รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๙ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๘
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
------------------------------
ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมขออนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตาม ข้อบังคับ ข้อ ๒๔ โดยใช้เวลาท่านละไม่เกิน ๒ นาที ก็จะอ่าน ๓ รายชื่อแรกก่อนนะครับ ท่านประเสริฐพงษ์มีอะไรครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน ผมมีเรื่องจะร้องเรียน ท่านประธานเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเพื่อน สส. เมื่อวานนี้ครับ เนื่องจากว่า เพื่อน สส. ของผมชื่อ คุณสาธิต ทวีผล อยู่ลพบุรีนั่งตรงนี้ครับ ปรากฏว่าเมื่อวานนี้มีเพื่อน สมาชิก ๒ คน เดินมาหยอกแกมข่มขู่ว่าไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สจ. ที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งมีพยานนะครับ คุณอนุสรณ์ แก้ววิเชียร สส. นั่งอยู่ข้าง ๆ ตรงนี้ แล้วผมคิดว่าพฤติกรรม แบบนี้เป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในสภาอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ก็ต้องฟ้องท่านประธานว่า ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง แล้วก็ช่วยบอกกับเพื่อนสมาชิกว่าพฤติกรรมแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ จะไปตรวจสอบดูให้ครับ ๓ ท่านแรกนะครับ ๑. ท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ๒. ท่านชิตวัน ชินอนุวัฒน์ และ ๓.ท่านปรีดา บุญเพลิง เชิญท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต ๗ ท่านประธานครับ ปัญหาค่าไฟฟ้า ครัวเรือนเป็นคำถามที่มีเป็นคำถามยอด Hit ว่าท่านจะแก้อย่างไร ผมมีแนวทางและ นโยบายดี ๆ มานำเสนอในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร เรียนท่านนายกรัฐมนตรี รัฐบาล ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แนวทาง แก้ปัญหาไฟฟ้าแพงลดมลพิษด้านพลังงาน ผมขอเสนอนโยบายของพรรคภูมิใจไทยในช่วง รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งปี ๒๕๖๖ ครับ เป็นนโยบายที่ดี ประชาชนชื่นชอบ แต่เราไม่ได้เป็น พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ไม่ได้ดูแลกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน คำแถลงของ คณะรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แถลงต่อรัฐสภาเมื่อ วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๗ นโยบายที่ ๓ ครับ รัฐบาลจะเร่งออกมาตรการเพื่อลด ราคาพลังงานและสาธารณูปโภค ผมขอเสนอให้รัฐบาลนำนโยบายพลังงานสะอาด ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับประชาชน คือนโยบายฟรีโซลาร์เซลล์หลังคาบ้าน ลดค่าใช้จ่าย ไฟฟ้าหลังคาละ ๔๕๐ บาท การใช้ไฟฟ้าไม่ถึง ๔๕๐ บาท ท่านไม่ต้องจ่าย ยกตัวอย่างครับ พี่น้องประชาชนใช้ไฟฟ้าเดือนหนึ่ง ๓๐๐ บาท เหลืออีก ๑๕๐ บาท ก็ขายให้กับรัฐบาล แต่ถ้าท่านใช้ไฟฟ้าไป ๕๐๐ บาท เราจ่ายส่วนเกินแค่ ๕๐ บาท รัฐบาลจะติดตั้งโซลาร์เซลล์ ให้กับประชาชนที่นำบ้าน นำที่อยู่อาศัย นำสถานประกอบการเข้าร่วมโครงการฟรี ประชาชน ที่เข้าร่วมโครงการนี้จะได้รับส่วนลดค่าไฟฟ้าและเครดิตพลังงานเป็นเวลา ๒๕ ปี ตามอายุ โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐกับประชาชน ท่านประธานครับ นโยบายดี ๆ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลยินดีให้รัฐบาลนำไป แก้ปัญหาค่าไฟฟ้าแพง ลดมลภาวะของประเทศได้เลยครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านชิตวัน ชินอนุวัฒน์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน เขต ๑ อำเภอเมืองจากจังหวัดเชียงราย ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีประเด็นหารือเร่งด่วนกับ ท่านประธานในเรื่องสัญญาณอันตรายของฝุ่นพิษ PM2.5 เนื่องจากมีพี่น้องประชาชน กลุ่มเปราะบางโดยเฉพาะเด็กเล็กได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก จึงฝากถึงทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องถึงมาตรการในการรับฝุ่นพิษนี้ และมีมาตรการในการรับมืออย่างไร ข้อมูลล่าสุด จากกระทรวงสาธารณสุขรายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ตั้งแต่วันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ ถึงวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๘ ภาพรวมจังหวัดที่มีค่าฝุ่นเกินระดับสีส้ม ก็คือ ๓๗.๕ ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร มีจำนวน ๕๓ พบว่ามีเกินมาตรฐานระดับสีแดงก็คือ ๗๕ ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตรขึ้นไป จำนวน ๑๑ จังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ภาคกลาง และภาคเหนือ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนที่อยู่ ในพื้นที่ ซึ่งได้รับผลกระทบจำนวน ๓๘ ล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางนั้น ทั้งเด็กเล็ก ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยเป็นโรคหอบหืด ผู้สูงอายุ รวม ๑๕ ล้านคน และยังมีข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๗ มีรายงานผู้ป่วย ในโรคที่เกี่ยวข้องส่งผลกระทบจาก PM2.5 ทั่วประเทศ รวม ๑,๐๔๘,๐๑๕ คน แบ่งเป็น โรคปอดอุดกลั้นเรื้อรัง ๒๒๖,๔๒๓ คน โรคตาอักเสบ ๓๕๗,๑๐๔ คน โรคผิวหนังอักเสบ ๔๔๒,๐๗๓ คน โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ๔,๐๕๑ คน โรคสัมผัสมลพิษทางอากาศ ๒๘ คน โรคหืด ๑๘,๓๓๖ คน ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดของ PM2.5 ในการส่งผลกระทบนอกจากทาง สุขภาพแล้วก็ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของกลุ่มเปราะบางเช่นกัน นอกจากนี้ PM2.5 ยังถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ ๕ ของโลก และเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคไม่ติดต่อ เรื้อรังหรือ NCDs โรคมะเร็ง แล้วก็ทำให้อายุไขเฉลี่ยของคนไทยลดลงถึง ๑.๗๘ ปี ก็อยากจะ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเราควรจะรับมือสถานการณ์ PM2.5 ในเชิงรุกและยั่งยืน ไม่ใช่รอ แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน อากาศบริสุทธิ์เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคน ควรจะได้รับ มันไม่ควรที่จะมีใครเสียชีวิตหรือป่วยเพียงแค่หายใจ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านปรีดา บุญเพลิง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม อดีตเลขาธิการคุรุสภา คนที่ ๑๑ ครูพัฒนาคน ประชาชนพัฒนาชาติ รากฐานของตึกคืออิฐ รากฐานของชีวิตคือการศึกษา ขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้ วันนี้วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๘ เป็นวันครู ภายใต้คำขวัญของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสวันครู ครั้งที่ ๖๙ พ.ศ. ๒๕๖๘ ครูจุดประกายความฝัน ผลักดัน ให้กล้าคิด สร้างโอกาสในชีวิตให้เด็กไทย วันนี้ขณะนี้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการได้ประกอบพิธีการจัดงานวันครูที่หอประชุมคุรุสภาและมีการ ถ่ายทอดสดทางสื่อทั่วประเทศ ผมเชื่อมั่นว่าในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้คงไม่มีใคร ปฏิเสธว่าท่านไม่เคยมีครูอบรมสั่งสอนจนสามารถอ่านออกเขียนได้ มีความรู้ความสามารถ ในการประกอบอาชีพและประสบผลสำเร็จในชีวิตเพราะทุกคนมีครู ท่านประธานที่เคารพ วันครูปีนี้ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ปัญหาด้านการศึกษาโดยเร่งด่วน ดังนี้🔗
๑. เร่งรัดให้ออกพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่เป็นฉบับของ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างแท้จริงโดยเร็ว โดยมีข้อแม้ว่าต้องสร้างความเสมอภาคให้เกิด กับผู้เรียน ได้เข้าถึงการเรียนรู้อย่างแท้จริง กระจายอำนาจให้สถานศึกษามีอำนาจ ให้สถานศึกษามีอิสระในการบริหารจัดการศึกษาทุกด้าน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องเป็นวิชาชีพชั้นสูง มีความก้าวหน้า🔗
๒. จัดสวัสดิการที่ดี แก้ไขปัญหาหนี้สินครูที่เรื้อรังมานานให้หมดไป โดยกำหนด มาตรการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในทุกระบบ ทุกสถาบันการเงิน ออกพระราชบัญญัติเงินกู้ พ.ศ. .... ดอกเบี้ยคิดร้อยละ ๐.๐๑ ต่อปี🔗
๓. ขอให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาทุกฉบับ เพื่อให้ การพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาเป็นไปตามครรลองที่ควรจะเป็น ให้ทันยุค ทันสมัย ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนอย่างแท้จริง🔗
ท่านสามารถที่จะให้คำขวัญแก่ครูทั้งแผ่นดินได้หรือไม่ เนื่องในวันครูปีนี้ ขอฝากไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอบพระคุณครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านกฤดิทัช แสงธนโยธิน ต่อด้วยท่านสุรวาท ทองบุ และท่านวิลดา อินฉัตร เชิญท่านกฤดิทัชก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน สส. แบบบัญชีรายชื่อ ในนามพรรค กล้าธรรม วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน ๑ เรื่องครับ เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวคนไทย มาก ๆ วันนี้พี่น้องชาวต่างด้าวด้วยความเคารพนะครับ ด้วยสิทธิมนุษยชนเราไม่ปฏิเสธ ในการดูแลพี่น้องที่จะเข้ามาทำมาหากิน แต่ว่าปัญหาที่ท่านเข้ามาในประเทศไทยแล้วมาสร้าง ปัญหาให้กับคนไทยนี้ วันนี้ต่างด้าวเข้ามาในประเทศไทยมาซื้อรถจักรยานยนต์ อันนี้ผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวจังหวัดสมุทรสาคร ได้รับการร้องเรียนว่าชาวต่างด้าวที่เข้ามา ไม่มีใบอนุญาตขับขี่แต่สามารถซื้อรถจักรยานยนต์ได้ แล้วก็เอารถจักรยานยนต์นี้ไปขับทำให้ เกิดอุบัติเหตุ แล้วก็ทำให้ชาวบ้านเขาเดือดร้อน ไปแจ้งความปรากฏว่าทางพนักงานสอบสวน เองก็ไม่ได้มีการบันทึกเกี่ยวกับเรื่องของใบขับขี่อะไรต่าง ๆ เลย ในใบบันทึกประจำวันมีการ ลงรายละเอียดให้ไปเบิกค่ารักษาพยาบาลจาก พ.ร.บ. ทั้งที่คู่กรณีเป็นฝ่ายผิด แต่วันนี้สิ่งที่ พี่น้องชาวต่างด้าวที่มาทำงานในประเทศไทยนี่ เราเห็นด้วยกับที่ท่านทำมาหากิน แต่ว่า ในบางส่วนที่มันเป็นกฎหมายของไทยท่านมาอยู่ในประเทศไทย ท่านต้องเคารพกฎหมายไทย หลายแห่งหลายที่ที่มีการร้องเรียน ผู้ติดตามต่างด้าวก็เข้ามาอยู่ในประเทศไทย คนเหล่านี้ก็ไม่ได้เข้ามาทำประโยชน์อะไร แต่ว่าเข้ามาเป็นผู้ติดตามผู้มาทำงาน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราไม่ว่า แต่สำคัญที่สุดคือต้องเคารพกฎหมายประเทศไทย ต้องเคารพคนไทยครับ เราไม่ได้รังเกียจเดียดฉันท์คนต่างด้าวที่เข้ามาตั้งใจทำมาหากิน ท่านพลัดบ้านเมืองมาเรายินดี ต้อนรับแต่ท่านต้องเคารพกฎหมายไทย วันนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าชาวบ้านที่เป็นคนไทยนี่เราจะ ได้รับการดูแลอย่างไร เราถูกชาวต่างด้าวที่ละเมิดกฎหมายมากระทำละเมิด วันนี้ผมจึงอยาก ขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลกวดขัน ทั้งเรื่องการรับส่วย หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มันมีอยู่นี้เลิกเถอะครับ เราช่วยกัน ประเทศเราจะได้เดินหน้าต่อ แล้วเรา ต้องดูแลคนไทย ดูแลคนต่างด้าวที่ทำมาหากินโดยสุจริต สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อยากจะฝาก ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รับผิดชอบด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปท่านสุรวาท ทองบุ ครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะครูของครู ก่อนอื่นเนื่องจากวันนี้เป็นวันครู แห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๘ ขอถือโอกาสนี้น้อมรำลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ทุกท่านที่ประสิทธิ์ ประสาทวิชาความรู้มาทั้งที่มีชีวิตและล่วงลับไปแล้วทุกท่าน และขอส่งกำลังใจและ ความปรารถนาดีไปยังครูอาจารย์ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่วันนี้ ท่านประธานครับ วันนี้กระผมขอ ปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากว่าภายใต้ นโยบายเรียนดีมีความสุขของกระทรวงศึกษาธิการนี้ วันนี้ยังพบว่าครูหลายกลุ่มมีความทุกข์ ไม่ได้มีความสุข มีความเดือดเนื้อร้อนใจมาก ผมขอยกมาที่ค่อนข้างจะรุนแรงอยู่ ๒ กลุ่มครับ กลุ่มที่ ๑ คือกลุ่มที่เป็นหนี้สินตามโครงการเงินกู้ ช.พ.ค. วันนี้ถูกธนาคารออมสินกำหนดให้ ครูทุกคนที่เป็นหนี้นั้นต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันที่มีอัตราที่สูงมากต่อปี ถ้าไม่ชำระธนาคารจะขึ้น อัตราดอกเบี้ยอีกร้อยละ ๐.๕ บาท แล้วก็กลุ่มที่ ๒ คือกลุ่มครูและบุคลากร ธุรการ ภารโรง ที่เป็นอัตราจ้างใน สพฐ. ถูกเปลี่ยนแปลงการจ้างจากการจ้างรายเดือนเพราะสอบเข้ามาเป็น ลูกจ้างอัตราจ้างรายปี แต่ว่าถูกเปลี่ยนแปลงการจ้างเป็นการจ้างเหมาบริการ ทำให้ไม่จ่าย ค่าประกันสังคม เป็นการลิดรอนสิทธิ ซึ่งเขาหวังว่าจะได้บำเหน็จบำนาญในวัยเกษียณ ซึ่งมีจำนวนน้อยนิด เป็นความหวังอันน้อยนิด แล้วมีหลายคนที่ยังไม่ได้เงินเดือนค่าจ้าง ในเดือนตุลาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมานี้เลย ดังนั้นครูทั้ง ๒ กลุ่มนี้มีความเดือดร้อนมาก ก็ขอให้ รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการได้ช่วยเหลือให้เขาได้พ้นทุกข์ด้วย ถึงจะเป็นไปตามนโยบาย เรียนดีมีความสุข ส่วนพรรคประชาชนนั้นได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เพื่อเป็นของขวัญวันเด็กและวันครู หวังว่าจะคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของครูและผู้เรียน เป็นอย่างดี แต่ต้องรอเวลาอีกสักระยะหนึ่งครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปท่านวิลดา อินฉัตร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิลดา อินฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๗ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องจะหารือเรื่อง ขอความอนุเคราะห์ช่วยจัดสรรงบประมาณในการสร้างบ้านพัก ตำรวจใหม่ ดิฉันได้รับการแจ้งเรื่องจากพันตำรวจเอก ขวัญเมือง โกสุมา ผู้กำกับสถานี ตำรวจภูธรปรางค์กู่ว่าบ้านพักของข้าราชการตำรวจและครอบครัวในสังกัดที่เป็นเรือนแถว ๒ ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘ ๑๐ ยูนิต ปัจจุบันก็มีตำรวจพักอยู่เต็มนะคะ เป็นสภาพที่เก่ามาก ชั้นบนของบ้านก็ผุพังไม่สามารถขึ้นไปอยู่อาศัยได้ พอฤดูฝนน้ำก็ท่วมขัง รอบ ๆ บริเวณบ้านก็เดือดร้อนเป็นอย่างหนัก หากซ่อมแซมก็คงจะไม่คุ้ม ข้าราชการในสังกัด ที่เป็นตำรวจก็ไม่มีที่พักอาศัยอีก ๒๐ นาย ต้องเสียค่าเช่าบ้านกันเอง หนี้สินก็เยอะ เงินเดือน ก็น้อย ยังจะต้องมารับภาระในส่วนนี้อีกนะคะ🔗
ส่วนอีกเรื่องก็คือเกี่ยวกับบ้านพักนี่ละค่ะ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๒ ก็ ๔๖ ปี มาแล้ว อีก ๒ หลัง จำนวน ๒๑ ยูนิต รื้อถอนออกไปแล้วแต่ก็ไม่ได้รับงบสนับสนุนที่จะสร้าง ขึ้นมาทดแทน ดิฉันจึงขอนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังสำนักงบประมาณ ภายใต้ การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีเพื่อช่วยจัดสรรงบประมาณในการสร้างบ้านพักตำรวจใหม่ ให้รัฐบาลช่วยสนับสนุนด้วยนะคะ🔗
ส่วนเรื่องอื่น ๆ ก็ขอให้ท่านได้ช่วยเหลือดูแลตำรวจเพราะว่าตำรวจมีงาน เยอะมาก การปราบปรามยาเสพติดก็เป็นสิ่งสำคัญ ดิฉันขอฝากรัฐบาลด้วย ขอบพระคุณค่ะ🔗
๓ ท่านถัดไป เป็นท่านศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ท่านสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ท่านพิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ เชิญคุณหมอศรีญาดาครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันต้องถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร จะลงพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นะคะ ดิฉันขอโอกาสใช้พื้นที่ในสภาแห่งนี้ ประชาสัมพันธ์ในส่วนงานที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ ในส่วนโครงการสำคัญ ๆ ที่ท่าน นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ครั้งนี้ก็เป็นเรื่องของการเมืองนำการทหาร ไปมุ่งในเรื่องของ เศรษฐกิจ ท่านนายกรัฐมนตรีไป โครงการหลัก ๆ ที่ดิฉันอยากจะนำเสนอก็คือโครงการ สะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก แห่งที่ ๒ กระชับมิตรภาพไทย-มาเลเซีย ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการ ตั้งแต่สมัยท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน สะพานโก-ลกแห่งนี้มีการพูดมาเป็น ๑๐ ปีแล้ว ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐาได้บอกไว้ว่า สะพานแห่งนี้ถ้า ๒ ประเทศช่วยกันก็จะผลักดัน ให้เกิดความร่วมมือ แล้วก็ทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่เจริญรุ่งเรือง โครงการต่อไปที่ท่าน นายกรัฐมนตรีแพทองธารจะลงไปตรวจดู ก็คือโครงการรถไฟทางคู่หาดใหญ่-สุไหงโก-ลก พื้นที่แห่งนี้ท่านประธานคะ ท่านสมาชิกสภาที่เคารพ พื้นที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพื้นที่ที่ยังไม่เคยมีเชื่อมต่อคือในเรื่องของรถรางกับมาเลเซีย พื้นที่นี้เมื่อได้รถไฟรางคู่ ที่เชื่อมต่อแล้วจะเท่ากับว่าสามารถเชื่อมโยง ๕ ประเทศได้เลย สิ่งเหล่านี้เป็นการพัฒนา โครงการที่ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ลงไปครั้งนี้ยังมีไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เศรษฐกิจ เรื่องของการแก้หนี้ภาคประชาชน เรื่องของส่งเสริมนโยบาย OTOP ซึ่งเป็น แนวทางที่พรรคเพื่อไทยเคยประกาศไว้ในการสร้างสันติภาพด้วยการพูดคุย การพัฒนา เศรษฐกิจในพื้นที่ การเคารพความหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนา ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉันคิดว่าครั้งนี้ในการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีเน้นในเรื่องของ การชูเรื่องเศรษฐกิจ แล้วก็หวังว่าพี่น้องประชาชนที่ได้รับฟังการหารือในสภาแห่งนี้จะได้ ประโยชน์จากการลงพื้นที่ แล้วก็ได้มีความรู้สึกในการร่วมมือในการที่จะส่งกำลังใจให้กับ พื้นที่ชายแดนใต้ ๓ จังหวัด นราธิวาส ยะลา ปัตตานี ให้เป็นพื้นที่ที่เจริญรุ่งเรืองในสมัยที่เรา เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปท่านสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ จังหวัดชัยภูมิ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย กระผมขอหารือผ่านท่านประธาน แจ้งไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอให้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์การอนุญาต เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ ท่านประธานครับ วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๓ คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหากรณีส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐเข้าทำ ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ก่อนได้รับอนุญาต และในวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ได้มีมติ เห็นชอบให้ขยายเวลาในการยื่นคำขอออกไป ๑๒๐ วัน เป็นการผ่อนผัน เป็นการนิรโทษให้มี การขออนุญาตย้อนหลังจึงมีหน่วยงานส่งคำขอเข้าไปจำนวนมาก แต่ท่านประธานครับ กว่า ๓ ปีผ่านไปเรื่องที่ขอไปแทบจะไม่ได้รับอนุญาตกลับมาเลย ผมยกตัวอย่างจังหวัดชัยภูมิ ส่งคำขอไปมากกว่า ๑๐,๐๐๐ เรื่อง ๓ ปี ได้รับการอนุญาตมาเพียงประมาณ ๑๐๐ เรื่อง สาเหตุสำคัญมาจากความยุ่งยากในหลักเกณฑ์ที่กรมป่าไม้กำหนดไว้ ทำให้เกิดปัญหาเรื้อรัง ในการพัฒนาพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งหน่วยงานอื่น ๆ กระผมจึงขอให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ตรวจสอบและปรับปรุง แก้ไขหลักเกณฑ์ ขั้นตอนต่าง ๆ ที่ยุ่งยากซับซ้อน เอกสารต่าง ๆ ที่มีที่ใช้มากเกินไป และการ ตรวจสอบในเรื่องต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็นเพื่อทำให้ขั้นตอนการอนุญาตดำเนินการได้คล่องตัว และเร็วขึ้น แล้วขอนำเรียนเพิ่มเติมว่ายังมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนมาก รวมทั้ง หน่วยงานอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้ขอผ่อนผันตามมติ ครม. ดังกล่าว หรืออาจจะขอไม่ทันอีกจำนวน มาก กระผมจึงขอให้มีการดำเนินการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดให้ครบถ้วนแล้วเสนอขอขยาย เวลาผ่อนผันต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไปอีกครั้ง ขอขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปท่านพิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดสมุทรปราการ ตำบลเทพารักษ์ ตำบลสำโรงเหนือ และตำบลบางเมืองใหม่ วันนี้ผมนำปัญหาในพื้นที่ ๓ เรื่องมาปรึกษาหารือ กับท่านประธาน เพื่อประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวครับ🔗
ปัญหาแรก ผมได้รับการประสานงานจากท่านนายกไพศาล วีรชาติวัฒนา ท่านนายกเทศบาลตำบลด่านสำโรงในเรื่องของปัญหาตึกรกร้าง ซึ่งเป็นทรัพย์สินของ บริษัท บริหารทรัพย์สินสุขุมวิท จำกัด อยู่ในบริเวณชุมชนหางหนู ในซอยศรีด่าน ๓/๕ ตำบลสำโรงเหนือ ซึ่งปล่อยให้รกร้างจึงทำให้มีผู้คนไปแอบทิ้งขยะและมีคนเร่ร่อนไร้บ้าน ไปอาศัยอยู่ ทำให้ผู้ผ่านไปมามีความรู้สึกไม่ปลอดภัยและเป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยงที่จะเกิด อาชญากรรมขึ้นได้ และล่าสุดเมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา ที่ตึกร้างนี้ก็ได้เกิด เพลิงไหม้ขึ้น จึงขอนำเรียนฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปแก้ไขปัญหา ดังกล่าวด้วยครับ🔗
ปัญหาต่อมา มีการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนจำนวนมากในเรื่องของ ปัญหาที่นั่งรอรถเมล์ชำรุดและทางเท้าบริเวณติดกับป้ายรถเมล์ชำรุดบริเวณสี่แยกเทพารักษ์ ฝั่งมุ่งหน้าไปทางปากน้ำ ทำให้พี่น้องประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการใช้บริการของ ป้ายรถเมล์และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ จึงขอนำเรียนฝากท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง คือองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ และแขวงการทางจังหวัด สมุทรปราการให้รีบเข้าไปแก้ปัญหาในบริเวณดังกล่าวด้วยครับ🔗
ปัญหาสุดท้าย ปัญหาสะพานลอยไร้แสงไฟส่องสว่างบริเวณกลางคืน ซึ่งมี สะพานลอยนี้อยู่บริเวณหน้าปากซอยหมอเสนอ และอยู่ใกล้กับบริษัท สีไทยกันไซเพ้นท์ จำกัด ซึ่งบนสะพานลอยไม่มีแสงสว่างเลย ทำให้พี่น้องประชาชนที่สัญจรรู้สึกไม่ปลอดภัย และมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมขึ้นได้ จึงขอนำเรียนฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการครับ ขอบคุณมากครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านพุธิตา ชัยอนันต์ ท่านถนอมพงศ์ หลีกภัย ท่านศนิวาร บัวบาน เชิญท่านพุธิตา ชัยอนันต์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พุธิตา ชัยอนันต์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันมีเรื่องอยากจะ ปรึกษาหารือกับท่านประธานทั้งหมด ๒ เรื่องดังนี้ ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗
เรื่องแรก เรื่องไฟส่องสว่างถนน บริเวณทางหลวงชนบท หมายเลข ๑๒๑ ตั้งแต่สะพานป่าข่อยถึงสี่แยกดอนแก้ว มีปัญหา ไฟส่องสว่างถนนไม่ติด ก็เป็นระยะเวลานานแล้วชาวบ้านเดือดร้อนค่ะ แล้วอีกที่หนึ่งค่ะ ทางหลวงชนบท หมายเลข ๔๐๖๗ ข้างค่ายพลทหารราบที่ ๗ ไปจนถึงเขตสิ้นสุดตำบลแม่สา ตรงนี้ไม่มีไฟส่องสว่างถนน ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งแก้ไขปัญหาด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาการเผาขยะใบไม้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ได้มีมาตรการเอาจริง ห้ามเผาในที่โล่ง ซึ่งใช้ได้จริงหรือไม่ก็ไม่รู้เพราะว่าก็ยัง มีคนที่ลักลอบเผากันอยู่ โดยเฉพาะการเผาขยะใบไม้เหล่านี้ที่เป็นปัญหา เพราะว่าส่วนใหญ่ แล้วเทศบาลหลายแห่งก็ไม่รับเก็บขยะใบไม้ ชาวบ้านก็เลยไม่รู้ว่าจะกำจัดขยะใบไม้อย่างไร ก็เลยใช้วิธีจุดเผาแล้วก็เกิดเป็นฝุ่นควัน ซึ่งเพื่อนบ้านก็เดือดร้อนกันอย่างมาก ดิฉันจึง อยากจะปรึกษาหารือผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าจะมีการแก้ไขปัญหานี้อย่างไร เราควร ที่จะมีการเร่งจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจในการเก็บขยะให้กับ อปท. หรือไม่ อันนี้เป็น คำถามนะคะ ดิฉันอยากเห็นกระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมบูรณาการร่วมกันในการแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปท่านถนอมพงศ์ หลีกภัย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ถนอมพงศ์ หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดตรัง เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวจังหวัดตรัง บ้านของกระผมครับ เรื่องค่าโดยสารเครื่องบินหรือว่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศที่มีราคา สูงมาก ผมได้รับการร้องเรียนจากบรรดาพี่น้องประชาชนในเขตจังหวัดตรัง ไม่ว่าจะเป็น เทศกาลต่าง ๆ ที่จะมีขึ้นในประเทศไทย อย่างเช่น เทศกาลปีใหม่ ตรุษจีน หรือแม้กระทั่ง สงกรานต์ พวกผมไม่เคยเห็นเลยว่าเทศกาลไหน ๆ ที่เกิดในประเทศไทยจะมีจากคำประกาศ ของสายการบินภายในประเทศว่า ลดค่าใช้จ่าย ลดค่าโดยสาร มีแต่จะเพิ่ม ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เช่นเทศกาลต่าง ๆ ปีใหม่นี้พี่น้องประชาชนจะกลับบ้าน สงกรานต์พี่น้อง ประชาชนจะกลับบ้านเกิดเมืองนอนไปหาญาติพี่น้อง แต่ว่านั่นละครับการเดินทางที่สะดวก ที่สุดคือ การเดินทางทางอากาศ การเดินทางทางเครื่องบิน แล้วอีกอย่างหนึ่งท่านประธาน ที่เคารพ เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ น้ำท่วม ถนนขาด อย่างเช่นที่อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่มีสายการบิน ไหนเลยที่คิดว่าจะลดค่าโดยสารเอาใจพี่น้องประชาชน มีแต่จะเพิ่มอย่างเดียว เอาเปรียบ ชาวบ้าน ท่านประธานครับ ผมก็อยากจะฝากผ่านทางท่านประธานสภาที่เคารพไปถึง กระทรวงที่รับผิดชอบอย่างเช่นกระทรวงคมนาคม ช่วยฝากนะครับ สงสารชาวบ้าน ด้วยความเคารพครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านศนิวาร บัวบาน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ศนิวาร บัวบาน ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันมีปัญหาในอำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ มาหารือท่านประธานทั้งหมด ๓ เรื่อง ด้วยกันค่ะ🔗
เรื่องแรก เนื่องด้วยอ่างเก็บน้ำวังประทุมในพื้นที่หมู่ที่ ๔ ตำบลบัววัฒนา เกิดการชำรุดบริเวณ Spillway ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งทางเทศบาลตำบลบัววัฒนาได้แจ้ง ว่าไม่มีงบในการซ่อมแซม โดยได้ติดต่อไปยังทาง อบจ. เพชรบูรณ์แล้วแต่เรื่องก็เงียบค่ะ นี่ผ่านมา ๑๐ กว่าปีแล้วท่านประธาน ดิฉันจึงขอฝากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นร่วมกับ กรมชลประทานช่วยสนับสนุนงบประมาณในการซ่อมแซมแก้ไข เพราะนอกจากจะเป็น อ่างเก็บน้ำไว้ให้ชาวบ้านได้ใช้น้ำเพื่อการเกษตรแล้ว ยังสามารถฟื้นฟูให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แล้วก็พักผ่อนหย่อนใจได้อีกด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ แท็งก์น้ำประปาขนาดเล็กในพื้นที่บ้านซับป่าคาย หมู่ที่ ๔ ตำบลยางงาม ได้พังลงตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว หลังจากนั้นชาวบ้านได้แจ้งทั้ง อบจ. อบต. แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข มีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการใช้น้ำอุปโภคบริโภค ประมาณ ๔๐-๕๐ หลังคาเรือน จึงขอเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นทาง อบต. ยางงาม และ อบจ. เพชรบูรณ์ ช่วยดำเนินการเข้าไปซ่อมแซมด้วยค่ะ🔗
เรื่องสุดท้าย ชาวบ้านและเกษตรกรในพื้นที่ตำบลยางงามและตำบลนาเฉลียง ฝากสอบถามถึงความคืบหน้าในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองมะนาว ซึ่งเป็นโครงการแหล่งน้ำ เพื่อช่วยเหลือราษฎรตำบลยางงาม ตำบลนาเฉลียง แล้วก็ตำบลวังโบสถ์ เริ่มโครงการมา ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ แล้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง แล้วก็ลดปัญหาน้ำท่วม ด้านท้ายอ่าง ดิฉันจึงขอสอบถามไปยังกรมชลประทานเรื่องความคืบหน้าในการดำเนินการ เพื่อที่จะได้นำไปแจ้งให้ชาวบ้านรับทราบ เพราะตอนนี้ชาวบ้านก็ตั้งตารอคอยกันอย่างมี ความหวัง ซึ่งรายละเอียดนั้นดิฉันจะได้ส่งให้ทางฝ่ายเลขาต่อไป ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านศาสตรา ศรีปาน ท่านเฉลิมพงศ์ แสงดี ท่านพชร จันทรรวงทอง เชิญท่านศาสตรา ศรีปาน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกทุกท่าน ผม ศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสงขลา เด็กหาดใหญ่ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้มีเรื่องมาหารือกับท่านประธานเพียงเรื่องเดียว นั่นก็คือเรื่องของเงินเยียวยาน้ำท่วมตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๗ แล้ว แต่พี่น้องประชาชน ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาครับ ซึ่งตอนนี้พี่น้องในจังหวัดสงขลานั้นก็สอบถามกันเข้ามามาก กับเรื่องเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมนี้ จังหวัดสงขลาเราได้มีการลงทะเบียนขอรับเงิน เยียวยามากถึง ๓๒๘,๖๐๖ ครัวเรือน แล้วก็ลงทะเบียนที่ไม่มีบ้านเลขที่อีก ๔๗,๙๕๒ ครัวเรือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำเภอหาดใหญ่บ้านผมครับ ตำบลหาดใหญ่ ตำบลคอหงส์ ตำบลควนลัง ตำบลคลองอู่ตะเภา ตำบลคลองแห ตำบลคูเต่า ตำบลน้ำน้อย ยังไม่ได้เงิน เยียวยา ผมก็เลยไปตรวจดูครับ ที่เห็นในสไลด์นี่มันก็ขึ้นเขียว ๆ แบบนี้ แล้วก็ยังอยู่แค่ ขั้นตอน ๑ เท่านั้นเอง นั่นก็คือยื่นแบบฟอร์ม ซึ่งจริง ๆ แล้วตัวผมเองได้ดูทางรัฐบาล ติดตาม ข่าวสารเรื่องนี้มาตลอดก็บอกว่า จะต้องลดขั้นตอน อย่าทำให้มันยุ่งยาก แล้วก็ให้ไปเลย ๙,๐๐๐ บาททุกหลังคาเรือน แต่ทุกวันนี้ยังไม่ได้เลยครับ แล้วก็เคราะห์ซ้ำกรรมซ้อน วันนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาก็ประกาศอีกบอกว่าวันที่ ๑๕-๑๘ มกราคม ๒๕๖๘ นี่วันนี้จะมีฝนตกหนัก ของเก่ายังไม่ได้เลยของใหม่กำลังมาแล้วครับท่านประธาน ซึ่งจริง ๆ แล้วผมว่าทำไปทำมา อาจจะยิ่งช้ากว่าเดิม ซึ่งมีการทำประชาคม มีการให้ลงทะเบียนโน่นนี่ อาจจะเป็นเพราะ รัฐบาลกลัวว่าคนที่ไม่สมควรได้หรือคนที่น้ำท่วมไม่จริงจะได้เงินหรือเปล่า ผมก็มองอย่างนี้ว่า ถ้าเกิดมันไม่เยอะมากก็ให้ไปเถอะ เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะช่วงนั้นพี่น้องประชาชน เขาก็เดือดร้อนเหมือนกัน ไม่ได้ไปทำงาน ขาดรายได้ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าช้านะครับ การที่จะ ไปเยียวยาคนที่น้ำท่วมจริง ๆ กลับเป็นการซ้ำเติมเขาครับ เพราะวันนี้นิ้วโป้งของคนสงขลานี่ ไปปั๊มที่โรงจำนำหมดแล้ว ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปท่านเฉลิมพงศ์ แสงดี เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๒ พรรคประชาชน ขอนำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือต่อท่านประธาน ๓ เรื่อง ดังต่อไปนี้🔗
เรื่องแรก พื้นที่หมู่ที่ ๑ ตำบลฉลอง บริเวณเนินเขาหลังโรงเรียนบ้านฉลอง มีบ้านเรือนประชาชนมากกว่า ๒๐ หลังคาเรือน ประกอบอาชีพทำการเกษตรและรับจ้าง ทั่วไป ปัจจุบันอาศัยอยู่อย่างยากลำบากจำเป็นต้องพ่วงไฟจากบ้านเรือนพี่น้องประชาชน ด้านล่าง ด้วยพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่การดูแลของกรมป่าไม้และสำนักงานปฏิรูปที่ดิน เพื่อการเกษตร หรือ ส.ป.ก. ฝากท่านประธานหารือไปยังกรมป่าไม้และ ส.ป.ก. ขอให้เร่งรัด ดำเนินการอนุญาตในการติดตั้งมิเตอร์ให้แก่พี่น้องประชาชน รวมไปถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาฉลองด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ในพื้นที่ชุมชนในเหมือง ตำบลฉลอง ซึ่งเข้าโครงการของ คทช. หรือ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ขณะนี้เริ่มพบมีการบุกรุกป่าโกงกางเพิ่มเติมหลายจุด โดยใช้เศษวัสดุปูนจากการก่อสร้าง ส่งผลกระทบทำให้ทางน้ำแคบลงไหลลำบากในเวลา ออกสู่ทะเลจึงอาจจะส่งผลกระทบต่อปัญหาน้ำเสียในพื้นที่ ฝากท่านประธานหารือไปยัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้อำนวยการศูนย์บริการจัดการทรัพยากร ป่าชายเลนจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ที่จังหวัดภูเก็ตช่วงนี้เป็นช่วง High Season เราจะพบอุบัติเหตุ กับนักท่องเที่ยวบ่อยครั้ง ทั้งเหตุการณ์ผู้ควบคุมร่ม Parasailing ตกลงและขณะที่ นักท่องเที่ยวเล่นกีฬาทางน้ำจนเสียชีวิต เหตุการณ์ Jet Ski ชนกันส่งผลให้นักท่องเที่ยว บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต รวมถึงเหตุการณ์เรือใบนำเที่ยวล่มช่วงเกาะราชา ทำให้มี นักท่องเที่ยวบาดเจ็บ จำนวน ๗ ราย ส่งผลกระทบถึงภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่นของการ ท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ฝากท่านประธานหารือไปยังกรมเจ้าท่าตรวจสอบดูแล เข้มงวด กวดขันในเรื่องความปลอดภัยด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพชร จันทรรวงทอง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพชร จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เนื่องจากผมได้รับเรื่องร้องทุกข์จากนายสมเกียรติ เลิศด้วยลาภ อดีตผู้ชำนาญการประจำตัวผมพร้อมกับ ส.อบต. และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ วันนี้ ผมจึงต้องขออภิปรายหารือเพื่อติดตามปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องตำบลคลองม่วง ที่ผมได้เคยอภิปรายเมื่อปีที่แล้วแต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งหมด ๓ เรื่อง ดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้แก้ปัญหาที่ดินนิคมสร้างตนเองลำตะคอง เนื่องจากในอดีต เมื่อปี ๒๕๓๘ ได้มีการสร้างเขื่อนลำตะคองแล้วก็มีการตั้งนิคมสร้างตนเองขึ้นมาเพื่อเยียวยา กับผู้ที่ได้รับเสียหายแล้วก็ได้จัดสรรที่ดินให้ แต่ต่อมาปี ๒๕๔๗ ทางนิคมได้เอาแผนที่ ๑:๕๐,๐๐๐ มาใช้พิสูจน์แนวเขต ปรากฏว่าแนวเขตไม่ตรงกับอันเดิมทำให้มีการชะงัก ปัจจุบันชาวบ้านที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จึงขอผ่านท่านประธานไปยัง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมที่ดินจังหวัดนครราชสีมา หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้เร่งดำเนินการด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ของบประมาณก่อสร้างถนนเส้นคลองม่วง หมู่ที่ ๔ ไปเส้นหนองหมาก หมู่ที่ ๒ ตำบลคลองม่วง อำเภอปากช่อง เนื่องจากปัจจุบันตามภาพในสไลด์มีสภาพชำรุด และเสียหายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเวลาฝนตกพี่น้องประชาชนสัญจรไม่สามารถที่จะ หลบหลุมอุกกาบาตที่ชำรุดได้จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทำให้สูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน จึงขอให้จังหวัดนครราชสีมา หรือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดสรรงบประมาณ ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ทางข้ามฝายบ้านศาลเจ้า เนื่องจากปัจจุบันพี่น้องต้องข้ามเข้า หมู่บ้านผ่านฝายน้ำล้นและฝายน้ำล้นนี้ไม่มีราวกั้น แล้วในช่วงที่เวลาฝนตกก็จะทำให้ ไม่สามารถสัญจรได้ เมื่อปีที่แล้วได้มีบุรุษไปรษณีย์ไม่ชินเส้นทางได้ตกฝายน้ำล้นเสียชีวิต จนออกข่าวตามภาพในสไลด์นะครับ จึงขอความอนุเคราะห์ให้จังหวัดนครราชสีมา หรือ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้จัดสรรงบประมาณมาด้วยครับ🔗
อีกนิดหนึ่งครับท่านประธาน พอดีระหว่างขับรถเดินทางมาสภามีท่านกำนัน ได้โทรหาผม เรื่องอ้อยไฟไหม้ เนื่องจากทางรัฐบาลได้มีมาตรการขอความร่วมมือไม่รับอ้อย ไฟไหม้ ซึ่งผมก็เชื่อว่าเป็นนโยบายที่ดี แต่อย่างไรก็ดีมีพี่น้องชาวไร่อ้อยหลายคนที่เกิดเหตุ ไฟไหม้ด้วยตัวเองไม่ได้ตั้งใจ ก็อยากให้เยียวยาด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านวรรณรัตน์ ชาญนุกูล ท่านรำพูล ตันติวณิชชานนท์ แล้วต่อด้วย ท่านเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล เชิญท่านวรรณรัตน์ ชาญนุกูล ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา ผมมีเรื่องหารือกับ ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมโดยเฉพาะกรมทางหลวง ดังนี้ ท่านประธานครับ ตามที่กรมทางหลวงได้ดำเนินการโครงการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดบนถนนมิตรภาพ จำนวน ๒ โครงการ ในพื้นที่ของเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งได้แก่ โครงการก่อสร้างอุโมงค์ ทางลอดแยกประโดก และอุโมงค์ทางลอดแยก Terminal นั้น ก็นับว่าเป็นโครงการที่เป็น ประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะถ้า ๒ โครงการนี้แล้วเสร็จแล้วมันจะสามารถช่วยแก้ปัญหา การจราจรแออัดในเขตเมืองโคราชได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามสำหรับโครงการก่อสร้าง ทางลอดแยก Terminal ซึ่งบริษัท รัชตินทร์ จำกัด เป็นผู้รับจ้างในวงเงินค่าก่อสร้าง ๓๗๓ ล้านบาทเศษ โดยเริ่มต้นสัญญาตั้งแต่วันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๖ และสิ้นสุดสัญญาในวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๙ มีระยะเวลาทำการอีก ๙๖๐ วันนั้น ปรากฏว่ามีแนวเส้นท่อ Main ประปาของทางเทศบาลซึ่งขวางอยู่ตามแนวขอบถนนมิตรภาพฝั่งซ้าย ไปขวางแนวทาง การก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดช่วงถนนมิตรภาพเลี้ยวซ้ายไปทางขอนแก่น ซึ่งถ้าหากไม่รื้อถอน การก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ ซึ่งทางเทศบาลก็ยินดีที่จะทำการ รื้อถอนโดยย้ายไปฝั่งตรงกันข้ามฝั่งด้านขวาของทาง และเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ทางหลวง ทางเทศบาลก็ได้มีหนังสือขออนุญาตวางท่อ Main ประปาและทางท่อลอดไปยัง ผู้อำนวยการทางหลวง ซึ่งมีหนังสือไปตั้งแต่วันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗ มาแล้ว บัดนี้เวลา ล่วงเลยมา ๖ เดือนเศษ ก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากกรมทางหลวงแต่อย่างใด จึงขอฝากให้ทาง ท่านประธานได้แจ้งไปยังกรมทางหลวงได้โปรดพิจารณาเร่งรัดพิจารณาอนุญาตให้ทาง เทศบาลนครนครราชสีมาได้ดำเนินการวางท่อ Main ประปาและทางท่อลอดจากฝั่งซ้าย มาทางขวาของถนนมิตรภาพเพื่อดำเนินการให้แล้วเสร็จต่อไปด้วยครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน🔗
ต่อไปท่านรำพูล ตันติวณิชชานนท์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๙ ซึ่งประกอบด้วยอำเภอนาจะหลวย อำเภอบุณฑริก อำเภอสิรินธร เฉพาะตำบลโนนก่อ พรรคไทยสร้างไทย ๑๖ มกราคม เป็นวันครู ไม่มีครูในวันนั้นไม่มีเราในวันนี้ ขอน้อมจิตวันทา บูชาคุณครู กตัญญูกตเวที ขอให้คุณครูทุกคนมีความสุข สุขสันต์วันครูค่ะ ท่านประธานคะ ในพื้นที่ของดิฉันมีถนนลาดยางของกรมทางหลวง ๔ สายทาง ได้แก่ ๑. ทางวหลวง หมายเลข ๒๑๗๒ ระยะทาง ๔๔.๖๘ กิโลเมตร ๒. ทางหลวงหมายเลข ๒๑๘๒ ระยะทาง ๔๙.๒๐ กิโลเมตร ๓. ทางหลวงหมายเลข ๒๓๙๖ ระยะทาง ๔๘.๘๘ กิโลเมตร ๔. ทางหลวงหมายเลข ๒๒๔๘ ระยะทาง ๖๕.๒๔ กิโลเมตร รวมระยะทาง ๒๐๘ กิโลเมตร ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗
ถนนดังกล่าวมีผิวจราจร เริ่มหมดสภาพ บางช่วงเป็นหลุมทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง หน่วยงานในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น หมวดทางหลวงเดชอุดม หมวดทางหลวงบุณฑริก แขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ ๒ ได้ทำการ กลบหลุมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนก็ใช้งานได้ชั่วคราวค่ะ ดิฉันได้นำเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ จากชาวบ้านหารือท่านประธานหลายครั้ง กรมทางหลวงก็ได้จัดสรรงบประมาณไปซ่อม ปรับปรุงถนนลาดยางเป็นช่วง ๆ แต่ไม่ได้ตลอดสายยังเหลืออีกหลายกิโลเมตร วันนี้ดิฉัน ได้รับการร้องเรียนจากนายบุญโฮม พิมพ์ภักดี ผู้ใหญ่บ้านเวียงเกษม หมู่ที่ ๒๒ นางสาวนงเยาว์ สุภาสอน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นายรุ่งนิรันดร์ พรหมสุวรรณ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านโนนเลียง ชาวอำเภอบุณฑริก ได้รับความเดือดร้อนจากถนนลาดยางของกรมทางหลวงหมายเลข ๒๑๗๒ ช่วง กม. ที่ ๔๔ เชื่อมทางหลวงหมายเลข ๒๑๘๒ แยกบ้านโนนเลียง ตำบลสะโน ถนนลาดยาง ผิวจราจรชำรุดเสียหาย เวลาฝนตกน้ำท่วมผิวจราจรทำให้ถนนลื่นเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ชาวบ้าน ต้องการให้กรมทางหลวงปรับปรุงยกระดับสูง ก่อสร้างระบบระบายน้ำ ขยายถนนในเขตชุมชน สามแยกอันตรายเพราะมีปริมาณการจราจรสูง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในท้องถนน ดิฉันขอฝากข้อหารือนี้ต่อท่านประธานสภาถึงท่านอธิบดีกรมทางหลวง ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย ฯพณฯ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ต่อไปท่านเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
ผมขอหารือผ่าน ท่านประธานสภาไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดน่านและผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค สาขาท่าวังผาด้วยนะครับ สืบเนื่องจากช่วงเทศกาลหยุดปีใหม่ที่ผ่านมาผมได้เดินทางไปที่ ตำบลป่ากลาง อำเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง เมี่ยน และลัวะ ได้รับการ ร้องเรียนจาก นายสมชาย งามทวีกุล เป็นกำนันตำบลป่ากลางและผู้นำชุมชนในพื้นที่นั้นด้วย เกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนน้ำของประชาชนในตำบลป่ากลาง ซึ่งมีทั้งหมด ๗ หมู่บ้าน ประชากร ๑,๘๐๐ หลังคาเรือน ชาวบ้าน ๙,๒๑๗ คน พื้นที่ตำบลป่ากลางจากข้อมูลของ อบต. ป่ากลางบอกว่าเป็นพื้นที่สูงเชิงเขา ขาดแคลนน้ำทั้งแหล่งน้ำธรรมชาติ แล้วอ่างเก็บน้ำก็มี ลักษณะตื้นเขินไม่เพียงพอต่อการใช้โดยเฉพาะในฤดูแล้ง จากการพูดคุยกับผู้นำชุมชน ได้รับทราบว่าตำบลป่ากลางประสบภัยแล้งมากว่า ๒๐ ปีแล้ว ขาดแคลนน้ำตั้งแต่ช่วงเดือน มกราคมไปจนถึงเดือนมิถุนายนครึ่งปีเลยนะครับ ชาวบ้านไม่มีน้ำใช้ ต้องแก้ไขปัญหาโดยการ ใช้รถยนต์ตามรูปนี้ไปบรรทุกน้ำจากตำบลอื่น ระยะทางประมาณ ๔-๕ กิโลเมตร แล้วน้ำ ๑ ถังนี้ต้องจ่ายประมาณ ๒๐-๓๐ บาท สำหรับในรายที่ไม่มีรถกระบะต้องจ้างคนอื่นไปขน ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกถังละ ๒๐๐-๕๐๐ บาท เพราะฉะนั้นจึงทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน เป็นอย่างมาก แม้ว่าการประปาท่าวังผาจะได้ดึงท่อประปามาถึงพื้นที่แล้ว แต่เนื่องจากว่าเป็น พื้นที่สูงแรงดันน้ำประปาไม่เพียงพอ ผู้ที่ต้องการต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกจำนวนมาก นอกจากนี้ความจริงมีแหล่งน้ำธรรมชาติที่อยู่ห่างออกไปอยู่ แต่เนื่องจากว่าในพื้นที่มีความ ขัดแย้งกันสูง ชุมชนและท้องถิ่นไม่สามารถจัดทำเองได้ จึงขอเรียนว่าขณะนี้เข้าสู่หน้าแล้งแล้ว คือย้ำว่าเข้าสู่หน้าแล้งแล้วนะครับ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านและผู้จัดการการประปา ส่วนภูมิภาค สาขาท่าวังผา ได้พิจารณาแก้ไขปัญหานี้โดยเร่งด่วน ขอบคุณมากครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านปรัชญาวรรณ ไชยสืบ ต่อด้วยท่านพิบูลย์ รัชกิจประการ ต่อด้วย ท่านภาควัต ศรีสุรพล เชิญท่านปรัชญาวรรณ ไชยสืบ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ปรัชญาวรรณ ไชยสืบ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดจันทบุรี เขต ๒ พรรคประชาชนค่ะ วันนี้ ดิฉันมีเรื่องแหล่งน้ำมาปรึกษาหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้🔗
เรื่องแรก ดิฉันได้ลงพื้นที่ร่วมกับท่านผู้นำชุมชนตำบลตะเคียนทอง ได้ทราบว่า น้ำการเกษตรไม่เพียงพอต้องการให้ขุดลอกสระน้ำสาธารณะเพื่อให้สามารถเก็บน้ำได้มากขึ้น จึงขอให้กรมทรัพยากรน้ำช่วยดำเนินการขุดลอกสระน้ำสาธารณะของหมู่ที่ ๓ และขุดลอก สระน้ำสาธารณะของหมู่ที่ ๖ ตำบลตะเคียนทอง อำเภอเขาคิชฌกูฏ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับ พ่อแม่พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมทรัพยากรน้ำดำเนินการขุดลอกแก้มลิงสุสานปูล้านปี พื้นที่หมู่ที่ ๑๐ ตำบลกระแจะ อำเภอนายายอาม เพื่อช่วยให้เก็บน้ำได้มากขึ้นแล้วก็แก้ไข ปัญหาการขาดแคลนน้ำการเกษตร โดยดิฉันเคยติดตามโครงการนี้ไปแล้วและได้รับคำตอบ ว่าจะพิจารณาในแผนปฏิบัติการน้ำ ปี ๒๕๖๘ ซึ่งเป็นปีงบประมาณปีนี้ แต่พอไปดูใน รายละเอียดก็ยังไม่มีการดำเนินโครงการดังกล่าว จึงขอให้กรมทรัพยากรน้ำช่วยเร่ง ดำเนินการแล้วก็ติดตามโครงการนี้ด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้กรมชลประทานดำเนินโครงการทำระบบส่งน้ำจากอ่างประแกต ไปที่บ้านบ่อมะเดื่อ หมู่ที่ ๙ ตำบลพวา โครงการนี้ดิฉันติดตามมาแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ แต่ว่ายังไม่มีความคืบหน้า เป็นโครงการความหวังของพ่อแม่พี่น้องบ้านบ่อมะเดื่อ ที่ยังรอคอยการใช้น้ำในอ่างอยู่ จึงขอฝากผ่านท่านประธานไปยังกรมชลประทานให้ช่วยเร่ง ดำเนินการด้วยนะคะ🔗
เรื่องสุดท้าย ขอให้กรมทรัพยากรน้ำช่วยดำเนินการสร้างแหล่งเก็บน้ำโดยการ ขุดแก้มลิงขนาด ๕๐๐ ไร่ ในพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างหมู่ที่ ๕ และหมู่ที่ ๗ ตำบลจันทเขลม โดยเบื้องต้นได้มีการเดินสำรวจพื้นที่ไปแล้ว โครงการนี้ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะช่วยบรรเทา ปัญหาภัยแล้งให้กับพ่อแม่พี่น้องชาวตำบลจันทเขลมได้อย่างมาก ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
เชิญท่านพิบูลย์ รัชกิจประการ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพิบูลย์ รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดสตูล เขต ๑ วันนี้ขอหารือปัญหาของพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องขอเงินสนับสนุนอาหารกลางวันเด็กนักเรียนมัธยม ซึ่งในขณะนี้ ได้รับการสนับสนุนต่อหัวประมาณ ๒๒ บาท ซึ่งเป็นเงินสนับสนุนเท่ากับเด็กประถม ซึ่งเด็กมัธยมจะเป็นเด็กที่โตกว่าเด็กประถมและทานอาหารมากกว่า ทางโรงเรียนในสังกัด เทศบาลเมืองสตูลขอให้ผมช่วยประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าเป็นสำนักงบประมาณ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย ช่วยเพิ่มงบประมาณค่าอาหารกลางวันเด็กมัธยม จาก ๒๒ บาท เป็น ๓๐ บาท ผมจึงอยากให้หน่วยงานทั้ง ๓ ช่วยกันแก้ปัญหาเหล่านี้ สงสารเด็กนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องของคนติดยาเสพติดจนเป็นจิตเวช ในขณะนี้มีมากขึ้นเดินตาม ท้องถนนซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชน คนติดยามีมากขึ้น สร้างปัญหา ลักเล็กขโมยน้อย จี้ชิงทรัพย์กับประชาชน เมื่อเร็ว ๆ นี้มีเหตุการณ์เกิดการชิงทรัพย์ที่ชุมชน เมืองพิมานในเขตเทศบาลเมืองสตูลซึ่งมันอันตรายมาก ผมจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข กรมการปกครอง กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม มาร่วมกัน แก้ปัญหาเหล่านี้ให้กับผู้ติดยาเสพติดและประชาชน🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องความเดือดร้อนของผู้ประกอบการโรงแรมและ Resort ที่เกาะ หลีเป๊ะ ตำบลเกาะสาหร่าย และตำบลตันหยงโป ซึ่งเรื่องนี้เรื่องของกฎกระทรวง ข้อ ๓๕ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร ปี ๒๕๒๒ ซึ่งท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้ทางโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสตูล ช่วยกันแก้ปัญหาในเรื่องนี้ให้อย่างรวดเร็ว เพื่อจะอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ ที่จะมาลงทุนหรือที่ลงทุนอยู่แล้ว จะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและบริการนักท่องเที่ยว ให้สะดวกขึ้น และสามารถทำให้เก็บภาษีได้มากขึ้นครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านภาควัต ศรีสุรพล ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ภาควัต ศรีสุรพล ขอนแก่น เขต ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องจะมาปรึกษาหารือท่านประธานสภา สืบเนื่องจากผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวอำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น และโรงพยาบาลอำเภอหนองนาคำถึงเรื่องการใช้น้ำประปาในเขตพื้นที่ เนื่องด้วยอำเภอ หนองนาคำเป็นอำเภอขนาดเล็กเดิมเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอภูเวียง ต่อมาได้แบ่งเขตพื้นที่ ออกมาจัดตั้งเป็นกิ่งอำเภอหนองนาคำ ในปี พ.ศ. ๒๕๓๗ และได้ยกฐานะเป็นอำเภอหนองนาคำ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ มีพื้นที่รับผิดชอบทั้งหมด ๓ ตำบล ๓๕ หมู่บ้าน มีโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพประจำตำบล ๕ แห่ง มีโรงพยาบาลประจำอำเภอขนาด F3 ที่ได้เปิดใช้บริการมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ จนมาถึงปัจจุบัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพี่น้องชาวอำเภอหนองนาคำ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการ โรงพยาบาล ต่างได้ใช้แหล่งน้ำใต้ดินเป็นแหล่งน้ำหลักสำหรับ ทำระบบน้ำไว้ใช้อุปโภคบริโภคภายในอำเภอ ซึ่งปัจจุบันนี้ในช่วงฤดูแล้งและฝนทิ้งช่วงได้เกิด ปัญหาความเดือดร้อนจากภัยแล้ง และประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค อย่างหนัก ระบบน้ำประปาภายในอำเภอไม่ได้มาตรฐาน น้ำที่ใช้ไม่ใสสะอาดและไม่ถูกหลัก อนามัย ในการนี้ทางอำเภอหนองนาคำได้ทำเรื่องร้องขอไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ หลายครั้ง เพื่อให้มาแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนให้กับพี่น้องประชาชน โดยได้ทำเรื่องร้องขอไปยัง การประปาส่วนภูมิภาคเพื่อขอโครงการขยายเขตน้ำประปาโดยวางท่อส่งน้ำประปาเชื่อมต่อ จากการประปาส่วนภูมิภาคสาขาหนองเรือ หน่วยบริการภูเวียง อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ระยะทางประมาณ ๑๐ กว่ากิโลเมตร แต่ไม่ได้รับการตอบรับและพิจารณาโครงการเลย วันนี้ผมจึงอยากนำเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ กระทรวงมหาดไทยให้ออกมาสำรวจ ติดตาม แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวอำเภอหนองนาคำ ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านบุญแก้ว สมวงศ์ ต่อด้วยท่านรวี เล็กอุทัย แล้วต่อด้วยท่านศิริโรจน์ ธนิกกุล เชิญท่านบุญแก้ว สมวงศ์ ก่อนครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย วันนี้เป็นวันครู ขอส่งกำลังใจให้คุณครูทุก ๆ ท่านนะครับ ผมมีเรื่องขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบโดยเฉพาะกรมทางหลวง เพราะว่าถนนหมายเลข ๒๓ จากยโสธร-อุบลราชธานี ช่วงระหว่างคำเขื่อนแก้วถึงบ้านดอนเขือง ก็อยากให้ทางกรมทางหลวงได้จัดสรรงบประมาณ เพื่อลงไปช่วยทำเกาะกลางให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานก็คงจะเห็นสไลด์นะครับ ได้เกิดอุบัติเหตุแล้วก็ความเสียหายต่อชีวิตของพี่น้องประชาชน ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานของกรมทางหลวงด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้ลงพื้นที่ได้รับร้องเรียนจากท่านอดีตกำนันทองมากนะครับ สืบเนื่องมาจากแม่น้ำชีเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดของภาคอีสาน ช่วงบ้านเวินชัย ก็อยากให้ทำ ฝายกั้นน้ำเพื่อจะกักเก็บน้ำใช้ในฤดูแล้ง เพราะว่าถ้าทำฝายตัวนี้แล้วจะได้ประโยชน์ไป ๖ อำเภอ ก็มีอำเภอค้อวัง อำเภอมหาชนะชัย อำเภอพนมไพร อำเภอราษีไศล อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร และอำเภอคำเขื่อนแก้ว ก็จะช่วยลดปัญหาภัยแล้งเป็นอย่างมาก เพราะว่า พี่น้องประชาชนชาว ๖ อำเภอนี้ทำการเกษตรโดยเฉพาะข้าวนาปรัง ก็ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังกรมชลประทานด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ผมได้ลงพื้นที่ที่บ้านโคกสมบูรณ์ เพราะว่าผมได้รับร้องเรียนจาก นายอุทัย บัวโรย ผู้ใหญ่บ้านบ้านโคกสมบูรณ์ และอดีตกำนันปิ่น เพลินกิจ อยากให้กรมที่ดิน ช่วยออกเอกสารสิทธิให้กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าพี่น้องประชาชนปลูกบ้านเรือนที่ ดอนป่ากุง บ้านโคกสมบูรณ์ เนื้อที่ประมาณ ๔๕๐ ไร่ ยังไม่มีเอกสารสิทธิเลย อย่างไรก็ตาม ผมฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมที่ดินโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยให้ช่วยออกโฉนดที่ดิน ให้กับพี่น้องบ้านโคกสมบูรณ์ด้วยนะครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านรวี เล็กอุทัย เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตปรึกษาหารือในประเด็นปัญหาเกี่ยวกับผลไม้ทุเรียน เนื่องจากในสถานการณ์ปัจจุบันมีข่าวเกี่ยวกับปัญหาการส่งออกทุเรียนซึ่งถูกตีกลับจาก ประเทศจีนกว่า ๑๐๐ ตู้ เหตุเพราะไม่มีผลตรวจสารย้อมสีก่อมะเร็ง Basic Yellow 2 หรือ BY2 ส่งผลให้ราคาทั้งทุเรียนที่ถูกตีกลับมาและทุเรียนที่ยังตกค้างอยู่ในประเทศมีราคา ตกต่ำลงอย่างมาก โดยคาดว่าจะเกิดมูลค่าความเสียหายเป็นเงินกว่า ๕๐๐ ล้านบาท โดยตอนนี้ทุเรียนที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่จะเป็นทุเรียนอยู่ในจังหวัดภาคใต้ แต่หากยังไม่มี มาตรการแก้ไขรองรับที่ทันท่วงทีและเป็นระบบมาตรฐาน เรื่องนี้จะส่งผลกระทบอย่าง มหาศาลกับตลาดการส่งออกทุเรียนของไทยอย่างแน่นอน จึงอยากขอฝากให้รัฐบาลเร่งแก้ไข ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน ซึ่งรวมไปจนถึงพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ของผมด้วย ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูก ทุเรียนอยู่กว่า ๖๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปัญหาการส่งออกทุเรียน นี้ในอนาคตได้เช่นเดียวกัน รวมถึงปัญหาใหญ่ในพื้นที่ที่ยังแก้ไขกันอยู่ นั่นก็คือการขอ ขึ้นทะเบียนการรับรองแหล่งผลิต GAP และหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน โดยในส่วนของการ จดแจ้งเพื่อขึ้นทะเบียน GAP นั้น เงื่อนไขสำคัญประการหนึ่งนั่นก็คือเกษตรกรจะต้องมี เอกสารสิทธิในการใช้ประโยชน์จากที่ดิน กับมีพี่น้องชาวสวนทุเรียนจำนวนมากในตอนนี้ โดยเฉพาะในอำเภอลับแลที่อยู่ระหว่างการรับรองสิทธิครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน ซึ่งหากกระบวนการรับรองยังไม่แล้วเสร็จโดยเร็วย่อมกระทบต่อการขอขึ้นทะเบียน GAP ในรอบการผลิตต่อไปนี้อย่างแน่นอน รวมถึงจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมปัญหาการส่งออกทุเรียน ไปยังประเทศจีนอีกด้วย🔗
ส่วนอีกปัญหานั่นก็คือแม้ว่าตอนนี้ทางจังหวัดอุตรดิตถ์และหน่วยงาน ภาคเกษตรรวมไปถึงพี่น้องเกษตรกรชาวสวนจะพยายามร่วมมือกันในการหาทางป้องกัน และกำจัดวงจรของหนอนทุเรียน แต่ปัญหาเรื่องหนอนก็ยังคงระบาดอยู่ในจังหวัดมากมาย ในขณะนี้ ซึ่งหากได้รับการสนับสนุนงบประมาณเครื่องไม้เครื่องมือ หรือการส่งเสริมจาก ส่วนกลางมาช่วยเพิ่มเติมก็จะช่วยทำให้มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหามากยิ่งขึ้น จึงขอฝาก ท่านประธานไปยังกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์โปรดเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องชาวสวนทุเรียนจังหวัดอุตรดิตถ์ในการแก้ไขปัญหาเรื่อง การแพร่ระบาดของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนด้วยนะครับ แล้วขอฝากเรื่อง GAP ต้องขอให้ กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมวิชาการเกษตรช่วยกันหา แนวทางแก้ไขให้พี่น้องชาวสวนด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไปท่านศิริโรจน์ ธนิกกุล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ศิริโรจน์ ธนิกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๒ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอปรึกษาหรือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ทั้งหมด ๔ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องแรก เป็นปัญหาถนนบริเวณสี่แยกแครายพลาซ่า ตำบลแคราย อำเภอ กระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร พื้นที่ตรงนี้มักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง รถมักจะตกลงคลอง อยู่บ่อย ๆ เนื่องจากถนนนั้นแคบเวลาเลี้ยวโค้งก็ลำบากมากจึงควรที่จะมีการขยายความกว้าง ของถนนเพิ่มขึ้น แต่ตอนนี้ได้ข้อมูลมาจากเทศบาลตำบลแครายว่า ได้ดำเนินการเรื่องการขอ อนุญาตก่อสร้างไปกับกรมเจ้าท่าที่เป็นเจ้าของพื้นที่คลองตรงนั้นแล้วตั้งแต่ช่วงกันยายน ปีที่แล้วแต่ว่าเรื่องนั้นเงียบมากไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย จึงอยากฝากเรื่องนี้ไปยังกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ช่วยติดตามเรื่องนี้ให้โดยด่วนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องปัญหาน้ำไหลอ่อนไหลเบา ตำบลคลองมะเดื่อ หมู่ที่ ๕ อำเภอ กระทุ่มแบน ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากประธานหมู่บ้านเดอะมันนี่มี ว่าน้ำไหลอ่อนไหลช้า เป็นทั้งหมู่บ้าน ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะมีการเปิดโรงประปาแห่งใหม่บริเวณใกล้เคียง จึงอยากให้ การประปาส่วนภูมิภาคสาขาสมุทรสาครลงพื้นที่ตรวจหาสาเหตุ แล้วก็แก้ไขปัญหา ให้ชาวบ้านโดยด่วนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ปัญหาเรื่องของแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและแย่งอาชีพคนไทย ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่และเรื้อรังมานานในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เวลาไปเดินตลาดแต่ละที ก็จะได้รับเสียงสะท้อนจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดว่าโดนแย่งขายของอยู่บ่อยครั้ง จึงอยากจะ ฝากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุก ๆ หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ปกครอง เจ้าหน้าที่ ตม. หรือแรงงานจังหวัด หรือส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ตอนนี้ตั้งใจแล้วก็จริงจังกับ การแก้ปัญหานี้อยู่แล้วอยากให้ทำอย่างต่อเนื่องแล้วก็จริงจังขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะช่วยเบาบาง ปัญหานี้ลงไปได้อีกครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ปัญหาเรื่องจุดกลับรถที่มืด ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้าน ส่งมาครับ มีเสาไฟแต่ไฟไม่ติด อยากให้เพิ่มความสว่าง ไม่ว่าจะเป็นแยกซอยต้นสน แยกหน้า Apartment บ้านเรา ค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน แยกหน้าโรงเรียนวัดหงอนไก่ แยกตลาด โกดังญี่ปุ่น ถนนพุทธสาคร แยกหน้าหมู่บ้านเศรษฐกิจซิตี้ รวมไปถึงปัญหาไฟทางดับบางช่วง บางตอน และปัญหาเสาไฟส่องสว่างหายไปในบางช่วงในพื้นที่ถนนเศรษฐกิจ จึงอยากฝาก เรื่องไปยังแขวงทางหลวงสมุทรสาครให้ช่วยเร่งแก้ไขปัญหานี้โดยด่วนให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณมากครับ ๓ ท่านถัดไปเป็นท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ท่านอวยพรศรี เชาวลิต และท่าน แอนศิริ วลัยกนก เชิญท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ก่อนครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือ ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ได้รับแจ้งจากนายมงคล ทองยิ้ม นายกองค์การบริหารส่วนตำบล หนองประดู่ อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ว่าถนนทางหลวงชนบท หมายเลข กจ.๔๐๕๒ ถนนทางหลวงชนบทหมายเลข ๔๐๒๒ และถนนทางหลวงชนบท หมายเลข กจ.๔๐๖๕ เวลากลางคืนไม่มีไฟส่องสว่าง อยากให้กรมทางหลวงชนบทเข้าไปติดไฟส่องสว่างในเวลา กลางคืนด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับแจ้งจากนายบุญเสริม ผิวอ่อนดี นายกเทศมนตรีตำบลเลาขวัญ อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี และนายกเมธี สุกุลธนาศร นายกองค์การบริหารส่วนตำบล เลาขวัญ ว่าเวลาฝนตกทุกปี ท่านประธานดูภาพนะครับ ฝนตกทุกปีจะเกิดน้ำท่วมในเทศบาล และบริเวณใกล้เคียงทุกปีเลย วันนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขเลย ผมได้ลงไปดูพื้นที่แล้วครับ ก็อยากให้กรมชลประทานหาทางขุดบ่อน้ำหรือสร้างอ่างเก็บน้ำ จะทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้น้ำ หลากลงมาในเทศบาล จะได้ช่วยแก้ไขปัญหาที่เรื้อรังมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว ประชาชน ที่เดือดร้อนจะได้รู้สึกว่าส่วนราชการเข้าไปดูแลนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ได้รับแจ้งจากนายพงศ์ฐกรณ์ โพธิ์พรหม นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลหนองนกแก้ว อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ว่าถนนทางหลวงชนบท หมายเลข ๔๐๒๐ ช่วง กม. ที่ ๒-๕ เวลาค่ำคืนไม่มีไฟส่องสว่าง อยากให้ทางหลวงชนบท เข้าไปติดไฟส่องสว่างในเวลากลางคืนด้วย ชาวบ้านจะได้ใช้ประโยชน์ครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านอวยพรศรี เชาวลิต เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน อวยพรศรี เชาวลิต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต ๙ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันมีข้อหารือถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนกับสถานการณ์ น้ำท่วมภาคใต้ผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะ ภัยพิบัติในจังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาได้มี น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ส่งผลกระทบให้ถนนหลายสายโดยเฉพาะสะพานตัดขาดชำรุด เสียหายหลายเส้นทาง โดยเฉพาะถนนหมายเลข ๔๑๘๙ สายน้ำตกยอดเหลือง กระทูน หมู่ที่ ๙ ตำบลนาเหรง อำเภอนบพิตำ ได้พังเสียหายใช้งานไม่ได้เป็นระยะทางกว่า ๓ กิโลเมตร เมื่อฝนตกหนักในพื้นที่จุดนี้จะเกิดความเสียหายซ้ำซาก ถนนทรุดตัวถูกตัดขาด และไม่สามารถ ใช้งานได้อยู่เป็นประจำ และเกินศักยภาพการดูแลของเทศบาลตำบลนาเหรง องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบ โดยได้ขออนุมัติโครงการปรับปรุงถนนซ่อมถนนสายนี้มาโดยตลอด แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ความพังเสียหายของถนนสายนี้ได้สร้าง ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนกว่า ๕๐ ครัวเรือนในการสัญจรไปมา รวมถึงการขนส่ง สินค้าและผลผลิตทางการเกษตรส่งผลกระทบอย่างมากต่อการทำมาหากินของพี่น้อง ประชาชน ดิฉันจึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรัดฟื้นฟูและ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง และจัดสรรงบประมาณโครงการปรับปรุงถนนหมายเลข ๔๑๘๙ ตำบลนาเหรง อำเภอนบพิตำ ให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ขอขอบคุณและสวัสดีค่ะ🔗
ต่อไปท่านแอนศิริ วลัยกนก เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวแอนศิริ วลัยกนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะ แขวงราษฎร์บูรณะ พรรคประชาชน ดิฉันมีเรื่องจะหารือทั้งหมด ๔ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ โรงเรียนอิสลามวิทยาลัย เขตทุ่งครุ ประสบปัญหาอาคารหอพัก นักเรียนชายชำรุดทรุดโทรม ดิฉันเกรงถึงความไม่ปลอดภัย ทางโรงเรียนได้มีการขอ งบประมาณ ๒๓ ล้านบาท สร้างอาคารใหม่ แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ ดิฉันจึงอยากฝากไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยพิจารณาอนุมัติงบประมาณให้กับน้อง ๆ ในโรงเรียนด้วยนะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ โรงเรียนสอนศาสนาอิสลามคุรุสัมพันธ์ แบ่งออกเป็น ๒ ส่วนคือ ส่วนแรก ศูนย์อบรมจริยธรรม ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกรมศาสนา ส่วนที่ ๒ ก็คือ โรงเรียนสอนศาสนาที่ไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจึงต้องระดมทุนหรือบริจาคกันเอง ขอให้ หน่วยงานกรมศาสนาสนับสนุนงบประมาณเช่นอุปกรณ์การเรียนการสอนเพื่อให้เยาวชน ของมุสลิมด้วยนะคะ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอเพิ่มติดตั้งป้ายรถเมล์โดยสารภายในซอยพุทธบูชา ๓๖ เนื่องจากว่าบริเวณหน้าร้านเจ๊เล้งและฝั่งตรงกันข้ามถูกถอนออกไป มีการทำถนนในซอย พุทธบูชา ๓๖ แต่ปัจจุบันทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ดิฉันจึงขอพิจารณาการติดตั้งป้ายรถเมล์ ทั้ง ๒ จุดนี้อีกครั้งหนึ่งค่ะ🔗
เรื่องที่ ๔ ปัญหาค่าครองชีพ จากการที่ดิฉันได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิดมีการปรับราคาสูงขึ้น อย่างต่อเนื่อง ด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่างไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายนอกหรือภายในสร้างภาระ ค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนเป็นอย่างมากโดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อย ดิฉันจึงอยากฝากไปยัง ฝ่ายรัฐบาลให้ช่วยเร่งหามาตรการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพอย่างเร่งด่วนและจริงจังเพื่อ บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จากการที่ท่านได้เคยหาเสียงไว้ไม่ว่าจะเป็น การแก้ปัญหาด้วยนโยบายต่าง ๆ แต่ปัจจุบันนี้นโยบายต่าง ๆ ที่ท่านได้หาไว้ก็ยังไม่เป็น รูปธรรม ประชาชนยังรอคอยการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพจากรัฐบาล พายุหมุน ทางเศรษฐกิจหมุนกี่โมงคะท่านประธาน ดิฉันอยากฝากไปยังทุก ๆ ท่านว่าวันนี้อยากให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีนะคะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
๓ ท่านถัดไป ท่านวรโชติ สุคนธ์ขจร ต่อด้วยท่านอนุสรณ์ แก้ววิเชียร และท่านชูกัน กุลวงษา เชิญท่านวรโชติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรโชติ สุคนธ์ขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๔ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ วันนี้เป็นวันครูขออนุญาตฝากความระลึกถึงคุณครูทุกท่าน ขอให้ทุกท่าน มีแต่ความสุขที่สั่งสอนลูกศิษย์มานาน ขอให้ทุกท่านมีแต่ความสุขตลอดไป🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่ทางผู้สัญจรใช้ถนนสาย ๑๑๓ จังหวัดเพชรบูรณ์ เชื่อมต่อ จังหวัดพิจิตรช่วงเขารัง ระยะทาง ๑๖ กิโลเมตรครับ เป็น ๑๖ กิโลเมตรที่สร้างมาตั้งแต่ จอมพล ป. สมัยสงครามโลก ครั้งที่ ๒ ถนนมีการปรับปรุงเป็นบางช่วง วันนี้ถนนก็ยังแคบอยู่ อยากจะขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถนนเส้นนี้อยากจะ ปรับปรุงให้เป็นขนาด ๗ ออนซ์ ๑๒ เพื่อความสะดวกในการสัญจรของพี่น้องประชาชน ที่เดินทางระหว่างพิจิตรและเพชรบูรณ์ แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญท่านประธานครับ เขารัง เช่นเดียวกัน ไฟฟ้าแสงสว่างไม่มีเลย กลางคืนระยะทาง ๑๖ กิโลเมตร แล้วเขารังเป็นภูเขา ที่อันตรายมาก ๆ สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนสัญจรไปมาช่วงกลางคืน เพราะฉะนั้นอยากจะฝาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าอยากจะขอไฟแสงสว่างส่องทางระยะทาง ๑๖ กิโลเมตร ตั้งแต่บ้าน ห้วยงาช้าง อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ถึงบ้านสามแยกวังชมภู อำเภอเมืองจังหวัด เพชรบูรณ์ ระยะทาง ๑๖ กิโลเมตรครับท่านประธาน อุบัติเหตุบ่อยมากแล้วก็มืด มีพี่น้อง ประชาชนอาศัยอยู่บนเขารังก็อยากจะได้รับความปลอดภัย อย่างไรฝากท่านประธานถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ กราบขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านอนุสรณ์ แก้ววิเชียร เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร ผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี อำเภอบางกรวย ตำบลบางไผ่ พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง เป็นเรื่องน้ำ ฟ้า และฝั่ง เดี๋ยวขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
เรื่องแรกเป็นเรื่องของน้ำ เรื่องนี้ผม หารือในสภามา ๕-๖ ครั้งแล้วครับท่านประธาน ไปมาหน่วยงานแล้วครับ กรมชลประทาน รัฐมนตรีกระทรวงเกษตร ผู้ว่าราชการจังหวัด รอบนี้ผมขออนุญาตหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยถึงกรมโยธาธิการและผังเมือง เนื่องจากเขื่อนริมตลิ่งของบริเวณ วัดลุ่มคงคาราม อำเภอบางกรวย ผมหารือมาตั้งแต่ร้าว รั่ว พัง แล้วตอนนี้ทิ้งนะครับ จึงขอ หารือว่าเมื่อไร กี่โมงครับ ท่านจะมาทำเขื่อนชั่วคราวให้กับคนบางกรวยสักทีหนึ่ง เดี๋ยวขอ สไลด์ต่อไปนะครับ🔗
ปัญหาที่ ๒ เป็นปัญหาเรื่องฟ้า ฟ้านี้ในความหมายของผมคือเรื่องฝุ่นจากการ ก่อสร้างถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๒ แห่งคือ เทศบาลเมืองบางกรวย และ เทศบาลตำบลปลายบาง จากรูปท่านประธานจะเห็นว่า ๑. มันมีปัญหาการจราจรที่ติดขัด ๒. ฝุ่นละออง ๓. การวางท่อระบายน้ำที่อยู่บริเวณกลางถนน ๔. ไม่มีป้ายเครื่องหมายจราจร ไม่มีไฟสัญญาณจราจร และมีคนงานต่างด้าวมายืนให้สัญญาณ นอกจากนั้นยังไม่มีการ ประชาสัมพันธ์โครงการทั้งกำหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดให้ประชาชนทราบ ไม่มีเบอร์ โทรศัพท์ผู้ติดต่อประสานงาน จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และนายอำเภอบางกรวยเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยนะครับ🔗
เรื่องสุดท้าย เรื่องฝั่ง เดี๋ยวขอสไลด์สุดท้ายด้วยนะครับ เป็นภาพของสะพาน ที่อยู่เชื่อมต่อระหว่างเขตของอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรีและกรุงเทพมหานคร มีทั้ง สะพานกรุง-นนท์ที่อยู่เชื่อมต่อกับเขตตลิ่งชัน สะพานไม้หลังวัดศรีประวัติซึ่งอยู่กับเขต ทวีวัฒนา สะพานเฉลิมพระเกียรติ สะพานหลังวัดปุรณาวาสอยู่เชื่อมต่อกับเขตทวีวัฒนา ทั้ง ๓ ๔ สะพานที่ผมเอ่ยมานี้ชำรุดทรุดโทรม ไม่สามารถแก้โดยฝั่งใดฝั่งหนึ่งได้ จึงขอหารือ ไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเพื่อช่วยประสานกับจังหวัดนนทบุรี🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน ผมขอเวลาท่านประธานสักครู่นะครับ ผมอยาก เรียนท่านประธานผ่านไปยังชาวอำเภอบางกรวยว่า ปัญหาความทุกข์ของชาวอำเภอ บางกรวยทุก ๆ เรื่องผู้แทนราษฎรของท่านคนนี้เข้าใจดีครับ ผมไปยืนรอหน้าห้องผู้ว่า ราชการจังหวัดท่านหนึ่งเกือบครึ่งชั่วโมงได้ยื่นหนังสือครับ ได้ยื่นหนังสือแทนพี่น้องประชาชน มีเบอร์โทรศัพท์ มีที่อยู่ ไม่ได้รับการติดต่อกลับจนถึงทุกวันนี้ ผมไปยืนรอหน้าห้องนายอำเภอ บางกรวยท่านหนึ่ง ๒ ชั่วโมงเพื่อยื่นหนังสือ เหมือนเดิมครับเงียบ สุดท้ายอยากฝากทาง พี่น้องประชาชนครับ อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนชาวไทย ถ้าท่านมีปัญหากับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านไม่พึงพอใจ ใช้สิทธิการเลือกตั้งเพื่อเปลี่ยนผู้บริหารท้องถิ่นครับ ขอบคุณครับ🔗
