุปกรณ์ ทุกอย่างเป็นต้นทุนที่สูงค่ะ เราจะเรียก ประเทศไทยว่าเป็นประเทศที่มีความยุติธรรมและให้โอกาสแก่ทุกคนได้อย่างไร ความเหลื่อมล้ำ เริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของแม่แล้วนะคะ ซึ่งรายงานฉบับนี้จะเน้นการพัฒนาผลลัพธ์ของเด็ก โดยช่องทางแบบล่างขึ้นบนนะคะ นั่นก็คือการมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเด็กโดยตรงค่ะ อย่างเช่น การให้เด็กกินนมแม่ การให้ Baby Box การพัฒนาเด็กในศูนย์เลี้ยงเด็กค่ะ แต่ว่าเรื่องที่คนไม่ค่อย พูดถึงก็คือการพัฒนาผลลัพธ์ของเด็กโดยช่องทางจากบนลงล่างค่ะ การพัฒนาผลลัพธ์ของเด็ก จากบนลงล่างคืออะไร การพัฒนาเด็กจากบนลงล่างก็คือว่าพ่อแม่สามารถถ่ายทอดคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ให้กับลูกได้เช่นกัน หรือที่เราเรียกว่า Intergenerational Transmission อย่างเช่น ถ้าพ่อแม่เล่นกับลูกเยอะ ลูกก็จะมีพัฒนาการความฉลาดทางอารมณ์ที่เพิ่มขึ้นนะคะ ลูกจะเลียนแบบพฤติกรรมของพ่อแม่ แต่ถ้าพ่อแม่ต้องทำงานหนักไม่มีเวลามาเล่นกับลูกส่วนนี้ ก็จะหายไป ยิ่งถ้าพ่อแม่เครียดจากงานถูกนายจ้างต่อว่า บังคับให้ทำโอทีฟรี พ่อแม่ก็จะส่ง ความเครียดและนำความเครียดนั้นมาระบายที่บ้านค่ะ บางคนถึงขั้นทำร้ายร่างกายลูกทำร้าย ร่างกายเด็ก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลเสียต่อพัฒนาการของเด็กด้วยเช่นกัน ดิฉันทำการบ้านมาเพิ่มเติมนะคะ เขาบอกว่าการที่พ่อสามารถลาคลอดเลี้ยงลูก มีปฏิสัมพันธ์กับลูกร่วมกับแม่จะส่งผลต่อ พัฒนาการของลูกที่ดีขึ้นมากกว่าการปล่อยให้ลูกถูกเลี้ยงโดยแม่เพียงลำพังค่ะ ดังนั้นเมื่อเรา เข้าใจถึงการถ่ายทอดคุณลักษณะจากพ่อแม่ไปสู่ลูกแล้ว ดิฉันเลยขอเสนอเรื่องการคุ้มครอง แรงงานและการขึ้นค่าจ้างเพิ่มเติมค่ะ ในด้านของการคุ้มครองแรงงาน ข้อเสนอ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ฉบับพรรคประชาชนที่เพิ่งยื่นเข้าสู่สภามีความครอบคลุมค่ะ ตั้งแต่การลด ชั่วโมงทำงานให้เหลือ ๔๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ การเพิ่มเวลาพักผ่อน การเพิ่มวันลาคลอด รวมไปถึงการเพิ่มวันลาเพื่อไปดูแลคนในครอบครัวค่ะ การที่พ่อแม่ไม่ต้องทำงานหนัก ย่อมเหลือเวลาไปเล่นกับลูกค่ะ มีเวลาอ่านนิทานให้ลูกฟัง พาลูกไปสนามเด็กเล่น เล่นกีฬา ด้วยการไปเที่ยวพักผ่อน รวมไปถึงการไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัด พอพ่อแม่ไม่เครียดจากงาน ก็ไม่ต้องเอาความกดดันต่าง ๆ จากที่ทำงานเข้าสู่ลูกค่ะ ลูกก็ไม่เห็น การเลียนแบบพฤติกรรม ไม่พึงประสงค์ก็ไม่เกิดค่ะ ไม่เกิดปัญหาสังคมอย่างที่เป็นข่าวในหน้าหนึ่งอยู่บ่อย ๆ ดังนั้น การคุ้มครองแรงงานที่ดียังจะช่วยคุ้มครองให้แม่ลาคลอดได้อย่างที่ควรจะเป็นด้วย เพราะทุกวันนี้แม่บางคนถามว่าลางานได้ตามที่ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานกล่าวไว้ไหม ไม่ค่ะ บางคนลาได้ไม่กี่สัปดาห์ก็ต้องถูกนายจ้างบังคับกลับเข้าไปทำงานแล้วค่ะ ส่วนในเรื่องของ ด้านค่าแรงก็ตรงตัวค่ะ พ่อแม่จะมีเงินไปใช้จ่ายให้ลูก ไปซื้ออาหารที่ดี ๆ ให้ลูก พาไปทำ กิจกรรมต่าง ๆ เปิดหู เปิดตา เปิดโอกาส ๆ ให้ลูกได้ทำตามความฝัน พ่อแม่ไม่ต้องเครียด เรื่องฐานะการเงิน ดังนั้นการให้ความสำคัญต่อประเด็นการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและข้อเสนอของ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ที่ต้องถูกบังคับใช้อย่างจริงจังให้กับพ่อแม่วัยทำงาน จะช่วยส่งเสริม พัฒนาการต่อเด็ก ทำให้เด็กเติบโตมาเป็นเด็กที่มีคุณภาพ เป็นแรงงานที่มีคุณภาพ เป็นพลเมืองของชาติ และช่วยขยับยกระดับให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว และนอกจากนี้ยังสร้างความยุติธรรมในสังคมด้วย ความเป็นอยู่ของแรงงานแยกขาดไม่ได้ จากการพัฒนาเด็กค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวรรณวิภา ไม้สน แล้วก็ตามด้วยท่านละออง ติยะไพรัช นะครับ เชิญท่านวรรณวิภาครับ🔗

นางสาววรรณวิภา ไม้สน แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพดิฉัน วรรณวิภา ไม้สน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ เครือข่ายแรงงาน พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานของเด็กปฐมวัยอย่างเป็นระบบนะคะ ดิฉันเห็นด้วย กับกรรมาธิการทั้งหมด ๙ ข้อ แต่ก็อยากจะขยายแล้วก็อภิปรายใน ๒ ๒ ๒ ด้วยกัน ก็คือ ๒ ข้อสังเกต ๒ ประเด็นปัญหา แล้วก็ ๒ ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม อาจจะขยายให้เป็นรูปธรรมให้เห็น ได้ชัดมากขึ้นนะคะ จากรายงานฉบับนี้ในหน้า ๖๑ ตารางของศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศของเรามี ราว ๆ ประมาณ ๕๐,๐๐๐ แห่งทั่วประเทศของรัฐ แล้วก็มีเด็กที่อยู่ในระบบของศูนย์เด็กเล็ก ประมาณ ๒,๓๐๐,๐๐๐ คน ข้อสังเกตแรกก็คือว่ามีถึง ๙ กระทรวงด้วยกันที่ดูแลศูนย์เด็กเล็ก ในประเทศไทยทั้ง ๕๑,๐๐๐ แห่ง ก็เลยอยากทราบว่ามันมีมาตรฐานกลางไหม หรือว่าอะไร ที่มันเป็นทำงานร่วมกันบูรณาการร่วมกันไหม ทั้งหมดทั้ง ๙ กระทรวงนี้นะคะ ในข้อสังเกตที่ ๑ เพราะว่ากระจัดกระจายหลายกระทรวงเลย🔗

ประเด็นที่ ๒ ต่อเนื่องจากสไลด์นี้จะเห็นได้ว่า เด็กในประเทศไทยมีราว ๆ ๔ ล้านกว่าคนนะคะ แต่เมื่อสักครู่ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของประเทศไทยทั่วประเทศมีเด็กที่อยู่ใน ระบบศูนย์ประมาณ ๒ ล้านกว่าคน เพราะฉะนั้นเด็กอีกประมาณ ๒ ล้านนี้คืออยู่ตรงไหนคืออยู่ใน ศูนย์ของเอกชน หรือว่าอยู่กับพ่อแม่ ผู้ปกครองในการเลี้ยงดู หรือว่าอะไรอย่างไรในส่วนของเด็ก🔗

นี่ก็คือ ๓ ข้อสังเกตที่ดิฉันอยากจะขยายเพิ่มอีกนิดหนึ่งนะคะ ส่วนประเด็น ๒ ปัญหาอาจจะซ้ำกับเพื่อนบ้างนิดหน่อยก็จะไม่แตะเยอะนะคะ อย่างเช่นดิฉันก็เป็นคุณแม่ เลี้ยงเดี่ยวคนหนึ่งที่ประสบปัญหากับศูนย์เลี้ยงเด็กเป็นอย่างมากตอนสมัยทำงานอยู่นะคะ เพราะว่าการที่เราจะเลี้ยงลูก ๑ คนอย่างน้อยต้องหาศูนย์เด็กเล็กที่ไว้ใจได้ แล้ว ๒. ด้วย ค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นนะคะ ๓. ด้วยเวลาในการทำงาน เป็นคนหนึ่งที่เอาลูกเข้าไปเลี้ยงในศูนย์ เด็กเล็กแล้วก็เลิกงาน ๕ โมงค่ะ แต่ศูนย์ปิดบ่ายสามโมง เพราะฉะนั้นทำให้เราก็เลือกที่จะไป เอกชนดีกว่าเพราะมันยืดหยุ่น แต่ปัญหาก็คือต้นทุนมันก็สูงขึ้น ท้ายที่สุดสู้ภาระไม่ไหวค่ะ ท่านประธาน สุดท้ายก็ได้ส่งลูกกลับไปให้พ่อแม่ ปู่ย่า ตายายเลี้ยงที่ต่างจังหวัด เพราะฉะนั้น ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่คาดว่าหลาย ๆ คนก็คงจะประสบพบเจอไม่ต่างกันสำหรับศูนย์เด็กเล็ก ไม่ใช่ภาคเอกชนที่ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะ🔗

ประเด็นที่ ๔ ที่เราจะเจอกันตามหน้าข่าวมากที่สุดเลยค่ะท่านประธาน อย่างหลายท่านที่พูดไปแล้วว่าเราส่งลูกไปศูนย์เด็กเล็กนี่เราจะได้ลูกกลับมาหรือเปล่า เพราะฉะนั้นหลายครั้งเราเห็นข่าวจะสะเทือนใจ กราดยิง หรือว่าเด็กจมน้ำหายไป หรือว่าเรื่องอื่น ๆ ที่มีเกิดกับเด็กเล็กเป็นเรื่องสะเทือนใจที่เราเจอกันทุกครั้งกลายเป็นว่า เกิดขึ้นกับศูนย์เด็กเล็กบ่อยมาก เพราะฉะนั้นเกิดเหตุเกิดขึ้นทีหรือทำอะไรทีเราก็จะกลับมาพูด แล้วก็แก้ปัญหากันที เพราะฉะนั้นอยากให้เห็นเป็นรูปธรรม เป็นระบบมากขึ้นว่าอย่างน้อย เราฝากลูกเข้าไปในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเราจะสบายใจได้ว่าลูกเราสามารถกลับมาอย่าง ปลอดภัยแล้วก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นนะคะ🔗

ประเด็นที่ ๕ ข้อเสนอแนะที่ดิฉันอยากเพิ่มไปแน่นอนว่าเมื่อสักครู่พูดไปแล้วว่า อยากให้ขยายการเปิดปิดของศูนย์ให้มันสอดคล้องกับภาระหน้าที่ของผู้ปกครองที่ต้องทำงาน นะคะแล้วอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญก็คือเรื่องความปลอดภัยค่ะ ดิฉันเน้นเรื่องนี้มาก เพราะหลายคนที่เห็นข่าวว่าลูกโดนครูพี่เลี้ยงตีบ้าง อะไรบ้าง หรือว่าเดินหายไปจากศูนย์ก็มี หรือว่าอะไรอย่างนี้ เป็นไปได้ไหมที่ทุกกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ว่าจะเป็น DE ไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่น อบต. มหาดไทย อะไรก็ตาม ทำงานร่วมกัน แล้วก็พัฒนา พ.ร.บ. ที่เรามีอยู่เรื่องการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กให้มันได้มาตรฐานมาก ขึ้นนะคะ ไม่ว่าอย่างเช่น ติ๊กไปเลยว่ามีที่ปิดปลั๊กไม่ให้แหย่รู ไม่ให้อะไรชัดเจน รวมไปถึงเด็กที่มี พัฒนาการไม่เท่ากับท่านอื่น อย่างเช่น เด็ก Autistic หรือว่าเด็กที่มีปัญหาด้านพิการ หรืออะไร อย่างนี้ให้มันชัดเจนไปเลยว่าศูนย์รับเลี้ยงนี้นะได้มาตรฐาน ได้มาตรฐานแบบไหนบ้าง Upgrade ขึ้นมาให้เทียบเท่าอย่างเอกชนหรืออะไรก็ดี เพราะว่าทุกวันนี้หลายพื้นที่ยิ่งโดยเฉพาะพื้นที่ที่ไม่ใช่ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมันจะมีศูนย์เด็กเล็กขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ขนาดใหญ่โอเค เราไม่พูดถึงอาจจะมีการพัฒนาที่ดี แต่ขนาดกลางและขนาดเล็ก ยิ่งขนาดเล็กยิ่งดูแลแบบว่า ยากมาก แล้วก็มันไม่สอดคล้องรวมไปถึงค่าแรงหรือว่าหลักสูตรคนที่จะมาเลี้ยงเด็กด้วย อันนี้ก็เป็นปัญหาในหลายอย่างเหมือนกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดิฉันคิดว่าสิ่งนี้น่าจะทำให้เป็น รูปธรรมได้ดีที่สุดก็คือเรื่องของความปลอดภัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อาจจะทำงานเป็น Universal Design ร่วมกับเทคโนโลยีในอนาคตที่จะมาให้ผู้ปกครองอุ่นใจว่าส่งลูกไปแล้ว กลับบ้านปลอดภัยแน่นอนนะคะ🔗

สุดท้ายนี้ค่ะท่านประธาน อีกไม่กี่วัน อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะถึงวันเด็กแล้วนะคะ หลายคนพูดเลยว่าเราต้องเห็นเงินเด็กถ้วนหน้า เราอยากเห็น ดิฉันสู้เรื่องนี้มาตลอดเรื่องเงิน เด็กถ้วนหน้า และหวังว่าในปีงบประมาณปีถัดไปเราจะเห็นไม่ใช่แค่คำพูด ไม่ใช่แค่รับ หลักการ แต่เห็นจำนวนตัวเลขที่มันครอบคลุมกับเด็กเป็นภาพใหญ่ทั้งประเทศจริง ๆ เพิ่มขึ้น อีกไม่เยอะเลยค่ะท่านประธาน อีกประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทเองถ้วนหน้า ๖๐๐ บาท ถ้วนหน้าแน่นอน เพราะฉะนั้นอยากให้สนับสนุนไปด้านนี้ที่เป็นรูปธรรม และหลังจากนั้น เดี๋ยวผู้ปกครองก็จะรู้เองว่าต้องเอาเงินไปทำอะไร อย่างไร อย่างน้อยตรงนี้ลงทุนกับเด็ก ให้ได้มากที่สุดก่อน เพราะฉะนั้นอยากเห็นนโยบายที่เป็นรูปธรรมแล้วทำได้ทันที แล้วทำ เมื่อไร อะไร อย่างไรให้ชัดเจน เพราะว่าทุกวันนี้อัตราการตายมากกว่าการเกิดมาหลายปีแล้ว เราจะทำอย่างไรให้การลงทุนกับเด็กในประเทศของเรานี้ให้มันไปได้ไกลและให้มากกว่านี้ เพื่อที่จะพัฒนาเด็กเล็กให้เข้าสู่ตลาดแรงงานต่อไปในอนาคต ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านละออง ติยะไพรัช เชิญครับ🔗

