รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
------------------------------
ก่อนที่จะ เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนะครับ ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาที ก่อนอื่นนั้นก็ต้องเรียนกับท่านสมาชิกว่าความจริงการปรึกษาหารือนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ที่ผ่านมานั้นผมก็ได้ติดตามก่อนที่จะมาทำหน้าที่เป็นรองประธานสภา คนที่หนึ่ง ก็ได้ติดตาม การหารือของท่านสมาชิก แล้วก็มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งที่ผมเองนั้นมีความตั้งใจว่าอยากจะให้ ข้อหารือของท่านสมาชิกนั้นให้เกิดเป็นรูปธรรม ให้เกิดเป็นมรรคผล ไม่อยากจะให้การหารือนั้น เป็นเพียงเวทีการให้ท่านสมาชิกมาพูดหรือว่ามาระบายให้กับประธานฟัง ให้กับประชาชนฟัง แล้วก็ไม่เกิดเป็นรูปธรรม ผมอยากจะให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะฝ่ายบริหาร ถ้าเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใด เกี่ยวข้องกับกระทรวงใด เกี่ยวข้องกับภาคเอกชนหรือเปล่า หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น นอกจากที่สภาจะส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว อยากจะเห็น Feedback กลับมาว่าปัญหาของท่านสมาชิกที่หารือนั้นได้แก้ไขปัญหา ประชาชนอะไรบ้าง อย่างน้อยก็เป็นเคพีไอของส่วนราชการว่าถ้าเกี่ยวข้องกับกรมใดอธิบดี ก็ต้องรับผิดชอบ เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีกระทรวงใดก็ต้องมีคำตอบที่ชัดเจน ไม่ใช่ว่าการหารือ ของท่านสมาชิกเหมือนมาพูดแล้วก็หายไปกับสายลมและแสงแดด อย่างน้อยถ้าเกิดเกี่ยวข้อง กับเรื่องการแก้ไขปัญหาของประชาชนในงบประมาณครั้งต่อไป หรือการแก้ไขปัญหานั้น ได้แก้ไขปัญหาประชาชนได้ผลอย่างไรก็ต้องรายงานสภา ไม่ใช่เพียงแค่เป็นหนังสือตอบจาก หน่วยงานมาเพื่อให้เราได้รับทราบอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องการอยากจะให้ผลของการแก้ไข ปัญหาของประชาชนตามข้อหารือนั้นมันเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลอย่างแท้จริง ต้องการ อยากจะให้คำหารือของท่านสมาชิก เพราะท่านเองก็ต้องรับปัญหาจากพี่น้องมาปรึกษาหารือ เพราะฉะนั้นส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องไปดำเนินการแก้ไข เพราะเวทีนี้ก็เป็นเวทีการสะท้อน ปัญหาของประชาชน อันนี้คือความตั้งใจที่ผมอยากจะให้เกิดมรรคผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพราะฉะนั้นผมจะกำชับในส่วนของสภานั้นนอกจากจะให้ส่งรายงานของการหารือของ ท่านแล้วจะต้องส่งไปยังกระทรวงและให้กระทรวงตอบมาว่าผลของการหารือของ ท่านสมาชิกท่านนี้เมื่อสัปดาห์ที่เท่าไรนั้นได้แก้ไขปัญหาอะไร มีความคืบหน้าอะไรบ้าง อันนี้ ผมคิดว่าจะเกิดประสิทธิภาพในการทำงานแล้วก็การหารือของท่านก็จะเกิดประโยชน์ต่อ พี่น้องประชาชน เริ่มต้นเลยนะครับ อย่างน้อยเราก็มีเวลาให้ท่านสมาชิกได้หารือคนละ ๒ นาที เชิญท่านแรก ท่านอดิพงษ์ ฐิติพิทยา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๓ อำเภอกระสัง อำเภอห้วยราช ตำบลป่าชัน ตำบลโคกขมิ้นของอำเภอพลับพลาชัย พรรคภูมิใจไทย ผมขออนุญาตปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในประเด็นดังต่อไปนี้ กระผมขอหยิบยกปัญหาสำคัญที่กระทบโดยตรงต่อพี่น้องเกษตรกร คือราคาปุ๋ยเคมีที่แพงเกินควร ซึ่งเป็นหลักในการผลิตข้าวและพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ ปัจจุบันนี้ ราคาปุ๋ยเคมี ยูเรีย ๔๖-๐-๐ ราคาขายปลีก ๙๐๐-๑,๐๐๐ บาทต่อกระสอบ ปุ๋ยเคมีสูตร ๑๖-๒๐-๐ ราคาประมาณ ๑,๒๐๐ บาทต่อกระสอบ ปุ๋ยเคมี ๑๕-๑๕-๑๕ บางพื้นที่สูงถึง ๑,๓๐๐-๑๕๐๐ บาทต่อกระสอบ ปุ๋ยเคมี ๑๓-๑๓-๒๑ ราคามากกว่า ๑,๖๐๐ บาทต่อกระสอบ ทั้งก่อนหน้านี้ราคาเพียง ๖๐๐-๘๐๐ บาท เท่านั้นเอง ถึงแม้มาตรการทางรัฐจะช่วย เช่นลดราคาค่าปุ๋ยให้ ๕๐ บาทต่อกระสอบ ยังไม่เพียงพอเมื่อเทียบราคาที่ปุ๋ยราคาสูงขึ้นอีก ๑,๐๐๐ กว่าบาท ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพี่น้องเกษตรกรที่ต้องใช้ปุ๋ยอย่างน้อย ๓๐-๕๐ กิโลกรัมต่อไร่ต่อฤดูกาล ซึ่งหมายความว่าหากทำนา ๒๐ ไร่ ต้องเสียค่าปุ๋ยเกือบ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาทต่อรอบการผลิต เมื่อนำมาหักลบกับรายได้จากการขายข้าวราคาตกต่ำ เกษตรกรไม่มีเหลือกำไร หรือบางราย ขาดทุน ปัญหาปุ๋ยแพงไม่ได้เป็นเพียงประเด็นการค้าเท่านั้น แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น หากไม่มีมาตรการแก้ไขอย่างจริงจังและเร่งด่วน ย่อมจะนำไปสู่ภาวะ ทางการเงินและหนี้สินของเกษตรกรในอนาคต จึงขอนำเรียนไปยังกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดให้การช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร และบรรเทา ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพลพีร์ สุวรรณฉวี ครับ🔗
กราบเรียนท่านครับ ผม พลพีร์ สุวรรณฉวี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้มีเรื่องหารือกับท่านประธานหลายเรื่องครับ🔗
โดยเรื่องแรกอยากจะให้รัฐบาล ได้เร่งพิจารณาในการเพิ่มเบี้ยให้กับผู้สูงอายุ คนพิการ และเด็ก เนื่องจากทุกวันนี้เศรษฐกิจ เป็นแบบนี้ครับ ข้าวของนั้นแพง ทำอะไรก็ขาดทุนครับ ไม่ว่าจะเป็นการเกษตร ทำปศุสัตว์ หรืออะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นอยากให้รัฐบาลได้เร่งพิจารณา🔗
เรื่องที่ ๒ อยากจะให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เร่ง พิจารณาให้งบประมาณในการขุดลอกหนองมโนรมย์ ตำบลทองหลาง อำเภอจักราช เหตุผล ก็เพราะว่าบ่อนั้นมีการตื้นเขิน และพี่น้องประชาชนอีก ๑,๐๐๐ กว่าครัวเรือน จะต้องใช้น้ำ จากตรงนี้อุปโภคบริโภค เพราะฉะนั้นอยากจะเร่งให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ได้เร่งอนุมัติโครงการด้วยนะครับ🔗
ต่อไปเรื่องถนน วันนี้มีถนนมาหารือกับท่านประธาน ๓ สายนะครับ สายที่ ๑ สายวัดโคกโภคา ไปบ้านหนองหว้า สายที่ ๒ ของบ้านสุขสันต์ ตำบลทับสวาย เชื่อมบ้านหนองใน ตำบลตะโก สายที่ ๓ บ้านโคกเพชร เชื่อมกับบ้านหนองโกสีย์ ตำบลหลุ่งประดู่ ทั้ง ๓ เส้นนั้นลำบากอย่างยิ่ง อยู่ในสภาพที่ไม่น่าสัญจรเลย แล้วก็อยากขอ ความกรุณาผู้ที่เกี่ยวข้องได้ติดไฟส่องสว่างในการเดินทางสัญจรตอนกลางคืนด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ตำบลห้วยแคนนั้นมีสถานที่ประวัติศาสตร์ประจำอำเภอห้วยแถลงเลย เขาเรียกว่าปราสาทห้วยแคน อยากจะให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้พิจารณา งบประมาณในการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวประจำอำเภอและประจำจังหวัด เพื่อที่จะ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลห้วยแคน แล้วก็ตำบลใกล้เคียงด้วยนะครับ🔗
เรื่องสุดท้าย เรื่องการเยียวยาพี่น้องประชาชนที่อยู่ในตะเข็บชายแดนระหว่าง เรากับประเทศกัมพูชา หลังจากการปะทะที่ผ่านมา ครม. ก็ได้มีนโยบายแล้วก็อนุมัติ กรอบเกณฑ์ของค่าชดเชยต่าง ๆ ไปแล้ว แต่ ณ วันนี้ค่าเยียวยานั้นยังไม่ถึงพี่น้องประชาชน วันนี้ค่าเยียวยานั้นยังไม่ถึงทหาร ก็ฝากท่านประธานถึงรัฐบาลช่วยเร่งเถอะครับ พวกเขา ลำบากจริง ๆ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฉัตร สุภัทรวณิชย์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ฉัตร สุภัทรวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ แม่ย่าโม พรรคประชาชน ขอหารือท่านประธานสภา ดังนี้ครับ🔗
ปัญหาแรกเป็นปัญหาเรื่องคนเร่ร่อนมาอาศัยบริเวณโดยรอบลานอนุสาวรีย์ ท้าวสุรนารี หรือลานย่าโม ตลอดจนถนนราชดำเนิน แล้วก็ถนนชุมพล อยากจะให้ พมจ. ประสานงานร่วมกับเทศบาลนครนครราชสีมา แก้ปัญหาให้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนเรื่องน้ำประปาไม่ไหลในพื้นที่ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ทหาร ครอบครัว ผู้อาศัย ได้แจ้งมาว่าทุกซอยเลยน้ำไม่ไหลตั้งแต่ต้นเดือน แล้วก็เป็นมาอย่างนี้ ตั้งแต่ต้นปี ขอให้เทศบาลนครนครราชสีมาผู้รับผิดชอบผลิตน้ำประปาได้แก้ไขปัญหาให้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ถนนเลียบบุ่งเล็ก ซึ่งอยู่ข้างหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อม มีความชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก อยากให้เทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อม พิจารณาในการ ที่จะปรับปรุงแก้ไขถนนครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ถนนเลียบสถานีรถไฟจิระ ตั้งแต่บริเวณหน้าค่ายสุรนารีไปจนถึง แยกถนนไชยณรงค์ เช่นกันครับ มีความชำรุดทรุดโทรมแล้วก็เป็นหลุมเป็นบ่อ ถึงแม้ว่า จะมีการปะผุ ซ่อมแซมกันมาอย่างต่อเนื่อง แต่สภาพก็ค่อนข้างเละเทะทั้งเส้นเลยครับ ขอให้เทศบาลนครนครราชสีมาได้ร่วมกับการรถไฟพิจารณาว่าจะซ่อมแซมจะปรับปรุงแก้ไข อย่างไรนะครับ🔗
เรื่องที่ ๕ มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาแมลงวันเกิดขึ้นอย่างมหาศาลเลยครับ จากชาวบ้านที่ตำบลคลองม่วง อำเภอปากช่อง เนื่องจากมีฟาร์มไก่ที่อยู่ห่างไป ๑-๒ กิโลเมตร แต่ว่าปัญหาทุกวันนี้ก่อเกิดแมลงวันจำนวนมาก ชาวบ้านในหมู่บ้านตั้งเครื่องดักแมลงวัน ปรากฏว่าในแต่ละวันสามารถดักแมลงวันได้เป็นร้อย ๆ เป็นพันตัว ก็ขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด กับสาธารณสุขจังหวัดได้เข้าไปตรวจสอบแล้วก็แก้ไขให้ด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน เขต ๑ พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องหารือ ๓ เรื่องครับ ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนจังหวัดลำพูน ของผมครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ถนนทางหลวงหมายเลข ๑๑ ที่ขยายช่องจราจรเพื่อเข้าสู่ตลาดชุมชนทาดอยแก้ว แต่ทางเชื่อมเข้าสู่ตลาดชุมชนทาดอยแก้ว ต้องย้อนศรจากจุดกลับรถเดิมประมาณ ๒๐ เมตร ทำให้เกิดอุบัติเหตุตรงบริเวณดังกล่าว บ่อยครั้ง และถ้าประชาชนจะไปยังจุดกลับรถต่อไปต้องขับรถอ้อมไปในระยะทางที่ไกลมาก ผมจึงขอฝากให้กระทรวงคมนาคมและแขวงทางหลวงจังหวัดลำพูนได้พิจารณาก่อสร้าง ทางเชื่อมเข้าสู่ตลาดโดยตรงบริเวณจุดกลับรถเดิมด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ต้นไม้บดบังทัศนวิสัยบริเวณจุดกลับรถหน้าด่านตรวจยาเสพติดของ สภ. แม่ทา ทางหลวงหมายเลข ๑๑ เรื่องนี้เป็นปัญหาทางด้านความปลอดภัย จุดกลับรถ ดังกล่าวมีต้นไม้และกิ่งไม่บดบังทัศนวิสัยอย่างมากเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุของประชาชน ที่ใช้เส้นทางดังกล่าว ผมจึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบก็คือกระทรวงคมนาคมและ แขวงทางหลวงจังหวัดลำพูนเร่งตัดแต่งกิ่งไม้เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและผู้ใช้ เส้นทางดังกล่าวด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ จากความล่าช้าในการก่อสร้างของตลิ่งกั้นแม่น้ำของเขื่อนป้องกัน ตลิ่งริมน้ำแม่ปิง บริเวณบ้านสบปะ ตำบลริมปิง เรื่องนี้ผมเคยหารือในสภาแห่งนี้มาแล้ว ๒ ครั้ง งบประมาณก่อสร้างกว่า ๑๐๓ ล้านบาท กำหนดแล้วเสร็จตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ ปัจจุบัน ผู้รับเหมาได้ทิ้งงานและยังไม่แล้วเสร็จทั้งที่เข้าสู่ฤดูน้ำหลาก ทำให้ชาวบ้านเกิดความกังวลว่า ตลิ่งจะพังซ้ำอีกครั้ง ผมจึงขอให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเร่งรัดหาผู้รับเหมาใหม่ เพื่อดำเนินการก่อสร้างให้โครงการนี้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดครับ🔗
ทั้ง ๓ เรื่องเป็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนโดยตรงนะครับ ผมจึงอยากฝากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งดำเนินการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนของจังหวัดลำพูนของผมด้วยนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปรีดา บุญเพลิง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม จากจังหวัดขอนแก่น ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการดังนี้ครับ โดยการจัดการศึกษาของประเทศไทย จากวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๕ จนถึงวันนี้ ๑๓๓ ปี มีการพัฒนามาโดยลำดับ มีการปฏิรูป การศึกษาครั้งสำคัญในปี ๒๕๔๒ โดยตราพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และมีการปรับปรุงแก้ไข พ.ศ. ๒๕๔๖ พ.ศ. ๒๕๕๓ และ พ.ศ. ๒๕๖๒ รวมเวลาการใช้ กฎหมายฉบับนี้ประมาณ ๒๖ ปี ปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ในทุกมิติของเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การศึกษา และเทคโนโลยี โลกที่เคยกว้างใหญ่ กลับเล็กลง ดินแดนแต่ละประเทศที่อยู่ห่างไกลกันสามารถติดต่อกันได้ภายในเสี้ยววินาที จนกลายเป็นโลกไร้พรหมแดน เป็นโลกในยุคโลกาภิวัตน์ ส่งผลต่อการจัดการศึกษาของ แต่ละประเทศ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่เป็นกฎหมายแม่บท ในการจัดการศึกษาของประเทศ ๒๖ ปีที่ผ่านมา ควรมีการปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลง ในการพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพ ท่านประธานที่เคารพครับ ทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ได้พยายามตราพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... แต่ก็ยังไม่สำเร็จ ผมเห็นว่า กระทรวงศึกษาธิการภายใต้การนำของ ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ จากพรรคกล้าธรรม มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการศึกษาของชาติให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ และเป็นโอกาสอันดีที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... เข้าสู่ การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ตราเป็นกฎหมายใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธัญธารีย์ สันตพันธุ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๖ พรรคเพื่อไทย ขอหารือเรื่องที่ได้รับทราบผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะ จากการติดตาม ราคาน้ำมันดิบในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่าราคาในช่วงปี ๒๕๖๘ ปรับลดลงอยู่ในระดับ ที่ต่ำกว่าช่วงก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน โดยราคาน้ำมันดิบในช่วงต้นปีเทียบกับกลางเดือนสิงหาคม พบว่าได้มีการปรับลดลงกว่า ๑๔ เปอร์เซ็นต์แล้ว โดยสิ่งที่เกิดขึ้นก็สอดคล้องกับราคาน้ำมัน เบนซินที่ขายปลีกภายในประเทศอ้างอิงจากราคาขายที่กรุงเทพมหานครเทียบกับต้นปี มายังต้นเดือนสิงหาคมก็พบว่าราคาน้ำมันเบนซินลดลงเกือบ ๑๐ เปอร์เซ็นต์แล้วเช่นกัน นอกจากนั้นเมื่อติดตามฐานะกองทุนน้ำมัน เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ซึ่งเป็นช่วงที่ กองทุนน้ำมันมีฐานะติดลบเป็นอย่างมาก โดยติดลบถึง ๑๑๑,๘๕๕ ล้านบาท เฉพาะน้ำมัน ติดลบที่ ๖๔,๒๕๒ ล้านบาท และเมื่อนำข้อมูลวันดังกล่าวมาเทียบกับข้อมูลล่าสุด วันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๘ พบว่ากองทุนน้ำมันติดลบที่ ๒๖,๐๐๒ ล้านบาท และเฉพาะ น้ำมันก็จะพบว่ามีสถานะเป็นบวกที่ ๑๗,๒๕๐ ล้านบาท ท่านประธานคะ จากสิ่งที่เกิดขึ้น ดังกล่าวทั้งการลดลงของราคาน้ำมันดิบและฐานะกองทุนน้ำมันที่มีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้เมื่อพิจารณาทั้ง ๒ ปัจจัยก็จะเห็นได้ว่าราคาน้ำมันดีเซลที่ได้มีการตรึงราคาขายปลีกที่ ๓๑ บาท ๙๔ สตางค์ มา ๔ เดือนแล้วนั้น อาจปรับลดลงกว่านี้ได้ และสำหรับดิฉันเอง ก็มีความเห็นว่าจากสถานการณ์ที่เศรษฐกิจกำลังชะลอตัวอยู่ขณะนี้ หากมีการปรับราคา น้ำมันเบนซินลดลงจะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนและผู้ประกอบการ ที่ต้องใช้น้ำมันดีเซลในการดำรงชีวิตและประกอบกิจการได้มากเช่นกัน ดังนั้นเพื่อเป็น ส่วนหนึ่งในการนำเสนอข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นดิฉันขอหารือผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้รับทราบเพื่อช่วยพิจารณาหาแนวทาง ในการปรับลดราคาน้ำมันเบนซินค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย🔗
ท่านประธานครับ ผมขอหารือถึงกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปัญหาความเดือดร้อนของ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด เมื่อวันที่ ๑๘ ผมได้รับหนังสือร้องเรียนเรื่องราคาข้าวโพดที่ตกต่ำ อย่างมาก ขณะเดียวกันราคาข้าว ราคามันสำปะหลังก็ประสบปัญหาตกต่ำเช่นเดียวกัน ส่วนข้าวสารพี่น้องประชาชนฝากถามยังแพงปกติครับ ปัจจุบันนี้นโยบายของกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อาจยังไม่เพียงพอที่จะดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร ได้อย่างทั่วถึง ผมจึงขอเสนอควรมีมาตรการเพิ่มเติม เช่น กระทรวงพาณิชย์ควรออกมาตรการ รับผลผลิตส่วนที่เกินความต้องการของตลาด ไม่ว่าจะเป็นข้าว ข้าวโพด หรือมันสำปะหลัง ช่วงต้นฤดูเก็บเกี่ยว ๒. ควรมีราคาแทรกแซงหรือราคาชี้นำตลาดบ้าง ตลาดจะได้มีความ เชื่อมั่น เช่น ข้าวเจ้าราคา ๑๐,๐๐๐ บาทต่อตัน ที่ความชื้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ข้าวโพด ๗ บาท ๑๐ สตางค์ต่อกิโลกรัม ที่ความชื้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ มันสำปะหลัง ๓ บาทต่อกิโลกรัม ที่เชื้อแป้ง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ขอให้ดำเนินการด้วยครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งคือการนำเข้าวัตถุดิบทดแทน เช่น ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ หรือวัตถุดิบอื่น ๆ ที่มีผลกระทบโดยตรงต่อสินค้าเกษตร เช่น ข้าวเปลือก ข้าวโพด ควรงด ระงับหรือชะลอนำเข้าในช่วงเวลาที่เกษตรกรกำลังเก็บเกี่ยวเพื่อจะได้ไม่มีผลกระทบกับราคา ข้าวเปลือก ข้าวโพด สร้างความเดือดร้อนทุกปีครับ นอกจากนี้สิ่งที่เกษตรกรสะท้อน ร้องเรียนมาตลอดคือราคาปัจจัยการผลิต เช่น ทั้งปุ๋ย ยา ซึ่งถือเป็นสินค้าควบคุมแต่กลับมี ราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงที่เกษตรกรเริ่มมีการเพาะปลูก ทั้งที่ปัจจุบันค่าเงินบาท แข็งค่า ราคาสินค้า ปุ๋ย ยา ควรถูกลง แต่กลับสวนทางแพงขึ้นต่อเนื่อง กลายเป็นต้นทุน ที่เพิ่มสูงอย่างไม่มีเหตุผลและสร้างภาระต้นทุนความเดือดร้อนให้เกษตรกร ขอให้แก้ ปัญหานี้ด้วยครับ ท่านประธานครับ ฝากขอบคุณรัฐบาลที่มีมติ ครม. ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ๑๐ ไร่ต่อครัวเรือน ทั้งนาปรังและนาปี กราบขอบพระคุณท่านประธานสภา ที่เคารพครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านษฐา ขาวขำ ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายษฐา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ขอปรึกษาหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการ ดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องการก่อสร้างอาคาร ผู้ป่วยนอกอุบัติเหตุโรงพยาบาลทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งกระผมเคยนำเรื่องนี้ มาปรึกษาหารือท่านประธานแล้ว ๒ ครั้ง เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๖ และวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เนื่องจากเป็นเรื่องที่สำคัญมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับชีวิต สุขภาพอนามัย ของพี่น้องประชาชนจำนวน ๓ อำเภอ ซึ่งประกอบด้วย อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และอำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่ ในเบื้องต้นมีการจัดสรร งบประมาณจำนวน ๗๘ ล้านบาท และมีการจัดจ้างเรียบร้อย แต่ปรากฏว่าผู้รับจ้างไม่ได้ ดำเนินการใด ๆ ก็มีการยกเลิกสัญญาจ้าง ล่าสุดได้มีการประกาศหาผู้รับจ้าง แต่ไม่มีผู้มา ยื่นซองเสนอราคา เนื่องจากราคาได้ปรับขึ้นเป็น ๙๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท งบประมาณที่ได้รับ การจัดสรร ๗๘ ล้านบาท จึงไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ ดังนั้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนจึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้พิจารณาจัดสรร งบประมาณเพิ่มเติมในการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอก-อุบัติเหตุ ให้กับโรงพยาบาลทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราชด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่ององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ขอใช้ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าทุ่งหนองควาย เพื่อก่อสร้างสะพานข้ามคลองเล ตำบลดุสิต อำเภอถ้ำพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งกระผมเคยนำเรื่องนี้มาปรึกษาหารือ ท่านประธาน เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๘ บัดนี้กรมป่าไม้ได้อนุญาตให้องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ใช้พื้นที่ดังกล่าว ตามหนังสือ ทส. ๑๖๐๒.๔๕/๑๔๔๘๖ ลงวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๘ ลงนามโดยนายสุพจน์ ภู่รัตนโอภา รองอธิบดี รักษาราชการ แทนอธิบดีกรมป่าไม้ ถือว่าเป็นการดำเนินการที่รวดเร็ว ในนามของพี่น้องชาวอำเภอถ้ำพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราชต้องขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ผมมี ๒ เรื่องที่จะปรึกษาท่านประธานครับ🔗
เรื่องแรก เรื่องไฟฟ้าบ้านซิแบร หมู่ที่ ๗ ตำบลแม่ตื่น อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เสียหายมานานแล้ว บ้านซิแบรมีอยู่ ๒๒๐ ครัวเรือน ๑,๐๐๐ กว่าคน มีโรงเรียนถึง ม. ๓ มีโรงพยาบาลสุขภาพชุมชน มีโบสถ์ มีวัด แล้วก็มีโครงการพระราชดำริ ไฟเสียมา ๒ ปีแล้ว พี่น้องประชาชนไม่ได้ใช้ไฟฟ้า ผมเข้าใจว่าเป็นงานของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานได้ไปสร้างไว้ ปัญหา เป็นอย่างนี้ครับ กรมนี้เข้าไปทำแต่ว่ามันไม่ได้มีหน้าที่หลักเหมือนกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผมอยากจะฝากท่านประธานว่าขอให้ทางกระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แล้วก็ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานคุยกัน ให้ส่งมอบให้กับทางการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค เขามีบุคลากร เขามีหน่วยงานที่จะรับผิดชอบ เรื่องนี้ก็อยากจะให้ท่านประธาน เร่งประสานโดยด่วนนะครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านบุญแก้ว สมวงศ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย🔗
ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ ผมได้รับร้องเรียนจากท่านนายกบัญชา ชารีแก้ว แล้วก็ท่านนายกอนุสรณ์ นาเวียง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลุมพุก อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ขอให้ ปรับปรุงถนนสายบ้านลุมพุก-กู่จาน ซึ่งถนนสายนี้ระยะทางอยู่ ๙ กิโลเมตร ได้ชำรุดเสียหาย เป็นอย่างมาก พี่น้องประชาชนได้สัญจรไปมาเข้าตัวอำเภอ ก็อยากฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับร้องเรียนจากท่านรองนายกพยน ต้นพรม นายบุญเย็น ยอดเอื้อ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลดงเจริญ ขอให้ปรับปรุงถนน ท่านประธาน ดูสไลด์สิครับ ถนนที่พี่น้องประชาชนสัญจรไปมาขนสินค้าเพื่อการเกษตรก็ลำบาก ก็อยาก ฝากท่านประธานนะครับ ถนนสายบ้านดงเจริญถึงบ้านแหล่งหนู ตำบลดงเจริญ ก็อยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เขาขอมาหลายครั้งแล้วก็ยัง ไม่จัดสรรงบประมาณไปให้ ก็อยากฝากท่านประธานด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ถนนสายดงแคนใหญ่-บ้านไผ่ ได้ชำรุดเสียหายเป็นอย่างมาก พี่น้องประชาชนสัญจรไปมาไม่สะดวก ก็อยากให้ขยายเขตไฟฟ้าไปด้วยในถนนสายนี้ ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น แล้วก็การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพราะว่าพี่น้องประชาชนได้ไปปลูก บ้านเรือนในท้องไร่ท้องนาหลายหลังคาเรือนแล้ว ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านการณิก จันทดา ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน การณิก จันทดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขอหารือต่อท่านประธาน ๒ เรื่อง ๒ หน่วยงานด้วยกันนะคะ🔗
เรื่องแรก ขอหารือผ่านท่านประธานสภา ไปยังกรมทางหลวงเพื่อขอพิจารณาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่บริเวณ ถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๑๑๔๗ ช่วงกิโลเมตรที่ ๒๕+๗๐๐ ถึง ๒๖+๒๐๐ หมู่ที่ ๑ บ้านดอยยาว ตำบลแช่ช้าง อำเภอสันกำแพง ซึ่งมีประเด็นสำคัญที่จะขอช่วยแก้ไขปัญหา ๒ เรื่องนะคะ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องปัญหาท่อระบายน้ำอุดตันและไม่ได้ระดับ สร้างความ เสียหายและความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่องในหน้าฝนทุกปี แม้ว่า อบต. แช่ช้างจะเคย แก้ปัญหาเฉพาะหน้าในการขุดลอก แต่ว่าปัญหาก็ยังคงอยู่ และขณะนี้ก็เริ่มมีน้ำกัดเซาะ ใต้ถนนจนเป็นโพรง หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนอาจส่งผลให้ถนนทรุดตัวได้🔗
อีกอันหนึ่งเป็นปัญหาขาดราวกั้นขอบทาง บริเวณนี้มีร่องน้ำที่มีความลึก แต่ไม่มีราวกั้น ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ตกข้างทางบ่อยครั้งค่ะ สร้างความสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สิน จึงขอให้กรมทางหลวงช่วยเข้ามาตรวจสอบและช่วยพิจารณาการแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ🔗
เรื่องถัดมา ขอให้เร่งแก้ไขประตูระบายน้ำและลำเหมืองในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ดิฉันได้รับแจ้งจากผู้บริหารเทศบาลตำบลหนองหอย นางจีรพร หวันแดง นายกเทศมนตรี ตำบลหนองหอย ประตูระบายน้ำในลำเหมืองทรายไม่สามารถใช้การได้แล้วก็มีตะกอนดิน ทับถมอยู่จำนวนมากในลำเหมืองทรายและลำเหมืองหนองผึ้ง โดยเฉพาะบริเวณหมู่ที่ ๒ ตำบลหนองหอย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จึงขอความอนุเคราะห์ผ่านท่านประธานสภาไปยัง สำนักงานชลประทานที่ ๑ ช่วยพิจารณาดำเนินการซ่อมแซมประตูระบายน้ำแล้วก็ขุดลอก ลำเหมืองด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๔ ขออนุญาตท่านประธานหารือปัญหาเกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วมที่จังหวัดสุโขทัยซ้ำซาก🔗
ท่านประธานครับ วันนี้สุโขทัยเป็น จังหวัดที่รองรับน้ำจากแพร่ พะเยา น่าน วันนี้ก็ยังท่วมเหมือนเดิม โดยเฉพาะที่อำเภอศรีนคร ๔ ตำบล ตำบลคลองยาง ตำบลคลองมะพลับ ตำบลศรีนคร ตำบลนครเดิฐ จำนวน ๕,๐๐๐ กว่าไร่ที่เป็นข้าวที่กำลังใกล้ ๆ เกี่ยว วันที่น้ำมานั้นก็บอกว่าเดี๋ยวถ้าหากว่ามันพังจริง ๆ จะมีการชดเชยพิเศษ วันนี้ ๕,๐๐๐ กว่าไร่ของพี่น้องชาวศรีนครนั้นได้แค่ ๑,๓๔๐ บาท ทั่วประเทศบอกว่าเป็นระเบียบ แต่วันที่ปล่อยน้ำเพื่อเป็นแหล่งน้ำหรือแก้มลิงเพื่อกันน้ำไม่ให้ เข้าเมืองสุโขทัยนั้นพูดว่าปล่อยอย่างไรก็ได้เดี๋ยวจะมาดู ท่านประธานดูรูปครับ มันเป็นข้าวที่ กำลังเกี่ยวอีก ๒ วัน ๕,๐๐๐ กว่าไร่ หรือกำลังท้อง แต่กลับได้ ๑,๓๔๐ บาท อันนี้กราบเรียน ไปถึงผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วก็เกษตรจังหวัด ช่วยหาเงินชดเชย ข้าวเหล่านี้ที่จะได้ ถึงจะข้าวตกต่ำ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท ได้สัก ๔,๐๐๐ บาทขึ้นไป ชดเชย ที่มันเสียหายจริง ๆ ก็ควรจะเข้าไปช่วยตรงนี้ แล้วก็ปัญหาที่เกิดขึ้นตรงนี้เกิดจากการบริหาร จัดการผิด การปล่อยน้ำเข้าคลองฝั่งซ้ายปล่อยแล้วท้ายไม่ปล่อยออกของชลประทานเขต ๔ กำแพงเพชร ให้พูดคุยกับชลประทานเขต ๓ พิษณุโลก ปล่อยน้ำไปแล้วท้ายต้องปล่อยด้วย เขต ๓ ไม่ใช่ปิดประตูน้ำท้ายน้ำล็อก ๘ คลองปู แล้วน้ำที่ปล่อยเข้าไปมันก็ท่วมคนทั้ง อำเภอศรีนคร ทำอะไรไม่ได้ครับ สุดท้ายก็จน คนเหล่านี้อยู่ในนิคมสหกรณ์เป็นหนี้สหกรณ์ แล้วก็ไม่มีส่ง สหกรณ์สภาพคล่องก็แย่ครับ วันนี้สหกรณ์จะเจ๊งกันหมด ก็เลยกราบเรียน สถาบันการเงินต่าง ๆ สามารถช่วยไปด้วย🔗
ปัญหาอีกอย่างหนึ่งพูดแล้วพูดอีก ประตูน้ำ ๔ ประตูของสุโขทัยในลำน้ำยม ก็คือที่อำเภอสอง หาดอ้อน แล้วก็ที่วังชิ้น วังน้ำเย็น ที่สุโขทัยมีอยู่ที่แม่สินและที่หนองอ้อ ๔ ประตูนี้พูดจนเหมือนแก่งเสื้อเต้น วันนี้ยังให้เจาะสะดือน้ำอยู่เลย ฝากไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ชลประทานเวลามาดูกันดูเป็นกลุ่ม ชอบเหลือเกินเวลาดูกัน แต่เวลาทำไม่ได้ดู ออกแบบถึงไหน ศึกษาสิ่งแวดล้อม ฝากไปถึงชลประทานช่วยเร่งรัด ๔ ประตูนี้เพื่อแก้ปัญหา แทนที่จะได้ประตูน้ำหาดสะพานจันทร์ประตูเดียวที่รับถึง ๔ จังหวัดน้ำเข้ามาในจังหวัดสุโขทัย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพรชัย ศรีสุริยันโยธิน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พรชัย ศรีสุริยันโยธิน เขต ๗ จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่อง หารือโดยได้รับการประสานจากท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกมะม่วง ท่านอนุชา ชัยเทวะกุล ท่านกำนันพรมมา ท่านผู้ใหญ่สุพจน์ เรื่องอ่างเก็บน้ำซับฝาง อ่างเก็บน้ำซับฝาง มีมาตั้งแต่สมัยพื้นที่ยังเป็นสีแดง มีการปรับปรุงขุดลอกครั้งล่าสุดเมื่อ ๓๖ ปีที่แล้ว เดี๋ยวนี้ สภาพของอ่างมีวัชพืช ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนอ่างเก็บน้ำ ผมพูดในสภาเมื่อปีที่แล้ว นายช่างชลประทานก็ลงไปดู เอากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำทั้งท้องที่ ท้องถิ่น ทั้งชาวบ้านมา ร่วมกันดูแล้วก็กำหนดว่าจะต้องขุดลอกใหม่จำนวน ๘๗ ไร่ แต่จนถึงบัดนี้ได้แต่ไปวัด ไปดู แล้วก็ประมาณการ ประมาณว่าจะต้องใช้งบประมาณ ๓๐-๔๐ ล้านบาท ชาวบ้านก็ดีใจ ผมในฐานะผู้แทนก็ดีใจ เหมือนที่ท่านประธานกล่าวก่อนที่จะเปิดให้หารือ ท่านประธาน เป็นผู้แทนเหมือนพวกผมท่านเข้าใจ หารือแล้วมันไม่ได้ ผมหารือมา ๑๐ กว่า ครั้ง ๒ ปีมานี้ ได้เรื่องเดียว ได้เรื่องชดเชยตัดอ้อยสด เสนอไป ๑๒๐ บาท แต่ได้มา ๖๙ บาท ก็ยังดี แต่นี่หัวใจ การใช้น้ำอุปโภคบริโภคมันเป็นหัวใจของพี่น้องประชาชน แต่ยังไม่ได้ ก็ฝาก ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมชลประทาน ช่วยอนุเคราะห์พี่น้อง บ้านผมด้วยจะขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปรเมษฐ์ จินา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา รวมไทยสร้างชาติ สุราษฎร์ธานี วันนี้มีเรื่องที่หารือท่านประธานนำเรียนไปยัง หน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้ หน่วยงานแรกก็คงจะเป็นกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ เนื่องจากว่านายพรศักดิ์ นวลละออง จากสหกรณ์นิคมพนม อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานีก็ได้มีรูปแบบในเรื่องของการบริหารจัดการสหกรณ์ รวมทั้งเรื่องของการ จัดสรรที่ดิน แล้วก็เรื่องของบริหารการเงิน ก็พบว่าบางส่วน บางเจ้า บางรายยังไม่มี เอกสารสิทธิในการเช่าพื้นที่หรือว่าเอกสารสิทธิในที่ของนิคม ก็อยากจะให้ทางหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องลงไปดำเนินการต่อเนื่อง เนื่องจากว่าส่วนหนึ่งได้มาแล้ว แต่ว่าอีกส่วนหนึ่งก็ยัง ไม่ได้🔗
เรื่องที่ ๒ อันนี้ก็ได้ฝากไปแล้วตอนต้น เนื่องจากว่าจะมีอยู่ ๒ ส่วนของ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่มีเสียงสะท้อนเข้ามาอยู่ตลอดเวลา เรื่องแรกก็คือ ผู้ช่วยฝ่ายรักษาความสงบบางอำเภอโดนตัดไปเกินครึ่งของจำนวนอำเภอ แต่ละหมู่บ้าน มีน้อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของอำเภอชัยบุรี วันก่อนผมได้นำเสนอ แล้วก็นำ ตัวแทนมาพูดคุย แต่พบว่ายังไม่ได้ดำเนินการ ก็อยากจะให้เร่งรัดเพราะว่าคนที่หมดวาระแล้ว เขาก็จบไปเลยชีวิตของการเป็นผู้ช่วย ถ้าอยากจะให้เขามีตำแหน่งต่อในเรื่องของ ผรส. ก็อยากจะให้เติมเต็มตรงนี้ในส่วนของอำเภอที่ขาดด้วย และส่วนหนึ่งของกรมการปกครอง ก็คือชุดรักษาความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้านเขามองว่าอาสาสมัครหรือว่ากลุ่มอื่น ๆ ของกระทรวงต่าง ๆ เขาจะมีค่าตอบแทน แต่ว่า ชรบ. เขามีเป็นวัน ชรบ. ของเขาโดยตรง วันที่ ๑๖ กรกฎาคมของทุกปี ก็เป็นวัน ชรบ. แห่งชาติ แต่ในเรื่องของค่าตอบแทนของเขาจะ ไม่มี อันนี้ก็ฝากมา🔗
สุดท้ายก็อยากประชาสัมพันธ์เนื่องจากว่าปัญหาราคาปาล์มน้ำมันในส่วนของ พื้นที่ภาคใต้ แล้วก็ในส่วนที่ผมอยู่จังหวัดสุราษฎร์ธานีก็พบว่ามีราคาแกว่งมาตลอดเวลา บางครั้งราคามันสู้ต้นทุนการผลิตไม่ได้ วันนี้ทางคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ จะลงไปจัดพัฒนาศักยภาพเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับ พี่น้องชาวสวนปาล์มของจังหวัดสุราษฎร์ธานีในวันที่ ๒๕ สิงหาคม ณ หอประชุม อำเภอพระแสง เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกาเป็นต้นไป ก็ขอเชิญชวน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้ กระผมขอหารือปัญหาของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดระนองอยู่ ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องขอให้พิจารณาจัดตั้ง ศูนย์พิสูจน์สัญชาติ ออกเอกสารรับรองบุคคลของทางการเมียนมาแบบเคลื่อนที่หรือเรียกว่า Mobile CI Center ท่านประธานที่เคารพครับ โดยภาคเอกชนของจังหวัดระนอง ภาคประมง ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคการท่องเที่ยว เป็นต้น ได้รับความเดือดร้อน กรณีที่ให้แรงงานเมียนมาทำงานในประเทศไทยต้องดำเนินการพิสูจน์สัญชาติผ่าน ศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล หรือเรียกว่า CI จะเห็นได้ว่าตอนนี้ศูนย์ที่ใกล้จังหวัดระนอง มากที่สุดคือศูนย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งวันนี้เป็นจังหวัดที่มีแรงงานเมียนมาจำนวนมากคือ จังหวัดระนอง หากต้องเดินทางไปที่ศูนย์ CI ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีก็จะต้องได้รับผลกระทบ ในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่าย ค่าที่พัก ค่าดูแล หรือตลอดในการเดินทางที่จะต้องมี ค่าใช้จ่ายที่สูงมาก วันนี้ผมขอฝากท่านประธานสภาไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง แรงงานให้มีการพิจารณาจัดตั้งศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคลของทางการเมียนมา แบบเคลื่อนที่ หรือเรียกว่า Mobile CI Center เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนผู้ประกอบการจังหวัดระนองต่อไป🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำกัดเซาะชายฝั่งหาดประพาส อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง ซึ่งเรื่องนี้ผมได้เคยหารือในสภาแห่งนี้มาหลายครั้งแล้ว และวันนี้ที่หาดประพาสได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง และวันนี้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จากฝนตกชุก แล้วก็ประกอบกับน้ำทะเลได้พัดกัดเซาะ วันนี้ผมได้ลงพื้นที่พร้อมท่านนายอำเภอสุขสำราญ ท่านนายอำเภอกษิดิ์เดช ทองชู ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ตลอดจนท่านสีหราช สรรพกุล ท่านนายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดระนอง พร้อมผู้นำท้องที่ท้องถิ่นผู้ได้รับผลกระทบ และวันนี้ต้องขอขอบคุณ หลังจากที่ได้ลงพื้นที่ ขอบคุณท่านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนองที่ได้ผลักดัน นำเครื่องจักรเข้าไปแก้ไขปัญหาในเฉพาะหน้าก่อนในเบื้องต้น ส่วนระยะยาวต้องขอบคุณทาง จังหวัดระนอง นำโดยท่านโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระนอง ท่านกรกช มหายศปัญญา ขออนุญาตเอ่ยนามท่านเช่นกัน ได้ประสานงานจัดทำโครงการ Model วางแผนแนวกันคลื่น ตามแบบของสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามันหาดประพาส โดยใช้แบบของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหานี้ในระยะยาว จึงขอฝากท่านประธานไปถึง ท่านภูมิธรรม เวชยชัย ท่านรักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ผลักดันงบประมาณงบกลางเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนน้ำกัดเซาะชายฝั่ง ที่หาดประพาสต่อไป ขอกราบขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิกร โสมกลาง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิกร โสมกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๘ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขออนุญาตเอาความเดือดร้อนของพี่น้องอำเภอพิมายและอำเภอชุมพวงมาขอให้ สภาแห่งนี้ช่วยเหลือหลายเรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ที่อำเภอพิมายมีฝายที่บ้านยาง ตำบลธารละหลอด พี่น้องใช้สัญจรไปมา ระหว่างตำบลหนองระเวียงและตำบลธารละหลอด เราเรียกกันว่าฝายบ้านยางละหลอด ยาวเกือบ ๒๐ เมตร ช่วงฤดูน้ำเยอะพี่น้องที่สัญจรไปมามีความเสี่ยงอันตรายมาก บางที ก็ต้องกะเอาว่าน้ำมันสูงหรือมันไหลแรงพอที่จะข้ามได้หรือไม่ เสี่ยงมาก อยากขอท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยลงไปหาแนวทางแก้ไขให้ด้วย หรืออาจจะพัฒนาก่อสร้าง เป็นสะพานแบบถาวรข้ามลำละหลอดไปเลยก็จะเป็นการที่ดี🔗
เรื่องที่ ๒ ที่อำเภอพิมายมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญคือปราสาทหินพิมาย ที่ตามข่าวมีการบอกกันว่าได้รับการเสนอเป็นสถานที่จัดพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาอาเซียน พาราเกมส์ที่จังหวัดนครราชสีมา อยากจะขอให้ท่านประธานประสานไปยังกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมช่วยเข้าไปดูแลปรับปรุงทางเดินเที่ยวในปราสาท ให้มีทั้งการใช้ห้องน้ำ แล้วก็ทางเดินเที่ยวในปราสาทให้สามารถรองรับกับผู้พิการหรือผู้ใช้ Wheelchair มากขึ้น หรือที่เราเรียกกันว่า Universal Design เพื่อให้คนทุกกลุ่ม ทุกวัย ทุกคนสามารถเข้าเยี่ยม ชมใช้งานได้อย่างเท่าเทียมกัน แล้วก็สะดวกสบายและปลอดภัยด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ถนนบ้านส่วยเชื่อมจากตำบลในเมืองไปตำบลรังกาใหญ่ เป็นทางลัด ที่สำคัญที่พี่น้องใช้เดินทางเชื่อมกัน ๒ ตำบล ตั้งแต่สมัยผมเป็นเด็ก ๆ บางช่วงบางตอน กลางคืนค่อนข้างที่จะมืด ก็อยากจะขอท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยไป สำรวจจุดที่เสี่ยงอันตราย แล้วก็ช่วยเพิ่มแสงสว่างให้ด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ผมทราบจากสื่อออนไลน์ว่าถนนหมายเลข ๒๒๘๕ เชื่อมชุมพวง และประทาย ช่วงจากสามแยกในอำเภอชุมพวงออกไปก่อนถึงสะพานลำน้ำมูล เป็นถนน ๒ ช่องจราจร ถนนแคบ มีจุดที่มีหินทรายหล่นเยอะ ล้นเข้ามาบนตัวทางหลวงทำให้ รถเล็ก รถใหญ่ที่วิ่งมาหลายครั้งอาจจะมีการลื่นถ้ามีการเบรกกะทันหันเป็นอันตรายมาก เวลากลางคืนไฟแสงสว่างก็ไม่เพียงพอ อยากจะขอท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมช่วยลงไปแก้ไขปัญหาเรื่องเศษทรายและเพิ่มแสงสว่างให้ด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อ.เอท เขตมีนบุรีและสะพานสูง วันนี้ขอหารือกับท่าน ๔ เรื่อง อ.เอท ขอตั้งชื่อว่า ๔ ส🔗
เรื่องที่ ๑ ส แรกคือสะพาน เป็นสะพานที่เขาอยากที่จะให้สร้าง ตอนนี้มันเป็นที่ที่เป็นทางมุดใต้ทางด่วนที่เรียกว่า หมายเลข ๙ กาญจนาภิเษก ปัญหาคือเวลาฝนตกน้ำท่วมเป็นอย่างนี้ตลอดทั้งปี ก็อยากที่จะฝาก กรมทางหลวงให้ท่านช่วยทำทางกลับรถที่เป็นเกือกม้าหรืออะไรก็ได้ให้มันดีกว่านี้ รถก็จะมี การขับเคลื่อนที่ดีขึ้นกว่าเดิม รถไม่ติดด้วยนะครับ🔗
ส ที่ ๒ ก็คือเสียงดัง เรื่องนี้ อ.เอท อภิปรายหรือหารือมาหลายครั้ง จริง ๆ ในเขตมีนบุรี เขตสะพานสูง อ.เอท เชื่อว่าหลาย ๆ ที่ใน กทม. คือฝากทาง สน. มีนบุรี และทางเขตช่วยกำชับงานเหล่านี้ด้วย เพราะเสียงดังเกิน ๔ ทุ่ม ๕ ทุ่ม บางครั้งเที่ยงคืน ตีหนึ่ง ก็ยังเสียงดังกันอยู่ นี่คือ ส ที่ ๒ ความเดือดร้อนประชาชนตรงนั้น เขตกรุงเทพฯ ตะวันออก ทั้งหมดครับ🔗
ต่อมาเป็น ส ที่ ๓ ก็คือเรื่องของการสร้างโอกาส สร้างโอกาสให้กับ ตลาดมีนบุรีที่เป็นตลาดจตุจักร เรามีจตุจักรตรงกลางแล้ว ขออนุญาตไปจตุจักรที่ฝั่งมีนบุรี ปลายทางของ BTS สายสีชมพู ตรงนั้นเป็นโอกาสที่ดีมาก ก็ฝากทางสำนักงานตลาด กทม. ให้ช่วยไปปรับปรุงอาคาร ตรงนี้อาคารหลายอาคาร อ.เอท เข้าไปเดินดูมันทรุดโทรมมาก มันเสื่อมโทรม ไม่มีใครอยากที่จะเข้าไปเดินในจุดนั้น ก็ฝากด้วยเรื่องของตลาดนัดจตุจักร มีนบุรีนะครับ🔗
และ ส ที่ ๔ บังเอิญว่าเป็น ส ที่เร่งด่วน อ.เอท ก็เลยไม่ได้ทำสไลด์มา ขออนุญาต เอาสไลด์ลงได้เลยนะครับ ส ที่ ๔ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ สปสช. ก็คือ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค กับเขตสามวา เขตหนองจอก แล้วก็เขตมีนบุรี ที่สุดท้ายแล้วเขาโดนย้ายโรงพยาบาล ไปอยู่ไหนครับ ไปอยู่เขตสวนหลวงก็คือโรงพยาบาลแพทย์ปัญญา แค่ป่วยก็ลำบากแล้ว ต้องเดินทางอีกยิ่งลำบากกว่า ก็ฝากท่านประธานครับ สปสช. ช่วยหาโรงพยาบาลที่ใกล้เคียง ทดแทนเขาด้วย ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เขต ๔ อำเภอชะอวด อำเภอเชียรใหญ่ และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ผมขอหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับเรื่องร้องทุกข์จากผู้ใหญ่จักรกฤษณ์ บรรจงช่วย ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑๐ ตำบลเชียรเขา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจาก ถนนสาย ๔๐๘ นครศรีธรรมราช-สงขลา จากกิโลเมตรที่ ๒๓-สี่แยกบ่อล้อ ทั้ง ๒ ฝั่งถนนไม่มี ไฟส่องสว่าง ยกเว้นจุดกลับรถครับ โดยเฉพาะเวลากลางคืนเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชน รถจักรยานยนต์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมาแล้วบ่อยครั้ง จึงขอความอนุเคราะห์ สนับสนุนงบประมาณจากกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ติดตั้งไฟส่องสว่าง ถนนสาย ๔๐๘ จากกิโลเมตร ๒๓-สี่แยกบ่อล้อ ทั้ง ๒ ฝั่งถนนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๘ วันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ผมเองได้มีโอกาสไปร่วมกิจกรรมวันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท่านนายอำเภอศลิตา เสนา นายอำเภอ นักพัฒนาแห่งอำเภอเฉลิมพระเกียรติ และชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ได้ปรึกษาหารือกับผม โดยท่านนายอำเภอเฉลิมพระเกียรติขอเสนอโครงการขอรับ งบประมาณจากกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ สร้างสวนสาธารณะให้เป็นที่พักผ่อนและออกกำลังกายให้กับพี่น้องประชาชน ชาวอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เนื่องจากอำเภอเฉลิมพระเกียรติเป็นอำเภอน้องใหม่ ด้านหน้า ที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติเป็นสระน้ำและเป็นที่ว่างเปล่า หากได้รับการจัดสรร งบประมาณดังกล่าวจะทำให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ส่วนราชการต่าง ๆ เป็นที่พักผ่อน ได้ออกกำลังกาย จึงขอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เข้าไปสำรวจ ออกแบบพื้นที่ดังกล่าว เพื่อขอการสนับสนุนงบประมาณในปี ๒๕๗๐ ต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรชตะ ด่านกุล ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม รชตะ ด่านกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๕ อำเภอด่านขุนทด อำเภอเทพารักษ์ และอำเภอพระทองคำ พรรคเพื่อไทย ผมมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนำเสนอท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้🔗
เรื่องของกระทรวงสาธารณสุขครับ ผมได้อภิปรายปรึกษาหารือเรื่องของการของบประมาณก่อสร้างอาคารวินิจฉัยและ บำบัดรักษาของโรงพยาบาลหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา และได้รับงบประมาณในการก่อสร้างมาแล้ว ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ งบประมาณจำนวน ๒๑๔ ล้านบาท แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับ จนขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้พิจารณา งบประมาณ ปี ๒๕๖๙ ไปแล้ว แต่อาคารวินิจฉัยและบำบัดรักษาของโรงพยาบาลหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ยังไม่แล้วเสร็จ ยังไม่สามารถจัดซื้อจัดจ้างได้แล้วเสร็จ เงินงบประมาณค้างอยู่ ในระบบ งบค้างท่อ เป็นการเสียโอกาสของพี่น้องประชาชนที่จะได้รับการรักษาพยาบาลที่ดี จากอาคารที่ทันสมัย มีเครื่องมือครบครัน และยังทำให้การพัฒนาโรงพยาบาลแห่งนี้ขาดความ ต่อเนื่องจากงานระบบอื่นที่จำเป็นต้องใช้ร่วมกันก็หยุดชะงัก ขณะนี้พี่น้องประชาชนได้รับการ รักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ แต่ถ้ามีผ่าตัด มีคลอดบุตร พี่น้องประชาชน ต้องกลับไปรับบริการที่โรงพยาบาลเดิม ไม่ได้รับความสะดวก หมอ พยาบาลก็ต้องวิ่งสลับกัน ไปมา ผมจึงเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงสาธารณสุข ไม่ทราบว่าติดปัญหาประการใด โปรดรีบดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างหาผู้รับจ้างมาดำเนินการก่อสร้างอาคารแห่งนี้ เพื่อพี่น้องประชาชน จะได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ🔗