เลยไปมากนะครับ ต่อไปท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ท่านยอดชาย พึ่งพร ท่านสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ เชิญท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดปทุมธานี เขต ๗ อำเภอลำลูกกา อำเภอธัญบุรี และอำเภอหนองเสือ ขึ้นสไลด์ได้เลยนะครับ🔗
วันนี้ผมมาตามครั้งที่ ๕ ในเรื่อง ของไฟจราจรตรงนี้ วันที่ ๖ มกราคมที่ผ่านมา ผมไปลงพื้นที่ผ่านจุดนี้จุดที่เกิดอุบัติเหตุ บ่อยที่สุด แล้วก็เจออุบัติเหตุต่อหน้าต่อตาเลยผมจึงต้องลงมาช่วยนะครับ ตรงนี้เราต้องการ ติดตั้งสัญญาณไฟจราจร ผมตามมาตั้งแต่ต้นปีที่แล้วจนต้นปีนี้ ๑ ปีเต็ม ๆ เรื่องของเรื่องก็คือ ว่างบประมาณนี้ลงมาแล้ว อนุมัติมาเรียบร้อยแล้วจากเทศบาล แต่กรมทางหลวงยังไม่ทำ สักทีผมก็ไม่ทราบว่าติดขัดอะไร ถ้ากรมทางหลวงไม่ทำก็มอบอำนาจให้กับทางเทศบาล ทำเลย กระจายอำนาจไป ถ้าท่านไม่รับผิดชอบตรงนี้นะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องน้ำประปาของจังหวัดปทุมธานี ตรงนี้คือน้ำขุ่นที่ผมมาปรึกษา ท่านเมื่อคราวที่แล้ว ปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว แต่ปัญหาเหล่านี้เป็นการแก้ไขแบบชั่วคราว ไม่เคยแก้ไขได้ถาวรเลย ผมสงสัยว่าทำไมเราถึงต้องมีน้ำขุ่นอยู่ตลอดเวลา หลังจากซ่อมท่อก็มี น้ำขุ่น หลังจากทำอะไรก็ตามน้ำก็จะขุ่น ตรงนี้คือปัญหาของหมู่บ้านผมเอง แล้วก็ในหลาย ๆ พื้นที่ในจังหวัดปทุมธานีไม่ใช่แค่ในหมู่บ้านหรือจังหวัดปทุมธานีแต่เป็นทั่วประเทศ ผมจึง อยากวิงวอนท่านรัฐมนตรีมหาดไทยช่วย ไหน ๆ ก็เป็นนโยบายท่านด้วย ทำน้ำประปาสะอาด ทั่วประเทศ ก็ขอให้เร่งมือทำเพื่อคนทั้งประเทศไม่ใช่เฉพาะคนลำลูกกา ปทุมธานี หรือคน จังหวัดใด ๆ นะครับ ทำทั่วประเทศเลย🔗
เรื่องที่ ๓ ก็คือกลิ่นสารเคมีที่คลอง ๘ ตรงนี้ผมได้รับแจ้งมาจากหลายราย มาก ๆ กลิ่นสารเคมีฉุนมาก ๆ ทีมงานของผมลงพื้นที่ไปแต่ไม่สามารถหาต้นตอได้ อยากให้ อุตสาหกรรมจังหวัดลงมาตรงพื้นที่หมู่บ้านชูตะวัน คลอง ๘ โรงเรียนเจริญดี คลอง ๘ แล้วกลิ่นก็ลอยตั้งแต่คลอง ๗ คลอง ๘ ไปถึงคลอง ๙ ท่านลองหาสาเหตุดูว่าเกิดจากที่ไหน🔗
เรื่องสุดท้าย ก็คือเรื่องปัญหาหมาแมวจร ตรงนี้เป็นหมู่บ้านอรณิชาสิริ ตรงคลอง ๗ ก็มีผู้เลี้ยงน้องแมวประมาณ ๓๐ ตัว แต่ว่าประสบปัญหาไม่สามารถเลี้ยงต่อได้ ตัวเขาเองไม่อยู่แล้ว อาจจะทำให้เกิดปัญหาว่าน้องแมวจะไปรบกวนเพื่อนบ้านแล้วถูกวางยา ตรงนี้ทางทีมงานก็ลงไปแล้วก็อยากจะให้ท่านได้แก้ไขปัญหาของหมาแมวจรอย่างถูกต้องด้วย ทั้งประเทศ ตอนนี้ก็วิงวอนใครมีอาหารก็ไปบริจาคได้นะครับ หมู่บ้านอรณิชาสิริ คลอง ๗ ขอบคุณมากครับ🔗
ก่อนจะถึงท่านยอดชายผมขออนุญาตย้อนไปที่ท่านชูกัน กุลวงษา เมื่อสักครู่ข้ามมาได้ขานชื่อ ท่านไปแล้ว เชิญท่านชูกันครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ผม ชูกัน กุลวงษา จากพรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธานได้ถามเรื่อง เงินผดุงเกียรติของทหารผ่านศึกนอกประจำการและในประจำการ ที่หลายท่านนั้นได้ฝาก ถามผ่านผมมายังท่านประธานและทางรัฐบาล เพราะทหารผ่านศึกนั้นเขาคือนักรบกล้าผู้ที่ไป สมรภูมิรบ ไม่ว่าทหารผ่านศึกจากเกาหลี สมรภูมิเกาหลี สมรภูมิเวียดนาม สมรภูมิลาว และ สมรภูมิในประเทศไทย ทหารผ่านศึกหลังจากท่านกลับมาจากการผ่านศึกแล้วก็ได้รับ เกียรติยศแห่งชายชาติทหารไทยอย่างสมเกียรติ แต่บางคนกลับมาแขนขาพิการบ้างก็มี ก็ถือว่าทหารนั้นไปเพื่อความลำบากยากแค้น ไปนอนกลางดินกินกลางป่า ไปเพื่อรักษา ปกป้องผืนแผ่นดินไทยของเรา ฉะนั้นวันนี้ทหารเหล่านี้ก็ขอให้รัฐบาลภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรีว่าจะให้เชิดชูเกียรติทหารผ่านศึกโดยที่จะผ่านงบประมาณของทหารผ่านศึก เกี่ยวกับงบเงินผดุงเกียรติทหารผ่านศึกนั้นเมื่อไรและอย่างไร หรือว่าจะได้หรือไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเขาก็รอคอยเพราะเขามาจากศึกสงคราม แล้วบางคนก็จะเห็นในภาพ จะเห็นใน โทรทัศน์ จะเห็นในหนังสือพิมพ์ว่าทหารผ่านศึกไปนอนลำบากมาก บางคนก็ไม่มีที่จะทำกิน ไม่มีที่จะอยู่อาศัยอะไรลักษณะนี้ เราจะทอดทิ้งเขาไม่ได้นะครับท่านประธาน เพราะว่าเขาไป ทำเพื่อประเทศชาติของเรา ไปทำเพื่อแผ่นดินของเรามา ฉะนั้นหวังว่ารัฐบาลชุดนี้จะได้ดูแล ความเป็นอยู่ จะได้ดูแลงบประมาณเกี่ยวกับเงินผดุงเกียรติชายชาติทหารไทยที่ผ่านศึก สงครามมาอย่างลำบาก เขาเอาชีวิต เขาเอาเนื้อ เขาเอาเลือด เขาเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปเพื่อ ปกป้องผืนแผ่นดินไทยเราแทนเรา ฉะนั้นทหารเหล่านี้ลำบาก ถ้าใครไม่ได้เป็นทหาร ไม่ได้ ผ่านศึก ไม่เข้าสู่สมรภูมิก็คงจะไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับว่ามันลำบากขนาดไหน ฉะนั้นผมขอฝาก ท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าสมควรที่จะพิจารณาเรื่องเงินผดุงเกียรติให้กับทหารผ่านศึกที่เขา รอคอย ทหารผ่านศึกทั้งประเทศเดี๋ยวนี้เขาไม่ได้ไปประจำการแล้วก็มี เขาประจำการอยู่ก็มี เขาออกมาแล้วบางคนการทำมาหากินนั้นก็ลำบาก ก็ต้องอาศัยว่าทางรัฐบาลนั้นจะดูแล อย่างไร ฉะนั้นขอฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลได้ดูแลงบผดุงเกียรติของทหารผ่านศึกให้ได้ เร็ววันนี้ก็ยิ่งดี เพราะอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันทหารผ่านศึกแล้ว วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ทุกปีก็จะเป็น วันทหารผ่านศึก ชายชาติทหารผ่านศึกก็จะเป็นเกียรติเป็นศักดิ์ศรีของทหารไทย ในวันนั้น ก็จะเห็นได้ว่าทุกคนนั้น ปวงชนชาวไทยก็ร่วมกันในการจัดซื้อดอกป็อปปี้ที่จะให้สงเคราะห์ หรือว่านำไปช่วยเหลือทหารผ่านศึกที่ผ่านสมรภูมิทุกสมรภูมิด้วยความยากลำบากแสนเข็ญ ของเขานั้น ฉะนั้นขอฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลได้ช่วยกรุณารีบเร่งนำงบประมาณช่วยกับ ทหารผ่านศึกเหล่านี้ที่เขาขอมา🔗
ท่านชูกันเกินเวลาไปมากแล้วครับ เข้าใจแล้วครับ พอสมควรครับ🔗
เพื่อตอบสนองให้แก่ทางทหารผ่านศึก ทุกท่านด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านชูกันขอบคุณมากครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ ๕ และอาจารย์โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ ต่อไปเชิญท่านยอดชาย พึ่งพร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายยอดชาย พึ่งพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เมืองพัทยา ผู้แทนเมืองท่องเที่ยว วันนี้ผมมี ๒ ประเด็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จะขอหารือกับ ท่านประธานครับ ประเด็นแรกเดี๋ยวเราไปดูคลิปกันนะครับ🔗
ด้วย นายนิยม เที่ยงธรรม อดีตรองนายก เทศบาลเมืองหนองปรือได้รับเรื่องจากพี่น้องประชาชนแล้วก็ส่งต่อเรื่องดังกล่าวมาให้ผม ในฐานะผู้แทนราษฎร พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอาศัยอยู่ในหมู่บ้านรัตนากร ๘ กว่า ๑๐๐ หลังคาเรือน มีผู้อาศัยอยู่ราว ๓๐๐ ชีวิต ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ ๑ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ต้องประสบกับปัญหาทางเดินหายใจ โรคปอดในเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง อันเนื่องมาจากมีการลักลอบเผาถ่านขายอยู่ใกล้บริเวณหมู่บ้านซึ่งเป็นรอยต่อ ระหว่างเทศบาลเมืองหนองปรือกับเทศบาลตำบลหนองปลาไหล ปัญหานี้ผมได้ประสาน ไปทางอำเภอบางละมุง โดยการนำของท่านปลัดอาวุโสและได้ลงพื้นที่ร่วมกันแล้วแต่ปัญหา ดังกล่าวยังคงไม่สามารถแก้ไขได้ ทีมผู้ช่วยได้รายงานว่ายังคงมีการลักลอบเผ่าถ่านขาย ในเวลากลางคืนแบ่งเป็น ๓ ช่วงเวลา ตั้งแต่ ๖ โมงเย็น เที่ยงคืน แล้วก็ตีสี่ สร้างปัญหาให้กับ ประชาชนส่วนใหญ่ทั่วบริเวณ ปัจจุบันนี้อำเภอบางละมุงเราได้นายอำเภอคนใหม่แล้วนะครับ จึงเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีให้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย อย่างจริงจังกับกรณีนี้🔗
ประเด็นที่ ๒ ด้วยมีพี่น้องประชาชนรวมไปถึงนักท่องเที่ยวร้องเรียนจำนวน มากเลยนะครับ เรื่องของการใช้รถใช้ถนนในพื้นที่เมืองพัทยาบริเวณถนนสุขุมวิทขาออก ช่วงแยกพัทยาเหนือถึงแยกหนองปรือถนนไม่เรียบ เนื่องจากโครงการพัฒนาเมืองของเมือง พัทยามีการขุดถนนวางท่อเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม หลังวางท่อเสร็จมีการคืนพื้นผิวถนน แต่พื้นผิวถนนนั้นไม่เรียบเป็นลอน เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน เป็นอย่างมาก สุดท้ายนี้จึงเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานต้นสังกัดของเมืองพัทยา โดยกระทรวงมหาดไทยดำเนินการถึงมาตรการในการแก้ไข รวมไปถึงการตั้งงบประมาณ จัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ปัญหา สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของเมืองพัทยาเพื่อการท่องเที่ยว ของประเทศ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปท่านสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม สุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ ผู้แทนราษฎรชาวสวนหลวง ประเวศ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน วันนี้ผมขอหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาที่กระทบต่อพี่น้อง ประชาชนด้วยกัน ๔ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องของขอให้พิจารณาปรับเวลาการห้ามจอดรถ เนื่องมาจาก การจราจรติดขัดในถนนอ่อนนุชนะครับ เนื่องจากพื้นที่ถนนอ่อนนุชเริ่มมีประชากรอาศัย หนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ และจำนวนรถเพิ่มเติมมากขึ้นส่งผลต่อการจราจรติดขัดโดยเฉพาะ ชั่วโมงเร่งด่วน จึงขอฝากให้กองบังคับการจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้ามาสำรวจ และพิจารณากำหนดเวลาห้ามจอดใหม่จากเดิมในถนนอ่อนนุชให้สอดคล้องกับการจราจร ในสภาวะปัจจุบันครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับฟังจากทางศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนเขตประเวศ สะท้อน มาว่าทางศูนย์มีความตั้งใจที่จะดำเนินโครงการฝึกอาชีพให้กับนักเรียน แต่งบประมาณในการ สนับสนุนการดำเนินโครงการดังกล่าวนี้ไม่เพียงพอ จึงขอฝากกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการการฝึกอาชีพด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วม ในหมู่บ้านมิตรภาพ และได้ยื่นร้องเรียนไปยังสำนักงานเขตประเวศและผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครให้กำชับแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา จึงขอฝากให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสำนักงานเขตประเวศช่วยกันดำเนินการ กำชับแก้ไขปัญหานี้อีกครั้ง เนื่องจากประชาชนรอมาหลายปีแล้วครับ🔗
เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องของรถบรรทุกหกล้อและสิบล้อที่วิ่งกันอยู่ในซอย พัฒนาการ ๕๓ ทั้งวันทั้งคืนเลยนะครับ ทั้ง ๆ ที่มีป้ายห้ามวิ่งรถตั้งแต่ ๖ โมงจนถึง ๑๐ โมง และตั้งแต่ ๕ โมงเย็นจนถึง ๓ ทุ่ม ปรากฏอยู่ในซอย จึงขอฝากให้กรมการขนส่งทางบกและ เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ รวมถึงสำนักงานเขตสวนหลวงเข้ามาตรวจสอบและกวดขันให้กับ พ่อแม่พี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
๓ ท่านถัดไปนะครับ จะเป็นท่านฐากร ตัณฑสิทธิ์ ท่านธนาธร โล่ห์สุนทร แล้วต่อด้วย ท่านร่มธรรม ขำนุรักษ์ เชิญท่านฐากร ตัณฑสิทธิ์ ก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย ก่อนอื่นผม ต้องขอแสดงความยินดีกับวันครูแห่งชาติ ขอแสดงความกตัญญูกตเวทิตาถึงคุณครูทุกคน และที่สำคัญที่สุดก็คือคุณครูที่เป็นพ่อแม่ของพวกเราที่เป็นคุณครูลำดับต้น ๆ ของพวกเรา ทุกคนครับ ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ได้รับข่าวว่าจะมีการแถลงแนวทางการลดค่าไฟในวันนี้จาก สำนักงานคณะกรรมการกิจการพลังงาน ผมคิดว่าจะเป็นข่าวดีที่ค่าไฟจากหน่วยละ ๔.๑๕ บาท จะลดลงเหลือ ๓.๗๐ บาท ซึ่งจะเป็นข่าวดีกับพี่น้องประชาชน ก็ขออนุญาต เรียนว่าขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ขอให้การแถลงข่าวในวันนี้เป็นเรื่องจริง เถอะครับ จะทำให้พี่น้องประชาชนทุกคนดีใจและแสดงความยินดีกับข่าวนี้อย่างแน่นอนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องเงินในการแจก Digital Wallet เข้าใจว่าในเฟสที่ ๑ แจกไปเกี่ยวกับผู้ที่เป็นบัตรสวัสดิการและผู้พิการประมาณ ๑๔.๒ ล้านคน ซึ่งใช้เงินไป ประมาณ ๑.๔๒ แสนล้านบาท ในเฟสที่ ๒ ในครั้งนี้จะมีการแจกในวันที่ ๒๗ มกราคมนี้ เข้าใจว่าจะเป็นยอดวงเงินประมาณ ๓-๔ ล้านคน ยอดวงเงินก็คงตกงบประมาณไม่เยอะ เท่าไรตรงนี้ ในเฟสที่ ๓ ซึ่งรัฐบาลแถลงออกมาก็คงจะแจกในกลุ่มของที่เราเรียกกันว่า เป็นกลุ่มทั่วไป ที่จะมีการแจกก็คือประมาณ ๑๓.๖ ล้านคน คำถามของผมก็คือเมื่อเรารวม จำนวนตัวเลขออกมาทั้งหมดรัฐบาลจะมีการแจกออกไปประมาณ ๓๐.๘ ล้านคน ในการ จัดตั้งงบประมาณปี ๒๕๖๗ ๒๕๖๘ และมีการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ รัฐบาลตั้งไว้ ประมาณ ๔๕-๕๐ ล้านคน คำถามก็คือตรงนี้จะเอาเงินที่เหลือไปทำอะไร ขออนุญาต สอบถามไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณเป็น อย่างยิ่งครับ🔗
ต่อไปท่านธนาธร โล่ห์สุนทร แสดงความยินดีด้วยนะครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ธนาธร โล่ห์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือ กับท่านประธาน จำนวน ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการประสานงานจากท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบล บ้านเสด็จ ว่าที่ร้อยตรีอรุณศักดิ์ ปัญญายืน ว่าพี่น้องตำบลบ้านเสด็จ หมู่ที่ ๕ แล้วก็ บ้านปงชัยพัฒนา หมู่ที่ ๑๗ ขอรับการสนับสนุนการก่อสร้างโครงการฝายน้ำล้นบริเวณ หลังวัดบ้านเสด็จที่ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เพื่อใช้เป็นที่กักเก็บน้ำไว้ใช้ ในฤดูแล้ง แล้วก็เพื่อส่งเสริมการรักษาพันธุ์สัตว์น้ำ แล้วก็เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจให้กับ ประชาชนในพื้นที่ตำบลบ้านเสด็จแล้วก็ตำบลใกล้เคียง ซึ่งขณะนี้ได้รับทราบว่าทาง ชลประทานจังหวัดลำปางก็บรรจุอยู่ในแผนศึกษาแล้ว ก็ขอฝากท่านประธานไปยัง กรมชลประทานในการที่จะเร่งรัดสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการก่อสร้างโครงการนี้ ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้ช่วยเร่งรัดการสร้างถนนเชื่อมระหว่างอำเภองาวไปยัง อำเภอแจ้ห่ม เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางไปมาระหว่างพี่น้อง ๒ อำเภอนี้นะครับ เพราะในปัจจุบันเส้นทางการสัญจรระหว่าง ๒ อำเภอนี้ก็ค่อนข้างที่จะลำบาก เพราะว่ามี ปัญหาที่ติดพื้นที่ป่าอยู่ ตัวเส้นนี้จะแบ่งเป็น ๓ ช่วงทางด้วยกันก็คือ ตำบลบ้านอ้อนถึงตำบล นาแก อำเภองาว ระยะทาง ๑๖ กิโลเมตร อยู่ในเขตป่าแม่โป่ง ตำบลนาแกถึงตำบลปงดอน ในอำเภอแจ้ห่ม ระยะทาง ๒.๔ กิโลเมตร ก็อยู่ในเขตป่าแม่โป่งเช่นกัน ในช่วงที่ ๓ ตำบล ปงดอนถึงทางหลวงหมายเลข ๑๐๓๕ ระยะทาง ๓๓.๖ กิโลเมตร อยู่ในเขตป่าแม่แจ้ฟ้า รวมระยะทางทั้งหมด ๕๒ กิโลเมตร ก็ฝากท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคม แล้วก็ กรมทางหลวงชนบท รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการที่จะเร่งรัดดำเนินการทำถนนเส้นนี้ ให้โดยเร็ว ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านร่มธรรม ขำนุรักษ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ อันดับแรก ผมขอแสดง ความอาลัยและสดุดีวีรบุรุษครูตำรวจตระเวนชายแดนผู้กล้าคือ พันตำรวจโท สุวิทย์ ช่วยเทวฤทธิ์ และดาบตำรวจ โดม ช่วยเทวฤทธิ์ ๒ พ่อลูกผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ลอบวาง ระเบิดรถยนต์ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งทั้ง ๒ ท่าน มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่บ้านหน้าวัง ตำบลคลองทรายขาว อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง ในพื้นที่ของผมครับ ผมขอขอบคุณ ในความเสียสละของทั้ง ๒ ท่าน และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้การดูแล เยียวยา และ ช่วยเหลือครอบครัวของท่านอย่างเหมาะสม จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ผมหวังว่ารัฐบาลจะให้ ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนใต้มากยิ่งขึ้น แล้วขอใช้โอกาสตรงนี้ ส่งกำลังใจไปถึงเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ผมหวังและขอดุอาอ์ให้เกิดความสันติสุขโดยเร็วครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เนื่องในวันนี้เป็นวันครูแห่งชาติ แล้ววันเด็กก็เพิ่งผ่านพ้นไปครับ ผมจึงขอหารือไปยังรัฐบาล แล้วก็กระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนา การศึกษาของเราให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นในทุกพื้นที่ ตั้งแต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทางการศึกษา อาคาร และอุปกรณ์การเรียน การพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับยุคปัจจุบัน แล้วก็อนาคต เน้นการสร้างทักษะ การเรียนรู้เชิงปฏิบัติ นอกจากนี้การสนับสนุนผู้เรียน ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกัน ทั้งทุนการศึกษา การส่งเสริมการเข้าถึง การศึกษาของกลุ่ม เปราะบาง แล้วก็นักเรียนที่หลุดออกจากระบบครับ🔗
อีกเรื่องที่สำคัญก็คือสวัสดิการของครู วันนี้เราควรเพิ่มเงินเดือนของครู ทั้งครู ของรัฐ ครูลูกจ้าง ครูเอกชน แล้วก็ครูสอนศาสนาให้มีความเหมาะสมกับค่าครองชีพ ในปัจจุบัน อีกทั้งยังควรเน้นการลดภาระงานที่ไม่จำเป็น มีการพัฒนาทักษะอยู่เสมอ แล้วก็ ทำให้การย้ายครูกลับจังหวัดตามภูมิลำเนาตามความประสงค์ของเขามีความสะดวกรวดเร็ว มากยิ่งขึ้นครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ผมขอหารือไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติโดยกรมทรัพยากร น้ำบาดาล ขอให้พิจารณาสนับสนุนโครงการจัดหาแหล่งน้ำบาดาลระยะไกลให้กับเทศบาล ตำบลอ่าวพะยูน ในพื้นที่บ้านโพธิ์ หมู่ที่ ๔ ตำบลปากพะยูน อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ผมขอหารือไปยังรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบูรณาการเพื่อการบำบัดยาเสพติด ในจังหวัดพัทลุงและทั่วประเทศครับ วันนี้เรามีสถานที่ทางราชการ สถานที่ของรัฐมากมาย ที่สามารถรองรับการจัดทำสถานบำบัดได้เช่นในค่ายทหารเป็นต้น วันนี้ยาเสพติดเป็นปัญหา ใหญ่ส่งผลกระทบในหลายมิติต่อประเทศ เราต้องเน้นการฟื้นฟู บำบัด แล้วก็คืนผู้ติดยา เสพติดกลับสู่สังคมให้ได้มากที่สุดครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณมากครับ ๓ ท่านถัดไป ท่านสกุณา สาระนันท์ ต่อด้วยท่านเกษม อุประ และสุดท้าย ท่านอดิพงษ์ ฐิติพิทยา เชิญท่านสกุณาครับ ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวผมวนมาใหม่ ท่านเกษม อุประ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม อุประ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ ถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เรื่องที่ดินทำกิน เอกสารสิทธิในพื้นที่ อำเภอคำตากล้า อำเภอบ้านม่วง และอำเภอวานรนิวาส ซึ่งเรื่องนี้ผมเคยหารือท่านประธาน ไปหลายครั้งแต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ฝากถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีแพทองธารได้แก้ไขปัญหา เรื่องนี้ให้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ถึงกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เนื่องจากได้รับการร้องทุกข์จาก ราษฎรบ้านนายม จากนายกบริสุทธิ์ สังชาตรี อบต. อินทร์แปลง เรื่องสะพานข้ามลำน้ำ ห้วยซางซึ่งเป็นสะพานไม้ชำรุด อยากจะให้แก้ไขเป็นสะพานคอนกรีตเพื่อความสะดวกในการ เดินทางด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ถึงกรมทรัพยากรน้ำบาดาลที่จะแก้ไขปัญหา คือเนื่องจากว่า ขาดแคลนน้ำในตำบลหนองบัวสิม ซึ่งได้รับการร้องทุกข์จากนายกสังขพงศ์ นพแก้ว ซึ่งได้แจ้ง เรื่องนี้ที่บ้านนาถ่อน และอีกจุดหนึ่งนั่นก็คือที่ตำบลอินทร์แปลงซึ่งถือว่าขาดแคลนน้ำ เป็นอย่างมาก ได้ส่งเรื่องถึงอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลแต่ว่าก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข อยากจะฝากถึงทางท่านรัฐมนตรีด้วยได้ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องนี้โดยเร่งด่วนด้วย ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านอดิพงษ์ ฐิติพิทยา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๓ อำเภอกระสัง อำเภอห้วยราช ตำบลป่าชัน ตำบลโคกขมิ้นของอำเภอพลับพลาชัย พรรคภูมิใจไทย กระผมขออนุญาตปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ใน ๒ ประเด็น ดังต่อไปนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ได้รับแจ้งจากท่านแดง อนันรัมย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ตาเสาว่าชาวบ้านหนองแวง หมู่ที่ ๙ ตำบลตาเสา อำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ กำลัง ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน สระหนองแวงเป็นสระน้ำหลักของหมู่บ้าน ซึ่งปัจจุบันมีความลึก ๓ เมตร กว้าง ๑๖๒ เมตร ยาว ๒๖๘.๕ เมตร ปัจจุบันนี้มีสภาพตื้นเขิน ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ หากได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการขุดลอกจะช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในยามหน้าแล้งและ ฝนทิ้งช่วง ลดปัญหาการขาดแคลนน้ำ มีน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคได้ตลอดทั้งปี จึงขอนำเรียน ไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรด ให้ความช่วยเหลืออนุเคราะห์จัดสรรงบประมาณเพื่อการขุดลอกและพัฒนาสระหนองแวง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ กระผมได้รับแจ้งจากท่านกมลทิพย์ รังสิพุฒิศักดิ์ นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลสนวนว่าชาวบ้านจบก หมู่ที่ ๖ ตำบลสนวน อำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ มีหนองจบกซึ่งเป็นหนองน้ำหลักของหมู่บ้าน ปัจจุบันนี้มีสภาพตื้นเขิน มีขนาดลึก ๓ เมตร กว้าง ๖๐ เมตร ยาว ๑๔๘ เมตร ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้เพียงพอ ทำให้ประสบปัญหาการ ขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและอาชีพเกษตรกรรมของ ประชาชนในพื้นที่ หากได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการขุดลอกจะช่วยให้หนองจบกนั้น เพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำ รองรับความต้องการของประชาชนในช่วงหน้าแล้ง และช่วยลดปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและอุปโภคบริโภคได้อย่างยั่งยืน และตลอดไป จึงขอนำเรียนไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดให้ความช่วยเหลืออนุเคราะห์จัดสรรงบประมาณเพื่อขุดลอก และพัฒนาหนองจบกเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอกราบ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสกุณา สาระนันท์ เปลี่ยนเป็นท่านทรงยศ รามสูต เชิญท่านสุดท้ายครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย พอดีท่าน สส. สกุณา สาระนันท์ ติดประชุมกรรมาธิการเรื่องสำคัญ เดิมทีท่าน จะหารือเรื่องมันนะครับ ก็เลยให้ผมหารือแทน ผมก็อยากจะหารือผ่านท่านประธานไปยัง กระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการพิจารณาค่าตอบแทนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คือผมไปฉลองกำนันมานี่เขาบอกว่า คือหลักเกณฑ์ในการคำนวณฐานเงินเดือนจาก ผู้ใหญ่บ้านพอได้เลื่อนขั้นเป็นกำนัน คือผู้ใหญ่บ้าน Start ที่ ๑๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ได้ขั้นปีละ ๒๐๐ บาท แต่คราวนี้พอเป็นกำนันปุ๊บบางคนเป็นผู้ใหญ่บ้านมา ๑๐ กว่าปีขึ้นไป ๑๒,๐๐๐ บาท เกือบ ๑๓,๐๐๐ บาท พอมาเป็นกำนันปุ๊บต้องถอยกลับลงมาเหลือ ๑๒,๐๐๐ บาท ฉะนั้นอันนี้ เงินอาจจะไม่มาก แต่อยากจะฝากให้เป็นมาตรฐานเพราะว่าผมก็เคยรับราชการ เวลาเขา พิจารณาขั้นเงินเดือนถ้าเราเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งเขาก็นับฐานเงินเดือนต่อไป ก็อยากจะฝาก กระทรวงมหาดไทยพิจารณาหลักเกณฑ์ตรงนี้ เช่นเดียวกันกับตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน พอเลื่อนกลับมาเป็นแพทย์หรือสารวัตรก็ต้องถอยจาก ๖,๐๐๐ บาทกว่า กลับมารับที่ ๕,๐๐๐ บาทกว่า ก็อยากจะฝากทางกระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาหลักเกณฑ์นี้ เป็นการ พิจารณาฐานของขั้นเงินเดือน🔗
เรื่องต่อไปก็คือฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือในเรื่องของคลองส่งน้ำของ บ้านแฮะ ตำบลแสนทอง ซึ่งเขาทำโครงการในการที่จะทำคลองส่งน้ำ ระยะทางประมาณ เกือบ ๒ กิโลเมตร ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทราบข่าวมาทาง อบต. ได้ประสาน มาแล้วงบประมาณประมาณ ๑๙ ล้านบาทเศษ ก็ฝากให้รัฐบาลได้พิจารณาหางบกลาง หรืองบอะไรมาดูแลในส่วนตรงนี้ ก็ฝากให้รัฐบาลไปพิจารณาในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ นอกจากนี้ ยังมีอีกหลาย ๆ เรื่อง แต่ระยะเวลาจำกัดก็ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ท่านสมาชิกครับ ผมขอเวลา ๒ นาที เดี๋ยวกลับมาเปิดประชุมให้ครับ🔗
พักการประชุมเวลา ๑๐.๓๘ นาฬิกา🔗
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อเข้าร่วมประชุมแล้วทั้งสิ้น ๒๘๔ ท่าน ถือว่าครบ องค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
สำหรับกระทู้ถามแยกเฉพาะ เราจะดำเนินการถามตอบกระทู้ในห้องแยกเฉพาะ ที่ชั้น ๑ พร้อม ๆ กันไปตั้งแต่เวลานี้เลย ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ นะครับ🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑. นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
กระทู้ถามสดด้วยวาจาลำดับที่ ๑ ของท่านญาณธิชา บัวเผื่อน ถามท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอิทธิ ศิริลัทธยากร มาตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ เชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ถาม ท่านญาณธิชา บัวเผื่อน เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกลค่ะ ท่านประธานคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณท่านอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นอย่างสูงที่กรุณามาตอบกระทู้ถาม เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาการส่งออกทุเรียน ของดิฉันในวันนี้ เพราะมันมีความสำคัญกับ พี่น้องชาวสวนทุเรียนทั้งประเทศเป็นอย่างมาก หากมีปัญหาการส่งออกไม่ได้หรือว่าส่งออก ล่าช้าจะทำให้กระทบห่วงโซ่ของทุเรียนทั้งระบบซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าแสนล้านบาท ขอสไลด์ ด้วยค่ะ🔗
ดิฉันขออนุญาตให้ทุกท่านดูสถิติ ปริมาณผลผลิตและมูลค่าการส่งออกทุเรียนสักนิดหนึ่งก่อนนะคะ จากสไลด์นี้จะเห็นได้ว่า ในปี ๒๕๖๖ ปริมาณทุเรียนทั้งประเทศมีปริมาณกว่า ๙๕๐,๐๐๐ ตัน มีมูลค่าการส่งออก ๑๓๗,๐๐๐ ล้านบาท และเราส่งออกไปประเทศจีนถึง ๙๖ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณทุเรียน ทั้งหมด ท่านประธานคะ เมื่ออาทิตย์ก่อนเราคงทราบกันดีถึงกรณีที่จีนมีมาตรการตรวจเข้ม การนำเข้าทุเรียนจากประเทศไทย โดยทุเรียนที่จะส่งออกไปจีนต้องแนบผลการตรวจ สารย้อมสี Basic Yellow 2 และสารแคดเมียมทุกตู้ โดยจีนได้ออกประกาศเมื่อวันที่ ๘ มกราคม และให้มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคมที่ผ่านมา โดยทางการจีนจะดำเนินการ สุ่มตรวจที่ด่านนำเข้าทุกตู้ ไม่ว่าจะเป็นด่านทางบก ด่านทางน้ำ หรือว่าด่านทางอากาศ หากพบว่ามีสารปนเปื้อนจะระงับการนำเข้าทันที มีการเปิดเผยถึงที่มาของการใช้สาร Basic Yellow 2 ในน้ำยาชุบทุเรียนว่าเริ่มใช้จริงจังเมื่อประมาณ ๓-๔ ปีที่แล้ว เดิมจะใช้สีผสม อาหารหรือว่าขมิ้น เพื่อที่จะให้เปลือกทุเรียนเป็นสีเหลืองไม่มีอันตราย แต่เมื่อความนิยมของ คนจีนชอบเปลือกสีเขียวจึงนำสาร Basic Yellow 2 นี้เข้ามาใช้ในล้ง โดยคนจีนนำเข้ามา และรับจ้างชุบสีให้ล้งต่าง ๆ ตู้ละ ๑๒,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ บาท โดยที่เจ้าของล้งก็ไม่ได้รู้หรอก ว่าสารที่ใช้นั้นเป็นสารอันตรายจนกระทั่งจีนตรวจพบ ท่านประธานคะ ในช่วงระยะเวลาที่จีน ประกาศและให้มีผลบังคับใช้มีระยะเวลาเพียงแค่ ๒ วันเท่านั้น ทำให้ผู้ประกอบการส่งออก ไม่สามารถหาใบรับรองผลการตรวจสารนี้ได้ทัน มีรายงานจากฝ่ายเกษตรกวางโจวได้รับแจ้ง จากศุลกากรหนานหนิงว่า เมื่อเช้าวันเสาร์ที่ ๑๑ มกราคมที่ผ่านมา GACC ได้สั่งการให้ ด่านศุลกากรจีนทุกด่านปฏิเสธการนำเข้าทุเรียนจากประเทศไทย หากไม่มีผลแล็บแนบมากับ ตู้ทุเรียน และมีสินค้าที่เข้าทางสนามบินหนานหนิงถูกปฏิเสธการนำเข้าแล้วค่ะ เมื่อเกิด เหตุการณ์แบบนี้ทำให้วงการการส่งออกทุเรียนทั้งระบบปั่นป่วนมาก เนื่องจากว่าทุเรียนไทย ที่ส่งไปประเทศจีนผ่านด่านทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ ก่อนวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๘ ถูกตีกลับจากจีนแล้ว ๔ ตู้ และตกค้างอยู่ที่ด่านฝั่งไทยประมาณ ๑๐-๑๒ ตู้ รวมประมาณ ๑๖ ตู้ และทราบข่าวว่า ณ วันนี้ตู้ทุเรียนไทยที่ถูกตีกลับมาเนื่องจากไม่มีใบรับรองสาร Basic Yellow 2 ยังไม่สามารถนำกลับเข้ามาที่ไทยได้เลยเนื่องจาก อย. ยังไม่ให้เข้านะคะ ดิฉันจึงขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยเข้าไปดูแลเรื่องนี้ด้วยค่ะ เขาส่งไปก่อนในระหว่างทางที่จะมี การบังคับใช้สารนี้ เมื่อเข้าจีนไม่ได้ท่านต้องให้เขานำตู้ทุเรียนกลับเข้ามาที่ไทยได้ เขาอาจจะ นำมาขายในตลาดในประเทศก็ได้ก็จะทำให้เขาเสียหายน้อยลง ฉะนั้นในช่วงวันที่ ๑๐ ถึง วันที่ ๑๕ มกราคม มีความเสียหายไปแล้ว ๑๐๐ ล้านบาท ตู้ทุเรียนตู้หนึ่งก็ประมาณ ๕ ล้านบาท ส่งผลให้ล้งหยุดการรับซื้อไปก่อน ๕ วัน ทำให้ราคาร่วงจาก ๒๓๐-๒๔๐ บาท ไปอยู่ที่ราคา ๑๑๐-๑๒๐ บาทเท่านั้น ราคาลดลงไปครึ่งหนึ่งเลย แทนที่จะได้เงินเต็ม ๆ กลับกลายเป็นว่านี่ได้เงินครึ่งเดียวค่ะ ถ้าคิดมูลค่าความเสียหายซึ่งปกติในเดือนมกราคมจะมี ทุเรียนใต้ส่งออกไปจีนเฉลี่ยวันละ ๑๐ ตู้ หากไม่สามารถส่งออกไปได้จนถึงสิ้นเดือนมกราคม จะทำให้เสียโอกาสจากการส่งออกทุเรียนวันละ ๕๐ ล้านบาท ๑๕ วัน ก็ ๗๕๐ ล้านบาทแล้ว แล้วทุเรียนส่วนใหญ่ตอนนี้มาจากภาคใต้ทำให้ชาวสวนทุเรียนภาคใต้และผู้ประกอบส่งออก เดือดร้อนและตื่นตระหนกตกใจกันเป็นอย่างมาก ท่านประธานคะ ท่ามกลางความ ตื่นตระหนกตกใจที่ทุเรียนไทยถูกตีและล้งชะลอการรับซื้อออกไปก่อน เรายังคงพบว่าไทย ไม่เคยมีการตรวจรับรองสาร Basic Yellow 2 มาก่อนเลย ยังไม่รู้ว่าขั้นตอนเป็นอย่างไรบ้าง ได้ผลการตรวจรับรองไปแล้วจีนจะรับรองผลการตรวจนี้หรือไม่ รวมไปถึงระยะเวลาในการ ตรวจที่แล็บต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจกี่วัน หากใช้เวลานานรวมกับระยะเวลาที่จีนแจ้งว่า จะสุ่มตรวจที่หน้าด่านทุกตู้โดยใช้ระยะเวลา ๗ วันทำการ เราลองมาคิดดูเล่น ๆ ว่าทุเรียน จากประเทศไทยจะไปถึงมือผู้บริโภคที่จีนกี่วันกันคะ เริ่มจากทุเรียนออกจากสวน ๑ วัน ล้ง Pack และปล่อยตู้ในวันที่ ๓ รอผลแล็บ ๓ วัน ใช้เวลาในการเดินทางไปจนถึงหน้าด่าน ๓ วัน เท่ากับ ๙ วันแล้ว รอตรวจที่หน้าด่าน ๗ วันทำการ วันหยุดไม่นับ เท่ากับต้องรอผล การตรวจที่หน้าด่านอีก ๙ วัน ๙ บวก ๙ เป็น ๑๘ วันแล้วค่ะ เดินทางจากด่านไปถึงตลาด ที่จีนอีก ๒ วัน รวมระยะเวลาทั้งสิ้นอยู่ในช่วง ๒๐ วัน ทุเรียนแตก เน่าเสีย เสียหายหมดแล้ว นี่ยังไม่นับรวมถึงทุเรียนของภาคตะวันออกที่จะออกเยอะในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือน พฤษภาคม ซึ่งจะออกวันละประมาณ ๖๐๐-๗๐๐ ตู้ ซึ่งช่วงระยะเวลาปกติก็มีปัญหาอยู่แล้ว มีปัญหารถติดที่หน้าด่านอยู่แล้ว หากว่ามีปัญหาที่จีนนี่ตรวจทุกตู้อีกจะมีระยะเวลา ๗ วัน ทำการในการตรวจ จะทำให้รถติดที่หน้าด่านยาวหลายสิบกิโลเมตรเหมือนตอนที่เราประสบ อยู่ในช่วงโควิดแน่นอนนะคะ นอกจากนี้เมื่อมีตู้ Container ไปติดค้างสะสมอยู่ที่หน้าด่าน หลายวัน จะทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนตู้ Container ตามมา ดังนั้นหากไม่รีบแก้ไข ปัญหานี้จะทำให้เกิดปัญหาตามมาหลายอย่าง และดิฉันเข้าใจว่าการแก้ไขปัญหานี้ต้องบูรณาการ กันหลายกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวง การต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพียงกระทรวงเดียว ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ แต่อย่างไรก็ดีดิฉันขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยเป็นอย่างสูง ที่กรุณามาตอบคำถามของดิฉันในวันนี้ และหวังว่าท่านจะเป็นเสมือนตัวแทนจากรัฐบาล มารับปัญหานี้ไปแล้วเร่งรัดแก้ไขให้ด้วยค่ะ🔗
ดังนั้นคำถามที่ดิฉันจะถามท่านรัฐมนตรีคำถามแรกก็คือว่า ท่านรัฐมนตรี มีมาตรการในการควบคุมสารนี้อย่างไรไม่ให้มีการใช้สารนี้ในล้งต่าง ๆ จะมีเจ้าหน้าที่ไปตาม ตรวจที่ล้งด้วยหรือไม่ จะมีการตรวจสอบหรือไม่ว่าสารนี้ถูกนำมาใช้ได้อย่างไร ใครเป็นคน นำเข้ามา โรงงานผลิตอยู่ที่ไหน และมีมาตรการการลงโทษสำหรับผู้กระทำผิดอย่างไร และกระบวนการในการตรวจรับรองสาร Basic Yellow 2 นี้จะเริ่มตรวจรับรองได้เมื่อไร ใช้ระยะเวลาในการรอผลตรวจกี่วัน และในช่วงที่ทุเรียนออกเยอะ ๆ เช่นวันละ ๖๐๐ ตู้ จะตรวจทันหรือไม่ มีแล็บเพียงพอไหม และไม่ใช่แค่การรับรองให้มันผ่าน ๆ ไป เพราะว่า ถ้าจีนเขาตรวจเจอก็จะเกิดปัญหาว่าจีนก็จะไม่มั่นใจในการตรวจรับรองของเรา ก็จะทำให้ พังกันทั้งระบบ ขอทราบรายละเอียดสำหรับคำถามแรกนะคะ ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้มาตอบกระทู้ถาม ของท่าน สส. ญาณธิชา บัวเผื่อน พรรคประชาชน พรรคก้าวไกลเก่า จังหวัดจันทบุรี ก่อนอื่น ผมต้องขอขอบคุณท่าน สส. ญาณธิชา บัวเผื่อน ที่ท่านเป็นห่วงเป็นใยต่อสถานการณ์ปัญหา การส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีนเพราะว่าท่านเป็นคนจันทบุรี จังหวัดจันทบุรีนั้นขึ้นชื่อ เรื่องของการปลูกทุเรียน วันนี้ถ้าท่านไม่ถามกระทู้นี่ผมถือว่าท่านบกพร่อง แต่ท่านได้ทำ หน้าที่ของท่านอย่างสมบูรณ์แบบ ผมเต็มใจที่จะมาตอบกระทู้เพราะว่าพี่น้องชาวเกษตรกร ที่ปลูกทุเรียนนั้นมากมายเหลือเกิน ขอตอบคำถามของท่านเลยนะครับ🔗
วันนี้สินค้าทุเรียนเป็นสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูงสำคัญของประเทศไทย จากตัวเลขปีที่แล้วตัวเลขการส่งออกราว ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเราไม่แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ผลกระทบจะตกอยู่ที่เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นขอชี้แจงข้อเท็จจริง ทางกรมวิชาการเกษตรได้รับจดหมายจาก GACC หรือสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐ ประชาชนจีน เมื่อวันที่ ๘ ตามที่ท่านพูดมาแล้วนะครับ ทางการจีนได้ตรวจพบสาร Basic Yellow 2 หรือเรียกกันว่า BY2 หรือที่เรารู้กันก็คือสีย้อมผ้าอุตสาหกรรม โดยทางจีนจะปฏิเสธ การขออนุญาตการนำเข้าทุเรียนจากประเทศไทยทั้งหมด ยกเว้นจากการได้รับผลการตรวจสอบ Test Report ว่าทุเรียนที่ส่งไปนั้นปราศจากสารปนเปื้อนของสาร BY2 B หลังจากนั้น กรมวิชาการเกษตรได้เร่งออกประกาศของกรมวิชาการเกษตรมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ว่าห้ามมีสาร BY2 และสารเคมีเกษตรอื่น ๆ ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ หากตรวจพบ กรมวิชาการเกษตรจะทำยึดใบอนุญาตของผู้ประกอบการล้ง และกรมวิชาการเกษตรก็ได้ส่ง สารวัตรเกษตรและทีมงานพญานาคของกระทรวงไปตรวจสอบตามล้งต่าง ๆ เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๘ ได้เรียกผู้ประกอบการทุเรียนทั้งหมดเพื่อออกมาตรการ ๔ ไม่ คือ ๑. ไม่อ่อน ๒. ไม่หนอน ๓. ไม่สวมสิทธิ และ ๔. ไม่มีสี ไม่มีสารปนเปื้อน เพื่อทำความเข้าใจ ร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อเป็นมาตรการบังคับใช้ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้กรมวิชาการเกษตรยังได้เชิญผู้ประกอบการที่เป็นห้องปฏิบัติการ หรือที่พวกเรา เรียกกันว่าห้องแล็บ เพื่อให้ห้องแล็บที่สามารถดำเนินการได้ในประเทศไทยนั้นสั่งตัวอย่าง สารมาตรฐาน BY2 มาจากประเทศญี่ปุ่นและประเทศสิงคโปร์โดยเร็ว ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือ จากผู้ประกอบการในห้องปฏิบัติการอย่างดี สามารถนำสารตัวอย่างเข้ามาได้ในคืนวันที่ ๑๔ มกราคมที่ผ่านมา หลังจากนั้นวันที่ ๑๕ มกราคม กรมวิชาการเกษตรร่วมกับผู้ประกอบการ ห้องปฏิบัติการจะได้เร่งวิเคราะห์หามาตรฐานและวิธีการตรวจสอบที่ทางการจีนกำหนด โดยคาดว่าจะวิเคราะห์เสร็จภายในวันที่ ๑๖ มกราคมนี้ หลังจากนั้นกรมวิชาการเกษตรจะส่ง มาตรฐานและวิธีการตรวจสอบไปยัง GACC เพื่อให้ GACC รับรอง จากการพูดคุยเบื้องต้น คาดว่า GACC จะรับรองผลภายในวันศุกร์นี้คือวันพรุ่งนี้ และจะใช้เวลาในการตรวจสอบสาร BY2 ภายใน ๔๘ ชั่วโมง โดยจะสามารถส่งออกทุเรียนไทยได้ในวันจันทร์ที่ ๒๐ มกราคมนี้ สรุปแล้วหลังจากนี้การส่งออกทุเรียนไปจีนสินค้าทุกตู้จำเป็นที่จะต้องแนบผลการทดสอบสาร BY2 ถ้าผู้ประกอบการรายใดไม่มีใบรับรองนี้ก็จะไม่สามารถส่งออกทุเรียนไปจีนได้ครับ ขอตอบเบื้องต้นแค่นี้ก่อนครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญท่านญาณธิชาครับ🔗
ดิฉันขอถามคำถามต่อไปเลยนะคะ จากที่ดิฉันกล่าวไปแล้วในข้างต้นว่าในช่วงประมาณเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ที่ทุเรียน ภาคตะวันออกจะมีการส่งออกเยอะที่สุดประมาณ ๖๐๐-๗๐๐ ตู้ หากจีนตรวจเข้มทุกตู้ และมีระยะเวลาในการตรวจ ๗ วันทำการ จะทำให้มีรถติดที่หน้าด่านยาวมากเป็นจำนวน หลายสิบกิโลเมตร ทำให้ใช้เวลานานเกือบ ๒๐ วันกว่าที่ทุเรียนจะไปถึงมือผู้บริโภคที่จีน ดิฉันคิดว่าปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ เพราะว่าทุก ๆ ปีขณะที่ยังไม่มีปัญหานี้ก็ยังประสบกับ ปัญหารถติดที่หน้าด่าน ต้องไปเจรจาให้จีนเปิดวันและเวลาในการทำงานเพิ่ม ปีนี้ยังมาเจอ กับปัญหานี้อีก ท่านวางแผนรับมือกับปัญหานี้อย่างไร มีการวางแผนจะไปเจรจากับ ประเทศจีนเมื่อไร และใครจะเป็นผู้ไปเจรจาคะ สำหรับคำถามที่ ๒ ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาไปยังท่านผู้แทนราษฎร คำถามของท่านนั้นท่านเป็นห่วงเป็นใย ระยะเวลาการส่งออก ผมต้องยืนยันได้ว่าวันนี้การส่งออกทุเรียนยังไม่มาก แต่ช่วงที่ท่านบอก วันหนึ่ง ๖๐๐-๗๐๐ ตู้ กรมวิชาการเกษตรได้เตรียมห้องปฏิบัติการให้สามารถรับรอง การตรวจให้เพียงพอในเบื้องต้นระยะสั้น กรมวิชาการเกษตรมั่นใจว่าจะมีห้องแล็บจำนวนถึง ๖ ห้อง ซึ่งสามารถรองรับได้ถึง ๖๐๐ ตัวอย่างต่อวัน ผมยืนยันว่าอย่างน้อย ๖๐๐ ตัวอย่าง ต่อวัน และในอนาคตอันใกล้จะเพิ่มห้องปฏิบัติการเพื่อรองรับปริมาณทุเรียนที่จะมีจำนวน มากขึ้น โดยจะใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบ ๔๘ ชั่วโมง ได้ใบรับรอง และสามารถส่งต่อไป ที่ประเทศจีนได้ ก็คงจะทำให้ความไม่สบายใจของท่านผู้แทนได้รับการแก้ไขไปเปราะหนึ่ง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ท่านญาณธิชาครับ🔗
ต่อเนื่องไปคำถามที่ ๓ นะคะ เมื่อช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา มีข่าวว่าเราตรวจเข้มองุ่นไซมัสคัสจากประเทศจีน พอถึงหน้าทุเรียนก็มีข่าวว่าจีนตรวจเข้มทุเรียนเราบ้างเหมือนกัน หลายคนก็เอา ๒ เหตุการณ์ นี้มาเชื่อมโยงกัน และอาจทำให้คิดได้ว่าการที่จีนมีมาตรการการตรวจเข้มทุเรียนจากไทย เป็นมาตรการการตอบโต้ทางการค้าหรือไม่ คำถามก็คือว่าท่านวางความสัมพันธ์ระหว่าง การนำเข้าสินค้าจากจีนและการส่งออกสินค้าของไทยอย่างไร เพราะว่าคนไทยก็ต้องได้ทาน อาหารที่ปลอดภัยเช่นเดียวกัน และในคำถามเมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีช่วยยังไม่ได้ตอบ คำถามว่า ท่านมีแนวโน้มส่งใครไปเจรจาที่ประเทศจีนหรือไม่นะคะ ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพรัก จากคำถามของท่าน สส. ญาณธิชา จากจันทบุรี ท่านได้กล่าวถึงเรื่องการตรวจสารองุ่นไซมัสคัสจากจีน แล้วก็โยงมาถึงเรื่องที่จีนตรวจสาร BY2 จากทุเรียนของไทย ผมยืนยันว่าทุก ๆ ประเทศมีความห่วงใยในประชากรของเขา เราก็ อยากให้ประชากรของไทยนี้ได้รับสิ่งที่ดี ๆ ได้บริโภคผลไม้ที่ไม่มีสารปนเปื้อน ทางจีน ก็เหมือนกันผมถือว่าเป็นเรื่องดีที่มีการตรวจสอบสารอย่างนี้ แล้วท่านถามว่าส่งใครไปเจรจา กับทางประเทศจีน เมื่อสักครู่นี้ผมต้องขอโทษว่าผมไม่ได้ตอบท่าน แต่ว่าตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ เราส่งอธิบดีกรมวิชาการเกษตรได้พูดคุยกันตลอด เมื่อเช้านี้ผมก็เจอหน้าท่านอธิบดี ท่านบอกผมแทบจะไม่ได้นอนเลย ผมบอกคุณต้องทำ เพราะนี่คือความเสียหายของพี่น้อง เกษตรกรที่ปลูกทุเรียน ถ้าท่านไม่ช่วย ช่วงนี้จีนกำลังจะเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน เราต้องเร่ง เร่งเพื่อให้พี่น้องที่ปลูกทุเรียนสามารถส่งไปขายที่จีนทันเทศกาลตรุษจีน อันนี้ผมเข้าใจครับ แล้วผมก็ทราบมาว่าท่านผู้แทนท่านก็มีสวนทุเรียนเหมือนกัน แต่ของจันทบุรีอาจจะช้า ของทางภาคเรานี่ช้า ทางใต้เขาส่งไปก่อน ผมว่าระหว่างนี้เราต้องช่วยกันสร้างความเชื่อมั่น ว่าทุเรียนไทยปลอดสาร BY2 และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะใช้การเจรจากับประเทศจีน ก่อนถึงหน้าส่งออกทุเรียน โดยเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์พร้อมด้วยท่านนายกรัฐมนตรีจะไปจีนวันที่ ๕-๗ แต่ว่าปัญหานี้ผมเชื่อว่า จะจบก่อนเพราะว่าพวกเราไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ต้องยืนยันว่าตั้งแต่โดนจีน Reject กลับมาพวกเราไม่ได้นิ่งนอนใจเลย ผมอยากจะพูดถึงบทลงโทษสำหรับล้งที่ทำผิด ผมใช้คำว่า ทำผิด คือส่งทุเรียนที่มีสาร BY2 ไป ผมขอยืนยันว่าตั้งแต่เกิดปัญหาขึ้นกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ไขปัญหา เราเชื่อว่าการแก้ไขปัญหาที่ผมนำเรียนต่อ สมาชิกเป็นการแก้ไขปัญหาที่คู่ค้าเราต้องการได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็จะช่วยคลี่คลายให้พี่น้อง เกษตรกร ถึงแม้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแต่เราออกมาตรการชัดเจนและ รวดเร็ว ผมใช้คำว่า ชัดเจนและรวดเร็ว เพราะเชื่อว่ามาตรการที่ชัดเจนจะเป็นทางออกของ การแก้ไขปัญหานี้ให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนค่อนข้างที่จะแน่นอน ผมได้มอบ นโยบายให้กรมวิชาการเกษตรประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ใช้มาตรการป้องกันไม่ให้ ทุเรียนที่มีสารปนเปื้อนกลับเข้าสู่ตลาดทุเรียนในประเทศไทย และได้มอบให้กรมวิชาการเกษตร ได้ร่างบทลงโทษที่มีความเข้มข้นขึ้นเพื่อบังคับใช้กับผู้ประกอบการที่ทำผิดกฎหมาย ในบ้านเรา ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดเราต้องมีความชัดเจนในมาตรการเพื่อสร้างความ เชื่อมั่นกับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ อันนี้เป็นความตั้งใจของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ เพราะว่ายืนยันได้เลยท่าน สส. ท่านเป็นผู้แทน ผมเป็นผู้แทนเหมือนกัน ผมเคยเป็น ผู้แทน ๕ ๖ สมัย ผมเข้าใจครับ ถ้าท่านไม่ตั้งกระทู้ถามพี่น้องชาวจันทบุรีก็คงจะตั้งข้อสังเกต กับท่านเหมือนกัน ก็ต้องขอบคุณครับ ขอบคุณที่ท่านสนใจปัญหาเรื่องทุเรียนส่งออกไม่ได้ ก็ขอบคุณอีกครั้งครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เป็นอันจบกระทู้ถามสดด้วยวาจาที่ ๑ นะครับ🔗
ท่านประธานคะ ขออนุญาตใช้ ระยะเวลาประมาณ ๑ นาทีค่ะ🔗
แต่ไม่เป็นคำถามแล้วนะครับ🔗
ไม่เป็นคำถามค่ะ🔗
เชิญครับ🔗
ดิฉันขออนุญาตขอบคุณทาง ท่านรัฐมนตรีช่วยอีกครั้งหนึ่งที่ใส่ใจกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวสวนทุเรียน ทั้งประเทศแล้วก็ได้มาตอบกระทู้ถามของดิฉันในวันนี้ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากที่จะเรียน ไปยังท่านรัฐมนตรีอีกเรื่องหนึ่ง ปัญหาก็คือว่าจีนจะตรวจทุกตู้ทำให้ใช้ระยะเวลานานมาก ในการที่รถจะผ่านด่านได้ เราต้องอย่าลืมว่า ณ วันนี้เราไม่ได้ผูกขาดการส่งออกทุเรียนไป ประเทศจีนแค่ประเทศเดียวแล้ว ถ้าเกิดว่าสินค้าที่ไป ๒๐ วันไม่ได้คุณภาพ กินแล้วไม่อร่อย เน่าเสียหาย ลูกค้าของเราก็จะไปซื้อกับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นคู่แข่งเรา ถ้าไม่รีบแก้ไขจะ เป็นความหายนะที่เกิดขึ้นกับชาวสวนทุเรียน ล้ง ผู้ประกอบการส่งออก ผู้ประกอบธุรกิจ โลจิสติกส์ หายนะกับทุกห่วงโซ่ของทุเรียน แล้วก็กระทบมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่าแสนล้าน ดิฉันจึงอยากที่จะขอวิงวอนให้ทางท่านนายกรัฐมนตรีและทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์รีบเร่งไปเจรจากับประเทศจีนให้กับพวกเราชาวสวนทุเรียนอย่างเร่งด่วน ด้วยนะคะ ความหวังของพี่น้องชาวสวนทุเรียนที่อยากจะปลดหนี้ ลืมตาอ้าปากได้ มีกินมีใช้ มีเกียรติมีศักดิ์ศรี อยู่ที่ท่านนายกและท่านรัฐมนตรีแล้วตามปณิธานของท่านนายกรัฐมนตรีที่ ตั้งใจไว้ตั้งแต่ทีแรกค่ะ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยมากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ก็ประเด็นฝาก ขอบคุณท่านรัฐมนตรีเช่นกันนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธานครับ ต้องขออนุญาตนิดหนึ่งเพราะว่าฟังท่าน สส. พูดแล้วก็ถูกใจครับ ถูกใจ ที่ท่านเร่งให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปเจรจา จริง ๆ ๒๐ วันนี่นานไป ทุเรียนสุก หมดแล้ว ไปถึงก็เป็นปลาร้าหมดแล้ว ยืนยันได้ว่าวันนี้เราทำอย่างเต็มที่พยายามจะให้ส่งออก ได้ภายในวันจันทร์ที่ ๒๐ นี้นะครับ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็สั่งการลงมา ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สั่งการลงมา ก็ขอให้ท่านสบายใจได้เปราะหนึ่งว่าเราจะทำให้ เต็มที่ให้ทันกับพี่น้องชาวใต้ เพราะว่าท่านจะต้องส่งทุเรียนไปขายตอนตรุษจีนนี้ แต่ของ จันทบุรี ระยอง ตราด ช้าหน่อยก็คงจะไม่มีปัญหา ก็ขอบคุณอีกครั้งครับ🔗
เป็นอันจบกระทู้ถามสดที่ ๑ นะครับ🔗
๒. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
กระทู้ถามสดด้วยวาจาลำดับที่ ๒ ของท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข ถาม รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เช่นกันครับ ได้รับหนังสือจากทางท่านรัฐมนตรีว่า ติดภารกิจและได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอิทธิ ศิริลัทธยากร มาตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ นะครับ ขอเชิญ ท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคกล้าธรรม วันนี้ผมมีคำถามกระทู้สดมายังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งวันนี้ต้องขอขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอิทธิ ศิริลัทธยากร มาตอบคำถามด้วยตัวเอง วันนี้ผม ขออนุญาตถามคำถามกระทู้สด เรื่องของปัญหาฝุ่นในภาคเหนือ เป็นที่ทราบกันดีว่าช่วง ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไปปัญหาหมอกควัน ไฟป่า ปัญหาฝุ่นละอองที่จะเป็นบ่อเกิดของ PM2.5 โดยเฉพาะภาคเหนือจะเป็นเรื่องที่ต้องพูดถึงกันทุกปีและมีปัญหาทุกปีอยู่ในขั้นวิกฤติ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดตากที่บ้านผมก็ตาม สาเหตุต่าง ๆ ก็มาจากหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหมอกควัน ไฟป่า ปัญหาหมอกควันข้ามชาติ ฝุ่นละอองในการก่อสร้าง มลภาวะ ทางยานพาหนะอะไรต่าง ๆ เป็นภาพรวม และที่สำคัญจังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่เป็น แอ่งกระทะ ทุกปีฝุ่นละอองจากทุกทั่วสารทิศทั่วประเทศเพื่อนบ้านเรา หรือแม้กระทั่งว่า ที่ทราบมามาจากประเทศอินเดียก็มารวมกองกันที่จังหวัดเชียงใหม่ แล้วในช่วงเดือนมีนาคม เดือนเมษายน โดยเฉพาะเดือนเมษายนเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ นักท่องเที่ยวจาก ต่างประเทศ จากต่างจังหวัดจะมาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นจำนวนมาก ซึ่งถ้าเกิดปัญหา หมอกควัน ไฟป่า หรือบ่อเกิดทำให้เกิดฝุ่นละอองก็ทำให้ทำลายภาพลักษณ์ ทำลายการ ท่องเที่ยว ก่อเกิดปัญหาเศรษฐกิจ ก่อเกิดปัญหาสังคม สุขภาพอนามัยของประชาชน ในพื้นที่และนักท่องเที่ยว ในการประชุม ครม. สัญจรที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา ทางท่านนายกรัฐมนตรีก็มีการ Kick Off ในเรื่องการแก้ไขปัญหาหมอกควัน ไฟป่า หรือปัญหาฝุ่นละอองในภาคเหนือ ทั้งหมด ๑๗ จังหวัดภาคเหนือไปแล้ว และที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็เป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ว่าได้ที่เป็นคนแก้ไขปัญหาเรื่องหมอกควัน ไฟป่า เช่น การทำฝนเทียม การทำเทคโนโลยี ต่าง ๆ ให้มีความชื้นในอากาศเพื่อลดการเกิดของฝุ่นละออง แล้วก็ลดค่าของ PM2.5 ลงไป ซึ่งผมอยากจะถามคำถามไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในเรื่อง ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรว่าในปีนี้ปริมาณสถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ นี้เป็นอย่างไรบ้าง แล้วก็มีนักวิชาการหลาย ๆ ท่านตั้งข้อสงสัยในประสิทธิภาพและการ ปฏิบัติการของกรมฝนหลวงว่าเราจะทำอย่างไรในการแก้ไขปัญหา นอกจากที่จะทำฝนเทียม แล้วเรายังมีเทคโนโลยีอะไรใหม่ ๆ ที่จะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องเหล่านี้ของฝนหลวงว่า สถานการณ์ปีนี้ทางกรมฝนหลวงจะทำอย่างไรครับ ขอคำถามแรกครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้มาตอบกระทู้ของท่าน สส. ภาคภูมิ บูลย์ประมุข สส. จังหวัดตาก พรรคกล้าธรรม ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณท่าน สส. ภาคภูมิ บูลย์ประมุข ที่ท่านได้ให้ความสนใจและติดตามการทำงานของกรมฝนหลวง โดยเฉพาะการปฏิบัติการบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 ในปีนี้ โดยผมจะขออนุญาตอธิบายที่มา และที่ไป และวิธีการปฏิบัติการของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรต่อท่านสมาชิก ขอตอบ คำถามของท่าน สส. ครับ🔗
ก่อนอื่นกระผมขอเรียนชี้แจงว่าการปฏิบัติการบรรเทาฝุ่น PM2.5 ของ กรมฝนหลวงที่ทำอยู่ในปัจจุบันนั้นไม่ใช่การสร้างฝนเพื่อชะล้างฝุ่นในชั้นบรรยากาศ แต่อย่างใด แต่เป็นการปฏิบัติการเพื่อระบายอากาศและดูดซับฝุ่นละอองให้ออกจาก ชั้นบรรยากาศที่เราต้องการหายใจเข้าออกให้มากที่สุด โดยใช้เทคนิคหลัก ๓ อย่าง ได้แก่ ๑. การปฏิบัติการในขั้นตอนการก่อกวนตามตำราฝนหลวงพระราชทาน วัตถุประสงค์เพื่อ ก่อเมฆให้ดูซับฝุ่นละออง ๒. การปฏิบัติการเลี้ยงเมฆให้อ้วนตามตำราฝนหลวงพระราชทาน เป็นการเพิ่มปริมาณเมฆและทำให้เมฆมีขนาดใหญ่ขึ้น ๓. การปฏิบัติการดัดแปลงสภาพ อากาศเพื่อลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศผกผัน โดยการปฏิบัติการนี้ผมขออธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้ครับ โดยปกติอุณหภูมิของชั้นบรรยากาศจะลดลงเรื่อย ๆ ตามความสูง แต่ในระดับหนึ่งจะมีชั้น ความร้อนซึ่งเปรียบเสมือนฟิล์มความร้อนที่กั้นไม่ให้ฝุ่น PM2.5 ผ่านขั้นความร้อนนี้ หมายความว่าฝุ่น PM2.5 ก็จะวนเวียนอยู่ในชั้นบรรยากาศที่เราหายใจนั่นเอง ดังนั้นการที่จะ เอาฝุ่นออกจากชั้นบรรยากาศที่เราหายใจ กรมฝนหลวงจึงคิดค้นและทดลองเจาะชั้น ความร้อนนี้ การปฏิบัติการนี้จะทำให้เราสามารถสร้างช่อง ซึ่งฝุ่น PM2.5 สามารถทะลุผ่าน ชั้นไปยังชั้นบรรยากาศที่สูงกว่าเพื่อนำฝุ่นออกจากบรรยากาศชั้นที่เราหายใจ กราบเรียน ท่านประธานสภาด้วยความเคารพ กรมฝนหลวงใช้อากาศยานเพื่อปฏิบัติภารกิจทั้งสิ้น ๑๕ ลำ และกระผมต้องยอมรับว่าการสลายชั้นความร้อนดังกล่าวทั่วประเทศนั้นเป็นไปไม่ได้เลย ทางกรมฝนหลวงจึงใช้การพิจารณาถึงที่มาของฝุ่นว่ามาจากทิศทางไหน โดยการวิเคราะห์ ด้วยเครื่องมือตรวจวัดที่กรมฝนหลวงมีอยู่ และสำรวจชั้นบรรยากาศที่มีชั้นความร้อนสูง เพื่อกำหนดเป้าหมายในการสลายชั้นความร้อนนั้นต่อไป นอกจากนี้เทคนิคการก่อกวนและ เทคนิคการเลี้ยงเมฆให้อ้วนก็นำมาผสมผสานกับการเจาะช่องอากาศ ซึ่งเมฆที่เราสร้างขึ้นมา ก็จะดูดซับฝุ่นให้ความร้อนตามช่องที่เราเจาะไว้ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอขอบคุณท่านชำนาญการ นักวิชาการ ผู้ปฏิบัติการ และนักบินของกรมฝนหลวงที่ได้ร่วมกันคิดวางแผนและปฏิบัติอย่าง มีแบบแผน และปฏิบัติการอย่างสม่ำเสมอตามที่กระผมได้มอบภารกิจให้ตั้งแต่ช่วงปี ๒๕๖๗ กระผมยังต้องขอบคุณในความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ท่านจักรพงษ์ แสงมณี อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่ได้วางแผนร่วมกัน และช่วยประสานไปยัง วิทยุการบินแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม เพื่อเปิดโอกาสให้กรมฝนหลวงสามารถ ปฏิบัติการบรรเทาฝุ่น PM2.5 ได้ในบางพื้นที่ของกรุงเทพมหานครโดยไม่กระทบต่อการ จราจรทางอากาศ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอเรียนต่อท่านประธานไปยัง ท่านสมาชิกว่า การปฏิบัติการบรรเทาฝุ่น PM2.5 ของกรมฝนหลวงนั้น ได้เริ่มตั้งแต่วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๗ จากข้อมูลจนถึงวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๘ กรมฝนหลวงได้ขึ้นบิน ปฏิบัติการไปแล้วทั้งหมด ๖๙๘ เที่ยวบิน และกระผมยืนยันว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนกรมฝนหลวงมีความตั้งใจและความพร้อมที่จะปฏิบัติการลดฝุ่น PM2.5 อย่าง ต่อเนื่องจนถึงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๘ หรือไปจนกว่าสถานการณ์ปัญหาฝุ่น PM2.5 จะคลี่คลายตามที่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้ให้ ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชนในการมีอากาศที่สะอาดครับ🔗
เชิญคำถามที่ ๒ เลยครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคกล้าธรรม ต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้ตอบคำถามแรก ผมเห็นความตั้งใจและความเปลี่ยนแปลงในการจะแก้ไขปัญหาเรื่องฝุ่นละอองที่จะเกิดขึ้น ในอนาคตของภาคเหนือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งผมคิดว่าตอนนี้ทางกรม ฝนหลวงต้องตั้งหลัก เพราะว่าขณะนี้อยู่ในสภาพอากาศที่ยังไม่มีฝุ่นละออง หมอกควันมาก ซึ่งจะเป็นสถานการณ์ที่ยังเบาบางอยู่ เดือนมีนาคมและเดือนเมษายนที่จะถึงนี้เป็นประจำ ทุกปี ที่ผมกล่าวเบื้องต้นว่าโดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่วิกฤติมากเป็นอันดับ ๑ ของประเทศเกือบทุกปี แล้วในช่วงนั้นก็เป็นช่วง High Season ฤดูกาลท่องเที่ยวของจังหวัด เชียงใหม่ ผมเลยมองว่าทางกรมฝนหลวงต้องมีทำงานแบบต่อเนื่อง ซึ่งจากที่รัฐมนตรี ผมได้ ทราบว่าทางฝนหลวงได้ Kick Off ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมาแล้ว ตั้งแต่ปีที่แล้ว ตอนนี้ก็ เริ่มแก้ไขปัญหา แต่การระดมสรรพกำลังทั้งหมดน่าจะไปอยู่ที่เดือนมีนาคมและเดือนเมษายน ซึ่งที่ผ่านมาทางกรมฝนหลวงก็ได้ขออนุมัติงบกลางจากรัฐบาลในทุก ๆ ปี ปีนี้ผมก็เป็นห่วง สถานการณ์เหมือนกันว่าทางกรมฝนหลวงจะต้องใช้งบประมาณอีกเท่าไร ซึ่งงบประมาณนี้ มันไม่ใช่เฉพาะแค่งบประมาณที่จะทำแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง แก้ไขปัญหา PM2.5 มันรวมถึง การทำฝนหลวง การแก้ปัญหาภัยแล้ง การเติมน้ำในอ่าง หรือปัญหาแม้กระทั่งการดับไฟป่า ทุกอย่างกรมฝนหลวงต้องใช้ทั้งสิ้น ผมเลยขอทราบประมาณการการใช้เงินงบประมาณของ กรมฝนหลวงที่จะใช้ต่อไปในการจบฤดูกาลแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง และท่านคิดว่าการจะใช้ งบประมาณนี้จะมีความคุ้มค่าการใช้งบประมาณของภาษีประชาชนขนาดไหน ขอคำถาม ที่ ๒ ครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมต้องขอขอบคุณท่าน สส. ภาคภูมิ บูลย์ประมุข อีกครั้งหนึ่ง ที่ท่านได้ถามคำถามนี้ จากที่กระผมได้นำเรียนถึงการปฏิบัติการบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 ผ่านท่านประธานไปยังท่านสมาชิก จะเห็นว่าการปฏิบัติงานของเรานั้นทำทุก ๆ วัน ซึ่งกระผมได้นำเรียนต่อที่ประชุมไปแล้ว และจะขอชี้แจงว่ากรมฝนหลวงได้รับการจัดสรร งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ สำหรับภารกิจดัดแปลงสภาพอากาศ บรรเทาปัญหาหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เป็นวงเงิน ๑๒ ล้านบาทเท่านั้นครับ ซึ่งมันไม่เพียงพอ ต่อการปฏิบัติการไปจนถึงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๘ อย่างแน่นอน แต่ด้วยการที่รัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการปฏิบัติภารกิจบรรเทาฝุ่น PM2.5 จึงได้มีการประสานให้กรมฝนหลวงและสำนักงบประมาณได้วางแผนร่วมกันในการใช้ งบกลางเพื่อบรรเทาสถานการณ์ให้ฝุ่น PM2.5 กระทบต่อสุขภาพและวิถีชีวิตของพี่น้อง ประชาชนคนไทยให้น้อยที่สุด กระผมยืนยันว่าที่ผ่านมากระผมทำความเข้าใจกับผู้บริหาร และบุคลากรของกรมฝนหลวงว่าภารกิจการบรรเทาฝุ่นเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและเร่งด่วน ต้องทำอย่างต่อเนื่อง🔗
นอกจากนี้ท่าน สส. ภาคภูมิ ได้ถามถึงความคุ้มค่าของการใช้เงินงบประมาณ เพื่อปฏิบัติการบรรเทาฝุ่น PM2.5 นั้น กระผมต้องเรียนชี้แจงว่าการปฏิบัติการของเรา เหมือนกับการหยอดเหรียญใส่กระปุกครับ วันไหนฝุ่นมากเราก็ทำ แล้ววันไหนฝุ่นน้อยเราก็ ต้องทำอยู่ดี เนื่องจากปริมาณฝุ่นที่มาจากหลาย ๆ สาเหตุนั้นจะเพิ่มขึ้นทุก ๆ วัน เราจึงมี ความจำเป็นต้องนำฝุ่นออกไปเรื่อย ๆ กระผมขอนำเรียนว่าในช่วงที่กระผมจะตัดสินใจมอบ ภารกิจบรรเทาฝุ่นให้กรมฝนหลวงนั้นเราได้มีการประชุมทำความเข้าใจและวางเป้าหมาย อย่างง่าย ๆ ขึ้น อาทิเช่นปีนี้จะไม่ให้มีค่าฝุ่นของประเทศไทยติดอันดับต้น ๆ ของโลก หรือตัวเลขการยกเลิกที่พัก หรือแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลของไทยนั้น จะต้องไม่ได้รับผลกระทบมาจากสาเหตุเรื่องปัญหาฝุ่น ซึ่งกระผมจำได้ว่าเมืองท่องเที่ยว ต่าง ๆ ในปีก่อนนักท่องเที่ยวได้ยกเลิกการจองโรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมาก เพราะปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 ที่กระทบต่อวิสัยทัศน์และสุขภาพ ส่วนในปีใหม่นี้ผมแทบจะ ไม่มีข่าวเรื่องการยกเลิกห้องพักและสถานที่ท่องเที่ยวเลย และภาระค่าใช้จ่ายด้าน สาธารณสุขที่พี่น้องประชาชนคนไทยจะต้องใช้เงินในกระเป๋าตัวเอง หรือที่ภาครัฐจะต้องจ่าย งบประมาณเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนคนไทย รักษาโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการหายใจ เอาฝุ่นเข้าไป ปีนี้ตัวเลขผู้ป่วยต้องลดลง นั่นคือเป้าหมายที่กระผมได้พูดคุยกับผู้บริหารของ กรมฝนหลวง กระผมว่าแค่นี้รายได้จากการท่องเที่ยวที่ไม่ลดลง ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข ไม่เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน ก็ถือว่าเป็นการใช้งบประมาณเพื่อปฏิบัติภารกิจบรรเทาฝุ่น PM2.5 ที่คุ้มค่ามากครับ🔗
เชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคกล้าธรรม ขออนุญาตถามเป็นคำถามสุดท้ายในเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาฝุ่นนะครับ ตามที่ท่าน รัฐมนตรีช่วยได้ตอบคำถามมา เราก็ทราบถึงว่าปีนี้กรมฝนหลวงจะปฏิบัติกันอย่างไรเพื่อลด ปัญหาฝุ่นละอองให้ลดลง แต่ผมก็เชื่อว่าปีนี้ถ้ากรมฝนหลวงทำเสร็จเดี๋ยวปีหน้าก็ต้องมาอีก แล้วเป็นอย่างนี้ทุกปี ทุกจังหวัดทั้งประเทศไทยและทั้งโลกด้วย แม้กระทั่งประเทศที่พัฒนา แล้วทางเขาก็เจอเรื่องนี้ ผมก็เลยอยากจะฝากไปทางกรมฝนหลวงว่าวิวัฒนาการในการแก้ไข ปัญหาหมอกควัน ไฟป่า หรือฝุ่นละอองอะไรต่าง ๆ หลาย ๆ ประเทศเขาก็มีการปรับเปลี่ยน ทุกปี แล้วผมก็เชื่อว่ากรมฝนหลวงก็มีการปรับเปลี่ยนในทุก ๆ ปี อย่างเช่นปีนี้ตามที่ท่าน รัฐมนตรีช่วยได้ตอบมาแล้วว่าปีนี้จะไม่ใช่เป็นการทำฝนเทียมอย่างเดียว มีการเจาะชั้น บรรยากาศเพื่อจะถ่ายเทอากาศออกไป ซึ่งก็พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพพอสมควรจากที่ รัฐมนตรีกล่าว ผมเลยอยากจะสอบถามว่าในอนาคตทางกรมฝนหลวงมีการวางแผนอย่างไร ว่าถ้าปีหน้ามันเกิดขึ้นอีก มันเกิดขึ้นแน่ละครับ วิวัฒนาการที่เราจะทำต่อไปเราจะทำอย่างไร แล้วงบประมาณที่ใช้เราจะวางแผนอย่างไรให้มันลดลง เพราะผมเชื่อว่าการแก้ปัญหา หมอกควันไฟป่าฝุ่นละอองเป็นแค่ส่วนหนึ่งของกรมฝนหลวง เราก็ทราบดีว่ากรมฝนหลวง และการบินเกษตรตั้งมาจากในหลวง ร.๙ เป็นหลัก ไม่อย่างนั้นไม่ใช้คำว่า ฝนหลวง หรอก การแก้ไขปัญหาของกรมฝนหลวงให้พี่น้องประชาชนหลักก็คือแก้ปัญหาภัยแล้ง เติมน้ำอะไร ต่าง ๆ ที่ช่วยเหลือประชาชนโดยตรงทั่วประเทศไทย กรมฝนหลวงถือว่าเป็นกรมที่มีแต่ให้ ให้กับประชาชนอย่างเดียว แล้วก็เป็นการให้ที่คุ้มค่ากับประชาชนมาก ฉะนั้นถ้าท่านสามารถ ปรับปรุงการใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาฝุ่น ปัญหาหมอกควัน ไฟป่า ฝุ่นละอองอะไร ต่าง ๆ ให้ลดลง ท่านก็สามารถบริหารงบประมาณของท่านที่เหลือไปใช้ในการพัฒนาเรื่อง การเกษตร ช่วยเหลือประชาชนในเรื่องอื่น ๆ การเติมน้ำอะไรที่ผมพูดถึงได้อย่างเต็มที่ เลยอยากจะเรียนถามว่าทั้งในปีหน้าและอนาคตกรมฝนหลวงได้วางแผนในการใช้ งบประมาณที่จะให้คุ้มค่ามากกว่านี้อย่างไรครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมต้องขออนุญาตนำเรียนว่า กรมฝนหลวงนั้นถือได้ว่าเป็นหน่วยงานที่มีองค์ความรู้ด้านการปฏิบัติการทำฝนเทียม ลำดับต้น ๆ ของโลก โดยในปีที่ผ่านมามีรัฐบาลจากหลาย ๆ ประเทศโดยเฉพาะประเทศ มหาอำนาจในเอเชียมาติดต่อให้กรมฝนหลวงไปทำการสาธิตการปฏิบัติการและอบรม เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้ อย่างไรก็ดีตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมากรมฝนหลวงได้พยายาม พัฒนาการปฏิบัติการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องของการทำฝนเทียม การกำจัดลูกเห็บ การแปร สภาพอากาศต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนหรือป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนโดยเฉพาะ กับเกษตรกร กรมฝนหลวงเองก็ได้เล็งเห็นถึงข้อจำกัดที่เกิดขึ้นอาทิเช่นการใช้เทคนิคการลด อุณหภูมิชั้นบรรยากาศผกผันเพื่อระบายฝุ่นละอองขนาดเล็กออกจากชั้นบรรยากาศ จำเป็นต้องใช้สารฝนหลวงสูตร ๓ และน้ำแข็งแห้งประกอบเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของ ปฏิบัติการ ปัจจุบันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นทุก ๆ ปีกรมฝนหลวงต้องประสานไปยังบริษัท ปตท. จำกัด เพื่อขอรับการสนับสนุนน้ำแข็งแห้ง จำนวน ๖๐๐ ตันต่อปี และบริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด จำนวน ๓๐ ตันต่อปี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอยู่ที่จังหวัดระยอง กว่าจะลำเลียงไปใช้ก็ระเหิด ไปจำนวนมาก กรมฝนหลวงจึงได้วางแผนที่จะผลิตน้ำแข็งแห้งใช้เอง ใช้ในภารกิจทำฝนและ เปลี่ยนแปลงชั้นบรรยากาศ โดยคาดว่าจะต้องใช้น้ำแข็งแห้งเพื่อการปฏิบัติการภารกิจ อย่างน้อยตามที่คำนวณไว้ ๓,๖๐๐ ตันต่อปี ซึ่งขณะนี้กรมฝนหลวงได้เตรียมเสนอขอความ กรุณาจากรัฐบาลให้พิจารณาเรื่องนี้ ต้องขอบคุณครับ ท่าน สส. ภาคภูมิ บูลย์ประมุข สส. จังหวัดตาก พรรคกล้าธรรม ที่ท่านเล็งเห็นความสำคัญ ที่ท่านเล็งเห็นชีวิตของพ่อแม่พี่น้อง ไม่ว่าทางเหนือหรือคนไทยทั่วประเทศ เพราะปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 เมื่อวานนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีมีบัญชาการเรียกทุก ๆ หน่วยงานไปประชุมเพื่อติดตามว่าที่สั่งการไปนั้น ดำเนินการไปถึงไหน ท่านยังพูดว่าท่านอยากจะเห็นลูกหลานของพวกเราช่วงเย็น ๆ ช่วงเช้าๆ สามารถพาลูกหลานของเราไปเล่นในสนามได้ ไม่หมกมุ่นอยู่กับเกม ซึ่งขณะนี้ ทุกหน่วยงานกำลังเร่งดำเนินการและกรมฝนหลวงเป็นส่วนหนึ่งที่จะสนองนโยบายของ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ต้องขอบคุณท่าน สส. ภาคภูมิมากครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เป็นอันจบกระทู้ถามสดด้วยวาจากระทู้ที่ ๒ นะครับ🔗
๓. นายรังสิมันต์ โรม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
กระทู้ถามสดด้วยวาจาลำดับที่ ๓ ของท่านท่านรังสิมันต์ โรม ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามนี้ ทางท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง มาเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากว่าวันนี้ ท่านรัฐมนตรีติดภารกิจไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนกระทู้ถามออกไปก่อนตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ อย่างไรก็ดีผมเปิดโอกาสให้ท่านรังสิมันต์ได้อภิปรายสั้น ๆ ครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ต้องเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าเรื่องที่ผมตั้งใจจะถามเป็นเรื่องที่มีความสำคัญในช่วงเวลาที่ผ่านมา นั่นก็คือเป็นเรื่องเกี่ยวกับการค้ามนุษย์แก๊ง Call Center ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่กัดกิน สังคมไทย แล้วก็สังคมทั่วโลกมาเป็นเวลานมนาน สำหรับสังคมไทยเองผมคิดว่าเราไม่ต้อง ติดตามการเมืองมากก็ได้นะครับ เอาแค่ว่าเราติดตามข่าวสารบ้านเมืองทั่ว ๆ ไป เราเห็นคน ฆ่าตัวตาย เราเห็นข่าวที่คนหมดเนื้อหมดตัว ข้อมูลที่ออกมาที่มีการเก็บสถิติโดยทางการ ความเสียหายเหล่านี้มันก็คงจะมากอยู่ที่ประมาณ ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเรา นับรวมคนที่ไม่กล้าที่จะไปพูด คนที่ไม่กล้าที่จะชี้แจงหรือออกมาให้ข่าว หรือให้ข้อมูลกับ สังคมเอาเข้าจริงความเสียหายมันอาจจะสูงถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วความเสียหาย ลักษณะแบบนี้มันก็ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับประชาชนทั่ว ๆ ไป แต่เราพบว่าแม้กระทั่งคน ที่มีความสำคัญในบ้านเมือง ไม่ว่าจะอยู่ในระดับการเมืองเอง หรือแม้กระทั่งตัวท่าน นายกรัฐมนตรีที่ท่านเองก็เป็นคนพูดว่าเกือบจะเป็นเหยื่อของแก๊ง Call Center ผมคิดว่า เรื่องนี้มันมีความสำคัญแน่นอนที่ประชาชนชาวไทยทุกคนควรจะได้รู้ว่าตกลงแล้วรัฐบาล จะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร แล้วปัญหาเรื่องแก๊ง Call Center มันก็ไม่ได้มีปัญหาแค่เรื่องของ เงินในกระเป๋าของประชาชนที่ถูกดูดถูกดึงออกไป แต่มันยังรวมไปถึงปัญหาการค้ามนุษย์ ที่นับวันมันจะใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ และทำลายชื่อเสียงของประเทศไทยอย่างรุนแรง อย่างกรณี ของซิงซิง ที่วันนี้ก็เริ่มมีข่าวออกมาเป็นระยะแล้วว่ามันมีการ Cancel ของบรรดา Tour ของ บรรดานักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวประเทศไทย ผมตั้งใจที่จะถามเรื่องนี้ต่อท่านนายกรัฐมนตรี เพราะผมมีความเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกันหลายกระทรวง ผมได้มีการประสานงาน โดยวิปฝ่ายค้านก็คือท่าน สส. ปกรณ์วุฒิ ประธานวิปฝ่ายค้านได้ประสานล่วงหน้ากับทางวิป ฝ่ายรัฐบาลเมื่อวันจันทร์ เวลา ๑ ทุ่มตรง จริง ๆ คือเวลา ๑๘.๕๕ นาฬิกา เราประสานตั้งแต่ วันจันทร์ว่าเราจะมีการตั้งกระทู้ถามถึงท่านนายกรัฐมนตรี และยังบอกไปถึงขนาดว่าถ้าท่าน นายกรัฐมนตรีไม่สามารถที่จะมาตอบกระทู้นี้ได้ เพราะที่ผ่านมาท่านไม่เคยมาตอบท่าน สามารถที่จะมอบไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย ท่านจะมอบรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความ มั่นคง ท่านจะมอบรัฐมนตรี DE หรือท่านจะมอบรัฐมนตรีต่างประเทศก็ได้ เพราะหน่วยงาน เหล่านี้ กระทรวงเหล่านี้ก็เกี่ยวพันกับงานที่จะเข้าไปแก้ปัญหาเรื่องแก๊ง Call Center ที่ตั้งอยู่ตามชายแดนของประเทศไทย แต่ปรากฏว่าพอถึงวันนี้กลับไม่มีรัฐมนตรีคนไหนตอบเลย แน่นอนครับท่านอาจจะบอกว่ามันเป็นการเลื่อนตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ แต่เราต้องไม่ลืมว่า ในข้อบังคับของเราในข้อ ๑๖๐ มันกำหนดว่า กระทู้ถามสดให้ถามได้โดยเวลารวมกันก็คือ ๙๐ นาที แล้วผมเข้าใจว่าในแต่ละครั้งที่มีการบรรจุของสภานี่เราก็จะบรรจุได้แค่เต็มที่ ก็คืออยู่ที่ ๓ กระทู้ การเลื่อนนัยนี้ก็คือเท่ากับว่ากระทู้ที่ผมตั้งไปนี้มันตกลงครับ แล้วนั่น หมายความว่าสิทธิของสมาชิกที่จะถามกระทู้ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีที่จะต้องมาตอบตาม รัฐธรรมนูญและตามข้อบังคับ สิทธินี้มันไม่สามารถใช้งานได้ต่อไปครับท่านประธาน แล้วเท่าที่ ผมเก็บข้อมูลสถิติผมก็ทราบว่าฝ่ายค้านได้ถามกระทู้ถามสดโดยมีการยื่นไปแล้ว ๒๐ กระทู้ ปรากฏว่ามีการมาตอบกระทู้โดยนับตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารเป็นนายกรัฐมนตรี เพียง ๑๓ กระทู้ คิดเป็นแค่เพียง ๖๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น คือวันนี้เราอยู่ในยุคสมัยที่การตอบ กระทู้ของสมาชิกถูกละเลยความสำคัญขนาดนี้หรือครับ พวกเราบอกล่วงหน้าท่านตั้งแต่ วันจันทร์จะเอากระทรวงไหนมาตอบเรายินดี เราทำถึงขนาดนี้ครับ จากเดิมกระทู้ถามสด ที่โดยปกติท่านจะรู้ล่วงหน้าคือ ๘ โมงของวันที่มีการถามกระทู้ถามเราบอกล่วงหน้ากันขนาดนี้ กระทู้สดแทบจะไม่สดแล้ว ท่านก็ไม่มาตอบเราครับ ผมต้องยื่นกระทู้ที่รัฐมนตรีทุกคนมีสิทธิมาตอบใช่ไหมครับ ผมถึงจะได้รับการตอบกระทู้ถาม ผมยื่นไปตั้ง ๔ ๕ กระทรวงเกี่ยวข้องกัน นายกรัฐมนตรีไม่มาตอบไม่เป็นอะไร อย่างน้อย DE มาตอบก็ได้ ต่างประเทศมาตอบก็ได้ สุดท้ายไม่มีใครมาตอบเลยครับ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ เป็นวาระสำคัญขนาดนี้ ทำลายชื่อเสียงของประเทศขนาดนี้ ททท. ออกมาต้องมาวางแผนกัน แก้เกมว่าจะทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเหมือนเดิม เสียหายกันขนาดนี้ ไม่มี ท่านประธานเรียนด้วยความเคารพนะครับ สำหรับผม ๆ ก็พูดเรื่องนี้ด้วยความเหลืออด ผมได้หารือกับท่านปกรณ์วุฒิ ประธานวิปฝ่ายค้าน ว่าต่อแต่นี้ไปเราคงจะไม่บอกล่วงหน้า กันอีกแล้ว เพราะบอกล่วงหน้าไปสุดท้ายท่านก็ไม่ให้ความร่วมมือกับเราอยู่ดี ถ้าแบบนี้เราจะ ใช้วิธีการตั้งแต่สภาชุดที่แล้วครับ สภาชุดที่แล้วเราก็ไม่ได้มีการบอกล่วงหน้าว่าจะถามใคร พวกเรายังได้รับความร่วมมือผมว่าค่อนข้างมากกว่านะครับ ดังนั้นเราจะกลับไปใช้วิธีการ แบบเดิมที่ปรากฏอยู่ในข้อบังคับการประชุม เอาว่า ๘ โมงรู้กัน จะมาตอบหรือไม่มาตอบ ก็ให้สังคมได้รู้ว่าท่านให้ความสำคัญกับสภาแห่งนี้อย่างไร ท่านให้ความสำคัญกับประเด็น ปัญหาของสังคมที่เขากำลังเดือดร้อนอย่างไร เราจะใช้วิธีแบบนี้ และถัดไปครับ ผมถือว่า การที่ท่านไม่มาตอบมันไม่ได้เป็นการใช้สิทธิเลื่อนแบบทั่ว ๆ เพราะมันเป็นหน้าที่ที่ท่านต้อง มาตอบ ถ้าท่านมีภารกิจสำคัญจริง ๆ เราเคารพครับ แต่สถิติมันบอกว่ามันคือวิธีการที่ทำให้ ฝ่ายค้านไม่ได้รับคำตอบและไม่สามารถใช้สิทธิตามข้อบังคับ และตามรัฐธรรมนูญได้อย่าง เต็มที่ เราถือว่าสิ่งที่ท่านกำลังทำเป็นเจตนาที่ไม่สุจริต ดังนั้นหลังจากวันนี้ผมจะนำเรื่องนี้ ยื่นสู่ ป.ป.ช. แล้วให้มันรู้กันไปว่าทุกครั้งที่เรายื่นแล้วท่านไม่มาตอบเราก็จะยื่นเข้าสู่ ป.ป.ช. ทุกครั้ง ผมไม่รู้ว่าผลของการที่ ป.ป.ช. ดำเนินการจะเป็นอย่างไร แต่ผมถือว่าท่านได้ละเมิด กฎหมายบ้านเมือง ละเมิดรัฐธรรมนูญ ละเมิดข้อบังคับการประชุม ท่านไม่เคารพต่อสภา และใช้วิธีการนี้ในการด้อยค่าฝ่ายค้านก็ให้มันรู้กันไป ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านประธานครับ ถ้าท่านรังสิมันต์ โรม ผมก็ไม่มีปัญหาครับ ไชยวัฒนา ติณรัตน์ ไม่ใช้สิทธิครับ ขอบคุณท่านรังสิมันต์ โรม ครับ🔗
