รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๘ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพุธที่ ๑๕ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๘
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
------------------------------
อรุณสวัสดิ์ครับท่านสมาชิก ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมก็จะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ โดยเรียงลำดับตามรายชื่อ ให้เวลาท่านละ ๒ นาที ๓ ท่านแรกนะครับ ท่านมานพ คีรีภูวดล ท่านสุรทิน พิจารณ์ แล้วก็ท่านผกามาศ เจริญพันธ์ เริ่มที่ท่านมานพ คีรีภูวดล เชิญครับ🔗
อรุณสวัสดิ์ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ขอหารือท่านประธานไปยังรัฐมนตรี กระทรวงวัฒนธรรมครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรม ท่านสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ที่ให้ความสำคัญกับพี่น้องชาติพันธุ์ ท่านได้ไปเยี่ยมตั้งแต่ภาคเหนือและภาคใต้ และที่สำคัญก็คือเมื่อวันที่ ๒๘-๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาครับท่านก็ไปร่วมงานปีใหม่กะเหรี่ยงที่วัดห้วยบง อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมอยากจะฝากท่านรัฐมนตรีอย่างนี้ครับว่า เจ้าอาวาส กรรมการวัด แล้วก็เครือข่ายพี่น้องกะเหรี่ยงอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีช่วย สนับสนุนเรื่องของศูนย์ปกาเกอะญอศึกษา ซึ่งจะเป็นศูนย์วัฒนธรรม ศูนย์การเรียนรู้ ทั้งทางวัฒนธรรม ทางประวัติศาสตร์ รวมถึงการเชื่อมเครือข่ายให้กับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ พี่น้องกะเหรี่ยงที่อยู่ในประเทศไทยได้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนทั้งประวัติศาสตร์ความรู้ วัฒนธรรม แล้วก็เพื่อที่จะทำให้คนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วสถานที่ของวัดห้วยบงก็มีสถานะที่เป็นวัดอย่างเป็นทางการกับกรมการศาสนา แล้วก็มีที่ดินที่เพียงพอในการที่จะทำศูนย์เรียนรู้ มีสถานที่ที่เป็นธรรมชาติ มีต้นไม้ มีป่าไม้ มีวนเกษตรที่ร่มรื่น เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะขอท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรีสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ช่วยให้การส่งเสริมสนับสนุนสิ่งที่ เจ้าอาวาส แล้วก็พี่น้องประชาชน คณะกรรมการวัดห้วยบง รวมถึงเครือข่ายที่เชื่อมโยง เพื่อที่จะทำเป็นศูนย์ปกาเกอะญอศึกษา เพื่อที่จะเป็นสถานเรียนรู้อีกแห่งหนึ่งของกลุ่มพี่น้อง ชาติพันธุ์ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ถัดไปท่านสุรทิน พิจารณ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สส. บัญชีรายชื่อ ๓ เรื่องกราบเรียน ท่านประธานมีปัญหาทั้งนั้นครับ🔗
เรื่องแรก ท่านประธานครับ บัตรประชาชนคนต่างด้าวที่รัฐบาลประกาศว่า จะแจกให้ ๔๘๐,๐๐๐ คน ตั้งแต่ประกาศมายังไม่ได้แจก ท่านประธานครับ พี่น้อง ไม่ว่าจะเป็น พี่น้องชาติพันธุ์ไทยใหญ่ พี่น้องชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ยังรอคอยอยู่ครับ ว่าที่ สว. ณฐมน ชื่นดวง เป็นผู้ร้องมา ผู้รับผิดชอบคือรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ คือเรื่องที่รัฐบาลประกาศเป็นนโยบายว่าจะสร้างบ้าน ให้กับคนจน อยากกราบเรียนไปที่รัฐบาลว่า ขอให้รัฐบาลสร้างบ้านให้กับพี่น้องที่อยู่ในคลอง ไม่ว่าจะเป็นคลองสามวา คลองอะไรในกรุงเทพมหานครเต็มไปหมดท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปที่รัฐบาลว่า ขอให้สร้างบ้านให้คนเหล่านี้ด้วย ให้พี่น้องขึ้นจากคลองมาอาศัยอยู่บนบก ผ่อนราคาถูกพี่น้องเขาก็เอา ผู้ร้องคือ ว่าที่ร้อยตรี เอมโอษฐ์ บุญทน แล้วก็คุณพลภัทร หอมแม้น🔗
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ เรื่องรัฐบาลประกาศจะให้มีการบริการพี่น้อง ประชาชนแบบ One Stop Service ปรากฏว่าที่กรมการขนส่งทางบกประชาชนไปทำบัตร ไปทำใบขับขี่ ไปต่อใบขับขี่ จะต่อแต่ละครั้งยาว ๒๐๐ ๓๐๐ เมตร และเอกสารบางทีมันไม่ครบ อย่างเช่น ใบรับรองแพทย์ก็ชี้ไปจุดเดียวคือจุดที่หน้ากรมการขนทางบกส่งนั่นล่ะ เดินไปไม่มี ที่จอดรถนะครับ ระยะทางก็ ๒ กิโลเมตรไปกลับ แทนที่จะเอาใบรับรองแพทย์มาตั้งไว้ใน กรมการขนส่งทางบก ให้มันสะดวกขึ้นมากกว่านั้น เงินก็เสียท่านประธานครับ เวลาก็ไม่พอ วันหนึ่งไปทำใบขับขี่ ไปต่อใบขับขี่ต้องใช้เวลาเป็นวันครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปท่านผกามาศ เจริญพันธ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดสุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย ดิฉันได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวท่าตูม เรื่องเขื่อนป้องกันตลิ่ง ริมแม่น้ำมูลซึ่งอยู่ในเขตชุมชนเทศบาลท่าตูม หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๙ และหมู่ที่ ๑๓ อำเภอท่าตูม มีความยาวเขื่อนรวมทั้ง ๓ ระยะ ๑,๗๐๐ เมตร ซึ่งเขื่อนแต่ละระยะนั้นมีทั้งกรมเจ้าท่า และกรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นเจ้าของโครงการ เนื่องจากทั้ง ๓ เขื่อนนั้นมีการก่อสร้าง มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ และปี ๒๕๕๔ ซึ่งใช้งานมานานและขาดการซ่อมแซมบำรุง ทำให้ปัจจุบัน มีการกัดเซาะพังทลายของดินและเกิดการทรุดตัวเป็นระยะ โดยเฉพาะจุดที่เป็นคอนกรีต ซึ่งก่อให้เกิดโพรงทำให้พี่น้องประชาชนไม่กล้าใช้งาน ดิฉันจึงอยากเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการแก้ไขและสนับสนุนงบประมาณ เนื่องจากเขื่อน ทั้ง ๓ ตอนนั้นอยู่ในเขตพื้นที่ชุมชน มีผู้คนสัญจร มีร้านค้า และเป็นสถานที่จัดกิจกรรม แข่งเรือชิงถ้วยพระราชทานในทุก ๆ ปี ซึ่งในอดีตพื้นที่นี้ประชาชนได้มาใช้และนักท่องเที่ยว สามารถมานั่งชมการแข่งขันเรือยาวได้ แต่เนื่องจากปัจจุบันโครงสร้างได้ทรุดตัวจึงไม่สามารถ ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หากพื้นที่จุดนี้ได้รับการซ่อมแซมและพัฒนา ดิฉันเชื่อว่า พื้นที่ริมแม่น้ำมูลนี้มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสามารถ ดึงดูดและสร้างเศรษฐกิจให้กับชุมชนได้นะคะ ดิฉันจึงใคร่ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยดำเนินการแก้ไขด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ต่อด้วยท่านวีรนันท์ ฮวดศรี แล้วต่อด้วย ท่านพิทักษ์เดช เดชเดโช ครับ ท่านคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ เสียใจกับครอบครัวด้วยนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย กระผมต้องขอกราบขอบคุณท่านประธานสภาที่ให้ความเป็นห่วงเป็นใยในครอบครัวกระผม แล้วก็พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะยิ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ พรรคที่ได้ไปร่วม เป็นเกียรติครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ🔗
เรื่องแรก ผมขออนุญาตหารือครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วมซ้ำซาก ในตำบลลำเลียง อำเภอกระบุรี ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๗ มีฝนตกหนัก ในอำเภอกระบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำบลลำเลียง ซึ่งความเสียหายนี้ได้รับความเสียหาย จากบ้านเรือนพี่น้องประชาชนและได้รับความเสียหายมากพอสมควรครับ แต่ก็โชคดีที่ยังมี หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าไปช่วยเหลือให้การเยียวยา และสำรวจความเสียหาย ไปอย่างต่อเนื่อง แต่ในส่วนของระยะยาวครับท่านประธาน กรมชลประทานได้มีการก่อสร้าง ประตูระบายน้ำหรือป้องกันตลิ่งคลองลำเลียง ซึ่งได้รับการสร้างจะแล้วเสร็จในปี ๒๕๖๘ แต่ยังมีโครงการป้องกันตลิ่งคลองลำเลียงด้านข้างโรงเรียนบ้านสองแพรกและด้านท้าย สะพานที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ แล้วก็ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จึงขอฝากท่านประธาน ไปถึงกรมชลประทานให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เร่งดำเนินการโครงการต่อไป🔗
เรื่องที่ ๒ ขอหารือเรื่องเดิม เรื่องฝายคลองบางริ้นทรุดตัว ซึ่งเมื่อปี ๒๕๖๔ ผมเคยได้หารือเรื่องนี้มาแล้ว แต่โชคดีที่กรมทรัพยากรน้ำได้เข้าไปสำรวจและรับฟัง ความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในการก่อสร้างฝายประตูน้ำคลองบางริ้นเป็น ๒ ระยะ ซึ่งระยะแรกนี้จะสร้างประตูระบายน้ำคลองบางริ้นก่อน ส่วนระยะที่ ๒ นี้จะสร้างเกี่ยวกับ การปรับภูมิทัศน์ของคลองบางริ้นทั้งหมด แต่ถึงอย่างไรก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึง กรมทรัพยากรน้ำให้ช่วยเร่งผลักดันในระยะที่ ๑ ก่อน เพราะว่าถือเป็นหัวใจสำคัญในการ สร้างฝายคลองบางริ้น หรือสร้างประตูระบายน้ำคลองบางริ้นเพื่อที่จะกักเก็บน้ำในการใช้ อุปโภคและบริโภคในส่วนของพี่น้องประชาชนในอำเภอเมืองระนองต่อไป ฝากไปถึง กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ช่วยผลักดันงบประมาณนี้ ต่อไปในระยะที่ ๑ ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปท่านวีรนันท์ ฮวดศรี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรนันท์ ฮวดศรี ผู้แทนประชาชนคนขอนแก่น เขต ๑ วันนี้ขอนำปัญหาของพี่น้องในเขต พื้นที่มาปรึกษาหารือกับท่านประธานดังนี้ครับ🔗
ปัญหาแรก เรื่องปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ขอสไลด์ ด้วยนะครับ🔗
ซึ่งในเขตเทศบาลนครขอนแก่นมีพื้นที่ ที่ถูกนิยามว่าน้ำท่วมซ้ำซากอยู่ทั้งหมด ๑๒ จุด กินพื้นที่ ๒๙ ชุมชนจาก ๙๕ ชุมชนครับ ซึ่งขณะนี้ทีมงานพรรคประชาชนได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ทราบว่าพื้นที่เหล่านี้เวลาฝนตกจะมีน้ำท่วม น้ำขัง น้ำรอการระบาย สร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนครับ บางโซนไม่มีทาง ระบายน้ำหลักครับ ท่านประธานครับ เช่น ชุมชนโนนทัน ๑-๙ ครับ แต่ว่าเมื่อหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทราบและมีข้อมูลอยู่แล้วว่าพื้นที่ไหนบ้างน้ำจะท่วม ควรมีมาตรการป้องกัน เยียวยาแก้ปัญหาเตรียมไว้ล่วงหน้าครับ ไม่ใช่ว่ารอฝนตกแล้วแก้ปัญหา จึงฝากท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลนครขอนแก่น กรมโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดขอนแก่นหามาตรการป้องกันในช่วงหน้าฝนที่กำลังจะมาถึงนี้อีกประมาณ ๕ ๖ เดือนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาผิวถนนที่เกิดจากการขุดเจาะบริเวณแยกถนนศรีจันทร์ ตัดถนนรอบเมือง ซึ่งเกิดจากการขุดเจาะตรงนี้เป็นเวลากว่า ๑-๒ เดือนแล้วนะครับ มีการขุด เพื่อทำผิวถนน แต่ปรากฏว่าไม่มีการทำผิวถนนนะครับ ทำให้รถที่สัญจรผ่านไปผ่านมา โดยเฉพาะรถเล็ก มอเตอร์ไซค์เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงฝากท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ทางเทศบาลนครขอนแก่นหรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับถนนเส้นนี้เข้ามา เร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ปัญหาสายเคเบิล สายสื่อสารห้อยไม่เป็นระเบียบบริเวณกลางซอย อนามัยตรงสามแยกวัดโพธิ์ โนนทันนะครับ ส่งผลให้ประชาชนที่สัญจรผ่านไปผ่านมา บริเวณนี้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้งเนื่องจากสายห้อยระโยงระยาง และปัญหาที่สำคัญคือ พี่น้องประชาชนร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายรอบแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น กสทช. หรือว่าหน่วยงานอื่น ๆ เร่งเข้าแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องไฟส่องสว่างบริเวณถนนเส้น ๒๓๐ เลี่ยงเมืองขอนแก่น หลังหมู่บ้านการเคหะขอนแก่น บริเวณนี้ที่เห็นเป็น U-turn ซึ่งไม่มี ไฟส่องสว่างนะครับ ก็ฝากท่านประธานไปยังแขวงทางหลวงขอนแก่นที่ ๑ ช่วยดำเนินการ ติดตั้งไฟส่องสว่างให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายหรือว่าอุบัติเหตุที่จะ เกิดขึ้นครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ท่านถัดไปนะครับ ท่านพิทักษ์เดช เดชเดโช เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอคลิปวิดีโอเปิดให้ท่านประธานดูด้วยครับ🔗
มีเสียงไหมครับ เปิดช่วงท้ายครับ ท่านประธานครับ คลิปวิดีโอนี้เป็นการกัดเซาะชายฝั่ง แนวชายฝั่งทะเลของอำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร ซึ่งสะสมมาเป็นเวลา ๑๐ กว่าปีแล้วครับท่านประธาน แล้วในปี ๒๕๕๙ เคยได้รับงบประมาณประมาณ ๒๐ กว่ากิโลเมตร ในส่วนที่เหลือที่เป็นปัญหาที่ยังไม่ได้ทำ คือป่าชายเลนไปขีดพื้นที่ทับซ้อนในเขตพื้นที่เอกสารสิทธิของชาวบ้าน ในช่วงต้นปี ๒๕๖๖ ผมก็ได้ฝากหารือกับท่านชัยชนะ เดชเดโช มายังสภานี้ก็เป็นแนวทางให้กรมโยธาธิการ และผังเมืองได้ทำการประชาคม พร้อมทั้งสำรวจออกแบบในการจัดสรรเพื่อของบประมาณ แต่ท่านประธานทราบหรือไม่ครับว่าพี่น้องประชาชนก็ได้ประชาคมแล้วก็มีแผนการ ดำเนินการแล้ว แต่ได้เสนอโครงการไปยังคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเพื่อพิจารณาโครงการนี้ แต่ในช่วงวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๗ ผมทราบข่าวว่าคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการมีมติ ไม่ให้ผ่านโครงการนี้ ในช่วงเดือนตุลาคมผมก็ได้ประสานขึ้นใหม่ก็ได้มีการเสนอโครงการต่อ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองอีกครั้งต่อกรมโยธาธิการและผังเมือง เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาคณะอนุชุดเล็กให้ผ่านครับท่านประธาน แต่วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๗ ทราบข่าวว่า คณะกรรมการชุดใหญ่ไม่ให้ผ่าน ผมก็ได้ทวงถามอีกครั้งว่า คณะอนุกรรมการจัดการชายฝั่งทางทะเล มีมติในวันที่ ๑๗ มกราคมของปีนี้ แต่ไม่ทราบว่า ผลจะเป็นอย่างไร ท่านประธานครับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากการกัดเซาะ น้ำท่วม น้ำแล้ง เราเห็นได้ว่าพี่น้องประชาชนได้รับการชดเชยเยียวยา แต่ชาวบ้านที่โดน การกัดเซาะไม่เคยได้รับการชดเชยเยียวยา แต่ชาวบ้านไม่ต้องการครับท่านประธาน เพียงการชดเชยเยียวยา ชาวบ้านต้องการให้รัฐช่วยหาวิธีป้องกันแผ่นดินที่ทำมาหากิน ของเขาหรือที่ซุกหัวนอนของเขาเพื่อให้เขามีที่อยู่ต่อไป การกัดเซาะชายฝั่งร้ายแรงครับ ท่านประธาน แผ่นดินหมด บ้านหมด ที่ซุกหัวนอนหมด ไฟไหม้ท่านประธานเห็นว่าจะเหลือ แผ่นดินไว้ น้ำท่วมจะเหลือบ้าน เหลือแผ่นดินไว้ การกัดเซาะไม่เหลือทั้งบ้าน ทั้งที่ซุกหัวนอน ผมก็ขอฝากถึงสำนักนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรชายฝั่งทางทะเล ช่วยหาวิธีการแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชน และผมพร้อมที่จะ เชิญหน่วยงานทั้งหลายนำลงไปเดินเผชิญสู่ในพื้นที่ดังนี้ สุดท้ายเราอย่าปล่อยให้ชาวบ้าน ไม่มีที่อยู่ ไม่มีที่ซุกหัวนอน อย่าให้ชาวบ้านต้องไปนอนที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ฝากท่านประธานด้วยครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู ท่านทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย และท่านคริษฐ์ ปานเนียม เชิญท่านเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู ครับ🔗
ขอบคุณค่ะท่านประธาน เรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด เชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคประชาชน อำเภอเมือง ยกเว้นตำบลหนองหอย หนองป่าครั่ง ท่าศาลา และวัดเกตค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานอยู่ ๑ เรื่องด้วยกันค่ะ เป็นเรื่องสำคัญที่จะมาพูดแทนพี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่ว่าเราพร้อมแล้วที่จะขึ้นทะเบียน วัดเชียงมั่น วัดอุโมงค์ วัดพระสิงห์ วัดสวนดอก วัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดเจดีย์หลวง วัดเจ็ดยอด และแนวคูเมือง กำแพงเมือง แจ่ง และประตูเมืองเป็นมรดกโลกหรือ Heritage Sites นอกจากจะเป็นการเพิ่มโอกาสที่เมืองเชียงใหม่จะได้รับการสนับสนุนในการอนุรักษ์ฟื้นฟู การบริหารจัดการโบราณสถานและพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แล้ว จังหวัดเชียงใหม่และ ประชาชนเชียงใหม่จะได้รับประโยชน์อีก ๖ ประการ ดังนี้ค่ะ🔗
ประการแรก เกิดการพัฒนายกระดับโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งสาธารณะ ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง🔗
ประการที่ ๒ เกิดการเตรียมความพร้อมเมืองเพื่อรองรับผู้มาเยือนที่เพิ่มเป็น จำนวนมากนะคะ ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ และมีการกระจายรายได้ให้กับผู้คน พี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่อย่างทั่วถึง เพิ่มความตื่นรู้และความภาคภูมิใจในวัฒนธรรม ท้องถิ่นและส่งต่อสิ่งเหล่านี้ให้กับคนรุ่นต่อ ๆ ไปค่ะ🔗
ประการที่ ๔ การสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนอย่างเป็นระบบ ให้กับพี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่ค่ะ🔗
ประการที่ ๕ ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรยูเนสโกในกรณีที่เกิดภัยพิบัติ อุทกภัย แผ่นดินไหว ในเรื่องของงบประมาณผู้เชี่ยวชาญในการบูรณะโบราณสถานต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไปแล้ว นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชนใกล้เคียงบริเวณโบราณสถาน ตั้งอยู่ด้วยค่ะ🔗
ประการที่ ๖ ช่วยให้เมืองได้รับความสนใจจากภาครัฐ ภาคเอกชนและ ภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการนำงบประมาณมาพัฒนามากขึ้นและอย่างต่อเนื่องค่ะ จึงเรียนประธานสภาผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นลูกหลานชาวเชียงใหม่ นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ได้โปรดบรรจุวาระดังกล่าวนี้และมีมติ ครม. ในการที่จะ เร่งรัดดำเนินการในการศึกษาและจัดทำเอกสารขึ้นทะเบียนให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายน ๒๕๖๘ โดยเร่งด่วนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ต่อไปท่านทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย🔗
ผมขอหารือเรื่องที่ ๑ ผมได้ลงพื้นที่กับนายกองค์การบริหารส่วนตำบล นิคมเขาบ่อแก้ว นายคงศักดิ์ ฉัตรชัยรัตนเวช และท่านประจักร รังผึ้ง กำนันตำบล นิคมเขาบ่อแก้ว นายสนอง ผูกพันธ์ รองนายก นายสุรินทร์ ศรีสุข เลขานุการนายก ท่านผู้ใหญ่ สุวิมล ครุฑจันทร์ หมู่ที่ ๑๒ ท่านผู้ใหญ่เจริญ อินชู หมู่ที่ ๑๓ ถนนสายทางโป่งสวรรค์- บ้านสระนางสรง หมู่ที่ ๑๒ บ้านโป่งสวรรค์ ถนนสนามชัย-บ้านเขากะลา หมู่ที่ ๑๓ บ้านสนามชัย เนื่องจากถนนทั้ง ๒ เส้นนี้ไม่มีงบประมาณซ่อมบำรุง พี่น้องประชาชนตำบลนิคมเขาบ่อแก้ว เดือดร้อนมาเป็นเวลา ๑๐ กว่าปีแล้วครับ เวลาฝนตกรถบรรทุกไม่สามารถบรรทุกพืชผล ทางการเกษตรได้ เช่น อ้อย ข้าวโพด ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาเป็นเวลานานมาก ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยสนับสนุนงบประมาณด้วยครับ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการประสานงานจากท่านสุนทร สุขเรือง นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลน้ำทรง โครงการปรับปรุงคลองบางเดื่อและอาคารบังคับน้ำสถานีสูบน้ำ ไฟฟ้าบึงน้ำทรง หน้าวัดคลองบางเดื่อ หมู่ที่ ๔ ชลประทานเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อไรครับ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนต้องการใช้น้ำเพื่อทำการเกษตรและอุปโภคบริโภคครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการประสานงานกับนายเจริญ สมรอด นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลเนินกว้าว ถึงโครงการขุดลอกคลองเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเวลาฝนตก น้ำท่วมที่นาไม่ทราบชลประทานจะเริ่มดำเนินการเมื่อไรครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ผมได้รับการประสานงานจากท่านผู้ใหญ่อนุชา กลันทกพันธ์ุ หมู่ที่ ๙ ตำบลหนองกรด อำเภอเมืองนครสวรรค์ เรื่องประตูเปิดปิดน้ำ อ่างน้ำ สํานัก ปริวาสกรรม วัดหลวงพ่อจ้อย ชำรุด ๒ บาน ประตูเปิดปิดน้ำสี่แยกบ้านวังเลา-หินก้อน ชำรุด ๑ บาน ประตูเปิดปิดน้ำร่องสังโฆหลังอาคารทรงงานชำรุด ๑ บาน ขอให้ชลประทาน เร่งดำเนินการซ่อมแซมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ทำการเกษตร ด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่เคารพครับ🔗
ต่อไปท่านคริษฐ์ ปานเนียม ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คริษฐ์ ปานเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาชนครับ ขอหารือเรื่องการ บุกรุกพื้นที่ป่าชุมชน การลักลอบตัดไม้ในเขตป่า การออกโฉนดโดยมิชอบ การทำลาย ทรัพย์สินทางราชการ เมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา ชาวบ้านร้องเรียนว่ามีกลุ่มคน เข้าไปตัดต้นไม้ใหญ่ในป่าชุมชน ผมและชาวบ้านพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปพบว่ามีการตัดไม้สัก ไม้แดง ไม้ตะคร้อ ไม้เต็งรัง ถูกตัดกว่า ๒๐๐ ต้น และยังตรวจ พบว่ามีการรื้อป้ายป่าชุมชนที่เป็นทรัพย์สินทางราชการทิ้งไป ท่านประธานครับ ป่าชุมชน แห่งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ ประชาชนบ้านหนองกระทุ่ม ตำบลโป่งแดง อำเภอเมือง จังหวัดตาก ดูแลรักษาเป็นอย่างดีกว่าจะได้รับการประกาศรับรองในปี ๒๕๕๑ คำถามคือใคร ใช้อำนาจอะไรไปรื้อป้าย ไปตัดต้นไม้ทิ้ง ไปตัดต้นไม้ออก มีการออกโฉนดขึ้นป้ายเป็นพื้นที่ ส่วนบุคคลห้ามบุกรุก ทั้งรูปแปลงยังจงใจกันพื้นที่บางส่วนให้เป็นถนนสาธารณะ จัดล็อก เสร็จสรรพเหมือนเอกชนจัดพื้นที่ขายอย่างไรอย่างนั้น ล่าสุดวันที่ ๑๐ มกราคมที่ผ่านมา ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเรียกผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ป่าไม้ ที่ดิน แล้วก็ทีมงาน สส. เข้าร่วมประชุม สำนักงานที่ ๔ ป่าไม้ตากยืนยันว่าใครก็ไม่สามารถใช้อำนาจนี้มายกเลิกป่าชุมชนและ ออกโฉนดทับได้ ผมเรียนกับท่านประธานครับเพื่อแจ้งไปยังผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยงานครับ เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ รับผิดในการกระทำ ใครผิดต้องปลดต้องดำเนินคดีเป็นตัวอย่าง ตั้งแต่คนชี้นำรังวัด คนรังวัด คนออกโฉนด คนครอบครองโฉนด คนรื้อป้ายหลวง คนตัดต้นไม้ คนเอาเครื่องจักรบุกรุกป่า ถ้าผู้บังคับบัญชากรมไหน กระทรวงไหน ละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ ผมจะพาชาวบ้านไปร้องทุกข์กล่าวโทษท่านทั้งหมดโดยไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม และที่สำคัญผมเองถูกส่งสารข่มขู่จะประทุษร้ายถึงขั้นชีวิตนะครับ นี่ผมเป็นผู้แทนราษฎร ยังทำขนาดนี้ แล้วประชาชนจะอยู่อย่างไร ขอให้ดำรงธรรมช่วยรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของ กฎหมายให้สมกับตำแหน่งหน้าที่ของท่าน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ ต่อด้วยท่านยูนัยดี วาบา แล้วท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข ครับ ท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด บุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคภูมิใจไทยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ปีนี้ยอมรับว่า สภาพของอากาศนั้นมีการเปลี่ยนแปลงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอากาศหนาวจะหนาวนาน จังหวัดบุรีรัมย์บ้านผมเวลานี้มีคนเสียชีวิตเพราะอากาศหนาวไปแล้ว ๓ คน แต่ไม่สามารถ ที่จะช่วยเหลืออะไรพี่น้องประชาชนได้ คนแรกครับที่ตำบลปราสาท อำเภอบ้านด่าน จังหวัด บุรีรัมย์ ชื่อนายสุข อายุ ๖๙ ปี น่าสงสารครับท่านประธาน หนาวตายท่ามกลางเขาเดินไป เอากระสอบปุ๋ยมาห่มกันหนาว ตื่นเช้าขึ้นมาปรากฏว่าตัวแข็งตายแล้ว รายที่ ๒ ชื่อนายประยูร อายุ ๔๘ ปีเป็นชาวโคกกลาง อำเภอลำปลายมาศ นี่ก็นอนเสียชีวิต ในเปลผูกนอน คนที่ ๓ ชื่อนายวินัย อายุ ๕๔ ปี ชาวบ้านตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ก็นอนเสียชีวิตอยู่ในบ้าน ปัญหาเวลานี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเขาพร้อมที่จะช่วย พี่น้องประชาชนบรรเทาความเดือดร้อน แต่ไม่สามารถปฏิบัติได้ เพราะขัดที่ระเบียบ กระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และประกาศกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เรื่องวิธีการเงื่อนไขการประกาศเขตการ ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในกรณีฉุกเฉิน ระเบียบอะไรก็ตามแต่ที่มีปัญหาในทาง ปฏิบัตินั้นควรมีการแก้ไขเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็มีหน้าที่ที่จะรองรับ มีงบที่จะใช้จ่ายอยู่แล้วก็ควรให้โอกาสเขาได้ดูแลทุกข์สุขของพี่น้อง ประชาชนในเขตพื้นที่ของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วควรให้มีการเตรียมการล่วงหน้า ไม่ใช่พอเกิดหนาวแล้วให้ไปประกาศจัดซื้อ กว่าจะจัดซื้อจัดจ้างได้ใช้เวลาอีกเป็นเดือน ผ้าห่มตอนไปแจกหน้าร้อนก็ถูกชาวบ้านด่าอีก ขอให้มีการแก้ไขระเบียบตรงนี้เพื่อให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึงในโอกาสต่อไป ขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไปท่านยูนัยดี วาบา เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายยูนัยดี วาบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๔ จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวเจ้าหน้าที่ที่ได้สูญเสียเสาหลัก ของครอบครัวในเหตุการณ์คนร้ายวางระเบิดหน้าโรงเรียนบ้านกะลาพอ อำเภอสายบุรี ผบ.หมู่จราจร สภ. สายบุรี จ่าสิบตรี ปัทพงศ์ เสียมไหม ขอให้ช่วยดูแลสิทธิประโยชน์เยียวยา ครอบครัวของเจ้าหน้าที่ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายบือราเฮง เจ๊ะโซ๊ะ ตัวแทนกลุ่ม ผู้เลี้ยงปลากะพงขาว เรื่องปัญหาการกัดเซาะตลิ่งบ้านปาตะบาระ หมู่ที่ ๑ ตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เนื่องจากบริเวณนี้เป็นปากอ่าวของแม่น้ำสายบุรีและเป็นพื้นที่ เศรษฐกิจมีกลุ่มผู้เลี้ยงปลากะพงขาวจำนวน ๒๖๓ ราย จะเลี้ยงในกระชังตามธรรมชาติ กระชังที่ขึ้นทะเบียนทั้งหมด ๘๙๙ กระชัง สร้างรายได้ให้กับชุมชนปีละไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ในขณะนี้เขื่อนกันตลิ่งได้ผังเป็นแนวทางยาวระยะทางหลายร้อยเมตร ถนนทรุดตัวลงมาไม่สามารถสัญจรได้ ทำให้เกิดปัญหาในการขนส่งปลา ตอนนี้ทราบข่าวว่า เจ้าหน้าที่กรมประมงได้มาสำรวจและได้ออกแบบประมาณการก่อสร้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดสรร งบประมาณปรับปรุงโครงสร้างเขื่อนกันตลิ่งและก่อสร้างท่าเทียบเรือประมงพื้นบ้านด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคกล้าธรรม ผมขอหารือผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลในเรื่องของภาพลักษณ์จังหวัดตากในปัจจุบัน จากปรากฏตามข่าวที่ผ่านมาชายแดน ๕ อำเภอ จังหวัดตาก ตั้งแต่อุ้มผาง พบพระ แม่สอด แม่ระมาด ท่าสองยาง โดยเฉพาะอำเภอแม่สอดมีข่าวปรากฏตามสื่อมวลชนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพวกจีนเทา พวกแก๊ง Call Center กาสิโน แล้วก็บุคคลสัญชาติจีนโดนหลอกไป ค้ามนุษย์อยู่ฝั่งชายแดนประเทศเมียนมาทำให้จังหวัดตากเสียหายเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตากก็ได้ระดมหน่วยงานทุกหน่วยงาน ตั้งแต่ท่านผู้ว่า ราชการจังหวัดคนเก่าที่เกษียณไป จนผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่เพิ่งรับตำแหน่งมา ก็ได้มี การสั่งการผ่านศูนย์สั่งการชายแดนกับประเทศเมียนมาของจังหวัดตากอย่างต่อเนื่องนะครับ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานตำรวจ ผู้บัญชาการภาค ๖ แม่ทัพภาคที่ ๓ ที่ช่วยระดมความคิดแก้ไข ปัญหาอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ผ่านมาภาพที่มันออกมามันทำให้มีความเลวร้ายเป็นอย่างมาก ตอนนี้นักลงทุนก็หาย นักท่องเที่ยวก็ไม่มาเที่ยว ซึ่งผมก็อยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยแก้ไข เป็นภาพรวมของประเทศ โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ ท่านควรไปพูดจากับกระทรวง การต่างประเทศของประเทศเมียนมาให้ชัดเจนว่าการข้ามแดนจากประเทศไทยไปประเทศ เมียนมา โดยเฉพาะบุคคลต่างชาติจะเข้าตรงไหนได้ จะออกตรงไหนได้ ลดความเข้มงวดลง อย่าไปเคร่งครัดมาก ให้เข้าให้ถูกกฎหมายครับ ไม่อย่างนั้นก็จะมีการลักลอบ ปฏิเสธไม่ได้ เพราะว่าจังหวัดตากชายแดนทั้งหมด ๕๐๐ กว่ากิโลเมตร เดินข้ามได้ทุกจุด เดินข้ามได้ ทุกเวลา ถึงแม้ว่าเรามีหน่วยงานความมั่นคงที่ตรวจตรา ตำรวจ ทหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง ตรวจตราอยู่เนือง ๆ แต่ก็ยังลักลอบได้ตลอด ผมไม่ได้โทษเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใน พื้นที่ ประชาชนในพื้นที่ก็ช่วยตรวจตราให้อย่างดี ก็อยากจะให้ท่านช่วยไปเจรจาให้เรียบร้อย แล้วที่ผ่านมาสื่อมวลชนก็อยากจะให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนในการจะเสนอข่าวไปให้ ประชาชน ทำให้มีการแตกตัว หวาดกลัว แตกตื่นทั้งหมดครับ แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับ คนตากอยู่ได้ครับ คนตากอยู่ในบริบทนี้มานานแล้ว เรามั่นใจในศักยภาพของเรา จริง ๆ จังหวัดตากเป็นยุทธศาสตร์ที่จะส่งออกไปยังเอเชียจนถึงออกยุโรปได้เลย แต่ตอนนี้พอมีข่าว อย่างนี้ขึ้นมานักท่องเที่ยวก็หาย นักลงทุนก็ไม่มี ขอให้รัฐบาลช่วยแก้ไขเรื่องนี้ด้วยนะครับ ไม่ใช่มัวแต่มีสั่งการมาทางเจ้าหน้าที่ เขาทำเต็มที่ครับ แต่ท่านต้องเกื้อหนุนปัจจัยทุกอย่าง ให้เขาด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านซูการ์โน มะทา ท่านกฤช ศิลปชัย ท่านปกรณ์ จีนาคำ เชิญท่าน ซูการ์โน มะทา ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ผมขออนุญาตปรึกษาหารือ ผ่านท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเนื่องจากผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ที่ใช้เส้นทาง ทางหลวงที่ ๔๐๖๖ ตอนที่โกตาบารู-บือเล็งใต้ ระหว่าง กม. ที่ ๐ ถึง กม. ที่ ๔ ว่ามีปัญหาเรื่องของอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทำให้เสียทั้งทรัพย์สินและชีวิตของพี่น้องประชาชน จึงได้เรียกร้องขอให้กระทรวงคมนาคมสนับสนุนการขยาย ๔ ช่องจราจรให้กับทางหลวง แผ่นดินตอนโกตาบารู-บือเล็งใต้ เป็น ๔ ช่องจราจรด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เนื่องจากที่ผ่านมาได้ประสบภัยธรรมชาติในพื้นที่ของจังหวัดยะลา หลายแห่ง ทำให้ทางหลวง ทางหลวงชนบทได้รับความเสียหาย ก็อยากให้ทางหลวงโดย กรมทางหลวงและทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม สนับสนุนแก้ปัญหาเบื้องต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณทางหลวงที่ ๔๐๖๖ กม. ที่ ๑๒+๔๐๐ ถึง กม. ที่ ๑๔+๔๐๐ โกตาบารู-บือเล็งใต้ เนื่องจากทางหลวงได้ไปยกระดับทำให้ปริมาณน้ำเวลาน้ำท่วม ได้กระทบกับพี่น้องประชาชน อยากให้ทางกรมทางหลวงไปแก้ปัญหาเพื่อระบายน้ำ ให้คล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายสะพานให้ใหญ่ขึ้นเพื่อระบายน้ำที่ได้รับจาก แม่น้ำสายบุรีนะครับ🔗
ส่วนที่ ๓ ก็อยากให้ทางกรมทางหลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงคมนาคม ได้สนับสนุนการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงแผ่นดินของจังหวัดยะลาเพื่อขยายถนนทางหลวง ให้เป็น ๔ ช่องจราจร ทั้งหมด ๑๑ โครงการด้วยกัน ก็นำเรียนผ่านท่านประธานถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้เร่งรัดสนับสนุนงบประมาณเพื่อการพัฒนาโครงข่ายโลจิสติกส์ของจังหวัดยะลา และ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปท่านกฤช ศิลปชัย เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม กฤช ศิลปชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยองจากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมมีเรื่อง หารือท่านประธานวันนี้มีเรื่องเดียวครับ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างอุกอาจ เมื่อ ๒ คืนก่อนบริเวณ ถนนเลียบหาดแสงจันทร์ จังหวัดระยอง มีนักร้องหญิงท่านหนึ่งถูกรถยนต์คันในภาพขับรถ ปาดหน้าแล้วก็มีกลุ่มบุคคลในรถหลายคนลงมาทำร้ายร่างกายของน้องผู้หญิงคนนี้จนสลบ จนฟุบคารถจักรยานยนต์ไปเลยนะครับ ต่อมาผ่านมาไม่กี่ชั่วโมงครับท่านประธาน มีเบอร์ ลึกลับเบอร์หนึ่งโทรเข้ามาขอเคลียร์ว่าให้จบให้ยอมความในลักษณะค่อนข้างจะเป็นข่มขู่ครับ เมื่อเรานำเบอร์โทรศัพท์นั้นไปตรวจสอบ Check เบื้องต้น Search เข้าไปใน ID Line ก็พบว่ามีเป็นชื่อ Richman789 ครับท่านประธาน ผมก็สงสัยครับว่า Richman789 คืออะไร ก็ค้นหาทางอินเทอร์เน็ตพบว่าเป็นเว็บพนันออนไลน์ครับ นั่นทำให้พวกเราเห็นว่ากลุ่มธุรกิจ พนันออนไลน์ กลุ่มธุรกิจสีเทา กลุ่มผู้มีอิทธิพลเป็นกลุ่มคนกลุ่มเดียวกันหรือไม่ เรื่องนี้เป็น เรื่องที่อุกอาจแล้วก็ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมืองครับ ผมจึงขอหารือท่านประธาน ผ่านไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง และ บช.สอท. หรือตำรวจไซเบอร์ ให้ดำเนินการจัดการปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพลและธุรกิจสีเทาเหล่านี้ แล้วขอให้ดำเนินคดี กับผู้กระทำความผิดอย่างตรงไปตรงมาครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านปกรณ์ จีนาคำ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปกรณ์ จีนาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เขต ๑ พรรคกล้าธรรม วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานถึงทางรัฐบาลอยู่ ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗
เรื่องแรกขออนุญาตติดตามเรื่องที่ดินทับซ้อนของพี่น้องประชาชนบ้านปางหมู หมู่ที่ ๑ ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเรื่องนี้มีการยืดเยื้อมานานตั้งแต่ สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ คือคราวที่แล้วก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างไร และผมเองก็ได้ หารือและติดตามเรื่องนี้ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๔ ได้ติดตามต่อสภาแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง ก็จึงฝาก ท่านประธานถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ช่วยเร่งดำเนินการคืนพื้นที่ทับซ้อนดังกล่าวให้กับ พี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องขอให้ทางกระทรวงการคลังได้พิจารณาทบทวน การกำหนดหลักเกณฑ์การประกาศภัยหนาว ซึ่งปัจจุบันนี้การกำหนดหลักเกณฑ์ภัยหนาวนั้น อยู่ที่ ๘ องศาติดต่อกัน ๓ วัน ถึงจะประกาศภัยหนาวได้ แต่ในสภาพข้อเท็จจริงนั้นอุณหภูมิ เพียงแค่ ๑๕ องศานั้นก็ถือว่าหนาวมากแล้วนะครับ เมื่อสักครู่ก็มีท่านสมาชิกหลายท่าน ก็ได้บอกว่ามีเรื่องของผู้ได้รับผลกระทบมากมาย ผมจึงอยากให้ทางกระทรวงการคลังนั้น ได้ทบทวนหลักเกณฑ์การพิจารณาการประกาศภัยหนาวดังกล่าว อย่างน้อยให้ไปอยู่ที่ อุณหภูมิสักไม่เกิน ๑๕ องศา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เดิมที่เคยวางไว้เมื่อปี ๒๕๖๖ และให้ เป็นไปตามข้อเสนอของผู้ตรวจราชการแผ่นดินเมื่อปี ๒๕๖๕ ที่ได้เคยเสนอต่อรัฐบาลไว้ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนราชการต่าง ๆ นั้น ได้สามารถใช้งบประมาณเข้าไปเยียวยาเพื่อจัดซื้อจัดหาเครื่องนุ่งห่มให้กับพี่น้องประชาชนได้ ไม่ใช่ให้พี่น้องประชาชนนั้นมานั่งรอของบริจาคทุก ๆ ปีเหมือนที่ผ่านมาเหมือนที่เราเห็น ผมจึงฝากท่านประธานถึงกระทรวงการคลังได้โปรดพิจารณาทบทวนเรื่องหลักเกณฑ์ดังกล่าว อีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านศิรสิทธิ์ สงนุ้ย ท่านธีระชัย แสนแก้ว แล้วต่อด้วย ท่านพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ ครับ ท่านศิรสิทธิ์ สงนุ้ย เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศิรสิทธิ์ สงนุ้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคประชาชน ผมขอหารือ ท่านประธานจำนวน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก เรื่องของการลักลอบตัดสายไฟ ประเด็นนี้ในสภาเองก็มีการพูดคุย หารืออยู่หลายครั้ง ที่ผ่านมาจากสถิติแขวงทางหลวงนครปฐม ซึ่งดูแลถนนสายบ้านแพ้ว- พระประโทน ระยะทางประมาณ ๑๘ กิโลเมตร ในปี ๒๕๖๗ ที่ผ่านมามีเหตุลักตัดสายไฟ ครั้งใหญ่มาแล้ว ๕ ครั้ง มูลค่าความเสียหายกว่าล้านบาท ไม่ใช่แค่ถนนเส้นนี้ครับ แต่ยังมี ถนนอีกหลายเส้นที่เกิดเหตุซ้ำ ๆ อยู่เรื่อย ๆ ผมจึงขอให้มีการเร่งซ่อมแซมและมีการสนับสนุน ติดกล้องวงจรปิด CCTV ถนนบ้านแพ้ว-พระประโทน ซึ่งหากสามารถดูผ่าน App ออนไลน์ ด้วยได้ก็ยิ่งดีครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องนี้ผมได้พูดในสภาหลายครั้งประเด็นปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งที่ผ่านมาหลายปี หลายสมัย ก็ยังไม่มีการทำให้เป็นเรื่องเป็นราว เป็นจริงเป็นจังเสียที ผมจึงขอให้จังหวัดสมุทรสาครและการไฟฟ้านครหลวงพิจารณาโครงการเสาไฟฟ้าคอนกรีต สร้างเป็นแนวเขื่อนป้องกันคลื่น ซึ่งจะช่วยเป็นปราการด่านแรกทำให้คลื่นมีขนาดเล็กลง ก่อนผ่านไปสู่แนวไม้ไผ่ กระทั่งไปถึงแนวชายฝั่ง ซึ่งจะช่วยให้เกิดตะกอนหลังเขื่อนเพิ่มขึ้น เพิ่มโอกาสปลูกป่าชายเลน สร้างระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์ถาวรในตำบลบางกระเจ้า บ้านบ่อ บางโทรัด กาหลง และนาโคก ครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ผมได้พูดคุยกับพี่น้องตำรวจหลายคนในพื้นที่ พบว่าอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นในการปฏิบัติการในยุคนี้ เช่น Drone ปืนช็อตไฟฟ้ายังมี ไม่เพียงพอภายในหน่วย ซึ่งจะช่วยเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัยได้เพิ่มขึ้นของ สภ. บ้านแพ้ว สภ. บางโทรัด และสถานีตำรวจในจังหวัดสมุทรสาคร ผมจึงขอให้สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ พิจารณา Drone ปืนช็อตไฟฟ้าและอุปกรณ์จำเป็นที่ยังขาดในแต่ละสถานี ตำรวจจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งจะช่วยในการป้องกันเหตุร้ายแรง อุบัติเหตุ อาชญากรรม ยาเสพติด เหตุคลุ้มคลั่ง ให้ใช้ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ได้ดียิ่งขึ้นครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ต่อไปท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องในเขตเทศบาลตำบลกุมภวาปี อำเภอ กุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี เนื่องจากน้ำประปาไม่สะอาดเป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพของ พี่น้องประชาชน น้ำเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ แต่ในปัจจุบันนี้ ประชาชนในเขตเทศบาลกุมภวาปีจำนวนไม่น้อยกำลังเผชิญกับความเดือดร้อนปัญหา น้ำประปาที่ไม่สะอาด มีกลิ่นเหม็น เน่า และมีสีขุ่น โคลน สร้างความเดือดร้อนส่งผลกระทบ ต่อพี่น้องประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งลักษณะเหล่านี้บ่งบอกถึงคุณภาพน้ำที่ไม่ได้ มาตรฐาน มีสิ่งปนเปื้อน เชื้อโรค ผลกระทบอย่างรุนแรงกว่าที่คิด พี่น้องประชาชนที่ได้ใช้ น้ำประปาไม่สะอาดต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพ เช่น โรคผิวหนังอักเสบ อาการแพ้น้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ซึ่งเป็นภัยเสี่ยงต่อการ เป็นโรค เพราะฉะนั้นการที่ใช้น้ำอุปโภคบริโภคก็เป็นสิ่งที่พี่น้องกังวลใจ เช่นเดียวกันในการ ประกอบอาหาร แม้กระทั่งการซักล้างเสื้อผ้า รวมไปถึงผู้ประกอบการร้านซักรีดปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นอย่างมากมายครับท่านประธาน กระผมจึงอยากจะขอกราบเรียนให้ทาง การประปาส่วนภูมิภาคได้มาดำเนินการเร่งรัดดูแลกระบวนการในการผลิตน้ำประปาให้มี คุณภาพ มาตรฐานสากล มีการควบคุมการผลิต การบำรุงรักษาระบบน้ำประปาที่ถูกต้อง ตั้งแต่การเตรียมการผลิตไปจนถึงกระบวนการการผลิต และกระบวนการจ่ายน้ำให้พี่น้อง ประชาชนในเขตเทศบาลตำบลกุมภวาปี อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ทุกหลังคาเรือน และต้องบำรุงรักษาระบบน้ำประปา ระบบน้ำดิบ ระบบน้ำการผลิต รวมไปถึงระบบการจ่ายน้ำ ให้มีสภาพดี และพร้อมสำหรับการผลิตน้ำประปาอยู่เสมอ ขอขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บางพลัด บางกอกน้อย พรรคประชาชน ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
ผมมี ๓ เรื่องนะครับ เรื่องแรกนี้เดี๋ยวให้ประชาชนพูดดูครับ อันนี้เป็นกรณีที่ทางชาวบ้านเขามีกรณีพิพาทกับทาง รถไฟนะครับ ผมเคยยื่นเรื่องทางท่านประธานไปแล้ว แล้วก็มีการประสานกันอยู่ แต่ว่าเรื่อง ส่งไปที่รถไฟ ขณะนี้เราก็มีไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน เขาทำหนังสือเรียกไปการรถไฟ ๓ ครั้ง แล้วให้เอาหลักฐานมาชี้ก็ยังไม่มานะครับ ก็เลยฝากเรียนแจ้งท่านประธานแจ้งด้วยว่า เรื่องเป็นอย่างนี้อยู่นะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ จะเป็นเรื่องความปลอดภัยนะครับ ช่วงปีใหม่มาในเขตบางพลัด บางกอกน้อย มีอุโมงค์ข้ามแยกประมาณ ๓ อุโมงค์หลัก ๆ แล้วก็มีปัญหาเรื่องไฟส่องสว่าง ในอุโมงค์ในช่วงมืด ๆ บางอุโมงค์ไม่มีไฟเลย แล้วก็อย่างแยกไฟฉายมีไฟฟ้า แต่ว่าตัวป้าย สัญลักษณ์ไม่ติด เพราะฉะนั้นบางทีเลนไหนเป็นเลนไหนสวนก็จะไม่รู้ ส่วน ๒ อุโมงค์ ก็ไฟมืดเลยทั้งขาขึ้น ขาลง แล้วก็ทั้งขาเข้า เข้าออกด้วย ตรงนี้มันติดกันหลายหน่วยงาน แล้วก็เป็นความเร่งด่วน ก็ขอความกรุณาท่านประธานช่วยประสานด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยนะครับ ตัวกีฬามวยไทยผมมีประสานกับทางรองศาสตราจารย์พิเศษ ดอกเตอร์สุชานี แสงสุวรรณ ท่านก็เป็นผู้ก่อตั้งเกี่ยวกับพวกสมาคมวัฒนธรรมตามเขตต่าง ๆ ซึ่งเรามีการยื่นของกีฬา มวยไทยเข้าเป็นหลักสูตรนะครับ ข้อ ๑ ก็เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรม แล้วก็ให้เด็ก ๆ ตั้งแต่ ป. ๑ ถึง ป. ๖ ม. ๓ เขาได้เรียนรู้การป้องกันตัวด้วย งบก็ยังไม่ได้ แล้วก็ยื่นเรื่องไป ๒ ๓ ปีแล้ว ตอนนี้อนุมัติมาแล้วแต่ไม่มีงบ ผมก็จะขอทางท่านประธานช่วยประสานไปที่สำนักการศึกษา กทม. ตัวเขตบางกอกน้อยหรือบางพลัดนี่ก็อาจจะทำเป็นโครงการนำร่องก่อน เดี๋ยวผมเข้าไป ช่วยผลักดัน แล้วเดี๋ยวในรายละเอียดส่งไปให้อีกทีหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านธิษะณา ชุณหะวัณ ต่อด้วยท่านนิติศักดิ์ ธรรมเพชร แล้วต่อด้วย ท่านณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ ครับ ท่านธิษะณา ชุณหะวัณ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สส. แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ ปทุมวัน สาทรและ ราชเทวี พรรคประชาชน ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗
ดิฉันมีความกังวลต่อ ปัญหาเรื้อรังที่เกิดในพื้นที่ของดิฉัน ขอสไลด์ถัดไปค่ะ จึงอยากจะหารือตอนนี้ในเขตปทุมวัน บริเวณถนนจารุเมือง แขวงรองเมือง กำลังประสบปัญหาใหญ่ในการจัดการขยะและ สุขอนามัยค่ะ และยังมีเรื่องเดิมที่เคยหารือไปแล้วครั้งที่แล้วเรื่องของการจอดรถใต้ทางด่วน ของถนนจารุเมืองที่ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด ท่านคะทีมฝ่ายพื้นที่ของดิฉันทราบ มาว่าพบปริมาณขยะที่มีจำนวนมากส่งกลิ่นเหม็นในบริเวณดังกล่าว แถมยังไม่มีการหาจุดทิ้ง ขยะใหม่เสียที จนเรื่องนี้ถูกส่งไปยังฝ่ายรักษาความสะอาดเขตปทุมวัน ซึ่งได้เข้าไปทำการ จัดเก็บขยะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดิฉันจึงอยากจะขอขอบพระคุณเจ้าหน้าที่และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ และในส่วนของ นโยบายการจัดการขยะแบบแยกประเภทนะคะ เท่าที่ทราบมาก็คือปัจจุบันมีข้อบัญญัติ ค่าธรรมเนียมการเก็บขยะใหม่ มีการเก็บ ๖๐ บาทบ้านที่ไม่แยก และ ๒๐ บาทบ้านที่แยกค่ะ ที่จะบังคับใช้ในอีก ๑๘๐ วัน แต่ท่านประธานคะปัญหาสำคัญก็คือการที่จะจัดหาที่ทิ้ง ขยะใหม่ เพราะว่าโดยทั่วไปแล้วในแต่ละชุมชนในอาคารที่พักจะมีจุดทิ้งขยะที่รถขยะจะมา เก็บตามตารางเวลา และอย่างไรก็ตามเขตใจกลางเมืองที่มีประชากรอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก แล้วมีประชากรแฝงจำนวนมากที่ไม่มีทะเบียนบ้านย่อมประสบปัญหาการจัดหาพื้นที่ทิ้งขยะ ดังนั้นดิฉันจึงคิดว่าเราจำเป็นที่จะต้องลงไปศึกษาพื้นที่ภายในเมืองเจรจาประสานงานกับ ท้องถิ่นทั้ง กทม. จนถึงประธานชุมชน กรรมการชุมชน และหาจุดทิ้งขยะที่เป็นระบบ แล้วก็ ไม่ส่งมลภาวะต่อพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ นอกจากนี้ในการประชุมคณะกรรมการชุมชน เขตปทุมวันที่ทางดิฉันและทีมงานได้เข้าร่วมทางประธานชุมชนท่านหนึ่งก็ได้แจ้งมาว่า มีปัญหาการจอดรถใต้ทางด่วนที่มีการจอดรถทิ้งอย่างไม่เป็นระเบียบ ทำให้จราจรติดขัดค่ะ🔗
ขอสไลด์ถัดไปค่ะ ต่อมาคือปัญหาเรื่องแก๊ง Call Center ดิฉันได้รับเรื่อง ร้องเรียนจำนวนมากจากประชาชนว่ามีขบวนการที่โทรมาเพื่อหลอกลวงประชาชนและ สูญเสียเงินจำนวนมากค่ะ ปัญหาที่ดิฉันร้องเรียนคือหลังจากที่ประชาชนโดนหลอกแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายที่ก็ไม่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ค่ะ เช่น บางธนาคารดำเนินการ ระงับธุรกรรมทางการเงินล่าช้า ทำให้มิจฉาชีพสามารถหลอกประชาชนได้ต่ออีกเป็น จำนวนมากค่ะ ดิฉันขออนุญาตให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะคะ กระทรวง DE และเจ้าหน้าที่ ตำรวจหลายพื้นที่ที่ยังไม่เข้าถึงกระบวนการแจ้งความออนไลน์ในคดีอาชญากรรมทาง เทคโนโลยีและโดยเฉพาะในจังหวัดกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ดิฉันฝากท่านประธาน ไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้มีการจัดฝึกอบรมตำรวจทั่วประเทศในการเตรียมพร้อม ในการรับมือกับปัญหานี้อย่างจริงจัง ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปท่านนิติศักดิ์ ธรรมเพชร เชิญครับ ท่านออกไปเข้าห้องน้ำนะครับ ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวผมวนมาใหม่ไปต่อท้ายเพื่อนนะครับ ต่อไปท่านณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดอุดรธานี วันนี้ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาบนทางพาดผ่านทางรางรถไฟของ อุดรธานี ๒ จุดครับ ขอไสลด์ด้วยนะครับ🔗
จุดแรกเกิดจากปัญหาการวางแท่ง Barrier ทำให้ทางสัญจรบนทางหลวงคับแคบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลามีรถข้ามผ่านมาจาก สี่แยกใหญ่นี้เดินทางมาด้วยความเร็วในเวลากลางคืนคนที่ไม่คุ้นชินกับเส้นทาง แน่นอนว่า อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ซึ่งปัญหานี้ตั้งอยู่บนทางหลวงวงแหวนเศรษฐกิจหลักของ จังหวัดอุดรธานีเชื่อมต่ออีก ๔ จังหวัด ปัญหานี้มีการร้องเรียนผ่านมาประมาณ ๕ ปีแล้ว ตั้งแต่มีการขยายทาง ซึ่งปัจจุบันนี้มีการประชุมของ กรอ. อจร. ของจังหวัด แต่ปัจจุบันก็ยัง ไม่มีความชัดเจนว่าปัญหานี้จะถูกแก้ไขได้อย่างไร เมื่อไร เมื่อผมมีโอกาสลงหน้างานกับ ทีมงาน ก็ทราบว่าความจำเป็นในการวางแท่ง Barrier นี้ก็เนื่องจากว่าเวลารถไฟวิ่งผ่านไม้กั้น ขาดไปเพียงแค่ฝั่งละ ๔ เมตร ส่วนพื้นที่เห็นเป็นรูก็ขาดไปเพียงแค่ฝั่งละเมตร ปัญหาอย่างนี้ แก้ได้เลย แก้ได้ทันที ต้องถามว่าที่ผ่านมาทำไมยังไม่ทำ🔗
จุดที่ ๒ ครับท่านประธาน จุดนี้ชาวอุดรธานีของเราเรียกว่า สี่แยกวัดใจ อยู่หน้าตลาดหนองบัวซึ่งเป็นตลาดหนึ่งในตลาดหลักของจังหวัดอุดรธานี ๑๐ ปีที่ผ่านมา สไลด์ถัดไปเลยครับ มีการจราจรที่หนาแน่นขึ้นอย่างมากเนื่องจากมีการสร้างห้างสรรพสินค้า มีคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่นะครับ ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมามีการประชุมร่วมระหว่าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะมีการวางสัญญาณจราจรจนถึงปัจจุบันยังไม่มีสัญญาณจราจร เพราะฉะนั้นวันนี้จึงต้องขอเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าให้ช่วยเร่ง ดำเนินการให้ทุกชีวิตและทรัพย์สินได้รับความปลอดภัยด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านพรชัย ศรีสุริยันโยธิน ท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ ต่อด้วยท่าน เอกราช อุดมอำนวย ครับ ท่านพรชัย ศรีสุริยันโยธิน เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พรชัย ศรีสุริยันโยธิน เขตเลือกตั้งที่ ๗ จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ผมมีปัญหาร้องเรียน จากท่านกำนันผู้ใหญ่บ้านส่วนราชการเรื่องการถือครองโฉนด แล้วก็ถือครอง น.ส. ๓ เป็นกรรมสิทธิ์ แต่ท่านประธานครับ ปัญหามันเกิดกรมป่าไม้ไปสำรวจตั้งแต่ปี ๒๕๑๑ พอมาปี ๒๕๒๑ ก็สำรวจมีการออก น.ส.๓ ก. น.ส.๓ ข. ในอดีตที่ผ่านมาพี่น้องประชาชน เดือดร้อนในการที่จะไปกู้เงินกับสถาบันการเงินก็สามารถที่จะใช้ น.ส.๓ ก. น.ส.๓ ข. ดำเนินการทางนิติกรรมได้ แต่ปัจจุบันท่านประธานครับ ธนาคารพาณิชย์ไม่รับ เอกสารซึ่งเป็น น.ส.๓ ก. น.ส.๓ ข. รวมทั้งหมดที่เขาเดือดร้อน ๕ อำเภอ ๒๑,๘๑๘ แปลง ๑๓๐,๐๐๐ กว่าไร่ ไม่สามารถที่จะไปทำนิติกรรม พี่น้องเดือดร้อนราคามันเดี๋ยวนี้เหลือ บาทกว่าสองบาทท่านประธาน แต่ไม่สามารถที่จะไปทำนิติกรรมได้เลย ส.ป.ก. ยังดีกว่า น.ส.๓ ก. น.ส.๓ ข. นี่คือเรื่องจริงพี่น้องเดือดร้อนจริง ๆ อยากฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมที่ดินก็ดี กรมป่าไม้ก็ดี ออกไปสำรวจแล้วไปชี้แจงให้ พี่น้องประชาชนทราบว่ามันติดขัดเรื่องอะไร นี่คือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นหน้าที่ที่เราจะต้อง ปฏิบัติ ขอกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยว่ารีบดำเนินการให้ พี่น้องพ้นจากความเดือดร้อนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรี สะพานสูง พรรคประชาชน วันนี้ขออนุญาตหารือทั้งหมด ๔ เรื่อง อ.เอท ตั้งชื่อว่า ๔ ห ๔ ห ประกอบไปด้วย ๑. ก็คือ ๓ หาย และ ๑ หู ๓ หายคืออะไรครับ ๑. ก็คือป้ายเตือน ต่าง ๆ บนถนนรามคำแหงมีการซ่อมแซมอย่างใหญ่หลวง เป็นน้อง ๆ พระราม ๒ ตอนนี้ ก็คือพอมีการซ่อมแซมสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ ป้ายเตือนครับว่าเอ๊ะตรงนี้มีการซ่อมแซม หาได้น้อยมากครับ และป้ายที่บอกว่าโครงการนี้จะเสร็จเมื่อไร เขามีการคาดการณ์ว่า ๒ ปี ถึงจะเสร็จนะครับ แต่ตอนนี้ป้ายที่เตือนหรือป้ายที่บอกการแสดงเรื่องของระยะในการที่จะ สร้างว่าเสร็จกี่โมงหรือเสร็จเมื่อไรไม่มีนะครับ เพราะฉะนั้นป้ายนี่ก็หายไป และอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ Barrier ก็ยังหายอีกนะครับ ก็คือการที่จะมี Barrier ควรที่จะมีอย่างเหมาะสม ตอนนี้ ประชาชนเขาเดือดร้อนมากครับ อยากที่จะให้ทำตรงนี้ นี่คือ ๑ หายนะครับ ๒ ครับ ๒ หายก็คือ อะไรครับ สะพานลอยครับ สะพานลอยหรือเรียกว่า Overpass แยกราษฎร์พัฒนา หรือเรา เรียกว่า รามคำแหง ๑๖๗ เมื่อก่อนเคยมีเรื่องของสะพานลอยอยู่ แต่พอมีการสร้างถนนปุ๊บ สะพานลอยหายไปทันทีครับ เพราะฉะนั้นอยากที่จะให้ท่านผ่านไปยังหน่วยงานทั้งหมด ที่ อ.เอท พูดก็คือหน่วยงานที่เป็นสำนักการโยธา กทม. ท่านช่วยเข้ามาดูแล เพราะว่าตอนนี้ มีการทำเรื่องของการที่มีการสร้างสะพานหลายที่แล้วนะครับ ก็ขอให้สร้างอีกสักที่หนึ่ง ตรงแยกราษฎร์พัฒนาครับ และอีก ๑ หาย ก็คือป้ายรถเมล์ครับท่านประธาน ป้ายรถเมล์ หายหมดเลยครับ ก็คือเดิมทีมีป้ายครับ แต่พอสร้างถนนตรงรามคำแหงหลายป้ายหายไป ประชาชนไม่รู้ว่าจะไปหาป้ายตรงไหน ขึ้นรถเมล์โบกก็ไม่มีใครจอด รถเมล์ก็ไม่จอดนะครับ และนี่คือ ๓ หายครับ และอีก ๑ เรื่องครับ เรื่องที่ ๔ ครับ เป็นเรื่องที่ อ.เอท เจอมาเมื่อคืน ก็คือเรื่องของหูครับ ๑ หูคือหูดับ เรามี พ.ร.บ. เรียกว่าส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม มีการขอเปิดคอนเสิร์ตมากมายครับ ที่มีนบุรีเมื่อคืนเลยครับ แล้ว พ.ร.บ. นี้ก็คือปี ๒๕๓๕ บอกว่าช่วงเวลาตั้งแต่สี่ทุ่มถึงหกโมงเช้าไม่ควรให้มีการแสดงคอนเสิร์ตหรือเสียงรบกวน ต้องไม่ต่าง ๑๐ Decibel แต่เมื่อคืนเที่ยงคืนท่านดูครับ เที่ยงคืนยังคงมีเสียงรบกวนอยู่ นี่คือสด ๆ เมื่อคืนเลยนะครับ นี่คืออยากจะบอกไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยกวดขัน ช่วยจับปรับจริง ๆ นะครับ แล้วก็ไม่ให้ใบอนุญาตกับผู้ที่ทำผิดกฎหมาย และนี่คือการหารือ ของ อ.เอท ครับ ขอบพระคุณครับ Respect🔗
Respect ครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมอบรมโครงการเสริมสร้างความ เข้มแข็งสถาบันนิติบัญญัติการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ของรัฐสภา เจ้าหน้าที่จากสถาบัน นิติบัญญัติแห่งชาติลาวนะครับ โดยสถาบันพระปกเกล้า จำนวน ๒๕ ท่าน ยินดีต้อนรับ ทุกท่านนะครับ ต่อไปท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมืองจากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวดอนเมืองประมาณ ๕ ประเด็นครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือขอให้ทางกรุงเทพมหานครซ่อมแซมปรับปรุงถนนที่ชำรุด เป็นหลุมเป็นบ่อหลายจุด บริเวณถนนสรงประภา ใช้งานมานานมากแล้ว แล้วก็ไม่มีการดูแล รักษาเลย เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ แล้วก็ผู้สัญจรไปมา รวมถึงการป้องกันอุบัติเหตุ ที่อาจเกิดขึ้นเพราะว่าถนนชำรุดทรุดโทรมมาก ขอภาพด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือขอให้ทาง กรุงเทพมหานคร สน. ดอนเมือง จัดการจราจร โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนหลังเลิกเรียน บริเวณดอนเมือง ส่งผลให้มีการติดขัดมาก โดยเฉพาะถนนเชิดวุฒากาศ รวมไปถึงสรงประภายาว สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอันมาก🔗
เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องของการลักลอบเผาเศษใบไม้บริเวณถนนเทิดราชันครับ ส่งผลให้เกิดควันฟุ้งกระจายเหม็นไปทั่วพื้นที่ชุมชนวงกว้าง ก็ขอให้ส่งเจ้าหน้าที่กวดขันด้วย ก่อให้เกิด PM นะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ท่านประธานผมขอถามไปยังกรุงเทพมหานคร สน. ดอนเมืองครับ ว่าเราจะต้องรอให้มีประชาชนสูญเสียอีกกี่รายครับ เพราะว่าตอนนี้ทรัพย์สินของพี่น้องอยู่บน ความหวาดระแวง จักรยานยนต์หายบ้าง ทรัพย์สินหายบ้าง ถูกโจรลักขโมยราวกับไม่มีคน ดูแลในพื้นที่เลย ถนนวัดเวฬุวนาราม โกสุมรวมใจ ช่างอากาศอุทิศ แล้วก็เคหะดอนเมือง ล้วนกลายเป็นเหมือนแหล่งอาชญากรรม เป็นพื้นที่ที่มีคนที่จ้องจะลักขโมยอยู่ตลอดเวลา ก็ขอให้เพิ่มการดูแล แล้วก็กวดขันมากกว่านี้นะครับ🔗
สุดท้ายครับ ก็คือเรื่องการลักลอบทิ้งขยะบริเวณตำบลหลักหก จังหวัด ปทุมธานี ซึ่งติดกับดอนเมือง พอติดกันแบบนี้พอมีการลักลอบทิ้งอย่างนี้พอเผาควันก็ลอย มาถึงแล้วก็ส่งกลิ่นเหม็นฟุ้งกระจายนะครับ🔗
สุดท้ายจริง ๆ ท่านประธานครับ ขอเติมเรื่องการกวดขัน Plant ปูนในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร กฎหมายห้ามไว้แต่ยังมีอยู่ ฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมด้วย ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักเรียนระดับชั้น ม. ๔ และครูผู้ควบคุมโรงเรียนวัฒนา วิทยาลัย เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ ๓ ท่านถัดไปนะครับ จะเป็นท่านกัณวีร์ สืบแสง ต่อด้วยท่านฤกษ์ อยู่ดี และต่อด้วยท่านกฤษฏิ์ ชีวะธรรมานนท์ ท่านกัณวีร์ สืบแสง เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ท่านประธานครับ วันนี้ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชื่อเสียง ของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ ณ ปัจจุบันนี้เราโดนประณามค่อนข้างจะเยอะครับ ในเรื่องเกี่ยวกับการดูแลผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ที่มาอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลา ๑๐ ปี จริง ๆ เราไม่ได้ดูแล เรากักเขาเข้าไว้ในห้องกักของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นเวลา ๑๐ กว่าปีแล้ว แยกลูก แยกภรรยาของเขา แล้วตอนนี้ได้มีกระแสข่าวลือหนาหูตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วในการ ที่จะมีการผลักดันชาวอุยกูร์ผู้ลี้ภัย ๔๘ คนที่อยู่ในห้องกักของประเทศไทยนี้กลับไปยัง ประเทศจีนเป็นประเทศที่เขาบอกว่าเขาหนีภัยการประหัตประหารมานะครับ จริง ๆ แล้ว ท่านประธานครับ ไม่ใช่แค่เราเท่านั้นเองนะครับ ในประเทศสหรัฐอเมริกา สภาคองเกรส หรือสมาชิกสภาของเขาก็ได้มีการพูดถึงในเรื่องนี้เป็นอย่างใหญ่หลวงมากมายเช่นเดียวกัน ว่าประเทศไทยถูกบีบคั้นจากประเทศจีนในการที่ส่งผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์กลับไปเผชิญความตาย หรือการประหัตประหาร ณ ประเทศต้นกำเนิดของเขา เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วผมหารือ ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าต้องเร่งครับ ต้องกล้าตัดสินใจในเวทีระหว่าง ประเทศ ต้องกล้าตัดสินใจในประเทศไทย เพราะว่ามิเช่นนั้นการกักขังชาวอุยกูร์ผู้ลี้ภัย ๔๘ คนนี้ในสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของเราเป็นเวลานานขณะนี้เป็นการลิดรอนศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์และลิดรอนสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ๑๐ กว่าปีครับ เป็นเราเราคงอยู่ไม่ได้ ในห้องกักของ สตม. แต่นี่เป็นเวลานานแล้วเรายังไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรต่อ ผมขอเสนอ ผ่านท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีกล้าตัดสินใจในฝ่ายบริหาร ถ้ารัฐบาลจีนบอกว่า กลุ่มคนเหล่านี้ได้กระทำความผิดเป็นอาชญากรจริง ๆ ในการก่อการร้ายต่าง ๆ ในประเทศ ต้นกำเนิดส่งหลักฐานมาให้กับประเทศไทย ผมยังเชื่อมั่นว่าประเทศไทยเราจะไม่เก็บคนที่เป็น อาชญากรไว้ในประเทศไทย เราทำการส่งกลับได้ แต่หากไม่มีหลักฐาน หากเขายังเป็นผู้บริสุทธิ์ แล้วเขาเป็นผู้บริสุทธิ์จริง ๆ ในการที่ลี้ภัยมาจริง ๆ ต้องให้เขาตัดสินใจเอง ประเทศไทยเรา ไม่สามารถตัดสินพิพากษาพวกเขาให้ต้องเดินทางกลับไปในประเทศที่เขาไม่สามารถ ที่อยากจะอยู่ได้ เพราะฉะนั้นอันนี้จะเป็นข้อเสนอผ่านท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรี ต้องเร่งตัดสินใจในเรื่องเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์อย่าให้เขาอยู่ในห้องกักอีกต่อไปครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปท่านฤกษ์ อยู่ดี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายฤกษ์ อยู่ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต ๒ พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้ผมมีเรื่องมาหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในตำบลสามพระยา ตำบลห้วยทรายเหนือ ตำบลไร่ใหม่พัฒนา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เนื่องด้วยสภาพ ผิวจราจรทางหลวงชนบท พบ.๑๐๑๐ กิโลเมตรที่ ๘ (+๔๐๐) ไปจนถึงกิโลเมตรที่ ๑๐ บริเวณชุมชนหน้าวัดและหมู่บ้านช้างแทงกระจาด มีความเป็นหลุมเป็นบ่อเป็นอันตราย ต่อการสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชน ผมจึงขออนุญาตผ่านท่านประธานไปยังสำนักงาน ทางหลวงชนบทเพชรบุรีครับ ช่วยดำเนินการจัดสรรงบประมาณซ่อมแซมถนนดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องที่ ๒ ขอขยายเขตประปาส่วนภูมิภาคในพื้นที่ตำบลไร่ใหม่พัฒนา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เนื่องจากปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้พี่น้อง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนขาดแคลนน้ำในการอุปโภคและบริโภค ผมจึงขอความ อนุเคราะห์ไปยังประปาส่วนภูมิภาคช่วยขยายเขตประปาไปยังบริเวณ หมู่ที่ ๑ บ้านทุ่งขาม หมู่ที่ ๒ บ้านไร่ใหม่พัฒนา หมู่ที่ ๓ บ้านรางจิก และหมู่ที่ ๘ บ้านโป่งเก้งพัฒนา จะเป็น พระคุณอย่างสูง กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปท่านกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๖ จังหวัดชลบุรี ศรีราชา พรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องจะปรึกษาหารือท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ให้เปลี่ยนแปลงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับในการปฏิบัติการของตำรวจ Cyber เพื่อให้มีอำนาจย่นระยะเวลาและบังคับให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและผู้ดูแลระบบให้ข้อมูล ผู้ใช้ IP Address และที่อยู่ของผู้ต้องหาในกรณีที่กระทำความผิดและมีผู้มาแจ้งความ เพื่อพิสูจน์ตัวตน และหากตรวจสอบได้ว่ากระทำความผิดจริงก็จะสามารถดำเนินการจับกุม ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากปัจจุบันในการขอข้อมูลจากบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตต่าง ๆ นั้นต้องใช้เวลา ตรวจสอบกว่า ๒ เดือนจึงจะได้รับคำตอบกลับมา เป็นเหตุให้ไม่สามารถติดตามตัวผู้กระทำ ความผิดได้ ทำให้ผู้กระทำความผิดนั้นสามารถกระทำความผิดซ้ำ เกิดความเสียหายต่อ เศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่สามารถจับกุมตัวได้ IP Address คือ Internet Protocol Address หมายถึงเลขประจำตัวเครื่องที่ใช้ในการระบุอุปกรณ์เชื่อมต่อกับเครือข่าย อินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์อื่น ๆ โดยมีหน้าที่หลักในการช่วยให้การส่งข้อมูล ระหว่างอุปกรณ์นั้นสามารถทำได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ดังนั้นผู้ให้บริการ อินเทอร์เน็ตและผู้ดูแลระบบเท่านั้นที่สามารถจะติดตามการใช้งานของผู้กระทำความผิดได้ จึงขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยแก้ไขระเบียบดังกล่าวเพื่อการจับกุมตัวผู้กระทำความผิดให้ได้ อย่างรวดเร็ว เพราะปัจจุบันนั้นคดีส่วนมากจะถูกปล่อยให้หมดอายุความและไม่สามารถ ติดตามตัวผู้กระทำความผิดได้ ขอบคุณมากค่ะ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านนพพล เหลืองทองนารา ท่านบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ ท่านวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ครับ ท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก คนพรหมพิราม มีข้อหารือที่จะต้องอาศัยบารมีของท่านประธานอยู่ ๔ ๕ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือในเรื่องของการส่งน้ำในฤดูนาปรัง ๒๕๖๗/๒๕๖๘ ในคลอง สายส่งน้ำ สาย C2 ซึ่งคลองเส้นนี้ต้องรับผิดชอบพื้นที่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ไร่ แล้วระดับของ คลองนั้นสูง แล้วผลบอกว่าตอนนี้ในรอบเวรที่ได้จัดสรรกันอยู่ ณ ตอนนี้ไม่เพียงพอที่จะ แจกจ่ายน้ำให้กับพี่น้องเกษตรกรทั้ง ๒๐,๐๐๐ ไร่ ขอให้มีการได้ขยายระยะเวลาในรอบเวร ออกไปด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้รัฐบาลได้เร่งรัดในการดำเนินการจ่ายเงินค่าชดเชยในเรื่องของ น้ำท่วมเกี่ยวกับพืชผลทางการเกษตร ซึ่งทุกวันนี้เกษตรกรก็นั่งรอ ขอให้มีการเร่งรัดด้วย ผมเองก็ไม่เข้าใจทั้ง ๆ ที่รัฐบาลก็ได้เร่งรัดต่อทางเกษตรในภูมิภาคต่าง ๆ แล้วนะครับ ในเรื่องของการร่นระยะเวลาในการพิจารณาเพื่อที่จะส่งข้อมูลเหล่านั้นมาสู่รัฐบาล แต่ทำไม เหตุไฉนความประสงค์ดี ความหวังดีของรัฐบาลทำไมตอนนี้กลับกลายเป็นการจ่ายเงินนั้น ล่าช้า ขอให้เร่งรัดการจ่ายเงินค่าน้ำท่วมให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้ชลประทานนั้นได้ก่อสร้างประตูน้ำที่คลองส่งน้ำสาย C9/2 เพราะทุกวันนี้คลองสาย C9/2 นั้นต้องอาศัยน้ำมาจาก C9/1 ซึ่งมันไม่เพียงพอ เรื่องนี้ C9/2 ผมได้ร้องเรียนมาหลายครั้งแล้วนะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ขอให้กรมชลประทานนั้นได้ขยายพื้นที่ในฝั่งซ้ายของคลอง PL.0 ในบริเวณตำบลดงประคำ ตำบลทับยายเชียง ซึ่งพ่อแม่พี่น้องทั้ง ๒ พื้นที่นี้ก็มีพื้นที่อยู่ติดกับ คลองส่งน้ำสายใหญ่ แต่ผลปรากฏว่านั่นคืออยู่นอกเขตชลประทานแล้วตอนนี้น้ำก็มีเยอะแล้ว เพราะฉะนั้นแล้วก็ขอให้ทางกรมชลประทานได้ขยายเขตให้กับพี่น้องด้วย🔗
สุดท้ายครับ ขอให้การประปาส่วนภูมิภาคได้มีการขยายประปาของจังหวัด พิษณุโลกในอำเภอเมืองไปจนถึงหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ ตำบลดอนทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ด้วยครับ เพราะพี่น้องที่นั่นเขาขาดแคลนน้ำเป็นอย่างมากครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปท่านบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอหารือปัญหาในพื้นที่ผ่านท่านประธานสภาไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากท่านนายกชณชล ลาไชย นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลท่าอิบุญ ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องหมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๖ และหมู่ที่ ๑๑ ตลิ่งแม่น้ำป่าสักถูกกัดเซาะทุกปี ปีนี้กัดเซาะจนถึงถนนในหมู่บ้านและบ้านเรือนของพี่น้อง ประชาชน ระยะทางกว่า ๒,๔๐๐ เมตร จึงอยากฝากท่านประธานสภาไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยจัดสรรงบประมาณมาสร้างตลิ่งป้องกันแม่น้ำป่าสักให้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากท่านนายกสุภาวดี เพ็งธงชัย และพี่น้อง บ้านโนนผักเน่า หมู่ที่ ๑๑ บ้านวังหว้าวังรู หมู่ที่ ๑๒ ตำบลหินฮาว ถึงความเดือดร้อน ถนนเชื่อมต่อของ ๒ หมู่บ้านเป็นหลุมเป็นบ่อ ระยะทางกว่า ๓ กิโลเมตร เป็นอุปสรรคในการ สัญจรของนักเรียน ผู้ป่วย และการส่งสินค้าทางการเกษตรเป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงอยากฝากท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยจัดสรรงบประมาณมา ซ่อมแซมด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ ต่อด้วยท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ ท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครพนม เขต ๑ กระผมจะขอ หารือเรื่องการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่ ก่อนอื่นผมขอขอบพระคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ดอกเตอร์ มนพร เจริญศรี ผู้บริหารกระทรวงและผู้บริหารทุกหน่วยงาน ได้ไปติดตามการก่อสร้างรถไฟ ทางคู่และการคมนาคม และการพัฒนาทุกด้านของจังหวัดนครพนม สกลนคร และมุกดาหาร เพื่อพลิกโฉมในการพัฒนา กระผมขอให้กระทรวงคมนาคมได้พิจารณาก่อสร้างรถไฟทางคู่ จากสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๓ จังหวัดนครพนม และจากอำเภอท่าอุเทน อำเภอ บ้านแพง จังหวัดนครพนม คู่ขนานกับแม่น้ำโขงและถนนทางหลวง ๒๑๒ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ สวยงามมาก ไปจังหวัดบึงกาฬและจังหวัดหนองคาย แล้วก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มี ถ้ำนาคี-นาคา คนมาเที่ยวทั่วโลก และมีอุตสาหกรรมการเกษตร มีการส่งออกสินค้าเกษตร ทุเรียนทำยอดเป็นจำนวนมหาศาลที่จะส่งไปลาว เวียดนาม จีน นอกจากนั้นผมขอให้มีการ ก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย–ลาว ที่อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม เพราะเป็นเส้นทาง ที่ใกล้นะครับ จากอำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ไปประเทศลาว ประเทศเวียดนาม เพียง ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร ไปประเทศจีนเพียง ๘๐๐ กิโลเมตร จึงขอให้มีการก่อสร้างสะพาน มิตรภาพไทย–ลาว และมีรถไฟความเร็วสูง มีรถไฟทางคู่เชื่อมทุกจังหวัดตามนโยบายของ พรรคเพื่อไทย กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขต ๑ อำเภอเมือง อำเภอสวี กระผม ได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านนายกชวน กายสะอาด แล้วก็ท่านกำนันนพดล ชอบตรง ในเรื่อง ของปัญหาน้ำท่วมที่ผ่านมา เมื่อวันที่ ๑๔ เกิดน้ำหลาก ทำให้สะพานที่เกิดปัญหาตั้งแต่ ปลายปี ๒๕๖๖ มาถึงต้นปี ๒๕๖๗ ณ ปัจจุบันนี้ยังไม่ได้มีการแก้ไขปัญหา โดยใช้เฉพาะ ในเรื่องของสะพานเบลีย์ที่อยู่ที่หมู่ที่ ๘ ตำบลครน อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ไม่ได้มีการแก้ไข ปัญหาและไม่ได้มีการก่อสร้างสะพานที่มาตรฐานเกิดขึ้น ทำให้น้ำหลากและพัดเอาสะพาน เบลีย์ผิดรูปผิดแบบไป แล้วก็ได้รับการแก้ไขปัญหาแล้ว แต่ผมนำเรียนท่านประธานฝากถึง รัฐบาล ฝากถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมโยธาธิการและผังเมือง ช่วยไปดูแลและแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องชาวตำบลครนด้วย เพื่อที่จะแก้ไขปัญหารองรับในปี ๒๕๖๙ ต่อไปนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ในเรื่องของน้ำกัดเซาะ หมู่ที่ ๑๔ ตำบลครน ได้รับเรื่องร้องเรียน จากท่านผู้ใหญ่สุรินทร์ ชุ่มชื่น ในเรื่องของน้ำกัดเซาะริมตลิ่งและทำให้ถนนทรุดตัวนะครับ ถนนเส้นนี้เป็นถนนเส้นหลัก เป็นถนนเส้นสายเลือดของตำบลครนเกิดปัญหาอย่างหนัก ถนนพังทรุดตัว ตอนนี้พังลงไปอยู่ในลำคลองเรียบร้อยแล้ว เหลือช่องทางจราจรอยู่แค่ ช่องเดียว เพราะฉะนั้นผมขอนำเรียนท่านประธานฝากถึงกรมโยธาธิการและผังเมือง ช่วยไป แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ถนนเส้นนี้นักเรียน นักศึกษา เดินทางมาสู่โรงเรียนเป็นจำนวนมาก ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ผมเชื่อว่าในปี ๒๕๖๙ น่าจะเกิด น้ำหลากขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งจะทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนเป็นอย่างมาก🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องของสะพานเหมือนกันครับ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านผู้ใหญ่ สุริยัน สุริฉาย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๗ ตำบลวิสัยใต้ สะพานนั้นพังชำรุดเสียหายตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ โดยเกิดน้ำหลากเหมือนกัน ครั้งนี้เกิดน้ำหลากซ้ำอีกครั้งหนึ่งสะพานนั้นยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ ไม่มีสะพานเบลีย์ทำให้พี่น้องประชาชนต้องอ้อมกลับมาจุดเดิมอย่างนี้ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ก็ขอนำเรียนท่านประธานฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชน แก้ไขปัญหาให้กับบุคคลที่ใช้สัญจรไปมา ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ🔗
ต่อไปท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดสุรินทร์ ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม ประคำสวย ร่ำรวยปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรม นี่คือคำขวัญของจังหวัดสุรินทร์ครับ ท่านประธานวันนี้ผมหารือท่านประธานเรื่องเดียวครับ วันนี้วันที่ ๑๕ มกราคม ตรงกับวันพุธ พรุ่งนี้เป็นวันสำคัญของกลุ่มวิชาชีพกลุ่มหนึ่งก็คือครู พรุ่งนี้วันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นวันครูแห่งชาติ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วตรงกับวันที่ ๑๑ มกราคมเป็นวันเด็กแห่งชาติ เป็นเสาร์ที่ ๒ วันครูเป็นวันที่ ๑๖ ของทุกปีที่รัฐบาลได้กำหนด มาตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ ทำไมผมลุกขึ้นมา ผมอยากฝากรัฐบาลวันนี้ให้ดูแลครู ดูแลเรื่องสวัสดิการ โดยเฉพาะครูเอกชนกับครูรัฐบาลไม่อยากให้มีความเหลื่อมล้ำกันมาก นี่คุณครูนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร จากจังหวัดศรีสะเกษฝากมาว่าให้มันมีความใกล้เคียงกันหน่อยในเรื่องของ สวัสดิการ แล้วอยากเห็นรัฐบาลจัดสวัสดิการให้กับครู ไม่ว่าเรื่องของวิชาชีพครูให้ยกฐานะ เป็นวิชาชีพชั้นสูง แล้วผลงานก็ไม่ควรที่จะให้ยากเกินไป แล้วสิ่งที่สำคัญก็คือการแก้ปัญหา หนี้สินให้กับครู การย้ายไม่ต้องมีกฎเกณฑ์มาก มีคุณสมบัติพร้อม นี่ท่าน สส. วิลดาจาก ศรีสะเกษก็ฝากมาอีกเรื่องการย้ายเอาครูกลับคืนถิ่น ไม่ต้องรอเพราะอยู่โรงเรียนเดิมก็เป็นครู ไปโรงเรียนใหม่ก็เป็นครูเหมือนเดิมละครับ ไม่ใช่ไปโรงเรียนใหม่แล้วเป็นนายอำเภอที่ไหน ก็ไปเป็นครูนี่ละครับท่านประธาน ก็ย้ายให้เขาไปเสีย เขาได้ทำงานอย่างอบอุ่นไปอยู่กับ ครอบครัว ไปอยู่กับพ่อกับแม่ อันนี้ก็ต้องขอขอบพระคุณ สส. วิลดาจากศรีสะเกษที่ฝาก เรื่องนี้มา แล้วเรื่องที่สำคัญวันนี้ผมก็ฝากครูกลับไป ไม่ใช่ว่ามาเรียกร้องเอาผลประโยชน์ ให้กับครูอย่างเดียว ครูต้องกลับไปดูแลนักเรียน ให้นักเรียนโตขึ้นมาเป็นนักเรียนที่มีคุณภาพ เป็นคนดี มีวินัย มีคุณธรรม จริยธรรม แล้วให้มีความภูมิใจในความเป็นชาติไทยให้มาก ๆ ให้รู้ประวัติที่มาของชาติไทยว่ามาอย่างไร ได้เกิดมาอยู่บนชาติไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ขนาดไหน มีความสุขขนาดไหน ก็ขอขอบพระคุณท่าน สส. ทินพล ศรีธเรศ นี่ลูกป้ารื่น อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มาฝากเรื่องของการให้อยู่ดี มีคุณธรรม ให้รู้สำนึกของความเป็นคนในชาติไทย ฉะนั้นวันพรุ่งนี้ก็ขอให้คุณครูทั่วประเทศมีความสุข แล้วก็มีความตั้งใจที่จะสอนลูกสอนหลาน โดยเฉพาะเรื่องของยาเสพติด หลายคนที่หารือ อย่าให้เข้าไปในโรงเรียนโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ไฟฟ้าก็ดี หรืออะไรละครับ ผมไม่ค่อย รู้จัก บากรู ๆ อะไรที่เป็นน้ำยา ที่เขาเติมครับ บารากู่ นี่คุณหมอเชิดชัยบอกมา ขอบพระคุณ คุณหมอครับ ตรงนี้ละครับเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกัน นอกจากการเรียนการสอนที่จะต้องสอนแล้ว เรื่องของยาเสพติด สิ่งเสพติดที่ออกฤทธิ์ต้องฝากไว้ ก็ขอให้ครูมีความสุขครับ รัฐบาลจะดูแล ในเรื่องสวัสดิการ แล้วก็ฝากไปยังกระทรวงการคลังด้วยครับ ข้าราชการที่เกษียณวันนี้ เงินค่าใช้จ่ายน้อยมากครับ เนื่องจากโดนสหกรณ์หักบ้าง กบข. หักบ้าง โดนหักทุกเรื่องครับ ก็ฝากไว้ครับ ขอขอบพระคุณมากครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ เชิญท่านนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล ครับ ท่านเทียบจุฑา ขาวขำ ต่อด้วย ท่านอานุภาพ ลิขิตอำนวย ครับ ท่านนรเสฎฐ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตอำเภอปักธงชัยและวังน้ำเขียวครับ วันนี้ขออนุญาตนำเรียนปัญหาในพื้นที่ด้วยกันทั้งหมด ๓ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพ่อแม่พี่น้องที่อยู่ในเขตเทศบาลเมือง เมืองปัก เรื่องของการเปิดประมูลที่ราชพัสดุ หมายเลขทะเบียนที่ นม.๖๒๕ ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมานี่ละครับให้แก่ภาคเอกชน ที่ดินแปลงนี้เดิมทีเป็นของ สาธารณสุขอำเภอเก่า ล่าสุดเมื่อวันที่ ๖ มกราคมที่ผ่านมานี้เองได้มีการประกาศรับฟังความ คิดเห็นของพี่น้องประชาชน เนื้อหาในประกาศมีข้อมูลต่าง ๆ หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของระยะเวลาในการดำเนินการ ประโยชน์ที่จะได้รับต่าง ๆ แต่สิ่งที่ยังขาดหายไปก็คือ ผลกระทบที่จะมีต่อพี่น้องประชาชน ผลกระทบที่จะมีต่อวิถีชีวิต จะมีต่อการประกอบอาชีพ จะมีต่อการใช้ชีวิตของพี่น้องที่อยู่ในเขตเทศบาลเมืองเมืองปักแห่งนี้ เนื่องจากว่าพื้นที่แห่งนี้ เดิมทีเคยเป็นของพี่น้องประชาชนมาก่อนนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมอยากจะขอฝากไปยัง กรมธนารักษ์ให้ศึกษาเรื่องนี้ให้ละเอียดถี่ถ้วน เพราะว่ามีพี่น้องจำนวนมากที่คัดค้านการ ประมูลที่แห่งนี้ให้กับภาคเอกชนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องของการก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำ ลำสำลาย บ้านโคกเหิบ ตำบลตะขบ แล้วก็เรื่องของฝายน้ำล้นบริเวณบ้านพระเพลิง ตำบลนกออกของอำเภอปักธงชัย ที่ถูกสร้างขึ้นในปี ๒๕๕๒ และปี ๒๕๕๓ โดยองค์การ บริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันถูกทิ้งร้างไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ ไม่มีการดูแล แล้วก็ไม่มีหน่วยงานไหนแสดงความเป็นเจ้าของครับ ผมเคยสอบถามไปยังองค์การบริหาร ส่วนตำบลต่าง ๆ รวมถึงชลประทานแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด ผมจึงอยากจะขอฝาก ท่านประธานถามผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยกำกับดูแล แล้วก็ซ่อมแซม บำรุงรักษาโครงการดังกล่าวด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ มีพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ปลูกอ้อยจำนวนมาก อยากจะให้ รัฐบาลนั้นช่วยพิจารณาเรื่องของการชดเชยเงินค่าตัดอ้อยสดตันละ ๑๒๐ บาท เพื่อเป็น แรงจูงใจในการตัดอ้อยสด แล้วก็เป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องของฝุ่น PM2.5 ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านเทียบจุฑา ขาวขำ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตอำเภอบ้านผือ มาหารือกับท่านประธานดังนี้ค่ะ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พี่น้อง ประชาชนในตำบลโนนทองและตำบลข้าวสารว่าถนนลูกรังมีอยู่ช่วงหนึ่งประมาณ ๒ กิโลเมตร สายบ้านโนนทอง ตำบลโนนทอง อำเภอบ้านผือ ไปยังบ้านทรายทอง ตำบลข้าวสาร บ้านข้าวสาร ตำบลข้าวสารตอนนี้ถนนมันเป็นถนนสายทางลัดเพื่อจะเข้าไปสู่ในเมืองอุดรธานี แล้วขณะเดียวกันก็เป็นทางลัดไปสู่จังหวัดหนองบัวลำภู มันมีระยะทางอยู่ประมาณเกือบ ๒ กิโลเมตร ซึ่งเป็นดินลูกรังอยู่ ซึ่งพี่น้องประชาชนสัญจรไปมาไม่ค่อยสะดวก แล้วก็เกิด อุบัติเหตุบ่อย ๆ ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าช่วยเข้ามาดูแล แก้ปัญหาถนนเส้นนี้ จะเป็นการก่อสร้างถนนลาดยางหรือจะสร้างถนน ค.ส.ล. เพื่ออำนวย ความสะดวกและความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนด้วยนะคะ🔗
ต่อไปท่านอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องมาปรึกษาหารือกับท่านประธาน เพื่อประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องแรกครับ โรงเรียนท้ายหาด ตั้งอยู่ที่ตำบลท้ายหาด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม สังกัดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรสาคร สมุทรสงคราม มีพื้นที่ ๑๓ ไร่ ด้านหน้าติดถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๙๓ หรือถนนธนบุรี-ปากท่อ สายเก่า ด้านข้างทั้ง ๒ ด้านและด้านหลังอีก ๑ ด้านติดลำคลอง โดยปัจจุบันส่วนที่ ติดลำคลองไม่มีกำแพงกันดินหรือเขื่อนกันตลิ่ง ทำให้ดินถูกน้ำกัดเซาะและมีแนวโน้ม จะเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเกิดอันตรายได้ในอนาคตนะครับ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและ ความปลอดภัยของนักเรียน ผมจึงขอให้ท่านประธานประสานไปยังสำนักงานโยธาธิการ และผังเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ให้เข้าสำรวจและจัดทำโครงการก่อสร้างในจุดนี้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ศาลาการเปรียญวัดตรีจินดาวัฒนารามครับ ตำบลบางกุ้ง อำเภอ บางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม มีอายุกว่า ๑๐๐ ปี ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากรไว้แล้ว ปัจจุบันมีสภาพชำรุดหลายจุด เช่น เสาไม้ผุหลายต้น พื้นไม้แตกหัก หลังคาจั่วปั้นลม คอนกรีตแตก ประชาชนอยากขอความอนุเคราะห์ให้กรมศิลปากรรีบดำเนินการซ่อมแซม อนุรักษ์ของเก่าไว้ ก่อนที่จะพังทลายลงมา ผมจึงขอให้ท่านประธานประสานไปยัง กรมศิลปากรด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ความเดือดร้อนของประชาชนเคสนี้ผมเคยแจ้งไปหลาย หน่วยงานแล้วนะครับ ซึ่งก็มีแต่หนังสือตอบกลับ ยังไม่เห็นมีการแก้ไขอะไรเลยครับ รวมถึงเคสนี้เคยออกข่าวโทรทัศน์ตามที่ประชาชนไปร้องเรียนกับสื่อ ซึ่งก็เป็นข่าวที่ออก ในหน้าสื่อหลายสื่อนะครับ คือปัญหาที่จุดกลับรถใต้สะพานคลองขุดดอนจั่น ทางหลวง หมายเลข ๓๕ หรือถนนพระราม ๒ กม. ๗๒+๕๘๕ น้ำท่วมขังมานานนะครับ ผมจึงขอให้ กรมทางหลวงเร่งดำเนินการแก้ไขตามที่ท่านอธิบดีกรมทางหลวงมีหนังสือตอบกลับมาหาผม ตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ ตอนนี้ปี ๒๕๖๘ แล้ว ประชาชนเดือดร้อนมาหลายปีแล้ว ขอบคุณครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ จะเป็นท่านฐิติมา ฉายแสง ท่านชุติมา คชพันธ์ แล้วก็ต่อด้วยท่านนิติศักดิ์ ธรรมเพชร ครับ ท่านฐิติมา ฉายแสง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีเรื่องร้องเรียน ๒ เรื่องในวันนี้🔗
เมื่อวานนี้ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากคุณทองหล่อ เฉยสวัสดิ์ ซึ่งเป็นกรรมการ ลุ่มน้ำบางปะกงภาคเกษตรกรรมของ สทนช. ว่ามีปัญหาตรงคลองชลประทาน กม.๙๖+๒๗๑ ตรงแยกหนองปลาตะเพียน ถนนหลวงสาย ๓๐๔ ตำบลท่าทองหลาง อำเภอบางคล้า จังหวัด ฉะเชิงเทรา ซึ่งเริ่มจากปากคลองซอย ๒ ขวาจนถึงปลายคลองระยะทาง ๑๐.๕ กิโลเมตร และคลองชลประทาน กม.๙๙+๓๕๔ เริ่มจากปากคลองซอย ๑ จนถึงปลายคลองระยะทาง ๑๕ กิโลเมตร คือทั้ง ๒ คลองนี้เป็นของชลประทานท่าลาดค่ะปัญหาก็คือว่ามวลน้ำนี้ ไม่สามารถไหลผ่านช่องใต้สะพานไปยังบริเวณพื้นที่ปลายคลองได้ เนื่องจากความกว้างของ คลอง ๔ เมตร ลึก ๑.๘ เมตร แต่ช่องผ่านใต้สะพานแคบเหลือเพียง ๓ เมตร และมีต้นไม้ ต้นหญ้า วัชพืชมาขวางทางเต็มไปหมดทำให้มวลน้ำไหลผ่านไปได้น้อยก็ส่งผลให้ประชาชน ในตำบลเมืองเก่า อำเภอพนมสารคาม และตำบลเมืองใหม่ อำเภอราชสาส์น จังหวัด ฉะเชิงเทรา รวม ๒,๕๖๗ ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อนไม่มีน้ำเพียงพอในการทำการเกษตร โดยเฉพาะนาข้าวค่ะ และในอีกไม่นานนี้แผนงานของแขวงการทางฉะเชิงเทราก็จะมีการ ขยายทางหลวงเป็น ๘ เลน จากแยกหนองปลาตะเพียนถึงอำเภอพนมสารคาม ระยะทาง ๑๒ กิโลเมตร ดังนั้นจึงขอเรียนปรึกษาว่าทั้ง ๒ จุดดังกล่าวจะสามารถรื้อสะพานเก่าออก พร้อมขยายคลองชลประทานใต้สะพานเดิมให้มีความกว้างและลึกเท่ากับขนาดคลอง ได้หรือไม่ ขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางแก้ปัญหาด้วยนะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานคะ ได้รับการร้องเรียนจากคุณดอนทอง พวกเรา จากทาง Page Facebook ว่าจุดกลับรถบริเวณธนาคารกรุงไทยก่อนถึงทางเข้าวัดดอนทอง ถนนศุขประยูร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรานั้นไม่มีไฟส่องสว่างทำให้ เวลากลางคืนมืดมากจนมองไม่เห็น เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ ขอให้แขวงการทาง ฉะเชิงเทราแก้ไขปัญหานี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้บริหารสมาชิกสภา เจ้าหน้าที่ และประชาชน จากองค์การบริหารส่วนตำบลยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ยินดีต้อนรับทุกท่านครับ ต่อไปท่านชุติมา คชพันธ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉัน มีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๓ เรื่อง ดังนี้ค่ะ🔗
เรื่องแรก ถนนสายหานโพธิ์-เขาชัยสน ช่วงสะพานห้วยไร่อ้อย รวม ๗ กิโลเมตร เป็นหลุมตลอดทางเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ดังที่เห็นในภาพเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งบางครั้งเสียชีวิต ล่าสุดก็ไหปลาร้าหัก ทราบมาว่าถนนสายนี้เป็นหลุมเป็นบ่อแบบนี้มา ๑๐ ปีแล้วนะคะ พี่น้อง ประชาชนชาวพัทลุงก็รอแล้วรออีกทุกปีว่าเมื่อไรถนนสายนี้จะได้ทำใหม่ ก็ไม่ทราบว่ารออะไร อยู่นะคะ จะรอให้เกิดเหตุอีกกี่ครั้งถึงจะแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ ก็ขอให้สำนักงบประมาณ และ อบจ. พัทลุงเร่งดำเนินการนำเสนอเข้าแผนงบประมาณดำเนินการก่อสร้างถนนคอนกรีต เสริมเหล็กและในระหว่างนี้ขอให้ อบจ. พัทลุงเร่งซ่อมแซมถนนโดยเร่งด่วน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ด่วนมากนะคะ ช่วงนี้มีการพูดถึงเรื่องนี้วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางใน Social Media ของพัทลุง ประชาชนก็รออยู่อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน ซึ่งเรื่องนี้ดิฉันได้หารือในสภาแห่งนี้ไปแล้วเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วถึงตอนนี้ก็ครบ ๑ ปีพอดี แต่ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ในครั้งนั้นดิฉันได้แจ้งให้ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างด้วยเนื่องจากถนน สายนั้นมืดมากในตอนกลางคืนรถเล็กสัญจรไปมาลำบาก จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รีบดำเนินการแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน หวังว่าดิฉันคงไม่ต้องพูดเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกในสภานะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาขยะสะสมภายในชุมชนต่าง ๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ดิฉันได้รับเรื่องจากคุณปกรณ์ อารีกุล ว่าขณะนี้จังหวัดนครศรีธรรมราชกำลังประสบปัญหา ใหญ่คือเรื่องขยะที่สะสมภายในชุมชนต่าง ๆ หลังจากศาลปกครองมีคำสั่งให้เทศบาลนคร นครศรีธรรมราชแก้ปัญหาคงค้างเก่าที่บ่อขยะสวนสาธารณะทุ่งท่าลาด และทางเทศบาลนคร นครศรีธรรมราชออกประกาศงดรับขยะจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ จึงทำให้เกิด ปัญหาขยะสะสมภายในชุมชนต่าง ๆ ตามมา สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก เมื่อเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่นครศรีธรรมราชเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้ขยะเดิมรวมกับ ขยะใหม่และมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นไปอีก แม้ว่าแนวทางให้ประชาชนแยกขยะแล้ว แต่ในทาง ปฏิบัตินั้นประชาชนแยกแล้วแยกอีกหน้าบ้านตัวเอง แต่กว่ารถขยะจะมาก็ใช้เวลานาน หลายวันเหลือเกินนะคะ จึงขอหารือปัญหาดังกล่าวไปยังกระทรวงมหาดไทยดำเนินงาน ร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ปัญหาการจัดการขยะอย่างยั่งยืนทั้งระยะสั้น และระยะยาวเพื่อช่วยให้พี่น้องประชาชนชาวนครศรีธรรมราชมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นค่ะ🔗
เรื่องสุดท้ายค่ะท่านประธาน ดิฉันได้รับแจ้งจากคุณพสุธน โมคคัลลา กลับนุ้ย ว่าเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งบนทางแยกช้างซ้าย ทางหลวงหมายเลข ๔๑๐๓ สายนาพรุ-จังหูน ตำบลช้างซ้าย อำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช ดังที่เห็นในภาพเลยเกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้งนะคะ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งไฟจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุอันนี้ด่วนที่สุด เพราะว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อนจริง ๆ ค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปท่านนิติศักดิ์ ธรรมเพชร เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม นิติศักดิ์ ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ เขต ๒ จังหวัดพัทลุง วันนี้ผมมี เรื่องมาหารือท่านประธาน ๒-๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ได้รับฝากเรื่องร้องเรียนมาจากท่านนายกเทศบาลตำบลเกาะเต่า ท่านวิเชียร หนูวาส ปัญหาในส่วนของหมู่ที่ ๙ ตอนนี้หมู่ที่ ๙ ในส่วนของเทศบาลตำบล เกาะเต่า ในพื้นที่ได้มีเรื่องในส่วนของการขาดน้ำอุปโภคบริโภค ณ วันนี้ทางเทศบาลได้ทำ เรื่องไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอเรื่องในการเจาะบาดาลให้กับ พ่อแม่พี่น้องชาวหมู่ที่ ๙ แต่วันนี้เรื่องก็ยังเงียบอยู่ ซึ่งประชากรในหมู่ที่ ๙ ของตำบลเกาะเต่า มีประชากรถึง ๑,๐๐๐ คน แต่ ณ วันนี้เองเรื่องได้เงียบแล้วก็ในส่วนของการอุปโภคบริโภค ในส่วนของการเกษตร ณ วันนี้ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ของ El Nino เกิดขึ้นปีที่ผ่านมา มีสภาพการขาดน้ำเยอะ ปีนี้ผมคาดว่าน่าจะเยอะกว่านี้ ผมอยากร้องเรียนไปยังในส่วนของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งอนุมัติในการขอใช้พื้นที่ในการเจาะบาดาล🔗
เรื่องที่ ๒ ในส่วนของหมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๙ ในส่วนของไฟส่องสว่างตอนนี้ ทางเทศบาลได้มีเงินเป็นเงินอุดหนุนเฉพาะกิจของงบประมาณอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถเข้ามา ติดตั้งไฟส่องสว่างให้กับพ่อแม่พี่น้องได้ เนื่องจากเป็นเรื่องเดิมต้องกลับไปขออนุญาต กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ วันนี้เองผมอยากฝากทั้งเรื่องของใบอนุญาต ในส่วนของการขุดเจาะบาดาล แล้วก็ใบอนุญาตในส่วนของการติดตั้งไฟฟ้า🔗
เรื่องที่ ๓ ผมอยากเรียนไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งในพื้นที่ ของตำบลแพรกหาในส่วนของผม ในส่วนของถนนที่เป็นของกรมทางหลวงชนบท เป็นถนน ที่ต่อเชื่อมกันระหว่างเทศบาล ณ วันนี้เหตุการณ์ที่มีน้ำท่วมอยู่ตลอดทุกปีก็เลยอยากเร่ง ขอให้ท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคม ขอท่อ ค.ส.ล. ขนาด ๒ คูณ ๒ ระยะทาง ๒๕๐ เมตร จากแยกทุ่งข่า-สะพานท้อน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องขอหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันค่ะ🔗
เรื่องแรก อยากจะขอเสนอแผนการพัฒนาระบบประปาขยายเขตบริการ ของการประปาส่วนภูมิภาค สาขาพาน ซึ่งได้ข้อเสนอโครงการขยายเขตเป็นจำนวน ๗ โครงการไปแล้ว เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณประจำปี ๒๕๖๗ แต่ยังไม่ได้รับการ อนุมัติ ซึ่งส่งผลให้พี่น้องประชาชนตำบลเจริญเมือง ตำบลสันกลาง ตำบลทานตะวัน และตำบลแม่เย็น ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำสะอาดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ดังนั้น จึงอยากจะขอให้ทางรัฐบาลช่วยพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อเร่งดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจังหวัดเชียงราย เขต ๔ ด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ บริเวณแยกบ้านเก่า ตลาดหกแยก มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ส่วนใหญ่ก็มาจากอุบัติเหตุรถชนกัน เนื่องจากบริเวณแยกดังกล่าวมันมีถนน ๖ เส้นทาง มาบรรจบกันเลยทำให้เกิดความสับสนในการใช้ถนน เลยอยากจะขอเสนอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องปรับปรุงระบบไฟจราจรโดยติดตั้งอุปกรณ์ที่ทันสมัยหรือปรับช่องจราจรให้มัน เหมาะสมและสอดคล้องกับปริมาณรถยนต์ เพื่อลดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยให้กับ พี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ คือโครงการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งเชื่อมต่อระหว่างอำเภอพาน และอำเภอแม่สรวย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ อยากจะขอหน่วยงานเข้าไปดำเนินการศึกษาและความเป็นไปได้ออกแบบเส้นทางถนน เพื่อเชื่อมต่อระหว่างบ้านแม่คาวโตน ตำบลสันกลาง อำเภอพาน และบ้านสันจำปา ตำบลแม่พริก อำเภอแม่สรวย ซึ่งมีระยะทางแค่ ๔.๑ กิโลเมตร ในการที่จะส่งเสริมศักยภาพด้านการ ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจให้ดีขึ้นค่ะ อย่างไรก็ขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งดำเนินการและดิฉันเองและทีมของพรรคเพื่อไทยจังหวัดเชียงรายจะติดตามดำเนินงาน อย่างใกล้ชิดค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้บริหารสมาชิกสภาและข้าราชการเทศบาลเมืองตากใบ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ🔗
ท่านสมาชิกครับก่อนที่ผมจะเปิดประชุมผมขอเวลาสัก ๕-๗ นาทีนะครับ เดี๋ยวผมขออนุญาตหารือกับวิปสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมกลับมาครับ🔗
พักประชุมเวลา ๑๐.๔๐ นาฬิกา🔗
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๐.๔๖ นาฬิกา🔗
ก่อนจะเปิดประชุมนะครับ ท่านวิรัช พิมพะนิตย์ ขอหารือ เชิญท่านวิรัชครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัช พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันที่ ๑๔ ที่ผ่านมาก็มีประชุมร่วมรัฐสภา ซึ่งมีทั้ง สส. สว. มาร่วมประชุมกัน แต่เหตุการณ์ หนึ่งที่เกิดขึ้นและทำให้มีความรู้สึกว่าสภาแห่งนี้ไม่ปลอดภัย สภาแห่งนี้ซึ่งเป็นสภา อันทรงเกียรติที่การประชุมเหมือนจะปลอดภัยที่สุดในประเทศเหมือนการประชุมที่เป็นไป ด้วยความเรียบร้อยดีมาตลอด เมื่อวานนี้มีเหตุการณ์คือเหมือนรูปภาพ ซึ่งหนังสือพิมพ์ได้ไป ลงหน้าหนึ่งว่าใครขว้างกระป๋องนมลงกลางวง สส. เพื่อไทย จริง ๆ เหตุการณ์นี้ผมไม่รู้ว่า มันเกิดจากมีคนขว้างหรือมันหล่นมาจากตรงไหน แต่ผมมองด้วยสายตาก็ไม่น่าจะมีที่หล่น มาจากข้างบน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึงกราบเรียนท่านประธานที่เคารพช่วยหาข้อเท็จจริงหน่อย ถ้ามีการขว้างกระป๋องนมมาแล้วมันน่าจะเป็นอันตรายต่อเพื่อนสมาชิก ถ้าเป็น สส. หรือ สว. ขว้างผมคิดว่ากล้องวงจรปิดตรงนี้น่าจะชัดเจนที่สุดแล้ว แล้วเหตุการณ์ตรงนี้น่าจะรู้ว่า มันมาจากไหน ถ้า สส. หรือ สว. เป็นคนขว้างมาตรฐานจริยธรรมจะต้องเกิดขึ้น ท่านประธาน จะต้องใช้มาตรฐานจริยธรรมของ สส. สว. ให้เขาได้รับผิดบ้างในการที่ทำให้การประชุม ป่วนการประชุมอย่างนี้ ส่วนถ้ามันหล่นมาจากฟ้าผมก็จะได้ขอเป็นวัตถุมงคลหน่อยว่าจะได้ เอาไปปลุกเสกทำเป็นวัตถุมงคลนะครับท่านประธาน ก็ไม่มีอะไรครับด้วยความเคารพ ท่านประธานอยากให้หาข้อเท็จจริง เพราะถ้าเกิดมันเป็นแผ่นหลุดลงมาผมว่ามันเจ็บกว่า กระป๋องนม เพราะฉะนั้นกราบเรียนแล้วก็กราบขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เข้าใจครับ ผมทำการบ้านไว้ให้ท่านแล้ว ยังโชคดีที่ไม่ใช่ระเบิดนะครับ ผมเรียนท่านวิรัช และเพื่อนสมาชิกแบบนี้นะครับ หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ก็ได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบดู ก็ปรากฏว่าไม่ใช่เป็นการเขวี้ยงปามาจากเพื่อนสมาชิกฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ก็ได้เปิดกล้องวงจรปิดแล้ว ปรากฏว่าหล่นมาจากด้านบนนะครับ ซึ่งตัวกระป๋องกับตัวซองขนมก็ระบุวันที่เอาไว้ชัดเจนว่า มันหมดอายุปี ๒๐๒๐ นั่นหมายความว่าหมดอายุมา ๕ ปีแล้ว ฉะนั้นหมายความว่ามันน่าจะ ค้างอยู่ด้านบนเป็นเวลาหลายปีมาแล้ว แล้วก็มันได้หล่นลงมา ผมมีภาพประกอบให้ทั้งรูป กระป๋องนมแล้วก็ในรูปของซอง🔗
นี่เป็นซองนะครับ จะเห็นวันหมดอายุปี ๒๐๒๐ แล้วก็รูปกระป๋องนมครับ กระป๋องนม ก็หมดอายุปี ๒๐๒๐ เช่นเดียวกันนะครับ ทีนี้สงสัยว่าช่องด้านบนมันหล่นมาได้อย่างไร วันก่อนพอดีผมขึ้นไปช่วงปิดสมัยประชุม ผมขึ้นไปตรวจด้านบน แล้วก็ได้ไปดูว่าจะปรับปรุง เรื่องเสียงอย่างไร ก็พอดีมีภาพเก็บไว้ แต่ว่าก่อนจะไปอันนั้นผมให้ท่านดูคลิปสักนิดหนึ่งครับ จะเห็นว่ามันหล่นมาจากด้านบน เจ้าหน้าที่ย้อนกลับไปนิดหนึ่งครับ มันจะมองไม่เห็น เมื่อสักครู่ผมให้วงสีแดงไว้ ไม่ได้วงนะครับ ย้อนภาพจะเห็นว่ามันหล่นลงมาแล้วนะครับ หล่นลงมาถึงพื้นแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่ลองช่วยย้อนภาพไม่ต้องกลับไปสุด เอาช่วงที่เห็นหล่น ลงพื้นพอดี นั่นละครับ ไม่เป็นอะไร ก็สรุปว่าหล่นมาจากด้านบนนะครับ ขอภาพที่เป็นช่อง ด้านบนที่ได้ถ่ายเอาไว้นะครับ วันก่อนผมขึ้นไปตรวจพอดี ขอภาพด้านบนสักนิด มีไหมครับ มีภาพช่องด้านบนไหมครับ ไม่เป็นอะไรครับ ไม่มีก็ไม่เป็นอะไรครับ พอดีน่าจะไม่ได้ส่งรูปให้โสต ก็ปรากฏว่าผมได้ดูแล้วก็มีช่องที่มันสามารถที่จะหล่นลงมาได้ ก็เป็นอันว่าน่าจะเกิดจากเหตุที่ คนงานรับประทานไว้ในช่วงก่อสร้างแล้วตกค้างอยู่ด้านบน ก็ได้สืบหาข้อเท็จจริงมาให้แล้ว ท่านวิรัชเชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ถ้ามันหล่น จากข้างบนมาจริง ๆ ผมอยากให้ระวังเรื่องแผ่นไม้หน่อยนะครับ ผมว่าถ้ามันอย่างนี้โอกาส แผ่นไม้ที่จะหล่นมาผมว่ามันสูงพอสมควรนะครับ ถ้ามันหล่นลงมาผมว่าถ้ามัน Jackpot ไปโดน สส. หรือ สว. เข้าหน่อยมันจะลำบากครับ กราบขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ🔗
ก็ได้ฝากกับทางท่านเลขาธิการไปเช่นกันนะครับว่าให้ตรวจดูความเรียบร้อยด้วย คงไม่มี ประเด็นอื่นแล้วกระมังครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉันขอแสดงความคิดเห็นนิดหนึ่งค่ะเกี่ยวกับสถานที่ตรงนี้นะคะ🔗
ท่านละอองเชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช ไหน ๆ ก็พูดถึงเรื่องสภาดิฉันเกิดประสบอุบัติเหตุแล้วก็การที่มาสภา มันไม่มีทางลาดสำหรับคนพิการหรือสำหรับรถเข็นค่ะท่านประธาน เดินทางลำบากมาก เขาเรียกว่าไม่มีอารยสถาปัตย์ ก็คือท่านประธานลองดูว่าอันนี้มันเหมาะกับคนพิการหรือคน ที่มีปัญหาในการเดินหรือเปล่า ท่านประธานช่วยดูด้วยนะคะ แต่ที่เราดูนี่ถ้าสมมุติว่า ไม่เปลี่ยนแปลงทางเดินนี่น่าจะมีช่องอยู่ข้างหลังว่าสำหรับคนที่มีปัญหาในการเดินหรือว่า คนพิการค่ะท่านประธาน🔗
อีกเรื่องหนึ่งนะคะท่านประธาน เรื่องของการสูบบุหรี่ถ้าเราเดินจากข้างหลัง ตรงไปที่ห้องอาหารเราจะเห็นที่สูบบุหรี่ก็เป็นที่โล่ง ดิฉันอยากจะทำให้มันเป็นสัดส่วนที่ดี หรือมีห้องสำหรับสูบบุหรี่ให้กับคนที่สูบบุหรี่ เพราะว่ามันเรื่องของสุขภาพสำหรับคนที่ไม่ สูบบุหรี่ด้วย ดิฉันต้องขออภัยจริง ๆ ที่พูดเรื่องนี้ในสภา ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ก็ฝากทางท่านเลขาธิการด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ครูมานิตย์ครับ ไหน ๆ ก็พูดเรื่องนี้ตอนเช้าพวกผมนั่งอยู่ที่โรงอาหารหลายคน ยกตัวอย่างท่านอดิศร เพียงเกษ ท่านหนึ่ง คุณหมอเชิดชัย หลายคนนั่งเราคุยกันเรื่องสภา ผมว่าท่านประธาน คนหนุ่มไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วครับ ผมยกตัวอย่างสัก ๓ ประเด็นที่จะต้องแก้ไข ๑. ที่จอดรถ ท่านประธานรู้ไหมครับที่จอดรถด้านติดลิฟต์ ยกเว้นคนมีตำแหน่ง รองประธาน ที่ปรึกษา ประธานอะไร เข้ามาถึงก็จอดได้เลย อันนี้ผมไม่ติดใจครับ เพราะว่าโชควาสนาเขาได้เป็น ตำแหน่งที่ปรึกษาบ้าง เป็นรองประธานบ้าง แต่ที่ล็อกเขียน สส. ไว้ท่านประธาน ไม่ได้มาจอด เพราะเขามาจอดตอนไหนก็ได้ เขามีที่จอด วันใดท่านประธานรู้ไหมถ้าใครมาจอดขวางไว้ใน ที่จอดล็อกเขานี่ เขามาจอดไว้แล้วเขาจะไม่เอารถออก เขาล็อกเกียร์ ๑ ไว้ด้วย คนที่จอดอยู่ ในล็อกนั้นโชคร้ายไปเลยท่านประธานกลับบ้านไม่ได้ ผมว่าวันนี้ยกเลิกเถอะครับ สร้างแรงจูงใจ เช่น คนชื่อกำนันนิพนธ์ คนขยัน คนชื่อครูมานิตย์อีกหลาย ๆ คน ไม่ยกตัวอย่าง มากันแต่เช้า แต่เราต้องไปจอดรถที่ไกลครับท่านประธาน แล้วบางคนก็จอดยากด้วยที่ไกล ๆ แล้วเดิน เข้ามาที่สภา ให้โอกาสคนมาทำงานเช้า ๆ ในสภา พวกผมยืนยันได้ท่านประธานถามยาม ได้เลย นับหัวได้เลยคนมาทำงานเช้า ๆ ในสภานี้ ให้ปล่อยเป็นธรรมชาติ นี่เป็นประเด็นที่ ๑🔗
ประเด็นที่ ๒ ไม้กั้น ล็อกรถนี่มันล็อกกันจริงหรือเปล่า ไม่ใช่รถผู้แทน ก็ลงมาเต็ม ลองทำแบบทางด่วน ทำบัตรใหม่ ให้มีอิเล็กทรอนิกส์ ถ้าเป็นรถผู้แทนผ่านพรึ่บ ผ่านพรึ่บ ผ่านพรึ่บ มันไม่ต้องมาสิ้นเปลืองยามเลย นี่เอายามไปวางก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร เสียเวลาเฉย ๆ ปรับปรุงแล้วผมอยากให้ใช้สมองปรับปรุงท่านประธาน ไม่ใช่คิดจะปรับปรุง แล้วทำเอา ๆ ได้ซื้อสี ซื้ออะไร นี่ยังไม่พูดถึงโรงอาหาร นี่พวกก็บ่นมาเยอะว่าเมื่อไรจะใช้ บัตรแลก ทำให้มันเป็นสวัสดิการ ทำให้มันน่าอยู่ ทำให้มันน่ากิน แม่ค้าเจ้าไหนมาขายของ ไม่ดีก็เอาออกไป เพราะคนไม่ไปเลือกเหมือนกับในห้าง บัตรต่อเดือน เติมเต็ม ใช้บัตรหมด เติมเงิน ลูกน้องมานี่ใช้บัตรเรา เรื่องเหล่านี้ไม่ได้ยากเลยครับถ้ามีความตั้งใจในการแก้ เหมือนกับที่หลาย ๆ คนพูดเมื่อสักครู่ เรื่องกระป๋องนี้ผมเข้าใจได้อากาศเย็นลมมันแรง หนูมันเย็น หนูมันวิ่งไปชนกระป๋อง กระป๋องเลยตกลงมา อะไรที่มันขวาง ๆ ไว้วันนี้ อันนี้ผม เข้าใจได้ครับ ฉะนั้นผมฝากไว้ ๓ ๔ เรื่องท่านประธาน ลองไปคิดดูครับ แล้วมาแก้ปัญหากัน ที่สภาก่อน ผมคิดว่าหลายเรื่องที่มันเป็นอยู่ โดยเฉพาะเรื่องที่จอดรถมันว่างเต็มเลยครับ ท่านประธาน แต่ไม่มีสิทธิจอด เป็นอย่างนี้ตลอดเพราะว่าเขาถือว่าเขาตีตั๋วที่จอดแล้วนี่ ผมว่าสร้างแรงจูงใจให้คนมาทำงานแต่เช้า ๆ ได้สะดวกในการจอดน่าจะดี ท่านประธาน ขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านครูมานิตย์ครับ เรื่องที่จอดรถก็เป็นความดูแลรับผิดชอบของท่านรองหนึ่งนะครับ ท่านพิเชษฐ์ได้ดูแลเรื่องอาคารสถานที่ เดี๋ยวผมจะนำข้อหารือของท่านไปหารือกับท่านรอง พิเชษฐ์อีกครั้งหนึ่งนะครับ ส่วนเรื่องโรงอาหารก็เรียนให้ท่านสมาชิกทราบว่าบริเวณ โรงอาหารสำหรับพี่น้องข้าราชการนี้จะขยับลงไปที่ชั้น B2 ติดกับห้อง ๑,๕๐๐ ที่นั่งครับ ซึ่งท่านประธานได้ดำริไว้แล้วซึ่งน่าจะขยับขยายไปในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้ ชี้แจงท่านครับ คุณหมอทศพรเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายทศพร เสรีรักษ์ ขออนุญาตเรียนท่านประธานนิดหนึ่งนะครับ เกี่ยวกับเรื่องความสะดวกในการที่ คนพิการจะใช้พื้นที่ของสภา อันนี้ผมไม่ได้พูดเพื่อตัวผมเอง แต่ว่าเผอิญช่วงนี้ผมได้รับ บาดเจ็บก็เลยต้องใช้ทั้ง Wheelchair ทั้งไม้ค้ำนะครับ มันก็เลยได้ประสบการณ์ก็ทำให้พบ จุดอ่อนของสภา เพราะสภาเราเป็นสภาของประชาชนอาจจะมีผู้พิการเข้ามา🔗
อันที่ ๑ คือสถานที่จอดรถสำหรับผู้พิการมันอยู่ไกลไปหน่อยครับ คือทำ ที่จอดรถของคนพิการแต่ว่าต้องข้ามถนนมาอีก ที่จอดรถเพื่อผู้พิการอาจจะต้องอยู่ข้าง ๆ ที่จอดรถของประธานสภาหรือรองประธานสภา แล้วก็เข้ามาในอาคารได้ง่าย ๆ ทีนี้พอจะขึ้น อาคารมันไม่มีทางลาดอีกครับท่านประธาน มันเป็นขั้นทำให้ถ้าเข็น Wheelchair ขึ้นมานี่ เป็นอะไรที่ยากลำบาก รวมทั้งพื้นที่ต่าง ๆ แล้วก็ในห้องนี้ด้วย ตอนนี้เราจะเจอท่าน สส. หลาย ๆ ท่านที่ได้รับอุบัติเหตุ ได้รับบาดเจ็บนี่จะไม่สามารถเข้ามาใช้ห้องประชุมนี้ได้สะดวกเลย เพราะไม่มีทางลาด อันนี้ก็ฝากไว้นะครับ🔗
ส่วนเรื่องอาหารเห็นด้วยกับคุณครูมานิตย์ แล้วก็อีกหลาย ๆ ท่านที่พูดถึง ถ้าท่านประธานลองไปเข้าห้องอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันพฤหัสบดีสักสามสี่โมงนี่ ท่านประธานจะพบเลยว่าอาหารนี่ก็จะเหลืออย่างบานเบอะ ถึงแม้ว่า สส. ทั้งหลายเราจะ ช่วยกันเอาใส่ถุงพลาสติกกลับบ้านแล้ว มันก็ยังเหลือเยอะมาก ปีที่ผ่านมาเราตัดงบประมาณ ไปแล้ว ๑๕ ล้านบาท เพราะฉะนั้นทำอย่างไรจะใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ถ้าวันพฤหัสบดีมื้อบ่าย มื้อเย็นนี่เลิกเลี้ยงเลยก็ได้ครับจะได้ประหยัดงบประมาณ เอางบประมาณไปใช้ประโยชน์ทางอื่น ยกเว้นในกรณีที่เรารู้ล่วงหน้า อย่างเช่นในวันที่มีการ อภิปรายงบประมาณหรือวันที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้าอย่างนั้นเรารู้แน่นอนว่าตอนเย็นนี้ คนจะอยู่กันเยอะมากเราก็จัดเลี้ยงเป็นพิเศษ แต่ว่าถ้าในยามปกติมื้อเย็นผมคิดว่า สส. เรา ไม่จำเป็นต้องเลี้ยงก็ได้ ก็ฝากท่านประธานไว้พิจารณาด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญคุณหมอชลน่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตใช้เวลาสักนิดหนึ่งครับสำหรับเรื่องที่เพื่อนสมาชิก วิรัช พิมพะนิตย์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ได้ยกขึ้นมาปรึกษาหารือ ประเด็นที่ผมต้องการ ที่จะปรึกษาหารือท่านประธานต่อเนื่องก็คือจากคำพูดของท่านประธานเองครับ โชคดีที่ ไม่เป็นระเบิด ท่านประธานครับ สถานที่แห่งนี้ควรจะเป็นสถานที่ที่มีความปลอดภัยสูงสุด วัตถุทุกชิ้นสิ่งที่นำเข้ามาสู่ตรงนี้ต้องได้รับการตรวจสอบทั้งหมด ท่านประธานมีหลักฐานว่า กล่องนมนี้มันมีอายุเมื่อ ๕ ปีที่แล้ว เลยสันนิษฐานว่ามีคนเอามาค้างไว้ สันนิษฐานว่าอาจจะ มาจากการก่อสร้าง ก็เป็นเรื่องที่ต้องตามไป แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นท่านประธาน สิ่งแปลกปลอม นั้นหล่นมาจากฟ้า ถ้ามันเป็นระเบิดจริงอย่างท่านประธานพูดอะไรจะเกิดขึ้น พี่น้อง ประชาชนที่มานั่งอยู่ข้างบน พวกเราที่อยู่ตรงนี้ ท่านอย่าคิดว่าจะไม่เกิดขึ้นนะครับ เพราะคน ยุคนี้มันคิดสั้นมาก เพราะฉะนั้นมาตรการให้ความปลอดภัยสูงสุดสถานแห่งนี้ควรจะต้อง ยกขึ้นมาพิจารณา ผมกราบเรียนฝากท่านประธานไปครับว่าอย่างไรนี่ถ้าจะให้มีมรรคมีผล กรรมาธิการกิจการสภาน่าจะนำเรื่องนี้ไปศึกษาพิจารณาว่ามันมีจุดอ่อน มีช่องโหว่อยู่ ตรงไหน อย่างไร จะต้องปรับปรุงแก้ไขหรือไม่ ข้อบังคับที่เราเขียนไว้ในข้อบังคับการประชุม เราพอเพียงไหมในการที่จะรักษาความเรียบร้อย รักษาความปลอดภัย ถ้ามันไม่พอ แก้ไขไหม จะได้ถือปฏิบัติกัน ฝากท่านประธานจริง ๆ ครับ เพราะว่าผมสะดุ้งตอนที่ ท่านประธานว่าโชคดีที่ไม่เป็นระเบิด ตอนแรกไม่คิดมากครับ พอมานั่งตรองดูแล้วนี่ แม้แต่ขวดน้ำหรือกระป๋อง หรือแก้วที่เพื่อนสมาชิกถือเข้ามา ท่านประธานครับ ถ้าเกิดเขา คิดร้ายกับเรานี่ เขาติดอะไรไว้ในแก้วน้ำตรงนั้น กระป๋องตรงนั้น เพื่อนสมาชิกถือมาเอง แล้วกด Remote ปั้งขึ้นมานี่อะไรจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นมาตรการความปลอดภัยสูงสุด ต้องมีนะครับท่านประธาน ประมาทไม่ได้ ละเลยไม่ได้ ถ้าสภาแห่งนี้ปี ๒๕๖๘ บึ้มขึ้นมา ทุกอย่างจบนะครับ🔗
สุดท้ายท่านประธานครับ ถ้ามันจำเป็นต้องเขียนในข้อบังคับไปยกร่าง ไปแก้ไขข้อบังคับให้กิจการสภาเขาไปดู ให้เขาไปดู แต่สิ่งหนึ่งที่ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ข้อบังคับนี้ผมมีส่วน พวกเราตรงนี้มีส่วนที่จะเขียน ขึ้นมา แต่ว่าข้อบังคับฉบับนี้ใช้ไม่ได้กับสภาแห่งนี้เลย ในหมวดว่าด้วยการรักษาความสงบ เรียบร้อยในสภาแห่งนี้ ผมไม่โทษสมาชิกครับ ผมโทษท่านประธานครับ ถ้าท่านประธาน เคร่งครัดปฏิบัติตามข้อบังคับนี้อย่างชัดเจน เพื่อนสมาชิกไม่มีใครกล้าที่จะไปละเมิดข้อบังคับ แต่เนื่องจากมีการปล่อยปละละเลย จะโดยเจตนา จะโดยเกรงใจ หรือโดยไม่รู้ ผมไม่ทราบ แต่ประธานปล่อยปละละเลยนี่ สภาแห่งนี้มีแต่ความวุ่นวาย ใครใคร่ทำอะไรทำ จะเรียกว่า ตามอำเภอใจก็ถูกใช่นะครับท่านประธาน ฝากด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ ผมไม่อยากจะให้ เพื่อนสมาชิกมีความดาษดื่นมาขัดมาเคืองกับผม แต่ว่าเราอยู่ด้วยกันสถานแห่งนี้เราต้องใช้ เครื่องมือให้เป็น ต้องใช้ข้อบังคับให้เป็น เพื่อประโยชน์โดยรวมครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ผมเรียนกับคุณหมอที่ผมพูดว่าดีที่มันไม่ใช่ระเบิดนี่ผมพูดจริง ๆ นะครับ ก็อย่างที่คุณหมอว่าละครับ ถ้ามันเป็นวัตถุอันตรายสิ่งที่มันไม่คาดฝัน แล้วสิ่งที่เราไม่ ปรารถนามันก็จะเกิดขึ้น แล้วก็เป็นเรื่องที่ไม่ดีกับสภาแน่นอน ฉะนั้นผมไม่ได้พูดเล่นนะครับ ผมพูดจริง ๆ พูดเพื่อสะท้อนให้เห็นว่าระบบรักษาความปลอดภัยของสภาขณะนี้มันกำลัง มีปัญหาอยู่หรือไม่ ซึ่งก็จำเป็นที่จะต้องไปดำเนินการต่อไปในเรื่องของความปลอดภัย ผมเชื่อว่า ท่านสมาชิกเข้ามาที่สภานี้ อย่างเมื่อสักครู่นี้คุณครูมานิตย์ก็ได้บอกตัวไม้กั้นที่จะกั้นให้รถของ สมาชิกเข้ามานี่มันก็เปิดทุกคันนะครับ แล้วก็อีกหลายเรื่องซึ่งเป็นเรื่องของความปลอดภัย ของสภาของพวกเราที่จำเป็นที่จะต้องได้รับการพัฒนา ผมเข้าใจทางเจ้าหน้าที่ดีนะครับ เพราะว่าสภานี้ก็เพิ่งจะได้รับมอบมาก็เป็นหน้าที่ที่สำคัญอย่างยิ่ง แล้วก็เป็นภารกิจที่สำคัญ อย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการกันต่อไปในงบประมาณปี ๒๕๖๘ และในงบประมาณปี ๒๕๖๙ ต่อไปนะครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
พอแล้วนะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับ นิดหนึ่งครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วครับ ผมจอดรถอยู่ข้างล่างตอนเช้า เต็มไปด้วยเศษบุหรี่ครับ แล้วไปดูในท้องร่องมีแต่ก้นบุหรี่ทั้งนั้นเลย แล้วก็ความสะอาดน้อย ทั้ง ๆ ที่เรามีเจ้าหน้าที่เยอะที่จะเรียงกวาดต่าง ๆ ผมก็ตามไปดู กวาดไม่หมดหรอกครับ เพียงแต่ว่าอยากให้ละเอียดขึ้น กวาดไปแล้วเศษบุหรี่ เศษกระดาษอะไรก็ยังค้างอยู่นะครับ ก็อยากให้กรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้ดูเรื่องพวกนี้ด้วย การสูบบุหรี่ก็ให้เป็นที่ เป็นทางด้วยนะครับ ก้นบุหรี่ต่าง ๆ เต็มไปหมด🔗
อีกอันหนึ่งนะครับ เดี๋ยวเราจะพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับความสะดวกนะครับ ผมดูแล้วนี่เขาต้องให้ทันสมัย ของสภาเราก็ควรจะต้องทันสมัยนะครับ หรือรัฐปรับใหม่ปฏิรูป ราชการไทยสู่อนาคต เพราะฉะนั้นต้องนำเรื่องดิจิทัลมาใช้ ประตูที่จะเปิดรับนี่ผมนึกถึงที่เรา ขับรถผ่าน Easy Pass ที่ทางด่วนน่าจะเอามาใช้ เพราะว่าทางพวกเราก็เป็น สส. ทุกคน ควรจะมี Chip ที่จะแจ้งเขาไปแล้วมันก็เปิด Auto คนอื่นถ้าไม่มีก็เข้าไม่ได้ ก็ฝากท่าน ประธานด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านฐิติมา ฉายแสง ครับ ท่านอดิศรสักครู่ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง จังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะไหน ๆ เราพูดเรื่องนี้แล้วขออนุญาตที่จะพูดเพิ่มเติมจริง ๆ ค่ะ และ สส. ฝากกันมาหลายคน เหลือเกิน เริ่มจากของดิฉันก่อนนะคะ ดิฉันเองป่วยปวดสะโพกร้าวลงขามา ๑ ปี ในระยะเวลา ๑ ปีที่ดิฉันเดินลำบากมาก ดิฉันขอไปที่ท่านรองประธานคนที่หนึ่งหลายครั้ง และขอไปที่เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องเกี่ยวกับห้องพัก ห้องทำงานของ สส. หลายครั้ง ไม่เคยได้รับ ความเห็นใจเลย ถามว่าดิฉันขออะไร ขอย้ายห้องเพราะมันไกลมากเดินไม่ได้ มันเดินไม่ได้ จริง ๆ ท่านประธาน ขอแล้วขอเล่าก็ไม่เคยได้รับความกรุณาให้ย้ายห้องทั้ง ๆ ที่เรารู้ว่ามี สส. บางท่านถูกตัดสิทธิออกไปแล้วมีห้องว่างและใกล้ลิฟต์มากที่สุด ไม่เคยได้รับความกรุณา นี่คือตัวดิฉัน🔗
เรื่องต่อไปคือเรื่องที่ สส. ท่านฝากมา ก็คือว่าในห้องอาหารมันจะมีสายไฟ ระโยงระยางเพราะว่าจะต้องทำอาหารกัน แต่สายไฟถูกกล่องปิด แล้วก็ถูกเทปปิดทำให้มัน บวมขึ้นมาเขาเดินสะดุดล้ม ดังนั้นมันควรจะฝัง ในขณะเดียวกันเรื่องสูบบุหรี่ก็ขอ Confirm ว่าทรมานกันมากนะคะ ถ้าแบ่งเป็นห้องได้ชัดเจนก็ดี ท่านประธานสรุปโดยรวมมีการ ที่จะต้องแก้ปัญหาในสภาแห่งนี้เยอะมากจริง ๆ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณมากครับ ขอเป็นท่านสุดท้ายจริง ๆ นะครับ ท่านอดิศร เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อดิศร เพียงเกษ ในฐานะที่เป็นกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีท่าน ประเสริฐ บุญเรือง เป็นประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้ทำงาน ร่วมอย่างใกล้ชิดกับท่านประธานสภาทั้ง ๓ ท่าน เรื่องที่ปรากฏในการอภิปรายครั้งนี้ก็บรรจุ ในระเบียบวาระการประชุมในแต่ละสัปดาห์ เรื่องความปลอดภัย เรื่องที่จอดรถ เรื่องต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกสะท้อนออก กรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้นิ่งนอนใจเรามีบันทึก รายงานการประชุมเสนอประสานงานไปกับท่านประธาน เช่น วันนี้เราก็ประชุมเรื่องการตั้ง ที่ปรึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิโดยไม่จำกัดจำนวน แล้วแอบอ้างไปหาผลประโยชน์ต่าง ๆ นานา เราก็เอามาเข้าในที่ประชุม วันนี้ผมลุกขึ้นมาในฐานะที่เป็นกรรมาธิการกิจการ สภาผู้แทนราษฎร กิจการสภาเราไม่ได้นิ่งนอนใจ ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่ได้แสดง ความคิดเห็น ก็หวังอย่างยิ่งว่ากระป๋องใบที่ ๒ จะไม่มี แผ่นไม้ที่อยู่ข้างบนนี้จะไม่ร่วงหล่น ลงมา ถ้ามีเรื่องอะไรที่จะให้กรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้มีโอกาสพิจารณาเรื่อง โดยละเอียดรอบคอบก็อย่าได้เกรงใจ เช่น วันนี้ท่านสฤษฏ์พงษ์จากพรรคภูมิใจไทย ท่านเสนอเรื่องการแต่งตั้งกิจการสภาและเรื่องที่ปรึกษาไปหาผลประโยชน์ต่าง ๆ เราก็นำเรื่องนี้มาพิจารณากัน กิจการสภายังต้องการความร่วมมือจากท่านสมาชิกทุกท่าน ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ จะแก้ไขปัญหาด้วยความร่วมมือ กับท่านประธานทั้งสาม ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านอดิศรมากครับ ในฐานะตัวแทนของคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ท่านรักชนก เชิญครับ🔗
ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน เนื่องจากทุกคนหารือเรื่องในสภา มีอยู่ ๒ เรื่องที่ดิฉันอยากจะร่วมเรียกว่าสะท้อนก็คือ🔗
เรื่องแรก ก่อนที่ สส. หรือว่ารัฐมนตรีทุกคนจะเข้ามาในบริเวณสภาจะต้อง มีการตรวจ Scan กระเป๋า ดิฉันก็อยากจะขอความร่วมมือจากเพื่อน สส. ท่านรัฐมนตรี ทุกท่าน ไม่ว่าจะใหญ่โตมาจากไหน ดิฉันก็อยากจะขอให้ความร่วมมือในการ Scan กระเป๋า ด้วยนะคะ เพราะว่าเจ้าหน้าที่บางทีเขาลำบากใจในการที่จะต้องมาบอกให้ สส. หรือว่า รัฐมนตรีหรือผู้ช่วยรัฐมนตรี Scan กระเป๋า เพราะว่าบางคนเหมือนเวลาบอกให้ Scan กระเป๋า เจ้าหน้าที่เขาบอกก็ฟึดฟัด ๆ นะคะ อันนี้ดิฉันก็ขอให้ท่านประธานกำชับแล้วก็ ขอความร่วมมือจากเพื่อนสมาชิกทุกท่านด้วยแล้วกัน คือจะใหญ่โตมาจากไหนก็ต้อง Scan กระเป๋านะคะ มันเป็นเรื่องของความปลอดภัย🔗
อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าเวลาที่ดิฉันทำงานแล้วกลับห้าทุ่ม เที่ยงคืน คือสภาไม่มี การรักษาความปลอดภัย แล้วก็ประตูเรียกว่าใครจะเข้ามาบานไหนก็ได้ ถ้าเป็นเวลาราชการ แน่นอนว่ามีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ทุกที่ แต่พอเป็นเวลาหลังจากที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำแล้วนี่ คือใครจะเดินเข้ามาในสภาหรือว่าวางระเบิดห้องใครที่ไม่ได้ล็อกประตูมันง่ายดายมากเลย ท่านประธาน อันนี้ก็อยากจะฝากท่านประธานไว้ ๒ เรื่องค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณมากครับ พอสมควรแล้วนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมถูกพาดพิงครับ🔗
ท่านประธานประเสริฐครับ เมื่อสักครู่นี้ทางท่านอดิศรได้เป็นตัวแทนของกรรมาธิการกิจการ สภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้วนะครับ🔗
ในฐานะที่พูดถึงชื่อผมและพาดพิงผม พอดีผมมายืนยันครับ🔗
ท่านสมาชิกท่านอื่นหากมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรานะครับ ทางกิจการสภาท่านพร้อมที่จะรับดำเนินการแล้วก็รับประสานงานต่อกับท่านประธาน แล้วก็ท่านรองประธานทั้ง ๒ ท่าน รวมถึงทางเจ้าหน้าที่ด้วย ก็จะประสานงานต่อแล้วก็จะ ดำเนินการทำให้สภาของพวกเราด้วยความเรียบร้อยนะครับ🔗
ผมขอเข้าสู่ระเบียบวาระเลยแล้วกันนะครับ เรียนท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อ เข้าร่วมประชุมแล้วทั้งสิ้น ๓๘๕ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมแล้วครับ ผมขอเปิดการประชุม และดำเนินการตามระเบียบวาระครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ท่านสมาชิกที่อยู่ด้านนอกครับ รบกวนท่านสมาชิกเข้ามาด้านในห้องประชุม ด้วยนะครับ วันนี้เราได้รับเกียรติจากทางท่านประธานสภาจากประเทศมาเลเซีย รวมถึง ท่านดำรงตำแหน่งประธานสภาอาเซียนด้วยกำลังจะเข้ามาเยี่ยมชมสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ก็เข้ามาต้อนรับท่านนะครับ ผมขออนุญาตเข้าสู่🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
๑. รายงานร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว (ในระเบียบวาระที่ ๔.๑)🔗
ขออนุญาตครับท่านประธาน🔗
เชิญครับ🔗
ผม ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะตัวแทนวิปรัฐบาล ก่อนที่จะเข้าระเบียบวาระ ๔.๑ ท่านประธานผมขออนุญาตเสนอญัตติเพื่อขอให้เลื่อนการพิจารณาในวาระ ๔.๑ ไปก่อน ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๕) เหตุผลท่านประธานที่จำเป็นจะต้องมีการขอเลื่อนวาระนี้ไปก่อนครับ🔗
เนื่องจากวาระ ๔.๑ เป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและ ส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ที่มีการค้างพิจารณากันมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แล้วก็เป็น ที่ประจักษ์ดีนะครับว่า🔗
ท่านชนินทร์สักครู่ครับ ท่านเสนอเป็นญัตติ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตขอผู้รับรองสักนิดหนึ่ง ก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวค่อยเสนอเหตุผลนะครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญเสนอเหตุผลต่อเลยครับ ขออภัยครับ🔗
ขออนุญาตต่อนะครับ ก็เหตุผลที่จำเป็นจะต้องเสนอเพื่อเลื่อนญัตตินี้ออกไปก่อน เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองและส่งเสริมชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ที่ค้างการพิจารณาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนะครับ เป็นที่ประจักษ์ว่ามีเนื้อหาสาระในบางส่วนที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านมีความกังวลว่าอาจจะ เหมาะสมหรือไม่ หรืออาจจะขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทั้งนี้เองเพื่อนสมาชิกในฝั่งพรรค รัฐบาลก็ได้มีการประชุมในพรรคของตัวเอง แล้วแต่ละพรรคก็ยังมีข้อกังวลใจอยู่ เลยอยากจะ รบกวนทางกรรมาธิการได้มีโอกาสทบทวนแล้วก็ปรับปรุงร่างให้มีความชัดเจนก่อนเพื่อที่จะ นำกลับเข้ามาพิจารณาต่อให้ราบรื่นนะครับ เพราะว่าอย่างที่แจ้งครับ เพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่าน แล้วก็ทุก ๆ พรรคมีเจตนารมณ์ชัดเจนว่าอยากจะให้กฎหมายนี้ผ่านด้วยความเรียบร้อย และสามารถบังคับได้จริง ไม่อยากให้เราผลีผลามตัดสินใจไปโดยที่อาจจะไม่มีความรัดกุม แล้วก็มีความกังวลว่าถ้ากฎหมายผ่านไปโดยบังคับใช้ไม่ได้อาจจะไม่เป็นประโยชน์กับพี่น้อง กลุ่มชาติพันธุ์หรือว่าพี่น้องในประเทศไทย ก็ขอความเห็นใจครับ แล้วก็ขอความร่วมมือ อาจจะขอความเห็นจากทางฝั่งวิปฝ่ายค้านด้วยนะครับว่าถ้าเห็นพ้องไปในทางเดียวกันครับ ก็ขอเวลาให้ทางกรรมาธิการได้ทบทวนสักเล็กน้อย อาจจะ ๒ หรือ ๓ สัปดาห์ แล้วนำกลับ เข้ามาพิจารณาต่อจากเดิมที่ค้างกันอยู่ เท่านี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ท่านมานพ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง คือท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมในนามกรรมาธิการร่วมกับเพื่อนสมาชิก จากพรรคการเมืองทุกพรรค รวมถึงภาคประชาชน คือเมื่ออาทิตย์ที่แล้วที่ประชุมก็ตั้ง ข้อสังเกต ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสมาชิกอาวุโส แล้วก็นักกฎหมาย แล้วก็ผู้ที่มีประสบการณ์ ในสภาแห่งนี้ว่าจะเขียนอย่างไรทำให้กฎหมายนี้มันมีความรู้สึกที่ไม่แข็งเกินไป อันนี้ก็เป็น ประเด็นเราใช้เวลาพอสมควรนะครับ แล้วหลังจากประชุมเสร็จพวกเราก็ลงไปปรึกษาหารือ กับผู้อาวุโส แล้วก็หลาย ๆ ท่าน แล้วเมื่อวานนี้ครับท่านประธานกรรมาธิการก็ได้ประชุมกัน ก็ได้ปรับแก้ข้อความเนื้อหาต่าง ๆ ตามที่เพื่อนสมาชิกในสภาได้แนะนำมาเกือบทุกประเด็น ผมคิดว่าอันนี้เป็นประเด็นที่ผมอยากจะสื่อสารกับท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกนะครับ จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เป็นเรื่องการทบทวนนะครับ ผมคิดว่ากรรมาธิการได้ทำหน้าที่ทบทวน ตามข้อคิดเห็น ข้อเสนอของสภาผู้แทนราษฎรไปเรียบร้อยแล้ว ได้ปรากฏเป็นเอกสาร จริง ๆ แล้ว ผมคิดว่าวันนี้เราน่าจะพิจารณา แต่ผมคิดว่าถ้าหากว่าเพื่อนสมาชิกแต่ละพรรคการเมืองที่ยังมี ความเข้าใจไม่ตรงกัน ถ้าจะมีเวลาในการสื่อสารกันผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องสำคัญนะครับ หลายท่านที่อภิปรายผมคิดว่าเนื้อหาต่าง ๆ ที่ท่านได้แนะนำได้เสนอ เรากรรมาธิการทั้งหมด ทั้งฝ่ายกฎหมายของกฤษฎีกา ฝ่ายเลขานุการของสภา ทุก ๆ ฝ่ายผมคิดว่าจริง ๆ แล้ว เราน่าจะพร้อม แต่ถ้าเป็นประเด็นของการเลื่อนครั้งนี้เป็นเรื่องการทำความเข้าใจในส่วนของ แต่ละพรรค ผมคิดว่าอันนี้ก็พอรับฟังได้ เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมาย ๕ ร่างนะครับ ท่านประธาน ร่างของ ครม. ร่างของพรรคการเมือง ๒ พรรค คือพรรคเพื่อไทยกับพรรค ประชาชน แล้วก็ร่างของที่ประชาชนใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการลงชื่ออีก ๒ ร่าง เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องสำคัญนะครับ ประเด็นสำคัญที่ผมอยากจะถามคือถ้าจะเลื่อนไปให้ เพื่อนสมาชิกของแต่ละพรรคได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน ได้อ่านกฎหมายอย่างถ่องแท้ ผมอยาก ทราบว่าเราจะใช้เวลาประมาณสักกี่วัน กี่อาทิตย์ ทั้งหมดนี้ผมในนามกรรมาธิการแล้วก็ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากชาติพันธุ์ก็จะได้ตอบพี่น้องประชาชนว่าเหตุผลสำคัญที่สภา ขอเลื่อนออกไป แล้วก็คำตอบที่จะกลับมาในการพิจารณาอีกครั้งหนึ่งอย่างไร กี่วันอย่างนี้ ผมขอทราบระยะเวลาสักเล็กน้อยครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ก็ดูเหมือนทางฝั่งนี้ก็จะไม่ติดใจแล้วนะครับ เพียงแต่ว่าอยากจะทราบกำหนดเวลานะครับ ท่านจะเอาสักกี่วันครับ🔗
ท่านประธานครับ กระผม ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ตัวแทนวิปรัฐบาลครับ เบื้องต้นทางฝั่ง วิปรัฐบาลได้มีการพูดคุยกันนะครับ อาจจะขอกรอบเวลาไว้สัก ๓ สัปดาห์ แล้วนำกลับเข้ามา พิจารณาในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านเลาฟั้งว่าอย่างไรครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมมี ๒-๓ ประเด็นที่อยากจะขอหารือ🔗
ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่า ๓ สัปดาห์นั้นผมคิดว่านานเกินไปนะครับ เพราะว่า ทำไมผมถึงบอกว่ามันนาน คือการถกเถียงเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนอกจากการถกเถียงในเชิง ประเด็นเราก็ได้สรุปประเด็นที่เป็นข้อถกเถียง แล้วเมื่อวานนี้กรรมาธิการก็ได้ไปประชุมแล้วก็ ได้มีการจัดทำ ได้มีการแก้ไขตามข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกที่มีการอภิปรายไปหมดแล้ว ทุกประเด็นได้มีการแก้ไขไปหมดแล้วจนเป็นที่ยอมรับ เมื่อวานที่ประชุมกรรมาธิการก็ได้สรุป ร่วมกันไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องไปดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลง อีกใด ๆ แล้วก็เรื่องของการทบทวนนะครับ ทีนี้ผมคิดว่าเราก็ไม่มีประเด็นที่จะต้องไป ดำเนินการทบทวนอีกแล้ว เพราะว่าเนื้อหาได้มีการสรุปออกมาหมดแล้ว เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าสัก ๒ สัปดาห์นี้น่าจะเพียงพอแล้วในการที่จะกลับไปนะครับ แล้วก็ในระหว่าง ๒ สัปดาห์นี้จะต้องมีการทำอะไรบ้าง อันนี้ก็อยากจะฝากถามด้วยนะครับ🔗
ทีนี้ประเด็นที่ผมอยากจะหารือท่านประธานนิดหนึ่งก็คือว่าในอาทิตย์ที่แล้ว เพื่อนสมาชิกได้มีการท้วงติงอยู่ ๒ ๓ ประเด็น แล้วก็เป็นประเด็นที่ทำให้มีการเลื่อนนะครับ ซึ่งผมอยากจะขอชี้แจงสั้น ๆ อย่างนี้นะครับว่าประเด็นที่มีการตั้งประเด็นมาเรื่องของการ บอกว่าเขียนวกวน สับสน อ่านไม่เข้าใจอย่างนี้นะครับ เรื่องของการขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็น ประเด็นถกเถียงหลัก เรื่องนี้ผมอยากจะย้ำอย่างนี้นะครับว่าได้มีการไปศึกษารายละเอียด อย่างถี่ถ้วนแล้วกฎหมายฉบับนี้ร่างฉบับหลักคือฉบับของคณะรัฐมนตรีผ่านการตรวจสอบ ของกฤษฎีกา ในชั้นกรรมาธิการกฤษฎีกาก็อยู่ในที่ประชุมด้วย ผ่านการตรวจสอบคัดกรอง อย่างละเอียด เพราะฉะนั้นมันไม่มีประเด็นเรื่องของการขัดรัฐธรรมนูญแล้ว สาระสำคัญก็คือ เป็นเรื่องของการสร้างโอกาสให้กลุ่มคนด้อยโอกาสได้มีสิทธิในการเข้าถึง ได้มีโอกาสเข้าถึง สิทธิและเสรีภาพในบรรดาที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ หลักการเขียนไว้ในมาตรา ๒๗ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บอกว่าประชาชนย่อมมีสิทธิและเสรีภาพเท่าเทียมกัน หากแต่ว่าในทางปฏิบัติคนด้อยโอกาสกลุ่มหนึ่งไม่สามารถเข้าถึงสิทธิได้ มันจึงมีวรรคสาม ในมาตรา ๒๗ เขียนเอาไว้ว่า หากรัฐจะออกมาตรการใด ๆ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้คนที่ ด้อยโอกาสสามารถเข้าถึงสิทธิที่บรรดากฎหมายกำหนดเอาไว้ได้🔗
ท่านเลาฟั้งครับ สาระเดี๋ยวค่อยคุยกัน🔗
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การเลือก ปฏิบัติ เพราะฉะนั้นมันจึงไม่มีเรื่องของการขัดกับรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด จึงขอเรียนให้ ท่านประธานรับทราบนะครับ แล้วก็ที่ผมจำเป็นต้องพูดเพราะว่าเป็นประเด็นในการถกเถียง จนนำมาสู่การขอเลื่อนในวันนี้ จึงอยากจะขอทำความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
เข้าใจแล้วครับ ก็อยู่ในวาระเรื่องขอเลื่อน เห็นท่านวรวัจน์ยกมือ ผมขอแทรกนิดเดียวครับ ขอแทรกนิดเดียว แล้วก็ว่ากันต่อ เดี๋ยวจะให้รองประธานว่าจะเลื่อนกี่วัน เสร็จแล้วถ้าเลื่อนได้ก็จะเอาวาระ อะไรขึ้นมาพิจารณา เดี๋ยวจะว่ากันต่อ ผมขอแทรก ๒ ๓ นาทีในช่วงนี้นะครับ🔗
ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับประธานสภามาเลเซีย และคณะ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรมาเลเซีย ในนามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระผม ในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎรมีความยินดีอย่างยิ่งที่ ตัน ศรี ดาโต๊ะ โจฮารี บิน อับดุล (H.E. Tan Sri Dato' (Dr.) Johari bin Abdul) ประธานสภาผู้แทนราษฎรมาเลเซียและ ประธานสภาอาเซียนประจำปีนี้ และคณะ ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐสภาไทย และเข้าเยี่ยมชมประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ เพื่อเป็น เกียรติแก่ ตัน ศรี ดาโต๊ะ โจฮารี บิน อับดุล (H.E. Tan Sri Dato' (Dr.) Johari bin Abdul) ประธานสภามาเลเซียและประธานสภาอาเซียน และคณะ ผมขอเชิญท่านสมาชิกทุกท่าน โปรดยืนขึ้นแล้วก็ปรบมือต้อนรับครับ ขอบคุณครับ ซาลามัด ดาตัง ตัน ศรี ดาโต๊ะ ดอกเตอร์โจฮารี บิน อับดุล (H.E. Tan Sri Dato' (Dr.) Johari bin Abdul) ขอบคุณมากครับ🔗
ผมขอดำเนินการต่อเลยนะครับ เมื่อสักครู่นี้ทางด้านนี้มีท่านผู้ขอแสดงความคิดเห็นนะครับ ท่านสมาชิกครับ ผมรบกวนแบบนี้นะครับว่าในญัตตินี้เป็นญัตติขอให้เลื่อนการพิจารณา ออกไปก่อน เพราะฉะนั้นในเนื้อหาสาระผมขออนุญาตว่าเอาไว้เข้าสู่ระเบียบวาระแล้วค่อย มาพูดคุยกันในเนื้อหาสาระนะครับ วันนี้อภิปรายกันในญัตติที่ทางผู้เสนอได้เสนอว่าขอเลื่อน เราจะเลื่อนหรือเราจะไม่เลื่อนอย่างไรก็เอาในญัตตินะครับ เชิญท่านเลขาวิป ท่านศรันย์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ถึงเหตุผลในการขอให้มีญัตติในการเลื่อน การอภิปราย ผมทราบดีครับว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้มีการพูดคุยกัน และมีความเห็น แตกต่างมากมายหลากหลายเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. ที่เรากำลังพิจารณากัน และผมได้มีโอกาส เห็นร่างที่ทางคณะกรรมาธิการได้มีการปรับแก้ และหลาย ๆ ท่านที่ได้มีคำติหรือความคิดเห็น ที่แตกต่างในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ก็มีความเข้าใจ และหลาย ๆ ท่านก็ยอมรับมากขึ้นในการ แก้ไข ผมติดเพียงบางประเด็นครับท่านประธาน คือผมรับทราบมาว่าในการประชุมของ กรรมาธิการเองในการประชุมก็ยังมีความคิดเห็นที่ยังแตกต่างอยู่พอสมควร และอีกส่วนหนึ่ง ที่ผมอยากเสนอแล้วก็ให้การสนับสนุนญัตติของท่านชนินทร์ ก็คือในสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจาก เรามีการพูดคุยในสภาและได้มีการเชิญตัวแทน รวมถึงตัวแทนแต่ละพรรคและกรรมาธิการ พูดคุยกันในวันอังคารก็คือเมื่อวาน มีบางท่านประเด็นที่ยังติดใจยังไม่ได้สามารถเข้าไปพูดคุย กับกรรมาธิการได้โดยตรง ขออนุญาตยกตัวอย่างประเด็นของท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ท่านก็อาจจะยังไม่ได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุยกับกรรมาธิการโดยตรง ไม่ได้มีการเข้าไปเจอหน้า พูดคุยกัน แต่หลังจากที่มีการแก้ไขข้อความแล้วทางตัวท่านประยุทธ์เองก็ยังมีความ เป็นห่วงอยู่ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเวลาเพื่อที่เราจะได้สามารถทำให้คนที่ยังมีความเป็นห่วง กฎหมายฉบับนี้กลัวว่าออกมาแล้วจะมีปัญหาสามารถคุยกับกรรมาธิการได้เพื่อที่จะได้ หาทางออกร่วมกัน และเมื่อคุยกันแล้ว ช่วยกันปรับแก้แล้ว สุดท้ายก็จะได้มีเวลาอีก ๑ อาทิตย์ในการตรวจสอบก่อนที่จะนำกลับเข้ามาในสภาแห่งนี้ เพื่อที่เพื่อนสมาชิกท่านอื่น ๆ ที่อาจจะไม่ได้มีปัญหาในประเด็นดังกล่าวจะได้สบายใจว่า ท่านที่รู้สึกว่าบางประเด็นที่ยังมีเพื่อนสมาชิกไม่สบายใจ หรืออาจจะส่งผลกับกฎหมาย ดังกล่าวถ้าออกไปเช่นนี้ ทุกคนในสภาแห่งนี้จะได้มีความเห็นได้ว่าไม่มีเรื่องนั้นที่จะต้องกังวล อีกต่อไป กฎหมายนี้ก็จะได้ผ่านและสามารถใช้ได้โดยที่ไม่มีข้อขัดแย้งหลังจากนี้ เพราะว่าเรา เป็นห่วงจริง ๆ ครับท่านประธานว่าบางประเด็นที่เพื่อนสมาชิกมีความเป็นห่วงเราเรียนกัน ตามตรงว่า ด้วยกฎหมายแต่ละท่านอาจจะมีความเห็นที่ไม่ตรงกัน แต่ถ้าออกไปจากสภา แห่งนี้หลังจากที่เราลงมติไปแล้ว แล้วเกิดมีปัญหามันก็จะพ้นมือจากสภาของเราไป แล้วเรา จะไม่สามารถแก้ไขมันได้ ถ้าเราสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ก่อนที่จะผ่านไปจากสภาเรา เราก็จะทำให้สามารถมั่นใจได้ว่ากฎหมายที่เราทำนี้จะสามารถบังคับใช้ได้และแก้ปัญหา ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ได้ อันนี้เป็นความต้องการสูงสุดของเรานะครับ เราจึงขอเวลาเพื่อที่จะทำให้ทุกอย่างนี้ชัดเจนที่สุดและผ่านไปอย่างไม่มีปัญหาครับ ท่านประธาน ผมสนับสนุนญัตติท่านชนินทร์ครับ🔗
ขอบคุณครับ ทางฝั่งนี้ท่านณัฐวุฒิครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตพูดทั้งในนามของกรรมาธิการ แล้วก็ในนามของตัวแทน วิปฝ่ายค้านนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ที่อยากจะนำเรียน ผมก็อาจจะต้องนำเรียนเน้นย้ำนะครับว่า เราเองก็คงต้องเคารพมติของคณะกรรมาธิการที่กรรมาธิการเองก็มั่นใจว่าได้มีการเชิญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการเชิญท่านผู้อาวุโสหลายท่านที่มาให้ข้อมูล หรือประเด็น ที่นำไปสู่การแก้ไข พูดกันง่าย ๆ ก็คือว่า กรรมาธิการก็คงยังยืนยันนะครับว่าการทำหน้าที่ ของเรานั้นในเบื้องต้นถือว่าสมบูรณ์แล้ว แล้วก็เราก็เคารพเสียงข้างมากของกรรมาธิการ ในการลงมติจนนำมาซึ่งเป็นใบแทรกในวันนี้ แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่ายังเห็นด้วยในหลักการ ว่าอาจจะยังมีเวลาที่น้อยไปในการทำความเข้าใจต่อรายละเอียดที่อยู่ในใบแทรก หรือว่าความ เข้าใจต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเมื่อมีการปรับแก้ถ้อยคำแบบนี้นั้นสามารถทำได้ทั้งนิติวิธี แล้วก็การปฏิบัติจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ แล้วก็ประเด็นที่เมื่อคืนนี้ก็มีสมาชิกบางท่านหารือกันมา ว่ากฎหมายฉบับนี้พอไปแก้แล้วเป็นกฎหมายการเงินหรือไม่ ก็ต้องนำเรียนตอบเสียเลยว่า กฎหมายนั้นนี้มีถึง๓ ฉบับที่นายกรัฐมนตรีได้เซ็นรับรองเป็นกฎหมายการเงินมาตั้งแต่ต้น ฉะนั้นประเด็นเรื่องความเป็นกฎหมายการเงินก็คงไม่ใช่ประเด็นอีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธานเนื่องจากว่าการเลื่อนมีอยู่ใน ๒ รูปแบบด้วยกัน🔗
รูปแบบที่ ๑ ก็คือการเลื่อนออกไปก่อน ซึ่งพูดง่าย ๆ ก็คือถ้าเลื่อนไปแบบนี้ สัปดาห์หน้าก็ต้องมีการบรรจุวาระ🔗
รูปแบบที่ ๒ ก็คือการเลื่อนออกไปแล้วมีการกำหนดระยะเวลา แบบนั้นก็จะ ทำให้เรามีเวลาคล่องตัวมากยิ่งขึ้น อาจจะมีเวลาในการทำความเข้าใจ กรรมาธิการเองก็น้อมรับ ว่าอาจจะเชิญท่านผู้อาวุโส หรือท่านที่อาจจะยังมีประเด็นที่สอบถามพวกเราเข้ามาพบกันอีก สัก ๑ หรือ ๒ ครั้ง ฉะนั้นผมคิดว่าแบบนี้เบื้องต้นได้ไหมครับท่านประธานว่า ๑ สัปดาห์ เราเห็นด้วยว่าอาจจะยังเร็วไปที่จะทำงานได้ทัน ถ้า ๒ สัปดาห์ก็อาจจะตึงมือไปครับ ฉะนั้น ข้อเสนอท่านชนินทร์เบื้องต้นท่านขอ ๓ สัปดาห์ แต่เวลาเรานับ ๓ สัปดาห์ บางทีมันนับแล้ว สับสนว่าตกลงคำว่า ๓ สัปดาห์เป็นอย่างไร ฉะนั้นผมคิดว่านับจากวันนี้ไปถึงวันพุธอีก ๓ พุธนะครับ คำนวณดูแล้วยังไม่ถึงวันมาฆบูชาแน่ ๆ คำนวณดูแล้วยังไม่ถึงวันที่จะมีการ ประชุมร่วมแน่ ๆ ก็คาดว่าถ้าเป็นวันพุธที่ ๕ กุมภาพันธ์ ฝ่ายเลขาช่วยตรวจสอบให้นิดหนึ่งว่า ตรงหรือเปล่า บางทีผมก็นับไม่ค่อยตรง แต่ถ้าเป็นวันพุธที่ ๕ กุมภาพันธ์น่าจะมีเวลา พอสมควรที่เราได้ทำความเข้าใจร่วมกัน เราได้หารือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือต่อท่าน ผู้อาวุโสหลายท่านที่ให้คำแนะนำเรามาเป็นอย่างดี แล้วก็จะได้ตอบพี่น้องประชาชนที่เขา คาดหวังอยู่ด้วยว่าในท้ายที่สุดกฎหมายฉบับนี้น่าจะผ่านมือสภาผู้แทนราษฎรไปภายในสมัย ประชุมนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้นอย่างที่ท่านชนินทร์เสนอไว้ ๓ สัปดาห์ ผมขอมาปรับว่าเป็นไปได้ ก็อยากให้มีการบรรจุวาระในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ แบบนี้เป็นเบื้องต้นก่อน ส่วนจะเสร็จหรือ ไม่เสร็จวันที่ ๕ เกิดมีอะไรบางประเด็นจริง ๆ ที่ไม่ทัน วันนั้นค่อยไปว่ากันในเรื่องของการ เลื่อนถัดไปอีกครั้งหนึ่ง แบบนี้ทางวิปฝ่ายค้านก็เห็นชอบครับ คงไม่มีประเด็นที่คัดค้าน แต่ประการใดครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ก็เห็นพ้องต้องกันทั้ง ๒ ฝ่ายแล้วนะครับ ฝ่ายเสนอญัตติขอไว้ ๓ สัปดาห์ ทางฝ่ายค้าน ทางฝ่ายพรรคประชาชนตอนแรกว่าจะขอ ๒ สัปดาห์ แต่ท่านณัฐวุฒิบอกว่า ๓ สัปดาห์ ก็คือจะเป็นวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ขอให้เข้าสู่การพิจารณาของสภา ก็เป็นอันว่าทั้ง ๒ ฝ่าย เห็นพ้องต้องกันแล้วก็ตรงกันแล้วนะครับ หากไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ท่านวรวัจน์ เสร็จแล้วกระมังครับ ขอให้อยู่ในประเด็นการเลื่อนหรือไม่นะครับ🔗
ท่านประธาน ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย คือการเลื่อนเห็นด้วยครับ แต่ว่า ขออนุญาตฝากถึงกรรมาธิการแล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้องที่ต้องนำมาพิจารณากันด้วยนะครับ🔗
ท่านวรวัจน์ผมแบบนี้ได้ไหมครับ ผมรบกวนทางกรรมาธิการท่านเชิญท่านที่ยังติดใจ ในประเด็นเข้าไปพูดคุยกันในชั้นกรรมาธิการว่าท่านติดใจประเด็นไหน ที่ผมเห็นนี่จะมี ท่านวรวัจน์ จะมีหลายท่านที่ยังติดใจอยู่ ฝากทางกรรมาธิการรบกวนช่วยเชิญท่านที่ยังติดใจ ในประเด็นต่าง ๆ เข้าไปหารือในชั้นกรรมาธิการ เพราะผมเห็นว่าถ้าหากโต้เถียงกันไปแบบนี้ เราจะกินเวลาสภาอีกพอสมควร ขออนุญาตท่านวรวัจน์แบบนี้นะครับ ท่านไปชี้แจงในชั้น กรรมาธิการนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขอเวลานาทีเดียว ชี้แจงนิดเดียวครับ คือประเด็นที่แก้ไขมาจริง ๆ เราห่วงกังวลว่าเนื่องจากเกรงมีการขัดต่อ รัฐธรรมนูญ เพราะเราต้องไปผ่านวุฒิสภา แล้วก็อาจจะผ่านศาลรัฐธรรมนูญอีก คราวนี้ ประเด็นเวลาที่นำไปแก้ไขมันมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการอยู่อาศัยและการใช้ประโยชน์ตาม กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ และกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ ซึ่งตรงนี้ไม่ใช่กฎหมายว่าด้วยเรื่องการจัดสรรที่ดิน แต่พอเราเลยวิถีชีวิตจะไปถึงตรงนั้นผมคิดว่าอาจจะต้องเชิญทางส่วนของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนของผู้ที่จะได้รับผลกระทบมาพูดคุยกันก่อน คงไม่ใช่ แค่ว่าในสภาเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเวลาผมคิดว่าอย่าเพิ่งจำกัดมากครับ เพราะว่าถ้าหาก เราผ่านสภาไปแล้ว แล้วไปตกในขั้นตอนอื่นจะเสียหายมากกว่านี้ เลยขออนุญาตทำความ เข้าใจกันก่อนว่าเราอยากให้เกิดผลดีที่ดีที่สุด แต่ไม่ใช่ว่าเราทำออกไปแล้วมีจุดโหว่ ซึ่งมีหลายท่านบอกว่าอาจจะขัดรัฐธรรมนูญได้ เพราะบุคคลย่อมมีสิทธิที่เสมอกันนะครับ แต่ว่าถ้าหากว่าเราให้สิทธิตรงนี้แต่ไปลิดรอนสิทธิของคนอื่นก็อาจจะเกิดผลกระทบนะครับ ก็เลยขออนุญาตเรียนว่าการเลื่อนนั้นขอให้มีการพูดคุยตกลงกันให้ชัดเจนกับทุกฝ่าย แล้วจะเข้าสู่สภาได้เร็วขึ้นครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบพระคุณท่านวรวัจน์ครับ เบื้องต้นเป็น ๓ สัปดาห์นะครับ แล้วเมื่อสักครู่ท่านณัฐวุฒิว่า ถ้าหากว่าเมื่อถึงเวลาวันที่ ๕ กุมภาพันธ์แล้ว มันยังมีเหตุขัดข้องหรือยังไม่พร้อมก็จะขยับ อีกครั้งก็มาขออนุญาตสภาอีกครั้ง แต่ในเบื้องต้นนี้เราก็ตกลงกันวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ นำกลับ เข้าสู่สภาเพื่อพิจารณาในวาระที่สอง ในมาตราที่ค้างอยู่คือตั้งแต่มาตรา ๒๗ เป็นต้นไป ก็น่าจะได้ข้อสรุปเป็นอย่างนี้นะครับ ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นแล้วนะครับ ท่านประยุทธ์ ชี้แจงในชั้นกรรมาธิการดีกว่ากระมังครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ผมเป็นคนหนึ่งที่ลุกขึ้นทักท้วงในประเด็นข้อกฎหมายที่มันอาจจะขัดและสุ่มเสี่ยงกับการขัด รัฐธรรมนูญ แต่ผมกราบเรียนเป็นเบื้องต้นว่าศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ที่เราพอมองเห็น ศักดิ์ศรีของคนชาติพันธุ์ที่เราจะต้องเข้าไปโอบอุ้มแก้ไขปัญหาร่วมกันนะครับ ผมเข้าใจว่า ท่านสมาชิกทั้งหลายไม่ได้ขัดข้องเลย🔗
ท่านประยุทธ์ครับ ผมขออนุญาตนะครับ เมื่อสักครู่นี้สภาเราท่านอาจจะเพิ่งเดินเข้ามา เราได้ตกลงร่วมกันว่าในวาระนี้เราจะพิจารณากันว่าเราจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน ส่วนเนื้อหา สาระหากท่านใดยังติดใจซึ่งเมื่อสักครู่นี้จะมีท่านวรวัจน์ มีท่านอดิศร แล้วก็จะมีตัวท่าน ประยุทธ์ที่ยังติดใจในเนื้อหาสาระ เพราะฉะนั้นในเนื้อหาสาระนี่เราไปหารือกันในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งกรรมาธิการก็ได้รับปาก แล้วว่าจะเชิญท่านเข้าไปชี้แจงในชั้นกรรมาธิการอีกครั้ง พร้อมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็จะไปชี้แจงกันเสียทีเดียวเพื่อได้ข้อสรุปที่ตรงกัน แล้วก็จะนำกลับมาพิจารณาอีกครั้งในสภา แห่งนี้ในวาระที่สองที่ค้างอยู่คือตั้งแต่มาตรา ๒๗ เป็นต้นไป ก็จะมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ เพราะฉะนั้นในประเด็นที่ท่านประยุทธ์ได้หารือเป็นประเด็นที่เข้าสู่ เนื้อหาสาระแล้ว ผมก็ต้องกราบขออภัยจริง ๆ ที่จะขออนุญาตท่านไปชี้แจงในชั้นกรรมาธิการ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียเวลาของสภาแห่งนี้ในการพิจารณาในวาระถัดไป ต้องขออนุญาต ท่านประยุทธ์นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขอบคุณ ท่านประธานที่กรุณาสรุป จริง ๆ แล้วผมก็ติดตามทั้ง ๆ ที่ผมประชุมกรรมาธิการอยู่ ผมจะให้ ความร่วมมือกับท่านประธานในการที่จะหาทางออกในการเลื่อน ผมเข้าใจครับท่านประธาน แต่สิ่งที่ผมอยากจะพูดให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน เลื่อนนี่ผมให้เลื่อน แต่สิ่งที่กังวลอยู่เหมือนกัน ว่าคำอภิปรายของบางท่านดูเสมือนหนึ่งว่าเราไม่ได้สนใจ เราไม่ให้ความสำคัญ แต่ผมย้ำกัน ว่าสมาชิกก็ตาม กรรมาธิการก็ตาม ต่างมีความเห็นร่วมกันที่จะแก้ไขปัญหา ท่านประธาน จะสังเกตเห็นไหมครับ รัฐบาลก็เสนอกฎหมายมาทั้ง ๆ ที่รัฐบาลก็ให้งบประมาณในการ ที่จะเอื้ออำนวยความสะดวกกับคนกลุ่มนี้และมองเห็นปัญหาแท้ ๆ ร่วมกันที่จะต้องแก้ไข จนกระทั่งเสนอร่างเข้ามา รัฐบาลก็มีความเป็นห่วง แต่ผมก็เป็นห่วงแค่นั้นละ ปัญหาที่จะ เกิดขึ้นซึ่งจะมีปัญหา ซึ่งต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมก็เป็นห่วงกลุ่มชาติพันธุ์ที่จะแก้ไข ปัญหาให้มีกฎหมายรองรับเพื่อเขาจะได้เป็นคนไทยอยู่อย่างมั่นใจ ในประเด็นที่ขอเลื่อนไป ๒ สัปดาห์ก็ตาม ๓ สัปดาห์ก็ตาม ผมไม่ขัดข้อง หรือจะให้ผมไปชี้แจงในกรรมาธิการ ผมก็ไม่ขัดข้อง แต่ประเด็นที่ท่านประธานกำลังปรึกษาอยู่ ผมเห็นชอบในการที่จะให้เลื่อน ครับท่านประธาน🔗
ขอบพระคุณมากครับ ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นแล้วนะครับ ก็ขออนุญาตมีมติเห็นด้วย กับญัตติของท่านชนินทร์ที่จะให้เลื่อนวาระ ๔.๑ นี้ออกไปก่อน แล้วก็นำกลับมาพิจารณา ในคราวประชุมในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ครับ ต่อไป🔗
๒. ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว (ในระเบียบวาระที่ ๔.๒)🔗
ขอเชิญทางคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่เพื่อชี้แจงต่อที่ประชุมเชิญครับ🔗
ขอเชิญกรรมาธิการครับ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นการพิจารณาใน วาระที่สอง ซึ่งจะพิจารณาเริ่มต้นตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ แล้วเรียงตามลำดับมาตราจนจบ ร่างนะครับ ซึ่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผู้แปรญัตติไม่ได้ขอสงวนคำแปรญัตติไว้นะครับ ดังนั้นผมจะให้กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นได้อภิปรายก่อน ส่วนสมาชิกจะอภิปรายได้ เฉพาะถ้อยคำหรือข้อความที่คณะกรรมาธิการเพิ่มเติมเท่านั้นนะครับ เมื่อกรรมาธิการได้ตอบ ชี้แจงจบแล้วจะเป็นการลงมติในมาตรานั้น ๆ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๑ ในการนี้ได้อนุญาตให้ ท่านวรพจน์ ด้วงพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมสรรพสามิต เข้าร่วมชี้แจง ต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ วรรคสอง ถ้ากรรมาธิการพร้อมแล้ว เชิญประธาน คณะกรรมาธิการแถลงเลยครับ🔗
กราบเรียน ประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ กระผม ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอรายงานต่อ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรดังนี้ครับ🔗
ตามที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๒๔ สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง วันพุธที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๗ และครั้งที่ ๒๘ สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่หนึ่ง วันพุธที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๗ ได้พิจารณาและลงมติรับหลักการแห่งร่าง พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยผม นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ กับคณะ และร่างที่เสนอโดยท่าน สส. ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู กับคณะ และตั้งกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณาโดยกำหนดการแปรญัตติภายใน ๑๕ วัน โดยให้ถือเอา ร่างพระราชบัญญัติของนายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ กับคณะ เป็นหลักในการพิจารณานั้น บัดนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ให้ความสำคัญและนำคำอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรในวาระที่หนึ่งชั้นรับหลักการ รายงานผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายของร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยท่าน สส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร และคณะ ในส่วนที่มีหลักการเดียวกัน มาประกอบการพิจารณา ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๗๗ วรรคสอง และประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ วรรคสอง และได้นำเอาความเห็น ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาโดยละเอียดรอบคอบ ผมขออนุญาตให้ ข้อมูลเพิ่มเติมแก่เพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรอย่างนี้ครับว่า ในวันที่ ๒ ตุลาคมนั้น เรามีการลงมติพิจารณาทั้งหมด ๓ ร่าง คือร่างที่เสนอโดยพรรคเพื่อไทย ชื่อร่างสุราชุมชน ร่างที่เสนอโดยพรรครวมไทยสร้างชาติ หรือร่างสุรารวมไทย และร่างที่เสนอโดย พรรคประชาชนก็คือร่างสุราก้าวหน้า ทั้ง ๓ ร่าง มีจุดมุ่งหมายในทางเดียวกันที่จะส่งเสริม การเข้าถึงใบอนุญาตของผู้ประกอบการรายย่อยให้มีโอกาสในการทำธุรกิจมากขึ้น แต่แตกต่างในประเด็นเดียวก็คือร่างสุราก้าวหน้ามีการปรับเปลี่ยนหลักการให้การขออนุญาต สำหรับการถือครองเครื่องกลั่นสุราหรือผลิตสุราจะกระทำก็ต่อเมื่อเป็นการกระทำเพื่อการค้า เท่านั้น ซึ่งนำมาซึ่งการอภิปรายในวาระที่หนึ่งของเพื่อนสมาชิกในที่นี้ครับถึงความกังวล ในผลกระทบต่อสังคมและการควบคุมการผลิตสุราที่อาจจะมีการลักลอบผลิตโดยอ้างว่า ไม่ได้เป็นการทำเพื่อการค้า ด้วยเหตุผลนั้นครับในวันนั้นเราจึงมีการรับหลักการ ๒ ร่างครับ ก็คือร่างสุราชุมชนและสุรารวมไทย และมิได้รับหลักการร่างสุราก้าวหน้าครับ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขอขอบคุณกรรมาธิการทุกท่านจากทุกพรรคการเมืองที่เข้ามาร่วมเป็นองค์ประกอบ ในการประชุมครับ แล้วก็ได้ให้ความร่วมมือในการทำงานกันอย่างเข้มข้น ทำให้การพิจารณา กฎหมายฉบับนี้ของเราสามารถหาข้อยุติได้อย่างรวดเร็ว เราประชุมไปทั้งหมด ๑๐ ครั้ง แล้วก็นำมาสู่การนำเสนอรายงานในสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ แล้วก็ต้องขอขอบคุณทาง รัฐบาลที่ให้ความร่วมมือในการประชุม แล้วก็ทำงานคู่ขนานนำมาสู่การเสนอปรับแก้ กฎกระทรวงในบางประเด็นที่สามารถดำเนินการได้ก่อน แล้วก็เชื่อว่าไม่ต้องรอให้กฎหมาย ฉบับนี้ผ่านจะมีการปรับปรุงกฎกระทรวงช่วยเหลือพี่น้องที่อยากจะประกอบธุรกิจในการ ผลิตสุราได้มีโอกาสในการทำธุรกิจเพิ่มมากขึ้น แล้วผมก็เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าหากกฎหมายนี้ ผ่านทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาก็จะมีการแก้ไขกฎกระทรวงทั้งฉบับเพื่อให้สอดคล้อง กับการแก้ไขพระราชบัญญัติต่อไป นอกจากนี้คณะกรรมาธิการได้เดินทางไปศึกษาดูงาน เพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการผลิต สุรา มาตรการควบคุมทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การดำเนินกิจการผลิตสุราของผู้ประกอบการ รายย่อยและผู้ประกอบการผลิตสุราชุมชนของสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้มีความเหมาะสมมากขึ้นครับ โดยครั้งที่ ๑ เราได้เดินทางไปในวันที่ ๔-๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ณ จังหวัดชัยภูมิและโคราช ในครั้งที่ ๒ วันที่ ๑๓-๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๗ ที่จังหวัดแพร่และจังหวัดน่าน คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โดยแก้ไขเพิ่มเติมความ ในประเด็นต่าง ๆ โดยนำเอารายละเอียดร่างของท่าน สส. ศิริวรรณ มาร่วมพิจารณาและ บัญญัติในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย ซึ่งมีสาระสำคัญเพื่อกำหนดกรอบในการออก กฎกระทรวงเกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการขออนุญาตและการ ออกใบอนุญาตผลิตสุราหรือมีเครื่องกลั่นสำหรับผลิตสุราไว้ในครอบครอง โดยสาระสำคัญ มี ๒ ประเด็นครับ🔗
ประเด็นแรก ก็คือการให้ใบอนุญาตไม่สามารถนำหลักเกณฑ์ใด ๆ มาใช้ ในลักษณะที่เป็นการเลือกปฏิบัติหรือผูกขาดทางเศรษฐกิจโดยไม่เป็นธรรม หรือสร้างภาระ เกินสมควรแก่ผู้ขออนุญาต🔗
ประเด็นที่ ๒ จะต้องมีการสนับสนุนให้สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน องค์กรเกษตรกร หรือผู้ประกอบการรายย่อยสามารถขอรับใบอนุญาตผลิตสุราเพื่อการค้าได้ โดยสามารถทำสุราได้ทุกประเภทอาจจะมีสีหรือมีกลิ่นด้วยก็ได้🔗
สุดท้ายครับ ผมขอให้ความมั่นใจกับสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ในการลงมติ หลังจากนี้ว่าการดำเนินการของกรรมาธิการชุดนี้ดำเนินการตามอำนาจที่สภามอบให้ โดยไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนหลักการ แล้วก็ยังคงไว้ถึงข้อห่วงใยของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ว่าการขออนุญาตในการผลิตสุราหรือถือครองเครื่องกลั่นสุรานั้นจำเป็นจะต้องมีการควบคุม ผลกระทบทางสังคมด้วย ดังนั้นก็ให้การยืนยันครับว่าการแก้ไขครั้งนี้ไม่ใช่การปรับเปลี่ยน ให้เป็นการผลิตสุราโดยเสรีแบบไม่ต้องขออนุญาต แล้วก็ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนไปตาม หลักการของร่างสุราก้าวหน้าที่ให้การขออนุญาตทำเฉพาะเพื่อการค้าเท่านั้น แต่ยังคงไว้ เหมือนเดิมว่าการขออนุญาตผลิตหรือการถือครองจำเป็นจะต้องมีการแจ้งให้หน่วยงาน รัฐทราบ และท้ายที่สุดในฐานะประธานคณะกรรมาธิการผมขอให้ความชัดเจนว่าการแก้ไข พระราชบัญญัติครั้งนี้จะส่งเสริมนโยบายรัฐบาลที่ประกาศไว้โดยท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ใน ๔ ประเด็นครับ🔗
ประเด็นแรก จะส่งเสริมการลดการผูกขาดสำหรับการประกอบธุรกิจผลิตสุรา และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการทำธุรกิจอย่างถูกต้องตาม กฎหมายมีโอกาสในการเข้าถึงใบอนุญาตและมีอาชีพที่ถูกต้องเสียภาษีให้แก่รัฐ🔗
ประเด็นที่ ๒ จะส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรในประเทศ ยกระดับและเพิ่มโอกาสให้พี่น้องเกษตรกรไทยมีช่องทางในการแปรรูปผลผลิตทาง การเกษตรเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้🔗
ประเด็นที่ ๓ จะสร้างรายได้ส่วนเพิ่มให้แก่รัฐโดยการนำผลผลิตหรือว่า ผลิตภัณฑ์ที่ทำโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายกลับขึ้นมา โดยมีการกำกับดูแลของรัฐ เสียภาษี ถูกต้องและเปิดโอกาสในการขยายระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยสืบเนื่องต่อไป🔗
ประเด็นสุดท้ายครับการแก้ไขครั้งนี้จะส่งเสริมเรื่องวัฒนธรรมสร้างสรรค์ สร้างเสน่ห์ สร้าง Soft Power ให้กับประเทศเพิ่มเติมครับ โดยนำเอาวัฒนธรรมการผลิตสุรา ชุมชนที่อยู่ควบคู่กับพี่น้องประชาชนคนไทยมาแต่ช้านาน มายกระดับและต่อยอดเพื่อเป็น องค์ประกอบหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยว แล้วก็สร้างเศรษฐกิจส่วนเพิ่ม ส่งเสริม อุตสาหกรรมอาหารให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับ และเป็นที่รู้จักของ นานาชาติมากขึ้น🔗
คณะกรรมาธิการวิสามัญจึงขอเสนอรายงาน พร้อมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งมีรายละเอียดดังกล่าวดังที่ผมกล่าวต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วเพื่อให้ได้รับ พิจารณาต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเลขาธิการดำเนินการต่อเลยครับ🔗
ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗
ต่อไปเชิญกรรมาธิการที่สงวนความเห็นได้อภิปราย จะมี ๒ ท่านนะครับ ท่านแรก ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ท่านที่ ๒ ท่านพงศธร ศรเพชรนรินทร์ เชิญท่านเท่าพิภพก่อนครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน สวัสดีปีใหม่ครับ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางประกอก พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการครับ ผมขอสงวนความเห็นในมาตรานี้ไว้นะครับซึ่งเป็นมาตรา ๓ ในร่างแก้ไขแล้วก็แก้ไข มาตรา ๑๕๓ ซึ่งเป็นหัวใจที่เราแก้มาตราเดียวเลยนะครับ จริง ๆ แล้วต้องกล่าวตรงนี้เลย ครับว่าต้องขอบคุณทุกพรรคการเมืองที่มาช่วยทำตรงนี้ ท่านประธานชนินทร์ด้วยนะครับ แล้วก็เพื่อนสมาชิกทั้งสมาชิกสภาแล้วก็สัดส่วนกรรมาธิการหลาย ๆ พรรคที่มาร่วมกัน เราเห็นตรงกันนะครับว่าเป้าหมายมันไปเหมือนกัน สิ่งที่ผมสงวนไว้จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่อง เนื้อหลักใจความกฎหมายอะไรหรอกครับ เราเห็นตรงกันครับว่าเรื่องการทำเหล้า ทำเบียร์ มันก็ควรจะเปิดให้คนตัวเล็กตัวน้อยทำได้พร้อมกับเจ้าสัวเหมือนกันหมดแล้ว แต่ด้วยเทคนิค ทางกฎหมายผมจึงสงวนไว้ครับท่านประธาน คล้าย ๆ กับร่างเก่าผมครับ แต่ไม่มีเรื่องของ การผลิตกินเองที่บ้าน ด้วยเหตุผลที่ผมเห็นว่ามันน่าจะกระชับขึ้นนะครับ ก็อยากทำความ เข้าใจครับว่าการที่สงวนแบบผมนี่มันไม่ทำให้เนื้อหาของ พ.ร.บ. นี้จะเปลี่ยนไปนะครับ เพราะอยากทำความเข้าใจครับท่านประธาน ผ่านไปถึงเพื่อนสมาชิกและประชาชนว่า การที่เรามานั่งอยู่ตรงนี้จริง ๆ แล้วมันไม่มีความจำเป็นเท่าไรหรอกครับ เพราะจริง ๆ แล้ว สิ่งที่เป็นตัวขัดขวางความเจริญก้าวหน้าของวงการสุราไทยมันอยู่ที่กฎกระทรวง ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นอำนาจอธิบดีในการออกได้ ซึ่งมันก็เหมือนกับหลาย ๆ อย่างในประเทศไทยครับ ท่านประธาน มันก็ติดขัดไปหมดนะครับเรื่องที่มันไม่ต้องมาผ่านสภามันไม่จำเป็นก็ไม่แก้ กันมาตั้งนานนะครับ ผมจะเรียกได้ว่าต้นตอของปัญหาหลายอย่างมันก็มีอยู่ประมาณ ๓ อย่างด้วยกันครับ🔗
ประการแรก ที่ผมว่าตรงนี้เราเห็นชัดเจนแล้วเราจะมาทลายนายทุนผูกขาด ร่วมกัน ก็คือการใช้อำนาจนอกเหนือรัฐธรรมนูญ อย่างเช่นนายทุนเจ้าสัวที่มีอำนาจเหนือ การเมืองหรือว่าเหนือข้าราชการต่าง ๆ🔗
ประการที่ ๒ คือรัฐราชการรวมศูนย์ครับ การแข็งตึงของรัฐราชการ การชอบ ออกกฎบังคับเยอะแยะ บางครั้งเยอะเกินไปจนเป็นช่องโหว่ให้เกิดการเรียกรับทุจริต ก็เป็นปัญหาครับ🔗
ประการที่ ๓ พูดไปเดี๋ยวหาว่าเพื่อน แต่อันนี้ก็อยากจะพูดเพราะว่าเห็นใจ จริง ๆ ก็คือภาคการเมืองพวกเราอ่อนแอไม่เข้มแข็ง รวมถึงรัฐบาลขาดความเด็ดขาด ตรงนี้ครับ หลายครั้งรัฐบาลมา เราเข้าใจครับโดนรัฐประหาร เราทำให้อ่อนแอจากองค์กรหลาย ๆ องค์กรครับ หรือว่าบางครั้งรัฐประหารด้วยเราก็อ่อนแอลง แต่วันนี้ครับผมว่าเราต้องพยายาม เข้มแข็งมากขึ้น แล้วก็ใช้อำนาจบริหาร อำนาจที่เราได้ Mandate หรือว่าฉันทานุมัติจาก ประชาชนเพื่อมาเปลี่ยนแปลง ก็เห็นใจนะครับพรรคเพื่อไทยที่เป็นรัฐบาล โดนซ้าย โดนขวา โดนใน โดนนอกตลอดเวลานะครับ วันนี้ก็หวังว่าจะผ่านไปได้แล้วก็บังคับใช้กฎกระทรวง แล้วออกโดยไว ผมยืนยันนะครับว่าเราไม่จำเป็นต้องมาอยู่ตรงนี้ ถ้ารัฐบาลอยากทำจริง มันเสร็จไปตั้งแต่เดือนแรกแล้วครับ อันนี้ก็ต้องพูดตามตรง ดังนั้นท่านประธานครับผมจึงให้ เหตุผลเพิ่มเติมเล็กน้อยครับว่าทำไมเป็นร่างของผมดี เพราะว่าผมเองไม่ค่อยมั่นใจในร่าง ของกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เพียงนิดเดียวครับ จริง ๆ แล้วในกรรมาธิการทางเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติที่จะรับปฏิบัติออกกฎก็คือกรมสรรพสามิตก็ได้บอกไว้แล้วในกรรมาธิการครับว่า ในเรื่องส่วนของการจัดลำดับกฎหมายที่แก้มา ในส่วนแรกที่บอกว่าให้สนับสนุนเกษตรกร มาเป็นบทหลักนี่ คือผมไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะเนื่องจากว่าจริง ๆ แล้วอันนี้เรื่องสนับสนุน มันควรจะมาอยู่ตอนท้ายใช่หรือไม่ เพราะวรรคสามของกฎหมายนี้บอกว่ากฎกระทรวงตาม วรรคสองต้องออกแบบใดบ้าง ซึ่งเนื้อหาสาระของกรรมาธิการไม่ได้แตกต่างจากความคิดผม แล้วบางอย่างก็ก้าวหน้ากว่าของผมด้วยนะครับ แต่การจัดเรียงลำดับกฎหมายเรื่องของ นิติบัญญัติที่ผมคิดว่ามีปัญหา ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานคณะกรรมาธิการหรือว่าทาง หน่วยงานจะให้คำมั่นต่อสภาแห่งนี้เป็นที่ประจักษ์รู้ต้องตรงกันหมดว่าการเขียนกฎหมาย อย่างนี้ในการไปออกกฎกระทรวงจะไม่ใช่ข้ออ้างในการที่จะบอกว่าเฮ้ยต่อไปเกษตรกรทำได้ อย่างเดียวนะ คุณต้องไปรวมกลุ่มกับเกษตรกรอย่างเดียวนะ นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา ก็ทำได้ อันนี้ผมก็จะไม่ติดใจในการที่จะต้องลงมติครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพงศธร ศรเพชรนรินทร์ เชิญครับท่านกรรมาธิการ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม พงศธร ศรเพชรนรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต ๓ อำเภอแกลง อำเภอเขาชะเมา จากพรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ที่ผมต้อง ขออนุญาตติดใจในเรื่องของการสงวนความเห็นในมาตรานี้เอาไว้ จริง ๆ ต้องกล่าวก่อนว่า เรื่องการแก้ไขมาตรา ๑๕๓ กรรมาธิการจากทุกพรรคการเมืองที่ร่วมกันทำงานมีจุดประสงค์ เดียวกัน วันนี้ถือว่าเป็นหมุดหมายที่ดีที่พวกเราผู้แทนราษฎรจากทุกพรรคการเมือง เห็นตรงกันว่าถึงเวลาแล้วที่จะได้ยกเลิกการผูกขาดการผลิตเหล้า เบียร์ เพื่อให้รายได้ กระจายสู่ชุมชน สู่ประชาชนอย่างทั่วถึงมากกว่าที่ผ่านมา การใช้ข้อความในมาตรานี้ ที่กรรมาธิการร่างกันเอาไว้เมื่อถามถึงเจตนารมณ์ก็เข้าใจตรงกันว่าเจตนารมณ์เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเอกชน รายเล็ก รายกลาง รายใหญ่ ประชาชนที่รวมกลุ่มเป็นเกษตรกร เป็นสหกรณ์ เป็นวิสาหกิจชุมชน ทุกคนสามารถผลิตเหล้า เบียร์ ได้โดยไม่มีกฎเกณฑ์ใด ๆ มาจำกัด หรือออกมาเพื่อการผูกขาดทางเศรษฐกิจอีกต่อไป นี่คือจุดมุ่งหมายเดียวกัน เพียงแต่ว่าวิธีการเขียนข้อความว่าด้วยนิติวิธี ว่าด้วยวิธีการเขียนกฎหมายให้ถูกต้องตาม หลักภาษาผมคิดว่ามีปัญหาอยู่เล็กน้อย อย่างเช่นที่ท่านเท่าพิภพกล่าวเมื่อสักครู่นะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้ทุกคนเห็นตรงกันว่าหลักใหญ่ใจความของเรื่องคือเราอยากให้มีการยกเลิก การผูกขาดว่าด้วยเรื่องทั่วไปก็คือการที่เราอยากเห็นทุกคนสามารถผลิตเหล้าเบียร์ได้โดยไม่มี การผูกขาดต่อเศรษฐกิจโดยไม่เป็นธรรม แล้วถ้าจะมีข้อยกเว้นอันใดก็จะเป็นเรื่องของ รัฐวิสาหกิจที่จะผลิต เป็นเรื่องของชาวต่างชาติหรือเพื่อเอื้ออำนวยในการส่งเสริมรายย่อย และสิ่งที่กรรมาธิการต้องการก็คืออยากจะเน้นย้ำในการส่งเสริมสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ดังนั้นผมคิดว่าถ้าตามร่างที่ออกมาของกรรมาธิการเอาเรื่องของการ ส่งเสริมขึ้นมาก่อนแล้วเอาบททั่วไปมาไว้ตรงกลาง ยกเว้นไว้ส่วนท้าย ผมคิดว่ามันผิด หลักการใช้ภาษากับเรื่องของนิติวิธีในการสื่อความหมายให้ตรงตามเจตนารมณ์ ดังนั้น ผมคิดว่าก็เลยขอเสนอให้แก้ไขข้อความเป็นดังนี้นะครับ ก็คือของเดิมเขียนอย่างนี้ว่า กฎกระทรวงตามวรรคสองให้คำนึงถึงมาตรฐานการผลิตสุราและต้องสนับสนุนให้สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน องค์กรเกษตรกร หรือผู้ประกอบการรายย่อย สามารถขอรับ ใบอนุญาตผลิตสุราเพื่อการค้า โดยนำสินค้าเกษตรในประเทศมาผลิตเป็นสุราทุกประเภท ที่อาจมีสีหรือมีกลิ่นได้ แต่มิให้กำหนดหลักเกณฑ์ใดในการพิจารณาออกใบอนุญาตที่เป็นการ เลือกปฏิบัติหรือผูกขาดทางเศรษฐกิจโดยไม่เป็นธรรม หรือสร้างภาระเกินสมควร เว้นแต่เป็น การกำหนดสัดส่วนความเป็นเจ้าของบุคคล ซึ่งมิใช่บุคคลสัญชาติไทยหรือเป็นการผลิตสุรา ของรัฐวิสาหกิจที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการผลิตสุราเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบอุตสาหกรรมรายย่อย คือเอาเรื่องสนับสนุนขึ้นมาก่อน แล้วก็ว่าด้วยบททั่วไปอยู่ตรงกลาง ซึ่งผมคิดว่าควรจะสลับ Sequence เพื่อให้การสื่อความหมายตรงตามเจตนารมณ์ ไม่ให้เกิดการตีความที่อาจจะ ผิดเพี้ยนไปในอนาคต ผมเลยเสนอให้แก้ไขดังนี้ว่า กฎกระทรวงตามวรรคสองให้คำนึงถึง มาตรฐานการผลิตสุรา แต่มิให้กำหนดหลักเกณฑ์ใดในการพิจารณาออกใบอนุญาตผลิตสุรา เพื่อการค้าทุกประเภทที่เป็นการเลือกปฏิบัติหรือผูกขาดทางเศรษฐกิจโดยไม่เป็นธรรมหรือ สร้างภาระเกินสมควร เว้นแต่เป็นการกำหนดสัดส่วนความเป็นเจ้าของของบุคคลซึ่งมิใช่บุคคล สัญชาติไทยหรือเป็นการผลิตสุราของรัฐวิสาหกิจที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการผลิตสุราหรือ เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบอุตสาหกรรมรายย่อยและต้องสนับสนุนให้สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน หรือองค์กรเกษตรกร สามารถขอรับใบอนุญาตผลิตสุราเพื่อการค้าที่อาจมีสี หรือมีกลิ่นได้ โดยให้ความสำคัญกับการใช้สินค้าเกษตรภายในประเทศ ทั้งนี้ทั้งนั้นทั้งหมด ทั้งมวลนี้ก็ด้วยความที่ตั้งใจอยากจะเห็นจุดมุ่งหมายของพวกเราสามารถลุล่วงไปได้ โดยถูกต้อง โดยไม่เกิดการตีความที่ผิดเพี้ยนไปได้ในอนาคต ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เนื่องจากว่ามาตรานี้มีการแก้ไข ก็มีท่านสมาชิกที่สามารถจะอภิปรายได้ แต่ก็ให้ ดูในเอกสารด้วยนะครับว่ากรรมาธิการแก้ไขเรื่องอะไรก็ให้เกี่ยวข้องกับข้อแก้ไขด้วยนะครับ ก็มีท่านสมาชิกอยู่ ๔ ท่าน ท่านแรก ท่านนิยม วิวรรธนดิฐกุล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ผม นิยม วิวรรธนดิฐกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ก็ขอร่วม อภิปรายในร่างพระราชบัญญัตินี้ ผมในฐานะที่เป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ก็ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งโดยหลักใหญ่ก็คือการแก้ไขในมาตรา ๑๕๓ ของพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งในเนื้อหาต่าง ๆ ท่านประธานก็ได้ รายงานให้ทราบแล้วซึ่งก็เห็นด้วยทั้งหมด แต่ก็จะมีอยู่ประเด็นหนึ่งที่ในมาตรา ๓ นี้ ที่คงจะต้องให้ชี้แจงนิดหนึ่งให้อธิบายว่า เกินสมควร นั่นคืออะไร อะไรคือคำว่า เกินสมควร ในมาตรานี้ก็คงขอให้ชี้แจงนิดหนึ่ง ก็ขออนุญาตเลยพูดไปถึงเรื่องของข้อสังเกตซึ่งจะเป็น รายละเอียดที่น่าจะมีประกาศกฎกระทรวงตามมา ก็คือในเรื่องข้อสังเกตนี้ก็เห็นด้วยทุกอย่าง ไม่ว่าการที่จะให้โรงงานตั้งอยู่ไม่เกิน ๑๐๐ เมตรได้จากแหล่งน้ำ แต่ว่ามีการบำบัดน้ำเสีย หรือการไม่กำหนดกำลังการผลิต แต่ก็คงจะขอเพิ่มเติมในเรื่องของข้อสังเกต เพราะจริง ๆ แล้ว ในพื้นที่ของผมก็จะมีพื้นที่การผลิตสุราชุมชน ทั้งสุราแช่ และสุรากลั่นมากจังหวัดหนึ่งก็คือ ที่ตำบลสะเอียบ ซึ่งทุกคนถ้าพูดถึงสะเอียบก็จะนึกถึงแต่เขื่อนแก่งเสือเต้นซึ่งอยู่ในอำเภอสอง จังหวัดแพร่ เป็นพื้นที่ที่มีการผลิตและจำหน่ายสุราค่อนข้างจะเยอะ ปีหนึ่งการจำหน่าย สุราชุมชนจากตำบลนี้ประมาณพันล้านบาท ดูจากภาษีสรรพสามิตที่เกือบ ๕๐๐ ล้านต่อปี ซึ่งภาษีสรรพสามิตจะเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของราคาขาย นอกจากนั้นก็ยังมีอีกหลายชุมชน และหลายตำบลที่มีการผลิตสุราชุมชนในจังหวัดแพร่ ซึ่งเราประมาณการว่าในจังหวัดแพร่ อาจจะมีการจำหน่ายสุราทั้งที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย อาจจะถึง ๒,๐๐๐ ล้านต่อปี ผมได้มีโอกาสเดินทางไปกับคณะวัฒนธรรมแล้วก็ธุรกิจของเอกชน โดยมีท่านอดีต สส. สุรพล เกียรติไชยากร อดีตประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศนำไปนะครับ ได้ไปที่ตำบล เหมาไถ เมืองกุ้ยหยาง มณฑลกุ้ยโจว เมื่อประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้ไปดูโรงงานสุราที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกก็คือมีมูลค่าถึง ๗.๒ ล้านล้านบาท ก็คือกุ้ยโจว เหมาไถ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน ซึ่งมีการผลิตและมีกรรมวิธีการผลิตที่พิถีพิถัน มีการหมัก บ่มที่ยาวนาน จำหน่ายในราคาถึงขวดละหมื่นกว่าบาทในตำบลเหมาไถเองก็จะมีโรงงานสุรา ถึง ๒,๐๐๐ โรง ซึ่งมีทั้งของเอกชนและของรัฐบาล ทำรายได้มหาศาลให้กับชุมชนนะครับ ในการไปครั้งนี้ก็ได้พบว่าส่วนใหญ่คนจีนจะนิยมดื่มสุราขาวที่มีดีกรีประมาณ ๕๓ ดีกรีนะครับ ก็คือเหมาไถหรือไป๋จิ่ว ซึ่งทำมาจากข้าวฟ่าง Packing ส่วนใหญ่หรือบรรจุส่วนใหญ่ก็จะเป็น ประมาณ ๕๐๐ ซีซี คนจีนไม่นิยมดื่มวิสกี้ที่มาจากต่างประเทศ อาจจะมีดื่มไวน์บ้างนะครับ จึงเป็นสิ่งที่จะขอเพิ่มเติมในข้อสังเกตของกรรมาธิการก็คือให้สุราชุมชนไทยสามารถจะทำได้ ถึง ๕๓ ดีกรี เพราะปัจจุบันนี้สุราชุมชนทำได้สูงสุดที่ ๔๐ ดีกรี นอกจากนั้นบรรจุภัณฑ์ หรือว่า Packing ขอให้มีขนาดที่เป็น ๕๐๐ ซีซี เหมือนของประเทศจีน การที่เราผลิตสุรา ชุมชนของไทยนี่เราผลิตมาจากข้าวเหนียวก็จะมีกลิ่นฉุน ๆ อย่างหนึ่ง แต่ว่าของจีนหรือไป๋จิ่ว หรือเหมาไถ จะผลิตจากข้าวฟ่าง ซึ่งปัจจุบันนี้ที่ตำบลสะเอียบเราก็ได้ให้ทางโรงงานลองผลิตดูนะครับ การที่จะนำสุราไทย ไปขายประเทศจีนคงเป็นไปได้ยาก เพราะว่าสุราจีนจะมีลักษณะพิเศษ มีกลิ่นพิเศษ แต่ว่าเรา สามารถที่จะผลิตเพื่อขายหรือจำหน่ายให้กับคนจีนที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งปีหนึ่ง ก็นับสิบล้านคน ก็คงจะได้นำรายได้ให้กับชุมชน แล้วก็ให้กับประเทศได้นะครับ ดังนั้นก็เสนอ ในข้อสังเกตตรงนี้ว่าน่าจะมีการผลิตสุราถึง ๕๓ ดีกรี และมี Packing ที่มีความหลากหลาย อาจจะน้อยกว่า ๓๓๐ ซีซี เช่น ๒๕๐ ก็น่าจะได้นะครับ และมีความหลากหลายใน Packing อย่างหนึ่งก็คือ ๕๐๐ ซีซี ต้องมี ถ้าเราจะผลิตไป๋จิ่วเพื่อให้คนจีนได้ดื่มนะครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งนะครับ อันนี้คงจะนอกเหนือจากพระราชบัญญัตินี้ก็คือ เรื่องของภาษีสรรพสามิตซึ่งเป็นปัญหากับรายย่อยหรือโรงงานขนาดเล็กซึ่งมีต้นทุนที่สูง อยู่แล้ว ก็คงจะฝากไปให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาในเรื่องการลดภาษีสรรพสามิต ให้กับรายย่อยแล้วก็โรงงานขนาดเล็ก เพราะปัจจุบันนี้กลุ่มทุนใหญ่ได้รุกเข้ามาในสุราขาว ของชุมชนแล้วนะครับ ท่านสามารถไปดูได้ในห้างสรรพสินค้าหรือว่าร้านสะดวกซื้อจะเห็น สุราขาวมีจำหน่ายแล้วก็ขายดีด้วย เพราะฉะนั้นหากประชาชนหรือว่าโรงงานสุราชุมชน ไม่พัฒนาก็จะเสียการตลาดให้กับทางกลุ่มทุนใหญ่ซึ่งรุกเข้ามาในส่วนนี้แล้ว อันนี้ก็ขอฝากไว้ โดยสรุปแล้วในพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ขอสนับสนุนทั้งร่าง และสนับสนุนข้อสังเกต กราบขอบพระคุณครับ🔗
เดี๋ยวค่อยให้กรรมาธิการตอบนะครับ ประเด็นปริมาณบรรจุ ๕๐๐ ซีซี ได้ไหม แล้วก็ดีกรี ๕๓ ดีกรีได้ไหม แล้วก็เรื่องภาษี ๓ ประเด็น เดี๋ยวกรรมาธิการค่อยตอบนะครับ ต่อไปท่าน สมาชิกที่ขออภิปราย ท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตอภิปรายเพื่อสนับสนุนในการแก้ไขมาตรา ๓ ของ คณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ การแก้ไขมาตรา ๓ ซึ่งเป็นการแก้ไขจากมาตรา ๑๕๓ ของพระราชบัญญัติสรรพสามิตฉบับนี้นะครับ ถือว่าเป็นมิติใหม่เป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ไข เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศไทยได้อย่างมากมายครับ เพราะไม่ใช่แต่เพียงผลดีต่อคนที่ อยู่ในวงการแอลกอฮอล์เท่านั้น แต่ร่างกฎหมายฉบับนี้จะสร้างผลดีต่อพี่น้องเกษตรกร ผู้ผลิตเหล้า ผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อย วงการขนส่ง วงการอุตสาหกรรมแปรรูปผลไม้ วงการอุตสาหกรรมเครื่องดื่มบรรจุภัณฑ์ แล้วอีกหลายวงการที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ เพราะว่าที่ผ่านมานั้นตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศเราปีหนึ่ง ไม่ใช่น้อย ๆ นะครับท่านประธาน ๔๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจากผลวิจัยเขาบอกว่า ในประเทศของเรามีผู้ดื่มแอลกอฮอล์ ก็ดื่มเหล้า ดื่มเบียร์ของมึนเมาทั้งหลายนี้ละครับมากถึง ร้อยละ ๓๐ นะครับท่านประธาน นี่ก็เป็นตัวเลขกลม ๆ คิดดูแล้วคนในประเทศไทย ๒๑ ล้านคนที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และหากเราสามารถในการที่จะปลดล็อกให้มีการ แก้ไขมาตรา ๓ ร่างกฎหมายฉบับนี้สำเร็จก็มีการคาดการณ์ว่าเงินรายได้ที่เคยกระจุกอยู่ที่ บริษัทสุรายักษ์จะกระจายมาสู่ท้องถิ่นเพื่อพี่น้องเกษตรกรและนำไปสู่ผู้ประกอบการรายย่อย ไม่น้อยกว่าปีละ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ การแก้ไขมาตรา ๓ นี้เป็นการแก้ไข มาตรา ๑๕๓ เดิม ผมอยากจะให้ทุกท่านสังเกตไปที่วรรคสามของร่างมาตรานี้ การแก้ไข วรรคสามของร่างมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการเพิ่มเติมข้อความที่สำคัญอยู่ ๒ ข้อความ ที่กระผมคิดว่าเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อผู้ผลิต ผู้บริโภคสุรา ได้แก่คำว่า กฎกระทรวงตาม วรรคสองให้คำนึงถึงมาตรฐานการผลิตสุรา นี่คือข้อความที่ ๑ ครับท่านประธาน ส่วนข้อความที่ ๒ ก็คือและต้องสนับสนุนให้สหกรณ์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร องค์กรเกษตรกร หรือผู้ประกอบการรายย่อย ให้สามารถรับใบอนุญาตผลิตสุราเพื่อการค้าได้ ท่านประธานครับ กระผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนต่างก็เห็นว่าการกระจายรายได้ให้พี่น้อง เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยมากกว่าจะยอมที่จะจ่ายรายได้ให้กระจุกตัวอยู่ที่เพียง ไม่กี่กลุ่ม ซึ่งพวกเราก็รู้จักกันดี ดังนั้นคณะกรรมาธิการที่แก้ไขเพิ่มเติมให้มีการสนับสนุน สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน องค์กรเกษตรกร หรือผู้ประกอบการรายย่อย ให้สามารถรับใบอนุญาตผลิตเพื่อการค้า จะเป็นการกระจายอำนาจสู่พี่น้องประชาชนได้ด้วย โดยเฉพาะจะเกิดประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอนครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าตั้งแต่โบราณมาเสน่ห์อย่างหนึ่งของการทำสุราพื้นบ้าน ในทุก ๆ ภาคของประเทศ เรานำผลไม้ นำพืช นำข้าว อ้อย ส้ม มะพร้าว สับปะรด ที่มีชื่อเสียงของแต่ละจังหวัด นำมาต้มเป็นการผสมสุราชุมชน อย่างสุราชุมชนดัง ๆ กระผมอยากจะขอกราบเรียน มีเยอะแยะเลยครับท่านประธาน ยกตัวอย่างอย่างกรณีที่ทำจากอ้อย สังเวียนของสุพรรณบุรี ฉลองเบย์ของภูเก็ต กิโล สปิริตของกระบี่ ออนซอนของสกลนคร ซอดแจ้งของอุบลราชธานี ครับท่านประธาน ชื่อแตกต่างกันไปแต่ละภูมิปัญญาของท้องถิ่น และอีสานรำของหนองคาย พวกนี้เขามีชื่อเสียงครับท่านประธาน และยังมีอื่น ๆ อีกมากมายที่เขาผลิตเพื่อบริโภค ในนามเทศกาลเท่านั้นเอง และการแก้ไขเพิ่มเติมถ้อยคำที่ว่ากฎกระทรวงตามวรรคสอง ให้คำนึงถึงมาตรฐานของการผลิตสุรา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญไม่น้อยท่านประธาน เพราะฉะนั้นในการปลดล็อกนั้นมันก็ดีอยู่แล้ว เพราะว่าที่ผ่านมาจะรับรู้ว่ามีการต้มเหล้ากิน แล้วไม่ได้มาตรฐาน ไม่สะอาด บางคนกลัวไม่เมาก็เอาสารเคมีเพิ่มเข้าไปมันจะได้เมา ง่าย ๆ ด้วยครับ เหล้าขาวต้มตามทุ่งไร่ ทุ่งนา ใส่ส่วนผสมผิดพิษเข้าไปในร่างกายลงข่าวเข้า โรงพยาบาลตายก็มีครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ แม้ว่าเราจะปลดล็อกให้ ผลิตสุราได้อย่างเปิดกว้างให้กับพี่น้องประชาชน แต่การชูอัตลักษณ์ของชุมชน นำของดีจาก พื้นถิ่นสู่ตลาดมากขึ้น แต่เราต้องควบคุมไปกับความปลอดภัยให้กับพี่น้องผู้บริโภคด้วย กระผมมองว่าการจะแก้ไขหรือตรากฎหมายใดออกมาก็ตาม ต้องคำนึงถึงมาตรการ การควบคุมให้เกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่ายด้วย ส่งผลดีต่อผู้ผลิต และต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ของพี่น้องประชาชนและผู้บริโภคเป็นสำคัญครับท่านประธาน เราต้องไม่ลืมว่าเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์ ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นเหมือนกัน นอกจากดื่มแล้วสนุกสนานในกิจการ งานอะไรก็แล้วแต่ ยิ่งช่วงนี้หน้าหนาว โอ้โฮหนาว ๆ นี่ล่อสุราเหล้าขาวผิงไฟตามนั้น เกี่ยวกับ เรื่องอุบัติเหตุด้วยอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งเราจะต้องดูแลควบคุม การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้จะต้องมีมาตรการต่าง ๆ ควบคู่กันไปด้วย ในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งควบคุมการผลิต ผู้ขาย ผู้โฆษณา ตลอดจนเวลาซื้อ เวลาขายด้วย เกณฑ์อายุต่ำเท่าไร อะไร อย่างไร ของเด็ก เยาวชน ผู้ซื้อและควบคุมเวลา เปิด ปิดสถานผู้ประกอบการด้วยครับ ท่านประธาน ซึ่งการแก้ไขเพิ่มเติมคำว่า กฎกระทรวงตามวรรคสองให้คำนึงถึงมาตรฐาน การผลิตสุราของคณะกรรมาธิการนี้ก็เป็นมาตรการที่สำคัญเช่นกันครับ แล้วในมาตรา ๓ วรรคสอง ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๕๓ เดิม กำหนดให้มีการขออนุญาตและการขอ ออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง นั่นหมายความว่าร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ เมื่อร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านจะต้องมีการออก กฎกระทรวงเพื่อรองรับให้พี่น้องประชาชนผู้สนใจผลิตสุราขอใบอนุญาตได้นี่ละสำคัญนะครับ เราจะต้องมีระบบใบอนุญาตในการผลิตและการจำหน่ายสุราที่มีมาตรฐาน และมีความ ปลอดภัยต่อชีวิตและสุขภาพของพี่น้องประชาชน ผู้บริโภค และเป็นการกำหนดมาตรฐาน ของการกลั่นเหล้าที่ถูกสุขอนามัยด้วย นอกจากนี้ครับท่านประธาน กฎกระทรวงที่ออกมาจะต้องทำให้การขอใบอนุญาตมีความ เสมอภาคเท่าเทียมกันด้วย จะต้องไม่เป็นการสร้างภาระให้กับผู้ประกอบการรายย่อย และเรื่องเหล่านี้จะต้องดำเนินควบคู่กันไปด้วยครับท่านประธาน คืออย่าเลือกปฏิบัติ กฎกระทรวงจะต้องจัดการให้ดีนะครับ ในเมื่อเราออกกฎหมายแล้วก็ส่งเสริมตรงนี้แล้ว ก็อย่าใช้เส้นใช้สายอะไรต่าง ๆ มากมายนัก นี่ก็คือส่วนหนึ่งที่กระผมอยากจะขอสนับสนุน กับการแก้ไขมาตรา ๓ ในครั้งนี้ ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ พ.ร.บ. เรื่องสุรา ภาษีสรรพสามิต จริง ๆ เป็นเรื่องของวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนจำนวนมาก เรื่องนี้พรรคไทยรักไทยดำเนินการตั้งแต่สมัยเป็นสุราชุมชน วันนี้เห็นร่าง พ.ร.บ. ออกมาแล้ว เขาบอกว่าการขออนุญาตและการออกใบอนุญาตตามวรรคหนี่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง มีเท่านี้ครับ ผมอยากขอคำยืนยันจาก คณะกรรมาธิการใน ๗ ประเด็น ๗ ประเด็นที่ผมมองเห็นว่าเป็นปัญหาอยู่ แล้วอยากให้ทาง คณะกรรมาธิการได้ชี้แจงให้ชัดเจนด้วยครับว่าการที่เอาหลายเรื่องไปเก็บไว้ในกฎกระทรวง ทำได้หรือเปล่า และขั้นตอนต่าง ๆ ยังคงมีปัญหาอยู่ไหม🔗
๑. ขั้นตอนการขออนุญาต จะขออนุญาตในกี่วัน อย่างผมได้ยินว่าถ้าเป็น รายเล็กกำลังม้า ๕ แรงม้าต้องใช้เวลาอีก ๑ ปี ครบ ๑ ปีแล้วถึงไปขอเป็น ๑๐ แรงม้าได้ ก็แปลว่ารายเล็กลงทุน ๒ ครั้ง ทำไมต้องกำหนดแบบนั้นด้วยนะครับ ตรงนี้กรมสรรพสามิต จะยกเลิกตรงนี้ให้หรือไม่ เพื่อให้เกิดความสะดวกที่แท้จริงนะครับ🔗
๒. บรรจุภัณฑ์ที่ถูกควบคุมนั้น ตกลงไม่มีการควบคุมแล้วใช่ไหมครับ เพราะมี การบอกว่าจะต้องบรรจุได้ ๓๕๐ กับ ๗๐๐ อะไรอย่างนี้ ซึ่งตรงนั้นทำให้ขวดภายใน ประเทศไทยหายาก แล้วบรรจุภัณฑ์หายาก ท่านก็ไปอ้างกฎเกณฑ์นั้น กฎเกณฑ์นี้มาบังคับ ตรงนี้ยกเลิกหรือไม่🔗
๓. ปัญหาการจำหน่ายสุราไม่ได้มันก็คือการผูกขาดโดยรายใหญ่ ๆ ขายเหล้า พ่วงเบียร์ ไปร้านค้า A ถ้าจะรับสุราไปขายต้องมีสุรา มีเบียร์ มีน้ำ มีอะไรด้วยเพราะถ้าไปเอา ของเจ้าอื่นเขามาแล้วก็จะไม่ให้ มันก็เป็นการตัดสิทธิรายย่อย กำลังมันไม่เท่ากัน ตรงนี้เป็น การที่ใช้คำว่าอำนาจเหนือตลาดก็ใช่ ตรงนี้ปกป้องอย่างไรที่จะไม่ให้มีพฤติการณ์อย่างนี้ เพื่อให้ผู้ผลิตรายย่อยเกิดได้ ต้องจำหน่ายได้ ไม่ใช่เกิดได้แต่จำหน่ายไม่ได้🔗
๔. การประชาสัมพันธ์ไปติดกฎหมายของทางสาธารณสุข ห้ามประชาสัมพันธ์ รายใหญ่เขาไม่ได้ประชาสัมพันธ์สุรา เขาไปประชาสัมพันธ์น้ำดื่ม แต่ชื่อเดียวกัน โฆษณา น้ำดื่ม แล้วรายเล็กที่เรากำลังจะเกิดอยู่ทุกวันนี้จะเกิดอย่างไรครับ ผมไม่อยากให้ว่าวันนี้เรา ส่งเสริมแล้วแต่ไปไม่สุด สุดท้ายก็ติดอยู่ดี วันนี้ต้องการคำยืนยันแล้วอยากขอคำชี้แจงด้วยว่า ท่านเตรียมปลดล็อกอะไรไว้หรือไม่ หรือว่าแค่อนุญาตแต่ทำไม่ได้นะครับ🔗
๕. การถ่ายทอดเทคโนโลยีต่าง ๆ ถ้าจะปรับปรุงคุณภาพให้มีมาตรฐาน มีอะไรนี่ หน่วยงานรัฐสามารถเข้าไปช่วยได้หรือไม่ หน่วยงานไหน ต้องเป็นมหาวิทยาลัยไหม ท้องถิ่นทำได้ไหม มีข้อจำกัดหรือไม่ในสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น🔗
๖. ภาษี ต้นทุนของรายเล็กรายใหญ่ภาษีเท่ากันไม่น่าใช่ เพราะรายใหญ่ ผลิตที Mass ต้นทุนต่อขวดต่ำกว่าเยอะเลย แต่เราบอกว่าภาษีเท่ากัน ท่านพูดถึงความ เท่าเทียม แต่มันไม่เท่าเทียม วันนี้ถ้าส่งเสริมจริง ๆ แล้วกระบวนการเรื่องภาษีอย่างไรครับ รายเล็กกับรายใหญ่ต้นทุนการผลิตแตกต่างกัน เสียภาษีเท่ากันหรือไม่ ถ้าจะส่งเสริมให้มีการ แปรรูปจริง ๆ แล้วสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้หรือไม่🔗
อันที่ ๗ ที่อยากจะขออนุญาตเรียนถามว่า วันนี้ถ้าเราบอกว่าปัญหาของสินค้า เกษตรมีปัญหา อ้อย ข้าว มันสำปะหลัง ถ้าจะแปรรูปกันจริง ๆ เฉพาะรายย่อยมันไม่ทัน หรือครับ ภาครัฐจะสามารถสนับสนุนว่าที่ผลิต Ethanol ไหน ๆ ก็ผลิตเอาไปเป็นสุราได้ไหม หรือว่าหน่วยงานทางมหาวิทยาลัยหรืออะไรสามารถทำจริง ๆ จัง ๆ ได้หรือไม่ ยังติดขัดอะไร หรือไม่ เพราะว่าถ้าเป้าหมายเราต้องการที่จะเอาสินค้าเกษตรที่มันล้นตลาดดึงออก เราไม่ได้เก็บไว้ในรูปของข้าว เราไม่ได้เก็บไว้ในรูปของอ้อย แต่เราเก็บไว้ในรูปของสุราได้ มันจะดึงสินค้าตรงนี้ออกจากตลาด แล้วก็สามารถส่งออกขายไปต่างประเทศได้ด้วยนะครับ🔗
๗ ข้อนี้เป็นสิ่งที่อยากฟังคำชี้แจงครับว่าในขั้นตอนที่ท่านเขียนแล้วก็ Mark เอาไว้ว่าให้ไปอยู่ในกฎกระทรวง อะไรที่ประกาศในกฎกระทรวง มันจะปลดข้อจำกัด เหล่านี้ได้หรือไม่ อยากขออนุญาตฟังคำชี้แจงในส่วนของทางกรรมาธิการก่อนนะครับ แล้วเป็นไปได้ไหมที่ท่านจะใส่สิ่งเหล่านี้ไปอยู่ในข้อสังเกตหรืออะไรก็ตามที่ให้รู้ว่าเมื่อเราปลด เรื่องของการผลิตสุราแล้วสามารถทำได้จริงครับ อยากขอคำยืนยันจากกรรมาธิการด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกอีกท่านหนึ่ง แล้วก็กรรมาธิการจะตอบ ท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตดอนเมือง พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะไม่เห็นด้วยกับในร่างของ กรรมาธิการเสียงข้างมากที่มีการปรับแก้ไขมานะครับ เนื่องจากว่ามีถ้อยคำทางกฎหมาย ที่ผมคิดว่ามีปัญหาอยู่ก็คือเรื่องของการเลือกปฏิบัติ หรือว่าการผูกขาดทางเศรษฐกิจ ที่ไม่เป็นธรรม ผมก็ไปค้นในราชกิจจานุเบกษา คำนี้ปรากฏอยู่ใน ๓ แห่งของกฎหมาย ก็จะมี รัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๕ แล้วก็จะมีใน พ.ร.บ. สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔ แล้วก็จะมีในกฎหมายอื่น ๆ อีกสักที่สองที่ ในทางปฏิบัติมันแปลว่า อะไร ทำอย่างไร มันพูดเป็นหลักการกว้าง ๆ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๕ ก็เขียนเอาไว้ว่า จะต้องไม่ผูกขาดทางเศรษฐกิจ แต่ว่าในทางรายละเอียดหลักปฏิบัติคืออะไร ทีนี้อีกฉบับหนึ่ง กฎหมายที่เขียนเรื่องของการผูกขาด คำคล้าย ๆ กันก็คือ พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๖๐ ก็มีพูดถึงเรื่องของการผูกขาดทางการค้าเอาไว้ แต่คราวนั้นเขาใช้คำว่า การค้า แล้วก็เขาไป กำหนดให้ตัวภาคผู้ประกอบการธุรกิจต้องแข่งขันอย่างเป็นธรรม ไม่ควบรวมในลักษณะ แบบนั้นนะครับ แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องของเจ้าหน้าที่รัฐหรือการใช้อำนาจรัฐในการออกระเบียบ ประกาศ เพราะฉะนั้นผมจึงสนับสนุนในความเห็นของสมาชิกของท่านเท่าพิภพ ที่จริง ๆ ถ้อยคำเขียนสั้น ๆ อย่างนั้นก็ได้ เพราะเขียนมายาวแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าในทางปฏิบัตินำไปใช้ อย่างไร🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะพูดถึงครับท่านประธาน ก็คือเรื่องของการต่อ ใบอนุญาตที่ออกมาตรการในอายุ ๓ ปี ไม่แน่ใจว่าในกรรมาธิการได้พูดไหมเนื่องจากว่า ตอนที่ประชุมวิปฝ่ายค้านก็ได้สอบถามว่าได้มีการพูดถึงมาตรการนี้หรือไม่ เพราะว่า จริง ๆ แล้วนี่โอเคหลักการในการแก้มาตรานี้ในเมื่อมีถ้อยคำนี้อยู่ จริง ๆ อยากจะให้ไปดูว่า ๓ ปีมันสั้นหรือมันยาวมากเพียงใด เพียงพอหรือไม่ เพราะว่าผู้ประกอบการถ้าเป็นรายย่อย ที่ไปทำการค้า พอเวลาทำไปสักพักหนึ่งแล้วมาต่อใบอนุญาตแล้วระบบยังไม่สมบูรณ์ ยัง Run ไม่ได้ที่ กำไรยังไม่นั่น ต้องปรับปรุง มาอีกแล้วอะไรแบบนี้ เพราะฉะนั้นมันก็จะเป็น อุปสรรค แต่ว่าก็มีการตอบในลักษณะที่ว่าไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนี้มาก่อน อย่างไรก็อยากทราบ รายละเอียดว่าเรื่องของการต่อใบอนุญาตเดิมโอเคมีกฎกระทรวงหรืออะไรรองรับแล้ว แต่ว่าในชั้นของการออกเป็นพระราชบัญญัตินี้ถ้าเป็นถ้อยคำตรงนี้มันจะมีการปรับแก้หรือจะ อำนวยความสะดวกอย่างไรมากขึ้น ซึ่งวันนี้เข้าใจว่าถ้า ๓ ปี ณ วันนี้มันก็ต้องมาคุยเรื่อง ระยะเวลาอีก อันนี้ได้มีการพูดคุยกันไหมเรื่องนี้หรือว่าโอเค ถ้า ๓ ปีก็เป็นระยะเวลาที่ เพียงพอก็อยากจะได้ความชัดเจนในส่วนนี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญกรรมาธิการชี้แจง เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองประธานคณะกรรมาธิการจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ ก็ขออนุญาตตอบท่านสมาชิกโดยภาพรวมเลยนะครับ ประการแรก จริง ๆ แล้วร่างกฎหมายฉบับนี้ถูกเสนอเข้ามา ๓ ส่วนด้วยกันทั้งของพรรค ก้าวไกล พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคเพื่อไทย แล้วก็ส่วนที่รับเข้ามาส่วนกรรมาธิการ คือ ๒ ร่าง ก็คือร่างของทางพรรคเพื่อไทยและพรรครวมไทยสร้างชาติ ทีนี้ในตัวร่างฉบับนี้ สาระสำคัญมันอยู่ในมาตรา ๓ คือการไปแก้ไขมาตรา ๑๕๓ ของ พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต ท่านประธานครับ มาตราเดียวแต่ต้องยัดทุกเรื่องให้มาอยู่ในมาตรานี้ มันเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ในการเขียนนะครับ เพราะฉะนั้นในมาตรานี้มันมีทั้งหมดอยู่ ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือว่าให้มีมาตรฐานของการผลิตสุราอยู่ในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น เราก็จะเห็นได้ว่าที่ผ่านวาระแรกของสภาไปนี้ เราไม่ได้อนุญาตให้ไปทำกินเองที่บ้าน แต่ยังคง ต้องขออนุญาตอยู่ดี เพราะฉะนั้นประเด็นนี้มาตรฐานการผลิตสุรายังคงมีอยู่ในกฎหมาย มาตรา ๑๕๓ หรือมาตรา ๓ ที่พูดอยู่ในขณะนี้🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นมาตรการเรื่องห้าม ห้ามอะไรครับ ห้ามในการเลือกปฏิบัติครับ ในนี้ใช้คำว่า เลือกปฏิบัติ หรือผูกขาดทางเศรษฐกิจโดยไม่เป็นธรรม ทำไมใช้คำนี้นะครับ เพราะว่าคำว่า เศรษฐกิจโดยไม่เป็นธรรม ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๕ ให้อำนวยให้เกิดคำว่า เศรษฐกิจที่เป็นธรรม เพราะฉะนั้นเลยใช้คำว่า เศรษฐกิจ ลงไปในมาตรานี้ แล้วถามต่อว่า แล้วทำไมถึงไม่ใช้คำที่ท่านเท่าพิภพขอสงวนลงมาเลยว่าใส่ลงไปเลยได้ไหมว่าห้ามกำหนด ในเรื่องดังต่อไปนี้ อาทิเช่น เรื่องของปริมาณการผลิต หรือทุนจดทะเบียนต่าง ๆ เหล่านี้ ทำไมไม่ใส่ลงไปเลยให้ชัด คำตอบคือว่าถ้าใส่ลงไปปั๊บจะมีปัญหากับมาตรการสนับสนุน ที่รายเล็กครับ เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้มีการห้าม ห้ามอะไรครับที่ผมบอกไปเมื่อสักครู่ก็คือ ห้ามเลือกปฏิบัติและห้ามผูกขาดเรื่องเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรมนี่ห้าม ซึ่งข้อความเหล่านี้ มันก็อยู่ในนิยามของคำว่าถ้าเราไปทำก็คือไม่เป็นธรรมละครับ ในท้ายข้อสังเกตก็ระบุ เรียนท่านสมาชิกครับ ที่บอกไม่เป็นธรรมแล้วเราระบุลงไปคืออะไรรู้ไหมครับ ปัจจุบันเวลา เราผลิตสุรานี่ ถ้าเป็นสุราวิสกี้หรือบรั่นดีนี่ต้องผลิตถึงวันละ ๓๐,๐๐๐ ลิตรนะครับ แล้วถ้า เป็นอย่างอื่น ๆ พูดง่าย ๆ คือรัมหรือเหล้าประเภทอื่นนี่ต้องผลิตสูงถึง ๙๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ซึ่งอันนี้กรรมาธิการจากทุกพรรคเราทลายข้อผูกขาดนี้ออกไปเลย จากนี้ไปไม่มีข้อผูกขาดนี้แล้ว แต่ที่ใส่แบบของท่านเท่าพิภพไม่ได้ เพราะว่าเรื่องที่ ๓ ครับ เพราะในมาตรานี้มีมาตรการ ในการสนับสนุนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรายย่อยด้วย ถ้าเราไม่ให้กำหนดเรื่องของ ปริมาณ เราไม่ให้กำหนดเรื่องของทุนจดทะเบียน คราวนี้ยุ่งเลยครับเราไม่สามารถจะกำหนด Size ให้ไปช่วยรายย่อยได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องอธิบายท่านแบบนี้ก่อนนะครับ ทีนี้พอลงมาดู ว่าส่งเสริมรายย่อยจะต้องมีมาตรการอะไรบ้าง ที่สำคัญที่สุดเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกพูดถึง เรื่องมาตรการภาษีนะครับ ตรงนี้ถามว่าทำไมใส่ไม่ได้ คำตอบคือถ้าเราใส่มาตรการภาษีลงไป มันจะทำให้กฎหมายฉบับนี้เป็นพระราชบัญญัติการเงินทันทีครับ ถ้าเป็นพระราชบัญญัติ การเงินตามระเบียบปฏิบัติต้องวนไปให้ท่านนายกรัฐมนตรีเซ็นรับรอง แล้วก็ต้องวนหลาย หน่วยงาน หลายกระทรวงที่มีความเกี่ยวพัน เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ต้องบอกว่าเป็น ความภูมิใจของท่าน สส. สภาในชุดนี้ที่เป็นกฎหมายที่ถูกนำเสนอโดย สส. ครับ สส. เข้าชื่อ กัน ๒๐ คนก็เสนอเป็นกฎหมายได้ คราวนี้ก็ถูกเสนอเข้ามาเป็นกฎหมายจาก สส. ปกติเรา จะเคยชินกฎหมายจากคณะรัฐมนตรีที่ต้องผ่านกฤษฎีกา ต้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีเซ็นรับรอง เพราะฉะนั้นการเขียนคราวนี้มันเลยเป็นการเขียนให้เกิดผลสำเร็จ สัมฤทธิ์ผลให้ได้ ก็เลยต้อง เขียนเพื่อไม่ให้มันเป็นกฎหมายการเงิน เพราะฉะนั้นเรื่องภาษีใส่ไม่ได้ แต่เราใส่ทั้งหมด ในข้อสังเกตครับ รวมถึงขนาดผลิตภัณฑ์ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ได้มีการพูดถึง เรื่องขนาดของผลิตภัณฑ์นั้นก็ใส่ลงไปด้วยในข้อสังเกต นี่ครับ ๑ มาตรามีทั้งมาตรฐาน การผลิตสุรา มีทั้งมาตรฐานเรื่องของการห้ามผูกขาด และสุดท้ายเรื่องการสนับสนุน และกฎหมายฉบับนี้จะเป็นกฎหมายที่ให้ผลิตสุราสีได้นะครับ เมื่อสักครู่ผมเรียนท่านแล้วใช่ไหมครับว่าสุราปกติถ้าเป็นสีถูกผูกขาด ๓๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ๙๐,๐๐๐ ลิตรต่อวันแล้วแต่ประเภท แต่กฎหมายฉบับนี้จะทำให้การทำสุราจากกลุ่มของ ภาคประชาชนเปลี่ยนไปเลยนะครับ จากที่ท่านเห็นเป็นสีขาวนี่เที่ยวนี้สุราจะเป็นสีได้ สุราเป็นสีได้มันไม่ใช่ใส่สีนะครับ มันเกิดจากการบ่ม แล้วมันจะสนับสนุนต่อภาคเกษตร อย่างไรครับ ผมยกตัวอย่างท่านเคยเห็นไวน์ เวลาไวน์เอามาบ่มเป็นไวน์ พอเอาไปกลั่น มันกลายเป็นบรั่นดีครับ ก่อนเป็นบรั่นดีมันเป็นสีขาวนะครับ เพราะว่ากลั่นมาเป็นน้ำขาว ๆ ไปเก็บในถังไม้โอ๊คนี้มันถึงเปลี่ยนสีให้สีมันเข้มขึ้นเป็นบรั่นดีที่มีคุณภาพ ท่านจะเห็น กฎหมายฉบับนี้ เห็นประชาชนคนไทยทั่วไปสามารถทำได้จากหลากหลาย อาจจะเป็นส้ม ผลิตภัณฑ์จากจังหวัดน่านก็ได้ของแม่เลี้ยงติ๊ก หรือจะเป็นกล้วยก็ได้ ท่านประธานรู้ไหมครับ กล้วยนี้สามารถจะบ่มเป็นไวน์กล้วยแล้วไปกลั่นเป็นสีขาว แล้วไปบ่มในถังไม้โอ๊คก็ได้ครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ทำให้ผลิตภัณฑ์เกษตรออกมาจำนวนมาก ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นความ ภูมิใจของ สส. ในชุดนี้ครับ แล้วก็ขอตอบกรรมาธิการเสียงข้างน้อยและขอตอบท่านสมาชิก ที่ได้อภิปรายไว้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ มีท่านอื่น เชิญครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธานสภาครับ ขออนุญาตชี้แจงต่อประเด็นที่มีการอภิปรายสักเล็กน้อยครับ สืบเนื่อง จากของท่าน สส. เท่าพิภพ แล้วก็ท่าน สส. พงศธร กรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้ ผมให้ความชัดเจนกับเพื่อนสมาชิกในที่นี้อย่างนี้ครับว่า ทั้ง ๒ ท่านก็ได้อภิปรายชัดเจน ว่าการปรับแก้หรือว่าการสงวนความเห็นเป็นการปรับแก้ข้อความ แต่ใจความทั้งหมดนี้ เป็นใจความในลักษณะเดียวกัน ก็คือนั่นหมายความว่ากรรมาธิการเรานี้เห็นพ้องไปในทาง เดียวกัน แต่ก็จะมีความคิดเห็นที่แตกต่างในเรื่องของการเขียนข้อความนะครับว่ารูปแบบ การเขียนข้อความอย่างไรจะสามารถอ่านได้เข้าใจง่ายหรือว่าจะตีความได้ตรงประเด็น มากกว่ากัน ซึ่งในส่วนตัวผมเองก็ยืนตามกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ เพราะว่าเป็น ข้อความที่เราหารือกับทางกฤษฎีกาแล้วว่าเป็นการร่างข้อความที่มีความเหมาะสมแล้วก็ ตรงประเด็น ตรงความต้องการของกรรมาธิการในห้องทั้งหมด เดี๋ยวอาจจะขออนุญาตให้ทาง กรรมาธิการที่เป็นตัวแทนจากกฤษฎีกาเป็นผู้ชี้แจง แล้วก็ให้ข้อมูลเพิ่มเติม รวมไปถึง รายละเอียดของที่ท่าน สส. หลาย ๆ ท่านตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องการใช้ข้อความว่าเป็นภาระ เกินสมควร หรือว่าการเลือกปฏิบัติและการผูกขาดทางเศรษฐกิจ ก็จะให้ทางกฤษฎีกา ช่วยให้ข้อมูลแก่เพื่อนสมาชิกเพิ่มเติมนะครับว่าทำไมถึงใช้ข้อความอย่างนี้ และสามารถ ตีความไปได้อย่างไร🔗
นอกจากนี้ก็ยังมีประเด็นอื่น ๆ ขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ให้ข้อสังเกต เพิ่มเติมขึ้นมา แล้วก็ขอให้ข้อมูลครับว่าหลาย ๆ เรื่องนี้อาจจะนอกเหนืออำนาจของ คณะกรรมาธิการในการพิจารณา แต่เราก็ได้มีการระบุลงไปในรายละเอียดของข้อสังเกต เพิ่มเติมเข้าไปนะครับเพื่อให้สภามีมติเห็นชอบ แล้วก็จะได้นำส่งข้อสังเกตนั้นสู่ ครม. ซึ่งก็จะ นำไปสู่การปรับปรุงกฎกระทรวงให้สอดคล้องกับข้อสังเกตของเราต่อไป ดังเช่นเรื่องของการ ผลิตสุราที่มีดีกรีที่เปลี่ยนไปเพื่อตอบรับคนบางกลุ่ม ชาวต่างชาติบางกลุ่ม หรือตัว Packaging เอง ขนาดบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ เราก็ได้มีข้อสังเกตไปท้ายรายงานเล่มนี้ละครับว่าให้มีการทำ Packaging ที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งก็จะส่งผลให้เรามีโอกาสในการเปิดตลาดหรือว่ารูปแบบ สินค้าที่หลากหลายมากขึ้นนะครับ🔗
ต่อเนื่องครับ ด้วยความเคารพท่าน สส. วรวัจน์ที่ได้ตั้งคำถามไว้ ๗ ประเด็น บางประเด็นก็คือเป็นประเด็นที่สามารถพิจารณากันในห้องกรรมาธิการนี้แล้วก็ได้บรรจุไว้ใน ข้อสังเกต เดี๋ยวจะให้ทางผู้แทนจากกรมสรรพสามิตให้ข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ ดังเช่นเรื่อง ระยะเวลาในการขออนุญาต เรื่องขนาดบรรจุภัณฑ์ ซึ่งอยู่ในกฎกระทรวงแน่นอนนะครับ แล้วก็ได้บันทึกเป็นข้อสังเกตไว้เพื่อให้เกิดการปรับปรุง และบางส่วนก็ได้มีการปรับปรุงแล้ว จากการทำงานคู่ขนานกันระหว่างสภาเรากับของฝั่งบริหาร แต่หลาย ๆ ประเด็นก็ต้องแจ้ง อย่างตรงไปตรงมาครับว่าอาจจะนอกเหนืออำนาจของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ หรืออำนาจของ กรรมาธิการ เช่น เรื่องของการประชาสัมพันธ์ ซึ่งตัวนี้จะอยู่ใน พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ก็มีการปรับแก้อยู่ในชั้นกรรมาธิการเหมือนกันอีกคณะหนึ่ง แล้วก็เดี๋ยวคงจะได้ กลับเข้ามาพิจารณาร่วมกันในสภาเร็ว ๆ นี้ รวมไปถึงเรื่องของการให้ภาษีส่งเสริมสำหรับรายย่อยหรือว่าเรื่องของการขายเหล้าพ่วงเบียร์ อย่างที่ท่านให้ข้อมูลว่าเป็นการใช้อำนาจเหนือตลาด สิ่งเหล่านี้อาจจะอยู่ในอำนาจของ ฝั่งบริหารที่อาจจะไม่สามารถระบุลงมาในพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ก็ได้บันทึกเป็นข้อสังเกต ไว้ทั้งสิ้นครับ เดี๋ยวขออนุญาตให้ทางผู้แทนจากกรมสรรพสามิตได้ให้ข้อมูลต่อไปนะครับ ขอท่านประธาน ๒ ท่านนะครับ เป็นผู้แทนจากคณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วก็ผู้แทนจาก กรมสรรพสามิตครับ ขอบคุณครับ🔗
ขออนุญาตทางกรรมาธิการก่อนนะครับ ท่านชลน่านติดใจอยู่ใช่ไหมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธาน ได้อภิปรายในร่างมาตรา ๓ ที่กรรมาธิการมีการแก้ไข ขออนุญาตใช้สิทธิสมาชิกครับ กรณีที่มี การแก้ไขสมาชิกสามารถอภิปรายได้ เพราะเปลี่ยนไปจากร่างที่เรารับหลักการไป ท่านประธานครับ สิ่งที่กรรมาธิการแก้ไขมาผมมีอยู่ ๒ ประเด็นครับ ที่จะกราบเรียนท่านประธานถามท่าน กรรมาธิการนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ จากหลักการที่เรารับมาเป็นหลักการที่เราจะแก้ไขปัญหา การออกกฎกระทรวงตามมาตรา ๑๕๓ เดิม ซึ่งเขียนไว้สั้นมาก การขออนุญาต การให้การ อนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๑๕๓ เดิมเขียนอย่างนั้น เขียนสั้นครับ การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง เปิดโอกาสให้กฎหมายลำดับรองไปพิจารณาใช้ดุลยพินิจ อย่างเต็มที่ ก็เกิดปัญหาว่ามีการผูกขาด มีการกีดกัน ท่านก็ไปยกร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา ว่าต้องกำหนดในกฎหมายแล้วว่าอย่างน้อยในกฎกระทรวงนั้นต้องมีสาระสำคัญอะไร เพื่อให้เขาไปกำหนด ถ้าเปิดกว้างอย่างนี้ทำให้เขาไปกำหนดตามความเห็นของผู้ที่รับผิดชอบ กฎหมาย หรือผู้นำกฎหมายไปใช้ในการบังคับใช้ หรือนำสู่การปฏิบัติ ท่านก็ไปแก้ไขมาตรา ๓ มา ในหลักการบอกว่าการมีสุราไว้ครอบครองและเครื่องจักรผลิตสุราให้เหมาะสม ประเด็นที่ผมถาม🔗
คำถามที่ ๑ จากการแก้ไขของท่านจากร่างเดิมเสมือนเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตสุรา ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายย่อยหรือเป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรายย่อย หรือกลุ่ม เกษตรกรต่าง ๆ สามารถขออนุญาตได้ จากร่างเดิมที่รับไปใช้คำว่า ผู้ประกอบการรายย่อย สามารถมาขออนุญาตผลิตสุราได้ แต่ว่าร่างที่กลับมาใหม่ท่านตัดคำว่า ผู้ประกอบการ รายย่อย ออก เขียนไว้กรณีเป็นกลุ่ม กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยสามารถมาขอได้ แต่ว่าวรรค ท้ายสุดกรณีที่เป็นการส่งเสริมท่านเขียนแค่เพียงคำว่า เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบอุตสาหกรรม รายย่อย คำนี้ผมเคยได้ปรึกษาหารือกับท่านประธานคณะกรรมาธิการนะครับ ผมว่ามันมี ความต่างกัน ขึ้นอยู่กับเจตนารมณ์ของกรรมาธิการนะครับ ถ้ากรรมาธิการบอกว่าต้องเขียน อย่างนี้เท่านั้น ผู้ประกอบการรายย่อยมาขออนุญาตก็ต้องเป็นลักษณะของการประกอบ อุตสาหกรรมเท่านั้น อันนี้เป็นคำถามที่ ๑ ซึ่งถ้ากรณีเป็นอุตสาหกรรมเป็นการผลิตแบบ ที่ท่านเขียนมานี้มันก็เข้าตามที่ท่านเขียนเลยที่เน้นเป็นกรณีพิเศษ🔗
คำถามที่ ๒ ก็คือว่าที่ต่างไปจากร่างที่เรารับ ผลิตสุราเพื่อการค้า ท่านเขียน มาใหม่ นั่นหมายความว่าผู้ที่จะขออนุญาตและการออกใบอนุญาตต่อไปนี้เพื่อการผลิตที่เป็น การค้าเท่านั้นใช่หรือไม่ เพื่อการค้าเท่านั้นใช่หรือไม่ ท่านต้องตอบนะครับ เพื่อจะได้นำสู่การ ปฏิบัติที่ชัดแจ้ง ผู้ออกกฎกระทรวงเขาจะได้ชัดเจนเลย ซึ่งเขาน่าจะเป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย เพราะเจตนารมณ์เดิมที่เขียนมากรณีมีไว้ครอบครอง ไม่ใช่การค้า ตามหลักการท่านก็ต้อง ขออนุญาตด้วย พูดง่าย ๆ ผู้ผลิตสุราไว้ไม่ใช่ขาย เพื่อกิน เพื่อดื่มตามภาษาพื้นบ้าน เขาก็ต้อง ขออนุญาต เพราะถือว่าเป็นการครอบครอง ไม่อย่างนั้นท่านจะถูกกรมสรรพสามิตดำเนินคดี ตามกฎหมายฐานมีสุราไว้ครอบครอง แล้วไม่ได้ขออนุญาต เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานให้กรรมาธิการช่วยตอบ ๒ ประเด็นนี้ ถ้าท่านยืนยันว่า เพื่อการค้าเท่านั้น ต่อไปนี้ผู้ที่ผลิตกินเอง พี่น้องผมที่อยู่บ้านเขาจะได้ผลิตแล้วไม่กังวลว่า เขาครอบครอง ผลิตเสร็จแล้วเขาจะไม่ถูกจับ เขาจะไม่ถูกจับนะครับ ถ้าผมเข้าใจผิดท่าน ก็ชี้แจงด้วยนะครับ แต่ขณะนี้ถ้ามันเป็นอย่างนี้พี่น้องบ้านผมเขาผลิตตามวิถีการดำเนินชีวิตเขา เขาทำข้าวหมากเอง ทำแป้งเอง หมักเอง คุณภาพเขาก็อาศัยประสบการณ์ที่ทำมาตั้งแต่ บรรพบุรุษ เขาเชื่อมั่นวิธีการ เขามีคุณภาพไม่มี Fusel oil ไม่มี Potential oil แน่นอน ขออนุญาตท่านประธานครับ Fusel oil นี้เกิดจากการหมักครับ การหมักที่ไม่สมบูรณ์ในสุรา มีน้ำมันชนิดนี้และเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ปัจจุบันเป็นตลอดครับ เพราะฉะนั้นใจผมจริง ๆ ไม่ว่าจะมีผลิตสุราเพื่ออะไร ถ้าเพื่อการบริโภค จะขายให้คนอื่นไปบริโภคหรือผลิตบริโภคเอง ต้องมีมาตรฐาน มีคุณภาพ และใครครับ ถ้าไม่ขออนุญาตคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าเขามีมาตรฐาน มีคุณภาพ ปัญหาพิษสุราเรื้อรัง ปัญหาการบริโภคที่ผิด ปัจจุบันนี้มีเยอะมาก ไหน ๆ เรา จะออกกฎหมายฉบับนี้แก้ให้มันคุ้มครองกับวิถีชีวิต ท่านต้องคำนึงถึงสุขภาพเป็นอันดับแรก เศรษฐกิจและเศรษฐกิจ ถ้าท่านเขียนอย่างนี้ท่านมุ่งเน้นเศรษฐกิจอย่างเดียว ไม่เอาสุขภาพ เพราะว่าท่านปล่อยให้คนผลิตได้โดยไม่ต้องขออนุญาตก็มีอยู่ในกฎหมายฉบับนี้อย่างไรครับ แล้วไปคุมคุณภาพได้อย่างไร ๒ คำถาม ขอบพระคุณท่านประธานครับ ถ้าผมเห็นว่า ท่านแก้ไขแล้วตอบโจทย์ผมได้ ผมยินดีครับที่จะให้ความเห็นชอบ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านกรรมาธิการมีประชาชนเขาถามมาว่างานประเพณีต่าง ๆ ในหมู่บ้าน เวลาจะกลั่น จะหมัก เพื่อไม่ขาย เอาทานในชุมชนเวลามีประเพณีเขาต้องขออนุญาตไหม อันนี้ต้องขออนุญาตไหม ท่านประธานคณะกรรมาธิการลองตอบสิครับ เพราะว่ามันทั้ง ประเทศเวลามีประเพณีสรรพสามิตก็ไปจับเขา ไปทุบอุปกรณ์เขาทั้งหมด อันนี้เขาถามมา กฤษฎีกาจะตอบก่อนไหม ข้างล่างใช่ไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม วรพจน์ ด้วงพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมสรรพสามิต ที่ปรึกษากรรมาธิการครับ ขออนุญาตนำเรียน ๒ ๓ ประเด็นที่อาจจะ เกี่ยวข้องกับกรมสรรพสามิต🔗
ขออนุญาตเรียนตอบคำถามท่านสมาชิกที่มีการตั้งคำถามในประเด็นแรก เรื่องการอนุญาตผลิตสุราโรงกลาง ก็คือโรงที่มีขนาดตั้งแต่ ๕ แรงม้าไปจนถึงขนาดที่ต่ำกว่า ๕๐ แรงม้า กฎกระทรวง พ.ศ. ๒๕๖๕ กำหนดให้ต้องผ่านโรงเล็กมาก่อน ๑ ปี เหตุผลก็เนื่อง มาจากว่า ณ ตอนนั้นมีการพูดคุยว่ากระทรวงการคลังมีการอนุญาตผลิตสุราให้เฉพาะโรงเล็ก แล้วโรงเล็กก็จะโตไม่ได้ พอมีที่มาว่าหลักเกณฑ์การอนุญาตผลิตสุราควรกำหนดให้โรงเล็ก โตได้ก็จึงมีการขยายโรงกลาง โดยที่กำหนดเงื่อนไขว่าโรงกลางนั้นจะต้องเป็นโรงเล็กมาก่อน ๑ ปี ด้วยข้อกังวลที่ว่าหากมีข้อกำหนดเรื่องโรงกลางมาเลยก็เกรงว่าอาจจะมีกลุ่มทุนที่มาทำ โรงงานสุราขนาดกลางแล้วก็อาจจะมีผลกระทบกับโรงเล็ก อย่างไรก็ตามจากปี ๒๕๖๕ ถึงปัจจุบันเวลาก็ผ่านมาพอสมควร แล้วก็การกำกับดูแลควรจะผ่านโรงเล็กมาก่อนแล้วค่อยเป็นโรงกลางนี่อาจจะไม่มีความ จำเป็น กรมสรรพสามิตก็ได้เสนอแก้กฎกระทรวงโดยตัดประเด็นนี้ออกไป กฎกระทรวง ที่มีการแก้ไขโรงกลางไม่จำเป็นต้องผ่านโรงเล็กมาก่อน ๑ ปีแล้วนะครับ นอกจากนั้นในเรื่อง ของสุราชุมชนเดิมที่มีข้อกำหนดเรื่องต้องห่างแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร หากห่างน้อยกว่า ๑๐๐ เมตรจะไม่อนุญาต ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่เด็ดขาด กฎกระทรวงปัจจุบัน ก็มีการแก้ไขว่าหากห่างแหล่งน้ำน้อยกว่า ๑๐๐ เมตร ก็จะต้องมีระบบบำบัดของเสีย ที่ไม่กระทบกับแหล่งน้ำสาธารณะ อันนี้ก็จะมีการอนุญาตนะครับ🔗
ต่อมาในเรื่องของประเด็นที่ต้องการให้มีการเพิ่มขนาดภาชนะบรรจุ รวมถึง ดีกรีที่แตกต่างออกไปจากที่กำหนดไว้เดิม กรรมาธิการหลายท่านได้นำเรียนไปแล้วนะครับ เรียนย้ำเพิ่มเติมครับว่าข้อกำหนดอันนี้อยู่ในข้อสังเกตที่สภาจะต้องส่งมาให้หน่วยงานอยู่แล้ว ดังนั้นแน่นอนครับตอนที่กรมสรรพสามิตและกระทรวงการคลังจะออกอนุบัญญัติที่เป็น หลักเกณฑ์พวกนี้ก็จะต้องคำนึงถึงข้อสังเกตที่กำหนดไว้อย่างแน่นอนนะครับ เพิ่มเติมไปถึง ถ้อยคำในมาตรา ๑๕๓ ที่เป็นถ้อยคำว่า ผู้ประกอบการรายย่อย หรือผู้ประกอบอุตสาหกรรม รายย่อย มี ๒ คำอยู่ในมาตราเดียวกัน ขออนุญาตนำเรียนแบบนี้นะครับ ในมาตรา ๑๕๓ วรรคสาม ถ้อยคำตอนต้นที่บอกว่า กฎกระทรวงตามวรรคสองให้คำนึงถึงมาตรฐาน การผลิตสุรา และต้องสนับสนุนให้สหกรณ์ เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน องค์กรเกษตรกร หรือผู้ประกอบการรายย่อย ก็จะเห็นว่ากฎหมายนี้พูดถึงกลุ่มคน ๔ กลุ่มอย่างชัดเจน ก็คือสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน แล้วก็องค์กรเกษตรกร ๔ กลุ่มนี้พูดถึงสถานะอย่างชัดเจน แต่นอกจาก ๔ กลุ่มนี้มันก็จะมีผู้ประกอบการรายย่อยอื่น ๆ อีกมากมายที่ไม่สามารถระบุได้ ไม่สามารถระบุสถานะในกฎหมายได้ในขณะนี้เลย มาตรานี้ตอนต้นก็จึงเขียนเปิดกว้างครับ อันนี้เหมือนบทกวาด บทกว้างเท่านั้นเองว่า หรือผู้ประกอบการรายย่อย ก็แปลว่าไม่ใช่ เฉพาะ ๔ คนหรอก ผู้ประกอบการรายย่อยอื่น ๆ ที่กฎหมายไม่ได้กล่าวถึงไว้ก็จะได้รับการ สนับสนุน ได้รับการส่งเสริมด้วย แต่ตอนท้ายที่บอกว่าจะต้องไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ผูกขาดทาง เศรษฐกิจโดยไม่เป็นธรรม แล้วก็จะต้องไม่สร้างภาระเกินสมควร โดยมีข้อยกเว้นว่า เว้นแต่ เป็นการกำหนดสัดส่วนความเป็นเจ้าของของบุคคลสัญชาติไทย หรือเป็นการผลิตสุราของ รัฐวิสาหกิจที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการผลิตสุรา หรือเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบอุตสาหกรรม รายย่อย คำว่า ผู้ประกอบอุตสาหกรรมรายย่อย ในตอนท้ายก็จะเห็นได้ว่าแตกต่างจากคำว่า ผู้ประกอบการรายย่อยในตอนต้น นัยก็คือว่าตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๔ ได้มีนิยามศัพท์ชัดเจน คำว่า ผู้ประกอบอุตสาหกรรม และคำว่า โรงอุตสาหกรรม โรงอุตสาหกรรมคือสถานที่ผลิตสินค้า ผู้ประกอบอุตสาหกรรมคือเจ้าของ หรือผู้จัดการ หรือผู้ดำเนินการในการผลิตสินค้าเท่านั้นเอง ตอนท้ายจึงใช้คำว่า หรือเพื่อ ส่งเสริมผู้ประกอบอุตสาหกรรมรายย่อย โรงงานสุราที่ได้รับอนุญาตผลิตสุราโรงเล็ก โรงกลาง มีสถานะเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมาย ๒ กลุ่มนี้ก็จะถูกตีความว่าเป็นผู้ประกอบ อุตสาหกรรมรายย่อยที่อาจได้รับการส่งเสริมในเรื่องของการกำกับดูแลที่น้อยกว่าโรงใหญ่ การกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการอนุญาตที่น้อยกว่าโรงใหญ่แบบนี้เป็นเรื่องที่สามารถ เลือกปฏิบัติได้ เพราะว่าตอนท้ายก็จะยกเว้นว่าเป็นการเลือกปฏิบัติเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบ อุตสาหกรรมรายย่อย เท่านั้นเองครับที่มีความแตกต่างระหว่าง ๒ คำครับ ขอบพระคุณครับ ขออนุญาตเพิ่มเติมอีกนะครับ ปกติการอนุญาตผลิตสุราก่อนกฎกระทรวงปี ๒๕๖๕ ไม่เคยมีถ้อยคำว่า เพื่อการค้าหรือมิใช่เพื่อการค้านะครับ พอปี ๒๕๖๕ มีเรื่องของต้องการให้ผลิตบริโภคเองที่บ้าน การอนุญาตผลิตสุราจึงแยกเป็น ๒ คำ แยกเป็น ๒ ลักษณะ คือผลิตเพื่อการค้าและผลิตโดยมิใช่เพื่อการค้า ผลิตมิใช่ เพื่อการค้าแทบจะไม่ดูอะไรเลยครับ ดูแค่คุณสมบัติของผู้ขอผลิตนะครับว่าจะต้องมีอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ แล้วก็ดูสถานที่ผลิตว่าผลิตกินเองที่บ้านนั้นจะต้องไม่ก่อความเดือดร้อน รำคาญให้กับผู้อยู่อาศัยข้างเคียงเท่านั้นเองนะครับ มีมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ ในหลักเกณฑ์ตาม มาตรา ๑๕๓ ที่สภากำลังพิจารณาอยู่ก็จะเป็นหลักเกณฑ์ว่าหากเป็นการอนุญาตผลิต เพื่อการค้าควรจะต้องมีข้อกำหนดแบบใด ควรจะต้องมีการส่งเสริมผู้ผลิตรายเล็กรายย่อย แบบใด แล้วก็ห้ามมีข้อกำหนดในลักษณะใด แต่ในเรื่องของผลิตโดยมิใช่เพื่อการค้าก็ยังคง อยู่ในกฎกระทรวงการอนุญาตผลิตสุรา ก็ยังคงเป็นการอนุญาตอย่างง่ายที่แทบจะไม่ได้กำกับ ดูแลอะไรมากนะครับ จะดูแค่ผลกระทบต่อที่อยู่อาศัยข้างเคียงเท่านั้นเอง ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ มีท่านกรรมาธิการชี้แจงอีกไหมครับ เชิญครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธาน ศิรสา ไชยหมาน ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมาธิการค่ะ ในประเด็นที่ ท่านสมาชิกได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องถ้อยคำที่กำหนดในตัวร่างวรรคสามของมาตรา ๑๕๓ ที่ว่าในการที่จะออกกฎกระทรวงนี้ไม่ให้กำหนดหลักเกณฑ์ใดในการพิจารณาออกใบอนุญาต ที่เป็นการเลือกปฏิบัติผูกขาดทางเศรษฐกิจโดยไม่เป็นธรรม หรือเป็นการสร้างภาระเกิน สมควร ก็ต้องขออนุญาตเรียนชี้แจงว่าที่มาก็เกิดจากว่ากฎกระทรวง ฉบับปี ๒๕๖๕ มันอาจจะมีประเด็นปัญหาที่ทำให้การประกอบกิจการในเรื่องนี้มันเป็นอุปสรรค อย่างเช่น ในเรื่องของกำลังเครื่องจักร หรือกำลังคน หรือว่าขนาดกำลังการผลิต ทุนจดทะเบียน หรือว่า ระยะเวลาในการประกอบกิจการ หรือในเรื่องของการที่จะต้องทำรายงานการประเมินผล กระทบสิ่งแวดล้อมนะคะ จึงเป็นที่มาของการแก้ไขในร่างมาตรา ๑๕๓ ตรงนี้เพื่อให้เกิดความ ชัดเจน แล้วก็เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ให้กับผู้ที่จะขออนุญาตได้รับความเสมอภาคกัน ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญในมาตรา ๗๗ ด้วยที่บอกว่าในการที่จะออกกฎหมายนี้จะต้อง ไม่ก่อให้เกิดภาระกับประชาชนนะคะ ซึ่งในกฎกระทรวง ฉบับปี ๒๕๖๕ ที่ผ่านมานี้ อาจจะมีประเด็นที่ทำให้เกิดภาระหรืออุปสรรคกับการทำสุราในส่วนนี้ค่ะ คำว่า เลือกปฏิบัติ จริง ๆ แล้วเราก็ได้คุยกันในชั้นกรรมาธิการนะคะว่าอย่างไหนเป็นการเลือกปฏิบัติ ก็อาจจะเป็นกรณีอย่างเช่นว่ามีผู้ประกอบการหลายรายมาดำเนินการ แต่ว่าเวลาที่จะให้เขา ทำอะไรผู้ประกอบการรายหนึ่งอาจจะทำแค่ ๔ ๕ กิจกรรม ในขณะที่ผู้ประกอบการอีก รายหนึ่งอาจจะต้องทำมากกว่านั้น อันนี้ก็เป็นเหมือนกับตุ๊กตาที่เราคุยกันในที่ประชุมนะคะ แล้วมันทำให้เกิดปัญหากับการประกอบกิจการแล้วก็ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นมา ส่วนในเรื่องการผูกขาดทางเศรษฐกิจก็อาจจะมีกรณีที่ว่าจะให้หน่วยหรือผู้ประกอบการ รายหนึ่งรายใดทำเป็นแค่หน่วยเดียวหรือมีอำนาจทำอย่างเดียวจากกฎกระทรวงเดิมนั้น รวมถึงกรณีสุดท้ายที่เป็นกรณีการสร้างภาระที่เกินสมควรก็อย่างที่เรียนค่ะว่ารัฐธรรมนูญ บอกแล้วว่าการดำเนินการการประกอบอาชีพอะไรจะต้องไม่ก่อให้เกิดภาระกับประชาชน แล้วในเรื่องนี้ทั้งเรื่องการปฏิบัติ การผูกขาดที่ไม่เป็นธรรม หรือว่าเรื่องการสร้างภาระ เกินสมควร เวลาที่จะพิจารณาคือท่านสมาชิกได้ถามว่าจะพิจารณาอย่างไรตรงนี้ในการ ดำเนินการก็จะต้องดู คำนึงถึงหลักความได้สัดส่วนหรือ Pro-population ค่ะ ตรงนี้จะต้อง เอามาพิจารณาในหลาย ๆ เรื่อง เช่นยกตัวอย่างไปข้างต้น ในเรื่องของกำลังเครื่องกล หรือว่าขนาดกำลังการผลิต หรือปริมาณการผลิตตรงนี้ก็ต้องเป็น ตัวที่จะต้องนำมาพิจารณาว่าในการที่จะออกกฎกระทรวงอันใหม่ที่ตามมาตรา ๑๕๓ เป็นการ ดำเนินการที่มันได้สัดส่วนไหม แล้วก็เหมาะสมไหม เป็นการสร้างภาระไหม ในส่วนนี้ก็ถึงเป็น ที่มาของถ้อยคำที่อยากจะเขียนให้ชัดเจนว่าในกฎกระทรวงที่เราจะออกใหม่ตามร่าง มาตรา ๑๕๓ ทางหน่วยงานของรัฐจะต้องดำเนินการในเรื่องไหนบ้างนะคะ ตรงนี้ถือว่าเป็น หลักแล้วก็ใจความสำคัญอย่างมากเลยที่คณะกรรมาธิการท่านให้ความสำคัญในการที่เราจะ เขียนหลักการสำคัญอย่างที่เรียนว่า ๓ หลักตรงนี้ ส่วนในรายละเอียดก็คงต้องพิจารณาดู ให้เหมาะสม ให้ได้สัดส่วนแล้วก็ไม่เป็นภาระกับประชาชน ในส่วนของถ้อยคำตรงนี้ก็คิดว่า จะขออนุญาตเรียนชี้แจงท่านสมาชิกนะคะ แล้วก็ขอขอบคุณที่ท่านได้ดูจากถ้อยคำก็จะตรง กับที่ทางกฤษฎีกา แล้วก็ฝ่ายเลขา แล้วก็กรรมาธิการได้ตรวจสอบมา ขอบพระคุณค่ะ🔗
ในมาตรา ๓ ท่านกรรมาธิการเท่าพิภพ ทั้ง ๒ ท่าน ติดใจไหมครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม เท่าพิภพ เมื่อสักครู่ได้ยินทางกรมสรรพสามิตชี้แจงก็เข้าใจว่าน่าจะหมายถึงบุคคลธรรมดา นิติบุคคล ทั่วไปก็จะได้รับสิทธินั้น ในส่วนของผมผมไม่ติดใจครับท่านประธาน🔗
ท่านประธานครับ ในส่วนของผม ยังติดใจครับ ก็ยืนยันว่าโดยหลักการเป้าหมายของกรรมาธิการทุกคนเห็นพ้องต้องกัน เพียงแต่ว่าในเรื่องของการเขียนกฎหมายตามนิติบัญญัติ แล้วก็ข้อความที่ถูกต้องเพื่อสื่อ ความหมายอย่างชัดเจนไม่ให้ถูกตีความผิดเพี้ยนไป ผมขอยืนยันข้อความที่ผมสงวนคำแปร ญัตติไว้ครับ🔗
เนื่องจากว่าท่านกรรมาธิการที่แปรญัตติท่านยังติดใจอยู่นะครับ ดังนั้นกรรมาธิการมีการ แก้ไขนะครับ ผมจะขอถามมติจากที่ประชุมก่อนว่าจะเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่นะครับ กรณีที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการแก้ไข ผมจึงจะถามมติจากที่ประชุมต่อไปว่าจะเห็นด้วย กับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือของคณะกรรมาธิการที่ขอสงวน ความเห็น ก่อนลงมติก็ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ตามห้อง กรรมาธิการหรืออยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมครับ🔗
ท่านที่เข้าห้องประชุมแล้วเสียบบัตรกดปุ่มแสดงตนเลยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ กรวีร์ ๐๐๔ แสดงตนครับ🔗
๐๐๔ แสดงตนนะครับ เข้ามาแล้วกดปุ่มแสดงตนได้เลยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๓๖๓ แสดงตนครับ🔗
๓๖๓ แสดงตนนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๒๑๗ แสดงตนครับ🔗
๒๑๗ แสดงตนนะครับ แสดงตนกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่ ส่งผลครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธาน แสดงตนค่ะ🔗
หมายเลขอะไรครับ ชื่ออะไรครับ🔗
๑๗๑ ธีรรัตน์แสดงตนค่ะ🔗
๑๗๑ เพิ่มเข้าไปอีกนะครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๒ ท่าน บวกอีก ๓ ท่าน เป็น ๔๐๕ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปเชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นควรให้มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นควรให้มีการแก้ไขให้คงไว้ตามร่างเดิมโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควร งดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนนเลยครับ🔗
ลงคะแนนเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๒๒ ท่าน เห็นด้วย ๔๑๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๔ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการแก้ไขนะครับ🔗
ต่อไปผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือไม่นะครับ หรือของคณะกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น จะเห็นกับเสียงข้างมาก หรือเสียงข้างน้อยนะครับ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งนะครับ🔗
กดปุ่มแสดงตนเลยครับ🔗
แสดงตนเรียบร้อยนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๖ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนน ได้เลยครับ🔗
สมาชิกเลข ๔๒๐ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๒๐ ไม่เห็นด้วยนะครับ ลงคะแนนเรียบร้อย ขอปิดการลงคะแนนครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๑๖ บวก ๑ เป็น ๔๑๗ ท่าน เห็นด้วย ๒๖๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๕๑ บวก ๑ เป็น ๑๕๒ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไขนะครับ🔗
ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการครับ🔗
มาตรา ๔ มีการแก้ไข🔗
เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วย กับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งครับ🔗
กดปุ่มแสดงตนเลยครับ🔗
แสดงตนเรียบร้อยนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๘ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนนเลยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๒๐ เห็นด้วยครับ🔗
๔๒๐ เห็นด้วยนะครับ ลงคะแนนเรียบร้อยนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๑๖ บวก ๑ เป็น ๔๑๗ ท่าน เห็นด้วย ๔๑๓ บวก ๑ เป็น ๔๑๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการนะครับ🔗
ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการครับ🔗
มาตรา ๕ มีการแก้ไข🔗
เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไขนะครับ ดังนั้นผมขอถามมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่ง นะครับ🔗
ท่านสมาชิกกดปุ่มแสดงตนเลยครับ🔗
แสดงตนเรียบร้อยหรือยังครับ ขอปิดการแสดงตนนะครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๑ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไปเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนนได้เลยครับ🔗
๔๒๐ เห็นด้วยครับ🔗
๔๒๐ เห็นด้วยนะครับ ลงคะแนนเรียบร้อยแล้ว ขอปิดการลงคะแนนครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๑๕ บวก ๑ เป็น ๔๑๖ ท่าน เห็นด้วย ๔๑๒ บวก ๑ เป็น ๔๑๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไข ของคณะกรรมาธิการ🔗
เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ🔗
มาตรา ๖ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๗ ไม่มีการแก้ไข🔗
จบการพิจารณาเรียงตามลำดับมาตราแล้วนะครับ ต่อไปเป็นการพิจารณาทั้งร่างเป็นการสรุป อีกครั้งหนึ่ง ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๒ มีสมาชิกท่านใดที่จะขอแก้ไขถ้อยคำ มีไหมครับ ถ้าไม่มีถือว่าจบการพิจารณาในวาระที่สองนะครับ ต่อไปเป็นการพิจารณาในวาระที่สาม เพื่อให้สภาลงมติว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบโดยไม่มีการอภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๓ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งครับ🔗
เชิญท่านสมาชิกกดปุ่มแสดงตนเลยครับ🔗
แสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๔๑๐ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไปผมจะขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... หรือไม่ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกลงคะแนนเลยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๒๐ เห็นชอบครับ🔗
๔๒๐ เห็นชอบนะครับ ลงคะแนนเรียบร้อยแล้ว ขอปิดการลงคะแนนครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๑๙ บวก ๑ เป็น ๔๒๐ ท่าน เห็นด้วย ๔๑๔ บวก ๑ เป็น ๔๑๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับ ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
เนื่องจากคณะกรรมาธิการได้มีข้อเสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานเพื่อให้สภาพิจารณาลงมติว่า จะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ โดยไม่มีการอภิปราย ซึ่งถ้าเห็นด้วย จะได้ส่งรายงานและข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบ หรือดำเนินการต่อไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๗ วรรคสอง ประกอบกับข้อ ๑๐๕ รายละเอียด ของข้อสังเกตปรากฏตามรายงานของคณะกรรมาธิการแล้วนะครับ ต่อไปเชิญท่านสมาชิก กดปุ่มแสดงตน ขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งนะครับ🔗
กดปุ่มแสดงตนเลยครับ🔗
แสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๕ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไปผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนได้เลยครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกลงคะแนน เลยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๒๐ เห็นชอบครับ🔗
เห็นด้วยใช่ไหมครับ ไม่มีท่านใดลืมลงคะแนนนะครับ ขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๑๖ บวก ๑ เป็น ๔๑๗ ท่าน เห็นด้วย ๔๑๐ บวก ๑ เป็น ๔๑๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุม มีมติเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการนะครับ🔗
ขอบคุณกรรมาธิการครับ ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วนนะครับ🔗
ด้วยในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๒๔ วันพุธที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๗ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้เลื่อนการพิจารณาระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๑ และเรื่องด่วนที่ ๒ ออกไปก่อน เพื่อรอการพิจารณาพร้อมกันกับร่างพระราชบัญญัติ ที่เกี่ยวข้อง ที่เกี่ยวเนื่องกัน ดังนั้นผมขอดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ🔗
๓. ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งนายวรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ (ในระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๓)🔗
เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติทำนองเดียวกันอีก ๒ ฉบับนะครับ ได้แก่🔗
๑. ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งนายโกศล ปัทมะ กับคณะ เป็นผู้เสนอ (ในระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๕)🔗
๒. ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ (ในระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๗)🔗
ซึ่งผมเห็นว่าสามารถที่จะรวมระเบียบวาระการประชุมเพื่อนำมาพิจารณา พร้อมกัน และลงมติในวาระที่หนึ่งร่วมกัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) และข้อ ๑๑๗ วรรคสาม จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบ ผมขอดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
ด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและคณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ มายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ (๑) และ (๒) โดยร่างพระราชบัญญัติของท่านวรภพ กับคณะ กับร่างของท่านโกศล ปัทมะ กับคณะ เป็นร่างพระราชบัญญัติที่คณะรัฐมนตรีรับไปพิจารณาก่อนสภาลงมติตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๘ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๗ รับทราบข้อสังเกตและผลการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ และมีมติให้ ส่งคืนร่างพระราชบัญญัติ พร้อมให้แจ้งความเห็นของคณะรัฐมนตรีว่า คณะรัฐมนตรี รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ และให้ส่งความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ส่วนร่างของคณะรัฐมนตรีได้เสนอมา พร้อมกับรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น จากร่างกฎหมายเพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ วรรคสอง รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม เข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง ต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ดังนั้นขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงต่อ ที่ประชุม ท่านแรก ท่านภัทรภร เวชรังษี ผู้ตรวจราชการกรมบังคับคดี ท่านที่ ๒ ท่านทัศน์พร จินันทุยา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการบังคับคดีล้มละลายนะครับ ต่อไปเชิญคณะรัฐมนตรี แถลงหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้มานำเสนอกฎหมายร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในเรื่องของกระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้ค่ะ หลักการก็คือ ๑. ได้มีการ แก้ไขพระราชบัญญัติบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ ดังนี้ค่ะ🔗
ในหลักการแก้ไขข้อที่ ๑ เป็นเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมจำนวนหนี้ของลูกหนี้ ที่ขอให้มีการฟื้นฟูกิจการในหมวด ๓/๑ กระบวนการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่มีการแก้ไข เพิ่มเติมมาตรา ๙๐/๓ และมาตรา ๙๐/๔ (๑) และมาตรา ๙๐/๖ (๒)🔗
ในข้อที่ ๒ ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด ๓/๒ กระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับ การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นกิจการขนาดย่อม มาตรา ๙๙/๙๑ ถึงมาตรา ๙๐/๑๓๔ นอกจากนั้นยังมีการเพิ่มหมวด ๓/๓ ในเรื่องของกระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟู กิจการของลูกหนี้ หมวด ๓/๑ และหมวด ๓/๒ แบบเร่งรัด มาตรา ๙๐/๑๓๕ ถึงมาตรา ๙๐/๑๕๒ นอกจากนั้นยังได้มีการเพิ่มหมวด ๓/๔ กระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของ ลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดา มาตรา ๙๐/๑๕๓ ถึงมาตรา ๙๐/๑๘๐ โดยมีเหตุผลดังนี้ ท่านประธานที่เคารพคะ เนื่องด้วยกฎหมายล้มละลายที่ใช้ในปัจจุบันได้มีการเพิ่มเติม หมวด ๓/๑ การฟื้นฟูกิจการของธุรกิจขนาดใหญ่ตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภายหลังวิกฤติของต้มยำกุ้ง โดยนับถึงปัจจุบันและสถิติที่เข้าสู่การฟื้นฟูกิจการตาม หมวด ๓/๑ จำนวนทั้งสิ้น ๖๒๓ คดี เฉลี่ยปีละ ๒๔ คดี ต่อมาในปี ๒๕๕๙ ได้เพิ่มหมวด ๓/๒ ซึ่งเป็นการฟื้นฟูกิจการของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือว่า SMEs ที่ยื่นคำร้อง ขอฟื้นฟูกิจการทั้งหมด ๙ คดี และมีเพียง ๒ คดีที่ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้ฟื้นฟู กิจการโดยผลของคดีที่มีคำสั่งให้ยกเลิกให้มีการฟื้นฟูคดีทั้ง ๒ คดี ซึ่งสาเหตุที่สำคัญ เนื่องจากว่า SMEs ไม่สามารถเข้าสู่การฟื้นฟูกิจการได้ เนื่องจากเป็น SMEs ที่ไม่ได้ขึ้น ทะเบียนกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเราเรียกว่า สสว. หรือว่า SMEs เหล่านั้นไม่ได้แนบหลักฐานการแสดงว่าเจ้าหนี้ได้ให้ความเห็นชอบในแผนที่ ไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของจำนวนหนี้ทั้งหมดนะคะ🔗
สำหรับร่างกฎหมายที่เสนอเข้ามาสู่การพิจารณาของสภาในวันนี้นะคะ จึงได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด ๓/๑ ซึ่งกำหนดให้จำนวนหนี้ของลูกหนี้ที่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ สามารถร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการได้โดยจำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐ ล้านบาทหรือไม่น้อยกว่า ๕๐ ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันและสอดคล้องกับหมวด ๓/๒ ที่ได้มีการปรับแก้ไขเพิ่มเติม นอกจากนั้นยังได้มีการยกเลิกหมวด ๓/๒ ซึ่งเป็นการฟื้นฟู กิจการของลูกหนี้ที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs และร่างขึ้นใหม่ ทั้งหมดค่ะ ทั้งนี้ท่านประธาน SMEs เป็นบุคคลธรรมดาแล้วก็นิติบุคคลทั้งหมดประมาณ ๓,๒๐๐,๐๐๐ รายเศษ โดยมี SMEs มากกว่า ๒,๑๐๐,๐๐๐ รายเศษ ที่มีหนี้ค้างชำระหรืออยู่ ในสถานะที่จะชำระหนี้ได้ ประกอบกับระยะเวลาที่ใช้บังคับกฎหมายนี้ผ่านมาเป็นระยะเวลา พอสมควร จึงต้องมีการทบทวนเพิ่มเติมกฎหมายเพื่อให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ ปัจจุบันและสามารถบังคับใช้ให้มีผลสัมฤทธิ์ต่อพี่น้องประชาชนมากขึ้นค่ะ ขออนุญาต ได้เพิ่มเติมหลักการสำคัญดังนี้ค่ะ🔗
หลักการในข้อ ๒.๒ ที่นำกล่าวไปเมื่อสักครู่ก็จะเป็นเรื่องของกำหนดจำนวน หนี้ของลูกหนี้ที่เป็น SMEs ทั้งเป็นบุคคลธรรมดาแล้วก็นิติบุคคลที่มีจำนวนหนี้น้อยกว่า ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท สามารถขยายแล้วก็ฟื้นฟูกิจการได้ค่ะ🔗
ในข้อ ๒.๒ ได้มีการยกเลิกเงื่อนไขที่ต้องเป็น SMEs ที่ต้องขึ้นทะเบียนกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือว่า สสว. หรือว่าหน่วยงานอื่น ของรัฐเพื่อเปิดกว้างให้ลูกหนี้ที่ประกอบกิจการขนาดย่อมสามารถขอฟื้นฟูกิจการได้ เช่นเดียวกันค่ะ🔗
นอกจากนั้นในข้อ ๒.๓ ได้กำหนดให้เกิดสภาวะการพักการชำระหนี้ทันที เมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอเพื่อให้คุ้มครองลูกหนี้ไม่ให้ถูกบรรดาเจ้าหนี้ต้องบังคับชำระหนี้ ได้อย่างทันท่วงที🔗
ข้อ ๒.๔ คือผู้ค้ำประกันจะต้องได้รับความคุ้มครองให้ไม่ต้องรับผิดชอบ ร่วมกับลูกหนี้ร่วมสอดคล้องกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตามมาตรา ๖๘๑/๑ ท่านประธานคะ🔗