นางสาวละออง ติยะไพรัช แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉัน ดีใจมากได้อ่านแนวทางการผลักดันนโยบายเด็กปฐมวัยอย่างเป็นระบบ ท่านประธานคะ ดิฉัน ได้เห็นเพื่อนสมาชิกพูดถึงเด็กวัยเรียน สถานที่เรียน ทำให้ดิฉันนึกถึงใครรู้ไหมคะท่านประธาน นึกถึงสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เราจะเห็นว่าเราจะมีพนักงานผู้หญิงที่เป็นผู้หญิงก็เยอะ แล้ววันนี้ เรามองแล้วมันมีศูนย์เลี้ยงเด็กหรือเปล่าก่อนปฐมวัย ท่านประธานคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะเราในฐานะเราอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรมานานเราจะเห็นว่าบางท่านเอาลูกเล็ก ๆ มาเลี้ยงในสภา บางคนเอาลูกไปฝากตายายเลี้ยง บางคนเวลาลูกเรียนหนังสือเลิกไวก็ต้องมา วิ่งเล่นในสภา สิ่งเหล่านี้ท่านประธานเราจะมองเห็นว่าเหมือนเด็กในสภาลูกของเจ้าหน้าที่ ในสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันมองใกล้ตัวไปก่อนว่าเหมือนถูกละเลยทั้งที่เราอยู่ใกล้ที่ออกกฎหมาย แต่ดิฉันอยากให้ท่านประธานช่วยดูแลตรงนี้ไม่ว่าจะเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่หรือว่าสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่เป็นผู้หญิง ดิฉันจำได้ตอนนั้นท่านชลน่าน ศรีแก้ว เป็นรัฐมนตรีค่ะ เราจะมีที่ทำให้คุณแม่เวลาที่ให้นมลูกหมายความว่าไปปั๊มนมที่จะต้องมีห้องพักที่ดูแล แล้วก็มีที่เก็บนมทำให้สามารถนำกลับบ้านเอาไปให้ลูกได้ เอาแช่เย็น แช่ Freeze ไว้ ตอนนั้น ดิฉันเห็น ตอนนี้ดิฉันไม่เห็นค่ะท่านประธานว่าเรามีศูนย์ที่จะดูแลเด็กก่อนวัยเรียนของ สภาผู้แทนราษฎรไหมที่เราจะเอานโยบายต่าง ๆ อย่างเป็นระบบของสวัสดิการสังคมที่เขียนไว้ ดิฉันอยากจะเห็นการพัฒนาของเด็กไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้าน สังคม ชุมชน หน่วยงานราชการต่าง ๆ เด็กเป็นของที่มีค่า วันนี้อัตราการเกิดของประชากรน้อยลง แล้วดิฉันก็ยังนึกถึงเด็กตามชายขอบ วันนี้เด็กตามชายขอบนี่ดิฉันคิดว่ารัฐบาลชุดนี้ก็มองเห็นถึงชาติพันธุ์เหมือนกันที่จะเข้าไป ดูแลเด็ก แต่วันนี้ศูนย์เด็กเล็กมีเรื่องของคุณภาพชีวิตของเด็กเพียงพอหรือไม่ ดิฉัน อยากจะชื่นชมว่าคนที่ทำรายงานฉบับนี้ได้มองเห็นในเรื่องของการพัฒนาเด็กปฐมวัย อย่างรอบด้าน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดนี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันได้เห็นคลิปจากท่านคุณหมอ ศรีญาดาได้เอาขึ้นมาให้ดูนี้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารท่านได้มองเห็นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ว่า การพัฒนาเด็ก การให้ของขวัญให้เด็กแรกเกิดให้กับชนบทที่ไม่มีโอกาสสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ สอดคล้องกับกรรมาธิการได้ให้คำแนะนำ อันนี้ดิฉันเห็นด้วยว่าการพัฒนาร่างกาย จิตใจ และสมอง เป็นเรื่องที่เป็นการพัฒนาเหมือนกับพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไปด้วย เพราะเรื่องของคุณภาพชีวิต เรื่องของการพัฒนาทางด้านสมอง ทางด้านจิตใจ เป็นเรื่องที่ สำคัญที่สุดที่จะต้องควบคู่กัน วันนี้ดิฉันต้องขอขอบคุณกรรมาธิการที่ได้ทำเอกสารแนวทาง ผลักดันนโยบายเด็กปฐมวัย และสิ่งสำคัญดิฉันก็อยากฝากท่านประธานถึงศูนย์เด็กก่อนเข้า วัยเรียนให้กับสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเป็นสวัสดิการ แล้วก็เป็นการลดค่าใช้จ่ายในหน่วยงาน สภาผู้แทนราษฎรด้วยค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เพิ่งนึกได้นะครับ ก็เห็นเด็ก ๆ วิ่งตอนเย็น ๆ นี่นะครับ เด็ก ๆ ตัวเล็ก ๆ ก็วิ่งอยู่ แถวตามห้องต่าง ๆ ก็เป็นภาระของพ่อแม่ที่เป็นข้าราชการนะครับ ก็เดี๋ยวจะลองไปหารือกัน ดูว่าเรามีที่อยู่ตรงนี้ ถนนประดิพัทธ์นี่นะครับ ก็จะทำเป็นศูนย์เด็กเล็กก่อนวัยเรียนสำหรับ สภาผู้แทนราษฎรก็น่าจะดีนะครับ พ่อแม่จะได้อยู่ใกล้ ๆ ลูก ขอบคุณท่านละอองนะครับ ต่อไปท่านสกล สุนทรวาณิชย์กิจ เชิญครับ🔗

นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สกล สุนทรวาณิชย์กิจ ผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ พื้นที่เทศบาล เมืองคลองหลวง เทศบาลนครรังสิต และตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมือง จากพรรคก้าวไกล วันนี้ผมก็ขออภิปรายสนับสนุนรายงานของกรรมาธิการฉบับนี้ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง กับการให้ความสำคัญกับเด็กโดยเฉพาะเด็กปฐมวัย ปัจจุบันประเทศไทยเราก็มีปัญหา เรื่องของสังคมผู้สูงอายุที่คนตายมากกว่าเกิดครับ ก็คือตอนนี้คนในยุคปัจจุบันก็ไม่ค่อยกล้า ที่จะมีลูกกันนะครับ และหลายครั้งก็จะพบว่าคนไทยแก่ก่อนรวย แล้วหลายครอบครัวก็เลย ไม่กล้าที่จะมีลูกหรือมีลูกก็มีแค่คนเดียวครับ ไม่กล้ามีลูกจำนวนมากเหมือนคนในยุคก่อน ๆ นะครับ จากรายงานมีข้อความหนึ่งที่ผมประทับใจมากนะครับ ก็คือการลงทุนในเด็กปฐมวัย เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและให้ผลตอบแทนกับสังคมที่ดีที่สุดในระยะยาว โดยให้ผลตอบแทน กลับคืนมาในอนาคต ๗-๑๒ เท่าครับ อันนี้ผมก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งในรายงานจะมีประเด็น ที่ผมขออภิปรายอยู่นะครับ ก็จะเป็นเกี่ยวกับ Baby Box Sets ผมขอแสดงความคิดเห็นว่า Baby Box Sets ก็คือเราไม่ควรจะแจกแค่ครั้งเดียวตอนที่แรกเกิดนะครับ แต่ควรจะแจก ตามพัฒนาการช่วงวัยของเด็ก และเป็นการจูงใจให้คุณแม่พาลูกมาติดตามการประเมิน พัฒนาการของเด็กด้วยนะครับ พาเด็กมารับ Baby Box Sets แล้วให้ทางปฐมภูมิได้ตรวจ ประเมินทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิตของทั้งคุณแม่และเด็ก แล้วก็อาจจะรวมถึงการให้ความรู้ ในการอบรมเลี้ยงดูลูกต่าง ๆ แล้วก็การรับวัคซีนต่าง ๆ ไปพร้อมกันนะครับ ตัวอย่างนะครับ Baby Box Sets ตามช่วงวัย เช่น เด็กแรกเกิดหรือพอโตขึ้นมา ๓ เดือน ๖ เดือน ขนาดเขา โตขึ้นก็คือ Pampers ที่จำเป็นต้องใช้ขนาดใหญ่ก็ขึ้นตามหรืออาหารเสริมที่ตามช่วงวัย พัฒนาการ หรือจะเป็นของเล่น หรือหนังสือต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับช่วงวัยพัฒนาการของน้อง ๆ นะครับ นอกจากนี้ถ้าเกิดการแจกเป็น Baby Box Sets เราอาจจะมีปัญหาเรื่อง Stock ก็ดี ก็แนะนำว่าอาจจะใช้วิธีการเป็นบัตรกำนัลแทนนะครับ ให้คุณพ่อคุณแม่นำไปซื้อของใช้ ที่กำหนดไว้ในบัตรกำนัลเพื่อป้องกันการใช้ผิดวัตถุประสงค์ และ Baby Box Sets ก็ควรจะ ถ้วนหน้านะครับ เพราะว่าปัญหาลูกเกิดน้อยก็มีอยู่ในสังคมทุกช่วงชั้นรายได้ตามที่เล่ม รายงานได้เสนอมา นอกจากนี้ผมยังมีข้อเสนอเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงาน ข้อเสนอที่อาจจะ ไม่ได้อยู่ในรายงาน ก็คือเป็นประเด็นเรื่องของสุขภาพจิตในวัยเด็ก ซึ่งมันจะส่งผลต่อเด็ก ตอนที่โตขึ้น เป็นช่วงวัยรุ่นนะครับ นั่นคือโลกจิตเวชในมนุษย์นะครับ ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ มันจะเกิดจากสิ่งแวดล้อมภายในครอบครัวที่ไม่ว่าจะเป็นการใช้ความรุนแรงในครอบครัว หรือจะเป็นการ Bully จากคำพูดจากคุณแม่บางคำคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่มีความเข้าใจในการ สื่อสารกับเด็กจะทำให้เกิดบาดแผลในใจหรือการใช้เฆี่ยนตีลูกก็ดี ซึ่งตอนนี้ก็ยินดีกับคนไทย ทุกคนที่ พ.ร.บ. ไม่ตีเด็กก็ได้ผ่านไปแล้วก็ได้รับการบรรจุแล้วครับ การที่ใช้คำพูดดี ๆ กับลูก ไม่ดูถูก ไม่ Bully ในร่างกายของลูก ซึ่งมันจะเกิดเป็นปมในอนาคตของลูก อันนี้เป็นสิ่งที่ คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านต้องทำความเข้าใจว่ามันเป็นบาดแผลที่ใหญ่มากแล้วเด็กหลายคน โตขึ้นมาเขาก็จะเกิดอาการเก็บกดในวัยรุ่นและอาการจิตเวช ไม่ว่าจะเป็นโรคไบโพลาร์ โรคซึมเศร้า โรคจิตเภทนะครับ มันจะออกมา สาเหตุเกิดจากสิ่งแวดล้อมในครอบครัวที่ได้รับ ความรุนแรงต่าง ๆ ก็ดีนะครับ แล้วก็มีคำหนึ่งที่เขาบอกว่าเด็กคนหนึ่งก็คือเป็นค่าเฉลี่ยของ บุคคลที่ใกล้ชิดที่เขาประมาณ ๕ คนนะครับ ก็คือเขาจะเลียนแบบตามพฤติกรรมสิ่งแวดล้อม ของคนในครอบครัวนะครับ ดังนั้นจึงอยากให้มีการศึกษาของการเน้นการอบรมคุณพ่อคุณแม่ เรื่องการใช้คำพูดกับลูก เรื่องของการดูแลต่าง ๆ ก็หาสอดแทรก อาจจะในช่วงรับ Baby Box Sets หรือมีหลักสูตรการอบรมให้กับคุณพ่อคุณแม่ก่อนที่จะสร้างครอบครัวก็ยิ่งจะเป็นประโยชน์ มากขึ้นนะครับ หรือถ้าจะมีการ Reskill ในระดับไปถึงคุณตาคุณยายเลยด้วย ผมคิดว่าก็จะ เป็นทางเลือกที่ดีมากที่จะทำให้คนไทยมีความเข้าใจในการสื่อสารและพูดคุยสร้างเด็กคนหนึ่ง ให้เป็นเด็กที่โตมาที่แข็งแรงมีสุขภาพจิตดีนะครับ นอกจากนี้หากเกิดคุณพ่อคุณแม่รู้สึกว่า ลูกเรามีปัญหาทางสุขภาพจิตแล้วนะครับ ก็ต้องไม่อายที่จะพาลูกไปพบกับแพทย์นะครับ ซึ่งอันนี้ก็เป็นสิ่งที่ทางภาครัฐต้องทำการประชาสัมพันธ์สื่อสารให้กับประชาชนรับทราบ เพื่อที่เขาจะได้มีความเข้าใจใหม่ ๆ ว่าการพบจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องน่าอายหากลูกของท่าน ประสบปัญหานะครับ โดยสรุปที่ผมอภิปรายก็คือเรื่องของ Baby Box Sets ตามช่วงวัย แล้วก็เรื่องของการให้มีอบรมสุขภาพจิตแก่ผู้ปกครองนะครับ ท่านประธานครับ การที่จะทำให้ เด็กคนหนึ่งมีการเจริญเติบโตและมีพัฒนาการตามแต่ละช่วงวัยและพร้อมที่จะเป็นพลเมือง ที่มีคุณภาพของสังคมนั้นไม่สามารถทำได้โดยอาศัยแค่รายงานฉบับนี้เท่านั้นนะครับ ก็ยังมี ประเด็นอีกมากมายที่ยังรอให้รัฐบาลและรวมถึงผมและเพื่อนสมาชิกก็ได้ร่วมกันแก้ไขนะครับ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางกรรมาธิการจะมีรายงานผลการพิจารณาในช่วงวัยอื่น ๆ ออกมา เพื่อเป็นประโยชน์แก่สังคมไทยด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เราตกลงกันนะครับ ท่านที่เหลือท่านละ ๕ นาที เรายังเหลืออีก ๒ เรื่อง รายงานอีก ๒ คณะกรรมาธิการนะครับ ท่านเชตวัน เตือประโคน ๕ นาที จะได้ไปต่ออีก ๒ เรื่อง เชิญครับ🔗

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี พื้นที่เทศบาลเมือง คูคต เมืองลำสามแก้ว และเมืองลาดสวาย ท่านประธานครับ ครั้งที่แล้วตอนที่ท่านขึ้นมาลด เหลือ ๕ นาทีผมก็เป็นคนแรกรอบนี้ผมก็เป็นคนแรกอีกเช่นเคย โอเคไม่เป็นอะไรครับ จะพยายามเข้าประเด็นเลยแล้วกันนะครับ ขอร่วมอภิปรายแล้วก็ชื่นชมทางกรรมาธิการชุดนี้ ที่เสนอรายงานชุดนี้เข้ามา ผมเห็นด้วยกับทั้ง ๙ ประเด็น ที่ท่านประธานกรรมาธิการนำเสนอ มาเลย คงจะไม่ไปลงรายละเอียดซ้ำนะครับ เป็นเรื่องที่ดีเป็นเรื่องที่ก้าวหน้าและเชื่อว่าจะ เกิดประโยชน์กับเด็กปฐมวัย ๐-๖ ปี ที่จะทำให้พวกเขาโตมาอย่างสมวัย ที่จะทำให้พวกเขา เติบโตมาอย่างมีคุณภาพไม่มีเหตุผลครับที่เราจะไม่ส่งรายงานเล่มนี้ให้กับรัฐบาล แล้วก็ ไม่มีเหตุผลด้วยที่รัฐบาลจะไม่นำผลการศึกษานี้ไปดำเนินการนะครับ ผมขออภิปรายในส่วน ของสวัสดิการหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัยในฐานะคนที่ชอบอ่านหนังสือ ชอบเขียนหนังสือนะครับ ข้อสังเกตของกรรมาธิการท่านบอกไว้ว่ารัฐบาลควรประกาศนโยบายนี้เป็นวาระสำคัญและ เร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาด้านพัฒนาการด้านการอ่านล่าช้าของเด็ก ท่านเสนอให้มีการจัดหา หนังสือสำหรับเด็กปฐมวัยทั้งเชิงคุณภาพและปริมาณที่เพียงพอในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย และชุมชนท้องถิ่นอย่างน้อย ๓ เล่มในบ้านนะครับ อันนี้น่าจะเป็นงานศึกษาโดยสนับสนุน งบประมาณอย่างเพียงพอให้แก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่อยู่ในความดูแลของทุกหน่วยงาน รัฐบาลต้องรับไปทำเลยครับ นี่เป็นสิ่งที่รัฐบาลควรต้องทำได้เลยเพราะว่าเป็นเรื่องที่ดีนะครับ ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ทำงบประมาณมีเพียงพอแน่นอนอยู่ที่เจตจำนงว่าจะทำหรือไม่นะครับ คือท่านประธานครับ สำหรับการจัดสวัสดิการหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัยทุกการสำรวจมันชี้ชัด ครับว่าเด็กไทยมีพัฒนาการที่ล่าช้าด้านภาษาและการเข้าใจภาษานะครับ แน่นอนมันส่งผล ต่อพัฒนาการด้านอื่น ๆ ด้วยที่ทำให้ล่าช้าตามไปด้วย ทั้งด้านสังคม ด้านอารมณ์ การสื่อสาร การคิดสติปัญญา และความสามารถในการสื่อสารช่วงวัยเรียนนะครับ ผมเห็นด้วยครับ ท่านประธานที่พูดกันนักกันหนาว่าสนับสนุนเรื่อง Soft Power🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

แล้ววันก่อนองค์กรที่ไม่มีกฎหมาย รองรับอย่าง THACCA ก็เพิ่งไปบีบคอกรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้เงินมา ๒๒๐ ล้านบาท จะเอา ไปสนับสนุนการผลิตภาพยนตร์ ละคร Series และ Animation ตามสไลด์ตามข่าวนะครับ คำถามคือท่านจะมีภาพยนตร์ มีละคร Series มี Animation ที่ดีได้อย่างไร ถ้าพื้นฐานอย่าง เรื่องของบทภาพยนตร์ที่เป็นเรื่องของการอ่านการเขียนมันไม่ดี นี่ผมแนะนำหนังสือผลงาน ของนักเขียนนามปากกา เชตวัน เตือประโคน นะครับ ท่านประธานครับ และเรื่องวัฒนธรรม การอ่านจนมาสู่การเขียนได้นั้นมันต้องเริ่มตั้งแต่เด็กปฐมวัยนะครับ ฮัน คัง ท่านน่าจะเคยได้ยินนะครับ ฮัน คัง นักเขียนเกาหลีใต้ตามสไลด์นี้นะครับ เพิ่งได้รับ รางวัลโนเบล ไม่ใช่เรื่องบังเอิญนะครับ ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยนะครับ หากแต่เป็นเพราะ รัฐบาลเกาหลีใต้เขาสร้างให้เกิดวัฒนธรรมการอ่านมาร่วม ๒๐ กว่าปีแล้วครับ หน่วยงาน อย่าง KOCCA นะครับ ซึ่งเราก็ไปเลียนแบบชื่อเขา Korea Culture Content Agency เขาขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันเขาก็มีกฎหมาย ๓ ฉบับที่ทำให้เกิดวัฒนธรรมการ อ่านในประเทศเกาหลีด้วย พ.ร.บ. ส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ๒๕๔๙ พ.ร.บ. ส่งเสริม ห้องสมุดและส่งเสริมการอ่าน ๒๕๔๙ ภายหลังปี ๒๕๖๓ ปรับปรุงเป็น พ.ร.บ. ห้องสมุด พ.ร.บ. ส่งเสริมวัฒนธรรมการพิมพ์ ๒๕๕๐ อันนี้คือเกาหลีใต้ครับ ทั้ง ๓ ฉบับนี้สภา ผู้แทนราษฎรของเราก็น่าจะไปศึกษามานะครับ แล้วเอามาแปลเอามาศึกษาเผื่อจะมีการออก กฎหมายแบบนี้ในอนาคต ท่านประธานครับผมขอทิ้งท้ายด้วยสไลด์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแล เด็กปฐมวัยต่อไปนี้นะครับ ขอสไลด์ด้วยครับ ขอนำเสนอโครงการต่าง ๆ ต่อไปนี้นะครับ เพื่อที่จะปฏิเสธข้อกล่าวหาที่พ่อเลี้ยงท่านหนึ่งเคยบอกว่าพวกเราคนรุ่นใหม่อู้เก่งแต่ยะบ่จ้าง นี่คือสิ่งที่เพื่อนร่วมงานของพวกเราอย่างมูลนิธิคณะก้าวหน้าไปดำเนินการนะครับ ข้อที่ ๑ นี้ คือโครงการ Baby Box ครับ ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเลยครับที่ อบต. กำแพงแสน ต่อมาครับโครงการอ่านปั้นฝัน มีทั้งตู้หนังสือแล้วก็มีทั้งหนังสือสำหรับเด็กไปตาม ๑๓ เทศบาลตำบล ที่แล้วเสร็จนะครับ ๑๓ เทศบาลตำบล ๔ อบต. ใน ๙ จังหวัด ๕ ศูนย์พัฒนา เด็กเล็กและ ๑ โรงเรียนเทศบาล สไลด์ต่อไปนะครับอันนี้คือในส่วนโรงเรียนที่กำลังจะ ดำเนินการในอนาคตนะครับ แล้วยังมีเรื่องของโครงการมอบเครื่องเล่นเด็กให้กับ อบต. ต่าง ๆ ยังมีเรื่องโครงการอบรมครูและผู้ดูแลเด็กนะครับ ยังมีเรื่องโครงการ Learning City ภูเก็ตเชิงทะเลที่มูลนิธิร่วมกับ ทีเค ปาร์ค อบต.เชิงทะเล ทั้งหมดนี้นะครับ ทั้งหมดนี้ใกล้เคียง กับที่ทางกรรมาธิการศึกษามาเลยหลาย ๆ เรื่องก็ใกล้เคียงกัน นี่เป็นสิ่งที่ทำแล้วทำได้แล้วก็ จะทำต่อไป เป็นต้นแบบให้รัฐบาลได้นำเอาไปยะตามได้เลยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ เชิญครับ🔗

นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธาน ค่ะ ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ เขตสายไหม พรรคประชาชนค่ะ แล้วก็คุณแม่ลูกสองที่อยากเปลี่ยนแปลงสังคมผ่านการเมืองนะคะ วันนี้ ขอบคุณคณะกรรมาธิการที่มีการออกรายงานฉบับนี้ขึ้นมาทั้ง ๙ ข้อ ขอสไลด์ขึ้นด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ กรุงเทพมหานคร

จริง ๆ ข้อเสนอทั้ง ๙ ข้อเองดิฉันก็เคยพูดไปตอนที่อธิบายงบประมาณไปตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ แล้วก็ปี ๒๕๖๘ เกี่ยวกับ บันได ๖ ขั้นที่จะพัฒนาหรือว่าแก้ไขปัญหาวิกฤติเด็กเกิดต่ำค่ะ ซึ่งใน ๖ ข้อนี้มานั่งเทียบกับ ตัว ๙ ข้อก็อยู่ใน ๖ ข้อนี้ทั้งหมดเลยเช่นเดียวกันนะคะ แต่จะมีข้อเนื้อหาที่ละเอียดกว่าแล้วก็ ครอบคลุมกว่าอันนี้ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการ เอาสไลด์ลงได้ค่ะ ขายของแล้วขออนุญาต พูดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสนอที่อาจจะไม่ได้อยู่ในรายงานฉบับนี้ ถ้าพูดถึงเรื่องสวัสดิการคิดว่า เพื่อนหลาย ๆ คนเข้าใจตรงกันแล้วก็พูดกันไปเยอะมาก ๆ แล้วนะคะ แต่สิ่งหนึ่งที่ในรายงาน อาจจะยังไม่ได้พูดถึงแล้วก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันเลยก็คือการที่เราจะต้องส่งเสริม ใช่ไหมคะการทำให้คนอยากมีลูกโดยการสร้าง Eco-System ที่เป็นมิตรต่อการมีลูก การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานของเมืองให้เอื้อต่อคนมีลูกหรือว่ามีพื้นที่สาธารณะที่เป็น Healthy Space ให้ทุกคนในครอบครัวทำกิจกรรมร่วมกัน หรืออย่างเช่นงาน Let’s Play ซึ่งทาง มพด. ก็ไปร่วมด้วยบ่อยนะคะ หรือสายไหมแฟร์เพิ่งจัดไปไม่นานนี้ก็เอามาจาก Let’ Play ค่ะ ทำพื้นที่ให้เด็ก ๆ ได้มาเล่นนะคะ ให้พ่อแม่ได้มีพื้นที่ในการพาลูกมาเล่นข้างนอก บ้านแทนที่จะดูโทรศัพท์มือถืออยู่ที่บ้าน อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยได้ดีค่ะ แต่นอกจากนั้นดิฉันเป็นนักกฎหมายค่ะท่านประธาน ก็เลยต้องพูดถึงในเรื่องของกฎหมาย ที่อาจจะต้องเกี่ยวข้องกับการทำให้คนอยากมีลูกมากขึ้นหรือว่าสร้าง Eco-System ให้คน อยากมีลูกมากขึ้นหรือคนที่มีอยู่แล้วนี่นะคะมีคุณภาพชีวิตของเด็กที่ดีมากขึ้นค่ะ อันหนึ่งที่ สำคัญคือความปลอดภัยของเด็ก ๆ เรื่องของภาษี Car Seat อันนี้เสนอแนะเป็นอีกเรื่องหนึ่งว่า เรามีกฎหมายใช่ไหมคะที่อยากจะให้เด็ก ๆ ปลอดภัยให้เด็ก ๆ นั่ง Car Seat แต่สิ่งที่ตาม ก็คือว่าพ่อแม่จำนวนมากถ้าเราติดตามอัตราการเกิดที่ต่ำนะคะ ๒ ส่วน ๓ ของอัตราการเกิด ที่ต่ำมาจากครอบครัวที่ยากจน การเข้าถึง Car Seat แทบจะเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ ทำอย่างไร ให้คนเข้าถึง Car Seat ได้ง่ายยิ่งขึ้นแล้วก็ลดภาษีเรื่องนี้ได้นะคะ🔗

เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับแม่ค่ะ เราพูดถึงเรื่องเด็กกันบ่อยมากแต่น้อยครั้งมากที่เรา จะนึกถึงแม่นะคะ โอเคเรื่องลาคลอดอันนี้เข้าใจตรงกันว่าสำคัญทั้งพ่อทั้งแม่ อีกอันหนึ่งที่ สำคัญมาก ๆ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับให้นมเมื่อสักครู่ท่านประธานกายก็พูดไปแล้วว่าห้องให้นม สำคัญค่ะ หรือว่าเรื่องของสุขภาพจิตของแม่เรื่องซึมเศร้าหลังคลอด ยกตัวอย่างที่ประเทศ ไต้หวันนะคะ ที่ไต้หวันเขามีการควบรวมกระทรวงเข้ากัน ๒ กระทรวงคือเป็นชื่อ Ministry of Health and Welfare ก็คือสวัสดิการคู่กับสาธารณสุข เพราะเขาเห็นว่า ๐-๖ ขวบ มันสำคัญ เพราะฉะนั้นทำอย่างไรให้ ๒ กระทรวงนี้ทำงานร่วมกันเพราะว่าเด็กเล็กเราหลีกเลี่ยง เรื่องสาธารณสุขไม่ได้ ทั้งเรื่องของนมแม่ ทั้งเรื่องของซึมเศร้าหลังคลอด มันแทบจะเป็น เรื่องเดียวกัน ดิฉันพูดบ่อยมากแม้กระทั่งในห้องงบประมาณเช่นเดียวกันว่าทำอย่างไรให้แม่ไม่เป็น ซึมเศร้าหลังคลอด ส่วนใหญ่แม่เครียดจากเรื่องอะไร เครียดจากเรื่องน้ำนมไม่มาหรือเครียด จากเรื่องที่ว่าไม่ได้อยู่กับลูกทันทีหลังคลอด ดิฉันถามไปในห้องงบประมาณหลายครั้งว่ามีการ เอาทารกมาแนบบนอกมารดาทันทีหลังคลอดหรือไม่ มี Regulation เรื่องนี้ขนาดไหนปรากฏว่า มีแค่ไม่กี่ที่ค่ะที่ทำ เขาใช้คำว่าขอความร่วมมือให้ทำ เพราะฉะนั้นมันไม่มีทางเกิดขึ้นจริงได้ถ้าเรา ไม่บังคับเป็นกฎกระทรวงหรือว่าออกอะไรให้มันชัดเจนว่าการเอาลูกมาทันทีทำให้แม่ลดภาวะ ซึมเศร้าได้หรือเรื่องคลินิกนมแม่ก็ส่วนหนึ่ง หรือเรื่องห้องให้นมค่ะ ห้องให้นมเราไม่สามารถ จะออกให้เป็นแบบกฎหมายแรงงานได้อย่างเดียว ที่ไต้หวันการที่เขาแก้ไขปัญหาเรื่องเด็ก เกิดต่ำเขา Set เป็น National Security อันดับ ๑ ของประเทศนะคะ National Security ของเขาอันดับ ๑ คือภาวะวิกฤติเด็กเกิดต่ำเขาเลยมีกฎหมายออกมาหลายฉบับมาก ๆ ดิฉัน หยิบมาตรงนี้ประมาณ ๓-๔ ฉบับด้วยกันที่ประเทศไต้หวันออกกฎหมายออกมานะคะ ทั้งเกี่ยวกับเรื่องห้องให้นม พ.ร.บ. คุ้มครองมารดาในการให้นมในที่สาธารณะ ในนี้มีการ คุ้มครองด้วยว่าถ้าคุณแม่ให้นมในที่สาธารณะไม่สามารถไปไล่หรือไปว่าได้นะคะ ผิดกฎหมาย มีค่าปรับนะคะ หรือแม้กระทั่งการบังคับให้สถานที่ดังต่อไปนี้ต้องมีห้องให้นมบุตรเราต้อง ไม่ใช่ขอความร่วมมือหรือเป็นการเอื้ออาทรกันแต่เราต้อง Set ให้เป็นมาตรฐาน เช่น ถ้าสถานที่ราชการต้องมี กรณีมีพื้นที่รวมกว่ากี่ตารางเมตรต้องมีองค์กรของรัฐต้องมี สภามี ๑ ที่ แต่แทบไม่มีใครรู้ค่ะท่านประธาน ดิฉันเอา Sticker ไปติดที่ลิฟต์นะคะ ขอรับสารภาพตรงนี้เลย เพราะไม่มีคนรู้ว่าอยู่ที่ไหนถ้าเห็น Sticker สีชมพูตามลิฟต์ศศินันท์ติดเองนะคะท่านประธาน ก็สำคัญมาก ๆ เพราะว่าถ้าคนไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนคนก็จะไปใช้บริการน้อยค่ะ ดิฉันเลยถามว่า มีคนใช้กี่คนวันหนึ่งแค่คนเดียว เพราะอะไรเพราะคนไม่รู้ เพราะฉะนั้นถ้ามีการประชาสัมพันธ์ มากขึ้นคนก็จะใช้มากขึ้น หรือว่าเรื่องศูนย์เด็กเล็กเช่นเดียวกันเมื่อสักครู่นี้ มีท่านสมาชิก พูดแล้ว ศูนย์เด็กเล็กถนนประดิพัทธ์มันไกลไปค่ะท่านประธาน ในสภามีพื้นที่เยอะมากเรามี ห้องว่างเยอะมาก มีในสภาเลยก็ได้ค่ะ ขออีกแป๊บหนึ่งค่ะท่านประธานดิฉันเตรียมมาเยอะ แล้วก็ของต่างประเทศเขามีเรื่องของการ Subsidize เรื่องศูนย์เด็กเล็กและ Subsidize เรื่องห้องให้นม คือถ้าในสถานประกอบการที่ใดที่มีห้องให้นมมีศูนย์เด็กเล็ก รัฐจะมี การ Subsidize เงินเข้าไปในตอนสร้างครั้งแรกแล้วก็ในรายปีด้วย เพราะว่าหลายครั้งที่เรา ขาดแคลนแรงงานในโรงงานเพราะว่าพ่อแม่จะต้องออกไปเลี้ยงลูก แต่ถ้ามีศูนย์เด็กเล็กในที่ ทำงาน ๑. พ่อแม่ไม่ต้องส่งไปต่างจังหวัดสามารถที่จะเลี้ยงลูกได้เลยในที่ทำงาน ตอนเช้าฝาก ลูกแล้วก็เข้าไปทำงานได้ แล้วในอนาคตก็ช่วยให้แรงงานเรามีจำนวนเพิ่มมากขึ้นไม่ต้อง สูญเสียแรงงานเมื่อมีลูก แล้วก็การ Subsidize ก็สำคัญเหมือนกัน เพราะว่าจะช่วยให้รัฐเอง ก็ลดภาระไม่ต้องไปสร้างโครงการ ๒๐ ล้าน ๓๐ ล้าน ในการสร้างศูนย์เด็กเล็ก Subsidize ไปในหน่วยงานเอกชนที่เขามีอยู่แล้วถ้าเราทำได้ดีขึ้น🔗

แล้วก็สุดท้ายนะคะ เกี่ยวกับเรื่องสุดท้ายเรื่องของเด็กเกิดต่ำไม่ใช่แค่เรื่องของ เด็กอย่างเดียว เรื่องของครอบครัวก็สำคัญขอฝากกฎหมายอยู่ ๒ ฉบับ ฉบับแรกจะมีของ พม. น่าจะเตรียมยื่นเข้าอยู่แล้วก็คือ พ.ร.บ. ความรุนแรงในครอบครัว อันนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ เหมือนกัน เราพูดหลายครั้งว่าเด็กสุขภาพจิตไม่ดีพ่อแม่ทำไมไม่ดูแลลูกแต่เราไม่เคยมาดูแล เลยว่าพ่อแม่นั้นจะมีสุขภาพจิตเป็นอย่างไร พ.ร.บ. ความรุนแรงในครอบครัวจะช่วยลดภาวะ ในเรื่องนี้ได้ค่ะ เราไม่จำเป็นจะต้องทนอยู่ในครอบครัวที่จะต้องนึกถึงความสมบูรณ์แบบอยู่ เสมอไป แต่ถ้าเราจะต้องแยกทางกันแล้วเด็กจะต้องอยู่อย่างไร นำไปสู่กฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ที่สำคัญที่เกาหลีใต้มีก็คือว่าเวลาที่มีการหย่าร้างแล้วก็มีการไปฟ้องเรื่องค่าเลี้ยงดู ประเทศ ไทยมีปัญหาเรื่องนี้ก็คือว่าพอเรียกค่าเลี้ยงดูแล้วไม่มีการจ่ายค่าเลี้ยงดู ที่ประเทศเกาหลีใต้ค่ะ ถ้าไม่มีการจ่ายค่าเลี้ยงดูจะสามารถมาเบิกกองทุนคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวจาก รัฐบาลได้ เพื่อให้เด็กสามารถเติบโตต่อได้แล้วรัฐก็ไปไล่เบี้ยเอากับตัวคนที่ไม่จ่ายต่อไปใน อนาคต ก็ฝากกฎหมายไว้ประมาณ ๓-๔ ฉบับนี้เพื่อเสนอให้คณะกรรมาธิการนำไปทำงาน ต่อไป ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปารมี ไวจงเจริญ เชิญครับ🔗

นายปารมี ไวจงเจริญ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วม อภิปรายรายงานของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าการเลี้ยงดูเด็ก ให้เติบโตขึ้นอย่างเต็มประสิทธิภาพมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างมาก แล้วก็ต้องขอชื่นชมและขอขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ในรายงานท่านได้สรุปใจความสำคัญที่เป็น ผลการศึกษา ๕ ข้อหลัก ตามที่ขึ้นสไลด์บนจอได้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสวัสดิการถ้วนหน้า หญิงตั้งครรภ์ วันลาคลอดมารดา ๑๘๐ วัน การส่งเสริมทักษะเลี้ยงดูเด็กให้แก่พ่อแม่ การเลี้ยงดูลูกด้วยนมแม่ หรือสวัสดิการหนังสือเหล่านี้เรียกว่าครบถ้วน ถ้ารัฐบาลรับรายงานฉบับนี้ ไปผลักดันให้อย่างเต็มที่และทำได้จริงการพัฒนาเด็กปฐมวัยในประเทศไทยจะเป็นระบบและเป็น ประโยชน์กับทั้งเด็กและครอบครัวของคนไทยแน่นอน🔗

ในประเด็นต่อมาท่านประธานที่ดิฉันชื่นชมมาก ๆ จะอยู่ในหน้า ๓๕ ของรายงานฉบับนี้คือข้อเสนอของคณะกรรมาธิการเรื่องเกี่ยวกับสถานสงเคราะห์เด็ก เพราะ มีประชาชนร้องเรียนดิฉันมามากถึงการทำร้ายร่างกายและจิตใจของเด็กในสถานสงเคราะห์ เมื่อเช้านี้เองค่ะ ดิฉันเพิ่งจะเข้าไปนำเสนอข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทำร้ายเด็กในความดูแลของ สถานสงเคราะห์เด็กเอกชนแห่งหนึ่งที่เชียงใหม่ เคสนี้เกิดขึ้นประมาณ ๒ เดือนกว่าแล้วนะคะ แล้วก็ดิฉันได้นำเข้าไปในกรรมาธิการกิจการเด็กเพิ่งพูดคุยเพื่อหาทางออกนะคะ รายงานฉบับนี้ ของคณะกรรมาธิการก็ได้พูดการแก้ไขปัญหาไว้ครอบคลุม แล้วดิฉันก็อยากให้เกิดขึ้นจริงนะคะ ท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสำรวจจำนวนสถานรองรับเด็กทุกประเภทแล้วก็ส่งเสริม ให้สถานรองรับเด็กเอกชนที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตนี้ยื่นคำร้องขอจัดตั้งได้อย่างถูกต้องตาม กฎหมายหรืออย่างการจัดทำคู่มือปฏิบัติงานเพื่อสร้างความเข้าใจนี้ก็จำเป็นมากนะคะ ท่านประธาน รวมทั้งกลไกติดตามปัญหาอย่างต่อเนื่องก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยในการเฝ้า ระวังปัญหาการดูแลเด็กในสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ🔗