จริง ๆ ทางท่านประธานสภาเองท่านก็มีดำริแล้วก็ฝากทางรัฐมนตรีไปหลายรอบ รวมถึง ฝากทางท่านประธานวิปไปด้วยให้ประสานงานกับทางคณะรัฐมนตรีในเรื่องของการให้ ความสำคัญกับสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวาระกระทู้ทั้งกระทู้ทั่วไปและกระทู้ถามสด เห็นว่า วันนี้มีกระทู้ถามสด ๓ กระทู้ด้วยกัน รัฐมนตรีก็มาตอบถึง ๒ กระทู้นะครับ ซึ่งผมว่าเท่าที่ผม อยู่สภามาก็เห็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น แล้วก็เห็นถึงการประสานงานของทางเพื่อนสมาชิก ฝ่ายค้านด้วยเช่นเดียวกันที่พยายามที่จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน โดยการที่จะประสานงานก่อน จริง ๆ ทราบข่าวว่าประสานงานกันตั้งแต่ช่วงวันจันทร์แล้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารจำเป็นที่จะต้องทำงานร่วมกัน แต่ว่า ก็ต้องฝากทางท่านรัฐมนตรีมนพรนะครับ วันนี้ท่านมาเป็นตัวแทนของคณะรัฐมนตรี ก็ฝาก ท่านกำชับในคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งว่าในวาระของกระทู้ถามสดและกระทู้ถามทั่วไป รบกวนทางรัฐมนตรีช่วยมาตอบกระทู้ ถ้าหากว่าไม่ติดภารกิจที่สำคัญจริง ๆ ก็ให้เห็นถึง ความสำคัญของสภาเพราะนั่นคือการให้เกียรติพี่น้องประชาชนด้วย ขอบคุณมากนะครับ เป็นอันจบวาระกระทู้ถามสดด้วยวาจานะครับ เชิญท่านมนพรครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ดิฉัน ขออนุญาตในฐานะวิปของ ครม. เมื่อวานดิฉันก็ได้รับการประสานมาจากตัวแทนของทาง วิปฝ่ายค้านเรื่องของประเด็นคำถามว่าจะเชิญรัฐมนตรีท่านใดมาบ้าง แต่เนื่องจากคำถาม กระทู้สดในวันนี้ท่านสมาชิกจากพรรคประชาชนได้ถามถึงท่านนายกรัฐมนตรี จริง ๆ ท่าน นายกรัฐมนตรีก็ได้มอบให้รัฐมนตรีประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี กระทรวง DE แต่เนื่องจากวันนี้ไปจนกระทั่งวันพรุ่งนี้ไปจนถึงวันเสาร์ ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง ต้องเป็นประธานในการประชุมของ DE ดิจิทัลทางภาคพื้นเอเชีย ซึ่งเดิมที เราก็แจ้งว่าจะขยับเวลาได้ไหม ก็ปรากฏว่าท่านจะขยับเวลาไม่ได้เนื่องจากจะต้องนั่งเป็น ประธาน คำถามของท่านสมาชิกท่านโรมก็ขออนุญาตว่าขอให้เป็นคำถามในอาทิตย์ถัดไป ท่านประเสริฐจะมาตอบคำถาม แล้วในขณะเดียวกันเรื่องของคำถามที่ท่านได้ถามก็เป็น หนึ่งในนโยบายที่รัฐบาลเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ไขปัญหาเรื่องของ Call Center ต่าง ๆ เนื่องจากในเรื่องของการบูรณาการกระทรวงต่าง ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีก็เร่งรัด เรื่องเหล่านี้ แล้วก็กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชน ในเบื้องต้น ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกค่ะ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญท่านประธานวิป ท่านปกรณ์วุฒิครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ ประธานวิปฝ่ายค้านครับ ตามที่ท่านรังสิมันต์ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ แล้วที่ท่านประธานได้ ตอบคำถามมาผมก็อาจจะเห็นต่างเล็กน้อย ด้วยความที่ผมเป็นคนประสานในทุกสัปดาห์ ในความเห็นของผม ผมคิดว่าความร่วมมือของคณะรัฐมนตรีเราได้รับค่อนข้างน้อยอย่างที่ ท่านรังสิมันต์บอก เทียบกับสมัยที่แล้วผมคิดว่าครั้งนี้ได้รับความร่วมมือที่น้อยกว่าทั้ง ๆ ที่มี การประสานล่วงหน้า แล้วผมก็เห็นใจวิปรัฐบาล เห็นใจท่านมนพร แล้วก็ไม่อยากให้แรงกดดัน ไปอยู่กับท่านประธานวิปรัฐบาลหรือว่าท่านมนพร ก็ยืนยันตามที่ท่านรังสิมันต์บอกครับ หลังจากนี้ไม่มีการประสานล่วงหน้า เป็นความรับผิดชอบของรัฐมนตรีแต่ละท่านโดยตรง ขออภัยท่านประธานวิป ขออภัยท่านมนพร ที่ผ่านมาผมอาจจะต้องทำให้ท่านได้รับแรง กดดันในการที่จะต้องติดตามรัฐมนตรีมาตอบ หลังจากนี้ก็ตามนี้ครับ รู้กัน ๘ โมงเช้าครับ🔗
เข้าสู่ระเบียบวาระถัดไปนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตสั้น ๆ นิดเดียวครับ🔗
เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมด้วยความเคารพต่อ ท่านประธาน แล้วก็ตอบท่านมนพรนะครับ ผมเหมือนกับที่ท่านประธานวิปฝ่ายค้านว่า ผมเข้าใจว่าท่านมนพรคงได้ทำเต็มที่แล้วในหน้าที่ของท่าน ผมคิดว่าจริง ๆ เรื่องที่ผมถาม ผมก็พยายามช่วยนะครับ คือผมถามหลายกระทรวง คือท่านจะหยิบกระทรวงไหนก็ได้ ผมคิดว่าถ้าเกิด DE ไม่ว่างท่านสามารถที่จะมอบหมายไปยังกระทรวงอื่นที่อาจจะว่างได้ ผมก็พยายามทำตรงนี้แล้ว แต่ทีนี้ในเมื่อวันนี้ไม่มีคนมาตอบผมคิดว่าวิธีการที่ดีที่สุดซึ่งเป็น วิธีการที่เคยเกิดขึ้นในสมัยประชุมที่แล้ว ถ้าเกิดว่าท่านมนพรบอกว่าในครั้งหน้าทาง DE ยินดีที่จะมาตอบ คือกระทู้ถามโดยข้อบังคับมันติด ก็คือมันทำได้แค่ ๓ กระทู้ถาม ทีนี้อย่างไร ๒ กระทู้ของฝ่ายค้านมันก็ต้องถามต่อไปเพราะเรามีหน้าที่ในการตรวจสอบ เรามีหน้าที่ ในการซักถาม อันนี้มันเป็นพื้นที่เดียวที่ฝ่ายค้านสามารถทำได้ ในสภาชุดที่แล้วก็คือ ฝ่ายรัฐบาลเมื่อมันมีเหตุการณ์ในลักษณะแบบนี้ ผมยินดีถ้าเกิดว่าท่านจะยอมเสียโควตา ของท่านผมก็ยินดีพร้อมที่จะไปถามในรอบหน้า แต่ที่ผ่านมาผมก็อนุมานเอาว่าก็คงจะไม่มี ใครยอมใคร เมื่อเป็นเช่นนี้ผมก็ต้องเสียสิทธิในการถามไป แล้วจะให้ผมหาทางออกเรื่องนี้ อย่างไร ในความเป็นจริงการเลื่อนมันถึงไม่เป็นการเลื่อนอย่างไรครับ แต่มันเป็นการทำให้ ผมไม่สามารถที่จะถามต่อไปได้ แล้วสุดท้ายมันก็จะต้องมีเรื่องอื่น ๆ มีวาระอื่น ๆ ที่สำคัญ ไม่แพ้กัน ถ้าเกิดว่าถ้าเป็นไปได้นะครับท่านประธาน ไปถึงท่านมนพรท่านรัฐมนตรี ผมด้วย ความเคารพ ผมคิดว่าถ้าเกิดหาทางออกร่วมกันตรงนี้ได้ผมยินดี เช่นถ้าเกิดว่ากระทู้ไหน ที่รัฐบาลมาตอบไม่ได้จะต้องใช้สิทธิโควตาของรัฐบาลทางฝ่ายค้านไม่ติดครับ แต่ผมก็รู้ว่า ในทางปฏิบัติท่านเองก็ไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด ก็ลองดูครับ แต่ผมก็คงต้องขอสงวนสิทธิ ในการดำเนินการตามกฎหมายที่ผมมีความเห็นว่าการที่ท่านไม่มาตอบคำถามซึ่งเป็นหน้าที่ ของท่านตามรัฐธรรมนูญ ผมถือว่าเป็นการใช้สิทธิที่ไม่สุจริตและน่าจะเข้าข่ายการละเมิด กฎหมาย ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
เป็นอันว่าจบวาระกระทู้ถามสดด้วยวาจานะครับ🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากว่าขณะนี้ด้านล่างห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านได้ตอบกระทู้อยู่ด้านล่าง เพราะฉะนั้นกระทู้ถามของท่านอัครเดชที่ถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านเฉลิมชัย แล้วกระทู้ถามถัดมาก็จะเป็นกระทู้ของท่าน ญาณธิชา บัวเผื่อน ที่ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ตอบ ผมก็จะขอใช้ข้อบังคับ ข้อ ๕๔ เพื่อที่จะเปลี่ยนระเบียบวาระโดยเอากระทู้ถาม ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามที่ ๔๐๔ ของท่านวิรัช พิมพะนิตย์ ขึ้นมาเป็นกระทู้ถามทั่วไปที่ ๑ ก่อน สำหรับวันนี้นะครับ หากไม่มีท่านใดขัดข้องหรือเห็นเป็นอย่างอื่นผมก็ขอดำเนินการตามนี้ แล้วเดี๋ยวสักครู่หนึ่งท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัยเสร็จจากการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะเรียบร้อย จากด้านล่าง ท่านขึ้นมาก็ค่อยเอากระทู้ถามอีก ๒ กระทู้ที่เลื่อนออกไปขยับขึ้นมา เพราะฉะนั้นขอดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
Passenger Validation System นายวิรัช พิมพะนิตย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ทางท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาตอบแทน ท่านรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ มนพร เจริญศรี มาเป็น ผู้ตอบครับ เชิญท่านวิรัชถามได้เลยครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายวิรัช พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการและท่านรัฐมนตรีว่าการ กรุณามอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ มนพร เจริญศรี และต้องบอกว่าขอบคุณ ทางเจ้าหน้าที่กระทู้ถามที่โทรตามบอกว่าจะเลื่อนกระทู้ถามผมขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ ก็เลย วิ่งมาพอดีเลยครับ ได้มีโอกาสได้ถาม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ยื่นกระทู้ถามเรื่องนี้ ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๗ เรื่อง ตรวจสอบระบบยืนยันตัวตนผู้โดยสาร PVS : Passenger Validation System และยื่นกระทู้ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ ในเรื่อง ประสิทธิภาพการใช้งานระบบ PVS และวันนี้เป็นกระทู้ถามครั้งที่ ๓ ทั้ง ๓ เรื่อง ท่านรัฐมนตรีมนพรเป็นผู้มาตอบทั้ง ๓ เรื่อง แต่วันนี้ยังไม่ได้เอกสารสักฉบับ ยังไม่ได้คำตอบ ที่ชัดเจนสักฉบับ ผมเดินทางพร้อมทั้งประชาชน พร้อมทั้ง สส. ทุกท่านที่ใช้สนามบิน จริง ๆ ระบบนี้ดีมากเลยครับ ระบบ PVS สามารถใช้ Scan หน้าปุ๊บ แล้วก็ใช้เข้าไปไม่ต้องตรวจบัตร ประชาชน แล้วก็จนถึงขึ้นเครื่องเลย เป็นระบบที่ดี ในสัญญาที่จ้างบริษัทเพื่อทำให้ของ AOT เป็นเงินถึง ๘,๖๐๐ กว่าล้านบาท เป็นเงินเยอะนะครับ สัญญา ๑๐ ปี เพราะฉะนั้นวันนี้ผม จึงบอกว่ารัฐบาลมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการนำประเทศไปสู่การเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค โดยการพัฒนาศักยภาพท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้มีประสิทธิภาพ มีความสะดวก มีความ ทันสมัยและรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับ ประชาชนผู้ใช้บริการ และนักท่องเที่ยวจำนวนมากเพิ่มในอนาคตอันยั่งยืน ปัจจุบันมี นักท่องเที่ยวและประชาชนใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิมีจำนวนเยอะมาก โดยเฉพาะช่วง เทศกาลสำคัญ จึงทำให้เกิดปัญหาล่าช้าในขั้นตอนและปัญหาเกิดจากอุปกรณ์ใช้งานไม่มี ประสิทธิภาพ อุปกรณ์ที่ชำรุดเปิดใช้งานไม่เต็มรูปแบบ ไม่เกิดความคล่องตัวในการใช้งาน ส่งผลกระทบให้ผู้ใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไม่ได้รับความสะดวก โดยเฉพาะระบบ ตรวจสอบยืนยันตัวตนของผู้โดยสาร PVS ซึ่งเป็นระบบที่ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางของ ผู้โดยสาร มีการทำงานที่ซ้ำซ้อนกับทางเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ก็ไม่สามารถใช้งานได้ทั้งระบบ จึงทำให้เกิดความล่าช้าส่งผลกระทบต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการในสนามบิน สุวรรณภูมิไม่ได้รับความสะดวก การนำเทคโนโลยีมาใช้กับสนามบินต้องคุ้มค่าและเกิด ประโยชน์สูงสุด AOT เป็นหน่วยงานที่สามารถทำกำไรครับ โดยเห็นได้จากตอนที่เกิด โควิด AOT ยังมีโบนัสให้พนักงานจำนวนหลายเดือน แล้ว AOT ก็บวกในระบบนี้กับบัตร โดยสารไปคนละ ๓๕ บาท AOT เก็บเงินจากผู้ใช้สนามบิน ๑๐๐ บาทอยู่แล้ว แล้วบวกอันนี้ อีก ๓๕ บาท ผมว่าประชาชนทุกคนเสีย ๓๕ บาท เขาก็คงไม่ได้ติดใจอะไรมากมาย มีความ ที่อยากจะทำแต่การสะดวกจะต้องใช้ได้ ผมบอกว่าวันนี้ AOT ควรจะแก้ปัญหาปรับปรุง คุณภาพในการดำเนินงาน ดังนี้🔗
๑. ความไม่ปลอดภัยของสนามบิน เช่น บันไดเลื่อนชำรุดทำให้ผู้โดยสารได้รับ บาดเจ็บจนขาขาด และมีผู้วิกลจริตเข้าไปในสนามบินก่อความวุ่นวาย🔗
๒. อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ เช่น เกิดจากความล่าช้า เครื่องบิน Delay เครื่องบินเลื่อนออกไป สายการบินบริษัทต้องจอดลงที่ Bus Gate ทำให้ผู้โดยสาร ต้องขึ้นรถบัสลำบากยุ่งยากมากขึ้น และการบรรทุกผู้โดยสารโดยรถบัสก่อให้เกิดมลพิษ ทำให้ค่า PM2.5 มากขึ้น🔗
๓. การใช้เทคโนโลยีระบบจดจำใบหน้าเพื่ออำนวยความสะดวกยังไม่สามารถ และไม่พร้อมในทุกสายการบิน ซึ่งมีการลงทุนไปมาก ติดตั้งอุปกรณ์ไปมากแต่ไม่พอและใช้ได้ กับผู้โดยสารโดยทั่วไป🔗
๔. การจราจรสนามบินด้านนอกของสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ จัดการจราจรแบ่งช่องทางเข้าออกสับสน ไม่เป็นระบบ แถมใช้โทรโข่งเพื่อประกาศเสียง ตามสายโหวกเหวกโวยวาย ขาดการบริหารจัดการจราจรที่สะดวก รวดเร็ว และคล่องตัว ทำให้รถติดเป็นอันมากครับ🔗
ผมจึงกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าวันนี้เราควรจะจัดการให้ระบบนี้มันใช้ได้ เกิดประโยชน์สูงสุดกับเงิน ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งเริ่มใช้มาตั้งแต่วันที่ ๑ เมื่อปี ๒๕๖๓ แล้วก็จะหมดปี ๒๕๗๓ ซึ่งมันเป็นมาครึ่งหนึ่งแล้วท่านรัฐมนตรีครับ ผมจึงขอเรียนถาม รัฐมนตรีตามที่ได้ยื่นกระทู้กับท่านรัฐมนตรีคือ🔗
๑. รัฐบาลมีแนวทางแก้ไขปัญหาลดขั้นตอนความซับซ้อนในการใช้บริการ และการเพิ่มขีดความสามารถในการใช้บริการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และบรรลุ วัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร ขอทราบรายละเอียด🔗
๒. รัฐบาลมีแนวทางในการสร้างความโปร่งใส ยุติธรรม และตรวจสอบได้ รวมทั้งแนวทางแก้ไขปัญหาการผูกขาดของบริษัทที่ได้รับสัมปทานที่ทำให้ไม่เกิดการแข่งขัน การพัฒนาในเรื่องคุณภาพ และการให้บริการที่ดี การเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชน ที่ได้รับสัมปทานหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด🔗
๓. ขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับสัญญาสัมปทานและการกำกับดูแลของรัฐ ความเป็นธรรมของสัญญา ระยะเวลาของสัญญา ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมเช่นค่าธรรมเนียม ในการใช้ระบบ Passenger Validation System หรือ PVS ครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ ดิฉันได้รับมอบหมายจากทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เนื่องจากท่านติดภารกิจในการเดินทางไปตรวจราชการ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับ คณะของท่านนายกแพทองธาร ชินวัตร ก่อนอื่นดิฉันต้องถือโอกาสขอบพระคุณท่านสมาชิก ท่านวิรัช พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ที่ท่านได้ ให้ความสนใจ แล้วท่านก็ได้ให้ความใส่ใจติดตามเรื่องของการบริหารของกรมท่าอากาศยาน รวมทั้งท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย หรือว่า ทอท. ซึ่งประเด็นคำถามของท่านได้มี ความต่อเนื่องทั้ง ๓ ครั้ง แล้วท่านก็ได้ติดตาม ส่วนในเรื่องของเอกสารที่บอกว่าท่านยังไม่ได้ ดิฉันก็จะขอติดตามแล้วก็นำส่งให้ท่านในประเด็นที่ท่านต้องการทราบนะคะ เนื่องจาก ในบางเรื่องเอกสารที่สามารถให้ได้ เนื่องจากในชั้นความลับของบริษัทเอง ทางบริษัทก็คงต้อง รักษาความลับของเอกสารด้วยเช่นกันค่ะ แต่เอกสารโดยรวมที่ต้องการเปิดเผย ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของสัญญาต่าง ๆ อันนั้นเป็นเรื่องความลับของบริษัทในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง เดี๋ยวดิฉันจะขออนุญาตได้ตอบคำถามท่าน เนื่องจากประเด็นคำถามท่านได้รวบคำถามทั้ง ๓ คำถามไว้ในครั้งเดียว ขออนุญาตตอบนะคะ🔗
คำถามแรก เรื่องของการแก้ไขปัญหาการลดขั้นตอนความซ้ำซ้อนในเรื่องของ การบริการ แล้วก็ทำอย่างไรที่จะบรรลุประสิทธิภาพของเครื่อง ท่านถามในเรื่องของ PVS Passenger Validation System ซึ่งในเรื่องของระบบดังกล่าวเป็นเรื่องที่ท่านได้ให้ ความสนใจแล้วก็ใส่ใจ ขออนุญาตเท้าความไปว่าในปี ๒๕๖๒ การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เรามีผู้โดยสารเป็นจำนวนมากส่งผลให้ผู้โดยสารที่มาใช้บริการสนามบินมีความแออัด แล้วก็ คับคั่ง ทาง ทอท. จึงมีแนวคิดที่จะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในการจัดการ ต่อมาในเรื่องของที่ผู้โดยสารมีจำนวนมากในสถานการณ์โควิด ทำให้ในช่วงนั้นสายการบิน หยุดชะงักหลังสถานการณ์โควิดกลับมา ซึ่งในปี ๒๕๖๒ แล้วก็ในปี ๒๕๖๗ ขณะนี้ผู้โดยสาร ก็เริ่มกลับมา แล้วที่ผ่านมาเราก็มีผู้โดยสารที่มาใช้บริการเป็นจำนวนมากถึง ๕๙ ล้านคน ทาง ทอท. จึงได้นำระบบของการยืนยันตัวตนผู้โดยสารเข้ามาใช้หรือเรียกสั้น ๆ ว่า PVS เข้ามาในการตรวจเอกสารการเดินทาง เช่น ตรวจหนังสือเดินทาง ตรวจบัตรประชาชนคู่กับ บัตรโดยสาร ซึ่งเดิมเจ้าหน้าที่จะใช้ในการตรวจเอกสาร ใช้เวลาประมาณ ๑๐-๑๕ นาที แต่หลังจากที่เรานำเครื่อง PVS มาใช้ก็จะลดขั้นตอนเหลือเพียง ๒-๓ นาที ถ้าเราใช้ระบบ PVS ก็จะส่งผลให้ความหนาแน่นของผู้โดยสารโดยเฉพาะช่วงเช้าถ้าท่านเดินทางไปที่ สนามบินดอนเมือง หรือท่านเดินทางไปที่สุวรรณภูมิ ก็จะเห็นว่าความแออัดของการเข้าคิว ที่จะต้องตรวจด้วยระบบ Manual ก็คือดูบัตรโดยสาร หรือว่าบัตรประชาชนก็จะใช้เวลานาน แต่พอเรามาใช้ PVS ก็สามารถร่นระยะเวลาการตรวจ Check ทั้งชื่อ แล้วก็บัตรโดยสาร รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ก็ทำให้การใช้บริการของผู้โดยสารแต่ละวันได้มีความพึงพอใจต่อการใช้ บริการ ก็จะเห็นว่าในเรื่องของการใช้เครื่อง PVS ทาง ทอท. จึงได้มีการติดตั้งระบบนี้ทั้ง ๖ สนามบิน ไม่ว่าจะเป็นสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินภูเก็ต สนามบิน ที่เชียงใหม่ แล้วก็สนามบินหาดใหญ่ รวมทั้งสนามบินที่จังหวัดเชียงราย ท่านประธาน ที่เคารพคะ จากนโยบายของรัฐบาลในการเปิด Free Visa เราจะเห็นว่าเรามุ่งเน้นเรื่องของ การทำเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับ ๑ ซึ่งที่ผ่านมาในปี ๒๕๖๗ นักท่องเที่ยวเดินทางทั่วโลก เขาวางหมุดหมายที่กรุงเทพมหานคร จึงทำให้กรุงเทพมหานครเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยว เดินทางมาเป็นอันดับ ๑ โดยเฉพาะการมาเยือนประเทศไทยในครั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่ทาง ทอท. จะต้องมีการเตรียมความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขยายอาคารผู้โดยสาร การสร้าง อาคารเทียบเครื่องบินในหลังที่ ๑ หลังจากการเปิด Runway ที่ ๓ รวมทั้งการจัดหา เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ รวมทั้งในเรื่องของการดูแลผู้โดยสารในการใช้บริการ นอกจากนั้น ท่านประธานที่เคารพคะ สิ่งต่าง ๆ ที่เราได้มีการปรับปรุงในเรื่องของทุกมิติก็จะทำให้ ผู้โดยสารมาใช้บริการในเรื่องของสนามบิน แล้วก็นักท่องเที่ยวที่มีปริมาณมากขึ้นค่ะ🔗
นอกจากนั้นท่านสมาชิกยังมีความห่วงใยในประเด็นคำถามที่ ๒ ว่าการที่เรา ได้ใช้บริษัทเหล่านี้ได้มีความโปร่งใสในเรื่องของการสัมปทาน แล้วก็การแข่งขันในเรื่องของ คุณภาพ การบริการที่ดีนั้นจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชนที่ใช้งบประมาณถึง ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาทหรือไม่ ขออนุญาตตอบในประเด็นคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกว่า ทอท. เป็นบริษัทในรูปแบบของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งรูปแบบของรัฐวิสาหกิจเป็นบริษัท จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีการปฏิบัติตามหลักการและแนวทางการกำกับดูแลของรัฐวิสาหกิจ รวมถึง ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลโดยยึดหลักธรรมาภิบาล เรื่องของความโปร่งใส เรื่องของการ ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ ทอท. เองก็ได้ ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐในปี ๒๕๖๐ และ ระบบว่าด้วยกระทรวงการคลังในการจัดซื้อจัดจ้าง นอกจากนั้น ทอท. เนื่องจากเป็นบริษัท จำกัด (มหาชน) เราก็มีรูปแบบของการจัดหาผู้รับจ้าง โดยเฉพาะในเรื่องของสัญญาว่าจ้าง บริการ ซึ่งในสัญญาดังกล่าวมีระยะเวลาสัญญา ๑๐ ปี เริ่มต้นในปี ๒๕๖๒ จะไปหมดอีกที ก็คือปี ๒๕๗๒ ค่ะท่านสมาชิก ขออนุญาตเพิ่มเติมว่าในกระบวนการคัดเลือกตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างจะมีอยู่ทั้งหมด ๙ ขั้นตอน ขั้นตอนแรก ก็คงจะเป็นเรื่องของการจัดทำแผนจัดซื้อจัดจ้างก่อน ขั้นตอนที่ ๒ ก็จะเป็นการ ร่างขอบเขตงานหรือว่าเรียกว่า TOR ขั้นตอนที่ ๓ เมื่อรายงานขอบเขต TOR แล้วก็จะเป็น การรายงานของการจัดซื้อจัดจ้าง ส่วนขั้นตอนที่ ๔ ก็จะเชิญผู้ได้รับการแต่งตั้งในการที่จะใช้ บริการเรื่องของระบบเหล่านี้ที่มีความชำนาญงานไม่น้อยกว่า ๓ รายขึ้นไป นอกจากในเรื่อง ของการเชิญชวนบริษัทที่มีคุณสมบัติในขั้นตอนทั้งหมดแล้วปริมาณ ๓ รายขึ้นไป แล้วก็ ในการเชิญชวนเหล่านั้นบริษัทก็จะออกหนังสือเชิญชวน แล้วก็ยื่นข้อเสนอตามที่ ทอท. กำหนด ต่อจากนั้นก็จะเป็นการยื่นข้อเสนอเช่น ๓ บริษัทมายื่นแล้ว ก็จะเป็นการแข่งขัน ไม่ใช่จะเลือกบริษัทใดบริษัทหนึ่งใน ๓ บริษัทนะคะ ใน ๓ บริษัทเหล่านั้นต้องมายื่นราคาว่า บริษัทไหนที่ยื่นสูงสุด บริษัทไหนยื่นราคาต่ำสุด ได้ผ่านคุณสมบัติของ TOR หรือไม่ ถึงจะมา เป็นการพิจารณาผล ไม่ใช่เป็นการเฉพาะเจาะจงหยิบบริษัทรายใดรายหนึ่ง หรือเอื้อ ประโยชน์ให้กับรายใดรายหนึ่ง แต่มีการแข่งขันในเรื่องของราคาหลังจากได้มีการผ่าน คุณสมบัติในเรื่องของ TOR เรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นก็จะนำมาซึ่งการพิจารณาผล ซึ่งการ พิจารณาผลก็จะเป็นพิจารณาความเห็นของหน่วยงานต่าง ๆ เมื่อพิจารณาผลเสร็จแล้ว ผู้มีอำนาจถึงจะอนุมัติการจัดซื้อจัดจ้าง และเห็นชอบการพิจารณาของคณะกรรมการจัดซื้อ จัดจ้าง โดยเฉพาะในเรื่องของขั้นตอนค่ะ ขออนุญาตลงไปใน Detail นิดหนึ่ง เนื่องจากเรื่อง ของการจัดซื้อจัดจ้างนี้ดิฉันได้เสนอว่าท่านสมาชิกเองซึ่งเราเน้นเรื่องของความโปร่งใส เรื่องของความตรวจสอบได้ เรื่องของความคุ้มค่าในการลงทุน เพราะว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ เป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชน โดยเราจะเชิญผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งในจำนวน ๓ ราย เหล่านั้น ซึ่งมันจะมีผลงานค่ะท่านประธาน ๑. อย่างน้อยจะต้องมีผลงานในเรื่องของ ประกอบธุรกิจในท่าอากาศยาน ทั้งนี้ในการประกอบธุรกิจนั้น ๆ บริษัทเหล่านั้นจะต้องมี ผู้โดยสารไม่ต่ำกว่า ๔๕ ล้านคน และการแข่งขันเหล่านั้นก็จะมีการตรวจสอบจากหน่วยงาน ที่กำกับดูแลเช่นสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย แล้วก็หน่วยงานภายนอก เช่น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ ซึ่งเรื่องดังกล่าวองค์กรภาคเอกชน องค์กรตรวจสอบในเรื่องของความโปร่งใสก็ได้ เข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการดังกล่าวด้วย เพราะฉะนั้นก็ขอยืนยันว่าจึงจะไม่มีการเอื้อ ประโยชน์ใด ๆ ต่อผู้ที่ยื่นเสนอราคาทั้ง ๓ ราย🔗
ต่อมาท่านประธานคะ ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใยเรื่องของการผูกขาด ในหน่วยงานนั้น ๆ ดิฉันขอนำเรียนว่าการผูกขาดหรือว่าการเปิดเผยโดยที่เชิญชวนบริษัท ต่าง ๆ ซึ่งนโยบายของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร เอง ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เอง ท่านได้กำชับแล้วบอกถึงแนวทางปฏิบัติว่าทุก ๆ โครงการของกระทรวงคมนาคม ทุก ๆ นโยบายของรัฐบาลเราไม่เน้นเรื่องของการผูกขาดให้บริษัทใดบริษัทหนึ่ง หรือกลุ่มบริษัทใด บริษัทหนึ่ง แต่กระจายในเรื่องของความถูกต้อง ความโปร่งใส แล้วก็คุณสมบัตินั้น ๆ ที่จะ เข้าสู่การประมูล นอกจากนั้นท่านประธานจะเห็นว่าในเรื่องของความโปร่งใส หรือว่า ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ดิฉันขออนุญาตไปถึงค่าธรรมเนียมเลยว่าค่าธรรมเนียมรูปแบบที่บริษัท ทำได้จะเป็นไปในเรื่องของการจ้างเหมาบริการ ซึ่งเป็นเรื่องของรัฐวิสาหกิจ จำกัด (มหาชน) ที่จะต้องดำเนินการตามระเบียบของการจัดซื้อจัดจ้าง จะเห็นว่าอายุสัมปทานของสัญญา ดังกล่าวมีอยู่ ๑๐ ปี ขออนุญาตว่าทำไมต้อง ๑๐ ปี แล้วทำไม ทอท. ต้องมีการคำนวณ ซึ่งการคำนวณค่าบริการผู้โดยสารเรียกว่า CUPPS เราได้นำระบบมาใช้ ถ้าท่าอากาศยาน ไหนที่รับผิดชอบก็จะต้องมีระบบยืนยันตัวตนผู้โดยสารที่กล่าวถึง ซึ่งส่วนหนึ่งของระบบ ของผู้โดยสารขาออกเรียกว่า ระบบ CUPPS ซึ่งในกระบวนการดังกล่าวก็จะมีกระบวนการ ที่คำนึงถึงการคิดต้นทุนผู้โดยสารขึ้นเครื่อง ใน ๓๐ บาทที่ท่านชำระเพิ่มขึ้นก็จะประกอบ ไปด้วย ๖ ระบบ ระบบแรก คือระบบตรวจบัตรโดยสารขึ้นเครื่อง ๒. ระบบ Check In ด้วยตนเองอัตโนมัติ ๓. ระบบกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติ ๔. ที่ท่านได้ถามถึงว่าระบบตรวจสอบยืนยันตัวตน โดยผู้โดยสาร ๕. จะเป็นระบบของประตูทางออกที่ขึ้นเครื่องโดยอัตโนมัติ ๖. เป็นระบบ พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ส่วนที่เพิ่มขึ้น ๓๐ บาทที่ท่านได้นำเรียน นี่ก็คือส่วนที่เพิ่มขึ้นทั้ง ๖ ระบบ ไม่ใช่จะเพิ่มขึ้นในกิจกรรมของแค่ตรวจสอบยืนยันตัวตนเท่านั้น ท่านประธาน ที่เคารพคะ การคิดคำนวณต้นทุนเราจึงคิดทั้งค่าบริการ รายละเอียดต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับ การบริการเพื่อเพิ่มกำหนดการเรียกเก็บ ซึ่งปัจจุบันนี้ที่ผ่านมาเรามีการเรียกเก็บเพิ่มขึ้น ๓๐ บาท นับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน เป็นต้นมา ซึ่งผู้โดยสารภายในประเทศเดิมทีคิด ๑๐๐ บาท แต่เรา เพิ่มเป็น ๑๓๐ บาท ต่อผู้โดยสาร ๑ ท่าน ผู้โดยสารระหว่างประเทศ เดิมคิด ๗๐๐ บาท แต่ได้เพิ่มเป็น ๗๓๐ บาท นี่คือระบบที่ได้สร้างความโปร่งใส แล้วก็อำนวยความสะดวกให้ พี่น้องประชาชน เราจะเห็นว่าการเดินทางโดยสารโดยเครื่องบินผู้โดยสารก็มีความคิดเป็น เบื้องต้นแล้ว เพราะการโดยสารโดยเครื่องบินก็คือ สะดวก รวดเร็ว แล้วก็ปลอดภัย นั่นก็คือ การซื้อเวลา ถ้าเราจะต้องเพิ่มขึ้นในการซื้อเวลา ๓๐ บาท แล้วอำนวยความสะดวกให้ ผู้โดยสารไม่ต้องตกเครื่อง แล้วเดินทางด้วยความปลอดภัย ดิฉันเห็นว่าในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เป็นทางเลือกหนึ่งของผู้โดยสาร แล้วเราก็มุ่งมั่นถึงการบริการที่จะทำให้ผู้โดยสารได้ถึง ปลายทางด้วยความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย นอกจากนั้นขออนุญาตเพิ่มเติมว่า ทอท. เองเป็นรัฐวิสาหกิจที่เป็นบริษัท จำกัด (มหาชน) เราได้สร้างความโปร่งใสในเรื่องของการนำส่ง รายได้ แล้วก็รูปแบบภาษีซึ่งเป็นเงินนิติบุคคลตามที่สรรพากรได้กำหนด แล้วนอกจากนั้น ยังได้ส่งเงินรายได้ร้อยละ ๒๐ ของกำไรสุทธิ โดย ทอท. ไม่ได้คิดแค่มิติของการสร้างรายได้ อย่างเดียว เราได้คิดถึงการนำรายได้เหล่านั้นมาปรับปรุงท่าอากาศยานให้มีความทันสมัย ให้มีคุณภาพในเวทีของการแข่งขันในเวทีโลก โดยเฉพาะในเรื่องของการพัฒนาท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ ระยะที่ ๒ การปรับปรุงสายพานลำเลียงกระเป๋า โครงการก่อสร้างทางวิ่งที่ ๓ หรือ Runway ที่ ๓ ที่บริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานอื่น ๆ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใยในเรื่องของรถขนส่งผู้โดยสาร ที่ไปที่ท่าอากาศยาน เรื่องของบันไดเลื่อน เรื่องของการจราจรที่มีความแออัดบริเวณสนามบิน ดอนเมือง ซึ่งเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เมื่อทาง ทอท. ได้รับทราบเราไม่ได้นิ่งนอนใจ เราได้ลงไป แก้ไข ไม่ว่าเรื่องของบันไดเลื่อนขณะนี้ก็ได้ใช้งานอย่างมีคุณภาพ แล้วก็มีการตรวจสอบ อย่างใกล้ชิดในเรื่องของคุณภาพการให้บริการ เรื่องของความปลอดภัยในทุก ๆ ๑ ปี นอกจากนั้นเรื่องของการจราจร ขออนุญาตกราบเรียนว่าในช่วงเช้าของการเดินทาง ท่านก็จะเห็นว่ามีผู้โดยสารที่แออัดเราถึงใช้ระบบยืนยันตัวตนเข้ามาใช้เพื่อลดความแออัด ของผู้โดยสารเหล่านั้น ในเรื่องของรถที่ท่านบอกว่าเรื่องของความปลอดภัย ในเรื่องของ สิ่งต่าง ๆ ทาง ทอท. ก็ได้กำชับให้พนักงานทุกท่านได้มีการบริการผู้โดยสารด้วยการบริการ ที่เป็นมิตรไมตรี แล้วก็ยิ้มแย้มแจ่มใสในการที่จะบริการ แล้วก็สื่อสารถึงประชาชนในการ เตรียมตัวเดินทางในการ Check In ก่อนเวลา ๑ ชั่วโมง🔗
ท่านประธานที่เคารพค่ะ ขออนุญาตคำถามสุดท้ายที่ท่านสมาชิกได้มีความ ห่วงใย นอกจากนั้นดิฉันได้นำเรียนถึงสิ่งที่ทาง ทอท. ได้มีรายได้จากการประกอบกิจการ เราก็ยังคำนึงถึงมิติของการช่วยเหลือสังคมว่ามิติของการพัฒนาคุณภาพของสนามบินแล้ว ยังมีมิติของการช่วยเหลือสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสนับสนุนการก่อสร้างโรงเรียน ตชด. กิจกรรมจิตอาสา เรื่องของการชุมชนสัมพันธ์รอบ ๆ สนามบินสุวรรณภูมิ เรื่องของการ มอบทุนการศึกษาให้กับมูลนิธิต่าง ๆ นอกจากนั้นในเรื่องของโครงการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ ๖ รอบ ทอท. ก็มีส่วนร่วมในการสนับสนุนกิจกรรม ดังกล่าว ท้ายที่สุดค่ะท่านประธาน ใน ๓ คำถามของท่านสมาชิก ดิฉันต้องขอขอบพระคุณ คำถามของท่านสมาชิกและความห่วงใย และดิฉันถือโอกาสได้สื่อสารประชาสัมพันธ์ การทำงานของ ทอท. ไปยังพี่น้องประชาชนถึงความโปร่งใส แล้วก็มุ่งมั่นการบริการให้เกิด ประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนคนไทย และนักเดินทางที่มาเยือนประเทศไทย และ กรุงเทพมหานครจะเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวมาเยือนอันดับ ๑ ของประเทศ แล้วก็ของ ทั่วโลกต่อไป ขอบคุณค่ะ🔗
ขอเชิญคุณวิรัช ท่านจะมีคำถามถามได้เป็นครั้งที่ ๒ นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีมนพร ขอบคุณท่านรัฐมนตรีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ คือผมทราบครับ เครื่อง PVS นี้ จริง ๆ ก็มีประสิทธิภาพแต่มันใช้ไม่ได้เต็มที่ ความรู้สึกของคนนะครับท่านรัฐมนตรี เวลาเรา เดินไปคนอื่นเข้าแถวยาวเหยียดตรวจบัตรประชาชนกับตั๋วโดยสาร แต่เราเข้าไปปุ๊บมีบางคน ที่ Scan หน้ามาแล้วผ่านเครื่อง PVS มันเหมือนกับเรามีอภิสิทธิ์ จริง ๆ ไม่ใช่ครับ มันเป็น ของที่บวกในค่าโดยสาร ๓๐ บาทไปแล้ว บวกในบัตรโดยสารของทุกคน เพราะฉะนั้นวันนี้ สัญญานี้เริ่มมาตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ สิ้นสุด ๓๐ กันยายน ๒๕๗๓ ซึ่งมันครึ่งทางแล้ว ท่านรัฐมนตรีครับ ผมไม่ได้ติดใจว่าแพง ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ก็ถือว่ามันเป็นเทคโนโลยี ต้องใช้ หลาย ๆ อย่างไม่ใช่เฉพาะเครื่อง PVS ไม่ว่า Scan กระเป๋า ไม่ว่าประตูทางขึ้นเครื่อง แต่ผมอยากให้มันใช้ได้ ผมถามท่านผู้ว่าการท่าอากาศยาน วันนี้ท่านออกโทรทัศน์บอกว่า พร้อมที่ใช้ตั้งแต่ ๑ พฤศจิกายน ให้ใช้ได้ทุกคน ผมอยากให้มันเป็นอย่างนั้น ท่านรัฐมนตรีครับ เหมือนกับว่าเราทุกคน โดยเฉพาะรถติดทางเข้าสนามบินนี่ก็เยอะพอสมควรแล้ว เพราะฉะนั้น ผมอยากให้ทุกคนเข้าไปได้ใช้ประโยชน์ที่เขาเสีย ๓๐ บาทไปแล้ว เสียค่าสนามบิน ๑๐๐ บาท บวกอีก ๓๐ บาท เพราะฉะนั้นเงิน ๓๐ บาทที่ได้ให้เขาได้รับความสะดวก ขอบคุณนะครับ สำหรับคำตอบ ผมใช้คำถาม ๓ คำถามในทีเดียวเพื่อประหยัดเวลาของสภาอันมีเกียรติแห่งนี้ แต่สิ่งหนึ่งท่านรัฐมนตรีจะต้องดูแลและควบคุม ผมคิดว่าทุกคนก็อยากจะทำ แต่ต้องกำชับ ผู้รับเหมาว่าทุกคนที่ใช้สนามบินสามารถจะได้ใช้สิทธิในตัวนี้ได้ทุกคน มันจะทำให้รวดเร็ว และประหยัด สส. และประชาชน โดยมาก สส. อย่างผมเดินทางทุกอาทิตย์ต้องกลับไปดูแล พื้นที่ เพราะฉะนั้นผมจะได้ใช้ในสิ่งที่ตัวนี้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ผมเห็นความรู้สึก ที่คนแออัด เข้าคิวยาวเหยียด ผมเกิดความสะท้อนใจ ทั้ง ๆ ที่เขาเสีย ๑๐๐ บาท กับ ๓๐ บาท บวกในค่าโดยสารแล้ว ค่าโดยสารก็แพงมหาโหดครับ ตอนนี้ ค่าโดยสารเครื่องบิน ก็แพงมหาโหด เพราะฉะนั้นวันนี้ผมอยากให้กระทรวงคมนาคมร่วมกับ ทอท. มาลองจูนกันสิ ว่าเราเหลือเวลาอีก ๕ ปี กับเงิน ๘,๖๐๐ ล้านบาท กับเก็บกับผู้โดยสารอีก ๓๐ บาท เอาให้เกิดประโยชน์ที่สูงสุด เงินตั้ง ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เขาเข้าไป ปุ๊บ Scan หน้าเดินขึ้นเครื่องเลย ผมว่ามันเป็นประโยชน์ แล้วเราดูเมืองไทยมันก็น่าเที่ยว น่าเดินทางด้วย เพราะเสียเงินแล้วมันต้องได้ประโยชน์ ขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีที่กรุณามาตอบ จริง ๆ ต้องชมรัฐมนตรีนะครับ ผมว่าท่านตอบได้ดีพอสมควร แล้วก็ตอบทุกเรื่อง ถ้าผมเปลี่ยนรัฐมนตรีตอบได้ผมก็จะยกมือเปลี่ยน แต่ผมว่าคนนี้ดีที่สุด แล้วละครับ ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมจะตอบอีกครั้งหนึ่ง เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในประเด็นที่ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใยในเรื่องของการใช้เครื่องยืนยันตัวตน ซึ่งดิฉันเห็นว่า ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์จะให้ทาง ทอท. เองเน้นเรื่องของการประชาสัมพันธ์เชิญชวน พี่น้องประชาชน หรือว่าผู้โดยสารที่ต้องเดินทางมาใช้เครื่องยืนยันตัวตนให้มากขึ้นเพื่อไม่ให้ เกิดการแออัดในการที่จะเดินทางโดยสารโดยเครื่องบิน ซึ่งเรื่องของการประชาสัมพันธ์ก็ดี เรื่องของการใช้สื่อโฆษณาต่าง ๆ ก็ขอรับข้อแนะนำของท่านสมาชิกไป แล้วก็ขอขอบคุณ ที่ท่านสมาชิกได้ให้คำแนะนำ แล้วก็ขอบคุณในคำถามนะคะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และคุณวิรัช พิมพะนิตย์ ผู้ถามกระทู้ถามนี้ จบการถามกระทู้นี้นะครับ ต่อไปก็จะเป็นกระทู้ถามซึ่งเลื่อนมาเมื่อสักครู่นะครับ ก็เลื่อนนมา🔗
๒. เรื่อง การขออนุญาตสร้าง ขยายหรือปรับปรุงถนนสาธารณะ ที่ประชาชนใช้เดินทางสัญจรแต่กฎหมายกำหนดให้เป็นป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาพร้อมที่จะตอบแล้วนะครับ ขอเชิญ คุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ถามได้ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมได้ทำ กระทู้ถามกราบเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับ การขออนุญาตสร้าง ขยาย หรือ ปรับปรุงถนนสาธารณะที่ประชาชนใช้เดินทางสัญจรแต่กฎหมายกำหนดให้เป็นพื้นที่ป่าตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ซึ่งวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มา ตอบกระทู้ถามของกระผม ผมก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรี เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งท่านได้ สละเวลาอันมีค่าได้คุยกับทางทีมงานคณะทำงานของท่านรัฐมนตรี ท่านเองมีภารกิจ เยอะมาก แต่ท่านได้เห็นความสำคัญและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่รอการพัฒนา ถนนหนทางในพื้นที่ที่ถูกระบุใน พ.ร.บ. ป่าไม้ว่าต้องมีการขออนุญาตแล้วเกิดความล่าช้า ท่านรัฐมนตรีเมื่อทราบเรื่องท่านรัฐมนตรีไม่ได้นิ่งนอนใจครับ ได้มาตอบกระทู้ถามของสภา ผู้แทนราษฎรของเรา ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัย ศรีอ่อน มา ณ โอกาสนี้ ท่านประธานครับ ปัญหามันเกิดจากการที่กฎหมายนั้นได้ระบุไว้โดยประมวลกฎหมาย ที่ดิน มาตรา ๒ ได้บัญญัติให้ที่ดินที่ไม่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใดให้ถือเป็น ที่ดินของรัฐ ประกอบกับมาตรา ๔ (๑) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ บัญญัติให้ป่า หมายความว่า ที่ดินที่ยังมิได้มีบุคคลใดได้มาตามกฎหมายที่ดินให้ถือเป็น พื้นที่ป่า ฉะนั้นถนนหนทางที่พี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทางเดินเท้า ทางเกวียน รวมถึง ถนนที่ยังไม่มีการก่อสร้าง และที่ก่อสร้างไปแล้วที่เป็นกิจจะลักษณะ เมื่อยังไม่ได้มีหนังสือ รับรองสิทธิให้ขึ้นทะเบียนเป็นทางหลวงสาธารณะ ตามกฎหมายเรื่องของที่ดินและกฎหมาย ของพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา ๔ ได้นำเรียนท่านประธานไปแล้ว พื้นที่ดังกล่าวนั้น ให้ถือเป็นพื้นที่ป่า ฉะนั้นการที่จะขออนุญาตก็ต้องให้ทางกรมป่าไม้นั้นได้อนุญาตให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการก่อน อันนี้เป็นปัญหาอย่างมากครับท่านประธาน เนื่องจากที่ผ่านมานั้นผมเองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรีได้รับการร้องเรียน จากผู้นำท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นนายกเทศบาลก็ดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลก็ดี ท่านประธานครับ จดหมายที่ท่านประธานและท่านรัฐมนตรีได้เห็นนั้นเป็นจดหมายของ องค์การบริหารส่วนตำบลลาดบัวขาวที่ได้ทำขออนุญาตกรมป่าไม้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ แล้วตอนนี้ ถนนดังกล่าวก็ยังไม่ได้ดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งถนนที่ท่านประธานเห็นที่ผมยกตัวอย่าง เป็นเส้นทางหนึ่งในหลายสิบเส้นทางในเขตอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เป็นเส้นทางเดียว ในหลายสิบเส้นทาง ซึ่งเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่นำมาเรียนท่านประธานและท่านรัฐมนตรีได้เห็น คือถนนลาดยาง เส้นสะพานท่าผาแยกลาดบัวขาว ตรงไปออกคลอง ๒ ซ้ายของตำบลลาดบัวขาว ซึ่งตรงนี้ ถนนมีสภาพการจราจรที่ชำรุด แล้วปัจจุบันผมได้ทำกระทู้ถามขอให้รัฐบาลไปดำเนินการ ปรับปรุงถนน ๔ เลน เส้นเบิกภัย หนองปลาหมอ รวมถึงสะพานขยายจาก ๒ เลน เป็น ๔ เลน ทำให้ปัจจุบันนี้สะพานตรงไฟแดงบ้านโป่งนั้นได้ถูกปิดเพื่อขยายจาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร ทำให้ถนนเส้นที่นำเรียนท่านประธานนั้นต้องขยายแล้วก็ปรับปรุงพื้นผิว การจราจร สะพานถูกปิดตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ แล้วทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบจ.ราชบุรีก็ดี อบต.ลาดบัวขาวก็ดี มีความพร้อมทางด้านงบประมาณที่จะไปลาดยางเพื่อให้ ถนนสายสะพานท่าผา-ลาดบัวขาวนั้นใช้แทนสะพานเส้นบ้านโป่งที่มีการปิดการจราจร เนื่องจากขยายจาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร แต่ปัจจุบันนี้สะพานบ้านโป่งนั้น เดือนหน้านี้จะเปิดใช้ตรงปีกได้แล้ว แล้วสงกรานต์นี้ก็จะเปิดใช้ ๒ เลนได้แล้ว แต่ถนนที่เรา จะรองรับการจราจรให้พี่น้องเบี่ยงมาใช้ถนนเส้นลาดบัวขาว-ท่าผา ยังไม่ได้ทำเลยครับ ท่านประธานก็มานั่งดูว่าปัญหามันเกิดจากอะไร งบประมาณพร้อม บุคลากรพร้อม แต่ว่า กรมป่าไม้ยังไม่อนุญาตให้ แล้วที่สำคัญวันนี้ที่จังหวัดราชบุรีไม่ใช่แค่อำเภอบ้านโป่งอย่างเดียว ที่จังหวัดราชบุรีมีปัญหาทุกอำเภอ ทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตอนนี้ ๕,๐๐๐ กว่าคำขอ ทางกรมป่าไม้ซึ่งมีบุคลากรจำกัด มีอยู่ประมาณ ๗-๘ คน ต้องออกไปสำรวจทำการรังวัดนี้ ตอนนี้ทำได้ ๑,๐๐๐ กว่าคำขอ ยังเหลืออีก ๓,๐๐๐ กว่าคำขอครับ ๓,๐๐๐ กว่าคำขอ หมายความว่า ๓,๐๐๐ ถนน หรือ ๓,๐๐๐ กว่าสายทางที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน แต่ยัง ไม่สามารถที่จะไปดำเนินการลาดยาง หรือปรับปรุงเส้นทางให้กับพี่น้องประชาชนได้ เมื่อผม เองเป็นผู้แทนไปชี้แจงกับพี่น้องประชาชนว่ารอป่าไม้อนุญาต ประชาชนก็สับสน งงครับ เป็นไปได้อย่างไรถนนใช้มาตั้งแต่ยายเป็นเด็กจนปัจจุบันนี้ยายอายุ ๗๐ ปี จะ ๘๐ ปีแล้ว ก็เป็นถนนนี่ ก็ไม่เคยเห็นมีต้นไม้ขึ้นสักต้นหนึ่ง พี่น้องประชาชนไม่เข้าใจครับ ก็ต้องอธิบาย ข้อกฎหมายฟังอย่างที่เรียนท่านประธานไปว่า กฎหมายป่าไม้เขากำหนดไว้ว่าถ้าไม่มีหนังสือ รับรองสิทธิให้ถือเป็นพื้นที่ของป่าไม้ ฉะนั้นจะไปลาดยาง จะไปปรับปรุงถนนต้องไปขอ ป่าไม้ก่อน ตอนนี้งบประมาณเพียงพอแล้วแต่ยังทำไม่ได้เพราะว่าทางป่าไม้ยังไม่อนุญาต ชาวบ้านก็งงครับ ก็กลับมาดูตรงนี้ว่าปัญหามันเกิดจากไหน ปัญหาเกิดจากขั้นตอนการ ขออนุญาตที่ซับซ้อนที่ใช้เวลานาน ๑. บุคลากรไม่เพียงพอ แล้วก็ขั้นตอนนี้เยอะจะมีระบุว่า ถ้าเกินกี่ไร่ต้องให้ทางอธิบดีลงนาม ถ้าต่ำกว่ากี่ไร่ให้ผู้อำนวยการเขตลงนาม คราวนี้ก็มี ความสับสน แล้วก็มีขั้นตอนที่ซับซ้อนทำให้การขออนุญาตล่าช้ามาก ท่านประธานจะเห็นว่า จดหมายที่นำเรียนท่านประธานตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ จนปัจจุบันนี้ยังไม่สามารถดำเนินการ ลาดยางได้ ฉะนั้นผมเลยเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ขออนุญาตกราบเรียน ถามท่านรัฐมนตรีว่า รัฐบาลมีแนวทางในการแก้ไขหลักเกณฑ์การอนุญาตให้สร้าง ขยาย หรือปรับปรุงถนนสาธารณะสำหรับประชาชนใช้ประโยชน์สาธารณะร่วมกันให้มีความสะดวก รวดเร็วหรือไม่ อย่างไร เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีถนนใหม่ได้ใช้เพื่อลดปัญหาความ เดือดร้อน ขออนุญาตนำเรียนถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ต้องขอบคุณท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี ที่ท่านได้ให้ความสนใจในเรื่องที่เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งผมเองก็ได้ รับทราบปัญหานี้มาตั้งแต่เริ่มต้นเข้ามารับตำแหน่งตรงนี้นะครับ แล้วก็ได้มีการดำเนินการ ในหลาย ๆ อย่าง ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่าการดำเนินการในพื้นที่เขตป่าทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น เขตป่าไม้ ๒๔๘๔ เขตป่าสงวน เขตป่าอนุรักษ์ ในการดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด มีกฎหมายของป่าไม้แต่ละตัวเป็นตัวบังคับอยู่ ซึ่งมีระเบียบ มีหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในการที่จะ ดำเนินการ ต้องเรียนอย่างนี้ว่าการดำเนินการตั้งหลักเกณฑ์ตรงนี้ ๑. ก็คือเพื่อที่จะรักษาพื้นที่ ของป่าไม้ไว้ แต่วันนี้ความเจริญเข้ามาทำให้พื้นที่ป่าไม้หลาย ๆ แห่งอยู่ในเขตเมืองเหมือนที่ ท่าน สส. ท่านอัครเดชได้พูดว่า ในพื้นที่เมืองมีพื้นที่เขตที่เป็นป่าเยอะมาก ซึ่งเราก็เข้าใจครับ แต่ว่าในขณะเดียวกันพื้นที่ตรงนั้นก็ยังไม่ได้ยกเลิก ยังมีสภาพเป็นพื้นที่ป่าตามสภาพ ตามกฎหมายอยู่ เพราะฉะนั้นการดำเนินการต่าง ๆ ก็คงยังต้องดำเนินการในส่วนของการ อนุมัติ หรือการยื่นคำขอตามระเบียบ เดี๋ยวผมจะขออนุญาตอธิบายระเบียบนิดหนึ่งและ จะกราบเรียนท่าน สส. เพื่อจะไปบอกพี่น้องประชาชน แล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือส่วนราชการอื่น ๆ ที่จะดำเนินการในส่วนของการขออนุญาตทำโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่ ป่าทุกชนิด ผมและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทราบดีว่าความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนเป็นปัญหา ซึ่งท้องถิ่นส่วนราชการมีความจำเป็นที่จะต้องขอใช้พื้นที่ ในการเข้าไปพัฒนาหรือดำเนินการต่าง ๆ โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ แต่ว่าในกรณีที่ผมบอก ในเบื้องต้นว่าในเมื่อกรณีที่ยังไม่ได้ยกเลิกพื้นที่ป่า การดำเนินการทุกกรณีของการขออนุญาต จะต้องเป็นไปตามกฎกระทรวง หรือกฎหมายที่กำกับในป่าไม้นั้น ๆ ไว้ นี่เป็นสิ่งที่เรียนเลยว่า เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การดำเนินการต่าง ๆ การยื่นคำขอวันนี้ผมเรียนเลยว่าขั้นตอน กระบวนการในการยื่นคำขอ จากเดิมที่จะต้องมีการอนุมัติการสร้าง ขยาย ปรับปรุงถนน พื้นที่ป่าตามมาตรา ๔ (๑) พ.ร.บ. ป่าไม้ ๒๔๘๔ ของกระทู้นี้ ของท่าน สส. หรือกรณีอื่น ๆ ที่ จะขออนุญาตตามกฎกระทรวง การขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่า ๒๕๕๘ ซึ่งที่ผ่านมา จะต้องยื่นคำขอสำนักงานทรัพยากรป่าไม้ท้องที่พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง และสุดท้ายก็คือ จะต้องให้อธิบดีกรมป่าไม้เป็นคนอนุมัติ แต่วันนี้กระบวนการต่าง ๆ เหล่านั้นอธิบดีกรมป่าไม้ ได้มอบอำนาจตรงนั้นลงไปที่ทางป่าไม้เขต ตั้งแต่ป่าไม้เขต ๑-๑๓ แล้วก็ตัวแทนป่าไม้เขตอีก ๑๐ สาขา ซึ่งตรงนี้ผมถือว่าเป็นสิ่งที่เราได้ดำเนินการกระบวนการ ขั้นตอนต่าง ๆ ให้สั้นลง เพื่อที่จะให้การยื่นขออนุญาตสามารถดำเนินการได้ ผมทราบปัญหาตรงนี้ว่าได้มีการพูดคุย กับท้องถิ่น ได้มีการพูดคุยกับส่วนราชการว่าบางครั้งการดำเนินการตั้งงบประมาณ ปีงบประมาณนั้น ๆ และยื่นคำขอไป ปรากฏว่าหมดปีงบประมาณก็ยังไม่ได้สร้างเพราะว่ายัง ไม่ได้ผ่านการอนุมัติ ผมเรียนเลยว่าวันนี้อยากจะฝากไปถึงท้องถิ่นหรือส่วนราชการว่าท่านดู ในส่วนของเอกสารต่าง ๆ ที่จะยื่นนี่ขอให้ยื่นให้ครบ แล้วผมเรียนยืนยันเลยครับ ถ้าเอกสาร ยื่นครบจะมีการพิจารณาอนุมัติภายในไม่เกิน ๖๐ วันแน่นอน นี่คือสิ่งที่ผมได้ให้เป็นนโยบาย กับส่วนราชการ เหมือนกับที่ผมได้กำหนดส่วนของการปฏิบัติงานไว้เบื้องต้น ก็คือความล่าช้า คือความอยุติธรรมอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่สามารถแก้ไขความล่าช้าได้ เราไม่ สามารถให้ความยุติธรรมกับพี่น้องประชาชน หรือองค์กร หรือหน่วยงานต่าง ๆ ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นนโยบายตรงนี้นะครับ วันนี้ไม่ว่าจะเป็นกรมป่าไม้ กรมอุทยาน สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รับนำไปปฏิบัติทั้งหมด เพราะฉะนั้นนี่คือส่วนที่เราได้ดำเนินการ แล้วผมคง จะได้ตอบคำถามในรายละเอียดทั้งหมดกับคำถามข้อที่ ๒ ของท่าน สส. ผู้ทรงเกียรติ แล้วก็ จะได้เรียนให้ท่านได้ทราบว่ามีการดำเนินการกระบวนการอย่างไรไปบ้าง และวันนี้อาจจะได้ ขออนุญาตใช้เวทีตรงนี้ สถานที่แห่งนี้ประสานสื่อไปถึงส่วนราชการ สื่อไปถึงองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่มีความจำเป็นจะต้องใช้พื้นที่ที่อยู่ในการดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมทั้งหมด จะได้รู้ว่ากระบวนการที่เราจะดำเนินการให้ท่านนี้ท่านสามารถที่จะ ดำเนินการอย่างไรได้บ้าง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปขอเชิญคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ถามเป็นคำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีที่ท่านได้เข้าใจปัญหาว่าพื้นที่ที่ผมนำเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนั้น เป็นพื้นที่ถนนที่แยกออกจากพื้นที่ป่า ถ้าเป็นพื้นที่ป่าเราไม่ได้ขัดข้องอยู่แล้ว ก็ต้องมีการ ดำเนินการตามคำขอ แต่ว่าพื้นที่ที่นำเรียนท่านประธานนี้มันคือถนนที่ใช้มาเป็นเกือบร้อยปี แล้ววันนี้กฎหมายก็ระบุว่าให้เป็นพื้นที่ป่าก็ต้องไปดำเนินการตามขั้นตอนทำให้การใช้ งบประมาณล่าช้า ซึ่งท่านรัฐมนตรีท่านเข้าใจปัญหาดี ต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ที่ท่านออกนโยบายว่าต่อไปนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของกรมป่าไม้หรือกรมอุทยานก็ดี ต้องใช้ ระยะเวลาเพียง ๖๐ วันในการพิจารณาคำขอ เพื่อให้การใช้งบประมาณขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นสามารถเข้าไปพัฒนาถนนให้กับพี่น้องประชาชนได้ ซึ่งท่านรัฐมนตรีท่านเข้าใจ ปัญหาเป็นอย่างดี ต้องกราบขอบพระคุณที่ท่านมีนโยบายตรงนี้ ขอเรียนท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าได้นำเรียนปรึกษาท่านรัฐมนตรีก่อนหน้านี้ว่าส่วนของค่าธรรมเนียมในการ ปลูกป่า เนื่องจากถนนมันไม่มีป่า ผู้นำท้องถิ่น นายก อบต. ก็ดี นายกเทศมนตรีก็ดี ก็งงว่า เอ๊ะทำไมต้องโดนค่าปลูกป่าด้วย ๒๐๐,๐๐๐ บาทบ้าง ๓๐๐,๐๐๐ บาทบ้าง ๗๐,๐๐๐ บาทบ้าง บางเส้นทาง ทีนี้ปัญหานี้ได้นำเรียนปรึกษาท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีก็ได้ตรวจสอบให้ ก็ บอกว่าตรงนี้เป็นการชำระค่าธรรมเนียมตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ ซึ่งต้องมีการชำระ ทางกรมป่าไม้ เก็บไปก็ทราบว่าเอาไปใช้เพื่อปลูกป่าทดแทน อันนี้ถือว่าเป็นประโยชน์ในการที่จะนำเงิน ไปปลูกป่าทดแทนเพื่อให้ประเทศไทยของเรามีป่าไม้เพิ่มขึ้น อันนี้ได้รับคำตอบจาก ท่านรัฐมนตรีมาก่อนที่จะถามกระทู้นะครับ ก็เห็นด้วยกับทางท่านรัฐมนตรี แต่มีเรื่องที่จะนำ กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัย ศรีอ่อน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า ในเมื่อเงินตรงนี้เอาไปใช้ในการปลูกป่าแล้ว แต่ประเด็นที่ได้นำปรึกษากับทางผู้นำท้องถิ่นว่าเงินตรงนี้ไม่สามารถใช้งบประมาณของทาง อบต. หรือเทศบาลได้ เพราะว่าติดข้อกฎหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉะนั้นก็เลย อยากจะนำเรียนท่านรัฐมนตรีว่าอยากให้ท่านรัฐมนตรีได้หารือใน ครม. คณะรัฐมนตรี ให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องช่วยทบทวนกฎระเบียบการใช้งบประมาณของ อบต. ว่าต่อไปนี้ ถ้ามีการเก็บค่าธรรมเนียมในส่วนของการปลูกป่า ถึงแม้ว่าจะเป็นถนนไม่มีต้นไม้สักต้นเลย ก็ตามแต่ว่าต้องขอตามระเบียบนี้ แล้วต้องมีค่าธรรมเนียมในการปลูกป่า ขอให้ กระทรวงมหาดไทยได้แก้ข้อบังคับ หรือกฎหมาย หรือข้อบัญญัติที่เกี่ยวข้องให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถใช้งบประมาณของ อบต. หรือเทศบาลมาจ่ายให้กับกรมป่าไม้ได้ ก็ต้องขอรบกวนบารมีท่านรัฐมนตรีได้รับเป็นธุระไป แล้วก็ทางท่าน สส. ที่นั่งอยู่ตรงนี้ หลายท่าน ทั้งชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช แล้วก็สงขลา ก็ฝากกราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีเพราะว่าแต่ละจังหวัดก็มีปัญหาเหมือนกัน ที่ท่านรัฐมนตรีสละเวลามาตอบ กระทู้ถามนี้ แล้วก็เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งท่านรัฐมนตรีก็จะได้รับไป ดำเนินการต่อ ขอบคุณท่านประธานและท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ท่าน สส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส. บ้านโป่ง ราชบุรี ก็ขอขอบคุณท่านเป็นอย่างสูงเลยที่ เปิดโอกาสให้ผมได้มีโอกาสได้มาตอบชี้แจงในส่วนของการปฏิบัติงาน แล้วก็จะได้ทำ ความเข้าใจกับในส่วนราชการแล้วก็ท้องถิ่น เพื่อที่จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ผมเรียนอย่างนี้ว่าอย่างที่ผมบอกในเบื้องต้นกรมป่าไม้ได้มอบอำนาจให้กับผู้อำนวยการ สำนักทรัพยากร ๑-๑๓ แล้วก็ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรป่าไม้ทุกสาขาอีก ๑๐ สาขา ในการที่จะดำเนินการตามอำนาจของอธิบดีกรมป่าไม้เลยครับ เพราะฉะนั้นกระบวนการ ตรงนี้ก็จะตัดกระบวนการไปได้ผมว่าได้หลายอาทิตย์กว่าหนังสือจะเดินจากเขตขึ้นมา สามารถที่จะดำเนินการอนุมัติได้ในพื้นที่ตรงนั้นเลย นี่ก็เป็นอีกหนึ่งกระบวนการที่ผมได้เร่ง เรื่องของความล่าช้าต่าง ๆ สิ่งหนึ่งผมยกตัวอย่างกรณีที่เกิดอุทกภัยที่ผ่านมานี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมได้นำเรื่องเข้า ครม. ในการที่จะให้ส่วนราชการหรือท้องถิ่นสามารถดำเนินการ ในการซ่อมแซมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไปพลางก่อนได้ล่วงหน้า สามารถดำเนินการได้เลย แล้วก็ดำเนินการยื่นตามระเบียบที่กำหนดไว้ย้อนหลังมา นี่คือการ เริ่มต้นที่เราดำเนินการ และในปี ๒๕๖๓ มีมติ ครม. วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๓ แล้วก็มติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ในการที่จะให้ส่วนราชการหรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทั้งหมดได้ยื่นคำขอ อย่างกรณีอย่างนี้นะครับ อย่างกรณีที่ทำพัฒนาพื้นที่ในเขต ป่าไม้ไปแล้วและยังไม่ได้ยื่น ได้มีโอกาสได้เปิดให้ยื่นเพื่อที่จะดำเนินการให้ถูกต้อง ซึ่งมี ทั้งหมด ๑๓๗,๔๔๔ คำขอ แต่ว่าส่วนหนึ่งที่ผมทราบมาในวันที่ผมมานั่งอยู่ตรงนี้ ก็คือยังมี ท้องถิ่นอีกส่วนหนึ่งยังไม่ทราบว่ามีการดำเนินการตรงนี้ในการที่จะให้ขอย้อนหลังได้ วันนี้ผม ก็ได้ดำเนินการเบื้องต้นตรงนี้อีกครั้งหนึ่ง โดยที่ดำเนินการให้สามารถที่จะท้องถิ่นหรือ ส่วนราชการขอมติ ครม. ผ่อนผันอีกครั้งหนึ่งตามมติ ครม. ปี ๒๕๖๓ และปี ๒๕๖๔ นั้น ขอผ่อนผันอีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งที่ ๓ ครั้งนี้ และขอเพิ่มเติมคือในส่วนของที่ไม่ได้ขอไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ ให้ยื่นคำขอในครั้งนี้ได้ด้วยเลย เหมือนกับเป็นนิรโทษนะครับ ซึ่งมันจะ สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องของกระบวนการที่ทำไปแล้วโดยไม่ทราบหรือไม่ได้ขออนุมัติ ซึ่งมันเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายตรงนั้น วันนี้เรามาแก้ไขตรงนี้ให้ถูกต้อง ก็อยากจะ ประชาสัมพันธ์เลยว่ากระบวนการเข้าสู่ ครม. เมื่อประมาณเดือนธันวาคม รอความคิดเห็น ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะตอบกลับมาแล้วก็จะนำเข้าสู่ ครม. เมื่อครม. อนุมัติผ่าน ผมฝาก ท่านไปถึงท้องถิ่นทุกท้องถิ่น ฝากท่านไปถึงส่วนราชการที่มีความจำเป็นจะต้องใช้พื้นที่ ในพื้นที่เขตป่าไม้ทั้งหมด ป่าไม้นี่คือป่าไม้ทั้งหมดเลยไม่ใช่ป่าไม้ ๒๔๘๔ อย่างเดียวนะครับ จะเป็นป่าสงวน อุทยาน ให้ดำเนินการยื่นกับหน่วยงาน กับองค์กร ของตัวแทนของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่รับผิดชอบในหน่วยงานนั้น ๆ ท่านจะได้รับสิทธิในการ ที่จะกลับเข้าไปทำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์เพราะ หลาย ๆ ครั้งอาจจะทำได้ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรืออย่างกรณีของท่านนี่ครับ ถ้าที่บ้านโป่ง ดำเนินการไปแล้วท่านสามารถยื่นย้อนได้เลยทันที แล้วในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ก็สามารถเข้าดำเนินการซ่อม ปรับปรุงสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ตรงนั้นได้ทันที และอีกสิ่งหนึ่ง ที่ผมเรียนในเบื้องต้นว่าเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าจะทำให้ระยะเวลาในการดำเนินการเร็วขึ้น นั่นก็คือในกรณีของพื้นที่ป่าโซน C ซึ่งเป็นป่าอนุรักษ์ ป่าโซน C ซึ่งการที่จะอนุมัติให้ ดำเนินการโครงการต่าง ๆ ทั้งหมดเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมตามมติ ครม. เพราะฉะนั้นในการยื่นครั้งนี้ในการที่จะให้ขึ้นทะเบียนใหม่ ครั้งนี้ ผมได้ยื่นเสนอไปว่าให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการพิจารณาการใช้พื้นที่ซึ่งมี ปลัดกระทรวงเป็นประธาน โดยให้มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่ตรงนั้นเลย เหมือนที่อธิบดี กรมป่าไม้มอบให้กับในส่วนของผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรป่าไม้ ๑-๑๓ แล้วก็สาขา ๑-๑๐ ทั้ง ๒๓ แห่งตรงนั้น เพราะฉะนั้นเมื่อคณะกรรมการอนุมัติใช้พื้นที่ไม่ต้องวนมาที่รัฐมนตรี เพื่อเซ็นสั่งการอนุมัติอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าระยะเวลาตรงนี้จะใช้เวลาอีกประมาณถึง ๒ เดือน มันก็จะทำให้กระบวนการตรงนี้เร็วขึ้นอีก แต่ผมก็ต้องเรียนท่านว่าเฉพาะในส่วน ของส่วนราชการที่เราจะดูแลอำนวยความสะดวกตรงนี้ให้ ภายใต้หลักการเช่นเดียวกันครับ ความล่าช้าคือความอยุติธรรม ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับท้องถิ่นมากที่สุด จะเป็น ประโยชน์กับส่วนราชการที่จะเข้าไปใช้พื้นที่ มีความจำเป็นที่ต้องใช้พื้นที่ในเขตป่าไม้ทั้งหมด มากที่สุด แล้วก็ต้องขอถือโอกาสนี้กราบขอบคุณท่านประธานสภาเป็นอย่างสูง ขอบคุณท่าน สส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ที่วันนี้ท่านได้นำปัญหาของอำเภอบ้านโป่งมา ซึ่งผมก็ได้มี โอกาสตอบชี้แจงในส่วนของการแก้ไขปัญหาในระดับประเทศทั้งหมด แล้วก็ในส่วนของ โครงการที่ท่านได้กล่าวยกตัวอย่างแล้วก็ฉายสไลด์ผมจะไปเร่งติดตามให้นะครับ ให้กับ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูทันที ก็ขอบคุณท่านแทนพี่น้องชาวบ้านโป่งด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีและคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ ต่อไปนะครับ🔗
๓. เรื่อง มาตรการการแก้ไขปัญหาภัยช้างป่าบุกรุกพื้นที่ทำกินของ ประชาชน นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
ซึ่งขณะนี้ท่านรัฐมนตรีพร้อมแล้ว ขอเชิญคุณญาณธิชา บัวเผื่อน ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกลค่ะ ก่อนอื่นเลยดิฉันต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ให้ความสำคัญและมาตอบ กระทู้เรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าของดิฉัน ต้องบอกว่าวันนี้ดิฉันดีใจเป็นอย่างมาก รวมถึงผู้แทนราษฎรหลาย ๆ คนด้วย แล้วก็รวมถึงชาวบ้านที่รอคอยท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาตอบกระทู้ถามเกี่ยวกับปัญหาช้างป่าด้วยค่ะ อย่างเช่นกรณี สส. ท็อปที่นั่งอยู่ด้านหน้าดิฉัน เคยถามกระทู้ถามไปในสมัยการประชุมสภา ที่แล้วแต่ว่ารัฐมนตรีคนเก่าก็ไม่ได้มาตอบค่ะ ดิฉันคิดว่าวันนี้ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับ ผลกระทบก็น่าจะดีใจและมีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่าปัญหาช้างป่าจะได้รับการแก้ไข อย่างเป็นรูปธรรมเสียที ท่านประธานคะ ปัจจุบันปัญหาช้างป่าออกนอกเขตป่าอนุรักษ์ มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลกระทบอย่างมากต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ทั้งในกรณีที่บาดเจ็บและเสียชีวิต รวมถึงพืชผลทางการเกษตรถูกทำลายเสียหายด้วย ถึงแม้ว่าทุกภาคส่วน ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามช่วยกันแก้ไขปัญหาแล้ว แต่ว่าก็ยัง ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาและลดความเดือดร้อนลงได้ ถ้าจะให้พูดภาษาชาวบ้านที่เข้าใจ กันง่าย ๆ ก็คือว่าการแก้ไขปัญหายังไม่มีอะไรเป็นรูปธรรม ยังไม่มีความชัดเจน และสุดท้าย ชาวบ้านต้องทนรับชะตากรรมอยู่เช่นเดิมค่ะ กรมอุทยานได้ให้ข้อมูลในคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาติดตามการแก้ไขปัญหาช้างป่าว่า ในปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนช้างป่า ประมาณ ๔,๐๑๓-๔,๔๒๒ ตัว กระจายอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ ๙๔ แห่ง ครอบคลุม ๑๖ กลุ่มป่า ทั่วประเทศ และพบว่าปริมาณช้างป่ามีแนวโน้มเดินหากินเข้าใกล้แหล่งชุมชนมากขึ้น ส่งผลให้ชุมชนบริเวณรอบป่าอนุรักษ์ทั้ง ๗๑ แห่ง ได้รับผลกระทบจากการบุกรุกของช้างป่า อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด ซึ่งพบว่ามีการได้รับผลกระทบ ที่รุนแรง ขอสไลด์ด้วยนะคะ🔗
ตามข้อมูลของกรมอุทยานพบว่า มีจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ จนถึงปัจจุบันมีผู้บาดเจ็บ ๑๖๐ ราย และเสียชีวิตทั้งสิ้น ๑๘๕ ราย เป็นการเสียชีวิตนอกเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ๑๓๙ ราย และในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ เป็นปีที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดถึง ๓๙ คน และบาดเจ็บสูงสุด ๓๒ คน ซึ่งนับว่าเป็นปีที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดนับตั้งแต่ได้มีการจดบันทึกมา ถ้าจะคิดให้เห็นภาพมากขึ้น ก็คงต้องบอกว่าทุก ๆ ๙ วัน จะมีช้างป่าทำร้ายคนตาย ๑ คน ทุก ๆ ๑๑ วัน จะมีช้างป่า ทำร้ายคนบาดเจ็บ ๑ คน และในปี ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา ในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ที่ผ่านมาได้แค่ ๓ เดือน มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว ๘ คน นี่ยังไม่ได้พูดถึงกรณีพืชผลทางการเกษตรถูกช้างทำลาย และชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบหวาดกลัวจนไม่กล้าออกมากรีดยาง หรือทำมาหากิน ในช่วงเวลาตอนกลางคืนค่ะ นอกจากนี้ยังพบว่าช้างป่ามีอัตราการขยายตัว ๘.๒ เปอร์เซ็นต์ต่อปี และมีการพูดคุยกันว่า ในพื้นที่ที่มีแหล่งอาหารสมบูรณ์อาจจะมีการขยายพันธุ์ได้ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ต่อปี ถ้าคิดง่าย ๆ เราจะมีช้างป่าเพิ่มประมาณปีละ ๓๐๐-๖๐๐ ตัวทุก ๆ ปี ผ่านไป ๑๐ ปี เราจะมีช้างป่า เพิ่มมากขึ้นถึง ๘,๐๐๐ ตัว ซึ่งนั่นหมายความว่าปัญหาช้างป่าออกนอกเขตป่าอนุรักษ์จะมี แนวโน้มเพิ่มความรุนแรงขึ้นแน่นอน ดังนั้นคำถามที่ดิฉันอยากจะถามท่านรัฐมนตรี แทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบก็คือว่า ท่านมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างเป็น รูปธรรมอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อดูสถิติจากการเกิดของช้างภายใน ๑๐ ปีนี้เราจะมีช้างป่าถึง ๘,๐๐๐ ตัว ขนาดมีแค่ ๔,๐๐๐ ตัว ยังบาดเจ็บ ยังตายกันขนาดนี้ ยังแก้ไขปัญหากันไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยแนวทางการฉีดวัคซีนคุมกำเนิดเพื่อชะลอ อัตราการเกิด ซึ่งในปัจจุบันก็มีมุมมองกันในหลายมิติค่ะ โดยในกลุ่มคนรักช้างก็มีมุมมอง อีกมิติหนึ่ง ในมุมมองของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบก็อาจจะมองอีกในมิติหนึ่งขึ้นอยู่กับว่า มองจากมุมไหนนะคะ ดิฉันขอถามคำถามนี้กับท่านรัฐมนตรีเป็นคำถามแรกค่ะ🔗
ขอเชิญท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ต้องขอขอบคุณท่านญาณธิชา บัวเผื่อน เป็นอย่างสูงที่ท่านได้ตั้งกระทู้ถามในส่วนเรื่องของช้าง ซึ่งผมเองก็อยากจะมีเวทีที่จะทำความเข้าใจ แล้วก็ชี้แจงในส่วนของการดำเนินการนะครับ ผมเรียนอย่างนี้ว่านโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ผมเข้ามานั่ง เป็นรัฐมนตรีอยู่ก็คือการที่จะทำให้คนอยู่ร่วมกับช้างได้ เราต้องสามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้ โดยที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ผมมีหน้าที่นอกจากรักษาชีวิตพี่น้องประชาชนแล้ว ก็ยังมี หน้าที่ที่จะอนุรักษ์ช้างไปพร้อม ๆ กันด้วย แต่ว่าปัจจุบันนี้จากสถานการณ์ที่ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรท่านได้พูดในเบื้องต้นว่าวิกฤติต่าง ๆ มันมาเกิดขึ้นในช่วงนี้ จากสถิติ การเสียชีวิต การทำร้ายช้างกับพี่น้องประชาชน ซึ่งท่านได้กล่าวไว้แล้วว่าโดยเฉลี่ยประมาณ ๙ วันต่อ ๑ ศพ แต่เท่าที่ผมทราบในความเป็นจริงยังมีอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ได้แจ้ง ไม่ได้ ขึ้นทะเบียนกับการเสียหายจากตรงนี้ ผมก็อนุมานว่าน่าจะประมาณสักอาทิตย์ละ ๑ ศพ ซึ่งมันเป็นความสูญเสียที่ใหญ่หลวง ซึ่งผมเองก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นตรงนั้นนะครับ และวันนี้ กับจำนวนช้างที่มีอยู่ประมาณ ๔,๐๐๐ เศษ ๆ ๔,๒๐๐-๔,๔๐๐ ประมาณนี้ครับ ๔,๐๐๐ กว่าเชือกก่อให้เกิดความเสียหายตรงนี้ ถ้าเหมือนที่ท่านบอกว่าอัตราการเกิด ๗-๘ เปอร์เซ็นต์ ปล่อยไปอีก ๑๐ ปี ช้างจะเพิ่มอีกเท่าหนึ่ง ผมยังมองภาพไม่ออกเลยว่าปัญหาจะแก้อย่างไร ถ้าถึงเวลาวันนั้น เพราะฉะนั้นผมเข้ามาตรงนี้ก็ได้มีการทำงานประสานงานกับทาง คณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับเรื่องช้าง ได้เรียกในส่วนของ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้ามาคุยว่าวันนี้เราต้องมา ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง มีมาตรการอะไรบ้างที่เราจะดำเนินการในส่วนของตรงนี้ ผมเรียนอย่างนี้ว่าการดำเนินการในเรื่องของการอนุรักษ์และการจัดการช้างซึ่งเป็น คณะกรรมการนะครับ ได้มีการประชุมกันเมื่อปี ๒๕๖๖ เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๖ ณ มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด ในขณะนั้นโดยมีท่านพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วก็มีท่านวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นรองประธานในขณะนั้น มีอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเป็นเลขานุการ ทำหน้าที่เพื่อจะบูรณาการความร่วมมือ การดำเนินการ อนุรักษ์ จัดการ และแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรม ซึ่งในการประชุมครั้งนั้นมีมาตรการออกมา ทั้งหมด ๖ ข้อ ผมก็ได้นำมาตรการต่าง ๆ นั้นมาดูว่ายังมีมาตรการตรงไหนบ้างที่ยังไม่ ดำเนินการ และถ้าเราไม่รีบดำเนินการปัญหาที่ท่านสมาชิกท่านได้กล่าวในเบื้องต้นว่า มันจะเป็นวิกฤติของประเทศ และวันนี้พี่น้องประชาชนที่ทำมาหากินโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องที่เป็นเกษตรกรจะได้รับผลกระทบมากที่สุด และถ้าจำนวนช้างมีปริมาณมากขึ้น เรื่อย ๆ ผมเชื่อว่าเขาจะขยายอาณาเขตออกไปเรื่อย ๆ จากวันนี้ถ้าท่านได้ติดตามข่าว ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ที่จังหวัดปราจีนบุรี ในกรณีที่มีการเสียชีวิตในไร่อ้อย ซึ่งไร่อ้อยนั้น อยู่แนวเขตห่างจากเขตป่าประมาณ ๔๐-๕๐ กิโลเมตร นั่นหมายถึงว่าวันนี้ขอบเขตของ การหากินของช้างเพิ่มขึ้นมากในปริมาณช้างทั้งหมดที่มีอยู่ ๔,๐๐๐ กว่าตัว ถ้ามันมีอยู่ ๘,๐๐๐ ตัว ท่านก็คิดดูว่าวันนี้ปัญหามันจะทวีคูณมากแค่ไหนถ้าเราไม่เริ่มตั้งแต่วันนี้ เพราะฉะนั้นมาตรการทั้งหมด ผมจะอ่านคร่าว ๆ ๖ มาตรการ🔗
มาตรการที่ ๑ มีการจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์ให้เป็นแหล่งอาหารของช้างป่า นี่คือนโยบายอยู่แล้วครับ ๑. การเพิ่มพื้นที่ป่า การเพิ่มพื้นที่อาหาร เป็นการแก้ปัญหา ที่ต้นเหตุอย่างแท้จริง เราจะไม่พูดหรอกครับว่าวันนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะคนรุกป่า ป่ารุกคนอะไร ผมว่าสำหรับผมแล้วผมต้องการมองปัญหาเพื่อไปแก้ปัญหาโดยตรงนะครับ🔗
มาตรการที่ ๒ มีการสร้างแนวป้องกันช้างป่า ซึ่งผมว่าทุกท่านคงจะทราบ ถ้าติดตามเรื่องนี้ มีการทำแนวรั้ว รั้วไฟฟ้า ทำแนวขุดคู ทำเป็นกำแพง แต่ทั้งหมดนะครับ ๑. ปัญหาที่เกิดขึ้นคือช้างมีพัฒนาการในการที่จะแก้ไขอุปสรรคของเขา กับ ๒. งบประมาณ ที่ได้รับไม่ต่อเนื่องและไม่เพียงพอ สมมุติว่าถ้าท่านต้องการทำแนวเขตสัก ๕๐ กิโลเมตร ท่านสามารถทำได้แค่ ๓๐ กิโลเมตร มีช่องว่างอีก ๒๐ กิโลเมตร ช้างก็สามารถออกมาได้อยู่ดี นั่นคือปัญหาที่ผมได้ดำเนินการนะครับ🔗
มาตรการที่ ๓ ก็คือมีการจัดชุดเฝ้าระวังผลักดันช้างป่า ซึ่งตรงนี้เครือข่าย ที่เฝ้าระวังมีทั้งอาสา ทั้งเจ้าหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตที่ท่านได้กล่าวนะครับ มีเจ้าหน้าที่หลายท่านทั้งบาดเจ็บแล้วก็เสียชีวิต ซึ่งตรงนี้เราก็ได้ดำเนินการทำอย่างเต็มที่เพื่อที่จะให้ช้างก่อให้เกิดผลกระทบกับพี่น้อง ประชาชนให้น้อยที่สุด🔗
มาตรการที่ ๔ การช่วยเหลือในส่วนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากการที่ช้างออกมาตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นกองทุนช่วยเหลือ ผู้ได้รับผลกระทบจากสัตว์ป่านะครับ🔗
มาตรการที่ ๕ การจัดการพื้นที่รองรับช้างป่าอย่างยั่งยืน ซึ่งตรงนี้เราได้ ดำเนินการในส่วนของ ๕ กลุ่มป่า ๑. กลุ่มป่าตะวันออก ๒. กลุ่มป่าตะวันตกและกลุ่มป่า แก่งกระจาน ๓. กลุ่มปากคลองแสง-เขาสก ๔. กลุ่มป่าเขาเขียว-น้ำหนาว แล้วก็ ๕. กลุ่มป่า ดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับดำเนินการตรงนี้นะครับ🔗
มาตรการที่ ๖ คือมาตรการที่ท่านได้ถามและกำลังเป็นปัญหาอยู่วันนี้ว่า จากอัตราการเพิ่มของช้าง ๗-๘ เปอร์เซ็นต์ หรืออาจจะถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าในพื้นที่ที่มี ความสมบูรณ์ มันทำให้อัตราการเพิ่มของช้างเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเกิดขึ้นอย่าง ต่อเนื่องพื้นที่ที่อยู่ พื้นที่ที่จะเป็นอาหารมีอยู่เท่าเดิมหรือน้อยกว่าเดิม ปริมาณช้างมากขึ้น เพราะฉะนั้นอาณาเขตของการเดินหากินก็จะขยายไปมากขึ้นไป การขยายตรงนี้มันก็จะ เข้าสู่พื้นที่ภาคการเกษตร เราจึงมีมาตรการคิดว่าถ้าเราจะดำเนินการ ๑-๕ ให้ได้ผล เราต้อง มีการควบคุมประชากรของช้างให้อยู่นิ่งก่อนเพื่อที่เราจะได้ดำเนินการในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น เพิ่มพื้นที่ป่า เพิ่มพื้นที่อาหาร การดำเนินการกั้นรั้ว แนวรั้ว การที่จะตั้งโครงการอาสาในการ ผลักดันช้าง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐถึงจะดำเนินการได้ ถึงจะบริหารจัดทำแผนได้ ก็เลยมี การคิดเรื่องของวัคซีน วัคซีนตัวนี้ผมเรียนอย่างนี้ว่าไม่ใช่การทำหมันช้าง แต่เป็นการ คุมกำเนิดช้างเพื่อที่จะให้รอบการเกิดของช้างน้อยลง และเราสามารถบริหารจัดการ อย่างอื่นได้ และวัคซีนตรงนี้ก็ได้รับการรับรองแล้วว่าไม่มีอันตรายแต่เป็นการใช้กับช้างบ้าน มีผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนและการดำเนินการก็ไม่ใช่เรื่องง่ายครับ เราจะ ดำเนินการในส่วนของพื้นที่ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัดตรงนี้ก่อน การดำเนินการวัคซีนตรงนี้ จะสามารถใช้ได้กับช้างเพศเมียแค่นั้น และช้างเพศเมียนั้นต้องเคยมีลูกมาก่อนด้วย นี่คือ ความยากลำบากอย่างหนึ่ง ๒. ฤทธิ์ของวัคซีนในการที่จะไปควบคุมฮอร์โมน ไม่ใช่ทำหมัน ย้ำอีกครั้ง สามารถควบคุมได้ประมาณ ๗ ปี เพราะฉะนั้นในรอบ ๗ ปี เราสามารถที่จะเพิ่ม พื้นที่ป่า เพิ่มพื้นที่อาหารต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาช้างได้ ได้ดีกว่าให้อัตราการเพิ่มของช้าง เป็นไปอย่างนี้เรื่อย ๆ และเราไม่สามารถจะควบคุมได้🔗
เพราะฉะนั้นนี่คือ ๖ มาตรการต่าง ๆ ที่ผมได้เข้ามาและดำเนินการตามมติ ของคณะกรรมการในการดำเนินการ ตรงไหนที่ยังไม่ได้ทำก็สั่งให้ทำ วันนี้มีมาตรการต่าง ๆ เพิ่มพื้นที่ เพิ่มอาสาสมัครในการเข้าไปผลักดัน และที่สำคัญคือเพิ่มเทคโนโลยีเข้าไป เรามี การซื้อ Drone และมีการฝึกอบรมฝึกหัดเพื่อที่จะให้ Drone เป็นตัวบินแนวป่ากับแนว ชาวบ้าน เพื่อให้รู้การเคลื่อนไหวของช้างว่าช้างได้มีการขับเคลื่อน ได้มีการยกออกจากป่า วันไหน ชุดปฏิบัติการของเรากับชุดอาสาของเราก็จะได้เข้าไปในการผลักดันช้างได้ทันท่วงที แทนที่จะก่อความเสียหายแล้วเราถึงจะดำเนินการ เพราะฉะนั้นนี่คือมาตรการที่เราพยายาม ทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้คนกับช้างอยู่ร่วมกันได้ ขออนุญาตตอบท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในข้อแรกแบบนี้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ขอเชิญคุณญาณธิชา บัวเผื่อน ถามเป็นคำถามที่ ๒ นะครับ🔗
เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉันเข้าใจ คำกล่าวที่ว่า คนอยู่ร่วมกับช้างได้ ดิฉันเข้าใจว่าท่านรัฐมนตรีน่าจะหมายถึงว่า คนอยู่ร่วมกับ ช้างได้ แต่ว่าต้องต่างคนต่างอยู่นะคะ คนอยู่ส่วนคน แล้วก็ช้างอยู่ส่วนช้าง สำหรับมาตรการ ๖ ด้าน ที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวมาดิฉันเข้าใจว่าทางกระทรวงหรือว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกำลังพยายามทำงานกันอยู่ แต่อย่างที่บอกไปตั้งแต่ตอนแรกว่า ๖ มาตรการนี้ก็ดูเหมือนยังไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรม ถ้าเกิดว่าอยากที่จะแก้ไขปัญหาให้ได้ อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ดิฉันคิดว่าก็ควรที่จะจัดสรรงบประมาณลงมาเพื่อที่จะแก้ไข ปัญหานี้อย่างจริงจังด้วยนะคะ ในส่วนของคำถามที่ ๒ ขอสไลด์ด้วยนะคะ🔗