นอกจากนั้นในข้อ ๓ เรายังได้มีการเพิ่มเติมหมวด ๓/๓ ซึ่งเป็นเรื่องของ กระบวนการพิจารณากับการฟื้นฟูกิจการแบบเร่งรัดขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ ลูกหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการทั้งหมดในหมวด ๓/๑ แล้วก็หมวด ๓/๒ สามารถยื่นคำร้องขอให้มี การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แบบเร่งรัดโดยแนบหลักฐาน แล้วก็แสดงว่าเมื่อหลักฐานนั้น ยื่นแล้วเจ้าหนี้ก็ได้มีมติยอมรับแผนแล้ว ลูกหนี้จะต้องมีการยื่นร้องขอโดยสุจริตในทันทีนะคะ🔗
นอกจากนั้นยังได้มีการเพิ่มเติมหมวด ๓/๔ คือกระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับ การฟื้นฟูของลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดาขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ที่เป็น บุคคลธรรมดาที่มีรายได้ประจำอยู่แล้ว และมีหนี้กำหนดแน่นอนว่าไม่ต่ำกว่าในจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาทหรือว่าประกอบกิจการหนี้ที่อาจกำหนดได้โดยแบ่งไม่ต่ำกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือไม่เกิน ๑ ล้านบาท ซึ่งสามารถยื่นคำขอร้องต่อศาลในการฟื้นฟู กิจการได้ค่ะ🔗
ท่านประธานที่เคารพค่ะ ทั้งนี้ในการจัดทำแผนฟื้นฟูและบริหารตามแผนที่ กำหนดที่สำคัญคือในเรื่องของการชำระหนี้ตามแผน แล้วก็ลำดับการชำระหนี้ในแผนโดยให้ ชำระต้นเงิน แล้วก็ดอกเบี้ยหรือประโยชน์อื่นใดให้เพิ่มเติมที่ลำดับไว้เพื่อไม่ให้เงินต้นลดลง แล้วก็เป็นการลดภาระในการชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ได้รวดเร็วขึ้น แต่อย่างไรก็ดีท่านประธาน ลูกหนี้ก็ต้องมีความสุจริตใจในการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสถานะเช่นเดียวกัน มิฉะนั้นหาก ลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูในสถานะได้ ศาลก็จะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ของลูกหนี้ทันที โดยมีผลของทางกฎหมาย ท่านประธานคะ พอเรามาดูปริมาณของคดีแพ่ง ที่ศาลพิพากษาและอยู่ในขั้นของการบังคับคดี ก็พบว่าบุคคลธรรมดาที่มีหนี้เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๑ ล้านบาท มีจำนวนประมาณ ๑,๗๐๐,๐๐๐ คดี และกลุ่มหนี้ ระหว่าง ๓-๕ ล้านบาท มีจำนวนประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ คดี หากนับรวมถึงนิติบุคคล อีกประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ คดี ซึ่งเหล่านี้นับว่าเป็นสินเชื่อส่วนบุคคล หนี้บัตรเครดิต หรือหนี้ เกิดจากการเช่าซื้อและหนี้อื่น ๆ เช่นหนี้ครัวเรือน รวมทั้งหนี้กองทุนที่ให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือว่าหนี้ กยศ. นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนี้ด้วยเช่นกันค่ะ และมีเจ้าหน้าที่หลายราย ยังมีอีกเป็นจำนวนมากที่ผิดนัดการชำระหนี้และอาจถูกฟ้องเป็นคดีแพ่งในโอกาสต่อไป ซึ่งร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเป็นการสร้างโอกาสให้บุคคลเหล่านี้ได้มีแนวทางในการบริหารหนี้สิน ของตนเองและสามารถช่วยให้คนไทยจำนวนมากที่เป็นหนี้สินได้มีโอกาสดำเนินชีวิตอย่างมี คุณภาพมากขึ้นค่ะ ดิฉันจึงขอนำเสนอร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวต่อประธานสภาไปยังท่านสมาชิก ที่เคารพทุกท่านให้ที่ประชุมแห่งนี้ได้ช่วยกันพิจารณา ซึ่งถ้าสภาผู้แทนราษฎรได้มีข้อซักถาม หรือว่าประเด็นใด ๆ รวมทั้งทางสมาชิกที่มีข้อสงสัย ดิฉันมีเจ้าหน้าที่ที่มารอชี้แจงกับทาง ท่านสมาชิกและดิฉันหวังว่าท่านสมาชิกจะให้ความเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในโอกาสต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ เนื่องจากว่ามีพระราชบัญญัติที่สมาชิกเสนอมา ๒ ฉบับ ที่รัฐมนตรี รับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ ผมก็จะให้ท่านไม่ต้องเสนอหลักการและเหตุผล เพราะว่าเรา ได้เสนอมาแล้ว แล้วสมาชิกก็ได้อภิปรายไปแล้ว ในช่วงนี้อยากจะให้ท่านผู้เสนอทั้งสอง ได้เสนอประเด็นที่คณะรัฐมนตรีได้ส่งแก้ไขแล้วก็ส่งคืนมา รวมทั้งข้อสังเกตด้วยนะครับ ท่านแรกขอเชิญคุณวรภพ วิริยะโรจน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็ขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่..) พ.ศ. .... นี้ครับ นับเป็นครั้งที่ ๓ ที่ผมได้อภิปรายเสนอหลักการในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้เป็นประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนนะครับ สาระสำคัญที่ผมอยากจะชวนให้ท่านประธานแล้วก็พี่น้องประชาชนเข้าใจ ง่าย ๆ ว่ามันคือร่างกฎหมายที่จะมาช่วยลูกหนี้แก้ไขปัญหาหนี้สิน เพิ่มสิทธิลูกหนี้ SMEs เอง ก็สามารถฟื้นฟูกิจการได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องถูกเจ้าหนี้ฟ้องยึดทรัพย์ ปิดกิจการเมื่อเจอปัญหา สภาพคล่อง ในขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มสิทธิให้กับลูกหนี้บุคคลธรรมดาให้สามารถมีสิทธิ เจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ทุกรายพร้อมกันได้ โดยไม่ต้องรอให้ถูกฟ้องล้มละลายก่อน อันนี้ก็จะทำให้แก้ปัญหาให้กับลูกหนี้ได้ แล้วก็ไม่ต้องมีคนล้มละลายเพิ่มโดยไม่จำเป็น ก็เลยเป็นที่มาสาระสำคัญที่อยากจะอภิปรายอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ยืนยันว่าร่างนี้เป็นประโยชน์ กับลูกหนี้จริง ๆ นะครับ ทั้งในแง่ของมุม SMEs อย่างที่บอกว่าถ้าใครทำธุรกิจก็จะทราบดีว่าเวลาเราเจอปัญหา สภาพคล่อง จริง ๆ แล้วกิจการยังสามารถกลับมาตั้งหลัก ตั้งตัวได้ แต่ถ้าเกิดว่าเจ้าหนี้มาฟ้อง ยึดทรัพย์ของลูกหนี้ SMEs ไปก่อน กิจการก็ต้องหยุดชะงักลง และสุดท้ายกลายเป็นว่าลูกหนี้ ก็จ่ายหนี้คืนเจ้าหนี้ได้น้อยกว่า ถ้าเกิดว่าเราแก้ปัญหาสภาพคล่องตรงนี้ไปได้ ก็เลยเป็นที่มา ที่ร่างนี้อาจจะให้สิทธิ SMEs มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลดเพดานหนี้สำหรับนิยาม SMEs จากเดิม ๕๐ ล้านบาทเป็น ๑๐ ล้านบาท เพื่อให้ครอบคลุม SMEs ได้มากขึ้น ให้ลูกหนี้ SMEs มีสิทธิ ในการยื่นขอต่อศาลขอพักชำระหนี้ ๓ เดือน เพื่อนัดประชุมเจ้าหนี้ เพื่อให้เจ้าหนี้มาประชุม เจ้าหนี้เพื่อให้สามารถหาข้อสรุปแล้วก็เจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ทุกรายพร้อมกันได้ เพื่อให้เป็นประโยชน์กับทั้งเจ้าหนี้แล้วก็ลูกหนี้เอง แล้วก็เช่นเดียวกันครับมีการเพิ่มหมวด ฟื้นฟูแบบเร่งรัด ในกรณีที่ลูกหนี้สามารถทำแผนฟื้นฟูแล้วก็สามารถตกลงกับเจ้าหนี้ได้ ล่วงหน้าแล้ว ก็ทำให้กระบวนการฟื้นฟูกิจการเหล่านี้เป็นไปได้เร็วขึ้น ในขณะเดียวกันสิ่งที่ สำคัญไม่แพ้กันในหลักการของร่างทั้ง ๓ ฉบับนี้ ก็คือว่าเราเพิ่มสิทธิของลูกหนี้บุคคลธรรมดา เข้ามาด้วย ในวิกฤติโควิดที่เราผ่านมาแล้วต้องยืนยันครับว่านี่คือวิกฤติของหนี้ครัวเรือนครับ ปัจจุบันคนไทยเป็นหนี้เสีย ๑ ใน ๕ นะครับ ท่านเดินเจอคนไทยที่มีหนี้ ๕ คน ๑ คนเป็น หนี้เสียอยู่ ดังนั้นหนี้กลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขเพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาเดินหน้า แต่คนไทยเองก็มีหนี้เฉลี่ย ๓.๓ บัญชีต่อคน นั่นหมายความว่าอะไรครับ ลูกหนี้เมื่อมีปัญหา เจรจากับเจ้าหนี้รายแรกตกลงได้ แต่ถ้าเจ้าหนี้รายที่ ๒ รายที่ ๓ ไม่ได้เห็นด้วย ลูกหนี้ก็ไม่มี ทางออกครับ ดังนั้นมันจึงเป็นที่มาที่ต้องเพิ่มสิทธิตรงนี้ให้กับลูกหนี้ แม้ที่เป็นบุคคลธรรมดา เป็นพนักงานประจำก็ตาม ให้เขาสามารถมีสิทธิตรงนี้ด้วยในการที่จะขอฟื้นฟูหนี้สิน เจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ทุกรายพร้อมกันได้ เขาถึงจะเจอทางออกในการแก้ไข ปัญหาหนี้สินสำหรับลูกหนี้แต่ละคนครับ นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ในการแก้ไขปัญหาให้กับหนี้ครัวเรือน เพราะว่าถ้าเกิดเราปล่อยให้กฎหมายเดิมก็คือลูกหนี้ ที่มีปัญหาจะมีสิทธินี้ได้ก็ต่อเมื่อถูกเจ้าหนี้ฟ้องล้มละลายก่อน ซึ่งแน่นอนเป็นสิ่งที่ผมคิดว่า เราไม่มีใครอยากจะให้มันเกิดขึ้น แม้กระทั่งในเจ้าหนี้เองก็ตาม เพราะเจ้าหนี้ก็ยังมองว่า การที่สามารถมีกระบวนการให้เจรจากับลูกหนี้ได้เป็นประโยชน์กับเจ้าหนี้มากกว่านะครับ ดังนั้นในมุมหนึ่งก็ยังขอยืนยันครับว่าในร่างกฎหมายฉบับนี้มันก็ยังมีส่วนที่เป็นประโยชน์กับ เจ้าหนี้ด้วย แล้วก็มีส่วนที่เป็นคุ้มครองสิทธิของเจ้าหนี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นว่าเจ้าหนี้เกินกึ่งหนึ่ง ต้องเห็นชอบกับแผนฟื้นฟูกิจการหรือแผนฟื้นฟูหนี้สินตรงนี้ แล้วก็เจ้าหนี้ทุกรายจะต้องได้รับ ชำระหนี้ไม่น้อยกว่ากรณีที่ลูกหนี้รายนั้นถูกพิทักษ์ทรัพย์ล้มละลายไป แน่นอนครับ นี่คือคุ้มครองสิทธิของเจ้าหนี้ครับ ไม่ว่าจะเจรจาปรับโครงสร้างหนี้อย่างไรก็แล้วแต่ เจ้าหนี้เองก็ต้องได้รับหนี้คืนไม่น้อยกว่าที่กรณีลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลายนะครับ🔗
อันที่ ๓ ครับ มันก็คือการคุ้มครองเจ้าหนี้รายได้ใหม่ ๆ สำหรับลูกหนี้ที่มี ปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัวไปแล้ว อันนี้ก็เป็นเรื่องของการคุ้มครองเจ้าหนี้รายใหม่ด้วย แน่นอนครับ จริง ๆ ต้องยืนยันอีกครั้งหนึ่งครับว่านี่เป็นร่างที่พิจารณามาตั้งแต่สมัยที่แล้ว ท่านรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมเองหรือท่านเพื่อนสมาชิกเองก็อยู่ในกรรมาธิการที่ทำเรื่องนี้ มาด้วยกัน ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ได้มีการเสนอกลับเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ อีกครั้งหนึ่งนะครับ ถ้าถามว่าเสียดายไหมก็อาจจะเป็นระยะเวลา ๒ ปีที่ล่าช้าไป ก็มีความ เสียดายที่ผมยังคิดอยู่ครับว่าถ้ากฎหมายนี้ออกมาได้รวดเร็วขึ้น การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลนี้ด้วย ก็สามารถดำเนินการแก้ไขได้รวดเร็วขึ้น ดียิ่งขึ้น และมี ประสิทธิภาพมากขึ้น ดีกว่าที่จะต้องล่าช้าออกไปมากกว่านี้ แต่แน่นอนครับในเรื่องของการ แก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในกฎหมาย แล้วก็เป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องฝากรัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการคำนึงถึงล่วงหน้า ก็คือการสร้างที่ปรึกษาทางการเงินหรือว่า หมอหนี้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในการทำแผนฟื้นฟูหรือว่าแผนฟื้นฟูหนี้สินตรงนี้นะครับ หาทางออกให้กับลูกหนี้ที่อาจจะมีความเฉพาะเจาะจงแต่ละรายแตกต่างกัน เพราะว่าเมื่อเรา มีกลไกกฎหมายรองรับ ต่อมาก็คือมีคนใช้องค์ความรู้หมอหนี้เข้ามาช่วยหาทางออกให้กับ ลูกหนี้แต่ละรายได้ ปัญหาหนี้ครัวเรือนของประเทศไทยที่ทุกวันนี้มีอยู่ก็จะแก้ไขได้รวดเร็วขึ้น เป็นสิ่งหนึ่งที่ยังต้องมีการคำนึงต่อเพราะเรื่องเหล่านี้อาจจะเขียนในกฎหมายอย่างเดียว ไม่เพียงพอ จึงเป็นที่มาที่อยากจะขอเสนอต่อสภาแห่งนี้ให้รับหลักการร่างนี้ แล้วก็ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา แล้วก็เพื่อออกมาบังคับใช้ แล้วก็เป็นประโยชน์กับลูกหนี้ แก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนได้รวดเร็วครับ ขอบคุณมากครับ🔗
อีกฉบับหนึ่ง ฉบับของคุณโกศล ปัทมะ กับคณะ เชิญครับผู้เสนอ ผู้เสนอจะขออภิปรายไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโกศล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอเสนอร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้ครับ🔗
หลักการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ ดังต่อไปนี้🔗
๑. แก้ไขเพิ่มเติมจำนวนหนี้ของลูกหนี้ที่ร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการใน หมวด ๓/๑ กระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้นะครับ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๙๐/๓ มาตรา ๙๐/๔ (๑) และมาตรา ๙๐/๖ (๒)🔗
๒. แก้ไขเพิ่มเติมกระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แก้ไขเพิ่มเติมหมวด ๓/๒ กระบวนการพิจารณา เกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มาตรา ๙๐/๙๑ ถึงมาตรา ๙๐/๑ มาตรา ๙๐/๑๒๘🔗
๓. กำหนดกระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แบบ เร่งรัด เพิ่มหมวด ๓/๓ กระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แบบเร่งรัด มาตรา ๙๐/๑๓๕ ถึงมาตรา ๙๐/๑๕๒🔗
๔. กำหนดกระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูสถานะของลูกหนี้ ที่เป็นบุคคลธรรมดา เพิ่มหมวด ๓/๔ กระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูสถานะลูกหนี้ ที่เป็นบุคคลล้มละลาย มาตรา ๙๐/๑๕๓ ถึงมาตรา ๙๐/๑๘๐🔗
๕. กำหนดอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในกระบวนการพิจารณา เกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ และบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง โดยเพิ่มมาตรา ๑๔๒/๑ และมาตรา ๑๗๔/๑ โดยมีเหตุผลดังนี้ครับ🔗
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลบทบัญญัติในหมวด ๓/๒ กระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ ได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งคุ้มครองเจ้าหนี้และบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยให้ลูกหนี้ที่มีลักษณะเป็น กิจการขนาดย่อมสามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการได้เช่นเดียวกับการฟื้นฟูกิจการปกติ และมีกระบวนการที่ไม่ซับซ้อน ทั้งนี้ลูกหนี้ยังเป็นผู้บริหารกิจการตามแผนฟื้นฟู อีกทั้ง กำหนดจำนวนหนี้ในการฟื้นฟูกิจการทั้งลูกหนี้ที่เป็นองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่และกิจการ ขนาดย่อม เพื่อให้สามารถร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการและสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบัน และเพิ่มเติมกระบวนการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แบบเร่งรัด เพื่อใช้เป็น ทางเลือกให้แก่ลูกหนี้ทั้ง ๒ ลักษณะดังกล่าว รวมถึงให้อำนาจเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ เพื่อทำให้กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ของลูกหนี้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ จึงขอให้สภาแห่งนี้ พิจารณาครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ สำหรับที่ท่านสมาชิกเสนอมา ๒ ฉบับนั้นเราได้พิจารณาในขั้นก่อนรับหลักการแล้ว เพราะฉะนั้นในวันนี้ก็อยากจะให้พิจารณาในประเด็นของร่าง พ.ร.บ. ของคณะรัฐมนตรี หรือทั้ง ๒ ฉบับที่คณะรัฐมนตรีได้ปรับปรุงส่งเข้ามา จะได้ใช้เวลาตรงตามข้อบังคับนะครับ ขณะนี้ได้มีสมาชิกได้ขอร่วมอภิปรายต่าง ๆ แต่ขอให้อยู่ในประเด็นที่ผมได้กล่าวถึงนะครับ ฉบับของคณะรัฐมนตรีเราเพิ่งได้รับวันนี้ ๒ ฉบับนั้นเราได้รับมาก่อนแล้ว แต่คณะรัฐมนตรี ได้นำไปปรับปรุงแก้ไขนะครับ ก็ให้อภิปรายในประเด็นที่แก้ไข สำหรับของคณะรัฐมนตรี ท่านก็อภิปรายได้นะครับ เพราะว่าท่านเพิ่งได้รับมา ตอนนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านได้มีผู้ขอ อภิปราย ๖ ท่าน พรรคร่วมรัฐบาล ๒ ท่าน รวม ๘ ท่าน แต่ว่าท่านสมาชิกที่สนใจจะขอ อภิปรายในพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้ก็ให้มาลงชื่อข้างหน้าได้ จะให้เวลาอีก ๑๐ นาทีก็จะปิดการลงชื่อนะครับ เวลาบ่ายสองโมงเราก็ปิดการลงชื่อครับ ขอให้มาลงชื่อข้างหน้านี้ท่านที่จะอภิปรายนะครับ ตอนนี้ก็จะให้ทางฝ่ายค้าน ๒ ท่าน รัฐบาล ๑ ท่าน ขอเชิญฝ่ายค้านก่อนนะครับ คุณธิษะณา ชุณหะวัณ ท่านละ ๗ นาที เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน สาทร และราชเทวี พรรคประชาชนค่ะ ดิฉันขอร่วมอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เนื่องจากกฎหมายล้มละลายค่ะ ท่านประธาน ที่มีประสิทธิภาพควรมีความสอดคล้องกับค่านิยมทางสังคมและเศรษฐกิจของ ประเทศ และที่ผ่านมาประเทศไทยต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้หลายครั้ง เราได้ยินหรือพบเห็นกับคนที่มีฐานะทางการเงินที่ค่อนข้างร่ำรวยทั้งในระดับปานกลางถึงใน ระดับสูงนะคะ ต้องเป็นบุคคลล้มละลายนั่นเองค่ะ ซึ่งปัญหามาจากการที่บุคคลล้มละลาย มากยิ่งขึ้น อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจและเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่จะส่งผลกระทบต่อ ปัญหาเศรษฐกิจในวงกว้างค่ะท่านประธาน เช่นเมื่อเกิดสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำหรือถดถอย ทำให้ผู้บริโภคและบริษัทต่าง ๆ จะเริ่มตระหนักถึงการกู้ยืมและการใช้จ่ายที่เกินตัว ซึ่งก็จะทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจชะงักงันค่ะ เมื่อผู้บริโภคหยุดใช้จ่าย บริษัทต่าง ๆ ก็อาจ สูญเสียกำไรและต้องเสี่ยงกับการล้มละลายไปด้วยเช่นกันค่ะ ท่านประธานและท่านสมาชิก ที่เคารพคะ ปัญหาหนี้สินเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อคนไทยจำนวนมากค่ะท่านประธาน ซึ่งสภาพความเป็นจริงนะคะ ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา นั่นก็เป็นปัญหาหนี้สิน ที่ติดตัวอยู่กับเราทั้งสิ้นค่ะ แล้วก็เป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป และดิฉันเชื่อว่าท่านผู้ทรงเกียรติ หลาย ๆ คนหรือว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ คนก็อาจมีภาระหนี้สินติดตัว ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เราได้รับรู้กันอยู่แล้วค่ะ และด้วยสภาวะโรคระบาดโควิด-๑๙ ที่ผ่านมา แล้วสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลง สืบเนื่องมาจากโรคระบาด ประชาชนในประเทศเราหลายคน เจอปัญหาต่อกระบวนการวางแผนทางการเงินที่ล้มเหลวหรือธุรกิจของหลายคนใน ประเทศไทยถูกมรสุมด้วยโรคระบาด ทำให้หลาย ๆ คน โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs หรือ ขนาดเล็กถึงขนาดกลางได้รับผลกระทบจากหนี้สินจากการกู้ยืมเป็นจำนวนมากค่ะ เพราะศักยภาพในการชำระของลูกหนี้นั้นเกิดการสะดุดค่ะท่านประธาน ซึ่งกลายเป็นว่า ผู้กู้ยืมนั้นไม่สามารถเป็นไปได้ตามที่ตกลงกับเจ้าหนี้ในหลายกรณีที่เกิดขึ้น โดยจากเดิมค่ะ ลูกหนี้เหล่านี้อาจเคยเป็นผู้ที่มีรายได้เพียงพอต่อการชำระหนี้ แต่พอเกิดสภาวะทาง เศรษฐกิจขึ้น ก็กลายเป็นมีหนี้สินล้นพ้นตัวไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ค่ะ ซึ่งดิฉันก็เข้าใจในจุดนี้ ที่รัฐก็กำลังพยายามที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ แล้วก็เป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลนี้ในการที่ จะแก้ไขเรื่องหนี้สินด้วยค่ะ แต่กระบวนการดังกล่าวก็ยังไม่ได้ครอบคลุมนะคะ เพราะตาม กฎหมายไทยกระบวนการฟื้นฟูหนี้มีสิทธิเฉพาะนิติบุคคลเท่านั้นค่ะท่านประธาน ซึ่งกลายเป็นว่าบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายก็ไม่มีทางเลือกค่ะ ท่านประธานให้พวกเขา ซึ่งมองตามความเป็นจริงในโลกธุรกิจไทย ไม่ได้มีแค่นิติบุคคลค่ะ ท่านประธาน เรายังมีผู้ประกอบการอีกจำนวนมากที่ทำธุรกิจในนามบุคคลทั่วไปหรือบุคคล ธรรมดาค่ะท่านประธาน จากตัวเลขที่ดิฉันได้ไปศึกษามาอาจจะมีจำนวนถึงหลักล้านราย ด้วยซ้ำนะคะท่านประธานที่ทำธุรกิจ ประกอบธุรกิจในนามของบุคคลธรรมดาและไม่ได้จด เป็นนิติบุคคล และผู้ประกอบการในส่วนนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดาก็มีปัญหาเรื่องหนี้สินนะคะ ท่านประธาน และกลายเป็นว่าพวกเขาก็ได้แค่เพียงนั่งรอวันเวลาที่อาจจะถูกยึดทรัพย์ค่ะ ท่านประธาน หรืออาจจะตกเป็นบุคคลล้มละลายไปค่ะ นั่นก็คือปัญหาที่ยังตกหล่นควรมีการ แก้ไขกฎหมายตรงนี้ค่ะท่านประธาน จะดีกว่าไหมคะ หากการแก้ไขกฎหมายครอบคลุมสิทธิที่ควรมีให้กับพวกเขาเหล่านั้นด้วยค่ะ เฉกเช่นเดียวกับกฎหมายที่เปิดช่องให้กับนิติบุคคล แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกนะคะ ท่านประธาน หากเปรียบเทียบในหลายประเทศจากประเด็นปัญหาที่ดิฉันได้กล่าวไปว่า สิทธิของลูกหนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลหรือลูกหนี้ธรรมดาในหลาย ๆ ประเทศนั้น ก็ให้สิทธิการฟื้นฟูหนี้สินแบบสมัครใจได้เช่นกันค่ะ แต่ในไทยไม่ได้รองรับตรงส่วนนี้นะคะ และช่องว่างทางกฎหมายของเราก็ทำให้ผู้ตกหล่นเหล่านี้ และยิ่งไปกว่านั้นหากลูกหนี้ มีเจ้าหนี้หลายรายโดยหากตกลงกันไม่ได้ทั้งหมดก็คงทำได้เพียงแค่รอเวลาให้ถูกยึดทรัพย์ค่ะ ท่านประธาน หรือปล่อยให้กลายไปเป็นบุคคลล้มละลายกันไปตาม ๆ กันตามกระบวนการ ทางกฎหมายก็เพียงเท่านั้นค่ะ ดิฉันเห็นใจลูกหนี้ที่สุจริตมาก ๆ ที่เป็นบุคคลทั่วไปนะคะ หากต้องปล่อยให้เป็นเหตุการณ์เช่นนี้ดำเนินต่อไปนะคะท่านประธาน ดิฉันคิดว่าในหลาย ๆ กรณีที่เกิดขึ้นก็คงไม่มีใครอยากที่จะให้ตัวเองตกอยู่ในสภาพบุคคลล้มละลาย เพียงแค่ขอ เวลาให้พวกเขามีกระบวนการที่สามารถจะพิสูจน์ตัวเองได้อย่างเหมาะสม และเพื่อที่จะมี โอกาสได้ชำระหนี้ ซึ่งดิฉันคิดว่าหากเรามองไปในทางลบต่อพวกเขาแบบเหมารวมทั้งหมด และไม่มีกระบวนการการช่วยเหลือให้บุคคลธรรมดาทั่วไปเลย ก็ดูเป็นการตัดโอกาสพวกเขา ดิฉันคิดว่าไม่เกิดผลดีต่อใครเลยทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้ค่ะท่านประธาน จากที่ดิฉันได้กล่าวมา ทั้งหมดนะคะท่านประธานดิฉันยังคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของกฎหมายล้มละลายที่มีอยู่ ๒ ประการค่ะ ๑. การทำให้เจ้าหนี้ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม อย่างที่ท่านวรภพเจ้าของ ร่างได้พูดไปก่อนหน้านี้นะคะ ในการจัดสรรแบ่งปันทรัพย์สินของลูกหนี้ และ ๒. ทำให้ลูกหนี้ สุจริตได้รับโอกาสในการที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ค่ะท่านประธาน🔗
สุดท้ายดิฉันคิดว่าการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้สามารถตอบโจทย์วัตถุประสงค์ของกฎหมายล้มละลายได้ และเป็นประโยชน์ต่อการ ฟื้นฟูสถานะของลูกหนี้ในฐานะบุคคลธรรมดา สามารถทำให้เจ้าของกิจการขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือ SMEs เป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูสถานะของลูกหนี้ค่ะท่านประธาน และมี โอกาสได้เข้าถึงกระบวนการฟื้นฟูกิจการได้มากขึ้น ลูกหนี้รายย่อยมีโอกาสฟื้นฟูกิจการได้ โดยไม่ต้องถูกยึดทรัพย์และเลิกประกอบกิจการ ซึ่งถือเป็นการช่วยลดความเหลื่อมล้ำทาง เศรษฐกิจ เพิ่มความเท่าเทียมทางการแข่งขัน เนื่องจากที่ผ่านมามีเพียงกิจการรายใหญ่ เท่านั้นที่จะสามารถฟื้นฟูกิจการได้ แต่ในฉบับนี้ของคุณวรภพทำให้เกิดการแก้ไขกระบวน พิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นกิจการขนาดเล็กได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดภาวะหนี้เสีย ลดหนี้สินครัวเรือน ลดปัญหาเงินกู้นอกระบบค่ะ และลดจำนวนคนว่างงานให้มีคนทำงานมากยิ่งขึ้นค่ะ และจะส่งผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวม ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณฉัตร สุภัทราวณิชย์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ หน้าย่าโม พรรคประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเคยเป็นผู้อำนวยการสถาบันที่ทำงานเกี่ยวกับ SMEs สังกัดอยู่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน อยากจะขออนุญาตอภิปราย สนับสนุนการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และสะท้อนปัญหา ที่เกิดขึ้นจริงของธุรกิจขนาดย่อม เพื่อให้ท่านประธานและสมาชิกนำไปพิจารณาประกอบการ ตัดสินใจครับ พระราชบัญญัติล้มละลายเดิมมีปัญหาและอุปสรรคในการป้องกันการ ล้มละลายและการฟื้นฟูกิจการของธุรกิจขนาดย่อม ผมมี ๓ ด้านที่จะมาอธิบายดังนี้ครับ🔗
ด้านแรก ด้านลูกหนี้ครับ ลูกหนี้ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปรับ โครงสร้างหนี้ ทำให้ลูกหนี้ไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร เช่น ไม่ยอมให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่ เจ้าหนี้ หลีกเลี่ยงการประชุมร่วมกับเจ้าหนี้ หรือไม่ยอมรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการ ปรับโครงสร้างหนี้ รวมถึงไม่ยอมรับแผนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่เจ้าหนี้ลงมติรับแผนแล้ว ทำให้การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ล่าช้า และธุรกิจของลูกหนี้ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ปัจจุบันยังจำกัดเฉพาะลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคล ประเภทบริษัท จำกัด บริษัทมหาชนจำกัด นิติบุคคลอื่นกำหนดไว้ในกฎกระทรวงเท่านั้น ประกอบกับยังมี ข้อจำกัดทางด้านจำนวนหนี้ที่ต้องมีจำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่า ๓-๑๐ ล้านบาทแล้วแต่กรณี🔗
ด้านที่ ๒ นอกจากด้านลูกหนี้แล้วด้านที่ ๒ คือด้านเจ้าหนี้ครับ เจ้าหนี้ มีบุคลากรไม่เพียงพอต่อจำนวนลูกหนี้ที่ต้องการปรับโครงสร้างหนี้ รวมถึงบุคลากรของ เจ้าหนี้ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และในการประชุม เพื่อพิจารณาแผนบางครั้งสถาบันการเงินส่งผู้แทนที่ไม่มีอำนาจตัดสินใจมาร่วมประชุม ทำให้ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ นอกจากนี้เจ้าหนี้มักกำหนดเงื่อนไขที่เข้มงวดเพื่อรักษา ผลประโยชน์ตน โดยเฉพาะธนาคารของรัฐ ทำให้ไม่สามารถเจรจาตกลงกับลูกหนี้ได้🔗
ด้านที่ ๓ ด้านที่ปรึกษาการเงินครับ ที่ปรึกษาการเงินมีอัตราค่าธรรมเนียม ค่อนข้างสูง ทำให้เกิดภาระลูกหนี้มากขึ้น หรือบุคลากรไม่เพียงพอกับปริมาณงานและไม่มี ประสบการณ์ในธุรกิจเฉพาะด้าน🔗
ด้านที่ ๔ ด้านการประนอมหนี้ครับ วิธีการนี้ส่วนมากจะสำเร็จในกรณีที่ ลูกหนี้เป็นข้าราชการ สำหรับลูกหนี้ที่เป็นเอกชนจะไม่ค่อยสำเร็จมากนัก และจะไปสำเร็จ หลังล้มละลายไปแล้วมากกว่า เพราะว่า🔗
ประการที่ ๑ การประนอมหนี้ก่อนล้มละลายที่ประชุมเจ้าหนี้จะมีความ คาดหวังสูงว่าจะได้รับชำระหนี้จำนวนมาก แต่โอกาสที่การประนอมหนี้จะล้มเหลวสูง เพราะว่าลูกหนี้ไม่มีสินทรัพย์หรือหาเงินมาชำระหนี้ได้เพราะอยู่ในภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวแล้ว🔗
ประการที่ ๒ การประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย ลูกหนี้จะต้องเข้าสู่กระบวนการ ล้มละลาย ถูกคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว และเมื่อมีการคุ้มครองทรัพย์สินลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะเป็นคนเข้าไปดำเนินกิจการแทนลูกหนี้ ลูกหนี้ไม่มีอำนาจใด ๆ และเมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในธุรกิจของลูกหนี้อาจทำให้ กิจการต้องหยุดชะงัก หรือสูญเสียโอกาสที่ลูกหนี้จะนำเงินมาชำระหนี้ได้🔗
ประการที่ ๓ การประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย กฎหมายบังคับให้เจ้าหนี้ ทุกรายต้องมายื่นคำขอรับชำระหนี้ ทำให้กองหนี้สินมีมากขึ้น โอกาสที่ลูกหนี้จะเสนอชำระ หนี้มากขึ้นเพื่อให้ได้รับมติพิเศษจากที่ประชุมเจ้าหนี้ก็จะยากยิ่งขึ้นกว่าเดิม หากลูกหนี้ อยากจะประนอมหนี้กับเจ้าหนี้บางรายแล้วบางรายยอม แต่เจ้าหนี้รายอื่นไม่ยอม ก็ไม่สามารถที่จะประนีประนอมได้ การที่จะรับมติพิเศษจากที่ประชุมเจ้าหนี้ก็เป็นไปได้ยาก🔗
นอกจากนี้การฟื้นฟูสถานะทางการเงินของลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาครับ ร่างนี้มีความสำคัญ เพราะว่าเจ้าหนี้หลายรายเลือกที่จะบังคับลูกหนี้ทางอ้อมด้วยการฟ้อง ล้มละลาย แล้วก็อาจจะใช้วิธีอื่น ๆ การกำหนดหลักเกณฑ์ในหมวดนี้จะทำให้ลูกหนี้ได้มี โอกาสในการแก้ไขปัญหาทางการเงินด้วยวิธีการอื่นแทนกระบวนการล้มละลายเพียง อย่างเดียว เมื่อฟื้นฟูสถานะทางการเงินไม่สำเร็จก็ไม่ต้องไปฟ้องใหม่เพื่อความรวดเร็ว และคุ้มครองความเสียหายในฝั่งของเจ้าหนี้อีกด้วย ผมเชื่อว่าการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้ไขนิยามคำว่า ลูกหนี้ ให้มีความครอบคลุมมากขึ้นโดยการปลดล็อก เงื่อนไขบางประการ ปรับลดจำนวนหนี้สินของลูกหนี้ในการขอฟื้นฟูกิจการ และการลด ขั้นตอนเกี่ยวกับคำร้องขอให้ศาลสั่งฟื้นฟูกิจการและการฟื้นฟูสถานะทางการเงินของลูกหนี้ ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา จะทำให้กระบวนการล้มละลายและฟื้นฟูกิจการของไทยสมบูรณ์ และเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอนนี้ขออนุญาตปิดการลงชื่อนะครับ ตอนนี้ก็มีผู้อภิปรายทั้งหมด ๑๐ ท่านแล้วนะครับ ต่อไปขอเชิญคุณจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ ปัญหาหนี้เป็นปัญหาที่พวกเราทราบ กันดีว่าเป็นปัญหาที่บั่นทอนทั้งผู้ที่มีหนี้เอง แล้วก็บั่นทอนเศรษฐกิจของประเทศไทย อย่างหนัก ปัจจุบันนี้เรามีหนี้ครัวเรือนประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ก่อนหน้านี้ประมาณ กลางปี ๒๕๖๖ หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีของเราอยู่ที่ประมาณ ๙๑ เปอร์เซ็นต์ หลังจากที่รัฐบาลนี้ เข้ามาดำเนินการบริหารหนี้ครัวเรือนก็มีการลดลงบ้างประมาณเปอร์เซ็นต์เศษ ปัจจุบันอยู่ประมาณ ๘๙.๕ ๘๙.๖ เปอร์เซ็นต์ แต่อัตราหนี้ครัวเรือนดังกล่าวก็ยังถือว่าเป็น อัตราหนี้ที่มีอัตราที่สูงมาก และเป็นอุปสรรคต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย BIS ซึ่งเป็นองค์กร ระหว่างประเทศ Bank of International Settlements ก็เคยมีการศึกษาไว้ว่า ถ้าหากว่า เราสามารถลดหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีลงได้ ๑ เปอร์เซ็นต์ อัตราการเติบโตของจีดีพีจะเพิ่มขึ้น ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ หรือถ้าคิดกันง่าย ๆ ถ้าอัตราหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีของเราลดจาก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ลดลงเหลือ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ จีดีพีของเราจะโตเพิ่มขึ้นจากที่ควรจะเป็นนี้ จะเพิ่มขึ้นอีก ๑ เปอร์เซ็นต์ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งนะครับ ถ้าประเทศไทยในปีที่แล้วมีอัตรา จีดีพีโต ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วเราสามารถปรับโครงสร้างหนี้ครัวเรือนได้ ให้หนี้จาก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ จีดีพีเราจะโตเพิ่มขึ้นอีก ๑ เปอร์เซ็นต์ ก็กลายเป็น ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นในเรื่องของการปรับโครงสร้างหนี้ การฟื้นฟูกิจการลูกหนี้ต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่เราจะต้องมีการ ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการล้มละลายเพื่อเปิดช่องให้มีการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ซึ่งก็เป็น นิมิตหมายอันดีที่เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และตัวรัฐบาลเองก็ได้ยื่นกฎหมาย เกี่ยวกับพระราชบัญญัติล้มละลายฉบับนี้เข้าสู่การประชุมของสภาผู้แทนราษฎร สาเหตุ ที่พวกเราต้องมาพูดถึงการฟื้นฟูกิจการ ก็เนื่องจากว่า ไม่ว่าจะเป็นกิจการที่เป็นนิติบุคคลก็ดี หรือบุคคลธรรมดาก็ดี ถ้าหากว่าปล่อยให้ล้มละลายเสียแล้วโอกาสที่จะฟื้นกลับขึ้นมา อีกครั้งหนึ่งทำได้ยาก เหมือนกับคนที่ยังป่วย ถ้าปล่อยให้ป่วยหนักจนอยู่ไม่ได้เราก็คงจะใช้ ประโยชน์อะไรไม่ได้ แต่ถ้าหากว่าก่อนที่เขาจะป่วยหนักนี่เรามีมาตรการฟื้นฟูสมรรถภาพ ของร่างกาย มีการรักษาดูแลที่ดี ก็จะทำให้ประชาชนที่เป็นหนี้หรือ SMEs ที่อาจจะต้องปิด กิจการไปเพราะไม่สามารถชำระหนี้ได้สามารถทำธุรกิจต่อได้ ก็จะทำให้กิจการที่ต่อเนื่อง ไม่เสียหาย เพราะว่าการที่ SMEs หรือผู้ประกอบการรายย่อยหรือรายใหญ่ก็ตามถ้าหากล้ม ไปรายหนึ่งผลกระทบไม่ได้มีเฉพาะต่อ SMEs หรือผู้ประกอบการรายนั้นเท่านั้นนะครับ แต่ยังกระทบเป็นลูกโซ่อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นคู่ค้าหรือผู้ที่ทำงานใน SMEs นั้น ๆ แม้แต่ในแง่ บุคคลธรรมดาก็ตาม โดยเฉพาะบุคคลธรรมดาที่เป็นเพื่อนข้าราชการถ้าหากถูกฟ้อง ล้มละลายแล้วศาลตัดสินก็อาจจะต้องถูกออกจากราชการทำให้เดือดร้อนกันไปทั่ว เมื่อมีพระบัญญัติฉบับนี้เข้ามาสู่การพิจารณา ประชาชนคนธรรมดา จะเป็นข้าราชการก็ดี หรือเป็นบุคคลใด ๆ ก็ดี ที่มีหนี้สินตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ตอนนี้ไม่ต้องรอให้ล้มละลาย แต่มีโอกาสที่จะฟื้นฟูกิจการได้ ซึ่งพระราชบัญญัติที่ ครม. เสนอเข้ามามีหมวดที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องของการฟื้นฟูกิจการของบุคคลธรรมดาโดยทั่วไป ก็จะเป็นประโยชน์ต่อบุคคลธรรมดา เป็นอย่างยิ่ง🔗
นอกจากนี้ยังมีการบัญญัติหมวดพิเศษว่าด้วยนิติบุคคลที่เป็น SMEs ก็จะมี การแยกต่างหาก ทำให้มีความสะดวกยิ่งขึ้น เพราะว่าแต่เดิมพอรวม ๆ กันไป SMEs ก็รวม กับบริษัทใหญ่ ๆ เราก็จะพบอย่างที่มีการอภิปรายก่อนหน้านี้ว่า SMEs มักจะไม่ได้รับการ ฟื้นฟูกิจการ ไม่ได้รับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ แต่เมื่อกฎหมายเปิดช่องไว้ต่อไป SMEs ที่ติดหนี้ตั้งแต่ ๑ ล้านบาทขึ้นไปก็จะมีโอกาสได้ฟื้นฟูกิจการ แล้วก็ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้ดี ยิ่งขึ้นตามที่ได้มีการบัญญัติไว้ในร่างทั้ง ๓ ร่างนะครับ นอกจากนี้ในร่างทั้ง ๓ ร่าง ยังมีหมวดพิเศษว่าด้วยการฟื้นฟูกิจการเป็นการเร่งด่วน เนื่องจาก การฟื้นฟูกิจการนั้นในบางครั้งถ้าฟื้นฟูกิจการช้าเกินไปคนที่ป่วยธรรมดาก็จะกลายเป็น ป่วยหนักหรือต้องเสียชีวิตในที่สุด แต่ถ้าหากว่าเรามีวิธีการรักษาโดยการเร่งด่วน มีห้อง ICU ที่จะดูแลเขาอย่างรวดเร็ว โอกาสที่บุคคลธรรมดาหรือ SMEs แทนที่จะต้องล้มหาย ตายจากไป ต้องล้มละลายไป แต่เมื่อกฎหมายที่ร่างเข้ามาเปิดช่องให้มีการฟื้นฟูกิจการ เป็นการเร่งด่วน ก็จะช่วยกลุ่มบุคคลต่าง ๆ เหล่านี้ได้เช่นเดียวกัน🔗
กล่าวโดยสรุปนะครับ ร่างทั้ง ๓ ร่างที่มีการยื่นเข้ามามีการปรับปรุงในเรื่อง ของการฟื้นฟูกิจการทั้งบุคคลธรรมดา ทั้ง SMEs แล้วก็เปิดช่องให้มีการฟื้นฟูกิจการ เป็นการเร่งด่วน โดยหลักการแล้วผมถือว่ากฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่สมควรที่จะสนับสนุน สมควรที่สภาแห่งนี้จะได้รับเข้าพิจารณาและปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณจุลพงศ์ อยู่เกษ ครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไข พ.ร.บ. ล้มละลายฉบับของ คณะรัฐมนตรีนะครับ แต่ก่อนอื่นผมขอตั้งข้อสังเกตเบื้องต้น ข้อเสนอแนะเบื้องต้นก่อน คือร่างพระราชบัญญัติแก้ไขฉบับนี้มีทั้งหมด ๘๐ กว่ามาตรา และกฎหมายล้มละลาย เขาเรียกว่านิติเศรษฐศาสตร์ คือไม่ได้มีมุมแต่ในแง่กฎหมายอย่างเดียว มีความซับซ้อน ในกระบวนการฟื้นฟู ซึ่งต้องอาศัยความรู้ทางกฎหมายทางการเงิน การแก้ไขหนี้เสีย การประเมินความเป็นไปได้ในการฟื้นฟู คือไม่ได้ดูเฉพาะจำนวนเงินอย่างเดียว ต้องดูจาก ประสบการณ์ส่วนตัวของลูกหนี้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นสภาแห่งนี้อาจจะพิจารณาตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญที่มีความหลากหลายทางความรู้และวิชาชีพก็จะมีประโยชน์ครับ🔗
ทีนี้ผมขออนุญาตเข้าสู่ร่างกฎหมายฉบับนี้ของคณะรัฐมนตรีนะครับ จริง ๆ ผมเสียดายนิดหนึ่ง ผมจะตั้งคำถามนะครับ แต่ว่าทางผู้ชี้แจงอาจจะไม่ต้องตอบในชั้นนี้ก็ได้ อาจจะไปตอบในชั้นกรรมาธิการ เพราะมันเป็นเรื่องเทคนิคทางกฎหมายค่อนข้างมาก ผมเสียดายที่ไม่มีการแก้ไขนิยามในตัว พ.ร.บ. ใหญ่ แปลกไหมครับว่า พ.ร.บ. ล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ แต่ถ้าเราไปดูจริง ๆ แล้วไม่มีนิยามคำว่าลูกหนี้นะครับ ผม Check ล่าสุด คำว่า ลูกหนี้ ไม่มีนิยามใน พ.ร.บ. ล้มละลาย ในกฎหมายแม่บท จึงได้มาใส่ไว้ใน มาตรา ๙๐/๙๑ ข้อสังเกตผมคือคำนิยามคำว่า ลูกหนี้ รวมเป็นลูกหนี้บุคคลธรรมดา คณะบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ผมตั้งข้อสังเกตคือลูกหนี้บุคคลธรรมดา ๒ คน ทำกิจการร่วมกัน ต่างอย่างไรกับห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน อันนี้ปัญหาข้อกฎหมาย ล้วน ๆ นะครับ ท่านอาจจะไปชี้แจงในกรรมาธิการก็ได้นะครับ🔗
อันที่ ๒ ที่น่าเสียดายคือในเรื่องข้อสันนิษฐานในการที่ลูกหนี้มีหนี้สิน ล้นพ้นตัว ข้อ ๑ ก็คือเรื่องการส่งจดหมายทวงหนี้แล้วไม่ปฏิบัติใน ๓๐ วัน มีข้อสันนิษฐานว่า ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ซึ่งคำนี้ เงื่อนไขนี้ก็มาใส่ในเรื่องการฟื้นฟูกิจการด้วยนะครับ ว่าไม่สามารถชำระหนี้ เพราะฉะนั้นอาจจะมีลูกหนี้หัวหมอนะครับ ได้รับ Notice แล้ว ไม่ปฏิบัติตาม ๓๐ วันแล้วยื่นขอฟื้นฟู กฎหมายที่เรากำลังแก้ไขเมื่อมีการยื่นคำร้อง ขอฟื้นฟูแล้ว อย่าลืมว่ามันมี Automatic Stay คือเจ้าหนี้รายอื่นจะฟ้องไม่ได้ใช่ไหมครับ อันนั้นคือเสียดายที่ไม่มีการแก้ไขในตัวพระราชบัญญัติฉบับใหญ่ อันที่ ๒ คือผมเห็นมีการตัด นิยามผู้บริหารแผนออกไป คือ พ.ร.บ. ปัจจุบันมีนิยามคำว่า ผู้บริหารแผน แต่ผมเข้าใจว่า ในร่าง ครม. ตัดคำว่า ผู้บริหารแผน ออกไป ปัญหาอย่างนี้ครับ ในร่างของ ครม. เอง มาตรา ๙๐/๑๐๖ ยกตัวอย่างนะครับ มาตรา ๙๐/๑๖๑ ยังใช้คำว่า ผู้บริหารแผน อยู่ครับ แล้วก็ยังมีอีกหลายมาตรายังมีคำว่า ผู้บริหารแผนอยู่ แต่ท่านไปตัดนิยามคำว่า ผู้บริหารแผน ออกไป คำถามผมคือที่ท่านไปอ้าง ถึงในมาตราอีกหลายมาตรานั้น ผู้บริหารแผนคือใครครับ🔗
อันสุดท้ายที่ผมจะขอตั้งข้อสังเกตนะครับ ในเรื่องการฟื้นฟูบุคคลธรรมดา ในร่างของ ครม. บอกมีหนี้ไม่ต่ำกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ตอนนี้หนี้ครัวเรือน ขึ้นไปถึง ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของประเทศ หนี้บัตรเครดิตเยอะแยะไปหมด หนี้สินเชื่อรถยนต์ และในร่างพระราชบัญญัติของรัฐบาลบอกว่ากฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับเมื่อประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ผมนึกภาพออกเลยนะครับ จะมีบุคคลธรรมดาจำนวนมากที่มีหนี้มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท ร้องขอฟื้นฟูกิจการ ผมไม่ทราบว่าทางหน่วยงานจะรับไว้หรือเปล่าครับ เพราะในเวลานี้หนี้ครัวเรือนมันพุ่งไป ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์แล้วนะครับ อันนี้ท่านก็อาจจะไม่ ต้องตอบก็ได้หรือจะตอบก็ได้เป็นสิทธิของท่าน หรือท่านจะไปตั้งในข้อสังเกตของ ร่างพระราชบัญญัติว่าหน่วยงานควรจะแก้ไขอย่างไรนะครับ ผมเองขอใช้เวลาเพียงเท่านี้ครับ ท่านประธานครับ ประเด็นสำคัญของร่างของ ครม. ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณภัณฑิล น่วมเจิม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย พรรคประชาชนครับ ก็ขอร่วมอภิปรายในการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งโดยหลักการแล้วผมขอสนับสนุนเพื่อให้ลูกหนี้บุคคลธรรมดามีสิทธิที่จะขอยื่น ฟื้นฟูต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้นะครับ เหตุผลความจำเป็นคืออะไรครับ ในรายงานเล่มนี้ก็มี วิเคราะห์ไว้หลายเรื่องครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ก็คือจากข้อมูลของทาง SMEs นิยามของ SMEs เอง Micro Enterprise หรือวิสาหกิจรายย่อยที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน ๑.๘ ล้าน จ้างงานไม่เกิน ๕ คน มีจำนวนเยอะมากนะครับ ๓ ล้านกว่ารายในปี ๒๕๖๖ แล้วก็มีความสำคัญต่อมูลค่าทาง เศรษฐกิจหรือจีดีพีมากกว่า ๑ ล้านล้านนะครับ ในบรรดาวิสาหกิจรายย่อย ๘๐ ๙๐ เปอร์เซ็นต์นี้เขาไม่ได้จดทะเบียนเป็นในรูปนิติบุคคล เป็นบุคคลธรรมดานะครับ แล้วมาดู สภาวะหนี้ซึ่งก็มีข้อมูลสนับสนุนเหมือนกันว่า Micro SMEs ผู้ประกอบการรายย่อยเป็นหนี้ ธุรกิจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามสถิติไต่ขึ้นมาจาก ๔๐ ๕๐ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วเขาเป็นหนี้ใครครับ เป็นหนี้นอกระบบ เป็นหนี้พวกเพื่อนญาติพี่น้อง เพราะเขาไม่ใช่นิติบุคคล เขาไม่สามารถ เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้นะครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งก็คือหนี้ค้างชำระเกิน ๙๐ วันหรือเอ็นพีแอลเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม Super Micro คือเล็กมากนะครับ ในทุกธุรกิจเลย ในนี้ก็บอกชัดเจนว่า ไม่ว่าจะธุรกิจภาคบริการ อาหาร ค้าขาย มีแนวโน้มสูงขึ้นจากระดับเดิมที่หนี้ค้างชำระเกิน ๙๐ วันอยู่ระดับ ๕-๑๐ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ในบางอุตสาหกรรมก็ไปถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ก็น่ากังวลมากนะครับ ซึ่งอันนี้ก็เป็นความจำเป็นที่เราจะต้องอนุญาตให้บุคคลธรรมดา ที่เขารู้สึกว่าหนี้เขาล้นพ้นแล้วสามารถที่จะเรียกเจ้าหนี้มาคุยพร้อมกันได้ ก็ขออภิปราย สนับสนุนการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้นะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณพิมพ์พิชา ชัยศุภกิจเจริญ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันขออภิปรายในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เนื่องจากว่าฉบับแรกพระราชบัญญัติฉบับนี้เกิดขึ้นเมื่อปี ๒๔๘๓ แล้วก็ ใช้มานานถึง ๘๐ ปี แล้วก็มีการแก้ไขปรับปรุงมาโดยตลอด แต่เมื่อยุคสมัยเราเปลี่ยนไป บริบทสังคมเปลี่ยนแปลงไป จึงจำเป็นต้องกลับมาทบทวนอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้กฎหมาย มีผลบังคับใช้อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม เพราะหลังจากประเทศไทยประสบวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งปี ๒๕๔๐ และถูกซ้ำเติมด้วย สถานการณ์โควิด-๑๙ ผู้ประกอบการไทยได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า ทำให้หลายรายต้องปิด กิจการแล้วลูกจ้างก็ต้องถูกเลิกจ้าง หลายคนรายได้หดหาย แต่รายจ่ายยังเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องกู้หนี้ยืมสินแล้วก็สุดท้ายเข้าสู่วังวนหนี้แบบเดิม เนื่องจากกฎหมายล้มละลาย ฉบับปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมถึงข้อจำกัดที่จะทำให้ลูกหนี้บุคคลธรรมดายังไม่สามารถเข้าถึง กระบวนการฟื้นฟูหนี้สินได้ ทำให้ปัญหาหนี้สินครัวเรือนและธุรกิจได้พอกพูนสะสมขึ้น เรื่อย ๆ โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทั่วโลก ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่ต้องปรับปรุง กฎหมายล้มละลายฉบับนี้ให้ทันสมัย แล้วก็สอดคล้องต่อสภาพสถานการณ์ปัจจุบันค่ะ🔗
ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้ได้แก้ไขเพิ่มเติม บทบัญญัติกระบวนการเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นกิจการขนาดย่อมซึ่งมีอยู่ จำนวนมากในระบบเศรษฐกิจปัจจุบันค่ะท่านประธาน ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทาง การเงินชั่วคราว ทำให้เข้าสู่กระบวนการการฟื้นฟูกิจการได้และมีกระบวนการที่ไม่ซ้ำซ้อน ทำให้เพิ่มเติมกระบวนการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แบบเร่งรัดเพื่อให้เกิดเป็นทางเลือกแก่ ลูกหนี้ รวมถึงมีกระบวนการที่พิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูสถานะของลูกหนี้ที่เป็นบุคคล ธรรมดา ให้อำนาจเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการฟื้นฟูกิจการของ ลูกหนี้ได้ เพื่อช่วยเหลือให้ลูกหนี้ของเราดูแลได้อย่างทั่วถึง รวมถึงคุ้มครองเจ้าหนี้และบุคคล ที่เกี่ยวข้องด้วย ทำให้กระบวนการฟื้นฟูกิจการลูกหนี้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นการ แก้ไขปัญหาที่ตรงจุดและตรงประเด็น พี่น้องประชาชนและประเทศชาติได้รับประโยชน์ อย่างยิ่ง สำหรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีข้อดีหลายประการค่ะ เป็นการเปิดกว้างให้กับ ลูกหนี้ทุกประเภทได้สามารถยื่นขอฟื้นฟูกิจการได้ ไม่จำกัดเฉพาะธุรกิจขนาดกลางเท่านั้น และขนาดย่อมตามกฎหมาย ส่วนบุคคลธรรมดาสามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสถานะได้ และเป็นการสร้างความเป็นธรรม ความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมที่จะช่วย บรรเทาหนี้ภาคครัวเรือนได้ดีค่ะ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เจ้าหนี้ ลูกหนี้ขนาดย่อมที่ประสงค์จะเข้า ฟื้นฟู แต่ยังไม่พร้อมในการจัดทำแผนต่าง ๆ และจัดประชุมเจ้าหนี้ได้มีโอกาสยื่นคำร้องขอ ฟื้นฟูกิจการเข้ามาก่อน แล้วก็จะได้รับประโยชน์จากสภาวะการพักชำระหนี้แล้วถึงได้ ดำเนินการอย่างอื่นต่อไป ซึ่งจะเป็นการควบคู่ไปกับนโยบายของรัฐบาลค่ะ🔗
หลักสำคัญอีกประการหนึ่ง มีการแก้ไขเพิ่มเติมการฟื้นฟูหนี้สินแบบเร่งรัด ซึ่งหมายความว่าในกรณีที่ลูกหนี้สามารถทำแผนฟื้นฟูได้เอง มีการจัดประชุมเจ้าหนี้สำเร็จ ก็สามารถยื่นขอฟื้นฟูได้แบบเร่งรัดต่อศาลได้ โดยศาลจะพิจารณาแผนแล้วเห็นชอบ ได้เลย ซึ่งก็จะช่วยให้การดำเนินการเร็วขึ้นและเป็นทางเลือกให้กับลูกหนี้ที่มีกิจการ ขนาดใหญ่หรือขนาดย่อมสามารถทำความตกลงกับบรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลายนอกศาลได้ และนำความตกลงนั้นเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว แล้วก็ ประหยัด และเกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ซึ่งการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวนี้ส่งผลทำให้ กิจการขนาดย่อมหลาย ๆ กิจการมีช่องทางในการฟื้นฟูกิจการ รวมถึงไม่ต้องล้มละลาย โดยไม่จำเป็นและทำให้เศรษฐกิจโดยภาพรวมสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้และเป็นหลักการที่ดี ที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดค่ะ🔗
ดิฉันมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมค่ะ เนื่องจากว่าการเพิ่มช่องทาง และโอกาสให้กับลูกหนี้และเจ้าหนี้โดยไม่ต้องรอกระบวนการเจรจานะคะ ได้จัดทำแผนฟื้นฟู กิจการและประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณายอมรับแผนฟื้นฟู ซึ่งบางครั้งกระบวนการดังกล่าว ยังไม่มีคนกลางที่มีอำนาจและทั้ง ๒ ฝ่ายเชื่อถือได้ อาจจะเป็นเรื่องยากและใช้เวลา ค่อนข้างมาก จึงควรมีหน่วยงานกลางที่ช่วยกำกับดูแล และควรมีกระบวนการในการ ตรวจสอบผู้ทำแผนหรือลูกหนี้เพื่อความโปร่งใส เช่น เรื่องการขอรับชำระหนี้หรือการ พิจารณาแผน ซึ่งกระบวนการที่สำคัญในการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการก็ควรจะต้องมีหน่วยงาน กลางเป็นผู้ที่คอยตรวจสอบ เพื่อไม่ให้ลูกหนี้หรือผู้ทำแผนสร้างความได้เปรียบในการจัดแผน ดังกล่าวค่ะ🔗
สุดท้ายนี้ค่ะ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต้องถือว่าเป็นมาตรการหนึ่งของ รัฐบาลที่ช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินของภาคประชาชนและภาคธุรกิจที่กำลังประสบปัญหา เศรษฐกิจในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาเหล่านี้ให้กับลูกหนี้ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย และอาจจะช่วยให้ระดับหนี้ของครัวเรือนในไทยทยอยปรับตัวลดลงอย่างช้า ๆ ต้องขอบคุณ อีกครั้งที่รัฐบาลได้เห็นความสำคัญค่ะ ดิฉันจึงขอสนับสนุนและเห็นชอบในหลักการ ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณเอกราช อุดมอำนวย ครับ คุณเอกราชพร้อมไหมครับ ถ้าคุณเอกราชยังไม่พร้อม คุณนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ ก่อนก็ได้ครับ เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน วันนี้ขอร่วมอภิปรายในประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบ ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนนะครับ นั่นคือการฟื้นฟูสถานะ ของลูกหนี้บุคคลธรรมดา ปัจจุบันปัญหาจากระบบเดิมในพระราชบัญญัติล้มละลายที่เรา ใช้อยู่ก็คือปี ๒๔๘๓ ถูกบังคับใช้มานานแล้วก็ไม่สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจและสังคม ที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันนะครับ ในเรื่องของจำนวนหนี้ขั้นต่ำในการยื่นฟื้นฟูกิจการ ทำให้กิจการขนาดเล็กหลายแห่งต้องเผชิญล้มละลายโดยไม่จำเป็นนะครับ ๒. ก็คือในเรื่อง ของการขาดมาตรการเฉพาะสำหรับลูกหนี้บุคคลธรรมดา คือส่งผลให้บุคคลกลุ่มนี้ประสบ ปัญหากับการฟื้นตัวจากวิกฤติเศรษฐกิจ ร่างกฎหมายที่กำลังจะพิจารณาฉบับนี้นะครับ ได้มีการปรับปรุงข้อกำหนดต่าง ๆ การเพิ่มเกณฑ์หนี้สินขั้นต่ำ การฟื้นฟูกิจการและการเพิ่ม หมวดสำหรับการฟื้นฟูลูกหนี้บุคคลธรรมดานะครับ ซึ่งสะท้อนถึงความยืดหยุ่นและการ คำนึงถึงข้อเท็จจริงในสถานการณ์ปัจจุบัน การฟื้นฟูสถานะลูกหนี้บุคคลธรรมดาประเทศไทย ก็กำลังจะเผชิญปัญหาหนี้สินของประชาชนในระดับที่น่ากังวล หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น และประชาชนจำนวนมากขาดโอกาสในการฟื้นฟูสถานะทางการเงินเมื่อเกิดวิกฤติ ร่างกฎหมายล้มละลายฉบับนี้จึงเป็นเป้าหมายในการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ประสบปัญหา โดยมีหลักการสำคัญดังนี้นะครับ ก็คือ🔗
๑. ในการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ตั้งใจฟื้นตัว โดยกำหนดเงื่อนไขเอื้อให้ลูกหนี้ สามารถจัดการหนี้ได้โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบกระบวนการล้มละลายทั้งหมด เพิ่มโอกาสให้ ลูกหนี้ที่มีศักยภาพในการกลับมาทำงานและสร้างรายได้🔗
๒. การลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ลูกหนี้ที่ได้รับการฟื้นฟูเร็วขึ้นก็จะกลับ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้เร็วขึ้น ซึ่งช่วยลดภาระทั้งเจ้าหนี้และภาครัฐนะครับ🔗
๓. การสร้างสมดุลระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ โดยการเพิ่มกลไกการเจรจา อย่างเป็นธรรมนะครับ เมื่อหาทางออกที่เหมาะสมสำหรับทุกฝ่าย สาระสำคัญของ พระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือการปรับเกณฑ์ โดยเพิ่มเกณฑ์หนี้สินขั้นต่ำลูกหนี้สามารถยื่นขอ ฟื้นฟูกิจการจาก ๑๐ ล้านบาท เป็น ๕๐ ล้านบาท การฟื้นฟูสถานะของลูกหนี้บุคคลธรรมดา โดยเพิ่มหมวด ๓/๔ เพื่อกำหนดกระบวนการฟื้นฟูสำหรับบุคคลธรรมดาโดยมีเกณฑ์หนี้สิน ขั้นต่ำอยู่ที่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท และสูงสุดไม่เกิน ๑ ล้านบาทนะครับ🔗
๔. การกำหนดบทลงโทษที่เพิ่มขึ้นเพื่อบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น แต่ทีนี้ครับท่านประธานผมขออนุญาตฝากข้อกังวลของผมนะครับกับการฟื้นฟู หนี้ของบุคคลธรรมดาอันอาจจะเกิดมาจากโครงการสถานบันเทิงครบวงจรของรัฐบาล หรือโครงการกาสิโนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนะครับ ถ้าหากผ่านแล้วไม่ถูกประชาชน ลุกมาต่อต้านนะครับ ถ้ามันเกิดขึ้นจริงตามกฎหมายก็คือจะมีเนื้อหาสาระบอกว่า พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร ในมาตรา ๕๙ ระบุว่าผู้รับใบอนุญาตสามารถให้สินเชื่อแก่ ผู้เข้าเล่นหรือเข้าพนันในสถานประกอบการกาสิโนได้ ซึ่งมันก็จะโยงกับการฟื้นฟูหนี้ ส่วนบุคคลหรืออาจจะเกิดหนี้ในอนาคต โดยรัฐบาลก็มีแนวคิดจะเปิดสถานบันเทิงครบวงจร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่โครงการนี้ มันก็ต้องมีทั้งข้อดีและข้อกังวลที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แม้จะมีข้อดีก็คือการดึงดูด นักท่องเที่ยว นักลงทุนจากต่างประเทศ หรือว่าการเพิ่มรายได้ภาษีที่นำมาพัฒนาประเทศได้ จากภาษีกาสิโน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นดังนี้ ก็คือการพนันก็จะเพิ่มปัญหาหนี้สินใหญ่ในหมู่ ประชาชนที่ขาดความรู้ทางด้านการเงิน หากไม่มีกลไกควบคุมที่เพียงพอปัญหาหนี้สิน การพนันก็อาจจะเพิ่มขึ้นแล้วส่งผลให้การฟื้นฟูหนี้มาจากการพนันนั้นอาจจะเป็นภาระให้แก่ ภาครัฐและธนาคารได้ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านต่าง ๆ ก็คือในเรื่องของการสนับสนุนจากภาครัฐ รัฐก็จะต้องรับภาระในการช่วยเหลือผู้ที่ประสบ ปัญหาหนี้จากการพนันผ่านโครงการฟื้นฟูต่าง ๆ ของการเงิน เช่น การจัดตั้งกองทุนหรือการ ให้ความช่วยเหลือในการฝึกอบรมหรือแก้ไขทางด้านจิตใจให้กับผู้ติดการพนัน🔗
๒. รัฐก็จะต้องเพิ่มงบประมาณในการจัดการปัญหาหนี้สินจากการพนัน โดยต้องใช้ทรัพยากรจากงบประมาณของรัฐเอง จากนั้นก็จะมีปัญหาในเรื่องของด้านภาระ ทางสังคมคือหากการพนันไม่ถูกควบคุมก็อาจจะขยายปัญหาหนี้สินและส่งผลกระทบต่อ สังคมแล้วก็เพิ่มจำนวนคนจนและความไม่เท่าเทียมในการกระจายรายได้ในอนาคต ในการเพิ่มภาระให้กับธนาคารอีกนะครับ ธนาคารก็อาจจะเผชิญความเสี่ยงที่หนี้สิน จากการพนันไม่สามารถชำระได้เต็มจำนวน ทำให้เกิดหนี้สูญหรือเอ็นพีแอลที่เราเข้าใจกันอยู่ ซึ่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของธนาคารในอนาคตก็จะเกิดปัญหา🔗
อีกอันหนึ่งใกล้จะจบแล้วครับท่านประธาน ก็คือความเสี่ยงในการเพิ่มจำนวน ลูกหนี้ ก็คือสถานบันเทิงครบวงจรก็อาจจะเพิ่มลูกหนี้ที่เกิดปัญหาจากการพนัน ทำให้มีการ ต้องฟื้นฟูคนจำนวนนี้จำนวนมาก หากรัฐจะเปิดการพนันที่ถูกกฎหมายก็ควรจะมีมาตรการ ที่เข้มงวดแล้วก็จำกัดสถานที่ให้กับผู้เล่น แล้วก็เรื่องของการบำบัดในอนาคต แม้สถานบันเทิง จะเป็นแนวทางที่ช่วยเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ระยะยาวก็อาจทำให้ลูกหนี้บุคคลธรรมดา เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่เสี่ยงเข้าสู่วงจรหนี้อย่างการพนันหรือความฟุ่มเฟือย สถานะของ ลูกหนี้จึงอาจจะได้รับผลกระทบนะครับ สถานบันเทิงครบวงจรก็กลายเป็นอุปสรรคต่อ เป้าหมายในการฟื้นฟูหนี้ในฐานะลูกหนี้ หากไม่ได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม ผมจึงขอให้ รัฐบาลพิจารณาความเชื่อมโยงระหว่างนโยบาย ๒ ด้านอย่างรอบคอบเพื่อสร้างสมดุลที่ยั่งยืน ให้กับประเทศชาติและประชาชน ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
คุณนิคม บุญวิเศษ ท่านขอ ๕ นาที เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปราย ๕ นาทีท่านประธานครับ ในประเด็นที่อาจจะไม่ซ้ำกับ เพื่อนสมาชิกนะครับ ผมแสดงความยินดีกับพี่น้องประชาชนผู้ประกอบการ SMEs ก็คือผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อย ขนาดย่อมนะครับ ซึ่งเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลนี้ เห็นความสำคัญ ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดก็คือว่า SMEs มีจำนวน ๓ ล้าน SMEs ถ้าเราไม่ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยแล้วมันก็จะกระทบกับผู้ประกอบการรายกลาง แล้วก็ขนาดใหญ่ด้วย เพราะอย่าลืมว่าผู้ประกอบการ SMEs เขาช่วยเหลือตัวเองมาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมาอาจจะเกิดเรื่องโรคระบาดหรือเรื่องการเมืองต่าง ๆ ทำให้เศรษฐกิจไม่ดี เงินในตลาดไม่มี แล้วก็ที่สำคัญก็คือผู้ประกอบการรายย่อยส่วนใหญ่เขาก็จะใช้วิธีการโฆษณา ประชาสัมพันธ์โดยใช้สื่อของภาคประชาชนหรือสื่อวิทยุชุมชน วิทยุภาคประชาชน แต่ที่ผ่านมามีการปิดสื่อเหล่านี้ จึงทำให้การโฆษณาประชาสัมพันธ์ธุรกิจที่เกิดใหม่ที่เขา เรียกว่าเถ้าแก่น้อยเกิดยากมาก ท่านประธานครับ ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้ไม่มีสื่อโฆษณา ปล่อยให้บางคนก็ต้องหันไปโฆษณาทางออนไลน์ ซึ่งบางทีมันเข้าไม่ถึงชุมชนที่แท้จริง เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยการฟื้นฟูและให้โอกาสผู้ประกอบการขนาดย่อยนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ ถูกต้องแล้ว แล้วที่สำคัญผู้ประกอบการเหล่านี้ก็ติดเครดิตบูโร ท่านประธานครับ เราต้องแก้ ตรงนี้ให้ได้ก่อนครับ เหมือนกับเราไปผูกแข้งผูกขาตัดสิทธิผู้ประกอบการที่เขาต้องการที่จะ ประกอบอาชีพ เขาล้มละลายขึ้นมาไม่ใช่เพราะเขาไม่มีความสามารถ ไม่ใช่เพราะเขาขี้เกียจ แต่การเมือง เศรษฐกิจ โรคระบาด ทำให้เขาล้มละลายครับ สุดท้ายก็เอากฎหมายมาล็อกคอไว้ ล็อกแขน ล็อกขาไว้ ทำให้กลุ่มเหล่านี้ไม่สามารถที่จะลืมตาอ้าปากได้ บวกกับแบงก์ ธนาคาร แห่งประเทศไทยและธนาคารพาณิชย์ก็ไม่ปล่อยหรอกครับ ไม่มีทางปล่อยให้ เงินกู้ธุรกิจ เหล่านี้ เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลจะมาอุ้มธุรกิจ SMEs ผมเห็นด้วยว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เราเดินมาถูกทางแล้ว ก็ขอแสดงความยินดีกับธุรกิจ SMEs ที่อนาคตนี้จะต้องสดใสมากขึ้น🔗
อีกประการหนึ่งครับ ที่ผ่านมานั้นมีการยกเลิกประเพณีต่าง ๆ เช่น บางรัฐบาล มีการยกเลิกประเพณีสงกรานต์อย่างนี้ครับ ยกเลิกงานวัด ยกเลิกงานไหลเรือไฟ ยกเลิกงาน ประเพณีบุญบั้งไฟ ซึ่งงานเหล่านี้เป็นการทำธุรกิจชุมชน ธุรกิจชุมชนมาจากการจัดงาน เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการขายของ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเกี่ยวกับสถานบันเทิงต่าง ๆ หมอลำ นักร้อง ก็เกี่ยวข้องกับธุรกิจเหล่านี้ทั้งหมดที่เขาเรียก SMEs ฉะนั้นผมเห็นด้วยว่าจะต้องมีการ ฟื้นฟูทุกอย่างไปพร้อม ๆ กัน ให้โอกาสการเข้าถึงสื่อประชาสัมพันธ์ ให้โอกาสมีการจัดงาน ใหญ่ ๆ ทุกงาน ทุกปี การประชาสัมพันธ์งานปีใหม่ งานบุญบั้งไฟ ประเพณีสงกรานต์ หรืองานกาชาด เราจัดบ่อย ๆ ครับธุรกิจเหล่านี้มันก็จะไปได้ของมันเองครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ล้มละลายทั้ง ๓ ฉบับครับ ไม่ว่าจะเป็นร่างของท่านวรภพ วิริยะโรจน์ จากพรรคประชาชน ร่างของท่านโกศล ปัทมะ จากพรรคเพื่อไทย ร่างจาก ครม. โดยท่านรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมครับ ท่านทวี สอดส่อง คืออย่างนี้ครับท่านประธานจริง ๆ แล้วผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของตัวเลขเรื่องการเงิน อะไรนะครับ รัฐสภาชุดที่ ๒๕ ที่แล้วผมมีโอกาสได้ไปเป็นกรรมาธิการแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้ กยศ. ผมก็เลยเข้าใจเรื่องนี้ คำว่า ล้มละลาย คืออะไร อย่างไร แล้วก็มีโอกาสได้คุยกับท่านทวี ด้วยนะครับว่าจริง ๆ แล้วปัญหาเรื่องคดีล้มละลายมันเต็มประเทศพอสมควร เพราะฉะนั้น ก็คือจะเป็นปัญหาค่อนข้างที่จะเยอะ ท่านประธานครับ ผมจะไม่ลงรายละเอียด ผมคิดว่า ผมให้ความสำคัญว่าคนที่จะเป็นหนี้คิดแล้วคิดอีกครับ จะเป็นหนี้หรือไม่เป็นหนี้ดี แต่คนที่ ล้มละลายผมคิดว่ามันยิ่งกว่านั้นนะครับ คนที่ล้มละลายท่านประธานผมคิดว่ามันมี ๔ ประการที่ผมจะสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้นะครับ ผู้ล้มละลาย ท่านประธานครับคนที่เป็นบุคคลล้มละลายหรือนิติบุคคลก็ดี หรือที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ก็ดี จะไม่สามารถทำนิติกรรมใด ๆ ได้ทั้งสิ้น ท่านประธานลองนึกภาพนะครับ ท่านประธานก็ดี ผมก็ดี ไม่สามารถที่จะทำนิติกรรมได้ ไม่สามารถจะซื้อบ้านได้ ไม่สามารถจะซื้อรถได้ ไม่สามารถจะทำธุรกรรม นิติกรรมอะไรได้ทั้งสิ้น มันเหมือนว่าบุคคลคนนี้ไม่มีตัวตนแล้ว ที่จะมีชีวิตอยู่ เพราะฉะนั้นเหตุผลสำคัญก็คือว่าการแก้เงื่อนไข ระเบียบ หรือว่ารายละเอียด ต่าง ๆ ที่มันเปิดโอกาสให้คนที่ล้มละลายเป็นการล้มละลายโดยไม่ตั้งใจครับ ผมเข้าใจทุกคน ว่าคนที่ล้มละลายไม่ได้ตั้งใจที่จะล้มละลาย แต่มันด้วยมีเหตุปัจจัยในการทำธุรกิจก็ดี เหตุปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ ผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญนะครับ เพราะว่า บุคคลไม่สามารถทำนิติกรรมใด ๆ ทั้งสิ้น ผมคิดว่าอันนี้เป็นหัวใจหลักที่เราจำเป็นจะต้อง แก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ ท่านประธานครับ มีเกี่ยวข้องกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยนะครับ บุคคลล้มละลายไม่สามารถที่จะรับสมัครลงเลือกตั้ง สส. ได้นะครับท่านประธาน ตัดสิทธิ ทางการเมืองด้วย เพราะฉะนั้นก็คือพวกเราที่อยู่ในที่นี้ผมคิดว่าไม่มีใครอยากล้มละลาย หรอกครับ เพราะว่าใครที่จะทำหน้าที่ทางการเมืองต่อไปก็จำเป็นอย่างยิ่งนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ก็คือไม่สามารถที่จะดำรงตำแหน่งใด ๆ ในบริษัท ซึ่งอาจจะให้ ลูกก็ได้ อาจจะให้ครอบครัวก็ได้ แต่เขาไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปอยู่ในบทบาทของบริษัท ผมคิดว่า อันนี้มันก็เป็นการตัดสิทธิที่สำคัญ ตัดสิทธิที่ไม่สามารถที่จะทำให้คนเหล่านี้ได้มีโอกาสที่จะ ฟื้นฟูตัวเอง🔗
ประการสุดท้ายครับท่านประธาน อันนี้ผมคิดว่ามันเป็นการขัดกับสิทธิ เสรีภาพของความเป็นมนุษย์ทุกคนนะครับ บุคคลล้มละลายไม่สามารถเดินทางไป ต่างประเทศได้ อันนี้เป็นปัญหาสำคัญแล้วนะครับ คืออาจจะมีเงินอยู่ อาจจะคนอื่นชวนไป ไปฟื้นฟู ไปปรับปรุง เพิ่มทักษะ หรือไปเพิ่มความรู้ในต่างประเทศเพื่อที่จะมาแก้ปัญหา ให้ตัวเอง แต่ถ้าเงื่อนไขเหตุผลว่าบุคคลล้มละลายทั้งหมดที่ผมว่ามานี้ไม่สามารถที่จะเดินทาง ไปต่างประเทศได้ ผมคิดว่าอันนี้คือปัญหาใหญ่ โดยสรุปครับท่านประธานครับ ไม่สามารถทำ นิติกรรมใด ๆ ได้ ไม่สามารถที่จะลงเลือกตั้งสมัคร สส. ได้ ไม่สามารถจะดำรงตำแหน่งใน บริษัทใด ๆ ได้ ไม่สามารถที่จะเดินทางไปต่างประเทศได้ ทั้ง ๔ ประการนี้ผมคิดว่ามี ความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของ SMEs หรือบริษัทขนาดย่อม หรือบริษัท ขนาดใหญ่ หรือแม้แต่บุคคลธรรมดา ผมคิดว่าทุกเรื่องเขาควรจะมีสิทธินะครับ🔗
ประการที่ ๒ เมื่อเกิดการล้มละลายเกิดขึ้นแล้วนะครับ ทุกกลุ่มผมคิดว่า เขามีโอกาสที่จะต้องแก้ไขหรือฟื้นฟูตัวเอง ท่านประธานลองดูครับเวลาผู้ต้องขังที่ติดคุกอยู่ใน เรือนจำ เขาออกมานะครับ เขาออกมาเขาได้รับโอกาส เขาได้รับการฟื้นฟูหรือว่ามีพื้นที่ ให้เขาได้ทำงาน มีพื้นที่ให้เขาได้สามารถที่จะประกอบอาชีพหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ กิจกรรม ที่เขาชอบเข้ามา บางคนเราก็เห็นนะครับ ออกจากเรือนจำเรียบร้อยเขาสามารถที่จะ ประกอบธุรกิจได้ แต่ถ้าหากว่าบุคคลล้มละลายตาม ๔ ประการที่ผมได้นำเรียนท่านประธาน เขาไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลย เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงมีความหมายกับพี่น้อง ประชาชนทุกคน และผมหวังว่ากฎหมายฉบับนี้จะทำหน้าที่ในการคลี่คลายแก้ไขปัญหา เราไม่อยากจะเห็นจำนวนหรือปริมาณของบุคคลล้มละลายในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นครับ สิ่งที่ผมอยากให้กรรมาธิการที่จะเกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ได้พิจารณาให้มากขึ้น ก็คือเรื่องประเด็น ของนักเรียน นักศึกษา ท่านประธานครับ หลายคนผู้ปกครองต้องไปกู้เงินในการศึกษาต่อ ผมเสียดายมากครับท่านประธาน พ.ร.บ. กยศ. ที่ผ่านมานี่ครับ ก็คือก็แก้ได้ระดับหนึ่ง แต่ว่าก็ยังมีหนี้ หนี้ที่เขาเรียกว่า ดอกเบี้ยของค่าปรับ น่าจะเป็นค่าปรับท่านประธาน ผมไม่เข้าใจศัพท์นี้ครับ ทีนี้ประเด็นสำคัญก็คือว่าในหลักการบางอย่างผมอยากให้มันเป็น หลักการคล้าย ๆ กับ กยศ. ครับ ก็คือถ้าหากว่าผู้ประกอบการหรือบุคคลธรรมดาที่มันมี ศักยภาพน้อยในการแข่งขันน้อยควรจะมีกองทุน ควรจะมีหน่วยงานราชการเข้าไปสนับสนุน เข้าไปฟื้นฟูหรือเข้าไปทำหน้าที่ที่จะทำให้พวกเขาได้มีโอกาสที่จะแข่งขัน ได้มีโอกาสที่จะทำ หน้าที่ในการฟื้นฟูตัวเองและครอบครัว ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ขสมก. ซึ่งกำลังนั่งฟังที่ชั้นบนของสภาผู้แทนราษฎรขณะนี้นะครับ ขอต้อนรับทุกท่านครับ ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณเชตวัน เตือประโคน ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน ครับ สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี ตัวแทน พี่น้องประชาชนชาวเทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลเมืองลาดสวาย ขอร่วมอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ล้มละลายทั้ง ๓ ร่างนี้นะครับ คือท่านประธานครับ การฟ้องล้มละลายเป็นเรื่องที่ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ไม่อยากให้เกิดขึ้นแน่ ๆ ครับ คือเจ้าหนี้ เขาก็อยากได้เงินคืนเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ใช่ได้ทรัพย์สินจากกิจการที่เจ๊งไปแล้ว ส่วนลูกหนี้ ก็คงไม่อยากเลิกกิจการหรือถูกฟ้องล้มละลายโดยที่ไม่มีโอกาสได้แก้ตัว การขอฟื้นฟูกิจการ จึงเป็นทางออกที่ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ที่ต่างก็ได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่นะครับ เจ้าหนี้ ได้โอกาสติดตามหนี้ของตัวเอง เพิ่มโอกาสในการได้เงินคืนมา ลูกหนี้ได้โอกาสในการ แก้ปัญหา ยิ่งในสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่แบบนี้นะครับ กิจการต่าง ๆ ย่อมมีโอกาสขาด สภาพคล่องได้ง่าย การขอฟื้นฟูกิจการจึงเป็นทางออกที่ไม่ทำให้ต้องถูกฟ้องล้มละลาย โดยไม่จำเป็น ลูกจ้างไม่ต้องตกงาน ธุรกิจที่ตัวเองสร้างมาไม่ล้มหายตายไปกับตานะครับ ขอยกตัวอย่าง อย่างการฟื้นฟูกิจการการบินไทยถ้าไม่มีการขอฟื้นฟูกิจการตอนนี้เราก็คงไม่มี การบินไทยแล้ว แล้วก็คงสร้างปัญหาให้กับสภาพเศรษฐกิจของประเทศอยู่พอสมควร นอกเรื่องนิดหนึ่งนะครับ ผมแนะนำ ผมกำลังอ่านหนังสือพลิกฟ้าฝ่าวิกฤติการบินไทยอยู่ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเผชิญวิกฤติของการบินไทย ตลอดจนการเข้ามาฟื้นฟู เขียนโดย คุณชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการของการบินไทย ซึ่งสนุกมากครับแนะนำไปหาอ่านกัน ท่านประธานครับ ปัญหาการฟื้นฟูกิจการก็คือกฎหมายการขอฟื้นฟูกิจการในปัจจุบันนั้น ไม่ทันสมัยครับ ลูกหนี้ SMEs บางส่วนเข้าถึงการขอฟื้นฟูกิจการได้ยาก ยิ่งถ้ามีเจ้าหนี้ หลายรายการขอปรับโครงสร้างหนี้ต่าง ๆ ก่อนเข้าสู่การล้มละลายแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ลูกหนี้บุคคลธรรมดาเองก็ไม่มีกฎหมายรองรับครับ ทำให้ไม่มีสิทธิในการขอฟื้นฟูสถานะ หรือฟื้นฟูหนี้สินแบบที่ลูกหนี้ SMEs ทำได้ ผมจึงเห็นด้วยกับหลักการของร่าง พ.ร.บ. ล้มละลายใน ๒ ประเด็นสำคัญที่จะพูดต่อไปนี้ คือ ๑. การทำให้ลูกหนี้ SMEs เข้าถึงการขอ ฟื้นฟูกิจการได้ง่ายขึ้น ๒. การเพิ่มหมวดการฟื้นฟูสถานะของลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดาครับ🔗
ประเด็นแรก การทำให้ลูกหนี้ SMEs เข้าถึงการขอฟื้นฟูกิจการได้ง่ายขึ้น ทั้งการขยายเพดานหนี้ของกลุ่ม SMEs จาก ๑๐ ล้านบาทขึ้นมาเป็น ๕๐ ล้านบาท การแก้ รายละเอียดในการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ให้ง่ายและยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อไม่ให้ ติดล็อกจนทำให้การขอฟื้นฟูกิจการไม่เกิดขึ้น และในอีกหลาย ๆ เรื่องครับในร่างกฎหมายนี้ ซึ่งจะทำให้ลูกหนี้ SMEs รักษากิจการของตนเองไว้ได้อย่างที่พูดไป ลูกจ้างไม่ต้องตกงาน ไม่ต้องถูกยึดทรัพย์ ต้องเลิกประกอบกิจการ เจ้าหนี้ก็ยังมีโอกาสได้รับการชำระหนี้มากขึ้น ไม่ใช่รับซากกิจการไปนะครับ ซึ่งก็เป็นภาระให้กับเขาอีกในการไปจัดการซากกิจการเหล่านั้น🔗
ประเด็นที่ ๒ การเพิ่มหมวดการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดา เพิ่มสิทธิให้ลูกหนี้บุคคลธรรมดาเทียบเท่ากับลูกหนี้ SMEs ท่านประธานครับ เพราะไม่ใช่ ทุกคน ไม่ใช่ทุกกิจการที่มีการจดทะเบียนนิติบุคคล ร้านส้มตำ ร้านข้าวแกง ร้านตึกแถว คงไม่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทแน่ ๆ แต่เมื่อเจอปัญหาทางเศรษฐกิจ กิจการเล็ก ๆ แบบนี้ ตกหล่นไปไม่ได้รับสิทธิในการฟื้นฟูกิจการหรือฟื้นฟูฐานะของตนเอง การเพิ่มในส่วนนี้ครับ จะช่วยให้กิจการของประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อยนะครับ ย้ำประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อย สามารถได้รับสิทธิแบบที่กิจการใหญ่โตได้รับ ช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถเอาตัวรอด ไปได้ในสภาวะสภาพคล่องทางการเงินที่ฝืดเคืองนะครับ🔗
ท่านประธานครับ นี่คือ ๒ ประเด็นที่ผมขอร่วมอภิปรายสนับสนุนร่าง กฎหมายฉบับนี้นะครับ นี่คือกฎหมายที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของสังคม เพิ่มสิทธิให้กิจการขนาดเล็ก เพิ่มสิทธิให้บุคคลธรรมดาเข้าถึงโอกาสในการขอฟื้นฟูกิจการได้ ง่ายขึ้น ไม่ใช่เฉพาะกิจการขนาดใหญ่แบบแต่เดิม นี่คือกฎหมายที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับ ประชาชนในการเอาตัวรอดทางเศรษฐกิจในสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่แบบนี้ ทั้งหมด ทั้งมวลนี้ ก็จะช่วยลดการล้มละลายของบุคคลและกิจการได้มากยิ่งขึ้น ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ คุณเอกราชมาแล้วนะครับ คุณเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนดอนเมืองจากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายเพื่อสนับสนุน หลักการของร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ หลักการ ไม่ว่าจะเป็นของร่างท่านใด ๆ ก็จะมีเรื่องของการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ซึ่งก็เป็นไปตาม แนวทางโลกสมัยใหม่ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยที่จะต้องทำเรื่องนี้แล้วก็ขออภิปราย สนับสนุนเนื่องจากว่ากิจการจำนวนมากตอนนี้ที่มีสถานะเป็นหนี้ ไม่ว่าจะเป็นบุคคล หรือนิติบุคคลถูกชกอยู่ฝ่ายเดียว หมายความว่าเจ้าหนี้เท่านั้นละที่จะให้ลูกหนี้ล้มละลายได้ กลับกันอันนี้จะเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับลูกหนี้ในกรณีที่เขาคิดว่าโอเคการปรับปรุงโครงสร้าง หรือว่าการดำเนินกระบวนการในการล้มละลายไม่เป็นประโยชน์ เขาก็สามารถที่จะยื่น เพื่อขอล้มละลายจะได้ตัดตอนแล้วก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ ท่านประธานครับ แต่ว่ามันก็มีรายละเอียดแต่ละมาตราที่สามารถไปถกเถียงกันได้ในชั้น กรรมาธิการนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยอดเงิน รายละเอียดกระบวนการพิจารณาหรือว่า การประชุมเจ้าหนี้อะไรต่าง ๆ ที่อาจจะได้เสนอแปรออกไป แต่อย่างนี้ครับท่านประธาน กฎหมายล้มละลายเพื่อนสมาชิกที่ผมอยากจะอภิปรายสนับสนุนทำเรื่องนี้แล้ว แก้เรื่องนี้แล้ว เป็นเพียงหนึ่ง Jigsaw อีกหนึ่ง Jigsaw ที่จะต้องไปทำต่อก็คือว่าการให้บุคคลล้มละลาย เพื่อให้เจ้าหนี้สามารถที่จะบริหารจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ได้อย่างเป็นธรรม แต่ไม่ได้ หมายความว่าเอาเขามาติดคุกทางเศรษฐกิจ ไม่ได้หมายความว่าต้องเอาเขามา เขาเรียกว่า อะไร จำกัดสิทธิบางประการ อย่างเช่น ห้ามดำรงตำแหน่งกรรมการ ห้ามดำรงตำแหน่ง ต่าง ๆ ซึ่งสถานะตรงนี้ที่ทำให้บุคคลล้มละลาย ๓ ปีก็พ้นแล้ว ซึ่งแตกต่างกับการล้มละลาย ทุจริต ดังนั้นบุคคลที่เขาล้มละลายทั่วไปในการประกอบสัมมาอาชีพ เจอภาวะเศรษฐกิจ โควิด เจอพิษทางเศรษฐกิจต่าง ๆ เขาควรได้มีโอกาส แล้วก็ช่วยกันผลักดันทางด้านเศรษฐกิจ เมื่อทำร่างฉบับนี้แล้วหลักการที่ไปดู ไม่ว่าจะเรื่องของการฟื้นฟูกิจการตามหมวด ๓/๑ เรื่องของกระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับฟื้นฟูลูกหนี้หรือว่ากระบวนการพวกนี้ในชั้น กรรมาธิการก็อยากจะฝากในประเด็นนี้ไปด้วยว่าทำอย่างไรที่จะต้องคำนึงถึงลูกหนี้ SMEs รายย่อย และถ้าเมื่อเขาปลดล็อกไปแล้ว ซึ่งผมก็ตั้งความหวังในประเด็นเรื่องของการเขียน ข้อสังเกตเอาไว้ว่าบุคคลที่เป็นหนี้ล้มละลายควรจะมีสิทธิ คุณไปขังเขาไม่ให้ประกอบอาชีพ ไม่ให้เขาเดินทาง ไม่ให้ไปไหน ไม่มีประโยชน์อะไรกับใครทั้งสิ้นนะครับ เขาควรจะประกอบ อาชีพได้เหมือนเดิม อย่างน้อยก็ไม่เป็นภาระให้กับสังคมต่าง ๆ ที่จะต้องมาจัดกระบวนการ ทางด้านกฎหมาย แล้วก็ไม่เอื้ออำนวยกับระบบของรัฐที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ด้วย ดังนั้นก็ฝาก กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นว่าให้พิจารณาอย่างรอบคอบ แล้วก็ฟังความเห็นอย่างรอบด้าน แล้วก็หวังว่าการผลักดันกฎหมายนี้จะช่วยให้กับสิทธิของพี่น้องประชาชน แล้วก็ส่งเสริมให้ เขามีความยุติธรรมในเรื่องของกระบวนการทางกฎหมายมากขึ้น ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านสุดท้าย ที่จะขออภิปราย หลังจากนั้นก็จะให้ผู้เสนอได้มาสรุปอีกสักครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะของ คณะรัฐมนตรี ถ้าจะขอสรุปก็หลังจากที่คุณอนุสรณ์ได้อภิปรายแล้วครับ สำหรับ ๒ ฉบับของ ท่านสมาชิกนั้นคิดว่าคงไม่ต้องสรุปแล้ว เพราะว่าเป็นฉบับคราวที่แล้วก็ได้สรุปแล้วก่อนที่จะ ลงมตินะครับ เชิญคุณอนุสรณ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ การไม่มีหนี้คือลาภอันประเสริฐ บางครั้งการทวงหนี้เป็นสิ่งที่น่าเจ็บปวด แม้จะทวงเบา ๆ แต่ก็เจ็บไปทั้งใจ นี่เฉพาะเป็นหนี้แล้วโดนทวงนะครับ แต่ถ้าเป็นหนี้แล้ว ล้มละลายมันน่าจะรุนแรงยิ่งกว่าแผ่นดินไหวในใจอ้ายของต้า ตจว. ครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะ Highlight เส้นเรื่องที่เตรียม Content มาอภิปรายในวันนี้นะครับ ในเนื้อหาของ ร่าง พ.ร.บ. ล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ .... นี้ว่าเราจะทำให้การล้มละลายนั้นมันล้มยากขึ้น แล้วก็สามารถฟื้นฟูได้ง่าย ลดขั้นตอนทำให้เร็วขึ้น และถ้าเราทำได้ธุรกิจจะยืนหยัด ทุกภาคส่วนเดินหน้า กลไกเศรษฐกิจขับเคลื่อน แต่ Highlight สำคัญที่สุดก็คือว่าทั้งหมดนั้น ต้องขึ้นอยู่กับการยอมรับและการสร้างกลไกความเชื่อมั่นร่วมกันของสังคม ดังนั้นเราจะไม่ได้ ยึดหลักแค่ว่าปิดทางล้มละลาย ล้มแล้วลุกง่าย ฟื้นฟูง่าย ฟื้นฟูเร็ว จะไม่เกิดประโยชน์ ถ้าหากว่าไม่ได้รับการยอมรับหรือไม่เกิดกลไกความเชื่อมั่นจากทุกภาคส่วน ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๕ ประการด้วยกัน ที่ถือว่าเป็นจุดดี จุดแข็ง ไม่ว่าจะเป็นร่างของรัฐบาล แล้วก็ร่างของพรรค เพื่อไทย🔗
ประการที่ ๑ ผมต้องชมเรื่องของการปรับโครงสร้างตามขนาดธุรกิจมีการเพิ่ม เกณฑ์หนี้ให้กับธุรกิจขนาดใหญ่ แล้วก็แยกออกจาก SMEs อย่างชัดเจน ประเด็นนี้อยู่ใน หมวด ๓/๑ ทำไมต้องแยกครับ แยกก็เพื่อให้กระบวนการฟื้นฟูนั้นสอดคล้องกับขนาด สอดคล้องกับมูลหนี้และความซับซ้อนของธุรกิจทุกประเภท นี่หมวด ๓/๑ ครับ🔗
ประการที่ ๒ การฟื้นฟูกิจการที่ชี้ชัดไปในกลุ่ม SMEs อันนี้ต้อง Highlight ว่าเราทำอย่างไรที่จะทำให้การฟื้นฟูการช่วยเหลือนั้นเข้าถึง SMEs แล้วก็ทำให้ SMEs เข้าถึง การฟื้นฟูด้วย ต้องร่วมด้วยช่วยกันใน ๒ ทาง ประเด็นนี้อยู่ในหมวด ๓/๒ เป็นการเพิ่มความ ยืดหยุ่นให้ผู้ประกอบการสามารถจัดทำและบริหารแผนฟื้นฟูด้วยตัวเอง หรือได้รับการ ยอมรับจากทุกภาคส่วน ท่านประธานครับ แม้ว่า SMEs นั้นรายได้รวมของกลุ่มนี้เมื่อเทียบ กับขนาดธุรกิจอื่น ๆ ทุกประเภทในประเทศ ไม่ได้มีสัดส่วนมากละครับ SMEs จะมีสัดส่วน รายได้ประมาณ ๑๘.๒๖ เปอร์เซ็นต์ แต่ในความน้อยครับมันมีความมากอยู่ มีเรื่องของการ จ้างงานที่ถ้าหากว่าล้มไปก็จะกระทบกับแรงงาน กระทบกับการจ้างงานครัวเรือนภาคธุรกิจ ท้องถิ่นได้รับผลกระทบหมด ดังนั้นในหมวด ๓/๒ เขาไปเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้ประกอบการ สามารถจัดทำและบริหารแผนฟื้นฟูด้วยตนเอง🔗
ประการที่ ๓ กระบวนการฟื้นฟูกิจการแบบเร่งรัด ความจริงต้องต่อด้วยว่า ไม่ใช่เอาเร็วเข้าว่า ไม่ใช่ว่าเอาเร่งรัดเป็นสำคัญ แต่จะต้องมีกระบวนการหรือกลไกที่ได้รับ การยอมรับ มีคำถามว่าตกลงคนเป็นหนี้การบริหารจัดการแผนฟื้นฟูน่าจะต่างกันระหว่าง เป็นหนี้ธนาคาร อันนี้อาจจะไม่ห่วงเพราะธนาคารเขาก็มีกลไกของเขาเอง แต่ถ้าว่าเป็นหนี้ ภาคเอกชนหรือหนี้ประชาชนต่อประชาชนด้วยกัน ตรงนี้ต้องมีกลไก มีกระบวนการฟื้นฟู กิจการที่ได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน🔗
ประการที่ ๔ การฟื้นฟูฐานะของลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดา เราได้เห็นว่า ความพยายามในการจะสร้างช่อง แล้วก็แบ่งกลุ่มต่าง ๆ SMEs เข้ากลุ่มนี้ บุคคลธรรมดา ก็สามารถเข้าในหมวด ๓/๔ หมวดนี้จะเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดาที่มีหนี้ตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ บาทหรือไม่เกิน ๑ ล้านบาท กรณีทำธุรกิจสามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู และจะลดภาระหนี้ และฟื้นฟูสถานะทางการเงิน มีตัวเลขที่ต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง ว่าในปี ๒๕๖๗ ภาคครัวเรือนไทยมีหนี้เฉลี่ยประมาณ ๖๐๖,๓๗๘ บาทต่อครัวเรือนนะครับ ดังนั้นถ้าหากว่าคนที่เป็นหนี้แล้วเราไม่มีความพยายามจะปิดช่อง หรือทำให้การล้มละลาย ยากขึ้น จะมีคนที่พลาดและตกไปเป็นกลุ่มบุคคลล้มละลายเพิ่มมากขึ้น🔗
ประการที่ ๕ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญ ผมย้ำว่าการออกกฎหมายหรือการ ปรับปรุงกฎหมายนั้นจะต้องได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน มันควรจะเป็นสถานการณ์ ที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันได้ ไม่ใช่ว่าพอเราออกกฎหมายไปแล้วภาคลูกหนี้เสียประโยชน์ เจ้าหนี้ได้ประโยชน์ หรือทอดทิ้งบางกลุ่ม บางบุคคลไว้ไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการที่เป็น ประโยชน์ร่วมกัน🔗
สุดท้ายครับ กระบวนการขั้นตอนในการฟื้นฟูนั้นต้องได้รับการยอมรับ กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นนั้นจะต้องเปิดช่องทางสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมและรับฟังเสียง จากทุกภาคส่วน ท่านประธานครับ หากเราทำได้ ผมเชื่อมั่นว่ากฎหมายฉบับนี้จะทำให้การ ล้มละลายยากขึ้น และจะเปิดทางฟื้นฟูให้เร็วขึ้น ง่ายขึ้น จะทำให้ธุรกิจเดินหน้ายืนหยัด และกลไกขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจได้ขับเคลื่อนไป ฝากไว้สุดท้าย ถ้าคุณสู้ เราช่วย โอกาสไทย ทำได้จริง ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอมีสิทธิจะอภิปรายสรุปได้อีกครั้งหนึ่ง แต่ผมฟังผู้อภิปราย สมาชิกทุกท่านอภิปรายเป็นในทางเดียวกันสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับนี้ เว้นแต่ มีข้อสังเกตบ้างเล็กน้อยก็ไปว่ากันในวาระที่สองถ้ารับหลักการ ไม่มีผู้ขอสรุปนะครับ ผมจึงจะขอลงมติในวาระที่หนึ่ง ก็จะถามในที่ประชุมว่าจะเห็นสมควรรับหลักการหรือไม่รับ หลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ นะครับ ก่อนจะลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ ขอให้ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกหรือที่ประชุมอยู่ในห้อง กรรมาธิการกรุณาเข้ามาเพื่อจะตรวจสอบองค์ประชุมลงมติรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ หรือไม่นะครับ เชิญครับ🔗
ท่านสมาชิก ที่เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกนะครับ กรุณาเข้ามาแสดงตนด้วยนะครับ เข้ามาแล้วเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ แล้วก็ถ้ามี ปัญหาในการเสียบบัตรแจ้งเจ้าหน้าที่หรือใช้เสียงได้นะครับ กำลังเดินเข้ามาหลายท่าน กรุณารอสักครู่นะครับ เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนครับ🔗
ท่านประธาน ๓๖๓ แสดงตนครับ🔗
๓๖๓ แสดงตน เจ้าหน้าที่จดไว้ด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๔๖ แสดงตนครับ🔗
๔๔๖ นะครับ🔗
๒๖๖ แสดงตนครับ🔗
๒๖๖ แสดงตน กำลังเดินเข้ามาอีกหลายท่านนะครับ🔗
๒๔๖ แสดงตนครับ🔗
๒๔๖ นะครับ เชิญครับที่เข้ามาใหม่เสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ สมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้แสดงตนบ้างครับ ไม่มีนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลด้วยนะครับ ที่แสดงตนเสียบบัตร ๓๘๐ ท่าน เดี๋ยวมีบวกอีกเท่าไรนะครับ ทั้งหมดที่แสดงตนแล้วก็อยู่ในห้องประชุมทั้งหมด ๓๘๐ บวก ๑ เป็น ๓๘๑ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปผมก็จะถาม มติจากที่ประชุมว่าจะเห็นสมควรรับหลักการแห่งพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับหรือไม่นะครับ ท่านผู้ใดเห็นว่าสมควรจะรับหลักการกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่สมควร รับหลักการกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ลงมติได้ครับ🔗
ท่านสมาชิก ท่านใดยังไม่ได้ลงคะแนนครับ ลงมตินะครับ ไม่มีครับ กรุณาแสดงผลด้วยครับ มีผู้ลงมติ ๓๘๓ ท่าน เห็นด้วย ๓๗๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๓ ท่าน ที่ประชุมนี้เห็นสมควรรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ทั้ง ๓ ฉบับนะครับ🔗
เชิญครับ เสนอเรื่องตั้งกรรมาธิการนะครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจำนวน กรรมาธิการ จำนวน ๓๑ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรอง เสนอกรรมาธิการวิสามัญ ๓๑ ท่าน ถ้าเป็นไปตามสัดส่วนนี้ของคณะรัฐมนตรีไม่เกิน ๗ ท่าน คณะรัฐมนตรีเสนอก่อนได้เลยนะครับ ส่วนของ สส. ๒๔ ท่านก็จะเป็นสัดส่วนอย่างนี้ ผมอ่านก่อนก็ได้ครับ พรรคประชาชน ๗ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๗ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน พรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน พรรคกล้าธรรม ๑ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคประชาชาติ ๑ ท่าน ขอเชิญ คณะรัฐมนตรีเสนอครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๗ ท่าน ดังนี้ค่ะ ๑. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ๒. นางภัทรภร เวชรังษี ๓. นายพิชัย นิลทองคำ ๔. นายเชิดศักดิ์ หิรัญสิริสมบัติ ๕. นายกนก จุลมนต์ ๖. นายพรภัทร์ ตันติกุลานันท์ ๗. นายวรกร โอภาสนันท์ ค่ะ🔗
ต่อไปครับ ของพรรคประชาชน จำนวน ๗ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอนำเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนพรรคประชาชน จำนวน ๗ คน ดังนี้ ๑. นายวรภพ วิริยะโรจน์ ๒. นายจุลพงศ์ อยู่เกษ ๓. นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ๔. นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ ๕. นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล ๖. นายสุรพล โอภาสเสถียร ๗. นางสาวปาริชาต มั่นสกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๗ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๗ ท่าน ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยดังนี้นะครับ ๑. นายโกศล ปัทมะ ๒. นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ๓. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ๔. ว่าที่ร้อยตรี ชยพล บริเพชร ๕. นายเอกชัย ไชยนุวัติ ๖. ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิสิต อินทมาโน ๗. นายสุวิจักขณ์ ประกอบชีพ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๓ ท่านครับ ๑. นายชลัฐ รัชกิจประการ ๒. นายสรชัช ครองยุติ ๓. นายชัยรัตน์ มาตยานุมัตย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่านนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของพรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวน ๒ ท่าน ๑. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๒. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่านนะครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต เสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๑ ท่าน คือนายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคกล้าธรรม ๑ ท่านนะครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพครับ ผม บัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคกล้าธรรม ขอเสนอสัดส่วนของพรรคกล้าธรรม ๑ ท่านครับ นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรีจากพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอชื่อ นายอภิวัชร บัวพันธ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคประชาชาติ ๑ ท่านนะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม สุไลมาน บือแนปีแน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ ขอเสนอชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ ๑ ท่านด้วยกัน คือท่าน สส. ซูการ์โน มะทา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ครบจำนวน ๓๑ ท่านแล้วนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ🔗
เชิญครับ🔗
เหมือนท่านประธานลืมพรรคพลังประชารัฐ🔗
ข้ามไปหรือครับ พรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน เชิญครับ ขออภัยด้วยครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศุภโชค ศรีสุขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา ขออนุญาตเสนอ รายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๑ ท่าน ได้แก่ ดอกเตอร์รงค์ บุญสวยขวัญ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ครบทุกพรรคแล้ว ๓๑ ท่านนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อเลยครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ๒. นางภัทรภร เวชรังษี ๓. นายพิชัย นิลทองคำ ๔. นายเชิดศักดิ์ หิรัญสิริสมบัติ ๕. นายกนก จุลมนต์ ๖. นายพรภัทร์ ตันติกุลานันท์ ๗. นายวรกร โอภาสนันท์ ๘. นายวรภพ วิริยะโรจน์ ๙. นายจุลพงศ์ อยู่เกษ ๑๐. นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ๑๑. นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ ๑๒. นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล ๑๓. นายสุรพล โอภาสเสถียร ๑๔. นางสาวปาริชาต มั่นสกุล ๑๕. นายโกศล ปัทมะ ๑๖. นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ๑๗. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ๑๘. ว่าที่ร้อยตรี ชยพล บริเพชร ๑๙. นายเอกชัย ไชยนุวัติ ๒๐. ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิสิต อินทมาโน ๒๑. นายสุวิจักขณ์ ประกอบชีพ ๒๒. นายชลัฐ รัชกิจประการ ๒๓. นายสรชัช ครองยุติ ๒๔. นายชัยรัตน์ มาตยานุมัตย์ ๒๕. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๒๖. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ๒๗. นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ๒๘. นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน ๒๙. รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ๓๐. นายอภิวัชร บัวพันธ์ และ ๓๑. นายซูการ์โน มะทา🔗
ครบทั้ง ๓๑ ท่าน แล้วนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๕ วรรคหนึ่ง กำหนดให้มีการเสนอระยะเวลาการแปรญัตติ จะใช้เวลากี่วันครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอระยะเวลาในการแปรญัตติ ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรองครับ🔗
เสนอเวลา แปรญัตติ ๑๕ วัน มีเสนออย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีขอถือเป็นตามนี้นะครับ และเนื่องจาก ในขั้นรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีมากกว่า ๑ ฉบับ จึงขอเชิญท่านสมาชิก เสนอว่าจะใช้ร่างพระราชบัญญัติฉบับใดเป็นหลักในการพิจารณาในวาระที่สองตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ วรรคสาม เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอให้ใช้ร่าง ครม. เป็นร่างหลักในการพิจารณาครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้อง เสนอให้ใช้ร่างของ ครม. เป็นหลักการพิจารณาในวาระที่สอง มีจะเสนออย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่าใช้ร่างของ ครม. เป็นหลักในการพิจารณา ขอบคุณคณะรัฐมนตรีและสมาชิก ทุกท่านครับ ก็จบการพิจารณาในวาระที่ ๔.๓ นี้นะครับ🔗
๔. ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต และการให้บริการประชาชน พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ (ในระเบียบวาระ เรื่องด่วนที่ ๔)🔗
เนื่องจากมีร่างพระบัญญัติทำนองเดียวกันนี้อีก ๑ ฉบับ คือร่างพระราชบัญญัติ การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ซึ่งคุณวรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ซึ่งอยู่ในวาระที่ ๕.๕๕ ซึ่งผมเห็นว่าสามารถ จะรวมมาพิจารณาในคราวเดียวกันได้ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) ข้อ ๑๑๗ วรรคสาม จะมีท่านสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่าเราจะพิจารณาไปพร้อม ๆ กันกับ ร่างพระราชบัญญัติที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอนะครับ ขอเชิญคณะรัฐมนตรีได้แถลงหลักการ เหตุผล แต่ในการนี้ท่านรัฐมนตรีได้ขออนุญาตให้มีผู้เข้ามาร่วมชี้แจงดังต่อไปนี้นะครับ จากสำนักงาน ก.พ.ร. คุณอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. คุณอารีย์พันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการ ก.พ.ร. คุณณฐิณี สงกุมาร ผู้อำนวยการกองนวัตกรรมบริการภาครัฐ และจากสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา คุณจุมพล นิติธรางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และคดีปกครอง และคุณปณตภร จงธีรโชติ นักกฎหมายกฤษฎีกาชำนาญการพิเศษ ฝ่ายวิจัยและพัฒนา กฎหมาย กองพัฒนากฎหมาย ขอเชิญคณะรัฐมนตรีแถลงหลักการและเหตุผล และขอเชิญ ผู้ที่จะมาร่วมชี้แจงเข้าประจำที่ได้เลยครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ดิฉันได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ให้มานำเสนอร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการ ให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้🔗
หลักการ นั่นก็คือเป็นการปรับปรุงพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวก ในการพิจารณอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ ให้รองรับความต้องการและความ คาดหวังของพี่น้องประชาชนต่อการอนุญาต และการให้บริการของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ ยิ่งขึ้น รวมทั้งสร้างความโปร่งใสในกระบวนการ ขั้นตอนการให้บริการของรัฐ ลดขั้นตอนการ อนุญาตที่ไม่จำเป็นออกไป โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการอนุญาตและการให้บริการ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ใช้ดุลยพินิจในการอนุมัติ อนุญาตเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น อันจะเป็นการ ลดภาระและต้นทุนของพี่น้องประชาชน และจะส่งผลดีต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการ แข่งขันของประเทศในภาพรวมต่อไปค่ะ🔗
ท่านประธานคะ ในเรื่องของเหตุผล ในเรื่องของการอำนวยความสะดวก ในการบริการพี่น้องประชาชนตามพระราชบัญญัติในฉบับดังกล่าว ก็จะเห็นว่ามีเจตนารมณ์ ที่จะให้บริการพี่น้องประชาชนไปด้วยความสะดวก แล้วก็รวดเร็ว แล้วก็เป็นการลดภาระ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพราะที่ผ่านมากฎหมายฉบับนี้ทำให้การติดต่อราชการเป็นไปด้วยความ โปร่งใส แล้วก็นอกจากนั้นยังจะเป็นคู่มือสำหรับประชาชนในการติดต่อราชการและสร้าง กระบวนการมีส่วนร่วม แล้วก็กระบวนการรับรู้ของพี่น้องประชาชน รวมทั้งในการพิจารณา ถึงการอนุญาต รวมทั้งค่าธรรมเนียมรายการเอกสารต่าง ๆ ตลอดจนเอกสารและเงื่อนไข ในการพิจารณาอนุญาต ถือว่าเรื่องนี้ภาครัฐให้ความสำคัญ แล้วก็เป็นการเปิดเผยที่จะนำไปสู่ การบริการต่อพี่น้องประชาชนอย่างโปร่งใส อย่างที่นำเรียนว่าในการขออนุญาตต่าง ๆ ทางราชการ อย่างไรก็ดีขณะนี้สถานการณ์แล้วก็สภาพสังคมได้เปลี่ยนแปลงไปในการติดต่อ ขออนุญาตทางราชการ รวมทั้งความคาดหวังของพี่น้องประชาชนต่อประสิทธิภาพของ หน่วยงานราชการก็จะทำให้ภาครัฐสามารถบริการให้พี่น้องประชาชนมีประสิทธิภาพสูงขึ้น จึงเป็นที่นำมาซึ่งการร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต และการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ฉบับนี้ค่ะ🔗
ขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมต่อท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านว่าแนวคิดของการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่สำคัญ นั่นก็คือนำแนวทางของการ ปฏิบัติใหม่ ๆ เทคโนโลยีใหม่ ๆ และการบริหารราชการที่มีความสำคัญ นั่นก็คือขออนุญาต ได้ชี้แจงเป็นประเด็น ๆ ในเรื่องของความจำเป็นของการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือ🔗
ประการแรก เราได้มีการขยายขอบเขตในเรื่องของอำนวยความสะดวก จากเดิมที่กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า อนุญาตให้ครอบคลุมไปสู่งานบริการของรัฐเพื่อให้ ประชาชนได้แน่ใจว่าการติดต่อทางราชการจะมีหลักประกันในความโปร่งใส รวมถึงความ ชัดเจน แล้วก็ความรวดเร็วตามหลักธรรมาภิบาล โดยประชาชนสามารถทราบขั้นตอนได้ว่า การไปยื่นเอกสารนั้นจะใช้เวลาเท่าไร โดยมีการกำหนดระยะเวลา แล้วก็รายการเอกสาร ตลอดถึงค่าใช้จ่ายที่พี่น้องจะต้องเตรียมไว้ในการที่จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมไว้ล่วงหน้า ผ่านคู่มือประชาชนที่หน่วยงานจะต้องจัดทำทุกหน่วยงานค่ะ🔗
ประการที่ ๒ ท่านประธานคะ ก็จะเป็นการลดภาระของพี่น้องประชาชน ในการติดต่อราชการ แล้วก็หน่วยงานที่มีความรับผิดชอบก็จะต้องทบทวนกระบวนการ อนุญาตแล้วก็การให้บริการภาครัฐ โดยจะต้องมีการปรับลดขั้นตอนระยะเวลาให้การบริการ และเอกสารที่เกี่ยวข้องที่จำเป็นเท่านั้นค่ะ🔗
ประการที่ ๓ จะเห็นว่าเมื่อใบอนุญาตชำรุดเสียหาย ต่อไปพี่น้องประชาชน ก็ไม่ต้องไปแจ้งความอีกต่อไป โดยกำหนดหลักเกณฑ์ในการขอรับใบแทนใบอนุญาตในกรณีที่ ใบอนุญาตนั้นได้สูญหาย ก็จะต้องมีการดูแลในเรื่องของความชำรุดเสียหายหรือถูกทำลาย โดยประชาชนที่จะได้รับใบอนุญาตเหล่านั้นก็สามารถแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตาม กฎหมายว่าด้วยการอนุญาตนั้น ๆ ค่ะ🔗
ประการที่ ๔ การนำระบบอนุญาตหลัก ซึ่งเราเรียกว่า Super License ซึ่งกระบวนการเรื่องนี้เราจะถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรก เพื่อให้ผู้ประกอบการที่มีความจำเป็น ที่จะต้องขอใบอนุญาตนั้นในหลาย ๆ ใบในภารกิจหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมาจะมีใบอนุญาตหลาย ๆ ใบ ในกิจการใดกิจการหนึ่ง เช่นกิจการร้านอาหารก็จะต้องสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่เริ่มต้น ของการขออนุญาตก่อสร้างเพียงใบเดียว นั่นก็คือคณะรัฐมนตรีจะตราพระราชกฤษฎีกา กำหนดให้มีใบอนุญาตหรือว่าหลักเกณฑ์ในการอนุญาตครอบครองกิจการนั้น ซึ่งเรื่องนี้ก็จะ เป็นเรื่องของการลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปติดต่อราชการ การยื่นขอรับใบอนุญาต จากผู้อนุญาตหลายราย ช่วยอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจให้ง่ายขึ้น แล้วก็ สะดวกขึ้น รวดเร็วขึ้น รวมทั้งมีความทันสมัยมากขึ้นค่ะ🔗
ประการที่ ๕ ผู้ประกอบการสามารถต่อใบอนุญาตได้ทันทีเมื่อชำระ ค่าธรรมเนียม โดยกฎหมายนั้นได้ขอขยายขอบเขตการชำระค่าธรรมเนียม การต่อใบอนุญาต แทนที่การยื่นขออนุญาตต่อใบอนุญาตนั้นจะต้องอนุญาตทุก ๆ ใบ แต่ว่าทำให้ผู้ประกอบการ สามารถได้ใบอนุญาตได้อย่างต่อเนื่องแล้วก็ไม่สะดุด เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ในระดับประเทศ แล้วก็ไปสู่ระดับโลกค่ะ🔗
ประการที่ ๖ เรื่องของการจัดให้มีช่องทางพิเศษแบบเร่งด่วนหรือว่าเรา เรียกว่า Fast Track สำหรับประชาชนที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเรื่องของการขออนุญาตในการ บริการในระยะเวลารวดเร็วหรือว่าพิเศษตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งจะสามารถใช้คู่มือของ พี่น้องประชาชนโดยยินยอมให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ช่องทางพิเศษแบบเร่งด่วนดังกล่าวก็ถือว่า เป็นการบริการส่วนเสริมซึ่งแยกต่างหากจากกระบวนการขั้นตอนปกติซึ่งไม่กระทบการ บริการของพี่น้องประชาชนตามเวลาปกติที่ปรากฏในคู่มือของประชาชนค่ะ🔗
ประการที่ ๗ ท่านประธานคะ สำคัญที่สุดคือจะเป็นการลดภาระค่าใช้จ่าย ในการแปลเอกสารของพี่น้องประชาชนและการกำหนดให้มีการจัดทำแบบฟอร์มหลาย ๆ ภาษา เช่น ภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่น ๆ หรือจะเป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษหรือ ภาษาอื่นที่กำกับก็ได้ตามที่สมควรจะแก้ไข เช่น ภาษาอังกฤษโดยเอกสารที่เกี่ยวกับการ ลงทุนจากต่างประเทศ ภาษาอังกฤษในเรื่องของการรับรองทะเบียนราษฎรหรือภาษาประจำ ชาติไทยที่เกี่ยวกับการอนุญาตของคนต่างด้าว หรือว่า Work Permit ค่ะ🔗
นอกจากนี้ท่านประธานคะ ประชาชนเองก็จะสามารถยื่นคำขอที่เดียว ได้ทุกเรื่อง หรือว่า One Stop Service นะคะ เนื่องด้วยทางร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ กำหนดให้มีศูนย์รับคำขอในการรับคำขอใบอนุญาต แล้วก็ขอรับบริการส่งต่อให้ทุกหน่วยงาน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติคะ การเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ถือว่า เป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล นายกแพทองธาร ชินวัตร ที่ต้องการยกระดับ การบริการในภาครัฐให้ตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้พี่น้อง สามารถได้รับการบริการที่สะดวก รวดเร็ว แล้วก็ประหยัด ลดต้นทุนในการให้บริการและลด ขั้นตอน ข้อสำคัญคือสร้างความโปร่งใสในหน่วยงานบริการภาครัฐ คณะ ครม. จึงขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป แล้วก็ให้ความเห็นชอบ ในร่างดังกล่าวค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีมนพรมากครับ ต่อไปอีกฉบับหนึ่งของคุณวรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะ เชิญครับ🔗
กราบเรียนสภาที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ก็ขออภิปรายนำเสนอร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต และการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ที่ทางตัวผมแล้วก็คณะเป็นผู้เสนอต่อสภาแห่งนี้ครับ ผมคิดว่าหลักการในร่างนี้เป็นหลักการที่สำคัญครับ ก็คืออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้อง ประชาชน แล้วก็ภาคเอกชน ลดขั้นตอนธุรการในการประกอบธุรกิจ ลดต้นทุนในการทำ ธุรกิจที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เร่งระยะเวลาการอนุญาตครับ สุดท้ายสำคัญที่สุดคือการแก้ไข ปัญหาทุจริตครับ สร้างระบบที่ไม่เอื้อให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์ที่เป็นปัญหาใหญ่ของ ประเทศไทยในปัจจุบันนี้ครับ🔗
ผมขออนุญาตอภิปรายในสาระสำคัญที่ร่างของผมอาจจะคล้ายคลึงกับร่างที่ ครม. ได้เสนอมา ซึ่งแน่นอนเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ถ้าไล่จากเรื่องใหญ่ ๆ ก็คือ การลดใบอนุญาตที่ซ้ำซ้อนครับ ตามกฎหมายเองก็คือกำหนดให้มีเรียกว่า Super License หรือใบอนุญาตหลัก ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับภาคเอกชนประเทศไทย ใคร ๆ ก็ทราบดีว่า ไม่ว่าจะเปิดโรงแรม เปิดร้านอาหาร ก็จะรู้ว่ามันมีใบอนุญาตหลายใบ ที่จำเป็นต้องขอนะครับ การมี Super License เหล่านี้มันก็ช่วยภาคเอกชนสามารถมาขอ ใบอนุญาตหลัก แล้วสามารถไปแทนใบอนุญาตต่าง ๆ ได้ เรื่องนี้ผมว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ที่เราจำเป็นจะต้องมีร่างกฎหมายฉบับนี้ที่เป็นสาระที่ตรงกันในทั้งร่างของผมแล้วก็ร่างของ ครม. นะครับ🔗
นอกจากนี้ก็จะมีเรื่องของการลดขั้นตอนธุรการที่ซ้ำซ้อนสำหรับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการขอเอกสารที่อยู่ในครอบครองของรัฐจะเรียกซ้ำซ้อนไม่ได้ คือท่านประธาน อาจจะไม่ทราบนะครับบางทีเรายื่นไปบางทีหน่วยงานรัฐบอกให้ไปรับรองด้วยว่าเอกสาร ราชการของหน่วยอื่น ของกรมอื่น ให้ประชาชนเป็นคนรับรอง ทั้งที่จริงแล้วมันควรจะเป็น หน้าที่ของหน่วยงานรัฐด้วยกันในการที่จะเรียกข้อมูลเอกสารระหว่างหน่วยงานไม่ให้เป็น ภาระของพี่น้องประชาชน หรือแม้กระทั่งว่าขอเกิน ๑ ชุด มันก็ควรจะเป็นหน้าที่ของ หน่วยงานรัฐหรือเปล่าที่จะต้องไปทำสำเนาอะไรเพิ่มขึ้นมาเอง เพราะประชาชนเขายื่น เพียงแค่ ๑ ชุดก็น่าจะเพียงพอแล้วนะครับ หรือว่าถ้ามีการยื่นเอกสารครบถ้วนแล้วตรวจรับ ภายใน ๑ วันแล้วจะไม่สามารถเรียกเอกสารเพิ่มไม่ได้แล้วถ้าเกิดว่าตรวจรับรองไปแล้ว อันนี้แน่นอนครับมันก็เป็นกระบวนการที่ภาคเอกชนเขาเจออยู่ก็คือบอกว่าเอกสารไม่ครบ เอกสารไม่ครบ เรียกซ้ำซ้อนบ่อย ๆ เพื่ออาจจะหวังผล เพื่อเรียกมารับผลประโยชน์อะไร หรือเปล่า อันนี้คือสิ่งที่ภาคเอกชนเขาเจอกันอยู่นะครับ และการที่ให้สามารถจ่าย ค่าธรรมเนียมแทนต่อใบอนุญาตได้ แน่นอนครับมันก็ทำให้ขั้นตอนต่าง ๆ มันสะดวกขึ้น ใบอนุญาตที่ระยะเวลาอนุญาตต่ำกว่า ๕ ปี กฎหมายนี้ก็สามารถออก พ.ร.ฎ. มาเพื่อขยาย ให้เป็นใบอนุญาตพิจารณาอายุได้ถึง ๕ ปีได้ แน่นอนครับจะได้ไม่ต้องมาขอใบอนุญาตกัน บ่อย ๆ ไม่มีใครหรอกครับที่อยากจะให้ใบอนุญาตหมดอายุแล้วก็ต้องเสียเวลามานั่งต่อ ใบอนุญาต แล้วก็สิ้นเปลืองการจ่ายค่าธรรมเนียมเหล่านี้นะครับ ก็หวังว่าอันนี้จะช่วยให้ ระบบธุรการต่าง ๆ ที่ภาคเอกชนต้องเข้าไปทำนี่ ทำได้สะดวกรวดเร็วขึ้นนะครับ มีเรื่องของ การเพิ่มความรวดเร็วในการอนุญาตครับ เรื่องนี้แน่นอนจริง ๆ ต้องบอกว่ามันก็จะมีข้อจำกัด ที่ต้องไปพิจารณาในรายละเอียดอย่างระบบ Fast Track ที่ว่าทำให้มีช่องทางการขออนุญาต แบบเร่งด่วน แต่แน่นอนมันก็จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นมา ยอมรับครับว่าเรื่องนี้ก็จะมีเรื่องที่ ต้องถกเถียงกันว่ามันสร้างความลักลั่นหรือไม่ แต่ผมคิดว่าการมีบัญญัติกฎหมายเพื่อรับรอง กลไกเหล่านี้ไว้ก็จะมองเป็นข้อดีที่อาจจะสามารถเปิดช่องให้บางใบอนุญาตที่มันจำเป็นต้องมี ต้นทุน มีภาค Third Party ในการออกตรวจ อะไรต่าง ๆ สามารถทำได้รวดเร็วแล้วก็ เป็นธรรมกับผู้ประกอบการที่ต้องการความรวดเร็วเหล่านี้ได้ มีการบอกว่าให้ทุก ๆ ๕ ปี ในการที่จะทบทวนกฎหมายสามารถเปลี่ยน คือจูงใจให้เปลี่ยนจากระบบอนุญาตเป็นระบบ จดแจ้งแทน เพราะว่ามันก็ทำให้ลดขั้นตอนต่าง ๆ ของการขอใบอนุญาตเมื่อเปลี่ยนเป็น ระบบจดแจ้งแทนได้มากขึ้นนะครับ🔗
สาระใหญ่ ๆ อีกอันหนึ่งก็คือเพิ่มความสะดวกในการยื่นขออนุญาตครับ ก็คือเราบอกว่ามีระบบกลางที่มารวบรวมคำขออนุญาตต่าง ๆ ได้ ยื่นขอโรงแรมก็ขอที่เดียว เลยครับว่าจะกี่ใบอนุญาตหลัก ใบอนุญาตรองก็กรอกที่เดียว แล้วก็ใช้เอกสารชุดเดียว ยื่นเข้าไปในระบบกลาง ให้ระบบต่าง ๆ เขาทำหน้าที่ส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ เรื่องนี้แน่นอนมันก็เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับภาคเอกชนต่าง ๆ นะครับ แต่ก็หวังว่า ระบบกลางตรงนี้ก็คงไม่ใช่เป็นระบบใหม่ เพราะว่าเรามีระบบ Biz Portal อยู่แล้วนะครับ เพียงแต่ว่าอันนี้ก็จะเข้าใจว่าบัญญัติในกฎหมายเพื่อให้เป็นการรองรับเพื่อให้ใช้ Biz Portal ยึดโยงกับกฎหมายอื่น ๆ ที่มีการเขียนในระดับ พ.ร.บ. เหมือนกันได้นะครับ แล้วก็ใน ระบบกลางนี้เองก็กำหนดไว้ว่าให้ภาคเอกชนเข้ามาช่วยดำเนินการหรืออำนวยความสะดวก ปรับปรุงต่าง ๆ ให้มันมีความรวดเร็วทันสมัย แล้วก็ตอบโจทย์กับเอกชนได้ดีขึ้นนะครับ นี่ก็เป็นข้อดีที่ในสาระสำคัญที่ร่าง ครม. กับร่างที่ทางผมได้ยื่นไปเห็นตรงกันนะครับ🔗
ทีนี้ส่วนสำคัญที่ผมอยากจะขออภิปรายเพิ่มเติมในส่วนที่ร่างของผม แล้วก็คณะได้เสนอมี แต่ร่าง ครม. อาจจะยังไม่มี ผมว่าหลักการใหญ่ ๆ ก็คือการบอกว่า ใบอนุญาต By Default หรือจุดเริ่มต้นควรจะให้มีการพิจารณาให้เสร็จสิ้นภายใน ๑๕ วัน และเมื่อพิจารณาเสร็จสิ้นแล้วก็ควรจะถือว่าเป็นการอนุมัติโดยปริยาย หรือง่าย ๆ ก็คือ Auto Approve นี่เป็นสาระสำคัญใหญ่ ๆ ที่จริง ๆ แล้วผมว่ามันก็เป็นการช่วยอำนวยความสะดวก ให้กับภาคเอกชนได้เป็นอย่างดี แต่ว่าแน่นอนในร่าง ครม. อาจจะพิจารณาตัดตรงนี้ออกไป คือต้องอธิบายอย่างนี้ก่อนครับ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน การกำหนด ๑๕ วัน โดย Default หรือโดยตั้งต้นมันก็ไม่ได้เป็น ตัวเลขลอย ๆ นะครับ จริง ๆ เรามี พ.ร.ฎ. วิธีการบริหารบ้านเมืองที่ดีตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ มาตรา ๒๔ เขาเขียนไว้ว่า โดยทั่วไปการอนุญาตควรจะพิจารณาให้เสร็จสิ้นภายใน ๑๕ วัน แต่แน่นอนครับบางใบอนุญาตหรือบางขั้นตอนต่าง ๆ มันมีระยะเวลาที่ยาวนานกว่า ๑๕ วัน ในร่างของผมเองก็กำหนดไว้ว่าใบอนุญาตใบไหนที่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาพิจารณา มากกว่า ๑๕ วันก็สามารถมาออกเป็นกฎกระทรวงยกเว้นได้ พูดง่าย ๆ คือโดย Default ทุกใบอนุญาตควรจะพิจารณา ๑๕ วันในคู่มือประชาชน แต่ถ้าใบอนุญาตไหนจะมีความ จำเป็นอยากได้มากกว่า ๑๕ วัน ก็เปิดช่องให้สามารถมาออกเป็นกฎกระทรวงเป็นข้อยกเว้นได้ Default คือควรจะพิจารณาเสร็จสิ้นภายใน ๑๕ วัน และแน่นอนครับเมื่อใบอนุญาตไหน กำหนดในคู่มือประชาชน ๑๕ วันแล้ว หรือกำหนดเป็น ๓๐ วัน ๖๐ วัน หรือจะ ๙๐ วัน ตามคู่มือประชาชน เมื่อผ่านพ้นระยะเวลาที่กำหนดในคู่มือประชาชนแล้วก็ควรจะถือว่าเป็น การอนุญาตโดยปริยาย นี่คือจุดตั้งต้นร่างที่ผมเสนอเข้าไป แต่เช่นเดียวกันครับใบอนุญาตไหน จะบอกว่ามันเป็นเรื่องของความปลอดภัยในสังคมโดยรวม ความสุขลักษณะต่าง ๆ สมมุติ ยกตัวอย่างเช่น อย. หรือใบอนุญาตก่อสร้างอย่างนี้ครับ ก็จะบอกว่าไม่ควรจะ Auto Approve ก็สามารถออกเป็นข้อยกเว้นได้ ในร่างของผมก็เปิดช่องไว้แบบนั้นได้ แต่ข้อดีของ การที่จะทำให้ทุกใบอนุญาต Default คือ ๑๕ วันแล้วต้อง Auto Approve วัตถุประสงค์ หนึ่งแน่นอนครับก็คือการให้ทุก ๆ หน่วยงานในการออกใบอนุญาตต้องมาทบทวนครับว่า กระบวนการขั้นตอนการขออนุญาตต่าง ๆ ปัจจุบันมีความเหมาะสมหรือไม่ มีความเหมาะสม ตั้งแต่ว่าจำเป็นจะต้องมามีใบอนุญาตหรือไม่ หรือเป็นจดแจ้งแทน หรือไม่มีเลยได้ไหม มันเป็นประโยชน์สำหรับพี่น้องประชาชนมากกว่า ต้นทุนอาจจะไม่คุ้มค่าสำหรับการออก ใบอนุญาตหรือไม่ และการกำหนดเวลาก็ต้องเป็นการบังคับให้ทุก ๆ หน่วยงานต้องมา พิจารณาทบทวนกันว่าระยะเวลาที่จะบริการพี่น้องประชาชนในการออกใบอนุญาต มันควรจะเป็นเท่าไรกันแน่ และเมื่อกำหนดมาแล้วมันก็เป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐนี่ละครับ ที่จะต้องมาจัดสรรทรัพยากรให้สามารถบริการพี่น้องประชาชนได้ตามที่กำหนดไว้ในคู่มือ ประชาชน คือตามที่ได้บอกประชาชนไว้ว่าจะพิจารณาใบอนุญาตนั้นเสร็จสิ้นภายในกี่วัน นี่คือส่วนสำคัญที่ภาคเอกชนเขาต้องการ สิ่งสำคัญที่ประชาชนเขาต้องการจากการบริหาร บ้านเมืองที่ดีครับ คือรู้ครับวางแผนได้ว่าใบอนุญาตนี้จะพิจารณาเสร็จสิ้นภายในกี่วัน ถ้ายังไม่เสร็จสิ้นมันก็ควรจะถือว่าเป็นการอนุญาตโดยปริยาย ไม่ให้ข้อจำกัดหรือคอขวดของ หน่วยงานรัฐเองมาเป็นอุปสรรคในการทำมาหากินของพี่น้องประชาชนครับ เพราะถ้ามันเป็น เรื่องจำเป็นมันก็เป็นหน้าที่ของรัฐในการจัดสรรทรัพยากรออกมาให้สามารถพิจารณาได้ ภายใน ๖๐ วัน หรือ ๙๐ วัน ก็แล้วแต่ ภาคเอกชนเขาก็วางแผนได้ล่วงหน้า เขาก็เข้าใจได้ว่า ๙๐ วันเขาจะได้ใบอนุญาตแล้วนะ เขาก็จะได้ไปดำเนินการจ้างคนทำเรื่องอื่น ๆ ต่อเนื่อง ตามมา ดีกว่าที่ว่าจะต้องมารอหน่วยงานรัฐพิจารณาเสร็จไปเรื่อย ๆ แล้วก็บอกว่ามีข้อจำกัด มีข้อติดขัด คนไม่พอ งบไม่มา อะไรก็แล้วแต่ อันนี้เป็นอุปสรรคของรัฐที่ทำให้ภาคเอกชน ไม่สามารถทำมาหากินได้อย่างปกติ แล้วสุดท้ายมันก็จะไปเกิดการเรียกรับผลประโยชน์ ต่าง ๆ ที่เราต้องการจะแก้ไข มันเลยเป็นที่มาที่เราออกร่างกฎหมายฉบับนี้ นี่คือผมว่าเป็น สาระใหญ่ ๆ ที่ร่าง ครม. ยังไม่มี ก็คงต้องขอให้พิจารณาว่าในชั้นกรรมาธิการเองอยากให้ พิจารณาประเด็นนี้เป็นประเด็นใหญ่ เพราะว่าถ้าเราไปดูในการรับฟังความคิดเห็นก็ต้อง บอกว่าหลักการ Auto Approve ไม่ใช่ว่า ครม. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาจะไม่เคยคิดถึง มาก่อน ตอนรับฟังความคิดเห็นรอบแรกก็มีประเด็นนี้ มีคนที่เห็นด้วยถึง ๖๔ เปอร์เซ็นต์ แน่นอนครับถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหน่วยงานเขาก็คงบอกว่าไม่เห็นด้วยเพราะไม่มั่นใจว่า เขาจะทำได้ตามที่กำหนดไว้หรือไม่ แต่ก็ต้องยืนยันครับว่าโดยส่วนใหญ่ถึง ๖๔ เปอร์เซ็นต์ ก็เห็นด้วย แล้วถ้าผมว่าในมุมภาคเอกชนเขาก็อยากจะเห็นภาครัฐของเรานี้มีการทบทวน แล้วก็จัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสม ไม่ให้ระยะเวลาการขออนุญาตเป็นอุปสรรคในการ ประกอบอาชีพ ประกอบธุรกิจอย่างสุจริตของภาคเอกชนตรงนั้น ก็เลยเป็นที่มาที่ยังคงต้อง ขอให้สภาแห่งนี้รับทั้ง ๒ ร่าง แล้วก็ดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ ครม. เองก็ได้ส่งร่างนี้กลับมา เพราะว่าร่างนี้จริง ๆ แล้วเป็นร่าง การเงินที่ทางผมก็รอนายกรัฐมนตรีรับรองมาผมยื่นไปตั้งแต่กรกฎาคม ๒๕๖๖ ก็คือเป็นเวลา เกือบปีครึ่งนะครับ ร่างนี้จริง ๆ มีการรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่ชุดที่แล้ว ผมว่ามันก็เป็น ระยะเวลา ๒-๓ ปีที่ภาคเอกชนเขารอและอยากให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร โดยเร็ว เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประเทศนี้ แก้ไขปัญหาการลดการทุจริตคอร์รัปชัน แล้วก็ทำให้ ภาคธุรกิจดำเนินธุรกิจได้สะดวกขึ้นครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณคุณวรภพ วิริยะโรจน์ ขณะนี้มีสมาชิกที่จะขอร่วมอภิปราย พ.ร.บ. ฉบับนี้ ๑๕ ท่าน พรรคร่วมรัฐบาล ๕ ท่าน พรรคร่วมฝ่ายค้าน ๑๐ ท่าน สำหรับท่านสมาชิกที่ยังไม่ลงชื่อนะครับ ขอให้มาลงชื่อ ที่หน้าบัลลังก์นี้ได้นะครับ ก็จะให้เวลาอีก ๑๐ นาทีนะครับ เวลา ๑๕.๕๐ นาฬิกาก็จะปิด การเสนอชื่อนะครับ เพื่อให้การอภิปรายทั้ง ๒ ฝ่ายได้จบพร้อม ๆ กัน ผมจะให้ฝ่ายค้าน ๒ ท่าน แล้วก็รัฐบาล ๑ ท่าน สลับกันไปนะครับ ท่านแรกขอเชิญคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ทุกท่านกรุณาใช้เวลาอย่าเกิน ๗ นาทีนะครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกลครับ ขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... เพราะผมเห็นว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะมีบทบาทสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเรื่องการทุจริต คอร์รัปชัน ท่านประธานครับ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันนั้นเป็นปัญหาอันดับต้น ๆ ของประเทศ ที่ก็อยู่กับสังคมไทยมาอย่างเรื้อรังยาวนาน หากนับเฉพาะ ๘ ปีที่ผ่านมาครับที่เราอยู่ภายใต้ กฎหมายสูงสุดของประเทศที่หลายคนมีความภาคภูมิใจว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง เราจะค้นพบครับว่าคะแนนเรื่องความโปร่งใสของประเทศเราในดัชนีภาพลักษณ์การทุจริต คอร์รัปชันนั้นลดลงจาก ๓๘ คะแนนเมื่อปี ๒๕๕๗ ไถลลงมาเหลือ ๓๕ คะแนนในปี ๒๕๖๖ รั้งอยู่อันดับที่ ๑๐๘ จาก ๑๗๘ ประเทศทั่วโลกที่มีการวัดผล ท่านประธานครับ ผมไม่คิด ว่าสาเหตุที่ประเทศไทยมีปัญหาการทุจริตมากกว่าประเทศอื่นเป็นเพราะคนไทยพวกเรานั้น เกิดมาแล้วขี้โกงกว่าคนในประเทศอื่น แล้วผมก็ไม่คิดเช่นกันครับว่าประเทศที่มีปัญหาการ ทุจริตน้อยที่สุดในโลก มีแต่คนที่บริสุทธิ์ผุดผ่องและไม่มีแนวโน้มที่จะกระทำการทุจริตเลย ดังนั้นครับผมเห็นว่าการหาทางออกเรื่องของการแก้ไขปัญหาการทุจริตในประเทศเรานั้น ไม่ควรจะเน้นไปที่การหวังลม ๆ แล้ง ๆ ให้ทุกคนกลายเป็นคนดี เพราะว่ามนุษย์ทุกคนนั้น ย่อมมีแนวโน้มและมีความเสี่ยงที่จะแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนอยู่แล้ว หากมีโอกาส หากมีจังหวะ แต่ผมเห็นว่าทางออกที่น่าจะมีประสิทธิภาพมากกว่าในการแก้ไขปัญหาการ ทุจริตคอร์รัปชันนั้น คือการเน้นไปที่การสร้างระบบที่ดีที่ป้องกันไม่ให้การทุจริตเกิดขึ้น และที่สร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่ส่งเสริมและเอื้อต่อการทุจริต ท่านประธานครับ ระบบหนึ่ง ในประเทศเราครับที่เอื้อต่อการทุจริต โดยเฉพาะการรับและการจ่ายสินบน ก็คือระบบ ใบอนุญาตที่มีจำนวนมากมีความล่าช้าและมีความซับซ้อนเกินจำเป็น หากยกตัวอย่างครับ การจะเปิดร้านอาหารแค่ ๑ แห่งก็เข้าใจว่าปัจจุบันต้องขอใบอนุญาตประมาณ ๑๒ ใบ จาก ๑๐ หน่วยงานด้วยกัน ดังนั้นการที่ร่างกฎหมายฉบับนี้พยายามจะเข้าไปสะสางปัญหา เรื่องของระบบใบอนุญาตนั้นก็จะมีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทุจริตโดยการทำให้การ โกงที่เกี่ยวกับใบอนุญาตนั้นเป็นการโกงที่โกงไม่คุ้ม โกงไม่ได้ แล้วโกงไม่รอด🔗