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานดังต่อไปนี้ค่ะ ดิฉันได้รับร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนในพื้นที่ของดิฉันซึ่งเป็นปัญหาที่ได้ยินบ่อยมากที่สุดเลย ทั้งอำเภอศรีเมืองใหม่ อำเภอโขงเจียม อำเภอสิรินธร ในเรื่องของปัญหาไฟฟ้าที่ดับบ่อยเหลือเกินค่ะ ซึ่งดิฉันก็ชักจะ ไม่มั่นใจว่านี่เป็นไฟฟ้าดับปกติหรืออย่างไร วันนี้ดิฉันจึงมาพูดแทนพี่น้องประชาชน ขอฝาก ไปถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย ขอให้ท่านได้ช่วยชี้แจงพี่น้องประชาชน และหาแนวทางในการแก้ไขให้ยั่งยืนในอนาคตด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้เคยหารือไปในส่วนของเรื่องเงินช่วยเหลือพี่น้องชาวนา วันนี้ต้องขอเป็นตัวแทนพี่น้องชาวนา กราบขอบพระคุณทางรัฐบาลที่ได้ตอบรับ อนุมัติเงิน ค่าเก็บเกี่ยวให้กับพี่น้องที่ทำนาปีและนาปรังพร้อม ๆ กัน แต่ต่อเนื่องค่ะท่านประธาน ความเดือดร้อนของพี่น้องที่ทำการเกษตร ไม่ได้เดือดร้อนเฉพาะพี่น้องชาวนาเท่านั้น แต่ว่า ปีนี้เป็นปีที่พี่น้องที่ปลูกมันสำปะหลัง ต้องขุดมันสำปะหลังไปพร้อมน้ำตา ขายมันสำปะหลัง ไม่พอใช้หนี้ ดิฉันจึงอยากขอหารือท่านประธาน หากเป็นไปได้อยากจะขอให้รัฐบาลได้โปรด พิจารณาช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องที่ปลูกมันสำปะหลังด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอหารือในส่วนของพี่น้อง ชรบ. ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยหัวใจอาสา ดูแลชุมชน ดูแลหมู่บ้าน ดูแลพี่น้องประชาชน โดยที่ไม่ได้มีค่าตอบแทนเลย ชุดเครื่องแบบ ที่ใส่ ใส่ในการปฏิบัติหน้าที่ก็ยังจะต้องใช้เงินตนเองในการซื้อเพื่อใส่ในการปฏิบัติหน้าที่ ดิฉันจึงอยากมาขอท่านประธาน ผ่านไปถึงกระทรวงมหาดไทย ได้โปรดพิจารณาค่าตอบแทน ให้แก่พี่น้อง ชรบ. ที่เสียสละ น้อยมากไม่สำคัญ แต่ขอให้ ๆ เพื่อให้กำลังใจแด่คนทำงานค่ะ🔗
เรื่องสุดท้าย ดิฉันขอติดตามโครงการการก่อสร้างถนน ทางหลวงหมายเลข ๒๑๓๔ จากอำเภอศรีเมืองใหม่ถึงอำเภอโขงเจียม ที่ดิฉันได้หารือไปเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๖ ผ่านมาแล้ว ในขณะนี้ทราบว่าได้มีการอนุมัติงบประมาณแล้ว วันนี้พี่น้องประชาชน ติดตาม ทวงถาม ฝากถามดิฉัน เมื่อไรจะได้เห็นเครื่องมือเครื่องจักรลงดำเนินการเสียที ดิฉันก็ขอฝาก ท่านประธานผ่านไปถึงกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมได้โปรดเร่งรัดในการดำเนินการ ให้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปกรณ์ จีนาคำ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปกรณ์ จีนาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เขต ๑ พรรคกล้าธรรม ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องของบุคลากรของภาครัฐหรือข้าราชการที่ปฏิบัติ หน้าที่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งที่ผ่านมานั้นมีบุคลากรของภาครัฐหรือข้าราชการมีการโยกย้าย บ่อยมากและมีการถูกขอตัวไปช่วยราชการเป็นจำนวนมาก ซึ่งกลายเป็นคำพูดติดตลก กันขึ้นมาในพื้นที่ว่าแม่ฮ่องสอนคือเมือง ๓ ก ก แรก คือมาเกิด ข้าราชการที่มาบรรจุ ข้าราชการที่มาขึ้นตำแหน่งใหม่ ก ที่ ๒ คือมาเก็บ มีปัญหาหรือถูกกลั่นแกล้งและถูกย้ายมา และ ก ที่ ๓ ก็คือมาเกษียณ ซึ่งมันส่งผลให้การแก้ปัญหาและการพัฒนาเมืองแม่ฮ่องสอนนั้น มีความล่าช้าและขาดความต่อเนื่องอย่างยั่งยืน ซึ่งมันอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผ่านมา ที่ทำให้ จังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้นเป็นจังหวัดที่ยากจนที่สุดในประเทศไทย ติดต่อกันมาอย่างยาวนาน และอาจจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้จังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้น ประชาชนเข้าถึงสวัสดิการของ รัฐได้น้อยที่สุด และอาจจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ประชาชนชาวแม่ฮ่องสอนนั้น มีสิทธิในที่ดิน ทำกินน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับพื้นที่ที่เรามี ผมจึงฝากท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงบประมาณ สำนักงาน ก.พ. และสำนักงาน ก.พ.ร. ได้ช่วยหาแนวทางในการสร้างแรงจูงใจและสร้างสวัสดิการที่ดีขึ้นให้กับผู้ปฏิบัติงาน ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เช่น การเพิ่มในเรื่องของเบี้ยกันดาร เบี้ยเสี่ยงภัย เรื่องของ วันทวีคูณ รวมถึงเรื่องของการปรับค่าพาหนะเดินทางให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน เพื่อเป็น ขวัญและกำลังใจให้กับผู้มาปฏิบัติงานและเป็นการลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ท่านประธานครับ สุดท้ายนี้ขอฝากถึงท่านผู้บริหารทุก ๆ ท่านว่า แม่ฮ่องสอนก็ยังอยู่บนผืนแผ่นดินไทยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิตยา มีศรี ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวนิตยา มีศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๕ ตัวแทน พี่น้องชาวตำบลแพรกษาใหม่ ราชาเทวะ บางปลา บางโฉลง หนองปรือและศีรษะจรเข้น้อย ท่านประธานคะ ดิฉันขอนำปัญหาของพี่น้องชาวตำบลราชาเทวะมาปรึกษาหารือกับ ท่านประธานในสภาแห่งนี้ค่ะ🔗
เรื่องแรกเป็นการบริหารจัดการขยะของ อบต. ราชาเทวะ ท่านประธานคะ เรา ๆ ท่าน ๆ ทราบกันดีว่าอำนาจหน้าที่ในการจัดการขยะเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. หรือเทศบาล ไม่ผิดเลยที่ อบต. หรือเทศบาลจะให้อำนาจ เอกชนเข้ามาบริหารจัดการ แต่ช่วยกลับไปดูหน่อยได้ไหมคะ กลับไปดูผลลัพธ์หน่อยว่ามีการ บริหารจัดการที่ดีหรือเปล่า เพราะวันนี้พี่น้องชาวราชาเทวะร้องเรียนกันมาหนาหูเลยว่า ค่าเก็บขยะที่เอกชนไปเรียกเก็บกับพวกเขานี่แพง สิ่งที่เข้ามาถึงดิฉันอยู่ที่ ๑๒๐ บาท ถึง ๔๐๐ บาทต่อเดือนต่อหลังคาเรือน อย่างไรก็ฝากท่านประธานไปยังนายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลราชาเทวะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ กองทุนฌาปนกิจศพของชาวราชาเทวะเช่นกันค่ะท่านประธาน ชาวบ้านแจ้งดิฉันมาว่าตายมากว่าครึ่งปีแล้วยังไม่ได้เงินเลย ยังไม่ได้เงินเลยนะคะ บอกแต่ว่า ยังไม่ถึงคิว ๆ แต่รู้อะไรไหมว่ารอคิวอีก ๕๐๐ กว่าคิว ตอนนี้จะไปได้เงินตอนไหนคะ แล้วก็ฝากบอกท่านนายกอีกทีหนึ่งว่าอย่างไรรีบจัดการพี่น้องประชาชนเดือดร้อนจริง ๆ แล้วก็ไม่ต้องเอาไปขู่ว่าดิฉันเอามาพูดในสภาแห่งนี้แล้วจะกลับไปยกเลิกกองทุนอันนี้นะคะ ทำถูกต้องหรือไม่ อย่างไรท่านรู้ดีอยู่แก่ใจค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ เสาไฟกินรีค่ะ เสาไฟ สวยงามจริง ๆ แต่ถนนอย่างกับดาวอังคารเลย ซอยนี้ถ้าขึ้นรูปท่านประธานจะเห็นว่าซอยนี้ เป็นหลุมเป็นบ่อเลย พี่น้องประชาชนชาวริมคลองลาดกระบังใช้เป็นทางสัญจรเข้าออก ฝาก อบต. ราชาเทวะเข้าไปแก้ไขปรับปรุงถนนเส้นนี้ให้หน่อยนะคะ ท่านนายกอย่าอ้างว่า ถนนเส้นนี้ไม่ใช่ถนนสาธารณะ เพราะว่าเสาไฟท่านยังติดได้เลยคิดว่าไม่น่าจะเกินความสามารถ ท่านแน่นอนที่จะทำให้ถนนเส้นนี้เป็นทางสาธารณะได้ หรือเข้าไปปรับปรุงดูแลได้ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส ถ้าเอ่ยชื่อท่านผิดต้องขออภัยนะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดปัตตานี อำเภอยะหริ่งและอำเภอมายอ🔗
ขอหารือปัญหาหลักที่พบชัดเจน คือเรื่องของยาเสพติดที่ระบาดหนักหลาย ๆ หมู่บ้าน เรื่องนี้กระทบทั้งความปลอดภัย และโครงสร้างครอบครัว อยากได้มีการผลักดันเรื่องศูนย์บำบัดในทุกอำเภอ และสนับสนุน งบประมาณบำบัดอย่างจริงจังครับ🔗
ปัญหาต่อมาคือเรื่องการศึกษาครับ วันนี้เรายังเห็นเด็กจำนวนไม่น้อยในพื้นที่ ภาคใต้โดยเฉพาะตามหมู่บ้านชายขอบ เรื่องครอบครัวที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจ ไม่มีโอกาส ได้เรียนหนังสืออย่างต่อเนื่อง บางคนหลุดจากระบบการศึกษาไปเลย เพราะไม่มีค่าเดินทาง ไม่มีค่าชุดนักเรียน หรือแม้แต่ไม่มีผู้ดูแล เพราะพ่อแม่ต้องทำมาหากิน ผมอยากให้มี มาตรการช่วยเหลือเด็กที่เสี่ยงหลุดจากระบบอย่างชัดเจน เช่น ทุนการศึกษาเฉพาะกิจ มาตรการเยียวยาครอบครัวยากจน หรือการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนยืดหยุ่นเพื่อให้เด็กไม่ต้อง เดินทางไกลและสามารถเรียนควบคู่กับช่วยครอบครัวทำมาหากินต่อไปครับ🔗
ปัญหาต่อมาคือเรื่องสินค้าเกษตร วันนี้เกษตรกรเราผลิตพืชผัก ผลไม้ ยางพารา หลายชนิดราคาตกต่ำ ชาวบ้านผลิตได้แต่ขายไม่ออก ขายได้แต่ราคาต่ำจนไม่คุ้มทุน ขอให้รัฐบาลช่วยแก้ปัญหาด้วยครับ🔗
เรื่องต่อไปคือเรื่องที่ดิน โดยเฉพาะบ้านเรือนในที่ดินป่าชายเลนที่ไม่มี บ้านเลขที่ทำให้ชาวบ้านเสียสิทธิสวัสดิการของรัฐ ผมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำ ทะเบียนบ้านชั่วคราวหรือหาทางออกให้ชัดเจนครับ🔗
สุดท้ายนี้ผมอยากให้มีการยกเลิกระบบ Scan ใบหน้าสำหรับบัตรสวัสดิการ ของรัฐ เพื่อให้พื้นที่ชนบทหลายแห่งที่มีปัญหาใช้งานไม่ได้ ส่งผลให้ชาวบ้านเสียสิทธิไป โดยเปล่าประโยชน์ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๕ พรรคกล้าธรรม ขออนุญาตชี้แจงในเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร ดังนี้ เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม คือวันกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่ผ่านมา ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากประธาน ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอดำเนินสะดวก คือท่านกำนันเอกมล ทองระหง ซึ่งมีเอกสาร พร้อมกับลายเซ็นของพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน จำนวนกว่า ๑,๐๐๐ รายชื่อ ในเนื้อหาใจความก็จะเกี่ยวกับราคาพืชผลทางเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะมะนาว มะพร้าว และกุ้ง ในพื้นที่ของผมจะประกอบด้วย อำเภอดำเนินสะดวก อำเภอบางแพ และอำเภอโพธาราม ส่วนหนึ่ง ประชากรส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพเกษตรกรรม ดังนั้นคำถามที่ผมมักจะได้ยิน บ่อย ๆ ก็คือราคามะนาว มะพร้าวและกุ้งที่ตกต่ำขนาดนี้รัฐบาลมีแนวทางแก้ไขอย่างไร ฟังแล้วก็รู้สึกสะท้อนใจ เพราะว่าอาชีพเหล่านี้เป็นรากฐานเศรษฐกิจสำคัญในพื้นที่ นั่นหมายถึงปากท้องและความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกร ผมคงจะไม่แนะนำวิธีการใด ๆ เพราะว่าความรู้ของผมคงไม่เทียบเท่ากับบุคลากรที่ทำหน้าที่ในองค์กรนั้น แต่ในฐานะ ที่ผมเป็นส่วนหนึ่งที่ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนก็ยังอยากจะฝากความหวังไปยัง หน่วยงานที่รับผิดชอบได้โปรดเร่งพิจารณาดำเนินการแก้ไขให้เห็นเป็นรูปธรรมเพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรไทย จึงขออนุญาตกราบเรียนมาด้วยความเคารพครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ครับ🔗
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ อำเภอถลาง และตำบลกะทู้ พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ต มาปรึกษาหารือท่านประธาน ดังนี้🔗
เรื่องแรก ถึงเวลาแล้วที่ภูเก็ตต้อง ยกระดับ เพราะว่าที่ผ่านมาถ้าท่านประธานและเพื่อนสมาชิกเคยไปจังหวัดภูเก็ตจะพบว่า ตอนนี้ปัญหาการจราจรติดขัดมากมาย แม้แต่กระทั่งช่วงหน้า Low season หรือช่วงนี้ก็ตาม ในช่วงเช้าและช่วงเย็นก็ยังมีการจราจรติดขัดอยู่เป็นประจำ พี่น้องประชาชนในพื้นที่เลยฝาก คำถามมาว่าเป็นไปได้ไหมถ้าหากทางกระทรวงคมนาคมจะพิจารณาถึงถนนยกระดับ บริเวณเกาะกลางถนน ๔๐๒ หรือถนนเทพกระษัตรีเพื่อเร่งระบายรถ เพิ่มช่องทางจราจร เพิ่มขึ้น แล้วก็ฝากไปถึงกระทรวงคมนาคมให้พิจารณาแนวทางการขยายถนนเส้นเลือดฝอย ต่าง ๆ ในตำบลต่าง ๆ ในอำเภอถลาง เพื่อที่จะระบายรถจากป่าตอง จากกะทู้ก็ดี ไปยัง สนามบินนานาชาติภูเก็ต🔗
เรื่องที่ ๒ มีพี่น้องชาวบ้านจากตำบลป่าคลอก พื้นที่บริเวณบ้านอ่าวกุ้ง พื้นที่ดังกล่าวจะเป็นพื้นที่ที่กำลังจะสร้างท่าเรือมารีน่า แต่ปรากฏว่าถ้าท่านประธานเห็น ต้นโกงกางต้นหนึ่งชื่อปู่ลำแพน มีร่องรอยของเลื่อยยนต์ไปตัดต้นปู่ลำแพนดังกล่าว และสภาพตอนนี้ก็มีการยืนต้นตาย ก็จะฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเข้าพื้นที่ไปตรวจสอบหน่อยว่าเหตุการณ์เหล่านี้มีใครเป็นผู้กระทำความผิด แล้วก็เร่งดำเนินการฟื้นฟูซ่อมแซมปลูกต้นโกงกางเพิ่มให้หน่อยครับ เพราะว่าบริเวณนั้น พี่น้องประชาชนไปหาปลา หาปูกันเป็นประจำ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณศาลาคอยรถต่าง ๆ ในบริเวณอำเภอถลาง เพราะว่าจุดนี้ที่ผมไปนั่งอยู่ อยู่บริเวณตรงข้ามศูนย์บริการประชาชนของตำรวจทางหลวง บ้านเมืองใหม่ กลางคืนมืดมิดมาก และเวลาฝนตกโดนฝนสาด ตรงนี้เป็นจุดที่ประชาชน ในพื้นที่ใช้บริการหลักมีรถมามาก อย่างไรขอฝากไปยังกระทรวงคมนาคมเร่งขยาย ศาลาคอยรถให้ด้วยครับ แล้วก็ติดตั้งไฟส่องสว่างด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชวาล พลเมืองดี ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชวาล พลเมืองดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๓ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่อง ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวอมตะซิตี้ อำเภอเมือง อำเภอพานทอง และอำเภอบ้านบึง เรียนผ่านทางท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาทั้งหมด ๓ เรื่อง ดังนี้🔗
เรื่องแรก เป็นปัญหาไฟส่องสว่างและถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ เส้นพานทอง- หนองแช่แว่น บริเวณหมู่ที่ ๓ ตำบลมาบโป่ง อำเภอพานทอง ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เบื้องต้นพบรอยแตกร้าวบนพื้นผิวถนนตามระยะทางไม่น้อยกว่า ๔ กิโลเมตรจากปากทาง ถนนศุขประยูรจนถึงวัดอ้อมแก้ว พร้อมทั้งถนนบางจุดมีการทรุดตัวลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งช่วงเวลากลางคืนไฟทางส่องสว่างไม่สามารถใช้งานได้มาประมาณกว่า ๒ สัปดาห์ โดยทาง สจ. ไทยอนันต์ ทองอยู่ เคยทำหนังสือส่งถึง อบจ. แล้วตั้งแต่วันที่ ๘ สิงหาคม ที่ผ่านมาแต่ยังไม่มีการตอบกลับหรือดำเนินการแต่อย่างใด เลยอยากจะขอให้ทางท่านวิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ. ชลบุรี เข้ามาดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยครับ🔗
ปัญหาต่อมาเป็นปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัยในทรัพย์สินบริเวณรอบ ๆ นิคมอมตะซิตี้ ก็คือเรื่องการลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ของพี่น้องพนักงานโรงงานที่ต้องไป จอดตามวัดหรือสถานที่ต่าง ๆ เพื่อรอขึ้นรถรับส่งไปทำงาน แต่พอเลิกงานกลับมา ก็พบว่ารถจักรยานของตัวเองถูกลักขโมยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กระทบต่อการใช้ชีวิตของ พี่น้องแรงงานที่ต้องหาเช้ากินค่ำเป็นอย่างมาก เลยอยากจะขอฝากไปถึงท่านผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ท่านผู้กำกับการ สภ. ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น สภ. ดอนหัวฬ่อ สภ. พานทอง สภ. บ้านบึง ให้เพิ่มความเข้มงวดและมาตรการการป้องกันและดำเนินการ หาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยครับ🔗
และปัญหาสุดท้ายครับท่านประธาน เป็นปัญหาความปลอดภัยทางถนน เส้น ๓๔๙ พนัสนิคม-หนองชาก ตำบลหนองชาก อำเภอบ้านบึง ซึ่งเป็นปัญหาถนนที่มี พื้นผิวเรียบจนทำให้เวลาฝนตกทำให้รถที่สัญจรไปมาเกิดการลื่นและเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง แม้ว่าก่อนหน้านี้ผมจะได้มีการดำเนินการประสานงานแขวงทางหลวงชลบุรีเข้ามาดำเนินการ แก้ไขตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม ปี ๒๕๖๖ ซึ่งแขวงก็ได้เข้ามาดำเนินการขัดกัดเซาะผิวถนน ให้หยาบขึ้นแล้ว แต่ก็พบว่ายังคงมีปัญหาอยู่เช่นเดิม อยากให้ทางแขวงเข้ามาดำเนินการ แก้ปัญหาให้เบ็ดเสร็จเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน จึงอยากจะขอฝากปัญหา ความทุกข์ร้อนของพี่น้องชาวอมตะซิตี้ อำเภอพานทอง อำเภอบ้านบึง และอำเภอเมือง ทั้ง ๓ ปัญหานี้ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้รวดเร็วที่สุด ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขต ๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ ผมขอนำเรียนท่านประธานด้วยกัน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านชาญโรจน์ วรรณณีต นายกเทศมนตรี ตำบลชุมโค อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เรื่องอุโมงค์ทางลอดรถไฟ ท่านประธานครับ เมื่อฝนตกนิดหน่อยก็เกิดน้ำท่วมขังในการสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษาที่ใช้ทางลอดแห่งนี้เพื่อลัดไปที่โรงเรียน เกิดความเดือดร้อนน้ำท่วมขังตลอด ผมหารือในสภาแห่งนี้หลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขและไม่ได้รับการทาบทาม ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาหรือให้ความกระจ่างกับพี่น้องประชาชน วันนี้ผมขอนำเรียน ท่านประธานฝากถึงการรถไฟแห่งประเทศไทยให้เร่งรัดและเร่งรีบในเรื่องการแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชน ทำไม่ยากครับ หาอะไรมาสกัดแล้วเอาน้ำออกอย่างเดียวครับ ขอนำเรียนท่านประธานครับ🔗
เรื่องที่ ๒ รับเรื่องร้องเรียนจากท่านวีรภัทร พร้อมปัจจุ นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลหงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร นางกรรณิกา สุวรรณะ รองนายก องค์การบริหารส่วนตำบลหงษ์เจริญ ผู้ใหญ่สุภาพ แก้วสุวรรณ ผู้ใหญ่หมู่ที่ ๔ ตำบลหงษ์เจริญ ในเรื่องของการลงพื้นที่ ดูแลในเรื่องของสถานีสูบน้ำพร้อมในเรื่องของการใช้ไฟฟ้า ปัญหา เกิดมานานพอสมควรนะครับ สร้างเสร็จตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ถึงปี ๒๕๖๑ พี่น้องประชาชน ยังไม่ได้ใช้น้ำเลยครับ ใช้งบประมาณ ๑๓๐ ล้านบาท โดยเฉพาะหน่วยงานที่ก่อสร้างคือ กรมชลประทาน ขนาดใหญ่ เขตที่ ๑๑ เพราะฉะนั้นผมนำเรียนท่านประธานนะครับ สิ่งหนึ่ง ที่กรมชลประทานได้ทำงานมา แล้วก็สร้างปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนเกือบทุกพื้นที่นะครับ โดยเฉพาะในเขตจังหวัดชุมพร โรงไฟฟ้าสูบน้ำด้วยระบบไฟฟ้าหลายครั้งที่ผมหารือในสภา แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา พอทำเสร็จใกล้จะโอน ทำท่าจะโอนให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นท้องถิ่นที่มีเงินน้อย มีทุนน้อยแต่สร้างปัญหาให้เขาตลอด เพราะฉะนั้น ก็ขอให้กรมชลประทานโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยดูแลและแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนด้วย สิ่งที่หารือในสภาหลายครั้งไม่เคยได้เกิดในเรื่องของการแก้ไข ปัญหาเลย ก็ฝากท่านประธานให้เป็นผลสัมฤทธิ์ในการพูดคุยของสมาชิกสภาให้ได้รับ การแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสมดุลย์ อุตเจริญ ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม สมดุลย์ อุตเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๗ อำเภอฝาง อำเภอแม่อาย และอำเภอไชยปราการ พรรคประชาชน ขอเรียนท่านประธานจะหารือดังนี้ครับ🔗
๑. ขอติดตั้งสัญญาณไฟทางข้ามอัจฉริยะ หรือ Smart Crosswalks บนถนน ทางหลวงที่ ๑๐๗ ตรง ๓ จุดเสี่ยง บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านปางสัก หน้าตลาดสดหนองยาว ตำบลแม่สูน และหน้าโรงเรียนบ้านสันทราย ตำบลสันทราย อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ขอให้กรมทางหลวงเข้ามาดำเนินการด้วยครับ🔗
๒. ขอให้กรมป่าไม้ได้เร่งอนุมัติหนังสือจากกรมเจ้าท่า เลขที่ คค ๐๓๐๕.๖/๑๗๐๘ ขอใช้พื้นที่เพื่อก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง บริเวณบ้านหมู่ที่ ๔ ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวน เคยได้รับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่เมื่อปี ๒๕๖๗ แต่เกิด อุทกภัยครั้งใหญ่ ร่องน้ำเปลี่ยนทิศทางทำให้ต้องขออนุญาตใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ทัน ในฤดูน้ำหลากที่จะมาถึงนี้🔗
๓. ของบประมาณก่อสร้างอาคารเรียน โรงเรียนบ้านป่าก๊อ ตำบลบ้านหลวง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ได้ก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ตามหนังสือที่ สพป. เชียงใหม่ เขต ๓ ที่ ศธ ๐๔๐๔๙/ว ๖๗๙๖ เนื่องจากมีนักเรียนจำนวนทั้งสิ้น ๗๓๑ คน แต่มีห้องเรียน เพียง ๑๕ ห้อง ขาดห้องเรียนที่เรียนตามเกณฑ์ถึง ๒๔ ห้อง ขณะนี้ต้องใช้ห้องเรียนรวม ชั้นเรียน เลยทำให้ประสิทธิภาพการเรียนลดลง🔗
๔. ขอขยายชั้นเรียนโรงเรียนบ้านโป่งถืบ ตำบลเวียง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันเปิดการสอนถึงชั้นประถมปีที่ ๖ ให้เป็นชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ตามหนังสือที่ขอไป ทางกระทรวงศึกษาธิการ ขอให้พิจารณาจัดสรรงบประมาณโดยเร็วด้วยตามเอกสารที่ผม มอบให้ท่านประธานครับ ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครูและนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๖ โรงเรียน สิรินธรราชวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม ขอต้อนรับด้วยความยินดียิ่งครับ ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนเครือข่ายชาติพันธุ์ ขอหารือท่านประธานนะครับ🔗
ผมได้รับเรื่องร้องเรียน จากนายเอกชัย หาญสุวรรณชัย นายก อบต. ตับเต่า และผู้นำชุมชนในท้องที่ตำบลตับเต่า แล้วก็ตำบลปอ ว่าช่วงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ที่ผ่านมา ช่วงที่เกิดภายุวิภา ได้เกิดความเสียหายหนัก ในพื้นที่ภูชี้ฟ้า ๓ จุดสำคัญ ดังนี้🔗
จุดที่ ๑ ที่เห็นอยู่คือถนนเส้นทาง ๑๑๕๕ บริเวณบ้านทรายทอง ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ถูกน้ำป่ากัดเซาะจนพังทั้งเส้นเป็นระยะทางประมาณ ๑๕๐ เมตร ตรงนี้ทางนายก อบต. ปอ ได้ทำถนนเบี่ยงชั่วคราวให้ แล้วก็พยายามที่จะ จัดการแล้วแต่ว่ายังเกินกำลังอยู่ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ทางทางหลวงชนบทยังไม่ได้ดำเนินการ ใด ๆ ในกรณีนี้ ถนนเส้นนี้เชื่อมจากตำบลปอและตำบลตับเต่าไปยังอำเภอเวียงแก่น แล้วก็ อำเภอเทิง มีประชากรที่ใช้ประโยชน์อยู่ไม่ต่ำกว่า ๒๐,๐๐๐ คน แล้วก็ยังเป็นถนนที่จะขึ้นไป บนภูชี้ฟ้าด้วย อีกไม่กี่เดือนก็จะเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวแล้ว ขอให้ทางกรมทางหลวงชนบท และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเร่งดำเนินการด่วนนะครับ🔗
จุดที่ ๒ ก็คือถนนทางหลวงชนบทเพื่อความมั่นคง บริเวณบ้านร่มโพธิ์ไทย บ้านพิทักษ์ไทย ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เกิดทรุดตัว แล้วก็ไหลลงไป ด้านล่างของถนนเป็นระยะทางประมาณ ๔๐ เมตร ถนนเส้นนี้ใช้เชื่อมไปยังอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยาด้วยนะครับ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ไม่สามารถใช้สัญจรได้ ได้รับความเดือดร้อน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพันธ์ศักดิ์ บุญแทน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพันธ์ศักดิ์ บุญแทน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต ๔ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้จะหารือท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวอำเภอพุนพิน อำเภอคีรีรัฐนิคม อำเภอบ้านตาขุน เรื่องที่ดินทำกินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ ซึ่งพี่น้องอยู่กันมาหลายสิบปี บางพื้นที่อยู่กันมาเกือบ ๑๐๐ ปี ยังไม่มีเอกสารสิทธิใด ๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะพื้นที่ทุ่งเบื้องแบบ ตำบลบ้านทำเนียบ ตำบลน้ำหัก ตำบลท่าขนอน อำเภอคีรีรัฐนิคม พื้นที่ตำบลน้ำรอบ ตำบลบางมะเดื่อ ตำบลกรูด ตำบลตะปาน ตำบลมะลวน และหลายพื้นที่ในอำเภอพุนพิน ซึ่งพี่น้องได้ยื่น หนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้าไปแก้ไขอะไรเลย ซึ่งตอนนี้ พี่น้องชาวบ้านเดือดร้อนมากอยู่อย่างแบบเลื่อนลอย ขอบ้านเลขที่ก็ไม่ได้ ขอมิเตอร์ไฟฟ้า ก็ไม่ได้ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังจริงใจสักที🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องราคายางพาราที่ตกต่ำในขณะนี้ กิโลกรัมละ ๑๐๐ บาทอีกแล้ว อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าดูแลราคายางพาราด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธิษะณา ชุณหะวัณ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน เขตสาทรและเขตราชเทวี พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันมีเรื่องร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนในเขตราชเทวีและเขตปทุมวันมาเรียนแก่ท่านประธานเพื่อขอความ อนุเคราะห์ให้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากได้รับการประสานงาน ไปแล้วแต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขค่ะ🔗
เรื่องที่ ๑ มีอาคารได้รับ ความเสียหายจากการก่อสร้างบนถนนเพชรบุรี ซอย ๑๐ ซอยเพชรมณี โดยมีการตกลงกับ เพื่อนบ้านแล้วว่ามีการเซ็นสัญญาหรือว่าข้อตกลงกันว่า ๑. จะไม่มีการต่อเติมชั้นที่ ๕ ๒. ก็คือจะไม่มีการต่อเติมครัว ๓. ก็คือจะซ่อมแซมในบ้านส่วนที่เสียหาย แล้วก็ได้มีการ จ่ายเงินค่าเสียหายไปแล้วรอบแรก ๔๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ สก. เอกกวิน โชคประสพรวย จากพรรคประชาชนก็ได้ลงพื้นที่พร้อมกับสำนักโยธาของสำนักงานเขตราชเทวี แล้วก็ หลังจากนั้นได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนไปแล้ว แต่หลังจากนั้นที่บอกว่าจะมีการยุติการต่อเติม หรือว่าการปรับปรุงซ่อมแซมก็ได้มีการละเมิดสัญญาแล้วก็ต่อเติมเพิ่มเติมอีก ทำให้เกิด ความเสียหายเพิ่มเติมอีก ดิฉันจึงขอให้ท่านประธานช่วยประสานงานไปยังสำนักการโยธา ของสำนักงานเขตราชเทวีเพื่อให้ออกใบระงับ นี่เป็นสถานที่ก่อสร้างที่กระทบกับทั้ง ๒ หลังเลย บ้านที่ติดกันทั้ง ๒ หลัง ก็ได้รับผลกระทบ แล้วก็โดนละเมิดสัญญา หมายความว่าบอกว่า จะยุติแล้วก็ยังไม่ได้ยุติการก่อสร้าง แล้วก็สร้างความเสียหายเพิ่มเติม มีปูนทะลุออกมานะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ สายรกรุงรังของ กสทช. ในตลาดกิ่งเพชรนะคะ🔗
เรื่องที่ ๓ ตลาดแรงงานข้ามชาติมีการมามั่วสุมตรงซอยเพชรบุรี ๑๐ อยากให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น ตม. และ สน. ในพื้นที่ตรวจสอบว่ามีบัตรชมพูหรือใบอนุญาต ประกอบอาชีพหรือไม่ และเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายก่อนหน้านี้ในการขึ้นทะเบียน แรงงานข้ามชาติเมียนมาที่ยังไม่ได้อยู่ในระบบเพื่อป้องกันอาชญากรรม หากไม่เข้าระบบ ก็จะไม่ทราบว่าเป็นใครมาจากไหนนะคะท่านประธาน และการก่ออาชญากรรมก็จะไม่อยู่ ในฐานข้อมูลกลางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ครับ🔗
ประธานสภาที่เคารพครับ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขตอำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน พรรคภูมิใจไทย🔗
เรื่องแรก ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่ผมได้หารือมาตั้งแต่สมัยที่แล้วครับ แล้วก็ได้รับการสนับสนุนจากรัฐมนตรีขณะนั้น ก็คือท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ในการแก้ไขปัญหาเรื่องของการลดอุบัติเหตุบริเวณถนนโค้งท่าสาร ตำบลท่าเรือ อำเภอท่ามะกา ถนนสาย ๓๒๓ ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่มีอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก จึงได้รับการผลักดันให้ได้รับการขยายถนนครับ แต่ว่าเมื่อเริ่มต้นได้มีการขยายถนน ได้รับงบประมาณแล้วอย่างไรก็ไม่ทราบครับ พอเลือกตั้งกลับมาสมัยนี้การก่อสร้างหยุดชะงัก จนทำให้ประชาชนร้องผมมาในทุก ๆ ช่องทางไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ไม่ว่าจะเจอกันตัวต่อตัว และท้ายที่สุดจนกระทั่งร้องไปสื่อมวลชน เพราะฉะนั้นผมจึงขอฝากท่านประธาน ไปยังรัฐมนตรีโดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการบอกว่าเป็น คนเมืองกาญจน์และเคยเป็น สส. ในเขตพื้นที่อำเภอท่ามะกาช่วยเถอะครับ ทำให้จบอย่าให้ เป็นซากปรักหักพัง เป็นอนุสรณ์สถานเลยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็เป็นเรื่องที่จากเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ผมได้มีโอกาสต้อนรับและ ร่วมลงพื้นที่กับคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาและมาตรการทางกฎหมาย ในการควบคุมการทำงานของคนต่างด้าวของกรรมาธิการการกฎหมาย โดยท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ประธานอนุกรรมาธิการ ในการลงไปดูเรื่องราวปัญหาแรงงานของชายแดน แต่ว่า สิ่งที่ผมได้รับทราบก็คือลงพื้นที่ไปบริเวณด่านศุลกากรพุน้ำร้อน ทำให้เห็นถึงความพร้อม ของการเตรียมความพร้อมที่จะเปิดด่านไม่ว่าจะเป็นเรื่องของธุรกิจ เรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องของโลจิสติกส์ที่พร้อมทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของอาคารสำนักงานศุลกากร ที่ลงทุนไปกว่า ๗๐๐ ล้านบาท อันนี้เฉพาะในส่วนของศุลกากร แต่วันนี้มันหยุดนิ่ง เหตุเป็น เพราะว่าจากสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงของเมียนมาและถนนหนทางของ ทางเมียนมาครับ วันนี้ผมจึงขอใช้เวทีนี้จะนำเสนอท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าขอให้ได้จัดตั้ง คณะทำงานร่วมระหว่างประเทศไทย-เมียนมา โดยมี สมช. กต. และผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมเจรจาเพื่อกำหนด Roadmap การเปิดด่านเต็มรูปแบบ และ ๒. ช่วยบูรณาการ หน่วยงานในประเทศ เช่น กรมศุลกากร ตม. กองทัพ และกระทรวงคมนาคมให้เตรียม ความพร้อมเพื่อรอรับฝั่งเมียนมาด้วยนะครับ ๓. ขอให้เร่งรัดความร่วมมือโครงการพื้นฐาน ฝั่งเมียนมาโดยอาจจะสนับสนุนด้านเทคโนโลยีหรือโครงการความช่วยเหลือเพื่อให้เกิดถนน ทางฝั่งเมียนมาและความพร้อมครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อที่จะลดข้อครหาการใช้งบประมาณของ รัฐบาลไทย เพราะโดยรวมแล้วผมมั่นใจว่าการลงทุนโครงการด่านพุน้ำร้อนนี้ไม่ต่ำกว่า ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาทที่ผ่านมา ใช้ให้เกิดประโยชน์ ขอให้ทำในสิ่งที่ควรทำครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชัชวาล แพทยาไทย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๗ พรรคไทยสร้างไทย ผมขอหารือถึงปัญหาต่อเนื่องจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งไม่เพียงกระทบ ความมั่นคงแต่ยังบั่นทอนขวัญกำลังใจและวิถีชีวิตพี่น้องประชาชนและกำลังพลแนวหน้า🔗
ประการแรก แม้ว่างบประมาณในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ปะทะชายแดน ได้มีการอนุมัติจัดสรรไว้แล้ว แต่ด้วยขั้นตอนและระเบียบทางราชการส่งผลให้อาจจะมีการ ดำเนินการที่ล่าช้าและมีสิ่งของจำเป็นหลายอย่างที่ไม่ได้บรรจุอยู่ในบัญชีครุภัณฑ์ทางราชการ เช่น สบู่ ยาสีฟัน เครื่องใช้ส่วนตัว รองเท้า เครื่องนุ่งห่ม ของใช้สิ้นเปลือง ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ตหรือแม้กระทั่งบุหรี่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ ส่งผลให้ทหารแนวหน้าขาดแคลน สิ่งของจำเป็นเหล่านี้ และมีผลถึงขวัญกำลังใจจนอาจเกิดเป็นความเครียดได้🔗
ประการที่ ๒ ขวัญกำลังใจของกำลังพลในพื้นที่เป็นเรื่องสำคัญ ตัวอย่างที่ แสนเจ็บปวดคือกรณีที่พลทหารนายหนึ่งต้องจบชีวิตตนเองเพราะความเครียด แบกความหวัง ของคนทั้งชาติเป็นภารกิจที่หนักอึ้ง เพื่อลดความเครียดและให้พี่น้องทหารหาญเราได้รู้ถึง ความห่วงใยของคนไทย น้ำใจที่มาในรูปแบบของสิ่งของบริจาคที่ได้รับจากแนวหลังถือเป็น ขวัญกำลังใจที่สำคัญครับ ที่เราควรจัดหาให้เหล่าพี่น้องทหารแนวหน้า ไม่ว่าเป็นทหารหลัก อาสาสมัครทหารพราน ตำรวจตระเวนชายแดน และอาสาสมัครชุดคุ้มครองหมู่บ้าน ที่ร่วมกันยืนหยัดในพื้นที่อันตราย ดังนั้นท่านประธานครับ ผมขอหารือผ่านทางท่านประธาน ไปยังรัฐบาลให้งดเว้นระเบียบทางราชการที่ยุ่งยากซับซ้อนครับ เพื่อจะได้ช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนและกำลังพลในแนวหน้าได้ทันท่วงที และขอหารือผ่านท่านประธานอีกสักครั้งหนึ่งว่าให้ใช้รัฐสภาแห่งนี้เป็นศูนย์กลาง การประสานงานรับส่งสิ่งของบริจาคเชื่อมโยงกองทัพ ราชการและพี่น้องประชาชน เพื่อส่งมอบขวัญกำลังใจให้พี่น้องประชาชนในแนวหน้า เรามีสมาชิกรัฐสภาอยู่ในพื้นที่ แนวหน้า และเรามีพี่น้องสมาชิกรัฐสภากระจายอยู่ทั่วประเทศ และเพื่อเป็นการสนับสนุน ทหารแนวหน้าอย่างทันท่วงที นี่ไม่ใช่เรื่องของเครื่องใช้สอยครับ แต่นี่คือขวัญกำลังใจ หากแนวหน้ามั่นคง แนวหลังก็มั่นใจ ประเทศไทยไม่แพ้ ด้วยความเคารพครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านจเด็ศ จันทรา ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม นายจเด็ศ จันทรา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคเพื่อไทยครับ🔗
วันนี้ผมจะขอหารือเรื่องการใช้การแพทย์ ทางไกลลดภาระค่าใช้จ่ายของแผ่นดินผู้ป่วยและบุคลากร ณ ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเข้าสู่ สังคมสูงวัย ผู้สูงอายุเกินร้อยละ ๒๐ ของประชากร โรคที่ตามมาอย่างมากคือโรคไม่ติดต่อ เรื้อรังหรือ NCDs กลุ่มโรคที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อและไม่สามารถแพร่กระจายจาก คนสู่คนได้ เช่น เบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องดูแลหลักของระบบ สาธารณสุข จากการลงพื้นที่พบว่าแม้ รพ.สต. จะกระจายใกล้ชิดประชาชน แต่ยังขาด บุคลากรและอุปกรณ์เฉพาะทาง ทำให้ผู้ป่วยต้องเดินทางไปรักษาโรงพยาบาลประจำอำเภอ หรือโรงพยาบาลประจำจังหวัดบ่อยครั้ง เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย ผมขอกล่าวถึงและ ขอชื่นชมท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและทีมงานที่มีนโยบาย ยกระดับ ๓๐ บาทรักษาทุกที่ และการพัฒนาระบบ Telemedicine ซึ่งหมายถึงการให้ แพทย์ตรวจวินิจฉัยและติดตามการรักษาผ่านระบบออนไลน์ โดยเชื่อมระหว่างโรงพยาบาล แพทย์และผู้ป่วยได้แม้จะอยู่ห่างไกล ดังนั้นผมขอเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณา นำ Telemedicine เริ่มใช้กับกลุ่มผู้ป่วย NCDs ที่มีผู้ป่วยจำนวนมากโดยอาจใช้ รพ.สต. เป็นหน่วยงานหลักให้ อสม. หรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ช่วยดูแลผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้สูงอายุในการ เข้าใช้บริการ โดยพัฒนาแพลตฟอร์ม หรือ Application เดียวที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย รวมถึง บริการทางการแพทย์เพื่อให้ใช้งานง่ายขึ้น วิธีการเหล่านี้จะช่วยลดการเดินทาง ลดค่าใช้จ่าย ของผู้ป่วย ลดภาระแพทย์ และทำให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุได้รับการรักษาที่มี คุณภาพโดยไม่ต้องเดินทางไกล🔗
สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน บุคลากรทางการแพทย์ ทุกท่านและพี่ ๆ อสม. ทุกท่านที่ทุ่มเท ผมเชื่อว่าการผลักดัน Telemedicine จะเป็นอีก ๑ ก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมของประเทศต่อสังคมสูงวัยได้อย่างยั่งยืน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสรรเพชญ บุญญามณี ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา กระผมขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งรัดติดตามให้แก่พี่น้องประชาชน ชาวอำเภอเมืองสงขลา ดังต่อไปนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ปัญหาที่ดินริมทางรถไฟ ได้รับแจ้งจากนายณัฐพล เหมพัฒน์ สจ. อำเภอเมืองสงขลา เนื่องจากชาวบ้านจำนวนมาก ได้รับผลกระทบจากกรณีที่การรถไฟแห่งประเทศไทยมีแผนนำรถไฟสายหาดใหญ่-สงขลา กลับมาวิ่งอีกครั้ง ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ต้องถอยร่นออกจากแนวสันราง ๒๐ เมตรซ้ายขวา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนจำนวนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ก่อนแล้ว บางส่วนเช่า บางส่วนไม่มีสัญญาเช่า แต่ปัญหาคือการรถไฟไม่ต่อสัญญาเช่า และยังไม่มี แนวทางชัดเจนว่าจะอพยพประชาชนไปอยู่ที่ใด หรือมีมาตรการช่วยเหลืออย่างไร จึงขอให้ การรถไฟพิจารณาหาทางออกที่เหมาะสมต่อพี่น้องประชาชนต่อไป🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาน้ำตื้นเขินและกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ตำบลเกาะยอ ได้รับ ข้อร้องเรียนจากนายโกวิทย์ รัชนียะ นายก อบต. เกาะยอ ซึ่งได้รับแจ้งว่าทะเลสาบสงขลา ไม่เคยมีการขุดลอกเลยทำให้น้ำตื้นเขินกระทบต่อผู้เลี้ยงปลากะพงในกระชัง อีกทั้งยังประสบ ปัญหาน้ำกัดเซาะชายฝั่งบริเวณวัดเขาบ่อและวัดโคกเปี้ยว จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ช่วยเร่งรัดดำเนินการด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เขารูปช้างและปัญหาโครงการสวนสาธารณะ ได้รับข้อร้องเรียนจากนายนราเดช คำทัปน์ นายกเทศบาลเมืองเขารูปช้าง ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าว พี่น้องยังประสบต่อปัญหาน้ำท่วมมาโดยตลอด ขณะเดียวกันมีโครงการสวนสาธารณะ หาดคชาทัศน์ที่ยังติดปัญหาเรื่องการขอใช้ที่ดินและขอจัดสรรงบประมาณจากโยธาธิการและ ผังเมืองจังหวัด จึงขอติดตามความคืบหน้าและแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ปัญหาสนามกีฬาและเข้าถึงไฟฟ้าในพื้นที่ตำบลเกาะแต้ว ได้รับ ข้อร้องเรียนจากนายรอเซ็ง ไหรเจริญ นายกเทศบาลตำบลเกาะแต้ว เรื่องนี้ผมเคยหารือ ผ่านสภาแห่งนี้ไปแล้วแต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด อีกทั้งประชาชนในพื้นที่ หมู่ที่ ๘ ตำบลเกาะแต้ว ยังไม่ได้รับการติดตั้งระบบไฟฟ้า ขอขยายเขตไฟฟ้า ซึ่งแม้จะเคยหารือ ไปแล้วแต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าแต่ประการใด🔗
เรื่องสุดท้าย ปัญหาสะพานและถนนชำรุดบริเวณบ้านทรายขาว หมู่ที่ ๖ ตำบลทุ่งหวัง ได้รับข้อร้องเรียนจากนายนิคม อุไรรัตน์ นายก อบต. ทุ่งหวัง ว่าทั้งถนน และสะพานมีสภาพชำรุด ประชาชนสัญจรไปมาเสี่ยงอันตรายอย่างมาก จึงขอหารือไปยัง กรมทางหลวงชนบทให้เร่งแก้ไขปัญหาต่อไป ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านแอนศิริ วลัยกนก ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวแอนศิริ วลัยกนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะ แขวงราษฎร์บูรณะ พรรคประชาชน ดิฉันมีเรื่องจะหารือทั้งหมด ๖ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ปัญหาสะพานทศมราชัน ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างถนนสุขสวัสดิ์กับถนนประชาอุทิศ แต่ปัจจุบันพบว่าจุดทางลงถนนสุขสวัสดิ์อยู่ในตำแหน่งที่ตัดกับถนนแยกประชาอุทิศ ส่งผลให้ เกิดความเสี่ยงในเรื่องของอันตรายและเกิดอุบัติเหตุ ปัญหาคือการจราจรติดขัดมาก ดิฉัน จึงขอให้หน่วยงานกระทรวงคมนาคมเร่งดำเนินการปรับปรุงจุดเชื่อมต่อดังกล่าวที่ดิฉัน ได้เอ่ยถึงด้วยนะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน หลายพื้นที่ได้มีการ แพร่ระบาดของยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง จึงอยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ส. หรือรวมถึงหน่วยงานท้องถิ่นเร่งดำเนินการในเรื่องของการสืบสวนปราบปราม อย่างจริงจัง🔗
เรื่องที่ ๓ โครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียมมีการปล่อยน้ำเสียมีลักษณะ สีขาวขุ่นลงสู่คลองบางผึ้ง ณ ชุมชนบูรณะสุดเขต ซึ่งส่งผลกระทบต่อสัตว์ ระบบนิเวศและ คุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ดิฉันจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบหาต้นตอ ของการปล่อยสารเคมีและเร่งฟื้นฟูสัตว์น้ำในคลองด้วยโดยเร็ว🔗
เรื่องที่ ๔ ปัญหากำแพงกั้นฝุ่น จากโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียม ณ บริเวณชุมชนบูรณะสุดเขต ทำให้บดบังบ้านพักอาศัย ประชาชนในชุมชน ส่งผลไม่สามารถ พัดผ่านเกิดความร้อนสังกะสี เมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวโครงการได้หยุดการก่อสร้าง จึงอยากให้หน่วยงานตรวจสอบและพิจารณาการปรับปรุงกฎระเบียบในเรื่องของการควบคุม การก่อสร้าง🔗
เรื่องที่ ๕ ปัญหาความล่าช้าในการก่อสร้างถนนพุทธบูชา ๔๔ ไม่เสร็จ ตามแผนกำหนดที่แจ้งให้กับประชาชนทราบ รวมถึงผู้รับเหมาที่รับจ้าง อยากให้ทาง กรุงเทพมหานครที่เป็นผู้รับผิดชอบเคร่งครัดในการเลือกรับจ้างผู้รับเหมาที่มาเสนอด้วย🔗
เรื่องที่ ๖ ปัญหาการก่อสร้างสะพานคลองรางตัน ในซอยพุทธบูชา ๓๖ ทำให้ พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่บริเวณแถวนั้น รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงเกษตรกัมปงในดงปรือ ได้รับความเดือดร้อนเช่นเดียวกัน เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงและการสัญจรทางเรือ ไม่มีการสอบถาม หรือการทำประชาพิจารณ์ถึงการก่อสร้างที่จะเกิดขึ้น รวมถึงผลกระทบที่จะได้รับ จึงอยากให้ ทางกรุงเทพฯ ที่รับผิดชอบหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สอบถามความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนด้วย🔗
ทุกข้อที่ดิฉันกล่าวมาล้วนแต่ดิฉันได้ลงพื้นที่รับทราบจากพี่น้องประชาชน ที่ได้แจ้งดิฉัน ดิฉันลงพื้นที่เพื่อรับฟังความเดือดร้อนก่อนหน้านี้ก็ได้มีเสียงส่งไปยังหน่วยงาน ต่าง ๆ แต่ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน การก่อสร้างในถนนประชาอุทิศทุกตรอกซอกซอย หรือแม้การสอบถามความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชนมีความล่าช้า แต่ก็มีแค่นำป้ายติดตั้ง เพียงคำว่าขออภัยในความไม่สะดวก ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวันนิวัติ สมบูรณ์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วันนิวัติ สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ ๑๐ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานทั้งหมด ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้กระทรวงศึกษาธิการ ได้เร่งพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียนและอาคารอเนกประสงค์ ของโรงเรียนบ้านศุภชัย ตำบลคึมชาด อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น ท่านประธานครับ โรงเรียนบ้านศุภชัยนี้เป็น ๑ ใน ๓ โรงเรียนในโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และอาคารเรียนนี้เคยใช้รับรอง พระองค์ท่านมาแล้วเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๗ ปัจจุบันนี้มีสภาพชำรุดทรุดโทรมมาก แล้วก็ ไม้ผุพัง มีปลวก มอดเจาะกินเนื้อไม้ อาคารอเนกประสงค์ก็เช่นกัน อาคารอเนกประสงค์ ใช้สำหรับเป็นโรงอาหารแล้วก็เป็นห้องเรียนด้วย มีสภาพไม่ต่างกัน ขอฝากท่านประธานไปยัง กระทรวงศึกษาธิการให้เร่งจัดสรรงบประมาณดูแลครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้ซ่อมแซมถนนเชื่อมตำบลเส้นทางบ้านหินลาด ตำบลสำโรง เชื่อมกับบ้านหนองคลองน้อย ตำบลวังหิน ถนนเส้นนี้เป็นถนนลาดยางสลับกับคอนกรีต ปัจจุบันมีสภาพอย่างที่เห็น มีเป็นหลุมเป็นบ่อ แล้วก็เนื่องจากสร้างมาหลายปีแล้ว ผิวทาง ชำรุดอย่างหนัก ตลอดทั้งเส้นทางนี่ระยะทางประมาณ ๒.๓ กิโลเมตร แต่ในส่วนที่พังชำรุด อย่างหนัก ๑.๖ กิโลเมตร ขอฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้ปรับปรุงซ่อมแซมถนนเชื่อมตำบลเช่นกันครับ เส้นทาง บ้านหนองสองห้องเชื่อมกับบ้านโนนธาตุ ซึ่งเชื่อมระหว่างตำบลหนองสองห้องและ ตำบลโนนธาตุ ระยะทาง ๑๐.๔ กิโลเมตร ฟังไม่ผิดนะครับ ๑๐.๔ กิโลเมตร ถนนเส้นนี้ เป็นเส้นทางหลักที่พี่น้องประชาชนใช้เดินทางสัญจร น้อง ๆ นักเรียนใช้เดินทางไปโรงเรียน สถานศึกษา มีหมู่บ้านหลายแห่งที่พาดผ่านตลอดเส้นทางนี้ แล้วก็มีโรงเรียนถึง ๔ แห่ง ขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้ดูแล ที่สำคัญขอฝากให้ได้ขยายไหล่ทาง และติดไฟส่องสว่างด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเพ็ญชิสา หงษ์อุปถัมภ์ชัย ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เพ็ญชิสา หงษ์อุปถัมภ์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ประเด็นที่ดิฉันต้องการหยิบยกขึ้นมาหารือในวันนี้เป็นเรื่อง สำคัญที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก และมีประชาชนจำนวนมาก สอบถามมายังดิฉันว่ากระบวนการพิจารณาวินิจฉัยคุณสมบัติของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร จะเป็นไปอย่างถูกต้องและเที่ยงธรรมหรือไม่ เพราะเนื่องจากในขณะนี้ตามสื่อต่าง ๆ ไม่ว่า จะเป็นใน Social หรือ TV ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของนักวิชาการท่านหนึ่งว่าผลการลงมติ ของศาลรัฐธรรมนูญในคดีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่จะมีการพิจารณาวันที่ ๒๙ สิงหาคมนี้ โอกาสที่จะไม่รอด ๙๙ เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก ๑ เปอร์เซ็นต์ถ้าจะรอดก็หมายถึง ศาลรัฐธรรมนูญได้รับข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้ การพูดชี้นำเช่นนี้เห็นได้ชัดว่าผู้ปล่อยข่าว ต้องการกดดันให้ศาลตัดสินคดีไปในทางร้ายต่อนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ผู้ให้สัมภาษณ์ ต้องการชี้นำการตัดสินของศาลในเรื่องที่เกี่ยวกับคดีที่ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ซึ่งถือว่า เป็นการละเมิดอำนาจศาล ทำให้ศาลไม่สามารถพิจารณาได้อย่างเป็นอิสระ ไม่ว่าผลจะ ออกมาเป็นเช่นไร ก็อาจทำให้ศาลเสื่อมเสียเกียรติและความเชื่อถือได้ ทั้งที่จริงแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่ผู้พิทักษ์ความศักดิ์สิทธิ์ของรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ของชาวไทย ทุกคนอย่างตรงไปตรงมา การปล่อยข่าวเท็จเช่นนี้ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งมีความกังวล ถึงความเป็นธรรมจากกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ และไม่ใช่แค่นั้นนะคะ อาจกระทบกระเทือนต่อความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรม ทั้งระบบก็เป็นได้ ดิฉันจึงอยากจะสื่อไปถึงพี่น้องประชาชนที่ได้รับข่าวสารเหล่านั้นจงโปรด ใช้วิจารณญาณและฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลและตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร ที่ไม่เป็นความจริงเหล่านี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุดท้ายนะครับ ท่านอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาชน ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน ดังนี้🔗