ตามที่ดิฉันได้มีโอกาสลงพื้นที่ ร่วมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามการแก้ไขปัญหาช้างป่า และตัวดิฉันเองเป็นประธาน อนุกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบ หลักเกณฑ์ และมาตรการเยียวยา ความเสียหายจากภัยช้างป่า เรื่องที่ชาวบ้านสะท้อนให้ฟังทุกครั้งที่ดิฉันไปลงพื้นที่ก็คือ เรื่องของเงินชดเชยเยียวยาที่มันมีจำนวนน้อยเกินไป ที่ผ่านมาได้มีการให้ความช่วยเหลือ ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากภัยช้างป่าตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรอง ราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยจะจ่ายเงินช่วยเหลือตาม หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งการช่วยเหลือดังกล่าวมีเงื่อนไขไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ความเป็นจริง ไม่สอดคล้องกับ ความเสียหายที่แท้จริงและสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน เช่น กรณีผู้เสียชีวิตจากช้างป่าจะได้รับ ค่าการจัดงานศพรายละไม่เกิน ๒๙,๗๐๐ บาท เป็นหัวหน้าครอบครัวคูณ ๒ ก็คือ ๕๙,๔๐๐ บาท สำหรับเงินช่วยเหลือด้านความเสียหายทางพืชผลทางการเกษตร ผู้เสียหายได้รับผลกระทบ จะต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเกิดเหตุเท่านั้น และจะต้องเป็นความเสียหายโดยสิ้นเชิงซึ่งไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับสู่ สภาพเดิมได้ จึงเป็นหลักเกณฑ์ที่ไม่สอดคล้องกับลักษณะความเสียหายจากภัยช้างป่า เนื่องจากว่าช้างป่ามักทำลายพืชผลทางการเกษตรเพียงบางส่วนเท่านั้นและไม่เสียหาย โดยสิ้นเชิงนะคะ จึงทำให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ และในกรณีที่เป็นพืชเศรษฐกิจราคาสูงเช่นทุเรียนหรือว่าลำไย เมื่อถูกช้างป่าทำลายจะได้รับ เงินช่วยเหลือเพียงไร่ละ ๔,๐๔๘ บาทเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่ามูลค่าความเสียหายจริงเป็นอย่างมาก ในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ถึงปี ๒๕๖๗ ช้างป่าได้มีการบุกรุกและสร้างความเสียหายต่อ ทรัพย์สินและพืชผลทางการเกษตร รวมกว่า ๕,๖๐๐ ครั้ง มีมูลค่าความเสียหายของพืชผล ทางการเกษตร ๒๐ ชนิดหลักถึงเกือบ ๘๐ ล้านบาท และล่าสุดช้างป่าได้บุกรุกเข้าไปในไร่ อ้อยของชาวไร่อ้อยในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี สร้างความเสียหายไปแล้วเกือบ ๓๐,๐๐๐ ไร่ ดิฉันขออนุญาตให้ข้อสังเกตนิดหนึ่งนะคะ ตัวเลขไม่ว่าจะเป็นจำนวนครั้งที่ช้างป่าออกมา ทำลาย หรือว่าจำนวนมูลค่าความเสียหายต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากว่าเกษตรกรเขา ไม่ได้มาแจ้ง เนื่องจากเงินชดเชยเยียวยานี้มันน้อยมากเหลือเกิน ดังนั้นคำถามที่ดิฉันจะขอ ถามท่านรัฐมนตรีเป็นคำถามต่อไปก็คือว่า ท่านมีแนวทางในการที่จะปรับหลักเกณฑ์ การชดเชยเยียวยาให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง และการปรับในเรื่องของ เงินเยียวยามีแนวโน้มความเป็นไปได้หรือไม่ ขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบคำถามนี้ด้วยค่ะ🔗
ขอบคุณ คุณญาณธิชาครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผมเรียน ตอบคำถามท่านอย่างนี้ว่า การดำเนินการในส่วนของการเยียวยาจะมีอยู่ทั้งหมด ๓ ประเภท เป็นการเยียวยาในเรื่องของการบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต นี่คือประเภทที่ ๑ ประเภทที่ ๒ ก็คือการเยียวยาในส่วนร่วมของการเสียหายจากภาคการเกษตร เหมือนที่ท่าน บอกครับ แล้วก็ประเภทที่ ๓ เป็นส่วนที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้กำหนด หลักเกณฑ์ในการสงเคราะห์ ช่วยเหลือสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าที่พร้อมทั้งอาสาสมัครที่เข้ามา ดำเนินการในส่วนของการช่วยผลักดันช้างและเฝ้าระวังตรงนี้ครับ ผมเรียนอย่างนี้ว่าการ เยียวยาจะมีหลักเกณฑ์ในการดำเนินการเป็นภาพรวม เราไม่สามารถที่จะแยกได้ว่าถ้าช้าง ก่อให้เกิดความเสียหายจะต้องเยียวยาเท่านั้นเท่านี้ วัว กระทิง หรือสัตว์อะไรก่อให้เกิด ความเสียหายจะต้องมีความเสียหายต้องชดเชยแค่นั้นแค่นี้ แต่ในระบบราชการเราถูกกำหนด ไว้เป็นระเบียบว่าในกรณีที่เกิดความเสียหายจากภัยธรรมชาติ จากสัตว์ป่า ถูกกำหนดไว้ ชัดเจนว่าจะได้รับเยียวยาแต่ละประเภทก็ไม่เท่ากัน เป็นไม้ยืนต้นเท่าไร เป็นพืชล้มลุกเท่าไร ซึ่งตรงนี้ผมรับท่านไปแล้วกันว่าเดี๋ยวผมจะนำไปเรียนปรึกษาว่าเราจะสามารถเพิ่มค่าชดเชย ตรงนี้ให้กับพี่น้องประชาชนของเราได้หรือไม่จากผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งผมทราบว่าบางครั้ง เงินชดเชยเยียวยาที่ได้มันไม่คุ้มหรอกครับ มันไม่ได้คุ้มเลยกับความสูญเสียหรือความเสียหาย ที่เกิดขึ้น แต่ว่าราชการก็ไม่สามารถจะให้เกินไปกว่าที่กำหนดไว้ในระเบียบได้เช่นเดียวกัน นี่คือสิ่งที่ก็เป็นความหนักใจของคนทำงานเหมือนกัน แต่ว่าผมจะนำเรื่องนี้ไปเรียนปรึกษาว่า เราจะมีการปรับตรงนี้ได้อย่างไรบ้าง🔗
แล้วในส่วนของการบาดเจ็บ มันก็จะมีประกาศ หลักเกณฑ์ และวิธีช่วยเหลือ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๗ ผู้ที่จะช่วยกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก สัตว์ป่าทุกชนิดก็จะมีกำหนดไว้เป็นระเบียบเลยว่าในกรณีอย่างนี้เราสามารถดำเนินการ อย่างไรได้บ้าง แต่ว่าในส่วนที่ผมจะชี้แจงรายละเอียดได้นิดหนึ่งตรงนี้เพิ่มก็คือ ในส่วนของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรามีในส่วนของเงินขอใช้จ่ายเงินอนุรักษ์สัตว์ป่า ประเภท ข อย่างนี้ ซึ่งเราจะดำเนินการให้ในส่วนของผู้บาดเจ็บ ทุพพลภาพ อัมพาต สูญเสียแขน สายตา ตาบอด ๒ ข้าง รายละ ๑๐๐,๐๐๐ บาทตรงนี้ แล้วก็ในส่วนของบาดเจ็บ ทั่วไปจ่ายจริงไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท ค่าขาดประโยชน์ในการรักษา จำนวนไม่เกิน ๓๐๐ บาท ต่อวัน ไม่เกิน ๑๘๐ วัน กรณีเสียชีวิตได้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งตรงนี้เราจะมี เงินกองทุนที่เราจะไปดำเนินการให้ ผมได้เรียกเจ้าหน้าที่ข้าราชการที่เกี่ยวข้องว่าเราจะสามารถ ทำอย่างไรที่จะดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลตรงนี้ให้มากขึ้น แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าหน้าที่ แล้วก็อาสาสมัคร หน่วยเคลื่อนที่เร็วต่าง ๆ ที่มีหน้าที่ในการเป็นหน่วยหน้าในการ ผลักดันช้างตรงนั้น ซึ่งได้รับผลกระทบและมีอัตราการเสี่ยงสูง ตรงนี้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็จะดูในส่วนของการทำประกันให้กับเขาเหล่านั้น เพื่อที่จะให้เขาได้ ทำงานด้วยความสบายใจว่าถ้าเขาบาดเจ็บหรือพลาดพลั้งสูญเสียชีวิต เขาจะได้มีส่วนที่ได้รับ การตอบแทนจากภาครัฐมากขึ้น เพราะฉะนั้นนี่คือมาตรการต่าง ๆ ที่เราก็ได้ดำเนินการอยู่ ผมเรียนอย่างนี้ว่าวันนี้ กฎ ระเบียบต่าง ๆ ก็มีใช้มานาน เพราะฉะนั้นราคาสิ่งที่ตอบแทน ตรงนี้ถ้าท่านมองอาจจะไม่ได้ตามความเป็นจริงมากนัก แต่ว่าระเบียบต่าง ๆ มันถูกออกมา เพื่อใช้กับทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นเมื่อใช้กับทั้งประเทศการที่จะแก้ไขแต่ละเรื่องมันก็จะมีผล กับงบประมาณรวมของทั้งประเทศเหมือนกัน ซึ่งมันก็จะไปเป็นภาระกับงบประมาณ พอสมควร แต่ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ผมเห็นด้วยกับท่านที่ว่าวันนี้สิ่งที่จะได้ชดเชยให้กับ ผู้ที่ได้รับผลกระทบตรงนี้ยังน้อยเกินไป ผมก็จะผลักดันตรงนี้และสามารถจะใช้เงินกองทุน ในส่วนของกระทรวงได้ผมก็จะดำเนินการตรงนั้นทันที ก็ขอบคุณท่านเป็นอย่างสูงนะครับ แล้วก็ฝากท่านช่วยประชาสัมพันธ์นิดหนึ่งว่าถ้าเราไม่สามารถแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ ณ วันนี้ อีก ๑๐ ปี หรือ ๒๐ ปีข้างหน้า ปัญหานี้จะเป็นปัญหาระดับชาติ แล้วจะไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ แนวรอยต่อของป่าเพียงแต่อย่างเดียว จะลามมาถึงในพื้นที่เขตเมืองหรือเขตภาคการเกษตร ที่อยู่ในเมืองมากยิ่งขึ้น ก็อยากจะฝากท่านด้วยครับ ก็ขอบคุณท่านเป็นอย่างสูงที่ให้ ความสำคัญกับปัญหาของช้าง ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมจะได้ทำงานร่วมกับท่าน แล้วก็คณะกรรมาธิการวิสามัญเรื่องช้างป่าตรงนี้ ในอนาคตต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ คุณญาณธิชามีอะไรเพิ่มเติมครับ🔗
ในส่วนของการปรับหลักเกณฑ์ เงินชดเชยเยียวยาให้เพิ่มมากขึ้น เข้าใจว่าทางกรมอุทยานกำลังทำงานอยู่นะคะ ก็ขอให้ ท่านรัฐมนตรีนำไปช่วยผลักดันในการปรับหลักเกณฑ์นี้ด้วย แล้วเมื่อสักครู่ที่ท่านรัฐมนตรี บอกว่าในอนาคตถ้าเราแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้ ช้างป่าก็จะขยายอาณาเขตไปเรื่อย ๆ บางที อาจจะขยายเข้าสู่ตัวเมืองด้วยซ้ำ สิ่งที่รัฐมนตรีได้กล่าวมาดิฉันยืนยันว่าเป็นความจริง เนื่องจากว่าในพื้นที่ของดิฉันตอนนี้บางพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ใหม่ ๆ แต่เดิมช้างไม่เคยเดินมาถึง แต่ ณ วันนี้เขาเดินมาถึงแล้ว ดังนั้นวันนี้ดิฉันขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มาตอบกระทู้ของดิฉันเป็นอย่างมาก หากรัฐบาล ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้เห็นผลได้อย่างเป็นรูปธรรมก็มีแนวโน้มว่าปัญหาระหว่างคนกับ ช้างป่าจะรุนแรงเพิ่มมากขึ้น คนและช้างก็อาจจะตายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเราเองหรือว่าหลาย ๆ คน ก็คงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ดิฉันจึงขอฝากไปยังท่านรัฐมนตรี ขอวิงวอนทุกภาคส่วน ให้ช่วยเร่งแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม ให้คนอยู่ได้ ให้ช้างอยู่ได้ และหากท่านจะ แสดงความจริงใจในการแก้ไขปัญหานี้และอยากที่จะลงพื้นที่ ดิฉันขออนุญาตเชิญชวน ท่านรัฐมนตรีไปลงพื้นที่ในจังหวัดจันทบุรีได้ ถ้าเกิดว่าพิจารณาจันทบุรีได้เป็นจังหวัดแรก ดิฉันก็ยินดีค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณ คุณญาณธิชา บัวเผื่อน แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมด้วยนะครับ จบกระทู้ถามนี้นะครับ ต่อไปครับ🔗
๔. เรื่อง แนวทางการจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเด็กที่ไม่มีหลักฐาน ทะเบียนราษฎร นายปารมี ไวจงเจริญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ติดภารกิจที่สำคัญที่นัดไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงขอ เลื่อนกระทู้ถามนี้ออกไปตอบในวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ คุณปารมีเชิญครับ🔗
กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จะรบกวนขอเวลาสั้น ๆ ท่านประธานเล็กน้อย ฝากท่านประธานไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีด้วยค่ะ เนื่องจากกระทู้นี้ที่ดิฉันถามเรื่อง แนวทางการจัดการศึกษา สำหรับเด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์ ประเด็นนี้มันเกี่ยวพันกับหน่วยราชการ หลายหน่วยค่ะท่านประธาน ดิฉันวิงวอนอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีสละเวลามาตอบเอง จะมอบหมายให้รัฐมนตรีกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งดิฉันว่าอาจจะตอบไม่ครบถ้วนทุกประเด็น เพราะเนื่องจากประเด็นของเด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์นอกจากจะเกี่ยวข้องกับ กระทรวงศึกษาธิการแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวง พม. แล้วก็ สภาความมั่นคงแห่งชาติด้วย แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้เป็นวันครูค่ะท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีเพิ่งจะให้คำขวัญวันครู หนึ่งในคำขวัญวันครูท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดว่า สร้างโอกาสในชีวิตให้เด็กไทย ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีจะสร้างโอกาสให้เด็กไทยจริง ๆ เด็กนั้น จริง ๆ ควรจะรวมถึงเด็กไทยที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์ด้วยนะคะ เด็กที่ไม่มีหลักฐาน ทะเบียนราษฎร์จะไม่ได้หมายถึงเด็กต่างชาติหรือลูกหลานแรงงานข้ามชาติเท่านั้น เด็กไทย ที่เป็นเด็กเร่ร่อน ลูกหลานคนไทยพลัดถิ่นต่าง ๆ เหล่านี้ก็เป็นเด็กไทย และดิฉันหวังว่า ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีต้องการให้คำขวัญวันครู สร้างโอกาสให้เด็กไทยจริง ๆ วิงวอนท่านประธาน ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีให้ท่านมาตอบเถอะค่ะ เพราะว่ากระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ตอบเรื่องนี้ไม่ได้ ดิฉันยื่นเรื่องนี้นอกจากตั้งญัตติในสภาแล้วก็พูดเรื่องนี้ในสภาหลายครั้ง อำนาจกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งจะทำไม่ได้เลย แล้วอีกอย่างหนึ่งปีนี้ประเทศไทยเรา ได้เป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ นานาชาติล้วนมุ่งหวังดูเรื่องนี้ ฝากท่านประธานด้วยนะคะ อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบเอง ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน🔗
ผมว่าเอาไว้ ตอนเป็นคำถาม เอาไว้ตอนที่รัฐมนตรีมาดีกว่า ได้ครับ ขอบคุณคุณปารมี ไวจงเจริญ ต่อไปครับ🔗
๕. เรื่อง ขอให้พิจารณาเร่งรัดการออกเอกสารสิทธิให้กับผู้อพยพ บ้านเวียงหงส์ล้านนา อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ภายหลังอพยพเป็นครั้งที่ ๕ ตามมติ คณะรัฐมนตรี วันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ นายชลธานี เชื้อน้อย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานพร้อมที่จะตอบแล้ว ผมขอเชิญคุณชลธานี เชื้อน้อย ถามได้เลยครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ชลธานี เชื้อน้อย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง เขต ๓ พรรคประชาชน ก็ขอตั้งกระทู้ถามผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ขอสไลด์ด้วยครับ🔗
ด้วยประชาชนบ้านเวียงหงส์ล้านนา หมู่ที่ ๑๒ ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ได้ดำเนินการอพยพจากพื้นที่ดั้งเดิม มาอาศัยในพื้นที่ปัจจุบันตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๔๔ นับเป็นการอพยพ ครั้งที่ ๕ จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาล่วงเลยกว่า ๒ ทศวรรษ ประชาชนบ้านเวียงหงส์ล้านนา ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิในที่ดิน แล้วก็มีสถานะคล้ายกับผู้บุกรุกพื้นที่ป่า เนื่องจากพื้นที่ตั้ง ของหมู่บ้านที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยดำเนินการจัดสรรพื้นที่ให้แก่ประชาชน นั้นอยู่ในพื้นที่ที่การไฟฟ้าเช่าจากกรมป่าไม้เป็นเวลา ๓๐ ปี และปัจจุบันหมดสัญญาเช่า จึงคืนพื้นที่ให้กับกรมป่าไม้ ซึ่งพื้นที่นี้ในปัจจุบันเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่เมาะ ภายใต้ ความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ครับ ผู้แทนภาคประชาชนของบ้านเวียงหงส์ล้านนาจึงได้ ยื่นเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ในส่วนของความคืบหน้า มีการดำเนินงานตามลำดับ อาทิเช่นที่ทำการปกครองจังหวัดลำปางมีคำสั่งจังหวัดลำปาง ที่ ๑๗๐๘/๒๕๖๖ แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาเพิกถอนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติบางส่วน กรณีแก้ไขปัญหาการออกเอกสารสิทธิในพื้นที่รองรับการอพยพของประชาชนบ้านเวียงหงส์ ล้านนา ที่มีสัดส่วนมาจากตัวแทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ตลอดจนแกนนำภาคประชาชนโดยใช้กรณีเทียบเคียงกับบ้านใหม่ฉลองราชที่มีมติ ครม. รองรับให้ออกโฉนดเพราะเป็นกรณีเดียวกัน แต่ไม่มีมติ ครม. รองรับเหมือนบ้านใหม่ ฉลองราช ซึ่งกรณีบ้านใหม่ฉลองราชนั้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับ ไปดำเนินการต่อแล้ว โดยกรณีของบ้านเวียงหงส์ล้านนาจึงดำเนินการตามกรอบคล้ายกับ บ้านใหม่ฉลองราชไปพลางก่อน มีความคืบหน้าตามลำดับครับ โดยสำนักจัดการทรัพยากร ป่าไม้ที่ ๓ ลำปาง ได้ดำเนินการสำรวจรังวัดและตรวจสอบการถือครองที่ดินในพื้นที่ป่าสงวน แห่งชาติ ปรากฏข้อมูลเป็นพื้นที่ของประชาชนบ้านเวียงหงส์ล้านนาจำนวน ๓๔๑ แปลง ขอบเขตพื้นที่ของการเพิกถอนเนื้อที่ ๔๘๕ ไร่ และล่าสุดในวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๗ คณะกรรมการพิจารณาชุดดังกล่าวมีมติสรุปความเห็นของคณะกรรมการรายงานต่อ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เห็นชอบให้ดำเนินการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติและการออก เอกสารสิทธิ หรือโฉนดที่ดินให้กับประชาชนบ้านเวียงหงส์ล้านนา แล้วก็เห็นควรขอความ อนุเคราะห์ให้กระทรวงพลังงานเป็นผู้นำเสนอเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ในส่วนของคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวจนคณะกรรมาธิการการที่ดินมีข้อเสนอแนะ ต่อนายกรัฐมนตรี ตามหนังสือด่วนที่สุด ที่ สผ ๐๐๑๙.๐๓/๑๒๖๗๖ เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗ และให้พิจารณาและทำหนังสือต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตามหนังสือ ที่ สผ ๐๐๑๙.๐๓/๑๒๖๗๗ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย เร่งรัดแก้ไขปัญหาผลกระทบต่อประชาชนที่เกิดขึ้นและให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องนำเสนอปัญหากระบวนการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติเพื่อดำเนินการออกเอกสาร สิทธิที่ดินให้แก่ประชาชนบ้านเวียงหงส์ล้านนาที่เสียสละพื้นที่ดั้งเดิมให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย สามารถดำเนินกิจการผลิตไฟฟ้าเพื่อหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจและสังคมไทย เนื่องจากเรื่องดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้า ประชาชนในพื้นที่รอคอย รอแล้วรอเล่าช่วงเวลา ของหลายรัฐบาลที่ผ่านมาประชาชนยิ่งทวีความกังวลเกิดขึ้นครับ เนื่องจากผลกระทบ ในทุกวันที่เกิดขึ้นต่อประชาชนไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ การทำธุรกรรม ทางการเงิน ความไม่มั่นคงต่อการสร้างสิ่งปลูกสร้างหรือที่อยู่อาศัย การพัฒนาสาธารณูปโภค จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือส่วนราชการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ จึงมีความเสี่ยง ต่อการถูกดำเนินคดีในฐานบุกรุกพื้นที่ป่าเป็นต้น และให้เกิดการตั้งคำถามจากภาคประชาชน ว่าภายหลังมีข้อเสนอแนะและมติจากที่ประชุมในคณะกรรมการชุดต่าง ๆ รัฐบาลโดย นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร จะมีนโยบายในการดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อประชาชน บ้านเวียงหงส์ล้านนา ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง อย่างไร จึงขอเรียนถาม ผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี จะรับทบทวนเรื่องดังกล่าวนี้อีกครั้ง เพื่อช่วยให้การออกเอกสารสิทธิเป็นโฉนดที่ดินให้กับ ประชาชนผู้อพยพบ้านเวียงหงส์ล้านนา หมู่ที่ ๑๒ ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง มีความคืบหน้าและให้เกิดผลในทางปฏิบัติสู่การคืนสิทธิในที่ดินให้กับ ประชาชนครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเรียนเชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน วันนี้ ผมได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ให้มาตอบกระทู้ถามของ ท่านสมาชิกในประเด็นเรื่องการอพยพประชาชนในอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ในพื้นที่ ที่ท่านได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ ผมขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธาน ประการที่ ๑ ในกรณี เรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญแล้วก็ได้สอบถามผมมาเป็นระยะ แม้ท่านได้เข้ามา รับตำแหน่งไม่นานนี้แต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่หลายรัฐบาล ในรัฐบาลก่อน หน้านี้คือรัฐบาลของท่านเศรษฐา ทวีสิน ก็มีเรื่องนี้เช่นเดียวกัน อันดับแรก ผมคิดว่าเราต้อง ทำความเข้าใจในข้อเท็จจริงกันก่อนนะครับ ผมเองก็เข้ามารับตำแหน่งเมื่อกันยายน ๒๕๖๖ แต่กรณีที่ท่านสมาชิกถามเรื่องนี้เรื่องมันเริ่มเกิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๑ ไม่ใช่เพิ่งเกิดเมื่อปี ๒๕๖๖ ที่ท่านกล่าวเมื่อสักครู่ว่ามีการตั้งคณะกรรมการของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อปี ๒๕๖๖ เรื่องทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นมาตั้งแต่โน่นเลยครับ ปี ๒๕๒๑ ตั้งแต่ตอนที่ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิต หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่า กฟผ. จะเข้าไปใช้พื้นที่ทำเหมืองถ่านหินเพื่อเอามาเป็นเชื้อเพลิงในการ ผลิตไฟฟ้าที่อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ก็ปรากฏว่าในตอนเริ่มต้นที่ผมกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปว่ามันเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงปีนั้น ตอนเริ่มต้นทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเองเขา ต้องการพื้นที่ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกกล่าวบอกว่าราษฎรที่เสียสละพื้นที่ให้กับการไฟฟ้า ฝ่ายผลิตอันนั้นคือกลุ่มนั้นนะครับ กลุ่มเมื่อปี ๒๕๒๐ ปี ๒๕๒๑ อันนั้นเขาเสียสละพื้นที่ให้ เพราะ กฟผ. ต้องการเข้าไปใช้ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนในกลุ่มแรกก็ได้รับการอพยพ เคลื่อนย้ายมาอยู่ตรงพื้นที่ที่ท่านกล่าวถึงตรงนี้เช่นเดียวกัน พื้นที่เท่าที่ผมทราบรายงานมา ก็ประมาณ ๘๐๐ ไร่ แล้วเนื่องจากว่าเขาได้เสียสละพื้นที่เขาให้กับทาง กฟผ. เพื่อใช้ ทำเหมืองก็เลยต้องตอบแทนที่ดิน ออกเอกสารสิทธิในพื้นที่ใหม่ให้กับเขา เพราะว่าแปลงเดิม ที่เขาเคยมีเอกสารสิทธิหรือครอบครองอยู่ต้องยกให้ กฟผ. ทั้งหมดเพื่อเอาไปทำเหมือง อันนี้ก็เลยเป็นการชดเชยตอบแทนให้ อันนี้ก็เลยเป็นมติ ครม. ครั้งแรก เพื่อที่จะให้พี่น้อง ประชาชนในการอพยพ ๔ ครั้งแรก ได้รับสิทธิในที่ดินไป ทีนี้ต่อมาหลังจากช่วง ๔ ครั้งแรก ก็มาต่ออีก ๓ ครั้ง เป็นครั้งที่ ๕ ครั้งที่ ๖ แล้วก็ครั้งที่ ๗ ๓ ครั้งหลังไม่มีการเสียสละที่ดินให้กับ กฟผ. เพราะว่า กฟผ. เขาใช้ที่ดินใน ๔ ครั้งแรก ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ ๓ ครั้งหลังเป็นเรื่องของพี่น้องประชาชนที่บอกว่าได้รับผลกระทบจาก การทำเหมือง ก็เลยอยากจะขอย้ายที่เพราะบอกว่าที่ที่อยู่เดิมเขาได้รับผลกระทบ วันนี้ ประเด็นที่ท่านสมาชิกถามเป็นการอพยพ ครั้งที่ ๕ ส่วนครั้งที่ ๖ ครั้งที่ ๗ ก็ในทำนอง เดียวกัน ในครั้งที่ ๕ ข้อเท็จจริงที่ผมกราบเรียนไปว่าเขาไม่ได้มาเสียสละที่ให้กับ กฟผ. แต่เขาขอย้ายไปอยู่อีกที่หนึ่งเพื่อให้พ้นจากผลกระทบ ด้วยเหตุตรงนี้เลยเป็นประเด็นว่ามติ ครม. ที่ออกมาใช้สำหรับครั้งที่ ๕ ที่ว่านี้เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๔๔ จึงไม่ได้มีกำหนดว่า ให้ออกเอกสารสิทธิในพื้นที่แปลงใหม่ให้ เพราะว่าที่แปลงเดิมที่เขายังอยู่เขายังเป็นเจ้าของ กรรมสิทธิ์ที่ดินทุกอย่างที่เคยมีเอกสารสิทธิยังอยู่ตรงนั้น เพียงแต่ว่าได้รับผลกระทบก็เลยให้ ย้ายมาอยู่ตรงนี้ได้ แต่ยังให้ทำกินและมีสิทธิในที่ดินแปลงเดิม ผมเข้าใจว่าคือบ้านหางฮุง แล้วก็ย้ายมาอยู่ตรงบ้านเวียงหงส์ล้านนาตรงนี้ ตรงนี้เป็นพื้นที่ใหม่ เพราะฉะนั้นครั้งที่ ๕ ที่ว่านี้ทางราษฎรกลุ่มนี้เขายังคงมีที่ดินที่เดิมไม่ได้ยกให้ กฟผ. ประเด็นก็คือว่าถ้าเราให้ กรรมสิทธิ์ในส่วนที่เขาย้ายมาอยู่ใหม่นี้ให้เอกสารสิทธิก็แปลว่าเขาก็จะได้สิทธิเพิ่มขึ้นมา คือพูดง่าย ๆ ได้ที่ดินเพิ่ม ก็จะมีการแตกต่างกับกลุ่มครั้งที่ ๑ ถึงครั้งที่ ๔ ซึ่งอันนั้นเขาต้อง เสียสละที่ดินให้จึงต้องได้ที่ดินใหม่แทน แต่กรณีนี้ที่ดินเดิมยังอยู่กับราษฎรเพียงแต่ให้ย้ายที่ ไปอยู่ตรงนี้ ด้วยเหตุอย่างนี้มติคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๔๔ จึงไม่ได้กำหนดให้ ออกเอกสารสิทธิให้ราษฎรกลุ่มนี้ อันนี้ท่านต้องเข้าใจปฐมบทของความเป็นมาก่อน เพราะว่า เขาไม่สามารถจะออกให้ได้เนื่องจากราษฎรกลุ่มนี้ไม่ได้ยกที่ดินมาให้ กฟผ. เหมือนกลุ่มครั้งที่ ๑ ถึงครั้งที่ ๔ แต่ว่าเมื่อย้ายไปแล้วก็ค่อย ๆ เริ่มเกิดปัญหา ต่อมาก็เกิดครั้งที่ ๖ ครั้งที่ ๗ ตามมาอีก ในครั้งที่ ๖ ถ้าผมจำไม่ผิดก็คือครั้งที่ ๖ ลักษณะคล้าย ๆ ครั้งที่ ๕ เพียงแต่ว่ามติ ครั้งที่ ๖ ให้ออกเอกสารสิทธิให้ ทำไมเพราะราษฎรกลุ่มที่ย้ายมาทำนองเดียวกันเนื่องจาก ได้รับผลกระทบ ไม่ได้ยกที่ดินให้กับ กฟผ. เขายินดีที่จะคืนที่เดิมของเขาให้กับหลวง ประมาณคนละ ๑ ไร่ เพื่อแลกกับที่ใหม่ที่จะได้ตรงนี้ เพราะฉะนั้นมติคณะรัฐมนตรีที่ใช้กับ ครั้งที่ ๖ จึงให้เอกสารสิทธิ เพราะจะได้เอกสารสิทธิคืนจากพี่น้องประชาชนในที่เดิมที่เขา ย้ายออกมา ต่างจากครั้งที่ ๕ ที่ท่านถาม ท่านต้องเข้าใจข้อเท็จจริงตรงนี้ก่อน อันนี้คือ ประเด็นหลัก ครั้งที่ ๗ ก็ทำนองเดียวกันซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ เพราะฉะนั้นเมื่อเป็น ปัญหาอย่างนี้ มติคณะรัฐมนตรีที่ใช้กับครั้งที่ ๕ ที่ท่านสอบถามจึงไม่มีเรื่องการให้เอกสารสิทธิ แต่อย่างที่ท่านบอกครับ มันผ่านมา ๒ ทศวรรษ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมันไม่จบ แต่ก็ยังไม่จบจริง ๆ ๒ ทศวรรษนี้ผมก็ไม่ทราบ ผมเข้าใจว่าคนที่เริ่มต้นในกลุ่มที่อพยพกัน เมื่อครั้งที่ ๕ ตอนเริ่มต้นเลย วันนี้บางคนก็อาจจะมีลูกหลานมารับช่วงก็ได้ ก็เริ่มมีปัญหาว่า อยากจะได้เอกสารสิทธิเหมือนกับครั้งที่ ๑ ถึงครั้งที่ ๔ และครั้งที่ ๖ ตรงนี้ที่เป็นประเด็นว่า จะให้ได้ไหม เพราะว่าครั้งที่ ๑ ถึงครั้งที่ ๔ เราเข้าไปใช้พื้นที่เขา เอาที่ดินเขามา ก็เลยต้องหา ที่ดินแปลงใหม่ให้ ครั้งที่ ๕ นี้ไม่ได้ใช้เลย เพียงแต่เห็นใจราษฎรที่ได้รับผลกระทบก็ย้าย ออกมาให้ คณะรัฐมนตรีก็มีมติให้ช่วยเหลือในรูปแบบอื่น มติธันวาคม ๒๕๔๔ แต่ไม่มีเรื่องให้ เอกสารสิทธิเพราะเขาไม่ได้ให้ที่ดินมาให้กับ กฟผ. อันนี้ท่านต้องเข้าใจตรงนี้ก่อน แต่เมื่อมี การเรียกร้องต่อกันมาเรื่อย ๆ ยังไม่จบ ในมติคณะรัฐมนตรี ปี ๒๕๔๔ ที่ท่านอ้างอิงถึง เมื่อสักครู่นี้ด้วยในนั้นท่านก็จะเห็นว่ามีการตั้งคณะกรรมการ ซึ่งในช่วงวันนั้นกระทรวง พลังงานยังไม่มี กระทรวงพลังงานตั้งปี ๒๕๔๕ เพราะฉะนั้นในช่วงนั้น กฟผ. ขึ้นอยู่กับ สำนักนายกรัฐมนตรี แล้วก็มีท่านนายกรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้กำกับดูแล รับผิดชอบ ไม่ใช่รัฐมนตรีพลังงาน เพราะวันนั้นยังไม่มีกระทรวงพลังงาน ต่อมาเมื่อมีกระทรวงพลังงานแล้ว กฟผ. ย้ายมาสังกัดกระทรวงพลังงาน ตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ เรื่องเหล่านี้ถึงได้ถูกโอนมาอยู่ภายใต้ในเรื่องของกระทรวงพลังงาน คณะกรรมการชุดที่ว่า ก็ระบบราชการครับ ผมก็ไม่สามารถจะตอบท่านได้ว่าตั้งแต่ธันวาคม ๒๕๔๔ มาตั้งกรรมการ ปี ๒๕๔๕ ๒๕๔๖ ไปถึงไหน ผมถามข้อมูลเจ้าหน้าที่ก็ตอบไม่ได้ แต่เอาเป็นว่าได้ข้อมูลว่า กรรมการชุดนี้มีการประชุมครั้งสุดท้าย มีการตั้งอนุ ตั้งคณะทำงานกันเมื่อปี ๒๕๔๙ แล้วหลังจากปี ๒๕๔๙ มาเหตุการณ์ก็หายเงียบไป จนกระทั่งประมาณปี ๒๕๖๕ ก็มีการ ร้องเรียนจากราษฎรกลุ่มนี้ไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน กับอีกครั้งหนึ่งครั้งที่ ๖ เรื่องนี้ถึงได้กลับ ขึ้นมาใหม่ แล้วก็เลยมามีประเด็นเรื่องการขอเอกสารสิทธิขึ้นมา ก็มีการประชุมหารืออะไรกัน มาเป็นระยะ จนกระทั่งถึงครั้งที่ท่านได้กล่าวเมื่อสักครู่ครับท่านประธาน ก็คือเรื่องเมื่อ ปี ๒๕๔๖ เร็ว ๆ นี้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเรื่องของ การที่จะให้เอกสารสิทธิกับราษฎรกลุ่มนี้ได้หรือไม่ อย่างไร ก็เป็นประเด็นอย่างที่ท่านกล่าว เมื่อสักครู่ว่ามติบอกเห็นชอบ แต่ก็ยังมีประเด็นว่าแล้วขั้นต่อไปจะต้องเหมือนครั้งที่ ๖ ไหม ที่ต้องมีการคืนที่ดินหรือเปล่าอะไรทำนองนี้ก็ว่ากันไป แต่ที่แน่ ๆ อันหนึ่งก็คือว่าต้องเพิกถอน พื้นที่ป่า เพราะว่าพื้นที่ตรงบริเวณนี้เป็นพื้นที่ของป่าสงวน การจะออกพื้นที่ป่าสงวนให้ เอกสารสิทธินี้ไม่ได้ ก็จะต้องมีการผ่านไปทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำกับดูแล บังคับบัญชากรมป่าไม้เพื่อจะพิจารณาเงื่อนไขตรงนี้ต่อไป อันนี้ก็เป็นการ ประชุมเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา แล้วก็เป็นอย่างที่ท่านกล่าวเมื่อสักครู่เหมือนกัน ว่าที่ประชุมก็มีมติให้พลังงานจังหวัดรายงานมาที่กระทรวงพลังงานก็คือมาที่ท่านปลัด กระทรวง แต่วันนี้รายงานก็ยังไม่มา ผมเข้าใจว่าอาจจะเป็นท่านหรือเปล่าที่เคยทำหนังสือ มาถามด้วย ผมก็แจ้งกำกับไปทางท่านปลัด ปรากฏว่าหลังจากที่คณะกรรมการประชุม เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๖๗ แล้วก็มีมติบอกว่าให้ทาง พนจ. จังหวัดรายงานเรื่องนี้มาที่ทาง ปลัดกระทรวงพลังงานเพื่อดำเนินการต่อไป ทางพื้นที่ ทางจังหวัดก็มีการทำบันทึกรายงาน กลับไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัด อันนี้ก็เป็นปัญหาเพราะว่าระบบราชการมันย้อนกันไปย้อนกันมา อยู่อย่างนี้ท่านประธานบอกว่าให้รายงาน แต่พอเอาเข้าจริงก็รายงานตรงไม่ได้ต้องกลับไปผ่าน ทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอีก ก็ปรากฏว่ามีประเด็นเพิ่มเติมขึ้นใหม่ นอกจากเรื่องขอ เอกสารสิทธิแล้ว จะขอชดเชยต้นไม้อะไรต่าง ๆ ที่อยู่ในที่เดิมด้วย ขอเงินชดเชยอีก ก็ยังเป็น ประเด็นว่าที่แปลงนั้นก็ยังไม่สรุปว่าจะยกมาให้เหมือนครั้งที่ ๑ หรือครั้งที่ ๔ หรือครั้งที่ ๖ ไหม ถ้ายังเป็นอยู่ ต้นไม้อะไรต่าง ๆ ที่อยู่ในที่ก็ยังเป็นของราษฎร แล้วหลวงจะชดเชยให้ด้วยได้ หรือเปล่า เพราะว่าหลวงไม่ได้อะไรกลับมาอันนี้ก็ยังเป็นประเด็นคาราคาซังอยู่ ทางจังหวัด ก็เลยสั่งว่าถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวต้องกลับมาประชุมเรื่องนี้เพิ่มอีก เพราะฉะนั้นที่บอกว่าประชุม เสร็จเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาก็เลยยังไม่จบ เพราะว่าเดี๋ยวจะต้องมีการประชุม เรื่องค่าชดเชยต้นไม้ให้ทั้งหมดแล้วถึงจะเสนอมาที่ส่วนกลาง เพราะฉะนั้นสถานการณ์ ในปัจจุบันในกรณีที่ท่านถามกรณีครั้งที่ ๕ มันก็พัฒนามาอย่างนี้ เพราะฉะนั้นสถานการณ์ ปัจจุบันก็คือว่าทางจังหวัดได้ประชุมจบไปเรื่องเอกสารสิทธิ เหลือแต่ขั้นตอนรายงานกลับมา ที่ส่วนกลาง ก็เกิดปัญหาเรื่องเงินชดเชยต้นไม้อะไรกันขึ้นมาอีกก็เลยจะต้องเรียกประชุม ถ้าผมจำข้อมูลไม่ผิดก็ประมาณเดือนกุมภาพันธ์จะมีการเรียกประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องเงิน ชดเชยต้นไม้อีก เพราะฉะนั้นในขั้นตอนที่ท่านถามในส่วนนี้ก็คือเป็นอย่างที่ผมกราบเรียน เรื่องก็ยังไม่กลับมาส่วนกลางยังอยู่ในจังหวัดอยู่ แล้วก็รอประชุมครั้งต่อไปเรื่องเงินชดเชย ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานในคำถามที่ ๑ ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานครับ เชิญคุณชลธานี เชื้อน้อย ถามเป็นครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ขอบคุณครับ เรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีนะครับ จากที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงนั้นก็เป็นข้อมูลที่ถูกต้องว่าพื้นที่เก่าชาวบ้าน ยังไม่ได้มีการคืนพื้นที่ให้กับทางการไฟฟ้า แต่จริง ๆ ต้องยอมรับว่าก็คือชาวบ้านมีความ เดือดร้อนจากการประกอบกิจการเหมืองจริง เพราะจากพื้นที่ไปถึงขอบเหมืองไม่เกิน ๓ กิโลเมตร และที่ท่านบอกว่าชาวบ้านยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิมก็เป็นจริงครับ แต่ว่ามี การตัดสาธารณูปโภคไม่ว่าจะเป็นน้ำหรือไฟ เพราะฉะนั้นชาวบ้านก็ไม่ได้เข้าไปใช้พื้นที่เดิม หรือไปประกอบในสิ่งใดได้เพราะว่าผมไม่แน่ใจ น่าจะเป็นการว่าจะต้องคงสถานที่หรือรูปเดิม หรือของต้นไม้เดิมเพื่อที่ว่าจะได้ค่าชดเชย คือชาวบ้านจริง ๆ แล้วพร้อมที่จะคืนพื้นที่เดิมนั้น ให้กับทางรัฐ แล้วก็เอาพื้นที่ใหม่ที่อยู่อาศัยปัจจุบันเพราะว่ามีทั้งวัด มีทั้งบ้าน มีทั้งโรงเรียน แต่ว่าเนื่องจากตามที่ท่านรัฐมนตรีพูดก็คือว่าการไฟฟ้าไม่ได้ใช้พื้นที่นั้น แต่มันเป็นพื้นที่ของ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ขอบเหมืองแล้วเขารู้สึกไม่สบายใจและรู้สึกว่ามีผลกระทบ เพราะฉะนั้นมัน ก็เลยเป็นปัญหานี้มา แล้วก็อย่างที่ท่านว่าสมัยก่อนมันยังไม่มีกระทรวงพลังงานจนถึงปัจจุบัน ก็คือเป็นความจริงครับ แล้วเรื่องก็หายไป ๑๐ กว่าปี ๒๐ ปีแล้วเพิ่งกลับมา เพราะว่าผมก็เพิ่ง มาติดตามเรื่องนี้ประมาณ ๓-๔ ปีที่ผ่านมา ด้วยความที่ชาวบ้านมองเห็นว่าท่านรัฐมนตรี เป็นคนที่เข้ามาแก้ปัญหาหลาย ๆ อย่างในพื้นที่ของอำเภอแม่เมาะ เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรี ก็เลยเป็นความหวังที่จะมาเริ่มในการสะสร้างปัญหาใหม่ ชาวบ้านพร้อมที่จะสละพื้นที่เดิม เพื่ออยู่พื้นที่ใหม่ แล้วก็พื้นที่นี้เดิมไม่สามารถเข้าไปทำอะไรได้แล้วครับ เพราะว่ามันเป็นพื้นที่ รกร้าง หรือว่าต้องคงสภาพเดิม การจะเข้าไปทำเกษตรหรือไปทำกิจการใด ๆ ในพื้นที่ก็ไม่ สามารถทำได้เพราะว่ามันรกร้าง แล้วก็มีเหตุว่าอาจจะเป็นกลัวเรื่องด้านความปลอดภัย เพราะฉะนั้นผมก็เลยอยากจะถามท่านว่าเมื่อเปรียบเทียบกับกรณีตัวอย่างที่มีคล้ายคลึงกัน ก็คือการอพยพครั้งที่ ๖ ก็คือกรณีของบ้านใหม่ฉลองราชนี้มีมติ ครม. รองรับว่าให้ออกโฉนด เป็นไปได้ไหมท่านรัฐมนตรีว่าเราจะเริ่มดำเนินการใหม่ เพราะว่าจริง ๆ แล้วก็คือในระดับ จังหวัดก็ดำเนินการไปพลางก่อนคล้าย ๆ กับของครั้งที่เป็นบ้านใหม่ฉลองราช แล้วก็ชาวบ้าน มีความเดือดร้อนในประเด็นเดียวกัน ก็อยากให้ทางท่านรัฐมนตรีเป็นแกนนำหรือเป็นโต้โผ ให้ดำเนินการ เนื่องจากว่าคณะรัฐมนตรีในสมัยนั้นมีมติออกโฉนดให้ครั้งที่ ๖ แต่ว่าครั้งที่ ๕ ก็คือยังไม่มีการดำเนินการ แล้วก็ในส่วนของครั้งที่ ๖ ก็คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท่านก็รับไปดำเนินการ ก็คืออยากทราบว่ารัฐบาลจะมี แนวทางพิจารณาสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องข้างต้นได้อย่างไร เพราะว่าคณะกรรมการ ในจังหวัด หรือว่าผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือว่าคณะกรรมาธิการที่ดิน สภาผู้แทนราษฎร ก็มีความเห็นไปในแนวทางเดียวกัน วันนี้สิ่งที่ผมตั้งกระทู้ถามผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรี ก็คือจะขอความอนุเคราะห์จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นเจ้าภาพในการนำเรื่องนี้เข้ามาพิจารณา แล้วก็นำเข้า ครม. เพื่อขอทบทวนมติอีกครั้งหนึ่งให้กับชาวบ้านบ้านเวียงหงส์ล้านนาให้มีเอกสารสิทธิเหมือนกับ บ้านใหม่ฉลองราช เพื่อให้เกิดการทำงานในเชิงบูรณาการร่วมกันและสามารถออกเอกสารสิทธิ เป็นที่ดินให้ชาวบ้านได้ แล้วผมว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ผมจะต้องตั้งกระทู้ถามผ่าน ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี เพราะว่าการอพยพครั้งที่ ๗ นี้ก็ไม่ได้มีมติ ครม. รองรับ ซึ่งคราวนี้มันยังอยู่ในช่วงที่ว่าพื้นที่ของการไฟฟ้ายังเช่าอยู่กับป่าไม้ แต่ว่าเดี๋ยวอีกประมาณ ๑๐ กว่าปีมันก็จะหมดสัญญา มันก็จะเกิดเหตุการณ์คล้าย ๆ กันอย่างนี้แน่นอน เพราะฉะนั้น ผมก็เลยอยากให้ท่านรัฐมนตรีช่วยดำเนินการเป็นบรรทัดฐานเพื่อที่ว่าในอีก ๑๐ กว่าปีที่มัน จะหมดสัญญาเช่าในครั้งที่ ๗ มันก็จะเกิดเหตุทำนองเดียวกัน ถ้าสมมุติว่าท่านรัฐมนตรี สามารถสร้างบรรทัดฐานแล้วก็แก้ไขปัญหาให้แก่ทางแม่เมาะได้ก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง เพราะว่ามันก็จะเป็นบรรทัดฐานในการดำเนินการครั้งต่อไป🔗
ในส่วนประเด็นคำถามที่ ๒ นี้ ผมก็จะขอถามในฐานะผู้แทนราษฎร จะขอ ความอนุเคราะห์ผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการ ในส่วนของบ้านเวียงหงส์ล้านนาได้หรือไม่ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบพระคุณ คุณชลธานีครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ อันดับแรกที่ท่านถาม ผมจะตอบกันเลยว่าไม่ต้องขอหรอกครับ เพราะโดยตำแหน่งหน้าที่ผมเป็นเจ้าภาพอยู่แล้ว คือกระทรวงพลังงานวันนี้ที่ผมเรียนนี่ครับเป็นผู้กำกับดูแล กฟผ. เพราะฉะนั้นเมื่อเรื่องนี้ เกี่ยวข้องกับ กฟผ. ก็ตรงมาที่ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานอยู่แล้ว เพียงแต่ ว่ายังมาไม่ถึง ผมคิดว่าปัญหาต่าง ๆ ที่ท่านได้กล่าวไปนี้เป็นเรื่องข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่าวันนี้ ทางราษฎรเขายินดีที่จะมอบที่เดิมให้หลวงอะไรอย่างนี้ ผมขออนุญาตผ่านท่านประธานว่า อยากจะให้ทางพื้นที่โดยเฉพาะท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ไปติดตามเรื่องนี้ ที่จังหวัด ให้จังหวัดรีบสรุปเรื่องมาที่ผมโดยเร็ว เมื่อเรื่องมาถึงผมรับปากเลยว่าผมจะทำงาน ให้เร็วที่สุด แต่ผมอยากจะขออีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า ประเด็นปัญหา สถานการณ์ปัจจุบันแบบที่ ท่านได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้ท่านทำเป็นหนังสือถึงผมเลยได้ไหมครับ ผมจะได้มีข้อมูลเป็นฐาน ไว้ด้วยว่านอกจากที่จังหวัดรายงานมาอาจจะตรงกันบ้าง ไม่ตรงกันบ้าง แต่อย่างน้อยต้องให้ เกียรติว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นผู้ที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องของราษฎร ผมก็จะได้ เอาข้อมูลจากท่านมาประกอบกับความเห็นที่เขาจะเสนอขึ้นมาด้วย แล้วถ้าหากจะต้องนำเข้า คณะรัฐมนตรีในประเด็นเรื่องอะไรจะได้มีความเห็นประกอบไปหลาย ๆ ด้าน เพราะฉะนั้น ในส่วนที่ท่านถามไม่ต้องห่วงผมเป็นเจ้าภาพอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเรื่องมันยังมาไม่ถึง อย่างที่ผม เรียนท่านว่าตอนนี้มีประเด็นอะไรคาอยู่ในจังหวัด ก็ขอความกรุณาท่านประธานผ่านไปว่า ให้ไปเร่งรัดในจังหวัดให้จบส่งมา แล้วท่านก็เอาประเด็นที่คุยกันเมื่อสักครู่ที่ท่านพูดไปให้ทาง จังหวัดด้วยแล้วทำถึงผมด้วย ผมก็จะได้เก็บเป็นข้อมูลไว้ดำเนินการให้ท่านต่อไป แล้วผม รับปากว่าในวันที่เรื่องนี้มาถึงผมผมจะทำงานให้เร็วที่สุดครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แล้วก็ขอบคุณคุณชลธานี เชื้อน้อย ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ จบกระทู้ถามนะครับ🔗
อีกสักนิดครับท่านประธาน🔗
เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี เราก็ทราบว่าในส่วนของอำเภอแม่เมาะ ในส่วนของการดำเนินการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการทำเหมือง หรือว่าประเด็นอื่น ๆ นี้มีปัญหาอยู่เยอะมากมาย ซึ่งประเด็นปัญหาสำคัญช่วงนี้ทางท่านรัฐมนตรีก็เข้ามาแก้ไขให้ชาวบ้านเรียบร้อยแล้วนะครับ ก็อยากให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างเต็มที่ จนปัจจุบันเหตุการณ์เริ่มตั้งแต่เราใช้ถ่านหิน จนปัจจุบันใกล้จะเลิกใช้ถ่านหินแล้วครับ หลาย ๆ ปัญหาก็ยังไม่ถูกแก้ไข เพราะฉะนั้นผม ก็ขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยพิจารณาการแก้ไขปัญหาในส่วนของอำเภอแม่เมาะเป็นหลัก อย่างเร่งด่วน แล้วผมก็จะประสานงานผ่านทางทีมงานของท่านแล้วก็ไปถึงท่านรัฐมนตรีครับ สำหรับวันนี้ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีและผู้ถามกระทู้ถามนี้นะครับ จบกระทู้ถามนี้แล้วครับ🔗
สำหรับกระทู้ถามแยกเฉพาะก็ดำเนินการถามและตอบที่ห้องกระทู้ถาม แยกเฉพาะ บริเวณชั้น ๑ แล้วนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ก่อนดำเนินการถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ ผมจะชี้แจงให้ ที่ประชุมทราบดังนี้ การถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะแต่ละกระทู้ให้ถามและตอบได้ เรื่องละไม่เกิน ๒ ครั้ง ต้องถามและตอบให้แล้วเสร็จภายใน ๒๐ นาที ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ และข้อ ๑๗๓ ประกอบข้อ ๑๖๗ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ได้มีการอนุญาตให้ประชาชนเข้าร่วม รับฟัง ขอความร่วมมือจากผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามารับฟังกรุณาปฏิบัติตามระเบียบสภา ผู้แทนราษฎรว่าด้วยการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้ารับฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ข้อ ๕ กำหนดให้ผู้รับอนุญาตต้องรักษามารยาท ประพฤติตนให้เหมาะสม อยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกิริยาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจาส่อเสียดใด ๆ อันเป็น การรบกวนขัดขวางการประชุม หรือเป็นการใช้อุปกรณ์ วัสดุต่างๆ บันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือกระทำการใด ๆ เป็นการถ่ายทอดการประชุมสู่ภายนอก หากมีการปฏิบัติเหล่านี้ก็จะให้ เชิญออกจากห้องประชุมนะครับ จึงแจ้งที่ประชุมทราบ สำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ในวันนี้ ผมเห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการถามและตอบกระทู้ถามของผู้ตั้งกระทู้ถามและของ ท่านรัฐมนตรี ขอสลับลำดับการถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้🔗
ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๙๒ ของท่านวีรภัทร คันธะ🔗
ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๓ ของท่านชริน วงษ์พันธ์เที่ยง🔗
ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๙๕ ของท่านญาณธิชา บัวเผื่อน🔗
ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๙๗ ของท่านอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์🔗
ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๕ ของท่านสกล สุนทรวาณิชย์กิจ🔗
ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๖ ของท่านเชตะวัน เตือประโคน🔗
สำหรับผู้ตั้งคำถามและท่านรัฐมนตรีไม่ขัดข้องนะครับ🔗
๑. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๙๒ เรื่อง ปัญหาการเกิดควันพิษ และน้ำเสีย ที่ปล่อยมาจากโรงงานอุตสาหกรรม นายวีรภัทร คันธะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะได้อนุญาตให้ผู้แทน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้ ท่านที่ ๑ นายสุนทร แก้วสว่าง รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ท่านที่ ๒ ท่านศิรกาญจน์ เหลืองสกุล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมโรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และผมได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถาม ดังนี้ ๑. นางสาวธนาธร โล้วมั่นคง ๒. นางสาวกนกพร วิศาลวุฒิเวท เชิญท่านวีรภัทร คันธะ ถามคำถามแรกเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรภัทร คันธะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง ยกเว้น ตำบลบางจาก พรรคประชาชน ก่อนอื่นขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่วันนี้ได้เข้ามาตอบคำถาม ซึ่งเป็นคำถามที่เราเรียกได้ว่าคาใจประชาชนในพื้นที่พระประแดงมาอย่างยาวนาน ก่อนอื่น ผมขออนุญาตเท้าความว่า อำเภอพระประเเดงเป็นอำเภอที่เป็นเมืองโรงงานอุตสาหกรรม ตั้งแต่ดั้งเดิม ตั้งแต่ยุคสมัยของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดังนั้นแล้วรูปแบบ ของเมืองก็จะมีโรงงานอุตสาหกรรมปะปนอยู่กับชุมชนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากในพื้นที่อยู่ บริเวณใกล้กับแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้กับการท่าเรือแห่งประเทศไทย แล้วก็เป็นจุดที่เป็นจุด เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ กับปริมณฑล ดังนั้นแล้วการเกิดขึ้นของปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของ โรงงานอุตสาหกรรมก็มีปัญหาเป็นจำนวนมาก ส่วนของผมเองนี้ผมได้รับเรื่องร้องเรียนมา จำนวนมากเกี่ยวข้องกับเรื่องของปัญหาการปล่อยควันพิษ แล้วก็การปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำ ลำคลอง ซึ่งขออนุญาตเรียนท่านรัฐมนตรีอย่างนี้ว่า เรื่องของควันพิษและน้ำเสียที่ปล่อยมา จากโรงงานอุตสาหกรรมนี้เป็นปัญหาที่สำคัญ แล้วก็ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจำนวนมาก แล้วก็เรื่องของชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน เท่าที่ผมได้รับทราบมามีข้อมูลมาว่า ประชาชนหลายคนก็มีอาการเจ็บป่วยจากการปล่อยของเสียมลพิษต่าง ๆ นี้ ซึ่งปัญหา ดังกล่าวนี้ผมก็เรียกได้ว่าเป็นการสะท้อนถึงการละเลย หรือว่าการขาดประสิทธิภาพของ หน่วยงานรัฐในการบังคับใช้กฎหมาย การตรวจสอบที่อาจจะไม่โปร่งใส แล้วก็อาจจะมี ผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างหน่วยงานหลายหน่วยงาน ซึ่งเรามีความจำเป็นที่จะต้อง แก้ปัญหาเหล่านี้โดยเฉพาะการตรวจสอบในเชิงลึก การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด แล้วก็ การดำเนินงานเชิงรุกโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ท่านประธานผมขออนุญาตนะครับ ในสไลด์นี้จะเห็นได้ว่าจริง ๆ แล้วเรามีผลกระทบที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบในทางสิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษในอากาศ แหล่งน้ำ สุขภาพของ ประชาชน ซึ่งเป็นโรคทางเดินหายใจ สารปนเปื้อนในน้ำที่กระทบต่อการเกษตรและ การบริโภค และคุณภาพชีวิตของชุมชนก็เสื่อมโทรมและขาดความปลอดภัย อย่างที่ผมเรียน ว่าเราประเมินแล้วว่าสาเหตุหลักเรามีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการละเมิดกฎหมายของโรงงาน อุตสาหกรรม การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เข้มงวด แล้วก็ความบกพร่องในกระบวนการจัดการ ของเสีย🔗
ท่านประธานครับ คำถามแรกของผมที่ขออนุญาตตั้งคำถามกับท่านรัฐมนตรี ก็คือทางกระทรวงอุตสาหกรรมจะมีแนวทาง หรือมาตรการเร่งด่วนอย่างไรเพื่อแก้ไขปัญหา มลพิษทางอากาศและน้ำจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ ประชาชนในพื้นที่ก็ขอทราบรายละเอียดนะครับ อย่างที่ผมเรียนว่าโรงงานเหล่านี้หลายโรงงาน มีการแอบลักลอบปล่อยควันพิษในเวลากลางคืน หรือปล่อยน้ำเสียในช่วงที่ฝนตก ประชาชน ก็มีการร้องกันเข้ามาเยอะแยะมากมาย โรงงานทอผ้าการปล่อยสิ่งย้อม กระบวนการจัดการ ของเสียที่วันดีคืนดีก็บอกว่าเสีย วันดีคืนดีก็บอกว่าไม่เสียแล้ว ก็ขอทราบจากทางรัฐมนตรีว่า จะดำเนินการอย่างไรครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญรัฐมนตรีคำถามแรกนะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ขอบคุณ คำถามจากท่าน สส. วีรภัทรนะครับ จริง ๆ เรื่องของมลภาวะ มลพิษ เป็นปัญหาคาใจไม่ใช่ เฉพาะกับพี่น้องประชาชน คาใจผมมาก ผมนี่ได้ประกาศหลายครั้งว่าผมต้องการจะฟื้น ภาคอุตสาหกรรมกลับมาเป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าการ เจริญเติบโตของภาคอุตสาหกรรม การดำเนินธุรกิจต้องไม่ทำร้ายชีวิตของประชาชน ผมว่า ท่านเห็นครับผ่านสื่อ ตั้งแต่มีรัฐมนตรีอุตสาหกรรมมาผมน่าจะเป็นรัฐมนตรีอุตสาหกรรม ที่โหดที่สุดคนหนึ่ง ผมตามจับกุมปัญหาทั้งเรื่องมลภาวะใน ๔ ประเภทที่เราพูดกัน ทั้งเรื่องน้ำ เรื่องอากาศ เรื่องกาก เรื่องกลิ่น ผมจับรายวัน จับเจ้าใหญ่ กากอุตสาหกรรมถ้าท่านได้ ติดตามโรงงานเถื่อนที่เปิดลักลอบนำขยะอุตสาหกรรมมากองทิ้งถูกจับมากที่สุดเป็น ประวัติการณ์ตั้งแต่ผมเข้ามา แล้วก็จัดการขั้นเด็ดขาดนะครับ อุทธรณ์มานี่ผมไม่รับอุทธรณ์ ไม่มีใบเหลืองมีแต่ใบแดงอย่างเดียว รวมไปถึงเรื่องการตรวจจับโรงงานที่ปล่อยมลพิษ มลภาวะด้วย ขนาดอ้อยเผาผมก็ส่งชุดสุดซอยไปตรวจ ล่าสุดก็มีการสั่งให้หยุดโรงงานไป ๑ ที่แล้วสำหรับโรงที่รับอ้อยเผามากที่สุด แต่ผมเรียนอย่างนี้ครับ สิ่งที่เราทำกันอยู่มันเป็น การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและผมไม่ชอบแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ถ้าแก้แต่ที่ปลายเหตุคือไปทำ ความผิดแล้วไปตรวจจับอยู่ตลอดเวลา อีกชาติหนึ่งก็ไม่จบครับปัญหาแบบนี้ ระบบปัจจุบัน ผมเรียนกับท่านอย่างนี้ว่าโรงงานก่อนจะเปิดได้ สำหรับโรงงานที่มีเครื่องจักรที่ ๕๐ แรงม้า ขึ้นไป มีคนงานเกินจำนวนขึ้นไป ที่ต้องได้รับใบอนุญาตจากอุตสาหกรรมจังหวัดหรือ กรมโรงงานอุตสาหกรรม เขาจะต้องไปออกแบบมาตรการการบำบัดของเสียก่อน ไม่ว่า จะเป็นเรื่องอากาศ เรื่องน้ำ เรื่องกาก เรื่องกลิ่นต้องมี หรือที่เราเรียกกันว่าใบ ร.ง.๓ ใบคำขอนี้ ต้องมี แล้วก่อนที่จะเปิดก็จะมีเจ้าหน้าที่ของอุตสาหกรรมจังหวัดไปตรวจดูก่อน จะต้องมี อุปกรณ์ติดตั้งตามเกณฑ์ ตามมาตรฐานที่อยู่ในคำขอก่อนที่จะเปิด ปัญหามันอย่างนี้ครับ ตอนขอคำขอก็ทำคำขอมาดีครับ ตอนไปตรวจก่อนเปิดก็ดีครับ แต่พอเปิดเสร็จไม่ทำตามเกณฑ์ ไม่ทำตาม Commitment ไว้ ไม่ทำตามเกณฑ์ ปัญหาคือวันนี้เราบอกเราจะทำอุตสาหกรรม ๔.๐ สำหรับกระทรวงเรายังใช้คนคือเจ้าหน้าที่ของกระทรวงออกไปตรวจอยู่เลย จังหวัด สมุทรปราการของท่าน สส. เท่าที่ผมทราบมีโรงงานที่ขอใบอนุญาตมาประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าโรง มีเจ้าหน้าที่ของอุตสาหกรรมจังหวัดไม่ถึง ๑๐ คน ท่านตรวจอย่างไรไม่มีทางเจอหมด หรอกครับ ก็มาตามคำร้องเรียน ร้องที่ไหนก็ไปตรวจที่นั่น พอตรวจเสร็จบางทีวันไปตรวจ ก็ไม่ใช่วันที่ปล่อยมลภาวะอีก อย่างที่ท่านบอกนี่เขาปล่อยตอนกลางคืนไปตรวจตอนกลางวัน ตรวจอย่างไรก็ไม่เจอ ต้องแก้ปัญหาแบบนี้ครับ ๑. คือวันนี้ผมก็เร่งเชื่อมโยงระบบการ ร้องเรียน ระบบของกระทรวงอุตสาหกรรมตอนนี้กำลังพัฒนา Application ร่วมกับ Traffy Fondue ซึ่งใช้ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เปิดโอกาสให้ประชาชนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน มีส่วนร่วมสามารถแจ้งปัญหาเข้ามา ได้กำลังจะเปิดตัวไม่เกินเดือนมกราคมนี้ จะใช้ชื่อ Application ว่า แจ้งอุตเอาง่าย ๆ เพราะเราชอบไปใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษ ศัพท์ฝรั่งเยอะแยะ เต็มไปหมด คนก็สับสนว่าตกลงต้องทำอะไรกันแน่ ผมเชื่อว่าถ้าเปิดช่องให้ประชาชนเข้าไปมี ส่วนร่วม อย่างท่านหรือประชาชนในพื้นที่ของท่านเห็นว่ามีปัญหาสามารถแจ้งผ่านระบบนี้ มาได้ ระบบเดิมมีอยู่แล้วนะครับ แต่ผมว่ายังไม่มีการประชาสัมพันธ์ แล้วคนก็ไม่รู้ว่าจะแจ้ง ไปที่ไหน แล้วระบบเองแจ้งไปก็ไม่ได้มีการติดตามมีการ Tracking จากนี้ไปจะทำระบบที่มี ความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น สามารถแจ้งเข้ามา มีการตรวจว่าสถานะเรื่องที่แจ้งมาได้รับการ แก้ไขมาอย่างไร🔗
เรื่องที่ ๒ จริง ๆ ก็ทำอยู่ ก็คือเรื่องการติดตั้งระบบการมอนิเตอร์มลภาวะ ทั้งอากาศกับน้ำ Real Time อากาศก็จะต้องมีการติดตั้งที่เขาเรียกว่า CEMS คือ Continuous Emission Monitoring System ซึ่งทางกรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดไปแล้วว่าจะต้องมี โรงงานทั่วประเทศประมาณ ๖๐๐ โรงงาน แล้วตอนนี้ก็ทยอยติดตั้งไปประมาณ ๒๐๐ กว่าโรง ภายในปีนี้จะต้องติดตั้งให้ครบ ๖๐๐ โรง ซึ่งก็จะเป็นกลุ่มโรงงานที่ปล่อยมลภาวะทางอากาศ ปริมาณมาก ก็จะมีการติดตั้งระบบเพื่อที่จะตรวจสอบ Real Time คือไม่ต้องมาร้องและ ไปตรวจแต่เราจะเห็นตัวเลขอยู่ตลอด แล้วตัวเลขนี้ก็จะถูกส่งมารายงานไม่ใช่รายงานเฉพาะ ผมอย่างเดียว รายงานสาธารณะด้วย ผ่าน Application ที่กระทรวงเขาเรียกว่า POMS ตัว Pollution Online Monitoring System เดี๋ยวผมจะไปปรึกษากับกระทรวงว่าอาจจะ ขอเปลี่ยนชื่อให้เข้าใจง่ายนิดหนึ่ง แล้วก็ประชาสัมพันธ์ให้คนเข้ามาตรวจสอบ อากาศก็จะมี CEMS ตัวน้ำเขามีเรียกว่าเป็นตัวบีโอดี ซีโอดี คือติดตั้งไว้วัดความต้องการที่จะใช้ออกซิเจน พูดง่าย ๆ ตรวจตัวออกซิเจน ถ้าเกินเมื่อไร มัน Real Time คือตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่ใช่ว่า ต้องไปตรวจตอนที่ร้องมาหรือไปตรวจตอนกลางวันแล้วมาปล่อยตอนกลางคืน คือจะต้อง ตรวจ Real Time แล้วก็กำลังปรึกษากันอยู่ว่าเดิมเราจะบังคับให้โรงงานที่จะต้องติดตั้ง ระบบนี้เป็นโรงงานที่ปล่อยน้ำ ๕๐๐ คิวต่อวันขึ้นไป แต่จะปรับลดลงมาเป็น ๑๐๐ คิวต่อวัน เพื่อที่จะครอบคลุมจำนวนโรงงานมากยิ่งขึ้น ถ้าเราสามารถติดตั้งระบบมอนิเตอร์ Real Time แบบนี้ทุกโรงงาน หรืออย่างน้อยที่สุดโรงงานขนาดใหญ่ที่จะปล่อยทั้งมลภาวะทางอากาศ ทั้งปล่อยมลพิษทางน้ำ ติดตั้งระบบ Real Time แล้วในตัวเกณฑ์นี้ก็ต้องมีผู้ควบคุมด้วย เป็นเจ้าหน้าที่ที่โรงงานจ้างไปประจำอยู่ที่โรงงาน ที่จะมีหน้าที่สำหรับตรวจสอบแล้วก็ รายงานตัวเลขเหล่านี้ที่ตรวจวัดผ่านอุปกรณ์ อุปกรณ์ที่มีมาตรฐานไม่ใช่ใช้คนตรวจนะครับ แล้วก็มีการส่งข้อมูล Real Time มา เป็นแบบนี้ทางกระทรวงก็จะสามารถทำงานควบคุม ไม่ให้มีการปล่อยมลภาวะหรือมลพิษผ่านทางอากาศ หรือปล่อยทางน้ำเสียได้ แล้วกระบวนการ ทั้งหมดก็จะมีความโปร่งใส เป็นมาตรฐาน ไม่ต้องมาใช้ดุลยพินิจกันว่าแบบนี้เกินแบบนี้ขาด มีตัวเลขออกมาให้เห็นชัด ๆ เลยแล้วตัวเลขก็เปิดเผยต่อสาธารณะด้วย ผมขอตอบเท่านี้ก่อน แต่เพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งคือสำหรับในประเทศไทยมันอาจจะต้องมีการย้ายฐานการผลิตกับ โรงงานบางส่วนนะครับ โลกมันเปลี่ยนไปเยอะ บ้านเราเองก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง ไปเหมือนกัน ทางกระทรวงกำลังดูอยู่ ดูเรื่องของ Industrial Relocation ว่าจริง ๆ แล้ว วันนี้กลุ่มโรงงานควรที่จะไปอยู่ตรงไหน จะต้องส่งเสริมให้เขาไปอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ของ ประเทศเช่นพื้นที่ที่เราไปลงทุน Infrastructure ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไว้เยอะแยะ มีความ เหมาะสมที่จะตั้งโรงงานไหม แล้วก็ต่อ Supply Chain ให้มีความสมบูรณ์ในพื้นที่ได้อย่างไร ส่วนกลุ่มโรงงานที่วันนี้สภาวะโลก เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนไปเยอะที่ไม่สามารถต่อสู้ได้ก็ต้อง ชดเชยเขาอย่างไร การบริหารจัดการให้โรงงานกับบ้านเรือนอยู่ในที่ที่เหมาะสม อันนี้ก็จะเป็น อีกมาตรการหนึ่งที่ผมคิดว่าช่วยเหลือลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภาคอุตสาหกรรมสู่พี่น้อง ประชาชนได้เป็นอย่างดีเรื่องหนึ่งแล้วก็ถาวรด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณรัฐมนตรีครับ คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรี สำหรับเรื่องที่ ท่านรัฐมนตรีว่ามาไม่ว่าจะเป็นเรื่อง CEMS หรือ POMS อาจจะต้องเรียนแบบนี้ว่าจริง ๆ แล้ว เรื่องระบบตรวจสอบก็เป็นเรื่องที่ดี แล้วผมก็ค่อนข้างเห็นด้วยในเรื่องของระบบตรวจสอบ และการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเช่นเรื่องของ Traffy Fondue หรือว่าสิ่งที่ท่านจะเอา ไปทำ แต่ปัญหามันจะเป็นอย่างนี้ครับ คือในเรื่องของระบบไม่ว่าจะเป็น CEMS หรือว่า POMS ความไม่ครบถ้วนของการติดตั้ง คือการติดตั้ง CEMS คงไม่ได้เกิดขึ้นทุกโรงงาน โรงงานใหม่อาจจะติดตั้งได้ โรงงานเก่าอย่างที่บอกที่ท่านพูดมี ๕,๐๐๐ กว่าโรงงาน ท่านมี ผู้ตรวจอยู่ประมาณ ๑๐ คน ซึ่งตัวเลขมันก็เห็นอยู่ว่ามันไม่สอดคล้องในความเป็นจริง จะไป ตรวจตอนกลางวันก็ไม่เจอเพราะว่าแอบปล่อยตอนกลางคืน ทีนี้เอาเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ ผมก็ว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่มันก็จะมีปัญหาต่อมาอีกว่าแล้วโรงงานบางแห่งอาจจะมีการปรับปรุง หรือปรับแต่งระบบรายงานข้อมูลเพื่อละเว้นการปฏิบัติตามข้อกำหนด ซึ่งการตรวจสอบ ระบบก็อาจจะไม่เพียงพอถ้าไม่มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด จะมีมาตรการอย่างไร แล้วก็ เรื่องของการขาดความโปร่งใสในการรายงาน แม้ว่าจะมีการให้ข้อมูลนะครับท่านประธาน และท่านรัฐมนตรี เราจะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าข้อมูลหรือรายงานที่ออกมามันเป็นเรื่องที่เป็น ความจริง อย่างที่บอกว่าประชาชนอยู่ข้างโรงงานเขาบอกเขายังได้กลิ่น เขายังเห็นอยู่ แล้วท่านไปรายงานบอกว่า โอเคมันไม่มีปัญหาอะไร ท่านใช้ระบบตรวจสอบอัตโนมัติดูแล้ว สุดท้ายแล้วผมคิดว่าเรื่องนี้มันจะต้องมีความชัดเจนไม่ว่าจะเป็นทางนโยบายหรือว่าทาง ระบบ ว่าระบบการตรวจสอบที่โปร่งใส ความแม่นยำที่เชื่อถือได้ของการใช้เครื่องมือเหล่านี้ จะใช้อย่างไร จริง ๆ แล้วในสไลด์ของผมพอดีมันมีชื่อโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ที่มีการปล่อย ในพื้นที่ ปล่อยในพื้นที่ชัดเจน อันนี้เดี๋ยวผมเอาไปว่ากับท่านรัฐมนตรีนอกรอบแล้วกัน แต่ว่า ตัวอย่างโรงงานเหล่านี้เป็นตัวอย่างโรงงานที่เราเห็นว่าจริง ๆ มันใช้เวลา เขาเรียกอะไรนะ อยู่ในพื้นที่ ๓๐ ๔๐ ๕๐ ปี ปี ๒๕๐๐ ปี ๒๕๑๐ บางโรงงานอย่างที่บอกว่าระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบท่อ ท่อรวม อย่างที่ท่านทราบบางที่เป็นระบบท่อรวมปล่อยออกมาร่วมกับชุมชน ร่วมกับโรงงานนั้นโรงงานนี้ วันนั้นผมไปถามผู้ว่ามา ท่านผู้ว่าท่านจะจัดการอย่างไร ก็ประชาชนบอกว่า มันเหม็น มันปล่อย มันชัดเจนว่าเห็นอยู่ แต่ตอนนั้นท่านผู้ว่าก็บอกว่า พอมันปล่อยออกมามันเป็นระบบท่อรวมเราไม่สามารถสืบได้ด้วยซ้ำว่ามันออกมาจาก โรงงานไหน จะไปสั่งปิดโรงงานสักโรงงานหนึ่งมันก็ต้องมีหลักฐานที่เพียงพอที่ว่าเป็นโรงงาน นั้นปล่อย แต่พอมาปล่อยในท่อรวมคำถามคือปลายทางมันเป็นอุตสาหกรรมแบบเดียวกัน ถ้าอุตสาหกรรมแยกประเภท ทอผ้าอย่างหนึ่ง กากอุตสาหกรรมอย่างหนึ่งมันอาจจะจับได้ แต่ถ้าสมมุติว่าเป็นประเภทเดียวกันมันก็จะมีปัญหาว่าแล้วโรงงานไหนละมันเป็นโรงงาน ทอผ้าทั้งหมด อุตสาหกรรมรูปแบบเดียวกันมันก็จับไม่ได้อยู่ดี อันนี้ผมก็ต้องการความชัดเจน ในฐานะ สส. เจ้าของพื้นที่ที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กและขนาดกลางซึ่งมีอายุอย่าง ยาวนาน อยากให้ท่านช่วยตอบนิดหนึ่งครับ เพื่อให้ความมั่นใจกับประชาชน เพื่อให้ความ มั่นใจกับชาวพระประแดงด้วยว่าทางรัฐมนตรี ทางรัฐบาลจะมีมาตรการหรือว่ามีสิ่งที่จะช่วย บรรเทาปัญหามากกว่าการที่รอรับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้าน เพราะว่าอย่างที่เรียนว่า บางโรงงานอยู่จนเป็นระดับผู้มีอิทธิพล ชาวบ้านก็ไม่กล้าไปร้องเรียน ชาวบ้านก็ไม่กล้าไปพูด กลัวเพราะว่าเดี๋ยวปัญหาก็จะตกมากับชาวบ้านว่าใครไปร้องเรียน สส. วันนี้อาจจะร้องเรียนได้ พูดได้ แต่ว่าคนที่อยู่ในพื้นที่ก็คือประชาชน ดังนั้นอยากฟังความชัดเจนจากท่านว่าถ้าเกิด เคสแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นระบบที่ท่านวางไว้ท่านจะทำอย่างไร เพื่อให้ความมั่นใจกับประชาชน ว่าจะไม่มีปัญหาตามมา อันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ ส่วนเรื่องของในพื้นที่ตัวโรงงาน อุตสาหกรรมเองเดี๋ยวขออนุญาตปรึกษาท่านนอกรอบสักนิดหนึ่ง เพราะว่าโรงงานเหล่านี้ อย่างที่เรียนมีเยอะ แล้วการ Relocation ไหน ๆ ท่านก็พูดผมขออนุญาตนิดหนึ่งครับ คือผมเข้าใจว่าปัญหาอุตสาหกรรมมันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เขาอยู่กัน มาอย่างยาวนาน ประชาชนในพื้นที่เขามีการทำงานเป็นพนักงานของโรงงานเหล่านี้ ถ้ามีการ Relocation แล้วคนเหล่านี้ก็ตกงานถูกไหมครับ หลายคนก็ไม่ได้สามารถย้ายตามฐาน การผลิตไปได้ ท่านจะมีมาตรการรองรับอย่างไร เพราะผมคิดว่ามันค่อนข้างถ้าภาษาอังกฤษ ก็เหมือน Controversial คือมันจะทำอย่างไรดี ในเมื่อว่าวันนี้โรงงานอุตสาหกรรมเองอยู่ใน พื้นที่แต่ก่อให้เกิดมลภาวะ ยังไม่สามารถจัดการได้อย่างยั่งยืนทำอย่างไร แต่เมื่อถ้าท่านจะ ย้ายออกไปเลย คนในพื้นที่ตกงานก็กลายเป็นปัญหาทางสังคมต่อ อันนี้ก็ขออนุญาตรบกวน ท่านครับ อาจจะเป็นคำถามที่ยาวสักนิดหนึ่งแต่ว่าอยากจะได้ความมั่นใจจากท่านว่า สิ่งเหล่านี้ทางกระทรวงอุตสาหกรรม ทางท่านรัฐมนตรีเองมีแนวทางอย่างไรบ้างครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานครับ เอาเรื่อง Relocation ก่อนเดี๋ยวจะเข้าใจผมผิด ไม่ใช่บังคับย้าย แต่ว่ามันเป็นการปรับตัวตามสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป ท่านก็จะเห็นตามข่าวครับ ถ้าวันนี้ ในภาคอุตสาหกรรมไม่ยอมปรับตัวเราก็จะเห็นข่าวปิดโรงงาน ในที่สุดการจ้างงานก็ลดลงอยู่ดี คนก็ตกงานอยู่ดีถ้าไม่มีการปรับตัว ซึ่งการปรับนี่มันมีหลายเรื่อง ปรับทั้งในการจัดการธุรกิจ หรือมีการย้ายฐานการผลิตอันนี้เป็นส่วนหนึ่ง แต่ผมยืนยันว่าไม่ใช่บังคับนะครับ อันนี้คือ มันเป็นระบบที่เราต้องไปจัดการร่วมกันให้เกิดความเหมาะสมว่าตกลงแล้วในประเทศไทย เราทั้งออกแบบผังเมือง เราไปลงทุนอีอีซี ตกลงโรงงานควรจะอยู่ที่ไหน ที่อยู่อาศัยอยู่ที่ไหน แล้วก็จะเกิดประโยชน์ทั้ง ๒ ส่วน ผมเรียนเลยว่าถ้าโรงงานอยู่ที่ควรจะอยู่ บ้านเรือน ที่อยู่อาศัยของประชาชนก็อยู่แบบสบาย ไม่ต้องมาทนกลิ่นเหม็น ไม่ต้องมาสูดอากาศ เอาควันพิษเข้าไป มลภาวะเข้าไป ราคาที่ก็ขึ้น เจ้าของที่ดินก็มีทรัพย์สินที่มีมูลค่ามากขึ้น คือดีทั้ง ๒ ส่วน อันนี้เอาเรื่องนี้ก่อน ขอบคุณที่ผมคิดว่าเราไปในทิศทางเดียวกัน ผมไม่ชอบ การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุแบบลูบหน้าปะจมูก ร้องเข้ามาก็ไปแก้ จริง ๆ ในคำตอบแรกผม ก็ได้ยืนยันไปแล้วว่าผมต้องการที่จะแก้ปัญหาที่ระบบ รวมไปถึงการแก้กฎหมายด้วยซ้ำ ปัญหาของกากอุตสาหกรรมนี้ผมทำครบวงจรนะครับ บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ไปจับ ไม่ว่าจะมีอิทธิพลมากขนาดไหน มีใครอยู่เบื้องหลังผมจับหมด แล้วผมนำสื่อมวลชนไปจับ กับผมทุกที่ ไม่มีการทำอะไรมาปิด Red Tape มาซุกไว้ใต้พรมไม่มี เปิดให้หมดเลย แล้วไม่ต้อง มาต่อรอง มีการจัดระบบใหม่ ซึ่งการจัดระบบใหม่ก็ต้องมีการออกกติกาใหม่ ร่างกฎหมาย ใหม่ขึ้นมาทั้งฉบับเลยครับ พ.ร.บ. วันนี้จะบอก พ.ร.บ. กากอุตสาหกรรมก็ได้ ตัวชื่อนี้กำลัง คิดอยู่ แล้วเดี๋ยวก็จะส่งให้สภาได้พิจารณาต่อ จะเป็นกฎหมายการบริหารจัดการขยะ อุตสาหกรรมฉบับแรกของประเทศไทย หลังจากที่ต่างประเทศเช่นญี่ปุ่นมีกฎหมายนี้เป็น ๑๐ ฉบับแล้วนะครับ เรากำลังเริ่มต้นฉบับแรก แต่ผมคิดว่าพอเราเรียนรู้ระบบบริหารจัดการ ทั้งหมด เราสามารถย่อส่วนแล้วทำให้ทุกอย่างมันเร็วขึ้นได้ ซึ่งผมก็เรียนเลยว่าความลักลั่น ตรงนี้ถ้าจะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุมันก็ต้องทำแบบที่เราทำแต่ต้องทำให้เต็มรูปแบบ การร้องผ่าน ระบบ Application ที่เปิดออนไลน์ แล้วก็ประชาสัมพันธ์ให้คนสามารถรับรู้ได้ แล้วก็มีการ ติดตามการทำงานทุกขั้นตอน อันที่ ๑ อันที่ ๒ การแก้ปัญหาที่ยังใช้มนุษย์ออกไปตรวจจับ ในบางเวลานี้มันไม่ครอบคลุมก็ต้องมีการติดอุปกรณ์ที่เอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแก้ ติดอุปกรณ์จะเป็น CEMS เป็นบีโอดี ซีโอดี แต่วันนี้ถ้ายังติดไม่เยอะก็ต้องติดให้เยอะครับ ติดทุกโรงงานหรือทุกโรงงานที่มีการปล่อยมลภาวะ ได้เป็นสัดส่วนที่มีน้ำหนักพอที่จะลดเรื่อง การปล่อยมลภาวะตรงนี้ได้ แล้วก็เรื่องของคนเดี๋ยวท่านเข้าใจผิดคือต่ำกว่า ๑๐ คน ผมหมายถึงเจ้าหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรม แต่เวลาติดตั้งระบบพวกนี้จะเป็น CEMS หรือบีโอดี ซีโอดีไปติดตั้งกับโรงงาน โรงงานจะต้องจ้างคนต่างหากเลย แล้วมีหน้าที่สำหรับ ส่งข้อมูล ส่งข้อมูลมาแล้วก็ตรวจข้อมูล และตัวระบบข้อมูล Link มาถึงส่วนกลาง แล้วส่วนกลางเองก็มีแล็บต่างหากสามารถตรวจทานข้อมูลที่ถูกส่ง แล้วถ้ามีการมอนิเตอร์ แบบนี้ มีการส่งแบบนี้การตรวจก็ง่ายขึ้น ไม่ใช่ร้องมาแล้วก็เจ้าหน้าที่ไปตรวจ เราดูตัวเลข อยู่ตลอด ถ้าตัวเลขมีปัญหาไม่ได้มาตรฐานและมีการไปแต่งบัญชีแก้ตัวเลขอีกแบบนี้เอาผิด ตายเลยครับ แล้วหลักฐานอยู่กับเราตลอด หลักฐานตัวเลขที่โผล่ขึ้นมาไม่ใช่อยู่ดี ๆ บอก ตอนนี้ยังไม่จับก็ไม่เห็นหลักฐาน ปรากฏว่าถ้ามีการตรวจจับ ๒๔ ชั่วโมง ตัวเลขโผล่มาเป็น หลักฐาน ๒๔ ชั่วโมงเลย ย้อนกลับไปตามจับเมื่อไรก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้าท่านมีการแต่งตัวเลข แล้วแล็บของเราเข้าไปตรวจทานมาแล้วตัวเลขไม่ตรงกันท่านเดือดร้อนเลย แล้วสำหรับ โรงงานที่ผมเชื่อว่าวันนี้สิ่งที่เราต้องมาช่วยกันก็คือเรื่องการปรับค่านิยม ผมพยายามพูด อยู่เสมอว่าไม่ว่าจะมีกฎกติกาที่เข้มงวดขนาดไหน มีระบบที่ดี เราจริงจังกับการแก้ปัญหา ขนาดไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรับผิดชอบของโรงงาน ผมก็พยายามเจรจาต่อรองทั้ง โรงใหญ่โรงเล็กว่าผมกำลังปรับระบบอุตสาหกรรมเพื่อที่จะช่วยฟื้นอุตสาหกรรมกลับมาเป็น เครื่องยนต์พิเศษ แต่สิ่งที่สำคัญวันนี้ต้องทำธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ อย่าไปทำร้ายคน ถ้าท่านเจ้าของโรงงานทุกคนมีความเข้มงวดกับการปฏิบัติ กับการบริหารจัดการของโรงงาน ตัวเอง ไม่ปล่อยมลพิษ มลภาวะมา ท่านทำธุรกิจตรงไปตรงมา ติดตั้งอุปกรณ์ ส่งรายงาน ตัวเลขที่เป็นข้อเท็จจริงไม่มีปัญหาหรอกครับ กฎหมายหรือกติการะบบไม่ได้สร้างขึ้นมา เพื่อไปจัดการกับคนที่ทำธุรกิจอย่างชอบธรรม แล้วผมก็ยินดีที่จะให้แต้มต่อกับทุกคนที่ทำดี แต่คนที่ทำไม่ดีก็ต้องมีความเข้มงวด คำถามนี้ผมคิดว่าก็ได้ตอบไปแล้ว แล้วก็ไปในทิศทาง เดียวกันว่าเราต้องการจะจัดการระบบอย่างครบวงจรสมบูรณ์แบบและแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่มาตรวจจับลูบหน้าปะจมูกแบบที่ทำกันอยู่ แล้วภายในปีนี้ตั้งแต่ผมมาเป็นรัฐมนตรีนี่ ภายใน ๓ เดือน ผมคิดว่าระบบทุกอย่างก็เริ่มดีขึ้น เรื่องการจัดการกากอุตสาหกรรม วันนี้ เรื่องควันพิษ การเผาอ้อยน้อยที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ตั้งแต่มีรัฐมนตรีอุตสาหกรรมมา น้อยที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ เป็นตัวเลขที่จับต้องได้ แล้วผมก็กำลังจัดการเรื่องของการปล่อย มลภาวะสู่อากาศกับสู่น้ำ ทำเต็มรูปแบบครบวงจร แน่นอนทุกข้อมูลท่านไม่สะดวกพูดผ่าน มาทางนี้ก็เอามาให้ผมหลังไมค์ แล้วผมบอกเลยว่าสำหรับการจัดการปัญหาให้ประชาชน ทั้งท่านกับผมก็เป็นนักการเมืองมาจากการเลือกตั้งทั้งคู่ไม่ต้องไปกลัวใคร ผมไม่กลัวทั้งนั้น ใครจะมีอิทธิพลเหนือประชาชนไม่มีครับ เรามาจากการเลือกตั้ง เราจะต้องทำทุกอย่างเพื่อ รักษาผลประโยชน์ของประชาชนไว้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณรัฐมนตรี ท่าน สส. สายตรงนะ พระประแดง สายตรงรัฐมนตรีนะ ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่าน สส. ครับ🔗
๒. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๓ เรื่อง ขอให้ซ่อมแซมและขยายช่องจราจร ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๗ และหมายเลข ๓๒๖๗ นายชริน วงศ์พันธ์เที่ยง เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม ได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้ ท่านที่ ๑ ท่านเสริมศักดิ์ นัยนันท์ รองอธิบดีฝ่ายบริหาร กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ท่านที่ ๒ ท่านรัตนาวดี ภู่ขำ วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม และได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถามดังนี้ ท่านที่ ๑ ท่านวัสพงศ์ วิทูรเมธา ท่านที่ ๒ ท่านธนนนท์ สิมมากุล ก็เชิญท่านชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ได้ถามท่าน รัฐมนตรีมนพรเป็นคำถามแรก เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต ๒ ประกอบด้วย อำเภอนครหลวง อำเภอบางปะหัน อำเภอมหาราช อำเภอบ้านแพรก และ อำเภอท่าเรือ พรรคประชาชน ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของคุณแม่ ท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ ผมต้องขอขอบพระคุณท่านมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ที่กรุณามาตอบกระทู้ของกระผมในวันนี้ โดยผมมีปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในอำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาเรียนถามท่านรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหาดังต่อไปนี้ ด้วยอำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีทางหลวงแผ่นดินผ่านจำนวน ๒ เส้นทาง ซึ่งในแต่ละเส้นทางมีสภาพชำรุดทรุดโทรม เป็นหลุมเป็นบ่อ ไม่ได้รับการซ่อมแซมเป็นระยะเวลายาวนาน ทำให้ประชาชนที่ใช้เส้นทาง ดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนและมักมีอุบัติเหตุทางจราจรเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้มีผู้บาดเจ็บ ล้มตาย และพิการเป็นจำนวนมาก ได้แก่ เส้นทางแรก คือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๗ สายเทคโนปทุมธานีถึงสี่แยกเจ้าปลุก ระยะทาง ๖๖ กิโลเมตร โดยเส้นทางดังกล่าวแยกมาจาก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๖ ปทุมธานีถึงบางพูน อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ไปจรดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๖๗ ถึงสี่แยกเจ้าปลุก อำเภอมหาราช จังหวัด พระนครศรีอยุธยา โดยแบ่งเป็น ๓ ช่วงด้วยกันคือ ช่วงที่ ๑ ตั้งแต่แยกเทคโนปทุมธานีถึง ต่างระดับเชียงรากใหญ่ เป็นถนนขนาด ๑๐ ช่องทางจราจร จากนั้นเป็นช่วงที่ ๒ ลดเหลือ ๖ ช่องทางจราจร ไปถึงแยกต่างระดับเชียงรากน้อยจนถึงอำเภอบางปะหัน แต่หลังจาก อำเภอบางปะหันไปถึงสี่แยกเจ้าปลุก อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลดเหลือ เพียง ๒ ช่องทางจราจร เดินรถสวนทางกันขนานคลองลัดเลาะไปตามแม่น้ำลพบุรี ซึ่งสภาพ ถนนในช่วงนี้ชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ ไม่มีทางเท้า Footpath ทำให้การสัญจรไปมายากลำบาก โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืนมักมีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และเสี่ยงที่รถจะตกจากถนนลงไปสู่ ลำคลองข้างทาง🔗
เส้นทางที่ ๒ คือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๖๗ สายอ่างทองถึงแยก บางโขมด ระยะทาง ๒๕ กิโลเมตร จากแยกอ่างทองผ่านอำเภอมหาราช อำเภอดอนพุด อำเภอท่าเรือ และสิ้นสุดที่อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี เป็นถนนคอนกรีตขนาด ๒ ช่องทางจราจร แต่สภาพถนนตั้งแต่สี่แยกเจ้าปลุก อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปยังอำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี สภาพพื้นผิวถนนแตกร้าว มีร่องลึกกลางถนน ริมถนน บางช่วงคอนกรีตทรุดตัวลงทำให้ระดับผิวจราจรไม่เท่ากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นผิวถนน บนสะพานข้ามแม่น้ำลพบุรีจะขรุขระไม่สามารถใช้ความเร็วได้ เป็นอันตรายต่อการขับขี่ ถนนมืดในช่วงเวลากลางคืน มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากทางหลวงแผ่นดินทั้ง ๒ เส้นทาง โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านอำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีความจำเป็น อย่างยิ่งที่ต้องได้รับการซ่อมแซมและแก้ไขเป็นการด่วน ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา ดังกล่าวและเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่ให้สามารถเดินทางได้อย่าง สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และยั่งยืน จึงขอเรียนถามท่านรัฐมนตรี ๓ คำถาม ผมจะขออนุญาต ถามคำถามรวดเดียวเลยทั้ง ๓ คำถามนะครับ🔗
คำถามที่ ๑ กระทรวงคมนาคมจะดำเนินการซ่อมแซมถนนและพื้นผิวจราจร ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๗ ช่วงตั้งแต่แยกอำเภอบางปะหันผ่านอำเภอมหาราช ไปจนถึงสี่แยกเจ้าปลุก จังหวัดพระนครศรีอยุธยาหรือไม่ อย่างไร และเมื่อใด ขอทราบ รายละเอียด และช่วงถนนบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบางปะหันซึ่งเป็นเชิงสะพานข้ามแม่น้ำ ลพบุรีคับแคบ มีรถพ่วงบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่แล่นผ่านเป็นจำนวนมากเพื่อออกไปสู่ถนน สายเอเชียเป็นอันตรายต่อผู้สัญจร ถ้าจะห้ามไม่ให้รถบรรทุกขนาดใหญ่ผ่านโดยกำหนดให้ เลี่ยงไปใช้เส้นทางถนนสาย ๓๓ แทนจะได้หรือไม่ อย่างไร🔗
คำถามที่ ๒ กระทรวงคมนาคมจะดำเนินการซ่อมแซมถนนและพื้นผิวจราจร ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๖๗ ช่วงตั้งแต่สี่แยกเจ้าปลุก อำเภอมหาราช จังหวัด พระนครศรีอยุธยาถึงอำเภอท่าเรือหรือไม่ อย่างไร และเมื่อใด ขอทราบรายละเอียดครับ และปัญหาอีกประการหนึ่ง บริเวณสี่แยกเจ้าปลุกเป็นสี่แยกที่มีสัญญาณไฟจราจรทำให้รถ ที่มาจากแยกอ่างทองลงสะพานข้ามแม่น้ำลพบุรีต้องมาจอดรอสัญญาณไฟเป็นระยะ เวลานาน ทำให้เกิดปัญหารถติดอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาจะสามารถแก้ไขได้อย่างไร🔗
คำถามที่ ๓ กระทรวงคมนาคมมีแผนที่จะดำเนินการปรับปรุงขยายช่องทาง จราจร ติดตั้งไฟส่องสว่างบนถนนทางหลวงแผ่นดินข้างต้นทั้ง ๒ เส้นทางหรือไม่ อย่างไร และเมื่อใด ขอทราบรายละเอียดครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีเหมาเลย ๓ คำถาม🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เนื่องจากท่านติดภารกิจในการเดินทางไปตรวจราชการใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ร่วมกับ ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร จึงได้มอบหมายให้ดิฉันมาตอบกระทู้ถามแทน ดิฉัน ต้องขอบพระคุณท่านสมาชิกเนื่องจากอาทิตย์ที่แล้วเป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะดิฉันก็ขอเลื่อน เนื่องจากจะต้องไปทำฌาปนกิจศพคุณแม่ แล้วก็ขอบพระคุณในความห่วงใยที่ได้แสดง ความเสียใจต่อการจากไปของคุณแม่ แล้ววันนี้ดิฉันก็ได้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิก แล้วก็ต้องขอบพระคุณเป็นอย่างมากท่านก็ยังยืนยันที่จะถามกระทู้ถามคำถามที่ท่านมีความ ห่วงใยเรื่องของถนนอยู่ ท่านประธานที่เคารพคะ จากประเด็นคำถามของท่านสมาชิกทั้ง ๓ คำถามเลย ซึ่งจะเป็นเรื่องของถนนสายทางทั้งทางหลวงหมายเลข ๓๔๗ แล้วก็หมายเลข ๓๒๖๗ ซึ่งคำถามแรกดิฉันจะขอฉายภาพรวมของถนนในถนนหมายเลข ๓๔๗ ก่อนนะคะ🔗