ในประเด็นต่อมานะคะท่านประธาน ที่ดิฉันชื่นชมคณะกรรมาธิการมากคืออยู่ ในหน้า ๕๔ ในรูปเล่ม คือเรื่องการส่งเสริมทักษะการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยแก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง โดยเฉพาะเรื่องชุดกิจกรรมส่งเสริมทักษะการเลี้ยงดูเด็กแก่พ่อแม่ ผู้ดูแลเด็กที่เรียกว่า Parenting Program ที่มีหลายหน่วยงานทั้งกรมสุขภาพจิต กรมอนามัย หรือกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นที่ร่วมมือกับยูนิเซฟจัดทำ ถ้าหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้นำชุดกิจกรรมไปพัฒนา และอบรมพ่อแม่ อบรมผู้ดูแลเด็กได้อย่างจริงจังจะเกิดประโยชน์มาก แต่ดิฉันก็เห็นด้วยอย่างหนึ่ง ที่ทางคณะกรรมาธิการได้เสนอความเห็นไว้สะท้อนความเห็นไว้อยู่ประโยคหนึ่ง ดิฉันหวังว่า ทางรัฐบาลจะนำความคิดเห็นที่คณะทำงานรายงานฉบับนี้สะท้อนนำไปปรับปรุง ก็คือประโยคที่ว่า อย่างไรก็ตามโครงการเหล่านี้ก็ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนศูนย์ พัฒนาเด็กเล็กหรือโรงเรียนอนุบาลที่มีอยู่ทั่วประเทศอันนี้เป็นช่องโหว่ใหญ่นะคะ ท่านประธานที่ปัจจุบันนี้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต่าง ๆ ยังมีชุดกิจกรรมที่เคยมีมาแล้ว มีคู่มือต่าง ๆ เหล่านี้มาแล้วยังไม่ได้นำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง อันนี้ต้อง ฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลด้วย🔗

อีกสิ่งหนึ่งที่ดิฉันชื่นชมมากต่อรายงานฉบับนี้คือเรื่อง Framework for Parenting Program ซึ่งก็สำคัญมากเลย กรอบแนวคิดและหัวข้อสำหรับการสร้างทักษะการ เลี้ยงดูเด็ก แต่ดิฉันขอเสริมสักเล็กน้อยนะคะท่านประธานในเวลาสั้น ๆ ดิฉันขอตั้งข้อสังเกต และข้อเสนอแนะเสริมรายงานฉบับนี้ไปยังคณะกรรมาธิการใน ๒ มาตรฐานนี้ มาตรฐานแรก คือมาตรฐานของบุคลากรผู้ดูแลเด็ก ดิฉันเห็นว่าจำเป็นมากและสำคัญมากผู้ดูแลเด็กที่เรา เห็นตามข่าวพี่เลี้ยงทำร้ายเด็กอะไรต่าง ๆ ดิฉันคิดว่าการอบรมทักษะให้กับผู้ดูแลเด็กปัจจุบัน ยังเข้มข้นไม่พอ จริง ๆ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำหลักสูตรอบรมดูแลเด็ก พี่เลี้ยงเด็กก่อนจะเข้าเป็นผู้ดูแลนี้ไว้แล้วอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง พม. รับกรอบการอบรมของกรมอนามัยไปใช้🔗

อีกประเด็นหนึ่งคือมาตรฐานด้านกายภาพและโครงสร้างพื้นฐานของสถานที่ รับเลี้ยงเด็กปฐมวัยตามหลักมาตรฐานสถานเลี้ยงเด็กต้องมีสนามเด็กเล่นไม่น้อยกว่า ๒ ตารางเมตรต่อเด็ก ๑ คน มีเครื่องเล่นกลางแจ้ง มีสนามทรายมาให้เด็กเล่น ปัจจุบันนี้หลาย ๆ ที่ ดิฉันว่ายังขาดตรงนี้ มาตรฐาน ๒ อย่างนี้ด้านบุคลากรผู้ดูแลกับมาตรฐานด้านกายภาพและ โครงสร้างดิฉันเห็นว่าเป็นสิ่งสำคัญ อยากจะฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รับ ไปดำเนินการ เพื่อเราจะได้พัฒนาเด็กปฐมวัยได้อย่างเป็นระบบทั่วทั้งประเทศ ขอบพระคุณ ท่านประธานค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพุธิตา ชัยอนันต์ เชิญครับ🔗

นางสาวพุธิตา ชัยอนันต์ เชียงใหม่

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน พุธิตา ชัยอนันต์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชน ท่านประธานคะ ดิฉันขอใช้ เวลาเพียงนิดเดียวค่ะ ที่ผ่านมาเราจะได้พบเห็นข่าวไม่นานมานี้ในจังหวัดเชียงใหม่เกิด เหตุการณ์เด็ก ๕ ขวบหายไปจากโรงเรียนของเด็กพิเศษ แล้วก็มาพบกันอีกทีว่าน้องได้จมน้ำ อยู่หน้าโรงเรียนค่ะ ดิฉันได้ลงพื้นที่แล้วก็เข้าไปพูดคุยกับทางครอบครัวของน้องเด็ก ๕ ขวบ คนนี้ ก็พบว่าทางบ้านมีสถานะที่มีรายได้ที่ไม่มากนัก คุณพ่อคุณแม่ก็ยังอายุน้อยอยู่นะคะ ที่น้องเป็นเด็กพิเศษน้องมีอาการของการเป็นออทิสติกเทียม ซึ่งเด็กที่เป็นออทิสติกเทียมที่มี อยู่ในประเทศไทยตอนนี้มีมากขึ้น ทางผู้เชี่ยวชาญทางแพทย์เองก็ออกมาเตือนเรื่องของการ เลี้ยงลูกด้วยหน้าจอโทรศัพท์นะคะ แต่ท่านประธานคะทุกวันนี้คุณพ่อคุณแม่ชี้หน้าว่ากันบ้าน นี้เลี้ยงลูกด้วยหน้าจอโทรศัพท์ไม่ดีเลย ทำไมบ้านนี้ทำอย่างนั้น คุณพ่อคุณแม่ด่ากันเอง โทษกันเองค่ะ แต่ดิฉันอยากจะชี้ชวนให้เรามองไปให้ไกลกว่านั้นมองให้เห็นภาพกว้างกว่านั้น มีหลายครอบครัวที่สถานะทางการเงินไม่พร้อม คุณแม่จะต้องลาออกจากงานมาเลี้ยงลูก คุณพ่อต้องออกไปทำงาน คุณตาคุณยาย บางคนบางท่านแก่แล้วก็ยังต้องออกไปทำงานหาเงิน การเลี้ยงลูกที่ไม่พร้อมมันมีอยู่ทางเดียวที่จะทำให้เด็กเล็ก ๆ อยู่นิ่งได้ ไม่ต้องไปไหนไม่ต้องเกิด อันตรายกับเขา บางครอบครัวก็ใช้วิธีง่าย ๆ ก็คือ เอาหน้าจอที่มันขยับได้กระตุ้นให้เด็กนั่งอยู่นิ่ง ๆ ได้ เพื่อให้ลูกของเขาปลอดภัยและเขาก็มีเวลาได้ทำงานนะคะ ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งกับข้อเสนอของ รายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการชุดนี้ โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดสวัสดิการแล้วก็นโยบาย เด็กปฐมวัยอย่างเป็นระบบ ซึ่งตรงนี้จะไม่ได้ช่วยเฉพาะตัวเด็ก ๆ เท่านั้นนะคะ แต่จะช่วยทั้ง ครอบครัว ช่วยพ่อแม่ผู้ปกครองซึ่งอยู่ในวัยแรงงานด้วย ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะกับเรื่องของเงิน สวัสดิการถ้วนหน้าสำหรับหญิงตั้งครรภ์ ๕ เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนที่ ๕ จนถึงเดือนที่ ๙ เดือนละ ๓,๐๐๐ บาท ซึ่งทางคณะทำงานก็ได้ศึกษามาแล้วว่าใช้งบประมาณเพียง ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท เท่านั้นเอง นี่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าจริง ๆ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ครอบครัวที่มีรายได้น้อยสามารถ ที่จะเตรียมความพร้อมในการเลี้ยงดูลูก ๆ ได้ ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งกับสิทธิการลาคลอด ๑๘๐ วัน และคุณพ่อสามารถลาเพื่อเลี้ยงดูลูก ๆ ได้ ๓๐ วันค่ะ ตรงนี้ก็จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ได้มีเวลา ในการอยู่ดูแลลูกมากขึ้นนะคะ ซึ่งตรงนี้จะต้องถูกผลักดันให้เกิดขึ้นได้จริง ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่ง กับการยกระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก การเพิ่มขยายให้ศูนย์เด็กเล็กนี้สามารถรับเด็กในช่วง ๓ เดือน ถึง ๓ ปี แล้วก็จะช่วยให้ครอบครัวที่มีรายได้น้อยที่ไม่พร้อมก็จะช่วยเรื่องของคุณภาพชีวิตได้อีก หลายครอบครัวเลย ในเรื่องของการส่งเสริมทักษะในการเลี้ยงดูเด็กเล็กตรงนี้ก็สำคัญมาก ๆ ดิฉัน ก็ถือเป็นคนหนึ่งที่ได้รับประสบการณ์โดยตรง ตั้งแต่เข้าโรงเรียนมาไม่เคยเรียนเลยค่ะวิชาการเป็น คุณพ่อคุณแม่ไม่เคยเรียนเลยค่ะ การเลี้ยงลูกจะต้องเลี้ยงอย่างไร ก็สัมผัสมารู้จริง ๆ ก็ตอนที่ตัวเอง ตั้งท้องแล้ว ตั้งครรภ์แล้ว มีลูกแล้ว ต้องคลำกันเอาเอง คลำหาเอาเอง เด็กร้องไห้ทำไมถึงร้อง ร้องไม่หยุดเพราะอะไร เครียด เราเกิดเหตุการณ์มากมายที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ คุณพ่อคุณแม่ วัยใสเครียดแล้วสุดท้ายจบด้วยการทำร้ายตัวเอง ทำร้ายลูกตัวเอง อันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ถ้าหากว่าเรามีการส่งเสริมทักษะในการเลี้ยงดูเด็กเล็กตรงนี้ให้คุณพ่อคุณแม่ได้มีความรู้ คุณตาคุณยายได้มีความรู้ในการเลี้ยงดูเด็ก ๆ ซึ่งตรงนี้ก็จะทำให้เด็กได้เติบโตมาอย่างมี คุณภาพทั้งร่างกาย จิตใจ แล้วก็สติปัญญาค่ะ ท่านประธานคะ ในปัจจุบันนี้รัฐบาลก็ยังคง มองข้ามเรื่องของการดูแลสวัสดิการเด็กเล็ก เด็กปฐมวัยอย่างถ้วนหน้าเป็นระบบ ตรงนี้ดิฉัน ก็อยากให้มีการขับเคลื่อนนโยบายของข้อศึกษา ข้อเสนอของกรรมาธิการชุดนี้ให้เกิดขึ้นได้ จริงโดยเร็วที่สุดค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ เชิญครับ🔗

นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ นนทบุรี

ขอบพระคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชนครับ วันนี้ได้ร่วมอภิปรายรายงาน พิจารณาศึกษาแนวทางการผลักดันนโยบายเด็กปฐมวัยอย่างเป็นระบบในรายงานนี้ก็ได้พูดถึง ในเรื่องของสวัสดิการ พูดถึงในเรื่องหน้าที่ของบิดามารดานะครับ แล้วก็เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าทางประธานคณะกรรมาธิการ แล้วก็คณะกรรมาธิการชุดนี้อาจจะ ตกหล่นไป แล้วก็อยากจะขอให้ไปศึกษาเพิ่มเติม เพื่อให้มันได้เท่าทันยุคทันสมัยปัจจุบันในเรื่อง ของการให้ความรู้ทางด้านอาชญากรรมเทคโนโลยีกับเด็กปฐมวัย หลายท่านอาจจะได้ติดตามข่าว เมื่อไม่นานมานี้นะครับว่ามีเด็กปฐมวัย ๖ ขวบ ได้ไปเล่นเกม คือเกมเดี๋ยวนี้มันจะมีห้องแชต เคยได้ ติดตามข่าวไหมครับ จะมีห้องแชตเพื่อให้น้อง ๆ ได้ไปคุย ได้ไปพูดคุยแลกเปลี่ยนอะไรกับเพื่อน แล้วก็ไปเจอคนไม่ดีในนั้น แล้วก็มาล่อลวง น้องบอกแล้วจะให้ Item บางอย่างในเกมใช่ไหมครับ แล้วก็ล่อลวงน้องบอกว่าถ้าอยากจะได้ Item ในเกมนี้น้องก็ต้องเอาโทรศัพท์นี้ไปถ่ายของบางอย่าง ที่เป็นของสงวนของคุณแม่หรือว่าไปถ่ายของบางอย่างเพื่อแลกกับการได้ Item ในเกม เด็กคนนี้ ก็ได้ไปทำครับ ทำเสร็จ แล้วคราวนี้มันก็ติดพัน หมายความว่าพออาชญากรคนนี้บอกว่าให้น้องถ่าย ของสงวนตัวเอง คราวนี้น้องไม่ทำ พอน้องไม่ทำก็ถูกขู่บอกว่าถ้าไม่ทำเขาจะนำเรื่องนี้ ไปฟ้องผู้ปกครองที่น้องส่งภาพพวกนี้มาให้พี่ เด็กคนนี้ปรากฏว่าเสียใจร้องห่มร้องไห้จนแบบไม่มี ทางออก หรือว่ามีหลายเคสมากครับ แล้วก็อีกเคสหนึ่งในเรื่องของเด็กผู้หญิงอายุ ๗ ขวบ ได้รับข้อความแชตที่เล่นกับเพื่อนก็คือประมาณว่าได้รับรางวัลจากการเล่นเกม แต่น้องคนนี้ ก็ต้องกรอกบัญชีชำระค่าธรรมเนียมเล็กน้อยเพื่อให้ได้ของ คราวนี้เด็กก็ไม่รู้วิธีทำ อาชญากร คนนี้ที่แชตคุยกับเด็กก็บอกวิธีการบอกให้น้องต้องไปขโมยบัตรของแม่ กรอกอย่างนั้น กรอกอย่างนี้ ก็นำมาซึ่งความสูญเสียเงินมหาศาลจากการทำบางอย่างของอาชญากร มันมี หลายเคสครับ แล้วก็มีเรื่องของการดูวิดีโอที่ไม่เหมาะสมผ่าน Link ปลอมอีก อย่างเด็กชายวัย ๕ ขวบอย่างนี้ ก็จะพบโฆษณาปลอมที่เป็นวิดีโอที่เขาชอบทางการ์ตูนอย่างนี้ แล้วเด็กก็คลิก เข้าไปแล้วมันจะเหมือนการ์ตูน พอคลิกเข้าไปปรากฏว่ามันไม่ใช่ มันก็จะกลายเป็นเนื้อหา ที่เป็นสื่อลามกอย่างนี้ ผมก็เลยอยากจะฝากเรื่องนี้ให้กับประธานและคณะกรรมาธิการลอง ไปศึกษาดู แล้วตัวผมก็เลยอยากจะแนะนำว่าในเรื่องของการให้ความรู้กับเด็กแล้วก็ ผู้ปกครองเกี่ยวกับความปลอดภัยทางเทคโนโลยีนะครับ จริง ๆ เราสามารถพัฒนาหลักสูตร สำหรับเด็กปฐมวัย รวมถึงบทเรียนพื้นฐานที่เกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ตแล้วก็เรื่องของการใช้ เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย อย่างเช่น แนะนำให้รู้จักกับสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงบนแฟลตฟอร์ม ออนไลน์ แล้วก็เรื่องของการอบรมผู้ปกครองให้ความรู้เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เช่น การล่อลวงออนไลน์ แล้วก็การหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต แล้วก็พร้อมวิธีป้องกันให้ ผู้ปกครองเพื่อจะได้ไปสังเกตน้อง ๆ ที่อยู่ในวัยช่วงปฐมวัยที่ในรายงานท่านพูดถึงจะได้ ช่วยกันป้องกันไม่ให้มันเกิดความรุนแรงทางด้านจิตใจ แล้วก็ในเรื่องของทรัพย์🔗

๒. ก็คือในเรื่องของการพัฒนาเครื่องมือแฟลตฟอร์มที่เหมาะสม ก็คือในเรื่อง ของการสร้าง Application สำหรับเด็กปฐมวัย พัฒนา Application ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ โดยไม่มีโฆษณาหรือเนื้อหาที่เป็นอันตรายต่อน้อง ๆ แล้วก็พัฒนาระบบกรองเนื้อหา Content Feeling ให้ผู้ปกครองสามารถควบคุมการเข้าถึงเนื้อหาที่เหมาะสมกับวัยของ น้อง ๆ ที่ได้เล่นในเรื่องของเทคโนโลยี🔗

ข้อ ๓ ก็คือการส่งเสริมจริยธรรมดิจิทัล การสอนเรื่องจริยธรรมดิจิทัลให้กับน้อง ๆ ตั้งแต่เล็กมันก็จะได้ปลูกฝังว่าโตขึ้นมาน้องจะได้รู้ว่าการเคารพผู้อื่นในโลกออนไลน์ การไม่แชร์ ข้อมูลส่วนตัวหรือการกระทำในสิ่งที่เป็นอันตรายผ่านเทคโนโลยีนะครับ สร้างตัวอย่างที่ดี ในครอบครัว แล้วก็โรงเรียนคือส่งเสริมการใช้งานเทคนิคในเชิงบวก สื่อก็พยายามนำเสนอในเรื่อง ที่ไม่ดีให้น้อย ๆ นิดหนึ่ง เพราะว่าทุกวันนี้น้อง ๆ ก็เข้าถึงเทคโนโลยีพอ ๆ กับพวกเรานะครับ🔗

ข้อ ๔. ท่านอาจจะพัฒนาในเรื่องของการออกกฎหมาย แล้วก็มาตรการ ป้องกันที่ให้มันเข้มแข็งขึ้นกว่าปัจจุบัน ในการควบคุมแพลตฟอร์ม ออนไลน์ กำหนด ผู้ให้บริการออนไลน์ต้องรับผิดชอบในการป้องกันการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็ก หากเกิดปัญหานั้น ขออีกนิดหนึ่งครับท่านประธาน เนื้อหามันใกล้แล้วครับ แล้วก็เรื่องของ การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการทำงานดูแลป้องกันอาชญากรรมเทคโนโลยี โดยเฉพาะสำหรับเด็กอย่างนี้นะครับ🔗