ท่านประธานครับ ในภาวะ เศรษฐกิจตกต่ำ การท่องเที่ยวเป็นเครื่องจักรที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับ ประชาชนช่องทางหนึ่ง ผู้บริหาร อบจ. โดยนายกกาญจน์สุดา ปานะสุทธะ และสภา อบจ. ในสมัยที่แล้วได้อนุมัติงบประมาณก่อสร้างสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ซึ่งขณะนี้ได้ก่อสร้าง แล้วเสร็จ ลักษณะเป็นสะพานแขวน มีรูปกลองและปลาทูขนาดยักษ์ ถือว่าเป็น Landmark ที่น่าสนใจแห่งหนึ่งของจังหวัดสมุทรสงคราม เพราะสามารถถ่ายรูปชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม และยังมีร้านค้าของประชาชนในชุมชนวัดใหญ่ให้จับจ่ายใช้สอย ช่วยสร้างเศรษฐกิจในชุมชน ทั้งนี้ทางชุมชนมีความต้องการขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม ประดับไฟให้สวยงามมากขึ้นในช่วงกลางคืน ผมในฐานะเจ้าบ้านขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว ทุกท่านทั่วประเทศมาชมความสวยงามในตอนนี้ และเมื่อประดับไฟแล้วเสร็จในช่วงเวลา กลางคืนในอนาคตด้วย โดยทางชุมชนและชาวจังหวัดสมุทรสงครามทุกคนขอต้อนรับ ด้วยความเต็มใจครับ🔗
เรื่องต่อมา สถานีรถไฟลาดใหญ่เป็นจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาขึ้นรถไฟ เพื่อเดินทางต่อไปยังตลาดร่มหุบ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ปัจจุบันสถานีมีสภาพชำรุด ทรุดโทรมมองดูไม่สวยงามและไม่ปลอดภัย ผมเคยหารือกับท่านประธานไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เครื่องกั้นรถไฟก็ชำรุดบ่อย เจ้าหน้าที่มาซ่อม สักพักก็จะชำรุดอีก เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งยังมีสัญญาณเตือนขัดข้องดังตลอดทั้งคืน สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนบริเวณนี้เป็นอย่างมาก ผมจึงขอให้ท่านประธาน ประสานไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทยให้ปรับปรุงแก้ไขจุดนี้ด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ผมได้รับแจ้งจากเจ้าอาวาสวัดบางใหญ่และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑๑ ตำบลกระดังงา อำเภอบางคนที ว่าโค้งบริเวณหน้าวัดบางใหญ่บนทางหลวงสาย ๓๒๕ สมุทรสงคราม-บางแพ เป็นโค้งอันตราย เกิดอุบัติเหตุบ่อย โดยเฉพาะช่วงเวลาฝนตก ผมจึงขอฝากให้ท่านประธานประสานไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม สำรวจ ออกแบบแก้ไขเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนในจุดนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อ จำนวน ๓๐๖ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว ดังนั้นผมขอเปิด การประชุมและดำเนินการตามระเบียบวาระนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
เรียนแจ้งท่านสมาชิกให้ทราบว่าการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะนั้น จะดำเนินการถามแล้วก็ตอบในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะควบคู่ไปกับการพิจารณากระทู้ถามสด ด้วยวาจาและกระทู้ถามทั่วไป ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑. นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
เป็นการถามกระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่านญาณธิชา บัวเผื่อน ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งขณะนี้ผู้ถามแล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็พร้อมที่จะมาตอบกระทู้แล้ว ดังนั้นจึงขอเชิญท่านผู้ถามกระทู้ ท่านญาณธิชา บัวเผื่อน เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคประชาชน ก่อนอื่นเลยดิฉันขอขอบคุณท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เป็นอย่างสูงที่ได้เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไย ในภาคตะวันออก และได้กรุณามาตอบกระทู้ของดิฉันในวันนี้ค่ะ ท่านประธาน กระทู้ที่ดิฉัน จะถามท่านรัฐมนตรีในวันนี้เป็นเรื่องของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไยภาคตะวันออก ล้งและผู้ประกอบการส่งออก เป็นกังวลและตระหนกตกใจกันเป็นอย่างมากเพราะกลัวว่า ลำไยจะส่งออกไปจีนไม่ได้ ซึ่งจะทำให้กระทบเดือดร้อนกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาจีนได้มีการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดเรื่องการตรวจวัด สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างในลำไยที่จะส่งออกไปประเทศจีนอย่างกะทันหัน โดยที่ไม่ได้ แจ้งล่วงหน้าและไม่มีการหารือร่วมกันกับประเทศไทย จากเดิมตามพิธีสารไทย-จีน กำหนดว่า ปริมาณสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างในเนื้อจะต้องมีค่าไม่เกิน ๕๐ พีพีเอ็ม หรือไม่เกิน ๕๐ มิลลิกรัมต่อ ๑ กิโลกรัม แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาจีนตั้งข้อกำหนดใหม่ว่าจะมีการสุ่มตรวจ ตัวอย่างลำไยทั้งบริเวณท้ายตู้ กลางตู้ และในตู้ ตามระบบที่กำหนด แล้วนำตัวอย่างลำไย ส่งห้องปฏิบัติการของศุลกากรจีน ซึ่งห้องปฏิบัติการจะทำการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างทั้งผล คือนำเปลือกและเนื้อมาปั่นรวมกันแล้วตรวจวิเคราะห์ โดยปริมาณสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ตกค้างสูงสุดจะต้องไม่เกิน ๕๐ พีพีเอ็ม โดยมีระยะเวลาการตรวจ ๓-๗ วัน ในระหว่างที่ รอผลให้สามารถนำตู้ลำไยออกจากด่านได้ แต่ยังไม่อนุญาตให้ขายจนกว่าผลตรวจจะ ตรวจผ่าน ท่านประธาน Keyword อยู่ตรงที่ว่าปั่นรวมกันทั้งเปลือกและเนื้อแล้วให้เอามา ตรวจรวมกันไม่เกิน ๕๐ พีพีเอ็ม ซึ่งล้งยืนยันว่าอย่างไรก็ทำไม่ได้ แต่ว่าถ้าเกิดว่าจะตรวจ เฉพาะในเนื้อไม่เกิน ๕๐ พีพีเอ็ม แบบเดิมล้งก็สามารถทำได้ ดิฉันขออธิบายเพิ่มเติมเล็กน้อย เผื่อว่าหลาย ๆ ท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมลำไยต้องอบสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ล้งอบ สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์เพื่อยืดอายุและรักษาคุณภาพของลำไย ทำให้ลำไยมีผิวเหลืองสวย เนื้อของลำไยยังคงขาวใสไม่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล อยู่ได้นานหลายวันไม่เป็นรา ไม่เน่าเสียก่อน ถึงมือผู้บริโภค หากว่าอบบางไปจะทำให้ลำไยเน่าเสียในระหว่างการขนส่ง และเมื่ออบแล้ว สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ส่วนใหญ่จะตกค้างอยู่ที่เปลือก นั่นจึงเป็นสาเหตุทำให้เวลาที่เรา ถูกตรวจแบบทั้งผลไม่เกิน ๕๐ พีพีเอ็ม ล้งจึงไม่สามารถทำได้ ดิฉันอยากให้ทุกท่าน ได้รับทราบถึงสถิติปริมาณผลผลิตและมูลค่าการส่งออกของลำไย จะได้พอเห็นภาพว่า พวกเราจะได้รับผลกระทบมากขนาดไหนหากว่าส่งออกไม่ได้ ท่านประธาน ในปี ๒๕๖๗ ปริมาณผลผลิตลำไยทั้งประเทศอยู่ที่ ๑,๔๒๐,๐๐๐ ตัน โดยไทยส่งออกลำไยทุกประเภท ทั้งผลสด แช่แข็ง และอบแห้งไปทั่วโลกอยู่ที่ ๖๔๗,๐๐๐ ตัน โดยมีมูลค่าการส่งออกอยู่ ประมาณ ๒๗,๕๐๐ ล้านบาท หากดูเฉพาะลำไยที่เป็นผลสด ไทยส่งออกไปทั่วโลกอยู่ที่ ๕๒๘,๐๐๐ ตัน มูลค่าส่งออกราว ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และในส่วนของผลสดเป็นการส่งออก ไปประเทศจีนอยู่ที่ ๓๗๑,๐๐๐ ตัน มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ ๑๔,๓๐๐ ล้านบาท และในปี ๒๕๖๘ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้มีการประมาณการผลผลิตลำไยไว้ที่ ๑,๕๕๐,๐๐๐ ตัน และเป็นลำไยในภาคตะวันออกโดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นลำไย เพื่อการส่งออกอยู่ที่ ๔๕๖,๐๐๐ ตัน ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยว ณ ตอนนี้ ท่านประธานคะ ลำไย ๔๐๐,๐๐๐ กว่าตันนี้ที่กำลังจะเป็นปัญหา เพราะว่าอาจจะไม่สามารถส่งออกได้ถ้าจีน ขอตรวจสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์แบบทั้งผล มาตรการของประเทศจีนที่เปลี่ยนแปลง ข้อกำหนดการตรวจสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์อย่างกะทันหันและไม่เป็นไปตามพิธีสารที่ตกลง กันไว้ ส่งผลกระทบอย่างมากต่อวงการลำไย ดิฉันได้ประชุมร่วมกับล้งและผู้ประกอบการ ส่งออก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนจีนแล้วก็ประเมินกันว่าแม้ว่าจีนจะทำการสุ่มตรวจ ไม่ได้ตรวจ ทุกตู้เหมือนอย่างตอนที่ตรวจสาร BY2 ในทุเรียน แต่ลำไยที่ส่งออกไปอาจจะถูกสุ่มตรวจ แล้วพบว่ามีสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์เกิน ๕๐ พีพีเอ็มได้ แล้วก็ส่งผลทำให้ลำไยถูกตีกลับมา ดิฉันขอยกเคสตัวอย่างที่ได้คุยมาให้ท่านประธานได้ฟัง ในช่วงที่ผ่านมาล้งแห่งหนึ่งก็ส่งลำไย ไปแล้ว ๔๐ ตู้ แต่เมื่อประมาณสัปดาห์ที่ผ่านมาถูกตีกลับมา ๑ ตู้ ดิฉันก็ถามว่าทำไมถึงถูก ตีกลับมา เขาก็บอกว่าเนื่องจากว่าเป็นช่วงที่จีนเปลี่ยนการตรวจวิเคราะห์เป็นแบบตรวจ ทั้งผล ก็เลยทำให้ตรวจแล้วมีค่าซัลเฟอร์ไดออกไซด์เกิน ๕๐ พีพีเอ็ม แต่ก่อนหน้านี้ ๓๙ ตู้ ไม่มีปัญหาเลยเนื่องจากว่าจีนก็ยังตรวจแบบเดิมอยู่คือตรวจเฉพาะในเนื้อ ผลการตรวจก็เลย ไม่เกิน อย่างที่ดิฉันย้ำไปตอนแรกว่าสิ่งที่ล้งเป็นกังวลก็คือการที่จีนให้ตรวจทั้งผลไม่เกิน ๕๐ พีพีเอ็ม การตรวจแบบนี้แล้วหวังว่าจะไม่เกินก็คือต้องไม่อบเลย เพราะว่าอบไปนิดเดียว ก็เจอแล้ว ถ้าเกิดว่าลดปริมาณการอบให้บางลงกว่าเดิมหรือว่าไม่อบเลยก็ไม่สามารถที่จะ ทำได้ เนื่องจากว่าจะทำให้ลำไยเน่าเสียก่อนถึงมือผู้บริโภคที่จีนแน่นอนค่ะ ในสถานการณ์ปกติจะมีระยะเวลาจากล้งไปถึงหน้าด่านที่จีนประมาณ ๓-๔ วัน จากหน้าด่าน ไปตลาดที่ใกล้ที่สุดก็ประมาณ ๓ วัน รวม ๆ แล้วจะใช้ระยะเวลาในการขนส่งรวมประมาณ ๗ วัน แต่เมื่อถูกสุ่มตรวจก็อาจจะต้องรอผลตรวจเพิ่มไปอีก ๓ วัน ทำให้เป็น ๑๐ วันแล้ว ยังไม่นับว่าอาจจะต้องมีเวลาสำหรับวางขายที่ตลาดที่จีนด้วย ซึ่งถ้าเกิดว่าไม่อบเลยก็จะทำให้ ลำไยอาจจะเน่าเสียหายได้ เมื่อเกิดสถานการณ์ความไม่แน่ใจว่าลำไยจะส่งออกไปได้หรือไม่ จะถูกตีกลับไหม จึงส่งผลให้ล้งส่วนใหญ่ชะลอการจ่ายเงินมัดจำรอบสอง หลังจากที่ได้วางเงิน มัดจำจองสวนไปแล้วก่อนหน้านี้ และตอนนี้ยังไม่มีการทำสัญญาล่วงหน้าเพิ่มเติม ทำให้ ชาวสวนไม่มีเงินไปซื้อปุ๋ย ยาบำรุงในช่วงโค้งสุดท้ายของการเก็บเกี่ยว ส่งผลให้ลำไยอาจมี ขนาดเล็กและมีคุณภาพต่ำลง สถานการณ์นี้ทำให้ราคาลำไยในภาคตะวันออกที่เคยทำสัญญา ซื้อขายล่วงหน้าเอาไว้ กิโลกรัมละประมาณ ๓๐ บาท ตอนนี้ล้งมาขอลดราคาเหลือประมาณ กิโลกรัมละ ๒๒ บาทเท่านั้น และหากล้งตัดสินใจหยุดซื้อจริง ๆ ราคาก็อาจจะลดลงเหลือ เพียงกิโลกรัมละไม่กี่บาทเท่านั้นเอง ชะตากรรมของลำไยภาคตะวันออกที่ตอนแรกดูก็ทำท่า จะไม่ดีอยู่แล้วเนื่องจากว่าประสบปัญหากับเรื่องของการขาดแคลนแรงงาน เนื่องจาก แรงงานกัมพูชากลับประเทศไปหมด ยังมาถูกซ้ำเติมด้วยปัญหานี้อีก เหมือนกับถูก เคราะห์ร้าย ๒ เด้ง และถ้าหากแก้ไขปัญหาไม่ได้คงมีสภาพไม่ต่างจากลำไยในภาคเหนือ ที่กิโลกรัมละประมาณ ๓ บาท ๕ บาท สุดท้ายแล้วพี่น้องชาวสวนลำไยอาจจะต้องขาดทุน ยับเยิน ไม่มีเงินจ่ายหนี้ ธ.ก.ส. ไม่มีเงินไปจ่ายหนี้ที่เครดิตร้านปุ๋ย ยาเอาไว้ ไม่มีเงินให้ลูกไป โรงเรียน ติดหนี้ติดสินหนักเข้าไปอีกนะคะ🔗
ท่านประธานขออีกนิดเดียวค่ะ และจะเข้าสู่คำถามแล้วนะคะ ประเด็นที่ สำคัญอีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันอยากจะย้ำก็คือเรื่องของเงื่อนไขด้านเวลา เรื่องนี้ไม่เหมือน เรื่องทุเรียน เนื่องจากว่าดิฉันจำได้ว่าครั้งแรกที่ดิฉันตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง BY2 ไป ตอนนั้นเหลือเวลาที่จะเข้าสู่ฤดูการเก็บเกี่ยว ของทุเรียนอีก ๔ เดือน ยังพอมีเวลาเหลือให้ทำงาน แต่ลำไยจีนประกาศปุ๊บก็ถึงช่วงฤดู การเก็บเกี่ยวพอดี อย่างเดือนนี้เดือนสิงหาคมก็เป็นช่วงต้นฤดูมีลำไยหลายพันตันแล้ว เดือนหน้าเดือนกันยายนก็หลายหมื่นตันแล้ว เราไม่มีเวลาให้ตั้งตัว ต้องเร่งจัดการปัญหานี้ วันนี้ เดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นจะไม่ทันการณ์ ดังนั้นคำถามแรกที่ดิฉันจะถามท่านรัฐมนตรีก็คือว่า ท่านมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างไร ท่านทำอะไรไปแล้วบ้าง แล้วก็วางแผนจะไป เจรจากับประเทศจีนเร็วที่สุดได้เมื่อไร จะเอาอะไรไปเจรจากับประเทศจีน อันนี้เป็นคำถามแรก ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ตอบครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา คนตะวันออกเหมือนท่านญาณธิชา บัวเผื่อน แล้วก็เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนที่จะตอบคำถามกระทู้ถามสด ของเพื่อนสมาชิก ผมก็ต้องกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพว่า ผมชื่นชมท่าน สส. ญาณธิชา บัวเผื่อน เพราะจำได้เมื่อประมาณครึ่งปีที่แล้วท่านได้กรุณาถาม กระทู้ถามสดไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องความกังวลต่อมาตรการที่ประเทศจีน โดยเฉพาะ GACC ได้ประกาศใช้ในเรื่องของการตรวจสารปนเปื้อนในผิวทุเรียน ที่มีชื่อว่า BY2 ขณะนั้นคนที่มาตอบกระทู้ถามของท่านญาณธิชา บัวเผื่อน ก็ไม่ใช่ใคร พ่อผมเองครับ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในสมัยนั้น สงสัยดวงเราคงสมพงษ์กันครับ เรื่องทุเรียนก็ได้รับการช่วยเหลือ ได้รับการเรียกร้องแล้วก็ทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตร และสหกรณ์และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรีทั้ง ๓ ท่าน ทำให้ในเรื่องของ วิกฤติทุเรียนผ่านพ้นไปได้ในระดับหนึ่งอย่างน่าพอใจ แต่อย่างที่ท่านสมาชิกได้กราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังที่ประชุมเรื่องลำไยเป็นเรื่องที่น่ากังวล ผมก็ยอมรับตรง ๆ ถ้าบอกว่า ณ วันนี้ผมไม่กังวลในเรื่องของสถานการณ์ลำไย โดยเฉพาะลำไยภาคตะวันออกซึ่งปลูก มากที่สุดในจังหวัดจันทบุรี ขณะนี้คาดการณ์ว่าในเดือนสิงหาคมนี้ก็คงจะมีลำไยประมาณ ๗,๐๐๐ กว่าตัน ๗,๕๐๐ ตัน แล้วเดือนหน้าก็คงจะเพิ่มปริมาณลำไยในภาคตะวันออกอีกเกือบ ๓๐,๐๐๐ ตัน แล้วก็จะไป Peak มาก ๆ ในเดือนตุลาคมอีกเกือบ ๘๐,๐๐๐ ตัน ดังเองจึงไม่แปลกใจเลยครับท่านประธาน ที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถึงแม้ว่าจะอยู่คนละพรรคการเมืองกัน แต่ว่าผมมองตลอด ว่าท่านไม่ใช่ศัตรูทางการเมืองของผม แต่ท่านเป็นเพื่อนร่วมงานที่เราสามารถพูดคุยกันได้ โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นกับพี่น้องเกษตรกรผมยินดีรับฟังเสมอ แล้ววันนี้ผมก็ขออนุญาต มาชี้แจงผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก แล้วก็พี่น้องที่เป็นชาวสวนลำไยในภาคตะวันออก ตลอดจนผู้ประกอบการที่มีส่วนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่ตั้งแต่ในเรื่องของการผลิต ในการแปรรูป ในการขนส่งจนถึงข้าราชการที่อยู่ในประเทศปลายทางของเรา ผมเรียนว่าจริง ๆ แล้วก็ต้อง เรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่าปีนี้ผลผลิตลำไยออกเยอะจริง ๆ แล้วผมก็รู้สึกว่า พี่น้องชาวสวนลำไยทั้งประเทศก็ได้รับความเดือดร้อนจริง ๆ แต่ในส่วนของภาคตะวันออก อย่างน้อย ๆ ผมก็ค่อนข้างมั่นใจว่าลำไยที่พี่น้องชาวสวนลำไยภาคตะวันออกปลูกเป็นลำไย ที่ได้คุณภาพค่อนข้างที่จะดีหมายถึงว่าลูกค่อนข้างจะใหญ่ ดังนั้นเองในเรื่องของตลาด ก็เป็นห่วงน้อยหน่อย แต่สิ่งที่เป็นห่วงเลยก็คือว่ามาตรการที่จีนกำลังจะบังคับใช้ ซึ่งผมต้อง นำเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่า ณ วันนี้ผมตรวจสอบล่าสุดเมื่อสักครู่นี้ไม่เกิน ๑๕ นาทีที่ผ่านมา ยังไม่มีเอกสารที่เป็นทางราชการออกมาชัดเจนว่าเขาจะใช้มาตรการใด ในการที่จะต้องมาตรวจ สุ่มตรวจ ไม่ว่าจะเป็นตู้หน้า ตู้หลัง ตู้กลาง บนตู้ หรือท้ายตู้ อย่างที่ ท่านสมาชิกได้กรุณาชี้แจง แต่ยืนยันว่ามันก็มีความเป็นไปได้สูง ผมก็ต้องยอมรับความจริงว่า มันก็มีความเป็นไปได้สูง ซึ่งจริง ๆ แล้วลึก ๆ ผมชื่นชมทางจีนด้วยซ้ำที่เขามีมาตรการในการ ป้องกันผู้บริโภคว่าในการใช้มาตรฐานสากลมาเป็นตัวจับ ก็ฝากทางไทยด้วย เราในฐานะเป็น ผู้ผลิตและเราในฐานะที่จะเป็นผู้ที่จะต้องมีการรับสินค้าทางการเกษตรมาจากเพื่อนบ้าน ก็อยากที่จะให้ใช้มาตรฐานในระดับสูงสุดเพื่อป้องกันผู้บริโภคของเราเหมือนกันนะครับ ก็ต้องนำเรียนผ่านท่านประธานว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา การทำการค้าขายโดยเฉพาะ ในเรื่องลำไยระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน โดยเฉพาะภาคตะวันออกเรายึดมั่นในส่วน ของพิธีสารเป็นหลัก ซึ่งที่ผ่านมาเราก็มีการตรวจสารตกค้างเพราะเราก็ค่อนข้างที่จะเชื่อมั่นว่า คุณภาพ ความปลอดภัยทางด้านสินค้าทางการเกษตรและอาหารของไทยก็ไม่เป็นรอง ประเทศใดในโลก ดังนั้นเองเราก็มั่นใจในกระบวนการในการผลิต ในการเก็บ ในการส่ง ของเรา ดังนั้นการตรวจที่ผ่านมามันก็ใช้การตรวจสารโลหะหนัก สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ในเนื้อ ซึ่งส่วนใหญ่ผมเชื่อมั่นว่า ๙๙ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีค่าที่เกินมาตรฐาน แต่วันนี้ก็มีแนวโน้ม ที่ทางประเทศจีนโดยกระทรวงสาธารณสุข โดย อย. ของประเทศจีนก็ได้มีการแจ้งโดยไม่ได้ มีเป็นหนังสือไปยังทูตเกษตรทั้ง ๒ ท่านของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่กว่างโจว แล้วก็ ที่ปักกิ่ง ในการที่อาจจะมีมาตรการในการเพิ่มการตรวจหรือว่าการเปลี่ยนแปลงการตรวจ จากตรวจที่เนื้อมาเป็นตรวจที่เปลือกด้วยหมายความว่าเอาเนื้อและเปลือกปั่นแล้วค่อยไป ตรวจอีกที ซึ่งแน่นอนครับ ณ วันนี้ก็ต้องยอมรับผ่านท่านประธานตรง ๆ ว่าประเทศไทย ถ้าตรวจก็มากกว่า ๕๐ มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมอยู่แล้ว ดังนั้นเองผมได้เร่งคุย เมื่อวานก็ได้ เรียกประชุมหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไล่มาตั้งแต่ว่าที่ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าที่รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการ มกอช. กรมวิชาการเกษตรหรือกรม อื่น ๆ ก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเรามาหารือกัน สุดท้ายแล้วแนวทางที่ผมจะต้องทำ เร่งด่วนนั่นก็คือว่าผมจะต้องเร่งติดต่อไป เพราะว่า ณ วันนี้ความชัดเจนเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด แล้วผมยืนยันว่าความชัดเจนมันก็มีบทเรียนแล้วมาจากในเรื่องของการตรวจสาร BY2 ในทุเรียนในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ดังนั้นเองกระบวนการต่าง ๆ ผมเชื่อว่าประเทศไทยเรามี ความพร้อมในเรื่องของห้องแล็บที่จะสามารถตรวจค่าซัลเฟอร์ไดออกไซด์ได้อย่างมาตรฐานที่ ทางจีนสามารถยอมรับได้ด้วย แต่ปัญหาคือ ณ วันนี้ถ้าตรวจผมก็เชื่อว่าสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก็จะเกิน ๕๐ มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมอยู่แล้ว ดังนั้นเองก็ต้องพูดคุยกันอย่างลูกผู้ชายระหว่างประเทศไทยและประเทศจีนว่าขณะนี้ เราคิดว่ากระบวนการในการที่จะส่งไปจีนคุณจะตรวจอย่างไรคุณก็เจอ แต่ในเมื่อยังไม่มี เอกสารทางราชการที่ออกมาอย่างเป็นทางการ ผมเชื่อว่ามันจะเป็นช่องว่างที่จะทำให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ประเทศไทยเรามีช่องว่างในการเร่งเจรจากับทางจีนในการ หาทางออกร่วมกัน สิ่งที่ผมจะยืนยันกับท่านได้ก็คือว่าผมพร้อมที่จะทำงานร่วมกับข้าราชการ ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมที่จะทำงานร่วมกับภาคเอกชนไม่ว่าจะเป็น พี่น้องชาวสวนลำไย พี่น้องที่เป็นผู้ประกอบการในการส่งออก และที่สำคัญพร้อมที่จะ ทำงานร่วมกับท่านที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดอื่น ๆ ในภาคตะวันออกในการที่จะหาทางออกร่วมกัน ผมก็จะต้องดูว่าข้อร้องเรียน Requirement จากทางประเทศปลายทางซึ่งเขาเป็นผู้ค้า ก็ต้องยอมรับเขาเป็นผู้บริโภคเขาต้องการอะไร ผมก็ต้องมาคุย ทุกขั้นตอนผมยืนยันว่าจะทำงานร่วมกับท่าน ทุกขั้นตอนผมยืนยันว่าจะแจ้ง ให้พี่น้องเกษตรกร จะแจ้งให้ผู้ประกอบการรับรู้รับทราบไปพร้อม ๆ กันกับกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เราจะได้ทำงานแข่งกับเวลาครับ ก็เป็นคำตอบเบื้องต้นที่ผมขออนุญาต กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปเชิญผู้ถาม ท่านญาณธิชา บัวเผื่อน กรุณาบริหารเวลา ท่านเหลืออยู่ ๖ นาทีกับอีก ๓๐ วินาที เชิญครับ🔗
เวลาของดิฉันไม่เกินแน่นอนค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันได้ฟังคำตอบของท่านรัฐมนตรีสำหรับคำถามที่ ๑ ของดิฉัน ดิฉันก็ยัง รู้สึกว่าดิฉันยังไม่ได้รับคำตอบกับคำถามนี้ แล้วที่ท่านรัฐมนตรีได้บอกว่ายังไม่มีเอกสาร ส่งมาอย่างเป็นทางการ แต่ว่าดิฉันได้เห็นเอกสารของฝ่ายเกษตรประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจวส่งถึงปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่องของการตรวจสอบกักกันลำไย ผลสดที่ด่านนำเข้าของจีนก็มีเป็นเอกสารมาถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว แต่อาจจะ ไม่ได้เป็นเอกสารที่เป็นทางการจากจีน แต่เป็นหน่วยงานของไทยกับไทยนะคะ🔗
เข้าสู่คำถามที่ ๒ คำถามที่ดิฉันจะถามท่านรัฐมนตรีก็คือว่าท่านมีแนวทาง ในการบริหารจัดการล้งหรือผู้ประกอบการส่งออกในประเทศอย่างไร เพื่อที่จะไม่ให้ อบสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์เกินค่ามาตรฐาน จะมีคู่มือหรือมีคำแนะนำอื่น ๆ เพื่อให้ความรู้ กับล้งหรือไม่ว่าควรที่จะอบอย่างไร มีสารใดทดแทนหรือไม่ หากเจรจาได้สำเร็จในอนาคต ท่านมีมาตรการอย่างไรที่จะมาควบคุมไม่ให้ล้งอบเกินค่ามาตรฐานค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ก่อนที่รัฐมนตรีจะตอบนะครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะครู นักเรียน และบุคลากร ทางการศึกษา โรงเรียนราชดำริ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร ที่เข้ามาเยี่ยมชมและรับฟัง การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้นะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับเป็นอย่างยิ่งครับ ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคกล้าธรรม จังหวัดฉะเชิงเทรา คนภาคตะวันออก ผมก็ยังยืนยันคำตอบของผมแล้วก็พยายามจะตอบคำถามเพื่อนสมาชิก ท่านญาณธิชา บัวเผื่อน ให้มากที่สุดก็คือผมก็ยืนยันว่าผมได้รับเอกสารน่าจะเป็นเอกสาร เช่นเดียวกับที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เอ่ยถึง มันเป็นเอกสารที่ทางเจ้าหน้าที่ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ทำงานอยู่ในประเทศจีนประสานมา ก็แสดงให้เห็นว่า เรารับทราบสถานการณ์ว่าเป็นอย่างไร แล้วเราก็ประเมินว่ามันอาจจะเกิดอะไรขึ้น อันนี้ ผมยืนยันได้นะครับ ส่วนคำถามของท่านก็มาตรการต่าง ๆ ผมก็คงจะต้องดูในส่วนของในช่วง ระยะสั้นก็คงจะต้องหา Soft Loan ไปช่วยเหลือเพื่อที่จะให้ทางผู้ประกอบการเขาอาจจะ มีความเป็นไปได้หรือไม่ อย่างไร ในการที่จะรับซื้อลำไยที่กำลังออกมา โดยเฉพาะเดือนนี้ ที่ภาคตะวันออก ๗,๕๐๐ ตัน แต่ประเด็นที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เอ่ยมาก็น่าสนใจ ในเรื่องของท่านบอกว่าเป็นคล้าย ๆ Manual Book ใช่ไหมครับ ก็คือ ๑ ๒ ๓ ๔ ปฏิบัติการว่า สมมุติว่าเราเจอสถานการณ์แบบนี้ล้งจะต้องปฏิบัติอย่างไร ชาวสวนจะต้องปฏิบัติอย่างไร ซึ่งผมเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่าเรื่องนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในสมัยที่ท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ได้เจอสถานการณ์ที่เกี่ยวกับ ทุเรียนแล้วก็ทำมาแล้วก็คงจะมีมาตรการใกล้ ๆ กัน แต่อย่างไรก็ดีด้วยความเคารพท่าน ณ วันนี้เรารู้โจทย์ประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ว่ามันอาจจะเป็นแบบนั้น แต่ยังไม่มีการบอก โจทย์มา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หมายถึงว่าโจทย์จากทางจีน ดังนั้นเองอย่างที่ผมนำเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่าการเร่งเจรจาพูดคุยเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ผมจำได้ในสมัยที่ BY2 กรมวิชาการเกษตรแล้วก็ มกอช. ก็ได้ทำการพูดคุยกับทางจีนจนตกผลึกเลยว่าความต้องการ ของทางจีนเป็นอย่างไร มาตรการในการจะตรวจ ๑ ๒ ๓ ๔ เป็นอย่างไร ดังนั้นเอง ณ วันที่ มีการพูดคุย ณ วันที่มีการเจรจา อันนี้ในใจผม ผมก็อยากจะขอให้เรื่องนี้ก็ต้องให้เวลาให้กับ ประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ ให้กับชาวสวนลำไยภาคตะวันออกได้ปรับตัว ก็คงจะ เจรจาเบื้องต้นก็คงจะขอขยายระยะเวลาในการถ้าเขาจะบังคับใช้อย่างที่ท่านได้กรุณา นำเรียนชี้แจงต่อที่ประชุม แต่ถ้าไม่ได้มันก็จะต้องมี ๑ ๒ ๓ ๔ อย่างที่ผมเรียนไปว่าจะต้องทำ อะไรบ้าง เพราะถ้าเรายังไม่รู้โจทย์ว่าเขาจะให้เราทำอะไรบ้าง เราไปเขียน Manual Book มา มันก็คงจะไม่สามารถตอบโจทย์ ก็คงจะไม่สามารถขจัดปัญหาหรือว่าความกังวลใจของ พี่น้องชาวสวนลำไย หรือแม้แต่กระทั่งพี่น้องที่เป็นผู้ประกอบการได้ต่อไป ก็ไม่ต้องห่วง ท่านประธานครับ มีอะไรผมก็จะเรียนปรึกษาท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้ว เพราะว่า ผมเชื่อว่า ณ วัน นี้เรามีจุดยืนที่ตรงกันนั่นคือหาทางออก แล้วก็แก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องชาวสวนลำไยไปด้วยกันครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านญาณธิชา บัวเผื่อน เชิญครับ🔗
ท่านประธานคะ คำถามที่ ๓ ดิฉัน อยากจะถามว่าหากว่าท่านรัฐมนตรีไม่สามารถที่จะเจรจาได้ผลสำเร็จ แล้วก็ไม่สามารถ ส่งออกได้จริง ๆ ท่านมีแนวทางในการจัดการกับผลผลิตลำไยภาคตะวันออก ๔๐๐,๐๐๐ ตัน อย่างไร เอาในระยะเวลาอันใกล้ ๆ ก่อนก็ได้ค่ะ ในช่วงเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ท่านได้กรุณา แจ้งมาบอกว่าจะมีผลผลิตประมาณ ๓๐,๐๐๐ ตัน ในจำนวนนี้ถ้าส่งออกไม่ได้ก็เดือดร้อนแล้ว ก็ไม่สามารถที่จะรับประทานในประเทศได้หมดแน่นอน แล้วก็ดิฉันก็ยังอยากจะถามย้ำว่า ท่านมีแนวโน้มไปเจรจากับประเทศจีนประมาณเมื่อไร เพราะว่านี่เป็นสิ่งที่ทางผู้ประกอบการ ส่งออกและชาวสวนก็ค่อนข้างที่จะเป็นกังวล แล้วก็รู้สึกว่าท่านเป็นความหวังเดียวของ พี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไย ล้ง และผู้ประกอบการส่งออก ในวันนี้พวกเขาจึงฝากคำถาม มากับดิฉัน เพื่อที่จะมาฝากความหวังไว้กับท่านรัฐมนตรีค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบ เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถามว่ากดดันไหมที่ท่านญาณธิชา บัวเผื่อน ว่าผมเป็นความหวังเดียว ก็จริง ๆ แล้วผมเชื่อว่า รัฐสภาแห่งนี้เป็นความหวังของพี่น้องประชาชน แล้วก็ผมก็ต้องทำให้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์เป็นที่ที่พี่น้องเกษตรกรสามารถฝากชีวิตไว้ได้เหมือนกัน ดังนั้นเองผมเรียนว่า เมื่อวานที่ได้พูดคุยกันกับผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมได้ให้คนที่มีความสัมพันธ์ ที่ดีกับทางการจีน ไม่ว่าจะที่ในประเทศไทยหรือในประเทศจีนก็ตาม ได้ให้ทำนัดเรื่องเวลา ในการที่จะเข้าไปพบกันแล้ว ถ้าได้ผลอย่างไรผมจะนำเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้เร็วที่สุด แต่ผมเชื่อว่าด้วยความสัมพันธ์ที่ดีของประเทศเรากับประเทศจีนที่เรามีการค้า การขายดั่งพี่ดั่งน้องมาตลอด ผมเชื่อว่าทางการพูดคุยคงจะไม่ได้เป็นการพูดคุยที่เป็นการ พูดคุยเหมือนกับเป็นศัตรู แต่ว่าผมเชื่อว่าเป็นการพูดคุยทางการค้า และผมเชื่อว่าเขาก็น่าจะ เข้าใจ เพราะว่าความต้องการของผู้บริโภคของประเทศจีนเขาก็ให้ความเชื่อมั่นกับสินค้า ทางการเกษตรของประเทศไทย🔗
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ท่านกรุณาได้ให้ความเป็นห่วงว่าอีก ๓๐,๐๐๐ กว่าตัน ในภาคตะวันออกที่จะออกภายในอีก ๒-๓ เดือนนี้จะเป็นอย่างไร ผมเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ ก็ทราบดี แล้วก็คงจะไม่คงจะไม่ปล่อยให้พี่น้องชาวสวนลำไยเดินเดียวดาย ก็จะมีการพูดคุย หารือกันในเรื่องของการหาทางออก ถ้าจำเป็นที่จะต้องใช้เงินงบประมาณ ผมเชื่อว่าทางท่านรักษาการนายกรัฐมนตรี ท่านภูมิธรรม เวชยชัย ท่านก็มีความกรุณาแล้วก็เข้าใจปัญหาเป็นอย่างดีที่จะนำงบประมาณซึ่งเป็น ภาษีของพี่น้องประชาชนมาใช้ในส่วนนี้ เพื่อที่จะดูแลแก้ไขปัญหาเบื้องต้นให้กับ พี่น้องชาวสวนลำไยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ จบกระทู้ถามสดด้วยวาจาที่ ๑.๑.๑ แล้วนะครับ🔗
๒. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีมีบัญชามอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านภูมิธรรม เวชยชัย เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้ติดภารกิจราชการสำคัญ จึงมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เป็นผู้มาตอบกระทู้แทนตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ดังนั้นก็ขอเชิญท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้ถามคำถามเลยครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ผมขออนุญาต ตั้งกระทู้ถามสดต่อทางท่านรัฐมนตรีเกี่ยวข้องกับปัญหาในเรื่องของการดูแลช่วยเหลือ เยียวยาพ่อแม่ พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนที่มีข้อพิพาทระหว่างไทยและกัมพูชา รวมถึงในเรื่องของการสนับสนุนดูแลสวัสดิภาพ สวัสดิการของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน อยู่หน้างาน ก่อนที่ผมจะตั้งกระทู้ถามสดก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ผมทราบว่า ท่านภารกิจแน่นหนา แล้วก็วันนี้สละเวลามาตอบกระทู้ถามสดด้วยตนเอง ก็แสดงออกว่า ท่านให้ความสำคัญต่อสภาของพวกเรา ถามว่าวันนี้ผมคาดหวังอะไรจากการตอบคำถามของ ท่านรัฐมนตรีบ้าง ถ้าจะเป็นการดำเนินการอย่างที่ท่านสามารถโทรสั่งการได้เลยอย่างที่เคย เกิดขึ้นแล้วก็จะเป็นการดี แต่ถ้าไม่ถึงขั้นนั้นก็ขอคำมั่นสัญญาความชัดเจนจากรัฐบาลว่า จะดำเนินการแก้ไขอย่างไรเพื่อทำให้ประชาชนคลายข้อกังวลใจลงไปได้บ้าง ท่านประธานครับ ผมขอเริ่มการตั้งกระทู้ถามสดนี้โดยการใช้ระยะเวลาของสภาประมาณ ๒ นาทีครึ่ง จากการ เปิดคลิปที่ผมเองได้ไปเข้าพื้นที่มากับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ยกตัวอย่างอย่างเช่น ท่านธิษะณา หรือว่าท่านภัสรินที่นั่งอยู่ข้างผมทั้ง ๒ ท่านนี้ ที่ไปเข้าพื้นที่มาในช่วงวันจันทร์ วันอังคารใน ๔ จังหวัดชายแดนในอีสานใต้ เปิดคลิปได้เลยครับ🔗
ทั้งหมดนี้ เป็นเสียงสะท้อนจากหน้างานจริง ๆ นะครับท่านประธาน ถามว่าความสับสนที่เกิดขึ้น คืออะไร ผมลองยกตัวอย่างที่ท่านเห็นในคลิปจะมีประชาชนที่สอบถามว่าการขอรับเงิน เยียวยาทำไมต้องซื้อเอกสาร จริง ๆ แล้วไม่ใช่ค่าซื้อเอกสาร เป็นค่า Xerox ค่า Copy เอกสาร ซึ่งเป็นเอกสารแบบฟอร์มของกระทรวง พม. มีทั้งสิ้น ๑๑ หน้า ก็เลยต้องจ่าย ค่าเอกสาร ๑๑ บาท ในการขอ Xerox สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ผมอยากสะท้อนปัญหาอะไรครับ ท่านประธาน ผมอยากสะท้อนปัญหาว่ามีความสับสน ความเข้าใจผิด ความเข้าใจไม่ตรงกัน ปฏิบัติไม่ตรงกันอยู่หน้างานอีกเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นจากปัญหาทั้งหมดต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าวมา ซึ่งสะท้อนออกผ่านคลิปเสียง ผมเชื่อว่าปัจจุบันทางรัฐบาลเองก็มีมาตรการหลาย ๆ ส่วน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องมาตรการ ที่ลดค่าน้ำ ค่าไฟ แต่ก็ยังมีข่าวออกอยู่ว่าประชาชนกลับจากศูนย์พักพิงไปที่บ้านเจอบิลล์ ค่าน้ำมา เขาก็ตกใจว่าตกลงแล้วมีการยกเว้นจริงหรือไม่ หรือเป็นในเรื่องของมาตรการในการ จ่ายเงินทดแทนจากการสูญเสียรายได้ต่าง ๆ ทุกวันนี้เขาก็ยังไม่ได้รับ แล้วก็เรียกร้องว่า อยากจะได้รับเป็นรายครัวเรือนสามารถทำได้หรือไม่ อย่างไร การจ่ายค่าเสียหายจากกรณี ที่บ้านพังหรือว่ารถเสียหายนี้จะต้องมีกระบวนการในการทำอย่างไรบ้าง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ วันนี้จริง ๆ ผมอยากได้ความชัดเจนจากทางท่านรัฐมนตรี หากจะให้ผมกล่าวโดยสรุป ในการถามครั้งแรก ผมขอให้ท่านรัฐมนตรีตอบเพื่อความชัดเจน ๒ ประการครับ อย่างแรก ก็คือในเรื่องของการแก้ไขปัญหาการจ่ายเงินชดเชยเยียวยาแก่พ่อแม่ พี่น้องประชาชน ทั้งหมดปัญหาที่ผมได้กล่าวมาแล้วแสดงออกผ่านการเปิดคลิป กับส่วนที่ ๒ ก็คือการดูแล สวัสดิการ สวัสดิภาพ ของเจ้าหน้าที่หน้างานไม่ว่าจะเป็นชุด ชรบ. หรือว่าแม้แต่เจ้าหน้าที่ สาธารณสุขที่ผมได้ไปเข้าพื้นที่ในโรงพยาบาลพนมดงรักมายังพบว่าเจ้าหน้าที่หลาย ๆ ท่าน มีภาวะ PTSD ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ ทางรัฐบาลมีแนวทาง หรือมาตรการในการดูแลในส่วนนี้อย่างไรบ้าง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ ท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ตอบคำถาม เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรักษาราชการแทนท่านนายกรัฐมนตรี ท่านภูมิธรรม เวชยชัย ให้ได้มาตอบคำถามของทางท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่ได้ลงพื้นที่แล้วก็ได้รับทราบ ปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่อยู่บริเวณชายแดน ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ แล้วก็อุบลราชธานี แล้วก็ได้นำมาสะท้อนต่อสภาผู้แทนราษฎร ให้ได้ หาแนวทางในการร่วมกันช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ได้ตรงตามกับสภาพความเป็นจริง มากที่สุด ดิฉันเองในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่มีหน้าที่ในการดูแล ในเรื่องนี้โดยตรงเลยในการดูแลเยียวยาก็ได้ติดตามปัญหานี้มาโดยตลอดเช่นเดียวกัน ตั้งแต่ เกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ดังที่ท่านได้ทราบกันดีว่าเราเองนั้นก็ได้มีการพูดคุยกัน ที่สภาแห่งนี้ในเรื่องของแนวทางการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แล้วนั่นก็ทำให้เกิดการอนุมัติเงิน จำนวน ๑๐๐ ล้านบาท ลงไปในทุกจังหวัด ๗ จังหวัดชายแดนนี้ เพื่อที่จะให้เกิดการ ขับเคลื่อนในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างรวดเร็ว เป็นการกระจายอำนาจลงไปสู่ ในพื้นที่ให้ได้มีการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ทางท่านนายอำเภอแต่ละ อำเภอให้สามารถอนุมัติงบประมาณที่มีอยู่ในมือนั้นได้ทันที🔗
ในส่วนที่ทางท่าน สส. ณัฐพงษ์ ได้สอบถามถึงในเรื่องของการจ่ายเงินเยียวยา ที่ดิฉันเองนั้นก็ได้มีโอกาสนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่าขั้นตอนในการที่จะ ดำเนินการนั้นจำเป็นเร่งด่วนในเรื่องของการอพยพมาตั้งแต่วันที่ ๒๔ กรกฎาคม พี่น้องประชาชนก็คือเข้าศูนย์อพยพในส่วนนั้นก็สามารถที่จะใช้เงินที่อยู่ในท้องถิ่น ทาง อปท. สั่งจ่ายได้ทันที แล้วก็ในส่วนที่หลังจากมีการอพยพมาแล้วที่ทางฝ่ายความมั่นคงนั้น ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้ เราก็ได้มีการมอบสิ่งของที่มีความจำเป็นกับการดำรงชีพให้กับ พี่น้องประชาชนกลับไปที่บ้านด้วย นั่นก็คือในส่วนที่เราทำได้ทันที แล้วก็ในส่วนที่บ้านเรือน ที่ได้รับความเสียหายที่ท่านได้ทราบจากข่าว ดิฉันขออนุญาตให้ทางฝ่ายโสตได้ขึ้นสไลด์ เพื่อที่จะให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชนค่ะ🔗
ดิฉันขออนุญาต Update ในสไลด์ชุดนี้ก่อนแล้วกัน ก็คือผลของการซ่อมแซมบ้านที่ได้รับ ความเสียหายจากเหตุปะทะบริเวณชายแดน ในส่วนที่พบนี้จังหวัดสุรินทร์มีบ้านเรือน ที่เสียหายจำนวน ๑๐๗ หลัง ก็ได้มีการดำเนินการซ่อมแซมไปแล้ว ๕๘ หลัง แล้วก็ อยู่ระหว่างการซ่อมแซมอีก ๔๙ หลัง แล้วก็ที่จังหวัดอุบลราชธานีมีบ้านที่เสียหาย ๑๓๗ หลัง ได้ซ่อมแซมไปแล้ว ๑๒๙ หลัง แล้วก็อยู่ระหว่างการซ่อมแซมอีก ๘ หลัง ที่จังหวัดบุรีรัมย์ มีบ้านเรือนเสียหาย ๑๖ หลัง ซ่อมแซมไปแล้ว ๑๔ หลัง แล้วก็อยู่ระหว่างการซ่อมแซมอีก ๒ หลัง ที่จังหวัดศรีสะเกษมีบ้านเรือนเสียหาย ๔๔๕ หลัง ซ่อมแซมไปแล้ว ๑๓๔ หลัง อยู่ระหว่างการซ่อมแซมอีก ๓๑๑ หลัง อันนี้ก็เป็นข้อมูลโดยสังเขปสำหรับบ้านเรือน ที่เสียหายทั้งหลังแล้วก็ได้รับผลกระทบไม่สามารถที่จะเข้าอยู่อาศัยได้ แล้วรัฐบาลเองก็ยังได้ มีการอนุมัติในการช่วยเหลือในเรื่องของค่าน้ำ ค่าไฟ ในเดือนกรกฎาคมแล้วก็สิงหาคม ว่าไม่ให้มีการจัดเก็บใด ๆ แต่ที่เป็นข่าวออกมาว่ายังมีบิลล์มาจัดเก็บที่บ้านอยู่ นั่นอาจจะเป็น เพราะว่ามี ๒ ส่วนด้วยกันก็คือเป็นของเดือนมิถุนายนที่ทางการการไฟฟ้านั้นมาจัดเก็บ ย้อนหลังไป ซึ่งได้สร้างความเข้าใจให้กับทางการไฟฟ้ากับทางประชาชนได้ทราบแล้วว่า เหตุที่มีบิลล์ย้อนหลังมาเพราะอะไร แล้วก็ยังมีบางส่วนที่เป็นของเดือนกรกฎาคม แต่ว่ายังมี การจัดเก็บอยู่นั่นเป็นเพราะว่าบิลล์นั้นออกในช่วงของปลายเดือนมิถุนายน ต้นเดือนกรกฎาคม แต่ว่าในส่วนที่เราได้ประกาศไปนั้นคือของต้นเดือนกรกฎาคม ก็เลยทำให้มีบิลล์เพิ่มเข้ามา ซึ่งดิฉันเองก็ได้ประสานกับทางการไฟฟ้าว่าขอให้แก้ปัญหานี้โดยการที่บิลล์ที่พี่น้องประชาชน จ่ายไปแล้วของเดือนกรกฎาคมให้ไปหักกลบกับในเดือนต่อ ๆ ไป ก็คือไม่ต้องไปจัดเก็บ พี่น้องประชาชนในเดือนต่อ ๆ ไป ให้ใช้เงินจำนวนนั้นถือว่าจ่ายไปเลยของเดือนในอนาคตด้วย แล้วก็ยังมีในส่วนของการที่เราได้รับการช่วยเหลือจากทางภาคเอกชน มีการไปมอบบ้าน Knock Down ให้กับพี่น้องประชาชนที่บ้านเสียหายทั้งหลังให้เขาได้มีพื้นที่ในการที่จะพักพิง ชั่วคราวในระหว่างที่บ้านสร้างอยู่ด้วย อันนี้ก็ขออนุญาตได้นำเสนอให้ทางท่านสมาชิกนั้น ได้รับทราบว่าเราเองมีความตั้งใจที่จะดูแลพี่น้องประชาชนให้ได้อย่างดีที่สุด อันนี้ก็คือภาพที่ ดิฉันได้ลงพื้นที่ร่วมกับทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านทวี สอดส่อง นำบ้าน ที่มอบให้จากทางท่านดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ไปมอบให้กับพี่น้องประชาชนที่บ้านเสียหาย ทั้งหลัง ซึ่งในช่วงที่อยู่ที่ศูนย์อพยพก็ไม่มีปัญหาเพราะว่ามีที่พักพิง แต่พอทางฝ่ายความมั่นคง อนุญาตให้กลับมาบ้านแล้วก็พบว่าบ้านเสียหายทั้งหลังก็ต้องใช้เวลาในการรื้อถอน แล้วก็ ซ่อมแซมแล้วก็สร้างขึ้นมาใหม่ ฉะนั้นบ้าน Knock Down นี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ พี่น้องประชาชนนั้นได้บรรเทาความเดือดร้อนลงไป🔗
ภาพถัดไป อันนี้ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่จังหวัดศรีสะเกษที่ดิฉัน ได้ลงไปในพื้นที่ พร้อมกับทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ได้ไปพบกับ ผู้เสียหายโดยตรงในส่วนนี้ซึ่งเราก็จะชดเชยให้ครบถ้วน แล้วก็ในประเด็นที่ท่านสอบถามถึง ผู้ที่ต้องอยู่ในศูนย์อพยพไม่ได้ทำงานหรือว่าไม่มีรายได้ในช่วงนั้นจะทำอย่างไรอย่างที่ท่าน เปิดคลิปให้ดูเมื่อสักครู่นี้แล้ว ดิฉันก็ได้ทำการสำรวจอยู่ในขณะนี้ว่าแต่ละพื้นที่นั้นเองเรามี จำนวนของผู้ที่ต้องให้ได้รับการช่วยเหลือเท่าไร ซึ่งในจังหวัดอุบลราชธานีเรามีพื้นที่ ในการประกาศ ๓ อำเภอ ที่จะเป็นเขตที่ให้การช่วยเหลือ พื้นที่ศรีสะเกษ ๕ อำเภอ สุรินทร์ ๑๗ อำเภอ บุรีรัมย์ ๓ อำเภอ สระแก้ว ๔ อำเภอ จันทบุรี ๑๐ อำเภอ ตราด ๓ อำเภอ ทั้ง ๗ จังหวัด ซึ่งเราก็ต้องมาดูว่ารายละเอียดของแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน เช่น ใน ๔ จังหวัดของ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเยอะ มีผู้อพยพมาอยู่ในศูนย์พักพิง หลายวันเกิน ๑๕ วัน แล้วก็ในส่วนอีก ๓ จังหวัด ไม่ว่าจะเป็นตราด จันทบุรี แล้วก็ ทางจังหวัดสระแก้ว มีผู้อพยพไม่เกิน ๗ วัน เราก็ต้องมีอัตราในการที่จะดูแลแตกต่างกัน ฉะนั้นในขณะนี้ที่ท่านเองมีความกังวลแล้วก็อยากจะสอบถาม ซึ่งจากเหตุการณ์เกิดวันที่ ๒๔ กรกฎาคม มาในวันนี้คือวันที่ ๒๑ สิงหาคม ก็เกือบจะครบ ๑ เดือน ซึ่งขณะนี้ข้อมูลที่เรามี อยู่ในมือนั้นก็สามารถที่จะทำให้เกิดการทำงานได้อย่างต่อเนื่องด้วย ไม่ช้าเกินไปแล้วก็ ไม่สะดุดหรือว่าพี่น้องประชาชนจะเข้าใจว่ามันเยียวยาล่าช้าหรือไม่ แต่ดิฉันคิดว่าถ้าอยู่ใน พื้นที่จากการที่เราได้ไปสัมผัสแล้วก็การพูดคุยมันมีการช่วยเหลืออยู่เป็นลำดับขั้นตามลำดับ ระยะเร่งด่วน ระยะปานกลางแล้วก็ระยะยาวต่อไป ดิฉันคิดว่าขอให้ทางท่านสมาชิกได้ คลายกังวลในเรื่องนี้ แต่ก็เป็นเรื่องดีที่ท่านได้ไปรับฟังความคิดเห็นหรือปัญหาในพื้นที่ แล้วก็ ได้มาปรึกษาพูดคุยกันเพื่อที่จะให้เกิดความสมบูรณ์ ความรอบคอบในเรื่องของการใช้ งบประมาณของทางรัฐให้ได้มากที่สุด เพราะเราอยากที่จะให้งบที่อนุมัติไปแล้วนั้นไปอยู่ที่ ผู้ที่ประสบภัยอย่างแท้จริง ไม่ใช้มาตรการที่เรียกว่าแจกกราด แจกไปให้หมด แจกไปเลย แต่ใช้หลักเกณฑ์ที่เรามีอยู่ให้ได้ตรงตามกับข้อกฎหมายหรือข้อบังคับที่กำหนดไว้ด้วย ในส่วน ที่เป็นหลักเกณฑ์ที่อาจจะเป็นระเบียบที่ทำให้การทำงานเป็นอุปสรรคนั้น ทางกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยก็สามารถที่จะของดเว้นการใช้หลักเกณฑ์ได้ทันทีด้วยเช่นเดียวกัน ในประเด็นที่ท่านเองอาจจะเห็นว่าอันนี้สามารถช่วยเลย เราทำแล้วและทำได้สมบูรณ์ด้วย ในส่วนข้อแรกที่ท่านได้สอบถาม🔗
