unknown · · 701 lines

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๐๓ นาฬิกา)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านสมาชิก ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้นำความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนมาหารือตามข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป โดยจะให้ท่านได้ใช้ เวลาหารือท่านละ ๒ นาที โดยผมจะเรียกชื่อตามลำดับที่ได้ลงชื่อไว้ ท่านแรกขอเชิญ คุณณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ครับ🔗

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ จุดเปลี่ยนประเทศไทย จุดเปลี่ยนทางการเมือง อาชีพนักการเมืองคือ อาชีพในฝันของคนหนุ่มคนสาวที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองบ้านเรา พวกเขา เกิดในครอบครัวที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านธรรมดา ชาวไร่ชาวนา พ่อค้าวาณิช หรือเศรษฐีผู้ดีเก่า การได้มาซึ่งตำแหน่งหรือเก้าอี้ผู้ทรงเกียรติ ๑ ใน ๕๐๐ คน ผ่านการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นบททดสอบจิตวิญญาณของนักการเมืองแบบทรหด คำว่า แพ้ไม่เป็น แพ้ไม่ได้ ผ่านการแข่งขันคือการเลือกตั้ง ผ่านการใส่ร้ายป้ายสีมาทุกรูปแบบ ทำร้ายการเมืองทุกวิถีทางเพื่อชัยชนะทางการเมือง ได้รับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง และได้ถวายสัตย์ปฏิญาณปฏิบัติหน้าที่ ท่านประธานครับ วันนี้ไม่มีคำว่า น้ำใจนักกีฬา ให้กับคนการเมือง ไม่มีคำว่า การให้อภัย ขอโทษจากคู่แข่งทางการเมือง ณ ปัจจุบันอาชีพ นักการเมืองโดนดูถูกดูแคลนจากประชาชนที่ติดตามการเมือง ผมในฐานะผลผลิตของ สภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง ในฐานะเยาวชนประชาธิปไตยที่ฝันอยากเป็น สส. เมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว เข้าร่วมโครงการตอบปัญหารัฐสภาเมื่อปี ๒๕๓๔ ปี ๒๕๓๕ เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตที่ทำให้ ผมในฐานะเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่งจากจังหวัดสงขลาได้มาทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒ สมัย จึงขอหารือท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรในฐานะประธานรัฐสภา เราจะสร้าง นักการเมืองรุ่นใหม่ ๑. ที่มีคุณธรรม จริยธรรม ๒. มีความรู้ ความสามารถ ๓. ซื่อสัตย์สุจริต ๔. คิดถึงผลประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นสำคัญ นี่คือโจทย์สำคัญที่เราต้องการเปลี่ยน นักการเมืองก่อนการเปลี่ยนแปลงที่ประเทศมีปัญหารอบด้านในขณะนี้ วันนี้ฤกษ์งามยามดี ที่คนรุ่นใหม่จุดไฟการเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยในอนาคตที่ทุกคนอยากเห็น ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านถัดไป ขอเชิญคุณณัฐพงษ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ครับ🔗

นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ประเวศ สะพานสูง พรรคประชาชนครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ในการ ปรึกษาหารือวันนี้ผมขอเริ่มต้นจากปัญหาในสถานีบ้านทับช้าง ที่ผมเองได้เคยนำเสนอต่อ สภาแห่งนี้ว่าเป็นสถานีที่ไม่มีระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งต้องทำให้พี่น้องประชาชนจะต้อง มายื่นต่อแถวรอรถวินมอเตอร์ไซค์ทุกวัน ผมเองในเดือนเมษายนก็ได้มีการลงพื้นที่ไปเก็บ รวบรวมข้อมูลกับพี่น้องประชาชน เพื่อที่จะจัดทำในส่วนของรายงาน จะเห็นว่า ในเดือนตุลาคมผมเองก็เคยได้นำรายงานนี้มาปรึกษาหารือในสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ ได้มีการลงพื้นที่ไปพูดคุยกับหน่วยงานก็คือทางกรมการขนส่งทางบกในช่วงเดือนถัดมา ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณครับ ปัจจุบันก็คือเดือนกันยายนปีนี้หรือว่าในช่วงสัปดาห์หน้ารถเมล์ ก็จะได้มีการขยายเส้นทางตามที่ผมเองได้มีการศึกษาเอาไว้แล้ว อันนี้ก็ต้องขอขอบคุณ ทางกรมการขนส่งทางบก แล้วก็ทาง ขสมก. ด้วยที่ทำให้สถานีบ้านทับช้างมีรถใช้แล้วครับ🔗

ต่อไปในส่วนของเคหะชุมชนอ่อนนุช ๔๐ ไร่ อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมเอง ได้เคยมีการปรึกษาหารือในสภา อันนี้ก็เป็นพื้นที่ที่มีการทิ้งร้างมาหลายปี จนผมเอง ได้มีการปรึกษาหารือในสภาแห่งนี้ ตอนนี้ก็ได้รับงบประมาณ แล้วก็มีการจัดซื้อจัดจ้าง เรียบร้อยแล้วนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณการเคหะแห่งชาติเช่นเดียวกัน อันนี้เป็น ๒ เรื่อง ที่อาจจะต้องขอขอบคุณทางหน่วยงานนะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมเองต้องปรึกษาหารือในสภาวันนี้ เป็นเรื่องของปัญหาของ พี่น้องประชาชนที่ยังประสบอยู่ ก็คือเรื่องของถนนพัฒนาการตัดใหม่ที่ตอนนี้ยังคงไฟมืด มีการร้องไปหลายครั้ง ผมเองก็เคยปรึกษาหารือในสภาแห่งนี้ไปแล้วแต่ว่าก็ยังไม่ได้มีการ แก้ไขตั้งแต่บริเวณต้นซอยพัฒนาการ ๘๓-๘๗ มืดตลอดในยามค่ำคืน ก็ขอให้ทาง กรุงเทพมหานครดำเนินการแก้ไขด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณณรงเดช อุฬารกุล ครับ🔗

นายณรงเดช อุฬารกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายณรงเดช อุฬารกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ปี ๒๕๖๘ เป็นปีทุกข์ของชาวนา ปีนี้พี่น้องชาวนา ทั่วประเทศประสบปัญหาหลายประการ ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง ตอนนี้หลายพื้นที่ก็กำลัง เกี่ยวข้าวหนีน้ำกันอยู่ ขาดทุนกันย่อยยับ ตั้งแต่ฤดูการเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ชาวนาขายข้าวได้เกวียนละ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท ไม่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ตอนนี้เริ่มฤดูเกี่ยวข้าวนาปีแล้ว ถ้ารัฐบาลยังไม่ได้ทำอะไรชาวนาจะขาดทุนและไม่สามารถ ชำระหนี้ ธ.ก.ส. ได้ ล่าสุดชาวนาที่สุพรรณบุรีเกือบร้อยรายเกี่ยวข้าวไปขาย เพราะว่าเห็นโรงสีนี้ขายข้าวได้ราคาดีกว่าโรงสีอื่น แต่สุดท้ายแล้วก็ขายข้าวไม่ได้เงินครับ ชาวนาไม่ได้เงินกว่า ๓๐-๔๐ ล้านบาท ซ้ำเติมปัญหาเข้ามาอีก ก็รบกวนทางจังหวัด สุพรรณบุรีเข้าไปช่วยเหลือชาวนาด้วย ท่านประธานครับ ถึงแม้ในปีนี้รัฐบาลจะมีโครงการ ไร่ละพันบาทช่วยเหลือทั้งนาปีและนาปรัง แต่คงไม่สามารถชดเชยรายได้ที่สูญเสียไปได้ เพื่อบรรเทาปัญหาให้ชาวนา กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ต้องเร่งสำรวจความพร้อม ของกลไกการรับซื้อข้าว ทั้งลานรับซื้อ สหกรณ์การเกษตรและโรงสีว่าตอนนี้มีข้าวอยู่ในโกดัง ต่าง ๆ เท่าไร สามารถรับซื้อข้าวในฤดูการผลิตนี้ได้เท่าไร จะบริหารจัดการอย่างไรให้สามารถ หมุนเวียนข้าวที่รับเข้ามาให้สามารถระบายออกสู่ตลาดได้อย่างคล่องตัว และเร่งรัดการดำเนิน โครงการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวซึ่ง ครม. ได้มีมติอนุมัติไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๘ อย่าให้ล่าช้าเหมือนปีที่ผ่านมาที่กว่าเงินจะมาข้าวก็อยู่กับโรงสีไปหมดแล้ว รวมถึง เตรียมความพร้อมองค์การคลังสินค้าให้เข้ามาช่วยรับซื้อข้าวในกรณีที่จำเป็น🔗

สุดท้ายขอฝากไปยังสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ช่วยแจ้งแนวโน้มราคา ข้าวในปี ๒๕๖๙ ให้เกษตรกรทราบ เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจในการทำนาปรัง ในปีถัดไป และกรมการข้าวควรเตรียมเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมพื้นนุ่มไว้ให้ชาวนาปลูกมากขึ้น เพราะราคาไม่ได้รับผลกระทบ เมื่อเทียบกับข้าวพื้นแข็ง ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณกิตติภณ ปานพรหมมาศ ครับ🔗

นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ นครปฐม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กิตติภณ ปานพรหมมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๔ พรรคประชาชนครับ วันนี้มีเรื่องจะปรึกษาหารือท่านประธานดังต่อไปนี้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ นครปฐม

เรื่องแรกขอขอบคุณทาง แขวงทางหลวงนครปฐมที่ดำเนินการตามคำร้องเรียนเรื่องไฟส่องสว่างบนถนน ๓๔๖ และ ๓๒๙๖ ในการของบกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อแก้ปัญหาที่สั่งสมมาเป็นเวลานานจากการ ขโมยสายไฟ และสายไฟพังชำรุด อย่างไรก็ตามงบกระตุ้นเศรษฐกิจมีระยะเวลา ๒๔๐ วัน จากเดือนสิงหาคม จึงอยากให้แขวงทางหลวงนครปฐมเร่งดำเนินการซ่อมแซมโดยด่วน เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอขอบคุณกระทรวงคมนาคมกับงบพัฒนาการขยายถนน ๓๒๙๖ เป็น ๔ ช่องจราจร ถนนเส้นบางเลน-ดอนตูม ตอนนี้มีการเริ่มก่อสร้างเบื้องต้นแล้ว เริ่มจากอำเภอดอนตูม และต่อไปที่อำเภอบางเลน จึงอยากเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กรมทางหลวง ขอความร่วมมือผู้รับเหมาให้อำนวยความสะดวกทางด้านจราจรในช่วง กลางวันให้ไหลลื่นมากขึ้นและป้องกันอันตรายในช่วงกลางคืน หลาย ๆ จุดมีไฟดับ อยู่ตลอดทาง จึงอยากเรียนให้ดำเนินการซ่อมแซมโดยด่วน ให้แสงไฟสว่างดังเดิม🔗

เรื่องที่ ๓ เรียนท่านประธานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวง พาณิชย์ ราคาข้าวปัจจุบันตกต่ำเหลือเกิน เพราะต้นทุนสูงกว่าราคาขาย แต่ก็ยังกล้ำกลืน ฝืนทน เกษตรกรต้องทำครับ อยากให้มีมาตรการที่ชัดเจนว่าท่านจะแก้ไขปัญหาลดต้นทุน อย่างไร และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอย่างไร พี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดนครปฐมต้องหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน ทำนาให้กับคนกินต้องแก้ไขอย่างไร และการที่ชดเชยต้องขอขอบคุณด้วยครับ มีการชดเชย ๑,๐๐๐ บาทต่อไร่ เป็นจำนวน ๑๐ ไร่ แต่อย่างไรก็ตามชาวนาต้องการ มาตรการรับรองที่ชัดเจนที่ถาวรในการแก้ไขปัญหาเรื่องราคาข้าว🔗

เรื่องสุดท้าย ผมขอเชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดนครปฐมและใกล้เคียง ไปเที่ยวงานกาชาดจังหวัดนครปฐม ในงานก็จะมีเทศกาลกินกุ้ง กินปลา เป็นของดีของ อำเภอบางเลน จัดที่ลานหน้าอำเภอบางเลน ก็เรียนเชิญครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณธัญธารีย์ สันตพันธุ์ ครับ🔗

นางสาวธัญธารีย์ สันตพันธุ์ อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๖ พรรคเพื่อไทย ขอหารือปัญหาในพื้นที่อำเภอเขมราฐ นาตาล โพธิ์ไทร ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจำนวน ๒ เรื่องค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวธัญธารีย์ สันตพันธุ์ อุบลราชธานี

เรื่องที่ ๑ ขอปรึกษาหารือ ผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน สำนักงานชลประทานที่ ๗ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาจัดสรรงบประมาณก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านโนนประทาย ที่ตำบลหนองสิม อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานีด้วยค่ะ เนื่องจากแหล่งกักเก็บน้ำ ที่ประชาชนใช้ในการอุปโภคบริโภคขณะนี้มีสภาพตื้นเขิน มีวัชพืชขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ในฤดูแล้งอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เมื่อฤดูแล้งมาถึง ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว เช่น บ้านโนนประทาย บ้านนาหว้า บ้านหนองสิม บ้านป่าข่า และบ้านป่าข่าเหนือ ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนแหล่งน้ำ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอปรึกษาหารือผ่านท่านประธานไปยังสำนักงบประมาณ กระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณแก้ไขถนนเส้นบ้านนาสะแบง ตำบลม่วงใหญ่ ถึงบ้านพะไล ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอโพธิ์ไทรด้วยค่ะ เนื่องจากถนนเส้นดังกล่าวเป็นถนนเชื่อม ระหว่างตำบลม่วงใหญ่กับตำบลโพธิ์ไทรที่เข้าสู่ตัวอำเภอโพธิ์ไทร แต่ในปัจจุบันมีสภาพชำรุด ทรุดโทรม ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาดิฉันได้ลงไปสำรวจตามที่ได้รับแจ้งจากประชาชนค่ะ ซึ่งเห็นได้ว่าผิวจราจรไม่เหมาะสมต่อการสัญจรเป็นอย่างยิ่งเป็นหลุมเป็นบ่อตลอดสาย ซึ่งเกรงจะเกิดอันตรายและสร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณสุรทิน พิจารณ์ ครับ🔗

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สส. บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ๓ เรื่องที่จะกราบเรียนท่านประธานเป็นปัญหาเรื้อรังมาครับ🔗

เรื่องแรกก็คือปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ไทย-เขมร พี่น้องที่อยู่แถว ช่องอานม้าร้องมายังมีทหารเขมรลอบเข้ามาวางระเบิดอยู่เป็นประจำ จึงเรียกร้องให้ทาง ราชการทางฝ่ายความมั่นคงทำเป็นรั้วคอนกรีตสูงสัก ๖ เมตร พี่น้องก็จะออกสมทบทุนด้วย คือเป็นความเดือดร้อนจริง ๆ ท่านประธานครับ ผู้ร้องก็คือพี่น้องชาวช่องอานม้า🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องพี่น้อง ผรท. และผู้ได้รับผลกระทบจากคำสั่งของรัฐ ตั้งแต่ ปี ๒๕๐๗ เป็นต้นมา เดี๋ยวนี้ยังไปรอที่ข้างคลองเทเวศน์ข้างกระทรวงศึกษาธิการเพื่อให้ทาง สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการให้พวกเขาประมาณ ๕๐๐ คน ผู้ร้องคือ ดอกเตอร์ละเอียด และบุญญาภา ประธาน ผรท. ผู้รับผิดชอบคือสภาผู้แทนราษฎร🔗

เรื่องที่ ๓ ก็คือขอแยกอำเภอเพื่อการพัฒนาเป็นอำเภอที่ ๑๐ ของจังหวัด ยโสธรประกอบไปด้วยตำบลทุ่งมน ตำบลย่อ ตำบลโพนทัน ตำบลดงเจริญ ตำบลกุดกุง และตำบลสงเปือยของอำเภอคำเขื่อนแก้ว และ ๑ ตำบลของอำเภอเมืองคือตำบลหนองคู ชื่อใหม่เป็นอำเภอใหม่ของจังหวัดยโสธรอำเภอที่ ๑๐ ท่านประธานครับ บ้านเมืองกำลัง เปลี่ยนแปลง การเมืองยังไม่นิ่ง พี่น้องกำลังเดือดร้อนโดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจกำลัง ตกต่ำ ฝากท่านผู้ทรงเกียรติในสภาด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล🔗

นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๓ พรรคประชาชนครับ วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือเพียงแค่เรื่องเดียวนะครับ ระหว่างที่การเมืองยังไม่นิ่ง แต่ว่าปัญหา ของพี่น้องประชาชนก็ต้องได้รับการแก้ไขต่อไปนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

เรื่องเดียววันนี้คือเรื่องของ ทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๖ เชียงใหม่ ถนนสันกำแพงสายเก่า เท้าความสั้น ๆ ถนนเส้นนี้ เป็นถนนที่ถูกประกาศให้เป็นถนนอนุรักษ์นะครับ อนุรักษ์มานานเกินไปแล้วไม่มีการปรับปรุง ให้สะดวก สะอาด ปลอดภัย สว่างดีกว่านี้เลยนะครับ ก็ระยะทาง ๑๓ กิโลเมตร คาบเกี่ยว ๒ อำเภอ ผ่าน ๕ ตำบล ก็เป็นเส้นหลักที่ผู้คนเชียงใหม่สันกำแพงใช้มาโดยตลอดนะครับ ที่ผ่านมาก็มีปัญหามาต่อเนื่อง ไฟส่องสว่างเอย กิ่งไม้ รากต้นไม้ที่ปูดขึ้นมาจากผิวถนน เส้นจราจรที่จางหายไปอะไรต่าง ๆ ผมก็มีการหารือผ่านสภาไปมีการประสานงานกับ หน่วยงานในพื้นที่ก็ได้รับการแก้ไขมาโดยตลอด แต่ว่าการแก้ไขที่ผ่านมาก็เป็นการแก้ไข แบบปะผุยังไม่เคยมีโครงการแบบ Mega Project ไม่ขนาดนั้นนะครับ โครงการขนาดใหญ่ ที่จะปรับปรุงทั้งเส้นแบบให้มันดูดีขึ้นมาทันที ข้อเสนอผมได้คุยกับหน่วยงานรวมกับ ภาคประชาชนในอำเภอที่จะหารือกันว่าเราต้องการเรียกร้องให้มีโครงการที่จะปรับปรุง แบบชุดใหญ่ ซึ่งจะประกอบไปด้วย ๒ โครงการ คือ โครงการสำรวจออกแบบ และโครงการที่ ๒ ก็คือโครงการหลังจากสำรวจออกแบบเสร็จก็เป็นโครงการลงทุนปรับปรุง ขณะนี้ทาง หน่วยงานในพื้นที่คือแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ ๒ ยินดีที่จะเขียนคำขอโครงการนี้ในงบ ปี ๒๕๗๐ ระหว่างนี้ผมก็ได้ทำการล่ารายชื่อประชาชนเพื่อประกอบคำขอเหล่านั้นด้วย ก็อยากจะขอฝากเรื่องนี้ผ่านท่านประธานไปยังสำนักสำรวจและออกแบบของกรมทางหลวง หากท่านได้รับโครงการนี้ คำขอโครงการนี้ขึ้นไปก็ฝากให้ท่านพิจารณาอนุมัติงบประมาณ ลงมา ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ครับ🔗

นายวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ลำพูน

เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน เขต ๑ อำเภอเมือง อำเภอแม่ทา และอำเภอบ้านธิ พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธาน ทั้งหมดอยู่ ๒ เรื่อง ขอสไลด์ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ลำพูน

เรื่องที่ ๑ เรื่องของอ่างเก็บน้ำ ห้วยยาบ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เรื่องนี้ผมเคยหารือในสภาแห่งนี้เมื่อปี ๒๕๖๖ และได้มีเจ้าหน้าที่ของกรมชลประทานได้เข้าไปพื้นที่สำรวจ แล้วก็เก็บตัวอย่างชั้นหินแล้ว แต่ชาวบ้านว่าเวลาผ่านไปมาหลายปีแล้วมีความกังวลว่าโครงการดังกล่าวจะไม่ได้รับ การพิจารณา ผมอยากจะให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บรรจุโครงการดังกล่าวเข้าไป ในแบบการก่อสร้าง เพราะว่าโครงการดังกล่าวนี้เมื่อสร้างเสร็จจะทำให้พ่อแม่พี่น้องตำบล ห้วยยาบจะสามารถบริหารจัดการน้ำได้ เพราะทุกวันนี้มีปัญหาเรื่องของน้ำท่วมซ้ำซากตลอด ๓ ปี แล้วก็มีภัยแล้งซ้ำซากตลอด ๓ ปีเลย อยากจะให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณา โครงการก่อสร้างโครงการนี้อย่างเร่งด่วน ขอบคุณครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัด ลำพูน แล้วก็จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้มีน้ำจากลำน้ำแม่ทาไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในบ้าน ทากู่ ตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา ทำให้ชาวบ้านและเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้รับความ เสียหาย เพราะยังไม่มีการแจ้งเตือน ผมจึงอยากให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าสำรวจ พื้นที่ แล้วก็เข้าไปสำรวจเรื่องของความเสียหายของฟาร์มโคนมอย่างเร่งด่วน และอยากจะให้ กรมชลประทานเพิ่มจุดสถานีตรวจวัดระดับน้ำเพื่อให้ชาวบ้านได้มีการเตรียมความพร้อม ในการรับมือน้ำท่วม และอยากจะขอให้กรมเจ้าท่าเข้าไปสำรวจ แล้วก็ขุดลอกลำน้ำแม่ทา เพราะปัจจุบันนี้มีความตื้นเขินทำให้เมื่อเกิดฝนตกหนัก แล้วก็เกิดน้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือน ราษฎรได้อย่างง่ายดาย ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณบุญเลิศ แสงพันธุ์ ครับ🔗

นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมุทรปราการ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๗ อำเภอพระประแดง เฉพาะตำบลบางจาก และอำเภอพระสมุทรเจดีย์ พรรคประชาชน วันนี้ ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมุทรปราการ

เรื่องที่ ๑ ขอให้กระทรวงคมนาคม และแขวงทางหลวงสมุทรปราการศึกษาถึงความเหมาะสมของโครงการก่อสร้างสะพาน ข้ามแยกไฟแดงบริเวณอู่รถเมล์ ปอ. ๑๓๘ เนื่องจากการจราจรถนนเส้นสุขสวัสดิ์ถึงสามแยก เจดีย์มีการจราจรที่หนาแน่น อาจจะช่วยลดปัญหาการจราจรที่ติดขัดและเพิ่มความคล่องตัว ในการระบายรถในช่วงของเวลาเร่งด่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรองรับการขยายตัวอย่าง ต่อเนื่องของประชากรในพื้นที่ ซึ่งยังมีอีกหลายปัจจัยที่ต้องแก้ไขกับการจราจรของถนน เส้นดังกล่าว ผมฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบังคับใช้กฎหมาย อย่างจริงจังกับผู้กระทำความผิดด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงมหาดไทยและการไฟฟ้านครหลวงราษฎร์บูรณะ ขยายโครงการจัดระเบียบสายสื่อสารในซอยสุขสวัสดิ์ในพื้นที่ตำบลบางจาก อำเภอ พระประแดง และถนนประชาอุทิศ-คู่สร้าง ในพื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ด้วยครับ และผมขออนุญาตขอขอบคุณที่ได้ดำเนินการจัดระเบียบสายสื่อสารบริเวณถนนเส้นสุขสวัสดิ์ ตั้งแต่แยกใต้สะพานวงแหวนตอนใต้จนถึงสามแยกเจดีย์เสร็จเป็นที่เรียบร้อยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้กระทรวงคมนาคมติดตามโครงการติดตั้งสัญญาณไฟจราจร ปากซอยสุขสวัสดิ์ ๗๔ วัดชมนิมิตไม่มีความคืบหน้าส่งเอกสารระหว่างหน่วยงาน แขวงการทางสมุทรปราการ ส่งไปส่งมาสำนักแผนความปลอดภัย สนข. ได้ใช้เวลาเกือบ ๒ ปี ก็รบกวนให้คำตอบอย่างชัดเจนกับประชาชน เกิดความล่าช้าจนผิดสังเกต อย่ารอให้เกิด อุบัติเหตุครับ🔗

เรื่องที่ ๔ ขอให้กระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ติดตามประสิทธิภาพของระบบ Fondue จัดการปัญหาเมืองของหน่วยงานในอำเภอ พระสมุทรเจดีย์ที่มีความล่าช้าในการรับเรื่องและดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพ่อแม่ พี่น้องประชาชน ไม่ทราบว่าเป็นที่ระบบ หรือเป็นที่หน่วยงาน เพราะบางเคสแจ้งไป เป็นปีแล้วสถานะยังรอรับเรื่องอยู่เลย ก็อยากให้ตรวจสอบโดยด่วน เพื่อแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชน มี สส. อบ ต้องจบทุกปัญหา ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณอำนาจ วิลาวัลย์ ครับ🔗

นายอำนาจ วิลาวัลย์ ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ อำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่าเนประธานครับ ผมขอเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวนาในเขตเลือกตั้งนำความหวัง ความฝัน และข้อเสนอแนะให้กับรัฐบาลชุดใหม่ ๑. ทางพี่น้องชาวนาอยากให้ตั้งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังที่มีความรู้ ความสามารถที่จะใช้งบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่มองเห็นว่าเกษตรกรเป็นภาระของงบประมาณ อยากได้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ที่มีความรู้ ความสามารถในการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ เป็นเหมือน Salesman มืออาชีพที่จะไปติดต่อค้าขายสินค้าเราให้กับประเทศอื่น ท่านประธานครับ ผมได้นั่งคุยกับ พี่น้องชาวนา ย้อนไปเมื่อปี ๒๕๒๔ ราคาข้าวเปลือกเกวียนละ ๔,๐๐๐ กว่าบาท ราคาทองคำ ตอนนั้นบาทละ ๔,๐๐๐ บาท ชาวนาบอกว่าขายข้าวเกวียนหนึ่งสามารถซื้อทองคำได้ ๑ บาท ปีนี้ปี ๒๕๖๘ ราคาข้าว ๔,๙๐๐ บาท ราคาทองคำ ๕๓,๐๐๐ บาท ขายข้าว ๑๐ เกวียน ยังไม่ได้ทองคำ ๑ บาทเลยครับ ค่าปุ๋ยลูกละ ๑๔๐ บาท เมื่อปี ๒๕๒๔ ปี ๒๕๖๘ ค่าปุ๋ย ๙๐๐ บาท ค่าแรงงานปี ๒๕๒๔ ๕๕ บาท ปี ๒๕๖๘ ๓๓๐ บาท เป็นที่น่าแปลกใจหรือไม่ ชาวนาอยู่ได้อย่างไร ทุกอย่างขึ้นหมดตามสภาพของเงินเฟ้อ แต่ราคาข้าวเปลือกที่พี่น้อง ชาวนาปลูก ๔๐ ปีผ่านมาราคาอยู่เท่าเดิม อันนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องคิด ไม่ว่ารัฐบาล จะมาจากรัฐบาลพรรคไหนก็ตาม ขอฝากพี่น้องชาวนาไว้กับรัฐบาลชุดใหม่ ขอให้ท่านได้ เล็งเห็นถึงความเสียสละของพี่น้องชาวนาที่ปลูกข้าวให้กับเราได้มีข้าวรับประทาน ได้มีเอาไป แปรรูปเป็นสินค้าต่าง ๆ นานา ปลายข้าวก็ขึ้นราคา รำที่ไปเลี้ยงสัตว์ก็ขึ้นราคา ราคาข้าวแกง ก็ขึ้นราคา ทุกอย่างขึ้นราคาหมดยกเว้นข้าวเปลือก จึงฝากท่านประธานถึงรัฐบาลชุดใหม่ ได้เล็งเห็นถึงความยากไร้ ความเสียสละของพี่น้องชาวนาทั่วประเทศด้วยครับ ช่วยให้เขา ได้ลืมตาอ้าปากได้เหมือนกับอาชีพอื่น ๆ ด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณทิสรัตน์ เลาหพล ครับ🔗

นางสาวทิสรัตน์ เลาหพล กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวทิสรัตน์ เลาหพล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางแค หนองแขม พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันได้นำเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ในพื้นที่มาปรึกษาหารือ ๒ เรื่อง ดังนี้ค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวทิสรัตน์ เลาหพล กรุงเทพมหานคร

เรื่องแรก การตีเส้นจราจร บนถนนซอยเศรษฐกิจ ๒๒-๑๗ เขตบางแค เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาดิฉันและทีมงานได้ลงพื้นที่ ผ่านถนนเส้นดังกล่าวเห็นว่ายังไม่มีความคืบหน้า จริง ๆ แล้วดิฉันเองก็เคยได้ยื่นหนังสือ แจ้งไป ๒ ฉบับแล้ว ถึงสำนักงานเขตบางแค และสำนักจราจร และขนส่ง กทม. ตั้งแต่ เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จนตอนนี้ทำให้ดิฉันมีความกังวลใจในความล่าช้า จึงขอฝากไปยัง หน่วยงานทั้ง ๒ หน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาโดยด่วนค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ มีผู้สูงอายุท่านหนึ่งอาศัยอยู่กับลูกสาวในเขตหนองแขมมาหลาย สิบปี ตอนที่เข้าไปพบก็ทราบมาว่าคุณลุงประสบปัญหาไม่เคยมีบัตรประชาชนมาก่อน แต่มีเลข ๑๓ หลัก เพราะเคยมีการแจ้งเข้าทะเบียนบ้านในอดีตไป แต่พอไม่ได้ตามเรื่อง การทำบัตรมาเป็นเวลานานรูปก็เลยอาจจะไม่ขึ้นในระบบฝ่ายทะเบียนของเขต คุณลุงและ ครอบครัวก็เคยแจ้งสำนักงานเขตไปแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถออกบัตรประชาชนให้ได้ ทำให้ พลาดโอกาสการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการต่าง ๆ ที่คุณลุงควรจะได้รับ คุณลุงก็สู้มาตลอด ทั้งเดินเรื่องตามเอกสารที่หายในขั้นตอน ลำบากย้ายเขตเพื่อให้ได้จนตอนนี้คุณลุงก็พิการ ติดเตียงเดินไม่ได้ ดิฉันจึงขอฝากไปยังสำนักงานเขตหนองแขม สำนักบริหารการทะเบียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยตรวจสอบและดำเนินการช่วยเหลือโดยด่วนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณภัณฑิล น่วมเจิม ครับ🔗

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองเตย-วัฒนา พรรคประชาชน ขอปรึกษาหารือ🔗

ประเด็นแรก ขอให้การท่าเรือที่ปล่อยปละละเลยให้มีการเก็บค่าเช่าเถื่อน โดยผลประโยชน์ไม่เข้าถึงรัฐวิสาหกิจ ไม่เคยนำส่งรายได้เข้ารัฐ รัฐสูญเสียโอกาสในการ จัดเก็บรายได้ ให้การท่าเรือรีบไปจัดการทำสัญญากับที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ใน Rate อัตราสำหรับผู้มีรายได้น้อยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ จัดระเบียบสายสื่อสาร อันนี้ก็ร้องผ่าน Traffy Fondue ไปเยอะ หลายที ที่ซอยโรจน์เสรี ถนนพระรามที่ ๔ เขตคลองเตย ขอให้ กสทช. และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติเข้าไปดำเนินการ จุดที่ ๒ จัดระเบียบสื่อสารปรีดี ๑๔ เขตวัฒนา เช่นเดียวกัน กสทช. การไฟฟ้าเขต พิจารณาดำเนินการ🔗

ถัดมาขอให้ สน. ทองหล่อ ออกข้อบังคับจราจรห้ามจอดตลอดแนว เอกมัย ๑๙ รวมถึงหลังจากนั้นให้สำนักจราจรขนส่ง กทม. ไปติดป้ายห้ามจอดตลอดแนว เนื่องจาก เป็นซอยที่มีการสัญจรพลุกพล่าน🔗

เรื่องถัดมา ขอให้ สน. ทองหล่อ และเทศกิจเขตคลองเตย บังคับใช้กฎหมาย บังคับล้อรถจอดบนทางสาธารณะ บนพื้นผิวจราจร ถนนริมทางรถไฟสายเก่า เขตคลองเตย🔗

เรื่องสุดท้าย ไฟส่องสว่างทาง ปรีดี ๔๒ เกษมสำราญ ๑๐ ขอให้การไฟฟ้า แล้วก็เขตวัฒนาเข้าไปจัดการด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณศักดิ์ ซารัมย์ ครับ🔗

นายศักดิ์ ซารัมย์ บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม ศักดิ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ในพื้นที่อำเภอหนองหงส์ อำเภอลำปลายมาศ อำเภอคูเมือง🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายศักดิ์ ซารัมย์ บุรีรัมย์

ท่านประธานครับ ในช่วงเดือนกรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ กระผมได้นำปัญหาภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำเพื่อสาธารณูปโภค เพื่อการเกษตร แหล่งน้ำตื้นเขินตามคูคลองธรรมชาติ ไม่มีระบบชลประทาน กระผมขอกราบ ขอบพระคุณหน่วยงานชลประทานบุรีรัมย์ที่ได้จัดสรรงบประมาณและเข้ามาดำเนินการ ขุดลอกห้วยเล็ก ห้วยขมิ้น ตลอดจนทำฝายกั้นน้ำในตำบลพรสำราญ อำเภอคูเมือง จังหวัด บุรีรัมย์ ทำให้การแก้ไขปัญหาภัยแล้งได้ไปลำดับหนึ่ง ท่านประธานครับ เพื่อให้โครงการ แก้ไขปัญหาภัยแล้งดำเนินการต่อ เพิ่มพื้นที่สำรองน้ำไปให้ประชาชนได้ใช้ในฤดูแล้ง ซึ่งลำห้วยขมิ้นจะทอดยาวไปถึงพื้นที่ตำบลตูมใหญ่ ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอคูเมือง จังหวัด บุรีรัมย์ ประชาชนจะได้มีน้ำเพื่อการเกษตรเพิ่มขึ้น ปัญหาภัยแล้งก็จะได้ทุเลาเบาบางลง จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังชลประทานจังหวัดบุรีรัมย์ได้เข้าสำรวจพื้นที่เส้นทางน้ำ ห้วยขมิ้น และได้จัดสรรงบประมาณเพื่อขุดลอกห้วยขมิ้นต่อจากโครงการที่ชลประทาน ได้ดำเนินการไปแล้วนั้น เพื่อให้ประชาชนมีพื้นที่ได้ใช้น้ำในตำบลพรสำราญ ตำบลตูมใหญ่ ตำบลหินเหล็กไฟ มีน้ำเพื่อการเกษตรเพิ่มขึ้น🔗

อีกเรื่องหนึ่ง กระผมขอส่งข่าวไปยังพี่น้องประชาชนชาวอำเภอบ้านใหม่ อำเภอนาโพธิ์ อำเภอพุทไธสง อำเภอคูเมือง อำเภอลำปลายมาศ และอำเภอหนองหงส์ กระผมขอเชิญชวนพวกเราได้มาร่วมกันสร้างบ้านเมืองให้น่าอยู่ ซึ่งพวกเราทำมาแล้ว แล้วก็จะทำต่อเพื่อเป็นความสุขของพี่น้องประชาชน พวกเราทำอยู่ ๕ เรื่องครับ เรื่องที่ ๑ เรื่องการศึกษาดี เรื่องที่ ๒ เรื่องสุขภาพดี เรื่องที่ ๓ ผลิตภัณฑ์ดี เรื่องที่ ๔ ประเพณีดี และต่อต้านยาเสพติด ซึ่งประเด็นหลังพวกเราให้ความสำคัญมากภายใต้การนำของ ท่านโสภณ ซารัมย์ ประธานกลุ่มผู้นำรักศรัทธาครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณปรเมษฐ์ จินา🔗

นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี วันนี้มีข้อหารือผ่านท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ หน่วยงานแรกก็คงจะเป็นกรมชลประทาน สืบเนื่องจากว่า ผมตั้งใจที่จะทำให้อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นต้นแบบของการบริหารจัดการน้ำ ซึ่ง ณ วันนี้ก็ได้มีโครงการบริหารจัดการน้ำสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ สร้างเขื่อนกั้น แล้วก็ สร้างฝายน้ำล้นไปแล้วบ้างบางส่วน แต่ส่วนที่มีความต้องการ แล้วก็มีความจำเป็นในการ แก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งก็จะมีในส่วนของการสร้างฝายน้ำล้น หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๘ ตำบลคลองชะอุ่น อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็เรียนผ่านทางกรมชลประทานช่วยไปดู โครงการ เนื่องจากว่าทางนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองชะอุ่น เทศบาลตำบล คลองชะอุ่น ท่านได้ทำโครงการมาแล้ว🔗

ส่วนที่ ๒ ก็คงจะเป็นปัญหาใหญ่มากพอสมควร ก็เรียนผ่านท่านประธาน ไปยังคณะกรรมการการกระจายอำนาจของท้องถิ่น เนื่องจากว่าช่วงนี้มีการประชุมอยู่ สิ่งที่เขา สะท้อนมาก็ในเรื่องของการถ่ายโอนถนนที่กรมทางหลวงชนบทถ่ายโอนไปยังองค์กรปกครอง องค์กรส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. หรือว่าเทศบาล แต่ว่าพอถ่ายโอนไปแล้ว เขาไม่สามารถที่จะมีงบในการซ่อมแซมหรือว่าบำรุง หรือว่าขยายเส้นทางได้ ถ้าเป็นไปได้ คณะกรรมการการกระจายอำนาจช่วยดูตรงนี้ด้วยว่าจะเอางบจากกรมทางหลวงชนบทให้กับ ท้องถิ่นบริหารจัดการเอง หรือว่าจะทำอย่างไรก็ได้ให้เขาไม่โดนด่า เพราะว่าพอมีหลุม มีบ่อ มีปัญหาอุบัติเหตุเขาก็จะเป็นหนังหน้าไฟที่จะโดนด่าเป็นคนแรก แต่ว่ากรมทางหลวงชนบท ก็อาจจะอยู่ในส่วนกลาง อันนี้ก็อยากจะให้คณะกรรมการการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นได้ช่วย พิจารณาว่าแก้ปัญหาอย่างไรให้มันเบ็ดเสร็จเด็ดขาดนะครับ🔗

สุดท้ายก็ขอฝากเนื่องจากว่าชาวบ้านชาวช่องเขาได้นำเสนอผ่านผมมาว่า ในส่วนของปัญหาชายแดน ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนก็ตามที่อยู่เขตชายแดนของประเทศไทย เขามีความชื่นชมในส่วนของท่าน พลโท บุญสิน พาดกลาง ท่านจะเกษียณอายุภายใน สิ้นเดือนนี้ แต่ว่าการต่ออายุราชการก็คงจะไม่เหมาะ เนื่องจากว่ารองแม่ทัพ หรือว่า แม่ทัพน้อยเขาก็จะขึ้นตามสายงานของเขาอยู่แล้ว ถ้าเป็นไปได้ก็ฝากผู้จัดการรัฐบาล ซึ่งอาจจะมีขึ้นใหม่ที่อยากจะให้ท่านมาช่วยทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม อันนี้ชาวบ้านฝากผมมา ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณสังคม แดงโชติ ครับ🔗

นายสังคม แดงโชติ ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมานำเรียนต่อ ท่านประธานจำนวน ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก ผมได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากท่าน ร้อยตำรวจตรี ธิติ เนตรสว่าง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามร้อยยอด ในการขอติดตามโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โครงการก่อสร้างเส้นทางท่องเที่ยวบึงบัว ชายหาดสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการก่อสร้างสะพานยกระดับแนวใหม่ ลักษณะเป็นทางลัดเลาะไปตาม ริมบึงและเชิงเขา ภายในพื้นที่คาบเกี่ยวกับเขตอุทยานสามร้อยยอดครับ ระยะทางประมาณ ๑,๒๕๐ เมตร ซึ่งในการออกแบบทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าต้องการแบบถนนไม่ให้กระทบต่อ สิ่งแวดล้อม ซึ่งโครงการดังกล่าวได้ผ่านการประชุมของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ เขาสามร้อยยอด หรือคณะกรรมการ PAC เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และผ่านไปยังกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้ว หากโครงการดังกล่าวสำเร็จจะส่งผลดี ทั้งด้านการท่องเที่ยว ด้านการคมนาคม รวมถึงจะยังเป็น Landmark แห่งใหม่ของจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ด้วยครับ ผมจึงขอนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม สำนักงานอุทยานแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ช่วยเร่งรัดพิจารณาโครงการดังกล่าวให้เกิดผลสำเร็จด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากท่านนายกพีระ สุกิจปาณีนิจ นายก องค์การบริหารส่วนตำบลไร่เก่า เรื่องปัญหาภัยแล้ง โดยที่แหล่งน้ำดิบตามธรรมชาติ ของตำบลไร่เก่า อำเภอสามร้อยยอด มีสภาพตื้นเขินทำให้น้ำไม่เพียงพอต่อการใช้ของพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ทั้งภาคอุปโภคบริโภค และการเกษตร ซึ่งหากก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ห้วยหนองกระชิด หมู่ที่ ๗ บ้านเนินพยอม ตำบลไร่เก่าได้ และอ่างเก็บน้ำบ้านห้วยร่อนแก่ง หมู่ที่ ๖ ตำบลไร่เก่าได้ก็จะสามารถบรรเทาปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน ผมจึงขอ นำเรียนผ่านท่านประธานไปยังจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ให้ช่วยผลักดันโครงการดังกล่าวเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งในระยะยาวด้วย ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณธิวัลรัตน์ อังกินันทน์🔗

นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ เพชรบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๑ จังหวัดเพชรบุรี วันนี้ดิฉันขอหารือกับท่านประธาน ๓ หัวข้อ ดังต่อไปนี้นะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ เพชรบุรี

เรื่องที่ ๑ จากการที่ลงพื้นที่เยี่ยม ผู้ป่วยที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า ดิฉันพบว่าพื้นที่ในการดูแลรักษาผู้ป่วยปกติกับผู้ป่วย จิตเวช ทั้ง ๒ กลุ่มนี้ได้รักษาอยู่ในบริเวณเดียวกัน เนื่องจากพื้นที่ในการดูแลรักษาไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้เกิดอันตรายซ้ำซ้อนแก่ผู้ป่วยธรรมดาได้ หากมีการคลุ้มคลั่งของผู้ป่วยจิตเวช จึงอยากจะของบประมาณในการสร้างพื้นที่เพื่อแยกผู้ป่วยจิตเวชออกจากผู้ป่วยทั่วไป จึงขอนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขขอให้จัดสรร งบประมาณในการจัดสร้างตึกสำหรับผู้ป่วยจิตเวชด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ฝากกรมทางหลวงชนบทช่วยดูแลเรื่องไฟส่องสว่างของช่วงสะพาน ทางข้ามเวียงคอยมุ่งสู่ตำบลบางจาก และอีกหลายพื้นที่ที่เป็นของกรมทางหลวงชนบท เนื่องจากไฟทางดับประชาชนที่สัญจรตอนกลางคืนลำบากมากอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ และขอให้กรมทางหลวงชนบทช่วยเร่งรัดในปัญหานี้ด้วยนะคะ และสุดท้ายนี้ขอขอบคุณ ท่านนที ขวัญแพ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเพชรบุรีที่ท่านให้ความร่วมมือในการแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วทั้งหมด ๒ จุดใหญ่ จุดที่ ๑ คือ ได้ดำเนินการติดตั้งราวกันอันตรายและไฟสัญญาณจราจรทางหลวงตอนเขื่อนเพชร-บางกุฬา และจุดที่ ๒ ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุบริเวณโค้งหัวสะพาน ซึ่งประเด็นนี้ดิฉันได้พูดหารือในสภาอีกทั้งลงพื้นที่หลายครั้งแล้ว ซึ่งปัจจุบันได้รับการแก้ไข อย่างเร่งด่วนแล้ว คือ ๑. ได้ดำเนินการขจัดคราบยางสะสมบนพื้นผิวทางและเพิ่มความ เสียดทานด้วยวิธีการใช้ระบบฉีดน้ำแรงดันสูงพิเศษ ๒. ได้ติดตั้งอำนวยความปลอดภัย เพิ่มเติม ได้แก่ ป้ายเตือน ตีเส้นชะลอความเร็ว และติดตั้งป้ายสะท้อนแสง ซึ่งการแก้ไข ปัญหาดังกล่าวส่งผลให้จำนวนการเกิดอุบัติเหตุลดลงอย่างมาก ในเป้าหมายระยะยาว ได้มีการจัดทำแผนปรับปรุงจุดเสี่ยง โดยได้รับการขอจัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๖๙ พี่น้อง ชาวจังหวัดเพชรบุรีทุกคนและผู้ที่ใช้ถนนเส้นทางโค้งหัวสะพานก็ขอฝากขอบคุณกระทรวง คมนาคมและทางหลวงจังหวัดเพชรบุรีด้วยค่ะ ขอขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณวิชัย สุดสวาสดิ์ ครับ🔗

นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ชุมพร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ผมนำเรียนท่านประธานนะครับ ด้วยได้ติดตาม ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ำกัดเซาะดินชายฝั่ง ได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านนายกสกุลตลา ไมตรีจิตร นายกเทศบาลตำบลหาดทรายรี แล้วก็ท่านกำนันเดช เพชรวรรณ กำนันตำบล หาดทรายรี และพี่น้องตำบลหาดทรายรี ในเรื่องของน้ำกัดเซาะดินชายฝั่งของวัดถ้ำเขาโพงพาง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว ผมได้หารือเรื่องนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะในเรื่องของมีกลุ่ม อนุรักษ์เอาไม้ไปปักริมทะเลเพื่อกันคลื่น ด้วยเหตุผลอย่างนี้ทำให้พี่น้องประชาชนได้ทน ในเรื่องของการบิดบังในเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวไม่ได้ ก็เลยรวมตัวกันแล้วมาแสดงความ คิดเห็นให้ผมได้รับทราบ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทับซ้อนมาตลอดเวลา ขอหารือมาหลายครั้ง เพื่อการแก้ไขปัญหา เพราะฉะนั้นแล้วผมนำเรียนด้วยความเคารพว่าในเรื่องของการ ท่องเที่ยว ในเรื่องของการส่งเสริมการท่องเที่ยวทำให้พี่น้องประชาชนติดขัดมาตลอด และในเรื่องของการพัฒนา ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจงคิดแล้วก็แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนโดยด่วนนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้ลงพื้นที่ได้รับเรื่องปรารภมาจากผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพ โดยเฉพาะเป็นขั้นบันได ผมขอนำเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ณ ปัจจุบันด้วยเหตุผล ทางเศรษฐกิจ เหตุผลเรื่องปากท้องที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อนอยู่ ณ ปัจจุบัน เราสมควร ที่จะปรับปรุงในเรื่องของการจ่ายเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะไม่ต้องมีขั้นบันได อายุ ๖๐ ปี ได้ระดับ ๑,๐๐๐ บาทไปเลย เพื่อตั้งใจที่จะไปแก้ไขปัญหาให้กับเขา เพราะฉะนั้น สิ่งนี้ที่พวกผมได้ลงพื้นที่และไปพบเจอ ในเรื่องของผู้สูงอายุนั้นด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ เขาเดือดร้อน เขาอยู่กันด้วยความลำบาก แล้วเงินเยียวยาที่เคยจ่ายให้กับเขา ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท ช่วยปรับมาให้ ๑,๐๐๐ บาท เพื่อเป็นการได้ซื้อข้าวสาร ได้ซื้ออาหาร เป็นสิ่งที่นำมาซึ่งการดำรงชีวิตของพี่น้องผู้สูงอายุ ผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน ทุกท่านก็เห็นพ้องต้องกันในเรื่องของการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีขวัญกำลังใจ และมีการจับจ่าย ใช้สอยที่สมบูรณ์เกิดขึ้น ขอบคุณท่านประธานมากนะครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณธีระชัย แสนแก้ว ครับ🔗

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผม ขออนุญาตท่านประธานเพื่อปรึกษาหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในเขตตำบลห้วยสามพาด ตำบลนาม่วง อำเภอประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี เนื่องจากว่าผมได้รับคำร้องเรียนจากนายสถาพร หมั่นเก็บ ซึ่งเป็นประธาน อบต. ห้วยสามพาด และนายประจักษ์ ประภาการ ซึ่งเป็นนายก อบต. ห้วยสามพาดว่าปัญหาความเดือดร้อน ของประตูระบายน้ำลำห้วยเดือนห้าเสียหายชำรุดไม่สามารถที่จะใช้การได้ จนทำให้พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ห้วยสามพาดและต่อเนื่องไปถึงตำบลนาม่วง อำเภอ ประจักษ์ศิลปาคม ต้องเผชิญภัยแล้งรุนแรงมาโดยตลอดระยะเวลา ๑๐ ปี บ่อน้ำที่ใช้ในการ ผลิตน้ำประปาก็แห้งขอดไม่เพียงพอ ทำให้พี่น้องในเขตพื้นที่ไม่มีน้ำกินน้ำใช้ น้ำอุปโภค บริโภคและเพื่อการเกษตร บางช่วงภัยแล้งรุนแรงนานกว่า ๑ เดือน ซึ่งเป็นภัยแล้งจาก ชลประทานที่ได้รับความเสียหาย จนทำให้พี่น้องต้องรับน้ำแจกจาก อบต. ซึ่งก็ไม่เพียงพอ ก็มีการบริการอยู่ตลอด ภัยแล้งในพื้นที่ก็รุนแรงส่งผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรบางปีเคยมี นาข้าวต้องแห้งตายประมาณ ๗,๐๐๐ ไร่ ต้นข้าวออกรวงก่อนที่จะตาย เมล็ดลีบไม่เต็ม ขายก็ไม่ได้ราคา ดังนั้นกระผมขอให้ชลประทานจัดงบประมาณโดยเฉพาะเขตพื้นที่ ชลประทาน เขต ๕ และชลประทานจังหวัดอุดรธานี จัดงบประมาณมาซ่อมแซมประตู ระบายน้ำห้วยเดือนห้าอย่างเร่งด่วน เพราะหลังจากหมดหน้าฝนแล้วปีหน้าก็จะแห้งแล้ง หนักเข้าไปอีก ท่านอย่าชักช้ารีรออยู่เลย ท่านเป็นข้าราชการประจำ รัฐบาลชุดไหนมา ก็สามารถทำได้ทั้งนั้น พี่น้องประชาชนในพื้นที่จะได้รับความลำบากยากแค้นมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ผมขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งสำรวจหาแหล่งน้ำขุดสระในพื้นที่ ใกล้เคียง พัฒนาระบบการจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แล้วที่สำคัญที่สุดจะต้อง หมั่นตรวจสอบคุณภาพน้ำในพื้นที่ห้วยเดือนห้าอย่างสม่ำเสมอ ทั้งโลหะหนักและความเค็ม ของน้ำ เพราะหากมีสารปนเปื้อนเกินกว่ามาตรฐานก็จะไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพพี่น้อง ประชาชนที่ใช้น้ำครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณวุฒิพงศ์ ทองเหลา ครับ🔗

นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา ปราจีนบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วุฒิพงศ์ ทองเหลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคชาติพัฒนา วันนี้กระผม มีเรื่องหารือความเดือดร้อนต่อท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันดังนี้ เป็นเรื่องหน่วยงาน ในจังหวัดทั้ง ๒ เรื่อง🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา ปราจีนบุรี

เรื่องแรก เสริมศักยภาพตำรวจ ปราจีนบุรีและจังหวัดใกล้เคียงให้มีความพร้อมดูแลป้องปรามเหตุร้ายให้แก่ประชาชน ปัจจุบันจังหวัดปราจีนบุรีมีสนามซ้อมใช้อาวุธปืนแห่งเดียว ซึ่งมีความพร้อมในเรื่องสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขนาดของพื้นที่ การเดินทางที่ไม่ไกลกรุงเทพฯ แต่ยังขาดงบประมาณ สนับสนุนเรื่อง ตึกอาคาร ห้องอบรม ให้ได้มาตรฐานในการจัดฝึกซ้อมเพื่อให้มีความพร้อม ในการอบรมเจ้าหน้าที่ ไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงศูนย์ฝึกจังหวัดนครราชสีมา หนองสาหร่าย ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยนายจากจังหวัดใกล้เคียงไม่ว่าจะเป็นจังหวัดนครนายก จังหวัดสระแก้ว และจังหวัดอื่น ๆ เดินทางมาฝึกตามวงรอบเป็นประจำ ผมจึงฝาก ท่านประธานถึงหน่วยงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยพิจารณาปรับปรุง ก่อสร้าง สถานที่ฝึกใช้อาวุธของเจ้าหน้าที่เพื่อเสริมศักยภาพตำรวจดูแลปกป้องตามเหตุร้าย ให้ประชาชนได้อย่างปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน🔗

เรื่องที่ ๒ ฝากถึงหน่วยงานข้อมูลสถิติกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอให้ ช่วยตรวจสอบข้อมูลนักท่องเที่ยวในจังหวัดปราจีนบุรี ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๖ ถึงปัจจุบัน ปัญหา คือข้อมูลที่ปรากฏเหมือนท่าน Copy แล้วก็วางในทุกปีเปลี่ยนแค่ปี พ.ศ. .... ซึ่งปัจจุบัน ผมได้สำรวจข้อมูลจนพบว่าข้อมูลโรงแรมที่พักมียอดนักท่องเที่ยวจอง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ของห้องพักซึ่งสูงมาก จากข้อมูลนักท่องเที่ยวในอุทยานฝั่งเขาใหญ่ของปราจีนบุรีก็มี นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปี การให้ข้อมูลที่ไม่ตรงตามความเป็นจริงของหน่วยงานรัฐไม่ใช่ เรื่องเล็ก ๆ เพราะปัญหานี้มีความสำคัญครับ ข้อมูลดังกล่าวถูกนำไปวิเคราะห์เพื่อส่งเสริม ผลักดันการท่องเที่ยวในจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ผูกพันกับงบประมาณ ที่ไม่ตรงกับที่จังหวัดควรได้รับตามจริง จากข้อมูลที่ไม่ถูกต้องนี้อาจส่งผลให้จังหวัดปราจีนบุรี ที่ผ่านมาสูญเสียโอกาสในการรับการประชาสัมพันธ์ การสนับสนุนการท่องเที่ยวให้ร้านค้า ผู้ประกอบการรายเล็ก รายน้อย รวมถึงโรงแรมที่พักและผู้อำนวยการธุรกิจท่องเที่ยวต่าง ๆ ผมจึงอยากฝากปัญหานี้ผ่านท่านประธานเป็นการเร่งด่วนถึงกระทรวงการท่องเที่ยวได้เร่ง นำไปตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้องโดยเร็วครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณสุไลมาน บือแนปีแน🔗

นายสุไลมาน บือแนปีแน ยะลา

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่จะมาหารือผ่านท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ ๓ เรื่องด้วยกันครับ ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วมขังครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสุไลมาน บือแนปีแน ยะลา

เรื่องแรก นั่นก็คือผมได้รับเรื่องร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนในชุมชน หมู่ที่ ๑ ตำบลท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เนื่องด้วยผม มีโอกาสได้ลงพื้นที่กับท่านนายกเทศมนตรี ตำบลท่าสาป ในบริเวณถนน ทล. สาย ๔๐๘๙ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง ซึ่งบริเวณดังกล่าวถนนดังกล่าวนี้ยังไม่มีในเรื่อง ของคูระบายน้ำ ฉะนั้นแล้วเวลาฝนตกมันก็จะมีน้ำท่วมขัง นี่ก็จะเป็นบริเวณหน้าโรงเรียน บ้านท่าสาป แล้วก็หน้าบริเวณวัดด้วย ซึ่งอยากจะให้ท่านประธานมีหนังสือไปยังกรมทางหลวง เพื่อให้ดำเนินการในการทำในเรื่องของคูระบายน้ำ แล้วก็ทางเดินทางเท้าด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องคล้าย ๆ กันแต่เป็นอีกเส้นหนึ่งนั่นก็คือ ทล. ๔๐๙ เป็นสายหลักเป็นเส้นที่เข้าไปสู่เมืองเทศบาลนครยะลา แต่ถนนดังกล่าวยังไม่ได้มีในเรื่องของ คูระบายน้ำทำให้เวลาฝนตกหนักก็จะมีน้ำท่วมขังบริเวณหน้าบ้านผู้คน ฉะนั้นแล้วอยากที่จะให้ ท่านประธานมีหนังสือไปยังกรมทางหลวงเพื่อให้ดำเนินการในเรื่องของการทำระบบ เรื่องคูระบายน้ำ🔗

เรื่องสุดท้าย ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องในหมู่ที่ ๒ ตำบลลำพะยา หรือว่าบ้านหนุน ก็เป็นในส่วนบ้านชุมชนของพี่น้องประชาชน ก็เช่นเดียวกันยังไม่มีในเรื่อง ของคูระบายน้ำ ฉะนั้นแล้วด้วยข้อจำกัดของทางท้องถิ่นก็อยากที่จะให้ท่านประธานนั้น มีหนังสือไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองเพื่อให้ดำเนินการในเรื่องของการจัดทำคูระบายน้ำ เพื่อที่จะได้ช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในบริเวณดังกล่าวด้วย ขอบคุณมากครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ🔗

นายณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ อุดรธานี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคประชาชน วันนี้ ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ อุดรธานี

เรื่องแรก โรงไฟฟ้าบ่อขยะ อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ที่ผ่านมาผมมีโอกาสลงพื้นที่ กับท่านพูนศักดิ์ จันทร์จำปี ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ปรากฏว่าเรื่องที่เราไปพบมันใหญ่กว่า ที่ประชาชนร้องเรียนเข้ามามาก เนื่องจากประชาชนร้องเรียนเข้ามาเป็นโรงไฟฟ้าบ่อขยะ มูลฝอยชุมชน แต่โรงไฟฟ้าที่เราไปพบเป็นบ่อขยะอุตสาหกรรม วันนี้ขออนุญาตตั้งคำถาม ดัง ๆ ขยะอุตสาหกรรมเหล่านั้นไม่ได้มาจากจังหวัดอุดรธานี แต่ขนมาไกลมาจากจังหวัด ขอนแก่น ขยะที่มีความเป็นอันตรายกำจัดยาก มีน้ำหนักเยอะ ทำไมต้องขนมาไกลมาทิ้งถึง จังหวัดอุดรธานี ในส่วนถัดไปประชาชนในพื้นที่เกิดความวิตกกังวลถึงการปนเปื้อน รั่วไหล ของบ่อขยะแห่งนี้ลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียน อยู่ห่างจากชุมชน และแหล่งน้ำ ธรรมชาติเพียง ๒๐๐-๒๕๐ เมตร นี่ละครับที่เห็นในรูปจากน้ำเคยใส ๆ เขียว ๆ ปัจจุบัน กลายเป็นสีแดง ปลูกข้าวไม่ขึ้น ลงไปดำนาเท้าเน่า เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบอย่างเคร่งครัด อย่าเอาใจแต่นายทุน ช่วยกลับมาดูแล ประชาชนที่อยู่มาก่อนด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องน้ำประปาไม่ไหลในจังหวัดอุดรธานี ๒ เดือนที่ผ่านมาไหล ๆ หยุด ๆ ดับ ๆ ติด ๆ ๕ วันที่แล้วผมลงพื้นที่ไปไม่ไหลติดต่อกัน ๗ วันแล้ว เป็นพื้นที่กว้างกว่า ๕ ตำบล พอเวลามันเริ่มไหลประชาชนเอาไปอาบเกิดผื่นคันขึ้น เกิดแพ้ ผิดสุขอนามัย อย่างยิ่ง ผู้ประกอบการในพื้นที่ร้านซักผ้า ร้านล้างรถขาดรายได้กันเป็นเดือน พอร้องเรียน ทวงถามเข้าไปที่การประปาบอกว่าไม่เป็นไร น้ำไม่ไหล มิเตอร์ไม่เดิน เงินไม่ต้องจ่าย โอ้โฮ ตอบแบบนี้ได้อย่างไรครับ ไม่ได้ ทีประชาชนจ่ายช้าท่านรีบมายกมิเตอร์เขา และเวลา ท่านจ่ายน้ำไม่ได้บอกว่าไม่เป็นไร มิเตอร์ไม่ Run ไม่วิ่ง ขอท่านประธานให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งทบทวนมาตรการดูแลเยียวยาผู้ใช้น้ำในประเทศนี้ด้วย ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย🔗

นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย🔗

เรื่องที่ ๑ ที่ผมขอหารือการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ผมขอขอบคุณ รัฐบาลที่ได้จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปรังและนาปีไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ครัวเรือนละ ๑๐ ไร่ มาตรการดังกล่าวได้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ของเกษตรกรในสภาวะที่ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งปุ๋ยยาที่มีราคาแพง เกษตรกรในพื้นที่ ได้ฝากขอบพระคุณท่านรัฐบาลด้วยครับ ในขณะเดียวกันรัฐบาลได้แก้ปัญหาราคาข้าวโพด ทำให้เกษตรกรพอใจในระดับหนึ่ง แต่ยังคงมีปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ผมจึงขอฝาก รัฐบาลโปรดเร่งรัดดำเนินการมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังเพื่อให้เกษตรกรชาวนาอยู่ได้ อย่างมั่นคง🔗

เรื่องที่ ๒ การช่วยเหลือชาวไร่อ้อย ผมได้รับการหารือจากสมาคมชาวไร่อ้อย เขต ๑๑ จังหวัดนครสวรรค์ ชาวไร่อ้อยขอขอบพระคุณรัฐบาลที่ได้ผลักดันเงินช่วยเหลือ สำหรับผู้ที่ตัดอ้อยสด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ตันละ ๖๙ บาทเพื่อสร้างแรงจูงใจและรักษา สิ่งแวดล้อมของประเทศ อย่างไรก็ตามยังคงมีข้อร้องเรียนจากเกษตรกร ๒ กลุ่ม คือชาวไร่อ้อย ที่ตัดอ้อยสดร้อยเปอร์เซ็นต์ส่งเข้าโรงงานเอทานอล GKBI ซึ่งเป็นชาวไร่ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง และในปีก่อน ๆ ได้รับเงินช่วยเหลือเช่นเดียวกับโรงงานน้ำตาล แต่ในปีนี้กลับยังไม่ได้รับ การช่วยเหลือ🔗

เรื่องที่ ๓ ชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดร้อยเปอร์เซ็นต์ส่งโรงงานน้ำตาล แต่ถูกหัก ราคาจากโรงงานเนื่องจากมีสิ่งปนเปื้อนเพียงเล็กน้อย ทั้งที่ได้ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล อย่างครบถ้วน ดังนั้นกระผมขอฝากท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องโปรดพิจารณาให้ความช่วยเหลือ แก่เกษตรกรทั้ง ๒ กลุ่มอย่างเป็นธรรม เพื่อสร้างแรงจูงใจในการตัดอ้อยสดต่อไป และร่วมกัน รักษาสิ่งแวดล้อมของประเทศ กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่เคารพครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณปารมี ไวจงเจริญ ครับ🔗

นายปารมี ไวจงเจริญ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันมีปัญหาเร่งด่วนและวิกฤติหนักมากเกี่ยวกับปัญหา กยศ. สัปดาห์ ที่แล้วดิฉันก็เพิ่งหารือไป แต่เนื่องจากว่าเมื่อวานนี้ดิฉันได้ข้อมูลใหม่ล่าสุดจากการที่ดิฉันเป็น ที่ปรึกษาในคณะอนุกรรมาธิการแก้ไขปัญหา กยศ. ว่าตอนนี้ กยศ. วิกฤติหนักมาก เพราะขาดเงิน ทำให้ผู้กู้แสนกว่ารายใน ๒ ประเภท คือผู้กู้เดิมซึ่งเป็นประเภทเลื่อนระดับ เลื่อนระดับ คืออะไรหรือคะ ก็คือผู้กู้ที่เลื่อนจาก ม. ๖ ไปปริญญาตรี หรือ ปวช. ไปเป็น ปวส. กับผู้กู้ รายใหม่เลย ๒ รายนี้แสนกว่ารายอาจจะไม่ได้รับเงินกู้ในปีการศึกษา ๒๕๖๘ นี้ อันนี้เป็น เรื่องวิกฤติหนักมาก แม้ว่าตอนนี้การเมืองไทยเรากำลังผันผวน แต่อนาคตเยาวชนไม่ควร ผันผวนตามค่ะ ดิฉันขอเสนอให้กระทรวงการคลังเร่งแก้ปัญหาเร่งด่วนด้วยการหางบฉุกเฉิน เข้ามาช่วยเหลือ ในยามที่ประเทศอดีตเคยเกิดวิกฤติภัยธรรมชาติใด ๆ เรายังหางบฉุกเฉิน มาช่วยได้ แต่วิกฤติอนาคตทางการศึกษาของเยาวชนนี่ก็เป็นวิกฤติที่หนักเราต้องเร่งหางบ มาช่วยเขา โอบอุ้มผู้กู้รายใหม่แสนกว่ารายให้ได้ต่อลมหายใจเรียนหนังสือต่อ เพราะว่า พวกเขากำลังจะหลุดออกจากระบบการศึกษาแล้ว ส่วนในระยะยาวดิฉันวิงวอนต่อรุ่นพี่ กยศ. รุ่นก่อน ๆ หน้านี้ได้โปรดชำระเงินเข้ามายัง กยศ. เพื่อให้ กยศ. มี Cash in Flow หรือกระแสเงินสด จะได้ส่งต่อโอกาสให้กับรุ่นน้องต่อ ๆ ไป ในกรณีที่ กยศ. มีปัญหา ไม่กี่เดือนที่ผ่านมาหักบัญชีเงินซ้ำซ้อนอันนี้ดิฉันเข้าใจ แต่อยากให้รุ่นพี่อย่าเอาเรื่องนั้น มาเป็นประเด็น กยศ. ผิดพลาดเราวิจารณ์กันได้ ตัวดิฉันและ สส. พรรคประชาชนช่วยกัน ส่งเสียงให้ กยศ. แก้ไขอยู่ ขอให้รุ่นพี่ส่งต่อเงินเข้ามายัง กยศ. เพื่อส่งต่อโอกาสให้รุ่นน้อง ถ้า กยศ. ผิดพลาดตัวดิฉันและพรรคประชาชนจะทำการจัดการ แล้วก็บี้ แล้วก็ส่งเสียงให้ กยศ. แก้ไข เพราะฉะนั้นขอ ๒ เรื่องนี้ให้กระทรวงการคลังกับรุ่นพี่ช่วยกันโดยด่วนนะคะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ครับ🔗

นางสาวกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ชลบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ กฤษฏิ์ ชีวะธรรมานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๖ ศรีราชา ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ชลบุรี

วันนี้กฤษฎิ์มีเรื่องปรึกษาหารือ เกี่ยวกับความล้มเหลวของสวัสดิการผู้สูงอายุและความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนามาตรการ คัดกรองและสนับสนุนผู้สูงอายุที่ขาดแคลน จากภาพที่เห็นกฤษฎิ์ได้ลงพื้นที่ในชุมชน ท่าตาลักษณ์แล้วไปพบผู้สูงอายุผู้นี้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ก็ถูกละเลยจากการดูแลของ ญาติพี่น้องทำให้คุณภาพชีวิตไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นวันนี้กฤษฎิ์อยากจะมานำเสนอว่าเราควร แก้ไขเกี่ยวกับสวัสดิการแห่งรัฐ ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว โดยมีประชากรผู้สูงอายุเกินกว่า ๖๐ ปี มากกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด ทั้งประเทศ แต่ระบบสวัสดิการปัจจุบันยังไม่เพียงพอและเป็นช่องโหว่ที่ร้ายแรง เบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจข้าวยากหมากแพง เช่นปัจจุบัน สถานสงเคราะห์และบ้านพักคนชราก็มีจำนวนจำกัด ไม่เพียงพอต่อความ ต้องการของผู้สูงอายุ ผู้ยากไร้จำนวนมากไม่สามารถเขาถึงบริการ ผู้สูงอายุหลายรายขาดการ ดูแลอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่ลูกหลานไม่สามารถดูแลได้ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจ และการดำรงชีวิตเช่นนี้ กฤษฎิ์จึงขอเสนอมาตรการต่อผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบดังนี้ ๑. จัดตั้ง ระบบคัดกรองผู้สูงอายุแห่งชาติเพื่อประเมินความต้องการดูแลอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุที่ลูกหลานไม่สามารถดูแลได้ ๒. ขยายสถานสงเคราะห์และบ้านพักคนชรา ๓. เพิ่มประสิทธิภาพเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ๔. ส่งเสริมดูแลชุมชนและครอบครัว ๕. พัฒนา ฐานข้อมูลผู้สูงอายุแห่งชาติ ท่านประธานคะ ที่อภิปรายมานี้ต้องการให้คุณภาพชีวิตของ ผู้สูงอายุมีคุณภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม ด้วยความห่วงใยจากกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ครับ🔗

นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ภูเก็ต

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ อำเภอถลาง และตำบลกระทู้ พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องของพี่น้องชาวภูเก็ตมาปรึกษาหารือท่านประธานดังนี้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ภูเก็ต

เรื่องแรกครับในวันที่ ๒๑ ถึงวันที่ ๒๙ ตุลาคมนี้ จะถึงครบ ๒๐๐ ปีของศาลเจ้ากระทู้ ในการเริ่มต้นของเทศกาลถือศีล กินผัก ในจังหวัดภูเก็ต ก็ขอฝากให้กรมประชาสัมพันธ์ กระทรวงวัฒนธรรม แล้วก็หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งประชาสัมพันธ์งานกิจกรรมดังกล่าวที่จะมีขึ้นในเดือนหน้าแล้ว แต่ตอนนี้ เงียบมากครับ ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลด้วย รวมไปถึงหน่วยงานความมั่นคงต่าง ๆ ให้เตรียมพร้อมในส่วนของที่จอดรถ การจราจร ความปลอดภัยต่าง ๆ ของนักท่องเที่ยว ที่กำลังจะมาเยือนจากทุกพื้นที่ด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ พี่น้องในชุมชนอ่าวโต๊ะขุน บ้านคอเอน บ้านบางดุก ขอให้มีการ ซ่อมสะพาน พื้นที่ดังกล่าวนี้ได้รับการอนุญาตใช้พื้นที่จากกรม ทช. แล้ว จากกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งดำเนินการ ซ่อมแซมสะพาน เนื่องจากมีบุรุษไปรษณีย์ส่งของ เด็กนักเรียนต่าง ๆ ที่เดินทางเข้าออก ในชุมชนได้ตกลงไปในพื้นที่บ่อยมากนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ จะฝากว่าปัจจุบันล่าสุดผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากเด็ก ๆ นักเรียน จากโรงเรียนในเขตอำเภอถลางว่าปัจจุบันมียาเสพติดเริ่มระบาดเข้าไปในโรงเรียนแล้ว เรื่องนี้ น่าเป็นห่วงครับ ตั้งแต่สูบใบจากไปถึงกัญชา แล้วก็สุดท้ายยาเสพติด ยาอี ยาไอซ์ มีการ จำหน่ายในพื้นที่บริเวณรอบข้างเคียงโรงเรียนต่าง ๆ ขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงาน ความมั่นคงต่าง ๆ เร่งดำเนินการจับกุมดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด สาวไปถึงต้นตอว่าใครจำหน่าย ใครนำเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตจัดการให้ราบคาบครับ ฝากท่านประธานไว้ด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ครับ🔗

นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ราชบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๕ พรรคกล้าธรรม ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ผมได้รับเรื่องจากท่านวิทยา กอประเสริฐสุด นายกเทศมนตรีตำบลประสาทสิทธิ์ ราคามะพร้าวที่ออกจากสวนในขณะนี้ขายลูกละ ๒ บาท มะนาวขนาดจัมโบ้ลูกละ ๕๐ สตางค์ รองลงมาลูกละ ๔๐ สตางค์ ที่เหลือแล้วแต่เขาจะให้ นั่นคือความทุกข์ใจของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งผมเคยหารือไปแล้วในเรื่องของราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ซึ่งสิ่งที่ผมได้รับมาก็คือ เสียงสะท้อนจากพี่น้องเกษตรกรบอกให้รู้ว่าพวกเขาดีใจที่มีผู้แทนนำเรื่องนี้เข้ามาอภิปราย ในสภา นั่นคือความหวังของเขาถึงแม้ว่าจะริบหรี่ก็ตาม ที่ผ่านมาราคามะนาวกับมะพร้าว ถูกจนขนาดขีดสุด นั่นคือไม่สามารถที่จะดำเนินการต่อไปได้ ผมขออนุญาตที่จะเรียนถึง รัฐบาลฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดพิจารณาดำเนินการแก้ไขเร่งรีบให้พี่น้องเกษตรกร ชาวสวนได้ลืมตาอ้าปากและจะได้อยู่อย่างมีศักดิ์ศรีของความเป็นเกษตรกรไทย จึงขออนุญาตกราบเรียนมาด้วยความเคารพครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณศักดินัย นุ่มหนู ครับ🔗

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาชน ผมมีเรื่องหารือ ต่อท่านประธานสภา ๓ เรื่องครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

เรื่องแรก เป็นประเด็นเรื่องของน้ำกัดเซาะตลิ่ง จังหวัดตราดมีแม่น้ำสำคัญสายหนึ่งก็คือแม่น้ำเขาสมิงก็จะรับน้ำปริมาณที่มาก เนื่องจากว่า จังหวัดนี้มีฝนตกค่อนข้างชุก แล้วก็ปริมาณน้ำที่มากทำให้กระแสน้ำไหลค่อนข้างแรง ก็เกิด การกัดเซาะตลิ่งตลอดแนว โดยเฉพาะทางพื้นที่ของตำบลเทพนิมิต แล้วก็ตำบลเขาสมิง ก็อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบซึ่งก็มีหลายหน่วยเขาวางพื้นที่ก็จะเป็นของกรมเจ้าท่าบ้าง กรมชลประทานบ้าง แล้วก็กรมโยธาธิการและผังเมือง ก็อยากให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงไปดูไปสำรวจ แล้วก็วางแนวทางป้องกัน เพื่อมิให้เกิดการกัดเซาะตลิ่งซึ่งกินพื้นที่ของ พี่น้องประชาชน เขาจะต้องเสียพื้นที่ดินในการทำเกษตร หรือว่าอาจจะลุกลามไปถึงพื้นที่ อยู่อาศัยของพวกเขาได้ ก็อยากให้เข้าไปสำรวจดูแลแล้วก็วางแนวทางป้องกัน🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้มีการพัฒนาปรับปรุงถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๑๕๗ ถนนเส้นนี้ก็มีระยะทางเขาเรียกว่าสามแยกตาบัวที่แสนตุ้งไปอีกประมาณสัก ๑๐ กิโลเมตร เท่านั้นเองที่ยังไม่มีการพัฒนาปรับปรุงให้มีสภาพที่พร้อมใช้งานที่ดีเพื่อความปลอดภัย ทั้งยานยนต์เอง แล้วก็ทั้งผู้ขับขี่ที่จะมีความปลอดภัยในการใช้สัญจรในพื้นที่นี้ก็หารือกันมา หลายครั้ง ก็อยากให้หน่วยงานกรมทางหลวงได้เข้าไปพัฒนาปรับปรุงให้แล้วเสร็จโดยไว🔗