ข้อ ๕ ก็คือการพัฒนาระบบการแจ้งเตือน แล้วก็รายงานช่องทางออนไลน์ ต่าง ๆ ที่มันเป็นภัยสังคมให้กับผู้ปกครอง แล้วก็เด็กสามารถรายงานเนื้อหาที่ไม่ดีหรือว่า อาจจะสร้างปัญหาให้กับน้อง ๆ ได้นะครับ แล้วก็ใช้สื่อสาธารณะในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับภัย ทางเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้น🔗

ข้อสุดท้ายก็คือ การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน นั่นก็คือ การจับมือกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ก็ได้นะครับ พัฒนา Feature ความปลอดภัย ที่เหมาะสมกับเด็ก อย่างเช่น ตั้งค่าควบคุมหรือว่าให้ผู้ปกครองช่วยส่งเสริมความร่วมมือ แลกเปลี่ยนมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีกับบริษัทยักษ์ใหญ่ในอนาคตครับ ตัวอย่างทั้งหมดที่ผมเอ่ยมานี้มันเป็นเด็กประถมที่ตกเป็นเหยื่อในการหลอกลวง แล้วก็ มาเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีโดยขาดการกำกับดูแล แล้วก็ความรู้เท่าทันในโลกออนไลน์ ก็จึงอยากให้ประธานแล้วก็คณะกรรมาธิการลองนำเรื่องนี้ ในอนาคตถ้าเป็นไปได้ก็จะลองไป เพิ่มเติมในเนื้อหานิดหนึ่ง แล้วก็ขออนุญาตฝากท่านประธานคณะกรรมาธิการนิดหนึ่งว่า มันจะถึงวันเด็กแล้ว ถ้าท่านลงมาแล้วผมจะขออนุญาตให้ท่านมาเซ็นหนังสือเล่มนี้ให้ผม ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านประธานจะสรุปสั้น ๆ เพราะว่าทุกคนเห็นด้วยหมดนะครับ ยังเหลืออีก ท่านหนึ่งอยู่ไหมครับ ท่านนพพล เหลืองทองนารา ขอโทษครับ เชิญครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ วันนี้ผมเองขอมีส่วนร่วมในสิ่งที่คณะกรรมาธิการการ สวัสดิการสังคมของสภาผู้แทนราษฎรได้ทำการศึกษาพิจารณาในเรื่องของแนวทางการ ผลักดันนโยบายเด็กปฐมวัยอย่างเป็นระบบนะครับ จริง ๆ แล้วพูดถึงเด็กปฐมวัยนี้นะครับ ผมคิดว่าพวกเราทุกคนในสภาผู้แทนราษฎร เราทราบกันดีว่ามีความสำคัญอย่างไร เด็กปฐมวัยถ้าได้รับการพัฒนาที่ดีนะครับ ทำให้ความมั่นคงของประเทศก็สามารถที่จะดีขึ้น เป็นเงาตามตัว ท่านครับพูดถึงว่าเด็กปฐมวัยนี้นะครับ ปัจจุบันนี้มีปัญหามากมาย ผมเองก็ขอ อนุญาตที่จะได้พูดถึงในส่วนของสถานที่ที่ดูแลเด็กปฐมวัย เพราะวันนี้สภาพสังคมเปลี่ยนไป การที่คุณพ่อคุณแม่จะเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง แล้วก็อยู่กับลูกตลอด ๒๔ ชั่วโมงนี้มันก็มีเวลาน้อย โดยเฉพาะช่วงเวลาทำงาน เพราะฉะนั้นสถานที่จะรับดูแลเด็กปฐมวัยนี้มีความสำคัญ จริง ๆ แล้วสถานที่รับดูแลเด็กปฐมวัยทั่วประเทศทุกหน่วยงาน ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งหมด ๕๓,๐๐๐ กว่าแห่ง มีทั้งสังกัดของ สพฐ. มีทั้งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ว่า เมื่อก่อนนี้ก็อยู่ในส่วนของกรมพัฒนาชุมชนกับกรมการศาสนา แล้วก็สำนักงานประถมศึกษา ที่เป็นการดูแล แต่พอปี ๒๕๔๕ แล้ว คนที่รวบรวมดูแลส่วนใหญ่แล้วที่เป็นหลักเป็นการ ก็คือจะเป็นส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมก็จะขอพูดในส่วนขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ท่านครับในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนี้ ในปี ๒๕๖๔ ก็มีอยู่ ๒๑,๐๐๐ กว่าแห่ง ในจำนวน ๒๑,๐๐๐ กว่าแห่งนั้น ผลปรากฏว่า ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้มาตรฐาน แล้วก็มีการขาดแคลนในหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ความเข้าใจของครูผู้สอน ความรู้ความเข้าใจของผู้บริหารเองและความใส่ใจของผู้บริหารด้วย เรื่องงบประมาณและอีกหลาย ๆ อย่าง ท่านอย่าลืมนะครับว่าการพัฒนาการของเด็กโดยเฉพาะเด็กปฐมวัยนี้มีความสำคัญมาก จากผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ทักษะทางการอ่านของเด็ก ป.๒ และ ป.๓ คือเท่ากับ ๔๗ เปอร์เซ็นต์ แต่ส่วนทักษะของการคำนวณนั้นมีแค่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ในเด็กไทย เพราะฉะนั้นในส่วนที่เหลือล่ะ การอ่านอีก ๕๓ เปอร์เซ็นต์ การคำนวณอีก ๖๐ เปอร์เซ็นต์ที่เด็กไทยขาดไป นั่นหมายความถึงการพัฒนาต่อไปในวันข้างหน้าของประเทศ ย่อมจะต้องมีอุปสรรคแน่นอน ทั้ง ๆ ที่มีมติคณะรัฐมนตรีออกมาในวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๒ ในเรื่องของมาตรฐานในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จริง ๆ แล้วการวางมาตรฐานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ได้มีการออกกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ แล้ว แต่ว่าทุกอย่างก็ไม่ได้สัมฤทธิ์ผล จนมีครั้งสุดท้าย อย่างที่ผมบอกคือวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๒ ผมเองอยากที่จะให้ทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐาน เพราะฉะนั้นก็คือว่าในเรื่องของงบประมาณ อย่างปัจจุบันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีท่านมีบุตรแล้ว ๒ คน ด้วยหัวอกความเป็นแม่ท่านย่อมรู้ดีว่าเด็กนั้น สำคัญขนาดไหน ถามว่าถ้าท่านมีงบประมาณเพียงพอท่านไม่ละเลยหรอกครับ ท่านเองยังพูด กับสมาชิกพรรคอยู่ตลอดเวลาว่าเด็กนั้นมีความสำคัญต่อการพัฒนาชาติบ้านเมือง เพราะฉะนั้นแล้วเราจะต้องดูแลแล้วต้องทุ่มเทอย่างจริงใจและบริสุทธิ์ใจ ผมเชื่อในสิ่งที่ ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารนั้นได้พูด แต่ว่าทั้งหลายทั้งสิ้นสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะให้ทาง รัฐบาลได้เอาใจใส่นั่นคือในกฎหมายที่มีเขียนไว้แล้วในเรื่องของมาตรฐาน ผมอยากให้ มาตรฐานเหล่านั้นได้มีการเข้มงวดกวดขัน ส่วนเรื่องเงินงบประมาณถ้ามีเงินแล้วพอที่จะตัด ออกจากส่วนไหนได้มาดูแล ผมเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรจะต้องเร่งทำ แต่สิ่งที่ สำคัญที่สุดในเรื่องของมาตรฐานกลาง เพราะฉะนั้นแล้วผมอยากให้กระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่เป็นผู้ดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เอาใจใส่และให้มีการปฏิบัติตามในส่วน ของมาตรฐานกลางที่ตั้งขึ้น🔗

สุดท้ายผมอยากจะฝากถึงหน่วยงาน ๒ หน่วยงาน นั่นก็คือในส่วนของ คณะกรรมการพัฒนานโยบายเด็กปฐมวัย และคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ก.พ.ป. ยังมีอยู่ไหมครับ ถ้ายังมีอยู่ในประเทศไทยโดยเฉพาะ ก.พ.ป. ท่านแสดงบทบาทของ ท่านหน่อยเถอะครับว่าท่านจะเอาอย่างไรกับคุณภาพของเด็กไทยที่จะมีผลต่ออนาคตของ ประเทศ กราบขอบพระคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ หมดผู้อภิปรายแล้ว เชิญท่านประธานสรุปสั้น ๆ นะครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ขอบคุณ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน จากพี่น้องชาวบางขุนเทียน บางบอน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎรครับ ก่อนอื่นเลย ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทั้ง ๑๗ ท่านที่ได้ให้การสนับสนุน ได้ให้ข้อเสนอแนะ ได้ให้ ข้อเพิ่มเติมที่จะสามารถนำไปขับเคลื่อนต่อได้ และที่ประทับใจที่สุดเลยแล้วก็ต้องขอกล่าว คำขอบคุณเลยก็คือทางท่านประธานพิเชษฐ์ ในสภาแห่งนี้มันมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเยอะ พอสมควรและสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นส่วนมากก็เริ่มจากดำริท่านประธาน เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกท่านละออง ติยะไพรัช และเพื่อนสมาชิกท่านศศินันท์ได้ยกตัวอย่าง พูดถึงจุดเริ่มต้นก็คือเรื่องศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของสภาแห่งนี้ เนื่องจากว่าสภาเรามีข้าราชการ กว่า ๒,๐๐๐ คน มีผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คน และ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีก ๕๐๐ กว่าคน ไม่รวมแม่บ้านหรือพนักงานต่าง ๆ ที่แห่งนี้ คณะกรรมาธิการผมเองครับคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมมีข้าราชการ ๑ ท่านตอนนี้ ลาคลอดอยู่ ลาได้ ๓ เดือน หลังจาก ๓ เดือนก็ต้องกลับมาช่วยผู้แทนราษฎรในการพัฒนา ประเทศต่อไป แต่เบื้องหลังของเขาก็ยังมีลูกน้อยที่ยังหวังอยู่ว่าจะส่งไปที่ไหนก่อนวัยเรียนที่มี คุณภาพและที่ใกล้กับอ้อมอกแม่ในที่ทำงาน เพราะฉะนั้นเมื่อสักครู่หลังจากท่านละออง ติยะไพรัช ได้นำเสนอปุ๊บ ท่านประธานพิเชษฐ์ได้ให้ดำริแล้วก็ให้ข้อเสนอแนะที่ดีมาก แล้วก็ เป็นจุดเริ่มต้นที่ผมคิดว่าสภาแห่งนี้ควรเริ่มที่จะมีการดำเนินการ เพราะว่ากระทรวง พม. ก็เพิ่งมีครับ กระทรวง พม. โดยท่านรัฐมนตรีวราวุธ ก็ได้เริ่มมีศูนย์ พัฒนาเด็กเล็กในกระทรวงเพื่อช่วยเหลือข้าราชการของกระทรวงที่มีลูกน้อย เพราะท่านมี ดำริว่าการที่จะไปดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่อื่นให้ดีขึ้น ในพื้นที่ของตัวกระทรวงเองควร จะมี แล้วก็เพิ่งจะเริ่มต้น ผมเองเพิ่งไปดูมาเมื่อประมาณกลางปีที่ผ่านมา แล้วอันนี้ก็จะเป็น ข้อเสนอแนะอีกข้อหนึ่งที่หลังจากรายงานฉบับนี้นอกจากส่งไปยังฝ่ายบริหารแล้วในสภาเราก็ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น ผมขออนุญาตสรุปเป็นภาพรวมเลยแล้วกันนะครับ ก็คือว่า ส่วนมากเพื่อนสมาชิกจะพูดถึงในเรื่องของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เนื่องจากว่าคณะกรรมาธิการ เพิ่งจะเดินทางไปยังจังหวัดพังงาและภูเก็ต ไปดูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กครับ มีข้อเสนอจากครู พี่เลี้ยง ๑ ลด ๑ เพิ่ม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและน้อง ๆ เยาวชนที่อยู่ที่นั่นก็คือ ลดเอกสารและการประเมินผลให้หน่อย เพิ่มจำนวนครูต่อหัวในแต่ละ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโดยการเพิ่มงบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้หน่อย นี่คือสิ่งที่ครูที่ศูนย์ พัฒนาเด็กเล็กต่าง ๆ ได้สะท้อนผ่านคณะกรรมาธิการมานะครับ ในส่วนเรื่องของการดูแล อย่างมีคุณภาพของเด็กในครอบครัวที่ไม่พร้อม คณะกรรมาธิการเราเดินทางไปยังประเทศ เดนมาร์ก ไปดูแล้วก็ไปพูดคุยกับทางท่านประธานคณะกรรมการพัฒนาสังคมของ ๆ ประเทศ เดนมาร์ก เขาได้แลกเปลี่ยนครับ เขาบอกว่าหน่วยงานระดับท้องถิ่นหรือเทศมนตรีที่โน่น นายกเทศบาลที่โน่นเขามีการดูแลพี่น้องประชาชนว่าครอบครัวไหนไม่สามารถดูแลหรือไม่ สามารถรับผิดชอบบุตรหลานของครอบครัวนั้นได้ ท้องถิ่นไปรับมาดูแลเลยโดยค่าใช้จ่ายก็ใช้ งบประมาณของท้องถิ่น เนื่องจากเขามีวิธีคิดที่ว่าหากเด็กหรือประชากรใหม่ของประเทศ เขาไม่มีคุณภาพ ไม่โตสมวัย มันจะส่งผลกระทบต่องบประมาณแผ่นดินในระดับต่อ ๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสนับสนุนเรื่องการศึกษา เรื่องสาธารณสุข หรือรวมไปถึงในช่วงวัยทำงาน ก็แล้วแต่ เรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราน่าจะหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกัน และอีกส่วนสำคัญเลย ก็คือทางท่าน สส. ท่านคุณหมอศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ต้องขอขอบคุณคุณหมอเลย ความจริงคุณหมอติดตามเรื่องสวัสดิการของเด็ก ของผู้สูงอายุ หรืออะไรต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด และเมื่อสักครู่คุณหมอก็ได้หยิบยกเรื่องของนโยบายของทางท่านนายกก็คือเรื่องของ Baby Box ซึ่งก็เป็นนโยบายเริ่มต้นซึ่งทางท่านนายกได้เริ่มทำแล้ว แต่ในข้อเสนอ ๙ ข้อ ของคณะกรรมาธิการเรามีอยู่ด้วย เพราะเราอยากให้ยั่งยืน ก็อยากจะบอกคุณหมอว่าหลังจาก หนังสือเล่มนี้ไปตั้งที่โต๊ะ ครม. ฝากคุณหมอกระซิบท่านนายกหน่อยว่า ขอความยั่งยืนว่า ทุกปีต่อไปนี้ประชากรที่เกิดขึ้นใหม่อยากให้มีข้อเสนอ ๙ ข้อนี้อย่างน้อย ๆ คลอดสัก ๒-๓ ข้อก่อนเพื่อให้พี่น้องประชาชนนั้นได้รับอย่างแท้จริงนะครับ วันนี้คณะกรรมาธิการการ สวัสดิการสังคมเรามีข้อเสนอทั้ง ๙ ข้อแล้วก็มีเพื่อนสมาชิกจากทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ร่วมสนับสนุน ถึงแม้ผมเองในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ และนอกจากนั้นคือ อยู่ในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในฟากฝ่ายค้าน แต่เรื่องนี้สนับสนุนครับ สนับสนุน ฝ่ายรัฐบาล สนับสนุนแนวความคิดของนายกรัฐมนตรีว่าเราควรที่จะลงทุนในเด็กเพิ่มขึ้น และไม่มีช่วงเวลาไหนที่เหมาะสมไปกว่านี้แล้ว เพราะ ณ ปัจจุบันนี้ประเทศไทยกำลัง มีนายกรัฐมนตรีที่เป็นคุณแม่ลูก ๒ เพราะฉะนั้นการลงทุนในเด็ก การผลักดันนโยบาย ในเด็กควรที่จะเริ่มต้นและน่าที่จะเกิดขึ้นในยุคสมัยนี้ และในสภาสมัยนี้ครับ ขอบพระคุณทุก ท่านครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านณัฐชาในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมครับ ท่านลอง ไปหาสถานที่ในสภาทำศูนย์เลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียนไว้ให้พ่อแม่ที่อยู่ในสภา แล้วก็ไปบอก ท่านประธานกรรมาธิการกิจการสภาชั่วคราวก่อนดูว่าจะมีเด็กกี่คน แล้วเราค่อยขยับขยาย เพราะว่ามันเป็นความจำเป็นที่ลำบากของคนที่อยู่ในนี้ ฝากท่านนะครับ ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากว่าคณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานเพื่อให้สภาพิจารณา ซึ่งการ อภิปรายของท่านสมาชิกก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน คือเห็นด้วยกับข้อสังเกตและไม่มี ผู้ใดคัดค้าน ดังนั้นผมจะอาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถามที่ประชุมว่าจะมีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ถ้าไม่มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าที่ประชุมลงมติ เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ซึ่งผมจะได้ส่งรายงานและข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบ หรือดำเนินการต่อไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ วรรคสาม ประกอบข้อ ๘๘ นะครับ ขอบคุณ ท่านกรรมาธิการทุกท่านครับ ต่อไปนะครับ🔗

๒. รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง การปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อ จัดจ้างให้มีความคล่องตัว เหมาะสมกับการจัดซื้อจัดจ้างซอฟต์แวร์และนวัตกรรม (Agile Procurement) ซึ่งคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ พิจารณาเสร็จแล้ว🔗

เชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ🔗

ในการนี้ผมได้อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ วรรคสอง ท่านแรก ท่านอัศวิน สุทธิวิเชียรโชติ ที่ปรึกษาประจำ คณะกรรมาธิการ ท่านที่ ๒ ท่านนิธิกร บุญยกุลเจริญ ผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมาธิการ และประธานคณะทำงาน ท่านที่ ๓ ท่านสัมโมทิก สวิชญาน ผู้ชำนาญการประจำ คณะกรรมาธิการ ท่านที่ ๔ ท่านเดชรัด สุขกำเนิด ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ ท่านประธานพร้อมแล้วนะครับเชิญคณะกรรมาธิการแถลงครับ🔗