ประการที่ ๑ ท่านประธานผมเห็นว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะทำให้การทุจริต เกี่ยวกับการขอใบอนุญาตนั้นเป็นการโกงที่ทำแล้วไม่คุ้ม ต้องยอมรับครับว่า ณ ปัจจุบัน พอกระบวนการขอใบอนุญาตต่าง ๆ มันมีความล่าช้า มีความซับซ้อน ประชาชนและธุรกิจ จำนวนไม่น้อยครับก็อาจจะตัดสินใจจ่ายสินบนเพื่อให้ได้ใบอนุญาตที่เร็วขึ้นหรือว่า Sure ขึ้น เพราะเขามองว่าต้นทุนหรือว่าค่าเสียหายจากความล่าช้าและความไม่แน่นอนนั้นอาจจะมี มูลค่ามากกว่าต้นทุนและสินบนที่ต้องจ่าย ดังนั้นครับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะพยายามทำให้การ จ่ายสินบนเพื่อแลกกับใบอนุญาตนั้นกลายเป็นการโกงที่ไม่คุ้มโดยการทำให้การขอใบอนุญาต ตามกระบวนการขั้นตอนปกตินั้นมีความรวดเร็วแน่นอนและสะดวกมากขึ้น หากยกเพียง ๒ ตัวอย่างครับ🔗
ตัวอย่างที่ ๑ ในมาตรา ๘ และมาตรา ๙ ก็มีการกำหนดให้มีการจัดทำคู่มือ เพื่อระบุกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนสำหรับกระบวนการการขอใบอนุญาตทุกฉบับ โดยต้องมี การทบทวนกรอบเวลาดังกล่าวนั้นทุก ๆ ๒ ปี🔗
ตัวอย่างที่ ๒ อย่างที่ท่านวรภพได้อภิปรายไว้ในร่างของพรรคประชาชน ก็มีการวางกลไกในมาตรา ๑๔ เกี่ยวกับเรื่องการอนุมัติโดยอัตโนมัติหรือว่า Auto Approve ที่เป็นการกำหนดไว้ว่าหากประชาชนยื่นคำขอใบอนุญาตไปด้วยเอกสารที่ครบถ้วน แต่หากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องนั้นไม่สามารถพิจารณาคำขอดังกล่าวได้ทันเวลาและไม่มี การแจ้งเหตุผลกลับมา ก็ให้ถือว่าผู้ขออนุญาตนั้นได้รับใบอนุญาตโดยอัตโนมัติ🔗
ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมเห็นว่าร่างฉบับนี้นั้นมีความพยายามจะทำ ให้การทุจริตเกี่ยวกับใบอนุญาตนั้นเป็นการโกงที่ทำไม่ได้หรือทำได้ยากขึ้น ต้องยอมรับว่า ในทุก ๆ การทุจริตนั้นการปรบมือข้างเดียวไม่ดังครับท่านประธาน ในบางครั้งการทุจริต มันอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นจากประชาชนบางคนที่ต้องการจะจ่ายสินบนเพื่อแลกมากับใบอนุญาต แต่บางครั้งก็อาจจะมีต้นตอมาจากเจ้าหน้าที่บางคนที่ตั้งใจทำให้กระบวนการดังกล่าวมันมี ความล่าช้าเพื่อใช้ช่องโหว่ตรงนี้ในการเรียกสินบนหรือว่าเรียกผลประโยชน์จากคนที่อาจจะ พร้อมจ่ายสินบนเพื่อแลกมากับความรวดเร็ว ดังนั้นร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็จะมีความพยายาม ในการทำให้การจ่ายสินบนเพื่อแลกกับใบอนุญาตนั้นเป็นการโกงที่ทำไม่ได้หรือทำได้ยากขึ้น โดยการปิดช่องป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ที่มีลักษณะดังกล่าวใช้ช่องว่างตรงนี้เพื่อเรียกรับ ผลประโยชน์ส่วนตน ๒ ตัวอย่างครับ🔗
ตัวอย่างที่ ๑ ในมาตรา ๓๐ ร่างฉบับนี้ก็มีการวางกลไกที่พยายามจะทำให้ กระบวนการขอใบอนุญาตนั้นมีแนวโน้มที่จะทำผ่านรูปแบบและช่องทางออนไลน์หรือว่า อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ซึ่งก็มีโอกาสที่จะเป็นการลดปฏิสัมพันธ์ระหว่างทางเจ้าหน้าที่กับผู้ขอ ใบอนุญาตแล้วก็อาจจะลดความเสี่ยงที่เราพูดถึงเมื่อสักครู่ไปได้ในระดับหนึ่ง🔗
ตัวอย่างที่ ๒ ร่างฉบับนี้ก็มีการกำหนดไว้ในมาตราท้าย ๆ เช่นกันครับว่าหาก ใบอนุญาตฉบับใดมีหน่วยงานที่เป็นผู้อนุญาตมากกว่า ๑ ราย ผู้อนุญาตนั้นสามารถจะ พิจารณาคำขอแทนกันได้ นั่นหมายความว่าหากผู้อนุญาตนั้นมีพฤติกรรมที่เป็นการเรียก สินบนหรือเรียกประโยชน์ส่วนตน ผู้ขอใบอนุญาตนั้นก็อาจจะสามารถไปใช้บริการจาก ผู้อนุญาตอีกหน่วยงานหนึ่งแทนได้เช่นกัน🔗
ประการสุดท้ายครับท่านประธาน คือผมเห็นว่าร่างฉบับนี้นั้นมีความพยายาม ในการจะทำให้การทุจริตที่เกี่ยวกับใบอนุญาตนั้นเป็นการโกงที่ทำแล้วไม่รอด วิธีหนึ่งที่จะ ป้องกันให้คนที่คิดจะโกงนั้นไม่กล้าโกง คือทำอย่างไรให้ทุกการกระทำนั้นเกิดขึ้นในที่แจ้ง มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ หากพูดถึงบริบทของการจ่ายสินบนเพื่อแลกกับใบอนุญาต วิธีหนึ่งที่จะสามารถสร้างความโปร่งใสดังกล่าวได้คือการมีระบบที่สังคมสามารถตรวจสอบได้ ว่ามีใครแซงคิวใครหรือไม่ มีใครที่ขออนุญาตไปแล้วได้รับการปฏิบัติแบบพิเศษจากเจ้าหน้าที่ หรือไม่ ดังนั้นร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นั้นก็จะมีความพยายามในการทำให้การจ่ายสินบนเพื่อแลก กับใบอนุญาตนั้นเป็นการโกงที่คนอาจจะกล้าโกงน้อยลง โดยการปรับปรุงวิธีการจัดเก็บ และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการขอใบอนุญาตทั้งระบบ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ มาตรา ๒๗-๓๐ ของร่างฉบับของพรรคประชาชนที่มีการเสนอให้ตั้งศูนย์รับคำขอกลางขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ในการรวบรวมคำขอต่าง ๆ จากประชาชน รวบรวมข้อมูลของปัญหาและ อุปสรรคต่าง ๆ ซึ่งน่าจะทำให้กระบวนการทั้งหมดนั้นมีความบูรณาการและมีความโปร่งใส มากขึ้น สะดวกสบายต่อการติดตามความคืบหน้าของคำขอต่าง ๆ และความผิดปกติ ที่อาจจะเกิดขึ้น🔗
ดังนั้นครับท่านประธาน หากกล่าวโดยสรุปผมขออนุญาตเป็นอีก ๑ เสียง ในการสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการ ให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ฉบับที่เรากำลังพิจารณาในวันนี้เพื่อให้เกิดการสะสาง ปัญหาเรื่องของระบบใบอนุญาตที่ไม่เพียงแต่จะเพิ่มและอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้อง ประชาชนและผู้ประกอบการโดยทั่วไป แต่ยังจะมีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทุจริต คอร์รัปชันผ่านการสร้างระบบที่โกงไม่คุ้ม โกงไม่ได้ และโกงไม่รอด ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไปขอเชิญคุณรักชนก ศรีนอก ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รักชนก ศรีนอก ผู้แทนจากชาวบางบอน จอมทอง หนองแขม วันนี้ดิฉันอยากที่จะมาขอ อภิปรายเพื่อสนับสนุน พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตให้บริการ แก่ประชาชน พ.ศ. .... คือท่านประธานอย่างนี้ ประเทศเราคือดิฉันต้องบอกว่าถ้าเป็นเรื่องดี ๆ เป็นเรื่องการจัดอันดับประเทศในโลก ถ้าเป็นเรื่องดี ๆ อย่างเช่น เรื่องการศึกษาหรือว่าเรื่อง อื่น ๆ เราแทบจะไม่เคยไปอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลกเขาเลย แต่ถ้าเป็นเรื่องนี้ดัชนี การคอร์รัปชันหรือว่าเป็นเรื่องอะไรที่เป็นสีเทา ๆ ประเทศเราต้องเรียกได้ว่าโอ้โฮมี Top ๑๐ ก็อาจจะติดทุกโผ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการคอร์รัปชัน แล้วอีกส่วนหนึ่งเลยที่ทำให้การ คอร์รัปชันเกิดขึ้นได้ก็คือสิ่งที่เรียกว่า ดุลยพินิจ พ.ร.บ. ฉบับนี้ดิฉันสนับสนุนเพราะว่ามันจะ ช่วยทำให้เจ้าหน้าที่อาจจะลดดุลยพินิจในการที่จะให้ใบอนุญาตเพิ่มมากขึ้น เพราะว่าถ้ามี การ Auto Approve แล้ว ก็อาจจะสามารถทำให้การให้ใบอนุญาตมันรวดเร็วขึ้นได้ ท่านประธานค่ะ อีกอย่างหนึ่งที่ดิฉันชอบแล้วก็สนับสนุนใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ คือการให้ ทุกหน่วยงานจัดทำคู่มือขึ้นมาว่าจะต้องขอใบอนุญาตหรือว่าเวลามาติดต่อหน่วยงานเพื่อให้ บริการต้องทำอย่างไรบ้าง เพราะว่าคือพูดกันตรง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในต่างจังหวัดพ่อแม่ พี่น้องประชาชนเวลาไปขอรับบริการจากหน่วยงานภาครัฐ คือดิฉันใช้ภาษาบ้าน ๆ เลย ดิฉันไม่ได้คิดเอง อันนี้พ่อแม่พี่น้องประชาชนสะท้อนมาก็คือว่าหน่วยงานข้าราชการดุยัง กับหมา เวลาไปขอให้ช่วยอะไรในการถามคำถามอะไรต่าง ๆ ถ้ามีคู่มือตรงนี้ให้พ่อแม่พี่น้อง ประชาชนไปทำความเข้าใจเองท่านก็ไม่ต้องมานั่งตวาดพ่อแม่พี่น้องประชาชน แล้วก็เอาให้ อ่านเลยแล้วก็ทำความเข้าใจ แล้วก็มาขอใบอนุญาตหรือว่าจัดการเรื่องต่าง ๆ ตรงนี้ได้ อันนี้ดิฉันสนับสนุน🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันสนับสนุนก็คืออะไรที่ต้องเป็นการขอใบอนุญาต หลาย ๆ ใบ ยกตัวอย่างเช่น ใครที่เปิดร้านขายของออนไลน์ ซึ่งทุกวันนี้คนไทยเด็กรุ่นใหม่ ก็ขายของออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ กันเยอะ แล้วสิ่งที่ดิฉันคิดว่ามีศูนย์กลางในการ ขอใบอนุญาตแล้วนี่บางทีเราอาจจะต้อง Pack มาด้วยว่า สมมุติว่าจะขอใบอนุญาตในการ ขายของออนไลน์ตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ จะต้องขออะไรบ้าง เพราะว่าบางทีคือไป Search หาเองแต่ว่าบางเว็บไซต์ก็บอกไม่หมด แต่ว่าถ้าศูนย์นี้ที่ตั้งขึ้นมาแล้วก็บอกประชาชนเลยว่า ถ้าท่านจะทำธุรกิจนี้ท่านตั้งขอ ๕ ใบ แล้วก็ขอ ๕ ใบไปเลยพร้อมกัน มันจะได้ไม่ต้องมีเคส ที่ว่าประชาชนบางทีขายของออนไลน์มา ๑๐ ปีแล้ว อยู่ดี ๆ ก็มาโดนปรับย้อนหลัง ก็ต้อง เข้าใจว่าหลาย ๆ คนไม่ได้มีความรู้ว่าจะต้องไปขอใบอนุญาตที่ไหน อะไร อย่างไรบ้างนะคะ ดิฉันก็คิดว่าถ้าศูนย์ที่จะตั้งขึ้นแล้วก็มีการ Pack มาเลยให้เป็น Package เลยว่าทำร้านอาหาร ขายของออนไลน์ต้องขอกี่ใบ กี่ใบ แล้วก็ขอให้ครบไปเลยที่เดียว ครบจบที่เดียว อันนี้อำนวย ความสะดวกให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้ดีมาก ๆ แน่นอนนะคะ🔗
อีกอย่างหนึ่งที่ในทั้ง ๒ ร่างนี้มีไม่เหมือนกัน แต่ว่าดิฉันก็ขอสนับสนุนให้มี ก็คือระยะเวลาในการที่จะมีการ Auto Approve ท่านประธาน คือเราก็ต้องพยายามที่จะให้ รัฐราชการทำงานให้มันรวดเร็ว แล้วก็มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย เพราะว่าเวลาไปขอ ใบอนุญาตบางทีก็คือบางคนบอกว่า ๓ เดือนไม่จบ บางคนขอข้ามปีถ้าไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ค่าน้ำมันหล่อลื่นมันไม่ออกท่านประธาน ดังนั้นดิฉันคิดว่าก็กำหนดกันไปเลยค่ะว่าจะเอา ระยะเวลาเท่าไร หรือว่าใบอนุญาตไหนจะมีการยกเว้นก็เขียนกันไปให้ชัด ๆ ส่วนใบอนุญาตไหน ที่มันไม่จำเป็นที่จะต้องเรียกว่าใช้ดุลยพินิจมากมายที่แบบอนุญาตไปอย่างไรก็ได้อยู่แล้ว หรือว่าไม่ได้มีความจะต้องเทคนิคมากท่านประธาน ดิฉันก็คิดว่าให้มี Auto Approve ก็เป็นประโยชน์กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนมากกว่านะคะ🔗
ดิฉันขอสนับสนุนอีกเรื่องหนึ่งก็คือการที่จะบอกว่าเวลาที่บางใบอนุญาต ถ้าจะมี Fast Track ให้จ่ายได้เลยนะคะ ซึ่งเงินตรงนี้ก็เข้ารัฐเพราะว่าต้องบอกอย่างนี้ค่ะ ท่านประธานทุกวันนี้ถึงแม้ว่าจะไม่มีสิ่งที่เรียกว่า Fast Track ประชาชนก็ต้องจ่ายค่า Fast Track อยู่แล้ว มันเรียกว่า ค่าน้ำมัน หรือว่าภาษาบ้าน ๆ ก็คือจ่ายส่วย จ่ายใต้โต๊ะนั่นละ ซึ่งบางกรมประชาชนก็แซวกันเลยว่าโอ้โฮถ้าวันหนึ่งมีการปราบคอร์รัปชันกันขึ้นมา อย่างจริงจัง ข้าราชการในกรมนั้นอาจจะเหลือแค่ประมาณ ๒ คนก็ได้ ก็คือแม่บ้าน มันก็เกิด จากเรื่องของการขอใบอนุญาตต่าง ๆ แล้วก็ต้องมีน้ำมัน มีใต้โต๊ะ มีโน่น มีนี่ มีนั่น เพื่อที่จะ ทำให้การทำงานมันเร็วขึ้นนะคะ ดิฉันก็ขออนุญาตสนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ที่จะทำให้การ คอร์รัปชันในอนาคตของประเทศเราลดลง แล้วก็อำนวยความสะดวกให้กับพ่อแม่พี่น้อง ประชาชน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณรวี เล็กอุทัย ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จากหลักการและเหตุผลของพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ผมเห็นว่าเป็น ประเด็นในความต้องการที่ต้องการที่จะปรับปรุงแก้ไขในการพิจารณาอนุญาตและการ ให้บริการแก่พี่น้องประชาชนให้มีความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็เห็นด้วย กับหลักการนี้ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากและมีความจำเป็นอย่างมากครับในสถานการณ์ปัจจุบันของ ประเทศไทย เพราะประเทศไทยของเราได้มีการบังคับใช้ พ.ร.บ. อำนวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชนในฉบับปัจจุบันนี้มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ล่วงเลยมานานมากแล้วด้วยครับ ดังนั้น พ.ร.บ. ฉบับใหม่นี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของหน่วยงานราชการเพื่อเพิ่ม ความสะดวกสบายให้แก่พี่น้องประชาชนได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น การนำเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ และที่สำคัญอีกประการหนึ่งครับ นั่นก็คือการจำกัดให้ เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจเพียงเท่าที่จำเป็นอย่างเหมาะสม ขอสไลด์ขึ้นด้วยนะครับ🔗
สไลด์ถัดไปเลยครับ ท่านประธานครับ เป็นที่ทราบกันดีครับว่ากฎหมายนั้นจะต้องเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำให้ระบบราชการ มีความโปร่งใส สะดวกและให้บริการพี่น้องประชาชนได้รวดเร็ว โดยเฉพาะการพิจารณา อนุมัติ อนุญาตในเรื่องต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนครับ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากและเพิ่ม มากขึ้นทุกวัน ๆ ดังนั้นการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ย่อมส่งผลดีต่อกระบวนการทำงานที่รวดเร็วด้วย และยังทำให้การตรวจสอบย้อนกลับนั้น ทำได้ง่ายขึ้น และยังเป็นการลดปัญหาการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่และเป็นส่วนช่วยในการ ป้องกันการทุจริต หรือการเรียกรับผลประโยชน์ต่าง ๆ อีกมุมหนึ่งครับ ร่างกฎหมายฉบับนี้ จะมีส่วนผลักดันให้ระบบราชการนั้นได้มีการยกระดับในการให้บริการพี่น้องประชาชน อย่างมีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐานสากล โดยเฉพาะในประเด็นการพิจารณาอนุมัติ อนุญาตนี้ จะเป็นกลไกสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ได้รับการบริการ ที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการสร้างมาตรฐานที่ทันสมัยและง่ายต่อการประกอบ ธุรกิจ🔗
ขอสไลด์ถัดไปครับ ท่านประธานครับ ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มีประเด็นเกี่ยวกับ การลดขั้นตอนและการปรับปรุงระบบการพิจารณาที่น่าสนใจหลายประการนะครับ เช่น การปรับเปลี่ยนการอนุญาตให้เป็นการจดแจ้งแทนในกรณีที่มีความเสี่ยงต่ำ การยกเลิก การแจ้งความกรณีใบอนุญาตหาย การใช้ระบบใบอนุญาตหลัก หรือ Super License การจัด ให้มีช่อง Fast Track การชำระค่าธรรมเนียมแทนการต่อใบอนุญาตและการจัดทำแบบฟอร์ม ภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่น ๆ🔗
อีกประการที่สำคัญครับ นั่นก็คือการกำหนดให้หน่วยงานราชการต้องมีการ ทบทวนระบบอนุญาตทุก ๆ ๕ ปี และการจัดทำคู่มือเผยแพร่แก่พี่น้องประชาชนครับ ซึ่งจะเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้เกิดการพัฒนาระบบบริการสาธารณะอย่างต่อเนื่อง และทำให้พี่น้องประชาชนเข้าใจกระบวนการทำงานของภาครัฐ ส่วนในประเด็นของการ ยกระดับการพิจารณาอนุญาต อนุมัติครับ เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในระยะยาว ผมเห็นด้วยในการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนในการขับเคลื่อนต่าง ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็น การทำศูนย์รับคำขอกลางด้วยนะครับ เพื่อทำหน้าที่ในการรับคำขอครับ แล้วก็เอกสาร หลักฐานต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนนั้นสามารถยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ รวมถึง เปิดช่องให้เอกชนสามารถเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้การกำกับของ ส่วนราชการที่ต้องมีมาตรฐานในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความลับทางการค้าด้วย เพราะฉะนั้นโดยหลักการแล้วผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างมากในการ เข้าถึงและติดต่อราชการยุคใหม่ที่ระบบอนุมัติ อนุญาตนั้นมีความสะดวกและรวดเร็ว มากยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นการลดต้นทุนครับ โดยเฉพาะต้นทุนทางด้านเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่า เป็นอย่างมากครับท่านประธาน และมีการคาดการณ์ว่าในกรณีที่มีศูนย์รับคำขอกลาง จะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการติดต่อกับราชการได้ถึง ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ในขณะที่ ภาครัฐเองจะมีส่วนสำคัญในการทำให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนนั้นดีขึ้นควบคู่กับการ ลดต้นทุนของภาครัฐด้วย🔗
สไลด์ถัดไปครับ โดยสรุปครับ ผลลัพธ์ที่ผมคาดหวังจากกฎหมายฉบับนี้ คือประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนจะได้รับทั้งในแง่ของค่าใช้จ่ายที่ลดลง ความสะดวกสบาย ที่เพิ่มขึ้นในการติดต่อกับราชการ ขณะเดียวกันภาครัฐเองก็จะมีกลไกที่ต้องปรับตัวให้มี ประสิทธิภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น และผลที่สำคัญอีกประการหนึ่งครับ นั่นก็คือการบังคับใช้ กฎหมายฉบับนี้อย่างจริงจัง โดยความร่วมมือของระบบราชการ เพื่อประโยชน์ในแง่ของการ ลงทุนประกอบธุรกิจ ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการด้วย และเป็นการสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดการลงทุน การแข่งขันทางธุรกิจ อันจะเป็นผลดีต่อการ พัฒนาเศรษฐกิจของระบบประเทศต่อไป🔗
อย่างไรก็ตามครับ ผมยังมีข้อกังวลและหวังว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะเป็นส่วน สำคัญที่จะช่วยปิดจุดอ่อนของระบบราชการไทย นั่นก็คือประเด็นของการอนุมัติ อนุญาต ในกรณีที่มีหลายส่วนราชการที่เกี่ยวข้องครับ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้ยกตัวอย่างเคสการขออนุญาตจากระบบหน่วยงานผู้ประกอบการธุรกิจ ส่วนของผม อยากจะขอยกตัวอย่างกรณีของภาคการเกษตรบ้าง ในกรณีของพี่น้องเกษตรกรครับ ที่ในปัจจุบันนั้นจะต้องติดต่อหลายหน่วยงานราชการครับ เพื่อขออนุญาตในการประกอบ อาชีพ แล้วก็ประสบปัญหาความล่าช้าอยู่มาก เช่น การขึ้นทะเบียนเกษตรกรก็ต้องผ่าน กรมส่งเสริมการเกษตร การขึ้นทะเบียน GAP ก็ต้องผ่านกรมวิชาการเกษตร รวมไปถึง กรมอื่น ๆ เช่น กรมการข้าว กรมประมง กรมปศุสัตว์ ซึ่งหากเป็นพี่น้องเกษตรกรที่ต้องการ ทำเกษตรแบบผสมผสานและต้องการยกระดับตัวเองให้มีคุณภาพ มีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น กลับกลายเป็นว่าการจะขออนุมัติ อนุญาตจากส่วนราชการหรือกรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมานี้ กลายเป็นอุปสรรคที่ขวางการพัฒนาของเกษตรกรไทยอยู่ เพราะหน่วยงานราชการแต่ละที่ ก็จะมีขั้นตอนกระบวนการมากมาย รวมถึงการไม่สอดคล้องกันของข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ด้วยกันเองนั่นละ และส่งผลทำให้เกิดความผิดพลาด Misinformation และการใช้เวลาที่ ค่อนข้างมากในการอนุมัติ อนุญาตตามมา ขอสไลด์ลงได้ครับ🔗
ดังนั้นครับผมจึงอยากฝากข้อสังเกตนี้ไปยังรัฐบาลเพื่อหาแนวทางการ บูรณาการข้อมูลและการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานราชการต่าง ๆ ให้มีความเข้าใจ และสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน และหวังเป็นอย่างยิ่งครับว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะเป็น จุดเริ่มต้นที่ดีของระบบรัฐยุคใหม่การพัฒนาสู่ e-Government และช่วยยกระดับ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปท่านภัณฑิล น่วมเจิม ต่อด้วยท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญท่านภัณฑิลก่อนครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย พรรคประชาชน ก็ขอร่วมอภิปรายในร่าง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณา อนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... กฎหมายที่เกี่ยวข้องเยอะมากเลยนะครับ ในเอกสารประกอบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องในส่วนของการประกอบกิจการหรือประกอบอาชีพ ๙๗ ฉบับเลยนะครับ กลุ่มกฎหมายด้านประกอบอาชีพกิจการ ๖๓ ฉบับ ซึ่งก็เป็นเรื่องใกล้ ๆ ตัวเราหลายเรื่อง มีหลาย พ.ร.บ. หลายกฎหมายที่ก็ผ่านการพิจารณาหรือมีการศึกษา ในสภาผู้แทนราษฎร ยกตัวอย่างอย่างเช่น พ.ร.บ. สถานบริการ จะเปิดผับบาร์หรือจะเปิด ร้านร้านหนึ่งจะต้องขอใบอนุญาตมากน้อยแค่ไหน ใบอนุญาตตั้งแต่จดทะเบียนพาณิชย์ ถ้าเผื่อเป็นนิติบุคคลก็ต้องมีเรื่องของไปขออนุญาตสรรพสามิต ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะต้องไปขอเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม จด VAT หรือเปล่า เยอะมากเลยครับ พระราชบัญญัติ การจัดสรรที่ดิน ยกตัวอย่างนะครับ ก็มีข้อร้องเรียนเยอะนะครับว่าเวลาไปขออนุญาตจัดสรร ที่ดินแล้วสุดท้ายปัญหาตามมาเยอะแยะเลยนะครับ เพราะว่าไปจ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับท้องถิ่น แล้วก็ปล่อยให้มันมีแบบต่าง ๆ ออกมา ซึ่งไม่ตรงปก ในเวลาไปขายกับผู้ซื้อหมู่บ้านจัดสรร อันนี้ก็มีปัญหาเยอะนะครับ พระราชบัญญัติโรงแรม ถ้าเผื่อท่านไหนเคยประกอบกิจการโรงแรม จะขออนุญาตนี่ยากมากเลยครับ จะไปอยู่ที่ผู้ว่า กองอยู่ผู้ว่า ๒ ๓ ปี ไป Check เลยครับที่กระทรวงมหาดไทย แต่ละจังหวัดการขออนุญาต ไปกองอยู่ที่ผู้ว่ากี่โรงแรมนะครับ ท่านก็คงทราบถ้าเผื่อท่านจะขอนี่หลักหมื่น หลักแสนเลย ที่ท่านจะต้องจ่าย อันนี้มีปัญหาเยอะเลย ปัจจุบันสถานบริการโรงแรมเองนี่เถื่อนครับ ในประเทศไทย ๘๐ ๙๐ เปอร์เซ็นต์นี่คือเถื่อน เพราะไม่ได้ขอใบอนุญาต มันขอยากมากครับ ถ้าเผื่อไม่จ่ายใต้โต๊ะนี้ไม่ได้แน่นอน อันนี้ก็เป็นปัญหาคาราคาซัง ซึ่งก็คงจะต้องมีความจำเป็น ในการยื่นแก้กฎหมายฉบับต่างหาก พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร อันนี้ใกล้ตัวมากนะครับ ทุกท่าน คงเคยขออนุญาตก่อสร้างบ้านตัวเอง ไม่มีละครับที่ไม่ต้องจ่าย ไม่อย่างนั้นก็เดี๋ยวขอไม่ได้ ท่านต้องมาตรวจหน้าดิน จะต้องเข้ามาสุ่มตรวจว่าเป็นไปตามแบบหรือเปล่า วิศวกรก่อสร้าง สถาปัตยกรรมต้องเซ็น แล้วจะขอน้ำ ขอไฟ เดี๋ยวมาตรวจแล้วมีปัญหาอีก ก็จ่ายกันทุกคน อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องมาแก้ไข มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มาเปรียบเทียบกับต่างประเทศบ้าง ท่านก็วิเคราะห์ในรายงาน ในเอกสารประกอบว่า ประเทศไทยยากง่ายในการที่จะประกอบธุรกิจ ในการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขัน ไทยอยู่อันดับที่ ๒๔ ก็ดูเหมือนจะดีนะครับ แต่จริง ๆ ในรายละเอียดเรามาดูความยากง่าย ในการดำเนินธุรกิจนี่ ซึ่งก็มีหลายมิติอย่างเช่นที่ผมพูดไป การขออนุญาตก่อสร้างอันนี้ก็เป็น มิติหนึ่งของการให้คะแนน การชำระภาษีไม่ง่ายนะครับ จ่ายภาษีทั้ง ๆ ที่รัฐควรจะอำนวย ความสะดวกให้ผู้มาเสียภาษี อยากได้เงินใช่ไหมครับ แต่ปรากฏถ้าเผื่อไปดูในไส้ในเวลาเข้าไป ดูคะแนนนี่ ไม่ได้ดีนะครับ การชำระภาษีของเมืองไทยยากมาก ใช้เวลาเยอะ ซ้ำซ้อน ต้องส่ง เอกสารเยอะมาก จัดลำดับนี่ ๓๐ อันดับของประเทศที่ยากง่ายในการทำธุรกิจนี่ เราอยู่หลัง ประเทศมาเลเซียอีกนะครับ ประเทศมาเลเซียอยู่อันดับที่ ๑๒ เมื่อเราจัดในอาเซียนเราก็ ตามหลังประเทศสิงคโปร์กับประเทศมาเลเซียอยู่🔗
ลองมาดูครับที่บอกว่าอันดับที่ ๒๐ ดูเหมือนจะดี แต่จริง ๆ เข้าไปดูในไส้ใน ไม่ว่าจะเป็นการขอใบอนุญาตก่อสร้างเราอยู่อันดับที่ ๓๔ ไม่ได้ดีมากนะครับ ยิ่งอันที่อยากจะ ให้ดูคือการชำระภาษีเราอยู่ในอันดับที่ ๖๘ แล้วก็มาดูรายละเอียดครับ ต้องจ่ายทั้งหมด เขาเทียบกัน Payment Number Per year ก็คือว่าเราจะต้องไปจ่ายภาษีกี่ประเภท กี่ครั้ง ๒๑ ครั้ง เทียบกับของ OECD ๑๐ ครั้ง เวลาที่สมมุติเราต้องจ้างพนักงานหรือเราจะต้องทำ Filing เอกสารภาษีเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว ๑๖๐ ชั่วโมง ของเราต้อง ๑๓๐ ชั่วโมง มาดูรายละเอียดข้างในครับ ภาษีนิติบุคคล ถ้าเผื่อจะต้องส่งมีพนักงาน แล้วจะต้องส่ง ผู้ประกันสังคม ภาษีธุรกิจเฉพาะที่ต้องหัก เวลามีเกี่ยวกับเรื่องโอนที่ โอนทรัพย์สินนะครับ ถ้าเผื่อมีรถ มีดอกเบี้ย มี VAT มีภาษีเยอะมากเลยครับ ท่านไปดูได้ในรายงานเขาทำละเอียด เลยว่าต้องเสียภาษีทั้งหมดกี่ชนิด กี่ครั้ง อันนี้เป็นตัวอย่างง่าย ๆ เรา Deal กับราชการ เราติดต่อราชการเพื่อจะเสียภาษีให้ท่านด้วยนะครับ แต่ปรากฏมันยุ่งมากเลยนะครับ ทำให้หลายครั้งเราสูญเสียโอกาสในการที่จะจัดเก็บรายได้ แล้วก็เป็นช่องว่างว่าหลบดีกว่า เพราะว่าถ้าเผื่อไปตรง ๆ มันยากมากนะครับ ก็สนับสนุนครับ เป็นความจำเป็นที่เราจะต้อง แก้กฎหมายฉบับนี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและผู้ประกอบการในการที่จะขอ อนุญาตให้ง่ายขึ้น สะดวกมากขึ้น ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวผมย้อนมาใหม่ ท่านฉัตร ก่อนก็ได้ครับ ท่านฉัตร สุภัทรวณิชย์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ฉัตร สุภัทรวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ หน้าย่าโม พรรคประชาชน ท่านประธานครับ เดิมทีกฎหมายที่เรากำลังพิจารณากันอยู่นี้เป็นพัฒนาการ มาจากพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งกฎหมายเดิมนั้นมีข้อจำกัดบางประการ เช่น คู่มือประชาชนถูกออกแบบ และกำหนดระยะเวลาไว้โดยหน่วยงานราชการซึ่งบางอย่างอาจถูกกำหนดไว้นานเกินไป คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเองไม่มีกลไกตรวจสอบความล่าช้าของหน่วยงานราชการ การขออนุญาตประกอบกิจการบางอย่างต้องขอมากกว่า ๑ ใบอนุญาตหรือมากกว่า ๑ หน่วยงาน ทำให้เกิดความยุ่งยากเสียเวลา แล้วนี่ละครับอุปสรรคล้วน ๆ อุปสรรคในการ ประกอบธุรกิจครับ ซึ่งในภาพรวมผมเห็นด้วยกับการตรากฎหมายในครั้งนี้ แต่ก็อยากจะ ขอให้ความเห็นไว้ในบางประการครับ🔗
ประการแรก การกำหนดให้กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้เมื่อพ้น ๑๘๐ วันนับแต่ วันประกาศในราชกิจจานุเบกษานี้นานไปหรือไม่ครับ อันนี้ ๖ เดือนเลยนะครับ เราสามารถ ทำให้มันกระชับสั้นกว่านี้ได้ เพราะกฎหมายเดิมบังคับให้หน่วยงานต้องจัดทำคู่มืออยู่แล้ว ตามมาตรา ๗ การที่หน่วยงานต้องทำตามกฎหมายใหม่นี้เป็นเพียงการทบทวนคู่มือเดิม คู่มือเดิมเท่านั้น ซึ่งหากมีหน่วยงานที่ยังไม่ทำคู่มือตามกฎหมายเดิมก็เป็นเรื่องการควบคุม ภายในของหน่วยงานรัฐ และต้องมีมาตรการติดตามหรือชี้แจงว่าเพราะเหตุใดจึงยังไม่มีคู่มือ ตามกฎหมายเดิมครับ🔗
ประการที่ ๒ การบังคับใช้กฎหมายเดิมมีปัญหาครับ ซึ่งข้อมูลนี้มีประชาชน มากมายให้ข้อมูลมานะครับ ทุกคนเคยมีประสบการณ์การยื่นขออนุญาตแล้วไม่ได้รับความ สะดวก เพราะว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำตามกฎหมาย ไม่ทำตามคู่มือ ซึ่งปัญหาที่พบบ่อย ๆ ก็คือเจ้าหน้าที่ไม่ออกใบรับเอกสารให้ประชาชนครับ เพื่อเลี่ยงระยะเวลาไม่อยากจะเริ่มต้น นับ ๑ ถ้าพี่น้องประชาชนนำเอกสารมาให้ก็แสดงน้ำจิตน้ำใจตรวจให้ แต่ยังไม่รับเอกสาร ก็ตรวจไปตรวจมาอยู่นั่นละครับ ทั้งนี้มันเป็นเพียงเพื่อเลี่ยงระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคู่มือ พูดง่าย ๆ คือถ้าหากไม่ออกใบรับแล้วเวลาตามคู่มือก็ยังไม่เริ่มนับนะครับ เจ้าหน้าที่จะใช้ วิธีการตรวจเอกสารแล้วถ้าไม่ครบก็ให้ประชาชนกลับบ้านแล้วไปเอามาใหม่แทนการออก ใบรับตามกฎหมายครับ พี่น้องประชาชนที่ดูอยู่ทางสื่อออนไลน์ใครเคยเจอแบบนี้ก็ลอง Comment มานะครับ หน่วยงานกำกับดูแลจะได้ไปตามถูก ปัญหานี้ไม่ใช่แค่การขออนุมัติ อนุญาตนะครับ ประชาชนเจอปัญหากับการยื่นขอรับความช่วยเหลือด้วยครับ🔗
ประการที่ ๓ ที่อยากจะแสดงข้อคิดเห็นไว้นะครับ การเชื่อมโยงข้อมูล ระหว่างหน่วยงานรัฐอันนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากครับ ทุกวันนี้เรามี ThaID เรามี Digital ID ที่เว็บไซต์หน่วยงานภาครัฐสามารถเข้าสู่ระบบได้ ผ่านช่องทางนี้แทนการสมัครสมาชิก แบบเดิมนะครับ แต่ปัญหาที่พบครับ ปัญหาที่พบก็คือเข้าหน่วยงานไหนก็ต้องลงทะเบียน ข้อมูลส่วนตัวใหม่ทั้งหมด ทั้งชื่อที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ที่อยู่ปัจจุบัน และอีกมากมายครับ ถ้าเป็นไปได้อยากจะให้ข้อมูลส่วนบุคคลกลางของภาครัฐ แล้วไม่ว่าเข้าสู่ระบบของ หน่วยงานใดก็สามารถดึงข้อมูลมาได้ครับ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน และภาคธุรกิจในการขออนุมัติ ขออนุญาต หรือไปจนถึงกระบวนการขอความช่วยเหลือครับ กฎหมายนี้ทั้งฉบับเดิมและฉบับใหม่ดีมาก ๆ ในหลักการ แต่ปัญหาจริง ๆ ของมันคือ การบังคับใช้ครับ ถ้าหน่วยงานบังคับใช้สามารถทำได้ตามคู่มือประชาชน ทำได้ตามกฎหมาย และหน่วยงานตรวจสอบทำงานกำกับอย่างเข้มข้น ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับความ สะดวกรวดเร็วมากขึ้นในการติดต่อ ติดตามหน่วยงานราชการ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านแรก ท่านนิพนธ์ คนขยัน ครับ ต่อด้วยท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ และท่านวีรนันท์ ฮวดศรี นะครับ ท่านนิพนธ์ คนขยัน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ก็ขออนุญาตร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต และให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกก็พูดหลายมาตราแล้ว ผมเอามาตรานี้อาจจะซ้ำกันบ้างครับ มาตรา ๕ เจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐ วันนี้ถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกไปนะครับ ถ้าทำตาม พ.ร.บ. ทำตามกฎหมายฉบับนี้ ต้องกราบขอบคุณ แทนประชาชน ก็เรียนตรง ๆ ว่าวันนี้เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือว่าหน่วยงานของรัฐบางท่าน บางคนใช้ไม่ได้ครับ บางท่าน บางคนก็ดี ยกตัวอย่าง ๒ ๓ ประเด็นครับท่านประธาน เอาเรื่องที่ดินเพื่อนสมาชิกพูดไปแล้ว ๑ ท่านเมื่อสักครู่นี้ การจะไปขอแบ่งแยกโฉนด น.ส.๓ หรือไปขอออกโฉนด ฝากท่านที่จะเป็นกรรมาธิการครับ เวลาลงนัด นาย ก ต้องการขายที่ให้ ญาติหรือต้องการเงินมาใช้ แต่เวลาเจ้าหน้าที่ลงนัดไว้ ๓๐ วัน ๖๐ วัน มันนานเกิน แต่พอมี ใต้โต๊ะมันก็ขยับเข้ามาท่านประธาน นี่คือปัญหาแรก🔗
ปัญหาที่ ๒ ก็คงไม่ต่างกันเรื่องสถานประกอบ ร้านอาหาร เพื่อนสมาชิกก็พูด ไปแล้ว บ้านผมมีแม่น้ำโขงครับท่านประธาน ติดลำน้ำโขง มีการดูดกรวดทราย จะขออนุญาต แต่ละที แต่ละครั้ง ถ้ามันไม่ถูกต้องตามกระบวนการเราก็ไม่ว่าหรอก มันถูกต้องหมดแล้ว แต่มันช้าเหลือเกิน มันจะทันกับการแข่งขันได้อย่างไรครับท่านประธาน อันนี้ประเด็นหนึ่ง🔗
ปัญหาที่ ๓ จังหวัดบึงกาฬรายได้จากการท่องเที่ยวเริ่มแล้วครับ ถ้ำนาคา หลวงปู่อือลือ นักท่องเที่ยวไปมากครับ มีการสร้างรีสอร์ทที่พักเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว อันนี้ก็ประเด็นหนึ่งการขออนุญาตก็ต้องให้สะดวกรวดเร็วทันใจในการที่จะรับนักท่องเที่ยว เพื่อจะเป็นการส่งเสริมหารายได้เข้าประเทศ อันนี้ก็เป็นนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวอยู่แล้ว ก็ฝากว่าถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่านทุกอย่างให้มีล็อกวันเวลาว่าไปยื่นวันนี้ วันนั้นจะได้ แต่เวลา อย่าให้ยาว อย่างผมยกเมื่อสักครู่นี้เรื่องไปแบ่งแยกที่ดิน ๓๐ วัน ๖๐ วัน คนที่จะขาย คนที่อยากได้เงิน ดังนั้นวันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่งกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับท่านประธาน เพราะหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ อันนี้คือจุดสำคัญเลยครับ ถ้ามีจิตสำนึก เป็นข้าราชการที่ดี บริการประชาชนในฐานะกินเงินภาษีพี่น้องประชาชนคือเงินเดือน มันจะเป็นผลประโยชน์ในการบริหารพี่น้องประชาชนจะได้มีความสุข สุดท้ายประเทศชาติ บ้านเมืองก็จะเจริญรุ่งเรืองครับท่านประธาน ดังนั้นเห็นด้วยอย่างยิ่งกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ท่านประธานครับ กราบขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม อ.เอท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตมีนบุรี สะพานสูง วันนี้ขออนุญาตใช้ Model 4C ครับ 4C มีกี่คำ เดี๋ยวเล่าให้ฟังนะครับ ขอร่วมอภิปรายเรื่องของพระราชบัญญัติ การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... จริง ๆ แล้วคำว่าให้บริการคือคำว่า Service ครับ แต่ว่าคำว่า Service มันจะยาวไป อ.เอท ขออนุญาตตั้งแต่ที่เราเป็นคุณครูมานี้ อ.เอท สอนเรื่องหรือมีการอภิปรายเรื่อง Service บ่อยมาก แล้ว Model ที่ใช้บ่อยก็คือ Model 4C ครับ วันนี้ขออนุญาตนำ Model 4C เข้ามาในสภา C ที่ ๑ ครับ C แรก จะบริการให้ดีหรือ Service ให้ดี เราต้องมองประชาชนเป็น Customer บางคนก็บอกว่า Treat the Customer as the King จริง ๆ แล้วก็คือว่าอยากจะให้ลูกค้า เป็นเหมือนพระเจ้า จริง ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้เพื่อน ๆ หลายท่าน สส. ไอซ์ก็พูดไปครับ ว่าบางครั้งนี่ข้าราชการอาจจะมองเห็นประชาชนเป็นฝั่งตรงกันข้ามหรือเปล่านะครับ นี่เป็น Question Mark หรือเป็นคำถามของ อ.เอท การบริการบางครั้งมันก็ดูขัด ๆ เขิน ๆ เกินบ้าง ขาดบ้าง ก็อยากที่จะให้ผู้ที่เป็นข้าราชการให้บริการกับประชาชน แนว ๆ นี้ครับ ต้องคอยดูแลด้วยความจริงใจห่วงใยและคอยให้ความรัก นี่คือสิ่งที่เราอยากจะเห็นนะครับ และที่สำคัญเมื่อสักครู่นี้ครับ คู่มือประชาชนเมื่อสักครู่นี้ท่าน สส. หลายท่านก็พูดว่าคู่มือ ประชาชนควรจะมี Default ๑๕ วันควรเสร็จไหมเรื่องแบบนี้ หรือจะเป็น ๖๐ วันเสร็จ หรือ ๙๐ วันเสร็จ ถ้าเลยก็ อ.เอท เห็นด้วยครับตรงนี้ก็ฝากท่านคณะรัฐมนตรีช่วยกันคิด🔗
ต่อมาครับ C ที่ ๒ คือ Cost ครับ Cost คืออะไรครับ Cost คือต้นทุนครับ ประชาชนลำบากครับ ล่าสุดครับต้นทุน อ.เอท ได้ฟังเพื่อนในพื้นที่เป็นพี่น้องประชาชน เข้าไปเหมือนกับไปแจ้งความที่ สน. เสร็จปุ๊บ สน. บอกว่าเรื่องนี้ต้องใช้อากรแสตมป์ แล้ว สน. ก็ไม่มีขาย เขาต้องขับรถกระดิง ๆ ไปที่ไหนครับ ไปที่สำนักงานที่ดินครับเพื่อไปซื้อ อากรแสตมป์อยู่ไม่กี่แผ่น นี่คือความผิดพลาดหรือเปล่าของการให้บริการภาคประชาชน เพราะฉะนั้นอันนี้คือสิ่งที่ อ.เอทอยากจะสะท้อนครับว่าบางครั้ง บางอย่างอะไรเลิกก็ควรจะ เลิกได้แล้วครับ บางอย่าง เมื่อสักครู่เห็นบอกว่าจะใช้เรื่องของอิเล็กทรอนิกส์ อิเล็กทรอนิกส์ นำเข้ามาใช้ครับ ควรที่จะต้องใช้อย่างจริงจังได้แล้วนะครับ🔗
ต่อมาคือ C ที่ ๓ ครับ C แรก Customer แปลว่าลูกค้า เห็นประชาชน เป็นเหมือนลูกค้า C ที่ ๒ เพื่อลดต้นทุนของคุณลูกค้า C ที่ ๓ ก็คือคำว่า Convenience Convenience แปลว่าอะไรครับ แปลว่าความสะดวกสบาย เมื่อสักครู่หลายท่านบอกว่า ต้องใช้อะไรครับ ออนไลน์ ออฟไลน์ นั่นละครับ ถ้าท่านไปดู Government Development Index GDI หรือ Government Service Index ของประเทศไทยนะครับ ถ้าเปรียบเทียบ กับเอเชียแปซิฟิกนี้เราอันดับที่ ๑๐ กว่า ถ้าเปรียบเทียบกับโลกเราประมาณ ๕๐ กว่าของโลก แสดงว่าเรายังมีช่องว่างให้กับการพัฒนาอีกมากมาย เพราะฉะนั้นคำว่า Convenience คืออะไรครับ ออนไลน์ ออฟไลน์ อ.เอท ขอชื่นชมครับ องค์กรที่เก่งมากด้านการให้บริการ แล้วยอดเยี่ยมครับ ก็คือการทำ Passport นะครับ อ.เอท ไปแค่ Passport ก็คือใช้บัตร ประชาชนใบเดียวครับทำ Passport แป๊บเดียวเสร็จเลย อันนี้ใช้เวลาไม่ถึง ๑๐ นาทีด้วย ถ้าไม่มีคิวนะครับ และอีกอย่างหนึ่งที่ อ.เอท เป็น Pain Point คือการทำ Driving License เป็น International สมมุติว่าจะไปเที่ยวต่างประเทศต้องขับรถ เดิมทีต้องไปที่ไหนครับ ไปที่กรมการขนส่งทางบกถูกไหมครับ ต้องไปจ่ายเสียเงิน ๕๐๐ บาท รูปภาพตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง ๑ นิ้วบ้าง ๑ นิ้วครึ่งบ้าง ต้องนั่งรถออกไปข้างนอก เพื่อไปทำไมครับ เพื่อไป ถ่ายรูปอีก คือบางอย่างมันอาจจะแบบเก่าเกินไปหรือเปล่า เพราะฉะนั้นเราควรที่จะต้อง ทำไมครับ ใช้อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งตอนนี้กรมการขนส่งทางบกทำแล้วครับ ออนไลน์ครับ มี Application ถูกไหมครับ สามารถที่จะทำไมครับ ทำแบบผ่านช่องทาง เราแค่เสียเงิน แล้วบัตรก็ส่งกลับมาให้ได้เลยคือไม่ต้องไปเดินทาง เพราะมีประชาชนหลายท่านบอกว่า การติดต่อกับข้าราชการ อีกหนึ่ง Pain Point คืออะไรครับ ที่จอดรถมันไม่มี ถูกไหมครับ มันลำบากเหลือเกิน เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ครับเราใช้เทคโนโลยีเข้ามาแก้ไข และนี่ก็คือ C ที่ ๓ ทบทวนครับ C ที่ ๑ ก็คือเรื่องของ Customer ครับ C ที่ ๒ คือต้นทุนครับ Cost ต้องให้ต่ำ กว่าเดิม และ C ที่ ๓ Convenience🔗
และเรามาสู่ C สุดท้ายท่านประธานครับ อีก ๑ ตัวอักษรครับ หลายคนพูด เมื่อสักครู่นี้ สส. โป้งก็ยังไม่ได้พูด แต่ว่าถ้าพูดก็พูดเรื่องเดียวกันครับ ก็คือเรื่องของอะไรครับ Corruption C นี้ Corruption แปลว่าอะไรครับ โกงกินครับ เหมือนกับระบบข้าราชการ ของเราพยายามทำให้มีระบบซ้อนระบบ ทำไปทำมาสุดท้ายแล้วก็บอกว่าอยากให้มันเร็วนะ ถูกไหมครับ เมื่อสักครู่ สส. ต้าพูดครับ เรื่องของโรงแรมจะขอใบอนุญาตครับ อ.เอท เคยเปิด ร้านอาหารครับ ต้องไปนั่งขอใบอนุญาต จะขายเหล้า ขายเบียร์ก็ต้องทำไมครับ ขอจาก สรรพสามิต คือขอไม่รู้กี่อันครับกว่าจะได้ มันเป็นการทำให้เราเสียเวลาในการทำธุรกิจ ธุรกรรมนะครับ เพราะฉะนั้นเราบางครั้งก็เลยเปิดเป็นช่องทางว่าถ้าอยากให้มันจบก็จ่าย จะได้จบ ๆ นี่คือสิ่งที่เป็นอีก ๑ ช่องทางทำให้เกิด Corruption เพราะฉะนั้นแน่นอนครับ อ.เอท แนะนำไปแล้วว่า Passport เราก็ปรับแล้ว การทำ International Driving License หรือใบที่เป็นใบขับขี่ต่างประเทศเราก็ทำแล้ว ยังมีอีกหลายอย่างที่สามารถที่จะใช้เทคโนโลยี เข้ามาทำได้ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ อ.เอท อยากจะเห็นกับการให้บริการในภาคประชาชน ที่ต้องดีกว่าเดิม เอาละครับ สรุปสุดท้ายนี้นะครับ อ.เอท ก็อยากที่จะเห็นการบริการของ ประเทศไทย ของข้าราชการไทย ๓ คำ จบเลยครับ ๓ คำนี้คืออะไรครับ ให้ใช้คำว่า เอา เข้า ไว้ เอาคืออะไรครับ คือเอาใจเขามาใส่ใจเรา เข้า คือต้องเข้าถึงได้ ๒๔ ชั่วโมง Twenty-Four Seven และ ไว้ สุดท้ายคือเอาเข้าไว้ ไว้คืออะไรครับ ไว้ใจครับ ข้าราชการไทย ต้องถูกไว้ใจได้ ไม่มีการ Corruption อีกต่อไปเพื่อประเทศไทยไม่เหมือนเดิม เพราะอำนาจ สูงสุดเป็นของประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ Respect🔗
ต่อไปท่านวีรนันท์ ฮวดศรี ครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรนันท์ ฮวดศรี ผู้แทนประชาชนคนจังหวัดขอนแก่น เขต ๑ ตัวแทนพี่น้องชาวตำบล ในเมือง ตำบลเมืองเก่า ตำบลพลับ วันนี้ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผล ๓ ประการ แล้วก็อีก ๒ ข้อสังเกตนะครับ🔗
ประการแรกเรื่องของปัญหาอย่างที่ท่านรัฐมนตรีมนพรชี้แจงไปแล้วนะครับ หรือว่าท่านวรภพผู้เสนอญัตติก็ได้ชี้แจงไปแล้ว หรือเพื่อนสมาชิกที่ได้พูด ก็พูดคล้าย ๆ กัน ผมว่าเป็นเหมือนกันทั้งประเทศครับ ในเรื่องการขอใบอนุญาตที่มีขั้นตอนกระบวนการยุ่งยาก ต้องขอใบอนุญาตหลายใบ หลายขั้นตอน แล้วก็ใช้เวลานาน อย่างเช่น ขอนแก่นบ้านผม ผู้ประกอบการพร้อม เมืองพร้อม สภาวะทางเศรษฐกิจพร้อม แต่ว่าสิ่งที่มันขาดก็คือว่า กฎหมายหรือระเบียบที่ไม่เอื้ออำนวยให้กับผู้ประกอบการก็ดี หรือว่าให้กับผู้ที่อยากตั้งตัว หรือว่าผู้ที่อยากจะทำเศรษฐกิจรายใหม่ ๆ ขึ้นมา ซึ่งมีขั้นตอนเยอะแยะมากมายครับ เมืองเสียโอกาส คนเสียโอกาส แล้วก็เสียโอกาสในการพัฒนาทางเศรษฐกิจครับท่านประธาน อย่างขอนแก่นถ้าอย่างคนที่ภูผาม่านก็เลยชุมแพออกไปอีก ถ้าจะมาขอใบอนุญาตที่ ศูนย์ราชการ ๑ เรื่อง แต่ว่าขาดเอกสาร ๑ อย่าง วิ่งไปกลับ ๑ วันไม่พอครับท่านประธาน อย่างน้อย ๆ ก็ต้องมี ๒ วัน และยังไม่พอว่าไปขออนุญาตหลายหน่วยงาน อย่างนี้มันก็เกิด ความล่าช้า เสียเวลา เสียโอกาสครับ🔗
ประการที่ ๒ ในเรื่องของหลักการและเหตุผลที่ร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ ๑. ก็คือเรื่องของความไม่ทันสมัยของกฎหมายฉบับ ปี ๒๕๕๘ ที่ใช้อยู่นะครับ แล้วก็เพิ่ม ในเรื่องของความเท่าทันเทคโนโลยีที่มันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเข้ามาใช้และเข้ามา ทดแทนนะครับ อันที่ ๒ ก็คือเพิ่มประสิทธิภาพในการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ในการขออนุญาตหรือบริการจากภาครัฐ แล้วก็เรื่องสำคัญในหลักการนี้ก็คือลดการใช้ ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ ลดการทุจริตการประพฤติมิชอบของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการขอ ใบอนุญาต ในการออกใบอนุญาต หรือว่าการอนุญาตต่าง ๆ และที่สำคัญลดภาระของ หน่วยงานราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการออกใบอนุญาตต่าง ๆ รวมถึงลดภาระของพี่น้อง ประชาชนนะครับ🔗
ประการที่ ๓ ในส่วนของเนื้อหามีเรื่องของการกำหนดคำนิยาม ไม่ว่าจะเป็น เรื่องหน่วยงานของรัฐ การขออนุญาต ผู้อนุญาต พนักงานเจ้าหน้าที่ และกฎหมายว่าด้วย การขออนุญาตคำขอตามร่างมาตรา ๕ ของท่านวรภพ การกำหนดให้หน่วยงานราชการ มีอำนาจในการทบทวนใบอนุญาตที่ออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบกิจการต่าง ๆ ทุก ๆ ๕ ปี นี่ก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญนะครับ เพราะว่าบางครั้งก็มีความชำรุดบกพร่องหรือว่ามีการ ปล่อยปละละเลยของผู้ขอใบอนุญาตเกิดขึ้น การทบทวนนี้ก็เป็นสิ่งที่ดีครับจะได้เรื่องของ ความปลอดภัยของทั้งชุมชน ของทั้งผู้ประกอบการเอง หรือว่าสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบข้าง ในส่วนต่อมาการกำหนดหน้าที่ของพนักงานของรัฐกรณีที่ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอและเอกสาร ทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็คือสนับสนุนส่งเสริมให้ลดการใช้กระดาษ แล้วก็เพิ่มประสิทธิภาพ ทางอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้นครับ ข้อสังเกต ๒ เรื่อง ท่านประธานครับ ตามมาตรา ๑๔ ของทางร่าง พ.ร.บ. ที่คณะรัฐมนตรีเสนอนะครับ🔗
ข้อสังเกตแรก เราจะมีมาตรการอะไรในการตรวจสอบการใช้ดุลยพินิจของ เจ้าหน้าที่หรือว่าผู้มีอำนาจในการออกใบอนุญาต อันนี้คือข้อสังเกตแรกนะครับ🔗
ข้อสังเกตที่ ๒ ก็คือการเตรียมคู่มือสำหรับประชาชนของหน่วยงานราชการ ที่เกี่ยวข้อง มี ๒ อย่าง ๑. จะเป็นคู่มือกลางได้หรือไม่ อย่างไร หรือว่า ๒. แต่ละหน่วยงาน ที่ออกใบอนุญาตเป็นผู้ออกคู่มือ แล้วจะมีการจัดเตรียม จัดทำข้อมูลเบื้องต้นไว้ เพราะว่ามี เวลาแค่ ๖๐ วันในการจัดทำคู่มือหลังประกาศใช้กฎหมาย ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผล ทั้ง ๓ ประการ กับอีก ๒ ข้อสังเกต ผมจึงขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. กฎหมายฉบับนี้นะครับ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชนนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ๓ ท่านต่อไปนะครับ ท่านขัตติยา สวัสดิผล และย้อนกลับมาที่ท่านเอกราช อุดมอำนวย และท่านศุภสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ เชิญท่านขัตติยา สวัสดิผล ก่อนครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอใช้ โอกาสนี้เพื่ออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณา อนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอนะคะ ซึ่งดิฉันมี ความเห็นไปในทางเดียวกันว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพ การทำงานของภาครัฐ แล้วก็เป็นการลดอุปสรรคในการทำมาหากินของพี่น้องประชาชนค่ะ ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด เพราะจากงานศึกษาของ TDRI แล้วก็องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันที่ไปสำรวจกรณีการขออนุญาตก่อสร้างในพื้นที่ กรุงเทพมหานครจังหวัดเดียวพบว่า การอนุญาตที่ล่าช้าของภาครัฐส่งผลให้เกิดผลเสียหาย แล้วก็ไปเพิ่มต้นทุนให้กับคนกรุงเทพมหานครเป็นมูลค่าสูงถึง ๑,๒๕๒ ล้านบาทต่อปี ซึ่งตัวเลขนี้คือมูลค่าความเสียหายเฉพาะเรื่องการก่อสร้างที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร เพียงแค่ที่เดียว ซึ่งหากเราไปสำรวจถึงผลกระทบที่เกิดจากการออกใบอนุญาตที่ล่าช้าของ หน่วยงานรัฐในทุกเรื่องแล้วก็ทุกพื้นที่ เราก็จะเห็นตัวเลขความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ส่ง ผลกระทบต่อภาคธุรกิจไทยมหาศาลในแต่ละปีค่ะ ท่านประธานคะ เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกที่มีมาตั้งแต่ ปี ๒๕๕๘ นั่นก็คือต้องการที่จะปรับปรุงการบริหารจัดการของภาครัฐนั้นให้มีประสิทธิภาพ ให้มีความโปร่งใส แล้วก็เปลี่ยนภาครัฐให้มาทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินกิจกรรมทาง เศรษฐกิจให้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน แต่ก็เช่นเดียวกันกับ กฎหมายฉบับอื่น ๆ ว่าเราจำเป็นต้องมีการปรับปรุงให้ทันสมัย แล้วก็จำเป็นที่จะต้องมีการ แก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน เพื่อให้กฎหมายนั้น ถูกบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็ตอบโจทย์ที่ต้องการแก้ไขปัญหาให้มากที่สุด มันจึงนำมาสู่การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณา อนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ในวันนี้ค่ะ ซึ่งเมื่อเราเปรียบเทียบกับ พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกฉบับ ปี ๒๕๕๘ ที่เน้นปรับปรุงกระบวนการอนุญาตเพียงบางส่วน แต่ร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่นี้จะเป็นการขยายขอบเขตการให้บริการของภาครัฐ ให้มีความครอบคลุมแล้วก็กว้างขวางมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่นี้ ยังมีการเพิ่มกลไกที่จะช่วยให้การอนุญาตของรัฐนั้นมีความสะดวกรวดเร็ว ลดขั้นตอนที่ไม่ จำเป็น แล้วก็มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้กับการทำงานของภาครัฐมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนจากระบบเอกสารมาเป็นระบบดิจิทัลนะคะ มีการจัดตั้งศูนย์คำขอกลางทาง อิเล็กทรอนิกส์ มีการนำระบบ Fast Track แล้วก็ระบบ Super License มาใช้บังคับ เป็นต้น🔗
อีกประเด็นที่เป็นเนื้อหาสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ซึ่งดิฉันคิดว่ามีความสำคัญ เป็นอย่างยิ่ง นั่นก็คือก่อนหน้านี้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาตจำนวนมากของ หลายหน่วยงานมันไม่ได้มีการกำหนดกรอบระยะเวลา แล้วก็กระบวนการทำงานที่ชัดเจน ซึ่งมันสร้างปัญหาแล้วก็ข้อติดขัดในเชิงการดำเนินงานเป็นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา กฎหมายฉบับนี้จึงมุ่งแก้ไขปัญหาแล้วก็ช่องโหว่ดังกล่าว โดยการออกเกณฑ์มาตรฐานกลาง ไม่ว่าจะเป็นกำหนดหลักเกณฑ์ กำหนดวิธีการ แล้วก็กำหนดเงื่อนไขในการยื่นคำขอ รวมถึง กำหนดถึงขั้นตอนแล้วก็ระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตให้มีความชัดเจน แล้วก็สอดคล้อง เป็นไปในภาพเดียวกัน ซึ่งดิฉันเชื่อว่าด้วยเนื้อหาแล้วก็กลไกทั้งหมดของกฎหมายฉบับนี้ นอกจากมันจะช่วยลดเวลา ลดขั้นตอน แล้วก็ลดช่องโหว่ในการใช้ดุลยพินิจที่ไม่ชอบของ เจ้าหน้าที่แล้วมันยังจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของภาครัฐ แล้วก็จะช่วยลดต้นทุน ทางเศรษฐกิจของประเทศได้เป็นอย่างมาก ท่านประธานคะ หากพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผ่านสภาแล้วก็ถูกนำไปบังคับใช้จริง ดิฉันเชื่อว่ามันจะช่วยสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ต่อพี่น้องประชาชน แล้วก็ผู้ประกอบธุรกิจของไทยในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าใช้จ่าย ของประชาชนในการติดต่อกับราชการ เป็นการลดจำนวนเอกสาร แล้วก็ขั้นตอนที่ยุ่งยาก เป็นการลดเวลา แล้วก็ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน แล้วด้วยระบบการอนุญาต ที่โปร่งใสแล้วก็มีประสิทธิภาพ ดิฉันเชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขัน แล้วก็จะดึงดูดการลงทุนกับภาคเอกชน แล้วก็ต่างชาติได้มากยิ่งขึ้น🔗
สุดท้ายท่านประธานคะ แม้ว่าดิฉันจะสนับสนุนเนื้อหาแล้วก็หลักการของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อย่างเต็มที่ด้วยเหตุผลที่ได้กล่าวไป แต่ดิฉันก็อยากจะขอฝาก ข้อห่วงใยบางประการไปยังรัฐบาล แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายนี้ เพื่อให้มันมีประสิทธิภาพมากที่สุด แล้วก็ลดช่องโหว่ที่จะเกิดปัญหาใหม่ ๆ ตามขึ้นมานะคะ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดให้มีช่องทางด่วนพิเศษ หรือที่เราเรียกว่า Fast Track ซึ่งมันจะมีการ คิดค่าบริการเพิ่ม มันก็ควรจะต้องมีหลักเกณฑ์ มีรายละเอียดของค่าใช้จ่าย แล้วก็มี ระยะเวลาการดำเนินงานที่ชัดเจน แล้วที่สำคัญจะต้องมีการกำกับดูแลให้เป็นมาตรฐาน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการในช่องทางปกติ ซึ่งการให้บริการในช่องทางปกติก็ควร จะต้องมีประสิทธิภาพ ไม่เปิดช่องให้มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐให้ความสำคัญกับ การบริการในช่อง Fast Track เท่านั้น และอีกเรื่องหนึ่งรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องควรจะต้อง ให้ความสำคัญแล้วก็ลงไปดูรายละเอียดของกฎหมายลำดับรองอื่น ๆ ด้วยหลังจากนี้ เพราะถึงแม้ว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นหมุดหมายสำคัญแต่มันก็เป็นแค่ Jigsaw เพียงครึ่งเดียว ของภาพทั้งหมด เพราะในกฎหมายนี้มันยังต้องมีกฎหมายลำดับรองอื่น ๆ ที่จะต้อง ออกมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นพระราชกฤษฎีกาหรือว่ากฎกระทรวง เพื่อเป็นทั้งแนวทางปฏิบัติ แล้วก็เป็นข้อยกเว้น ซึ่งหากมีการผ่านพระราชบัญญัตินี้ไปเฉย ๆ โดยที่ไม่มีการลงไปดู รายละเอียดหลังจากนี้เพื่อกำกับให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันก็อาจทำให้พระราชบัญญัตินี้ ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์อย่างสมบูรณ์ แล้วก็ไม่ถูกบังคับใช้อย่างเต็มศักยภาพ ท่านประธานคะ หากสภาผ่านกฎหมายฉบับนี้ไปโดยมีการติดตามแล้วก็กำกับดูแลอย่าง ใกล้ชิด ดิฉันเชื่อว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้จะสามารถยกระดับการบริการของภาครัฐ ให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย แล้วก็ลดอุปสรรคในการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการ รวมถึงภาคธุรกิจที่เป็นเอกชนทั่วประเทศได้อย่างแท้จริง แล้วก็ดิฉันขอเป็น ส่วนหนึ่งในการร่วมสนับสนุนพระราชบัญญัติฉบับนี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
๒ ท่านถัดไปนะครับ ท่านเอกราช อุดมอำนวย ก่อนครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายสนับสนุน หลักการของร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ร่าง ซึ่งจริง ๆ แล้วร่างของท่านวรภพก็เขียนเอาไว้ คล้าย ๆ กับร่างของ ครม. สั้น ๆ เลยครับ ก็คือปรับปรุงว่าด้วยการอำนวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ มันจะมีกฎหมายประมาณ ๙๗ ฉบับที่เกี่ยวข้อง แล้วก็กระทบกับเรื่องของการขออนุญาตต่าง ๆ อย่างยกตัวอย่างที่ใกล้ตัวมากที่สุดเลย อย่างเช่นเรื่องของใบอนุญาตขับขี่อย่างนี้เป็นต้น ทุกคนได้ขอหมด ท่านประธานครับ ผมก็มา ดูในรายละเอียดแต่ละมาตราว่าในการที่เขาไปแก้นี่ในร่างเขาเขียนอะไรบ้าง ทั้ง ๒ อันนี้ เขียนคล้าย ๆ กัน แต่ว่าแตกต่างกันในรายละเอียดเพียงเล็กน้อย แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะฝาก ไปถึงกรรมาธิการที่อาจจะตั้งขึ้นถ้าหากว่าเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายมาทุกคนเห็นชอบหลักการ เดียวกันแล้วจะตั้งกรรมาธิการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการยื่นทางออนไลน์ เรื่องของการ อำนวยความสะดวกมันจะมีหลายมิติ มิติหนึ่งทุกคนคิดถึงเรื่องของการ Walk in ใช่ไหมครับ เดินเข้าไป ถือเอกสารขออนุญาต ขอเสร็จต้องภายในกี่วันทันที แต่สิ่งหนึ่งที่เราอาจจะไม่ได้ พูดถึงมากก็คือเรื่องของวิธีการแล้วก็เวลา วิธีการที่ผมว่าอย่างเช่นเรื่องของการขออนุญาต ทางออนไลน์ ในร่างเขียนเอาไว้นิดเดียวว่าถ้าเป็นอย่างนั้น อย่างนี้อย่างไร แต่ว่าไม่ได้พูดถึง โครงสร้าง ซึ่งจริง ๆ ถ้าไปอำนวยความสะดวกหรือว่าไปเปิดทางให้ราชการสามารถทำได้ ผมยกตัวอย่างเช่นแห่งหนึ่งที่ทำไว้ดีก็คือสำนักงานศาล ก็มีระบบการขออนุญาตออนไลน์ ส่วนใหญ่ ซึ่งตอนนี้หลาย ๆ ระบบก็พัฒนาแล้วละแต่มันยังไปไม่สุด ไปไม่สุดชนิดที่ว่าสุดท้าย ขออนุญาตอย่างไร ต้องเอาเอกสารไปอยู่ดี🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของวัน เวลา การขออนุญาตสุดท้ายมันไปติดอยู่ วันราชการ ผมยกตัวอย่างใบอนุญาตขับขี่ที่จะทำหาวันที่จะลงล็อกไปไม่ได้เพราะมันติด วันราชการ คิวเต็มบ้าง อะไรบ้าง ถ้าในกรุงเทพมหานคร เป็นไปได้ไหมครับว่าอีกหน่อย วันเสาร์หรือวันอาทิตย์ควรจะต้องขยายเวลา หรืออาจจะต้องมีช่วงเวลาที่ค่ำกว่านั้น อันนี้คือ อำนวยความสะดวกของจริง อย่างไรถ้าร่างนี้ไปถึงได้ผมคิดว่าน่าสนับสนุน🔗
เรื่องที่ ๓ ครับ เรื่องของสถานที่ เวลาเราไปติดต่อราชการ ท่านประธาน สมมุติผมไปแล้วเจ้าหน้าที่บอกว่าขาดเอกสารนี้ค่ะ ผมถือตัวจริงมา แต่ในสถานที่ราชการ ไม่มีที่ถ่ายเอกสารสักฉบับ ผมจะต้องวิ่งออกไปหาร้านถ่ายเอกสารที่อยู่หน้าปากซอยของ หน่วยงานกระทรวง ทบวง กรมนั้น แล้ววิ่งกลับมาเข้าคิวใหม่อย่างนี้ ตรงนี้ควรจะไปให้ถึง ตรงนั้นไหมครับว่าต่อไปนี้ตามพระราชบัญญัตินี้เขียนลงไปได้ไหม อย่างน้อยคำนึงถึง การอำนวยความสะดวกพื้นฐานให้กับพี่น้องประชาชน ง่าย ๆ เลยมีเครื่องถ่ายเอกสารหน่อย คิดสตางค์ก็ขอไม่แพงได้ไหมครับ บางทีแผ่นเดียว ๒ แผ่น ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต พูดถึงเรื่องมิติของการที่ผู้พิการที่จะไปใช้บริการของหน่วยราชการด้วย จริง ๆ มีกฎหมาย ที่เกี่ยวกับเรื่องของการรองรับในส่วนของผู้ทุพพลภาพที่จะเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวก ในภาครัฐต่าง ๆ แต่ในทางปฏิบัติเวลาเราไปดู เราไปเจอต้นไม้กีดขวางบ้าง เราไปเจอใต้ถุนที่สูงชันบ้าง อะไรแบบนี้ ก็พยายามช่วยกันว่าถ้าร่างนี้มันไปถึงแล้วสามารถที่อาจจะกำหนด หรือทำให้ หน่วยราชการตระหนักถึงการอำนวยความสะดวกในทุกมิติทั้งที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวมา หรือที่ผมได้ตั้งประเด็นขึ้นมาก็จะเป็นการดี ดังนั้นครับท่านประธานผมจึงสนับสนุนให้สภา รับหลักการร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ แล้วก็รวมกันพิจารณา แล้วก็ให้บังคับใช้ แล้วก็มีผล อย่างไรก็ตามผมคิดว่าจะสามารถที่จะเป็นผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน และเห็นว่ารัฐบาลนี้เอาจริงเอาจัง ให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชน ขอขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ ครับ เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดนครราชสีมานะครับ ผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต และการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ฉบับนี้นะครับท่าน พระราชบัญญัติการอำนวย ความสะดวกซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ นั้น ท่านประธานครับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีประชาชน ในเขตของผมได้มาร้องเรียนเรื่องการขออนุญาตเปิดร้านอาหารขนาดเล็ก เขาต้องวิ่งเอกสาร ถึง ๔ หน่วยงาน ใช้เวลากว่า ๓ เดือน เสียค่าเดินทางไปมาหลายพันบาท และที่น่าตกใจก็คือ ต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านให้แต่ละหน่วยงานซ้ำ ๆ กัน ซ้ำ ๆ กัน ท่านประธานครับ นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของปัญหาการทำงานแบบไซโลในระบบราชการไทย ต่างคนต่างทำ ขาดการบูรณาการ เหมือนกำแพงที่มองไม่เห็นที่กั้นกลางระหว่างหน่วยงานรัฐ ผมขอยกตัวอย่างอีกกรณีหนึ่ง ช่วงน้ำท่วมในพื้นที่ผมมีหน่วยงานลงพื้นที่หลากหลาย หน่วยงานมาก แต่ละหน่วยงานต่างคนต่างทำ บางครอบครัวได้รับการช่วยเหลือ ได้รับถุงยังชีพ แบบซ้ำซ้อน แต่บางครอบครัวกลับไม่ได้รับความช่วยเหลือเลย เพราะว่าข้อมูลเหล่านี้ กระจัดกระจาย ไม่มีการแชร์กันระหว่างหน่วยงาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอพูดถึง ประเด็นการเสนอ พ.ร.บ. ฉบับนี้ใน ๓ ประเด็นหลักนะครับ🔗
ประเด็นแรก คือการทำลายกำแพงไซโลด้วยการสร้างระบบฐานข้อมูลกลาง ของภาครัฐ ผมขอยกตัวอย่างประเทศเอสโทเนียนะครับ ที่พัฒนาระบบที่เรียกว่า X-Road เชื่อมโยงข้อมูลทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน ประชาชนยื่นข้อมูลครั้งเดียวใช้ได้ทุกหน่วยงานครับ ไม่ต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชนอีกด้วยซ้ำ ลองคำนวณดูครับว่าประเทศไทยถ้าประหยัด กระดาษและประหยัดเวลาได้มากขนาดนี้ พอประหยัดเวลาแล้วจัดการเรื่องใบอนุญาต และเอกสารต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น ก็เริ่มธุรกิจได้เร็วขึ้น ความสามารถในการแข่งขันก็จะ รวดเร็วมากขึ้น และเพิ่มขึ้นครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ การลดระยะเวลาการพิจารณาการอนุญาตนะครับ ปัจจุบัน การขออนุญาตก่อสร้างอาคารใช้เวลา ๔๕-๖๐ วัน ทั้งที่หลายประเทศใช้เวลาแค่ ๗-๑๔ วัน เพราะเขาใช้ระบบดิจิทัลในการตรวจสอบ ยกตัวอย่างเช่นการตรวจสอบแบบแปลนอัตโนมัติ ที่ประเทศสิงคโปร์นะครับ หรือเขาเรียกระบบนี้ว่าระบบ CORENET หรือ Construction and Real Estate Network ที่สามารถตรวจสอบแบบแปลนอัตโนมัติได้ภายใน ๗-๑๔ วัน ระบบสามารถตรวจสอบการขัดกับกฎหมายควบคุมอาคารได้โดยอัตโนมัติ มีการใช้ BIM หรือ Building Information Modeling เชื่อมโยงกับระบบตรวจสอบได้ ส่วนในประเทศไทย แม้จะมีระบบจีไอเอสในการตรวจสอบผังเมือง มีระบบการขออนุญาตก่อสร้างออนไลน์ แต่ก็ยังต้องยื่นเอกสารประกอบอยู่ดีครับ เจ้าหน้าที่ยังคงต้องตรวจสอบแบบแปลนด้วยมือ ด้วยสายตาของตัวเองและใช้เวลาพิจารณาถึง ๔๕-๖๐ วัน ท่านประธานครับ ทุกวันที่รอคอย ทุกวันที่รอคือต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ที่ต้องแบกรับภาระ ดอกเบี้ย🔗
ประเด็นที่ ๓ การสร้างความรับผิดชอบ ผมขอเสนอให้เพิ่มบทลงโทษที่ชัดเจน สำหรับเจ้าหน้าที่ที่เพิกเฉยหรือประวิงเวลาโดยไม่มีเหตุผลนะครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้มีเพื่อน ๆ ผู้ประกอบการก็ได้มาเล่าให้ฟังว่าเจ้าหน้าที่รัฐใช้เวลาในการพิจารณาเอกสารนานเกินกำหนด ถึง ๓ เดือนโดยไม่มีการแจ้งเหตุผล ทำให้เขาต้องเสียโอกาสในการทำธุรกิจไป แต่กลับไม่มี บทลงโทษใด ๆ ท่านประธานครับ การแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะสร้างการเปลี่ยนแปลง ครั้งสำคัญ ผมขอยกตัวอย่างประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นนะครับ เกษตรกรที่ต้องการขอใบรับรอง มาตรฐานการผลิตจะไม่ต้องเดินทางไปที่กรมวิชาการเกษตร กรมประมง และกรมปศุสัตว์ แยกกันอีกต่อไป แต่สามารถยื่นขอผ่านระบบดิจิทัลได้ที่จุดเดียว ผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการเริ่มธุรกิจ จะได้รับการบริการแบบ One Stop Service ผ่านระบบดิจิทัล ลดเวลาจาก ๖๐ วัน เหลือเพียง ๑๕ วันหรือ ๓๐ วัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ประชาชนที่ประสบ ภัยพิบัติจะได้รับความช่วยเหลือรวดเร็วและทั่วถึง เพราะทุกหน่วยงานใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน ไม่มีการตกหล่นหรือซ้ำซ้อนอีกต่อไป นี่คือการปฏิรูประบบราชการครั้งสำคัญที่เปลี่ยนจาก การทำงานแบบแยกส่วนมาสู่การทำงานแบบไร้รอยต่อ หากระบบที่ยึดติดกับกระดาษมาสู่ ระบบแบบดิจิทัลมีประสิทธิภาพ จากการบริการที่เน้นความสะดวกของเจ้าหน้าที่มาสู่การ บริการที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง🔗
สุดท้ายนี้ผมขอฝากข้อคิดนิดหนึ่งครับว่าเราไม่สามารถแก้ปัญหาใหม่ด้วยวิธี คิดแบบเดิม ๆ ถึงเวลาที่เราต้องปลดล็อกข้อจำกัดต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อสร้างระบบราชการ ที่ตอบโจทย์ประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง อยากให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่าน และเพื่อน ๆ ในสภาได้รับหลักการนี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านราชิต สุดพุ่ม ครับ ต่อด้วยท่านวีรภัทร คันธะ และท่านเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เชิญท่านราชิตครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายราชิต สุดพุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนและเสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับ ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ ประชาชน พ.ศ. .... ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่มีการปรับปรุงมาจาก พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยหลักการที่สำคัญก็คือมองเห็นว่าประชาชนเป็นประธานแห่งสิทธิที่ได้รับบริการจากรัฐ ก็เป็นข้อที่ดีที่มองเห็นความสำคัญของพี่น้องประชาชน🔗
ประการที่ ๑ ที่ผมคิดว่าชื่นชมก็คือว่ากฎหมายฉบับเดิมปี ๒๕๕๘ ปีนี้ก็ ปี ๒๕๖๘ แค่ ๑๐ ปีนี่ท่านก็เห็นถึงจะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้อง ท่านไปดู กฎหมายของกระทรวงมหาดไทยสิครับ เกือบร้อยปีก็ยังมี ๗๐ ปีก็ยังมี ยังไม่ได้มีการปรับปรุง เพราะฉะนั้นผมขอชื่นชมแค่ ๑๐ ปีท่านก็สามารถที่จะนำมาปรับปรุงให้สอดคล้อง ให้ทันสมัย🔗
ประการที่ ๒ ที่สำคัญก็คือท่านมีการกำหนดเวลาดำเนินการในแต่ละขั้นตอน ให้มีความชัดเจน อันนี้เป็นความสำคัญในการทำงานต้องมีคู่มือ ต้องมีการประกาศ แล้วก็มี การกำหนดระยะเวลาแต่ละขั้นตอนให้พี่น้องประชาชนผู้รับบริการทราบ🔗
ประการที่ ๓ ก็พยายามที่จะลดขั้นตอนถ้ามีหลายหน่วยงานเข้ามาปฏิบัติ ร่วมกัน ก็มีการลดขั้นตอนให้มันรวดเร็ว แล้วอันไหนก็ตามที่ไม่จำเป็นก็พยายามที่จะตัด ออกไป อันนี้เพื่อสนองให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างรวดเร็ว🔗
ประการที่ ๔ มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเป็นการบริการในการ อนุญาต🔗
ประการที่ ๕ ที่สำคัญครับ ก็คือพยายามที่จะให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ พนักงาน เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจในการพิจารณาอนุญาต อนุมัติเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ผมคิดว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ สำคัญมาก แต่จากกฎหมายฉบับที่จะเสนอขึ้นมานี้มันมีอยู่ ๕ ประการ ที่มีการเพิ่มเติม🔗
ประการแรก ให้มีการบูรณาการร่วมมือในการทำงานร่วมกันของหลาย หน่วยงาน โดยอาจจะใช้บุคลากร อาจจะใช้ข้อมูล อาจจะใช้เทคโนโลยีในการเชื่อมโยง ให้มีการร่วมมือด้วยกันในการทำงาน🔗
ประการที่ ๒ เป็นการลดภาระให้กับพี่น้องประชาชน ในกฎหมายฉบับนี้ ได้กำหนดว่าการขอเอกสารจากพี่น้องประชาชนถ้าเป็นหน่วยงานที่ออกเอกสารขอไม่ได้ ผมยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นหน่วยอำเภอที่ออกบัตรให้กับพี่น้องประชาชน ออกทะเบียนบ้าน ท่านจะขอเอกสารเหล่านี้จากพี่น้องประชาชนไม่ได้ แล้วก็ถ้าจำเป็นต้องขอจากหน่วยงานอื่น ก็ขอได้เพียงชุดเดียวเท่านั้นนะครับ โดยให้ทางราชการต้องไปทำสำเนาเอาเอง อันนี้เป็นสิ่งที่ ผมคิดว่าให้ความสะดวกกับพี่น้องประชาชนมาก🔗
ประการที่ ๓ ให้มีศูนย์บริการร่วม ณ ที่เดียวกัน ก็คือ One Stop Service อันนี้เดี๋ยวจะมีข้อเสนอที่ผมจะนำเสนอท่าน🔗
ประการที่ ๔ ให้มีการจัดตั้งศูนย์รับคำขอกลางโดยผ่านระบบเทคโนโลยี🔗
ประการสุดท้ายครับ กรณีเร่งด่วน มีการขออนุญาตต้องมีแบบ Fast Track มีช่องทางพิเศษ🔗
ผมคิดว่าจาก ๕ ประการในกฎหมายที่ยกขึ้นมานี้เป็นสิ่งที่ดี อำนวยความ สะดวกให้กับพี่น้องประชาชน แต่ผมมีข้อสังเกตครับ ท่านประธานครับ ฝากไปยังคณะทำงาน แล้วก็อาจจะมีกฎหมายรองลงไปหรือว่าระเบียบอะไรต่าง ๆ ผมมีข้อสังเกตอย่างนี้ครับว่า เมื่อเราใช้ข้อมูลหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมกันการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล วัน เดือน ปีเกิด บัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ต่าง ๆ ท่านต้องให้ความสำคัญกับข้อมูลตรงนี้ ท่านเห็นว่าขณะนี้ประเทศไทยที่มีแก๊ง Call Center อะไรก็ตาม ก็ข้อมูลอย่างนี้ เพราะฉะนั้น หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว ให้ความสำคัญ🔗
ประการที่ ๒ พ.ร.บ. ฉบับนี้เน้นการให้ความสะดวกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขัน แต่ผมเสนอท่านอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ผ่านไปยังผู้รับผิดชอบครับ การอำนวยความสะดวกกับความมั่นคงมันต้องควบคู่กันไป ท่านจะเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันอย่างเดียว สะดวกเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างเดียวไม่ได้ครับ ท่านต้องมองในมิติ ของความมั่นคงด้วย มีกฎหมายหลายฉบับที่มีการอนุญาตควบคู่กับความมั่นคง ท่านไม่ต้อง อะไรมากหรอกครับ ขณะนี้ประเทศไทยท่านดูฟรี VISA สิ ขณะนี้ใครที่เข้ามาในบ้านเมืองเรา ซึ่งไปทำอะไรเสียหายเยอะแยะมาก ท่านต้องพิจารณาควบคู่กันให้ได้ ความมั่นคงกับการ บริการ🔗
ประการที่ ๓ ในการจัดตั้งศูนย์บริการร่วม ผมนำเรียนท่านอย่างนี้นะครับ ผมเคยทำงานด้านนี้มา ท่านบอกว่าท่านจะมาตั้งศูนย์บริการร่วม ตั้งที่ห้างศูนย์การค้าก็ดี ตั้งที่หน่วยงานไหนก็ตาม ท่านก็ดึงหน่วยงานมา ไม่ว่าจะดึงคนมา ดึงงานมา หรือว่าเอาข้อมูลมา การที่จะมาตั้งศูนย์บริการร่วมครับ มันต้องใช้งบประมาณ มันต้องใช้บุคลากร กฎหมาย ฉบับนี้กำหนดว่าหลังจากประกาศแล้ว ๑๘๐ วัน ประเทศไทยงบประมาณตั้งเป็นรายปี บุคลากรอะไรต่าง ๆ ท่านต้องทำความตกลงกับหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ได้ว่าเมื่อมีกฎหมาย ฉบับนี้ออกมาแล้ว เรื่องคนทำอย่างไร เรื่องงบประมาณในการปรับปรุงทำอะไรก็แล้วแต่ ท่านทำอย่างไรต้องมีการเตรียมการ เมื่อมีผลบังคับใช้ตรงนี้ต้องพร้อม ผมเองเคยประสบ กับตัวเองครับ หน่วยงานที่มาส่วนใหญ่จะส่งเจ้าหน้าที่ที่เขาไม่เอาแล้ว ในหน่วยงานมาร่วม หรือก็บอกว่างบประมาณไม่มีในการจัดทำศูนย์ เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่เกิดประโยชน์ ก็ขอฝาก ไว้ด้วยว่าขอให้มีผลในทางปฏิบัติ เมื่อเราจัดตั้งศูนย์แล้วก็ให้มีผลในทางปฏิบัติ🔗
ข้อสุดท้าย ในกรณี Fast Track ก็มีคนพูดหลายคน ผมขออย่างเดียวครับว่า ขอให้มีหลักเกณฑ์ คนที่จะขอ Fast Track ได้ต้องมีเหตุผล ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ อย่าให้ใช้ Fast Track ในการหาประโยชน์ ก็ขออนุญาตนำเรียนเพียงเท่านี้ แล้วก็ผมขอสนับสนุน ใน พ.ร.บ. ดังกล่าวครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปท่านวีรภัทร คันธะ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรภัทร คันธะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง ยกเว้นตำบลบางจาก พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการ ให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ทราบไหมครับว่าปัญหาของบริษัท ทัวร์เถื่อนที่ไม่มีใบอนุญาตในประเทศไทยมีสาเหตุหลักมาจากกระบวนการขอใบอนุญาต ที่ล่าช้าและซับซ้อน ผู้ประกอบการหลายรายต้องการเริ่มธุรกิจทัวร์ทันที แต่กระบวนการ ขอใบอนุญาตที่ยุ่งยากและต้องผ่านหลายหน่วยงานทำให้เกิดความล่าช้า เมื่อไม่สามารถรอได้ พวกเขาจึงตัดสินใจดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาต ซึ่งนำไปสู่การดำเนินธุรกิจที่ขาดการ ควบคุมส่งผลให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมกับ บริษัททัวร์ที่ปฏิบัติตามกฎหมายและการสูญเสียรายได้จากภาษีของรัฐ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต และให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... จะช่วยแก้ปัญหานี้โดยการทำให้กระบวนการอนุมัติ ใบอนุญาตมีความรวดเร็วขึ้น ลดขั้นตอนที่ซับซ้อนและใช้เทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ประกอบการ สามารถยื่นขอใบอนุญาตออนไลน์ได้ การพิจารณาที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพจะทำให้ ผู้ประกอบการไม่ต้องหันไปทำธุรกิจเถื่อนและช่วยลดการเกิดบริษัททัวร์เถื่อนในระยะยาว การอำนวยความสะดวกในการขอใบอนุญาตจะไม่เป็นเพียงแค่การช่วยลดปัญหาบริษัททัวร์ เถื่อนนะครับท่านประธาน แต่ยังส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศให้มีความปลอดภัยและมี คุณภาพมากขึ้น ทำให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันในตลาดท่องเที่ยวโลกได้ดีขึ้น การมีระบบ ที่โปร่งใสและรวดเร็วจะทำให้นักท่องเที่ยวมั่นใจในบริการทัวร์ที่ได้รับและสามารถดึงดูด นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ของเรามีศักยภาพสูงมากขึ้นครับ หากเรามองภาพรวมของการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน จะเห็นว่าประเทศที่มีการพัฒนากระบวนการอนุมัติใบอนุญาตและการให้บริการที่รวดเร็ว เช่น สิงคโปร์หรือมาเลเซียสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่าประเทศไทย ดังนั้นการออก กฎหมายนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสามารถในเรื่องของการแข่งขัน ของประเทศไทยในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สรุปแล้วนะครับ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ ประชาชน พ.ศ. .... จะช่วยแก้ปัญหาทัวร์เถื่อนโดยการเร่งกระบวนการขอใบอนุญาต และการปรับปรุงการควบคุมและตรวจสอบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วสุดท้ายนะครับ ก็จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศให้เติบโตและแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคและระดับ โลกครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เชิญครับ🔗
ขอบคุณค่ะท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชน เขตเลือกตั้งที่ ๑ อำเภอเมือง ยกเว้นตำบลหนองหอย หนองป่าครั่ง วัดเกตุ และท่าศาลาค่ะ วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ ประชาชน พ.ศ. .... จากที่ทุกท่านทราบดีนะคะว่าการที่จะประกอบธุรกิจ ๑ ธุรกิจ หลาย ๆ ธุรกิจจำเป็นต้องมีใบอนุญาตหลายใบด้วยกัน ซึ่งก็เป็นความเจ็บปวดของผู้ประกอบการ ที่จะต้องรอใบอนุญาตนานแสนนานกว่าจะได้แต่ละใบ อีกทั้งแต่ละใบบางครั้งอาจจะต้องมี การยื่นใต้โต๊ะหรือมีการคอร์รัปชันเกิดขึ้น ซึ่งมันจะเป็นการเสียโอกาสหลาย ๆ อย่างในการ ประกอบธุรกิจ อย่างธุรกิจอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีมูลค่าเศรษฐกิจเป็นอันดับหนึ่งของ ประเทศไทยก็คืออุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ซึ่งถ้าเรียกง่าย ๆ ก็คืออุตสาหกรรม ยานยนต์ไฟฟ้า ที่ทุก ๆ การผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ทุก ๆ ๑๐๐,๐๐๐ คันจะทำให้เศรษฐกิจไทย ขยายตัวเพิ่มขึ้น ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ แต่เป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าต่อปีอยู่ที่ ๑.๒ ล้านคันต่อปี จึงจะทำให้จีดีพีโตถึง ๒.๔ เปอร์เซ็นต์ต่อปี แต่การที่จะทำธุรกิจหรือว่า ลงทุนในอุตสาหกรรมนี้จะต้องมีการขออนุญาตอยู่ถึง ๘ ใบด้วยกันค่ะ ก็คือการตั้งโรงงาน อันดับ ๒ ก็คือการขอใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร การขอใบอนุญาตต่าง ๆ แล้วก็ถ้าที่ดิน มีจำนวนหลายแปลงก็ต้องมีการรวมทำแผนผังที่ดินรวมโฉนด อันดับที่ ๔ ก็คือจัดทำรายงาน วิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ แล้วก็การขอสนับสนุนจาก BOI เพื่อได้รับ สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย อันดับที่ ๖ ก็ต้องขออนุญาตอีกจาก กรมสรรพสามิต ขอ มอก. เพื่อให้ได้รับมาตรฐานและจะต้องมีการทำการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนในบริเวณที่โรงงานนี้ก่อตั้งอยู่ จาก Timeline จริง ๆ แล้วถ้าขอถึง ๘ ใบ ขณะนี้ระยะเวลาในการขออนุญาตอาจจะใช้เวลา ๒-๓ ปีเลยค่ะ ทำให้การขออนุญาตทั้ง ๘ แห่งนี้อาจจะต้องไปถึง ๘ ที่ ๘ ครั้ง และใช้ระยะเวลาเป็นระยะเวลายาวนานนะคะ อีกทั้งยังทำให้เสียโอกาสในการลงทุนต่าง ๆ ด้วยค่ะ🔗
อีกหนึ่งอุตสาหกรรมค่ะเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ค่ะ เป็นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่บ้านดิฉันก็คือจังหวัดเชียงใหม่ก็เป็นอุตสาหกรรมหลักของ จังหวัดเชียงใหม่เหมือนกัน ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ธุรกิจโรงแรมที่จะต้องขอใบอนุญาตอย่างน้อย ๔-๕ ใบด้วยกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นแบบแปลนแผนผังที่ต้องมีวิศวกรหรือสถาปนิกในการรับรอง หนังสือแสดงสิทธิในการใช้ที่ดินหรือโฉนด ใบรับรองการตรวจสภาพอาคาร รายงานวิเคราะห์ ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ หากเป็นผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคลก็จะต้องมีการ จดทะเบียนนิติบุคคล แล้วก็มีการขอทะเบียนนิติบุคคลนี้อายุจะต้องไม่เกิน ๓ เดือน เพราะฉะนั้นร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ จึงเป็นร่าง พ.ร.บ. ที่สามารถที่จะรื้อขั้นตอนใบอนุญาตที่ ไม่จำเป็นประหยัดเวลาสำหรับผู้ประกอบการที่พี่น้องประชาชนโดยการนำเทคโนโลยีมาใช้ ในการอนุญาตและให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจในการอนุมัติและอนุญาตเพียงที่จำเป็นเท่านั้น ปิดช่องทางทุจริตเป็นผลดีต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในภาพรวม ซึ่งร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มีสาระสำคัญที่เป็นประโยชน์อยู่ ๗ ประการเท่าที่ดิฉันได้อ่านดูนะคะ🔗
ประการแรก ก็คือมีการปรับเปลี่ยนอนุญาตจากการขออนุญาตเป็นการ จดแจ้งสำหรับกิจการที่มีความเสี่ยงระดับต่ำ ซึ่งโดยสถิติแล้วจากข้อมูลแล้วใบอนุญาตที่มี ความเสี่ยงต่ำจะมีประมาณ ๓๐๐ ใบในประเทศไทย แต่ว่าสามารถใช้วิธีการจดแจ้งอยู่ที่ ๑๘๐ ใบ ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีไม่ต้องรอนานนะคะ🔗
ประการที่ ๒ จะมีช่องทางขอใบอนุญาตแบบ Fast Track ซึ่งผู้ประกอบการ หรือนักลงทุนต่าง ๆ ก็สามารถเข้าช่องทาง Fast Track ได้นะคะ แต่ว่าอาจจะต้องเสีย ค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าปกติหน่อย แต่ว่าก็ทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลประโยชน์แล้วก็ สามารถลงทุนได้ทันทีนะคะ🔗
ประการที่ ๓ มีการขยายขอบเขตทุกใบอนุญาตที่มีความเสี่ยงต่ำที่ไม่เป็น อันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อมให้สามารถชำระค่าธรรมเนียมแล้วก็เป็นการ ต่อใบอนุญาตหรือเป็นการยื่นขอใบอนุญาตได้เลย🔗
ประการที่ ๔ ก็คือ Master License อย่างธุรกิจโรงแรม อย่างอุตสาหกรรม ยานยนต์ไฟฟ้าที่ดิฉันได้อภิปรายไปก็มีการขอใบอนุญาตอยู่หลายใบด้วยกัน ซึ่งถ้ามีการใช้ ระบบอนุญาตหลักหรือ Master License เข้ามาเราเพียงแค่ขออนุญาตแค่ใบหลักใบเดียว ก็สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ หลังจากนั้นใบอนุญาตลำดับรองลงมาหรือว่าลำดับย่อย ๆ ลงมาก็สามารถที่จะขอตามหลังได้นะคะ🔗
ประการที่ ๕ การต่อใบอนุญาตหากกิจการใดหรือการดำเนินกิจการใด ที่มีลักษณะที่ดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ก็สามารถชำระค่าธรรมเนียมแล้วสามารถ เป็นการต่อใบอนุญาตได้เลย🔗
ประการที่ ๖ ใบอนุญาตชำรุดเสียหายไม่ต้องแจ้งความเพียงแค่แจ้งให้กับ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในหน่วยงานนั้น ๆ ในการออกใบอนุญาตก็ไม่ต้องแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ ตำรวจอีกต่อไป🔗
ประการที่ ๗ สำคัญเลยค่ะ มีการจัดตั้งศูนย์รับคำขอกลางผ่านช่องทาง ออนไลน์ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการที่จะรวบรวมการยื่นใบคำขอผ่านช่องทางนี้ซึ่งลด ขั้นตอนและทำให้ระยะเวลาในการขอใบอนุญาตสั้นลง🔗
ด้วยเหตุผลทั้ง ๗ ประการนี้ดิฉันก็อยากจะขออภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. นี้ สามารถที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจให้กับประเทศ จึงอยากจะให้สภาแห่งนี้ผ่านร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับโดยเร่งด่วน ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณมากครับ ท่านสมาชิกครับ เมื่อสักครู่มีการพูดคุยกับทางผู้ประสานงานทั้ง ๒ ฝ่าย ก็เห็นตรงกัน เนื่องจากว่ามีเพื่อนสมาชิกได้ลงชื่อขออภิปรายเอาไว้เยอะ แล้วก็มีท่านสมาชิก หลายท่านที่มีความประสงค์จะอภิปราย แต่ว่าวันนี้ก็ยังไม่ได้ลงชื่อก็เตรียมตัวไว้ว่าจะลงชื่อ ในครั้งหน้าก็ยังมีอีกหลายท่าน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมขออนุญาตแบบนี้นะครับ ทางฝ่ายขวามือ ผมก็จะมีอีก ๒ ท่าน ก็ตามสูตร ๑ ต่อ ๒ ฝั่งซ้ายมือผมก็เหลืออีก ๔ ท่าน ก็จะไปสุดท้ายที่ ท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ ส่วนฝั่งขวามือก็จะเป็นท่านอดิศรกับท่านวรวงศ์ ก็ตามนี้ก็แล้วกัน นะครับ วันนี้ก็น่าจะเลิกประมาณสักห้าโมงครึ่ง เลิกเร็ว ๆ กันบ้างก็ดีเหมือนกัน ๓ ท่านต่อไป นะครับ ท่านอดิศร เพียงเกษ ต่อด้วยท่านมานพ คีรีภูวดล และท่านชริน วงศ์พันธ์เที่ยง เชิญท่านอดิศร เพียงเกษ ก่อนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัด ขอนแก่น นาน ๆ จะมีกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเข้ามาสู่สภาสักฉบับหนึ่ง ผมถือว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นการประกาศเอกราชอย่างหนึ่งของฝ่ายประชาชน ท่านประธานครับ พรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยไม่ใช่พรรคประชาชนนะครับ ไม่ใช่พรรคก้าวไกล ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคกล้าธรรม หรือพรรคอื่นใด พรรครวมไทย สร้างชาติด้วยก็ไม่ได้ใหญ่โต พรรคที่ใหญ่ที่สุดท่านประธานคือพรรคอะไร คือพรรคราชการ พรรคข้าราชการนี้ใหญ่ที่สุด เราถูกรัฐประหารก่อการกบฏมาไม่รู้กี่ครั้ง ล้มลุกคลุกคลาน มีกฎ ระเบียบ ข้อบังคับกับพรรคการเมือง นักการเมืองมากมาย ในขณะที่เราถูกจับใส่ กุญแจมือ พรรคข้าราชการทำงานเฉยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมัยปฏิวัติรัฐประหาร นั่นละพรรคราชการปกครองบ้านเมืองอย่างเบ็ดเสร็จ เรามักจะตำหนิข้าราชการว่าเช้าชาม เย็นชาม ข้าราชการแห้งชามน้ำชามอะไรทำนองนั้น เพราะว่าในอดีตที่ผ่านมาการกระทำ ของข้าราชการเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ครับ บางหน่วยงานนะครับ เช่น กรมที่เกี่ยวกับที่ดิน ที่กระทรวงมหาดไทยจะรังวัดโฉนดที น.ส.๓ ก. ที ถ้ายื่นไปเต็มตามระเบียบระบบนี้เมื่อไร ก็ไม่รู้ แต่ถ้ามีใต้โต๊ะเสียหน่อยจะทันทีเลยครับ จะทันที อีกหลายเรื่องหลายราวเป็นอย่างนี้ กฎหมาย ๒ ฉบับทั้ง ครม. และของเพื่อนสมาชิกเสนอนี้เป็นการประกาศลิดรอนอำนาจของ พรรคราชการให้ใช้อำนาจอย่างรัดกุมตามรัฐธรรมนูญ เขาบอกว่าประชาชนเป็นประธาน แห่งสิทธิ เป็นประธานแห่งสิทธิ Subject of Right หรือประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน เดี๋ยวนี้ถ้าไปติดต่อถ้าไม่ตอบรับ หรือตอบให้ประชาชนผู้ไปร้องทุกข์ด้านต่าง ๆ ภายใน ๑๕ วัน ก็จะมีวิธีการปฏิบัติ Sanction แต่ขาดอย่างเดียวว่าสภาพบังคับการเป็นบทลงโทษ ยังไม่มี ไม่ทราบว่าทางตัวแทนทั้งหลายที่นั่งอยู่ตรงนี้พอจะบัญญัติเรื่องโทษทัณฑ์ที่ข้าราชการ บางส่วนที่ไม่ทำ ผิดวินัยอะไรทำนองนี้ หรือมีโทษทางอาญาถ้าหนัก เพราะว่าบางส่วน บางราชการก้าวไม่ทันเอกชน ยกตัวอย่างมีคนเล่าให้ผมฟังผมก็ไม่เชื่อว่ากองทัพไทย ไม่ใช้บริการอาวุธที่เอกชนไทยทำ รถถังสหประชาชาติซื้อไปทั่วโลก แต่กองทัพไทย โทษนะครับ ผมก็ยังไม่เชื่อว่าไม่ได้ใช้บริการเขา ปกปิดอะไร มีวิธีการยื่นหลายครั้งหลายครา เปิดร้านอาหารทีหนึ่งกว่าจะยื่นสรรพสามิต กว่าจะยื่น ก ข ค ง คนจะไปกินอาหาร รับประทานอาหารตรวจบัตรประชาชนเป็นเรื่องเป็นราวข่าวดังมา คุณวิทยา แก้วภราดัย มากระซิบผมก่อนที่ผมจะอภิปราย มันมีขั้นตอนมากมายยุ่งเหยิงเหลือเกิน กฎหมายฉบับนี้ จะทลายกำแพงเหล่านี้ละครับ ผมถึงดีใจ ผมถึงไม่ยอมกลับ ไปลงเห็นคนอภิปราย ๒๐ วันนี้ยังไม่ลงมติ วันพุธต่อไปจะลงมติ ก็ถือว่าสมาชิกทุกท่านเห็นตรงกัน เจ้าหน้าที่ต้องใช้ ดุลยพินิจเท่าที่จำเป็นครับ เพียงเท่าที่จำเป็น ไม่ใช่ใช้ดุลยพินิจ ใช้ดุลยพินิจคือการคอร์รัปชัน ทางอำนาจ ท่านประธานครับ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับในหน่วยงานต่าง ๆ มากมาย เหมือนกัน หน่วยงานที่สำคัญ ๆ ที่ใช้บังคับก็มีปรากฏในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เช่นกรณี ไปติดต่อ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแก่รัฐสภาและคณะรัฐมนตรี คนมาติดต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ จะทำอย่างไร การพิจารณาพิพากษาคดีของศาล และดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ในการพิจารณาคดี บังคับคดีวางทรัพย์ การดำเนินการ ตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ทั้งนี้ตั้งแต่ในชั้นสืบสวนสอบสวนเป็นต้นไป มีคนถามผมว่าการประกันตัวตามรัฐธรรมนูญ เป็นสิทธิขั้นมูลฐาน แต่บางความผิดยื่นประกันตัวไม่ได้เลย ข้าราชการที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ละเมิดรัฐธรรมนูญหรือเปล่า กฎหมายฉบับนี้จะเอามือไปเปิดให้มันสะอาดได้ไหม ทุกคดีต้อง มีการประกันตัว เพราะเขายังไม่ได้เป็นความผิด เยาวชนหนุ่มสาวอยู่ในคุกตะราง พอศาล พิจารณาไม่มีความผิดแล้วจะเอาอย่างไร อย่างนี้เป็นต้นครับ กฎหมายฉบับนี้เปิดช่องให้ ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพอย่างแท้จริง ผมจะไม่อภิปรายมาก จึงขอแสดงความยินดีกับ กฎหมายฉบับนี้ ๑๐ ปีมีการแก้ไขเพิ่มเติมครั้งหนึ่ง หวังว่าข้าราชการดี ๆ ผมไปก็เจอนะครับ ไม่ใช่ว่าแบบผมพูดทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ ผมขออนุญาตเอ่ยนาม ผมไปที่สำนักงาน เขตสายไหมครับ เพราะว่าผมอยู่แถวสายไหม ไปทำบัตรประชาชนหายครับ ไปแป๊บเดียว มีขั้นตอนปั๊บ ๆ เสร็จแล้วครับ อย่างนี้ต้องปรบมือให้ผู้ว่าชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ไหม ขออนุญาต เอ่ยนาม ต้องปรบมือให้ข้าราชการที่มีหน้าที่เกี่ยวกับทำบัตรประชาชน ทะเบียนราษฎร์นี้ หรือเปล่า ดี ๆ อย่างนี้ก็มีครับ กฎหมายฉบับนี้ถ้าละเอียดลออประชาชนผู้เป็นเจ้าของสิทธิ เป็นประธานแห่งสิทธิก็จะได้ประโยชน์ จึงขอสนับสนุนโดยไม่มีเงื่อนไข หากเป็นไปได้ ถ้าไม่มากมาตราผมอยากให้พิจารณา ๓ วาระ แต่มันคงเป็นไปได้ยาก วันพุธหน้าเจอกันครับ แล้วก็ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณาอย่างรวดเร็วให้ประกาศใช้ไปเป็นวุฒิ ประกาศใช้เพื่อรับรองสิทธิของพี่น้องประชาชนที่จะพึงมี พึงได้จากกฎหมายฉบับนี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านมานพ คีรีภูวดล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมืองครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับท่านอดิศร ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ว่าพรรคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนี้คือพรรคข้าราชการ ซึ่งผมคิดว่าการพิจารณากฎหมาย หลายฉบับมีการแทรกแซงแล้วก็มีอิทธิพลจากข้าราชการเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้สภาเรา ขาดอิสรภาพหลาย ๆ เรื่อง ประเด็นที่ผมอยากจะอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ พร้อมทั้งการเสนอแนะความคิดเห็นเพิ่มเติม ท่านประธานครับ ผมอยากจะเห็นกระบวนการ อนุญาตที่เป็นรัฐกับรัฐนะครับ ท่านประธานครับ ซึ่งหมายความว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ อบต. และท้องถิ่น ทำไมผมคิดอย่างนี้ครับท่านประธาน ทำไมผมต้องเสนอแบบนี้ครับ ท่านประธานครับ พื้นที่ของผมและพื้นที่ของพี่น้องประชาชนคนไทยส่วนใหญ่นะครับ ผมคิดว่าไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านคนอยู่ในพื้นที่ของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นเขตป่าสงวน อุทยาน ที่ราชพัสดุ ส.ป.ก. อะไรเยอะแยะมากมายครับท่านประธาน เวลาจะก่อสร้าง เวลาจะสร้าง สถานประกอบการแต่ละที่ แต่ละอย่างนะครับ มันไม่สามารถที่จะไปยื่นได้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นคือมันจะเป็นเรื่องยากมาก รวมทั้งการเข้าถึงงบประมาณแผ่นดินที่เราพิจารณา แต่ละปีด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นก็คือว่าผมอยากจะให้คณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมา พิจารณาด้วยครับว่าพี่น้องประชาชนที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน พี่น้องประชาชนที่จะต้อง ประกอบการแต่ว่าไม่มีสิทธิในที่ดิน อันนี้จะต้องเอื้ออำนวยให้เขาเข้าถึงกระบวนการประกอบ อาชีพครับท่านประธาน เพื่อน สส. ของผมทั้ง ๔ ท่านอยู่ใกล้ ๆ ผม สส. ชัชวาล ขอนแก่น สส. อรพรรณ เชียงใหม่ สส. จุฬาลักษณ์ เชียงราย สส. ฐากูร เชียงราย พื้นที่ทั้ง ๓ คนนี้ นะครับ ผมคิดว่าไม่ต่ำกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ก็เป็นเขตป่า เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนที่มาปรึกษา พวกเราในการทำสถานประกอบการ มันเป็นที่ของรัฐท่านประธาน แต่ว่ามันจำเป็นจะต้องทำ เพราะว่าอีกหน่วยงานหนึ่งมาส่งเสริมว่าจะต้องทำวิสาหกิจนะ จะต้องมีการทำ อย. จะต้องมี การตรวจ แต่เราไปขอเวลาทำการสนับสนุนงบประมาณไม่มี กรรมาธิการจะต้องพิจารณา ประเด็นนี้ นอกจากจะเอื้ออำนวยใบอนุญาตเอกสารต่าง ๆ ที่มันมีอยู่แล้ว จะต้องเอื้ออำนวย ให้กับพี่น้องประชาชนที่ด้อยโอกาสที่ไม่สามารถจะเข้าถึงแม้แต่ที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ในการ จะประกอบการ แล้วผมเข้าใจว่าหลายพื้นที่ในประเทศไทยเจอคล้าย ๆ กับ สส. เพื่อนผมทั้ง ๓ ๔ ท่านนี้นะครับ ท่านประธานผมยกตัวอย่างกรณีที่ผมไปล่าสุด อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งเป็นอำเภอแล้วนะครับท่านประธาน แต่ว่าทั้งอำเภอนี้เป็นเขตป่า ท่านประธานลองนึกภาพครับ โรงพยาบาลก็อยู่ในเขตป่า สถานีตำรวจก็อยู่ในเขตป่า ที่ว่าการอำเภอก็อยู่ในเขตป่า อันนี้คือปัญหาที่ผมเจอ ทีนี้ประเด็นที่ผมอยากจะฝาก ท่านประธานและกรรมาธิการอย่างนี้ครับท่านประธาน ระยะทางจากเชียงใหม่ไปที่อำเภอ กัลยาณิวัฒนา ๑๒๘ กิโลเมตร จากอำเภอสะเมิงซึ่งเป็นเส้นทางผ่าน ๑๐๕ กิโลเมตร ไปทางแม่แจ่มก็คือ ๗๘ กิโลเมตร แล้วก็ไปทางอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ๖๘ กิโลเมตร ประชาชนจะต้องใช้น้ำมันในการเติมรถเพื่อจะเดินทางสัญจร พี่น้องประชาชนก็ทำปั๊มเล็ก ๆ ครับท่านประธาน เป็นปั๊มน้ำมัน ปั๊มหลอด หรือว่าปั๊มหัวจ่ายเล็ก ๆ เพื่อที่จะให้บริการกับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ใกล้เคียง แล้วก็บริการให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางสัญจร ท่านประธานทราบไหมครับ มีตำรวจจากภาค ๕ จะขึ้นมาเดือนละครั้ง จะมาเก็บค่าใช้จ่าย ที่ไม่รู้ว่าจะออกใบเสร็จได้หรือเปล่า หรือเป็นค่าใช้จ่ายอะไรก็ไม่รู้ มาถามพี่น้องประชาชนว่า ปั๊มที่คุณตั้งนี่มีเอกสารสิทธิไหม ปั๊มหลอดที่คุณตั้งได้รับอนุญาตจากใคร พี่น้องประชาชน ก็ไม่รู้ครับ ก็หมู่บ้านมันชอบด้วยกฎหมายแล้วมีผู้ใหญ่บ้าน อำเภอทั้งอำเภอมันก็ชอบด้วย กฎหมาย ตั้งเป็นอำเภอแล้ว เพราะฉะนั้นลักษณะแบบนี้ครับ ท่านประธานครับ คนที่เป็น ชายขอบจริง ๆ ทั้งผม พี่น้องประชาชน แล้วก็ สส. เพื่อนของผม แล้วผมเชื่อว่ามีทุกพรรค การเมืองที่เจอสถานการณ์แบบนี้ พี่น้องประชาชนที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ที่ดินไม่ชอบด้วย กฎหมาย มันจะทำให้คนเหล่านี้เป็นคนกลุ่มด้อยโอกาสอยู่ในชายขอบจริง ๆ ชายขอบของ ชายขอบ ไม่เข้าถึงงบประมาณแล้วยังถูกขูดรีดด้วยนอกระบบ จริง ๆ แล้วก็คือจะต้องไปจับ นายอำเภอ จับผู้ว่าดีกว่าใช่ไหมครับ หรือไปคุยกับผู้ว่าดีกว่ากรณีอย่างนี้ เพราะว่ามันชอบ ด้วยกฎหมายในการตั้งอำเภอ ตั้งหมู่บ้าน ตั้งตำบล มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีระบบบริหาร แต่เวลาจะทำเรื่องนี้ สิ่งที่สำคัญท่านประธานผมอยากจะเห็นความสำคัญใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ มันไม่ใช่เป็นเรื่องของในทางเทคนิคครับท่านประธาน มันไม่ใช่รูปแบบเรื่องกระบวนการ ขั้นตอนที่จะเป็นการอนุญาตเท่านั้นครับ สิ่งที่ผมเห็นใน พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ กำลังจะทำหน้าที่ในการสร้างความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชน กำลังจะเอื้ออำนวยให้กับ คนด้อยโอกาส กำลังจะเอื้ออำนวยให้กับคนที่ตัวเล็กตัวน้อยเข้าถึงกระบวนการในการแข่งขัน เข้าสู่กระบวนการขั้นตอนที่มันเอื้ออำนวยให้พี่น้องประชาชนลดขั้นตอน🔗
ท่านประธานครับ ผมขอย้ำอีกสักครั้งหนึ่งนะครับว่ากรณีพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในที่ดินของรัฐทุกประเภท ผมอยากจะฝากกรรมาธิการช่วยพิจารณา ช่วยเพิ่มเติม ในเนื้อหาว่ากระบวนการที่จะเข้าถึงใบอนุญาต การขออนุญาตต่าง ๆ ทุกรูปแบบที่เป็นหน้าที่ ของรัฐที่จะให้บริการพี่น้องประชาชนให้ลดขั้นตอน และถ้าไม่มีกฎหมายหรือถ้าไม่มีระเบียบ ท่านต้องไปเพิ่มขึ้นมาครับ เช่นหมู่บ้านนี้ ตำบลนี้ ให้ส่งเรื่องไปที่ อบต. หรือเทศบาล เทศบาลมีหน้าที่ในการไปยื่นกับหน่วยงานทุกหน่วยงาน คือหมายความว่าที่ทั้งหมดทั้งตำบล มันไม่มีกรรมสิทธิ์ แต่ตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่จะประกอบการในกิจการต่าง ๆ ถือว่า อบต. และเทศบาลเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ซึ่งหมายความว่ามันก็จะมีสถานะ การทำงานหรือการอนุญาตระหว่างรัฐกับรัฐ เรื่องนี้ผมคิดว่าถ้าหากว่ากรรมาธิการผู้ที่จะไป ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ได้บรรจุ ได้แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ผมคิดว่าจะเป็นผลดีนะครับ จะเป็นผลบุญให้กับพี่น้องประชาชนในประเทศไทยนี้ทั้งหมด ท่านประธานครับ ผมหวังว่า การพิจารณาเรื่องนี้ประเด็นที่ผมพิจารณาตรงนี้เราเคยบอกว่าเราจะไม่ทิ้งใครอยู่ข้างหลัง แล้วพี่น้องประชาชนผมคิดว่าไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านคน เรากำลังละเลย เรากำลังไม่สนใจเขา ใช้โอกาสนี้ในการเพิ่มเนื้อหาในการเติมเรื่องนี้เข้าไปเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาส เข้าสู่โอกาสอย่างเท่าเทียมครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปท่านชริน วงศ์พันธ์เที่ยง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต ๒ ประกอบด้วย อำเภอนครหลวง อำเภอบางปะหัน อำเภอมหาราช อำเภอบ้านแพรก และอำเภอท่าเรือ พรรคประชาชน ผมขอเสนอความคิดเห็นเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ที่เสนอโดย นายวรภพ วิริยะโรจน์ สส. พรรคประชาชน กับคณะ ท่านประธานครับ ประเทศเราได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการกำหนดหมายเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ โดยกำหนดให้ประชาชนทุกคนมีหมายเลขประจำตัวประชาชน ที่ไม่ซ้ำกัน ไม่ว่าจะมีชื่อและนามสกุลซ้ำกันก็ตาม เป็นการแยกแยะประชาชนแต่ละคน ได้อย่างชัดเจน และได้มีการบันทึกข้อมูลเหล่านี้ไว้โดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย แต่เรายังไม่เคยนำระบบนี้มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ การติดต่อหน่วยงานราชการยังต้องใช้ สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาเอกสารอื่น ๆ ที่ออกโดยรัฐมาใช้แสดงตน ทำให้มีความ ยุ่งยากสิ้นเปลืองเอกสาร และเป็นภาระในการจัดเก็บกับหน่วยงานรัฐ ทั้ง ๆ ที่เอกสารเหล่านี้ ออกโดยรัฐอยู่แล้ว ดังนั้นผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะได้นำเทคโนโลยีด้านข้อมูล ข่าวสารมาใช้ประโยชน์อย่างจริงจังในการออกใบอนุญาต และให้บริการประชาชน เพื่อความ สะดวกรวดเร็ว ลดขั้นตอนการทำงานและประหยัดค่าใช้จ่าย ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องใบอนุญาต กับการบริการที่รัฐบาลจะดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น ผมขอพูดถึง ปัญหาต่าง ๆ ที่ผ่านมาก่อนนะครับ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาระบบ เป็นที่ทราบกันดีว่า ในปัจจุบันแต่ละหน่วยงานราชการมีการเก็บข้อมูลของประชาชนไว้อยู่แล้วนะครับ เช่น กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จัดทำบัตรประชาชน มีหมายเลขประจำตัวประชาชน มีรูปถ่าย ที่อยู่ ลายพิมพ์นิ้วมือ แผ่นบันทึกข้อมูลในบัตร มีการกรอกประวัติอื่น ๆ เช่น การศึกษา อาชีพ ซึ่งระบุตัวตนที่ชัดเจน มีการจัดทำสำเนาทะเบียนบ้านเพื่อทราบภูมิลำเนา ถิ่นที่อยู่ ซึ่งปัจจุบันทั้งหมดนี้ได้บันทึกไว้ใน Application ThaID สำนักงานประกันสังคม มีประวัติของผู้ประกันตน กรมการขนส่งทางบกมีประวัติในการขับขี่ สำนักงานตำรวจ แห่งชาติก็มีประวัติอาชญากร และทุกหน่วยงานที่ให้บริการกับประชาชนก็จะมีประวัติต่าง ๆ บันทึกไว้ในระบบข้อมูลอยู่แล้ว ซึ่งไม่รวมไปถึงหน่วยงานเอกชนอื่น ๆ เช่น ธนาคาร บริษัท ประกันชีวิต บริษัทให้บริการโทรศัพท์ซึ่งก็มีข้อมูลเช่นกัน ดังนั้นถ้าทุกหน่วยงานสามารถ รวบรวมข้อมูลเหล่านี้มาเป็นศูนย์ข้อมูลกลางก็จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมายในการ อำนวยความสะดวก การให้ใบอนุญาต การบริการประชาชนโดยไม่ต้องแนบเอกสารอะไร มากมาย เพียงแค่กำหนดระบบยืนยันตัวตนของประชาชนแต่ละคนเข้าไปก็สามารถทำ ธุรกรรมต่าง ๆ ได้โดยง่าย ซึ่งต่อไปอาจขยายไปสู่การลงประชามติ การเลือกตั้ง การเสนอ การถอดถอนและการใช้สิทธิตามกฎหมายต่าง ๆ โดยใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียว และใช้ได้ทั่วโลกผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายเที่ยงตรง แน่นอน ป้องกัน ปัญหาการทุจริตได้อย่างสมบูรณ์ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ จะได้ นำไปใช้อย่างรวดเร็วต่อไป เลิกระบบแอนะล็อก แล้วหันไปใช้ระบบดิจิทัลกันเสียทีครับ ผมเห็นด้วยและสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่นายวรภพ วิริยะโรจน์ เสนอมา เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการอำนวยความสะดวกกับประชาชนให้ทันยุคสมัย ลดปัญหาความ ยุ่งยาก ลดการใช้กระดาษ ลดปัญหาเรียกเงินใต้โต๊ะ ลดจำนวนพนักงานให้บริการ ทำให้การขออนุญาตรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพราะที่ผ่านมาประชาชนคนไทยจะทำอะไรทีก็ต้อง ขออนุญาตตั้งแต่เกิดถึงตาย ใบอนุญาตมีมากมายเกินความจำเป็น จึงต้องขอให้รัฐบาล พิจารณาเรื่องที่จำเป็นที่ต้องขออนุญาตเท่านั้น ใบอนุญาตบางครั้งก็ซ้ำซ้อน เรื่องเดียวกัน ต้องขออนุญาตหลายแห่ง หลายหน่วยงาน บางครั้งต้องพบกับปัญหาทำงานล่าช้า การอ้างว่า ต้องเสนอหลายขั้นตอน บางครั้งเจ้าหน้าที่คนที่รับเรื่องลาออกไปไม่มีใครมาดำเนินการต่อ หรือการทำงานเช้าชามเย็นชาม หรือการถ่วงเวลาสารพัด หรือบางทีก็ต้องจ่ายเงินสินบน เพื่ออำนวยความสะดวก สิ่งเหล่านี้อาจจะหมดไปเมื่อกฎหมายนี้บังคับใช้ แต่น่าเสียดายครับ ที่กฎหมายฉบับนี้มิได้บังคับใช้กับกระบวนการยุติธรรมหรือองค์กรอิสระอื่น ๆ ด้วย ทำให้ใช้ ไม่ได้กับการสืบสวนสอบสวน การดำเนินคดีของตำรวจ อัยการ หรือศาล การรับเรื่อง ร้องเรียนการพิจารณาของ ป.ป.ช. หรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถ้าหน่วยงานเหล่านี้ กำหนดขั้นตอนและระยะเวลาดำเนินการด้วยก็จะเป็นผลดีกับประชาชนโดยรวมนะครับ เพราะจะเห็นได้ว่าเราจะพบคดีที่ขาดอายุความเป็นจำนวนมากเพราะการทำงานที่ล่าช้า โดยไม่มีผู้ใดรับผิดชอบ ดังนั้นผมจึงขอเห็นด้วยและสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ของนายวรภพ วิริยะโรจน์ สส. พรรคประชาชน กับคณะ ขอบคุณครับ🔗
๓ ท่านสุดท้ายสำหรับวันนี้ ท่านแรกครับ ท่านวรวงศ์ วรปัญญา ครับ ต่อด้วยท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร และท่านอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล สลับกับท่านจุลพงศ์นะครับ เชิญท่านวรวงศ์ วรปัญญา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทยครับ วันนี้ผมขออนุญาตใช้สภาอันทรงเกียรติและเข้าร่วมอภิปรายในส่วนของ พ.ร.บ. การอำนวย ความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ครับ ผมขออภิปรายสนับสนุนในส่วนร่างของคณะรัฐมนตรีครับ หรือที่เราเรียกกันว่า ครม. ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาผมเชื่อว่ามีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายถึงข้อดีของ พ.ร.บ. ในทุก ๆ ร่างที่เรากำลังอภิปรายอยู่นี้ แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ยังมีอีกหนึ่ง ประเด็นที่พี่น้องประชาชนได้เข้ามาร้องทุกข์ ได้เข้ามาเรียกร้อง ซึ่งผมมั่นใจว่ามีผู้แทนแล้วก็ หลายภาคส่วนในส่วนของราชการเองก็ได้รับเสียงเรียกร้องมา ก็คือในเรื่องของขั้นตอนในการ ขออนุญาต ขั้นตอนในการที่จะแก้ปัญหา ซึ่งปัญหาเหล่านี้ครับเป็นปัญหาที่มีมาหลายยุคสมัย โดยยุคปัจจุบันเป็นยุคของเทคโนโลยี ผมเชื่อมั่นว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ ถ้าบวกด้วยกับเทคโนโลยี ที่มีในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นระบบ Blockchain เอง ระบบดิจิทัลหรือเป็นระบบของ e-Government จะเป็นการลดความขัดแย้ง ลดขั้นตอน ลดปัญหาระหว่างภาคประชาชน และภาครัฐ ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาเราอาจจะยังไม่มีเครื่องมือเครื่องไม้ที่ดีพอ จนเป็นช่องว่างให้กับข้าราชการทั้งหลาย หรืออาจจะเป็นปัญหาในการดำเนินงานให้กับ พี่น้องข้าราชการไปยังพี่น้องประชาชน สิ่งนี้เมื่อผนวกรวมกันแล้ว ๒ อย่าง ทั้งระบบดิจิทัลเอง ผนวกกับศูนย์การรวมในส่วนของข้อมูล จะทำให้เราสามารถลดปัญหาและกะระยะเวลา ในการขออนุญาตได้ ผมยกตัวอย่างในการขออนุญาตเรื่องใดสักเรื่องหนึ่งที่ในอดีตไม่ได้ มีกรอบเวลาในการกำหนดไว้ จะเป็น ๓๐ วันก็ดี ๔๐ วัน ๖๐ วัน หลาย ๆ เหตุการณ์ครับ ไม่ได้มีกรอบกำหนดไว้ก็ได้แต่เฝ้ารอ สำหรับพี่น้องตัวเล็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ รายใหม่หรือรายย่อย เขามีค่าใช้จ่าย มีค่าเสียโอกาสต่อวัน ต่อชั่วโมง ต่อนาทีที่เขาจะต้องจ่าย เขาจะต้องดูแล พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะทำให้เราสามารถคาดคะเนเวลาที่จะถึงได้ว่าอย่างน้อย ภายในระยะเวลา ๓๐ วันเราจะได้ทราบคำตอบ พี่น้องประชาชนหรือผู้ประกอบการก็จะได้ ทราบว่าจะต้องวางแผนเตรียมตัวในแต่ละขั้นอย่างไรครับ สิ่งเหล่านี้จะลดปัญหาต้นทุนของพี่น้องประชาชน รวมถึงลดข้อขัดแย้งระหว่างข้าราชการ กับพี่น้องประชาชน ผมคงใช้เวลาไม่มากในการอภิปรายเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ เนื่องจาก เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้ลงลึกในหลาย ๆ ประเด็นแล้ว แต่สิ่งที่ผมอยากจะเห็น สิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ก็คือเราได้เห็นการร่วมมือกันในการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษา ทั้งข้อดี ข้อเสีย หรือเพิ่มข้อเสนอแนะในการที่เราจะผลักดัน พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพื่อให้ลดขั้นตอน เพื่อที่จะเพิ่มประสิทธิภาพ รวมถึงเพื่อจะเพิ่มความโปร่งใสให้กับพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคประชาชนครับ ผมขอร่วมอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติ การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ในเรื่องการขออนุญาตต่าง ๆ นะครับ ผมเองจริง ๆ แล้วเพิ่งผ่านสุราก้าวหน้าไปเมื่อเช้านี้ จริง ๆ ผมว่าหลักการคล้าย ๆ กันครับว่าจริง ๆ แล้วประเทศเราตอนนี้ต้องมาดูกันจริง ๆ พูดถึงเรื่องการนำต่างชาติมาลงทุนเอย อะไรเอย หรือเพิ่มการลงทุน เอาจริง ๆ แล้วครับ จริง ๆ เราไม่ได้ไม่มีสตางค์ครับ มีสตางค์เยอะมากครับนายทุนไทย แต่ไม่ค่อยกล้าลงทุน ในประเทศไทย ไม่ใช่เพราะว่าเขาไม่รักชาตินะครับ แต่คือการทำมาหากินในประเทศบ้านเรา มันยากเหลือเสียเกิน ผมพูดตรง ๆ ครับ คือผมเองก็เป็นคนไทยเชื้อสายจีน อากงอาม่า ก็มาจากเมืองจีนตอนหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ปฏิวัติวัฒนธรรม แต่ก่อนแกก็เล่าให้ฟังครับ ว่าแกมาเข็นถ่านขายครับ ถ้าอากงผมมาอยู่วันนี้ครับแล้วมาจากเมืองจีนมาเข็นถ่านขาย เชื่อไหมครับท่านประธานโดนจับครับ ไม่มีใบอนุญาตขนส่งเชื้อเพลิง ขายเชื้อเพลิงครับ เพราะถ่านเป็นเชื้อเพลิงชนิดหนึ่ง ดังนั้นเราจะสังเกตได้เลยครับว่าสิ่งที่คนธรรมดาจะสร้าง เนื้อสร้างตัวขึ้นมาเหมือนคนในอดีตที่บอกว่าขยันแล้วไม่อด ไม่จนนั้นเป็นไปไม่ได้ ด้วยระบบ โครงสร้างรัฐของไทยเลย หรือกฎหมายไทยครับ🔗
ประเด็นแรกครับท่านประธานเรามีกฎหมายเยอะเกินไปครับ อันนี้เรียกว่า Deregulation ก็ต้อง Deregulation กันไป ความซับซ้อนต่าง ๆ ก็ต้องน้อยลง อย่างเช่น พ.ร.บ. สุราก้าวหน้า หรือร่างภาษีสรรพสามิตเช้านี้ครับ จริง ๆ หลายอย่างเป็นอำนาจของ รัฐบาลที่ทำได้เลยในส่วนของกฎกระทรวงต่าง ๆ ทำได้เลยครับไม่ต้องรอมาทำเป็น พ.ร.บ. เช่นนี้ครับ🔗
ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน Bureaucracy หรือระบบราชการที่เทอะทะ วันนี้ใครดูข่าวครับ เวียดนามเขาปรับลดข้าราชการ ๒๐๐,๐๐๐ ตำแหน่ง แล้วก็เขาบอกว่า มันเพิ่มประสิทธิภาพได้ แต่ผมก็ไม่ได้บอกว่า เดี๋ยวเอาไปดราม่าบอกว่าพรรคประชาชน เอาข้าราชการออกอีกแล้ว เราต้องมาดูกันจริง ๆ ครับ เรามีหน่วยงานราชการเยอะมาก เรามีองค์กรอะไรเยอะมากครับ แต่พอเรา สส. หลายครั้งกรรมาธิการจะขอข้อมูลเพื่อไป ทำงาน ทำ พ.ร.บ. บอกหน่วยงานนั้นบอกไม่ใช่ ชื่อมันใช่เลยครับ แต่บอกว่าไม่ใช่ของฉัน ก็โยนกันโยนกันมา จะมีหน่วยงานเยอะทำไม แล้วผมเห็นใจพี่น้องข้าราชการครับหลายคน ผมอยากให้ความเป็นธรรมแทนเพื่อนสมาชิกหลายคนที่อาจจะพูดว่าเช้าชามเย็นชาม คือบางครั้งผมเข้าใจจริง ๆ ครับ ผมได้มีโอกาสร่วมทำงานในสภาแห่งนี้กับเจ้าหน้าที่สภา หลายองค์กร หลายหน่วยครับ คือเห็นใจครับว่าระเบียบของทางราชการ แม้กระทั่งสภาเรา ครับท่านประธานต้องฝากท่านประธานจริง ๆ เรื่องการเซ็นเอกสารครับ ยังต้องเซ็นเป็น กระดาษครับ ผมบอกว่าเซ็นเป็นอิเล็กทรอนิกส์ได้ไหม เซ็นผ่านไลน์เดี๋ยวผมมาพีดีเอฟ ผมเซ็นให้ ไม่ได้ครับ บางครั้งมีการเดินทางข้าราชการต้องวิ่งไปหา สส. ครับ อันนี้ผมโชคดี เป็น สส. กทม. ครับ ผมก็จะขี่มอเตอร์ไซค์มาสภา บางครั้งต้องวิ่งไปสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อไปให้เซ็นนิดเดียว อย่างนี้มันก็เกิดความล่าช้า ตรงนี้ก็ต้องแก้ไขโดยการที่ Digitalization ข้อมูลต่าง ๆ ให้มันเป็น Machine Reliable แล้วก็การเซ็นการผ่านหนังสือต่าง ๆ ให้มัน กระชับง่ายขึ้น🔗
อันที่ ๓ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญใน พ.ร.บ. นี้ที่ผมอยากทิ้งไว้เป็นข้อเสนอแนะให้กับ ทางกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น อย่างเดียวไม่พอครับในการแก้ไขกฎหมาย หลายครั้งที่เรามีการ แก้ไขกฎหมายแล้วไม่เกิดผลขึ้นจริง ผมยกตัวอย่างประสบการณ์ตรงของผมที่ผมไปต่อ ใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ เพราะผมเองก็เป็นมัคคุเทศก์มาก่อน มีบัตรไกด์ ผมไปครับ การ Implement เขาเรียกว่า พ.ร.บ. Digital ID ครับ ผมก็ใช้ ThaID ในการแสดงตัว ออนไลน์ ว่าผมสอบว่าอันนี้ ผู้คุมสอบเขาบอกไม่ได้ ไป ๆ มา ๆ ครับ ผมก็เลยถามไปถามมา เผอิญรู้จักทางหัวหน้าเขาพอดี ก็โทรถามอันนี้มันไม่ได้จริงหรือ ผมไปเปิด พ.ร.บ. ดูครับ จริง ๆ ได้ แต่ข้าราชการชั้นผู้น้อยท่านนั้นครับก็น่าเห็นใจไม่ได้รู้ เพราะว่าอาจจะไม่มี หนังสือเวียน หรือหนังสือเวียนเขาไม่ได้อ่านก็ไม่ทราบ ไม่มีการรับรู้ทั่วถึงกัน เป็นต้น ผมเข้าใจครับเพราะกฎหมายมันก็เยอะ วนกลับมาอันแรกคือกฎหมายเราเยอะเกินไปครับ เขาก็ปฏิบัติไม่ถูก ข้าราชการก็ไม่รู้จะปฏิบัติกันอย่างไร เพราะมันเปลี่ยนแปลงเยอะเหลือเกิน ผมแลยแนะนำคล้าย ๆ ท่านผู้อภิปรายสักครู่ครับ ต่อไปเราใช้เทคโนโลยีได้ครับท่านประธาน ผมก็คุยในคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว แล้วผมได้ทำรายงานส่งมาแล้วครับ เรื่อง Super License โดยมี AI ใช้ AI แล้วก็มีหน่วยงานกลางที่คอยรับเรื่อง อย่างเช่นยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับท่านประธาน ถ้าผมอยากเปิดโรงแรมที่มีบาร์ด้วย ที่มีนวดสปาด้วย ผมต้องทำอย่างไร ปกติผมต้องไปวิ่งหมดเลยนะ สาธารณสุขไปขอใบสปา ซึ่งอันนี้ก็ต้องถามว่าทำไมผมจะเปิด ร้านนวด ผมต้องขอจริง ๆ หรือ ใช่ไหมครับ นวดสุขภาพ ผมไปเปิดร้านขายเหล้า มีบุหรี่ ไปสรรพสามิตด้วย ใช่ไหมครับ ผมจะเปิดร้านอาหารในบาร์ผมต้องไปวิ่งหาเขตครับ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งหลายครั้งมันก็ไม่เกิดประสิทธิภาพ เพราะว่าเอกสารก็ขอเหมือนกัน บางครั้งขออะไรครับ ขอใบตรวจสุขภาพของเจ้าของร้านครับ แต่เจ้าของร้านตรวจอะไรครับ ผมนี่โดนแล้วครับท่านประธาน ต้องไปโดนสวนทวารว่าเป็นอหิวาตกโรคหรือเปล่า แต่ผมไม่ใช่เป็นคนทำอาหารนะครับท่านประธาน คือบางอย่าง Requirement มันผิดฝา ผิดตัวไปหมด อันนี้ต้องให้คณะกรรมการ Revise ด้วย แต่ถ้าวันหนึ่งครับอยากให้ใช้ AI มานี้ ก็คือ ๑. มีเว็บไซต์กลางเลยครับ ขอใบอนุญาตครอบจักรวาล Universal Permit นะครับ เข้าไปเลยครับ คุยกับ Chatbot Chatbot ก็จะหาคุณเรียนรู้มาว่าถ้าเปิดโรงแรมคุณจะเอา ใบนี้ไหม ใบนี้ไหม แล้วเขาก็จะมาเลยครับบอกว่าให้ใส่ใบอะไรไปบ้าง บัตรประชาชน ทะเบียนบ้านไม่ต้องไปขอเขาครับ เพราะคุณมีอยู่แล้ว อะไรที่ไม่มี อย่างเช่น สถานที่ตั้ง รูปในร้านให้เขาส่ง อันนี้ค่อยให้เขาส่ง แล้วทีนี้ระบบประมวลผลหลังบ้านมันจะประมวลเอง ว่าใบอนุญาตตามกฎหมายเดิมที่ต้องใช้มันมีใช้เอกสารอะไรบ้างตามระเบียบเดิม แล้ว AI จะจัดการเลยครับ ส่งคำขอไปตามหน่วยงานนั้น ๆ หรือว่าประเมินเลยว่าหน่วยงานไหน ที่เข้าไปตรวจแล้วจะ Tick ถูกในช่องได้มากที่สุด ก็ให้หน่วยงานนั้นไปแล้วกระทำการแทน หน่วยงานอื่น คล้าย ๆ กับ พ.ร.บ. นี้ของท่านวรภพที่ได้ออกมาครับท่านประธาน🔗
สุดท้ายครับ อยากให้คำนึงถึง ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้คงเห็นด้วยในหลักการนี้ เพราะเป็นการปลดแอก ปลดล็อกเศรษฐกิจของประชาชนคนธรรมดาบ้านเรา แล้วก็จริง ๆ แล้วผู้ประกอบการทุกคนอยากได้สิ่งนี้มากครับท่านประธาน แล้วมันไม่ใช้เงินอะไรเยอะเลย ไม่ต้องใช้ภาษีประชาชนในการไปลงทุนเป็น Megaproject เลยท่านประธาน ผมเห็นด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติร่างนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสุดท้ายสำหรับวันนี้นะครับ ท่านอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมฟังตั้งแต่เริ่มต้นของตัว พ.ร.บ. อันนี้แล้วนี่ ผมว่าทุกคนก็ไปในทิศทางเดียวกันก็คือเห็นด้วย กับการปรับปรุงตัว พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการ ให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ฉบับ ไม่ว่าจะเป็นฉบับร่างของรัฐบาลหรือว่าฉบับ ของท่านวรภพ เนื่องจากเนื้อหาทั้งคู่ ผมสรุปได้อันแรกที่เราเห็นก็คือว่าน่าจะเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะต้องพิจารณาก่อนก็คือมันจำเป็นต้องมีใบอนุญาตไหมในบริการอันนั้น ๆ กิจการนั้น ๆ มันต้องมีใบอนุญาตไหม เพราะฉะนั้นผมว่าข้อพิจารณาข้อแรกก็คือว่าพยายามลดใบอนุญาต ให้มันเหลือเท่าที่จำเป็น ใบอนุญาตที่มันมีผลกระทบไปกับความเป็นอยู่ความปลอดภัยของ ประชาชน และถ้าเผื่อมันจำเป็นที่จะต้องมีใบอนุญาต สิ่งที่มันจะเกิดขึ้นตามมาผมเห็นว่ามีอยู่ ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ก็คือเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันของประเทศ คือ Ranking อันนี้การทำธุรกิจที่มันง่ายขึ้น นักลงทุนก็อยากลงมาทำ เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อเรา ทำให้ประเทศมันโปร่งใส วิธีการดำเนินการให้มันโปร่งใส มันก็จะทำให้ Easy Business ของเรานี้มันอยู่ในลำดับที่ดีขึ้น🔗
ส่วนอันที่ ๒ ก็คือ Corruption Ranking ที่เราอยู่ใน ๑๐๘ อันดับที่ ๑๐๘ ถ้าเราทำเรื่องนี้โปร่งใสมากขึ้นสามารถตรวจสอบได้ เราก็น่าจะมีอันดับที่มันดีขึ้น🔗
เรื่องต่อมาผมคิดว่าคนทำธุรกิจ คนที่ใช้บริการของรัฐก็อยากรู้อนาคตตัวเอง เพราะฉะนั้นการทำด้วยวิธีนี้ซึ่งมันอาจจะถูกกำหนดได้ด้วยเวลา ถูกกำหนดได้ด้วยวิธีทาง อิเล็กทรอนิกส์ มันก็สามารถวางแผนทางธุรกิจได้ รู้ระยะเวลาที่แน่นอนว่าเมื่อไรใบอนุญาต มันจะออกมาได้ โดยเฉพาะในประเด็นของท่านวรภพที่ขอเพิ่มเติมก็คือเรื่องการกำหนด ระยะเวลา ถ้าใบอนุญาตมันไม่ออกมาตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น บอกว่า ๑๕ วัน ๓๐ วัน ก็ขอให้เป็น Auto Approve ผมว่าก็จะช่วยกระตุ้นงานบริการของภาครัฐ ทำให้คุณภาพ การบริการดีขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนั้นแล้วมันเป็นการลดต้นทุน เพราะเนื่องจากว่า หลายท่านก็อภิปรายไปแล้วบอกว่ามันมีค่าใช้จ่ายที่มันเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่มีใบเสร็จ อีกเยอะแยะเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นการทำบริการของภาครัฐ การออกใบอนุญาต โดยเฉพาะวิธีที่มันเป็นอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น มันก็จะช่วยทำให้ต้นทุนในการทำธุรกิจ ลดน้อยลง ที่สำคัญก็คือการลดระยะเวลา ทำให้เวลาแทนที่จะต้องเดินทาง แทนที่จะต้อง รวบรวมเอกสาร แทนที่จะต้องทำเอกสารที่มันซับซ้อนอยู่หลายหน่วยงาน ให้เป็นการขอ เอกสารบนชุดเดียวกัน แล้วก็ใบอนุญาตที่ต้องมาเป็นกลุ่ม ที่เขาเรียก Super License ให้มันรวมมาเป็นใบอนุญาตที่ใช้ต้นฉบับจากหลักฐานเดียวกัน หรือแม้กระทั่งการต่อ ใบอนุญาตก็ตาม🔗