เรื่องสุดท้าย ผมขออนุญาตที่จะส่งเสียงแทนพี่น้องชาวสวนผลไม้ ฤดูกาล เก็บเกี่ยวตอนนี้เสร็จสิ้นไปแล้ว แล้วก็มีการเตรียมการที่จะรองรับฤดูกาลใหม่ ซึ่งปีที่แล้ว พี่น้องเกษตรกรต้องเผชิญกับภาวะเรื่องของราคาตกต่ำ การส่งออกที่มีผลกับราคาของ พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ก็อยากที่จะให้รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและกระทรวง พาณิชย์ได้มีการวางแนวทาง วางมาตรการไว้แต่เนิ่น ๆ ในการที่จะไม่ให้ปัญหาเรื่องราคา อย่างมังคุดเหลือแค่ไม่ถึง ๗-๘ บาทเท่านั้นเอง ราคาทุเรียนก็ตกต่ำในรอบ ๕-๖ ปี ก็อยาก ที่จะให้รัฐบาลมีการเตรียมความพร้อม เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรที่เขากำลังลงมือกับการ ดำเนินการที่จะสร้างผลผลิตในปีนี้มีความมั่นใจในการที่จะได้ผลิตผลไม้ที่มีคุณภาพดีต่อไป ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะผู้บริหารสมาชิกสภา เจ้าหน้าที่และผู้สังเกตการณ์จากองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดระนอง อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง ซึ่งเข้าฟังการประชุมอยู่ข้างบน ขอต้อนรับทุกท่านที่มาเยี่ยมชมสภาครับ ต่อไปขอเชิญคุณพลากร พิมพะนิตย์ ครับ🔗

นายพลากร พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพลากร พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายพลากร พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องหารือ กับท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในอำเภอยางตลาด และอำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ เรื่องปัญหาถนน ชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ มีปัญหาเมื่อฝนตก สร้างความยากลำบากให้กับพี่น้องประชาชนในการสัญจรไปมา เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับ พี่น้องประชาชนและอาจสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินซึ่งประเมินค่าไม่ได้ครับ ประกอบด้วย ๑. ถนนสายบ้าน นางสุภาวดี แก้วกล้า เชื่อมถนนสายบ้านโคกประสิทธิ์-บ้านท่าแห่ บ้านโคกประสิทธิ์ หมู่ที่ ๕ ตำบลโคกสะอาด อำเภอฆ้องชัย ระยะทาง ๑.๕ กิโลเมตร ๒. บ้านท่าเยี่ยม หมู่ที่ ๖ ตำบลลำชี บ้านหัวโนนเปลือย หมู่ที่ ๕ ตำบลเหล่ากลาง อำเภอฆ้องชัย ระยะทาง ๕๑๓ เมตร ๓. บ้านหนองหวาย หมู่ที่ ๔ ตำบลลำชี อำเภอฆ้องชัย ระยะทาง ๔๗๐ เมตร ๔. ถนนเลียบคลองสาย 7R-MC บ้านตูม หมู่ที่ ๑ ตำบลเหล่ากลาง อำเภอฆ้องชัย ระยะทาง ๑.๘ กิโลเมตร ๕. ถนนบ้านตูม หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ บ้านคุยโพธิ์ หมู่ที่ ๓ บ้านหัวนาคำ หมู่ที่ ๔ ตำบลเหล่ากลาง อำเภอฆ้องชัย ระยะทาง ๑.๒ กิโลเมตร ๖. ถนนเส้นหลังโรงเรียน หนองตอกแป้นวิทยา บ้านหนองตอกแป้น หมู่ที่ ๕ ตำบลหนองตอกแป้น อำเภอยางตลาด ระยะทาง ๒๘๒ เมตร ๗. บ้านดงน้อย หมู่ที่ ๕ ตำบลหนองอิเฒ่า อำเภอยางตลาด ระยะทาง ๕๐๐ เมตร ๘. บ้านโนนชาด หมู่ที่ ๓ ตำบลหนองอิเฒ่า อำเภอยางตลาด ระยะทาง ๓.๗ กิโลเมตร ๙. บ้านดอนกอย หมู่ที่ ๖ ตำบลหนองอิเฒ่า อำเภอยางตลาด ระยะทาง ๑.๔ กิโลเมตร ๑๐. บ้านหนองอิเฒ่า หมู่ที่ ๒ ตำบลหนองอิเฒ่า อำเภอยางตลาด ระยะทาง ๔๙๔ เมตร ผมจึงขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งแก้ปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ ครับ🔗

นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีข้อหารือ ดังนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ พิษณุโลก

ประเด็นที่ ๑ พื้นที่ริมคลอง วัดตายม เนินกุ่ม ของอำเภอบางกระทุ่มทั้ง ๒ คลองนี้เชื่อมต่อกันมีลักษณะตื้นเขิน คันคลองต่ำ แคบ โดยคลองนี้จะเริ่มจากตำบลพันชาลี อำเภอวังทอง รับจากแม่น้ำชมพูและแม่น้ำวังทอง ทำให้บ้านเรือนเสียหาย วัดก็เสียหายหนักมากในพื้นที่เศรษฐกิจหลายหมู่บ้าน ส่งผลกระทบให้ พี่น้องประชาชนในตำบลเนินกุ่ม ตำบลวัดตายม และทุกตำบลของอำเภอบางกระทุ่มได้รับความ เดือดร้อนมากกว่า ๒,๐๐๐ หลังคาเรือน ดิฉันจึงขอเร่งรัดให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ดำเนินการปรับปรุงประตูน้ำหมู่ที่ ๖ ตำบลเนินกุ่ม ๒. ปรับปรุงคลองเนินกุ่ม คลองวัดตายม พร้อมอาคารประกอบ และกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้ทำระบบป้องกันน้ำท่วมชุมชน หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ ตำบลเนินกุ่ม และระบบ ป้องกันน้ำท่วมชุมชน หมู่ที่ ๑ ถึงหมู่ที่ ๗ ตำบลวัดตายม เพื่อแก้ปัญหาระยะยาวให้กับ พี่น้องประชาชนค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๒ สะพานข้ามคลองกรุงกรัก หมู่ที่ ๕ บ้านโคกสว่าง ตำบลบึงกอก เมื่อปี ๒๕๖๖ ดิฉันได้หารือไป คอสะพานขาดเสียหายดังภาพ และสะพานเดิมมีความกว้าง ๕ เมตร ๕๐ เซนติเมตร ยาว ๑๐ เมตร แต่คลองนี้มีความกว้างถึง ๔๐ เมตร และเมื่อ เดือนมิถุนายน ๒๕๖๘ สะพานทรุดตัวอีก ชาวบ้านก็นำกระสอบทรายและใช้ไม้ตอกเสาเข็ม เพื่อป้องกันไม่ให้สะพานถูกกัดเซาะ และล่าสุดเมื่อวันที่ ๑ กันยายน สะพานทรุดตัวเป็นหลุมใหญ่ ขณะนี้รถยนต์ ๔ ล้อไม่สามารถผ่านได้ เนื่องจาก อบต. บึงกอก มีงบประมาณไม่เพียงพอ ดิฉันจึงขอให้กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ได้เร่งรัดดำเนินการ🔗

ประเด็นสุดท้ายประเด็นที่ ๓ สะพานข้ามแม่น้ำแคววังทอง บริเวณ หน้าวัดหลวง หมู่ที่ ๑ ตำบลท่าตาล อำเภอบางกระทุ่ม สร้างเมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว โดยเส้นทางนี้ เป็นเส้นทางที่เชื่อมระหว่าง ๓ ตำบล ตำบลท่าตาล ตำบลบางกระทุ่ม ตำบลนครป่าหมาก ซึ่ง ๔๐ ปีที่แล้วสร้างไว้เป็นพื้นสะพานไม้มีความกว้างเพียง ๒ เมตร และยาว ๓๐ เมตร ปัจจุบันนี้พื้นสะพานไม้ชำรุดเสียหายหนักมาก แล้วก็สะพานนี้พี่น้องประชาชนและนักเรียน ใช้สัญจรเป็นประจำทุกวัน ดิฉันจึงขอเร่งรัดให้แขวงทางหลวงชนบท กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ได้เร่งก่อสร้างสะพานใหม่บริเวณหน้าวัดหลวง หมู่ที่ ๑ ตำบลท่าตาล อำเภอบางกระทุ่ม โดยเร่งด่วน ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณยูนัยดี วาบา🔗

นายยูนัยดี วาบา ปัตตานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ยูนัยดี วาบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๔ จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือ ท่านประธานเรื่องร้องขอจากท่านอิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น ในเรื่องของขอเพิ่มค่าตอบแทน ซึ่งภารกิจงานของท่านอิหม่ามเกี่ยวข้องกับมุสลิมตั้งแต่เกิดจนถึงเสียชีวิต ซึ่งการจัดงานศพ ของพี่น้องมุสลิมจะต้องจัดงานศพ คือการรีบฝังศพไม่เกิน ๒๔ ชั่วโมง ซึ่งท่านอิหม่ามก็ต้อง Standby ทำหน้าที่ตรงนี้ ไม่ว่าเวลานั้นจะเกินเที่ยงคืนแล้วก็ตาม ท่านประธานครับ ภารกิจของอิหม่ามมีมากมาย จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของท่านผู้ว่าราชการ จังหวัด ท่านนายอำเภอ หรือจากหน่วยงานอื่น ๆ ให้มัสยิดเป็นศูนย์กลางประชาสัมพันธ์ หรือบางพื้นที่ส่วนราชการจะใช้พื้นที่เป็นสถานที่ประชุม หรือคูหาเลือกตั้ง อิหม่ามส่วนใหญ่ จะเป็นผู้สูงอายุ มีอายุมากกว่า ๖๐ ปี ซึ่งจะไม่ได้รับเงินค่าเบี้ยผู้สูงอายุ จึงเกิดความ ไม่เป็นธรรม จึงขอฝากท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทยให้พิจารณาเรื่องค่าตอบแทน ของท่านอิหม่ามนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องเงินสวัสดิการกองทุนสงเคราะห์ค่ารักษาพยาบาลของ ผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเอกชน ผมมีโอกาสได้ไปเยี่ยมคุณครู ที่เข้าโรงพยาบาลซึ่งจะต้องรักษาโดยการผ่าตัด คุณครูมีวงเงินในการรักษาพยาบาล ๑๕๐,๐๐๐ บาทต่อปี ซึ่งไม่เพียงพอในการผ่าตัด ซึ่งคุณครูจะต้องตัดสินใจว่าตัวเองจะต้อง ลาออกจากการบรรจุการเป็นครู ซึ่งตรงนี้ในขณะที่คุณครูกำลังรอการรักษาจะต้องตัดสินใจ ที่ตัวเองจะต้องลาออกจากการบรรจุการเป็นครู ขอฝากท่านประธานเห็นใจบุคลากร ทางการศึกษาโรงเรียนเอกชน ขอฝากท่านประธานประสานไปยัง สช. สำนักงานส่งเสริม การศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณเทียบจุฑา ขาวขำ ครับ🔗

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขตอำเภอบ้านผือ น้ำโสม และนายูง ดิฉันขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือกับท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้🔗

ปัญหาข้อที่ ๑ ปัญหาของเรื่องถนนทางหลวงชนบท สาย ๔๐๐๔ คับแคบ เกิดอุบัติเหตุบ่อย ๆ ถนนเส้นนี้เป็นทางสัญจรไปมาเชื่อมระหว่างตำบล ระหว่างอำเภอ ไปถึง ท่าบ่อได้ แล้วก็พี่น้องประชาชนเดินทางกลางคืนอันตรายมาก เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อย ๆ นะคะ จึงขอให้ช่วยขยายไหล่ทางถนนให้มันกว้างขึ้น และขอไฟฟ้าส่องสว่างให้กับพี่น้องประชาชน ที่สัญจรไปมาอย่างปลอดภัย ดิฉันเองก็เคยหารืออยู่บ่อย ๆ นะคะ🔗

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบล จำปาโมง นายกองค์การตำบลเมืองพาน ตลอดจนพี่น้องประชาชนทั้ง ๒ ตำบล ซึ่งได้รับ ความเดือดร้อนจากปัญหาแหล่งน้ำ คือปัญหาแหล่งน้ำลำน้ำจำปาโมง ลำน้ำนาแมน ลำน้ำ ห้วยน้ำฟ้าตื้นเขิน พอมันตื้นเขินตอนนี้ฝนตกหนักค่ะ มีวัชพืชก็มาก รองรับน้ำฝนก็ไม่ได้ น้ำก็ท่วมนา ท้องนาเป็นทะเลเลยค่ะ ไม่ต้องไปดูที่พัทยา มาดูทะเลท้องนาที่บ้านผือได้เลยค่ะ ดังนั้นเรื่องนี้ดิฉันได้หารือไปหลายครั้งแล้ว ขอให้กรมชลประทานช่วยมาดูแลเรื่องการขุดลอก มาแก้ปัญหาเรื่องแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรโดยการขุดลอก หรือพอขุดลอกเสร็จก็ขอให้ก่อสร้าง ฝายน้ำล้นเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง พวกดิฉันและพรรคเพื่อไทยพูดอยู่ตลอดขอให้ช่วย หน่อยเถอะค่ะ ขุดลอกเพื่อแก้ปัญหาการเกษตร🔗

เรื่องที่ ๓ ดิฉันต้องขอบคุณไปยังกำนันนรินทร์ และท่านผู้ใหญ่บ้านตำบลนาแค แล้วก็นายก อบต. ตำบลนาแค ตลอดจนเจ้าหน้าที่รักษาป่าที่ช่วยกันค้นหาเด็กที่หาย หลงเข้าป่าใน ๓ วัน ๒ คืนได้สำเร็จ ก็ขอขอบคุณผ่านไปยังตรงนี้ด้วย ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ครับ🔗

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย ผมขอหารือผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงพาณิชย์ ขอให้เตรียมการป้องกันแก้ไขปัญหา ผลกระทบจากการประกาศของกระทรวงพาณิชย์ ในเรื่องราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมาไม่กี่วัน ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ได้ลงนามในประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ภายในประเทศ ปี ๒๕๖๘/๒๕๖๙ โดยมีสาระสำคัญกำหนดให้โรงงานอาหารสัตว์ ในกรุงเทพมหานครจะต้องรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ความชื้นไม่เกิน ๑๔.๕ เปอร์เซ็นต์ ในราคาไม่ต่ำกว่า ๙.๘๐ บาท และได้กำหนดให้ผู้ประกอบการ พ่อค้าทั่วไปในเขตจังหวัด เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร พิจิตร ชัยภูมิ และอุทัยธานี จะต้องรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่ความชื้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ จากเกษตรกรไม่ต่ำกว่า ๗.๐๕ บาทต่อกิโลกรัม หากผู้ใดฝ่าฝืน ต้องโทษระวางจำคุกไม่เกิน ๗ ปีหรือปรับไม่เกิน ๑๔๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นการ ใช้ยาแรงครั้งแรกต้องชื่นชมรัฐบาลครับ ท่านประธานครับ ผมขอตั้งข้อกังวลใจ ๒ เรื่องที่จะ ส่งผลกระทบ เรื่องแรกเมื่อต้นทุนอาหารสัตว์สูงขึ้นเป็นไปได้ว่าโรงงานอาหารสัตว์อาจจะ ขอขึ้นราคาอาหารสัตว์จากกรมการค้าภายใน แล้วก็เชื่อว่ากรมการค้าภายในไม่ให้ขึ้นครับ อาจจะเป็นไปได้ว่าโรงงานอาหารสัตว์อาจจะปรับสูตรอาหารสัตว์เพื่อลดต้นทุนจะส่งผลต่อ คุณภาพอาหารสัตว์ที่จะด้อยลง แล้วก็จะส่งผลต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ และในเรื่องที่ ๒ ผมกังวลว่าอีกระยะเวลาไม่นานราคาไข่ไก่ เนื้อไก่ เนื้อหมูจะสูงขึ้น เพราะต้นทุนการผลิต ของผู้เลี้ยงสูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อพี่น้องคนไทยที่จะบริโภคภายในประเทศ กระผม จึงขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เรียกผู้ที่ได้รับผลกระทบจากประกาศ กระทรวงฉบับนี้เข้ามาพูดคุย เจรจา แก้ปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคตครับ เพื่อสร้าง ความสมดุล สร้างจุดร่วมให้เกิดความยั่งยืนในการแก้ปัญหา เพื่อจะไม่เกิดผลกระทบ กับพี่น้องเกษตรกร แล้วก็ผลกระทบกับคนไทยที่จะต้องซื้อไข่ไก่ ซื้อเนื้อไก่ ซื้อเนื้อหมูสูงขึ้น ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะครูและนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนราชวินิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ซึ่งกำลังฟังการประชุมอยู่ชั้นบน ขอต้อนรับทุกท่านที่มาเยี่ยมชม และฟังการประชุมสภาในวันนี้ครับ ต่อไปขอเชิญคุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ครับ🔗

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครพนม เขต ๑🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ นครพนม

ผมขออภิปรายหารือความเดือดร้อน ของพี่น้องชาวอำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ร้องเรียน เดือดร้อนมานานหลายสิบปีในความ รับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทยและของ อบต. นางัว อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ถนนลูกรังจากบ้านนางัวไปบ้านกุดน้ำใสเป็นหลุมเป็นบ่อ โคลนตม เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงขอให้แก้ปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วน ก่อสร้างเป็นถนนปลอดภัย เป็นถนนคอนกรีต เสริมเหล็กระยะทาง ๓ กิโลเมตร🔗

เรื่องที่ ๒ ในความรับผิดชอบของกระทรวงสาธารณสุข พี่น้องประชาชน ร้องเรียนจำนวนมาก ต้องรอหมอนาน รอคิวยาว ขาดแคลนนายแพทย์ หมอไม่อยู่ที่ โรงพยาบาล ไปรอตรวจตั้งแต่ ๖ โมงเช้า ได้ตรวจ ๑๐ โมง แล้วนัดฟังผลบ่าย พอถึงบ่าย แจ้งว่าหมอไม่อยู่ นัดให้ไปหาหมอฟังผลตรวจวันใหม่ คนป่วยจำนวนมาก ต้องเดินทางไกล จากอำเภอนาหว้าไปตรวจที่โรงพยาบาลในเขตจังหวัดสกลนครถึงจะได้ตรวจเสร็จในวันเดียว และไม่ต้องรอคิวนาน จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขได้เพิ่มหมอ นายแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ให้แก่โรงพยาบาลนาหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม เพราะโรงพยาบาล นาหว้าขาดแคลนบุคลากรทางด้านการแพทย์และมีคนไข้จำนวนมาก เพราะเป็นอำเภอใหญ่ ประชากรมาก กระผมขอขอบพระคุณผู้อำนวยการโรงพยาบาลนาหว้า นายแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ทุกท่านที่ทำงานบริการพี่น้องประชาชนรักษาคนไข้อย่างเหน็ดเหนื่อยมาก และขอขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารของกระทรวง และสาธารณสุขจังหวัดที่ได้อนุมัติก่อสร้างอาคาร ๓ ชั้นให้แก่โรงพยาบาลนาหว้า และโรงพยาบาลบ้านแพง จังหวัดนครพนม กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะนักเรียน อาจารย์จากโรงเรียนเทศบาล ๓ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัด สุราษฎร์ธานีนะครับ ซึ่งนำโดย นางสาวกานสินี โอภาสรังสรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอต้อนรับทุกท่านครับ แล้วก็ขอบคุณครับ ที่มาเยี่ยมชมรับฟังการประชุมสภาในวันนี้นะครับ ต่อไปขอเชิญคุณกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ ครับ🔗

นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม กระแส ตระกูลพรพงศ์ จากลุ่มแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย พรรคพลังประชารัฐ มีเรื่องหารืออยู่ ๒ เรื่องด้วยกันครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ หนองคาย

เรื่องแรก ในการก่อสร้างสายทาง เลี่ยงเมืองบริเวณ กม. ที่ ๙ ก่อนจะถึงจังหวัดหนองคาย ในสัญญาก่อสร้างนั้นระบุไว้ว่า ในปี ๒๕๖๓ ก่อสร้างเสร็จในปี ๒๕๖๖ ซึ่งปัจจุบันนี้สายทางดังกล่าวก็ทำการเสร็จสิ้น เป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ผ่านมาแล้วปีเศษ ๆ เกือบ ๒ ปี แต่ปัจจุบันนี้ยังไม่ได้เปิดให้ใช้ พี่น้อง ประชาชนชาวจังหวัดหนองคายได้สอบถามผมมาว่าท่าน สส. ไปถามท่านประธานสภา ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้หน่อยว่าจะเปิดให้ใช้ในวันไหนนะครับ ก็เรื่องแรก🔗

เรื่องที่ ๒ ขอมีไฟแสงสว่างระหว่างตำบลบ้านเดื่อไปยังอำเภอโพนพิสัย บ้านปากสวย บริเวณเทศบาลบ้านเดื่อ จังหวัดหนองคาย เป็นรอยต่อยังขาดเพียงอยู่ ๒ กิโลเมตรเท่านั้น ถ้าได้ไฟส่องสว่าง ๒ กิโลเมตรที่ยังขาดอยู่ก็จะถือว่าได้เสร็จสมบูรณ์ ใคร่ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ครับ🔗

นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอมาทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับเรื่องผลกระทบ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่เกิดจากโครงการใหญ่ ๆ ของภาครัฐ แล้วก็ท้องถิ่นที่เรียกว่าขาดการ รับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

เรื่องแรกคือ เรื่องการก่อสร้าง โครงการทางรถไฟในตำบลห้วยสักและดอยลานค่ะ แม้ว่าโครงการนี้จะเรียกว่าความเจริญ มาให้กับพี่น้องในพื้นที่ก็จริง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นชาวบ้านจะต้องอยู่จมกับระบบระบายน้ำ ที่เสียหายค่ะ น้ำท่วมไปถึงไร่นาแล้วก็พื้นที่เกษตรกรของพี่น้องประชาชน อีกทั้งถนน ยังชำรุดแล้วก็เสียหายจากรถบรรทุกสิ่งก่อสร้างที่เข้าไปในชุมชน และผู้รับเหมาเอง ก็ไม่รับผิดชอบใด ๆ อยากจะฝากไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องให้เร่งตรวจสอบและลงมือแก้ไข อย่างจริงจัง ไม่ใช่ปล่อยให้พี่น้องประชาชนต้องรับมือเผชิญปัญหาเพียงลำพังนะคะ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับโครงการไฟฟ้าขยะของ อบต. ป่าหุ่ง ที่ต้องบอกว่า พี่น้องประชาชน ๑,๘๐๐ ราย ได้เซ็นชื่อคัดค้าน ก่อนหน้านี้จะเกิดขึ้นที่ อบต. ป่าหุ่ง ตอนนี้จะเกิดที่ อบต. ทานตะวันค่ะ เหตุผลนั่นก็คือ ๑. มันตั้งอยู่ที่ใกล้แหล่งน้ำสำคัญ ที่เลี้ยงชีวิตพี่น้องประชาชนกว่า ๒๐,๐๐๐ คน และพื้นที่เกษตรกรกว่า ๖๐,๐๐๐ ไร่ อยู่แถวนั้น ๒. ใกล้พื้นที่ชุมชนและใกล้โรงพยาบาลผ่าน ๓ กิโลเมตร ซึ่งมีความเสี่ยง ต่อการที่จะเกิดมลพิษ PM2.5 แล้วก็สารปนเปื้อนภายในอากาศค่ะ🔗

เรื่องที่ ๓ การดำเนินการที่ไม่โปร่งใสของผู้ที่มาซื้อที่ดินนะคะ ต้องบอกว่า ขัดต่อกฎหมายและผังเมือง เพราะว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่กำหนดเป็นพื้นที่สีเขียว นี่คือการ ละเมิดสิทธิประชาชนอย่างชัดเจน แล้วเราไม่อาจเพิกเฉยต่อไปได้ ดิฉันอยากขอฝาก ไปทางรัฐบาลว่าอย่าเพิกเฉยกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และขอร้องเรียน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๑. เร่งแก้ไขปัญหาโครงการทางรถไฟอย่างทันที และ ๒. ยุติ โครงการโรงไฟฟ้าขยะที่ อบต. ป่าหุ่ง อย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมสุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณฐิติมา ฉายแสง ครับ🔗

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ในขณะที่ปัญหาของการเมืองกำลัง วุ่นวายสับสนกันอยู่เป็นนาทีเลย แต่ปัญหาของพี่น้องประชาชนก็ยังคงมีอยู่ ท่านประธานคะ ดิฉันขอเริ่มดังนี้ค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

เรื่องแรก ผักตบชวาเอาอีกแล้วค่ะ ก่อนอื่นดิฉันขอขอบพระคุณทางโครงการส่งน้ำพระองค์เจ้าไชยานุชิตที่เข้ามากำจัด ผักตบชวาในคลองประเวศบุรีรมย์ แล้วก็ขอบคุณกรมชลประทาน จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่เข้ามากำจัดผักตบชวาที่ศูนย์นิสสัน ตำบลบางไผ่ แต่ว่าเมื่อวานซืนคุณสมพงศ์ โพธิมากูล ได้โทรมาร้องเรียนกับดิฉันว่าในคลองนาบล ตำบลคลองนา อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ช่วงที่ต่อเนื่องจากจุดเดิมมีผักตบชวาหนาแน่นเลย ก็ขอให้โครงการชลประทานนั้นได้รีบเร่ง กำจัดด้วยค่ะ🔗

เรื่อง ๒ ไฟส่องสว่างบนถนนทางหลวงชนบท ฉช. ๒๐๐๔ มืดดับตั้งแต่ ช่วงหน้าวัดแพรกนกเอี้ยงมาถึงบริเวณสะพานข้ามคลองบางกะรุ ตำบลบางเตย อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ก็เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุกับพี่น้องประชาชนที่ใช้ถนน ขอให้กรมทางหลวง ชนบทเข้ามารีบเร่งแก้ไข🔗

เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องที่คุณคำรณ ปันยารชุน ร้องเรียนมาทาง Page ฐิติมา ฉายแสง ว่าบนถนนทางหลวงหมายเลข ๓๒๐๐ ช่วงตั้งแต่วัดจีนประชาสโมสรถึงบริเวณ ปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านใหม่ ระยะทางประมาณ ๙๐๐ เมตร มีผิวจราจร ๔ ช่องจราจรด้วยกัน บริเวณดังกล่าวมันไม่มีเกาะกลางถนน แล้วก็มีชุมชนขนาดใหญ่ หมู่บ้านจัดสรรก็หลายแห่ง ปั๊มน้ำมัน ๒ แห่ง ตลาดสด ตลาดนัด เต็มไปหมดเลย พี่น้องประชาชนก็ขับรถเลี้ยวไปเลี้ยวมา ข้ามถนนไป เกิดอุบัติเหตุได้แทบทุกวันเลยค่ะ เพราะฉะนั้นขอให้แขวงการทางเข้ามาแก้ไข ปัญหาโดยเร่งด่วน🔗

เรื่องสุดท้าย เรื่องของแขวงการทางเช่นเดียวกันค่ะ คุณสุรเดช แก้ววัง ร้องเรียนมาทาง Page ฐิติมา ฉายแสง ว่าถนนทางหลวงหมายเลข ๓๑๕ สามแยกเข้า บริษัท ดั๊กคิง จำกัด ตำบลดอนทราย อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยจุดแยกดังกล่าว เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งเช่นเดียวกัน ก็ขอให้แขวงการทางมาติดตั้งป้ายเตือนทางแยก หรือป้ายลดความเร็ว หรือว่าไฟกระพริบด้วย ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณกฤช ศิลปชัย ครับ🔗

นายกฤช ศิลปชัย ระยอง

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม กฤช ศิลปชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกฤช ศิลปชัย ระยอง

ท่านประธานครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ว่าที่บริเวณซอยแหลมประดู่ ซอยที่ ๑ และซอยที่ ๖ มีน้ำท่วมซ้ำซากเนื่องจากท่อระบายน้ำมีเข้าไปเพียงแค่ครึ่งซอย ทำให้เวลาฝนตกหนักชาวบ้านบริเวณจุดนี้ต้องได้รับผลกระทบอย่างซ้ำซาก ต้องทนอยู่กับ น้ำท่วมตลอดเวลา สไลด์ต่อไปคือซอยที่ ๖ ทางมันเป็นเนินลงต่ำไปอย่างนี้ เวลาน้ำท่วม ท่วมถึงคอแล้วต้องใช้เรือในการสัญจรสร้างความเสียหาย แล้วก็เป็นอย่างนี้มานานแล้วครับ ยังไม่ได้รับการแก้ไข ก็ฝากท่านประธานหารือไปถึงท่านผู้ว่าราชการจังหวัดระยองให้เร่งหา แนวทางแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของร้านอาหาร ร้านกาแฟ คาเฟ่ ที่รุกล้ำลำน้ำบริเวณ คลองลาวน ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เรื่องนี้ทางกรมเจ้าท่าได้มีคำสั่งให้รื้อถอน แล้วก็ระงับใช้อาคารแล้วไปตั้งแต่เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่ว่าปัจจุบันคาเฟ่ แห่งนี้ก็ยังฝ่าฝืนกฎหมายอยู่ ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของทางราชการ ดูจากสลิปการโอนเงิน ที่ทีมงานผมไปซื้อของมาเมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๘ ยังมีการเปิดปกติท้าทายกฎหมายมาก ก็ต้องขอฝากท่านประธานส่งเรื่องให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดระยองช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง หน่อยว่าเรื่องนี้มีหน่วยงานไหนปล่อยปละละเลยหรือไม่ หรือว่ามีกลุ่มผู้มีอิทธิพล กลุ่มไหนหนุนหลังอยู่ด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมถือว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แล้วก็ท้าทาย กฎหมายอย่างมากครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุดท้าย ที่หารือวันนี้นะครับ ขอเชิญคุณวันนิวัติ สมบูรณ์ ครับ🔗

นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วันนิวัติ สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ ๑๐ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานทั้งหมด ๓ เรื่องครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ขอนแก่น

เรื่องที่ ๑ ขอให้ซ่อมแซมถนนทางเชื่อม ตำบลในพื้นที่อำเภอชนบท จำนวน ๒ เส้นทาง ดังนี้ ๑.๑ เส้นทางเชื่อมระหว่างบ้านโนนศิลา ตำบลวังแสง เชื่อมกับบ้านเหล่าเหนือ ตำบลห้วยแก อำเภอชนบท ถนนเส้นนี้พาดผ่าน วนอุทยานประจำอำเภอ วนอุทยานภูหัน-ภูระงำ แล้วยังเป็นเส้นทางไปอย่างวัดป่าวิเวก ภูนางงำด้วย เป็นถนนดินแดงบางส่วนเมื่อเวลาฝนตกถนนจะลื่นเป็นห่วงพี่น้องประชาชน ระยะทางรวมทั้งหมด ๑๐.๙ กิโลเมตร ในส่วนที่เป็นถนนดินแดง ๓.๒ กิโลเมตร ๑.๒ เส้นทางบ้านโซ่ง ตำบลห้วยแก เชื่อมกับบ้านหูลิง ตำบลวังแสง อำเภอชนบท จังหวัด ขอนแก่น เช่นเดียวกันเป็นถนนลาดยางที่สร้างมานานแล้ว เส้นนี้เคยได้รับการซ่อมแซม โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นแล้ว แต่ว่าปัจจุบันผ่านมานานแล้ว แล้วก็ยังมี บางส่วนที่ยังไม่ได้รับการดูแล ระยะทางทั้งสิ้น ๑๒.๑ กิโลเมตร ส่วนที่ชำรุด ๒.๖ กิโลเมตร🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้ซ่อมแซมถนนทางเชื่อมตำบลเช่นเดียวกันในอำเภอโคกโพธิ์ไชย จังหวัดขอนแก่น เส้นทางตั้งแต่บริเวณแยกทางหลวงหมายเลข ๒๒๙ เข้าไปยังบ้านซับบอน ตำบลทรัพย์สมบูรณ์ และเชื่อมกับบ้านโนนคูณ ตำบลบ้านโคก อำเภอโคกโพธิ์ไชย จังหวัด ขอนแก่น เส้นนี้เป็นถนนแอสฟัลติกลาดยางที่ก่อสร้างมาระยะเวลายาวนานแล้ว ผิวทางชำรุด แล้วก็เป็นหลุม บางส่วนยังเป็นถนนดินแดงอยู่เลย ยังเป็นลูกรังอยู่โดยเฉพาะหน้าฝน เป็นห่วงพี่น้องประชาชนฝากท่านประธานช่วยดูแลครับ ระยะทั้งสิ้น ๓.๙ กิโลเมตร🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้ได้ดำเนินการขยายช่องทางจราจร ทางหลวงหมายเลข ๒๔๔๐ เส้นทางอำเภอพล อำเภอหนองสองห้อง และอำเภอทางพาด ถนนเส้นนี้เป็นทางหลวง อีกเส้นหนึ่งเส้นรองที่พี่น้องประชาชนใช้เดินทางสัญจรข้ามจังหวัด ยังมีอีก ๓ ส่วนที่ยังไม่ได้ รับการขยายให้เป็น ๔ เลน ขอรบกวนท่านประธานฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ขอบคุณครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๗๓ คน
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านสมาชิก ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อเพื่อเข้าประชุมจำนวน ๓๓๕ ท่านแล้วนะครับ ครบองค์ประชุมครับ ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งไม่ปรากฏอยู่ใน ระเบียบวาระนะครับ🔗

๑. รับทราบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ🔗

ตามที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ วรรคสาม ประกอบมาตรา ๘๒ ว่าด้วยความเป็นรัฐมนตรีของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๗๐ วรรคหนึ่ง (๔) ประกอบ รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๖๐ (๔) และ (๕) หรือไม่ เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๘ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นลงเพราะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๗๐ วรรคหนึ่ง (๔) มาตรา ๑๖๐ (๕) นับตั้งแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๗๐ ประกอบมาตรา ๘๒ วรรคสอง ส่งผลให้รัฐมนตรีทั้งคณะ ต้องพ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๖๗ วรรคหนึ่ง (๑) โดยให้นำมาตรา ๕๖๘ วรรคหนึ่ง (๑) มาใช้บังคับกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีที่พ้นตำแหน่งต่อไป จึงเรียนมาให้ท่านสมาชิกทราบครับ🔗

๒. รับทราบการพิจารณาของวุฒิสภา🔗

ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งหนึ่ง) วันจันทร์ที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๘ และครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งหนึ่ง) เมื่อวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๖๘ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณา และลงมติให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๙ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบแล้ว และได้ส่งร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อดำเนินการต่อไป จึงแจ้งมาให้ที่ประชุมทราบนะครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา ซึ่งเป็นร่างพระราชบัญญัติที่วิป ทั้ง ๒ ฝ่ายได้ตกลงแล้วว่าจะนำเรื่องใดมาเรียงลำดับในการประชุมวันนี้ ในวันศุกร์ด้วยนะครับ🔗

๑. ร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติทำนองเดียวกันอีก ๒ ฉบับ ได้แก่🔗

๑. ร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายพชร จันทรรวงทอง กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ซึ่งอยู่ในระเบียบวาระที่ ๕.๒🔗

๒. ร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายชวาล พลเมืองดี กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ซึ่งยังไม่อยู่ในระเบียบวาระ🔗

ผมเห็นว่าร่างทั้ง ๓ ฉบับ สามารถพิจารณาและลงมติรวมกันได้ แต่เนื่องจากว่าร่างของ คุณชวาล กับคณะ ยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระตามข้อบังคับ ข้อ ๒๘ กำหนดให้ที่ประชุมต้องพิจารณาเรื่องที่อยู่ในระเบียบวาระก่อน เว้นแต่ที่ประชุม จะเห็นเป็นอย่างอื่น ผมจึงขอปรึกษาว่าขอนำระเบียบวาระทั้ง ๓ นี้ ซึ่งเป็นเรื่องทำนอง เดียวกันมาพิจารณาพร้อมกันเลยตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) ข้อ ๒๘ และข้อ ๑๑๗ วรรคสาม ท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ถ้าไม่เห็นเป็นอย่างอื่นก็ขอนำร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๓ มาพิจารณาพร้อมกันนะครับ🔗

ผมจะขอเชิญผู้เสนอกับคณะทั้ง ๓ ได้แถลงหลักการและเหตุผลตามลำดับ ขอเชิญท่านแรก คุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธานได้เสนอร่าง ถึงแม้ว่าสภาของเราวันนี้จะบรรยากาศไม่ค่อยปกติก็เงียบเหงาสักนิดหนึ่ง แต่ว่าก็ต้องทำหน้าที่ ของเราไปจนวินาทีสุดท้าย แต่ว่าวันนี้กฎหมายที่ผมเสนอเป็นกฎหมายที่เราได้เสนอเข้ามาสู่ สภาผู้แทนราษฎรมาเป็นระยะเวลาหลายเดือนแล้ว แล้วก็วันนี้ได้เข้าสู่ระเบียบวาระ การพิจารณา ถ้าจะมีเหตุการณ์อุบัติเหตุทางการเมืองก็น่าเสียดาย เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติ โรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้เป็นความตั้งใจที่จะยกระดับการดูแลพี่น้องประชาชนให้มี ความปลอดภัยจากผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่มีจรรยาบรรณ ที่ประกอบการ โรงงานแล้วเป็นภาระทางด้านสิ่งแวดล้อม แล้วก็เกิดผลกระทบกับพี่น้องประชาชน ผมเอง ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เป็นประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเมื่อ ๒ ปีที่แล้วได้มีโอกาสทำหน้าที่ตรงนี้ก็เห็นปัญหาของอุตสาหกรรมไทย ที่เราคิดว่าได้สร้างผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม แล้วก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของ พี่น้องประชาชน เมื่อเราทำหน้าที่ในฐานะกรรมาธิการแล้วเราก็ได้มีการศึกษาแล้วก็เสาะหา ข้อเท็จจริงจนได้ข้อสรุปว่าปัญหาส่วนหนึ่งนอกจากปัญหาที่เกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐในการปฏิบัติ หน้าที่แล้ว ปัญหาที่ ๒ ที่สำคัญก็คือเรื่องของกฎหมายที่ยังเป็นช่องว่างให้ผู้ประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่มีจรรยาบรรณได้ใช้ช่องว่างของกฎหมายนี้ในการละเมิดกฎหมาย สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แล้วก็สร้างผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชน ผมเองพร้อมด้วยคณะจึงได้ร่วมกันเสนอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขึ้นมาเสนอต่อท่านประธานให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้พิจารณาแก้ไขปรับปรุง ร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ อยากจะนำเรียนท่านประธานถึงเหตุผลที่จะต้องมีการแก้ไขร่างดังกล่าว ขออนุญาตท่านประธานได้ดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมสภา ขออนุญาตได้ชี้แจง เหตุผลในการปรับปรุงร่างที่ได้เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้พิจารณา โดยที่ภายหลัง ประกาศบังคับใช้พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๕๖๒ และร่างพระราชบัญญัติ โรงงาน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ พบว่ายังคงมีบัญญัติบางประการไม่เหมาะสม และไม่สอดคล้อง กับสภาพการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะการควบคุมการประกอบกิจการขนาดเล็กที่มีความเสี่ยง และมีความเป็นอันตรายโดยสภาพของสถานประกอบการนั้น รวมทั้งข้อจำกัดเกี่ยวกับ อำนาจในการกำกับดูแลเอกชนที่เป็นผู้รับผิดชอบในพื้นที่เขตประกอบการอุตสาหกรรม ข้อจำกัดของหน่วยงานเฉพาะที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการแก้ไขปัญหาเฉพาะเรื่องที่ สำคัญทางด้านสิ่งแวดล้อม ข้อจำกัดในการใช้มาตรฐานบังคับทางการปกครอง ข้อจำกัด เกี่ยวกับหลักประกันในการนำมาเยียวยาและฟื้นฟูความเสียหายหรือผลกระทบที่เกิดขึ้นจาก การประกอบกิจการโรงงาน ข้อจำกัดเกี่ยวกับหน้าที่ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ข้อจำกัดเกี่ยวกับบทกำหนดโทษทางอาญาในการลงโทษผู้กระทำความผิด ดังนั้นสมควร ต้องแก้ไขเพิ่มเติมการกำหนดจำพวกของโรงงาน การกำหนดความรับผิดทางแพ่ง การกำหนด หน้าที่ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การกำหนดอำนาจในการกำกับดูแลในพื้นที่ เขตประกอบการอุตสาหกรรม การกำหนดให้มีการใช้มาตรฐานบังคับทางปกครอง ที่เหมาะสม การกำหนดให้ต้องจัดทำประกันภัย รวมถึงเพิ่มบทกำหนดโทษอาญาให้สูงขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ อันนี้คือหลักการและเหตุผลที่ได้นำเรียนท่านประธาน ให้เพื่อนสมาชิกได้รับทราบถึงความจำเป็น ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างที่ผมได้นำเรียน ท่านประธานถึงเหตุผลในการปรับปรุงร่างกฎหมายตรงนี้ ท่านประธานคงได้ยิน เมื่อไม่กี่สัปดาห์นี้เราก็ได้เห็นโรงงานพลุระเบิด จริง ๆ โรงงานพลุระเบิดเมื่อ ๒-๓ สัปดาห์ ที่ผ่านมาไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ เมื่อปีที่แล้วก็ระเบิดมาแล้วครั้งหนึ่งก็เสียชีวิตไป ๑๐ กว่าราย เมื่อไม่กี่วันนี้อาจจะไม่เป็นข่าวดังเพราะว่ามีข่าวอื่นดังกว่าแต่ว่าก็เสียชีวิตเยอะ โรงงานพลุ ชื่อว่าโรงงาน แต่ท่านประธานทราบไหมว่าไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติโรงงาน เพราะว่าตัวร่างพระราชบัญญัติโรงงานกำหนดให้เป็นโรงงานจะต้องมีแรงม้า ๕๐ แรงม้า หรือใช้คนมากกว่า ๕๐ คนขึ้นไปถึงจะต้องเข้าข่ายเป็นตัวโรงงานที่จะต้องขออนุญาตจาก กระทรวงอุตสาหกรรมหรือกรมโรงงาน หรืออุตสาหกรรมจังหวัด โรงงานพลุที่ระเบิดขึ้น ก็ไปขออนุญาตเฉพาะที่อำเภอ ซึ่งจะต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. วัตถุระเบิด แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ความเชี่ยวชาญของหน่วยงานทางปกครองก็ไม่เหมือนกับทางกระทรวงอุตสาหกรรมที่เรามี ผู้เชี่ยวชาญในการควบคุม ในการออกแบบ ตรวจสอบเรื่องของกระบวนการผลิต เรื่องของ การออกแบบการก่อสร้างโรงงาน ซึ่งจะต้องมีความปลอดภัย มีความรอบคอบรัดกุม ตามหลักวิชาชีพทางด้านวิศวกรรม แต่ พ.ร.บ. ตัวนี้ผมคิดว่ามีความจำเป็นที่เราจะต้องเอามา ควบคุมตัวโรงงานขนาดเล็กที่ไม่เข้าข่ายตัว พ.ร.บ. โรงงานในปัจจุบัน ฉะนั้นก็ต้องอาศัย การแก้กฎหมายนี้เพื่อเพิ่มอำนาจให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมนั้นจะได้ ออกกฎกระทรวงในการที่จะประกาศให้โรงงานที่มีแรงม้าต่ำกว่า ๕๐ แรง หรือคนน้อยกว่า ๕๐ คน เข้าข่ายเป็นโรงงานที่จะต้องขออนุญาตจากทางกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิด การควบคุม การตรวจสอบเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ยกตัวอย่างเช่นโรงงานพลุเราก็ได้มีการ สอบข้อเท็จจริงกรณีโรงงานพลุระเบิดที่จังหวัดสุพรรณบุรี ก็ได้ข้อสรุปว่ากระบวนการในการ ผลิตพลุมันมีเหตุที่น่าสงสัยว่าจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยเกิดขึ้น ซึ่งถ้าอุตสาหกรรมจังหวัด หรือกรมโรงงานอุตสาหกรรมเข้าไปตรวจสอบโรงงานพลุได้ อุบัติภัยหรือเหตุเศร้าสลดที่มี คนเสียชีวิตจากพลุระเบิดก็จะไม่เกิดขึ้น ฉะนั้นเราคิดว่าสิ่งที่จำเป็นก็คือการกำหนดนิยามของ โรงงานให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยอาศัยการแก้กฎหมายฉบับนี้เพิ่มอำนาจให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมในการประกาศกฎกระทรวงออกมา🔗

ส่วนที่ ๒ ก็คือในส่วนของการกำหนดโทษ ที่ผ่านมาท่านประธานทราบไหมว่า โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ เมื่อมีการละเมิดกฎหมายปล่อยน้ำเสีย ปล่อยอากาศเสียออกมา หรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือประกอบกิจการส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย ของพี่น้องประชาชนโทษทางอาญาเมื่อถึงเวลาดำเนินการก็ส่งเรื่องไปที่กระทรวง หรือที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมก็จะมีคณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ โทษอาญาก็ไม่ได้เป็น โทษจำคุกจริง ถึงเวลามาก็มีเงินปรับ เมื่อปรับเสร็จก็ถือว่าโทษอาญาก็เป็นการยกเลิกไป อันนี้เป็นช่องว่างทางกฎหมายทำให้ผู้ประกอบการที่ไม่มีจรรยาบรรณยอมที่จะเสียค่าปรับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าผลประโยชน์ที่ได้จากการไม่บำบัดของเสียหรือกากจากโรงงาน อุตสาหกรรมอย่างถูกต้องมันมีกำไรกับธุรกิจของเขามากกว่า ยกตัวอย่างเช่นเมื่อปีที่แล้ว หรือ ๒ ปีที่แล้ว คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมลงพื้นที่ไปโรงงานแห่งหนึ่งมีการ ปล่อยน้ำเสียออกสู่พื้นที่สาธารณะ ท่านประธานทราบไหมดำเนินคดีอาญาไปก็ไป เปรียบเทียบปรับ เปรียบเทียบปรับเสียเงินไม่กี่แสน แต่โรงงานอุตสาหกรรมแห่งนี้ จากการศึกษาทราบว่าสามารถประหยัดต้นทุนที่ไม่ต้องบำบัดน้ำเสียเดือนหนึ่งล้านกว่าบาท ประหยัดค่าเคมี ประหยัดค่าคน ประหยัดค่าไฟ ประหยัดค่าบำรุงรักษาเครื่องในการบำบัด น้ำเสียหรือ Water Treatment เดือนหนึ่งล้านกว่าบาท ปีหนึ่งประหยัดไป ๑๐ กว่าล้านบาท ทำมา ๕ ปี ประหยัดไป ๖๐-๗๐ ล้านบาท แต่เสียค่าปรับแค่ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ปลาตาย ต้นไม้ตาย แต่ว่าปรับ ๓๐๐,๐๐๐ บาท แต่ได้กำไรไป ๖๐-๗๐ ล้านบาท นี่คือช่องว่างทางกฎหมายที่คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมคิดว่า มีความจำเป็นที่จะต้องอุดช่องโหว่ตรงนี้🔗

ส่วนที่ ๓ ก็คือความรับผิดชอบในส่วนของทางแพ่งที่จะต้องมีการปรับปรุง ท่านประธานคงจะได้ยินข่าวว่าที่ผ่านมามีโรงงานแห่งหนึ่งที่รับกำจัดกากของเสียที่เป็น อันตรายหรือที่เราเรียกว่า ๑๐๑ แล้วก็ ๑๐๖ ซึ่งเป็นโรงงานประเภทกำจัดกากของเสีย อุตสาหกรรมหรือโรงงาน Recycle ที่ผ่านมามีการกระทำการผิดกฎหมายหลายอย่าง มีการเผาทำลายอย่างผิดวิธี มีการฝังกลบอย่างผิดวิธี แล้วก็มีการดำเนินการในการกำจัด กากของเสียอย่างผิดวิธี ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ที่จังหวัดราชบุรีของกระผมมีโรงงาน แห่งหนึ่ง ท่านประธานทราบไหมครับ มีการฝังกลบหรือ Landfill อย่างผิดวิธี ทุกวันนี้ น้ำบาดาล น้ำผิวดินใช้ไม่ได้เลย เพราะอะไรครับ เพราะว่าขยะพิษที่ไปฝังกลบอย่างผิดวิธี ไม่สามารถที่จะไปกำจัดได้ ตอนนี้อยู่ใต้ดินคาดว่าน่าจะมีปริมาณหลายหมื่นตันหรืออาจจะถึง แสนตันด้วยซ้ำ สารพิษเหล่านี้หรือ Solvent เหล่านี้ก็ซึมไปที่น้ำบาดาล ไปน้ำผิวดิน พี่น้อง ประชาชนก็เดือดร้อนมาก ถามว่าวันนี้กรมควบคุมมลพิษไปฟ้องร้องใช้ระยะเวลา ๑๐ กว่าปี เกือบ ๒๐ ปี ล่าสุดบางแห่งมีการเผาทำลายกากของเสียอุตสาหกรรม ส่งผลกระทบต่อ อากาศ แต่กว่าจะดำเนินคดีได้ ๑๐ กว่าปี ๒๐ ปี ที่จะบังคับคดีทางแพ่งได้ แต่กฎหมาย ฉบับนี้จะมีการแก้ไขกฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรมในการฟ้อง เรียกร้องทางแพ่งในการดำเนินคดีอาญาให้อำนาจอัยการมากขึ้นในการที่จะดำเนินคดี ทางแพ่งเพื่อเอาเงินจากผู้ประกอบการมาเยียวยาพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที ได้อย่าง สมเหตุสมผล อันนี้คือสิ่งที่อยากจะนำเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกถึงความจำเป็น ในการแก้ไขกฎหมายตัวนี้🔗

สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือเรื่องของการบังคับให้ผู้ประกอบการ บางประเภท ผมย้ำว่าบางประเภทจะต้องทำประกันภัย ที่ต้องทำประกันภัยเพราะว่าเวลา มีปัญหาผู้ประกอบการเมื่อเวลาฟ้องร้องทางแพ่งแล้วก็ฟ้องล้มละลาย ถึงเวลาก็ไม่รู้จะไป เรียกร้องจากใคร ศาลตัดสินมา อย่างล่าสุดตัดสินมาให้จ่ายค่าเยียวยา ๕๐๐ ล้านบาท ยังไม่รู้เลยว่าจะไปเอาจากใครเพราะผู้ประกอบการก็อาจจะล้มหายตายจากไปแล้ว เพราะว่า ดำเนินคดีมา ๑๐ กว่าปี เกือบ ๒๐ ปี แล้วถามว่าจะไปเอากับใคร การที่ไม่ได้ให้อำนาจ อย่างชัดเจนก็ทำให้เกิดความเสียเวลา เกิดความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้น ฉะนั้นการแก้กฎหมาย ตรงนี้จะให้โรงงานบางประเภทจะต้องทำประกันภัยจากบริษัทประกันภัย ซึ่งเมื่อเวลา มีปัญหาเมื่อเจ้าหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้ความเห็นว่าเกิดผลกระทบ แล้วมีหลักฐานที่ชัดเจน บริษัทประกันภัยก็ต้องสามารถจ่ายเงินประกันให้กับผู้ได้รับ ผลกระทบก็คือพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที จากเหตุผลที่ผมได้นำเรียนท่านประธานมาหลาย ๆ เรื่องจึงเป็นที่มาของการที่จะต้อง ยื่นแก้ไขร่างพระราชบัญญัติโรงงานที่ได้นำเสนอท่านประธานไปก็มีหลักใหญ่ใจความ ประมาณ ๔ ประเด็นด้วยกัน ส่วนการแก้กฎหมายเราก็มีการยื่นแก้ในหลายมาตรา จึงขอให้ ทางเพื่อนสมาชิกได้ให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัตินี้เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ในการที่จะควบคุมดูแลผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมให้อยู่ในมาตรฐานการทำงาน แล้วก็ กำจัดผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่มีจรรยาบรรณให้ไม่ทำผลกระทบกับพี่น้อง ประชาชน ได้มีการดำเนินคดีทั้งอาญาและทางแพ่งอย่างทันท่วงที จึงขออนุญาต ท่านประธานได้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มาให้ท่านประธาน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาในวันนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ชุดที่ ๑ ท่านที่ ๒ ผู้เสนอ นายพชร จันทรรวงทอง เชิญครับ🔗

นายพชร จันทรรวงทอง นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพชร จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๓ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายพชร จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ผมมีความยินดีอย่างยิ่งที่วันนี้ ได้มีโอกาสนำเสนอหลักการและเหตุผลอันเป็นความสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ ต่อสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ กฎหมายไม่ใช่สิ่งที่หยุดนิ่งจะต้องปรับเปลี่ยน ตามสภาพของสังคมเสมอ ซึ่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้ใช้มานานกว่า ๓ ทศวรรษแล้ว ย่อมมีบทบัญญัติบางประการที่ไม่สอดคล้องกับสภาพของปัจจุบัน ของอุตสาหกรรมและความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม การพัฒนากฎหมายให้ทันต่อยุค ทันต่อสมัยคือหัวใจของการสร้างสังคมที่มีความมั่นคงและความเป็นธรรม การปรับปรุง กฎหมายที่มีอยู่เดิมให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ ถือเป็นภารกิจสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อสร้างหลักประกันว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศจะดำเนินควบคู่ไปกับการคุ้มครองสวัสดิภาพของพี่น้อง ชาวไทยและรักษาทรัพยากรไว้ให้ยั่งยืนสืบต่อไป ด้วยเหตุนี้ผมจึงขอเสนอให้สภาแห่งนี้ ได้โปรดพิจารณารับหลักการร่างพระราชบัญญัติโรงงานฉบับนี้ในวาระที่หนึ่งเพื่อยกระดับ การกำกับดูแลโรงงานของอุตสาหกรรมของประเทศไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานใหม่ที่ปลอดภัย และรับผิดชอบต่อสังคมยิ่งขึ้น โดยร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มีหลักการและเหตุผลดังนี้ พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ ถือเป็นกฎหมายหลักในการกำกับดูแลภาคอุตสาหกรรม ของไทยมาอย่างยาวนาน แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยีการผลิต ความซับซ้อนด้านสารเคมี ผลกระทบสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง ทำให้ ต้องแก้ไข พ.ร.บ. โรงงานที่ควบคุมมาตรฐานและความปลอดภัยของโรงงานใหม่ เพื่อเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการกำกับดูแลโรงงาน โดยเน้นความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราต่างได้เห็นโศกนาฏกรรมผลกระทบที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม ผ่านหน้าสื่ออยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเหตุระเบิดรุนแรงที่โรงงานที่ผ่านมา บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ซึ่งสร้างความความเสียหายเป็นวงกว้างและทิ้งสารพิษตกค้างไว้ในชุมชน หรือจะเป็นกรณีที่สารเคมีรั่วไหลจากโรงงานอินโดรามาที่จังหวัดนครปฐม เหตุการณ์เหล่านี้ ไม่ได้เป็นเพียงอุบัติเหตุแต่เป็นสัญญาณเตือนว่ากลไกทางกฎหมายที่เรามีอยู่นั้นอาจมีช่องว่าง ที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้พี่น้องคนไทยจะได้ประโยชน์ ๕ ประการ คือ ๑. โรงงานปลอดภัยขึ้นโดยรัฐมีอำนาจสั่งหยุด หรือปิดโรงงานที่ก่ออันตราย ร้ายแรง ๒. สิ่งแวดล้อมที่จะได้รับการคุ้มครอง โดยโรงงานจะต้องฟื้นฟู และแก้ไข ความเสียหายที่เกิดขึ้น ๓. เข้าถึงการชดเชยอย่างเร็วขึ้น โดยมีระบบประกันภัยให้โรงงาน ต้องซื้อประกันภัย ๔. ชุมชนได้รับการเยียวยา ผู้ประกอบการต้องร่วมชดใช้หากประชาชน หรือทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ๕. มาตรฐานโรงงานที่ชัดเจน ลดความเสี่ยงจากมลพิษ และผลกระทบระยะยาว ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนหลักสากลที่สำคัญทางนิติศาสตร์สิ่งแวดล้อม คือหลักการที่ว่าผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย ซึ่งหมายความว่าผู้ที่ก่อความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม เป็นผู้รับผิดชอบ และต้นทุนค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูแก้ไข ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นภาระของสังคม หรือภาษีของพี่น้องประชาชนที่กล่าวมา ท่านประธานครับ เพื่อให้บรรลุหลักการที่กล่าวมา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้เสนอแก้ไขเพิ่มเติมในประเด็น ๔ ประเด็น ดังนี้🔗

ประเด็นที่ ๑ การยกระดับมาตรฐาน และสร้างหลักประกันด้วยระบบ ประกันภัย โดยเพิ่มมาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๘ เพิ่ม (๙) และ (๑๐) โดยอย่างที่ได้กล่าวมา ข้างต้นปัจจุบันมาตรฐานโรงงานยังขาดความชัดเจน และไม่ครอบคลุมความรับผิดชอบ ต่อสังคมในภาพรวม ร่างกฎหมายฉบับนี้จึงเสนอให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวง เพื่อกำหนดมาตรฐานโรงงาน หรือมาตรฐานสากลที่ครอบคลุมความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม โดยกลไกการทำงานที่สำคัญคือกำหนดให้โรงงานบางประเภทที่มีความเสี่ยงสูง ต้องทำประกันภัยภาคบังคับเพื่อเป็นหลักประกันว่าเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นประชาชน ผู้เดือดร้อนจะได้รับการชดเชยอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรอผลการฟ้องร้องคดีที่อาจยาวนาน หลายปี นี่คือการเปลี่ยนแปลงเยียวยาเชิงรับ เป็นการสร้างหลักประกันเชิงรุกให้กับพี่น้อง ประชาชน🔗

ประการที่ ๒ การเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย ด้วยอำนาจสั่งหยุด หรือสั่งปิดโรงงาน โดยเพิ่มมาตรา ๔ แก้ไขมาตรา ๓๙ ซึ่งเดิมกลไกการบังคับใช้กฎหมาย อาจล่าช้าไม่เด็ดขาดพอที่จะหยุดยั้งความเสียหายร้ายแรงได้ทันที จึงแก้ไขให้ร่างฉบับนี้ เพิ่มอำนาจให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายสามารถสั่งหยุดกิจการชั่วคราว หรือสั่งปิดโรงงานได้ทันที หากพบว่ามีการฝ่าฝืนคำสั่ง หรือประกอบกิจการที่อาจก่อให้เกิด อันตรายร้ายแรง ซึ่งจะนำไปสู่การเพิกถอนใบอนุญาต ในท้ายที่สุดจุดสำคัญก็คือการเพิ่ม อำนาจให้สามารถสั่งให้โรงงานแก้ไขความเสียหายที่คืนสู่สภาพเดิมได้ เพื่อป้องกันการแก้ไข ปัญหาทิ้งโรงงานให้เป็นภาระของรัฐในการฟื้นฟู🔗

ประการที่ ๓ การสร้างความเป็นธรรมด้วยความรับผิดชอบทางแพ่ง ที่ชัดเจนขึ้น ที่ผ่านมาการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากโรงงานเป็นเรื่องยากสำหรับพี่น้อง ประชาชน เพราะภาระการพิสูจน์สูง และไม่มีบทบัญญัติที่กำหนดความรับผิดชอบไว้โดยตรง ในกฎหมายโรงงาน ร่างฉบับนี้จึงได้เพิ่มหมวดความรับผิดชอบทางแพ่งขึ้นมาใหม่ โดยกำหนด หลักการสำคัญคือผู้ประกอบการต้องร่วมรับผิดชอบในการกระทำการละเมิดของลูกจ้าง กล่าวคือหากโรงงานก่อให้เกิดความเสียหายผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบค่าสินไหมทดแทน แม้จะไม่ได้เกิดจากความจงใจหรือความประมาทก็ตาม เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าเหตุดังกล่าว เกิดขึ้นจากเหตุสุดวิสัย หรือความเสียหายของผู้เสียหายเอง หลักการนี้จะช่วยลดภาระ การพิสูจน์ของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และยังให้รัฐสามารถเรียกร้อง ค่าเสียหายแทนประชาชน และสิ่งแวดล้อมได้ผ่านพนักงานอัยการ🔗

ประการที่ ๔ การยับยั้งการกระทำผิดด้วยบทลงโทษที่เข้มข้น โดยจะเพิ่ม มาตรา ๖ โดยอัตราโทษเดิมไม่สูงพอที่จะสร้างความเกรงกลัวให้กับโรงงาน และไม่สมส่วน กับกำไรที่อาจจะมากของผู้ประกอบการบางราย ซึ่งมีกลไกการทำงานในมาตรา ๔ ก็คือ ร่างฉบับนี้ได้ปรับปรุงบทลงโทษให้รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการที่ฝ่าฝืนกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง กับความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม จะมีโทษจำคุกไม่เกิน ๒ ปีหรือปรับสูงสุดไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งจากเดิมปรับแค่ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นอัตราโทษที่เหมาะสม และสมเหตุสมผลที่มีพลังในการป้องปรามอย่างแท้จริง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะสร้างภาระ หรือเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา อุตสาหกรรมของประเทศ แต่ตรงกันข้ามเรามุ่งหวังที่จะสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรม ที่ยั่งยืนที่ซึ่งผู้ประกอบการที่ดี และมีความรับผิดชอบสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง โดยได้รับ ความไว้วางใจจากชุมชน แน่นอนว่าการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอาจมีผลกระทบ ต่อต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs แต่ผมเชื่อว่านี่ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่คือการลงทุน เพื่อความปลอดภัยของพนักงาน และพี่น้องประชาชนโดยรอบ เพื่อสร้าง ความไว้วางใจแก่สังคม และความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว ซึ่งภาครัฐสามารถ ออกมาตรการสนับสนุน ช่วยเหลือผู้ประกอบการในการถัดไปได้ การรับร่างกฎหมายฉบับนี้ ในวาระที่หนึ่งจะเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการส่งมอบสังคมที่ปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมที่ดี ให้กับลูกหลานของเรา เป็นการยืนยันว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ชีวิตของพี่น้องชาวไทยควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ🔗

สุดท้ายนี้กระผมในนามตัวแทนของพรรคเพื่อไทยจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านในที่แห่งนี้จะเล็งเห็นถึงความจำเป็นอย่างเร่งด่วน และร่วมกันลงมติรับหลักการแห่งพระราชบัญญัติโรงงานฉบับนี้เพื่อไปสู่การพิจารณา ที่ละเอียดมากขึ้นในชั้นกรรมาธิการวิสามัญ และผ่านในวาระที่สอง วาระที่สามต่อไป ฉะนั้น ในวันนี้ผมก็ต้องขอความร่วมมือ และขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญผู้เสนอ ท่านสุดท้าย คุณชวาล พลเมืองดี ครับ🔗

นายชวาล พลเมืองดี ชลบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชวาล พลเมืองดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๓ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้เป็นวันที่ผมเฝ้ารอมานานที่จะมาร่วมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโรงงานร่วมกันกับ เพื่อนสมาชิก เพราะที่ผ่านมาตามที่เราได้เห็นตามหน้าสื่อในหลาย ๆ เหตุการณ์ที่เกี่ยวกับ การกระทำความผิดของผู้ประกอบกิจการโรงงานที่ขาดความรับผิดชอบ ไม่ยึดหลักธรรมาภิบาล ในการประกอบกิจการซึ่งก็สะท้อนให้เห็นแล้วว่า พ.ร.บ. โรงงานฉบับนี้ยังไม่มีประสิทธิภาพ มากพอที่จะกำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรมได้ ซึ่งผมก็จะขอสรุปปัญหาของพระราชบัญญัติ โรงงานฉบับปัจจุบันไว้ ๓ เรื่องดังนี้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายชวาล พลเมืองดี ชลบุรี

ปัญหาแรกการที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ขาดการ มีส่วนร่วมของภาคประชาชนต่อการพิจารณาออกใบอนุญาต และการกำกับ ดูแล ติดตาม ตรวจสอบโรงงาน โดยถ้าท่านประธานเปิดเข้าไปดู พ.ร.บ. ฉบับปัจจุบันที่มีอยู่มากกว่า ๖๘ มาตรา ก็จะพบว่าไม่มีบทบัญญัติที่ให้อำนาจประชาชนในการกำหนดว่าจะเอา หรือไม่เอา โรงงานอันตรายที่จะเข้ามาอยู่ในชุมชนของเขาเลยแม้แต่บทบัญญัติเดียว ไม่มีบทบัญญัติ ที่กำหนดให้ว่าต้องรับฟังเสียงประชาชนเวลาที่จะพิจารณาออกใบอนุญาตเลย รวมถึงไม่มี บทบัญญัติที่จะให้ชุมชน หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีสิทธิเข้าไปร่วมตรวจสอบกับพนักงาน เจ้าหน้าที่ด้วย นั่นทำให้เราเห็นภาพการออกมาเรียกร้อง การออกมาประท้วงของชาวบ้าน ออกมาคัดค้านการตั้งโรงงานที่จะเข้ามาสร้างผลกระทบในพื้นที่ของเขา ทั้ง ๆ ที่เขาควรจะ มีสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และร่วมกันตัดสินใจว่าจะเอาโรงงานใดเข้ามาอยู่ในพื้นที่ ของตนเอง เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็สะท้อนให้เห็นแล้วว่าพอเราไม่ได้ให้ประชาชน เข้ามามีส่วนร่วม ไม่ให้อำนาจแก่ชุมชนในการเข้ามากำหนดทิศทาง รวมไปถึงไม่ให้สิทธิ เขาเข้ามาร่วมตรวจสอบและกำกับดูแล ผลที่ได้มานั้นก็คือโรงงานก็อยู่กระจัดกระจาย เต็มไปหมดทั่วประเทศ ไม่มีการจัด Zoning ที่ชัดเจน โรงหลอมที่ปล่อยไอกรดก็ดันไปตั้งอยู่ ข้างโรงงาน โรงขยะก็ดันไปตั้งอยู่ในพื้นที่การเกษตร หรือไปตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม ไม่ควรจะไปตั้ง ซึ่งชาวบ้านก็ไม่มีอำนาจ ไม่มีสิทธิที่จะไปทำอะไรได้ นี่คือปัญหาเรื่องของการ ขาดการมีส่วนร่วม ถามว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับพรรคประชาชนนี้เราจะเข้าไปส่งเสริมการมี ส่วนร่วมที่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับปัจจุบันขาดหายไปได้อย่างไร สิ่งที่เราจะเข้าไปเพิ่มใน พ.ร.บ. โรงงานก็มีดังนี้ ๑. เราได้กำหนดให้ผู้มีอำนาจออกใบอนุญาต และโรงงานที่ขอใบอนุญาต จะต้องให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างทั่วถึง โดยในกรณีที่เป็นการขออนุญาตประกอบกิจการโรงงานอันตราย ผู้อนุญาตจะต้องมีการให้ รับฟังความคิดเห็น และจัดให้มีการออกเสียงประชามติของประชาชนในพื้นที่ หรือผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียด้วย และเมื่อมีข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ ข้อกังวลของที่ประชุมที่รับฟังความคิดเห็น ก็สามารถกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานจะต้องปฏิบัติเป็นพิเศษในใบอนุญาต ด้วยก็ได้ ๒. กำหนดให้ต้องแสดงข้อมูลใบอนุญาตไว้ในสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อง่ายต่อการ ตรวจสอบของภาคประชาชน ๓. กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานมีหน้าที่ต้องทำรายงาน การผลิต การมีไว้ในครอบครอง ปล่อยหรือเคลื่อนย้ายออกสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งมลพิษที่ปรากฏ หรือที่เราเรียกว่าหลักการ PRTR โดยให้รายงานต่อปลัดกระทรวงเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะ ให้รับทราบ เพื่อง่ายต่อการที่ประชาชนทั่วไปจะเข้าไปตรวจสอบ ๔. เราได้เพิ่มสิทธิของ ประชาชนในการเข้าร่วมตรวจสอบโรงงานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่รัฐในฐานะที่เขาเป็นผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย และผู้เฝ้าระวัง หรือภาคีตรวจสอบควบคู่ไปกับหน่วยงานรัฐ และนี่คือหลักการที่เรา ได้เพิ่มเข้าไปเพื่อช่วยแก้ปัญหาการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ พ.ร.บ. ฉบับปัจจุบัน ยังขาดหายไป🔗

ปัญหาต่อมาของ พ.ร.บ. ฉบับปัจจุบัน ก็คือปัญหาที่ขาดการตรวจสอบ อย่างเข้มงวด เพราะในช่วงรัฐบาล คสช. ที่ผ่านมาได้ผ่านร่างแก้ไข พ.ร.บ. โรงงานทั้งสิ้น ๒ ฉบับ แต่มีฉบับหนึ่งที่มีลักษณะเป็นการผ่อนปรนความเข้มงวดในการตรวจสอบโรงงาน ฉบับที่ว่านั่นก็คือ พ.ร.บ. โรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่ได้ไปยกเลิกการต่ออายุใบอนุญาต จากเดิมที่ต้องต่ออายุ และตรวจสภาพโรงงานทุก ๕ ปี แต่หลังจากที่กฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ ก็ทำให้เอกชนไม่จำเป็นต้องมาขอใบอนุญาตอีกแล้ว นั่นหมายความว่าอะไรครับ หมายความว่าเมื่อผู้ประกอบการได้รับใบอนุญาตไปแล้วก็จะเสมือนเป็นใบอนุญาตตลอดชีวิต จากเดิมที่ต้องตรวจสภาพโรงงานทุก ๕ ปีกลับกลายเป็นว่าไม่ต้องตรวจอีกแล้ว เจ้าของ โรงงานนึกอยากทำอะไรในโรงงานก็ทำได้เลยไม่มีใครรู้ เพราะไม่มีการเข้าไปตรวจสอบ แต่กว่าจะรู้ก็ต่อเมื่อเรื่องร้องเรียนของผู้ประกอบกิจการโรงงาน ชาวบ้านได้รับสารเคมี สารพิษที่โรงงานปล่อยออกมา พอจะเข้าไปตรวจสอบอีกทีก็พบว่าโรงงานที่เคยได้ขออนุญาตไว้ ก็ได้เปลี่ยนสภาพกลายเป็นนรกบนดินไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างที่ตำบลคลองกิ่ว เคสนี้เคสเดียวผมสามารถพูดได้ในหลายวาระ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าโรงงานที่เขา อนุญาตไปจะไปทำผิดวัตถุประสงค์ ผิดประเภทที่ได้รับอนุญาตขอตั้งโรงงานประเภทหนึ่ง แต่กลับไปประกอบกิจการอีกประเภทหนึ่ง โดยกว่าจะรู้ก็จากการที่ชาวบ้านร้องเรียนเข้ามา พอเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสิ่งที่พบนอกจากการประกอบกิจการผิดประเภทแล้ว ก็พบว่า โรงงานยังเต็มไปด้วยขยะ วัตถุอันตราย สารเคมี กากของเสีย รวมไปถึงการลักลอบฝังกลบ กากอุตสาหกรรม ลงบนที่ดินภายในโรงงานด้วย นั่นเป็นเพราะว่าเรามีปัญหาในเรื่องของการ เข้มข้นในการตรวจสอบและกำกับดูแลโรงงาน และนี่คือสิ่งที่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับปัจจุบันนี้ มีปัญหา เราจึงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบโรงงานไปในร่าง พ.ร.บ. ดังนี้🔗

๑. เพิ่มคำนิยามคำว่า โรงงานอันตรายลงไปใน พ.ร.บ. เพื่อแยกโรงงาน อันตรายที่อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมออกมาโดยเฉพาะเพื่อให้ง่ายต่อการกำกับ ดูแล🔗

๒. กำหนดให้โรงงานอันตรายต้องรายงานที่มาที่ไปของวัตถุดิบที่ใช้ในการ ทำการผลิตเป็นประจำในทุกเดือน🔗

๓. กำหนดให้โรงงานทั่วไปต้องต่อใบอนุญาตทุก ๔ ปี และโรงงานอันตราย ต้องต่อใบอนุญาตทุก ๒ ปีที่จะต้องให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานต้องปรับปรุงดูแลให้ได้ มาตรฐานก่อนที่จะมีการต่อใบอนุญาต🔗

๔. เราได้กำหนดว่าหลังจากการแจ้งประกอบการ ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจ โรงงานอีกครั้งเมื่อครบกำหนด ๖ เดือนเพื่อตรวจสอบว่าโรงงานได้ประกอบกิจการตรงตาม ที่ได้ขออนุญาตไปหรือไม่ รวมไปถึงให้เจ้าหน้าที่และชุมชนเข้าไปตรวจโรงงานอันตรายได้ ทุก ๑ ปี🔗

๕. ให้อำนาจเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปในโรงงานได้ตลอดเวลา จากเดิมที่ กำหนดให้เฉพาะเวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกเพียงเท่านั้น🔗

๖. รวมไปถึงเพิ่มแรงจูงใจในการผ่าน ลดค่าธรรมเนียมประกอบกิจการโรงงาน สำหรับโรงงานที่ต้องการย้ายเข้าไปอยู่ในนิคมเพื่อส่งเสริมการจัด Zoning อย่างเป็นระบบ🔗

๗. กำหนดให้โรงงานต้องแสดงเลขที่ใบอนุญาตไว้หน้าโรงงานเพื่อง่ายต่อการ ตรวจสอบว่าโรงงานไหนเถื่อน โรงงานไหนไม่เถื่อน และนี่คือสิ่งที่เราต้องการเห็น และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบกำกับดูแลโรงงานที่มากขึ้นกว่าเดิมครับ🔗