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณนะครับ🔗

วันนี้ขออนุญาตนำเรียนรายงานผลการศึกษา เรื่อง การปรับปรุงกระบวนการ จัดซื้อจัดจ้างให้มีความคล่องตัวเหมาะสมกับในเรื่องของซอฟต์แวร์แล้วก็นวัตกรรมนะครับ หรือว่าภาษาอังกฤษเรียกว่า Agile Procurement นะครับ โดยกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ในปัจจุบันนี้ยังมีอุปสรรคในการจัดหาเทคโนโลยีหรือว่าการพัฒนาซอฟต์แวร์นะครับ ซึ่งมีความ แตกต่างจากการซื้อของที่เรามีภาพที่แน่นอนแล้วก็เทคโนโลยีไม่ได้เปลี่ยนไปมาก เพราะว่าสินค้า ประเภทนี้ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนะครับ รวมถึงความต้องการของผู้ใช้ บางที มันก็ต้องเห็นก่อนว่ามีอะไรแล้วจะปรับปรุงอย่างไร มันยังคิดไปสุดทางในทีเดียวไม่ได้นะครับ ก็จะมีความแตกต่างจากการจัดซื้อจัดจ้างจัดซื้อทั่ว ๆ ไป อย่างเช่นว่า การก่อสร้างอาคารหรือว่า สร้างตึกต่าง ๆ หรือสร้างถนนเพราะว่ารูปแบบการจัดซื้อจัดจ้างอาจจะเขียนในลักษณะ ที่เรียกว่า Water Fall ได้ยากว่าทำเรื่องนี้เสร็จต่อเรื่องนี้ต่อเป็นเป้า ๆ แต่ว่าภาพแต่ละอันนี้ จะยังไม่ค่อยชัดนะครับ เพราะฉะนั้นขั้นตอนที่ตายตัวเกินไป แล้วก็เปลี่ยนแปลงได้ยากนี่ ก็จะทำให้การจัดซื้อจัดจ้างประเภทนี้ทำได้ยากนะครับ หากมีการเปลี่ยนแปลงระหว่างทาง นี่คือที่มาว่าเราจึงได้ศึกษาในสิ่งที่เรียกว่า Agile Procurement ซึ่งเป็นวิธีที่ภาคเอกชนใช้ รวมถึงในนานาอารยประเทศเขาก็มีการพัฒนาการจัดซื้อจัดจ้างในรูปแบบใหม่รูปแบบนี้ครับ ทางกรรมาธิการก็ได้ไปศึกษาตามกรอบอำนาจหน้าที่ที่คณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและ ติดตามการบริหารงบประมาณของสภาผู้แทนของเรามีหน้าที่และอำนาจตามข้อบังคับ สภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๙๐ (๑๔) ในการกระทำกิจการพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงใด ๆ เกี่ยวกับการจัดทำ แล้วก็ติดตามรวมถึงประเมินผลนะครับ ก็มีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาพูดคุยถึงสภาพปัญหาปัจจุบันนะครับ แล้วก็แนวคิดในการพัฒนาระบบจัดซื้อจัดจ้าง ที่เรียกว่า Agile Procurement ให้สามารถก้าวข้ามปัญหาอุปสรรค แล้วก็ให้ข้อเสนอแนะ รวมถึงข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์เพื่อให้คณะรัฐมนตรี แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนี้ได้ พิจารณาต่อไปโดยบัดนี้คณะกรรมาธิการได้จัดทำรายงานพิจารณาศึกษาเรื่องการปรับปรุง กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างให้มีความคล่องตัวเหมาะสมกับการจัดซื้อจัดจ้างซอฟต์แวร์ และนวัตกรรมหรือว่า Agile Procurement เสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ จึงขอให้ทางท่าน นิธิกร บุญยกุลเจริญ ซึ่งเป็นประธานคณะทำงานแล้วก็เป็นผู้ร่างรายงานฉบับนี้ที่มีความ เชี่ยวชาญด้านนี้ได้นำเรียนสรุปผลการศึกษารวมถึงข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการต่อที่ ประชุมของเรานะครับ แล้วก็ผมอยากจะขอขอบคุณท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อดีตประธานคณะกรรมาธิการชุดนี้ที่ได้ริเริ่มเรื่องนี้นะครับ แล้วปัจจุบันก็ได้แล้วเสร็จเป็น รายงานต่อหน้าทุกท่านนะครับ ก็อยากให้ทุกท่านพิจารณาเพื่อให้ความเห็นชอบกับรายงาน แล้วก็ข้อสังเกตเพื่อส่งไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายนิธิกร บุญยกุลเจริญ ผู้แทนคณะกรรมาธิการ

ก็ขอเรียนท่าน ประธานสภาและท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ผม นิธิกร บุญยกุลเจริญ ประธานคณะทำงาน ทุกท่านครับสำหรับรายงานการปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างให้มีความคล่องตัว เหมาะสมกับการจัดซื้อจัดจ้างซอฟต์แวร์และนวัตกรรมหรือที่เรียกว่า Agile Procurement ที่อยู่ต่อหน้าทุกท่านนะครับ เราแบ่งเนื้อหาเป็น ๓ ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกจะเป็นส่วนของที่มา ส่วนของปัญหาแล้วก็กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ส่วนที่ ๒ จะเป็นส่วนของการศึกษานโยบาย กฎหมายต่างประเทศ แล้วก็ข้อค้นพบต่าง ๆ ในประเทศไทย และส่วนสุดท้ายจะเป็นส่วนของ ข้อเสนอแนะครับ ทุกท่านครับสำหรับกล่าวโดยสรุปครับว่าปัญหาของการจัดซื้อจัดจ้าง ซอฟต์แวร์และนวัตกรรมจากการที่เราได้พูดคุยกับหน่วยงานต่าง ๆ เดี๋ยวอย่างไรฝ่ายโสต ผมรบกวนขอสไลด์หน่อยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายนิธิกร บุญยกุลเจริญ ผู้แทนคณะกรรมาธิการ

หน้าถัดไปครับ เราพบว่าด้วยธรรมชาติของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ความต้องการมากขึ้นแต่กระบวนการ จัดซื้อใช้เวลานานครับ และเมื่อทำสัญญาแล้วหน่วยงานเปลี่ยนแปลงความต้องการได้ อย่างยากลำบาก รูปแบบการบริหารโครงการเป็นแบบขั้นตอนตายตัวอย่างที่ท่านประธาน กรรมาธิการได้แจ้งไปนะครับ ก็คือเขียนความต้องการตั้งแต่แรก พอดำเนินการไปเรื่อย ๆ แล้วส่งงานในตอนสุดท้าย รูปแบบธรรมชาติของซอฟต์แวร์ครับ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ ตลอดเวลา บางทีมีรุ่นใหม่ที่เหมาะสมสามารถนำมาใช้งานได้ ปัจจุบันยังเป็นอุปสรรคอยู่ แล้วก็สุดท้ายครับ ภาครัฐไม่ได้เป็นเจ้าของซอฟต์แวร์ที่จัดจ้างอย่างแท้จริง แม้ว่าใน TOR ครับจะมีคำว่า ลิขสิทธิ์เป็นของภาครัฐ แต่ในเรื่องของกระบวนการพัฒนาครับ เราปล่อยให้ เอกชน เราปล่อยให้ผู้รับจ้างดำเนินการทั้งหมดทำให้ภาครัฐไม่สามารถเข้าใจในสิ่งที่ตัวเอง พัฒนาได้ และสุดท้ายต้องมาของบประมาณซ้ำซ้อนอีกในปีถัด ๆ ไป ขอสไลด์หน้าถัดไปครับ จากการศึกษาวิธีการปัญหาเหล่านี้ครับ คณะทำงานได้พบว่าในต่างประเทศนั้นมีนโยบาย หรือว่ากฎหมายที่เรียกว่า Agile Procurement แปลเป็นไทยได้ว่า การจัดซื้อจัดจ้างแบบ คล่องตัว เช่น การกำหนดการใช้งบประมาณให้มีความเหมาะสมกับวงรอบพัฒนามากยิ่งขึ้น บางครั้งมีการพูดคุยระดับ ๑ - ๔ สัปดาห์ ๑ ครั้ง และถึงจะเบิกจ่ายเงิน เพื่อมีระยะสั้นให้ ยืดหยุ่นครับ เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงหรือการเน้นซื้อทักษะเวลาของ Developer ครับ นี่คือสิ่งที่เรายังไม่ได้ดำเนินการอยู่ในภาครัฐของเรามากเพียงพอ เช่น การกำหนดนะครับว่า Developer นักพัฒนา นักออกแบบหน้าจอใช้ระยะเวลาเท่าไร มากกว่าการยึดตามสเปกงาน เพียงอย่างเดียว สิ่งเหล่านี้ครับ ศัพท์ทางเทคนิคเรียกว่า IT as a Service เพื่อให้สามารถ ปรับเปลี่ยนความต้องการได้ระหว่างโครงการนะครับหรือบางประเทศมีกฎหมายออกมา บังคับใช้ แล้วก็บอกว่าให้อำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่ผลักดันด้านดิจิทัลของภาครัฐ สามารถออก Guideline เดี๋ยวขอสไลด์หน้าถัดไปครับ ออก Guideline เพื่อบอกหน่วยงาน ภาครัฐเพื่อปฏิบัติตามได้โดยง่ายอย่างแท้จริง จริง ๆ คำว่า Agile Procurement มาจาก คำว่า Agile Development หรือแปลเป็นไทยว่าการบริหารโครงการแบบยืดหยุ่น อยู่ในการ พัฒนาซอฟต์แวร์อยู่แล้วครับ แต่คำว่า Agile นี้ตรงข้ามกับ Waterfall อย่างที่ผมบอกไปคือ การกำหนดนะครับ Requirement หรือว่าสเปกตั้งแต่ต้น แล้วสุดท้ายเราส่งงานตอนท้าย โครงการ สิ่งเหล่านี้ครับ ทำให้ขาดการสื่อสารที่เพียงพอและไม่ได้ซอฟต์แวร์ที่ตอบโจทย์ ตามที่ต้องการ ซึ่งวิธีการ Agile Development ครับ คือการบังคับให้เกิดการพูดคุยกันใน ทุก ๆ วงรอบ แบ่งออกเป็น ๑-๔ สัปดาห์อย่างที่ผมได้เรียนไปก่อนหน้านี้ เพื่อรับฟังว่า ข้อสรุปของวงรอบในการพัฒนาก่อนหน้านี้มีอะไรบ้างและอะไรบ้างที่ยังไม่แล้วเสร็จสามารถ ทบไปยังงวดงานถัดไปได้นะครับ แบบนี้ถึงเรียกว่า Agile Procurement อย่างที่ท่านสมาชิก ได้เห็นและท่านประธานได้เห็นอยู่บนหน้าจอนี้นะครับ ขอสไลด์ถัดไปครับ ที่ผมเล่ามาแบบนี้ เพราะว่าจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อก็แบบนี้ครับ Agile Procurement ที่คณะทำงาน ของเราจะเสนอต่อไปคือการใช้ข้อดีของคำว่า Time & Materials ครับ คือเน้นการซื้อทักษะ ของนักพัฒนาไม่ใช่ซื้อขอบเขตงานเพียงอย่างเดียว แน่นอนว่า TOR ต้องมีกำหนดขอบเขต งานครับที่จะต้องจัดจ้าง ที่จะต้องประมูล แต่ในเรื่องของการบริหารสัญญานั้น ขอบเขตงาน สามารถปรับเปลี่ยนได้ถ้าหากใช้เวลาเท่าเดิมกับโครงการนั้น ๆ ผมยกตัวอย่างให้ท่านสมาชิก ได้เข้าใจนะครับ ปัจจุบันมี Model AI รุ่น ๒ ที่สามารถใช้ได้ฟรีในภาครัฐเพื่อนำมาทำ AI บางอย่าง แต่พอเขียน TOR ในวันนี้เรากำหนดสเปก Version ๒ ไป แต่พอบริหารโครงการไปมี Version ใหม่ออกมา สุดท้ายแล้วภาครัฐก็ต้องต่อรองกับเอกชนเพื่อขอให้ทำให้ทั้ง ๆ ที่ การทำงานสามารถทำได้และทำได้ดีกว่า นี่คือข้อกำหนดโดยง่ายที่เราหมายถึงนะครับ แต่ด้วยงบประมาณเราต้องใช้แบบ Firm Fixed Price คือการกำหนดกรอบงบประมาณและ กรอบเวลาก่อนตามที่สำนักงบประมาณได้กำหนดไว้ พูดง่าย ๆ คือใช้กรอบงบประมาณแบบ Firm Fixed Price แต่การบริหารโครงการใช้แบบ Agile Procurement อย่างที่ผมบอก ไปได้ ขออนุญาตสไลด์ถัดไปครับ เปรียบเทียบได้ง่าย ๆ ว่า Agile Procurement กับ Traditional Procurement หรือการจัดซื้อจัดจ้างแบบเดิม การส่งมอบแบบ Agile Procurement คือเป็นรอบ ๆ มันจะเป็นการบังคับให้ภาครัฐต้องคุยกับผู้รับจ้างได้มากขึ้น ไม่ใช่แค่ ๙๐ วัน หรือ ๑๒๐ วันเท่านั้น แต่ทุกเดือนเราจะมีการ Review งวดงานที่ส่งไป ถ้าอันไหนที่ยังไม่เหมาะสมสามารถปรับเปลี่ยนได้ก็จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่รองรับไม่ได้ ยึดติดกับข้อจำกัดเดิม ๆ ขออนุญาตสไลด์ถัดไปครับ สิ่งเหล่านี้เพื่อเป็นการไม่ใช้เวลาสภา แห่งนี้มากนักนะครับ ผมจึงได้สรุปออกมาเป็นข้อเสนอแนะเพียง ๔ ข้อ แต่ถ้าสามารถ ดำเนินการได้ในภาครัฐของเราจะทำให้การบริหารโครงการซอฟต์แวร์คุ้มค่าทุกบาท ทุกสตางค์ ข้อแรกครับเราควรมอบหมายสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลหรือว่า DGA จัดทำ ตัวอย่าง TOR เรียกได้ว่าเป็น TOR Template ครับ แบบ Agile Procurement ให้สัมพันธ์ กับรูปแบบการพัฒนา ซอฟต์แวร์แบบยืดหยุ่น หรือที่เรียกว่า Agile Development เฉกเช่น ต่างประเทศครับ คือมีดิจิทัล Guideline มาเลยครับว่าถ้าหากจะเขียน TOR นั้นไม่ใช่กำหนด แค่สเปกงานอย่างเดียว ต้องบอกด้วยว่าผู้ใช้คือใคร ต้องบอกว่า User Story ของระบบคือ อะไร ไม่ต้องลงลึกรายละเอียดมากนักนะครับ แต่สามารถคุยได้ในระดับสัญญาเพื่อให้ตอบ โจทย์ในข้อนั้น ๆ มีกรอบสัญญาโครงสร้างราคาสัญญาที่เหมาะสมว่าแบบใดควรเป็นแบบ Firm Fixed Price หรือแบบใดที่จะต้องเป็นแบบ Time and Material อย่างภาพที่ผมแสดง อยู่บนหน้าจอด้านขวานี้จะเป็นตัวอย่างของ Template TOR ที่ทางสหรัฐอเมริกาเขียนเอาไว้ เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ ก็จะมี Firm Fixed Price ก็คือกรอบ งบประมาณทั้งหมด ระยะเวลาที่ต้องแล้วเสร็จ สุดท้ายก็แบ่งเป็นวงรอบย่อย ๆ แล้วก็มีการ กำหนดงานสั้น ๆ เล็ก ๆ แบบกว้าง ๆ ให้ผู้รับจ้างทำได้ แบบนี้จะเป็นการปกป้องภาครัฐ ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ ขอสไลด์หน้าถัดไปครับ🔗

สำหรับข้อสังเกตข้อที่ ๒ ในแรกเริ่มคณะทำงานของเราพยายามศึกษาครับว่า ถ้าเราจะไปในรูปแบบของ Agile Procurement นี้ติดขัดระเบียบข้อใด หรือต้องยกร่าง กฎหมาย หรือต้องเปลี่ยนแปลงกฎหมายฉบับใดหรือไม่ จากการที่เราได้หารือกับทาง กรมบัญชีกลางพบว่าการบริหารสัญญาแบบ Agile Procurement หรือยืดหยุ่นแบบนี้ สามารถทำได้ครับ รูปแบบแบบนี้หน่วยรับงบประมาณสามารถบริหารจัดการเองได้ เพราะฉะนั้นเราจึงเสนอว่าข้อสังเกตข้อที่ ๒ ให้กรมบัญชีกลางทำหนังสือเวียนร่วมกับ DGA ในการกำหนดสเปกขอบเขต TOR อย่างข้อเสนอแนะข้อที่ ๑ เพื่อเป็นการแจ้งให้กับ หน่วยงานทุกหน่วยงานรับทราบว่าเรารองรับในรูปแบบ Agile Procurement เพราะว่าจาก การที่กรรมาธิการได้คุยกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เป็นหน่วยงานที่ต้องพัฒนาซอฟต์แวร์ พบว่า มีความกังวลว่าถ้าเขียนในรูปแบบที่ผมกล่าวไปก่อนหน้านี้จะผิดกฎหมายข้อใดหรือไม่ จึงได้ ใช้ในรูปแบบเดิม ๆ ที่เป็น Waterfall ซึ่งในปัจจุบันไม่ได้เป็นแบบนั้นครับ ขออนุญาตสไลด์ หน้าถัดไปครับ🔗