สิ่งสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าเราต้องพยายามใช้เป็นฐานในการคิดตอนที่ เราตั้งกรรมาธิการ ก็คือเรื่องนี้มันเป็นเรื่องการบริการแก่ประชาชน สิ่งสำคัญก็คือการนำวิธี คิดที่เราเรียกว่า Service Design คือดูวิธีการพิจารณาเส้นทางเนื้อหาของงานบริการ เป็นหลัก คือหลัก Service Design มันเป็นหลักที่จะช่วยการปรับปรุงทำให้กระบวนการ ในการจัดการมันสั้นลง แล้วก็การจัดการมันครอบคลุมเนื้อหา การจัดการนี้มันทำให้ ประสิทธิภาพ ไม่ว่าสิ่งนั้นมันจะเกิดจากหน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงานก็เอามารวมกันทำ เช่นการขอแบบ Super License จากหลายหน่วยงาน ก็ใช้วิธีคิดแบบ Service Design ก็คือเอาหลักความต้องการของแต่ละหน่วยงาน หลักฐานของแต่ละหน่วยงาน วิธีการ พิจารณาของแต่ละหน่วยงานมารวบให้เป็นเนื้อเดียวกันนะครับ แล้วก็มอง Process ของกระบวนการในการทำขอใบอนุญาตนี้ให้มันเป็น Process เดียวกัน ทั่วโลกเขาก็ใช้หลัก วิธีคิดแบบ Service Design มันทำให้การปรับปรุงบริการของรัฐมันมีประสิทธิภาพสูงมากขึ้น เพราะฉะนั้นผมฝากกรรมาธิการที่จะพิจารณาในวาระต่อไปในวาระที่สองช่วยดู ช่วยเอาวิธี คิดเหล่านี้มาเป็นหลักในการสร้างวิธีการเพื่อทำให้ ไม่ว่าจะเป็น Super License ไม่ว่าจะเป็น Auto Approve มันจะได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ท้ายที่สุดการแข่งขันของประเทศสิ่งที่เรา นั่งรอคอยการบริการมันก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณท่านสมาชิกครับ เป็นอันว่าวันนี้เราก็มาถึงเป้าหมายตามที่ได้ตกลงกันไว้ทั้ง ๒ ฝ่าย เดี๋ยวในญัตตินี้สัปดาห์หน้าในวันพุธเราก็จะมาอภิปรายในส่วนที่เหลือที่ได้ลงชื่อเอาไว้ แล้วก็สำหรับบางท่านที่ยังไม่ได้ลงชื่อก็สามารถที่จะมาลงชื่อเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้าได้นะครับ แล้วก็จะมีการลงมติกันในสัปดาห์หน้า ส่วนวันนี้ก็จบแต่เพียงเท่านี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้พบกันใหม่ เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา ปิดประชุมครับ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ช่วยให้การส่งเสริมสนับสนุนสิ่งที่ เจ้าอาวาส แล้วก็พี่น้องประชาชน คณะกรรมการวัดห้วยบง รวมถึงเครือข่ายที่เชื่อมโยง เพื่อที่จะทำเป็นศูนย์ปกาเกอะญอศึกษา เพื่อที่จะเป็นสถานเรียนรู้อีกแห่งหนึ่งของกลุ่มพี่น้อง ชาติพันธุ์ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ถัดไปท่านสุรทิน พิจารณ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สส. บัญชีรายชื่อ ๓ เรื่องกราบเรียน ท่านประธานมีปัญหาทั้งนั้นครับ🔗
เรื่องแรก ท่านประธานครับ บัตรประชาชนคนต่างด้าวที่รัฐบาลประกาศว่า จะแจกให้ ๔๘๐,๐๐๐ คน ตั้งแต่ประกาศมายังไม่ได้แจก ท่านประธานครับ พี่น้อง ไม่ว่าจะเป็น พี่น้องชาติพันธุ์ไทยใหญ่ พี่น้องชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ยังรอคอยอยู่ครับ ว่าที่ สว. ณฐมน ชื่นดวง เป็นผู้ร้องมา ผู้รับผิดชอบคือรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ คือเรื่องที่รัฐบาลประกาศเป็นนโยบายว่าจะสร้างบ้าน ให้กับคนจน อยากกราบเรียนไปที่รัฐบาลว่า ขอให้รัฐบาลสร้างบ้านให้กับพี่น้องที่อยู่ในคลอง ไม่ว่าจะเป็นคลองสามวา คลองอะไรในกรุงเทพมหานครเต็มไปหมดท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปที่รัฐบาลว่า ขอให้สร้างบ้านให้คนเหล่านี้ด้วย ให้พี่น้องขึ้นจากคลองมาอาศัยอยู่บนบก ผ่อนราคาถูกพี่น้องเขาก็เอา ผู้ร้องคือ ว่าที่ร้อยตรี เอมโอษฐ์ บุญทน แล้วก็คุณพลภัทร หอมแม้น🔗
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ เรื่องรัฐบาลประกาศจะให้มีการบริการพี่น้อง ประชาชนแบบ One Stop Service ปรากฏว่าที่กรมการขนส่งทางบกประชาชนไปทำบัตร ไปทำใบขับขี่ ไปต่อใบขับขี่ จะต่อแต่ละครั้งยาว ๒๐๐ ๓๐๐ เมตร และเอกสารบางทีมันไม่ครบ อย่างเช่น ใบรับรองแพทย์ก็ชี้ไปจุดเดียวคือจุดที่หน้ากรมการขนทางบกส่งนั่นล่ะ เดินไปไม่มี ที่จอดรถนะครับ ระยะทางก็ ๒ กิโลเมตรไปกลับ แทนที่จะเอาใบรับรองแพทย์มาตั้งไว้ใน กรมการขนส่งทางบก ให้มันสะดวกขึ้นมากกว่านั้น เงินก็เสียท่านประธานครับ เวลาก็ไม่พอ วันหนึ่งไปทำใบขับขี่ ไปต่อใบขับขี่ต้องใช้เวลาเป็นวันครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปท่านผกามาศ เจริญพันธ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดสุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย ดิฉันได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวท่าตูม เรื่องเขื่อนป้องกันตลิ่ง ริมแม่น้ำมูลซึ่งอยู่ในเขตชุมชนเทศบาลท่าตูม หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๙ และหมู่ที่ ๑๓ อำเภอท่าตูม มีความยาวเขื่อนรวมทั้ง ๓ ระยะ ๑,๗๐๐ เมตร ซึ่งเขื่อนแต่ละระยะนั้นมีทั้งกรมเจ้าท่า และกรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นเจ้าของโครงการ เนื่องจากทั้ง ๓ เขื่อนนั้นมีการก่อสร้าง มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ และปี ๒๕๕๔ ซึ่งใช้งานมานานและขาดการซ่อมแซมบำรุง ทำให้ปัจจุบัน มีการกัดเซาะพังทลายของดินและเกิดการทรุดตัวเป็นระยะ โดยเฉพาะจุดที่เป็นคอนกรีต ซึ่งก่อให้เกิดโพรงทำให้พี่น้องประชาชนไม่กล้าใช้งาน ดิฉันจึงอยากเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการแก้ไขและสนับสนุนงบประมาณ เนื่องจากเขื่อน ทั้ง ๓ ตอนนั้นอยู่ในเขตพื้นที่ชุมชน มีผู้คนสัญจร มีร้านค้า และเป็นสถานที่จัดกิจกรรม แข่งเรือชิงถ้วยพระราชทานในทุก ๆ ปี ซึ่งในอดีตพื้นที่นี้ประชาชนได้มาใช้และนักท่องเที่ยว สามารถมานั่งชมการแข่งขันเรือยาวได้ แต่เนื่องจากปัจจุบันโครงสร้างได้ทรุดตัวจึงไม่สามารถ ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หากพื้นที่จุดนี้ได้รับการซ่อมแซมและพัฒนา ดิฉันเชื่อว่า พื้นที่ริมแม่น้ำมูลนี้มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสามารถ ดึงดูดและสร้างเศรษฐกิจให้กับชุมชนได้นะคะ ดิฉันจึงใคร่ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยดำเนินการแก้ไขด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ต่อด้วยท่านวีรนันท์ ฮวดศรี แล้วต่อด้วย ท่านพิทักษ์เดช เดชเดโช ครับ ท่านคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ เสียใจกับครอบครัวด้วยนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย กระผมต้องขอกราบขอบคุณท่านประธานสภาที่ให้ความเป็นห่วงเป็นใยในครอบครัวกระผม แล้วก็พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะยิ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ พรรคที่ได้ไปร่วม เป็นเกียรติครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ🔗
เรื่องแรก ผมขออนุญาตหารือครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วมซ้ำซาก ในตำบลลำเลียง อำเภอกระบุรี ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๗ มีฝนตกหนัก ในอำเภอกระบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำบลลำเลียง ซึ่งความเสียหายนี้ได้รับความเสียหาย จากบ้านเรือนพี่น้องประชาชนและได้รับความเสียหายมากพอสมควรครับ แต่ก็โชคดีที่ยังมี หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าไปช่วยเหลือให้การเยียวยา และสำรวจความเสียหาย ไปอย่างต่อเนื่อง แต่ในส่วนของระยะยาวครับท่านประธาน กรมชลประทานได้มีการก่อสร้าง ประตูระบายน้ำหรือป้องกันตลิ่งคลองลำเลียง ซึ่งได้รับการสร้างจะแล้วเสร็จในปี ๒๕๖๘ แต่ยังมีโครงการป้องกันตลิ่งคลองลำเลียงด้านข้างโรงเรียนบ้านสองแพรกและด้านท้าย สะพานที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ แล้วก็ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จึงขอฝากท่านประธาน ไปถึงกรมชลประทานให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เร่งดำเนินการโครงการต่อไป🔗
เรื่องที่ ๒ ขอหารือเรื่องเดิม เรื่องฝายคลองบางริ้นทรุดตัว ซึ่งเมื่อปี ๒๕๖๔ ผมเคยได้หารือเรื่องนี้มาแล้ว แต่โชคดีที่กรมทรัพยากรน้ำได้เข้าไปสำรวจและรับฟัง ความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในการก่อสร้างฝายประตูน้ำคลองบางริ้นเป็น ๒ ระยะ ซึ่งระยะแรกนี้จะสร้างประตูระบายน้ำคลองบางริ้นก่อน ส่วนระยะที่ ๒ นี้จะสร้างเกี่ยวกับ การปรับภูมิทัศน์ของคลองบางริ้นทั้งหมด แต่ถึงอย่างไรก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึง กรมทรัพยากรน้ำให้ช่วยเร่งผลักดันในระยะที่ ๑ ก่อน เพราะว่าถือเป็นหัวใจสำคัญในการ สร้างฝายคลองบางริ้น หรือสร้างประตูระบายน้ำคลองบางริ้นเพื่อที่จะกักเก็บน้ำในการใช้ อุปโภคและบริโภคในส่วนของพี่น้องประชาชนในอำเภอเมืองระนองต่อไป ฝากไปถึง กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ช่วยผลักดันงบประมาณนี้ ต่อไปในระยะที่ ๑ ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปท่านวีรนันท์ ฮวดศรี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรนันท์ ฮวดศรี ผู้แทนประชาชนคนขอนแก่น เขต ๑ วันนี้ขอนำปัญหาของพี่น้องในเขต พื้นที่มาปรึกษาหารือกับท่านประธานดังนี้ครับ🔗
ปัญหาแรก เรื่องปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ขอสไลด์ ด้วยนะครับ🔗
ซึ่งในเขตเทศบาลนครขอนแก่นมีพื้นที่ ที่ถูกนิยามว่าน้ำท่วมซ้ำซากอยู่ทั้งหมด ๑๒ จุด กินพื้นที่ ๒๙ ชุมชนจาก ๙๕ ชุมชนครับ ซึ่งขณะนี้ทีมงานพรรคประชาชนได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ทราบว่าพื้นที่เหล่านี้เวลาฝนตกจะมีน้ำท่วม น้ำขัง น้ำรอการระบาย สร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนครับ บางโซนไม่มีทาง ระบายน้ำหลักครับ ท่านประธานครับ เช่น ชุมชนโนนทัน ๑-๙ ครับ แต่ว่าเมื่อหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทราบและมีข้อมูลอยู่แล้วว่าพื้นที่ไหนบ้างน้ำจะท่วม ควรมีมาตรการป้องกัน เยียวยาแก้ปัญหาเตรียมไว้ล่วงหน้าครับ ไม่ใช่ว่ารอฝนตกแล้วแก้ปัญหา จึงฝากท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลนครขอนแก่น กรมโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดขอนแก่นหามาตรการป้องกันในช่วงหน้าฝนที่กำลังจะมาถึงนี้อีกประมาณ ๕ ๖ เดือนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาผิวถนนที่เกิดจากการขุดเจาะบริเวณแยกถนนศรีจันทร์ ตัดถนนรอบเมือง ซึ่งเกิดจากการขุดเจาะตรงนี้เป็นเวลากว่า ๑-๒ เดือนแล้วนะครับ มีการขุด เพื่อทำผิวถนน แต่ปรากฏว่าไม่มีการทำผิวถนนนะครับ ทำให้รถที่สัญจรผ่านไปผ่านมา โดยเฉพาะรถเล็ก มอเตอร์ไซค์เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงฝากท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ทางเทศบาลนครขอนแก่นหรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับถนนเส้นนี้เข้ามา เร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ปัญหาสายเคเบิล สายสื่อสารห้อยไม่เป็นระเบียบบริเวณกลางซอย อนามัยตรงสามแยกวัดโพธิ์ โนนทันนะครับ ส่งผลให้ประชาชนที่สัญจรผ่านไปผ่านมา บริเวณนี้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้งเนื่องจากสายห้อยระโยงระยาง และปัญหาที่สำคัญคือ พี่น้องประชาชนร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายรอบแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น กสทช. หรือว่าหน่วยงานอื่น ๆ เร่งเข้าแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องไฟส่องสว่างบริเวณถนนเส้น ๒๓๐ เลี่ยงเมืองขอนแก่น หลังหมู่บ้านการเคหะขอนแก่น บริเวณนี้ที่เห็นเป็น U-turn ซึ่งไม่มี ไฟส่องสว่างนะครับ ก็ฝากท่านประธานไปยังแขวงทางหลวงขอนแก่นที่ ๑ ช่วยดำเนินการ ติดตั้งไฟส่องสว่างให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายหรือว่าอุบัติเหตุที่จะ เกิดขึ้นครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ท่านถัดไปนะครับ ท่านพิทักษ์เดช เดชเดโช เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอคลิปวิดีโอเปิดให้ท่านประธานดูด้วยครับ🔗
มีเสียงไหมครับ เปิดช่วงท้ายครับ ท่านประธานครับ คลิปวิดีโอนี้เป็นการกัดเซาะชายฝั่ง แนวชายฝั่งทะเลของอำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร ซึ่งสะสมมาเป็นเวลา ๑๐ กว่าปีแล้วครับท่านประธาน แล้วในปี ๒๕๕๙ เคยได้รับงบประมาณประมาณ ๒๐ กว่ากิโลเมตร ในส่วนที่เหลือที่เป็นปัญหาที่ยังไม่ได้ทำ คือป่าชายเลนไปขีดพื้นที่ทับซ้อนในเขตพื้นที่เอกสารสิทธิของชาวบ้าน ในช่วงต้นปี ๒๕๖๖ ผมก็ได้ฝากหารือกับท่านชัยชนะ เดชเดโช มายังสภานี้ก็เป็นแนวทางให้กรมโยธาธิการ และผังเมืองได้ทำการประชาคม พร้อมทั้งสำรวจออกแบบในการจัดสรรเพื่อของบประมาณ แต่ท่านประธานทราบหรือไม่ครับว่าพี่น้องประชาชนก็ได้ประชาคมแล้วก็มีแผนการ ดำเนินการแล้ว แต่ได้เสนอโครงการไปยังคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเพื่อพิจารณาโครงการนี้ แต่ในช่วงวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๗ ผมทราบข่าวว่าคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการมีมติ ไม่ให้ผ่านโครงการนี้ ในช่วงเดือนตุลาคมผมก็ได้ประสานขึ้นใหม่ก็ได้มีการเสนอโครงการต่อ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองอีกครั้งต่อกรมโยธาธิการและผังเมือง เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาคณะอนุชุดเล็กให้ผ่านครับท่านประธาน แต่วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๗ ทราบข่าวว่า คณะกรรมการชุดใหญ่ไม่ให้ผ่าน ผมก็ได้ทวงถามอีกครั้งว่า คณะอนุกรรมการจัดการชายฝั่งทางทะเล มีมติในวันที่ ๑๗ มกราคมของปีนี้ แต่ไม่ทราบว่า ผลจะเป็นอย่างไร ท่านประธานครับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากการกัดเซาะ น้ำท่วม น้ำแล้ง เราเห็นได้ว่าพี่น้องประชาชนได้รับการชดเชยเยียวยา แต่ชาวบ้านที่โดน การกัดเซาะไม่เคยได้รับการชดเชยเยียวยา แต่ชาวบ้านไม่ต้องการครับท่านประธาน เพียงการชดเชยเยียวยา ชาวบ้านต้องการให้รัฐช่วยหาวิธีป้องกันแผ่นดินที่ทำมาหากิน ของเขาหรือที่ซุกหัวนอนของเขาเพื่อให้เขามีที่อยู่ต่อไป การกัดเซาะชายฝั่งร้ายแรงครับ ท่านประธาน แผ่นดินหมด บ้านหมด ที่ซุกหัวนอนหมด ไฟไหม้ท่านประธานเห็นว่าจะเหลือ แผ่นดินไว้ น้ำท่วมจะเหลือบ้าน เหลือแผ่นดินไว้ การกัดเซาะไม่เหลือทั้งบ้าน ทั้งที่ซุกหัวนอน ผมก็ขอฝากถึงสำนักนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรชายฝั่งทางทะเล ช่วยหาวิธีการแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชน และผมพร้อมที่จะ เชิญหน่วยงานทั้งหลายนำลงไปเดินเผชิญสู่ในพื้นที่ดังนี้ สุดท้ายเราอย่าปล่อยให้ชาวบ้าน ไม่มีที่อยู่ ไม่มีที่ซุกหัวนอน อย่าให้ชาวบ้านต้องไปนอนที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ฝากท่านประธานด้วยครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู ท่านทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย และท่านคริษฐ์ ปานเนียม เชิญท่านเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู ครับ🔗
ขอบคุณค่ะท่านประธาน เรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด เชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคประชาชน อำเภอเมือง ยกเว้นตำบลหนองหอย หนองป่าครั่ง ท่าศาลา และวัดเกตค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานอยู่ ๑ เรื่องด้วยกันค่ะ เป็นเรื่องสำคัญที่จะมาพูดแทนพี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่ว่าเราพร้อมแล้วที่จะขึ้นทะเบียน วัดเชียงมั่น วัดอุโมงค์ วัดพระสิงห์ วัดสวนดอก วัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดเจดีย์หลวง วัดเจ็ดยอด และแนวคูเมือง กำแพงเมือง แจ่ง และประตูเมืองเป็นมรดกโลกหรือ Heritage Sites นอกจากจะเป็นการเพิ่มโอกาสที่เมืองเชียงใหม่จะได้รับการสนับสนุนในการอนุรักษ์ฟื้นฟู การบริหารจัดการโบราณสถานและพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แล้ว จังหวัดเชียงใหม่และ ประชาชนเชียงใหม่จะได้รับประโยชน์อีก ๖ ประการ ดังนี้ค่ะ🔗
ประการแรก เกิดการพัฒนายกระดับโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งสาธารณะ ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง🔗
ประการที่ ๒ เกิดการเตรียมความพร้อมเมืองเพื่อรองรับผู้มาเยือนที่เพิ่มเป็น จำนวนมากนะคะ ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ และมีการกระจายรายได้ให้กับผู้คน พี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่อย่างทั่วถึง เพิ่มความตื่นรู้และความภาคภูมิใจในวัฒนธรรม ท้องถิ่นและส่งต่อสิ่งเหล่านี้ให้กับคนรุ่นต่อ ๆ ไปค่ะ🔗
ประการที่ ๔ การสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนอย่างเป็นระบบ ให้กับพี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่ค่ะ🔗
ประการที่ ๕ ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรยูเนสโกในกรณีที่เกิดภัยพิบัติ อุทกภัย แผ่นดินไหว ในเรื่องของงบประมาณผู้เชี่ยวชาญในการบูรณะโบราณสถานต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไปแล้ว นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชนใกล้เคียงบริเวณโบราณสถาน ตั้งอยู่ด้วยค่ะ🔗
ประการที่ ๖ ช่วยให้เมืองได้รับความสนใจจากภาครัฐ ภาคเอกชนและ ภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการนำงบประมาณมาพัฒนามากขึ้นและอย่างต่อเนื่องค่ะ จึงเรียนประธานสภาผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นลูกหลานชาวเชียงใหม่ นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ได้โปรดบรรจุวาระดังกล่าวนี้และมีมติ ครม. ในการที่จะ เร่งรัดดำเนินการในการศึกษาและจัดทำเอกสารขึ้นทะเบียนให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายน ๒๕๖๘ โดยเร่งด่วนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ต่อไปท่านทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย🔗
ผมขอหารือเรื่องที่ ๑ ผมได้ลงพื้นที่กับนายกองค์การบริหารส่วนตำบล นิคมเขาบ่อแก้ว นายคงศักดิ์ ฉัตรชัยรัตนเวช และท่านประจักร รังผึ้ง กำนันตำบล นิคมเขาบ่อแก้ว นายสนอง ผูกพันธ์ รองนายก นายสุรินทร์ ศรีสุข เลขานุการนายก ท่านผู้ใหญ่ สุวิมล ครุฑจันทร์ หมู่ที่ ๑๒ ท่านผู้ใหญ่เจริญ อินชู หมู่ที่ ๑๓ ถนนสายทางโป่งสวรรค์- บ้านสระนางสรง หมู่ที่ ๑๒ บ้านโป่งสวรรค์ ถนนสนามชัย-บ้านเขากะลา หมู่ที่ ๑๓ บ้านสนามชัย เนื่องจากถนนทั้ง ๒ เส้นนี้ไม่มีงบประมาณซ่อมบำรุง พี่น้องประชาชนตำบลนิคมเขาบ่อแก้ว เดือดร้อนมาเป็นเวลา ๑๐ กว่าปีแล้วครับ เวลาฝนตกรถบรรทุกไม่สามารถบรรทุกพืชผล ทางการเกษตรได้ เช่น อ้อย ข้าวโพด ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาเป็นเวลานานมาก ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยสนับสนุนงบประมาณด้วยครับ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการประสานงานจากท่านสุนทร สุขเรือง นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลน้ำทรง โครงการปรับปรุงคลองบางเดื่อและอาคารบังคับน้ำสถานีสูบน้ำ ไฟฟ้าบึงน้ำทรง หน้าวัดคลองบางเดื่อ หมู่ที่ ๔ ชลประทานเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อไรครับ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนต้องการใช้น้ำเพื่อทำการเกษตรและอุปโภคบริโภคครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการประสานงานกับนายเจริญ สมรอด นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลเนินกว้าว ถึงโครงการขุดลอกคลองเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเวลาฝนตก น้ำท่วมที่นาไม่ทราบชลประทานจะเริ่มดำเนินการเมื่อไรครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ผมได้รับการประสานงานจากท่านผู้ใหญ่อนุชา กลันทกพันธ์ุ หมู่ที่ ๙ ตำบลหนองกรด อำเภอเมืองนครสวรรค์ เรื่องประตูเปิดปิดน้ำ อ่างน้ำ สํานัก ปริวาสกรรม วัดหลวงพ่อจ้อย ชำรุด ๒ บาน ประตูเปิดปิดน้ำสี่แยกบ้านวังเลา-หินก้อน ชำรุด ๑ บาน ประตูเปิดปิดน้ำร่องสังโฆหลังอาคารทรงงานชำรุด ๑ บาน ขอให้ชลประทาน เร่งดำเนินการซ่อมแซมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ทำการเกษตร ด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่เคารพครับ🔗
ต่อไปท่านคริษฐ์ ปานเนียม ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คริษฐ์ ปานเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาชนครับ ขอหารือเรื่องการ บุกรุกพื้นที่ป่าชุมชน การลักลอบตัดไม้ในเขตป่า การออกโฉนดโดยมิชอบ การทำลาย ทรัพย์สินทางราชการ เมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา ชาวบ้านร้องเรียนว่ามีกลุ่มคน เข้าไปตัดต้นไม้ใหญ่ในป่าชุมชน ผมและชาวบ้านพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปพบว่ามีการตัดไม้สัก ไม้แดง ไม้ตะคร้อ ไม้เต็งรัง ถูกตัดกว่า ๒๐๐ ต้น และยังตรวจ พบว่ามีการรื้อป้ายป่าชุมชนที่เป็นทรัพย์สินทางราชการทิ้งไป ท่านประธานครับ ป่าชุมชน แห่งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ ประชาชนบ้านหนองกระทุ่ม ตำบลโป่งแดง อำเภอเมือง จังหวัดตาก ดูแลรักษาเป็นอย่างดีกว่าจะได้รับการประกาศรับรองในปี ๒๕๕๑ คำถามคือใคร ใช้อำนาจอะไรไปรื้อป้าย ไปตัดต้นไม้ทิ้ง ไปตัดต้นไม้ออก มีการออกโฉนดขึ้นป้ายเป็นพื้นที่ ส่วนบุคคลห้ามบุกรุก ทั้งรูปแปลงยังจงใจกันพื้นที่บางส่วนให้เป็นถนนสาธารณะ จัดล็อก เสร็จสรรพเหมือนเอกชนจัดพื้นที่ขายอย่างไรอย่างนั้น ล่าสุดวันที่ ๑๐ มกราคมที่ผ่านมา ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเรียกผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ป่าไม้ ที่ดิน แล้วก็ทีมงาน สส. เข้าร่วมประชุม สำนักงานที่ ๔ ป่าไม้ตากยืนยันว่าใครก็ไม่สามารถใช้อำนาจนี้มายกเลิกป่าชุมชนและ ออกโฉนดทับได้ ผมเรียนกับท่านประธานครับเพื่อแจ้งไปยังผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยงานครับ เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ รับผิดในการกระทำ ใครผิดต้องปลดต้องดำเนินคดีเป็นตัวอย่าง ตั้งแต่คนชี้นำรังวัด คนรังวัด คนออกโฉนด คนครอบครองโฉนด คนรื้อป้ายหลวง คนตัดต้นไม้ คนเอาเครื่องจักรบุกรุกป่า ถ้าผู้บังคับบัญชากรมไหน กระทรวงไหน ละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ ผมจะพาชาวบ้านไปร้องทุกข์กล่าวโทษท่านทั้งหมดโดยไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม และที่สำคัญผมเองถูกส่งสารข่มขู่จะประทุษร้ายถึงขั้นชีวิตนะครับ นี่ผมเป็นผู้แทนราษฎร ยังทำขนาดนี้ แล้วประชาชนจะอยู่อย่างไร ขอให้ดำรงธรรมช่วยรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของ กฎหมายให้สมกับตำแหน่งหน้าที่ของท่าน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ ต่อด้วยท่านยูนัยดี วาบา แล้วท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข ครับ ท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด บุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคภูมิใจไทยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ปีนี้ยอมรับว่า สภาพของอากาศนั้นมีการเปลี่ยนแปลงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอากาศหนาวจะหนาวนาน จังหวัดบุรีรัมย์บ้านผมเวลานี้มีคนเสียชีวิตเพราะอากาศหนาวไปแล้ว ๓ คน แต่ไม่สามารถ ที่จะช่วยเหลืออะไรพี่น้องประชาชนได้ คนแรกครับที่ตำบลปราสาท อำเภอบ้านด่าน จังหวัด บุรีรัมย์ ชื่อนายสุข อายุ ๖๙ ปี น่าสงสารครับท่านประธาน หนาวตายท่ามกลางเขาเดินไป เอากระสอบปุ๋ยมาห่มกันหนาว ตื่นเช้าขึ้นมาปรากฏว่าตัวแข็งตายแล้ว รายที่ ๒ ชื่อนายประยูร อายุ ๔๘ ปีเป็นชาวโคกกลาง อำเภอลำปลายมาศ นี่ก็นอนเสียชีวิต ในเปลผูกนอน คนที่ ๓ ชื่อนายวินัย อายุ ๕๔ ปี ชาวบ้านตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ก็นอนเสียชีวิตอยู่ในบ้าน ปัญหาเวลานี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเขาพร้อมที่จะช่วย พี่น้องประชาชนบรรเทาความเดือดร้อน แต่ไม่สามารถปฏิบัติได้ เพราะขัดที่ระเบียบ กระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และประกาศกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เรื่องวิธีการเงื่อนไขการประกาศเขตการ ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในกรณีฉุกเฉิน ระเบียบอะไรก็ตามแต่ที่มีปัญหาในทาง ปฏิบัตินั้นควรมีการแก้ไขเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็มีหน้าที่ที่จะรองรับ มีงบที่จะใช้จ่ายอยู่แล้วก็ควรให้โอกาสเขาได้ดูแลทุกข์สุขของพี่น้อง ประชาชนในเขตพื้นที่ของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วควรให้มีการเตรียมการล่วงหน้า ไม่ใช่พอเกิดหนาวแล้วให้ไปประกาศจัดซื้อ กว่าจะจัดซื้อจัดจ้างได้ใช้เวลาอีกเป็นเดือน ผ้าห่มตอนไปแจกหน้าร้อนก็ถูกชาวบ้านด่าอีก ขอให้มีการแก้ไขระเบียบตรงนี้เพื่อให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึงในโอกาสต่อไป ขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไปท่านยูนัยดี วาบา เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายยูนัยดี วาบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๔ จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวเจ้าหน้าที่ที่ได้สูญเสียเสาหลัก ของครอบครัวในเหตุการณ์คนร้ายวางระเบิดหน้าโรงเรียนบ้านกะลาพอ อำเภอสายบุรี ผบ.หมู่จราจร สภ. สายบุรี จ่าสิบตรี ปัทพงศ์ เสียมไหม ขอให้ช่วยดูแลสิทธิประโยชน์เยียวยา ครอบครัวของเจ้าหน้าที่ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายบือราเฮง เจ๊ะโซ๊ะ ตัวแทนกลุ่ม ผู้เลี้ยงปลากะพงขาว เรื่องปัญหาการกัดเซาะตลิ่งบ้านปาตะบาระ หมู่ที่ ๑ ตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เนื่องจากบริเวณนี้เป็นปากอ่าวของแม่น้ำสายบุรีและเป็นพื้นที่ เศรษฐกิจมีกลุ่มผู้เลี้ยงปลากะพงขาวจำนวน ๒๖๓ ราย จะเลี้ยงในกระชังตามธรรมชาติ กระชังที่ขึ้นทะเบียนทั้งหมด ๘๙๙ กระชัง สร้างรายได้ให้กับชุมชนปีละไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ในขณะนี้เขื่อนกันตลิ่งได้ผังเป็นแนวทางยาวระยะทางหลายร้อยเมตร ถนนทรุดตัวลงมาไม่สามารถสัญจรได้ ทำให้เกิดปัญหาในการขนส่งปลา ตอนนี้ทราบข่าวว่า เจ้าหน้าที่กรมประมงได้มาสำรวจและได้ออกแบบประมาณการก่อสร้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดสรร งบประมาณปรับปรุงโครงสร้างเขื่อนกันตลิ่งและก่อสร้างท่าเทียบเรือประมงพื้นบ้านด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคกล้าธรรม ผมขอหารือผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลในเรื่องของภาพลักษณ์จังหวัดตากในปัจจุบัน จากปรากฏตามข่าวที่ผ่านมาชายแดน ๕ อำเภอ จังหวัดตาก ตั้งแต่อุ้มผาง พบพระ แม่สอด แม่ระมาด ท่าสองยาง โดยเฉพาะอำเภอแม่สอดมีข่าวปรากฏตามสื่อมวลชนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพวกจีนเทา พวกแก๊ง Call Center กาสิโน แล้วก็บุคคลสัญชาติจีนโดนหลอกไป ค้ามนุษย์อยู่ฝั่งชายแดนประเทศเมียนมาทำให้จังหวัดตากเสียหายเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตากก็ได้ระดมหน่วยงานทุกหน่วยงาน ตั้งแต่ท่านผู้ว่า ราชการจังหวัดคนเก่าที่เกษียณไป จนผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่เพิ่งรับตำแหน่งมา ก็ได้มี การสั่งการผ่านศูนย์สั่งการชายแดนกับประเทศเมียนมาของจังหวัดตากอย่างต่อเนื่องนะครับ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานตำรวจ ผู้บัญชาการภาค ๖ แม่ทัพภาคที่ ๓ ที่ช่วยระดมความคิดแก้ไข ปัญหาอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ผ่านมาภาพที่มันออกมามันทำให้มีความเลวร้ายเป็นอย่างมาก ตอนนี้นักลงทุนก็หาย นักท่องเที่ยวก็ไม่มาเที่ยว ซึ่งผมก็อยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยแก้ไข เป็นภาพรวมของประเทศ โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ ท่านควรไปพูดจากับกระทรวง การต่างประเทศของประเทศเมียนมาให้ชัดเจนว่าการข้ามแดนจากประเทศไทยไปประเทศ เมียนมา โดยเฉพาะบุคคลต่างชาติจะเข้าตรงไหนได้ จะออกตรงไหนได้ ลดความเข้มงวดลง อย่าไปเคร่งครัดมาก ให้เข้าให้ถูกกฎหมายครับ ไม่อย่างนั้นก็จะมีการลักลอบ ปฏิเสธไม่ได้ เพราะว่าจังหวัดตากชายแดนทั้งหมด ๕๐๐ กว่ากิโลเมตร เดินข้ามได้ทุกจุด เดินข้ามได้ ทุกเวลา ถึงแม้ว่าเรามีหน่วยงานความมั่นคงที่ตรวจตรา ตำรวจ ทหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง ตรวจตราอยู่เนือง ๆ แต่ก็ยังลักลอบได้ตลอด ผมไม่ได้โทษเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใน พื้นที่ ประชาชนในพื้นที่ก็ช่วยตรวจตราให้อย่างดี ก็อยากจะให้ท่านช่วยไปเจรจาให้เรียบร้อย แล้วที่ผ่านมาสื่อมวลชนก็อยากจะให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนในการจะเสนอข่าวไปให้ ประชาชน ทำให้มีการแตกตัว หวาดกลัว แตกตื่นทั้งหมดครับ แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับ คนตากอยู่ได้ครับ คนตากอยู่ในบริบทนี้มานานแล้ว เรามั่นใจในศักยภาพของเรา จริง ๆ จังหวัดตากเป็นยุทธศาสตร์ที่จะส่งออกไปยังเอเชียจนถึงออกยุโรปได้เลย แต่ตอนนี้พอมีข่าว อย่างนี้ขึ้นมานักท่องเที่ยวก็หาย นักลงทุนก็ไม่มี ขอให้รัฐบาลช่วยแก้ไขเรื่องนี้ด้วยนะครับ ไม่ใช่มัวแต่มีสั่งการมาทางเจ้าหน้าที่ เขาทำเต็มที่ครับ แต่ท่านต้องเกื้อหนุนปัจจัยทุกอย่าง ให้เขาด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านซูการ์โน มะทา ท่านกฤช ศิลปชัย ท่านปกรณ์ จีนาคำ เชิญท่าน ซูการ์โน มะทา ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ผมขออนุญาตปรึกษาหารือ ผ่านท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเนื่องจากผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ที่ใช้เส้นทาง ทางหลวงที่ ๔๐๖๖ ตอนที่โกตาบารู-บือเล็งใต้ ระหว่าง กม. ที่ ๐ ถึง กม. ที่ ๔ ว่ามีปัญหาเรื่องของอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทำให้เสียทั้งทรัพย์สินและชีวิตของพี่น้องประชาชน จึงได้เรียกร้องขอให้กระทรวงคมนาคมสนับสนุนการขยาย ๔ ช่องจราจรให้กับทางหลวง แผ่นดินตอนโกตาบารู-บือเล็งใต้ เป็น ๔ ช่องจราจรด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เนื่องจากที่ผ่านมาได้ประสบภัยธรรมชาติในพื้นที่ของจังหวัดยะลา หลายแห่ง ทำให้ทางหลวง ทางหลวงชนบทได้รับความเสียหาย ก็อยากให้ทางหลวงโดย กรมทางหลวงและทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม สนับสนุนแก้ปัญหาเบื้องต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณทางหลวงที่ ๔๐๖๖ กม. ที่ ๑๒+๔๐๐ ถึง กม. ที่ ๑๔+๔๐๐ โกตาบารู-บือเล็งใต้ เนื่องจากทางหลวงได้ไปยกระดับทำให้ปริมาณน้ำเวลาน้ำท่วม ได้กระทบกับพี่น้องประชาชน อยากให้ทางกรมทางหลวงไปแก้ปัญหาเพื่อระบายน้ำ ให้คล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายสะพานให้ใหญ่ขึ้นเพื่อระบายน้ำที่ได้รับจาก แม่น้ำสายบุรีนะครับ🔗
ส่วนที่ ๓ ก็อยากให้ทางกรมทางหลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงคมนาคม ได้สนับสนุนการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงแผ่นดินของจังหวัดยะลาเพื่อขยายถนนทางหลวง ให้เป็น ๔ ช่องจราจร ทั้งหมด ๑๑ โครงการด้วยกัน ก็นำเรียนผ่านท่านประธานถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้เร่งรัดสนับสนุนงบประมาณเพื่อการพัฒนาโครงข่ายโลจิสติกส์ของจังหวัดยะลา และ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปท่านกฤช ศิลปชัย เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม กฤช ศิลปชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยองจากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมมีเรื่อง หารือท่านประธานวันนี้มีเรื่องเดียวครับ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างอุกอาจ เมื่อ ๒ คืนก่อนบริเวณ ถนนเลียบหาดแสงจันทร์ จังหวัดระยอง มีนักร้องหญิงท่านหนึ่งถูกรถยนต์คันในภาพขับรถ ปาดหน้าแล้วก็มีกลุ่มบุคคลในรถหลายคนลงมาทำร้ายร่างกายของน้องผู้หญิงคนนี้จนสลบ จนฟุบคารถจักรยานยนต์ไปเลยนะครับ ต่อมาผ่านมาไม่กี่ชั่วโมงครับท่านประธาน มีเบอร์ ลึกลับเบอร์หนึ่งโทรเข้ามาขอเคลียร์ว่าให้จบให้ยอมความในลักษณะค่อนข้างจะเป็นข่มขู่ครับ เมื่อเรานำเบอร์โทรศัพท์นั้นไปตรวจสอบ Check เบื้องต้น Search เข้าไปใน ID Line ก็พบว่ามีเป็นชื่อ Richman789 ครับท่านประธาน ผมก็สงสัยครับว่า Richman789 คืออะไร ก็ค้นหาทางอินเทอร์เน็ตพบว่าเป็นเว็บพนันออนไลน์ครับ นั่นทำให้พวกเราเห็นว่ากลุ่มธุรกิจ พนันออนไลน์ กลุ่มธุรกิจสีเทา กลุ่มผู้มีอิทธิพลเป็นกลุ่มคนกลุ่มเดียวกันหรือไม่ เรื่องนี้เป็น เรื่องที่อุกอาจแล้วก็ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมืองครับ ผมจึงขอหารือท่านประธาน ผ่านไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง และ บช.สอท. หรือตำรวจไซเบอร์ ให้ดำเนินการจัดการปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพลและธุรกิจสีเทาเหล่านี้ แล้วขอให้ดำเนินคดี กับผู้กระทำความผิดอย่างตรงไปตรงมาครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านปกรณ์ จีนาคำ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปกรณ์ จีนาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เขต ๑ พรรคกล้าธรรม วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานถึงทางรัฐบาลอยู่ ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗
เรื่องแรกขออนุญาตติดตามเรื่องที่ดินทับซ้อนของพี่น้องประชาชนบ้านปางหมู หมู่ที่ ๑ ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเรื่องนี้มีการยืดเยื้อมานานตั้งแต่ สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ คือคราวที่แล้วก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างไร และผมเองก็ได้ หารือและติดตามเรื่องนี้ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๔ ได้ติดตามต่อสภาแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง ก็จึงฝาก ท่านประธานถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ช่วยเร่งดำเนินการคืนพื้นที่ทับซ้อนดังกล่าวให้กับ พี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องขอให้ทางกระทรวงการคลังได้พิจารณาทบทวน การกำหนดหลักเกณฑ์การประกาศภัยหนาว ซึ่งปัจจุบันนี้การกำหนดหลักเกณฑ์ภัยหนาวนั้น อยู่ที่ ๘ องศาติดต่อกัน ๓ วัน ถึงจะประกาศภัยหนาวได้ แต่ในสภาพข้อเท็จจริงนั้นอุณหภูมิ เพียงแค่ ๑๕ องศานั้นก็ถือว่าหนาวมากแล้วนะครับ เมื่อสักครู่ก็มีท่านสมาชิกหลายท่าน ก็ได้บอกว่ามีเรื่องของผู้ได้รับผลกระทบมากมาย ผมจึงอยากให้ทางกระทรวงการคลังนั้น ได้ทบทวนหลักเกณฑ์การพิจารณาการประกาศภัยหนาวดังกล่าว อย่างน้อยให้ไปอยู่ที่ อุณหภูมิสักไม่เกิน ๑๕ องศา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เดิมที่เคยวางไว้เมื่อปี ๒๕๖๖ และให้ เป็นไปตามข้อเสนอของผู้ตรวจราชการแผ่นดินเมื่อปี ๒๕๖๕ ที่ได้เคยเสนอต่อรัฐบาลไว้ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนราชการต่าง ๆ นั้น ได้สามารถใช้งบประมาณเข้าไปเยียวยาเพื่อจัดซื้อจัดหาเครื่องนุ่งห่มให้กับพี่น้องประชาชนได้ ไม่ใช่ให้พี่น้องประชาชนนั้นมานั่งรอของบริจาคทุก ๆ ปีเหมือนที่ผ่านมาเหมือนที่เราเห็น ผมจึงฝากท่านประธานถึงกระทรวงการคลังได้โปรดพิจารณาทบทวนเรื่องหลักเกณฑ์ดังกล่าว อีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านศิรสิทธิ์ สงนุ้ย ท่านธีระชัย แสนแก้ว แล้วต่อด้วย ท่านพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ ครับ ท่านศิรสิทธิ์ สงนุ้ย เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศิรสิทธิ์ สงนุ้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคประชาชน ผมขอหารือ ท่านประธานจำนวน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก เรื่องของการลักลอบตัดสายไฟ ประเด็นนี้ในสภาเองก็มีการพูดคุย หารืออยู่หลายครั้ง ที่ผ่านมาจากสถิติแขวงทางหลวงนครปฐม ซึ่งดูแลถนนสายบ้านแพ้ว- พระประโทน ระยะทางประมาณ ๑๘ กิโลเมตร ในปี ๒๕๖๗ ที่ผ่านมามีเหตุลักตัดสายไฟ ครั้งใหญ่มาแล้ว ๕ ครั้ง มูลค่าความเสียหายกว่าล้านบาท ไม่ใช่แค่ถนนเส้นนี้ครับ แต่ยังมี ถนนอีกหลายเส้นที่เกิดเหตุซ้ำ ๆ อยู่เรื่อย ๆ ผมจึงขอให้มีการเร่งซ่อมแซมและมีการสนับสนุน ติดกล้องวงจรปิด CCTV ถนนบ้านแพ้ว-พระประโทน ซึ่งหากสามารถดูผ่าน App ออนไลน์ ด้วยได้ก็ยิ่งดีครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องนี้ผมได้พูดในสภาหลายครั้งประเด็นปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งที่ผ่านมาหลายปี หลายสมัย ก็ยังไม่มีการทำให้เป็นเรื่องเป็นราว เป็นจริงเป็นจังเสียที ผมจึงขอให้จังหวัดสมุทรสาครและการไฟฟ้านครหลวงพิจารณาโครงการเสาไฟฟ้าคอนกรีต สร้างเป็นแนวเขื่อนป้องกันคลื่น ซึ่งจะช่วยเป็นปราการด่านแรกทำให้คลื่นมีขนาดเล็กลง ก่อนผ่านไปสู่แนวไม้ไผ่ กระทั่งไปถึงแนวชายฝั่ง ซึ่งจะช่วยให้เกิดตะกอนหลังเขื่อนเพิ่มขึ้น เพิ่มโอกาสปลูกป่าชายเลน สร้างระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์ถาวรในตำบลบางกระเจ้า บ้านบ่อ บางโทรัด กาหลง และนาโคก ครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ผมได้พูดคุยกับพี่น้องตำรวจหลายคนในพื้นที่ พบว่าอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นในการปฏิบัติการในยุคนี้ เช่น Drone ปืนช็อตไฟฟ้ายังมี ไม่เพียงพอภายในหน่วย ซึ่งจะช่วยเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัยได้เพิ่มขึ้นของ สภ. บ้านแพ้ว สภ. บางโทรัด และสถานีตำรวจในจังหวัดสมุทรสาคร ผมจึงขอให้สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ พิจารณา Drone ปืนช็อตไฟฟ้าและอุปกรณ์จำเป็นที่ยังขาดในแต่ละสถานี ตำรวจจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งจะช่วยในการป้องกันเหตุร้ายแรง อุบัติเหตุ อาชญากรรม ยาเสพติด เหตุคลุ้มคลั่ง ให้ใช้ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ได้ดียิ่งขึ้นครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ต่อไปท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องในเขตเทศบาลตำบลกุมภวาปี อำเภอ กุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี เนื่องจากน้ำประปาไม่สะอาดเป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพของ พี่น้องประชาชน น้ำเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ แต่ในปัจจุบันนี้ ประชาชนในเขตเทศบาลกุมภวาปีจำนวนไม่น้อยกำลังเผชิญกับความเดือดร้อนปัญหา น้ำประปาที่ไม่สะอาด มีกลิ่นเหม็น เน่า และมีสีขุ่น โคลน สร้างความเดือดร้อนส่งผลกระทบ ต่อพี่น้องประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งลักษณะเหล่านี้บ่งบอกถึงคุณภาพน้ำที่ไม่ได้ มาตรฐาน มีสิ่งปนเปื้อน เชื้อโรค ผลกระทบอย่างรุนแรงกว่าที่คิด พี่น้องประชาชนที่ได้ใช้ น้ำประปาไม่สะอาดต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพ เช่น โรคผิวหนังอักเสบ อาการแพ้น้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ซึ่งเป็นภัยเสี่ยงต่อการ เป็นโรค เพราะฉะนั้นการที่ใช้น้ำอุปโภคบริโภคก็เป็นสิ่งที่พี่น้องกังวลใจ เช่นเดียวกันในการ ประกอบอาหาร แม้กระทั่งการซักล้างเสื้อผ้า รวมไปถึงผู้ประกอบการร้านซักรีดปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นอย่างมากมายครับท่านประธาน กระผมจึงอยากจะขอกราบเรียนให้ทาง การประปาส่วนภูมิภาคได้มาดำเนินการเร่งรัดดูแลกระบวนการในการผลิตน้ำประปาให้มี คุณภาพ มาตรฐานสากล มีการควบคุมการผลิต การบำรุงรักษาระบบน้ำประปาที่ถูกต้อง ตั้งแต่การเตรียมการผลิตไปจนถึงกระบวนการการผลิต และกระบวนการจ่ายน้ำให้พี่น้อง ประชาชนในเขตเทศบาลตำบลกุมภวาปี อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ทุกหลังคาเรือน และต้องบำรุงรักษาระบบน้ำประปา ระบบน้ำดิบ ระบบน้ำการผลิต รวมไปถึงระบบการจ่ายน้ำ ให้มีสภาพดี และพร้อมสำหรับการผลิตน้ำประปาอยู่เสมอ ขอขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บางพลัด บางกอกน้อย พรรคประชาชน ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
ผมมี ๓ เรื่องนะครับ เรื่องแรกนี้เดี๋ยวให้ประชาชนพูดดูครับ อันนี้เป็นกรณีที่ทางชาวบ้านเขามีกรณีพิพาทกับทาง รถไฟนะครับ ผมเคยยื่นเรื่องทางท่านประธานไปแล้ว แล้วก็มีการประสานกันอยู่ แต่ว่าเรื่อง ส่งไปที่รถไฟ ขณะนี้เราก็มีไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน เขาทำหนังสือเรียกไปการรถไฟ ๓ ครั้ง แล้วให้เอาหลักฐานมาชี้ก็ยังไม่มานะครับ ก็เลยฝากเรียนแจ้งท่านประธานแจ้งด้วยว่า เรื่องเป็นอย่างนี้อยู่นะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ จะเป็นเรื่องความปลอดภัยนะครับ ช่วงปีใหม่มาในเขตบางพลัด บางกอกน้อย มีอุโมงค์ข้ามแยกประมาณ ๓ อุโมงค์หลัก ๆ แล้วก็มีปัญหาเรื่องไฟส่องสว่าง ในอุโมงค์ในช่วงมืด ๆ บางอุโมงค์ไม่มีไฟเลย แล้วก็อย่างแยกไฟฉายมีไฟฟ้า แต่ว่าตัวป้าย สัญลักษณ์ไม่ติด เพราะฉะนั้นบางทีเลนไหนเป็นเลนไหนสวนก็จะไม่รู้ ส่วน ๒ อุโมงค์ ก็ไฟมืดเลยทั้งขาขึ้น ขาลง แล้วก็ทั้งขาเข้า เข้าออกด้วย ตรงนี้มันติดกันหลายหน่วยงาน แล้วก็เป็นความเร่งด่วน ก็ขอความกรุณาท่านประธานช่วยประสานด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยนะครับ ตัวกีฬามวยไทยผมมีประสานกับทางรองศาสตราจารย์พิเศษ ดอกเตอร์สุชานี แสงสุวรรณ ท่านก็เป็นผู้ก่อตั้งเกี่ยวกับพวกสมาคมวัฒนธรรมตามเขตต่าง ๆ ซึ่งเรามีการยื่นของกีฬา มวยไทยเข้าเป็นหลักสูตรนะครับ ข้อ ๑ ก็เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรม แล้วก็ให้เด็ก ๆ ตั้งแต่ ป. ๑ ถึง ป. ๖ ม. ๓ เขาได้เรียนรู้การป้องกันตัวด้วย งบก็ยังไม่ได้ แล้วก็ยื่นเรื่องไป ๒ ๓ ปีแล้ว ตอนนี้อนุมัติมาแล้วแต่ไม่มีงบ ผมก็จะขอทางท่านประธานช่วยประสานไปที่สำนักการศึกษา กทม. ตัวเขตบางกอกน้อยหรือบางพลัดนี่ก็อาจจะทำเป็นโครงการนำร่องก่อน เดี๋ยวผมเข้าไป ช่วยผลักดัน แล้วเดี๋ยวในรายละเอียดส่งไปให้อีกทีหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านธิษะณา ชุณหะวัณ ต่อด้วยท่านนิติศักดิ์ ธรรมเพชร แล้วต่อด้วย ท่านณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ ครับ ท่านธิษะณา ชุณหะวัณ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สส. แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ ปทุมวัน สาทรและ ราชเทวี พรรคประชาชน ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗
ดิฉันมีความกังวลต่อ ปัญหาเรื้อรังที่เกิดในพื้นที่ของดิฉัน ขอสไลด์ถัดไปค่ะ จึงอยากจะหารือตอนนี้ในเขตปทุมวัน บริเวณถนนจารุเมือง แขวงรองเมือง กำลังประสบปัญหาใหญ่ในการจัดการขยะและ สุขอนามัยค่ะ และยังมีเรื่องเดิมที่เคยหารือไปแล้วครั้งที่แล้วเรื่องของการจอดรถใต้ทางด่วน ของถนนจารุเมืองที่ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด ท่านคะทีมฝ่ายพื้นที่ของดิฉันทราบ มาว่าพบปริมาณขยะที่มีจำนวนมากส่งกลิ่นเหม็นในบริเวณดังกล่าว แถมยังไม่มีการหาจุดทิ้ง ขยะใหม่เสียที จนเรื่องนี้ถูกส่งไปยังฝ่ายรักษาความสะอาดเขตปทุมวัน ซึ่งได้เข้าไปทำการ จัดเก็บขยะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดิฉันจึงอยากจะขอขอบพระคุณเจ้าหน้าที่และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ และในส่วนของ นโยบายการจัดการขยะแบบแยกประเภทนะคะ เท่าที่ทราบมาก็คือปัจจุบันมีข้อบัญญัติ ค่าธรรมเนียมการเก็บขยะใหม่ มีการเก็บ ๖๐ บาทบ้านที่ไม่แยก และ ๒๐ บาทบ้านที่แยกค่ะ ที่จะบังคับใช้ในอีก ๑๘๐ วัน แต่ท่านประธานคะปัญหาสำคัญก็คือการที่จะจัดหาที่ทิ้ง ขยะใหม่ เพราะว่าโดยทั่วไปแล้วในแต่ละชุมชนในอาคารที่พักจะมีจุดทิ้งขยะที่รถขยะจะมา เก็บตามตารางเวลา และอย่างไรก็ตามเขตใจกลางเมืองที่มีประชากรอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก แล้วมีประชากรแฝงจำนวนมากที่ไม่มีทะเบียนบ้านย่อมประสบปัญหาการจัดหาพื้นที่ทิ้งขยะ ดังนั้นดิฉันจึงคิดว่าเราจำเป็นที่จะต้องลงไปศึกษาพื้นที่ภายในเมืองเจรจาประสานงานกับ ท้องถิ่นทั้ง กทม. จนถึงประธานชุมชน กรรมการชุมชน และหาจุดทิ้งขยะที่เป็นระบบ แล้วก็ ไม่ส่งมลภาวะต่อพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ นอกจากนี้ในการประชุมคณะกรรมการชุมชน เขตปทุมวันที่ทางดิฉันและทีมงานได้เข้าร่วมทางประธานชุมชนท่านหนึ่งก็ได้แจ้งมาว่า มีปัญหาการจอดรถใต้ทางด่วนที่มีการจอดรถทิ้งอย่างไม่เป็นระเบียบ ทำให้จราจรติดขัดค่ะ🔗
ขอสไลด์ถัดไปค่ะ ต่อมาคือปัญหาเรื่องแก๊ง Call Center ดิฉันได้รับเรื่อง ร้องเรียนจำนวนมากจากประชาชนว่ามีขบวนการที่โทรมาเพื่อหลอกลวงประชาชนและ สูญเสียเงินจำนวนมากค่ะ ปัญหาที่ดิฉันร้องเรียนคือหลังจากที่ประชาชนโดนหลอกแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายที่ก็ไม่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ค่ะ เช่น บางธนาคารดำเนินการ ระงับธุรกรรมทางการเงินล่าช้า ทำให้มิจฉาชีพสามารถหลอกประชาชนได้ต่ออีกเป็น จำนวนมากค่ะ ดิฉันขออนุญาตให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะคะ กระทรวง DE และเจ้าหน้าที่ ตำรวจหลายพื้นที่ที่ยังไม่เข้าถึงกระบวนการแจ้งความออนไลน์ในคดีอาชญากรรมทาง เทคโนโลยีและโดยเฉพาะในจังหวัดกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ดิฉันฝากท่านประธาน ไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้มีการจัดฝึกอบรมตำรวจทั่วประเทศในการเตรียมพร้อม ในการรับมือกับปัญหานี้อย่างจริงจัง ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปท่านนิติศักดิ์ ธรรมเพชร เชิญครับ ท่านออกไปเข้าห้องน้ำนะครับ ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวผมวนมาใหม่ไปต่อท้ายเพื่อนนะครับ ต่อไปท่านณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดอุดรธานี วันนี้ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาบนทางพาดผ่านทางรางรถไฟของ อุดรธานี ๒ จุดครับ ขอไสลด์ด้วยนะครับ🔗
จุดแรกเกิดจากปัญหาการวางแท่ง Barrier ทำให้ทางสัญจรบนทางหลวงคับแคบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลามีรถข้ามผ่านมาจาก สี่แยกใหญ่นี้เดินทางมาด้วยความเร็วในเวลากลางคืนคนที่ไม่คุ้นชินกับเส้นทาง แน่นอนว่า อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ซึ่งปัญหานี้ตั้งอยู่บนทางหลวงวงแหวนเศรษฐกิจหลักของ จังหวัดอุดรธานีเชื่อมต่ออีก ๔ จังหวัด ปัญหานี้มีการร้องเรียนผ่านมาประมาณ ๕ ปีแล้ว ตั้งแต่มีการขยายทาง ซึ่งปัจจุบันนี้มีการประชุมของ กรอ. อจร. ของจังหวัด แต่ปัจจุบันก็ยัง ไม่มีความชัดเจนว่าปัญหานี้จะถูกแก้ไขได้อย่างไร เมื่อไร เมื่อผมมีโอกาสลงหน้างานกับ ทีมงาน ก็ทราบว่าความจำเป็นในการวางแท่ง Barrier นี้ก็เนื่องจากว่าเวลารถไฟวิ่งผ่านไม้กั้น ขาดไปเพียงแค่ฝั่งละ ๔ เมตร ส่วนพื้นที่เห็นเป็นรูก็ขาดไปเพียงแค่ฝั่งละเมตร ปัญหาอย่างนี้ แก้ได้เลย แก้ได้ทันที ต้องถามว่าที่ผ่านมาทำไมยังไม่ทำ🔗
จุดที่ ๒ ครับท่านประธาน จุดนี้ชาวอุดรธานีของเราเรียกว่า สี่แยกวัดใจ อยู่หน้าตลาดหนองบัวซึ่งเป็นตลาดหนึ่งในตลาดหลักของจังหวัดอุดรธานี ๑๐ ปีที่ผ่านมา สไลด์ถัดไปเลยครับ มีการจราจรที่หนาแน่นขึ้นอย่างมากเนื่องจากมีการสร้างห้างสรรพสินค้า มีคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่นะครับ ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมามีการประชุมร่วมระหว่าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะมีการวางสัญญาณจราจรจนถึงปัจจุบันยังไม่มีสัญญาณจราจร เพราะฉะนั้นวันนี้จึงต้องขอเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าให้ช่วยเร่ง ดำเนินการให้ทุกชีวิตและทรัพย์สินได้รับความปลอดภัยด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านพรชัย ศรีสุริยันโยธิน ท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ ต่อด้วยท่าน เอกราช อุดมอำนวย ครับ ท่านพรชัย ศรีสุริยันโยธิน เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พรชัย ศรีสุริยันโยธิน เขตเลือกตั้งที่ ๗ จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ผมมีปัญหาร้องเรียน จากท่านกำนันผู้ใหญ่บ้านส่วนราชการเรื่องการถือครองโฉนด แล้วก็ถือครอง น.ส. ๓ เป็นกรรมสิทธิ์ แต่ท่านประธานครับ ปัญหามันเกิดกรมป่าไม้ไปสำรวจตั้งแต่ปี ๒๕๑๑ พอมาปี ๒๕๒๑ ก็สำรวจมีการออก น.ส.๓ ก. น.ส.๓ ข. ในอดีตที่ผ่านมาพี่น้องประชาชน เดือดร้อนในการที่จะไปกู้เงินกับสถาบันการเงินก็สามารถที่จะใช้ น.ส.๓ ก. น.ส.๓ ข. ดำเนินการทางนิติกรรมได้ แต่ปัจจุบันท่านประธานครับ ธนาคารพาณิชย์ไม่รับ เอกสารซึ่งเป็น น.ส.๓ ก. น.ส.๓ ข. รวมทั้งหมดที่เขาเดือดร้อน ๕ อำเภอ ๒๑,๘๑๘ แปลง ๑๓๐,๐๐๐ กว่าไร่ ไม่สามารถที่จะไปทำนิติกรรม พี่น้องเดือดร้อนราคามันเดี๋ยวนี้เหลือ บาทกว่าสองบาทท่านประธาน แต่ไม่สามารถที่จะไปทำนิติกรรมได้เลย ส.ป.ก. ยังดีกว่า น.ส.๓ ก. น.ส.๓ ข. นี่คือเรื่องจริงพี่น้องเดือดร้อนจริง ๆ อยากฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมที่ดินก็ดี กรมป่าไม้ก็ดี ออกไปสำรวจแล้วไปชี้แจงให้ พี่น้องประชาชนทราบว่ามันติดขัดเรื่องอะไร นี่คือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นหน้าที่ที่เราจะต้อง ปฏิบัติ ขอกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยว่ารีบดำเนินการให้ พี่น้องพ้นจากความเดือดร้อนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรี สะพานสูง พรรคประชาชน วันนี้ขออนุญาตหารือทั้งหมด ๔ เรื่อง อ.เอท ตั้งชื่อว่า ๔ ห ๔ ห ประกอบไปด้วย ๑. ก็คือ ๓ หาย และ ๑ หู ๓ หายคืออะไรครับ ๑. ก็คือป้ายเตือน ต่าง ๆ บนถนนรามคำแหงมีการซ่อมแซมอย่างใหญ่หลวง เป็นน้อง ๆ พระราม ๒ ตอนนี้ ก็คือพอมีการซ่อมแซมสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ ป้ายเตือนครับว่าเอ๊ะตรงนี้มีการซ่อมแซม หาได้น้อยมากครับ และป้ายที่บอกว่าโครงการนี้จะเสร็จเมื่อไร เขามีการคาดการณ์ว่า ๒ ปี ถึงจะเสร็จนะครับ แต่ตอนนี้ป้ายที่เตือนหรือป้ายที่บอกการแสดงเรื่องของระยะในการที่จะ สร้างว่าเสร็จกี่โมงหรือเสร็จเมื่อไรไม่มีนะครับ เพราะฉะนั้นป้ายนี่ก็หายไป และอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ Barrier ก็ยังหายอีกนะครับ ก็คือการที่จะมี Barrier ควรที่จะมีอย่างเหมาะสม ตอนนี้ ประชาชนเขาเดือดร้อนมากครับ อยากที่จะให้ทำตรงนี้ นี่คือ ๑ หายนะครับ ๒ ครับ ๒ หายก็คือ อะไรครับ สะพานลอยครับ สะพานลอยหรือเรียกว่า Overpass แยกราษฎร์พัฒนา หรือเรา เรียกว่า รามคำแหง ๑๖๗ เมื่อก่อนเคยมีเรื่องของสะพานลอยอยู่ แต่พอมีการสร้างถนนปุ๊บ สะพานลอยหายไปทันทีครับ เพราะฉะนั้นอยากที่จะให้ท่านผ่านไปยังหน่วยงานทั้งหมด ที่ อ.เอท พูดก็คือหน่วยงานที่เป็นสำนักการโยธา กทม. ท่านช่วยเข้ามาดูแล เพราะว่าตอนนี้ มีการทำเรื่องของการที่มีการสร้างสะพานหลายที่แล้วนะครับ ก็ขอให้สร้างอีกสักที่หนึ่ง ตรงแยกราษฎร์พัฒนาครับ และอีก ๑ หาย ก็คือป้ายรถเมล์ครับท่านประธาน ป้ายรถเมล์ หายหมดเลยครับ ก็คือเดิมทีมีป้ายครับ แต่พอสร้างถนนตรงรามคำแหงหลายป้ายหายไป ประชาชนไม่รู้ว่าจะไปหาป้ายตรงไหน ขึ้นรถเมล์โบกก็ไม่มีใครจอด รถเมล์ก็ไม่จอดนะครับ และนี่คือ ๓ หายครับ และอีก ๑ เรื่องครับ เรื่องที่ ๔ ครับ เป็นเรื่องที่ อ.เอท เจอมาเมื่อคืน ก็คือเรื่องของหูครับ ๑ หูคือหูดับ เรามี พ.ร.บ. เรียกว่าส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม มีการขอเปิดคอนเสิร์ตมากมายครับ ที่มีนบุรีเมื่อคืนเลยครับ แล้ว พ.ร.บ. นี้ก็คือปี ๒๕๓๕ บอกว่าช่วงเวลาตั้งแต่สี่ทุ่มถึงหกโมงเช้าไม่ควรให้มีการแสดงคอนเสิร์ตหรือเสียงรบกวน ต้องไม่ต่าง ๑๐ Decibel แต่เมื่อคืนเที่ยงคืนท่านดูครับ เที่ยงคืนยังคงมีเสียงรบกวนอยู่ นี่คือสด ๆ เมื่อคืนเลยนะครับ นี่คืออยากจะบอกไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยกวดขัน ช่วยจับปรับจริง ๆ นะครับ แล้วก็ไม่ให้ใบอนุญาตกับผู้ที่ทำผิดกฎหมาย และนี่คือการหารือ ของ อ.เอท ครับ ขอบพระคุณครับ Respect🔗
Respect ครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมอบรมโครงการเสริมสร้างความ เข้มแข็งสถาบันนิติบัญญัติการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ของรัฐสภา เจ้าหน้าที่จากสถาบัน นิติบัญญัติแห่งชาติลาวนะครับ โดยสถาบันพระปกเกล้า จำนวน ๒๕ ท่าน ยินดีต้อนรับ ทุกท่านนะครับ ต่อไปท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมืองจากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวดอนเมืองประมาณ ๕ ประเด็นครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือขอให้ทางกรุงเทพมหานครซ่อมแซมปรับปรุงถนนที่ชำรุด เป็นหลุมเป็นบ่อหลายจุด บริเวณถนนสรงประภา ใช้งานมานานมากแล้ว แล้วก็ไม่มีการดูแล รักษาเลย เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ แล้วก็ผู้สัญจรไปมา รวมถึงการป้องกันอุบัติเหตุ ที่อาจเกิดขึ้นเพราะว่าถนนชำรุดทรุดโทรมมาก ขอภาพด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือขอให้ทาง กรุงเทพมหานคร สน. ดอนเมือง จัดการจราจร โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนหลังเลิกเรียน บริเวณดอนเมือง ส่งผลให้มีการติดขัดมาก โดยเฉพาะถนนเชิดวุฒากาศ รวมไปถึงสรงประภายาว สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอันมาก🔗
เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องของการลักลอบเผาเศษใบไม้บริเวณถนนเทิดราชันครับ ส่งผลให้เกิดควันฟุ้งกระจายเหม็นไปทั่วพื้นที่ชุมชนวงกว้าง ก็ขอให้ส่งเจ้าหน้าที่กวดขันด้วย ก่อให้เกิด PM นะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ท่านประธานผมขอถามไปยังกรุงเทพมหานคร สน. ดอนเมืองครับ ว่าเราจะต้องรอให้มีประชาชนสูญเสียอีกกี่รายครับ เพราะว่าตอนนี้ทรัพย์สินของพี่น้องอยู่บน ความหวาดระแวง จักรยานยนต์หายบ้าง ทรัพย์สินหายบ้าง ถูกโจรลักขโมยราวกับไม่มีคน ดูแลในพื้นที่เลย ถนนวัดเวฬุวนาราม โกสุมรวมใจ ช่างอากาศอุทิศ แล้วก็เคหะดอนเมือง ล้วนกลายเป็นเหมือนแหล่งอาชญากรรม เป็นพื้นที่ที่มีคนที่จ้องจะลักขโมยอยู่ตลอดเวลา ก็ขอให้เพิ่มการดูแล แล้วก็กวดขันมากกว่านี้นะครับ🔗
สุดท้ายครับ ก็คือเรื่องการลักลอบทิ้งขยะบริเวณตำบลหลักหก จังหวัด ปทุมธานี ซึ่งติดกับดอนเมือง พอติดกันแบบนี้พอมีการลักลอบทิ้งอย่างนี้พอเผาควันก็ลอย มาถึงแล้วก็ส่งกลิ่นเหม็นฟุ้งกระจายนะครับ🔗
สุดท้ายจริง ๆ ท่านประธานครับ ขอเติมเรื่องการกวดขัน Plant ปูนในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร กฎหมายห้ามไว้แต่ยังมีอยู่ ฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมด้วย ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักเรียนระดับชั้น ม. ๔ และครูผู้ควบคุมโรงเรียนวัฒนา วิทยาลัย เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ ๓ ท่านถัดไปนะครับ จะเป็นท่านกัณวีร์ สืบแสง ต่อด้วยท่านฤกษ์ อยู่ดี และต่อด้วยท่านกฤษฏิ์ ชีวะธรรมานนท์ ท่านกัณวีร์ สืบแสง เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ท่านประธานครับ วันนี้ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชื่อเสียง ของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ ณ ปัจจุบันนี้เราโดนประณามค่อนข้างจะเยอะครับ ในเรื่องเกี่ยวกับการดูแลผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ที่มาอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลา ๑๐ ปี จริง ๆ เราไม่ได้ดูแล เรากักเขาเข้าไว้ในห้องกักของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นเวลา ๑๐ กว่าปีแล้ว แยกลูก แยกภรรยาของเขา แล้วตอนนี้ได้มีกระแสข่าวลือหนาหูตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วในการ ที่จะมีการผลักดันชาวอุยกูร์ผู้ลี้ภัย ๔๘ คนที่อยู่ในห้องกักของประเทศไทยนี้กลับไปยัง ประเทศจีนเป็นประเทศที่เขาบอกว่าเขาหนีภัยการประหัตประหารมานะครับ จริง ๆ แล้ว ท่านประธานครับ ไม่ใช่แค่เราเท่านั้นเองนะครับ ในประเทศสหรัฐอเมริกา สภาคองเกรส หรือสมาชิกสภาของเขาก็ได้มีการพูดถึงในเรื่องนี้เป็นอย่างใหญ่หลวงมากมายเช่นเดียวกัน ว่าประเทศไทยถูกบีบคั้นจากประเทศจีนในการที่ส่งผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์กลับไปเผชิญความตาย หรือการประหัตประหาร ณ ประเทศต้นกำเนิดของเขา เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วผมหารือ ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าต้องเร่งครับ ต้องกล้าตัดสินใจในเวทีระหว่าง ประเทศ ต้องกล้าตัดสินใจในประเทศไทย เพราะว่ามิเช่นนั้นการกักขังชาวอุยกูร์ผู้ลี้ภัย ๔๘ คนนี้ในสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของเราเป็นเวลานานขณะนี้เป็นการลิดรอนศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์และลิดรอนสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ๑๐ กว่าปีครับ เป็นเราเราคงอยู่ไม่ได้ ในห้องกักของ สตม. แต่นี่เป็นเวลานานแล้วเรายังไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรต่อ ผมขอเสนอ ผ่านท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีกล้าตัดสินใจในฝ่ายบริหาร ถ้ารัฐบาลจีนบอกว่า กลุ่มคนเหล่านี้ได้กระทำความผิดเป็นอาชญากรจริง ๆ ในการก่อการร้ายต่าง ๆ ในประเทศ ต้นกำเนิดส่งหลักฐานมาให้กับประเทศไทย ผมยังเชื่อมั่นว่าประเทศไทยเราจะไม่เก็บคนที่เป็น อาชญากรไว้ในประเทศไทย เราทำการส่งกลับได้ แต่หากไม่มีหลักฐาน หากเขายังเป็นผู้บริสุทธิ์ แล้วเขาเป็นผู้บริสุทธิ์จริง ๆ ในการที่ลี้ภัยมาจริง ๆ ต้องให้เขาตัดสินใจเอง ประเทศไทยเรา ไม่สามารถตัดสินพิพากษาพวกเขาให้ต้องเดินทางกลับไปในประเทศที่เขาไม่สามารถ ที่อยากจะอยู่ได้ เพราะฉะนั้นอันนี้จะเป็นข้อเสนอผ่านท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรี ต้องเร่งตัดสินใจในเรื่องเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์อย่าให้เขาอยู่ในห้องกักอีกต่อไปครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปท่านฤกษ์ อยู่ดี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายฤกษ์ อยู่ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต ๒ พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้ผมมีเรื่องมาหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในตำบลสามพระยา ตำบลห้วยทรายเหนือ ตำบลไร่ใหม่พัฒนา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เนื่องด้วยสภาพ ผิวจราจรทางหลวงชนบท พบ.๑๐๑๐ กิโลเมตรที่ ๘ (+๔๐๐) ไปจนถึงกิโลเมตรที่ ๑๐ บริเวณชุมชนหน้าวัดและหมู่บ้านช้างแทงกระจาด มีความเป็นหลุมเป็นบ่อเป็นอันตราย ต่อการสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชน ผมจึงขออนุญาตผ่านท่านประธานไปยังสำนักงาน ทางหลวงชนบทเพชรบุรีครับ ช่วยดำเนินการจัดสรรงบประมาณซ่อมแซมถนนดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องที่ ๒ ขอขยายเขตประปาส่วนภูมิภาคในพื้นที่ตำบลไร่ใหม่พัฒนา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เนื่องจากปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้พี่น้อง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนขาดแคลนน้ำในการอุปโภคและบริโภค ผมจึงขอความ อนุเคราะห์ไปยังประปาส่วนภูมิภาคช่วยขยายเขตประปาไปยังบริเวณ หมู่ที่ ๑ บ้านทุ่งขาม หมู่ที่ ๒ บ้านไร่ใหม่พัฒนา หมู่ที่ ๓ บ้านรางจิก และหมู่ที่ ๘ บ้านโป่งเก้งพัฒนา จะเป็น พระคุณอย่างสูง กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปท่านกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๖ จังหวัดชลบุรี ศรีราชา พรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องจะปรึกษาหารือท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ให้เปลี่ยนแปลงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับในการปฏิบัติการของตำรวจ Cyber เพื่อให้มีอำนาจย่นระยะเวลาและบังคับให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและผู้ดูแลระบบให้ข้อมูล ผู้ใช้ IP Address และที่อยู่ของผู้ต้องหาในกรณีที่กระทำความผิดและมีผู้มาแจ้งความ เพื่อพิสูจน์ตัวตน และหากตรวจสอบได้ว่ากระทำความผิดจริงก็จะสามารถดำเนินการจับกุม ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากปัจจุบันในการขอข้อมูลจากบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตต่าง ๆ นั้นต้องใช้เวลา ตรวจสอบกว่า ๒ เดือนจึงจะได้รับคำตอบกลับมา เป็นเหตุให้ไม่สามารถติดตามตัวผู้กระทำ ความผิดได้ ทำให้ผู้กระทำความผิดนั้นสามารถกระทำความผิดซ้ำ เกิดความเสียหายต่อ เศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่สามารถจับกุมตัวได้ IP Address คือ Internet Protocol Address หมายถึงเลขประจำตัวเครื่องที่ใช้ในการระบุอุปกรณ์เชื่อมต่อกับเครือข่าย อินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์อื่น ๆ โดยมีหน้าที่หลักในการช่วยให้การส่งข้อมูล ระหว่างอุปกรณ์นั้นสามารถทำได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ดังนั้นผู้ให้บริการ อินเทอร์เน็ตและผู้ดูแลระบบเท่านั้นที่สามารถจะติดตามการใช้งานของผู้กระทำความผิดได้ จึงขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยแก้ไขระเบียบดังกล่าวเพื่อการจับกุมตัวผู้กระทำความผิดให้ได้ อย่างรวดเร็ว เพราะปัจจุบันนั้นคดีส่วนมากจะถูกปล่อยให้หมดอายุความและไม่สามารถ ติดตามตัวผู้กระทำความผิดได้ ขอบคุณมากค่ะ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านนพพล เหลืองทองนารา ท่านบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ ท่านวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ครับ ท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก คนพรหมพิราม มีข้อหารือที่จะต้องอาศัยบารมีของท่านประธานอยู่ ๔ ๕ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือในเรื่องของการส่งน้ำในฤดูนาปรัง ๒๕๖๗/๒๕๖๘ ในคลอง สายส่งน้ำ สาย C2 ซึ่งคลองเส้นนี้ต้องรับผิดชอบพื้นที่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ไร่ แล้วระดับของ คลองนั้นสูง แล้วผลบอกว่าตอนนี้ในรอบเวรที่ได้จัดสรรกันอยู่ ณ ตอนนี้ไม่เพียงพอที่จะ แจกจ่ายน้ำให้กับพี่น้องเกษตรกรทั้ง ๒๐,๐๐๐ ไร่ ขอให้มีการได้ขยายระยะเวลาในรอบเวร ออกไปด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้รัฐบาลได้เร่งรัดในการดำเนินการจ่ายเงินค่าชดเชยในเรื่องของ น้ำท่วมเกี่ยวกับพืชผลทางการเกษตร ซึ่งทุกวันนี้เกษตรกรก็นั่งรอ ขอให้มีการเร่งรัดด้วย ผมเองก็ไม่เข้าใจทั้ง ๆ ที่รัฐบาลก็ได้เร่งรัดต่อทางเกษตรในภูมิภาคต่าง ๆ แล้วนะครับ ในเรื่องของการร่นระยะเวลาในการพิจารณาเพื่อที่จะส่งข้อมูลเหล่านั้นมาสู่รัฐบาล แต่ทำไม เหตุไฉนความประสงค์ดี ความหวังดีของรัฐบาลทำไมตอนนี้กลับกลายเป็นการจ่ายเงินนั้น ล่าช้า ขอให้เร่งรัดการจ่ายเงินค่าน้ำท่วมให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้ชลประทานนั้นได้ก่อสร้างประตูน้ำที่คลองส่งน้ำสาย C9/2 เพราะทุกวันนี้คลองสาย C9/2 นั้นต้องอาศัยน้ำมาจาก C9/1 ซึ่งมันไม่เพียงพอ เรื่องนี้ C9/2 ผมได้ร้องเรียนมาหลายครั้งแล้วนะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ขอให้กรมชลประทานนั้นได้ขยายพื้นที่ในฝั่งซ้ายของคลอง PL.0 ในบริเวณตำบลดงประคำ ตำบลทับยายเชียง ซึ่งพ่อแม่พี่น้องทั้ง ๒ พื้นที่นี้ก็มีพื้นที่อยู่ติดกับ คลองส่งน้ำสายใหญ่ แต่ผลปรากฏว่านั่นคืออยู่นอกเขตชลประทานแล้วตอนนี้น้ำก็มีเยอะแล้ว เพราะฉะนั้นแล้วก็ขอให้ทางกรมชลประทานได้ขยายเขตให้กับพี่น้องด้วย🔗
สุดท้ายครับ ขอให้การประปาส่วนภูมิภาคได้มีการขยายประปาของจังหวัด พิษณุโลกในอำเภอเมืองไปจนถึงหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ ตำบลดอนทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ด้วยครับ เพราะพี่น้องที่นั่นเขาขาดแคลนน้ำเป็นอย่างมากครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปท่านบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอหารือปัญหาในพื้นที่ผ่านท่านประธานสภาไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากท่านนายกชณชล ลาไชย นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลท่าอิบุญ ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องหมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๖ และหมู่ที่ ๑๑ ตลิ่งแม่น้ำป่าสักถูกกัดเซาะทุกปี ปีนี้กัดเซาะจนถึงถนนในหมู่บ้านและบ้านเรือนของพี่น้อง ประชาชน ระยะทางกว่า ๒,๔๐๐ เมตร จึงอยากฝากท่านประธานสภาไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยจัดสรรงบประมาณมาสร้างตลิ่งป้องกันแม่น้ำป่าสักให้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากท่านนายกสุภาวดี เพ็งธงชัย และพี่น้อง บ้านโนนผักเน่า หมู่ที่ ๑๑ บ้านวังหว้าวังรู หมู่ที่ ๑๒ ตำบลหินฮาว ถึงความเดือดร้อน ถนนเชื่อมต่อของ ๒ หมู่บ้านเป็นหลุมเป็นบ่อ ระยะทางกว่า ๓ กิโลเมตร เป็นอุปสรรคในการ สัญจรของนักเรียน ผู้ป่วย และการส่งสินค้าทางการเกษตรเป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงอยากฝากท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยจัดสรรงบประมาณมา ซ่อมแซมด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ ต่อด้วยท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ ท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครพนม เขต ๑ กระผมจะขอ หารือเรื่องการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่ ก่อนอื่นผมขอขอบพระคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ดอกเตอร์ มนพร เจริญศรี ผู้บริหารกระทรวงและผู้บริหารทุกหน่วยงาน ได้ไปติดตามการก่อสร้างรถไฟ ทางคู่และการคมนาคม และการพัฒนาทุกด้านของจังหวัดนครพนม สกลนคร และมุกดาหาร เพื่อพลิกโฉมในการพัฒนา กระผมขอให้กระทรวงคมนาคมได้พิจารณาก่อสร้างรถไฟทางคู่ จากสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๓ จังหวัดนครพนม และจากอำเภอท่าอุเทน อำเภอ บ้านแพง จังหวัดนครพนม คู่ขนานกับแม่น้ำโขงและถนนทางหลวง ๒๑๒ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ สวยงามมาก ไปจังหวัดบึงกาฬและจังหวัดหนองคาย แล้วก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มี ถ้ำนาคี-นาคา คนมาเที่ยวทั่วโลก และมีอุตสาหกรรมการเกษตร มีการส่งออกสินค้าเกษตร ทุเรียนทำยอดเป็นจำนวนมหาศาลที่จะส่งไปลาว เวียดนาม จีน นอกจากนั้นผมขอให้มีการ ก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย–ลาว ที่อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม เพราะเป็นเส้นทาง ที่ใกล้นะครับ จากอำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ไปประเทศลาว ประเทศเวียดนาม เพียง ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร ไปประเทศจีนเพียง ๘๐๐ กิโลเมตร จึงขอให้มีการก่อสร้างสะพาน มิตรภาพไทย–ลาว และมีรถไฟความเร็วสูง มีรถไฟทางคู่เชื่อมทุกจังหวัดตามนโยบายของ พรรคเพื่อไทย กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขต ๑ อำเภอเมือง อำเภอสวี กระผม ได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านนายกชวน กายสะอาด แล้วก็ท่านกำนันนพดล ชอบตรง ในเรื่อง ของปัญหาน้ำท่วมที่ผ่านมา เมื่อวันที่ ๑๔ เกิดน้ำหลาก ทำให้สะพานที่เกิดปัญหาตั้งแต่ ปลายปี ๒๕๖๖ มาถึงต้นปี ๒๕๖๗ ณ ปัจจุบันนี้ยังไม่ได้มีการแก้ไขปัญหา โดยใช้เฉพาะ ในเรื่องของสะพานเบลีย์ที่อยู่ที่หมู่ที่ ๘ ตำบลครน อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ไม่ได้มีการแก้ไข ปัญหาและไม่ได้มีการก่อสร้างสะพานที่มาตรฐานเกิดขึ้น ทำให้น้ำหลากและพัดเอาสะพาน เบลีย์ผิดรูปผิดแบบไป แล้วก็ได้รับการแก้ไขปัญหาแล้ว แต่ผมนำเรียนท่านประธานฝากถึง รัฐบาล ฝากถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมโยธาธิการและผังเมือง ช่วยไปดูแลและแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องชาวตำบลครนด้วย เพื่อที่จะแก้ไขปัญหารองรับในปี ๒๕๖๙ ต่อไปนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ในเรื่องของน้ำกัดเซาะ หมู่ที่ ๑๔ ตำบลครน ได้รับเรื่องร้องเรียน จากท่านผู้ใหญ่สุรินทร์ ชุ่มชื่น ในเรื่องของน้ำกัดเซาะริมตลิ่งและทำให้ถนนทรุดตัวนะครับ ถนนเส้นนี้เป็นถนนเส้นหลัก เป็นถนนเส้นสายเลือดของตำบลครนเกิดปัญหาอย่างหนัก ถนนพังทรุดตัว ตอนนี้พังลงไปอยู่ในลำคลองเรียบร้อยแล้ว เหลือช่องทางจราจรอยู่แค่ ช่องเดียว เพราะฉะนั้นผมขอนำเรียนท่านประธานฝากถึงกรมโยธาธิการและผังเมือง ช่วยไป แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ถนนเส้นนี้นักเรียน นักศึกษา เดินทางมาสู่โรงเรียนเป็นจำนวนมาก ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ผมเชื่อว่าในปี ๒๕๖๙ น่าจะเกิด น้ำหลากขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งจะทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนเป็นอย่างมาก🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องของสะพานเหมือนกันครับ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านผู้ใหญ่ สุริยัน สุริฉาย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๗ ตำบลวิสัยใต้ สะพานนั้นพังชำรุดเสียหายตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ โดยเกิดน้ำหลากเหมือนกัน ครั้งนี้เกิดน้ำหลากซ้ำอีกครั้งหนึ่งสะพานนั้นยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ ไม่มีสะพานเบลีย์ทำให้พี่น้องประชาชนต้องอ้อมกลับมาจุดเดิมอย่างนี้ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ก็ขอนำเรียนท่านประธานฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชน แก้ไขปัญหาให้กับบุคคลที่ใช้สัญจรไปมา ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ🔗
ต่อไปท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดสุรินทร์ ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม ประคำสวย ร่ำรวยปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรม นี่คือคำขวัญของจังหวัดสุรินทร์ครับ ท่านประธานวันนี้ผมหารือท่านประธานเรื่องเดียวครับ วันนี้วันที่ ๑๕ มกราคม ตรงกับวันพุธ พรุ่งนี้เป็นวันสำคัญของกลุ่มวิชาชีพกลุ่มหนึ่งก็คือครู พรุ่งนี้วันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นวันครูแห่งชาติ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วตรงกับวันที่ ๑๑ มกราคมเป็นวันเด็กแห่งชาติ เป็นเสาร์ที่ ๒ วันครูเป็นวันที่ ๑๖ ของทุกปีที่รัฐบาลได้กำหนด มาตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ ทำไมผมลุกขึ้นมา ผมอยากฝากรัฐบาลวันนี้ให้ดูแลครู ดูแลเรื่องสวัสดิการ โดยเฉพาะครูเอกชนกับครูรัฐบาลไม่อยากให้มีความเหลื่อมล้ำกันมาก นี่คุณครูนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร จากจังหวัดศรีสะเกษฝากมาว่าให้มันมีความใกล้เคียงกันหน่อยในเรื่องของ สวัสดิการ แล้วอยากเห็นรัฐบาลจัดสวัสดิการให้กับครู ไม่ว่าเรื่องของวิชาชีพครูให้ยกฐานะ เป็นวิชาชีพชั้นสูง แล้วผลงานก็ไม่ควรที่จะให้ยากเกินไป แล้วสิ่งที่สำคัญก็คือการแก้ปัญหา หนี้สินให้กับครู การย้ายไม่ต้องมีกฎเกณฑ์มาก มีคุณสมบัติพร้อม นี่ท่าน สส. วิลดาจาก ศรีสะเกษก็ฝากมาอีกเรื่องการย้ายเอาครูกลับคืนถิ่น ไม่ต้องรอเพราะอยู่โรงเรียนเดิมก็เป็นครู ไปโรงเรียนใหม่ก็เป็นครูเหมือนเดิมละครับ ไม่ใช่ไปโรงเรียนใหม่แล้วเป็นนายอำเภอที่ไหน ก็ไปเป็นครูนี่ละครับท่านประธาน ก็ย้ายให้เขาไปเสีย เขาได้ทำงานอย่างอบอุ่นไปอยู่กับ ครอบครัว ไปอยู่กับพ่อกับแม่ อันนี้ก็ต้องขอขอบพระคุณ สส. วิลดาจากศรีสะเกษที่ฝาก เรื่องนี้มา แล้วเรื่องที่สำคัญวันนี้ผมก็ฝากครูกลับไป ไม่ใช่ว่ามาเรียกร้องเอาผลประโยชน์ ให้กับครูอย่างเดียว ครูต้องกลับไปดูแลนักเรียน ให้นักเรียนโตขึ้นมาเป็นนักเรียนที่มีคุณภาพ เป็นคนดี มีวินัย มีคุณธรรม จริยธรรม แล้วให้มีความภูมิใจในความเป็นชาติไทยให้มาก ๆ ให้รู้ประวัติที่มาของชาติไทยว่ามาอย่างไร ได้เกิดมาอยู่บนชาติไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ขนาดไหน มีความสุขขนาดไหน ก็ขอขอบพระคุณท่าน สส. ทินพล ศรีธเรศ นี่ลูกป้ารื่น อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มาฝากเรื่องของการให้อยู่ดี มีคุณธรรม ให้รู้สำนึกของความเป็นคนในชาติไทย ฉะนั้นวันพรุ่งนี้ก็ขอให้คุณครูทั่วประเทศมีความสุข แล้วก็มีความตั้งใจที่จะสอนลูกสอนหลาน โดยเฉพาะเรื่องของยาเสพติด หลายคนที่หารือ อย่าให้เข้าไปในโรงเรียนโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ไฟฟ้าก็ดี หรืออะไรละครับ ผมไม่ค่อย รู้จัก บากรู ๆ อะไรที่เป็นน้ำยา ที่เขาเติมครับ บารากู่ นี่คุณหมอเชิดชัยบอกมา ขอบพระคุณ คุณหมอครับ ตรงนี้ละครับเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกัน นอกจากการเรียนการสอนที่จะต้องสอนแล้ว เรื่องของยาเสพติด สิ่งเสพติดที่ออกฤทธิ์ต้องฝากไว้ ก็ขอให้ครูมีความสุขครับ รัฐบาลจะดูแล ในเรื่องสวัสดิการ แล้วก็ฝากไปยังกระทรวงการคลังด้วยครับ ข้าราชการที่เกษียณวันนี้ เงินค่าใช้จ่ายน้อยมากครับ เนื่องจากโดนสหกรณ์หักบ้าง กบข. หักบ้าง โดนหักทุกเรื่องครับ ก็ฝากไว้ครับ ขอขอบพระคุณมากครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ เชิญท่านนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล ครับ ท่านเทียบจุฑา ขาวขำ ต่อด้วย ท่านอานุภาพ ลิขิตอำนวย ครับ ท่านนรเสฎฐ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตอำเภอปักธงชัยและวังน้ำเขียวครับ วันนี้ขออนุญาตนำเรียนปัญหาในพื้นที่ด้วยกันทั้งหมด ๓ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพ่อแม่พี่น้องที่อยู่ในเขตเทศบาลเมือง เมืองปัก เรื่องของการเปิดประมูลที่ราชพัสดุ หมายเลขทะเบียนที่ นม.๖๒๕ ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมานี่ละครับให้แก่ภาคเอกชน ที่ดินแปลงนี้เดิมทีเป็นของ สาธารณสุขอำเภอเก่า ล่าสุดเมื่อวันที่ ๖ มกราคมที่ผ่านมานี้เองได้มีการประกาศรับฟังความ คิดเห็นของพี่น้องประชาชน เนื้อหาในประกาศมีข้อมูลต่าง ๆ หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของระยะเวลาในการดำเนินการ ประโยชน์ที่จะได้รับต่าง ๆ แต่สิ่งที่ยังขาดหายไปก็คือ ผลกระทบที่จะมีต่อพี่น้องประชาชน ผลกระทบที่จะมีต่อวิถีชีวิต จะมีต่อการประกอบอาชีพ จะมีต่อการใช้ชีวิตของพี่น้องที่อยู่ในเขตเทศบาลเมืองเมืองปักแห่งนี้ เนื่องจากว่าพื้นที่แห่งนี้ เดิมทีเคยเป็นของพี่น้องประชาชนมาก่อนนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมอยากจะขอฝากไปยัง กรมธนารักษ์ให้ศึกษาเรื่องนี้ให้ละเอียดถี่ถ้วน เพราะว่ามีพี่น้องจำนวนมากที่คัดค้านการ ประมูลที่แห่งนี้ให้กับภาคเอกชนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องของการก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำ ลำสำลาย บ้านโคกเหิบ ตำบลตะขบ แล้วก็เรื่องของฝายน้ำล้นบริเวณบ้านพระเพลิง ตำบลนกออกของอำเภอปักธงชัย ที่ถูกสร้างขึ้นในปี ๒๕๕๒ และปี ๒๕๕๓ โดยองค์การ บริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันถูกทิ้งร้างไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ ไม่มีการดูแล แล้วก็ไม่มีหน่วยงานไหนแสดงความเป็นเจ้าของครับ ผมเคยสอบถามไปยังองค์การบริหาร ส่วนตำบลต่าง ๆ รวมถึงชลประทานแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด ผมจึงอยากจะขอฝาก ท่านประธานถามผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยกำกับดูแล แล้วก็ซ่อมแซม บำรุงรักษาโครงการดังกล่าวด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ มีพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ปลูกอ้อยจำนวนมาก อยากจะให้ รัฐบาลนั้นช่วยพิจารณาเรื่องของการชดเชยเงินค่าตัดอ้อยสดตันละ ๑๒๐ บาท เพื่อเป็น แรงจูงใจในการตัดอ้อยสด แล้วก็เป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องของฝุ่น PM2.5 ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านเทียบจุฑา ขาวขำ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตอำเภอบ้านผือ มาหารือกับท่านประธานดังนี้ค่ะ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พี่น้อง ประชาชนในตำบลโนนทองและตำบลข้าวสารว่าถนนลูกรังมีอยู่ช่วงหนึ่งประมาณ ๒ กิโลเมตร สายบ้านโนนทอง ตำบลโนนทอง อำเภอบ้านผือ ไปยังบ้านทรายทอง ตำบลข้าวสาร บ้านข้าวสาร ตำบลข้าวสารตอนนี้ถนนมันเป็นถนนสายทางลัดเพื่อจะเข้าไปสู่ในเมืองอุดรธานี แล้วขณะเดียวกันก็เป็นทางลัดไปสู่จังหวัดหนองบัวลำภู มันมีระยะทางอยู่ประมาณเกือบ ๒ กิโลเมตร ซึ่งเป็นดินลูกรังอยู่ ซึ่งพี่น้องประชาชนสัญจรไปมาไม่ค่อยสะดวก แล้วก็เกิด อุบัติเหตุบ่อย ๆ ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าช่วยเข้ามาดูแล แก้ปัญหาถนนเส้นนี้ จะเป็นการก่อสร้างถนนลาดยางหรือจะสร้างถนน ค.ส.ล. เพื่ออำนวย ความสะดวกและความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนด้วยนะคะ🔗
ต่อไปท่านอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องมาปรึกษาหารือกับท่านประธาน เพื่อประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องแรกครับ โรงเรียนท้ายหาด ตั้งอยู่ที่ตำบลท้ายหาด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม สังกัดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรสาคร สมุทรสงคราม มีพื้นที่ ๑๓ ไร่ ด้านหน้าติดถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๙๓ หรือถนนธนบุรี-ปากท่อ สายเก่า ด้านข้างทั้ง ๒ ด้านและด้านหลังอีก ๑ ด้านติดลำคลอง โดยปัจจุบันส่วนที่ ติดลำคลองไม่มีกำแพงกันดินหรือเขื่อนกันตลิ่ง ทำให้ดินถูกน้ำกัดเซาะและมีแนวโน้ม จะเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเกิดอันตรายได้ในอนาคตนะครับ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและ ความปลอดภัยของนักเรียน ผมจึงขอให้ท่านประธานประสานไปยังสำนักงานโยธาธิการ และผังเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ให้เข้าสำรวจและจัดทำโครงการก่อสร้างในจุดนี้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ศาลาการเปรียญวัดตรีจินดาวัฒนารามครับ ตำบลบางกุ้ง อำเภอ บางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม มีอายุกว่า ๑๐๐ ปี ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากรไว้แล้ว ปัจจุบันมีสภาพชำรุดหลายจุด เช่น เสาไม้ผุหลายต้น พื้นไม้แตกหัก หลังคาจั่วปั้นลม คอนกรีตแตก ประชาชนอยากขอความอนุเคราะห์ให้กรมศิลปากรรีบดำเนินการซ่อมแซม อนุรักษ์ของเก่าไว้ ก่อนที่จะพังทลายลงมา ผมจึงขอให้ท่านประธานประสานไปยัง กรมศิลปากรด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ความเดือดร้อนของประชาชนเคสนี้ผมเคยแจ้งไปหลาย หน่วยงานแล้วนะครับ ซึ่งก็มีแต่หนังสือตอบกลับ ยังไม่เห็นมีการแก้ไขอะไรเลยครับ รวมถึงเคสนี้เคยออกข่าวโทรทัศน์ตามที่ประชาชนไปร้องเรียนกับสื่อ ซึ่งก็เป็นข่าวที่ออก ในหน้าสื่อหลายสื่อนะครับ คือปัญหาที่จุดกลับรถใต้สะพานคลองขุดดอนจั่น ทางหลวง หมายเลข ๓๕ หรือถนนพระราม ๒ กม. ๗๒+๕๘๕ น้ำท่วมขังมานานนะครับ ผมจึงขอให้ กรมทางหลวงเร่งดำเนินการแก้ไขตามที่ท่านอธิบดีกรมทางหลวงมีหนังสือตอบกลับมาหาผม ตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ ตอนนี้ปี ๒๕๖๘ แล้ว ประชาชนเดือดร้อนมาหลายปีแล้ว ขอบคุณครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ จะเป็นท่านฐิติมา ฉายแสง ท่านชุติมา คชพันธ์ แล้วก็ต่อด้วยท่านนิติศักดิ์ ธรรมเพชร ครับ ท่านฐิติมา ฉายแสง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีเรื่องร้องเรียน ๒ เรื่องในวันนี้🔗
เมื่อวานนี้ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากคุณทองหล่อ เฉยสวัสดิ์ ซึ่งเป็นกรรมการ ลุ่มน้ำบางปะกงภาคเกษตรกรรมของ สทนช. ว่ามีปัญหาตรงคลองชลประทาน กม.๙๖+๒๗๑ ตรงแยกหนองปลาตะเพียน ถนนหลวงสาย ๓๐๔ ตำบลท่าทองหลาง อำเภอบางคล้า จังหวัด ฉะเชิงเทรา ซึ่งเริ่มจากปากคลองซอย ๒ ขวาจนถึงปลายคลองระยะทาง ๑๐.๕ กิโลเมตร และคลองชลประทาน กม.๙๙+๓๕๔ เริ่มจากปากคลองซอย ๑ จนถึงปลายคลองระยะทาง ๑๕ กิโลเมตร คือทั้ง ๒ คลองนี้เป็นของชลประทานท่าลาดค่ะปัญหาก็คือว่ามวลน้ำนี้ ไม่สามารถไหลผ่านช่องใต้สะพานไปยังบริเวณพื้นที่ปลายคลองได้ เนื่องจากความกว้างของ คลอง ๔ เมตร ลึก ๑.๘ เมตร แต่ช่องผ่านใต้สะพานแคบเหลือเพียง ๓ เมตร และมีต้นไม้ ต้นหญ้า วัชพืชมาขวางทางเต็มไปหมดทำให้มวลน้ำไหลผ่านไปได้น้อยก็ส่งผลให้ประชาชน ในตำบลเมืองเก่า อำเภอพนมสารคาม และตำบลเมืองใหม่ อำเภอราชสาส์น จังหวัด ฉะเชิงเทรา รวม ๒,๕๖๗ ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อนไม่มีน้ำเพียงพอในการทำการเกษตร โดยเฉพาะนาข้าวค่ะ และในอีกไม่นานนี้แผนงานของแขวงการทางฉะเชิงเทราก็จะมีการ ขยายทางหลวงเป็น ๘ เลน จากแยกหนองปลาตะเพียนถึงอำเภอพนมสารคาม ระยะทาง ๑๒ กิโลเมตร ดังนั้นจึงขอเรียนปรึกษาว่าทั้ง ๒ จุดดังกล่าวจะสามารถรื้อสะพานเก่าออก พร้อมขยายคลองชลประทานใต้สะพานเดิมให้มีความกว้างและลึกเท่ากับขนาดคลอง ได้หรือไม่ ขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางแก้ปัญหาด้วยนะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานคะ ได้รับการร้องเรียนจากคุณดอนทอง พวกเรา จากทาง Page Facebook ว่าจุดกลับรถบริเวณธนาคารกรุงไทยก่อนถึงทางเข้าวัดดอนทอง ถนนศุขประยูร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรานั้นไม่มีไฟส่องสว่างทำให้ เวลากลางคืนมืดมากจนมองไม่เห็น เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ ขอให้แขวงการทาง ฉะเชิงเทราแก้ไขปัญหานี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้บริหารสมาชิกสภา เจ้าหน้าที่ และประชาชน จากองค์การบริหารส่วนตำบลยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ยินดีต้อนรับทุกท่านครับ ต่อไปท่านชุติมา คชพันธ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉัน มีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๓ เรื่อง ดังนี้ค่ะ🔗
เรื่องแรก ถนนสายหานโพธิ์-เขาชัยสน ช่วงสะพานห้วยไร่อ้อย รวม ๗ กิโลเมตร เป็นหลุมตลอดทางเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ดังที่เห็นในภาพเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งบางครั้งเสียชีวิต ล่าสุดก็ไหปลาร้าหัก ทราบมาว่าถนนสายนี้เป็นหลุมเป็นบ่อแบบนี้มา ๑๐ ปีแล้วนะคะ พี่น้อง ประชาชนชาวพัทลุงก็รอแล้วรออีกทุกปีว่าเมื่อไรถนนสายนี้จะได้ทำใหม่ ก็ไม่ทราบว่ารออะไร อยู่นะคะ จะรอให้เกิดเหตุอีกกี่ครั้งถึงจะแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ ก็ขอให้สำนักงบประมาณ และ อบจ. พัทลุงเร่งดำเนินการนำเสนอเข้าแผนงบประมาณดำเนินการก่อสร้างถนนคอนกรีต เสริมเหล็กและในระหว่างนี้ขอให้ อบจ. พัทลุงเร่งซ่อมแซมถนนโดยเร่งด่วน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ด่วนมากนะคะ ช่วงนี้มีการพูดถึงเรื่องนี้วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางใน Social Media ของพัทลุง ประชาชนก็รออยู่อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน ซึ่งเรื่องนี้ดิฉันได้หารือในสภาแห่งนี้ไปแล้วเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วถึงตอนนี้ก็ครบ ๑ ปีพอดี แต่ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ในครั้งนั้นดิฉันได้แจ้งให้ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างด้วยเนื่องจากถนน สายนั้นมืดมากในตอนกลางคืนรถเล็กสัญจรไปมาลำบาก จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รีบดำเนินการแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน หวังว่าดิฉันคงไม่ต้องพูดเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกในสภานะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาขยะสะสมภายในชุมชนต่าง ๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ดิฉันได้รับเรื่องจากคุณปกรณ์ อารีกุล ว่าขณะนี้จังหวัดนครศรีธรรมราชกำลังประสบปัญหา ใหญ่คือเรื่องขยะที่สะสมภายในชุมชนต่าง ๆ หลังจากศาลปกครองมีคำสั่งให้เทศบาลนคร นครศรีธรรมราชแก้ปัญหาคงค้างเก่าที่บ่อขยะสวนสาธารณะทุ่งท่าลาด และทางเทศบาลนคร นครศรีธรรมราชออกประกาศงดรับขยะจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ จึงทำให้เกิด ปัญหาขยะสะสมภายในชุมชนต่าง ๆ ตามมา สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก เมื่อเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่นครศรีธรรมราชเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้ขยะเดิมรวมกับ ขยะใหม่และมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นไปอีก แม้ว่าแนวทางให้ประชาชนแยกขยะแล้ว แต่ในทาง ปฏิบัตินั้นประชาชนแยกแล้วแยกอีกหน้าบ้านตัวเอง แต่กว่ารถขยะจะมาก็ใช้เวลานาน หลายวันเหลือเกินนะคะ จึงขอหารือปัญหาดังกล่าวไปยังกระทรวงมหาดไทยดำเนินงาน ร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ปัญหาการจัดการขยะอย่างยั่งยืนทั้งระยะสั้น และระยะยาวเพื่อช่วยให้พี่น้องประชาชนชาวนครศรีธรรมราชมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นค่ะ🔗
เรื่องสุดท้ายค่ะท่านประธาน ดิฉันได้รับแจ้งจากคุณพสุธน โมคคัลลา กลับนุ้ย ว่าเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งบนทางแยกช้างซ้าย ทางหลวงหมายเลข ๔๑๐๓ สายนาพรุ-จังหูน ตำบลช้างซ้าย อำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช ดังที่เห็นในภาพเลยเกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้งนะคะ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งไฟจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุอันนี้ด่วนที่สุด เพราะว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อนจริง ๆ ค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปท่านนิติศักดิ์ ธรรมเพชร เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม นิติศักดิ์ ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ เขต ๒ จังหวัดพัทลุง วันนี้ผมมี เรื่องมาหารือท่านประธาน ๒-๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ได้รับฝากเรื่องร้องเรียนมาจากท่านนายกเทศบาลตำบลเกาะเต่า ท่านวิเชียร หนูวาส ปัญหาในส่วนของหมู่ที่ ๙ ตอนนี้หมู่ที่ ๙ ในส่วนของเทศบาลตำบล เกาะเต่า ในพื้นที่ได้มีเรื่องในส่วนของการขาดน้ำอุปโภคบริโภค ณ วันนี้ทางเทศบาลได้ทำ เรื่องไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอเรื่องในการเจาะบาดาลให้กับ พ่อแม่พี่น้องชาวหมู่ที่ ๙ แต่วันนี้เรื่องก็ยังเงียบอยู่ ซึ่งประชากรในหมู่ที่ ๙ ของตำบลเกาะเต่า มีประชากรถึง ๑,๐๐๐ คน แต่ ณ วันนี้เองเรื่องได้เงียบแล้วก็ในส่วนของการอุปโภคบริโภค ในส่วนของการเกษตร ณ วันนี้ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ของ El Nino เกิดขึ้นปีที่ผ่านมา มีสภาพการขาดน้ำเยอะ ปีนี้ผมคาดว่าน่าจะเยอะกว่านี้ ผมอยากร้องเรียนไปยังในส่วนของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งอนุมัติในการขอใช้พื้นที่ในการเจาะบาดาล🔗
เรื่องที่ ๒ ในส่วนของหมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๙ ในส่วนของไฟส่องสว่างตอนนี้ ทางเทศบาลได้มีเงินเป็นเงินอุดหนุนเฉพาะกิจของงบประมาณอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถเข้ามา ติดตั้งไฟส่องสว่างให้กับพ่อแม่พี่น้องได้ เนื่องจากเป็นเรื่องเดิมต้องกลับไปขออนุญาต กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ วันนี้เองผมอยากฝากทั้งเรื่องของใบอนุญาต ในส่วนของการขุดเจาะบาดาล แล้วก็ใบอนุญาตในส่วนของการติดตั้งไฟฟ้า🔗
เรื่องที่ ๓ ผมอยากเรียนไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งในพื้นที่ ของตำบลแพรกหาในส่วนของผม ในส่วนของถนนที่เป็นของกรมทางหลวงชนบท เป็นถนน ที่ต่อเชื่อมกันระหว่างเทศบาล ณ วันนี้เหตุการณ์ที่มีน้ำท่วมอยู่ตลอดทุกปีก็เลยอยากเร่ง ขอให้ท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคม ขอท่อ ค.ส.ล. ขนาด ๒ คูณ ๒ ระยะทาง ๒๕๐ เมตร จากแยกทุ่งข่า-สะพานท้อน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องขอหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันค่ะ🔗
เรื่องแรก อยากจะขอเสนอแผนการพัฒนาระบบประปาขยายเขตบริการ ของการประปาส่วนภูมิภาค สาขาพาน ซึ่งได้ข้อเสนอโครงการขยายเขตเป็นจำนวน ๗ โครงการไปแล้ว เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณประจำปี ๒๕๖๗ แต่ยังไม่ได้รับการ อนุมัติ ซึ่งส่งผลให้พี่น้องประชาชนตำบลเจริญเมือง ตำบลสันกลาง ตำบลทานตะวัน และตำบลแม่เย็น ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำสะอาดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ดังนั้น จึงอยากจะขอให้ทางรัฐบาลช่วยพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อเร่งดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจังหวัดเชียงราย เขต ๔ ด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ บริเวณแยกบ้านเก่า ตลาดหกแยก มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ส่วนใหญ่ก็มาจากอุบัติเหตุรถชนกัน เนื่องจากบริเวณแยกดังกล่าวมันมีถนน ๖ เส้นทาง มาบรรจบกันเลยทำให้เกิดความสับสนในการใช้ถนน เลยอยากจะขอเสนอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องปรับปรุงระบบไฟจราจรโดยติดตั้งอุปกรณ์ที่ทันสมัยหรือปรับช่องจราจรให้มัน เหมาะสมและสอดคล้องกับปริมาณรถยนต์ เพื่อลดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยให้กับ พี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ คือโครงการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งเชื่อมต่อระหว่างอำเภอพาน และอำเภอแม่สรวย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ อยากจะขอหน่วยงานเข้าไปดำเนินการศึกษาและความเป็นไปได้ออกแบบเส้นทางถนน เพื่อเชื่อมต่อระหว่างบ้านแม่คาวโตน ตำบลสันกลาง อำเภอพาน และบ้านสันจำปา ตำบลแม่พริก อำเภอแม่สรวย ซึ่งมีระยะทางแค่ ๔.๑ กิโลเมตร ในการที่จะส่งเสริมศักยภาพด้านการ ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจให้ดีขึ้นค่ะ อย่างไรก็ขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งดำเนินการและดิฉันเองและทีมของพรรคเพื่อไทยจังหวัดเชียงรายจะติดตามดำเนินงาน อย่างใกล้ชิดค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้บริหารสมาชิกสภาและข้าราชการเทศบาลเมืองตากใบ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ🔗
ท่านสมาชิกครับก่อนที่ผมจะเปิดประชุมผมขอเวลาสัก ๕-๗ นาทีนะครับ เดี๋ยวผมขออนุญาตหารือกับวิปสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมกลับมาครับ🔗
พักประชุมเวลา ๑๐.๔๐ นาฬิกา🔗
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๐.๔๖ นาฬิกา🔗
ก่อนจะเปิดประชุมนะครับ ท่านวิรัช พิมพะนิตย์ ขอหารือ เชิญท่านวิรัชครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัช พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันที่ ๑๔ ที่ผ่านมาก็มีประชุมร่วมรัฐสภา ซึ่งมีทั้ง สส. สว. มาร่วมประชุมกัน แต่เหตุการณ์ หนึ่งที่เกิดขึ้นและทำให้มีความรู้สึกว่าสภาแห่งนี้ไม่ปลอดภัย สภาแห่งนี้ซึ่งเป็นสภา อันทรงเกียรติที่การประชุมเหมือนจะปลอดภัยที่สุดในประเทศเหมือนการประชุมที่เป็นไป ด้วยความเรียบร้อยดีมาตลอด เมื่อวานนี้มีเหตุการณ์คือเหมือนรูปภาพ ซึ่งหนังสือพิมพ์ได้ไป ลงหน้าหนึ่งว่าใครขว้างกระป๋องนมลงกลางวง สส. เพื่อไทย จริง ๆ เหตุการณ์นี้ผมไม่รู้ว่า มันเกิดจากมีคนขว้างหรือมันหล่นมาจากตรงไหน แต่ผมมองด้วยสายตาก็ไม่น่าจะมีที่หล่น มาจากข้างบน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึงกราบเรียนท่านประธานที่เคารพช่วยหาข้อเท็จจริงหน่อย ถ้ามีการขว้างกระป๋องนมมาแล้วมันน่าจะเป็นอันตรายต่อเพื่อนสมาชิก ถ้าเป็น สส. หรือ สว. ขว้างผมคิดว่ากล้องวงจรปิดตรงนี้น่าจะชัดเจนที่สุดแล้ว แล้วเหตุการณ์ตรงนี้น่าจะรู้ว่า มันมาจากไหน ถ้า สส. หรือ สว. เป็นคนขว้างมาตรฐานจริยธรรมจะต้องเกิดขึ้น ท่านประธาน จะต้องใช้มาตรฐานจริยธรรมของ สส. สว. ให้เขาได้รับผิดบ้างในการที่ทำให้การประชุม ป่วนการประชุมอย่างนี้ ส่วนถ้ามันหล่นมาจากฟ้าผมก็จะได้ขอเป็นวัตถุมงคลหน่อยว่าจะได้ เอาไปปลุกเสกทำเป็นวัตถุมงคลนะครับท่านประธาน ก็ไม่มีอะไรครับด้วยความเคารพ ท่านประธานอยากให้หาข้อเท็จจริง เพราะถ้าเกิดมันเป็นแผ่นหลุดลงมาผมว่ามันเจ็บกว่า กระป๋องนม เพราะฉะนั้นกราบเรียนแล้วก็กราบขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เข้าใจครับ ผมทำการบ้านไว้ให้ท่านแล้ว ยังโชคดีที่ไม่ใช่ระเบิดนะครับ ผมเรียนท่านวิรัช และเพื่อนสมาชิกแบบนี้นะครับ หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ก็ได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบดู ก็ปรากฏว่าไม่ใช่เป็นการเขวี้ยงปามาจากเพื่อนสมาชิกฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ก็ได้เปิดกล้องวงจรปิดแล้ว ปรากฏว่าหล่นมาจากด้านบนนะครับ ซึ่งตัวกระป๋องกับตัวซองขนมก็ระบุวันที่เอาไว้ชัดเจนว่า มันหมดอายุปี ๒๐๒๐ นั่นหมายความว่าหมดอายุมา ๕ ปีแล้ว ฉะนั้นหมายความว่ามันน่าจะ ค้างอยู่ด้านบนเป็นเวลาหลายปีมาแล้ว แล้วก็มันได้หล่นลงมา ผมมีภาพประกอบให้ทั้งรูป กระป๋องนมแล้วก็ในรูปของซอง🔗
นี่เป็นซองนะครับ จะเห็นวันหมดอายุปี ๒๐๒๐ แล้วก็รูปกระป๋องนมครับ กระป๋องนม ก็หมดอายุปี ๒๐๒๐ เช่นเดียวกันนะครับ ทีนี้สงสัยว่าช่องด้านบนมันหล่นมาได้อย่างไร วันก่อนพอดีผมขึ้นไปช่วงปิดสมัยประชุม ผมขึ้นไปตรวจด้านบน แล้วก็ได้ไปดูว่าจะปรับปรุง เรื่องเสียงอย่างไร ก็พอดีมีภาพเก็บไว้ แต่ว่าก่อนจะไปอันนั้นผมให้ท่านดูคลิปสักนิดหนึ่งครับ จะเห็นว่ามันหล่นมาจากด้านบน เจ้าหน้าที่ย้อนกลับไปนิดหนึ่งครับ มันจะมองไม่เห็น เมื่อสักครู่ผมให้วงสีแดงไว้ ไม่ได้วงนะครับ ย้อนภาพจะเห็นว่ามันหล่นลงมาแล้วนะครับ หล่นลงมาถึงพื้นแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่ลองช่วยย้อนภาพไม่ต้องกลับไปสุด เอาช่วงที่เห็นหล่น ลงพื้นพอดี นั่นละครับ ไม่เป็นอะไร ก็สรุปว่าหล่นมาจากด้านบนนะครับ ขอภาพที่เป็นช่อง ด้านบนที่ได้ถ่ายเอาไว้นะครับ วันก่อนผมขึ้นไปตรวจพอดี ขอภาพด้านบนสักนิด มีไหมครับ มีภาพช่องด้านบนไหมครับ ไม่เป็นอะไรครับ ไม่มีก็ไม่เป็นอะไรครับ พอดีน่าจะไม่ได้ส่งรูปให้โสต ก็ปรากฏว่าผมได้ดูแล้วก็มีช่องที่มันสามารถที่จะหล่นลงมาได้ ก็เป็นอันว่าน่าจะเกิดจากเหตุที่ คนงานรับประทานไว้ในช่วงก่อสร้างแล้วตกค้างอยู่ด้านบน ก็ได้สืบหาข้อเท็จจริงมาให้แล้ว ท่านวิรัชเชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ถ้ามันหล่น จากข้างบนมาจริง ๆ ผมอยากให้ระวังเรื่องแผ่นไม้หน่อยนะครับ ผมว่าถ้ามันอย่างนี้โอกาส แผ่นไม้ที่จะหล่นมาผมว่ามันสูงพอสมควรนะครับ ถ้ามันหล่นลงมาผมว่าถ้ามัน Jackpot ไปโดน สส. หรือ สว. เข้าหน่อยมันจะลำบากครับ กราบขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ🔗
ก็ได้ฝากกับทางท่านเลขาธิการไปเช่นกันนะครับว่าให้ตรวจดูความเรียบร้อยด้วย คงไม่มี ประเด็นอื่นแล้วกระมังครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉันขอแสดงความคิดเห็นนิดหนึ่งค่ะเกี่ยวกับสถานที่ตรงนี้นะคะ🔗
ท่านละอองเชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช ไหน ๆ ก็พูดถึงเรื่องสภาดิฉันเกิดประสบอุบัติเหตุแล้วก็การที่มาสภา มันไม่มีทางลาดสำหรับคนพิการหรือสำหรับรถเข็นค่ะท่านประธาน เดินทางลำบากมาก เขาเรียกว่าไม่มีอารยสถาปัตย์ ก็คือท่านประธานลองดูว่าอันนี้มันเหมาะกับคนพิการหรือคน ที่มีปัญหาในการเดินหรือเปล่า ท่านประธานช่วยดูด้วยนะคะ แต่ที่เราดูนี่ถ้าสมมุติว่า ไม่เปลี่ยนแปลงทางเดินนี่น่าจะมีช่องอยู่ข้างหลังว่าสำหรับคนที่มีปัญหาในการเดินหรือว่า คนพิการค่ะท่านประธาน🔗
อีกเรื่องหนึ่งนะคะท่านประธาน เรื่องของการสูบบุหรี่ถ้าเราเดินจากข้างหลัง ตรงไปที่ห้องอาหารเราจะเห็นที่สูบบุหรี่ก็เป็นที่โล่ง ดิฉันอยากจะทำให้มันเป็นสัดส่วนที่ดี หรือมีห้องสำหรับสูบบุหรี่ให้กับคนที่สูบบุหรี่ เพราะว่ามันเรื่องของสุขภาพสำหรับคนที่ไม่ สูบบุหรี่ด้วย ดิฉันต้องขออภัยจริง ๆ ที่พูดเรื่องนี้ในสภา ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ก็ฝากทางท่านเลขาธิการด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ครูมานิตย์ครับ ไหน ๆ ก็พูดเรื่องนี้ตอนเช้าพวกผมนั่งอยู่ที่โรงอาหารหลายคน ยกตัวอย่างท่านอดิศร เพียงเกษ ท่านหนึ่ง คุณหมอเชิดชัย หลายคนนั่งเราคุยกันเรื่องสภา ผมว่าท่านประธาน คนหนุ่มไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วครับ ผมยกตัวอย่างสัก ๓ ประเด็นที่จะต้องแก้ไข ๑. ที่จอดรถ ท่านประธานรู้ไหมครับที่จอดรถด้านติดลิฟต์ ยกเว้นคนมีตำแหน่ง รองประธาน ที่ปรึกษา ประธานอะไร เข้ามาถึงก็จอดได้เลย อันนี้ผมไม่ติดใจครับ เพราะว่าโชควาสนาเขาได้เป็น ตำแหน่งที่ปรึกษาบ้าง เป็นรองประธานบ้าง แต่ที่ล็อกเขียน สส. ไว้ท่านประธาน ไม่ได้มาจอด เพราะเขามาจอดตอนไหนก็ได้ เขามีที่จอด วันใดท่านประธานรู้ไหมถ้าใครมาจอดขวางไว้ใน ที่จอดล็อกเขานี่ เขามาจอดไว้แล้วเขาจะไม่เอารถออก เขาล็อกเกียร์ ๑ ไว้ด้วย คนที่จอดอยู่ ในล็อกนั้นโชคร้ายไปเลยท่านประธานกลับบ้านไม่ได้ ผมว่าวันนี้ยกเลิกเถอะครับ สร้างแรงจูงใจ เช่น คนชื่อกำนันนิพนธ์ คนขยัน คนชื่อครูมานิตย์อีกหลาย ๆ คน ไม่ยกตัวอย่าง มากันแต่เช้า แต่เราต้องไปจอดรถที่ไกลครับท่านประธาน แล้วบางคนก็จอดยากด้วยที่ไกล ๆ แล้วเดิน เข้ามาที่สภา ให้โอกาสคนมาทำงานเช้า ๆ ในสภา พวกผมยืนยันได้ท่านประธานถามยาม ได้เลย นับหัวได้เลยคนมาทำงานเช้า ๆ ในสภานี้ ให้ปล่อยเป็นธรรมชาติ นี่เป็นประเด็นที่ ๑🔗
ประเด็นที่ ๒ ไม้กั้น ล็อกรถนี่มันล็อกกันจริงหรือเปล่า ไม่ใช่รถผู้แทน ก็ลงมาเต็ม ลองทำแบบทางด่วน ทำบัตรใหม่ ให้มีอิเล็กทรอนิกส์ ถ้าเป็นรถผู้แทนผ่านพรึ่บ ผ่านพรึ่บ ผ่านพรึ่บ มันไม่ต้องมาสิ้นเปลืองยามเลย นี่เอายามไปวางก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร เสียเวลาเฉย ๆ ปรับปรุงแล้วผมอยากให้ใช้สมองปรับปรุงท่านประธาน ไม่ใช่คิดจะปรับปรุง แล้วทำเอา ๆ ได้ซื้อสี ซื้ออะไร นี่ยังไม่พูดถึงโรงอาหาร นี่พวกก็บ่นมาเยอะว่าเมื่อไรจะใช้ บัตรแลก ทำให้มันเป็นสวัสดิการ ทำให้มันน่าอยู่ ทำให้มันน่ากิน แม่ค้าเจ้าไหนมาขายของ ไม่ดีก็เอาออกไป เพราะคนไม่ไปเลือกเหมือนกับในห้าง บัตรต่อเดือน เติมเต็ม ใช้บัตรหมด เติมเงิน ลูกน้องมานี่ใช้บัตรเรา เรื่องเหล่านี้ไม่ได้ยากเลยครับถ้ามีความตั้งใจในการแก้ เหมือนกับที่หลาย ๆ คนพูดเมื่อสักครู่ เรื่องกระป๋องนี้ผมเข้าใจได้อากาศเย็นลมมันแรง หนูมันเย็น หนูมันวิ่งไปชนกระป๋อง กระป๋องเลยตกลงมา อะไรที่มันขวาง ๆ ไว้วันนี้ อันนี้ผม เข้าใจได้ครับ ฉะนั้นผมฝากไว้ ๓ ๔ เรื่องท่านประธาน ลองไปคิดดูครับ แล้วมาแก้ปัญหากัน ที่สภาก่อน ผมคิดว่าหลายเรื่องที่มันเป็นอยู่ โดยเฉพาะเรื่องที่จอดรถมันว่างเต็มเลยครับ ท่านประธาน แต่ไม่มีสิทธิจอด เป็นอย่างนี้ตลอดเพราะว่าเขาถือว่าเขาตีตั๋วที่จอดแล้วนี่ ผมว่าสร้างแรงจูงใจให้คนมาทำงานแต่เช้า ๆ ได้สะดวกในการจอดน่าจะดี ท่านประธาน ขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านครูมานิตย์ครับ เรื่องที่จอดรถก็เป็นความดูแลรับผิดชอบของท่านรองหนึ่งนะครับ ท่านพิเชษฐ์ได้ดูแลเรื่องอาคารสถานที่ เดี๋ยวผมจะนำข้อหารือของท่านไปหารือกับท่านรอง พิเชษฐ์อีกครั้งหนึ่งนะครับ ส่วนเรื่องโรงอาหารก็เรียนให้ท่านสมาชิกทราบว่าบริเวณ โรงอาหารสำหรับพี่น้องข้าราชการนี้จะขยับลงไปที่ชั้น B2 ติดกับห้อง ๑,๕๐๐ ที่นั่งครับ ซึ่งท่านประธานได้ดำริไว้แล้วซึ่งน่าจะขยับขยายไปในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้ ชี้แจงท่านครับ คุณหมอทศพรเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายทศพร เสรีรักษ์ ขออนุญาตเรียนท่านประธานนิดหนึ่งนะครับ เกี่ยวกับเรื่องความสะดวกในการที่ คนพิการจะใช้พื้นที่ของสภา อันนี้ผมไม่ได้พูดเพื่อตัวผมเอง แต่ว่าเผอิญช่วงนี้ผมได้รับ บาดเจ็บก็เลยต้องใช้ทั้ง Wheelchair ทั้งไม้ค้ำนะครับ มันก็เลยได้ประสบการณ์ก็ทำให้พบ จุดอ่อนของสภา เพราะสภาเราเป็นสภาของประชาชนอาจจะมีผู้พิการเข้ามา🔗
อันที่ ๑ คือสถานที่จอดรถสำหรับผู้พิการมันอยู่ไกลไปหน่อยครับ คือทำ ที่จอดรถของคนพิการแต่ว่าต้องข้ามถนนมาอีก ที่จอดรถเพื่อผู้พิการอาจจะต้องอยู่ข้าง ๆ ที่จอดรถของประธานสภาหรือรองประธานสภา แล้วก็เข้ามาในอาคารได้ง่าย ๆ ทีนี้พอจะขึ้น อาคารมันไม่มีทางลาดอีกครับท่านประธาน มันเป็นขั้นทำให้ถ้าเข็น Wheelchair ขึ้นมานี่ เป็นอะไรที่ยากลำบาก รวมทั้งพื้นที่ต่าง ๆ แล้วก็ในห้องนี้ด้วย ตอนนี้เราจะเจอท่าน สส. หลาย ๆ ท่านที่ได้รับอุบัติเหตุ ได้รับบาดเจ็บนี่จะไม่สามารถเข้ามาใช้ห้องประชุมนี้ได้สะดวกเลย เพราะไม่มีทางลาด อันนี้ก็ฝากไว้นะครับ🔗
ส่วนเรื่องอาหารเห็นด้วยกับคุณครูมานิตย์ แล้วก็อีกหลาย ๆ ท่านที่พูดถึง ถ้าท่านประธานลองไปเข้าห้องอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันพฤหัสบดีสักสามสี่โมงนี่ ท่านประธานจะพบเลยว่าอาหารนี่ก็จะเหลืออย่างบานเบอะ ถึงแม้ว่า สส. ทั้งหลายเราจะ ช่วยกันเอาใส่ถุงพลาสติกกลับบ้านแล้ว มันก็ยังเหลือเยอะมาก ปีที่ผ่านมาเราตัดงบประมาณ ไปแล้ว ๑๕ ล้านบาท เพราะฉะนั้นทำอย่างไรจะใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ถ้าวันพฤหัสบดีมื้อบ่าย มื้อเย็นนี่เลิกเลี้ยงเลยก็ได้ครับจะได้ประหยัดงบประมาณ เอางบประมาณไปใช้ประโยชน์ทางอื่น ยกเว้นในกรณีที่เรารู้ล่วงหน้า อย่างเช่นในวันที่มีการ อภิปรายงบประมาณหรือวันที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้าอย่างนั้นเรารู้แน่นอนว่าตอนเย็นนี้ คนจะอยู่กันเยอะมากเราก็จัดเลี้ยงเป็นพิเศษ แต่ว่าถ้าในยามปกติมื้อเย็นผมคิดว่า สส. เรา ไม่จำเป็นต้องเลี้ยงก็ได้ ก็ฝากท่านประธานไว้พิจารณาด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญคุณหมอชลน่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตใช้เวลาสักนิดหนึ่งครับสำหรับเรื่องที่เพื่อนสมาชิก วิรัช พิมพะนิตย์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ได้ยกขึ้นมาปรึกษาหารือ ประเด็นที่ผมต้องการ ที่จะปรึกษาหารือท่านประธานต่อเนื่องก็คือจากคำพูดของท่านประธานเองครับ โชคดีที่ ไม่เป็นระเบิด ท่านประธานครับ สถานที่แห่งนี้ควรจะเป็นสถานที่ที่มีความปลอดภัยสูงสุด วัตถุทุกชิ้นสิ่งที่นำเข้ามาสู่ตรงนี้ต้องได้รับการตรวจสอบทั้งหมด ท่านประธานมีหลักฐานว่า กล่องนมนี้มันมีอายุเมื่อ ๕ ปีที่แล้ว เลยสันนิษฐานว่ามีคนเอามาค้างไว้ สันนิษฐานว่าอาจจะ มาจากการก่อสร้าง ก็เป็นเรื่องที่ต้องตามไป แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นท่านประธาน สิ่งแปลกปลอม นั้นหล่นมาจากฟ้า ถ้ามันเป็นระเบิดจริงอย่างท่านประธานพูดอะไรจะเกิดขึ้น พี่น้อง ประชาชนที่มานั่งอยู่ข้างบน พวกเราที่อยู่ตรงนี้ ท่านอย่าคิดว่าจะไม่เกิดขึ้นนะครับ เพราะคน ยุคนี้มันคิดสั้นมาก เพราะฉะนั้นมาตรการให้ความปลอดภัยสูงสุดสถานแห่งนี้ควรจะต้อง ยกขึ้นมาพิจารณา ผมกราบเรียนฝากท่านประธานไปครับว่าอย่างไรนี่ถ้าจะให้มีมรรคมีผล กรรมาธิการกิจการสภาน่าจะนำเรื่องนี้ไปศึกษาพิจารณาว่ามันมีจุดอ่อน มีช่องโหว่อยู่ ตรงไหน อย่างไร จะต้องปรับปรุงแก้ไขหรือไม่ ข้อบังคับที่เราเขียนไว้ในข้อบังคับการประชุม เราพอเพียงไหมในการที่จะรักษาความเรียบร้อย รักษาความปลอดภัย ถ้ามันไม่พอ แก้ไขไหม จะได้ถือปฏิบัติกัน ฝากท่านประธานจริง ๆ ครับ เพราะว่าผมสะดุ้งตอนที่ ท่านประธานว่าโชคดีที่ไม่เป็นระเบิด ตอนแรกไม่คิดมากครับ พอมานั่งตรองดูแล้วนี่ แม้แต่ขวดน้ำหรือกระป๋อง หรือแก้วที่เพื่อนสมาชิกถือเข้ามา ท่านประธานครับ ถ้าเกิดเขา คิดร้ายกับเรานี่ เขาติดอะไรไว้ในแก้วน้ำตรงนั้น กระป๋องตรงนั้น เพื่อนสมาชิกถือมาเอง แล้วกด Remote ปั้งขึ้นมานี่อะไรจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นมาตรการความปลอดภัยสูงสุด ต้องมีนะครับท่านประธาน ประมาทไม่ได้ ละเลยไม่ได้ ถ้าสภาแห่งนี้ปี ๒๕๖๘ บึ้มขึ้นมา ทุกอย่างจบนะครับ🔗
สุดท้ายท่านประธานครับ ถ้ามันจำเป็นต้องเขียนในข้อบังคับไปยกร่าง ไปแก้ไขข้อบังคับให้กิจการสภาเขาไปดู ให้เขาไปดู แต่สิ่งหนึ่งที่ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ข้อบังคับนี้ผมมีส่วน พวกเราตรงนี้มีส่วนที่จะเขียน ขึ้นมา แต่ว่าข้อบังคับฉบับนี้ใช้ไม่ได้กับสภาแห่งนี้เลย ในหมวดว่าด้วยการรักษาความสงบ เรียบร้อยในสภาแห่งนี้ ผมไม่โทษสมาชิกครับ ผมโทษท่านประธานครับ ถ้าท่านประธาน เคร่งครัดปฏิบัติตามข้อบังคับนี้อย่างชัดเจน เพื่อนสมาชิกไม่มีใครกล้าที่จะไปละเมิดข้อบังคับ แต่เนื่องจากมีการปล่อยปละละเลย จะโดยเจตนา จะโดยเกรงใจ หรือโดยไม่รู้ ผมไม่ทราบ แต่ประธานปล่อยปละละเลยนี่ สภาแห่งนี้มีแต่ความวุ่นวาย ใครใคร่ทำอะไรทำ จะเรียกว่า ตามอำเภอใจก็ถูกใช่นะครับท่านประธาน ฝากด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ ผมไม่อยากจะให้ เพื่อนสมาชิกมีความดาษดื่นมาขัดมาเคืองกับผม แต่ว่าเราอยู่ด้วยกันสถานแห่งนี้เราต้องใช้ เครื่องมือให้เป็น ต้องใช้ข้อบังคับให้เป็น เพื่อประโยชน์โดยรวมครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ผมเรียนกับคุณหมอที่ผมพูดว่าดีที่มันไม่ใช่ระเบิดนี่ผมพูดจริง ๆ นะครับ ก็อย่างที่คุณหมอว่าละครับ ถ้ามันเป็นวัตถุอันตรายสิ่งที่มันไม่คาดฝัน แล้วสิ่งที่เราไม่ ปรารถนามันก็จะเกิดขึ้น แล้วก็เป็นเรื่องที่ไม่ดีกับสภาแน่นอน ฉะนั้นผมไม่ได้พูดเล่นนะครับ ผมพูดจริง ๆ พูดเพื่อสะท้อนให้เห็นว่าระบบรักษาความปลอดภัยของสภาขณะนี้มันกำลัง มีปัญหาอยู่หรือไม่ ซึ่งก็จำเป็นที่จะต้องไปดำเนินการต่อไปในเรื่องของความปลอดภัย ผมเชื่อว่า ท่านสมาชิกเข้ามาที่สภานี้ อย่างเมื่อสักครู่นี้คุณครูมานิตย์ก็ได้บอกตัวไม้กั้นที่จะกั้นให้รถของ สมาชิกเข้ามานี่มันก็เปิดทุกคันนะครับ แล้วก็อีกหลายเรื่องซึ่งเป็นเรื่องของความปลอดภัย ของสภาของพวกเราที่จำเป็นที่จะต้องได้รับการพัฒนา ผมเข้าใจทางเจ้าหน้าที่ดีนะครับ เพราะว่าสภานี้ก็เพิ่งจะได้รับมอบมาก็เป็นหน้าที่ที่สำคัญอย่างยิ่ง แล้วก็เป็นภารกิจที่สำคัญ อย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการกันต่อไปในงบประมาณปี ๒๕๖๘ และในงบประมาณปี ๒๕๖๙ ต่อไปนะครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
พอแล้วนะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับ นิดหนึ่งครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วครับ ผมจอดรถอยู่ข้างล่างตอนเช้า เต็มไปด้วยเศษบุหรี่ครับ แล้วไปดูในท้องร่องมีแต่ก้นบุหรี่ทั้งนั้นเลย แล้วก็ความสะอาดน้อย ทั้ง ๆ ที่เรามีเจ้าหน้าที่เยอะที่จะเรียงกวาดต่าง ๆ ผมก็ตามไปดู กวาดไม่หมดหรอกครับ เพียงแต่ว่าอยากให้ละเอียดขึ้น กวาดไปแล้วเศษบุหรี่ เศษกระดาษอะไรก็ยังค้างอยู่นะครับ ก็อยากให้กรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้ดูเรื่องพวกนี้ด้วย การสูบบุหรี่ก็ให้เป็นที่ เป็นทางด้วยนะครับ ก้นบุหรี่ต่าง ๆ เต็มไปหมด🔗
อีกอันหนึ่งนะครับ เดี๋ยวเราจะพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับความสะดวกนะครับ ผมดูแล้วนี่เขาต้องให้ทันสมัย ของสภาเราก็ควรจะต้องทันสมัยนะครับ หรือรัฐปรับใหม่ปฏิรูป ราชการไทยสู่อนาคต เพราะฉะนั้นต้องนำเรื่องดิจิทัลมาใช้ ประตูที่จะเปิดรับนี่ผมนึกถึงที่เรา ขับรถผ่าน Easy Pass ที่ทางด่วนน่าจะเอามาใช้ เพราะว่าทางพวกเราก็เป็น สส. ทุกคน ควรจะมี Chip ที่จะแจ้งเขาไปแล้วมันก็เปิด Auto คนอื่นถ้าไม่มีก็เข้าไม่ได้ ก็ฝากท่าน ประธานด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านฐิติมา ฉายแสง ครับ ท่านอดิศรสักครู่ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง จังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะไหน ๆ เราพูดเรื่องนี้แล้วขออนุญาตที่จะพูดเพิ่มเติมจริง ๆ ค่ะ และ สส. ฝากกันมาหลายคน เหลือเกิน เริ่มจากของดิฉันก่อนนะคะ ดิฉันเองป่วยปวดสะโพกร้าวลงขามา ๑ ปี ในระยะเวลา ๑ ปีที่ดิฉันเดินลำบากมาก ดิฉันขอไปที่ท่านรองประธานคนที่หนึ่งหลายครั้ง และขอไปที่เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องเกี่ยวกับห้องพัก ห้องทำงานของ สส. หลายครั้ง ไม่เคยได้รับ ความเห็นใจเลย ถามว่าดิฉันขออะไร ขอย้ายห้องเพราะมันไกลมากเดินไม่ได้ มันเดินไม่ได้ จริง ๆ ท่านประธาน ขอแล้วขอเล่าก็ไม่เคยได้รับความกรุณาให้ย้ายห้องทั้ง ๆ ที่เรารู้ว่ามี สส. บางท่านถูกตัดสิทธิออกไปแล้วมีห้องว่างและใกล้ลิฟต์มากที่สุด ไม่เคยได้รับความกรุณา นี่คือตัวดิฉัน🔗
เรื่องต่อไปคือเรื่องที่ สส. ท่านฝากมา ก็คือว่าในห้องอาหารมันจะมีสายไฟ ระโยงระยางเพราะว่าจะต้องทำอาหารกัน แต่สายไฟถูกกล่องปิด แล้วก็ถูกเทปปิดทำให้มัน บวมขึ้นมาเขาเดินสะดุดล้ม ดังนั้นมันควรจะฝัง ในขณะเดียวกันเรื่องสูบบุหรี่ก็ขอ Confirm ว่าทรมานกันมากนะคะ ถ้าแบ่งเป็นห้องได้ชัดเจนก็ดี ท่านประธานสรุปโดยรวมมีการ ที่จะต้องแก้ปัญหาในสภาแห่งนี้เยอะมากจริง ๆ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณมากครับ ขอเป็นท่านสุดท้ายจริง ๆ นะครับ ท่านอดิศร เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อดิศร เพียงเกษ ในฐานะที่เป็นกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีท่าน ประเสริฐ บุญเรือง เป็นประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้ทำงาน ร่วมอย่างใกล้ชิดกับท่านประธานสภาทั้ง ๓ ท่าน เรื่องที่ปรากฏในการอภิปรายครั้งนี้ก็บรรจุ ในระเบียบวาระการประชุมในแต่ละสัปดาห์ เรื่องความปลอดภัย เรื่องที่จอดรถ เรื่องต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกสะท้อนออก กรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้นิ่งนอนใจเรามีบันทึก รายงานการประชุมเสนอประสานงานไปกับท่านประธาน เช่น วันนี้เราก็ประชุมเรื่องการตั้ง ที่ปรึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิโดยไม่จำกัดจำนวน แล้วแอบอ้างไปหาผลประโยชน์ต่าง ๆ นานา เราก็เอามาเข้าในที่ประชุม วันนี้ผมลุกขึ้นมาในฐานะที่เป็นกรรมาธิการกิจการ สภาผู้แทนราษฎร กิจการสภาเราไม่ได้นิ่งนอนใจ ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่ได้แสดง ความคิดเห็น ก็หวังอย่างยิ่งว่ากระป๋องใบที่ ๒ จะไม่มี แผ่นไม้ที่อยู่ข้างบนนี้จะไม่ร่วงหล่น ลงมา ถ้ามีเรื่องอะไรที่จะให้กรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้มีโอกาสพิจารณาเรื่อง โดยละเอียดรอบคอบก็อย่าได้เกรงใจ เช่น วันนี้ท่านสฤษฏ์พงษ์จากพรรคภูมิใจไทย ท่านเสนอเรื่องการแต่งตั้งกิจการสภาและเรื่องที่ปรึกษาไปหาผลประโยชน์ต่าง ๆ เราก็นำเรื่องนี้มาพิจารณากัน กิจการสภายังต้องการความร่วมมือจากท่านสมาชิกทุกท่าน ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ จะแก้ไขปัญหาด้วยความร่วมมือ กับท่านประธานทั้งสาม ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านอดิศรมากครับ ในฐานะตัวแทนของคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ท่านรักชนก เชิญครับ🔗
ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน เนื่องจากทุกคนหารือเรื่องในสภา มีอยู่ ๒ เรื่องที่ดิฉันอยากจะร่วมเรียกว่าสะท้อนก็คือ🔗