และปัญหาสุดท้ายของ พ.ร.บ. โรงงานฉบับปัจจุบันก็คือปัญหาเรื่องของ การขาดมาตรการการปรับ และโทษการกระทำความผิดก็ดันน้อยเกินไปจนเพิ่มแรงจูงใจ ให้เกิดการกระทำความผิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือผู้กระทำความผิดไม่ว่าจะเป็นการตั้งโรงงาน โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการตั้งโรงงานแล้วไปสร้างความเสียหายให้กับผู้อื่น ฝ่าฝืนมาตรฐาน ของรัฐที่ตั้งไว้ รัฐกลับทำได้เพียงแค่ส่งเปรียบเทียบปรับแล้วก็ปล่อยตัวไป สุดท้ายก็กลับไปทำ เหมือนเดิม อยู่แบบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ซาก ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่เคยที่จะหยุดการกระทำความผิดเลย หยุดปล่อยมลพิษ หรือหยุดประกอบกิจการที่ไม่ได้รับใบอนุญาตเลย แล้วพอเมื่อเกิดความ เสียหายก็ต้องเอาเงินงบประมาณของประเทศ เงินภาษีของประชาชนมาจัดการ ตัวอย่างเช่น โรงงานวิน โพรเสสที่จังหวัดระยอง หรือที่อื่น ๆ ทั่วประเทศไทยที่ทำให้ปัจจุบันนี้ประเทศเรา เต็มไปด้วยพื้นที่ปนเปื้อนกากอุตสาหกรรมที่ต้องรอคอยงบประมาณมาจัดการกว่าร้อย ๆ พื้นที่ ทีนี้สิ่งที่เราจะเข้าไปเพิ่มเพื่อแก้ปัญหาในส่วนนี้ก็คือ🔗

๑. ปรับปรุงกำหนดโทษใหม่ในหลาย ๆ ประเด็นที่มีการฝ่าฝืนเพื่อนำความผิด มาดำเนินคดีตามกระบวนการศาลยุติธรรม จากเดิมที่ส่งแต่เปรียบเทียบปรับอยู่อย่างเดียว รวมไปถึงกำหนดให้ผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรการประกอบกิจการโรงงานต้องถูกปรับโทษทางปกครอง ตามเปอร์เซ็นต์ของรายได้ในปีนั้น🔗

๒. เพิ่มความผิดทางแพ่งเพื่อให้โรงงานมีหน้าที่รับผิดชอบเยียวยาปัญหา ผลกระทบที่เกิดขึ้นมากขึ้น🔗

๓. กำหนดให้โรงงานต้องทำประกันภัยไว้สำหรับกรณีที่เกิดความเสียหาย ให้กับบุคคลภายนอกหรือทรัพยากรของประเทศชาติ🔗

๔. กำหนดมาตรฐาน วิธีการรับผิดชอบต่อชุมชน🔗

ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่เราต้องการแก้ไขและเพิ่มเข้าไปในพระราชบัญญัติ โรงงานฉบับนี้ผ่านหลักการ ๓ หลักการสำคัญ นั่นก็คือ ๑. เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน ๒. ตรวจสอบโรงงานอย่างเข้มงวด และ ๓. มาตรการรองรับปัญหาที่รัดกุม ซึ่งผมก็เชื่อว่า เพียง ๓ หลักการนี้ก็จะสามารถช่วย Save ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ Save พื้นแผ่นดินไม่ให้ปนเปื้อนสารพิษสารเคมี Save วิถีชีวิตอันปกติสุขของชุมชน และ Save ลมหายใจของคนที่ท่านรักไม่ให้ผลกระทบจากโรงงานอุตสาหกรรมมาพรากชีวิตไป ผมจึงอยากเชิญชวนเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านได้ร่วมการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ของเรา ปกป้องทรัพยากรของประเทศ ปกป้องผืนแผ่นดิน และปกป้องวิถีชีวิตอันปกติสุข เพื่ออนาคตของลูกหลานของเรา ขอฝากไว้เพียงเท่านี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปจะเป็นการอภิปรายของท่านสมาชิกซึ่งได้ลงชื่อแล้ว ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อทั้งหมด ๙ ท่าน สำหรับผู้ที่จะอภิปรายยังไม่ได้ลงชื่อกรุณามาลงชื่อข้างหน้าด้วยนะครับ ท่านแรกขอเชิญ คุณวรท ศิริรักษ์ ครับ🔗

นายวรท ศิริรักษ์ ชลบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วรท ศิริรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๑ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผม จะมาอภิปรายสนับสนุนหลักการของเพื่อนสมาชิกของผมครับ สส. ชวาล พลเมืองดี ด้วยเหตุผลทั้งหมดตัวอย่าง ๓ ประการ🔗

ประการแรก ผมสนับสนุนหลักการที่ว่าใบประกอบอนุญาตโรงงานควรจะ มีการจำกัดอายุ เวลา ด้วยเหตุผลอะไรเดี๋ยวผมจะยกตัวอย่างให้ฟัง ในเคสที่ผมได้รับการ ร้องเรียนมามันมีโรงงาน ๆ หนึ่งผลิต Packaging เกี่ยวกับกระดาษ เมื่อตั้งอยู่ในชุมชน ตั้งอยู่ใน โรงงานเมื่อเวลาผ่านไปโรงงานอยากจะเลิกกิจการก็ได้ทำการปล่อยเช่า ให้เจ้าของคนอื่น ถัดมาต่อ ซึ่งเจ้าของพื้นที่มาเช่าต่อก็มาเช่า แต่ว่าไม่ได้ผลิต Packaging กระดาษที่เป็น เหมือนเดิม กลับกลายเปลี่ยนเป็นผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ต้องใช้การพ่นสี ความมาแตก ตอนที่ว่าเมื่อมีการผลิตแล้วผลกระทบด้านกลิ่นมันส่งผลกระทบไปกับชาวบ้าน ชาวบ้าน ซึ่งอยู่บริเวณใกล้ ๆ กับโรงงาน อยู่ใกล้ ๆ กับชุมชนเขาก็ได้ผลกระทบด้านกลิ่นตรงนี้ ชาวบ้านก็ได้จึงแจ้งให้กับ อปท. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก็อุตสาหกรรมท้องถิ่นเข้ามา ตรวจสอบ สิ่งที่ได้จากการตรวจสอบคือเราเห็นว่า Line การผลิตของเขาไม่ได้ถูกสร้างมา เพื่อป้องกันกลิ่น หนำซ้ำรวมไปถึงวิธีการกำจัดของเสียของเขาก็ไม่ได้สร้างความปลอดภัย ให้กับชาวบ้าน มีกลิ่นเล็ดลอดออกมา ซึ่งโรงงานที่ตั้งอยู่มันเป็นโรงงานที่อยู่ในชุมชนห่างจาก ชาวบ้านไม่ถึง ๑๐ เมตร เรียกได้ว่ารั้วมันแทบจะติดกันเลย คำถามของผมเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ ถ้าใบอนุญาตมันมีการจำกัดอายุ เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเข้ามาตรวจ โรงงานบ่อย ๆ เมื่อมีการหมดหรือต่อใบอนุญาตปัญหาเหล่านี้มันจะเกิดขึ้นไหมครับ ผมคิดว่า หลักการอันนี้จะสามารถช่วยกำจัดปัญหาที่โรงงานต่าง ๆ แอบผลิตหรือแอบเปลี่ยนวิธีการ ผลิตอะไรต่าง ๆ แล้วสร้างผลกระทบให้กับชาวบ้านได้ อันนี้คือข้อแรก🔗

ประการที่ ๒ ที่ผมอยากจะสนับสนุนก็คือเพิ่มอำนาจ เพิ่มการมีส่วนร่วมของ ภาคประชาชน ทำไมถึงต้องเพิ่มอำนาจและเพิ่มการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ผมคิดว่า อันนี้อาจจะเป็นคำถาม แต่อย่าลืมว่าหลาย ๆ โรงงานมันตั้งอยู่ในชุมชน และในชุมชน เหล่านั้นก็จะเป็นผู้ได้รับผลกระทบเป็นอันดับแรก ๆ เลยถ้าโรงงานไม่มีมาตรฐาน นั่นจึงเป็น สาเหตุที่ผมคิดว่าเราควรจะสนับสนุนหลักการให้มีการเพิ่มการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เข้าไป เพราะบางครั้งก็ต้องยอมรับว่าบางโรงงานเมื่อมีข่าวเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นมาแล้ว พยายามจะปกปิด ผมคิดว่าการเพิ่มภาคประชาชนเข้าไปจะทำให้เพิ่มความโปร่งใสให้กับ หน่วยงานและเพิ่มความโปร่งใสให้กับโรงงานเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นต้องมีภาคประชาชนด้วย🔗

ประการที่ ๓ ข้อสุดท้าย คือการเพิ่มโทษจำคุก เพิ่มโทษอาญา แล้วก็เพิ่ม อายุความ ผมอยากจะยกตัวอย่างอย่างนี้ครับ ด้วยมาตรา ๔๕ คือการฝ่าฝืนมาตรฐานควบคุม ของเสียแล้วเกิดความเสียหาย ทุกท่านรู้ไหมครับ โทษของมันคือการปรับไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ไม่มีโทษจำคุก และอายุความเพียง ๑ ปีเท่านั้น ด้วยโทษประมาณนี้ผมคิดว่าจากเหตุการณ์ ที่ผ่านมาทั้งหมดจนเป็นข่าวหลาย ๆ ครั้งมันสะท้อนถึงความหนักเพียงพอหรือเปล่า ของโทษ ถ้าโทษมันไม่หนักพอผมคิดว่ามันมีหลาย ๆ โรงงานที่เขาพร้อมจะเสียค่าปรับ และดำเนินงานต่าง ๆ ไปแบบในวิธีที่มันผิดและไม่รักสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อชาวบ้าน ทั้งหมดทั้งมวลด้วย ๓ เหตุผล ทั้ง ๓ ประการนี้ ผมจึงอยากจะสนับสนุนหลักการของ พ.ร.บ. โรงงานฉบับนี้ อย่างไรฝากเพื่อนสมาชิกทุกคนช่วยกันสนับสนุนด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมเยี่ยมชมรัฐสภา ๓๖๐ องศา เรียนรู้ระบบงานรัฐสภา กับประธานคณะกรรมาธิการ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ซึ่งจัดโดยสำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ ประจำประเทศไทย ขอต้อนรับแล้วก็ขอบคุณที่มาเยี่ยมชมสภา แล้วก็มาฟังการประชุมอยู่ชั้นบนขณะนี้ครับ ต่อไปท่านที่อภิปรายลำดับที่ ๒ ขอเชิญคุณขจิตร ชัยนิคม ถ้ายังไม่อยู่เดี๋ยวค่อยมาต่อนะครับ🔗

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

ท่านประธานขออนุญาต ผมแทนท่านขจิตรครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มาพูดแทนหรือว่า เอาลำดับ ท่านธีระชัยก็มีชื่อแล้ว มาแทนได้ครับ🔗

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

ผมแทนท่านครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ🔗

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ และท่านพชร จันทรรวงทอง ทั้ง ๒ ฉบับนี้ ผมขออนุญาตในการมีส่วนร่วมในการอภิปราย เพื่อสนับสนุนในวาระรับหลักการในวันนี้ ผมในฐานะเป็นผู้ร่วมเสนอด้วยคนหนึ่ง รวมทั้ง อีกร่างของท่านทั้ง ๒ ฉบับนี้🔗

ประการแรก ในรอบปีที่ผ่านมาปี ๒๕๖๘ นั้นมีข่าวใหญ่ข่าวดังเกี่ยวกับปัญหา ความไม่ปลอดภัย และความอันตรายที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม และมีการรั่วไหลทาง สารเคมีจนก่อผลกระทบให้กับพี่น้องประชาชน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมไปอย่างวงกว้าง กระผมขออนุญาตยกตัวอย่างเคสในปีนี้อย่างล่าสุดร้อน ๆ จริง ๆ ก็ไม่ได้ร้อน ๆ เพราะว่า การเสนอกฎหมายมันหลายเดือนแล้วกว่าจะบรรจุวาระ เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๘ เกิดน้ำมันดิบรั่ว จำนวน ๘,๐๐๐ ลิตร จากท่อขนส่งของ บริษัท ไทยออยล์ ระหว่างการขนส่ง นอกชายฝั่งจังหวัดชลบุรีใกล้กับเกาะสีชัง นี่ก็เป็นหนึ่งในภัยสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากโรงงาน และกระบวนการขนส่งของภาคเอกชน แม้จะไม่มีใครเสียชีวิตแต่คราบน้ำมันกระจาย ไปทั่วเกาะสีชังซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว กระทบต่อพี่น้องชาวประมงโดยตรงด้วย และเฉพาะ พื้นที่เลี้ยงหอยแมลงภู่ หอยแครง รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยว น้ำมันรั่วไหล ท่อส่งน้ำมัน ของโรงงานขนาดใหญ่ ๆ มันรั่วแล้วก็มีข่าวเป็นประจำอยู่ นี่คือผลกระทบของการ ไม่มีกฎหมายที่รัดกุมเพียงพอที่จะป้องกันเหตุไม่ให้เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก แล้วผลกระทบนี้ ก็บ่งบอกถึงผลไม่มีกฎหมาย ไม่มีกองทุนชดเชย เยียวยาให้แก่พี่น้องผู้ได้รับผลกระทบ และที่เป็นธรรมมาก นี่คือเหตุการณ์หนึ่งที่ผมอยากจะขอกราบเรียนว่าเมื่อปี ๒๕๖๗ เกิดเหตุ ไฟไหม้โรงงานเหล็ก บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ที่จังหวัดระยอง ถ้าท่านประธาน จำได้ว่าเหตุการณ์นั้นก็เป็นโรงเหล็ก โรงงานขนาดใหญ่ที่ตึก สตง. เอาเหล็กจากโรงงานนี้ ที่ไม่ได้มาตรฐานมาสร้างตึก สตง. โรงงานแห่งนี้ไฟไหม้เพราะเกิดหลอมเหล็กถังแก๊สระเบิด มีผู้บาดเจ็บ ๗ ราย แล้วที่อันตรายมากที่สุดก็ประมาณ ๓ ราย แล้วที่สำคัญที่สุดไฟไหม้โรงงานมันลุกลามแล้วก็ไปในอากาศด้วย สร้างผลกระทบต่อชุมชน รอบข้าง สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยองต้องประกาศสั่งเฝ้าระวังพี่น้องประชาชน ในเขตรอบข้างโรงงาน ต้องตรวจประเมินสถานการณ์สิ่งแวดล้อมเพราะมีสารพิษ สารเคมี อยู่ในโรงงาน มันกระจายรวดเร็วมากครับ ตัวอย่างเคสที่ผมได้ยกขึ้นมานี้เกิดจากความ ประมาทเลินเล่อ ไม่มีความระมัดระวัง ไม่ได้เอาใจใส่ของเจ้าของโรงงานหรือคนในโรงงาน แต่ที่สำคัญกฎหมายเกี่ยวกับโรงงานที่เราใช้อยู่ไม่มีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับทางแพ่งครับ ผมอยากจะขอกราบเรียนว่ามันเกี่ยวกับอากาศด้วย ยิ่งกว่า PM2.5 ก็เป็นระเบิดอยู่ใน แถวโรงงานนี่ล่ะครับ เพราะเราไม่รู้เลยว่าสารเคมีนั้นที่ออกจากโรงงานแล้วกระจายไป ในอากาศมีปริมาณที่เป็นพิษต่อสุขภาพเท่าไร แล้วมันกินวงกว้างเท่าไร🔗

ท่านประธานครับ บทบัญญัติเรื่องความรับผิดชอบทางแพ่งทั้ง ๒ ฉบับนี้ จึงออกมาในเชิงป้องกันไม่ให้เกิดเหตุและคุ้มครองพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ ตลอดจนไปถึง พืชผัก สัตว์เลี้ยง และสิ่งแวดล้อม ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่เกิดความเสียหายขึ้น แต่ไม่มีผู้ใด รับผิดชอบ ดังนั้นการที่กฎหมายที่ชัดเจนมากขึ้น กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้มีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อบังคับให้โรงงานต่าง ๆ จะต้องเอาใจใส่ จะต้องรับผิดชอบผลเสียหายที่เกิดขึ้น มีการ กำหนดให้มีการชดใช้ค่าสินไหมในเชิงลงโทษกับโรงงานที่ฝ่าฝืนกฎกระทรวง และประกาศ ของรัฐมนตรีผู้รักษาการ กระผมคิดว่าจะเกิดประโยชน์ คุ้มครองพี่น้องประชาชน และป้องกัน ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อรัฐได้ครับ กระผมขออภิปราย ทำงาน ทำหน้าที่เป็นผู้แทน ปวงชนชาวไทยทั้งประเทศในฐานะ สส. จังหวัดอุดรธานี ในการพิจารณากฎหมายในครั้งนี้ จะทำหน้าที่จนวินาทีสุดท้ายของสภาแห่งนี้ ผมขอสนับสนุนรับหลักการพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ทั้ง ๒ ฉบับด้วยครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขอเชิญคุณวีรภัทร คันธะ ครับ🔗

นายวีรภัทร คันธะ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วีรภัทร คันธะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง ยกเว้นตำบลบางจาก พรรคประชาชน ผมขอใช้เวลานี้ในการอภิปรายเพื่อสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับพรรคประชาชน เพราะร่างกฎหมายนี้ ไม่ใช่แค่ตัวบท แต่เป็นความหวังของประชาชนที่ต้องอยู่กับโรงงานอุตสาหกรรมมาทั้งชีวิต แต่ไม่เคยมีอำนาจในการปกป้องบ้านของตัวเองเลย พระประแดงไม่ใช่แค่ชุมชนอุตสาหกรรม เก่าแก่ แต่มันคือชีวิตของผู้คนหลายรุ่น เป็นเมืองที่อุตสาหกรรมเคียงข้างกับชุมชนมาอย่าง ยาวนาน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่แค่อาคารโรงงาน แต่คือมาตรฐานความปลอดภัยที่ถูก ลดทอน จนวันนี้ชาวบ้านหลายคนรู้สึกว่ากำลังถูกทิ้งไว้กลางเขม่าควัน ตั้งแต่ผมเข้ารับ ตำแหน่งผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากว่ามีหลายโรงงานในพื้นที่มีการ ลักลอบปล่อยของเสียในยามวิกาล มีกลิ่นสารเคมี มีน้ำเสียไหลลงในคลอง บางทีน้ำ ก็เปลี่ยนสีเลยนะครับ มีฝุ่นที่ลอยในอากาศราวกับหมอกพิษ กลิ่น สุขภาวะตรงนี้แย่มาก เป็นเพราะอะไรครับ ก็เพราะว่า พ.ร.บ. โรงงาน (ฉบับที่ ๒) ในปี ๒๕๖๒ ที่ออกในยุครัฐบาล คสช. ได้ยกเลิกการจำกัดอายุใบอนุญาต และเอื้อให้โรงงานไม่ต้องผ่านการตรวจสอบก่อน ต่ออายุ พูดง่าย ๆ ก็คือให้สิทธิโรงงานเดินหน้าต่อโดยไม่ต้องพิสูจน์ว่าพร้อม นี่คือการปลดล็อก ที่ผิดที่ผิดทาง ไม่ใช่การส่งเสริมอุตสาหกรรม แต่มันคือการเปิดช่องให้เกิดความเสี่ยง โรงงาน บางแห่งกักเก็บวัตถุอันตรายโดยไม่มีใครตรวจ ไม่มีใครรู้ และไม่มีใครรับผิดชอบจนกว่า จะเกิดเรื่อง เพราะฉะนั้นร่างกฎหมายนี้ของพรรคประชาชนเสนอแนวทางที่ชัดเจนก็คือ การคืนอำนาจให้กับประชาชนในการออกใบอนุญาต ต้องมีเวทีรับฟังความเห็นจากประชาชน ในพื้นที่ ไม่ใช่แค่การปิดห้องประชุมแล้วตัดสินกันเอง ไม่ใช่แค่การเชิญชุมชนมานั่งฟัง แต่ต้องให้มีสิทธิมีเสียงจริง ๆ ที่สำคัญผู้ร้องเรียน หรือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจะสามารถเข้าร่วมตรวจสอบโรงงานได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่รอหนังสือ รอคำสั่ง รอ สส. แต่สามารถลุกขึ้นมาใช้สิทธิในฐานะเจ้าของพื้นที่ ได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้โรงงานจะต้องรายงาน PRTR หรือบัญชีการเคลื่อนย้ายสารพิษ เพื่อให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลา ไม่ใช่ตรวจสอบแค่เฉพาะตอนเกิดเหตุ ต้องมีข้อมูลที่ประชาชน เข้าถึงได้ นี่คือการเปลี่ยนจากระบบปิดไปสู่ระบบเปิดอย่างแท้จริงครับ และสุดท้ายเจ้าของ โรงงานจะไม่สามารถปัดความรับผิดชอบได้อีกต่อไป เพราะร่างกฎหมายนี้จะต้องเพิ่มโทษ ทางแพ่งและอาญาเพื่อให้ทุกการกระทำมีผลสะท้อนกลับไปอย่างชัดเจน คุณทำคุณต้องรับผิด ไม่ใช่แค่จ่ายค่าปรับแล้วมาเปิดใหม่ในวันรุ่งขึ้น ผมเคยประสานอุตสาหกรรมจังหวัดครับ สั่งปิดโรงงานหลายแห่ง บางแห่งต้องแก้ไขระบบใหม่ทั้งหมด แต่ในใจผมคิดว่าจะดีกว่าไหม ถ้าชาวบ้านไม่ต้องรอ สส. แบบผม มีสิทธิ มีเครื่องมือ มีกฎหมายอยู่ข้างหลังที่จะลุกขึ้นมา ปกป้องบ้านของตัวเองได้เลย ร่างกฎหมายฉบับนี้คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่แค่ กฎหมายที่ควบคุมโรงงาน แต่มันคือการสร้างดุลอำนาจให้กับทุน กับชุมชน มันคือกฎหมาย ที่ยืนยันว่าสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ของรัฐ ไม่ใช่ของเอกชน แต่มันคือของประชาชนทุกคน ผมจึงหวัง เป็นอย่างยิ่งว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านจะร่วมผลักดันกฎหมายฉบับนี้ให้ผ่านไปได้ เพื่อให้พระประแดง และหลายพื้นที่ทั่วประเทศกลับมามีลมหายใจที่บริสุทธิ์ และคุณภาพ ชีวิตที่มั่นคงอีกครั้งครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณร่มธรรม ขำนุรักษ์ ครับ🔗

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอมีส่วนร่วมในการ อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ท่านพชร จันทรรวงทอง และท่านชวาล พลเมืองดี กับคณะเป็น ผู้เสนอ ท่านประธานครับ หลักการและเหตุผลที่สำคัญของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็คือการแก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรงงานเพื่อควบคุมให้โรงงาน และผู้ประกอบการต้องมีมาตรฐาน และแนวทางปฏิบัติที่รับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้น ซึ่งท่านประธานและเพื่อนสมาชิกต่างทราบกันดีว่าปัญหาจากโรงงานที่กระทบต่อพี่น้อง ประชาชน และสิ่งแวดล้อมมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้งทุกพื้นที่ทั่วประเทศ นับแค่ช่วง ๒ ปี ของสภาชุดนี้เราได้เห็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายมามากครับ ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน โกดังระเบิด โรงงานไฟไหม้ โรงงานลักลอบกักเก็บและทิ้งสารพิษอันตราย การเผาขยะไปจนถึง การทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรม ปล่อยน้ำเสีย ควันพิษออกไปสู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อม สำหรับปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้ก็มีอยู่หลายประการครับ บางส่วนก็อาจจะเกิดจาก ความประมาท การขาดความรับผิดชอบ และขาดมาตรฐานการควบคุม รวมถึงความชำรุด และความบกพร่องของระบบโรงงาน อีกส่วนหนึ่งก็อาจจะเกิดจากการหละหลวม และการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบ กำกับ ดูแล และควบคุมการดำเนินงานของโรงงานอีกด้วยครับ แต่อีกปัจจัยที่สำคัญก็คือกฎหมาย ที่บังคับใช้อยู่นี้ยังไม่สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะในการควบคุมกิจการ บางประเภทที่มีความเสี่ยง รวมถึงอำนาจของหน่วยงานที่รับผิดชอบนั้นยังมีอยู่อย่างจำกัด แล้วก็บทลงโทษที่มีไม่เพียงพอจนทำให้ผู้ประกอบการไม่เกรงกลัวต่อการกระทำผิด สิ่งเหล่านี้ เป็นปัญหาที่เรื้อรังในประเทศของเราที่สร้างความเดือดร้อนทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ ของพี่น้องประชาชน และทำให้เกิดความเสื่อมโทรมต่อทรัพยากรธรรมชาติของเรา มาอย่างยาวนาน จนบางครั้งก็เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิต ของพี่น้องประชาชน ปัญหาเหล่านี้เกิดจนเป็นเรื่องปกติในบ้านเมืองเราไปแล้วครับ ทำให้พี่น้องประชาชนต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างไม่มีความปลอดภัยต่อสุขภาพ ต่อชีวิต และทรัพย์สินของพวกเขา ซึ่งเราไม่สามารถปล่อยให้เป็นเช่นนั้นได้อีกต่อไป ความรับผิดชอบ ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของการประกอบการนั้นไม่ใช่สิ่งที่ควรทำอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่ ต้องทำแล้วนะครับ วันนี้จึงเป็นการดีที่เราได้มาพิจารณากฎหมายฉบับนี้ที่เพื่อนสมาชิก ของเรา รวมถึงทางคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมได้ร่วมกันนำเสนอร่าง พ.ร.บ. โรงงาน ฉบับนี้ขึ้นมาจากการที่ได้รับเรื่องร้องเรียนและได้ศึกษาปัญหามาอย่างมากมาย ผมคิดว่า ร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอมานี้มีหลักการ ๓ ประการด้วยกันที่เราควรจะสนับสนุน🔗

ประการที่ ๑ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรมมีอำนาจในการออกกฎกระทรวงเพื่อควบคุมโรงงานที่อาจส่งผลกระทบ ต่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกำหนด มาตรฐานโรงงาน ความรับผิดชอบต่อสังคม และให้มีหน่วยงานเพื่อตรวจสอบและแก้ไข ปัญหา นอกจากนี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ยังกำหนดให้โรงงานบางประเภทต้องทำประกันภัย เพื่อคุ้มครองความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากโรงงาน🔗

ประการที่ ๒ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้เพิ่มบทลงโทษทั้งทางแพ่งและทางอาญา มีโทษปรับที่สูงขึ้น และโทษจำคุกสำหรับผู้ที่ละเมิดและสร้างผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน อย่างร้ายแรง ซึ่งจะทำให้โรงงานต่าง ๆ ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและปฏิบัติอย่างรับผิดชอบ มากขึ้นครับ🔗

ประการที่ ๓ ประการสุดท้าย ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ ของรัฐของกระทรวงอุตสาหกรรมมีอำนาจมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสั่งปิดโรงงาน เพิกถอน ใบอนุญาตหรือสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ หยุดและปรับปรุงโรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันผลกระทบจากโรงงานต่อพี่น้องประชาชน และสิ่งแวดล้อมถือเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศเราในระดับสากล จึงมีความเข้มงวด ในหลักการที่เรียกว่า ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย หรือว่า Polluter Pays Principle หรือผู้สร้าง ปัญหาต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลกระทบมากยิ่งขึ้น แต่ในประเทศของเราจะเห็นว่า ในหลายครั้งในหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโรงงานที่ปล่อยควันพิษ มลพิษน้ำเสีย รวมถึง สารพิษอันตรายนั้นยังไม่ได้รับการลงโทษอย่างจริงจัง จนวันนี้มลพิษได้ปนเปื้อนไปทุกที่ครับ ทั้งในอากาศที่เราสูดหายใจ ในน้ำที่เราดื่มใช้ และในดินที่เราใช้เพาะปลูก ซึ่งวันนี้ เราไม่สามารถมองการพัฒนาเป็นเรื่องของเศรษฐกิจได้เพียงอย่างเดียว แต่เราต้องมอง ในเรื่องคุณภาพชีวิต ในเรื่องสิ่งแวดล้อมของประเทศด้วย วันนี้ผมจึงเห็นชอบกับ ร่าง พ.ร.บ. โรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระที่หนึ่งเพื่อให้สภาได้เร่งพิจารณาในวาระอื่น ต่อ ๆ ไปนะครับ และแม้ว่าในวันนี้สถานการณ์การเมืองยังไม่แน่ชัดผมก็ขอภาวนา ให้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้พิจารณาจนแล้วเสร็จในสภาชุดนี้จนนำไปสู่การบังคับใช้ เพื่อให้การ ดำเนินการของโรงงานเกิดความปลอดภัยต่อชีวิตของพี่น้องประชาชนและสิ่งแวดล้อมของเรา ต่อไปครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายไชยา พรหมา รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวรภพ วิริยะโรจน์ เชิญครับ🔗

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ก็ขอร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติโรงงานในสภาในวาระนี้ครับ ซึ่งก่อนอื่น ผมอยากจะเกริ่นให้ท่านประธานอธิบายความสำคัญของ พ.ร.บ. นี้แบบนี้ว่าประเทศไทย เรามีจำนวนโรงงานทั้งหมด ๗๓,๐๐๐ โรงงาน มีการจ้างงานทั้งหมด ๔,๐๐๐,๐๐๐ คน ดังนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าอุตสาหกรรมเป็นความสำคัญของเศรษฐกิจไทย แล้วก็เป็นสัดส่วนที่ใหญ่ ในการจ้างงานสร้างรายได้ให้กับคนไทย แต่ผมคิดว่าถ้าจะพัฒนาเศรษฐกิจต่อจากนี้ไป ถ้าเรายังปล่อยให้พัฒนาอุตสาหกรรมเป็นแบบนี้ต่อไปมันไม่มีความยั่งยืน เพราะมันขาด ความยอมรับจากชุมชน จากประชาชน ดังนั้นถ้าเราอยากจะเห็นเศรษฐกิจไทยมีความ ก้าวหน้า อุตสาหกรรมเติบโตไปได้มากกว่านี้ครับ มันจึงมีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติโรงงานให้ชุมชนให้ประชาชนเองมีการยอมรับในการเติบโตของ อุตสาหกรรมควบคู่กันไปด้วยครับ ซึ่งแน่นอนที่ผ่านมาปัญหาที่เกิดขึ้นที่ทำไมถึงประชาชน ไม่ยอมรับ มันหนีไม่พ้นคือการบังคับใช้กฎหมาย การตรวจสอบ การกำกับ ดูแลของภาครัฐ ซึ่งจากกฎหมาย พ.ร.บ. โรงงานฉบับที่ผ่านมานี้เองครับ ซึ่งในทั้ง ๓ ร่าง โดยเฉพาะที่ ท่าน สส. ชวาลเพื่อนสมาชิกของผมได้เสนอไปก็ได้มีความพยายามที่จะแก้ไขปรับปรุง ในสาระสำคัญของการตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้เกิดความยั่งยืน เพื่อให้เกิด ความสบายใจ การยอมรับจากชุมชนอยู่ ๔ ประเด็นใหญ่ ๆ ผมอยากจะเกริ่นอย่างนี้ครับ🔗

ประเด็นแรกที่อยากจะเกริ่นก็คือผมคิดว่าการเพิ่มนิยามโรงงานอันตราย ขึ้นมามันคือจุดสำคัญครับ เพื่อให้แยกขึ้นมาว่าโรงงานที่จะสามารถสร้างผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อม สร้างผลกระทบต่อชีวิตประชาชน ก็จัดอยู่ในหมวดหมู่โรงงานที่เป็นอันตราย แล้วก็ให้มีมาตรการกำกับพิเศษเพิ่มเติมขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นว่าจะต้องมีการรายงานวัตถุดิบ รายเดือนเข้ามาให้กับหน่วยงานภาครัฐ ให้กับประชาชนได้ตรวจสอบว่าวัตถุดิบอะไรที่จะ สามารถก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือผลกระทบต่อชีวิตของชุมชนรอบ ๆ ก็ต้อง มีการรายงานแจ้งเข้ามา อันนี้คือประเด็นใหญ่ที่ ๑🔗

ประเด็นใหญ่ต่อมาที่ ๒ ก็คือโรงงานอันตรายกลุ่มนี้จะต้องมีการซื้อประกันภัย เพื่อให้เป็นหลักประกันให้กับชุมชนแล้วก็พี่น้องประชาชนในรอบ ๆ โรงงานอันตรายนั้น ๆ ได้เกิดความสบายใจว่าถ้ามันเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นแน่นอนที่ทั้งตั้งใจ บกพร่อง หรือประมาท อะไรก็แล้วแต่ ชุมชนเขาจะได้รับการเยียวยาหรือได้รับชดเชยผลกระทบความเสียหาย ที่เกิดขึ้นตรงนี้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงขั้นเป็นคดีความหรือรอคำพิพากษา ซึ่งสุดท้ายแล้ว ก็เป็นอย่างที่เราเห็นกันอยู่ว่ามันเป็นเพียงแค่กระดาษแผ่นเดียวที่ทางประชาชนและชุมชนนั้น ไม่ได้รับการชดเชยอะไรเลย หรือต่อให้ไม่ได้รับการชดเชยนั้นก็ยังเป็นภาษีของพวกเราทุกคนอีก ที่ต้องมาตามจ่ายตามเยียวยาให้กับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นจากโรงงานอันตรายกลุ่มนี้ ดังนั้นการกำหนดนิยามให้ชัดเจนและกำหนดให้มีการซื้อประกันภัยนั้นจึงเป็นคำตอบ ที่ถูกต้องที่สุด ทั้งชุมชน ประชาชนรอบ ๆ และสำหรับภาษีของพวกเราทุกคนด้วย อันนี้ เป็นประเด็นแรกที่อยากจะสนับสนุนใน พ.ร.บ. โรงงานครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ในกฎหมายของ พ.ร.บ. โรงงานนั้นก็มีการกำหนดว่า เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐจำเป็นต้องไปตรวจสอบในโรงงานเมื่อมีการร้องเรียนนั้นประชาชนในชุมชน รอบ ๆ หรือว่าแม้กระทั่งผู้ร้องเรียนก็สามารถเข้าไปตรวจสอบร่วมกันกับเจ้าหน้าที่รัฐได้ ผมคิดว่านี่เป็นวิธีการที่เรียบง่ายที่สุดที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนในพื้นที่รอบ ๆ โรงงาน เพราะได้เข้าไปเห็นกับตาตัวเองว่ามีการปรับปรุงแก้ไข มีข้อบกพร่องอะไร แล้วทำให้เกิด การยอมรับ แล้วก็สามารถกลับมาหาข้อยุติแล้วให้โรงงานนั้นสามารถกลับมาดำเนินการ และพัฒนาสร้างอุตสาหกรรมต่อไปได้🔗

ประเด็นที่ ๓ กำหนดให้มีใบอนุญาตโรงงาน ถ้าเป็นโรงงานปกติคือใบอนุญาต ๔ ปี ถ้าเป็นโรงงานอันตรายก็ให้มีกำหนด ๒ ปี แต่ว่าต้องมีการตรวจสอบทุก ๆ ๑ ปี ผมคิดว่า การมีใบอนุญาตโรงงานนั้นมันจะทำให้เกิดกระบวนการพิจารณาต่ออนุญาต แล้วก็ทำให้เกิด การตรวจสอบแล้วทำให้พี่น้องประชาชนในชุมชนรอบ ๆ นั้นก็มีความสบายใจตามมาด้วย🔗

ประเด็นที่ ๔ กำหนดให้โรงงานที่ต้องมีการปล่อยสารมลพิษหรือว่าการกำจัด ขยะอุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็ต้องมีการรายงานออกมา และเปิดเผยข้อมูลนี้ให้พี่น้องประชาชน ให้ชุมชนรอบ ๆ รับทราบเป็นที่ทั่วกันว่ามีการปล่อยมลพิษมากน้อยแค่ไหน สารพิษตัวใดบ้าง มีการกำจัดขยะอุตสาหกรรมใดบ้าง จำนวนเท่าไรบ้าง และวิธีการอะไรบ้าง นี่คือวิธีการ ที่ได้รับการยอมรับจากพี่น้องประชาชนรอบ ๆ ให้อุตสาหกรรมและประชาชนพัฒนาไป ควบคู่กันได้ครับ🔗

แต่สิ่งที่ผมเสียดายที่สุดที่ไม่ได้อยู่ใน ๓ ร่างฉบับนี้ เพราะมันเป็นเรื่องของ ร่างการเงินก็คือการที่จะทำให้การเพิ่มการบังคับใช้กฎหมายด้วยการให้บทบาทขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาช่วยดูแลบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ. โรงงานมากขึ้น ท่านประธาน อาจจะยังไม่ทราบประเทศไทยเรามีแผนการกระจายอำนาจ ฉบับที่ ๑ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ ฉบับที่ ๒ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ จริง ๆ ก็ตั้งใจจะให้ท้องถิ่นเข้ามากำกับดูแลโรงงาน ตั้งแต่ประเภท ๑ ประเภท ๒ และประเภท ๓ ด้วย แต่ผ่านมา ๑๐ กว่าปี ๑๗ ปีก็ยังไม่มีการถ่ายโอนตรงนี้ มาให้ท้องถิ่น ดังนั้นการบังคับใช้กฎหมายมันจึงเป็นปัญหาอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ เพราะว่า อาศัยเพียงแค่เจ้าหน้าที่ของกรมโรงงาน หรือของกระทรวงอุตสาหกรรมเท่าที่ผมเห็นข้อมูลมา เจ้าพนักงานอุตสาหกรรมมีเพียงแค่ ๓๐๐ กว่าคนเท่านั้นจากโรงงาน ๗๐,๐๐๐ กว่าคน ให้แต่ละคนตรวจวันละ ๑ โรงยังทำไม่ได้เลย นี่คือปัญหาของการบังคับใช้ ถ้าเราเพิ่มบทบาท ให้กับท้องถิ่นเข้าไปมีหน้าที่ในการตรวจสอบ กำกับ ดูแลโรงงานมากขึ้น ความไว้เนื้อเชื่อใจ การตรวจสอบดูแลมันก็จะเพิ่มขึ้นตาม และสุดท้ายก็จะเกิดความยั่งยืนและการพัฒนา อุตสาหกรรมควบคู่ไปกับการยอมรับจากประชาชนและชุมชน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ครับ🔗

นางสาวรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ลำปาง

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน รภัสสรณ์ นิยะโมสถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง วันนี้ขออภิปรายสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ. โรงงานของพรรคประชาชนค่ะ เนื่องจากเดิมมีปัญหาเรื่องของการตรวจสอบ ซึ่งเดิมกฎหมายก็ระบุว่าให้มีการอนุญาตปีต่อปีค่ะ แต่ภายหลังมาในยุคของ คสช. ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ มีการแก้ไขกฎหมายให้มีการอนุญาตครั้งเดียวซึ่งก็คือในขั้นตอนของการไปให้ ใบอนุญาต แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีการทำงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่อีกเลยค่ะ เราจะเห็น เหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานครั้งใหญ่ ๆ ก็อย่างเช่น ไฟไหม้โรงงานกิ่งแก้ว ไฟไหม้โรงงาน กระดาษทิชชูที่สระบุรีเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตถึง ๘ รายด้วยกัน จากตัวอย่างที่ดิฉันยกไปเมื่อสักครู่นี้มันทำให้กรมอุตสาหกรรมอาจจะตกเป็นจำเลยของสังคม เนื่องจากทำการตรวจสอบเอง ให้ใบอนุญาตเอง กำกับดูแลเอง สังคมจึงตั้งคำถามว่ามันเกิด Conflict of Interest กับกรมอุตสาหกรรมหรือไม่ พ.ร.บ. โรงงานของพรรคประชาชนฉบับนี้ จึงได้กำหนดให้มีการตรวจสอบโรงงานทุก ๖ เดือน ซึ่งดิฉันเห็นด้วยกับโรงงานประเภท ๒ และประเภท ๓ แล้วอีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันเห็นด้วยกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็คือเรื่องของ การมีส่วนร่วม ภาคประชาชนสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้หากเห็นว่าโรงงานดำเนินการต่าง ๆ ไม่ถูกต้อง มีการปล่อยมลพิษ ปล่อยของเสียออกมาก็สามารถเข้าไปร้องเรียน แล้วก็สามารถ เข้าไปร่วมสังเกตการณ์พร้อมกับเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบได้ค่ะ เพราะหลายครั้ง ท้องถิ่นหรือผู้มีอำนาจที่จะต้องเข้าไปตรวจสอบละเลยปัญหาไม่เข้าไปตรวจสอบ แกล้งหลับหู หลับตาให้โรงงานเปิดต่อได้ เพราะโรงงานเหล่านั้นเป็นแหล่งรายได้ของท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังมีการให้มีส่วนร่วมของ อปท. เพื่อให้สอดคล้องกับเรื่องของ พ.ร.บ. การกระจายอำนาจ แล้วก็ให้ อปท. มีส่วนรับผิดรับชอบ ซึ่งข้อเสนอของดิฉันสำหรับการมีส่วนร่วมกับท้องถิ่น ก็อย่างเช่น รง. ๔ ซึ่งจากเดิมให้อุตสาหกรรมจังหวัดเป็นผู้ให้ใบอนุญาต ข้อเสนอของดิฉัน ก็จะให้ อปท. เป็นคณะกรรมการร่วมพิจารณาร่วมกันจะได้กำหนดเกณฑ์ แล้วก็ได้มีส่วนร่วม ทั้งภาคประชาชนแล้วก็ท้องถิ่นเองช่วยกันสอดส่องดูแลค่ะ นอกจากนี้การมีส่วนร่วมของ หน่วยงานรัฐก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ดิฉันอยากเห็น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ควรเข้าไปมีส่วนร่วมเพื่อล้อไปกับ พ.ร.บ. การส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในมาตรา ๘๒ ให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ควบคุมมลพิษ ได้มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบแต่ไม่ได้ มีอำนาจในการลงโทษที่มากพอ ทำได้แค่เสนอให้ปิดหรืออำนาจบทลงโทษเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นเอง ดิฉันจึงเสนอให้หน่วยงานที่เป็น Third Party อย่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเข้าไปมีส่วนร่วม เข้าไปเพิ่มอำนาจในการลงโทษ เช่น การริบใบอนุญาต การสั่งปรับ หรือแม้กระทั่งสั่งปิดโรงงานเลย หากโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ นั้นปล่อยมลพิษ เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด นี่จะเป็นการเพิ่มความโปร่งใสให้กับกรมอุตสาหกรรมที่จะได้ ไม่ต้องเป็นที่ครหาของพี่น้องประชาชนอีกต่อไปค่ะ แล้วก็เท่ากับว่าจะเป็นการสร้าง การมีส่วนร่วมของทั้งภาคประชาชน ของ อปท. ต่าง ๆ แล้วก็หน่วยงานของรัฐ ช่วยกัน ตรวจสอบ ช่วยกันถ่วงดุลกันเองไปในตัว แล้วก็ดิฉันก็ขอเชิญเพื่อนสมาชิกให้เห็นด้วยกับ ร่างของพรรคประชาชนฉบับนี้ เพราะว่ามันจะเป็นการยกระดับของโรงงานทั่วประเทศค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านขจิตร ชัยนิคม ครับ🔗

นายขจิตร ชัยนิคม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดอุดรธานี ท่านประธานที่เคารพครับ อาจจะมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อย ผมลงชื่อเพื่อมีความต้องการ จะเป็นกรรมาธิการ แต่ว่าเรื่องอภิปรายก็ไม่ประสงค์จะอภิปรายครับ ก็อาจจะสลับชื่อกัน ก็ขออนุญาตแจ้งให้ทราบครับ ไม่อภิปรายครับ เพื่อให้กฎหมายสำเร็จโดยเร็วครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณ ท่านขจิตรนะครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมสัมมนา นักเรียน และเจ้าหน้าที่ โครงการจากคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหาร ราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๑๔๐ ท่าน เข้าฟังการประชุมสภา ผู้แทนราษฎรนะครับ ขอต้อนรับด้วยความยินดียิ่งครับ ขอบคุณครับ เชิญนั่งลงเลยครับ ต่อไปเป็นท่านการณิก จันทดา เชิญครับ🔗

นางสาวการณิก จันทดา เชียงใหม่

เรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน การณิก จันทดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคประชาชน ท่านประธานคะ จังหวัดเชียงใหม่มีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่สามารถสร้าง รายได้ส่วนใหญ่เป็นภาคบริการถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ภาคการเกษตรประมาณ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีภาคอุตสาหกรรมประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เชียงใหม่มีโรงงานขนาดเล็กตั้งอยู่ มากมาย แล้วที่สำคัญตั้งปะปนไปกับชุมชน และหลายครั้งการเกิดธุรกิจประเภทโรงงาน แม้จะเป็นโรงงานขนาดเล็กในพื้นที่ชุมชน หากไม่ได้รับการดูแลที่ดีก็จะมีการละเลย การปล่อยน้ำเสีย ปล่อยควันสู่ชั้นบรรยากาศ หรือแม้กระทั่งการเกิดมลพิษทางเสียงก่อความ รำคาญต่อคนในชุมชนใกล้ ๆ ได้ค่ะ และหลายครั้งปัญหาประชาชนในท้องถิ่นที่ได้รับ ผลกระทบจากโรงงานใกล้บ้านนี้ซึ่งท้องถิ่นเองก็ไม่สามารถจัดการแก้ไขปัญหาได้อย่างถาวร ยั่งยืน และเด็ดขาด ดังนั้นดิฉันเห็นสมควรให้นอกจากการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ในการตรวจสอบโรงงานร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐได้แล้ว ยังต้องแจ้งย้ำประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบว่าพวกเขามีสิทธิ พวกเขาสามารถเข้าร่วม ตรวจสอบโรงงานใกล้บ้านร่วมกับเจ้าหน้าที่ได้ เพื่อให้อำนาจประชาชนในพื้นที่ได้ตรวจสอบ อย่างเข้มงวดร่วมกับท้องถิ่นที่มีอำนาจ เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับมลพิษต่าง ๆ ที่โรงงานได้ก่อขึ้นก็คือประชาชนโดยรอบ ไม่ใช่รัฐมนตรี ไม่ใช่อุตสาหกรรมจังหวัดค่ะ ดังนั้น การมีส่วนร่วมทั้งจากภาคประชาชนและท้องถิ่นจะทำให้ชุมชนเข้มแข็ง มีการร่วมกัน ตรวจสอบและร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคม หากเกิดการปล่อยมลพิษต่าง ๆ ทั้งทางน้ำ อากาศ เสียง ก็จะได้ร่วมกันจัดการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ฉับไว ไม่ต้องสนเรื่องอะไร แบบนี้แล้ว โรงงานกับชุมชนก็จะสามารถเติบโตสร้างเศรษฐกิจร่วมกันได้โดยปราศจากความขัดแย้ง ดิฉันขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติโรงงานของพรรคประชาชนที่เสนอโดยเพื่อนสมาชิก ชวาลให้เข้าสู่สภาในวันนี้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศิริโรจน์ ธนิกกุล ครับ🔗

นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ศิริโรจน์ ธนิกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๒ จากพรรคประชาชน วันนี้ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างแก้ไขพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยเพื่อนสมาชิกจากพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคเพื่อไทย แล้วก็พรรคประชาชน โดย สส. ชวาล พลเมืองดี สส. จากจังหวัดชลบุรี ในฐานะที่ผมเป็น ผู้แทนของพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีจำนวนโรงงาน อุตสาหกรรมเยอะมาก ๆ นะครับ เยอะเป็นอันดับ ๒ ของประเทศรองจากจังหวัด สมุทรปราการเลยครับ แต่ถ้าเทียบความหนาแน่นจังหวัดสมุทรสาครเป็นอันดับ ๑ เลยครับ เพราะว่าด้วยตัวพื้นที่น้อยกว่า แล้วก็อำเภอนั้นน้อยกว่านะครับ ปัจจุบันสมุทรสาครมีโรงงาน ทั้งสิ้นกว่า ๖,๖๒๘ โรงงาน จึงทำให้จังหวัดสมุทรสาครที่เป็นแหล่งโรงงานอุตสาหกรรมของ ประเทศนี้กลายเป็นพื้นที่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจแล้วก็สร้างเม็ดเงินเป็นลำดับต้น ๆ ของ ประเทศครับ แต่เมื่อมีจำนวนโรงงานที่เยอะสิ่งที่ตามมานอกจากรายได้ แล้วก็ตัวเลขทาง เศรษฐกิจแล้ว นั่นก็คือของเสียจากโรงงานที่มาในหลากหลายรูปแบบครับ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของกากของเสียจากกระบวนการผลิต น้ำเสีย หรืออากาศเสีย ที่ล้วนแล้วมีต้นตอมาจาก โรงงานอุตสาหกรรมทั้งนั้นเลย แต่จะขอขีดเส้นใต้ไว้ว่าโรงงานที่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ค่อยทำตามกฎหมาย ชอบปล่อยปละละเลย ทั้งตั้งใจก็ดี ไม่ตั้งใจก็ดี จนส่งผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมใกล้เคียง ทั้งธรรมชาติแล้วก็พี่น้องประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ก็ไม่รู้ว่า ที่ต้องมารับกรรมนี้ไปทำบาปอะไรมาตั้งแต่ชาติปางไหนถึงต้องมารับกรรมจากโรงงานเหล่านี้ สิ่งที่ผมอยากจะสื่อสารต่อก็คือวันนี้ พ.ร.บ. โรงงานมันต้องถูกแก้ไขในหลาย ๆ ประเด็น โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ปฏิบัติหน้างานได้สะท้อนปัญหาหลัก ๆ ออกมาอยู่หลายประเด็น จะยกตัวอย่างสัก ๔ ประเด็นเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น🔗

ประเด็นแรก ประเด็นเรื่องของการเข้าปฏิบัติงานเพื่อการเข้าตรวจโรงงาน ของเจ้าหน้าที่ครับ ท่านประธานทราบไหมว่า พ.ร.บ. โรงงานฉบับเดิมมันจะมีอยู่มาตราหนึ่ง คือมาตรา ๓๕ (๑) จะเขียนไว้ว่า เจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้ปฏิบัติงานจะเข้าตรวจโรงงานได้ตั้งแต่ พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก หรือแค่ช่วงเวลาทำการเท่านั้น ไม่สามารถเข้าเวลาอื่นได้ ซึ่งถ้าเราทำความเข้าใจสภาพความเป็นจริงหลาย ๆ โรงงานที่ชอบปล่อยของเสียแอบทำผิด ก็มักจะแอบปล่อยในช่วงเวลากลางคืน ดังนั้นเวลาเกิดเรื่องร้องเรียนที่แจ้งเข้าไปยัง อุตสาหกรรมจังหวัด เรื่องช่วงเวลาก็ถือเป็นอุปสรรคที่สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการเข้า โรงงานของเจ้าหน้าที่หน้างาน บางครั้งอาจจะใช้การประสานร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หรือว่าท้องถิ่น แต่ทำไมเราไม่ทำให้มันง่ายต่อเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโดยตรงไปเลยให้สามารถ เข้าโรงงานได้ในทุกเวลา รวมไปถึงให้ผู้ร้องเรียน ให้ประชาชน หรือชุมชนเข้าไปร่วม สังเกตการณ์ได้ด้วย นั่นคือการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน🔗

ประเด็นที่ ๒ เรื่องจำนวนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ไม่เพียงพอ ผมขอ ยกตัวอย่างของจังหวัดสมุทรสาคร อย่างที่บอกไปตอนแรกมีจำนวนโรงงานอุตสาหกรรม สูงเป็นอันดับ ๒ ของประเทศ ๖,๖๒๘ โรงงาน แต่จำนวนเจ้าพนักงานของกลุ่มโรงงาน เต็มอัตราอยู่ที่ ๘ คน เท่ากับว่าอัตราส่วนจะอยู่ที่ ๘๒๙ ต่อ ๑ หมายความว่าเจ้าหน้าที่ ๑ คน ถ้ามีการแบ่งจำนวนโรงงานให้เท่า ๆ กันเท่ากับว่าเฉลี่ยคนละ ๘๒๙ โรงงาน ปีหนึ่งก็ตรวจ ไม่หมดครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอในสไลด์นี้ก็คือนี่เป็นอีกหนึ่งอุปสรรค ของการทำงานที่ส่งผลให้เจ้าพนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดต้องแบกรับภาระงานที่มากเกินไป เราควรที่จะมีเกณฑ์เรื่องของอัตรากำลังคนใหม่หรือไม่ ให้สอดคล้องระหว่างคนกับงานให้มัน พอดีกันมากยิ่งขึ้น หรือจะหาวิธีการอื่น ๆ มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพื่อลดขั้นตอน การทำงานบางอย่างของเจ้าหน้าที่ลงไม่ให้งานนั้น Load เกินไป ผมก็อยากจะช่วยสะท้อน ปัญหานี้ครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ เรื่องใบอนุญาตต้องมีวันหมดอายุ เพื่อเปิดทางให้มีการ ตรวจสอบโรงงานใหม่ในทุกรอบ ซึ่งปัจจุบันนี้การขอใบอนุญาตโรงงานหรือว่า รง. ๔ เมื่อได้แล้วก็จะได้เลยไม่มีวันหมดอายุ แต่แนวทางตามร่างของพรรคประชาชนเราจะให้การ ขอต่อใบอนุญาต รง. ๔ เป็นแบบต่อทุก ๆ ๔ ปี แล้วก็ประเภทโรงงานอันตรายในทุก ๆ ๒ ปี แล้วก็เพิ่มการตรวจสอบให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้นก็จะช่วยลดปัญหา ที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรงงานที่อยู่มานาน ๆ สภาพเก่าทรุดโทรม ให้ได้รับการตรวจสอบใหม่ทุกครั้งจากเจ้าหน้าที่เมื่อใบอนุญาตหมดอายุ เพื่อทำให้มาตรฐาน ของโรงงานในด้านต่าง ๆ เป็นไปตามเกณฑ์ที่จะปลอดภัย ทั้งภายในโรงงาน แล้วก็ปลอดภัย ต่อพี่น้องประชาชนโดยรอบ ไม่ให้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้นเกิดซ้ำซาก แล้วก็สร้างความ เดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน🔗

ประเด็นสุดท้าย อาจจะเป็นข้อเสนอแนะนะครับ เราจะเห็นได้ว่าช่วงหลัง ๆ เกิดเคสปัญหาที่โรงงานแอบลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรม แอบปล่อยน้ำเสีย ลงสู่ลำคลองสาธารณะ แอบปล่อยกลิ่นเหม็นจากกระบวนการผลิตต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนสร้าง ปัญหาต่อสังคมแล้วก็สิ่งแวดล้อมส่วนรวมทั้งสิ้น ในพื้นที่สมุทรสาครที่ผ่านมาเกิดเหตุ ในหลาย ๆ พื้นที่ ในหลาย ๆ เหตุการณ์ ถ้าใครยังจำกันได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแคดเมียม หรือประเด็นโรงงานทุนจีนเทา ซึ่งเวลาปัญหามันเกิดแล้วมันต้องใช้เวลากว่าจะเอาผิด หรือให้โรงงานที่กระทำความผิดต้องชดใช้ งบประมาณที่จะเอามาขนย้ายพวกของเสีย บำบัด สิ่งแวดล้อม หรือว่าเยียวยาพี่น้องประชาชนบางเคสมันค่อนข้างล่าช้า ระยะเวลาในการ ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายนาน จึงเห็นด้วยกับการที่จะกำหนดให้โรงงานต้องทำประกันภัย สิ่งแวดล้อม หรืออาจจะมีกองทุนเรื่องของสิ่งแวดล้อมด้วยก็ได้ เพื่อให้มีงบประมาณในการ มาช่วยจัดการปัญหาได้อย่างทันท่วงที ดังนั้นผมจึงขอสนับสนุนด้วยเหตุผลหลัก ๆ ทั้ง ๔ ประการที่กล่าวไปแล้ว จึงขอสนับสนุนการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ครับ🔗

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ ในเบื้องต้นผมขออนุญาตแสดง ความเห็นว่าผมเห็นด้วยกับร่างต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอเข้ามาเพื่อแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ เนื่องจากพระราชบัญญัติที่บังคับใช้อยู่ก็ใช้มานาน แล้วก็มีข้อบกพร่องหลายประการ หรือมีส่วนที่ควรจะปรับปรุงแก้ไขหลายประการ การที่ยื่น เรื่องเข้ามาแล้วมีการแก้ไขถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้ผู้ประกอบการ โรงงาน รวมทั้งประชาชนได้รับการดูแลที่เหมาะสมยิ่งขึ้น ร่างที่ส่งเข้ามาผมก็มีข้อสังเกต อย่างนี้ครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ ก็คือการให้ประชาชนมีส่วนร่วมถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่การมี ส่วนร่วมของประชาชนต้องมีความเหมาะสม เพราะว่าในการประกอบกิจการของโรงงานนั้น ก็มีความลับทางการค้า มีเรื่องสูตรการผลิต ถ้าหากว่ามีการให้ประชาชนสามารถเข้าไป ในโรงงานได้อย่างไม่มีการควบคุมที่ดีพอสมควรก็จะเกิดปัญหาว่าผู้ประกอบกิจการโรงงาน ก็จะมีความกังวลแล้วก็อาจจะมีความลังเลใจที่จะมาประกอบกิจการหรือตั้งโรงงาน ในประเทศไทย ดังนั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนจึงต้องมีความเหมาะสม🔗

ในส่วนที่ ๒ มีการปรับปรุงในเรื่องของโทษเมื่อมีการกระทำผิด ตาม พ.ร.บ. โรงงาน ยกตัวอย่างเช่นในมาตรา ๔๕ แต่เดิมโทษปรับอยู่ ๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่มาตรา ๔๕ ใหม่ ปรับเป็นโทษปรับ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทหรือจำคุกไม่เกิน ๕ ปี ก็คือ แทนที่จะเป็นโทษทางแพ่งอย่างเดียวก็มีโทษทางอาญาด้วย ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีนะครับ🔗

ส่วนเรื่องที่ ๓ ก็เป็นเรื่องของมาตรา ๓๙ ครับ มาตรา ๓๙ เป็นเรื่องของการที่ ผู้ประกอบกิจการโรงงานถ้าประกอบกิจการโรงงานออกมาแล้วทำไม่ถูกต้อง ปลัดกระทรวง หรือผู้ที่ปลัดกระทรวงมอบหมายแต่เดิมท่านก็มีสิทธิที่จะสั่งให้หยุดประกอบกิจการชั่วคราว แล้วก็มีการแก้ไขปรับปรุงแล้วจึงจะดำเนินการต่อได้ แต่ถ้าหากว่าไม่ได้ปรับปรุงก็จะ ถูกปิดโรงงาน ก็คือถ้าทำผิดก็ให้แก้ไข แก้ไขไม่ทันก็ปิด แต่ในมาตรา ๓๙ ใหม่ มีการแก้ไข มีการเพิ่มกระบวนการเพิ่มเติมก็คือการให้พักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานด้วย กล่าวคือแทนที่จะเป็นผิดแล้วแก้ไขไม่ได้ก็ปิดเลย ตอนนี้ก็ยังมีระบบพักใบอนุญาตด้วย ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟังในวรรคนี้ คือก็จะเขียนว่าในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการ โรงงานหยุดประกอบกิจการโรงงานตามวรรคหนึ่ง แต่ไม่ปรับปรุงแก้ไขในเวลากำหนด ให้มีอำนาจสั่งพักด้วย ก็ถือว่าเป็นขั้นตอนที่ดีขึ้นครับ เพราะว่าเจ้าหน้าที่แทนที่จะต้องใช้ ดุลยพินิจสั่งปิดไปอย่างเดียว ตอนนี้ก็ยังสามารถให้พักได้แล้วก็ให้แก้ไข ถ้าแก้ไขไม่ได้จึงจะสั่งปิด ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่ผมกังวลในเรื่องของการใช้อำนาจในส่วนนี้ แล้วก็อยากให้ ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้มีการระบุไว้ ก็คือเรื่องของการที่จะปิดหรือพักใช้ใบอนุญาต มันเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าหากว่าพูดถึงโรงงานจริง ๆ แล้วใกล้เคียงกับเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิตเลย เพราะว่าการหยุดพักโรงงานทำให้กระทบกระเทือนมาก ไม่ว่าจะเป็น ทางคนงานก็ดี หรือในทางธุรกิจไม่สามารถส่งสินค้าให้ลูกค้าในประเทศหรือต่างประเทศ ไม่ทันก็ดี ต่าง ๆ เหล่านี้มีผลกระทบมาก ดังนั้นการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่จึงต้องมีความ เป็นธรรม อย่างน้อยที่สุดผมอยากจะให้เขียนวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองในเรื่องของ การสั่งพักหรือสั่งปิดโรงงาน อยากจะให้มีการระบุวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองของเจ้าหน้าที่ในเรื่องนี้ให้ชัดเจน ทั้งนี้ เพื่อที่จะให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ประกอบกิจการโรงงานที่มีเจตนาสุจริตจะไม่ถูกกลั่นแกล้ง เพราะว่าหากไม่มีวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองที่ถูกต้องเจ้าหน้าที่มีอำนาจมาก ๆ เข้าไป บางครั้งก็สั่งปิดเพื่อทำให้โรงงานเกิดความเสียหาย หรือเรียกรับผลประโยชน์ก็เป็นสิ่งที่ ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม ในขณะเดียวกันถ้าหากว่ามีโรงงานที่กระทำผิดที่พวกเราเห็นอยู่เนือง ๆ แต่เจ้าหน้าที่ก็ละเลยยกเว้นไม่ไปดำเนินการแก้ไข หรือทำให้โรงงานแก้ไขให้ถูกต้องก็มีอยู่ จำนวนมาก ดังนั้นการมีวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองที่ชัดเจนและถูกต้องก็จะป้องกันปัญหา ในส่วนนี้ได้ โดยภาพรวมผมเห็นว่าร่างที่เพื่อนสมาชิกเสนอเข้ามาเป็นร่างที่น่าสนใจ และสมควรที่สภาแห่งนี้จะรับไว้เพื่อพิจารณาต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านกฤช ศิลปชัย ครับ🔗

นายกฤช ศิลปชัย ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม กฤช ศิลปชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน จังหวัดระยอง ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายสนับสนุนในหลักการร่างพระราชบัญญัติโรงงานแก้ไข เพิ่มเติมทุกร่าง ในจังหวัดระยองของผมแล้วก็จังหวัดข้างเคียงที่เป็นพื้นที่อีอีซีไม่ว่าจะเป็น ระยอง ชลบุรี หรือว่าฉะเชิงเทรา ล้วนเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมทั้งสิ้น แต่พอมาดูในเรื่องของ อัตราพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อจำนวนโรงงานที่ระยองของผมเจ้าหน้าที่ ๑ คนต่อโรงงาน ๓๙๒ โรงงาน ที่ชลบุรีเจ้าหน้าที่ ๑ คนต่อ ๔๖๔ โรงงาน และฉะเชิงเทราเจ้าหน้าที่ ๑ คนต่อ ๒๙๓ โรงงาน อันนี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างแล้วก็ระบบราชการเหมือนกันที่การเจริญเติบโต ของภาคอุตสาหกรรมมันไม่สอดคล้องกับการกำกับดูแลครับ ทำให้เกิดปัญหาตามมา เยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรงงานไม่ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การกำจัดกากอุตสาหกรรมที่ไม่ถูกต้อง หรือการปล่อยปละละเลยมลพิษอื่น ๆ สู่สิ่งแวดล้อม เราจึงจำเป็นที่จะต้องเพิ่มอำนาจให้กับท้องถิ่นเข้ามาช่วยด้วยครับ ให้อำนาจเขาในฐานะ พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ. โรงงานเช่นเดียวกัน เพราะว่าท้องถิ่นเขาอยู่กับปัญหาครับ วันดีคืนดีโรงงานปล่อยควันเสีย ปล่อยมลพิษออกมา ปล่อยกลิ่น ปล่อยหลาย ๆ อย่างเข้ามา จริงอยู่เขามีอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ. สาธารณสุข แต่มันไม่เพียงพอที่จะสามารถเข้าไป ตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานว่ามันเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ อันนี้ผมจึงเห็นด้วย ในเรื่องของข้อนี้ครับ🔗

ต่อมาเป็นเรื่องของการกำกับดูแลที่ต้องมีความเข้มงวด เข้มข้นมากขึ้น อย่างที่เพื่อน สส. ของผมได้อภิปรายไป สส. ชวาล ก็ได้บอกว่าโรงงานเวลาอนุญาตไปแล้ว ก็ไม่ได้มีการกลับเข้ามาทบทวน ตรวจสอบให้แล้วให้เลย หรืออาจจะมีบ้างก็คือการเข้าไป สุ่มตรวจ แต่มันไม่มีทางที่จะได้ครบทุกโรงงาน โรงงานไหนเส้นดีหน่อยถึงเจ้าหน้าที่หน่อย ก็ปล่อยปละละเลยข้าม ๆ ไป ก็จะไปสุ่มเอาโรงงานที่ได้อย่างไม่ครบถ้วนครับ เรื่องนี้ก็จำเป็น ที่จะต้องมีการตรวจสอบแล้วก็ทบทวนใบอนุญาตทุกปีว่าสิ่งที่ขอประกอบกิจการนั้น มาตรฐานต่าง ๆ ยังอยู่ครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ เครื่องจักรมีความชำรุดหรือยังมีประสิทธิภาพ ในการใช้งานได้ดีอยู่หรือไม่ อันนี้ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ โดยเฉพาะฉบับของท่านชวาล พลเมืองดี ครับ🔗

อันที่ ๓ เรื่องของการรายงานการเคลื่อนย้ายมลพิษและวัตถุดิบในการ ประกอบกิจการ พี่น้องชาวระยองผมเจ็บปวดกับ ๒ เหตุการณ์ใหญ่ ๆ ปี ๒๕๕๖ และปี ๒๕๖๕ ก็คือเรื่องน้ำมันรั่วครับ น้ำมันรั่วที่ระยองรั่ว ๕๐,๐๐๐ ลิตร ตามข่าว และตามรายงานของบริษัท อีกรอบหนึ่งประมาณ ๔๕,๐๐๐ ลิตร ทั้ง ๒ รอบ สร้างความ เสียหายให้กับพี่น้องโดยเฉพาะชาวประมง เพราะคราบน้ำมันมันไม่ได้ถูกกำจัดไปไหนครับ มันถูกสารเคมีฉีดกดจมลงไปอยู่ก้นทะเล มันไม่ได้ถูกจัดเก็บออกขึ้นมาครับ วันดีคืนดีทะเล เขาบำบัดตัวเองเขาก็พัดของพวกนี้ขึ้นมาฟ้องต่อสายตาสาธารณชนให้เราเห็น แต่ในทาง ปฏิบัติก็คือทุกบริษัท ทุกหน่วยงานเร่งฉีดสารเคมีตัวนี้เข้าไปแล้วก็บอกว่าเหตุการณ์จบแล้ว ควบคุมได้แล้ว แต่ความเป็นจริงคนที่เจ็บช้ำอยู่ คนที่บอบช้ำอยู่มันคือพี่น้องที่ต้องใช้ทะเล ทำมาหากินครับ เรื่องการรายงานการเคลื่อนย้ายมลพิษจะเป็นตัวช่วยเวลาเกิดการดำเนินคดี เพราะว่าทุกวันนี้เราไม่มีทางรู้เลยว่าตัวเลขที่แท้จริงมันรั่วเท่าไร เคยติดตามกับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดระยองในอดีต ตอนนี้ท่านเกษียณอายุราชการไปแล้ว ถามท่านว่า ตกลงได้ตรวจสอบหรือไม่ว่าจำนวนน้ำมันที่รั่วมันรั่วเท่าไร ท่านก็บอกว่าก็รั่วเท่านี้ ตามตัวเลขที่ผู้ประกอบการบอก ผมถามว่าแล้วผู้ประกอบการเขาจะกล้าบอกความจริงหรือ ถ้าเขาบอกตัวเลขมาก มันก็เกี่ยวกับการชดเชยเยียวยา แล้วทุกวันนี้เรื่องยังฟ้องอยู่ในศาลอยู่เลย ปี ๒๕๕๖ ยังอยู่ใน ศาลฎีกาอยู่เลย ปี ๒๕๖๕ ยังอยู่ในศาลยังสืบพยานกันอยู่เลย ผ่านมา ๓ ปีแล้ว แต่ว่า ผลกระทบมันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เกิดขึ้นกับเขาทุกวัน ปากท้องเขาทำมาหากินไม่ได้ และภาครัฐก็ไม่ได้มีมาตรการไปจัดการ มันเลยต้องมีการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ในเรื่องของ มาตรการทางแพ่งและประกันภัยด้วย ถ้ามีเรื่องของความรับผิดชอบทางแพ่งไม่ว่าจะเป็น ความเสียหายต่อบุคคล ต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต ไม่ว่าจะเป็น วิถีชีวิตหรือบุคคลทางตรงและทางอ้อมย่อมต้องมีความรับผิดทางแพ่งบัญญัติไว้ในกฎหมาย ฉบับนี้ และการมีประกันภัยที่สร้างความมั่นใจมั่นคงว่าถ้าเกิดเหตุอีกไม่ว่าจะด้วยเหตุประการใด ก็แล้วแต่ต้องมีประกันภัยมาชดเชยเยียวยา มาฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล ถามว่ารั่วครั้งหนึ่ง เอาเงินมาจ่ายกันครั้งหนึ่ง จ่ายกัน ๒๐,๐๐๐ ๓๐,๐๐๐ มันไม่คุ้ม ทะเลกว่าจะฟื้นคืนตัว ๑๐ ปีถึงจะมีสัตว์น้ำชายฝั่งเริ่มกลับมา แต่นี่รอบแรกปี ๒๕๕๖ รั่วไปแล้วยังไม่ทันเท่าไรเลย ๗-๘ ปีทะเลกำลังฟื้นตัว ปี ๒๕๖๕ ซ้ำเติมเข้าไปอีก ทุกวันนี้พี่น้องชาวประมงยังต้องฟ้องร้องกัน หลายพันคนอยู่ที่ศาลยุติธรรม เพราะว่ามาตรการภาครัฐและกฎหมายของบ้านเรา ยังไม่เอื้ออำนวยคุ้มครองปกป้องชีวิตของพี่น้องประชาชนเหล่านี้ กระผมจึงขอสรุปว่า ร่างพระราชบัญญัติแก้ไข พ.ร.บ. โรงงานฉบับนี้ของทุกพรรคการเมืองผมเห็นด้วยในหลักการ แล้วก็ขอฝากถึงคณะกรรมาธิการที่จะมีการตั้งและพิจารณากันว่าฝากในประเด็นโดยเฉพาะ เรื่องของคนตัวเล็กตัวน้อยที่เขาต้องทนอยู่กับมลพิษ ต้องฝากกรรมาธิการ ฝากเพื่อน ๆ สมาชิกช่วยกันขับเคลื่อนกฎหมายฉบับนี้ให้มาบังคับใช้เพื่อรักษาสมดุลการพัฒนา และรักษา สมดุลด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม อดิศร เพียงเกษ ครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านอดิศรครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมเรียนเชิงปรึกษา แล้วก็ อยากให้มี Action วันนี้บรรยากาศแบบที่เราทราบว่ามีกระบวนการเสนอทูลเกล้าฯ เพื่อยุบสภา แล้วมีข้อตกลงจะจัดตั้งรัฐบาล บรรยากาศเงียบเหงาครับ ผมอยากถามว่าวันนี้ ใครรับผิดชอบองค์ประชุม ถ้าไม่ทราบจริง ๆ ผมก็อยากเสนอให้นับองค์ประชุม คนไหน จะเป็นรัฐบาล คนไหนจะยุบสภา บรรยากาศวังเวง ขออวยพรให้กลับมาทุกคน อยากถาม ท่านประธาน แล้วสรุปด้วยผมขอนับองค์ประชุมครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เป็น เอกสิทธิ์ของท่าน แต่เรื่องนี้ก็มีผู้จะอภิปรายอยู่แค่ ๔ ท่าน ให้เขาอภิปรายจบก่อนไปเลยครับ ดีไหมครับ ถึงแม้จะเป็นเอกสิทธิ์🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ทุกวันนี้ คนไม่มีอำนาจจะอนุญาตครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขอให้ ผู้อภิปราย ๔ ท่าน แล้วก็จะเอาอย่างไรก็ค่อยว่ากันต่อไปนะครับ เชิญท่านกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ครับ🔗

นางสาวกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ระยอง

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต ๑ พรรคประชาชนค่ะ ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของพรรคประชาชนที่เสนอโดยท่าน สส. ชวาล พลเมืองดี และฉบับอื่น ๆ ที่เสนอในวันนี้ เพื่อให้ประเทศไทยมีกฎหมายโรงงานที่ทันสมัย โปร่งใส และคุ้มครอง ประชาชนเกิดขึ้นได้จริงค่ะ ดิฉันขอเริ่มจากการสะท้อนภาพในพื้นที่จังหวัดระยอง โดยเฉพาะ เขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด หลังจากรัฐบาลได้เดินหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณ ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกหรือ Eastern Seaboard ตลอดระยะเวลากว่า ๔๐ ปี ประชาชน ในพื้นที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางการขยายตัวของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ทั้งโรงกลั่นน้ำมัน ปิโตรเคมี โรงงานผลิตเม็ดพลาสติก โรงงานเหล็ก และโรงงาน Recycle พื้นที่นี้กลายเป็นหัวใจของเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในประเทศเรา แต่ในขณะเดียวกันก็เป็น พื้นที่ที่ประชาชนต้องอยู่กับความเสี่ยงจากมลพิษและความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ ทางอุตสาหกรรมตลอดเวลา ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาพื้นที่มาบตาพุดต้องเผชิญกับเหตุการณ์ ที่กระทบทั้งความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนหลายครั้งหลายคราว ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ไฟไหม้ถังเก็บสารเคมี เหตุการณ์โรงงานระเบิด รวมไปถึงเหตุการณ์ น้ำมันดิบรั่วไหลลงทะเล ๒ ครั้ง ในปี ๒๕๕๖ และปี ๒๕๖๕ เหตุการณ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่ สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและสิ่งแวดล้อม แต่ยังทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว ขาดความเชื่อมั่น และต้องเผชิญกับผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวด้วย นอกจากนั้น ประชาชนในพื้นที่ยังต้องเจอกับปัญหาเรื้อรังอีกหลายอย่างนะคะ อย่างเช่น ปัญหา กลิ่นสารเคมีในยามค่ำคืน น้ำเสียจากโรงงานไหลลงคลอง ไหลลงทะเล การลักลอบ นำกากอุตสาหกรรมในพื้นที่อื่น ๆ มาฝังกลบ ปัญหาค่าฝุ่น PM2.5 PM10 และการตรวจพบ สาร VOCs ในอากาศเกินค่ามาตรฐาน เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ปัญหาเหล่านี้ดำรงอยู่อย่างต่อเนื่อง นั่นก็คือ พ.ร.บ. โรงงานในปัจจุบันที่มีการแก้ไขในปี ๒๕๖๒ ได้เปิดช่องว่างให้โรงงาน ได้ใบอนุญาตเพียงครั้งเดียวและใช้ได้ตลอดไปโดยที่ไม่มีวันหมดอายุ ซึ่งต่างจากเดิมที่จะต้อง มีการต่อใบอนุญาตทุก ๆ ๕ ปี การที่ไม่ต้องต่ออายุถือเป็นการเปิดทางให้โรงงานเดิม ๆ สามารถทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีกโดยไม่ถูกทบทวนเงื่อนไข หรือมาตรการควบคุมอย่างจริงจัง ท่านประธานคะ ในหลาย ๆ กรณีกว่าเราจะได้รู้ว่าผู้ประกอบการทำผิดกฎหมายมาหลายปี หลายครั้งหลายคราว กว่าเราจะรู้ก็เมื่อได้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงและเป็นข่าวใหญ่ไปแล้ว บางเคสมีการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน บางเคสมีกระบวนการผลิตที่ไม่สอดคล้องกับอีไอเอ สุดท้ายก่อให้เกิดอุบัติเหตุสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน นอกจากนั้นยังมีโรงงาน ที่สร้างผลกระทบกับชุมชน เช่น มีการปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำ มีการเผาก๊าซส่วนเกิน ผ่านหอเผาในปริมาณที่มากเกินค่ามาตรฐานกำหนด ปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อชุมชน ที่อยู่อาศัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอดหลายสิบปีค่ะ โดยร่าง พ.ร.บ. โรงงานของฉบับ พรรคประชาชนที่เสนอแก้ไขจุดบกพร่อง จุดอ่อนเหล่านี้ได้กำหนดให้ใบอนุญาตโรงงานมีอายุ ๔ ปีสำหรับโรงงานทั่วไป และ ๒ ปีสำหรับโรงงานอันตราย พร้อมกับบังคับให้มีการรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนเพื่อให้ทำประชามติหากเป็นโรงงานอันตราย เป็นการรับรองสิทธิ ของชุมชนให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจตั้งแต่ต้น ดิฉันเห็นว่าการที่โรงงานต้องต่อใบอนุญาต ทุก ๔ ปี หรือ ๒ ปี ก็จะทำให้หน่วยงานที่กำกับดูแลได้มีโอกาสตรวจสอบสภาพโรงงาน ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย และระบบจัดการมลพิษอย่างละเอียด ก่อนที่จะมีการ ต่อใบอนุญาตให้กับโรงงานนั้น ๆ หากพบว่ามีการละเมิดกฎหมาย มีการปล่อยน้ำเสีย เกินค่ามาตรฐาน ปล่อยควันพิษ ปล่อยกลิ่นรบกวนชุมชน หรือพบปัญหาอื่น ๆ เราก็สามารถ กำหนดเงื่อนไขในการต่อใบอนุญาตให้เข้มข้นและเข้มงวดมากขึ้น หรือแม้กระทั่งปฏิเสธ การต่อใบอนุญาตนั้นได้ทันที เพื่อเป็นการตัดวงจรการทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีกของโรงงาน ลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงแล้วทำให้ผู้ประกอบการได้ตระหนักว่าจะต้องรักษา มาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงแค่ระหว่างที่เปิดกิจการ ใหม่ ๆ เท่านั้น อีกปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นนอกจากอำนาจของเจ้าหน้าที่ของอุตสาหกรรมจังหวัด และกรมโรงงานได้ถูกจำกัดไว้เฉพาะช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่เหตุการณ์ละเมิดกฎหมายหรือว่าฝ่าฝืนข้อบังคับต่าง ๆ ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นในเวลา กลางคืน ซึ่ง พ.ร.บ. โรงงานฉบับนี้ก็ได้มีการกำหนดให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบ โรงงานได้ทุกเวลาเมื่อมีเหตุอันสงสัยหรือมีกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้การตอบสนองต่อเหตุร้าย สามารถทำได้ทันท่วงทีค่ะ แล้วนอกจากนั้น พ.ร.บ. โรงงานฉบับแก้ไขนี้ยังเพิ่มระบบการรายงานข้อมูลการปล่อยมลพิษ และการเคลื่อนย้ายของเสีย และเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ เพื่อให้ชุมชน สามารถติดตามและใช้ข้อมูลในการป้องกันตนเอง รวมทั้งกำหนดให้เจ้าของกากอุตสาหกรรม ต่าง ๆ ต้องรับผิดชอบ จนกว่าจะกำจัดเสร็จสิ้นแล้วเปิดทางให้รัฐสามารถฟ้อง เรียกค่าเสียหายได้เต็มจำนวนเพื่อให้ผู้ก่อมลพิษจะต้องรับผิดชอบจริง แทนที่จะผลักภาระนั้น ให้กับชุมชน ที่ผ่านมาเราเห็นได้ชัดว่าพระราชบัญญัติโรงงานฉบับเดิมไม่สามารถป้องกัน แล้วก็จัดการความเสี่ยงให้ทันต่อสถานการณ์จริงได้ การแก้ไขร่างพระราชบัญญัติโรงงาน ในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะปิดช่องโหว่ของกฎหมายเดิม และยกระดับมาตรการป้องกัน และควบคุมให้เข้มแข็ง โปร่งใส และเพิ่มการมีส่วนร่วมจากประชาชนอันจะนำไปสู่ การลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและมลพิษทางอุตสาหกรรม คุ้มครองสิทธิและความปลอดภัย ของประชาชนอย่างแท้จริง ดิฉันจึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติโรงงานฉบับ พรรคประชาชนและร่างอื่น ๆ ที่นำเสนอ เพื่อให้ประเทศไทยมีกฎหมายโรงงานที่ทันสมัย และตอบสนองต่อสภาพปัญหาในปัจจุบัน ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานขออนุญาตครับ ขออนุญาตหารือกับท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๒๙ ครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ🔗

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

สั้น ๆ ครับท่านประธาน เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกท่านอดิศร ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ท่านได้เสนอให้นับองค์ประชุม แล้วท่านบอกว่าตั้งคำถามว่าใครมีหน้าที่รักษาองค์ประชุม ผมตอบได้ครับ วันนี้วันที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๘ ตอนเที่ยงกว่า ๆ ก็รัฐบาลมีหน้าที่รักษาองค์ประชุมครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

รับทราบครับ🔗

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมขอเสนออย่างนี้ครับ ท่านประธาน ท่านประธานใจดีว่าให้อภิปรายต่ออีก ๒-๓ คน ถ้าอยากจะให้ครบองค์ประชุม เสนอให้ท่านประธานกดออดเรียกให้สมาชิกเข้ามาฟัง แล้วให้ผู้อภิปรายได้อภิปราย อีก ๒-๓ คนอย่างที่ท่านประธานได้อนุญาตไว้จนจบ ขอให้ท่านประธานพิจารณาด้วยครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมก็พยายามอะลุ่มอล่วยนะครับ เพราะว่ามีผู้ลงชื่อแค่อีก ๓ คนเท่านั้นเอง หลังจาก ๓ ท่าน แล้วจะเอาอย่างไรก็สุดแท้แต่ที่ประชุม ผมว่าก็ลองคุยกันดูไม่มีปัญหาครับ แต่ว่าอย่างน้อย เพื่อนสมาชิกก็ได้เตรียมตัวมาแล้วผมก็อยากจะเปิดโอกาสให้ใช้สิทธิเต็มที่ อีก ๓ ท่านนะครับ ใจเย็น ๆ ต่อไปเชิญท่านชลธิชา แจ้งเร็ว ครับ🔗

นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ปทุมธานี

ขอบคุณค่ะท่านประธาน เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานีค่ะ วันนี้ขอร่วมอภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างแก้ไข พระราชบัญญัติโรงงาน ท่านประธานคะ ดิฉันเชื่อว่าเราในที่นี้หลายท่านยังคงจำเหตุการณ์ โรงงานเก็บพลุระเบิดที่บ้านมูโนะ จังหวัดนราธิวาส ได้เป็นอย่างดีนะคะ เพราะว่าเหตุการณ์ ในครั้งนั้นทำให้มีผู้ที่เสียชีวิตมากถึง ๑๒ คน แล้วก็มีผู้บาดเจ็บอีกกว่าร้อยคนด้วยกัน เหตุการณ์ในครั้งนั้นเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญแล้วก็ความจำเป็น ของการมีร่างแก้ไข พ.ร.บ. โรงงานฉบับนี้อย่างที่เราปฏิเสธไม่ได้ เพราะร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. โรงงานฉบับนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งของพรรคประชาชนได้มีการเพิ่มนิยามโรงงาน อันตรายตามมาตรา ๓ เพื่อให้ครอบคลุมโรงงานที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย ของชีวิตของพ่อแม่พี่น้องประชาชน สุขภาพร่างกาย ทรัพย์สิน และที่สำคัญรวมไปถึง ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทรัพยากรธรรมชาติ แล้วก็เรื่องของสิ่งแวดล้อมอีกด้วยนะคะ🔗

อีกหนึ่งปัญหาสำคัญของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากกรณีพลุระเบิดที่ชุมชนมูโนะ นั่นก็คือการที่ประชาชนไม่ทราบมาก่อนเลยว่าจะมีโกดังหรือโรงงานเก็บพลุ หรือดอกไม้ไฟ ตั้งอยู่ในชุมชนของเขา จนนำมาสู่การเกิดโศกนาฏกรรมดังกล่าว ดังนั้นแล้วการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ตามความในมาตรา ๔ มาตรา ๕ แล้วก็มาตรา ๖ จึงมีความสำคัญอย่างมาก เพื่อกำหนดให้โรงงานจะต้องมีความรับผิดชอบต่อชุมชน ต่อสังคม แล้วรวมไปถึงเรื่องของ สิ่งแวดล้อม แล้วจะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลของโรงงานต่อสาธารณะ รวมไปถึงการเปิดให้มี กระบวนการรับฟังความคิดเห็นและการทำประชามติ เพื่อให้ชุมชนที่อาจจะได้รับผลกระทบ จากการก่อตั้งโรงงาน การตั้งโรงงานได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการตรวจสอบ แล้วก็ การออกใบอนุญาตร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐก่อนที่จะมีการตั้งโรงงานดังกล่าว โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการประกอบกิจการโรงงานที่อยู่ในกลุ่มสุ่มเสี่ยงที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายอย่างที่ ดิฉันได้กล่าวไปตามความในมาตรา ๓ สิ่งเหล่านี้ไม่เป็นเพียงเฉพาะการคุ้มครองความ ปลอดภัยในชีวิตแล้วก็ทรัพย์สินของประชาชนแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ดิฉันเองในฐานะ ของคนที่ทำงานในเรื่องสิทธิมนุษยชนก็อยากจะชื่นชม เพราะว่านี่ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญ อย่างมากในการคุ้มครองเรื่องของสิทธิชุมชน เรื่องของสิทธิในการรับข้อมูลข่าวสาร รวมไปถึง สิทธิในการมีส่วนร่วมทางการเมืองของพ่อแม่พี่น้องประชาชนในการที่เขาสามารถที่จะเข้ามา กำหนดชะตากรรม กำหนดอนาคตของชุมชนของพวกเขาได้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่ กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญของบ้านเรา แล้วที่สำคัญก็ยังเป็นการยกระดับแนวคิดว่าด้วย เรื่องของธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ซึ่งประเทศไทยก็ต้องบอกว่าเป็นประเทศแรก ๆ ในภูมิภาคเอเชียที่มีแผนปฏิบัติการว่าด้วย เรื่องของธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนเป็นประเทศแรก ๆ ในภูมิภาคนี้ ดังนั้นแล้วดิฉันคิดว่า การมีกฎหมายฉบับนี้ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าแผนปฏิบัติการแห่งชาติว่าด้วยเรื่องธุรกิจกับ สิทธิมนุษยชนจะไม่ใช่แค่เพียงเสือกระดาษ แต่ว่าเป็นแนวนโยบายที่สามารถปฏิบัติได้ อย่างแท้จริง🔗

ท่านประธานคะ อีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันคิดว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งก็คือกรณี การตั้งโรงงานเถื่อน แล้วก็ตั้งไว้ในพื้นที่เสี่ยงที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ ที่อยู่ใกล้กับชุมชน หรือว่าโรงเรียน หรือว่าโรงพยาบาลต่าง ๆ แล้วจังหวัดปทุมธานีของดิฉัน ก็เคยมีเหตุการณ์ที่โรงงานทำพลุระเบิด และโรงงานต่าง ๆ เหล่านั้นก็มักจะตั้งอยู่ใกล้กับ ชุมชน ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของพ่อแม่พี่น้องประชาชน แล้วจากที่ ดิฉันเคยตรวจสอบก็พบว่าโรงงานเหล่านี้แน่นอนเมื่อไม่ได้มีการก่อตั้งอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย สิ่งหนึ่งที่ตามมาก็คือว่าการไม่มีข้อมูลเปิดเผยว่าโรงงานต่าง ๆ เหล่านั้น ได้มีสารพิษหรือว่าวัตถุอันตรายอะไรบ้างที่อยู่ในโรงงานของพวกเขา ดิฉันจึงเห็นด้วยในการ กำหนดโทษทางอาญากับโรงงานเถื่อนที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหาย เพื่อกำหนด ความรับผิดชอบกรณีเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันกับโรงงานอันตรายเหล่านี้จนก่อให้เกิด ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้วก็ความปลอดภัยของพ่อแม่พี่น้องประชาชน นอกจากนี้ในพื้นที่ จังหวัดปทุมธานีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตของดิฉันในเขตเทศบาลเมืองท่าโขลง ก็เริ่มมี โรงงานจากชาวต่างชาติโดยเฉพาะโรงงานของชาวจีนเข้ามาตั้งอยู่ เข้ามาประกอบกิจการ เยอะมากขึ้นหลายประเภท ซึ่งดิฉันจริง ๆ ต้องเรียนตามตรงว่าก็ยังมีความกังวลอย่างมากว่า การประกอบกิจการเหล่านั้นได้รับการตรวจกวดขันจากเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างเข้มงวด เพียงพอแล้วหรือยัง ดังนั้นแล้วการบังคับให้โรงงานต้องเปิดเผยข้อมูลของโรงงานต่อ สาธารณะ อีกเรื่องหนึ่งที่มันมีความสำคัญก็คือว่ายิ่งเป็นการเปิดช่องให้ประชาชนซึ่งพักอาศัย อยู่ในชุมชนที่อาจจะมีโรงงานเสี่ยงอันตรายเหล่านั้นได้ร่วมกันเข้ามาตรวจสอบว่าโรงงาน ที่ตั้งอยู่ในเขตชุมชนของเขาได้มีการจด จัด แจ้งถูกต้องตามกฎหมายแล้วหรือไม่ แล้วสารพิษต่าง ๆ ที่โรงงานเหล่านั้นเก็บไว้ได้มีการเปิดเผยข้อมูลแล้วหรือยัง เพื่อให้ สาธารณชนได้เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้จึงมีความสำคัญ🔗

สุดท้ายดิฉันก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่านสภาแล้วกฎหมาย ฉบับนี้จะถูกบังคับใช้อย่างจริงจัง แล้วที่สำคัญก็ต้องฝากให้หน่วยงานของรัฐช่วยกันติดตาม ตรวจสอบโรงงานทุกแห่งที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยอย่างเท่าเทียมเสมอภาค แล้วก็ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการยืนยันในเจตนารมณ์ของการมีกฎหมายฉบับนี้ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง อำเภอบ้านค่าย ปลวกแดง วังจันทร์ พรรคประชาชน ขออนุญาตร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ โรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของพรรคประชาชน โดย สส. ชวาล พลเมืองดี และร่างพระราชบัญญัติโรงงานอื่น ๆ ที่มีการเสนอในสภาวันนี้ รบกวนขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

หลักใหญ่ใจความของการอภิปราย ครั้งนี้ผมเองก็อยากจะขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่เห็นปัญหาของโรงงาน ที่มีการเปิดขึ้นและควบคุมได้อย่างไม่ดีเพียงพอ เรื่องนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน ผมได้เอาเข้ามาอภิปรายในสภาไปแล้วหลายครั้ง ตัวอย่างที่เห็นนี่คือที่โรงงานวิน โพรเสส ที่เขตผมมีเหตุไฟไหม้ แล้วก็เหตุไฟไหม้ทำให้เกิดมลพิษ มีผู้เฒ่าผู้แก่หลาย ๆ คนต้องไปอยู่ใน ศูนย์อพยพพักพิงทิ้งบ้าน ทิ้งสวนไป คือตัวเลขเป็นพันล้านบาทที่ต้องเรียกร้องจาก คพ. ในการที่จะมีการนำเงินชดเชยเยียวยามาจากบริษัทที่ก่อมลพิษลักลอบฝังสารเคมี ภาคประชาชนเองก็มีการฟ้องร้อง ชาวบ้านก็ฟ้องร้องกันหลายครัวเรือน บางคนเสียชีวิต ไปแล้วก็ยังไม่ได้ค่าชดเชย เยียวยากลับมา เพราะกระบวนการยังติดขัดอยู่ในขั้นตอนของ กระบวนการยุติธรรม ผมถามว่าการปล่อยให้มีการตั้งโรงงานที่ไม่มีความรับผิดชอบอยู่ใน ชุมชนแบบวิน โพรเสส ทำไมเราต้องมาแบกรับค่าใช้จ่าย ๑.๓ พันล้านบาทที่ คพ. ฟ้อง กับโรงงานที่ไม่มีความรับผิดชอบที่มาตั้งกันได้ง่าย ๆ อยู่กลางชุมชนแบบนี้ นี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างทางโรงงานเหล็กแห่งหนึ่งที่มีปัญหาแล้วก็กำลังมีปัญหาในการสั่งปิด แล้วเขาพยายามจะต่อสู้ให้มีการเปิดกลับมาอีกครั้งหนึ่ง โรงงานแบบนี้เข้ามาเปิดก่อสร้าง ทำลายอุตสาหกรรมเหล็กไทยทั้งระบบ ต่อสู้กันมาอย่างยาวนานเพื่อจะให้เกิดการบังคับใช้ กฎหมาย ซึ่งก็ยากเย็นเสียเหลือเกินที่จะให้ทางหน่วยงานทางกระทรวงอุตสาหกรรม ทางกรมโรงงานทำการระงับใบอนุญาต ต้องใช้เวลาเยอะมากในการปิดโรงงานไม่มีความ รับผิดชอบที่ได้ถูกเปิดขึ้นมาแล้ว แล้วนี่คือสิ่งที่กำลังเข้ามาผมเรียกมันว่านิคมศูนย์เหรียญ หรือนิคม Cosplay สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือมีการมาจดเป็นโกดัง ชาวบ้านก็ทราบว่าเป็นโกดัง สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือพอมันเป็นโกดังขึ้นมาปุ๊บอยู่ดี ๆ ก็มีการไปจดเอาใบ รง. ๔ แล้วกลายเป็น โรงงาน แล้วบางทีมีการส่งมอบใบ รง. ๔ ให้กับคนที่เข้ามาขอซื้อต่อ บางทีก็เป็นชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่ก็มาจากจีน คำถามคือเรื่องพวกนี้ชาวบ้านมารู้ตัวอีกทีโรงงานจีนมาตั้งอยู่ข้างบ้าน โดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อน พอจะเอาออกแต่ละทีก็ยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน การที่เรามี พ.ร.บ. โรงงาน แต่การบังคับใช้กฎหมายและตัวข้อกฎหมายไม่ได้เอื้อให้เกิดการควบคุม โรงงานที่เข้ามาในชุมชน คำถามคือเวลาที่เราจะเริ่มการควบคุมอยู่ตรงไหน จะเริ่มวันไหน ผมขอแจ้งว่าก็เริ่มขึ้นได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ พ.ร.บ. โรงงานที่ได้มีการยกร่างขึ้นมา หลักการที่สำคัญ ๓ ข้อของเราคือต้องเพิ่มอำนาจการตรวจสอบให้ประชาชนต้องมีการ ตรวจสอบอย่างเข้มงวด และมีมาตรการรองรับในทุกปัญหา นี่คือหลักการของทาง สส. ชวาล พลเมืองดี ที่ยกร่าง พ.ร.บ. โรงงานฉบับนี้ขึ้นมา หลักการสำคัญคือต้องการให้ชุมชนเข้าไป มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ รับรู้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับบ้านของเขา ที่ผ่านมาชาวบ้านจะขอ เข้าไปตรวจสอบโรงงานติดขัดปัญหาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นถ้าเกิดอยู่นอกเวลาราชการ เขาทำงานกันกะดึกแต่ราชการเราเข้าไปตรวจไม่ได้ คำถามคือทำไม ทำไมเวลาราชการ มาถูกล็อกไว้ให้ชาวบ้านต้องได้รับผลกระทบในเวลาที่ข้าราชการทำงานไม่ได้ ตัว พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะเปิดโอกาสให้มีการเข้าไปตรวจสอบได้นอกเวลา และให้ชุมชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการ ตั้งแต่ออกเสียงประชาพิจารณ์ ตั้งแต่มีการเข้าไปร่วมตรวจสอบและขอเข้าไปตรวจสอบได้ ร่วมกับหน่วยงานราชการ เพื่อสร้างความโปร่งใสและช่วยข้าราชการที่มีน้อยอยู่แล้ว ในกรมโรงงาน เรื่องนี้เป็นหลักการสำคัญหลักการที่ ๑🔗

หลักการถัดมาการออกใบอนุญาตและกำกับใบอนุญาต ที่ผ่านมาคือออกแล้ว ออกเลย ออกแล้วเอาไปให้ใครก็ไม่รู้ ออกแล้วทำจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ บางทีออกใบอนุญาต เป็นแบบหนึ่ง เข้าไปปรากฏว่ามี Line ผลิตกลายเป็นโรงงาน ๑ ใบอนุญาตแต่มีการผลิตอยู่ ๓ แบบ แล้วจะควบคุมกันอย่างไร เจ้าหน้าที่โรงงานเองมีไม่พอ ดังนั้นต้องมีการต่อใบอนุญาต และตรวจสอบอยู่เรื่อย ๆ เรื่องนี้เป็นหลักการสำคัญที่จำเป็น🔗

อีกหลักการคือต้องมีการกระจายอำนาจ ต้องให้ อปท. เองต้องเริ่มแล้ว เราควรกระจายอำนาจเรื่องการจัดการท้องถิ่นไปอยู่ในหลาย ๆ ระดับ ถ้าเกิดเราล็อกทุกอย่างไว้ แล้วก็ใช้ระบบราชการที่อยู่ส่วนกลางอย่างเดียวในการทำงาน อาจจะมีปัญหาอย่างนี้ในการ ที่เราเข้าไปตรวจ ไม่ได้ตามเวลาแล้วก็ต้องปล่อยให้ท้องถิ่นเป็นผู้แจ้ง วิ่งตรวจเท่าไรก็ไม่พอ โรงงานในจังหวัดระยองของผมมีเป็นพัน ๆ โรงงาน คำถามคือเจ้าหน้าที่มีอยู่หลักสิบ ต้องตรวจอย่างไรให้หมด แล้วตรวจไม่ใช่ไปชะโงกหน้ามองแล้วจบ ต้องตรวจทุกอย่าง ตรวจวัตถุดิบ ตรวจอะไรต่อมิอะไร ถ้าใช้เจ้าหน้าที่ ๑๐ คน กระจายกันไปตรวจทุกโรงงาน ใช้ ๑๐๐ วันก็ไม่พอในการตรวจ แล้วไหนจะมีนำโรงงานเข้ามาใหม่อีกเหมือนนิคม ศูนย์เหรียญที่ผมพูดถึง ดังนั้นการแก้ให้โรงงานต้องถูกร่วมตรวจสอบและให้ความเห็น โดยชุมชน เป็นเรื่องสำคัญที่ผมคิดว่าต้องริเริ่มดำเนินการตามกฎหมายใหม่ได้แล้วทันที รวมถึงเรื่องของโทษต่าง ๆ ที่ผ่านมาน้อยมากที่ทางโรงงานรู้สึกว่าค่าปรับแค่นี้ ไม่มีโทษจำคุก ไม่มีโทษอาญา ทำผิดแค่นี้เองไม่มีปัญหาอะไร สุดท้ายความรับผิดชอบก็ไปตกอยู่ที่ประชาชน ที่ไม่รู้เรื่องอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ เช่นในจังหวัดระยองของผม ดังนั้นผมก็เลยรู้สึกดีมาก ๆ ที่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ถูกยื่นเข้ามาจากทุกภาคส่วน จากทางคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม จากทางพรรคของผมทางท่านพชร ผมยินดีมาก ๆ ที่จะได้เริ่มต้นเรื่องนี้ แม้วันนี้ผมเองก็ไม่รู้ ว่าสภาของเราจะได้ทำหน้าที่ต่อไปอีกนานแค่ไหน ผมไม่ทราบ แต่ผมภูมิใจมากที่ปัญหา โรงงานที่สะสมมาในประเทศเราอย่างยาวนานมีการนับหนึ่งได้ถูกพูดในสภาว่าต้องเริ่มการแก้ไข แล้วสักที ผมหวังว่าพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนที่อยู่ที่นี่จะเห็นปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น ในบ้านของผม แล้วจะร่วมกันผลักดันให้ พ.ร.บ. โรงงานฉบับนี้เดินหน้าไปสู่การทำให้ ประเทศไทยไม่กลายเป็นแหล่งรวมของทุนศูนย์เหรียญ โรงงานศูนย์เหรียญ แล้วทำให้ มาตรฐานการลงทุนได้นักลงทุนดี ๆ มาเพื่อสร้างเศรษฐกิจให้ประเทศจริง ๆ ก็ขอสนับสนุน ทุกร่างที่ได้ยื่นในสภาวันนี้ ขอบคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านสุดท้ายท่านวุฒิพงศ์ ทองเหลา ครับ🔗

นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา ปราจีนบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วุฒิพงศ์ ทองเหลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคชาติพัฒนา ผมขออนุญาต ร่วมอภิปรายพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมเห็นด้วยกับผู้เสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ทุกท่านครับ ก่อนอื่นผมต้องเรียนต่อท่านประธานว่าในเรื่องของบทลงโทษที่มีเพิ่ม เข้ามาในมาตรา ๔๕ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่าการกำหนดบทลงโทษ ที่ผ่านมาไม่เคยมี ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีการ Update ครั้งสุดท้ายก็คือ พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งก็เป็นการ Update เรื่องที่เป็นโทษกับประชาชน คือเรื่องของการให้อำนาจอัตโนมัติ ในการต่อใบอนุญาต ซึ่งการต่อใบอนุญาตลักษณะนี้สามารถที่จะเปลี่ยนมือ แล้วมีการซื้อขาย กันได้โดยไม่ต้องมีการแสดงความคิดเห็นในชุมชนหรือมีการทำประชาพิจารณ์ในชุมชน ซึ่งสร้างปัญหาความเดือดร้อนให้เป็นอย่างมาก อย่างจังหวัดของผมเองปราจีนบุรี ข้อมูล กรมโรงงาน พ.ศ. ๒๕๖๗ ปลายปี โรงงานมีทั้งหมด ๑,๐๑๘ โรงงาน การลงทุนหรือเม็ดเงิน ลงทุนก็เป็นส่วนสำคัญ ๒๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเยอะมาก ๆ แต่ในสัดส่วนของโรงงาน ๑,๐๑๘ โรงงานที่เข้ามาลงทุนในจังหวัดปราจีนบุรีเท่าที่ตรวจสอบในการมีปัญหากับชุมชน ในการอยู่ร่วมกันกับชุมชนพบอยู่ประมาณถึง ๒๐ โรงงาน ซึ่งเป็นโรงงานที่ไม่ได้มีเงินลงทุนสูง อย่างมากก็ประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๑๐ ล้านบาท โรงงานเหล่านี้ส่วนใหญ่ในข้อมูลก็คือ จะไม่ได้ตั้งอยู่ในส่วนนิคมขนาดใหญ่ที่มีธรรมาภิบาลหรือมีการดูแลดี ๆ ไม่ได้มีเงินลงทุนเยอะ แต่โรงงานเหล่านี้เมื่อมีการสร้างโรงงานขึ้นในเขตชุมชน อย่างที่ทราบดีว่าผู้นำชุมชนเอง ท้องถิ่นเองก็มีการเสนอขายแลกเปลี่ยนที่ดิน เมื่อมีการได้อนุญาตจากชุมชนหรือประชามติผ่าน ราคาที่ดินก็สามารถกระโดดขึ้นจาก ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท อาจจะขึ้นไปถึง ๑๐ ล้านบาท ถึง ๕๐ ล้านบาท อันนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ จังหวัด โดยเฉพาะปราจีนบุรีที่ผมหยิบยก ปัญหานี้ขึ้นมา อย่างหนึ่งที่ผมพบมากในฐานะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมด้วย เวลาที่ ประชาชนเขามาร้องเรียนส่วนใหญ่แล้วผมต้องเรียนเลยว่าบทลงโทษที่กำหนดในมาตรา ๔๕ ค่าปรับถูกมากหลักหมื่นบาท ซึ่งในการผลิตของโรงงานเหล่านี้แทบจะไม่มีผลกระทบในการ ที่จะต้องมาสนใจใด ๆ ในการที่จะถูกปรับในราคาหลักประมาณหมื่นบาทหรือหลักพันบาท หรือหลัก ๒๐,๐๐๐ บาท🔗

อีกเรื่องหนึ่งครับ ในการที่เขาถูกปรับก็ส่วนหนึ่ง แต่เรื่องหนึ่งในบทกำหนดโทษ ที่ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเลยว่าผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามให้ระวางโทษจำคุก ๒-๕ ปี ตามร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่หลาย ๆ พรรคการเมืองผู้ยื่นเสนอ ร่างเข้ามามีการกำหนดโทษไว้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีและถูกต้องมาก และนอกจากเรื่องของ การกำหนดโทษ การจำคุก ๒-๕ ปี แล้วค่าปรับเริ่มต้นที่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทถึง ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมเห็นสมควรจำเป็นที่ต้องมีเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะว่าไม่มีตรงนี้แล้วประชาชนเอง ไม่สามารถแบกรับในแต่ละวันที่เขาเจอปัญหามลพิษได้🔗

อีกประเด็นหนึ่งครับ อันนี้คือเรื่องของการเป็น Third Party ของกรมโรงงาน ที่มีปัญหามากที่สุดในการที่มีประชาชนเข้ามาร้องเรียนผ่านในส่วนของกรรมาธิการที่ผม สังเกตเห็นและตั้งข้อสังเกตมาตลอด กรมโรงงานเป็นผู้เปิดอนุญาตให้มีโรงงานเกิดขึ้น หรือ รง. ๔ แล้วก็เป็นผู้ตรวจสอบ สุดท้ายก็คือเป็นผู้สั่งปิดโรงงาน ผมยกตัวอย่างโรงงานหนึ่ง ในจังหวัดปราจีนบุรี โรงงานดังกล่าวถูกกรมโรงงานเข้าไปตรวจสอบแล้วก็มีการปิดให้มาตรา ๓๙ วรรคหนึ่งปิดปรับปรุงบางส่วน ทำผิดซ้ำประกาศบังคับมาตรา ๓๙ วรรคสอง คือให้หยุด โรงงานเพื่อปรับปรุง โรงงานต้องทำการอุทธรณ์ อุทธรณ์ไปยังหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเช่น สาธารณสุขหรือหน่วยงานอื่น ๆ อีกโดยเฉพาะกรมโรงงาน ในขั้นตอนนี้ไปไม่ถึงมาตรา ๓๙ วรรคสามคือการปิดโรงงาน ซึ่งมีน้อยมากที่ไปถึง🔗

ผมยกตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่งการเป็น Third Party ที่ไม่ถูกต้องที่กรมโรงงาน รับจบ ทั้งเปิด ทั้งตรวจสอบ และทั้งปิด กรมควบคุมมลพิษเข้าไปวางอุปกรณ์รอบโรงงาน ในการตรวจสอบ ใช้เวลา ๒ สัปดาห์เพื่อตรวจสอบหา Result ของมลพิษในด้านต่าง ๆ มีอุปกรณ์มากมายเข้าไปตรวจสอบ ท่านประธานทราบไหมว่าเหตุที่เกิดขึ้นในจังหวัดปราจีนบุรีไม่ถึง๑ เดือนที่ผ่านมามีโรงงานหนึ่ง กรมโรงงานเข้าไปตรวจหลังจากที่โดนมาตรา ๓๙ วรรคสอง อีกก้าวเดียวก็คือวรรคสาม คือปิดโรงงาน ทุกคนรู้ครับ ประชาชนในพื้นที่ศรีมหาโพธิรู้ว่ามันเกิดเหตุการณ์นี้ กรมโรงงาน เข้าไปตรวจใช้เวลา ๒ ชั่วโมง โรงงานดังกล่าวเดินกำลังไม่เต็มการผลิต ใช้เวลา ๒ ชั่วโมง แล้วก็บอกกับชาวบ้านว่าเขาผลิตได้เท่านี้ โรงงานดังกล่าวปัจจุบันเปิดดำเนินการตามปกติ ต้องไปตั้งต้นกันใหม่ครับ ผมถามว่าคุณภาพชีวิตของประชาชนเวลากระทบกับในชุมชน ไม่ได้มีจำนวนน้อย บางครั้งบางพื้นที่บ้านเรือนประชาชนมากกว่า ๔๐๐ หลังคาเรือน ประชาชนต้องทนสูดดมสภาพอากาศที่อยู่ในสภาพจำยอม ฝุ่นละอองต่าง ๆ เยอะมากมาย แล้วถ้าหากว่าในจังหวัดนั้นเองตัวผู้แทนราษฎรทำงานไม่เข้มแข็งในเรื่องของอุตสาหกรรม ปัญหานี้มันจะยังคงอยู่ตลอดเวลา🔗

สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน ในตัวเรื่องของการกำหนดกฎ อัตราส่วนของโทษ และระเบียบที่เพิ่มมาในแต่ละผู้ที่เสนอร่างรายงานหรือพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมเห็นด้วย แต่ผมก็ยังหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ให้มันสามารถที่จะคลอดออกมาเป็น กฎหมายให้ประชาชนได้มีการนำไปใช้และบังคับใช้ในหน่วยงานหรือกระทรวง เพื่อให้ชีวิต ประชาชนได้พบกับคุณภาพชีวิตที่มันเป็นไปตามจริง ตามพื้นที่ที่เขาอาศัยจริง ไม่ต้องมาทน สูดดมมลพิษอย่างเช่นในปัจจุบัน อย่างที่หลาย ๆ จังหวัดเป็นกันอยู่ และรวมถึงจังหวัด ปราจีนบุรี ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

การอภิปรายก็ครบทุกท่านแล้วนะครับ ตามข้อบังคับนั้นผู้เสนอมีสิทธิในการที่จะสรุป ได้อีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะลงมติ จะใช้สิทธิในการสรุปไหมครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

เรียนท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมในฐานะผู้ยื่นร่างแก้ไขร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็ต้องขอขอบคุณ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายรัฐบาล แล้วก็ฝ่ายค้านที่วันนี้ได้อภิปรายกัน อย่างกว้างขวาง แต่โดยสรุปก็นำเรียนท่านประธานว่าทุกท่านที่ได้อภิปรายมาก็ล้วนแล้วแต่ สนับสนุนให้มีการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ทันต่อสถานการณ์ เพราะว่าทุกวันนี้ การละเมิดกฎหมายโดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ไร้จรรยาบรรณในการที่จะประกอบธุรกิจ เอาแต่ประโยชน์ส่วนตน มองเห็นผลกำไรของธุรกิจมากไปกว่าผลกระทบที่มีกับประเทศชาติ โดยเฉพาะเรื่องของสิ่งแวดล้อม ตลอดจนพี่น้องประชาชนก็คือเรื่องของสุขภาพอนามัย ฉะนั้นวันนี้จึงเป็นนิมิตหมายที่ดีที่เราจะได้ร่วมกันผ่านร่างพระราชบัญญัติโรงงาน ทั้ง ๓ ฉบับ ที่วันนี้ผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม แล้วก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรของพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย ก็ต้องขอขอบคุณสมาชิก ก็คือคณะกรรมาธิการ การอุตสาหกรรมจากทุกพรรคการเมืองที่ร่วมกันศึกษาเรื่องนี้ได้ร่วมกัน แล้วก็เสนอร่างแก้ไข ดังกล่าว แล้วก็ขอขอบคุณพรรครวมไทยสร้างชาติที่ได้สนับสนุนร่างพระราชบัญญัตินี้เช่นกัน ตลอดจนร่างของพรรคร่วมรัฐบาลก็คือพรรคเพื่อไทย แล้วก็ร่างของทางพรรคประชาชน ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ร่วมกันอภิปราย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เราก็ต้องตั้งกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้ แล้วก็นำทั้ง ๓ ร่างขึ้นมาเพื่อจะได้ร่วมกัน ในการที่จะเอาข้อดีของแต่ละร่างทั้ง ๓ ร่างมารวมกัน ภายใต้หลักการเดียวกันซึ่งก็จะทำให้ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้นเป็นไปอย่างสมบูรณ์เพื่อพี่น้องประชาชน ในโอกาสนี้ก็ขอให้เพื่อนสมาชิกได้ร่วมกันลงมติเพื่อผ่านร่างพระราชบัญญัติโรงงาน อุตสาหกรรมที่ผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมได้เสนอเข้ามาในสภา แห่งนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานและเพื่อนสมาชิกครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเป็น ผู้เสนอที่จะต้องสรุปอีกท่านหนึ่งนะครับ ท่านพชร จันทรรวงทอง เชิญครับ🔗

นายพชร จันทรรวงทอง นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพชร จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๓ อำเภอสีคิ้ว อำเภอปากช่อง พรรคเพื่อไทย วันนี้ในฐานะผู้เสนอร่าง พ.ร.บ. โรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็อยากขออนุญาตใช้สิทธิในการสรุป หลังจากที่ได้นั่งฟังเพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายก็เป็นที่แน่ชัดว่าวันนี้ในทุกพรรคการเมืองในสภาแห่งนี้เห็นตรงกันว่า พ.ร.บ. ที่จะแก้ไขในครั้งนี้ของทั้ง ๓ ร่าง ไม่ว่าจะเป็นร่างของจากทางพรรคเพื่อไทย หรือทางท่านอัครเดช ทั้งทางพรรคประชาชนนะครับ สส. ทุกท่านในสภาแห่งนี้ก็ได้อภิปราย เพื่อสนับสนุนเป็นส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด ก็ในโอกาสนี้ผมก็ต้องขอใช้โอกาสในการขอบคุณ ผู้เสนอร่างทั้ง ๓ ท่านนะครับ แล้วก็ สส. ผู้ได้ร่วมอภิปรายสนับสนุน รวมถึงเพื่อนสมาชิกที่จะ ได้ร่วมลงมติเพื่อรับหลักการในวาระที่หนึ่งนะครับ แล้วก็ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกในโอกาส ต่อไปในวาระที่สอง วาระที่สาม ที่จะได้ลงรายละเอียดกันในโอกาสหน้าที่มากขึ้นครับ ขอบคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครบทุกท่านแล้วที่ใช้สิทธิสรุปนะครับ ต่อไปก็จะเป็นการลงมตินะครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ขออนุญาต นิดหนึ่งครับ มีการแก้ไขหลักการนะครับ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรครวมไทย สร้างชาติ ท่านประธานครับ เดี๋ยวผมขออนุญาตท่านประธานสักนิดหนึ่ง เนื่องจาก อาศัยข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ให้ที่ประชุมได้พิจารณาแก้ไขหลักการในการยื่นร่างแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติโรงงานดังกล่าว เนื่องจากมีความคลาดเคลื่อนในการพิมพ์เอกสารนิดหนึ่ง ก็เลยขออนุญาตในที่ประชุมได้มีมติในการแก้ไขทั้งหมด ๖ ข้อ🔗

ข้อแรก กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมีอำนาจ ออกกฎกระทรวง กำหนดให้การประกอบกิจการที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย ของประชาชน ทรัพย์สิน ประโยชน์สาธารณะ รวมทั้งอาจกระทำต่อสิ่งแวดล้อมเป็นโรงงาน จำพวกที่ ๓ เพิ่มมาตรา ๗/๑🔗

ข้อ ๒ เพิ่มอำนาจของรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวง เพิ่มมาตรา ๘ (๗/๑) (๗/๒) แล้วก็ (๗/๓)🔗

ข้อ ๓ กำหนดอำนาจรัฐมนตรีเกี่ยวกับการกำหนดให้ท้องที่ใดเป็นเขต ประกอบการอุตสาหกรรม แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๐🔗

ข้อ ๔ กำหนดหลักเกณฑ์ในการสั่งพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตในกรณี ประกอบกิจการโรงงานไม่ปรับปรุงแก้ไขโรงงาน หรือไม่ปฏิบัติตามให้ถูกต้อง แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓๙🔗

ข้อ ๕ กำหนดความรับผิดทางแพ่งของผู้ประกอบกิจการโรงงาน เพิ่มหมวด ๒/๑ ความรับผิดทางแพ่งมาตรา ๔๑/๑ มาตรา ๔๑/๒ มาตรา ๔๑/๓ และมาตรา ๔๑/๔🔗

ข้อ ๖ แก้ไขบทกำหนดโทษ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๕ ขออนุญาต ท่านประธานให้ที่ประชุมได้รับรองการแก้ไขตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ของระเบียบการประชุม สภาผู้แทนราษฎรครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้เสนอร่าง ได้ขอแก้ไขในร่างดังกล่าวตามที่เสนอไปแล้ว ก็จะถามความเห็นของที่ประชุมว่ามีท่านใด จะขัดข้องไหมครับ เชิญท่านณัฐวุฒิครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทองนะครับ ท่านประธานครับ จริง ๆ ไม่ได้ขัดข้องตามที่ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ต้องขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่านนะครับ ในเรื่องของการแก้ไขหลักการ ผมฟังทั้งหมดหลักการที่ท่านเสนอนั้นก็อยู่ในเนื้อหาหลักการเดิมเป็นหลัก อาจจะมีการแก้ไข ถ้อยคำในตอนท้ายว่าเป็นการเพิ่มมาตราแบบใด อย่างไร ประเด็นนิดเดียวว่าถ้าเป็นไปได้ วันนี้อาจจะไม่ทัน แต่ว่าถ้ามีการรับหลักการ เกิดมีการรับหลักการแล้วนะครับ แล้วมีการ เลือกว่าร่างใดเป็นร่างหลัก แล้วหากว่ามีร่างนี้เป็นร่างหลักผมจะรบกวนว่าเวลาที่จะให้ สมาชิกแปรญัตติก็ต้องขอเป็นตัวหลักการนี้ที่จะติดกับตัวร่าง พ.ร.บ. มิฉะนั้นเดี๋ยวเราจะ แปรญัตติหรือว่าสงวนความเห็นต่าง ๆ ที่อาจจะไม่ตรงกับหลักการที่สภาจะมีการแก้ไข ในวันนี้ครับ อย่างไรก็ตามก็ยืนยันว่าได้ฟังทุกถ้อยคำแล้วไม่ได้มีการไปปรับแก้ในสาระสำคัญ เป็นการปรับแก้ในเชิงธุรการให้สอดคล้องกับตัวเนื้อหาสาระพวกผมไม่ติดใจ หรือไม่ได้ คัดค้านประการใดครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณ ท่านณัฐวุฒินะครับ ก็เป็นอันว่าไม่มีท่านสมาชิกท่านใดขัดข้องในการแก้ไขรายละเอียด ของผู้เสนอร่างในฉบับนี้นะครับ เชิญท่านอดิศรครับ🔗

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม อดิศร เพียงเกษ ครับ โดยความเป็นจริงผมเข้าใจนะครับ สภานี้ต้องเป็นสภาที่มีชีวิต ผมดูประหนึ่งว่าตอนเช้า ๆ มามันไร้วิญญาณ เพราะเหตุทางการเมืองเป็นตัวบทกำหนด แต่เพื่อเห็นการเดินหน้าความสมานสามัคคีของสภาเรา กฎหมายที่มีประโยชน์อย่างนี้ ผมก็สนับสนุนอยู่ในตัว แต่ไม่อยากให้การอภิปรายแบบไร้วิญญาณที่ผ่านมาให้คึกคัก มีชีวิตชีวาครับ อาจจะยุบก็ได้สภา หรืออาจจะเดินต่อก็ได้ อันนี้แล้วแต่กฎอนิจจังเกิดขึ้น ตั้งอยู่แล้วดับไปครับ ผมขออนุญาตที่จะถอนเรื่องการนับองค์ประชุมครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณ ท่านอดิศรครับ ดังนั้นก็จะเป็นการลงมตินะครับ เนื่องจากว่าการอภิปรายเสร็จสิ้นแล้ว ก็เป็นขั้นตอนของการลงมติว่าจะรับหลักการในวาระที่หนึ่งของร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๓ ฉบับหรือไม่ ดังนั้นก่อนลงมตินั้นผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ ขอเชิญท่านสมาชิก ที่อยู่ข้างนอกได้เข้ามาแล้วก็เสียบบัตรกดปุ่มแสดงตนครับ🔗

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายภาณุ พรวัฒนา อุดรธานี

๒๗๘ แสดงตนครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๗๘ นะครับ🔗

นายศิรสิทธิ์ สงนุ้ย สมุทรสาคร

ท่านประธานครับ ๓๗๐ แสดงตนครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๗๐ ครับ🔗

นายโกศล ปัทมะ นครราชสีมา

ท่านประธานครับ ๐๓๒ โกศล แสดงตนครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ🔗

นางสาวชญาภา สินธุไพร ร้อยเอ็ด

๐๗๐ แสดงตนค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๐๗๐ ครับ🔗

นายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ๓๗๙ แสดงตนครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๗๙ ครับ🔗

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นครราชสีมา

ท่านประธานครับ ๒๔๓ แสดงตนครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๔๓ ครับ🔗

ว่าที่ร้อยตรีหญิง อรพรรณ จันตาเรือง เชียงใหม่

ท่านประธานคะ ๔๗๘ แสดงตนค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๔๗๘ ครับ🔗

นางสาววิลดา อินฉัตร ศรีสะเกษ

๓๔๘ แสดงตนค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๔๘ นะครับ🔗

นายชริน วงศ์พันธ์เที่ยง พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานครับ ๐๗๕ แสดงตนครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๐๗๕ นะครับ🔗

นายสรวงศ์ เทียนทอง สระแก้ว

ท่านประธานครับ ๔๐๑ แสดงตนครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๔๐๑ ครับ🔗

นายกรวีร์ สาราคำ อุดรธานี

ท่านประธาน ๐๐๓ แสดงตนครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๐๐๓ นะครับ🔗

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นครศรีธรรมราช

๓๖๐ แสดงตนค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๖๐ ครับ🔗

นายรชตะ ด่านกุล นครราชสีมา

ท่านประธานครับ ๒๙๓ แสดงตนครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๙๓ ครับ🔗

นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ศรีสะเกษ

ท่านประธานครับ ๔๔๐ แสดงตนครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๔๔๐ ครับ🔗

นายอนุรัตน์ ตันบรรจง พะเยา

ท่านประธานครับ ๔๖๙ แสดงตนครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๔๖๙ ครับ🔗

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

ท่านประธานครับ ๓๒๗ แสดงตนครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ยังมีอีก ตั้งอีกหลายท่าน ผมว่ารอท่านสมาชิกไปเอาบัตรดีกว่าไหมครับ เพราะว่าเยอะเหลือเกิน ขออนุญาตล้างใหม่นะครับ เจ้าหน้าที่ขออนุญาตล้างใหม่นะครับ แล้วก็รอท่านสมาชิก ไปรับบัตรนะครับ ผมจะรอนะครับ ขอล้างข้อมูลทั้งหมดแล้วก็ให้ท่านแสดงตนใหม่ เดี๋ยวให้ท่านสมาชิกไปรับบัตรแล้วก็เสียบบัตรกดปุ่มแสดงตนนะครับ เดี๋ยวผมรอสักครู่ อีกประมาณสัก ๒-๓ นาที ให้ได้รับบัตรมาลงคะแนนให้เสร็จก่อนนะครับ🔗

นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ เชียงใหม่

๓๖๐ แสดงตนค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ อย่าเพิ่งครับ ยังไม่ให้แสดงตนนะครับ เดี๋ยวมีท่านสมาชิกหลายท่านไปรับบัตรอยู่นะครับ ผมรอสักครู่ครับ มีเวลานะครับ ให้ท่านสมาชิกไปรับบัตรของท่านเองนะครับ แล้วก็เดี๋ยวผม จะแจ้งว่าจะให้แสดงตนตอนไหนนะครับ ยังมีอีกหลายท่านกำลังเดินเข้ามานะครับ พร้อมหรือยังครับ ถ้าพร้อมแล้วท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน เชิญแสดงตนครับ เสียบบัตร กดปุ่มแสดงตนครับ เชิญท่านสมาชิกแสดงตนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

๔๐๘ แสดงตนครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๔๐๘ ครับ🔗

นายศิรสิทธิ์ สงนุ้ย สมุทรสาคร

๓๗๐ แสดงตนครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๗๐ ครับ แสดงตนกันครบหรือยังครับ🔗

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

๓๓๔ วันเพ็ญ แสดงตนค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๓๔ นะครับ มีอีกไหมครับ ผมขอปิดการแสดงตนนะครับ แสดงผลครับ ๔๐๔ ท่าน บวกอีก ๓ ท่าน เป็น ๔๐๗ ท่าน🔗

ครบองค์ประชุมนะครับ ดังนั้นผมจะถามมติในที่ประชุมว่าท่านจะรับหลักการแห่ง ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับหรือไม่ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นควรรับหลักการกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควร งดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศิรสิทธิ์ สงนุ้ย สมุทรสาคร

ท่านประธานครับ ๓๗๐ เห็นด้วยครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๗๐ เห็นด้วยนะครับ🔗

นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ๒๔๘ เห็นด้วยค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๔๘ เห็นด้วยครับ🔗

นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ๒๖๖ เห็นด้วยครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๖๖ เห็นด้วยครับ🔗

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรุงเทพมหานคร

๒๙๘ เห็นด้วยค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๙๘ นะครับ มีอีกไหมครับ ไม่มี ขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๑๕ ท่าน เห็นด้วย ๔๑๓ ท่าน บวกอีก ๔ ท่าน เป็น ๔๑๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี🔗

เป็นอันว่า ที่ประชุมรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ ต่อไปเป็นการเสนอคณะกรรมาธิการ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ จำนวนกรรมาธิการ จำนวน ๓๑ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เป็นอันว่าที่ประชุมเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ จำนวน ๓๑ ท่าน ผมขอกำหนดจำนวนสัดส่วนของกรรมาธิการดังนี้นะครับ เป็นสัดส่วนของกรรมาธิการ ของคณะรัฐมนตรี ๗ ท่าน แล้วก็ของสภาผู้แทนราษฎร ๒๔ ท่าน ขอเชิญสัดส่วน ของคณะรัฐมนตรีครับ เชิญครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๗ ท่าน ๑. นายสุนทร แก้วสว่าง ๒. นายปณตสรรค์ สูจยานนท์ ๓. นายจิรวัฒน์ บุปผาพรหม ๔. นายอภิวัฒน์ คงชาตรี ๕. นางสาวบุณยกร ดำรงรัตน์ ๖. นายพัทธนัย จิวรวิวัฒน์ ๗. นายแบ๊งค์ งามอรุณโชติ ขอบคุณค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคการเมืองเป็นสัดส่วนดังนี้นะครับ พรรคประชาชน จำนวน ๗ ท่าน พรรคเพื่อไทย จำนวน ๗ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน พรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่าน พรรคกล้าธรรม ๑ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน พลังประชารัฐ ๑ ท่าน ชาติพัฒนา ๑ ท่าน แล้วก็พรรคประชาชาติ ๑ ท่าน ขอเชิญแต่ละพรรคการเมืองได้เสนอรายชื่อ กรรมาธิการตามสัดส่วนครับ และขอผู้รับรองตามข้อบังคับด้วยนะครับ เชิญพรรคประชาชน เชิญครับ🔗

นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ระยอง

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม พงศธร ศรเพชรนรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง อำเภอแกลง อำเภอเขาชะเมา จากพรรคประชาชนนะครับ ขออนุญาตเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. โรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคประชาชน จำนวน ๗ ท่าน ๑. นายชวาล พลเมืองดี ๒. นายวรภพ วิริยะโรจน์ ๓. นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี ๔. นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ๕. นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ๖. นางสาวการณิก จันทดา ๗. นายสนธิ คชวัฒน์ ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเชิญพรรคเพื่อไทย จำนวน ๗ ท่านครับ🔗

นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๗ ท่าน ดังนี้ ๑. นายพชร จันทรรวงทอง ๒. นายขจิตร ชัยนิคม ๓. นายจรัญ อิสระบัณฑิตกุล ๔. นายศิลปวิชญ์ น้อยสมมิตร ๕. นายนัฐยุทธ ภู่สุวรรณ ๖. นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ๗. นายณัฐรัชต์ พิมพะนิตย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเป็นพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน เชิญครับ🔗

นายสังคม แดงโชติ ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทยครับ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญ พ.ร.บ. โรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน ท่านแรกท่าน สส. คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ท่านที่ ๒. นายชาญชัย กสานติกุล ๓. นายสรชัช ครองยุติ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเป็นพรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่านครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วน ของพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๒ ท่าน ๑. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ๒ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเป็นพรรคกล้าธรรม ๑ ท่านครับ🔗

นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ชัยภูมิ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๗ พรรคกล้าธรรม ท่านประธานครับ กระผมขอเสนอรายชื่อผู้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคกล้าธรรม ๑ ท่าน คือ นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่านครับ🔗

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตเสนอ รายชื่อกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๑ ท่าน คือท่านสุรินทร์ ปาลาเร่ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเป็นพรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่านครับ🔗

นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ เพชรบูรณ์ เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านบุรินทร์ สุขพิศาล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเป็นชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ท่านประธานที่เคารพ เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอชื่อ นายโกไสย เดชรุ่งเรือง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเป็นพรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ🔗

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ปัตตานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวิทย์ บารู จังหวัดปัตตานี เขต ๑ พรรคประชาชาติ ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญ ร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในส่วนของพรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่าน คือ นายอรุณ เบ็ญจลักษณ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ครบถ้วนแล้วนะครับ ต่อไปท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ เชิญครับ🔗

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. นายสุนทร แก้วสว่าง ๒. นายปณตสรรค์ สูจยานนท์ ๓. นายจิรวัฒน์ บุปผาพรหม ๔. นายอภิวัฒน์ คงชาตรี ๕. นางสาวบุณยกร ดำรงรัตน์ ๖. นายพัทธนัย จิวรวิวัฒน์ ๗. นายแบ๊งค์ งามอรุณโชติ ๘. นายชวาล พลเมืองดี ๙. นายวรภพ วิริยะโรจน์ ๑๐. นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี ๑๑. นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ๑๒. นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ๑๓. นางสาวการณิก จันทดา ๑๔. นายสนธิ คชวัฒน์ ๑๕. นายพชร จันทรรวงทอง ๑๖. นายขจิตร ชัยนิคม ๑๗. นายจรัญ อิสระบัณฑิตกุล ๑๘. นายศิลปวิชญ์ น้อยสมมิตร ๑๙. นายนัฐยุทธ ภู่สุวรรณ ๒๐. นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ๒๑. นายณัฐวัชต์ พิมพะนิตย์ ๒๒. นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ๒๓. นายชาญชัย กสานติกุล ๒๔. นายสรชัช ครองยุติ ๒๕. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ๒๖. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๒๗. นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ๒๘. พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ๒๙. นายบุรินทร์ สุขพิศาล ๓๐. นายโกไสย เดชรุ่งเรือง และ ๓๑. นายอรุณ เบ็ญจลักษณ์🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กำหนดการ แปรญัตติแล้วก็จะใช้ร่างใดเป็นหลัก เชิญครับ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยครับ ขอเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ แปรญัตติใน ๑๕ วัน ตกลงใช้ร่างใดเป็นหลักในการพิจารณาครับ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

วัชระพล ขาวขำ จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยครับ ขอเสนอใช้ร่างของ ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นร่างหลักในการ พิจารณา ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ใช้ร่างของท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นร่างในการพิจารณา จบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติในวาระที่หนึ่งครับ ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๕.๒ ได้พิจารณารวมกับระเบียบวาระที่ ๕.๑ แล้ว🔗

ระเบียบวาระที่ ๕.๓ ร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายวรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติในทำนองเดียวกันอีก ๓ ฉบับ ได้แก่🔗

๑. ร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

๒. ร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายธนาธร โล่ห์สุนทร กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

๓. ร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

ผมเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติในทำนองเดียวกันนั้นสามารถที่จะนำมา พิจารณารวมในการพิจารณาได้ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) และข้อ ๑๑๗ วรรคสามนะครับ จะมีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ให้ดำเนินการรวมร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวทั้ง ๓ ฉบับ ในการพิจารณาร่วมกัน🔗

ด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างพระราชบัญญัติมายัง สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๓๓ (๒) โดยร่างของท่านวรภพ กับคณะ และร่างของท่านธนาธรกับคณะ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดทำ รายงานผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับ ร่างกฎหมายแล้วนะครับ สำหรับร่างของท่านอัครเดชกับคณะ และร่างของท่านสิทธิพล กับคณะ เป็นร่างที่มีหลักการทำนองเดียวกัน สำนักงานจึงไม่ได้จัดทำให้มีการรับฟัง ความคิดเห็นอีก โดยนำรายงานของร่างที่ได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นแล้วมาประกอบ การพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๗๗ วรรคสอง และ ประกาศสภาผู้แทนราษฎรเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการการรับฟังความคิดเห็นและ การวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ นะครับ รายละเอียดปรากฏตามเอกสาร ที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกได้ทราบแล้วนะครับ🔗

ต่อไปเป็นการเสนอของท่านสมาชิกแต่ละร่างนะครับ ทั้งหมด ๔ ร่าง ๔ ฉบับ ขอเชิญแถลงหลักการและเหตุผลตามลำดับดังนี้นะครับ ฉบับแรกจะเป็นของท่านวรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะ ฉบับที่ ๒ จะเป็นของท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ กับคณะ ฉบับที่ ๓ จะเป็นของท่านธนาธร โล่ห์สุนทร กับคณะ ฉบับที่ ๔ เป็นของท่านสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล กับคณะ ขอเชิญร่างฉบับแรกท่านวรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะ เชิญครับ🔗

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ผมขอเป็นตัวแทนเพื่อนสมาชิกตั้งแต่คราวยังเป็นพรรคก้าวไกล จนมาเป็นพรรคประชาชน ในวันนี้ เสนอร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เข้าสู่ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ โดยหลักการก็คือการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการแข่งขัน ทางการค้า พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการส่งเสริมการแข่งขันทางการค้า การป้องกันการผูกขาด การทำงานเชิงรุกของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า รวมถึงแก้ไข ที่มาของกรรมการแข่งขันทางการค้าให้ยึดโยงกับประชาชนมากขึ้นครับ เหตุและผลที่ผมจะ ขออภิปรายสนับสนุนในการยื่นเสนอร่างฉบับนี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ ท่านประธานชวนย้อนความทรงจำนิดหนึ่งครับว่าถ้าเราย้อนกลับไปดูสัก ๔ ปีที่แล้วนี้ครับ มันมีมติของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าที่อนุญาตให้มีการควบรวม CP Tesco นะครับ ในเรื่องของการควบรวม Modern Trade จาก ๓ รายใหญ่ให้เหลือ ๒ ราย ๓ ปีที่แล้วครับ มีการควบรวมกิจการระหว่าง True Dtac ที่ทำให้ผู้ประกอบการมือถือหรือค่ายมือถือของเรา จาก ๓ รายใหญ่เหลือเพียงแค่ ๒ ราย และ ๒ ปีที่แล้วก็มีการควบรวมผู้ประกอบการ Internet Broadband นะครับ AIS กับ 3 Broadband ทำให้ผู้การรายใหญ่จาก ๔ ราย เหลือเพียงแค่ ๓ ราย ซึ่งแน่นอนผลกระทบมันก็ส่งผลให้กับพวกเราทั้งผู้ประกอบการ รายย่อยและผู้บริโภคในวันนี้นะครับ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็อาจจะเป็นผลการศึกษาของ สภาองค์กรของผู้บริโภคที่ค้นพบว่าหลังจากควบรวมตัวอย่างที่มีการศึกษา คือหลังจาก ควบรวมกิจการอย่างค่ายมือถือ คุณภาพบริการอินเทอร์เน็ตต่าง ๆ ก็แย่ลงนะครับ Package ค่ายมือถือต่าง ๆ ก็แพงขึ้นมา เท่ากัน และสุดท้ายทำให้ค่าบริการรายเดือนแพงขึ้นมา ๑๓ เปอร์เซ็นต์ นี่คือผลลัพธ์ของการ ที่ประเทศไทยปล่อยให้มีการควบรวมกิจการขนาดใหญ่ส่งผลกระทบทั้งกับผู้บริโภคแล้วก็ ผู้ประกอบการรายย่อยตรงนี้ ดังนั้นมันจึงเป็นที่มาของบทพิสูจน์ว่ากฎหมายแข่งขันทางการค้า ฉบับปี ๒๕๖๐ นั้น ยังไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการที่จะให้มีการป้องกัน การผูกขาด แล้วก็ทำให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมขึ้นได้จริงในประเทศไทย จึงต้องมีการ แก้ไขเสนอกฎหมายฉบับนี้ และนอกเหนือจากนี้ก็ยังไม่มีการตัดสินคดีใด ๆ ที่มีนัยสำคัญ ในการที่จะคุ้มครองสิทธิของผู้ประกอบการรายย่อยและผู้บริโภครายใดเลย ไม่ว่าจะเป็นการ ละเมิดการแข่งขันการค้าต่าง ๆ ซึ่งในร่างฉบับนี้ที่ผมได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็จะ มีประเด็น ๖ ประเด็นใหญ่ ๆ ที่อาจจะขอไล่เรียงให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ได้สนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ครับ🔗

ผมขอเริ่มตั้งแต่ประเด็นแรก คือการเพิ่มอำนาจคณะกรรมการแข่งขัน ทางการค้าให้คุ้มครองการควบรวมกิจการในทุกอุตสาหกรรม ไม่ได้มีข้อยกเว้นอีกต่อไปว่า ถ้ามีกฎหมายที่คุ้มครองอยู่แล้ว ก็จะอยู่นอกเหนือกฎหมายฉบับนี้ เพราะอะไร เพราะก็จะ เป็นตัวอย่างที่ผมได้เกริ่นไปว่าจะเป็นกรณีการควบรวมกิจการของค่ายมือถือจาก ๓ ราย เหลือ ๒ ราย หรือ Regulator เดิมในธุรกิจโทรคมนาคมหรือก็คือ กสทช. นั้น ได้มีการ วินิจฉัยซึ่งผมว่าเป็นคำวินิจฉัยที่เลวร้ายมากคือการบอกว่า กสทช. ไม่มีอำนาจอนุญาตที่จะ ไม่อนุญาตการควบรวมของผู้ประกอบการค่ายมือถือได้ ซึ่งนั่นก็คือเหตุผลที่ทำให้เกิดการ ควบรวม True Dtac ทำให้ผู้ประกอบการค่ายมือถือจาก ๓ ราย เหลือ ๒ ราย ซึ่งถ้ามีการ ยกเว้นกฎหมายแบบนี้ไว้นั่นหมายถึงอะไร หมายถึงว่าวันนี้ถ้าผู้ประกอบการ True และ AIS ๒ ราย ที่เหลืออยู่นั้นเกิดตัดสินใจควบรวมกันขึ้นก็เท่ากับว่ามันจะไม่มีกฎหมายใดที่จะ สามารถหยุดยั้งการควบรวมกิจการของค่ายมือถือเหล่านี้ได้อีกต่อไป ดังนั้นมันจึงเป็นความ จำเป็นที่ต้องมีบทบัญญัติไว้ในกฎหมายฉบับนี้ว่าให้ครอบคลุมถึงทุกอุตสาหกรรมว่า ถ้ามันเกิดการควบรวมกิจการขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบ เกิดการแข่งขันน้อยรายเกิดขึ้น คณะกรรมาการแข่งขันทางการค้าต้องมีอำนาจในการอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เกิดการ ควบรวมเหล่านี้ได้🔗

ประเด็นที่ ๒ มีการบัญญัติผู้มีอำนาจเหนือตลาดให้ครอบคลุมมากขึ้นครับ เพราะแน่นอนด้วยบริบทเศรษฐกิจปัจจุบันนี้มันดูไม่ได้เฉพาะส่วนแบ่งตลาดแต่เพียงอย่างเดียว มันต้องดูหลากหลายปัจจัยในหลากหลายมิติประกอบกันครับ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็จะเป็น อย่างที่ผมได้เกริ่นไปว่าการพิจารณาควบรวมกิจการระหว่าง CP TESCO ที่ไม่ควรจะดูแค่ ส่วนแบ่งตลาดแต่เพียงอย่างเดียว มันต้องดูว่าเป็นธุรกิจใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ หรือร้าน Modern Trade ค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่เหล่านี้ครับ การผูกขาดระดับจังหวัด ระดับพื้นที่ และดูผลของการเพิ่มอำนาจเหนือธุรกิจที่จะส่งผลเมื่อเกิดการควบคุมช่องทาง การขายทำให้เกิดความได้เปรียบในการซื้อสินค้าเข้ามาวางขาย เป็นต้น ส่งผลกระทบต่อ อำนาจการต่อรองของผู้ประกอบการรายย่อยที่จะขายสินค้าเข้าสู่ Modern Trade ต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าเราเพิ่มอำนาจให้ชัดเจนว่าการมีอำนาจเหนือตลาดนั้นหรือการเป็นผู้มีอำนาจเหนือ ตลาดไม่ได้ดูแค่ส่วนแบ่งตลาดอย่างเดียวก็จะสามารถทำให้คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า วินิจฉัยได้ครอบคลุมและคุ้มครองผู้ประกอบการรายย่อยได้มากขึ้นครับ🔗

ข้อ ๓ ขยายการคุ้มครองแข่งขันทางการค้าให้รวมถึงรัฐวิสาหกิจด้วย ไม่ได้มี ข้อยกเว้นอีกต่อไป ซึ่งแน่นอนผมคิดว่าเรื่องของธุรกิจไฟฟ้าต่าง ๆ ก็จะสามารถทำให้ต้อง เข้ามาอยู่ในการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมมากขึ้น แล้วคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ก็สามารถมีอำนาจกำกับในการบทบัญญัติต่าง ๆ ที่จะทำให้ไม่เกิดการแข่งขันแล้วก็ ไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการได้🔗

ข้อที่ ๔ ก็จะเป็นเรื่องของการคุ้มครองรวมถึงธุรกิจต่างประเทศด้วยที่จะ ส่งผลกับการแข่งขันในประเทศไทย ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็จะเป็นในกรณีที่น่าจะเป็นสัก หลายปีก่อน มีการควบรวมของธุรกิจ Grab และ Uber ซึ่งแน่นอนครับ เป็นการซื้อขายหุ้น ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ แต่การควบรวมกิจการซื้อขายกิจการเหล่านั้นมันส่งผลถึงผู้บริโภค ในประเทศไทยอย่างแน่นอนครับ ซึ่งถ้าเราไปดูในรัฐบาลต่างประเทศ รัฐบาลสิงคโปร์ รัฐบาล ฟิลิปปินส์ ก็มีการสั่งปรับ ๒ ธุรกิจนี้ที่กำลังควบรวมหรือซื้อขายหุ้นกันที่ต่างประเทศ มีมาตรการควบคุมต่าง ๆ เพื่อป้องกันการเพิ่มราคาที่เอาเปรียบผู้บริโภคตามมา แต่สิ่งเหล่านี้ กลับไม่เห็นในประเทศไทย กลับไม่เห็นในบทบาทของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า เพราะกฎหมายไม่ได้มีบทบัญญัติรับรองไว้ให้ชัดเจน🔗

และประเด็นต่อมาก็จะเป็นเรื่องของการเพิ่มกลไกที่จะทำให้ป้องกันการใช้ การฮั้วหรือว่าการตกลงกันเพื่อเอาเปรียบผู้บริโภคหรือผู้ประกอบการรายย่อยด้วยกัน ซึ่งในทางภาษาทางการก็คือบทบัญญัติ Leniency ผมพูดภาษาง่าย ๆ ก็คือเป็นคนฮั้ววงแตก ก็คือใครแจ้งเบาะแสของการฮั้วได้ก่อนคนนั้นก็สามารถได้พิจารณาลดโทษได้ เพราะการฮั้วกัน นั่นหมายถึงว่าอะไร หมายถึงว่าคนที่ฮั้วกันนั้นไม่ได้ทำเพียงรายเดียว มีการตกลงกัน ในหลาย ๆ รายเพื่อเกิดการฮั้วราคา ไม่ว่าจะตั้งราคาที่ฮั้วกันหรือตั้งราคาที่จะซื้อสินค้า ราคาถูกพิเศษหรือว่าขายแพงพิเศษนั้นเกิดการฮั้วกัน ถ้ามีบทบัญญัตินี้จะเกิดความระแวง ซึ่งกันและกันระหว่างคนฮั้ว ซึ่งทำให้ความน่าสนใจหรือความจูงใจที่จะเกิดการฮั้วกันนั้น ลดลง แล้วก็เป็นวัตถุประสงค์ของการมีบทบัญญัตินี้ไว้ในกฎหมายแข่งขันทางการค้า ซึ่งต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร เป็นบทบัญญัติที่ในกฎหมายแข่งขันทางการค้าต่างประเทศ ก็ล้วนมีกันเพื่อป้องกันการฮั้วและลดเจตนาหรือลดแรงจูงใจที่จะเกิดการฮั้วกัน🔗

ประเด็นต่อมา ประเด็นเรื่องของความโปร่งใส ท่านประธานครับ กฎหมาย ที่ผมได้เสนอฉบับนี้จะกำหนดให้ทางคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าต้องจัดทำรายงานต่อ สภาผู้แทนราษฎรโดยตรง ให้มีการตรวจสอบการทำงานโดยผู้แทนราษฎร ให้มีการ ถกเถียงกันแล้วก็ชี้กันว่าประเด็นไหนที่ยังทำงานบกพร่องในการคุ้มครองการแข่งขัน ทางการค้าโดยผู้แทนราษฎรตรงนี้ และคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าเองเมื่อมีการวินิจฉัย ประเด็นสำคัญก็จำเป็นที่จะต้องเปิดเผยคำวินิจฉัยรายบุคคลเพื่อให้สาธารณะได้เห็น ได้รับทราบว่าคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าแต่ละท่านมีความเห็นวินิจฉัยอย่างไร ในประเด็นสำคัญ ๆ ที่สาธารณชนต้องการจะทราบ🔗