จะเห็นว่า ถนนหมายเลข ๓๔๗ จะเป็นถนนที่เชื่อมต่อกับหมายเลข ๓๔๖ ที่แยกหน้ามหาวิทยาลัย ปทุมธานี ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองปทุมธานี แล้วก็ไปสิ้นสุดที่แยกเจ้าปลุก ซึ่งบริเวณ ดังกล่าวเป็นทางหลวงแยกตัดกันกับหมายเลข ๓๔๗ แล้วก็หมายเลข ๓๒๖๗ ที่ตำบลเจ้าปลุก อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีระยะทางทั้งสิ้น ๖๖ กิโลเมตร โดยแบ่งเป็น จำนวนช่องจราจรเป็น ๔ ช่วง ช่วงแรกก็จากแยกเทคโนโลยีปทุมธานีถึงทางต่างระดับ เชียงรากใหญ่ เป็นขนาด ๑๐ ช่องจราจร ระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางดังกล่าวอยู่ ในพื้นที่ของจังหวัดปทุมธานี บริเวณนี้เป็นบริเวณที่มีรถสัญจรไปมา แล้วก็รถสี่ล้อ รถสิบล้อ รถบรรทุกหกล้อ ปริมาณต่อวันก็คือประมาณ ๓๘,๐๐๐ คัน แล้วก็มีไหล่ทาง ๒.๕ เมตร กลับมาดูในช่วงที่ ๒ ตั้งแต่ถนนต่างระดับที่ท่านสมาชิกได้พูดถึง เชียงรากใหญ่ถึงถนน ต่างระดับเชียงรากน้อย มีขนาด ๖ ช่องจราจร ระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร พื้นที่ดังกล่าวอยู่ใน พื้นที่ของจังหวัดปทุมธานี ปริมาณรถที่มีการสัญจรไปมาจำนวนมากก็คือมีปริมาณรถถึง ๔๘,๐๐๐ คันต่อวัน มีไหล่ทาง ๒.๕ เมตร พอมาดูในช่วงที่ ๓ ก็จะเป็นช่วงทางต่างระดับ เชียงรากน้อยถึงแยกบางปะหัน พอมาถนนตรงนี้จะเป็น ๔ ช่องจราจร ระยะทาง ๒๘ กิโลเมตร อยู่ในพื้นที่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีรถปริมาณน้อยเพียงแค่ ๑๒,๐๐๐ คันต่อวัน ไหล่ทาง ๒.๕ เมตร ช่วงที่ ๔ ก็เป็นช่วงของแยกบางปะหันถึงแยกทางหลวง ๓๒๖๗ แยกเจ้าปลุก ก็จะเหลือปริมาณของช่องจราจรจาก ๔ ช่องจราจร จะเหลือเพียง ๒ ช่องจราจร มีระยะทาง ๑๕ กิโลเมตร ซึ่งในเส้นทางดังกล่าวจะอยู่ในความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงอ่างทอง แล้วปริมาณรถโดยสารสัญจรไปมาก็จะมีจำนวนปริมาณไม่มาก เนื่องจากถนนเส้นนี้บีบลงมา เป็นทางเชื่อมต่อ เป็นถนน ๒ ช่องจราจร ก็จะฉายภาพให้ท่านสมาชิกได้เห็นว่าในช่วง แต่ละช่วง ไม่ว่าจะเป็น ๑๐ ช่องจราจร มา ๖ ช่องจราจร มา ๔ ช่องจราจร แล้วก็มา ๒ ช่อง จราจร ถนนเส้นทางดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกันอย่างไร จะเห็นว่าในช่วงของบางปะหันไปถึง อำเภอมหาราชไปจนถึงแยกเจ้าปลุกก็จะเป็นความรับผิดชอบของทางหลวงที่จังหวัดอ่างทอง จากที่ท่านได้พูดถึงปัญหาแล้วก็อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เนื่องจากมีเส้นทางในช่วงของหน้าที่ว่าการ อำเภอที่ท่านบอกว่าจะต้องมีการปรับปรุง กรมทางหลวงเองมีมาตรการที่จะปรับปรุง แล้วก็ แก้ไขโดยได้บรรจุไว้ในแผนงบประมาณปี ๒๕๖๙ ในวงเงิน ๖๐ ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ใน ขั้นตอนของการเตรียมการนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ในช่วงของที่ท่านพูดถึงเมื่อสักครู่ว่า ตรงบริเวณพื้นผิวคอนกรีตมีการยุบตัว เราก็ได้มีงานซ่อมผิวคอนกรีตระหว่างหมู่บ้าน ขวัญเมืองไปจนถึงหน้าการไฟฟ้าภูมิภาคบางปะหัน วงเงิน ๑๕ ล้านบาท แต่บางช่วงที่เป็น ถนนช่วงที่จะต้องมีผิวจราจรเป็น Asphaltic เราก็ได้ตั้งงบประมาณตรงบริเวณบ้านหนองจิก ไปถึงองค์การบริหารส่วนตำบลเสาธง วงเงินอีกประมาณ ๑๕ ล้านบาท ต่อมาในเรื่องของ อีกช่วงหนึ่งที่ท่านสมาชิกได้เอ่ยถึงความเสียหาย เนื่องจากความเสียหายที่เกิดจากถนนทรุด หรืออาจจะเพราะว่าปริมาณรถบรรทุกใช้เส้นทางนี้เป็นจำนวนมาก ประกอบกับถนนเส้นทาง ดังกล่าวหรือบางช่วงไม่ได้มีการซ่อมบำรุงเราจึงได้จัดงบซ่อมบำรุงลงไปเป็นการซ่อมทางผิว Asphaltic ระหว่างเทศบาลตำบลมหาราชถึงวัดโบสถ์ อีกประมาณ ๑๕ ล้านบาท แล้วก็งานซ่อม ผิวที่โรงพยาบาลตำบลน้ำเต้าถึงวัดน้ำเต้าอีก ๑๕ ล้านบาท ก็ประมาณ ๖๐ ล้านบาท🔗
ส่วนท่านสมาชิกได้พูดถึงคำถามที่ ๒ เรื่องของการซ่อมแซมทางหลวงสาย ๓๒๖๗ ตั้งแต่แยกเจ้าปลุกไปจนถึงอำเภอมหาราช ถึงอำเภอท่าเรือ พระนครศรีอยุธยา ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ถนนสายดังกล่าวเป็นถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบ ทั้งจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้วก็จังหวัดอ่างทอง ซึ่งในบริเวณขออนุญาตฉายภาพรวมของ ถนนหมายเลข ๓๒๖๗ ในช่วงแรกก็จะเป็นช่วงที่แยกเจ้าปลุกมีขนาด ๔ ช่องจราจร แล้วก็ ปริมาณการเดินรถโดยสารหรือว่าปริมาณที่รถสัญจรไปมาอยู่ที่ประมาณ ๔๘,๐๐๐ คันต่อวัน มีไหล่ทาง ๒.๕ เมตร พอมาช่วงที่ ๒ แยกเจ้าปลุกไปถึงตลาดบางโขมดก็มีระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตร เป็นความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงพระนครศรีอยุธยา ช่วงที่ ๓ จากบางโขมด ไปถึงตลาดไปจนถึงแยกบางโขมดก็มีขนาด ๒ ช่องจราจร ท่านประธานจะเห็นว่าปริมาณ ในช่วงของ ๒ ช่องจราจร รถที่ใช้สัญจรไปมาก็จะมีจำนวนน้อยลง ก็คือประมาณ ๙,๐๐๐ กว่าคันต่อวัน จะเห็นว่าบางช่วงมีถนน ๔ ช่องจราจร มี ๒ ช่องจราจร นั่นก็เพราะว่าการ จัดสรรงบประมาณที่กระทรวงคมนาคมได้รับอย่างจำกัด กระทรวงคมนาคมก็มีแผนงานที่จะ ขยายจากถนนที่ปริมาณจำนวนรถเยอะจาก ๔ ช่องจราจร ให้เป็น ๖ ช่องจราจร ขยายจาก ๒ ช่องจราจรให้เป็น ๔ ช่องจราจร ในประเด็นที่ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใยว่าจะมีการขยาย ถนนเส้นนี้อย่างไร เนื่องจากว่าปริมาณรถมีจำนวนมากขึ้น พี่น้องประชาชนสัญจรไปมา และไหล่ทางก็แคบ ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าโดยปกติแล้วงบกระทรวง คมนาคมท่านดูเสมือนว่ามีจำนวนมาก แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้มีจำนวนมาก แต่เนื่องจากมี Megaproject เป็นจำนวนมาก แล้วงบประมาณเหล่านั้นเป็นงบผูกพัน การตั้งงบประมาณ แต่ละครั้งมันจะมีงบบำรุงระยะเวลา ๑ ปี งบซ่อมแซมแล้วก็งบผูกพัน งบผูกพันจริง ๆ งบประมาณทั้งหมดได้เริ่มตั้งมาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว แต่เราจะต้องดำเนินโครงการนั้นให้แล้ว เสร็จตามกรอบของงบประมาณ แต่ขณะที่ท่านได้พูดถึงนี้ถ้าเกิดโครงการไหนที่มีความจำเป็น เดือดร้อนนอกจากเราจะเตรียมตั้งงบประมาณในการซ่อมแซมบำรุงไว้ในปี ๒๕๖๙ แล้ว ดิฉัน ได้กำชับอธิบดีกรมทางหลวงว่าเนื่องจากถนนเส้นทางดังกล่าวพี่น้องประชาชนสัญจรไปมา อย่างลำบาก ถนนแคบ แล้วไหล่ทางก็แคบ ประกอบกับภาวะปัจจุบันนี้เรื่องของรถที่ต้องใช้ ความเร็ว เรื่องของรถที่บรรทุกหนัก กระทรวงคมนาคมก็ให้ความใส่ใจ ไม่ว่าเรื่องของด่านชั่ง น้ำหนักไม่ให้รถมีบรรทุกน้ำหนักเกินที่กฎหมายกำหนด เรื่องของสัญญาณไฟจราจร เรื่องของ ไฟส่องสว่าง รวมทั้งสร้างจิตสำนึกให้ผู้ขับขี่รถโดยสารใช้ความเร็วในบริเวณพื้นที่ชุมชน ก็จะต้องบอกว่าในส่วนของงบประมาณเหลือจ่ายปลายปีในงบประมาณปี ๒๕๖๘ หลังจากที่ กรมทางหลวงได้จัดหาผู้รับจ้างหมดแล้วถ้ามีเงินเหลือจ่ายปลายปีแต่ว่าปกติก็จะมีทุกปี ดิฉัน ก็ได้กำชับให้ทางกรมทางหลวงทั้งพระนครศรีอยุธยา หรืออ่างทอง หรือปทุมธานี เตรียมไปดู จุดที่ซ่อมแซมแล้วก็ให้สามารถให้ใช้เงินเหลือจ่ายนี้ไปแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนไปก่อน เพราะฉะนั้นในส่วนของงบประมาณปี ๒๕๖๙ ก็เช่นเดียวกัน ยังมีเรื่องของการบูรณะทาง คอนกรีตอีกในช่วงระหว่างสหกรณ์การเกษตรมหาราชจนถึงคลองบางนาก็ประมาณ ๑๕ ล้านบาท แล้วก็ทางเข้า อบต. ไผ่ขวางถึงสถานีไฟฟ้าแรงสูงอยุธยาก็อีกประมาณ ๑๕ ล้านบาท เพราะฉะนั้นในช่วงถนนที่มี ๒ ช่องจราจร ก็จะได้รับการซ่อมแซมเรื่องผิวคอนกรีตให้พี่น้อง สามารถสัญจรไปมาตรงบริเวณพื้นผิวได้โดยที่ไม่ต้องขับรถไปเบียดในเส้นทางของไหล่ทาง ก็จะทำให้มีความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมากขึ้น กรมทางหลวงเองก็ได้ขอความร่วมมือ พี่น้องประชาชนในเรื่องของการตีเส้นจราจรให้เห็นว่าบริเวณนี้เป็นเรื่องของพื้นผิวจราจร บริเวณ ๒ ข้างทางเป็นเรื่องของไหล่ทางก็จะทำให้ช่วยในเรื่องของการลดอุบัติเหตุ รวมทั้ง ติดตั้งไฟส่องสว่างให้มีความสว่าง แล้วก็มีความปลอดภัย มีทัศนะในสายตาที่ผู้ขับขี่ได้ มองเห็น🔗
ในเรื่องของคำถามที่ ๓ ท่านสมาชิกได้พูดถึงว่าจะมีแผนการดำเนินการขยาย ช่องจราจรอย่างไร ทั้งไฟส่องสว่าง ก็ขออนุญาตนำเรียนว่าทั้งทางหลวงหมายเลข ๓๔๗ แล้วก็ทางหลวงหมายเลข ๓๒๖๗ ซึ่งถนน ๒ สายนี้เป็นโครงข่ายต่อเนื่อง แล้วก็เป็นทางหลวง แผ่นดินที่เดินทางสัญจรไปมาระหว่างจังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เราก็ได้มี โครงการดำเนินการที่จะติดตั้งไฟส่องสว่าง ในปี ๒๕๖๘ นี้ติดตั้งไปแล้วในวงเงินประมาณ ๔,๔๐๐,๐๐๐ บาท เป็นติดตั้งเสาไฟกิ่งเดียว สูง ๙ เมตร จำนวน ๘๙ ต้น ในส่วนของแยกเข้า คลองตาสีถึงสะพานข้ามแยกสาย ๓๒ เราก็ติดตั้งไปในวงเงินประมาณ ๒ ล้านบาท ส่วนในเรื่อง ของการขยายช่องทางจราจรก็อย่างที่กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่าโครงการ ดังกล่าวเราก็ต้องดำเนินการต่อไป แล้วก็โดยเฉพาะถนนสายอ่างทองถึงบางโขมดที่จะขยาย ไหล่ทาง เนื่องจากว่าทางหลวงขนาดนี้เป็นทางหลวงขนาด ๔ ช่องจราจร ๖ ช่องจราจร แล้วก็ตรงมีสะพานข้ามคลองทั้ง ๘ แห่ง ซึ่งปรากฏว่าสะพานข้ามทางรถไฟอีก ๑ แห่ง ปัจจุบันได้ทำการสำรวจออกแบบแล้ว เสร็จแล้ว แล้วก็อยู่ในระหว่างเตรียมรายงาน ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็คืออีไอเอ ถ้าโครงการดังกล่าวได้มีการทำอีไอเอผ่านแล้ว เราก็จะออกพระราชกฤษฎีกากำหนดในเรื่องของการเวนคืนพื้นที่ ก็นำเรียนว่าโครงการทั้งหมด ที่ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใยในเรื่องของการขยายไหล่ทางก็ตาม ออกกฤษฎีกาก็ตาม ดิฉัน จะเร่งรัดให้ดำเนินการแล้วเสร็จโดยเร็วในสมัยที่ท่านสมาชิกหรือพวกเรายังเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ เราจะได้มีผลงานต่อพี่น้องประชาชนว่ากระทรวงคมนาคม ได้มีความห่วงใย โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาล ที่เราจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในทุกมิติให้พี่น้องประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้รับความ สะดวกสบายแล้วก็ปลอดภัย ขอบพระคุณสำหรับ ๓ คำถาม ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณรัฐมนตรี เดี๋ยวก็คุยนอกรอบนะครับ จบกระทู้ถามที่ ๑.๓.๔ เดี๋ยวกระทู้ถามที่ ๑.๓.๒ เดี๋ยวพัก ๑๐ นาทีก่อนนะครับ🔗
พักการประชุม🔗
เรื่องต่อไปครับ🔗
๓. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๙๕ เรื่อง มาตรการขออนุญาตใช้พื้นที่สร้าง เขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเพื่อการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอ ต่อความต้องการใช้น้ำเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่เพาะปลูกไม้ผลเศรษฐกิจสำคัญ นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะดังนี้ ท่านแรก ท่านชิดชนก สุขมงคล ท่านที่ ๒ ท่านเฉลิม พุ่มไม้ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์ สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ท่านที่ ๓ ท่านสมหญิง ทัฬหิกรณ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถาม ได้แก่ ท่านอมรศีล โค้วเนื่องศรี ท่านนริศ ขำนุรักษ์ นะครับ เชิญท่านญาณธิชา บัวเผื่อน ได้ถาม ท่านรัฐมนตรีเป็นคำถามแรก เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกลค่ะ ท่านประธานคะ ก่อนอื่นเลยดิฉันต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ใส่ใจปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจันทบุรี คำถามที่ดิฉันจะถามท่านรัฐมนตรีในวันนี้เป็นคำถาม ที่สำคัญมาก ๆ เรียกได้ว่าเป็นความหวัง เป็นชีวิต แล้วก็เป็นลมหายใจของพี่น้องชาวจันทบุรี เลยก็ว่าได้ นั่นก็คือเรื่องของการพัฒนาแหล่งน้ำนั่นเอง ในจังหวัดจันทบุรีชาวบ้านส่วนใหญ่ ก็มีอาชีพทำสวนผลไม้ ทั้งทุเรียน มังคุด ลำไย ลองกอง และผลไม้ชนิดอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทุเรียนซึ่งเป็นผลไม้ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง ราคาดี และตอนนี้ก็ถือได้ว่าเป็นพระเอกเลย ทีเดียว เพราะว่าเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดเดียวที่ราคาไม่ตกต่ำ ทำให้เกษตรกรเปลี่ยนจาก การปลูกยางพาราหรือว่าปลูกผลไม้ชนิดอื่นมาปลูกทุเรียนกันมากขึ้น ขออนุญาตขอสไลด์ ด้วยนะคะ🔗
เมื่อดูปริมาณผลผลิตของผลไม้ทั้ง ๓ ชนิดก็คือ ทุเรียน มังคุด และลำไยของจังหวัดจันทบุรี ในปี ๒๕๖๗ ตั้งแต่เดือนมกราคม จนถึงเดือนพฤศจิกายน มีปริมาณผลผลิตกว่า ๙๒๔,๐๐๐ ตัน จาก ๑,๕๒๐,๐๐๐ ตัน คิดเป็น สัดส่วนที่ผลิตในจังหวัดจันทบุรีถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณการส่งออกทั้งประเทศ หากพิจารณารายตัวจะพบว่าทุเรียนที่จันทบุรีมีผลผลิตส่งออก ๔๕๐,๐๐๐ ตัน จาก ๘๕๐,๐๐๐ ตัน คิดเป็นครึ่งหนึ่งของปริมาณการส่งออกทั้งหมด มังคุดมีปริมาณผลผลิตอยู่ที่ ๑๒๐,๐๐๐ ตัน จาก ๒๘๕,๐๐๐ ตัน คิดเป็น ๔๒ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณการส่งออกทั้งหมด มาดูลำไยบ้างค่ะ ลำไยมีปริมาณผลผลิต ๓๕๗,๐๐๐ ตัน จาก ๔๒๐,๐๐๐ ตัน คิดเป็น ๘๕ เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด ตัวเลขตรงนี้อาจจะไม่ได้เป็นตัวเลขที่สะท้อนการส่งออกทั้งหมด เนื่องจากว่ามีปริมาณผลผลิตที่ส่งออกไปในรูปแบบอื่น ๆ ด้วย ไม่ใช่แค่ผลสดเท่านั้นอย่างเช่น ลำไยอบแห้ง หรือว่าการส่งออกในรูปแบบของการแช่แข็ง แต่จากสไลด์นี้ทำให้เราเห็นข้อมูล ชัดเจนเลยว่าจันทบุรีเป็นแหล่งผลิตและส่งออกสินค้าผลไม้ที่สำคัญของโลก จะเรียกได้ว่าเป็น ครัวของโลกก็คงจะไม่ผิดไปเท่าไรนัก ดังนั้นดิฉันคิดว่ารัฐบาลก็ควรให้ความสำคัญและควรมี การส่งเสริมปัจจัยการผลิตในด้านต่าง ๆ ให้กับเกษตรกร โดยเฉพาะเรื่องของแหล่งน้ำ ภาพรวมของเศรษฐกิจการเกษตรในจังหวัดจันทบุรี ในปี ๒๕๖๗ มีการหดตัวอยู่ที่ ๙.๒ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากว่าการหดตัวมาจากปรากฏการณ์ El Nino ในช่วงต้นปี ก็คือมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการทำการเกษตร โดยเฉพาะผลผลิต ที่สำคัญก็คือทุเรียน มีปริมาณผลผลิตลดลงถึง ๑๖.๗ เปอร์เซ็นต์ จากสภาพอากาศ ที่แปรปรวนในช่วงหน้าแล้งของปี ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา เกษตรกรต้องซื้อน้ำรดทุเรียนในราคา เที่ยวละประมาณ ๘๐๐-๔,๐๐๐ บาท ซึ่งราคาก็ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำแล้วก็ระยะทาง บางสวน ซื้อน้ำกันวันละ ๒๐,๐๐๐ บาทเลยทีเดียว ถ้าเปรียบเทียบง่าย ๆ ในแต่ละวันท่านต้องเสีย ทอง ๒ สลึง ในการซื้อน้ำมารดต้นทุเรียน เพียงแค่ต้องการเก็บต้นทุเรียนไว้เท่านั้น เพราะว่า ยอมตัดก่อนหน้านี้คือยอมตัดลูกไปเพื่อที่จะลดการใช้น้ำไปแล้ว ในแต่ละวันจะมีรถบรรทุก ขนน้ำส่งไปตามสวนต่าง ๆ วันละหลายร้อยเที่ยว สวนไหนที่ไม่มีต้นทุนในการซื้อน้ำก็ต้อง ปล่อยให้ต้นตายไป สำหรับเกษตรกรเดือดร้อนกันมาก ที่หวังว่าเห็นลูกแล้วจะได้เงินก็ไม่ได้ แถมอาจจะยังต้องติดหนี้ติดสินเพื่อที่จะต้องนำเงินมาซื้อน้ำอีก ขอสไลด์อีกสไลด์หนึ่งนะคะ จากข้อมูลพบว่าจังหวัดจันทบุรีมีความต้องการใช้น้ำทั้งสิ้น ๑,๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี คิดจากทุเรียนเป็นหลักเพราะว่าทุเรียนเป็นพืชที่ใช้น้ำมากที่สุด แต่ในปี ๒๕๖๗ เราสามารถ เก็บน้ำได้เพียง ๔๒๗ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปีเท่านั้น หรือว่าเก็บน้ำได้แค่ ๒๘ เปอร์เซ็นต์ของ ปริมาณน้ำที่ต้องการใช้ แสดงว่าเราต้องการน้ำเพิ่มขึ้นถึง ๑,๐๔๗ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี จากข้อมูลของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน พบว่า หากสามารถพัฒนาแหล่งน้ำได้ในทุกๆ ลุ่มน้ำของจังหวัดจันทบุรีจะทำให้เราสามารถเพิ่ม ปริมาณน้ำได้ถึง ๑,๑๖๕ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ซึ่งเป็นปริมาณน้ำที่เพียงพอสำหรับการทำ การเกษตรในปัจจุบัน และยังสามารถรองรับการใช้น้ำในอนาคตได้อีก ๑๑๘ ล้านลูกบาศก์เมตร ต่อปี นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนาไฟฟ้าเพิ่มขึ้นได้ถึง ๑๗๕.๕ ล้านหน่วยต่อปี ซึ่งทั้งหมดนี้ ใช้พื้นที่ป่าไปเพียง ๔.๗ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ป่าทั้งหมดเท่านั้น เมื่อสร้างแล้วเสร็จก็จะปิด พื้นที่แล้วก็ปล่อยให้ป่ากลับไปเป็นที่อยู่อาศัย เป็นแหล่งน้ำ แหล่งอาหารของสัตว์ป่าตามเดิม แต่ว่าด้วยงบประมาณที่จำกัดของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานไม่สามารถ ที่จะพัฒนาแหล่งน้ำในจังหวัดจันทบุรีได้พร้อมกันทั้ง ๗ ๘ ลุ่มได้ จึงคิดว่าเพื่อความมั่นคง ทางพลังงาน และเพื่อเป็นการพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มเติม และบรรเทาความเดือดร้อนทางด้าน ภัยแล้งให้กับเกษตรกร จึงมีโครงการศึกษาความเหมาะสมโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ ๒ โครงการ ก็คือ โครงการไฟฟ้าพลังน้ำคลองโป่งน้ำร้อน หรือที่เราเรียกว่า คีรีธาร ๒ ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี หากสามารถสร้างได้แล้วเสร็จจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ รวม ๔๕.๑ ล้านหน่วยต่อปี ช่วยพื้นที่เกษตรกรรมได้ ๑๓๐,๐๐๐ ไร่ และโครงการศึกษา ความเหมาะสมโครงการไฟฟ้าพลังน้ำคลองทุ่งเพลบน ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี สามารถพัฒนาพลังงานไฟฟ้าได้ถึง ๓๐ ล้านหน่วยต่อปี และช่วยพื้นที่ เกษตรกรรมในหน้าแล้งได้ ๕๗,๖๐๐ ไร่ แต่ด้วยพื้นที่ที่ใช้ในการพัฒนาแหล่งน้ำเป็นส่วนใหญ่ จะอยู่ในพื้นที่ของป่าอนุรักษ์ ซึ่งอยู่ในการดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การกระทำใด ๆ ก็แล้วแต่ในพื้นที่ต้องได้รับอนุญาตก่อน🔗
ดังนั้นคำถามแรก ดิฉันจึงขอถามว่าท่านมีแนวทางในการพิจารณาในเรื่องของ การขออนุญาตใช้พื้นที่ในการเข้าสำรวจความเหมาะสมเบื้องต้นของโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ ทั้ง ๒ โครงการนี้อย่างไร เพื่อความมั่นคงทางพลังงานและเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจาก ปัญหาการขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้เพื่อการเกษตร มีระยะเวลานานเท่าไรกว่าจะอนุญาตให้เข้า พื้นที่สำรวจได้ ขอทราบรายละเอียด ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบคำถามแรกครับ เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ต้องขอบคุณ ท่าน สส. ญาณธิชา บัวเผื่อน เป็นอย่างสูงที่ท่านให้ความสนใจกับชีวิตพี่น้องประชาชน ความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนในจังหวัดจันทบุรี ผมจะขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าในการ ดำเนินการของพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของป่า อุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือป่าไม้ มีกฎหมาย ที่ใช้กำกับดูแลตรงนี้อยู่เพื่อที่จะรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ไว้ให้เป็น สมบัติ เป็นมรดกของประเทศชาติ เพราะฉะนั้นในการดำเนินการต่าง ๆ อาจจะต้อง ดำเนินการตามระเบียบแบบแผนที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย โดยพื้นที่ที่มีความจำเป็นผมจะขอ อนุญาตอย่างนี้ครับ มีความจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะว่าส่วนที่เราจำเป็นจะต้อง อนุรักษ์ธรรมชาติไว้ตรงนี้มันเป็นความจำเป็นเพราะมันเป็นอนาคตของประเทศ แต่ถ้าเรามี ความจำเป็นจริง ๆ เราก็มีมาตรการ มีขั้นตอนในการดำเนินการที่จะให้หน่วยงานต่าง ๆ เข้าไปทำโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่ ก็คือถ้าในกรณีเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ พื้นที่เขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่า หรืออุทยานแห่งชาติ หน่วยงานที่รับผิดชอบการดำเนินการเบื้องแรกคือจะต้อง มีการเพิกถอนพื้นที่ตรงนั้น เพิกถอนโดยการจัดทำเป็นพระราชกฤษฎีกา แล้วก็เสนอ ครม. เพื่อที่จะขออนุมัติ ซึ่ง ครม. ก็จะพิจารณาผลดีผลเสียของการที่จะอนุมัติโครงการตรงนี้ ในการที่จะเพิกถอนพื้นที่ตรงนั้น สุดท้ายแล้วเมื่อ ครม. อนุมัติก็จะเข้าสู่กระบวนการ ตามกฎหมายที่จะต้องดำเนินการ อันนี้คือเบื้องต้นซึ่งเป็นหลักการซึ่งไม่ว่าโครงการไหน ก็แล้วแต่ที่อยู่ในพื้นที่ของป่าไม้ก็จะต้องดำเนินการอย่างนี้ทั้งหมดนะครับ🔗
ส่วนกรณีของโครงการพลังน้ำทุ่งเพล ๒ ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฏ แล้วก็โครงการไฟฟ้าพลังน้ำคลองโป่งน้ำร้อน หรือเขื่อนคีรีธาร ๒ ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอ โป่งน้ำร้อน ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านได้ถามตรงนี้ ผมเรียนอย่างนี้ว่าหลังจากการ พิจารณาใช้พื้นที่ตามความเหมาะสมตรงนี้ แต่มีกรอบระยะเวลาในการดำเนินการอยู่ที่ ๓๕ วัน กรอบตรงนี้ปัจจุบันกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รับคำขอตรงนี้มา เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเราก็จะดำเนินการศึกษาเรื่องความเหมาะสมของโครงการทั้ง ๒ โครงการ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างพิจารณาว่าจะให้เข้าดำเนินการในการสำรวจศึกษาความเหมาะสม หรือไม่ ซึ่งหากมีความเป็นไปได้เราก็จะดำเนินการอนุมัติตามคำขอ แต่ว่าส่วนหนึ่งที่ผม ขออนุญาตเรียนชี้แจงอย่างนี้ว่า โครงการบางส่วนที่ทั้ง ๒ โครงการนี้เป็นโครงการที่มัน คาบเกี่ยวในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ตำบลทรายขาว อำเภอสอยดาว จังหวัด จันทบุรี ตรงนี้นะครับ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวายเฉลิมพระเกียรติ โป่งน้ำร้อน แล้วก็ท้องที่ตำบลบ่อเวฬุ อำเภอขลุง จันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทางภาคตะวันออก ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติมาก แล้วก็เป็นพื้นที่ ที่อุดมสมบูรณ์มีสัตว์อยู่เยอะ ซึ่งท่าน สส. ก็คงทราบสัตว์ป่าอยู่เยอะมากรวมถึงช้างด้วย ซึ่งเดี๋ยวก็คงเอาไปตอบคำถามของท่าน ซึ่งตรงนี้มันเป็นพื้นที่ที่ละเอียดอ่อนในเชิงนิเวศ ในการตัดสินใจต่าง ๆ ซึ่งเราจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบครับท่านประธาน แต่ไม่ว่า อย่างไรก็แล้วแต่เมื่อดำเนินการตรงนี้แล้วถ้าเราคิดว่ามันมีความเหมาะสม มีความคุ้มค่า ในการดำเนินการ เราก็จะดำเนินการให้เข้าสำรวจตรงนี้ ส่วนการดำเนินการตรงนี้จะทำ อีไอเอหรือไม่ ตอนนี้ต้องดูว่าในกระบวนการอยู่ที่พื้นที่ที่จะดำเนินการ แล้วก็ขนาดของ โครงการที่ทางผู้ขออนุญาตจะดำเนินการถึงจะตอบได้ว่าจะเข้าสู่กระบวนการทำอีไอเอ หรือไม่ ก็ขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในเบื้องต้นครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณรัฐมนตรีครับ คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
ดิฉันขอไปที่คำถามต่อไปเลยนะคะ ขออนุญาตถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านมีวิธีการพิจารณาในการก่อสร้างเขื่อนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ อย่างไร หากว่าการก่อสร้างนั้นมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ แล้วก็เพื่อความมั่นคง ทางพลังงาน ความมั่นคงทางน้ำ แต่ว่าต้องอยู่บนพื้นฐานของการคำนึงถึงผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศเพื่อรักษาความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการส่งเสริมความมั่นคงทางการเกษตรของประเทศค่ะ ขอทราบรายละเอียดค่ะ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ เหมือนอย่างที่ ผมกล่าวในเบื้องต้นว่าในส่วนของรายละเอียดในการดำเนินการทั้งหมดมันจะถูกกำหนดไว้ โดยข้อกฎหมายทั้งหมด เพียงแต่ว่าในกระบวนการที่จะเดินไปตามข้อกฎหมายนั้นอยู่ใน นโยบายที่ผมได้ให้ไว้กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของข้าราชการทุกคน ว่าความล่าช้าคือความอยุติธรรม เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมได้มีการเรียนพูดคุยกับท่านนอกรอบ ซึ่งต้องขอบคุณท่านมากที่ท่านใส่ใจ แล้วก็สนใจ ตรงนี้มากแทนพี่น้องชาวจันทบุรี กระบวนการต่าง ๆ ตรงนั้นอยู่ที่กระบวนการพิจารณา เหมือนที่ผมบอกกระบวนการพิจารณาเข้าสู่กระบวนการตรงนี้บางขั้นตอนมันมีกฎหมาย มีระยะเวลาที่กำหนดไว้ชัดเจน ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าอย่างน้อยที่สุดขอให้ท่านสบายใจได้ว่า โครงการทุกโครงการวันนี้ถ้าเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนผมจัดความสำคัญ ไว้เป็นลำดับหนึ่ง แต่ว่าในขณะเดียวกันผมเองมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพียงแต่ว่า การปฏิบัติตามกฎหมายของผมนี่ผมจะใช้หลักความจำเป็น หลักมนุษยธรรม สิ่งต่าง ๆ ที่จะต้องเข้ามาช่วยควบคู่ไปกับกฎหมาย ถ้าใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียวผมกราบเรียน ท่านประธานเลยว่ายากมากในการที่จะดำเนินการ ผมยกตัวอย่างท่านก็ได้ว่ากรณีหลาย ๆ กรณีในวันที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมทำพื้นที่ของจังหวัด จันทบุรีของท่านหลายโครงการก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติเข้าสู่กระบวนการในวันนั้น จนกระทั่ง วันนี้ผมได้มีโอกาสมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ไปหยิบเรื่องที่ผมส่งจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาให้ดูแล้วก็จะรีบดำเนินการให้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องภายใต้กรอบของกฎหมายที่กำหนด ซึ่งตรงนี้ผมเชื่อว่าถ้าเราสามารถ ทำทุกอย่างให้กระชับขึ้น รวดเร็วขึ้น ประโยชน์มันก็จะตกกับพื้นที่ ตกกับพี่น้องประชาชน ในขณะเดียวกันผมเองก็ต้องมีหน้าที่รักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้ด้วย ถ้าเราทำความเข้าใจ ตรงนี้ตรงกันผมว่าเราสามารถเดินหน้าโครงการต่าง ๆ ไปได้อีกหลายโครงการ ก็ขออนุญาต ที่จะตอบในภาพรวมตรงนี้นะครับ ก็ขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณท่าน สส. เป็นอย่างสูง ขอบคุณแทนพี่น้องคนจันทบุรีด้วยที่ท่านให้ความใส่ใจหลาย ๆ เรื่อง เดี๋ยวผมก็จะต้องไปตอบ กระทู้ถามของท่านที่ห้องใหญ่เรื่องช้าง ซึ่งก็คงจะได้อธิบายรายละเอียดให้ท่านได้ทราบ ก็คง จะมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับท่านต่อไปนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่าน สส. นะครับ🔗
เรียนท่านประธานนะคะ ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ท่านกรุณามาตอบคำถามของดิฉัน ก็ขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วย เร่งรัดการขออนุญาตใช้พื้นที่ให้กับ ๒ โครงการนี้ด้วย เนื่องจากว่าในพื้นที่พี่น้องประชาชน ก็เดือดร้อนกันมากจริง ๆ แล้วนอกจากเราจะได้ความมั่นคงทางด้านพลังงานแล้ว เรายัง สามารถเพิ่มปริมาณแหล่งน้ำให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วย แล้วก็ยังเป็นการส่งเสริม ภาคการเกษตรในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งในฐานะที่อาจจะพูดได้เลยว่าเป็นครัวของโลกเลย ก็ว่าได้นะคะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ก็ติดตามขั้นตอนว่าไปถึงไหน ๆ เอาเบอร์ท่านข้าราชการไว้เป็นคนทำงาน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๙๗ เรื่อง การแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกทำลาย พืชสวน พืชไร่ ของชาวบ้านตำบลช่องสะเดา อำเภอวังด้ง และตำบลหนองบัว จังหวัดกาญจนบุรี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
เนื่องจากเมื่อถึงระเบียบวาระกระทู้ถามแยกเฉพาะแล้วของผู้ตั้งกระทู้ถาม แต่ผู้ตั้งกระทู้ถามไม่อยู่ในห้องประชุมก็จึงทำให้กระทู้ถามเรื่องนี้ตกไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๕ (๑) ก็คือท่านไม่สามารถที่จะมาถามได้ กระทู้นี้ก็เลยตกไปนะครับ🔗
กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๕๐๕ เรื่อง การขยายเส้นทางการให้บริการรถ โดยสารประจำทางในจังหวัดปทุมธานี นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่ท่านรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุรพงษ์ ปิยะโชติ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ติดภารกิจจึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง นะครับ🔗
กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๕๐๖ เรื่อง ปัญหาน้ำประปาไหลช้า น้ำประปา ไม่ไหลในตำบลคูคต และตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี นายเชตวัน เตือประโคน ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ติดภารกิจสำคัญจึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วรรคสอง แต่เนื่องจาก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจสำคัญที่ได้นัดหมายไว้แล้ว จึงขอเลื่อน การตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๐ วรรคสอง นะครับ🔗
สำหรับวันนี้ก็จบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ขอปิดการประชุมครับ🔗
ต่อไป🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง สาเหตุและแนวทางการแก้ปัญหา รวมถึงผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำเพื่อการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ ในราชอาณาจักรไทย ซึ่งคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม พิจารณาเสร็จแล้ว🔗
แต่เนื่องจากในวันนี้ประธานคณะกรรมาธิการ คุณวาโย อัศวรุ่งเรือง ได้มี หนังสือแจ้งว่าคณะกรรมาธิการและบุคคลที่เกี่ยวข้องในการที่จะชี้แจงให้ข้อมูลประกอบ รายงานดังกล่าวติดภารกิจสำคัญ จึงขอเลื่อนการรายงานนี้ออกไปเป็นวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘ แจ้งมาเพื่อทราบนะครับ ยกมือข้างหลังเชิญครับ🔗
ท่านประธานคะ มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี สืบเนื่องจากเมื่อเช้ามี สส. ประเสริฐพงษ์ ได้กล่าวพาดพิงในกรณีการหารือเรื่องที่ว่ามีการข่มขู่กันกลางสภา ดิฉัน อยากจะขอให้ท่านประธานตั้งกรรมการสอบนะคะ ตัวคุณประเสริฐพงษ์ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ฟังไม่ได้สับจับเอาไปกระเดียด คนที่เขาเป็น สส. เป็นผู้นำ เขาต้องพูดจาให้ชัดเจน พูดจริง ทำจริง พูดตรงไปตรงมา เพราะฉะนั้นวันนี้ดิฉันเป็นผู้ที่ถูกกล่าวหา แล้วก็เป็นผู้ที่ถูกการ พาดพิง ดิฉันขอให้ท่านประธานตั้งกรรมการสอบค่ะ เมื่อสักครู่ ท่าน สส. สาธิต มานั่งตรงนี้ มาขอร้องว่าอย่าให้มีเรื่องเลย เขาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แล้ว สส. สาธิต ที่ถูกกล่าวพาดพิง ด้วยกันก็บอกเองว่าเขาไม่ได้เป็นคนไปบอกประเสริฐพงษ์ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้อง Clear ท่านประธาน การที่พูดจาแบบนี้พูดเกินความเป็นจริงไม่ใช่นิสัยของผู้นำ คนเป็นนักการเมือง ต้องพูดจริง มีความจริงใจกับประชาชน ท่านประธานตั้งกรรมการสอบค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
เดี๋ยวจะปรึกษา กับท่านเลขาธิการสภาเพราะว่าผมไม่ได้อยู่ในที่ประชุมเมื่อเช้า จะตรวจสอบทั้งหมดแล้วก็จะ ดำเนินการตามที่เห็นสมควรต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ🔗
เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระต่อไป ผมขอ ปรึกษาที่ประชุมว่าจะขอนำระเบียบวาระที่ ๗.๓. ๗.๔ ๗.๕ เรื่องซึ่งยังไม่ได้บรรจุในระเบียบ วาระ จำนวน ๔ เรื่อง ขึ้นมาพิจารณาก่อน ถ้าที่ประชุมไม่เห็นเป็นอย่างอื่นก็จะดำเนินการ เพราะว่าเป็นเรื่องสั้น ๆ นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗
๑. คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษา และแก้ไขปัญหาธุรกิจขายตรงซึ่งเป็นการฉ้อโกงประชาชน และญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขกฎหมายเพื่อป้องกัน ธุรกิจขายตรง หรือการตลาดแบบขายตรงอันเข้าลักษณะเป็นการฉ้อโกงของประชาชน ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘ (ในระเบียบวาระที่ ๗.๓)🔗
ซึ่งการขอครั้งนี้เป็นการขอขยายเวลาเป็นครั้งที่ ๑ เพื่อประโยชน์ของ การทำงานของคณะกรรมาธิการ ซึ่งถ้าสมาชิกไม่เห็นเป็นอย่างอื่น เพราะเป็นการเพิ่มเติม เป็นครั้งที่ ๑ ก็น่าจะอนุญาตได้ ไม่มีปัญหาอื่น ๆ ก็อนุญาตนะครับ ขอ ๙๐ วัน ก็อนุญาตให้ จะไปดำเนินการเป็นครั้งที่ ๒ นะครับ🔗
-๖๒/๑🔗
๒. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ปรับปรุง แก้ไขกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการดำเนินกิจการรังนกแอ่น ขอขยายเวลาการพิจารณา ศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๘ (ในระเบียบวาระ ที่ ๗.๔)🔗
ซึ่งการขยายเวลานี้เป็นการขยายเวลาครั้งที่ ๑ พิจารณาครบกำหนดแล้ว ๙๐ วัน ก็ขอขยายเวลาอีก ๙๐ วัน ซึ่งคิดว่าคณะกรรมาธิการต้องการจะทำงานให้ครบ สมบูรณ์ เป็นการขยายครั้งที่ ๑ คิดว่าคงไม่มีปัญหา ไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่า อนุญาตนะครับ🔗
๓. คณะกรรมาธิการการคมนาคม ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา ญัตติพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาและพัฒนาท่าเรือของประเทศไทย ออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๘ (ในระเบียบวาระที่ ๗.๕)🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่า เพื่อให้การพิจารณาศึกษา ข้อมูลของคณะกรรมาธิการเป็นไปอย่างรอบคอบครบถ้วนในทุกมิติ ดังนั้นจึงขอขยายเวลา การพิจารณาเรื่องนี้ออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๘ การขอขยายเวลา ครั้งนี้เป็นการขยายเวลาครั้งที่ ๑ เช่นเดียวกัน เพื่อประโยชน์การทำงานของคณะกรรมาธิการ จะได้ครบถ้วน มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ไม่มี อนุญาตให้นะครับ ขอ ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๘ เป็นต้นไปนะครับ🔗
ต่อไปเป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการขอขยายเวลาการศึกษาออกไป คือ🔗
๔. คณะกรรมาธิการการพลังงาน ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้า แพง และญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและ หาแนวทางแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าแพง ออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๘ (ซึ่งยังมิได้บรรจุระเบียบวาระ)🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ คุณวชิราภรณ์ กาญจนะ ได้มีหนังสือแจ้งว่า เพื่อให้การศึกษาเป็นไปด้วยความรอบคอบ ได้รับข้อมูล ข้อเท็จจริง และความเห็นที่ครบถ้วน ขอขยายเวลาออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ มกราคม ซึ่งการขยายเวลาครั้งนี้เป็นการ ขยายเวลาครั้งที่ ๔ ขยายเวลามา ๓ ครั้งแล้ว ก็อยากจะให้ที่ประชุมพิจารณา แล้วก็ให้ กรรมาธิการชุดนี้ได้เสนอว่า เหตุผลทำไมพิจารณายังไม่เสร็จ ต้องขยายเวลาไปอีกเป็น ครั้งที่ ๔ ซึ่งเป็น ๖๐ วันอีก อันนี้ผมว่ามันเป็นปีแล้วครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา รองประธาน คณะกรรมาธิการการพลังงาน ได้รับมอบหมายจากประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าแพง ใคร่ขอขยาย ระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติที่สภาผู้แทนราษฎรมอบหมายดังต่อไปนี้🔗
ตามที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๑ (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่สอง) ในวันพุธที่ ๒๔ มกราคม และวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๗ ที่ประชุม ได้พิจารณาญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าแพง ของนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ผู้เสนอ และญัตติ เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหา ค่าไฟฟ้าแพง ของนางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ ผู้เสนออีกท่านหนึ่ง และสภาผู้แทนราษฎร ได้มีมติส่งให้คณะกรรมาธิการการพลังงานเป็นผู้พิจารณา ตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๐ โดยได้กำหนดระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเป็นเวลา ๙๐ วัน ซึ่งคณะกรรมาธิการการพลังงานได้แต่งตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อพิจารณาศึกษา ในเรื่องนี้แทนนั้น ผมในฐานะประธานอนุกรรมาธิการขอเรียนให้ท่านประธานและที่ประชุม ทราบว่า เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน ทั่วทั้งประเทศเป็นอย่างมาก ที่ทุกคนต่างเฝ้ารอว่าคณะกรรมาธิการการพลังงานจะมีแนวทาง อย่างไรในอันที่จะลดค่าไฟฟ้าให้ลงมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม ที่สามารถแบ่งเบาภาระ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนซึ่งกำลังประสบอยู่ในขณะนี้ลงได้ ทั้งในการดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ ตลอดจนการสร้างความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของ ประเทศ ด้วยเหตุนี้คณะอนุกรรมาธิการจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาศึกษาปัญหานี้ อย่างละเอียดรอบคอบและครอบคลุมในทุกมิติ ในอันที่จะแสวงหาแนวทางที่จะลดค่าไฟฟ้า ให้ลงมาอยู่ในอัตราที่เหมาะสมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อจะได้นำเสนอต่อคณะกรรมาธิการ การพลังงานและสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจะส่งต่อให้รัฐบาลนำไปพิจารณาต่อไป จึงมีความ จำเป็นต้องใช้เวลาพอสมควรครับท่านประธาน โดยในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาคณะอนุกรรมาธิการ ได้ขอขยายระยะเวลาการศึกษาออกไปแล้ว ๓ ครั้ง ครั้งละ ๙๐ วัน ซึ่งจะครบกำหนด ในวันอาทิตย์ที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๘ นี้ และขณะนี้การพิจารณาศึกษาก็ใกล้จะแล้วเสร็จแล้ว โดยอยู่ระหว่างการจัดทำรายงานในขั้นตอนของการรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ และประมวลผล ข้อมูล รวมทั้งการสรุปผลการศึกษา ตลอดจนการจัดทำข้อเสนอแนะและข้อสังเกตของ คณะอนุกรรมาธิการซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในไม่ช้า ดังนั้นเพื่อให้การจัดทำรายงานมีความ ละเอียด รอบคอบ และมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นเท่าที่จะพึงกระทำได้ คณะกรรมาธิการ การพลังงานจึงใคร่ขอขยายเวลาเป็นครั้งสุดท้ายออกไปอีกประมาณ ๖๐ วัน และใคร่ขอให้ ที่ประชุมได้โปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไปด้วยครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านรองประธาน ขอขยายเวลาเป็นครั้งสุดท้ายครับ อย่างที่พวกเราได้พิจารณาถ้าขยายเวลาเกิน ๓ ครั้ง เราก็มักจะให้ชี้แจงต่อที่ประชุมมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน เพราะว่าญัตติที่พิจารณา ก็ต้องเป็นญัตติด่วนเราจึงตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาให้คณะกรรมาธิการการพลังงานไปตั้งอนุ คิดว่าจะเสร็จเร็วแต่ก็มีปัญหาอย่างที่ท่านได้กล่าว ขอขยายเวลาท่านก็บอกว่าเป็นครั้งสุดท้าย ๖๐ วัน เพื่อรายงานเสร็จแล้วก็จัดทำเล่ม แล้วก็เอามาเสนอในที่ประชุม จะไม่ขยายเวลา ต่อไปแล้วอะไรทั้งนั้นใช่ไหมครับ🔗
ถูกต้องครับท่านประธาน🔗
ถ้าไม่ขยายเวลา ต่อไปเราก็คงเหมือนกับคณะกรรมาธิการอื่น ๆ ที่ขอเป็นสุดท้ายนะครับ ก็อนุญาตนะครับ ไม่มีขัดข้อง อนุญาตเป็นครั้งสุดท้าย ต่อไปก็เรื่องขยายเวลาอีกเช่นเดียวกันครับ🔗
๕. คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการ บริหารราชการรูปแบบพิเศษ ขอขยายเวลาการพิจารณาญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทาง การจ่ายเงินเดือน ค่าตอบแทน และควบคุมถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๘ ซึ่งการขอขยายเวลาครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๑ ก็คิดว่าคงไม่มีปัญหา ที่ประชุมอนุญาตนะครับ เป็นการขยายเวลาครั้งที่ ๑ ขอให้ช่วยเร่งรัดต่อไปด้วยนะครับ (ซึ่งยังมิได้บรรจุระเบียบวาระ)🔗
๖. คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการ บริหารราชการรูปแบบพิเศษ ขอขยายเวลาการพิจารณาญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาและหา แนวทางการแก้ไขปัญหา เรื่อง การบริหารจัดการขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๘ การขยายเวลาครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๔ ขอให้คณะกรรมาธิการนี้ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมหน่อยว่าทำไมต้องขยายเวลาเป็นครั้งที่ ๔ เชิญครับ (ซึ่งยังมิได้บรรจุระเบียบวาระ)🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี คือประเด็นที่ต้องขอขยาย เวลาเพราะว่าการศึกษานี้ทางคณะได้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ ได้ทำการสำรวจ ความคิดเห็นผ่านแบบสอบถามซึ่งขณะนี้ก็ได้ทำการสุ่มตัวอย่าง มีองค์การบริหารส่วนจังหวัด ๖๗ กลุ่มตัวอย่าง เทศบาล ๕๙๓ กลุ่มตัวอย่าง องค์การบริหารส่วนตำบล ๕๗๔ กลุ่มตัวอย่าง เมืองพัทยา ๑ กลุ่มตัวอย่าง กรุงเทพมหานคร ๑ กลุ่มตัวอย่าง ขณะนี้ก็ได้รับแบบสอบถาม มาครบถ้วนแล้วอยู่ในระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูล แล้วก็จะต้องเชิญผู้แทนหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง และสมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาร่วมกันหาแนวทางการแก้ไขปัญหา ดังนั้นจึงขอขยายระยะเวลาในการพิจารณาศึกษาญัตติออกไปอีก ๙๐ วันค่ะท่านประธาน🔗
ขอครั้งสุดท้าย ใช่ไหมครับ🔗
ใช่ค่ะ🔗
อันนี้ก็ขอเป็น ครั้งสุดท้ายนะครับ เพื่อไปทำรายงานมารายงานที่ประชุมของสภาต่อไปนะครับ🔗
ขอบพระคุณค่ะ🔗
ก็ไม่มีผู้ใดขัดข้อง เป็นครั้งสุดท้ายนะครับ คือที่ผมเร่งรัดว่าถ้าครั้งที่ ๓ เป็นครั้งที่ ๔ แล้ว เพื่อให้พี่น้อง ประชาชนได้เห็นว่าทางสภาเราก็ต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและเร่งรัดเวลา ไม่ดึงเวลา ความเดือดร้อนของประชาชนออกไปนะครับ ขอให้กรรมาธิการได้โปรดเข้าใจตามนี้ด้วย เพราะเราต้องเป็นตัวอย่างของคนอื่น เราต่อว่ากรรมการชุดนั้นชุดนี้ ป.ป.ช. กกต. ทำงานช้า มากมาย เป็น ๒ ปี ๓ ปี พอของเราช้าเขาก็ต่อว่ากลับมาได้ ผมจึงขอเรียกร้องต่อ คณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ขอให้ท่านได้พิจารณาตามความเป็นจริงภายในกำหนดเวลา ที่สมควรจริง ๆ แต่ถ้าเป็นปียังไม่จบผมก็ถือว่าเรากำลังจะถูกประชาชนตำหนิได้นะครับ ผมก็พยายามรักษาสภาไม่ให้ประชาชนตำหนิได้โปรดเข้าใจตามนี้ ขอให้คณะกรรมาธิการ ที่ทำงานยังไม่จบโปรดเข้าใจตามนี้ ได้ช่วยเร่งรัดด้วยนะครับ🔗
๗. คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ขอขยาย ระยะเวลาญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรร่วมกันพิจารณาผลกระทบจากกรณี คดีการสลายการชุมนุมเหตุการณ์ตากใบที่ขาดอายุความ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้และการฟื้นฟูความชอบธรรมของรัฐ ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๘ การขยายเวลาครั้งนี้เป็นการขอขยายเวลา ครั้งที่ ๑ ก็คงเหมือนที่ผ่านมาถ้าครั้งที่ ๑ เราจะไม่ซักถามอาจจะมีความจำเป็นจริง ๆ อันนี้ อนุญาตนะครับ ไม่มีขัดข้อง ก็อนุญาตครับ (ซึ่งยังมิได้บรรจุระเบียบวาระ)🔗
เรื่องด่วน ผมเห็นว่ามีสมาชิกจะเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาครับ🔗
ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องที่ ๑🔗
๑. ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรศึกษากลไกการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหาต่อผู้ได้รับผลกระทบจากขบวนการนำพาและขบวนการ ค้ามนุษย์ (นายกัณวีร์ สืบแสง เป็นผู้เสนอ) เชิญได้ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ท่านประธานครับ ผมขอใช้อำนาจในข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๕๐ โดยที่ อยากจะให้มีกรณีเกี่ยวกับผลประโยชน์สำคัญของแผ่นดินในการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา แบบเร่งด่วน เรื่องนี้ต้องขอขอบคุณท่านประธานและรวมถึงวิปฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ในการที่มีข้อตกลงในการเสนอญัตติอันนี้ ในการที่จะให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาถึง กลไกในการป้องกัน ปราบปราม แก้ไข และรวมถึงเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบของกระบวนการ นำพาและการค้ามนุษย์ อันนี้เป็นสิ่งที่จะขอเสนอท่านประธานเพื่อให้พิจารณาครับท่านประธาน ขอผู้รับรองครับ🔗
มีผู้รับรองครับ แล้วก็มีญัตติทำนองเดียวกันนี้มีอีก ๒ ญัตตินะครับ อันนี้ช่วยอ่านก่อนก็ได้ เดี๋ยวผมจะขอว่า จะเลื่อนไหมนะครับ ช่วยเสนอพร้อม ๆ กัน🔗
ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ปัญหา ขบวนการค้ามนุษย์ แก๊งคอลเซนเตอร์และบัญชีม้า (นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ เป็นผู้เสนอ) ญัตติที่ ๒ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดระยอง วันนี้ขอร่วมเสนอ ญัตติด่วนด้วยวาจาต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหา ขบวนการค้ามนุษย์ แก๊งคอลเซนเตอร์และบัญชีม้าครับท่านประธาน ขอผู้รับรองครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้อง🔗
ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรศึกษาและหาทางแก้ไขปัญหา กระบวนการค้ามนุษย์ หลอกลวงทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับงาน รายได้ที่ไม่ตรง ความจริง โดยมีวัตถุประสงค์ซ่อนเร้น ทำการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (นายทรงยศ รามสูต เป็นผู้เสนอ) อีกญัตติหนึ่งเสนอได้เลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขอเสนอญัตติด่วน ด้วยวาจาทำนองเดียวกัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๐ เรื่อง ขอให้ศึกษาและหาทางแก้ไขปัญหา กระบวนการการค้ามนุษย์ หลอกลวงทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับงาน รายได้ที่ ไม่ตรงกับความจริง โดยมีวัตถุประสงค์ซ่อนเร้น ทำการที่มันไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้อง เนื่องจากว่าญัตติด่วนนี้เราต้องพิจารณาเลื่อนมาจากพิจารณาในญัตติปกติที่มีอยู่แล้วก็ต้อง ขออนุญาตจากที่ประชุม มีผู้ใดขัดข้องไหมที่จะเอาญัตติด่วนที่เป็นเรื่องด่วนแล้วก็คิดว่า เป็นที่สนใจของประชาชนทั่วไปและจะเป็นประโยชน์ มีผู้ใดขัดข้องไหมจะเลื่อนระเบียบวาระ เรื่องด่วนที่เสนอด้วยวาจานี้ขึ้นก่อนพิจารณาตามวาระปกตินะครับ วิปได้ประสานกันแล้ว แล้วก็ไม่มีผู้ใดขัดข้อง ผมก็อาศัยข้อบังคับ ข้อ ๘๘ วรรคหนึ่ง ถ้าไม่มีผู้ใดขัดข้องประธาน ก็ดำเนินการตามข้อเสนอนั้นได้ ต่อไปเชิญครับ ญัตติด่วนซึ่งมีอยู่ ๓ ญัตติที่เสนอแล้ว เราก็จะ พิจารณาพร้อม ๆ กันเลยเพราะเป็นญัตติทำนองเดียวกัน ใครจะเสนอก่อนเชิญครับ🔗
ขออนุญาต ท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะวิปฝ่ายค้านครับ ก่อนที่ท่านเจ้าของญัตติทั้ง ๓ ท่านจะเสนอญัตติ ก็ขอหารือท่านประธานแล้วก็เพื่อแจ้งให้ท่านสมาชิกทุกท่านทราบเพื่อความสบายใจนะครับ ก่อนหน้านี้เรามีการตกลงกันอย่างเรียบร้อยทั้ง ๒ ฝ่าย ที่วันนี้เราจะมีญัตติด่วนในกรณีเรื่อง ปัญหาการค้ามนุษย์ แล้วก็มีเพื่อนสมาชิกจากพรรครวมไทยสร้างชาติก็ได้ขอเสนอญัตติด่วน ต่อจากญัตตินี้เช่นกัน ซึ่งเป็นปัญหาเกี่ยวกับเกษตรกรสวนทุเรียนที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก ซึ่งผมก็เห็นว่าเป็นปัญหาที่สำคัญมากเช่นกัน การตกลงของเราตอนแรกเราตกลงกันไว้ว่า เราอาจจะสามารถเริ่มญัตติด่วนทุเรียนได้สักประมาณบ่ายสามโมง แต่เนื่องจากวันนี้ กระทู้ถามก็ใช้เวลาพอสมควรนะครับ แต่ข้อตกลงเรายังคงเดิมคือตอนแรกที่เรากล่าวไว้ก็คือ ในญัตตินี้เราจะใช้เวลาสักประมาณ ๒ ชั่วโมงไม่เกินนี้ซึ่งก็คิดว่าหลังจบญัตตินี้ ตอนนี้มี ผู้ลงชื่ออภิปรายอยู่น่าจะ ๘ ท่าน ทางฝ่ายค้านเองปิดชื่อแล้วไม่มีเพิ่มแล้ว ส่วนทางฝั่งรัฐบาล ก็ทราบว่าก็คงจะควบคุมผู้อภิปรายให้ไม่ใช้เวลามากเกินไป ก็คิดว่าสักประมาณ ๔ โมงเย็น เราคงได้เริ่มญัตติด่วนทุเรียนกัน แล้วก็อาจจะต้องรบกวนท่านประธานและท่านรองประธาน อาจจะอยู่กันยาวหน่อยนะครับ เพื่อที่ให้ท่านสมาชิกได้อภิปรายถึงปัญหาทั้งเรื่องค้ามนุษย์ และปัญหาของเกษตรกรสวนทุเรียนในวันนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญครับทางวิป🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในนามของ วิปรัฐบาลครับ ก็ยืนยันต่อท่านประธานแล้วก็ต่อสภาแห่งนี้ว่าได้มีการพูดคุยกับทางท่าน หัวหน้าวิปฝ่ายค้านแล้ว แล้วก็ได้เป็นไปอย่างที่ท่านประธานวิปฝ่ายค้านได้ยืนยันไปสักครู่ว่า ทั้ง ๒ ปัญหาญัตติด่วนที่กำลังจะเร่งเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาการค้ามนุษย์ รวมถึงปัญหา เรื่องของทุเรียนนี้เป็นเรื่องที่ได้มีการเจรจาพูดคุย แล้วก็มองว่าเป็นปัญหาสำคัญของพี่น้อง ประชาชน ในส่วนของจำนวนผู้อภิปรายก็ได้มีการพูดคุยปรึกษาหารือกันอย่างที่ท่านประธาน วิปฝ่ายค้านได้ชี้แจงไปสักครู่ครับ ยืนยันครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ทั้ง ๒ ฝ่ายได้ตกลง กันว่าจะใช้เวลาของการอภิปรายญัตติด่วน เรื่อง การค้ามนุษย์นี้ประมาณ ๒ ชั่วโมงครับ ๔ โมง จะให้จบ ท่านวิปทั้งสองช่วยประสานว่าแต่ละฝ่ายจะอภิปรายได้สักกี่คน ไม่เกิน ๒ ชั่วโมงครับ เพราะว่าก็เรื่องทำนองเดียวกัน หลังจากนั้นก็ตกลงกันว่าการเลื่อน เรื่อง การแก้ไขปัญหา เรื่องทุเรียนขึ้นก่อนใช่ไหมครับ ผมยังไม่ชัดเจนใช่ไหม ถูกไหมครับ🔗
เรื่องทุเรียนจะเป็นเรื่องญัตติด่วนด้วย วาจาครับ🔗
เมื่อสักครู่ คุณปกรณ์วุฒิเสนอว่าให้พิจารณาในเรื่องนี้ประมาณ ๒ ชั่วโมง แล้วต่อไปเมื่อสักครู่ผมได้ยิน ว่าจะเสนอญัตติเรื่องทุเรียนด้วยวาจา ความจริงมันมีอยู่ใน ๕.๒ อยู่แล้วใช่ไหม คุณปกรณ์วุฒิ ช่วยให้ชัดเจนตรงนี้นิดหนึ่ง ท่านเลื่อนอันนี้ขึ้นมาหรืออย่างไรครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้านนะครับ ญัตติด่วนเรื่องทุเรียน ในวันนี้ที่เพื่อนสมาชิกจากพรรครวมไทยสร้างชาติ แล้วก็มีจากพรรคประชาชนด้วยจะเสนอ จะเป็นปัญหาเฉพาะหน้าของเกษตรกรทุเรียนที่ประสบอยู่ในขณะนี้ ส่วนญัตติใน ๕.๒ จะเป็น ญัตติของภาพรวมในระยะยาวมากกว่า เลยพูดคุยกันระหว่างสมาชิกว่าอาจจะไม่มารวมกัน วันนี้ก็จะเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่จะส่งต่อคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินการต่อไปครับท่านประธาน🔗
ก็ให้พิจารณา ต่อจากญัตติค้ามนุษย์ใช่ไหมครับ อันนี้ก็คงใช้เวลาไม่มากเหมือนกันใช่ไหม เพราะว่าเป็น เรื่องนี้ มีผู้ใดขัดข้องไหมครับ ถ้าไม่มีผู้ใดขัดข้องก็จะเอาญัตติด่วนเรื่องทุเรียนต่อจากญัตตินี้ ถ้าอย่างนั้นก็ให้เป็นไปตามนี้นะครับ ไม่มีผู้ใดขัดข้องครับ ต่อไปขอเชิญเจ้าของญัตติได้เสนอ เลยครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ก่อนอื่น ขอขอบคุณท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ให้ญัตติด่วนอันนี้ ขึ้นมาในการพิจารณาของพวกเราในวันนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ผลประโยชน์ของประเทศชาติ เป็นเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศชาติ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคงของมนุษย์ เรื่องเกี่ยวกับพี่น้องมนุษยชาติ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกครับ ครั้งที่แล้วผมขึ้นมาหารือกับท่านประธาน ท่านประธานกรุณามีดำริให้ทางกรรมาธิการ ๒ กรรมาธิการ ไม่ว่าจะเป็นกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน มาพิจารณาเพื่อศึกษาหาแนวทางและกลไกในการแก้ไข ปัญหาในเรื่องเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ทั้งระบบ เรื่องนี้เป็นเรื่องจำเป็นจริง ๆ ที่เราต้อง เข้าใจว่าจริง ๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Call Center ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกาสิโน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Scammer ต่าง ๆ ที่เรามีผลกระทบต่อประเทศไทยที่ตอนนี้ธุรกิจสีดำนี้ผมจะไม่เรียกสีเทา อีกต่อไป ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจสีดำที่อยู่รอบประเทศไทยในประเทศเพื่อนบ้านของเรา ไม่ว่าจะเป็น ประเทศเมียนมา ประเทศกัมพูชา และประเทศลาว ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ผลกระทบตกมาที่ ประเทศไทยเต็ม ๆ ประเทศไทยเราเป็นทั้งประเทศต้นทาง ประเทศกลางทาง และประเทศ ปลายทางที่ได้รับผลกระทบต่อขบวนนำพาและการค้ามนุษย์ เราต้องมองภาพใหญ่ครับ เราไม่สามารถมองภาพเล็กได้ ถ้าเรามองเป็น Jigsaw เล็ก ๆ เรื่องกาสิโน เรื่องเกี่ยวกับ Call Center เรื่องเกี่ยวกับ Scammer เราจะไม่เข้าใจจริง ๆ เราจะวิ่งตามแต่ปัญหา แต่เรา ไม่สามารถวิ่งนำปัญหาและหาทางแก้ไขตั้งแต่ต้นได้ จริง ๆ แล้วเราเห็นว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ที่มีผลกระทบต่อประเทศไทยนั้นมาจากขบวนการนำพาและขบวนการค้ามนุษย์ ที่ ณ ปัจจุบันนี้เรากำลังจัดการ เรากำลังเผชิญหน้ากับขบวนการ Mafia ระดับโลก เราไม่ใช่ เผชิญหน้ากับ Mafia ในระดับท้องถิ่น เราไม่ใช่เผชิญหน้ากับ Mafia ระดับประเทศนะครับ ในเวทีระหว่างประเทศเรากำลังเผชิญหน้าอยู่ ปัจจุบันนี้ประเทศไทยเราอยู่ในจุดภูมิรัฐศาสตร์ ที่โดน Loophole หรือช่องว่างเกี่ยวกับทางด้านกฎหมาย และกระบวนการมาตรการต่าง ๆ ที่ประเทศไทยเรามีอยู่ ขบวนการเหล่านี้ฉลาดเพียงพอที่จะเดินหน้านำประเทศไทยไป ทั้งหมด ๓ ก้าว ก็ทราบดีครับ ประเทศไทยเราอยู่ตรงกลางเป็นไข่ดาว มีเพื่อนบ้านรอบ ๆ ของเราทั้ง ๓ ประเทศที่มีเรื่องเกี่ยวกับกาสิโน ธุรกิจออนไลน์ต่าง ๆ พวกเราเจอกันหมดแล้ว ในเรื่องเกี่ยว Call Center ทุกคนเป็นเหยื่อของขบวนการนี้ แต่เราชอบมองเพียงว่ากาสิโน อย่างเดียว เรามองเพียงว่า Call Center อย่างเดียว เรามองเพียงว่า Scammer อย่างเดียว ที่มีผลกระทบแต่ไม่ใช่ เรามีครับ ท่านประธานก็เจอท่านเอกอัครราชทูตไทยประจำ ประเทศไทย ๒ ประเทศเข้าพบท่านประธาน ขอความช่วยเหลือท่านประธานในการช่วย คนสัญชาติพวกเขาออกมาจากเอื้อมมือของขบวนการค้ามนุษย์อันนี้ที่อยู่ในประเทศเมียนมา เราช่วยไม่ได้นะครับ ๒ คน หลังจากที่เอกอัครราชทูตเคนยาประจำประเทศไทยเข้าพบ ท่านประธาน เราสามารถช่วยมาได้ ๒ ชีวิต แล้ว ๒ ชีวิตนี้ได้เดินทางกลับประเทศไป เรียบร้อยแล้วแต่ว่ามันไม่เพียงพอครับ เพราะ ๒ ชีวิตนี้ต้องเรียนตรง ๆ ในสภาผู้แทน อันทรงเกียรติแห่งนี้ผ่านไปยังท่านประธานไปถึงพี่น้องประชาชนในประเทศไทยและที่อยู่ รอบโลก แล้วเขาจ่ายค่าไถ่ตัวเองออกมา ไม่ใช่เราที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ใช่ประเทศเคนยาที่เข้าไป เกี่ยวข้อง แต่มันเกี่ยวข้องกับตัวเหยื่อเองและต่อขบวนการค้ามนุษย์ที่เขาจ่ายเงินไถ่ตัวเอง ออกมาให้ได้ เราต้องเข้าใจว่าตอนนี้มีคนมากกว่า ๒๐ กว่าประเทศที่เป็นเหยื่อของขบวนการ นำพาและขบวนการค้ามนุษย์ ผมพูดหลายครั้งเรื่องขบวนการนำพา หลายท่านอาจจะยัง เข้าใจอย่างไม่แจ่มแจ้งว่ามันเกี่ยวข้องกันอย่างไรระหว่างขบวนการนำพากับขบวนการ ค้ามนุษย์ ขบวนการนำพาคือคนพวกกลุ่ม Mafia ต่าง ๆ ที่ชอบไปหลอกลวงคนในการนำคน จากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่งทั้งถูกต้องตามกฎหมายและผิดกฎหมายเพื่อได้มา ซึ่งบางอย่าง แล้วเจ้าตัวที่ถูกหลอก เหยื่อต่าง ๆ นั้นก็เต็มใจที่จะมากับขบวนการนำพานี้ เนื่องจากว่าไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม นี่คือขบวนการนำพา ส่วนใหญ่ขบวนการนำพาจะเริ่มต้นโดยการพาคนจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง หรืออีกประเทศหนึ่ง สุดท้ายจบด้วยการค้ามนุษย์ เมื่อเขาบอกว่าจะพาไปอีกประเทศหนึ่ง เพื่อไปทำงานและเขาก็ตกไปเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ ถูกบังคับให้ทำงานที่ไม่ตรงปกกับสิ่งที่ เขาได้สัญญาไว้ บอกว่าจะมาเป็นนักบัญชีสุดท้ายมาเป็นคนทำงานที่ Call Center หลอกลวงคน เราเห็นแต่ละคนเกิดขึ้น เกิดประเด็นปัญหาต่าง ๆ มากมาย เราพร้อมหรือไม่ประเทศไทย จริง ๆ แล้ววันนี้ผมได้ขอให้ทางฝ่ายโสตได้โชว์วิดีโอคลิป มี ๒ วิดีโอ แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ มันจะมีภาพที่ค่อนข้างจะรุนแรงเป็นรูปของเหยื่อของการค้ามนุษย์ที่อยู่ในประเทศเมียนมา ที่ถูกช็อตไฟฟ้า ถูกทารุณกรรมทำร้ายร่างกาย แต่ผมได้ Blur ไว้หมดแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการ อนุมัติเลยไม่สามารถที่จะนำให้ท่านประธานมาพิจารณาได้ ไม่สามารถทำให้ทุกคนที่อยู่ใน สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้เห็นและได้ยินเสียงเหยื่อของการค้ามนุษย์ที่ถูกทารุณกรรม เกือบถึงชีวิต ผมแค่อยากจะแสดงให้เห็นว่านี่คือหนึ่งในหลักหมื่นคนที่ตกกลายเป็นเหยื่อของ การค้ามนุษย์ แล้วผมก็ได้มีคลิปที่ได้พูดคุยกับญาติของเหยื่อการค้ามนุษย์จากประเทศ บังกลาเทศเมื่อวานนี้เพื่อจะนำมาเสนอท่านประธาน ให้ทุกคนได้ยินเสียงของหัวใจของญาติ พี่น้องของคนที่รู้สึกเฝ้ารอให้ญาติของตัวเองออกมาจากเงื้อมมือของพวกขบวนการค้ามนุษย์ แต่ไม่สามารถเอามาโชว์ได้ ผมก็ไม่แน่ใจว่าท่านประธานจะอนุญาตหรือไม่ เดี๋ยวหลังจากนี้ อาจจะมีการอนุญาตไหมครับท่านประธาน ขออนุญาตครับ🔗
ก็อนุญาตให้ ถ้าเผื่อว่าไม่เกิดความกระทบกระเทือนต่อบุคคลภายนอกหรือต่อต่างประเทศนะครับ ดูเสนอตามสมควรได้ เพื่อประกอบการพิจารณาครับ🔗
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ถ้าอย่างนั้นขออนุญาตเป็นวิดีโอคลิปแรกที่เป็นภาพ Blur นะครับ จะไม่เห็นหน้า ขออนุญาต เปิดเสียงครับ🔗
เอาลงได้เลยครับ ขอบคุณครับ อันนี้เป็นคลิปเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้ว หนึ่งในเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ที่อยู่ในประเทศ เพื่อนบ้านของเราที่ชะตาชีวิตของเขา ณ ปัจจุบันนี้เราก็ไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร ยังมีเพื่อน ร่วมชะตากรรมของเขาอีกประมาณหลักหมื่นคนที่อยู่ในประเทศเมียนมา ขอคลิปที่ ๒ ครับ อันนี้จะเป็นญาติของเหยื่อที่เรียกร้อง ขอบคุณครับ ๒ คลิปนี้เป็นคลิปชีวิตของคนจริง ๆ เป็นคลิปของเหยื่อของพวกขบวนการค้ามนุษย์และญาติพี่น้องที่รอคอยวันที่ญาติพี่น้องของ เขาจะได้หลุดออกมาจากเงื้อมมือของกลุ่มนี้ ท่านประธานครับ ที่ผมอยากจะเรียน ท่านประธานผ่านไปถึงเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาก็คือว่า ณ ปัจจุบันนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศทางผ่านหนัก ๆ มีคนมากกว่า ๒๕ สัญชาติผ่านเข้ามาในประเทศไทย มาจากประเทศต้นกำเนิด ตอนนี้เรามีนโยบายฟรี Visa สามารถเข้าประเทศไทยได้อย่าง สะดวกสบายมากกว่า ๙๐ ประเทศ นโยบายนี้ไม่ใช่นโยบายที่ไม่ดี ผมยอมรับว่านโยบายฟรี Visa เป็นนโยบายที่ดี เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในเรื่องการท่องเที่ยวที่ให้เพื่อนประเทศ ต่าง ๆ เข้ามาในประเทศไทยแล้วมากระตุ้นเศรษฐกิจร่วมกัน แต่เราไม่มีมาตรการในการ ติดตามชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทยผ่านกับฟรี Visa เราไม่ทราบครับ เข้ามาถึงผ่าน ตม. ที่สุวรรณภูมิ เราไม่ทราบว่าเขาไปไหน เขาทำอะไร จะติดต่อเขาได้อย่างไร เราไม่ทราบ จริง ๆ ๖๐ วันสามารถอยู่ในประเทศไทยได้อย่างสะดวกสบาย และสามารถต่อได้อีก ๓๐ วัน ทั้งหมดรวมกัน ๙๐ วัน อันนี้ละครับที่เขาเรียกว่าช่องว่างที่ขบวนการค้ามนุษย์ ขบวนการ นำพานำมาใช้นำคนเข้ามา ๙๐ กว่าประเทศเข้ามาในประเทศไทยแล้วพาไปบริเวณชายแดน ของประเทศไทย ชายแดนของประเทศไทยถ้าฝั่งที่เมียนมา ๒,๔๑๖ กิโลเมตร เราทราบดี มีช่องทางตามธรรมชาติที่สามารถข้ามไปยังประเทศเมียนมาได้โดยไม่ต้องผ่าน ตม. สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสามารถมีเจ้าหน้าที่และมี Booth ต่าง ๆ ได้ภายใต้ประกาศ กระทรวงมหาดไทยเท่านั้น เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถที่จะตรวจคนเข้าเมืองบริเวณชายแดน ได้ทั้งหมด ๒,๔๐๐ กว่ากิโลเมตร บริเวณจุดข้ามแดนตามธรรมชาตินั้นก็มีหน่วยงานความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน และรวมถึงเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ฝ่ายภูมิภาคที่อยู่ตรงนั้น เพียงแต่ว่ากำลังพลก็ไม่เพียงพอ แล้วต้องเข้าใจอย่างครับ เราทราบดี ว่าวัฒนธรรมของพี่น้องตามบริเวณชายแดนนั้นสามารถข้ามแดนได้อย่างไปมาเป็นเรื่องปกติ ปัจจุบันอยู่แล้วที่เขาต้องข้ามไปหาฝั่งโน้น ฝั่งโน้นข้ามมาหาซื้อข้าวซื้อของตรงนี้ เพราะฉะนั้น มาตรการต่าง ๆ ของเราเพียงพอหรือไม่เราต้องศึกษา พอข้ามไปเสร็จไปถึงประเทศเมียนมา หลาย ๆ คนครับ คนต่างชาติเขาไม่รู้หรอกมาถึงชายแดนแล้วมีแค่แม่น้ำเมยแคบ ๆ กั้นอยู่ ระหว่าง ๒ ประเทศ เดินข้ามยังได้เลยเวลาหน้าแล้ง ณ ปัจจุบันนี้ข้ามได้สบาย ข้ามไปฝั่ง เมียนมาก็ไม่ทราบว่าอยู่ประเทศไหนเขายังคิดว่าเขาอยู่ในประเทศไทย สุดท้ายที่เขาจะรู้ ก็ต่อเมื่อขบวนการนำพาที่ผมได้นำเรียนไปใส่เขี้ยวเล็บแปลงเป็นขบวนการค้ามนุษย์ บังคับ คนให้ทำตามโควตาที่เขาต้องการ ให้ทำตาม Ceiling ที่เขาต้องการว่าแต่ละเดือนคุณต้อง ทำงานได้เท่าไร คุณต้องหลอกคนได้เงินกี่ U.S. Dollar ที่ผมได้ยินมาเมื่อวานนี้แต่ละคนต้อง ทำแต่ละเดือนต้องได้ ๒๐,๐๐๐ U.S. Dollar หรือประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ถ้าไม่ได้ ถูกทำร้าย ถ้าไม่ได้ตอนแรกให้ทำงานเพิ่มขึ้นวันละ ๒๐ ชั่วโมง หลังจากนั้นก็จะถูกทำร้าย ตามคลิปที่ผมได้โชว์ไป อันนี้คือชีวิตความเป็นจริงครับ ผมมีข้อมูลทั้งรายชื่อคน ผมมีข้อมูล ในรูปภาพ ผมมีข้อมูลถึงพิกัดของกลุ่มขบวนการสีดำนี้ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน แต่ยัง ไม่สามารถทำอะไรได้มากมายนัก เราจำเป็นต้องมีความร่วมมือหลาย ๆ ส่วน รัฐต่อรัฐ รัฐต่อ ที่ไม่ใช่รัฐ เพราะว่าเราทราบดีบริเวณชายแดนไทยเมียนมานั้นยังมีกองกำลังต่าง ๆ อยู่ด้วย แล้วพวกขบวนการค้ามนุษย์ธุรกิจสีดำนี้ก็ใช้ช่องว่างตรงนี้จ่ายเงินเข้าไปใช้พื้นที่ต่าง ๆ ที่ ทางรัฐเข้าไม่ถึง เพราะฉะนั้นการที่เราจะเข้าไปช่วยเหลือเหยื่อต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ยากจริง ๆ อันนี้ละครับท่านประธาน ก็คงจะมีหลายคนท่านเอกอัครราชทูตหลาย ๆ ประเทศประจำ ประเทศไทยต้องเข้าพบกับท่านประธานอย่างแน่นอนในการที่จะขอให้ช่วยเหลือ ท่านประธานครับ นี่ผมยังไม่ได้พูดถึงคนสัญชาติไทยที่ตกไปเป็นเหยื่อของขบวนการนำพา และขบวนการค้ามนุษย์หลักหลายหมื่นคนที่ยังอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านทั้ง ๓ ประเทศอีก ยังมีคนอีกกี่คนที่จะต้องร้องไห้ จะมีคนกี่คนต้องทุกข์ทรมาน ญาติพี่น้องที่รอคนที่กลับมาสู่ อ้อมกอดของพวกเขาอีกกี่คน หากเราไม่มีมาตรการที่ครอบคลุมจริง ๆ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เรากำลังจัดการ เรากำลังเผชิญหน้ากับกลุ่ม Mafia ระดับโลก เราต้องมีการทำงานในเวที ระหว่างประเทศ เราต้องมีการทำงานในระดับพหุภาคี ทวิภาคี เราต้องทำงานกับองค์การ ระหว่างประเทศเพื่อจะต้องป้องกันให้ได้ว่าสถานการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้จะไม่เข้ามาในประเทศไทย ประเทศต้นกำเนิด ประเทศต้นน้ำนี้ถ้าเราสกรีนไม่พอเข้ามาในประเทศไทยเราจะทำอย่างไร ในการติดตามคนที่จะต้องเข้ามาอยู่ในประเทศไทยแบบฟรี ตาม Free Visa การที่เรามี Free Visa เราต้องมีมาตรการใด ๆ บ้างหรือไม่ในการติดตามให้ได้ว่าเขาอยู่ที่ไหน เราต้องมีการ จัดทำ Zoning หรือไม่ก่อนที่เขาจะไปประเทศปลายน้ำว่า เขาก่อนจะเอาออกไปแต่ละ จังหวัด แต่ละอำเภอนั้นต้องไม่ให้เขาออกไปให้ได้ มาตรการต่าง ๆ การทำงานบูรณาการ การทำงานต่าง ๆ ของส่วนราชการที่มีงบประมาณของการบูรณาการการป้องกันการค้า มนุษย์ หลาย ๆ ปีมาได้มีการบูรณาการการทำงานกันหรือไม่ การติดต่อกับประเทศปลายทาง ที่เขายังมีเหยื่อการค้ามนุษย์นั้นเราได้มีการติดต่อกับเขาอย่างไรบ้าง เราติดต่อกับทางรัฐ ต่อรัฐอย่างเดียว เราสามารถทำได้ครับประเทศลาว ประเทศกัมพูชา แต่ประเทศเมียนมานั้น ทหารเมียนมาไม่ได้อยู่ตรงนั้น เรามีการประสานงานกับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ หรือไม่ มากน้อยขนาดไหน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จำเป็นที่เราต้องไปทำการศึกษา ต้องทำการควบคุมให้ได้ว่ากฎหมายที่เรา มีอยู่ พ.ร.บ. ป้องกันการค้ามนุษย์ที่เรามีอยู่นั้นมันเพียงพอหรือไม่ เราทำเป็นแต่ตัวตั้งรับ อย่างเดียว ตอนนี้เรามีกฎหมาย เรามีกลไกเป็นการตั้งรับในเรื่องกระบวนการนำพาและ การค้ามนุษย์ เราไม่มีมาตรการ ไม่มีกฎหมายเชิงรุกในการที่จะป้องกัน ปราบปราม แก้ไข ขบวนการนำพาและการค้ามนุษย์ตรงนี้ เรายังไม่มีมาตรการป้องกันให้ดีกับเหยื่อที่จะเป็น เหยื่อ กับคนที่เป็นเหยื่อ เรามีแต่การสกรีนว่าเขาเป็นเหยื่อเท่านั้นแล้วเราค่อยเยียวยาเขา เราต้องศึกษาตรงนี้ให้ดี พวกนี้เรากำลังเผชิญอยู่ในเรื่องเกี่ยวกับ Transnational Crime และ Organized Crime เราเข้าใจดีครับท่านประธานว่ามันคงจะเป็นการทำงานที่ยากมาก ๆ จริง ๆ เพราะฉะนั้นผมคงจะไม่ใช้เวลามากตอนนี้ก็ ๑๕ นาที คงจะขอสรุปว่าเราจำเป็นต้อง ทำงานในหลาย ๆ กระทรวง เราต้องทำงานในหลายกรรมาธิการจริง ๆ ทั้งกรรมาธิการ การต่างประเทศ กรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม สิทธิมนุษยชน กรรมาธิการการตำรวจ กรรมาธิการการทหาร เราทำงานหลาย ๆ กรรมาธิการ จริง ๆ แล้วตอนแรกผมเสนอในกรรมาธิการวิสามัญด้วยซ้ำไป แต่คงเป็นไปไม่ได้ เราก็คงต้องเลือกกรรมาธิการหนึ่ง วันนี้ผมขอที่จะเสนอเข้าไปว่าถ้าท่านประธานเห็นชอบ เพื่อนสมาชิกเห็นชอบ ก็จะขอเสนอให้มีการส่งไปที่กรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐในการ พิจารณาศึกษากลไกการดูแล แก้ไข ปรับปรุง และพัฒนาในเรื่องเกี่ยวกับการป้องกัน ขบวนการนำพาและการค้ามนุษย์ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะนักเรียน คณะครูโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเขตปทุมวัน ซึ่งกำลังรับฟังประชุมอยู่ชั้นบนนะครับ คณะที่ ๒ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้เข้าร่วม โครงการเรียนรู้ประวัติศาสตร์การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุข ปลูกฝังจิตใจสำนึกรักชาติและสถาบันของชาติ จากองค์การบริหาร ส่วนตำบลพรุดินนา คลองท่อม จังหวัดกระบี่ ซึ่งนั่งฟังอยู่ในชั้น ๔ เช่นเดียวกัน ขอต้อนรับ ทั้ง ๒ คณะครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปเป็นญัตติด่วนด้วยวาจาที่ ๒ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาขบวนการค้ามนุษย์ แก๊งคอลเซนเตอร์และบัญชีม้า ซึ่งคุณชุติพงศ์ พิภพภิญโญ เป็นผู้เสนอ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน จังหวัดระยอง วันนี้ขอเสนอ ญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาขบวนการ ค้ามนุษย์ แก๊งคอลเซนเตอร์และบัญชีม้า ท่านประธานครับ ปัญหาขบวนการค้ามนุษย์ แก๊ง Call Center และบัญชีม้าถือเป็นวาระสำคัญทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ สำหรับประเทศไทยแล้วภาพรวมของขบวนการค้ามนุษย์ แก๊ง Call Center ซึ่งเชื่อมโยง เกี่ยวพันกับการเปิดบัญชีม้ามีฐานอยู่ในพื้นที่บริเวณชายแดนของประเทศไทยล้ำเข้าไปในรัฐ ของประเทศรอบนอกทั้งบริเวณชายแดนตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคอีสาน จนถึงชายแดนภาค ตะวันออก ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่าง มหาศาลต่อประเทศไทยและนานาชาติ ทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวซึ่งเป็นเครื่องยนต์ ทางเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทยอย่างรุนแรง เนื่องจากประเทศไทยถูกมองว่าเป็น ทางผ่านของขบวนการค้ามนุษย์ แก๊ง Call Center ถูกมองว่าเป็นดินแดนอันตรายที่อาจ ถูกหลอกไปทำงาน ถ้าไปแล้วอาจจะถูกลักพาตัว เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่ควรเดินทาง ไปท่องเที่ยวในประเทศไทย เสี่ยงจะถูกหลอกลวงลักพาตัวไปอยู่ในกลุ่มประชากรข้ามชาติได้ ท่านประธานครับ แม้ว่ารัฐบาลได้มีมาตรการและนโยบายต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหา ขบวนการค้ามนุษย์ แก๊ง Call Center และบัญชีม้า แต่เมื่อเทียบกับขนาดและความรุนแรง ของปัญหาตามที่สาธารณชนได้รับทราบจากการนำเสนอของสื่อมวลชนโดยทั่วไปจะพบว่า การคุกคามจากทางโทรศัพท์บ้าง การเผลอกด Link ในเอสเอ็มเอสหลอกให้โอนเงินบ้าง สิ่งเหล่านี้ปรากฏอยู่เกือบทุกวัน รวมถึงข่าวการถูกหลอกไปทำงาน ลักพาตัว สิ่งเหล่านี้คือ เรื่องสำคัญที่เราในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติต้องเร่งเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาขบวนการ ค้ามนุษย์ แก๊ง Call Center และบัญชีม้าต่อรัฐบาล ซึ่งท่านประธานครับ ปัญหาของขบวนการค้ามนุษย์และแก๊ง Call Center บัญชีม้า เป็นเรื่อง ไม่ไกลตัวพวกเราอีกต่อไป ผมคิดว่าหันมองทางซ้ายทางขวา หรือมองไปข้างหน้าไปยัง ท่านประธาน ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า เราทุกคนน่าจะเคยรับสายจากแก๊ง Call Center กันมา หมดแล้ว เราทุกคนผ่านประสบการณ์นี้กันมาแล้ว ไม่ต้องไปนับว่าประชาชนทั่วไปโดนอะไร มาบ้าง โดยข้อมูลจากเครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจและคณะทำงานสันติภาพโลกมีการ เผยแพร่ในเว็บไซต์ Manager Online ระบุว่าประเทศไทยถูกแก๊ง Call Center หลอกผ่าน โทรศัพท์เกือบ ๑๐๐ ล้านครั้ง เฉลี่ยโทรศัพท์ ๑ เครื่อง รับสายมิจฉาชีพเกือบ ๑๐ สาย ความเสียหายจากการถูกฉ้อโกงรวม ๆ แล้วในรอบ ๓ ปีที่ผ่านมา ๗๗,๐๐๐ ล้านบาท นี่มากกว่าบางกระทรวงอีกนะครับ และไม่ใช่แค่คนไทย มีทั้งคนจีน อินเดีย อเมริกา ยุโรป ที่ถูกหลอกลวงทางเศรษฐกิจ และนี่คือเฉพาะตัวเลขที่เราพอจะเก็บได้จากคนที่กล้าแจ้งความ ความเป็นจริงแล้วตัวเลขความเสียหายอาจจะทะลุ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปแล้วก็ได้ รายได้ มหาศาลเหล่านี้แก๊ง Call Center และอาชญากรรมข้ามชาติก็นำไปจ้างคน จ้างงาน ทั้งคนที่ ถูกหลอกลวงมาและคนที่เต็มใจ เอามาสร้างเมือง สร้างตึกรามบ้านช่องขนาดใหญ่จนกลาย เป็นอาณาจักร จัดสรรแบ่งปันผลประโยชน์ ติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ ทหารระดับสูงที่ควบคุม ความมั่นคงในพื้นที่ทั้ง ๒ ฝั่ง และท่านประธานครับ หลายครั้งที่เราได้รับทราบข่าวคราวของ เหยื่อที่ถูกหลอกไปทำงานในบริเวณริมชายแดนประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นกรณีใหญ่ที่มีเคยมี ข่าวครึกโครมไปแล้วทั่วโลกอย่างกรณีเล่าไก่ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นฮับของธุรกิจผิดกฎหมาย อยู่ทาง ตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐฉานเป็นพื้นที่สู้รบระหว่างกองกำลัง BGF ที่สนับสนุนโดย Tatmadaw กองทัพเมียนมากับกองกำลังชาติพันธุ์ ธุรกิจผิดกฎหมายในเล่าไก่มีทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Crypto หุ้น Call Center เว็บพนัน หรือ Romance Scam ในเหตุการณ์นั้น มีรายงานว่ากองกำลังพม่าจับคนไทย ๑๖๒ คน และชาวต่างชาติ รวมทั้งสิ้น ๕๐๐ คน เป็นตัวประกัน โดยผู้ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนนิยามว่าประหนึ่งการจับตัวไว้เป็นโล่มนุษย์ ที่เมืองเล่าไก่🔗
กรณีถัดไปเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราอาจจะได้เห็นภาพข่าว คนไทยตกตึก ๑๘ ชั้นในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา เป็นคนไทยที่เสียชีวิตศพที่ ๓ ในรอบปีครับ ท่านประธานทราบไหมครับ ตึก ๑๘ ชั้นแห่งนี้ถูกระบุว่าเป็นกาสิโน และยังเป็นที่ตั้งของแก๊ง Call Center ที่ใช้หลอกคนไทยไปทำงาน🔗
เรื่องถัดมา อันนี้เราอาจจะเห็นข่าวกันไปบ้างแล้วคือกรณีของซิงซิง ซึ่งเป็น นักแสดงชาวจีนที่ตกเป็นเหยื่อถูกแก๊ง Call Center หลอกลวงให้เข้าไปทำงานในเขต เศรษฐกิจพื้นที่อิทธิพลของกองกำลังพิทักษ์ชายแดนซึ่งมีชนกลุ่มน้อยดูแล โชคดีที่ตำรวจไทย ช่วยเหลือออกมาได้ ซึ่งยังถือว่าเป็นคนที่โชคดีที่เป็นหนึ่งที่ถูกช่วยเหลือออกมาได้ แต่ความ น่าสงสัยก็มีอยู่ว่าเหตุใดหลังจากที่มีการช่วยเหลือออกมาแล้ว ตั้งแต่เขาลงเครื่องที่สุวรรณภูมิ ต่อรถไปจนออกชายแดนแล้วก็ผ่านด่านชายแดนไปโดยบอกว่าไปเยี่ยมญาติหลังจากนั้นได้มี การขยายผลไปถึงไหนแล้วตอนนี้เราไม่ทราบเลย เหตุการณ์คล้าย ๆ กันครับเกิดขึ้นกับกรณี ของหยาง เจ๋อฉี นายแบบและชาวจีนผู้หญิงอีก ๒ คนที่หายตัวไปตั้งแต่ก่อนปลายปี ๒๕๖๗ หลังเดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ หายตัวไปจากชายแดนไทย-เมียนมา ด้านอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จนบัดนี้ก็เป็นเคสที่ยังตามตัวไม่พบ ซึ่งก็เป็นเคสเหมือนของคุณซิงซิง คือลงเครื่อง ที่สุวรรณภูมิ คุณซิงซิง โดนหลอกว่าให้ไปทำงานในธุรกิจอุตสาหกรรม ด้านความบันเทิง ขนาดใหญ่ของประเทศไทย แล้วก็โดนพาออกจากประเทศไทยไปทางเมียนมา ซึ่งก็น่าสงสัย ว่าทำไมเขาไม่บินเข้าเมียนมาเลย แต่เราก็พูดกัน เราก็รู้ครับ เขาไม่บินลงย่างกุ้งแล้วก็ไป หรอก เขาบินใช้ประเทศไทยเราเป็นทางผ่าน อันนี้คือตัวอย่างของเคสที่เกิดขึ้นทั้งที่ช่วยได้ และช่วยไม่ได้ และเสื่อมเสียชื่อเสียงประเทศไทยไปทั่วทั้งโลก แล้วที่สำคัญจนถึงตอนนี้ข่าว ล่าสุดวันที่ ๑๕ มกราคม แม้แต่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ยังถูกแก๊ง Call Center โทรหลอก ซึ่งท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กับกรณีดังกล่าวว่า ดิฉันเองซึ่งเป็น นายกรัฐมนตรีวันนี้ก็โดนแก๊ง Call Center ไม่ใช่แก๊ง Call Center ธรรมดาแต่เป็น Call Center ที่หลอกว่าเป็นผู้นำประเทศบอกว่าดิฉันยังไม่ได้บริจาคบางอย่างและส่งเสียงผู้นำมา ให้ เรียกว่า Advance มากจนดิฉันเกือบเชื่อไปแล้ว ท่านประธานครับ ประโยคนี้ของ ท่านนายกรัฐมนตรีที่บอกว่าดิฉันเกือบเชื่อไปแล้วนี่ ถ้าผมเป็นคนในรัฐบาลนี้ผมสะดุ้งเลย นะครับ เพราะถ้าเกิดแม้แต่ท่านนายกรัฐมนตรีของเรายังเกือบโดนหลอกจากแก๊ง Call Center ได้ ไม่ต้องพูดถึงประชาชนทั่วไป ไม่ต้องพูดถึงว่าทำไมคนทั่วไปถึงโดนหลอก เรื่องนี้มันใหญ่ ระดับวาระแห่งชาติแล้วที่กล้าจะมาตั้งใจหลอกนายกรัฐมนตรีของประเทศเรา และท่านประธานครับ พี่น้องชาวไทยร่วมชาติของเราหลายคนไม่ได้โชคดีเหมือนทางท่าน นายกรัฐมนตรี เพราะมีเหยื่อของแก๊ง Call Center ที่ต้องจบชีวิตลง มีตัวอย่างหลายกรณี กรณีชายอายุ ๓๔ ปี ชาวจังหวัดสมุทรสงครามผูกคอตายใต้สะพานคลองช่องถนน ดอนจั่น-ยี่สาร หมู่ที่ ๔ ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เขียนจดหมาย ลาตาย ระบุว่าถูกแก๊ง Call Center หลอกลงทุนสูญเงินเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ บาท🔗
อีกเรื่องเป็นสุภาพสตรีครับ อายุ ๒๘ ปี ชาวจังหวัดนครพนมเสียชีวิตอยู่บน โป๊ะเรือท่าน้ำที่นนทบุรี ทั้งนี้ก่อนหน้าผู้เสียชีวิตจะตัดสินใจกระโดดลงจากเรือข้ามฟาก ได้วางทรัพย์สินไว้บนเรือก่อนจะตัดสินใจกระโดดจากเรือขณะที่เรือวิ่งไปถึงกลางแม่น้ำ เจ้าพระยา โดยในระหว่างนั้นผู้โดยสารบนเรือที่เห็นเหตุการณ์พยายามโยนห่วงยาง เพื่อช่วยเหลือหลายครั้ง แต่ผู้ตายปฏิเสธด้วยการปัดห่วงยางออกก่อนจะหมดแรงจมน้ำ หายไป อ่านมาถึงตรงนี้ผมจุกข้างในครับท่านประธาน เธอตายอย่างตั้งใจเพราะความเครียด ที่ถูกมิจฉาชีพออนไลน์หลอกลงทุนเอาทองไปจำนำ เอาเงินเข้าบัญชีโอนให้ พอรู้ตัวภายหลัง ก็รับไม่ได้ ก็เลยกระโดดเรือข้ามฟากฆ่าตัวตาย เงินนี้เธอตั้งใจจะเก็บไปไถ่นา สร้างกระต๊อบ ให้แม่ สุดท้ายไม่ได้สร้างกระต๊อบแล้วก็จบชีวิตลงไป ที่ผมกล่าวไปแค่บางส่วนที่ประชาชน ชาวไทยถูกหลอกลวงจากแก๊ง Call Center พวกนี้ แล้วท่านประธานครับ พวกแก๊ง Call Center พวกนี้มีคนทำงานมากมายมาจากไหน ผมกล่าวไปตอนต้นว่ามีทั้งคนที่สมัครใจไปทำ และถูกหลอกลวงไปทำ ที่น่าสนใจคือเมื่อแก๊ง Call Center เฟื่องฟูขึ้นมาขบวนการค้ามนุษย์ ก็ไปหลอกลวงคนหรือลักพาตัวคนมาจากหลาย ๆ ที่ป้อนเข้าแหล่งอาชญากรรมข้ามชาติ เหล่านี้ ลองมาดูสถิติน่าสนใจกันครับ สถิติการรับแจ้งเด็กหายจากมูลนิธิกระจกเงาในปี ๒๕๖๗ รวมทั้งสิ้น ๓๑๔ ราย เพิ่มสูงขึ้นในรอบ ๖ ปี สาเหตุหลักร้อยละ ๗๒ หรือพูดง่าย ๆ คือ ๒๒๗ คน คือเด็กที่สมัครใจหนีออกจากบ้าน เด็กที่อายุน้อยที่สุดที่หนีออกจากบ้าน อายุ ๗ ขวบครับ เราทดไว้ตรงนี้ก่อนว่าที่สมัครใจมันก็มีหลายสาเหตุเหมือนกัน ในช่วงปลายปี ๒๕๖๖-๒๕๖๗ ที่ผ่านมา มีเด็กและเยาวชนถูกชักชวนหลงเชื่อ ถูกหลอกไปทำงานอยู่ในแก๊ง Call Center ในพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ๑๑ คน คนที่อายุน้อยที่สุดที่โดนหลอกไป ทำงาน อายุ ๑๔ ปี ลักษณะของการล่อลวงชวนไปทำงานส่วนใหญ่จะมาจากคำเชิญชวน ในโลกออนไลน์ ลักษณะคือประกาศรับสมัครงานเป็น Admin เว็บไซต์ รายได้ดี งานง่าย พอหลงเชื่อภายหลังจึงพบว่าถูกหลอกไปทำงานอยู่ในแก๊ง Call Center และบางราย พวกแก๊ง Call Center พวกนี้ก็จับไว้แล้วก็ส่งมาเรียกค่าไถ่กับทางครอบครัวของเด็ก ๆ เพื่อให้ปล่อยเด็ก ๆ กลับบ้านอีกด้วย🔗
ทีนี้มาดูสถิติการแจ้งความออนไลน์ครับ ตัวอย่างเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ แค่เดือนเดียว ประชาชนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพมูลค่าความเสียหายกว่า ๒,๔๙๓ ล้านบาท แจ้งความออนไลน์ผ่าน Thai Police Online ตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ทั้งหมด ๒๑,๕๐๖ เรื่อง มูลค่าความเสียหาย ๒,๔๙๓ ล้านบาท หรือเฉลี่ยคือ ๘๕,๙๐๐,๐๐๐ บาทต่อวัน ผลการอายัดบัญชีที่มีการอายัดบัญชีจำนวน ๒๖,๖๒๑ บัญชี ยอดขออายัดเงินจำนวน ๑,๕๙๒,๔๐๐,๐๐๐ บาท ยอดอายัดได้จริง ๕๘๕,๑๖๒,๗๔๐ บาท ซึ่งเป็นเงินใครก็ไม่รู้และยังไม่รู้จะเอาไปคืนอย่างไรให้กับใครบ้างที่เป็นผู้เสียหายทั้งหมด ท่านประธานครับ จากตัวเลขคดีที่เห็นต้องบอกว่าเป็นตัวเลขอย่างน้อยนะครับ มีผู้เสียหาย จำนวนมากไม่กล้าไปแจ้งความทำให้เราไม่ทราบว่า Record จริง ๆ เป็นอย่างไร🔗
ต่อไปเป็นกรณีตัวอย่างเรื่องบัญชีม้า กระทรวง DE ได้มีการร่วมกับทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สมาคมธนาคารไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการระงับบัญชีม้า ตัดเส้นทางการเงินของกลุ่มวิชาชีพ แก๊ง Call Center มีสถิติการระงับบัญชีม้าจนถึงเดือนตุลาคม ๒๕๖๗ รวม ๑,๑๐๐,๐๐๐ บัญชี พร้อมเป็นการขยายผลดำเนินการจับกุมเจ้าของบัญชีม้า สถิติการจับกุมบัญชีม้า ซิมม้า ที่เป็นความผิดตาม พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ พบว่าในช่วง ๑ ปี มีจำนวนรวม ๒,๘๙๗ คน เฉพาะในเดือนกันยายน ๒๕๖๗ มี ๔๙๗ คน แต่ท่านประธานครับ แม้เราจะรู้ทั้งวงจรตั้งแต่การค้ามนุษย์ ทั้งตัวเลขความ เสียหาย ทั้งการปิดบัญชีม้าได้ตามตัวเลขที่ผมได้นำมาเสนอในสภาแห่งนี้แล้ว เราก็ยังคง พบเห็นการหลอกลวงผ่าน Call Center กันอยู่เหมือนเดิม น่าคิดไหมครับ ทำไมเราจับกุม ปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ แก๊ง Call Center ที่เกี่ยวพันและเชื่อมโยงกับการเปิดบัญชีม้า ไม่หมดสักที แม้เราจะทราบแน่ชัดว่าเขามีฐานปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่รอบบริเวณชายแดนของ ประเทศไทย ล้ำเข้าไปรอบนอกในบริเวณประเทศเมียนมา กัมพูชา ลาว หรือขบวนการ ค้ามนุษย์ แก๊ง Call Center กำลังใช้เรื่องอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนของแต่ละประเทศ เป็นอุปสรรคในการปราบปรามของพวกเรา ท่านประธานครับ เราย้อนไปดูนโยบายและ แนวทางการแก้ไขปัญหาขบวนการค้ามนุษย์ของรัฐบาลชุดปัจจุบันจะพบว่ามีอยู่ ๓ มาตรการ คือ ๑. การเสนอ พ.ร.ก. มาตรการป้องกันการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ ให้ ครม. เห็นชอบ ๒. มีสายด่วน ๑๔๔๑ ให้ศูนย์รับแจ้งเหตุอาชญากรรมออนไลน์ ของรัฐบาล มีตำรวจไซเบอร์ประจำการอยู่ ๒๔ ชั่วโมง และ ๓. สร้างความร่วมมือระหว่าง ประเทศในภูมิภาค แต่ก็อย่างที่เห็นไม่สามารถทำให้เกิดประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาได้ ดังนั้นการเสนอตั้งการพิจารณาศึกษาครั้งนี้สำหรับแก๊ง Call Center เราแบ่งขั้นตอน การศึกษาเป็นทั้งหมด ๓ ขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนที่ ๑ คือขั้นตอนก่อนการเข้าสู่แก๊ง Call Center ซึ่งหมายถึงตั้งแต่เริ่มขั้นตอนการค้ามนุษย์ การหลอกลวงคนไปเป็นลูกจ้างของ ขบวนการแก๊ง Call Center การตั้งฐานของแก๊ง Call Center ซึ่งน่าเจ็บใจมากที่ใช้ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะที่ส่งต่อไปจากประเทศไทย ขั้นตอนที่ ๒ คือขั้นตอนของการ ดำเนินการของแก๊ง Call Center ซึ่งหมายถึงการใช้บัญชีม้าและการใช้ข้อมูลในการ หลอกลวงประชาชน ขั้นตอนที่ ๓ หลังการดำเนินงานของแก๊ง Call Center ซึ่งหมายถึง ๒ เส้นทาง คือการติดตามเงินคืนและมาตรการในการป้องกันไม่ให้แก๊ง Call Center สามารถดำเนินการได้อีก ถึงเวลาแล้วที่การปราบปรามแก๊ง Call Center บัญชีม้า และ ขบวนการค้ามนุษย์ต้องเป็นวาระแห่งชาติ โดยหากมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ หรืออนุกรรมาธิการในกรรมาธิการสามัญชุดนี้เราได้ใช้กลไกสภาในการเสนอแนวทาง ต่อรัฐบาลในประเด็นดังต่อไปนี้🔗
ข้อ ๑ ศึกษาแนวทางการจัดตั้งศูนย์บัญชาการที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยตรง รวบรวมหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับกรณีเหล่านี้มาดำเนินการร่วมกันอย่าง พร้อมเพรียง ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย มีการสนับสนุนงบประมาณที่เพียงพอ ครอบคลุม การแก้ไขปัญหาขบวนการค้ามนุษย์ แก๊ง Call Center บัญชีม้า บูรณาการข้อมูลระหว่าง สภาความมั่นคง และหน่วยงานข่าวกรองอื่น ๆ ในการดำเนินการตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่ รัฐไทยที่มีอำนาจในพื้นที่ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งมาตรการในการบูรณาการร่วมกับ รัฐบาล ประเทศเพื่อนบ้านทั้งกัมพูชา ลาว พม่า เพื่อขอให้ร่วมมือกันทลายแก๊ง Call Center อย่างจริงจัง มีการประชุมร่วมกันเพื่อสรุปผลอย่างต่อเนื่อง🔗
ข้อ ๒ ศึกษาแนวทางการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตและระงับการขายไฟฟ้า หรือหยุดส่งไฟฟ้าที่ใช้ในระบบต่าง ๆ ขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อตัดระบบ กระบวนการสื่อสาร🔗
ข้อ ๓ ศึกษาแนวทางการให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเข้ามาร่วมจัดการระบบ ป้องกันหลอกลวงการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย โดยทำกรอบความรับผิดชอบความเสียหาย ร่วมกันระหว่างบริษัทโทรคมนาคมกับธนาคารและสถาบันการเงิน โดยเฉพาะหากบัญชีม้านั้น ทางธนาคารพึงรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดอาชญากรรมและสร้างความเสียหายก็อาจต้องมี แนวทางที่ธนาคารต้องร่วมรับผิดชอบให้ผู้เสียหายด้วย🔗
ข้อ ๔ ศึกษาแนวทางการดำเนินมาตรการจำกัดการเดินทางของชาวต่างชาติ ไปยังชายแดนหรือพื้นที่เสี่ยง โดยจำกัดระบบ Zoning Visa ระงับการเดินทางไปชายแดน แม่สอด หรือพื้นที่เสี่ยงภัยสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนและต่างชาติ🔗
ท่านประธานครับ ที่ผมลุกขึ้นมาเสนอญัตติด่วนเรื่องนี้เพราะผมและเพื่อน สมาชิกพรรคประชาชนเราทนไม่ได้อีกต่อไปกับการที่เราต้องตื่นมาพบข่าวคนไทยฆ่าตัวตาย ในประเทศเพื่อนบ้าน รายแล้วรายเล่าโดดจากตึกสูงที่เรามองไปก็รู้ว่าตึกนั้นคือที่ตั้งของแก๊ง Call Center ผมทนไม่ได้ที่ฐานที่มั่นของขบวนการค้ามนุษย์ แก๊ง Call Center อยู่ติด ชายแดนไทย ข้ามแม่น้ำไปไม่กี่สิบเมตร ใช้ไฟ ใช้อินเทอร์เน็ตจากประเทศเรา หลอกดูดเงิน คนไทยและคนชาติอื่น ๆ อยู่ทุกวัน ผมไม่อยากจะทนอีกต่อไปที่เขาเหล่านั้นใช้ประเทศไทย ของเราเป็นทางผ่านในการหลอกลวงลักพาตัวคนไทยและคนชาติอื่น ๆ เอาไปเป็นแรงงาน ทาสให้นายทุน และขุนศึกนายพลบางคนต้องสุขสบายอยู่กับคราบน้ำตาของเพื่อนมนุษย์ ด้วยกัน วันนี้ผมและพรรคประชาชนจึงต้องลุกขึ้นมาเสนอญัตตินี้เพื่อจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และแก้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยไม่ให้เสื่อมเสียในสายตาชาวโลกอีกต่อไป และท่าน ประธานเราคงเคยได้ทราบ ไทยเคยถูกตั้งเป้าที่จะเป็น Hub of Asia ในบทบาททางเศรษฐกิจ ระหว่างประเทศ แต่ตอนนี้ประเทศไทยเรากำลังเป็น Hub of Human Trafficking กำลัง เป็น Hub ด้านอาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ แก๊ง Call Center และเพื่อร่วมกัน หยุดยั้งเรื่องเหล่านี้ สภาผู้แทนราษฎรของเราจึงต้องร่วมกันพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไข ปัญหาขบวนการค้ามนุษย์แก๊ง Call Center และบัญชีม้า ผมทราบดีว่าภาระงานของสภา ผู้แทนราษฎรของเราขณะนี้เรามีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเป็นจำนวนมาก อย่างน้อยก็ให้ เพื่อนสมาชิกร่วมกันพิจารณาส่งเรื่องนี้ไปยังกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมาธิการ ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ เพื่อแก้ไข ปัญหาเรื่องนี้ไปด้วยกันในฐานะของการทำเล่มรายงานฉบับสมบูรณ์เสนอต่อรัฐบาลต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณมากครับ ทราบว่ามีอีกญัตติหนึ่งนะครับ เป็นญัตติของท่านทรงยศ รามสูต เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้ศึกษาแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ หลอกลวงทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เกี่ยวกับงาน รายได้ที่ไม่ตรงกับความจริง โดยมี วัตถุประสงค์ซ่อนเร้น ทำการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็นประเด็นคล้าย ๆ กับที่เพื่อน สมาชิกได้นำเสนอนะครับ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการล่อลวงเหยื่อ Call Center ก็ดี หรือหลอกลวง มีหลายอย่างมันกระทบต่อเสรีภาพ มีนำคนไปกักขัง แล้วก็กระทบต่อศีลธรรม อันดี แล้วก็ส่งผลต่อชื่อเสียงของประเทศ ก็เลยเสนอญัตตินี้เข้ามาเพื่อที่จะให้สภาได้อภิปราย แล้วก็หาทางที่จะป้องปราม หาทางแก้ไข แล้วก็จะได้หาทางไม่ให้เกิดขึ้นต่อไป ซึ่งปัญหา ที่เกิดขึ้นนี้มันส่งผลกระทบต่อประเทศชาติมาก โดยเฉพาะอย่างล่าสุดผมยกเคสอย่างเช่นของ ดาราชาวจีนที่เข้ามา Casting คือ หวัง ซิง เขาก็ถูกหลอกให้มาเมืองไทยเมื่อต้นมกราคม ก็ปรากฏว่าหายไปแถวชายแดนแถวแม่สอด ลำน้ำเมย ก็ปรากฏว่าใช้เวลาไม่กี่วันก็นำตัวเขา กลับมาได้ ก็ทราบว่าถูกโกนหัวนำไปอยู่แก๊ง Call Center คือคนนี้เขาอาจจะดังเลยกลับมา ได้ไว เชื่อว่ายังมีเหยื่ออีกหลายรายที่เจออะไรเช่นนี้ เราทำอย่างไรที่จะช่วยเหลือเขาได้ เพราะประเด็นนี้มันเป็นประเด็นใหญ่ระดับประเทศ เพราะว่าในส่วนของ NRM เขาก็บอกว่า อย่างกรณีของ หวัง ซิง มันถือว่าเป็นความเสียหายเป็นกระบวนการค้ามนุษย์ เนื่องจากการ หลอกให้มา Casting ครับ มันไม่ใช่แต่ดาราจีนคนนี้คนเดียว จากที่เขาสอบถามมันมีดาราจีน หลายรายที่ถูกหลอก โดยส่วนใหญ่ก็จะล่อลวง อย่างไปดูข่าว เช่น เติ้งโหย่ว เขาก็ถูกโฆษณา ผ่าน WeChat ว่าจะมีรายได้ดีมาอย่างนี้ที่เมืองไทย แต่เขา Check ดูแล้วไม่น่าเชื่อถือเขาก็ไม่มา หรืออีกคนอย่างฟานหู่ เขาก็บอกว่าเขาหลงเชื่อมาเรียบร้อยแล้ว แต่เขาติดต่อกับผู้กำกับ ของชาวไทยไม่รู้เรื่อง เขาไหวตัวทันแอบหนีได้ หรืออย่างบางคนอย่างสี่ว์ต้าจิ่ว เขาบอกว่า มาถึงเมืองไทยแล้ว ถูกหลอกแล้ว กำลังจะถูกข้าม แต่เขา Check ไป Check มาไม่น่าเชื่อถือ เขาหนีกลับไปได้ เขาบอกว่าของเขาน่าจะอยู่ในล็อต ๒ แต่ว่าคนที่ถูกล่อลวงคือหวังซิง เขาว่า น่าจะอยู่ในล็อตที่ ๓ ครับ แสดงว่ากระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้ทำกันมาหลายรุ่น หลายกลุ่ม ถึง ๓ กลุ่ม เพราะฉะนั้นคนที่น่าจะตกเป็นเหยื่อก็จะมีมากพอสมควร อันนี้เฉพาะประเทศจีน ผมเชื่อว่า น่าจะมีอีกหลายพื้นที่หลายประเทศที่เขาจะล่อลวงชาวต่างชาติให้เข้ามาเมืองไทย แล้วก็ หลอกไปยังชายแดนเพื่อการค้ามนุษย์และการบังคับขู่เข็ญ ทำไมเขาถึงจะเลือกประเทศไทย ก็เพราะว่าชายแดนของประเทศไทยมันเป็นแหล่ง Scammer มันสามารถที่จะตั้งฐานในการ ทำ Call Center ได้ง่าย อาจจะกฎหมายหละหลวม หรือจะอะไรก็ตามอย่างที่เราทราบ อย่างที่ชายแดนที่โดดตึกเมื่อไม่นานมานี้ ก็รู้อยู่ว่าตึกทั้งตึก Call Center เขามาเช่า ก็รู้อยู่ว่า เป็นแหล่ง เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นแหล่งที่นักอาชญากรรมทั้งหลายเขาจะล่อลวงคนมาโดยใช้ ไทยเป็นฐาน เพราะฉะนั้นทำอย่างไรที่เราจะป้องปรามไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เพราะเรื่องนี้ ถ้าเกิดขึ้นปุ๊บมันส่งผลกระทบต่อประเทศชาติ เพราะการหลอกลวงนี้มีอยู่เยอะ แล้วพวกนี้ จะพยายามล่อไปทางกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ อย่างเช่นเมื่อปี ๒๕๒๓ ดาราอย่างสีปู้ฉุนก็โดนหลอก ว่ามีงานโพรเจกต์ใหญ่ โพรเจกต์ลับ เดินทางมาที่สิบสองปันนาก็ถูกจับไปเรียกค่าไถ่ อันนั้น เสียค่าใช้จ่ายไป ๖๒๐,๐๐๐ หยวน หรือประมาณ ๓ ล้านบาท แล้วก็ต้องใช้เวลาถึง ๑๐๐ กว่าวันกว่าเขาจะปล่อยตัวครับ นี่แสดงให้เห็นว่าขบวนการข้ามชาติมันเป็นองค์กรที่ใหญ่ แล้วเวลาเขาทำปุ๊บสังเกตว่า Call Center ที่เขาทำในเวลาโอนเงินไปแป๊บเดียวก็โอนออก นอกประเทศ แล้วเบอร์เดิม ๆ ก็พยายามโทร แล้วคนที่ถูกจับไปก็ไม่สามารถที่จะมีสิทธิเสรีภาพ เพราะฉะนั้นตัวอย่างกรณีที่ปอยเปตคงจะเห็นแล้ว ก็รู้อยู่แล้วว่าตึกนี้เป็นตึกของขบวนการ Call Center ข้ามชาติค้ามนุษย์ แสดงว่าเขาต้องจำกัดสิทธิเสรีภาพ เพราะว่าถ้าเขาไม่จำกัด สิทธิเสรีภาพเขาคงไม่โดนตึก เขาคงกลับบ้านได้ เพราะจากแหล่งข่าวเขาบอกเขาเครียด กลัวทำไม่ได้ตามเป้า แล้วถ้าทำไม่ได้ก็อาจจะมีการซ้อม มีอะไร คนเครียดก็เลยกระโดดตึก เพราะฉะนั้นก็ฝากว่าเรื่องนี้มันเป็นปัญหาใหญ่ เราก็รู้ว่าเป็นปัญหาเรื้อรัง เราจะแก้ไขอย่างไร โดยเฉพาะ Call Center ที่เพื่อนหลายคนก็ได้พูด เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องหาทางแก้ไข เรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากในส่วนของ Call Center แล้ว การค้ามนุษย์ ไหน ๆ ก็พูดเรื่องค้ามนุษย์แล้วก็อยากจะฝาก ถ้ามีการตั้งกรรมาธิการ หรือส่งไปให้ภาครัฐเขาดูแล ก็อยากจะไปฝากในกลุ่มอื่นด้วยไม่ใช่แต่พวกที่จะเอาเข้า Call Center อย่างเดียว มันมีการค้ามนุษย์ในส่วนของไปค้าประเวณี มีชาวไทยหลายคน ที่ถูกหลอกไปทำงานที่ต่างประเทศ ว่าจะไปทำงานเป็นแม่บ้านบ้างก็ดี หรือเป็นหมอนวด ธรรมดาก็ดี ไปถึงเขาก็ยึด Passport แล้วก็เอาไปขายบริการ เราคงเห็นข่าวอยู่ว่าถูกจับได้ เรื่อย ๆ แต่ก็มีบางรายที่เขาจะไปขายบริการจริง ๆ แต่ปรากฏว่าก็ต้องขายบริการเกินจริง อันนี้รัฐก็ต้องเข้ามาดูแล ในทำนองเดียวกันไม่ใช่คนไทยที่ไปทำงานต่างประเทศแล้วถูกหลอก ไปค้าประเวณี ปรากฎประเทศไทยเองก็เป็นแหล่งในการที่จะหลอกชาวต่างชาติจากหญิงสาว ประเทศรอบชายแดนเราก็เอามาค้าประเวณี ก็มีการยึด Passport รู้ว่าเขามีจุดอ่อนนะครับ อาจจะเป็นแรงงานหลบหนีเข้าเมืองก็มาโดยการค้าประเวณีเช่นเดียวกัน อันนี้ก็ฝากให้รัฐ ที่จะต้องดูแลกลุ่มตรงนี้ด้วยในส่วนของผู้หญิงและคนทั่วไป🔗
ส่วนในเรื่องของเด็กก็ฝากให้ดูด้วย ถึงแม้กฎหมายเกี่ยวกับเด็ก แรงงาน การค้ามนุษย์เกี่ยวกับเด็กรัฐบาลเองก็มีการดูแลอยู่แล้ว มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเช่น อายุ ๑๕-๑๘ ปี จ้างได้ ต่ำกว่า ๑๕ ปี ห้ามจ้าง แล้วก็เกิน ๑๘ ปี ก็ห้ามทำงานเกินกว่า เวลา ๔ ทุ่มถึง ๖ โมงเช้า รัฐพยายามออกกฎหมายควบคุม แต่ก็ยอมรับว่ามีสถานบริการ มีสถานบันเทิง หรือมีแหล่งโรงงานเถื่อนหลายที่ที่ใช้เด็กต่ำกว่า ๑๕ ปี แล้วเกิดขึ้น อันนี้ก็ต้อง ฝากมาช่วยกันดูแล แต่ประเด็นใหญ่ที่เราเอามาพูดในวันนี้เพื่อที่จะหาทางแก้ไขในส่วนของ Call Center ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ของประเทศ เรามาดูว่าเราจะแก้ไขอย่างไร เพราะเขาใช้ ประเทศไทยเป็นทางผ่าน อย่างที่บอกว่าประเทศไทยนี้มันเป็นฐานใหญ่ การที่เขาไม่ไปทำ ที่อื่นก็เพราะว่าชายแดนสามารถไปตั้งพื้นที่ได้ง่าย แล้วกฎหมายของประเทศนั้น ๆ อาจจะ หละหลวมไม่สามารถที่จะควบคุมได้เขาก็เลยล่อลวง เอาคนไทยก็ดีด้วยค่าจ้างสูง ๆ อาจจะ หลอกลวง แล้วส่วนเหยื่อที่ไปก็อาจจะถูกหลอกว่าจะได้งานดี ส่วนใหญ่ก็จะพยายามชักชวน ว่าได้งานดี ค่าตอบแทนสูง เพราะอย่างดาราที่ถูกหลอกก็มักจะเป็นดาราที่ส่วนใหญ่งาน จะน้อยลง พวกนี้ก็อาจจะถูกหลอกได้ อันนี้เฉพาะกลุ่มดารานะครับ เชื่อว่ายังมีอีกหลายกลุ่ม ที่จะถูกหลอกด้วยวิธีการต่าง ๆ แล้วพวกนี้ก็มาหลอกด้วยกันอีก คนถูกหลอกก็มาหลอกคน ทั่วไปในแต่ละประเทศโดยเฉพาะคนไทยก็โดนกันเยอะ อันนี้รัฐจะต้องหาทางแก้ไข คราวนี้ เราก็มาดูว่าเราจะหาทางแก้ไขได้อย่างไร ผมก็อยากจะฝากเสนอเป็นแนวทางให้ภาครัฐ ไปพิจารณาดู ผมยกตัวอย่างว่าทำไมรัฐเราไม่รู้นะครับ อย่างเช่นในกรณีของดาราจีนทำไม ใช้เวลาแค่ ๓-๔ วัน ก็เอาตัวเขากลับมาได้ ผมเชื่อว่ารัฐเองก็รู้ว่าแหล่งมันอยู่ตรงไหน อันนี้ไปเจรจาไปบีบเขาถึงยอมปล่อยคืน แต่คราวนี้ คนที่ไม่ดัง ไม่โดดเด่น ชาวบ้านทั่ว ๆ ไป หรือคนอื่น ๆ ที่ถูกหลอกที่ไม่เป็นข่าวทำอย่างไร เราจะช่วยเขาออกมาได้ จะกดดันเขาออกมาได้ อันนี้อยู่ที่ความร่วมมือระหว่างประเทศ ผมก็เข้าใจว่าในแต่ละประเทศอย่างเพื่อนสมาชิกพูดไปแล้ว บางครั้งเขาเป็นชนกลุ่มน้อย ที่ภาครัฐของประเทศเขาเองก็ไม่สามารถที่จะดูแลได้ อันนี้ก็จะต้องหาวิธีที่ว่าเราจะทำ อย่างไรที่จะแก้ไขปัญหาได้ หรือบางพื้นที่อย่างเช่นประเทศที่เขาโดดตึกมานี่ เราก็รู้ว่าตึก อยู่ตรงนี้ ๆ แต่ทำไมเราถึงจะให้ยกเลิกสัญญาเช่าซึ่งเราคงไปก้าวล่วงเขาไม่ได้ อันนี้ก็ฝาก ให้รัฐบาลพยายามที่จะประสานงาน หรือกดดันกับประเทศนั้น ๆ ไม่ให้เขาสามารถตั้งฐาน ผลิตได้ง่าย นอกจากนี้ในส่วนของกระทรวง ICT เพื่อนสมาชิกก็พูดอยู่เรื่อยนะครับ เพราะคน ที่ทำเรื่องพวกนี้เขาก็จะเป็นระบบอาชญากรรมข้ามชาติ เงินมาปุ๊บแป๊บเดียวโอนหมด ทำอย่างไรเราถึงจะหน่วงเหนี่ยวให้การโอนเงินเข้ามาจากบัญชีที่มาปุ๊บออกนอกประเทศ ให้มันล่าช้า และบัญชีประเภทไหนบ้าง บัญชีไหนบ้างผมเชื่อว่ารัฐก็น่าจะรู้ ทำนองเดียวกัน ในเรื่องของกระบวนการใช้โทรศัพท์ของ กสทช. เบอร์ที่โทรออกอย่างเดียวนี่โทรเข้าน้อยมาก หรือมักจะโทรออกแนวเขตชายแดนตะเข็บมันน่าจะส่อไปในทางว่ามาไม่ถูกต้อง อันนี้รัฐ ก็จะต้องพยายามดูแล ผมเชื่อว่ารัฐจะต้องพยายามหาทางแก้ไข นอกจากนี้สิ่งหนึ่งที่อยากจะ ฝากไว้ก็คือในเรื่องการค้ามนุษย์ควรจะกระจาย พยายามหาทางแก้ไข เพราะว่าระดับบน อาจจะไม่รู้ แต่ว่าระดับพื้นที่ ระดับกลาง ระดับล่าง ผมว่าในหมู่บ้านต่าง ๆ ชาวบ้านเขารู้ดี ใครค้ายา ใครค้ามนุษย์ ใครทำอะไรไม่ดี ผมว่าชาวบ้านเขารู้แต่ไม่กล้าพูด แต่ทำอย่างไร ภาครัฐที่จะหาทางจูงใจเขาให้เขาแจ้งเบาะแส แล้วก็ให้เป็นความลับ แล้วก็มีรางวัล แล้วก็มี การดูแลพยานเป็นอย่างดี ผมว่าจะค่อย ๆ ป้องปรามต่าง ๆ เหล่านี้ไปได้ ผมเชื่อว่าเรื่อง ต่าง ๆ เหล่านี้มันจะมีข้อมูลอีกหลายอย่างที่เพื่อนสมาชิกจะได้มาอภิปรายเพื่อเสนอต่อ รัฐบาลเพื่อหาทางแก้ไข หรือถึงแม้จะส่งกรรมาธิการก็ดี ก็จะได้ไปศึกษาแนวทางซึ่งผมก็ไม่ ขัดข้อง ไม่ว่าจะตั้งกรรมาธิการ หรือส่งกรรมาธิการสามัญ หรือว่าจะส่งข้อมูลไปให้รัฐบาล เพื่อหาทางแก้ไข เพื่ออย่างน้อยก็จะได้ลดปัญหาการค้ามนุษย์โดยเฉพาะเรื่อง Call Center แล้วก็โดยเฉพาะปัจจุบันใช้ไทยเป็นฐาน เพื่อให้ลดน้อยลง เพื่อให้ประเทศไทยได้กลับมา สง่างามอีกครั้งหนึ่ง ก็ฝากเพื่อนสมาชิกครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เป็นอันว่าครบถ้วนทั้ง ๓ ญัตติแล้วนะครับ ทีนี้มีผู้ที่ลงชื่ออภิปรายไว้ทั้งสิ้น ถึงขณะนี้ ๑๐ ท่าน อันดับแรกผมขออนุญาตปิดการลงชื่อเพื่ออภิปรายแล้ว ทีนี้เมื่อสักครู่ ผมนั่งฟังว่ามีการตกลงกันว่าเราจะพิจารณาเรื่องนี้กันถึงแค่ ๑๖.๐๐ นาฬิกา เพราะฉะนั้น เรามีเวลาประมาณ ๑ ชั่วโมงกับผู้อภิปรายประมาณ ๑๐ คน แล้วจะต้องให้ผู้เสนอญัตติ สรุปญัตติอีกนะครับ เพราะฉะนั้นขอเป็นท่านละ ๕ นาที เริ่มต้นจากท่านชลธิชา แจ้งเร็ว แล้วต่อด้วยท่านวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ เชิญท่านชลธิชาครับ🔗
ขอบคุณค่ะท่านประธาน ก่อนอื่นดิฉัน อาจจะขออนุญาตเกินเวลาสักเล็กน้อย ๕ นาทีค่ะ เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคประชาชน ขอร่วม อภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติด่วน เรื่อง การค้ามนุษย์ข้ามพรมแดน ก่อนอื่นดิฉันขออภิปราย เพื่อที่จะให้เราเห็นภาพที่ตรงกันว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับประเทศไทยอย่างไร🔗
ประการแรก นี่คือเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่อาศัยการทุจริตคอร์รัปชัน ในไทย และใช้ระบบสาธารณูปโภคของไทยเป็นเครื่องมือ ดังรายงานของ UNODC ที่ได้มีการ ชี้ออกมาว่าธุรกิจฉ้อโกงไซเบอร์เป็นภัยคุกคามระดับโลก และเติบโตกว่า ๖๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในภูมิภาคของเรา นี่จึงถือว่าเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลไทยต่อชาวไทย แล้วก็นานาชาติ🔗
ประการที่ ๒ ชัดเจนยิ่งไปกว่านั้นค่ะ คือทุกคนคงจะได้เห็นข่าวการยกเลิก คอนเสิร์ต แล้วก็รวมไปถึงการยกเลิกทัวร์ของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงตรุษจีนที่กำลังจะถึงนี้ หลังจากเกิดเหตุการณ์กรณีของคุณซิงซิง นั่นหมายความว่าการขาดความเชื่อมั่นในความ ปลอดภัยอันเนื่องมาจากปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทยนั้นได้ส่งผลกระทบต่อความ สูญเสียทางเศรษฐกิจของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และอีกหนึ่งสถานการณ์ที่ดิฉันคิดว่า จะต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด คือไทยมีโอกาสที่จะหล่นจากลำดับ Tier 2 ของรายงานการค้า มนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา ที่จะมีการประเมินในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งตรงนี้ ก็ย่อมจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศด้วย อย่างแน่นอน🔗
ประการที่ ๓ ตรงไปตรงมาที่สุด คือการค้ามนุษย์เพื่อให้ไปเป็นแรงงานทาส ให้กับแก๊ง Call Center ซึ่งย้อนกลับมาทำร้ายคนไทย ตลอดจนผลกระทบต่อพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามจังหวัดชายแดน ซึ่งเรื่องนี้ต่างก็ทำให้พวกเขารู้สึกถึงความ ไม่ปลอดภัยเมื่อบ้านเขาอยู่ใกล้กับแหล่งอาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ข้ามพรมแดน จึงถือว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยจะต้องให้ความจริงจังมากกว่านี้🔗
ท่านประธานคะ ดิฉันจะขอพูดถึงปัญหาที่พบเจอในปัจจุบันที่จะช่วยย้ำให้เรา เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องมานั่งทบทวนกฎหมายและแนวปฏิบัติ ตลอดจนนโยบายของรัฐ ในการรับมือและการป้องกันกับปัญหาการค้ามนุษย์อยู่ ๒ ประการหลักนะคะ🔗
ปัญหาแรก สถานการณ์ในปัจจุบันเปลี่ยนไป กลไกที่เรามีอยู่อาจจะไม่ได้ ตอบโจทย์ เพราะดูเหมือนว่าทั้งกฎหมายป้องกันการค้ามนุษย์ ตลอดจนแผนปฏิบัติของ หน่วยงานต่าง ๆ ที่ออกแบบมามุ่งเน้นไปที่การค้ามนุษย์ในประเทศไทย แต่ ณ วันนี้ประเทศไทย ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการค้ามนุษย์ข้ามพรมแดนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เรามีอยู่ ในมือจึงยังขาดอีกหลายมิติที่จะใช้ในการรับมือกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และนี่จึงเป็นโจทย์ ที่เราจะต้องเร่งทบทวนเครื่องมือและแก้ไขกฎหมายที่มีอยู่ให้ทันสมัย นอกจากนั้นรูปแบบ การค้ามนุษย์ในปัจจุบันยังมีลักษณะของการบังคับให้ร่วมก่ออาชญากรรม ซึ่งเข้าข่ายนิยาม ของการค้ามนุษย์ตามกฎหมายอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีช่องว่างของการใช้กฎหมายและการที่ เจ้าหน้าที่รัฐเองยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ โดยไปมองอย่างเหมารวมว่าทุกคน จากพื้นที่ของ Scam Center หรือว่าแก๊ง Call Center อย่างไรเสียก็คือมิจฉาชีพ เมื่อมองว่า เหยื่อก็คือผู้กระทำความผิดอย่างเหมารวมไปแล้ว จึงมีการดำเนินคดีกับพวกเขาเสมือนว่า เป็นอาชญากรอย่างเหมารวม แล้วไม่ได้นำเข้าสู่กระบวนการคัดกรองเหยื่อตามกลไก การส่งต่อระดับชาติ หรือว่า NRM แล้วไม่ได้หาทางดำเนินคดีกับบุคคลหรือว่าคนนำพา หรือสาวไส้ไปถึงขบวนการค้ามนุษย์ที่เป็นต้นตอหลักของปัญหานี้นะคะ🔗
ปัญหาที่ ๒ คือปัญหาการไม่บูรณาการงานแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ดิฉัน พบว่าการทำงานของหน่วยงานภาครัฐยังเป็นไปในลักษณะของต่างคนต่างทำ ไม่ว่าจะเป็น ตำรวจ ตม. ทหาร หรือ พม. หรือกระทรวงแรงงานเอง ในห้อง กมธ. กฎหมายเราเคย พิจารณาเรื่องของการค้ามนุษย์ในกรณีของเล่าไก่ หนึ่งในข้อสังเกตจากเจ้าหน้าที่รัฐ กลับพบว่าพวกเขาเองเจ้าหน้าที่รัฐไม่มั่นใจว่าหน่วยงานไหนกันแน่ที่เป็นเจ้าภาพหลัก ในเรื่องนี้ อันนี้เป็นเรื่องน่าตกใจค่ะท่านประธาน ดิฉันทราบมาว่าเมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมเรื่องการค้ามนุษย์ที่จังหวัดตากร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ แล้วก็มี การจัดตั้งอนุกรรมการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและการค้ามนุษย์ ดิฉันต้องขอชื่นชมเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามดิฉันคาดหวังว่าอยากจะเห็นการทำงาน ในลักษณะนี้ที่ไม่ใช่แค่ในระดับท้องถิ่นหรือภูมิภาคเท่านั้น แต่มันต้องเป็นระดับชาติที่ทำงาน อย่างบูรณาการกันที่มากกว่านี้ นอกจากนั้นการค้ามนุษย์ผ่านไทยยังเกี่ยวพันกับความร่วมมือ ระหว่างประเทศอย่างชัดเจน แต่อย่างไรก็ตามเราก็ยังไม่เห็นท่าทีที่ชัดเจนจากกระทรวง การต่างประเทศในเรื่องนี้ ท่านประธานคะ ดิฉันขอใช้โอกาสนี้ในการฝากข้อเสนอแนะไปยัง กรรมาธิการที่จะทำการศึกษาเรื่องนี้ต่อค่ะ🔗
ประการแรก คือการทบทวนกฎหมายและแนวปฏิบัติของรัฐที่มีอยู่ให้ทันสมัย และสอดรับกับรูปแบบของการค้ามนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการค้ามนุษย์ตาม พ.ร.บ. ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานต้องให้ ความสำคัญกับนโยบายและมาตรการในการป้องกันเหตุที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงแค่การ รับมือหลังจากที่เกิดเหตุแล้ว รัฐบาลต้องทำงานในเชิงรุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการกับ ขบวนการคอร์รัปชันและการใช้สาธารณูปโภคของไทยไปป้อนให้กับฐานทัพของแก๊ง Call Center ต้องมีการรณรงค์ให้ความรู้ในสังคมไทย คนต่างชาติ แล้วก็นักท่องเที่ยว รวมไปถึง เจ้าหน้าที่รัฐไทย เพราะจะต้องไม่เกิดภาพที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะ ที่ว่ากรณีของคุณซิงซิงนั้นเป็นการสมัครใจไปเองโดยแค่ดูภาพวิดีโอ การขึ้นรถไปโดย ปราศจากการขัดขืน ซึ่งดิฉันคิดว่าเรื่องนี้ไม่ถูกต้องนะคะ ดิฉันเองนั่งอยู่ในห้อง อนุงบประมาณพบว่ามีหลายหน่วยงานมากที่ของบประมาณเพื่อเอาไปใช้ในการอบรม สัมมนาในเรื่องการค้ามนุษย์ ก็หวังว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่มากกว่านี้🔗
ข้อเสนอสุดท้ายเป็นเรื่องสำคัญค่ะ ดิฉันคิดว่าถึงเวลาที่เราจะต้องให้ ความสำคัญกับการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ตอบโจทย์กับปัญหาอาชญากรรม ข้ามชาติอย่างแท้จริง ซึ่งในที่นี้รวมไปถึงความร่วมมือกับประเทศต้นทางของเหยื่อในการ ประสานข้อมูลเพื่อจัดการกับกระบวนการนำพาและกระบวนการค้ามนุษย์ที่ต้นตอ รวมไปถึง การประสานงานร่วมมือกับประเทศปลายทางเพื่อจัดการกับปัญหาแหล่งอาชญากรรม ไม่ใช่การประสานทีละเคส เพราะเราต่างทราบกันดีว่าตามเส้นพรมแดนของประเทศไทย เรามีเหยื่อจากการค้ามนุษย์เป็นหมื่น ๆ คน ซึ่งแน่นอนว่าในกรณีของเมียนมาจะต้องเจรจา และแสวงหาความร่วมมือกับกลุ่มชาติพันธุ์ที่ดูแลแล้วก็ควบคุมพื้นที่ดังกล่าว นอกจากนี้เรามี ข้อสังเกตเรื่องหนึ่ง คือกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติมักจะเลือกปฏิบัติการในพื้นที่ที่มีความ ขัดแย้งและพื้นที่ที่ปราศจากหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม ดังนั้นการผลักดันสันติภาพและ ประชาธิปไตยในเมียนมาจึงมีผลและมีความสำคัญต่อเนื่องกับการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ในระยะยาว🔗
สุดท้ายค่ะท่านประธาน วันนี้ประเทศไทยเราได้นั่งตำแหน่งเก้าอี้ คณะรัฐมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ การค้ามนุษย์เป็นปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน ที่สำคัญระดับโลก ดิฉันอยากเห็นท่าทีที่จริงจังมากกว่านี้ และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นอย่างที่ ดิฉันได้บอกไปแล้วว่าการค้ามนุษย์ข้ามพรมแดนสร้างความเดือดร้อนต่อความมั่นคง ปลอดภัย และเศรษฐกิจของคนไทยอย่างหนักดังที่ได้กล่าวมา การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ เพียงเรื่องของการให้สื่อไปกระจายข่าวว่าประเทศเราปลอดภัย แต่ต้องอาศัยการทำงาน ร่วมมือกันอย่างบูรณาการที่มากกว่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงราย ก็ขอเป็นอีกหนึ่งคนที่จะขอสนับสนุนในเรื่องญัตติด่วนการค้ามนุษย์ข้ามพรมแดน ต้องบอกว่า ปัญหาการค้ามนุษย์นั้นเป็นปัญหาที่มีความรุนแรงมากในประเทศไทยและมากขึ้นทุก ๆ วัน โดยเฉพาะในช่วงหลายปีที่ผ่านมาประเทศไทยเองนี้เราเป็นทางผ่านในขบวนการเหล่านี้ไปยัง ประเทศรอบข้าง หรือแม้แต่ในประเทศของเราเอง ทำให้ความไว้วางใจจากนักท่องเที่ยว หรือว่านักลงทุนต่างชาติลดลงไปทุกวัน แม้แต่พี่น้องชาวไทยเองก็ต้องอยู่กับความหวาดระแวง ในความปลอดภัยของตัวเขาและครอบครัวเขา วันนี้ดิฉันจะพูดถึงเรื่องการค้ามนุษย์ เรียกว่า เพื่อน ๆ สมาชิกหลายท่านได้พูดถึงเรื่องการค้ามนุษย์ในประเทศไทย หลายเคสต่าง ๆ ที่ได้ ยกขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Call Center บัญชีม้า หรือว่าการถูกหลอกไปทำงาน หรือแม้แต่ การลักพาตัว ดิฉันขอใช้พื้นที่นี้ในการเตือนภัยให้กับพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องจังหวัด เชียงรายเขตของดิฉันเอง เพราะว่าเมื่อวานนี้เองเพิ่งได้รับรายงานจากสถานีตำรวจภูธร อำเภอพานว่ามีรถต้องสงสัยที่เป็นรถ VIOS สีขาวไข่ ทะเบียน ๑๓๓๐ กทม. ทำทีมาเป็นขาย ผ้าใบเก่า ซึ่งเป็นรถต้องสงสัยว่าอาจจะมีการจับเด็ก และตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่ง สืบสวนกันอยู่ หากใครได้พบเห็นรถสีดังกล่าวสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน ได้เลย และตอนนี้ทางนายอำเภอเมืองจังหวัดเชียงรายก็ได้ทำหนังสือเร่งด่วนประชาสัมพันธ์ ให้ทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นท้องที่ ท้องถิ่น ช่วยกันเฝ้าระวังก่อนที่เหตุร้ายจะเกิดขึ้นกับ ลูกหลานและคนที่เขารัก ดังนั้นการแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญในครั้งนี้จึงมีความจำเป็น อย่างยิ่งในการหาทางแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ โดยจะมุ่งเน้นในการพิจารณากลไกที่มีอยู่ ในการป้องกัน ปราบปราม แก้ไข และเยียวยา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้ามนุษย์ รวมถึงการ บูรณาการการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นทั้งในและนอกประเทศ ทั้งทางภาครัฐและเอกชน เพื่อให้การดำเนินงานในด้านต่าง ๆ เกิดเป็นระบบและมี ประสิทธิภาพสูงสุด การมีกรรมาธิการวิสามัญนี้จะช่วยสร้างกลไกที่มีความยั่งยืนและดูแล ป้องกันผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และยังช่วยให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อจัดการกับปัญหานี้อีกด้วย การป้องกันการค้ามนุษย์ต้องเริ่มจากการป้องกันอย่างมีระบบ โดยให้ความรู้และเสริมสร้างความตระหนักรู้แก่พี่น้องประชาชนเกี่ยวกับภัยการค้ามนุษย์ ระมัดระวังตัวเองอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือวัยต่าง ๆ โดยเฉพาะการดูแลเด็ก การเลี้ยงเด็ก ๑ คน ต้องใช้คนดูแลทั้งหมู่บ้าน ต้องเป็นหูเป็นตากันว่าเด็กจะไปอยู่ที่ไหน เดินเล่นที่ไหน อีกทั้งการใช้ Social ควรจะมีการใช้ Social อย่างมีภูมิคุ้มกัน เพื่อที่จะป้องกัน ไม่ให้ผู้คน พี่น้องประชาชนตกเป็นเหยื่อของขบวนการเหล่านี้อีกต่อไป เราคงจะไม่อยากเห็น ข่าวแล้วที่จะมีคนฆ่าตัวตายจากการที่โดนมิจฉาชีพหลอก หรือว่าข่าวเศร้าสลดจากการ ถูกล่อลวงโดยแก๊ง Call Center หรือการที่คนรัก หรือว่าญาติพี่น้องของเขาหายจากแก๊ง ค้ามนุษย์ นอกจากนี้ยังต้องมีการสร้างมาตรการที่เข้มงวดในการคัดกรองและตรวจสอบ การทำงานในทุกอุตสาหกรรมที่เสี่ยงต่อการใช้แรงงานทาสและการค้ามนุษย์ นี่ก็เป็นอีก เรื่องหนึ่งที่เรามองข้ามไม่ได้ ในส่วนของการปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ต้องได้รับการ บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการติดตามและจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการ ค้ามนุษย์ทั้งในประเทศ ท้องถิ่น และระดับสากล การบังคับใช้กฎหมายจะต้องเป็นไปอย่าง รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้ผู้ที่กระทำผิดได้หลุดรอดจากการลงโทษ ดิฉันขอเสนอ ให้มีการปฏิบัติการเชิงรุก คือการเข้าไปทลายกระบวนการก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์เลวร้าย เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนของเรา นั่นจะสร้างความมั่นใจและความปลอดภัย ความเชื่อมั่น ให้กับประชาชนเราได้ อีกทั้งการเยียวยาผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์เช่นเดียวกันก็ต้อง ดำเนินการควบคู่ไปกับการป้องกันและปราบปราม ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ต้องได้รับการ ดูแลอย่างเหมาะสมทั้งด้านการรักษาพยาบาล การให้ความช่วยเหลือทั้งร่างกายและจิตใจ และการให้การฟื้นฟูโอกาสของเหยื่อที่จะต้องสูญไป ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการศึกษาและ การทำงานเพื่อให้พวกเขาสามารถกลับเข้าสู่สังคมได้อย่างปกติ🔗
สุดท้ายนี้ ดิฉันเองแล้วก็พรรคเพื่อไทยก็ขอสนับสนุนให้มีการตั้งกรรมาธิการ วิสามัญในครั้งนี้ เนื่องจากเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินการแก้ไขปัญหาการค้า มนุษย์และป้องกันการค้ามนุษย์ ซึ่งไม่เพียงแต่ดำเนินการในเชิงป้องกันและปราบปราม เท่านั้นแต่ยังรวมถึงการดูแลและเยียวยาผู้เสียหายให้ได้รับการช่วยเหลือมีคุณภาพอย่าง ทันท่วงที เพื่อให้สังคมไทยเราก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน และสามารถยุติการค้ามนุษย์ ได้อย่างแท้จริงค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณมากครับ ๓ ท่านถัดไป ท่านรักชนก ศรีนอก ต่อด้วยท่านวีรภัทร คันธะ แล้วต่อด้วย ท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญท่านรักชนกครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รักชนก ศรีนอก ผู้แทนจากชาวบางบอน จอมทอง หนองแขม วันนี้ขอร่วมอภิปรายสนับสนุน ญัตติการค้ามนุษย์ แล้วก็การต่อต้านแก๊ง Call Center ท่านประธานคะ ตั้งแต่ที่รัฐบาลชุดนี้ ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยได้รับตำแหน่งมา นายกรัฐมนตรีคนที่แล้วก็ประกาศว่า ประเทศไทยอยากจะเป็นฮับ ๘ ฮับ จะมีฮับสุขภาพ การกิน ท่องเที่ยว การเงิน ดิจิทัลต่าง ๆ คือฮับ ๘ ฮับนี้ทุกวันนี้เราก็ยังเป็นไม่ได้ เรายังไม่มีความสามารถในการเป็นได้เพราะว่า เรื่องของการบริหารจัดการงบประมาณต่าง ๆ หรือไม่ว่าจะเป็นระเบียบ กฎหมายที่เราก็มี ความอ่อนแอ เจ้าหน้าที่ภาครัฐก็ขึ้นชื่อเรื่องการเรียกรับเก็บส่วยต่าง ๆ ความไม่ตรงไปตรงมา เกิดขึ้นเต็มไปหมด แต่ว่าฮับที่เราอยากเป็นเราเป็นไม่ได้ แต่ว่าอันนี้ที่เราเป็นได้คือฮับของ การค้ามนุษย์ แล้วก็แก๊ง Call Center ซึ่งต้องบอกว่าตอนนี้เรากลายเป็นศูนย์กลางทางผ่าน ในการค้ามนุษย์จริง ๆ ท่านประธาน เพราะว่าตอนนี้รอบ ๆ ประเทศของเรา ดิฉันขออนุญาต เอ่ยชื่อสักนิดหนึ่งกับสไลด์นี้🔗
พม่า ลาว กัมพูชานี่ค่ะ ขอบคุณอินโฟกราฟิกจาก TNN นะคะ ๓ ชาติอาเซียนได้เงินจากการ Scam กันไปเท่าไร นี่คือตัวเลข ถ้าคิดเป็นจีดีพีของทั้ง ๓ ชาติประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ประเทศไทยเรา Record เอาไว้ว่าเรานี่ประมาณ ๓ ปี ๔ ปี ในการเก็บข้อมูลบอกว่าประมาณ ๗๗,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ดิฉันคิดว่าตัวเลขจริง ๆ แล้วมันน่าจะมากกว่านั้น เพราะว่ามันมีตัวเลขของคนที่ โดนหลอก ๕๐,๐๐๐ ๑๐๐,๐๐๐ บางทีเขาก็โอเค ตัดใจถือว่าฟาดเคราะห์ไป จริง ๆ มันไม่ใช่ การฟาดเคราะห์นะ เราต้องจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจังไม่ใช่เรื่องของบาปบุญ หรือว่าไม่ใช่ เรื่องของความประมาทเลินเล่อส่วนตัว แต่มันเป็นเรื่องความอ่อนแอในการบริหารจัดการของ รัฐบาล แล้วก็ความผิดพลาดในการบริหารนโยบายของภาครัฐ และท่านประธานคะ ดิฉันก็ได้ มีโอกาสไปลงพื้นที่ที่จังหวัดตราด บ้านท่าเส้น จริง ๆ จะไปดูงบประมาณในการก่อสร้างถนน แต่ว่าสิ่งที่ดิฉันได้ไปเจอก็คือนี่ค่ะ รูปแรกรูปนี้จริง ๆ ก็เป็นเหมือนกับถนนที่เป็นรอยต่อของ กัมพูชาแล้วก็ฝั่งไทย แต่ว่าตอนที่ดิฉันไปถึงก็ได้พบเจอกับสิ่งนี้ค่ะ การก่อสร้างถนนตรงนั้น ก็มีการก่อสร้าง เพราะว่ามันมีการไปมาหาสู่กันระหว่างชาวกัมพูชา แล้วก็ชาวไทย เพราะว่า มันเป็นสิ่งที่เรียกว่าเป็นด่านธรรมชาติ ก็คือว่าการตรวจเข้มนี่มันก็มีแค่นี้ท่านประธาน ไม้อันเดียว ไม่ได้เข้มงวดอะไรมาก มันก็ข้ามไปข้ามมาแล้วมันก็เกิดตลาด พอมีตลาดนี่จังหวัด ก็เลยบอกจัดไปทำถนนให้จะได้สัญจรสะดวก ๆ พอทำถนนเสร็จปรากฏว่ามันก็มีโควิด พอโควิดปุ๊บตลาดก็ปิดแต่ว่าถนนเสร็จแล้ว พอถนนเสร็จแต่ว่าตลาดใช้ไม่ได้แล้ว สิ่งที่ปรากฏ ก็คือสิ่งนี้นะคะ ถ้าท่านใดที่อยู่ทางบ้านลองซูมดู มองไกล ๆ จากฝั่งไทยไปจะเห็นเป็นโดม สีทองแล้วก็มีตึกรามต่าง ๆ ตรงนี้เรียกว่า Entertainment Complex ในฝั่งกัมพูชา และที่ ดิฉันเอามาโชว์นี้เพราะอะไรรู้เปล่าท่านประธาน เพราะว่าเส้นแนวนั้นเป็นเส้นแนวที่เรียกว่า MOU 43 มันเป็นเส้นแนวที่ยังไม่ได้มีการปักปันแบ่งเขตกันว่าสรุปว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นของ ใครกันแน่ มันเป็นพื้นที่ทับซ้อน แต่ฝั่งกัมพูชาสร้าง Entertainment Complex ทับแนวนั้น ดิฉันก็ถามว่าแล้วอย่างนี้ฝ่ายความมั่นคงไม่ได้มีการติดตามเรื่องนี้เลยหรือ ฝ่ายความมั่นคง ก็บอกว่าถามไปที่จังหวัดแล้วจังหวัดก็บอกเห็นอีกทีก็คือขึ้นมาแล้วแบบนี้ ก็งงเหมือนกันว่า ภาครัฐของเรานี่ทำงานกันอย่างไร แต่ว่าถึงที่สุดแล้วดิฉันก็ได้ถามเจ้าหน้าที่ที่อยู่หน้างานว่า สุดท้ายแล้วสิ่งที่เรียกว่า Entertainment Complex จริง ๆ แล้วมันเป็นแค่คำสวยหรู ของการที่เวลาทุนเทาในแผ่นดินใหญ่เขาจะเอาเม็ดเงินมาสร้างเป็นแหล่ง Scam หรือว่า แหล่ง Call Center ตามแถบตะเข็บชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เขาจะใช้คำว่า Entertainment Complex หรือบอกว่ามาทำกาสิโนนะคะ แต่ว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ ก็คือเป็นศูนย์รวมของ Scam แล้วก็แหล่งแก๊ง Call Center ท่านประธานคะ ในส่วนของการแก้ไขปัญหาแก๊ง Call Center จริง ๆ มันแบ่ง ออกเป็น ๒ ส่วนหลัก ๆ ก็คือส่วนที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงิน บัญชีธนาคาร บัญชี Crypto ต่าง ๆ อันนี้คือส่วนการเงิน อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของการค้ามนุษย์ ดิฉันไม่ได้พูด เกินเลยนะว่าประเทศเราตอนนี้กลายเป็นฮับของการค้ามนุษย์จริง ๆ ท่านประธาน เพื่อน ๆ สมาชิกของดิฉันที่กำลังจะอภิปรายต่อไปหรือต่อให้เป็นเพื่อนสมาชิกฝั่งรัฐบาลทุกคนรู้กันดี แม้กระทั่งว่าอยู่ในกรรมาธิการบางทีขอข้อมูลไปบ้าง ได้บ้าง ไม่ได้บ้างนะคะ เรายังรู้เลยว่า มันเกิดอะไรขึ้นในประเทศเราหรือว่าข้าง ๆ ประเทศเรา เรารู้ว่าประเทศเราถูกใช้เป็น ทางผ่านอย่างไรในการค้ามนุษย์ เรารู้ว่าคนที่อยู่ในตึก Scam เหล่านี้ถูกทำร้ายอย่างทารุณ สาหัสอย่างไรบ้าง บางทีมีการทำร้ายร่างกาย ช็อตไฟฟ้า เอาเก้าอี้ฟาดต่าง ๆ บางคนถูก บังคับให้เป็นโสเภณี ถึงขนาดว่าบางทีคือโดนตัดเอาอวัยวะไปขายโดยที่ไม่ได้เต็มใจ นี่คือสิ่งที่ เกิดขึ้น แล้วเราก็รู้กันดี แต่ว่ามันเป็นอะไรคะ คือ สส. รู้กันทั้งสภา ประชาชนรู้กันทั้งประเทศ รัฐบาลไม่รู้ หรือนายกรัฐมนตรีไม่มีข้อมูล ไม่มีใครรายงานหรือว่าเกิดเรื่องเหล่านี้กับท่าน ท่านบอกว่าท่านโดนแก๊ง Call Center โทรมาหลอกแล้วก็เอามาเล่าให้ฟัง มันขำท่านประธาน คือเราไม่ได้อยากรู้ว่าแก๊ง Call Center มันทำงานเก่งอย่างไร หรือนายกรัฐมนตรีโดนหลอก อย่างไร เราอยากรู้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะมาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้กับพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนอย่างไร ขนาดนายกรัฐมนตรียังโดนหลอกแล้วบอกว่าเกือบเชื่อเลย แล้วพ่อแม่ พี่น้อง ตาสีตาสาที่อยู่ตามตะเข็บชายแดนหรือต่างจังหวัดที่เขาอาจจะไม่ได้รู้หนังสือ บางคนทำงานเก็บเงินกันมาเป็น ๑๐ ปี ทำนานี่ยากลำบากจะตาย แต่ว่าพอบั้นปลายมาโดน แก๊ง Call Center หลอก เราอยากรู้มากกว่าว่านายกรัฐมนตรีจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างไร เพราะว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานมาก ๆ ดิฉันพูดคร่าว ๆ ให้ฟัง ธนาคาร แบงก์ชาติ สมาคมธนาคาร ก.ล.ต. กระทรวงการคลัง ปปง. กสทช. ค่ายมือถือ กระทรวง DE DSI สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทหาร คือใช้รองนายกรัฐมนตรี ๑ คนก็ยังไม่พอ ๒ คนยัง ไม่พอ ดังนั้นมันเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีต้องลงมาดูเรื่องนี้ด้วยตัวเอง และดิฉันก็ร้องขอว่า ให้ท่านต้องเพิ่มอัตราการเรียนรู้ของท่านมากกว่านี้ได้แล้ว คืออย่าให้คนในประเทศหรือว่า พ่อแม่พี่น้องประชาชนเข้าใจว่าทุกวันนี้ท่านมาฝึกงาน วันนี้ท่านต้องแบบแสดงความเป็น ตัวจริงของท่านได้แล้ว แล้วก็แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้สำเร็จให้ได้จริง ๆ ในยุคสมัยของท่านค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปท่านวีรภัทร คันธะ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรภัทร คันธะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง ยกเว้นตำบลบางจาก พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ล่าสุดกรณีดาราจีน ซิงซิง ที่ถูก หลอกมาค้ามนุษย์ในประเทศไทย หรือแม้แต่เรื่องอื้อฉาวเรื่องของการบุกจับแก๊ง Call Center การดูดเงินที่มีมาตลอดแล้วก็หนาหูขึ้นทุกวัน ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องอาชญากรรม ธรรมดาแต่สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของระบบป้องกันและจัดการกับอาชญากรรม ข้ามชาติในเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านกฎหมาย การบังคับใช้ และมาตรการเชิงรุก ของภาครัฐ ท่านประธานครับ ประเทศไทยเคยถูกขนานนามว่าเป็นศูนย์กลางของอาเซียน แต่วันนี้เรากลับถูกตราหน้าว่าเป็นประตูสวรรค์ของกลุ่มอาชญากรที่เลือกใช้ประเทศไทย เป็นฐานในการค้ามนุษย์ แล้วก็กระทำผิดกฎหมายข้ามชาติ เราคงต้องถามตัวเองว่า เพราะเหตุใดโครงสร้างความปลอดภัยของประเทศไทยหรือแม้แต่ภายในประเทศ รอบ ๆ ประเทศไทยถึงอ่อนแอ แล้วใครเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากช่องโหว่เหล่านี้ ประเทศไทย อาจจะมีจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ แต่ความล้มเหลวในการ บังคับใช้กฎหมายกลับกลายเป็นเรื่องของดาบสองคมที่เปิดโอกาสให้กลุ่มมิจฉาชีพใช้ ประเทศไทยเป็นฐานในการดำเนินกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ซึ่งประเทศไทยก็มีกฎหมาย มากมาย ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ป้องกันการปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ร.บ. คนเข้าเมือง แต่ปัญหาก็ยังเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราจึงควรพิจารณา ๒ พ.ร.บ. นี้ว่ายังไม่ครอบคลุมปัญหา ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันหรือเปล่า หากกฎหมายที่มีอยู่ยังไม่สามารถปิดช่องว่างเหล่านี้ได้ก็คงถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องปรับปรุง กฎหมายให้ทันสมัยแล้วก็มีประสิทธิภาพมากขึ้น ท่านประธานครับ ผมอยากเสนอข้อเสนอ เชิงรุกเรื่องของการปฏิรูปกฎหมาย ๒ พ.ร.บ. ที่กล่าวมา ซึ่งก็คาดหวังว่าการส่งเรื่องนี้เข้าไป ยังคณะกรรมาธิการจะช่วยเสนอ แล้วก็แก้ไขในเรื่องของ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปราม การค้ามนุษย์ แล้วก็ พ.ร.บ. คนเข้าเมือง เราควรจริงจังกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการทุจริตและละเลยหน้าที่นะครับ🔗
ต่อมาผมเสนอว่า เราควรมีหน่วยงานพิเศษที่ทำงานร่วมกับหน่วยงานระหว่าง ประเทศเพื่อสกัดกั้นอาชญากรระดับนานาชาติ หรือศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรม ข้ามชาติที่เน้นการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์อย่างบูรณาการ รายงานความคืบหน้าต่อประชาชน อย่างโปร่งใส หากท่านจริงจังต่อปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจากการค้ามนุษย์และแก๊ง Call Center ท่านก็ควรมีการปฏิบัติงานเชิงรุกที่มากกว่านี้🔗
แล้วสุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่รัฐบาลควรทำ ก็คือการจัดทำความร่วมมือระหว่าง ประเทศ ลงนามในข้อตกลงความมั่นคงฉบับใหม่ที่มีมาตรการเข้มงวดและตรวจสอบได้ รวมถึงการสร้างเครือข่ายข่าวกรองระหว่างประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบ Real Time สำคัญนะครับ รัฐบาลต้องพิสูจน์ไม่ใช่แค่ด้วยคำพูดแต่ด้วยการกระทำ เพราะรัฐบาลชุดนี้ เคยประกาศเจตจำนงอย่างชัดเจนที่จะแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง แต่การแก้ปัญหา ที่ผ่านมาแสดงถึงความจริงจังหรือไม่ การบุกจับกลุ่มมิจฉาชีพรายใหญ่ในประเทศไทย หรือว่าบริเวณใกล้เคียงมีผลลัพธ์ที่จับต้องได้แค่ไหน มีแผนเชิงรุกชัดเจนในการป้องกันไม่ให้ ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งพักพิง หรือศูนย์กลางของแก๊งมิจฉาชีพหรือไม่🔗
ท่านประธานครับ เมื่อไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสเดินทางไปที่แม่สอด จังหวัด ตาก ไปธุระส่วนตัว แต่สิ่งที่ผมพบครับ ผมเรียก Grab Grab ก็ยังหันมาพูดกับผมว่าเดี๋ยวนี้ คนจีนเยอะมาก แล้วก็มีเรื่องของแก๊ง Call Center อะไรที่อยู่บริเวณนี้ก่อนที่ซิงซิง จะเป็นข่าวดังเสียอีก แม้แต่คนในพื้นที่ยังรู้เลยท่านประธาน แต่ว่าเราหลายคนอาจจะหลับตา หรือว่าไม่ทราบได้เพราะว่ามีผลประโยชน์หรืออะไรหรือเปล่า ผมก็ไม่อาจจะก้าวล่วงได้ แต่สิ่ง สำคัญก็เป็นการฝากคำถามถึงรัฐบาลแล้วก็สังคมไทย การที่ประเทศไทยถูกตราหน้าว่า เป็นประตูนรกของนักท่องเที่ยว แต่เป็นประตูสวรรค์สำหรับมิจฉาชีพ เป็นแหล่งที่มาของ อาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้ใช้ประเทศไทยโดยตรงแต่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน ไปที่ประเทศเพื่อนบ้าน เราเรียกได้ว่าเราเสียศักดิ์ศรีของประเทศมาก ท่านประธานครับ ผม Check จาก Weibo Social Media ของชาวจีนเมื่อเช้านี้ เขาก็ถามอยู่ว่ารัฐบาลไทยจะตัด ไฟกี่โมง จริง ๆ ก็มีแนวทางหลายแนวทางแต่เราก็เห็นแล้วว่าตอนนี้ถ้าท่านลองกลับไป สอบถามหน่วยงานราชการนะครับ หน่วยงานราชการประเทศจีนที่กำลังจะเดินทางมา ประเทศไทยก็ยกเลิกแผนการเดินทางมา กลุ่มนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาในช่วงตรุษจีนก็ ยกเลิกการเดินทางมา แสดงให้เห็นว่าอะไรครับ แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่ ปลอดภัยอีกต่อไปในสายตาไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่รวมถึงข้าราชการแล้วก็ หน่วยงานที่ต้องการเดินทางมาดูงานที่ประเทศไทยด้วย สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึง ความล้มเหลวของระบบป้องกันและบังคับใช้กฎหมายในระดับเชิงโครงสร้าง ซึ่งไม่เพียงแต่ ทำให้เราเสียหน้าทางการเมืองแต่ยังถูกเหยียดหยามจากสังคมโลกด้วยว่าเป็นรัฐบาล ที่ไร้น้ำยา และยังทำให้เราเสียรายได้มหาศาลจากการท่องเที่ยวและความสัมพันธ์ทาง เศรษฐกิจจากนานาชาติ นี่มันน่าอับอายขายหน้าที่สุดเลย ท่านประธานครับ ในเมื่อกฎหมาย นี้ที่มีอยู่ไม่ได้ตอบโจทย์ แล้วก็ความร่วมมือของระหว่างประเทศก็ยังขาดความโปร่งใส ก็ถึง เวลาแล้วที่เราจะต้องถามตัวเองว่ารัฐบาลนี้พร้อมแล้วหรือยังที่จะทำอะไรเพื่อแก้ไขปัญหานี้ หรือจะปล่อยให้ประเทศไทยเสียโอกาสไปมากกว่านี้ กำไรระยะสั้นที่เกิดจากการลงทุนที่ไม่ โปร่งใสจะคุ้มค่ากับชื่อเสียง กับความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยของพี่น้องชาวไทย และนักท่องเที่ยวได้หรือไม่ หากประเทศไทยยังคงนิ่งเฉยแล้วปล่อยให้กลุ่มมิจฉาชีพใช้เรา เป็นฐานปฏิบัติการ ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลกจะเป็นไปในทางไหน ต่อให้ นายกรัฐมนตรีจะเดินทางบินไปกี่ประเทศถ้าเราแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ก็ไม่ต้องบินแล้วครับ ผมว่าแก้ปัญหานี้ได้ก็เหมือนกับท่านบินไปแล้วหลายประเทศ เราจะปล่อยให้ประเทศไทย เป็นฐานที่มั่นของอาชญากรรมข้ามชาติหรือไม่ นี่ก็คือคำถามสำคัญ หรือเราพร้อมจะยอมรับ ว่าเราก็เป็นเพียงหมากตัวเล็กในเกมของอาชญากรข้ามชาติ ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้อง แสดงความกล้าหาญในการปฏิรูประบบอย่างจริงจัง และหยุดยั้งปัญหานี้ก่อนที่ประเทศไทย จะเสียทุกอย่าง สุดท้ายนะครับ จะตัดไฟกี่โมง ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผม ขออภิปรายสนับสนุนญัตติจากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้เสนอญัตติทั้ง ๓ ท่านที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องค้ามนุษย์ข้ามชาติ ท่านประธานครับ บัญญัติความการค้ามนุษย์เพิ่งมีไม่กี่ปีนี้เองครับ เมื่อก่อนนั้นการค้ามนุษย์ถ้าจะพูดถึงแล้วมันมีตั้งแต่นานมาแล้ว ตั้งแต่ผมเกิดมาคนที่ ถูกหลอกมากที่สุดก็คือคนไทยต้มคนไทยด้วยกันนี่ละ ก็คือความหมายว่าพี่น้องภาคอีสาน ของผมถูกหลอกมากที่สุด คราวก่อนนั้นถูกหลอกมาทำสวนมันสำปะหลัง มาดายหญ้า มันสำปะหลัง เขาเรียกว่ามาแถวจังหวัดชลบุรีนี่นะครับ ประมาณ ๕๐ ๖๐ ปีที่ผ่านมานั้น แล้วก็มาเป็นทาสของนายทุนอยู่ที่นี่ แล้วพี่น้องชาวอีสานของผมก็ถูกหลอกไปตัดอ้อย ที่เมืองกาญจน์ เอาปืนจี้เลยครับสมัยก่อนเพื่อที่จะให้ทำ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว แล้วพี่น้องภาคเหนือก็ถูกหลอกมาเหมือนกัน ก็เป็นที่ทราบกันดีก็ถูกหลอกมาใช้บริการ อะไรต่าง ๆ นานาเหล่านั้น บางครั้งบางคราวผมว่าเมื่อก่อนนั้นเป็นทาส หลังเป็นทาสของ นายทุนบ้าง เป็นทาสของเราผู้ใช้แรงงานก็เป็นทาสมาตลอด แต่ ณ วันนี้การค้ามนุษย์นี้มันมี อยู่ทั่วโลก เพราะฉะนั้นประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศถ้าพูดแล้วยังเป็นประเทศที่ยังไม่ได้พัฒนา เป็นประเทศที่กำลังพัฒนา เพราะประเทศที่ด้อยพัฒนาก็ถูกประเทศที่กำลังพัฒนาหลอก เข้ามา ก็เหมือนที่เพื่อนบ้านที่เข้ามานี่ละครับ มนุษย์ด้วยกันค้ามนุษย์ด้วยกัน บางทีมนุษย์ ก็เป็นคนดีในการที่จะทำงานดีเพื่อที่อาศัยอะไรต่าง ๆ นานา แต่ในขณะเดียวกันนั้นการค้า มนุษย์เหล่านี้มันก็มีอยู่ทุกหย่อมหญ้านั่นก็คือส่วนหนึ่ง แล้วพี่น้องประเทศไทยก็ถูก ต่างประเทศที่เป็นประเทศที่ว่าเจริญแล้วไปค้ามนุษย์เช่นเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ณ วันนี้เราไปค้าแรงงานอยู่ต่างประเทศก็คือประเทศฟินแลนด์และประเทศสวีเดน ก็ถูก หลอกไปเหมือนกัน ไปเก็บผลไม้ Berry ตามฤดูกาล พอไปเก็บแล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มี การทำสัญญา ถูกหลอกให้ทำสัญญาโน่นนี่นั่น ต่อมาก็คือเสียเงินเสียทองไปประมาณ ๗๐,๐๐๐ ๘๐,๐๐๐ ๙๐,๐๐๐ บาท สุดท้ายก็มีการฟ้องร้องกลับขึ้นมาก็เป็นคดีความ ไปเสียนากลับมาเสียเมียอีก ไปแค่ ๓ เดือนครับ นี่คือเป็นปัญหาสำคัญเข้าสู่กระบวนการของ กระทรวงแรงงานสู่ DSI ด้วย ยังเป็นคดีความอยู่ พอเป็นคดีความอยู่ก็ยังไม่ไปหน้ามาหลัง ท่านประธานครับ กฎหมายระหว่างฟินแลนด์กับกฎหมายประเทศไทยก็แปลความเป็น ภาษาอังกฤษอยู่นั่นละ ผมว่าคนที่รับคดีไม่ว่าจะเป็น DSI ไม่ว่าจะเป็นกงสุล มันโง่ขนาดนั้น เลยหรือครับ มันไม่สามารถที่จะแปลความเป็นภาษากฎหมายให้ตรงกันได้หรือครับ ขณะนี้ ยังเป็นคดีความอยู่ประมาณร้อยกว่าคน และกำลังตั้งหลักอีกประมาณ ๑,๒๐๐ คน ที่ไปเก็บ Berry ก็ถูกหลอก ก็เห็น ๆ อยู่แล้วว่าถูกหลอกไป ก็คือค้ามนุษย์ละครับ ไปบอกว่าจะมีเงินดี ค้าขายโน่นนี่นั่น ไปเก็บดอกไม้ป่า ไปเก็บผลไม้ป่ากลับมา พอกลับมาเอาไปค้าขายก็ถูก นายทุนอยู่ตรงนั้นไม่ให้เงินครับ สุดท้ายก็ถูกทั้งนายทุนประเทศไทย นายหน้าหลอกอีก แล้วไปถูกนายหน้าใหญ่อยู่ในต่างประเทศหลอกอีกครับ ต้องดิ้นรนกลับไปหากระทรวง การต่างประเทศ กงสุลส่งกลับมาครับ นี่ก็คือปัญหาใหญ่ ๆ ณ วันนี้ที่พอรู้ ในประเทศเกาหลี ก็นับหมื่นคน หลายหมื่นคนทั้งสวีเดนและประเทศฟินแลนด์และเกาหลีอีก เกาหลีที่เป็น ประเทศที่ว่าเจริญแล้วนี่ก็ยังถูกหลอกไปเหมือนกัน เพราะฉะนั้นนับเป็นแสนคนที่ไม่ถูกต้อง ตามกติกาและกฎหมาย ก็เพราะถูกลอกแบบทันสมัยนี่ละครับ ผมอยากจะขอกราบเรียนว่า ณ วันนี้ต้องเอาจริงเอาจังแล้ว ไม่ต้องพูดหรอก Call Center ไม่ว่าจะเป็นใครหลอกไม่หลอก ท่านประธานผมว่าก็ต้องเจอเหมือนกันนั่นละ ผมก็เคยพูดหลายครั้งอยู่ตรงนี้ เราเจอกัน ทุกคนโทรศัพท์นี่ เพราะฉะนั้นการถูกหลอกลวงเหล่านี้มันมีปัญหาและการถูกหลอกลวง การค้ามนุษย์ตลอดระยะเวลา ๕ ปีที่ผ่านมานั้น มันมีการค้ามนุษย์ทางด้านแรงงานแสวงหา ประโยชน์ ผู้หญิง ผู้ชาย บุคคลที่หลากหลายทางเพศ และเด็กในประเทศ หรือประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศศรีลังกา รัสเซีย อุซเบกิสถาน และอะไรต่าง ๆ เยอะแยะอยู่ในประเทศเอเชีย ยูกันดาอะไรในประเทศไทยนี่ก็ถูกหลอกมาเหมือนกัน เราหลอกเขา เขาหลอกเรา แต่เราเป็นประเทศไทยเราจะต้องมีการป้องกันเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะคนทั่วโลกเขาถือว่า เป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน เราถูกหลอก เขาก็ถูกหลอกเหมือนกัน มันจะเป็นลักษณะอย่างนี้ กติกาของประเทศไทยมันมีเราต้องจัดการให้ราบคาบกับพวกนี้ โดยเฉพาะสถิติเด็ก ณ วันนี้ เด็ก ๑๕ ปี ถึง ๑๘ ปี ถูกหลอกเข้ามาทำงาน คือมีโอกาสได้ทำงานแล้ว อยู่ในสถานบริการ ต่าง ๆ เยอะแยะ เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้มันต้องเอาจริงเอาจัง เมื่อก่อนนั้นหลอกมาขายตัว ในซ่องมีแมงดาคุมอีก แล้วเดี๋ยวนี้มีแมงดาที่ทันสมัยด้วย เพราะฉะนั้นตรงจุดต่าง ๆ เหล่านี้ คนมีสีเข้าไปเป็นแมงดาด้วยครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะขอกราบเรียนกับท่านประธานว่า ขอสนับสนุนให้สำเร็จเด็ดขาดเลย เสนอให้รัฐบาลเพื่อที่จะจัดการเรื่องนี้ ไหน ๆ ก็โยกย้าย พวกคนมีสีเรื่องตำรวจ แล้ว ผบ.ตร. แล้วก็ในหน่วยงานต่าง ๆ เกี่ยวกับความมั่นคงให้จัดการ เรื่องนี้ให้สำเร็จเด็ดขาด ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณมากครับ ๓ ท่านถัดไป ท่านฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ท่านเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ต่อด้วยท่านฐิติมา ฉายแสง เชิญท่านฐิติกันต์ครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ ผู้แทนอำเภอถลางและตำบลกะทู้ พรรคประชาชน วันนี้ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้มีส่วนร่วมในการอภิปราย สนับสนุนญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไข ปัญหาขบวนการค้ามนุษย์ แก๊งคอลเซนเตอร์และบัญชีม้า ที่เพื่อนสมาชิกจากพรรคเป็นธรรม และพรรคประชาชนได้ร่วมกันเสนอ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขอแสดง ความเสียใจต่อเหยื่อที่เสียชีวิตจากขบวนการค้ามนุษย์ แก๊ง Call Center ทั้งคนไทยและ ชาวต่างชาติ ผมคิดว่าชีวิตเรานั้นไม่ควรต้องตายจากขบวนการอาชญากรข้ามชาติที่มีถิ่นพำนัก อยู่ในบริเวณชายแดนไทย ผมขอพูดถึงกรณีอดีตพนักงานการไฟฟ้าวัย ๗๑ ปี ชาวจังหวัด ภูเก็ต ซึ่งได้ใช้ชีวิตบั้นปลายหลังวัยเกษียณคนเดียวที่จังหวัดจันทบุรี หลังจากถูกแก๊ง Call Center หลอกลวงให้ลงทุนในธุรกิจเสื้อผ้าจนสุดท้ายหลงกลสูญเสียเงินก้อนสุดท้ายในชีวิต จากความเครียดได้เขียนจดหมายสั่งเสียลูกชายและญาติเตรียมเสื้อผ้าชุดโปรดไว้ใส่โลง สุดท้ายใช้เชือกผูกคอตายที่บ้านพักหลังจากฉลองวันเกิดได้เพียงแค่วันเดียว ท่านประธาน เคยสงสัยบ้างไหมว่าข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เบอร์โทรศัพท์ ชื่อ หมายเลขบัตรประชาชน และที่อยู่ของพวกเรานั้นแก๊ง Call Center เอามาจากไหน ทำไมรู้จักกันไปหมดเลยว่าเรา บ้านอยู่ที่ไหน มีการข่มขู่ด้วยถ้าเกิดเรารู้ ท่านประธานครับ นอกจากผู้เสียชีวิตจากการ สูญเสียเงินทอง ทรัพย์สิน เพราะถูกแก๊ง Call Center โทรมาหลอกนั้น เรากลับพบว่าข้อมูล อีกด้านหนึ่งแก๊ง Call Center เองผู้เป็นต้นสายที่โทรมาหลอกคนอื่นก็กลายเป็นเหยื่อของ ขบวนการนี้เช่นกัน จากข้อมูลของสหประชาชาติเมื่อปี ๒๐๒๓ พบว่าเหยื่อค้ามนุษย์ใน เมียนมาอย่างน้อย ๑๒๐,๐๐๐ คน กัมพูชาอีก ๑๐๐,๐๐๐ คน พวกเขาถูกบังคับถูกหลอก ให้ทำงานทางอินเทอร์เน็ต ตามรายงานบอกว่าเหยื่อส่วนมากเป็นผู้ชายจากทวีปเอเชีย บางส่วนมาจากแอฟริกา ลาตินอเมริกา และแน่นอนบางส่วนคือคนไทยและพี่น้องร่วมชาติ ของเรา อย่างเช่นในจังหวัดภูเก็ตมีเด็ก ๆ โดนหลอกว่าได้ไปทำงานที่กรุงเทพฯ ไปอยู่กับ บริษัทออกแบบเกมคอมพิวเตอร์ มีเงินเดือนหลักหมื่น แรก ๆ ไปทำงานได้ ๑-๒ เดือน ก็ส่งเงินกลับมาบ้านตามปกติ แต่หลังจากนั้นอีกไม่นานก็หายสาบสูญไปติดต่อไม่ได้ กลับมา อีกครั้งก็มาด้วยการเสียชีวิตด้วยการหัวใจวายตาย วิธีการทำงานของพวกเขาคือคนประเทศไหน หลอกคนประเทศนั้นเพราะใช้ภาษาในการสื่อสารภาษาเดียวกัน แน่นอนท่านประธานคนที่ ทำหน้าที่โทรศัพท์เป็น Call Center ในแก๊งอาชญากรเหล่านี้บางคนอาจจะไปทำด้วยความ เต็มใจ แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ถูกบังคับ ถูกล่อลวง ถูกหลอก หรือแม้กระทั่งถูกลักพาตัวไป ตามที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปบ้างแล้ว ท่านประธานครับ ไม่ได้มีเฉพาะแก๊ง Call Center ที่อยู่บริเวณชายแดนประเทศเพื่อนบ้านเราเท่านั้น ที่ภาคใต้ของประเทศไทย เช่นที่อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็เคยปรากฏข่าวการบุกจับทลายแก๊ง Call Center ชาวจีนที่ตลาดจันดี พบว่ามีนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่เป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ แก๊งเหล่านี้ ประเด็นคนช่วยนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ท่านประธานครับ อาชญากรเหล่านี้ไม่สามารถดำเนินการอยู่ได้โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ภาครัฐ นักการเมือง หรือผู้มีอิทธิพลให้ความช่วยเหลือ ไม่ว่าในประเทศไทยหรือตามแนวตะเข็บ ชายแดนก็ตาม ผมจึงคิดว่าการตั้งกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้หากตั้งขึ้นได้จริง หรือแม้ว่าจะส่ง เรื่องนี้ไปให้กรรมาธิการสามัญที่เกี่ยวข้องได้พิจารณา เรื่องหนึ่งที่ควรจะศึกษาอย่างจริงจังก็คือ ต้องไปตรวจดูว่ามีผู้มีอำนาจคนไหน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ทหาร ตำรวจ หรือนักการเมือง ผู้มีอิทธิพลใด ๆ ในแต่ละพื้นที่ให้ความช่วยเหลือขบวนการค้ามนุษย์ แก๊ง Call Center พวกนี้อยู่บ้าง ตรวจสอบเส้นทางการเงิน เส้นทางความเชื่อมโยงทางธุรกิจ เรื่องพวกนี้ ฝ่ายความมั่นคงน่าจะมีข้อมูลอยู่แล้ว ก็เชิญหน่วยงานเหล่านี้มาให้ข้อมูลในกรรมาธิการได้ สุดท้ายนี้อยากจะสื่อสารไปยังพี่น้องประชาชนผ่านท่านประธานว่า ข้อเท็จจริงในปัจจุบัน ปรากฏแน่ชัดว่าขบวนการค้ามนุษย์เหล่านี้ แก๊ง Call Center เหล่านี้ ใช้พื้นแผ่นดินพม่า พื้นแผ่นดินเขมรในการหลอกคนไทย ในขณะเดียวกันก็มีแก๊งอื่น ๆ ใช้พื้นแผ่นดินไทยในการ หลอกคนพม่า คนเขมร คนจีน รวมถึงคนชนชาติอื่น ๆ ทั่วโลก เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นชาตินิยม แต่เป็นเรื่องของความเป็นมนุษย์ที่ไม่ว่าชนชาติไหนก็ล้วนตกเป็นเหยื่อของการถูกหลอก จนสุดท้ายต้องมาจบชีวิตอย่างน่าเศร้าได้แทบทั้งสิ้น ดังนั้นนี่จึงไม่ใช่การอภิปรายเรื่องไกลตัว แต่ถ้าท่านคือคนหนึ่งที่เคยถูกโทรศัพท์มาจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ TikTok ให้ชวนไป ทำงานบ้างละ หรือมีพัสดุไปรษณีย์ตกค้างอยู่ที่จังหวัดที่ท่านไม่เคยไปบ้างละ เรื่องนี้เป็นวาระ แห่งชาติที่จำเป็นต้องมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ผมขอสนับสนุนการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ หรืออย่างน้อยที่สุดส่งเรื่องไปให้คณะกรรมาธิการความมั่นคง เพื่อจะได้ดำเนินการศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อให้นำเสนอต่อรัฐบาลต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านเลาฟั้ง เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขออภิปรายสนับสนุนญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องปัญหาการค้ามนุษย์ตามแนว ชายแดน ท่านประธานครับ ผมขอเท้าความอย่างนี้ ช่วงก่อนปี พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐบาลจีนได้มี เป้าหมายอย่างชัดเจนในการที่จะนำพาประเทศไปสู่ระดับสากล ในการดำเนินการดังกล่าว รัฐบาลจีนได้ดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมอย่างหนักเพื่อที่จะสร้างแรงจูงใจให้มีการ ลงทุน รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คู่ค้า การปราบปรามกลุ่มอาชญากรรมโดยเฉพาะกลุ่ม ทุนจีนสีเทา แล้วก็กลุ่มธุรกิจมืดถูกปราบปรามอย่างนักโดยเฉพาะการค้ามนุษย์ การดำเนินการดังกล่าวทำให้สถิติการค้ามนุษย์ในประเทศจีนลดลงไปอย่างมาก แต่ในทาง กลับกันประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลับมีสัดส่วนที่สูงขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อกลุ่มทุนจีน กลุ่มขบวนการค้ามนุษย์ไม่สามารถที่จะดำเนินการในจีนได้ ได้มีการย้ายฐาน ไปยังประเทศอื่น ๆ ประเทศเมียนมาคือเป้าหมายที่สำคัญ ที่แรก ๆ ที่ได้มีการตรวจพบก็คือ ที่เล่าไก่อยู่ในเขตปกครองโกก้าง สไลด์ต่อไปนะครับ อันนี้ก็คือมีการตรวจพบที่เล่าไก่ แล้วก็มี การทลายในช่วงปี ๒๕๖๖ แล้วต่อมาในประเทศจีนก็เกิดความตื่นตัว มีการฉายหนังอยู่ เรื่องหนึ่งสะท้อนปัญหาการค้ามนุษย์ที่คนจีนถูกหลอกลวงมาตกเป็นเหยื่อขบวนการ ค้ามนุษย์ คนจีนดูหนังเรื่องนี้แล้วมีความแตกตื่นไม่กล้าที่จะเข้ามาในประเทศไทย อันนี้ก็คือ หนังชื่อว่า No More Bets แล้วเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ได้เกิดเหตุการณ์นี้ ซึ่งมันเป็นการตอกย้ำความคิด ความเชื่อของคนจีนว่ามาไทยและประเทศที่อยู่รอบประเทศไทยไม่ปลอดภัย หลังจากที่เกิด ข่าวนี้ในสังคมจีนเกิดความตื่นตัวเรื่องนี้อย่างมาก กระแส Social ต่าง ๆ ไม่อยากที่จะ เดินทางมาในประเทศไทยเหมือนอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้อภิปรายไปแล้ว เมื่อเกิด เหตุการณ์เหล่านี้ถามว่าประเทศไทยได้ทำอะไรบ้างนะครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็คือวันที่ ๑๔ มกราคมที่ผ่านมา ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านดำเนินการ ศูนย์สั่งการ ชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จังหวัดตาก โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธาน ได้ดำเนินการจัดประชุมด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ แล้วผลในที่ประชุมได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหา อาชญากรรมข้ามชาติและการค้ามนุษย์ ดูเหมือนจะดีที่ได้มีการตอบสนองเรื่องนี้อย่าง รวดเร็ว แต่ผลสรุปที่ออกมา มาตรการที่ออกมาจากการประชุมมันเป็นสิ่งที่น่าผิดหวังครับ น่าผิดหวังอย่างไร ผลก็คืออันที่ ๑ ออกมาว่า จัดระเบียบข้อมูลข่าวสารในการชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อประชาชนและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง คือยังไม่ได้มีการดำเนินการใด ๆ เลย แค่ที่จะจัดระเบียบข้อมูลข่าวสารนะครับ อันต่อไปก็คือเน้นย้ำให้หน่วยงานด้านความมั่นคง ในพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ อันต่อไปก็คือประสานกับทุกฝ่ายเพื่อให้ ข่าวสารป้องกันการลักลอบข้ามชายแดนโดยผิดกฎหมายอย่างนี้ แล้วอันสุดท้ายก็คือ เตรียมการรับการประสานและให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม ก็คือบอกว่ามีการ ออกมาตรการอะไรขึ้นมา ดำเนินการประชุมกันอย่างจริงจัง แต่สิ่งที่จะทำมันก็เหมือนกับ ไม่ได้ทำ คือการสั่งการ การขอให้มีการประชาสัมพันธ์ การจัดการข้อมูลข่าวสารนี่เป็นงาน ปกติที่หน่วยงานในระดับพื้นที่เขาทำกันอยู่แล้ว มันไม่ใช่มาตรการที่จะแก้ไขอะไรได้เลย สิ่งแรกที่จะต้องจัดการก่อน ต้องทำอะไรก่อนใครเพื่อน ก็คือการจัดการกับเจ้าหน้าที่ที่ทุจริต คอร์รัปชัน การค้ามนุษย์ข้ามชายแดนไปมา โดยเฉพาะที่จังหวัดตากเกือบทุกพื้นที่ทุกเส้นทาง มีเจ้าหน้าที่อยู่ตามด่านชายแดน ถ้าหากเจ้าหน้าที่ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชันไม่มีทางที่จะ ผ่านไปได้หรืออย่างน้อยมันก็น้อยลง เมื่อไม่มีการดำเนินการแบบนี้ถามว่าการจัดระเบียบ ข้อมูลข่าวสาร การประชาสัมพันธ์ มันก็ทำกันทุกวันอยู่แล้วแล้วจะไปแก้อะไรได้ล่ะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าปรากฏการณ์แบบนี้ที่ผมพูดผมไม่ได้โทษที่ตัวผู้ว่านะครับ รัฐบาลไทย ผู้มีอำนาจในสังคมไทยไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไรเลยกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนนี้จำนวน นักท่องเที่ยวจีนจะลดลง แล้วหลังจากเรื่องการท่องเที่ยวจะลามไปเรื่องอื่นอีกอะไรรู้ไหมครับ การลงทุนอื่น ๆ ที่จะได้รับผลกระทบตามมา ถ้าหากรัฐบาลไทยยังทำตัวนิ่งเฉย ไม่เดือดร้อน อะไรกับปัญหาที่เกิดขึ้นมันอาจจะเกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจ สังคมในอนาคตโดยที่เรา คาดไม่ถึง เพราะฉะนั้นผมจึงขอสนับสนุนญัตตินี้เพื่อให้มีการลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ อย่างจริงจังครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านฐิติมา ฉายแสง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง จังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ เรื่องการ ค้ามนุษย์นั้นดิฉันขอเริ่มด้วยคำถามง่าย ๆ ที่อยากให้ทุกคนได้ลองคิดว่าหากวันหนึ่งลูกของเรา หลานของเรา หรือคนในครอบครัวของเรานั้นถูกล่อลวงและตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ แล้วเราจะรู้สึกอย่างไร เราจะยอมรับได้ไหมว่าเห็นคนของเราที่เรารักต้องทุกข์ทรมาน ในสถานที่ที่ไม่มีความปลอดภัย ต้องถูกขัง ถูกทรมาน แล้วไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเลย สิ่งเหล่านี้มันไม่ใช่แค่เรื่องในข่าวค่ะท่านประธาน แล้วไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่มันเป็นความจริง ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยเราทุกวันนี้ ปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทยยังคงอยู่ในระดับวิกฤติ แม้ว่าเราจะมีมาตรการที่เข้มแข็ง แต่รายงานของ Trafficking in Persons Report ของ สหรัฐอเมริกาก็ชี้ว่าประเทศไทยนั้นอยู่ในระดับที่เราพูดกันง่าย ๆ Tier 2 ก็คือ Tier 2 Watch List ซึ่งหมายความว่าเรายังต้องทำงานให้หนักกว่านี้ ท่านประธานเราต้องทำในเรื่อง อะไรบ้าง เรื่องการป้องกัน เรื่องการบังคับใช้กฎหมาย แล้วก็ช่วยเหลือเหยื่อ หลายคนที่ ตกเป็นเหยื่อนั้นยังคงไม่ได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสม พวกเขาถูกบังคับให้ใช้แรงงาน ค้าประเวณี หรือแม้แต่ถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่เขาไม่อยากจะทำ สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ทำลายชีวิต ของพวกเขา แต่มันยังทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของพวกเราทุกคน ดิฉันอยากชี้ให้เห็น ว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากขบวนการที่ผิดกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่มันเกิดจากความล้มเหลว ในระบบของเรา เช่น ความยากจน การศึกษาไม่เพียงพอ แล้วก็ช่องโหว่ในระบบยุติธรรม ที่ทำให้เจ้าหน้าที่บางคนยังเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้โดยตรง ถ้าเราไม่กล้าตั้งคำถามกับ สิ่งเหล่านี้การค้ามนุษย์จะยังคงอยู่ค่ะท่านประธาน ดิฉันอยากให้ทุกคนลองคิดอีกครั้งว่า หากคนในครอบครัวเราเองตกอยู่ในสถานการณ์นี้เราจะนิ่งเฉยอยู่หรือเปล่า ดิฉันขอเสนอ แนวทางที่ต้องทำทันทีเพื่อแก้ปัญหานี้นะคะ🔗