เรื่องแรก ก่อนที่ สส. หรือว่ารัฐมนตรีทุกคนจะเข้ามาในบริเวณสภาจะต้อง มีการตรวจ Scan กระเป๋า ดิฉันก็อยากจะขอความร่วมมือจากเพื่อน สส. ท่านรัฐมนตรี ทุกท่าน ไม่ว่าจะใหญ่โตมาจากไหน ดิฉันก็อยากจะขอให้ความร่วมมือในการ Scan กระเป๋า ด้วยนะคะ เพราะว่าเจ้าหน้าที่บางทีเขาลำบากใจในการที่จะต้องมาบอกให้ สส. หรือว่า รัฐมนตรีหรือผู้ช่วยรัฐมนตรี Scan กระเป๋า เพราะว่าบางคนเหมือนเวลาบอกให้ Scan กระเป๋า เจ้าหน้าที่เขาบอกก็ฟึดฟัด ๆ นะคะ อันนี้ดิฉันก็ขอให้ท่านประธานกำชับแล้วก็ ขอความร่วมมือจากเพื่อนสมาชิกทุกท่านด้วยแล้วกัน คือจะใหญ่โตมาจากไหนก็ต้อง Scan กระเป๋านะคะ มันเป็นเรื่องของความปลอดภัย🔗
อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าเวลาที่ดิฉันทำงานแล้วกลับห้าทุ่ม เที่ยงคืน คือสภาไม่มี การรักษาความปลอดภัย แล้วก็ประตูเรียกว่าใครจะเข้ามาบานไหนก็ได้ ถ้าเป็นเวลาราชการ แน่นอนว่ามีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ทุกที่ แต่พอเป็นเวลาหลังจากที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำแล้วนี่ คือใครจะเดินเข้ามาในสภาหรือว่าวางระเบิดห้องใครที่ไม่ได้ล็อกประตูมันง่ายดายมากเลย ท่านประธาน อันนี้ก็อยากจะฝากท่านประธานไว้ ๒ เรื่องค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณมากครับ พอสมควรแล้วนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมถูกพาดพิงครับ🔗
ท่านประธานประเสริฐครับ เมื่อสักครู่นี้ทางท่านอดิศรได้เป็นตัวแทนของกรรมาธิการกิจการ สภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้วนะครับ🔗
ในฐานะที่พูดถึงชื่อผมและพาดพิงผม พอดีผมมายืนยันครับ🔗
ท่านสมาชิกท่านอื่นหากมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรานะครับ ทางกิจการสภาท่านพร้อมที่จะรับดำเนินการแล้วก็รับประสานงานต่อกับท่านประธาน แล้วก็ท่านรองประธานทั้ง ๒ ท่าน รวมถึงทางเจ้าหน้าที่ด้วย ก็จะประสานงานต่อแล้วก็จะ ดำเนินการทำให้สภาของพวกเราด้วยความเรียบร้อยนะครับ🔗
ผมขอเข้าสู่ระเบียบวาระเลยแล้วกันนะครับ เรียนท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อ เข้าร่วมประชุมแล้วทั้งสิ้น ๓๘๕ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมแล้วครับ ผมขอเปิดการประชุม และดำเนินการตามระเบียบวาระครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ท่านสมาชิกที่อยู่ด้านนอกครับ รบกวนท่านสมาชิกเข้ามาด้านในห้องประชุม ด้วยนะครับ วันนี้เราได้รับเกียรติจากทางท่านประธานสภาจากประเทศมาเลเซีย รวมถึง ท่านดำรงตำแหน่งประธานสภาอาเซียนด้วยกำลังจะเข้ามาเยี่ยมชมสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ก็เข้ามาต้อนรับท่านนะครับ ผมขออนุญาตเข้าสู่🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
๑. รายงานร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว (ในระเบียบวาระที่ ๔.๑)🔗
ขออนุญาตครับท่านประธาน🔗
เชิญครับ🔗
ผม ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะตัวแทนวิปรัฐบาล ก่อนที่จะเข้าระเบียบวาระ ๔.๑ ท่านประธานผมขออนุญาตเสนอญัตติเพื่อขอให้เลื่อนการพิจารณาในวาระ ๔.๑ ไปก่อน ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๕) เหตุผลท่านประธานที่จำเป็นจะต้องมีการขอเลื่อนวาระนี้ไปก่อนครับ🔗
เนื่องจากวาระ ๔.๑ เป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและ ส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ที่มีการค้างพิจารณากันมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แล้วก็เป็น ที่ประจักษ์ดีนะครับว่า🔗
ท่านชนินทร์สักครู่ครับ ท่านเสนอเป็นญัตติ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตขอผู้รับรองสักนิดหนึ่ง ก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวค่อยเสนอเหตุผลนะครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญเสนอเหตุผลต่อเลยครับ ขออภัยครับ🔗
ขออนุญาตต่อนะครับ ก็เหตุผลที่จำเป็นจะต้องเสนอเพื่อเลื่อนญัตตินี้ออกไปก่อน เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองและส่งเสริมชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ที่ค้างการพิจารณาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนะครับ เป็นที่ประจักษ์ว่ามีเนื้อหาสาระในบางส่วนที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านมีความกังวลว่าอาจจะ เหมาะสมหรือไม่ หรืออาจจะขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทั้งนี้เองเพื่อนสมาชิกในฝั่งพรรค รัฐบาลก็ได้มีการประชุมในพรรคของตัวเอง แล้วแต่ละพรรคก็ยังมีข้อกังวลใจอยู่ เลยอยากจะ รบกวนทางกรรมาธิการได้มีโอกาสทบทวนแล้วก็ปรับปรุงร่างให้มีความชัดเจนก่อนเพื่อที่จะ นำกลับเข้ามาพิจารณาต่อให้ราบรื่นนะครับ เพราะว่าอย่างที่แจ้งครับ เพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่าน แล้วก็ทุก ๆ พรรคมีเจตนารมณ์ชัดเจนว่าอยากจะให้กฎหมายนี้ผ่านด้วยความเรียบร้อย และสามารถบังคับได้จริง ไม่อยากให้เราผลีผลามตัดสินใจไปโดยที่อาจจะไม่มีความรัดกุม แล้วก็มีความกังวลว่าถ้ากฎหมายผ่านไปโดยบังคับใช้ไม่ได้อาจจะไม่เป็นประโยชน์กับพี่น้อง กลุ่มชาติพันธุ์หรือว่าพี่น้องในประเทศไทย ก็ขอความเห็นใจครับ แล้วก็ขอความร่วมมือ อาจจะขอความเห็นจากทางฝั่งวิปฝ่ายค้านด้วยนะครับว่าถ้าเห็นพ้องไปในทางเดียวกันครับ ก็ขอเวลาให้ทางกรรมาธิการได้ทบทวนสักเล็กน้อย อาจจะ ๒ หรือ ๓ สัปดาห์ แล้วนำกลับ เข้ามาพิจารณาต่อจากเดิมที่ค้างกันอยู่ เท่านี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ท่านมานพ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง คือท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมในนามกรรมาธิการร่วมกับเพื่อนสมาชิก จากพรรคการเมืองทุกพรรค รวมถึงภาคประชาชน คือเมื่ออาทิตย์ที่แล้วที่ประชุมก็ตั้ง ข้อสังเกต ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสมาชิกอาวุโส แล้วก็นักกฎหมาย แล้วก็ผู้ที่มีประสบการณ์ ในสภาแห่งนี้ว่าจะเขียนอย่างไรทำให้กฎหมายนี้มันมีความรู้สึกที่ไม่แข็งเกินไป อันนี้ก็เป็น ประเด็นเราใช้เวลาพอสมควรนะครับ แล้วหลังจากประชุมเสร็จพวกเราก็ลงไปปรึกษาหารือ กับผู้อาวุโส แล้วก็หลาย ๆ ท่าน แล้วเมื่อวานนี้ครับท่านประธานกรรมาธิการก็ได้ประชุมกัน ก็ได้ปรับแก้ข้อความเนื้อหาต่าง ๆ ตามที่เพื่อนสมาชิกในสภาได้แนะนำมาเกือบทุกประเด็น ผมคิดว่าอันนี้เป็นประเด็นที่ผมอยากจะสื่อสารกับท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกนะครับ จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เป็นเรื่องการทบทวนนะครับ ผมคิดว่ากรรมาธิการได้ทำหน้าที่ทบทวน ตามข้อคิดเห็น ข้อเสนอของสภาผู้แทนราษฎรไปเรียบร้อยแล้ว ได้ปรากฏเป็นเอกสาร จริง ๆ แล้ว ผมคิดว่าวันนี้เราน่าจะพิจารณา แต่ผมคิดว่าถ้าหากว่าเพื่อนสมาชิกแต่ละพรรคการเมืองที่ยังมี ความเข้าใจไม่ตรงกัน ถ้าจะมีเวลาในการสื่อสารกันผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องสำคัญนะครับ หลายท่านที่อภิปรายผมคิดว่าเนื้อหาต่าง ๆ ที่ท่านได้แนะนำได้เสนอ เรากรรมาธิการทั้งหมด ทั้งฝ่ายกฎหมายของกฤษฎีกา ฝ่ายเลขานุการของสภา ทุก ๆ ฝ่ายผมคิดว่าจริง ๆ แล้ว เราน่าจะพร้อม แต่ถ้าเป็นประเด็นของการเลื่อนครั้งนี้เป็นเรื่องการทำความเข้าใจในส่วนของ แต่ละพรรค ผมคิดว่าอันนี้ก็พอรับฟังได้ เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมาย ๕ ร่างนะครับ ท่านประธาน ร่างของ ครม. ร่างของพรรคการเมือง ๒ พรรค คือพรรคเพื่อไทยกับพรรค ประชาชน แล้วก็ร่างของที่ประชาชนใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการลงชื่ออีก ๒ ร่าง เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องสำคัญนะครับ ประเด็นสำคัญที่ผมอยากจะถามคือถ้าจะเลื่อนไปให้ เพื่อนสมาชิกของแต่ละพรรคได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน ได้อ่านกฎหมายอย่างถ่องแท้ ผมอยาก ทราบว่าเราจะใช้เวลาประมาณสักกี่วัน กี่อาทิตย์ ทั้งหมดนี้ผมในนามกรรมาธิการแล้วก็ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากชาติพันธุ์ก็จะได้ตอบพี่น้องประชาชนว่าเหตุผลสำคัญที่สภา ขอเลื่อนออกไป แล้วก็คำตอบที่จะกลับมาในการพิจารณาอีกครั้งหนึ่งอย่างไร กี่วันอย่างนี้ ผมขอทราบระยะเวลาสักเล็กน้อยครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ก็ดูเหมือนทางฝั่งนี้ก็จะไม่ติดใจแล้วนะครับ เพียงแต่ว่าอยากจะทราบกำหนดเวลานะครับ ท่านจะเอาสักกี่วันครับ🔗
ท่านประธานครับ กระผม ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ตัวแทนวิปรัฐบาลครับ เบื้องต้นทางฝั่ง วิปรัฐบาลได้มีการพูดคุยกันนะครับ อาจจะขอกรอบเวลาไว้สัก ๓ สัปดาห์ แล้วนำกลับเข้ามา พิจารณาในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านเลาฟั้งว่าอย่างไรครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมมี ๒-๓ ประเด็นที่อยากจะขอหารือ🔗
ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่า ๓ สัปดาห์นั้นผมคิดว่านานเกินไปนะครับ เพราะว่า ทำไมผมถึงบอกว่ามันนาน คือการถกเถียงเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนอกจากการถกเถียงในเชิง ประเด็นเราก็ได้สรุปประเด็นที่เป็นข้อถกเถียง แล้วเมื่อวานนี้กรรมาธิการก็ได้ไปประชุมแล้วก็ ได้มีการจัดทำ ได้มีการแก้ไขตามข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกที่มีการอภิปรายไปหมดแล้ว ทุกประเด็นได้มีการแก้ไขไปหมดแล้วจนเป็นที่ยอมรับ เมื่อวานที่ประชุมกรรมาธิการก็ได้สรุป ร่วมกันไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องไปดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลง อีกใด ๆ แล้วก็เรื่องของการทบทวนนะครับ ทีนี้ผมคิดว่าเราก็ไม่มีประเด็นที่จะต้องไป ดำเนินการทบทวนอีกแล้ว เพราะว่าเนื้อหาได้มีการสรุปออกมาหมดแล้ว เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าสัก ๒ สัปดาห์นี้น่าจะเพียงพอแล้วในการที่จะกลับไปนะครับ แล้วก็ในระหว่าง ๒ สัปดาห์นี้จะต้องมีการทำอะไรบ้าง อันนี้ก็อยากจะฝากถามด้วยนะครับ🔗
ทีนี้ประเด็นที่ผมอยากจะหารือท่านประธานนิดหนึ่งก็คือว่าในอาทิตย์ที่แล้ว เพื่อนสมาชิกได้มีการท้วงติงอยู่ ๒ ๓ ประเด็น แล้วก็เป็นประเด็นที่ทำให้มีการเลื่อนนะครับ ซึ่งผมอยากจะขอชี้แจงสั้น ๆ อย่างนี้นะครับว่าประเด็นที่มีการตั้งประเด็นมาเรื่องของการ บอกว่าเขียนวกวน สับสน อ่านไม่เข้าใจอย่างนี้นะครับ เรื่องของการขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็น ประเด็นถกเถียงหลัก เรื่องนี้ผมอยากจะย้ำอย่างนี้นะครับว่าได้มีการไปศึกษารายละเอียด อย่างถี่ถ้วนแล้วกฎหมายฉบับนี้ร่างฉบับหลักคือฉบับของคณะรัฐมนตรีผ่านการตรวจสอบ ของกฤษฎีกา ในชั้นกรรมาธิการกฤษฎีกาก็อยู่ในที่ประชุมด้วย ผ่านการตรวจสอบคัดกรอง อย่างละเอียด เพราะฉะนั้นมันไม่มีประเด็นเรื่องของการขัดรัฐธรรมนูญแล้ว สาระสำคัญก็คือ เป็นเรื่องของการสร้างโอกาสให้กลุ่มคนด้อยโอกาสได้มีสิทธิในการเข้าถึง ได้มีโอกาสเข้าถึง สิทธิและเสรีภาพในบรรดาที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ หลักการเขียนไว้ในมาตรา ๒๗ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บอกว่าประชาชนย่อมมีสิทธิและเสรีภาพเท่าเทียมกัน หากแต่ว่าในทางปฏิบัติคนด้อยโอกาสกลุ่มหนึ่งไม่สามารถเข้าถึงสิทธิได้ มันจึงมีวรรคสาม ในมาตรา ๒๗ เขียนเอาไว้ว่า หากรัฐจะออกมาตรการใด ๆ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้คนที่ ด้อยโอกาสสามารถเข้าถึงสิทธิที่บรรดากฎหมายกำหนดเอาไว้ได้🔗
ท่านเลาฟั้งครับ สาระเดี๋ยวค่อยคุยกัน🔗
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การเลือก ปฏิบัติ เพราะฉะนั้นมันจึงไม่มีเรื่องของการขัดกับรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด จึงขอเรียนให้ ท่านประธานรับทราบนะครับ แล้วก็ที่ผมจำเป็นต้องพูดเพราะว่าเป็นประเด็นในการถกเถียง จนนำมาสู่การขอเลื่อนในวันนี้ จึงอยากจะขอทำความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
เข้าใจแล้วครับ ก็อยู่ในวาระเรื่องขอเลื่อน เห็นท่านวรวัจน์ยกมือ ผมขอแทรกนิดเดียวครับ ขอแทรกนิดเดียว แล้วก็ว่ากันต่อ เดี๋ยวจะให้รองประธานว่าจะเลื่อนกี่วัน เสร็จแล้วถ้าเลื่อนได้ก็จะเอาวาระ อะไรขึ้นมาพิจารณา เดี๋ยวจะว่ากันต่อ ผมขอแทรก ๒ ๓ นาทีในช่วงนี้นะครับ🔗
ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับประธานสภามาเลเซีย และคณะ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรมาเลเซีย ในนามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระผม ในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎรมีความยินดีอย่างยิ่งที่ ตัน ศรี ดาโต๊ะ โจฮารี บิน อับดุล (H.E. Tan Sri Dato' (Dr.) Johari bin Abdul) ประธานสภาผู้แทนราษฎรมาเลเซียและ ประธานสภาอาเซียนประจำปีนี้ และคณะ ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐสภาไทย และเข้าเยี่ยมชมประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ เพื่อเป็น เกียรติแก่ ตัน ศรี ดาโต๊ะ โจฮารี บิน อับดุล (H.E. Tan Sri Dato' (Dr.) Johari bin Abdul) ประธานสภามาเลเซียและประธานสภาอาเซียน และคณะ ผมขอเชิญท่านสมาชิกทุกท่าน โปรดยืนขึ้นแล้วก็ปรบมือต้อนรับครับ ขอบคุณครับ ซาลามัด ดาตัง ตัน ศรี ดาโต๊ะ ดอกเตอร์โจฮารี บิน อับดุล (H.E. Tan Sri Dato' (Dr.) Johari bin Abdul) ขอบคุณมากครับ🔗
ผมขอดำเนินการต่อเลยนะครับ เมื่อสักครู่นี้ทางด้านนี้มีท่านผู้ขอแสดงความคิดเห็นนะครับ ท่านสมาชิกครับ ผมรบกวนแบบนี้นะครับว่าในญัตตินี้เป็นญัตติขอให้เลื่อนการพิจารณา ออกไปก่อน เพราะฉะนั้นในเนื้อหาสาระผมขออนุญาตว่าเอาไว้เข้าสู่ระเบียบวาระแล้วค่อย มาพูดคุยกันในเนื้อหาสาระนะครับ วันนี้อภิปรายกันในญัตติที่ทางผู้เสนอได้เสนอว่าขอเลื่อน เราจะเลื่อนหรือเราจะไม่เลื่อนอย่างไรก็เอาในญัตตินะครับ เชิญท่านเลขาวิป ท่านศรันย์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ถึงเหตุผลในการขอให้มีญัตติในการเลื่อน การอภิปราย ผมทราบดีครับว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้มีการพูดคุยกัน และมีความเห็น แตกต่างมากมายหลากหลายเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. ที่เรากำลังพิจารณากัน และผมได้มีโอกาส เห็นร่างที่ทางคณะกรรมาธิการได้มีการปรับแก้ และหลาย ๆ ท่านที่ได้มีคำติหรือความคิดเห็น ที่แตกต่างในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ก็มีความเข้าใจ และหลาย ๆ ท่านก็ยอมรับมากขึ้นในการ แก้ไข ผมติดเพียงบางประเด็นครับท่านประธาน คือผมรับทราบมาว่าในการประชุมของ กรรมาธิการเองในการประชุมก็ยังมีความคิดเห็นที่ยังแตกต่างอยู่พอสมควร และอีกส่วนหนึ่ง ที่ผมอยากเสนอแล้วก็ให้การสนับสนุนญัตติของท่านชนินทร์ ก็คือในสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจาก เรามีการพูดคุยในสภาและได้มีการเชิญตัวแทน รวมถึงตัวแทนแต่ละพรรคและกรรมาธิการ พูดคุยกันในวันอังคารก็คือเมื่อวาน มีบางท่านประเด็นที่ยังติดใจยังไม่ได้สามารถเข้าไปพูดคุย กับกรรมาธิการได้โดยตรง ขออนุญาตยกตัวอย่างประเด็นของท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ท่านก็อาจจะยังไม่ได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุยกับกรรมาธิการโดยตรง ไม่ได้มีการเข้าไปเจอหน้า พูดคุยกัน แต่หลังจากที่มีการแก้ไขข้อความแล้วทางตัวท่านประยุทธ์เองก็ยังมีความ เป็นห่วงอยู่ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเวลาเพื่อที่เราจะได้สามารถทำให้คนที่ยังมีความเป็นห่วง กฎหมายฉบับนี้กลัวว่าออกมาแล้วจะมีปัญหาสามารถคุยกับกรรมาธิการได้เพื่อที่จะได้ หาทางออกร่วมกัน และเมื่อคุยกันแล้ว ช่วยกันปรับแก้แล้ว สุดท้ายก็จะได้มีเวลาอีก ๑ อาทิตย์ในการตรวจสอบก่อนที่จะนำกลับเข้ามาในสภาแห่งนี้ เพื่อที่เพื่อนสมาชิกท่านอื่น ๆ ที่อาจจะไม่ได้มีปัญหาในประเด็นดังกล่าวจะได้สบายใจว่า ท่านที่รู้สึกว่าบางประเด็นที่ยังมีเพื่อนสมาชิกไม่สบายใจ หรืออาจจะส่งผลกับกฎหมาย ดังกล่าวถ้าออกไปเช่นนี้ ทุกคนในสภาแห่งนี้จะได้มีความเห็นได้ว่าไม่มีเรื่องนั้นที่จะต้องกังวล อีกต่อไป กฎหมายนี้ก็จะได้ผ่านและสามารถใช้ได้โดยที่ไม่มีข้อขัดแย้งหลังจากนี้ เพราะว่าเรา เป็นห่วงจริง ๆ ครับท่านประธานว่าบางประเด็นที่เพื่อนสมาชิกมีความเป็นห่วงเราเรียนกัน ตามตรงว่า ด้วยกฎหมายแต่ละท่านอาจจะมีความเห็นที่ไม่ตรงกัน แต่ถ้าออกไปจากสภา แห่งนี้หลังจากที่เราลงมติไปแล้ว แล้วเกิดมีปัญหามันก็จะพ้นมือจากสภาของเราไป แล้วเรา จะไม่สามารถแก้ไขมันได้ ถ้าเราสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ก่อนที่จะผ่านไปจากสภาเรา เราก็จะทำให้สามารถมั่นใจได้ว่ากฎหมายที่เราทำนี้จะสามารถบังคับใช้ได้และแก้ปัญหา ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ได้ อันนี้เป็นความต้องการสูงสุดของเรานะครับ เราจึงขอเวลาเพื่อที่จะทำให้ทุกอย่างนี้ชัดเจนที่สุดและผ่านไปอย่างไม่มีปัญหาครับ ท่านประธาน ผมสนับสนุนญัตติท่านชนินทร์ครับ🔗
ขอบคุณครับ ทางฝั่งนี้ท่านณัฐวุฒิครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตพูดทั้งในนามของกรรมาธิการ แล้วก็ในนามของตัวแทน วิปฝ่ายค้านนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ที่อยากจะนำเรียน ผมก็อาจจะต้องนำเรียนเน้นย้ำนะครับว่า เราเองก็คงต้องเคารพมติของคณะกรรมาธิการที่กรรมาธิการเองก็มั่นใจว่าได้มีการเชิญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการเชิญท่านผู้อาวุโสหลายท่านที่มาให้ข้อมูล หรือประเด็น ที่นำไปสู่การแก้ไข พูดกันง่าย ๆ ก็คือว่า กรรมาธิการก็คงยังยืนยันนะครับว่าการทำหน้าที่ ของเรานั้นในเบื้องต้นถือว่าสมบูรณ์แล้ว แล้วก็เราก็เคารพเสียงข้างมากของกรรมาธิการ ในการลงมติจนนำมาซึ่งเป็นใบแทรกในวันนี้ แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่ายังเห็นด้วยในหลักการ ว่าอาจจะยังมีเวลาที่น้อยไปในการทำความเข้าใจต่อรายละเอียดที่อยู่ในใบแทรก หรือว่าความ เข้าใจต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเมื่อมีการปรับแก้ถ้อยคำแบบนี้นั้นสามารถทำได้ทั้งนิติวิธี แล้วก็การปฏิบัติจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ แล้วก็ประเด็นที่เมื่อคืนนี้ก็มีสมาชิกบางท่านหารือกันมา ว่ากฎหมายฉบับนี้พอไปแก้แล้วเป็นกฎหมายการเงินหรือไม่ ก็ต้องนำเรียนตอบเสียเลยว่า กฎหมายนั้นนี้มีถึง๓ ฉบับที่นายกรัฐมนตรีได้เซ็นรับรองเป็นกฎหมายการเงินมาตั้งแต่ต้น ฉะนั้นประเด็นเรื่องความเป็นกฎหมายการเงินก็คงไม่ใช่ประเด็นอีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธานเนื่องจากว่าการเลื่อนมีอยู่ใน ๒ รูปแบบด้วยกัน🔗
รูปแบบที่ ๑ ก็คือการเลื่อนออกไปก่อน ซึ่งพูดง่าย ๆ ก็คือถ้าเลื่อนไปแบบนี้ สัปดาห์หน้าก็ต้องมีการบรรจุวาระ🔗
รูปแบบที่ ๒ ก็คือการเลื่อนออกไปแล้วมีการกำหนดระยะเวลา แบบนั้นก็จะ ทำให้เรามีเวลาคล่องตัวมากยิ่งขึ้น อาจจะมีเวลาในการทำความเข้าใจ กรรมาธิการเองก็น้อมรับ ว่าอาจจะเชิญท่านผู้อาวุโส หรือท่านที่อาจจะยังมีประเด็นที่สอบถามพวกเราเข้ามาพบกันอีก สัก ๑ หรือ ๒ ครั้ง ฉะนั้นผมคิดว่าแบบนี้เบื้องต้นได้ไหมครับท่านประธานว่า ๑ สัปดาห์ เราเห็นด้วยว่าอาจจะยังเร็วไปที่จะทำงานได้ทัน ถ้า ๒ สัปดาห์ก็อาจจะตึงมือไปครับ ฉะนั้น ข้อเสนอท่านชนินทร์เบื้องต้นท่านขอ ๓ สัปดาห์ แต่เวลาเรานับ ๓ สัปดาห์ บางทีมันนับแล้ว สับสนว่าตกลงคำว่า ๓ สัปดาห์เป็นอย่างไร ฉะนั้นผมคิดว่านับจากวันนี้ไปถึงวันพุธอีก ๓ พุธนะครับ คำนวณดูแล้วยังไม่ถึงวันมาฆบูชาแน่ ๆ คำนวณดูแล้วยังไม่ถึงวันที่จะมีการ ประชุมร่วมแน่ ๆ ก็คาดว่าถ้าเป็นวันพุธที่ ๕ กุมภาพันธ์ ฝ่ายเลขาช่วยตรวจสอบให้นิดหนึ่งว่า ตรงหรือเปล่า บางทีผมก็นับไม่ค่อยตรง แต่ถ้าเป็นวันพุธที่ ๕ กุมภาพันธ์น่าจะมีเวลา พอสมควรที่เราได้ทำความเข้าใจร่วมกัน เราได้หารือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือต่อท่าน ผู้อาวุโสหลายท่านที่ให้คำแนะนำเรามาเป็นอย่างดี แล้วก็จะได้ตอบพี่น้องประชาชนที่เขา คาดหวังอยู่ด้วยว่าในท้ายที่สุดกฎหมายฉบับนี้น่าจะผ่านมือสภาผู้แทนราษฎรไปภายในสมัย ประชุมนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้นอย่างที่ท่านชนินทร์เสนอไว้ ๓ สัปดาห์ ผมขอมาปรับว่าเป็นไปได้ ก็อยากให้มีการบรรจุวาระในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ แบบนี้เป็นเบื้องต้นก่อน ส่วนจะเสร็จหรือ ไม่เสร็จวันที่ ๕ เกิดมีอะไรบางประเด็นจริง ๆ ที่ไม่ทัน วันนั้นค่อยไปว่ากันในเรื่องของการ เลื่อนถัดไปอีกครั้งหนึ่ง แบบนี้ทางวิปฝ่ายค้านก็เห็นชอบครับ คงไม่มีประเด็นที่คัดค้าน แต่ประการใดครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ก็เห็นพ้องต้องกันทั้ง ๒ ฝ่ายแล้วนะครับ ฝ่ายเสนอญัตติขอไว้ ๓ สัปดาห์ ทางฝ่ายค้าน ทางฝ่ายพรรคประชาชนตอนแรกว่าจะขอ ๒ สัปดาห์ แต่ท่านณัฐวุฒิบอกว่า ๓ สัปดาห์ ก็คือจะเป็นวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ขอให้เข้าสู่การพิจารณาของสภา ก็เป็นอันว่าทั้ง ๒ ฝ่าย เห็นพ้องต้องกันแล้วก็ตรงกันแล้วนะครับ หากไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ท่านวรวัจน์ เสร็จแล้วกระมังครับ ขอให้อยู่ในประเด็นการเลื่อนหรือไม่นะครับ🔗
ท่านประธาน ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย คือการเลื่อนเห็นด้วยครับ แต่ว่า ขออนุญาตฝากถึงกรรมาธิการแล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้องที่ต้องนำมาพิจารณากันด้วยนะครับ🔗
ท่านวรวัจน์ผมแบบนี้ได้ไหมครับ ผมรบกวนทางกรรมาธิการท่านเชิญท่านที่ยังติดใจ ในประเด็นเข้าไปพูดคุยกันในชั้นกรรมาธิการว่าท่านติดใจประเด็นไหน ที่ผมเห็นนี่จะมี ท่านวรวัจน์ จะมีหลายท่านที่ยังติดใจอยู่ ฝากทางกรรมาธิการรบกวนช่วยเชิญท่านที่ยังติดใจ ในประเด็นต่าง ๆ เข้าไปหารือในชั้นกรรมาธิการ เพราะผมเห็นว่าถ้าหากโต้เถียงกันไปแบบนี้ เราจะกินเวลาสภาอีกพอสมควร ขออนุญาตท่านวรวัจน์แบบนี้นะครับ ท่านไปชี้แจงในชั้น กรรมาธิการนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขอเวลานาทีเดียว ชี้แจงนิดเดียวครับ คือประเด็นที่แก้ไขมาจริง ๆ เราห่วงกังวลว่าเนื่องจากเกรงมีการขัดต่อ รัฐธรรมนูญ เพราะเราต้องไปผ่านวุฒิสภา แล้วก็อาจจะผ่านศาลรัฐธรรมนูญอีก คราวนี้ ประเด็นเวลาที่นำไปแก้ไขมันมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการอยู่อาศัยและการใช้ประโยชน์ตาม กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ และกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ ซึ่งตรงนี้ไม่ใช่กฎหมายว่าด้วยเรื่องการจัดสรรที่ดิน แต่พอเราเลยวิถีชีวิตจะไปถึงตรงนั้นผมคิดว่าอาจจะต้องเชิญทางส่วนของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนของผู้ที่จะได้รับผลกระทบมาพูดคุยกันก่อน คงไม่ใช่ แค่ว่าในสภาเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเวลาผมคิดว่าอย่าเพิ่งจำกัดมากครับ เพราะว่าถ้าหาก เราผ่านสภาไปแล้ว แล้วไปตกในขั้นตอนอื่นจะเสียหายมากกว่านี้ เลยขออนุญาตทำความ เข้าใจกันก่อนว่าเราอยากให้เกิดผลดีที่ดีที่สุด แต่ไม่ใช่ว่าเราทำออกไปแล้วมีจุดโหว่ ซึ่งมีหลายท่านบอกว่าอาจจะขัดรัฐธรรมนูญได้ เพราะบุคคลย่อมมีสิทธิที่เสมอกันนะครับ แต่ว่าถ้าหากว่าเราให้สิทธิตรงนี้แต่ไปลิดรอนสิทธิของคนอื่นก็อาจจะเกิดผลกระทบนะครับ ก็เลยขออนุญาตเรียนว่าการเลื่อนนั้นขอให้มีการพูดคุยตกลงกันให้ชัดเจนกับทุกฝ่าย แล้วจะเข้าสู่สภาได้เร็วขึ้นครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบพระคุณท่านวรวัจน์ครับ เบื้องต้นเป็น ๓ สัปดาห์นะครับ แล้วเมื่อสักครู่ท่านณัฐวุฒิว่า ถ้าหากว่าเมื่อถึงเวลาวันที่ ๕ กุมภาพันธ์แล้ว มันยังมีเหตุขัดข้องหรือยังไม่พร้อมก็จะขยับ อีกครั้งก็มาขออนุญาตสภาอีกครั้ง แต่ในเบื้องต้นนี้เราก็ตกลงกันวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ นำกลับ เข้าสู่สภาเพื่อพิจารณาในวาระที่สอง ในมาตราที่ค้างอยู่คือตั้งแต่มาตรา ๒๗ เป็นต้นไป ก็น่าจะได้ข้อสรุปเป็นอย่างนี้นะครับ ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นแล้วนะครับ ท่านประยุทธ์ ชี้แจงในชั้นกรรมาธิการดีกว่ากระมังครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ผมเป็นคนหนึ่งที่ลุกขึ้นทักท้วงในประเด็นข้อกฎหมายที่มันอาจจะขัดและสุ่มเสี่ยงกับการขัด รัฐธรรมนูญ แต่ผมกราบเรียนเป็นเบื้องต้นว่าศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ที่เราพอมองเห็น ศักดิ์ศรีของคนชาติพันธุ์ที่เราจะต้องเข้าไปโอบอุ้มแก้ไขปัญหาร่วมกันนะครับ ผมเข้าใจว่า ท่านสมาชิกทั้งหลายไม่ได้ขัดข้องเลย🔗
ท่านประยุทธ์ครับ ผมขออนุญาตนะครับ เมื่อสักครู่นี้สภาเราท่านอาจจะเพิ่งเดินเข้ามา เราได้ตกลงร่วมกันว่าในวาระนี้เราจะพิจารณากันว่าเราจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน ส่วนเนื้อหา สาระหากท่านใดยังติดใจซึ่งเมื่อสักครู่นี้จะมีท่านวรวัจน์ มีท่านอดิศร แล้วก็จะมีตัวท่าน ประยุทธ์ที่ยังติดใจในเนื้อหาสาระ เพราะฉะนั้นในเนื้อหาสาระนี่เราไปหารือกันในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งกรรมาธิการก็ได้รับปาก แล้วว่าจะเชิญท่านเข้าไปชี้แจงในชั้นกรรมาธิการอีกครั้ง พร้อมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็จะไปชี้แจงกันเสียทีเดียวเพื่อได้ข้อสรุปที่ตรงกัน แล้วก็จะนำกลับมาพิจารณาอีกครั้งในสภา แห่งนี้ในวาระที่สองที่ค้างอยู่คือตั้งแต่มาตรา ๒๗ เป็นต้นไป ก็จะมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ เพราะฉะนั้นในประเด็นที่ท่านประยุทธ์ได้หารือเป็นประเด็นที่เข้าสู่ เนื้อหาสาระแล้ว ผมก็ต้องกราบขออภัยจริง ๆ ที่จะขออนุญาตท่านไปชี้แจงในชั้นกรรมาธิการ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียเวลาของสภาแห่งนี้ในการพิจารณาในวาระถัดไป ต้องขออนุญาต ท่านประยุทธ์นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขอบคุณ ท่านประธานที่กรุณาสรุป จริง ๆ แล้วผมก็ติดตามทั้ง ๆ ที่ผมประชุมกรรมาธิการอยู่ ผมจะให้ ความร่วมมือกับท่านประธานในการที่จะหาทางออกในการเลื่อน ผมเข้าใจครับท่านประธาน แต่สิ่งที่ผมอยากจะพูดให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน เลื่อนนี่ผมให้เลื่อน แต่สิ่งที่กังวลอยู่เหมือนกัน ว่าคำอภิปรายของบางท่านดูเสมือนหนึ่งว่าเราไม่ได้สนใจ เราไม่ให้ความสำคัญ แต่ผมย้ำกัน ว่าสมาชิกก็ตาม กรรมาธิการก็ตาม ต่างมีความเห็นร่วมกันที่จะแก้ไขปัญหา ท่านประธาน จะสังเกตเห็นไหมครับ รัฐบาลก็เสนอกฎหมายมาทั้ง ๆ ที่รัฐบาลก็ให้งบประมาณในการ ที่จะเอื้ออำนวยความสะดวกกับคนกลุ่มนี้และมองเห็นปัญหาแท้ ๆ ร่วมกันที่จะต้องแก้ไข จนกระทั่งเสนอร่างเข้ามา รัฐบาลก็มีความเป็นห่วง แต่ผมก็เป็นห่วงแค่นั้นละ ปัญหาที่จะ เกิดขึ้นซึ่งจะมีปัญหา ซึ่งต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมก็เป็นห่วงกลุ่มชาติพันธุ์ที่จะแก้ไข ปัญหาให้มีกฎหมายรองรับเพื่อเขาจะได้เป็นคนไทยอยู่อย่างมั่นใจ ในประเด็นที่ขอเลื่อนไป ๒ สัปดาห์ก็ตาม ๓ สัปดาห์ก็ตาม ผมไม่ขัดข้อง หรือจะให้ผมไปชี้แจงในกรรมาธิการ ผมก็ไม่ขัดข้อง แต่ประเด็นที่ท่านประธานกำลังปรึกษาอยู่ ผมเห็นชอบในการที่จะให้เลื่อน ครับท่านประธาน🔗
ขอบพระคุณมากครับ ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นแล้วนะครับ ก็ขออนุญาตมีมติเห็นด้วย กับญัตติของท่านชนินทร์ที่จะให้เลื่อนวาระ ๔.๑ นี้ออกไปก่อน แล้วก็นำกลับมาพิจารณา ในคราวประชุมในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ครับ ต่อไป🔗
๒. ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว (ในระเบียบวาระที่ ๔.๒)🔗
ขอเชิญทางคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่เพื่อชี้แจงต่อที่ประชุมเชิญครับ🔗
ขอเชิญกรรมาธิการครับ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นการพิจารณาใน วาระที่สอง ซึ่งจะพิจารณาเริ่มต้นตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ แล้วเรียงตามลำดับมาตราจนจบ ร่างนะครับ ซึ่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผู้แปรญัตติไม่ได้ขอสงวนคำแปรญัตติไว้นะครับ ดังนั้นผมจะให้กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นได้อภิปรายก่อน ส่วนสมาชิกจะอภิปรายได้ เฉพาะถ้อยคำหรือข้อความที่คณะกรรมาธิการเพิ่มเติมเท่านั้นนะครับ เมื่อกรรมาธิการได้ตอบ ชี้แจงจบแล้วจะเป็นการลงมติในมาตรานั้น ๆ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๑ ในการนี้ได้อนุญาตให้ ท่านวรพจน์ ด้วงพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมสรรพสามิต เข้าร่วมชี้แจง ต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ วรรคสอง ถ้ากรรมาธิการพร้อมแล้ว เชิญประธาน คณะกรรมาธิการแถลงเลยครับ🔗
กราบเรียน ประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ กระผม ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอรายงานต่อ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรดังนี้ครับ🔗
ตามที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๒๔ สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง วันพุธที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๗ และครั้งที่ ๒๘ สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่หนึ่ง วันพุธที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๗ ได้พิจารณาและลงมติรับหลักการแห่งร่าง พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยผม นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ กับคณะ และร่างที่เสนอโดยท่าน สส. ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู กับคณะ และตั้งกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณาโดยกำหนดการแปรญัตติภายใน ๑๕ วัน โดยให้ถือเอา ร่างพระราชบัญญัติของนายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ กับคณะ เป็นหลักในการพิจารณานั้น บัดนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ให้ความสำคัญและนำคำอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรในวาระที่หนึ่งชั้นรับหลักการ รายงานผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างกฎหมายของร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยท่าน สส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร และคณะ ในส่วนที่มีหลักการเดียวกัน มาประกอบการพิจารณา ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๗๗ วรรคสอง และประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ วรรคสอง และได้นำเอาความเห็น ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาโดยละเอียดรอบคอบ ผมขออนุญาตให้ ข้อมูลเพิ่มเติมแก่เพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรอย่างนี้ครับว่า ในวันที่ ๒ ตุลาคมนั้น เรามีการลงมติพิจารณาทั้งหมด ๓ ร่าง คือร่างที่เสนอโดยพรรคเพื่อไทย ชื่อร่างสุราชุมชน ร่างที่เสนอโดยพรรครวมไทยสร้างชาติ หรือร่างสุรารวมไทย และร่างที่เสนอโดย พรรคประชาชนก็คือร่างสุราก้าวหน้า ทั้ง ๓ ร่าง มีจุดมุ่งหมายในทางเดียวกันที่จะส่งเสริม การเข้าถึงใบอนุญาตของผู้ประกอบการรายย่อยให้มีโอกาสในการทำธุรกิจมากขึ้น แต่แตกต่างในประเด็นเดียวก็คือร่างสุราก้าวหน้ามีการปรับเปลี่ยนหลักการให้การขออนุญาต สำหรับการถือครองเครื่องกลั่นสุราหรือผลิตสุราจะกระทำก็ต่อเมื่อเป็นการกระทำเพื่อการค้า เท่านั้น ซึ่งนำมาซึ่งการอภิปรายในวาระที่หนึ่งของเพื่อนสมาชิกในที่นี้ครับถึงความกังวล ในผลกระทบต่อสังคมและการควบคุมการผลิตสุราที่อาจจะมีการลักลอบผลิตโดยอ้างว่า ไม่ได้เป็นการทำเพื่อการค้า ด้วยเหตุผลนั้นครับในวันนั้นเราจึงมีการรับหลักการ ๒ ร่างครับ ก็คือร่างสุราชุมชนและสุรารวมไทย และมิได้รับหลักการร่างสุราก้าวหน้าครับ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขอขอบคุณกรรมาธิการทุกท่านจากทุกพรรคการเมืองที่เข้ามาร่วมเป็นองค์ประกอบ ในการประชุมครับ แล้วก็ได้ให้ความร่วมมือในการทำงานกันอย่างเข้มข้น ทำให้การพิจารณา กฎหมายฉบับนี้ของเราสามารถหาข้อยุติได้อย่างรวดเร็ว เราประชุมไปทั้งหมด ๑๐ ครั้ง แล้วก็นำมาสู่การนำเสนอรายงานในสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ แล้วก็ต้องขอขอบคุณทาง รัฐบาลที่ให้ความร่วมมือในการประชุม แล้วก็ทำงานคู่ขนานนำมาสู่การเสนอปรับแก้ กฎกระทรวงในบางประเด็นที่สามารถดำเนินการได้ก่อน แล้วก็เชื่อว่าไม่ต้องรอให้กฎหมาย ฉบับนี้ผ่านจะมีการปรับปรุงกฎกระทรวงช่วยเหลือพี่น้องที่อยากจะประกอบธุรกิจในการ ผลิตสุราได้มีโอกาสในการทำธุรกิจเพิ่มมากขึ้น แล้วผมก็เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าหากกฎหมายนี้ ผ่านทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาก็จะมีการแก้ไขกฎกระทรวงทั้งฉบับเพื่อให้สอดคล้อง กับการแก้ไขพระราชบัญญัติต่อไป นอกจากนี้คณะกรรมาธิการได้เดินทางไปศึกษาดูงาน เพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการผลิต สุรา มาตรการควบคุมทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การดำเนินกิจการผลิตสุราของผู้ประกอบการ รายย่อยและผู้ประกอบการผลิตสุราชุมชนของสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้มีความเหมาะสมมากขึ้นครับ โดยครั้งที่ ๑ เราได้เดินทางไปในวันที่ ๔-๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ณ จังหวัดชัยภูมิและโคราช ในครั้งที่ ๒ วันที่ ๑๓-๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๗ ที่จังหวัดแพร่และจังหวัดน่าน คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โดยแก้ไขเพิ่มเติมความ ในประเด็นต่าง ๆ โดยนำเอารายละเอียดร่างของท่าน สส. ศิริวรรณ มาร่วมพิจารณาและ บัญญัติในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย ซึ่งมีสาระสำคัญเพื่อกำหนดกรอบในการออก กฎกระทรวงเกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการขออนุญาตและการ ออกใบอนุญาตผลิตสุราหรือมีเครื่องกลั่นสำหรับผลิตสุราไว้ในครอบครอง โดยสาระสำคัญ มี ๒ ประเด็นครับ🔗
ประเด็นแรก ก็คือการให้ใบอนุญาตไม่สามารถนำหลักเกณฑ์ใด ๆ มาใช้ ในลักษณะที่เป็นการเลือกปฏิบัติหรือผูกขาดทางเศรษฐกิจโดยไม่เป็นธรรม หรือสร้างภาระ เกินสมควรแก่ผู้ขออนุญาต🔗
ประเด็นที่ ๒ จะต้องมีการสนับสนุนให้สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน องค์กรเกษตรกร หรือผู้ประกอบการรายย่อยสามารถขอรับใบอนุญาตผลิตสุราเพื่อการค้าได้ โดยสามารถทำสุราได้ทุกประเภทอาจจะมีสีหรือมีกลิ่นด้วยก็ได้🔗
สุดท้ายครับ ผมขอให้ความมั่นใจกับสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ในการลงมติ หลังจากนี้ว่าการดำเนินการของกรรมาธิการชุดนี้ดำเนินการตามอำนาจที่สภามอบให้ โดยไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนหลักการ แล้วก็ยังคงไว้ถึงข้อห่วงใยของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ว่าการขออนุญาตในการผลิตสุราหรือถือครองเครื่องกลั่นสุรานั้นจำเป็นจะต้องมีการควบคุม ผลกระทบทางสังคมด้วย ดังนั้นก็ให้การยืนยันครับว่าการแก้ไขครั้งนี้ไม่ใช่การปรับเปลี่ยน ให้เป็นการผลิตสุราโดยเสรีแบบไม่ต้องขออนุญาต แล้วก็ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนไปตาม หลักการของร่างสุราก้าวหน้าที่ให้การขออนุญาตทำเฉพาะเพื่อการค้าเท่านั้น แต่ยังคงไว้ เหมือนเดิมว่าการขออนุญาตผลิตหรือการถือครองจำเป็นจะต้องมีการแจ้งให้หน่วยงาน รัฐทราบ และท้ายที่สุดในฐานะประธานคณะกรรมาธิการผมขอให้ความชัดเจนว่าการแก้ไข พระราชบัญญัติครั้งนี้จะส่งเสริมนโยบายรัฐบาลที่ประกาศไว้โดยท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ใน ๔ ประเด็นครับ🔗
ประเด็นแรก จะส่งเสริมการลดการผูกขาดสำหรับการประกอบธุรกิจผลิตสุรา และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการทำธุรกิจอย่างถูกต้องตาม กฎหมายมีโอกาสในการเข้าถึงใบอนุญาตและมีอาชีพที่ถูกต้องเสียภาษีให้แก่รัฐ🔗
ประเด็นที่ ๒ จะส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรในประเทศ ยกระดับและเพิ่มโอกาสให้พี่น้องเกษตรกรไทยมีช่องทางในการแปรรูปผลผลิตทาง การเกษตรเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้🔗
ประเด็นที่ ๓ จะสร้างรายได้ส่วนเพิ่มให้แก่รัฐโดยการนำผลผลิตหรือว่า ผลิตภัณฑ์ที่ทำโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายกลับขึ้นมา โดยมีการกำกับดูแลของรัฐ เสียภาษี ถูกต้องและเปิดโอกาสในการขยายระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยสืบเนื่องต่อไป🔗
ประเด็นสุดท้ายครับการแก้ไขครั้งนี้จะส่งเสริมเรื่องวัฒนธรรมสร้างสรรค์ สร้างเสน่ห์ สร้าง Soft Power ให้กับประเทศเพิ่มเติมครับ โดยนำเอาวัฒนธรรมการผลิตสุรา ชุมชนที่อยู่ควบคู่กับพี่น้องประชาชนคนไทยมาแต่ช้านาน มายกระดับและต่อยอดเพื่อเป็น องค์ประกอบหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยว แล้วก็สร้างเศรษฐกิจส่วนเพิ่ม ส่งเสริม อุตสาหกรรมอาหารให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับ และเป็นที่รู้จักของ นานาชาติมากขึ้น🔗
คณะกรรมาธิการวิสามัญจึงขอเสนอรายงาน พร้อมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งมีรายละเอียดดังกล่าวดังที่ผมกล่าวต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วเพื่อให้ได้รับ พิจารณาต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเลขาธิการดำเนินการต่อเลยครับ🔗
ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗
ต่อไปเชิญกรรมาธิการที่สงวนความเห็นได้อภิปราย จะมี ๒ ท่านนะครับ ท่านแรก ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ท่านที่ ๒ ท่านพงศธร ศรเพชรนรินทร์ เชิญท่านเท่าพิภพก่อนครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน สวัสดีปีใหม่ครับ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางประกอก พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการครับ ผมขอสงวนความเห็นในมาตรานี้ไว้นะครับซึ่งเป็นมาตรา ๓ ในร่างแก้ไขแล้วก็แก้ไข มาตรา ๑๕๓ ซึ่งเป็นหัวใจที่เราแก้มาตราเดียวเลยนะครับ จริง ๆ แล้วต้องกล่าวตรงนี้เลย ครับว่าต้องขอบคุณทุกพรรคการเมืองที่มาช่วยทำตรงนี้ ท่านประธานชนินทร์ด้วยนะครับ แล้วก็เพื่อนสมาชิกทั้งสมาชิกสภาแล้วก็สัดส่วนกรรมาธิการหลาย ๆ พรรคที่มาร่วมกัน เราเห็นตรงกันนะครับว่าเป้าหมายมันไปเหมือนกัน สิ่งที่ผมสงวนไว้จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่อง เนื้อหลักใจความกฎหมายอะไรหรอกครับ เราเห็นตรงกันครับว่าเรื่องการทำเหล้า ทำเบียร์ มันก็ควรจะเปิดให้คนตัวเล็กตัวน้อยทำได้พร้อมกับเจ้าสัวเหมือนกันหมดแล้ว แต่ด้วยเทคนิค ทางกฎหมายผมจึงสงวนไว้ครับท่านประธาน คล้าย ๆ กับร่างเก่าผมครับ แต่ไม่มีเรื่องของ การผลิตกินเองที่บ้าน ด้วยเหตุผลที่ผมเห็นว่ามันน่าจะกระชับขึ้นนะครับ ก็อยากทำความ เข้าใจครับว่าการที่สงวนแบบผมนี่มันไม่ทำให้เนื้อหาของ พ.ร.บ. นี้จะเปลี่ยนไปนะครับ เพราะอยากทำความเข้าใจครับท่านประธาน ผ่านไปถึงเพื่อนสมาชิกและประชาชนว่า การที่เรามานั่งอยู่ตรงนี้จริง ๆ แล้วมันไม่มีความจำเป็นเท่าไรหรอกครับ เพราะจริง ๆ แล้ว สิ่งที่เป็นตัวขัดขวางความเจริญก้าวหน้าของวงการสุราไทยมันอยู่ที่กฎกระทรวง ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นอำนาจอธิบดีในการออกได้ ซึ่งมันก็เหมือนกับหลาย ๆ อย่างในประเทศไทยครับ ท่านประธาน มันก็ติดขัดไปหมดนะครับเรื่องที่มันไม่ต้องมาผ่านสภามันไม่จำเป็นก็ไม่แก้ กันมาตั้งนานนะครับ ผมจะเรียกได้ว่าต้นตอของปัญหาหลายอย่างมันก็มีอยู่ประมาณ ๓ อย่างด้วยกันครับ🔗
ประการแรก ที่ผมว่าตรงนี้เราเห็นชัดเจนแล้วเราจะมาทลายนายทุนผูกขาด ร่วมกัน ก็คือการใช้อำนาจนอกเหนือรัฐธรรมนูญ อย่างเช่นนายทุนเจ้าสัวที่มีอำนาจเหนือ การเมืองหรือว่าเหนือข้าราชการต่าง ๆ🔗
ประการที่ ๒ คือรัฐราชการรวมศูนย์ครับ การแข็งตึงของรัฐราชการ การชอบ ออกกฎบังคับเยอะแยะ บางครั้งเยอะเกินไปจนเป็นช่องโหว่ให้เกิดการเรียกรับทุจริต ก็เป็นปัญหาครับ🔗
ประการที่ ๓ พูดไปเดี๋ยวหาว่าเพื่อน แต่อันนี้ก็อยากจะพูดเพราะว่าเห็นใจ จริง ๆ ก็คือภาคการเมืองพวกเราอ่อนแอไม่เข้มแข็ง รวมถึงรัฐบาลขาดความเด็ดขาด ตรงนี้ครับ หลายครั้งรัฐบาลมา เราเข้าใจครับโดนรัฐประหาร เราทำให้อ่อนแอจากองค์กรหลาย ๆ องค์กรครับ หรือว่าบางครั้งรัฐประหารด้วยเราก็อ่อนแอลง แต่วันนี้ครับผมว่าเราต้องพยายาม เข้มแข็งมากขึ้น แล้วก็ใช้อำนาจบริหาร อำนาจที่เราได้ Mandate หรือว่าฉันทานุมัติจาก ประชาชนเพื่อมาเปลี่ยนแปลง ก็เห็นใจนะครับพรรคเพื่อไทยที่เป็นรัฐบาล โดนซ้าย โดนขวา โดนใน โดนนอกตลอดเวลานะครับ วันนี้ก็หวังว่าจะผ่านไปได้แล้วก็บังคับใช้กฎกระทรวง แล้วออกโดยไว ผมยืนยันนะครับว่าเราไม่จำเป็นต้องมาอยู่ตรงนี้ ถ้ารัฐบาลอยากทำจริง มันเสร็จไปตั้งแต่เดือนแรกแล้วครับ อันนี้ก็ต้องพูดตามตรง ดังนั้นท่านประธานครับผมจึงให้ เหตุผลเพิ่มเติมเล็กน้อยครับว่าทำไมเป็นร่างของผมดี เพราะว่าผมเองไม่ค่อยมั่นใจในร่าง ของกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เพียงนิดเดียวครับ จริง ๆ แล้วในกรรมาธิการทางเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติที่จะรับปฏิบัติออกกฎก็คือกรมสรรพสามิตก็ได้บอกไว้แล้วในกรรมาธิการครับว่า ในเรื่องส่วนของการจัดลำดับกฎหมายที่แก้มา ในส่วนแรกที่บอกว่าให้สนับสนุนเกษตรกร มาเป็นบทหลักนี่ คือผมไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะเนื่องจากว่าจริง ๆ แล้วอันนี้เรื่องสนับสนุน มันควรจะมาอยู่ตอนท้ายใช่หรือไม่ เพราะวรรคสามของกฎหมายนี้บอกว่ากฎกระทรวงตาม วรรคสองต้องออกแบบใดบ้าง ซึ่งเนื้อหาสาระของกรรมาธิการไม่ได้แตกต่างจากความคิดผม แล้วบางอย่างก็ก้าวหน้ากว่าของผมด้วยนะครับ แต่การจัดเรียงลำดับกฎหมายเรื่องของ นิติบัญญัติที่ผมคิดว่ามีปัญหา ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานคณะกรรมาธิการหรือว่าทาง หน่วยงานจะให้คำมั่นต่อสภาแห่งนี้เป็นที่ประจักษ์รู้ต้องตรงกันหมดว่าการเขียนกฎหมาย อย่างนี้ในการไปออกกฎกระทรวงจะไม่ใช่ข้ออ้างในการที่จะบอกว่าเฮ้ยต่อไปเกษตรกรทำได้ อย่างเดียวนะ คุณต้องไปรวมกลุ่มกับเกษตรกรอย่างเดียวนะ นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา ก็ทำได้ อันนี้ผมก็จะไม่ติดใจในการที่จะต้องลงมติครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพงศธร ศรเพชรนรินทร์ เชิญครับท่านกรรมาธิการ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม พงศธร ศรเพชรนรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต ๓ อำเภอแกลง อำเภอเขาชะเมา จากพรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ที่ผมต้อง ขออนุญาตติดใจในเรื่องของการสงวนความเห็นในมาตรานี้เอาไว้ จริง ๆ ต้องกล่าวก่อนว่า เรื่องการแก้ไขมาตรา ๑๕๓ กรรมาธิการจากทุกพรรคการเมืองที่ร่วมกันทำงานมีจุดประสงค์ เดียวกัน วันนี้ถือว่าเป็นหมุดหมายที่ดีที่พวกเราผู้แทนราษฎรจากทุกพรรคการเมือง เห็นตรงกันว่าถึงเวลาแล้วที่จะได้ยกเลิกการผูกขาดการผลิตเหล้า เบียร์ เพื่อให้รายได้ กระจายสู่ชุมชน สู่ประชาชนอย่างทั่วถึงมากกว่าที่ผ่านมา การใช้ข้อความในมาตรานี้ ที่กรรมาธิการร่างกันเอาไว้เมื่อถามถึงเจตนารมณ์ก็เข้าใจตรงกันว่าเจตนารมณ์เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเอกชน รายเล็ก รายกลาง รายใหญ่ ประชาชนที่รวมกลุ่มเป็นเกษตรกร เป็นสหกรณ์ เป็นวิสาหกิจชุมชน ทุกคนสามารถผลิตเหล้า เบียร์ ได้โดยไม่มีกฎเกณฑ์ใด ๆ มาจำกัด หรือออกมาเพื่อการผูกขาดทางเศรษฐกิจอีกต่อไป นี่คือจุดมุ่งหมายเดียวกัน เพียงแต่ว่าวิธีการเขียนข้อความว่าด้วยนิติวิธี ว่าด้วยวิธีการเขียนกฎหมายให้ถูกต้องตาม หลักภาษาผมคิดว่ามีปัญหาอยู่เล็กน้อย อย่างเช่นที่ท่านเท่าพิภพกล่าวเมื่อสักครู่นะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้ทุกคนเห็นตรงกันว่าหลักใหญ่ใจความของเรื่องคือเราอยากให้มีการยกเลิก การผูกขาดว่าด้วยเรื่องทั่วไปก็คือการที่เราอยากเห็นทุกคนสามารถผลิตเหล้าเบียร์ได้โดยไม่มี การผูกขาดต่อเศรษฐกิจโดยไม่เป็นธรรม แล้วถ้าจะมีข้อยกเว้นอันใดก็จะเป็นเรื่องของ รัฐวิสาหกิจที่จะผลิต เป็นเรื่องของชาวต่างชาติหรือเพื่อเอื้ออำนวยในการส่งเสริมรายย่อย และสิ่งที่กรรมาธิการต้องการก็คืออยากจะเน้นย้ำในการส่งเสริมสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ดังนั้นผมคิดว่าถ้าตามร่างที่ออกมาของกรรมาธิการเอาเรื่องของการ ส่งเสริมขึ้นมาก่อนแล้วเอาบททั่วไปมาไว้ตรงกลาง ยกเว้นไว้ส่วนท้าย ผมคิดว่ามันผิด หลักการใช้ภาษากับเรื่องของนิติวิธีในการสื่อความหมายให้ตรงตามเจตนารมณ์ ดังนั้น ผมคิดว่าก็เลยขอเสนอให้แก้ไขข้อความเป็นดังนี้นะครับ ก็คือของเดิมเขียนอย่างนี้ว่า กฎกระทรวงตามวรรคสองให้คำนึงถึงมาตรฐานการผลิตสุราและต้องสนับสนุนให้สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน องค์กรเกษตรกร หรือผู้ประกอบการรายย่อย สามารถขอรับ ใบอนุญาตผลิตสุราเพื่อการค้า โดยนำสินค้าเกษตรในประเทศมาผลิตเป็นสุราทุกประเภท ที่อาจมีสีหรือมีกลิ่นได้ แต่มิให้กำหนดหลักเกณฑ์ใดในการพิจารณาออกใบอนุญาตที่เป็นการ เลือกปฏิบัติหรือผูกขาดทางเศรษฐกิจโดยไม่เป็นธรรม หรือสร้างภาระเกินสมควร เว้นแต่เป็น การกำหนดสัดส่วนความเป็นเจ้าของบุคคล ซึ่งมิใช่บุคคลสัญชาติไทยหรือเป็นการผลิตสุรา ของรัฐวิสาหกิจที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการผลิตสุราเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบอุตสาหกรรมรายย่อย คือเอาเรื่องสนับสนุนขึ้นมาก่อน แล้วก็ว่าด้วยบททั่วไปอยู่ตรงกลาง ซึ่งผมคิดว่าควรจะสลับ Sequence เพื่อให้การสื่อความหมายตรงตามเจตนารมณ์ ไม่ให้เกิดการตีความที่อาจจะ ผิดเพี้ยนไปในอนาคต ผมเลยเสนอให้แก้ไขดังนี้ว่า กฎกระทรวงตามวรรคสองให้คำนึงถึง มาตรฐานการผลิตสุรา แต่มิให้กำหนดหลักเกณฑ์ใดในการพิจารณาออกใบอนุญาตผลิตสุรา เพื่อการค้าทุกประเภทที่เป็นการเลือกปฏิบัติหรือผูกขาดทางเศรษฐกิจโดยไม่เป็นธรรมหรือ สร้างภาระเกินสมควร เว้นแต่เป็นการกำหนดสัดส่วนความเป็นเจ้าของของบุคคลซึ่งมิใช่บุคคล สัญชาติไทยหรือเป็นการผลิตสุราของรัฐวิสาหกิจที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการผลิตสุราหรือ เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบอุตสาหกรรมรายย่อยและต้องสนับสนุนให้สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน หรือองค์กรเกษตรกร สามารถขอรับใบอนุญาตผลิตสุราเพื่อการค้าที่อาจมีสี หรือมีกลิ่นได้ โดยให้ความสำคัญกับการใช้สินค้าเกษตรภายในประเทศ ทั้งนี้ทั้งนั้นทั้งหมด ทั้งมวลนี้ก็ด้วยความที่ตั้งใจอยากจะเห็นจุดมุ่งหมายของพวกเราสามารถลุล่วงไปได้ โดยถูกต้อง โดยไม่เกิดการตีความที่ผิดเพี้ยนไปได้ในอนาคต ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เนื่องจากว่ามาตรานี้มีการแก้ไข ก็มีท่านสมาชิกที่สามารถจะอภิปรายได้ แต่ก็ให้ ดูในเอกสารด้วยนะครับว่ากรรมาธิการแก้ไขเรื่องอะไรก็ให้เกี่ยวข้องกับข้อแก้ไขด้วยนะครับ ก็มีท่านสมาชิกอยู่ ๔ ท่าน ท่านแรก ท่านนิยม วิวรรธนดิฐกุล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ผม นิยม วิวรรธนดิฐกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ก็ขอร่วม อภิปรายในร่างพระราชบัญญัตินี้ ผมในฐานะที่เป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ก็ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งโดยหลักใหญ่ก็คือการแก้ไขในมาตรา ๑๕๓ ของพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งในเนื้อหาต่าง ๆ ท่านประธานก็ได้ รายงานให้ทราบแล้วซึ่งก็เห็นด้วยทั้งหมด แต่ก็จะมีอยู่ประเด็นหนึ่งที่ในมาตรา ๓ นี้ ที่คงจะต้องให้ชี้แจงนิดหนึ่งให้อธิบายว่า เกินสมควร นั่นคืออะไร อะไรคือคำว่า เกินสมควร ในมาตรานี้ก็คงขอให้ชี้แจงนิดหนึ่ง ก็ขออนุญาตเลยพูดไปถึงเรื่องของข้อสังเกตซึ่งจะเป็น รายละเอียดที่น่าจะมีประกาศกฎกระทรวงตามมา ก็คือในเรื่องข้อสังเกตนี้ก็เห็นด้วยทุกอย่าง ไม่ว่าการที่จะให้โรงงานตั้งอยู่ไม่เกิน ๑๐๐ เมตรได้จากแหล่งน้ำ แต่ว่ามีการบำบัดน้ำเสีย หรือการไม่กำหนดกำลังการผลิต แต่ก็คงจะขอเพิ่มเติมในเรื่องของข้อสังเกต เพราะจริง ๆ แล้ว ในพื้นที่ของผมก็จะมีพื้นที่การผลิตสุราชุมชน ทั้งสุราแช่ และสุรากลั่นมากจังหวัดหนึ่งก็คือ ที่ตำบลสะเอียบ ซึ่งทุกคนถ้าพูดถึงสะเอียบก็จะนึกถึงแต่เขื่อนแก่งเสือเต้นซึ่งอยู่ในอำเภอสอง จังหวัดแพร่ เป็นพื้นที่ที่มีการผลิตและจำหน่ายสุราค่อนข้างจะเยอะ ปีหนึ่งการจำหน่าย สุราชุมชนจากตำบลนี้ประมาณพันล้านบาท ดูจากภาษีสรรพสามิตที่เกือบ ๕๐๐ ล้านต่อปี ซึ่งภาษีสรรพสามิตจะเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของราคาขาย นอกจากนั้นก็ยังมีอีกหลายชุมชน และหลายตำบลที่มีการผลิตสุราชุมชนในจังหวัดแพร่ ซึ่งเราประมาณการว่าในจังหวัดแพร่ อาจจะมีการจำหน่ายสุราทั้งที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย อาจจะถึง ๒,๐๐๐ ล้านต่อปี ผมได้มีโอกาสเดินทางไปกับคณะวัฒนธรรมแล้วก็ธุรกิจของเอกชน โดยมีท่านอดีต สส. สุรพล เกียรติไชยากร อดีตประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศนำไปนะครับ ได้ไปที่ตำบล เหมาไถ เมืองกุ้ยหยาง มณฑลกุ้ยโจว เมื่อประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้ไปดูโรงงานสุราที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกก็คือมีมูลค่าถึง ๗.๒ ล้านล้านบาท ก็คือกุ้ยโจว เหมาไถ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน ซึ่งมีการผลิตและมีกรรมวิธีการผลิตที่พิถีพิถัน มีการหมัก บ่มที่ยาวนาน จำหน่ายในราคาถึงขวดละหมื่นกว่าบาทในตำบลเหมาไถเองก็จะมีโรงงานสุรา ถึง ๒,๐๐๐ โรง ซึ่งมีทั้งของเอกชนและของรัฐบาล ทำรายได้มหาศาลให้กับชุมชนนะครับ ในการไปครั้งนี้ก็ได้พบว่าส่วนใหญ่คนจีนจะนิยมดื่มสุราขาวที่มีดีกรีประมาณ ๕๓ ดีกรีนะครับ ก็คือเหมาไถหรือไป๋จิ่ว ซึ่งทำมาจากข้าวฟ่าง Packing ส่วนใหญ่หรือบรรจุส่วนใหญ่ก็จะเป็น ประมาณ ๕๐๐ ซีซี คนจีนไม่นิยมดื่มวิสกี้ที่มาจากต่างประเทศ อาจจะมีดื่มไวน์บ้างนะครับ จึงเป็นสิ่งที่จะขอเพิ่มเติมในข้อสังเกตของกรรมาธิการก็คือให้สุราชุมชนไทยสามารถจะทำได้ ถึง ๕๓ ดีกรี เพราะปัจจุบันนี้สุราชุมชนทำได้สูงสุดที่ ๔๐ ดีกรี นอกจากนั้นบรรจุภัณฑ์ หรือว่า Packing ขอให้มีขนาดที่เป็น ๕๐๐ ซีซี เหมือนของประเทศจีน การที่เราผลิตสุรา ชุมชนของไทยนี่เราผลิตมาจากข้าวเหนียวก็จะมีกลิ่นฉุน ๆ อย่างหนึ่ง แต่ว่าของจีนหรือไป๋จิ่ว หรือเหมาไถ จะผลิตจากข้าวฟ่าง ซึ่งปัจจุบันนี้ที่ตำบลสะเอียบเราก็ได้ให้ทางโรงงานลองผลิตดูนะครับ การที่จะนำสุราไทย ไปขายประเทศจีนคงเป็นไปได้ยาก เพราะว่าสุราจีนจะมีลักษณะพิเศษ มีกลิ่นพิเศษ แต่ว่าเรา สามารถที่จะผลิตเพื่อขายหรือจำหน่ายให้กับคนจีนที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งปีหนึ่ง ก็นับสิบล้านคน ก็คงจะได้นำรายได้ให้กับชุมชน แล้วก็ให้กับประเทศได้นะครับ ดังนั้นก็เสนอ ในข้อสังเกตตรงนี้ว่าน่าจะมีการผลิตสุราถึง ๕๓ ดีกรี และมี Packing ที่มีความหลากหลาย อาจจะน้อยกว่า ๓๓๐ ซีซี เช่น ๒๕๐ ก็น่าจะได้นะครับ และมีความหลากหลายใน Packing อย่างหนึ่งก็คือ ๕๐๐ ซีซี ต้องมี ถ้าเราจะผลิตไป๋จิ่วเพื่อให้คนจีนได้ดื่มนะครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งนะครับ อันนี้คงจะนอกเหนือจากพระราชบัญญัตินี้ก็คือ เรื่องของภาษีสรรพสามิตซึ่งเป็นปัญหากับรายย่อยหรือโรงงานขนาดเล็กซึ่งมีต้นทุนที่สูง อยู่แล้ว ก็คงจะฝากไปให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาในเรื่องการลดภาษีสรรพสามิต ให้กับรายย่อยแล้วก็โรงงานขนาดเล็ก เพราะปัจจุบันนี้กลุ่มทุนใหญ่ได้รุกเข้ามาในสุราขาว ของชุมชนแล้วนะครับ ท่านสามารถไปดูได้ในห้างสรรพสินค้าหรือว่าร้านสะดวกซื้อจะเห็น สุราขาวมีจำหน่ายแล้วก็ขายดีด้วย เพราะฉะนั้นหากประชาชนหรือว่าโรงงานสุราชุมชน ไม่พัฒนาก็จะเสียการตลาดให้กับทางกลุ่มทุนใหญ่ซึ่งรุกเข้ามาในส่วนนี้แล้ว อันนี้ก็ขอฝากไว้ โดยสรุปแล้วในพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ขอสนับสนุนทั้งร่าง และสนับสนุนข้อสังเกต กราบขอบพระคุณครับ🔗
เดี๋ยวค่อยให้กรรมาธิการตอบนะครับ ประเด็นปริมาณบรรจุ ๕๐๐ ซีซี ได้ไหม แล้วก็ดีกรี ๕๓ ดีกรีได้ไหม แล้วก็เรื่องภาษี ๓ ประเด็น เดี๋ยวกรรมาธิการค่อยตอบนะครับ ต่อไปท่าน สมาชิกที่ขออภิปราย ท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตอภิปรายเพื่อสนับสนุนในการแก้ไขมาตรา ๓ ของ คณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ การแก้ไขมาตรา ๓ ซึ่งเป็นการแก้ไขจากมาตรา ๑๕๓ ของพระราชบัญญัติสรรพสามิตฉบับนี้นะครับ ถือว่าเป็นมิติใหม่เป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ไข เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศไทยได้อย่างมากมายครับ เพราะไม่ใช่แต่เพียงผลดีต่อคนที่ อยู่ในวงการแอลกอฮอล์เท่านั้น แต่ร่างกฎหมายฉบับนี้จะสร้างผลดีต่อพี่น้องเกษตรกร ผู้ผลิตเหล้า ผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อย วงการขนส่ง วงการอุตสาหกรรมแปรรูปผลไม้ วงการอุตสาหกรรมเครื่องดื่มบรรจุภัณฑ์ แล้วอีกหลายวงการที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ เพราะว่าที่ผ่านมานั้นตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศเราปีหนึ่ง ไม่ใช่น้อย ๆ นะครับท่านประธาน ๔๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจากผลวิจัยเขาบอกว่า ในประเทศของเรามีผู้ดื่มแอลกอฮอล์ ก็ดื่มเหล้า ดื่มเบียร์ของมึนเมาทั้งหลายนี้ละครับมากถึง ร้อยละ ๓๐ นะครับท่านประธาน นี่ก็เป็นตัวเลขกลม ๆ คิดดูแล้วคนในประเทศไทย ๒๑ ล้านคนที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และหากเราสามารถในการที่จะปลดล็อกให้มีการ แก้ไขมาตรา ๓ ร่างกฎหมายฉบับนี้สำเร็จก็มีการคาดการณ์ว่าเงินรายได้ที่เคยกระจุกอยู่ที่ บริษัทสุรายักษ์จะกระจายมาสู่ท้องถิ่นเพื่อพี่น้องเกษตรกรและนำไปสู่ผู้ประกอบการรายย่อย ไม่น้อยกว่าปีละ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ การแก้ไขมาตรา ๓ นี้เป็นการแก้ไข มาตรา ๑๕๓ เดิม ผมอยากจะให้ทุกท่านสังเกตไปที่วรรคสามของร่างมาตรานี้ การแก้ไข วรรคสามของร่างมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการเพิ่มเติมข้อความที่สำคัญอยู่ ๒ ข้อความ ที่กระผมคิดว่าเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อผู้ผลิต ผู้บริโภคสุรา ได้แก่คำว่า กฎกระทรวงตาม วรรคสองให้คำนึงถึงมาตรฐานการผลิตสุรา นี่คือข้อความที่ ๑ ครับท่านประธาน ส่วนข้อความที่ ๒ ก็คือและต้องสนับสนุนให้สหกรณ์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร องค์กรเกษตรกร หรือผู้ประกอบการรายย่อย ให้สามารถรับใบอนุญาตผลิตสุราเพื่อการค้าได้ ท่านประธานครับ กระผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนต่างก็เห็นว่าการกระจายรายได้ให้พี่น้อง เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยมากกว่าจะยอมที่จะจ่ายรายได้ให้กระจุกตัวอยู่ที่เพียง ไม่กี่กลุ่ม ซึ่งพวกเราก็รู้จักกันดี ดังนั้นคณะกรรมาธิการที่แก้ไขเพิ่มเติมให้มีการสนับสนุน สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน องค์กรเกษตรกร หรือผู้ประกอบการรายย่อย ให้สามารถรับใบอนุญาตผลิตเพื่อการค้า จะเป็นการกระจายอำนาจสู่พี่น้องประชาชนได้ด้วย โดยเฉพาะจะเกิดประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอนครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าตั้งแต่โบราณมาเสน่ห์อย่างหนึ่งของการทำสุราพื้นบ้าน ในทุก ๆ ภาคของประเทศ เรานำผลไม้ นำพืช นำข้าว อ้อย ส้ม มะพร้าว สับปะรด ที่มีชื่อเสียงของแต่ละจังหวัด นำมาต้มเป็นการผสมสุราชุมชน อย่างสุราชุมชนดัง ๆ กระผมอยากจะขอกราบเรียน มีเยอะแยะเลยครับท่านประธาน ยกตัวอย่างอย่างกรณีที่ทำจากอ้อย สังเวียนของสุพรรณบุรี ฉลองเบย์ของภูเก็ต กิโล สปิริตของกระบี่ ออนซอนของสกลนคร ซอดแจ้งของอุบลราชธานี ครับท่านประธาน ชื่อแตกต่างกันไปแต่ละภูมิปัญญาของท้องถิ่น และอีสานรำของหนองคาย พวกนี้เขามีชื่อเสียงครับท่านประธาน และยังมีอื่น ๆ อีกมากมายที่เขาผลิตเพื่อบริโภค ในนามเทศกาลเท่านั้นเอง และการแก้ไขเพิ่มเติมถ้อยคำที่ว่ากฎกระทรวงตามวรรคสอง ให้คำนึงถึงมาตรฐานของการผลิตสุรา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญไม่น้อยท่านประธาน เพราะฉะนั้นในการปลดล็อกนั้นมันก็ดีอยู่แล้ว เพราะว่าที่ผ่านมาจะรับรู้ว่ามีการต้มเหล้ากิน แล้วไม่ได้มาตรฐาน ไม่สะอาด บางคนกลัวไม่เมาก็เอาสารเคมีเพิ่มเข้าไปมันจะได้เมา ง่าย ๆ ด้วยครับ เหล้าขาวต้มตามทุ่งไร่ ทุ่งนา ใส่ส่วนผสมผิดพิษเข้าไปในร่างกายลงข่าวเข้า โรงพยาบาลตายก็มีครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ แม้ว่าเราจะปลดล็อกให้ ผลิตสุราได้อย่างเปิดกว้างให้กับพี่น้องประชาชน แต่การชูอัตลักษณ์ของชุมชน นำของดีจาก พื้นถิ่นสู่ตลาดมากขึ้น แต่เราต้องควบคุมไปกับความปลอดภัยให้กับพี่น้องผู้บริโภคด้วย กระผมมองว่าการจะแก้ไขหรือตรากฎหมายใดออกมาก็ตาม ต้องคำนึงถึงมาตรการ การควบคุมให้เกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่ายด้วย ส่งผลดีต่อผู้ผลิต และต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ของพี่น้องประชาชนและผู้บริโภคเป็นสำคัญครับท่านประธาน เราต้องไม่ลืมว่าเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์ ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นเหมือนกัน นอกจากดื่มแล้วสนุกสนานในกิจการ งานอะไรก็แล้วแต่ ยิ่งช่วงนี้หน้าหนาว โอ้โฮหนาว ๆ นี่ล่อสุราเหล้าขาวผิงไฟตามนั้น เกี่ยวกับ เรื่องอุบัติเหตุด้วยอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งเราจะต้องดูแลควบคุม การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้จะต้องมีมาตรการต่าง ๆ ควบคู่กันไปด้วย ในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งควบคุมการผลิต ผู้ขาย ผู้โฆษณา ตลอดจนเวลาซื้อ เวลาขายด้วย เกณฑ์อายุต่ำเท่าไร อะไร อย่างไร ของเด็ก เยาวชน ผู้ซื้อและควบคุมเวลา เปิด ปิดสถานผู้ประกอบการด้วยครับ ท่านประธาน ซึ่งการแก้ไขเพิ่มเติมคำว่า กฎกระทรวงตามวรรคสองให้คำนึงถึงมาตรฐาน การผลิตสุราของคณะกรรมาธิการนี้ก็เป็นมาตรการที่สำคัญเช่นกันครับ แล้วในมาตรา ๓ วรรคสอง ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๕๓ เดิม กำหนดให้มีการขออนุญาตและการขอ ออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง นั่นหมายความว่าร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ เมื่อร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านจะต้องมีการออก กฎกระทรวงเพื่อรองรับให้พี่น้องประชาชนผู้สนใจผลิตสุราขอใบอนุญาตได้นี่ละสำคัญนะครับ เราจะต้องมีระบบใบอนุญาตในการผลิตและการจำหน่ายสุราที่มีมาตรฐาน และมีความ ปลอดภัยต่อชีวิตและสุขภาพของพี่น้องประชาชน ผู้บริโภค และเป็นการกำหนดมาตรฐาน ของการกลั่นเหล้าที่ถูกสุขอนามัยด้วย นอกจากนี้ครับท่านประธาน กฎกระทรวงที่ออกมาจะต้องทำให้การขอใบอนุญาตมีความ เสมอภาคเท่าเทียมกันด้วย จะต้องไม่เป็นการสร้างภาระให้กับผู้ประกอบการรายย่อย และเรื่องเหล่านี้จะต้องดำเนินควบคู่กันไปด้วยครับท่านประธาน คืออย่าเลือกปฏิบัติ กฎกระทรวงจะต้องจัดการให้ดีนะครับ ในเมื่อเราออกกฎหมายแล้วก็ส่งเสริมตรงนี้แล้ว ก็อย่าใช้เส้นใช้สายอะไรต่าง ๆ มากมายนัก นี่ก็คือส่วนหนึ่งที่กระผมอยากจะขอสนับสนุน กับการแก้ไขมาตรา ๓ ในครั้งนี้ ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ พ.ร.บ. เรื่องสุรา ภาษีสรรพสามิต จริง ๆ เป็นเรื่องของวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนจำนวนมาก เรื่องนี้พรรคไทยรักไทยดำเนินการตั้งแต่สมัยเป็นสุราชุมชน วันนี้เห็นร่าง พ.ร.บ. ออกมาแล้ว เขาบอกว่าการขออนุญาตและการออกใบอนุญาตตามวรรคหนี่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง มีเท่านี้ครับ ผมอยากขอคำยืนยันจาก คณะกรรมาธิการใน ๗ ประเด็น ๗ ประเด็นที่ผมมองเห็นว่าเป็นปัญหาอยู่ แล้วอยากให้ทาง คณะกรรมาธิการได้ชี้แจงให้ชัดเจนด้วยครับว่าการที่เอาหลายเรื่องไปเก็บไว้ในกฎกระทรวง ทำได้หรือเปล่า และขั้นตอนต่าง ๆ ยังคงมีปัญหาอยู่ไหม🔗
๑. ขั้นตอนการขออนุญาต จะขออนุญาตในกี่วัน อย่างผมได้ยินว่าถ้าเป็น รายเล็กกำลังม้า ๕ แรงม้าต้องใช้เวลาอีก ๑ ปี ครบ ๑ ปีแล้วถึงไปขอเป็น ๑๐ แรงม้าได้ ก็แปลว่ารายเล็กลงทุน ๒ ครั้ง ทำไมต้องกำหนดแบบนั้นด้วยนะครับ ตรงนี้กรมสรรพสามิต จะยกเลิกตรงนี้ให้หรือไม่ เพื่อให้เกิดความสะดวกที่แท้จริงนะครับ🔗
๒. บรรจุภัณฑ์ที่ถูกควบคุมนั้น ตกลงไม่มีการควบคุมแล้วใช่ไหมครับ เพราะมี การบอกว่าจะต้องบรรจุได้ ๓๕๐ กับ ๗๐๐ อะไรอย่างนี้ ซึ่งตรงนั้นทำให้ขวดภายใน ประเทศไทยหายาก แล้วบรรจุภัณฑ์หายาก ท่านก็ไปอ้างกฎเกณฑ์นั้น กฎเกณฑ์นี้มาบังคับ ตรงนี้ยกเลิกหรือไม่🔗
๓. ปัญหาการจำหน่ายสุราไม่ได้มันก็คือการผูกขาดโดยรายใหญ่ ๆ ขายเหล้า พ่วงเบียร์ ไปร้านค้า A ถ้าจะรับสุราไปขายต้องมีสุรา มีเบียร์ มีน้ำ มีอะไรด้วยเพราะถ้าไปเอา ของเจ้าอื่นเขามาแล้วก็จะไม่ให้ มันก็เป็นการตัดสิทธิรายย่อย กำลังมันไม่เท่ากัน ตรงนี้เป็น การที่ใช้คำว่าอำนาจเหนือตลาดก็ใช่ ตรงนี้ปกป้องอย่างไรที่จะไม่ให้มีพฤติการณ์อย่างนี้ เพื่อให้ผู้ผลิตรายย่อยเกิดได้ ต้องจำหน่ายได้ ไม่ใช่เกิดได้แต่จำหน่ายไม่ได้🔗
๔. การประชาสัมพันธ์ไปติดกฎหมายของทางสาธารณสุข ห้ามประชาสัมพันธ์ รายใหญ่เขาไม่ได้ประชาสัมพันธ์สุรา เขาไปประชาสัมพันธ์น้ำดื่ม แต่ชื่อเดียวกัน โฆษณา น้ำดื่ม แล้วรายเล็กที่เรากำลังจะเกิดอยู่ทุกวันนี้จะเกิดอย่างไรครับ ผมไม่อยากให้ว่าวันนี้เรา ส่งเสริมแล้วแต่ไปไม่สุด สุดท้ายก็ติดอยู่ดี วันนี้ต้องการคำยืนยันแล้วอยากขอคำชี้แจงด้วยว่า ท่านเตรียมปลดล็อกอะไรไว้หรือไม่ หรือว่าแค่อนุญาตแต่ทำไม่ได้นะครับ🔗
๕. การถ่ายทอดเทคโนโลยีต่าง ๆ ถ้าจะปรับปรุงคุณภาพให้มีมาตรฐาน มีอะไรนี่ หน่วยงานรัฐสามารถเข้าไปช่วยได้หรือไม่ หน่วยงานไหน ต้องเป็นมหาวิทยาลัยไหม ท้องถิ่นทำได้ไหม มีข้อจำกัดหรือไม่ในสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น🔗
๖. ภาษี ต้นทุนของรายเล็กรายใหญ่ภาษีเท่ากันไม่น่าใช่ เพราะรายใหญ่ ผลิตที Mass ต้นทุนต่อขวดต่ำกว่าเยอะเลย แต่เราบอกว่าภาษีเท่ากัน ท่านพูดถึงความ เท่าเทียม แต่มันไม่เท่าเทียม วันนี้ถ้าส่งเสริมจริง ๆ แล้วกระบวนการเรื่องภาษีอย่างไรครับ รายเล็กกับรายใหญ่ต้นทุนการผลิตแตกต่างกัน เสียภาษีเท่ากันหรือไม่ ถ้าจะส่งเสริมให้มีการ แปรรูปจริง ๆ แล้วสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้หรือไม่🔗
อันที่ ๗ ที่อยากจะขออนุญาตเรียนถามว่า วันนี้ถ้าเราบอกว่าปัญหาของสินค้า เกษตรมีปัญหา อ้อย ข้าว มันสำปะหลัง ถ้าจะแปรรูปกันจริง ๆ เฉพาะรายย่อยมันไม่ทัน หรือครับ ภาครัฐจะสามารถสนับสนุนว่าที่ผลิต Ethanol ไหน ๆ ก็ผลิตเอาไปเป็นสุราได้ไหม หรือว่าหน่วยงานทางมหาวิทยาลัยหรืออะไรสามารถทำจริง ๆ จัง ๆ ได้หรือไม่ ยังติดขัดอะไร หรือไม่ เพราะว่าถ้าเป้าหมายเราต้องการที่จะเอาสินค้าเกษตรที่มันล้นตลาดดึงออก เราไม่ได้เก็บไว้ในรูปของข้าว เราไม่ได้เก็บไว้ในรูปของอ้อย แต่เราเก็บไว้ในรูปของสุราได้ มันจะดึงสินค้าตรงนี้ออกจากตลาด แล้วก็สามารถส่งออกขายไปต่างประเทศได้ด้วยนะครับ🔗
๗ ข้อนี้เป็นสิ่งที่อยากฟังคำชี้แจงครับว่าในขั้นตอนที่ท่านเขียนแล้วก็ Mark เอาไว้ว่าให้ไปอยู่ในกฎกระทรวง อะไรที่ประกาศในกฎกระทรวง มันจะปลดข้อจำกัด เหล่านี้ได้หรือไม่ อยากขออนุญาตฟังคำชี้แจงในส่วนของทางกรรมาธิการก่อนนะครับ แล้วเป็นไปได้ไหมที่ท่านจะใส่สิ่งเหล่านี้ไปอยู่ในข้อสังเกตหรืออะไรก็ตามที่ให้รู้ว่าเมื่อเราปลด เรื่องของการผลิตสุราแล้วสามารถทำได้จริงครับ อยากขอคำยืนยันจากกรรมาธิการด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกอีกท่านหนึ่ง แล้วก็กรรมาธิการจะตอบ ท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตดอนเมือง พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะไม่เห็นด้วยกับในร่างของ กรรมาธิการเสียงข้างมากที่มีการปรับแก้ไขมานะครับ เนื่องจากว่ามีถ้อยคำทางกฎหมาย ที่ผมคิดว่ามีปัญหาอยู่ก็คือเรื่องของการเลือกปฏิบัติ หรือว่าการผูกขาดทางเศรษฐกิจ ที่ไม่เป็นธรรม ผมก็ไปค้นในราชกิจจานุเบกษา คำนี้ปรากฏอยู่ใน ๓ แห่งของกฎหมาย ก็จะมี รัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๕ แล้วก็จะมีใน พ.ร.บ. สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔ แล้วก็จะมีในกฎหมายอื่น ๆ อีกสักที่สองที่ ในทางปฏิบัติมันแปลว่า อะไร ทำอย่างไร มันพูดเป็นหลักการกว้าง ๆ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๕ ก็เขียนเอาไว้ว่า จะต้องไม่ผูกขาดทางเศรษฐกิจ แต่ว่าในทางรายละเอียดหลักปฏิบัติคืออะไร ทีนี้อีกฉบับหนึ่ง กฎหมายที่เขียนเรื่องของการผูกขาด คำคล้าย ๆ กันก็คือ พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๖๐ ก็มีพูดถึงเรื่องของการผูกขาดทางการค้าเอาไว้ แต่คราวนั้นเขาใช้คำว่า การค้า แล้วก็เขาไป กำหนดให้ตัวภาคผู้ประกอบการธุรกิจต้องแข่งขันอย่างเป็นธรรม ไม่ควบรวมในลักษณะ แบบนั้นนะครับ แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องของเจ้าหน้าที่รัฐหรือการใช้อำนาจรัฐในการออกระเบียบ ประกาศ เพราะฉะนั้นผมจึงสนับสนุนในความเห็นของสมาชิกของท่านเท่าพิภพ ที่จริง ๆ ถ้อยคำเขียนสั้น ๆ อย่างนั้นก็ได้ เพราะเขียนมายาวแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าในทางปฏิบัตินำไปใช้ อย่างไร🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะพูดถึงครับท่านประธาน ก็คือเรื่องของการต่อ ใบอนุญาตที่ออกมาตรการในอายุ ๓ ปี ไม่แน่ใจว่าในกรรมาธิการได้พูดไหมเนื่องจากว่า ตอนที่ประชุมวิปฝ่ายค้านก็ได้สอบถามว่าได้มีการพูดถึงมาตรการนี้หรือไม่ เพราะว่า จริง ๆ แล้วนี่โอเคหลักการในการแก้มาตรานี้ในเมื่อมีถ้อยคำนี้อยู่ จริง ๆ อยากจะให้ไปดูว่า ๓ ปีมันสั้นหรือมันยาวมากเพียงใด เพียงพอหรือไม่ เพราะว่าผู้ประกอบการถ้าเป็นรายย่อย ที่ไปทำการค้า พอเวลาทำไปสักพักหนึ่งแล้วมาต่อใบอนุญาตแล้วระบบยังไม่สมบูรณ์ ยัง Run ไม่ได้ที่ กำไรยังไม่นั่น ต้องปรับปรุง มาอีกแล้วอะไรแบบนี้ เพราะฉะนั้นมันก็จะเป็น อุปสรรค แต่ว่าก็มีการตอบในลักษณะที่ว่าไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนี้มาก่อน อย่างไรก็อยากทราบ รายละเอียดว่าเรื่องของการต่อใบอนุญาตเดิมโอเคมีกฎกระทรวงหรืออะไรรองรับแล้ว แต่ว่าในชั้นของการออกเป็นพระราชบัญญัตินี้ถ้าเป็นถ้อยคำตรงนี้มันจะมีการปรับแก้หรือจะ อำนวยความสะดวกอย่างไรมากขึ้น ซึ่งวันนี้เข้าใจว่าถ้า ๓ ปี ณ วันนี้มันก็ต้องมาคุยเรื่อง ระยะเวลาอีก อันนี้ได้มีการพูดคุยกันไหมเรื่องนี้หรือว่าโอเค ถ้า ๓ ปีก็เป็นระยะเวลาที่ เพียงพอก็อยากจะได้ความชัดเจนในส่วนนี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญกรรมาธิการชี้แจง เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองประธานคณะกรรมาธิการจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ ก็ขออนุญาตตอบท่านสมาชิกโดยภาพรวมเลยนะครับ ประการแรก จริง ๆ แล้วร่างกฎหมายฉบับนี้ถูกเสนอเข้ามา ๓ ส่วนด้วยกันทั้งของพรรค ก้าวไกล พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคเพื่อไทย แล้วก็ส่วนที่รับเข้ามาส่วนกรรมาธิการ คือ ๒ ร่าง ก็คือร่างของทางพรรคเพื่อไทยและพรรครวมไทยสร้างชาติ ทีนี้ในตัวร่างฉบับนี้ สาระสำคัญมันอยู่ในมาตรา ๓ คือการไปแก้ไขมาตรา ๑๕๓ ของ พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต ท่านประธานครับ มาตราเดียวแต่ต้องยัดทุกเรื่องให้มาอยู่ในมาตรานี้ มันเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ในการเขียนนะครับ เพราะฉะนั้นในมาตรานี้มันมีทั้งหมดอยู่ ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือว่าให้มีมาตรฐานของการผลิตสุราอยู่ในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น เราก็จะเห็นได้ว่าที่ผ่านวาระแรกของสภาไปนี้ เราไม่ได้อนุญาตให้ไปทำกินเองที่บ้าน แต่ยังคง ต้องขออนุญาตอยู่ดี เพราะฉะนั้นประเด็นนี้มาตรฐานการผลิตสุรายังคงมีอยู่ในกฎหมาย มาตรา ๑๕๓ หรือมาตรา ๓ ที่พูดอยู่ในขณะนี้🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นมาตรการเรื่องห้าม ห้ามอะไรครับ ห้ามในการเลือกปฏิบัติครับ ในนี้ใช้คำว่า เลือกปฏิบัติ หรือผูกขาดทางเศรษฐกิจโดยไม่เป็นธรรม ทำไมใช้คำนี้นะครับ เพราะว่าคำว่า เศรษฐกิจโดยไม่เป็นธรรม ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๕ ให้อำนวยให้เกิดคำว่า เศรษฐกิจที่เป็นธรรม เพราะฉะนั้นเลยใช้คำว่า เศรษฐกิจ ลงไปในมาตรานี้ แล้วถามต่อว่า แล้วทำไมถึงไม่ใช้คำที่ท่านเท่าพิภพขอสงวนลงมาเลยว่าใส่ลงไปเลยได้ไหมว่าห้ามกำหนด ในเรื่องดังต่อไปนี้ อาทิเช่น เรื่องของปริมาณการผลิต หรือทุนจดทะเบียนต่าง ๆ เหล่านี้ ทำไมไม่ใส่ลงไปเลยให้ชัด คำตอบคือว่าถ้าใส่ลงไปปั๊บจะมีปัญหากับมาตรการสนับสนุน ที่รายเล็กครับ เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้มีการห้าม ห้ามอะไรครับที่ผมบอกไปเมื่อสักครู่ก็คือ ห้ามเลือกปฏิบัติและห้ามผูกขาดเรื่องเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรมนี่ห้าม ซึ่งข้อความเหล่านี้ มันก็อยู่ในนิยามของคำว่าถ้าเราไปทำก็คือไม่เป็นธรรมละครับ ในท้ายข้อสังเกตก็ระบุ เรียนท่านสมาชิกครับ ที่บอกไม่เป็นธรรมแล้วเราระบุลงไปคืออะไรรู้ไหมครับ ปัจจุบันเวลา เราผลิตสุรานี่ ถ้าเป็นสุราวิสกี้หรือบรั่นดีนี่ต้องผลิตถึงวันละ ๓๐,๐๐๐ ลิตรนะครับ แล้วถ้า เป็นอย่างอื่น ๆ พูดง่าย ๆ คือรัมหรือเหล้าประเภทอื่นนี่ต้องผลิตสูงถึง ๙๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ซึ่งอันนี้กรรมาธิการจากทุกพรรคเราทลายข้อผูกขาดนี้ออกไปเลย จากนี้ไปไม่มีข้อผูกขาดนี้แล้ว แต่ที่ใส่แบบของท่านเท่าพิภพไม่ได้ เพราะว่าเรื่องที่ ๓ ครับ เพราะในมาตรานี้มีมาตรการ ในการสนับสนุนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรายย่อยด้วย ถ้าเราไม่ให้กำหนดเรื่องของ ปริมาณ เราไม่ให้กำหนดเรื่องของทุนจดทะเบียน คราวนี้ยุ่งเลยครับเราไม่สามารถจะกำหนด Size ให้ไปช่วยรายย่อยได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องอธิบายท่านแบบนี้ก่อนนะครับ ทีนี้พอลงมาดู ว่าส่งเสริมรายย่อยจะต้องมีมาตรการอะไรบ้าง ที่สำคัญที่สุดเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกพูดถึง เรื่องมาตรการภาษีนะครับ ตรงนี้ถามว่าทำไมใส่ไม่ได้ คำตอบคือถ้าเราใส่มาตรการภาษีลงไป มันจะทำให้กฎหมายฉบับนี้เป็นพระราชบัญญัติการเงินทันทีครับ ถ้าเป็นพระราชบัญญัติ การเงินตามระเบียบปฏิบัติต้องวนไปให้ท่านนายกรัฐมนตรีเซ็นรับรอง แล้วก็ต้องวนหลาย หน่วยงาน หลายกระทรวงที่มีความเกี่ยวพัน เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ต้องบอกว่าเป็น ความภูมิใจของท่าน สส. สภาในชุดนี้ที่เป็นกฎหมายที่ถูกนำเสนอโดย สส. ครับ สส. เข้าชื่อ กัน ๒๐ คนก็เสนอเป็นกฎหมายได้ คราวนี้ก็ถูกเสนอเข้ามาเป็นกฎหมายจาก สส. ปกติเรา จะเคยชินกฎหมายจากคณะรัฐมนตรีที่ต้องผ่านกฤษฎีกา ต้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีเซ็นรับรอง เพราะฉะนั้นการเขียนคราวนี้มันเลยเป็นการเขียนให้เกิดผลสำเร็จ สัมฤทธิ์ผลให้ได้ ก็เลยต้อง เขียนเพื่อไม่ให้มันเป็นกฎหมายการเงิน เพราะฉะนั้นเรื่องภาษีใส่ไม่ได้ แต่เราใส่ทั้งหมด ในข้อสังเกตครับ รวมถึงขนาดผลิตภัณฑ์ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ได้มีการพูดถึง เรื่องขนาดของผลิตภัณฑ์นั้นก็ใส่ลงไปด้วยในข้อสังเกต นี่ครับ ๑ มาตรามีทั้งมาตรฐาน การผลิตสุรา มีทั้งมาตรฐานเรื่องของการห้ามผูกขาด และสุดท้ายเรื่องการสนับสนุน และกฎหมายฉบับนี้จะเป็นกฎหมายที่ให้ผลิตสุราสีได้นะครับ เมื่อสักครู่ผมเรียนท่านแล้วใช่ไหมครับว่าสุราปกติถ้าเป็นสีถูกผูกขาด ๓๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ๙๐,๐๐๐ ลิตรต่อวันแล้วแต่ประเภท แต่กฎหมายฉบับนี้จะทำให้การทำสุราจากกลุ่มของ ภาคประชาชนเปลี่ยนไปเลยนะครับ จากที่ท่านเห็นเป็นสีขาวนี่เที่ยวนี้สุราจะเป็นสีได้ สุราเป็นสีได้มันไม่ใช่ใส่สีนะครับ มันเกิดจากการบ่ม แล้วมันจะสนับสนุนต่อภาคเกษตร อย่างไรครับ ผมยกตัวอย่างท่านเคยเห็นไวน์ เวลาไวน์เอามาบ่มเป็นไวน์ พอเอาไปกลั่น มันกลายเป็นบรั่นดีครับ ก่อนเป็นบรั่นดีมันเป็นสีขาวนะครับ เพราะว่ากลั่นมาเป็นน้ำขาว ๆ ไปเก็บในถังไม้โอ๊คนี้มันถึงเปลี่ยนสีให้สีมันเข้มขึ้นเป็นบรั่นดีที่มีคุณภาพ ท่านจะเห็น กฎหมายฉบับนี้ เห็นประชาชนคนไทยทั่วไปสามารถทำได้จากหลากหลาย อาจจะเป็นส้ม ผลิตภัณฑ์จากจังหวัดน่านก็ได้ของแม่เลี้ยงติ๊ก หรือจะเป็นกล้วยก็ได้ ท่านประธานรู้ไหมครับ กล้วยนี้สามารถจะบ่มเป็นไวน์กล้วยแล้วไปกลั่นเป็นสีขาว แล้วไปบ่มในถังไม้โอ๊คก็ได้ครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ทำให้ผลิตภัณฑ์เกษตรออกมาจำนวนมาก ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นความ ภูมิใจของ สส. ในชุดนี้ครับ แล้วก็ขอตอบกรรมาธิการเสียงข้างน้อยและขอตอบท่านสมาชิก ที่ได้อภิปรายไว้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ มีท่านอื่น เชิญครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธานสภาครับ ขออนุญาตชี้แจงต่อประเด็นที่มีการอภิปรายสักเล็กน้อยครับ สืบเนื่อง จากของท่าน สส. เท่าพิภพ แล้วก็ท่าน สส. พงศธร กรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้ ผมให้ความชัดเจนกับเพื่อนสมาชิกในที่นี้อย่างนี้ครับว่า ทั้ง ๒ ท่านก็ได้อภิปรายชัดเจน ว่าการปรับแก้หรือว่าการสงวนความเห็นเป็นการปรับแก้ข้อความ แต่ใจความทั้งหมดนี้ เป็นใจความในลักษณะเดียวกัน ก็คือนั่นหมายความว่ากรรมาธิการเรานี้เห็นพ้องไปในทาง เดียวกัน แต่ก็จะมีความคิดเห็นที่แตกต่างในเรื่องของการเขียนข้อความนะครับว่ารูปแบบ การเขียนข้อความอย่างไรจะสามารถอ่านได้เข้าใจง่ายหรือว่าจะตีความได้ตรงประเด็น มากกว่ากัน ซึ่งในส่วนตัวผมเองก็ยืนตามกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ เพราะว่าเป็น ข้อความที่เราหารือกับทางกฤษฎีกาแล้วว่าเป็นการร่างข้อความที่มีความเหมาะสมแล้วก็ ตรงประเด็น ตรงความต้องการของกรรมาธิการในห้องทั้งหมด เดี๋ยวอาจจะขออนุญาตให้ทาง กรรมาธิการที่เป็นตัวแทนจากกฤษฎีกาเป็นผู้ชี้แจง แล้วก็ให้ข้อมูลเพิ่มเติม รวมไปถึง รายละเอียดของที่ท่าน สส. หลาย ๆ ท่านตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องการใช้ข้อความว่าเป็นภาระ เกินสมควร หรือว่าการเลือกปฏิบัติและการผูกขาดทางเศรษฐกิจ ก็จะให้ทางกฤษฎีกา ช่วยให้ข้อมูลแก่เพื่อนสมาชิกเพิ่มเติมนะครับว่าทำไมถึงใช้ข้อความอย่างนี้ และสามารถ ตีความไปได้อย่างไร🔗
นอกจากนี้ก็ยังมีประเด็นอื่น ๆ ขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ให้ข้อสังเกต เพิ่มเติมขึ้นมา แล้วก็ขอให้ข้อมูลครับว่าหลาย ๆ เรื่องนี้อาจจะนอกเหนืออำนาจของ คณะกรรมาธิการในการพิจารณา แต่เราก็ได้มีการระบุลงไปในรายละเอียดของข้อสังเกต เพิ่มเติมเข้าไปนะครับเพื่อให้สภามีมติเห็นชอบ แล้วก็จะได้นำส่งข้อสังเกตนั้นสู่ ครม. ซึ่งก็จะ นำไปสู่การปรับปรุงกฎกระทรวงให้สอดคล้องกับข้อสังเกตของเราต่อไป ดังเช่นเรื่องของการ ผลิตสุราที่มีดีกรีที่เปลี่ยนไปเพื่อตอบรับคนบางกลุ่ม ชาวต่างชาติบางกลุ่ม หรือตัว Packaging เอง ขนาดบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ เราก็ได้มีข้อสังเกตไปท้ายรายงานเล่มนี้ละครับว่าให้มีการทำ Packaging ที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งก็จะส่งผลให้เรามีโอกาสในการเปิดตลาดหรือว่ารูปแบบ สินค้าที่หลากหลายมากขึ้นนะครับ🔗
ต่อเนื่องครับ ด้วยความเคารพท่าน สส. วรวัจน์ที่ได้ตั้งคำถามไว้ ๗ ประเด็น บางประเด็นก็คือเป็นประเด็นที่สามารถพิจารณากันในห้องกรรมาธิการนี้แล้วก็ได้บรรจุไว้ใน ข้อสังเกต เดี๋ยวจะให้ทางผู้แทนจากกรมสรรพสามิตให้ข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ ดังเช่นเรื่อง ระยะเวลาในการขออนุญาต เรื่องขนาดบรรจุภัณฑ์ ซึ่งอยู่ในกฎกระทรวงแน่นอนนะครับ แล้วก็ได้บันทึกเป็นข้อสังเกตไว้เพื่อให้เกิดการปรับปรุง และบางส่วนก็ได้มีการปรับปรุงแล้ว จากการทำงานคู่ขนานกันระหว่างสภาเรากับของฝั่งบริหาร แต่หลาย ๆ ประเด็นก็ต้องแจ้ง อย่างตรงไปตรงมาครับว่าอาจจะนอกเหนืออำนาจของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ หรืออำนาจของ กรรมาธิการ เช่น เรื่องของการประชาสัมพันธ์ ซึ่งตัวนี้จะอยู่ใน พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ก็มีการปรับแก้อยู่ในชั้นกรรมาธิการเหมือนกันอีกคณะหนึ่ง แล้วก็เดี๋ยวคงจะได้ กลับเข้ามาพิจารณาร่วมกันในสภาเร็ว ๆ นี้ รวมไปถึงเรื่องของการให้ภาษีส่งเสริมสำหรับรายย่อยหรือว่าเรื่องของการขายเหล้าพ่วงเบียร์ อย่างที่ท่านให้ข้อมูลว่าเป็นการใช้อำนาจเหนือตลาด สิ่งเหล่านี้อาจจะอยู่ในอำนาจของ ฝั่งบริหารที่อาจจะไม่สามารถระบุลงมาในพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ก็ได้บันทึกเป็นข้อสังเกต ไว้ทั้งสิ้นครับ เดี๋ยวขออนุญาตให้ทางผู้แทนจากกรมสรรพสามิตได้ให้ข้อมูลต่อไปนะครับ ขอท่านประธาน ๒ ท่านนะครับ เป็นผู้แทนจากคณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วก็ผู้แทนจาก กรมสรรพสามิตครับ ขอบคุณครับ🔗
ขออนุญาตทางกรรมาธิการก่อนนะครับ ท่านชลน่านติดใจอยู่ใช่ไหมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธาน ได้อภิปรายในร่างมาตรา ๓ ที่กรรมาธิการมีการแก้ไข ขออนุญาตใช้สิทธิสมาชิกครับ กรณีที่มี การแก้ไขสมาชิกสามารถอภิปรายได้ เพราะเปลี่ยนไปจากร่างที่เรารับหลักการไป ท่านประธานครับ สิ่งที่กรรมาธิการแก้ไขมาผมมีอยู่ ๒ ประเด็นครับ ที่จะกราบเรียนท่านประธานถามท่าน กรรมาธิการนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ จากหลักการที่เรารับมาเป็นหลักการที่เราจะแก้ไขปัญหา การออกกฎกระทรวงตามมาตรา ๑๕๓ เดิม ซึ่งเขียนไว้สั้นมาก การขออนุญาต การให้การ อนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๑๕๓ เดิมเขียนอย่างนั้น เขียนสั้นครับ การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง เปิดโอกาสให้กฎหมายลำดับรองไปพิจารณาใช้ดุลยพินิจ อย่างเต็มที่ ก็เกิดปัญหาว่ามีการผูกขาด มีการกีดกัน ท่านก็ไปยกร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา ว่าต้องกำหนดในกฎหมายแล้วว่าอย่างน้อยในกฎกระทรวงนั้นต้องมีสาระสำคัญอะไร เพื่อให้เขาไปกำหนด ถ้าเปิดกว้างอย่างนี้ทำให้เขาไปกำหนดตามความเห็นของผู้ที่รับผิดชอบ กฎหมาย หรือผู้นำกฎหมายไปใช้ในการบังคับใช้ หรือนำสู่การปฏิบัติ ท่านก็ไปแก้ไขมาตรา ๓ มา ในหลักการบอกว่าการมีสุราไว้ครอบครองและเครื่องจักรผลิตสุราให้เหมาะสม ประเด็นที่ผมถาม🔗
คำถามที่ ๑ จากการแก้ไขของท่านจากร่างเดิมเสมือนเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตสุรา ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายย่อยหรือเป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรายย่อย หรือกลุ่ม เกษตรกรต่าง ๆ สามารถขออนุญาตได้ จากร่างเดิมที่รับไปใช้คำว่า ผู้ประกอบการรายย่อย สามารถมาขออนุญาตผลิตสุราได้ แต่ว่าร่างที่กลับมาใหม่ท่านตัดคำว่า ผู้ประกอบการ รายย่อย ออก เขียนไว้กรณีเป็นกลุ่ม กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยสามารถมาขอได้ แต่ว่าวรรค ท้ายสุดกรณีที่เป็นการส่งเสริมท่านเขียนแค่เพียงคำว่า เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบอุตสาหกรรม รายย่อย คำนี้ผมเคยได้ปรึกษาหารือกับท่านประธานคณะกรรมาธิการนะครับ ผมว่ามันมี ความต่างกัน ขึ้นอยู่กับเจตนารมณ์ของกรรมาธิการนะครับ ถ้ากรรมาธิการบอกว่าต้องเขียน อย่างนี้เท่านั้น ผู้ประกอบการรายย่อยมาขออนุญาตก็ต้องเป็นลักษณะของการประกอบ อุตสาหกรรมเท่านั้น อันนี้เป็นคำถามที่ ๑ ซึ่งถ้ากรณีเป็นอุตสาหกรรมเป็นการผลิตแบบ ที่ท่านเขียนมานี้มันก็เข้าตามที่ท่านเขียนเลยที่เน้นเป็นกรณีพิเศษ🔗
คำถามที่ ๒ ก็คือว่าที่ต่างไปจากร่างที่เรารับ ผลิตสุราเพื่อการค้า ท่านเขียน มาใหม่ นั่นหมายความว่าผู้ที่จะขออนุญาตและการออกใบอนุญาตต่อไปนี้เพื่อการผลิตที่เป็น การค้าเท่านั้นใช่หรือไม่ เพื่อการค้าเท่านั้นใช่หรือไม่ ท่านต้องตอบนะครับ เพื่อจะได้นำสู่การ ปฏิบัติที่ชัดแจ้ง ผู้ออกกฎกระทรวงเขาจะได้ชัดเจนเลย ซึ่งเขาน่าจะเป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย เพราะเจตนารมณ์เดิมที่เขียนมากรณีมีไว้ครอบครอง ไม่ใช่การค้า ตามหลักการท่านก็ต้อง ขออนุญาตด้วย พูดง่าย ๆ ผู้ผลิตสุราไว้ไม่ใช่ขาย เพื่อกิน เพื่อดื่มตามภาษาพื้นบ้าน เขาก็ต้อง ขออนุญาต เพราะถือว่าเป็นการครอบครอง ไม่อย่างนั้นท่านจะถูกกรมสรรพสามิตดำเนินคดี ตามกฎหมายฐานมีสุราไว้ครอบครอง แล้วไม่ได้ขออนุญาต เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานให้กรรมาธิการช่วยตอบ ๒ ประเด็นนี้ ถ้าท่านยืนยันว่า เพื่อการค้าเท่านั้น ต่อไปนี้ผู้ที่ผลิตกินเอง พี่น้องผมที่อยู่บ้านเขาจะได้ผลิตแล้วไม่กังวลว่า เขาครอบครอง ผลิตเสร็จแล้วเขาจะไม่ถูกจับ เขาจะไม่ถูกจับนะครับ ถ้าผมเข้าใจผิดท่าน ก็ชี้แจงด้วยนะครับ แต่ขณะนี้ถ้ามันเป็นอย่างนี้พี่น้องบ้านผมเขาผลิตตามวิถีการดำเนินชีวิตเขา เขาทำข้าวหมากเอง ทำแป้งเอง หมักเอง คุณภาพเขาก็อาศัยประสบการณ์ที่ทำมาตั้งแต่ บรรพบุรุษ เขาเชื่อมั่นวิธีการ เขามีคุณภาพไม่มี Fusel oil ไม่มี Potential oil แน่นอน ขออนุญาตท่านประธานครับ Fusel oil นี้เกิดจากการหมักครับ การหมักที่ไม่สมบูรณ์ในสุรา มีน้ำมันชนิดนี้และเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ปัจจุบันเป็นตลอดครับ เพราะฉะนั้นใจผมจริง ๆ ไม่ว่าจะมีผลิตสุราเพื่ออะไร ถ้าเพื่อการบริโภค จะขายให้คนอื่นไปบริโภคหรือผลิตบริโภคเอง ต้องมีมาตรฐาน มีคุณภาพ และใครครับ ถ้าไม่ขออนุญาตคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าเขามีมาตรฐาน มีคุณภาพ ปัญหาพิษสุราเรื้อรัง ปัญหาการบริโภคที่ผิด ปัจจุบันนี้มีเยอะมาก ไหน ๆ เรา จะออกกฎหมายฉบับนี้แก้ให้มันคุ้มครองกับวิถีชีวิต ท่านต้องคำนึงถึงสุขภาพเป็นอันดับแรก เศรษฐกิจและเศรษฐกิจ ถ้าท่านเขียนอย่างนี้ท่านมุ่งเน้นเศรษฐกิจอย่างเดียว ไม่เอาสุขภาพ เพราะว่าท่านปล่อยให้คนผลิตได้โดยไม่ต้องขออนุญาตก็มีอยู่ในกฎหมายฉบับนี้อย่างไรครับ แล้วไปคุมคุณภาพได้อย่างไร ๒ คำถาม ขอบพระคุณท่านประธานครับ ถ้าผมเห็นว่า ท่านแก้ไขแล้วตอบโจทย์ผมได้ ผมยินดีครับที่จะให้ความเห็นชอบ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านกรรมาธิการมีประชาชนเขาถามมาว่างานประเพณีต่าง ๆ ในหมู่บ้าน เวลาจะกลั่น จะหมัก เพื่อไม่ขาย เอาทานในชุมชนเวลามีประเพณีเขาต้องขออนุญาตไหม อันนี้ต้องขออนุญาตไหม ท่านประธานคณะกรรมาธิการลองตอบสิครับ เพราะว่ามันทั้ง ประเทศเวลามีประเพณีสรรพสามิตก็ไปจับเขา ไปทุบอุปกรณ์เขาทั้งหมด อันนี้เขาถามมา กฤษฎีกาจะตอบก่อนไหม ข้างล่างใช่ไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม วรพจน์ ด้วงพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมสรรพสามิต ที่ปรึกษากรรมาธิการครับ ขออนุญาตนำเรียน ๒ ๓ ประเด็นที่อาจจะ เกี่ยวข้องกับกรมสรรพสามิต🔗
ขออนุญาตเรียนตอบคำถามท่านสมาชิกที่มีการตั้งคำถามในประเด็นแรก เรื่องการอนุญาตผลิตสุราโรงกลาง ก็คือโรงที่มีขนาดตั้งแต่ ๕ แรงม้าไปจนถึงขนาดที่ต่ำกว่า ๕๐ แรงม้า กฎกระทรวง พ.ศ. ๒๕๖๕ กำหนดให้ต้องผ่านโรงเล็กมาก่อน ๑ ปี เหตุผลก็เนื่อง มาจากว่า ณ ตอนนั้นมีการพูดคุยว่ากระทรวงการคลังมีการอนุญาตผลิตสุราให้เฉพาะโรงเล็ก แล้วโรงเล็กก็จะโตไม่ได้ พอมีที่มาว่าหลักเกณฑ์การอนุญาตผลิตสุราควรกำหนดให้โรงเล็ก โตได้ก็จึงมีการขยายโรงกลาง โดยที่กำหนดเงื่อนไขว่าโรงกลางนั้นจะต้องเป็นโรงเล็กมาก่อน ๑ ปี ด้วยข้อกังวลที่ว่าหากมีข้อกำหนดเรื่องโรงกลางมาเลยก็เกรงว่าอาจจะมีกลุ่มทุนที่มาทำ โรงงานสุราขนาดกลางแล้วก็อาจจะมีผลกระทบกับโรงเล็ก อย่างไรก็ตามจากปี ๒๕๖๕ ถึงปัจจุบันเวลาก็ผ่านมาพอสมควร แล้วก็การกำกับดูแลควรจะผ่านโรงเล็กมาก่อนแล้วค่อยเป็นโรงกลางนี่อาจจะไม่มีความ จำเป็น กรมสรรพสามิตก็ได้เสนอแก้กฎกระทรวงโดยตัดประเด็นนี้ออกไป กฎกระทรวง ที่มีการแก้ไขโรงกลางไม่จำเป็นต้องผ่านโรงเล็กมาก่อน ๑ ปีแล้วนะครับ นอกจากนั้นในเรื่อง ของสุราชุมชนเดิมที่มีข้อกำหนดเรื่องต้องห่างแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร หากห่างน้อยกว่า ๑๐๐ เมตรจะไม่อนุญาต ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่เด็ดขาด กฎกระทรวงปัจจุบัน ก็มีการแก้ไขว่าหากห่างแหล่งน้ำน้อยกว่า ๑๐๐ เมตร ก็จะต้องมีระบบบำบัดของเสีย ที่ไม่กระทบกับแหล่งน้ำสาธารณะ อันนี้ก็จะมีการอนุญาตนะครับ🔗
ต่อมาในเรื่องของประเด็นที่ต้องการให้มีการเพิ่มขนาดภาชนะบรรจุ รวมถึง ดีกรีที่แตกต่างออกไปจากที่กำหนดไว้เดิม กรรมาธิการหลายท่านได้นำเรียนไปแล้วนะครับ เรียนย้ำเพิ่มเติมครับว่าข้อกำหนดอันนี้อยู่ในข้อสังเกตที่สภาจะต้องส่งมาให้หน่วยงานอยู่แล้ว ดังนั้นแน่นอนครับตอนที่กรมสรรพสามิตและกระทรวงการคลังจะออกอนุบัญญัติที่เป็น หลักเกณฑ์พวกนี้ก็จะต้องคำนึงถึงข้อสังเกตที่กำหนดไว้อย่างแน่นอนนะครับ เพิ่มเติมไปถึง ถ้อยคำในมาตรา ๑๕๓ ที่เป็นถ้อยคำว่า ผู้ประกอบการรายย่อย หรือผู้ประกอบอุตสาหกรรม รายย่อย มี ๒ คำอยู่ในมาตราเดียวกัน ขออนุญาตนำเรียนแบบนี้นะครับ ในมาตรา ๑๕๓ วรรคสาม ถ้อยคำตอนต้นที่บอกว่า กฎกระทรวงตามวรรคสองให้คำนึงถึงมาตรฐาน การผลิตสุรา และต้องสนับสนุนให้สหกรณ์ เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน องค์กรเกษตรกร หรือผู้ประกอบการรายย่อย ก็จะเห็นว่ากฎหมายนี้พูดถึงกลุ่มคน ๔ กลุ่มอย่างชัดเจน ก็คือสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน แล้วก็องค์กรเกษตรกร ๔ กลุ่มนี้พูดถึงสถานะอย่างชัดเจน แต่นอกจาก ๔ กลุ่มนี้มันก็จะมีผู้ประกอบการรายย่อยอื่น ๆ อีกมากมายที่ไม่สามารถระบุได้ ไม่สามารถระบุสถานะในกฎหมายได้ในขณะนี้เลย มาตรานี้ตอนต้นก็จึงเขียนเปิดกว้างครับ อันนี้เหมือนบทกวาด บทกว้างเท่านั้นเองว่า หรือผู้ประกอบการรายย่อย ก็แปลว่าไม่ใช่ เฉพาะ ๔ คนหรอก ผู้ประกอบการรายย่อยอื่น ๆ ที่กฎหมายไม่ได้กล่าวถึงไว้ก็จะได้รับการ สนับสนุน ได้รับการส่งเสริมด้วย แต่ตอนท้ายที่บอกว่าจะต้องไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ผูกขาดทาง เศรษฐกิจโดยไม่เป็นธรรม แล้วก็จะต้องไม่สร้างภาระเกินสมควร โดยมีข้อยกเว้นว่า เว้นแต่ เป็นการกำหนดสัดส่วนความเป็นเจ้าของของบุคคลสัญชาติไทย หรือเป็นการผลิตสุราของ รัฐวิสาหกิจที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการผลิตสุรา หรือเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบอุตสาหกรรม รายย่อย คำว่า ผู้ประกอบอุตสาหกรรมรายย่อย ในตอนท้ายก็จะเห็นได้ว่าแตกต่างจากคำว่า ผู้ประกอบการรายย่อยในตอนต้น นัยก็คือว่าตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๔ ได้มีนิยามศัพท์ชัดเจน คำว่า ผู้ประกอบอุตสาหกรรม และคำว่า โรงอุตสาหกรรม โรงอุตสาหกรรมคือสถานที่ผลิตสินค้า ผู้ประกอบอุตสาหกรรมคือเจ้าของ หรือผู้จัดการ หรือผู้ดำเนินการในการผลิตสินค้าเท่านั้นเอง ตอนท้ายจึงใช้คำว่า หรือเพื่อ ส่งเสริมผู้ประกอบอุตสาหกรรมรายย่อย โรงงานสุราที่ได้รับอนุญาตผลิตสุราโรงเล็ก โรงกลาง มีสถานะเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมาย ๒ กลุ่มนี้ก็จะถูกตีความว่าเป็นผู้ประกอบ อุตสาหกรรมรายย่อยที่อาจได้รับการส่งเสริมในเรื่องของการกำกับดูแลที่น้อยกว่าโรงใหญ่ การกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการอนุญาตที่น้อยกว่าโรงใหญ่แบบนี้เป็นเรื่องที่สามารถ เลือกปฏิบัติได้ เพราะว่าตอนท้ายก็จะยกเว้นว่าเป็นการเลือกปฏิบัติเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบ อุตสาหกรรมรายย่อย เท่านั้นเองครับที่มีความแตกต่างระหว่าง ๒ คำครับ ขอบพระคุณครับ ขออนุญาตเพิ่มเติมอีกนะครับ ปกติการอนุญาตผลิตสุราก่อนกฎกระทรวงปี ๒๕๖๕ ไม่เคยมีถ้อยคำว่า เพื่อการค้าหรือมิใช่เพื่อการค้านะครับ พอปี ๒๕๖๕ มีเรื่องของต้องการให้ผลิตบริโภคเองที่บ้าน การอนุญาตผลิตสุราจึงแยกเป็น ๒ คำ แยกเป็น ๒ ลักษณะ คือผลิตเพื่อการค้าและผลิตโดยมิใช่เพื่อการค้า ผลิตมิใช่ เพื่อการค้าแทบจะไม่ดูอะไรเลยครับ ดูแค่คุณสมบัติของผู้ขอผลิตนะครับว่าจะต้องมีอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ แล้วก็ดูสถานที่ผลิตว่าผลิตกินเองที่บ้านนั้นจะต้องไม่ก่อความเดือดร้อน รำคาญให้กับผู้อยู่อาศัยข้างเคียงเท่านั้นเองนะครับ มีมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ ในหลักเกณฑ์ตาม มาตรา ๑๕๓ ที่สภากำลังพิจารณาอยู่ก็จะเป็นหลักเกณฑ์ว่าหากเป็นการอนุญาตผลิต เพื่อการค้าควรจะต้องมีข้อกำหนดแบบใด ควรจะต้องมีการส่งเสริมผู้ผลิตรายเล็กรายย่อย แบบใด แล้วก็ห้ามมีข้อกำหนดในลักษณะใด แต่ในเรื่องของผลิตโดยมิใช่เพื่อการค้าก็ยังคง อยู่ในกฎกระทรวงการอนุญาตผลิตสุรา ก็ยังคงเป็นการอนุญาตอย่างง่ายที่แทบจะไม่ได้กำกับ ดูแลอะไรมากนะครับ จะดูแค่ผลกระทบต่อที่อยู่อาศัยข้างเคียงเท่านั้นเอง ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ มีท่านกรรมาธิการชี้แจงอีกไหมครับ เชิญครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธาน ศิรสา ไชยหมาน ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมาธิการค่ะ ในประเด็นที่ ท่านสมาชิกได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องถ้อยคำที่กำหนดในตัวร่างวรรคสามของมาตรา ๑๕๓ ที่ว่าในการที่จะออกกฎกระทรวงนี้ไม่ให้กำหนดหลักเกณฑ์ใดในการพิจารณาออกใบอนุญาต ที่เป็นการเลือกปฏิบัติผูกขาดทางเศรษฐกิจโดยไม่เป็นธรรม หรือเป็นการสร้างภาระเกิน สมควร ก็ต้องขออนุญาตเรียนชี้แจงว่าที่มาก็เกิดจากว่ากฎกระทรวง ฉบับปี ๒๕๖๕ มันอาจจะมีประเด็นปัญหาที่ทำให้การประกอบกิจการในเรื่องนี้มันเป็นอุปสรรค อย่างเช่น ในเรื่องของกำลังเครื่องจักร หรือกำลังคน หรือว่าขนาดกำลังการผลิต ทุนจดทะเบียน หรือว่า ระยะเวลาในการประกอบกิจการ หรือในเรื่องของการที่จะต้องทำรายงานการประเมินผล กระทบสิ่งแวดล้อมนะคะ จึงเป็นที่มาของการแก้ไขในร่างมาตรา ๑๕๓ ตรงนี้เพื่อให้เกิดความ ชัดเจน แล้วก็เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ให้กับผู้ที่จะขออนุญาตได้รับความเสมอภาคกัน ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญในมาตรา ๗๗ ด้วยที่บอกว่าในการที่จะออกกฎหมายนี้จะต้อง ไม่ก่อให้เกิดภาระกับประชาชนนะคะ ซึ่งในกฎกระทรวง ฉบับปี ๒๕๖๕ ที่ผ่านมานี้ อาจจะมีประเด็นที่ทำให้เกิดภาระหรืออุปสรรคกับการทำสุราในส่วนนี้ค่ะ คำว่า เลือกปฏิบัติ จริง ๆ แล้วเราก็ได้คุยกันในชั้นกรรมาธิการนะคะว่าอย่างไหนเป็นการเลือกปฏิบัติ ก็อาจจะเป็นกรณีอย่างเช่นว่ามีผู้ประกอบการหลายรายมาดำเนินการ แต่ว่าเวลาที่จะให้เขา ทำอะไรผู้ประกอบการรายหนึ่งอาจจะทำแค่ ๔ ๕ กิจกรรม ในขณะที่ผู้ประกอบการอีก รายหนึ่งอาจจะต้องทำมากกว่านั้น อันนี้ก็เป็นเหมือนกับตุ๊กตาที่เราคุยกันในที่ประชุมนะคะ แล้วมันทำให้เกิดปัญหากับการประกอบกิจการแล้วก็ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นมา ส่วนในเรื่องการผูกขาดทางเศรษฐกิจก็อาจจะมีกรณีที่ว่าจะให้หน่วยหรือผู้ประกอบการ รายหนึ่งรายใดทำเป็นแค่หน่วยเดียวหรือมีอำนาจทำอย่างเดียวจากกฎกระทรวงเดิมนั้น รวมถึงกรณีสุดท้ายที่เป็นกรณีการสร้างภาระที่เกินสมควรก็อย่างที่เรียนค่ะว่ารัฐธรรมนูญ บอกแล้วว่าการดำเนินการการประกอบอาชีพอะไรจะต้องไม่ก่อให้เกิดภาระกับประชาชน แล้วในเรื่องนี้ทั้งเรื่องการปฏิบัติ การผูกขาดที่ไม่เป็นธรรม หรือว่าเรื่องการสร้างภาระ เกินสมควร เวลาที่จะพิจารณาคือท่านสมาชิกได้ถามว่าจะพิจารณาอย่างไรตรงนี้ในการ ดำเนินการก็จะต้องดู คำนึงถึงหลักความได้สัดส่วนหรือ Pro-population ค่ะ ตรงนี้จะต้อง เอามาพิจารณาในหลาย ๆ เรื่อง เช่นยกตัวอย่างไปข้างต้น ในเรื่องของกำลังเครื่องกล หรือว่าขนาดกำลังการผลิต หรือปริมาณการผลิตตรงนี้ก็ต้องเป็น ตัวที่จะต้องนำมาพิจารณาว่าในการที่จะออกกฎกระทรวงอันใหม่ที่ตามมาตรา ๑๕๓ เป็นการ ดำเนินการที่มันได้สัดส่วนไหม แล้วก็เหมาะสมไหม เป็นการสร้างภาระไหม ในส่วนนี้ก็ถึงเป็น ที่มาของถ้อยคำที่อยากจะเขียนให้ชัดเจนว่าในกฎกระทรวงที่เราจะออกใหม่ตามร่าง มาตรา ๑๕๓ ทางหน่วยงานของรัฐจะต้องดำเนินการในเรื่องไหนบ้างนะคะ ตรงนี้ถือว่าเป็น หลักแล้วก็ใจความสำคัญอย่างมากเลยที่คณะกรรมาธิการท่านให้ความสำคัญในการที่เราจะ เขียนหลักการสำคัญอย่างที่เรียนว่า ๓ หลักตรงนี้ ส่วนในรายละเอียดก็คงต้องพิจารณาดู ให้เหมาะสม ให้ได้สัดส่วนแล้วก็ไม่เป็นภาระกับประชาชน ในส่วนของถ้อยคำตรงนี้ก็คิดว่า จะขออนุญาตเรียนชี้แจงท่านสมาชิกนะคะ แล้วก็ขอขอบคุณที่ท่านได้ดูจากถ้อยคำก็จะตรง กับที่ทางกฤษฎีกา แล้วก็ฝ่ายเลขา แล้วก็กรรมาธิการได้ตรวจสอบมา ขอบพระคุณค่ะ🔗
ในมาตรา ๓ ท่านกรรมาธิการเท่าพิภพ ทั้ง ๒ ท่าน ติดใจไหมครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม เท่าพิภพ เมื่อสักครู่ได้ยินทางกรมสรรพสามิตชี้แจงก็เข้าใจว่าน่าจะหมายถึงบุคคลธรรมดา นิติบุคคล ทั่วไปก็จะได้รับสิทธินั้น ในส่วนของผมผมไม่ติดใจครับท่านประธาน🔗
ท่านประธานครับ ในส่วนของผม ยังติดใจครับ ก็ยืนยันว่าโดยหลักการเป้าหมายของกรรมาธิการทุกคนเห็นพ้องต้องกัน เพียงแต่ว่าในเรื่องของการเขียนกฎหมายตามนิติบัญญัติ แล้วก็ข้อความที่ถูกต้องเพื่อสื่อ ความหมายอย่างชัดเจนไม่ให้ถูกตีความผิดเพี้ยนไป ผมขอยืนยันข้อความที่ผมสงวนคำแปร ญัตติไว้ครับ🔗
เนื่องจากว่าท่านกรรมาธิการที่แปรญัตติท่านยังติดใจอยู่นะครับ ดังนั้นกรรมาธิการมีการ แก้ไขนะครับ ผมจะขอถามมติจากที่ประชุมก่อนว่าจะเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่นะครับ กรณีที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการแก้ไข ผมจึงจะถามมติจากที่ประชุมต่อไปว่าจะเห็นด้วย กับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือของคณะกรรมาธิการที่ขอสงวน ความเห็น ก่อนลงมติก็ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ตามห้อง กรรมาธิการหรืออยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมครับ🔗
ท่านที่เข้าห้องประชุมแล้วเสียบบัตรกดปุ่มแสดงตนเลยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ กรวีร์ ๐๐๔ แสดงตนครับ🔗
๐๐๔ แสดงตนนะครับ เข้ามาแล้วกดปุ่มแสดงตนได้เลยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๓๖๓ แสดงตนครับ🔗
๓๖๓ แสดงตนนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๒๑๗ แสดงตนครับ🔗
๒๑๗ แสดงตนนะครับ แสดงตนกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่ ส่งผลครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธาน แสดงตนค่ะ🔗
หมายเลขอะไรครับ ชื่ออะไรครับ🔗
๑๗๑ ธีรรัตน์แสดงตนค่ะ🔗
๑๗๑ เพิ่มเข้าไปอีกนะครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๒ ท่าน บวกอีก ๓ ท่าน เป็น ๔๐๕ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปเชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นควรให้มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นควรให้มีการแก้ไขให้คงไว้ตามร่างเดิมโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควร งดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนนเลยครับ🔗
ลงคะแนนเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๒๒ ท่าน เห็นด้วย ๔๑๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๔ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการแก้ไขนะครับ🔗
ต่อไปผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือไม่นะครับ หรือของคณะกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น จะเห็นกับเสียงข้างมาก หรือเสียงข้างน้อยนะครับ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งนะครับ🔗
กดปุ่มแสดงตนเลยครับ🔗
แสดงตนเรียบร้อยนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๖ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนน ได้เลยครับ🔗
สมาชิกเลข ๔๒๐ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๒๐ ไม่เห็นด้วยนะครับ ลงคะแนนเรียบร้อย ขอปิดการลงคะแนนครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๑๖ บวก ๑ เป็น ๔๑๗ ท่าน เห็นด้วย ๒๖๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๕๑ บวก ๑ เป็น ๑๕๒ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไขนะครับ🔗
ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการครับ🔗
มาตรา ๔ มีการแก้ไข🔗
เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วย กับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งครับ🔗
กดปุ่มแสดงตนเลยครับ🔗
แสดงตนเรียบร้อยนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๘ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนนเลยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๒๐ เห็นด้วยครับ🔗
๔๒๐ เห็นด้วยนะครับ ลงคะแนนเรียบร้อยนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๑๖ บวก ๑ เป็น ๔๑๗ ท่าน เห็นด้วย ๔๑๓ บวก ๑ เป็น ๔๑๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการนะครับ🔗
ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการครับ🔗
มาตรา ๕ มีการแก้ไข🔗
เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไขนะครับ ดังนั้นผมขอถามมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่ง นะครับ🔗
ท่านสมาชิกกดปุ่มแสดงตนเลยครับ🔗
แสดงตนเรียบร้อยหรือยังครับ ขอปิดการแสดงตนนะครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๑ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไปเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนนได้เลยครับ🔗
๔๒๐ เห็นด้วยครับ🔗
๔๒๐ เห็นด้วยนะครับ ลงคะแนนเรียบร้อยแล้ว ขอปิดการลงคะแนนครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๑๕ บวก ๑ เป็น ๔๑๖ ท่าน เห็นด้วย ๔๑๒ บวก ๑ เป็น ๔๑๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไข ของคณะกรรมาธิการ🔗
เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ🔗
มาตรา ๖ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๗ ไม่มีการแก้ไข🔗
จบการพิจารณาเรียงตามลำดับมาตราแล้วนะครับ ต่อไปเป็นการพิจารณาทั้งร่างเป็นการสรุป อีกครั้งหนึ่ง ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๒ มีสมาชิกท่านใดที่จะขอแก้ไขถ้อยคำ มีไหมครับ ถ้าไม่มีถือว่าจบการพิจารณาในวาระที่สองนะครับ ต่อไปเป็นการพิจารณาในวาระที่สาม เพื่อให้สภาลงมติว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบโดยไม่มีการอภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๓ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งครับ🔗
เชิญท่านสมาชิกกดปุ่มแสดงตนเลยครับ🔗
แสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๔๑๐ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไปผมจะขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... หรือไม่ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกลงคะแนนเลยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๒๐ เห็นชอบครับ🔗
๔๒๐ เห็นชอบนะครับ ลงคะแนนเรียบร้อยแล้ว ขอปิดการลงคะแนนครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๑๙ บวก ๑ เป็น ๔๒๐ ท่าน เห็นด้วย ๔๑๔ บวก ๑ เป็น ๔๑๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับ ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
เนื่องจากคณะกรรมาธิการได้มีข้อเสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานเพื่อให้สภาพิจารณาลงมติว่า จะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ โดยไม่มีการอภิปราย ซึ่งถ้าเห็นด้วย จะได้ส่งรายงานและข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบ หรือดำเนินการต่อไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๗ วรรคสอง ประกอบกับข้อ ๑๐๕ รายละเอียด ของข้อสังเกตปรากฏตามรายงานของคณะกรรมาธิการแล้วนะครับ ต่อไปเชิญท่านสมาชิก กดปุ่มแสดงตน ขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งนะครับ🔗
กดปุ่มแสดงตนเลยครับ🔗
แสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๕ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไปผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนได้เลยครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกลงคะแนน เลยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๒๐ เห็นชอบครับ🔗
เห็นด้วยใช่ไหมครับ ไม่มีท่านใดลืมลงคะแนนนะครับ ขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๑๖ บวก ๑ เป็น ๔๑๗ ท่าน เห็นด้วย ๔๑๐ บวก ๑ เป็น ๔๑๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุม มีมติเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการนะครับ🔗
ขอบคุณกรรมาธิการครับ ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วนนะครับ🔗
ด้วยในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๒๔ วันพุธที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๗ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้เลื่อนการพิจารณาระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๑ และเรื่องด่วนที่ ๒ ออกไปก่อน เพื่อรอการพิจารณาพร้อมกันกับร่างพระราชบัญญัติ ที่เกี่ยวข้อง ที่เกี่ยวเนื่องกัน ดังนั้นผมขอดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ🔗
๓. ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งนายวรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ (ในระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๓)🔗
เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติทำนองเดียวกันอีก ๒ ฉบับนะครับ ได้แก่🔗
๑. ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งนายโกศล ปัทมะ กับคณะ เป็นผู้เสนอ (ในระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๕)🔗
๒. ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ (ในระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๗)🔗
ซึ่งผมเห็นว่าสามารถที่จะรวมระเบียบวาระการประชุมเพื่อนำมาพิจารณา พร้อมกัน และลงมติในวาระที่หนึ่งร่วมกัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) และข้อ ๑๑๗ วรรคสาม จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบ ผมขอดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
ด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและคณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ มายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ (๑) และ (๒) โดยร่างพระราชบัญญัติของท่านวรภพ กับคณะ กับร่างของท่านโกศล ปัทมะ กับคณะ เป็นร่างพระราชบัญญัติที่คณะรัฐมนตรีรับไปพิจารณาก่อนสภาลงมติตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๘ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๗ รับทราบข้อสังเกตและผลการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ และมีมติให้ ส่งคืนร่างพระราชบัญญัติ พร้อมให้แจ้งความเห็นของคณะรัฐมนตรีว่า คณะรัฐมนตรี รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ และให้ส่งความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ส่วนร่างของคณะรัฐมนตรีได้เสนอมา พร้อมกับรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น จากร่างกฎหมายเพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ วรรคสอง รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม เข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง ต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ดังนั้นขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงต่อ ที่ประชุม ท่านแรก ท่านภัทรภร เวชรังษี ผู้ตรวจราชการกรมบังคับคดี ท่านที่ ๒ ท่านทัศน์พร จินันทุยา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการบังคับคดีล้มละลายนะครับ ต่อไปเชิญคณะรัฐมนตรี แถลงหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้มานำเสนอกฎหมายร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในเรื่องของกระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้ค่ะ หลักการก็คือ ๑. ได้มีการ แก้ไขพระราชบัญญัติบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ ดังนี้ค่ะ🔗
ในหลักการแก้ไขข้อที่ ๑ เป็นเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมจำนวนหนี้ของลูกหนี้ ที่ขอให้มีการฟื้นฟูกิจการในหมวด ๓/๑ กระบวนการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่มีการแก้ไข เพิ่มเติมมาตรา ๙๐/๓ และมาตรา ๙๐/๔ (๑) และมาตรา ๙๐/๖ (๒)🔗
ในข้อที่ ๒ ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด ๓/๒ กระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับ การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นกิจการขนาดย่อม มาตรา ๙๙/๙๑ ถึงมาตรา ๙๐/๑๓๔ นอกจากนั้นยังมีการเพิ่มหมวด ๓/๓ ในเรื่องของกระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟู กิจการของลูกหนี้ หมวด ๓/๑ และหมวด ๓/๒ แบบเร่งรัด มาตรา ๙๐/๑๓๕ ถึงมาตรา ๙๐/๑๕๒ นอกจากนั้นยังได้มีการเพิ่มหมวด ๓/๔ กระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของ ลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดา มาตรา ๙๐/๑๕๓ ถึงมาตรา ๙๐/๑๘๐ โดยมีเหตุผลดังนี้ ท่านประธานที่เคารพคะ เนื่องด้วยกฎหมายล้มละลายที่ใช้ในปัจจุบันได้มีการเพิ่มเติม หมวด ๓/๑ การฟื้นฟูกิจการของธุรกิจขนาดใหญ่ตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภายหลังวิกฤติของต้มยำกุ้ง โดยนับถึงปัจจุบันและสถิติที่เข้าสู่การฟื้นฟูกิจการตาม หมวด ๓/๑ จำนวนทั้งสิ้น ๖๒๓ คดี เฉลี่ยปีละ ๒๔ คดี ต่อมาในปี ๒๕๕๙ ได้เพิ่มหมวด ๓/๒ ซึ่งเป็นการฟื้นฟูกิจการของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือว่า SMEs ที่ยื่นคำร้อง ขอฟื้นฟูกิจการทั้งหมด ๙ คดี และมีเพียง ๒ คดีที่ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้ฟื้นฟู กิจการโดยผลของคดีที่มีคำสั่งให้ยกเลิกให้มีการฟื้นฟูคดีทั้ง ๒ คดี ซึ่งสาเหตุที่สำคัญ เนื่องจากว่า SMEs ไม่สามารถเข้าสู่การฟื้นฟูกิจการได้ เนื่องจากเป็น SMEs ที่ไม่ได้ขึ้น ทะเบียนกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเราเรียกว่า สสว. หรือว่า SMEs เหล่านั้นไม่ได้แนบหลักฐานการแสดงว่าเจ้าหนี้ได้ให้ความเห็นชอบในแผนที่ ไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของจำนวนหนี้ทั้งหมดนะคะ🔗
สำหรับร่างกฎหมายที่เสนอเข้ามาสู่การพิจารณาของสภาในวันนี้นะคะ จึงได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด ๓/๑ ซึ่งกำหนดให้จำนวนหนี้ของลูกหนี้ที่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ สามารถร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการได้โดยจำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐ ล้านบาทหรือไม่น้อยกว่า ๕๐ ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันและสอดคล้องกับหมวด ๓/๒ ที่ได้มีการปรับแก้ไขเพิ่มเติม นอกจากนั้นยังได้มีการยกเลิกหมวด ๓/๒ ซึ่งเป็นการฟื้นฟู กิจการของลูกหนี้ที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs และร่างขึ้นใหม่ ทั้งหมดค่ะ ทั้งนี้ท่านประธาน SMEs เป็นบุคคลธรรมดาแล้วก็นิติบุคคลทั้งหมดประมาณ ๓,๒๐๐,๐๐๐ รายเศษ โดยมี SMEs มากกว่า ๒,๑๐๐,๐๐๐ รายเศษ ที่มีหนี้ค้างชำระหรืออยู่ ในสถานะที่จะชำระหนี้ได้ ประกอบกับระยะเวลาที่ใช้บังคับกฎหมายนี้ผ่านมาเป็นระยะเวลา พอสมควร จึงต้องมีการทบทวนเพิ่มเติมกฎหมายเพื่อให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ ปัจจุบันและสามารถบังคับใช้ให้มีผลสัมฤทธิ์ต่อพี่น้องประชาชนมากขึ้นค่ะ ขออนุญาต ได้เพิ่มเติมหลักการสำคัญดังนี้ค่ะ🔗
หลักการในข้อ ๒.๒ ที่นำกล่าวไปเมื่อสักครู่ก็จะเป็นเรื่องของกำหนดจำนวน หนี้ของลูกหนี้ที่เป็น SMEs ทั้งเป็นบุคคลธรรมดาแล้วก็นิติบุคคลที่มีจำนวนหนี้น้อยกว่า ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท สามารถขยายแล้วก็ฟื้นฟูกิจการได้ค่ะ🔗
ในข้อ ๒.๒ ได้มีการยกเลิกเงื่อนไขที่ต้องเป็น SMEs ที่ต้องขึ้นทะเบียนกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือว่า สสว. หรือว่าหน่วยงานอื่น ของรัฐเพื่อเปิดกว้างให้ลูกหนี้ที่ประกอบกิจการขนาดย่อมสามารถขอฟื้นฟูกิจการได้ เช่นเดียวกันค่ะ🔗
นอกจากนั้นในข้อ ๒.๓ ได้กำหนดให้เกิดสภาวะการพักการชำระหนี้ทันที เมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอเพื่อให้คุ้มครองลูกหนี้ไม่ให้ถูกบรรดาเจ้าหนี้ต้องบังคับชำระหนี้ ได้อย่างทันท่วงที🔗
ข้อ ๒.๔ คือผู้ค้ำประกันจะต้องได้รับความคุ้มครองให้ไม่ต้องรับผิดชอบ ร่วมกับลูกหนี้ร่วมสอดคล้องกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตามมาตรา ๖๘๑/๑ ท่านประธานคะ🔗
นอกจากนั้นในข้อ ๓ เรายังได้มีการเพิ่มเติมหมวด ๓/๓ ซึ่งเป็นเรื่องของ กระบวนการพิจารณากับการฟื้นฟูกิจการแบบเร่งรัดขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ ลูกหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการทั้งหมดในหมวด ๓/๑ แล้วก็หมวด ๓/๒ สามารถยื่นคำร้องขอให้มี การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แบบเร่งรัดโดยแนบหลักฐาน แล้วก็แสดงว่าเมื่อหลักฐานนั้น ยื่นแล้วเจ้าหนี้ก็ได้มีมติยอมรับแผนแล้ว ลูกหนี้จะต้องมีการยื่นร้องขอโดยสุจริตในทันทีนะคะ🔗
นอกจากนั้นยังได้มีการเพิ่มเติมหมวด ๓/๔ คือกระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับ การฟื้นฟูของลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดาขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ที่เป็น บุคคลธรรมดาที่มีรายได้ประจำอยู่แล้ว และมีหนี้กำหนดแน่นอนว่าไม่ต่ำกว่าในจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาทหรือว่าประกอบกิจการหนี้ที่อาจกำหนดได้โดยแบ่งไม่ต่ำกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือไม่เกิน ๑ ล้านบาท ซึ่งสามารถยื่นคำขอร้องต่อศาลในการฟื้นฟู กิจการได้ค่ะ🔗