และประเด็นสุดท้าย ประเด็นข้อที่ ๖ ที่อาจจะเพิ่มขึ้นมานอกเหนือจาก ร่างอื่นที่ผมอยากนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้และเพื่อนสมาชิก คือกระบวนการ สรรหากรรมการแข่งขันทางการค้า ผมอยากเท้าความท่านประธานนิดหนึ่งครับ กฎหมาย แข่งขันทางการค้านี้จริง ๆ แล้วเรามีตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ สมัยนั้นเราให้มีเป็นฝ่ายการเมืองครับ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานคณะกรรมการ และ ครม. ก็เป็นผู้แต่งตั้ง กรรมการ พูดง่าย ๆ คือฝ่ายการเมืองแต่งตั้งได้เต็มตัว บังคับใช้มา ๑๗ ปีไม่มีคดีขึ้นสู่ศาลเลย แม้แต่คดีเดียว ก็เป็นปัญหาหนึ่งของกฎหมายตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ปี ๒๕๖๐ ก็เลยมีการแก้ไข คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า โดยให้มีปลัดและข้าราชการระดับสูง ๗ คนบวกเอกชน ๒ คนเป็นคณะกรรมการสรรหา ด้วยความคาดหวังว่าคณะกรรมการระดับสูงเหล่านี้ จะสามารถสรรหาคนดีเข้ามาเป็นกรรมการแข่งขันทางการค้าได้ ร่างปี ๒๕๖๐ ก็เลยกำหนด ให้แบบนั้น แต่ผลลัพธ์ก็เป็นอย่างที่เราเห็นกันผ่านมา ๖ ปีคำวินิจฉัยที่ผมคิดว่าไม่สามารถ สร้างความพึงพอใจหรือไว้วางใจกับพี่น้องประชาชนได้ ก็เลยตัดสินใจว่าควบรวม ผูกขาด มากขึ้น แต่ไม่สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่งคดีต่าง ๆ ที่ไม่มีคดี ที่มีนัยสำคัญเกิดขึ้น หรือแม้กระทั่งเรื่องของการกำกับแพลตฟอร์ม ดิจิทัล แพลตฟอร์ม e-Commerce ที่ล่าช้ามาจนถึงวันนี้เพิ่งจะมีการรับฟังความเห็นในการที่จะควบคุมดูแล การขึ้นค่า GP หรือว่าการที่ทำให้ไม่สามารถเลือกขนส่งได้ ก็เป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งว่า การสรรหาโดยข้าราชการระดับสูงนั้นก็ไม่สามารถหาคนดีอย่างที่เจตนาของกฎหมายได้ จึงเป็นที่มาที่ทางผมได้เสนอว่ามันสมควรที่จะต้องมีการถ่วงดุลกัน โดยเปลี่ยนให้ คณะกรรมการสรรหานั้นเสนอชื่อโดยตัวแทนจากพรรคร่วมรัฐบาล ๒ คน เสนอโดย พรรคร่วมฝ่ายค้าน ๒ คน และให้คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าเสนอ ๓ คน แต่ทั้งหมด จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรถึงจะไปดำรงตำแหน่งคณะกรรมการ แข่งขันทางการค้าได้ ซึ่งก็ต้องยืนยันกับท่านประธานแบบนี้ว่ากระบวนการที่ผมได้เกริ่นไปนั้น ก็มีหลากหลายตัวอย่างในหลากหลายประเทศที่เขาใช้วิธีการที่คล้าย ๆ กัน ก็คือเป็นทั้ง ฝ่ายการเมืองที่เสนอชื่อแล้วก็ให้สภาเห็นชอบ ตัวอย่างที่ผมอยากจะยกตัวอย่างให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งอียูเอง หรือว่าของประเทศญี่ปุ่นเองก็มีการให้สภาเห็นชอบคณะกรรมการ แข่งขันทางการค้าที่เป็น Regulator สำคัญในการที่จะมากำกับดูแลการแข่งขันที่เป็นธรรม ให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆ ดังนั้นก็ยืนยันว่าในกระบวนการสรรหาก็เป็นอีกกลไกหนึ่งที่ควรจะต้องมีการพูดคุย แลกเปลี่ยนที่เห็นต่างเห็นแย้งกันได้ แต่ต้องยืนยันว่ากระบวนการที่ผ่านมานั้นมีปัญหา และไม่สามารถคุ้มครองการแข่งขันทางการค้าได้จริงให้กับระบบเศรษฐกิจไทย จึงมีความ จำเป็นที่จะต้องเสนอร่างแก้ไขพระราชบัญญัติแข่งขันทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... นี้เข้าสู่ สภาผู้แทนราษฎรให้พิจารณาได้เห็นชอบกันครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ผู้เสนอร่างเชิญครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ผมเสนอ ร่างพระราชบัญญัติเข้ามา ๒ ฉบับ ทั้งโรงงานด้วยแล้วก็ พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า ก็มาบรรจบกันโดยไม่ได้นัดหมาย จริง ๆ แล้วกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนั้นผมได้ยื่นมาเป็น ระยะเวลาปีกว่าแล้วนะครับ แล้วก็ตั้งใจที่จะให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้พิจารณากฎหมาย ซึ่งเมื่อผ่านแล้วก็จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนทั้ง พ.ร.บ. โรงงานเมื่อสักครู่นี้ที่ได้ ผ่านมติของสภาผู้แทนราษฎรไป ตอนนี้เป็นร่างที่ ๒ ที่ผมได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ การแข่งขันทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขึ้น เพื่อเป็นการปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติเดิม ซึ่งได้แก้ไขหรือบังคับใช้ไปล่าสุดเมื่อปี ๒๕๖๐ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันนี้ การแข่งขันทางการค้าถือว่ามีความสำคัญแล้วก็กระทบกับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน โดยทั่วไป ถ้ามีการผูกขาดหรือที่เราเรียกว่า Monopoly มีการผูกขาดเกิดขึ้นในธุรกิจการค้า เราจะเห็นได้ว่าเมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนก็ได้อภิปรายในร่างที่ได้เสนอ กันเข้ามา ซึ่งวันนี้มีทั้งร่างของพรรครวมไทยสร้างชาติเอง ของพรรคประชาชนแล้วก็ของ พรรคเพื่อไทย ซึ่งได้มีความเห็นร่วมกันว่าร่างพระราชบัญญัตินี้สมควรต้องได้รับการแก้ไข ปรับปรุงเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ร่างของทางผมเองในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรครวมไทยสร้างชาติมีความเห็นว่าตัว พ.ร.บ. แข่งขัน ทางการค้าต้องมีการปรับปรุง ซึ่งก่อนที่จะได้ไล่เลียงถึงรายละเอียดในการแก้ไขปรับปรุง กฎหมาย ผมขออนุญาตท่านประธานได้กล่าวถึงเหตุผลให้ท่านประธานและท่านสมาชิก ได้รับทราบถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขร่างที่ผมได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยที่พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า ปี ๒๕๖๐ ยังมีความคลุมเครือเกี่ยวกับ ขอบเขตการบังคับใช้ของกฎหมาย กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจได้กระทำการผิดกฎหมาย นอกราชอาณาจักร แต่ผลแห่งการกระทำเกิดขึ้นและมีอิทธิพลต่อตลาดในราชอาณาจักรไทย ทำให้เกิดปัญหาการลงโทษผู้กระทำความผิดนั้นในราชอาณาจักรและมีปัญหาการประกอบ ธุรกิจที่มีอำนาจเหนือตลาดหรือการรวมธุรกิจอันอาจก่อให้เกิดการลดการแข่งขัน การประกอบธุรกิจอันเป็นการผูกขาดหรือลดการแข่งขันทางการค้า หรือจำกัดการแข่งขัน ในตลาดที่สมควรซึ่งไม่ได้กำหนดให้อยู่ในบังคับกฎหมาย ทั้งนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ปัญหา ของการกำหนดอายุการฟ้องคดีจากการแข่งขันทางการค้ามีความซับซ้อนมากขึ้นในปัจจุบัน กำหนดเวลาดังกล่าวจึงไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันและไม่เป็นธรรมต่อผู้ที่ได้รับ ความเสียหาย และในส่วนของคำวินิจฉัยของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าที่ได้เผยแพร่ อยู่ในปัจจุบันขาดรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุผลของคำวินิจฉัย ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับ ผู้ตรวจสอบทางการปฏิบัติของคำวินิจฉัยของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า จึงเป็นการ ขัดแย้งกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพทางวิชาการที่รัฐธรรมนูญให้การ คุ้มครอง สมควรปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการแข่งขันการค้าเพื่อให้เกิดความชัดเจน เกี่ยวกับขอบเขตการบังคับใช้ของกฎหมายกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจนั้นไม่มีสถานะ ทางกฎหมายที่จดทะเบียนอยู่ในราชอาณาจักรได้กระทำความผิดนอกราชอาณาจักร เพิ่มประสิทธิภาพของกฎหมายให้มีความทันสมัย ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และให้เกิดการทำงานของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าที่มีความโปร่งใส สาธารณชน สามารถเข้าถึงคำวินิจฉัยและสามารถตรวจสอบได้🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ จากเหตุผลที่ได้นำเรียนท่านประธานมาผมจะขอ ได้ลงรายละเอียดสักเล็กน้อยเพื่อให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ได้ลงมติอย่างสบายใจว่าร่างนี้เป็นร่างที่มีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และประเทศชาติ และอีกอย่างหนึ่งครับ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ซึ่งปัจจุบันนี้ ท่านประธานก็จะเห็นว่าปัจจุบันผู้ประกอบการจากต่างประเทศเข้ามา Dump ราคา มีผู้ประกอบการหลายรายที่ค้าขายทางออนไลน์ แล้วผู้บริโภคสั่งซื้อสินค้าแล้วสินค้านั้น ขาดคุณภาพแล้วก็ขายตัดราคากับผู้ประกอบการในประเทศ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าขายต่ำกว่าทุน ซึ่งเป็นการทำลายคู่แข่งในตลาด ตรงนี้ในระยะยาวจะเป็นโทษต่อพี่น้องประชาชน เป็นภัยต่อ ผู้บริโภค แน่นอนครับพี่น้องประชาชนอาจจะเห็นว่าสินค้าที่โฆษณาขายทางออนไลน์ที่มา จากต่างประเทศนั้น เดี๋ยวนี้การขนส่งหรือโลจิสติกส์เมื่อก่อนท่านประธานสั่งจากต่างประเทศ มาบางทีต้องลงเรือกว่าจะขนส่งมาใช้ระยะเวลาหลายวัน แต่ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีต่าง ๆ การขนส่งไม่ว่าจะเป็น Air Freight ก็ดี การขนส่งทางบกที่มีการเชื่อมโยงด่านค้าขายเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นประเทศเพื่อนบ้านก็ดี ประเทศที่ออกไปก็ดี อย่างประเทศที่มีกำลังการผลิตมาก แล้วก็มีขอบเขตชายแดนที่ใกล้กับประเทศไทย ก็สามารถส่งสินค้าเข้ามาในประเทศได้ ทีนี้ ถ้าการแข่งขันทางการค้าโดยการขายต่ำกว่าทุนหรือตัดราคาก็เป็นการทำลายโอกาสของ ผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs ในประเทศ จะทำให้ SMEs ไทยล้มหายตายจากไป ถ้าเรา ไม่แก้ไขปัญหาตรงนี้ นอกจากจะเป็นการขายต่ำกว่าทุนเพื่อกำจัดคู่แข่งแล้วสินค้าที่นำเข้ามา ก็ขาดคุณภาพ โดยเฉพาะปัจจุบันนี้ก็มีปัญหาสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมก็มาสวม ตรา มอก. ก็มี หรือยิ่งกว่านั้นไม่ได้มาตรฐานเลย แต่ว่าเป็นสินค้าที่จะต้องได้มาตรฐาน อุตสาหกรรมภาคบังคับ คือหมายความว่าต้องได้ มอก. ถึงจะจำหน่ายได้ แต่ปัจจุบันนี้ก็มีการ ลักลอบเข้ามาขาย เมื่อประมาณสัก ๒ เดือนที่แล้วผมเองในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ การอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นไปตรวจเยี่ยม ไปศึกษาการเก็บข้อมูลในการ ปล่อยสินค้าของด่านศุลกากรที่เชียงของ จังหวัดเชียงราย เราก็ได้เห็นการทำงานว่ามีการ ตรวจสินค้าอย่างไรบ้างขาเข้า แน่นอนครับในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ก็มีความเข้มงวด มีระเบียบในการตรวจ แต่วันนี้เรายังเห็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ได้ มอก. เข้ามาจำหน่ายในเมืองไทยเป็นจำนวนมาก จะเห็นได้ว่าปัจจุบันนี้ทีมสุดซอยของ ท่านรัฐมนตรีเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ก็ลงไปจับกุมผู้ประกอบการที่มีสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน อุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก เราจะปล่อยอย่างนี้ไม่ได้นะครับ ให้สินค้าที่ต่ำกว่ามาตรฐาน หรือเกิดการขายราคาที่ต่ำกว่าทุนเพื่อทำลายผู้ประกอบการในประเทศ หรือ SMEs ไทย นอกจากจะเป็นการปกป้อง SMEs ไทยแล้ว ยังต้องเป็นการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัย ของผู้บริโภคด้วย ฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ที่ผมในฐานะ สส. เสนอเข้ามาเพื่ออะไรครับ เพื่อที่จะ ได้ให้มีการดำเนินคดีกับผู้ประกอบการอยู่นอกราชอาณาจักร ซึ่งกฎหมายปัจจุบันนี้ พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้าไม่สามารถไปเอาผิดผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรได้ แต่กฎหมาย ฉบับนี้ที่เพื่อนสมาชิกกำลังพิจารณาให้ลงมติที่กำลังเสนอสามารถไปดำเนินคดีกับ ผู้ประกอบการนอกราชอาณาจักรได้🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คืออายุความในการฟ้องร้องคดีเดิมทีอยู่แค่ ๑ ปี แต่ปัจจุบันนี้ เนื่องจากความซับซ้อนในการดำเนินคดีในการทำธุรกิจต้องมีการเก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐาน รายละเอียดจำนวนมาก ฉะนั้นการแก้ไขอายุความให้เพิ่มขึ้นจาก ๑ ปี เป็น ๓ ปี จึงเป็น การแก้ไขตัวบทกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ให้สามารถรักษาสิทธิของ ผู้เสียหายจาก พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้าได้ ตรงนี้จะทำให้การดำเนินคดี แล้วก็ให้ความ ยุติธรรมกับพี่น้องประชาชนเป็นไปได้อย่างทันสถานการณ์ แล้วก็เหมาะสมกับสถานการณ์ ในปัจจุบัน🔗

ส่วนต่อมาก็คือในส่วนของการแก้ไขกฎหมายในรายละเอียดที่ผมได้เสนอ ในเรื่องของอำนาจคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ตลอดจนองค์ประกอบในการเพิ่ม ผู้เชี่ยวชาญในด้านการกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าขึ้นมาโดยการแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๘ ก็จะทำให้คณะกรรมการแข่งขันทางการค้ามีผู้เชี่ยวชาญ มีบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เข้าไปเพิ่มเติม ก็จะทำให้องค์ประกอบของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้ามีความสมบูรณ์มากขึ้น มีความ รอบคอบในการพิจารณาเมื่อมีคดีเข้ามาสู่การพิจารณาของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ในการแก้ไขในครั้งนี้ครับ🔗

ส่วนต่อมาก็คือเรื่องของการรายงานในส่วนของรายงานประจำปีที่รายงานต่อ คณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร จะต้องมีการเผยแพร่ต่อสาธารณชนเพื่อให้มีการตรวจสอบ การดำเนินกิจกรรม หรือการตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า เพื่อให้สามารถเข้าถึงการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าได้ ตลอดจน สำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าก็จะทำให้เกิดความโปร่งใสเกิดขึ้นกับการพิจารณา คดีต่าง ๆ ที่เข้าสู่การพิจารณาของ กขค. สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่ผมได้อภิปรายมาก็เป็นความจำเป็น เหตุผลที่จะต้องมีการแก้ไข พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า เพื่อให้ความเป็นธรรม แล้วก็ ให้ประโยชน์เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ผมจึงได้ร่วมกับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เสนอร่างแก้ไขพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้าเพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้พิจารณาผ่านกฎหมายดังกล่าว เพื่อให้ได้ตั้งกรรมาธิการเพื่อจะได้ ปรับปรุงกฎหมายดังกล่าวให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนต่อไปครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนสายบุรีอิสลามวิทยา อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี จำนวน ๔๙ คน เพื่อเข้าฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ขอต้อนรับอีกคณะหนึ่ง คณะผู้เข้าร่วมสัมมนานักเรียน และเจ้าหน้าที่โครงการจาก คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการ รูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๑๘๐ คน เข้ารับฟังการประชุม สภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับทั้ง ๒ คณะ เชิญนั่งลงได้แล้วครับ ต่อไปเป็นผู้เสนอร่าง ในหลักการและเหตุผลอีกฉบับหนึ่ง ขอเชิญท่านธนาธร โล่ห์สุนทร เชิญครับ🔗

นายธนาธร โล่ห์สุนทร ลำปาง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธนาธร โล่ห์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง พรรคเพื่อไทย ในวันนี้ ผมขอร่วมอภิปรายที่จะเป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งผมขอเป็นตัวแทนของพรรคเพื่อไทยในการที่จะนำเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเป็นร่างที่แก้ไขเพิ่มเติมจากร่าง พ.ร.บ. ฉบับปี ๒๕๖๐🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายธนาธร โล่ห์สุนทร ลำปาง

ท่านประธานครับ พวกเราคงปฏิเสธไม่ได้ ว่าในธุรกิจของเมืองไทยที่ผ่านมาจะหาธุรกิจที่โดดเด่นเพิ่มขึ้นมันก็จะมีน้อยราย เพราะว่า เราจะเห็นในหลาย ๆ ธุรกิจก็จะเห็นว่า ๔ กลุ่มทุนใหญ่ในเมืองไทยมีส่วนแบ่งการตลาด เพิ่มขึ้นถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ในตลาดหุ้น หรือว่าธุรกิจใหญ่ ๕ เปอร์เซ็นต์ มีรายได้รวมกัน มากกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ธุรกิจทั้งประเทศ ซึ่งถ้าหากผมจะลองยกตัวอย่างท่านก็ อาจจะเห็นว่ามีหลาย ๆ อันซึ่งเป็นชื่อที่คุ้นหู ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจสะดวกซื้อ ธุรกิจ Model Trade ธุรกิจผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ หรือว่าธุรกิจให้บริการอินเทอร์เน็ตบ้าน หรือธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ตาม เป็นต้น ซึ่งการลดลงของผู้เล่นในตลาดต่าง ๆ อาจจะ มาจากหลายสาเหตุปัจจัยก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจที่ย่ำแย่หลังวิกฤตการณ์โควิด ซึ่งทำให้ หลาย ๆ ธุรกิจที่สายป่านสั้นมีขนาดเล็กต้องล้มเลิกลงไป รวมถึงภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอ ตัวมาตลอดเกือบ ๑๐ ปีที่ผ่านมา ซึ่งก็ส่งผลให้การเติบโตของอุตสาหกรรมมีจำกัด ซึ่งการลดน้อยถอยลงของผู้เล่นในตลาดทำให้ผู้เล่นต่าง ๆ ที่อยู่ในตลาดด้านนี้ก็มีอำนาจ ตลาดสูง ทำให้ประชาชนอย่างพวกเราก็อาจจะเสียผลประโยชน์ ต้องเจอกับสินค้าที่ ราคาแพง มีคุณภาพต่ำลง รวมถึงมีบริการที่แย่ลง มีตัวเลือกให้เลือกน้อยลงด้วย แล้วก็ ไม่เป็นการผลักดันให้มีนวัตกรรมใหม่ ๆ เกิดขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นที่มาของที่ทางพรรคเพื่อไทย เสนอให้มีการปรับปรุงแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับ ปี ๒๕๖๐ เพื่อให้ตอบโจทย์ในการที่จะทำให้การแข่งขันเป็นธรรมมากขึ้น เพราะว่าธุรกิจหลาย ๆ ธุรกิจ มีคนเก่งมากมายแต่เขาก็รู้สึกว่าไม่มีความเป็นธรรมในการแข่งขัน ซึ่งตัว พ.ร.บ. แข่งขัน ทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สิ่งที่เราต้องการป้องปรามคือการใช้ความเก่งในทางที่ผิด หากผู้ประกอบการมีอำนาจเหนือตลาดหยุดการพัฒนาเมื่อไรแล้วหันมาใช้อำนาจนั้นกีดกัน ผู้เล่นรายย่อย เอาเปรียบผู้บริโภคด้วยการตั้งราคาที่ไม่เป็นธรรมก็จะทำให้พวกเรามีการ เสียประโยชน์ แล้วก็ทำให้ผู้บริโภคไม่มีทางเลือก โดยจุดประสงค์ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ต้องการที่จะมุ่งเน้นปัญหาที่เกิดขึ้นของตัว พ.ร.บ. ปี ๒๕๖๐ ซึ่งในตอนนั้นก็ได้มีการปรับปรุง แก้ไขมาอย่างเยอะมากแล้วแต่มันก็ยังไม่ตอบโจทย์ ซึ่งหากดูรายงานการประเมินผลสัมฤทธิ์ของ ตัวคณะกรรมการเอง เราก็จะพบว่าแม้จะมีเจตนาที่ดี แต่การบังคับใช้ก็ยังประสบปัญหา อยู่มากไม่ว่าจะเป็นทั้งขอบเขตอำนาจ และการบังคับใช้ต่าง ๆ ซึ่งทางพวกเราพรรคเพื่อไทย รวมถึงเพื่อนสมาชิกที่ลงชื่อร่วมกันแก้กฎหมายฉบับนี้ก็เห็นปัญหาต่าง ๆ และคิดว่ามันถึง เวลาต้องปรับปรุงแล้ว เพื่อที่จะให้ตัวคณะกรรมการ กขค. มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น แล้วก็ สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจฉบับใหม่ โดยในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ซึ่งทาง พรรคเพื่อไทยได้เสนอมาผมได้จัดหมวดหมู่ออกเป็น ๔ หมวด นั่นก็คือขอบเขตอำนาจของตัว พ.ร.บ. โครงสร้างคุณสมบัติและตัวชี้วัดของคณะกรรมการ การบังคับใช้บทลงโทษ และสุดท้าย คือค่าธรรมเนียม โดยสุดท้ายผมมองว่า ๔ หมวดหมู่นี้ก็จะเป็นการตอบโจทย์ในการที่เราจะ แก้ไขปัญหาในตัว พ.ร.บ. ปี ๒๕๖๐ ได้🔗

ในเรื่องแรก ในเรื่องขอบเขตอำนาจ เราจะเห็นได้ว่าขอบเขตอำนาจในตัว พ.ร.บ. ปี ๒๕๖๐ ก็ได้มีการงดเว้นการกำกับในอุตสาหกรรมที่มีการกำกับเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมโทรคมนาคม หรือว่ารัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าจากปัญหาการ ควบรวมธุรกิจที่ผ่านมาในเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่เราเห็น โดยตัวคณะกรรมการไม่สามารถ ที่จะเข้าไปทำอะไรได้ ซึ่งในเรื่องเหล่านี้ในกฎหมายที่เราแก้เราก็จะทำให้ตัวคณะกรรมการ มีอำนาจเต็มในการชี้ขาดปัญหาต่าง ๆ รวมถึงถ้าหากจะทำการควบรวมก็ต้องมาขออนุญาตก่อน แล้วรวมถึงในการที่จะต้องทำสิ่งต่าง ๆ ในการต้องทำรายงานต่าง ๆ ด้วย ซึ่งเราเขียนเพิ่มเติม ในร่างนี้ให้สำนักงานต้องมีการติดต่อประสานงานข้อมูลกับหน่วยงานกำกับเฉพาะเสมอ ซึ่งหากมีการพิจารณาคดีก็ต้องส่งความเห็นต่อหน่วยงานต่าง ๆ ด้วย เพื่อให้การพิจารณาคดี เป็นธรรมแล้วก็มีประสิทธิภาพ🔗

ในส่วนของโครงสร้างกรรมการ ในตัว พ.ร.บ. ปี ๒๕๖๐ ได้มีการกำหนด คณะกรรมการว่าต้องมี ๗ คน ซึ่งมีคุณสมบัติเกี่ยวข้องกับการดูแลธุรกิจ แต่ไม่ได้กำหนดสัดส่วน ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงตัวชี้วัดประสิทธิภาพของคณะกรรมการที่ชัดเจนนัก ในร่างของ พรรคเพื่อไทยก็ได้มีการปรับปรุงในจำนวนคณะกรรมการ โดยเพิ่มความหลากหลาย ทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิ โดยเราได้กำหนดว่าให้มีจำนวน ๙ คน โดยมีอายุขั้นต่ำให้ลดลงมาเหลือ ๓๕ ปี และได้กำหนดผู้เชี่ยวชาญว่าต้องเป็นนักเศรษฐศาสตร์อย่างน้อย ๒ ท่าน นักกฎหมาย อย่างน้อย ๒ ท่าน แล้วก็ผู้ตรวจสอบบัญชีอย่างน้อย ๑ คน เพื่อให้ความรู้กับคณะกรรมการ มีความครอบคลุมรอบด้าน มีความหลากหลายทางความคิด และรวมถึงในคณะกรรมการชุดเล็ก รวมถึงคณะกรรมการสรรหาก็ได้ถูกเพิ่มปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับ Creative Economy เข้าไปด้วย แม้ว่าคณะกรรมการ กขค. จะเป็นองค์กรอิสระ แต่องค์กรอิสระก็ต้องยึดโยงกับ ประชาชน เพราะฉะนั้นแล้วในตัวชี้วัดของเราก็ได้กำหนดขึ้นมา ๓ เรื่องด้วยกันก็คือว่า ต้องมีการสื่อสารกับตัวแทนประชาชนนั่นก็คือรัฐสภา และการสื่อสารกับประชาชนโดยตรง เพราะรายได้หรืองบประมาณของคณะกรรมการก็มาจากการจัดสรรของสภาผู้แทนราษฎร ของเรา ซึ่งหน้าที่หลักที่เพิ่มขึ้นของคณะกรรมการก็คือต้องมีการรายงานผลการตัดสิน แล้วก็ รายงานผลการดำเนินงานต่อสภาอย่างน้อย ๑ ครั้งต่อปี รวมถึงได้กำหนดจำนวนครั้งในการ เข้าประชุมเป็นตัวชี้วัด และท้ายที่สุดคณะกรรมการ กขค. ก็ต้องมีการเผยแพร่ผลการตัดสิน ฉบับเต็มต่อสาธารณะ โดยสามารถที่จะปิดข้อมูลบางอย่างได้ ซึ่งถ้าหากว่าเป็นข้อมูล ทางการค้าที่เป็นความลับได้ เพื่อให้การดำเนินงานของ กขค. โปร่งใสและถูกตรวจสอบได้ ทั้งจากสภาและประชาชน🔗

ในส่วนของการบังคับใช้และบทลงโทษ ปัญหาหลักของการตัดสินคดี ทางธุรกิจก็คือข้อมูลนั้นหายากนะครับ เพราะว่าข้อมูลทางธุรกิจส่วนใหญ่มักเป็นความลับ การจะสืบหาข้อมูลเพื่อสิ้นสงสัยก็ทำได้ยากและใช้เวลานาน การใส่โทษทางอาญาลงไป ใน พ.ร.บ. ปี ๒๕๖๐ ผมมองว่าจะก่อให้เกิดโทษมากกว่าประโยชน์ ในร่างแก้ไขฉบับนี้ทางเรา ได้ปรับลด รวมถึงเพิ่มโทษในหลายมาตราให้ได้สัดส่วนมากขึ้น เช่น เพิ่มโทษในมาตราที่ คณะกรรมการลาออกแล้วไปเป็นกรรมการบริษัทเอกชนก่อนครบเวลา ๒ ปี และการเพิ่มโทษ ในกรณีการควบรวมที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการตรวจสอบที่เข้มข้นในการควบรวมที่แม้จะ ไม่ได้ควบรวมจนก่อให้เกิดการผูกขาด แต่การควบรวมที่แม้ก่อให้เกิดการลดการแข่งขัน ในตลาดอย่างมีนัยสำคัญก็ต้องขออนุญาตก่อนด้วยเช่นกัน ส่วนโทษอาญาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ แล้วก็ประสิทธิผลของการตัดสิน เราได้ตัดสินใจที่จะนำโทษอาญาออกซึ่งเป็นมาตรการ เดียวกับหลาย ๆ ประเทศในโลกใช้กัน ไม่ว่าจะเป็นประเทศในสหภาพยุโรป รวมถึงได้มีการ กำหนดบทลดหย่อนโทษให้กับธุรกิจที่ยอมให้ความร่วมมือในการสอบสวนเป็นอย่างดีนะครับ โดยข้อมูลนั้นต้องช่วยลดระยะเวลาในการทำคดี แล้วก็มีความสำคัญต่อรูปคดี อย่างมีนัยสำคัญด้วยเช่นกัน🔗

ในส่วนสุดท้ายคือในส่วนของค่าธรรมเนียม แม้ว่ากฎหมายเราจะออกแบบ มาดีเพียงใดก็ตาม แต่ถ้าไม่มีคนใช้ ไม่มีคนเข้าถึง ทุกอย่างที่เราทำมาก็คงไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้นเราจึงได้ปรับปรุงตัว พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้าให้มีประสิทธิภาพ โดยให้มี รายย่อย แล้วก็ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ รวมถึงพวกค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เราได้ปรับลด ในการใช้บริการลง ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมในการขอคัดเอกสาร โดยได้กำหนดเงื่อนไข เพิ่มเติมว่าหากเป็นประชาชนมาขอคัดก็สามารถของดเว้นค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้🔗

ซึ่งในส่วนสุดท้ายที่ผมอยากจะกล่าวสรุปก็คือว่าร่างของพรรคเพื่อไทยกับ ร่างของเพื่อนสมาชิกที่ยื่นมาอีก ๓ ร่าง ในตัวหลักการผมคิดว่าเรามองเห็นปัญหาเหมือนกัน อาจจะมีข้อแตกต่างกันในบางประเด็น ซึ่งในส่วนของข้อแตกต่างผมอยากจะชี้ให้เห็นว่า ของพรรคเพื่อไทยจะมีโครงสร้างการกำกับที่โปร่งใส เข้มแข็ง แล้วก็มีส่วนร่วมกับภาคประชาชน เพิ่มมากขึ้น โดยเราได้แก้ไขให้มีความครอบคลุมให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตั้งแต่ขั้นตอนการสรรหา คณะกรรมการ โดยเราได้ให้สภาองค์กรผู้บริโภคเข้ามามีบทบาทในกระบวนการสรรหา คณะกรรมการ รวมถึงการเพิ่มคณะกรรมการสรรหาจากกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ มีการกำหนดโควตากรรมการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น ด้านนิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และบัญชี เป็นต้น ซึ่งผมมองว่าในเรื่องเหล่านี้เราทุกคนมองปัญหา เห็นพ้องต้องกันว่าควรต้องแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับ ปี ๒๕๖๐ เพราะฉะนั้นผมก็ขอ เชิญชวนเพื่อนสมาชิกร่วมกันผ่านร่างฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นผู้เสนออีก ๑ ฉบับ ขอเชิญท่านสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ครับ🔗

นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมขอเสนอร่างพระราชบัญญัติแข่งขันทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ผมและเพื่อนพรรคประชาชนได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตให้เครดิตกับคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่ผมร่วมกับ เพื่อนสมาชิกจากทุกพรรคการเมืองได้ศึกษาปัญหาของการกำกับการแข่งขัน และผลิตออกมา เป็นร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งผมเห็นด้วยกับท่านธนาธร ขออนุญาตเอ่ยชื่อ จากพรรคเพื่อไทย เมื่อสักครู่ที่ช่วยสรุปรวมให้เห็นว่าพวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก ทุกพรรคการเมืองล้วนเห็นปัญหาถึงการกำกับการแข่งขันและปัญหาของการบังคับใช้กฎหมาย ฉบับนี้ อยากจะเรียนท่านประธานว่าการแข่งขันในระบบเศรษฐกิจมีความจำเป็นมาก เพราะอย่างน้อยมันช่วยรับประกันว่าผู้บริโภคจะได้ประโยชน์สูงสุด ภาคเอกชนได้ประโยชน์ สูงสุดจากการแข่งขัน มีนวัตกรรมใหม่ ๆ เกิดขึ้น แล้วสุดท้ายประเทศเราจะได้ประโยชน์ ช่วยดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ ต่างชาติย่อมอยากมาลงทุน อยากมาประกอบธุรกิจในประเทศ ที่มีกฎกติกาการแข่งขันที่เป็นธรรม อย่างไรก็ตามประเทศเราใช้กฎหมายฉบับที่เรากำลัง จะแก้ไขคือพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้ามาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๐ ผ่านกลไกก็คือ กฎหมายฉบับนี้ และคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า กขค. และตัวสำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า หรือสำนักงาน กขค. ก็ต้องบอกว่า ผ่านมาแล้วเกือบ ๑๐ ปีมีปัญหาหลายอย่างเป็นที่ประจักษ์ชัดในสังคมและพวกเราในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบ่งง่าย ๆ อย่างน้อยได้ ๒ เรื่อง ๑. ในตัวของบทบัญญัติของกฎหมาย ต้องบอกว่าบทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้อยู่มีความ ไม่ครอบคลุม มีความไม่ชัดเจน ต้องตีความตลอดเวลา เดี๋ยวอีกสักครู่ ผมจะยกตัวอย่าง ให้ท่านฟัง สุดท้ายผลของการที่มันไม่ครอบคลุม จึงมีหลายธุรกิจซึ่งล้วนแต่เป็นธุรกิจ ขนาดใหญ่ที่หลุดรอดออกไปจากการกำกับการแข่งขัน และส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ต่อการเข้าถึงบริการ ต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี🔗

อีกประเด็นหนึ่งนอกจากบทบัญญัติที่มีปัญหาก็คือประเด็นการบังคับใช้ กฎหมาย ประจักษ์พยานที่ดีที่สุดก็คือเราพบว่าผู้กำกับ ไม่สามารถดูแลหรือยับยั้ง ป้องกัน การกระทำที่ส่งผลต่อการแข่งขันได้ โดยเฉพาะการควบคุมของธุรกิจขนาดใหญ่ แม้กระทั่ง เราปล่อยให้ควบรวมไปแล้ว เราก็พบว่าไม่สามารถมีมาตรการในการเยียวยาผลกระทบ ที่เหมาะสมหรือสอดคล้องกับความเสียหายได้ ถ้าเราไปดูในภาพรวมล่าสุด OECD เพิ่งมา ประเมินสถานการณ์การกำกับการแข่งขันของประเทศเรา ก็พบว่าอยู่ในระดับที่ต้องพัฒนา อีกหลายเรื่อง ถ้าเราอยากจะเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD จากปัญหาทั้งหมดที่ผมเล่าให้ ท่านประธานฟังจึงสะท้อนว่าภายใต้การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เข้ามายิ่งเป็นเหตุผลให้พวกเราต้องกลับมาแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ และนี่จึงเป็นที่มาของการที่ผมเสนอเหตุผลประกอบการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่า โดยที่พระราชบัญญัติแข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๖๐ มีบทบัญญัติหลายประการที่ยังขาด สภาพบังคับ อันจะทำให้การลดการผูกขาดทางการค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เพื่อพัฒนากลไกการควบคุมการแข่งขันให้มีประสิทธิภาพ สร้างระบบเศรษฐกิจที่แข่งขัน อย่างเป็นธรรม จึงจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายให้มีประสิทธิภาพขึ้น ทั้งขอบเขตการบังคับใช้ การปรับปรุงประสิทธิภาพคณะกรรมการ บทลงโทษที่เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ครับ ผมอยากยกตัวอย่างสั้น ๆ ในประเด็นปัญหา การตีความว่ามีอำนาจกำกับ ดูแลหรือไม่ ตัวอย่างเช่นตอนที่เราให้ค่ายมือถือกับค่ายมือถือ เขาขอควบรวมกัน อันนี้เป็นบันทึกจากกรรมาธิการ เราพบว่าทั้ง กสทช. ซึ่งมีอำนาจโดยตรง ในการดูแลบริษัทหรือภาคธุรกิจที่ทำธุรกิจด้านนี้กับ กขค. ต่างฝ่ายต่างมองว่าหน่วยงานของ ตนเองไม่มีอำนาจในการยับยั้งการรวมธุรกิจ โดย กสทช. ให้เหตุผลว่า กสทช. ทำได้แต่เป็น ผู้รับจดแจ้งรายงานเท่านั้น ขณะที่ กขค. บอกว่าเป็นอำนาจของ กสทช. แล้วอย่างนี้ ประชาชนจะพึ่งใคร ในเมื่อหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับ ดูแล ต่างบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ของตน อีกกรณีหนึ่งเราก็เห็นว่าธุรกิจพลังงานที่ผ่านมามีการควบรวมกันเยอะ เราก็เชิญ กกพ. มาสอบถาม ทำหนังสือถามไปยัง กกพ. ว่าประเด็นเหล่านี้อยู่ในอำนาจการกำกับดูแลหรือไม่ กกพ. ให้คำตอบว่าสำนักงาน กกพ. อยู่ระหว่างการรวบรวม ตรวจสอบและจัดเตรียมข้อมูล เอกสารที่เกี่ยวข้องซึ่งมีรายละเอียดจำนวนมากและต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ เพื่อให้ข้อมูลครบถ้วน วันนี้ยังรวบรวมไม่เสร็จเลย เขาก็ควบรวมจนส่งผลต่อประชาชน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หรือล่าสุดที่เรามักจะพูดกัน อย่างที่เพื่อนสมาชิกทั้ง ๓ ท่านที่อภิปราย ไปก่อนหน้าผม วันนี้มันมีการควบรวมข้ามธุรกิจหรือข้ามอุตสาหกรรม เช่น ค่ายมือถือ ควบรวมกับค่ายพลังงาน ต่อไปธุรกิจเทคโนโลยีควบรวมกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กลไก กฎหมายที่มีอยู่ก็ไม่เพียงพอกับการเข้าไปกำกับ ดูแลการควบรวมข้ามธุรกิจเหล่านี้ หรือถ้าเจาะลงไปเอาเฉพาะที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กขค. อย่างที่เพื่อนสมาชิกทั้ง ๓ ท่าน เมื่อสักครู่ได้พูดถึง กรณีการควบรวมในธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง กรณีอย่างแมคโคร โลตัส ซึ่งประชาชนของพวกเราทุกคนที่เราเป็นผู้แทน ล้วนแต่พึ่งพาต้องซื้อหาสินค้าจำเป็นจาก ธุรกิจเหล่านี้ทั้งนั้น หลังการควบรวม นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์เอาคำวินิจฉัยของ กขค. มาวิเคราะห์ ก็พบว่ามีความน่าประหลาด กขค. บอกว่าแมคโครกับโลตัสอยู่คนละตลาดกัน เขาบอกว่าแมคโครประกอบธุรกิจค้าส่ง เทสโก้โลตัส ประกอบธุรกิจค้าปลีกและเมื่อเป็น อย่างนี้แล้วการควบรวมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อกัน ท่านประธานครับ เราในฐานะลูกค้า ต่างเดินเข้าทั้ง ๒ ห้าง Supplier ผลิตสบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม โรงงาน SMEs ทั้งหลายก็ขายทั้ง ๒ ห้าง มันจะไม่กระทบได้อย่างไร ที่น่าสนใจคือ คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจได้รับเรื่องร้องเรียนจาก SMEs ผู้ประกอบการโรงงาน ขนาดเล็กจำนวนมากว่าวันนี้เขาประสบภาวะลำบาก วันนี้เมื่อเขาควบรวมกันแล้วสิ่งที่เกิดขึ้น คืออะไร เวลา SMEs จะไปขายของเข้าห้างใหญ่ ขายเข้า Modern Trade ต้องเสียค่า GP ที่แปลง่าย ๆ ว่าส่วนแบ่งกำไร เสียค่าขึ้น Shelf ค่าขนของ เราพบว่าห้างเหล่านี้ คิดค่าธรรมเนียมค่าใช้จ่ายจาก SMEs เพิ่มขึ้นทุกปี อันนี้คือตัวเลขที่ตัวแทนผู้ประกอบการ ทำมาให้กับคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ หลังควบรวมยิ่งแล้วไปกว่าเขาบอกเขาโดน กระทำง่ายมากก็คือเดิมห้างไหนที่เขาจ่าย Rate สูงสุด ๒ ห้าง แค่เอามาบวกกันอันไหนมาก เอาตัวนั้น นี่คือสิ่งที่ผู้ประกอบการ SMEs กำลังโดนปฏิบัติ ซึ่งเป็นผลกระทบจากการ ควบรวม อีกกรณีหนึ่งค่ายมือถือ กสทช. แม้ว่าท่านจะบอกว่าท่านไม่มีอำนาจห้าม กขค. บอกห้ามไม่ได้ สุดท้ายตอนที่ท่านยอมให้เขาควบรวมไปท่านบอกว่าต้องมีมาตรการเฉพาะ ต้องไปทำอะไรบ้าง อย่าให้ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค เช่น กำหนดเลยค่าบริการต้องถูกลง ๑๒ เปอร์เซ็นต์ สัญญาณต่าง ๆ คุณภาพต้องดีขึ้น นวัตกรรมใหม่ ๆ ต้องมี Promotion ห้ามน้อยลง วันนี้ท่านไปลองดูสิสิ่งที่เกิดขึ้นประชาชนบอกสัญญาณแย่ลง ค่าบริการแพงขึ้น ผมเรียก กสทช. มาสอบถามในกรรมาธิการถามว่าประเด็นเหล่านี้แม้ว่าท่านจะห้ามเขาไม่ได้ แต่ท่านกำหนดเงื่อนไขเฉพาะไปแล้วท่านไปตามดูหรือเปล่าว่าผู้ประกอบการทำหรือเปล่า สิ่งที่ กสทช. ตอบก็คือทุกมาตรการที่กำหนดไปไม่มีอันไหนเลยที่ทำได้ตามกำหนดเวลา นี่คือสิ่งที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาการกำกับการแข่งขัน ท่านประธานครับ หลายประเทศเขาใช้กลไกการกำกับการแข่งขันทั้งเชิงกฎหมาย ทั้งการบังคับใช้ มีประสิทธิภาพ สิ่งที่เขาทำได้มีหลายอย่างเอาแค่ใกล้ ๆ บ้านเราอย่างสิงคโปร์ตอน Grap กับ Uber เขาควบรวมกัน ศาลตัดสินเลยว่าไม่เป็นธรรม ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค ส่งผลกระทบ ในเชิงค่า Commission ทั้งคนขับ ทั้งผู้บริโภคได้รับผลกระทบ ปรับได้ บังคับได้ว่าห้ามควบรวม มีกลไกต่าง ๆ มาบรรเทาผลกระทบ เราจะทำให้กฎหมายฉบับนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และป้องกันปัญหาเหล่านี้ หลายประเด็นของกฎหมายผมอาจจะซ้ำกับท่านอื่นผมไม่ขอลง รายละเอียด แต่อยากสรุปสั้น ๆ ว่ากฎหมายที่ผม และเพื่อนกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ตลอดจนเพื่อน สส. พรรคประชาชนเสนออย่างน้อย ๕-๖ ประเด็นที่เป็นประโยชน์ อย่างแรก แก้ปัญหาที่หลายธุรกิจแต่เดิมถูกยกเว้นจากกฎหมายวันนี้ต้องกลับมาอยู่ภายใต้กฎหมาย แต่เดิมกฎหมายต่าง ๆ ที่ธุรกิจมีกฎหมายกำกับเฉพาะ พลังงานมี กกพ. โทรคมนาคมมี กสทช. แบงก์ชาติดูแลธนาคาร ทุกธุรกิจต้องอยู่ภายใต้การกำกับการแข่งขันของกฎหมาย ฉบับนี้ ยังรวมถึงรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ตลอดจนการควบรวมข้ามอุตสาหกรรม นี่จะช่วย แก้ปัญหา ต่อไปไม่ต้องตีความ มีเกณฑ์ชัดเจน รู้ว่าส่วนราชการไหนมีหน้าที่กำกับ ดูแล เพื่อไม่ปล่อยให้เป็นช่องว่างให้เกิดการตีความแล้วต่างคนต่างไม่ทำหน้าที่ หรืออีกประเด็นหนึ่ง ต่อไปการควบรวมธุรกิจต้องมีการรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง ตลอดจน ถ้าจะมีมาตรการเยียวยาก็ต้องมีผลผูกพันตามกฎหมาย นี่คือส่วนที่กฎหมายฉบับนี้ระบุไว้ หรือในประเด็นถัดมาเช่นกรรมการ ที่ผ่านมากรรมการคัดเลือกส่วนใหญ่มาจากราชการ และภาคธุรกิจขนาดใหญ่ วันนี้เรากำหนดไว้ในกฎหมายว่าให้มีตัวแทนจากสภาองค์กรของ ผู้บริโภคมาเป็นกรรมการคัดเลือกโดยตำแหน่ง เพราะเราเชื่อว่าจะช่วยทำให้กรรมการ กขค. ยึดโยงกับผู้บริโภคหรือประโยชน์ของประชาชนมากขึ้น เรายังกำหนดระบุคุณสมบัติของ คณะกรรมการ กขค. ว่าต้องมีความเชี่ยวชาญในประเด็นการแข่งขันทางการค้า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราเชื่อว่าจะช่วยทำให้ตัวคณะกรรมการยึดโยงกับประชาชน และทำงานอย่างมี ประสิทธิภาพมากขึ้น ที่ผ่านมาผู้บริโภคหรือผู้เสียหายไม่สามารถฟ้องคดีเองได้ ต้องไปทำ ผ่านมูลนิธิ ผ่านสมาคม ผ่านกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีต้นทุน มีความล่าช้า กฎหมายฉบับนี้เปิดช่องให้ผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนโดยตรง และมีแรงจูงใจ โดยเขาสามารถฟ้องค่าสินไหมทดแทนได้เป็นจำนวนพอสมควร สุดท้ายก็จะทำให้ผู้บริโภค รู้สึกตัวเอง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็จะต้องระมัดระวังไม่กระทำการใด ๆ ที่กระทบต่อ ผู้บริโภค นอกจากนี้ในประเด็นการชี้แจงความคืบหน้าของการพิจารณาคดี วันนี้ เปรียบเสมือนหลุมดำผู้ประกอบการฟ้องว่าเขาไม่รู้เลยว่าส่งเรื่องไปแล้วผลการพิจารณา เป็นอย่างไร ต่อไป กขค. หรือตัวสำนักงานต้องเผยแพร่ผลวินิจฉัยฉบับเต็ม และเหตุผลของ คณะกรรมการแต่ละท่านอย่างละเอียด เรื่องไหนยังไม่เคาะ ยังไม่ได้ข้อสรุปก็ต้องมี Update หรือแสดงความคืบหน้าทุกเดือน และที่สำคัญต้องมารายงานผลการดำเนินงานต่อ สภาผู้แทนราษฎร นอกจากนี้ปัจจุบัน กขค. เราทราบท่านมีคดีล้นทำให้ส่วนหนึ่งเป็นเหตุผล ว่าพิจารณาคดีต่าง ๆ ล่าช้า เราก็จะมีเกณฑ์ให้ชัดว่าคดีไหนควรไปถึง กขค. เพื่อ กขค. จะได้จัดสรรทรัพยากรบุคลากรอย่างเหมาะสมในการมารับผิดชอบคดีที่ส่งผลกระทบ ต่อการแข่งขันจริง ๆ🔗

นอกจากนี้เรายังเปลี่ยนโทษทางอาญาเป็นโทษทางปกครอง เพราะที่ผ่านมา กระบวนที่ต้องพิสูจน์จนสิ้นสงสัยของโทษอาญาส่งผลทำให้การกำกับดูแลเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้เรายังมีเรื่องของการปรับเป็นพินัย ซึ่งจะทำให้หากใครฝ่าฝืนข้อห้ามความตกลง ที่ก่อให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมหรือที่เราเรียกว่า Cartel จะส่งผลให้การบังคับใช้โทษ ง่ายยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้เราเชื่อว่าจะช่วยให้กระบวนการพิจารณาต่าง ๆ มีประสิทธิภาพรวดเร็วขึ้น🔗

สุดท้ายครับ เราขยายกรอบเวลาในการฟ้องคดีเพื่อรักษาประโยชน์ ของผู้บริโภคและธุรกิจซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายย่อยที่ได้รับผลกระทบ แต่เดิมมีอายุความปีเดียว ซึ่งสั้นมากหลายกรณีรวบรวมหลักฐานไม่ทัน เราขยายอายุความให้เป็น ๕ ปี และเรายัง อนุญาตให้ใช้สิทธิร้องเรียนต่อ กขค. เมื่อไรก็ตามที่ท่านร้องเรียนต่อ กขค. แม้ว่าอยู่ในช่วง พิจารณาอาจจะนานเราให้อายุความหยุดไป ทั้งหมดนี้เราเชื่อว่าจะเพิ่มโอกาสให้ผู้เสียหาย ได้รับความเป็นธรรม ช่วยรับประกันสิทธิของประชาชนหรือผู้ประกอบการรายย่อย ช่วยให้ ผู้ประกอบการรายใหญ่ต้องพึงระวังในการพิจารณาหรือกระทำการใด ๆ ที่กระทบต่อ ประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ การปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้เป็นแค่ ส่วนหนึ่งเรายังต้องทำอีกหลายเรื่อง ต้องยกระดับหน่วยงานสำนักงานของ กขค. ทั้งกำลังคน ทรัพยากรความรู้ต่าง ๆ ต้องจัดความสัมพันธ์ความเกี่ยวข้องระหว่างหน่วยงาน กำกับ กขค. กสทช. กกพ. เราจะทำอย่างไร อันนี้คือการบ้าน สุดท้ายประเทศเรามุ่งหน้าสู่ การเป็นภาคีสมาชิกของ OCED สิ่งเหล่านี้เป็น Fight บังคับที่ต้องทำ สุดท้ายผมอยาก ขออนุญาตขอบคุณกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ และคณะอนุกรรมาธิการปรับปรุงกฎหมาย การแข่งขันที่กรุณาทำร่างกฎหมายฉบับนี้ให้ผมได้มานำเสนอต่อหน้าท่านประธาน ตลอดจน ขอบคุณเพื่อนสมาชิกไม่ว่าจะเป็นท่านวรภพ ท่านอัครเดช ท่านธนาธร ที่ร่วมเสนอ ร่างกฎหมายที่มีประเด็นปัญหาหลักการและเหตุผลอย่างสอดคล้องต้องกัน ผมเชื่อว่าผลของ กฎหมายฉบับนี้จะเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้พี่น้องประชาชนของเราซึ่งเราเป็นตัวแทนได้รับ การคุ้มครองสิทธิและประโยชน์มากขึ้น ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติแข่งขันทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ได้แถลงหลักการและเหตุผล ครบทั้ง ๔ ฉบับแล้ว ต่อไปก็จะให้สิทธิท่านสมาชิกที่ได้แจ้งความจำนงในการอภิปรายนะครับ ขอเชิญท่านแรก ท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ เชิญครับ🔗

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบขอบคุณท่านประธานครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมขอ ร่วมอภิปรายสนับสนุนรับหลักการร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๔ ฉบับ ขออนุญาตเอ่ยชื่อของท่านวรภพ วิริยะโรจน์ ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ท่านธนาธร โล่ห์สุนทร และท่านสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ท่านประธานที่เคารพครับ ในต่างประเทศคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าถือว่าเป็นยักษ์ และถือกระบองด้วยนะครับ แต่คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าของเราในประเทศไทยบทบาทยังเป็นที่น่ากังขา ผมขอยกตัวอย่างในต่างประเทศง่าย ๆ คือ อย่างเช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย มี Supermarket Chain ใหญ่มาเปิดแข่งกับร้านชำท้องถิ่นแล้วลดราคาสินค้าลงมาต่ำกว่า ราคาของท้องถิ่น คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าก็ได้เข้าไปแทรกแซง และถือว่า เป็นการแข่งขันการค้าที่ไม่เป็นธรรม แล้วลงโทษปรับห้างทั้ง ๒ ห้าง ท่านประธานลองนึกภาพ ในประเทศไทยตัดกลับมา เราจะเห็นว่าร้านสะดวกซื้อในประเทศไทยสัญชาติต่างประเทศ เต็มไปหมดครับ แข่งขันร้านชำในท้องถิ่นโดยไม่มีข้อจำกัด ท่านประธานครับ กลับมาที่ ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับ ผมได้อ่านทุกฉบับ ดีทุกฉบับ แต่ละฉบับมีข้อดีที่ต่างกันไป ผมขอยกตัวอย่างเพียง ๒-๓ ตัวอย่างเท่านั้น จริง ๆ มีหลายประเด็น ร่างของท่านวรภพ เสนอให้แก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าโดยการอนุมัติ หรือเห็นชอบจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หากเราไปเทียบกับในสหรัฐอเมริกา คณะกรรมการที่ทำหน้าที่แข่งขันทางการค้าในสหรัฐอเมริกาเรียกว่าคณะกรรมการการค้า สหพันธรัฐ แต่งตั้งโดยประธานาธิบดีของสหรัฐซึ่งมาจากการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นต้องขอ ชื่นชมท่านวรภพ สมาชิกพรรคเดียวกันเองก็คือว่าเราให้คนที่มาจากประชาชนเห็นชอบ ในคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ร่างที่ ๒ ขอยกตัวอย่างของร่างท่านวรภพได้เพิ่ม เรื่องคุณสมบัติของกรรมการสรรหาคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า โดยให้มีคุณวุฒิ และประสบการณ์ด้านกฎหมายแข่งขันทางการค้า ซึ่ง พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้าปัจจุบัน ปี ๒๕๖๐ ยังไม่มีกำหนดไว้ มีกำหนดไว้เฉพาะกรรมการสรรหา แต่ถ้าคณะกรรมการสรรหา ไม่มีคนที่มีประสบการณ์และความรู้ทางด้านการแข่งขันทางการค้าแล้วจะไปสรรหาบุคคล มาเป็นคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าได้อย่างไร ตัวอย่างอันนี้ผมเห็นด้วยกับท่านอัครเดช ของท่านธนาธรอันนี้จริง ๆ มองไปเหมือนกับไม่สำคัญ เราเห็นว่าคณะกรรมการการแข่งขัน ทางการค้าบ้านเราไม่ได้เป็นยักษ์ถือกระบองเลย เพราะอะไรครับ เพราะพระราชบัญญัติ การแข่งขันทางการค้า ปี ๒๕๔๒ ฉบับเดิม ตอนต้นของพระราชบัญญัติมีเรื่องการจำกัดสิทธิ และเสรีภาพของบุคคลไว้ แต่ผมก็ไม่ทราบว่าทำไมพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า ปี ๒๕๖๐ จึงไม่มีนะครับ จึงไม่มีการเกี่ยวกับเรื่องข้อจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลไว้ ตามมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญ สำคัญอย่างไรครับ สำคัญเพราะว่ากรณีที่มีบทบัญญัตินี้ไว้ มันเหมือนให้กระบองกับคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าที่จะออกกฎระเบียบต่อไป ตอนนี้ปัญหาของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าคือกลัวถูกฟ้องครับ กลัวถูกฟ้อง เพราะไปมีข้อกำหนดอันนี้ไว้ เราจึงเห็นว่าทำไมคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าในปัจจุบัน จึงระมัดระวังอย่างเข้มงวดในการออกกฎระเบียบ สุดท้ายของร่างท่านสิทธิพล มีหลักเกณฑ์ เหมือนคล้าย ๆ ร่างท่านธนาธรคือจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลเช่นกัน แต่ผมขอเติม ร่างของท่านสิทธิพลที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง คือร่างของท่านสิทธิพลแก้คำจำกัดความของ ผู้ประกอบธุรกิจให้กว้างขึ้น หมายความว่าอย่างนี้ครับ ร่างกฎหมายปัจจุบันนี้ค่อนข้าง จะเจาะจงว่าผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย แต่ยังมีอีกธุรกิจหนึ่งที่สามารถเป็นเครื่องมือในการผูกขาด ทางการค้าหรือการแข่งขันทางการค้าได้คือบริษัทที่เข้าไปถือหุ้นบริษัทอื่นหรือเรียกว่า Holding Company ซึ่งโครงสร้างของธุรกิจปัจจุบันมีความซับซ้อนในการถือหุ้นไขว้ไปไขว้มา ในคำจำกัดความของท่านสิทธิพลเขียนไว้กว้าง ๆ ผมจึงหวังว่าคำจำกัดความของท่านสิทธิพล ของผู้ประกอบธุรกิจ รวมถึงบริษัท Holding Company อย่างไรก็ตามอันนั้นคือข้อที่ผม เห็นด้วย แต่ผมเห็นข้อสำคัญคือร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับ รวมทั้ง พ.ร.บ. การแข่งขัน ทางการค้า ปี ๒๕๖๐ ยังขาดไป คือขาดบทบัญญัติในการกำหนดนโยบายการแข่งขัน ทางการค้าแห่งชาติครับ ในต่างประเทศเขามีว่าจะต้องมีกำหนดในเรื่องคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าก่อนเข้ารับ ตำแหน่งจะต้องชี้แจงเรื่องนโยบายการแข่งขันทางการค้าระดับประเทศนะครับ ของเรา ยังขาดในเรื่องนี้ไป เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าการแข่งขันทางการค้าของเรายังสะเปะสะปะ และไม่เข้ารูปเข้ารอย ผมจึงขอฝากเพื่อนสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณานี้ ลองพิจารณาเพิ่มเติมบทบัญญัติเรื่องเกี่ยวกับการที่จะต้องกำหนดนโยบายการแข่งขัน ทางการค้าแห่งชาติ ทั้งหมดนี้ผมขอสนับสนุนรับหลักการร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับ ทั้ง ๔ ฉบับมีข้อดีครับ มีข้อดีแตกต่างกันไป ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขอเชิญคุณสุรเกียรติ เทียนทอง ครับ🔗

นายสุรเกียรติ เทียนทอง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ สุรเกียรติ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กฎหมายแข่งขันทางการค้าอาจจะดูเป็นเรื่องไกลตัวนะครับ มีคณะกรรมการดำเนินการ และประเด็นทางเทคนิค แล้วก็เศรษฐศาสตร์ที่อาจจะดูซับซ้อน แต่สุดท้ายแล้วเรื่องการ แข่งขันทางการค้ามันเป็นเรื่องใกล้ตัวประชาชนกว่าที่เราคิด ไม่ว่าในฐานะผู้บริโภค หรือผู้ประกอบการ ในชีวิตประจำวันของเราตั้งแต่การซื้อข้าวของเครื่องใช้ การใช้บริการ โทรศัพท์มือถือ การเดินทางโดยสายการบิน จนถึงการเลือกซื้อรถยนต์ ล้วนแต่ได้รับ ผลกระทบจากกฎหมายแข่งขันทางการค้าทั้งสิ้น เมื่อมีการแข่งขันที่เป็นธรรมเราจะได้สินค้า แน่นอนที่ถูกลง คุณภาพดีขึ้น แต่เมื่อมีการแข่งขันที่ลดลงเราก็ยิ่งต้องจ่ายแพงขึ้น แล้วก็ ได้บริการที่อาจจะแย่ลง พอเรามาดูถึงประโยชน์สำหรับผู้บริโภคจากร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ ประโยชน์ที่จะได้รับก็คือสินค้าจะมีราคาต่ำลง มีนวัตกรรมคุณภาพดีขึ้น นอกจากนั้นยังมี สินค้าให้เลือกหลากหลายประเภทมากขึ้น โดยกฎหมายแข่งขันทางการค้าพยายามที่จะทำให้ ตลาดใกล้เคียงกันกับคู่แข่ง การแข่งขันสมบูรณ์เท่าที่เป็นไปได้ ซึ่งตลาดแข่งขันสมบูรณ์ก็คือ ตลาดที่มีองค์ประกอบตามนี้ครับ อันดับแรกตลาดที่มีผู้ขายและผู้ซื้อจำนวนมาก จนไม่สามารถมีใคร Control หรือควบคุมราคาได้ ๒. สินค้าและบริการมีลักษณะ ที่เหมือนกัน ๓. ทุกคนได้รับข้อมูลที่สมบูรณ์ และ ๔. ผู้ประกอบการสามารถ Enter หรือ Exit ตลาดได้อย่างเสรี และถ้ามีครบทั้ง ๔ ข้อ ราคาในตลาดก็จะถูกกำหนดโดยกลไก ราคานั่นก็คืออุปสงค์ อุปทาน อย่างแท้จริงครับ แต่ตลาดแข่งขันสมบูรณ์อย่างที่ผมได้ กล่าวมานั้นอาจมีเฉพาะในทฤษฎีเท่านั้น ในโลกแห่งความจริงมีปัจจัยหลายประการที่ทำให้ เราไม่สามารถมีตลาดแข่งขันสมบูรณ์ได้ อย่างไรก็ดีกฎหมายแข่งขันทางการค้าที่พยายาม จะทำให้การแข่งขันในตลาดใกล้เคียงกับตลาดแข่งขันสมบูรณ์ที่สุด เพราะยิ่งมีการแข่งขัน มากเท่าใด ผู้บริโภคก็จะได้รับประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น ตลาดแข่งขันที่สมบูรณ์จะทำให้ ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุด เพราะผู้ผลิตต้องแข่งขันในการผลิตสินค้าออกมาในราคาที่ ต่ำที่สุด และยังต้องมีคุณภาพที่ดีที่สุด นอกจากนี้ผู้ผลิตในตลาดแข่งขันสมบูรณ์ยังไม่มีอำนาจ ในการ Control ตลาดที่จะสามารถนำเอาไปใช้ในการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคได้ด้วยครับ ตัวอย่างในปี ๒๕๖๖ อย่างเช่นการควบรวมของค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ ๒ ค่ายในประเทศ ที่หลังจากควบรวมกันแล้วก็ทำให้ค่าบริการมือถือนั้นสูงขึ้น คุณภาพก็ค่อนข้างจะลดลง แต่ในทางกลับกันในประเทศที่เขามีการแข่งขันของบริการโทรคมนาคมอย่างมากเช่น ในตลาดของอียูมีการแข่งขันที่สูงเพราะมีกลไกที่สนับสนุนการแข่งขันเป็นอย่างดี และได้ดำเนินการเป็นระยะเวลามานานแล้ว ตั้งแต่ปี ๑๙๙๘ เช่น ประเทศสเปนมีผู้ให้บริการโทรคมนาคมมากกว่า ๔ ราย โดยแต่ละราย เขามีส่วนแบ่งทางการตลาดเท่า ๆ กันเจ้าละประมาณ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ จนไม่สามารถ ใช้อำนาจเหนือตลาดได้ และเมื่อมีผู้ให้บริการจำนวนมากการแข่งขันก็ยิ่งดุเดือดครับ เช่น ผู้ให้บริการรายหนึ่งที่ชื่อว่า ดิจิ ได้เริ่มสงครามราคาในตลาด Fiber Broadband ทำให้ราคา ลดลงเป็นอย่างมาก ราคาเฉลี่ยของค่าโทรคมนาคมของสเปนคิดเป็นเพียงแค่ ๑.๓-๑.๘ เปอร์เซ็นต์ของรายได้เฉลี่ยของคนสเปน พอเรามาดูถึงประโยชน์สำหรับธุรกิจ แล้วก็ เศรษฐกิจโดยรวม ธุรกิจจะถูกกระตุ้นให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น มีการแข่งขันที่เป็นธรรม และเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น ถ้ามีผู้ค้ารายใหญ่ที่สามารถควบคุมตลาดได้ นั่นก็หมายความว่า ผู้ค้ารายนั้นแน่นอนต้องได้กำไรสูงจนทำให้เกิดความเฉื่อยชาในการบริหารจัดการจนทำให้ ประสิทธิภาพในการบริหารทรัพยากร การพัฒนา และการจัดการนำทรัพยากรเอาไปใช้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้นลดลง ลองมาดูอีกตัวอย่างในการแข่งขันของธุรกิจการบินของ ประเทศไทย สมัยก่อนการบินไทยผูกขาดตลาดในประเทศไทย ทำให้ไม่มีแรงกดดันในการ ลดต้นทุน ส่งผลให้ราคาตั๋วสูง บริการก็ค่อนข้างไม่ดี เครื่องบินก็เก่า หลังจากเปิดเสรี อุตสาหกรรมการบินของไทยนั้น สายการบินอื่น ๆ อย่างเช่น นกแอร์ บางกอกแอร์เวย์ ไทยแอร์เอเชีย และสายการบินอื่น ๆ ได้เข้ามาแข่งขันในตลาด ภายหลังปี ๒๐๐๐ การบินไทยเองก็ต้องปรับตัวครับ โดยลดต้นทุนแล้วก็พัฒนาคุณภาพบริการ เพื่อแข่งขัน แม้จะผ่านแรงกดดันหลาย ๆ อย่างจนต้องปรับปรุงรูปแบบธุรกิจเองก็ดีให้เป็นแนวใหม่ ๆ แต่สุดท้ายการเข้ามาของผู้แข่งขันรายอื่น ๆ ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ปัจจุบันการบินไทยได้กลับมา มีแนวโน้มบวกอีกครั้ง กล่าวโดยสรุปกฎหมายแข่งขันทางการค้าจะกระตุ้นให้มีการแข่งขัน พอมีการแข่งขันแล้วบริษัทก็ต้องพัฒนาประสิทธิภาพตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สู้กับ ผู้แข่งขันได้ แล้วก็ผู้บริโภคก็จะได้รับประโยชน์จากการแข่งขันนั้นเองครับ ในฐานะผู้บริโภค เราควรตระหนักถึงสิทธิของเราเองในการได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ ในราคา ที่เป็นธรรม ในฐานะผู้ประกอบการก็ควรเข้าใจว่าการแข่งขันที่เป็นธรรมเป็นโอกาสเติบโต ของธุรกิจ ไม่ใช่อุปสรรค ดังนั้นกฎหมายแข่งขันทางการค้าจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวของประชาชน แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยสร้างสังคมที่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจให้กับทุกคนได้รับ ประโยชน์จากการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนครับ ผมจึงขอสนับสนุนให้เรามีการ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญในการแก้ไขร่าง พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....นี้ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะเยาวชนและประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเข้าร่วมสัมมนา เรื่อง คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน กองทุนกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ ประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย รุ่นที่ ๑ ซึ่งกำลังเข้าฟังการประชุมอยู่ ณ ขณะนี้ ขอต้อนรับแล้วก็ขอขอบคุณที่มาเยี่ยมและมาฟังการประชุมสภาครับ ต่อไปขอเชิญ คุณธิษะณา ชุณหะวัณ ครับ🔗

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน ราชเทวีและสาทร พรรคประชาชน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

วันนี้ดิฉันเป็นห่วงพี่น้อง ประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อยเป็นอย่างมาก เพราะการแข่งขันทางการค้าของธุรกิจไทยที่ตอนนี้ เรากำลังเผชิญสถานการณ์ที่ซ้ำเติมอุปสงค์ของสินค้าไทยจากประเทศใหญ่ พร้อมทั้งสินค้า จากจีนที่มีราคาที่ถูกกว่าสินค้าไทย และมิหนำซ้ำสหรัฐก็ตั้งกำแพงภาษีอีกค่ะ ขณะเดียวกันในประเทศก็ยังจะมีพระราชบัญญัติแข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่ไม่เคย นำมาบังคับใช้ได้จริงค่ะ ดิฉันมองว่าการแก้ไขปัญหาอุปสรรคของพระราชบัญญัติการแข่งขัน ทางการค้า พ.ศ. ๒๕๖๐ จะช่วยส่งเสริมและปลดล็อกธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจรายใหญ่หรือว่า SMEs ให้สามารถใช้ศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ค่ะท่านประธาน ประเด็นที่ดิฉันคิดว่า เป็นปัญหาอุปสรรคก็คือโครงสร้างของการใช้คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าและที่มา ของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าไม่มีความยึดโยงกับประชาชนค่ะ หรือจะพูดง่าย ๆ ก็คือยังเป็นระบบค่าของคนอยู่ที่ว่าคุณเป็นคนของใครหรือระบบอุปถัมภ์นั่นเองค่ะ ใครในที่นี้ คือใครที่ไม่ใช่ประชาชนส่วนใหญ่แน่นอนเพราะมาจากเส้นสายค่ะ เพราะจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ในช่วงที่ผ่านมาเกิดการควบกิจการขนาดใหญ่หรือการซื้อคู่แข่งในหลายอุตสาหกรรมทั้ง ๆ ที่ พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๖๐ ยังบังคับใช้อยู่ สิ่งที่เกิดขึ้นมันสะท้อนให้เห็นว่า พ.ร.บ. ดังกล่าวเป็นแค่เศษกระดาษ เพราะในมาตรา ๑๑ และมาตรา ๗ ของ พ.ร.บ. การแข่งขัน ทางการค้า ปี ๒๕๖๐ โดยมาตรา ๑๑ คณะกรรมการสรรหา ๙ คน ที่มาทำหน้าที่คัดเลือก บุคคลที่สมควรได้รับการเสนอชื่อที่มาเป็นคณะกรรมการนั้นมาจากฝ่ายข้าราชการทั้งหมดเลย ซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนค่ะ และมาตรา ๗ คณะกรรมการแข่งขัน ทางการค้ามาจากคนของฝ่ายบริหารทั้งหมดค่ะ ซึ่งมีความยึดโยงกับประชาชน แต่ก็ไม่มาก เท่าที่ควร ไม่เหมือนกับผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งทางตรงจากประชาชน และยังขาดการ ตรวจสอบถ่วงดุลจากฝ่ายนิติบัญญัติอีกต่างหาก ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหานี้จึงต้องแก้ไขที่มา ของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าให้มาจากสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรค่ะ ทั้งที่มาจากพรรคการเมืองเดียวกันกับฝ่ายบริหารและมาจาก พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับฝ่ายบริหาร รวมถึงต้องเห็นพ้องต้องกันทั้งสภาผู้แทนราษฎร ในภาพรวมอีกด้วย เพราะสภาผู้แทนราษฎรของเราที่มาจากประชาชนโดยตรงได้รับ การเลือกตั้งทางตรงเข้ามา ส่วนคณะรัฐมนตรีก็ได้รับการแต่งตั้งมาอีกทีหนึ่งจาก นายกรัฐมนตรี ซึ่งโอเคก็มีความยึดโยงกับประชาชน แต่ว่าก็น้อยกว่าผู้แทนราษฎรหรือ สส. ที่มาจากประชาชน และแน่นอนเมื่อได้มาซึ่งตำแหน่งที่มาจากที่ใดจากการพ้นตำแหน่งก็ควร มีที่มาที่เดียวกันตามมาตรา ๑๘ ของร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า มีการ ควบรวม True Dtac ที่ราคาแพงขึ้นแต่คุณภาพสัญญาณแย่ลง ห่วยลง และบางจาก ที่ควบรวมกับ Esso คุณภาพน้ำมันแบบ Esso ก็หายไปจากตลาด คุณภาพน้ำมันก็ต่ำลง อีกต่างหากค่ะ ใน พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้าฉบับ ปี ๒๕๖๐ มีการให้คณะกรรมการ แข่งขันทางการค้าที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชนมากำหนดกฎเกณฑ์ส่วนแบ่งตลาดว่า ผู้ประกอบการธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาดหรือไม่ ในมาตรา ๕ ย่อมให้การพิจารณา ไม่ได้เป็นไปเพื่อความคุ้มครองพี่น้องประชาชน โดยสภาพการบัญญัติในลักษณะนี้ย่อมเปิด ช่องว่างให้เกิดการทุจริตของคณะกรรมการได้ง่ายยิ่งขึ้นค่ะ ดิฉันจึงมองว่าควรจะกำหนด หลักเกณฑ์ที่เห็นอย่างเป็นรูปธรรมได้ง่าย เช่นการไม่มีคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญ รวมไปถึง คู่เทียบด้วยค่ะท่านประธาน และมีคุณสมบัติที่สามารถกำหนดตลาดได้ หรือที่เรียกว่า Price Maker ไม่ว่าจะเป็นกำหนดราคาตลาด ปริมาณ คุณภาพ หรือเงื่อนไขอื่น ๆ ทั้งในฐานะ ผู้ซื้อ เช่น ผู้ผูกขาดซื้อหรือ Monopsony ผู้ซื้อรายน้อย Oligopsony หรือผู้ขาย หรือผู้ผูกขาดขาย เช่น Monopoly หรือผู้ขายรายน้อย หรือ Oligopoly เป็นต้น เพื่อให้ ปกป้องครอบคลุมทั้งในปัจจัยการผลิตและตลาดสินค้าตามลำดับ ครอบคลุมทั้งตลาดปัจจัย การผลิตและตลาดสินค้าตามลำดับ หากไม่ป้องกันในตลาดปัจจัยการผลิตอาจก่อให้เกิด กลยุทธ์การกักตุนวัตถุดิบ และทำให้รายอื่นไม่มีปัจจัยในการผลิตมาผลิตสินค้า และบริการ ตนได้อย่างมีต้นทุน และปริมาณที่เป็นไปตามกลไกที่แท้จริงของตลาด มีปัญหา ในความโปร่งใสของอำนาจที่คณะกรรมการอีกสาเหตุที่เป็นอุปสรรคต่อการบังคับใช้ พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า ปี ๒๕๖๐ ในมาตรา ๒๙ (๑๒) เผยแพร่ผลคำวินิจฉัยของ คณะกรรมการต่อสาธารณชน ท่านประธานจะเห็นได้ว่าไม่รู้ว่าผลวินิจฉัยเกิดขึ้นจากใครบ้าง และแต่ละคนมีคำวินิจฉัยอย่างไร และคำวินิจฉัยฉบับเต็มเป็นอย่างไร อย่างใช้ข้อมูลวิเคราะห์ วิจัยมาจากไหน อย่างไร ประชาชนก็ไม่สามารถตรวจสอบ หรือไม่สามารถทราบได้เลย หรือถ้าพูดไปตามตรงก็คือหากมีการรับใบสั่งมาเผยแพร่ เลยก็ไม่มีใครสามารถตรวจสอบได้ ไม่สามารถจับมือใครมาดมได้ ขาดความโปร่งใสและทำให้ พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้าไม่ได้มีผลในการบังคับใช้ได้จริง ดังนั้นเพื่อความโปร่งใส และจำเป็นที่จะต้องเปิดเผยข้อมูลฉบับเต็มของคณะกรรมการซึ่งทำให้มองเห็นที่มาที่ไป อย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น และยังต้องทราบของกรรมการแต่ละบุคคลอีกด้วย เพื่อจะได้ ทราบว่าแต่ละท่านวินิจฉัยเป็นอย่างไร ซึ่งจะทำให้แยกองค์ประกอบได้ว่าคำวินิจฉัยส่วนใด มาจากใครบ้าง และต้องมีการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน การปกปิดส่วนใดส่วนหนึ่งก็ไม่ควร เพราะเป็นส่วนที่ประชาชนจะเสียผลประโยชน์ค่ะ จากที่ดิฉันได้อภิปรายมาถึงปัญหา ที่ไปที่มาของคณะกรรมการที่ไม่มีความยึดโยงกับประชาชน ขาดการตรวจสอบถ่วงดุล ขาดความโปร่งใส และจากฝ่ายที่มาของประชาชนโดยตรง และอำนาจที่ให้กรรมการ คณะกรรมการตั้งเกณฑ์ที่สามารถหลบเลี่ยงตัวเลขส่วนแบ่งตลาดให้กับผู้ประกอบการที่มี อำนาจเหนือตลาดได้ รวมถึงความไม่โปร่งใสในการเผยแพร่คำวินิจฉัย ดังนั้นดิฉันจึงขอ สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของ สส. วรภพ วิริยะโรจน์ ซึ่งได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้นจนครบ แล้วให้ผลประโยชน์กับประชาชน ส่วนใหญ่ และ SMEs หรือธุรกิจรายย่อย ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณขัตติยา สวัสดิผล ครับ🔗