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องของ ชรบ. อสส. หรือแม้แต่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ท่านเองนั้นได้ทราบดีว่าในช่วงที่ประสบภัยเขาได้ลงพื้นที่กันอย่างหนักในการอพยพ พี่น้องประชาชนออกมาจากบ้านเรือนไปอยู่ที่ศูนย์ หรือแม้แต่ตอนที่พี่น้องประชาชนที่เป็น ผู้สูงอายุหรือสตรี เด็ก อยู่ในศูนย์ก็ตาม แต่กลุ่ม ชรบ. เหล่านี้ก็ยังต้องตระเวนอยู่ในหมู่บ้าน ที่มีความเป็นอันตราย ไม่รู้ว่ากระสุนหรือปืนใหญ่จะตกมาเมื่อไร แต่เขาก็ได้เสียสละแล้วก็ อาสาทำหน้าที่ แล้วก็ทำงานในส่วนของการสนับสนุนภารกิจของเจ้าพนักงานให้ได้มี ความสมบูรณ์ด้วย ซึ่งภาพที่โชว์อยู่ในจอขณะนี้ก็คือจำนวนที่เราเองนั้นได้สำรวจมาว่า มี ชรบ. อยู่ในพื้นที่เท่าใด แล้วก็เราจะต้องใช้งบประมาณเท่าใดในการที่จะมาอุดหนุน มาเป็นค่าตอบแทนซึ่งมีอยู่แล้วในส่วนนี้ แล้วก็ดิฉันเองคิดว่าเป็นการดีที่ทุกคนนั้นได้มี ความเห็นพ้องต้องกันว่าเราต้องดูแลกลุ่มอาสาสมัครเหล่านี้ให้เขาได้มีขวัญและกำลังใจ ในการปฏิบัติภารกิจให้พี่น้องประชาชนต่อไปค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีต้องเผื่อเวลาเพื่อตอบคำถามต่อไปด้วยนะครับ ก่อนท่านณัฐพงษ์ ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้บริหาร ผู้อำนวยการสถานศึกษา ครูที่ปรึกษา คณะกรรมการสภานักเรียนจากเทศบาลนครราชสีมา อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับเป็นอย่างยิ่งครับ คณะต่อไปครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรสิทธิมนุษยชน สำหรับ นักบริหารระดับสูง รุ่นที่ ๔ จากสถาบันพระปกเกล้า ขอต้อนรับด้วยความยินดียิ่งครับ ขอบคุณครับ เชิญท่านณัฐพงษ์คำถามต่อไปครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธาน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ผมต้องนำเรียนท่านประธานแล้วก็ท่านรัฐมนตรี ด้วยข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งว่าผมเชื่อว่าผมแล้วก็ท่านรัฐมนตรีเองรวมถึงเพื่อนสมาชิกทุกคน ทราบดีอยู่แล้วว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการในการช่วยเหลือเยียวยาพ่อแม่ พี่น้องประชาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่หน้างานอย่างไรบ้าง แต่ปัญหาที่วันนี้ ผมอยากจะนำมาสะท้อนรวมถึงตัวผมเองมีข้อเสนอบางส่วนอยากจะให้ท่านเห็นก็คือช่องว่าง ระหว่างระดับนโยบายก็คือรัฐบาลที่ทำงานบริหารประเทศอยู่ในระดับบน กับช่องว่างที่ เกิดขึ้นกับระดับผู้ปฏิบัติงานข้างล่าง หลาย ๆ มาตรการที่ท่านได้บอกมาเป็นสิ่งที่ผมเชื่อว่า เป็นประโยชน์ เจ้าหน้าที่ได้เตรียม ข้อมูลให้ท่านมารายงานสถานการณ์ล่าสุดว่าได้มีการ ช่วยเหลือเยียวยาพ่อแม่ พี่น้องประชาชน ในแต่ละจังหวัดไปมากน้อยอย่างไรแล้วบ้าง แต่จาก คลิปที่ผมได้เปิดให้ท่านดูในช่วงเวลาประมาณ ๒ นาทีกว่า ๆ นั้นได้สะท้อนให้เห็นว่า คนส่วนใหญ่ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ในพื้นที่เขายังตกอยู่ในภาวะที่เครียด เพราะว่าการ ขาดความชัดเจนครับ ผมเข้าใจดีว่าในเรื่องของการจ่ายเงินชดเชยเยียวยาบางส่วนนั้นต้องเป็นไปตามระบบระเบียบ ราชการ ต้องใช้กระบวนการในการพิสูจน์ ผมเข้าใจข้อนี้ดี แต่ถ้าหากเราจะมองกระบวนการ ในส่วนนี้ว่าบางอย่างต้องใช้กระบวนการราชการ แต่ท่านช่วยให้ความชัดเจนกับพวกเขา นิดหนึ่งได้ไหมว่าตกลงแล้วการขอเงินชดเชยเยียวยาในแต่ละด้าน ๑. ขอที่ใคร ๒. หลักเกณฑ์ เป็นอย่างไร ๓. กระบวนการใช้ระยะเวลาเท่าไร เขาจะได้ไม่ต้องมานั่งรอความหวังทุกวันทุกคืน ทุกวันนี้นอกจากเขาที่ต้องระแวงว่ากระสุนจะมาตกที่บ้านของเขาหรือเปล่า เขายังต้อง คอยระวังว่าเขาจะตกข่าวหรือเปล่า ตกข่าวว่าอะไร อย่างยกตัวอย่างในคลิปที่เกิดขึ้นบุรีรัมย์ ทำไมได้ ๓,๐๐๐ บาท ทำไมสุรินทร์ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่เกิดจากความเข้าใจผิดเนื่องจากว่า เป็นงบประมาณประจำในกระทรวง พม. หน่วยงานในพื้นที่เขาก็พยายามหาทุก ๆ ช่องทาง อะไรที่พอจะเบิกได้ก็ไปเบิกจากงบเปราะบาง ประชาชนก็เลยมีคำถามอีก ทุกวันนี้ทุกคน เดือดร้อน ทุกคนขาดรายได้ ทำไมต้องจ่ายให้เฉพาะกลุ่มคนเปราะบาง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของระบบราชการที่ผ่านมา นโยบายที่ผ่านมา แต่เกิด จากความไม่ชัดเจน และผมอยากจะเน้นย้ำอีกครั้งหนึ่งครั้งครับท่านรัฐมนตรี วันนี้เราเห็น ปัญหาตรงกัน สิ่งที่ผมอยากได้ยินจากท่านและจากรัฐบาล ๑. ความชัดเจน ๒. ถ้าท่านเห็น แล้วว่าระบบระเบียบราชการปัจจุบันเป็นปัญหาอุปสรรคอย่างไร ช่วยกลับไปแก้ไขระบบ ระเบียบราชการต่าง ๆ เหล่านั้นเพื่อทำให้เกิดการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนอย่างเร็วที่สุด ได้หรือไม่ ผมมีข้อเสนอมาในส่วนคำถาม ครั้งที่ ๒ ที่อยากจะส่งข้อเสนอไปยังท่านรัฐมนตรี และผมคาดหวังอยากจะได้ยิน ถ้าเป็นไปได้ให้ท่านรับปากเป็นบันทึกในที่ประชุมสภาว่า รัฐบาลจะหยิบไปทำหรือไม่หยิบไปทำอย่างไร เห็นด้วยหรือเห็นต่างอย่างไร ก็จะเป็นการดี ที่ทำให้ประชาชนที่กำลังติดตามรับฟังข่าวสารอยู่ได้สบายใจมากยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าปัญหาทั้งหมดที่พูดมาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการจ่ายเงินชดเชยเยียวยานั้น เป็นกระบวนการที่ยาก ช้าและตกหล่น ยากอย่างไรครับท่านประธาน เพราะเงินเยียวยา มีหลายช่องทาง จะมาจากงบประมาณประจำของกระทรวง พม. จะมาจากในส่วนของ ปภ. บรรเทาและป้องกันสาธารณภัย จะมาจากเทศบาล อบต. ถ้าเกินกำลังศักยภาพเขาก็ต้องไป ไปขอที่อำเภอ เกินอำเภอก็ต้องไปขอที่จังหวัด หรือจะมาจากภาคส่วนอื่น ๆ อย่างเช่น เอกชน หรือว่าสภากาชาดที่เขามีเงินช่วยเหลือประชาชนในส่วนนี้ มีหลากช่องทางมาก ถามผมวันนี้ แม้แต่ตัวผมเองก็จำไม่หมด กระบวนการในการขอยื่นแบบฟอร์มต้องกรอกอะไรบ้าง เอกสาร ต้องใช้อะไรบ้าง ไม่มีใครจำได้ครับ อย่าพูดถึงประชาชนตาดำ ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ ประการที่ ๒ ช้าอย่างไร ช้าเพราะต้องพิสูจน์ทราบความเสียหายตามที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบนี่ล่ะครับ กว่าจะคัดกรองกันเสร็จ กว่าจะไปพิสูจน์กันเสร็จ ผมไปลงพื้นที่เจอชาวบ้านมาบอกว่า หมูตายไปหลายตัว ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม ไม่บอกด้วยว่าจังหวัดไหน ก็ต้องไปพิสูจน์ว่าหมูตายเพราะอะไร ตายเพราะระเบิดลงหรือว่าตายเพราะตกใจเสียงประทัด ก็ต้องให้ปศุสัตว์มาตรวจสอบ นี่ละครับกระบวนการที่ช้าเพราะต้องพิสูจน์ทราบ อย่างที่ ๓ ตกหล่นเพราะอะไรครับท่านประธาน ตกหล่นเพราะต้องพิสูจน์ว่าใครเดือดร้อนบ้าง ทั้ง ๆ ที่ เห็นกันแล้วว่าทุกคนเดือดร้อนเหมือนกันหมด ทำไมเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมารัฐบาล สามารถจ่ายเงินชดเชยเยียวยาเป็นรายครัวเรือนแบบถ้วนหน้าในพื้นที่ประสบภัยได้ล่ะครับ ๕,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐ บาท ๙,๐๐๐ บาทว่าไป พื้นที่ไหนท่วมนาน ท่วมไม่นานก็จ่าย ลดหลั่นกันไปแต่จ่ายแบบถ้วนหน้าเป็นรายครัวเรือนได้หรือไม่ แบ่งจ่ายมาบางส่วนที่เยียวยา พื้นฐาน บางส่วนที่เยียวยาเฉพาะกลุ่มที่เขาเสียหาย บ้านเรือนเสียหาย รถยนต์เสียหาย วัว ควายล้มตายก็ไปพิสูจน์กัน แต่อย่างน้อย ๆ ให้พวกเขาทุกคนรู้สึกว่ารัฐไม่ได้ทอดทิ้งเขา รัฐมองเห็นทุก ๆ คน รัฐบาลมีแนวคิดอย่างไรในการเปลี่ยนกระบวนการที่ยาก ช้าและตกหล่น เป็นง่าย เร็วและทั่วถึง ทำให้ง่ายอย่างไรครับท่านประธาน ผมเสนอครับ หน่วยเยียวยาสัญจร รัฐบาลตั้ง One Stop Service ได้หรือไม่ ให้ผู้ว่าหรือ อบจ. เป็นประธานก็ได้ เป็นแกนนำ ก็ได้ เอา พม. จังหวัด เกษตรจังหวัด พาณิชย์จังหวัด อำเภอ เทศบาลท้องถิ่นทุกอย่าง ธอส. ธ.ก.ส. ไปตั้งโต๊ะตามหมู่บ้านเลยครับ และให้ประชาชนแต่ละครัวเรือนเขามีปัญหาอะไร มาหาที่โต๊ะสัญจรที่เดียว เขาติดต่อที่เดียวไม่ต้องไปติดต่อแยกทีละหน่วยงาน แล้วหน่วยงาน มี Offer อะไร มีข้อเสนอเงินเยียวยาอะไรให้เขาบ้าง บอกเขาไปเลยให้เขายื่นเอกสาร ครั้งเดียวจบ นี่คือกระบวนการแรกที่อุดช่องว่างระหว่างส่วนบนกับส่วนล่างคือตั้งศูนย์ One Stop Service แบบสัญจร ข้อที่ ๒ รวดเร็วมากยิ่งขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี รัฐบาลมีเครื่องไม้เครื่องมืออยู่แล้วครับ Digital Wallet เอย App ทางรัฐเอย ที่จะเปิดให้ลงทะเบียน ๒๐ บาท รถไฟฟ้าตลอดสาย รัฐบาล สามารถใช้ได้นี่ครับ เอามาประยุกต์ใช้กับส่วนนี้ทำให้คนส่วนใหญ่ทุกวันนี้ที่เขาเข้าถึง เครื่องไม้เครื่องมือทางด้านดิจิทัลอยู่แล้ว พ่อเฒ่าแม่แก่มีลูกหลานที่ทำงานในต่างจังหวัด สามารถกดขอรับสวัสดิการได้อยู่แล้ว รัฐบาลมีฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์อยู่แล้ว เอาเทคโนโลยีมาประกอบใช้ให้เขาได้รับความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นได้หรือไม่ ส่วนที่ ๓ ทั่วถึงอย่างไร ผมได้บอกไปแล้วแบ่งบางส่วน เยียวยาแบบถ้วนหน้าทั่วถึง บางส่วนต้อง พิสูจน์ทราบก็ว่าไปรอกันได้เป็นกระบวนการ และอย่าลืมกลุ่มที่เขาตกหล่น ผมเจอประชาชน อีกเป็นจำนวนมาก เป็นคนในพื้นที่จริง ๆ แต่ไม่มีสิทธิในที่ดินทำกินตัวเอง ไม่มีทะเบียนบ้าน เพราะฉะนั้นมันปฏิเสธไม่ได้ว่าเรายังจำเป็นที่จะต้องใช้กระบวนการกระดาษนี้อยู่บางส่วน แต่ก็ต้องมีกระบวนการที่รองรับสำหรับกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ด้วยที่เป็นกลุ่มเฉพาะ ก็อยากจะ สอบถามความชัดเจนกับท่านรัฐมนตรีครับ สามารถยกหูสั่งการใครได้เลยทันทีหรือไม่ ถ้าไม่ได้อยากจะได้ความชัดเจนว่าจะเปลี่ยนกระบวนการที่ยาก ช้า ไม่ทั่วถึง เป็นรวดเร็ว ง่าย และทั่วถึงอย่างไรได้บ้าง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณ ท่านผู้นำฝ่ายค้านครับ ท่านยังมีสิทธิจะถามได้อีกครั้งหนึ่ง เวลาที่ท่านมีเหลือ ๒ นาที ๓๑ วินาที สำหรับคำถามที่ ๓ สำหรับท่านรัฐมนตรีก็จะตอบคำถามครั้งที่ ๒ และครั้งที่ ๓ ต่อไป ท่านคงต้องสรุปตอบสั้น ๆ นิดหนึ่งครับ เพราะว่าเวลาของท่านเหลืออีก ๓ นาที ๕๙ วินาที ก่อนที่รัฐมนตรีจะตอบ ผมขอต้อนรับสำหรับผู้เข้ามาเยี่ยมชมสภาในวันนี้ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมเยี่ยมชมรัฐสภา ๓๖๐ องศา เรียนรู้ระบบ รัฐสภากับประธานคณะกรรมาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ซึ่งจัดโดย สำนักประชาสัมพันธ์สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับมูลนิธิคอนราด อเดนาวร์ ประจำประเทศไทย ขอต้อนรับทุกท่านครับ ขอบคุณทุกท่านครับ เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธาน ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอตอบคำถามของทางท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่ท่านเองมีข้อแนะนำในเรื่องของ การปฏิบัติงานในพื้นที่ด้วย ดิฉันก็ขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่ากลไกของกระทรวงมหาดไทย เราเอง แล้วก็ตั้งแต่มีการกระจายอำนาจลงไปเรามีบุคลากรที่อยู่ในพื้นที่ในเรื่องของการ รับเรื่องราวร้องทุกข์ของพี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน ในจุดที่พักอาศัยนั้นอยู่แล้ว พื้นที่ที่ดิฉัน ลงไปก็ได้รับการแจ้งจากพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยว่าในปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอก็ลงมารับเรื่อง แล้วก็ที่ท่านบอกว่ามันมีขั้นตอนมากในเรื่อง ของการมีคณะกรรมการในการตรวจสอบ นั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น แต่ที่ดิฉัน ต้องเน้นย้ำในส่วนของข้าราชการผู้ปฏิบัติงานก็คือเร่งทำให้ได้เร็วที่สุด เร่งสำรวจ รวมถึง การจัดประชุมเพื่อที่จะขออนุมัติในการสั่งจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็น คณะกรรมการ กชพอ. ที่จะอยู่ในระดับอำเภอเพื่อที่ว่าถ้าหากว่าพิจารณาแล้ว จำนวนเงินที่จะต้องชดเชยให้กับพี่น้องประชาชนสามารถใช้กำลังของทางอำเภอได้ ที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติวงเงินไปแล้ว กชพอ. ก็สามารถที่จะอนุมัติได้เลย ไม่ต้อง สั่งไปที่ กชพจ. ที่จะทำการอนุมัติเงินลงมาอีก นั่นก็คือความรวดเร็วที่ทางพื้นที่สามารถ กระทำได้เลยค่ะ แต่ที่ทางท่านได้ลงพื้นที่แล้วมีบางส่วนที่ประสบปัญหา ดิฉันก็คิดว่า เป็นเหตุการณ์ที่พี่น้องประชาชนนั้นอาจจะยังขาดในเรื่องของช่องทางในการที่จะติดต่อกับ เจ้าหน้าที่ก็มีโอกาสเป็นไปได้ แต่ดิฉันเองได้พยายามที่จะบอกว่าไม่ว่าจะมีข้อมูลอะไร เราจะต้องสื่อสารให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับทราบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบ การสื่อสารที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามา ช่องทาง LINE หรือการกระจายข่าวสารผ่านทาง เสียงตามสาย จุดประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ หรือแม้แต่ต้องเดินเท้าดิฉันก็ได้ปฏิบัติอย่างที่ดิฉัน คิดว่าทุก ๆ คนก็เห็นสมควรด้วยว่าก็คือไปเคาะประตูบ้านถามเลยว่าตรงนี้หลังคาแม้แต่เป็นรู นิดเดียวเราก็ซ่อมให้ทันที อย่างเช่นที่จังหวัดอุบลราชธานี เราเองก็มีการบูรณาการร่วมกับทางอาชีวะให้มาลงในพื้นที่ เรามีอุปกรณ์ให้ แล้วก็ให้น้อง ๆ ที่เป็นช่างอยู่แล้วมาเปลี่ยนได้เลยก็ทำให้การแก้ไขจาก จังหวัดอุบลราชธานีที่ตอนแรกมีการสั่งจ่ายใช้เงินนิดเดียว ตอนนี้ก็คือสำรวจครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นไปด้วยความคืบหน้าที่ดี แล้วก็ที่มีเอกสารต่าง ๆ ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่อง ของความไม่เข้าใจ เพราะความจริงเอกสารเหล่านี้ทางเจ้าหน้าที่จะต้องเป็นคนจัดหาบริการ อำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว จะไม่โยนภาระให้กับประชาชนจะต้องไป Xerox เพิ่มหรือไปซื้อเอกสารใด ๆ เป็นอันขาด ดิฉันก็ต้องกำชับไปว่าขอให้ทำความเข้าใจ กับพี่น้องประชาชนให้ถูกต้องเพื่อที่จะลดความสับสนตรงนี้ด้วย ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่าง เรื่องหนึ่ง เช่นในเรื่องของการไฟฟ้าเองเราก็ได้ทำ CSR ที่จะเข้าไปจัดเปลี่ยนหลอดไฟ ทั้งช่าง ทั้งหลอดไฟการไฟฟ้าให้เลยว่าบ้านไหนที่ไฟขาด ไฟเสียหาย ไฟชำรุดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ช่างของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะเข้าไปบริการทันที ดิฉันก็ประกาศไป พอไปอีกจังหวัดหนึ่ง จังหวัดหนึ่งบอกว่ามาแต่ช่างแต่ไม่มีของ นี่คือความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นได้ตลอด ฉะนั้นเป็นความสำคัญที่เจ้าหน้าที่จะต้องลงไปสื่อสารว่าสรุปแล้วก็คือการไฟฟ้าให้ทั้ง ส่วนของช่างด้วยแล้วก็ให้หลอดไฟด้วย ที่เสียหายไปติดตั้งให้ฟรีเป็นการอำนวยความสะดวก ให้กับพี่น้องประชาชนในช่วงนี้ นั่นก็คือเราต้องใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ที่ท่านบอกว่าจะทำอย่างไร ให้เกิดประโยชน์ ก็คือลงไปให้พี่น้องประชาชนมีเครื่องมือเหล่านี้ในการรับสารที่เป็นทางการ จากหน่วยงานภาครัฐ ไม่รับจากช่องทางอื่น ๆ ที่ตอนนี้ต้องยอมรับว่ามี Fake News เยอะมาก หรือว่าความตั้งใจที่จะทำให้เกิดความสับสนในสังคมก็มี อันนั้นก็เป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ แล้วเราก็ไม่ควรจะสนับสนุนให้เกิดขึ้น ฉะนั้นสิ่งที่ดิฉันได้มอบหมายให้ทางพื้นที่ลงไป ดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งจุดที่ท่านได้บอกว่าเราก็มีอยู่แล้วในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ One Stop Service ในหมู่บ้านก็คือทำอยู่แล้ว นายอำเภอท่านใดดูในส่วนความรับผิดชอบ ส่วนไหนที่ได้รับความเสียหายก็ดำเนินการได้ทันที แล้วที่ท่านบอกระบบราชการก็เป็น เรื่องจริงที่เรียกว่ามีความล่าช้าในอดีตที่ผ่านมาดิฉันคิดว่าเราเห็นตรงกัน แล้วดิฉันก็พยายาม ที่จะปรับแล้วก็ทำให้เกิดความราบรื่นในการทำงาน และที่สำคัญก็คือดูประโยชน์ของ พี่น้องประชาชนสูงสุดว่าทำอย่างไร อุปสรรคที่มันมีอยู่ในปัจจุบันนี้จะสามารถที่จะขจัดไปได้ ด้วยที่เราเองนั้นเห็นตรงกันว่าการที่เราจะมีการแก้ไขไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของระเบียบ ข้อบังคับที่เป็นอุปสรรคนั้นให้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเราต้องมาร่วมมือกันโดยใช้ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ด้วยในการที่จะทำงานต่อไป ยกตัวอย่างเช่นที่ดิฉันเคยปฏิบัติหน้าที่ ประธานคณะกรรมาธิการ DE ในวันนั้นเราผลักดันเรื่อง Cell Broadcast ที่จะทำให้สำเร็จ ขึ้นได้ ก่อนหน้านี้ไม่มีความคืบหน้า พอเราได้มาทำงานร่วมกันกับภาคของผู้แทนราษฎร ก็ทำให้การขับเคลื่อนนั้นเป็นไปด้วยความรวดเร็ว จนวันนี้เราก็มี Cell Broadcast ได้ใช้ ก่อนที่ภัยจะมา อย่างที่ดิฉันได้เคยประกาศกับสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เช่นเดียวกัน แล้วก็ คิดว่าอันนี้คือความร่วมมือของทุกคน เพราะต้องบอกว่าภัยที่เกิดขึ้นจากกองกำลังจาก นอกประเทศนี่เป็นภัยใหม่จริง ๆ เรียกว่าเราเองจะต้องมานั่งเขียนกฎเกณฑ์กันอีกครั้งหนึ่ง ในเรื่องของการดูแลเยียวยาพี่น้องประชาชน มันจะไม่เหมือนกับภัยน้ำท่วมที่มันมีกฎเกณฑ์เดิม ไว้อยู่แล้ว ๕,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐ บาท ๙,๐๐๐ บาท ครั้งที่แล้วที่เราสามารถจะจ่ายได้เลย ก็เพราะว่ามันมีน้ำท่วมบ้านเรือนเสียหาย มีดินโคลนถล่ม ๙,๐๐๐ บาท ก็ไม่พอนะคะ🔗
ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านใช้เวลาเกินมา ๒ นาที ๒๙ วินาทีแล้ว ท่านยังจะต้องตอบอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเราคงต้อง รักษาเวลา เป็นข้อบังคับนะครับ🔗
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน รับทราบค่ะ🔗
ท่านสรุป ได้เลยไหมครับ🔗
ได้เลยค่ะ🔗
เพราะยังเหลือ อีก ๑ คำถามนะครับ อันนี้ข้อบังคับนะครับ เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานมากค่ะ อันนี้ก็เป็นเหตุผลว่าในข้อมูลที่มีเยอะ เวลาที่เราได้รับ จัดสรรจากทางสภาไม่เพียงพอ ฉะนั้นถ้าหากท่านมีคำถามใดที่นอกเหนือจากนี้ดิฉันยินดี ที่จะพูดคุยแล้วก็จะได้ใช้เวลาที่มีอยู่นั้นเป็นประโยชน์ในการไปทำงานปฏิบัติหน้าที่ให้กับ พี่น้องประชาชนได้โดยตรง อีกนิดหนึ่งที่ดิฉันพูดค้างไว้เมื่อสักครู่นี้ เรื่องของการเยียวยา ๙,๐๐๐ บาท ครั้งที่แล้ว มันคือเสียหายเยอะ เรายังต้องอนุมัติเพิ่มในเรื่องของการล้างดินโคลนที่เชียงรายเพิ่มอีก ๑๐,๐๐๐ บาท โดยใช้เงินทดรองราชการ ฉะนั้นที่มีอยู่ก็ไม่เพียงพอ ฉะนั้นอันนี้เป็นภัยใหม่ ที่เราก็ต้องดูว่าบ้านเรือนไม่ได้เสียหายแต่ว่าเขาอพยพไปที่ศูนย์เราจะทำอย่างไรให้มันเกิด ความพึงพอใจกับพี่น้องประชาชนสูงสุด มันจึงไม่สามารถใช้เกณฑ์เดิมได้ดังที่ท่านได้พูดถึง ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพียงเท่านี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านถามเป็นครั้งที่ ๓ ท่านมีเวลา ๒ นาที ๓๑ วินาที เชิญครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตบริหารเวลาอาจจะใช้เวลาตั้งคำถามครั้งสุดท้ายไม่ถึง ๑ นาที หรือว่า ๒ นาทีครึ่ง เพื่อที่จะเผื่อเวลาให้ทางท่านรัฐมนตรีได้ตอบ จริง ๆ ผมอยากได้ ๒ คำตอบชัด ๆ ที่วันนี้เจ้าหน้าที่หน้างานรวมถึงพ่อแม่พี่น้องประชาชนน่าจะกำลังรับฟัง คำตอบอยู่ แล้วก็ถ้าได้รับความชัดเจนเพิ่มขึ้นผมเชื่อว่าจะเป็นกำลังใจให้กับพวกเขา เป็นอย่างยิ่ง ประการที่ ๑ ก็คือในเรื่องของการจ่ายเงินชดเชยเยียวยาเป็นรายครัวเรือน อันนี้ผมขอสะท้อนเสียงจากพ่อแม่ พี่น้องประชาชนโดยตรงผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรี เกือบทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามากน้อยไม่เป็นอะไร แต่ขอว่าอย่างน้อย ๆ ให้ทุกคน ได้รับอย่างถ้วนหน้ากันเพราะทุกคนเดือดร้อนด้วยกันหมด ผมเชื่อว่ารัฐบาลสามารถ ออกแบบได้ ท่านจะออกแบบว่าเฉพาะประชาชนที่เข้าศูนย์พักพิงรวมประมาณ ๑๘๘,๐๐๐ กว่าคน หรือจะว่าเยียวยาทั้งหมด ๘๐๐,๐๐๐ กว่าคนที่ถูกประกาศเป็น เขตภัยพิบัติก็ได้ ซึ่งอันนี้รายละเอียดไม่ข้อถกเถียงในที่นี้ แต่ผมเชื่อว่ารัฐบาลออกแบบได้ อย่างที่ ๒ ก็คือในเรื่องของเบี้ย ชรบ. ที่ทางรองนายกรัฐมนตรีภูมิธรรมเองได้ลงพื้นที่ วันที่ ๙ แล้วก็ได้มีการบอกว่าจะมีการจ่ายเบี้ย ชรบ. ให้กับเจ้าหน้าที่ตามแนวจังหวัด ชายแดนนั้นอยากจะขอทราบความชัดเจนว่าได้จริงหรือไม่และได้เมื่อไร เท่าไรครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณ ท่านผู้นำฝ่ายค้าน เชิญท่านรัฐมนตรีตอบ เวลาของท่านผู้นำมอบให้ท่าน ๑ นาที ๓๑ วินาที ให้ท่านตอบได้ครบประเด็น เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ดิฉันคิดว่าข้อนี้ดิฉันตอบไปตั้งแต่คำถามแรกที่ท่านได้ถามถึงแล้วในเรื่องของการชดเชย เป็นรายครัวเรือน ที่ดิฉันได้สรุปมาให้ท่านฟังว่าในขณะนี้เราทำแผนขึ้นมาว่าถ้าหากว่า เป็นในพื้นที่ที่อพยพเกิน ๑๕ วัน เราจะต้องชดเชยเท่าไร แล้วก็พื้นที่ ๓ จังหวัด ที่ต่ำกว่า ๗ วัน เราจะต้องดูแลเขาอย่างไรซึ่งข้อมูลอยู่ในนี้หมดแล้ว ก็ขอให้ท่านไม่ต้องกังวลอีกรอบหนึ่ง เพราะว่าเราทำงานมาโดยตลอดตั้งแต่วันที่ ๒๔ กรกฎาคมจนถึงวันนี้ ๒๑ สิงหาคม เราก็ยัง ได้ทำงานแล้วก็ให้ผ่านขั้นตอนด้วยความรอบคอบค่ะ ในส่วนของ ชรบ. ไม่ทราบว่าทาง ฝ่ายโสตจะสามารถขึ้นให้ได้อีกครั้งหนึ่งไหมคะ🔗
ที่เมื่อสักครู่ดิฉันก็ได้โชว์เอกสารแผ่นนี้ให้กับทางท่านสมาชิกให้ได้รับทราบแล้ว นั่นก็คือ ในส่วนนี้ในเกณฑ์อัตรา ความจริงแล้วไม่ได้เป็นประเด็นที่น่ากังวลเลยเพราะเราประกาศ ตั้งแต่วันแรกแล้วว่าเราสามารถที่จะจ่ายเงินให้กับพี่น้อง ชรบ. อสส. ที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ได้ โดยใช้เกณฑ์พื้นที่ที่ประสบภัยรุนแรง แล้วก็รวมถึงพื้นที่แนวหลังนี้ถ้าหากว่าไม่เกิน ๘ ชั่วโมง ก็คือวันละ ๑๒๐ บาทต่อคน แล้วก็ถ้าหากว่าเกินก็จะเพิ่มเป็น ๒๔๐ บาทด้วย ฉะนั้นตรงนี้เป็นความชัดเจนที่ดิฉันขออนุญาตนำเรียนทางท่านณัฐพงษ์ รวมถึงทางสภา ท่านประธานให้ได้มีความเข้าใจที่ตรงกันว่าในขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการอยู่แล้วค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และขอบคุณท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน จบกระทู้ถามสดที่ ๒🔗
๓. นายซูการ์โน มะทา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม🔗
เป็นกระทู้ของท่านซูการ์โน มะทา ถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เป็นผู้ตอบ ขอเรียนย้ำอีกครั้งหนึ่งว่ากระทู้ถามสดนั้นสมาชิกสามารถจะถามได้ ๓ ครั้งภายในเวลา ๑๕ นาที และรัฐมนตรีตอบ ๓ ครั้ง ภายในเวลา ๑๕ นาทีเช่นเดียวกัน ก็เป็นการถามมา ตอบไป แต่ถ้าท่านใช้เวลา ๑๕ นาที เพียงคำถามเดียวก็ถือว่าหมดเวลาของผู้ถาม ท่านรัฐมนตรีตอบก็เช่นเดียวกัน ถ้าตอบเพียงคำถามแรกหมดเวลา ๑๕ นาที ก็หมดเวลาตอบ ก็ขอให้ช่วยดูแลตรงนี้ แต่ก็จะอนุโลมให้ว่าทั้งถามและตอบให้อยู่ในเวลา ๓๐ นาที อันนี้ก็เป็น ไปตามข้อบังคับ ขณะนี้รัฐมนตรีมาพร้อมแล้ว ขอเชิญคุณซูการ์โน มะทา ถามได้ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ผมต้องขอบคุณ คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรหรือวิปรัฐบาลที่ได้ให้โอกาสผมได้มีเวลาได้ตั้ง กระทู้ถามสดถามนายกรัฐมนตรีในวันนี้ แล้วก็ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ได้มาตอบคำถามในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพ นายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้แถลงนโยบายต่อ สภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา ๑๖๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๗ โดยมีสาระสำคัญของนโยบายคือเป็นนโยบายเร่งด่วน ๑๐ ข้อ ที่จะดำเนินการทันที ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือนโยบายการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาดและครบวงจร ซึ่งจะรวม ไปถึงการตัดตอนการผลิต การจำหน่าย การให้ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน การสกัดกั้น ควบคุมการลักลอบนำเข้า การตัดเส้นทางการลำเลียงยาเสพติด และการปราบปราม การยึดทรัพย์ รวมทั้งสิ้นการดูแลช่วยเหลือผู้ติดยาเสพติดไม่ให้กลับไปสู่วงจรอีก วันนี้ปัญหายาเสพติดไม่ใช่เป็นปัญหาเล็ก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ มีเพื่อนสมาชิกหลายจังหวัดก็พูดถึงปัญหายาเสพติด ซึ่งผมเองอาจจะพูดในภาพรวม ของประเทศเพียงเล็กน้อย แต่ผมจะเน้นไปในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบทั้งจากเหตุการณ์ความรุนแรง และเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ แต่ข้อเท็จจริงก็ยังมีปัญหาเรื่องของยาเสพติดเป็นเรื่องสาระสำคัญ จากนโยบายดังกล่าว เราจะเห็นว่าทางรัฐบาลก็มีการค้นหาผู้เสพในชุมชน เพื่อเข้าสู่กระบวนการ บำบัดผู้ติดยาเสพติด มีการฝึกอบรม การบำบัดรักษาแล้วก็การฟื้นฟูสภาพทางสังคม รวมไปถึงการติดตามดูแลช่วยเหลือ เพื่อคืนคนที่มีคุณภาพกลับไปสู่สังคม ยาเสพติดเป็นภัยอันตรายสำคัญที่สังคมทุกภาคส่วน จะต้องร่วมกันรับผิดชอบ วันนี้จากนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดเร่งด่วนมา ๑ ปีเต็มว่า ต้องการที่จะขับเคลื่อนการแก้ปัญหายาเสพติดนั้น ผมเองในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็พยายามติดตามดูการทำงานของรัฐบาลที่จะเอาจริงเอาจังเรื่องการแก้ปัญหายาเสพติด อย่างไร ซึ่งผมเชื่อว่าวันนี้พี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศที่ได้รับผลกระทบกับปัญหา ยาเสพติด ก็ติดตามการทำงานของรัฐบาล แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากสะท้อนผ่านท่านประธานถึง ท่านรัฐมนตรีถึงรัฐบาลว่าวันนี้เรายังไม่เห็นหน่วยงานที่ขับเคลื่อนที่ชัดเจน ทั้ง ๆ ที่หน่วยงาน ในการแก้ปัญหายาเสพติดนั้นมีถึง ๒๗ หน่วยงานราชการทั้งหมดที่ต้องมาดำเนินการ🔗
ท่านประธานที่เคารพ เท่าที่ผมศึกษาติดตาม การทำงานวันนี้ จากเวลาการทำงาน ๑ ปีของรัฐบาลพบว่าสถิติในรอบ ๑๐ เดือนของ ปีงบประมาณปี ๒๕๖๘ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ ถึง ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๘ มีการจับกุมคดี ทั้งหมด ๒๑๐,๐๐๐ คดี จับกุมผู้ต้องหามากกว่า ๒๑๑,๐๐๐ ราย อายัดทรัพย์ได้ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท มียาบ้ามากกว่า ๘๕๑ ล้านเม็ด ยาไอซ์อีก ๔๑ ตัน ยาเฮโรอีนอีก ๑.๒ ตัน แล้วก็เคตามีนกว่า ๕ ตัน ปัญหาที่ผมอยากจะเน้นให้ท่านประธานผ่านถึงท่านรัฐมนตรีว่า เราได้ติดตามการจับ Big ยาเสพติด Lot ใหญ่ในหลาย ๆ พื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมพยายามหาข้อมูลพบว่าสถานการณ์ยาเสพติดจากในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากยาบ้าแล้วยังมีการแพร่ระบาดของยาไอซ์ เราก็ไม่เข้าใจว่ายาไอซ์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มาจากไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจับกุมยาไอซ์ในรอบ ๓-๔ ปีที่ผ่านมา ผมมีสถิติให้เห็นเปรียบเทียบให้ท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีอยากถามว่าทำไมการจับกุมยาไอซ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งไม่มีแหล่งผลิต ยาเสพติดแต่มียาไอซ์เป็นจำนวนมากในแต่ละครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดนราธิวาส มีการจับกุมยาไอซ์ในปี ๒๕๖๔ จำนวนทั้งหมด ๗๔๕ กิโลกรัม เป็นอันดับ ๑ ของจังหวัด ชายแดนภาคใต้ มีปริมาณการยึดมากกว่าจังหวัดเชียงรายซึ่งเป็นที่ทราบว่าเป็นแหล่ง ยาเสพติดอยู่ที่ ๗๓๘ กิโลกรัม ในปี ๒๕๖๖ ก็มีการจับกุมยาไอซ์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน เช่นกัน ได้จำนวนถึง ๒,๒๒๘ กิโลกรัม ผมเน้นนะครับ ๒,๒๒๘ กิโลกรัม ผมไม่รู้ว่าเวลา มันกระจายแพร่ระบาดไปในพื้นที่จะกระทบกับพี่น้องที่เป็นลูกหลานของพวกเราคนไทย หรือคนมลายูปัตตานีอย่างไร และที่สำคัญที่สุดผมก็อยากตั้งคำถาม ก่อนที่จะตั้งคำถาม ผมอยากให้ดูในปี ๒๕๖๘ มีสถิติการจับกุมยาไอซ์ จำนวน ๑๐๐ คดี ทั้งหมด ๓๘,๖๓๕ กิโลกรัม นราธิวาสอีกแล้วครับ จับกุมได้จำนวนถึง ๑,๑๖๕ กิโลกรัม วันนี้ผมอยากฟังคำตอบจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะที่ท่านได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี หรือรักษาการนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าวันนี้ก็มีตัวแทนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพราะผมเชื่อว่าการแก้ปัญหาทั้งหมดนี้จะต้องขับเคลื่อน ต้องเอาจริงเอาจัง ข้าราชการคนไหน ถ้าเกียร์ว่าง ข้าราชการคนไหนที่เกี่ยวข้อง หรือประชาชนคนไหนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ท่านจะต้องเอาจริงเอาจัง เพราะพี่น้องประชาชนเขาสะท้อนมาให้พวกเราทราบว่าเรามัวแต่ จับแต่รายย่อย เมื่อไรเราจะจับรายใหญ่ เราจับรายย่อย เราบำบัดรักษามันก็ไม่หมดในพื้นที่ ประเทศไทย คำถามที่ ๑ ถามว่ารัฐจะมีมาตรการดำเนินการอย่างไรกับการแก้ปัญหายาไอซ์ ที่มีจำนวนมากในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งปัตตานี ทั้งนราธิวาส จากคำแถลงของ ท่านรักษาการนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อันนี้เป็นคำถามที่ ๑ ครับ🔗
ขอบคุณ ท่านซูการ์โน มะทา ครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมตอบคำถามที่ ๑ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ได้รับมอบหมายจากรักษาการนายกรัฐมนตรี ท่านภูมิธรรม เวชยชัย ให้มาเป็นตัวแทนตอบกระทู้ถามสดครับ คำถามของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านซูการ์โน ผมจะเรียกว่าเป็นคำถามที่เกี่ยวกับการค้ายาเสพติดรายสำคัญ โดยเฉพาะ สิ่งที่ท่านได้พูดมาก็ได้เห็นภาพรวมของรัฐบาลในการแก้ปัญหา ซึ่งท่านบอกว่าจับยาบ้าได้ ๘๐๐ ล้านกว่าเม็ด แต่ความจริง ๙๐๐ ล้านกว่าเม็ด ซึ่งในปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ ที่เราประกาศ จับยาบ้านั้นได้ปีละ ๗๐ ล้านเม็ดเอง นี่แสดงว่าจำนวนยาที่จับได้ ส่วนที่จับไม่ได้เราไม่รู้เท่าไร แล้วก็ปริมาณไอซ์พบว่าตอนนี้ก็ ๔๐,๐๐๐ กว่ากิโลกรัม ก็ถือว่าเยอะมาก ทีนี้ปัญหาก็คือว่า ทำไมยาทั้งหมดขณะนี้ไม่ได้ผลิตในประเทศไทย ผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน แล้วยาทั้งหมด มันเดินทาง โดยเฉพาะท่านถามว่าทำไมเดินทางมาถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างไร เหตุที่เดินทางมาได้เพราะมันมีนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ นักค้ายาเสพติดรายสำคัญนี่เป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อชาติ คือตัวเขาไม่คำนึงถึงชีวิตคนอื่น เพราะว่ายาเสพติดนอกจากทำลายทั้งระบบเศรษฐกิจ ความมั่นคงแล้วยังทำลายระบบ ครอบครัว บุคคลที่ก้าวพลาดไปติดยาเสพติดครอบครัวบางทีทรมานกว่าคนติดยาอีก แล้วก็ นักค้ายาเสพติดรายสำคัญที่เขาสามารถนำยามาได้ เราพบว่าในเรือนจำเราก็พยายาม ยกระดับกระบวนการยุติธรรมก็คือในเรือนจำจะมีประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคนที่ในจำนวน ๒๘๐,๐๐๐ คน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน เกี่ยวกับยาเสพติด ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของยาเสพติด ในเรือนจำจะเป็นข้อหาจำหน่าย ส่วนข้อหาเสพ ครอบครองนั้นจะคุมประพฤติ เมื่อเรามี จำนวนมากแล้วทำไมยาเสพติดเราก็จับนักค้า แต่นักค้าทั่วไปมันเป็นนักค้าทั่วไป ไม่ใช่นักค้า ยาเสพติดรายสำคัญ เพราะนักค้ายาเสพติดรายสำคัญมันจะผูกพันกับผู้มีอำนาจ ข้าราชการ เขาเรียกว่าเป็นไม้ค้ำเพื่อให้ตัวเองสามารถดำเนินการอยู่ได้ ผมได้รับข้อมูลเมื่อสักครู่ อย่างกรณีไอซ์เรามายกเอา ๕ จังหวัด แค่ปี ๒๕๖๘ ถ้า ๕ จังหวัด ก็ ๒,๙๙๑ กิโลกรัม ท่านทราบไหมว่าไอซ์ในประเทศไทยราคากิโลกรัมละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าหลุดไป ออสเตรเลีย ถ้าหลุดออกไปจากชายแดนมันเพิ่มขึ้นไปอีก ๑๐๐ เท่า ก็ ๓๐๐ ในจำนวนที่จับ ๒,๙๙๙ กิโลกรัม ถ้าหลุดออกไปสามารถทำรายได้ให้ ๘๙๗,๓๐๐ ล้านบาท ท่านดู ไม่มีธุรกิจ อะไรที่ทำผลประโยชน์ให้กับองค์กรค้ายาเสพติด แล้วก็ธุรกิจประเภทนี้เราพบว่าผู้ผลิต ผู้บงการ ผู้ค้า มีรายได้มาก แต่มีความเสี่ยงในการถูกจับกุมค่อนข้างน้อย ส่วนผู้ที่เข้าไปติดคุก ไม่ว่าเป็นผู้เสพหรือผู้ค้ารายย่อยหรือผู้ลำเลียงจะมีความเสี่ยงมาก บางทีได้ค่าขนแค่หลักแสน ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท คราวนี้ย้อนมาดูที่ท่านถามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพื้นที่ที่เป็นเฉพาะ โดยเฉพาะเราติดกับชายแดนและมีทะเลล้อมรอบ โดยเฉพาะ ในนราธิวาสก็มี ๓ อำเภอ คือ ตากใบ สุไหงโก-ลก และแว้ง จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ทำให้ สามารถลำเลียงไปได้ แต่อย่างที่ผมได้เรียนว่าเมื่อเราลำเลียงไปได้ ยาเสพติดมันเป็น สิ่งไม่มีชีวิต เป็นสารเคมีสังเคราะห์มันจะเดินทางมาได้มันต้องมีคนบงการ คนสั่ง ซึ่งก็เรียนว่า ไม่ใช่รัฐบาลนี้ ย้อนไปนานก็พบว่ามีปริมาณยาโดยเฉพาะยาไอซ์คือผลตอบแทนมันสูง เป็น ๑๐๐ เท่าของประเทศไทยจึงทำให้มีนักค้า เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีการจับกุมไอซ์ของ ชาวต่างชาติอยู่ในเรือนจำนราธิวาส เขาบอกว่าเขาทำออกได้ประมาณสัก ๑๐ กว่าครั้งถึงจะ ถูกจับกุมได้ ๑ ครั้ง ดังนั้นผลประโยชน์ของยาเสพติดจึงมโหฬาร ที่เรียนวันนี้รัฐบาลเรามี ความจริงจัง เราเห็นว่าแผนบูรณาการนั้นเราใช้บูรณาการมาเรื่อย ยิ่งบูรณาการทำไมยาเสพติด ยิ่งเยอะ เราน่าจะมาทบทวนเป็นแผนยุทธการเพื่อแก้ปัญหายาเสพติด ซึ่งขณะนี้ผมกับ ทางท่านภูมิธรรมก็บอกว่าทำอย่างไรจะให้พื้นที่ชายแดนเป็นพื้นที่ปลอดจากการค้ายาเสพติด ซึ่งมาตรการเผอิญคำถามท่านอาจจะไปโยงข้อต่อไปหรือเปล่า แต่ถ้าผมจะตอบถ้าคำถาม ข้ออื่นมันไปซ้ำท่านอาจจะตัดนะครับ🔗
ประการที่ ๑ ต้องสร้างภูมิคุ้มกันคือภูมิคุ้มกันอันหนึ่งก็คือบุคคลที่จะมาเป็น นายอำเภอ จะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด จะเป็นผู้กำกับหรือรับผิดชอบนี่เราต้องคัดกรอง คือไม่เช่นนั้นผู้มีอิทธิพลจะมีอำนาจเหนือกว่า แล้วโดยเฉพาะบุคคลที่เข้าไปสามารถแก้ปัญหา ยาเสพติดจะต้องไม่ถูกย้ายเพราะนักค้ายาเสพติด ซึ่งอันนี้ผมก็ได้คุยกับ ผอ. กอ.รมน. ทำอย่างไรถ้ายังจะเห็นยาเสพติดเดินทางมาถึงสุไหงโก-ลก มาถึงตากใบ ถึงแว้ง หรือถึงชายแดนแถวสงขลา แถวสตูล ต้องมาถอดบทเรียนว่ามันเดินทาง มาได้อย่างไร อย่างน้อยที่สุดต้องดูที่ข้าราชการบกพร่องไหม เพราะประมวลยาเสพติดนั้น ให้อำนาจของเลขาธิการ ป.ป.ส. ซึ่งเลขาธิการ ป.ป.ส. ทั้งท่านปัจจุบันที่จะเกษียณและ ท่านใหม่จะยกระดับ ถ้าเราแก้ปัญหาไปที่ตัวข้าราชการ บุคคลต่าง ๆ ถ้าพบว่ายังมีส่วน เกี่ยวข้องเราก็ต้องมีโทษเสนอ ครม. ให้โยกย้าย ให้ลงโทษ แต่ถ้าเกิดเขาทำดีจะต้องปกป้อง ไม่ว่าอิทธิพลของนักค้ายาเสพติดใด ๆ จะต้องไม่ไปย้ายเขาได้ อันนี้คือเป็นเรื่องที่ต้อง ดำเนินการ🔗
ประการที่ ๒ ที่ต้องดำเนินการก็คือเราจะต้องตรวจสอบพฤติกรรม โดยใช้กฎหมายฟอกเงินต้องทำอย่างจริงจัง แล้วก็กฎหมายฟอกเงินจะต้องทำตาม พยานหลักฐานไม่กลั่นแกล้งใคร ซึ่งในขณะนี้กฎหมายฟอกเงินไม่ต้องไปทำใหม่ ไอซ์จำนวน ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ กว่ากิโลกรัมนั้น บางที ๑ กิโลกรัมก็สามารถโยงไปถึงผู้บงการแล้ว เราจะต้อง ยึดทรัพย์แล้วก็ต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ซึ่งอันนี้ก็อยากจะเรียนให้ทราบ แต่ที่สำคัญที่สุด คือเราต้องให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนต้องให้กำลังใจเพื่อแก้ปัญหา แล้วก็สิ่งสำคัญก็คือรัฐบาล จะมีตัวชี้วัด ตัวชี้วัดของรัฐบาลก็คือเราจะไปดูว่านักค้ายาเสพติดรายสำคัญได้ถูกจัดการ ได้ถูกแก้ปัญหา ได้ถูกดำเนินคดี ปลายทางของนักค้าทรัพย์ต้องถูกยึด ตัวต้องไปอยู่ ในเรือนจำ อันนี้ถึงอยากจะเรียนให้ทราบครับ อันนี้คือเป็นมาตรการหนึ่ง แล้วก็ควรจะใช้ กฎหมายที่เรามีอยู่ภาคใต้กฎหมายพิเศษ เช่น กฎอัยการศึก หรือ พ.ร.ก. ฉุกเฉินนั้นไม่ควร จะไปใช้กับประชาชนแล้ว ต่อไปนี้ต้องใช้กับนักค้ายาเสพติด หรือเจ้าหน้าที่ที่ไปค้ายาเสพติด ใช้กฎอัยการศึกนำมาซักถามเพื่อขยายผลอันนี้คือมาตรการที่เราต้องแก้ปัญหา เพราะวันนี้ ยาเสพติดเป็นวิกฤติถ้าปล่อยมันจะเป็นรูปแบบเดิม ซึ่งผมก็จะมีตัวชี้วัดในเดือนต่อไป หรือในปีใหม่ซึ่งขณะนี้ก็มีการตื่นตัว ข้อแรกก็จะตอบโดยภาพกว้างอย่างนี้ก่อนครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมครับ ขอเชิญผู้ถามท่านซูการ์โน มะทา ได้ถามเป็น ครั้งที่ ๒ ท่านมีเวลาที่จะถามอีก ๒ คำถาม เวลา ๖ นาที ๕๔ วินาที เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แล้วก็ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ร่วมรับฟังด้วย เท่าที่ฟังที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบ นั่นคือข้อเท็จจริง วันนี้ปัญหาเกี่ยวว่าของส่วนราชการหลาย ๆ พื้นที่เป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้ การแพร่ระบาดของยาเสพติดมีมากขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือหลาย ๆ จังหวัด ของประเทศไทย เมื่อสักครู่ผมพูดถึงเรื่องของยาไอซ์🔗
ท่านประธานครับ ผมมีสถิติการจับยาเสพติด ภายในประเทศที่อยากให้พวกเราได้ดูเรื่องคดีในการจับยาเสพติดตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ ถึง ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๘ คือเดือนนี้ มีการปราบปรามจับคดีทั้งหมด ๒๓๓,๕๘๙ คดี ผู้ต้องหา ได้ทั้งหมด ๒๔๓,๘๘๗ คดี ยาบ้าครับ คำถามนี้ผมให้ความสำคัญกับยาบ้า มียาบ้าที่ยึดได้ ทั้งหมด ๙๑๕ ล้านเม็ด เมื่อวานผมดูข่าวมีการจัดกลุ่มสารตั้งต้นประมาณ ๘๐๐ กิโลกรัม หรือเกือบ ๆ ๑ ตัน ในพื้นที่ที่เป็นสารตั้งต้นที่ไปใช้ในการผลิตยาเสพติด ท่านประธานที่เคารพครับ ยาบ้าวันนี้หาซื้อง่ายเหมือนกับยาแก้ปวดหัว ยาทัมใจหรือ ยาพาราเซตามอล แต่ยาบ้ามันทำลายชีวิต ทำลายอนาคต ทำลายระบบของสถาบัน ครอบครัวและมั่นคงของประเทศชาติ วันนี้ยาบ้ามีการแพร่ระบาดในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้มาก ผมได้มีโอกาสไปร่วมทำงานกับคณะของท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ในเรื่องการกำหนดรัฐสภาพบประชาชนโดยการยกตัวอย่างยะลาโมเดล ในยะลาโมเดล มีการแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วม ราคายางพารา และการแก้ปัญหายาเสพติด หลังจากที่ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ทำนโยบายนี้ ผมทราบจากทีมงานเท่าที่ทราบข้อมูลก็รู้สึก ไม่ค่อยสบายใจว่าตัวเลขที่ได้บางครั้งก็ไม่ค่อยสอดคล้องกับข้อเท็จจริง ฉะนั้นวันนี้ปัญหา ยาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้ามันแพร่ระบาดถึงทุกครัวเรือน ทุกสังคมในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนและในพื้นที่ทั่วไปในประเทศไทย บางครั้งผู้เสพเข้าขั้นถึงจิตเวช บางครั้งไปทำลาย บุพการีถึงขั้นเสียชีวิต ทั้งหมดก็มาจากยาเสพติดที่ชื่อว่ายาบ้า ก็อยากถามผ่านท่านประธาน ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในคำถามที่ ๓ ว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ จะมีบทบาทอย่างไรในการแก้ปัญหายาเสพติดที่รุนแรงขึ้น ซึ่งท่านก็ได้ตอบแล้วบางส่วน แต่ผมอยากให้เน้นว่าถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ดำเนินการทำงานสนองนโยบายของรัฐบาล สนองนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีหรือของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านคิดว่าควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไปเพื่อเป็นการบรรเทาแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของยาบ้า นี่คือคำถามที่ ๒ ผมจะพยายาม รักษาเวลา ๑๕ นาทีครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมจะตอบคำถามที่ ๒ และคำถามที่ ๓ ในเวลาที่เหลืออยู่อีก ๕ นาที ๙ วินาที ขอเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมตอบคำถามเป็นครั้งที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงคำถามที่ ๒ ผมอาจจะตอบไปนิด ๆ แล้ว แต่ครั้งแรกจะเน้นไปผู้ค้าที่ไปร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ แล้วก็ไปมีตำแหน่งที่ให้คุณให้โทษ เพื่อคุ้มกันให้ผู้ค้าได้ค้ายาเสพติดได้ ซึ่งตรงนี้ก็บอกอยู่แล้วว่าในส่วนของเจ้าหน้าที่ผมอยากจะ กราบเรียนว่าประสบการณ์ส่วนตัวผมและประสบการณ์ทุกคน รวมอาจจะถึงท่านประธาน ด้วยว่าถ้าเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ขึ้นมา ถ้ามีความรับผิดชอบ บ้านเมืองคงจะไม่วุ่นวายเรื่องยาเสพติดอย่างนี้ แล้วก็ถ้าเจ้าหน้าที่ยิ่งรู้เห็นเป็นใจ ท่านประธาน ใช้คำว่า ตาบอด หูหนวกกับเรื่องยาเสพติด ยาเสพติดมันได้เต็มเมือง ดังนั้น รัฐบาลโดยเฉพาะรักษาการนายกรัฐมนตรีก็ได้ประกาศแล้ว จับเอานายอำเภอ ผู้กำกับ เอาผู้ว่า ผู้การมาเซ็น MOU แล้ว ต่อไปนี้จะแก้ปัญหาในส่วนนี้สำนักงาน ป.ป.ส. ก็ได้จัดชุด ขึ้นมา ชุดของ ป.ป.ส. นี่รับรองไม่ต้องมาพูดกัน พูดแต่พยานหลักฐานและความเป็นจริง เท่านั้น เส้นเงินเท่านั้น ก็จะเข้าไปตรวจสอบ ใครที่เดินตามเจ้านายเห็นว่าเจ้านายคนนี้เป็น รัฐมนตรีใหญ่โต แล้วก็คิดว่าเดินตามเจ้านายและจะอยู่ในตำแหน่งได้ ถ้าคุณไม่รับผิดชอบต่อ ยาเสพติด ป.ป.ส. ก็จะรายงานตรงไป ครม. แล้วก็เอาหลักฐานไปแฉว่าคุณปล่อยปละละเลย คือที่สำคัญถ้าเราแก้เจ้าหน้าที่ให้มีความรับผิดชอบได้ ผมเชื่อว่าใช้งบประมาณลดลงไปได้เยอะ ยาเสพติดจะไม่สามารถเพราะยาเสพติดไม่มีเท้าที่จะเดินมา ไม่มีรถที่จะมา มันมาได้ เพราะคน แล้วก็ที่สำคัญก็คือเราต้องปลุกพลังจิตอาสาขึ้นมา เพราะว่ายาเสพติดเวลามัน ทำร้ายมันทำร้ายประชาชน เช่นเราจะมีโครงการคุ้มครองเบาะแสที่เรียกว่าการคุ้มครองพยาน แล้วให้รางวัลกับผู้ชี้เบาะแส โดยเฉพาะถ้าสามารถจับผู้บงการผู้ใช้จ้างวานได้เราจะดูแล เหมือนครอบครัวซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก แล้วสิ่งที่สำคัญเราจะทำให้เห็นแล้วมีตัวชี้วัด เช่นปีใหม่เราวางแผนว่าในบางพื้นที่อาจจะต้องมาประเมินผลหรือไปร่วมเฉลิมฉลองให้กับ ประชาชนว่ายาเสพติดในชุมชนได้สูญหายไป แล้วก็ที่สำคัญควรมีระบบหมุนเวียนตำรวจ ระดับล่าง หรือข้าราชการระดับล่างที่เขาอยู่นาน บางทีเขาไม่มีอะไรแต่เขาจะใกล้ชิดกับ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เราต้องมีความกล้าหาญที่จะหมุนเวียน ไม่เช่นนั้นคือจับมา แล้วก็มีศาลเตี้ยอันนี้เป็นต้น อันนี้ก็อยากจะเรียนให้ทราบคือมาตรการสำคัญเรามีเครื่องมือ อยู่แล้ว โดยเฉพาะผมบอกกับเลขาธิการ ป.ป.ส. คนใหม่ ต้องจัดชุด ป.ป.ส. เข้าไป บูรณาการ ก็บูรณาการ จัดยุทธการก็ต้องจัดยุทธศาสตร์อันนี้เป็นต้นครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เชิญคุณซูการ์โน มะทา ถามเป็นครั้งที่ ๓ ท่านมีเวลา ๒ นาที ๔๕ วินาทีครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เรื่องสุดท้ายที่ผมตั้งคำถามถามวันนี้ก็คงหนีไม่พ้นกับยาเสพติดชนิดใหม่ที่กำลัง แพร่ระบาดอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และในพื้นที่ทั่วไปของประเทศไทยนั่นคือ พืชกระท่อม ผมจำได้ในสภาแห่งนี้มีการปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชีของยาเสพติด ให้โทษ เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๔ จากข้อมูลซึ่งผมได้มาจากสำนักงาน ป.ป.ส. พบว่า หลังจากมีการปลดล็อกพืชกระท่อมจากยาเสพติดแล้วพบว่ามีผู้ใช้พืชกระท่อมทั่วประเทศ จาก ๑,๖๐๐,๐๐๐ คน ในปี ๒๕๖๒ เพิ่มขึ้นเป็น ๕,๙๐๐,๐๐๐ คน ในปี ๒๕๖๗ หรือเพิ่มขึ้น ๓.๗ เท่า ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ปัญหาพืชกระท่อมเป็นปัญหาหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ ต่อชีวิต วิถีชีวิตของพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้ การประกาศนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ๑๒๐ วัน ยาเสพติดต้องหมดไป จากพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชกระท่อม วันนี้เยาวชนที่ได้รับการบำบัดจากพืชกระท่อม มีจำนวนถึง ๑๑,๒๓๕ ราย ในพื้นที่ของภาค ๙ พบว่ากลุ่มผู้ที่มีโรคทางจิตเวชมากที่สุด คือที่จังหวัดสงขลา อยู่ที่ ๖๐๖ รายมาจากพืชกระท่อม รองลงมาคือจังหวัดนราธิวาส ๑๗๐ ราย ปัญหากัญชา กระท่อมมันเป็นปัญหาลูกโซ่ที่กระจายอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ก็อยากจะถามคำถามว่าพืชใบกระท่อมท่านปลดออกมาแล้วไม่มีปัญหา กับยาเสพติด แต่กระบวนการของกระท่อมมันเป็นภัยร้ายกับสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สังคมปัตตานี มีลูกหลานของเราติดใบกระท่อมเพราะมันมีร้านจำหน่ายใบกระท่อมทั่วไป ไปหาร้านจำหน่ายใบกระท่อมได้ง่ายดายมากกว่าการเข้าไปที่ Seven-Eleven ฉะนั้นผมอยากถามว่าเมื่อไรในฐานะที่ท่านเป็นรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล ในฐานะที่ท่านเป็น รัฐมนตรีกำกับดูแลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะนำพืชกระท่อมกลับเข้าสู่บัญชี ยาเสพติดและอนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะเพื่อการแพทย์เท่านั้น ผมว่าอันนี้คือความต้องการของ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกคนอยากฟัง อยากเห็นคำตอบนี้โดยเร็ว ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมตอบเป็นครั้งสุดท้ายครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธาน ขอบคุณผู้ถามครับ คือเวลาไปต่างประเทศเราก็จะโชคร้ายว่าเราก็บอกประเทศเรา ไม่มีการผลิตยาเสพติด แต่ต่างประเทศก็บอกกัญชาไม่ใช้ยาเสพติดหรือ ผมบางทีก็หน้าชา เหมือนกันเวลาไปประชุมกับต่างประเทศ เนื่องจากว่าในโลกนี้กัญชายังเป็นยาเสพติดอยู่ พอเราเอาออกจากยาเสพติดกฎหมายควบคุมเรายังไม่มี ซึ่งในพรรครัฐบาลหลายพรรค โดยเฉพาะพรรคประชาชาติเราก็เสนอกฎหมายเข้ามาในสภาให้นำกัญชา แต่ของพรรคประชาชาติ จะแรงหน่อยให้เป็นยาเสพติด แต่บางพรรคก็อาจจะควบคุม เนื่องจากว่าเราหวังจะเป็นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะที่ภูเก็ตผมไปนี่ร้องระงมหมดเลยว่าจากภูเก็ตเป็นเมืองหลักการท่องเที่ยว อาจจะ เป็นเมืองร้างของการท่องเที่ยวเพราะระบาดด้วยกลิ่นกัญชาไปหมด ดังนั้นผมคิดว่า ในหลักการของฝ่ายนิติบัญญัติ อะไรที่ออกมาเพื่อความดีเราต้องกล้าออกกฎหมาย เช่นกันครับ กัญชานอกจากควรจะกลับมาแล้ว กระท่อมซึ่งเราเอาออกไปจากยาเสพติด แล้วที่ออกไป ก็ไม่มีกฎหมายไปใช้ในทางที่ผิดคือไปทำน้ำกระท่อมแล้วก็ไปผสมสารยาเสพติดอื่น ๆ ซึ่งสร้าง ความเดือดร้อนมาก แล้วก็โดยเฉพาะไม่ใช่ภาคใต้อย่างเดียวครับท่านซูการ์โน ทุกภาค เรียกร้องหมดว่าทำไมไม่แก้ปัญหากระท่อม ซึ่งผมเองที่มีอำนาจอยู่ได้ก็คือในกฎหมาย สามารถให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ออกกฎกระทรวง ขณะนี้จะเร่งออกกฎกระทรวง ๑. คือไม่ให้กระท่อมมาวางขายบนถนน ไม่ให้กระท่อมถ้าจะขายในบางจุด คือน้ำกระท่อมจะต้องไปแก้อีกที ซึ่งขณะนี้กฎกระทรวง จะเร่งออกเร็ว ๆ นี้เพราะไม่เช่นนั้นเราต้องไปใช้กฎหมายทางหลวงไปจับ แต่ว่าที่สำคัญที่สุด ต้องขอบคุณเรามีพลังที่เป็นกฎของสังคมโดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกคนออกมา เรียกร้องไม่ให้เอากระท่อมมาขายตามหมู่บ้านชุมชนแต่อันนั้นมันยังไม่พอ เหมือนรัฐ ไม่ลงมือเลย สิ่งนี้ผมรับว่าในเร็ว ๆ นี้ เมื่อวานผมคุยกับท่านสมศักดิ์จะออกกฎกระทรวง มาควบคุมให้ตำรวจสามารถจับได้ อันนี้ก็อยากจะเรียนในเบื้องต้น ส่วนเรื่องกฎหมายเราคง มาร่วมกันเสนอเข้าเป็นกฎหมายต่อไปครับ🔗
ขอบคุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนะครับ จบกระทู้ถามสดที่ ๓ ผมขอเรียนเพิ่มเติม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมครับ เมื่อวานมี สส. หารือในสภานี้หลายท่านเกี่ยวกับ เรื่องที่ท่านพูดถึง สส. ภูเก็ต สส. ชลบุรี แล้วก็ สส. กรุงเทพมหานคร เขาบอกว่าภูเก็ตขณะนี้ มีปัญหามากเรื่องกัญชา เขาบอกนักท่องเที่ยวจะลดลงถ้าตราบใดที่รัฐบาลยังปล่อยให้ กระจายอย่างนี้ และ สส. กรุงเทพมหานครผมไม่ทราบว่าในเขตไหนก็บอกว่าชาวบ้านมา ร้องเรียน สส. กลิ่นกัญชามันออกไปบริเวณนั้นชาวบ้านก็มีความเดือดร้อน แล้วที่พัทยา ก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องที่ท่านมาตอบกระทู้วันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่เร่งด่วน ผมขอฝากท่านนิดหนึ่งเมื่อสักครู่นี้เห็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนั่งอยู่ด้วย ผมก็ดีใจที่กระทรวงมหาดไทยได้ประชุมทุกภาคส่วนบอกว่าจะประเมินผลในการปราบปราม ยาเสพติดภายใน ๓ เดือน ในฐานะที่เคยอยู่กระทรวงมหาดไทยผมเรียนฝากท่านด้วยว่า อย่าไปประเมิน ๓ เดือนครับ ต้องประเมินทุกสัปดาห์ ถ้ารอ ๓ เดือน ระหว่างนี้ก็ระบาดเรื่อย พอถึงขั้นนั้นมันทำอะไรไม่ได้ ตอนที่กระทรวงมหาดไทยโดยรับบัญชาจากท่านนายกรัฐมนตรีนั้นเราต้องให้จังหวัด ทุกจังหวัดรายงานทุกวันจันทร์ว่าผู้ค้ารายใหญ่ที่เคยสำรวจเอกซเรย์กี่รายนั้น ยังเหลืออีกกี่ราย ผู้ค้ารายย่อยที่มีทุกอำเภอนั้น อำเภอนั้นมีเท่าไร ลดลงไปเท่าไร กระทรวงมหาดไทยจะเป็น ศูนย์กลางของการรวบรวมจากตำรวจ จาก ป.ป.ส. แล้วก็จากกระทรวงมหาดไทย โดยเขา ก็ไปรวมที่ศาลากลางเองครับ แล้วรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยต้องมาสรุปให้ที่ประชุม ครม. สั้น ๆ ก่อนเข้าวาระเหมือนหารือนี่ทุกวันอังคาร แล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็จะมาเพิ่มเติมว่าทุกท่านทำอย่างไร เราก็ยังต้องขอความร่วมมือไปถึงอัยการด้วยว่าถ้าคดียาเสพติดนี้ท่านช่วยดูแลบ้าง เพราะฉะนั้น ผมจึงฝากท่านว่าผมกลัวว่าทำเต็มที่แต่ว่า ๓ เดือนประเมิน ฝากว่าต้องประเมินทุกสัปดาห์ ไม่ได้ยากมีกลไกทั่วนี่ครับ มีกลไกทุกศาลากลาง ผู้การต้องคุยกับผู้ว่า ป.ป.ส. ต้องคุย พอถึง วันจันทร์ ๔ โมง ทุกรายงาน ทุกจังหวัดมาอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงทหาดไทย รวบรวมส่งรัฐมนตรีว่าการ รัฐมนตรีว่าการก็มีหน้าที่รายงาน ครม. สั้น ๆ ก่อนเข้าวาระ แล้วคณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีก็ให้ความสนใจมาก เพราะฉะนั้นตอนนั้นจึงทำงาน อย่างได้ผลเพราะทุกคนตื่นตัวหมด สัปดาห์นี้ผู้ค้ารายใหญ่อย่างที่ท่านพูดเมื่อครู่นี้นราธิวาสนี่ เหลือกี่ราย สัปดาห์หน้ารายงานแล้วยังเหลืออีกหรือเปล่า หรือว่าหนีไปแล้ว ผมเคยมีคดีว่า หนีไป ก็ถามผู้การว่าทำไมไม่ตาม ไม่มีเงินท่านครับ ไม่มีเงินค่าใช้จ่ายจะตาม ก็ถามใช้เท่าไร เขาบอกเท่านั้นเท่านี้ บอกขอให้ ป.ป.ส. ช่วย ตามจับได้ครับ ถ้าตามกันอย่างนี้แล้ว ผมเชื่อมั่นว่าประชาชนจะหายทุกข์จากยาเสพติดภายใน ๓ เดือนจริง แต่ฝากท่านว่าขอให้ ตามทุกสัปดาห์ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ รับไปดำเนินการครับ🔗
ต่อไปเป็น กระทู้ถามทั่วไปนะครับ🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑. เรื่อง ขอทราบแนวนโยบายควบคุมและบังคับใช้กฎหมายกับ ร้านค้าต่างชาติในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ นายวรภพ วิริยะโรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้มาตอบ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มอบให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ท่านสุชาติ ชมกลิ่น เป็นผู้ตอบ ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ มาแล้วนะครับ ผมขอเชิญท่านวรภพ วิริยะโรจน์ ได้ถามเลยครับ🔗