ท่านประธานที่เคารพค่ะ ทั้งนี้ในการจัดทำแผนฟื้นฟูและบริหารตามแผนที่ กำหนดที่สำคัญคือในเรื่องของการชำระหนี้ตามแผน แล้วก็ลำดับการชำระหนี้ในแผนโดยให้ ชำระต้นเงิน แล้วก็ดอกเบี้ยหรือประโยชน์อื่นใดให้เพิ่มเติมที่ลำดับไว้เพื่อไม่ให้เงินต้นลดลง แล้วก็เป็นการลดภาระในการชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ได้รวดเร็วขึ้น แต่อย่างไรก็ดีท่านประธาน ลูกหนี้ก็ต้องมีความสุจริตใจในการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสถานะเช่นเดียวกัน มิฉะนั้นหาก ลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูในสถานะได้ ศาลก็จะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ของลูกหนี้ทันที โดยมีผลของทางกฎหมาย ท่านประธานคะ พอเรามาดูปริมาณของคดีแพ่ง ที่ศาลพิพากษาและอยู่ในขั้นของการบังคับคดี ก็พบว่าบุคคลธรรมดาที่มีหนี้เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๑ ล้านบาท มีจำนวนประมาณ ๑,๗๐๐,๐๐๐ คดี และกลุ่มหนี้ ระหว่าง ๓-๕ ล้านบาท มีจำนวนประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ คดี หากนับรวมถึงนิติบุคคล อีกประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ คดี ซึ่งเหล่านี้นับว่าเป็นสินเชื่อส่วนบุคคล หนี้บัตรเครดิต หรือหนี้ เกิดจากการเช่าซื้อและหนี้อื่น ๆ เช่นหนี้ครัวเรือน รวมทั้งหนี้กองทุนที่ให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือว่าหนี้ กยศ. นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนี้ด้วยเช่นกันค่ะ และมีเจ้าหน้าที่หลายราย ยังมีอีกเป็นจำนวนมากที่ผิดนัดการชำระหนี้และอาจถูกฟ้องเป็นคดีแพ่งในโอกาสต่อไป ซึ่งร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเป็นการสร้างโอกาสให้บุคคลเหล่านี้ได้มีแนวทางในการบริหารหนี้สิน ของตนเองและสามารถช่วยให้คนไทยจำนวนมากที่เป็นหนี้สินได้มีโอกาสดำเนินชีวิตอย่างมี คุณภาพมากขึ้นค่ะ ดิฉันจึงขอนำเสนอร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวต่อประธานสภาไปยังท่านสมาชิก ที่เคารพทุกท่านให้ที่ประชุมแห่งนี้ได้ช่วยกันพิจารณา ซึ่งถ้าสภาผู้แทนราษฎรได้มีข้อซักถาม หรือว่าประเด็นใด ๆ รวมทั้งทางสมาชิกที่มีข้อสงสัย ดิฉันมีเจ้าหน้าที่ที่มารอชี้แจงกับทาง ท่านสมาชิกและดิฉันหวังว่าท่านสมาชิกจะให้ความเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในโอกาสต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ เนื่องจากว่ามีพระราชบัญญัติที่สมาชิกเสนอมา ๒ ฉบับ ที่รัฐมนตรี รับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ ผมก็จะให้ท่านไม่ต้องเสนอหลักการและเหตุผล เพราะว่าเรา ได้เสนอมาแล้ว แล้วสมาชิกก็ได้อภิปรายไปแล้ว ในช่วงนี้อยากจะให้ท่านผู้เสนอทั้งสอง ได้เสนอประเด็นที่คณะรัฐมนตรีได้ส่งแก้ไขแล้วก็ส่งคืนมา รวมทั้งข้อสังเกตด้วยนะครับ ท่านแรกขอเชิญคุณวรภพ วิริยะโรจน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็ขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่..) พ.ศ. .... นี้ครับ นับเป็นครั้งที่ ๓ ที่ผมได้อภิปรายเสนอหลักการในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้เป็นประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนนะครับ สาระสำคัญที่ผมอยากจะชวนให้ท่านประธานแล้วก็พี่น้องประชาชนเข้าใจ ง่าย ๆ ว่ามันคือร่างกฎหมายที่จะมาช่วยลูกหนี้แก้ไขปัญหาหนี้สิน เพิ่มสิทธิลูกหนี้ SMEs เอง ก็สามารถฟื้นฟูกิจการได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องถูกเจ้าหนี้ฟ้องยึดทรัพย์ ปิดกิจการเมื่อเจอปัญหา สภาพคล่อง ในขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มสิทธิให้กับลูกหนี้บุคคลธรรมดาให้สามารถมีสิทธิ เจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ทุกรายพร้อมกันได้ โดยไม่ต้องรอให้ถูกฟ้องล้มละลายก่อน อันนี้ก็จะทำให้แก้ปัญหาให้กับลูกหนี้ได้ แล้วก็ไม่ต้องมีคนล้มละลายเพิ่มโดยไม่จำเป็น ก็เลยเป็นที่มาสาระสำคัญที่อยากจะอภิปรายอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ยืนยันว่าร่างนี้เป็นประโยชน์ กับลูกหนี้จริง ๆ นะครับ ทั้งในแง่ของมุม SMEs อย่างที่บอกว่าถ้าใครทำธุรกิจก็จะทราบดีว่าเวลาเราเจอปัญหา สภาพคล่อง จริง ๆ แล้วกิจการยังสามารถกลับมาตั้งหลัก ตั้งตัวได้ แต่ถ้าเกิดว่าเจ้าหนี้มาฟ้อง ยึดทรัพย์ของลูกหนี้ SMEs ไปก่อน กิจการก็ต้องหยุดชะงักลง และสุดท้ายกลายเป็นว่าลูกหนี้ ก็จ่ายหนี้คืนเจ้าหนี้ได้น้อยกว่า ถ้าเกิดว่าเราแก้ปัญหาสภาพคล่องตรงนี้ไปได้ ก็เลยเป็นที่มา ที่ร่างนี้อาจจะให้สิทธิ SMEs มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลดเพดานหนี้สำหรับนิยาม SMEs จากเดิม ๕๐ ล้านบาทเป็น ๑๐ ล้านบาท เพื่อให้ครอบคลุม SMEs ได้มากขึ้น ให้ลูกหนี้ SMEs มีสิทธิ ในการยื่นขอต่อศาลขอพักชำระหนี้ ๓ เดือน เพื่อนัดประชุมเจ้าหนี้ เพื่อให้เจ้าหนี้มาประชุม เจ้าหนี้เพื่อให้สามารถหาข้อสรุปแล้วก็เจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ทุกรายพร้อมกันได้ เพื่อให้เป็นประโยชน์กับทั้งเจ้าหนี้แล้วก็ลูกหนี้เอง แล้วก็เช่นเดียวกันครับมีการเพิ่มหมวด ฟื้นฟูแบบเร่งรัด ในกรณีที่ลูกหนี้สามารถทำแผนฟื้นฟูแล้วก็สามารถตกลงกับเจ้าหนี้ได้ ล่วงหน้าแล้ว ก็ทำให้กระบวนการฟื้นฟูกิจการเหล่านี้เป็นไปได้เร็วขึ้น ในขณะเดียวกันสิ่งที่ สำคัญไม่แพ้กันในหลักการของร่างทั้ง ๓ ฉบับนี้ ก็คือว่าเราเพิ่มสิทธิของลูกหนี้บุคคลธรรมดา เข้ามาด้วย ในวิกฤติโควิดที่เราผ่านมาแล้วต้องยืนยันครับว่านี่คือวิกฤติของหนี้ครัวเรือนครับ ปัจจุบันคนไทยเป็นหนี้เสีย ๑ ใน ๕ นะครับ ท่านเดินเจอคนไทยที่มีหนี้ ๕ คน ๑ คนเป็น หนี้เสียอยู่ ดังนั้นหนี้กลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขเพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาเดินหน้า แต่คนไทยเองก็มีหนี้เฉลี่ย ๓.๓ บัญชีต่อคน นั่นหมายความว่าอะไรครับ ลูกหนี้เมื่อมีปัญหา เจรจากับเจ้าหนี้รายแรกตกลงได้ แต่ถ้าเจ้าหนี้รายที่ ๒ รายที่ ๓ ไม่ได้เห็นด้วย ลูกหนี้ก็ไม่มี ทางออกครับ ดังนั้นมันจึงเป็นที่มาที่ต้องเพิ่มสิทธิตรงนี้ให้กับลูกหนี้ แม้ที่เป็นบุคคลธรรมดา เป็นพนักงานประจำก็ตาม ให้เขาสามารถมีสิทธิตรงนี้ด้วยในการที่จะขอฟื้นฟูหนี้สิน เจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ทุกรายพร้อมกันได้ เขาถึงจะเจอทางออกในการแก้ไข ปัญหาหนี้สินสำหรับลูกหนี้แต่ละคนครับ นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ในการแก้ไขปัญหาให้กับหนี้ครัวเรือน เพราะว่าถ้าเกิดเราปล่อยให้กฎหมายเดิมก็คือลูกหนี้ ที่มีปัญหาจะมีสิทธินี้ได้ก็ต่อเมื่อถูกเจ้าหนี้ฟ้องล้มละลายก่อน ซึ่งแน่นอนเป็นสิ่งที่ผมคิดว่า เราไม่มีใครอยากจะให้มันเกิดขึ้น แม้กระทั่งในเจ้าหนี้เองก็ตาม เพราะเจ้าหนี้ก็ยังมองว่า การที่สามารถมีกระบวนการให้เจรจากับลูกหนี้ได้เป็นประโยชน์กับเจ้าหนี้มากกว่านะครับ ดังนั้นในมุมหนึ่งก็ยังขอยืนยันครับว่าในร่างกฎหมายฉบับนี้มันก็ยังมีส่วนที่เป็นประโยชน์กับ เจ้าหนี้ด้วย แล้วก็มีส่วนที่เป็นคุ้มครองสิทธิของเจ้าหนี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นว่าเจ้าหนี้เกินกึ่งหนึ่ง ต้องเห็นชอบกับแผนฟื้นฟูกิจการหรือแผนฟื้นฟูหนี้สินตรงนี้ แล้วก็เจ้าหนี้ทุกรายจะต้องได้รับ ชำระหนี้ไม่น้อยกว่ากรณีที่ลูกหนี้รายนั้นถูกพิทักษ์ทรัพย์ล้มละลายไป แน่นอนครับ นี่คือคุ้มครองสิทธิของเจ้าหนี้ครับ ไม่ว่าจะเจรจาปรับโครงสร้างหนี้อย่างไรก็แล้วแต่ เจ้าหนี้เองก็ต้องได้รับหนี้คืนไม่น้อยกว่าที่กรณีลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลายนะครับ🔗
อันที่ ๓ ครับ มันก็คือการคุ้มครองเจ้าหนี้รายได้ใหม่ ๆ สำหรับลูกหนี้ที่มี ปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัวไปแล้ว อันนี้ก็เป็นเรื่องของการคุ้มครองเจ้าหนี้รายใหม่ด้วย แน่นอนครับ จริง ๆ ต้องยืนยันอีกครั้งหนึ่งครับว่านี่เป็นร่างที่พิจารณามาตั้งแต่สมัยที่แล้ว ท่านรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมเองหรือท่านเพื่อนสมาชิกเองก็อยู่ในกรรมาธิการที่ทำเรื่องนี้ มาด้วยกัน ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ได้มีการเสนอกลับเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ อีกครั้งหนึ่งนะครับ ถ้าถามว่าเสียดายไหมก็อาจจะเป็นระยะเวลา ๒ ปีที่ล่าช้าไป ก็มีความ เสียดายที่ผมยังคิดอยู่ครับว่าถ้ากฎหมายนี้ออกมาได้รวดเร็วขึ้น การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลนี้ด้วย ก็สามารถดำเนินการแก้ไขได้รวดเร็วขึ้น ดียิ่งขึ้น และมี ประสิทธิภาพมากขึ้น ดีกว่าที่จะต้องล่าช้าออกไปมากกว่านี้ แต่แน่นอนครับในเรื่องของการ แก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในกฎหมาย แล้วก็เป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องฝากรัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการคำนึงถึงล่วงหน้า ก็คือการสร้างที่ปรึกษาทางการเงินหรือว่า หมอหนี้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในการทำแผนฟื้นฟูหรือว่าแผนฟื้นฟูหนี้สินตรงนี้นะครับ หาทางออกให้กับลูกหนี้ที่อาจจะมีความเฉพาะเจาะจงแต่ละรายแตกต่างกัน เพราะว่าเมื่อเรา มีกลไกกฎหมายรองรับ ต่อมาก็คือมีคนใช้องค์ความรู้หมอหนี้เข้ามาช่วยหาทางออกให้กับ ลูกหนี้แต่ละรายได้ ปัญหาหนี้ครัวเรือนของประเทศไทยที่ทุกวันนี้มีอยู่ก็จะแก้ไขได้รวดเร็วขึ้น เป็นสิ่งหนึ่งที่ยังต้องมีการคำนึงต่อเพราะเรื่องเหล่านี้อาจจะเขียนในกฎหมายอย่างเดียว ไม่เพียงพอ จึงเป็นที่มาที่อยากจะขอเสนอต่อสภาแห่งนี้ให้รับหลักการร่างนี้ แล้วก็ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา แล้วก็เพื่อออกมาบังคับใช้ แล้วก็เป็นประโยชน์กับลูกหนี้ แก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนได้รวดเร็วครับ ขอบคุณมากครับ🔗
อีกฉบับหนึ่ง ฉบับของคุณโกศล ปัทมะ กับคณะ เชิญครับผู้เสนอ ผู้เสนอจะขออภิปรายไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโกศล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอเสนอร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้ครับ🔗
หลักการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ ดังต่อไปนี้🔗
๑. แก้ไขเพิ่มเติมจำนวนหนี้ของลูกหนี้ที่ร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการใน หมวด ๓/๑ กระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้นะครับ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๙๐/๓ มาตรา ๙๐/๔ (๑) และมาตรา ๙๐/๖ (๒)🔗
๒. แก้ไขเพิ่มเติมกระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แก้ไขเพิ่มเติมหมวด ๓/๒ กระบวนการพิจารณา เกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มาตรา ๙๐/๙๑ ถึงมาตรา ๙๐/๑ มาตรา ๙๐/๑๒๘🔗
๓. กำหนดกระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แบบ เร่งรัด เพิ่มหมวด ๓/๓ กระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แบบเร่งรัด มาตรา ๙๐/๑๓๕ ถึงมาตรา ๙๐/๑๕๒🔗
๔. กำหนดกระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูสถานะของลูกหนี้ ที่เป็นบุคคลธรรมดา เพิ่มหมวด ๓/๔ กระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูสถานะลูกหนี้ ที่เป็นบุคคลล้มละลาย มาตรา ๙๐/๑๕๓ ถึงมาตรา ๙๐/๑๘๐🔗
๕. กำหนดอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในกระบวนการพิจารณา เกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ และบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง โดยเพิ่มมาตรา ๑๔๒/๑ และมาตรา ๑๗๔/๑ โดยมีเหตุผลดังนี้ครับ🔗
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลบทบัญญัติในหมวด ๓/๒ กระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ ได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งคุ้มครองเจ้าหนี้และบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยให้ลูกหนี้ที่มีลักษณะเป็น กิจการขนาดย่อมสามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการได้เช่นเดียวกับการฟื้นฟูกิจการปกติ และมีกระบวนการที่ไม่ซับซ้อน ทั้งนี้ลูกหนี้ยังเป็นผู้บริหารกิจการตามแผนฟื้นฟู อีกทั้ง กำหนดจำนวนหนี้ในการฟื้นฟูกิจการทั้งลูกหนี้ที่เป็นองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่และกิจการ ขนาดย่อม เพื่อให้สามารถร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการและสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบัน และเพิ่มเติมกระบวนการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แบบเร่งรัด เพื่อใช้เป็น ทางเลือกให้แก่ลูกหนี้ทั้ง ๒ ลักษณะดังกล่าว รวมถึงให้อำนาจเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ เพื่อทำให้กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ของลูกหนี้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ จึงขอให้สภาแห่งนี้ พิจารณาครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ สำหรับที่ท่านสมาชิกเสนอมา ๒ ฉบับนั้นเราได้พิจารณาในขั้นก่อนรับหลักการแล้ว เพราะฉะนั้นในวันนี้ก็อยากจะให้พิจารณาในประเด็นของร่าง พ.ร.บ. ของคณะรัฐมนตรี หรือทั้ง ๒ ฉบับที่คณะรัฐมนตรีได้ปรับปรุงส่งเข้ามา จะได้ใช้เวลาตรงตามข้อบังคับนะครับ ขณะนี้ได้มีสมาชิกได้ขอร่วมอภิปรายต่าง ๆ แต่ขอให้อยู่ในประเด็นที่ผมได้กล่าวถึงนะครับ ฉบับของคณะรัฐมนตรีเราเพิ่งได้รับวันนี้ ๒ ฉบับนั้นเราได้รับมาก่อนแล้ว แต่คณะรัฐมนตรี ได้นำไปปรับปรุงแก้ไขนะครับ ก็ให้อภิปรายในประเด็นที่แก้ไข สำหรับของคณะรัฐมนตรี ท่านก็อภิปรายได้นะครับ เพราะว่าท่านเพิ่งได้รับมา ตอนนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านได้มีผู้ขอ อภิปราย ๖ ท่าน พรรคร่วมรัฐบาล ๒ ท่าน รวม ๘ ท่าน แต่ว่าท่านสมาชิกที่สนใจจะขอ อภิปรายในพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้ก็ให้มาลงชื่อข้างหน้าได้ จะให้เวลาอีก ๑๐ นาทีก็จะปิดการลงชื่อนะครับ เวลาบ่ายสองโมงเราก็ปิดการลงชื่อครับ ขอให้มาลงชื่อข้างหน้านี้ท่านที่จะอภิปรายนะครับ ตอนนี้ก็จะให้ทางฝ่ายค้าน ๒ ท่าน รัฐบาล ๑ ท่าน ขอเชิญฝ่ายค้านก่อนนะครับ คุณธิษะณา ชุณหะวัณ ท่านละ ๗ นาที เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน สาทร และราชเทวี พรรคประชาชนค่ะ ดิฉันขอร่วมอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เนื่องจากกฎหมายล้มละลายค่ะ ท่านประธาน ที่มีประสิทธิภาพควรมีความสอดคล้องกับค่านิยมทางสังคมและเศรษฐกิจของ ประเทศ และที่ผ่านมาประเทศไทยต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้หลายครั้ง เราได้ยินหรือพบเห็นกับคนที่มีฐานะทางการเงินที่ค่อนข้างร่ำรวยทั้งในระดับปานกลางถึงใน ระดับสูงนะคะ ต้องเป็นบุคคลล้มละลายนั่นเองค่ะ ซึ่งปัญหามาจากการที่บุคคลล้มละลาย มากยิ่งขึ้น อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจและเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่จะส่งผลกระทบต่อ ปัญหาเศรษฐกิจในวงกว้างค่ะท่านประธาน เช่นเมื่อเกิดสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำหรือถดถอย ทำให้ผู้บริโภคและบริษัทต่าง ๆ จะเริ่มตระหนักถึงการกู้ยืมและการใช้จ่ายที่เกินตัว ซึ่งก็จะทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจชะงักงันค่ะ เมื่อผู้บริโภคหยุดใช้จ่าย บริษัทต่าง ๆ ก็อาจ สูญเสียกำไรและต้องเสี่ยงกับการล้มละลายไปด้วยเช่นกันค่ะ ท่านประธานและท่านสมาชิก ที่เคารพคะ ปัญหาหนี้สินเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อคนไทยจำนวนมากค่ะท่านประธาน ซึ่งสภาพความเป็นจริงนะคะ ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา นั่นก็เป็นปัญหาหนี้สิน ที่ติดตัวอยู่กับเราทั้งสิ้นค่ะ แล้วก็เป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป และดิฉันเชื่อว่าท่านผู้ทรงเกียรติ หลาย ๆ คนหรือว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ คนก็อาจมีภาระหนี้สินติดตัว ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เราได้รับรู้กันอยู่แล้วค่ะ และด้วยสภาวะโรคระบาดโควิด-๑๙ ที่ผ่านมา แล้วสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลง สืบเนื่องมาจากโรคระบาด ประชาชนในประเทศเราหลายคน เจอปัญหาต่อกระบวนการวางแผนทางการเงินที่ล้มเหลวหรือธุรกิจของหลายคนใน ประเทศไทยถูกมรสุมด้วยโรคระบาด ทำให้หลาย ๆ คน โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs หรือ ขนาดเล็กถึงขนาดกลางได้รับผลกระทบจากหนี้สินจากการกู้ยืมเป็นจำนวนมากค่ะ เพราะศักยภาพในการชำระของลูกหนี้นั้นเกิดการสะดุดค่ะท่านประธาน ซึ่งกลายเป็นว่า ผู้กู้ยืมนั้นไม่สามารถเป็นไปได้ตามที่ตกลงกับเจ้าหนี้ในหลายกรณีที่เกิดขึ้น โดยจากเดิมค่ะ ลูกหนี้เหล่านี้อาจเคยเป็นผู้ที่มีรายได้เพียงพอต่อการชำระหนี้ แต่พอเกิดสภาวะทาง เศรษฐกิจขึ้น ก็กลายเป็นมีหนี้สินล้นพ้นตัวไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ค่ะ ซึ่งดิฉันก็เข้าใจในจุดนี้ ที่รัฐก็กำลังพยายามที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ แล้วก็เป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลนี้ในการที่ จะแก้ไขเรื่องหนี้สินด้วยค่ะ แต่กระบวนการดังกล่าวก็ยังไม่ได้ครอบคลุมนะคะ เพราะตาม กฎหมายไทยกระบวนการฟื้นฟูหนี้มีสิทธิเฉพาะนิติบุคคลเท่านั้นค่ะท่านประธาน ซึ่งกลายเป็นว่าบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายก็ไม่มีทางเลือกค่ะ ท่านประธานให้พวกเขา ซึ่งมองตามความเป็นจริงในโลกธุรกิจไทย ไม่ได้มีแค่นิติบุคคลค่ะ ท่านประธาน เรายังมีผู้ประกอบการอีกจำนวนมากที่ทำธุรกิจในนามบุคคลทั่วไปหรือบุคคล ธรรมดาค่ะท่านประธาน จากตัวเลขที่ดิฉันได้ไปศึกษามาอาจจะมีจำนวนถึงหลักล้านราย ด้วยซ้ำนะคะท่านประธานที่ทำธุรกิจ ประกอบธุรกิจในนามของบุคคลธรรมดาและไม่ได้จด เป็นนิติบุคคล และผู้ประกอบการในส่วนนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดาก็มีปัญหาเรื่องหนี้สินนะคะ ท่านประธาน และกลายเป็นว่าพวกเขาก็ได้แค่เพียงนั่งรอวันเวลาที่อาจจะถูกยึดทรัพย์ค่ะ ท่านประธาน หรืออาจจะตกเป็นบุคคลล้มละลายไปค่ะ นั่นก็คือปัญหาที่ยังตกหล่นควรมีการ แก้ไขกฎหมายตรงนี้ค่ะท่านประธาน จะดีกว่าไหมคะ หากการแก้ไขกฎหมายครอบคลุมสิทธิที่ควรมีให้กับพวกเขาเหล่านั้นด้วยค่ะ เฉกเช่นเดียวกับกฎหมายที่เปิดช่องให้กับนิติบุคคล แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกนะคะ ท่านประธาน หากเปรียบเทียบในหลายประเทศจากประเด็นปัญหาที่ดิฉันได้กล่าวไปว่า สิทธิของลูกหนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลหรือลูกหนี้ธรรมดาในหลาย ๆ ประเทศนั้น ก็ให้สิทธิการฟื้นฟูหนี้สินแบบสมัครใจได้เช่นกันค่ะ แต่ในไทยไม่ได้รองรับตรงส่วนนี้นะคะ และช่องว่างทางกฎหมายของเราก็ทำให้ผู้ตกหล่นเหล่านี้ และยิ่งไปกว่านั้นหากลูกหนี้ มีเจ้าหนี้หลายรายโดยหากตกลงกันไม่ได้ทั้งหมดก็คงทำได้เพียงแค่รอเวลาให้ถูกยึดทรัพย์ค่ะ ท่านประธาน หรือปล่อยให้กลายไปเป็นบุคคลล้มละลายกันไปตาม ๆ กันตามกระบวนการ ทางกฎหมายก็เพียงเท่านั้นค่ะ ดิฉันเห็นใจลูกหนี้ที่สุจริตมาก ๆ ที่เป็นบุคคลทั่วไปนะคะ หากต้องปล่อยให้เป็นเหตุการณ์เช่นนี้ดำเนินต่อไปนะคะท่านประธาน ดิฉันคิดว่าในหลาย ๆ กรณีที่เกิดขึ้นก็คงไม่มีใครอยากที่จะให้ตัวเองตกอยู่ในสภาพบุคคลล้มละลาย เพียงแค่ขอ เวลาให้พวกเขามีกระบวนการที่สามารถจะพิสูจน์ตัวเองได้อย่างเหมาะสม และเพื่อที่จะมี โอกาสได้ชำระหนี้ ซึ่งดิฉันคิดว่าหากเรามองไปในทางลบต่อพวกเขาแบบเหมารวมทั้งหมด และไม่มีกระบวนการการช่วยเหลือให้บุคคลธรรมดาทั่วไปเลย ก็ดูเป็นการตัดโอกาสพวกเขา ดิฉันคิดว่าไม่เกิดผลดีต่อใครเลยทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้ค่ะท่านประธาน จากที่ดิฉันได้กล่าวมา ทั้งหมดนะคะท่านประธานดิฉันยังคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของกฎหมายล้มละลายที่มีอยู่ ๒ ประการค่ะ ๑. การทำให้เจ้าหนี้ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม อย่างที่ท่านวรภพเจ้าของ ร่างได้พูดไปก่อนหน้านี้นะคะ ในการจัดสรรแบ่งปันทรัพย์สินของลูกหนี้ และ ๒. ทำให้ลูกหนี้ สุจริตได้รับโอกาสในการที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ค่ะท่านประธาน🔗
สุดท้ายดิฉันคิดว่าการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้สามารถตอบโจทย์วัตถุประสงค์ของกฎหมายล้มละลายได้ และเป็นประโยชน์ต่อการ ฟื้นฟูสถานะของลูกหนี้ในฐานะบุคคลธรรมดา สามารถทำให้เจ้าของกิจการขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือ SMEs เป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูสถานะของลูกหนี้ค่ะท่านประธาน และมี โอกาสได้เข้าถึงกระบวนการฟื้นฟูกิจการได้มากขึ้น ลูกหนี้รายย่อยมีโอกาสฟื้นฟูกิจการได้ โดยไม่ต้องถูกยึดทรัพย์และเลิกประกอบกิจการ ซึ่งถือเป็นการช่วยลดความเหลื่อมล้ำทาง เศรษฐกิจ เพิ่มความเท่าเทียมทางการแข่งขัน เนื่องจากที่ผ่านมามีเพียงกิจการรายใหญ่ เท่านั้นที่จะสามารถฟื้นฟูกิจการได้ แต่ในฉบับนี้ของคุณวรภพทำให้เกิดการแก้ไขกระบวน พิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นกิจการขนาดเล็กได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดภาวะหนี้เสีย ลดหนี้สินครัวเรือน ลดปัญหาเงินกู้นอกระบบค่ะ และลดจำนวนคนว่างงานให้มีคนทำงานมากยิ่งขึ้นค่ะ และจะส่งผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวม ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณฉัตร สุภัทราวณิชย์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ หน้าย่าโม พรรคประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเคยเป็นผู้อำนวยการสถาบันที่ทำงานเกี่ยวกับ SMEs สังกัดอยู่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน อยากจะขออนุญาตอภิปราย สนับสนุนการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และสะท้อนปัญหา ที่เกิดขึ้นจริงของธุรกิจขนาดย่อม เพื่อให้ท่านประธานและสมาชิกนำไปพิจารณาประกอบการ ตัดสินใจครับ พระราชบัญญัติล้มละลายเดิมมีปัญหาและอุปสรรคในการป้องกันการ ล้มละลายและการฟื้นฟูกิจการของธุรกิจขนาดย่อม ผมมี ๓ ด้านที่จะมาอธิบายดังนี้ครับ🔗
ด้านแรก ด้านลูกหนี้ครับ ลูกหนี้ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปรับ โครงสร้างหนี้ ทำให้ลูกหนี้ไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร เช่น ไม่ยอมให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่ เจ้าหนี้ หลีกเลี่ยงการประชุมร่วมกับเจ้าหนี้ หรือไม่ยอมรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการ ปรับโครงสร้างหนี้ รวมถึงไม่ยอมรับแผนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่เจ้าหนี้ลงมติรับแผนแล้ว ทำให้การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ล่าช้า และธุรกิจของลูกหนี้ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ปัจจุบันยังจำกัดเฉพาะลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคล ประเภทบริษัท จำกัด บริษัทมหาชนจำกัด นิติบุคคลอื่นกำหนดไว้ในกฎกระทรวงเท่านั้น ประกอบกับยังมี ข้อจำกัดทางด้านจำนวนหนี้ที่ต้องมีจำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่า ๓-๑๐ ล้านบาทแล้วแต่กรณี🔗
ด้านที่ ๒ นอกจากด้านลูกหนี้แล้วด้านที่ ๒ คือด้านเจ้าหนี้ครับ เจ้าหนี้ มีบุคลากรไม่เพียงพอต่อจำนวนลูกหนี้ที่ต้องการปรับโครงสร้างหนี้ รวมถึงบุคลากรของ เจ้าหนี้ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และในการประชุม เพื่อพิจารณาแผนบางครั้งสถาบันการเงินส่งผู้แทนที่ไม่มีอำนาจตัดสินใจมาร่วมประชุม ทำให้ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ นอกจากนี้เจ้าหนี้มักกำหนดเงื่อนไขที่เข้มงวดเพื่อรักษา ผลประโยชน์ตน โดยเฉพาะธนาคารของรัฐ ทำให้ไม่สามารถเจรจาตกลงกับลูกหนี้ได้🔗
ด้านที่ ๓ ด้านที่ปรึกษาการเงินครับ ที่ปรึกษาการเงินมีอัตราค่าธรรมเนียม ค่อนข้างสูง ทำให้เกิดภาระลูกหนี้มากขึ้น หรือบุคลากรไม่เพียงพอกับปริมาณงานและไม่มี ประสบการณ์ในธุรกิจเฉพาะด้าน🔗
ด้านที่ ๔ ด้านการประนอมหนี้ครับ วิธีการนี้ส่วนมากจะสำเร็จในกรณีที่ ลูกหนี้เป็นข้าราชการ สำหรับลูกหนี้ที่เป็นเอกชนจะไม่ค่อยสำเร็จมากนัก และจะไปสำเร็จ หลังล้มละลายไปแล้วมากกว่า เพราะว่า🔗
ประการที่ ๑ การประนอมหนี้ก่อนล้มละลายที่ประชุมเจ้าหนี้จะมีความ คาดหวังสูงว่าจะได้รับชำระหนี้จำนวนมาก แต่โอกาสที่การประนอมหนี้จะล้มเหลวสูง เพราะว่าลูกหนี้ไม่มีสินทรัพย์หรือหาเงินมาชำระหนี้ได้เพราะอยู่ในภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวแล้ว🔗
ประการที่ ๒ การประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย ลูกหนี้จะต้องเข้าสู่กระบวนการ ล้มละลาย ถูกคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว และเมื่อมีการคุ้มครองทรัพย์สินลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะเป็นคนเข้าไปดำเนินกิจการแทนลูกหนี้ ลูกหนี้ไม่มีอำนาจใด ๆ และเมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในธุรกิจของลูกหนี้อาจทำให้ กิจการต้องหยุดชะงัก หรือสูญเสียโอกาสที่ลูกหนี้จะนำเงินมาชำระหนี้ได้🔗
ประการที่ ๓ การประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย กฎหมายบังคับให้เจ้าหนี้ ทุกรายต้องมายื่นคำขอรับชำระหนี้ ทำให้กองหนี้สินมีมากขึ้น โอกาสที่ลูกหนี้จะเสนอชำระ หนี้มากขึ้นเพื่อให้ได้รับมติพิเศษจากที่ประชุมเจ้าหนี้ก็จะยากยิ่งขึ้นกว่าเดิม หากลูกหนี้ อยากจะประนอมหนี้กับเจ้าหนี้บางรายแล้วบางรายยอม แต่เจ้าหนี้รายอื่นไม่ยอม ก็ไม่สามารถที่จะประนีประนอมได้ การที่จะรับมติพิเศษจากที่ประชุมเจ้าหนี้ก็เป็นไปได้ยาก🔗
นอกจากนี้การฟื้นฟูสถานะทางการเงินของลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาครับ ร่างนี้มีความสำคัญ เพราะว่าเจ้าหนี้หลายรายเลือกที่จะบังคับลูกหนี้ทางอ้อมด้วยการฟ้อง ล้มละลาย แล้วก็อาจจะใช้วิธีอื่น ๆ การกำหนดหลักเกณฑ์ในหมวดนี้จะทำให้ลูกหนี้ได้มี โอกาสในการแก้ไขปัญหาทางการเงินด้วยวิธีการอื่นแทนกระบวนการล้มละลายเพียง อย่างเดียว เมื่อฟื้นฟูสถานะทางการเงินไม่สำเร็จก็ไม่ต้องไปฟ้องใหม่เพื่อความรวดเร็ว และคุ้มครองความเสียหายในฝั่งของเจ้าหนี้อีกด้วย ผมเชื่อว่าการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้ไขนิยามคำว่า ลูกหนี้ ให้มีความครอบคลุมมากขึ้นโดยการปลดล็อก เงื่อนไขบางประการ ปรับลดจำนวนหนี้สินของลูกหนี้ในการขอฟื้นฟูกิจการ และการลด ขั้นตอนเกี่ยวกับคำร้องขอให้ศาลสั่งฟื้นฟูกิจการและการฟื้นฟูสถานะทางการเงินของลูกหนี้ ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา จะทำให้กระบวนการล้มละลายและฟื้นฟูกิจการของไทยสมบูรณ์ และเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอนนี้ขออนุญาตปิดการลงชื่อนะครับ ตอนนี้ก็มีผู้อภิปรายทั้งหมด ๑๐ ท่านแล้วนะครับ ต่อไปขอเชิญคุณจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ ปัญหาหนี้เป็นปัญหาที่พวกเราทราบ กันดีว่าเป็นปัญหาที่บั่นทอนทั้งผู้ที่มีหนี้เอง แล้วก็บั่นทอนเศรษฐกิจของประเทศไทย อย่างหนัก ปัจจุบันนี้เรามีหนี้ครัวเรือนประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ก่อนหน้านี้ประมาณ กลางปี ๒๕๖๖ หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีของเราอยู่ที่ประมาณ ๙๑ เปอร์เซ็นต์ หลังจากที่รัฐบาลนี้ เข้ามาดำเนินการบริหารหนี้ครัวเรือนก็มีการลดลงบ้างประมาณเปอร์เซ็นต์เศษ ปัจจุบันอยู่ประมาณ ๘๙.๕ ๘๙.๖ เปอร์เซ็นต์ แต่อัตราหนี้ครัวเรือนดังกล่าวก็ยังถือว่าเป็น อัตราหนี้ที่มีอัตราที่สูงมาก และเป็นอุปสรรคต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย BIS ซึ่งเป็นองค์กร ระหว่างประเทศ Bank of International Settlements ก็เคยมีการศึกษาไว้ว่า ถ้าหากว่า เราสามารถลดหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีลงได้ ๑ เปอร์เซ็นต์ อัตราการเติบโตของจีดีพีจะเพิ่มขึ้น ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ หรือถ้าคิดกันง่าย ๆ ถ้าอัตราหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีของเราลดจาก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ลดลงเหลือ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ จีดีพีของเราจะโตเพิ่มขึ้นจากที่ควรจะเป็นนี้ จะเพิ่มขึ้นอีก ๑ เปอร์เซ็นต์ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งนะครับ ถ้าประเทศไทยในปีที่แล้วมีอัตรา จีดีพีโต ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วเราสามารถปรับโครงสร้างหนี้ครัวเรือนได้ ให้หนี้จาก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ จีดีพีเราจะโตเพิ่มขึ้นอีก ๑ เปอร์เซ็นต์ ก็กลายเป็น ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นในเรื่องของการปรับโครงสร้างหนี้ การฟื้นฟูกิจการลูกหนี้ต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่เราจะต้องมีการ ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการล้มละลายเพื่อเปิดช่องให้มีการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ซึ่งก็เป็น นิมิตหมายอันดีที่เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และตัวรัฐบาลเองก็ได้ยื่นกฎหมาย เกี่ยวกับพระราชบัญญัติล้มละลายฉบับนี้เข้าสู่การประชุมของสภาผู้แทนราษฎร สาเหตุ ที่พวกเราต้องมาพูดถึงการฟื้นฟูกิจการ ก็เนื่องจากว่า ไม่ว่าจะเป็นกิจการที่เป็นนิติบุคคลก็ดี หรือบุคคลธรรมดาก็ดี ถ้าหากว่าปล่อยให้ล้มละลายเสียแล้วโอกาสที่จะฟื้นกลับขึ้นมา อีกครั้งหนึ่งทำได้ยาก เหมือนกับคนที่ยังป่วย ถ้าปล่อยให้ป่วยหนักจนอยู่ไม่ได้เราก็คงจะใช้ ประโยชน์อะไรไม่ได้ แต่ถ้าหากว่าก่อนที่เขาจะป่วยหนักนี่เรามีมาตรการฟื้นฟูสมรรถภาพ ของร่างกาย มีการรักษาดูแลที่ดี ก็จะทำให้ประชาชนที่เป็นหนี้หรือ SMEs ที่อาจจะต้องปิด กิจการไปเพราะไม่สามารถชำระหนี้ได้สามารถทำธุรกิจต่อได้ ก็จะทำให้กิจการที่ต่อเนื่อง ไม่เสียหาย เพราะว่าการที่ SMEs หรือผู้ประกอบการรายย่อยหรือรายใหญ่ก็ตามถ้าหากล้ม ไปรายหนึ่งผลกระทบไม่ได้มีเฉพาะต่อ SMEs หรือผู้ประกอบการรายนั้นเท่านั้นนะครับ แต่ยังกระทบเป็นลูกโซ่อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นคู่ค้าหรือผู้ที่ทำงานใน SMEs นั้น ๆ แม้แต่ในแง่ บุคคลธรรมดาก็ตาม โดยเฉพาะบุคคลธรรมดาที่เป็นเพื่อนข้าราชการถ้าหากถูกฟ้อง ล้มละลายแล้วศาลตัดสินก็อาจจะต้องถูกออกจากราชการทำให้เดือดร้อนกันไปทั่ว เมื่อมีพระบัญญัติฉบับนี้เข้ามาสู่การพิจารณา ประชาชนคนธรรมดา จะเป็นข้าราชการก็ดี หรือเป็นบุคคลใด ๆ ก็ดี ที่มีหนี้สินตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ตอนนี้ไม่ต้องรอให้ล้มละลาย แต่มีโอกาสที่จะฟื้นฟูกิจการได้ ซึ่งพระราชบัญญัติที่ ครม. เสนอเข้ามามีหมวดที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องของการฟื้นฟูกิจการของบุคคลธรรมดาโดยทั่วไป ก็จะเป็นประโยชน์ต่อบุคคลธรรมดา เป็นอย่างยิ่ง🔗
นอกจากนี้ยังมีการบัญญัติหมวดพิเศษว่าด้วยนิติบุคคลที่เป็น SMEs ก็จะมี การแยกต่างหาก ทำให้มีความสะดวกยิ่งขึ้น เพราะว่าแต่เดิมพอรวม ๆ กันไป SMEs ก็รวม กับบริษัทใหญ่ ๆ เราก็จะพบอย่างที่มีการอภิปรายก่อนหน้านี้ว่า SMEs มักจะไม่ได้รับการ ฟื้นฟูกิจการ ไม่ได้รับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ แต่เมื่อกฎหมายเปิดช่องไว้ต่อไป SMEs ที่ติดหนี้ตั้งแต่ ๑ ล้านบาทขึ้นไปก็จะมีโอกาสได้ฟื้นฟูกิจการ แล้วก็ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้ดี ยิ่งขึ้นตามที่ได้มีการบัญญัติไว้ในร่างทั้ง ๓ ร่างนะครับ นอกจากนี้ในร่างทั้ง ๓ ร่าง ยังมีหมวดพิเศษว่าด้วยการฟื้นฟูกิจการเป็นการเร่งด่วน เนื่องจาก การฟื้นฟูกิจการนั้นในบางครั้งถ้าฟื้นฟูกิจการช้าเกินไปคนที่ป่วยธรรมดาก็จะกลายเป็น ป่วยหนักหรือต้องเสียชีวิตในที่สุด แต่ถ้าหากว่าเรามีวิธีการรักษาโดยการเร่งด่วน มีห้อง ICU ที่จะดูแลเขาอย่างรวดเร็ว โอกาสที่บุคคลธรรมดาหรือ SMEs แทนที่จะต้องล้มหาย ตายจากไป ต้องล้มละลายไป แต่เมื่อกฎหมายที่ร่างเข้ามาเปิดช่องให้มีการฟื้นฟูกิจการ เป็นการเร่งด่วน ก็จะช่วยกลุ่มบุคคลต่าง ๆ เหล่านี้ได้เช่นเดียวกัน🔗
กล่าวโดยสรุปนะครับ ร่างทั้ง ๓ ร่างที่มีการยื่นเข้ามามีการปรับปรุงในเรื่อง ของการฟื้นฟูกิจการทั้งบุคคลธรรมดา ทั้ง SMEs แล้วก็เปิดช่องให้มีการฟื้นฟูกิจการ เป็นการเร่งด่วน โดยหลักการแล้วผมถือว่ากฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่สมควรที่จะสนับสนุน สมควรที่สภาแห่งนี้จะได้รับเข้าพิจารณาและปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณจุลพงศ์ อยู่เกษ ครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไข พ.ร.บ. ล้มละลายฉบับของ คณะรัฐมนตรีนะครับ แต่ก่อนอื่นผมขอตั้งข้อสังเกตเบื้องต้น ข้อเสนอแนะเบื้องต้นก่อน คือร่างพระราชบัญญัติแก้ไขฉบับนี้มีทั้งหมด ๘๐ กว่ามาตรา และกฎหมายล้มละลาย เขาเรียกว่านิติเศรษฐศาสตร์ คือไม่ได้มีมุมแต่ในแง่กฎหมายอย่างเดียว มีความซับซ้อน ในกระบวนการฟื้นฟู ซึ่งต้องอาศัยความรู้ทางกฎหมายทางการเงิน การแก้ไขหนี้เสีย การประเมินความเป็นไปได้ในการฟื้นฟู คือไม่ได้ดูเฉพาะจำนวนเงินอย่างเดียว ต้องดูจาก ประสบการณ์ส่วนตัวของลูกหนี้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นสภาแห่งนี้อาจจะพิจารณาตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญที่มีความหลากหลายทางความรู้และวิชาชีพก็จะมีประโยชน์ครับ🔗
ทีนี้ผมขออนุญาตเข้าสู่ร่างกฎหมายฉบับนี้ของคณะรัฐมนตรีนะครับ จริง ๆ ผมเสียดายนิดหนึ่ง ผมจะตั้งคำถามนะครับ แต่ว่าทางผู้ชี้แจงอาจจะไม่ต้องตอบในชั้นนี้ก็ได้ อาจจะไปตอบในชั้นกรรมาธิการ เพราะมันเป็นเรื่องเทคนิคทางกฎหมายค่อนข้างมาก ผมเสียดายที่ไม่มีการแก้ไขนิยามในตัว พ.ร.บ. ใหญ่ แปลกไหมครับว่า พ.ร.บ. ล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ แต่ถ้าเราไปดูจริง ๆ แล้วไม่มีนิยามคำว่าลูกหนี้นะครับ ผม Check ล่าสุด คำว่า ลูกหนี้ ไม่มีนิยามใน พ.ร.บ. ล้มละลาย ในกฎหมายแม่บท จึงได้มาใส่ไว้ใน มาตรา ๙๐/๙๑ ข้อสังเกตผมคือคำนิยามคำว่า ลูกหนี้ รวมเป็นลูกหนี้บุคคลธรรมดา คณะบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ผมตั้งข้อสังเกตคือลูกหนี้บุคคลธรรมดา ๒ คน ทำกิจการร่วมกัน ต่างอย่างไรกับห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน อันนี้ปัญหาข้อกฎหมาย ล้วน ๆ นะครับ ท่านอาจจะไปชี้แจงในกรรมาธิการก็ได้นะครับ🔗
อันที่ ๒ ที่น่าเสียดายคือในเรื่องข้อสันนิษฐานในการที่ลูกหนี้มีหนี้สิน ล้นพ้นตัว ข้อ ๑ ก็คือเรื่องการส่งจดหมายทวงหนี้แล้วไม่ปฏิบัติใน ๓๐ วัน มีข้อสันนิษฐานว่า ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ซึ่งคำนี้ เงื่อนไขนี้ก็มาใส่ในเรื่องการฟื้นฟูกิจการด้วยนะครับ ว่าไม่สามารถชำระหนี้ เพราะฉะนั้นอาจจะมีลูกหนี้หัวหมอนะครับ ได้รับ Notice แล้ว ไม่ปฏิบัติตาม ๓๐ วันแล้วยื่นขอฟื้นฟู กฎหมายที่เรากำลังแก้ไขเมื่อมีการยื่นคำร้อง ขอฟื้นฟูแล้ว อย่าลืมว่ามันมี Automatic Stay คือเจ้าหนี้รายอื่นจะฟ้องไม่ได้ใช่ไหมครับ อันนั้นคือเสียดายที่ไม่มีการแก้ไขในตัวพระราชบัญญัติฉบับใหญ่ อันที่ ๒ คือผมเห็นมีการตัด นิยามผู้บริหารแผนออกไป คือ พ.ร.บ. ปัจจุบันมีนิยามคำว่า ผู้บริหารแผน แต่ผมเข้าใจว่า ในร่าง ครม. ตัดคำว่า ผู้บริหารแผน ออกไป ปัญหาอย่างนี้ครับ ในร่างของ ครม. เอง มาตรา ๙๐/๑๐๖ ยกตัวอย่างนะครับ มาตรา ๙๐/๑๖๑ ยังใช้คำว่า ผู้บริหารแผน อยู่ครับ แล้วก็ยังมีอีกหลายมาตรายังมีคำว่า ผู้บริหารแผนอยู่ แต่ท่านไปตัดนิยามคำว่า ผู้บริหารแผน ออกไป คำถามผมคือที่ท่านไปอ้าง ถึงในมาตราอีกหลายมาตรานั้น ผู้บริหารแผนคือใครครับ🔗
อันสุดท้ายที่ผมจะขอตั้งข้อสังเกตนะครับ ในเรื่องการฟื้นฟูบุคคลธรรมดา ในร่างของ ครม. บอกมีหนี้ไม่ต่ำกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ตอนนี้หนี้ครัวเรือน ขึ้นไปถึง ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของประเทศ หนี้บัตรเครดิตเยอะแยะไปหมด หนี้สินเชื่อรถยนต์ และในร่างพระราชบัญญัติของรัฐบาลบอกว่ากฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับเมื่อประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ผมนึกภาพออกเลยนะครับ จะมีบุคคลธรรมดาจำนวนมากที่มีหนี้มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท ร้องขอฟื้นฟูกิจการ ผมไม่ทราบว่าทางหน่วยงานจะรับไว้หรือเปล่าครับ เพราะในเวลานี้หนี้ครัวเรือนมันพุ่งไป ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์แล้วนะครับ อันนี้ท่านก็อาจจะไม่ ต้องตอบก็ได้หรือจะตอบก็ได้เป็นสิทธิของท่าน หรือท่านจะไปตั้งในข้อสังเกตของ ร่างพระราชบัญญัติว่าหน่วยงานควรจะแก้ไขอย่างไรนะครับ ผมเองขอใช้เวลาเพียงเท่านี้ครับ ท่านประธานครับ ประเด็นสำคัญของร่างของ ครม. ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณภัณฑิล น่วมเจิม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย พรรคประชาชนครับ ก็ขอร่วมอภิปรายในการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งโดยหลักการแล้วผมขอสนับสนุนเพื่อให้ลูกหนี้บุคคลธรรมดามีสิทธิที่จะขอยื่น ฟื้นฟูต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้นะครับ เหตุผลความจำเป็นคืออะไรครับ ในรายงานเล่มนี้ก็มี วิเคราะห์ไว้หลายเรื่องครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ก็คือจากข้อมูลของทาง SMEs นิยามของ SMEs เอง Micro Enterprise หรือวิสาหกิจรายย่อยที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน ๑.๘ ล้าน จ้างงานไม่เกิน ๕ คน มีจำนวนเยอะมากนะครับ ๓ ล้านกว่ารายในปี ๒๕๖๖ แล้วก็มีความสำคัญต่อมูลค่าทาง เศรษฐกิจหรือจีดีพีมากกว่า ๑ ล้านล้านนะครับ ในบรรดาวิสาหกิจรายย่อย ๘๐ ๙๐ เปอร์เซ็นต์นี้เขาไม่ได้จดทะเบียนเป็นในรูปนิติบุคคล เป็นบุคคลธรรมดานะครับ แล้วมาดู สภาวะหนี้ซึ่งก็มีข้อมูลสนับสนุนเหมือนกันว่า Micro SMEs ผู้ประกอบการรายย่อยเป็นหนี้ ธุรกิจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามสถิติไต่ขึ้นมาจาก ๔๐ ๕๐ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วเขาเป็นหนี้ใครครับ เป็นหนี้นอกระบบ เป็นหนี้พวกเพื่อนญาติพี่น้อง เพราะเขาไม่ใช่นิติบุคคล เขาไม่สามารถ เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้นะครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งก็คือหนี้ค้างชำระเกิน ๙๐ วันหรือเอ็นพีแอลเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม Super Micro คือเล็กมากนะครับ ในทุกธุรกิจเลย ในนี้ก็บอกชัดเจนว่า ไม่ว่าจะธุรกิจภาคบริการ อาหาร ค้าขาย มีแนวโน้มสูงขึ้นจากระดับเดิมที่หนี้ค้างชำระเกิน ๙๐ วันอยู่ระดับ ๕-๑๐ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ในบางอุตสาหกรรมก็ไปถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ก็น่ากังวลมากนะครับ ซึ่งอันนี้ก็เป็นความจำเป็นที่เราจะต้องอนุญาตให้บุคคลธรรมดา ที่เขารู้สึกว่าหนี้เขาล้นพ้นแล้วสามารถที่จะเรียกเจ้าหนี้มาคุยพร้อมกันได้ ก็ขออภิปราย สนับสนุนการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้นะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ คุณพิมพ์พิชา ชัยศุภกิจเจริญ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันขออภิปรายในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เนื่องจากว่าฉบับแรกพระราชบัญญัติฉบับนี้เกิดขึ้นเมื่อปี ๒๔๘๓ แล้วก็ ใช้มานานถึง ๘๐ ปี แล้วก็มีการแก้ไขปรับปรุงมาโดยตลอด แต่เมื่อยุคสมัยเราเปลี่ยนไป บริบทสังคมเปลี่ยนแปลงไป จึงจำเป็นต้องกลับมาทบทวนอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้กฎหมาย มีผลบังคับใช้อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม เพราะหลังจากประเทศไทยประสบวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งปี ๒๕๔๐ และถูกซ้ำเติมด้วย สถานการณ์โควิด-๑๙ ผู้ประกอบการไทยได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า ทำให้หลายรายต้องปิด กิจการแล้วลูกจ้างก็ต้องถูกเลิกจ้าง หลายคนรายได้หดหาย แต่รายจ่ายยังเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องกู้หนี้ยืมสินแล้วก็สุดท้ายเข้าสู่วังวนหนี้แบบเดิม เนื่องจากกฎหมายล้มละลาย ฉบับปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมถึงข้อจำกัดที่จะทำให้ลูกหนี้บุคคลธรรมดายังไม่สามารถเข้าถึง กระบวนการฟื้นฟูหนี้สินได้ ทำให้ปัญหาหนี้สินครัวเรือนและธุรกิจได้พอกพูนสะสมขึ้น เรื่อย ๆ โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทั่วโลก ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่ต้องปรับปรุง กฎหมายล้มละลายฉบับนี้ให้ทันสมัย แล้วก็สอดคล้องต่อสภาพสถานการณ์ปัจจุบันค่ะ🔗
ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้ได้แก้ไขเพิ่มเติม บทบัญญัติกระบวนการเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นกิจการขนาดย่อมซึ่งมีอยู่ จำนวนมากในระบบเศรษฐกิจปัจจุบันค่ะท่านประธาน ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทาง การเงินชั่วคราว ทำให้เข้าสู่กระบวนการการฟื้นฟูกิจการได้และมีกระบวนการที่ไม่ซ้ำซ้อน ทำให้เพิ่มเติมกระบวนการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แบบเร่งรัดเพื่อให้เกิดเป็นทางเลือกแก่ ลูกหนี้ รวมถึงมีกระบวนการที่พิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูสถานะของลูกหนี้ที่เป็นบุคคล ธรรมดา ให้อำนาจเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการฟื้นฟูกิจการของ ลูกหนี้ได้ เพื่อช่วยเหลือให้ลูกหนี้ของเราดูแลได้อย่างทั่วถึง รวมถึงคุ้มครองเจ้าหนี้และบุคคล ที่เกี่ยวข้องด้วย ทำให้กระบวนการฟื้นฟูกิจการลูกหนี้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นการ แก้ไขปัญหาที่ตรงจุดและตรงประเด็น พี่น้องประชาชนและประเทศชาติได้รับประโยชน์ อย่างยิ่ง สำหรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีข้อดีหลายประการค่ะ เป็นการเปิดกว้างให้กับ ลูกหนี้ทุกประเภทได้สามารถยื่นขอฟื้นฟูกิจการได้ ไม่จำกัดเฉพาะธุรกิจขนาดกลางเท่านั้น และขนาดย่อมตามกฎหมาย ส่วนบุคคลธรรมดาสามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสถานะได้ และเป็นการสร้างความเป็นธรรม ความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมที่จะช่วย บรรเทาหนี้ภาคครัวเรือนได้ดีค่ะ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เจ้าหนี้ ลูกหนี้ขนาดย่อมที่ประสงค์จะเข้า ฟื้นฟู แต่ยังไม่พร้อมในการจัดทำแผนต่าง ๆ และจัดประชุมเจ้าหนี้ได้มีโอกาสยื่นคำร้องขอ ฟื้นฟูกิจการเข้ามาก่อน แล้วก็จะได้รับประโยชน์จากสภาวะการพักชำระหนี้แล้วถึงได้ ดำเนินการอย่างอื่นต่อไป ซึ่งจะเป็นการควบคู่ไปกับนโยบายของรัฐบาลค่ะ🔗
หลักสำคัญอีกประการหนึ่ง มีการแก้ไขเพิ่มเติมการฟื้นฟูหนี้สินแบบเร่งรัด ซึ่งหมายความว่าในกรณีที่ลูกหนี้สามารถทำแผนฟื้นฟูได้เอง มีการจัดประชุมเจ้าหนี้สำเร็จ ก็สามารถยื่นขอฟื้นฟูได้แบบเร่งรัดต่อศาลได้ โดยศาลจะพิจารณาแผนแล้วเห็นชอบ ได้เลย ซึ่งก็จะช่วยให้การดำเนินการเร็วขึ้นและเป็นทางเลือกให้กับลูกหนี้ที่มีกิจการ ขนาดใหญ่หรือขนาดย่อมสามารถทำความตกลงกับบรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลายนอกศาลได้ และนำความตกลงนั้นเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว แล้วก็ ประหยัด และเกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ซึ่งการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวนี้ส่งผลทำให้ กิจการขนาดย่อมหลาย ๆ กิจการมีช่องทางในการฟื้นฟูกิจการ รวมถึงไม่ต้องล้มละลาย โดยไม่จำเป็นและทำให้เศรษฐกิจโดยภาพรวมสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้และเป็นหลักการที่ดี ที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดค่ะ🔗
ดิฉันมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมค่ะ เนื่องจากว่าการเพิ่มช่องทาง และโอกาสให้กับลูกหนี้และเจ้าหนี้โดยไม่ต้องรอกระบวนการเจรจานะคะ ได้จัดทำแผนฟื้นฟู กิจการและประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณายอมรับแผนฟื้นฟู ซึ่งบางครั้งกระบวนการดังกล่าว ยังไม่มีคนกลางที่มีอำนาจและทั้ง ๒ ฝ่ายเชื่อถือได้ อาจจะเป็นเรื่องยากและใช้เวลา ค่อนข้างมาก จึงควรมีหน่วยงานกลางที่ช่วยกำกับดูแล และควรมีกระบวนการในการ ตรวจสอบผู้ทำแผนหรือลูกหนี้เพื่อความโปร่งใส เช่น เรื่องการขอรับชำระหนี้หรือการ พิจารณาแผน ซึ่งกระบวนการที่สำคัญในการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการก็ควรจะต้องมีหน่วยงาน กลางเป็นผู้ที่คอยตรวจสอบ เพื่อไม่ให้ลูกหนี้หรือผู้ทำแผนสร้างความได้เปรียบในการจัดแผน ดังกล่าวค่ะ🔗
สุดท้ายนี้ค่ะ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต้องถือว่าเป็นมาตรการหนึ่งของ รัฐบาลที่ช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินของภาคประชาชนและภาคธุรกิจที่กำลังประสบปัญหา เศรษฐกิจในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาเหล่านี้ให้กับลูกหนี้ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย และอาจจะช่วยให้ระดับหนี้ของครัวเรือนในไทยทยอยปรับตัวลดลงอย่างช้า ๆ ต้องขอบคุณ อีกครั้งที่รัฐบาลได้เห็นความสำคัญค่ะ ดิฉันจึงขอสนับสนุนและเห็นชอบในหลักการ ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณเอกราช อุดมอำนวย ครับ คุณเอกราชพร้อมไหมครับ ถ้าคุณเอกราชยังไม่พร้อม คุณนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ ก่อนก็ได้ครับ เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน วันนี้ขอร่วมอภิปรายในประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบ ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนนะครับ นั่นคือการฟื้นฟูสถานะ ของลูกหนี้บุคคลธรรมดา ปัจจุบันปัญหาจากระบบเดิมในพระราชบัญญัติล้มละลายที่เรา ใช้อยู่ก็คือปี ๒๔๘๓ ถูกบังคับใช้มานานแล้วก็ไม่สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจและสังคม ที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันนะครับ ในเรื่องของจำนวนหนี้ขั้นต่ำในการยื่นฟื้นฟูกิจการ ทำให้กิจการขนาดเล็กหลายแห่งต้องเผชิญล้มละลายโดยไม่จำเป็นนะครับ ๒. ก็คือในเรื่อง ของการขาดมาตรการเฉพาะสำหรับลูกหนี้บุคคลธรรมดา คือส่งผลให้บุคคลกลุ่มนี้ประสบ ปัญหากับการฟื้นตัวจากวิกฤติเศรษฐกิจ ร่างกฎหมายที่กำลังจะพิจารณาฉบับนี้นะครับ ได้มีการปรับปรุงข้อกำหนดต่าง ๆ การเพิ่มเกณฑ์หนี้สินขั้นต่ำ การฟื้นฟูกิจการและการเพิ่ม หมวดสำหรับการฟื้นฟูลูกหนี้บุคคลธรรมดานะครับ ซึ่งสะท้อนถึงความยืดหยุ่นและการ คำนึงถึงข้อเท็จจริงในสถานการณ์ปัจจุบัน การฟื้นฟูสถานะลูกหนี้บุคคลธรรมดาประเทศไทย ก็กำลังจะเผชิญปัญหาหนี้สินของประชาชนในระดับที่น่ากังวล หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น และประชาชนจำนวนมากขาดโอกาสในการฟื้นฟูสถานะทางการเงินเมื่อเกิดวิกฤติ ร่างกฎหมายล้มละลายฉบับนี้จึงเป็นเป้าหมายในการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ประสบปัญหา โดยมีหลักการสำคัญดังนี้นะครับ ก็คือ🔗
๑. ในการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ตั้งใจฟื้นตัว โดยกำหนดเงื่อนไขเอื้อให้ลูกหนี้ สามารถจัดการหนี้ได้โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบกระบวนการล้มละลายทั้งหมด เพิ่มโอกาสให้ ลูกหนี้ที่มีศักยภาพในการกลับมาทำงานและสร้างรายได้🔗
๒. การลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ลูกหนี้ที่ได้รับการฟื้นฟูเร็วขึ้นก็จะกลับ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้เร็วขึ้น ซึ่งช่วยลดภาระทั้งเจ้าหนี้และภาครัฐนะครับ🔗
๓. การสร้างสมดุลระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ โดยการเพิ่มกลไกการเจรจา อย่างเป็นธรรมนะครับ เมื่อหาทางออกที่เหมาะสมสำหรับทุกฝ่าย สาระสำคัญของ พระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือการปรับเกณฑ์ โดยเพิ่มเกณฑ์หนี้สินขั้นต่ำลูกหนี้สามารถยื่นขอ ฟื้นฟูกิจการจาก ๑๐ ล้านบาท เป็น ๕๐ ล้านบาท การฟื้นฟูสถานะของลูกหนี้บุคคลธรรมดา โดยเพิ่มหมวด ๓/๔ เพื่อกำหนดกระบวนการฟื้นฟูสำหรับบุคคลธรรมดาโดยมีเกณฑ์หนี้สิน ขั้นต่ำอยู่ที่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท และสูงสุดไม่เกิน ๑ ล้านบาทนะครับ🔗
๔. การกำหนดบทลงโทษที่เพิ่มขึ้นเพื่อบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น แต่ทีนี้ครับท่านประธานผมขออนุญาตฝากข้อกังวลของผมนะครับกับการฟื้นฟู หนี้ของบุคคลธรรมดาอันอาจจะเกิดมาจากโครงการสถานบันเทิงครบวงจรของรัฐบาล หรือโครงการกาสิโนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนะครับ ถ้าหากผ่านแล้วไม่ถูกประชาชน ลุกมาต่อต้านนะครับ ถ้ามันเกิดขึ้นจริงตามกฎหมายก็คือจะมีเนื้อหาสาระบอกว่า พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร ในมาตรา ๕๙ ระบุว่าผู้รับใบอนุญาตสามารถให้สินเชื่อแก่ ผู้เข้าเล่นหรือเข้าพนันในสถานประกอบการกาสิโนได้ ซึ่งมันก็จะโยงกับการฟื้นฟูหนี้ ส่วนบุคคลหรืออาจจะเกิดหนี้ในอนาคต โดยรัฐบาลก็มีแนวคิดจะเปิดสถานบันเทิงครบวงจร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่โครงการนี้ มันก็ต้องมีทั้งข้อดีและข้อกังวลที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แม้จะมีข้อดีก็คือการดึงดูด นักท่องเที่ยว นักลงทุนจากต่างประเทศ หรือว่าการเพิ่มรายได้ภาษีที่นำมาพัฒนาประเทศได้ จากภาษีกาสิโน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นดังนี้ ก็คือการพนันก็จะเพิ่มปัญหาหนี้สินใหญ่ในหมู่ ประชาชนที่ขาดความรู้ทางด้านการเงิน หากไม่มีกลไกควบคุมที่เพียงพอปัญหาหนี้สิน การพนันก็อาจจะเพิ่มขึ้นแล้วส่งผลให้การฟื้นฟูหนี้มาจากการพนันนั้นอาจจะเป็นภาระให้แก่ ภาครัฐและธนาคารได้ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านต่าง ๆ ก็คือในเรื่องของการสนับสนุนจากภาครัฐ รัฐก็จะต้องรับภาระในการช่วยเหลือผู้ที่ประสบ ปัญหาหนี้จากการพนันผ่านโครงการฟื้นฟูต่าง ๆ ของการเงิน เช่น การจัดตั้งกองทุนหรือการ ให้ความช่วยเหลือในการฝึกอบรมหรือแก้ไขทางด้านจิตใจให้กับผู้ติดการพนัน🔗
๒. รัฐก็จะต้องเพิ่มงบประมาณในการจัดการปัญหาหนี้สินจากการพนัน โดยต้องใช้ทรัพยากรจากงบประมาณของรัฐเอง จากนั้นก็จะมีปัญหาในเรื่องของด้านภาระ ทางสังคมคือหากการพนันไม่ถูกควบคุมก็อาจจะขยายปัญหาหนี้สินและส่งผลกระทบต่อ สังคมแล้วก็เพิ่มจำนวนคนจนและความไม่เท่าเทียมในการกระจายรายได้ในอนาคต ในการเพิ่มภาระให้กับธนาคารอีกนะครับ ธนาคารก็อาจจะเผชิญความเสี่ยงที่หนี้สิน จากการพนันไม่สามารถชำระได้เต็มจำนวน ทำให้เกิดหนี้สูญหรือเอ็นพีแอลที่เราเข้าใจกันอยู่ ซึ่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของธนาคารในอนาคตก็จะเกิดปัญหา🔗
อีกอันหนึ่งใกล้จะจบแล้วครับท่านประธาน ก็คือความเสี่ยงในการเพิ่มจำนวน ลูกหนี้ ก็คือสถานบันเทิงครบวงจรก็อาจจะเพิ่มลูกหนี้ที่เกิดปัญหาจากการพนัน ทำให้มีการ ต้องฟื้นฟูคนจำนวนนี้จำนวนมาก หากรัฐจะเปิดการพนันที่ถูกกฎหมายก็ควรจะมีมาตรการ ที่เข้มงวดแล้วก็จำกัดสถานที่ให้กับผู้เล่น แล้วก็เรื่องของการบำบัดในอนาคต แม้สถานบันเทิง จะเป็นแนวทางที่ช่วยเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ระยะยาวก็อาจทำให้ลูกหนี้บุคคลธรรมดา เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่เสี่ยงเข้าสู่วงจรหนี้อย่างการพนันหรือความฟุ่มเฟือย สถานะของ ลูกหนี้จึงอาจจะได้รับผลกระทบนะครับ สถานบันเทิงครบวงจรก็กลายเป็นอุปสรรคต่อ เป้าหมายในการฟื้นฟูหนี้ในฐานะลูกหนี้ หากไม่ได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม ผมจึงขอให้ รัฐบาลพิจารณาความเชื่อมโยงระหว่างนโยบาย ๒ ด้านอย่างรอบคอบเพื่อสร้างสมดุลที่ยั่งยืน ให้กับประเทศชาติและประชาชน ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
คุณนิคม บุญวิเศษ ท่านขอ ๕ นาที เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปราย ๕ นาทีท่านประธานครับ ในประเด็นที่อาจจะไม่ซ้ำกับ เพื่อนสมาชิกนะครับ ผมแสดงความยินดีกับพี่น้องประชาชนผู้ประกอบการ SMEs ก็คือผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อย ขนาดย่อมนะครับ ซึ่งเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลนี้ เห็นความสำคัญ ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดก็คือว่า SMEs มีจำนวน ๓ ล้าน SMEs ถ้าเราไม่ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยแล้วมันก็จะกระทบกับผู้ประกอบการรายกลาง แล้วก็ขนาดใหญ่ด้วย เพราะอย่าลืมว่าผู้ประกอบการ SMEs เขาช่วยเหลือตัวเองมาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมาอาจจะเกิดเรื่องโรคระบาดหรือเรื่องการเมืองต่าง ๆ ทำให้เศรษฐกิจไม่ดี เงินในตลาดไม่มี แล้วก็ที่สำคัญก็คือผู้ประกอบการรายย่อยส่วนใหญ่เขาก็จะใช้วิธีการโฆษณา ประชาสัมพันธ์โดยใช้สื่อของภาคประชาชนหรือสื่อวิทยุชุมชน วิทยุภาคประชาชน แต่ที่ผ่านมามีการปิดสื่อเหล่านี้ จึงทำให้การโฆษณาประชาสัมพันธ์ธุรกิจที่เกิดใหม่ที่เขา เรียกว่าเถ้าแก่น้อยเกิดยากมาก ท่านประธานครับ ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้ไม่มีสื่อโฆษณา ปล่อยให้บางคนก็ต้องหันไปโฆษณาทางออนไลน์ ซึ่งบางทีมันเข้าไม่ถึงชุมชนที่แท้จริง เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยการฟื้นฟูและให้โอกาสผู้ประกอบการขนาดย่อยนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ ถูกต้องแล้ว แล้วที่สำคัญผู้ประกอบการเหล่านี้ก็ติดเครดิตบูโร ท่านประธานครับ เราต้องแก้ ตรงนี้ให้ได้ก่อนครับ เหมือนกับเราไปผูกแข้งผูกขาตัดสิทธิผู้ประกอบการที่เขาต้องการที่จะ ประกอบอาชีพ เขาล้มละลายขึ้นมาไม่ใช่เพราะเขาไม่มีความสามารถ ไม่ใช่เพราะเขาขี้เกียจ แต่การเมือง เศรษฐกิจ โรคระบาด ทำให้เขาล้มละลายครับ สุดท้ายก็เอากฎหมายมาล็อกคอไว้ ล็อกแขน ล็อกขาไว้ ทำให้กลุ่มเหล่านี้ไม่สามารถที่จะลืมตาอ้าปากได้ บวกกับแบงก์ ธนาคาร แห่งประเทศไทยและธนาคารพาณิชย์ก็ไม่ปล่อยหรอกครับ ไม่มีทางปล่อยให้ เงินกู้ธุรกิจ เหล่านี้ เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลจะมาอุ้มธุรกิจ SMEs ผมเห็นด้วยว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เราเดินมาถูกทางแล้ว ก็ขอแสดงความยินดีกับธุรกิจ SMEs ที่อนาคตนี้จะต้องสดใสมากขึ้น🔗
อีกประการหนึ่งครับ ที่ผ่านมานั้นมีการยกเลิกประเพณีต่าง ๆ เช่น บางรัฐบาล มีการยกเลิกประเพณีสงกรานต์อย่างนี้ครับ ยกเลิกงานวัด ยกเลิกงานไหลเรือไฟ ยกเลิกงาน ประเพณีบุญบั้งไฟ ซึ่งงานเหล่านี้เป็นการทำธุรกิจชุมชน ธุรกิจชุมชนมาจากการจัดงาน เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการขายของ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเกี่ยวกับสถานบันเทิงต่าง ๆ หมอลำ นักร้อง ก็เกี่ยวข้องกับธุรกิจเหล่านี้ทั้งหมดที่เขาเรียก SMEs ฉะนั้นผมเห็นด้วยว่าจะต้องมีการ ฟื้นฟูทุกอย่างไปพร้อม ๆ กัน ให้โอกาสการเข้าถึงสื่อประชาสัมพันธ์ ให้โอกาสมีการจัดงาน ใหญ่ ๆ ทุกงาน ทุกปี การประชาสัมพันธ์งานปีใหม่ งานบุญบั้งไฟ ประเพณีสงกรานต์ หรืองานกาชาด เราจัดบ่อย ๆ ครับธุรกิจเหล่านี้มันก็จะไปได้ของมันเองครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ล้มละลายทั้ง ๓ ฉบับครับ ไม่ว่าจะเป็นร่างของท่านวรภพ วิริยะโรจน์ จากพรรคประชาชน ร่างของท่านโกศล ปัทมะ จากพรรคเพื่อไทย ร่างจาก ครม. โดยท่านรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมครับ ท่านทวี สอดส่อง คืออย่างนี้ครับท่านประธานจริง ๆ แล้วผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของตัวเลขเรื่องการเงิน อะไรนะครับ รัฐสภาชุดที่ ๒๕ ที่แล้วผมมีโอกาสได้ไปเป็นกรรมาธิการแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้ กยศ. ผมก็เลยเข้าใจเรื่องนี้ คำว่า ล้มละลาย คืออะไร อย่างไร แล้วก็มีโอกาสได้คุยกับท่านทวี ด้วยนะครับว่าจริง ๆ แล้วปัญหาเรื่องคดีล้มละลายมันเต็มประเทศพอสมควร เพราะฉะนั้น ก็คือจะเป็นปัญหาค่อนข้างที่จะเยอะ ท่านประธานครับ ผมจะไม่ลงรายละเอียด ผมคิดว่า ผมให้ความสำคัญว่าคนที่จะเป็นหนี้คิดแล้วคิดอีกครับ จะเป็นหนี้หรือไม่เป็นหนี้ดี แต่คนที่ ล้มละลายผมคิดว่ามันยิ่งกว่านั้นนะครับ คนที่ล้มละลายท่านประธานผมคิดว่ามันมี ๔ ประการที่ผมจะสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้นะครับ ผู้ล้มละลาย ท่านประธานครับคนที่เป็นบุคคลล้มละลายหรือนิติบุคคลก็ดี หรือที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ก็ดี จะไม่สามารถทำนิติกรรมใด ๆ ได้ทั้งสิ้น ท่านประธานลองนึกภาพนะครับ ท่านประธานก็ดี ผมก็ดี ไม่สามารถที่จะทำนิติกรรมได้ ไม่สามารถจะซื้อบ้านได้ ไม่สามารถจะซื้อรถได้ ไม่สามารถจะทำธุรกรรม นิติกรรมอะไรได้ทั้งสิ้น มันเหมือนว่าบุคคลคนนี้ไม่มีตัวตนแล้ว ที่จะมีชีวิตอยู่ เพราะฉะนั้นเหตุผลสำคัญก็คือว่าการแก้เงื่อนไข ระเบียบ หรือว่ารายละเอียด ต่าง ๆ ที่มันเปิดโอกาสให้คนที่ล้มละลายเป็นการล้มละลายโดยไม่ตั้งใจครับ ผมเข้าใจทุกคน ว่าคนที่ล้มละลายไม่ได้ตั้งใจที่จะล้มละลาย แต่มันด้วยมีเหตุปัจจัยในการทำธุรกิจก็ดี เหตุปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ ผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญนะครับ เพราะว่า บุคคลไม่สามารถทำนิติกรรมใด ๆ ทั้งสิ้น ผมคิดว่าอันนี้เป็นหัวใจหลักที่เราจำเป็นจะต้อง แก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ ท่านประธานครับ มีเกี่ยวข้องกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยนะครับ บุคคลล้มละลายไม่สามารถที่จะรับสมัครลงเลือกตั้ง สส. ได้นะครับท่านประธาน ตัดสิทธิ ทางการเมืองด้วย เพราะฉะนั้นก็คือพวกเราที่อยู่ในที่นี้ผมคิดว่าไม่มีใครอยากล้มละลาย หรอกครับ เพราะว่าใครที่จะทำหน้าที่ทางการเมืองต่อไปก็จำเป็นอย่างยิ่งนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ก็คือไม่สามารถที่จะดำรงตำแหน่งใด ๆ ในบริษัท ซึ่งอาจจะให้ ลูกก็ได้ อาจจะให้ครอบครัวก็ได้ แต่เขาไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปอยู่ในบทบาทของบริษัท ผมคิดว่า อันนี้มันก็เป็นการตัดสิทธิที่สำคัญ ตัดสิทธิที่ไม่สามารถที่จะทำให้คนเหล่านี้ได้มีโอกาสที่จะ ฟื้นฟูตัวเอง🔗
ประการสุดท้ายครับท่านประธาน อันนี้ผมคิดว่ามันเป็นการขัดกับสิทธิ เสรีภาพของความเป็นมนุษย์ทุกคนนะครับ บุคคลล้มละลายไม่สามารถเดินทางไป ต่างประเทศได้ อันนี้เป็นปัญหาสำคัญแล้วนะครับ คืออาจจะมีเงินอยู่ อาจจะคนอื่นชวนไป ไปฟื้นฟู ไปปรับปรุง เพิ่มทักษะ หรือไปเพิ่มความรู้ในต่างประเทศเพื่อที่จะมาแก้ปัญหา ให้ตัวเอง แต่ถ้าเงื่อนไขเหตุผลว่าบุคคลล้มละลายทั้งหมดที่ผมว่ามานี้ไม่สามารถที่จะเดินทาง ไปต่างประเทศได้ ผมคิดว่าอันนี้คือปัญหาใหญ่ โดยสรุปครับท่านประธานครับ ไม่สามารถทำ นิติกรรมใด ๆ ได้ ไม่สามารถที่จะลงเลือกตั้งสมัคร สส. ได้ ไม่สามารถจะดำรงตำแหน่งใน บริษัทใด ๆ ได้ ไม่สามารถที่จะเดินทางไปต่างประเทศได้ ทั้ง ๔ ประการนี้ผมคิดว่ามี ความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของ SMEs หรือบริษัทขนาดย่อม หรือบริษัท ขนาดใหญ่ หรือแม้แต่บุคคลธรรมดา ผมคิดว่าทุกเรื่องเขาควรจะมีสิทธินะครับ🔗
ประการที่ ๒ เมื่อเกิดการล้มละลายเกิดขึ้นแล้วนะครับ ทุกกลุ่มผมคิดว่า เขามีโอกาสที่จะต้องแก้ไขหรือฟื้นฟูตัวเอง ท่านประธานลองดูครับเวลาผู้ต้องขังที่ติดคุกอยู่ใน เรือนจำ เขาออกมานะครับ เขาออกมาเขาได้รับโอกาส เขาได้รับการฟื้นฟูหรือว่ามีพื้นที่ ให้เขาได้ทำงาน มีพื้นที่ให้เขาได้สามารถที่จะประกอบอาชีพหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ กิจกรรม ที่เขาชอบเข้ามา บางคนเราก็เห็นนะครับ ออกจากเรือนจำเรียบร้อยเขาสามารถที่จะ ประกอบธุรกิจได้ แต่ถ้าหากว่าบุคคลล้มละลายตาม ๔ ประการที่ผมได้นำเรียนท่านประธาน เขาไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลย เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงมีความหมายกับพี่น้อง ประชาชนทุกคน และผมหวังว่ากฎหมายฉบับนี้จะทำหน้าที่ในการคลี่คลายแก้ไขปัญหา เราไม่อยากจะเห็นจำนวนหรือปริมาณของบุคคลล้มละลายในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นครับ สิ่งที่ผมอยากให้กรรมาธิการที่จะเกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ได้พิจารณาให้มากขึ้น ก็คือเรื่องประเด็น ของนักเรียน นักศึกษา ท่านประธานครับ หลายคนผู้ปกครองต้องไปกู้เงินในการศึกษาต่อ ผมเสียดายมากครับท่านประธาน พ.ร.บ. กยศ. ที่ผ่านมานี่ครับ ก็คือก็แก้ได้ระดับหนึ่ง แต่ว่าก็ยังมีหนี้ หนี้ที่เขาเรียกว่า ดอกเบี้ยของค่าปรับ น่าจะเป็นค่าปรับท่านประธาน ผมไม่เข้าใจศัพท์นี้ครับ ทีนี้ประเด็นสำคัญก็คือว่าในหลักการบางอย่างผมอยากให้มันเป็น หลักการคล้าย ๆ กับ กยศ. ครับ ก็คือถ้าหากว่าผู้ประกอบการหรือบุคคลธรรมดาที่มันมี ศักยภาพน้อยในการแข่งขันน้อยควรจะมีกองทุน ควรจะมีหน่วยงานราชการเข้าไปสนับสนุน เข้าไปฟื้นฟูหรือเข้าไปทำหน้าที่ที่จะทำให้พวกเขาได้มีโอกาสที่จะแข่งขัน ได้มีโอกาสที่จะทำ หน้าที่ในการฟื้นฟูตัวเองและครอบครัว ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ขสมก. ซึ่งกำลังนั่งฟังที่ชั้นบนของสภาผู้แทนราษฎรขณะนี้นะครับ ขอต้อนรับทุกท่านครับ ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณเชตวัน เตือประโคน ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน ครับ สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี ตัวแทน พี่น้องประชาชนชาวเทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลเมืองลาดสวาย ขอร่วมอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ล้มละลายทั้ง ๓ ร่างนี้นะครับ คือท่านประธานครับ การฟ้องล้มละลายเป็นเรื่องที่ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ไม่อยากให้เกิดขึ้นแน่ ๆ ครับ คือเจ้าหนี้ เขาก็อยากได้เงินคืนเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ใช่ได้ทรัพย์สินจากกิจการที่เจ๊งไปแล้ว ส่วนลูกหนี้ ก็คงไม่อยากเลิกกิจการหรือถูกฟ้องล้มละลายโดยที่ไม่มีโอกาสได้แก้ตัว การขอฟื้นฟูกิจการ จึงเป็นทางออกที่ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ที่ต่างก็ได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่นะครับ เจ้าหนี้ ได้โอกาสติดตามหนี้ของตัวเอง เพิ่มโอกาสในการได้เงินคืนมา ลูกหนี้ได้โอกาสในการ แก้ปัญหา ยิ่งในสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่แบบนี้นะครับ กิจการต่าง ๆ ย่อมมีโอกาสขาด สภาพคล่องได้ง่าย การขอฟื้นฟูกิจการจึงเป็นทางออกที่ไม่ทำให้ต้องถูกฟ้องล้มละลาย โดยไม่จำเป็น ลูกจ้างไม่ต้องตกงาน ธุรกิจที่ตัวเองสร้างมาไม่ล้มหายตายไปกับตานะครับ ขอยกตัวอย่าง อย่างการฟื้นฟูกิจการการบินไทยถ้าไม่มีการขอฟื้นฟูกิจการตอนนี้เราก็คงไม่มี การบินไทยแล้ว แล้วก็คงสร้างปัญหาให้กับสภาพเศรษฐกิจของประเทศอยู่พอสมควร นอกเรื่องนิดหนึ่งนะครับ ผมแนะนำ ผมกำลังอ่านหนังสือพลิกฟ้าฝ่าวิกฤติการบินไทยอยู่ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเผชิญวิกฤติของการบินไทย ตลอดจนการเข้ามาฟื้นฟู เขียนโดย คุณชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการของการบินไทย ซึ่งสนุกมากครับแนะนำไปหาอ่านกัน ท่านประธานครับ ปัญหาการฟื้นฟูกิจการก็คือกฎหมายการขอฟื้นฟูกิจการในปัจจุบันนั้น ไม่ทันสมัยครับ ลูกหนี้ SMEs บางส่วนเข้าถึงการขอฟื้นฟูกิจการได้ยาก ยิ่งถ้ามีเจ้าหนี้ หลายรายการขอปรับโครงสร้างหนี้ต่าง ๆ ก่อนเข้าสู่การล้มละลายแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ลูกหนี้บุคคลธรรมดาเองก็ไม่มีกฎหมายรองรับครับ ทำให้ไม่มีสิทธิในการขอฟื้นฟูสถานะ หรือฟื้นฟูหนี้สินแบบที่ลูกหนี้ SMEs ทำได้ ผมจึงเห็นด้วยกับหลักการของร่าง พ.ร.บ. ล้มละลายใน ๒ ประเด็นสำคัญที่จะพูดต่อไปนี้ คือ ๑. การทำให้ลูกหนี้ SMEs เข้าถึงการขอ ฟื้นฟูกิจการได้ง่ายขึ้น ๒. การเพิ่มหมวดการฟื้นฟูสถานะของลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดาครับ🔗
ประเด็นแรก การทำให้ลูกหนี้ SMEs เข้าถึงการขอฟื้นฟูกิจการได้ง่ายขึ้น ทั้งการขยายเพดานหนี้ของกลุ่ม SMEs จาก ๑๐ ล้านบาทขึ้นมาเป็น ๕๐ ล้านบาท การแก้ รายละเอียดในการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ให้ง่ายและยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อไม่ให้ ติดล็อกจนทำให้การขอฟื้นฟูกิจการไม่เกิดขึ้น และในอีกหลาย ๆ เรื่องครับในร่างกฎหมายนี้ ซึ่งจะทำให้ลูกหนี้ SMEs รักษากิจการของตนเองไว้ได้อย่างที่พูดไป ลูกจ้างไม่ต้องตกงาน ไม่ต้องถูกยึดทรัพย์ ต้องเลิกประกอบกิจการ เจ้าหนี้ก็ยังมีโอกาสได้รับการชำระหนี้มากขึ้น ไม่ใช่รับซากกิจการไปนะครับ ซึ่งก็เป็นภาระให้กับเขาอีกในการไปจัดการซากกิจการเหล่านั้น🔗
ประเด็นที่ ๒ การเพิ่มหมวดการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดา เพิ่มสิทธิให้ลูกหนี้บุคคลธรรมดาเทียบเท่ากับลูกหนี้ SMEs ท่านประธานครับ เพราะไม่ใช่ ทุกคน ไม่ใช่ทุกกิจการที่มีการจดทะเบียนนิติบุคคล ร้านส้มตำ ร้านข้าวแกง ร้านตึกแถว คงไม่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทแน่ ๆ แต่เมื่อเจอปัญหาทางเศรษฐกิจ กิจการเล็ก ๆ แบบนี้ ตกหล่นไปไม่ได้รับสิทธิในการฟื้นฟูกิจการหรือฟื้นฟูฐานะของตนเอง การเพิ่มในส่วนนี้ครับ จะช่วยให้กิจการของประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อยนะครับ ย้ำประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อย สามารถได้รับสิทธิแบบที่กิจการใหญ่โตได้รับ ช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถเอาตัวรอด ไปได้ในสภาวะสภาพคล่องทางการเงินที่ฝืดเคืองนะครับ🔗
ท่านประธานครับ นี่คือ ๒ ประเด็นที่ผมขอร่วมอภิปรายสนับสนุนร่าง กฎหมายฉบับนี้นะครับ นี่คือกฎหมายที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของสังคม เพิ่มสิทธิให้กิจการขนาดเล็ก เพิ่มสิทธิให้บุคคลธรรมดาเข้าถึงโอกาสในการขอฟื้นฟูกิจการได้ ง่ายขึ้น ไม่ใช่เฉพาะกิจการขนาดใหญ่แบบแต่เดิม นี่คือกฎหมายที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับ ประชาชนในการเอาตัวรอดทางเศรษฐกิจในสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่แบบนี้ ทั้งหมด ทั้งมวลนี้ ก็จะช่วยลดการล้มละลายของบุคคลและกิจการได้มากยิ่งขึ้น ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ คุณเอกราชมาแล้วนะครับ คุณเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนดอนเมืองจากพรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายเพื่อสนับสนุน หลักการของร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ หลักการ ไม่ว่าจะเป็นของร่างท่านใด ๆ ก็จะมีเรื่องของการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ซึ่งก็เป็นไปตาม แนวทางโลกสมัยใหม่ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยที่จะต้องทำเรื่องนี้แล้วก็ขออภิปราย สนับสนุนเนื่องจากว่ากิจการจำนวนมากตอนนี้ที่มีสถานะเป็นหนี้ ไม่ว่าจะเป็นบุคคล หรือนิติบุคคลถูกชกอยู่ฝ่ายเดียว หมายความว่าเจ้าหนี้เท่านั้นละที่จะให้ลูกหนี้ล้มละลายได้ กลับกันอันนี้จะเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับลูกหนี้ในกรณีที่เขาคิดว่าโอเคการปรับปรุงโครงสร้าง หรือว่าการดำเนินกระบวนการในการล้มละลายไม่เป็นประโยชน์ เขาก็สามารถที่จะยื่น เพื่อขอล้มละลายจะได้ตัดตอนแล้วก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ ท่านประธานครับ แต่ว่ามันก็มีรายละเอียดแต่ละมาตราที่สามารถไปถกเถียงกันได้ในชั้น กรรมาธิการนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยอดเงิน รายละเอียดกระบวนการพิจารณาหรือว่า การประชุมเจ้าหนี้อะไรต่าง ๆ ที่อาจจะได้เสนอแปรออกไป แต่อย่างนี้ครับท่านประธาน กฎหมายล้มละลายเพื่อนสมาชิกที่ผมอยากจะอภิปรายสนับสนุนทำเรื่องนี้แล้ว แก้เรื่องนี้แล้ว เป็นเพียงหนึ่ง Jigsaw อีกหนึ่ง Jigsaw ที่จะต้องไปทำต่อก็คือว่าการให้บุคคลล้มละลาย เพื่อให้เจ้าหนี้สามารถที่จะบริหารจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ได้อย่างเป็นธรรม แต่ไม่ได้ หมายความว่าเอาเขามาติดคุกทางเศรษฐกิจ ไม่ได้หมายความว่าต้องเอาเขามา เขาเรียกว่า อะไร จำกัดสิทธิบางประการ อย่างเช่น ห้ามดำรงตำแหน่งกรรมการ ห้ามดำรงตำแหน่ง ต่าง ๆ ซึ่งสถานะตรงนี้ที่ทำให้บุคคลล้มละลาย ๓ ปีก็พ้นแล้ว ซึ่งแตกต่างกับการล้มละลาย ทุจริต ดังนั้นบุคคลที่เขาล้มละลายทั่วไปในการประกอบสัมมาอาชีพ เจอภาวะเศรษฐกิจ โควิด เจอพิษทางเศรษฐกิจต่าง ๆ เขาควรได้มีโอกาส แล้วก็ช่วยกันผลักดันทางด้านเศรษฐกิจ เมื่อทำร่างฉบับนี้แล้วหลักการที่ไปดู ไม่ว่าจะเรื่องของการฟื้นฟูกิจการตามหมวด ๓/๑ เรื่องของกระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับฟื้นฟูลูกหนี้หรือว่ากระบวนการพวกนี้ในชั้น กรรมาธิการก็อยากจะฝากในประเด็นนี้ไปด้วยว่าทำอย่างไรที่จะต้องคำนึงถึงลูกหนี้ SMEs รายย่อย และถ้าเมื่อเขาปลดล็อกไปแล้ว ซึ่งผมก็ตั้งความหวังในประเด็นเรื่องของการเขียน ข้อสังเกตเอาไว้ว่าบุคคลที่เป็นหนี้ล้มละลายควรจะมีสิทธิ คุณไปขังเขาไม่ให้ประกอบอาชีพ ไม่ให้เขาเดินทาง ไม่ให้ไปไหน ไม่มีประโยชน์อะไรกับใครทั้งสิ้นนะครับ เขาควรจะประกอบ อาชีพได้เหมือนเดิม อย่างน้อยก็ไม่เป็นภาระให้กับสังคมต่าง ๆ ที่จะต้องมาจัดกระบวนการ ทางด้านกฎหมาย แล้วก็ไม่เอื้ออำนวยกับระบบของรัฐที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ด้วย ดังนั้นก็ฝาก กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นว่าให้พิจารณาอย่างรอบคอบ แล้วก็ฟังความเห็นอย่างรอบด้าน แล้วก็หวังว่าการผลักดันกฎหมายนี้จะช่วยให้กับสิทธิของพี่น้องประชาชน แล้วก็ส่งเสริมให้ เขามีความยุติธรรมในเรื่องของกระบวนการทางกฎหมายมากขึ้น ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านสุดท้าย ที่จะขออภิปราย หลังจากนั้นก็จะให้ผู้เสนอได้มาสรุปอีกสักครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะของ คณะรัฐมนตรี ถ้าจะขอสรุปก็หลังจากที่คุณอนุสรณ์ได้อภิปรายแล้วครับ สำหรับ ๒ ฉบับของ ท่านสมาชิกนั้นคิดว่าคงไม่ต้องสรุปแล้ว เพราะว่าเป็นฉบับคราวที่แล้วก็ได้สรุปแล้วก่อนที่จะ ลงมตินะครับ เชิญคุณอนุสรณ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ การไม่มีหนี้คือลาภอันประเสริฐ บางครั้งการทวงหนี้เป็นสิ่งที่น่าเจ็บปวด แม้จะทวงเบา ๆ แต่ก็เจ็บไปทั้งใจ นี่เฉพาะเป็นหนี้แล้วโดนทวงนะครับ แต่ถ้าเป็นหนี้แล้ว ล้มละลายมันน่าจะรุนแรงยิ่งกว่าแผ่นดินไหวในใจอ้ายของต้า ตจว. ครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะ Highlight เส้นเรื่องที่เตรียม Content มาอภิปรายในวันนี้นะครับ ในเนื้อหาของ ร่าง พ.ร.บ. ล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ .... นี้ว่าเราจะทำให้การล้มละลายนั้นมันล้มยากขึ้น แล้วก็สามารถฟื้นฟูได้ง่าย ลดขั้นตอนทำให้เร็วขึ้น และถ้าเราทำได้ธุรกิจจะยืนหยัด ทุกภาคส่วนเดินหน้า กลไกเศรษฐกิจขับเคลื่อน แต่ Highlight สำคัญที่สุดก็คือว่าทั้งหมดนั้น ต้องขึ้นอยู่กับการยอมรับและการสร้างกลไกความเชื่อมั่นร่วมกันของสังคม ดังนั้นเราจะไม่ได้ ยึดหลักแค่ว่าปิดทางล้มละลาย ล้มแล้วลุกง่าย ฟื้นฟูง่าย ฟื้นฟูเร็ว จะไม่เกิดประโยชน์ ถ้าหากว่าไม่ได้รับการยอมรับหรือไม่เกิดกลไกความเชื่อมั่นจากทุกภาคส่วน ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๕ ประการด้วยกัน ที่ถือว่าเป็นจุดดี จุดแข็ง ไม่ว่าจะเป็นร่างของรัฐบาล แล้วก็ร่างของพรรค เพื่อไทย🔗
ประการที่ ๑ ผมต้องชมเรื่องของการปรับโครงสร้างตามขนาดธุรกิจมีการเพิ่ม เกณฑ์หนี้ให้กับธุรกิจขนาดใหญ่ แล้วก็แยกออกจาก SMEs อย่างชัดเจน ประเด็นนี้อยู่ใน หมวด ๓/๑ ทำไมต้องแยกครับ แยกก็เพื่อให้กระบวนการฟื้นฟูนั้นสอดคล้องกับขนาด สอดคล้องกับมูลหนี้และความซับซ้อนของธุรกิจทุกประเภท นี่หมวด ๓/๑ ครับ🔗
ประการที่ ๒ การฟื้นฟูกิจการที่ชี้ชัดไปในกลุ่ม SMEs อันนี้ต้อง Highlight ว่าเราทำอย่างไรที่จะทำให้การฟื้นฟูการช่วยเหลือนั้นเข้าถึง SMEs แล้วก็ทำให้ SMEs เข้าถึง การฟื้นฟูด้วย ต้องร่วมด้วยช่วยกันใน ๒ ทาง ประเด็นนี้อยู่ในหมวด ๓/๒ เป็นการเพิ่มความ ยืดหยุ่นให้ผู้ประกอบการสามารถจัดทำและบริหารแผนฟื้นฟูด้วยตัวเอง หรือได้รับการ ยอมรับจากทุกภาคส่วน ท่านประธานครับ แม้ว่า SMEs นั้นรายได้รวมของกลุ่มนี้เมื่อเทียบ กับขนาดธุรกิจอื่น ๆ ทุกประเภทในประเทศ ไม่ได้มีสัดส่วนมากละครับ SMEs จะมีสัดส่วน รายได้ประมาณ ๑๘.๒๖ เปอร์เซ็นต์ แต่ในความน้อยครับมันมีความมากอยู่ มีเรื่องของการ จ้างงานที่ถ้าหากว่าล้มไปก็จะกระทบกับแรงงาน กระทบกับการจ้างงานครัวเรือนภาคธุรกิจ ท้องถิ่นได้รับผลกระทบหมด ดังนั้นในหมวด ๓/๒ เขาไปเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้ประกอบการ สามารถจัดทำและบริหารแผนฟื้นฟูด้วยตนเอง🔗
ประการที่ ๓ กระบวนการฟื้นฟูกิจการแบบเร่งรัด ความจริงต้องต่อด้วยว่า ไม่ใช่เอาเร็วเข้าว่า ไม่ใช่ว่าเอาเร่งรัดเป็นสำคัญ แต่จะต้องมีกระบวนการหรือกลไกที่ได้รับ การยอมรับ มีคำถามว่าตกลงคนเป็นหนี้การบริหารจัดการแผนฟื้นฟูน่าจะต่างกันระหว่าง เป็นหนี้ธนาคาร อันนี้อาจจะไม่ห่วงเพราะธนาคารเขาก็มีกลไกของเขาเอง แต่ถ้าว่าเป็นหนี้ ภาคเอกชนหรือหนี้ประชาชนต่อประชาชนด้วยกัน ตรงนี้ต้องมีกลไก มีกระบวนการฟื้นฟู กิจการที่ได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน🔗
ประการที่ ๔ การฟื้นฟูฐานะของลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดา เราได้เห็นว่า ความพยายามในการจะสร้างช่อง แล้วก็แบ่งกลุ่มต่าง ๆ SMEs เข้ากลุ่มนี้ บุคคลธรรมดา ก็สามารถเข้าในหมวด ๓/๔ หมวดนี้จะเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดาที่มีหนี้ตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ บาทหรือไม่เกิน ๑ ล้านบาท กรณีทำธุรกิจสามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู และจะลดภาระหนี้ และฟื้นฟูสถานะทางการเงิน มีตัวเลขที่ต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง ว่าในปี ๒๕๖๗ ภาคครัวเรือนไทยมีหนี้เฉลี่ยประมาณ ๖๐๖,๓๗๘ บาทต่อครัวเรือนนะครับ ดังนั้นถ้าหากว่าคนที่เป็นหนี้แล้วเราไม่มีความพยายามจะปิดช่อง หรือทำให้การล้มละลาย ยากขึ้น จะมีคนที่พลาดและตกไปเป็นกลุ่มบุคคลล้มละลายเพิ่มมากขึ้น🔗
ประการที่ ๕ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญ ผมย้ำว่าการออกกฎหมายหรือการ ปรับปรุงกฎหมายนั้นจะต้องได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน มันควรจะเป็นสถานการณ์ ที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันได้ ไม่ใช่ว่าพอเราออกกฎหมายไปแล้วภาคลูกหนี้เสียประโยชน์ เจ้าหนี้ได้ประโยชน์ หรือทอดทิ้งบางกลุ่ม บางบุคคลไว้ไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการที่เป็น ประโยชน์ร่วมกัน🔗
สุดท้ายครับ กระบวนการขั้นตอนในการฟื้นฟูนั้นต้องได้รับการยอมรับ กรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นนั้นจะต้องเปิดช่องทางสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมและรับฟังเสียง จากทุกภาคส่วน ท่านประธานครับ หากเราทำได้ ผมเชื่อมั่นว่ากฎหมายฉบับนี้จะทำให้การ ล้มละลายยากขึ้น และจะเปิดทางฟื้นฟูให้เร็วขึ้น ง่ายขึ้น จะทำให้ธุรกิจเดินหน้ายืนหยัด และกลไกขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจได้ขับเคลื่อนไป ฝากไว้สุดท้าย ถ้าคุณสู้ เราช่วย โอกาสไทย ทำได้จริง ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอมีสิทธิจะอภิปรายสรุปได้อีกครั้งหนึ่ง แต่ผมฟังผู้อภิปราย สมาชิกทุกท่านอภิปรายเป็นในทางเดียวกันสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับนี้ เว้นแต่ มีข้อสังเกตบ้างเล็กน้อยก็ไปว่ากันในวาระที่สองถ้ารับหลักการ ไม่มีผู้ขอสรุปนะครับ ผมจึงจะขอลงมติในวาระที่หนึ่ง ก็จะถามในที่ประชุมว่าจะเห็นสมควรรับหลักการหรือไม่รับ หลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ นะครับ ก่อนจะลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ ขอให้ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกหรือที่ประชุมอยู่ในห้อง กรรมาธิการกรุณาเข้ามาเพื่อจะตรวจสอบองค์ประชุมลงมติรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ หรือไม่นะครับ เชิญครับ🔗
ท่านสมาชิก ที่เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกนะครับ กรุณาเข้ามาแสดงตนด้วยนะครับ เข้ามาแล้วเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ แล้วก็ถ้ามี ปัญหาในการเสียบบัตรแจ้งเจ้าหน้าที่หรือใช้เสียงได้นะครับ กำลังเดินเข้ามาหลายท่าน กรุณารอสักครู่นะครับ เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนครับ🔗
ท่านประธาน ๓๖๓ แสดงตนครับ🔗
๓๖๓ แสดงตน เจ้าหน้าที่จดไว้ด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๔๖ แสดงตนครับ🔗
๔๔๖ นะครับ🔗
๒๖๖ แสดงตนครับ🔗
๒๖๖ แสดงตน กำลังเดินเข้ามาอีกหลายท่านนะครับ🔗
๒๔๖ แสดงตนครับ🔗
๒๔๖ นะครับ เชิญครับที่เข้ามาใหม่เสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ สมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้แสดงตนบ้างครับ ไม่มีนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลด้วยนะครับ ที่แสดงตนเสียบบัตร ๓๘๐ ท่าน เดี๋ยวมีบวกอีกเท่าไรนะครับ ทั้งหมดที่แสดงตนแล้วก็อยู่ในห้องประชุมทั้งหมด ๓๘๐ บวก ๑ เป็น ๓๘๑ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปผมก็จะถาม มติจากที่ประชุมว่าจะเห็นสมควรรับหลักการแห่งพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับหรือไม่นะครับ ท่านผู้ใดเห็นว่าสมควรจะรับหลักการกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่สมควร รับหลักการกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ลงมติได้ครับ🔗
ท่านสมาชิก ท่านใดยังไม่ได้ลงคะแนนครับ ลงมตินะครับ ไม่มีครับ กรุณาแสดงผลด้วยครับ มีผู้ลงมติ ๓๘๓ ท่าน เห็นด้วย ๓๗๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๓ ท่าน ที่ประชุมนี้เห็นสมควรรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ทั้ง ๓ ฉบับนะครับ🔗
เชิญครับ เสนอเรื่องตั้งกรรมาธิการนะครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจำนวน กรรมาธิการ จำนวน ๓๑ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรอง เสนอกรรมาธิการวิสามัญ ๓๑ ท่าน ถ้าเป็นไปตามสัดส่วนนี้ของคณะรัฐมนตรีไม่เกิน ๗ ท่าน คณะรัฐมนตรีเสนอก่อนได้เลยนะครับ ส่วนของ สส. ๒๔ ท่านก็จะเป็นสัดส่วนอย่างนี้ ผมอ่านก่อนก็ได้ครับ พรรคประชาชน ๗ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๗ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน พรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน พรรคกล้าธรรม ๑ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคประชาชาติ ๑ ท่าน ขอเชิญ คณะรัฐมนตรีเสนอครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๗ ท่าน ดังนี้ค่ะ ๑. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ๒. นางภัทรภร เวชรังษี ๓. นายพิชัย นิลทองคำ ๔. นายเชิดศักดิ์ หิรัญสิริสมบัติ ๕. นายกนก จุลมนต์ ๖. นายพรภัทร์ ตันติกุลานันท์ ๗. นายวรกร โอภาสนันท์ ค่ะ🔗
ต่อไปครับ ของพรรคประชาชน จำนวน ๗ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอนำเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนพรรคประชาชน จำนวน ๗ คน ดังนี้ ๑. นายวรภพ วิริยะโรจน์ ๒. นายจุลพงศ์ อยู่เกษ ๓. นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ๔. นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ ๕. นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล ๖. นายสุรพล โอภาสเสถียร ๗. นางสาวปาริชาต มั่นสกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๗ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๗ ท่าน ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยดังนี้นะครับ ๑. นายโกศล ปัทมะ ๒. นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ๓. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ๔. ว่าที่ร้อยตรี ชยพล บริเพชร ๕. นายเอกชัย ไชยนุวัติ ๖. ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิสิต อินทมาโน ๗. นายสุวิจักขณ์ ประกอบชีพ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๓ ท่านครับ ๑. นายชลัฐ รัชกิจประการ ๒. นายสรชัช ครองยุติ ๓. นายชัยรัตน์ มาตยานุมัตย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่านนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของพรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวน ๒ ท่าน ๑. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๒. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่านนะครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต เสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๑ ท่าน คือนายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคกล้าธรรม ๑ ท่านนะครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพครับ ผม บัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคกล้าธรรม ขอเสนอสัดส่วนของพรรคกล้าธรรม ๑ ท่านครับ นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรีจากพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอชื่อ นายอภิวัชร บัวพันธ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคประชาชาติ ๑ ท่านนะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม สุไลมาน บือแนปีแน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ ขอเสนอชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ ๑ ท่านด้วยกัน คือท่าน สส. ซูการ์โน มะทา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ครบจำนวน ๓๑ ท่านแล้วนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ🔗
เชิญครับ🔗
เหมือนท่านประธานลืมพรรคพลังประชารัฐ🔗
ข้ามไปหรือครับ พรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน เชิญครับ ขออภัยด้วยครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศุภโชค ศรีสุขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา ขออนุญาตเสนอ รายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๑ ท่าน ได้แก่ ดอกเตอร์รงค์ บุญสวยขวัญ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ครบทุกพรรคแล้ว ๓๑ ท่านนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อเลยครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ๒. นางภัทรภร เวชรังษี ๓. นายพิชัย นิลทองคำ ๔. นายเชิดศักดิ์ หิรัญสิริสมบัติ ๕. นายกนก จุลมนต์ ๖. นายพรภัทร์ ตันติกุลานันท์ ๗. นายวรกร โอภาสนันท์ ๘. นายวรภพ วิริยะโรจน์ ๙. นายจุลพงศ์ อยู่เกษ ๑๐. นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ๑๑. นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ ๑๒. นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล ๑๓. นายสุรพล โอภาสเสถียร ๑๔. นางสาวปาริชาต มั่นสกุล ๑๕. นายโกศล ปัทมะ ๑๖. นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ๑๗. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ๑๘. ว่าที่ร้อยตรี ชยพล บริเพชร ๑๙. นายเอกชัย ไชยนุวัติ ๒๐. ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิสิต อินทมาโน ๒๑. นายสุวิจักขณ์ ประกอบชีพ ๒๒. นายชลัฐ รัชกิจประการ ๒๓. นายสรชัช ครองยุติ ๒๔. นายชัยรัตน์ มาตยานุมัตย์ ๒๕. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๒๖. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ๒๗. นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ๒๘. นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน ๒๙. รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ๓๐. นายอภิวัชร บัวพันธ์ และ ๓๑. นายซูการ์โน มะทา🔗
ครบทั้ง ๓๑ ท่าน แล้วนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๕ วรรคหนึ่ง กำหนดให้มีการเสนอระยะเวลาการแปรญัตติ จะใช้เวลากี่วันครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอระยะเวลาในการแปรญัตติ ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรองครับ🔗
เสนอเวลา แปรญัตติ ๑๕ วัน มีเสนออย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีขอถือเป็นตามนี้นะครับ และเนื่องจาก ในขั้นรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีมากกว่า ๑ ฉบับ จึงขอเชิญท่านสมาชิก เสนอว่าจะใช้ร่างพระราชบัญญัติฉบับใดเป็นหลักในการพิจารณาในวาระที่สองตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ วรรคสาม เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอให้ใช้ร่าง ครม. เป็นร่างหลักในการพิจารณาครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้อง เสนอให้ใช้ร่างของ ครม. เป็นหลักการพิจารณาในวาระที่สอง มีจะเสนออย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่าใช้ร่างของ ครม. เป็นหลักในการพิจารณา ขอบคุณคณะรัฐมนตรีและสมาชิก ทุกท่านครับ ก็จบการพิจารณาในวาระที่ ๔.๓ นี้นะครับ🔗
๔. ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต และการให้บริการประชาชน พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ (ในระเบียบวาระ เรื่องด่วนที่ ๔)🔗
เนื่องจากมีร่างพระบัญญัติทำนองเดียวกันนี้อีก ๑ ฉบับ คือร่างพระราชบัญญัติ การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ซึ่งคุณวรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ซึ่งอยู่ในวาระที่ ๕.๕๕ ซึ่งผมเห็นว่าสามารถ จะรวมมาพิจารณาในคราวเดียวกันได้ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) ข้อ ๑๑๗ วรรคสาม จะมีท่านสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่าเราจะพิจารณาไปพร้อม ๆ กันกับ ร่างพระราชบัญญัติที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอนะครับ ขอเชิญคณะรัฐมนตรีได้แถลงหลักการ เหตุผล แต่ในการนี้ท่านรัฐมนตรีได้ขออนุญาตให้มีผู้เข้ามาร่วมชี้แจงดังต่อไปนี้นะครับ จากสำนักงาน ก.พ.ร. คุณอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. คุณอารีย์พันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการ ก.พ.ร. คุณณฐิณี สงกุมาร ผู้อำนวยการกองนวัตกรรมบริการภาครัฐ และจากสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา คุณจุมพล นิติธรางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และคดีปกครอง และคุณปณตภร จงธีรโชติ นักกฎหมายกฤษฎีกาชำนาญการพิเศษ ฝ่ายวิจัยและพัฒนา กฎหมาย กองพัฒนากฎหมาย ขอเชิญคณะรัฐมนตรีแถลงหลักการและเหตุผล และขอเชิญ ผู้ที่จะมาร่วมชี้แจงเข้าประจำที่ได้เลยครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ดิฉันได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ให้มานำเสนอร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการ ให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้🔗
หลักการ นั่นก็คือเป็นการปรับปรุงพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวก ในการพิจารณอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ ให้รองรับความต้องการและความ คาดหวังของพี่น้องประชาชนต่อการอนุญาต และการให้บริการของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ ยิ่งขึ้น รวมทั้งสร้างความโปร่งใสในกระบวนการ ขั้นตอนการให้บริการของรัฐ ลดขั้นตอนการ อนุญาตที่ไม่จำเป็นออกไป โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการอนุญาตและการให้บริการ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ใช้ดุลยพินิจในการอนุมัติ อนุญาตเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น อันจะเป็นการ ลดภาระและต้นทุนของพี่น้องประชาชน และจะส่งผลดีต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการ แข่งขันของประเทศในภาพรวมต่อไปค่ะ🔗
ท่านประธานคะ ในเรื่องของเหตุผล ในเรื่องของการอำนวยความสะดวก ในการบริการพี่น้องประชาชนตามพระราชบัญญัติในฉบับดังกล่าว ก็จะเห็นว่ามีเจตนารมณ์ ที่จะให้บริการพี่น้องประชาชนไปด้วยความสะดวก แล้วก็รวดเร็ว แล้วก็เป็นการลดภาระ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพราะที่ผ่านมากฎหมายฉบับนี้ทำให้การติดต่อราชการเป็นไปด้วยความ โปร่งใส แล้วก็นอกจากนั้นยังจะเป็นคู่มือสำหรับประชาชนในการติดต่อราชการและสร้าง กระบวนการมีส่วนร่วม แล้วก็กระบวนการรับรู้ของพี่น้องประชาชน รวมทั้งในการพิจารณา ถึงการอนุญาต รวมทั้งค่าธรรมเนียมรายการเอกสารต่าง ๆ ตลอดจนเอกสารและเงื่อนไข ในการพิจารณาอนุญาต ถือว่าเรื่องนี้ภาครัฐให้ความสำคัญ แล้วก็เป็นการเปิดเผยที่จะนำไปสู่ การบริการต่อพี่น้องประชาชนอย่างโปร่งใส อย่างที่นำเรียนว่าในการขออนุญาตต่าง ๆ ทางราชการ อย่างไรก็ดีขณะนี้สถานการณ์แล้วก็สภาพสังคมได้เปลี่ยนแปลงไปในการติดต่อ ขออนุญาตทางราชการ รวมทั้งความคาดหวังของพี่น้องประชาชนต่อประสิทธิภาพของ หน่วยงานราชการก็จะทำให้ภาครัฐสามารถบริการให้พี่น้องประชาชนมีประสิทธิภาพสูงขึ้น จึงเป็นที่นำมาซึ่งการร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต และการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ฉบับนี้ค่ะ🔗
ขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมต่อท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านว่าแนวคิดของการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่สำคัญ นั่นก็คือนำแนวทางของการ ปฏิบัติใหม่ ๆ เทคโนโลยีใหม่ ๆ และการบริหารราชการที่มีความสำคัญ นั่นก็คือขออนุญาต ได้ชี้แจงเป็นประเด็น ๆ ในเรื่องของความจำเป็นของการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือ🔗
ประการแรก เราได้มีการขยายขอบเขตในเรื่องของอำนวยความสะดวก จากเดิมที่กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า อนุญาตให้ครอบคลุมไปสู่งานบริการของรัฐเพื่อให้ ประชาชนได้แน่ใจว่าการติดต่อทางราชการจะมีหลักประกันในความโปร่งใส รวมถึงความ ชัดเจน แล้วก็ความรวดเร็วตามหลักธรรมาภิบาล โดยประชาชนสามารถทราบขั้นตอนได้ว่า การไปยื่นเอกสารนั้นจะใช้เวลาเท่าไร โดยมีการกำหนดระยะเวลา แล้วก็รายการเอกสาร ตลอดถึงค่าใช้จ่ายที่พี่น้องจะต้องเตรียมไว้ในการที่จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมไว้ล่วงหน้า ผ่านคู่มือประชาชนที่หน่วยงานจะต้องจัดทำทุกหน่วยงานค่ะ🔗
ประการที่ ๒ ท่านประธานคะ ก็จะเป็นการลดภาระของพี่น้องประชาชน ในการติดต่อราชการ แล้วก็หน่วยงานที่มีความรับผิดชอบก็จะต้องทบทวนกระบวนการ อนุญาตแล้วก็การให้บริการภาครัฐ โดยจะต้องมีการปรับลดขั้นตอนระยะเวลาให้การบริการ และเอกสารที่เกี่ยวข้องที่จำเป็นเท่านั้นค่ะ🔗
ประการที่ ๓ จะเห็นว่าเมื่อใบอนุญาตชำรุดเสียหาย ต่อไปพี่น้องประชาชน ก็ไม่ต้องไปแจ้งความอีกต่อไป โดยกำหนดหลักเกณฑ์ในการขอรับใบแทนใบอนุญาตในกรณีที่ ใบอนุญาตนั้นได้สูญหาย ก็จะต้องมีการดูแลในเรื่องของความชำรุดเสียหายหรือถูกทำลาย โดยประชาชนที่จะได้รับใบอนุญาตเหล่านั้นก็สามารถแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตาม กฎหมายว่าด้วยการอนุญาตนั้น ๆ ค่ะ🔗
ประการที่ ๔ การนำระบบอนุญาตหลัก ซึ่งเราเรียกว่า Super License ซึ่งกระบวนการเรื่องนี้เราจะถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรก เพื่อให้ผู้ประกอบการที่มีความจำเป็น ที่จะต้องขอใบอนุญาตนั้นในหลาย ๆ ใบในภารกิจหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมาจะมีใบอนุญาตหลาย ๆ ใบ ในกิจการใดกิจการหนึ่ง เช่นกิจการร้านอาหารก็จะต้องสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่เริ่มต้น ของการขออนุญาตก่อสร้างเพียงใบเดียว นั่นก็คือคณะรัฐมนตรีจะตราพระราชกฤษฎีกา กำหนดให้มีใบอนุญาตหรือว่าหลักเกณฑ์ในการอนุญาตครอบครองกิจการนั้น ซึ่งเรื่องนี้ก็จะ เป็นเรื่องของการลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปติดต่อราชการ การยื่นขอรับใบอนุญาต จากผู้อนุญาตหลายราย ช่วยอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจให้ง่ายขึ้น แล้วก็ สะดวกขึ้น รวดเร็วขึ้น รวมทั้งมีความทันสมัยมากขึ้นค่ะ🔗
ประการที่ ๕ ผู้ประกอบการสามารถต่อใบอนุญาตได้ทันทีเมื่อชำระ ค่าธรรมเนียม โดยกฎหมายนั้นได้ขอขยายขอบเขตการชำระค่าธรรมเนียม การต่อใบอนุญาต แทนที่การยื่นขออนุญาตต่อใบอนุญาตนั้นจะต้องอนุญาตทุก ๆ ใบ แต่ว่าทำให้ผู้ประกอบการ สามารถได้ใบอนุญาตได้อย่างต่อเนื่องแล้วก็ไม่สะดุด เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ในระดับประเทศ แล้วก็ไปสู่ระดับโลกค่ะ🔗
ประการที่ ๖ เรื่องของการจัดให้มีช่องทางพิเศษแบบเร่งด่วนหรือว่าเรา เรียกว่า Fast Track สำหรับประชาชนที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเรื่องของการขออนุญาตในการ บริการในระยะเวลารวดเร็วหรือว่าพิเศษตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งจะสามารถใช้คู่มือของ พี่น้องประชาชนโดยยินยอมให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ช่องทางพิเศษแบบเร่งด่วนดังกล่าวก็ถือว่า เป็นการบริการส่วนเสริมซึ่งแยกต่างหากจากกระบวนการขั้นตอนปกติซึ่งไม่กระทบการ บริการของพี่น้องประชาชนตามเวลาปกติที่ปรากฏในคู่มือของประชาชนค่ะ🔗
ประการที่ ๗ ท่านประธานคะ สำคัญที่สุดคือจะเป็นการลดภาระค่าใช้จ่าย ในการแปลเอกสารของพี่น้องประชาชนและการกำหนดให้มีการจัดทำแบบฟอร์มหลาย ๆ ภาษา เช่น ภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่น ๆ หรือจะเป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษหรือ ภาษาอื่นที่กำกับก็ได้ตามที่สมควรจะแก้ไข เช่น ภาษาอังกฤษโดยเอกสารที่เกี่ยวกับการ ลงทุนจากต่างประเทศ ภาษาอังกฤษในเรื่องของการรับรองทะเบียนราษฎรหรือภาษาประจำ ชาติไทยที่เกี่ยวกับการอนุญาตของคนต่างด้าว หรือว่า Work Permit ค่ะ🔗
นอกจากนี้ท่านประธานคะ ประชาชนเองก็จะสามารถยื่นคำขอที่เดียว ได้ทุกเรื่อง หรือว่า One Stop Service นะคะ เนื่องด้วยทางร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ กำหนดให้มีศูนย์รับคำขอในการรับคำขอใบอนุญาต แล้วก็ขอรับบริการส่งต่อให้ทุกหน่วยงาน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติคะ การเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ถือว่า เป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล นายกแพทองธาร ชินวัตร ที่ต้องการยกระดับ การบริการในภาครัฐให้ตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้พี่น้อง สามารถได้รับการบริการที่สะดวก รวดเร็ว แล้วก็ประหยัด ลดต้นทุนในการให้บริการและลด ขั้นตอน ข้อสำคัญคือสร้างความโปร่งใสในหน่วยงานบริการภาครัฐ คณะ ครม. จึงขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป แล้วก็ให้ความเห็นชอบ ในร่างดังกล่าวค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีมนพรมากครับ ต่อไปอีกฉบับหนึ่งของคุณวรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะ เชิญครับ🔗
กราบเรียนสภาที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ก็ขออภิปรายนำเสนอร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต และการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ที่ทางตัวผมแล้วก็คณะเป็นผู้เสนอต่อสภาแห่งนี้ครับ ผมคิดว่าหลักการในร่างนี้เป็นหลักการที่สำคัญครับ ก็คืออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้อง ประชาชน แล้วก็ภาคเอกชน ลดขั้นตอนธุรการในการประกอบธุรกิจ ลดต้นทุนในการทำ ธุรกิจที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เร่งระยะเวลาการอนุญาตครับ สุดท้ายสำคัญที่สุดคือการแก้ไข ปัญหาทุจริตครับ สร้างระบบที่ไม่เอื้อให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์ที่เป็นปัญหาใหญ่ของ ประเทศไทยในปัจจุบันนี้ครับ🔗
ผมขออนุญาตอภิปรายในสาระสำคัญที่ร่างของผมอาจจะคล้ายคลึงกับร่างที่ ครม. ได้เสนอมา ซึ่งแน่นอนเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ถ้าไล่จากเรื่องใหญ่ ๆ ก็คือ การลดใบอนุญาตที่ซ้ำซ้อนครับ ตามกฎหมายเองก็คือกำหนดให้มีเรียกว่า Super License หรือใบอนุญาตหลัก ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับภาคเอกชนประเทศไทย ใคร ๆ ก็ทราบดีว่า ไม่ว่าจะเปิดโรงแรม เปิดร้านอาหาร ก็จะรู้ว่ามันมีใบอนุญาตหลายใบ ที่จำเป็นต้องขอนะครับ การมี Super License เหล่านี้มันก็ช่วยภาคเอกชนสามารถมาขอ ใบอนุญาตหลัก แล้วสามารถไปแทนใบอนุญาตต่าง ๆ ได้ เรื่องนี้ผมว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ที่เราจำเป็นจะต้องมีร่างกฎหมายฉบับนี้ที่เป็นสาระที่ตรงกันในทั้งร่างของผมแล้วก็ร่างของ ครม. นะครับ🔗
นอกจากนี้ก็จะมีเรื่องของการลดขั้นตอนธุรการที่ซ้ำซ้อนสำหรับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการขอเอกสารที่อยู่ในครอบครองของรัฐจะเรียกซ้ำซ้อนไม่ได้ คือท่านประธาน อาจจะไม่ทราบนะครับบางทีเรายื่นไปบางทีหน่วยงานรัฐบอกให้ไปรับรองด้วยว่าเอกสาร ราชการของหน่วยอื่น ของกรมอื่น ให้ประชาชนเป็นคนรับรอง ทั้งที่จริงแล้วมันควรจะเป็น หน้าที่ของหน่วยงานรัฐด้วยกันในการที่จะเรียกข้อมูลเอกสารระหว่างหน่วยงานไม่ให้เป็น ภาระของพี่น้องประชาชน หรือแม้กระทั่งว่าขอเกิน ๑ ชุด มันก็ควรจะเป็นหน้าที่ของ หน่วยงานรัฐหรือเปล่าที่จะต้องไปทำสำเนาอะไรเพิ่มขึ้นมาเอง เพราะประชาชนเขายื่น เพียงแค่ ๑ ชุดก็น่าจะเพียงพอแล้วนะครับ หรือว่าถ้ามีการยื่นเอกสารครบถ้วนแล้วตรวจรับ ภายใน ๑ วันแล้วจะไม่สามารถเรียกเอกสารเพิ่มไม่ได้แล้วถ้าเกิดว่าตรวจรับรองไปแล้ว อันนี้แน่นอนครับมันก็เป็นกระบวนการที่ภาคเอกชนเขาเจออยู่ก็คือบอกว่าเอกสารไม่ครบ เอกสารไม่ครบ เรียกซ้ำซ้อนบ่อย ๆ เพื่ออาจจะหวังผล เพื่อเรียกมารับผลประโยชน์อะไร หรือเปล่า อันนี้คือสิ่งที่ภาคเอกชนเขาเจอกันอยู่นะครับ และการที่ให้สามารถจ่าย ค่าธรรมเนียมแทนต่อใบอนุญาตได้ แน่นอนครับมันก็ทำให้ขั้นตอนต่าง ๆ มันสะดวกขึ้น ใบอนุญาตที่ระยะเวลาอนุญาตต่ำกว่า ๕ ปี กฎหมายนี้ก็สามารถออก พ.ร.ฎ. มาเพื่อขยาย ให้เป็นใบอนุญาตพิจารณาอายุได้ถึง ๕ ปีได้ แน่นอนครับจะได้ไม่ต้องมาขอใบอนุญาตกัน บ่อย ๆ ไม่มีใครหรอกครับที่อยากจะให้ใบอนุญาตหมดอายุแล้วก็ต้องเสียเวลามานั่งต่อ ใบอนุญาต แล้วก็สิ้นเปลืองการจ่ายค่าธรรมเนียมเหล่านี้นะครับ ก็หวังว่าอันนี้จะช่วยให้ ระบบธุรการต่าง ๆ ที่ภาคเอกชนต้องเข้าไปทำนี่ ทำได้สะดวกรวดเร็วขึ้นนะครับ มีเรื่องของ การเพิ่มความรวดเร็วในการอนุญาตครับ เรื่องนี้แน่นอนจริง ๆ ต้องบอกว่ามันก็จะมีข้อจำกัด ที่ต้องไปพิจารณาในรายละเอียดอย่างระบบ Fast Track ที่ว่าทำให้มีช่องทางการขออนุญาต แบบเร่งด่วน แต่แน่นอนมันก็จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นมา ยอมรับครับว่าเรื่องนี้ก็จะมีเรื่องที่ ต้องถกเถียงกันว่ามันสร้างความลักลั่นหรือไม่ แต่ผมคิดว่าการมีบัญญัติกฎหมายเพื่อรับรอง กลไกเหล่านี้ไว้ก็จะมองเป็นข้อดีที่อาจจะสามารถเปิดช่องให้บางใบอนุญาตที่มันจำเป็นต้องมี ต้นทุน มีภาค Third Party ในการออกตรวจ อะไรต่าง ๆ สามารถทำได้รวดเร็วแล้วก็ เป็นธรรมกับผู้ประกอบการที่ต้องการความรวดเร็วเหล่านี้ได้ มีการบอกว่าให้ทุก ๆ ๕ ปี ในการที่จะทบทวนกฎหมายสามารถเปลี่ยน คือจูงใจให้เปลี่ยนจากระบบอนุญาตเป็นระบบ จดแจ้งแทน เพราะว่ามันก็ทำให้ลดขั้นตอนต่าง ๆ ของการขอใบอนุญาตเมื่อเปลี่ยนเป็น ระบบจดแจ้งแทนได้มากขึ้นนะครับ🔗
สาระใหญ่ ๆ อีกอันหนึ่งก็คือเพิ่มความสะดวกในการยื่นขออนุญาตครับ ก็คือเราบอกว่ามีระบบกลางที่มารวบรวมคำขออนุญาตต่าง ๆ ได้ ยื่นขอโรงแรมก็ขอที่เดียว เลยครับว่าจะกี่ใบอนุญาตหลัก ใบอนุญาตรองก็กรอกที่เดียว แล้วก็ใช้เอกสารชุดเดียว ยื่นเข้าไปในระบบกลาง ให้ระบบต่าง ๆ เขาทำหน้าที่ส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ เรื่องนี้แน่นอนมันก็เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับภาคเอกชนต่าง ๆ นะครับ แต่ก็หวังว่า ระบบกลางตรงนี้ก็คงไม่ใช่เป็นระบบใหม่ เพราะว่าเรามีระบบ Biz Portal อยู่แล้วนะครับ เพียงแต่ว่าอันนี้ก็จะเข้าใจว่าบัญญัติในกฎหมายเพื่อให้เป็นการรองรับเพื่อให้ใช้ Biz Portal ยึดโยงกับกฎหมายอื่น ๆ ที่มีการเขียนในระดับ พ.ร.บ. เหมือนกันได้นะครับ แล้วก็ใน ระบบกลางนี้เองก็กำหนดไว้ว่าให้ภาคเอกชนเข้ามาช่วยดำเนินการหรืออำนวยความสะดวก ปรับปรุงต่าง ๆ ให้มันมีความรวดเร็วทันสมัย แล้วก็ตอบโจทย์กับเอกชนได้ดีขึ้นนะครับ นี่ก็เป็นข้อดีที่ในสาระสำคัญที่ร่าง ครม. กับร่างที่ทางผมได้ยื่นไปเห็นตรงกันนะครับ🔗
ทีนี้ส่วนสำคัญที่ผมอยากจะขออภิปรายเพิ่มเติมในส่วนที่ร่างของผม แล้วก็คณะได้เสนอมี แต่ร่าง ครม. อาจจะยังไม่มี ผมว่าหลักการใหญ่ ๆ ก็คือการบอกว่า ใบอนุญาต By Default หรือจุดเริ่มต้นควรจะให้มีการพิจารณาให้เสร็จสิ้นภายใน ๑๕ วัน และเมื่อพิจารณาเสร็จสิ้นแล้วก็ควรจะถือว่าเป็นการอนุมัติโดยปริยาย หรือง่าย ๆ ก็คือ Auto Approve นี่เป็นสาระสำคัญใหญ่ ๆ ที่จริง ๆ แล้วผมว่ามันก็เป็นการช่วยอำนวยความสะดวก ให้กับภาคเอกชนได้เป็นอย่างดี แต่ว่าแน่นอนในร่าง ครม. อาจจะพิจารณาตัดตรงนี้ออกไป คือต้องอธิบายอย่างนี้ก่อนครับ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน การกำหนด ๑๕ วัน โดย Default หรือโดยตั้งต้นมันก็ไม่ได้เป็น ตัวเลขลอย ๆ นะครับ จริง ๆ เรามี พ.ร.ฎ. วิธีการบริหารบ้านเมืองที่ดีตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ มาตรา ๒๔ เขาเขียนไว้ว่า โดยทั่วไปการอนุญาตควรจะพิจารณาให้เสร็จสิ้นภายใน ๑๕ วัน แต่แน่นอนครับบางใบอนุญาตหรือบางขั้นตอนต่าง ๆ มันมีระยะเวลาที่ยาวนานกว่า ๑๕ วัน ในร่างของผมเองก็กำหนดไว้ว่าใบอนุญาตใบไหนที่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาพิจารณา มากกว่า ๑๕ วันก็สามารถมาออกเป็นกฎกระทรวงยกเว้นได้ พูดง่าย ๆ คือโดย Default ทุกใบอนุญาตควรจะพิจารณา ๑๕ วันในคู่มือประชาชน แต่ถ้าใบอนุญาตไหนจะมีความ จำเป็นอยากได้มากกว่า ๑๕ วัน ก็เปิดช่องให้สามารถมาออกเป็นกฎกระทรวงเป็นข้อยกเว้นได้ Default คือควรจะพิจารณาเสร็จสิ้นภายใน ๑๕ วัน และแน่นอนครับเมื่อใบอนุญาตไหน กำหนดในคู่มือประชาชน ๑๕ วันแล้ว หรือกำหนดเป็น ๓๐ วัน ๖๐ วัน หรือจะ ๙๐ วัน ตามคู่มือประชาชน เมื่อผ่านพ้นระยะเวลาที่กำหนดในคู่มือประชาชนแล้วก็ควรจะถือว่าเป็น การอนุญาตโดยปริยาย นี่คือจุดตั้งต้นร่างที่ผมเสนอเข้าไป แต่เช่นเดียวกันครับใบอนุญาตไหน จะบอกว่ามันเป็นเรื่องของความปลอดภัยในสังคมโดยรวม ความสุขลักษณะต่าง ๆ สมมุติ ยกตัวอย่างเช่น อย. หรือใบอนุญาตก่อสร้างอย่างนี้ครับ ก็จะบอกว่าไม่ควรจะ Auto Approve ก็สามารถออกเป็นข้อยกเว้นได้ ในร่างของผมก็เปิดช่องไว้แบบนั้นได้ แต่ข้อดีของ การที่จะทำให้ทุกใบอนุญาต Default คือ ๑๕ วันแล้วต้อง Auto Approve วัตถุประสงค์ หนึ่งแน่นอนครับก็คือการให้ทุก ๆ หน่วยงานในการออกใบอนุญาตต้องมาทบทวนครับว่า กระบวนการขั้นตอนการขออนุญาตต่าง ๆ ปัจจุบันมีความเหมาะสมหรือไม่ มีความเหมาะสม ตั้งแต่ว่าจำเป็นจะต้องมามีใบอนุญาตหรือไม่ หรือเป็นจดแจ้งแทน หรือไม่มีเลยได้ไหม มันเป็นประโยชน์สำหรับพี่น้องประชาชนมากกว่า ต้นทุนอาจจะไม่คุ้มค่าสำหรับการออก ใบอนุญาตหรือไม่ และการกำหนดเวลาก็ต้องเป็นการบังคับให้ทุก ๆ หน่วยงานต้องมา พิจารณาทบทวนกันว่าระยะเวลาที่จะบริการพี่น้องประชาชนในการออกใบอนุญาต มันควรจะเป็นเท่าไรกันแน่ และเมื่อกำหนดมาแล้วมันก็เป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐนี่ละครับ ที่จะต้องมาจัดสรรทรัพยากรให้สามารถบริการพี่น้องประชาชนได้ตามที่กำหนดไว้ในคู่มือ ประชาชน คือตามที่ได้บอกประชาชนไว้ว่าจะพิจารณาใบอนุญาตนั้นเสร็จสิ้นภายในกี่วัน นี่คือส่วนสำคัญที่ภาคเอกชนเขาต้องการ สิ่งสำคัญที่ประชาชนเขาต้องการจากการบริหาร บ้านเมืองที่ดีครับ คือรู้ครับวางแผนได้ว่าใบอนุญาตนี้จะพิจารณาเสร็จสิ้นภายในกี่วัน ถ้ายังไม่เสร็จสิ้นมันก็ควรจะถือว่าเป็นการอนุญาตโดยปริยาย ไม่ให้ข้อจำกัดหรือคอขวดของ หน่วยงานรัฐเองมาเป็นอุปสรรคในการทำมาหากินของพี่น้องประชาชนครับ เพราะถ้ามันเป็น เรื่องจำเป็นมันก็เป็นหน้าที่ของรัฐในการจัดสรรทรัพยากรออกมาให้สามารถพิจารณาได้ ภายใน ๖๐ วัน หรือ ๙๐ วัน ก็แล้วแต่ ภาคเอกชนเขาก็วางแผนได้ล่วงหน้า เขาก็เข้าใจได้ว่า ๙๐ วันเขาจะได้ใบอนุญาตแล้วนะ เขาก็จะได้ไปดำเนินการจ้างคนทำเรื่องอื่น ๆ ต่อเนื่อง ตามมา ดีกว่าที่ว่าจะต้องมารอหน่วยงานรัฐพิจารณาเสร็จไปเรื่อย ๆ แล้วก็บอกว่ามีข้อจำกัด มีข้อติดขัด คนไม่พอ งบไม่มา อะไรก็แล้วแต่ อันนี้เป็นอุปสรรคของรัฐที่ทำให้ภาคเอกชน ไม่สามารถทำมาหากินได้อย่างปกติ แล้วสุดท้ายมันก็จะไปเกิดการเรียกรับผลประโยชน์ ต่าง ๆ ที่เราต้องการจะแก้ไข มันเลยเป็นที่มาที่เราออกร่างกฎหมายฉบับนี้ นี่คือผมว่าเป็น สาระใหญ่ ๆ ที่ร่าง ครม. ยังไม่มี ก็คงต้องขอให้พิจารณาว่าในชั้นกรรมาธิการเองอยากให้ พิจารณาประเด็นนี้เป็นประเด็นใหญ่ เพราะว่าถ้าเราไปดูในการรับฟังความคิดเห็นก็ต้อง บอกว่าหลักการ Auto Approve ไม่ใช่ว่า ครม. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาจะไม่เคยคิดถึง มาก่อน ตอนรับฟังความคิดเห็นรอบแรกก็มีประเด็นนี้ มีคนที่เห็นด้วยถึง ๖๔ เปอร์เซ็นต์ แน่นอนครับถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหน่วยงานเขาก็คงบอกว่าไม่เห็นด้วยเพราะไม่มั่นใจว่า เขาจะทำได้ตามที่กำหนดไว้หรือไม่ แต่ก็ต้องยืนยันครับว่าโดยส่วนใหญ่ถึง ๖๔ เปอร์เซ็นต์ ก็เห็นด้วย แล้วถ้าผมว่าในมุมภาคเอกชนเขาก็อยากจะเห็นภาครัฐของเรานี้มีการทบทวน แล้วก็จัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสม ไม่ให้ระยะเวลาการขออนุญาตเป็นอุปสรรคในการ ประกอบอาชีพ ประกอบธุรกิจอย่างสุจริตของภาคเอกชนตรงนั้น ก็เลยเป็นที่มาที่ยังคงต้อง ขอให้สภาแห่งนี้รับทั้ง ๒ ร่าง แล้วก็ดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ ครม. เองก็ได้ส่งร่างนี้กลับมา เพราะว่าร่างนี้จริง ๆ แล้วเป็นร่าง การเงินที่ทางผมก็รอนายกรัฐมนตรีรับรองมาผมยื่นไปตั้งแต่กรกฎาคม ๒๕๖๖ ก็คือเป็นเวลา เกือบปีครึ่งนะครับ ร่างนี้จริง ๆ มีการรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่ชุดที่แล้ว ผมว่ามันก็เป็น ระยะเวลา ๒-๓ ปีที่ภาคเอกชนเขารอและอยากให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร โดยเร็ว เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประเทศนี้ แก้ไขปัญหาการลดการทุจริตคอร์รัปชัน แล้วก็ทำให้ ภาคธุรกิจดำเนินธุรกิจได้สะดวกขึ้นครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณคุณวรภพ วิริยะโรจน์ ขณะนี้มีสมาชิกที่จะขอร่วมอภิปราย พ.ร.บ. ฉบับนี้ ๑๕ ท่าน พรรคร่วมรัฐบาล ๕ ท่าน พรรคร่วมฝ่ายค้าน ๑๐ ท่าน สำหรับท่านสมาชิกที่ยังไม่ลงชื่อนะครับ ขอให้มาลงชื่อ ที่หน้าบัลลังก์นี้ได้นะครับ ก็จะให้เวลาอีก ๑๐ นาทีนะครับ เวลา ๑๕.๕๐ นาฬิกาก็จะปิด การเสนอชื่อนะครับ เพื่อให้การอภิปรายทั้ง ๒ ฝ่ายได้จบพร้อม ๆ กัน ผมจะให้ฝ่ายค้าน ๒ ท่าน แล้วก็รัฐบาล ๑ ท่าน สลับกันไปนะครับ ท่านแรกขอเชิญคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ทุกท่านกรุณาใช้เวลาอย่าเกิน ๗ นาทีนะครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกลครับ ขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... เพราะผมเห็นว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะมีบทบาทสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเรื่องการทุจริต คอร์รัปชัน ท่านประธานครับ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันนั้นเป็นปัญหาอันดับต้น ๆ ของประเทศ ที่ก็อยู่กับสังคมไทยมาอย่างเรื้อรังยาวนาน หากนับเฉพาะ ๘ ปีที่ผ่านมาครับที่เราอยู่ภายใต้ กฎหมายสูงสุดของประเทศที่หลายคนมีความภาคภูมิใจว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง เราจะค้นพบครับว่าคะแนนเรื่องความโปร่งใสของประเทศเราในดัชนีภาพลักษณ์การทุจริต คอร์รัปชันนั้นลดลงจาก ๓๘ คะแนนเมื่อปี ๒๕๕๗ ไถลลงมาเหลือ ๓๕ คะแนนในปี ๒๕๖๖ รั้งอยู่อันดับที่ ๑๐๘ จาก ๑๗๘ ประเทศทั่วโลกที่มีการวัดผล ท่านประธานครับ ผมไม่คิด ว่าสาเหตุที่ประเทศไทยมีปัญหาการทุจริตมากกว่าประเทศอื่นเป็นเพราะคนไทยพวกเรานั้น เกิดมาแล้วขี้โกงกว่าคนในประเทศอื่น แล้วผมก็ไม่คิดเช่นกันครับว่าประเทศที่มีปัญหาการ ทุจริตน้อยที่สุดในโลก มีแต่คนที่บริสุทธิ์ผุดผ่องและไม่มีแนวโน้มที่จะกระทำการทุจริตเลย ดังนั้นครับผมเห็นว่าการหาทางออกเรื่องของการแก้ไขปัญหาการทุจริตในประเทศเรานั้น ไม่ควรจะเน้นไปที่การหวังลม ๆ แล้ง ๆ ให้ทุกคนกลายเป็นคนดี เพราะว่ามนุษย์ทุกคนนั้น ย่อมมีแนวโน้มและมีความเสี่ยงที่จะแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนอยู่แล้ว หากมีโอกาส หากมีจังหวะ แต่ผมเห็นว่าทางออกที่น่าจะมีประสิทธิภาพมากกว่าในการแก้ไขปัญหาการ ทุจริตคอร์รัปชันนั้น คือการเน้นไปที่การสร้างระบบที่ดีที่ป้องกันไม่ให้การทุจริตเกิดขึ้น และที่สร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่ส่งเสริมและเอื้อต่อการทุจริต ท่านประธานครับ ระบบหนึ่ง ในประเทศเราครับที่เอื้อต่อการทุจริต โดยเฉพาะการรับและการจ่ายสินบน ก็คือระบบ ใบอนุญาตที่มีจำนวนมากมีความล่าช้าและมีความซับซ้อนเกินจำเป็น หากยกตัวอย่างครับ การจะเปิดร้านอาหารแค่ ๑ แห่งก็เข้าใจว่าปัจจุบันต้องขอใบอนุญาตประมาณ ๑๒ ใบ จาก ๑๐ หน่วยงานด้วยกัน ดังนั้นการที่ร่างกฎหมายฉบับนี้พยายามจะเข้าไปสะสางปัญหา เรื่องของระบบใบอนุญาตนั้นก็จะมีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทุจริตโดยการทำให้การ โกงที่เกี่ยวกับใบอนุญาตนั้นเป็นการโกงที่โกงไม่คุ้ม โกงไม่ได้ แล้วโกงไม่รอด🔗
ประการที่ ๑ ท่านประธานผมเห็นว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะทำให้การทุจริต เกี่ยวกับการขอใบอนุญาตนั้นเป็นการโกงที่ทำแล้วไม่คุ้ม ต้องยอมรับครับว่า ณ ปัจจุบัน พอกระบวนการขอใบอนุญาตต่าง ๆ มันมีความล่าช้า มีความซับซ้อน ประชาชนและธุรกิจ จำนวนไม่น้อยครับก็อาจจะตัดสินใจจ่ายสินบนเพื่อให้ได้ใบอนุญาตที่เร็วขึ้นหรือว่า Sure ขึ้น เพราะเขามองว่าต้นทุนหรือว่าค่าเสียหายจากความล่าช้าและความไม่แน่นอนนั้นอาจจะมี มูลค่ามากกว่าต้นทุนและสินบนที่ต้องจ่าย ดังนั้นครับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะพยายามทำให้การ จ่ายสินบนเพื่อแลกกับใบอนุญาตนั้นกลายเป็นการโกงที่ไม่คุ้มโดยการทำให้การขอใบอนุญาต ตามกระบวนการขั้นตอนปกตินั้นมีความรวดเร็วแน่นอนและสะดวกมากขึ้น หากยกเพียง ๒ ตัวอย่างครับ🔗