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอใช้ โอกาสนี้อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับที่เสนอโดยพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกฎหมายสำคัญที่จะช่วยปฏิรูประบบเศรษฐกิจไทย ให้สามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรมและยั่งยืนมากยิ่งขึ้นค่ะ ปัญหาการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ของประเทศไทยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมาแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามีธุรกิจขนาดใหญ่ เพียงไม่กี่กลุ่มที่สามารถครอบครองอำนาจในตลาดได้ โดยมีข้อมูลยืนยันว่ามีเพียง ๔ กลุ่มทุนใหญ่ มีมูลค่ารวมมากกว่าร้อยละ ๒๐ ของตลาดหลักทรัพย์ ส่งผลให้เกิดภาวะที่เรียกว่าการกระจุกตัว ของธุรกิจ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ธุรกิจรายเล็กและรายใหม่ไม่สามารถที่จะเข้าสู่ ตลาดได้อย่างเสรี ผู้บริโภคถูกจำกัดทางเลือกและต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะที่ในช่วง วิกฤติโควิดที่ผ่านมาการควบรวมกิจการของบริษัทยักษ์ใหญ่ได้เดินหน้าอย่างรวดเร็วส่งผลให้ ผู้บริโภคนั้นเสียประโยชน์เป็นอย่างมาก สิ่งเหล่านี้สะท้อนชัดว่ากฎหมายการแข่งขัน ทางการค้าที่ประเทศไทยมีอยู่แม้ว่าจะมีเจตนารมณ์ที่ดีแต่ว่ามันก็ยังไม่มีความเข้มแข็ง ที่เพียงพอ และไม่สามารถที่จะสร้างกลไกในการที่จะคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ของพรรคเพื่อไทยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญอยู่ ๕ ประการ นั่นก็คือ ๑. คือความต้องการที่จะสร้างความเท่าเทียมทางโอกาสให้ทุกธุรกิจทุกขนาดไม่ว่าจะเป็น ใหญ่หรือเล็ก ๒. เราต้องการที่จะปกป้องธุรกิจรายย่อยไม่ให้ถูกกีดกัน หรือถูกบีบให้ออกจาก ตลาด ๓. เราต้องการที่จะกระตุ้นนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ผ่านการแข่งขันที่แท้จริง ๔. ต้องการเสริมความเข้มแข็งของธุรกิจใหญ่ให้สามารถที่จะก้าวเข้าสู่ตลาดโลกได้โดยอยู่บน พื้นฐานของการแข่งขันที่เป็นธรรม และ ๕. เราต้องการที่จะยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค ให้มีสิทธิเรียกร้องและสามารถที่จะเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายขึ้น หนึ่งในจุดแข็ง ที่ชัดเจนของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั่นก็คือการกำหนดให้กฎหมายนั้นสามารถบังคับใช้ ได้กับธุรกิจทุกธุรกิจ ไม่ยกเว้นแต่ธุรกิจของรัฐวิสาหกิจ หรือธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะ เพราะที่ผ่านมารัฐวิสาหกิจ และธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะกำกับดูแลบางประเภทได้รับการ ยกเว้นจากการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงหรือว่าสาธารณูปโภค เช่น ธุรกิจโทรคมนาคมแล้วก็ให้มีกฎหมาย เฉพาะของแต่ละกลุ่มธุรกิจเข้ามากำกับดูแลตัวเอง อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติเราก็พบปัญหา สำคัญ เนื่องจากว่ากฎหมายเฉพาะเหล่านั้นมันมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนหรือส่งเสริมอุตสาหกรรม มากกว่าจะควบคุมดูแลการแข่งขันที่เป็นธรรม อีกทั้งคณะกรรมการที่เข้ามากำกับดูแลมักจะ ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในด้านการแข่งขันทางการค้าโดยตรง จึงนำไปสู่ปัญหาการแข่งขันที่มัน ไม่เสรี เป็นการกีดกันผู้ประกอบการรายใหม่ การสร้างอำนาจเหนือตลาด แล้วก็การลด ทางเลือกของผู้บริโภคซึ่งเป็นสิ่งที่ได้เกิดขึ้นจริงแล้วในหลาย ๆ กรณี ดังนั้นร่างกฎหมายฉบับนี้ จะช่วยปิดช่องว่างตรงนั้นอย่างชิ้นเชิง เพื่อเป็นการยืนยันในหลักการว่าการแข่งขัน ที่เป็นธรรมนั้นจะต้องครอบคลุมทุกภาคส่วน ในเนื้อหาอีกส่วนที่มีความสำคัญของกฎหมาย ฉบับนี้ก็คือการปฏิรูปคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าเพื่อให้กลไกสามารถที่จะกำกับดูแล ให้มีประสิทธิภาพได้มากยิ่งขึ้น พรรคเพื่อไทยได้เสนอให้มีการเพิ่มจำนวนคณะกรรมการ จากเดิม ๗ คนเป็น ๙ คน โดยกำหนดคุณสมบัติที่มีความเข้มงวดแล้วก็หลากหลาย เช่น ให้มี ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐศาสตร์อย่างน้อย ๒ คน ให้มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย ทางการค้าและพาณิชย์อย่างน้อย ๒ คน ให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบบัญชี ๑ คน แล้วก็ให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านสาขาอื่น ๆ เพิ่มเติมเข้ามาด้วย ที่สำคัญคือมีการปรับลดอายุขั้นต่ำ ของตัวคณะกรรมการจากเดิม ๔๐ ปีให้เป็น ๓๕ ปีเพื่อเปิดช่องให้มีคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน นอกจากนี้ยังได้มีการเพิ่มตำแหน่งของปลัดกระทรวง วัฒนธรรม ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประธานสภาผู้บริโภค แล้วก็ปลัดกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมให้เข้ามาเป็นกรรมการสรรหา เพื่อเป็นการสะท้อนเสียงของ ประชาชนให้มีส่วนร่วมโดยตรง และเพื่อป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เราจึงได้มีการ ยกเลิกตำแหน่งที่เคยเป็นตัวแทนจากภาคธุรกิจขนาดใหญ่ซึ่งอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน นอกจากนี้ในส่วนของความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม ร่างฉบับของพรรคเพื่อไทยได้มีการ กำหนดอย่างชัดเจนว่าสำนักงาน กขค. นั้นต้องเผยแพร่คำวินิจฉัยฉบับเต็ม และคำวินิจฉัย ส่วนบุคคลของกรรมการเท่าที่ไม่เป็นความลับทางการค้า และต้องจัดให้มีการกำหนดตัวชี้วัด ผลงานของคณะกรรมการ เช่น การเข้าชี้แจงผลการดำเนินงานต่อรัฐสภานั้นอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง หรือการกำหนดตัวชี้วัดเรื่ององค์ประชุมซึ่งจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านนิติศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์เข้ามาร่วมเป็นองค์ประชุมอยู่ด้วยทุกครั้งอย่างน้อยสาขาละ ๑ ท่าน ซึ่งทั้งหมดนี้มันคือกลไกสำคัญที่จะทำให้การบังคับใช้กฎหมายนั้นเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง ในส่วนของการควบรวมกิจการ และการคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ เราได้มีการ กำหนดให้มีการยกเลิกระบบแจ้งผลการรวมธุรกิจเหลือเพียงระบบการขออนุญาตล่วงหน้า สำหรับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจเหนือตลาด ที่สำคัญศาลยุติธรรมนั้นจะสามารถสั่งให้ มีการชดใช้ค่าเสียหายเชิงลงโทษสูงสุดถึง ๒ เท่าของความเสียหายจริง เพื่อสร้างแรงจูงใจ ให้เอกชนนั้นลุกขึ้นมาฟ้องคดีได้ด้วยตนเอง ในประเด็นเรื่องบทลงโทษและมาตรการ ลดหย่อนโทษร่างฉบับพรรคเพื่อไทยได้มีการปรับโครงสร้างโทษปรับใหม่ โดยเพิ่มเพดาน ค่าปรับจากเดิมร้อยละ ๐.๕ เป็นสูงสุดร้อยละ ๕ ของมูลค่าการรวมธุรกิจ พร้อมทั้งยกเลิก โทษทางอาญาในหลายกรณี และเปลี่ยนเป็นโทษทางปกครองแทน แนวทางนี้จะเป็นการ สอดคล้องกับหลักสากลที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายมากกว่า การลงโทษที่รุนแรง แต่ว่าไม่ก่อให้เกิดผลในเชิงปฏิบัติ ขณะเดียวกันก็ยังได้มีการนำมาตรการ ลดหย่อนโทษมาใช้เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจที่มีส่วนร่วมในข้อตกลงแบบ Hardcore Cartel สามารถที่จะให้ความร่วมมือโดยเปิดเผยข้อมูลเพื่อแลกกับการได้รับการลดหย่อนโทษ มาตรการนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการปราบปรามการฮั้ว แล้วก็การสมคบคิดทางการค้า ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่ของการแข่งขันเสรีในระยะยาว ท่านประธานคะ หากร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจนสามารถนำไปบังคับใช้ให้เป็นกฎหมายได้จริงก็จะส่งผล ในเชิงบวกหลายประการ ได้แก่ ๑. ตัวผู้บริโภคจะมีอำนาจต่อรองมากขึ้น ได้รับสิทธิในการ ที่จะเข้าถึงทางเลือกที่หลากหลาย และสามารถฟ้องคดีได้ด้วยตัวเอง ๒. ธุรกิจขนาดเล็ก และ Startup จะมีโอกาสเติบโตในตลาดที่เป็นธรรมมากขึ้น ๓. ธุรกิจขนาดใหญ่จะมีการแข่งขันที่โปร่งใส แล้วก็จะได้รับการยอมรับในระดับสากล สามารถขยายไปสู่ตลาดโลกได้มั่นคงยิ่งขึ้น และ ๔. เศรษฐกิจไทยจะมีพลวัตร เกิดนวัตกรรมใหม่ และดึงดูดการลงทุนที่ยั่งยืน สุดท้ายนี้ดิฉันขอย้ำว่าร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า ฉบับของพรรคเพื่อไทยจะเป็นโครงสร้าง และเป็นก้าวสำคัญในการที่จะปรับโครงสร้าง เศรษฐกิจไทยให้หลุดพ้นจากวงจรการผูกขาดที่ดำรงมาอยู่อย่างยาวนาน ซึ่งหากสภา ผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบกฎหมายฉบับนี้จะมีการช่วยสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม โปร่งใส เปิดกว้าง และยั่งยืน เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศโดยรวม ดิฉันจึงขอ สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้าอย่างเต็มที่ และขอเสียงสนับสนุนจาก เพื่อนสมาชิกทุกท่าน ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคุณชุติมา คชพันธ์ ครับ🔗

นางสาวชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ปัจจุบัน เรามี พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้าแต่ไม่ได้หนุนการค้าอย่างแท้จริง ขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

จากที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบัน พ.ร.บ. ที่เรามีใช้อยู่ยังคงมีปัญหาแล้วก็มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อย คือไม่ได้ ส่งเสริมการแข่งขันอย่างแท้จริง การแข่งขันก็ไม่เสรีและไม่เป็นธรรม โอกาสในการเข้าถึง ตลาดไม่เท่าเทียมเมื่อเทียบกับธุรกิจใหญ่ ผู้ประกอบการรายย่อยเสียเปรียบในกรณีที่มี การฟ้องร้อง จากรายงานโออีซีดีพบว่าธุรกิจในไทยมีการกระจุกตัวและขาดการแข่งขัน บริษัท ๕ เปอร์เซ็นต์ที่มีรายได้มากถึง ๘๕ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ ๔ ภาคธุรกิจของไทย ได้แก่ สื่อสาร พลังงาน ธนาคาร ประกันภัย มีปัญหาผูกขาดกระจุกตัว และแข่งขันต่ำ เนื่องจากปัญหาด้านกฎหมายและไม่มีการเปิดเผยข้อมูล อ้างเป็นความลับทางธุรกิจ เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงตลาดของผู้ประกอบการรายใหม่ ประเทศไทยเราพยายามที่จะ เข้าเป็นสมาชิกโออีซีดีมาหลายปีแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถเข้าได้ นี่คือหนึ่งในอุปสรรคที่เรายังทำ ไม่ได้ เราจึงจะเห็นว่าแต่ละวงการจะมีผู้นำตลาดที่เป็นบริษัทใหญ่ ๆ ผูกขาด ดังที่เราได้ยินกัน บ่อย ๆ ว่าเสือ ๕ ตัวในวงการนั้น สิงห์ ๔ ตัวในวงการนี้ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่น่ายินดีเลยนะคะ แต่กลับสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำในโอกาสทางธุรกิจ ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ดิฉันจะให้เห็น ในสไลด์ต่อไปที่เรากำลังประสบพบเจอกันอยู่ อยากจะให้เห็นชัด ๆ กันเลยค่ะ ปัจจุบันธุรกิจ ของไทยมีความเหลื่อมล้ำและกระจุกตัว กฎหมายที่มีไม่สามารถต่อต้านการผูกขาดได้จริง กฎหมายแข่งขันทางการค้ายังมีช่องโหว่อีกมาก การแข่งขันระหว่างทุนใหญ่กับ ผู้ประกอบการรายย่อยไม่เป็นธรรม ที่มาของกรรมการไม่ได้มาจากการคัดสรรโดยสภา แต่คัดสรรโดย ครม. ธุรกิจบางประเภท องค์กรบางประเภทยังไม่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ. แข่งขัน ทางการค้า ตัวอย่างที่เราเห็น ๆ กันอยู่และสร้างปัญหาให้กับการแข่งขันในตลาด และภาคธุรกิจ ผู้บริโภคก็อาจจะได้รับผลกระทบในอนาคต ได้แก่ การควบรวมกิจการ ระหว่าง True และ Dtac ที่เรารู้ดีกันอยู่แล้ว ผลกระทบต่อผู้บริโภคก็คือมีความเป็นไปได้ ในระยะยาวที่อัตราค่าบริการจะสูงขึ้นจากการลดลงของความเข้มข้นของการแข่งขันในตลาด การควบรวมกิจการในภาคโทรคมนาคมอีกกรณีก็คือของกลุ่ม AIS ที่เข้าซื้อกิจการด้านบริการ อินเทอร์เน็ตของ 3BB ในช่วงที่ผ่านมา ๒ กรณีนี้ทำให้ความหลากหลายภายในตลาด โทรคมนาคมของไทยแคบลง แต่มีพื้นที่ให้กับผู้เล่นรายใหญ่มากขึ้น ประเด็นที่ดิฉันอยากให้ ตั้งข้อสังเกต การไม่มีข้อมูลเปิดเผยออกมาสู่สาธารณะคือปัญหาสำคัญ หลายครั้งที่การ พิจารณาการควบรวมกิจการไม่มีการประกาศรายละเอียดและข้อมูลต่าง ๆ ออกมาให้ ประชาชนรับทราบ หรือไม่มีพื้นที่ข้อมูลให้ประชาชนเข้าถึงได้ ในฐานะประชาชนเราควรจะมี สิทธิได้รับรู้ถึงรายละเอียดของข้อมูลต่าง ๆ เพราะสุดท้ายแล้วการควบรวมกิจการส่งผลต่อ เศรษฐกิจทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศไม่มากก็น้อย ต่อมาสิ่งที่อยากจะให้มีการ ปรับปรุงในกฎหมายแข่งขันทางการค้าเพื่อทลายทุนผูกขาด ดังที่จะเห็นในสไลด์ถัดไป เราควรจะแก้ไขโดยการแต่งตั้งโดยความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร ถึงที่มาของ คณะกรรมการชุดนี้ให้มีการกำกับดูแลในการควบรวมธุรกิจอย่างเข้มงวด มีบทลงโทษชัดเจน กรณีที่มีความผิด ขยายระยะเวลาอายุความทางแพ่งจากเดิม ๑ ปีเป็น ๕ ปี ธุรกิจและองค์กร ทุกประเภทต้องอยู่ภายใต้บังคับของ พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า ให้มีกระบวนการรับฟัง ความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริโภคควรมีส่วนร่วมมากขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะควบคุม ป้องกันไม่ให้บริษัทใหญ่ใช้อำนาจตลาดเพื่อกดดันคู่แข่งรายเล็ก ควรป้องกันไม่ให้เกิดการ ควบรวมกิจการโดยมีเจตนาที่จะสร้างการผูกขาด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ รายย่อยในตลาดเดียวกัน ควรมีการสร้างสภาพแวดล้อมที่ธุรกิจขนาดเล็กสามารถแข่งขัน ได้อย่างเป็นธรรม และมีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน โปร่งใสมากขึ้น เราต้องทำให้ตลาดมีการแข่งขัน ที่สร้างสรรค์ขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค เราต้อง สร้างสนามเล่น เราต้องสร้างตลาดที่เท่าเทียมกัน ให้ผู้ประกอบการทุกขนาดสามารถที่จะ แข่งขันได้อย่างเป็นธรรม ดิฉันจึงเห็นด้วยกับการแก้ไข พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้าที่เสนอ ในสภาผู้แทนราษฎรขณะนี้ทั้ง ๔ ฉบับ เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้มีส่วนร่วมจัดทำนโยบายของเยอรมนี นำโดย สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน ซึ่งกำลังฟังอยู่ชั้นบน ขอต้อนรับครับ ขอขอบคุณ ที่มาเยี่ยมและฟังการประชุมอภิปรายในวันนี้ ขอต้อนรับครับ เชิญนั่งครับ ต่อไปขอเชิญ คุณนิกร โสมกลาง ครับ🔗

นายนิกร โสมกลาง นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิกร โสมกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายในประเด็นร่างพระราชบัญญัติการแข่งขัน ทางการค้า (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยเพื่อนสมาชิกหลายท่านในวันนี้ครับ ระบบ เศรษฐกิจที่เติบโตด้วยนวัตกรรมต้องการการแข่งขันที่ดีและเป็นธรรม บทบาทของกฎหมาย การแข่งขันทางการค้าจึงอยู่ที่การสร้างแรงจูงใจเชิงโครงสร้างให้ธุรกิจสามารถสร้างสรรค์ นวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง ถ้าพูดง่าย ๆ การแข่งขันคือเงื่อนไขบังคับให้เกิดนวัตกรรม หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือกฎหมายแข่งขันทางการค้าทำหน้าที่เป็นตัวเร่งนวัตกรรม เปิดโอกาสให้มีผู้ท้าชิงหรือผู้เล่นใหม่ ๆ สามารถนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ หรือให้มีการ ตรวจสอบการควบรวมกิจการที่มุ่งกำจัดนวัตกรรมจากผู้เล่นรายย่อย เช่น Startup หรือ Biotech หรือเอไอ หรือ Fintech เป็นต้น🔗

ผมขออนุญาตยกตัวอย่างในประเทศไทยมีเรื่องหนึ่ง บทเรียนจากตลาด ผู้ให้บริการโทรคมนาคมในประเทศไทย ชัดเจนครับการควบรวม True และ Dtac เป็นตัวอย่างที่สะท้อนความเสี่ยงของการผูกขาดในอุตสาหกรรมสื่อสาร แม้ กสทช. เอง จะออกมาตรการควบคุม แต่ผู้บริโภคองค์กรคุ้มครองสิทธิร้องคัดค้านต่อศาลปกครองสูงสุด ว่าการควบรวมนี้กระทบการแข่งขันอย่างรุนแรง และผลักดันให้ศาลรับฟ้องเนื่องจาก ผลประโยชน์ทางสาธารณะชัดเจน นี่เป็นบทพิสูจน์หนึ่งว่ายังมีช่องว่างด้านการกำกับ ดูแล การควบกิจการของประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคดิจิทัลและภาคโทรคมนาคม กฎหมาย การแข่งขันทางการค้าเป็นกลไกที่สำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศการค้า และการลงทุน ให้เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ส่งเสริมให้เกิดผู้เล่นใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาด และจะส่งผลต่อ ราคาและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคโดยรวมครับ หากเราไม่มีกฎหมายกำกับ ดูแลที่ชัดเจน มีการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ SMEs และ Startup ไทยอาจจะถูกบริษัทใหญ่ บีบออกจากตลาดได้ ผู้บริโภคก็จะเสียประโยชน์จากราคาของบริการที่สูงขึ้นและคุณภาพ ที่ลดลง ข้อเสนอการแก้ไขกฎหมายโดยร่างของพรรคเพื่อไทยมีหลายประเด็นที่ผมดูแล้ว มีประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสภาองค์กรผู้บริโภคเข้าไปในกระบวนการสรรหา องค์ประกอบของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า เพื่อสร้างความหลากหลายและยึดโยงกับ ผู้บริโภคมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดโควตาเฉพาะทางสำหรับกรรมการ เช่น ด้านนิติศาสตร์ ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านการตรวจสอบบัญชี เพื่อให้มีความเชี่ยวชาญ ตรงประเด็นมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับอัตราโทษให้สอดคล้องกับขนาดของธุรกิจเพื่อให้ มีความเหมาะสมและยุติธรรม เพื่อสนับสนุนให้บริษัทที่เกี่ยวข้องในการผูกขาดกล้าที่จะ เข้ามาแจ้งข้อมูลการกระทำผิดและได้รับลดหย่อนโทษ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ผมอยากขอฝาก ข้อเสนอแนะไปยังคณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัตินี้สัก ๑ เรื่อง การกำหนดขอบเขต การบังคับใช้กฎหมายกับรัฐวิสาหกิจ นโยบายการแข่งขันทางการค้าของประเทศ ควรเป็นกลาง และกฎหมายการแข่งขันทางการค้าจึงควรบังคับอย่างเป็นทั่วไปกับ ทุกกิจกรรม ทุกลักษณะที่เกี่ยวกับการค้าในเชิงพาณิชย์ หากมีบุคคลใดได้รับสิทธิประโยชน์ เหนือกว่าผู้ประกอบธุรกิจอื่น ๆ ในตลาดเดียวกัน การแข่งขันอย่างเสรีจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้กำหนดให้กฎหมายไม่บังคับใช้กับส่วนราชการ กลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์ที่มีกฎหมายรองรับเท่านั้นแต่ไม่ยกเว้นกับรัฐวิสาหกิจเหมือน พ.ร.บ. ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา ซึ่งผมเห็นว่าอันนี้จะเป็นพัฒนาการที่สำคัญ เนื่องจากที่ผ่านมาเรามักจะพบว่า รัฐวิสาหกิจบางแห่งครองตลาด และใช้สถานะพิเศษเพื่อจำกัดการแข่งขัน ดังนั้นการนำ รัฐวิสาหกิจเข้ามาอยู่ในกรอบกฎหมายการแข่งขันทางการค้าจึงไม่เพียงแต่สร้างความ เป็นธรรมต่อเอกชนเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนผู้บริโภคด้วย อย่างไรก็ดีผมเห็นว่าประเด็นนี้ยังเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าเรามีเหตุผล และความจำเป็นในการกำหนดข้อยกเว้นเฉพาะสำหรับรัฐวิสาหกิจที่มีภารกิจด้านความมั่นคง หรือด้านบริการสาธารณะที่ขาดไม่ได้ หากจำเป็นเราควรจะกำหนดนิยามหรือขอบเขตของ คำว่ารัฐวิสาหกิจให้ชัดเจนที่จะได้รับการยกเว้นจากกฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างไร เพื่อไม่ให้มีปัญหาในการตีความในภายหลัง จึงขอฝากข้อเสนอแนะไว้ ๑ เรื่องครับ ท่านประธานครับ โดยสรุปแล้วร่างกฎหมายแข่งขันทางการค้าฉบับที่เสนอโดยพรรคเพื่อไทยนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม เปิดโอกาสให้มีผู้เล่นหน้าใหม่ได้มีโอกาส แข่งขัน ในขณะที่มุ่งหวังผลักดันธุรกิจใหญ่ที่เป็นโครงสร้างหลักของประเทศให้เกิดการ เจริญเติบโตมากขึ้น พ.ร.บ. ฉบับนี้ยังส่งเสริมการแข่งขันเชิงนวัตกรรม เพราะได้ออกแบบ ให้มีโครงสร้างกำกับ ดูแลที่เข้มแข็ง และยืดหยุ่น ทั้งการเพิ่มอำนาจคณะกรรมการแข่งขัน แบบรวมศูนย์ เพื่อลดช่องโหว่ด้านการบังคับใช้ และการเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชน และผู้เสียหายมีบทบาทตรวจสอบสิทธิร้องเรียนและฟ้องร้อง นอกจากนี้ยังเพิ่มมาตรการ เชิงจูงใจเพื่อดึงข้อมูลจากผู้ร่วมผูกขาด รวมถึงเปลี่ยนโทษอาญาเป็นโทษทางปกครองเพื่อให้ สามารถจัดการพฤติกรรมต้านการแข่งขันได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้ จะช่วยป้องกันไม่ให้บริษัทใหญ่ปิดกั้นผู้เล่นใหม่ และกระตุ้นให้ธุรกิจต้องแข่งขันด้วยคุณภาพ และนวัตกรรมอย่างแท้จริง วันนี้ผมจึงอยากจะขอเชิญชวนเพื่อนสมาชิกทุกท่านมาร่วมกัน สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแข่งขันทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ด้วยกันด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณภัณฑิล น่วมเจิม ครับ🔗

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย พรรคประชาชน พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า ปัจจุบันมีก็เหมือนไม่มีครับ โบ้ยอ้างหน่วยงานอื่น ตลอด เคยมีไหมผลงานตั้งแต่ตั้งมาสำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าไม่มีเจตจำนง อะไรเลย จ่ายเงินเดือน งบประมาณแผ่นดินปีละเป็นร้อยล้าน ไม่เคยมีผลงานอะไรเลย ถูกครหาว่าเป็นคนของนายทุน ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

ไม่ต้องพูดมาก ความจริง สามัญสำนึกก็บอกได้ประชาชนชาวบ้านทั่วไปสะท้อนจากการควบรวมรวมกิจการขนาดใหญ่ ที่ผ่านมาเซเว่น อีเลฟเว่น แม็คโคร โลตัส จำนวนร้านโชห่วยที่ลดลง ร้านสะดวกซื้อที่มีสาขา เพิ่มขึ้น ส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกของช่องทาง Traditional Trade เมื่อเทียบกับ Model Trade ก่อนและหลังควบรวมหรือ ณ ปัจจุบันก็เห็นชัดอยู่แล้ว ไม่ต้องใช่นักเศรษฐศาสตร์วิเคราะห์ สามัญสำนึกชาวบ้านก็บอกแล้วว่าควบรวมแล้วมีปัญหา Market Share จากที่เคยแบ่งกัน ทั้ง ๒ Format ร้านสะดวกซื้อหรือเป็นค้าส่งค้าปลีก พอควบรวมเสร็จแล้วเป็นอย่างไรครับ ๗๖ เปอร์เซ็นต์ก็อยู่ในมือของบริษัทเดียว จะตั้งชื่อเป็น ซีพี ออลล์ เป็น ซีพี เอ็กซ์ตร้า ก็คือ บริษัทเดียวกัน ยอดขายเฉลี่ยของเซเว่นต่อวันมันหลักแสน หลักหมื่น เทียบกับร้านขายของชำ แบบดั้งเดิมหลักพันต่อวัน ชัดเจนอยู่แล้วว่ารายย่อยไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจากการควบรวม หน้าต่อไป อันนี้ก็วงการโทรคมนาคม True Dtac เมื่อก่อนมี ๓ เจ้า ๔ เจ้า ทั้ง Broadband แล้วก็ทั้งระบบโทรศัพท์มือถือ คณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภคที่ผมเป็นกรรมาธิการอยู่ เรียกมาไม่รู้กี่ครั้ง ไม่เคยตอบอะไรได้เลย อ้างอย่างเดียว กสทช. เรียกมาชี้แจงไม่เคย มีคำตอบอะไรทั้งสิ้น ผู้บริโภคมีแต่ทางเลือกที่น้อยลง แนวโน้มราคาก็สูงขึ้น คุณภาพก็ห่วยลง เมื่อก่อนมีแข่งกัน ๓-๔ เจ้า Pro ถูกสุด ๓๐๐ บาท ตอนนี้เป็น ๔๐๐ บาท มันเพิ่มขึ้น อินเทอร์เน็ตก็ล่มตลอด มันดีตรงไหนปล่อยให้มีการควบรวม นอกจากนั้นยังมีผลต่อการเจรจาไม่ว่าเข้าร่วม OECD เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็พูดไปแล้ว แล้วเจรจาข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศเอฟทีเอ ก็มีผล เนื่องจากรัฐไทยไม่ดูแลให้มีการแข่งขันที่เป็นธรรม ชาวต่างชาติเขาจะเชื่อถือได้อย่างไร ปล่อยผ่านให้มีการผูกขาดเสมือนนายทุนเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลเสียเอง จึงมีความจำเป็นต้อง แก้ไขพระราชบัญญัติแข่งขันทางการค้า ผมไม่ได้พูดลงรายละเอียดเยอะ พลังงานก็ใช่ เอสโซ บางจากควบรวมกัน ปุ๋ยก็มีอยู่ไม่กี่เจ้า Duty-Free ก็ผูกขาดมาตลอดเกือบทุกสนามบิน จึงมีความจำเป็นต้องแก้ไข พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า ๑. ในประเด็นที่มากรรมการต้องยึดโยง กับประชาชนเสนอชื่อโดยสภาเป็นคนตั้ง โดยอยู่ในตำแหน่งสูงสุด ๒ วาระ ไม่เกินวาระ ๔ ปี เลิกได้ไหมระบบแต่งตั้งโดยข้าราชการประจำ มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย เพราะเขาไม่ได้ ยึดโยงกับประชาชน สุดท้ายก็กลัวโดนฟ้องอย่างเดียวไม่กล้าทำอะไร และต้องมีตัวแทนจาก สภาองค์กรผู้บริโภคซึ่งเป็นตัวแทนของผู้บริโภคโดยอ้อม และต้องมีหน้าที่จัดทำรายงาน ต่อสภากลับมารายงานให้พวกเราทราบ เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ ในกรรมาธิการงบ เพิ่งผ่านมาถามอะไรไปแต่ละอย่างใบ้ ไม่เคยตอบ ไม่เคยส่ง ไม่เคยอะไรทั้งสิ้นเลย เปลือง เสียข้าวสุก เลี้ยงจ่ายเงินเดือนไป อย่าให้พูดเยอะสำนักงาน กขค. ควรจะออกไปให้หมดเลย ยกเลิกข้อเสนออีกอันข้อยกเว้นตามมาตรา ๔ ยกเว้นกฎหมายเฉพาะ อ้างอยู่นั่นมีกฎหมายอื่น มีกฎหมายอื่น ก็ตัวท่านชื่ออะไร กฎหมายนี้เพื่อจะจัดการเรื่องการแข่งขันทางการค้า แล้วยังจะไปอ้างคนอื่นอีกหน้าที่ตัวเองไม่ทำ ๒. แก้ไขนิยามอำนาจเหนือตลาดมีทั้งแนวดิ่ง แนวราบคงไม่ต้องอธิบายเพิ่ม เซเว่น โลตัส แมคโคร เขาทำอะไรอย่างอื่นอีก เขาทำลงไป ตามห่วงโซ่อุปทาน ทำไก่ทำอะไร แน่นอนเขาต้องเอื้อกับ Supplier หรือบริษัทที่เป็นบริษัท ในเครือเขามากกว่าอยู่แล้ว ชาวบ้านเห็นภาพอยู่แล้วไม่ต้องพูดอธิบายเยอะ แนวราบก็ตรง ๆ แข่งกันเอง ถ้าเผื่อยิ่งควบรวมคู่แข่งน้อยก็ไม่มีอะไรดีอยู่แล้ว ข้ามอุตสาหกรรมล่าสุด บริษัท กัลฟ์ มาซื้อเอไอเอส ผมคงไม่โดนฟ้องเพราะไม่ได้พาดพิงในทางเสียหาย ก็คือการที่ มีบริษัทหรือหน่วยธุรกิจหลายแห่งรวมเป็นหน่วยเศรษฐกิจที่มีเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นได้รับ ประโยชน์สุดท้ายเดียวกัน ก็คือยืนยันการควบรวมธุรกิจหรือซื้อกิจการต้องขออนุญาตเท่านั้น ไม่ใช่แค่แจ้งเพื่อทราบ แจ้งผลการร่วมเฉย ๆ แล้วจะมีคุณไปทำไมแจ้งเพื่อทราบ บวกที่เสนอ ในหลายร่างที่เสนอวันนี้คือเพิ่มกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของผู้บริโภค แล้วก็ ให้ผู้เสียหายสามารถยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายโดยตรงได้ ขยายเวลาอายุแพ่งจากแค่ ๑ ปี แล้วก็มาตรการลดหย่อนโทษแลกกับการให้ข้อมูลในการสืบสวนเพื่อลงโทษผู้ร่วมกระทำ ความผิด สุดท้ายก็ขอเรียกร้องให้เพื่อนสมาชิกร่วมรับวาระที่หนึ่งเพื่อหยุดไม่ให้ กขค. ก่อกรรมทำเข็ญกับประชาชนไปมากกว่านี้เลย เพื่อประโยชน์ของพวกเราทุกคนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ยังไม่อยู่ขอเชิญทางนี้ก่อนครับ ขอเชิญคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคประชาชน ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการแข่งขัน ทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แน่นอนเรื่องนี้ผมเองในฐานะผู้แทนราษฎรก็ได้เข้ามาในสภา แห่งนี้เพราะประเด็นดังนี้ เพราะว่าการแข่งขันทางการค้าผมเองเป็นเหยื่อโดยตรง เนื่องจากว่า ผมเองก่อนหน้านี้ก็ทำธุรกิจในการจะทำสุราแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะว่ากฎหมายไม่เอื้ออำนวย พอปลดล็อกกฎหมายแล้วผมก็เห็นเพื่อนพี่น้องของผมก็ยังถูกผูกขาดอยู่กลุ่มทุนน้ำเมา ไม่กี่กลุ่ม ซึ่ง พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้านี้ก็เป็นความหวังของผม และเพื่อนของผมที่อยู่ใน วงการมาช้านาน แต่ผมกลับต้องผิดหวังเพราะผมเองในรอบก่อนที่เป็นผู้แทนราษฎรได้อยู่ คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งมีประธานคณะกรรมาธิการ ศิริกัญญา ตันสกุล ได้เป็น ประธาน ก็ได้นำเรื่องเกี่ยวกับเหล่านี้เข้าไปและได้พูดคุยกับคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า หลายครั้ง รวมถึงที่เพื่อนสมาชิกได้เอ่ยมาก่อนผมจะไม่พูดซ้ำเรื่องการควบรวมธุรกิจค้าปลีก For the Many, Not the Few ซึ่งได้กล่าวถึง ตอนแรกผมก็งงว่าหนังสือนี้ มันจะ Saving Capitalism ทำไม มันจะช่วยทุนนิยมทำไม เพราะว่าในความคิดผมแต่ก่อน เหมือนกับหลาย ๆ คนว่าทุนนิยมมันสามานย์ มันไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้ครับ แต่เขาก็จะ บอกว่าทุนนิยมที่อยู่ในโลกใบนี้ รวมถึงประเทศไทย หรือสหรัฐอเมริกา หรือทุกที่ในโลก ที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจแบบเดียวกันไม่ใช่ทุนนิยมจริง ๆ คือการที่อำนาจทางการเมือง กำหนดตลาดได้ใช่ไหมครับ หมายความว่าอย่างไรครับ ก็คือการใช้เงินในการซื้อนักการเมือง หรือแม้กระทั่งอาจจะซื้อคณะกรรมการที่เป็นลักษณะนี้ ผมไม่ได้บอกในประเทศไทยนะครับ เพื่อออกนโยบายในการที่ไปผูกขาดธุรกิจให้คนบางคนเท่านั้นเอง ซึ่งอันนี้ส่งผลเสียต่อ ทั้งประชาธิปไตยและเศรษฐกิจ เพราะอำนาจเงินนี้ไปเจือจางอำนาจเสียงของประชาชนที่จะ มีสิทธิมีส่วนในประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจโดยรวม เขาบอกว่าตลาดนี้เกิดขึ้นไม่ได้ แต่ถูกสร้างด้วยกฎเกณฑ์ ผมจึงถามว่ากฎหมายนั้นเพื่อคนส่วนใหญ่หรือคนส่วนน้อยครับ เห็นได้ชัดเจนใน พ.ร.บ. นี้ถ้าหากเราไม่แก้ไขมันมาจากคนส่วนน้อยเพื่อคนส่วนน้อย ที่มา ของคณะกรรมการที่ผมเห็นด้วยกับร่างของท่านวรภพที่จะแก้ไข จากเดิมเป็นอำนาจของ คณะรัฐมนตรีในการที่แต่งตั้งขึ้นมา แต่ร่างของท่านวรภพนี้ก็คือให้สภาผู้แทนราษฎรของเรา ซึ่งอันนี้เชื่อว่ามีความหลากหลายกว่า ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้มาถกเถียง จะได้ไม่เกิด การกินรวบทั้งในสภา แล้วก็ในภาพใหญ่ของการทำธุรกิจซึ่งจะส่งผลเสียต่อคนกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย ในประเทศครับ กลุ่มทุนและผู้มีอำนาจก็มักจะใช้อำนาจในการ Lobby แต่ผมก็เชื่อว่า ถึงแม้จะเปลี่ยนกฎหมายไปก็อาจจะเหมือนเดิม แต่การนำกระบวนการนี้มาในที่แจ้งคือ สภาผู้แทนราษฎรของเรานี้ ผมก็เชื่อว่าจะทำให้สาธารณชนและประชาชนได้ตัดสินว่าคนที่มา ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการนี้ถูกต้องหรือไม่ นอกเหนือจากนี้นอกจากกลไกใน พ.ร.บ. นี้ ผมฝากเป็นข้อสังเกตครับ หากคณะกรรมการนี้ได้ตั้งขึ้นอยากให้มีข้อเสนอในการแก้ไข รัฐธรรมนูญด้วย เพราะองค์กรเหล่านี้เราควรจะมีหลักทั่วไป เหล่าองค์กรอิสระต่าง ๆ ผมหมายรวมถึงศาลรัฐธรรมนูญ กกต. หรือองค์กรใดที่เกี่ยวข้องในลักษณะคณะกรรมการ ที่มีผลต่อสาธารณะเช่นนี้ อยากให้มีกลไกตามรัฐธรรมนูญให้ประชาชนได้เข้าชื่อในการถอดถอน เหมือนกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ได้กำหนดไว้ ซึ่งกลไกนี้หายไป และเป็นส่วนสำคัญของ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้หรือสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ทำให้ประเทศเรามาอยู่จุดนี้ แล้วสภา ของเราก็อยู่ในจุดนี้ที่วันนี้ก็เป็นบรรยากาศที่แปลกครับ เดินไปเดินมาจะจับกลุ่มเดินกัน ๗ คน ๘ คนตลอด เพราะก็น่าจะเป็นตัวเลขที่เท่ากับ ๑ ตัวเลขของรัฐมนตรี มันก็เป็นอย่างนี้ ระบบที่ดีจะส่งผลลัพธ์ที่ดี การสนับสนุน พ.ร.บ. นี้ของผมเป็นการสนับสนุนเพื่อไม่ให้ การต่อต้านระบบทุนนิยมบอกว่าเราแทรกแซงตลาด แต่ไม่ใช่ครับ นี่คือการปกป้องระบอบ ทุนนิยมที่เราเชื่อว่ามีตลาดที่เสรีแล้วทุกคนสามารถแข่งขันได้ เราไม่มีการแข่งขันเหมือน แต่ก่อนครับ อากง อาม่าผมมาจากเมืองจีนแต่ก่อนมาเข็นถ่านขาย เชื่อไหมครับท่านประธานตอนนี้ธุรกิจพลังงานคือเป็นธุรกิจที่ผูกขาดมากที่สุดแล้ว ถ้าเทียบ คนขายถ่านเป็นคนที่ขายพลังงาน เพราะมีกฎหมาย คนที่ขายพลังงานหรือมีคณะกรรมการ ที่เกี่ยวกับพลังงานบอกว่าถ้าคุณจะขนส่งเชื้อเพลิงคุณก็ต้องมีใบ คุณจะขายคุณก็ต้องมีใบ ทุกอย่างในประเทศนี้มันก็ต้องมีใบหมด มันก็เป็นอุปสรรคอีกอุปสรรคหนึ่งครับ ที่จะทำให้ คนตัวเล็กตัวน้อยเกิดไม่ได้ ผมจึงขอเชิญชวนท่านสมาชิกทุกท่าน ร่วมกันลงมติในการผ่าน พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อสร้างอนาคตทางเศรษฐกิจที่ยุติธรรม สำหรับคนทุกคนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ เชิญครับ🔗

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษครับ ท่านประธานครับ แนวคิดในเรื่องของ คณะกรรมการ กขค. หรือคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า เป็นแนวคิดที่ดีมากครับ แล้วก็ ในหลายประเทศโดยเฉพาะในประเทศที่เจริญแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษก็ดี หรืออเมริกาก็ดี ก็เป็นคณะกรรมการที่ทำงานได้อย่างเข้มแข็ง แล้วก็ดูแลรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการป้องกันการผูกขาดหรือเรื่องของ การฮั้วราคากัน ก็ทำได้ผลเป็นอย่างดีดังที่เราได้ทราบกันโดยทั่วไป แต่เป็นที่น่าเสียดายครับ คณะกรรมการ กขค. ที่อยู่ในประเทศไทยของเราก็ยังไม่สามารถที่จะดำเนินการให้เป็นไป ตามมาตรฐานในอารยประเทศได้ เราจึงเห็นเหตุการณ์ที่มีบริษัทใหญ่ ๆ ที่มีอำนาจผูกขาด สามารถที่จะควบรวมกันและมีอำนาจเหนือตลาดได้ โดยที่คณะกรรมการ กขค. มิได้มีการ ดำเนินการแต่อย่างใด รวมทั้งมีผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากที่ต้องได้รับผลกระทบจาก การใช้อำนาจของคณะกรรมการ กขช. เช่นเรื่องของการฮั้วราคา อาจจะมีกลุ่มคนที่มีการฮั้ว ราคาจริง ๆ อยู่กลุ่มหนึ่ง อาจจะสมมุตินะครับ ผมไม่พูดถึงอุตสาหกรรมก็แล้วกัน อาจจะมี สัก ๒๐ ราย แล้วก็มีการขึ้นราคากัน ต่อมาปรากฏว่าหลังจากมีการขึ้นราคากันไปแล้ว ภาวะ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ก็ผู้ประกอบการที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม ๒๐ คนนั้นขึ้นราคาตามไป ก็ปรากฏว่า คณะกรรมการ กขช. ก็ใช้อำนาจไปดำเนินการคดีแล้วก็ทำโทษกับผู้ประกอบการรายเล็ก รายย่อยเหล่านั้น ทำให้ผู้ประกอบการได้รับความเสียหาย ดังนั้นจึงเป็นนิมิตหมายอันดีที่เรา จะมีการปรับปรุงกฎหมายของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า โดยส่วนที่ผมอยากจะให้ มีการพิจารณาให้รอบคอบและให้ลงรายละเอียดก็คือเรื่องของวิธีการพิจารณา และวิธีการ ปฏิบัติราชการทางปกครองของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการ ของคณะกรรมการ กขช. มีความเป็นธรรม ไม่ไปทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยเดือดร้อน และไม่ปล่อยปละละเลยให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ได้ใช้อำนาจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็ขออนุญาตฝากให้คณะกรรมาธิการที่จะมีการพิจารณาต่อไป ได้พิจารณาถึงวิธีการพิจารณา วิธีการใช้อำนาจทางปกครองของคณะกรรมการให้มีความละเอียดรอบคอบ ทั้งนี้เพื่อที่เวลา นำมาใช้คณะกรรมการ กขค. จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง แต่เท่าที่ผ่านมา เราก็พบว่าหลายกรณีทำได้ค่อนข้างดี แต่ก็มีหลาย ๆ กรณีที่การดำเนินการของ คณะกรรมการ กขช. ไม่ได้มีประโยชน์ต่อประเทศเท่าที่ควร แล้วก็มีผลกระทบต่อประชาชน และผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมาก ก็ขออนุญาตฝากไว้ครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ จบการอภิปรายของท่านสมาชิกแล้วตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอญัตติก็มีสิทธิที่จะอภิปราย สรุปได้อีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะลงมติ ขณะนี้มีผู้ที่เสนอญัตติ ๒ ท่าน ขอใช้สิทธิในการสรุปครับ ท่านแรกคุณธนาธร โล่ห์สุนทร แล้วก็ท่านที่ ๒ สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ขอเชิญท่านแรกก่อน คุณธนาธร โล่ห์สุนทร ครับ🔗

นายธนาธร โล่ห์สุนทร ลำปาง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธนาธร โล่ห์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง พรรคเพื่อไทยครับ ผมก็ต้อง ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้ร่วมอภิปรายร่าง พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า รวมถึงเพื่อนสมาชิก ที่เสนอร่างเข้ามาด้วยอีก ๓ ฉบับ ซึ่งผมมองว่าไม่ว่ามาจากพรรคไหนเรามองเห็นปัญหา เดียวกันนะครับ ก็ต้องขอบคุณเป็นอย่างมากผมนั่งฟังตลอดก็อาจจะมีประเด็นปลีกย่อย ที่เราเห็นต่างกันนะครับ ผมคิดว่าถ้าวันนี้เพื่อนสมาชิกลงมติให้ผ่านวาระที่หนึ่งแล้วเราก็ค่อย ไปแก้ไขกันวาระที่สองได้นะครับ ซึ่งผมมองว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่เราจะทำงานร่วมกันครับ ผมก็ขอพูดสั้น ๆ จบแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านต่อไปขอเชิญ คุณสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ต้องการจะสรุปไหมครับ ถ้าไม่ต้องการสรุปก็คือว่าจบการอภิปราย ในวาระที่ ๕.๒ ในเรื่องนี้นะครับ ต่อไปก็จะเป็นการลงมติในวาระที่หนึ่งจะรับหลักการ หรือไม่รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ ก่อนจะลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก ที่อยู่ในห้องกรรมาธิการ หรืออยู่รอบ ๆ ห้องประชุมนี้กรุณาเข้ามาในห้องประชุมเพื่อแสดงตนและลงมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ🔗

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิก ที่เข้ามาในห้องนี้แล้วกรุณากดบัตรแสดงตนด้วยครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ เนื่องจากว่าเพื่อนสมาชิกนั้นกำลังประชุม อยู่ในห้องกรรมาธิการนะครับ ขออนุญาตให้ท่านประธานกรุณารอสักครู่ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ รอสักครู่เดียวครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณ คุณอนุสรณ์ครับ ก็รอช่วยโทรตามด้วยก็แล้วกันครับ🔗

นายศิรสิทธิ์ สงนุ้ย สมุทรสาคร

ท่านประธานครับ ๓๗๐ แสดงตนครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๓๗๐ แสดงตน ท่านผู้ใดมีปัญหาเรื่องแสดงตนเครื่องกดไม่ได้ก็แจ้งมานะครับ ที่เพิ่งเข้ามากรุณาเสียบบัตร กดแสดงตนด้วยครับ มีท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ได้แสดงตน แสดงตนทุกท่านแล้วนะครับ ถ้าแสดงตนทุกท่านแล้วก็ปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลด้วยครับ จำนวนผู้แสดงตน ๓๔๗ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๓๔๘ ท่าน🔗

ครบองค์ประชุม ต่อไปผมก็จะถามมติจากที่ประชุมว่าจะสมควรรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๔ ฉบับนี้หรือไม่ ท่านผู้ใดเห็นว่าสมควรรับหลักการกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่า ไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ลงคะแนนได้ครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศิรสิทธิ์ สงนุ้ย สมุทรสาคร

ท่านประธานครับ ๓๗๐ เห็นด้วยครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๓๗๐ เห็นด้วย ท่านผู้ใดยังไม่ได้ลงคะแนนครับ🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

ท่านประธานครับ ๐๒๔ เห็นด้วยครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๐๒๔ เห็นด้วย เชิญครับท่านผู้ใดยังไม่ได้ลงคะแนน ถ้าลงคะแนนทุกท่านแล้วก็ขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้มาลงคะแนน ๓๔๙ ท่าน เห็นด้วย ๓๔๔ ท่าน บวก ๒ ท่าน ไม่เห็นด้วยศูนย์ งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๔ ท่าน🔗

ก็เป็นอันว่า ที่ประชุมนี้รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับนะครับ🔗

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานค่ะ ขออนุญาตค่ะ เมื่อสักครู่ ๒๙๘ กดแล้วแต่ว่ามันไม่ติด ขออนุญาตบันทึกเอาไว้ด้วยค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กดอันไหนครับ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย🔗

นางสาวรักชนก ศรีนอก กรุงเทพมหานคร

เห็นด้วยค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เห็นด้วยนะครับ เจ้าหน้าที่บันทึกนะครับ ที่ประชุมเสียงข้างมากเห็นสมควรรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๔ ฉบับนี้ ขอเชิญเสนอคณะกรรมาธิการจะเสนอกรรมาธิการวิสามัญจำนวนเท่าไร เชิญครับ🔗

นางสาวชญาภา สินธุไพร ร้อยเอ็ด

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ชญาภา สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจำนวน คณะกรรมาธิการ จำนวน ๓๑ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ตกลงเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๓๑ ท่าน มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นครับ ไม่มี ก็เป็นไปตามนี้นะครับ ถ้า ๓๑ ท่านนี้สัดส่วนก็จะเป็นดังนี้นะครับ เป็นของคณะรัฐมนตรี ๗ ท่าน ของสมาชิก ๒๔ ท่าน ซึ่ง ๒๔ ท่านก็จะเป็นสัดส่วนอย่างนี้นะครับ พรรคประชาชน ๗ พรรคเพื่อไทย ๗ พรรคภูมิใจไทย ๓ พรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ พรรคกล้าธรรม ๑ พรรคประชาธิปัตย์ ๑ พรรคพลังประชารัฐ ๑ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ พรรคประชาชาติ ๑ ขอเชิญกรรมาธิการของคณะรัฐมนตรีก่อน ๗ ท่านครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การแข่งขันทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ดังนี้ค่ะ ๑. นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม ๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิรพัฒ โชคสุวัฒนสกุล ๓. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิษณุ วงศ์สินสิริกุล ๔. นางสาวปิยาพัชร ทับอินทร์ ๕. นางรัฐพร โอภาสนันท์ ๖. นายพัชรสุทธิ์ สุจริตตานนท์ ๗. นายวิจักษณ์ เจตวิเศษไพศาล ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญพรรคประชาชน ๗ ท่าน แล้วถัดมาก็เป็นพรรคเพื่อไทย ๗ ท่าน🔗

นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๑ อำเภอเมือง จากพรรคประชาชน วันนี้ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญกฎหมายแข่งขันทางการค้า จากพรรคประชาชน จำนวน ๗ ท่าน ๑. นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ๒. นางสาวรักชนก ศรีนอก ๓. รองศาสตราจารย์วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ๔. ศาสตราจารย์สกนธ์ วรัญญวัฒนา ๕. ผู้ช่วยศาสตราจารย์กมลวรรณ จิรวิศิษฎ์ ๖. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรรณวิภางค์ มานะโชติพงษ์ ๗. นายธีร์ อิสระดำรงกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปขอเชิญพรรคเพื่อไทยครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดมุกดาหาร ท่านประธานครับ ผมขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของ พรรคเพื่อไทย จำนวน ๗ คน ดังรายชื่อต่อไปนี้ ๑. นายธนาธร โล่ห์สุนทร ๒. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ๓. นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ๔. นายเอกพร รักความสุข ๕. นายสุรเกียรติ เทียนทอง ๖. นางสาวขัดติยา สวัสดิผล ๗. นายฤชวีวิชญ์ กฤษณะบาล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคภูมิใจไทยครับ เชิญครับ พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านนะครับ🔗

นายสยาม เพ็งทอง บึงกาฬ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบังกาฬ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญเรื่อง พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า ในสัดส่วนของพรรคภูมใจไทย ๓ ท่าน ดังนี้ ท่านที่ ๑. นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ท่านที่ ๒. นางนันทนา สงฆ์ประชา ท่านที่ ๓. นางสาวสุกัญญา กอจรัญจิตต์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่านครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ผมขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า ในสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่านครับ ท่านแรก นายอนุชา บูรพชัยศรี ๒. นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคกล้าธรรม ๑ ท่านครับ🔗

นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ตาก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคกล้าธรรม ผมขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้าในสัดส่วน ของพรรคกล้าธรรม ๑ ท่าน คือ นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่านครับ🔗

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๑ ท่าน คือ ท่านณฐกร สุวรรณธาดา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปขอเชิญพรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่านครับ🔗

นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ เพชรบูรณ์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอราชชื่อสัดส่วนกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติการแข่งขัน ทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๑ ท่าน คือ พลตำรวจเอก ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปเชิญพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗

นายศุภโชค ศรีสุขจร นครปฐม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายศุภโชค ศรีสุขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนาจำนวน ๑ ท่าน ได้แก่ ท่านสัตตพล ดาราวุฒิ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ🔗

นายสุไลมาน บือแนปีแน ยะลา

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สุไลมาน บือแนปีแน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๑ พรรคประชาชาติ ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ ๑ ท่าน ก็คือ คุณอิมรอน เส็นหลีหมีน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ครบทุกพรรคแล้วครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อครับ🔗

นางสาวศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. .... ๑. นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม ๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พีรพัฒ โชคสุวัฒนสกุล ๓. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิษณุ วงศ์สินสิริกุล ๔. นางสาวปิยาพัชร ทับอินทร์ ๕. นางรัฐพร โอภาสนันท์ ๖. นายพัชรสุทธิ์ สุจริตตานนท์ ๗. นายวิจักษณ์ เจตวิเศษไพศาล ๘. นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ๙. นางสาวรักชนก ศรีนอก ๑๐. รองศาสตราจารย์วีระยุทธิ กาญจน์ชูฉัตร ๑๑.ศาสตราจารย์สกนธ์ วรัญญูวัฒนา ๑๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์กมลวรรณ จิรวิศิษฎ์ ๑๓. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรรณวิภางค์ มานะโชติพงษ์ ๑๔. นายธีร์ อิสระดำรงกุล ๑๕. นายธนาธร โล่ห์สุนทร ๑๖. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ๑๗. นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ๑๘. นายเอกพร รักความสุข ๑๙. นายสุรเกียรติ เทียนทอง ๒๐. นางสาวขัตติยา สวัสดิผล ๒๑. ฤชวีวิชญ์ กฤษณะบาล ๒๒. นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ๒๓. นางนันทนา สงฆ์ประชา ๒๔. นางสาวสุกัญญา กอจรัญจิตต์ ๒๕. นายอนุชา บูรพชัยศรี ๒๖. นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ ๒๗. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ๒๘. นายณฐกร สุวรรณธาดา ๒๙. พลตำรวจเอก ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ ๓๐. นายสัตตพล ดาราวุฒิ และ ๓๑. นายอิมรอน เส็นหลีหมีน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครบถ้วน ทุกพรรคการเมืองแล้วนะครับ ต่อไปจะขอให้มีการเสนอว่าจะแปรญัตติกฎหมายฉบับนี้ ภายในกี่วันครับ🔗

นางสาวชญาภา สินธุไพร ร้อยเอ็ด

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ชญาภา สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทยค่ะ ขอเสนอระยะเวลา แปรญัตติ เป็นเวลา ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง แปรญัตติ ๑๕ วันนะครับ ไม่มีผู้ใดเสนอเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าแปรญัตติ ๑๕ วัน🔗

เนื่องจากการรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีมากกว่า ๑ ฉบับ เมื่อสักครู่มี ๔ ฉบับ ดังนั้นจึงขอให้ท่านสมาชิกเสนอว่าจะใช้ร่างพระราชบัญญัติฉบับใด เป็นหลักในการพิจารณาในวาระที่สอง ตามข้อบังคับ ข้อ ๔๑๗ วรรคสาม เชิญเสนอครับ🔗

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพครับ วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ขอเสนอให้ร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า ฉบับที่ นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ เป็นร่างหลักในการพิจารณา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองนะครับ มีเสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ ก็ถือว่าฉบับนี้เป็นหลักในการพิจารณาในวาระที่สองนะครับ ก็เป็นอันว่าจบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่หนึ่งแล้ว ต่อไป คณะกรรมาธิการก็จะไปทำงานต่อไปนะครับ🔗

สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลดุซงญอ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ขององค์การบริหาร ส่วนตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ขอต้อนรับทุกท่าน ขอบคุณครับ ที่มาชม สภาและเข้าร่วมประชุมในวันนี้ ขอต้อนรับทุกท่าน เชิญนั่งได้ครับ🔗

๓. ร่างพระราชบัญญัติการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อย และเคลื่อนย้ายสารมลพิษ พ.ศ. .... (นางสาวเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๑๑,๖๘๕ ท่าน เป็นผู้เสนอ)🔗

เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติทำนองเดียวกันนี้มีอีก ๑ ฉบับ คือ ร่างพระราชบัญญัติการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... ซึ่งคุณกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ ผมเห็นว่าร่างทั้ง ๒ ฉบับนี้สามารถ จะพิจารณารวมกันได้ เพราะเป็นร่างพระราชบัญญัติทำนองเดียวกัน มีท่านสมาชิกจะเห็น เป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีก็มาพิจารณารวมกันนะครับ🔗

ด้วยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๓๓ (๒) และ (๓) และโดยที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดทำรายงานผลการรับฟัง ความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๒ ฉบับนี้แล้วเพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายตามรัฐธรรม มาตรา ๗๗ วรรคสอง และประกาศสภาผู้แทนราษฎรเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการรับฟัง ความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ ซึ่งปรากฏรายละเอียด ที่ได้วางให้สมาชิกทราบแล้ว ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เข้าชื่อเสนอ ร่างพระบัญญัติฉบับนี้เข้าร่วมในการเสนอร่างพระราชบัญญัติในที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๓ วรรคสอง จึงขอเชิญนางสาวเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง คุณสุรชัย ตรงงาม คุณธารา บัวคำศรี คุณอัมรินทร์ สายจันทร์ และคุณฐิติกร บุญทองใหม่ เข้ามาร่วมชี้แจงในที่ประชุมได้นะครับ ขอเชิญครับ ถ้าท่านเข้ามาพร้อมแล้วขอเชิญผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้นะครับ ท่านแรกขอเชิญคุณเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง เป็นผู้แถลงหลักการและเหตุผลครับ🔗

นางสาวเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้แทนผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ

กราบเรียน ท่านประธานและเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ในนามของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าชื่อเสนอกฎหมาย วันนี้ก็จะมานำเรียนชี้แจง ถึงความสำคัญของตัวร่างพระราชบัญญัติการรายงานและการเปิดเผยข้อมูลสารมลพิษ ซึ่งดิฉันเป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้สู่สภาผู้แทนราษฎร ดิฉันขอสไลด์เลยได้ไหมคะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ ได้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้แทนผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ

ขอบพระคุณมากค่ะ สิ่งที่จะนำเสนอในวันนี้ก็จะเน้นเรื่องความสำคัญของตัวร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่าทำไม ในส่วนของภาคประชาชนจึงได้มีการเสนอตัวร่างฉบับนี้นะคะ สิ่งที่เราพูดถึงก็คือสิทธิในการ อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีนะคะ จำเป็นจะต้องมีกฎหมาย PRTR แล้วกฎหมาย PRTR คืออะไรนะคะ และมีความสำคัญอย่างไรที่เราจึงจะต้องมีการเข้าชื่อกันเพื่อเสนอเป็นตัวร่างนะคะ ว่ากันตาม จริงแล้วในปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสุขภาพ สิ่งแวดล้อม การกำกับโรงงานและการใช้สารเคมีหลายฉบับด้วยกัน โดยเฉพาะ พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๓๕ และฉบับแก้ไขนะคะ พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติการนิคม อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ และแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่ แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งถือเป็นกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงนะคะ แต่ประเด็นปัญหา ที่เป็นอยู่ก็คือว่ากฎหมายเหล่านี้แต่ละหน่วยงานภายใต้แต่ละกระทรวง กรม กอง ก็ถือ อำนาจหน้าที่แล้วก็ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองไปตามกฎหมายที่มีอยู่นะคะ ไม่ได้มีการรวบรวม ไม่ได้มีการบูรณาการนะคะ ต่างคนต่างถือข้อมูล ต่างคนต่างมีข้อมูลแล้วก็ดำเนินงานไป ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถที่จะมีฐานข้อมูลกลางนะคะ และเป็นฐานข้อมูลเปิดที่จะ อนุญาตให้ทุกคนได้เข้าถึงหรือว่าทุกหน่วยงานได้เข้าถึง แล้วก็ใช้ประโยชน์นะคะ สิ่งที่เกิดขึ้น ก็คือว่าเมื่อไม่สามารถที่จะมีฐานข้อมูลกลางแล้วก็เป็นฐานข้อมูลเปิดให้คนสามารถเข้าถึงได้ จึงไม่สามารถที่จะเกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพนะคะ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้วก็ทำให้สถานการณ์ปัญหาสิ่งแวดล้อมของบ้านเรา แย่ลงไปเรื่อย ๆ ซึ่งหลายท่านก็จะทราบสถานการณ์กันดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมลพิษ อากาศ สารเคมีระเบิดหรือปัญหาน้ำเสียต่าง ๆ ปัญหาที่เป็นอยู่ ตัวอย่างเช่น ปัญหามลพิษ ทางอากาศมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ กฎหมาย PRTR จะช่วยทำให้มีข้อมูลว่ามีสาร อันตรายอะไรบ้างอยู่ในอากาศ ในปริมาณเท่าไร แล้วก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของ ประชาชนได้ด้วย เรื่องของมลพิษทางน้ำเช่นเดียวกันทุกวันนี้เรามีปัญหาเรื่องน้ำเสีย จากโรงงานอุตสาหกรรมหรือว่าโรงงานต่าง ๆ จำนวนมาก ทำให้แหล่งน้ำเสื่อมโทรม แม่น้ำสายหลัก ๆ เสื่อมโทรม สร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจในหลายพื้นที่ กฎหมาย PRTR จะช่วยลดปัญหานี้ได้เช่นเดียวกัน มีการปนเปื้อนของพื้นที่มลพิษจากการ ลักลอบการฝังกากอุตสาหกรรม การทิ้งหรือการจัดการกากอุตสาหกรรมที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งกากเหล่านี้มีการปนเปื้อนหรือมีการเจือปนสารอันตรายอยู่จำนวนมาก การจัดการเหล่านี้ ทำให้เกิดปัญหาการปนเปื้อนพื้นดินส่งผลเสียหายต่อประชาชนและแหล่งอาหาร กฎหมาย PRTR จะทำให้ระบบการจัดการกากอุตสาหกรรมมีความรัดกุมแล้วก็สามารถควบคุมได้ ปัญหาพื้นที่ปนเปื้อนเหล่านี้ก็จะลดน้อยลง การปล่อยมลพิษจากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ นอกจาก แหล่งกำเนิดมลพิษหลัก ๆ ที่ดิฉันกล่าวไปถึงแล้วก็จะมีปัญหาเรื่องของการใช้สารเคมีเกษตร และอื่น ๆ ด้วยในภาคขนส่ง กฎหมาย PRTR กำหนดให้มีการประเมินการปล่อยมลพิษจาก ภาคขนส่งแล้วก็การใช้สารเคมีในภาคเกษตรจะทำให้เรารู้ว่าในสิ่งแวดล้อมของบ้านเรามีการ ปนเปื้อนในแหล่งดิน น้ำ อากาศ เป็นอย่างไรบ้าง และสามารถทำให้เราแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้น การเกิดอุบัติภัยสารเคมีในโรงงานต่าง ๆ ซึ่งเราจะพบข่าวเกิดขึ้นอยู่เสมอรวมไปถึงเรื่องเหตุ ไฟไหม้ด้วย เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนสร้างความสูญเสียอย่างมากแก่ชีวิต ทรัพย์สิน เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม กฎหมาย PRTR จะช่วยเราลดปัญหาแล้วก็ทำให้การรับมือของเจ้าหน้าที่ รวมทั้ง หน่วยต่าง ๆ สามารถทำได้ดีขึ้นเช่นเดียวกันค่ะ บางท่านอาจจะยังจำได้เหตุการณ์สารเคมีรั่ว ที่พื้นที่มาบตาพุด กรณีพื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง จะเกิดอุบัติภัยทางเคมีบ่อยครั้งมาก ตัวอย่างที่เกิดขึ้นครั้งหนึ่งก็คือในปี ๒๕๕๓ โรงพยาบาลมาบตาพุดต้องพึ่งตนเองในการประเมิน การแพร่กระจายของก๊าซคลอรีนที่รั่วไหลออกมาจากถังบรรจุก๊าซ ตัว Sodium Hypochlorite ที่ล้มลงนี้สร้างผลกระทและอันตรายต่อชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่นับหลายร้อยคน ทางโรงพยาบาลมาบตาพุดต้องช่วยเหลือเรื่องนี้แล้วก็ต้องค้นหาข้อมูลเองว่าสารเคมีที่รั่วไหล คืออะไร แล้วจะรับมืออย่างไร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เป็นเหตุการณ์ที่หลายท่านยังจำได้และสร้างความเสียหาย สร้างความหวาดผวาแก่ประชาชน ในพื้นที่รุนแรงมาก เพราะว่าก๊าซที่รั่วออกมามีการแพร่กระจายไปเป็นลักษณะมีรัศมี ที่วงกว้างและส่งผลรุนแรงมาก สิ่งนี้จะเกิดขึ้นน้อยมากหรืออาจจะเกิดขึ้นได้ยากจริง ๆ ถ้าหากว่าประเทศไทยมีกฎหมาย PRTR นะคะ กฎหมาย PRTR คืออะไร ก็คือกฎหมาย ที่กำหนดให้มีการรายงานแล้วก็เปิดเผยข้อมูลการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเปิดเผยต่อสาธารณชนเกี่ยวกับชนิดและปริมาณของสารเคมี หรือมลพิษที่มีการปล่อยออกมาจากแหล่งกำเนิดมลพิษต่าง ๆ สู่ตัวกลางไม่ว่าจะเป็นดิน น้ำ หรืออากาศ รวมถึงข้อมูลการนำน้ำเสียหรือว่ากากของเสียอันตรายออกจากแหล่งกำเนิด เพื่อไปบำบัดหรือกำจัดด้วย อันนี้ก็จะเป็นตัวที่จะช่วยกำกับไม่ให้มีการลักลอบทิ้งกากหรือว่า ลักลอบทิ้งน้ำเสียในที่ต่าง ๆ ด้วย จากภาพท่านจะเห็นว่าความหมายของ PRTR P ตัวแรก คือ Pollutant ก็คือตัวมลพิษ ตัวที่ ๒ R คือ Release ก็คือการปลดปล่อยออกมาสู่ สิ่งแวดล้อม ตัว Transfer ก็คือการเคลื่อนย้ายหรือการนำออกไปกำจัดทิ้ง ซึ่งจะเน้นเรื่องของ น้ำเสียแล้วก็กากอุตสาหกรรมอันตราย Register ก็คือสิ่งที่ข้อมูลเหล่านี้มีการรายงานจากแหล่งกำเนิดทุก ๆ ประเภทแล้ว หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายฉบับนี้จะต้องเป็นผู้จัดทำเป็นฐานข้อมูล มีการรวบรวม มีการ สังเคราะห์ แล้วก็มีการเผยแพร่สู่สาธารณะ ถ้าเป็นตัวโรงงานอุตสาหกรรมก็จะต้องมีการ ตรวจวัดจริงจากแหล่งกำเนิด จากกระบวนการผลิต แล้วก็มีการคำนวณจากตัว Mass Balance แล้วก็ตัว Emission Factor ด้วย ถ้าเป็นแหล่งกำเนิดอย่างการใช้สารเคมี ภาคเกษตรหรือภาคขนส่งก็จะมีการประเมินโดยหน่วยงานที่กำกับดูแลแต่ละ Sector ข้อมูล เหล่านี้ก็จะต้องมีการจัดส่งให้กับหน่วยงานที่กำกับ ดูแลตามที่กฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดเอาไว้🔗

ประโยชน์ของกฎหมาย PRTR จริง ๆ หลายท่านจะพูดว่ามันคือ Win Win เป็น Win Win Law แบบหนึ่ง ก็คือว่าทุกภาคส่วนจะได้ประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้ ในส่วนของภาครัฐ ภาครัฐจะได้ประโยชน์อย่างสูงมาก ๆ ก็คือจะทำให้หน่วยงานรัฐสามารถ ทราบสถานการณ์และแนวโน้มการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมที่อาจจะมีผลกระทบต่อ ประชาชน ภาครัฐเองจะได้ฐานข้อมูลที่เป็นฐานข้อมูลระดับประเทศเพื่อเอามาใช้ในการ กำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม เอามาใช้ในการวางแผนป้องกัน แล้วก็การแก้ไขปัญหา มลพิษ รวมถึงการรับมือกับภัยฉุกเฉินที่เกิดขึ้นจากสารเคมีด้วย นอกจากนี้ตัวกฎหมาย PRTR จะทำให้เกิดเครื่องมือในการติดตาม ตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ตัวกฎหมายแรงงาน กฎหมายสิ่งแวดล้อม พ.ร.บ. วัตถุอันตราย กฎหมายสาธารณสุข และอื่น ๆ ด้วย ในการดำเนินการตามนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ก็จะมีตัวนี้ เป็นเครื่องมือในการที่จะนำมาใช้ติดตามว่ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง นอกจากนี้ก็จะทำให้ มีข้อมูลในการปรับปรุงระบบการติดตามโรงงาน แล้วก็แหล่งกำเนิดมลพิษทุกประเภทให้มี มาตรฐานขึ้น เพราะฉะนั้นเราจะกล่าวได้ว่าตัวกฎหมาย PRTR จะเป็นกฎหมายที่สามารถใช้ คู่ขนานกันไปกับตัวพระราชบัญญัติโรงงานที่เมื่อเช้านี้ได้มีการชี้แจงและมีการอภิปราย และมีการรับรองไปแล้ว รวมถึงจะเป็นเครื่องมือที่จะทำให้การใช้พระราชบัญญัติส่งเสริม รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมมีประสิทธิภาพสูงสุดด้วย กฎหมาย PRTR นี้ยังจะเป็นเครื่องมือ รองรับการปฏิบัติตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ แล้วก็วัดผลความสำเร็จของการพัฒนา ที่ยั่งยืนด้วย หรือที่เราเรียกว่า SDG ประเทศไทยไปให้สัตยาบรรณกับตัวอนุสัญญา หลายฉบับมาก แต่ว่าเราไม่สามารถที่จะประเมินความคืบหน้าในการปฏิบัติตามอนุสัญญา หลาย ๆ ฉบับ ยกตัวอย่างเช่น อนุสัญญาสตอกโฮล์ม อนุสัญญาบาเซล หรือแม้กระทั่ง สนธิสัญญาว่าด้วยเรื่องการจัดการสภาพความเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกด้วย ตัวกฎหมายนี้ จะทำให้การประเมินความคืบหน้า แล้วก็สามารถชี้วัดความสำเร็จของการปฏิบัติตามของ ประเทศไทยได้อย่างดีมาก ภาคอุตสาหกรรมเองก็จะได้ประโยชน์จากตัวกฎหมายนี้ เช่นเดียวกัน กฎหมายนี้จะช่วยส่งเสริมภาคเอกชนให้มีภาพลักษณ์ที่ดีว่าเป็นผู้ประกอบการ ที่มีความโปร่งใสแล้วก็มีความรับผิดชอบต่อสาธารณะ ยังจะช่วยให้ภาคเอกชนช่วยตรวจสอบ สามารถใช้กลไกและระบบที่เกิดขึ้นในการตรวจสอบระบบและคำนวณกระบวนการผลิตให้มี ความรัดกุมเพื่อความปลอดภัยในพื้นที่โรงงาน แล้วก็ป้องกันความสูญเสียจากอุบัติภัยด้วย นอกจากนี้ยังจะช่วยจัดระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมทำให้สามารถลดการปล่อยมลพิษ สู่สิ่งแวดล้อมได้ดีด้วย ซึ่งประเด็นนี้จะทำให้ตัวโรงงานอุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกับชุมชน ได้ราบรื่นมากขึ้น ไปลดความขัดแย้งระหว่างโรงงานกับชุมชน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนิน กิจการระยะยาว เพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางการค้า แล้วก็เพิ่มความยั่งยืนในการลงทุน แก่ภาคอุตสาหกรรมด้วย🔗

สุดท้ายก็คือว่าจะช่วยลดภาระการจัดการด้านเอกสารแก่ภาคเอกชน เราเข้าใจดีว่าโรงงานอุตสาหกรรมหรือบริษัทต่าง ๆ จะต้องมีการจัดส่งรายงานทางเอกสาร ให้กับหน่วยงานภาครัฐหลายเรื่องมาก ตามระบบสากลที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ PRTR จะช่วยทำให้เกิดเป็นมาตรฐานเดียวกัน เป็นระบบเดียวกัน และจะช่วยลดงานเอกสาร แก่ภาคเอกชนไปได้เยอะมาก ในส่วนของภาคประชาชนเช่นเดียวกัน ประชาชนจะได้ ประโยชน์อย่างสูงจากกฎหมายฉบับนี้ ตัวกฎหมาย PRTR จะเป็นเครื่องมือช่วยให้ประชาชน สามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ในการป้องกันตนเอง แล้วก็ชุมชนจากปัญหามลพิษ ประชาชนในที่นี้หมายถึงทุกหมู่ทุกเหล่า เป็นเครื่องมือส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการจัดการปัญหามลพิษ แล้วก็เข้าร่วมโครงการพัฒนาต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย นอกจากนี้ตัวกฎหมายนี้ยังจะเป็นการส่งเสริม การศึกษาวิจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ขององค์กร หน่วยงานสถาบันวิชาการต่าง ๆ ด้วย รวมถึงประชาชนทั่วไปที่เป็นนักวิจัยอิสระ ก็จะได้ประโยชน์เช่นเดียวกัน🔗