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็ต้องเกริ่นแบบนี้กับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่าสาเหตุที่ผมต้องตั้งคำถาม กระทู้นี้ตั้งใจถึงนายกรัฐมนตรีเพราะว่าเป็นปัญหาใหญ่เกี่ยวพันกับหลายกระทรวง แล้วก็ เป็นเรื่องที่มีพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการ ผู้ผลิต แล้วก็ผู้ขนส่ง เดือดร้อนเป็นจำนวนมากจึงต้องมาถามท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็เป็นที่น่าเสียดายที่วันนี้ รักษาการนายกรัฐมนตรีอาจจะไม่มาตอบเอง แต่ก็ยังต้องคาดหวังว่าจะได้รับคำตอบว่า ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์จะให้คำมั่นในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างไรนะครับ🔗
ผมขอเริ่มจากประเด็นแรก สำหรับคำถามรอบแรกก็คือเรื่องของว่ารัฐบาลจะกำกับธุรกิจแพลตฟอร์มเมื่อไร เหตุผลหนึ่ง ในประเด็นแรกเพราะว่าถ้าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์วันนี้เข้าไปเปิดดู แพลตฟอร์มใน e-Commerce เปิด App มาดูผมว่าเห็นชัดเจนจะเจอร้านค้าจากต่างชาติ ร้านค้าต่างประเทศขายสินค้ากันเกลื่อนไปหมด ซึ่งสินค้าที่ขายทั้งหมดก็ล้วนเป็นสินค้าที่ผลิต จากต่างประเทศที่เข้ามา ดังนั้นมันกระทบผู้ประกอบการไทย ทั้งผู้ประกอบการร้านค้าเอง และผู้ผลิตในประเทศไทยเองที่แข่งขันได้ยากขึ้น และร้านค้าต่างชาติเหล่านี้ที่จริงแล้ว ผิดกฎหมายไทยเพราะไม่ได้จดทะเบียนพาณิชย์ ไม่ได้จดแจ้งการทำตลาดแบบตรงด้วย นี่คือผิดกฎหมายไทยถึง ๒ กฎหมาย นี่คือการเอาเปรียบผู้ประกอบการไทยที่ปฏิบัติ ตามกฎหมายอย่างถูกต้อง และทุกวันนี้ก็ยังไม่เห็นวี่แววเลยว่ากระทรวงพาณิชย์ในฐานะที่รับผิดชอบกฎหมายทะเบียน พาณิชย์จะจัดการอย่างไรหรือได้จัดการอะไรไปแล้วบ้าง ก็เลยต้องเป็นที่มาที่ในคำถาม ประเด็นแรกที่อยากจะทราบว่ามีแนวโน้มที่จะเอาผิดธุรกิจแพลตฟอร์มที่ปล่อยให้มีร้านค้า ต่างประเทศทำผิดกฎหมายไทยอย่างไรบ้าง แต่แทนที่รัฐบาลจะเอาผิดกับร้านค้าต่างชาติ ถ้าผมมาย้อนดูข่าวก็เจอว่าที่ผ่านมารัฐบาลชุดนี้ก็เอาผิดแต่กับผู้ประกอบการไทย อย่างข่าวนี้ ก็คือจะเป็นเรื่องของร้านค้าที่ไม่จดตลาดแบบตรงก็คือเอาผิด แต่แพลตฟอร์มก็กลายเป็นว่า ขายร้านค้าต่างประเทศเกลื่อนไปหมดนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ สำหรับคำถามรอบแรก แน่นอนอาจจะไม่เกี่ยวกับกระทรวงพาณิชย์ โดยตรงแต่ก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องการคำตอบเพราะมันเป็นเรื่องสำคัญ แล้วก็เกี่ยวพันกับ ความปลอดภัยของผู้บริโภคโดยตรงก็คือเรื่องของการปล่อยที่รัฐบาลไม่กำกับแพลตฟอร์ม แล้วปล่อยให้แพลตฟอร์มนั้นมีการขายสินค้าที่ไม่มีมาตรฐาน ไม่มี มอก. อยู่เกลื่อนไปหมด นี่ผมยกตัวอย่างของถังดับเพลิง ถังดับเพลิงที่ไม่มีมาตรฐานมันหมายความว่าอะไรครับ ถ้าผู้บริโภคซื้อไปและวันนี้เจอเหตุไฟไหม้แล้วเขาดับไม่ได้นี่มันจะเกิดความเสียหายขนาดไหน นี่มันกระทบต่อความปลอดภัยสุขภาพของผู้บริโภคของคนไทยโดยตรง แต่ว่าการปล่อยให้มี การขายสินค้าที่ไม่มี มอก. ไม่มีสัญลักษณ์ มอก. หรือแม้กระทั่งไม่มี QR Code ตามกฎหมายไทย เกลื่อนกันเต็มไปหมด นี่จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลปล่อยปละละเลย หรือนอกจากเรื่องตัวอย่างนี้ ผมเอาให้ดูอีกตัวอย่างหนึ่ง บางทีมีข้อมูล มอก. แนบอยู่ในรายการสินค้าแต่มันไม่ตรงครับ คือมันคนละยี่ห้อหรือมันคนละชนิดเลย คนละ Brand ไปเลย ของแบบนี้ก็มีกันอยู่ให้เกลื่อน แพลตฟอร์ม ผมยกตัวอย่างปลั๊กพ่วง ถ้าใช้ไปแล้วมีปัญหามันก็กระทบกับผู้บริโภค กระทบ กับตลาดสินค้าไทย แล้วก็กระทบกับผู้ผลิตไทยที่ต้องมาแข่งขันกับสินค้าเหล่านี้ที่ไม่มี มาตรฐานเหล่านี้ ดังนั้นผมก็ทวนคำถามรอบแรกว่ารัฐบาลจะกำกับธุรกิจแพลตฟอร์มเมื่อไร รัฐบาลจะกำกับธุรกิจแพลตฟอร์มให้ปิดร้านค้าจากต่างประเทศที่ไม่มีการจดทะเบียนพาณิชย์ เมื่อไร แล้วรัฐบาลจะกำกับแพลตฟอร์มให้ปิดการขายสินค้าที่ไม่มีมาตรฐานนี่ ไม่เคยเป็น มอก. หรือ อย. ตามกฎหมายไทยเมื่อไร อย่างไร และจะทำอย่างไรบ้าง ผมก็เลยขอคำตอบ จากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงว่าถ้ามันเป็นของกระทรวงอื่นก็อยาก ได้คำตอบ คำมั่นจากท่านว่าจะดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรในฐานะตัวแทนรัฐบาลครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณวรภพ วิริยะโรจน์ ที่ได้ถามครั้งที่ ๑ ท่านยังมีสิทธิถามได้อีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านสุชาติ ชมกลิ่น ได้ตอบในรอบที่ ๑ ครับ🔗
กราบขอบพระคุณ ท่านประธานสภาที่เคารพ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ทุก ๆ ท่านครับ รวมทั้งท่าน สส. ท่านวรภพ วิริยะโรจน์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ซึ่งท่านเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชน ซึ่งท่านได้ตั้งคำถาม ซึ่งผมกราบเรียนว่า คำถามที่ท่านตั้งคำถามนั้นเป็นคำถามที่พวกเราทุกคนหรือพี่น้องประชาชนคนไทย ให้ความสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะรัฐบาล ผมกราบเรียนคำถามของท่านว่าทางรัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรีท่านไม่ได้นิ่งนอนใจ แล้วก็ผมมาตอบในฐานะตัวแทนรัฐบาลและ เป็นตัวแทนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกท่าน สส. วรภพ วิริยะโรจน์ ที่ท่านได้ตั้งข้อห่วงใย ข้อสังเกตในเรื่องนี้ว่า เรื่องแพลตฟอร์มที่ท่านได้ตั้งคำถาม ผมกราบเรียนว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญ อย่างยิ่งยวด ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลได้ตั้งคำสั่งขึ้นมาคำสั่งหนึ่ง ขออนุญาตอ่านชื่อ เป็นคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศ ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๗ ซึ่งในคำสั่งนี้เป็นคำสั่งของรัฐบาล คำสั่ง ท่านนายกรัฐมนตรีโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นั้นเป็นประธาน โดยบูรณาการ ร่วมกันทุกกระทรวง ทบวง กรม เยอะมากครับท่านประธานฝากไปยังเพื่อน สส. ว่าเรามีทั้ง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข DSI ปปง. สคบ. เรามี ทุกอย่างรวมกันเพราะเราทราบอย่างที่ท่านผู้แทนราษฎร ท่าน สส. ได้เอ่ยว่าเรื่อง อย. ก็ต้องเกี่ยวพันกับทางสาธารณสุข เราเลยต้องมีคำสั่งนี้เพื่อรวมบูรณาการร่วมกันทุกกระทรวง ทบวง กรม กระทรวงพาณิชย์เราไม่สามารถที่จะมีกฎหมายที่จะไปตรวจ มอก. ได้ หรือไปตรวจ อย. ได้ หรือถ้าเราพบเป็นธุรกิจที่ผิดกฎหมาย เป็นต่างชาติ เป็น Nominee เราก็มีหน้าที่แค่ ตรวจสอบ แต่การดำเนินคดีที่จะถึงที่สุดได้เราก็ต้องอาศัยหน้าที่ของ ปปง. ผมกราบเรียนว่าเรื่องศุลกากรก็สำคัญ สรรพากรก็สำคัญ เราเลยมีคำสั่งนี้ขึ้นมา ท่านประธาน ผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ท่าน สส. วรภพ วิริยะโรจน์ ซึ่งท่านได้ห่วงใยในเรื่องนี้ คำสั่งวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๗ ตั้งขึ้นมานั้นเป็นคำสั่งใหญ่ แต่เรามานั่งประชุมกันแล้วเราก็ได้รับข้อมูลจาก ท่านสมาชิกผู้แทนราษฎรซึ่งท่านให้ข้อมูลทางกระทรวงพาณิชย์หรือทางกระผมเองที่เป็น ผู้แทนราษฎรเหมือนกัน เลยทำให้เรามีคณะกรรมการประชุมเมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ ตั้งคณะกรรมการชุดใหญ่ เราได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมา มีการเพิ่มเติมสำหรับผู้ประกอบการ ธุรกิจบริการแพลตฟอร์มหรือดิจิทัล หรือ e-Commerce ต่าง ๆ โดยมีสาระสำคัญได้มีการ จัดกำหนดวิธีการกำกับดูแลแพลตฟอร์มที่ให้บริการสินค้าต่าง ๆ ขออนุญาตเอ่ยชื่อ เช่น แพลตฟอร์ม Shoppe Lazada Temu ต่าง ๆ ทุกแพลตฟอร์มจะต้องเป็นพื้นที่ เป็นกลางในการตรวจสอบรวบรวมข้อมูลทั้งผู้ขาย ผู้ซื้อ และสินค้าที่ขาย ผมกราบเรียนว่า การบูรณาการร่วมกันนั้นเราเองมีขั้นตอนที่กำหนดบทลงโทษตั้งแต่มีการแจ้งเตือนไปที่ แพลตฟอร์มซึ่งเป็นตัวกลางก่อน เมื่อแพลตฟอร์มแจ้งเตือนแล้วไม่สามารถปฏิบัติได้เราก็มี หน้าที่ถอดถอนสินค้าออกมา แล้วก็มีหน่วยงานที่เข้าไปตรวจจับตามอำนาจหน้าที่ที่เรา เป็นชุดบูรณาการร่วมกัน กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกท่านวรภพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชนที่ท่านตั้งคำถามอีกคำถามหนึ่ง ผมกราบเรียนว่า เป็นเรื่องที่เราตั้งใจจริง ๆ ครับท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก เราทำงานร่วมกับทาง กระทรวง DE ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง DE นั้นได้ให้สำนักงาน พัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ออกประกาศกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ กำหนดหน้าที่เพิ่มเติมให้แพลตฟอร์มที่จำหน่ายสินค้า ออนไลน์มีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลสินค้าและร้านค้าบนแพลตฟอร์ม ตรวจสอบโฆษณา แสดงใบรับรองต่าง ๆ เช่น อย. หรือ สมอ. ต่าง ๆ ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมานั้นเรามีการ ตรวจสอบสินค้าบนแพลตฟอร์มไปแล้วประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่ารายการ เราได้แจ้งเตือนไป ๑๖,๐๐๐ กว่ารายการ เข้าข่ายผิดกฎหมายกระทำความผิด และถอดถอนไปแล้ว ๑๕,๐๐๐ รายการ ในส่วนนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก แล้วก็ ขอขอบคุณท่านที่ให้ความห่วงใย แล้วก็ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านใกล้ชิด พี่น้องประชาชน สิ่งที่ท่านสะท้อนมาก็เป็นข้อมูลที่ดี ข้อมูลที่รัฐบาลจะต้องนำไปปรับปรุง แก้ไข กราบขอบพระขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ครับ ขอเชิญคุณวรภพ วิริยะโรจน์ ได้ถามเป็น ครั้งที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาครับ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ก่อนอื่นดีใจที่ท่านรัฐมนตรีก็ยืนยันนี่เป็นปัญหาสำคัญ แต่ที่น่าตกใจก็คือตั้งคณะกรรมการมา ๑๐ เดือนแล้ว ผมว่าถ้าเราไปถามผู้ประกอบการไทยที่วันนี้เปิด App แพลตฟอร์มก็เจอ ปัญหาอย่างที่ผมเกริ่นยังเต็มเกลื่อนไปหมด ผมว่าคำตอบนี้ผมว่าผู้ประกอบการฟังแล้ว ผมขอเป็นตัวแทนที่ยืนยันว่ายังไม่เป็นเหตุผลที่พอรับได้ เพราะปัญหาเหมือนยังไม่ถูกแก้ไข จริง ๆ ก็ต้องฝากท่านรัฐมนตรีจริง ๆ ว่าหลายเรื่องบางทีมันอาจจะแก้ปัญหาไม่ตรงจุด หรืออาจจะยังไม่จริงจังกับการแก้ปัญหาเรื่องนี้มากพอ ในฐานะที่ผมเป็นผู้แทนราษฎรก็ยัง ต้องยืนยันปัญหาเรื่องนี้กับท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ในประเด็นต่อมาสำหรับคำถามรอบ ๒ นอกเหนือจาก ๒ ประเด็นที่ผม ได้เกริ่นไปแล้วก็ขอมาประเด็นแรกในคำถามที่ ๒ ต้องเรียนท่านรัฐมนตรีอย่างนี้ว่าถ้าเรา ย้อนกลับไปสัก ๓ ปีที่แล้ว ธุรกิจแพลตฟอร์มเขาไม่คิดค่าธรรมเนียมการขาย หรือไม่คิด GP ถ้าเรียกเป็นภาษาง่าย ๆ ผ่านมา ๓ ปีหลังจากที่เขาไม่คิดค่าธรรมเนียมตรงนี้จนเขาสามารถ กันผู้เล่นรายใหม่ ผู้เล่นของธุรกิจไทยออกไปจากธุรกิจได้ เพราะจากการกดราคาแบบนี้ จนผ่านมา ๓ ปี วันนี้เขาขึ้นมา ค่า GP หรือขึ้นค่าธรรมเนียมบริการการขาย ผมดูล่าสุดวันนี้ คือ ๑๓ เปอร์เซ็นต์บวก ๆ ต้องย้ำอีกทีว่านี่คือบวก ๆ ถ้ารวมค่าธรรมเนียม การชำระเงิน รวม Promotion ต่าง ๆ แล้วมันเคยมีการรวบรวมแล้วว่า GP วันนี้สูงสุดอยู่ที่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ และเรื่องนี้ก็สามารถเกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์โดยตรง ในฐานะที่ท่านดูแล พ.ร.บ ว่าด้วยสินค้าและบริการ ท่านมีอำนาจที่จะสามารถกำกับ ควบคุมราคาค่าธรรมเนียมการขาย หรือ GP ของแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้ เพราะว่าแน่นอนต้องอย่าลืมครับ ทุกค่าธรรมเนียมที่จัดเก็บจากธุรกิจแพลตฟอร์มที่ปัจจุบันนี้ กลายเป็นกึ่งผูกขาดไปเรียบร้อยแล้วจากการที่เขาตัดราคา Dump ราคามาอย่างยาวนาน มันกระทบผู้บริโภค กระทบทางร้านค้า ผู้ขายสินค้าที่จะต้องเป็นคนมาจ่ายให้กับความร่ำรวย ของแพลตฟอร์มตรงนี้ ในฐานะที่กระทรวงพาณิชย์ก็ถืออำนาจนี้อยู่ครับ มันก็เลยเป็น ประเด็นแรกในคำถามรอบ ๒ นี้ว่ารัฐบาลจะกำกับธุรกิจแพลตฟอร์ม กำกับเพดาน ราคา ค่าธรรมเนียมบริการการขาย GP นี้หรือไม่ อย่างไรและเมื่อไร🔗
ประเด็นต่อมา สำหรับคำถามรอบ ๒ ถ้าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการวันนี้ได้ลอง สั่งซื้อจากธุรกิจแพลตฟอร์ม ผมว่าท่านก็จะเห็นเหมือนกันว่าปัจจุบันนี้ไม่มีให้เลือกขนส่ง อีกต่อไปแล้ว ถ้าย้อนไปปีที่แล้วผู้ซื้ออย่างเรายังสามารถเลือกได้ว่าอยากได้การขนส่งเจ้าไหน ที่ส่งเร็วกว่า มั่นใจกว่า ไว้ใจได้กว่าหรือแม้กระทั่งถูกกว่าก็สามารถเลือกได้ นี่คือปีที่แล้ว ผ่านมาปีนี้เมื่อธุรกิจแพลตฟอร์มเขามีอำนาจมากขึ้น เขาใหญ่ขึ้น วันนี้เขาไม่ให้เลือกครับ เขาเลือกเองครับ นี่คือความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นของวงการนี้ที่ผู้ซื้อก็ไม่มีสิทธิเลือก ร้านค้า ก็ไม่มีสิทธิเลือก ทุกอย่างอยู่ในมืออำนาจของแพลตฟอร์ม คำถามนี้มันก็จะเกี่ยวพันกับ รัฐบาลแน่นอน ต้องบอกว่าต้องยืนยันนะครับ รัฐบาลนี้เป็นคนแต่งตั้งบอร์ดคณะกรรมการ แข่งขันทางการค้าชุดใหม่นี้ เพิ่งเข้าไปเองนะครับ ดังนั้นผมไม่คิดว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์จะมาตอบว่าไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล คงเป็นคำตอบที่ผมต้องดักไว้ล่วงหน้า ว่าไม่สามารถรับฟังได้ และในขณะเดียวกันในฐานะตัวแทนรัฐบาลก็ต้องการคำตอบว่า จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างไร ท่านจะมีแนวนโยบายส่งไปให้คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ที่รัฐบาลเพิ่งแต่งตั้งให้จัดการเรื่องนี้หรือไม่🔗
ส่วนประเด็นสุดท้าย ในคำถามรอบ ๒ อาจจะเป็นเรื่องฝากแต่ก็ต้องการ คำตอบจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ครับ เพราะว่าถ้าเราไปดูเหมือนที่ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เพิ่งเกริ่นเมื่อสักครู่ครับ มันมีประกาศจาก ETDA กระทรวง DE ที่กำหนด ๑๙ แพลตฟอร์ม ตลาดสินค้าหรือว่า e-Commerce ขนาดใหญ่ ที่ต้องมาแจ้งข้อมูลให้กับรัฐ แต่ถ้าไปดูใน ๑๙ รายชื่อที่เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีก็เกริ่น ๆ ไปบ้างแล้วกลับไม่มีแพลตฟอร์ม TikTok ซึ่งต้องเอ่ยชื่ออย่างนี้ครับ เพราะแพลตฟอร์มนี้เป็น แพลตฟอร์มขนาดใหญ่ วันนี้มี Market Share ผมคิดว่าทุกคนในวงการรู้กันคืออันดับ ๒ ที่เราซื้อขายกันอยู่ในธุรกิจแพลตฟอร์ม e-Commerce มันไม่ใช่แค่แพลตฟอร์ม Social Media ธรรมดา นี่คือแพลตฟอร์มขายสินค้าไปแล้ว ผมคิดว่านี่ข้อมูลคือข้อเท็จจริงที่ทุกคน ทราบกันดี แต่ในประกาศฉบับนี้ที่ออกมาเมื่อเดือนกรกฎาคมก็กลับไม่มีแพลตฟอร์มรายใหญ่ เจ้านี้ครับ มันจึงเป็นคำถามว่าทำไมรัฐบาลถึงไม่รวมธุรกิจแพลตฟอร์มขนาดใหญ่เหล่านี้ไปให้ ครบถ้วน มีการเกรงใจหรือว่าเกรงกลัวอะไรกันหรือไม่ถึงมีการเลือกปฏิบัติกันแบบนี้ครับ ดังนั้นทวนสรุปกันอีกครั้ง ที่ผมต้องการคำตอบจากคณะรัฐมนตรีให้ชัดเจนขึ้น ผมคิดว่า ให้ผู้ประกอบการเขาได้เข้าใจขึ้นว่ารัฐบาลจะกำกับแพลตฟอร์มอย่างไรว่าจะควบคุมเพดาน การขึ้นค่า GP ที่รวดเร็วแล้วก็ไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการและผู้บริโภคหรือไม่ จะกำกับ แพลตฟอร์มที่จะเปิดให้ผู้ซื้อแล้วก็ร้านค้าสามารถเลือกขนส่งได้เองหรือไม่ครับ และจะกำกับ แพลตฟอร์มให้ธุรกิจแพลตฟอร์มครบทุกรายก็คือเอา TikTok เข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์ม ที่จะต้องแจ้งข้อมูลให้กับรัฐด้วยหรือไม่ อย่างไรและเมื่อไร ขอเป็นคำตอบชัด ๆ อีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณ คุณวรภพ วิริยะโรจน์ ครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผ่านเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ทุก ๆ ท่าน รวมทั้งขออนุญาตเอ่ยนาม ท่าน สส. วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคประชาชน ซึ่งท่านได้ให้ข้อมูลทางกระผมหลายประเด็นมาก ต้องขอขอบคุณท่าน ด้วยความสัตย์จริงนะครับ🔗
ข้อที่ ๑ คำถามที่ ๒ ที่ท่านถามในเรื่องของค่าบริการ ๑๓ เปอร์เซ็นต์บวก ๆ ถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ต้องกราบเรียนว่าเดี๋ยวผมจะขออนุญาตให้กรมการค้าภายใน ซึ่งต้อง กำกับดูแลสินค้าและบริการ ต้องให้กำหนดคำถามนี้ออกมาให้ได้ว่าถอดราคาค่าบริการแล้ว เขามีต้นทุนที่เท่าไร ทำไมถึงคิดออกมาเป็นราคานี้ ต้องขอขอบคุณคำถามนี้นะครับ🔗
ข้อที่ ๒ คือในส่วนของปีที่แล้วสามารถเลือกการบริการขนส่งได้ แต่พอวันนี้ แพลตฟอร์มใหญ่ขึ้นแล้วไม่สามารถที่จะมาเลือกบริการขนส่งได้ ผมคิดว่าเป็นการกีดกัน ในการแข่งขันกัน ในส่วนนี้เห็นชอบกับที่ท่านได้พูดถึงว่าเรามีบอร์ด บอร์ดที่เราตั้งขึ้นมาแล้ว ในส่วนนี้ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่าผมก็เห็นด้วยกับท่าน เพราะผมก็เป็นผู้แทนราษฎรเหมือนกัน ผมก็ต้องแก้ปัญหาในเรื่องนี้ ผมจะต้องนำเข้า คณะกรรมการที่เราเพิ่งตั้งในเรื่องแพลตฟอร์มขึ้นมาให้เป็นประเด็นหัวข้อ ๒ หัวข้อนี้ แล้วก็ในเรื่องของประเด็นที่เราจะทำได้เลยในวันนี้ เดี๋ยวลงจากทางนี้ผมจะให้ทาง กระทรวงพาณิชย์ลองประสานหน่วยงานดู แล้วก็ทาง สคบ. ดูในเรื่องของการคุ้มครอง ผู้บริโภคด้วยในการที่เอาเปรียบผู้บริโภคในส่วนนี้ ต้องขอขอบคุณท่านด้วยที่ท่านให้ข้อมูลมา🔗
ส่วนข้อที่ ๓ ที่ท่านฝากมาเรื่องของหน่วยงาน ETDA ซึ่งผมก็เห็นด้วยกับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านวรภพ วิริยะโรจน์ ว่าประกาศมา ๑๙ แพลตฟอร์ม ซึ่งแพลตฟอร์มหนึ่งที่ท่านเอ่ยชื่อ ผมขออนุญาตเอ่ยนามชื่อแพลตฟอร์ม TikTok เหมือนกัน ซึ่งทุกคนผมเชื่อพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนก็ได้ซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มนี้แน่นอน เพราะคนใกล้ตัวผมหรือแม้กระทั่งเพื่อนผมหลาย ๆ คนก็ซื้อ ผมต้องกราบขอโทษ ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า ๑๙ รายชื่อนี้ผมยังไม่ได้เห็นทั้งหมด เพราะผมเพิ่งได้ เข้ามากำกับดูแลในส่วนของคณะกรรมการชุดนี้ ผมกราบเรียนว่าที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวมาว่า ตั้งมาประมาณ ๑ ปีแล้ว ที่ผ่านมาผมเองเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ประมาณ ๑ ปีจริง แต่ว่าคณะกรรมการชุดนี้เป็นของท่านรัฐมนตรีว่าการคนเก่ากับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคนเก่า ซึ่งผมไม่ได้มีชื่อเข้าไป เพิ่งจะได้ใส่เข้าไป แล้วผมจะขออนุญาตทำงาน ตรงนี้ตอบแทน แล้วก็ตอบคำถามท่านวรภพ วิริยะโรจน์ ท่านสมาชิกผู้แทนราษฎรของ พรรคประชาชนที่ท่านให้ความห่วงใย ผมเรียนว่าเราทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนด้วยกัน ผมก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหมือนกัน แล้วมีตำแหน่งอีก ๑ หมวกก็คือเป็นรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็ไม่เห็นด้วยในการที่จะให้แพลตฟอร์มหรือร้านค้าต่าง ๆ มาเอาเปรียบพี่น้องประชาชน ในส่วนนี้ผมมีสิ่งใดอาจจะขอข้อมูลจากท่าน สส. วรภพด้วย กราบขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และคุณวรภพ วิริยะโรจน์ นะครับ จบกระทู้ถาม ทั่วไปที่ ๑ นะครับ🔗
๒. เรื่อง นโยบายการช่วยเหลือรายได้ของเกษตรกรด้านราคาสินค้าเกษตร ตกต่ำ นายพงษ์มนู ทองหนัก เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี🔗
ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยการกระทรวงพาณิชย์ ท่านสุชาติ ชมกลิ่น เป็นผู้มาตอบแทน ซึ่งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็นั่งอยู่แล้ว ขอเชิญ คุณพงษ์มนู ทองหนัก ได้ถามครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พงษ์มนู ทองหนัก รวมไทยสร้างชาติ วังทอง เนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก วันนี้ผมได้ตั้ง กระทู้ถามถึงนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการช่วยเหลือรายได้ด้านราคาสินค้าการเกษตรตกต่ำ ไปยังท่านนายกรัฐมนตรี แต่เราก็ทราบดีว่าท่านติดภารกิจและมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ มาเป็นผู้ตอบแทน ต้องขอบพระคุณท่านสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้กรุณามาตอบแทนในกระทู้ของผมในวันนี้ อย่างไรก็ดีในช่วงที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อสภาแห่งนี้ว่าจะทำการเกษตรเป็นเกษตรทันสมัย มีการตลาดนำ นวัตกรรมตาม รวมทั้งรายได้เสริมและเทคโนโลยีที่จะมาทำให้การเกษตรนั้นได้มีมูลค่าเพิ่ม ตลอดระยะเวลา ๒ ปีที่ผ่านมาก็จะเห็นได้ว่าราคาสินค้าเกษตรนั้นได้ตกต่ำมาตลอด ดังนั้น วันนี้ผมจึงจำเป็นต้องตั้งกระทู้ถามไปยังรัฐบาล อย่างไรก็ดีวันนี้เองด้านสินค้าเกษตรนั้นผมก็จะแบ่งเป็น ๒ ประเภทแล้วกัน ประเภทหนึ่งคือ เป็นพืชทางด้านเศรษฐกิจ เกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจอันประกอบด้วยข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย ยางพาราและปาล์มน้ำมัน ในวันนี้เราก็จะเห็นได้ว่าปาล์มน้ำมันกิโลกรัมละ ๖-๗ บาท ก็อยู่ได้ ยางพารากิโลกรัมละ ๖๐-๗๐ บาทก็อยู่ได้ แต่สินค้าเกษตรที่ปีนี้ค่อนข้างราคาจะลด ต่ำลงเป็นพิเศษก็ได้แก่อ้อย หลังจากปีที่แล้วราคาตันละประมาณ ๑,๓๐๐-๑,๔๐๐ บาท ปีนี้ เหลือประมาณตันละ ๙๐๐ บาท มันสำปะหลังปีก่อนกิโลกรัมละ ๕-๖ บาท ปีนี้เหลือ กิโลกรัมละประมาณ ๑ บาท ๘๐ สตางค์ ข้าวโพดจากราคากิโลกรัมละ ๘-๙ บาท ก็เหลือ ๔ บาท ส่วนข้าวไม่ต้องพูดถึงราคาต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เหลือตันละประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท เมื่อวานนี้ผมก็ได้ยินว่ากระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศว่าจะช่วยเหลือราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องข้าวโพดบอกว่าจะรับซื้อตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปในราคากิโลกรัมละ ๙ บาท ๕๐ สตางค์ ซึ่งอยากจะฝากท่านประธานไปยังกระทรวงพาณิชย์ว่าก็ดีที่รัฐบาล เล็งเห็นถึงความสำคัญของเกษตรกร แต่วันนี้ข้าวโพดของพี่น้องเกษตรกรยังอยู่ในไร่อยู่ ข้าวโพดกำลังออกดอกยังไม่ถึงฤดูเก็บเกี่ยว แต่วันนี้ข้าวโพดที่มีอยู่คือข้าวโพดของนายทุน ที่อยู่ในโรงโกดังเก็บหรือแม้แต่ข้าวโพดที่กำลังจะนำมาจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดว่าถ้าวันนี้ เขามาขายกิโลกรัมละ ๙ บาท ๕๐ สตางค์ พอถึงเดือนหน้าประมาณปลายเดือนกันยายนนี้ ข้าวโพดจากประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวโพดจากวังทองและเนินมะปราง ของพี่น้อง บ้านผมจะออกผลผลิตมากลัวว่ารัฐบาลจะไม่มีเงินซื้อ ดังนั้นก็ฝากรัฐบาลว่าวันหน้าให้เตรียม เงินไว้เลย ๙ บาท ๕๐ สตางค์ พี่น้องประชาชนจะไปขายได้ที่ไหน และที่จำเป็นจริง ๆ แล้ว วันนี้ต้องประกาศเลยว่าข้าววันนี้ต้องยอมรับราคาตกต่ำมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องที่อยู่ ในเขตชลประทานในจังหวัดบ้านผมก็จะมีอำเภอพรหมพิราม อำเภอเมือง อำเภอวัดโบสถ์ บางส่วนข้าวเริ่มออกแล้ว เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาผมไม่ได้ไปประชุมพรรคเพราะว่าติดภารกิจ ไปเผาศพในเขตเลือกตั้งที่ ๑ ไม่ใช่เขตผม เป็นเขตอำเภอเมือง มีผู้ใหญ่บ้านท่านหนึ่ง ชื่อผู้ใหญ่เกรียงอยู่หมู่ที่ ๑๐ บ้านยางโทน ตำบลวัดพริก เป็นพิธีกร ก่อนจะเข้าดำเนินรายการ พิธีกรก็กระแซะผมมานิดหนึ่งว่าท่าน สส. ครับ เมื่อเช้านี้ผมเพิ่งขายข้าวไป ที่ท่านเห็นผม น้ำตาซึมนี่ไม่ใช่เพราะผมอ่านกลอนงานศพแล้วผมน้ำตาซึมนะครับ เพราะผมขายข้าวได้ ๔,๘๐๐ บาท เลยน้ำตาซึมออกมา ฉะนั้นก็จะฝากบอกท่านประธานไปยังรัฐบาลว่า จริง ๆ แล้ววันนี้ท่านต้องดำเนินการเลยว่าท่านจะรับซื้อข้าวเปลือกอย่างไร ในอดีตที่ผ่านมา ต้องยอมรับรัฐบาลก่อน ต้องขอเอ่ยนาม ในยุคลุงตู่ เราก็มีโครงการประกันรายได้ สินค้าเกษตร ซึ่งก็ทำให้เกษตรกรนั้นพออยู่ได้ แม้จะไม่ร่ำรวยแต่ก็ยังอยู่ได้ แต่พอมาถึง รัฐบาลนี้เราไม่มีโครงการประกันรายได้ แม้แต่ค่าปรับปรุงสินค้าเกษตรหรือที่ชาวนาเรียกว่า ค่าเก็บเกี่ยว กว่าจะได้แต่ละทีพี่น้อง สส. ด้วยกันก็อภิปรายในสภาแล้วอภิปรายอีก กว่าจะ ได้มาน้ำตาแทบกระเด็น เพราะว่าแต่ก่อนนี้เคยได้ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท จำนวน ๒๐ ไร่ วันนี้ รัฐบาลก็ตัดออกเหลือไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท เพียง ๑๐ ไร่ เพราะฉะนั้นชาวนาขาดทุนไปเยอะ แต่ว่าพอจะได้บ้างเพื่อเอาไปเป็นต้นทุนในปีหน้าก็ถูกตัดไปเสียสิ้น อย่างไรก็ดีวันนี้เพื่อน ๆ ของผมที่เป็น สส. ในสภานี้หลายคนก็ได้หารืออภิปรายบ้างแล้วเมื่อเช้าเกี่ยวกับเรื่องราคา สินค้าเกษตรตกต่ำโดยเฉพาะข้าว เหมือนอย่างเพื่อนผมที่นั่งอยู่พี่แก้วบอกว่านครปฐมก็มีข้าว เหมือนกัน ผมก็งงว่าอยู่แถวไหน บอกว่าอยู่บางเลน ไม่ใช่เขตพี่แก้วหรือ พี่แก้วบอกว่า นั่นก็นครปฐมบ้านผมเหมือนกัน อย่างไรก็ดีดังนั้นเองจะเห็นได้ว่าราคาสินค้าเกษตรปีนี้ตกต่ำ อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นวันนี้ผมก็จะถามคำถามเป็นคำถามแรกไปยังท่านประธานผ่านไปยัง รัฐบาล โดยมีท่านสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้มาตอบแทน ท่านนายกรัฐมนตรีในวันนี้🔗
คำถามที่ ๑ ว่ารัฐบาลจะมีแผนดำเนินงานและจะมีการช่วยเหลือแก่ราคา สินค้าด้านการเกษตรให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ราคาตกต่ำอย่างต่อเนื่องอย่างไร และมีแผน ดำเนินงานอย่างไรในระยะเวลาอันใกล้นี้จนถึงระยะกลางตลอดระยะเวลา ๕ ปี ว่าพี่น้องเกษตรกร จะทำการเกษตรแล้วไม่ขาดทุน จะทำอย่างไรให้พี่น้องเกษตรกรได้ลืมตาอ้าปาก และจะทราบ โครงการเหล่านี้ว่าท่านจะต้องใช้งบประมาณดำเนินการเท่าใด และเมื่อใดโครงการเหล่านี้ จะประสบความสำเร็จ ขอทราบรายละเอียดเป็นคำถามที่ ๑ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติที่อยู่ในที่แห่งนี้ ทุกท่าน ผมขออนุญาตเป็นตัวแทนรัฐบาล เป็นตัวแทนท่านนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มาตอบคำถามท่าน สส. พงษ์มนู ทองหนัก ซึ่งท่าน เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติของอำเภอวังทอง ซึ่งเป็นอำเภอที่มี พี่น้องเกษตรกรหลากหลายพืชผล กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่าคำถาม ที่ท่านได้ตั้งคำถามแรกนั้นรัฐบาลมีแผนในการดำเนินการอย่างไรเพื่อยกระดับสินค้าเกษตร ให้เกษตรกรนั้นลืมตาอ้าปากได้ ผมกราบเรียนว่าถ้าพูดถึงสินค้าเกษตรเราไม่ได้มีสินค้าเกษตร แค่ ๕-๖ ตัว เรามีหลายสิบชนิด สิ่งที่ท่านได้กล่าวมาในเรื่องของข้าวซึ่งเป็นหลัก ผมต้องกราบเรียน ว่าผมเพิ่งประชุมนโยบาย นบข. ไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว โดยเป็นตัวแทนท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ประชุมกับท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านพิชัย คือท่านเองก็เห็นใจ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่าเห็นใจ พี่น้องชาวนาหรือเกษตรกรทุก ๆ ท่าน วันนั้นที่เรามีประชุม นบข. กัน ผมกราบเรียนว่า เราไม่เคยมีนโยบายในการที่จะสนับสนุนไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ให้กับข้าวนาปรัง ครั้งนั้นเป็น ครั้งแรกที่คณะกรรมการ นบข. ได้เห็นใจและกำหนดการช่วยเหลือดูแลชาวนานาปรังไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท และนาปีไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท เหมือนกัน แต่อย่างที่ท่านผู้แทนท่าน สส. พงษ์มนู ทองหนัก ได้พูดว่าจากเดิมเคยได้ ๒๐ ไร่ ตอนนี้เหลือ ๑๐ ไร่ ผมต้องกราบเรียนว่า ๒ โครงการ นาปีกับนาปรัง เราใช้เงินไปประมาณ ๔๖,๐๐๐-๔๗,๐๐๐ ล้านบาท เรามองเหมือนกับเงินไม่เยอะ แต่ว่าพี่น้องประชาชนคนไทย พี่น้องเกษตรกรชาวไทยส่วนมากก็ทำนากันเยอะ และผลผลิต ผมเองต้องกราบเรียนว่าทางกระทรวงพาณิชย์ได้หารือทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีอรรถกรซึ่งเปรียบเสมือนเป็น น้องกัน จังหวัดอยู่ติดกัน เมื่อสักครู่ก็เจอกันหารือกัน ก็พยายามที่จะแก้ปัญหาให้ผลผลิต ต่อไร่ให้มีจำนวนมากขึ้น ให้มีอุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ ช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้ผลผลิตต่อไร่ มากขึ้น นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลนำมาแก้ปัญหาอยู่ ผมเองกราบเรียนว่าอย่างอ้อยเราก็ทำงาน ร่วมกับทางกระทรวงอุตสาหกรรมเหมือนกัน มันสำปะหลังซึ่งเมื่อก่อนเคย ๕-๖ บาท วันนี้ มีผลกระทบอย่างยิ่งยวดคือเหลือ ๑ บาทกว่าที่ท่านได้กล่าว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราไม่ได้ นิ่งนอนใจ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพผ่านท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมกราบเรียนอีกเรื่องหนึ่งว่าเรื่องข้าวโพด ประเทศไทยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เราขาดแคลน จริง ๆ แล้วผลผลิตเราไม่พอ แต่เราไม่ใช่นิยมหรือเราจะสนับสนุนให้การนำเข้ามา ทางรัฐบาลโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านพิชัยเองท่านได้ พูดตลอดเวลาว่าถ้าเราเปลี่ยนพื้นที่ปลูกผลผลิตพืชไร่ที่มีอัตราความต้องการ เงินไม่พอ กระทรวงการคลังพร้อมที่จะสนับสนุน นี่คือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่กระทรวงการคลังได้รับทราบ ปัญหาตรงนี้ข้าวโพดเราให้นำเข้าหลังจากของเราหมดก่อน ช่วงนี้ข้าวโพดกำลังออกครับ ประมาณสัก ๓ เดือน ๔ เดือน เมื่อของเราหมดเมื่อไร เราไม่เพียงพอเราถึงจะเปิดให้นำเข้าได้ ตรงส่วนนี้อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่าเราก็กลัวเหมือนกัน กลัวพี่น้อง ชาวเกษตรกรหรือชาวสวน อย่างเช่นข้าวโพด เมื่อวานนี้ก็ได้มาพบท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ท่านจตุพร บุรุษพัฒน์ ท่านเองก็ได้รับในส่วนนี้แล้วก็ได้พูดถึงเรื่องราคาอยู่ ในส่วนที่ราคาได้พูดไปแล้วเป็นสิ่งหนึ่งที่พวกเราทุกคนจะต้องทำให้ได้ เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจชาวเกษตรกร แล้วก็ต้องขอขอบคุณทางท่าน สส. พงษ์มนู ทองหนัก ว่าเรา พยายามแก้ปัญหาทุกมิติ กราบเรียนท่านประธาน กระทรวงพาณิชย์เราได้ทำโครงการขึ้นมา โครงการหนึ่งคือเรียกธงเขียวซึ่งเกิดขึ้นในรัฐบาลยุคนี้ เหตุผลเพราะว่าธงฟ้าคือประชาชน บริโภคของถูก บริโภคอุปโภคของถูก แต่พืช สัตว์ เช่น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง หรือจะเป็นในเรื่อง ของอาหารสัตว์มันต้องถูกตาม กระทรวงพาณิชย์ถึงมีนโยบายธงเขียวขึ้นมา และเป็นสิ่งหนึ่ง ที่เรานำร่องที่จังหวัดฉะเชิงเทราไปแล้ว พี่น้องชาวเกษตรกรเรียกร้องกันมามากเลยในส่วนนี้ ก็อยากจะฝากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่นี้ทุกท่านช่วยกันสนับสนุนโครงการที่เรา สามารถช่วยตั้งแต่ต้นน้ำเกษตรกรได้ ผมกราบเรียนว่าไม่ใช่ข้อแก้ตัว อยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่ากระทรวงพาณิชย์มีงบประมาณ ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท รวมทั้งเงินเดือนทั้งหมด เหลืองบลงทุนอยู่นิดเดียว ข้าราชการต่อกรมมีแค่ ๒๐๐-๓๐๐ คน ทั้งกระทรวง ผมเรียนว่าทั้งกระทรวงยังน้อยกว่าบางกรม บางกระทรวง ข้าราชการทุกคน ทำงานหนักมาก ผมอยู่ในกระทรวงพาณิชย์ผมเห็นเลยครับ ๒-๓ ทุ่มข้าราชการยังทำงานกันอยู่ อยากจะฝากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่นี้ หรือท่านที่เป็นงบประมาณต่าง ๆ ว่าท่าน ช่วยผลักดันงบประมาณให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์เป็นเกรด A A++ เลยครับ แต่เปิดวางบนโต๊ะแล้วไม่มีอาวุธไปสู้เขา ไม่มีงบประมาณไปสู้เขา มีงบที่กระตุ้นเศรษฐกิจ ธงฟ้าหรือธงเขียวแค่หลักสิบ แค่หลักสิบไม่สามารถที่จะกระจายไปทั่วจังหวัด ทั่วอำเภอ ทั่วตำบลที่เดือดร้อนได้เลย ในส่วนนี้ก็อยากจะฝากท่านว่าเราทำโครงการธงเขียวขึ้นมา เพื่อจะช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องต้นน้ำก่อนนะครับ กราบขอบพระคุณท่านประธาน ผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์นะครับ ต่อไปขอเชิญคุณพงษ์มนู ทองหนัก ได้ถาม เป็นครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ก็ต้องกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีสุชาติ เป็นอย่างสูงที่ได้ตอบกระทู้ถามที่ ๑ ไป แต่ก็ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี บางทีพื้นที่ทางเกษตรแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกันครับ อย่างสมมุติถั่วเขียวอาจจะทำได้ในพื้นที่ ที่ราบสูง แต่พื้นที่ราบลุ่มอย่างบ้านผมก็ไม่เหมาะ เหมือนอย่างที่ท่านรัฐมนตรีบางท่าน เคยบอกว่าข้าวถูกค่อยปลูกกล้วยอย่างนี้ครับ บางทีบางพื้นที่ก็ไม่ให้ แต่ก็เข้าใจท่านนะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์บอกว่ามีงบประมาณน้อย เพราะฉะนั้นเองผมก็อยากบอกว่า ให้ท่านรัฐมนตรีไปของบกลางก็ได้ เพราะงบกลางปีหนึ่งก็มีหลายแสนล้านบาท เพราะว่าบางที ไม่รู้ว่างบกลางปีนี้จะใช้หมดหรือเปล่า แต่ว่าต้องบอกกับท่านประธานจริง ๆ ว่าชาวนา เขาแร้นแค้นจริง ๆ ปีนี้เขาทำนาทั้งน้ำตา เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลด้วย เพราะว่าผมไม่อยากได้ยินคำต่าง ๆ ที่ชาวนาเขามาพูดกับผม เวลาผมไปลงพื้นที่เขามา กระแนะกระแหนผมว่าพงษ์มนูแต่ก่อนนี้ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ แต่บัดนี้ ท่านบอกว่าชาวนากลายเป็นภาระของรัฐบาล เขาก็มากระแนะกระแหนกับผม ผมก็ไม่อยาก ได้ยินคำนี้ ต้องฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลด้วยนะครับ🔗
ต่อไปเป็นคำถามที่ ๒ ซึ่งผมก็จะแบ่งเป็นประเภทพืชสวน ประเภทผลไม้ จังหวัดพิษณุโลกของผมก็แปลกครับท่านประธาน ผลไม้นานาพันธุ์ในประเทศไทยมีนี่ ที่จังหวัดพิษณุโลกบ้านผมก็ปลูกได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน เงาะ ลำไย มะม่วง แม้แต่ อินทผลัมก็มี มะพร้าวน้ำหอมก็มี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ แต่โชคดีอย่างหนึ่งว่าพิษณุโลกบ้านผม ทุเรียนก็ออกก่อนทางทุเรียนใต้ สิ่งต่าง ๆ ก็ออกก่อนหลายประเภท หลายอย่าง วันนี้เอง ท่าน สส. ธานินท์ เพื่อนผมจากสุราษฎร์ธานีที่นั่งอยู่ด้านหลังก็บอกว่าเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกร ที่ทำทุเรียนแถวบ้านเขา จากบ้านผมพิษณุโลกทุเรียนออกก่อน ขายได้กิโลกรัมละ ๑๕๐ บาท ๑๖๐ บาท วันนี้สุราษฎร์ธานีขายได้กิโลกรัมละ ๘๐ บาท ๙๐ บาท มังคุดที่บ้านผมออกก่อน ก็เชื่อว่ามังคุดที่บ้านผมอร่อยเป็นลำดับต้น ๆ ของประเทศไทย เพราะว่ามังคุดที่บ้านผม หวานไม่ติดเปรี้ยวเลย ขายได้กิโลกรัมละ ๔๐-๕๐ บาท เพราะออกก่อน พอมังคุดใต้ออกมา ก็เหลือกิโลกรัมละ ๒๐ กว่าบาท วันก่อนโน้นก็เห็นว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เคยไปใต้บอกว่าจะทำมังคุดให้ได้กิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท ชาวสวนก็ยังรอความหวังอยู่นะครับ ส่วนมะม่วงบ้านผมทำมาหลายปีตั้งแต่ส่งออก ได้ผลิตภัณฑ์ GI ด้วยครับท่านประธาน เป็นมาตรฐานสินค้า GI ส่งออกนอกสมัยก่อนกิโลกรัมละ ๖๐-๗๐ บาท เดี๋ยวนี้เหลือกิโลกรัมละ ๒๐-๓๐ บาท พอปลายฤดูเหลือกิโลกรัมละ ๕-๖ บาท ค่าห่อถุงกระดาษคาร์บอนเพื่อให้ สีสวยงามก็ไม่ได้แล้ว กระดาษคาร์บอนใบหนึ่ง ๑.๕๐ บาท ค่าห่ออีก ๓๐ สตางค์ สรุปแล้ว มะม่วงกิโลกรัมหนึ่ง ๓ ใบ กิโลกรัมต้องใช้ต้นทุนแค่กระดาษค่าห่อ ๕ บาทแล้ว ยังไม่นับค่าปุ๋ย ค่ายา พอปลายฤดูขายได้กิโลกรัมละ ๕ บาท แต่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนบ้านผม ก็ต้องเก็บ เพราะอะไรครับ เพราะว่าเขาจะได้เอาถุงมาไว้ใช้ปีหน้าได้ ดังนั้นเองก็ต้องบอกกับท่านประธาน ว่าเกษตรกรบ้านผมลำบาก แต่บางอย่างรัฐบาลก็ให้การอุดหนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งลำไย จะเห็นได้ว่าเมื่อประมาณปี ๒๕๖๒ ถ้าผมจำไม่ผิดลำไยราคาถูก ปีนั้นรัฐบาลไปอุดหนุน ประมาณไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ปีนี้ลำไยก็ถูกอีก เห็นว่ารัฐบาลก็จะให้ไร่ละประมาณ ๑,๑๐๐ บาท แต่ว่าวันหนึ่งวันใดมะม่วงบ้านผมราคาถูกรัฐบาลไม่เคยอุดหนุนเลย วันหนึ่งวันใดผมเห็น มังคุดปักษ์ใต้ราคาถูกเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว เอามาเททิ้งกลางถนน รัฐบาลก็ไม่เคยอุดหนุนเลย แล้วเมื่อครู่นี้เพื่อนสมาชิกเพื่อนผมจากจังหวัดราชบุรี ท่านกำนันน้องบอกว่ามะพร้าวบ้านท่าน มะพร้าวน้ำหอมแต่ก่อนลูกละ ๘ บาท เดี๋ยวนี้เหลือลูกละ ๔ บาทแล้วครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้จะเห็นได้ว่าสินค้าทางเกษตรนั้นทุกอย่างตกลงหมด ผลไม้นานาพันธุ์ก็แย่หมด ฉะนั้นเองก็จะทำให้ชาวนาชาวไร่ก็ดี หรือผู้ปลูกผลไม้ก็ดีไม่มีทุน เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจ มันฟื้นไม่ได้ เพราะว่ารากหญ้าไม่มีเงินที่จะมาต่อยอด และสิ่งหนึ่งประการใดเลยก็จะบอก ท่านประธานอีกว่าบ้านผมก็มีโครงการปศุสัตว์แต่ว่าไม่มาก เล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่พูดถึงไม่ได้ มีเลี้ยงโค กระบือ นิดหน่อย ผมกลับไปในเขตเลือกตั้งทีไร ผมอภิปรายเรื่องข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลังบ่อย ผู้เลี้ยงโค กระบือก็มาต่อว่าผมว่าพงษ์มนูไม่เห็นพูดถึงเรื่องโค กระบือ ให้กับพวกเขาบ้างเลย แต่ก่อนตัวละ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท เดี๋ยวนี้ เหลือตัวละ ๘,๐๐๐- ๙,๐๐๐ บาท ดังนั้นสินค้าการเกษตรเหล่านี้ตกต่ำมาต่อเนื่อง ฉะนั้นเองก็อยากจะฝาก ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยวันนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ได้มาตอบแทนว่าวันนี้สินค้าการเกษตรตกต่ำเป็นอย่างยิ่ง ว่ามีหนทางใดหรือไม่ว่าจะทำให้ สินค้าเหล่านี้ได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อที่จะให้เขาได้ต่อยอด ได้มีชีวิต อยู่ต่อได้ในอาชีพเกษตรกรรมของเขา เพราะวันนี้เขาบอกเลยว่าวันนี้เขามีที่เป็นของตัวเอง ก็จริง ขายที่แล้วยังไม่พอใช้หนี้ ธ.ก.ส. เลยวันนี้ เพราะฉะนั้นเป็นปัญหาใหญ่สำหรับ พี่น้องเกษตรกรบ้านเราเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นเองพี่น้องบ้านผมปลูกมะม่วงเยอะ ได้รางวัลมาก็เยอะ ได้อะไรก็เยอะ แต่ว่าวันนี้ทำแล้วไม่คุ้มทุน ทำแล้วขาดทุน แต่ท่านประธานครับ คนทำนามันก็ต้องทำนา คนทำสวนก็ทำสวน เพราะฉะนั้นเอาสวน ไปปลูกในนาก็ไม่ได้ เอาข้าวมาปลูกในสวนมันก็ไม่ขึ้นมันก็ตายหมด ดังนั้นเองก็ยังบอกกับ พี่น้องว่าอาชีพหนึ่งอาชีพใดที่มีอยู่จะไปเปลี่ยนแปลงเขามันไม่ได้ เพราะพื้นที่ภูมิศาสตร์เขา มันต้องให้เขาทำสิ่งนั้น ดังนั้นเองก็อยากฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าให้หาโครงการ ปุ๋ยถูกก็ดี น้ำมันถูกก็ดี อะไรก็ดี หรือว่าจะอุดหนุนอะไรก็ตามให้เขาได้ช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง ดังนั้นก็เป็นคำถามที่ ๒ ที่ผมจะได้ถามท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง พาณิชย์คือท่านสุชาติ ชมกลิ่น ได้เป็นตัวแทนรัฐบาลได้ตอบคำถามนี้ให้กับพี่น้องเกษตรกร ชาวจังหวัดพิษณุโลก โดยเฉพาะวังทองและเนินมะปรางบ้านผมได้รับทราบด้วยครับ🔗
คำถามที่ ๒ รัฐบาลมีแผนงานดำเนินการและมาตรการช่วยเหลือสินค้า ราคาเกษตรในด้านพืชผล โดยเฉพาะผลไม้ เช่น มะม่วงหรือว่ามะพร้าว แล้วก็อื่น ๆ รวมทั้ง ด้านปศุสัตว์โคและกระบืออย่างไรบ้างที่จะทำให้เกษตรกรเหล่านี้ทำแล้วไม่ขาดทุน ทำแล้ว มีกำไร ทำแล้วอยู่ได้ในตลอดระยะเวลาอันใกล้นี้ หรือว่าในระยะเวลา ๕ ปีในโอกาส ข้างหน้านี้ที่เขาจะอยู่ได้ และเป้าหมายในการดำเนินงานว่าท่านจะต้องใช้งบประมาณเท่าใด และเมื่อใดโครงการที่ท่านทำจะสำเร็จบรรลุตามวัตถุประสงค์ ขอทราบรายละเอียดครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพที่อยู่ในที่นี้ทุกท่าน กราบเรียน ท่านประธานสภาผ่านไปยังท่าน สส. พงษ์มนู ทองหนัก และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งท่านเองก็เข้าใจปัญหาของพี่น้องในพื้นที่ในจังหวัดพิษณุโลก อย่างดี อย่างที่ท่านได้กล่าวว่าความโชคดีของจังหวัดพิษณุโลกคือผลไม้ที่ออกมา ออกมาก่อน จังหวัดอื่น ๆ เลยทำให้เรื่องปัญหาผลไม้ต่าง ๆ เหล่านี้ในจังหวัดพิษณุโลกมีปัญหาน้อย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเยอะก็คืออาจจะเป็นพืชหลักอย่างที่ท่านได้บอก ที่ท่านได้เกริ่นมาตั้งแต่ คำถามแรกในเรื่องของรัฐบาลเมื่ออดีตมีการประกันราคา ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไป เพื่อนสมาชิกว่านโยบายซึ่งเราต้องยอมรับว่าการประกันราคาพืชหลักที่ท่านได้เอ่ยมา เมื่อตอนต้นเป็นสิ่งที่ทำงานง่าย ราคาตกเราก็แค่ประกันราคา แต่ปีหนึ่งใช้เงินประมาณ แสนกว่าล้านบาท ๔ ปีใช้เงินประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตรงนี้เงินพี่น้องประชาชน เงินภาษีพี่น้องประชาชนทั้งหมด การที่เราจะเอาเฉพาะสินค้า ๕ พืชหลักชนิดมาประกันราคา เป็นเรื่องที่มันจะดูไม่สมเหตุสมผลในการที่จะเอาเงินปีละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านเอามาตู๊ไว้ เพื่อประกันตรงนี้ เราต้องแก้ปัญหาโดยผมเองดูแลกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ดูแลทูต ๕๘ สำนักงานทั่วโลก ผมได้ให้กำหนดนโยบายเคพีไอทูตไปหมดแล้วว่าต้องหาลูกค้า ท่านใดที่อยู่ประเทศใดที่มีการค้าการขายที่เรากำลังทำตลาดอยู่ เช่น อินเดียหรือดูไบ หรืออะไรต่าง ๆ ที่กำลังทำอยู่ รอบนี้ผมก็ส่งลำไยไปอินเดียแล้ว เริ่มให้คนประเทศอินเดีย ได้รับประทานลำไย ผมต้องการหาตลาดใหม่ ๆ เพื่อระบายสินค้า นี่คือเป็นหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องค้าขาย เราทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐบาลได้กำชับ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์กับเราได้ทำงานร่วมกัน ในเรื่องของปรับปรุงพันธุ์ต่าง ๆ หรือการที่จะต้องอุดหนุน อย่างเช่นท่าน สส. ได้พูดถึงเรื่องการช่วยเหลือลำไย เราช่วยเหลือไร่ละ ๑,๐๐๐ กว่าบาท อยู่ที่ขั้นตอนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังดำเนินเรื่องนี้อยู่เข้า ครม. ผมก็ กราบเรียนว่าสินค้ามะม่วงที่จะตกต่ำหรืออะไรต่าง ๆ เราต้องยอมรับว่าสินค้ามันเกิดจาก Demand Supply ผลไม้เกิดจากการบริโภคในประเทศและการส่งออก ผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพที่ล่าสุดเลยเรื่องลำไย ภาคเหนือเคยมี ๙๐๐,๐๐๐ กว่าตัน รอบนี้ประมาณ ๑,๑๐๐,๐๐๐ ตัน เกินมา ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ผู้ส่งออกมีเท่าเดิม Order เท่าเดิม แต่การที่ ผลผลิตเราโชคดีบ้านเราดินฟ้าอากาศดีเลยทำให้ผลผลิตดี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่เรากำลัง แก้ปัญหาอยู่ในการที่ผลผลิตออกมาเยอะต้องหาตลาดเพิ่ม เป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ ในการที่จะต้องไปค้าขายต่างประเทศ ข้าวที่ราคาตกเพราะเมื่อ ๒-๓ ปีก่อน ทางประเทศอินเดีย เขาไม่ได้เอาข้าวออกมาขายในตลาดโลกเขาเก็บเอาไว้ ตอนนี้เราขายแข่งกับเขาในส่วนนี้ ในเรื่องของผลไม้เรื่องมะม่วง ทางกระทรวงพาณิชย์ใช้เงิน คชก. ในการเข้าไปแทรกแซง ในราคาอุ้มตลาดช่วยเหลือเกษตร เมื่อใดที่ราคาสินค้าผลไม้เหล่านี้ตก กระทรวงพาณิชย์ คือกรมการค้าภายในไม่เคยนิ่งนอนใจ เรามีปฏิทินการทำงานว่าเดือนนี้ผลไม้อะไรออก ผลไม้ อะไรจะราคาตก เรามีการประเมินข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าปีนี้มะม่วง จะออกมาเยอะไหม ลำไยเยอะไหม มะพร้าวเยอะไหม ต้องกราบเรียนว่าเราพยายาม แก้ปัญหาระยะยาวอยู่ แต่ ณ วันนี้เรามี ๒ มาตรการ คือระยะสั้นก็ต้องใช้เงิน คชก. ไปช่วย ระยะยาวทำอย่างไรให้สินค้าเกษตรเหล่านี้มีราคาโดยที่เป็น Premium เราต้องเปิดตลาด ต่างประเทศเยอะ ๆ ในส่วนนี้เป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ครับ ต้องขอขอบคุณท่าน สส. พงษ์มนู ทองหนัก ซึ่งท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดพิษณุโลก ในเขตอำเภอวังทอง ซึ่งท่านเองลงพื้นที่ท่านจะเจอผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ซึ่งเหล่านี้ชาวบ้าน จะสะท้อนปัญหาต่าง ๆ ให้ท่าน ท่านก็นำปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้มาหารือกับผู้ที่มีอำนาจ ผู้ที่คุมนโยบายในสภา นี่คือหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเองถือหมวก ๒ ใบ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยก็เข้าใจปัญหานี้ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ด้วย ซึ่งกำกับดูแลสินค้าด้วย ในส่วนนี้ที่ผมพูดย้อนถึงเรื่องงบประมาณผมพูดให้ทราบเฉย ๆ ว่า ผมกำลังแก้ปัญหาในเรื่องนี้ในการที่จะต้องใช้เม็ดเงินในการที่จะอุ้มสินค้าเกษตรในช่วง ระยะสั้นก่อน ระยะยาวเราต้องแก้ปัญหาระยะยาว เราจะไม่ใช้เงินมากมายมหาศาล เพื่อมาอุ้มสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่ง เราจะต้องแก้ปัญหาระยะยาวให้ได้ อันนี้คือหน้าที่ของ กระทรวงพาณิชย์ หน้าที่รัฐบาล ต้องขอให้พี่น้องประชาชนเกษตรกรทั่วประเทศ ขอให้ ท่าน สส. ทุก ๆ ท่านในที่นี้ ขอให้ท่าน สส. พงษ์มนู ทองหนัก ซึ่งท่านได้ตั้งกระทู้ในวันนี้ ฝากท่านประธานนำเรียนว่ารัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านรัฐมนตรี จตุพร บุรุษพัฒน์ ผมรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ไม่นิ่งนอนใจ แล้วก็จะทำงาน ควบคู่กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งเป็นกระทรวงหลัก ซึ่งเราจะต้องทำงานควบคู่ กันไป ผมทราบว่าพี่น้องประชาชนทุกคนก็ให้ความหวัง พวกเราต้องมีที่พึ่งพาพึ่งพิง ให้พี่น้องเกษตรกรทำงานให้เขาชื่นใจแล้วก็ทำให้เขาลืมตาอ้าปากให้ได้ สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ท่าน สส. พงษ์มนู ทองหนัก อีกครั้งหนึ่งครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และขอบคุณ สส. พงษ์มนู ทองหนัก จบกระทู้ถาม ทั่วไปที่ ๒ นะครับ🔗