ข้อที่ ๓ เราต้องเปลี่ยนการบริหารโครงการ การพัฒนานวัตกรรมหรือ ซอฟต์แวร์จากการที่ภาครัฐเป็นแค่ Project Management คือการทำโครงการให้แล้วเสร็จ ก็จบ ให้มาเป็นคำว่า Product Owner หรือเจ้าของผลิตภัณฑ์จริง ๆ นะครับ ยกตัวอย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์ ทางประเทศสิงคโปร์นี้ไม่ว่า Product อะไรที่ทำออกมาทุก Product ถือโดย Owner ก็คือเจ้าของของภาครัฐและต้องมีความเข้าใจในซอฟต์แวร์อย่างแท้จริง มีแผนงาน Roadmap อีก ๓ ปี ๕ ปีว่าระบบที่พัฒนาขึ้นมานั้นจะเพิ่มเติมอะไรหรือจะปรับ ลดอะไร และมีการของบประมาณเป็นก้อนอย่างชัดเจนนะครับ ไม่ใช่ปีนี้ของบประมาณมา พัฒนาซอฟต์แวร์เสร็จ อีก ๒ ปีถัดไปผมเชื่อคิดว่าท่านสมาชิกก็เคยได้ยินว่ามีการขอ งบประมาณเพื่อไปทดแทนกับระบบเดิม ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วเราสามารถกันงบประมาณ เพื่อให้เป็นการพัฒนาจากระบบเดิมได้ถ้าเกิดภาครัฐสามารถเป็น Product Owner ได้อย่าง แท้จริงนะครับ ซึ่งมีหลายหน่วยงานที่เป็นแบบนี้แล้ว แต่ว่าหลายหน่วยงานยังต้องมีการ ขับเคลื่อนในระดับนโยบายต่อไป ขอสไลด์หน้าถัดไปครับ🔗

และข้อเสนอแนะข้อสุดท้ายของคณะทำงานเรานะครับ หน่วยงานต่าง ๆ ต้องนำ Source Code ที่พัฒนาขึ้นครับ จัดเก็บในแหล่งเก็บข้อมูล Code สาธารณะ หรือว่าทางเทคนิคเรียกว่า Public Repository ถ้าหาก Code ไหนไม่สามารถขึ้น Public Repository ได้ก็สามารถขึ้นเป็นส่วนตัวหรือที่เรียกว่า Private Repository เพื่อให้ Source Code เหล่านั้นไม่ได้อยู่กับ Vendor เพียงอย่างเดียว หรือว่าไม่ให้ทำการส่ง Source Code นั้นด้วย Flash Drive อย่างเดียว แล้วพอทำหายสุดท้ายแล้วซอฟต์แวร์ที่เราจัดซื้อจัดจ้างมา ก็หายตามไปด้วย สิ่งเหล่านี้ครับประเทศที่มี Digital Government Index สูง ๆ ล้วนแต่มี Public Repository เพื่อให้สาธารณะเข้ามาช่วยกัน Contribute หรือเข้ามาช่วยกันเขียน Code ได้ครับ สิ่งเหล่านี้เกิดการแชร์ระหว่างหน่วยงานได้ ซึ่งจะทำให้เกิดการประยุกต์ใช้ Reuse Software ครับ ไม่ต้องของบประมาณซ้ำซ้อนในภารกิจเดียวกันระหว่างภาครัฐ หรือ อย่างที่เห็นอยู่บนสไลด์ที่ทุกท่านเห็นทางด้านขวาจะมีคำว่า Public Money Public Code ก็คือเงินสาธารณะ Code สาธารณะทุกหน่วยงานใช้ได้ ภาครัฐและประชาชนสามารถเข้ามา มีส่วนร่วมกับภาครัฐได้ ทุกท่านครับทั้งหมดนี้คือบทสรุปและข้อเสนอแนะของคณะทำงาน เราที่จริง ๆ แล้วเราไม่จำเป็นต้องแก้กฎหมายใดครับ เพียงแต่ต้องปรับแนวปฏิบัติและทำ ความเข้าใจร่วมกันว่าการจัดซื้อในรูปแบบจัดซื้อจัดจ้างแบบยืดหยุ่น หรือที่เรียกว่า Agile Procurement นั้นทำได้ไม่ติดขัดระเบียบใด ทางคณะทำงานก็หวังเป็นอย่างยิ่งนะครับว่า รายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการจัดซื้อจัดจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์และนวัตกรรมของ ภาครัฐต่อไปในอนาคต ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ถือว่าที่ประชุมรับทราบผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง การปรับปรุงกระบวนการ จัดซื้อจัดจ้างให้มีความคล่องตัวเหมาะสมกับการจัดซื้อจัดจ้างซอฟต์แวร์และนวัตกรรม ซึ่งคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณได้พิจารณาเสร็จแล้ว นะครับ🔗

เนื่องจากว่าคณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานเพื่อให้สภาพิจารณา ซึ่งจากการอภิปรายของท่านกรรมาธิการ แล้วก็เห็นว่าข้อสังเกตและไม่มีผู้ใดคัดค้านนะครับ ดังนั้น ผมจะอาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถามที่ประชุมว่า จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่ครับ จากการนำเสนอของกรรมาธิการ ถ้าไม่มีสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าที่ประชุม ลงมติเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ซึ่งผมจะได้ส่งรายงานและข้อสังเกต ไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบหรือดำเนินการต่อไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ วรรคสาม ประกอบข้อ ๘๘ ต่อไปนะครับ ขอบคุณกรรมาธิการครับ เรียบร้อยแล้วครับ วันนี้ท่านประธานรายงานได้ดี มีอีกฉบับหนึ่งนะครับคณะเดิมนี้นะครับ🔗

๓. รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ข้อเสนอการปรับระบบงบประมาณ ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำ และติดตามการบริหารงบประมาณพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

เชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่🔗

มีเพิ่มมาอีก ๑ ท่านนะครับ ท่านเดชรัต สุขกำเนิด ที่ปรึกษาประจำ คณะกรรมาธิการใช่ไหมครับ เชิญท่านประธานแถลงนะครับ🔗

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการนะครับ วันนี้ขออนุญาตนำเรียน ที่ประชุมในเรื่องของรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ข้อเสนอการปรับระบบงบประมาณ ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือว่า อว. นะครับ โดยปัจจุบันการ ขับเคลื่อนการพัฒนาของประเทศต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลายประการนะครับ ภายใต้ความผันผวนที่สูงมากทั้งในประเทศแล้วก็นอกประเทศนะครับ จึงมีความจำเป็นต้อง ตระหนัก แล้วก็ส่งเสริมการศึกษาทั้งในและนอกระบบเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตนะครับ ในขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องพัฒนาวิทยาศาสตร์ การวิจัย แล้วก็การสร้างนวัตกรรม หรือที่ เราเรียกกันว่า R & D หรือว่า Innovation เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยเน้น การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการกำหนดทิศทางเพื่อนำไปสู่การก้าวข้ามกับดักรายได้ของ ประเทศปานกลางไปสู่ประเทศที่รายได้สูงนะครับ รวมถึงเป็นการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ดังนั้นในการดำเนินงานของรัฐบาลจะต้องเชื่อมโยงการพัฒนาคนกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์ การวิจัยและการสร้างนวัตกรรมสมัยใหม่เข้าด้วยกัน แล้วก็สำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาไป พร้อม ๆ กันให้มีความเชื่อมโยงสอดคล้องกันในทุกมิติ อันจะนำไปสู่ผลผลิตที่มีประสิทธิภาพ แล้วก็ประสิทธิผล จากสภาพปัญหาความเปลี่ยนแปลงอะไรดังกล่าวนี้คณะกรรมาธิการก็เลย มีมติที่ประชุมได้ตั้งคณะทำงานศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณของ กระทรวง อว. ขึ้น โดยได้ดำเนินการภายใต้ขอบเขตหน้าที่และอำนาจ เป็นการพิจารณา กระบวนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ เกี่ยวกับการเชื่อมโยงการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งมีหน่วยงานเยอะมากในเรื่องของการ อุดมศึกษาในภาพรวมของประเทศ เพียงแต่จะบูรณาการอย่างไรด้วยข้อจำกัดที่มีอยู่ให้การใช้ งบประมาณด้านการอุดมศึกษา แล้วก็ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเกิดประโยชน์สูงสุด จึงได้สรุปรวบรวมเป็นข้อเสนอแนะ แล้วก็ข้อสังเกตที่เราคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อคิดเห็นจากคณะกรรมาธิการไปพิจารณาปรับปรุงเพื่ออนาคต ของประเทศเรานะครับ บัดนี้ทางคณะกรรมาธิการก็ได้จัดทำรายงานผลการศึกษา เรื่อง ข้อเสนอการปรับระบบงบประมาณด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้แล้วเสร็จนะครับ ในลำดับต่อไปผมก็ขออนุญาตท่านประธานที่จะเชิญท่านอัศวิน สุทธิวิเชียรโชติ ในฐานะประธานคณะทำงาน ซึ่งเป็นผู้ร่างรายงานแล้วก็มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ได้นำเรียน ในส่วนของสรุปผลการศึกษา แล้วลำดับถัดไปก็จะขอให้ทางท่าน สส. วรภพ วิริยะโรจน์ กรรมาธิการได้นำเสนอข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการต่อที่ประชุมสภานะครับ แล้วก็ ขอขอบคุณท่าน สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อดีตประธานคณะกรรมาธิการชุดนี้ที่ได้ริเริ่ม เรื่องนี้นะครับ ทั้งหมดทั้งปวงก็เพื่อนำเรียนต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรของเราเพื่อโปรด พิจารณาให้ความเห็นชอบกับรายงาน รวมถึงข้อสังเกตเพื่อส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ พิจารณาดำเนินการต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายอัศวิน สุทธิวิเชียรโชติ ผู้แทนคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ผม อัศวิน สุทธิวิเชียรโชติ ในฐานะ ที่ปรึกษากรรมาธิการ แล้วก็เป็นหัวหน้าคณะทำงานนะครับ ผมขอใช้เวลาสั้น ๆ ที่จะขอเล่าเนื้อหา โดยสรุปของเล่มรายงานที่เสนอต่อสภาวันนี้นะครับ รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นร่วมกับ คณะกรรมาธิการ แล้วก็ร่วมกับผู้บริหารของหน่วยงานในกระทรวง อว. แล้วก็รวมถึงผู้บริหารของ มหาวิทยาลัย ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อที่จะปรับปรุงระบบงบประมาณของกระทรวง อว. ที่เป็นอยู่ให้ดี ยิ่งขึ้นเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าในปัจจุบันนี้ประเทศไทยเริ่มไล่ตามเทคโนโลยี ใหม่ ๆ ไม่ทัน ๆ หลักฐานเชิงประจักษ์ก็คือประเทศไทยไม่ได้อยู่ในห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมใหม่ แล้วก็ไม่ได้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีที่สำคัญใด ๆ เลย เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องเร่งลงมือทำ คือการพัฒนากำลังคนที่เป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมใหม่ อย่างเช่น Semiconductor และพลังงานสะอาดนะครับ ผมขอยกตัวอย่างของด้าน Semiconductor ในอุตสาหกรรม ณ ปัจจุบันของประเทศไทยต้องการแรงงานทางด้าน Semiconductor ๕,๐๐๐ ตำแหน่ง แต่ใน ความเป็นจริงมหาวิทยาลัยในประเทศไทยสามารถผลิตบุคลากรทางด้าน Semiconductor ได้ปีละแค่ ๒๐๐-๓๐๐ คนเท่านั้นนะครับ🔗

เรื่องสำคัญต่อไปก็คือเรื่องพัฒนายกระดับคุณภาพของการวิจัยของประเทศ ของเราให้ดียิ่งขึ้น ให้เราได้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีได้แล้ว ขอสไลด์นะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายอัศวิน สุทธิวิเชียรโชติ ผู้แทนคณะกรรมาธิการ

ผมเชื่อว่าทั้ง ๒ เรื่อง เรื่องพัฒนากำลังคน แล้วก็เรื่องการพัฒนาการวิจัย ทุกท่านทั้งสภาแห่งนี้ แล้วก็ฝ่ายบริหาร คณะรัฐบาลก็น่าจะเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ก็เลยเป็นที่มาของการ Transform จากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือกระทรวง อว. ในปี ๒๕๖๒ โดยดึงเอามหาวิทยาลัย แล้วก็หน่วยงานที่ให้ ทุนวิจัยบางแห่ง อย่างเช่น สกว. แล้วก็ วช. เข้ามารวมอยู่ด้วย เลยเกิดกระทรวงใหม่ขึ้น เรียกสั้น ๆ ว่า กระทรวง อว. ซึ่งมีหน้าที่ในการทั้งผลิตกำลังคน แล้วก็มีหน้าที่พัฒนาการวิจัยของประเทศ จากรูปท่านก็จะได้เห็นโครงสร้างของกระทรวง อว. นะครับ ซึ่งมีสภานโยบายกำกับดูแล ภาพรวมทั้งหมด โดยสภานโยบายนี้ประกอบด้วยรัฐมนตรีจาก ๑๒ กระทรวงแล้วก็ ผู้ทรงคุณวุฒิอีกนะครับ แล้วร่างของสภานโยบายนี้ก็จะมีคณะกรรมการอิสระ กกอ. และ กสว. นะครับ ซึ่ง กกอ. ก็จะดูแลกำกับกองทุนทางด้านอุดมศึกษา ซึ่งกองทุนนี้ก็ผ่านสภา ไปเรียบร้อยแล้วนะครับ เราก็จะเห็นกองทุนนี้ Active ในระยะเวลาอันสั้นนี้ ควบคุมโดย กกอ. แล้วก็เขาแบ่งอย่างชัดเจนเป็นด้านอุดมศึกษา ทีนี้ทางด้าน ววน. วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม จะควบคุมโดย Body ของ กสว. แล้วก็ผ่านกองทุน ววน. ในการให้งบประมาณ สไลด์ถัดไปนะครับ ทีนี้ผมจะพูดลงถึงปัญหาของระบบงบประมาณ อว. ซึ่งในปัจจุบันภาพที่ ท่านเห็นนี้ก็คือภาพของงบประมาณของกระทรวง อว. นะครับ🔗

ปัญหาข้อแรกเลยก็คือการให้ทุนจากสำนักงบประมาณนะครับ ให้ทุนมาที่ สกสว. จากภาพทางด้านซ้ายนะครับ แล้วก็ สกสว. ให้ทุนมาที่หน่วยงานให้ทุนอีกทีหนึ่งเรียกว่า PMU นะครับ แล้วก็ไปให้ทุนที่มหาวิทยาลัย ปัญหาก็คือว่า ณ ปัจจุบันระบบงบประมาณของการวิจัยจะ ให้โดยสำนักงบซึ่งเขาจะพิจารณาเป็นปีต่อปีนะครับ มันก็เลยทำให้ขาดความต่อเนื่องของงานวิจัย นะครับ มันส่งผลอย่างไรครับท่าน ก็คือว่าผู้ได้รับทุนในปีนี้ไม่ได้ Guarantee ว่าในปีหน้านี้ท่านจะ ได้รับทุนอีกหรือไม่ ฉะนั้นมันก็ส่งผลให้ความจริงจังในการทำวิจัยของนักวิจัยมันไม่ได้ไปอยู่จุดที่ เรียกว่าประสิทธิภาพสูงสุดนะครับ นี่ก็เป็นปัญหาข้อแรกนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้สำนักงบ ก็อาจจะพิจารณาการให้ทุนวิจัยนะครับ งบประมาณให้กับทุนวิจัยเป็นแบบ ๒ ปีหรือว่า ๔ ปีนะ ครับ🔗

ปัญหาข้อที่ ๒ คือเรื่องการรายงานผลที่ซ้ำซ้อนนะครับ ก็คือว่าหลังจากที่ นักวิจัยหรือหน่วยงานที่ทำวิจัยได้รับทุนไปแล้วต้องรายงานผลในหลายระบบมากนะครับ อย่างเช่น eMENSCR ของสภาพัฒน์นะครับ NRIIS ของ สกสว. หรือแม้กระทั่งต้องรายงาน กับระบบของหน่วยให้ทุนนั้น ๆ อีก คืออย่างน้อย ๓ ระบบ กรอกกันปีหนึ่งหลายครั้ง แล้วก็ การกรอกไม่ได้กรอกง่าย ๆ กรอกครั้งหนึ่งก็ครึ่งวันถึง ๑ วัน เพราะฉะนั้นข้อเสนอแนะก็คือ ถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้แค่กรอกแค่ระบบเดียวแล้วก็ Integrate ข้อมูลกันจะเป็นไปได้หรือไม่ครับ เพราะมันจะลดขั้นตอนของการทำวิจัยและอำนวยความสะดวกให้นักวิจัยทำวิจัยได้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น🔗

ข้อที่ ๓ เรื่องการจัดสรรงบประมาณทางด้านกำลังคนยังไม่ตอบสนองต่อ ความต้องการของอุตสาหกรรมนะครับ อย่างเช่นตามภาพนะครับ อย่าง ๔๕ (๑) ๔๕ (๒) ที่ส่งไปมหาวิทยาลัย ณ ปัจจุบันนี้ก็คือเป็นค่าใช้จ่ายของสถาบันการศึกษา ซึ่งตรงนี้เราก็ อาจจะไปแตะต้องไม่ได้นะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เลยเป็นที่มาของกองทุนอุดมศึกษาที่ทางสภา และทางวุฒิสภาได้ผ่านออกมาเป็นกองทุนที่จะมาแก้ Pain Point ทางด้านนี้นะครับ ก็คือ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตกองทุนนี้จะช่วยให้การผลิตกำลังคนของประเทศตอบสนอง Demand ความต้องการของอุตสาหกรรมได้อย่างแท้จริงครับ ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน สส. ครับ🔗