ประเด็นสุดท้ายก็คือว่ากฎหมาย PRTR จะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริม การลงทุนของภาคธุรกิจ การพาณิชย์อื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น การลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์ ผู้ลงทุนสามารถที่จะค้นข้อมูลแล้วก็ตรวจสอบข้อมูลพื้นที่แต่ละพื้นที่ได้ผ่านกลไกตัวนี้ด้วย ปัจจุบันสิ่งที่ดิฉันพูดอยู่ เราไม่ได้พูดเพื่อประเทศไทยประเทศเดียวหรือว่าเราไม่ได้คิดขึ้นเอง ว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีกฎหมายฉบับนี้ ในปัจจุบันมีประเทศที่มีกฎหมาย PRTR ใช้อยู่ ประมาณ ๕๐ ประเทศ ใน ๕๐ ประเทศถ้าดูจากแผนที่ก็คือกลุ่มประเทศที่เป็นสีเขียว ทั้งหมดเลย และสหประชาชาติมีการคาดการณ์ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าประเทศจะมีการ พัฒนากฎหมาย PRTR ขึ้นอีกหลายประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศแถบเอเชียแล้วก็ อเมริกาใต้ โดยเฉพาะประเทศที่ต้องการเข้าเป็นสมาชิกของโออีซีดี โออีซีดีมีเงื่อนไขหนึ่งเลย ว่าผู้ที่จะเข้าเป็นสมาชิกของโออีซีดีจะต้องมีกฎหมาย PRTR ขึ้นมากำกับแล้วก็ดูแลเรื่อง สิ่งแวดล้อมด้วย เป็นกฎหมายที่ใช้คู่ขนานกับกฎหมายระดับประเทศที่มีอยู่อีกหลาย ๆ ฉบับ ประเทศไทยเองอยู่ในส่วนของสีฟ้าถ้าจะเห็นจากแผนที่ สีฟ้าหมายถึงประเทศที่เริ่มมีกิจกรรม บางอย่างเกี่ยวกับเรื่องของ PRTR รัฐบาลไทยโดยกรมควบคุมมลพิษได้จับมือกับกรมโรงงาน อุตสาหกรรมและการนิคมอุตสาหกรรมทำโครงการนำร่องเรื่อง PRTR ที่จังหวัดระยอง ในช่วงปี ๒๕๕๖-๒๕๕๗ จนถึงปี ๒๕๖๐ อันนี้เป็นเหตุที่ทำให้ประเทศไทยอยู่ในส่วนของสีฟ้า แล้วก็อาจจะมีการยกร่างประกาศกระทรวงบางอย่างที่เข้าลักษณะของการมีการรายงาน คล้าย ๆ กับกฎหมาย PRTR แต่ถ้าเราดูขยับไปอีกนิดหนึ่งเราจะเห็นว่าทางเวียดนามเองก็เริ่ม มีการพัฒนากรอบกฎหมายที่เข้าลักษณะของ PRTR เช่นเดียวกัน อินโดนีเซียก็เริ่มมีการ เจรจาระหว่างภาคประชาชนกับหน่วยงานสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนากฎหมาย PRTR ในขณะที่ ประเทศฟิลิปปินส์เคยมีกฎหมาย PRTR แล้ว แต่ว่ากำลังนำมาปรับปรุงแก้ไขใหม่ เขมร กัมพูชาก็เป็นประเทศที่ทางหน่วยงาน UNITAR ของสหประชาชาติได้เข้าไปจัดฝึกอบรม ให้รู้จักเรื่องของ PRTR แล้วก็เริ่มพัฒนากรอบของการใช้กฎหมายนี้ในระยะยาวต่อไป อันนี้ คือสิ่งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องของกฎหมาย PRTR ที่ดิฉันกำลังพูดถึงอยู่นี้ การประชุมสุดยอด สิ่งแวดล้อมโลกเมื่อปี ๒๕๓๕ ที่เรียกว่า Earth Summit ที่ประชุมมีฉันทามติเลยให้ PRTR เป็นกฎหมายและเครื่องมือของประเทศเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษและคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และจะต้องเป็นเครื่องมือสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกต่อไป อันนี้เป็นการ ประเมินแล้วว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมหรือการพัฒนาเศรษฐกิจ การเติบโตทางเศรษฐกิจ มีผลอย่างยิ่งที่ทำให้ทั่วโลกหลาย ๆ ประเทศประสบกับภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อม แล้วก็ มีความเสี่ยงสูงมากขึ้นจากมลพิษแล้วก็สารอันตราย เพราะฉะนั้นโลกเราโดยหลาย ๆ ประเทศควรที่จะต้องมีการดำเนินการหลาย ๆ อย่างเพื่อเป็นการยับยั้งสถานการณ์เหล่านี้ แล้วก็มองว่า PRTR นั่นคือเครื่องมือที่สำคัญ อันนี้เป็นจุดเริ่มต้นเลยของ PRTR ในปี ๒๕๓๕ ต่อมาในช่วงปี ๒๕๓๖-๒๕๓๙ โออีซีดีเห็นความสำคัญนี้แล้วก็รับลูกต่อจากที่ประชุมของ สหประชาชาติเข้ามาเป็นผู้ขับเคลื่อนให้ประเทศต่าง ๆ มีการพัฒนากฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาใช้ โออีซีดีรับเป็นเจ้าภาพในการขับเคลื่อนแล้วก็เปลี่ยนชื่อจากเรื่องของ Emission Inventory ที่เกิดขึ้นครั้งแรกมาเป็น PRTR เพื่อให้มีความครอบคลุมมากขึ้น แล้วโออีซีดีได้จับมือกับ UNITAR พัฒนาคู่มือ จัดอบรมให้กับหลาย ๆ ประเทศที่ผ่านมา แล้วโออีซีดียังได้ตั้งเป็น เงื่อนไขที่จะรับประเทศใหม่เข้าเป็นสมาชิกว่าประเทศนั้นต้องมีกฎหมาย PRTR ในการ คุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนด้วย ต่อมาในช่วงปี ๒๕๔๕ ได้มีการประชุมสุดยอดสิ่งแวดล้อมอีกครั้งหนึ่ง ได้มีการทบทวน ความก้าวหน้าว่ามีประเทศใดบ้างที่มีกฎหมายนี้แล้ว และประเทศใดที่ยังไม่มีแล้วก็ตั้งเป้าว่า ภายในปี ๒๕๕๘ อยากให้ประเทศที่เป็นสมาชิกของสหประชาชาติทั่วโลกมีกฎหมายนี้ บังคับใช้นะคะ ในช่วงปี ๒๕๕๔ ถึงปี ๒๕๕๙ ประเทศไทยได้ทำโครงการนำร่อง หลังจากที่ ประชาชนได้ฟ้องคดีในพื้นที่มาบตาพุด ทำให้ทาง JICA ได้เข้ามาช่วยเหลือรัฐบาลไทยในการ แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศที่จังหวัดระยอง อันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการมีโครงการนำร่อง PRTR ที่ประเทศไทย ต่อมาประเทศไทยโดยกรมควบคุมมลพิษและกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้ขยายพื้นที่ทดลอง PRTR เข้าไปยังจังหวัดสมุทรปราการและจังหวัดชลบุรีด้วย แต่ว่า ยังไม่มีการดำเนินการจริงจังมากนัก ในช่วงปี ๒๕๖๒ ถึงปี ๒๕๖๔🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอประทานโทษ ผมอยากให้ผู้นำเสนอช่วยกล่าวโดยสรุป เพราะจะมีสมาชิกอภิปรายอีกตั้ง ๑๕ ท่านครับ ขอให้สรุปหน่อยครับ🔗

นางสาวเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้แทนผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ

ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวจะรีบค่ะ ในแผนแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ก็มีการบอกว่าต้องมีการนำเอา PRTR เข้ามา ใช้ด้วย แล้วก็ได้มีการเสนอร่างกฎหมายนี้โดยพรรคก้าวไกล แต่ถูกปัดตกไปนะคะ เราเคย สำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนที่จังหวัดระยองเกี่ยวกับเรื่องนี้ ประมาณร้อยละ ๙๘ ของผู้ประกอบการในจังหวัดระยองที่มาจากโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม แล้วก็โรงงาน นอกเขตนิคมอุตสาหกรรมก็ยินดีที่จะทำตามกฎหมาย PRTR ถ้าประเทศไทยมีกฎหมาย PRTR แล้วก็มองว่าประมาณร้อยละ ๘๗ ถ้าประเทศไทยมีกฎหมาย PRTR การจัดการ สิ่งแวดล้อมของประเทศไทยจะดีขึ้นนะคะ อันนี้เป็นภาพที่ชี้ให้เห็นความสำคัญของ PRTR ในกลุ่มประเทศ OECD ที่ใช้ในการติดตามเรื่องของสิ่งแวดล้อมและการคุ้มครองสุขภาพ ของประชาชน อันนี้เป็นผังของการทำงานคร่าว ๆ ถ้าเรามีกฎหมาย PRTR นะคะ อันนี้เป็น ตัวอย่างระบบ PRTR ของประเทศสหรัฐอเมริกา อันนี้เป็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับประเทศ อเมริกา ซึ่งบางท่านก็อาจจะอ่านในเอกสารได้ อันนี้เป็นระบบ PRTR ของสหภาพยุโรป อันนี้ ก็จะเป็นตัวอย่างเว็บไซต์ของสหภาพยุโรปที่ให้ประชาชนทุกคนได้เข้าถึงข้อมูลจากการ รายงานของระบบนี้ อันนี้เป็นของญี่ปุ่นนะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างการแก้ไขปัญหาการลด การปล่อยมลพิษของภาคเอกชนในอเมริกาอย่างบริษัทดาว เคมิคอล (สหรัฐอเมริกา) จำกัด ซึ่งเรามีตัวอย่างของภาคเอกชนที่สามารถลดการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมอีกหลาย ๆ บริษัท แต่ว่าวันนี้ดิฉันขอชี้แจงแล้วก็นำเสนอเกี่ยวกับความสำคัญของตัวร่างกฎหมายฉบับนี้เท่านี้ค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไปผู้เสนออีกท่านหนึ่งนะครับ คุณกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ครับ🔗

นางสาวกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ระยอง

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ระยอง เขต ๑ พรรคประชาชนค่ะ ท่านประธานคะ ในยุคที่อุตสาหกรรมเติบโตอย่างรวดเร็ว เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากสารเคมีและมลพิษมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันกลายเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม หากเรามองย้อน กลับไปประเทศไทยของเรามีการกำหนดนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ ขออนุญาตขอสไลด์ด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ระยอง

ประเทศไทยของเรามีการ กำหนดนโยบายเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบตั้งแต่ช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับแรก ปีพุทธศักราช ๒๕๐๔ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการวางแผน เศรษฐกิจแบบบูรณาการ โดยรัฐบาลในขณะนั้นมุ่งเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานและ ส่งเสริมอุตสาหกรรมขั้นต้น เช่น สิ่งทอ อาหาร และการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อทดแทน การนำเข้า และหากย้อนกลับไปดู Timeline ตั้งแต่ปี ๒๕๒๔ ถึงปี ๒๕๓๔ นโยบายการผลิต เพื่อการส่งออก แล้วในขณะนั้นก็ได้มีการเกิดเขตอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรมขึ้น ในปี ๒๕๒๕ ถึงปี ๒๕๓๕ ได้เกิดโครงการพัฒนาชายฝั่งตะวันออก Eastern Seaboard มุ่งเน้นพัฒนาอุตสาหกรรมหลักปิโตรเคมีและเกิดท่าเรือแหลมฉบัง พ.ศ. ๒๕๕๕ ประเทศไทย มีการดำเนินนโยบายอุตสาหกรรมสีเขียวเพื่อส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะเห็นได้ว่าประเทศไทยของเรามีการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องมากว่า ๖๐ ปีแล้ว แต่เราเพิ่งตระหนักในเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สร้างผลกระทบให้กับชุมชน แล้วก็ สร้างผลกระทบให้กับคุณภาพชีวิตประชาชนจากภาคอุตสาหกรรมใน ๑๐ ปีหลังนี้เองค่ะ ในห้วงเวลา ๑๐ ปีกว่าที่ผ่านมานี้ที่เราพยายามจะส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมให้เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อมเกิดอะไรขึ้นในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยบ้าง ดิฉันจะขอให้ภาพ เหล่านี้เป็นคำตอบ ภาพแรกก็คือเหตุการณ์ไฟไหม้ บริษัท วิน โพรเสส ที่จังหวัดระยอง และนี่ก็เป็นโรงงานหมิงตี้เคมีคอล ระเบิดที่สมุทรปราการ นี่ก็เป็นเหตุการณ์ไฟไหม้สารเคมี ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดจังหวัดระยองเช่นกัน เหตุการณ์ฝังกลบสารเคมีที่ บริษัท แวกซ์ กาเบ็จ ซึ่งสร้างปัญหาให้กับคุณภาพชีวิตแล้วก็สิ่งแวดล้อมมายาวนานกว่า ๒๐ ปี แล้วนี่ก็เป็นเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลสร้างผลกระทบที่อ่าวจังหวัดระยอง โกดังเก็บ ไฟไหม้ระเบิด จังหวัดนราธิวาส โรงงานผลิตพลุระเบิดที่จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งสถานที่ตรงนี้ ก็เกิดเหตุการณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า การเก็บกากอุตสาหกรรมที่อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภาพเหตุการณ์เหล่านี้อาจเป็นคำตอบในเรื่องของการดำเนินนโยบายภาคอุตสาหกรรมได้ว่า ที่ผ่านมามีการดำเนินนโยบายเป็นอย่างไร แม้เราจะมีการออกกฎหมายสำคัญเกี่ยวกับ สิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข อย่างเช่น พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นการแก้ไข แก้ปัญหาที่ปลายทางและไม่สามารถควบคุม มลพิษได้อย่างจริงจัง แม้ในเวลาต่อมาจะมีการออกกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๗ ปี ๒๕๖๓ ออกตามความในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ เพิ่มข้อ ๗ ในกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓ ให้มีเนื้อหากำหนดหน้าที่ผู้ประกอบกิจการโรงงานต้องแจ้งข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับสารมลพิษ และสารเคมีในการประกอบกิจการโรงงาน แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นเพียงบทบัญญัติที่กำหนดให้ โรงงานอุตสาหกรรมจัดทำรายงานต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม แต่ไม่มีบทบัญญัติใดเลย ที่กำหนดให้มีการเผยแพร่ข้อมูลจากรายงานดังกล่าวสู่สาธารณะ อันจะเป็นการรับรองสิทธิ ของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และที่สำคัญไม่มีบทบังคับหรือบทลงโทษใด ๆ ในกรณีที่โรงงานไม่จัดทำรายงานตามที่กฎหมายกำหนด ล่าสุดในกรอบระยะเวลาปี ๒๕๗๐ กระทรวงอุตสาหกรรมภายใต้วิสัยทัศน์ปฏิรูปอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรมเศรษฐกิจ ที่เติบโตอย่างยั่งยืนคู่ชุมชน ประโยคนี้สำคัญค่ะท่านประธาน เราจะดำเนินนโยบาย ให้อุตสาหกรรมเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืนคู่ชุมชนได้ต้องให้ความสำคัญกับสิทธิของชุมชน ในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารหรือ Community Right-to-Know ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ ร่างกฎหมาย PRTR ชื่อเต็มก็คือ Pollution Release and Transfer Register หรือที่เรา เรียกกันว่าการรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม โดยแนวคิด ในการจัดทำ PRTR ก็มีจุดเริ่มต้นมาจากเหตุการณ์หายนะภัยพิบัติโภปาลภัยพิบัติ ทางอุตสาหกรรมที่รุนแรงที่สุดในโลก เกิดขึ้นในคืนวันที่ ๒ ธันวาคม ค.ศ. ๑๙๘๔ จากการ ระเบิดของถังบรรจุก๊าซเมทิลไอโซไซยาเนต หรือสาร MIC ในโรงงานผลิตสารกำจัดศัตรูพืช ที่เมืองโภปาล ประเทศอินเดีย เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันทีถึง ๒,๒๕๙ คน บาดเจ็บ และเจ็บป่วยมากกว่า ๕๕๐,๐๐๐ คน และเสียชีวิตต่อมาภายใน ๑๕ ปีอีกอย่างน้อย ๒๒,๐๐๐ คน เหตุการณ์นี้ได้สร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วโลกให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการ รับรู้และการเข้าถึงข้อมูลสารเคมีที่อยู่ใกล้ชุมชน และในปีถัดมาในเมืองชาร์ลตัน รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกาก็เกิดเหตุการณ์สาร MIC รั่วไหลจากบริษัทเดียวกันทำให้ มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก สาร MIC เป็นสารเคมีที่มีอันตรายต่อสุขภาพ ในระยะเฉียบพลัน คือทำให้เยื่อบุตาบวมแดง น้ำตาไหล ตาเป็นแผลเปื่อยสู้แสงไม่ได้ หายใจ ลำบาก ปอดบวม ปอดอักเสบ ท้องเสียรุนแรง ปวดท้องรุนแรง โครโมโซมผิดปกติเพิ่มขึ้น การมองเห็นและการได้ยินบกพร่อง และมีอันตรายในระยะยาวหรือมีอาการเรื้อรัง ปัจจุบัน ซากโรงงานดังกล่าวก็ยังคงถูกทิ้งร้างและกลายเป็นแหล่งปล่อยสารพิษปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม มาโดยตลอด จากเหตุการณ์ดังกล่าวสหรัฐอเมริกาจึงเป็นประเทศแรกที่เคลื่อนไหว เพื่อรับรองสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข้อมูล โดยในเดือนพฤศจิกายน ปี ๑๙๘๖ รัฐสภา สหรัฐได้ผ่านกฎหมายการจัดทำแผนฉุกเฉินและสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข้อมูล หรือ EPCRA Emergency Planning and Community Right-to-Know Act เพื่อช่วยให้ ชุมชนในสหรัฐอเมริกาสามารถรับมือกับวัตถุอันตรายจำนวนมากได้อย่างปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น กฎหมายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ ๒ ประการ คือ ข้อที่ ๑ ส่งเสริม และสนับสนุนการจัดทำแผนฉุกเฉินเพื่อรับมืออุบัติเหตุทางเคมี และอีกวัตถุประสงค์หนึ่งก็คือ จัดทำข้อมูลให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และสาธารณะที่เกี่ยวกับอันตรายทางสารเคมี อำนวยความสะดวกในการทำงานร่วมกันระหว่างภาคอุตสาหกรรม ประชาชนที่สนใจ องค์กร สิ่งแวดล้อม และสาธารณะอื่น ๆ ซึ่งรายงานสาธารณะประจำปีฉบับนี้ก็จะถูกรวบรวม โดยสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมสหรัฐ ซึ่งเป็นสำนักงานอิสระที่มีหน้าที่เกี่ยวกับ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และหนึ่งในหน้าที่นั้นก็คือการจัดทำคลังข้อมูลการปล่อยสารพิษ หรือที่เราเรียกกันคุ้นหูว่า TRI Toxic Release Inventory ซึ่งเป็นคลังข้อมูลการปล่อย สารพิษที่เกิดขึ้นเป็นประจำจากแหล่งกำเนิดที่กำหนด และเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ เกี่ยวกับการปล่อยสารพิษดังกล่าว จึงถือได้ว่าการทำข้อมูลการปล่อยสารพิษหรือ TRI และกฎหมายการจัดทำแผนฉุกเฉิน และสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลของ สหรัฐอเมริกาจึงถือเป็นกฎหมาย PRTR ฉบับแรก ๆ ของโลกที่มีผลบังคับใช้🔗

ต่อมาในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา หรือ UNCED หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Earth Summit ที่กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ก็มีประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมประชุมกัน ๑๗๙ ประเทศทั่วโลก เพื่อหาทางออกผลกระทบจาก กิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม การประชุมนี้ก็ได้ข้อสรุปประการหนึ่งว่าการพัฒนา อุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นทั่วโลกในหลายทศวรรษที่ผ่านมาสร้างความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของมนุษย์อย่างรุนแรง เพื่อยับยั้งหายนะในอนาคต โลกของเราจึงจำเป็นจะต้อง มุ่งสู่ทิศทางการพัฒนาที่ยั่งยืนมากขึ้น นั่นจึงนำไปสู่การออกกฎหมาย PRTR ในประเทศ ต่าง ๆ ทั่วโลก และในปัจจุบันกว่า ๕๐ ประเทศทั่วโลกมีการบังคับใช้ PRTR อย่างจริงจัง ดังตัวอย่างที่จะเห็นบนสไลด์ ประเทศแรกที่กำหนดใช้กฎหมายเกี่ยวกับ PRTR นั่นก็คือสหรัฐอเมริกามีการใช้ในปี ๑๙๘๖ แคนาดาใช้ในปี ๑๙๙๓ ออสเตรเลียมีการใช้ ในปี ๑๙๙๘ เกาหลีใต้ใช้ในปี ๑๙๙๙ ญี่ปุ่นก็มีการบังคับใช้ในปี ๒๐๐๑ ก็จะเป็นกฎหมาย เกี่ยวกับ PRTR แล้วก็มีการครอบคลุมสารพิษมากกว่า ๔๐๐ ชนิดเพื่อควบคุมมลพิษ ทางอากาศและทางน้ำ ในส่วนของสหภาพยุโรปมีการบังคับใช้ในปี ๒๐๐๖ ถัดมาเหมือนกัน ดิฉันจะขอยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการจัดการเกี่ยวกับปัญหา มลพิษอย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศญี่ปุ่นมีการออกกฎหมายที่เข้มงวดหลายฉบับ เช่น กฎหมายควบคุมเขม่าและหมอกควัน กฎหมายควบคุมมลพิษขั้นพื้นฐาน มีการใช้เกณฑ์ มาตรฐานสำหรับกำกับ ติดตาม และตรวจสอบคุณภาพอากาศ กฎหมายว่าด้วยการชดเชย ความเสียหายทางสุขภาพจากมลพิษ และกฎหมายว่าด้วยระบบรายงานการปล่อย และการเคลื่อนย้ายสารมลพิษ และการส่งเสริมการจัดการสารเคมี นอกจากการบังคับใช้ กฎหมายอย่างครอบคลุมแล้วที่ญี่ปุ่นก็ยังเป็นประเทศที่มีบทลงโทษของกฎหมายสิ่งแวดล้อม ที่รุนแรง ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศจากภาคอุตสาหกรรมกฎหมายได้มีการ กำหนดโทษปรับสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนไว้สูงมากเช่นกัน ปัจจุบันเราจึงได้เห็นเขตพื้นที่พัฒนา อุตสาหกรรมของญี่ปุ่น แม้จะเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมหนัก แต่เราก็ยังเห็นน้ำทะเลที่ใส และอากาศที่สะอาดอีกด้วย เมื่อเราได้เรียนรู้ประสบการณ์ แล้วก็การแก้ปัญหามลพิษจาก หลากหลายประเทศ เราจึงได้เห็นความสำคัญของกฎหมาย PRTR ที่จะสามารถใช้เป็น เครื่องมือในการประเมินสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการจัดทำข้อมูลเป็นฐานบัญชี สำหรับสารมลพิษ โดยเฉพาะการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ดิน อากาศ และประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ก็จะสามารถรับมือกับผลกระทบ สามารถ ประเมินความปลอดภัยด้านที่อยู่อาศัย ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยหลักการของ PRTR ก็คือให้ผู้ที่มีไว้ในครอบครองซึ่งสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ต่อสุขภาพ และให้ผู้ที่ก่อให้เกิดมลพิษจะต้องจัดทำรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้าย สารมลพิษให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กรมควบคุมมลพิษได้รวบรวมข้อมูลดังกล่าว และเปิดเผยต่อสาธารณะ ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ และมีการกำหนดบทลงโทษให้แก่ ผู้ที่ไม่ส่งรายงานหรือรายงานเป็นเท็จ และในส่วนของโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งถือว่าเป็น หน่วยสำคัญในฐานะผู้ก่อมลพิษหรือผู้ครอบครองสารเคมีที่จะต้องจัดทำรายงาน PRTR เราก็ ยังได้เห็นประโยชน์จากการทำรายงานนี้ในแง่ของการป้องกันการสูญเสียจากอุบัติภัยสารเคมี เพิ่มความปลอดภัยในการทำงานของผู้ประกอบการและคนงาน ป้องกันความสูญเสีย ในกระบวนการผลิต การใช้สารเคมีอย่างระมัดระวังและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญ การจัดทำร่าง PRTR ยังเปิดโอกาสให้กับภาคเอกชนได้เป็นตัวอย่างของการมีธรรมาภิบาล มีความรับผิดชอบต่อสังคม สาธารณะ นำไปสู่การลงทุนที่ยั่งยืน เพิ่มโอกาสการแข่งขัน ทางการค้า และมีการอยู่ร่วมกันกับชุมชนได้อย่างกลมกลืน ทุกภาคส่วนจึงควรให้ความสำคัญ แล้วก็สนับสนุนการจัดทำร่าง PRTR นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของภาครัฐและผู้ที่มีอำนาจ สามารถใช้ร่าง PRTR นี้เป็นข้อมูลพื้นฐานเพื่อกำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อมได้ สามารถ นำข้อมูลไปใช้วิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ด้านมลพิษและสิ่งแวดล้อมได้ สามารถ ตรวจสอบ ควบคุม ติดตาม และวางแผนรองรับเหตุฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น🔗

ท่านประธานคะ จากหลักการทั้งหมดที่ดิฉันได้กล่าวมา และเหตุผลจำเป็น ที่ประเทศไทยของเราต้องมีกฎหมายการรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษ สู่สิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... เพื่อเป็นเครื่องมือในการจัดทำฐานบัญชีสารมลพิษที่เปิดเผยต่อ สาธารณะ ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย เพื่อเป็นเครื่องยืนยันสิทธิของประชาชนในการรับรู้ ข้อมูลข่าวสารเพื่อบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ดิฉันจึงอยากให้เพื่อน ๆ สมาชิก ช่วยกันสนับสนุนร่างกฎหมาย PRTR ให้ผ่านในวาระแรกนี้ เพื่อให้ PRTR ได้เริ่มต้น การบังคับใช้ในประเทศไทยต่อไป ขอบคุณค่ะ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปจะเป็นการอภิปรายของท่านสมาชิกนะครับ ตอนนี้มีสมาชิกมาลงชื่อเพื่อจะขออภิปราย ๑๑ ท่าน ท่านสมาชิกท่านใดที่ประสงค์จะขออภิปรายมาลงชื่อข้างหน้านี้ได้ เราจะให้เวลา มาลงชื่ออีก ๑๐ นาที หลังจากนั้นก็จะปิดการลงชื่อ ผมจะเรียกตามลำดับนะครับ ท่านแรก ขอเชิญท่านสรพัช ศรีปราชญ์ โดยจะให้เวลาอภิปรายท่านละ ๗ นาที เชิญท่านสรพัชครับ🔗

นายสรพัช ศรีปราชญ์ สระบุรี

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม สรพัช ศรีปราชญ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี อำเภอเมือง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอแก่งคอย เฉพาะตำบลห้วยแห้งจากภาคประชาชน วันนี้ผมลุกขึ้นมาสนับสนุน ร่างกฎหมาย PRTR ที่เป็นกฎหมายที่บังคับให้โรงงานบอกความจริงกับประชาชนว่า ปล่อยมลพิษอะไรออกมา ต้องพูดกันตรง ๆ เลยนะครับ นี่ไม่ใช่เรื่องวิชาการสวยหรู แต่มันคือสิทธิของชาวบ้าน สิทธิที่จะรู้ว่าอากาศที่เขาหายใจอยู่ น้ำที่เขาดื่ม ดินที่เขาปลูกข้าวกัน มันสะอาดจริงหรือไม่ เต็มไปด้วยพิษจากโรงงานหรือไม่ ท่านประธานครับ หากถามว่า ทุกวันนี้ชาวบ้านใช้ชีวิตกันอย่างไร อยู่ข้างโรงงานสูดควันเหม็นทุกวัน น้ำในคลองดำปี๋ แต่ไม่มีใครบอกได้ว่ามันคือสารอะไร กว่าจะรู้ลูกหลานป่วยไปแล้ว หอบหืด มะเร็ง หรือไม่ก็ต้อง รอข่าวใหญ่ ๆ ถึงจะรู้ว่ามีสารเคมีรั่วไหลออกมา ท่านประธานที่เคารพ ผมขอถามหน่อยเถอะ ว่าแบบนี้มัน Fair กับประชาชนตรงไหน กฎหมาย PRTR มันชัดเจนว่าถ้าโรงงานปล่อยควัน ปล่อยน้ำเสียก็ต้องรายงาน ต้องเปิดเผยให้สาธารณะรับรู้ ชาวบ้านเปิดมือถือเห็นก็รู้แล้วว่า โรงงานข้างบ้านปล่อยอะไรออกมา นี่ละคือสิทธิในการรับรู้ ไม่ใช่เรื่องของการขอความกรุณา แต่คือสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนต้องได้รับตั้งแต่วันแรกที่โรงงานเปิด ท่านประธานครับ ชาวบ้านขายก๋วยเตี๋ยวยังต้องติดป้ายราคาให้ลูกค้าดู แต่ทำไมโรงงานมูลค่าพันล้านจะปล่อย มลพิษโดยไม่บอกใคร แบบนี้มันใช้ได้หรือครับท่านประธาน หลายคนอ้างว่ากฎหมายนี้ จะเพิ่มภาระให้โรงงาน ผมขอถามกลับว่าภาระที่แท้จริงมันอยู่ที่ใคร มันอยู่ที่ชาวบ้านที่ต้อง หายใจเอาควันพิษเข้าไปทุกวัน มันอยู่ที่เด็ก ๆ ที่โตมาในหมู่บ้านรอบโรงงาน แล้วสุขภาพพัง ตั้งแต่เด็ก นี่ล่ะคือภาระจริง ไม่ใช่ตัวเลขที่โรงงานจดไว้ในสมุดครับ ท่านประธานครับ ประเทศที่เจริญแล้วเขามีกฎหมายนี้มานานแล้ว โรงงานเขาไม่ปิดกันไปหมดแล้วหรือครับ แต่ในทางกลับกันมันกลับพัฒนาให้อากาศสะอาดขึ้น แล้วผมถามจริง ๆ เราจะให้คนไทย อยู่ต่ำกว่ามาตรฐานสากลไปอีกนานแค่ไหน กฎหมายนี้คือกฎหมายคืนสิทธิให้กับประชาชน สิทธิที่จะรู้ความจริงครับ สิทธิที่จะมีส่วนร่วม สิทธิที่จะปกป้องชีวิตตัวเองและลูกหลาน นอกเหนือจากเรื่องของสิทธิแล้ว การเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินด้านสารเคมีและมลพิษ หรือพูดง่าย ๆ คือการเตรียมตัวล่วงหน้า เผื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่นโรงงานระเบิด สารเคมีรั่วไหลหรือมีกลิ่นเหม็นแรง ๆ ลอยเข้ามาในหมู่บ้านของเรา กฎหมายฉบับนี้ก็ช่วยได้ ท่านประธานที่เคารพ หลายคนอาจคิดว่าเรื่องแบบนี้ไม่น่าเกิดขึ้นกับเราใช่ไหมครับ แต่ถ้าเราย้อนไปดูข่าวในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก บางครั้งแค่เดินผ่านถนนที่มีรถบรรทุกของเสียอันตราย ก็มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้แล้ว เหตุฉุกเฉินมันไม่บอกล่วงหน้าครับ มันไม่รอให้เราพร้อมแล้วค่อยมา และมันมักจะมาในวันที่ เราไม่ทันได้ตั้งตัว เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การกลัว แต่มันคือการเตรียมตัว การเตรียมตัว มันไม่ใช่เรื่องยากเลย มีแค่ไม่กี่อย่างที่เราทุกคนสามารถทำได้ หากรู้ว่าในชุมชนเรามีโรงงาน อะไรบ้าง ใช้สารเคมีอะไรบ้าง รู้เส้นทางหนีภัย ถ้าเกิดสารเคมีรั่วไหล เราจะหนีไปทางไหน รู้จักสัญญาณเตือนภัย ถ้ามีสัญญาณเตือนหรือเจ้าหน้าที่ประกาศให้หลบ ให้เรารีบทำตาม ทันที มีแผนฉุกเฉินที่ครอบครัวนัดแนะกันไว้แล้ว ถ้ามีเหตุลูกจะไปเจอพ่อที่ไหน เจอแม่ที่ไหน แม่จะพาลูกคนเล็กออกจากบ้านอย่างไร แม้แต่การมีหน้ากากผ้าหรือหน้ากาก N๙๕ ติดบ้าน ไว้บ้าง ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะ เพราะว่าข้อมูลนั้นมันคืออาวุธ เราต้องรู้ว่าในชุมชนเรา มีความเสี่ยงอะไรบ้าง ตรงนี้เองที่ PRTR หรือระบบการที่จะเปิดเผยการปล่อยข้อมูล และการเคลื่อนย้ายมลพิษจะช่วยเราได้เยอะ ข้อมูลจากตรงนี้จะบอกว่าโรงงานไหน สารเคมี อะไร ปริมาณเท่าไร เคลื่อนย้ายของเสียไปที่ไหนบ้าง ยิ่งรู้ข้อมูลยิ่งรับมือได้เร็วครับ ท่านประธานครับ หลายครั้งแล้วที่เรามาเสียใจกับคำว่ารู้อย่างนี้ รู้อย่างนี้เตรียมตัวไว้ก่อนก็ดี การเตรียมตัวมันอาจจะช่วยรักษาชีวิตของคนที่เรารักได้ในวันใดวันหนึ่งก็เป็นได้ ด้วยเหตุผล ทั้งหมดนี้ผมจึงขอสนับสนุนร่างกฎหมาย PRTR อย่างไม่ลังเล เพราะนี่ไม่ใช่แค่กฎหมาย สิ่งแวดล้อมธรรมดา แต่มันคือกฎหมายเพื่อชีวิต เพื่อสิทธิ เพื่อความเป็นธรรมของประชาชน ทั้งประเทศได้เวลา PRTR ขอบคุณครับ🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ คุณร่มธรรม ขำนุรักษ์ ครับ🔗

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการรายงานและเปิดเผยข้อมูล การปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... ซึ่งท่านเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง กับประชาชน จำนวน ๑๑,๖๘๕ คน เป็นผู้เสนอ และอีกฉบับที่ท่านกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ ท่านประธานครับ การพัฒนาเศรษฐกิจที่รวดเร็ว ได้นำมาซึ่งการเติบโตและการพัฒนาของประเทศอย่างก้าวกระโดดครับ แต่ความเร่งรีบ เช่นนั้นหลายครั้งกลับได้ลืมคำนึงถึงผลกระทบที่ตามมาทั้งต่อพี่น้องประชาชน และสิ่งแวดล้อม โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องทำให้มีการผลิตที่เพิ่มขึ้น มีการใช้ทรัพยากรเพิ่มขึ้น และมีการทิ้งการปล่อยของเสีย สารเคมีอันตราย และมลพิษ ทั้งในอากาศ ในน้ำ และในดิน เพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้พี่น้องประชาชนต้องเผชิญ ปัญหาด้านสุขภาพสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ และที่น่ากลัวคือบางครั้งความประมาท ความละเลยของคนเพียงบางคน บางกลุ่ม บางบริษัท ได้นำมาซึ่งหายนะต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในกรณีที่ได้นำไปสู่อุบัติภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรงงานระเบิด น้ำมันรั่วไหล และการลักลอบทิ้งสารเคมี เป็นต้น และหลายต่อหลายครั้งเมื่อเกิดเหตุการณ์เหล่านี้เรากลับไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าสารเคมี ที่ตกค้างนั้นถูกปล่อยออกมาปริมาณมากน้อยเพียงใด ซึ่งการแก้ไขปัญหามลพิษได้เราต้อง เริ่มจากการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ ที่แหล่งกำเนิด โดยเริ่มจากการที่เราต้องมีข้อมูล มีความรู้ว่า แต่ละโรงงาน แต่ละแหล่งกำเนิดมลพิษมีการปล่อยมามากน้อยเพียงใดเราจึงจะสามารถ ดำเนินการป้องกันลดการปล่อยมลพิษและจัดการมลพิษที่ถูกปล่อยออกมาได้อย่างมี ประสิทธิภาพ รวมถึงเราสามารถประเมินผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น ในปัจจุบันที่ทั่วโลกได้คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นหลายประเทศจึงได้บังคับ ให้ภาคเอกชน และหน่วยงานต่าง ๆ ต้องมีการรายงาน และเปิดเผยข้อมูลการปล่อยมลพิษ และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หนึ่งในนั้นคือการพัฒนาเครื่องมือที่เรียกว่าระบบ การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปลดปล่อย และเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม ที่เรียกว่า Pollutant Release and Transfer Register หรือที่เราเรียกย่อ ๆ ว่า PRTR ซึ่งปัจจุบันมีอยู่มากกว่า ๕๐ ประเทศแล้วที่มีระบบหรือกฎหมาย PRTR เป็นของตัวเอง สำหรับในประเทศไทยผมทราบว่าภาคประชาชนและองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมก็คือผู้เสนอ กฎหมายในวันนี้ได้มีความพยายามเรียกร้อง ผลักดัน และเสนอให้มีกฎหมาย PRTR มานานกว่า ๒๐ ปี แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่ปัจจุบันนี้เราคงจะได้เห็น แล้วว่านานาประเทศก็ได้มีมาตรการ และแนวทางปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะมาตรการด้านการค้าที่ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้เราจำเป็นต้อง เร่งปรับตัวปรับการดำเนินการกิจการทางเศรษฐกิจของเราครับ วันนี้จึงเป็นก้าวที่สำคัญ อย่างยิ่งที่สภาแห่งนี้จะได้ร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการรายงานและเปิดเผยข้อมูล การปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งสาระสำคัญของกฎหมาย PRTR ฉบับนี้ คือการกำหนดให้แหล่งกำเนิดมลพิษที่อาจเป็นอันตรายต้องจัดทำและรายงานข้อมูล และปริมาณสารมลพิษต่อกรมควบคุมมลพิษ โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกจัดทำเป็นข้อมูลกลาง เพื่อเปิดเผยให้กับประชาชนได้รับทราบ และเข้าถึงได้อย่างสะดวก โดยการรายงานนั้น ก็ครอบคลุมทั้งเรื่องของการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมโดยตรง และการเคลื่อนย้ายสารมลพิษ ออกนอกสถานที่เพื่อนำไปบำบัดหรือการกำจัด เป็นต้น เมื่อเราได้ข้อมูลที่ชัดเจนแล้วว่า สารมลพิษมาจากที่ไหน มีปริมาณเท่าไร และจะขนย้ายไปที่ไหน ประชาชนและหน่วยงาน ของรัฐเองก็จะสามารถเตรียมตัวรับมือ และป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพในกรณีที่เกิด อุบัติภัยได้อย่างตรงจุด รวมถึงภาครัฐแล้วก็ภาคเอกชนเองก็จะมีฐานข้อมูลที่ชัดเจนในการกำหนดนโยบายและแผน รวมถึงแนวทางควบคุมที่จะนำไปสู่การปรับปรุงกระบวนการผลิต การลดใช้สารอันตราย ส่งเสริมการนำของเสียกลับมาใช้ใหม่และการนำไปสู่การลดการปล่อยมลพิษได้อย่างเป็น ระบบในระยะยาวครับ ซึ่งผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าการมีกฎหมาย PRTR ฉบับนี้จะเป็นการ สร้างระบบการจัดการที่ดีที่โปร่งใสและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ทั้งผู้ประกอบการ ภาครัฐ ภาคประชาชน เพื่อจะป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งจะทำให้เกิดการ จัดการปัญหามลพิษอย่างยั่งยืนได้ อีกทั้งกฎหมาย PRTR ฉบับนี้ยังเป็นการรับรองสิทธิ ขั้นพื้นฐานของประชาชน ทั้งสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร สิทธิในการมีส่วนร่วมในการ จัดการสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีของประชาชน ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้เป็นโอกาสที่ดีอย่างยิ่งสภาแห่งนี้ของเราได้ร่วมกันพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติถึง ๒ ฉบับ ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการปล่อยมลพิษสู่ สิ่งแวดล้อม โดยก่อนหน้านี้เราได้ร่วมกันเห็นชอบในหลักการของร่างพระราชบัญญัติโรงงาน ที่มุ่งเน้นให้เกิดการควบคุมโรงงานและผู้ประกอบการให้ต้องมีมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติ ที่รับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้น และอีกฉบับก็คือ กฎหมาย PRTR ที่เรากำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ผมขอเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ว่า ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ในสภาชุดนี้เราได้ร่วมกัน ขับเคลื่อนกฎหมายทั้งการออกกฎหมาย แล้วก็การแก้ไขกฎหมายหลายฉบับที่ได้คำนึงถึง ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนและให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมไปพร้อม ๆ กัน นอกจาก ๒ กฎหมายที่เราพิจารณาในวันนี้ ก่อนหน้านี้สภาของเราเองยังได้ร่วมกัน รับหลักการร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดเพื่อประชาชน พ.ศ. .... หรือที่เราเรียกว่า พ.ร.บ. อากาศสะอาด ที่มุ่งเน้นปกป้องสิทธิของพี่น้องประชาชนในการหายใจอากาศสะอาด แล้วก็สร้างกลไกในการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศ โดยร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็อยู่ระหว่าง การนำกลับมาพิจารณาในวาระต่อ ๆ ไปของสภาแห่งนี้🔗

นอกจากนี้เรายังมีพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ พ.ร.บ. โลกร้อน ที่หลายพรรคการเมืองได้ร่วมกันนำเสนอโดยที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้จะสร้าง กลไกบริหารจัดการ Climate Change ทั้งเรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัวรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ ซึ่งผมหวังว่า เราจะได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้โดยเร็วที่สุด🔗

สุดท้ายนี้ แม้ว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมยังเป็นปัญหาที่สำคัญและท้าทาย ของประเทศ และแม้ว่าวันนี้ยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่ควรได้รับการปรับปรุงและนำเสนอ เพื่อการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี แต่ผมคิดว่าวันนี้สภาชุดนี้เรามาไกลกว่าที่เคย และเรามาถูกทางแล้วในการนำพาประเทศของเราไปสู่ประเทศที่พัฒนาอย่างยั่งยืนที่มุ่งเน้น การเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อม ๆ กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน และรักษา ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเรา ผมขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติรายงานและการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ สู่สิ่งแวดล้อมหรือ PRTR ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณปิยชาติ รุจิพรวศิน🔗

นายปิยชาติ รุจิพรวศิน นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ปิยชาติ รุจิพรวศิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนครราชสีมา เขต ๒ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ก็เป็นอีก ๑ วันที่เรามีกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เกี่ยวข้องกับโรงงาน เกี่ยวข้องกับคนงานที่ทำงานในโรงงาน แล้วก็เกี่ยวข้องกับประชาชน เกี่ยวข้องกับชุมชนที่อยู่ อาศัยรอบ ๆ บริเวณโรงงาน หรือได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม จากสารเคมี จากมลพิษ จากโรงงาน ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายปิยชาติ รุจิพรวศิน นครราชสีมา

ท่านประธานครับ ข้อมูลจาก กรมโรงงานอุตสาหกรรมสะสมถึงปี ๒๕๖๗ ประเทศไทยของเรามีโรงงานอยู่ทั้งหมด ๗๓,๗๑๐ โรงงาน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีโรงงานอยู่ ๙,๐๖๗ โรงงาน หรือคิดเป็น สัดส่วน ๑๒.๓ เปอร์เซ็นต์ และที่จังหวัดนครราชสีมามีโรงงานถึง ๑,๙๒๐ แห่ง ซึ่งก็เรียก ได้ว่าเป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรมเลย และที่จังหวัดนครราชสีมา หรือว่าที่โคราช มีนิคมอุตสาหกรรมโรงงานอยู่ ๓ นิคม ที่สำคัญ ๆ ก็ได้แก่ ๑. นิคมอุตสาหกรรมนวนคร ๒ นครราชสีมา ๒. เขตอุตสาหกรรมสุรนารี ๓. นิคมอุตสาหกรรมสูงเนิน ซึ่งทั้งหมดมีมูลค่า เงินลงทุนกว่า ๒๒๖,๗๐๘ ล้านบาท ท่านประธานครับ การมีนิคมอุตสาหกรรมก็จะสามารถ ดึงดูดบริษัทต่าง ๆ เข้ามาลงทุนภายในจังหวัดทำให้เกิดการจ้างงานในหลากหลายตำแหน่ง ทั้งสายงานการผลิต งานด้านเทคนิค งานบริหารและงานบริการนะครับ ส่งผลให้คนในพื้นที่ โดยรอบมีงานทำมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การจับจ่ายใช้สอยในชุมชนมากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจ ในท้องถิ่นเกิดการหมุนเวียนครับ แต่อย่างไรก็ตามการที่มีโรงงานเยอะก็ทำให้มีผลกระทบ ด้านลบเช่นกันนะครับ นอกจากการจราจรติดขัด ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ที่สำคัญยังมี ปัญหาสิ่งแวดล้อม มลพิษทางอากาศ ดิน และน้ำ ท่านประธานครับ จากข้อมูลปี ๒๕๖๗ ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม จังหวัดนครราชสีมามีกากของเสีย เช่น เศษอาหาร ขยะ พลาสติก น้ำเสียจากกระบวนการผลิต และของเสียที่เป็นสารเคมี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมหากไม่ได้รับการจัดการที่เหมาะสมอยู่ที่ ๕๙๔,๐๘๘ ตัน หรือว่าคิดเป็น ๒๒.๒๙ ของภูมิภาค ปัญหาหลักที่มาพร้อมกับกากของเสียเหล่านี้ก็คือมลพิษทางน้ำและอากาศ น้ำเสียจากโรงงานอาหารและเครื่องดื่มอาจมีสารพิษปนเปื้อน ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพน้ำใต้ดิน และแหล่งน้ำสาธารณะ ขณะที่ของเสียจากอุตสาหกรรมยานพาหนะมักมีโลหะหนัก ซึ่งอาจสะสมในดินและเป็นอันตรายต่อระบบนิเวศรวมถึงมนุษย์ครับ และเมื่อสักครู่ ผมได้กล่าวถึงมลพิษทางด้านอื่นแล้วนอกจากนี้ก็ยังจะมีมลพิษทางด้านอากาศครับ จากข้อมูลของมูลนิธิบูรณะนิเวศ ปี ๒๕๖๕ เฉพาะโรงงานตั้งแต่ ๕๐ แรงม้า มีคนงาน ๕๐ คนขึ้นไป ทั่วประเทศไทยมีอยู่ ๒๒,๖๗๗ แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอยู่ ๒,๕๙๗ แห่ง และที่จังหวัดนครราชสีมามีอยู่ ๔๗๖ โรงงาน ที่เข้าข่ายเป็นโรงงานที่ก่อมลพิษ ทางอากาศ ซึ่งก็รวมถึง PM2.5 ด้วย เราเผชิญกับมลพิษทุกวันแต่กลับไม่รู้อะไรเลยว่า โรงงานเก็บและปล่อยสารเคมีอันตรายและมลพิษออกมาเท่าไร มีสารเคมีปนเปื้อนในน้ำ อากาศหรือดินแค่ไหนจึงทำให้คนงานและชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงกับโรงงานได้รับอันตราย และได้รับผลกระทบจากมลพิษเหล่านี้ครับ ท่านประธานครับ หากเรามีกฎหมายที่บังคับให้ โรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทยต้องเปิดข้อมูล หรือ Open Data ว่าโรงงานเหล่านั้น ปล่อยมลพิษอะไรบ้างสู่ดิน สู่น้ำ หรือสู่อากาศ นั่นจะทำให้ประชาชนไปจนถึงหน่วยงาน ต่าง ๆ รู้ชนิดและปริมาณสารเคมีที่ปล่อยออกมาเพื่อประเมินสถานการณ์และจัดการปัญหา มลพิษได้อย่างถูกต้องและทันท่วงทีครับ และเพื่อประโยชน์ในการป้องกันตนเองและป้องกัน ชุมชนจากสารมลพิษเมื่อเกิดอุบัติภัย สารเคมี เพื่อประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น และเตรียมการรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากสารมลพิษได้อย่างปลอดภัยครับ ท่านประธานครับ หากประชาชนรู้ว่ามีมลพิษอะไรบ้างที่ถูกปล่อยออกมาจากโรงงานที่อาจ ส่งผลต่อสุขภาพของพวกเขาครับ นั่นจะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและทราบข้อมูล สารเคมีหรือสารมลพิษทั้งปริมาณการปลดปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษของโรงงาน อุตสาหกรรม ซึ่งประชาชนก็จะรู้ข้อมูลแหล่งที่มาของสารมลพิษนั้น ๆ และเมื่อประชาชน เข้าถึงข้อมูลได้ก็จะสามารถรับมือกับผลกระทบได้ ซึ่งการทำให้คนตัวเล็ก ๆ สามารถเข้าถึง ข้อมูลและรู้ว่ามีส่วนร่วมอย่างไร นั่นจะทำให้ระบบกฎหมายสิ่งแวดล้อมทำงานได้อย่าง สมบูรณ์แบบครับ ท่านประธานครับ และจากทั้งหมดที่ผมได้กล่าวมาผมจึงขอสนับสนุน และขอเชิญชวนเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่อยู่ในที่นี้ผ่านท่านประธานนะครับ ได้เห็นชอบ รับร่างพระราชบัญญัติการรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... หรือที่เราเรียกกันว่ากฎหมาย PRTR ที่ทาง สส. กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล พรรคประชาชน รวมถึงฉบับของภาคประชาชนเสนอด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายไชยา พรหมา รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณคริษฐ์ ปานเนียม ครับ🔗

นายคริษฐ์ ปานเนียม ตาก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม คริษฐ์ ปานเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก เขต ๑ พรรคประชาชนครับ ผมขอเริ่มต้นด้วยคำถามที่ว่าเราจะปล่อยให้ประชาชนอยู่ร่วมกับกองกากพิษโดยไม่รู้ชะตากรรม แบบนี้ไปอีกนานเท่าไรครับ วันนี้เป็นที่น่ายินดีที่ พ.ร.บ. PRTR ได้เข้าสภาสักทีครับ ประเด็น สำคัญที่ผมลุกขึ้นอภิปรายวันนี้เพราะมันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน และความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อม ขอยกตัวอย่าง เรื่องการลักลอบขุดและเคลื่อนย้าย กากแคดเมียมซึ่งเป็นสารพิษร้ายแรง ที่กำลังจะกลายเป็นระเบิดเวลาทางด้านสิ่งแวดล้อม และสาธารณสุขของชาติเรา ท่านประธานคงจำได้ดีเรื่องกากแคดเมียมที่ถูกลักลอบขุด ลักลอบขนย้ายออกจากพื้นที่ฝังกลบในจังหวัดตาก และถูกเคลื่อนย้ายไปยังจังหวัดต่าง ๆ ดังปรากฏในข่าวทั้งที่สมุทรสาคร บางซื่อ ชลบุรี ทุกท่านทราบหรือไม่ว่าขั้นตอนในการ ลักลอบนำออกไปนั้นใช้เวลาเกือบปี โดยที่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นไม่ทราบเลยว่า รอบ ๆ ตัวเขามีเหตุการณ์ที่อันตรายต่อชีวิตของเขาเอง พวกเขามารู้พร้อมกันกับ คนทั้งประเทศเมื่อเป็นข่าวแล้ว สิ่งนี้เป็นประเด็นที่สะท้อนถึงความล้มเหลวในการจัดการ ของเสียอันตรายจากประเทศไทยอย่างชัดเจน โรงงานแอบขุดกากแคดเมียมขึ้นมาจำหน่าย โดยไม่ได้รับการอนุญาตจากสำนักงานอุตสาหกรรม ผู้ซื้อนำแร่ไปกอง ไปกักเก็บ โดยไม่ได้ คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ยังมีขั้นตอนการเตรียมการขนย้ายทั้งในประเทศและมีการ คาดหวังว่าจะส่งออกนอกประเทศด้วย รู้ตัวอีกทีคือตอนที่มันกลายเป็นข่าวใหญ่โตไปแล้ว แต่พอเวลาผ่านไปวันนี้เรายังไม่เห็นหัวผู้กระทำความผิดเลย นี่ล่ะครับปัญหาของบ้านเรา แม้ว่าที่ผ่านมากากดังกล่าวจะถูกกักเก็บไว้ในพื้นที่ฝังกลบที่มีมาตรฐาน บวกกับกฎหมาย EIA ที่ใช้ฝังกลบโดยห้ามนำออกแล้วก็เป็นการฝังกลบแบบถาวรแล้วก็ตาม แต่สุดท้ายก็เกิดการ ลักลอบขุดนำออกมาขายโดยไม่ได้รับอนุญาต มีการแอบเคลื่อนย้ายไปยังโกดังปลายทาง ผ่านเส้นทางต่าง ๆ มากมาย โดยไม่สามารถตรวจสอบได้เลยว่ามันรั่ว ฟุ้งปลิวปนเปื้อน ไปที่ใดบ้าง เกิดความเสียหายที่มองไม่เห็น เป็นการสร้างความเสี่ยงครั้งใหญ่ต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดกฎหมายอย่างโจ่งแจ้ง แต่ยังทำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงต้องตกอยู่อันตราย และผลการตรวจสอบยังพบว่า แคดเมียมปนเปื้อนอยู่ในร่างกายของคนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อีกด้วย นี่คือสัญญาณเตือนที่เรา ไม่อาจเพิกเฉยได้ สิ่งที่น่าเศร้าใจยิ่งกว่านั้นคือเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความหละหลวม ในการบังคับใช้กฎหมาย และการกำกับดูแลของรัฐ รวมถึงระบบติดตามการเคลื่อนย้าย กากอันตรายที่ไม่เข้มแข็ง ข้อมูลไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ประชาชนและชุมชนไม่มีสิทธิรับรู้ ทั้งที่พวกเขาคือผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง และที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น คนผิดยังไม่ได้ชดเชยอะไรเลย คดีความก็ไม่ได้คืบหน้าแต่อย่างใด คำถามคือถ้ารัฐยังไม่สามารถรับประกันได้ว่ากากพิษ จำนวนมากจะไม่ถูกลักลอบนำออกมาอีก ประชาชนจะมีความมั่นใจต่อระบบการจัดการ สิ่งแวดล้อมของประเทศนี้อย่างไร เท่านั้นยังไม่พอครับ ดูเหมือนว่าประเทศเราไม่ได้เรียนรู้ อะไรจากประวัติศาสตร์เลย ในเมื่อการเปิดหน้าดินในหลายพื้นที่ของจังหวัดตากมีปัญหา ด้านแคดเมียมปนเปื้อน ทั้งการทำเหมืองในลุ่มน้ำแม่ตาว ที่อำเภอแม่สอด หรือการขุด กากแคดเมียมออกมาจากบ่อในพื้นที่ตำบลหนองบัวใต้ อำเภอเมือง จังหวัดตาก ยังมีการให้ ประทานบัตรที่ล้าหลังอีกในหลายพื้นที่ของจังหวัดตาก โดยการให้ทำเหมืองเช่นเหมืองหินคลุก เขตใกล้อุทยาน เขตใกล้อ่างเก็บน้ำทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ และมีแหล่งต้นน้ำ ที่สมบูรณ์ อย่างเช่นที่ตำบลแม่ท้อ จังหวัดตาก เหตุการณ์นี้คือบทเรียนที่ตอกย้ำว่าประเทศเรา จำเป็นต้องมีกฎหมายที่ใช้ควบคุม และรายงานข้อมูลการปล่อยมลพิษ การเคลื่อนย้าย ของเสีย กากอันตราย สารอันตรายต่าง ๆ ต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชน สามารถเข้าถึงข้อมูลและร่วมกันป้องกันสิทธิของตนเองได้ ดังนั้นผมขอเรียกร้องให้สภาแห่งนี้ เร่งรัดการตราพระราชบัญญัติ PRTR โดยไม่ชักช้าครับ เพื่อป้องกันโศกนาฏกรรมที่อาจจะ เกิดขึ้นซ้ำ และสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนว่ารัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งพวกเขาไว้กับ กองกากพิษอีกต่อไปครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิติพล ผิวเหมาะ ครับ🔗

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิติพล ผิวเหมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ วันนี้ เป็นการอภิปรายเพื่อสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อย และเคลื่อนย้ายสารมลพิษของภาคประชาชน ที่มีประชาชนจำนวนกว่า ๑๑,๐๐๐ กว่าคน มาร่วมยื่นร่างฉบับนี้ และอีกร่างหนึ่งก็คือ ร่างรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารพิษ สู่สิ่งแวดล้อมของ สส. เอิร์ธ กมนทรรศน์ อยู่ข้างผมนี้นะครับ ผมอภิปรายในส่วนของ ร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ในส่วนของเนื้อหาสาระผมเริ่มต้นแบบนี้ครับ ต้องบอกว่าเรามี กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับด้านสิ่งแวดล้อมหลายฉบับอยู่เหมือนกัน ในต่างประเทศเวลาเขา ออกกฎหมาย เขาจะเริ่มจากว่ามีปัญหาเรื่องอะไร ก็จะออกกฎหมายเฉพาะในเรื่องนั้น ๆ ตามมา แล้วก็ต่อท้ายด้วยอาจจะมีการออกกฎหมายที่ครอบกันไว้ นั่นคือตัวกฎหมาย ด้านสิ่งแวดล้อม แต่ในส่วนของประเทศไทย คือเรื่องปัญหาในระดับพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีปัญหา เกิดขึ้นผมจะไม่ลงในรายละเอียด เพราะว่าเพื่อนสมาชิกได้พูดไปหลากหลายหมดแล้ว ผมจะ ขออนุญาตเจาะเฉพาะในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย เป็นประเด็นหลัก ทีนี้การบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทยมันมีความอาจจะเรียกว่า พิลึกพิลั่นในระดับงง ๆ งวย ๆ กันเลยแหละ ปีสำคัญก็คือปี ๒๕๓๕ ย้อนกลับไปดูปี ๒๕๓๕ เรามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรงและเหมือนจะโดยตรงอีกหลายฉบับ ผมยกตัวอย่างแบบนี้เอาเป็นกฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวข้องเลย เรามี พ.ร.บ. การสาธารณสุข เรามี พ.ร.บ. โรงงาน เรามี พ.ร.บ. วัตถุอันตราย แล้วเรามี พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ ๔ ฉบับนี้เกิดขึ้นในปี ๒๕๓๕ ทั้งหมด คำถามเลยเกิดขึ้น มาว่าแล้วกฎหมายฉบับใดที่ผมพูดไปทั้งหมดคือกฎหมายเฉพาะ กฎหมายฉบับไหนคือ กฎหมายทั่วไป เพราะว่าอย่างผมเรียนกฎหมายมาเป็นนักกฎหมาย โดยหลักกฎหมายแล้ว ถ้ามันมีความขัดกันของกฎหมายให้เลือกใช้กฎหมายเฉพาะก่อน ถ้าไม่มีกฎหมายเฉพาะ ให้ปรับใช้กับกฎหมายทั่วไป สิ่งที่ผมถามในชั้นวิปในการพิจารณาของวิปฝ่ายค้านที่ผมนั่ง อยู่ด้วยผมถามกับทางกฤษฎีกา อย่างน้อย ๒ ครั้งในช่วงระยะเวลาที่ห่างกันเกือบปี ผมถาม ในคำถามเดียวกันว่า ยกตัวอย่างเช่นอย่างตัว พ.ร.บ. โรงงานกับ พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษา คุณภาพสิ่งแวดล้อม กฎหมายไหนคือกฎหมายเฉพาะ จะได้เลือกปรับบทให้มันถูกต้อง สิ่งที่ได้คำตอบมาไม่ตรงกันทั้ง ๒ ครั้ง ครั้งแรกทางกฤษฎีกาบอกว่า พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษา คุณภาพสิ่งแวดล้อม ปี ๒๕๓๕ นี่คือกฎหมายเฉพาะ พ.ร.บ. โรงงานก็เป็นกฎหมายเฉพาะ เช่นเดียวกัน ก็เกิดความงง สัปดาห์นี้วันอังคารในการประชุมวิปผมก็ถามคำถามเดิม อีกเช่นเดียวกันว่าสรุปแล้วกฎหมายไหนคือกฎหมายเฉพาะกันแน่ แต่ได้คำตอบมาว่า ตัว พ.ร.บ. ส่งเสริมเป็นกฎหมายทั่วไป ไม่เป็นอะไร แต่นี่คือปัญหาที่ผมอยากจะฝากเอาไว้ สำหรับการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการนะครับ ในส่วนที่ต้องพูดถัดไปก็คือว่าเราในส่วนของ กฎหมาย PRTR ในร่างกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ชื่อต่างกันนิดหน่อย แต่ชื่อภาษาอังกฤษเหมือนกัน คือกฎหมาย PRTR ขออนุญาตพูดเป็นว่ากฎหมาย PRTR ก็แล้วกัน กฎหมาย PRTR ไม่ว่า จะเป็นร่างของภาคประชาชนก็ดี เป็นร่างของ สส. เอิร์ธก็ดี ผู้ที่บังคับใช้กฎหมายคือ กรมควบคุมมลพิษ นั่นหมายความว่าถ้ากฎหมาย PRTR ผ่านจากสภาไปแล้ว กรมควบคุม มลพิษจะมีกฎหมายอยู่ในมือ ๑. ก็คือ พ.ร.บ. ส่งเสริมรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ๒. ก็คือ กฎหมาย PRTR ที่จะบังคับใช้กับกรณีที่มีความเสียหายจากเรื่องสารพิษต่าง ๆ นานา ที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปหมดแล้ว สิ่งที่ผมได้บอกแบบนี้แล้วต้องฝากให้กับกรมควบคุม มลพิษจำเป็นอย่างยิ่งก็คือ ท่านต้องบังคับใช้กฎหมายที่ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด ที่ผมพูด แบบนี้มีตัวอย่างที่เห็นชัดมากที่สุด เอาแค่ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง นั่นก็คือกรณีที่มีการเกิดเหตุไฟไหม้ของโรงงานที่ซอยกิ่งแก้ว ความเสียหายมากมายมหาศาล แล้วผลของกรณีนั้นคืออะไร ถ้าเทียบกับตัวกฎหมายที่ผมยกประเด็นไปเมื่อสักครู่ก็คือ ตัวกฎหมายเฉพาะกับตัวกฎหมายทั่วไป ถ้าเราแปลความกฎหมายเฉพาะ ก็คือ พ.ร.บ. โรงงานเป็นกฎหมายเฉพาะ แต่ในขณะเดียวกัน พ.ร.บ. ส่งเสริมรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อมเป็นกฎหมายทั่วไป เขาจะไปปรับใช้กับตัว พ.ร.บ. โรงงานก่อน แล้วผลมันเกิด อะไรครับ ผมจะบอกโทษให้นะครับ โทษของ พ.ร.บ. โรงงานคือโทษสูงสุดคือจำคุก ๒ ปี ปรับ ๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่ในส่วนของ พ.ร.บ. ส่งเสริม จำคุก ๕ ปี ปรับสูงถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ข้อเท็จจริงกรณีนี้ผู้บังคับใช้กฎหมายปรับกับกรณีเหตุเกิดเพลิงไหม้ที่มีผู้เสียหายจำนวน มหาศาล ต้องอพยพต่าง ๆ นานาเยอะแยะมากมาย มูลค่าความเสียหายมากมายเหลือเกิน แต่ปรับแค่ ๒๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้เป็นประเด็นที่สำคัญมาก ๆ นะครับ ก็อยากจะฝากไว้ สำหรับกรรมาธิการว่าในการพิจารณาตัวร่าง PRTR ก็ให้บังคับและมีความชัดเจนในส่วนของ เรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างแท้จริงนะครับ แล้วก็ฝากไปถึงกรมควบคุมมลพิษด้วยว่า ท่านจะมีดาบที่คมมาก ๆ แล้ว ท่านจะมีอาวุธประจำกายท่านที่ดีมาก ๆ มีกฎหมาย PRTR ที่ดีมาก ๆ แล้ว ท่านต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ไม่อย่างนั้นแล้วความเสียหาย อย่างกรณีไฟไหม้ที่ซอยกิ่งแก้วความเสียหายมากมายมหาศาล แต่ปรับแค่ ๒๐๐,๐๐๐ บาท มันเท่ากับว่าเป็นการซื้อสิทธิในการทำลายสิ่งแวดล้อมด้วยเงินไม่กี่แสนบาท ฝากให้ กรรมาธิการพิจารณาในส่วนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านธิษะณา ชุณหะวัณ ครับ🔗

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๒ พรรคประชาชน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ร่างกฎหมายฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการปล่อยและเคลื่อนย้าย สารมลพิษค่ะ ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในหลายทศวรรษที่ผ่านมา กฎหมายและกลไกการจัดการสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันยังเน้นการควบคุมที่ปลายเหตุเป็นหลัก ซึ่งผลจากการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่หลายศตวรรษที่ผ่านมากฎหมายและกลไก ในปัจจุบันเป็นร่างกฎหมายที่เป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยให้ภาครัฐมีฐานข้อมูลสารมลพิษ ที่ครอบคลุมและเป็นระบบเพื่อนำไปใช้ในการประเมินสถานการณ์ วางแผนป้องกัน และจัดการปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นตั้งแต่ต้นทาง เป็นการรับรองสิทธิของ ประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลและมีส่วนร่วมในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมตามรัฐธรรมนูญค่ะ ช่วยให้ภาคเอกชนสามารถตรวจสอบกระบวนการผลิตของตนเองได้อย่างชัดเจน รัดกุม ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจการแข่งขันทางการค้าในระยะยาวค่ะ และสอดคล้องกับอนุสัญญาระหว่างประเทศสตอกโฮล์มและปฏิญญาริโอเพื่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนา อย่างไรก็ตามดิฉันมีความกังวลว่ารายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้าย สารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมอาจจะประสบปัญหาในเชิงปฏิบัติค่ะ ในหมวด ๒ การประเมิน ปริมาณสารมลพิษซึ่งไม่มีแหล่งกำเนิดแน่นอนตามมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ จุดที่น่ากังวล ในมาตรา ๑๕ วรรคสอง ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ประเมินปริมาณการปล่อย สารพิษในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของตน การให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งไม่มีความรู้ ความสามารถด้านนี้มาอย่างโดยเฉพาะหรือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ การประเมินปริมาณ สารมลพิษซึ่งไม่มีแหล่งกำเนิดอย่างแน่นอนที่ยังไม่รู้ว่าจะมีอะไรบ้างเพราะต้องรอประกาศ จากราชกิจจานุเบกษาโดยคณะกรรมการเสียก่อน อาจจะทำให้เป็นการผลักภาระเพิ่มเติม ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นค่ะ และไม่ทราบถึงความสามารถและกำลังพลว่า จะเพียงพอหรือไม่ นอกจากนี้ในหมวด ๖ อำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาตรา ๓๐ (๑) ส่งข้อมูลที่ได้จากการประเมินปริมาณสารมลพิษซึ่งไม่มีแหล่งกำเนิดแน่นอน ตามมาตรา ๑๕ ให้กรมควบคุมมลพิษเพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้เช่นเดียวกับ มาตรา ๑๕ ที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญโดยตรง เป็นผู้รับผิดชอบ อีกทั้งยังไม่ทราบว่ามีกำลังพลเพียงพอหรือไม่ อย่างที่ดิฉันได้กล่าวไว้ข้างต้น เป็นผู้ประเมิน อาจจะเป็นไปได้ด้วยความยากลำบากและไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีประสิทธิผล อีกทั้งอาจจะได้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง แล้วก็ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มาประเมินเอง จากปัญหา ในมาตรา ๑๕ และมาตรา ๓๐ (๑) ดิฉันเห็นว่าควรเน้นให้คณะกรรมการใช้อำนาจตามหมวด ๑ จากรายงานข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษในมาตรา ๕ (๗) ค่ะ เพื่อส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดังนี้ค่ะ ๑. คือให้จัดการอบรมให้ความรู้ ความเข้าใจ ต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกี่ยวกับอำนาจ หน้าที่ และแนวทางปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ ๒. คือคณะกรรมการต้องมีการส่งเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ ความสามารถเข้าช่วยเหลือ และดำเนินการในช่วงแรกที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่มีประสบการณ์ และไม่มีความ เชี่ยวชาญในการดำเนินการทำหน้าที่ดังกล่าว ๓. ให้ผู้ระบุรับผิดชอบขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้ชัดเจนเพื่อป้องกันการเกี่ยงงานกันไปมาระหว่าง องค์กรต่าง ๆ และ ๔. ให้รับฟังปัญหาการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้จากองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นด้วยหากทำได้ตาม ๔ ข้อนี้ปัญหาในเชิงปฏิบัติก็จะลดน้อยลงค่ะ ถึงแม้ว่าดิฉัน จะมีความกังวลในทางปฏิบัติเล็กน้อย แต่ดิฉันมองว่าเป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ไม่ยาก จนเกินไปค่ะ ขอเพียงคณะกรรมการทำงานอย่างมุ่งมั่น จริงจัง จริงใจ มองเห็นภาพความจริง ในทางปฏิบัติ พ.ร.บ. ฉบับนี้จะช่วยให้ประเทศของเราไม่ต้องพบเจอปัญหาสิ่งแวดล้อม จากมลพิษได้ระยะยาว การประเมินปริมาณสารมลพิษซึ่งไม่มีแหล่งกำเนิดแน่นอน มาตรา ๑๔ ให้คณะกรรมการมีอำนาจในการออกราชกิจจานุเบกษากำหนดประเภท แหล่งกำเนิด ซึ่งต้องจัดให้มีการประเมินปริมาณการปล่อยสารมลพิษตามมาตรา ๑๕ สารมลพิษชนิดซึ่งไม่มีแหล่งกำเนิดแน่นอน รวมทั้งกำหนดวิธีการวิเคราะห์ คำนวณ และประเมินปริมาณสารมลพิษดังกล่าวที่ปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม ในมาตรา ๑๕ ให้หน่วยงานของรัฐเป็นผู้รับผิดชอบและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประเมินการปล่อย สารมลพิษแหล่งกำเนิดจากตามสารมลพิษที่กำหนดตามมาตรา ๑๔ และจัดส่งข้อมูลดังกล่าว ให้กรมควบคุมมลพิษตามมาตรา ๑๖ ภายในเดือนมีนาคมของทุกปีค่ะ แต่ในกรณีที่มีการ ปล่อยสารพิษตามวรรคหนึ่งเป็นกิจกรรมที่ไม่มีหน่วยงานใดของภาครัฐเป็นผู้รับผิดชอบ โดยตรง จึงให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ประเมินปริมาณการปล่อยสารมลพิษ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของตน ในหมวด ๖ อำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาตรา ๓๐ องค์กรบริหารท้องถิ่นมีหน้าที่และอำนาจ ๑. ส่งข้อมูลจากการประเมินปริมาณ สารมลพิษซึ่งไม่มีแหล่งกำเนิดแน่นอนตามมาตรา ๑๕ ให้กรมควบคุมมลพิษ ๒. นำข้อมูล การปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษที่ได้จากการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ ไปประกอบการพิจารณาอนุญาตกำหนดเงื่อนไข อนุญาตการดำเนินกิจการที่อันตราย ต่อสุขภาพ ตามกฎหมายว่าด้วยสาธารณสุขในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ๓. ออกกฎข้อบัญญัติ ท้องถิ่นเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการออกใบอนุญาตและพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบกิจการตามกฎหมายว่าด้วยสาธารณสุข เพื่อปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้ ๔. ส่งเสริม และสนับสนุนสิทธิของประชาชนในการเข้าถึง และใช้ประโยชน์จากข้อมูลการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษในระดับท้องถิ่น ๕. ช่วยส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบข้อมูลและการปล่อย และการเคลื่อนย้ายสารมลพิษตามพระราชบัญญัตินี้ ตามมาตรา ๒๓ เมื่อปรากฏว่า ผู้ขออนุญาตดำเนินกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ไม่ปฏิบัติหรือละเลยการจัดทำรายงานตามพระราชบัญญัตินี้หรือไม่ปฏิบัติให้ถูกต้อง ตามข้อบัญญัติของท้องถิ่น ออกตามมาตรา ๓๐/๓ ให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่ง ไม่ออกใบอนุญาต รวมทั้งพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการนั้นได้ การอุทธรณ์ เมื่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีคำสั่งตามวรรคหนึ่งให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการอุทธรณ์ตามกฎหมาย ว่าด้วยสาธารณสุขมาบังคับใช้โดยอนุโลม เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็น ประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนในการที่จะควบคุมมลพิษแม้ว่าในทางปฏิบัติอย่างที่ดิฉัน ได้กล่าวอาจจะมีข้อกังวลเล็กน้อย แต่ก็ขอให้คณะกรรมการมุ่งมั่น จริงจัง แล้วก็มองภาพจริง ในเชิงปฏิบัติเพื่อจะผลักดันให้ประเทศชาติของเราไม่ต้องพบเจอกับปัญหาสิ่งแวดล้อม และมลพิษในระยะยาว ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ครับ🔗

นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ พระนครศรีอยุธยา

เรียนที่ท่านประธานที่เคารพ ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคประชาชน จากชาวเมืองอยุธยาและบางบาลครับ ถ้าหากพูดถึงเรื่องของกฎหมายการรายงานการปล่อย และการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมคงไม่สามารถพูดถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่ได้ครับ พระนครศรีอยุธยาเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ต้องเจอสารพิษอันตราย และที่สำคัญ มากกว่านั้นคือชาวพระนครศรีอยุธยาทุกคนไม่รู้ตัวเลยว่ามีสิ่งอันตรายแบบนี้มาอยู่ใกล้ ๆ บ้านเขา เชิญท่านประธานรับชมครับ ขอสไลด์ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานข่าวนี้เป็น ข่าวใหญ่ที่ทุกคนน่าจะเคยทราบดีที่อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เราพบสารเคมี อันตรายและกากอุตสาหกรรมที่อยู่ใน ๕ โกดัง และที่สำคัญคือถูกไฟไหม้ทั้งหมดกว่า ๔ ครั้ง และผมได้มีโอกาสลงพื้นที่ ไฟไหม้ที่เกิดขึ้นนั้นควันที่โพยพุ่งออกมานั้นไม่ใช่สีธรรมดา แต่เป็นควันสีเหลือง นั่นทราบได้เลยว่าสิ่งที่ถูกเผาไหม้นั้นไม่ใช่ธรรมดาแน่นอน แต่ต้องเป็น สารพิษที่อันตราย พ่อแม่พี่น้องประชาชนที่อยู่พื้นที่เหล่านั้นต้องอพยพ และที่สำคัญต้องใส่ หน้ากากไว้อยู่ตลอดเวลา มากกว่านั้นหน้าโกดังแห่งนี้เป็นโรงพยาบาลภาชี ด้านหลัง ของโกดังนี้เป็นทุ่งนาของพี่น้องเกษตรกร และรอบ ๆ เป็นชุมชนของชาวบ้าน นี่คือ ความสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ที่ต้องออกโดยด่วน ถัดมา ไม่ได้มีเพียงแค่ที่เดียว พอเรา ไปเจอที่อำเภอภาชีของพระนครศรีอยุธยาแล้ว สืบไปสืบมาเราเจออีกที่หนึ่งคือที่อำเภออุทัย ภาพถัดไปนี้ที่อำเภออุทัย แม้ที่โกดังแห่งนี้จะถูกคำสั่งให้มีการหยุดกิจการไปแล้ว แต่บริษัท เอกอุทัย จำกัด ก็ยังมีการลักลอบนำเอาสารเคมีและกากอุตสาหกรรมมาทิ้งไว้ โดยการทิ้งไว้นั้น เป็นการทิ้งของเหลวที่เป็นกรดอันตราย มีกลิ่นรุนแรง รวมถึงเป็นการเทลงพื้น แล้วก็ไม่ได้ มีการบำบัดอย่างถูกต้องตามที่ควรจะเป็น โดยสืบไปสืบมาบริษัท เอกอุทัย จำกัดนี้ก็มี ความเชื่อมโยงกับบริษัท วินโพรเสส จำกัด ที่เกิดเรื่องที่ระยอง รวมถึงบริษัท เอกอุทัย จำกัด ที่สาขาจังหวัดเพชรบูรณ์ด้วย รวมไปถึงยังมีการสืบสวนรถในการขนย้ายไปมา รถคันนี้ ขนย้ายสารเคมีมีชื่อของบริษัทอยู่ตลอด แต่ว่าไม่มีใครรู้ไม่มีใครทราบ ไม่มีใครสามารถ ติดตามรถในการเคลื่อนย้ายนี้ได้เลย รวมไปถึงที่สำคัญที่สุดเรื่องนี้เป็นเรื่องอีกมากมาย ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่มีโรงงานอุตสาหกรรมอย่างมาก ที่นี่ก็เป็นอีกจุดหนึ่งคือ ที่ตำบลลาดบัวหลวง อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นโรงงานหลอมขยะ ที่ปล่อยอากาศพิษมาให้พี่น้องประชาชนสูดดมตลอด รวมถึงมีการฟ้องกันเรียบร้อยแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถที่จะหยุดการทำงานของโรงงานนี้ได้ ยังมีเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้อยู่ทั่วทั้งพระนครศรีอยุธยา🔗