๓. เรื่อง ขอทราบความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการออกโฉนดที่ดิน โดยคลาดเคลื่อนหรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในเขตนิคมสร้างตนเองลำตะคอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา นายธีรัจชัย พันธุมาศ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านเดชอิศม์ ขาวทอง เป็นผู้ตอบ แต่เนื่องจากวันนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยติดภารกิจที่สำคัญ จึงขอเลื่อนตอบกระทู้ถามนี้ในวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๘🔗
ที่ประชุม พร้อมแล้ว ผมขอเปิดการประชุมตามระเบียบวาระ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ก่อนดำเนินการถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอชี้แจงให้ที่ประชุม ทราบดังนี้ ๑. การถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะในแต่ละกระทู้ ให้ถามและตอบได้ เรื่องละไม่เกิน ๒ ครั้ง และต้องถามและตอบให้เสร็จภายใน ๒๐ นาที ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ ข้อ ๑๗๓ ประกอบข้อ ๑๖๗ ๒. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ได้มีการอนุญาตให้ประชาชน เข้าร่วมรับฟัง ขอความร่วมมือจากผู้ที่ได้รับอนุญาตกรุณาปฏิบัติตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎร ว่าด้วยการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ และข้อ ๕ ซึ่งกำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตต้องรักษามารยาท ประพฤติตนให้เหมาะสม อยู่ในความสงบ ห้ามแสดงกริยาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือกล่าววาจาหรือส่งเสียงใด ๆ หรือการกระทำใด ๆ อันเป็นการรบกวน ขัดขวางการประชุม และห้ามใช้เครื่องมือ วัสดุ หรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ เพื่อบันทึกภาพ บันทึกเสียงหรือการกระทำใด ๆ ที่เป็นการ ถ่ายทอดการประชุมสู่บุคคลภายนอก หากมีการฝ่าฝืนจะให้ออกจากห้องประชุมทันที ที่ประชุมรับทราบนะครับ🔗
สำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะในวันนี้ ผมเห็นว่าเพื่อประโยชน์ ในการถามและการตอบกระทู้ถามของผู้ตั้งกระทู้ถาม และของรัฐมนตรี ผมขอสลับลำดับ การถามและการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ดังนี้🔗
ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๖๑๗ ของ คุณณัฐพงษ์ สุมโนธรรม🔗
ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๖๐๘ ของ นายวีรภัทร คันธะ🔗
ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๖๑๖ ของ นายเอกราช อุดมอำนวย🔗
ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๖๒๒ ของ นายนพพล เหลืองทองนารา🔗
ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๖๐๓ ของ นายยอดชาย พึ่งพร🔗
ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๖๐๕ ของ นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ🔗
ลำดับที่ ๗ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๖๑๘ ของ นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์🔗
ผู้ตั้งกระทู้ถามและรัฐมนตรีเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบ ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
๑. เรื่อง ปัญหาคนต่างด้าวลักลอบประกอบอาชีพสงวนของคนไทย ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน🔗
เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือกระทรวงแรงงาน กรมการจัดหางาน ๑. นายสุรศักดิ์ จันทรัตน์ ผู้อำนวยการกองทะเบียน จัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน ๒. นายณฐกร จานเขื่อง นักวิชาการแรงงาน ชำนาญการพิเศษ ผมอนุญาตให้ประชาชนเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถาม คือนางสาวสิรีวรรณ ธรรมสังวาลย์ ผู้ถามหรือผู้ตอบ ถามได้ ๒ ครั้ง ทั้งผู้ตอบ รวมเวลาทั้งหมด ๒๐ นาที ท่านรัฐมนตรีพร้อมแล้วนะครับ ขอเชิญคุณณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขตเลือกตั้งที่ ๑ ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานที่วันนี้กรุณา เดินทางมาตอบคำถามด้วยตัวเอง แล้วก็ขอแสดงความยินดีที่รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงานในการมาทำภารกิจที่สำคัญนี้ จริง ๆ จังหวัดสมุทรสาครก็เป็นจังหวัด ที่เป็นเมืองประมง ดงโรงงาน ตามคำขวัญ แล้วก็มีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง เศรษฐกิจของ จังหวัดสมุทรสาครจำเป็นต้องใช้แรงงานต่างด้าว แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นตามสถิติของ จังหวัดสมุทรสาครจากสำนักสถิติ เรามีแรงงานที่ขึ้นทะเบียนตอนปี ๒๕๖๖ ทั้งหมดประมาณ ๓๓๐,๐๐๐ คน แล้วก็มีประชากรตามที่เป็นทะเบียนบ้านอยู่ในสมุทรสาคร ประมาณ ๕๙๐,๐๐๐ คน สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่ามีสัดส่วนกันประมาณ ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ตามตัวเลข ที่คิดมา ทีนี้ปัญหาก็คือว่าผมอาจจะไม่ต้องรำวงนาน ก็ขออนุญาตเข้าประเด็นเลยแล้วกัน คือเรามีความจำเป็นที่ต้องใช้แรงงาน แต่ขณะเดียวกันก็อาจจะต้องถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงานว่าเราจะทำอย่างไรก็ตามที่จะไม่ให้แรงงานหลุดออกไปเป็นแรงงานเถื่อน ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้กลายไปเป็นผู้ประกอบการแย่งอาชีพสงวนที่มีกฎหมายห้ามเอาไว้ ประเด็นที่ผมคิดว่าจะต้องเข้าไปที่ประเด็นที่ถามท่านรัฐมนตรีต่อว่าในท้ายที่สุดแล้ว ทางกระทรวงแรงงานเองได้มีการประเมินหรือไม่ ว่าในพื้นที่แต่ละพื้นที่ มีความจำเป็นต้องใช้ แรงงานจำนวนเท่าไร และในขณะเดียวกันได้มีการบูรณาการร่วมกันกับในพื้นที่หรือไม่ว่า ในโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ในจังหวัดหรือในพื้นที่ต่าง ๆ สามารถรองรับได้เท่าไร และจะมี การบริหารจัดการเรื่องนี้อย่างไร แล้วก็ในรายละเอียดถัดไปที่มันเป็นประเด็นต่อเนื่องกัน ในท้ายที่สุดแล้วผู้ประกอบการก็ได้มีการบอกต่อมากันอีกว่าแรงงานต่างด้าวจำนวนไม่น้อย ที่เข้ามาทำงาน สิ่งที่เกิดขึ้นคือภาษาไทยเขาอาจจะพูด เขียนอะไรไม่ได้ แต่ทางผู้ประกอบการ จะต้องจ่ายค่าแรงเต็ม สิ่งที่เกิดขึ้นก็คืออยากจะถามว่าทางกระทรวงแรงงานเองได้มีการแก้ไข จัดการเรื่องนี้อย่างไรเพื่อเป็นการช่วยส่งเสริมการประกอบธุรกิจ แล้วก็ต่อเนื่องมาอีกนิดหนึ่ง ขออนุญาตสุดท้ายก็คือว่าในท้ายที่สุดแล้วศูนย์ CI เอง ด้วยความที่ปัจจุบันที่มีความขัดแย้ง ในประเทศเพื่อนบ้าน แล้วการที่มีศูนย์ CI ยังมีความจำเป็นอยู่หรือไม่ จะเป็นการสร้าง คอขวดให้กับภาคธุรกิจในการประกอบธุรกิจหรือไม่ ก็ขออนุญาตถามคำถามแรกที่มีคำถาม ต่อเนื่องกันประมาณนี้ครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขอบคุณ ผู้ถามครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน วันนี้ผมขอมาตอบกระทู้ถามของท่าน สส. ผู้ทรงเกียรติดังนี้ ประเด็นที่ ๑ ที่ท่านถามว่า เรื่องเกี่ยวกับแนวทางในการจัดการบริหารภาคธุรกิจที่ต้องการแรงงานต่างด้าว เรื่องนี้ ทางกระทรวง ทางผมได้มีการสั่งไปแล้วว่าให้ไปสำรวจว่าแต่ละที่มีความต้องการอย่างไรบ้าง เพราะว่าตอนนี้เดิมก็คือเราใช้วิธีในการที่ว่าให้ทางผู้ประกอบการเป็นผู้แจ้งมา ตอนนี้ เราก็จะเข้าไปในแนวรุกมากขึ้นก็คือจะให้ผู้ประกอบการทุกคนเข้ามาอยู่ในตัว LINE Official ที่กำลังจะตั้งขึ้นมา เพื่อที่จะให้เขาสามารถแจ้งเราได้โดย Real-Time ในประเด็นที่ ๒ ที่ท่านถามเรื่องการควบคุมแล้วก็กำกับดูแล เดิมการควบคุมก็คือเราใช้วิธีว่าเราให้ทาง ตม. กับทางกระทรวงแรงงาน Cooperate กันแล้วก็เข้าไปตรวจ ตอนนี้ผมก็คิดว่าจะนำระบบ โปรแกรมเข้ามาใช้ เป็น Tracking System คือสมัยนี้เราสามารถ Track ได้จาก ตัวโทรศัพท์มือถือ เพราะฉะนั้นเมื่อเราสามารถ Track ได้ เราก็จะรู้การเคลื่อนย้าย ของแรงงานว่าไปที่ไหนบ้าง แล้วก็ส่วนที่ท่านถามมาอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องที่ว่าผู้ใช้แรงงาน เข้ามาประกอบอาชีพแย่งอาชีพของคนไทย ส่วนเรื่องนี้ทางเราก็กำลังจะมีโปรแกรม ที่เข้ามารับเรื่องการร้องเรียน เพื่อที่ว่าต่อไปให้มีการแจ้งการร้องเรียนผ่านระบบโปรแกรม ทางเราจะได้สามารถเข้าไปดูแลบริหารจัดการได้อย่างทันท่วงที ซึ่งโปรแกรมนี้ก็จะต้อง เป็นโปรแกรมที่เอาไว้ในการควบคุมประสิทธิภาพของข้าราชการด้วยว่าให้ข้าราชการจำเป็น จะต้องปฏิบัติหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งจะมีผลต่อการเลื่อนขั้นของข้าราชการ ต่อไป🔗
ส่วนเรื่องที่ท่านถามเรื่องของศูนย์ CI ว่าศูนย์ CI นี้เป็นคอขวดหรือไม่ ผมไม่แน่ใจว่าที่ท่านถามเมื่อครู่นี้เนื่องจากว่าตอนนี้เรามีเหตุกระทบกระทั่งกับกัมพูชา ใช่ไหมครับ แต่ว่า CI มันเป็นศูนย์ของพม่า ผมก็เลยไม่แน่ใจว่าการที่มีศูนย์ CI มันจะเป็น คอขวดอย่างไร อันนี้ยังไม่ค่อยเข้าใจคำถามท่านเท่าไรนะครับ ขอตอบประมาณนี้ก่อน แล้วกันครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปคำถามที่ ๒ เชิญท่านณัฐพงษ์ สุมโนธรรม เชิญถามครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ตอบคำถามครับ ประเด็นที่ผมจะขออนุญาตต่อเนื่อง จริง ๆ ศูนย์ CI ที่ผมหมายถึงก็คือผมเข้าใจว่าเป็น พม่านี่ล่ะครับ คือด้วยความที่ปัจจุบันประเทศพม่าเองก็มีปัญหาการเมืองภายใน และทำให้ ผมจำได้ล่าสุดที่มันมีปัญหาตอนนั้นที่มีมติ ครม. แล้วกลายเป็นว่าชาวประมงเอง หรือแม้กระทั่งผู้ใช้แรงงานก็รอว่าจะมีมติทันหรือไม่ เลยทำให้ตรงนี้เราจำเป็นที่จะต้อง มีศูนย์ CI อยู่หรือไม่ ในการถามท่านรัฐมนตรีเนื่องแต่ว่าพอมันเป็นคอขวดตรงนี้ ที่ว่าจะต้อง มีการไปพิสูจน์อยู่ที่ศูนย์นี้ หรือว่าเป็นช่องว่างในการมีการทุจริตคอร์รัปชันหรือไม่ รวมถึง เราอาจจะต้องไปฝากการพิสูจน์สัญชาติไปที่ประเทศเพื่อนบ้าน คำถามคือทำไมเราถึงต้อง ทำแบบนั้น นี่คือสิ่งที่ผมตั้งในเรื่องของศูนย์ CI เมื่อสักครู่ จริง ๆ ผมไม่ได้เข้าใจผิดว่า เป็นประเด็นเรื่องกัมพูชา จริง ๆ ก็คือประเด็นเรื่องประเทศพม่านี่ล่ะครับ เลยขออนุญาต ให้ท่านรัฐมนตรีชี้แจงครับ🔗
ส่วนถัดมา จริง ๆ ที่ผมอยากจะสอบถามเพิ่มเติม แล้วเมื่อครู่นี้ทาง ท่านรัฐมนตรีอาจจะยังไม่ได้ตอบชัดเจนว่าพอมีการที่ท่านรัฐมนตรีตอบว่าจะมีการทำงาน เชิงรุกในการไปทำงานกับผู้ประกอบการมากขึ้น คำถามของผมก็คือว่าแล้วท่านได้มีการบูรณาการ กับพื้นที่ต่าง ๆ ด้วยหรือไม่ในการที่จะประเมินว่าแต่ละพื้นที่เอง โอเคผมเข้าใจดีว่าอาจจะ ไม่ใช่บทบาทหน้าที่ของกระทรวงแรงงานโดยตรง แต่ละพื้นที่เองทางโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลหรือสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่เกี่ยวข้อง โรงเรียนอะไรต่าง ๆ ทางพื้นที่ เขารองรับกับสิ่งที่แรงงานจะเข้ามาเพิ่มขึ้นในพื้นที่ได้หรือไม่ แล้วทางท่านได้มีการทำงาน เชิงรุกในการบูรณาการกับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างไรบ้าง🔗
ส่วนประเด็นเรื่องอาชีพสงวน ขออนุญาตต่อนิดหนึ่งก็คือว่าเข้าใจว่าปัจจุบัน กฎหมายค่อนข้างที่จะล้าสมัยเพราะว่าออกไปตั้งหลายปีที่แล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ ถ้าผมจำไม่ผิด ถ้าจำผิดขออภัยครับ ทีนี้สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าจะมีการ Update เรื่องอาชีพสงวนอย่างไรบ้าง ทางกระทรวงแรงงานจะมีแนวทางเชิงรุกอย่างไรในการจัดการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เพราะว่า ต้องยอมรับว่าอาชีพหลาย ๆ อาชีพควรจะมีการเอาออกหรือไม่ หรืออาชีพหลาย ๆ อาชีพ ควรจะมีการเพิ่มเข้ามาหรือไม่ ผมว่ามันเป็นปลายเปิดที่ถ้าเกิดสมมุติว่าท่านอยู่ในหน้างาน อาจจะเห็นหรือแม้กระทั่งในพื้นที่ต่าง ๆ ที่ได้สะท้อนเข้ามาจากที่ท่านรับฟังปัญหาจาก หลาย ๆ ทิศทาง ผมคิดว่านี่ก็เป็นประเด็นใหญ่ เพราะว่าทุกวันนี้ประชาชนโดยเฉพาะ คนจนเมืองหรือแม้กระทั่งประชาชนในจังหวัดผมเองก็รู้สึกถึงความคับข้องหมองใจที่มี กฎหมายกำหนดเอาไว้ว่าห้ามทำ แต่ทำไมยังมีบางส่วนแอบลักลอบทำได้ นี่ก็คือสิ่งที่ผมคิดว่า อยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานว่าท่านมีการทำงานเชิงรุกเรื่องนี้ อย่างไร มีการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง แล้วก็ท่านมีแนวทางที่จะแก้ไข กฎหมายหรือกฎระเบียบอย่างไรบ้าง และจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรเป็นระบบ ขออนุญาต ทราบรายละเอียด ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบคำถามที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ สำหรับคำถามที่ท่านได้ตั้งคำถามมา เรื่องของว่าโรงพยาบาล สามารถรองรับได้หรือไม่ เรื่องที่ว่าถ้าเกิดมีการเพิ่มของจำนวนประชากรขึ้นไป คือลักษณะ ของการเพิ่มของจำนวนประชากรไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็ตามมันจะเป็นลักษณะของการเพิ่ม ที่ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ต้องห่วงทางภาคเอกชนทุกที่ เมื่อมีการเพิ่ม ของจำนวนประชากรเข้าไป พอเขาเห็นว่า Capacity มันเต็มแล้ว เขาก็ต้องมีการขยายเพิ่ม แน่นอน เพราะฉะนั้นท่านไม่ต้องเป็นห่วงเรื่อง Facility อันนี้ผมคิดว่าไม่น่าต้องห่วง🔗
เรื่องถัดมาที่ท่านถามเรื่องว่า CI พม่าถูกไหมครับ ก็คือว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ได้ มีการตกลงกันมาตั้งตั้งแต่ก่อนหน้าที่ผมจะเข้ามา มันมีมติ ครม. ไปแล้วว่าจะต้องใช้วิธีการ ให้ไปตรวจสอบอัตลักษณ์ก่อน ทีนี้ประเด็นก็คือว่าตอนที่ผมเข้ามาเนื่องจากสถานการณ์ ตอนที่เข้ามาคือเดือนกรกฎาคม และตัวพม่ากำลังจะหมดอายุภายในเดือนสิงหาคม เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นสิ่งที่ต้องเร่งรีบในการดำเนินการ ถ้าเกิดเรามัวแต่ไปแก้ไขมติ ครม. ไปแก้อะไรนี่มันไม่ทันการณ์ที่จะสามารถต่อได้ แล้วมันก็จะทำให้แรงงานเหล่านี้กลายเป็น แรงงานนอกระบบ ซึ่งพอกลายเป็นแรงงานนอกระบบปุ๊บ มันก็จะทำให้นายจ้างเขามีความผิด ไปด้วยซึ่งโทษก็ค่อนข้างจะหนัก เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ก็จำเป็นที่จะต้องมีการเร่งทำกระบวนการนี้ไปก่อน ส่วนเรื่องครั้งถัด ๆ ไปจะมีการแก้ไขไหม อันนี้เดี๋ยวเรามาดูกันอีกทีหนึ่ง แต่ครั้งนั้นมันไม่ทันแน่นอน🔗
แล้วก็ประเด็นเรื่องที่ท่านบอกว่าอาชีพสงวนที่ว่ามีการแย่งงานทำ คือเรื่องนี้ เนื่องจากว่าแรงงานต่างด้าวที่เข้ามา ณ ปัจจุบันที่ลงทะเบียนกับเรามีประมาณ ๔ ล้านคน แล้วก็ไม่ลงทะเบียนก็อาจจะมีอีกหลายล้านคน ซึ่งอาชีพการที่เขาจะไปทำอะไร จำนวน ข้าราชการเราไม่เพียงพอที่จะไปตรวจสอบได้หมดทุกคน เพราะฉะนั้นถึงได้บอกว่าเราจำเป็น ที่จะต้องมีโปรแกรมขึ้นมาเพื่อเอาไว้ Tracking เขาว่าอยู่ตรงไหน แล้วเราจะได้ไปตามตรวจดู ต่อได้ แล้วก็มีโปรแกรมในการรับร้องเรียน เพราะว่าคนที่สามารถที่จะให้ข้อมูลได้ดีที่สุดก็คือ ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ถ้าเกิดประชาชนที่อยู่ในพื้นที่มีการแจ้งข้อมูลมา ทางเราก็จะได้ลงไป เพื่อจัดการตามต่อ ถ้าเกิดสมมุติว่าขาดเรื่องพวกนี้ไปเราไม่สามารถที่จะทำด้วยกำลังของ ข้าราชการเองได้🔗
แล้วก็ส่วนในเรื่องที่ท่านบอกว่าจะมีการปรับปรุงเรื่องอาชีพสงวนไหม เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ตั้งแต่ผมเข้ามาวันแรก ๆ ผมได้มีการให้สัมภาษณ์ไปทางหนังสือพิมพ์แล้วว่า เราจะต้องมีการปรับปรุงอาชีพสงวน เพราะเดิมเราก็จะมีพวกอาชีพตัดผม เสริมสวย ซึ่งผม มองว่าอาชีพพวกนี้มันไม่ทันต่อยุคสมัยนี้ การที่เราจะก้าวเข้าไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วได้ เราจำเป็นต้องสงวนอาชีพที่เป็นด้านของไอทีเอาไว้ให้กับคนของเรา ด้านเอไอ ด้านไอที ทั้งหลายเพื่อที่ว่าให้คนของเราสามารถพัฒนาตัวเองได้ ไม่อย่างนั้นถ้าเราไม่สงวนอาชีพพวกนี้ เอาไว้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือเวลาผู้ประกอบการจากต่างชาติมาลงทุน เขาก็จะขอนำคนของเขา ที่มีความรู้มาทั้งหมด ซึ่งมันก็จะทำให้แรงงานไทยไม่เกิดการพัฒนา ซึ่งอันนี้เพียงแต่ว่า มันไม่ใช่ทุกอาชีพทั้งหมดที่เราสามารถสงวนได้ เราต้องมีอาชีพบางอย่างที่ต้องฝึกให้เขา เริ่มทำก่อน ก็คือพอเริ่มทำไปพอเริ่มได้ก็ก้าวสู่ Step ต่อไป แต่มันคงไม่สามารถที่จะไปสงวน ทุกอาชีพได้หมดเลยในขณะนี้นะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เป็นอันจบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๖๑๗ นะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีและขอบคุณ ท่านผู้ถามนะครับ🔗
๒. เรื่อง การดำเนินการเพิ่มเส้นทางเดินรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) เส้นทางระหว่างสำโรง-ปู่เจ้าสมิงพราย-สะพานภูมิพล-พระราม ๓-สาทร นายวีรภัทร คันธะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน เพื่อประโยชน์ในการ ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม สนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือกระทรวงคมนาคม นางคนางค์นงค์ หนูสันเทียะ ผู้อำนวยการสำนักการขนส่งผู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบก และนางมนัญยา ปาลวงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ ๒ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และผมได้ อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วมเข้ารับฟังการตอบกระทู้ถาม ๑. นางสาวธนาธร โล้วมั่นคง ๒. นางสาวจิตเจริญ อัศวศรีพงศ์ธร เมื่อครบแล้ว ท่านผู้ถาม ผู้ตอบ ถามได้ ๒ ครั้ง ในเวลา ๒๐ นาที เชิญท่านวีรภัทร คันธะ คำถามแรก เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วีรภัทร คันธะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อำเภอพระประแดง ยกเว้น ตำบลบางจาก พรรคประชาชน ขออนุญาตขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ให้เกียรติ มาตอบคำถามในวันนี้ครับ สืบเนื่องจากผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนมาเป็นจำนวนมาก ในฐานะที่เป็น สส. เจ้าของพื้นที่ในอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นอำเภอ ที่อยู่ติดกับกรุงเทพฯ มากที่สุด เรียกได้ว่าข้ามสะพานภูมิพลไปก็คือเป็นสาทรซึ่งเป็นใจกลาง กรุงเทพมหานคร แต่ปัญหาที่เราพบก็คือว่าในเมื่อตอนนี้อำเภอพระประแดงเป็นอำเภอ ที่แม้ว่าจะอยู่ติดแต่ว่าการคมนาคมโดยเฉพาะการขนส่งคน Feed คนจากพื้นที่บ้านตัวเอง เข้าสู่พื้นที่ใจกลางเมืองหรือพื้นที่ที่เป็นที่ทำงานก็มีปัญหาอยู่ เนื่องจากว่าภายในพื้นที่เอง การขนส่งสาธารณะหรือการขนส่งมวลชนยังคงประสบปัญหา โดยหลายเรื่องเลยที่มีปัญหา เนื่องจากว่าในพื้นที่เองประชาชนอาจจะจำเป็นต้องใช้รถสองแถวหรือว่าต้องไปขึ้นรถไฟฟ้า ที่มีราคาแพง จากสำโรงวิ่งไปสีลม สาทร ต้องต่อ BTS ต้องต่อ MRT เสียค่าใช้จ่าย เป็นจำนวนมาก ทั้ง ๆ ที่ถ้าเดินทางจากสำโรงวิ่งผ่านถนนปู่เจ้าสมิงพรายไปข้ามสะพาน ภูมิพลก็เป็นถนนพระราม ๓ เป็นสาทร เป็นสีลมแล้ว ถ้าขับรถใช้เวลาผมคิดว่าเต็มที่ คงไม่เกิน ๒๐ นาที ถ้าสมมุติขับวิ่งตรง ๆ แต่ว่าถ้าให้ไปผ่านพื้นที่รถติด นอกจากคุณภาพ ชีวิตที่ไม่ดีแล้ว ใช้เวลาเดินทางบนท้องถนนนานเป็นชั่วโมง ก็ยังมีเรื่องของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น🔗
ผมก็เลยทำแบบสำรวจ ซึ่งแบบสำรวจนี้ จะเป็นแบบสำรวจที่ถามคนในพื้นที่ แล้วก็คนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดสมุทรปราการ รวมถึงผู้ที่ทำงานในพื้นที่สาทรหรือพื้นที่พระราม ๓ ซึ่งเป็น Business Area หรือว่าเป็นพื้นที่ ธุรกิจ ซึ่งแบบสำรวจนี้อย่างที่ท่านเห็น แบบสำรวจนี้เป็นแบบสำรวจที่ถามว่าท่านมีความเห็นด้วย หรือไม่ถ้ามีรถสาธารณะในเส้นทาง BTS สำโรง-ปู่เจ้าสมิงพราย-สะพานภูมิพล-พระราม ๓- สาทร แล้วก็จากข้อที่ ๑ ถ้ามีแล้วจะช่วยอำนวยความสะดวกหรือไม่ แล้วก็ท่านใช้ รถสาธารณะบ่อยหรือไม่ ท่านคิดว่าขนส่งสาธารณะในปัจจุบันดีแล้วหรือยัง และสุดท้ายก็คือ ควรเพิ่มระบบขนส่งสาธารณะหรือไม่ ซึ่ง ๒๒๖ คนนี้ ก็มีคนที่ตอบมาในข้อที่ ๑ เรื่องของ เส้นทางนี้ชนะขาดลอย ถ้าท่านเห็นกราฟตัวแรกที่เป็นกราฟสีน้ำเงินก็คือ ๒๒๖ คน ผมเข้าใจว่า มีคนน่าจะไม่เห็นด้วยแค่คนหรือ ๒ คน ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าคนต้องการเส้นทางนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ผมไปสำรวจมาก็พบว่าจริง ๆ แล้วมีเส้นทางปฏิรูป เราเรียกว่าเส้นสาย ๓-๓๓ อยู่ ซึ่งเส้น ๓-๓๓ นี้ เป็นเส้นทางเดินรถจากปากน้ำวิ่งผ่านถนนปู่เจ้าสมิงพราย วิ่งผ่านสะพานภูมิพล แล้วก็ไปออกพระราม ๓ สีลม สาทร ไปจนถึงสถานี MRT สีลม ซึ่งเดี๋ยวคงมีเซ็นทรัลดุสิตพาร์ค ที่ใหม่ซึ่งเป็น Landmark ใจกลางเมืองด้วย ดังนั้นแล้วผมนำแบบสำรวจนี้มาเพื่อให้เห็นว่า อะไรครับ ให้เห็นว่าจริง ๆ แล้วพอประชาชนมีความต้องการ แต่ว่ารัฐยังไม่ได้ตอบโจทย์ โดยเฉพาะเส้นทางนี้ ทำให้ผมใช้คำว่าประชาชนในพื้นที่ก็ไม่ได้รับความสะดวก แล้วการที่ คนตัดสินใจหลายครั้งที่จะอยู่อาศัยก็จะคำนึงถึงขนส่งสาธารณะด้วย สมมุติว่าผมอยากให้ เศรษฐกิจในพื้นที่พระประแดงดีขึ้น สิ่งที่เราต้องคำนึงถึงก็คือนอกจากเรื่องของพื้นที่ ที่อยู่อาศัยที่น่าสนใจแล้ว ระบบสาธารณะที่ตอบโจทย์ในการเดินทางไปสู่ใจกลางเมือง ถ้าหากเส้นทางนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริงจะทำให้ประชาชนจำนวนมากอาจจะพิจารณา ตัดสินใจที่จะย้ายมาอยู่ในอำเภอพระประแดงมากขึ้น เนื่องจากว่าปัจจุบันพื้นที่ใจกลางเมือง เช่น สีลม สาทร พระราม ๓ เราเรียกว่ามีราคาที่ค่อนข้างสูง แต่ถ้าสมมุติว่ามาอยู่ที่ พระประแดงและมีขนส่งสาธารณะที่คุณสามารถ Guarantee ได้ว่า ๓๐ นาทีสามารถที่จะ ไปถึงในเมืองได้ก็จะเป็นเรื่องที่ทำให้เป็นผลประโยชน์ของประชาชน🔗
สไลด์ถัดไป ปัญหาที่พบเจอในปัจจุบันนี้ อันนี้เป็น Survey เหมือนกันที่เรา ถามเขา แล้วเรารวบรวมมาเป็นข้อสรุปก็คือรถสาธารณะ ปัญหาที่เจอในปัจจุบันก็คือ รถสาธารณะในเส้นทางมีน้อยมาก ต้องอ้อมเข้า กทม. ใช้คำว่าอ้อมเลยนะครับ แล้วก็รถสองแถว บริการไม่ดี บางครั้งต้องรอนานถึงจะออก แล้วก็รถเมล์ที่มีอยู่ตอนนี้ก็คือที่เคยพูดไว้ เป็นเส้น ๓-๓๑ ไม่รับผู้โดยสาร ไม่ได้จอด เนื่องจากว่าในพื้นที่ไม่ได้มีป้ายรถเมล์ก็ทำให้ หลายครั้งที่รถเมล์ก็วิ่งผ่านไปเลยโดยที่ประชาชนก็ไม่รู้ว่าจะขึ้นอะไร อย่างไร สุดท้ายก็ต้อง ต่อสองแถวกลับไปที่บริเวณจุดที่เป็น BTS คือย้อนกลับไปเพื่อที่ไปขึ้นรถเมล์ ข้อเสนอ เพิ่มเติมก็คือควรเพิ่มจำนวนรถ เที่ยวรถให้เพียงพอโดยเฉพาะเวลาเร่งด่วน แล้วก็ รถปรับอากาศ อยากให้มีรถปรับอากาศมากกว่ารถร้อน แล้วก็อยากให้มีป้ายรถเมล์ที่ชัดเจน หรือมีระบบแสดงเวลารถด้วย แล้วก็ควรดูแลมาตรฐานรถ ความปลอดภัยและมารยาท พนักงาน ส่วนอื่น ๆ ก็คือบางคนเสนอให้พิจารณาเส้นทางอื่นเชื่อมต่อ เช่น เทพารักษ์ บางพลี หรือว่าไปถึง BRT อันนี้เป็นตัวอย่าง ผม Copy มาจาก Google Map เลยก็คือ จะเห็นว่าจริง ๆ แล้วมีป้าย เราใช้คำว่าไม่ใช่ป้าย เป็นศาลาพักรถประจำทาง ก็คือศาลา จอดรอสองแถว ไม่ได้มีป้ายรถเมล์เหมือนใน กทม. ที่เป็นป้ายที่มีระบุชัดเจนว่าจุดนี้เป็นจุด จอดรถเมล์ ดังนั้นแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือรถเมล์ก็ไม่ทราบว่าจะต้องจอดตรงไหน ส่วนคนที่ มารอก็ไม่รู้ว่าจุดไหนที่ควรจะเป็นที่รอรถเมล์ ก็ขออนุญาตถามทางกระทรวงคมนาคมจะมี การดำเนินการเพื่อเพิ่มเส้นทางเดินรถโดยสารรถเมล์ในช่วงระหว่างปากน้ำ-สำโรง-ปู่เจ้าสมิงพราย สะพานภูมิพล-พระราม ๓-สาทร-สถานีรถไฟฟ้าสีลม เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน ให้กับประชาชนโดยเร่งด่วนหรือไม่ เมื่อใด อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ🔗
ต่อไป ขอเชิญรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมครับ ท่านสุรพงษ์ ปิยะโชติ ตอบคำถามที่ ๑ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน และผู้เข้าร่วม รับฟังในวันนี้ครับ จากประเด็นปัญหาที่ท่านสมาชิกได้ถาม ทางกระทรวงคมนาคมก็ได้ ดำเนินการอย่างนี้ ประเภทรถโดยสารสาธารณะจะแบ่งเป็น ๒ ส่วน ส่วนในจังหวัดเป็น หมวด ๔ ก็คือพวกรถสองแถว ส่วนรถที่วิ่งระหว่างจังหวัดจากกรุงเทพฯ ออกไปถึง ต่างจังหวัดเป็นหมวด ๑ ซึ่งก็คือ ถ้ากรุงเทพฯ ก็คือ ขสมก. ถ้าจังหวัดไกล ๆ ก็คือ บขส. อันนี้ก็ต้องเป็นบทบาทของ ขสมก. ก็เป็นสิ่งที่ดีครับท่านประธานที่ทางตัวแทนของ พี่น้องประชาชนได้นำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ความต้องการในพื้นที่ นำมาสู่เวทีแห่งนี้เพื่อปรับปรุง ซึ่งวันนี้ก็ได้ให้นโยบายกับทาง ขสมก. ไปแล้ว วันนี้มา ทั้ง ๒ หน่วยงาน Regulator ก็คือขนส่ง ขสมก. ก็คือ Operator วันนี้จริง ๆ แล้วหลังจาก เราทราบกระทู้ถามและทราบความต้องการ จริง ๆ เราทำการบ้านมาล่วงหน้าแล้ว ก็ได้ เตรียมการที่จะมีรถเพิ่มเติม ไม่มีสไลด์เดี๋ยวขอแจกเป็นเอกสารแล้วกันนะครับ เส้นทางที่เป็น รถ ๐๔ วิ่ง ก็จะมีรถของ ขสมก. ไปวิ่ง แล้วก็จะเป็นทางเลือกให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่อง ที่ว่าจะต้องใช้บริการประเภทใด ส่วนเรื่องความถี่หรือ Headway ในการปล่อยรถ เดี๋ยวก็ให้ เป็นไปตามชั่วโมงเร่งด่วนกับชั่วโมงไม่เร่งด่วน ซึ่งอันนี้ ขสมก. เขาจะมีข้อมูลอยู่แล้ว ก็จะมี การเพิ่ม Route การวิ่งให้ ก็คงไม่เกินวันที่ ๑ กันยายนนี้เป็นต้นไป ก็จะมีเส้นทางใหม่ ที่เกิดขึ้น และขอฝากเวทีตรงนี้ผ่านท่านประธานสภาไปยังท่านสมาชิกแล้วก็พี่น้องประชาชน ถ้าในบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่เป็นอำนาจหน้าที่ของ ขสมก. ถ้าเส้นทางไหน Route ไหน ไม่สมบูรณ์แบบก็ยินดี จะแจ้งมาที่กระทรวงโดยตรงหรือผ่านมายังตัวแทนก็คือท่าน สส. ทุกท่าน เข้ามาสู่ทางกระทรวงคมนาคม ทุกพรรค ทุกคน สามารถแจ้งเข้ามาได้หมด เพราะถือว่าเป็นฉันทามติของพี่น้องประชาชนที่เลือกเข้ามาเป็นตัวแทนของท่าน เข้ามาแจ้ง ความต้องการแสดงบทบาทในสภา ทางกระทรวงคมนาคมก็ยินดีที่จะรับไปดำเนินการต่อ เพราะถือว่าเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนโดยตรง เบื้องต้นมีการจัดรถไปให้ แน่นอน วันที่ ๑ กันยายนนี้ก็จะเป็นรถของ ขสมก. ซึ่งก็จะร่วมกับรถ ๐๔ ที่มีอยู่เดิมแล้ว ก็จะเป็นการเพิ่ม Route เพิ่มเส้นทาง แล้วขอใช้เวทีตรงนี้ผ่านท่านประธานสภาไปยัง พี่น้องประชาชนแล้วก็สมาชิกทุกท่าน เนื่องจากพอต่อไปนโยบาย ๒๐ บาท หลังจาก พ.ร.บ. การขนส่งทางรางเพิ่งผ่านไปเสร็จ ก็เหลือ พ.ร.บ. การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม กับ พ.ร.บ. รฟม. ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสัปดาห์หน้า ถ้า ๒๐ บาทเสร็จ Route ของการเป็น Feeder มันจะต้องถูกปรับเปลี่ยนไปทั้งระบบ Backbone ของการขนส่งสาธารณะต่อไปคือ เป็นระบบราง รองต่อมาก็คือเป็นระบบล้อที่จะเป็น Feeder เข้าไป เพราะฉะนั้นช่วงการ เปลี่ยนผ่านความสับสนหรือความต้องการที่เราจัดลงไปอาจจะยังไม่ตรงตามข้อเท็จจริง ก็ยินดีใช้เวทีตรงนี้ผ่านมาที่กระทรวงได้ หรือ Direct ไปก็ได้ไปที่กระทรวง ยินดีนะครับ เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าถ้าท่านมีความต้องการ ไม่ต้องรอเวลานานมากก็ได้ ไปที่กระทรวงเลยครับ ยินดี เพราะอันนี้ผมถือว่าเป็นการบริการสาธารณะ แล้ว Step สุดท้ายของการเป็น Feeder และการเป็น Backbone ในการขนส่งสาธารณะ ก็คือ Door to Door ก็คือจากประตูบ้านถึงประตูบ้าน เพราะฉะนั้นการปรับเปลี่ยนที่จะเกิดขึ้นต่อไป ในบริบทหลัง ๒๐ บาท มันจะมีผลดีกับพี่น้องประชาชนและกับทุกภาคส่วน แต่ระบบ Feeder ที่ปรับเปลี่ยนใหม่แน่นอนเลยมันจะต้องมีอุปสรรคเกิดขึ้นตามมา เพราะมันเปลี่ยน บริบททั้งหมด ก็ยินดีที่จะปรับเปลี่ยนและยินดีที่จะรับฟังความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ทุกท่านครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป คำถามที่ ๒ เชิญผู้ถามครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ได้ยินอย่างนี้ ก็สบายใจมากขึ้น แล้วก็ต้องขอบคุณ เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนด้วย ถือว่าเป็นข่าวดี ของพี่น้องชาวพระประแดงและชาวสมุทรปราการทุกท่าน เรื่องนี้อย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่ามา พอมีนโยบาย ๒๐ บาท สิ่งที่อาจจะต้องคำนึงถึง แม้ว่าระบบรางจะเป็น Backbone ปัญหาที่ จะตามมาก็คือจริง ๆ แล้วในช่วงเวลา Rush Hour หรือช่วงเวลาเร่งด่วน ผู้ที่ใช้รถไฟฟ้า ก็มีค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว โดยเฉพาะการ Feed จากนอกเมืองเข้าสู่ในเมือง โดยเฉพาะ ตัวเมืองชั้นใน ทีนี้เนื่องจากว่าเมื่อมีการ Feed แล้วก็มี ๒๐ บาท ที่เป็นนโยบายปรับเปลี่ยน ผมคิดว่าพฤติกรรมของคนก็คือจะทยอยมาใช้รางมากขึ้น แน่นอนว่าสิ่งที่จะตามมาก็คือว่า ขบวนรถไฟฟ้าก็จะแน่นขนัดไปด้วยผู้คน ซึ่งสุดท้ายแล้วสิ่งที่อาจจะตามมาก็คือว่าคนก็จะ พิจารณารถเมล์เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง ก็คือเมื่อเห็นว่าเมื่อรถไฟฟ้าแม้ว่าเป็น ๒๐ บาท ก็จริง แล้วเดินทางอาจจะลำบากเพราะว่าขึ้นได้ ขึ้นไม่ได้ ไม่สะดวก ก็อาจจะเลือกพิจารณา รถเมล์เป็นทางเลือกเพื่อเข้าสู่เมืองเช่นเดียวกัน การมีรถเมล์เป็นทางเลือกสำรองของคนที่มี รายได้น้อยผมคิดว่าเป็นทางเลือกที่ดีแล้วก็เหมาะสม การที่ท่านเสนอมาในเรื่อง ของการใช้เส้นทางเชื่อมต่อ ปรับปรุงจากเส้นทาง ๓-๓๑ ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าในปัจจุบัน เส้น ๓-๓๑ ที่วิ่งจากทางเมกาบางนา วิ่งมาทางสำโรง ปู่เจ้าสมิงพราย วิ่งไปทางบางบอน ผมคิดว่าในเส้นทางนี้ถ้าปรับเปลี่ยนแล้วมาวิ่งช่วงหนึ่งที่สามารถ Feed คนเข้าเมืองไปทางสีลม สาทรได้ ก็จะช่วยบรรเทาปัญหาให้พี่น้องประชาชนและเป็นทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นทั้ง ระบบราง รวมถึงรถสาธารณะอื่น ๆ ด้วย เมื่อครู่นี้ผมเห็นสไลด์ว่าจะมีเรื่องของรถสองแถวที่ Feed สองแถว Feed มาส่งคนที่รถไฟฟ้า ผมคิดว่าอันนี้อาจจะเป็นการมองมิติเดียวก็คือ เป็นการมองว่าคนขึ้นรถสองแถวมาตรงนี้อาจจะเร็วกว่าการนั่งรถเมล์ระยะยาว แต่ผมอยาก ให้คำนึงในมุมกลับว่าถ้าหากว่ามีรถเมล์ซึ่งเป็นบริการสาธารณะโดยรัฐ Feed คนไปพร้อมกัน ก็เป็นทางเลือกให้กับคนในพื้นที่ที่จะพิจารณาทางเลือกในการใช้รถได้ เพราะว่ารถสองแถว ก็อย่างที่เรียนว่าหลายครั้งเราไม่สามารถคำนวณเวลาได้ เราไม่สามารถรับทราบได้ว่า ถ้าสมมุติรถสองแถวเต็ม ไม่มีทางขึ้นแล้ว รอคันถัดไปซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมาอีกทีกี่โมง ในขณะที่ การบรรทุกโดยรถเมล์ผมคิดว่าเป็นการบรรทุกคนจำนวนมากไปสู่จุดหมายปลายทางได้ การเริ่มทดลองในเส้นทางนี้ แล้วก็ลองดูผลตอบรับผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ดีนะครับ🔗
คำถามที่ ๒ ของผมก็คือถ้ากระทรวงคมนาคมยังไม่มีนโยบายที่จะดำเนินการ อันนี้ก็คืออย่างที่แจ้งไป ก็อยากทราบว่าติดขัดปัญหาเรื่องใด หรือจะมีแนวทางในการแก้ไข ปัญหาเรื่องนี้ในเบื้องต้นอย่างไร ซึ่งเมื่อครู่นี้ผมเข้าใจว่าก็ได้รับฟังจากท่านรัฐมนตรีแล้วว่า ทางท่านรัฐมนตรียินดีที่จะปรับปรุงระบบเส้นทางที่จะเสริม แล้วก็สร้างทางเลือกให้กับ ประชาชน ดังนั้นในคำถามที่ ๒ ผมทราบว่า ๑ กันยายนถ้าสมมุติทำได้ ผมขออนุญาต ปรับคำถามนิดเดียวว่าในระยะเวลา ใน Range ของการเริ่มทำ คิดว่าระยะเวลาในการ ปรับปรุงเส้นทางนี้ใช้ระยะเวลานานหรือไม่ และจะคงอยู่ ถ้าคำถามของประชาชน คือคงอยู่นานไหม คงไม่ใช่แค่เดือนเดียวแล้วก็หายไปอะไรอย่างนี้ ก็อยากจะให้เป็น ระยะเวลาที่ยาวนานพอที่จะคำนวณผลลัพธ์และความคุ้มค่าได้ แล้วก็ถ้าสมมุติว่า มีอะไรติดขัดก็สามารถชี้แจงได้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีสุรพงษ์ เชิญครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิก คำถามที่ ๒ วันที่ ๑ กันยายน ก็จะจัดรถ ขสมก. ไปวิ่ง โดยใช้ชั่วคราว ๙๐ วัน แต่ระหว่าง ๙๐ วัน ก็จะทำเป็น เส้นทางถาวร ซึ่งมันไปตาม Step up ของระบบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นความถี่หรือ Headway แล้วก็ความนานไหม อยู่ที่ความต้องการของพี่น้องประชาชน ถ้าพี่น้องประชาชนใช้ เป็นที่นิยมก็ไม่จำเป็นต้องยกเลิก ก็คือให้เป็นเส้นทางถาวรหรือเส้นทางที่มันเป็น Permanence ได้เลย แต่การจะออกถาวร Permanence มันต้องเลย ๙๐ วัน แต่ระหว่าง ๙๐ วัน เราก็จัดให้ได้เลยเป็นเส้นทางพิเศษก่อน ๙๐ วัน ระหว่าง ๙๐ วัน ก็จะดำเนินงาน ทางคณะกรรมการขนส่งกลาง เพราะว่ามันเป็นการเดินทางระหว่างจังหวัด มันต้องมี Process ของมัน ก็คือสรุปเส้นทางนี้ก็คือวิ่งถาวรตามความต้องการของพี่น้องประชาชน ส่วนเรื่องความถี่หรือ Headway ก็ยินดีที่จะปรับ ขสมก. เขามีเครื่องมืออยู่แล้วว่าถ้ารถคนเต็ม ช่วงชั่วโมงเร่งด่วนเขาก็จะเพิ่ม Headway กี่นาที ๓๐ นาที ๒๐ นาที มีหมดครับ ๑๕ นาที ก็มีบางเส้นทาง เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ไม่ต้องกังวล ฝากไปอีกอันหนึ่ง เดี๋ยวจะมีการเปิดรับ ระหว่างเส้นทางหมวด ๔ ช่วง ๖ กิโลเมตรที่ไม่มีป้ายรถเมล์ เดี๋ยวสั่งการเสริมให้นะครับ ก็ขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนที่ผ่านเรื่องความเดือดร้อน ความต้องการมายังท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรมาสู่กระทรวง ให้กระทรวงไปปฏิบัติได้บริการสาธารณะกับพี่น้องประชาชน ทุกท่าน ก็คงมีประมาณนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
จบนะครับ🔗
ขออนุญาตครับ จะขอบคุณท่าน แล้วก็ขอฝากนิดเดียวครับท่านประธาน🔗
เชิญครับ🔗
ขออภัย ไม่ได้เป็นคำถามนะครับ แต่ว่าเมื่อครู่นี้ขออนุญาตสไลด์นิดหนึ่ง🔗
พอดีจริง ๆ ก็คือจะฝากทาง ท่านรัฐมนตรีไว้ สไลด์ถัดมานิดเดียวครับ ขออภัย ๘ วินาทีสุดท้าย ขออนุญาตเป็นการฝากครับ ก็คือผมอยากจะเรียนว่าจริง ๆ แล้วปัญหาการคมนาคมหรือว่าเรื่องที่เกี่ยวกับถนนในพื้นที่ ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมยังมีอีกหลายปัญหา แต่ก็ขออนุญาตฝากเร่งรัดสำนักงาน นโยบายและแผนการขนส่งจราจรหรือ สนข. ก็คือค้างการทำรายงานผลการศึกษาการติดตั้ง ไฟจราจรเพื่อแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบริเวณซอยโรงเหล็ก ซึ่ง ๒ ปีมาแล้วก็ยังไม่ได้ส่งมา อันนี้ฝากนะครับ ไม่ได้ถามนะครับ แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง สไลด์ถัดมาก็ฝากติดตามปัญหาที่เป็น ปัญหาใหญ่ที่สุดของจังหวัดสมุทรปราการคือเรื่องของรถบรรทุกวิ่งฝ่าฝืนในช่วงเวลาห้ามวิ่ง ประชาชนถามมาทุกวัน ถามมาทุกรอบ แล้วก็ยังไม่เห็นมาตรการที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการ อย่างไรได้บ้าง ก็ขออนุญาตฝากท่านรัฐมนตรีประมาณนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เป็นการฝากนะครับ ก็ได้ประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้งผู้ถามและผู้ตอบนะครับ ท่าน สส. เอง มีอะไรขัดข้องก็ประสานที่ท่านรัฐมนตรี เป็นการแก้ไขของพี่น้องประชาชน ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีและท่าน สส. วีรภัทร ขอบคุณมากครับ จบคำถามครับ ไปถามต่อนอกรอบ ก็ได้ครับ จะได้กระจ่างขึ้นครับ🔗
๓. เรื่อง ปัญหารถไฟฟ้าสายสีแดง โดยเฉพาะสถานีดอนเมือง และอีกหลายสถานี มีสภาพทรุดโทรมและปัญหาการบุกรุกของร้านค้าหาบเร่แผงลอย นายเอกราช อุดมอำนวย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านสุรพงษ์ ปิยะโชติ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้บุคคลดังต่อไปนี้เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ บริษัท รถไฟฟ้า รฟม. จำกัด นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ๒. นางสาวพริญญา พรหมพูล วิศวกรกำกับกองมาตรฐาน งานวิศวกรรมโยธา และผมได้อนุญาตให้ประชาชน ผู้มีส่วนเข้าร่วมรับฟังการตอบกระทู้ถามดังนี้นะครับ ๑. นายศิวะกร ชมภูนิตย์ ๒. นายพีรณัฐ อินทร์สง่า ๓. นายอโนชา อ่วมภักดี มาครบถ้วนจากนี้ไปเชิญผู้ถาม ผู้ตอบ ถามได้ ๒ ครั้ง ภายในท่านละ ๑๐ นาที เชิญท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญถามข้อแรกครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง จากพรรคประชาชนนะครับ🔗
วันนี้มาตั้งคำถามเกี่ยวกับ เรื่องของความเป็นอยู่ของราษฎร แล้วก็เกี่ยวเนื่องกับระบบขนส่งมวลชน ซึ่งถือว่า เป็นเรื่องประเด็นสำคัญอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับร้องเรียนแล้วก็ประชาชนจำนวนมาก แล้วก็ สส. อีกหลายเขต แล้วก็ผมเข้าสู่ปัญหาเลยก็คือว่ารถไฟฟ้าสายสีแดงจริง ๆ เปิดดำเนินการ ให้บริการมาแล้วก็มีโครงการ ๒๐ บาท ก็หวังที่จะให้คนไปใช้บริการให้เยอะ แต่ว่าเราไปดู สภาพของภาพจริง ๆ ที่ผมเก็บมาตอนนี้คนก็เริ่มใช้มากขึ้น แต่ว่าปรากฏว่าอย่างนี้ครับ ท่านประธาน มันเป็นโครงการเร่งด่วนของแผนแม่บทของ กทม. แล้วก็เปิดให้บริการ ปี ๒๕๖๔ ระยะทาง ๔๑.๓ กิโลเมตร แล้วก็คนใช้บริการจนถึงค่ำเที่ยงคืนเลย จริง ๆ ในอนาคตผมอยากให้เปิดเยอะกว่านี้ ทีนี้ที่สถานีดอนเมืองก็เป็นคนที่มาใช้จำนวนมาก เพราะว่าตรงนั้นเป็นจุดเชื่อมต่อกับชาวต่างชาติที่มาใช้บริการที่สนามบิน รวมถึงใกล้กับ ระบบขนส่งอื่น ๆ ระบบราง แล้วก็เป็นตัวที่ขยายออกไปยังชนบท ยังต่างจังหวัด ตัวอาคาร ก็ออกแบบมาก็ดูแล้วโอ่อ่าดี แต่ว่าอย่างนี้ครับ ปัญหาของสถานีนี้คือจุดเชื่อมกับอาคาร ผู้โดยสารหลังที่ ๓ มันเป็นจุดที่ออกไปบริเวณทางออกทางเดินระหว่างประเทศ ใต้ตรงนั้น มีป้ายรถเมล์แล้วก็มีจุดรถสองแถวเชื่อมไปยังชุมชนต่าง ๆ ด้วย แต่ว่าอย่างไรก็ดีก็คือว่า บริเวณนั้นผมไปดูสิ่งอำนวยความสะดวกมีลิฟต์ มีบันไดขึ้นลงอัตโนมัติ แต่ว่าปัญหาก็คือว่า🔗
๑. สถานีถูกปล่อยปละละเลยก็คือว่ามีการบุกรุก ร้านค้าหาบเร่แผงลอย ก็ไปตั้งกลุ่ม แล้วก็รั้วคือมีการเปิดอำนวยความผิดจาก รฟม. รฟท. ให้คนวิ่งข้ามทางราง ข้างล่างรางเดิมเข้าออกไปยังป้ายรถเมล์ได้แล้วก็ขึ้นมารถไฟได้ ผมว่าแบบนี้มันไม่ถูกต้อง เดี๋ยวสไลด์ถัดไปก็จะเห็นว่านอกจากร้านค้าหาบเร่แผงลอยตั้งแบบนี้ อันนี้ถ้าเราไป ในสถานีต่างประเทศถ้าเปิดให้เช่าเป็นกิจจะลักษณะแต่งพื้นที่อย่างนี้ผมเข้าใจได้ แต่ว่า ถ้าปล่อยปละละเลยแบบนี้ผมคิดว่าอย่างนี้รับไม่ได้เลย รวมถึงตรงนี้เป็นพื้นที่ไม่ปลอดภัยด้วย เพราะตอนนี้ผมเข้าใจว่ายังมีรถไฟที่ขนน้ำมันวิ่งอยู่ แล้วคนที่จะไปใช้ข้างบนเห็นสภาพ อย่างนี้ นักท่องเที่ยวลงมาเห็นสภาพอย่างนี้หรือครับ🔗
๒. มีรถที่จอดทิ้งเอาไว้คือฝุ่นแน่นขนาดนี้ครับ แล้วก็ผมเจอแบบนี้ผมก็ไปถาม หน้างานว่ารถจอดแบบนี้จะทำอย่างไร เผอิญว่าท่านผู้ว่าการการรถไฟท่านก็ให้เกียรติมาก ก็ลงมาดูพื้นที่หน้างานท่านก็บอกว่าเดี๋ยวจะจัดการแต่ว่าติดข้อกฎหมาย ผมถึงเลยต้อง มาถามท่านรัฐมนตรีว่าตอนนี้มันติดข้อกฎหมายที่ว่าจะยกไปเก็บไว้ไหนล่ะ ยกไปแล้วจะ ดูแลทรัพย์สินอย่างไร พัวพันไปหมด วันนี้ผมถึงต้องใช้จุดนี้มาสอบถาม ดังนั้นตรงนี้ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีช่วยตอบผมหน่อย เดี๋ยวไปดูอีก ขออีกสไลด์หนึ่ง คราวนี้กลางคืนมันมืด สภาพเหมือนที่ท่านประธานเห็นเลย คราวนี้ผมก็ไปแจ้งบอกว่าช่วยติดไฟเพิ่มเติมหน่อย ได้ไหม ก็ได้มีการไปปรับปรุงไฟเพิ่มเติมครับท่านประธาน แต่ปรากฏว่านี่คือภาพจริงครับ ผมไม่แน่ใจว่ามันน่าจะมีเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ควรจะวัดได้ว่า Lux ของไฟที่ใช้อยู่ ตรงนั้นมันควรที่จะสว่างเท่าไร เพราะว่ามันมืดแล้วมันดูแล้วมันไม่สมกับเป็นหน้าบ้านของเรา มันไม่สมกับเป็นสถานีที่เราจะ Say Hello กับชาวต่างชาติเลย ดังนั้นผมอยากให้ First Impression ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาใช้บริการเชื่อมต่อมาจากสนามบินสุวรรณภูมิ จะลงมาพัก Hostel แถวดอนเมืองอะไรก็ดี หรือว่าจะเชื่อมต่อสนามบินดอนเมืองไปภูมิภาค ต่าง ๆ ของเราก็ดีเขาเห็นแล้วเขาประทับใจ ไม่ว่าเขาจะมากลางวัน มากลางคืน แล้วก็มาเจอ สภาพแบบนี้เขาจะเดินผมคิดว่าเราต้องจัดให้เรียบร้อยนะครับ ดังนั้นผมก็ติดตามปัญหานี้ มาตลอด แล้วก็จริง ๆ มีคดีที่ผมแล้วก็รับมอบอำนาจจากเรียกว่าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แล้วกันในเขตที่ได้รับผลกระทบก็ได้ร้องเป็นคดีที่ศาลปกครอง แล้วผมก็ได้เห็นรายละเอียด บางส่วนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข้อตกลงกระทรวงคมนาคมกับกรมทางหลวง ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ร่ายยาวมาจนถึงเรื่องของการรับประกันชำรุดบกพร่อง สัญญาต่าง ๆ ที่ รฟท. รฟม. ต้องมีอำนาจหน้าที่ในการจัดการพื้นที่ดังกล่าว แต่ว่าอย่างไรก็ดีคือท่านผู้ว่าท่านก็มาเจอผม ฝ่ายเทศกิจอะไรมาก็มาเจอตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๖๘ วันนี้ผมก็ได้โอกาสดีที่อยากจะ สอบถามท่านรัฐมนตรีว่า ๒-๓ ปัญหาที่ผมไล่เลียงมาตอนนี้มีความคืบหน้าในเชิงนโยบาย แล้วมีการสั่งการอำนาจหน้าที่ของท่านที่ท่านจะแก้ปัญหาให้กับประชาชนเป็นอย่างไรบ้าง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมครับ ท่านสุรพงษ์ ปิยะโชติ เชิญครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิก ผู้เข้าร่วมประชุม ทุกท่านนะครับ เนื่องจากรถไฟฟ้าสายสีแดงมันเป็นรถไฟฟ้ามันจะต่างจากสายสีอื่น ๆ ก็คือรถไฟฟ้าสายสีแดงเป็นบริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทยนะครับ การรถไฟ แห่งประเทศไทยมีรถไฟระบบรางไฟฟ้า ๒ อัน ก็คือสายสีแดงกับ Airport Rail Link ซึ่งจะ ต่างกับสายสีอื่น ๆ ซึ่งอยู่ในการควบคุมของ รฟม. ปัญหาของสายสีแดงต้องยอมรับว่า มีปัญหาเพราะอยู่ Under ของการรถไฟ ติดขัดเรื่องข้อกฎหมายในการที่จะใช้พื้นที่ ซึ่งล่าสุด ทางรถไฟฟ้าสายสีแดงก็ได้รับมอบอำนาจเต็มมาจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อมา แก้ปัญหาแล้วก็มาขับเคลื่อนปัญหาได้ด้วยตัวเอง ที่ผ่านมาด้วยระเบียบเก่า ๆ ต้องย้อนไป ขออนุญาตแม่คือ รฟท. สายสีแดงก็คือ รฟฟท. วันนี้ก็ได้รับอำนาจเต็มมาเพื่อจะบริหาร จัดการพื้นที่ภายในสถานี ถ้าท่านกลับไปดูใหม่ก็จะเห็นการพัฒนาแล้วก็การเปลี่ยนแปลง🔗
ส่วนผู้บุกรุกก็ได้มีคำสั่งการไปให้จัดการให้ถูกต้อง อย่าให้เป็นการผิดกฎหมาย ดีกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคนที่เข้ามาขายจริง ๆ ก็คือพี่น้องประชาชน พอไม่ได้ขออนุญาต แบบถูกต้องก็กลายเป็นผู้บุกรุก กลายเป็นผู้ร้ายไป วันนี้ก็ไปจัดการผมได้สั่งการไปแล้วให้ไป เปลี่ยนคำว่า ผู้บุกรุก เป็น ผู้เข้ามาจำหน่ายแบบถูกต้องตามกฎหมาย โดยขออนุญาตกับ รฟฟท. ซึ่งก็ได้รับอำนาจมาเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคมที่ผ่านมา ปัญหาทุกอันที่ถูกเสนอขึ้นมา ก็จะถูกจัดการไปในทิศทางที่ดีขึ้น แล้วก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกที่นำปัญหาที่พี่น้องประชาชน ในเขตเลือกตั้งของท่านได้เจอแล้วได้สะท้อนปัญหามาถึงฝ่ายบริหารก็คือรัฐบาล เพราะบางจุด สภาพการณ์มันเปลี่ยนแปลง การตัดถนนก็ดี การปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานของรัฐมันได้ ปรับเปลี่ยนบริบทไป อุปสรรคปัญหาย่อมมี เพราะฉะนั้นปัญหานี้ผมก็ขอบคุณ เป็นปัญหา เชิงสร้างสรรค์ที่บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แล้วก็เป็น Defect บางระบบ ของกฎหมายของระเบียบของทางรัฐบาล เราก็ทำการแก้ไขปรับปรุงกฎระเบียบต่าง ๆ ให้มันทันสมัยกับเหตุการณ์อยู่ตลอด ปัญหาทุกอย่างที่ท่านสมาชิกได้ถามมาก็ฝากเรียน ไปทางท่านประธานสภาไปถึงท่านสมาชิกว่าทางการรถไฟเอง ทางกระทรวงคมนาคมเอง ไม่ได้ละเลยปัญหาแล้วก็ได้ติดตามตลอด แล้วจริง ๆ แล้วการเชื่อมต่อจากสนามบิน ด้วยระบบ ขสมก. ด้วยระบบรถ บขส. ที่จะนำพาชาวต่างชาติหรือนักท่องเที่ยวไปกลับ ไปสู่ สถานที่อื่น ๆ ที่เป็น Destination ที่เขาต้องการไปก็ได้ถูกเสริมเข้าไปที่สนามบิน และการ PR ประชาสัมพันธ์ว่ามีรถเชื่อมสายสีแดงเชื่อมกับ ๓ สนามบินก็ถูกผลักดันโดยกระทรวงคมนาคม มาอยู่แล้ว คือปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ว่าที่ผ่านมามันไม่ได้มีบูรณาการร่วมกันวันนี้ การบูรณาการร่วมถ้าสังเกตเห็นกระทรวงคมนาคมได้มีการบูรณาการร่วมกันหลาย ๆ กรม ในกระทรวง และหลาย ๆ กระทรวงระหว่างกระทรวงก็บูรณาการร่วมกัน ก็ฝากติดตาม แล้วกันว่าการบูรณาการร่วมจะพัฒนายกระดับประเทศไปถึงตรงไหนครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป เชิญคำถามที่ ๒ ครับ🔗
คืออย่างนี้ครับท่านรัฐมนตรี ผมขอบคุณท่านมากที่ผมเพิ่งได้ความกระจ่างจากท่านว่าเป็นข้อกฎหมายว่าก่อนหน้านี้ เข้าใจว่าทางสายสีแดงซึ่งเป็นบริษัทลูกไม่มีอำนาจมันก็เลยทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้ได้อำนาจ มาแล้ว เดี๋ยวผมจะไปติดตามที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าสุดท้ายได้อำนาจมาจะเป็นเสือกระดาษ หรือว่าจะทำได้จริงทั้งเรื่องของการจัดระเบียบด้านล่าง แล้วก็ผมคาดหวังว่าจะเห็นการ เปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนแตกต่างไปจากเดิม เพราะว่าถ้ารับมอบมาแล้วสุดท้ายเหมือนเดิม แสดงว่าปัญหาไม่ใช่อยู่ที่เรื่องข้อกฎหมายแล้ว มันอยู่ที่เรื่องของการบริหารจัดการแล้วครับ อยู่ที่ความสามารถการควบคุมการสั่งการของท่านรัฐมนตรีแล้ว ผมก็อยากให้เรื่องนี้สะท้อน ให้เห็นฝีมือของท่านรัฐมนตรีแบบจริง ๆ นะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะทิ้งท้ายก็คือว่านอกจากสายสีแดง นอกจากสถานี ดอนเมืองที่ผมอาจจะต้องเอามา List ประเด็นให้ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีเห็นก่อน เพราะว่าเนื่องจากอย่างนี้ครับ มันเป็นหน้าบ้าน ถ้าเร่งด่วนที่สุด จำเป็นที่สุดในสถานีต่าง ๆ ผมคิดว่าต้องทำตรงนั้นก่อน แต่อย่างนี้ผมมาดูไล่เลียงเอกสารอย่างเรื่องการติดไฟ หรือว่า การซ่อมถนนชั่วคราวในระหว่างที่จะมีการนั่น ก็ปรากฏว่าในหนังสือผมมาดูหนังสือ ของการรถไฟเองทั้งเรื่องของการเชิญประชุม ขึ้นทะเบียนหรือว่าสัญญาการออกหนังสือ เรื่องของการจัดการติดตั้งไฟฟ้า เอกสารที่เกี่ยวข้องปรากฏว่าผมมาดูแล้วถ้าท่านทำจริง ท่านแก้ปัญหาเรื่องถนนกำแพงเพชร ๖ จริง ท่านทำเรื่องไฟจริง แต่ท่านทำผิดจุด ท่านไปทำ ตรงหน้าวัดเสมียนนารี ท่านไปทำตรงเขตบางซื่อซึ่งเป็นจุดที่อาจจะไม่ได้มีชุมทางหรือชุมชน แต่ว่าที่มีชุมชนและคนใช้เยอะจริง ๆ แล้วที่สำคัญจริง ๆ ผมคิดว่าท่านต้องทำเพิ่มอีกจุดหนึ่ง คือสถานีดอนเมือง ดังนั้นผมจะสอบถามท่านอย่างนี้ว่ามีการตั้งโดยเฉพาะเรื่องของไฟ ที่บอกว่าจะทำโดยเร่งด่วนโดยการแก้ไฟตอนนี้มันติดแค่ในสถานี แต่ว่าระหว่างทางที่จะไป สถานีมันมืดหมดเลยครับ แล้วผมเห็นวงเงินงบประมาณที่ท่านตั้งมาเป็นหนี้ผูกพันกับ การไฟฟ้านครหลวงผมเห็นตัวเลขแล้ว แต่ผมอยากสอบถามท่านว่าคำถามสุดท้ายที่ท่าน จะตอบให้หน่อยก็คือว่าจุดต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกันในหลาย ๆ สถานีท่านจะจัดเรียงอย่างไร ในเรื่องของการให้ความสำคัญ แล้วก็เรื่องของไฟฟ้าส่องสว่างซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเร่งด่วนเลย ท่านจะเชื่อม ท่านจะจัดสรรได้อย่างไรในเรื่องของการจัดลำดับว่าทำตรงไหนก่อนหลัง แล้วก็ เรื่องของไฟส่องสว่างที่ใต้สถานีติดแล้ว แต่ระหว่างทางต่าง ๆ เพราะว่าท่านไม่ได้ส่งมอบ ให้กับ กทม. แล้วก็ กทม. ตอนนี้ก็ยังไม่รับเพราะว่ามีเงื่อนไขกันว่าต้องส่งพวกระบบ อาณัติสัญญาณ เรื่องขอบทาง เรื่องการจราจร การดูข้างล่างมาด้วยซึ่งขัดแย้งกันอยู่ อันนี้ คือคำถามสุดท้ายครับท่านประธาน ผมทวน ๑. ก็คือว่าในส่วนของการส่งมอบถ้า กทม. ไม่รับท่านจะดำเนินการอย่างไรในเรื่องของข้อขัดแย้งระหว่าง กทม. กับทางการรถไฟ ๒. เรื่องของไฟฟ้าส่องสว่างที่ท่านทำนี่ทำไปบางจุด ดันไปทำตรงวัดเสมียนนารีซึ่งไม่ผิด แต่มันมีส่วนอื่นที่มีชุมชนมีอะไรที่มันต้องการแล้วมันเป็นหน้าบ้านเหมือนที่ผมตอบ แล้วก็ ถ้างบประมาณไม่เพียงพอท่านจะทำอย่างไร เพราะว่าผมเข้าใจว่าไม่น่าจะได้จัดเตรียม เรื่องของงบประมาณไว้ เกินเวลามาสักเล็กน้อย ขอบพระคุณท่านประธานนะครับ🔗