ตัวอย่างที่ ๑ ในมาตรา ๘ และมาตรา ๙ ก็มีการกำหนดให้มีการจัดทำคู่มือ เพื่อระบุกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนสำหรับกระบวนการการขอใบอนุญาตทุกฉบับ โดยต้องมี การทบทวนกรอบเวลาดังกล่าวนั้นทุก ๆ ๒ ปี🔗
ตัวอย่างที่ ๒ อย่างที่ท่านวรภพได้อภิปรายไว้ในร่างของพรรคประชาชน ก็มีการวางกลไกในมาตรา ๑๔ เกี่ยวกับเรื่องการอนุมัติโดยอัตโนมัติหรือว่า Auto Approve ที่เป็นการกำหนดไว้ว่าหากประชาชนยื่นคำขอใบอนุญาตไปด้วยเอกสารที่ครบถ้วน แต่หากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องนั้นไม่สามารถพิจารณาคำขอดังกล่าวได้ทันเวลาและไม่มี การแจ้งเหตุผลกลับมา ก็ให้ถือว่าผู้ขออนุญาตนั้นได้รับใบอนุญาตโดยอัตโนมัติ🔗
ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมเห็นว่าร่างฉบับนี้นั้นมีความพยายามจะทำ ให้การทุจริตเกี่ยวกับใบอนุญาตนั้นเป็นการโกงที่ทำไม่ได้หรือทำได้ยากขึ้น ต้องยอมรับว่า ในทุก ๆ การทุจริตนั้นการปรบมือข้างเดียวไม่ดังครับท่านประธาน ในบางครั้งการทุจริต มันอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นจากประชาชนบางคนที่ต้องการจะจ่ายสินบนเพื่อแลกมากับใบอนุญาต แต่บางครั้งก็อาจจะมีต้นตอมาจากเจ้าหน้าที่บางคนที่ตั้งใจทำให้กระบวนการดังกล่าวมันมี ความล่าช้าเพื่อใช้ช่องโหว่ตรงนี้ในการเรียกสินบนหรือว่าเรียกผลประโยชน์จากคนที่อาจจะ พร้อมจ่ายสินบนเพื่อแลกมากับความรวดเร็ว ดังนั้นร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็จะมีความพยายาม ในการทำให้การจ่ายสินบนเพื่อแลกกับใบอนุญาตนั้นเป็นการโกงที่ทำไม่ได้หรือทำได้ยากขึ้น โดยการปิดช่องป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ที่มีลักษณะดังกล่าวใช้ช่องว่างตรงนี้เพื่อเรียกรับ ผลประโยชน์ส่วนตน ๒ ตัวอย่างครับ🔗
ตัวอย่างที่ ๑ ในมาตรา ๓๐ ร่างฉบับนี้ก็มีการวางกลไกที่พยายามจะทำให้ กระบวนการขอใบอนุญาตนั้นมีแนวโน้มที่จะทำผ่านรูปแบบและช่องทางออนไลน์หรือว่า อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ซึ่งก็มีโอกาสที่จะเป็นการลดปฏิสัมพันธ์ระหว่างทางเจ้าหน้าที่กับผู้ขอ ใบอนุญาตแล้วก็อาจจะลดความเสี่ยงที่เราพูดถึงเมื่อสักครู่ไปได้ในระดับหนึ่ง🔗
ตัวอย่างที่ ๒ ร่างฉบับนี้ก็มีการกำหนดไว้ในมาตราท้าย ๆ เช่นกันครับว่าหาก ใบอนุญาตฉบับใดมีหน่วยงานที่เป็นผู้อนุญาตมากกว่า ๑ ราย ผู้อนุญาตนั้นสามารถจะ พิจารณาคำขอแทนกันได้ นั่นหมายความว่าหากผู้อนุญาตนั้นมีพฤติกรรมที่เป็นการเรียก สินบนหรือเรียกประโยชน์ส่วนตน ผู้ขอใบอนุญาตนั้นก็อาจจะสามารถไปใช้บริการจาก ผู้อนุญาตอีกหน่วยงานหนึ่งแทนได้เช่นกัน🔗
ประการสุดท้ายครับท่านประธาน คือผมเห็นว่าร่างฉบับนี้นั้นมีความพยายาม ในการจะทำให้การทุจริตที่เกี่ยวกับใบอนุญาตนั้นเป็นการโกงที่ทำแล้วไม่รอด วิธีหนึ่งที่จะ ป้องกันให้คนที่คิดจะโกงนั้นไม่กล้าโกง คือทำอย่างไรให้ทุกการกระทำนั้นเกิดขึ้นในที่แจ้ง มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ หากพูดถึงบริบทของการจ่ายสินบนเพื่อแลกกับใบอนุญาต วิธีหนึ่งที่จะสามารถสร้างความโปร่งใสดังกล่าวได้คือการมีระบบที่สังคมสามารถตรวจสอบได้ ว่ามีใครแซงคิวใครหรือไม่ มีใครที่ขออนุญาตไปแล้วได้รับการปฏิบัติแบบพิเศษจากเจ้าหน้าที่ หรือไม่ ดังนั้นร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นั้นก็จะมีความพยายามในการทำให้การจ่ายสินบนเพื่อแลก กับใบอนุญาตนั้นเป็นการโกงที่คนอาจจะกล้าโกงน้อยลง โดยการปรับปรุงวิธีการจัดเก็บ และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการขอใบอนุญาตทั้งระบบ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ มาตรา ๒๗-๓๐ ของร่างฉบับของพรรคประชาชนที่มีการเสนอให้ตั้งศูนย์รับคำขอกลางขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ในการรวบรวมคำขอต่าง ๆ จากประชาชน รวบรวมข้อมูลของปัญหาและ อุปสรรคต่าง ๆ ซึ่งน่าจะทำให้กระบวนการทั้งหมดนั้นมีความบูรณาการและมีความโปร่งใส มากขึ้น สะดวกสบายต่อการติดตามความคืบหน้าของคำขอต่าง ๆ และความผิดปกติ ที่อาจจะเกิดขึ้น🔗
ดังนั้นครับท่านประธาน หากกล่าวโดยสรุปผมขออนุญาตเป็นอีก ๑ เสียง ในการสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการ ให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ฉบับที่เรากำลังพิจารณาในวันนี้เพื่อให้เกิดการสะสาง ปัญหาเรื่องของระบบใบอนุญาตที่ไม่เพียงแต่จะเพิ่มและอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้อง ประชาชนและผู้ประกอบการโดยทั่วไป แต่ยังจะมีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทุจริต คอร์รัปชันผ่านการสร้างระบบที่โกงไม่คุ้ม โกงไม่ได้ และโกงไม่รอด ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไปขอเชิญคุณรักชนก ศรีนอก ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รักชนก ศรีนอก ผู้แทนจากชาวบางบอน จอมทอง หนองแขม วันนี้ดิฉันอยากที่จะมาขอ อภิปรายเพื่อสนับสนุน พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตให้บริการ แก่ประชาชน พ.ศ. .... คือท่านประธานอย่างนี้ ประเทศเราคือดิฉันต้องบอกว่าถ้าเป็นเรื่องดี ๆ เป็นเรื่องการจัดอันดับประเทศในโลก ถ้าเป็นเรื่องดี ๆ อย่างเช่น เรื่องการศึกษาหรือว่าเรื่อง อื่น ๆ เราแทบจะไม่เคยไปอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลกเขาเลย แต่ถ้าเป็นเรื่องนี้ดัชนี การคอร์รัปชันหรือว่าเป็นเรื่องอะไรที่เป็นสีเทา ๆ ประเทศเราต้องเรียกได้ว่าโอ้โฮมี Top ๑๐ ก็อาจจะติดทุกโผ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการคอร์รัปชัน แล้วอีกส่วนหนึ่งเลยที่ทำให้การ คอร์รัปชันเกิดขึ้นได้ก็คือสิ่งที่เรียกว่า ดุลยพินิจ พ.ร.บ. ฉบับนี้ดิฉันสนับสนุนเพราะว่ามันจะ ช่วยทำให้เจ้าหน้าที่อาจจะลดดุลยพินิจในการที่จะให้ใบอนุญาตเพิ่มมากขึ้น เพราะว่าถ้ามี การ Auto Approve แล้ว ก็อาจจะสามารถทำให้การให้ใบอนุญาตมันรวดเร็วขึ้นได้ ท่านประธานค่ะ อีกอย่างหนึ่งที่ดิฉันชอบแล้วก็สนับสนุนใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ คือการให้ ทุกหน่วยงานจัดทำคู่มือขึ้นมาว่าจะต้องขอใบอนุญาตหรือว่าเวลามาติดต่อหน่วยงานเพื่อให้ บริการต้องทำอย่างไรบ้าง เพราะว่าคือพูดกันตรง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในต่างจังหวัดพ่อแม่ พี่น้องประชาชนเวลาไปขอรับบริการจากหน่วยงานภาครัฐ คือดิฉันใช้ภาษาบ้าน ๆ เลย ดิฉันไม่ได้คิดเอง อันนี้พ่อแม่พี่น้องประชาชนสะท้อนมาก็คือว่าหน่วยงานข้าราชการดุยัง กับหมา เวลาไปขอให้ช่วยอะไรในการถามคำถามอะไรต่าง ๆ ถ้ามีคู่มือตรงนี้ให้พ่อแม่พี่น้อง ประชาชนไปทำความเข้าใจเองท่านก็ไม่ต้องมานั่งตวาดพ่อแม่พี่น้องประชาชน แล้วก็เอาให้ อ่านเลยแล้วก็ทำความเข้าใจ แล้วก็มาขอใบอนุญาตหรือว่าจัดการเรื่องต่าง ๆ ตรงนี้ได้ อันนี้ดิฉันสนับสนุน🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันสนับสนุนก็คืออะไรที่ต้องเป็นการขอใบอนุญาต หลาย ๆ ใบ ยกตัวอย่างเช่น ใครที่เปิดร้านขายของออนไลน์ ซึ่งทุกวันนี้คนไทยเด็กรุ่นใหม่ ก็ขายของออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ กันเยอะ แล้วสิ่งที่ดิฉันคิดว่ามีศูนย์กลางในการ ขอใบอนุญาตแล้วนี่บางทีเราอาจจะต้อง Pack มาด้วยว่า สมมุติว่าจะขอใบอนุญาตในการ ขายของออนไลน์ตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ จะต้องขออะไรบ้าง เพราะว่าบางทีคือไป Search หาเองแต่ว่าบางเว็บไซต์ก็บอกไม่หมด แต่ว่าถ้าศูนย์นี้ที่ตั้งขึ้นมาแล้วก็บอกประชาชนเลยว่า ถ้าท่านจะทำธุรกิจนี้ท่านตั้งขอ ๕ ใบ แล้วก็ขอ ๕ ใบไปเลยพร้อมกัน มันจะได้ไม่ต้องมีเคส ที่ว่าประชาชนบางทีขายของออนไลน์มา ๑๐ ปีแล้ว อยู่ดี ๆ ก็มาโดนปรับย้อนหลัง ก็ต้อง เข้าใจว่าหลาย ๆ คนไม่ได้มีความรู้ว่าจะต้องไปขอใบอนุญาตที่ไหน อะไร อย่างไรบ้างนะคะ ดิฉันก็คิดว่าถ้าศูนย์ที่จะตั้งขึ้นแล้วก็มีการ Pack มาเลยให้เป็น Package เลยว่าทำร้านอาหาร ขายของออนไลน์ต้องขอกี่ใบ กี่ใบ แล้วก็ขอให้ครบไปเลยที่เดียว ครบจบที่เดียว อันนี้อำนวย ความสะดวกให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้ดีมาก ๆ แน่นอนนะคะ🔗
อีกอย่างหนึ่งที่ในทั้ง ๒ ร่างนี้มีไม่เหมือนกัน แต่ว่าดิฉันก็ขอสนับสนุนให้มี ก็คือระยะเวลาในการที่จะมีการ Auto Approve ท่านประธาน คือเราก็ต้องพยายามที่จะให้ รัฐราชการทำงานให้มันรวดเร็ว แล้วก็มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย เพราะว่าเวลาไปขอ ใบอนุญาตบางทีก็คือบางคนบอกว่า ๓ เดือนไม่จบ บางคนขอข้ามปีถ้าไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ค่าน้ำมันหล่อลื่นมันไม่ออกท่านประธาน ดังนั้นดิฉันคิดว่าก็กำหนดกันไปเลยค่ะว่าจะเอา ระยะเวลาเท่าไร หรือว่าใบอนุญาตไหนจะมีการยกเว้นก็เขียนกันไปให้ชัด ๆ ส่วนใบอนุญาตไหน ที่มันไม่จำเป็นที่จะต้องเรียกว่าใช้ดุลยพินิจมากมายที่แบบอนุญาตไปอย่างไรก็ได้อยู่แล้ว หรือว่าไม่ได้มีความจะต้องเทคนิคมากท่านประธาน ดิฉันก็คิดว่าให้มี Auto Approve ก็เป็นประโยชน์กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนมากกว่านะคะ🔗
ดิฉันขอสนับสนุนอีกเรื่องหนึ่งก็คือการที่จะบอกว่าเวลาที่บางใบอนุญาต ถ้าจะมี Fast Track ให้จ่ายได้เลยนะคะ ซึ่งเงินตรงนี้ก็เข้ารัฐเพราะว่าต้องบอกอย่างนี้ค่ะ ท่านประธานทุกวันนี้ถึงแม้ว่าจะไม่มีสิ่งที่เรียกว่า Fast Track ประชาชนก็ต้องจ่ายค่า Fast Track อยู่แล้ว มันเรียกว่า ค่าน้ำมัน หรือว่าภาษาบ้าน ๆ ก็คือจ่ายส่วย จ่ายใต้โต๊ะนั่นละ ซึ่งบางกรมประชาชนก็แซวกันเลยว่าโอ้โฮถ้าวันหนึ่งมีการปราบคอร์รัปชันกันขึ้นมา อย่างจริงจัง ข้าราชการในกรมนั้นอาจจะเหลือแค่ประมาณ ๒ คนก็ได้ ก็คือแม่บ้าน มันก็เกิด จากเรื่องของการขอใบอนุญาตต่าง ๆ แล้วก็ต้องมีน้ำมัน มีใต้โต๊ะ มีโน่น มีนี่ มีนั่น เพื่อที่จะ ทำให้การทำงานมันเร็วขึ้นนะคะ ดิฉันก็ขออนุญาตสนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ที่จะทำให้การ คอร์รัปชันในอนาคตของประเทศเราลดลง แล้วก็อำนวยความสะดวกให้กับพ่อแม่พี่น้อง ประชาชน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณรวี เล็กอุทัย ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จากหลักการและเหตุผลของพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ผมเห็นว่าเป็น ประเด็นในความต้องการที่ต้องการที่จะปรับปรุงแก้ไขในการพิจารณาอนุญาตและการ ให้บริการแก่พี่น้องประชาชนให้มีความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็เห็นด้วย กับหลักการนี้ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากและมีความจำเป็นอย่างมากครับในสถานการณ์ปัจจุบันของ ประเทศไทย เพราะประเทศไทยของเราได้มีการบังคับใช้ พ.ร.บ. อำนวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชนในฉบับปัจจุบันนี้มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ล่วงเลยมานานมากแล้วด้วยครับ ดังนั้น พ.ร.บ. ฉบับใหม่นี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของหน่วยงานราชการเพื่อเพิ่ม ความสะดวกสบายให้แก่พี่น้องประชาชนได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น การนำเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ และที่สำคัญอีกประการหนึ่งครับ นั่นก็คือการจำกัดให้ เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจเพียงเท่าที่จำเป็นอย่างเหมาะสม ขอสไลด์ขึ้นด้วยนะครับ🔗
สไลด์ถัดไปเลยครับ ท่านประธานครับ เป็นที่ทราบกันดีครับว่ากฎหมายนั้นจะต้องเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำให้ระบบราชการ มีความโปร่งใส สะดวกและให้บริการพี่น้องประชาชนได้รวดเร็ว โดยเฉพาะการพิจารณา อนุมัติ อนุญาตในเรื่องต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนครับ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากและเพิ่ม มากขึ้นทุกวัน ๆ ดังนั้นการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ย่อมส่งผลดีต่อกระบวนการทำงานที่รวดเร็วด้วย และยังทำให้การตรวจสอบย้อนกลับนั้น ทำได้ง่ายขึ้น และยังเป็นการลดปัญหาการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่และเป็นส่วนช่วยในการ ป้องกันการทุจริต หรือการเรียกรับผลประโยชน์ต่าง ๆ อีกมุมหนึ่งครับ ร่างกฎหมายฉบับนี้ จะมีส่วนผลักดันให้ระบบราชการนั้นได้มีการยกระดับในการให้บริการพี่น้องประชาชน อย่างมีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐานสากล โดยเฉพาะในประเด็นการพิจารณาอนุมัติ อนุญาตนี้ จะเป็นกลไกสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ได้รับการบริการ ที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการสร้างมาตรฐานที่ทันสมัยและง่ายต่อการประกอบ ธุรกิจ🔗
ขอสไลด์ถัดไปครับ ท่านประธานครับ ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มีประเด็นเกี่ยวกับ การลดขั้นตอนและการปรับปรุงระบบการพิจารณาที่น่าสนใจหลายประการนะครับ เช่น การปรับเปลี่ยนการอนุญาตให้เป็นการจดแจ้งแทนในกรณีที่มีความเสี่ยงต่ำ การยกเลิก การแจ้งความกรณีใบอนุญาตหาย การใช้ระบบใบอนุญาตหลัก หรือ Super License การจัด ให้มีช่อง Fast Track การชำระค่าธรรมเนียมแทนการต่อใบอนุญาตและการจัดทำแบบฟอร์ม ภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่น ๆ🔗
อีกประการที่สำคัญครับ นั่นก็คือการกำหนดให้หน่วยงานราชการต้องมีการ ทบทวนระบบอนุญาตทุก ๆ ๕ ปี และการจัดทำคู่มือเผยแพร่แก่พี่น้องประชาชนครับ ซึ่งจะเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้เกิดการพัฒนาระบบบริการสาธารณะอย่างต่อเนื่อง และทำให้พี่น้องประชาชนเข้าใจกระบวนการทำงานของภาครัฐ ส่วนในประเด็นของการ ยกระดับการพิจารณาอนุญาต อนุมัติครับ เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในระยะยาว ผมเห็นด้วยในการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนในการขับเคลื่อนต่าง ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็น การทำศูนย์รับคำขอกลางด้วยนะครับ เพื่อทำหน้าที่ในการรับคำขอครับ แล้วก็เอกสาร หลักฐานต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนนั้นสามารถยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ รวมถึง เปิดช่องให้เอกชนสามารถเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้การกำกับของ ส่วนราชการที่ต้องมีมาตรฐานในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความลับทางการค้าด้วย เพราะฉะนั้นโดยหลักการแล้วผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างมากในการ เข้าถึงและติดต่อราชการยุคใหม่ที่ระบบอนุมัติ อนุญาตนั้นมีความสะดวกและรวดเร็ว มากยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นการลดต้นทุนครับ โดยเฉพาะต้นทุนทางด้านเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่า เป็นอย่างมากครับท่านประธาน และมีการคาดการณ์ว่าในกรณีที่มีศูนย์รับคำขอกลาง จะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการติดต่อกับราชการได้ถึง ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ในขณะที่ ภาครัฐเองจะมีส่วนสำคัญในการทำให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนนั้นดีขึ้นควบคู่กับการ ลดต้นทุนของภาครัฐด้วย🔗
สไลด์ถัดไปครับ โดยสรุปครับ ผลลัพธ์ที่ผมคาดหวังจากกฎหมายฉบับนี้ คือประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนจะได้รับทั้งในแง่ของค่าใช้จ่ายที่ลดลง ความสะดวกสบาย ที่เพิ่มขึ้นในการติดต่อกับราชการ ขณะเดียวกันภาครัฐเองก็จะมีกลไกที่ต้องปรับตัวให้มี ประสิทธิภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น และผลที่สำคัญอีกประการหนึ่งครับ นั่นก็คือการบังคับใช้ กฎหมายฉบับนี้อย่างจริงจัง โดยความร่วมมือของระบบราชการ เพื่อประโยชน์ในแง่ของการ ลงทุนประกอบธุรกิจ ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการด้วย และเป็นการสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดการลงทุน การแข่งขันทางธุรกิจ อันจะเป็นผลดีต่อการ พัฒนาเศรษฐกิจของระบบประเทศต่อไป🔗
อย่างไรก็ตามครับ ผมยังมีข้อกังวลและหวังว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะเป็นส่วน สำคัญที่จะช่วยปิดจุดอ่อนของระบบราชการไทย นั่นก็คือประเด็นของการอนุมัติ อนุญาต ในกรณีที่มีหลายส่วนราชการที่เกี่ยวข้องครับ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้ยกตัวอย่างเคสการขออนุญาตจากระบบหน่วยงานผู้ประกอบการธุรกิจ ส่วนของผม อยากจะขอยกตัวอย่างกรณีของภาคการเกษตรบ้าง ในกรณีของพี่น้องเกษตรกรครับ ที่ในปัจจุบันนั้นจะต้องติดต่อหลายหน่วยงานราชการครับ เพื่อขออนุญาตในการประกอบ อาชีพ แล้วก็ประสบปัญหาความล่าช้าอยู่มาก เช่น การขึ้นทะเบียนเกษตรกรก็ต้องผ่าน กรมส่งเสริมการเกษตร การขึ้นทะเบียน GAP ก็ต้องผ่านกรมวิชาการเกษตร รวมไปถึง กรมอื่น ๆ เช่น กรมการข้าว กรมประมง กรมปศุสัตว์ ซึ่งหากเป็นพี่น้องเกษตรกรที่ต้องการ ทำเกษตรแบบผสมผสานและต้องการยกระดับตัวเองให้มีคุณภาพ มีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น กลับกลายเป็นว่าการจะขออนุมัติ อนุญาตจากส่วนราชการหรือกรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมานี้ กลายเป็นอุปสรรคที่ขวางการพัฒนาของเกษตรกรไทยอยู่ เพราะหน่วยงานราชการแต่ละที่ ก็จะมีขั้นตอนกระบวนการมากมาย รวมถึงการไม่สอดคล้องกันของข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ด้วยกันเองนั่นละ และส่งผลทำให้เกิดความผิดพลาด Misinformation และการใช้เวลาที่ ค่อนข้างมากในการอนุมัติ อนุญาตตามมา ขอสไลด์ลงได้ครับ🔗
ดังนั้นครับผมจึงอยากฝากข้อสังเกตนี้ไปยังรัฐบาลเพื่อหาแนวทางการ บูรณาการข้อมูลและการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานราชการต่าง ๆ ให้มีความเข้าใจ และสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน และหวังเป็นอย่างยิ่งครับว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะเป็น จุดเริ่มต้นที่ดีของระบบรัฐยุคใหม่การพัฒนาสู่ e-Government และช่วยยกระดับ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปท่านภัณฑิล น่วมเจิม ต่อด้วยท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญท่านภัณฑิลก่อนครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย พรรคประชาชน ก็ขอร่วมอภิปรายในร่าง พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณา อนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... กฎหมายที่เกี่ยวข้องเยอะมากเลยนะครับ ในเอกสารประกอบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องในส่วนของการประกอบกิจการหรือประกอบอาชีพ ๙๗ ฉบับเลยนะครับ กลุ่มกฎหมายด้านประกอบอาชีพกิจการ ๖๓ ฉบับ ซึ่งก็เป็นเรื่องใกล้ ๆ ตัวเราหลายเรื่อง มีหลาย พ.ร.บ. หลายกฎหมายที่ก็ผ่านการพิจารณาหรือมีการศึกษา ในสภาผู้แทนราษฎร ยกตัวอย่างอย่างเช่น พ.ร.บ. สถานบริการ จะเปิดผับบาร์หรือจะเปิด ร้านร้านหนึ่งจะต้องขอใบอนุญาตมากน้อยแค่ไหน ใบอนุญาตตั้งแต่จดทะเบียนพาณิชย์ ถ้าเผื่อเป็นนิติบุคคลก็ต้องมีเรื่องของไปขออนุญาตสรรพสามิต ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะต้องไปขอเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม จด VAT หรือเปล่า เยอะมากเลยครับ พระราชบัญญัติ การจัดสรรที่ดิน ยกตัวอย่างนะครับ ก็มีข้อร้องเรียนเยอะนะครับว่าเวลาไปขออนุญาตจัดสรร ที่ดินแล้วสุดท้ายปัญหาตามมาเยอะแยะเลยนะครับ เพราะว่าไปจ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับท้องถิ่น แล้วก็ปล่อยให้มันมีแบบต่าง ๆ ออกมา ซึ่งไม่ตรงปก ในเวลาไปขายกับผู้ซื้อหมู่บ้านจัดสรร อันนี้ก็มีปัญหาเยอะนะครับ พระราชบัญญัติโรงแรม ถ้าเผื่อท่านไหนเคยประกอบกิจการโรงแรม จะขออนุญาตนี่ยากมากเลยครับ จะไปอยู่ที่ผู้ว่า กองอยู่ผู้ว่า ๒ ๓ ปี ไป Check เลยครับที่กระทรวงมหาดไทย แต่ละจังหวัดการขออนุญาต ไปกองอยู่ที่ผู้ว่ากี่โรงแรมนะครับ ท่านก็คงทราบถ้าเผื่อท่านจะขอนี่หลักหมื่น หลักแสนเลย ที่ท่านจะต้องจ่าย อันนี้มีปัญหาเยอะเลย ปัจจุบันสถานบริการโรงแรมเองนี่เถื่อนครับ ในประเทศไทย ๘๐ ๙๐ เปอร์เซ็นต์นี่คือเถื่อน เพราะไม่ได้ขอใบอนุญาต มันขอยากมากครับ ถ้าเผื่อไม่จ่ายใต้โต๊ะนี้ไม่ได้แน่นอน อันนี้ก็เป็นปัญหาคาราคาซัง ซึ่งก็คงจะต้องมีความจำเป็น ในการยื่นแก้กฎหมายฉบับต่างหาก พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร อันนี้ใกล้ตัวมากนะครับ ทุกท่าน คงเคยขออนุญาตก่อสร้างบ้านตัวเอง ไม่มีละครับที่ไม่ต้องจ่าย ไม่อย่างนั้นก็เดี๋ยวขอไม่ได้ ท่านต้องมาตรวจหน้าดิน จะต้องเข้ามาสุ่มตรวจว่าเป็นไปตามแบบหรือเปล่า วิศวกรก่อสร้าง สถาปัตยกรรมต้องเซ็น แล้วจะขอน้ำ ขอไฟ เดี๋ยวมาตรวจแล้วมีปัญหาอีก ก็จ่ายกันทุกคน อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องมาแก้ไข มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มาเปรียบเทียบกับต่างประเทศบ้าง ท่านก็วิเคราะห์ในรายงาน ในเอกสารประกอบว่า ประเทศไทยยากง่ายในการที่จะประกอบธุรกิจ ในการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขัน ไทยอยู่อันดับที่ ๒๔ ก็ดูเหมือนจะดีนะครับ แต่จริง ๆ ในรายละเอียดเรามาดูความยากง่าย ในการดำเนินธุรกิจนี่ ซึ่งก็มีหลายมิติอย่างเช่นที่ผมพูดไป การขออนุญาตก่อสร้างอันนี้ก็เป็น มิติหนึ่งของการให้คะแนน การชำระภาษีไม่ง่ายนะครับ จ่ายภาษีทั้ง ๆ ที่รัฐควรจะอำนวย ความสะดวกให้ผู้มาเสียภาษี อยากได้เงินใช่ไหมครับ แต่ปรากฏถ้าเผื่อไปดูในไส้ในเวลาเข้าไป ดูคะแนนนี่ ไม่ได้ดีนะครับ การชำระภาษีของเมืองไทยยากมาก ใช้เวลาเยอะ ซ้ำซ้อน ต้องส่ง เอกสารเยอะมาก จัดลำดับนี่ ๓๐ อันดับของประเทศที่ยากง่ายในการทำธุรกิจนี่ เราอยู่หลัง ประเทศมาเลเซียอีกนะครับ ประเทศมาเลเซียอยู่อันดับที่ ๑๒ เมื่อเราจัดในอาเซียนเราก็ ตามหลังประเทศสิงคโปร์กับประเทศมาเลเซียอยู่🔗
ลองมาดูครับที่บอกว่าอันดับที่ ๒๐ ดูเหมือนจะดี แต่จริง ๆ เข้าไปดูในไส้ใน ไม่ว่าจะเป็นการขอใบอนุญาตก่อสร้างเราอยู่อันดับที่ ๓๔ ไม่ได้ดีมากนะครับ ยิ่งอันที่อยากจะ ให้ดูคือการชำระภาษีเราอยู่ในอันดับที่ ๖๘ แล้วก็มาดูรายละเอียดครับ ต้องจ่ายทั้งหมด เขาเทียบกัน Payment Number Per year ก็คือว่าเราจะต้องไปจ่ายภาษีกี่ประเภท กี่ครั้ง ๒๑ ครั้ง เทียบกับของ OECD ๑๐ ครั้ง เวลาที่สมมุติเราต้องจ้างพนักงานหรือเราจะต้องทำ Filing เอกสารภาษีเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว ๑๖๐ ชั่วโมง ของเราต้อง ๑๓๐ ชั่วโมง มาดูรายละเอียดข้างในครับ ภาษีนิติบุคคล ถ้าเผื่อจะต้องส่งมีพนักงาน แล้วจะต้องส่ง ผู้ประกันสังคม ภาษีธุรกิจเฉพาะที่ต้องหัก เวลามีเกี่ยวกับเรื่องโอนที่ โอนทรัพย์สินนะครับ ถ้าเผื่อมีรถ มีดอกเบี้ย มี VAT มีภาษีเยอะมากเลยครับ ท่านไปดูได้ในรายงานเขาทำละเอียด เลยว่าต้องเสียภาษีทั้งหมดกี่ชนิด กี่ครั้ง อันนี้เป็นตัวอย่างง่าย ๆ เรา Deal กับราชการ เราติดต่อราชการเพื่อจะเสียภาษีให้ท่านด้วยนะครับ แต่ปรากฏมันยุ่งมากเลยนะครับ ทำให้หลายครั้งเราสูญเสียโอกาสในการที่จะจัดเก็บรายได้ แล้วก็เป็นช่องว่างว่าหลบดีกว่า เพราะว่าถ้าเผื่อไปตรง ๆ มันยากมากนะครับ ก็สนับสนุนครับ เป็นความจำเป็นที่เราจะต้อง แก้กฎหมายฉบับนี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและผู้ประกอบการในการที่จะขอ อนุญาตให้ง่ายขึ้น สะดวกมากขึ้น ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวผมย้อนมาใหม่ ท่านฉัตร ก่อนก็ได้ครับ ท่านฉัตร สุภัทรวณิชย์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ฉัตร สุภัทรวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ หน้าย่าโม พรรคประชาชน ท่านประธานครับ เดิมทีกฎหมายที่เรากำลังพิจารณากันอยู่นี้เป็นพัฒนาการ มาจากพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งกฎหมายเดิมนั้นมีข้อจำกัดบางประการ เช่น คู่มือประชาชนถูกออกแบบ และกำหนดระยะเวลาไว้โดยหน่วยงานราชการซึ่งบางอย่างอาจถูกกำหนดไว้นานเกินไป คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเองไม่มีกลไกตรวจสอบความล่าช้าของหน่วยงานราชการ การขออนุญาตประกอบกิจการบางอย่างต้องขอมากกว่า ๑ ใบอนุญาตหรือมากกว่า ๑ หน่วยงาน ทำให้เกิดความยุ่งยากเสียเวลา แล้วนี่ละครับอุปสรรคล้วน ๆ อุปสรรคในการ ประกอบธุรกิจครับ ซึ่งในภาพรวมผมเห็นด้วยกับการตรากฎหมายในครั้งนี้ แต่ก็อยากจะ ขอให้ความเห็นไว้ในบางประการครับ🔗
ประการแรก การกำหนดให้กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้เมื่อพ้น ๑๘๐ วันนับแต่ วันประกาศในราชกิจจานุเบกษานี้นานไปหรือไม่ครับ อันนี้ ๖ เดือนเลยนะครับ เราสามารถ ทำให้มันกระชับสั้นกว่านี้ได้ เพราะกฎหมายเดิมบังคับให้หน่วยงานต้องจัดทำคู่มืออยู่แล้ว ตามมาตรา ๗ การที่หน่วยงานต้องทำตามกฎหมายใหม่นี้เป็นเพียงการทบทวนคู่มือเดิม คู่มือเดิมเท่านั้น ซึ่งหากมีหน่วยงานที่ยังไม่ทำคู่มือตามกฎหมายเดิมก็เป็นเรื่องการควบคุม ภายในของหน่วยงานรัฐ และต้องมีมาตรการติดตามหรือชี้แจงว่าเพราะเหตุใดจึงยังไม่มีคู่มือ ตามกฎหมายเดิมครับ🔗
ประการที่ ๒ การบังคับใช้กฎหมายเดิมมีปัญหาครับ ซึ่งข้อมูลนี้มีประชาชน มากมายให้ข้อมูลมานะครับ ทุกคนเคยมีประสบการณ์การยื่นขออนุญาตแล้วไม่ได้รับความ สะดวก เพราะว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำตามกฎหมาย ไม่ทำตามคู่มือ ซึ่งปัญหาที่พบบ่อย ๆ ก็คือเจ้าหน้าที่ไม่ออกใบรับเอกสารให้ประชาชนครับ เพื่อเลี่ยงระยะเวลาไม่อยากจะเริ่มต้น นับ ๑ ถ้าพี่น้องประชาชนนำเอกสารมาให้ก็แสดงน้ำจิตน้ำใจตรวจให้ แต่ยังไม่รับเอกสาร ก็ตรวจไปตรวจมาอยู่นั่นละครับ ทั้งนี้มันเป็นเพียงเพื่อเลี่ยงระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคู่มือ พูดง่าย ๆ คือถ้าหากไม่ออกใบรับแล้วเวลาตามคู่มือก็ยังไม่เริ่มนับนะครับ เจ้าหน้าที่จะใช้ วิธีการตรวจเอกสารแล้วถ้าไม่ครบก็ให้ประชาชนกลับบ้านแล้วไปเอามาใหม่แทนการออก ใบรับตามกฎหมายครับ พี่น้องประชาชนที่ดูอยู่ทางสื่อออนไลน์ใครเคยเจอแบบนี้ก็ลอง Comment มานะครับ หน่วยงานกำกับดูแลจะได้ไปตามถูก ปัญหานี้ไม่ใช่แค่การขออนุมัติ อนุญาตนะครับ ประชาชนเจอปัญหากับการยื่นขอรับความช่วยเหลือด้วยครับ🔗
ประการที่ ๓ ที่อยากจะแสดงข้อคิดเห็นไว้นะครับ การเชื่อมโยงข้อมูล ระหว่างหน่วยงานรัฐอันนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากครับ ทุกวันนี้เรามี ThaID เรามี Digital ID ที่เว็บไซต์หน่วยงานภาครัฐสามารถเข้าสู่ระบบได้ ผ่านช่องทางนี้แทนการสมัครสมาชิก แบบเดิมนะครับ แต่ปัญหาที่พบครับ ปัญหาที่พบก็คือเข้าหน่วยงานไหนก็ต้องลงทะเบียน ข้อมูลส่วนตัวใหม่ทั้งหมด ทั้งชื่อที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ที่อยู่ปัจจุบัน และอีกมากมายครับ ถ้าเป็นไปได้อยากจะให้ข้อมูลส่วนบุคคลกลางของภาครัฐ แล้วไม่ว่าเข้าสู่ระบบของ หน่วยงานใดก็สามารถดึงข้อมูลมาได้ครับ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน และภาคธุรกิจในการขออนุมัติ ขออนุญาต หรือไปจนถึงกระบวนการขอความช่วยเหลือครับ กฎหมายนี้ทั้งฉบับเดิมและฉบับใหม่ดีมาก ๆ ในหลักการ แต่ปัญหาจริง ๆ ของมันคือ การบังคับใช้ครับ ถ้าหน่วยงานบังคับใช้สามารถทำได้ตามคู่มือประชาชน ทำได้ตามกฎหมาย และหน่วยงานตรวจสอบทำงานกำกับอย่างเข้มข้น ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับความ สะดวกรวดเร็วมากขึ้นในการติดต่อ ติดตามหน่วยงานราชการ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านแรก ท่านนิพนธ์ คนขยัน ครับ ต่อด้วยท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ และท่านวีรนันท์ ฮวดศรี นะครับ ท่านนิพนธ์ คนขยัน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ก็ขออนุญาตร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต และให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกก็พูดหลายมาตราแล้ว ผมเอามาตรานี้อาจจะซ้ำกันบ้างครับ มาตรา ๕ เจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐ วันนี้ถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกไปนะครับ ถ้าทำตาม พ.ร.บ. ทำตามกฎหมายฉบับนี้ ต้องกราบขอบคุณ แทนประชาชน ก็เรียนตรง ๆ ว่าวันนี้เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือว่าหน่วยงานของรัฐบางท่าน บางคนใช้ไม่ได้ครับ บางท่าน บางคนก็ดี ยกตัวอย่าง ๒ ๓ ประเด็นครับท่านประธาน เอาเรื่องที่ดินเพื่อนสมาชิกพูดไปแล้ว ๑ ท่านเมื่อสักครู่นี้ การจะไปขอแบ่งแยกโฉนด น.ส.๓ หรือไปขอออกโฉนด ฝากท่านที่จะเป็นกรรมาธิการครับ เวลาลงนัด นาย ก ต้องการขายที่ให้ ญาติหรือต้องการเงินมาใช้ แต่เวลาเจ้าหน้าที่ลงนัดไว้ ๓๐ วัน ๖๐ วัน มันนานเกิน แต่พอมี ใต้โต๊ะมันก็ขยับเข้ามาท่านประธาน นี่คือปัญหาแรก🔗
ปัญหาที่ ๒ ก็คงไม่ต่างกันเรื่องสถานประกอบ ร้านอาหาร เพื่อนสมาชิกก็พูด ไปแล้ว บ้านผมมีแม่น้ำโขงครับท่านประธาน ติดลำน้ำโขง มีการดูดกรวดทราย จะขออนุญาต แต่ละที แต่ละครั้ง ถ้ามันไม่ถูกต้องตามกระบวนการเราก็ไม่ว่าหรอก มันถูกต้องหมดแล้ว แต่มันช้าเหลือเกิน มันจะทันกับการแข่งขันได้อย่างไรครับท่านประธาน อันนี้ประเด็นหนึ่ง🔗
ปัญหาที่ ๓ จังหวัดบึงกาฬรายได้จากการท่องเที่ยวเริ่มแล้วครับ ถ้ำนาคา หลวงปู่อือลือ นักท่องเที่ยวไปมากครับ มีการสร้างรีสอร์ทที่พักเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว อันนี้ก็ประเด็นหนึ่งการขออนุญาตก็ต้องให้สะดวกรวดเร็วทันใจในการที่จะรับนักท่องเที่ยว เพื่อจะเป็นการส่งเสริมหารายได้เข้าประเทศ อันนี้ก็เป็นนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวอยู่แล้ว ก็ฝากว่าถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่านทุกอย่างให้มีล็อกวันเวลาว่าไปยื่นวันนี้ วันนั้นจะได้ แต่เวลา อย่าให้ยาว อย่างผมยกเมื่อสักครู่นี้เรื่องไปแบ่งแยกที่ดิน ๓๐ วัน ๖๐ วัน คนที่จะขาย คนที่อยากได้เงิน ดังนั้นวันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่งกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับท่านประธาน เพราะหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ อันนี้คือจุดสำคัญเลยครับ ถ้ามีจิตสำนึก เป็นข้าราชการที่ดี บริการประชาชนในฐานะกินเงินภาษีพี่น้องประชาชนคือเงินเดือน มันจะเป็นผลประโยชน์ในการบริหารพี่น้องประชาชนจะได้มีความสุข สุดท้ายประเทศชาติ บ้านเมืองก็จะเจริญรุ่งเรืองครับท่านประธาน ดังนั้นเห็นด้วยอย่างยิ่งกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ท่านประธานครับ กราบขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม อ.เอท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตมีนบุรี สะพานสูง วันนี้ขออนุญาตใช้ Model 4C ครับ 4C มีกี่คำ เดี๋ยวเล่าให้ฟังนะครับ ขอร่วมอภิปรายเรื่องของพระราชบัญญัติ การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... จริง ๆ แล้วคำว่าให้บริการคือคำว่า Service ครับ แต่ว่าคำว่า Service มันจะยาวไป อ.เอท ขออนุญาตตั้งแต่ที่เราเป็นคุณครูมานี้ อ.เอท สอนเรื่องหรือมีการอภิปรายเรื่อง Service บ่อยมาก แล้ว Model ที่ใช้บ่อยก็คือ Model 4C ครับ วันนี้ขออนุญาตนำ Model 4C เข้ามาในสภา C ที่ ๑ ครับ C แรก จะบริการให้ดีหรือ Service ให้ดี เราต้องมองประชาชนเป็น Customer บางคนก็บอกว่า Treat the Customer as the King จริง ๆ แล้วก็คือว่าอยากจะให้ลูกค้า เป็นเหมือนพระเจ้า จริง ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้เพื่อน ๆ หลายท่าน สส. ไอซ์ก็พูดไปครับ ว่าบางครั้งนี่ข้าราชการอาจจะมองเห็นประชาชนเป็นฝั่งตรงกันข้ามหรือเปล่านะครับ นี่เป็น Question Mark หรือเป็นคำถามของ อ.เอท การบริการบางครั้งมันก็ดูขัด ๆ เขิน ๆ เกินบ้าง ขาดบ้าง ก็อยากที่จะให้ผู้ที่เป็นข้าราชการให้บริการกับประชาชน แนว ๆ นี้ครับ ต้องคอยดูแลด้วยความจริงใจห่วงใยและคอยให้ความรัก นี่คือสิ่งที่เราอยากจะเห็นนะครับ และที่สำคัญเมื่อสักครู่นี้ครับ คู่มือประชาชนเมื่อสักครู่นี้ท่าน สส. หลายท่านก็พูดว่าคู่มือ ประชาชนควรจะมี Default ๑๕ วันควรเสร็จไหมเรื่องแบบนี้ หรือจะเป็น ๖๐ วันเสร็จ หรือ ๙๐ วันเสร็จ ถ้าเลยก็ อ.เอท เห็นด้วยครับตรงนี้ก็ฝากท่านคณะรัฐมนตรีช่วยกันคิด🔗
ต่อมาครับ C ที่ ๒ คือ Cost ครับ Cost คืออะไรครับ Cost คือต้นทุนครับ ประชาชนลำบากครับ ล่าสุดครับต้นทุน อ.เอท ได้ฟังเพื่อนในพื้นที่เป็นพี่น้องประชาชน เข้าไปเหมือนกับไปแจ้งความที่ สน. เสร็จปุ๊บ สน. บอกว่าเรื่องนี้ต้องใช้อากรแสตมป์ แล้ว สน. ก็ไม่มีขาย เขาต้องขับรถกระดิง ๆ ไปที่ไหนครับ ไปที่สำนักงานที่ดินครับเพื่อไปซื้อ อากรแสตมป์อยู่ไม่กี่แผ่น นี่คือความผิดพลาดหรือเปล่าของการให้บริการภาคประชาชน เพราะฉะนั้นอันนี้คือสิ่งที่ อ.เอทอยากจะสะท้อนครับว่าบางครั้ง บางอย่างอะไรเลิกก็ควรจะ เลิกได้แล้วครับ บางอย่าง เมื่อสักครู่เห็นบอกว่าจะใช้เรื่องของอิเล็กทรอนิกส์ อิเล็กทรอนิกส์ นำเข้ามาใช้ครับ ควรที่จะต้องใช้อย่างจริงจังได้แล้วนะครับ🔗
ต่อมาคือ C ที่ ๓ ครับ C แรก Customer แปลว่าลูกค้า เห็นประชาชน เป็นเหมือนลูกค้า C ที่ ๒ เพื่อลดต้นทุนของคุณลูกค้า C ที่ ๓ ก็คือคำว่า Convenience Convenience แปลว่าอะไรครับ แปลว่าความสะดวกสบาย เมื่อสักครู่หลายท่านบอกว่า ต้องใช้อะไรครับ ออนไลน์ ออฟไลน์ นั่นละครับ ถ้าท่านไปดู Government Development Index GDI หรือ Government Service Index ของประเทศไทยนะครับ ถ้าเปรียบเทียบ กับเอเชียแปซิฟิกนี้เราอันดับที่ ๑๐ กว่า ถ้าเปรียบเทียบกับโลกเราประมาณ ๕๐ กว่าของโลก แสดงว่าเรายังมีช่องว่างให้กับการพัฒนาอีกมากมาย เพราะฉะนั้นคำว่า Convenience คืออะไรครับ ออนไลน์ ออฟไลน์ อ.เอท ขอชื่นชมครับ องค์กรที่เก่งมากด้านการให้บริการ แล้วยอดเยี่ยมครับ ก็คือการทำ Passport นะครับ อ.เอท ไปแค่ Passport ก็คือใช้บัตร ประชาชนใบเดียวครับทำ Passport แป๊บเดียวเสร็จเลย อันนี้ใช้เวลาไม่ถึง ๑๐ นาทีด้วย ถ้าไม่มีคิวนะครับ และอีกอย่างหนึ่งที่ อ.เอท เป็น Pain Point คือการทำ Driving License เป็น International สมมุติว่าจะไปเที่ยวต่างประเทศต้องขับรถ เดิมทีต้องไปที่ไหนครับ ไปที่กรมการขนส่งทางบกถูกไหมครับ ต้องไปจ่ายเสียเงิน ๕๐๐ บาท รูปภาพตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง ๑ นิ้วบ้าง ๑ นิ้วครึ่งบ้าง ต้องนั่งรถออกไปข้างนอก เพื่อไปทำไมครับ เพื่อไป ถ่ายรูปอีก คือบางอย่างมันอาจจะแบบเก่าเกินไปหรือเปล่า เพราะฉะนั้นเราควรที่จะต้อง ทำไมครับ ใช้อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งตอนนี้กรมการขนส่งทางบกทำแล้วครับ ออนไลน์ครับ มี Application ถูกไหมครับ สามารถที่จะทำไมครับ ทำแบบผ่านช่องทาง เราแค่เสียเงิน แล้วบัตรก็ส่งกลับมาให้ได้เลยคือไม่ต้องไปเดินทาง เพราะมีประชาชนหลายท่านบอกว่า การติดต่อกับข้าราชการ อีกหนึ่ง Pain Point คืออะไรครับ ที่จอดรถมันไม่มี ถูกไหมครับ มันลำบากเหลือเกิน เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ครับเราใช้เทคโนโลยีเข้ามาแก้ไข และนี่ก็คือ C ที่ ๓ ทบทวนครับ C ที่ ๑ ก็คือเรื่องของ Customer ครับ C ที่ ๒ คือต้นทุนครับ Cost ต้องให้ต่ำ กว่าเดิม และ C ที่ ๓ Convenience🔗
และเรามาสู่ C สุดท้ายท่านประธานครับ อีก ๑ ตัวอักษรครับ หลายคนพูด เมื่อสักครู่นี้ สส. โป้งก็ยังไม่ได้พูด แต่ว่าถ้าพูดก็พูดเรื่องเดียวกันครับ ก็คือเรื่องของอะไรครับ Corruption C นี้ Corruption แปลว่าอะไรครับ โกงกินครับ เหมือนกับระบบข้าราชการ ของเราพยายามทำให้มีระบบซ้อนระบบ ทำไปทำมาสุดท้ายแล้วก็บอกว่าอยากให้มันเร็วนะ ถูกไหมครับ เมื่อสักครู่ สส. ต้าพูดครับ เรื่องของโรงแรมจะขอใบอนุญาตครับ อ.เอท เคยเปิด ร้านอาหารครับ ต้องไปนั่งขอใบอนุญาต จะขายเหล้า ขายเบียร์ก็ต้องทำไมครับ ขอจาก สรรพสามิต คือขอไม่รู้กี่อันครับกว่าจะได้ มันเป็นการทำให้เราเสียเวลาในการทำธุรกิจ ธุรกรรมนะครับ เพราะฉะนั้นเราบางครั้งก็เลยเปิดเป็นช่องทางว่าถ้าอยากให้มันจบก็จ่าย จะได้จบ ๆ นี่คือสิ่งที่เป็นอีก ๑ ช่องทางทำให้เกิด Corruption เพราะฉะนั้นแน่นอนครับ อ.เอท แนะนำไปแล้วว่า Passport เราก็ปรับแล้ว การทำ International Driving License หรือใบที่เป็นใบขับขี่ต่างประเทศเราก็ทำแล้ว ยังมีอีกหลายอย่างที่สามารถที่จะใช้เทคโนโลยี เข้ามาทำได้ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ อ.เอท อยากจะเห็นกับการให้บริการในภาคประชาชน ที่ต้องดีกว่าเดิม เอาละครับ สรุปสุดท้ายนี้นะครับ อ.เอท ก็อยากที่จะเห็นการบริการของ ประเทศไทย ของข้าราชการไทย ๓ คำ จบเลยครับ ๓ คำนี้คืออะไรครับ ให้ใช้คำว่า เอา เข้า ไว้ เอาคืออะไรครับ คือเอาใจเขามาใส่ใจเรา เข้า คือต้องเข้าถึงได้ ๒๔ ชั่วโมง Twenty-Four Seven และ ไว้ สุดท้ายคือเอาเข้าไว้ ไว้คืออะไรครับ ไว้ใจครับ ข้าราชการไทย ต้องถูกไว้ใจได้ ไม่มีการ Corruption อีกต่อไปเพื่อประเทศไทยไม่เหมือนเดิม เพราะอำนาจ สูงสุดเป็นของประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ Respect🔗
ต่อไปท่านวีรนันท์ ฮวดศรี ครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรนันท์ ฮวดศรี ผู้แทนประชาชนคนจังหวัดขอนแก่น เขต ๑ ตัวแทนพี่น้องชาวตำบล ในเมือง ตำบลเมืองเก่า ตำบลพลับ วันนี้ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผล ๓ ประการ แล้วก็อีก ๒ ข้อสังเกตนะครับ🔗
ประการแรกเรื่องของปัญหาอย่างที่ท่านรัฐมนตรีมนพรชี้แจงไปแล้วนะครับ หรือว่าท่านวรภพผู้เสนอญัตติก็ได้ชี้แจงไปแล้ว หรือเพื่อนสมาชิกที่ได้พูด ก็พูดคล้าย ๆ กัน ผมว่าเป็นเหมือนกันทั้งประเทศครับ ในเรื่องการขอใบอนุญาตที่มีขั้นตอนกระบวนการยุ่งยาก ต้องขอใบอนุญาตหลายใบ หลายขั้นตอน แล้วก็ใช้เวลานาน อย่างเช่น ขอนแก่นบ้านผม ผู้ประกอบการพร้อม เมืองพร้อม สภาวะทางเศรษฐกิจพร้อม แต่ว่าสิ่งที่มันขาดก็คือว่า กฎหมายหรือระเบียบที่ไม่เอื้ออำนวยให้กับผู้ประกอบการก็ดี หรือว่าให้กับผู้ที่อยากตั้งตัว หรือว่าผู้ที่อยากจะทำเศรษฐกิจรายใหม่ ๆ ขึ้นมา ซึ่งมีขั้นตอนเยอะแยะมากมายครับ เมืองเสียโอกาส คนเสียโอกาส แล้วก็เสียโอกาสในการพัฒนาทางเศรษฐกิจครับท่านประธาน อย่างขอนแก่นถ้าอย่างคนที่ภูผาม่านก็เลยชุมแพออกไปอีก ถ้าจะมาขอใบอนุญาตที่ ศูนย์ราชการ ๑ เรื่อง แต่ว่าขาดเอกสาร ๑ อย่าง วิ่งไปกลับ ๑ วันไม่พอครับท่านประธาน อย่างน้อย ๆ ก็ต้องมี ๒ วัน และยังไม่พอว่าไปขออนุญาตหลายหน่วยงาน อย่างนี้มันก็เกิด ความล่าช้า เสียเวลา เสียโอกาสครับ🔗
ประการที่ ๒ ในเรื่องของหลักการและเหตุผลที่ร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ ๑. ก็คือเรื่องของความไม่ทันสมัยของกฎหมายฉบับ ปี ๒๕๕๘ ที่ใช้อยู่นะครับ แล้วก็เพิ่ม ในเรื่องของความเท่าทันเทคโนโลยีที่มันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเข้ามาใช้และเข้ามา ทดแทนนะครับ อันที่ ๒ ก็คือเพิ่มประสิทธิภาพในการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ในการขออนุญาตหรือบริการจากภาครัฐ แล้วก็เรื่องสำคัญในหลักการนี้ก็คือลดการใช้ ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ ลดการทุจริตการประพฤติมิชอบของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการขอ ใบอนุญาต ในการออกใบอนุญาต หรือว่าการอนุญาตต่าง ๆ และที่สำคัญลดภาระของ หน่วยงานราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการออกใบอนุญาตต่าง ๆ รวมถึงลดภาระของพี่น้อง ประชาชนนะครับ🔗
ประการที่ ๓ ในส่วนของเนื้อหามีเรื่องของการกำหนดคำนิยาม ไม่ว่าจะเป็น เรื่องหน่วยงานของรัฐ การขออนุญาต ผู้อนุญาต พนักงานเจ้าหน้าที่ และกฎหมายว่าด้วย การขออนุญาตคำขอตามร่างมาตรา ๕ ของท่านวรภพ การกำหนดให้หน่วยงานราชการ มีอำนาจในการทบทวนใบอนุญาตที่ออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบกิจการต่าง ๆ ทุก ๆ ๕ ปี นี่ก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญนะครับ เพราะว่าบางครั้งก็มีความชำรุดบกพร่องหรือว่ามีการ ปล่อยปละละเลยของผู้ขอใบอนุญาตเกิดขึ้น การทบทวนนี้ก็เป็นสิ่งที่ดีครับจะได้เรื่องของ ความปลอดภัยของทั้งชุมชน ของทั้งผู้ประกอบการเอง หรือว่าสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบข้าง ในส่วนต่อมาการกำหนดหน้าที่ของพนักงานของรัฐกรณีที่ผู้ขออนุญาตยื่นคำขอและเอกสาร ทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็คือสนับสนุนส่งเสริมให้ลดการใช้กระดาษ แล้วก็เพิ่มประสิทธิภาพ ทางอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้นครับ ข้อสังเกต ๒ เรื่อง ท่านประธานครับ ตามมาตรา ๑๔ ของทางร่าง พ.ร.บ. ที่คณะรัฐมนตรีเสนอนะครับ🔗
ข้อสังเกตแรก เราจะมีมาตรการอะไรในการตรวจสอบการใช้ดุลยพินิจของ เจ้าหน้าที่หรือว่าผู้มีอำนาจในการออกใบอนุญาต อันนี้คือข้อสังเกตแรกนะครับ🔗
ข้อสังเกตที่ ๒ ก็คือการเตรียมคู่มือสำหรับประชาชนของหน่วยงานราชการ ที่เกี่ยวข้อง มี ๒ อย่าง ๑. จะเป็นคู่มือกลางได้หรือไม่ อย่างไร หรือว่า ๒. แต่ละหน่วยงาน ที่ออกใบอนุญาตเป็นผู้ออกคู่มือ แล้วจะมีการจัดเตรียม จัดทำข้อมูลเบื้องต้นไว้ เพราะว่ามี เวลาแค่ ๖๐ วันในการจัดทำคู่มือหลังประกาศใช้กฎหมาย ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผล ทั้ง ๓ ประการ กับอีก ๒ ข้อสังเกต ผมจึงขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. กฎหมายฉบับนี้นะครับ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชนนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ๓ ท่านต่อไปนะครับ ท่านขัตติยา สวัสดิผล และย้อนกลับมาที่ท่านเอกราช อุดมอำนวย และท่านศุภสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ เชิญท่านขัตติยา สวัสดิผล ก่อนครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอใช้ โอกาสนี้เพื่ออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณา อนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอนะคะ ซึ่งดิฉันมี ความเห็นไปในทางเดียวกันว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพ การทำงานของภาครัฐ แล้วก็เป็นการลดอุปสรรคในการทำมาหากินของพี่น้องประชาชนค่ะ ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด เพราะจากงานศึกษาของ TDRI แล้วก็องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันที่ไปสำรวจกรณีการขออนุญาตก่อสร้างในพื้นที่ กรุงเทพมหานครจังหวัดเดียวพบว่า การอนุญาตที่ล่าช้าของภาครัฐส่งผลให้เกิดผลเสียหาย แล้วก็ไปเพิ่มต้นทุนให้กับคนกรุงเทพมหานครเป็นมูลค่าสูงถึง ๑,๒๕๒ ล้านบาทต่อปี ซึ่งตัวเลขนี้คือมูลค่าความเสียหายเฉพาะเรื่องการก่อสร้างที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร เพียงแค่ที่เดียว ซึ่งหากเราไปสำรวจถึงผลกระทบที่เกิดจากการออกใบอนุญาตที่ล่าช้าของ หน่วยงานรัฐในทุกเรื่องแล้วก็ทุกพื้นที่ เราก็จะเห็นตัวเลขความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ส่ง ผลกระทบต่อภาคธุรกิจไทยมหาศาลในแต่ละปีค่ะ ท่านประธานคะ เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกที่มีมาตั้งแต่ ปี ๒๕๕๘ นั่นก็คือต้องการที่จะปรับปรุงการบริหารจัดการของภาครัฐนั้นให้มีประสิทธิภาพ ให้มีความโปร่งใส แล้วก็เปลี่ยนภาครัฐให้มาทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินกิจกรรมทาง เศรษฐกิจให้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน แต่ก็เช่นเดียวกันกับ กฎหมายฉบับอื่น ๆ ว่าเราจำเป็นต้องมีการปรับปรุงให้ทันสมัย แล้วก็จำเป็นที่จะต้องมีการ แก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน เพื่อให้กฎหมายนั้น ถูกบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็ตอบโจทย์ที่ต้องการแก้ไขปัญหาให้มากที่สุด มันจึงนำมาสู่การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณา อนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ในวันนี้ค่ะ ซึ่งเมื่อเราเปรียบเทียบกับ พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกฉบับ ปี ๒๕๕๘ ที่เน้นปรับปรุงกระบวนการอนุญาตเพียงบางส่วน แต่ร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่นี้จะเป็นการขยายขอบเขตการให้บริการของภาครัฐ ให้มีความครอบคลุมแล้วก็กว้างขวางมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่นี้ ยังมีการเพิ่มกลไกที่จะช่วยให้การอนุญาตของรัฐนั้นมีความสะดวกรวดเร็ว ลดขั้นตอนที่ไม่ จำเป็น แล้วก็มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้กับการทำงานของภาครัฐมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนจากระบบเอกสารมาเป็นระบบดิจิทัลนะคะ มีการจัดตั้งศูนย์คำขอกลางทาง อิเล็กทรอนิกส์ มีการนำระบบ Fast Track แล้วก็ระบบ Super License มาใช้บังคับ เป็นต้น🔗
อีกประเด็นที่เป็นเนื้อหาสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ซึ่งดิฉันคิดว่ามีความสำคัญ เป็นอย่างยิ่ง นั่นก็คือก่อนหน้านี้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาตจำนวนมากของ หลายหน่วยงานมันไม่ได้มีการกำหนดกรอบระยะเวลา แล้วก็กระบวนการทำงานที่ชัดเจน ซึ่งมันสร้างปัญหาแล้วก็ข้อติดขัดในเชิงการดำเนินงานเป็นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา กฎหมายฉบับนี้จึงมุ่งแก้ไขปัญหาแล้วก็ช่องโหว่ดังกล่าว โดยการออกเกณฑ์มาตรฐานกลาง ไม่ว่าจะเป็นกำหนดหลักเกณฑ์ กำหนดวิธีการ แล้วก็กำหนดเงื่อนไขในการยื่นคำขอ รวมถึง กำหนดถึงขั้นตอนแล้วก็ระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตให้มีความชัดเจน แล้วก็สอดคล้อง เป็นไปในภาพเดียวกัน ซึ่งดิฉันเชื่อว่าด้วยเนื้อหาแล้วก็กลไกทั้งหมดของกฎหมายฉบับนี้ นอกจากมันจะช่วยลดเวลา ลดขั้นตอน แล้วก็ลดช่องโหว่ในการใช้ดุลยพินิจที่ไม่ชอบของ เจ้าหน้าที่แล้วมันยังจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของภาครัฐ แล้วก็จะช่วยลดต้นทุน ทางเศรษฐกิจของประเทศได้เป็นอย่างมาก ท่านประธานคะ หากพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผ่านสภาแล้วก็ถูกนำไปบังคับใช้จริง ดิฉันเชื่อว่ามันจะช่วยสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ต่อพี่น้องประชาชน แล้วก็ผู้ประกอบธุรกิจของไทยในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าใช้จ่าย ของประชาชนในการติดต่อกับราชการ เป็นการลดจำนวนเอกสาร แล้วก็ขั้นตอนที่ยุ่งยาก เป็นการลดเวลา แล้วก็ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน แล้วด้วยระบบการอนุญาต ที่โปร่งใสแล้วก็มีประสิทธิภาพ ดิฉันเชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขัน แล้วก็จะดึงดูดการลงทุนกับภาคเอกชน แล้วก็ต่างชาติได้มากยิ่งขึ้น🔗
สุดท้ายท่านประธานคะ แม้ว่าดิฉันจะสนับสนุนเนื้อหาแล้วก็หลักการของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อย่างเต็มที่ด้วยเหตุผลที่ได้กล่าวไป แต่ดิฉันก็อยากจะขอฝาก ข้อห่วงใยบางประการไปยังรัฐบาล แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายนี้ เพื่อให้มันมีประสิทธิภาพมากที่สุด แล้วก็ลดช่องโหว่ที่จะเกิดปัญหาใหม่ ๆ ตามขึ้นมานะคะ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดให้มีช่องทางด่วนพิเศษ หรือที่เราเรียกว่า Fast Track ซึ่งมันจะมีการ คิดค่าบริการเพิ่ม มันก็ควรจะต้องมีหลักเกณฑ์ มีรายละเอียดของค่าใช้จ่าย แล้วก็มี ระยะเวลาการดำเนินงานที่ชัดเจน แล้วที่สำคัญจะต้องมีการกำกับดูแลให้เป็นมาตรฐาน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการในช่องทางปกติ ซึ่งการให้บริการในช่องทางปกติก็ควร จะต้องมีประสิทธิภาพ ไม่เปิดช่องให้มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐให้ความสำคัญกับ การบริการในช่อง Fast Track เท่านั้น และอีกเรื่องหนึ่งรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องควรจะต้อง ให้ความสำคัญแล้วก็ลงไปดูรายละเอียดของกฎหมายลำดับรองอื่น ๆ ด้วยหลังจากนี้ เพราะถึงแม้ว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นหมุดหมายสำคัญแต่มันก็เป็นแค่ Jigsaw เพียงครึ่งเดียว ของภาพทั้งหมด เพราะในกฎหมายนี้มันยังต้องมีกฎหมายลำดับรองอื่น ๆ ที่จะต้อง ออกมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นพระราชกฤษฎีกาหรือว่ากฎกระทรวง เพื่อเป็นทั้งแนวทางปฏิบัติ แล้วก็เป็นข้อยกเว้น ซึ่งหากมีการผ่านพระราชบัญญัตินี้ไปเฉย ๆ โดยที่ไม่มีการลงไปดู รายละเอียดหลังจากนี้เพื่อกำกับให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันก็อาจทำให้พระราชบัญญัตินี้ ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์อย่างสมบูรณ์ แล้วก็ไม่ถูกบังคับใช้อย่างเต็มศักยภาพ ท่านประธานคะ หากสภาผ่านกฎหมายฉบับนี้ไปโดยมีการติดตามแล้วก็กำกับดูแลอย่าง ใกล้ชิด ดิฉันเชื่อว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้จะสามารถยกระดับการบริการของภาครัฐ ให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย แล้วก็ลดอุปสรรคในการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการ รวมถึงภาคธุรกิจที่เป็นเอกชนทั่วประเทศได้อย่างแท้จริง แล้วก็ดิฉันขอเป็น ส่วนหนึ่งในการร่วมสนับสนุนพระราชบัญญัติฉบับนี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
๒ ท่านถัดไปนะครับ ท่านเอกราช อุดมอำนวย ก่อนครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายสนับสนุน หลักการของร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ร่าง ซึ่งจริง ๆ แล้วร่างของท่านวรภพก็เขียนเอาไว้ คล้าย ๆ กับร่างของ ครม. สั้น ๆ เลยครับ ก็คือปรับปรุงว่าด้วยการอำนวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ มันจะมีกฎหมายประมาณ ๙๗ ฉบับที่เกี่ยวข้อง แล้วก็กระทบกับเรื่องของการขออนุญาตต่าง ๆ อย่างยกตัวอย่างที่ใกล้ตัวมากที่สุดเลย อย่างเช่นเรื่องของใบอนุญาตขับขี่อย่างนี้เป็นต้น ทุกคนได้ขอหมด ท่านประธานครับ ผมก็มา ดูในรายละเอียดแต่ละมาตราว่าในการที่เขาไปแก้นี่ในร่างเขาเขียนอะไรบ้าง ทั้ง ๒ อันนี้ เขียนคล้าย ๆ กัน แต่ว่าแตกต่างกันในรายละเอียดเพียงเล็กน้อย แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะฝาก ไปถึงกรรมาธิการที่อาจจะตั้งขึ้นถ้าหากว่าเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายมาทุกคนเห็นชอบหลักการ เดียวกันแล้วจะตั้งกรรมาธิการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการยื่นทางออนไลน์ เรื่องของการ อำนวยความสะดวกมันจะมีหลายมิติ มิติหนึ่งทุกคนคิดถึงเรื่องของการ Walk in ใช่ไหมครับ เดินเข้าไป ถือเอกสารขออนุญาต ขอเสร็จต้องภายในกี่วันทันที แต่สิ่งหนึ่งที่เราอาจจะไม่ได้ พูดถึงมากก็คือเรื่องของวิธีการแล้วก็เวลา วิธีการที่ผมว่าอย่างเช่นเรื่องของการขออนุญาต ทางออนไลน์ ในร่างเขียนเอาไว้นิดเดียวว่าถ้าเป็นอย่างนั้น อย่างนี้อย่างไร แต่ว่าไม่ได้พูดถึง โครงสร้าง ซึ่งจริง ๆ ถ้าไปอำนวยความสะดวกหรือว่าไปเปิดทางให้ราชการสามารถทำได้ ผมยกตัวอย่างเช่นแห่งหนึ่งที่ทำไว้ดีก็คือสำนักงานศาล ก็มีระบบการขออนุญาตออนไลน์ ส่วนใหญ่ ซึ่งตอนนี้หลาย ๆ ระบบก็พัฒนาแล้วละแต่มันยังไปไม่สุด ไปไม่สุดชนิดที่ว่าสุดท้าย ขออนุญาตอย่างไร ต้องเอาเอกสารไปอยู่ดี🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของวัน เวลา การขออนุญาตสุดท้ายมันไปติดอยู่ วันราชการ ผมยกตัวอย่างใบอนุญาตขับขี่ที่จะทำหาวันที่จะลงล็อกไปไม่ได้เพราะมันติด วันราชการ คิวเต็มบ้าง อะไรบ้าง ถ้าในกรุงเทพมหานคร เป็นไปได้ไหมครับว่าอีกหน่อย วันเสาร์หรือวันอาทิตย์ควรจะต้องขยายเวลา หรืออาจจะต้องมีช่วงเวลาที่ค่ำกว่านั้น อันนี้คือ อำนวยความสะดวกของจริง อย่างไรถ้าร่างนี้ไปถึงได้ผมคิดว่าน่าสนับสนุน🔗
เรื่องที่ ๓ ครับ เรื่องของสถานที่ เวลาเราไปติดต่อราชการ ท่านประธาน สมมุติผมไปแล้วเจ้าหน้าที่บอกว่าขาดเอกสารนี้ค่ะ ผมถือตัวจริงมา แต่ในสถานที่ราชการ ไม่มีที่ถ่ายเอกสารสักฉบับ ผมจะต้องวิ่งออกไปหาร้านถ่ายเอกสารที่อยู่หน้าปากซอยของ หน่วยงานกระทรวง ทบวง กรมนั้น แล้ววิ่งกลับมาเข้าคิวใหม่อย่างนี้ ตรงนี้ควรจะไปให้ถึง ตรงนั้นไหมครับว่าต่อไปนี้ตามพระราชบัญญัตินี้เขียนลงไปได้ไหม อย่างน้อยคำนึงถึง การอำนวยความสะดวกพื้นฐานให้กับพี่น้องประชาชน ง่าย ๆ เลยมีเครื่องถ่ายเอกสารหน่อย คิดสตางค์ก็ขอไม่แพงได้ไหมครับ บางทีแผ่นเดียว ๒ แผ่น ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต พูดถึงเรื่องมิติของการที่ผู้พิการที่จะไปใช้บริการของหน่วยราชการด้วย จริง ๆ มีกฎหมาย ที่เกี่ยวกับเรื่องของการรองรับในส่วนของผู้ทุพพลภาพที่จะเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวก ในภาครัฐต่าง ๆ แต่ในทางปฏิบัติเวลาเราไปดู เราไปเจอต้นไม้กีดขวางบ้าง เราไปเจอใต้ถุนที่สูงชันบ้าง อะไรแบบนี้ ก็พยายามช่วยกันว่าถ้าร่างนี้มันไปถึงแล้วสามารถที่อาจจะกำหนด หรือทำให้ หน่วยราชการตระหนักถึงการอำนวยความสะดวกในทุกมิติทั้งที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวมา หรือที่ผมได้ตั้งประเด็นขึ้นมาก็จะเป็นการดี ดังนั้นครับท่านประธานผมจึงสนับสนุนให้สภา รับหลักการร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ แล้วก็รวมกันพิจารณา แล้วก็ให้บังคับใช้ แล้วก็มีผล อย่างไรก็ตามผมคิดว่าจะสามารถที่จะเป็นผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน และเห็นว่ารัฐบาลนี้เอาจริงเอาจัง ให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชน ขอขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ ครับ เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดนครราชสีมานะครับ ผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต และการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ฉบับนี้นะครับท่าน พระราชบัญญัติการอำนวย ความสะดวกซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ นั้น ท่านประธานครับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีประชาชน ในเขตของผมได้มาร้องเรียนเรื่องการขออนุญาตเปิดร้านอาหารขนาดเล็ก เขาต้องวิ่งเอกสาร ถึง ๔ หน่วยงาน ใช้เวลากว่า ๓ เดือน เสียค่าเดินทางไปมาหลายพันบาท และที่น่าตกใจก็คือ ต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านให้แต่ละหน่วยงานซ้ำ ๆ กัน ซ้ำ ๆ กัน ท่านประธานครับ นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของปัญหาการทำงานแบบไซโลในระบบราชการไทย ต่างคนต่างทำ ขาดการบูรณาการ เหมือนกำแพงที่มองไม่เห็นที่กั้นกลางระหว่างหน่วยงานรัฐ ผมขอยกตัวอย่างอีกกรณีหนึ่ง ช่วงน้ำท่วมในพื้นที่ผมมีหน่วยงานลงพื้นที่หลากหลาย หน่วยงานมาก แต่ละหน่วยงานต่างคนต่างทำ บางครอบครัวได้รับการช่วยเหลือ ได้รับถุงยังชีพ แบบซ้ำซ้อน แต่บางครอบครัวกลับไม่ได้รับความช่วยเหลือเลย เพราะว่าข้อมูลเหล่านี้ กระจัดกระจาย ไม่มีการแชร์กันระหว่างหน่วยงาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอพูดถึง ประเด็นการเสนอ พ.ร.บ. ฉบับนี้ใน ๓ ประเด็นหลักนะครับ🔗
ประเด็นแรก คือการทำลายกำแพงไซโลด้วยการสร้างระบบฐานข้อมูลกลาง ของภาครัฐ ผมขอยกตัวอย่างประเทศเอสโทเนียนะครับ ที่พัฒนาระบบที่เรียกว่า X-Road เชื่อมโยงข้อมูลทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน ประชาชนยื่นข้อมูลครั้งเดียวใช้ได้ทุกหน่วยงานครับ ไม่ต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชนอีกด้วยซ้ำ ลองคำนวณดูครับว่าประเทศไทยถ้าประหยัด กระดาษและประหยัดเวลาได้มากขนาดนี้ พอประหยัดเวลาแล้วจัดการเรื่องใบอนุญาต และเอกสารต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น ก็เริ่มธุรกิจได้เร็วขึ้น ความสามารถในการแข่งขันก็จะ รวดเร็วมากขึ้น และเพิ่มขึ้นครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ การลดระยะเวลาการพิจารณาการอนุญาตนะครับ ปัจจุบัน การขออนุญาตก่อสร้างอาคารใช้เวลา ๔๕-๖๐ วัน ทั้งที่หลายประเทศใช้เวลาแค่ ๗-๑๔ วัน เพราะเขาใช้ระบบดิจิทัลในการตรวจสอบ ยกตัวอย่างเช่นการตรวจสอบแบบแปลนอัตโนมัติ ที่ประเทศสิงคโปร์นะครับ หรือเขาเรียกระบบนี้ว่าระบบ CORENET หรือ Construction and Real Estate Network ที่สามารถตรวจสอบแบบแปลนอัตโนมัติได้ภายใน ๗-๑๔ วัน ระบบสามารถตรวจสอบการขัดกับกฎหมายควบคุมอาคารได้โดยอัตโนมัติ มีการใช้ BIM หรือ Building Information Modeling เชื่อมโยงกับระบบตรวจสอบได้ ส่วนในประเทศไทย แม้จะมีระบบจีไอเอสในการตรวจสอบผังเมือง มีระบบการขออนุญาตก่อสร้างออนไลน์ แต่ก็ยังต้องยื่นเอกสารประกอบอยู่ดีครับ เจ้าหน้าที่ยังคงต้องตรวจสอบแบบแปลนด้วยมือ ด้วยสายตาของตัวเองและใช้เวลาพิจารณาถึง ๔๕-๖๐ วัน ท่านประธานครับ ทุกวันที่รอคอย ทุกวันที่รอคือต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ที่ต้องแบกรับภาระ ดอกเบี้ย🔗
ประเด็นที่ ๓ การสร้างความรับผิดชอบ ผมขอเสนอให้เพิ่มบทลงโทษที่ชัดเจน สำหรับเจ้าหน้าที่ที่เพิกเฉยหรือประวิงเวลาโดยไม่มีเหตุผลนะครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้มีเพื่อน ๆ ผู้ประกอบการก็ได้มาเล่าให้ฟังว่าเจ้าหน้าที่รัฐใช้เวลาในการพิจารณาเอกสารนานเกินกำหนด ถึง ๓ เดือนโดยไม่มีการแจ้งเหตุผล ทำให้เขาต้องเสียโอกาสในการทำธุรกิจไป แต่กลับไม่มี บทลงโทษใด ๆ ท่านประธานครับ การแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะสร้างการเปลี่ยนแปลง ครั้งสำคัญ ผมขอยกตัวอย่างประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นนะครับ เกษตรกรที่ต้องการขอใบรับรอง มาตรฐานการผลิตจะไม่ต้องเดินทางไปที่กรมวิชาการเกษตร กรมประมง และกรมปศุสัตว์ แยกกันอีกต่อไป แต่สามารถยื่นขอผ่านระบบดิจิทัลได้ที่จุดเดียว ผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการเริ่มธุรกิจ จะได้รับการบริการแบบ One Stop Service ผ่านระบบดิจิทัล ลดเวลาจาก ๖๐ วัน เหลือเพียง ๑๕ วันหรือ ๓๐ วัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ประชาชนที่ประสบ ภัยพิบัติจะได้รับความช่วยเหลือรวดเร็วและทั่วถึง เพราะทุกหน่วยงานใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน ไม่มีการตกหล่นหรือซ้ำซ้อนอีกต่อไป นี่คือการปฏิรูประบบราชการครั้งสำคัญที่เปลี่ยนจาก การทำงานแบบแยกส่วนมาสู่การทำงานแบบไร้รอยต่อ หากระบบที่ยึดติดกับกระดาษมาสู่ ระบบแบบดิจิทัลมีประสิทธิภาพ จากการบริการที่เน้นความสะดวกของเจ้าหน้าที่มาสู่การ บริการที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง🔗
สุดท้ายนี้ผมขอฝากข้อคิดนิดหนึ่งครับว่าเราไม่สามารถแก้ปัญหาใหม่ด้วยวิธี คิดแบบเดิม ๆ ถึงเวลาที่เราต้องปลดล็อกข้อจำกัดต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อสร้างระบบราชการ ที่ตอบโจทย์ประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง อยากให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่าน และเพื่อน ๆ ในสภาได้รับหลักการนี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านราชิต สุดพุ่ม ครับ ต่อด้วยท่านวีรภัทร คันธะ และท่านเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เชิญท่านราชิตครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายราชิต สุดพุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนและเสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับ ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ ประชาชน พ.ศ. .... ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่มีการปรับปรุงมาจาก พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยหลักการที่สำคัญก็คือมองเห็นว่าประชาชนเป็นประธานแห่งสิทธิที่ได้รับบริการจากรัฐ ก็เป็นข้อที่ดีที่มองเห็นความสำคัญของพี่น้องประชาชน🔗
ประการที่ ๑ ที่ผมคิดว่าชื่นชมก็คือว่ากฎหมายฉบับเดิมปี ๒๕๕๘ ปีนี้ก็ ปี ๒๕๖๘ แค่ ๑๐ ปีนี่ท่านก็เห็นถึงจะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้อง ท่านไปดู กฎหมายของกระทรวงมหาดไทยสิครับ เกือบร้อยปีก็ยังมี ๗๐ ปีก็ยังมี ยังไม่ได้มีการปรับปรุง เพราะฉะนั้นผมขอชื่นชมแค่ ๑๐ ปีท่านก็สามารถที่จะนำมาปรับปรุงให้สอดคล้อง ให้ทันสมัย🔗
ประการที่ ๒ ที่สำคัญก็คือท่านมีการกำหนดเวลาดำเนินการในแต่ละขั้นตอน ให้มีความชัดเจน อันนี้เป็นความสำคัญในการทำงานต้องมีคู่มือ ต้องมีการประกาศ แล้วก็มี การกำหนดระยะเวลาแต่ละขั้นตอนให้พี่น้องประชาชนผู้รับบริการทราบ🔗
ประการที่ ๓ ก็พยายามที่จะลดขั้นตอนถ้ามีหลายหน่วยงานเข้ามาปฏิบัติ ร่วมกัน ก็มีการลดขั้นตอนให้มันรวดเร็ว แล้วอันไหนก็ตามที่ไม่จำเป็นก็พยายามที่จะตัด ออกไป อันนี้เพื่อสนองให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างรวดเร็ว🔗
ประการที่ ๔ มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเป็นการบริการในการ อนุญาต🔗
ประการที่ ๕ ที่สำคัญครับ ก็คือพยายามที่จะให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ พนักงาน เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจในการพิจารณาอนุญาต อนุมัติเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ผมคิดว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ สำคัญมาก แต่จากกฎหมายฉบับที่จะเสนอขึ้นมานี้มันมีอยู่ ๕ ประการ ที่มีการเพิ่มเติม🔗
ประการแรก ให้มีการบูรณาการร่วมมือในการทำงานร่วมกันของหลาย หน่วยงาน โดยอาจจะใช้บุคลากร อาจจะใช้ข้อมูล อาจจะใช้เทคโนโลยีในการเชื่อมโยง ให้มีการร่วมมือด้วยกันในการทำงาน🔗
ประการที่ ๒ เป็นการลดภาระให้กับพี่น้องประชาชน ในกฎหมายฉบับนี้ ได้กำหนดว่าการขอเอกสารจากพี่น้องประชาชนถ้าเป็นหน่วยงานที่ออกเอกสารขอไม่ได้ ผมยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นหน่วยอำเภอที่ออกบัตรให้กับพี่น้องประชาชน ออกทะเบียนบ้าน ท่านจะขอเอกสารเหล่านี้จากพี่น้องประชาชนไม่ได้ แล้วก็ถ้าจำเป็นต้องขอจากหน่วยงานอื่น ก็ขอได้เพียงชุดเดียวเท่านั้นนะครับ โดยให้ทางราชการต้องไปทำสำเนาเอาเอง อันนี้เป็นสิ่งที่ ผมคิดว่าให้ความสะดวกกับพี่น้องประชาชนมาก🔗
ประการที่ ๓ ให้มีศูนย์บริการร่วม ณ ที่เดียวกัน ก็คือ One Stop Service อันนี้เดี๋ยวจะมีข้อเสนอที่ผมจะนำเสนอท่าน🔗
ประการที่ ๔ ให้มีการจัดตั้งศูนย์รับคำขอกลางโดยผ่านระบบเทคโนโลยี🔗
ประการสุดท้ายครับ กรณีเร่งด่วน มีการขออนุญาตต้องมีแบบ Fast Track มีช่องทางพิเศษ🔗
ผมคิดว่าจาก ๕ ประการในกฎหมายที่ยกขึ้นมานี้เป็นสิ่งที่ดี อำนวยความ สะดวกให้กับพี่น้องประชาชน แต่ผมมีข้อสังเกตครับ ท่านประธานครับ ฝากไปยังคณะทำงาน แล้วก็อาจจะมีกฎหมายรองลงไปหรือว่าระเบียบอะไรต่าง ๆ ผมมีข้อสังเกตอย่างนี้ครับว่า เมื่อเราใช้ข้อมูลหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมกันการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล วัน เดือน ปีเกิด บัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ต่าง ๆ ท่านต้องให้ความสำคัญกับข้อมูลตรงนี้ ท่านเห็นว่าขณะนี้ประเทศไทยที่มีแก๊ง Call Center อะไรก็ตาม ก็ข้อมูลอย่างนี้ เพราะฉะนั้น หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว ให้ความสำคัญ🔗
ประการที่ ๒ พ.ร.บ. ฉบับนี้เน้นการให้ความสะดวกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขัน แต่ผมเสนอท่านอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ผ่านไปยังผู้รับผิดชอบครับ การอำนวยความสะดวกกับความมั่นคงมันต้องควบคู่กันไป ท่านจะเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันอย่างเดียว สะดวกเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างเดียวไม่ได้ครับ ท่านต้องมองในมิติ ของความมั่นคงด้วย มีกฎหมายหลายฉบับที่มีการอนุญาตควบคู่กับความมั่นคง ท่านไม่ต้อง อะไรมากหรอกครับ ขณะนี้ประเทศไทยท่านดูฟรี VISA สิ ขณะนี้ใครที่เข้ามาในบ้านเมืองเรา ซึ่งไปทำอะไรเสียหายเยอะแยะมาก ท่านต้องพิจารณาควบคู่กันให้ได้ ความมั่นคงกับการ บริการ🔗
ประการที่ ๓ ในการจัดตั้งศูนย์บริการร่วม ผมนำเรียนท่านอย่างนี้นะครับ ผมเคยทำงานด้านนี้มา ท่านบอกว่าท่านจะมาตั้งศูนย์บริการร่วม ตั้งที่ห้างศูนย์การค้าก็ดี ตั้งที่หน่วยงานไหนก็ตาม ท่านก็ดึงหน่วยงานมา ไม่ว่าจะดึงคนมา ดึงงานมา หรือว่าเอาข้อมูลมา การที่จะมาตั้งศูนย์บริการร่วมครับ มันต้องใช้งบประมาณ มันต้องใช้บุคลากร กฎหมาย ฉบับนี้กำหนดว่าหลังจากประกาศแล้ว ๑๘๐ วัน ประเทศไทยงบประมาณตั้งเป็นรายปี บุคลากรอะไรต่าง ๆ ท่านต้องทำความตกลงกับหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ได้ว่าเมื่อมีกฎหมาย ฉบับนี้ออกมาแล้ว เรื่องคนทำอย่างไร เรื่องงบประมาณในการปรับปรุงทำอะไรก็แล้วแต่ ท่านทำอย่างไรต้องมีการเตรียมการ เมื่อมีผลบังคับใช้ตรงนี้ต้องพร้อม ผมเองเคยประสบ กับตัวเองครับ หน่วยงานที่มาส่วนใหญ่จะส่งเจ้าหน้าที่ที่เขาไม่เอาแล้ว ในหน่วยงานมาร่วม หรือก็บอกว่างบประมาณไม่มีในการจัดทำศูนย์ เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่เกิดประโยชน์ ก็ขอฝาก ไว้ด้วยว่าขอให้มีผลในทางปฏิบัติ เมื่อเราจัดตั้งศูนย์แล้วก็ให้มีผลในทางปฏิบัติ🔗
ข้อสุดท้าย ในกรณี Fast Track ก็มีคนพูดหลายคน ผมขออย่างเดียวครับว่า ขอให้มีหลักเกณฑ์ คนที่จะขอ Fast Track ได้ต้องมีเหตุผล ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ อย่าให้ใช้ Fast Track ในการหาประโยชน์ ก็ขออนุญาตนำเรียนเพียงเท่านี้ แล้วก็ผมขอสนับสนุน ใน พ.ร.บ. ดังกล่าวครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปท่านวีรภัทร คันธะ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรภัทร คันธะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง ยกเว้นตำบลบางจาก พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการ ให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ทราบไหมครับว่าปัญหาของบริษัท ทัวร์เถื่อนที่ไม่มีใบอนุญาตในประเทศไทยมีสาเหตุหลักมาจากกระบวนการขอใบอนุญาต ที่ล่าช้าและซับซ้อน ผู้ประกอบการหลายรายต้องการเริ่มธุรกิจทัวร์ทันที แต่กระบวนการ ขอใบอนุญาตที่ยุ่งยากและต้องผ่านหลายหน่วยงานทำให้เกิดความล่าช้า เมื่อไม่สามารถรอได้ พวกเขาจึงตัดสินใจดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาต ซึ่งนำไปสู่การดำเนินธุรกิจที่ขาดการ ควบคุมส่งผลให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมกับ บริษัททัวร์ที่ปฏิบัติตามกฎหมายและการสูญเสียรายได้จากภาษีของรัฐ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต และให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... จะช่วยแก้ปัญหานี้โดยการทำให้กระบวนการอนุมัติ ใบอนุญาตมีความรวดเร็วขึ้น ลดขั้นตอนที่ซับซ้อนและใช้เทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ประกอบการ สามารถยื่นขอใบอนุญาตออนไลน์ได้ การพิจารณาที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพจะทำให้ ผู้ประกอบการไม่ต้องหันไปทำธุรกิจเถื่อนและช่วยลดการเกิดบริษัททัวร์เถื่อนในระยะยาว การอำนวยความสะดวกในการขอใบอนุญาตจะไม่เป็นเพียงแค่การช่วยลดปัญหาบริษัททัวร์ เถื่อนนะครับท่านประธาน แต่ยังส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศให้มีความปลอดภัยและมี คุณภาพมากขึ้น ทำให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันในตลาดท่องเที่ยวโลกได้ดีขึ้น การมีระบบ ที่โปร่งใสและรวดเร็วจะทำให้นักท่องเที่ยวมั่นใจในบริการทัวร์ที่ได้รับและสามารถดึงดูด นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ของเรามีศักยภาพสูงมากขึ้นครับ หากเรามองภาพรวมของการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน จะเห็นว่าประเทศที่มีการพัฒนากระบวนการอนุมัติใบอนุญาตและการให้บริการที่รวดเร็ว เช่น สิงคโปร์หรือมาเลเซียสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่าประเทศไทย ดังนั้นการออก กฎหมายนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสามารถในเรื่องของการแข่งขัน ของประเทศไทยในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สรุปแล้วนะครับ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ ประชาชน พ.ศ. .... จะช่วยแก้ปัญหาทัวร์เถื่อนโดยการเร่งกระบวนการขอใบอนุญาต และการปรับปรุงการควบคุมและตรวจสอบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วสุดท้ายนะครับ ก็จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศให้เติบโตและแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคและระดับ โลกครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เชิญครับ🔗
ขอบคุณค่ะท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชน เขตเลือกตั้งที่ ๑ อำเภอเมือง ยกเว้นตำบลหนองหอย หนองป่าครั่ง วัดเกตุ และท่าศาลาค่ะ วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ ประชาชน พ.ศ. .... จากที่ทุกท่านทราบดีนะคะว่าการที่จะประกอบธุรกิจ ๑ ธุรกิจ หลาย ๆ ธุรกิจจำเป็นต้องมีใบอนุญาตหลายใบด้วยกัน ซึ่งก็เป็นความเจ็บปวดของผู้ประกอบการ ที่จะต้องรอใบอนุญาตนานแสนนานกว่าจะได้แต่ละใบ อีกทั้งแต่ละใบบางครั้งอาจจะต้องมี การยื่นใต้โต๊ะหรือมีการคอร์รัปชันเกิดขึ้น ซึ่งมันจะเป็นการเสียโอกาสหลาย ๆ อย่างในการ ประกอบธุรกิจ อย่างธุรกิจอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีมูลค่าเศรษฐกิจเป็นอันดับหนึ่งของ ประเทศไทยก็คืออุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ซึ่งถ้าเรียกง่าย ๆ ก็คืออุตสาหกรรม ยานยนต์ไฟฟ้า ที่ทุก ๆ การผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ทุก ๆ ๑๐๐,๐๐๐ คันจะทำให้เศรษฐกิจไทย ขยายตัวเพิ่มขึ้น ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ แต่เป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าต่อปีอยู่ที่ ๑.๒ ล้านคันต่อปี จึงจะทำให้จีดีพีโตถึง ๒.๔ เปอร์เซ็นต์ต่อปี แต่การที่จะทำธุรกิจหรือว่า ลงทุนในอุตสาหกรรมนี้จะต้องมีการขออนุญาตอยู่ถึง ๘ ใบด้วยกันค่ะ ก็คือการตั้งโรงงาน อันดับ ๒ ก็คือการขอใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร การขอใบอนุญาตต่าง ๆ แล้วก็ถ้าที่ดิน มีจำนวนหลายแปลงก็ต้องมีการรวมทำแผนผังที่ดินรวมโฉนด อันดับที่ ๔ ก็คือจัดทำรายงาน วิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ แล้วก็การขอสนับสนุนจาก BOI เพื่อได้รับ สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย อันดับที่ ๖ ก็ต้องขออนุญาตอีกจาก กรมสรรพสามิต ขอ มอก. เพื่อให้ได้รับมาตรฐานและจะต้องมีการทำการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนในบริเวณที่โรงงานนี้ก่อตั้งอยู่ จาก Timeline จริง ๆ แล้วถ้าขอถึง ๘ ใบ ขณะนี้ระยะเวลาในการขออนุญาตอาจจะใช้เวลา ๒-๓ ปีเลยค่ะ ทำให้การขออนุญาตทั้ง ๘ แห่งนี้อาจจะต้องไปถึง ๘ ที่ ๘ ครั้ง และใช้ระยะเวลาเป็นระยะเวลายาวนานนะคะ อีกทั้งยังทำให้เสียโอกาสในการลงทุนต่าง ๆ ด้วยค่ะ🔗
อีกหนึ่งอุตสาหกรรมค่ะเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ค่ะ เป็นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่บ้านดิฉันก็คือจังหวัดเชียงใหม่ก็เป็นอุตสาหกรรมหลักของ จังหวัดเชียงใหม่เหมือนกัน ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ธุรกิจโรงแรมที่จะต้องขอใบอนุญาตอย่างน้อย ๔-๕ ใบด้วยกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นแบบแปลนแผนผังที่ต้องมีวิศวกรหรือสถาปนิกในการรับรอง หนังสือแสดงสิทธิในการใช้ที่ดินหรือโฉนด ใบรับรองการตรวจสภาพอาคาร รายงานวิเคราะห์ ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ หากเป็นผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคลก็จะต้องมีการ จดทะเบียนนิติบุคคล แล้วก็มีการขอทะเบียนนิติบุคคลนี้อายุจะต้องไม่เกิน ๓ เดือน เพราะฉะนั้นร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ จึงเป็นร่าง พ.ร.บ. ที่สามารถที่จะรื้อขั้นตอนใบอนุญาตที่ ไม่จำเป็นประหยัดเวลาสำหรับผู้ประกอบการที่พี่น้องประชาชนโดยการนำเทคโนโลยีมาใช้ ในการอนุญาตและให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจในการอนุมัติและอนุญาตเพียงที่จำเป็นเท่านั้น ปิดช่องทางทุจริตเป็นผลดีต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในภาพรวม ซึ่งร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มีสาระสำคัญที่เป็นประโยชน์อยู่ ๗ ประการเท่าที่ดิฉันได้อ่านดูนะคะ🔗
ประการแรก ก็คือมีการปรับเปลี่ยนอนุญาตจากการขออนุญาตเป็นการ จดแจ้งสำหรับกิจการที่มีความเสี่ยงระดับต่ำ ซึ่งโดยสถิติแล้วจากข้อมูลแล้วใบอนุญาตที่มี ความเสี่ยงต่ำจะมีประมาณ ๓๐๐ ใบในประเทศไทย แต่ว่าสามารถใช้วิธีการจดแจ้งอยู่ที่ ๑๘๐ ใบ ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีไม่ต้องรอนานนะคะ🔗
ประการที่ ๒ จะมีช่องทางขอใบอนุญาตแบบ Fast Track ซึ่งผู้ประกอบการ หรือนักลงทุนต่าง ๆ ก็สามารถเข้าช่องทาง Fast Track ได้นะคะ แต่ว่าอาจจะต้องเสีย ค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าปกติหน่อย แต่ว่าก็ทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลประโยชน์แล้วก็ สามารถลงทุนได้ทันทีนะคะ🔗
ประการที่ ๓ มีการขยายขอบเขตทุกใบอนุญาตที่มีความเสี่ยงต่ำที่ไม่เป็น อันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อมให้สามารถชำระค่าธรรมเนียมแล้วก็เป็นการ ต่อใบอนุญาตหรือเป็นการยื่นขอใบอนุญาตได้เลย🔗
ประการที่ ๔ ก็คือ Master License อย่างธุรกิจโรงแรม อย่างอุตสาหกรรม ยานยนต์ไฟฟ้าที่ดิฉันได้อภิปรายไปก็มีการขอใบอนุญาตอยู่หลายใบด้วยกัน ซึ่งถ้ามีการใช้ ระบบอนุญาตหลักหรือ Master License เข้ามาเราเพียงแค่ขออนุญาตแค่ใบหลักใบเดียว ก็สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ หลังจากนั้นใบอนุญาตลำดับรองลงมาหรือว่าลำดับย่อย ๆ ลงมาก็สามารถที่จะขอตามหลังได้นะคะ🔗
ประการที่ ๕ การต่อใบอนุญาตหากกิจการใดหรือการดำเนินกิจการใด ที่มีลักษณะที่ดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ก็สามารถชำระค่าธรรมเนียมแล้วสามารถ เป็นการต่อใบอนุญาตได้เลย🔗
ประการที่ ๖ ใบอนุญาตชำรุดเสียหายไม่ต้องแจ้งความเพียงแค่แจ้งให้กับ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในหน่วยงานนั้น ๆ ในการออกใบอนุญาตก็ไม่ต้องแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ ตำรวจอีกต่อไป🔗
ประการที่ ๗ สำคัญเลยค่ะ มีการจัดตั้งศูนย์รับคำขอกลางผ่านช่องทาง ออนไลน์ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการที่จะรวบรวมการยื่นใบคำขอผ่านช่องทางนี้ซึ่งลด ขั้นตอนและทำให้ระยะเวลาในการขอใบอนุญาตสั้นลง🔗
ด้วยเหตุผลทั้ง ๗ ประการนี้ดิฉันก็อยากจะขออภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. นี้ สามารถที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจให้กับประเทศ จึงอยากจะให้สภาแห่งนี้ผ่านร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับโดยเร่งด่วน ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณมากครับ ท่านสมาชิกครับ เมื่อสักครู่มีการพูดคุยกับทางผู้ประสานงานทั้ง ๒ ฝ่าย ก็เห็นตรงกัน เนื่องจากว่ามีเพื่อนสมาชิกได้ลงชื่อขออภิปรายเอาไว้เยอะ แล้วก็มีท่านสมาชิก หลายท่านที่มีความประสงค์จะอภิปราย แต่ว่าวันนี้ก็ยังไม่ได้ลงชื่อก็เตรียมตัวไว้ว่าจะลงชื่อ ในครั้งหน้าก็ยังมีอีกหลายท่าน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมขออนุญาตแบบนี้นะครับ ทางฝ่ายขวามือ ผมก็จะมีอีก ๒ ท่าน ก็ตามสูตร ๑ ต่อ ๒ ฝั่งซ้ายมือผมก็เหลืออีก ๔ ท่าน ก็จะไปสุดท้ายที่ ท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ ส่วนฝั่งขวามือก็จะเป็นท่านอดิศรกับท่านวรวงศ์ ก็ตามนี้ก็แล้วกัน นะครับ วันนี้ก็น่าจะเลิกประมาณสักห้าโมงครึ่ง เลิกเร็ว ๆ กันบ้างก็ดีเหมือนกัน ๓ ท่านต่อไป นะครับ ท่านอดิศร เพียงเกษ ต่อด้วยท่านมานพ คีรีภูวดล และท่านชริน วงศ์พันธ์เที่ยง เชิญท่านอดิศร เพียงเกษ ก่อนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัด ขอนแก่น นาน ๆ จะมีกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเข้ามาสู่สภาสักฉบับหนึ่ง ผมถือว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นการประกาศเอกราชอย่างหนึ่งของฝ่ายประชาชน ท่านประธานครับ พรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยไม่ใช่พรรคประชาชนนะครับ ไม่ใช่พรรคก้าวไกล ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคกล้าธรรม หรือพรรคอื่นใด พรรครวมไทย สร้างชาติด้วยก็ไม่ได้ใหญ่โต พรรคที่ใหญ่ที่สุดท่านประธานคือพรรคอะไร คือพรรคราชการ พรรคข้าราชการนี้ใหญ่ที่สุด เราถูกรัฐประหารก่อการกบฏมาไม่รู้กี่ครั้ง ล้มลุกคลุกคลาน มีกฎ ระเบียบ ข้อบังคับกับพรรคการเมือง นักการเมืองมากมาย ในขณะที่เราถูกจับใส่ กุญแจมือ พรรคข้าราชการทำงานเฉยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมัยปฏิวัติรัฐประหาร นั่นละพรรคราชการปกครองบ้านเมืองอย่างเบ็ดเสร็จ เรามักจะตำหนิข้าราชการว่าเช้าชาม เย็นชาม ข้าราชการแห้งชามน้ำชามอะไรทำนองนั้น เพราะว่าในอดีตที่ผ่านมาการกระทำ ของข้าราชการเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ครับ บางหน่วยงานนะครับ เช่น กรมที่เกี่ยวกับที่ดิน ที่กระทรวงมหาดไทยจะรังวัดโฉนดที น.ส.๓ ก. ที ถ้ายื่นไปเต็มตามระเบียบระบบนี้เมื่อไร ก็ไม่รู้ แต่ถ้ามีใต้โต๊ะเสียหน่อยจะทันทีเลยครับ จะทันที อีกหลายเรื่องหลายราวเป็นอย่างนี้ กฎหมาย ๒ ฉบับทั้ง ครม. และของเพื่อนสมาชิกเสนอนี้เป็นการประกาศลิดรอนอำนาจของ พรรคราชการให้ใช้อำนาจอย่างรัดกุมตามรัฐธรรมนูญ เขาบอกว่าประชาชนเป็นประธาน แห่งสิทธิ เป็นประธานแห่งสิทธิ Subject of Right หรือประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน เดี๋ยวนี้ถ้าไปติดต่อถ้าไม่ตอบรับ หรือตอบให้ประชาชนผู้ไปร้องทุกข์ด้านต่าง ๆ ภายใน ๑๕ วัน ก็จะมีวิธีการปฏิบัติ Sanction แต่ขาดอย่างเดียวว่าสภาพบังคับการเป็นบทลงโทษ ยังไม่มี ไม่ทราบว่าทางตัวแทนทั้งหลายที่นั่งอยู่ตรงนี้พอจะบัญญัติเรื่องโทษทัณฑ์ที่ข้าราชการ บางส่วนที่ไม่ทำ ผิดวินัยอะไรทำนองนี้ หรือมีโทษทางอาญาถ้าหนัก เพราะว่าบางส่วน บางราชการก้าวไม่ทันเอกชน ยกตัวอย่างมีคนเล่าให้ผมฟังผมก็ไม่เชื่อว่ากองทัพไทย ไม่ใช้บริการอาวุธที่เอกชนไทยทำ รถถังสหประชาชาติซื้อไปทั่วโลก แต่กองทัพไทย โทษนะครับ ผมก็ยังไม่เชื่อว่าไม่ได้ใช้บริการเขา ปกปิดอะไร มีวิธีการยื่นหลายครั้งหลายครา เปิดร้านอาหารทีหนึ่งกว่าจะยื่นสรรพสามิต กว่าจะยื่น ก ข ค ง คนจะไปกินอาหาร รับประทานอาหารตรวจบัตรประชาชนเป็นเรื่องเป็นราวข่าวดังมา คุณวิทยา แก้วภราดัย มากระซิบผมก่อนที่ผมจะอภิปราย มันมีขั้นตอนมากมายยุ่งเหยิงเหลือเกิน กฎหมายฉบับนี้ จะทลายกำแพงเหล่านี้ละครับ ผมถึงดีใจ ผมถึงไม่ยอมกลับ ไปลงเห็นคนอภิปราย ๒๐ วันนี้ยังไม่ลงมติ วันพุธต่อไปจะลงมติ ก็ถือว่าสมาชิกทุกท่านเห็นตรงกัน เจ้าหน้าที่ต้องใช้ ดุลยพินิจเท่าที่จำเป็นครับ เพียงเท่าที่จำเป็น ไม่ใช่ใช้ดุลยพินิจ ใช้ดุลยพินิจคือการคอร์รัปชัน ทางอำนาจ ท่านประธานครับ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับในหน่วยงานต่าง ๆ มากมาย เหมือนกัน หน่วยงานที่สำคัญ ๆ ที่ใช้บังคับก็มีปรากฏในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เช่นกรณี ไปติดต่อ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแก่รัฐสภาและคณะรัฐมนตรี คนมาติดต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ จะทำอย่างไร การพิจารณาพิพากษาคดีของศาล และดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ในการพิจารณาคดี บังคับคดีวางทรัพย์ การดำเนินการ ตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ทั้งนี้ตั้งแต่ในชั้นสืบสวนสอบสวนเป็นต้นไป มีคนถามผมว่าการประกันตัวตามรัฐธรรมนูญ เป็นสิทธิขั้นมูลฐาน แต่บางความผิดยื่นประกันตัวไม่ได้เลย ข้าราชการที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ละเมิดรัฐธรรมนูญหรือเปล่า กฎหมายฉบับนี้จะเอามือไปเปิดให้มันสะอาดได้ไหม ทุกคดีต้อง มีการประกันตัว เพราะเขายังไม่ได้เป็นความผิด เยาวชนหนุ่มสาวอยู่ในคุกตะราง พอศาล พิจารณาไม่มีความผิดแล้วจะเอาอย่างไร อย่างนี้เป็นต้นครับ กฎหมายฉบับนี้เปิดช่องให้ ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพอย่างแท้จริง ผมจะไม่อภิปรายมาก จึงขอแสดงความยินดีกับ กฎหมายฉบับนี้ ๑๐ ปีมีการแก้ไขเพิ่มเติมครั้งหนึ่ง หวังว่าข้าราชการดี ๆ ผมไปก็เจอนะครับ ไม่ใช่ว่าแบบผมพูดทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ ผมขออนุญาตเอ่ยนาม ผมไปที่สำนักงาน เขตสายไหมครับ เพราะว่าผมอยู่แถวสายไหม ไปทำบัตรประชาชนหายครับ ไปแป๊บเดียว มีขั้นตอนปั๊บ ๆ เสร็จแล้วครับ อย่างนี้ต้องปรบมือให้ผู้ว่าชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ไหม ขออนุญาต เอ่ยนาม ต้องปรบมือให้ข้าราชการที่มีหน้าที่เกี่ยวกับทำบัตรประชาชน ทะเบียนราษฎร์นี้ หรือเปล่า ดี ๆ อย่างนี้ก็มีครับ กฎหมายฉบับนี้ถ้าละเอียดลออประชาชนผู้เป็นเจ้าของสิทธิ เป็นประธานแห่งสิทธิก็จะได้ประโยชน์ จึงขอสนับสนุนโดยไม่มีเงื่อนไข หากเป็นไปได้ ถ้าไม่มากมาตราผมอยากให้พิจารณา ๓ วาระ แต่มันคงเป็นไปได้ยาก วันพุธหน้าเจอกันครับ แล้วก็ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณาอย่างรวดเร็วให้ประกาศใช้ไปเป็นวุฒิ ประกาศใช้เพื่อรับรองสิทธิของพี่น้องประชาชนที่จะพึงมี พึงได้จากกฎหมายฉบับนี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านมานพ คีรีภูวดล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมืองครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับท่านอดิศร ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ว่าพรรคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนี้คือพรรคข้าราชการ ซึ่งผมคิดว่าการพิจารณากฎหมาย หลายฉบับมีการแทรกแซงแล้วก็มีอิทธิพลจากข้าราชการเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้สภาเรา ขาดอิสรภาพหลาย ๆ เรื่อง ประเด็นที่ผมอยากจะอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ พร้อมทั้งการเสนอแนะความคิดเห็นเพิ่มเติม ท่านประธานครับ ผมอยากจะเห็นกระบวนการ อนุญาตที่เป็นรัฐกับรัฐนะครับ ท่านประธานครับ ซึ่งหมายความว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ อบต. และท้องถิ่น ทำไมผมคิดอย่างนี้ครับท่านประธาน ทำไมผมต้องเสนอแบบนี้ครับ ท่านประธานครับ พื้นที่ของผมและพื้นที่ของพี่น้องประชาชนคนไทยส่วนใหญ่นะครับ ผมคิดว่าไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านคนอยู่ในพื้นที่ของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นเขตป่าสงวน อุทยาน ที่ราชพัสดุ ส.ป.ก. อะไรเยอะแยะมากมายครับท่านประธาน เวลาจะก่อสร้าง เวลาจะสร้าง สถานประกอบการแต่ละที่ แต่ละอย่างนะครับ มันไม่สามารถที่จะไปยื่นได้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นคือมันจะเป็นเรื่องยากมาก รวมทั้งการเข้าถึงงบประมาณแผ่นดินที่เราพิจารณา แต่ละปีด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นก็คือว่าผมอยากจะให้คณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมา พิจารณาด้วยครับว่าพี่น้องประชาชนที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน พี่น้องประชาชนที่จะต้อง ประกอบการแต่ว่าไม่มีสิทธิในที่ดิน อันนี้จะต้องเอื้ออำนวยให้เขาเข้าถึงกระบวนการประกอบ อาชีพครับท่านประธาน เพื่อน สส. ของผมทั้ง ๔ ท่านอยู่ใกล้ ๆ ผม สส. ชัชวาล ขอนแก่น สส. อรพรรณ เชียงใหม่ สส. จุฬาลักษณ์ เชียงราย สส. ฐากูร เชียงราย พื้นที่ทั้ง ๓ คนนี้ นะครับ ผมคิดว่าไม่ต่ำกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ก็เป็นเขตป่า เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนที่มาปรึกษา พวกเราในการทำสถานประกอบการ มันเป็นที่ของรัฐท่านประธาน แต่ว่ามันจำเป็นจะต้องทำ เพราะว่าอีกหน่วยงานหนึ่งมาส่งเสริมว่าจะต้องทำวิสาหกิจนะ จะต้องมีการทำ อย. จะต้องมี การตรวจ แต่เราไปขอเวลาทำการสนับสนุนงบประมาณไม่มี กรรมาธิการจะต้องพิจารณา ประเด็นนี้ นอกจากจะเอื้ออำนวยใบอนุญาตเอกสารต่าง ๆ ที่มันมีอยู่แล้ว จะต้องเอื้ออำนวย ให้กับพี่น้องประชาชนที่ด้อยโอกาสที่ไม่สามารถจะเข้าถึงแม้แต่ที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ในการ จะประกอบการ แล้วผมเข้าใจว่าหลายพื้นที่ในประเทศไทยเจอคล้าย ๆ กับ สส. เพื่อนผมทั้ง ๓ ๔ ท่านนี้นะครับ ท่านประธานผมยกตัวอย่างกรณีที่ผมไปล่าสุด อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งเป็นอำเภอแล้วนะครับท่านประธาน แต่ว่าทั้งอำเภอนี้เป็นเขตป่า ท่านประธานลองนึกภาพครับ โรงพยาบาลก็อยู่ในเขตป่า สถานีตำรวจก็อยู่ในเขตป่า ที่ว่าการอำเภอก็อยู่ในเขตป่า อันนี้คือปัญหาที่ผมเจอ ทีนี้ประเด็นที่ผมอยากจะฝาก ท่านประธานและกรรมาธิการอย่างนี้ครับท่านประธาน ระยะทางจากเชียงใหม่ไปที่อำเภอ กัลยาณิวัฒนา ๑๒๘ กิโลเมตร จากอำเภอสะเมิงซึ่งเป็นเส้นทางผ่าน ๑๐๕ กิโลเมตร ไปทางแม่แจ่มก็คือ ๗๘ กิโลเมตร แล้วก็ไปทางอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ๖๘ กิโลเมตร ประชาชนจะต้องใช้น้ำมันในการเติมรถเพื่อจะเดินทางสัญจร พี่น้องประชาชนก็ทำปั๊มเล็ก ๆ ครับท่านประธาน เป็นปั๊มน้ำมัน ปั๊มหลอด หรือว่าปั๊มหัวจ่ายเล็ก ๆ เพื่อที่จะให้บริการกับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ใกล้เคียง แล้วก็บริการให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางสัญจร ท่านประธานทราบไหมครับ มีตำรวจจากภาค ๕ จะขึ้นมาเดือนละครั้ง จะมาเก็บค่าใช้จ่าย ที่ไม่รู้ว่าจะออกใบเสร็จได้หรือเปล่า หรือเป็นค่าใช้จ่ายอะไรก็ไม่รู้ มาถามพี่น้องประชาชนว่า ปั๊มที่คุณตั้งนี่มีเอกสารสิทธิไหม ปั๊มหลอดที่คุณตั้งได้รับอนุญาตจากใคร พี่น้องประชาชน ก็ไม่รู้ครับ ก็หมู่บ้านมันชอบด้วยกฎหมายแล้วมีผู้ใหญ่บ้าน อำเภอทั้งอำเภอมันก็ชอบด้วย กฎหมาย ตั้งเป็นอำเภอแล้ว เพราะฉะนั้นลักษณะแบบนี้ครับ ท่านประธานครับ คนที่เป็น ชายขอบจริง ๆ ทั้งผม พี่น้องประชาชน แล้วก็ สส. เพื่อนของผม แล้วผมเชื่อว่ามีทุกพรรค การเมืองที่เจอสถานการณ์แบบนี้ พี่น้องประชาชนที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ที่ดินไม่ชอบด้วย กฎหมาย มันจะทำให้คนเหล่านี้เป็นคนกลุ่มด้อยโอกาสอยู่ในชายขอบจริง ๆ ชายขอบของ ชายขอบ ไม่เข้าถึงงบประมาณแล้วยังถูกขูดรีดด้วยนอกระบบ จริง ๆ แล้วก็คือจะต้องไปจับ นายอำเภอ จับผู้ว่าดีกว่าใช่ไหมครับ หรือไปคุยกับผู้ว่าดีกว่ากรณีอย่างนี้ เพราะว่ามันชอบ ด้วยกฎหมายในการตั้งอำเภอ ตั้งหมู่บ้าน ตั้งตำบล มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีระบบบริหาร แต่เวลาจะทำเรื่องนี้ สิ่งที่สำคัญท่านประธานผมอยากจะเห็นความสำคัญใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ มันไม่ใช่เป็นเรื่องของในทางเทคนิคครับท่านประธาน มันไม่ใช่รูปแบบเรื่องกระบวนการ ขั้นตอนที่จะเป็นการอนุญาตเท่านั้นครับ สิ่งที่ผมเห็นใน พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ กำลังจะทำหน้าที่ในการสร้างความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชน กำลังจะเอื้ออำนวยให้กับ คนด้อยโอกาส กำลังจะเอื้ออำนวยให้กับคนที่ตัวเล็กตัวน้อยเข้าถึงกระบวนการในการแข่งขัน เข้าสู่กระบวนการขั้นตอนที่มันเอื้ออำนวยให้พี่น้องประชาชนลดขั้นตอน🔗
ท่านประธานครับ ผมขอย้ำอีกสักครั้งหนึ่งนะครับว่ากรณีพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในที่ดินของรัฐทุกประเภท ผมอยากจะฝากกรรมาธิการช่วยพิจารณา ช่วยเพิ่มเติม ในเนื้อหาว่ากระบวนการที่จะเข้าถึงใบอนุญาต การขออนุญาตต่าง ๆ ทุกรูปแบบที่เป็นหน้าที่ ของรัฐที่จะให้บริการพี่น้องประชาชนให้ลดขั้นตอน และถ้าไม่มีกฎหมายหรือถ้าไม่มีระเบียบ ท่านต้องไปเพิ่มขึ้นมาครับ เช่นหมู่บ้านนี้ ตำบลนี้ ให้ส่งเรื่องไปที่ อบต. หรือเทศบาล เทศบาลมีหน้าที่ในการไปยื่นกับหน่วยงานทุกหน่วยงาน คือหมายความว่าที่ทั้งหมดทั้งตำบล มันไม่มีกรรมสิทธิ์ แต่ตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่จะประกอบการในกิจการต่าง ๆ ถือว่า อบต. และเทศบาลเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ซึ่งหมายความว่ามันก็จะมีสถานะ การทำงานหรือการอนุญาตระหว่างรัฐกับรัฐ เรื่องนี้ผมคิดว่าถ้าหากว่ากรรมาธิการผู้ที่จะไป ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ได้บรรจุ ได้แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ผมคิดว่าจะเป็นผลดีนะครับ จะเป็นผลบุญให้กับพี่น้องประชาชนในประเทศไทยนี้ทั้งหมด ท่านประธานครับ ผมหวังว่า การพิจารณาเรื่องนี้ประเด็นที่ผมพิจารณาตรงนี้เราเคยบอกว่าเราจะไม่ทิ้งใครอยู่ข้างหลัง แล้วพี่น้องประชาชนผมคิดว่าไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านคน เรากำลังละเลย เรากำลังไม่สนใจเขา ใช้โอกาสนี้ในการเพิ่มเนื้อหาในการเติมเรื่องนี้เข้าไปเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาส เข้าสู่โอกาสอย่างเท่าเทียมครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปท่านชริน วงศ์พันธ์เที่ยง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต ๒ ประกอบด้วย อำเภอนครหลวง อำเภอบางปะหัน อำเภอมหาราช อำเภอบ้านแพรก และอำเภอท่าเรือ พรรคประชาชน ผมขอเสนอความคิดเห็นเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ที่เสนอโดย นายวรภพ วิริยะโรจน์ สส. พรรคประชาชน กับคณะ ท่านประธานครับ ประเทศเราได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการกำหนดหมายเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ โดยกำหนดให้ประชาชนทุกคนมีหมายเลขประจำตัวประชาชน ที่ไม่ซ้ำกัน ไม่ว่าจะมีชื่อและนามสกุลซ้ำกันก็ตาม เป็นการแยกแยะประชาชนแต่ละคน ได้อย่างชัดเจน และได้มีการบันทึกข้อมูลเหล่านี้ไว้โดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย แต่เรายังไม่เคยนำระบบนี้มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ การติดต่อหน่วยงานราชการยังต้องใช้ สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาเอกสารอื่น ๆ ที่ออกโดยรัฐมาใช้แสดงตน ทำให้มีความ ยุ่งยากสิ้นเปลืองเอกสาร และเป็นภาระในการจัดเก็บกับหน่วยงานรัฐ ทั้ง ๆ ที่เอกสารเหล่านี้ ออกโดยรัฐอยู่แล้ว ดังนั้นผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะได้นำเทคโนโลยีด้านข้อมูล ข่าวสารมาใช้ประโยชน์อย่างจริงจังในการออกใบอนุญาต และให้บริการประชาชน เพื่อความ สะดวกรวดเร็ว ลดขั้นตอนการทำงานและประหยัดค่าใช้จ่าย ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องใบอนุญาต กับการบริการที่รัฐบาลจะดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น ผมขอพูดถึง ปัญหาต่าง ๆ ที่ผ่านมาก่อนนะครับ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาระบบ เป็นที่ทราบกันดีว่า ในปัจจุบันแต่ละหน่วยงานราชการมีการเก็บข้อมูลของประชาชนไว้อยู่แล้วนะครับ เช่น กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จัดทำบัตรประชาชน มีหมายเลขประจำตัวประชาชน มีรูปถ่าย ที่อยู่ ลายพิมพ์นิ้วมือ แผ่นบันทึกข้อมูลในบัตร มีการกรอกประวัติอื่น ๆ เช่น การศึกษา อาชีพ ซึ่งระบุตัวตนที่ชัดเจน มีการจัดทำสำเนาทะเบียนบ้านเพื่อทราบภูมิลำเนา ถิ่นที่อยู่ ซึ่งปัจจุบันทั้งหมดนี้ได้บันทึกไว้ใน Application ThaID สำนักงานประกันสังคม มีประวัติของผู้ประกันตน กรมการขนส่งทางบกมีประวัติในการขับขี่ สำนักงานตำรวจ แห่งชาติก็มีประวัติอาชญากร และทุกหน่วยงานที่ให้บริการกับประชาชนก็จะมีประวัติต่าง ๆ บันทึกไว้ในระบบข้อมูลอยู่แล้ว ซึ่งไม่รวมไปถึงหน่วยงานเอกชนอื่น ๆ เช่น ธนาคาร บริษัท ประกันชีวิต บริษัทให้บริการโทรศัพท์ซึ่งก็มีข้อมูลเช่นกัน ดังนั้นถ้าทุกหน่วยงานสามารถ รวบรวมข้อมูลเหล่านี้มาเป็นศูนย์ข้อมูลกลางก็จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมายในการ อำนวยความสะดวก การให้ใบอนุญาต การบริการประชาชนโดยไม่ต้องแนบเอกสารอะไร มากมาย เพียงแค่กำหนดระบบยืนยันตัวตนของประชาชนแต่ละคนเข้าไปก็สามารถทำ ธุรกรรมต่าง ๆ ได้โดยง่าย ซึ่งต่อไปอาจขยายไปสู่การลงประชามติ การเลือกตั้ง การเสนอ การถอดถอนและการใช้สิทธิตามกฎหมายต่าง ๆ โดยใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียว และใช้ได้ทั่วโลกผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายเที่ยงตรง แน่นอน ป้องกัน ปัญหาการทุจริตได้อย่างสมบูรณ์ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ จะได้ นำไปใช้อย่างรวดเร็วต่อไป เลิกระบบแอนะล็อก แล้วหันไปใช้ระบบดิจิทัลกันเสียทีครับ ผมเห็นด้วยและสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่นายวรภพ วิริยะโรจน์ เสนอมา เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการอำนวยความสะดวกกับประชาชนให้ทันยุคสมัย ลดปัญหาความ ยุ่งยาก ลดการใช้กระดาษ ลดปัญหาเรียกเงินใต้โต๊ะ ลดจำนวนพนักงานให้บริการ ทำให้การขออนุญาตรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพราะที่ผ่านมาประชาชนคนไทยจะทำอะไรทีก็ต้อง ขออนุญาตตั้งแต่เกิดถึงตาย ใบอนุญาตมีมากมายเกินความจำเป็น จึงต้องขอให้รัฐบาล พิจารณาเรื่องที่จำเป็นที่ต้องขออนุญาตเท่านั้น ใบอนุญาตบางครั้งก็ซ้ำซ้อน เรื่องเดียวกัน ต้องขออนุญาตหลายแห่ง หลายหน่วยงาน บางครั้งต้องพบกับปัญหาทำงานล่าช้า การอ้างว่า ต้องเสนอหลายขั้นตอน บางครั้งเจ้าหน้าที่คนที่รับเรื่องลาออกไปไม่มีใครมาดำเนินการต่อ หรือการทำงานเช้าชามเย็นชาม หรือการถ่วงเวลาสารพัด หรือบางทีก็ต้องจ่ายเงินสินบน เพื่ออำนวยความสะดวก สิ่งเหล่านี้อาจจะหมดไปเมื่อกฎหมายนี้บังคับใช้ แต่น่าเสียดายครับ ที่กฎหมายฉบับนี้มิได้บังคับใช้กับกระบวนการยุติธรรมหรือองค์กรอิสระอื่น ๆ ด้วย ทำให้ใช้ ไม่ได้กับการสืบสวนสอบสวน การดำเนินคดีของตำรวจ อัยการ หรือศาล การรับเรื่อง ร้องเรียนการพิจารณาของ ป.ป.ช. หรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถ้าหน่วยงานเหล่านี้ กำหนดขั้นตอนและระยะเวลาดำเนินการด้วยก็จะเป็นผลดีกับประชาชนโดยรวมนะครับ เพราะจะเห็นได้ว่าเราจะพบคดีที่ขาดอายุความเป็นจำนวนมากเพราะการทำงานที่ล่าช้า โดยไม่มีผู้ใดรับผิดชอบ ดังนั้นผมจึงขอเห็นด้วยและสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ของนายวรภพ วิริยะโรจน์ สส. พรรคประชาชน กับคณะ ขอบคุณครับ🔗
๓ ท่านสุดท้ายสำหรับวันนี้ ท่านแรกครับ ท่านวรวงศ์ วรปัญญา ครับ ต่อด้วยท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร และท่านอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล สลับกับท่านจุลพงศ์นะครับ เชิญท่านวรวงศ์ วรปัญญา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทยครับ วันนี้ผมขออนุญาตใช้สภาอันทรงเกียรติและเข้าร่วมอภิปรายในส่วนของ พ.ร.บ. การอำนวย ความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ครับ ผมขออภิปรายสนับสนุนในส่วนร่างของคณะรัฐมนตรีครับ หรือที่เราเรียกกันว่า ครม. ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาผมเชื่อว่ามีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายถึงข้อดีของ พ.ร.บ. ในทุก ๆ ร่างที่เรากำลังอภิปรายอยู่นี้ แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ยังมีอีกหนึ่ง ประเด็นที่พี่น้องประชาชนได้เข้ามาร้องทุกข์ ได้เข้ามาเรียกร้อง ซึ่งผมมั่นใจว่ามีผู้แทนแล้วก็ หลายภาคส่วนในส่วนของราชการเองก็ได้รับเสียงเรียกร้องมา ก็คือในเรื่องของขั้นตอนในการ ขออนุญาต ขั้นตอนในการที่จะแก้ปัญหา ซึ่งปัญหาเหล่านี้ครับเป็นปัญหาที่มีมาหลายยุคสมัย โดยยุคปัจจุบันเป็นยุคของเทคโนโลยี ผมเชื่อมั่นว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ ถ้าบวกด้วยกับเทคโนโลยี ที่มีในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นระบบ Blockchain เอง ระบบดิจิทัลหรือเป็นระบบของ e-Government จะเป็นการลดความขัดแย้ง ลดขั้นตอน ลดปัญหาระหว่างภาคประชาชน และภาครัฐ ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาเราอาจจะยังไม่มีเครื่องมือเครื่องไม้ที่ดีพอ จนเป็นช่องว่างให้กับข้าราชการทั้งหลาย หรืออาจจะเป็นปัญหาในการดำเนินงานให้กับ พี่น้องข้าราชการไปยังพี่น้องประชาชน สิ่งนี้เมื่อผนวกรวมกันแล้ว ๒ อย่าง ทั้งระบบดิจิทัลเอง ผนวกกับศูนย์การรวมในส่วนของข้อมูล จะทำให้เราสามารถลดปัญหาและกะระยะเวลา ในการขออนุญาตได้ ผมยกตัวอย่างในการขออนุญาตเรื่องใดสักเรื่องหนึ่งที่ในอดีตไม่ได้ มีกรอบเวลาในการกำหนดไว้ จะเป็น ๓๐ วันก็ดี ๔๐ วัน ๖๐ วัน หลาย ๆ เหตุการณ์ครับ ไม่ได้มีกรอบกำหนดไว้ก็ได้แต่เฝ้ารอ สำหรับพี่น้องตัวเล็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ รายใหม่หรือรายย่อย เขามีค่าใช้จ่าย มีค่าเสียโอกาสต่อวัน ต่อชั่วโมง ต่อนาทีที่เขาจะต้องจ่าย เขาจะต้องดูแล พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะทำให้เราสามารถคาดคะเนเวลาที่จะถึงได้ว่าอย่างน้อย ภายในระยะเวลา ๓๐ วันเราจะได้ทราบคำตอบ พี่น้องประชาชนหรือผู้ประกอบการก็จะได้ ทราบว่าจะต้องวางแผนเตรียมตัวในแต่ละขั้นอย่างไรครับ สิ่งเหล่านี้จะลดปัญหาต้นทุนของพี่น้องประชาชน รวมถึงลดข้อขัดแย้งระหว่างข้าราชการ กับพี่น้องประชาชน ผมคงใช้เวลาไม่มากในการอภิปรายเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ เนื่องจาก เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้ลงลึกในหลาย ๆ ประเด็นแล้ว แต่สิ่งที่ผมอยากจะเห็น สิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ก็คือเราได้เห็นการร่วมมือกันในการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษา ทั้งข้อดี ข้อเสีย หรือเพิ่มข้อเสนอแนะในการที่เราจะผลักดัน พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพื่อให้ลดขั้นตอน เพื่อที่จะเพิ่มประสิทธิภาพ รวมถึงเพื่อจะเพิ่มความโปร่งใสให้กับพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคประชาชนครับ ผมขอร่วมอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติ การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ในเรื่องการขออนุญาตต่าง ๆ นะครับ ผมเองจริง ๆ แล้วเพิ่งผ่านสุราก้าวหน้าไปเมื่อเช้านี้ จริง ๆ ผมว่าหลักการคล้าย ๆ กันครับว่าจริง ๆ แล้วประเทศเราตอนนี้ต้องมาดูกันจริง ๆ พูดถึงเรื่องการนำต่างชาติมาลงทุนเอย อะไรเอย หรือเพิ่มการลงทุน เอาจริง ๆ แล้วครับ จริง ๆ เราไม่ได้ไม่มีสตางค์ครับ มีสตางค์เยอะมากครับนายทุนไทย แต่ไม่ค่อยกล้าลงทุน ในประเทศไทย ไม่ใช่เพราะว่าเขาไม่รักชาตินะครับ แต่คือการทำมาหากินในประเทศบ้านเรา มันยากเหลือเสียเกิน ผมพูดตรง ๆ ครับ คือผมเองก็เป็นคนไทยเชื้อสายจีน อากงอาม่า ก็มาจากเมืองจีนตอนหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ปฏิวัติวัฒนธรรม แต่ก่อนแกก็เล่าให้ฟังครับ ว่าแกมาเข็นถ่านขายครับ ถ้าอากงผมมาอยู่วันนี้ครับแล้วมาจากเมืองจีนมาเข็นถ่านขาย เชื่อไหมครับท่านประธานโดนจับครับ ไม่มีใบอนุญาตขนส่งเชื้อเพลิง ขายเชื้อเพลิงครับ เพราะถ่านเป็นเชื้อเพลิงชนิดหนึ่ง ดังนั้นเราจะสังเกตได้เลยครับว่าสิ่งที่คนธรรมดาจะสร้าง เนื้อสร้างตัวขึ้นมาเหมือนคนในอดีตที่บอกว่าขยันแล้วไม่อด ไม่จนนั้นเป็นไปไม่ได้ ด้วยระบบ โครงสร้างรัฐของไทยเลย หรือกฎหมายไทยครับ🔗
ประเด็นแรกครับท่านประธานเรามีกฎหมายเยอะเกินไปครับ อันนี้เรียกว่า Deregulation ก็ต้อง Deregulation กันไป ความซับซ้อนต่าง ๆ ก็ต้องน้อยลง อย่างเช่น พ.ร.บ. สุราก้าวหน้า หรือร่างภาษีสรรพสามิตเช้านี้ครับ จริง ๆ หลายอย่างเป็นอำนาจของ รัฐบาลที่ทำได้เลยในส่วนของกฎกระทรวงต่าง ๆ ทำได้เลยครับไม่ต้องรอมาทำเป็น พ.ร.บ. เช่นนี้ครับ🔗
ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน Bureaucracy หรือระบบราชการที่เทอะทะ วันนี้ใครดูข่าวครับ เวียดนามเขาปรับลดข้าราชการ ๒๐๐,๐๐๐ ตำแหน่ง แล้วก็เขาบอกว่า มันเพิ่มประสิทธิภาพได้ แต่ผมก็ไม่ได้บอกว่า เดี๋ยวเอาไปดราม่าบอกว่าพรรคประชาชน เอาข้าราชการออกอีกแล้ว เราต้องมาดูกันจริง ๆ ครับ เรามีหน่วยงานราชการเยอะมาก เรามีองค์กรอะไรเยอะมากครับ แต่พอเรา สส. หลายครั้งกรรมาธิการจะขอข้อมูลเพื่อไป ทำงาน ทำ พ.ร.บ. บอกหน่วยงานนั้นบอกไม่ใช่ ชื่อมันใช่เลยครับ แต่บอกว่าไม่ใช่ของฉัน ก็โยนกันโยนกันมา จะมีหน่วยงานเยอะทำไม แล้วผมเห็นใจพี่น้องข้าราชการครับหลายคน ผมอยากให้ความเป็นธรรมแทนเพื่อนสมาชิกหลายคนที่อาจจะพูดว่าเช้าชามเย็นชาม คือบางครั้งผมเข้าใจจริง ๆ ครับ ผมได้มีโอกาสร่วมทำงานในสภาแห่งนี้กับเจ้าหน้าที่สภา หลายองค์กร หลายหน่วยครับ คือเห็นใจครับว่าระเบียบของทางราชการ แม้กระทั่งสภาเรา ครับท่านประธานต้องฝากท่านประธานจริง ๆ เรื่องการเซ็นเอกสารครับ ยังต้องเซ็นเป็น กระดาษครับ ผมบอกว่าเซ็นเป็นอิเล็กทรอนิกส์ได้ไหม เซ็นผ่านไลน์เดี๋ยวผมมาพีดีเอฟ ผมเซ็นให้ ไม่ได้ครับ บางครั้งมีการเดินทางข้าราชการต้องวิ่งไปหา สส. ครับ อันนี้ผมโชคดี เป็น สส. กทม. ครับ ผมก็จะขี่มอเตอร์ไซค์มาสภา บางครั้งต้องวิ่งไปสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อไปให้เซ็นนิดเดียว อย่างนี้มันก็เกิดความล่าช้า ตรงนี้ก็ต้องแก้ไขโดยการที่ Digitalization ข้อมูลต่าง ๆ ให้มันเป็น Machine Reliable แล้วก็การเซ็นการผ่านหนังสือต่าง ๆ ให้มัน กระชับง่ายขึ้น🔗
อันที่ ๓ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญใน พ.ร.บ. นี้ที่ผมอยากทิ้งไว้เป็นข้อเสนอแนะให้กับ ทางกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น อย่างเดียวไม่พอครับในการแก้ไขกฎหมาย หลายครั้งที่เรามีการ แก้ไขกฎหมายแล้วไม่เกิดผลขึ้นจริง ผมยกตัวอย่างประสบการณ์ตรงของผมที่ผมไปต่อ ใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ เพราะผมเองก็เป็นมัคคุเทศก์มาก่อน มีบัตรไกด์ ผมไปครับ การ Implement เขาเรียกว่า พ.ร.บ. Digital ID ครับ ผมก็ใช้ ThaID ในการแสดงตัว ออนไลน์ ว่าผมสอบว่าอันนี้ ผู้คุมสอบเขาบอกไม่ได้ ไป ๆ มา ๆ ครับ ผมก็เลยถามไปถามมา เผอิญรู้จักทางหัวหน้าเขาพอดี ก็โทรถามอันนี้มันไม่ได้จริงหรือ ผมไปเปิด พ.ร.บ. ดูครับ จริง ๆ ได้ แต่ข้าราชการชั้นผู้น้อยท่านนั้นครับก็น่าเห็นใจไม่ได้รู้ เพราะว่าอาจจะไม่มี หนังสือเวียน หรือหนังสือเวียนเขาไม่ได้อ่านก็ไม่ทราบ ไม่มีการรับรู้ทั่วถึงกัน เป็นต้น ผมเข้าใจครับเพราะกฎหมายมันก็เยอะ วนกลับมาอันแรกคือกฎหมายเราเยอะเกินไปครับ เขาก็ปฏิบัติไม่ถูก ข้าราชการก็ไม่รู้จะปฏิบัติกันอย่างไร เพราะมันเปลี่ยนแปลงเยอะเหลือเกิน ผมแลยแนะนำคล้าย ๆ ท่านผู้อภิปรายสักครู่ครับ ต่อไปเราใช้เทคโนโลยีได้ครับท่านประธาน ผมก็คุยในคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว แล้วผมได้ทำรายงานส่งมาแล้วครับ เรื่อง Super License โดยมี AI ใช้ AI แล้วก็มีหน่วยงานกลางที่คอยรับเรื่อง อย่างเช่นยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับท่านประธาน ถ้าผมอยากเปิดโรงแรมที่มีบาร์ด้วย ที่มีนวดสปาด้วย ผมต้องทำอย่างไร ปกติผมต้องไปวิ่งหมดเลยนะ สาธารณสุขไปขอใบสปา ซึ่งอันนี้ก็ต้องถามว่าทำไมผมจะเปิด ร้านนวด ผมต้องขอจริง ๆ หรือ ใช่ไหมครับ นวดสุขภาพ ผมไปเปิดร้านขายเหล้า มีบุหรี่ ไปสรรพสามิตด้วย ใช่ไหมครับ ผมจะเปิดร้านอาหารในบาร์ผมต้องไปวิ่งหาเขตครับ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งหลายครั้งมันก็ไม่เกิดประสิทธิภาพ เพราะว่าเอกสารก็ขอเหมือนกัน บางครั้งขออะไรครับ ขอใบตรวจสุขภาพของเจ้าของร้านครับ แต่เจ้าของร้านตรวจอะไรครับ ผมนี่โดนแล้วครับท่านประธาน ต้องไปโดนสวนทวารว่าเป็นอหิวาตกโรคหรือเปล่า แต่ผมไม่ใช่เป็นคนทำอาหารนะครับท่านประธาน คือบางอย่าง Requirement มันผิดฝา ผิดตัวไปหมด อันนี้ต้องให้คณะกรรมการ Revise ด้วย แต่ถ้าวันหนึ่งครับอยากให้ใช้ AI มานี้ ก็คือ ๑. มีเว็บไซต์กลางเลยครับ ขอใบอนุญาตครอบจักรวาล Universal Permit นะครับ เข้าไปเลยครับ คุยกับ Chatbot Chatbot ก็จะหาคุณเรียนรู้มาว่าถ้าเปิดโรงแรมคุณจะเอา ใบนี้ไหม ใบนี้ไหม แล้วเขาก็จะมาเลยครับบอกว่าให้ใส่ใบอะไรไปบ้าง บัตรประชาชน ทะเบียนบ้านไม่ต้องไปขอเขาครับ เพราะคุณมีอยู่แล้ว อะไรที่ไม่มี อย่างเช่น สถานที่ตั้ง รูปในร้านให้เขาส่ง อันนี้ค่อยให้เขาส่ง แล้วทีนี้ระบบประมวลผลหลังบ้านมันจะประมวลเอง ว่าใบอนุญาตตามกฎหมายเดิมที่ต้องใช้มันมีใช้เอกสารอะไรบ้างตามระเบียบเดิม แล้ว AI จะจัดการเลยครับ ส่งคำขอไปตามหน่วยงานนั้น ๆ หรือว่าประเมินเลยว่าหน่วยงานไหน ที่เข้าไปตรวจแล้วจะ Tick ถูกในช่องได้มากที่สุด ก็ให้หน่วยงานนั้นไปแล้วกระทำการแทน หน่วยงานอื่น คล้าย ๆ กับ พ.ร.บ. นี้ของท่านวรภพที่ได้ออกมาครับท่านประธาน🔗
สุดท้ายครับ อยากให้คำนึงถึง ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้คงเห็นด้วยในหลักการนี้ เพราะเป็นการปลดแอก ปลดล็อกเศรษฐกิจของประชาชนคนธรรมดาบ้านเรา แล้วก็จริง ๆ แล้วผู้ประกอบการทุกคนอยากได้สิ่งนี้มากครับท่านประธาน แล้วมันไม่ใช้เงินอะไรเยอะเลย ไม่ต้องใช้ภาษีประชาชนในการไปลงทุนเป็น Megaproject เลยท่านประธาน ผมเห็นด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติร่างนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสุดท้ายสำหรับวันนี้นะครับ ท่านอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมฟังตั้งแต่เริ่มต้นของตัว พ.ร.บ. อันนี้แล้วนี่ ผมว่าทุกคนก็ไปในทิศทางเดียวกันก็คือเห็นด้วย กับการปรับปรุงตัว พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการ ให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ฉบับ ไม่ว่าจะเป็นฉบับร่างของรัฐบาลหรือว่าฉบับ ของท่านวรภพ เนื่องจากเนื้อหาทั้งคู่ ผมสรุปได้อันแรกที่เราเห็นก็คือว่าน่าจะเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะต้องพิจารณาก่อนก็คือมันจำเป็นต้องมีใบอนุญาตไหมในบริการอันนั้น ๆ กิจการนั้น ๆ มันต้องมีใบอนุญาตไหม เพราะฉะนั้นผมว่าข้อพิจารณาข้อแรกก็คือว่าพยายามลดใบอนุญาต ให้มันเหลือเท่าที่จำเป็น ใบอนุญาตที่มันมีผลกระทบไปกับความเป็นอยู่ความปลอดภัยของ ประชาชน และถ้าเผื่อมันจำเป็นที่จะต้องมีใบอนุญาต สิ่งที่มันจะเกิดขึ้นตามมาผมเห็นว่ามีอยู่ ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ก็คือเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันของประเทศ คือ Ranking อันนี้การทำธุรกิจที่มันง่ายขึ้น นักลงทุนก็อยากลงมาทำ เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อเรา ทำให้ประเทศมันโปร่งใส วิธีการดำเนินการให้มันโปร่งใส มันก็จะทำให้ Easy Business ของเรานี้มันอยู่ในลำดับที่ดีขึ้น🔗
ส่วนอันที่ ๒ ก็คือ Corruption Ranking ที่เราอยู่ใน ๑๐๘ อันดับที่ ๑๐๘ ถ้าเราทำเรื่องนี้โปร่งใสมากขึ้นสามารถตรวจสอบได้ เราก็น่าจะมีอันดับที่มันดีขึ้น🔗
เรื่องต่อมาผมคิดว่าคนทำธุรกิจ คนที่ใช้บริการของรัฐก็อยากรู้อนาคตตัวเอง เพราะฉะนั้นการทำด้วยวิธีนี้ซึ่งมันอาจจะถูกกำหนดได้ด้วยเวลา ถูกกำหนดได้ด้วยวิธีทาง อิเล็กทรอนิกส์ มันก็สามารถวางแผนทางธุรกิจได้ รู้ระยะเวลาที่แน่นอนว่าเมื่อไรใบอนุญาต มันจะออกมาได้ โดยเฉพาะในประเด็นของท่านวรภพที่ขอเพิ่มเติมก็คือเรื่องการกำหนด ระยะเวลา ถ้าใบอนุญาตมันไม่ออกมาตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น บอกว่า ๑๕ วัน ๓๐ วัน ก็ขอให้เป็น Auto Approve ผมว่าก็จะช่วยกระตุ้นงานบริการของภาครัฐ ทำให้คุณภาพ การบริการดีขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนั้นแล้วมันเป็นการลดต้นทุน เพราะเนื่องจากว่า หลายท่านก็อภิปรายไปแล้วบอกว่ามันมีค่าใช้จ่ายที่มันเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่มีใบเสร็จ อีกเยอะแยะเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นการทำบริการของภาครัฐ การออกใบอนุญาต โดยเฉพาะวิธีที่มันเป็นอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น มันก็จะช่วยทำให้ต้นทุนในการทำธุรกิจ ลดน้อยลง ที่สำคัญก็คือการลดระยะเวลา ทำให้เวลาแทนที่จะต้องเดินทาง แทนที่จะต้อง รวบรวมเอกสาร แทนที่จะต้องทำเอกสารที่มันซับซ้อนอยู่หลายหน่วยงาน ให้เป็นการขอ เอกสารบนชุดเดียวกัน แล้วก็ใบอนุญาตที่ต้องมาเป็นกลุ่ม ที่เขาเรียก Super License ให้มันรวมมาเป็นใบอนุญาตที่ใช้ต้นฉบับจากหลักฐานเดียวกัน หรือแม้กระทั่งการต่อ ใบอนุญาตก็ตาม🔗
สิ่งสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าเราต้องพยายามใช้เป็นฐานในการคิดตอนที่ เราตั้งกรรมาธิการ ก็คือเรื่องนี้มันเป็นเรื่องการบริการแก่ประชาชน สิ่งสำคัญก็คือการนำวิธี คิดที่เราเรียกว่า Service Design คือดูวิธีการพิจารณาเส้นทางเนื้อหาของงานบริการ เป็นหลัก คือหลัก Service Design มันเป็นหลักที่จะช่วยการปรับปรุงทำให้กระบวนการ ในการจัดการมันสั้นลง แล้วก็การจัดการมันครอบคลุมเนื้อหา การจัดการนี้มันทำให้ ประสิทธิภาพ ไม่ว่าสิ่งนั้นมันจะเกิดจากหน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงานก็เอามารวมกันทำ เช่นการขอแบบ Super License จากหลายหน่วยงาน ก็ใช้วิธีคิดแบบ Service Design ก็คือเอาหลักความต้องการของแต่ละหน่วยงาน หลักฐานของแต่ละหน่วยงาน วิธีการ พิจารณาของแต่ละหน่วยงานมารวบให้เป็นเนื้อเดียวกันนะครับ แล้วก็มอง Process ของกระบวนการในการทำขอใบอนุญาตนี้ให้มันเป็น Process เดียวกัน ทั่วโลกเขาก็ใช้หลัก วิธีคิดแบบ Service Design มันทำให้การปรับปรุงบริการของรัฐมันมีประสิทธิภาพสูงมากขึ้น เพราะฉะนั้นผมฝากกรรมาธิการที่จะพิจารณาในวาระต่อไปในวาระที่สองช่วยดู ช่วยเอาวิธี คิดเหล่านี้มาเป็นหลักในการสร้างวิธีการเพื่อทำให้ ไม่ว่าจะเป็น Super License ไม่ว่าจะเป็น Auto Approve มันจะได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ท้ายที่สุดการแข่งขันของประเทศสิ่งที่เรา นั่งรอคอยการบริการมันก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณท่านสมาชิกครับ เป็นอันว่าวันนี้เราก็มาถึงเป้าหมายตามที่ได้ตกลงกันไว้ทั้ง ๒ ฝ่าย เดี๋ยวในญัตตินี้สัปดาห์หน้าในวันพุธเราก็จะมาอภิปรายในส่วนที่เหลือที่ได้ลงชื่อเอาไว้ แล้วก็สำหรับบางท่านที่ยังไม่ได้ลงชื่อก็สามารถที่จะมาลงชื่อเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้าได้นะครับ แล้วก็จะมีการลงมติกันในสัปดาห์หน้า ส่วนวันนี้ก็จบแต่เพียงเท่านี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้พบกันใหม่ เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา ปิดประชุมครับ🔗