นายวรภพ วิริยะโรจน์ กรรมาธิการ

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ก็ขออนุญาตเสริม ในตัวของรายงานผลการศึกษา เรื่อง ข้อเสนอการปรับระบบงบประมาณด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศไทยนะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกคน ให้ความสำคัญแล้วก็อาจจะเข้าใจได้ดีครับว่าตอนนี้เป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทยในการ พัฒนาเศรษฐกิจต่อจากนี้ ถ้าเอาข้อมูลที่ชัดเจนล่าสุดก็จะยืนยันว่าตอนนี้คนจบปริญญาตรี กลายเป็นสัดส่วนที่ว่างงานสูงที่สุดไปแล้วนะครับ คนที่ว่างงานโดยที่ยังไม่เคยมีงานทำ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้กลายเป็นคนที่จบปริญญาตรี ผมว่าอันนี้เป็นผลลัพธ์ที่สะท้อนสิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยต่อจากนี้ไป จึงเป็นที่มาครับที่เราได้ทำการศึกษาแล้วก็หวังว่าข้อเสนอแล้วก็ข้อสังเกตในเล่มรายงานฉบับ นี้จะเป็นประโยชน์ให้กับฝ่ายบริหารได้รับไปปรับปรุงนะครับ ก็จะขอเริ่มจากภาพรวมทั้งเรื่อง ของการพัฒนาอุดมศึกษาแล้วก็เรื่องของวิจัยและนวัตกรรมต่าง ๆ จุดเริ่มต้นมันต้องเริ่มจาก การที่ว่ารัฐบาลเองต้องมีการกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งแน่นอนในอุตสาหกรรม เป้าหมายนั้นมันต้องมาพร้อมกับเป้าหมายในเชิงทั้งจำนวนงานแล้วก็กำลังคน เป้าหมาย ทางนวัตกรรม มูลค่าการลงทุนการนำเศรษฐกิจไปใช้แล้วที่สำคัญคือการตั้งกรอบงบประมาณ ในการที่จะขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายในการอุตสาหกรรมเป้าหมายแต่ละอุตสาหกรรม ซึ่งมันจะมานำเสนอเรื่องของการพัฒนาระบบอุดมศึกษาต่อมาว่าสิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นคือ การจัดสรรงบประมาณที่อาจจะมุ่งเป้าไปยังหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของแรงงาน ตรงนี้มากขึ้นก็คือเปลี่ยนจากฝั่ง Supply ที่ว่ามีคนสามารถไปกู้มาเรียนได้ก็เปลี่ยนไปฝั่ง Demand ที่เรียนจบมาแล้วมีงานทำมากขึ้นตรงกับอุตสาหกรรมเป้าหมายทิศทางประเทศ ที่อยากจะพัฒนาไปมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่มีการพูดถึงอย่าง Semiconductor เทคโนโลยี อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง หรือแม้กระทั่งอุตสาหกรรม EV อุตสาหกรรมดิจิทัลต่าง ๆ เหล่านี้ จริง ๆ มันก็เลยจะเป็นที่มาที่ต้องต่อเนื่องกันเมื่อทางภาครัฐมีการตั้งอุตสาหกรรม เป้าหมายตรงนี้นะครับ และแน่นอนครับในการจะกำหนดได้ว่าภาคอุดมศึกษาควรจะ มีการเปลี่ยนหลักสูตรที่มีความต้องการจ้างงานมากขึ้นจากเดิมหลักสูตรที่อาจจะเรียนมา จบมาแล้วไม่มีงานทำนะครับ สิ่งสำคัญก็คือมีการเชื่อมโยงข้อมูลกันเพื่อให้ทางภาครัฐ สามารถกำหนดตัวชี้วัดแล้วก็มุ่งเป้าไปสู่หลักสูตรเหล่านั้นได้นะครับ ก็จึงเป็นที่มาข้อสังเกต ที่อยากให้ฝ่าย ครม. ใช้มาตรา ๔๓ ของ พ.ร.บ. อุดมศึกษา ที่จริง ๆ แล้วกำหนดไว้ชัดเจน ครับว่าทาง อว. สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานอื่นไม่ว่าจะเป็นประกันสังคมว่า จบมาแล้วมีงานทำตรงตามที่เรียนจบหรือไม่ หรือสรรพากรว่ามีรายได้ตามที่แต่ละหลักสูตร เป็นอย่างไรบ้าง หรือแม้กระทั่ง กยศ. นะครับว่าเมื่อกู้เรียนแต่ละหลักสูตรแล้วนี้สามารถ ชำระหนี้คืนได้ตามที่กำหนดไว้หรือไม่นะครับ ควรจะเป็นแฟกเตอร์หนึ่งปัจจัยหนึ่งที่ในการ จัดสรรงบประมาณตรงนี้เพื่อมุ่งเป้าไปสู่หลักสูตรที่เรียนจบมาแล้วมีความต้องการในการ รายงานตรงกลุ่มนี้นะครับ ต่อเนื่องตามมาครับในส่วนของระบบงบประมาณสำหรับเรื่อง วิทยาศาสตร์ วิจัยหรือนวัตกรรมเรียกสั้น ๆ ว่าระบบ ววน. นะครับ ผมคิดว่าระบบ งบประมาณนี้จำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงครับ แน่นอนอันดับแรกเลยก็คือปรับปรุงไปเป็น รูปแบบ Block Grants ครับ เพราะปัจจุบันนี้เป็นระบบที่ขอวิจัย นวัตกรรมตาม ปีงบประมาณนะครับ ซึ่งแน่นอนในเรื่องของระบบนวัตกรรมเทคโนโลยีมันจะเปลี่ยนแปลง ค่อนข้างเร็ว ถ้าเราเปลี่ยนเป็น Block Grants มันก็สามารถเปิดให้มีการยื่นขอกระบวนการ ขอทุนเพื่อพัฒนานวัตกรรมได้ตลอดทั้งปี แล้วก็ในขณะเดียวกันควรจะกำหนดให้พิจารณา เป็นงบประมาณที่หลายปีติดต่อกันได้หรือที่เรียกว่า Multi-year นะครับ เพราะว่าในเชิงของ การวิจัย นวัตกรรมหลายครั้งไม่สามารถจะวิจัยได้จบภายใน ๑ ปีนะครับ ถ้าระบบ งบประมาณในการพัฒนาวิจัย นวัตกรรมต่าง ๆ สามารถมีความต่อเนื่องกันได้ ก็จะทำให้การ พัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรมเป้าหมายของเรามีความต่อเนื่องกันได้ และนักวิจัยเองก็จะ ได้มีความสามารถพัฒนาต่อเนื่องกันนะครับ🔗

และสุดท้ายก็คือการจัดสรรงบประมาณในเรื่องของ ววน. ตามมติ ครม. เพื่อให้สู่เป้าหมายที่เราต้องการจะเห็นงบวิจัยพัฒนาของเราถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ของ GDP อันนี้ เป็นเรื่องใหญ่ในข้อสังเกตก็ได้กำหนดไว้นะครับ แต่แน่นอนครับในการทำงานของระบบการ ให้ทุนของ ววน. เองก็แน่นอนมีส่วนที่เรายังมีข้อสังเกตว่าควรจะต้องมีการปรับปรุงนะครับ เรื่องใหญ่ ๆ เลยก็คือว่าอยากเห็นการพัฒนาของระบบ ววน. มุ่งเป้าไปสู่ผลลัพธ์ในการสร้าง นวัตกรรมต้นแบบ หรือที่เรียกกันว่า Prototype ที่สามารถไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่จริงได้ มากขึ้นครับ ก็จะต้องมีการวัดผลกันที่ความสำเร็จ วัดผลกันที่การใช้งานทางเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งแน่นอนมันก็จะมีมาตรการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการที่จะสนับสนุน ววน. ให้บรรลุเป้าหมาย ตรงนี้นะครับ ที่ผมนำเสนอก็จะมีตั้งแต่ในรายงานเล่มนี้จะมีตั้งแต่ว่าจุดเริ่มต้นเมื่อมี Prototype สำเร็จก็จะไปสู่การผลิตในเชิงทางพาณิชย์ หรือว่า Commercial หนึ่งในนั้นก็คือ การที่จะมี Matching Fund เพื่อว่านักวิจัยสามารถผลิตนวัตกรรมต้นแบบได้แล้ว มีเวทีให้เขา นำเสนอได้แล้ว ทำอย่างไรให้มีนักลงทุนเข้ามาร่วมลงทุนได้มากขึ้น และการที่ภาครัฐมี Matching Fund ตรงนี้มาช่วยเติมในส่วนของ Prototype ที่ได้รับงบประมาณจาก ววน. แล้วก็จะสามารถทำให้เปลี่ยนจาก Prototype มาสู่ Commercial ได้มากขึ้น และต่อมาก็จะ มาสู่เรื่องของการสร้างความต้องการครับหรือว่า Demand ในเรื่องของสินค้านวัตกรรมต่าง ๆ นะครับ จุดเริ่มต้นที่สำคัญคือการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐนะครับ ก็คาดหวังครับว่าจริง ๆ แล้ว ในเรื่องของโครงการบัญชีนวัตกรรมนี่ จริง ๆ จุดเริ่มต้นมาก็เพื่อวัตถุประสงค์นี้ ดังนั้น ถ้าสินค้านวัตกรรมที่ได้รับงบประมาณจาก ววน. เมื่อสามารถผลิต Commercial ทางพาณิชย์ได้ แล้วบรรจุอยู่ในบัญชีนวัตกรรมได้แล้ว ต่อมาก็คือมีการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อเป็นจุดเริ่มต้น แล้วต่อมาก็คือการจัดซื้อจัดจ้างในภาคเอกชนที่อยากเห็นทางภาครัฐบาลให้มีมาตรการ สนับสนุนสินค้านวัตกรรมเหล่านี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นอย่างช้อปดีมีคืน หรือ e-Tax Receipt ที่ว่ามีการคืนภาษีรายได้บุคคลถ้ามีการสนับสนุนสินค้านวัตกรรมตรงนี้ ก็เป็นโอกาสหนึ่งที่ทำ ให้สินค้านวัตกรรมเมื่อได้รับงบวิจัยมาแล้วผลิตสินค้าได้จริงแล้วและนำไปสู่ความต้องการใช้ ในวงกว้างหรือแม้กระทั่งการลดภาษีนิติบุคคลเมื่อใช้บัญชีนวัตกรรมที่อาจจะไปเกี่ยวข้องกับ การพัฒนาประสิทธิภาพช่วยอนุรักษ์พลังงานหรือว่าเรื่องของสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ หรือเอา ดิจิทัลไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต่าง ๆ ก็เป็นโอกาสหนึ่งที่จะทำให้สินค้าหรือบัญชีนวัตกรรม ต่าง ๆ สินค้าที่มีเทคโนโลยีเหล่านี้นำไปสู่การใช้งานได้มากขึ้น และสุดท้ายปลายทางของการ สร้างความต้องการนี้ก็คือการผลักดันให้เกิดการส่งออกนะครับ ซึ่งหนีไม่พ้นครับก็ต้องอาศัย ความร่วมมือของทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ ทีม Thailand ตรงนี้ในการ ผลักดันสินค้าบัญชีนวัตกรรมต่าง ๆ ให้ไปสู่ตลาดโลกให้ได้ มันก็จะเป็นการครบ Loop ที่ว่าเมื่อจุดตั้งต้นในเรื่องของกระบวนการงบประมาณของ ววน. จากการพัฒนานวัตกรรม ที่เป็น Prototype สู่การ Commercial แล้วก็สู่การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ภาคเอกชนและ การส่งออก นี่คือข้อเสนอและข้อสังเกตที่อยู่ในรายงานฉบับนี้ที่เราอยากจะนำเสนอให้ ฝ่ายบริหารรับไปพิจารณาแล้วก็ผลักดันให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมในอุตสาหกรรม เป้าหมายของประเทศไทยได้เกิดขึ้นจริงครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ขออภิปราย ๑ ท่านนะครับ ท่านบุญเลิศ แสงพันธุ์ เชิญครับ🔗

นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมุทรปราการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๗ พรรคประชาชน วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายรายงาน ก็ต้องขอบคุณนะครับผลรายงานฉบับนี้ ผมเชื่อจะมีประโยชน์อย่างมากสำหรับการแก้ไขและนำไปสร้างให้เกิดประโยชน์กับประเทศนี้ พอดีเห็นเมื่อสักครู่คณะกรรมาธิการก็ได้พูดถึงในส่วนของเรื่องต่าง ๆ ผมก็เลยอาจจะ ขออนุญาตเพิ่มเติมในส่วนของปัญหาปัจจุบันที่มันเกิดขึ้นนะครับ การเรียนให้เราเรียนสูง แค่ไหนนะครับหรือแม้แต่การเรียนที่จบปริญญาตรีหรือจบแค่ชั้น ปวส. เราก็ได้มีการตกงาน ไม่สามารถทำงานได้ประกอบอาชีพได้นะครับ โดยส่วนใหญ่วัยรุ่นที่จะเลือกกันก็ขับ Grab ขับวินอะไรโดยปกติ แต่อาชีพนี้ก็เป็นอาชีพสุจริต แต่สิ่งที่ผมอยากจะสะท้อนบางเรื่อง ผมเอง ก็เป็นเด็กอาชีวะเรียนสายอาชีพมาเหมือนกันนะครับ สิ่งที่มันเกิดขึ้นก็ต้องบอกอย่างนี้ว่า กระทรวงศึกษาธิการหรือแม้แต่การออกหลักสูตรต่าง ๆ ไม่ได้ทันกับยุค ไม่ได้รองรับกับ สถานประกอบการสักเท่าไรเลย ส่วนใหญ่เราพอจะมีอาชีพหนึ่งสถานประกอบการหนึ่ง โผล่ออกมา เช่น ทุกวันนี้ก็คือรถไฟฟ้า แต่หลักสูตรนะครับถ้าเราไปดูกันจริง ๆ ช่างยนต์หรือ ช่างอะไรต่าง ๆ ยังไม่มีช่างที่เกี่ยวกับเรื่องรถไฟฟ้าเลยนะครับ ล่าสุดผมไปสายอาชีวะก็ไปดู โรงเรียนมาบางที่เป็นโรงเรียนของรัฐด้วยซ้ำยังใช้เครื่องยนต์ดีเซลอยู่เลย ยังเป็นตัวอย่าง ยังเป็น Model ยังจับต้องได้จะต้องมาโน่นนี่นั่นเลย ผมกำลังจะบอกว่าสิ่งพวกนี้สำคัญมาก กับอนาคตของเยาวชนลูกหลานของเรานะครับ ประเทศนี้จะพัฒนาอย่างไรอยู่ที่พวกท่าน ในส่วนของท่านเป็นฝ่ายบริหารไม่ว่าจะเป็นออกหลักสูตรต่าง ๆ หรือแม้แต่วางแนวทาง อย่างไรที่มันมีประโยชน์จริงหรือไม่นะครับ ผมต้องถามอย่างนี้ครับ สิ่งที่ท่านทำกระทรวงต่าง ๆ หรือผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านก็คือภาคปฏิบัติทำตามทันท่านหรือเปล่า หลักสูตรของท่าน วันนี้ท่านบอกว่าออกหลักสูตรแล้วบังคับใช้อีก ๒ ปีหรือเปล่าไม่รู้ แต่ผมถามหลักสูตรที่ท่าน ออกมา อีก ๒ ปีมันทันไหม มันทันกับโลกปัจจุบันหรือเปล่า มันทันกับนวัตกรรมที่มันตามมา กับเศรษฐกิจทุกวันนี้มันทันหรือไม่นะครับ อันนี้ผมก็อยากจะฝากไปถึงกระทรวงศึกษาธิการ นะครับ รวมถึงการออกแบบต่าง ๆ ว่าทุกวันนี้บุคลากรของท่าน ผมยกตัวอย่างครับ สมมุติว่า มีครูสักคนหนึ่งสอนคณิตศาสตร์มาทั้งชีวิตเลยแล้วอยู่ดี ๆ หลักสูตรคุณมาคุณบอกบุคลากรขาด ครูคนนี้รบกวนสอนอังกฤษด้วย ผมถามเขาจะปรับตัวทันไหมครับหลักสูตรพวกนี้ ไม่ทันครับ แล้วทำอย่างไรต่อ อันนี้แค่บุคลากร ของครูนะครับ สุดท้ายตามมาในเรื่องของเด็ก บางอย่างหลักสูตรออกมาสายอาชีวะส่วนใหญ่ก็จะมี ลักษณะของการไปฝึกงาน บางทีเป็นลักษณะของเขียนโปรแกรม เขียนโปรแกรม CNC อะไร ก็แล้วแต่เครื่องกลต่าง ๆ ท่านก็ไปยัดหลักสูตรในส่วนของการฝึกงาน ฝึกงานท่านทำอะไรครับ บางทีก็ไปฝึกงาน อย่างเช่น อาจจะเป็นในส่วนของฉีดพลาสติกที่ไม่ได้ใช้เครื่อง CNC ไม่ได้ใช้ โปรแกรมอย่างนี้ แต่โปรแกรมนี้มันดันไปอยู่ในส่วนของหลักสูตรนะครับ ออกเกรด ๓ อย่างนี้ เกรด ๔ เองครับ จบมาทำอย่างไรครับ ผู้ประกอบการเขาก็ไปดูเกรดเฉลี่ยแค่นั้นเอง สุดท้ายอย่างไร เด็กก็มีปัญหา พอเข้าสถานประกอบการแล้วไม่สามารถที่จะทำในสิ่งที่บริษัทต้องการได้ทำให้ คุณภาพของเด็กไม่สามารถประกอบอาชีพได้ สิ่งที่ผมกำลังโยงใยอยู่นี้คือสุดท้ายมันเป็น ปัญหาทั้งหมด ถ้าวันนี้สิ่งต่าง ๆ ที่แม้แต่คณะกรรมาธิการศึกษามาเป็นแนวทางที่ดีและ นำเสนอกับภาครัฐไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการหรือแม้แต่กระทรวง อว. ถ้าเอาพวกนี้ ฟังเสียงสักนิดในการศึกษามาแล้วนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่าปล่อยส่งต่อปัญหาพวกนี้ ให้กับคนรุ่นหลังเลยก็ฝากไว้ด้วยครับ ผมก็ขอสนับสนุนรายงานนี้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ก็ไม่มีท่านสมาชิกซักถามแล้วนะครับ ถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานผล การพิจารณาศึกษา เรื่อง ข้อเสนอการปรับระบบงบประมาณด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ พิจารณาเสร็จแล้วนะครับ🔗

เนื่องจากว่าคณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานเพื่อให้สภาพิจารณา ซึ่งจากการอภิปรายของท่านสมาชิกก็มีความเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกับคณะกรรมาธิการว่า เห็นด้วยกับข้อสังเกตและไม่มีผู้ใดคัดค้าน ดังนั้นผมจะขออาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถามที่ประชุมว่าจะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ถ้าไม่มีสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมลงมติเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ซึ่งผมจะได้ส่งรายงานและ ข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบหรือดำเนินการต่อไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ วรรคสาม ประกอบ ข้อ ๘๘ ขอบคุณกรรมาธิการครับ ท่านสมาชิกครับ เราประชุม ใช้เวลามาพอสมควรแล้ว ขอปิดประชุมครับ สวัสดีครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๗.๒๒ นาฬิกา