ขอบคุณครับ เป็นประโยชน์นะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เชิญครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธานนะครับ เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ท่านผู้เข้าร่วมประชุมนะครับ สายสีแดงจริง ๆ แล้วมันเป็นมหากาพย์ตั้งแต่เรื่องถนน ปัญหา สะสมมาก่อน ถนนแก้ไปแล้ว ไฟถ้าใครติดตามข่าวก็จะเห็นว่าถูกลักตัดสายไฟมาตลอด จนปัจจุบันนี้ก็ยังไม่หายต้องใช้ระบบฝังกลบ เรื่องทางเดินที่มันเชื่อมต่อเนื่องจากว่า ด้วยงบประมาณของแผ่นดินถ้าเอาไปใช้นอกเขตรับผิดชอบของตัวเองมันจะต้องเป็นการ MOU ต้องเป็นการร่วมมือกัน จริง ๆ มันเป็นช่องว่าง มันเป็นข้อจำกัดของข้อกฎหมาย ไม่ว่า จะเป็นการรถไฟ ไม่ว่าจะเป็น กทม. กทม. ก็ถือว่าเป็นท้องถิ่น ดอนเมืองก็เป็นของการท่า ฉะนั้นถ้า ๓ หน่วยงาน มันจะต้องมีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นเจ้าภาพ วันนี้ก็ได้ติดต่อ ทาบทามกับทางการท่าอากาศยานซึ่งเขามีงบประมาณ ซึ่งเขายินดีที่จะดำเนินการ เรื่องของไฟให้ ซึ่งก็ต้องไปขออนุญาต กทม. ในการผ่านทางบางส่วน ซึ่งทางรถไฟไม่มีปัญหา อันนี้ก็คงรับปัญหามาดีกว่า แล้วจริง ๆ แล้วทางกระทรวงคมนาคมเองโดยผมเองผมไปเดิน มาแล้วผมก็เห็นว่ามันเป็นปัญหาจริง ๆ ซึ่งก็อยู่ระหว่างการดำเนินการที่จะติดตั้งเรื่องของ ไฟแสงสว่าง ก็คิดว่าเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและเห็นจุดปัญหาตรงกันเพราะมันเป็น หน้าบ้าน อันไหนที่ทำได้ไปก่อนเราได้ดำเนินการทำไปแล้ว ส่วนอันไหนที่มันติดขัดเรื่อง กฎ ระเบียบ ข้อกฎหมายก็ทยอยทำไปก็ให้มันถูกต้อง ก็คงประมาณนี้ครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ พวกเราอยู่ในพื้นที่ถ้าพบปัญหาก็กรุณาแจ้งที่กระทรวงคมนาคม ช่วยกันทุกคนมีหน้าที่ เหมือนกันหมดก็คือบางทีกระทรวงเองก็ดูแลไม่ทั่วถึง แต่เราอยู่ในพื้นที่เห็นปัญหาทุกวัน ๆ ผมเชื่อว่ารัฐมนตรีเปิดกว้างในการรับแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน ผู้ปฏิบัติจริง ๆ ก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหา แต่เราอยู่ในพื้นที่พี่น้องประสบปัญหาทุกวันก็ฝากคุณเอกราช ขอบคุณครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณผู้ถามครับ จบกระทู้ถามครับ วันนี้รัฐมนตรี รับงานไป ๒ กระทู้เลย ขอบคุณมากครับ คุณเอกราชสงสัยไปถามต่อนอกห้องได้ นอกเหนือจากเวลาที่มีอยู่ ผู้อำนวยการมาเองครับ ขอบคุณครับ🔗
๔. เรื่อง การบริหารจัดการน้ำในเขตชลประทานของโครงการส่งน้ำและ บำรุงรักษาพลายชุมพล นายนพพล เหลืองทองนารา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวนันท์นภัส จันทร นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ สำนักงานรัฐมนตรี ๒. นายสุรชัย ศรีล้ำเลิศ นักวิชาการส่งเสริมเกษตรปฏิบัติการ กรมส่งเสริมการเกษตร และผมได้อนุญาตให้ประชาชนผู้มีส่วนเข้าร่วมรับฟังการตอบ กระทู้ถามคือ นายวุฒิภัทร ผิวสว่าง ที่ประชุมพร้อมนะครับ ต่อไปขอเชิญผู้ถามนะครับ ท่านนพพล เหลืองทองนารา ถามได้ ๒ ครั้ง ภายในกำหนดเวลา ๑๐ นาที เชิญผู้ถามครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ กราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ครับ วันนี้ซึ่งผมได้รับคิวในเรื่องของการตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะในส่วนของผม ที่ผมจะสอบถามก็คือในส่วนเรื่องของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลายชุมพลซึ่งอยู่ใน จังหวัดพิษณุโลกและพิจิตร แต่ว่าในส่วนที่ผมจะขอสอบถามก็คือจะเป็นในส่วนที่อยู่ใน จังหวัดพิษณุโลกที่คาบเกี่ยวอยู่ในอำเภอพรหมพิราม แล้วก็อำเภอเมืองของจังหวัดพิษณุโลก โดยใช้ระยะวัดจากคลองสายใหญ่สายหลักของโครงการพลายชุมพลตั้งแต่กิโลเมตรที่ ๐ จนถึงกิโลเมตรที่ ๒๕🔗
ในจังหวัดพิษณุโลกก็อย่างที่ ทุกท่านได้ทราบโดยเฉพาะในเรื่องของโครงการชลประทานในพิษณุโลกมีโครงการ ชลประทานหลัก ๆ ก็คือมีอยู่ ๕ แห่ง ทั้งในส่วนของโครงการพิษณุโลก โครงการพลายชุมพล นเรศวร ยม น่าน แล้วก็ในส่วนของแควน้อยบำรุงแดน แต่ว่าที่ผมจะพูดในวันนี้ก็คือ ในส่วนของพลายชุมพล ในส่วนของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลายชุมพลมีพื้นที่ ในความรับผิดชอบอยู่ ๑๙๖,๖๐๐ ไร่ ซึ่งลดลงจากเมื่อก่อน สมัยก่อนอาจจะมีอยู่ ๒๒๓,๐๐๐ กว่าไร่ แต่ว่าถ้าเฉพาะใน กม. ที่ ๐ ถึง กม. ที่ ๒๕ โดยวัดจากคลองส่งน้ำ สายใหญ่ C1 ก็จะมีพื้นที่ตกราว ๆ ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ไร่ อันนี้คือแผนผังของโครงการ ส่งน้ำและบำรุงรักษาพลายชุมพล อันแรกก็คือเป็นรูปของผังทั้งหมดตั้งแต่พิษณุโลก แล้วก็ โครงการนี้ไปจนถึงที่พิจิตร แต่ว่าในส่วนที่ผมจะขอสอบถามก็คือในส่วนที่ผมวงแดง ๆ ไว้ ที่บอกตั้งแต่ กม. ๐ ถึง กม. ที่ ๒๕ อันนี้คือเป็นพื้นที่ว่าพื้นที่ของโครงการพลายชุมพล มีพื้นที่ชลประทานอยู่ในตำบลไหน อะไร อย่างไรบ้าง แล้วก็อันนี้ผมขอบอกลักษณะ โดยทั่วไปก่อนทำไมผมถึงเจาะจง เพราะจริง ๆ แล้วคำถามถึงโครงการส่งน้ำพลายชุมพล ผมถามหลายครั้งมากตั้งแต่เป็นผู้แทนมา ๑๐ กว่าปี อันนี้เป็นสภาพของการใช้พื้นที่นะครับ อันนี้ก็คือเป็นพื้นที่เกษตรกรรมซึ่งจะเห็นได้เลยว่าทำไมเวลาผมอยู่ในสภาแล้วเวลาพูด ทำไมต้องเน้นหนักเรื่องเกษตร บริเวณสีเหลืองเป็นบริเวณที่สมบูรณ์ในการทำภาคเกษตร เพราะฉะนั้นมันมาอยู่ตรงนี้เสียเยอะผมเลยต้องให้ความใส่ใจ เพราะชีวิตของพ่อแม่ พี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งผมขึ้นอยู่กับอาชีพในเรื่องของเกษตร สีฟ้าอันนี้ก็คือเป็นพื้นที่ ของชลประทาน และพื้นที่ชลประทานทั้งหมดก็จะหนักอยู่ที่เขตของผมนี่มากที่สุด หลายท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมไม่มีที่อำเภออื่นเขาได้ร้องเรียนเรื่องชลประทานบ้างเลย ก็เป็นเพราะสาเหตุนี้ ต่อไปจะเข้าคำถามแล้วนะครับ ในโครงการส่งน้ำบำรุงรักษาพลายชุมพล ในระยะทาง ๒๕ กิโลเมตรถือว่าเป็นต้นคลองจะมีประตูบังคับน้ำ อาคารบังคับน้ำกลางคลอง สายใหญ่สายนี้ ๒ จุด คือ กม. ที่ ๑๐ และ กม. ที่ ๒๕ และจะมีคลองน้ำสายซอย ถ้านับถึง แค่ กม. ที่ ๒๕ ก็จะมีคลองซอยตามรหัสของทางกรมชลประทาน จาก C2 ที่อยู่ด้านต้นคลอง จนไปถึงสุดท้ายที่ C15 คืออย่างนี้นะครับ ในบรรดาคลองซอยสายต่าง ๆ ทั้งหมดผมเอง ต้องขอบคุณย้อนหลังไปที่ท่านรัฐมนตรีธรรมนัสที่ท่านได้ให้การขยายคลองที่เขาเรียกว่า คลอง C10 ซึ่งคลองหลายเส้นในช่วง กม. ๐ ถึง ๒๕ ปัญหาที่พบส่วนใหญ่ก็คือว่ามีพื้นที่ ทางการเกษตรจำนวนมาก แล้วก็ส่วนคลองมีขนาดเล็กไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นพอเป็น อย่างนี้เกิดขึ้นน้ำที่ส่งมาก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ แล้วยิ่งมีการจัดรอบเวร สมมุติว่า รอบเวรแรกคลองเส้นนี้ ๑๔ วัน แต่ผลปรากฏว่ามันเต็มความจุของคลองแล้ว เอาไปมากกว่านั้น ก็ล้นคลอง แต่ว่าทั้ง ๆ ที่มาเต็มความจุของคลองแล้ว พื้นที่เกษตรกรรมที่อยู่รอบ ๆ ที่ต้องใช้ น้ำจากคลองสายซอยสายนั้นก็ยังไม่ได้ แล้วก็ในการแบ่งการใช้น้ำเขาก็จะแบ่งต้นคลอง กลางคลอง เขาก็จะแบ่งกันไปว่าต้นคลองเอาไปก่อน ๗ วันแรก ส่วนกลางคลองถึงท้ายคลอง ๗ วันหลัง แต่ทีนี้ ๗ วันที่ด้านต้นคลองเอาไปใช้ก็ไม่เคยพอ ก็จะเหลื่อมมาเป็นวันที่ ๑๐ พอวันที่ ๑๐ โควตาก็เหลืออีกแค่ ๔ วัน ทีนี้ ๔ วันพอไปด้านท้ายทำอย่างไรล่ะครับ ทีนี้ ปัญหามันก็เลยเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันในระหว่างหมู่ของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งปัญหา อย่างนี้ผมรอวันที่จะได้รับการแก้ไขมานมนานมาก จนเป็นครั้งแรกที่เป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านธรรมนัสท่านได้ให้คลองอันหนึ่ง คือทำการขยายคลองที่ชื่อว่าคลอง C10 ตอนนี้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็จะมาในคลอง อื่น ๆ เพราะผมอยากจะให้ในพื้นที่พลายชุมพลเป็นต้นแบบสำหรับการที่มีพื้นที่อยู่ในเขต ชลประทานและเป็นชลประทานที่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นผมเองก็อยากจะขอสอบถาม ท่านรัฐมนตรีว่า ๑. มีการสำรวจหรือไม่ ผมอยากรู้จริง ๆ ไม่ได้ทดลองความรู้ของ กรมชลประทาน แต่ผมอยากรู้จริง ๆ ว่าเขามีข้อมูลไหมว่าในคลองซอยแต่ละเส้น C2 C3 C4 C5 C6 C7 C8 จนถึง C15 เขามีข้อมูลหรือเปล่าว่าคลองขนาดนี้ กว้างขนาดนี้ จุน้ำได้ เท่านี้เพียงพอกับพื้นที่ที่รองรับอยู่หรือไม่ เช่น C2 มีพื้นที่ดูแล ๒๐,๐๐๐ ไร่ แต่คลองนี่ น้ำเข้าไปในคลองได้เพียงแค่ ๔ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พอไหม อะไรไหม นั่นเป็นสิ่งหนึ่ง ที่ผมอยากรู้เป็นโดยเบื้องต้น แล้วก็ต่อมาหลังจากนั้นผมก็อยากจะถามแนวนโยบายของทาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ของกรมชลประทานว่าจะมีการพัฒนา การปรับปรุงคลอง ต่าง ๆ จะขยาย จะยืดให้ยาว จะอะไรก็สุดแล้วแต่ เพื่อทำให้พี่น้องได้น้ำอย่างเพียงพอ ในระยะเวลาที่กรมชลประทานเป็นคนกำหนด ผมเองก็อยากจะขอที่จะสอบถามทาง ท่านรัฐมนตรีว่าแนวทางนโยบายทั้งหลายในการที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้เป็นอย่างไรครับ🔗
ขอบคุณครับ คำถามแรกนะครับ ต่อไปเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ตอบคำถาม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านฉลาด ขามช่วง ท่านผู้ถามกระทู้ถาม แยกเฉพาะที่ ๖๒๒ ท่าน สส. นพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก คนพรหมพิราม เรารู้จักกันมา ๑๕ ปีแล้ว ไม่คิดว่าวันหนึ่งผมจะมีโอกาสได้ตอบกระทู้คนดังขนาดนี้ ต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าจริง ๆ แล้วผมเมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อน ก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรจะมีการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ แล้วก็พรรคเพื่อไทยที่ท่านนพพล สังกัดอยู่และพรรคกล้าธรรมที่ผมสังกัดอยู่ก็ช่วยกันผ่านร่างกฎหมายฉบับนั้นไปได้ ผมมี โอกาสได้ไปลงพื้นที่ที่จังหวัดนครสวรรค์ พิจิตรและพิษณุโลกซึ่งเป็นบ้านของท่านนพพล แต่ว่าก็ต้องกราบขอโทษท่านด้วยที่อาจจะไม่ได้ใช้เวลาในอำเภอพรหมพิรามมาก แต่ถือว่า วันนี้ผมได้มารับฟังความเดือดร้อนที่พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรส่งผ่านมายัง ผู้แทนของเขานั่นก็คือท่าน สส. นพพล เหลืองทองนารา ทั้งนั้นทั้งนี้จะกล่าวอ้างอิงไปใด ๆ ก็ตาม ผมเชื่อว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะในยุคของผมก็ดีหรือแม้แต่ยุคของ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็ดี ทางกรมชลประทานเรายึดมั่นหลักการในการทำงาน ว่าการที่เราจะตัดสินใจทำอะไรเราก็ต้องมีความจำเป็นต้องลงพื้นที่ไปเพื่อรับฟังปัญหาจาก สส. แล้วก็จากพี่น้องโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรเราต้องลงไปเห็นด้วยตา ลงไปรับฟังด้วยหู ดังนั้นเองผมเชื่อว่าปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการมีน้ำไม่พอหรือแม้แต่กระทั่ง ความต้องการในการที่จะขยายคลอง ซึ่งแน่นอนการขยายคลองก็เป็นการขยายปริมาตร ความจุน้ำไปในตัวด้วย อย่างที่ท่าน สส. นพพลได้กรุณาชี้แจงเมื่อสักครู่นี้เป็นเรื่องจริงครับ ผมก็จะขออนุญาตท่านประธานพูดถึงในเรื่องของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลายชุมพล ซึ่งมีคลองสายใหญ่ ๆ มีคลองหลายสาย เอาเฉพาะในเขต กม. ที่ ๐ ถึง กม. ที่ ๒๕ ก็มีคลอง ที่ทำการอยู่ประมาณ ๑๑ สายด้วยกัน ไล่เลียงไปทีละคลองเลยนะครับ ในคลอง C2 ก็มี การตั้งใจที่จะทำการปรับปรุงระบบส่งน้ำในคลอง C2 แห่งนี้ ซึ่งจากข้อมูลที่ผมได้รับทราบ จากกรมชลประทาน ในเรื่องนี้ก็จะมีการเสนอเข้าแผนในปี ๒๕๗๐ หมายความว่าในสมุด เล่มขาวคาดแดงรอบหน้าที่สภาผู้แทนราษฎรจะได้พิจารณากรมชลประทานก็จะนำโครงการ C2 ปรับปรุงระบบคลองส่งน้ำแล้วก็คงจะมีการขยายเพิ่มความจุอยู่ในเล่มงบประมาณ ก็ฝากท่าน สส. นพพลผ่านงบประมาณในปีหน้าให้ด้วย ส่วนปรับปรุงระบบคลองส่งน้ำ C3 ที่ตำบลพรหมพิราม อำเภอพรหมพิราม เท่าที่ผมทราบก็มีการปรับปรุงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว C4 ปรับปรุงระบบส่งน้ำคลอง C4 จริง ๆ มีคลองชื่อมันอ่านยากครับท่านประธาน ผมเรียน ด้วยความเคารพ PR.5.3R-4.2R-0.4L เราคงไม่ต้องลงไปละเอียดขนาดนั้นนะครับ เราก็ใช้ C1 C2 C3 C4 ก็ในส่วนนี้ทราบมาว่ากรมชลประทานก็ได้วางแผนที่จะขอรับสนับสนุน งบประมาณในปี ๒๕๗๑ ก็หมายความว่าอีกประมาณปีครึ่งหลังจากนี้ C5 ปรับปรุงระบบ คลองส่งน้ำ C5 ก็ทราบมาว่าได้ดำเนินการปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว ส่วน C6 ก็ได้ทำการ ปรับปรุงเรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกัน ยังมีโครงการปรับปรุงระบบส่งน้ำคลอง C7 ซึ่งก็จะขอรับ การสนับสนุนงบประมาณในปี ๒๕๗๒ ต่อไป C8 ผมเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่า โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลายชุมพลอันนี้อยู่ที่ตำบลท่าช้าง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ปัจจุบันเข้าใจว่าอยู่ในเล่มงบประมาณ ปี ๒๕๖๙ ซึ่งเราได้ผ่านประมาณ เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ก็เดี๋ยวผมขออนุญาตกลับไปตรวจสอบอีกทีหนึ่ง ถ้าไม่ถูก ท่านกรรมาธิการตัดทิ้งก็จะสามารถลงมือปรับปรุงได้ในปีนี้ที่จะถึงนี้ตั้งแต่เดือนตุลาคม เป็นต้นไป ส่วน C9 ปรับปรุงระบบส่งน้ำคลอง C9 ก็ทราบมาว่าชลประทานได้ดำเนินการ เรียบร้อยแล้ว ท่านนพพลท่านก็ทราบดีเพราะท่านติดตามอยู่ตลอดเวลา ส่วน C10 ก็เช่นกัน อยู่ในเล่มงบประมาณ ปี ๒๕๖๙ ขาวคาดแดง หมายความว่าตอนนี้เราก็ผ่านไปเป็นที่ เรียบร้อยแล้วในเดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไปก็จะสามารถเริ่มดำเนินการได้ มีเงินงบประมาณ ในส่วนของ C11 ก็จะขอให้นำเข้าแผนเพื่อของบประมาณ ปี ๒๕๗๒ ส่วน C12 จะเข้าแผน ปี ๒๕๗๓ แต่อย่างไรก็ดีผมนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกเดี๋ยวผมจะต้อง นำคลองทั้ง ๑๑ คลองนี้ไปหารือกับชลประทานอีกทีหนึ่งว่าในส่วนไหนที่ยังไม่ได้รับจัดสรร งบประมาณหรือว่าในส่วนที่ได้รับจัดสรรงบประมาณไปแล้วตรงไหนที่ยังมีปัญหาติดขัดอยู่ ตรงไหนที่มีความจำเป็นเร่งด่วน โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นสาเหตุที่ทำให้พี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะพี่น้องชาวนา ผมน่าจะเข้าใจว่าพี่น้องชาวนาอย่างบ้านผมก็ทำนาเยอะ ก็มีการ ทะเลาะเบาะแว้งกันบ้างในเรื่องของการแย่งน้ำ ดังนั้นเองในส่วนตรงนั้นผมก็จะต้องเข้าไป ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ อะไรที่ทำได้ก่อนก็จะเร่งดำเนินการ🔗
ส่วนข้อเสนอแนะจากท่าน สส. นพพล เหลืองทองนารา ขอบพระคุณมากครับ เอาเฉพาะโครงการพลายชุมพลแล้วกัน ๒๕ กิโลเมตร เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่กรมชลประทาน จะต้องไปสำรวจในคลองว่ามีปริมาณน้ำเท่าไร สามารถครอบคลุมพื้นที่ให้กับพี่น้องเกษตรกร ได้มากน้อยเพียงใด ถ้าไม่เหมาะสมก็ต้องทำโครงการเร่งด่วนเสนอขึ้นมาเพื่อที่จะแก้ไข ให้ปริมาณการใช้น้ำกับปริมาณความต้องการน้ำมีความสมดุลกันต่อไปนะครับ ก็จะรับ ข้อแนะนำของท่าน สส. นพพล เหลืองทองนารา ไปหารือและหาทางออกต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านนพพลมีเวลา ๒ นาที ๒๔ วินาที เชิญครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานครับ อันนี้เฉพาะข้อแรกใช่ไหมครับ ข้อ ๒ อีก ๑๐ นาที ใช่ไหมครับ🔗
ทั้งหมดครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย พิษณุโลก คนพรหมพิรามครับ ในส่วนของกองทุนจัดรูปในคำถามที่ผมถามไว้ว่าเรื่องของคลองไส้ไก่ คือคลองไส้ไก่ภายใต้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลายชุมพลยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด แล้วก็แม้ว่าจะทำมาแล้วก็ทำมาเป็นเวลานานซึ่งไม่ได้มีการซ่อมแซมเลย ซึ่งในส่วนนี้จะอยู่ ในส่วนของกองทุนจัดรูปของกรมชลประทาน กองทุนจัดรูปได้มาดำเนินการทำคลองไส้ไก่ ชาวบ้านเรียกให้ถึงหัวไร่ปลายนาในโครงการพลายชุมพลเป็นจำนวนหลายหมื่นไร่ แล้วก็ ดำเนินการมาตั้งแต่แรกก็หลายสิบปีแล้วผมก็เข้าใจว่าต้องมีการชำรุด แต่ทีนี้เรื่องชำรุด เดี๋ยวพูดกัน แต่เรื่องที่ทำใหม่คือในแผนแม่บทของกองทุนจัดรูปทั้งในระยะ ๒๐ ปี ปี ๒๕๖๐-๒๕๗๙ ในแผนของกองทุนจัดรูปนี้จะมีการดูแลมีการเพิ่มใหม่อีกทั้งหมดประมาณ ๘,๐๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ แล้วก็จะซ่อมแซมของเดิมอีก ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ รวมแล้ว ๑๔,๔๗๑,๐๐๐ ไร่ ตอนนี้ระยะเวลาเดินมาถึงปี ๒๕๖๘ แล้ว ผมเป็นห่วงในภาพรวมว่า มันจะทำได้ตามนั้นหรือไม่ เพราะว่าการที่น้ำถึงหัวไร่ปลายนาจะทำให้พี่น้องประหยัดต้นทุน อย่างที่ผมเคยได้นำเรียนท่านรัฐมนตรีไว้ ผมจึงขอถามในเรื่องของพลายชุมพลว่าในพื้นที่ ที่เหลือที่ยังไม่ได้มีการจัดรูปจะได้รับการจัดรูปให้น้ำถึงหัวไร่ปลายนาเมื่อไร และในสิ่งที่ ทำมาแล้วและมันชำรุดทรุดโทรมจะเข้ามาแก้ไขเมื่อใด และสุดท้ายผมขอฝากท่านถึงทาง กองทุนจัดรูปว่าในการดำเนินงานไปก่อสร้างซึ่งใช้เงินงบประมาณของแผ่นดินทั้งนั้น ขอให้ทำ ให้มีมาตรฐาน อันนี้ต้นคลองยาว ๕ กิโลเมตร แต่ต้นคลองเป็นแบบนี้เสียแล้วครับ แล้วมันจะ ไปไหนต่อได้ล่ะครับ ข้างหน้าต่ำ ข้างหลังสูง ผมเองต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน และขอบคุณท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างสูงครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ มีทั้งฝาก ทั้งถาม เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ ผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ก็ต้องนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับ ท่าน สส. นพพล เหลืองทองนารา ในครั้งที่ผมเดินทางไปตรวจราชการในจังหวัดพิษณุโลก ก็ได้รับทราบแล้วก็ได้เห็นประเด็นปัญหาเกี่ยวกับคลองซอยคลองไส้ไก่แบบที่ท่านได้กรุณา ชี้แจงต่อท่านประธานมายังผม จริงครับ แล้วก็ได้สั่งการให้ทางกรมชลประทานโดยเฉพาะ คนที่มีความเกี่ยวข้องเกี่ยวกับการที่จะบริหารจัดการหรือว่าเป็นคนที่วางแผนในกองทุน จัดรูปที่ดินให้ลงไปสำรวจ สิ่งที่เคยทำมาแล้วถ้ามันไม่ดีก็ต้องลงไปแก้ไขนะครับ ส่วนในเรื่อง ของการที่จะตามแผนซึ่งจริง ๆ แล้วแผนหลายปี ซึ่งก็ไม่รู้ว่าในปีสุดท้ายที่ท่านกรุณาได้บอกว่า แผนมันถึงปี ๒๕๗๙ ถึงขณะนั้นใครจะเป็นคนที่กำกับดูแล ใครที่จะเป็นอธิบดีกรมชลประทาน ผมก็ไม่ทราบ แต่ว่าในสมัยผมก็ได้ทำความเข้าใจกับทางกรมชลประทานแล้วว่าอะไรที่มี ความจำเป็นเร่งด่วน อะไรที่ควรที่จะลงมือทำก็ให้เร่งลงมือทำอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง จริง ๆ แล้วก็ต้องเรียนว่าแผนการดำเนินการปรับปรุงที่กรมชลประทานมีในเรื่องของพื้นที่ ของท่านนพพล เหลืองทองนารา เราก็ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องนะครับ หากการ ดำเนินการปรับปรุงคูส่งน้ำต่าง ๆ จะทำให้สามารถส่งน้ำได้มากขึ้น และที่สำคัญที่ผมเห็นด้วย กับท่านคือถ้าสมมุติว่าเราสามารถเพิ่มปริมาณคลอง ไม่ว่าจะเป็นคลองไส้ไก่ที่มันสามารถ เข้าไปถึงหัวไร่ปลายนาของพี่น้องเกษตรกรได้เลยมันก็จะเป็นการลดต้นทุนตามนโยบายที่ผม ได้มอบให้กับกรมชลประทาน ก็จะน้อมนำข้อเสนอแนะแล้วก็ความห่วงใยจากท่าน สส. นพพล เหลืองทองนารา ไปปฏิบัติการนะครับ แล้วก็ไปสั่งการกรมชลประทานอย่างใกล้ชิดต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ จบคำถาม คำตอบก็หมดเวลา ไปคุยต่อห้องประชุมนะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ขอบคุณผู้ถามท่าน สส. นพพล เหลืองทองนารา หวังว่า คำถาม คำตอบเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน นี่คือการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหารที่จะต้องทำงานเอื้อประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ขอบคุณทั้ง ๒ ฝ่ายครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗
๕. เรื่อง ติดตามความก้าวหน้าการเพิกถอนโฉนดที่ดินและการรื้อถอน อาคารโครงการวอเตอร์ฟรอนท์เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี นายยอดชาย พึ่งพร เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๘ แจ้งว่านายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตอบชี้แจง กระทู้ถามแทน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย นายเดชอิศม์ ขาวทอง เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจาก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจราชการสำคัญที่ได้นัดหมายไว้แล้ว จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑🔗
๖. เรื่อง การแก้ไขปัญหาที่ดินรกร้างในความดูแลของหน่วยงานของรัฐ และเอกชน นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเดชอิศม์ ขาวทอง เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยติดภารกิจราชการสำคัญที่ได้นัดหมายไว้แล้ว จึงขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามดังกล่าวออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑🔗
๗. เรื่อง ประชาชนมีความประสงค์จะอุทิศที่ดินของตนเองแบ่งหัก ให้กับรัฐเป็นสาธารณะ แต่กลับต้องเสียค่ารังวัดให้กับรัฐ นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเดชอิศม์ ขาวทอง เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดภารกิจราชการสำคัญที่ได้นัดหมายไว้แล้ว จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไป เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๘ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ สำหรับวันนี้ จบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอปิดประชุมครับ🔗
จบเรื่องกระทู้ถามแล้ว ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะประชุมพิจารณาตามระเบียบวาระต่อไป ผมขอหารือจะขอนำ เรื่องสั้น ๆ ขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งมีอยู่ ๒-๓ เรื่อง คือนำเรื่องระเบียบวาระที่ ๓ คือรับรอง รายงานการประชุมขึ้นมาเพื่อให้ที่ประชุมได้รับรองนะครับ ระเบียบวาระที่ ๗.๓ ๗.๔ ๗.๖ ๗.๗ ๗.๘ คือเรื่องการตั้งกรรมาธิการทั้ง ๕ คณะ และเรื่องที่คณะกรรมาธิการขอขยายเวลา การพิจารณาเรื่องที่ศึกษาออกไป ซึ่งยังไม่ปรากฏอยู่ในระเบียบวาระขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งเรื่องเหล่านี้คงใช้เวลาไม่มาก ถ้าที่ประชุมไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ผมจะขอดำเนินการ ไปตามนี้นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม🔗
๓.๑ รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ครั้งที่ ๒๙ วันพฤหัสบดีที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๗ ครั้งที่ ๓๐ วันพุธที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๗ ครั้งที่ ๓๑ วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๗ ครั้งที่ ๓๒ วันพุธที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๗ แล้วก็มีอีก ๒ ครั้ง คือครั้งที่ ๓๓ วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๗ ครั้งที่ ๓๔ วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๗ ซึ่งได้วางไว้ที่หน้าห้องประชุม ให้ท่านสมาชิกได้ดูแล้ว ถ้าท่านสมาชิกไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นที่ต้องแก้ไขก็ถือว่าที่ประชุมนี้ รับรองรายงานการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๖ ครั้งนี้🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗
๑. ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพ อุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (ศาสตราจารย์สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์) (ในระเบียบวาระที่ ๗.๓)🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ ท่านปลอดประสพ สุรัสวดี ได้มีหนังสือแจ้งว่า ท่านศาสตราจารย์สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ได้พ้นจากการเป็นตำแหน่งกรรมาธิการ เนื่องจาก ท่านได้ลาออก ตามข้อบังคับ ข้อ ๔๘๓ (๓) จึงขอตั้งกรรมาธิการใหม่แทน ซึ่งเป็นสัดส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ ผมจึงขอให้พรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอกรรมาธิการแทน เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตเสนอ กรรมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพ อุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ แทนตำแหน่งที่ว่างลง คือท่านลงกรณ์ พลบุตร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง คุณอลงกรณ์ พลบุตร จะเป็นกรรมาธิการแทนท่านศาสตราจารย์สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นะครับ🔗
๒. การตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว แทนตำแหน่ง ที่ว่าง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ) (เรื่องตามระเบียบวาระ หมายเลข ๗.๓-๗.๔ ค้างมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๑๐ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพฤหัสบดีที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๘) (ในระเบียบวาระที่ ๗.๔)🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการคุณเอกธนัช อินทร์รอด ได้มีหนังสือแจ้งว่า นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ได้พ้นจากการเป็นตำแหน่งกรรมาธิการ เนื่องจากลาออก จากตำแหน่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) จึงขอตั้งตำแหน่งแทน ๑ ตำแหน่ง ซึ่งเป็นสัดส่วน ของพรรคประชาธิปัตย์ เชิญพรรคประชาธิปัตย์ เสนอครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตเสนอ กรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว แทนตำแหน่งที่ว่างลงคือท่านกาญจน์ ตั้งปอง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง นะครับ🔗
๓. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปราม การฟอกเงินและยาเสพติด แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะสมาชิกภาพของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง (นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์) (ในระเบียบวาระที่ ๗.๖)🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ได้มีหนังสือแจ้งว่า นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ได้พ้นจากตำแหน่งเป็นกรรมาธิการ เพราะลาออกจากการ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเหตุให้สมาชิกภาพได้สิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๓) และพ้นจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงขอแต่งตั้งตำแหน่งกรรมาธิการแทนในสัดส่วนของ พรรคเพื่อไทยครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยครับ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด แทนตำแหน่งที่ว่างลง คือนายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ก็ตั้งคุณจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ เรื่องตั้งกรรมาธิการจบแล้วนะครับ ต่อไปเป็นอีกเรื่องหนึ่ง🔗
อีก ๒ คณะครับท่านประธาน🔗
เดี๋ยว ๆ มีอีก ๒ คณะหรือ ขอดูนิดหนึ่ง มีอีก ๒ คณะนะครับ🔗
๔. ตั้งกรรมาธิการสามัญในกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นายฉลาด ขามช่วง) (ในระเบียบวาระที่ ๗.๗)🔗
ด้วยคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ได้มีหนังสือแจ้งว่าท่านฉลาด ขามช่วง พรรคเพื่อไทย ได้พ้นจากตำแหน่งกรรมาธิการ เนื่องจากลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) จึงขอตั้งกรรมาธิการแทน ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอตั้ง กรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ แทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยเสนอ นายเอกพร รักความสุข ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ถูกต้องนะครับ ท่านเอกพร รักความสุข แทนท่านฉลาด ขามช่วง นะครับ🔗
๕. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กร อัยการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน และกองทุน แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง (นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์) (ในระเบียบวาระที่ ๗.๘)🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน คุณสัญญา นิลสุพรรณ ได้มีหนังสือแจ้งว่า นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ได้พ้นจากการเป็นกรรมาธิการ เนื่องจากลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง และตำแหน่งกรรมาธิการด้วย จึงขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างนี้ ซึ่งเป็นสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม พชร จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการ กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน และกองทุน แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง โดยเสนอ นายธนพงศ์ ธนเดชากุล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ🔗
๖. คณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด ขอขยายเวลาการพิจารณาการศึกษาญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ปัญหาการระบาด ของยาเสพติด ออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๘🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะกรรมาธิการอยู่ระหว่าง การรวบรวมข้อมูล และยังมีประเด็นสำคัญที่จำเป็นต้องพิจารณาศึกษาเพิ่มเติม ดังนั้น คณะกรรมาธิการจึงขอขยายเวลาการพิจารณาออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๘ การขยายเวลาครั้งนี้เป็นการขยายเวลาครั้งที่ ๒ นะครับ ซึ่งเพื่อประโยชน์ของ คณะกรรมาธิการ ก็ขอถามสมาชิกว่ามีผู้ใดขัดข้องไหมครับ ถ้าไม่มีผู้ใดขัดข้อง ก็ถือว่า เห็นชอบให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ขยายเวลาออกไปอีก ๖๐ วัน ตามที่ขอและตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๑. รับทราบเรื่อง วุฒิสภาได้พิจารณารับทราบรายงานผลการปฏิบัติงาน ประจำปี ๒๕๖๗ ของสภาองค์กรผู้บริโภค🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวการประชุม วุฒิสภา ครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันอังคารที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณารับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๗ ของสภาองค์กรผู้บริโภค จึงเรียนมาเพื่อทราบนะครับ🔗
๒. รับทราบผลการพิจารณารายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ญัตติ พิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาการดูแลเด็ก เยาวชน และความมั่นคงของครอบครัว🔗
ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งมาว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๘ รับทราบผลการพิจารณารายงานผลการศึกษา เรื่อง ญัตติ พิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาการดูแลเด็ก เยาวชน และความมั่นคงของสถาบันครอบครัว ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เสนอ จึงแจ้งมาให้สภาผู้แทนราษฎร รับทราบต่อไป ตามเอกสารที่ได้ปรากฏให้กับท่านสมาชิกนะครับ🔗
๓. รับทราบรายงานผลการพิจารณาแนวทางดำเนินงานข้อคิดเห็นและ ข้อสังเกตญัตติ เรื่อง การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำทะเลสาบ อื่น ๆ อย่างยั่งยืน ของคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รายงานผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๐๕ วรรคสี่)🔗
ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๘ รับทราบรายงานผลการพิจารณาแนวทางดำเนินงาน ข้อคิดเห็นและข้อสังเกตญัตติ เรื่อง การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และลุ่มน้ำทะเลสาบอื่น ๆ อย่างยั่งยืน ตามที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเสนอ แจ้งมาให้สภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบต่อไปนะครับ รายละเอียดได้ตั้งวางไว้ให้ท่านสมาชิกบนหน้าที่นั่งของท่านแล้วนะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ไม่ทราบว่าจะขออนุญาต พูดขอบคุณหน่วยงานสักนิดได้ไหมครับ ในฐานะผู้เสนอญัตติครับ🔗
เรื่องอะไรครับ เรื่องทะเลสาบสงขลาใช่ไหมครับ ได้ครับ🔗
สัก ๒-๓ นาทีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ ผู้เสนอญัตติ แล้วก็รองประธานคณะอนุกรรมาธิการที่ได้ร่วมศึกษาเรื่องนี้ด้วยความตั้งใจครับ ต้องขอขอบคุณสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับการรายงานผลการดำเนินงานตามข้อคิดเห็นและข้อสังเกต ตามญัตติ เรื่อง การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำทะเลสาบ อื่น ๆ อย่างยั่งยืน ซึ่งคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้พิจารณาแล้วก็คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา ผมต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้นะครับ ขอเรียนกับท่านประธานว่าญัตตินี้ผมได้เสนอไป ในช่วงปลายปี ๒๕๖๖ ก่อนที่จะมีการศึกษาโดยละเอียด แล้วก็ได้มีการส่งรายงานไปยัง หน่วยงานต่าง ๆ เมื่อต้นปี ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา นับตั้งแต่นั้นผมก็ได้เห็นความพยายามของ หน่วยงานต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาให้ดียิ่งขึ้น ในหลายมิติ ตามที่ปรากฏในผลการรายงานนี้ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีต่อพี่น้องประชาชนครับ สิ่งที่ผมต้องพูดก็คือว่าจากสิ่งนี้เราก็จะเห็นว่ากลไกของรัฐสภาของเรานี่สามารถนำปัญหา และความต้องการของพี่น้องประชาชนไปสู่การแก้ไขได้ แต่ก็ต้องขอเรียนกับท่านประธานว่า ขณะนี้ยังมีหลายปัญหาที่เกิดขึ้นในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาที่ยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการ เสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ การประมงผิดกฎหมาย การตื้นเขินของทะเลสาบ มลพิษ น้ำเสีย วัชพืช รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ แล้วก็ปัญหาการปิดกั้นน้ำเค็มที่ส่งผลกระทบ ต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน รวมถึงระบบนิเวศ ก็ต้องขอฝากไปยังหน่วยงาน ทุกหน่วยงานว่าให้ได้เดินหน้าขับเคลื่อนปัญหาและความต้องการของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ในการแก้ไขปัญหาเรื่องของสิ่งแวดล้อมในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาให้ดียิ่งขึ้น สุดท้ายนี้ ผมทราบจากรายงานฉบับนี้ว่าทาง สนทช. กำลังอยู่ระหว่างการจัดทำแผนแม่บทลุ่มน้ำ ทะเลสาบสงขลาซึ่งจะแล้วเสร็จในปี ๒๕๖๙ ก็ขอฝากให้แผนแม่บทนี้คำนึงถึงเรื่องของ การบริหารจัดการน้ำทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง รวมถึงการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และรวมถึงการพัฒนาความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนต่อไปด้วยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณ คุณร่มธรรม ขำนุรักษ์ ครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะตัวแทนผู้นำชุมชนในเขตพื้นที่ อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งนำโดยคุณรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคไทยสร้างไทย ซึ่งกำลังฟังการประชุมอยู่ชั้นบน ขอต้อนรับและขอขอบคุณ ท่าน สส. และผู้เข้ามาเยี่ยมชมรับฟังการประชุมด้วยนะครับ คณะที่ ๒ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะบุคคลจากกองบรรณาธิการหนังสือรพี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งนั่งฟังอยู่ชั้นบนเช่นเดียวกัน และคณะที่ ๓ คือคณะครูและนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ จังหวัดปทุมธานี อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี รับฟังอยู่ข้างบนครับ ขอต้อนรับทุกคณะและทุกท่านด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากมีรายงานการประชุมที่ทางหน่วยงานได้มารอ จะรายงานหลายครั้งแล้วนะครับ ที่มีความพร้อมอยู่ ๑ รายงานคือรายงานที่อยู่ในวาระที่ ๒.๕ คือรับทราบรายงานประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ แต่เนื่องจากว่าอันนี้มันอยู่ในวาระหลัง ซึ่งโดยปกติต้องพิจารณาตามลำดับ แต่คณะที่อยู่ ข้างหน้าเลื่อนไปยังไม่พร้อม ผมจึงขอหารือที่ประชุมว่าจะขอนำระเบียบวาระที่ ๒.๕ ขึ้นมา พิจารณาก่อนเพราะเจ้าหน้าที่ก็พร้อมที่จะรายงานแล้ว ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ผมขอดำเนินการ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
กระผม อดิศร เพียงเกษ พรรคเพื่อไทย ด้วยความเคารพกับหน่วยงานที่จะต้องมีหน้าที่มารายงานต่อสภา ขอบคุณ คณะเมื่อสักครู่ที่มารอ แต่ผมอยากสอบถาม แล้วก็เรียนถามท่านประธานหลายครั้งที่ผม ลุกขึ้น องค์กรต่าง ๆ หรือว่าคณะต่าง ๆ ที่จะต้องมีหน้าที่มารายงานต่อสภา ท่านเลื่อนมา โดยตลอด ดูประหนึ่งว่าสภาผู้แทนราษฎรมาก็ได้ ไม่มาก็ได้ ไม่มีสภาพบังคับอะไร คล้าย ๆ เป็นของเล่น เพราะว่าหน่วยงานต่าง ๆ ต้องรายงานตามกฎหมายที่กำหนดไว้ ถ้าไม่รายงาน ตามระยะเวลามันก็ล้าสมัย ไม่เป็นปัจจุบันในการควบคุมตรวจสอบของเรา ผมอยากให้ท่าน ได้กำชับอีกสักครั้งหนึ่ง ผมจะไม่ลุกขึ้นมาพูดอีกว่าหน่วยงานต่าง ๆ เมื่อบรรจุในระเบียบวาระแล้ว พวกผมได้ไปทำการบ้านว่าจะอภิปรายเรื่องนี้เรื่องนั้น พอถึงเวลาไม่มา มันเสียอารมณ์ เสียโอกาส และไม่เคารพต่อสภาผู้แทนราษฎร จึงขออนุญาตปรึกษาท่านประธานว่าให้กำชับ หน่วยงานต่าง ๆ อย่าเลื่อน ถ้าเลื่อนแล้วไม่ให้บรรจุเลยอะไรทำนองนั้น เลื่อนต่อไป ถ้าไม่มา แล้วขีดเส้นแดงอย่างนี้จะได้ไหมครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
อันนี้ก็ได้กำชับ ให้ผู้ประสานงานไปแล้ว แต่บางครั้งก็ต้องเข้าใจอีกทางหนึ่ง บางทีแจ้งเขาพร้อมที่จะมา เขามาแล้วแต่บังเอิญวาระของเรามันติดค้างยังไม่จบเขาก็ต้องกลับไปก่อน แล้วก็พอนัดหน้า เขาก็ติดภารกิจอื่น ก็จะพยายามประสานให้อย่างที่คุณอดิศรว่า แต่หลายหน่วยงาน ก็อยากจะมา แต่ให้มั่นใจว่าเมื่อเขามาแล้วไม่ต้องกลับไปแล้วก็มาใหม่ ๆ เพราะเราเอง ก็เข้าใจว่าวาระของเราอย่างในวันพฤหัสบดีบางทีก็มีญัตติเรื่องด่วนเข้ามา บางทีญัตติ เสนอด้วยวาจาเจ้าหน้าที่ก็ต้องกลับไป อันนี้จะพยายามประสาน อันไหนที่มีความพร้อม และเราคิดว่าวันนั้นเรามีความพร้อมมากที่สุดก็ให้เขามา แต่ถ้าเขาไม่มา เช่นว่าเราติดวาระ เรื่องงบประมาณก็ต้องขอให้เขากลับไปก่อน ขอบคุณคุณอดิศร ผมรู้สึกว่าเสนอมาครั้งนี้ เป็นครั้งที่ ๓ แล้ว เดี๋ยวจะให้เจ้าหน้าที่เขาไปติดตามแล้วรายงานไปทั้งหมดว่าเหลือรายงาน ของหน่วยงานใดบ้าง แล้วก็ที่ขัดข้องยังไม่ได้มาและพร้อมจะมาเมื่อไร หรือที่มาแล้วเราเป็น คนเลื่อนเขาไป เดี๋ยวจะได้สรุปมาให้ ผมก็ไม่อยากให้ทั้ง ๒ ฝ่ายได้เสียเวลาแล้วก็ล่าช้า เช่นว่า รายงานของปี ๒๕๖๖ มาปี ๒๕๖๘ เพิ่งมาเสนอ ก็ขอบคุณคุณอดิศรครับ ขอเชิญ ให้หน่วยงานที่จะรายงานเข้ามา พร้อมแล้วนะครับ🔗
๔. รายงานประจำปี ๒๕๖๗ ของกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ (พิจารณาต่อจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพฤหัสบดีที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๘) (ระเบียบวาระที่ ๒.๕)🔗
ในการนี้หน่วยงานได้ขออนุญาตให้ผู้เข้าร่วมชี้แจงดังต่อไปนี้นะครับ ๑. คุณธนากร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยสร้างสรรค์ ๒. คุณชำนาญ งามมณีอุดม รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ๓. นายปราโมทย์ บุญนำสุข ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายยุทธศาสตร์และวิจัย ๔. นางอุษา รุ่งโรจน์การค้า ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาคุณค่าเพิ่มและสื่อสารเชิงกลยุทธ์ ๕. นางสาวสุทธิตา หมายเจริญ ผู้อำนวยการส่วนภาพลักษณ์องค์กร และ ๖. นายวรปรัชญ์ อินทนิล เจ้าหน้าที่นโยบายและ ยุทธศาสตร์ รักษาการผู้อำนวยการส่วนนโยบายและยุทธศาสตร์ ถ้าพร้อมขอเชิญผู้แทน ได้แถลงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้รับ มอบหมายจากประธานกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ให้มาแถลงชี้แจง ประกอบการพิจารณารับทราบรายงานประจำปีของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ซึ่งได้นำเสนอเล่มให้ทางสมาชิกและทางสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็อยากจะกราบเรียนว่ากองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ปีนี้มีอายุครบ ๑๐ ปีพอดี เราเป็นพระราชบัญญัติซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๘ การดำเนินงานจริง ๆ ก็คือได้เริ่มในการทดลอง ให้ทุนคือปี ๒๕๖๐ แล้วก็ดำเนินภารกิจในการให้ทุนต่อเนื่องมาทุกปี งบประมาณที่กองทุน พัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ได้รับก็คือจาก กสทช. หรือคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ การดำเนินงานที่ผ่านมาก็ยึดหลักการ ในกฎหมายอยู่ ๓ ส่วน ส่วนแรก เป็นเรื่องของนิยามว่าด้วยสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ มาตรา ๓ มาตรา ๕ เป็นเรื่องวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุนเป็นนิติบุคคล เราเป็นหนึ่ง ในกองทุนหมุนเวียน และที่สำคัญที่สำนักงานและกองทุนเองได้ดำเนินการมาโดยตลอดก็คือ การคำนึงถึงปรารภในเจตนารมณ์ของกฎหมายที่เขียนไว้ในหมายเหตุท้ายพระราชบัญญัติ ก็คือเรื่องที่มีความจำเป็นต้องให้มีสื่อสำหรับเด็กและเยาวชน รวมถึงการพัฒนาทักษะของเด็ก และเยาวชนให้สามารถที่จะอยู่ในสังคมที่มีสื่อสังคมออนไลน์เป็นปัจจัยหลักในการดำเนินชีวิต กองทุนได้นำนโยบายที่เขียนไว้ วัตถุประสงค์ในมาตรา ๕ มาจัดทำเป็นยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ๕ ด้าน สรุปสั้น ๆ ว่าตั้งแต่ยุทธศาสตร์ด้านที่ ๑ ด้านการส่งเสริมการผลิตและการพัฒนา ศักยภาพของผู้ผลิต ยุทธศาสตร์ด้านที่ ๒ การส่งเสริมการวิจัย การพัฒนาองค์ความรู้ และนวัตกรรมต่าง ๆ ยุทธศาสตร์ด้านที่ ๓ เป็นเรื่องของการรณรงค์ส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อ ของประชาชน เด็กและเยาวชน ยุทธศาสตร์ด้านที่ ๔ เป็นเรื่องของการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และยุทธศาสตร์ด้านที่ ๕ เป็นเรื่องของการพัฒนาองค์กร ของการดำเนินงานเองนะครับ ก็คือสำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์🔗
ในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ ๕ ด้าน กองทุนก็กำหนดเป็นกลยุทธ์ เพื่อให้เข้าใจง่าย ทำง่าย แล้วก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เราเรียกว่ากลยุทธ์ ๖ สร้าง ๖ สร้างก็คือตั้งแต่ในยุทธศาสตร์ที่ ๑ ก็สร้างคน วันนี้มีความจำเป็นมากในการพัฒนา บุคลากรในอุตสาหกรรมสื่อ ไม่เฉพาะสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ แต่สื่อเพื่อสร้าง เศรษฐกิจด้วย กองทุนก็เป็นหนึ่งในองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนา ศักยภาพซึ่งเรามีหลักสูตรหรือโครงการในการฝึกอบรมผู้ผลิตทุกระดับ ทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่หน้าใหม่ไปจนถึงคนที่เข้าสู่อุตสาหกรรมแล้ว เข้าสู่วิชาชีพแล้วให้มีความรู้ความสามารถ มากขึ้น รวมไปถึงผู้ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ให้เขาสามารถต่อยอดสร้างสรรค์ผลงานไปแข่งกับ ต่างประเทศได้ อันนี้คือการพัฒนาบุคลากรหรือการส่งเสริมผู้ผลิต🔗
สร้างที่ ๒ เป็นเรื่องของการสร้างสื่อ สื่อของกองทุนนั้นโชคดีตรงที่ว่า ในกฎหมาย ของเราเขียนไว้ให้ครอบคลุมสื่อทุกประเภท ซึ่งจะเห็นว่าผลงานที่ปรากฏ ในรายงานฉบับนี้มีความหลากหลายมาก มีทั้งภาพยนตร์ ละครชุด มีการ์ตูน มีงานเขียน มีการ์ตูน Animation จนครบ ทำให้มันมีมากขึ้น ให้ผู้ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ได้มี ทางเลือกในการที่จะรับชมในการได้เข้าถึงและใช้ประโยชน์🔗
สร้างที่ ๓ คือสร้างภูมิคุ้มกัน อันนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญว่าเราวันนี้ทุกคนอยู่กับ โลกของข้อมูลข่าวสาร แล้วก็ในสื่อสังคมออนไลน์ส่วนใหญ่จะมีมาพร้อมกับโทษ ไม่ได้ มีประโยชน์อย่างเดียว เพราะฉะนั้นการสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่เด็ก ๆ รวมไปถึงผู้สูงอายุถือเป็น เรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง🔗