ข้อ ๑ คือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เราต้องตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการสมคบคิดกับขบวนการค้ามนุษย์🔗
ข้อ ๒ เราต้องสร้างระบบเยียวยาเหยื่อ จะต้องจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเหยื่อ ด้วยการใช้เงินค่าปรับจากผู้กระทำผิดเพื่อให้พวกเขาได้มีโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่🔗
ข้อ ๓ เราต้องสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ แล้วก็ในระดับประเทศ ของเราเองด้วย ท่านประธานคะ ประเทศไทยควรร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและองค์กร ระหว่างประเทศในการติดตามและปราบปรามเส้นทางการค้ามนุษย์ คือเราต้องผลักดัน ในเวทีโลก สิ่งที่สำคัญคือเราต้องแสดงความจริงใจ จริงจังด้วย ของไทยเองในเวทีนานาชาติ เช่น อาเซียนก็ดี สหประชาชาติก็ดี เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแล้วดึงความร่วมมือขององค์กร จากต่างชาติ แล้วเราก็ต้องปลูกจิตสำนึกในชุมชน เราสามารถใช้การศึกษา ใช้การรณรงค์ เพื่อให้คนไทยทุกคนตระหนักถึงปัญหาและช่วยกันป้องกันตั้งแต่ต้นทาง คือให้ประชาชน คนไทยสามารถป้องกันตนเองและสามารถรายงานผู้ต้องสงสัยได้ด้วย🔗
ท่านประธานคะ ดิฉันเพิ่มเติมก็คือว่าเราต้องสร้างงาน แล้วก็ลดความเหลื่อมล้ำ ในชุมชน การค้ามนุษย์นั้นเกิดจากความยากจน แล้วก็ขาดโอกาสในชีวิต ดังนั้นรัฐควร ส่งเสริมการสร้างอาชีพที่มั่นคงในพื้นที่ชนบท พร้อมสนับสนุนการศึกษาและทักษะอาชีพ เพื่อให้คนมีทางเลือกที่ดีกว่า ต้องสร้างทีมเฉพาะกิจด้วยที่มีหน้าที่สืบสวน ปราบปราม ขบวนการค้ามนุษย์โดยตรง แนวทางสุดท้าย คือเราต้องนำเทคโนโลยีเอไอ และ Big Data มาตรวจสอบเส้นทางการค้ามนุษย์ ตรวจสอบธุรกรรมการเงิน หรือเส้นทางการลักลอบ ข้ามแดน🔗
สุดท้ายดิฉันขอจบด้วยคำถามอีกครั้งว่า ถ้าพรุ่งนี้ลูกหลานของเราเองตกเป็น เหยื่อการค้ามนุษย์เราจะทำอย่างไร การค้ามนุษย์ไม่ใช่แค่ปัญหาของเหยื่อ แต่เป็นการทำลาย คุณค่าของความเป็นมนุษย์ของเราทุกคน ดิฉันขอเรียกร้องให้เราทุกคนร่วมกันแก้ไขอย่าง จริงจังเพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ไม่มีใครต้องตกเป็นเหยื่อของขบวนการนี้ อีกต่อไป ค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗
๒ ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านปิยรัฐ จงเทพ แล้วต่อด้วยท่านไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ เชิญท่านปิยรัฐ จงเทพ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปิยรัฐ จงเทพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตพระโขนง เขตบางนา พรรคประชาชน ต่อประเด็นนี้ญัตติเรื่องของการค้ามนุษย์ ท่านประธานครับ ผมเองในฐานะเป็นกรรมาธิการ อยู่ในคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการ ปฏิรูปประเทศ ผมเองตอนแรกไม่ได้ตระหนักถึงปัญหาเรื่องนี้มากเท่ากับการได้มีโอกาส เข้ามาอยู่ในกรรมาธิการชุดนี้ เราได้รับเรื่องร้องเรียน เราได้รับเรื่องราวเกี่ยวกับปัญหา การค้ามนุษย์ การลักลอบสิ่งผิดกฎหมายต่าง ๆ มากมายหลายเรื่อง เราได้พิจารณาเรื่องนี้ กันมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ มีเคสหนึ่งที่ผมมีโอกาสได้เข้าไปช่วยเหลือตั้งแต่ช่วงที่เขายังอยู่ ที่ประเทศเพื่อนบ้าน เอ่ยชื่อประเทศได้ครับ เพราะว่าเป็นข้อเท็จจริงก็คือกัมพูชา เขาไม่มี ทางเลือก เขาทักมาทาง Page Inbox ตามทางช่องทางที่เขาทำได้ผ่านท่าน สส. สุภกร เขตสวนหลวง พรรคประชาชน เดิมทีนั้นเราทำการช่วยเหลือตอนนั้นเรายังเป็นพรรคก้าวไกล ผมเองต้องวางแผนกันเองไม่รู้จะไปประสานงานกับใคร ไม่รู้จะไปสื่อสารอย่างไรให้เขาได้มี ความปลอดภัย เพราะกลัวแจ้งเจ้าหน้าที่รัฐเดี๋ยวคนของรัฐก็ประสานงานเกิดไปถึงผู้ร้าย ก็จะเป็นความเดือดร้อนกับเขาอีก ก็พยายามช่วยเหลือกันเท่าที่ทำได้ ปรากฏว่าโชคดีของเขา ได้มาถึงชายแดนไทยและกลับมาสู่อ้อมกอดของครอบครัวอย่างปลอดภัยด้วยการช่วยเหลือ ของ สส. ตัวเล็ก ๆ ๒ คนนี้ละครับ ฉะนั้นแล้วผมจึงบอกว่ากระบวนการช่วยเหลือถ้ารัฐจะทำ รัฐทำได้ผมเชื่อ ถ้าผมเป็น สส. ฝ่ายค้านแล้วพวกผมทำได้ ผมเชื่อมั่นว่ารัฐบาลทำได้ นี่เป็นแค่ ๑ คนในจำนวนหลายหมื่นคน จากการสอบถามผู้เสียหาย ๒ รายนี้ที่เขามา เขาบอกว่ามี คนไทยอยู่นับเป็นพันคนและต่างชาติอีกจำนวนมากที่ถูกหลอกข้ามไปทำอาชีพหรือทำธุรกิจ ที่ไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลง เขาถูกตกลงว่าจะให้ไปทำการค้าขายออนไลน์ แต่พอไปถึงกลับ บังคับขู่เข็ญให้เข้ามาหลอกลวงคนไทยด้วยกันเอง และถ้าใครทำยอดไม่ได้ ทำยอดไม่ถึง ก็จะถูกทรมาน ถูกบังคับขูดรีดโดยใช้กลไกต่าง ๆ เราจะเห็นว่าหลายสื่อมวลชนได้นำข้อมูลจากสถาบันเพื่อสันติภาพสหรัฐอเมริกา ปี ๒๐๒๓ ที่ผ่านมาบอกว่ามี ๗๕ แหล่งอยู่รายรอบประเทศไทย ซึ่งอยู่ในหลาย ๆ ประเทศไม่ว่าจะเป็น ลาว กัมพูชา และเมียนมา เราจะเห็นว่ามูลค่าความเสียหายที่ทั่วโลกต้องสูญให้กับแก๊ง Call Center กลุ่มนี้กว่า ๒.๒๔ ล้านล้านบาท และเฉพาะอาเซียนอย่างเดียว อาเซียนนี่ย้ำอาเซียน ร่วมใจ ๓ ประเทศ มีพม่า แล้วก็กัมพูชา แล้วก็ลาว ดูดเงินเราไป ๑.๕๓ ล้านล้านบาท ครึ่งหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายประจำปีของเรา ถือเป็นเงินมหาศาลมากที่สูญเสียเข้าไป ในตลาดมืดกลุ่มนี้ สไลด์ต่อไปครับ นี่คือมาตรการของรัฐไทยกำลังทำอยู่ตอนนี้ เราเคยได้ยิน คำพังเพย วัวหายล้อมคอก ใช่ไหมครับท่านประธาน แต่นี่เรากำลังเจอปรากฏการณ์วัวหาย ทุกวันไม่คิดจะล้อมคอกไม่พอ ไม่คิดจะตามวัวกลับด้วย วัวกลับที่ว่าก็คือทรัพยากร ทรัพย์สิน และมูลค่าต่าง ๆ ที่เราสูญเสียไปไม่สามารถตามทวงคืนได้เลย ถ้าไปแล้วไปลับอย่าคิดว่า ไปแล้วจะกลับมาได้เพราะเส้นเงินถึงนะครับ พอเข้าสู่ระบบเท่านั้นละแปลงเป็นค่าเงินดิจิทัล จบเลยไม่สามารถทวงกลับมาเป็นตัวเงินได้ ที่หลายท่านพูดถึงมาตรการการจัดการนี่ผมคิดว่า สิ่งหนึ่งที่เราต้องคำนึงถึง คือมาตรการการคืนทรัพย์สินมูลค่าต่าง ๆ ที่ถูกหลอกไปนั้นกลับคืน มาสู่ประชาชน ผมเชื่อว่าสิ่งนี้ประชาชนที่สูญเสียไปเขาต้องการที่สุดครับ ผมถามหลายคน บอกต้องการไหมกับการเอาคนร้ายมาลงโทษ หลายคนบอกไม่คิดถึงขนาดนั้นขอแค่ได้เงินคืน มาเท่านั้นเองตอนนี้ แต่มาตรการเหล่านั้นไม่ได้มีออกมาเป็นรูปธรรมจากรัฐบาล ผมดีใจ เหลือเกินเห็นท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะได้มีการเจรจาอย่างจริงจัง และถ้าเกิดว่าเจรจา ไม่ได้ผลอาจจะขออนุญาตใช้กำลังจากประเทศไทยส่งเข้าไป อ๋อไม่ใช่ท่านนายกรัฐมนตรี ขออภัยครับท่านประธาน ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะส่ง กองกำลังเข้าไป เมื่อวานนี้ผมเห็นข่าว BGF ที่ฟังเมียวดีเรียกประชุมทันทีเลยท่านประธาน บอกว่า ต่อไปนี้ใครเป็นผู้ประกอบการที่ใช้พื้นที่เมียวดีในการประกอบธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น ค้ามนุษย์ ลักพาตัวอะไรก็แล้วแต่จะดำเนินการให้ถึงที่สุด จะไม่ให้อยู่ในพื้นที่ต่อไป นั่นแปลว่ามีเค้าลางว่ามีโอกาสที่เราจะเจอต้นตอแล้ว ก็อยากฝากถึงรัฐบาลต้องใช้กลไก บูรณาการครับรอบนี้ ไม่ใช่แค่ตำรวจ ไม่ใช่แค่ทหาร และไม่ใช่แค่ดิทิจัล ต้องทุกหน่วยงาน บูรณาการเรื่องนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านสุดท้าย ท่านไชยามพวาน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ปูอัด ไชยามพวาน ผู้แทนราษฎรคนจอมทอง ท่าข้าม บางขุนเทียนครับ ท่านประธานเรื่องนี้มันเกิดขึ้นกับคนในพื้นที่ของผมเอง เหมือนที่ทุกคนได้ติดตามข่าวครับ เป็นเด็กอายุ ๒๑ ปี ถูกหลอกให้ไปเป็นแก๊ง Call Center ที่ปอยเปต วันนี้ผมขอถือโอกาส มาเล่าโพรโทคอลที่แท้จริงที่เป็นกระบวนการใหม่ของแก๊งจีนเทาเหล่านี้เอาเด็กออก นอกประเทศไปในปัจจุบัน ขอสไลด์ครับ🔗
นี่คือเด็กคนหนึ่งที่ผม ขออนุญาตใช้เป็นน้องนามสมมุติ เอ น้องเอนี่เขาเป็นนักฟุตบอลที่อยู่ในพื้นที่ มีความฝัน อยากจะเป็นนักฟุตบอล แก๊งจีนเทาเหล่านี้วันนี้พัฒนาการไปถึงขั้นรู้ว่าเป้าหมายของเขาที่จะ เข้าไปคุยแล้วโน้มน้าวนี่ชอบอะไร เขารู้ถึงกระทั่งว่าน้องคนนี้ชอบฟุตบอลใช่ไหม โอเคค่อย ๆ หาเพื่อนสนิทโน้มน้าวเขาว่าไปเตะฟุตบอลที่ต่างประเทศก็จะมีรายได้เพิ่มเท่านี้ประมาณสัก ๓๐,๐๐๐ กว่าบาท เด็กคนนี้ก็ต้องยอมรับอย่าไปโทษเขาครับ เด็กวันนี้ปัจจุบันก็มีความ เหลื่อมล้ำที่สูงมาก พวกเขาก็อยากจะมีรายได้เป็นของตัวเอง อยากจะมีเงินซื้อของเป็นของ ตัวเอง วันนี้พอถูกโน้มน้าวจิตใจเข้าไปก็ถูกหลอกลวงไป สถานการณ์เป็นแบบนี้ครับ แก๊งจีนเทา เขาเอารถตู้มารับถึงปลายจมูกผมที่ซอยสุขสวัสดิ์ ๑๔ ในพื้นที่ ในรถตู้นั้นน้องเล่าให้ฟังว่า มีเด็กอีก ๔ คน รวมน้องเป็น ๕ คน วันแรกที่น้องเดินทางไปได้ไปหยุดพักกลางทางก่อนที่จะไปถึงกัมพูชาก็ได้ฝึกซ้อมฟุตบอล ฝึกซ้อมเตะฟุตบอลอย่างดีเลยแล้วก็กลับมาพักผ่อน แล้วปรากฏวันรุ่งขึ้นก็บอกเขาว่าขึ้นรถ เดี๋ยวเราจะไปกันต่อ สุดท้ายไปอยู่ที่ไหน ปอยเปต แล้วจีนเทาก็เดินมาหาเขา นี่น้องเล่า ให้ผมฟังเพราะว่าจีนเทาบอกกับเขาว่าเดี๋ยวอีกไม่กี่วันจะพาไปเปิดบัญชีนะเขาพูดแบบนี้ น้องเขาก็พยายามจะหาวิธีทางที่จะกลับมาครับ เขาก็แกล้งบอกว่าปู่ป่วยขอกลับได้ไหม เพราะน้องรู้สึกว่าเขาถูกหลอกมา ทางจีนเทาก็บอกว่าได้แต่ว่าให้ไปเปิดบัญชีก่อนะแล้วเดี๋ยว ค่อยส่งกลับ กระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นโดยขณะที่น้องสามารถ Video Call มาหาผม ได้ทันทีในขณะที่อยู่ในสถานีตำรวจ กระบวนการหลังจากนั้นเหมือนในตามข่าวครับ เราเดินทาง กระบวนการมากมาย ผมจะเล่าวันที่กลับมาเราใช้วิธีกันอย่างไร สถานการณ์ ที่กลับมาน้องเล่าให้ฟังว่าวันที่กว่าจะกลับมาได้จีนเทาเหล่านี้เข้าไปหาเขาว่ามีใครไปแจ้ง ตำรวจไหม เอามือถือทุกคนมาดูให้หมด แล้วก็มองหน้าน้องคนนี้แล้วก็ส่องถูกต้อง แล้วก็ เหมือนพาน้องออกมา แล้วก็มีเจ้าหน้าที่กัมพูชาคนหนึ่งขับมอเตอร์ไซค์มารับไปส่งที่ปั๊มน้ำมัน แห่งหนึ่งอยู่ที่ปอยเปต แล้วก็บอกกับน้องเขาว่าหาทางกลับเอาเองนะ ในขณะนั้นแน่นอน ผมประสานกันอย่างดิบดีเพื่อเตรียมเอาตำรวจจากประเทศไทยของเราไปรับเป็นสายสืบ ในขณะที่ไปรับต้องบอกว่าก่อนหน้านี้จีนเทาเหล่านี้เขาได้บัตรประชาชนถ่ายรูปแบบนี้เลย ถ่ายกับบ้านร้างเหมือนเขาเป็นผู้ต้องหา ไม่รู้ว่าถ่ายทำไม อย่างที่ ๒ ถ่ายบัตรประชาชน หน้าหลังของเด็กคนนี้ อย่างที่ ๓ เอามือถือของเขาลบข้อมูลทั้งหมดทุกอย่างแล้วก็ไปส่งเขา ที่ตรงนั้น เจ้าหน้าที่เราก็ไปรับได้ทันทีกลับมาอยู่ที่ สน. สระแก้ว ต้องขอบคุณ สน. สระแก้ว ผู้กำกับเก่งมาก แล้วก็ส่งตัวกลับมาที่บางมด ผมจะเล่ากระบวนการภายในแบบนี้ว่าน้องคนนี้ เล่าให้ฟังอย่างไร นี่คือข้อมูลที่แท้จริงและขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยผมสับขาหลอกในวันนั้น ข้อมูลที่แท้จริงคือน้องไปอยู่ที่ตึก ๔ ชั้น ก่อนหน้าเข้าตึก ๔ ชั้นเป็นหมู่บ้านหนึ่งที่ผมจะ เปิดเผยตรงนี้ เขาเรียกว่า หมู่บ้านเคเซ็นเตอร์ ก่อนเข้าไปเคเซ็นเตอร์จะเจอตึกพวกนี้ ๔ ชั้น ตรงนี้ไม่ใช่เรียกว่า จีนเทา เขาเรียกว่า จีนดำ จีนดำคืออะไร คือมากกว่าเทา คือเขาไม่เห็น คนเป็นคน หมดอายุ หมดกระบวนการ ก็สุดแล้วแต่ที่อยากจะทำ ยังไม่พอกระบวนการ เหล่านี้คืออย่างไรรู้ไหมที่ทำไมถึงต้องให้ไปเปิดบัญชี เขาให้กระบวนการแบบนี้ พอเปิดบัญชี ใช่ไหมเขาจะผูกมัดเด็กคนนี้อย่างไร พอเปิดบัญชีใช้บัญชีเยอะจำนวนมาก ๆ จนออก หมายจับอยู่ในประเทศไทย เด็กคนนี้ถามว่าจะกลับประเทศไทยได้ไหม ไม่ได้ พอมีชะงัก แล้วทำอย่างไรท่านประธาน จีนเทาก็จะบอกมานี่สิมาอยู่กับฉันดีกว่า ยังมีเงินอีกมากมาย มาอยู่ทำงานตรงนี้ดีกว่าไม่ต้องกลับไปหรอก กลับไปก็ถูกจับ นี่คือชะงักที่เขาดักไว้ให้ เด็กเหล่านี้ไม่กล้ากลับมาทั้ง ๆ ที่มีหลายคนที่อยากกลับ ผมขออีกไม่นานหรอกครับ ไหน ๆ ก็มีโอกาสแล้ว พออยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ อย่างที่ ๒ ตึก ๔ ชั้นมีอะไร ห้องที่น้องอยู่คนนี้เล่าให้ ฟังว่า ตึกห้องที่เขาอยู่นั้นประกอบไปด้วยห้องนอนมีอยู่แค่เพียง ๔ เตียง ๒ ชั้น ไม่มีหน้าต่าง จะมองออกไปข้างนอกถามว่าเห็นวิวไหม น้องตอบว่าไม่เห็นวิวเลยเพราะเขาสร้างกำแพง กำแพงที่สูงแม้กระทั่งมองออกไปไม่เห็นแม้แต่ต้นไม้ สุดท้ายถามว่าดื่ม กินข้าวอย่างไรล่ะ ข้าวนี่เขาให้วันละ ๒ มื้อ น้ำอยากดื่มไปหาซื้อเอาเอง ไปสั่งขึ้นมา ทีนี้ท่านประธานครับ ผมจะขอเล่าแบบนี้ว่ากระบวนการก่อนหน้านี้ถามว่าน้องไปเปิดบัญชีอย่างไร น้องบอกว่ามี บางคนเปิดบัญชีที่หน้าตู้ นี่คือ Bug ที่ ๑ ท่านประธาน เปิดบัญชีหน้าตู้นี่ก็เป็นปัญหาที่ต้อง ฝากไปถึงธนาคารแห่งประเทศไทยว่าจะจัดการกระบวนการนี้อย่างไร อย่างที่ ๒ คือเด็ก บางคนไปเปิดบัญชีก่อนที่จะข้ามไปฝั่งโน้น ห้างดัง ๆ ต่าง ๆ🔗
สุดท้ายอีกปัญหาหนึ่งขอสไลด์อันนี้ครับ คือปัญหาเรื่องซิม เพื่อนผม รังสิมันต์ โรม เคยบอกเกี่ยวกับซิมม้า ผมจะอธิบายเรื่องซิมม้านี้ให้ฟังอีกอันหนึ่งครับ ซิมนี่ผมขอท้าเลย ถ้าจะปรากฏการณ์ให้ทลายแก๊ง Call Center อย่างหนึ่งผมขอท้าให้บริษัทโทรคมนาคม ในประเทศไทยคุณกล้ายกเลิกซิมเติมเงินไหม ผมท้าตรงนี้เลย เพราะอะไร ADP ผมจะเล่า ให้ฟัง ยกตัวอย่างประเทศหนึ่งมีค่ายโทรศัพท์มากมาย ยกตัวอย่างมี ๒ เจ้า มันจะมีบริษัท ที่เป็น Dealer รายใหญ่ ท่านประธานศัพท์วงในนี้เขาเรียกว่า ADP สมมุติว่าได้โควตา ๑ เดือน คือ ๑๐๐,๐๐๐ ซิม ทดไว้ในใจ ๑๐๐,๐๐๐ ซิมนี้ถามว่าขายจริง ๆ ที่ถูกต้องผมบอก ได้เลยไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ถามว่าอีก ๙๙ เปอร์เซ็นต์ทำอย่างไร เขาลงทะเบียนด้วย Passport ต่างด้าว หรือบัญชีม้า หรือซิมม้า พอต่าง ๆ เหล่านี้เขาจะปิดยอด มันจะมีผู้ที่เป็น Dealer รายใหญ่ อักษรนำหน้า อ เป็นคนเก็บตรงนี้ เมื่อ ๑๐๐,๐๐๐ ซิม ทอดตลาดลงไป ไปอยู่ที่ไหน พอเปิดเอาซิมต่าง ๆ เหล่านี้บัญชีรายชื่อที่เป็นต่างด้าวก็ไปอยู่โน้นร้านค้าขายส่ง รายใหญ่ ไปอยู่ MBK ก็ดี ลาดพร้าวก็ดี พระราม ๒ ก็ดี แล้วก็ลงไปถึงร้านตู้ ร้านขาย ๕๐ บาท ๖๐ บาทก็อยู่ประมาณ พวกนี้ละครับ Call Center เหล่านี้เขาจะมีเครือข่ายที่อยู่กับ พวก MBK ลาดพร้าว พระราม ๒ แล้วเอาซิมต่าง ๆ เหล่านี้กว่า ๙๐,๐๐๐ กว่าซิม ที่เหมือนที่จับได้เป็นแสน ๆ ซิมก็เพราะกระบวนการแบบนี้ ล่าสุดกระบวนการนี้ได้ปิดลงไป เมื่อธันวาคมที่แล้ว แต่คลำแบบนี้มาแล้ว ๑๐ ปีท่านประธาน คำถามคือเพราะมันมีเม็ดเงิน จำนวนมากที่มีคนบางคนได้ประโยชน์ก็เลยไม่ทลายตรงนี้ เพราะฉะนั้นสุดท้ายผมขอท้า ๒ อย่าง อย่างที่ ๑ ฝากไปถึงธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องเปิดบัญชีด้วยบัตรเอทีเอ็ม ใบเดียวที่ตู้นี่คุณจะทำอย่างไรในเมื่อนี่คือต้นตออย่างที่ ๑ อย่างที่ ๒ ผมท้าไปทาง โทรคมนาคมทั้งหมด คุณกล้ายกเลิกซิมเติมเงินไหม ถ้าทำได้ก็มาช่วยกัน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ เป็นอันหมดผู้อภิปรายแล้วนะครับ ตามข้อบังคับผู้เสนอมีสิทธิที่จะอภิปราย สรุปได้อีกครั้งหนึ่ง มีผู้เสนอ ๓ ท่านนะครับ ไม่ทราบท่านใด เชิญท่านกัณวีร์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ท่านประธานครับ ก่อนอื่นก่อนที่จะสรุปก็ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ลุกขึ้นมา อภิปรายสนับสนุนญัตติด่วนด้วยวาจาครั้งนี้ เพราะเห็นเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่มีผลกระทบ ต่อผลประโยชน์ของชาติร่วมกัน ผมขอสรุปสั้น ๆ ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก เราต้องยอมรับว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องซิมม้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกาสิโน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Call Center ต่าง ๆ นานานี้ มันมีความร่วมมือกันระหว่าง ๒ ขบวนการที่ผมนำเรียนไป ขบวนการนำพาต้องอย่าลืมครับ ขบวนการนำพา ขบวนการ ค้ามนุษย์ยังมีคนที่ตั้งใจ ที่สมัครใจไปทำงานจริง ๆ อยู่ เนื่องจากเหตุผลทางเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นขบวนการนำพาและขบวนการค้ามนุษย์กลไกในการจัดการกับมันแตกต่างกัน องค์กร องค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องในการจัดการกับขบวนการนำพาก็แตกต่าง กับขบวนการค้ามนุษย์ เพราะฉะนั้นหากเราเข้าใจในความหมายของมัน เราเข้าใจ ในองคาพยพและกลไกต่าง ๆ ในการจัดการเรื่องขบวนการนำพาและขบวนการค้ามนุษย์ เราจะไม่หลงทางในการคิดพิจารณาศึกษาถึงกลไกในการที่แก้ไข ป้องกัน ปราบปราม และเยียวยาเหยื่อของขบวนการนำพาและการค้ามนุษย์🔗
อันที่ ๒ มีสรุป ๒ เรื่องที่เราจำเป็นต้องตระหนักให้ดีว่า ณ ปัจจุบันนี้ประเทศไทย เรากลายเป็นฮับจริง ๆ เรากลายเป็นศูนย์กลางในอนุภูมิภาคของเรา เรากลายเป็นไข่ดาว แดง ๆ ที่อยู่ตรงกลางระหว่างประเทศที่เขาใช้ช่องโหว่และช่องกฎหมายต่าง ๆ ในการที่จะมี เรื่อง Call Center ในการที่จะมีเรื่องกาสิโน สุดท้ายเราต้องยอมรับจริง ๆ ว่าศักยภาพของ ประเทศไทยเรามีไม่เพียงพอที่จะต่อกลอนกับ Mafia ระดับโลกนี้ แต่ผมไม่อยากที่จะทำให้ ผู้ที่ทำงานด้านนี้รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ต้องให้กำลังใจครับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องยอมรับ ท่านทำงานหนักจริง ๆ ท่านพยายามในการที่จะประสานงานระหว่างประเทศกับประเทศจีน กับประเทศเมียนมา กับประเทศกัมพูชา ทุกสิ่งทุกอย่างท่านทำงาน แต่เราต้องยอมรับจริง ๆ ว่ามันเหนือศักยภาพของประเทศไทยที่มีอยู่ เราบูรณาการขนาดไหนก็ตามมันเกินอำนาจหน้าที่ ของเรา มันจำเป็นต้องใช้องคาพยพในเวทีโลก เวทีระหว่างประเทศ เวทีสากลที่ประเทศไทย เราเป็นสมาชิกในการจัดการกับมัน เรื่องกระบวนการนำพาขอเอ่ยชื่อ องค์การระหว่าง ประเทศ International Organization for Migration IOM เขามีกลไกในการจัดการเรื่องนี้ ขบวนการค้ามนุษย์ยังมี UNODC United Nations Office on Drugs and Crime เขาก็มี กลไกในการจัดการในการดูว่าขบวนการต่าง ๆ อยู่ที่ไหน เพราะฉะนั้นเราจำเป็นต้องบูรณาการ การทำงานกันตั้งแต่ระหว่างประเทศ ภายในประเทศ และทวิภาคีให้ได้ ต้องขอขอบคุณ สมาชิกทุกท่านอีกครั้ง ขอขอบคุณท่านประธานอีกครั้งในการที่เห็นญัตติด่วนด้วยวาจาครั้งนี้ เป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ ก็ขอให้คณะกรรมาธิการไม่ว่าจะเป็นวิสามัญหรือสามัญที่จะนำเรื่องนี้ ไปพิจารณา นำข้อเสนอต่าง ๆ ไปพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านรังสิมันต์ใช้สิทธิสรุปแทนท่านชุติพงศ์นะครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขออนุญาตสรุปในส่วนของ ญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหา ขบวนการค้ามนุษย์ แก๊งคอลเซนเตอร์และบัญชีม้า ซึ่งท่านชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ได้เปิดการ อภิปรายไปเมื่อก่อนหน้านี้ ก่อนอื่นท่านประธานผมเองพูดเรื่องนี้ด้วยความหนักใจ เพราะว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเองได้มีโอกาสอภิปรายอยู่ในหลากหลายวาระ แล้วผมก็ทราบว่าเพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยเฉพาะในเรื่องนี้ทุกคนเห็นปัญหา เราปิดชื่อพรรค เราปิดชื่อฝ่าย ทุกคนเห็นตรงกันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก แต่เราต้องยอมรับว่านับตั้งแต่การอภิปราย ที่ผมคิดว่าก็เป็นหนึ่งในคนที่พูดถึงเรื่องนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว หรือแม้กระทั่งปี ๒๕๖๖ ผมคิดว่า เราเห็นความคืบหน้าของเรื่องนี้น้อยมาก แล้วเราต้องยอมรับจริง ๆ ว่าสุดท้ายเราก็ต้องมา อภิปรายกันอีกครั้งดังที่เพื่อนสมาชิกหลากหลายท่านที่ได้มีการเปิดการอภิปรายในเรื่องนี้ อย่างมีนัยสำคัญ ขอสไลด์ด้วยนะครับ🔗
ซึ่งผมเองก็อยากจะใช้โอกาสนี้ในการ สรุปแล้วก็ให้เห็นถึงปัญหาของความใหญ่ของปัญหาที่เรากำลังเจออยู่ เราไม่ได้กำลังพูดถึง แค่เฉพาะทุนสีเทาที่มาจากต่างประเทศ แต่เรากำลังพูดถึงการผนวกรวมกันของทุนสีเทาและ อาจจะดำในประเทศไทยของเราเองด้วยซ้ำไป ท่านประธานครับ ถ้าเราพูดถึงในเรื่องของ ความเสียหายหลายท่านพูดไปแล้วผมจะไม่ลงในรายละเอียดนะครับ ไปสไลด์ถัดไปเลยครับ เราจะพบว่าความเสียหายกลม ๆ มันคือ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ถ้าเราพูดให้ชัดว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นถ้ารวมถึงคนที่อาจจะไม่กล้าที่จะพูดว่าพวกเขาถูก แก๊ง Scammer หลอกลวง ผมเชื่อว่าตัวเลขแห่งความเป็นจริงของความเสียหายที่เกิดขึ้น มันอาจจะทะลุ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปแล้ว ในแง่ของยอดจำนวนคนที่ผมได้ทำงานร่วมมือ กับภาคประชาสังคม ผมพบว่าตัวเลขคร่าว ๆ นับชเวโกะโก KK Park และอื่น ๆ มีคนที่อยู่ ในอุตสาหกรรม Scammer ไม่น่าจะน้อยกว่า ๓๐๐,๐๐๐ คน แล้วผมทำนายไว้เลยครับ อีก ๕ ปีข้างหน้า หากข้อมูล หากการเติบโตของแก๊ง Scammer Call Center เหล่านี้ยังมี ต่อไปผมเชื่อว่าจะมีคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ไม่น่าจะน้อยกว่า ๑ ล้านคน ตัวเลขความ เสียหายทั่วโลกวันหนึ่งข้างหน้าคงจะมีมากกว่างบประมาณแผ่นดินของพวกเราตลอดทั้งปี ท่านประธานครับ เมื่อเราไปพูดถึงแล้วประเทศไทยอยู่ตรงไหน เกี่ยวข้องกันอย่างไรกับ การหลอกลวงการค้ามนุษย์ต่าง ๆ ในสไลด์หน้าถัดไป เราจะพบว่าคนจากหลากหลายชาติถูกหลอกโดยที่พวกเขาจะถูกนำพาผ่านมาที่ประเทศไทย แล้วส่งต่อไปที่อื่น ที่ท่านประธานเห็นในสไลด์เป็นข้อมูลที่ถูกรวบรวมเอาไว้โดย IOM นะครับ อันนี้ยังไม่ได้นับว่าจริง ๆ มันมีเส้นทาง Route ที่มาจากจีนอย่างที่เราเห็นคือในกรณีของ ซิงซิง เราจะพบว่าจากอินโดนีเซียซึ่งก็มีคนที่ถูกหลอก จากมาเลเซีย จากศรีลังกา แม้กระทั่ง เอธิโอเปีย และข้อมูลใหม่ ๆ ที่มันปรากฏเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นจากเคนยา จากโมร็อกโก เราจะพบว่าสุดท้ายพวกเขาจะต้องผ่านประเทศไทยเสมอ เพราะว่าแก๊ง Call Center จะบอกว่าถ้าคุณมาทำงานในประเทศไทย เป็นครูสอนภาษาอังกฤษในกรณีที่คนชาตินั้น พูดภาษาอังกฤษได้ มาเป็นดารานักแสดงในกรณีของซิงซิง มาทำอาชีพอะไรก็แล้ว พวกเขา จะบอกว่าถ้าคุณมาทำงานในประเทศไทยคุณจะมีรายได้ที่ดี แต่สุดท้ายสิ่งที่มันเกิดขึ้นจริงก็ คือแก๊ง Call Center เหล่านี้ก็จะพาคนเหล่านี้ไปที่เมียวดี หรือที่อื่นในใกล้เคียงกัน นั่นหมายความว่าสถานะของประเทศไทยในวันนี้เราแทบไม่แตกต่างอะไรกับการเป็น Agent อย่างไม่ได้เต็มใจ อย่างไม่ได้อยากเป็นของพวกแก๊ง Call Center แก๊ง Scammer หรือแก๊ง ค้ามนุษย์อีกแล้ว เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าวันนี้ถ้าไม่มีประเทศไทย แก๊ง Call Center ก็จะไม่มาตั้งอยู่ริมชายแดนของพวกเราขณะนี้ ผมคิดว่า ๒ คำถามที่เราควรจะเข้าใจ เวลาที่ จะเข้าใจภาพของแก๊ง Call Center คือ ๑. ทำไมแก๊ง Call Center ถึงต้องเลือกมาตั้งอยู่ใกล้ ชายแดนของประเทศไทย และ ๒. การมาตั้งอยู่ใกล้ชายแดนของประเทศไทยพวกเขา ได้ประโยชน์อะไร ทำไมไม่เป็นประเทศจีน ไฟฟ้าแรงสูง อินเทอร์เน็ตดีมันมีแค่ประเทศไทย เหรอ ทำไมจีนไม่มีเหรอ อินเดียไม่มีเหรอ ผมคิดว่ามันต้องตั้งคำถามเหล่านี้แล้วเราจะเห็นถึง ความผิดปกติว่าประเทศไทยเกี่ยวข้องอย่างไรกับปัญหาของสิ่งที่เรียกว่าแก๊งหลอกลวงที่ใหญ่ ที่สุดในโลกขณะนี้ ท่านประธานครับ ถ้าเราดูในเรื่องอาณาจักรของแก๊ง Call Center วันนี้ แก๊ง Call Center มีหลายที่ เล่าไก่กับล่าเสี้ยวนี้อาจจะไม่มีศักยภาพเท่าไรแล้วเพราะว่า ทางการจีนเอาจริงเอาจัง แต่ที่อื่น ๆ ยังมีอยู่ ในกัมพูชายังมีอยู่ ในสามเหลี่ยมทองคำประเทศ ลาวยังมีอยู่ ในเมียวดียังมีอยู่ และมีการขยายอาณาจักรไปถึงพะย่าโต้นซูต่าง ๆ แล้ว แก๊ง Call Center อยู่รอบตัวเราแล้ว แล้วก่อนหน้านี้มีเพื่อนสมาชิกบางท่านได้อภิปรายไปว่ามี แม้กระทั่งความพยายามด้วยซ้ำของแก๊ง Call Center ที่จะเข้ามาตั้งในประเทศไทย ผมคิด ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมหนักใจและน่ากังวลใจอย่างยิ่งว่าปัญหาขนาดนี้อาณาจักรของ Call Center ที่มันใหญ่ยักษ์ขนาดนี้ อยู่รอบตัวของเราขนาดนี้ แต่ที่ผ่านมาเราแทบไม่มี ความชัดเจนในเรื่องของมาตรการ หรือนโยบายของภาครัฐในการที่จะปราบปรามพวกนี้ อย่างจริงจัง ข้อมูลที่ผมทำนะครับ ผมพบว่าในเฉพาะเมืองเมียวดี ในสไลด์หน้าถัดไป นี่คือ ๓๔ จุดน่าสงสัยของแก๊ง Call Center ที่อาจจะมีทั้งพนันออนไลน์ผสมโรงกันไปด้วย ๓๔ จุด นี้เกินกว่า ๑๐ จุดเป็นของคนไทย หลายจุดเป็นตำรวจ เป็นทหาร เป็นอดีตทหาร ทั้งหมดนี้ เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงเอาเงินในกระเป๋าของพวกเราเข้าไป ถามว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะเข้าใจว่าปัญหาของแก๊ง Call Center เกี่ยวพันกับประเทศ ไทย และถ้าเราแก้ปัญหาภายในประเทศของเราได้พวกนี้อยู่ไม่ได้ครับ นี่คือข้อมูลหลักฐานที่ ผมพยายามพูดมาโดยตลอดว่าหนึ่งในสิ่งที่ทำให้แก๊ง Call Center มันเติบโต ดูเลยครับนี่คือ จุดขายไฟฟ้าที่เราให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ดูเลยครับที่ไหนบ้าง เขตไหนบ้าง เรามาช่วยกัน ครับ ผมถึงพยายามเน้นย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และ Call Center ที่มันเติบโตแล้วมันมา ตั้งชายแดนก็เพราะเขาหวังพึ่งสิ่งเหล่านี้ ถูกต้องครับ บางจุดที่ผม Highlight สีดำไฟตัด ไปแล้ว แต่อีกหลายจุดยังขาย แล้วผมจะบอกให้บางจุดโดยเฉพาะที่จังหวัดตากนี้เป็น Nominee บริษัทเป็นบริษัทเครือข่ายของชนกลุ่มน้อยที่มาซื้อขายไฟ แล้วประทานโทษ ท่านประธานคิดว่าชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ที่เขาปล่อยให้ทุนสีเทามาเช่านี่เขาจะเอาไฟให้ใครครับ ผมเชื่อว่าคงมีชาวบ้านได้ประโยชน์อยู่บ้าง แต่ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่ไปเข้าแก๊ง Call Center ไฟจากบ้านเรานี่ละครับ ท่านประธานครับ ไปดูที่สไลด์ถัดไป นี่คือวิดีโอ นี่คือเสาไฟ สายไฟที่ลากไปยัง KK Park ซึ่งมี คนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมของ KK Park ซึ่งเป็น Call Center อยู่ประมาณแสนคน ไฟเหล่านี้ถูกลากจากแผ่นดินไทยเข้าไป พูด Fair Fair นะครับ ไฟตรงนี้ตัดแล้วหลังจาก หลาย ๆ ภาคส่วนตั้งคำถาม แต่ท่านประธานเชื่อไหมผมได้ยินกับหูเพราะผมเป็นคนถาม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าในเมื่อเสาไฟตรงนี้ ไฟฟ้าตรงนี้ตัดแล้วเราจะสามารถรื้อถอนเสา ได้ไหม จะเก็บไว้ทำไม ท่านประธานคิดว่าผมได้รับคำตอบว่าอะไรครับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บอกกับผมว่าเผื่อไม่แน่ในอนาคตกลับมาขายใหม่ วิธีคิดของหน่วยงานการไฟฟ้าในประเทศ ผมถึงต้องเรียกร้องว่ากระทรวงมหาดไทยต้องเอาจริงเรื่องนี้ได้แล้ว ท่านจะปล่อยเรื่องนี้ให้ คาราคาซังไปทำไม การขายไฟฟ้าหากนำไปสู่การตัดไฟเราไม่ได้กระทบอะไรเลยครับ ไฟฟ้า เหล่านี้คิดเป็นรายได้ไม่เยอะเลยของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เราจะเก็บไว้ทำไมครับ ตกลงแล้ว วันนี้ประเทศของเรา เราคือแบตเตอรี่ให้กับแก๊ง Call Center ใช่หรือไม่ แล้วความตลกร้าย ที่สะท้อนถึงความล้มเหลวของระบบราชการในประเทศเรา คือผมต้องเรียนด้วยความเคารพ ไปถึงทาง ครม. และถึงพี่น้องชาวไทยทุกท่าน ถ้าพูดกันอย่างเป็นธรรมทุกฝ่ายผมคิดว่า ครม. คณะรัฐมนตรีก็ไม่ได้ถึงขนาดนิ่งนอนใจขนาดนั้น แค่ถ้าใช้ความพยายามสักหน่อยกว่านี้ มันอาจจะประสบความสำเร็จ เพราะหนังสือฉบับนี้คือหนังสือติดตามมติของคณะรัฐมนตรี หนังสือฉบับนี้ระบุอย่างชัดเจนว่า ให้มีการระงับสาธารณูปโภคข้ามพรมแดนที่จะไปใช้เป็น ประโยชน์ต่อพวกแก๊ง Call Center สั่งการไปที่กระทรวงมหาดไทย เพราะมหาดไทยเป็นคน กำกับดูแล แต่ประทานโทษครับไฟยังขายอยู่ หนังสือนี้ตั้งแต่พฤษภาคม ๒๕๖๗ ผ่านมาแล้ว ๘ เดือนเกิดอะไรขึ้น ทำไมไฟฟ้ายังคงไหลจ่ายเข้าไปที่ยังแก๊ง Call Center ต่อไป ผมไปยืน อยู่บนท่าข้ามที่ตรงข้ามกับชเวโกะโก ใช่ครับตรงนั้นไฟถูกตัดแล้ว แต่เราก็พบว่าท่าข้าม เหล่านี้ถูกอนุมัติโดยกระทรวงมหาดไทย แล้วน้ำมันที่ถูกส่งไปเพื่อไปปั่นไฟให้กับชเวโกะโก มาจากประเทศไทย เกิดอะไรขึ้นกับประเทศเราครับ ตกลงแล้วแก๊ง Call Center มันจะ ดำรงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีลมใต้ปีกที่ชื่อว่าประเทศไทยใช่หรือไม่ ท่านประธานไปดูที่หน้าสไลด์ ถัดไป อันนี้เป็นท่าถัดไป ท่าข้ามเหมือนกันครับ แต่เป็นท่าที่ ๒๙ ผมไม่แน่ใจว่าตรงนี้ถ้าผม จำไม่ผิดมันคล้ายกันระหว่าง KK Park กับหวันยาครับ Huanya New City International ท่าข้ามนี้เป็นท่าข้ามที่ฝั่งตรงกันข้ามไม่ได้มีชุมชนชาวบ้านอะไรมากมาย ส่วนใหญ่เป็นแก๊ง Scam เป็น Call Center ที่เห็นอยู่ไกล ๆ อาคารดังกล่าวหลังคาสีชมพูตรงนี้คือ Scammer คือ Call Center ทั้งหมดครับ ในนั้นมีการช็อตไฟฟ้า ในนั้นมีการทุบตี ในนั้นมีการทำร้าย ร่างกาย ในนั้นมีขบวนการที่กำลังหลอกเงินคนไทยและคนทั่วโลก ท่านี้เป็นท่าที่อนุมัติ โดยกระทรวงมหาดไทย แล้วไปที่หน้าสไลด์ถัดไป ความน่าตกใจคือท่านี้ครับ มีหน่วยงาน ฝ่ายความมั่นคง มีออฟฟิศอยู่ มีที่ทำการท่า ๒๙ มีสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ผมก็เพิ่งรู้ว่า ปกติท่าพวกนี้ผมเข้าใจมาโดยตลอดว่าเป็นที่ส่งของ ส่งสินค้า แต่มันมี ตม. ด้วย มีศุลกากร ทั้งหมดนี้ตรงข้ามกับ Call Center สรุปว่าเจ้าหน้าที่รัฐของเรานี่เกี่ยวข้องกับแก๊ง Call Center หรือไม่ นี่คือวันที่ผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงลงพื้นที่ ตรงนี้คือ สิ่งที่เรียกว่าเป็นบริเวณตรงข้ามกับแก๊ง Call Center ที่เรียกว่าช่องแคบ ปูนจากประเทศไทย กำลังขนไป ๆ แล้วไปไหนครับ ไปท่าข้ามตรงนี้ใช่ไหม ไปท่าเรือ Ferry ที่กำลังจะขนส่งไป แล้วลองดูเดี๋ยววิดีโอผ่านไปนิดหนึ่งจะเห็นนะครับ เราจะเห็นว่าปูนเหล่านี้ฝั่งตรงข้ามมันแทบ ไม่มีอะไรเลย เขากำลังก่อสร้าง Call Center ครับ ผมเป็นประจักษ์พยานของการก่อสร้าง Call Center และผมเห็นมันด้วยตาตัวเอง นี่คือสภาพความเป็นจริง ตกลง Call Center นี่ สร้างโดยใครครับ ในบริเวณท่าดังกล่าวผมเห็นใครครับ ชุดนั้นลายพรางน่าจะคุ้น ๆ คือทหาร ของเราเอง ผมเชื่อว่าท่าเหล่านี้ไม่มากก็น้อยเผลอ ๆ ก็มีคนที่ถูกหลอกแล้วข้ามไป ปูนก็ยัง ขนได้ สิ่งของมูลค่าสูงจำนวนมากขนาดนี้ขนได้ ทำไมคนจะขนไม่ได้ ขนได้ครับ วันนี้ผมได้เปิดข้อมูลและหลักฐานที่ชี้ชัดอย่างชัดเจนว่าแก๊ง Call Center สุดท้ายมันก็คือ สิ่งที่ปลูกสร้างโดยคนไทย โดยประเทศไทย ที่มีคนบางกลุ่มได้ประโยชน์บนความทุกข์ทรมาน ของผู้อื่น ท่านประธานครับ ผมคิดว่าจนถึงตอนนี้หน่วยงานของรัฐจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องรอให้ กรรมาธิการหรือให้สภาต้องพูดเรื่องนี้ซ้ำอีกเลย ผมคิดว่าถึงเวลาที่เรื่องนี้จะเป็นวาระแห่งชาติ ที่เราจะต้องทุ่มสรรพกำลังในการปราบปราม ในการจัดการแก๊ง Call Center การมีมาตรการ ในเรื่องของบัญชีม้าอย่างเดียวไม่เพียงพอ การมีมาตรการในเรื่องของซิมม้าอย่างเดียว ไม่เพียงพอ เพราะศัตรูของชาติวันนี้มันอยู่ใกล้ ๆ เรา เราต้องปราบปรามพวกนี้อย่างถึง รากถึงโคน จัดการกับบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน และที่สำคัญ คือการช่วยเหลือคนอีก ๖,๐๐๐ คนที่รอความช่วยเหลืออยู่ คนเหล่านี้ถูกหลอกไปครับ พวกเขาถูกหลอกไป พวกเขาเข้าใจว่าจะมาทำงานในประเทศไทย หลังจากที่มีการช่วยซิงซิง ซึ่งเป็นนักแสดงชาวจีน เกิดคำถามว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการช่วยเหลือคนที่เป็นเหยื่อ ค้ามนุษย์อย่างรวดเร็ว แล้วที่เหลือเขาจะได้รับการช่วยเหลือเมื่อไร ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผมคิดว่าผมสนับสนุนการเสนอญัตติในวันนี้ และผมเองในฐานะที่เป็นประธาน คณะกรรมาธิการความมั่นคงผมติดตามเรื่องนี้ แล้วผมก็ยินดีหากสภาผู้แทนราษฎรจะส่งเรื่อง นี้เข้าสู่กรรมาธิการ แต่ผมอยากจะขอความกรุณา ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เราต้อง ช่วยกัน ลำพังกรรมาธิการความมั่นคงอย่างเดียวพวกผมเองเราทำอย่างเต็มที่แล้ว ผมต้องการสรรพกำลัง ผมต้องการเพื่อนจากทุกพรรคการเมืองโดยเฉพาะจากฝั่งรัฐบาลที่ พวกท่านมีที่นั่งอยู่ใน ครม. ผมอยากให้เราใช้เวลานี้ โอกาสนี้ร่วมมือกันในการปราบปราม แก๊ง Call Center ทำให้ภัยคุกคามนี้มันหมดไป ทำให้ประเทศไทยของเรากลับมามีชื่อเสียงที่ดี อีกครั้ง ทำให้คนที่เขากำลังจะเดินทางมาที่ประเทศไทยไม่ต้องกังวลว่าเขาจะถูกหลอก เขาจะเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์หรือไม่ Land of Smile จะเป็น Land of Smile อย่างแท้จริง ถ้าพวกเราช่วยกัน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ญัตติสุดท้ายเป็นญัตติของท่านทรงยศ รามสูต ครับ ให้ท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เป็นผู้สรุป เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตใช้สิทธิในการสรุปโดยได้รับการมอบหมายจากท่าน สส. ทรงยศ รามสูต ซึ่งได้ อภิปรายเปิดไป ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาการค้ามนุษย์นั้นเราต้องยอมรับเสียก่อนว่า ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทย แต่ปัญหาก็ลุกลามบานปลายชนิดที่เราเรียกว่า เราจะขว้างงูก็ไม่พ้นคอ ซึ่งก็ต้องได้รับความร่วมมือร่วมใจจากหลายภาคส่วน มีคำถามว่า ทำไมกระบวนการในการค้ามนุษย์มาอยู่แถวนี้ ครั้นจะไปโทษประเทศไทยประเทศเดียว ผมก็คิดว่าไม่น่าจะเป็นธรรม จากข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติซึ่งเขามีศูนย์ปราบปรามต่อต้านการค้ามนุษย์ จากข้อมูลของกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จากข้อมูลของกระทรวงแรงงาน เขาก็บอกว่า เหตุที่กระบวนการค้ามนุษย์มาอยู่แถวนี้ เพราะว่าพอมาตั้งในภูมิภาคอาเซียนแล้วมัน ได้ประโยชน์ในการจะไปกระทำการครอบคลุมในหลายประเทศ บางประเทศมีปัญหา ชนกลุ่มน้อยที่หยิบอาวุธขึ้นมาสู้กับรัฐบาลทหาร บางประเทศก็มีการผูกขาดของกลุ่มทุน ดังนั้นหยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ เรามาเริ่มต้นมองที่ประเทศไทยเสียก่อนว่าสิ่งที่รัฐบาลได้พยายาม ทำนั้นปัจจุบันเรามาถูกทางหรือไม่ พูดเรื่องปัญหาการค้ามนุษย์วันนี้ผมอยากจะวางเส้นเรื่อง ของการสรุปว่าเราควรตระหนักแต่อย่าตระหนก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่าตระหนกถึงขั้น ชนิดที่เรียกว่าจับต้นชนปลายของปัญหาไม่ถูก วันนี้ยอมรับว่าประเทศไทยและอนุภูมิภาค อาเซียนนั้นกลายเป็นฮับใหญ่ของกระบวนการค้ามนุษย์ เป็นธุรกิจหลอกค้าคน แล้วปัญหา ก็เขยิบเข้าใกล้ตัวเราขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าเราตระหนักแต่ไม่ตระหนกนั้นจะทำให้เรามีสติ แล้วเรามองออกไปว่าแผนประทุษกรรมของกระบวนการค้ามนุษย์มีรูปแบบของการ ประทุษกรรมคล้าย ๆ กัน เช่นกรณีของศิลปินดารา หวัง ซิงซิง และเพื่อนศิลปินดาราของจีน ก็จะมีแผนประทุษกรรมแบบเดียวกันเช่นหลอกว่าติดต่อมาจากบริษัทผลิต Content ยักษ์ใหญ่ ของเมืองไทย เราไม่เอ่ยชื่อเขาหรอกครับ แต่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ย่านอโศกอ้างว่าติดต่อไปให้ มาร่วมผลิต Content ดาราจีนหลายคนโดนแผนประทุษกรรมแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นฟานหู่ โดนไปเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๗ ไม่ได้โดนคนเดียวครับ โดนพร้อมเพื่อนอีก ๓ คน สุดท้ายฟานหู่หนีกลับไปได้ เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๗ เติ้งโหย่ว สี่ว์ต้าจิ่ว รู้ตัวก่อน ไหวตัวทันไม่มาครับ ในขณะที่สี่ว์ป๋อชุนมาถึงสิบสองปันนาแล้วก็พาตัวกลับไป ดังนั้นผมจึง กราบเรียนว่าถ้าเราตระหนักรู้และเห็นถึงแผนประทุษกรรมเราก็จะได้มีความรู้อย่างไรว่า เอ๊ะ ถ้าเกิดมีการได้รับโทรศัพท์จากแก๊ง Call Center จาก Scammer หรือกลุ่มบุคคลใดก็ ตามแต่เราต้องตั้งสติ แล้วกลุ่มบุคคลที่ถูกแผนประทุษกรรมแบบนี้เป็นดาราที่ต้องเรียนด้วย ความเคารพว่าเป็นดาราในช่วงขาลง พอมีการติดต่องานที่อ้างว่าจะให้ผลตอบแทนราคาสูง เขาก็ชีวิตต้องเสี่ยง แต่อย่างไรก็ตามกรณีของหวัง ซิงซิง และดาราที่ถูกหลอกมาไม่สามารถ อธิบายเรื่องนี้ เหมือนกับเราหยิบหินมาก้อนหนึ่งแล้วบอกว่านี่คือพื้นพสุธาไม่ได้ครับ เพราะมิติของปัญหากระบวนการค้ามนุษย์มีมิติที่ซับซ้อนและเราจะต้องจัดการให้ถูกต้อง ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๕ ประการ ที่รัฐบาลได้พยายามทำและหน่วยงานที่ทำก็ต้องชื่นชมอย่างที่ ผมเรียนครับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวง พม. กระทรวงแรงงาน หลาย ๆ กระทรวง ทำเรื่องนี้🔗
ประการที่ ๑ ผมเห็นว่ารัฐบาลมาถูกทาง ก็คือให้ความสำคัญกับการสร้าง ความมั่นคงในคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกมิติ เมื่อท้องอิ่มการหวังที่จะไปรับเงิน ค่าตอบแทนสูง ๆ มันก็ไม่เกิดขึ้นถ้าชีวิตมีรายได้ มีความมั่นคง ซึ่งรัฐบาลพยายามทำครับ🔗
ประการที่ ๒ การป้องกันปัญหานั้นต้องเน้นไปในแต่ละกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยเครื่องมือและวิธีคิดที่แตกต่างกัน เช่น กลุ่มเด็ก เยาวชน ครอบครัวจะป้องกันอย่างไร กลุ่มคนวัยทำงานจะสร้างระบบการตรวจสอบการจ้างงานที่เป็นการจ้างจริงและปลอดภัย ในสภาพแวดล้อมที่ดีและตรวจสอบได้อย่างไร🔗
ประการที่ ๓ ต้องมีการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกภาคส่วน ไม่ใช่ ต่างคนต่างทำชุดข้อมูลในการป้องกันการค้ามนุษย์ ถือกันคนละคัมภีร์ ถือคนละใบ แบบนี้ จะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่วันนี้ต้องยอมรับว่าเขาก็พยายามมีการเชื่อมโยงบูรณาการ และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยจากการค้ามนุษย์ได้ดียิ่งขึ้น🔗
ประการที่ ๔ เป็นเรื่องสำคัญ คือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด การมี ระเบียบ ข้อบังคับ มาตรการเต็มรูปแบบ และพยายามปรับปรุงระเบียบวิธีการอย่างทันสมัย และสอดรับกับสถานการณ์ที่เป็นปัจจุบัน🔗
ประการที่ ๕ เสริมสร้างหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างประเทศ อย่างที่ผมเรียน เราไม่สามารถจะยกประเทศเราหนีจากกลุ่มอนุภูมิภาคที่เกิดปัญหาได้ แต่เราสามารถจะ เชื่อมโยงและบูรณาการความร่วมมือของทุกประเทศได้ และเมื่อในอนุภูมิภาคของเรามี ความเข้มแข็ง มีการเชื่อมโยง ปัญหาการค้ามนุษย์ก็จะเป็นปัญหาที่ถูกสกัดกั้นในอนุภูมิภาค โอกาสจะลุกลามบานปลายกลายเป็นปัญหาระดับสากล มีการเคลื่อนย้าย โยกย้ายก็จะ เป็นไปด้วยความยากลำบาก🔗
ดังนั้นผมจึงต้องขอให้กำลังใจและขอกราบเรียนเจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงานรัฐ ที่เขาทำเรื่องนี้ แล้วดูการอภิปรายเสมือนหนึ่งว่าทุกท่านไม่ได้ทำอะไร แต่ว่าเราเห็นว่าสิ่งที่ทำ มานั้นทุกปัญหามีการพัฒนา ส่วนหนึ่งที่เกิดปัญหาก็คือว่าเรื่องของเทคโนโลยี เทคโนโลยี ก้าวไกล สังคมไทยต้องก้าวทัน และผมเชื่อมั่นว่าภายใต้กรอบแนวคิดและวิธีการแก้ปัญหา แบบนี้เรามีความหวังครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เป็นอันจบญัตติด่วนด้วยวาจานะครับ เนื่องจากว่าญัตตินี้มีผู้เสนอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาศึกษาโดยส่งให้คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ เพื่อพิจารณาศึกษา ซึ่งการที่ได้รับฟังการอภิปรายของสมาชิกแล้ว เห็นว่าญัตติเรื่องนี้สมควรส่งไปที่คณะกรรมาธิการดังกล่าวเพื่อพิจารณาศึกษา สมาชิก จะมีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็อาศัยข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถามมติจากที่ประชุมว่าจะมีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ หากไม่มีก็ถือว่า เป็นมติของที่ประชุมนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมมีมติว่าให้ส่งไปที่คณะกรรมาธิการความมั่นคง แห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ เพื่อพิจารณาศึกษา ขอเชิญท่านสมาชิกได้กำหนดระยะเวลาการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ เอาสักกี่วันดีครับ ท่านชุติพงศ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดระยอง อำเภอบ้านค่าย อำเภอปลวกแดง อำเภอวังจันทร์ ขอเสนอระยะเวลาการศึกษา ๙๐ วัน ขอผู้รับรองครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ก็เสนอ ๙๐ วัน มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ หากไม่มีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นก็สรุปว่า ให้กรรมาธิการพิจารณาศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน เป็นอันจบ ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องที่ ๑ ไปแล้วนะครับ🔗
ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องที่ ๒🔗
๒. ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาปัญหา สารตกค้างในทุเรียนเพื่อการส่งออกทุเรียน ในช่วงฤดูกาลผลิต (นายวิชัย สุดสวาสดิ์ เป็นผู้เสนอ)🔗
เนื่องจากว่ามีผู้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเข้ามาอยู่ ๒ ท่าน ก็เชิญท่านแรก ก่อนครับ ท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขต ๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในข้อ ๕๐ ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาปัญหาสารตกค้างในทุเรียนเพื่อการส่งออกทุเรียนในช่วง ฤดูกาลผลิต ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ🔗
ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทาง การแก้ไขปัญหาการส่งออกทุเรียน และการดูแลชาวสวน ล้ง และผู้ส่งออกทุเรียนทั้งระบบ (นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นผู้เสนอ) เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ปัจจุบันผมว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านก็น่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าตอนนี้ชาวสวน ทุเรียนทั้งที่ภาคใต้และที่ภาคตะวันออกก็ต้องรู้สึกหวั่นวิตกกับมาตรการเฉียบพลันในการ นำเข้าทุเรียนของประเทศจีนที่ต้องมีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการของสารย้อมสี Basic Yellow 2 ด้วยนะครับ ซึ่งแม้ว่าขณะนี้จะมีแนวทางในการจัดการตามสมควรแล้วแต่ก็ยังขาด ความชัดเจน ด้วยเหตุผลนี้ผมจึงมีความจำเป็นต้องเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเพื่อขอให้สภา ผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาการส่งออกทุเรียน ตลอดจนการดูแล ชาวสวน ล้ง และผู้ส่งออกทุเรียนทั้งระบบในวันนี้ครับ ขอผู้รับรองครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านใดจะเสนอญัตติเรื่องทำนองเดียวกันอีกไหมครับ ไม่มีนะครับ ความจริง ผมได้ถามในตอนประชุมคราวที่แล้ว มีผู้ใดขัดข้องไหมที่เราจะพิจารณาต่อจากเรื่องการ ค้ามนุษย์ ก็ไม่มีผู้ใดขัดข้อง ก็ดำเนินการไปตามนี้เลยนะครับ เพราะเราดำเนินการที่ได้รับ อนุมัติจากที่ประชุมแล้ว เพราะฉะนั้นเชิญผู้เสนอญัตติแรกเสนอแล้วก็อภิปรายด้วยเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ ผมขอ นำเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า ด้วยเหตุผลตั้งแต่วันที่ ๘ เป็นต้นมา มีปัญหาเรื่องทุเรียน ในเรื่องของการส่งออกโดยเฉพาะประเทศจีนเป็นประเทศที่คู่ค้ากับประเทศไทย มีมาตรการ อย่างเร่งด่วนในเรื่องของความปลอดภัยทางอาหารของทุเรียนไทยนำเข้าประเทศจีนพบว่า มีสารย้อมสีชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Basic Yellow 2 หรือ BY2 ซึ่งเป็นสารประกอบอินทรีย์ ลักษณะผงสีเหลือง ประกอบเป็นสีย้อมผ้า ย้อมกระดาษ ย้อมหนัง และทาสีบ้าน องค์การ อนามัยโลกเขาบอกว่าเป็นสารก่อมะเร็ง เหตุนี้เกิดขึ้นส่งผลให้กับทุเรียนไทยปั่นป่วน เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเขาให้เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ ๑๐ มกราคม ขีดเส้นตายให้ประเทศไทย ส่งออกต้องมีใบรับรองไปจากห้องแล็บของประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องของสาร BY2 แล้วก็ สารแคดเมียม สิ่งที่ต้องยอมรับกันในช่วงนี้ก็คือในเรื่องของการปฏิบัติตนของภาครัฐที่ผ่านมา ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับว่าประเทศไทยเป็นประเทศในเรื่องของเกษตรกร ในเรื่อง ของการไปประกอบอาหาร ในเรื่องภาคเกษตร ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศประกอบ อาชีพในเรื่องของการเกษตรทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นปาล์มน้ำมัน ยางพารา ข้าว ข้าวโพด แล้วก็ มาถึงทุเรียน มีปัญหาพืชตัวอื่นมามากมายจะส่งผลให้ประเทศไทยต้องรับผิดชอบในเรื่องของ สินค้าซึ่งเป็นเกษตรที่เขาเรียกบอกว่าเป็นสินค้าทองของชาวไทย นั่นก็คือทุเรียน ปัญหา อย่างนี้รัฐบาลจะต้องมีแนวทางในการแก้ไขปัญหา จะต้องบูรณาการร่วมกัน เราต้องยอมรับ ว่า ๒ ๓ ปีที่ผ่านมา ทุเรียนในราคา ๒๐๐ กว่าบาท ปีนี้ ณ วันนี้ที่ผ่านมาในวันที่ ๘ ทุเรียนเรา ราคา ๒๓๐-๒๕๐ บาท มันผันผวนเกิดขึ้นทำให้พี่น้องประชาชนสับสนโดยเฉพาะเกษตรกร และล้งผู้ค้าทุเรียน ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะดึงในเรื่องของผลทุเรียนออกต่างประเทศ ทำให้ส่งผล ในเรื่องของปัญหาอย่างหนักหน่วงส่งไปตั้งแต่วันที่ ๗ วันที่ ๘ มีปัญหาเมื่อวันที่ ๑๐ โดยเฉพาะในเรื่องของด่านกักตรวจพืชของจังหวัดชุมพรได้ส่งทุเรียนออกไปประมาณ ๑๐๐ ตู้ ส่งผลให้ตีทุเรียนกลับมาหมดเลยครับ ทำให้พ่อค้าและล้งประกอบการต่าง ๆ ขาดทุนกัน ย่อยยับ ท่านประธานครับ สิ่งนี้ผมต้องบ่งบอกท่านประธานฝากถึงท่านรัฐบาล หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาเป็นกรณีศึกษานิดหนึ่ง ถ้าเราไม่มีเหตุทำไมเราไม่มีการป้องกัน ท่านประธานครับ แล็บในประเทศไทยไม่มีตามข่าวที่จะมาตรวจสารชนิดนี้ พอไม่มีแล็บ เป็นช่องทางให้คนทำมาหากินเกิดขึ้นทันที ๑. ทุเรียนเราจะส่งออกไปด้วยความยากลำบาก ต้องมีการตรวจ มีห้องแล็บที่จะต้องมีใบเซอร์ออกไปทุกตู้ ใบรับรองออกไปทั้งผลตรวจของ สารตกค้าง BY2 และสารแคดเมียม พอไม่มีห้องแล็บเกิดขึ้นเกิดอะไรกับพี่น้องชาวเกษตรกร เกิดอะไรกับผู้ประกอบการ เขาตีของกลับมาทำให้ราคาทุเรียนตกต่ำอย่างมาก แล้วเกิดการ ตระหนกต่อผู้ค้าและเกษตรกรขึ้นมาทันทีโดยเฉพาะในเรื่องของราคาผลผลิต ช่วงจังหวะนี้ โดยเฉพาะพ่อค้าคนกลางที่มีหัวในทางการค้าจะไปกดราคากับพี่น้องชาวเกษตรกรโดยอ้าง เอาในสิ่งที่ต้องประกอบในเรื่องของการส่งออก เพราะฉะนั้นแล้วนำเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่ารัฐบาลไม่นิ่งเฉยได้ เพราะพืชตัวนี้เป็นพืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้ให้กับ ประเทศชาติเป็นเรือนแสนล้านทุกปี โดยเฉพาะในระยะช่วงนี้ของภาคใต้กำลังออกสู่ตลาด เพื่ออะไรครับ เพื่อตั้งใจที่จะไปขายในช่วงตรุษจีนของประเทศจีน การทำทุเรียนนอกฤดู การทำทุเรียนทวายนี้ เขาต้องคำนวณระยะเวลาตั้งแต่เริ่มทำใบ เริ่มฉีดสาร และเริ่มมีการ เก็บเกี่ยวในช่วงฤดูกาล วันที่จะต้องส่งออกกี่วันจะถึงตลาดของประเทศจีน ไปครับตั้งใจว่า เดี๋ยววันที่ ๒๖ วันที่ ๒๗ นี้ไปเปิดตู้กันนะครับ เริ่มทยอยออกโดยเฉพาะทุเรียนทางภาคใต้ จังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินทางออกสู่นอกประเทศ เพื่อตั้งใจที่จะไปขายในราคาที่มีราคากันตลอดทุกปีก็ในช่วงของตรุษจีน พอเกิดปัญหาอย่างนี้ ผมตั้งเป็นประเด็นนิดหนึ่งว่าทำไมไม่เกิดปัญหาในช่วงระยะ ๒ เดือนที่ผ่านมา ทำไมปัญหา ตัวนี้มาเกิดในระยะที่เป็นช่วงจังหวะที่ทุเรียนนอกฤดูออกสู่ตลาด ตอนนี้ล้งไปทำสัญญา เรียบร้อย และทุเรียนเป็นพืชเกษตรที่ทางบ้านผมเขาเรียก พืชตาขาว ถ้าสุกแก่ไว้ที่ต้นไม่ได้ ร่วงครับ เพราะฉะนั้นแล้วตั้งแต่วันที่ ๗ วันที่ ๘ ที่ผ่านมา พอส่งตู้กลับเมื่อวันที่ ๑๑ พ่อค้า ทุเรียนทั้งหมดไม่กล้าที่จะไปตัดทุเรียนออกจากแปลงทุเรียนได้ วันนี้เกิดมาถึงวันที่ ๑๖ ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๑๑ ถึงวันที่ ๑๖ นี่ครับ มันเป็นช่วงระยะเวลาที่ทุเรียนต้องร่วงลงสู่ โคนต้นทุเรียน เกิดปัญหาตั้งแต่เรื่องของการขาดทุนเพราะเราควบคุมในเรื่องของต้นทุน การผลิตกันไม่ได้อยู่แล้ว ทีนี้รัฐบาลควบคุมในเรื่องของผลผลิตไม่ได้ รัฐบาลยังควบคุมในเรื่อง ของการส่งออกไม่ได้ มันสำปะหลัง สับปะรด ข้าว ทุกสิ่งทุกอย่างในพืชการเกษตร พี่น้อง ชาวเกษตรกรที่ยืนเป็นเสาหลักให้กับประเทศ ผมถามนิดหนึ่งครับ ถามท่านประธานฝากไป พวกที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ท่านเคยให้หลักประกันกับเกษตรกรหรือเปล่า ดูกันง่าย ๆ ทุเรียน มีปัญหานี่ยังไม่มีห้องแล็บเป็นของตัวเอง เมื่อเช้านี้มีเพื่อนตั้งกระทู้ถามไป มีเพื่อนหารือ ในสภามากเยอะแยะเลย แล้วเราต้องยอมรับว่าตั้งแต่วันที่ ๑๑ จนถึง ณ ปัจจุบันนี้ครับ ในสื่อออนไลน์ทั้งหมดในเรื่องของทุเรียนออกมาเยอะแยะ ออกมาตีแผ่กันเยอะแยะ ในปัญหาทั้งหมด อนาคตของสวนทุเรียนมันจะดับวูบในเมื่อรัฐบาลไม่ได้มีการเตรียมการ กรมวิชาการเกษตร กรมการค้าภายใน ทูตเกษตร ท่านทำอะไรกันอยู่ครับ เมื่อเช้าตอบ ได้อย่างไม่ชัดเจนเท่าไร ความชัดเจนไม่เกิดขึ้น ระยะเวลาที่คำนวณกันไว้ประมาณ ๒๐-๓๐ วัน ทุเรียนเขาไม่ร่วงกันหมดหรือครับ แล้วพี่น้องชาวเกษตรกรเอาเงินที่ไหนไปปลดหนี้ ธ.ก.ส. เพราะความหวังของเขาอยู่บนต้นทุเรียน สิ่งนี้วันนี้ผมเลยต้องมายื่นในเรื่องของญัตติด่วน เพื่อตั้งใจให้รัฐบาลได้ตื่นตัว ได้ตระหนัก และแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน รอไม่ได้ครับ รออีกเดือนหนึ่งโดยเฉพาะทุเรียนทางนครศรีธรรมราช ถ้ารออีกเดือนหนึ่งจบแน่นอน เหลือแต่ต้น กับขั้วทุเรียนอยู่บนต้น เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เลยต้องให้ภาครัฐเตรียมความพร้อมให้พืชเกษตร ทุกตัว กรณีนี้เป็นกรณีศึกษาที่มีความตั้งใจกันในเรื่องของการแก้ไขปัญหา ไม่ได้ปล่อยให้ ภาระนี้ไปตกอยู่ที่ล้งทุเรียน พ่อค้าทุเรียน อย่าให้ไปตกอยู่ที่เกษตรกรผู้มีความคาดหวัง ปีละ ๑ ครั้งเลย ทุเรียนภาคใต้ออกมาทั่วได้ทั้งปี ที่ผมพูดทั้งหมดนี้นี่คือจังหวัดชุมพร จังหวัด สุราษฎร์ธานี และจังหวัดนครศรีธรรมราช ในช่วงระยะเวลาทุเรียนนอกฤดูก็คือ มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เดี๋ยวเมษายน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม ทุเรียนที่จะออกมาสู่ ตลาดวันหนึ่งประมาณ ๕๐๐ ๖๐๐ ตู้ ออกจากภาคตะวันออกครับ ถ้ารัฐบาลยังไม่ได้เตรียมการ ยังไม่ได้เตรียมตัว เชื่อเหลือเกินสิ่งที่จะตอบกลับมาหาพี่น้อง ประชาชน หาพี่น้องชาวเกษตรกรด้วยความลำบาก เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้ผมเองนั้นผมตั้งใจ เหลือเกินว่ารัฐบาลต้องมีการเตรียมการในเรื่องของการแก้ไขปัญหา ถ้าล้งทุเรียนทุกล้ง ขาดทุน ขาดกำไร โดยเฉพาะตู้ละ ๕ ล้านบาท โดยค่าขนส่งทั้งไปทั้งกลับบวกเข้าไปอีกครับ และผลทุเรียนที่กลับมาสู่เมืองไทยจากจีนมาไทยอีกนี้มันเกิดเน่าเกิดเสียขึ้นมาเขาขาดทุน พอขาดทุนแล้วผมนำเรียนท่านประธานครับ เขาจะเอาเงินที่ไหนนักหนาที่มาซื้อให้เกษตรกร ในราคาที่เขาทำสัญญากันไว้ในสวน ก็เกิดการฟ้องร้อง เดี๋ยวก็เกิดคดีความกันใหญ่โตมโหฬาร รัฐบาลก็ต้องไปแก้ไขปัญหาเรื่องอื่นกันไปอีก เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้สิ่งที่รัฐบาลต้องตระหนัก แล้วเอาเป็นบทเรียนได้เลยว่าเราต้องเตรียมการทุกอย่างในเรื่องของทุเรียน ในเรื่องของ พืชเกษตรทุกตัว จะให้ทุเรียนมาเป็นพืชเกษตรอีกตัวนั่นละครับ ในเรื่องของการแทรกแซง ราคา ในเรื่องของทุเรียนมาเทอยู่บนถนน เอาไปปิดศาลากลางเหมือนกับยาง เหมือนกับ ปาล์มที่ผ่านมา ผมบอกว่าอย่านะครับ อย่าให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นเลย เพราะประชาชน คนไทยมีความคาดหวังกับพืชตัวนี้มาก เขาคิดว่าเขาจะเอาครอบครัวไปได้ เขาคิดว่าเขาจะส่ง ลูกเรียนได้ เขาคิดว่าเขาจะไปปลดหนี้ปลดสินได้ ท่านประธานต้องยอมรับข่าวนี้ไม่ได้เป็นแค่ ตรงนี้มันมีกันทั่วโลก เพราะฉะนั้นแล้วประเทศอื่นทำไมเขาไม่มีปัญหากัน ประเทศไทยทำไม ต้องมีปัญหา ในเมื่อรัฐบาลต้องเตรียมการเพื่อการป้องกันและการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ชาวสวนทุเรียน ผมเองหารือในสภาหลายครั้งตั้งแต่สารแคดเมียมยังไม่มีเลย ยังไม่มีบ่งบอก เลยว่าพื้นที่จังหวัดชุมพรมีปัญหาสารแคดเมียมมันเกิดเพราะเหตุอันใด น้ำที่รดทุเรียน หรือปุ๋ยที่เอามาใส่ทุเรียน หรือยาที่เอามาฉีดทุเรียน ยังไม่มีคำตอบให้พวกเราเลยครับ จนวันนี้เกิดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งและเป็นสิ่งที่น่ากลัวก็เพราะประเทศจีนเขากาไว้เลยว่าไม่ให้ นำเข้าประเทศเขา เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้ผมเองในฐานะที่ส่วนหนึ่งเป็นเกษตรกร พืชนี้เป็น พืชความหวังของครอบครัวผมเหมือนกันในเรื่องของการค้าขาย ในเรื่องของการได้มาซึ่งการ ลงทุน ผมฝากท่านประธานช่วยถามรัฐบาลให้ผมนิดหนึ่งว่ามีเวลาพอที่จะทำเรื่องนี้ไหมครับ เพราะเวลาเราเหลือน้อยมาก ถ้าปล่อยเวลาให้รัฐบาลหรือว่า ครม. ไปจัดการเรื่องนี้ เลยเวลา ไป ๓๐ วันครับ ผมสงสารคนจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมสงสารคนจังหวัดชุมพร ผมสงสาร คนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ความหวังเขามีอยู่ประมาณสัก ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่ใช่น้อย ซึ่งเป็นรายได้ของประเทศ เป็นรายได้ที่ประเทศนี้จะได้รับในเรื่องของการส่งออก เคยเหลียว กันไปดูนะครับ การส่งออกทุเรียนแต่ละปีของประเทศไทยนี้มันเป็นหลักล้านล้านบาท และเป็นพืชเศรษฐกิจ เป็นพืชเกษตรที่ส่งออกแล้วได้ราคา และส่งออกทำเม็ดเงินเข้าสู่ ประเทศอย่างมากมายก็คือทุเรียนอย่างเดียว และเป็นพืชที่ยังไม่ต้องไปเที่ยวแทรกแซงราคา และเป็นพืชที่ยังไม่ต้องไปทำในเรื่องของกิจกรรมในเรื่องของการที่จะต้องไปเยียวยาเขา แต่ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ ปล่อยให้ปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้น ผมเชื่อสักวันหนึ่งทุเรียนจะไปกองอยู่ หน้าศาลากลาง ทุเรียนจะไปกองอยู่ที่ถนนเพชรเกษม หรือถนน ๔๑ โดยเฉพาะในโซนภาคใต้ ถ้าทุเรียนไปกองปุ๊บรถขนส่งก็เดินทางมาไม่ได้อีกเพราะมีถนนเส้นเดียว เพราะฉะนั้นแล้ว วันนี้เป็นวันที่ผมบอกตั้งแต่หลายครั้งถ้าย้อนกลับไปที่ผมหารือนี่ ผมจะบอกว่าเป็นมหากาพย์ ของทุเรียน สิ่งที่ผมกลัวมาตลอดมันเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๘ วันที่ ๙ นี้ รัฐบาลครับ ผมฝาก ท่านประธานเรารอไม่ได้ครับ รอไม่ได้เลยครับ มันต้องจบภายในพรุ่งนี้ มะรืนนี้ ต้องออกไป ทำหน้าที่กันทุกภาคส่วน ทูตเกษตรไปเจรจาการค้าผ่อนปรนเขาได้ไหม ให้เขาเอาด่านตรวจ ทั้งหมด จุดตรวจ คนตรวจทั้งหมดของประเทศจีนมาอยู่ในด่านริมชายแดนได้หรือเปล่า เพื่อจะง่ายในเรื่องของการขับเคลื่อน ง่ายในเรื่องของการส่งออก ผมยอมรับครับ นับการ ปฏิบัติทั้งหมดโดยเฉพาะในเรื่องของวิธีการในเรื่องของการตรวจตู้สินค้าทุเรียนจะส่งออก นอกประเทศ ท่านประธานรู้ไหมครับ จังหวัดชุมพรมีล้งทุเรียนประมาณ ๔๐๐ ล้ง มีพ่อค้าอยู่ประมาณ ๔๐๐ เจ้าที่จะซื้อทุเรียน แต่คนตรวจส่งตู้ออกจากจังหวัดชุมพรอยู่ที่ไหนครับท่านประธาน อยู่จังหวัดระนองครับ มีออฟฟิศชั่วคราวอยู่ที่อำเภอหลังสวนที่ชุมพร ผมถามว่าแล้วระนอง ไปเฝ้าดูอะไรครับ ดูการส่งออกระนองที่ท่าเรือระนอง ดูการส่งออกจากจังหวัดระนองไปให้ พม่าหรือครับ ดูเถอะท่านประธานครับ มันสมควรแล้วเพราะทุเรียนไม่ใช่เกิดเมื่อปี ๒๕๖๕ ทุเรียนนี้เกิดมาเป็น ๒๐ ๓๐ ปีแล้วที่จังหวัดชุมพร แต่พนักงานคนตรวจ ผู้ตรวจเพื่อการ ส่งออก ด่านตรวจพืชอยู่ที่ท่าเรือระนอง กว่าจะเดินทางมาถึงจังหวัดชุมพร กว่าจะมาเซ็น ให้เขาเอาตู้ออก ผมถามท่านประธานยุ่งยากกับเจ้าหน้าที่ไหม ถ้ามาช้าการส่งออกก็ช้า การ Packing ก็ช้า การขับเคลื่อนทั้งหมดช้าหมด ถ้าท่านประธานหรือว่าเพื่อนสมาชิกในสภา แห่งนี้ได้มีโอกาสไปที่จังหวัดชุมพรตอนเย็น ช่วงที่จังหวะทุเรียนออกผมอยากจะให้ไปดู สี่แยกเขาปีบรถทุเรียนติดประมาณร้อยกว่าคันกว่าจะผ่านไฟแดงได้ แล้วที่ล้งแต่ละล้ง รถมีประมาณ ๑๐๐-๓๐๐ คัน รถเกษตรกร แล้วคนที่จะมาเซ็นตรวจตู้มาช้าผมถาม ท่านประธานด้วยความเคารพจะทันเวลาหรือครับ เพราะฉะนั้นแล้วฝากท่านประธานถึง รัฐบาล จังหวัดชุมพรเป็นจังหวัดที่ผลิตทุเรียนมากที่สุดในโซนภาคใต้ รองลงมาคือ นครศรีธรรมราช อันดับ ๓ คือสุราษฎร์ธานี อันดับ ๔ ก็คือน่าจะเป็นพื้นที่ของท่านประธาน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะฉะนั้นแล้วคนตรวจอย่าอยู่ระนองเลย มาอยู่ที่จังหวัดชุมพร เถอะครับ มันจะได้ทันท่วงที นั่นคือสิ่งเล็ก ๆ ที่มันเกิดขึ้นมาตลอด แต่ทีนี้สิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้น ข่าวประโคมออกมาผมก็ไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่จริง ห้องแล็บที่จะไปตรวจสาร Basic Yellow 2 ไม่มีในประเทศไทย ประหลาดนะครับ เพราะว่าสารตัวนี้ไม่มีแล้วประเทศไทยที่รับผลผลิต ออกมาจากประเทศอื่น ๆ นำเข้าสู่ประเทศไทยผลไม้นี่เอาอะไรมาเพื่อตรวจ เพื่อรู้ว่าสุขภาพ ของคนไทยที่บริโภคออกไปมันจะเป็นปัญหากับคุณภาพชีวิตของเขาไหม แปลกนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตรครับ ผมอยากถามตรง ๆ ว่าท่านทำอะไรกันอยู่ เมื่อก่อนตอนผมเด็ก ๆ ผมทำไร่ทำนา ข้าวบอกผมว่าแมลงลงกิน เขามีเกษตรไปฉีดยาให้ แต่ ณ ปัจจุบัน หนอนทุเรียนเจาะเมล็ดทุเรียนผมไปถามเกษตรว่า มียาช่วยไหม เขาบอกว่าไม่มี เขาตัดไปแล้วครับ พอผมถามว่าด้วงที่กินมะพร้าวมียา พอที่จะให้พี่น้องประชาชนไหม เขาบอกอย่างไรครับ ไม่มีเขาโดนตัดไปเรียบร้อยหมดแล้ว สิ่งที่แจกอยู่ ณ ปัจจุบัน โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แจกอะไรล่ะครับ แจกสาร พด. ครับ พด.๑๔ ไปฆ่าในเรื่องโรคทุเรียน เรื่อง Phytophthora พด.๑ พด.๒ ในเรื่องทำ ปุ๋ยหมัก มันไม่ใช่ครับ มันไม่ทันต่อเหตุการณ์แน่นอน เพราะฉะนั้นแล้วในสิ่งที่ผมพูดมา ทั้งหมดนี้ผมอยากจะให้ท่านประธานสื่อไปถึงรัฐบาลว่าพวกเราเกษตรกรชาวจังหวัดชุมพร ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีเรารอไม่ได้ รอไม่ได้ในช่วงจังหวะฤดู ของการเก็บเกี่ยวนี่ครับ เพราะทุเรียนถ้ามันไม่สุกเราเก็บเกี่ยวไม่ได้ แต่ถ้ามันสุกแล้วมันรอ ในเรื่องของขั้นตอนการตรวจสอบไม่ได้ หาแนวทางกันเถอะครับ เจรจาสิครับ ทูตเกษตรก็มี ทูตพาณิชย์ก็มี จับมือกันสิครับ แล้วก็ขอร้องไปถึงกรมการค้าภายในลงพื้นที่ไปควบคุม ในเรื่องของการกดราคาของพ่อค้าคนกลางต่อไป เหตุนี้มันจะเกิดแล้วเป็นลำดับชั้นแน่นอน เพราะฉะนั้นแล้วนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าวันนี้ที่ยื่นญัตติเรายื่นเพื่อตั้งใจที่จะ ให้รัฐบาลได้มีการแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด ผมเสียดายครับ ถ้าญัตติตัวนี้ได้เข้าตั้งแต่เมื่อเช้า ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกที่เดือดร้อนอภิปรายกันเยอะแยะ แต่ตอนนี้เวลามันล่วงเลยมานาน พอสมควร เพราะเป็นปัญหาของพี่น้องประชาชน เป็นปัญหาเศรษฐกิจของประเทศเราปีหนึ่ง เป็นล้านล้านบาท มันหาพืชตัวไหนที่จะไปทดแทนได้ล่ะครับ เพราะฉะนั้นแล้วผมนำเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่าวิธีตรวจหาความมาตรฐานของ Basic Yellow 2 นี่ให้มัน เร็วที่สุด ประกาศให้ชัดเจนพื้นที่ที่มีสารแคดเมียมอยู่ในทุเรียนประกาศเป็นพื้นที่สีแดง ด่วนที่สุด เพื่อเราจะไม่ต้องลงทุน ชาวบ้านตาสีตาสา พี่น้องชาวเกษตรกรไม่รู้เรื่องหรอกครับ ไม่รู้ว่ามาจากน้ำ มาจากปุ๋ย มาจากยา ไม่รู้แน่นอนครับ สุดท้ายผมขอฝากท่านประธานถึงรัฐบาลนะครับ ถ้ามาถึงประเด็นนี้แล้ว มาถึง ณ เวที แห่งนี้แล้ว มาถึง ณ เวลานี้แล้ว ช่วยควบคุมในเรื่องของต้นทุนการผลิตให้พี่น้องเกษตรกรด้วย ไปดูเรื่องราคาปุ๋ย เรื่องราคายา อ้างว่ามีสงครามปุ๋ยขึ้นกระสอบละ ๑,๐๐๐ กว่าบาท เวลานี้ ยังไม่ลงเลยครับ แต่ทุเรียนราคาผันผวนตลอด มันสำปะหลังราคาผันผวนตลอด อ้อยราคา ผันผวนตลอด ข้าวราคาผันผวนตลอด แต่เราไม่เคยได้คิดว่ามาลดต้นทุนให้พี่น้อง ชาวเกษตรกรแบบไหน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะไปแจก พด. อย่างเดียวไม่ทันกิน หรอกครับ ต้องไปดูหน่อยทำอย่างไรให้ราคาปุ๋ยมันลง ทำอย่างไรให้ราคาของเคมีภัณฑ์มันลง เพื่อรองรับต้นทุนให้กับเกษตรกร🔗
ท่านวิชัยครับ กรุณาสรุปได้แล้ว ตอนนี้ ๒๒ นาทีแล้วครับ สรุปได้แล้วครับ🔗
ผมกำลังจะสรุปครับท่านประธาน แต่พอพูด แล้วมันก็ในฐานะเกษตรกร มันก็จำเป็นที่จะต้องระบายให้หมด ไม่อย่างนั้นนอนไม่หลับครับ ผมบอกท่านประธานนะครับ ชีวิตเกษตรกรมันเป็นชีวิตที่ยืนบนปลายเข็มตลอดเวลา ผมไม่ได้ ว่าแต่สวนทุเรียนนะครับ นาข้าว มันสำปะหลัง อ้อย และพืชตัวอื่นที่ผมไม่ได้เอ่ยมันเป็นปัญหา ให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างมากมาย ผมขอสรุปให้ท่านประธานอย่างนี้ครับ เดือนธันวาคม ปลายปี ๒๕๖๗ เราเกิดปัญหาน้ำท่วม พี่น้องชาวเกษตรกรร้องไห้กันระงม โดยเฉพาะพี่น้อง ชาวสวนทุเรียนที่น้ำท่วมขัง เกิดต้นตาย ล้มตายกันไปหมด พอมาเดือนมกราคมคนที่ยัง ลืมตาอ้าปากได้บ้าง คิดอย่างมีความหวังได้บ้าง กลายเป็นปัญหาเรื่องนี้เกิดขึ้น ผมวิงวอน ท่านประธานฝากถึงรัฐบาลเอาจริงเอาจังเถอะครับ มาดูเรื่องกระดูกสันหลังของชาติกันเถอะ มาอุ้มชูพี่น้องชาวเกษตรกรทั่วทั้งประเทศให้ลืมตาอ้าปากและแก้ไขปัญหาให้เขานะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นญัตติของคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ถ้าจะกรุณาเสนอภายในเวลา ๑๕ นาทีได้ ก็จะเป็นการดี เพราะว่าจะมีผู้ร่วมอภิปรายอีกหลายท่านนะครับ🔗
จะพยายามครับท่านประธาน แต่อาจจะบวกลบสักหน่อยเพื่อสะท้อนถึงปัญหาของพี่น้องชาวสวนทุเรียนจันทบุรีครับ🔗
ได้ครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชน ทุเรียนคือหนึ่งในผลไม้ ที่เป็นหัวใจของเศรษฐกิจของจังหวัดจันทบุรีและของชาวจันทบุรีครับ ในขณะที่ตอนนี้ ชาวสวนจันทบุรีกำลังลุ้นให้ดอกติดกันอย่างถ้วนหน้าทั่วกันเพื่อที่จะได้ขายทันในรุ่นแรก กลับต้องมารู้สึกปริวิตกกับมาตรการเฉียบพลันในการนำเข้าทุเรียนของประเทศจีนที่ต้องมี ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการของสารยอมสีที่ชื่อว่า Basic Yellow 2 ซึ่งในขณะนี้เริ่มมีทุเรียน ไทยถูกตีกลับจากศุลกากรจีนแล้ว และคงจะถูกตีกลับมาอีกเรื่อย ๆ หากยังไม่มีแนวทาง ในการแก้ไขที่เป็นที่ยอมรับได้จากทั้งไทยและจีน การขอผลตรวจสารยอมสี Basic Yellow 2 ของศุลกากรจีนในครั้งนี้เป็นมาตรการเฉียบพลันมาก ๆ ที่ผู้ส่งออกทุเรียน ล้งทุเรียน และ ชาวสวนทุเรียน แม้แต่กรมวิชาการเกษตรก็ไม่ได้รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อนเลย เข้าใจว่าทางการจีน ก็เพิ่งจะมีการประชุมเรื่องนี้ในวันที่ ๘ แล้วก็ประกาศในวันที่ ๙ บังคับใช้ทันทีในวันที่ ๑๐ มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ผู้ส่งออกทุเรียนไทยไม่ทันได้ตั้งตัว ผมจึงมีความจำเป็นต้องเสนอ ญัตติด่วนด้วยวาจาในวันนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีห้องปฏิบัติการที่สามารถตรวจสอบในเรื่อง ของ Basic Yellow 2 อยู่เพียง ๒ แห่ง เข้าใจว่าจากการตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่าน รัฐมนตรีช่วยเมื่อเช้านี้ เข้าใจว่าจะมีเพิ่มเป็น ๖ แห่ง แล้วก็น่าจะสามารถให้การตรวจได้ตั้งแต่ วันที่ ๑๖ มกราคมเป็นต้นไป ซึ่งแต่ละแห่งท่านรัฐมนตรีช่วยก็บอกว่าจะตรวจได้ประมาณสัก ๖๐๐ ตัวอย่างต่อวัน แล้วแต่ละตัวอย่างก็ต้องใช้เวลาตรวจประมาณ ๔ วัน หรือ ๔๘ ชั่วโมง ซึ่งก็เกิดคำถามขึ้นมาในใจของชาวสวนทุเรียนจันทบุรีทันทีว่าความสามารถในการตรวจ ในระดับนี้จะรองรับการส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีนถึงปีละประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าตัน ได้อย่างไร และจะมั่นใจได้อย่างไรว่าผลตรวจจากห้องแล็บไทยจะเป็นที่ยอมรับของศุลกากรจีน เพราะจากรายงานแม้ว่าประเทศเวียดนามจะมีผลตรวจสารยอมสี Basic Yellow 2 มายืนยัน แต่ยังต้องถูกทางการจีนตรวจซ้ำทุกตู้อยู่ดี ผมย้ำให้ท่านประธานทราบไว้ตรงนี้ครับ ต่อให้มีผลตรวจถ้าทางการจีนไม่ยอมรับก็ถูกตรวจซ้ำทุกตู้อยู่ดี ซึ่งการตรวจซ้ำต้องรอเวลาถึง ๗ วันทำการ ถ้านับวันเสาร์ วันอาทิตย์ ก็คือนับไปเลย ๙ วันครับ ดังนั้นจึงมีความจำเป็น อย่างยิ่งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ต้องเร่งหารือกับทางศุลกากรจีนแล้วว่าจะทำ อย่างไร จะกำหนดมาตรฐานในการตรวจทางห้องปฏิบัติการร่วมกันอย่างไรที่จะทำให้ ผลตรวจจากห้องแล็บที่ยืนยันว่าไม่มีสาร Basic Yellow 2 ที่เป็นที่ยอมรับของทางการจีน เพื่อจะได้ไม่ต้องมาตรวจสอบซ้ำที่ด่านศุลกากรอีก ประเด็นของผลตรวจสารยอมสี Basic Yellow 2 นี้เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ถามว่าเพราะอะไรครับ เพราะว่าทุเรียนเป็นผลไม้เศรษฐกิจ ที่มีมูลค่าการส่งออกสูงถึงปีละประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี และ ๙๖ เปอร์เซ็นต์ เป็นการส่งออกไปยังประเทศจีนเสียด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์จำเป็นต้องเร่งหารือกับทางการจีนเพื่อหาทางออกร่วมกันกับทาง ศุลกากรจีนว่าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร และต้องเร่งหารือหาทางออกร่วมกันกับทางการจีน โดยทันที ผมเข้าใจว่าทางท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์มีกำหนดการอย่างเป็นทางการที่จะไปเยือนประเทศจีนในวันที่ ๕-๗ กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ แต่รอถึงเดือนกุมภาพันธ์ไม่ได้หรอกครับ ระหว่างนั้นระหว่างที่กำลังจะเยือนอย่าง เป็นทางการควรจะหาข้อสรุปอย่างเป็นทางการได้แล้ว และวันที่ ๕-๗ ถึงจะไปขอหารือ เพื่อรับการยืนยันและประเด็นอื่น ๆ เพิ่มเติมอีกทีหนึ่งถึงจะทันท่วงทีครับ ลองคิดดูครับท่านประธาน ถ้าประเด็นในเรื่องของผลตรวจสารย้อมสี Basic Yellow 2 นี้ยังไม่มีความชัดเจนจะเกิดอะไรขึ้น ท่านประธานครับ ใครที่เป็นสายกินทุเรียนอย่างผม จะทราบดี ผมปอกยังลำบากแต่เรื่องกินนี่ไม่เป็นรองใครอยู่แล้ว ทุเรียนที่จะมีคุณภาพต่อการ บริโภคหรือการกิน นับจากวันตัดจะต้องไม่เกิน ๑๒ วัน ถ้าเกิดทุเรียนเรามานับวันเวลากันดู ทุเรียนออกจากสวนให้ล้ง Pack ปล่อยตู้นี่ตีไปว่า ๒ วัน ขนส่งทางบกไปที่ด่านศุลกากร ก็ราว ๆ อีก ๔ วัน รวมเป็น ๖ วันแล้วนะครับ จากด่านศุลกากรไปวางขายที่ตลาดก็ ๒ วัน ก็มีระยะเวลาในการวางขายหรือที่เรียกว่า On Shelf ก็อีก ๕ วัน ท่านประธานลองคิดดู ถ้าต้องรอให้ทางการจีนตรวจอีก ๗ วันทำการ บวกวันเสาร์ วันอาทิตย์ไปก็ ๙ วัน รวม ๆ แล้ว ๒๒ วัน ทุเรียนแตกเน่าเสียกันพอดีครับ นี่ยังไม่นับว่าหากปัญหานี้ไม่ได้รับการคลี่คลายและ หาข้อสรุปที่ชัดเจนก็จะมีปัญหาสะสมเรื้อรังซึ่งทำให้รถเทรลเลอร์ต้องจอดรอคิวยาวสะสม รวมกันที่หน้าด่านประเมินได้เลยว่าประมาณสัก ๒๐-๓๐ กิโลเมตร ตรงบริเวณหน้าด่าน ซึ่งการรอคิวตรงนี้ก็ยังไม่รู้อีกว่าจะรออีกกี่วันกว่าจะได้ตรวจ แล้วที่สำคัญจะเกิดปัญหา ตามมาอีกคือจะทำให้ตู้ Container ขาดแคลนซ้ำเติมปัญหาให้หนักขึ้นไปอีกท่านประธาน ฤดูกาลส่งออกทุเรียนผมยืนยันว่าเป็นความหวังของคนจันทบุรีเกือบทั้งจังหวัด จะเริ่มตั้งแต่ วันไหนครับ หลังวันวันวาเลนไทน์ ๑๕ กุมภาพันธ์ เริ่มต้นเบาะ ๆ จากวันละ ๑๐๐ ตู้ แล้วก็ เพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ สูงสุดเป็น ๑,๐๐๐ ตู้ เอาว่าโดยเฉลี่ยประมาณวันหนึ่งที่ส่งออกก็ประมาณ สัก ๖๐๐-๗๐๐ ตู้ Container ถ้าประเด็นในเรื่องของผลตรวจสารย้อมสี Basic Yellow 2 ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนก็ประเมินความเสียหายได้เลยตู้หนึ่ง ๕ ล้านบาท ความเสียหาย ที่เกิดขึ้นก็ประมาณสักวันหนึ่ง ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท และเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับห่วงโซ่ อาชีพทุเรียนทั้งห่วงโซ่ครับ สำหรับชาวสวนทุเรียนผมประเมินให้ท่านประธานทราบว่า ความเดือดร้อนมันขนาดไหน ชาวสวนทุเรียน ๑ ไร่ ปลูกได้แบบแน่น ๆ เลยก็สัก ๒๐ ต้น แต่ละต้นนี้สามารถสร้างรายได้ได้ประมาณสัก ๓๐,๐๐๐ บาทต่อปี ทุเรียนรุ่นแรกนี่เป็น ความหวังของชาวสวนจันทบุรีมาก ๆ ถ้าปัญหานี้แก้ไขล่าช้าไม่ทันท่วงที เอาแค่ความเสียหาย ที่เกิดขึ้นกับทุเรียนรุ่นแรกก่อน ความเสียหายจะเกิดขึ้นในระดับล้านบาททันที อย่างคนที่มี สวนทุเรียนย่อม ๆ สัก ๑๐ ไร่ เอาแค่ความเสียหายจากการขายทุเรียนรุ่นแรกถ้าส่งออก ติดขัดแบบนี้ ราคาตกสักครึ่งหนึ่งตามข่าวนี่ก็เสียหายไปแล้ว ๑๐ ไร่ก็ ๑ ล้านบาทโดยประมาณ ใครมี ๓๐ ไร่ ก็เสียหายทันที ๓ ล้านบาท นี่แค่รุ่นแรกนะครับ ปัญหานี้ยังเกี่ยวพันกับ หลายกระทรวงมาก ๆ เพราะผู้คนในแวดวงการเกษตรต่างวิพากษ์วิจารณ์กันให้ขรึมครับ นี่อาจจะเป็นว่าเป็นมาตรการตอบโต้ของศุลกากรจีนต่อกรณีองุ่น Shine muscat ที่ถูกตีข่าว เกินจริงจนสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วเอเชียจนทำลายตลาดไปทั่วเอเชียเลย โดยข้อเท็จจริง ผมตามข่าวครับ จากการสุ่มตรวจองุ่น Shine muscat ๒๔ ตัวอย่าง มีเพียง ๑ ตัวอย่างที่พบ สาร Chlorpyrifos ซึ่งเป็นสารที่ถูก Ban ห้ามใช้ในประเทศไปแล้ว ส่วนอีก ๒๓ ตัวอย่าง พบว่ามีสารปนเปื้อนจริง แต่อยู่ในค่าที่ไม่เกินค่ามาตรฐานความปลอดภัย หากล้างทำ ความสะอาดก็สามารถรับประทานได้ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่าวิตกจนเกินกังวล เพราะประเด็น ของสารเคมีตกค้างของพืชผักผลไม้ที่ไม่ได้เพาะปลูกจากแปลงเกษตรอินทรีย์ก็เป็นเรื่อง ที่พอจะพบได้อยู่แล้ว แต่ปรากฏว่าก็ถูกตีข่าวในลักษณะที่รุนแรงเกินจริงจนทำลายตลาด เขาก็วิพากษ์วิจารณ์กัน คนในแวดวงการเกษตรว่านี่อาจจะเป็นมาตรการในการตอบโต้กลับมา ของทางศุลกากรจีนหรือเปล่า ดังนั้นการแก้ไขปัญหานี้จึงจำเป็นต้องหารือร่วมกันหลาย กระทรวงครับ ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ดี กระทรวงพาณิชย์ก็ดี กระทรวง สาธารณสุข และกระทรวงการต่างประเทศ ทั้ง ๔ กระทรวงนี้ต้องหาทางคลี่คลายปัญหานี้โดยที่ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน ทุกภาค ทุกฝ่าย ทุกคน ประชาชนที่เป็นผู้บริโภคก็ต้องได้รับประทานพืชผักผลไม้ที่นำเข้า จากต่างประเทศอย่างปลอดภัย ไม่ต้องตื่นตระหนกกับการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน จากความเป็นจริงจนทำให้เศรษฐกิจเสียหาย ในขณะที่ผู้ส่งออกผลไม้โดยเฉพาะทุเรียน และลำไยก็ต้องได้รับการส่งเสริม สนับสนุนอย่างเพียงพอ ให้การส่งออกผลไม้มีความราบรื่น ไม่ต้องผวากับมาตรการเฉียบพลันอย่างที่ผ่านมา และมาตรการเฉียบพลันที่เกิดขึ้นอยู่ ณ ขณะนี้ ให้ผลไม้ที่ส่งออกมีคุณภาพ นำรายได้สู่ประเทศ มีการกระจายรายได้ในห่วงโซ่ อาชีพทุเรียน ทั้งชาวสวนก็ดี สายตัดก็ดี ล้งก็ดี พ่อค้าส่ง พ่อค้าปลีก ห้างร้าน โรงงานแปรรูป และผู้ส่งออกทุเรียนอย่างเป็นธรรมทั่วถึงกัน ท่านประธานครับ ในอนาคตผมหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่ากรมวิชาการเกษตรมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำงานเชิงรุกร่วมกันกับทางการจีน เพื่อ Update มาตรการการนำเข้าของประเทศจีนอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะได้วางแผนรองรับ ว่าจะต้องปรับตัวอย่างไร จะต้องกำหนดมาตรฐานปุ๋ย มาตรฐานสารเคมีที่ใช้ในการเพาะปลูก ทุเรียนอย่างไร จะมีการรับรองมาตรฐานสากลต่าง ๆ ตลอดจนการขอตรวจหรือการส่ง ผลตรวจของห้องปฏิบัติการอะไรบ้างที่จะได้รับการยอมรับจากทางศุลกากรจีน และจะได้ ไม่เกิดปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้อีก🔗