สร้างที่ ๔ คือสร้างองค์ความรู้ อันนี้เราก็มีหลักสูตรหลาย ๆ หลักสูตรที่ ทั้งหลักสูตร Onsite หลักสูตรออนไลน์ แล้วก็เปิดให้มีการสมัครเข้าเรียนรู้หรือว่าฝึกอบรม อยู่ตลอดเวลา🔗
สร้างที่ ๕ กองทุนตระหนักดีว่าในการทำงานเพื่อให้บรรลุภารกิจของ กองทุนนั้นเราไม่สามารถดำเนินการได้เพียงหน่วยงานเดียว หรือทำเองโดยลำพัง กฎหมาย เขาเขียนไว้เหมือนกันว่าเราต้องร่วมกับภาคีเครือข่าย องค์กรภาคเอกชน หน่วยงานของรัฐ ภาคประชาสังคมอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นก็เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ด้านที่สำคัญเช่นเดียวกัน ก็คือด้านส่งเสริมการมีส่วนร่วม🔗
สร้างสุดท้ายก็คือเราสร้างองค์กรของเราเองที่เราก็ต้องการจะเป็นองค์กร ที่ทันสมัย สามารถที่จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ แล้วก็สามารถขับเคลื่อนภารกิจ ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ🔗
ในการดำเนินงานเมื่อปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา งบประมาณทั้งสิ้น ๕๗๒ ล้านบาทเศษ เรื่องงบประมาณก็เป็นตัวเลขกลม ๆ ที่กองทุนได้รับการจัดสรรจาก กสทช. ตัวเลข ๕๐๐ ล้านบาทอย่างต่อเนื่องทุกปี ทุกปีกองทุนก็พยายามที่จะขอเพิ่ม แต่ว่าก็ได้รับมาเท่าเดิมก็คือ ๕๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๗ เรามีงบประมาณที่ได้รับเป็นก้อน กลม ๆ มา ๕๐๐ ล้านบาท รวมกับเงินที่เราได้มาจากที่ต่าง ๆ รวมถึงเงินเหลือจ่าย ๕๗๒ ล้านบาทเศษ ก็เบิกจ่ายไป ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ มีโครงการซึ่งเปิดรับข้อเสนอและ ได้ผ่านการพิจารณาจัดสรรทุนไปทั้งสิ้น ๑๑๕ โครงการ วงเงิน ๒๙๘ ล้านบาทเศษ ผลลัพธ์ ผลผลิตตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ เป็นต้นมา กองทุนก็พยายามที่จะให้เกิดผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจด้วย กองทุนมีเป้าหมายหลักชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องการให้เกิดผลลัพธ์ทางสังคม ซึ่งมีความละเอียด และซับซ้อนในการวัดนิดหนึ่ง แต่ว่าเราก็ต้องการให้มีการสร้างสื่อเพื่อสร้างเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นในปีที่ผ่านมาก็เป็นอีกปีหนึ่งที่เราก็พยายามที่จะไปประเมินว่าผลกระทบ นอกจาก ทางสังคมแล้ว ในทางเศรษฐกิจก็มีผลกระทบเกิดขึ้นอย่างไร ปี ๒๕๖๗ ผลการประเมิน การดำเนินงานของกองทุนก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีอยู่ เราได้คะแนนที่ ๔.๘๘๖๓ ทั้งนี้ก็มี การประเมินอยู่ ๔ มิติด้วยกัน ก็คือตั้งแต่ด้านประสิทธิผลซึ่งจะดูที่ผลผลิตที่ออกมา แล้วก็ นำไปใช้ประโยชน์ เรื่องของประสิทธิภาพเน้นเรื่องของการบริหารจัดการ เรื่องคุณภาพ ของการบริการ อันนี้ก็เป็น ๑ ใน ๔ ด้าน แล้วก็สุดท้ายด้านการพัฒนาองค์กร🔗
ในปีนี้และปีหน้าที่กองทุนกำลังทำอยู่ ผมขออนุญาตใช้โอกาสตรงนี้นำเรียน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่ากองทุนเองกำลัง ด้วยความที่เรามีข้อจำกัดทั้งในเรื่องบประมาณ และในเรื่องของรอบปีงบประมาณจากผู้ให้งบประมาณเรา ซึ่งหลายท่านทราบดีอยู่แล้วว่า กองทุนมีปีงบประมาณเป็นปีงบประมาณแผ่นดินคือเริ่ม ๑ ตุลาคม แล้วไปสิ้นสุด ๓๐ กันยายน แต่ว่าในส่วนของผู้ให้งบประมาณเราก็คือ กสทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลัก เขามีปี พ.ศ. เป็นปีงบประมาณ เพราะฉะนั้นก็จะเกิดความเหลื่อมกันของเวลา เราได้เงินมาจริง ๆ มันก็เข้าสู่ไตรมาสที่ ๒ ของปีงบประมาณของกองทุนแล้ว เพราะฉะนั้นในการบริหารจัดการงบประมาณกองทุนทุกปี ก็ต้องขอใช้เงินที่ยังไม่ถึงกำหนดจ่าย เอามาบริหารจัดการไปพลางก่อน ก่อนที่จะได้รับ งบประมาณ แล้วการบริหารงานหรือกิจกรรมโครงการต่าง ๆ ก็จะกระจายที่ให้สามารถ ขับเคลื่อนภารกิจได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี🔗
ภาพรวมของการดำเนินงานปัญหาใหญ่ไม่มี แต่ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างที่ นำเรียนไปแล้วว่าในเรื่องของกฎหมายที่ไม่เขียนสัดส่วนว่าเวลาผู้จัดสรรจะให้ต้องกำหนด สัดส่วนที่เท่าไรก็ไม่ได้เขียนก็ยังเป็นดุลยพินิจอยู่ อันนี้ก็เป็นประเด็นถ้าจะแก้ก็ต้องเป็นแก้ที่ ตัวพระราชบัญญัติ ส่วนเรื่องข้อบังคับต่าง ๆ อันนี้เป็นอำนาจของคณะกรรมการ ซึ่งกองทุน พยายามที่จะสรุปบทเรียนจากการดำเนินงานในเรื่องต่าง ๆ เช่น เรื่องของการจัดสรรทุน วิธีการต่าง ๆ ทำอย่างไรที่จะให้มีความสอดคล้องและเหมาะสมต่อกลุ่มเป้าหมาย ปีนี้ก็จะมี การทดลองริเริ่มการจัดสรรทุนในรูปแบบใหม่ ๆ ยกตัวอย่างเช่นว่าเดิมเรามีทุนที่จัดสรรอยู่ ใน ๓ ประเภท คือกลุ่มเปิดรับทั่วไป อันนี้เอากลุ่มเป้าหมายเป็นตัวตั้ง เริ่มตั้งแต่กลุ่มเด็ก และเยาวชนเป็นกลุ่มที่ ๑ ตามด้วยกลุ่มผู้สูงอายุ แล้วก็คนพิการ แล้วก็กลุ่มที่ ๔ เป็นกลุ่ม ประชาชนทั่วไป ส่วนทุนในเชิงยุทธศาสตร์นี้เราเอาประเด็นเป็นตัวตั้ง ประเด็นที่ต้องการ ขับเคลื่อนเป็นตัวตั้ง หรือใช้ Issue Based เป็นตัวตั้ง แล้วก็ต้องการที่จะมุ่งผลสัมฤทธิ์ของ ผลลัพธ์ ผลผลิต เช่น ให้ไปทำภาพยนตร์ ให้ไปทำละครชุด ให้ไปทำเกม อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งก็ต้องการเนื้อหาแบบไหนเราก็กำหนดไว้ในประกาศ ก็ถือว่าเป็นหมุดหมายสำคัญ หรือแผนงานสำคัญในการกำหนดการให้ทุนประเภทเชิงยุทธศาสตร์ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็ยังมี ข้อจำกัดอยู่ว่าเวลาเราไปคุยกับภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศนี่มันยังมีอีกหลาย รูปแบบที่เราคิดว่ามันน่าจะทำให้การขับเคลื่อนภารกิจมีความสมบูรณ์ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ปีนี้ก็เลยจะทดลอง กำลังหารือกับคณะกรรมการกองทุนอยู่ในเรื่องที่จะให้ทุนในลักษณะ อุดหนุน ทุนในลักษณะอุดหนุนก็จะเน้นที่กลุ่มเด็กและเยาวชน หรือกลุ่มที่อาจจะไม่ถนัด ในการที่จะยื่นขอทุนโดยตรง เราก็ต้องเข้าไปเป็นพี่เลี้ยง แล้วก็จำนวนทุนก็ไม่ได้ให้ในจำนวน ที่มาก อันนี้กำลังร่างข้อบังคับอยู่ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งที่เราต้องการผลผลิตหรือต้องการผลลัพธ์ ผลผลิตที่สำคัญมาก ๆ ก็คือกับบริษัทที่เป็นมืออาชีพหรือว่าเป็นองค์กรระหว่างประเทศ ทั้งในประเทศ เราก็อยากมีรูปแบบหรือข้อกฎหมายที่รองรับการดำเนินงานในลักษณะของ การร่วมลงทุนหรือร่วมผลิต อันนี้ก็คิดว่าจะได้เห็นในการดำเนินงานในปีนี้ ซึ่งทำแล้วแล้วก็ ต่อเนื่องถึงปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ปี ๒๕๖๙ นี้ก็เป็นช่วงเวลาที่กองทุนเองก็กำลังจัดทำแผน อยู่ตอนนี้ ในชั้นต้นผมขออนุญาตท่านประธานที่จะนำเรียนต่อที่ประชุมไว้เท่านี้ก่อนนะครับ เพื่อที่จะได้รับฟังข้อเสนอแนะและความเห็นของสมาชิกครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกที่แจ้งความจำนงที่จะแสดงความคิดเห็น ๒ ท่านนะครับ ขอเชิญท่านพรรณสิริ กุลนาถศิริ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคเพื่อไทย ในวาระ การรายงานผลการทำงานของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ประจำปี ๒๕๖๗ ดิฉันก็ขอแสดงความคิดเห็นโดยในเบื้องต้นก็ขอชื่นชมการทำงานของกองทุนที่พยายาม พัฒนาตัวเองมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปแบบของเอกสารที่นำเสนอในปีนี้ ได้บอกว่าเป็นรูปแบบที่ทันสมัย เป็นนวัตกรรมทั้งการใช้ Graphic ในเรื่องของ Dot Matrix แล้วก็องค์ประกอบในเรื่องของดิจิทัลที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคม และอนาคตของสื่อใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามดิฉันก็มีข้อเสนอแนะว่าแม้กองทุนจะมีวิสัยทัศน์และบริบทที่อยากจะพัฒนา รวมทั้งใช้กลยุทธ์และยุทธศาสตร์ต่าง ๆ อย่างมากมาย ก็ยังมองว่าในโลกของความเป็นจริง ถ้าสื่อที่ผลิตออกมามุ่งมองแต่อนาคตจนมากเกินไป ความเป็นปัจจุบันและร่องรอยของอดีต ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ในสิ่งเหล่านี้ก็อยากจะให้ผสมกลมกลืนไป บางทีรูปแบบ ของสื่อที่ทันสมัยกับกลุ่มเป้าหมายก็อาจจะเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงถึง อย่างไรก็ตาม ผลผลิตของกองทุนที่ผ่านมาดิฉันขอยกตัวอย่าง ๑ ประการ แม้ว่าจะเป็นการสนับสนุน ของกองทุนเมื่อปี ๒๕๖๔ แต่ว่าผลผลิตของกองทุนได้เผยแพร่ในปีนี้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หรือในช่วงปลายปีที่แล้ว ขอยกตัวอย่างโครงการที่นำเสนอภาพยนตร์พระร่วงมหาศึกสุโขทัย คิดว่าผลงานนี้เป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจของกองทุน แล้วคิดว่าผลงานนี้น่าจะเป็นประโยชน์ อย่างมากมายต่อสังคมในวงกว้าง โดยเฉพาะในเรื่องของเด็กและเยาวชนที่จะได้สร้าง จิตสำนึกในเรื่องของการรักชาติ รักแผ่นดิน ในวัฒนธรรมประเพณี ประวัติศาสตร์อันสำคัญ ของไทย แต่ผลปรากฏที่เกิดขึ้นกับความสอดคล้องกับผลลัพธ์ ไม่ทราบว่าผลลัพธ์ที่แท้จริง เป็นอย่างไร แต่ในเรื่องของการรับรู้เชิงสังคมปรากฏว่าสื่อชิ้นนี้แม้ว่าจะมีความพยายาม ในการที่จะเชื่อมโยงเรื่องราวต่าง ๆ เข้ากับศิลปะสมัยใหม่เป็นภาพยนตร์ออกมา การเผยแพร่ การสร้างจิตสำนึกพบว่าผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมายเท่าที่ควร ความเข้าใจในสาระสำคัญ และความสำนึกในความรักชาติบ้านเมืองกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ดิฉันยังไม่เห็นผลที่ได้ เผยแพร่ต่อสังคมว่าเป็นอย่างไร ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่าแม้โครงการจะผ่านการคัดเลือก อย่างดี มีกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบเป็นขั้นตอน และคงใช้งบประมาณไปไม่น้อย ทีเดียว อาจจะเป็นงบประมาณจากหน่วยงานต่าง ๆ และกองทุนเองอาจจะเป็นสื่อกลาง ในการขับเคลื่อนในครั้งนี้ ประเด็นนี้ดิฉันมีข้อเสนอแนะอยู่ ๓-๔ ประการ เพื่อให้เห็น การทำงานของกองทุนบรรลุวัตถุประสงค์จริง ๆ และมีความคุ้มค่า🔗
ประเด็นแรก ในการพัฒนาโครงการสื่อใหม่ ๆ ดังที่ได้เรียนแล้ว อยากจะให้ ยึดโยงกับความเป็นปัจจุบัน รวมทั้งกลุ่มเป้าหมายที่ต้องคำนึงถึงให้ชัดเจนด้วยว่าเราจะสื่อ ไปถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างไร และความสำเร็จที่คาดหวังต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนและตั้งไว้ ให้เห็นภาพที่ชัดด้วยค่ะ🔗
ประเด็นที่ ๒ การเผยแพร่สื่อ เมื่อผลิตสื่อออกมาแล้วควรมีกลยุทธ์ในการ เผยแพร่ เช่นถ้าเป็นภาพยนตร์ดังที่ได้กล่าวนี้กลุ่มเป้าหมายน่าจะคือใคร ในสถานศึกษา เกี่ยวข้องไหม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงต่าง ๆ ได้เห็นความสำคัญสอดคล้องกันหรือไม่🔗
ประเด็นที่ ๓ มาตรการในเรื่องของความคุ้มค่าและผลลัพธ์ของการลงทุน การลงทุนไม่ใช่แค่เพียงงบประมาณ ทรัพยากรการลงทุนยังหมายถึงกำลังคนในเรื่องของ ความร่วมมือของทุกภาคส่วน ได้ระดมทรัพยากรการลงทุนแล้วเกิดผลสัมฤทธิ์ที่คุ้มค่าหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มีการตรวจประเมินหรือไม่ว่าการสร้างจิตสำนึก ความรู้สึกต่อวัฒนธรรม ความรักชาติบ้านเมืองได้เกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน🔗
ประเด็นท้ายสุด จากบทเรียนของสื่อหลาย ๆ โครงการ ซึ่งท่านได้รายงาน เมื่อสักครู่นี้ว่าประมาณ ๑๐๐ กว่าโครงการ การวัดผลประเมินผลจากเอกสารดังกล่าวนี้ จะบอกเชิงปริมาณ ไม่ได้บอกเชิงคุณภาพว่าสื่อแต่ละชนิดนั้นมี Outcome และ Output แล้วก็ Impact Impact นี่ไม่เห็นภาพเลยว่าผลกระทบต่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เศรษฐกิจ รายได้ หรือเรื่องของสังคม ศีลธรรม เรื่องของจริยธรรม วัฒนธรรม ไม่มี เชิงคุณภาพเลย ยังหาไม่พบค่ะ🔗
ดังนั้นในโครงการต่าง ๆ ที่อาจจะไม่ประสบผลสำเร็จหรือผลสำเร็จเป็นเพียง ส่วนเล็กน้อยก็คงจะเป็นบทเรียนดังท่านได้กล่าวไว้ในเอกสารว่าการจัดสรรโครงการต่าง ๆ ก็คงจะต้องหานวัตกรรมหรือวิธีการใหม่ ๆ ในการที่จะคัดเลือกเข้าโครงการ และในขณะเดียวกัน ระหว่างคัดเลือกเข้าโครงการ เมื่อโครงการเข้าสู่ระบบปฏิบัติการแล้ว ระหว่างดำเนินการ จะต้องมีการกำกับ ติดตามอย่างไรให้เป็นห้วงเวลา แล้วก็เผยแพร่สู่สาธารณชน เพื่อจะได้ เปิดมุมมองว่าทิศทางที่ขับเคลื่อนไปนั้นจะบรรลุเป้าหมายได้จริงหรือไม่ ดิฉันไม่ได้เชื่อมั่นว่า การทำงานโดยกลุ่มผู้ขอโครงการอย่างเดียวจะมองเห็นในเป้าหมายที่สอดคล้องตรงกันกับ ผู้ที่จะได้รับชมสื่อหรือได้รับการถ่ายทอดจากสื่อนั้น ดิฉันมองว่าถ้าใช้กระบวนการหรือ หลักธรรมาภิบาลเข้ามาในการบริหารกองทุนของท่าน ก็คิดว่าการทำงานจะประสบผลสำเร็จ แล้วก็คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามจำนวนเงินที่ได้รับหรือมีอยู่ในกองทุนประมาณ ๕๐๐ ล้านบาท ก็ไม่ได้มากมายเท่าไร ดิฉันก็ขอเป็นกำลังใจให้กับคณะทำงานทุกท่าน และหวังว่าจะได้เห็นผลการประเมินเชิงประจักษ์และเผยแพร่ต่อสาธารณชน แล้วก็ ทุกโครงการนั้นบรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมายทุกประการ ก็ขอชื่นชม แล้วก็ขอให้ ข้อเสนอแนะและจะเป็นกำลังใจให้กับกองทุนตลอดไป ขอบพระคุณมากค่ะ สวัสดีค่ะ🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมโครงการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการเมือง การปกครอง บทบาทและอำนาจของวุฒิสภาสู่เยาวชนในสถาบันการศึกษา หรือสภาจำลอง สัญจร นำโดยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ แล้วก็ร่วมรับฟัง การประชุมสภาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขออนุญาตอภิปรายถามเป็นความรู้ แล้วก็ตั้งข้อสังเกตสำหรับกองทุน พัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ที่มีรูปเล่มที่สวยงามแล้วก็น่าอ่านมาก แล้วก็เป็นรูปแบบที่ ทำให้น่าสนใจ เพียงแต่ว่าผมมีข้อสงสัยเป็นข้อสอบถามว่าการเข้าถึงกองทุนโดยมีเกณฑ์ ต่าง ๆ ซึ่งผู้ที่เข้าถึงกองทุนจากที่รายงานในเอกสาร บางรายได้รับหลักแสนจนถึง ๓ ล้านบาท ๔ ล้านบาท ๖ ล้านบาท ๗ ล้านบาท ๙ ล้านบาทนี่ เป็นไปได้ถ้าทำเป็นกราฟ จะดูง่ายกว่านี้ครับ แล้วจะได้เปรียบเทียบว่าบริษัทใหญ่ ๆ มีเหตุผลอะไรได้ ๙ ล้านบาท กลุ่มเล็ก ๆ ทำไมได้หลักแสน และที่สำคัญอีกอันหนึ่ง ผมทราบว่ามีการประเมินโดยกรรมการ ๗ ท่านอยู่แล้ว แต่ผมอยากมีข้อเสนอว่าควรมีการประเมินด้วยกันของผู้รับการประเมิน น่าจะดีนะครับ เพราะว่าคนที่ได้รับกองทุนท่านไปมีหลากหลาย แล้วเขาก็ควรจะได้ประเมิน กลุ่มที่ผู้ได้รับเงินกองทุนขนาดใหญ่ไป เขามีความคิดเปรียบเทียบได้อยู่แล้วล่ะครับว่า เขาขอรับไปได้มา ๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่อีกอันหนึ่ง อีกบริษัทหนึ่งได้ไปตั้ง ๕ ล้านบาท ๗ ล้านบาท แต่ผลงานมันไม่ได้เรื่องเลย หรือว่าดีมากอะไรเลยนี่ ผมว่าการประเมิน ด้วยกันเองของคนได้รับทุนก็จะได้เป็นประโยชน์กับการพัฒนาของกองทุนครับ ก็คิดว่าการที่ ใช้ชีวิตในสังคมที่ครบหลากหลายได้อย่างเป็นสุขที่ท่านเขียนเอาไว้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี แล้วก็ จะได้ช่วยกันแก้ปัญหาสังคมโดยการใช้สื่อที่ถูกต้อง เป็นจริง แล้วก็ไม่หลงตามกระแสที่แชร์ แล้วก็เชื่ออะไรง่าย ๆ สร้างความเสียหาย ก็ฝากเป็นประเด็นสั้น ๆ เท่านี้ เผื่อว่าโอกาสหน้า จะได้เห็นผลงานของกองทุนที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอดิศร เพียงเกษ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก่อนที่ผมจะอภิปรายเรื่องกองทุนพัฒนาสื่อ วันนี้ผมขออนุญาตกล่าวอวยพรในวาระ ครบรอบวันเกิดของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ซึ่งถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยศาลรัฐธรรมนูญ และขณะนี้ท่านกำลังอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ท่านมีความสุข กลับมา เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยต่อไป ซึ่งผมจะอภิปรายเสนอแนะเรื่องเหล่านี้ไปให้ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ว่าสมควรจะปฏิบัติอย่างไร สื่อนั้นผมคิดว่า ต้องพัฒนาให้อยู่ในแวดวงของระบอบประชาธิปไตย ท่านต้องเน้นหนักเรื่องประชาธิปไตย ประชาธิปไตยนายกรัฐมนตรีมาจากไหน อย่างที่ผมยกตัวอย่างครบรอบวันเกิดวันนี้ ที่มาของ นายกรัฐมนตรีตามกติกาปัจจุบันมาจากการเสนอชื่อ Candidate นายกรัฐมนตรีของ พรรคการเมือง สมัยก่อนรัฐธรรมนูญคาบเกี่ยวกันให้วุฒิสมาชิกโหวตเสียงนายกรัฐมนตรี ต่อมาไม่ต้อง ใช้เฉพาะสภาผู้แทนราษฎร จนมีนายกรัฐมนตรี มีคณะรัฐมนตรี ผมกำลัง อธิบายว่าประชาธิปไตย กองทุนนี้ต้องให้องค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ไปพัฒนาอย่างจริงจัง สิ่งเหล่านี้เป็นหัวใจของสื่อ ผมเห็นหลายสื่อทุกวัน ถ้าสถานีนี้ หนังสือพิมพ์นี้เอียงไปทางไหน เจ้าของมีความเห็นทางการเมืองอย่างไรก็เอียงกระเท่เร่ เป็นสื่อที่เชียร์ฝ่ายตน แต่ไม่ได้ อธิบายเรื่องราวของประชาธิปไตย ข่าวต่าง ๆ เกี่ยวกับข่าวลวง ข่าวอะไร ท่านก็ทำดีนะครับ ท่านได้เสนอเรื่องการอบรมหลักสูตรการตรวจสอบข่าวลวง ข่าวปลอม ข่าวระดับสูง เพราะทุกวันนี้สื่อโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ มันไปไม่ทันมือถือครับ มือถือที่เรามีอยู่ทุกวัน เขาไปล่วงหน้ากว่ากองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ของท่าน เขาคิดอะไรเขาก็เสนอ ในนี้ ไม่ว่าจะเป็น TikTok ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก Messenger ไม่ว่าจะเป็น Instagram เขามี สถานีโทรทัศน์ของเขาเอง เหตุที่ท่านไปสำรวจความคิดเห็นว่าคนดูสื่อน้อย เพราะว่า แต่ละคนก็มีสื่ออยู่ในมือ ทำอย่างไรกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ที่อยากจะให้ ข่าวต่าง ๆ ที่ปรากฏในสื่อไม่ใช่ข่าวลวง ข่าวเท็จ ท่านมีอำนาจที่จะก้าวล่วงไปถึงสื่อในมือถือ ต่าง ๆ ที่ผมพูดไว้หรือเปล่า ที่เป็น Fake News พูดจาส่งเดชฟ้องร้องกันคดีรกโรงรกศาล เหล่านี้ กองทุนของท่านจะมีโอกาสที่จะเข้าไปแตะมือหรือว่าไปสัมพันธ์หรือไปสนธิกับ องค์กรใดที่เกี่ยวกับกฎบัตรกฎหมายเพื่อจะนำบุคคลเหล่านั้นที่ไม่จริงใจต่อการเสนอข่าว แม้กระทั่งในมือถือของตนเองมาดำเนินการทางกฎหมาย ประชาธิปไตยสำคัญอย่าไปรังเกียจเลย บางคนบอกว่าถ้าเป็นนักการเมืองแล้วอย่างโน้น อย่างนี้ คนที่มาชมสภาผู้แทนราษฎรทุกวันนี้ ก็มาจากวุฒิสภา สื่อต้องอธิบายว่าวุฒิสภาชุดนี้มาอย่างไร จะมาอธิบายการเลือกตั้งถูกต้องไหม วิธีการจริง ๆ มันถูกต้องโดยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์นี้ล่ะครับจะเป็น สะพาน ถ้าท่านได้มีโอกาสทำเรื่องประชาธิปไตยผ่านกองทุนของท่านผมจึงมีความสุข ผมมาอยู่กระทรวงศึกษาธิการอยู่ ๒ ปี ผมให้คำขวัญใน ๒ ปีที่ผมอยู่ ผมให้สั้น ๆ ว่าครูคือ นักประชาธิปไตย แค่นั้นล่ะครับ Sticker ติด ครูต้องเข้าใจประชาธิปไตย กองทุนพัฒนา สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ก็ต้องเข้าใจประชาธิปไตยก่อน ผมคิดอย่างนี้นะครับ ไม่ทราบว่า ท่านได้คิดเรื่องนี้และมีกองทุนหรือมีเรื่องราวที่ไปขอทุนจากท่าน หรือริเริ่มจากท่านที่จะ พัฒนาประชาธิปไตยได้หรือไม่ จึงขออนุญาตที่จะเสนอความคิดเห็นที่บริสุทธิ์ของผม เพราะชั่วชีวิตผมประชาธิปไตยกับการ ปฏิวัติรัฐประหารมันเคียงคู่กันไป จนปัจจุบันก็ยังมีข่าวจะรัฐประหาร บางทีผู้ชุมนุมไม่ว่าอยู่ อนุสาวรีย์ไหนก็ไปเพรียกหารัฐประหารอีก ทำให้สื่อต่าง ๆ ไม่อธิบายให้ทันท่วงทีกับข่าวที่มัน หลอกลวงอยู่ในมือถือ หรือในสื่อที่ไม่บังควรที่จะไปรับฟัง จึงขออนุญาตอภิปรายเพื่อให้ กำลังใจท่านนะครับ ให้กำลังใจท่าน อยากให้ท่านเป็นกองทุนพัฒนาสื่อนอกจากสร้างสรรค์ แล้วต้องเพื่อพัฒนาประชาธิปไตยให้มันหยั่งรากลึก ไม่มีระบอบการปกครองใดที่จะดีเท่า ระบอบประชาธิปไตย เพราะระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบที่เลวน้อยที่สุด จึงขออนุญาต อภิปรายแต่เพียงสั้น ๆ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวิทยา แก้วภราดัย ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย ขออนุญาตที่จะออกความคิดเห็นแล้วก็ติดตามชื่นชมผลงาน กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ผมก็ทราบว่ามีกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์ขึ้นมา แล้วมีการออกเป็นพระราชบัญญัติขึ้นมา แต่ก็พูดตรง ๆ เลยว่าไม่ได้ ติดตามงานเท่าไร เพราะมันหาดูยากครับ เดี๋ยวนี้ระบบการสื่อสารทั้งหมดมันก็เปลี่ยนโลก ไปทั้งหมด สมัยเมื่อ ๑๐ กว่าปี ๒๐ ปีที่แล้วตื่นเช้าต้องอ่านหนังสือพิมพ์ มือก็ดำทั้ง ๒ ข้าง แต่เดี๋ยวนี้หนังสือพิมพ์แทบจะหายไปจากโลกนี้สำหรับคนที่อ่านสำหรับการสื่อสาร สื่อสาร กลับมาโผล่ในเรื่องของโทรทัศน์ ดูแล้วกองกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์น่าจะ ออกเป็น พ.ร.บ. ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ แล้วก็รายได้หลักของเราก็น่าจะเกิดจากทุนประเดิมรัฐบาล แล้วก็น่าจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงหรือ กสทช. จากอันนั้น แต่ว่าผมดู รายงานก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าตัวเลขผมจะสับสนหรือเปล่า เราเสนอโครงการปีหนึ่งประมาณ พันกว่าล้าน แต่ทุกรายการผมเข้าใจว่าได้รับมาหลักร้อยล้าน คราวนี้ถ้าเป็นไปได้รบกวน ท่านผู้จัดการ ท่านลองไล่ดูว่าตั้งแต่ตั้งกองทุนมาท่านได้เงินสนับสนุนมาปีละเท่าไร แล้วทำ อะไรได้บ้าง สิ่งที่ผมกังวลที่สุดก็คือเวลาตั้งเราตั้งหน่วยงานกึ่งราชการกองทุนพวกนี้ขึ้นมา เราตั้งด้วยความคิดที่ค่อนข้างทันสมัยครับ คิดถึงอะไรที่พัฒนาไปไกลข้างหน้า แต่พอ ตั้งองค์กรขึ้นมานาน ๆ องค์กรก็จะกลายเป็นเข้าไปในระบบเหมือนที่เราเคยพูดก็คือระบบ ราชการ เพราะฉะนั้นผมก็กังวลว่าการทำควบคุมสื่อความปลอดภัยและสร้างสรรค์ การพัฒนาสื่อแล้วมาพัฒนาเป็นรูปแบบที่ค่อนข้างจะล้าหลังไปเรื่อย ๆ ผมดูชื่อหนัง ที่เราสร้างแล้วผมคิดว่าอาจจะต้องช่วยกันคิดหน่อยว่ามันควรจะทันสมัยไปกว่านั้นแล้ว แล้วก็ที่สำคัญเรื่องราวต่าง ๆ ในการที่จะใช้สื่อสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาระบบสื่อให้มี การสร้างสรรค์ก็คือความตั้งใจที่เราจะสร้างคนในสังคมนี้ขึ้นมาให้เป็นคนดี เพราะผมมั่นใจว่า ท่านผู้จัดการซึ่งอยู่ในวงการสื่อมาตั้งแต่หนุ่ม ๆ ท่านก็รู้ดีว่าสังคมมันเริ่มถดถอย สังคมมันเริ่ม ไร้คุณธรรม สังคมเริ่มไร้ศีลธรรม คนดีกลายเป็นคนที่น่าเบื่อหน่าย สิ่งดีงามกลายเป็นสิ่งที่ น่ารำคาญ เพราะฉะนั้นทั้งหมดชีวิตเราเจอกันจริง ๆ ก็คือทุกคนเจอกันในโทรศัพท์มือถือ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการทำระบบสื่อเราผมขออนุญาตเสนอความคิดเห็นที่ผมเจอในสื่อนี้ ผมมองวันนั้นนั่งดูรายการคล้าย ๆ TikTok อะไรพวกนี้มันเป็นหนังสั้น ๆ สัก ๓-๔ นาที เล่าถึงเรื่องราวถึงการมีคุณธรรม เช่น จากเด็กยากไร้ขอข้าวเขากินริมถนน แล้ววันหนึ่ง เด็กคนนั้นก็เติบโตขึ้นไปเป็นหมอ สุดท้ายเจ้าของร้านที่ให้ข้าวแกงตัวเองกินมาตลอดนี่ป่วย เข้าโรงพยาบาลและผ่าตัด แล้วก็คนที่มาช่วยก็คือเด็กคนที่ตัวเองเคยให้ข้าวกินตอนเด็ก ๆ หนังสั้นแค่ ๕ นาที แต่ดึงดูดจิตใจเราว่าการเผื่อแผ่จิตใจซึ่งกันและกัน วันหนึ่งคุณความดี ก็จะย้อนกลับมาที่เรา เพราะฉะนั้นผมก็อยากคิดว่าเราอย่าไปทำเปิดขนาดใหญ่เลยครับ ถ้าโครงการเสนอมา ทำรายการสื่อสร้างสรรค์ประเภท ๓-๔ นาที แล้วก็สื่อผ่านไปในระบบ Social ที่มีทั้งหมด แล้วผมคิดว่ามันก็จะทำคลุมทิศทางว่าเราต้องการปลุกอะไรขึ้นมาในสังคม ปลุกสร้างคนดี ให้มีกำลังใจขึ้นมา ปลุกสร้างความรักชาติ แต่ทุกอย่างมันต้องทันสมัยครับ สมมุติวันนี้ ผมคิดว่าถ้าน่าจะทำที่สุดผมนึกถึงวันหนึ่งที่ศิลปินซึ่งชื่อว่า หลง ลงลาย อะไรสักคน ท่านผู้จัดการน่าจะรู้จัก คนใกล้ ๆ บ้านท่าน เขาไปจัดรายการร้องเพลงให้กับนักเรียนตาม โรงเรียนมัธยม โรงเรียนประถมร้องเพลงเกี่ยวกับรักชาติ ร้องเพลงเกี่ยวกับความดี แล้วก็ ทำสื่อพวกนั้นออกมา และดูก็งดงามสวยงาม เด็กนักเรียนอายุตั้งแต่ ๑๐ ปี ๑๑ ปี ๑๒ ปี ๕-๖ ขวบ ท่านเชื่อไหมว่าเด็กอายุ ๑๐ ปีวันนี้ อีก ๕ ปีหน้าเขาคือวัยรุ่น อีก ๘ ปีข้างหน้า เขาคือพลังที่จะมาทดแทนคนรุ่นใหม่ทั้งหมด เราใช้เวลาสร้างไม่นานครับ สมมุติอันนี้ ผมฝากไปดู วันที่คนทั้งประเทศพูดถึงเรื่องความรักชาติ รักเอกราช รักอธิปไตย และอยากให้ บ้านเมืองเราไม่ตกเป็นทาสของใคร ไม่ยอมเสียแผ่นดินให้ใคร ถ้าเกิดสื่อผลิตสื่อสร้างสรรค์ ที่มีคุณภาพขึ้นมา แล้วก็สร้างอารมณ์อย่างนี้ขึ้นมา ท่านส่งเสริมให้ศิลปินที่ร้องเพลงรักชาติ ดี ๆ แล้วไปจัดคอนเสิร์ตเล็ก ๆ ตามโรงเรียนต่าง ๆ แล้วก็ผลิตสื่อขึ้นมา ผมก็ว่าเป็นภาพที่ น่ารักดี เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะทำความเข้าใจแล้วก็ฝากท่านไว้ก็คือสร้างความทันสมัย กับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ กองทุนเพื่อพัฒนาสื่อสร้างสรรค์ แล้วก็ต้องทำให้การสื่อสร้างสรรค์เหล่านี้ ที่เราพัฒนาไปสู่ระบบที่ทันสมัย แล้วก็ตรงความเป็นจริง ตรงกับสถานการณ์ ถ้าท่านทำหนังที่ ท่านโชว์เมื่อสักครู่บุรีรัมย์อะไรสักอย่าง มนต์รักกันตรึม ท่านผู้จัดการลองกลับไปที่บ้านท่านดู ท่านอาจจะได้หนังเรื่องแผ่นดินนี้เราจอง เพราะที่อำเภอข้าง ๆ บ้านท่านตอนนี้เขาบุกยึดที่กัน แล้วก็เกิดปะทะสู้กันระหว่างชาวบ้าน เพราะว่าแผ่นดินกลายเป็นผืนป่าที่รกร้าง และผืนป่าที่ มีการเช่าแล้วก็ปรากฏว่าการเช่านั้นหมดสัญญา เขาก็เลยเข้าไปแย่งกัน มันอาจจะได้เรื่องที่ ทันสมัย หรือสร้างเรื่องของเด็กนักเรียน หรือสร้างเรื่องของทหารที่ไปชายแดน บรรยากาศ เหล่านี้ผมคิดว่าเราอาจจะไม่ใช่ทำโครงการรับแล้ว แต่โครงการที่รับมาเพื่อผลิตสื่อมันต้อง ปรับได้ในวันที่สถานการณ์มันถึงเรื่องไหน ท่านก็ปรับสื่อให้เข้ากับสถานการณ์ ถ้าสื่อไม่เข้า กับสถานการณ์ใครก็ไม่ดู จะกลายเป็นของเก่า เหมือนกับคนรุ่นผมกลายเป็นของเก่า ทางประวัติศาสตร์ เช่นเดียวกันผมอยากให้คนรุ่นใหม่แบบกรรมการในองค์กรของเราทั้งหมด เป็นคนรุ่นใหม่ที่เตรียมรองรับเยาวชนคนรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทนความเป็นคนรุ่นใหม่ของพวกคุณ ทั้งหมด ฝากไว้เพื่อช่วยกันคิด และคำถามสุดท้ายครับ ผมไม่ทราบว่าปี ๒๕๕๙ ท่านได้งบ เท่าไร ท่านได้เท่าไรช่วยบอกด้วยครับ🔗
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมโครงการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการเมือง การปกครอง บทบาทหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาสู่เยาวชนในสถาบันการศึกษา หรือสภาจำลองสัญจร นำโดยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ขอบคุณนะครับที่เข้ามาเยี่ยม สภาผู้แทนราษฎรและร่วมรับฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ ขอบคุณมากครับ ต่อไปเชิญท่านอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อันแรกผมก็ขอชื่นชมนะครับ กับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ที่ทำภารกิจ ผมว่าความจริงเป็นภารกิจที่สำคัญ เนื่องจากว่าโดยส่วนใหญ่แล้วเรื่องนี้มันจะมุ่งผลสัมฤทธิ์ไปที่เยาวชน ซึ่งมันเป็นการปลูกฝัง ทำให้เยาวชนของเราได้เข้าใจในสภาพแวดล้อมของสื่อ ทีนี้พอเปิดเข้าไปอยู่ในเอกสาร ที่ท่านแจกมา ผมอ่านอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องแรกก็คือบทสรุปของผู้บริหาร ในบทสรุปของผู้บริหาร พูดถึงเรื่องภูมิทัศน์ของสื่อมันมีการเปลี่ยนแปลงจากแต่เดิมมันเป็นสื่อที่เป็น Mass ปกติ ไปเป็นสื่อออนไลน์ ซึ่งในวันนี้ท่านก็บอกว่าในสื่อออนไลน์มันมีมูลค่ามากกว่าในสื่อปกติ คือสื่อโทรทัศน์ อันที่ ๒ ที่พูดถึงจากบทสรุปของผู้บริหารก็คือเรื่องการบิดเบือนข้อมูลของสื่อที่ข้อมูลในสื่อ ต่าง ๆ ที่เราเห็นอยู่นี่มีสื่อส่วนหนึ่งไปบิดเบือนข้อมูลแล้วก็สื่อสารออกมา เรื่องที่ ๓ ในบทสรุปก็บอกว่าปัญหาของอาชญากรรมออนไลน์ อันนี้ ๓ ข้อ อีกอันหนึ่งผมได้อ่าน ตัวประธานคือสารของประธานก็มี ๒ ข้อ ก็คือรัฐบาลมุ่งส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนรู้เท่าทัน กับสื่อ แล้วก็พูดถึงเรื่องปัญหาของการห่างไกลยาเสพติด ข้อ ๒ ก็คือเรื่องกองทุน ต้องพัฒนาบทบาทที่ตอบสนองกับความต้องการทางสังคม ทั้ง ๕ ข้อ ในบทสรุปของผู้บริหาร รวมถึงตัวสารจากท่านประธาน แต่พอไปเปิดดูในรายละเอียดของโครงการ ซึ่งทั้งหมดนี้มีอยู่ ๑๑๕ โครงการ ใช้เงินประมาณ ๓๘๖ ล้านบาท มีโครงการที่เกี่ยวข้องกับ ๕ หัวข้อเมื่อสักครู่นี้ เท่าที่ผมอ่านเจอมีอยู่ ๔ อันที่ตรงไปตรงมา ตอบสนองกับประเด็นที่เขียนในบทสรุปผู้บริหาร หรือเรื่องของที่ท่านประธานกรรมการกองทุน เพราะฉะนั้นอยากเรียนเสนอท่านก็คือว่า ประเด็นที่ในบทสรุปนี้ผมคิดว่ามันควรจะต้องมีโครงการ อย่างปีที่ผ่านไปอันนี้ ๕๑๕ โครงการ น่าจะมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคำเสนอแนะของบทสรุปได้เยอะมากขึ้น เพราะโดยทั่วไปแล้ว พอผมเปิดไปดูรายละเอียดของทั้ง ๑๑๕ โครงการนี่ ก็จะเป็นโครงการทั่ว ๆ ไปที่ตัวกองทุน ทำอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อท่านสามารถที่จะปรับให้เนื้อหาโดยเฉพาะใน ๓ ข้อแรก ก็คือ ภูมิทัศน์ของสื่อที่มันเปลี่ยนไป อันที่ ๒ ก็คือเรื่องข้อมูลที่มันไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ในสื่อออนไลน์ ทำอย่างไรถึงจะทำให้คนของเราใช้สื่ออย่างมีประสิทธิภาพ อันที่ ๓ ก็คือ เรื่องอาชญากรรมออนไลน์ ส่วนที่ผมขอเติมของผมเอง ที่ผมคิดว่ามันเป็นพฤติกรรมของ ในวันนี้ ผมจึงไม่ได้บอกเฉพาะเด็กและเยาวชน ถ้าเผื่อเราสังเกตในที่สาธารณะเวลาถ้าเกิด ไม่มีการสนทนาพูดคุยบนโต๊ะอาหาร ในร้านอาหาร ทุกคนก็จะ ๑๐ คน ใช้มือถือเสีย ๙ คน มีอีก ๑ คน ที่นั่งทำกิจกรรมอย่างอื่น ฉะนั้นผมอยากจะเห็นสื่อบางอย่างที่พยายามโน้มน้าว ให้คนลดการใช้มือถือจาก ๑๐ คนนี่ ใช้ไป ๙ คน ลดให้เหลือสักครึ่งหนึ่งได้ไหมครับ โดยวิธีการสุดแล้วแต่ท่าน เพื่อทำให้วิธีคิดผมว่ามันไม่ใช่ ผมเชื่อว่าคนที่เปิดไม่ได้หวังความรู้ แต่หวังจะรับรู้ ส่วนใหญ่ผมว่าหวังจะรับรู้เรื่องชาวบ้านมากกว่าเรื่องตัวเอง ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
มีท่านสมาชิก อภิปรายอีกไหมครับ ท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดมุกดาหาร ผมต้องขอให้กำลังใจกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ทำรายงานมาเรียบร้อย เห็นมี Motto ข้างหน้าว่าติดปีกความคิดสร้างสรรค์ สู่นวัตกรรม การสร้างสื่อ ความจริงถ้าอ่านรายงานครบจบรายงานทั้งเล่มก็จะเห็นว่ามีความครบถ้วน สมบูรณ์ตามสมควร แต่ว่าก็จะขออนุญาตอภิปราย Highlight ให้นูนขึ้น เพื่อจะเป็นอีก ๑ เสียง เพื่อทำให้ความครบถ้วนสมบูรณ์ที่มีอยู่แล้วสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ท่านประธานที่เคารพ ขณะนี้เรากำลังอยู่ในยุคที่มีงานวิจัยบอกว่าคนรุ่นใหม่ ๔๗ เปอร์เซ็นต์ เชื่อ ChatGPT มากกว่าเชื่อหัวหน้าครับ ดังนั้นเราต้องปรับตัวให้ทันว่านอกจากสื่อที่ ปลอดภัยและสร้างสรรค์แล้ว จะพัฒนาให้สื่อเป็นหลักยึด สื่อเป็นแกนของสังคม และสามารถ ยกระดับพยุงสังคมได้ เพราะถ้าเราปล่อยให้เอาจำนวน Rating เราปล่อยให้เอายอด Like มาเป็นตัววัด มันก็จะมีการนำเสนอในลักษณะแปลก ๆ นำพาสังคมไปบิดเบี้ยว ผิดเพี้ยน เช่นจะไปบอกว่า ณ ยุคปัจจุบัน เราอยู่ในยุคที่คณะแพทย์ คณะวิศวะ น่าสนใจน้อยกว่า คณะสงฆ์ ไปอภิปรายอย่างนั้น นำเสนอย่างนั้นมันก็อาจจะไม่ครบถ้วนรอบด้าน ดังนั้นผมมี ข้อเสนอและข้อสังเกตอยู่ ๕ ประการด้วยกัน ย้ำว่าทั้ง ๕ ข้อที่ผมจะเสนอนั้นกองทุนมี ครบหมด แต่ผมขออภิปรายให้นูนขึ้น🔗
ประการที่ ๑ ต้องพัฒนาให้เป็นสื่อปลอดภัยสำหรับเยาวชนอย่างแท้จริงครับ วันนี้เราอยู่ในยุคที่ทุกคนมีสิทธิเลือกครับ สมัยก่อนทั้งบ้านมี Remote อันเดียว ต้องคอยแย่ง Remote หา Remote ไม่เจอก็คว้าด้ามไม้กวาดไปทิ่มเปลี่ยนช่องแย่งกันครับ แต่วันนี้ การเปลี่ยนช่อง การเลือกเสพ Content ข้อมูลนั้นง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว Content ไหนดี ก็แช่อยู่นาน Content ไหนไม่ดีก็ถูกปัดออกปัดไปเรื่อย ๆ ดังนั้นต้องเป็นคู่มือครับ และเป็น หลักยึดให้เป็นสื่อปลอดภัยสำหรับเยาวชน🔗
ประการที่ ๒ ซึ่งอาจจะไม่ใช่งานของท่านโดยตรง แต่ฝากเรื่องของการปราบ Fake News แล้วก็ปราบสื่อที่บิดเบือนครับ ต้องยอมรับว่าหลายครั้ง Fake News หรือข่าวปลอม ไปเร็วชนิดที่เรียกว่าเร็วกว่าความจริง กว่าความจริงจะปรากฏนี่คนเชื่อ Fake News ไปเสีย เยอะแล้ว แล้วก็ไปตามแก้กัน ซึ่งเกิดเป็นประเด็นปัญหาติดตามมา🔗
ประการที่ ๓ ฝากทำให้นูนและ Highlight ครับ คือท่านต้องเพิ่มสัดส่วนพื้นที่ ของสื่อที่เป็นสื่อภูมิภาค สื่อส่วนท้องถิ่น ผมอยู่จังหวัดมุกดาหาร ผมอาจจะไม่อยากทราบว่า วัดพระพุทธบาทน้ำพุตกลงมีมหากาพย์อย่างไร แต่อยากทราบว่าวันนี้ราคาสินค้าเกษตร วันนี้ราคาปลาบึก ราคาปลาคัง ในจังหวัดมุกดาหารเป็นอย่างไร และเราจะเพิ่มกระบวนการ มีส่วนร่วมของประชาชนในส่วนท้องถิ่น ส่วนภูมิภาค ให้ยกระดับได้อย่างไร🔗
ประการที่ ๔ เป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาล นั่นคือท่านต้องเป็นสื่อพัฒนา และยกระดับ Soft Power วันนี้ Soft Power ไม่ใช่แค่เรียก Rating หรือเรียกยอด Like ครับ แต่ท่านต้องพัฒนาหรือ Create ให้เป็นสื่อสร้างสรรค์ที่ดู Cool ดูเท่ ดูเจ๋ง ผมมาจาก ภาคอีสานครับ เอาเฉพาะหมอลำ ถ้าจะนำเสนอให้เป็นหมอลำ Soft Power แบบมีมิติ ให้นูน ให้คมชัด หมอลำนี่มีหลายประเภทนะครับ มีลำเรื่องต่อกลอน มีลำเพลิน ลำเดิน กาฬสินธุ์ ทำนองอุดร เด๋อ นางเด่อ เด๋อ เด๋อ นางเด่อ เต็มไปหมดครับ ท่านจะส่งเสริม แบบไหนอย่างไรที่ให้ Soft Power ทั่วทุกภาคของประเทศ เพราะประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ต้องไปคู่กันครับ🔗
ประการต่อไป ซึ่งต้องย้ำว่าการสร้างวัฒนธรรม การใช้สื่ออย่างรับผิดชอบ เป็นสิ่งสำคัญครับ วันนี้ต้องยอมรับว่าเราไม่ได้โฟกัส หรือมองเฉพาะคนผลิต แต่เรามองไปถึง ผู้เสพ ถ้าท่านไปดูรายการสนทนาวิภาคข่าว ซึ่งเป็นแนวประเภท Low-cost Media เห็นพาดหัวข่าว เอามาเล่าทั้งรายการ เรื่องบางเรื่องประเด็นผัวตบเมียตี ผัวหนีเมียด่า ผัวกระทืบเมียคลานออกมา โต้วาทีกันด้วยพัดลม หม้อข้าว หม้อหุงข้าว แบบนั้นเล่า ๓-๔ เบรก มันเกินไปหรือไม่ เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนหรือคนในสังคมนั้นบริโภค หรือเสพสื่อแบบสุดโต่งหรือไม่ จะทำอย่างไรที่ให้ผู้ผลิตยึดจรรยาบรรณสื่อมวลชน มีคุณธรรม จริยธรรม จะทำอย่างไรที่ยกระดับผู้เสพสื่อให้เป็นผู้ที่มีความถึงพร้อม และมีหลักยึดว่า จะเสพสื่ออย่างไรและนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์สื่ออย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ กระบวนการ มีส่วนร่วมเป็นสิ่งสำคัญนะครับ ก่อนเข้ามาผมได้ยินเพื่อนสมาชิกบางท่านพูดถึงการเข้าถึงกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและ สร้างสรรค์ของท่านครับ เราเข้าถึงจากรายงานนี้เปิดอ่านเจอครับ แต่การเข้าถึงกองทุน ของท่าน วันนี้ต้องเกิดคำถามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สว. พี่น้องประชาชนภาคการศึกษา จะเข้าถึงคำแนะนำ จะเข้าถึงช่องทางที่สร้างกระบวนการมีส่วนร่วม เพราะสื่อไม่ใช่เรื่องของ องค์กรหลักเพียงองค์กรเดียว แต่เป็นเรื่องของกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ดังนั้น วันนี้เราจะสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมและสร้างการตระหนักรู้ร่วมกันได้อย่างไรว่าต่อไปนี้ ต้องอ่านให้เข้าใจ ต้องรู้ลึกก่อนแชร์ แล้วต้องคิดก่อนจะเชื่อ ไม่ใช่พาดหัวมาบรรทัดเดียว ก็สามารถไปผลิตรายการได้เป็นเรื่องเป็นราว และเรื่องของสื่อเป็นเรื่องของทุกคน และมี คำกล่าวว่าคุณภาพของสื่อคือคุณภาพของประชาชนและคนในสังคมทุกคน ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญผู้แทนหน่วยงานตอบชี้แจงครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกทุกท่านครับ เป็นความรู้สึก ที่อยากจะเรียนว่าเป็นการรับฟังข้อเสนอแนะที่ผมรู้สึกใจฟูนะครับ เพราะว่าเป็นข้อเสนอแนะ ที่ผมคิดว่าตรงใจคนทำงาน ตรงใจพวกเรานะครับ และในข้อเสนอแนะของทุกท่านก็เต็ม ไปด้วยการให้กำลังใจ การให้โอกาสแล้วก็แนะแนวทางดี ๆ และหลายท่านพูดถึงเรื่อง ความสำคัญของสื่อในชีวิตประจำวัน ซึ่งผมขอใช้เวลาสั้น ๆ นิดเดียวแลกเปลี่ยนว่าทุกวันนี้ เราอยู่กับโลกสื่อสังคมออนไลน์จริง ๆ ประเทศไทยด้วยความที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการ เข้าถึงอินเทอร์เน็ตเราก็สูงมาก อันนี้เราต้องภูมิใจ เรามีบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ที่เกือบจะถึง ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรทั้งหมด แล้วก็มีชั่วโมงเฉลี่ยในแต่ละวันในการอยู่กับ มือถือที่หลายท่านบอกว่าอยู่มากจนเกินไปหรือเปล่า ก็ตั้งแต่ ๑๑-๑๒ ชั่วโมง สูงอายุหน่อย เมื่อก่อนก็ ๓-๔ ชั่วโมง เดี๋ยวนี้บางทีก็ ๖ ชั่วโมง เพราะฉะนั้นชีวิตมันถูกขับเคลื่อนโดยข้อมูล ข่าวสารในโลกสื่อสังคมออนไลน์ แล้วก็เป็นสิ่งที่หลายท่านก็เชื่อตรงกันว่าถ้าเราสามารถทำให้ เกิดสื่อดี ๆ มันก็จะช่วยสังคมได้เยอะ อันนี้เป็นสิ่งที่กองทุนได้ตระหนักอยู่ตลอดเวลา แล้วก็ ข้อเสนอของท่านผมคิดว่าเราจะสามารถนำไปพัฒนางานที่ทำอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผมขออนุญาตไปนิดหน่อยของสมาชิกแต่ละท่านนะครับ🔗
ท่านแรก ท่านพรรณสิริ ท่านก็เมตตากองทุนมาโดยตลอด ได้มีโอกาสไปชม ภาพยนตร์ของจริงด้วย แล้วท่านก็ย้ำมาตั้งแต่ต้นว่าของเก่ากับของใหม่ต้องไม่ทิ้งกัน และต้องใช้ ความทันสมัยในการทำเรื่องสื่อที่จะสามารถเข้าถึงในวงกว้าง ท่านยังได้พูดถึงเรื่องของ การประเมินผลกระทบในเชิงคุณภาพ อันนี้กองทุนก็คิดหนักอยู่ตลอดเวลา แล้วก็มั่นใจว่า เราจะทำให้ได้ ซึ่งวันนี้เราก็เริ่มที่จะสร้างกลไกและเครื่องมือในการที่จะสร้างวัดผลกระทบ ของสื่อที่ผลิตออกไปแล้วนะครับ🔗
ท่านประเสริฐพงษ์ ท่านมีประเด็นหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจมากก็คือว่า ทุนที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ ๕ ล้านบาท ๙ ล้านบาท ๑๐ ล้านบาท อย่างนี้เป็นต้น ควรจะ มีการประเมินแยกจากการประเมินผู้รับทุนทั่วไปไหม ผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นประโยชน์ แล้วก็ กองทุนนี้ก็จะรับข้อเสนอแนะนี้ไว้ไปดำเนินการ ส่วนเรื่องของการทำนำเสนอข้อมูลที่จะให้มี ความเข้าใจได้ง่ายขึ้นก็ขอรับไปเช่นกันนะครับ🔗
ท่านอดิศร เพียงเกษ ก็ตรงใจผมเหมือนกันว่าเราต้องสร้างสื่อที่สามารถ พัฒนาประชาธิปไตยไปด้วย ซึ่งปีนี้ก็เป็นปีที่เรากำลังเริ่มทำแผนงบประมาณอยู่ ผมเรียนไว้ ตรงนี้ว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ผมได้มีโอกาสไปหารือกับทางสถาบันพระปกเกล้า แล้วบอกว่าถ้ากองทุน จะทำโครงการที่จะไปทำกิจกรรมกับเด็กและเยาวชนให้สร้างสื่อเพื่อพัฒนาประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข กองทุนพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพหลักร่วมด้วย เพราะฉะนั้น ข้อสังเกตของท่านผมเรียนไว้ตรงนี้ว่าไม่สูญเปล่าแน่นอนนะครับ🔗
ท่านวิทยา แก้วภราดัย ก็เป็นท่านหนึ่งที่ผมติดตามงานของท่านมาโดยตลอด แล้วก็ถือว่าเป็นคนที่ให้คำชี้แนะทั้งในทางสาธารณะแล้วก็ด้วยความที่เป็นคนจังหวัดเดียวกัน ก็เรียนท่านว่าท่านถามเรื่องว่าปี ๒๕๕๙ เรียนท่านอย่างนี้ว่าทุนของกองทุนนี้คิดตัวเลข กลม ๆ เลยว่ามันไม่เหมือนหน่วยงานอื่นเลย เราได้ปีหนึ่ง ๕๐๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ ปี ๒๕๕๙ นี้คิดว่าน่าจะเป็นงบเริ่มจัดตั้งสำนักงานซึ่งเป็นที่เช่า แล้วก็มาเริ่มได้เงินจริง ๆ ในการจัดสรรเพื่อให้การให้ทุนก็คือปี ๒๕๖๐ ถ้านับตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ก็นับมาทุกปี ปี ๒๕๖๐ กับปี ๒๕๖๑ ยังคร่อมอยู่นิดหนึ่งตอนนั้นผมยังไม่เข้ามา แต่ว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันก็คือปีละ ๕๐๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ เลย ไม่เพิ่ม ไม่ลด ทีนี้พูดถึงการให้ทุน เล่าให้ฟังอย่างนี้นิดหนึ่งว่าทุกปีที่เราเปิดรับข้อเสนอโครงการ อย่างปีล่าสุดมียื่นข้อเสนอเข้ามา ๑,๑๗๓ โครงการ วงเงินที่ขอเข้ามา ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทุกปีก็จะขอมา ๕,๐๐๐ ล้านบาท ๖,๐๐๐ ล้านบาท เวลาพิจารณาจริง ๆ เราก็ไม่ได้กำหนดว่าโครงการไหนจะต้องได้เท่าไร หรือประเภทไหนต้องได้เท่าไร จะดูที่ข้อเสนอของโครงการแต่ละโครงการ ถ้าขอมาเป็น โครงการเล็ก ๆ ก็จะดูว่าเนื้องานหรือขอบเขตงานมันมีความสมเหตุสมผลกับงบประมาณ ที่ใช้หรือเปล่า เพราะฉะนั้นโครงการที่ได้รับงบประมาณจากกองทุนก็จะมีตั้งแต่เดิมเคยมี หลักหมื่นด้วย ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ บาท เราเคยให้ทุนเหมือนกัน แล้วก็สูงสุดตั้งแต่ตั้งกองทุนมา ก็คือสูงสุดในโครงการเดียวก็คือ ๓๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นที่ตัวเลขในการได้ทุนจริง ๆ ข้อเสนอที่เขาขอมา ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ล้านบาท เราก็จะให้ได้ในวงเงินที่กำหนดก็คือ ๓๐๐ ล้านบาท ใน ๕๐๐ ล้านบาท กองทุนก็ดำเนิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์เป็นการบริหารจัดการ แล้วก็ดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ที่กองทุนต้องดำเนินการเอง เพราะว่ายุทธศาสตร์ทั้ง ๕ ด้าน อย่างที่เรียนไปตั้งแต่ตอนต้นว่าเราไม่สามารถที่จะทั้งหมดมอบให้กับผู้รับทุนได้🔗
ท่านต่อไป ท่านอภิสิทธิ์ท่านอยากเห็นบทสรุปผู้บริหารที่มันยึดโยงกับ รายละเอียดทั้งหมด อันนี้ผมจะขอน้อมรับไว้ แล้วก็เรื่องของรายละเอียดของโครงการ ที่จะต้องมีความชัดเจนมากขึ้น🔗
ท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ตรงใจมากเลย ๕ ข้อ ข้อเสนอแนะของท่าน พื้นที่สำหรับสื่อภูมิภาค อันนี้เป็นความพยายามที่กองทุนพยายามมาก ๆ เลย เริ่มตั้งแต่ กระบวนการต้นน้ำ ต้นน้ำก็คือว่าเราจะลงไปจัดกิจกรรมกับภาคีเครือข่ายในภูมิภาค ไปสอนว่าอยากจะทำงานร่วมกับกองทุนนี้เริ่มตั้งแต่ว่ามาอบรมกับเราก่อน อบรมกับเรา ก็ง่าย ๆ เลยให้เขาได้เห็นว่าวิธีในการเขียนโครงการที่จะขอทุนต้องทำอย่างไร เอาคนที่เคย เขียนโครงการแล้วและประสบความสำเร็จ และบางคนก็ได้อย่างต่อเนื่อง แล้วเขาบอกเลยว่า เขาจับจุดอย่างไร ผลงานเขาเป็นอย่างไรก็ไปถ่ายทอดประสบการณ์ให้ เวลาเราเปิดรับทุน เราก็ดูเหมือนกันว่าข้อเสนอที่มาจากภูมิภาคต่าง ๆ นั้นมันมีสัดส่วนประมาณเท่าไร แต่ว่า บางทีก็อาจจะได้ตามเป้าบ้าง ไม่ได้ตามเป้าบ้าง สิ่งที่กองทุนจะทำในโอกาสต่อไปก็คือว่า จะลงไปดูในระดับพื้นที่แล้วก็กำหนดเป็นการให้แบบในลักษณะที่เหมือนกับลงไปใน รายจังหวัดเลย นี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมล่าสุดกองทุนถึงพยายามที่จะออกข้อบังคับว่าการให้ทุน ในลักษณะอุดหนุนเพื่อสร้างให้ทุกภาคส่วนได้มีโอกาสเข้าถึงทุนของกองทุนได้อย่างเท่าเทียม เสมอภาคและเป็นธรรม ก็ต้องขออภัยว่าไม่สามารถที่จะตอบรายละเอียดได้ทั้งหมด แต่ก็เรียน ให้ทุกท่านได้สบายใจว่ากองทุนรับรู้ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วก็เรื่องของการที่จะทำให้สื่อมีบทบาทสำคัญต่อสังคม ซึ่งเราเน้นอยู่ ๒ ด้าน ด้านหนึ่ง ก็คือเรื่องทักษะในการรู้เท่าทันสื่อ ทักษะในการใช้ชีวิตในโลกสื่อสังคมออนไลน์ที่จะ ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่มาในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่ง ณ วันนี้ตัวเลขข้อมูลก็คือว่าคนที่ ตกเป็นเหยื่อ ในสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะถูกหลอกหรือถูกโกง ถูกหลอกให้โอนเงินจะมีอยู่ ๒ กลุ่มเป้าหมายหลัก กลุ่มเป้าหมายแรกก็คือกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งด้วยความที่เขาอาจจะ ขาดความรอบคอบ เพราะฉะนั้นในกลุ่มนี้ก็จะเป็นเหยื่อหรือเป้าหมายของการหลอกลวง ขายสินค้าที่ไม่ตรงปกเป็นจำนวนสัดส่วนที่สูงมาก ส่วนผู้สูงอายุอันนี้คือจะถูกหลอกในเรื่อง ของการโอนเงิน ซึ่งเราก็พยายามมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะไปต่อเติมเสริมหรือว่าเติมเต็ม เพื่อที่จะสร้างภูมิคุ้มกันให้กับทั้งสองกลุ่ม ก็ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่าน ข้อเสนอ ของท่านผมก็จะไปสังเคราะห์ออกมาเป็นประเด็นที่ละเอียด แล้วก็จะเผยแพร่ให้ทาง สาธารณะได้รับทราบ รวมถึงก็จะนำทุกอย่างที่เป็นประโยชน์มาปรับปรุงการทำงานของ กองทุนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ นะครับ ก็ถือว่าไม่มีสมาชิกท่านใดจะซักถามแล้ว🔗
มีครับ ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ🔗
เชิญครับ เชิญท่านวิทยาครับ🔗
ผมฟังคำชี้แจงของผู้จัดการแล้ว ผมคิดว่าท่านก็มองเห็นว่าปัญหาหลัก ๆ ที่เกิดที่เป็นอาชญากรที่สื่อสร้างสรรค์แบบเรานี่ ควรที่จะเข้าไปทะลวงก็คือหลักที่รุนแรงที่สุดในสังคมตอนนี้คือยาเสพติด ๒. ก็คือ แก๊งออนไลน์ แล้วก็การพนันออนไลน์ ๓ เรื่องนี้ แล้วก็กลุ่มเป้าหมายท่านก็มองชัดว่า ที่จะโดนแก๊ง Call Center พวกนี้ก็คือเยาวชนกับผู้สูงอายุ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าท่านกำหนด ทิศทางได้ ปี ๒๕๖๙ ท่านจะให้ทุนกับการทำสื่อประเภทไหน เพราะว่าสื่อทั้งหมดมันไป เล่นงานอยู่ในนี้อยู่บนมือถือหมดแล้ว ท่านก็คิดให้โครงการทำสื่อข้อความขนาดเล็ก ๆ ลงไปในนี้สำหรับการประชาสัมพันธ์ในเครือข่ายมือถือพุ่งเป้าไป สมมุติปีนี้ท่านตั้งเป้าเรื่อง สู้กับแก๊ง Call Center ท่านก็ตั้งเป้าเลยว่าใครผลิตสื่อเพื่อป้องกัน Call Center อย่างจูงใจ ให้คนแก่ดูแล้วรู้สึกน้ำตาไหลด้วย แล้วก็กังวลขึ้นมาด้วยว่าวิธีป้องกันอย่างไร หรือเด็กพอรู้สึก อย่างนี้มันต้องระวังแล้วตัวเองจะโดนหลอกอย่างนี้ท่านทำเข้าไป เพราะถ้าท่านรู้เป้าหมาย อย่างนี้ท่านก็จะไม่ล้าสมัย เมื่อท่านวิเคราะห์สังคมแต่ละช่วงได้ว่าสิ่งไหนที่ต้องการ สื่อสร้างสรรค์ของท่านเข้าไปช่วย แล้วท่านผลิตสื่ออย่างนั้นอย่างสนองตอบจริง ๆ ผมคิดว่า องค์กรท่านจะเป็นองค์กรที่ทันสมัยอยู่ตลอด ขอบพระคุณครับ🔗
ก็ถือว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๗ ของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ขอบคุณหน่วยงานมากนะครับ ท่านสมาชิกครับ วันนี้เราใช้เวลากันพอสมควรแล้ว ขอปิดประชุมครับ🔗