สำหรับปัญหาการตรวจสารย้อมสี Basic Yellow 2 ที่ชาวสวนทุเรียนทั้งที่ ภาคใต้ก็ดี ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ผมชื่นชมท่านวิชัยมาก ๆ ท่านสะท้อนความรู้สึกถึงความเดือดร้อน ของชาวสวนทุเรียนชุมพร ชาวสวนทุเรียนภาคใต้เป็นอย่างดี ชาวสวนทุเรียนที่จันทบุรีก็รู้สึก หวาดวิตกไม่แพ้กันครับ ซึ่งเมื่อเช้านี้ก็เป็นเรื่องที่ดีที่ทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและ สหกรณ์ท่านก็กรุณามาให้คำมั่นต่อสภาผู้แทนราษฎรเลยว่าภายในวันที่ ๒๐ มกราคมนี้ สถานการณ์การส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีนจะได้รับการคลี่คลายไปในแนวทางที่ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่าในฐานะที่พวกเราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และทุเรียนนี้เป็น พืชผลไม้เศรษฐกิจที่มีมูลค่าระดับแสนล้านบาทก็คงต้องช่วยกันติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และต่อเนื่อง นอกจากนี้นอกจากการตรวจสาร Basic Yellow 2 แล้ว ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วครับ ถ้าจะพูดถึงการส่งเสริมการเพาะปลูกทุเรียน หรือการส่งเสริมให้ทุเรียนนี้เป็น พืชเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบจริง ๆ ผมคิดว่ารัฐบาลจะต้องพิจารณาการแก้ไขปัญหาให้ ครอบคลุมอีกหลายมิติ โดยเรื่องที่สำคัญที่สุดถ้าเราไม่นับเจ้า Basic Yellow 2 ที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ เรื่องที่สำคัญมาก ๆ คือการพัฒนาแหล่งน้ำและการจัดสร้างระบบส่งน้ำครับ เพราะทุเรียนเป็นพืชที่ต้องใช้น้ำ อย่างในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีมีการประเมินว่ามีความต้องการ ในการใช้น้ำในการปลูกทุเรียนอยู่ที่ ๑,๔๕๔ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี แต่ปี ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา กักเก็บน้ำได้เพียง ๒๘ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณแค่ ๔๒๗ ล้านคิวเท่านั้น ลุ่มน้ำวังโตนดก็ยัง ขาดน้ำอีก ๑๘๑ ล้านคิว ลุ่มน้ำจันทบุรียังขาดอยู่อีก ๓๔๐ ล้านคิว ลุ่มน้ำเวฬุขาดอยู่อีก ๑๓๑ ล้านคิว ลุ่มโป่งน้ำร้อนขาดอยู่ ๑๒๖ ล้านคิว ลุ่มพระพุทธขาดอยู่ ๑๐๕ ล้านคิว ลุ่มปะตงขาดอยู่ ๗๕ ล้านคิว ลุ่มพระสทึงขาดอยู่ ๖๑ ล้านคิว ลุ่มพอกขาดอยู่ ๒๐ ล้านคิว รวม ๆ กันแล้วที่จันทบุรียังต้องการน้ำเพิ่มเติมอีก ๑,๐๔๗ ล้านคิวต่อปี มีความจำเป็น อย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องเร่งพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำเพิ่มเติม พร้อมกับร่วมมือกับท้องถิ่น ในการก่อสร้างวางระบบส่งน้ำที่เดินท่อให้กับชาวสวนอย่างเบ็ดเสร็จ ก่อสร้างให้เสร็จสรรพ เพื่อให้ชาวสวนจันทบุรีเข้าถึงแหล่งน้ำอย่างทั่วถึง ครอบคลุม เท่าเทียม และรวดเร็วทันใจ🔗
อีกปัญหาหนึ่ง ทำไมพูดไม่ได้ครับสำหรับชาวสวนทุเรียน ก็คือเรื่องช้างป่า ปัจจุบันครับ เมื่อเช้าทางท่านญาณธิชา บัวเผื่อน สส. จันทบุรีก็พูดไปแล้วว่ามีการประเมิน กันว่าช้างป่ามีอยู่ราว ๆ สัก ๔,๐๐๐ กว่าตัว กระจายอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ ๙๔ แห่ง ครอบคลุม ๑๖ กลุ่มป่าทั่วประเทศ ในแต่ละปีมีชาวสวนทุเรียนและประชาชนจำนวนมากถูกช้างป่า ทำร้ายจนเสียชีวิตตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ จนถึงปัจจุบันก็มีผู้บาดเจ็บอยู่ ๑๖๐ ราย เสียชีวิต ๑๘๕ ราย เป็นการเสียชีวิตนอกเขตพื้นที่อนุรักษ์ด้วย ๑๓๙ ราย ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ น่าตกใจครับ เป็นปีที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดถึง ๓๙ คน บาดเจ็บสูงสุด ๓๒ คน ปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ผ่านมาแค่ ๓ เดือนแรก มีผู้เสียชีวิตแล้ว ๘ ราย ปัญหาช้างป่า จึงเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญอย่างจริงจัง ทั้งการขุดคูกันช้าง เพิ่มเติม แหล่งอาหารของช้างป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และต้องมีการสนับสนุนการทำงานของอาสาสมัคร เฝ้าระวังช้างป่า ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อ Drone การติดตั้งกล้องเพื่อให้อาสาสมัครเฝ้าระวัง ช้างป่ามีความปลอดภัย คนปลอดภัย สวนปลอดภัย ทุกคนก็อุ่นใจ มีการเยียวยาให้กับ ชาวสวนทุเรียนที่ถูกช้างป่าบุกรุกอย่างเป็นธรรมในอัตราที่ยอมรับได้🔗
อีก ๒ ๓ เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ที่รัฐบาลต้องเข้าไปจัดการเพื่อทำให้ ทุเรียนได้รับการดูแลทั้งระบบอย่างสมบูรณ์ นั่นก็คือการเข้าไปควบคุมดูแลการทำสัญญา ซื้อทุเรียนล่วงหน้า อย่าให้ซ้ำรอยกับปัญหาที่ชาวสวนลำไยเจออยู่ในทุกวันนี้กับการถูก เอารัดเอาเปรียบจากการทำสัญญาซื้อล่วงหน้าที่ไม่เป็นธรรม การเข้าไปอำนวยความสะดวก ในการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างชาติ ไม่ปล่อยให้ Agency รายใดรายหนึ่งผูกขาดการให้บริการ การขึ้นทะเบียนแรงงานต่างชาติ เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตร การบริหารจัดการจำนวนตู้ Container ให้เพียงพอต่อการส่งออก และการแสวงหา ตลาดใหม่ของทุเรียนเพิ่มเติม🔗
สุดท้ายขอฝากท่านประธานไปยังชาวสวนทุเรียนทั้งประเทศโดยเฉพาะ ชาวสวนทุเรียนที่จันทบุรีว่าขอให้ทุกท่านสบายใจ เพราะว่าจะมีทั้งตัวผม และ สส. อีก ๓ ท่าน ไม่ว่าจะเป็นญาณธิชา บัวเผื่อน ปรัชญาวรรณ ไชยสืบ และวรายุทธ ทองสุข พวกเรา ทั้ง ๔ คนเป็นอย่างน้อย แล้วยังมี สส. ของพวกเราอีกทั้งสภาที่จะช่วยกันเฝ้าติดตามและ ปกป้องสวนทุเรียนของท่านอย่างเต็มที่ และขอให้ชาวสวนทุเรียนที่จันทบุรีดอกติดกันทั่วหน้า ทั่วกัน และขอให้ขายทันในรุ่นแรกครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ได้เสนอจบทั้ง ๒ ญัตติแล้ว ก็มีสมาชิกจะขออภิปราย ขณะนี้มีรายชื่ออยู่ ๕ ท่าน ก็ขอใช้เวลาคนละ ๗ นาที ผมจะเรียกตามลำดับนะครับ ท่านแรก ขอเชิญคุณณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต ๗ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ญัตติด้วยวาจาของเพื่อนสมาชิก ท่านวิชัย สุดสวาท จากจังหวัดชุมพร ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เพื่อนสมาชิก ท่านประธานครับ ทุเรียนคือราชาผลไม้ที่เป็นดาวรุ่ง สร้างรายได้ให้กับประเทศไทย แต่ที่สำคัญไม่มีกฎหมายควบคุมดูแลอย่างเป็นระบบ วันนี้ ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกทุเรียนอันดับ ๑ ของโลก ปี ๒๕๖๖ ส่งออกทุเรียนหลังจาก สถานการณ์โควิดก็คือ ๑๖๓,๙๐๒ ล้านบาท พื้นที่ปลูกทุเรียนภาคตะวันออกมีมูลค่าส่งออก สูงอันดับ ๑ รองลงมาก็คือภาคใต้บ้านผม และภาคเหนือตามลำดับ ท่านประธานครับ ปัญหา ทุเรียนโดยเฉพาะฤดูกาลออกทุเรียน ในช่วงแรกเขาเรียกว่าฤดูออกของทุเรียนภาคตะวันออก ระยอง จันทบุรี ตราด ก่อนหน้านี้ก่อนสถานการณ์โควิด ปรากฏว่าทุเรียนภาคตะวันออก ออกก่อนเพื่อน ตอนนั้นราคาเท่าไรครับ ๑๘๐ บาท หลังจากหมดทุเรียนภาคตะวันออก เป็นทุเรียนปราจีนบุรี เหลือ ๑๖๐ บาท ลงมา ๒๐ บาท จากทุเรียนปราจีนบุรีเสร็จทีนี้ไป ทุเรียนชุมพรบ้านเพื่อนสมาชิก เหลือ ๔๐ บาท ท่านประธานครับ จากชุมพรก็เป็นทุเรียน บ้านผมที่สงขลา บริเวณสงขลาทั้งหมดเหลือเท่าไรครับ ๘๐ บาท หายไป ๑๐๐ บาทข้างทาง หลังจากที่บ้านผมที่สงขลาหมดทุเรียนครับ ลูกสุดท้ายคือทุเรียนที่บ้านท่านคือจังหวัดยะลา ขึ้นมาที่เท่าไรครับ ๑๖๐ บาท และสุดท้ายฤดูกาลของทุเรียนก็คืออำเภอเบตง จังหวัดยะลา ทุเรียนตีกลับไปที่ ๑๘๐ บาท เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐบาลกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูนะครับ นี่ก็คือ Timeline ของทุเรียน หัว ๑๘๐ บาท หาง ๑๘๐ บาท ที่เบตง บ้านผมตรงกลาง ๘๐ บาท นี่คือสิ่งที่พวกเราคิดตลอด ในพื้นที่จังหวัดสงขลาปรากฏว่าก่อนที่จะยุบสภา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรีเดินทางไปตรวจราชการที่จังหวัดสงขลา ถามผมในวันนั้น ว่าท่าน สส. มีอะไรจะฝาก ผมมี ๒ เรื่องครับ เรื่องแรก ก็คือถนน ๔ เลนจากนาทวีไปโคกโพธิ์ เรื่องที่ ๒ คืออะไรครับ ให้ประกาศเป็นเมืองทุเรียนในพื้นที่จังหวัดสงขลา จะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย วันนั้นผู้ว่าราชการจังหวัด เลขา ศอ.บต. และหัวหน้าส่วนหลายคนนั่งอยู่ครับ วันนี้ผมขอ ๔ เลนจบแล้วครับ แต่เมืองทุเรียนที่ผมนำเรียนท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่ได้ดำเนินการให้ ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลาเป็นเมืองทุเรียนตามที่ได้นำเรียนไว้ ท่านประธานครับ วันนี้มีมากมายเพื่อนสมาชิกลุกขึ้นมาอภิปรายเมื่อสักครู่ ปัจจุบันทุเรียน ไม่มีกฎหมายมารองรับ แต่เราไปใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๑ ไปใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค ๒๕๒๒ มาตรา ๔๗ ในการปราบปรามทุเรียนอ่อน บ้านผมยังไม่มีครับ แต่ภาคตะวันออกมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการในการบังคับใช้กฎหมายนี้ เพราะฉะนั้นเป็นช่องว่างทางกฎหมายทำให้เกษตรกรชาวทุเรียนโดนเอาเปรียบ เพราะมี ช่องว่างทางกฎหมาย เพราะฉะนั้นในอนาคตเราต้องมีพระราชบัญญัติทุเรียนเหมือนกับ พ.ร.บ. ยาง เหมือน พ.ร.บ. อ้อย เหมือน พ.ร.บ. ข้าว กองทุนทุเรียนในการจัดเก็บภาษี ส่งออกก็ทำให้เหมือนยางพารา วันนี้พี่น้องเกษตรกรแถวบ้านผม แถวนาทวีบอกว่า สส. ปลูกทุเรียนมีอนาคตไหม ท่านประธานครับ ผมในฐานะ สส. จะบอกเกษตรกรอย่างไรว่า มันมีอนาคตเพราะไม่มีกฎหมายรองรับ ไม่มีพระราชบัญญัติรองรับ สิ่งที่สำคัญหน่วยงาน ของรัฐไม่ได้ไปดูแลทั้งระบบ สิ่งที่ผมคาดหวังก็คืออนาคตทุเรียนเมื่อมีพระราชบัญญัติเราก็จะ ได้ภาษีส่งออก เรียกว่าภาษีเซตเหมือนกับยางพารา เอาภาษีตรงนี้มาเป็นกองทุนในการ สนับสนุนเรื่องของทุเรียนทั้งระบบ ไม่ต้องไปพึ่งพางบประมาณของประเทศในส่วนอื่น สิ่งที่น่าตกใจครับ วันนี้ในพื้นที่ภาคใต้และพื้นที่ทั่วประเทศ การยางแห่งประเทศไทย ก่อนหน้านี้มีการส่งเสริมให้ปลูกทุเรียน มีการส่งเสริมให้ปลูกปาล์มน้ำมัน วันนี้ปรากฏว่า การยางแห่งประเทศไทยมาดูตัวเลขตกใจครับ เพราะอะไรท่านประธาน เพราะพื้นที่ปลูกยาง น้อยลงอย่างมีนัย เพราะเกษตรกรหันไปปลูกปาล์มน้ำมัน ๘ บาท หันไปปลูกทุเรียน ราคา ๑๐๐ บาทขึ้น นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะฉะนั้นผมเองขอเสนอให้รัฐบาล แก้ปัญหาทุเรียน ดังต่อไปนี้🔗
๑. ปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ นี่คือเรื่องใหญ่ที่สุดที่โดนโจมตี วันดีคืนดี ทุเรียนบ้านผมไปขายที่จังหวัดยะลา เขาก็บอกว่าทุเรียนสงขลาเป็นทุเรียนอ่อน และทุเรียน ที่บ้านท่านมาขายที่บ้านผมที่สงขลา เขาบอกว่าทุเรียนยะลาเป็นทุเรียนอ่อน มันเป็นการ โจมตีกันอยู่แบบนี้ เพราะฉะนั้นการตัดทุเรียนอ่อนด้วยการขาดความรู้รัฐบาลต้องเข้าไป ส่งเสริม การตัดทุเรียนอ่อนด้วยเจตนาต้องมีโทษกับผู้กระทำความผิด ฝากกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ต้องรีบหามาตรการดำเนินการ🔗
๒. ปัญหาสารย้อมสีผมไม่พูดเยอะ เพื่อนสมาชิกเจ้าของญัตติ BY2 ก็คือ สารปนเปื้อนทำให้ทุเรียนส่งออกปั่นป่วนในขณะนี้ โดยเฉพาะประเทศจีนครับ รัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องเร่งแก้ปัญหาด่วน🔗
๓. ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการผลิตและผลผลิตทุเรียน นี่คือ ปัญหาใหญ่ในอนาคตครับ🔗
๔. ปัญหาการปฏิบัติการค้าที่ไม่เป็นธรรมของล้งต่างชาติ รัฐบาลเห็น ผู้ค้าต่างชาติเอาเปรียบคนไทย ท่านประธานครับ วันนี้ปรากฏว่าในพื้นที่สงขลาและพื้นที่ ภาคใต้หลายพื้นที่ไม่มีล้งเพราะมีล้งต่างชาติเข้ามาดำเนินการ🔗
เพราะฉะนั้นขอเสนอให้ออกพระราชบัญญัติทุเรียนในอนาคต เพื่อแก้ปัญหา ทุเรียนในระยะยาว ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณปรัชญาวรรณ ไชยสืบ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ปรัชญาวรรณ ไชยสืบ ผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๒ จากพรรคประชาชน ท่านประธานคะ ดิฉันคงใช้เวลาในสภาแห่งนี้ไม่มากนักเพราะประเด็นที่อภิปรายก็คงคล้าย กับที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว แต่ที่ดิฉันจำเป็นต้องลุกขึ้นพูดเพื่อเป็นตัวแทนของ พ่อแม่พี่น้องชาวสวนทุเรียนจังหวัดจันทบุรี ก็เพื่อยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาล ต้องดำเนินการทันที ทุกท่านก็คงทราบดีว่าจังหวัดจันทบุรีเป็นแหล่งผลิตทุเรียนอันดับ ต้น ๆ ของโลก มูลค่าความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากกรณีที่ตรวจเจอสาร BY2 ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ก็ได้อภิปรายถึงตัวเลขความเสียหายไปแล้ว ท่านประธานคะ เดือนเมษายน ปีที่ผ่านมา พวกเราพี่น้องชาวสวนทุเรียนต้องเจอกับปัญหาภัยแล้ง ต้องซื้อน้ำรดต้นทุเรียน หมดเงินกันเป็นแสน ๆ ถัดมาเพียงอีกไม่กี่เดือนเราเจอกับปัญหาน้ำท่วม เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี้ เราก็ยังเจอกับลมแรง ใบทุเรียนที่พ่อแม่พี่น้องชาวสวนทำกันมาทั้งปีก็แทบจะล่วงหมดต้น บางส่วนที่กำลังจะได้ผลผลิตลูกทุเรียนก็ร่วงหล่น ต้นทุเรียนโค่นล้มก็มี เคราะห์ซ้ำกรรมซัด นอกจากภัยธรรมชาติที่พวกเราต้องเจอเรายังมาเจอปัญหาการตรวจเจอสาร BY2 อีกค่ะ หลังจากมีข่าวนี้พ่อแม่พี่น้องชาวสวนทุเรียนโทรมาหาดิฉันหลายสาย ทั้งส่งข้อความมาทาง เฟซบุ๊ก ทางไลน์ พวกเขากังวลใจมากว่าปีนี้ทุเรียนจะส่งออกได้ไหม ราคาจะเป็นอย่างไรบ้าง ท่านประธานคะ ดิฉันเชื่อว่าพ่อแม่พี่น้องชาวสวนพวกเขาตั้งใจทำสวนเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี มีคุณภาพ ส่งออกไปสู่ตลาดอย่างแน่นอน พวกเขาลงทุนลงแรงกันทั้งปีหมดเงินไปกับค่าปุ๋ย ค่ายา ก็เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ไม่มีชาวสวนคนไหนหรอกที่จะอยากได้ยินว่าทุเรียน ของสวนตัวเองไม่อร่อย ทำทุเรียนออกมาได้ไม่สวย ไม่ได้ตามมาตรฐานของตลาด เรื่องการ ตรวจเจอสาร BY2 นี้ แม้ว่าสาเหตุจะไม่ได้มาจากชาวสวนทุเรียนโดยตรง การชุบสารย้อมสี เป็นการดำเนินตามขั้นตอนของล้ง แต่ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นถ้าส่งออกทุเรียนไปขาย ยังประเทศจีนไม่ได้ก็คงหนีไม่พ้นพี่น้องชาวสวนที่จะต้องรับชะตากรรมใช่ไหม นอกจากนี้ ก็ยังมีล้งและผู้ประกอบการส่งออกที่ปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัดที่จะต้องได้รับ ผลกระทบนี้ไปด้วยเช่นกัน ท่านประธานคะ ดิฉันเชื่อว่าทุกภาคส่วนในจังหวัดจันทบุรี เราพร้อมที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหา แล้วก็ปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ เพื่อที่จะให้ผ่านพ้น ฤดูกาลส่งออกที่จะมาถึงนี้ให้ได้ จากที่ดิฉันกล่าวมาทั้งหมดนะคะ ดิฉันในฐานะตัวแทนของ พ่อแม่พี่น้องชาวสวนในจังหวัดจันทบุรี ได้รับทราบข้อเสนอจากทางหอการค้าจังหวัดจันทบุรี ดิฉันก็ขอส่งต่อข้อเสนอนี้ไปยังรัฐบาลให้รีบจัดการตามมาตรการ ๓ ร ดังนี้คือ เร่งด่วน รับมือ แล้วก็รุกสร้าง🔗
ร ที่ ๑ เร่งด่วน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องเร่งดำเนินการจัดหา เครื่องตรวจวิเคราะห์สาร BY2 หรือ Basic Yellow 2 เพื่อกระจายและอำนวยความสะดวก ให้กับผู้ประกอบการส่งออกให้ได้เข้าถึงอย่างง่ายและรวดเร็ว เนื่องจากผลผลิตที่คาดว่า จะออกสู่ตลาดโดยเฉพาะของภาคตะวันออกในปีนี้อาจจะมีสูงถึง ๑ ล้านตันค่ะ🔗
ร ที่ ๒ รับมือ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ต้องเตรียมแผนรับมือ เพื่อกระตุ้นการบริโภคและกระจายผลผลิตสู่ตลาดภายในประเทศ เพราะหากการตรวจ วิเคราะห์สาร BY2 เพื่อส่งออกทุเรียนไปจีนเกิดความล่าช้าก็จำเป็นที่จะต้องมีตลาด ภายในประเทศรองรับค่ะ🔗
ร สุดท้าย รุกสร้าง กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ต้องเตรียมแผนการสื่อสารการตลาดเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับทุเรียนไทยในรูปแบบใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพ หรือความหลากหลายทางสายพันธุ์ เนื่องจากตอนนี้ในสื่อออนไลน์ ของประเทศจีนได้มีการพูดถึงทุเรียนไทยในแง่ลบเป็นอย่างมาก การบริหารจัดการภาวะ วิกฤติด้านภาพลักษณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยชิงพื้นที่ให้กับทุเรียนไทยได้เข้าไปสู่ในใจ ผู้บริโภคชาวจีน🔗
และนี่คือข้อเสนอที่ดิฉันหวังว่ารัฐบาลจะรีบรับไปดำเนินการ ขอขอบคุณค่ะ ท่านประธาน🔗
ขอเชิญ คุณพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครศรีธรรมราช พรรครวมไทยสร้างชาติ ดิฉันขอร่วมอภิปรายในญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องของการ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาปัญหาสารตกค้างในทุเรียนเพื่อการ ส่งออกทุเรียนในช่วงฤดูกาลผลิต สาเหตุว่าทำไมเราถึงจะต้องอภิปรายเป็นญัตติด่วน เพราะว่าเราเพิ่งเจอปัญหาเรื่องนี้ครั้งนี้เป็นครั้งใหญ่หลวงจริง ๆ แล้วก็มูลค่าความเสียหาย ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศนี้กับผลผลิตที่กำลังจะออก Lot นี้เฉพาะภาคใต้ที่กำลังจะออก เมื่อสักครู่ท่านวิโรจน์ได้พูดถึงความห่วงใยที่กำลังจะเกิดขึ้นในภาคตะวันออก ก็จะเป็น ผลผลิตในอีก ๓ เดือนถัดไป แต่ ณ ปัจจุบันนี้ ณ รอบการตัดในวันที่ ๘ ที่ผ่านมา เราเจอ ผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากประเทศผู้รับซื้อหลักของเราก็คือประเทศจีนได้ปฏิเสธการรับ ซื้อทั้งหมด โดยอ้างว่าทุเรียนที่ไปจากประเทศไทยมีสารปนเปื้อนที่ชื่อว่า BY2 ทีนี้ถามว่า แก้ปัญหากันอย่างไร ดิฉันบอกเลยค่ะท่านประธานว่าครั้งนี้มันไม่ใช่แค่ปัญหาระหว่างรัฐบาล ไม่ใช่ปัญหาแค่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เท่านั้นแล้ว แต่มันเป็นปัญหาระหว่างรัฐบาลก็คือ ประเทศไทยกับประเทศจีนแล้ว วันนี้ต้องไปถึงท่านผู้นำแล้วค่ะ โดยต้องขอร้องจริง ๆ ให้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้นำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการเจรจาด้วย เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นมันต้องใช้ทั้ง ความรวดเร็ว ความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส แล้วก็ต้องบูรณาการทุกหน่วยงานร่วมกัน ทำไม ต้องรวดเร็วคะ เพราะว่าทุกนาที ทุกวินาทีของความล่าช้ามันหมายถึงกระทบกับมูลค่า ผลผลิตของเกษตรกร เฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราชเรามีผู้ปลูกเกษตรกรกว่า ๒๐,๐๐๐ ราย มีผลผลิตต่อปีมูลค่ากว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉพาะพื้นที่นครศรีธรรมราชเท่านั้น ไม่รวมพื้นที่ ภาคใต้ นครศรีธรรมราชเป็นผู้ผลิตลำดับที่ ๒ แต่ว่ามูลค่ารวมทั้งประเทศที่กำลังจะออกใน Lot นี้ เฉพาะเดือนนี้และเดือนถัด ๆ ไป ท่านประธานลองคิดดูว่ามูลค่าเป็นเท่าไร ทำไมดิฉัน ต้องพูดถึงว่าเรื่องนี้ต้องทำอย่างรวดเร็ว น่าเชื่อถือ โปร่งใส และบูรณาการ เพราะว่าวันนี้ที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านมาตอบในสภา แน่นอนท่านบอกว่าพร้อมแล้ว แล็บพร้อม ในวันที่ ๑๖ มีกระบวนการตรวจสอบต้องใช้ ระยะเวลา แต่ระยะเวลาที่ท่านบอกนี้กับหน่วยงานที่เรามีนี่ดิฉันถามกลับไปว่าเราเพียงพอ หรือไม่ วันนี้ถ้ารวดเร็วไม่ได้ต้องทำอย่างไรต่อคะ ถ้ากรมวิชาการเกษตรบอกว่าเรามีแล็บ ไม่พอ หรือเรามีหน่วยงานของรัฐไม่พอ จำเป็นแล้วที่จะต้องเอาภาคเอกชนมา หรือเอา Outsource เข้ามาช่วย เมื่อไรก็ตามที่มีหน่วยงานรับรองเอามาช่วย มาออกผลได้เร็ว ที่สำคัญที่สุดคือความน่าเชื่อถือ ต่อให้มีแล็บมากมายขนาดไหนแต่ไม่ได้รับความเชื่อถือ จากประเทศคู่ค้าก็คือประเทศจีน แน่นอนค่ะก็ส่งออกไม่ได้อีก เพราะฉะนั้นวันนี้รวดเร็วก็คือ ต้องทำให้เร็ว ให้มีหน่วยงานรับรองที่มาก น่าเชื่อถือก็ต้องเป็นการยอมรับซึ่งกันและกัน ก็ต้องมีทั้งประเทศจีนและประเทศไทย เป็นไปได้ไหมว่าวันนี้ทางรัฐบาลเองต้องไปเจรจา แล้วว่าประเทศจีนถ้าคุณมีแล็บตรงไหนที่จะสามารถช่วยได้ หรือมาตรฐานชนิดไหนที่เอามา ช่วยกันได้ ที่สามารถยอมรับซึ่งกันและกันได้ก็ต้องช่วยกัน ที่สำคัญที่สุดต้องโปร่งใส หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่มาช่วยกันต้องสร้างความชัดเจนให้กับเกษตรกร และผู้ประกอบการ หรือที่เราเรียกว่า ล้ง วันนี้เกษตรกรใจตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ เพราะทุเรียนนับทุก วินาทีเป็นมูลค่า ณ วันที่ ๘ มูลค่าทุเรียนของเขากิโลกรัมละ ๒๕๐ บาท แต่พอมาวันนี้ จำเป็นต้องตัดเหลือร้อยเดียว ถามว่า ๑๐๐ บาท ค่าสารเคมี ค่ายา ค่าน้ำ ค่าคนพอไหมคะ แต่วันนี้พอ ไม่พอไม่รู้ ต้องตัดแล้วเพราะว่ามันรอไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือว่า วันนี้ท่านนายกนั่งหัวโต๊ะจริง Fruit Board ประชุมไปจริง แต่ที่สำคัญที่สุดคือต้องเร่งรีบ ทำงานและต้องได้รับความน่าเชื่อถือ เพราะที่สำคัญที่ดิฉันฟังจากผู้ประกอบการมา วันนี้ล้ง จะแบ่งอยู่ ๒ ภาคค่ะ ทางจันทบุรีภาคตะวันออกส่วนหนึ่ง ทางชุมพรอีกส่วนหนึ่ง แต่วิธีการ ดำเนินงาน วิธีการจัดการทำไมมันไม่เหมือนกันทั้ง ๆ ที่ออกมาตรการไปเหมือนกัน ทำไมของ ชุมพรบอกว่าตรวจทุกตู้ ๆ แต่ถึงเวลาตรวจทุกตู้ปุ๊บเรียกเจ้าหน้าที่มาเจ้าหน้าที่อยู่ไหน อยู่ระนองค่ะ กว่าจะมาถึงล้งต้องรออีก ๓ วันเหรอคะ แล้วของที่ค้างอยู่ในตู้กว่าจะได้ตรวจ อีก ๓ วัน ๓ วันเสร็จกว่าจะเดินทางไปอีก เดินทางอีก ๓ วันถึง ๕ วัน เดินทางไปถึงปลายทาง ต้องรอไปล้งจีนที่กระจายอีก ๓-๕ วันอีก ทั้งหมดทั้งสิ้น ๑๕-๒๐ วัน ถามว่าใครจะ Guarantee ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดความเสียหายแค่ประเทศแล้วนะคะตอนนี้ แต่มันลงลึกถึงเกษตรกรและความน่าเชื่อถือของประเทศด้วย เพราะฉะนั้นวันนี้ทุกหน่วยงาน ไม่ใช่โยนภาระไปให้แค่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เท่านั้น วันนี้กระทรวงพาณิชย์เอง กระทรวง การต่างประเทศเอง กระทรวงสาธารณสุขเองต้องมาช่วยกันแล้ว แล้วเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ ถ้าเกิดครั้งนี้ได้ใครจะมั่นใจว่าครั้งต่อไปจะไม่เกิด นี่เป็นจุดเริ่มต้นมาเกิดเอาที่หน้าตัดแรก ก็คือที่ภาคใต้ที่ชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี แต่อีก ๓ เดือนถัดไปตลาดที่ใหญ่ที่สุด ตลาดภาคตะวันออกใครจะ Guarantee ให้พวกเขาคะ ถ้าวันนี้ไม่เร่ง ไม่รีบ ไม่สร้าง กระบวนการที่เป็นที่ยอมรับและที่น่าเชื่อถือ ที่โปร่งใสให้กับการแก้ปัญหาครั้งนี้ให้สำเร็จ แน่นอนค่ะผลกระทบจะต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ไปยังภาคตะวันออกแน่นอน วันนี้ดิฉันลุกขึ้น ทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนทุเรียน ทำอย่างไรให้พวกเขาโอกาส ที่เขารอมา ๑ ปี ปีที่ผ่านมาเขาฝ่าแล้งมาฝ่ามาได้ต้องมาเจอฝน ต้องมาเจอพายุ ต้องมาเจอ ภัยพิบัติ ฝ่ามาได้ทุเรียนกำลังจะตัดต้องมาเจอปัญหาเรื่องราคาตรงนี้อีก ทุกวินาทีของ พวกเขามันมีค่า ๑ นาทีของคนทำงานอาจจะเป็นแค่ ๖๐ วินาที แต่ ๑ นาทีของเกษตรกร มันปนไปด้วยความทุกข์ ความระทม แล้วก็ความหวัง เรามาช่วยกันสร้าง ๑ นาทีของเขา ให้มันมีรอยยิ้ม อย่างน้อย ๆ ได้เห็นทุนได้คืนกลับไปบ้าง อย่ามาร่วมกันสร้าง ๑ นาทีให้เขามี ภาพจำว่าพวกเราไม่ทำอะไรเลยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณญาณธิชา บัวเผื่อน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกลค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันอาจจะใช้เวลาไม่นานในการ พูดถึงเรื่องนี้ เนื่องจากว่าเมื่อเช้าก็ได้มีการตั้งกระทู้สดถามท่านรัฐมนตรีไปแล้ว แต่ว่ายังมี ประเด็นที่เกี่ยวข้องกันที่ทางผู้ประกอบการส่งออกได้ฝากดิฉันมาหารือในสภาแห่งนี้ ก็คือ ในเรื่องของตู้ทุเรียนที่ถูกตีกลับซึ่งเป็นตู้ทุเรียนที่ส่งไปในระหว่างที่ทางจีนยังไม่ได้ประกาศ บังคับใช้ในวันที่ ๑๐ ซึ่งมีอยู่ประมาณเกือบ ๒๐ ตู้ ซึ่ง ณ เวลานี้ทาง อย. ก็ยังไม่ให้ตู้ทุเรียน ที่ถูกตีกลับเข้าประเทศเนื่องจากว่าไม่ได้มีการตรวจสาร ทีนี้ทางผู้ประกอบการส่งออก ก็อยากที่จะขอร้องว่าให้เขานำทุเรียนกลับมาในประเทศ อาจจะมีการผ่านการตรวจสารก่อน แล้วค่อยนำกลับมาอันนี้ก็ยังได้ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการส่งออกฝากมาเนื่องจากว่า เขาเดือดร้อนมาก เพราะว่าทุเรียนตู้หนึ่งก็ราคาประมาณ ๕ ล้านบาท สิ่งที่ดิฉันค่อนข้าง ที่จะเป็นกังวลในประเด็นต่อไปก็คือว่าห้องแล็บ ๖ ห้องแล็บ ถ้าเกิดว่าในช่วงทุเรียน ภาคตะวันออกไม่แน่ใจว่าจะตรวจทันได้หรือไม่ เพราะว่าทุเรียนในภาคตะวันออกก็จะออก เยอะช่วงประมาณเดือนเมษายน แล้วก็เดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ออกวันละประมาณ ๖๐๐-๗๐๐ ตู้ ยังไม่รวมกับจังหวัดอื่น ๆ ทีนี้ปัญหาสำคัญก็คือว่านี่ค่ะ ดิฉันเพิ่งอ่านข่าวมาว่า ห้องแล็บ ๖ ห้องแล็บนี้อยู่ที่เชียงใหม่ สงขลา กรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา สมุทรสาคร แล้วก็ อีกทีหนึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ว่ายังไม่มีห้องแล็บที่สามารถที่จะตรวจได้ที่จันทบุรีเลย ท่านประธานคะ ที่จันทบุรีเราส่งออกทุเรียนครึ่งหนึ่งของปริมาณทุเรียนที่เราส่งออกทั้งหมด ดิฉันก็ไม่แน่ใจว่า ถ้าสมมุติว่าทุเรียนจากจันทบุรีต้องส่งมาตรวจที่กรุงเทพฯ หรือว่าต้องส่งมา ตรวจที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จากระยะเวลาที่จะส่งออกไป ๒๐ วัน เกือบ ๒๐ วันอยู่แล้ว ถ้าจะต้องคิดระยะทางว่าส่งทุเรียนไปตรวจแล้วก็ส่งกลับมาอีก ฉะนั้นเวลา ๒๐ วันนี้มันต้อง เพิ่มขึ้นไปอีกใช่ไหมคะ ดังนั้นอันนี้ก็เลยเป็นเรื่องที่ดิฉันกังวลว่าแล็บที่ไม่มีที่จันทบุรี ในช่วงระยะเวลาที่เราส่งออกเยอะ ๆ มันจะทำให้ทุเรียนที่จันทบุรีเป็นอย่างไรนะคะ🔗
ปัญหาที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือจีนตรวจทุกตู้ ใช้ระยะเวลาในการตรวจ ๗ วันทำการ ทำให้รถติดที่หน้าด่านเป็นจำนวนมาก เรื่องนี้เรื่องของการตรวจสาร BY2 อะไร ต่าง ๆ มันสามารถทำในประเทศได้ แต่เรื่องนี้จีนเขาตรวจทุกตู้ ดิฉันคิดว่าเราคงต้องส่งระดับ นายกรัฐมนตรีกับระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไปคุยแล้วนะคะ ไม่สามารถที่จะส่ง ทูตพาณิชย์ ทูตเกษตรไปคุยได้ ปัญหานี้มันใหญ่หนักหนาสาหัสมากแล้วนะคะ จึงขอให้ท่าน นายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งรีบไปเจรจา เนื่องจากว่า ระยะเวลาการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ มันจะต้องใช้ระยะเวลา หากท่านมีกำหนดการที่จะไปวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ถึงวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ใช่ไหมคะ ดิฉันก็คิดว่ามันอาจจะกะทันหันเกินไป แล้วถ้ามีปัญหาอะไรก็อาจจะแก้ไขไม่ทัน ดังนั้นถ้าสามารถที่จะไปก่อนวันที่ ๕ ถึงวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ได้ก็จะเป็นการดีมาก ในส่วนของที่ท่านรัฐมนตรีช่วยได้กรุณามาตอบเมื่อเช้านี้ว่า เราจะสามารถที่จะตรวจสาร BY2 ได้ในวันที่ ๑๗ มกราคมที่จะถึงนี้ แล้วจะสามารถส่งออก ได้ในวันที่ ๒๐ มกราคม ได้อย่างปกติ ดิฉันก็รอลุ้นไปด้วยอย่างใจจดใจจ่อว่าจะส่งออก ได้ปกติในวันที่ ๒๐ มกราคม ได้จริงหรือไม่ และดิฉันจะขออนุญาตใช้คณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ติดตามความคืบหน้าและการทำงานของท่านต่อไป เพื่อประโยชน์ ของพี่น้องชาวสวนทุเรียนทั้งประเทศค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอเชิญ คุณอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ปัญหาทุเรียนนั้นต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกพรรคให้ความสำคัญ เพราะความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรก็ถือเป็นความเดือดร้อน ร่วมของพี่น้องประชาชนเพื่อนร่วมชาติ ท่านประธานครับ เมื่อเช้าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาตอบประเด็นนี้ก็เหมือนการจุดประกาย แต่นั่นเราก็ไม่อาจ วางใจได้ว่าหมุดหมายที่ท่านวางไว้ว่า ๒๐ มกราคม ทุกอย่างจะดีขึ้น เราต้องเกาะติดและ ต้องติดตามประเด็นการแก้ปัญหานี้อย่างใกล้ชิด เพราะทุเรียนนั้นไม่ใช่เป็นเพียงแค่ผลไม้ แต่ทุเรียนคือความหวัง คืออนาคต คือทองคำ คืออัญมณี และราชาแห่งผลไม้ไทย ความจริง เราส่งออกไปหลายประเทศก็มีอนาคตสดใส ตลาดใหญ่อยู่ที่จีน ค้าขายมาดี ๆ ครับ วันที่ ๘ มกราคมที่ผ่านไปนั้นปรากฏว่ามีการประชุม และดูเสมือนว่าเป็นการสร้างเงื่อนไขขึ้นมาใหม่ นั่นก็คือทุเรียนที่จะส่งไปจีนนั้นจะต้องผ่านการตรวจโดยแล็บที่มีคุณภาพมาตรฐาน เพื่อจะ คัดกรองไม่ให้มีสารตกค้าง ไม่ให้มีสารย้อมสี ที่เรียกว่า BY2 BY2 ก็คือ Basic Yellow 2 สารนี้เป็นสารย้อมสี และถ้าหากมีการตกค้างและมีแคดเมียมก็จะเป็นอันตราย มองในแง่ดี ก็เป็นการยกระดับคุณภาพมาตรฐานทุเรียนไทยในตลาดจีนให้เป็นที่ยอมรับ ให้มีความ น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น แต่มองในมิติว่าเอ๊ะหรือจะเป็นมาตรการที่ทำให้การคัดกรองทุเรียนไทย เข้าจีนนั้นมีปัญหาหรือไม่ ผมจึงวางเส้นเรื่องการอภิปรายของผมในวันนี้ว่าปัญหา BY2 ต้องแก้ให้ดี แต่ BYD คือรถไฟฟ้าครับ ที่พูดเรื่องนี้เพื่อจะบอกว่าไทย-จีนมีสัมพันธ์อันดี ด้วยกันมานานครับ เราค้าขายผลไม้ส่งไปจีนก็ได้รับการตอบรับ ได้รับการยอมรับ ทุเรียนไทย สุดยอดของโลกอันนี้เป็นที่ยอมรับ แต่พอมีการสร้างบรรทัดฐานขึ้นมาใหม่ว่าจะต้องผ่าน การตรวจจากแล็บที่มีคุณภาพ ประชุมวันที่ ๘ มีผลบังคับใช้วันที่ ๑๐ ปรากฏว่าทุเรียนไทย เหมือนตกลงมาจากลิฟต์หรือตกจากที่สูงครับ กระทบถึงมูลค่ามากกว่า ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาท วันนี้เกษตรกรอันดับแรกปัญหาที่เกิดขึ้นคือหาแล็บไม่เจอ เมื่อไปเจอแล็บแล้วก็ต้องไปเข้าคิว ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาตอบเป็นการเปิดประตูสู่ความหวัง ว่าท่านมีแล็บ ๖ แห่ง สามารถตรวจได้ ๗๐๐ ตัวอย่างต่อวัน แต่ต้องใช้เวลา ๔๘ ชั่วโมง และท่านกำลังจะเปิดแล็บอีก ๔ แห่ง ๔ แห่งนี้จะตรวจได้ ๖๐๐ ตัวอย่าง ผมเก่งเลขครับ ๗๐๐ บวก ๖๐๐ เป็น ๑,๓๐๐ แต่ว่าจะต้องใช้เวลาในการตรวจต่อวันแล้วรอผลแล็บ ๔๘ ชั่วโมง ดังนั้นผมจึงเรียนว่าท่านจะออกกติกา ออกเงื่อนไข หลักเกณฑ์ใดก็ตามแต่ ท่านบอกว่าทุเรียนไทยจะต้องมี ๔ ไม่ คือไม่อ่อน ไม่หนอน ไม่สวมสิทธิ และไม่มีสี ท่านจะใช้ สถานการณ์นี้ในการ Set Zero และยกระดับคุณภาพมาตรฐานทุเรียนไทย ตรงนี้ผมคิดว่า ไม่มีใครมีปัญหาหรอกครับ ท่านขอเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนและล้งทุเรียนว่าต้อง ๔ ไม่ แต่ผม ขอท่าน ๒ อย่างครับ คือขอ ๒ ให้ ให้แรกคือท่านแก้ให้ไว และข้อที่ ๒ คือแก้ให้ได้ วันนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นต้องยอมรับ นอกเหนือจากมูลค่าที่หายไปราคาทุเรียนในวันที่ ๘ ก่อนการ ประชุม ๒๔๐-๒๖๐ บาท แต่พอวันที่ ๑๐ ราคาเหลืออยู่ประมาณ ๑๑๐-๑๒๐ บาทเท่านั้น ถ้าจะมองวิกฤติเป็นโอกาสก็จะบอกว่าคนที่ทุเรียน Lover ชอบทุเรียนก็ไปตลาดไท ราคา ถูกลง แต่ผลกระทบที่มันเกิดขึ้นและเยียวยายาก ก็คือผลที่เกิดกับพี่น้องเกษตรกรและล้ง ทุเรียนทั่วประเทศ ดังนั้นท่าน Set Zero ยกระดับคุณภาพมาตรฐานไม่เป็นปัญหาหรอกครับ แต่อย่า Set Zero จนความหวังของทุเรียนไทยเหลือเป็น Zero อันนี้เป็นการเสียโอกาส ในโอกาสนี้ผมมี ๕ ประเด็นที่จะถือโอกาสในการยกระดับคุณภาพทุเรียนไทย🔗
๑. การยกระดับนั้นต้องขจัดปัญหาทุเรียนอ่อน ขจัดสารปนเปื้อน คุมเข้ม มาตรฐาน GAP GMP พร้อมระบบตรวจสอบย้อนกลับ ซึ่งดีอยู่แล้วให้ยกระดับขึ้นมา🔗
๒. แก้วิกฤติแรงงานเกษตรที่เกี่ยวกับศูนย์บริการแรงงานต่างด้าวครบวงจร ปรับกฎหมายแรงงานให้มีความยืดหยุ่น🔗
๓. เพิ่มอำนาจต่อรองให้กับเกษตรกร หนุนล้งชาวไทยด้วยเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ให้ล้งไทยนั้นสามารถแข่งขันกับล้งต่างประเทศได้ด้วยคุณภาพราคามาตรฐานที่เป็นธรรม ยอมรับได้กับทุกฝ่าย🔗
๔. เราจะขยายโอกาสในการขยายตลาดทุเรียนทั่วโลก เจาะตลาดใหม่ครับ เราไปสอนคนจีนกินทุเรียนประสบผลสำเร็จแล้ว ไปสอนอินเดีย ไปสอนสหรัฐ ไปสอนยุโรป เป็นการสร้าง Brand ทุเรียนไทยให้ไปสู่ระดับโลก🔗
๕. นวัตกรรมในการเพิ่มมูลค่าทุเรียนไทย ส่งเสริมการทำเกษตรแปลงใหญ่ และผลักดันสินค้าทุเรียนให้เป็น GI และเป็น Smart Farming ขายผ่าน e-Commerce อย่างที่ผมเรียนครับ มันมีทฤษฎี Gatekeeper คือทฤษฎีการเปิดและปิดประตูเข้าไปสู่การค้า ของแต่ละประเทศ วันนี้เราเข้าจีนยากขึ้นถ้าเราพึ่งจีนประเทศเดียว นั่นหมายความว่าเขา จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด แต่ถ้าเราขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ด้วยนวัตกรรมเพิ่มมูลค่า ด้วยนวัตกรรม e-Commerce ในการขายสินค้าเกษตรได้ถ้วนหน้าทั่วโลกก็จะเป็นประโยชน์🔗
ดังนั้นผมฝากสรุปนะครับ ว่าท่านขอว่า ๔ ไม่ ไม่อ่อน ไม่หนอน ไม่สวมสิทธิ และไม่มีสี ผมขอท่าน ๒ ข้อครับ เพราะพี่น้องเกษตรกร พี่น้องผู้ปลูกทุเรียนทั่วประเทศไม่ได้ มีเฉพาะภาคตะวันออกหรือภาคใต้ เหนือก็มี อีสานก็มาก ขอท่าน ๒ ให้ครับ ให้แรกคือ ท่านแก้ปัญหาให้ได้ และประการที่ ๒ สำคัญคือแก้ให้ไว้ และเราจะจับตาดูว่าวันที่ ๒๐ มกราคมที่ท่านว่าผลจะเป็นเช่นไร ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ คุณรอมฎอน ปันจอร์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม รอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนอภิปรายเกี่ยวกับญัตติด่วนที่เพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ท่าน ได้นำเสนอต่อ ที่ประชุมของเราแห่งนี้ หลายท่านเพื่อนสมาชิกพูดถึงสภาพปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ ของพี่น้องชาวสวนทุเรียน คนที่อยู่ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหลักของประเทศคือผลไม้ ของเรา ผมก็คงต้องขออนุญาตเพิ่มเติมมุมมองจากชายแดนใต้ครับ ใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ก็ถือว่าเป็นแหล่งผลิตทุเรียนสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศด้วยเช่นกัน ปริมาณการผลิต ถึง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าตันต่อปี นี่ข้อมูลจากปี ๒๕๖๖ เมื่อเทียบกับในพื้นที่อื่น ๆ แล้วเราก็ อาจจะมีความแตกต่างกันในเรื่องรสชาติกันอยู่บ้างนิดหน่อย แต่ชายแดนใต้ก็ถือว่าเป็น แหล่งผลิตสำคัญ แล้วก็ถ้าพิจารณาจากระยะเวลาในการผลิตแล้วชายแดนใต้อาจจะช้ากว่า เพื่อนสักนิดหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องเรียนท่านประธานแล้วก็ที่ประชุมว่าพี่น้องชาวสวน ทุเรียนในชายแดนใต้ก็มีความกังวลต่อปัญหาใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นจากกรณีสารย้อมสี BY2 ที่ว่านี้เราเองก็มีความกังวลอยู่ด้วย เกรงว่าจะเป็นการซ้ำเติมไปจากสภาพปัญหาเดิมที่ ชาวสวนทุเรียนจากชายแดนใต้มีอยู่แล้วแต่เดิม ทีนี้ก็เหมือนกับที่ท่าน สส. ญาณธิชา ได้เกริ่น ไปว่าเมื่อเช้าได้มีการตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีก็ให้ข่าวดีอยู่บ้าง แต่ก็ยัง ไม่มั่นใจว่ามาตรการที่จะทำให้มาตรฐานในการตรวจสอบผ่านห้องแล็บ ห้องแล็บแค่ ๖ แห่ง มันจะมีกำลังหรือว่ามีขีดความสามารถเพียงพอต่อสภาพปัญหาที่กำลังจะเผชิญนี้อยู่หรือไม่ ดูจาก List รายชื่อของห้องแล็บแล้วก็มีอยู่ใกล้จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ที่สงขลา แต่เมื่อ สักครู่นี้ท่านเพื่อน สส. ก็อธิบายว่ากำลังแค่ประมาณ ๗๐๐ กว่าตัวอย่าง แล้วก็ยังต้องใช้ ระยะเวลา แล้วเราไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อนก็อาจจะประสบปัญหา เพราะฉะนั้น ต้องขอเรียกร้องให้ทางรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งรีบแก้ปัญหาเลยครับ แล้วก็ ใกล้ที่สุดตอนนี้ภาคตะวันออกก็กำลังจะเผชิญแล้ว ในจังหวัดชายแดนภาคใต้กลางปีนี้ เราอาจจะต้องเจอกับปัญหานี้แล้วก็ซ้ำเข้าไปกับปัญหาเดิมที่เรามีอยู่ ทั้งเรื่องปัญหาหนอน ในทุเรียนที่กลายมาเป็นการทำให้ภาพลักษณ์ของคุณภาพของทุเรียนในจังหวัดชายแดน ภาคใต้นี้มีปัญหา ประสบปัญหากับเรื่องชื่อเสียง และทำให้เป็นเงื่อนไขในการกดราคาซ้ำ ปัญหาทุเรียนอ่อน แล้วก็การกดราคาในตลาดเราก็เจอกันอยู่ทุกปี ถ้าเจอมาตรการควบคุม ใหม่ของทางจีนที่เพิ่มเข้ามาก็จะยิ่งเพิ่มความยากลำบากให้กับเกษตรกรในพื้นที่ด้วย ก็คงต้อง ฝากท่านประธานไปถึงทางรัฐบาลว่าแนวทางของการแก้ปัญหามีหลายท่านนำเสนอแล้ว ก็อยากจะย้ำอีกครั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งคงต้องรีบเร่งแล้วในการสร้างความร่วมมือระหว่าง ทางการไทยกับทางการจีน เร่งประสานงานกับทางการจีนเพื่อให้เข้าใจ มีการปรับปรุง ตัวมาตรการเหล่านั้นให้มันสอดคล้องกับความเป็นจริงที่เรากำลังดำเนินอยู่นี้ แล้วก็คงต้อง ฝากทางรัฐบาลที่จะทำอย่างไรให้มีความเชื่อมั่นต่อคุณภาพการผลิตผลผลิตของประเทศไทย รวมทั้งจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย เข้าใจว่าในสัปดาห์หน้าเราอาจจะได้มีการอภิปราย โดยภาพรวมเกี่ยวกับเรื่องทุเรียนอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าในเบื้องต้นผมก็คงต้องขออนุญาตสะท้อน ความกังวลนี้ของชาวสวนทุเรียนจากชายแดนใต้ให้กับท่านประธานแล้วก็เพื่อน ๆ สส. ด้วย แล้วก็ฝากท่านประธานถึงรัฐบาลให้ช่วยแก้ปัญหาที่กำลังจะเจอ แล้วก็น่าจะมีแนวโน้มที่จะ หนักหน่วงเพิ่มมากขึ้นไปด้วย ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปท่านสุดท้าย ที่ขออภิปราย คุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นก็ต้องขออนุญาตท่านประธานอภิปรายสนับสนุนญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องทุเรียน ที่จริงแล้วขอชื่นชมท่านประธานว่าสภาเราทำหน้าที่กันอย่างแข็งขันนะครับ ถือว่าเป็นญัตติ ที่สำคัญ ด้วยจังหวัดกระบี่ก็มีทุเรียนแล้วก็เป็นจังหวัดที่เราจัดการแข่งขันในเรื่องของการปลูก ทุเรียนกันในระดับจังหวัดทีเดียว วันนี้ผมขออนุญาตพูดในภาพรวมทั้งประเทศที่ปลูกทุเรียน กันทั่วทุกภูมิภาค แล้วผมก็เชื่อว่าเป็นเรื่องที่สำคัญจริง ๆ ผมขออนุญาตไม่พูดซ้ำเกี่ยวกับ สถิติตัวเลขหรือสภาพปัญหาทั่วไปที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดแล้ว แต่ผมจะพูด ในข้อสังเกตประเด็นว่าทำไมผลไม้ไทยหลายเรื่องที่สำคัญ ๆ อย่างทุเรียนนี่ถือว่าเป็นราชา แห่งผลไม้ กรณีอย่างมังคุดเป็นราชินีแห่งผลไม้ ประเทศไทยมีผลไม้หลากหลายที่มีชื่อเสียง ระดับโลก ที่จริงแล้วผมเคยเสนอญัตติในสมัยที่ ๒๕ ครั้งที่ผ่านมาว่าควรจะมีร่าง พระราชบัญญัติผลไม้ไทย อย่างน้อยก็ต้องมีข้อบังคับผลไม้ไทย ไม่ว่าจะเป็นทุเรียนที่มีปัญหา มังคุดก็มีปัญหา ลำไยก็มีปัญหา มะม่วง กล้วย เงาะอย่างนี้ที่เทกันหน้าศาลากลางบ่อย ๆ สิ่งเหล่านี้มันเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องหยิบยกขึ้นมารวบรวมเป็นกฎหมาย แล้วผมก็ถือว่า เสียดายมากเลยนะครับ โครงการในภาคการเกษตรที่ดี ๆ ที่ภาคเอกชนนำภาครัฐ ผมย้ำว่า ทุเรียนเกิดขึ้นได้มาด้วยภาคเอกชนนำภาครัฐ หลายชนิดไม่ว่าปาล์มน้ำมันที่มีชื่อเสียงขึ้นมา ก็เอกชนนี้นำภาครัฐ ลำไยก็เอกชนนำภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด อ้อยก็เอกชนทำมาก่อน ทั้งสิ้น แต่เมื่อเอกชนนำรัฐ เอกชนสร้าง โดยหลักการแล้วรัฐจะต้องส่งเสริม สนับสนุน รัฐจะต้องเป็นพี่เลี้ยง กรณีทุเรียนก็เช่นกันที่มีปัญหาในเรื่องสารย้อมสี หรือว่า BY2 ที่จริงแล้ว มันจำเป็นในเรื่องของต้องใช้สารบางชนิด แต่ว่าเมื่อใช้แล้วจะต้องมีเวลาจังหวะที่พอเหมาะ พอสมควร พืชผลไม้นี้ถ้าเป็นห้วงระยะเวลาในการขนส่งที่ไกลนานวันมันจำเป็นที่จะต้อง มาช่วย แต่ว่าในเรื่องของค่ามาตรฐานความปลอดภัยที่รับได้รัฐต้องเข้ามาควบคุมดูแล ผมถามว่าเบื้องต้นทำไมทุเรียนส่งไปประเทศจีน ที่จริงส่งไปหลายประเทศแต่ว่าขออนุญาต พูดในประเทศที่ใหญ่ที่ส่งไปในจำนวนมาก ทำไมตอนแรก ๆ ไม่มีปัญหา แต่พอสถิติในเรื่อง ของตัวเลขมันโตขึ้นใหญ่ขึ้น โตขึ้นใหญ่ขึ้น มันก็จะมีมาตรการป้องกัน มีมาตรการตรวจสอบ เข้มข้นขึ้นทุกที ณ วันนี้ที่มีปัญหาในเรื่องของการส่งออกก็คือรังนกแอ่นของประเทศไทย ก็ส่งออกประเทศจีนไม่ได้ ก็ถูกมาตรการกีดกันในเรื่องของสารเคมีอย่างนี้ละครับ แต่ทำไม ภาครัฐของเราในเรื่องระบบการขนส่ง ระบบการขนส่งนี้เราจะต้องทำให้มันสั้นลงนะครับ นอกเหนือจากระบบการขนส่งทำให้มันสั้นลงในเรื่องขนส่งทางอากาศ ในส่วนของการ เก็บรักษาในเรื่องของผลไม้เราจะต้องหาวิธีในเรื่องของการลดสารเคมีลง เราจะต้องใช้ ในส่วนอื่นที่ไม่มีผลอันตรายเพื่อที่จะรักษาผิวของผลไม้ไม่ให้มันเน่าเสีย เราทำได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นศูนย์แล็บก็ตามมันจะต้องเพิ่มจำนวนปริมาณให้มากขึ้น การขนส่ง ทางอากาศ การขนส่งทางตู้รถไฟ การขนส่งทางห้องเย็น เมื่อก่อนทุเรียนเป็นหน้าฤดูวันนี้ มีการทำทุเรียนทวาย กินทุเรียนได้ทั้งปีว่าอย่างนั้นเถอะครับ เพราะฉะนั้นวิธีการเอาทุเรียน ห่อกระดาษ ใส่ Packing อย่างดีแล้วก็ไปแช่แข็ง แช่ Freeze เอาไว้แล้วก็ส่ง แล้วก็เอา ออกมาขาย อย่างนี้มันจะต้องมีการพัฒนานำระบบเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ในขณะเดียวกัน ภาครัฐในหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการ ต่างประเทศที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก็จะต้องรวมกันในเรื่องของการไปเจรจา วันนี้ผมมองเห็นว่า วิธีการแก้ปัญหาโดยระยะสั้นก็คงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของผู้นำประเทศไปเจรจากับในส่วนของ รัฐบาลจีน เพราะฉะนั้นเมื่อเราเจรจาแล้วทำไมประเทศจีนเขาส่งคนงาน เขาส่งรถไฟฟ้ามา ทำไมไม่มีปัญหาล่ะครับ วันนี้ BYD ก็ไปประกอบที่ระยองแล้ว จัดแสดงสินค้า Motor Show รถไฟฟ้าจีนยอดจองมากอันดับหนึ่งแซงญี่ปุ่นไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นวิธีการเจรจากับการขนส่งคนงานเข้ามากลับไม่มีปัญหาในประเทศไทย แต่ประเทศไทยส่งสินค้าการเกษตรซึ่งเราขาดดุลเขาตลอด ขาดดุลมากด้วย เพราะฉะนั้น มันอยู่ที่วางระบบของรัฐบาล เพราะฉะนั้นการที่วางระบบในเรื่องของต้นทุนการผลิต การใช้ หน่วยงานของรัฐเข้าไป Support การช่วยเหลือ การลงทุนขนาดใหญ่เพื่อที่จะดูแล ไม่ว่า จะเป็นปุ๋ย มีสารเคมี ห้องแล็บ การเชิญ การเจรจาระหว่างตัวแทนของประเทศจีนเข้ามา ตรวจสอบในประเทศไทยเพื่อที่จะไม่ให้มีขั้นตอนในการตรวจสอบที่ยาวมากเกินไป ที่มีปัญหา วันนี้ตู้ละประมาณ ๕ ล้านบาทที่ส่งไปจีน ตอนออกไปดีครับ พอจีนตีกลับวันนี้รัฐบาลไทย ก็ไม่กล้าเอาทุเรียนกลับเข้ามาแล้ว ที่จริง ๕ ล้านบาทนั้นเอามาขายให้พวกผมก็กินได้ พวกผม ก็ซื้อทุเรียนแพงอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าระบบภายในประเทศของเราจะต้องวาง ในเรื่องระบบกฎหมาย ในเรื่องของหน้าที่อะไรต่าง ๆ ต้องทำให้มันมีคุณภาพที่มาตรฐาน ให้ประเทศผู้ซื้อเขามีความมั่นใจ มีความเชื่อถือได้ แล้วในเรื่องของตลาดต่างประเทศ เราก็จะต้องมีการเจรจาเชิงรุกที่จะขายไปประเทศอื่น ๆ ได้ เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องทุเรียน ก็ไม่แตกต่างกับปัญหาเรื่องอื่น ๆ ผลไม้อย่างอื่นเดี๋ยวก็ตามมา ในเรื่องของมังคุด ในเรื่อง ของเงาะ ในเรื่องมะม่วงอะไรต่าง ๆ ซึ่งเราก็ขายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะต้อง นำไปสู่รัฐบาล ครม. กระทรวง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ขอให้ไปทบทวนที่จะช่วยเหลือ เกษตรกรก่อนที่จะช่วยไม่ได้ แล้วก็มีความเสียหายเพิ่มขึ้น ก็ขออนุญาตท่านประธาน กราบเรียนไว้แค่นี้ก่อน หมดเวลาพอดีนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ หลังจากอภิปรายจบแล้วผู้เสนอญัตติสามารถจะกล่าวสรุปได้อีกครั้งหนึ่ง จะมีผู้กล่าว สรุปไหมครับ ไม่มีผู้กล่าวสรุปก็ถือว่าเราได้จบการอภิปรายไปแล้วนะครับ เนื่องจากว่าญัตติ ทั้ง ๒ นี้ ผู้เสนอเสนอมาเพื่อให้ส่งให้รัฐบาลนำไปพิจารณาดำเนินการ ซึ่งฟังจากการอภิปราย ของสมาชิกทุกท่านแล้วก็มีความเห็นไปในทางเดียวกัน คือเสนอไปให้รัฐบาลพิจารณา ดำเนินการต่อไป จะมีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น ผมก็ขอ อาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ เพื่อที่จะส่งญัตตินี้ไปให้รัฐบาล เห็นสอดคล้องตรงกัน ไม่มีผู้ใดคัดค้านครับ ก็ถือว่าดำเนินการเป็นไปตามนี้นะครับ จบการพิจารณาญัตติด่วน ด้วยวาจาแล้วนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา🔗
๑. ญัตติ เรื่อง ขอให้คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและ สิทธิมนุษยชนพิจารณาศึกษาเปลี่ยนความผิดอาญาที่มีโทษไม่ร้ายแรงเปลี่ยนเป็นความผิด ทางพินัย (นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ)🔗
และเนื่องจากว่ามีญัตติทำนองเดียวกันนี้อีก ๑ ญัตติ คือญัตติ เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเรื่องการปฏิรูประบบค่าปรับ ในกฎหมายไทย (นายพริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นผู้เสนอ) ซึ่งอยู่ในระเบียบวาระที่ ๕.๔๗ ซึ่งผม เห็นว่าเป็นเรื่องทำนองเดียวกันกับระเบียบวาระที่ ๕.๑ ดังนั้นผมจึงขอหารือว่าเราจะนำญัตติ ๕.๔๗ ของคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ เสนอนี้ไปรวมกับ ๕.๑ เพราะเป็นญัตติทำนองเดียวกัน ถ้าไม่มี ผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าพิจารณาพร้อมกันเลยตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) ประกอบ (๔) ผมจะขอเชิญผู้เสนอญัตติทั้ง ๒ นะครับ ท่านแรก ขอเชิญคุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ต้องขอขอบคุณท่านประธานสภาที่ได้อนุญาตให้ญัตติของผมต่อเนื่องจาก ญัตติที่เสนอด้วยวาจา ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่เป็นผู้เซ็นร่วมเสนอร่าง แล้วญัตติของ เพื่อนสมาชิกในทำนองเดียวกันก็คงจะมีวัตถุประสงค์เจตนาคล้าย ๆ กัน ผมขออนุญาต ท่านประธานได้นำเรียนเสนอด้วยเหตุและผลนะครับ จากที่ผมได้เสนอญัตติเรื่อง ขอให้ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนพิจารณาศึกษาเปลี่ยน ความผิดอาญามีโทษไม่ร้ายแรงเปลี่ยนเป็นความผิดทางพินัย ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้นะครับ ก็ต้องขอขอบคุณน้อง ๆ คุณภัทรวุฒิ เพียรชอบ และน้องวัชรพงษ์ กัญญาพันธ์ ทำ File สรุป ในรายละเอียดที่ร่วมนำเสนอเพื่อที่จะให้เห็นภาพที่เข้าใจง่ายขึ้นนะครับ🔗
เนื่องด้วยพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้บัญญัติให้ เปลี่ยนความผิดอาญาและความผิดที่มีโทษปรับทางปกครองเป็นความผิดทางพินัย ประกอบด้วย ความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวตามกฎหมายในบัญชี ๑ ท้าย พระราชบัญญัติความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวตามกฎหมายในบัญชี ๒ ท้าย พระราชบัญญัติ ความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียวตามข้อบัญญัติท้องถิ่นและความผิดที่มี โทษปรับทางปกครองตามกฎหมายในบัญชี ๓ ท้ายพระราชบัญญัติ เป็นการปรับปรุง กฎหมายกำหนดโทษอาญาให้เหมาะสมกับสภาพความผิดหรือกำหนดมาตรการลงโทษ ให้เหมาะสมกับการกระทำผิด และฐานะของผู้กระทำความผิดเพื่อมิให้บุคคลต้องรับโทษ หนักเกินสมควร หรือต้องรับภาระในการรับโทษที่แตกต่างกันอันเนื่องมาจากสถานะทางด้าน เศรษฐกิจที่แตกต่างกัน โดยให้ผู้กระทำความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยให้แก่รัฐ แทนการรับโทษทางอาญา อีกทั้งเมื่อพิจารณากฎหมายที่กำหนดให้ประชาชนต้องปฏิบัติ หรือไม่ปฏิบัติแล้ว จะพบว่ากฎหมายมีข้อห้ามหรือข้อบังคับจำนวนมากอาจลุกล้ำเข้าไปใน สิทธิพื้นฐานหรือสร้างภาระอันเกินสมควรแก่ประชาชน และนับวันจะมีกฎหมายออกมา กำหนดการกระทำให้เป็นความผิดมากขึ้น หลายกรณีทำให้ประชาชนกลายเป็นผู้กระทำ ความผิดเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ บางกรณีกระทำไปเพราะความยากจนเหลือทนทาน และ เมื่อได้กระทำความผิดแล้วก็ต้องถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญา เช่น การถูก จับกุม คุมขัง พิมพ์ลายนิ้วมือ และลงบันทึกประวัติอาชญากรรมเป็นประวัติติดตัวตลอดไป แล้วก็ทำอะไรในชีวิตด้านธุรกิจไม่ได้เลย และในที่สุดไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นผู้กระทำความผิด หรือไม่ กระบวนการที่กล่าวมาย่อมสร้างรอยด่างให้เกิดแก่ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้ามีทางใดที่จะป้องกันมิให้ประชาชนจะต้องตกเข้าไปสู่ขบวนการนั้นได้ จะเป็นประโยชน์แก่ประชาชนและขจัดความเหลื่อมล้ำในสังคมลงได้ตามสมควร แต่ด้วย กฎหมายฉบับดังกล่าวมิได้บัญญัติเกี่ยวกับการกระทำความผิดที่มีโทษทางอาญาไม่ร้ายแรง ตามประมวลกฎหมายอาญา เช่น ความผิดฐานหมิ่นประมาท มาตรา ๓๒๖ ความผิดเกี่ยวกับ สั่งซื้อและบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่ม หรือเข้าไปอยู่ในโรงแรมแล้วไม่จ่ายค่าบริการ ในมาตรา ๓๔๕ ความผิดฐานบุกรุกมาตรา ๓๖๒ เป็นต้น อันเป็นผลให้ผู้กระทำความผิด มิใช่โดยเจตนาหรือมิได้มีสันดานเป็นผู้ร้าย หากไม่มีหลักทรัพย์ประกันตัวก็จะถูกคุมขัง เป็นเวลานานเกินความจำเป็นในระหว่างการสอบสวนหรือการพิจารณาคดี ปัญหาดังกล่าว สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นอย่างมาก กล่าวคือการประกันตัวประชาชนต้อง กู้หนี้ยืมสินจากแหล่งเงินกู้ต่าง ๆ หรือการติดต่อนายประกันอาชีพมาช่วยจัดการให้ซึ่งมี ค่าใช้จ่ายสูงและอาจถูกหลอกลวงได้ แล้วก็ก่อให้เกิดอาชีพหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ ศาลหลายแห่ง ทั่วประเทศที่ผู้ต้องหาไปใช้บริการ แล้วก็ต้องเอาหลักฐานที่ดินเข้าไปจำนองพร้อมกับ เสียดอกเบี้ย เมื่อคดีความจบสิ้นแล้วผู้ต้องหาไม่ต้องรับโทษก็จะต้องไปรับผิดชอบจาก ค่าใช้จ่ายในเรื่องของการไปหาบริษัทประกันมาประกันตัวผู้ต้องหา ดังนั้นเมื่อปรับปรุงกฎหมายให้การกำหนดโทษอาญามีความเหมาะสม หรือได้สัดส่วนกับ สภาพความผิดหรือกำหนดมาตรการลงโทษให้เหมาะสมกับการกระทำความผิดโดยปรับปรุง กฎหมายที่เกี่ยวกับการกำหนดโทษอาญาให้เหมาะสมกับสภาพความผิด และกำหนด มาตรการลงโทษให้เหมาะสมกับการกระทำความผิดและฐานะของผู้กระทำความผิดมิให้ บุคคลต้องรับโทษหนักเกินสมควร และยกระดับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของมาตรา ๗๗ มาตรา ๒๕๘ ค. ด้านกฎหมาย (๑) ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและแผนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย จึงขอเสนอญัตติ ดังกล่าวมาเพื่อให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรส่งเสริมให้คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนพิจารณาศึกษาเปลี่ยนความผิดอาญาที่มีโทษไม่ร้ายแรง เปลี่ยนเป็นความผิดทางพินัย ตามข้อบังคับการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะมีการชี้แจงดังต่อไปนี้นะครับ🔗
เพราะฉะนั้นในเรื่องของกรรมาธิการสามัญที่จะมารับในเรื่องของการ พิจารณาในของส่วนญัตติผมนั้นจะเป็นกรรมาธิการอื่นเช่นคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ผมก็ไม่ขัดข้องที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอ เข้ามาด้วยนะครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ขออนุญาตขยายความนิดหนึ่งว่าวันนี้ ขอสไลด์ขึ้นนะครับ🔗
คือโทษทางอาญา ปัญหาผู้ต้องหา ล้นเรือนจำนี่ครับ ตอนนี้ผู้ต้องหานักโทษอยู่ในเรือนจำร่วม ๆ ๒๐๐,๐๐๐ ๓๐๐,๐๐๐ คน วันนี้ก็จะทำให้เห็นความแออัดแล้วก็มีการแหกคุก หนี และเผาเรือนจำ ที่จังหวัดกระบี่ก็มี การเผาเรือนจำแล้วก็มีการหนีด้วย สิ่งเหล่านี้มาจากการที่เราไม่ได้กำหนดในเรื่องของกรอบ กฎหมาย เพราะฉะนั้นความจำเป็นของบุคคลที่มีโทษไม่ร้ายแรง โทษลหุโทษ แต่ว่าเป็น ความผิดทางอาญา เมื่อการพิจารณาของศาลพิจารณาเสร็จแล้วจำเลยรับสารภาพอาจจะ ลดโทษในคดีส่วนจำคุกให้มีโทษปรับสถานเดียว แต่ปรากฏว่าถ้าจำเลยไม่มีเงินไปจ่ายค่าปรับ ในขบวนการยุติธรรมก็ให้กักขังแทนค่าปรับวันละ ๕๐๐ บาท ในวันนั้นละ ๕๐๐ บาท ในความจำเป็นของจำเลยอาจจะเป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นผู้เลี้ยงชีพครอบครัว เป็นหัวหน้า ในการหารายได้มาเลี้ยงลูก ภรรยา แต่เมื่อไปถูกกักขังแทนค่าปรับอย่างนี้ต้องไปร่วมอยู่ กับคดีอุกฉกรรจ์ คดีฆ่า ปล้น คดีค้ายาเสพติด แล้วก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ในเชิงสังคมเลย สิ่งเหล่านี้ โทษเหล่านี้ ผมอยากให้คณะกรรมการหรือว่ารัฐบาลได้ไปศึกษาเปลี่ยนเสียเถอะ เปลี่ยนจากโทษทางอาญา แทนที่จะเอาคนไปกักขังเพื่อให้สำนึกความผิดนี่มันไม่ใช่ เป็นการ ลงโทษ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพี่น้องประชาชนที่ยากจน ประชาชนที่ไม่สามารถเอาเงินไปจ่าย ค่าปรับ เงิน ๑๐,๐๐๐ บาทอย่างนี้ ปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท หาเงินไม่ได้ก็จับเอาไปขัง หักวันละ ๕๐๐ บาท ผมถามว่าถ้าเอาหัวหน้าครอบครัวไปขังหักค่าปรับวันละ ๕๐๐ บาท กี่วันถึงจะหมด แล้วมันได้ประโยชน์อะไร ในทางกลับกันถ้าเราเปลี่ยนโทษอันนี้เพื่อที่จะให้เป็นโทษทางพินัย ประวัติอาชญากรรมก็ไม่ติด เขาก็ทำงานที่อื่นได้ แล้วในเรื่องของการเปลี่ยนโทษเพื่อที่จะให้ เขาไปบำเพ็ญกุศลหรือไปดำเนินการในเรื่องของเชิงทางสังคม เช่น จำเลยนี้มีความเก่งในเรื่อง ของ Furniture เก่งในเรื่องของทาสีก็ให้เขาไปทาสีให้กับองค์กรสาธารณะกุศล ไม่ว่าจะไป ทาสีให้มัสยิด ทาสีให้วัด ทาสีให้โบสถ์อะไรต่าง ๆ นั้นก็มาหักกันเป็นวัน ๆ ไป สิ่งเหล่านี้ เมื่อเขาทำงานได้สำเร็จ เขาก็กลับไปอยู่ในครอบครัวได้ วันนี้กระบวนการทางเทคโนโลยี เราสามารถที่จะควบคุมผู้ต้องหาอย่างนี้ซึ่งเราถือว่าไม่ใช่เป็นผู้ต้องหาร้ายแรง และไม่ใช่เป็น ผู้ต้องหามีจิตสันดานเป็นผู้ร้าย เราก็มีข้อ EM แต่ว่าวันนี้ข้อ EM ผมไปเห็นแล้ว ผมคิดว่ามัน ต้องออกแบบใหม่แล้วครับ ไม่ใช่เป็นการใส่ข้อ EM ที่ข้อเท้า แล้วต้องใส่กางเกงบาน ๆ ขาใหญ่ ๆ เพราะฉะนั้นเครื่องควบคุมอันนี้มันเหมือนกับนาฬิกา เหมือนกับ Wristband เราก็สามารถที่จะทำให้มันสะดวก ไม่ต้องให้เขาทรมาน แต่ว่าอันนี้รู้สึกมันใหญ่โตมาก เป็นสี่เหลี่ยม แล้วไปไหนเดินมันก็ยังชนขาอยู่ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการพัฒนาในเรื่องของนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ควบคุมในบุคคล ประเภทนี้ที่มีความผิดไม่ร้ายแรง ผมคิดว่าต้องควรทำเป็นอย่างยิ่งและควรทำเป็นเร่งด่วน การที่จะให้ผู้ต้องหาเต็มเรือนจำ ล้นเรือนจำ ไปขยายสร้างเรือนจำใหม่นะครับ ผมถามท่าน รัฐมนตรียุติธรรมท่านบอกว่าต้องใช้งบประมาณ ถ้าทำให้ดีต้องใช้งบประมาณไม่น้อยกว่า ๑,๕๐๐ ล้านบาท แล้วท่านดูสิว่าเรือนจำในประเทศไทยแต่ละแห่ง นักโทษ ๑ คน กับสัดส่วน ที่หลับที่นอนอยู่ที่ประมาณสัก ๒ ตารางเมตรกว่า ๆ ไม่ถึงด้วยซ้ำไป ก็ต้องมีการนอนตะแคง มีการนอนตะแคงเสร็จแล้วเมื่อนักโทษหนาแน่นขึ้นก็ให้นักโทษงอเข่าเพื่อที่จะให้ยัดขึ้น พอนักโทษงอเข่าเสร็จแล้วนักโทษยังเพิ่มอีกก็ให้นั่งหลับ นักโทษยังเพิ่มขึ้นอีกก็ให้หมุนเวียน หลับนะครับ ก็ให้ออกมาแล้วก็ให้จัดเวรหมุนเวียนหลับ สิ่งเหล่านี้มันเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เป็น วิธีการที่จะทำให้บุคคลต้องโทษเกิดความหลาบจำ สิ่งเหล่านี้เป็นมนุษย์ เป็นพวกเราแท้ ๆ เป็นคนไทยเรานี่ที่ไปติดคุกติดตะรางกันมาเราไม่คิดหรือว่าเขาโดนจำคุกมาสัก ๒ ปี ๓ ปี หรือ ๕ ปี ๑๐ ปีอย่างนี้ครับ ชีวิตเขายังเหลืออยู่ เราไม่เว้นพื้นที่ทางสังคม เราไม่เคารพสิทธิ เสรีภาพกับนักโทษต้องขังและญาติพี่น้องเขาอีกที่เขาจะต้องไปดูแลต่าง ๆ เพราะฉะนั้น ผมมองเห็นการพัฒนากฎหมายในเรื่องของประมวลกฎหมายอาญาควรที่จะแก้ไขกับในโทษ ของผู้ที่จะต้องรับโทษในความผิดเล็กน้อย เพราะฉะนั้นในเรื่องของการพัฒนานักโทษวันนี้ นี่คือโทษหลักทางอาญาก็มี โทษประหารชีวิต มีโทษจำคุก มีโทษกักขัง มีโทษปรับ แล้วก็ริบ ทรัพย์สิน อันนี้ชั้นของโทษทางอาญามี ๕ ระดับด้วยกัน เพราะฉะนั้นถ้าในกรณีโทษอาญา ในเรื่องของปรับอย่างเดียวหรือกักขังอย่างนี้เราต้องไปทบทวน เพื่อที่จะลดจำนวนนักโทษ ในเรือนจำ เราก็ไม่จำเป็นต้องไปขยายเรือนจำ ไม่ต้องไปสร้างเรือนจำใหม่ ในขณะเดียวกัน ผมขออนุญาตแนะนำครับท่านประธาน คือหลายประเทศเขามีเรือนจำเอกชน เพราะฉะนั้น ในประเทศไทยไม่จำเป็นจะต้องไปสร้างเรือนจำภาครัฐของราชทัณฑ์ใหม่ เราไปให้เอกชน สร้างเรือนจำใหม่โดยอัตราโทษที่น้อย ผู้เสพไม่ใช่ผู้ขายยาเสพติด หรือโทษปรับผิดประเภท ลหุโทษก็ให้ไปขังในประเภทที่โทษไม่หนัก เพื่อต้องการไม่ให้จำเลยหรือนักโทษไปขังรวมกับ ในโทษอุกฉกรรจ์ เพราะฉะนั้นเกิดการเรียนรู้ ตอนที่ถูกจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน แต่ปรากฏไปขัง ร่วมกัน มีการติดต่อกับโทษประหารชีวิต แดนติดกันอะไรกันอย่างนี้ ออกมามีความเชี่ยวชาญ ในการที่จะลักทรัพย์ ในการที่จะไปงัดแงะ วิ่งชิงปล้นได้เลย แล้วก็ในเรื่องของนำนักโทษ ไปพัฒนาในเรื่องของอาชีพ นำนักโทษเข้าไปจับมือกับในเรื่องของภาคอุตสาหกรรม เพื่อที่จะฝึกให้นักโทษออกมาแล้วสามารถมีอาชีพได้ อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ผมขออนุญาต ท่านประธานว่าเราสามารถที่จะพัฒนากฎหมายอันนี้ออกไปในเรื่องอื่นได้ด้วย แต่ในเบื้องต้น ก่อนจบผมก็ขออนุญาตท่านประธานรบกวนเวลามามากพอสมควรแล้ว ผมก็อยากจะ กราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าเรื่องนี้ถ้าเราทำ เรื่องของโทษอาญาเล็กน้อยแล้วก็ให้ เป็นโทษทางพินัยนั้นที่จริงแล้วเหลือไม่มากแล้ว ญัตติผมเสนอตั้งแต่วันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๖ แล้วมันมีกฎหมายที่มีปรับเขากวาดเข้าไปเพื่อที่จะทำเป็นการปรับทางพินัยไปส่วนหนึ่งแล้ว ก็ยังเหลืออีกไม่มากในเรื่องของการที่จะมาเก็บเกี่ยว แล้วผมเชื่อเหลือเกินว่าสิ่งที่เหลืออยู่ใน โทษเล็กน้อยนั้นส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับบุคคลยากจน เกิดขึ้นกับบุคคลยากไร้ในประเทศทั้งหมด ลองไปสำรวจดูได้เลย เพราะฉะนั้นผมก็มองเห็นในอนาคตของญาติพี่น้อง ของครอบครัว บุคคลที่ยากจน แล้วก็ไม่มีเจตนาในการที่จะกระทำความผิดแล้วก็ได้รับโทษอย่างนี้ เราได้ ออกมาเพื่อที่จะให้เขาอยู่ในครอบครัวถือว่าเป็นบุญ แล้วเรามองเห็นพี่น้องประชาชนสิทธิ และเสรีภาพ สิทธิพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ภายใต้รัฐธรรมนูญทุกประเทศละครับเขา เคารพ เราก็ต้องมาดูว่าในประเทศไทยเรายังต้องไปเก็บตกคนที่อยู่ข้างหลัง คนที่ด้อยโอกาส คนเหล่านี้มีชีวิตที่น่าสงสารมาก ก็เลยกราบเรียนท่านประธานไปยังภาครัฐในหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงยุติธรรม หรือว่าหน่วยงานใดก็ตามเพื่อที่จะยกร่างกฎหมาย อันนี้ขึ้นมาเพื่อไปบังคับใช้ต่อไป กราบขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗
ต่อไปญัตติ ของคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ เชิญครับ🔗
๒. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเรื่องการปฏิรูประบบค่าปรับในกฎหมายไทย🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกลครับ ก็ขออนุญาตใช้เวลาในที่ประชุมแห่งนี้ในการเสนอญัตติขอให้ สภาผู้แทนราษฎรนั้นศึกษาเรื่องของการปฏิรูประบบค่าปรับในกฎหมายไทย ซึ่งก็จะมีสาระ สำคัญที่เกี่ยวข้องแต่ก็ไม่ถึงขั้นซ้ำซ้อนกับญัตติของเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ ท่านประธานครับ เมื่อประมาณ ๒ ปีที่แล้ว สำนักข่าวในหลายประเทศทั่วโลกมีการรายงานข่าวที่น่าสนใจ ชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับมหาเศรษฐีคนหนึ่งในประเทศฟินแลนด์ที่ต้องจ่ายค่าปรับให้กับรัฐสูงถึง ๑๒๑,๐๐๐ ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ ๔.๕ ล้านบาท ด้วยฐานความผิดจากการขับรถ ด้วยความเร็ว ๘๒ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในพื้นที่ที่มีการจำกัดความเร็วไว้เพียงแค่ ๕๐ กิโลเมตร ต่อชั่วโมง ท่านประธานครับ เหตุผลที่มหาเศรษฐีท่านนี้ถูกปรับด้วยค่าปรับที่สูงขนาดนี้ก็เป็น เพราะว่าประเทศฟินแลนด์นั้นเป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้ระบบค่าปรับแบบอัตราก้าวหน้า หรือว่า Progressive Fine ที่มีการคำนวณมูลค่าค่าปรับนั้นตามสถานะทางเศรษฐกิจของ ผู้กระทำความผิด หากจะอธิบายให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกเห็นภาพชัดขึ้นก็ต้องบอกว่า ระบบค่าปรับแบบอัตราก้าวหน้าที่ถูกใช้กันอย่างกว้างขวางที่สุดคือระบบที่เราเรียกกันว่า ระบบ Day Fine ซึ่งเป็นการคำนวณมูลค่าค่าปรับของผู้กระทำผิดโดยการเอา ๒ ตัวแปร มาคูณกันในสมการ ตัวแปรหรือว่าปัจจัยที่ ๑ คือเรื่องของจำนวนวันปรับหรือว่าจำนวน หน่วยความผิด ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าฐานความผิดต่าง ๆ นั้นควรจะมีโทษหนักหรือว่าเบา แค่ไหน ส่วนตัวแปรหรือว่าปัจจัยที่ ๒ ที่นำมาคูณกัน ก็คือรายได้ต่อวันหรือว่าตัวแปรอื่น ที่เป็นการวัดสถานะทางเศรษฐกิจของผู้กระทำความผิด ดังนั้นพอเราเอา ๒ ตัวแปรนี้มา คูณกัน พูดง่าย ๆ คือยิ่งฐานความผิดถูกมองว่าหนักเท่าไร ยิ่งสถานะทางเศรษฐกิจของ ผู้กระทำความผิดมีความร่ำรวยเท่าไร จำนวนแล้วก็มูลค่าค่าปรับก็จะสูงขึ้นตามมาเท่านั้น ท่านประธานครับ แม้ผมเข้าใจว่าแนวคิดนี้ก็มีทั้งข้อดีแล้วก็ข้อเสียที่คงจำเป็นต้องศึกษา เพิ่มเติม แต่ผมคิดว่าแนวคิดเรื่องของระบบค่าปรับแบบอัตราก้าวหน้านั้นมันเป็นแนวคิด ที่น่าสนใจเพียงพอที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะมอบหมายให้คณะกรรมาธิการสักชุดหนึ่ง มีการศึกษาเพิ่มเติม แล้วก็พิจารณาถึงทั้งข้อดี แล้วก็ข้อเสียอย่างรอบด้าน ที่ผมพูดแบบนี้ ว่าแนวคิดนี้มีความน่าสนใจก็เพราะว่าหากเราออกแบบระบบดังกล่าวด้วยความประณีต และพยายามจะปิดช่องโหว่ในทางปฏิบัตินั้น ผมเห็นว่าแนวคิดเรื่องของระบบค่าปรับแบบ อัตราก้าวหน้ามันมีศักยภาพสูงมากที่จะนำไปสู่การปฏิรูประบบค่าปรับที่เปรียบเสมือนการ ยิงปืนนัดเดียวได้นก ๔ ตัว🔗
ประโยชน์ที่ ๑ ที่เราอาจจะได้จากแนวคิดนี้ คือเรื่องของประสิทธิภาพในการ ป้องปรามการกระทำผิด หากเราลองคิดในมุมเศรษฐศาสตร์สำหรับฐานความผิดที่ปัจจุบัน อาจจะมีแค่โทษปรับอย่างเช่นโทษจราจร ค่าปรับที่ถูกกำหนดไว้ในกฎหมายแบบตายตัว ก็อาจจะถูกมองว่าไม่ได้สูงเพียงพอต่อการทำให้คนรวยนั้นตัดสินใจไม่กระทำความผิด เพราะว่าเขาอาจจะไม่รู้สึกสะทกสะท้านจากค่าปรับเพียงแค่หลักพันบาท ในเมื่อประเทศไทย ก็เป็นประเทศที่มีสัดส่วนประชากรที่สูญเสียหรือว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงเป็น อันดับ ๑๖ ของโลก มีคนที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนปีหนึ่งประมาณเกือบ ๒๐,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งคาดว่าส่วนใหญ่จากงานวิจัยก็เกิดขึ้นจากการขับรถเร็วเกินกำหนด มันก็น่าชวน คิดต่อว่าหากคนรวยในประเทศเรานั้นต้องจ่ายค่าปรับในระดับที่สูงขึ้น หลักหมื่น หลักแสน หรือแม้กระทั่งหลักล้านเหมือนกับในประเทศอย่างฟินแลนด์ พวกเขาจากระมัดระวังในการ ขับรถมากขึ้นแค่ไหน ท้องถนนในประเทศเราจะปลอดภัยมากขึ้นแค่ไหน หรือหากจะยกอีก ตัวอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของการหมิ่นประมาท จริงอยู่ว่าปัจจุบันกฎหมายในประเทศเรานั้น มีการกำหนดโทษสำหรับฐานความผิดหมิ่นประมาทที่มีทั้งเรื่องของโทษจำคุกแล้วก็โทษปรับ แต่หากสมมุติเราลองพิจารณาหันมาใช้แค่โทษปรับเหมือนกับที่หลายประเทศนั้นทำกัน ข้อทักท้วงหนึ่งที่เรามักจะเจอก็คือข้อกังวลว่าหากเราใช้แค่โทษปรับสำหรับฐานความผิด หมิ่นประมาท คนรวยนั้นก็อาจจะเลือกหมิ่นประมาทคนมากขึ้นเพราะมีความพร้อมในการ จ่ายค่าปรับที่อาจจะคิดเป็นสัดส่วนนิดเดียวของรายได้หรือว่าทรัพย์สินเขา แต่ผมเชื่อครับ ว่าหากเรามีระบบค่าปรับแบบอัตราก้าวหน้าที่มีค่าปรับที่สูงขึ้นสำหรับคนที่มีรายได้สูง ข้อกังวลนี้ก็อาจจะสามารถถูกคลี่คลายไปได้🔗
ประโยชน์ที่ ๒ ของแนวคิดแบบนี้ คือเรื่องของความเป็นธรรมในการลงโทษ ผู้กระทำผิด กระบวนการยุติธรรมของเราจะยุติธรรมได้ก็ต้องเป็นกระบวนการยุติธรรมที่เป็น มาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกคน ที่บังคับใช้กฎหมายทุกฉบับอย่างเสมอภาคกับทุกคน แต่สิ่งที่น่าคิดต่อก็คือว่าการลงโทษคนทุกคนอย่างเสมอภาคหรือเป็นธรรมนั้นเราควรจะใช้ ฐานความคิดอย่างไร บางคนอาจจะมองว่าการลงโทษที่เป็นธรรมนั้นคือการลงโทษทุกคน ด้วยค่าปรับที่มีปริมาณเม็ดเงินเท่ากัน เนื่องจากว่าเป็นการกระทำความผิดเดียวกัน แต่หาก เรามองอีกมุมหนึ่งครับ หากเรามองว่าองค์ประกอบหนึ่งของการลงโทษคือการเพิ่มต้นทุน หรือว่าค่าสูญเสียโอกาสของผู้กระทำผิด ก็ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าการปรับ มหาเศรษฐีคนหนึ่งกับการปรับแรงงานคนหนึ่งหรือว่าได้รับค่าแรงขั้นต่ำอยู่ด้วยค่าปรับ ๑,๐๐๐ บาทเท่ากัน มันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตคน ๒ คนนี้อย่างเท่าเทียมกันอย่างแน่นอน ดังนั้นหลายคนก็เลยมองว่าการมีค่าปรับที่แปรผันตามสถานะทางเศรษฐกิจนั้นก็อาจจะถูก มองได้ว่าเป็นการลงโทษที่เสมอภาคแล้วก็เป็นธรรมกว่า🔗
ประโยชน์ที่ ๓ ที่เราจะได้จากแนวคิดนี้ คือการสะสางอัตราค่าปรับที่อาจจะมี ความลักลั่นหรือไม่คงเส้นคงวา ปัจจุบันเราต้องยอมรับว่าการกำหนดอัตราค่าปรับ ในกฎหมายไทยนั้นก็มีบางส่วนที่ดูเหมือนจะไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนเพียงพอ ทางสถาบัน วิชาการต่าง ๆ เคยมีการรวบรวมข้อมูลมาให้เราเห็นว่าหากเราไปดูกฎหมายเกี่ยวกับ ฐานความผิดที่มีทั้งโทษจำคุกแล้วก็โทษปรับ ถ้าเราไปเปรียบเทียบดูเราจะเห็นว่าสำหรับ กฎหมายต่าง ๆ ที่มีการกำหนดโทษจำคุกไว้ ๑ ปีเหมือนกัน กับมีการกำหนดค่าปรับที่มีความ แตกต่างกันเป็นอย่างมาก บางฉบับก็เป็นหลักพัน บางฉบับเป็นหลักหมื่น หลักแสน หรือแม้กระทั่งหลักล้านบาท หากเราหันมาใช้ระบบค่าปรับแบบอัตราก้าวหน้ากันจริง ๆ ผมคิดว่าเราก็จะมีโอกาสที่ดีในการใช้กระบวนการดังกล่าวเพื่อมาทบทวนความหนักเบา ของโทษสำหรับฐานความผิดต่าง ๆ และแก้ปัญหาความลักลั่นแล้วก็ความไม่คงเส้นคงวา ในการกำหนดค่าปรับ พูดอย่างเป็นรูปธรรมครับ วิธีที่ ๑ ที่เป็นไปได้คือการกำหนดตาราง ให้ชัดเจนไปเลยว่าโทษจำคุกกี่ปีนั้นควรจะมีอัตราที่เทียบเท่ากับจำนวนวันปรับ หรือว่า จำนวนหน่วยความผิดคิดเป็นกี่วันในสมการ Day Fine ของเรา🔗
ประโยชน์ที่ ๔ ที่เราอาจจะได้จากแนวคิดแบบนี้ ก็คือการวางระบบค่าปรับ ที่มีพลวัตแล้วก็เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ หากเราใช้ระบบค่าปรับแบบคงที่ โดยการกำหนดเรื่องของจำนวนบาทแบบตายตัวเข้าไปอยู่ในตัวร่างกฎหมายเหมือนทุกวันนี้ ค่าปรับดังกล่าวก็จะยังคงเหมือนเดิมไม่ว่าเศรษฐกิจจะโตแค่ไหน ไม่ว่าอัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้น แค่ไหน และมูลค่าจริงของค่าปรับดังกล่าวก็จะลดลงตามกาลเวลา ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัด หากเรามีการกำหนดค่าปรับในวันนี้อยู่ที่ ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ บาทในวันนี้ก็เทียบเท่า กับประมาณค่าแรงขั้นต่ำ ๓๐ วัน แต่สมมุติหากผ่านไป ๓๐ ปี แล้วก็รายได้ของประชาชน แล้วก็ค่าแรงขั้นต่ำนั้นถูกปรับขึ้นทุก ๆ ปีตามอัตราเงินเฟ้อสมมุติตั้งสมมุติฐานไว้ ๓ เปอร์เซ็นต์ต่อปี เราจะค้นพบว่าหากค่าปรับยังคงที่อยู่ที่ ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ บาท ในอีก ๓๐ ปีข้างหน้านั้นจะเทียบเท่ากับค่าแรงขั้นต่ำประมาณ ๑๒ วันเท่านั้น ดังนั้นหาก เราหันมาใช้ระบบค่าปรับแบบอัตราก้าวหน้าจริงก็จะเป็นโอกาสที่ดีในการมีระบบค่าปรับ ที่มีพลวัตรแล้วก็เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เนื่องจากว่าตัวแปรสำคัญ ในสมการ Day Fine ของเราก็คือรายได้ต่อวัน หรือว่าสถานะทางเศรษฐกิจของผู้กระทำผิด ซึ่งก็แปรผันตามการเติบโตของเศรษฐกิจ แล้วก็อัตราเงินเฟ้ออยู่แล้ว🔗
ดังนั้นหากกล่าวโดยสรุปครับท่านประธาน ทั้งหมดนี้ก็คือ ๔ ประโยชน์ ที่เราอาจจะได้จากระบบค่าปรับแบบอัตราก้าวหน้า แต่ถึงอย่างไรก็ดีผมเข้าใจว่าข้อเสนอนี้ ยังมีอีกหลายโจทย์ แล้วก็รายละเอียดอีกหลายประเด็นที่เราจำเป็นต้องพิจารณาศึกษา ให้รอบคอบโดยเฉพาะในเชิงปฏิบัติ🔗
ตัวอย่างที่ ๑ อาจจะเป็นคำถามว่า เราจะใช้ฐานข้อมูลอะไรในการมาวัด สถานะทางเศรษฐกิจของผู้กระทำผิด ในเมื่อเราเองก็มีเศรษฐกิจที่มีแรงงานนอกระบบเยอะ ในเมื่อเงินได้ที่สรรพากรมีการบันทึกไว้บางครั้งก็อาจจะไม่ได้สะท้อนรายได้จริง ๆ รวมไปถึง ว่าคนรวยในประเทศเราหลายครั้งก็อาจจะไม่ได้มีรายได้ที่สูง แต่รวยเพราะว่าทรัพย์สินที่สูง🔗
ตัวอย่างที่ ๒ คือโจทย์ว่าเราจะทำกันอย่างไรเพื่อทำให้การปรับนั้นสามารถ บังคับใช้ได้จริง เช่นทำอย่างไรให้เราปิดช่องโหว่เรื่องของปัญหาสินบน เพราะหากปัญหานี้ ยังคงอยู่คนรวยที่ถูกค่าปรับสูงขึ้นมาก็อาจจะใช้วิธีการในการจ่ายสินบนด้วยมูลค่าที่น้อย ลงมาให้กับเจ้าหน้าที่แทนการจ่ายค่าปรับ🔗
หรืออีกตัวอย่างโจทย์หนึ่งที่เราจำเป็นต้องมาพูดคุยกันแล้วก็ศึกษาเพิ่มเติม คือเราจะวางขั้นตอนกันอย่างไรในการปรับปรุงกฎหมายเรื่องค่าปรับทั้งระบบยกตัวอย่างเช่น เราควรจะมีการนำร่องก่อนหรือไม่สำหรับบางฐานความผิดอย่างเช่นโทษปรับจราจร เพื่อให้ เรามีโอกาสได้วัดผลและประเมินข้อดี ข้อเสีย จากหน้างานจริงก่อนจะพิจารณาขยายผล นโยบายดังกล่าวไปในวงกว้าง🔗
ดังนั้นผมเห็นควรว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ควรจะมีการมอบหมายให้ คณะกรรมาธิการชุดหนึ่งศึกษาทางเลือกในการปฏิรูประบบค่าปรับในกฎหมายไทย รวมถึง พิจารณาข้อดี ข้อเสีย และความเป็นไปได้ของระบบค่าปรับแบบอัตราก้าวหน้า ซึ่งเป็นระบบ ค่าปรับที่อาจจะมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม มีความคงเส้นคงวา แล้วก็เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง มากกว่าระบบค่าปรับที่เรามีกันอยู่ ณ ปัจจุบัน ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณ คุณพริษฐ์ครับ เนื่องจากญัตตินี้เป็นญัตติที่สำคัญคงจะมีสมาชิกจะร่วมอภิปรายหลายท่าน เพราะฉะนั้นผมจึงขอให้เอาไว้อภิปรายในสัปดาห์หน้าเพื่อเราจะได้อภิปรายกันอย่างถ้วนหน้า เอาไว้อภิปรายสัปดาห์หน้านะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมขอปิดการประชุมครับ ขอบคุณครับ🔗