แต่เรื่องที่สำคัญที่สุด นี่ครับเรื่องใหญ่ที่สุดคือท่าเรืออำเภอนครหลวง เป็นพื้นที่ที่ สส. ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ต่อสู้อย่างเต็มที่ยืนประจันหน้าต่อนายทุนเพื่อพี่น้อง ประชาชนของเขาเพื่อคืนเอาลมหายใจ คืนเอาอากาศที่บริสุทธิ์ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ท่านประธานครับ ท่าเรือที่นครหลวงเป็นท่าเรือถ่านหินจำนวนมากที่ไม่เพียงแต่มีการขนส่ง ด้วยรถบรรทุกจนทำให้ถนนพังเกิดอุบัติเหตุมากมาย แต่ท่าเรือถ่านหินเหล่านี้เป็นการเทกอง กลางแจ้งทำให้ถ่านหินต่าง ๆ มันฟุ้งกระจายไปทั่วเข้าตามพื้นบ้านต่าง ๆ เข้าสู่ลมหายใจของ พี่น้องชาวอำเภอนครหลวง และตอนนี้เราไม่รู้เลยว่ามีถ่านหินปนเปื้อนเข้าไปในร่างกายของ ลูก ๆ หลาน ๆ เรามากน้อยแค่ไหนในอำเภอนครหลวง และจากที่มีการเทกองกันสูงกว่า ๑๐ เมตรจากภาพ แล้วก็ไม่มีผ้าปิด ถึงแม้มีผ้าปิดก็ปิดเล็กน้อยเท่านั้น มิหนำซ้ำเวลาฝนตก ลงมาน้ำฝนก็จะรวมตัวกับถ่านหินแล้วก็ไหลลงแม่น้ำป่าสักซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญของ พระนครศรีอยุธยาเช่นกัน รวมไปถึงไหลลงแหล่งน้ำโดยรอบพื้นที่ด้วย แต่ที่เจ็บช้ำที่สุดคือ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้วยความที่เป็นหน่วยงานเพียงแค่ระดับ จังหวัดเท่านั้นก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลย จำเป็นที่จะต้องขอเรี่ยวแรงจากกรมโรงงาน อุตสาหกรรม แต่ทั้งหน่วยงานและทาง สส. ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ที่พยายามต่อสู้อย่างเต็มที่ ใช้ทุกกลไกที่มีเพื่อเป็นปากเป็นเสียงให้กับพี่น้องประชาชนของเขานั้น ตอนนี้สิ่งที่ขาด อย่างเดียว สิ่งที่เป็นอาวุธอย่างเดียวที่จะประหัตประหารผู้ประกอบการโรงงานที่ไม่คิดถึง ส่วนรวมและสังคมได้ อาวุธนั้นมีชื่อว่ากฎหมาย PRTR หรือ พ.ร.บ. ที่เรากำลังพิจารณากันอยู่นี้ครับ โดยกฎหมาย PRTR จากพรรคประชาชน ในมาตรา ๓ เราได้นิยามเจ้าพนักงานท้องถิ่นเพิ่มเติมให้อำนาจกับ นายก อบจ. ในจังหวัดนั้น ๆ ได้สามารถเข้าไปกำกับดูแลโดยเช่นที่อยุธยา ท่านนายกสมทรง พันธ์เจริญวรกุล ก็มีการติดตามเรื่องนี้มาตลอด ถึงแม้จะเห็นความทุกข์แค่ไหนแต่เขาก็ ไม่สามารถทำอะไรได้เลย แต่มาตรา ๓ นี้จะเป็นการเพิ่มอาวุธให้กับท้องถิ่นครับ ให้สามารถ ตรวจสอบสารพิษต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในจังหวัดของเราได้ และในมาตรา ๘ ผู้ประกอบการ จำเป็นที่จะต้องส่งรายงานการใช้สารเคมีต่าง ๆ และการเคลื่อนย้ายไปมาโดยอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง และต้องภายในเดือนมีนาคม รวมไปถึงทางกรมมลพิษเองก็ต้องมีการเผยแพร่ข้อมูล การปล่อยสารพิษและการเคลื่อนย้ายสารเคมีต่าง ๆ โดยเร็วด้วยครับ โดยต้องไม่เกิน เดือนตุลาคมของทุกปี และต้องมีการเผยแพร่ข้อมูลย้อนหลังเพื่อสืบสาวราวเรื่อง กรณี อย่างที่อำเภอภาชีและอำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็จำเป็นที่จะต้องถูกสะสาง ไปด้วยครับ และในมาตรา ๓๐ นี่เป็นมาตราที่สำคัญที่ผมเชื่อว่าจะแก้ปัญหาให้พี่น้อง ประชาชนได้อย่างรวดเร็ว นั่นก็คือการให้อำนาจกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีอำนาจ ในการประเมินสารพิษและมีอำนาจในการอนุญาตหรือไม่ ว่าจะมีสารพิษ สารเคมีหรือมลพิษ ต่าง ๆ มาอยู่ใกล้บ้านเรือนของพี่น้องประชาชนของชาวบ้านเขาหรือไม่ ในฐานะตัวแทนของ ประชาชนที่อยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน รู้จักพื้นที่ของตัวเองดีมากที่สุดครับ นอกนั้นยังมี มาตราอื่น ๆ ที่ยังกำหนดเป็นโทษอาญาและโทษจำคุก ซึ่งจะทำให้เกิดความเกรงกลัว และสามารถที่จะชดเชยเยียวยาพี่น้องประชาชนรวมถึงป้องกันสารพิษต่าง ๆ ให้กับพี่น้อง ประชาชนคนอยุธยาและคนไทยทั่วประเทศได้ครับ ผมจึงขอให้ทุกท่านได้สนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติ PRTR ของพรรคประชาชนและภาคประชาชนนี้ครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายฉลาด ขามช่วง รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ยังมีผู้ประสงค์อภิปรายอีก ๔ ท่าน ต่อไปขอเชิญคุณศนิวาร บัวบาน ครับ🔗

นางสาวศนิวาร บัวบาน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ศนิวาร บัวบาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จริง ๆ แล้วเรื่อง PRTR ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยค่ะ ประเทศไทยมีการเรียกร้อง ให้มีกฎหมาย PRTR มานานแล้ว นานกว่า ๒๐ ปี ไล่มาตั้งแต่เหตุการณ์มลพิษอุตสาหกรรม ในพื้นที่มาบตาพุด ในปี ๒๕๕๓ เหตุเพลิงไหม้โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล ที่สมุทรปราการ ในปี ๒๕๖๔ ซึ่งต้องบอกว่าจังหวัดสมุทรปราการเป็นจังหวัดที่มีจำนวนโรงงานอุตสาหกรรม มากที่สุดในประเทศ เหตุการณ์นั้นกินเวลามากกว่า ๒๕ ชั่วโมงกว่าที่จะควบคุมเพลิงได้ จะต้องอพยพพี่น้องประชาชนมากกว่า ๑,๐๐๐ รายไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยที่พี่น้อง ไม่รู้เลยว่าสารพิษที่ตัวเองสูดเข้าไปมันคืออะไร มันเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายพวกเขา มากน้อยขนาดไหน สส. นิตยา มีศรี นั่งข้างดิฉันก็อยู่ในเหตุการณ์ช่วยดูแลพี่น้องประชาชน มาตลอด หลังจากนั้นตามมาด้วยการลักลอบขนย้ายกากแร่แคดเมียมแล้วก็กากแร่สังกะสี จากจังหวัดตาก ในปี ๒๕๖๗ ที่ สส. คริษฐ์ ปานเนียม ก็เพิ่งได้อภิปรายไป จนมาถึงล่าสุดปีนี้ สารหนูปนเปื้อนในแม่น้ำกก รวก สาย แล้วก็แม่น้ำสาขาอื่น ๆ อีกด้วยนะคะ นี่ยังไม่รวม มหากาพย์ฝุ่นพิษ PM2.5 แล้วก็เหตุการณ์มลพิษที่รั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อมอีกมากมาย ทั้งเหตุการณ์เล็กแล้วก็เหตุการณ์ใหญ่ คือประชาชนคนไทยทนอยู่กับท่ามกลางวิกฤติมลพิษนี้ มานานพอแล้วค่ะ ใจความหลัก ๆ ของร่าง พ.ร.บ. นี้คือสถานประกอบการจะต้องรายงาน ข้อมูลการปล่อยแล้วก็การเคลื่อนย้ายสารมลพิษที่อาจทำให้เกิดอันตรายทั้งต่อมนุษย์ สัตว์ พืช ทรัพย์สินแล้วก็สิ่งแวดล้อม เมื่อเช้าสภาเราได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. โรงงานกันไป ซึ่งในตัว พ.ร.บ. โรงงานเองก็ได้ระบุให้โรงงานอันตรายต้องรายงานแล้วก็เปิดเผยข้อมูลสารมลพิษ เช่นกัน แต่ร่าง พ.ร.บ. PRTR ที่เรากำลังพิจารณากันอยู่นี้ค่ะ รวมถึงบุคคล นิติบุคคล หรือแม้แต่หน่วยงานรัฐก็ต้องรายงานด้วย จะทำให้ประชาชนสามารถวางแผนป้องกัน สิ่งแวดล้อมแล้วก็สุขภาพเองด้วย โดยไม่ต้องรอให้เกิดความเสียหายหรือว่าจะต้องสูดดม สะสมมลพิษเข้าไปสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว ถ้าท่านใดยังจำกันได้เมื่อต้นปีที่แล้วสภาเราได้มีการอภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องโกดัง เก็บพลุระเบิดกันไปนะคะ ถ้าย้อนกลับไปภายใน ๑๕ ปีที่แล้วเหตุโรงงานหรือว่าโกดังเก็บพลุ ระเบิดมันมีมากกว่า ๒๐ ครั้งแล้ว คือเฉลี่ยแล้วก็คือเกิดขึ้นทุกปี ปีละ ๑-๒ ครั้ง เพราะอะไร เพราะว่าสถานที่เก็บพลุไม่ถูกนับเป็นโรงงานตามกฎหมายกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะไม่ได้ เป็นสถานที่ที่ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมตั้งแต่ ๕ แรงม้าขึ้นไป แต่มีสถานะเป็นเพียงสถานที่ สำหรับประกอบการทำดอกไม้ไฟเท่านั้น กรมโรงงานอุตสาหกรรมจึงไม่สามารถเข้าไป ตรวจสอบได้ แล้วอย่างนี้ประชาชนจะนอนหลับได้อย่างไร ในเมื่อพวกเขาไม่รู้เลยว่ารอบ ๆ บ้านของพวกเขามีโกดังเก็บพลุอะไร เป็นปริมาณเท่าไรบ้าง แล้วก็มีกระบวนการจัดเก็บ ที่ถูกต้องหรือไม่ ร่าง พ.ร.บ. PRTR ทั้งฉบับภาคประชาชน แล้วก็ฉบับพรรคก้าวไกล เมื่อครั้งยื่นเข้าสภาไปจนตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นพรรคประชาชนแล้ว ก็ได้ให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมีอำนาจในการประเมินสารมลพิษ ได้กำหนดเงื่อนไขออกข้อบัญญัติในการ อนุญาต หรือเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบการตาม พ.ร.บ. สาธารณสุขได้เหมือนกัน🔗

นอกจากภาคประชาชนแล้วภาครัฐเองก็ยังสามารถทราบสถานการณ์ แล้วก็ แนวโน้มการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม เพื่อที่จะได้นำไปทำข้อมูลกำหนดแนวทาง วางแผนการแก้ไขปัญหามลพิษเพื่อที่จะลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนแล้วก็ ชุมชนขึ้น ตามที่ทางผู้แทนภาคประชาชนได้นำเสนอเลยค่ะ ตอนนี้กว่า ๕๐ ประเทศทั่วโลก ได้มีการดำเนินงานด้านการรายงานการปล่อยแล้วก็การเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมแล้ว ดิฉันจะขอยกตัวอย่างที่อเมริกาเหนือได้มีการรวบรวมข้อมูลจากระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ของแต่ละประเทศ ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา แล้วก็เม็กซิโก เอามารวมกันทำให้ เราสามารถทราบปริมาณสารเคมีที่โรงงานได้ปล่อยออกมาได้นะคะ คืออันนี้ทางรัฐบาลก็จะ สามารถกำหนดกลยุทธ์ในการลดมลพิษได้ หันมาดูที่ภูมิภาค ASEAN บ้านเรากันบ้างนะคะ ดูประเทศเพื่อนบ้านรอบบ้านประเทศไทย อย่างเช่นประเทศลาวก็มีกฎหมายว่าด้วย การจัดการสารเคมีแล้ว ซึ่งรวมรายชื่อสารเคมีอันตรายทางอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไว้ เวียดนาม ก็อยู่ระหว่างการจัดตั้งระบบทะเบียนการปล่อยแล้วก็การถ่ายโอนสารมลพิษ ถึงเวลาแล้ว ที่ประเทศไทยเราจะมีกฎหมายการรายงานการปล่อยแล้วก็การเคลื่อนย้ายสารมลพิษ สู่สิ่งแวดล้อมสักที นี่คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะให้มีการลงทะเบียนการปล่อยแล้วก็การถ่ายโอน มลพิษทั่ว ASEAN เพื่อแก้ปัญหามลพิษข้ามแดนต่าง ๆ ที่เรายังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ฝุ่นควันข้ามแดน มลพิษข้ามพรมแดนทั้งหลาย มาถึงภาคเอกชนหรือภาคอุตสาหกรรม ภาคเอกชนก็สามารถตรวจสอบระบบแล้วก็ กระบวนการผลิตของตนให้รัดกุมยิ่งขึ้น เพิ่มความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น ท่านประธาน ทราบไหมคะ สถิติการเกิดอุบัติเหตุในโรงงานตลอดปีที่แล้วปี ๒๕๖๗ กว่า ๗๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นเหตุอัคคีภัย เหตุสารเคมีรั่วไหล ๑๓ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือก็เป็นอุบัติเหตุจากการทำงาน แล้วก็เครื่องจักร แล้วก็เหตุระเบิดต่าง ๆ นอกจากนี้ประโยชน์ที่จะเกิดกับภาคเอกชน การเปิดเผยข้อมูลมลพิษยังแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักการ ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมของภาคอุตสาหกรรมด้วย เหล่านี้จึงเป็นเหตุผลที่ประเทศไทย จะต้องมีกฎหมาย PRTR เพื่อรับรองสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูล แล้วก็มีส่วนร่วม ในการคุ้มครอง ส่งเสริม แล้วก็รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ของตัวเองค่ะ ดิฉันจึงขอ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. PRTR ทั้ง ๒ ร่างอย่างไม่ลังเลเลย เพราะดิฉันเชื่อว่าสิทธิในสิ่งแวดล้อม ที่ดีคือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ทุกคนพึงมีและควรระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ขอบคุณค่ะ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณกฤช ศิลปชัย ครับ🔗

นายกฤช ศิลปชัย ระยอง

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม กฤช ศิลปชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต ๒ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมต้องขอลุกขึ้นอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ แล้วก็ ขอขอบคุณภาคประชาชนที่ให้ความสำคัญกับด้านสิ่งแวดล้อมแล้วก็ร่วมกันต่อสู้กับ ทุกภาคส่วนเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในเขตบ้านของผมในพื้นที่จังหวัดระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ก็คือพื้นที่อีอีซี อีกท่านหนึ่งก็ต้องขอขอบคุณท่านกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ที่ได้ยื่นร่างฉบับนี้ในนามของพรรคการเมือง ท่านประธานครับ ผมใช้เวลาไม่นาน ไม่มีอะไรมาก ผมขอไปเพียง ๕ นาทีว่าผมจะสนับสนุนในร่างฉบับนี้ทุกเรื่อง แล้วก็ทุกร่าง ผมเห็นว่า หลาย ๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับด้านของมลพิษที่ภาคประชาชนต้องได้รับผลกระทบ อยู่ตลอดเวลาแล้วก็เป็นประจำ โดยเฉพาะในพื้นที่ของผม ๓๐-๔๐ ปีที่ผ่านมา เราไม่เคย รู้เลยว่ามีการใช้สารเคมีชนิดไหนบ้างเข้ามาทำการผลิตอยู่ในกระบวนการผลิต หรือแม้แต่ ปลดปล่อยออกมา ไม่รู้เลยว่าเคยมีการเคลื่อนย้ายสารตัวนี้จากโรงงานหนึ่งไปโรงงานหนึ่งว่า มันมีอะไรบ้าง พอเวลามันเกิดเหตุ ผมยกตัวอย่างเมื่อเช้าผมก็พูดไปแล้วใน พ.ร.บ. โรงงาน กรณีเหตุน้ำมันรั่วไม่เคยรู้ปริมาณตัวเลขน้ำมันที่แท้จริง ทั้ง ๆ ที่ผมคิดว่าตามหลัก คณิตศาสตร์มันสามารถคำนวณได้ง่ายมากว่าน้ำมันที่คุณขนใส่เรือมาคุณขนมาเท่าไร คุณโหลดเข้าไปในท่อคุณโหลดเข้าไปเท่าไร แล้วเข้าไปในแท็งก์เท่าไร แล้วพอน้ำมันมันรั่ว แล้วคุณหยุดจ่ายมันเหลือในเรืออยู่เท่าไร คือมันเป็นคณิตศาสตร์ที่ง่ายมากครับ แต่ตัวเลข ที่เวลามีการนำเสนอออกมาจากสื่อมวลชนหรือประกาศจากทางผู้ประกอบการเองกลับมี ตัวเลขที่ไม่เคยนิ่งเลย ครั้งแรกอย่างปี ๒๕๖๕ ล่าสุดที่น้ำมันรั่วที่อ่าวระยอง ครั้งแรกบอก ตัวเลขน้ำมันรั่ว ๔๐๐,๐๐๐ ลิตร พอผ่านไปช่วงเย็นบอกใหม่เหลือ ๑๖๐,๐๐๐ ลิตร พอข้ามวันมาตอนเช้ากลายเป็น ๘๐,๐๐๐ ลิตร แล้วก็สุดท้ายเหลือไม่ถึง ๕๐,๐๐๐ ลิตร แล้วทางการก็ใช้ตัวเลขสุดท้ายที่บริษัทรายงานนั่นล่ะว่ามันคือตัวเลขที่แท้จริง ซึ่งมันไม่เคย มีการตรวจสอบจากภาครัฐอย่างมีเหตุมีผลหลักการทางคณิตศาสตร์ ไม่มีเลยครับ สุดท้าย ทางการตอบว่าก็บริษัทเป็นผู้รายงานจะให้เขาเชื่อคนอื่นหรือ เขาต้องเชื่อบริษัทอยู่แล้ว ถามว่ามันส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชนอย่างไร ก็เวลาเขาเรียกร้องฟ้องร้องผลกระทบ ที่มันเกิดขึ้น ผลกระทบจากการประกอบอาชีพโดยเฉพาะพี่น้องที่มีอาชีพประมงพื้นบ้าน แล้วก็อาชีพต่อเนื่อง อาชีพการท่องเที่ยว ปริมาณน้ำมันที่น้ำมันรั่วลงไปในทะเลมันคือ สิ่งที่ต้องนำมาคำนวณความเสียหายทั้งทางด้านผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมว่าจะเยียวยา ฟื้นฟู ดูแลอย่างไร จะบำบัดมันอย่างไร จะฟื้นฟูมันอย่างไร แต่เราไม่เคยรู้ว่าตัวเลขที่แท้จริงมันคือ อะไร แล้วก็กดตัวเลขให้มันต่ำ พอพี่น้องไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายค่าชดเชย ค่าเยียวยา ส่วนบุคคลที่ได้รับผลกระทบก็ไม่มีตัวเลขที่แท้จริงที่จะไปคำนวณ ผมคิดว่า ถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้มีการบังคับใช้มันจะเป็นการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชน ไม่เพียงแต่ผู้ได้รับผลกระทบหรือประชาชนในพื้นที่ สำหรับผู้ที่สนใจผู้ที่ต้องการที่จะศึกษา หรือผู้ที่อยากจะพัฒนาด้านอุตสาหกรรมให้มลพิษมันน้อยลงหรือให้มันอยู่ควบคู่อย่างสมดุล กับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติมันสามารถทำได้ มันสามารถไปได้ แล้วผมขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัตินี้อย่างเต็มที่ แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านผู้เสนอทั้งทางภาคประชาชน อีกครั้ง แล้วก็ท่านกมนทรรศน์ที่ได้เสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ ขอบคุณครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป ขอเชิญคุณชลธิชา แจ้งเร็ว เชิญครับ🔗

นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ปทุมธานี

ขอบคุณท่านประธาน เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี จากพรรคประชาชน ขอร่วมอภิปรายเพื่อสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. การรายงาน และเปิดเผยการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษหรือกฎหมาย PRTR ทั้ง ๒ ฉบับ ทั้งจาก ภาคประชาชนแล้วก็ที่สำคัญก็คือจากพรรคประชาชน ท่านประธานคะ อย่างที่เราทราบกันดี ว่าสภาพปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันก็มีความซับซ้อนแล้วก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น ดิฉัน เชื่อว่าวิธีการแก้ไขปัญหาแบบเดิม ๆ ด้วยวิธีการเดิม ๆ ไม่สามารถที่จะช่วยเราแก้ไขปัญหา ได้อย่างยั่งยืน ดังนั้นแล้วดิฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องหาวิธีการที่เราจะต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ที่ต้นทาง ไม่ใช่เฉพาะการแก้ปัญหาที่ปลายทางเท่านั้น กฎหมาย PRTR ฉบับนี้จึงเป็น เครื่องมือสำคัญเพราะจะเป็นกฎหมายที่ทำให้ประเทศไทยเรามีฐานข้อมูลระดับประเทศ เกี่ยวกับการปล่อยมลพิษจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นจากโรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า เหมืองแร่ หรือว่าภาคเกษตรกรรม โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกจัดทำให้เป็น Open Data ที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงแล้วก็นำไปใช้ได้ ขณะเดียวกันภาครัฐก็สามารถที่จะมีข้อมูล ที่ถูกต้องเพียงพอในการใช้เพื่อวางแผนในเชิงของนโยบาย แล้วก็ที่สำคัญคือใช้ในการแก้ไข ปัญหาในเรื่องของผลกระทบแล้วก็มลพิษที่ส่งผลกระทบต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้ ดิฉันจึง ขอสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือในมาตรา ๘ ที่กำหนดให้ ผู้ประกอบการต้องส่งรายงานอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี และเผยแพร่โดยกรมควบคุมมลพิษที่ภาครัฐแล้วก็ประชาชนทุกคนจะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ด้วยผลประโยชน์อย่างที่ดิฉันได้กล่าวไปข้างต้นนี้ มากไปกว่านั้นดิฉันคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ ยังถือว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญเรื่องของธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนที่สะท้อนหลักการสากลว่า ภาคธุรกิจเองก็มีความรับผิดชอบต่อสังคม และที่สำคัญภาคธุรกิจเองก็ต้องเคารพต่อเรื่องของ สิทธิมนุษยชนเช่นเดียวกัน ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของการแสวงหาผลกำไรแต่เพียงอย่างเดียว เท่านั้น โดยหากมีการบังคับใช้กฎหมาย PRTR ควบคู่ไปกับการกำกับ ดูแล การขออนุญาต จัดตั้งโรงงานเหมืองแร่ โรงไฟฟ้า หรือกิจการเกษตรกรรมอย่างเข้มงวดมากขึ้นก็จะทำให้เกิด ระบบที่เราสามารถใช้ในการป้องกันเหตุ แล้วก็ที่สำคัญก็คือการเปิดเผยความเสี่ยงต่อ สิ่งแวดล้อมได้อย่างโปร่งใสมากขึ้น กรณีโรงงานผลิตพลุที่จังหวัดนราธิวาสซึ่งส่งผลกระทบ อย่างมากต่อชุมชนและประชาชนในพื้นที่ เป็นบทเรียนสำคัญแล้วที่สะท้อนให้เห็นถึง ความจำเป็นเร่งด่วนที่ประเทศไทยจะต้องมีกฎหมาย PRTR ฉบับนี้ที่กำหนดให้มีการรายงาน แล้วก็เปิดเผยข้อมูลการปล่อยมลพิษอย่างรอบด้านและเป็นระบบ โดยเราจะสามารถ ตรวจสอบความเสี่ยงได้ตั้งแต่ต้นทาง แล้วก็ที่สำคัญชุมชนเองก็จะมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล และที่สำคัญยังสามารถใช้ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านั้นในการร้องเรียนไปที่หน่วยงานของรัฐ ก่อนที่จะเกิดโศกนาฏกรรมดังกล่าว กฎหมาย PRTR ฉบับนี้จึงไม่เป็นเพียงเฉพาะแค่ เครื่องมือทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นเกราะป้องกันให้กับประชาชน และที่สำคัญข้อมูล ที่โปร่งใสจะบังคับให้ภาคธุรกิจต้องดำเนินธุรกิจของพวกเขาโดยคำนึงถึงเรื่องของ ความรับผิดชอบ เปิดโอกาสให้กับรัฐแล้วก็ชุมชนสามารถเข้ามาตรวจสอบร่วมกันได้ ลดโอกาสที่โรงงานเถื่อนหรือกิจการที่หลบเลี่ยงกฎหมายจะซุกซ่อนความเสี่ยงไว้ใต้พรม แล้วสุดท้ายประชาชนแล้วก็ชุมชนคือคนที่ต้องแบกรับความเสี่ยงต่าง ๆ เหล่านั้น เมื่อข้อมูล เกี่ยวกับการปล่อยมลพิษถูกเปิดเผยแล้วก็ตรวจสอบได้ ภาคธุรกิจเองก็ต้องปรับตัวให้มีความ รับผิดชอบมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ก็จะสอดคล้องไปกับหลักการชี้แนะว่าด้วยเรื่องของธุรกิจกับ สิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติหรือว่า UNGP ซึ่งประเทศไทยเองก็เข้าไปร่วมรับในหลักการนี้ ที่สำคัญประเทศไทยก็มีแนวปฏิบัติว่าด้วยเรื่องของธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไว้แล้ว เรื่องนี้ดังนั้นดิฉันจึงคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งกฎหมายสำคัญที่ทำให้แนวปฏิบัติ แห่งชาติว่าด้วยเรื่องธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนมีความเข้มข้นมากขึ้น ที่สำคัญการค้าระหว่าง ประเทศในปัจจุบันนี้เราไม่ได้คำนึงแค่เรื่องของการค้าระหว่างประเทศหรือการแสวงหา ผลกำไรเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ว่ามีการนำเรื่องของธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนมาใช้เป็นกรอบ ในการเจรจาการค้าหลาย ๆ ครั้ง ยกตัวอย่างเช่นเอฟทีเอ ไทย-อียู ที่เรากำลังพยายามที่จะ ผลักดันอยู่ หรือการเข้าไปเป็นสมาชิก OECD ซึ่งผู้เสนอร่างจากภาคประชาชนก็ได้มีการ พูดถึงแล้ว ดังนั้นแล้วกฎหมายฉบับนี้ PRTR ก็จะเป็นอีกหนึ่งกฎหมายที่ทำให้การเจรจา การค้าต่าง ๆ หรือว่าการคำนึงถึงเรื่องของการค้าระหว่างประเทศคำนึงถึงเรื่องของมาตรฐาน สิทธิมนุษยชนมากขึ้น ที่สำคัญกฎหมาย PRTR ยังรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานที่เราเรียกกันว่า สิทธิของชุมชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญเพราะเป็น หนึ่งในเรื่องที่จะทำให้ประชาชนมีความเข้มแข็งในระดับชุมชนของพวกเขามากขึ้น เป็นสิทธิ ที่จะทำให้พวกเขามีส่วนร่วมเข้ามาในการตัดสินใจถึงนโยบายแล้วก็ถึงแนวทางในการแก้ไข ปัญหาที่อาจจะส่งผลกระทบต่อชุมชนของเขาได้ สิทธินี้ทำให้ประชาชนไม่ต้องรอให้ หน่วยงานหรือว่าภาคธุรกิจบอกเมื่อเกิดปัญหาแล้ว แต่สามารถเข้าถึงข้อมูลตั้งแต่ต้นทางได้ เพื่อให้พวกเขามีโอกาสในการเลือก มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็น และที่สำคัญมีพลังในการ ป้องกันดูแลชุมชนของพวกเขา ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลดิฉันก็ยืนยันสนับสนุนร่าง PRTR ทั้ง ๒ ฉบับ ทั้งจากพรรคประชาชนแล้วก็รวมไปถึงจากภาคประชาชน แล้วก็หวังว่ากฎหมาย ทั้ง ๒ ฉบับนี้จะได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนสมาชิกค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป ท่านสุดท้าย ขอเชิญคุณอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ดอกเตอร์ฉลาด ขามช่วง ที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดมุกดาหารครับ ท่านประธานที่เคารพ สายัณห์ สัญญา เคยร้อง และกล่าวไว้ว่า ไปเถิดทั้งคู่ ไปสู่ประตูสวรรค์ น้ำสังข์ที่หลั่งลงพลัน ด้วยมือพี่หลั่งรดให้ ผมพูด เรื่องนี้ไม่ได้อธิบายปรากฏการณ์ทางการเมือง แต่ผมพูดเรื่องสารพิษนี่ล่ะว่าสารพิษ เราจะปล่อยให้ไหลไปแบบน้ำสังข์ไร้การควบคุมไม่ได้ เราต้องมี Report ต้องมีรายงานว่า สถานการณ์สารพิษสังคมต้องตระหนักและรับรู้ร่วมกันว่าเกิดตรงไหน แพร่กระจาย ไปตรงไหน อย่างไร แล้วถ้าเราปล่อยไปแบบไร้การควบคุมเราไม่ทราบเลยว่าน้ำที่เราดื่ม มีสารพิษปนเปื้อนหรือไม่ อาหารที่เรารับประทานเข้าไป ผลิตภัณฑ์ สินค้าเกษตรที่เราบริโภค เข้าไปนั้นมีสารพิษปนเปื้อนหรือไม่ หรือแม้แต่อากาศที่เราหายใจมีสารพิษปนเปื้อนหรือไม่ ผมนั่งข้าง ๆ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ท่านให้กำลังใจเรื่องนี้ว่า กระบวนการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในแต่ละท้องถิ่นนั้นจะต้องยกระดับในการ ตระหนักรู้และป้องกันสารพิษ ผมนั่งข้าง สส. บอล เป็น สส. จากฆ้องชัย กาฬสินธุ์ครับ สส. พลากร พิมพะนิตย์ บอกว่าพี่น้องชาวฆ้องชัย กาฬสินธุ์ เป็น Model ซึ่งไม่ใช่ Model ที่เป็นต้นแบบในทางที่ดีครับ มีปัญหาการแพร่กระจายของสารพิษ แต่พี่น้องประชาชนนั้น อาจจะรับรู้ได้ช้ากว่าความเป็นจริง🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผมมี Model ๕ ต้นแบบจากประเทศชั้นนำของโลก เขาบริหารจัดการ เขา Report รายงานและควบคุมความเคลื่อนไหวของสารพิษอย่างไร🔗

Model ที่ ๑ สหรัฐอเมริกา เขาเป็นต้นแบบการรายงาน ซึ่งให้สถานประกอบการ ต้องรายงานสารพิษในทุกไตรมาส และสามารถติดตาม ตรวจสอบ ควบคุมผ่านทางออนไลน์ได้ แปลว่าทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ Model นี้เป็นข้อมูลสำคัญที่จะเป็นเกราะป้องกัน คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน🔗

แบบประเทศที่ ๒ เป็นกลุ่มสหภาพยุโรป ๒๗ ประเทศ จุดเด่นของเขาก็คือ มีความโปร่งใสในการป้องกันการแพร่กระจายของสารพิษข้ามพรมแดนครับ เพราะมลพิษ มันไม่รู้ว่ามีเขตแดนอยู่ก็แพร่กระจายไปทั่ว ดังนั้นสหภาพยุโรปเขาจึงใช้หลักการสิ่งแวดล้อม เป็นสมบัติร่วมกันของมวลมนุษยชาติครับ🔗

ไปที่ญี่ปุ่นครับ เป็นประเทศต้นแบบในเอเชียที่เขาบริหารจัดการรายงาน ความเคลื่อนไหวของสารพิษ รัฐบาลญี่ปุ่นเขาบังคับให้มีการรายงานและกำจัดมาตรการตั้งแต่ ต้นทาง แสดงปรัชญาของญี่ปุ่นที่ว่าคุณภาพคือการควบคุมทุกกระบวนการ🔗

Model ที่ ๔ ไปที่แคนาดาครับ เขาเปิดเผยข้อมูลให้มี Mapping System แสดงตำแหน่งการปล่อยมลพิษว่าอยู่ตรงไหน อย่างไร จุดเด่นคือการเข้าถึงอย่างเป็นมิตร ใช้งานง่าย เข้าใจง่าย และเป็นแบบอย่างว่ารัฐนั้นต้องไม่เพียงเปิดเผยข้อมูล แต่รัฐต้องเปิด แล้วให้ประชาชนเข้าใจข้อมูลอย่างละเอียดครับ🔗

Model ที่ ๕ เกาหลีใต้ครับ ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมโยง Big Data กับระบบ ตรวจวัดแบบ Real-time อธิบายให้เห็นภาพชัด ๆ ก็คือว่าอยู่มุมไหนก็สามารถกดติดตาม ตรวจสอบการเคลื่อนตัวหรือการไหลของสารพิษได้ และเกาหลีใต้มุ่งเน้นไปสู่การสร้าง Green Industry คือโรงงานสีเขียว อุตสาหกรรมสีเขียว ที่เขาสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก ผมยก ๕ Model มา เพื่อจะบอกว่าบทเรียนที่ประเทศไทยควรจะถอดและเอามาเป็น Model ต้นแบบในร่างกฎหมายฉบับนี้ Model จากสหรัฐอเมริกาก็คือความโปร่งใสสูงสุด ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ Model จากสหภาพยุโรปมาตรฐานเดียวกัน โปร่งใส ป้องกัน แม้สารพิษจะข้ามแดน Model ที่ ๓ จากญี่ปุ่น ใช้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นำไปสู่การป้องกัน และพัฒนาคุณภาพอุตสาหกรรม เพื่อมวลมนุษยชาติ Model ที่ ๔ แคนาดาครับ เน้นการ สื่อสารให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและตรวจสอบได้ง่าย Model ที่ ๕ เกาหลีใต้ ใช้เทคโนโลยีทันสมัยสร้างอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันให้ผลิตภัณฑ์ ในเกาหลีใต้นั้น สามารถแข่งขันได้ในระดับโลกครับ จากบทเรียนที่ว่านี้คำถามสำคัญต่อไป ก็คือว่าเหตุผลอะไรที่ไทยต้องเร่งในการออกกฎหมายนี้ครับ ๑. เพื่อสุขภาพของประชาชน ลดโรคเรื้อรังจากมลพิษ ๒. เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นนักลงทุน นักลงทุนสากลให้ความสำคัญ ๓. เพื่อความยั่งยืนของประเทศ ดิน น้ำ อากาศ คือทุนชีวิตของลูกหลานไทย ๔. เพื่อสิทธิ ประโยชน์ในการรับรู้ ประชาชนทุกคนต้องรู้ว่าตนเองนั้นกำลังเผชิญกับอะไรและเป็นสิทธิ อันชอบธรรมที่ประชาชนพึงรู้ครับ ผมสรุปทิ้งท้ายนิดเดียวครับ มหาตมะ คานธีกล่าวไว้ว่า โลกของเรานั้นอุดมสมบูรณ์ครับ เรามีทรัพยากรเพียงพอกับคนทุกคนบนโลกใบนี้ ยกเว้น เสียแต่ว่าคนบางกลุ่มหรือบางคน มีความโลภเกินความจำเป็น เพราะถ้าเมื่อมนุษย์ มีความโลภ ทรัพยากรที่เพียงพอสำหรับชาวโลกก็จะกลายเป็นไม่เพียงพอ ขอบคุณครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ผู้อภิปรายครบถ้วนแล้วนะครับ ต่อไปตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอมีสิทธิอภิปรายสรุปได้อีก ครั้งหนึ่ง ก่อนที่ประชุมจะลงมติ ผู้เสนอจะใช้สิทธิอภิปรายสรุปหรือไม่ครับ เชิญครับ🔗

นายธารา บัวคำศรี ผู้ชี้แจง

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม ธารา บัวคำศรี ตัวแทนของ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อย และเคลื่อนย้ายสารมลพิษ พ.ศ. .... หรือ PRTR ผมขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมเพื่อสรุป ผลประโยชน์ที่สังคมไทยจะได้จากร่าง PRTR ใน ๒ ประการดังนี้🔗

ผลประโยชน์ประการแรกก็คือการส่งเสริมการผลิตที่สะอาด การผลิต ที่สะอาดหรือ Clean Production ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การผลิตโดยใช้วิธีการที่สะอาด ขึ้นเท่านั้น ในการพิจารณาอย่างเป็นองค์รวมว่าการออกแบบและการบริโภคสินค้าแบบใด ที่ก่อวิกฤติทางนิเวศวิทยาอย่างรุนแรง การผลิตที่สะอาด เสนอแนวทางปรับเปลี่ยนวิธีการ ใช้วัตถุดิบและพลังงานที่ไม่ยั่งยืนอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน การผลิตที่สะอาด ส่งเสริมการใช้ พลังงาน และวัตถุดิบที่สามารถทดแทนใหม่ได้ รวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน ซึ่งหมายถึงกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสารพิษและที่สำคัญไม่แพ้กัน การผลิต ที่สะอาดจะช่วยปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและคุณค่าทางวัฒนธรรม ขณะเดียวกัน ก็ส่งเสริมวิถีทางอันจะนำไปสู่การผลิตและการบริโภคอย่างระมัดระวัง มีมาตรการป้องกัน และเป็นประชาธิปไตย การป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมเป็นวิธีที่ถูกกว่า มีประสิทธิภาพกว่าความพยายามที่จะจัดการหรือฟื้นฟูจากความเสียหายนั้น การป้องกัน ทำได้โดยการตรวจสอบทั้งวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่การได้มาของวัตถุดิบ การกำจัดเมื่อเลิกใช้ หลักการป้องกัน กระตุ้นให้เกิดการกำกับดูแลที่เป็นประชาธิปไตย และเกี่ยวข้องกับทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมทางอุตสาหกรรม คนงาน ผู้บริโภค และชุมชน การเข้าถึงข้อมูล และการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทั้งส่วนของการจัดหา การบริหารทรัพยากรก็แสดงให้เห็นถึงการกำกับดูแลที่เป็นประชาธิปไตย และการผลิต ที่สะอาดที่ว่านี้จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อคนงานและผู้บริโภคมีส่วนร่วมในสายการผลิต อย่างแท้จริง เราจึงสามารถประหยัดต้นทุนจากยุทธศาสตร์การป้องกันมลพิษได้ ข้อมูลบัญชี รายชื่อการปล่อยสารพิษภายใต้ร่าง PRTR ก็จะช่วยให้ธุรกิจอุตสาหกรรมระบุกระบวนการ ผลิตที่สามารถลดสารเคมีที่เป็นพิษแล้วก็นำไปสู่ต้นทุนที่ต่ำลงในการจัดซื้อ ในการกำจัด ของเสีย หรือในการบำบัด แล้วก็ด้วยการตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้สถานประกอบการ อุตสาหกรรมก็สามารถจัดการกับห่วงโซ่อุปทานสารเคมีของตนได้ดีขึ้น ระบุได้ว่าการผลิต แบบใดที่ไร้ประสิทธิภาพ แล้วก็ติดตามความคืบหน้าของโครงการป้องกันมลพิษได้ด้วย🔗

ประโยชน์ประการที่ ๒ ของ PRTR ก็คือการสร้างรากฐานเศรษฐกิจราก ที่ยั่งยืน สะอาด และสร้างสรรค์ การจัดทำทำเนียบการปล่อยสารพิษภายใต้ PRTR จะเป็น กลไกที่ขับเคลื่อนด้วยตลาดจากหลาย ๆ ที่ที่มีการอภิปรายกัน แล้วก็การเปิดเผยข้อมูล การปล่อยมลพิษต่อสาธารณะก็จะสร้างแรงกดดันให้ธุรกิจอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษ ช่วยลดมลพิษ ส่งเสริมพฤติกรรม และผลลัพธ์ทางการเงินของธุรกิจอุตสาหกรรมนั้นด้วย ในการศึกษาในหลาย ๆ ประเทศก็แสดงให้เห็นด้วยว่าธุรกิจอุตสาหกรรมที่มีการปล่อย สารเคมีลง ลดสารเคมีที่เป็นพิษลง แล้วก็ลดการใช้พลังงานลงสามารถบรรลุประสิทธิภาพ ทางการเงินเชิงบวกได้ด้วยทั้งในระยะกลางและระยะยาวได้ด้วย แล้วก็ได้รับประโยชน์จาก การที่เราพูดถึงการประเมินมูลค่าหุ้นที่เพิ่มขึ้น ตลาดการเงินก็ตอบสนองต่อข้อมูลทำเนียบ การปล่อยสารพิษภายใต้ PRTR โดยธุรกิจอุตสาหกรรมที่มองว่ามีผลการดำเนินงาน ด้านสิ่งแวดล้อมที่แย่อาจประสบกับการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในเชิงลบ ในขณะที่ธุรกิจ อุตสาหกรรมที่มีผลการดำเนินงานดีขึ้นก็อาจจะเห็นผลกระทบในเชิงบวก ท่านประธาน ที่เคารพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ไม่มีห้วงเวลาใดที่มีความสำคัญ ที่ยิ่งยวดแล้วโอกาสที่สำคัญมากไปกว่านี้อีกแล้วที่จะฟื้นฟูสังคมไทย ผืนดินของเรา น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ของเราที่สนับสนุนค้ำจุนสรรพชีวิตจากวิกฤติมลพิษอุตสาหกรรมที่เราทั้งหลาย เผชิญอยู่ทั้งทางตรงและทางอ้อมมานานหลายทศวรรษ ขณะเดียวกันการยกระดับเศรษฐกิจ ที่ยั่งยืน และสร้างสรรค์ ปลดล็อกศักยภาพการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไปสู่ ASEAN ไปสู่เวทีโลกด้วยการผลิตที่สะอาดพร้อมไปด้วยกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อย และเคลื่อนย้ายสารมลพิษ พ.ศ. .... ที่ภาคประชาชนและภาคการเมืองร่วมกันเสนอมา ณ ที่นี้ ขอบคุณครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้เสนอ อีกท่านหนึ่งเชิญครับ🔗

นางสาวกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ระยอง

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต ๑ พรรคประชาชนค่ะ ในฐานะผู้เสนอร่างนี้ดิฉันก็ขอขอบคุณเพื่อน ๆ สมาชิกที่ได้ร่วมกัน อภิปรายชี้ให้เห็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบจากภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย ที่ไม่มีการบูรณาการอย่างแท้จริงในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมถึงการชี้ให้เห็น ประโยชน์ แล้วก็ความสำคัญของ PRTR ในมิติต่าง ๆ รวมทั้งที่เพื่อน ๆ สมาชิกทุกท่าน ได้ช่วยกันสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษ สู่สิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... หรือร่าง PRTR ทั้ง ๒ ฉบับนี้ ที่สำคัญอย่างยิ่งดิฉันขอเป็นตัวแทนเพื่อนสมาชิกกล่าวขอบพระคุณทางภาคประชาชน ที่เป็นจุดเริ่มต้นในการผลักดันกฎหมายนี้ และเป็นแรงขับเคลื่อนผลักดันที่สำคัญที่ทำให้ ประชาชนทั่วไปได้มีความรู้ความเข้าใจ และเห็นความสำคัญของ PRTR ที่จะเป็นกลไก คุ้มครองสิทธิของประชาชน คุ้มครองสุขภาพอนามัยและนำไปสู่การจัดการสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน โดยการใช้ฐานข้อมูลสารมลพิษอย่างเป็นระบบจาก PRTR ขอบพระคุณ ทุก ๆ ท่านค่ะ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ในเมื่ออภิปรายครบถ้วนแล้ว ต่อไปเป็นการลงมติในวาระที่หนึ่งว่าจะรับร่างหลักการ หรือไม่รับร่างหลักการแห่งพระราชบัญญัติตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ หรือไม่ ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗

(นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุม และท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม ท่านสมาชิกอยู่ใน ห้องประชุมโปรดใช้สิทธิแสดงตนโปรดเสียบบัตรและกดปุ่มลงคะแนน ท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศิรสิทธิ์ สงนุ้ย สมุทรสาคร

ท่านประธานครับ ๓๗๐ แสดงตนครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓๗๐ แสดงตนครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ผม ณัฐวุฒิ ท่านประธานครับ อยากจะให้ท่านประธานเอ่ยผ่านไมค์สักนิดหนึ่งครับ เผื่อมีเพื่อนสมาชิกที่อยู่ตามห้องประชุม กรรมาธิการหรือว่าข้างบน กฎหมายนี้สำคัญมากนะครับ แล้วก็ภาคประชาชนรอมานาน เราถึงเลือกว่าจะกำหนดวันพิจารณาเป็นพิเศษ ฉะนั้นในส่วนของพรรคประชาชน เราร้อยเปอร์เซ็นต์ เราสั่ง ส.ส. ทุกคนให้อยู่ แต่ว่าถ้ากวาดสายตาถ้ากล้องได้มีโอกาส Plan ไปเพื่อนสมาชิกในห้องหายไปเยอะนะครับ เรายังไม่ได้ยุบสภานะครับ เราทำหน้าที่ เต็มที่ในส่วนของเรา อะไรจะเกิดขึ้นนั่นอีกส่วนหนึ่ง ฉะนั้นอยากจะให้ท่านประธาน แจ้งเจ้าหน้าที่กำชับขอให้ออดได้ยินทุกห้อง ขอให้ สส. ที่อยู่ในสภา ถ้าไม่อย่างนั้นผมจะให้ ท่านวิโรจน์ลงไปดูรถว่ารถจอดเยอะหรือไม่ ผมไม่อยากให้เกิดภาพแบบนั้นนะครับ ต้องฝาก ท่านประธานกำชับด้วยครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกนะครับ อยู่ด้านนอก อยู่ตามห้องกรรมาธิการต่าง ๆ ขอเชิญเข้าห้องประชุมครับ🔗

นายธนกร วังบุญคงชนะ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านปรานครับ ๑๕๗ แสดงตนครับ🔗

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ๐๕๙ แสดงตนครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๐๕๙ ๑๕๗ แสดงตนครับ เชิญครับ ท่านที่เข้ามาแล้วกรุณาใช้สิทธิแสดงตนโปรดเสียบบัตรและกดปุ่ม แสดงตน ท่านใดบัตรขัดข้องเชิญครับ ให้เวลาพอสมควรครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม วิโรจน์ ระหว่างรอผมอยากให้ท่านประธานรอนาน ๆ หน่อยครับ เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้ ก็นัดเป็นวาระพิเศษแล้วก็เป็นกฎหมายที่เสนอโดยภาคประชาชน ผมเองก็อยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าเพื่อน ๆ จากหลายพรรคก็น่าจะเข้าใจดี ว่ากฎหมายนี้ภาคประชาชนเขารอมานาน ผมคิดว่าไม่น่าจะมีใครกลับบ้านก่อน แต่ว่าอาจจะ อยู่ในสถานที่สภาแห่งนี้สภามันใหญ่ เดี๋ยวรอสักครู่ครับ อย่างไรท่านประธานกดนาน ๆ กดเยอะ ๆ กดถี่ ๆ ครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนโปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน ท่านใดบัตรขัดข้อง กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่นะครับ หรือยกมือขึ้นบอกหมายเลขขานชื่อได้นะครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม มานพครับ สมัยที่แล้วท่านประธานชวนเขาทำสถิติไว้ที่ ๔๓ นาทีครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ถ้าจะรักษาสถิติก็ไม่น่าจะมีปัญหาครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม วิโรจน์ครับ ผมคิดว่าพวกเรารอได้ครับ แล้วก็เผื่อว่าเพื่อนสมาชิกคนไหนที่ขับรถออกจาก ชั้น B2 ไปแล้วเผื่อว่าเขาจะเปลี่ยนใจวนรถกลับมาก็ยินดีครับ แล้วก็อย่างไรก็ตาม ท่านประธานสื่อสารไปที่ตำรวจสภานิดหนึ่งครับ ล็อกเลยชั้นจอดรถ B2 ไม่ให้ออกแล้วครับ ใครจะออกบอกว่าจอดตรงนั้นแล้วขึ้นมาก่อนนะครับ อย่างไรฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจสภา อำนวยความสะดวก Clear ลิฟต์ให้ขึ้นมาเลยนะครับ กฎหมายของประชาชนครับ อย่างไร เพื่อน สส. ที่ได้ยินผมอยู่ระหว่างขับรถกรุณาขับรถกลับมาครับ เพื่อน ๆ ให้อภัยแล้วพร้อมรอครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านที่อยู่ตามห้องต่าง ๆ ครับ ตอนนี้เป็นการลงมติวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการนะครับ ซึ่งมีกฎหมาย ๒ ฉบับ เราได้อภิปรายอย่างรอบด้านนะครับ เชิญท่านปกรณ์วุฒิครับ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ ประธานวิปฝ่ายค้านครับ วันนี้เป็นนัดพิเศษแล้วผมก็ต้องบอกว่าทางฝ่ายค้านเอง ใช้ความพยายามมาหลายเดือนในการที่จะขอให้มีการประชุมนัดพิเศษในวันนี้ที่เกิดขึ้น ที่เราจะพิจารณาเฉพาะร่างของ สส. แล้วก็ร่างของภาคประชาชน ซึ่ง ณ ขณะนี้เป็นร่างของ ภาคประชาชน ซึ่งผมเป็น สส. มา ๖ ปีน้อยครั้งมากที่เราจะได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. ที่ภาคประชาชนร่วมกันเข้าชื่อเสนอแล้วมานำเสนอต่อสภาแห่งนี้นะครับ ข้อตกลงที่เรา คุยกันตอนที่นัดประชุมพิเศษครั้งนี้ คือทุกพรรคจะร่วมกันเป็นองค์ประชุม ฝ่ายค้านเอง ก็ยืนยันว่าจะร่วมกันเป็นองค์ประชุมเพื่อให้ผ่านกฎหมายในวันนี้ไปได้อย่างน้อย ๆ ๓ ฉบับ แล้วจริง ๆ แล้วผมก็ต้องบอกว่าข้อตกลงที่พูดกันมันผูกพันกันไปถึงวันศุกร์ด้วย ซึ่งเป็นร่างของ ครม. แม้ว่า ครม. จะพ้นไปหรือสภาจะยุบไปหรือรัฐบาลกำลังจะเปลี่ยน ไม่ทราบนะครับ แต่เป็นร่างที่ ครม. ได้นำเสนอเข้ามาแล้วจะพิจารณาในวันศุกร์นี้ ถ้าวันนี้ ไม่ได้รับความร่วมมืออย่างที่ตกลงกัน ผมก็ไม่รู้ว่าร้อนรนอะไรกันมากหรือเปล่าถึงได้หายกัน ไปเยอะขนาดนี้ นี่ผมพูดถึงทุกพรรคนะครับ ไม่ว่าพรรคไหนก็ตามที่ไม่รักษาข้อตกลง ที่คุยกันก่อนหน้าในวันนี้นะครับ ถ้าวันนี้องค์ประชุมไม่ครบผมขอร้อง ผมขอความกรุณา ท่านประธานนะครับ โชว์ตัวเลขให้เห็น เปิดรายชื่อให้ประชาชนทางบ้านเห็นว่าใครที่ไม่อยู่ พิจารณาร่างที่ประชาชนเข้าชื่อร่วมกันเสนอเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้บ้าง พรรคไหนบ้าง ที่ไม่อยู่ในสภาแห่งนี้เพื่อโหวตร่างของประชาชน พรรคไหนบ้างที่เห็นว่าวิกฤติของ พรรคตัวเองมันสำคัญกว่ากฎหมายของประชาชนที่เสนอเข้ามาในสภาแห่งนี้ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนโปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ผมขอเสนอ อย่างนี้ได้ไหมครับ อย่าปิดครับ ถ้าจำเป็นรอก็ต้องรอ ก็เสนอให้พักการประชุม เพื่อนคนไหน ไปถึงถนนสายเอเชียแล้วก็ขอให้ U-turn วนรถกลับมา ผมรอได้ ชั่วโมงก็รอได้ ๒ ชั่วโมง ก็รอได้นะครับ ท่านประธานอย่าปิดนะครับ ถ้าจำเป็นต้องพักแล้วรอก็รอพวกผมรอได้🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต หารือนิดหนึ่งครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาชน เนื่องจากว่าตอนนี้เป็นการนัดประชุมวาระพิเศษเรื่องการนัดครั้งนี้ ถ้าสมมุติ ว่าเราไม่สามารถตั้งกรรมาธิการได้ในวันนี้ก็ต้องสอบถามหารือเป็นแนวทางว่าเราจะได้ ตั้งกรรมาธิการในการประชุมครั้งถัดไป หรือว่าต้องมีการนัดพิเศษเพื่อลงมติในการ ตั้งกรรมาธิการ เพราะว่าถ้าเกิดเราไม่สามารถตั้งกรรมาธิการได้ภายในวันนี้แล้วเราต้อง นัดใหม่อีกครั้งหนึ่งแนวทางควรจะเป็นอย่างไร อย่างไรผมสอบถามท่านประธานด้วยครับ เพราะว่าภาคประชาชนเขารวบรวมรายชื่อกว่าจะมาถึงตรงนี้ไม่ง่าย แล้วถ้าเกิดมันเป็น ความผิดของสภาเราผมว่าเราตอบประชาชนยากครับ อย่างไรเรื่องนี้ผมขอความชัดเจน จากท่านประธานด้วยนะครับ และอย่างไรขอให้รอนะครับ ขอให้รอนะครับ รอได้นานแค่ไหน ก็รอครับ ประชาชนเขารอมานานเหมือนกัน🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

เรียนท่านประธานครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ วันนี้เราก็ผ่านกฎหมายมา ๒ ฉบับ ก็ได้รับความร่วมมือจากเพื่อนสมาชิก ทั้งฝ่ายรัฐบาลแล้วก็ฝ่ายค้านมาโดยตลอด ผมเองก็เป็นเจ้าของร่างทั้ง ๒ ฉบับ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. โรงงาน แล้วก็ พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า ก็เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเช่นกัน แล้วก็คิดว่าตอนนี้เพื่อนสมาชิก ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านก็กำลังเดินเข้ามาในห้องประชุมอยู่ แล้วก็ไม่มีใครมีเจตนาที่จะ ทำให้การประชุมครั้งนี้เกิดผลกระทบในการออกกฎหมาย แล้วเราก็เข้าใจดีว่ากฎหมายนี้ ภาคประชาชนเสนอเข้ามาด้วย แล้วก็คิดว่าเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญ เราก็ให้ความสำคัญ กับกฎหมายฉบับนี้เช่นกัน ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เสนอร่างนี้แต่เราก็พร้อมที่จะโหวตสนับสนุน ร่างที่ภาคประชาชนนี้เสนอมา ก็ขอให้เพื่อนสมาชิกใจเย็นนิดหนึ่ง อย่างไรก็แล้วแต่เราจะ ร่วมกันในการออกกฎหมายฉบับนี้ให้ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเพื่อจะได้เป็นสิ่งที่ร่วมกัน ทำให้พี่น้องประชาชนได้เห็นว่าเราตั้งใจทำงานให้กับประเทศชาติ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านวิสุทธิ์ครับ🔗

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ครับ ในนามพรรคเพื่อไทย ผมก็เห็นใจภาคประชาชน ผมยืนยันนะครับ ในนามวิปพรรคเพื่อไทยครับ กระผมเลขที่ ๓๕๐ แสดงตนครับ ท่านอาจจะรอสักครู่ เมื่อสักครู่หลายท่านไปกินข้าวอยู่ข้างบนนะครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิก เป็นฉบับสุดท้ายของวันนี้นะครับ🔗

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ขัตติยา ๐๓๔ แสดงตนค่ะ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๐๓๔ แสดงตนนะครับ🔗

นางสาวสกุณา สาระนันท์ สกลนคร

ท่านประธานคะ ๓๘๒ แสดงตนค่ะ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓๘๒ แสดงตนนะครับ🔗

นางสาวชญาภา สินธุไพร ร้อยเอ็ด

๗๐ แสดงตนค่ะ🔗

นายจเด็ศ จันทรา พิษณุโลก

ท่านประธานครับ จเด็ศ ๒๐๓ แสดงตนครับ🔗

นายทศพร เสรีรักษ์ แพร่

ท่านประธานครับ ทศพร ๑๕๐ แสดงตนครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าใช้บัตรได้ ให้ใช้บัตรนะครับ เจ้าหน้าที่บันทึกทันนะครับ เชิญครับ ท่านใดขัดข้องอยู่ครับ ที่ยืนรอ เสียบบัตรหรือยังท่านณัฐวุฒิ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานด้วยความเคารพ อันนี้แฟร์ ๆ ผมกดคนแรกเลยนะครับ แล้วก็พูดว่าพรรคประชาชนแสดงตนทุกคนอยู่แล้วครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรุณา นั่งด้วยนะครับ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ผมขอเสนอให้พักการ ประชุมก่อนครับ คือนานแค่ไหนเราก็ต้องรอครับวันนี้ สำคัญมาก ๆ ครับท่านประธาน🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะรอ สักช่วงนะครับ เชิญนะครับ มีหรือไม่ท่านที่เข้ามาแล้วยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตน สภาเรา เริ่มพิจารณามา ๒ วาระแล้ว วาระที่สามที่กฎหมายประชาชนเสนอเป็นประโยชน์หรือไม่ ท่านสมาชิกก็ได้อภิปรายแล้วนะครับ เชิญวาระที่หนึ่งนะครับ เชิญครับ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมยังยืนยันขอเสนอให้พักการประชุมสักครู่หนึ่งครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ผมขอเสนออย่างนี้ครับ ไม่อยากให้พักการประชุมหรอกครับ เพราะว่า พักการประชุมทีไรกลับมานี่น้อยกว่าเดิม ไม่เคยเยอะกว่าเดิมเลยนะครับ อย่างนั้น ผมขออนุญาตท่านประธานว่ารอดีกว่า ขออนุญาตท่านประธานวิปฝ่ายค้านว่าเรารอกันในนี้ ถ้าพักการประชุมปุ๊บคราวนี้เหมือนผึ้งแตกรังครับ กลับมาทีไรผมไม่เคยเห็นเลยพักการ ประชุมแล้วกลับมาจะเยอะกว่าเดิม อย่างนั้นก็รอเพื่อนสมาชิกกันในนี้ละครับ ขออนุญาต ท่านประธานหารือครับ ขอบคุณครับ🔗

นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ น่าน

ท่านประธานครับ ณัฐพงษ์ ๑๒๙ แสดงตนครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑๒๙ แสดงตนครับ🔗

นายสยาม หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลำภู

ท่านประธานครับ สยาม ๓๙๖ แสดงตนครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓๙๖ แสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่บันทึกไว้นะครับ ใช้ความพยายามหน่อยครับ ช่วยกันครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ระหว่างรอ ขอหารือก่อนได้ไหมครับ กลัวพรุ่งนี้คิวผมจะไม่ได้หารือครับ อ๋อ หารือพรุ่งนี้ได้ใช่ไหมครับ ท่านประธาน ขอบพระคุณครับ ทันอยู่นะครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พรุ่งนี้ ประชุมตามปกติครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

อ๋อ ครับ ขอบพระคุณครับ ผมมีคิวหารือตอนเช้าพี่น้องชาวอ่างทองครับ🔗

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอหารือ ท่านประธานครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

ผมก็งงเหมือนกันดูหน้า ดูหลัง ผมก็กด ตั้งนานแล้ว ผมก็แสดงตน ผม ธีระชัย แสนแก้ว จากอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เมื่อเช้าผมเห็น มีข้อตกลง MOU กันไม่ได้บอกหรือว่ามีกฎหมายสำคัญที่ตรงนี้ ไม่มีหรือครับ🔗

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

ท่านประธานครับ รังสรรค์ มณีรัตน์ ๒๙๙ แสดงตนครับ🔗

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

ผมเห็นด้วย เพราะว่าผมก็เคยเสนอ iLaw ของพระราชบัญญัติอ้อย น้ำตาลทราย พี่น้องประชาชนเขาเสนอเขาเข้าชื่อเข้ามา กว่าเขาจะ เอาชื่อเข้ามา แล้วฝั่งข้างหลังไปไหนหมดล่ะครับ ไปชวนกลับมาหน่อยสิ เราก็พร้อมเตรียม ที่จะเป็นฝ่ายค้านอยู่แล้วเดี๋ยวนี้ เหมือนกันพวกเรา เอาอย่างไรก็เอากัน ผมไม่เคยเป็น ฝ่ายค้านสักทีตั้งแต่เป็น สส. มา แต่ขอเป็นฝ่ายค้านหน่อยคราวนี้ ขอบคุณครับ🔗

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ

ขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้จริง ๆ เราอยากลงมติแต่ดิฉันเห็นว่าองค์ประชุม ไม่ครบ เพราะว่าไม่มีพรรคภูมิใจไทยอยู่ ดิฉันจึงอยากเสนอท่านประธานว่าอาจจะขอให้ทาง พรรคประชาชนโทรศัพท์ตามพรรคภูมิใจไทยให้มาช่วยลงมติก็ได้นะคะ หรือว่าก็เสนอให้ ท่านประธานลองเลื่อนการลงมติไปก่อนเป็นวันศุกร์ค่ะ ขอท่านประธานวินิจฉัย ขอบคุณค่ะ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือสั้น ๆ ท่านประธานครับ ทางนี้ครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ท่านประธานครับ วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ตอนนี้พรรคเพื่อไทยยืนยันว่า เราเป็นองค์ประชุมแล้วเราก็อยู่กัน ส่วนทางพรรคประชาชนกับภาคประชาชนที่เสนอ กฎหมายผมก็เห็นว่ามีประโยชน์ ก็กราบขอบพระคุณมากทางพรรคประชาชน แต่ว่าต้อง เรียนท่านประธานจริง ๆ เราจะเห็นกันทั้งสภาว่ามีพรรคการเมืองใดที่ไม่อยู่ ไม่อยู่เลยนะครับ ทั้งจำนวน ดังนั้นตอนเซ็น MOU กันไม่ได้ถามกันหรือว่าจะเป็นองค์ประชุมให้กันไหม ถ้าไม่เป็นองค์ประชุมให้กันก็เหนื่อย ท่านประธานสภาเดินลำบากครับ🔗

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ผม ชุติพงศ์ ขออนุญาตท่านประธานครับ ขอทำความเข้าใจกับทางเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทย ผมต้องเรียนอย่างนี้ผมเป็นพรรคฝ่ายค้าน ผมมีอยู่ ๑๔๐ กว่า เพื่อไทยมีอยู่ ๑๔๐ กว่า ๒ พรรครวมกันก็เกินครึ่งอยู่แล้วครับ ถ้าเราอยู่กันทั้งคู่อย่างไรก็ผ่านร่างของประชาชน วันนี้ได้ครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่เป็นไร เดี๋ยวตรวจสอบได้ใครอยู่ไม่อยู่🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาต ท่านประธานครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านปกรณ์วุฒิครับ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ผม ปกรณ์วุฒิ ประธานวิปฝ่ายค้านครับ เรียนท่านประธานนะครับ ผมบอกไปตั้งแต่ต้น แล้วว่าข้อตกลงการประชุมวันนี้คุยกันมาเป็นเดือน ๒ เดือนแล้ว แล้วก็เป็นพรรคเพื่อไทย นี่ล่ะครับ ที่บอกว่าจะอยู่เป็นองค์ประชุมให้ จริง ๆ แล้วเขาขอให้พรรคประชาชนอยู่เป็น องค์ประชุมให้ด้วยซ้ำ เพื่อให้วันศุกร์สามารถผ่านร่าง ครม. ที่สำคัญได้ ตกลงยังจะเอา ร่าง ครม. วันศุกร์อยู่ไหม ผมถามกันตรง ๆ ตรงนี้ ส่วนของพรรคอื่นไม่ว่าจะสัญญาอะไรกันไว้ ผมไม่จำเป็นต้องไปแบกพรรคอื่น ผมบอกท่านประธานไปแล้วว่าถ้าวันนี้มันล่ม เปิดชื่อเลย เอาเลขขึ้นเลยครับ พรรคไหนไม่อยู่ให้ประชาชนตัดสินไปเลย ผมไม่จำเป็นต้องไปแบก พรรคไหน ผมเป็นพรรคฝ่ายค้านครับ แต่ข้อตกลงที่คุยกันก่อนหน้านี้คือข้อตกลงกับวิป ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ เดี๋ยวชื่อออกมาก็รู้ว่าพรรคเพื่อไทยเหลือกันอยู่กี่คนตอนนี้🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมทำหน้าที่ ประธานวิปนะครับ ในการเสนอมีทุกพรรคการเมืองอยู่ในนั้น ถึงกำหนดระเบียบวาระพิเศษ ขึ้นมา ในวันที่ ๓ วันที่ ๔ วันที่ ๕ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับที่ประชุมมีความเห็นอย่างไรนะครับ เชิญท่านวิสุทธิ์ครับ🔗

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ในนามอดีตประธานวิปพรรครัฐบาล ผมได้คุยกับพรรคประชาชนจริงว่าเราจะ ช่วยกันทำหน้าที่เป็นองค์ประชุม แต่วันนี้เราพยายามทำเต็มที่นะครับ แต่ว่าท่านประธาน ดูเถอะว่าคนที่ไม่อยู่ ผมไม่อยากให้มีปัญหากระทบกระทั่งกันในขณะที่ทุกพรรคอยากให้ กฎหมายฉบับนี้ผ่านเพราะเป็นกฎหมายภาคประชาชน ไม่ควรต้องมาทะเลาะเบาะแว้ง อะไรกัน ผมเห็นว่าเราก็ช่วยกันเต็มที่ วันศุกร์เราก็ช่วยกัน เอาอย่างนี้ไหมมันจะได้ ออกมาแล้วประชาชนที่ติดตามการถ่ายทอดประชุมสภาก็จะได้สบายใจว่าเรามีความตั้งใจ แต่ใครไม่อยู่ท่านปกรณ์วุฒิจะไปเสนอชื่ออะไรผมไม่ว่านะครับ ตามสบาย แต่ว่าที่จริงวันนี้ เราต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาในเรื่ององค์ประชุมนะครับ ท่านก็จะเห็นแล้วว่าพวกเราตั้งใจ พวกผมก็อยู่เยอะเกือบเต็ม แต่ขาดที่อื่นอย่าไปว่ากันเลยพรรคโน้นพรรคนี้ ท่านปกรณ์วุฒิ เห็นด้วยไหมว่าจะต้องผลักดันกฎหมายนี้ให้ผ่านเมื่อวันศุกร์ ก็ไปบรรจุระเบียบวาระพรุ่งนี้ แล้วไปลงมติที่วันศุกร์ครับ เห็นด้วยไหมครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือขอแจ้ง ที่ประชุมครับ เรานัดประชุมพิเศษวันที่ ๓ และวันที่ ๕ เป็น ๒ วัน ที่เราประชุมเรื่องกฎหมาย วันแรกวันที่ ๓ เป็นกฎหมายของเพื่อนสมาชิกที่เสนอและพี่น้องประชาชนเสนอนะครับ กฎหมายที่เสนอพรรคร่วมรัฐบาลก็ดี พรรคร่วมฝ่ายค้านก็ดี เป็นกฎหมายที่สอดคล้องต้องกัน นั่นคือหลักการข้อที่ ๑ ส่วนวันศุกร์ที่ ๕ เป็นกฎหมายที่ ครม. เสนอที่ค้างอยู่ เราต้องการ ที่ให้กฎหมายที่ค้างอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรออกมากที่สุด จึงมีมติร่วมกันในคณะทำงาน วิปฝ่ายค้านและร่วมรัฐบาลในอาทิตย์ที่แล้วนะครับ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจบก่อน ว่าวันนี้ประชุมมาได้ ๒ ฉบับแล้ว🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ อย่าเพิ่งปิดประชุมครับ ท่านประธานเดี๋ยวก่อนครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมยังไม่ได้ ปิดเลย ผมอธิบายให้ฟังจะได้เข้าใจตรงกันว่าที่มาของประชุมวันนี้เป็นที่มาของประชุมร่วมกัน🔗

(นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมยืน ขออนุญาตประท้วงท่านประธานตามข้อ ๙🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาทีละคนครับ เชิญท่านปกรณ์วุฒิครับ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เชิญให้ท่านพริษฐ์ ใช้สิทธิประท้วงก่อนก็ได้ครับ🔗

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมประท้วงท่านประธาน ข้อ ๙ เรื่องการควบคุมการประชุมครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ให้นั่งก่อนครับ ขอเชิญสมาชิกนั่งก่อน ถ้ายืนเหมือนประท้วงทั้งหมดนะครับ นั่งลงครับ ถ้ายืน เดินไปเดินมาเหมือนประท้วงทั้งหมดนะครับ ท่านจะประท้วงทั้งพรรค ผมรอได้ครับ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาต ท่านประธานครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ สั้น ๆ ครับ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณ ท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อีกครั้งหนึ่งนะครับ ผมคิดว่าตอนนี้ยังไม่ ๖ โมงตรงนะครับ แล้วผมก็เห็นว่าได้เดินไปคุยกับตัวแทนแต่ละพรรคการเมืองก็จะมีการตามเพื่อนสมาชิก ที่ก็อาจจะออกไปธุระแถวนี้หรือว่าอยู่ใกล้ ๆ นะครับ ตามเขามาโดยเร็วนะครับ เพราะว่า ตอนนี้จริง ๆ แล้วจำนวนที่ขาดอยู่มีไม่มากนะครับ ผมยังเสนอว่าไหน ๆ เราอยู่กันมา ถึงตอนนี้แล้วผมยังเสนอว่าให้รอและลงมติให้จบ แล้วตั้งกรรมาธิการให้สำเร็จภายในวันนี้เลยครับ นานเท่าไรก็รอครับ แล้วผมคิดว่าไม่ได้ใช้เวลานานมากครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

รอได้ครับ คงไม่ใช้เวลารอเกินกว่าผู้อาวุโสที่ทำไว้ครับ🔗

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านพริษฐ์ครับ🔗

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ขออนุญาตเสริม ท่านปกรณ์วุฒิสักเล็กน้อยครับ เห็นด้วยกับท่านปกรณ์วุฒิว่าวันนี้ควรจะรอ แล้วก็เข้าใจ ความหวังดีของท่านประธานที่เสนอว่าจะลองพิจารณาไปลงมติกันในวันศุกร์ แต่ผมเกรง แบบนี้ด้วย ๒ เหตุผล🔗

ประการแรกคือพี่น้องภาคประชาชนที่ยื่นกฎหมายเข้ามาเดินทางมาที่สภา วันนี้แล้ว ผมเกรงว่าจะเป็นภาระของเขามากเกินไปถ้าหากจะต้องให้เขาเดินทางกลับมาที่นี้ อีกรอบหนึ่งในวันศุกร์นะครับ🔗

ส่วนเหตุผลที่ ๒ ผมเข้าใจว่าก็มีความซับซ้อนของเรื่องข้อบังคับอยู่ด้วยเช่นกัน เพราะว่าถ้าเราไปดูระเบียบวาระที่ถูกบรรจุในวันพุธกับวันศุกร์มันเป็นคนละชุดกัน ก็อาจจะ มีความซับซ้อนอยู่ได้ ซึ่งทางท่านเจ้าหน้าที่ก็พยักหน้าระหว่างที่ผมพูด ณ เวลานี้ว่ามันอาจจะ ไม่สามารถไปลงมติในเช้าวันศุกร์ได้ ดังนั้นถ้าท่านประธานปิดประชุมวันนี้จะเท่ากับ การปิดประตูต่อการที่ร่างกฎหมายของภาคประชาชน ๑๐,๐๐๐ กว่ารายชื่อที่เข้าชื่อมานั้น จะผ่านสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์นี้ได้ ดังนั้นด้วยความเคารพครับท่านประธาน ขออนุญาต รอให้สมาชิกมาครบถ้วนครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไปที่ คุณชลน่าน ศรีแก้ว เชิญครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ถ้าร่างพระราชบัญญัติอันนี้ มันโหวตไม่ได้ก็เสียดายภาคประชาชนอุตส่าห์เสนอกฎหมายที่ดีเข้ามา เราก็พยายามที่จะ ช่วยกันเป็นองค์ประชุม แต่ดูลักษณะท่าทีแล้วท่านจะรอถึงสองทุ่มก็ไม่ครบครับ ไม่มีทางครบ แน่นอน แล้วผมเองผมมีนัดหมายถ้าโหวตไม่ได้วันนี้หลายคนก็จะไปแล้ว ผมเสนออย่างนี้ครับ เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ได้ตั้งกรรมาธิการวันศุกร์เรามีวาระนัดประชุมอยู่แล้ว เป็นวาระ กฎหมายแม้จะเป็นการนัดพิเศษ พิเศษเพราะว่าวันศุกร์เราไม่มีวาระประจำ เมื่อเราจะ ประชุมเรามีคำว่าพิเศษเข้าไปแล้วนัดประชุมกฎหมาย ถ้าท่านประธานอนุญาตตามที่สมาชิก เสนอก็เลื่อนไปโหวตวันศุกร์ตั้งกรรมาธิการวันศุกร์ วิธีการง่ายนิดเดียวครับ หลังจากนี้ ท่านประธานก็เอาระเบียบวาระนี้ไปบรรจุวาระเพิ่มเติมของวันศุกร์ เรื่องก็จะปรากฏอยู่ใน ระเบียบวาระ เลื่อนขึ้นมาพิจารณาฉบับแรกได้เลยอาศัยมติวันนี้ขอเลื่อนเป็นมติที่ประชุม แห่งนี้ท่านขอเลยว่าพอเข้ามาแล้วเราจะขอโหวตกฎหมายฉบับนี้หลังจากที่มีการเปิดประชุม ก็ย่อมได้ครับ ขอเพียงแต่ท่านไปบรรจุในระเบียบวาระเพิ่มเติมครับ ข้อบังคับเราการบรรจุ ระเบียบวาระเพิ่มเติม ๑ วัน ทันครับ วันศุกร์นี้ทันครับ ทำได้ครับ แล้วก็กฎหมายฉบับนี้ก็จะ ได้ตั้งให้มีการพิจารณากันต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีอีกไหม เชิญท่านอรรถกรครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ผมต้องเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทั้งตอนนี้ไม่รู้แล้วว่าจะทั้ง ๒ ฝั่ง หรือทั้งกี่ฝั่งดี ถือว่าตอนนี้เราเป็นหนึ่งเดียวแล้วกันครับ คือผมเข้าใจว่าทางเพื่อนสมาชิก พรรคประชาชนแล้วก็ทางเพื่อนสมาชิกที่ผมเคารพพรรคเพื่อไทยมีเจตนารมณ์ที่ดีโดยที่เราก็ เข้าใจว่าผู้เสนอกฎหมายก็เป็นการเสนอกฎหมายจากภาคประชาชน ส่วนข้อเสนอของท่าน นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ก็เป็นไปได้ ผมขออนุญาตเอ่ยนามท่าน แต่ผมกราบเรียนขอความ ร่วมมือทุกฝ่าย ถ้าท่านประธานจะกรุณาพักการประชุมสักครึ่งชั่วโมง ผมขอแค่ครึ่งชั่วโมง เพื่อที่ถ้าสมมุติว่าเราสามารถโหวตกฎหมายฉบับนี้ในวันนี้ได้ คนที่จะดีใจที่สุดก็จะเป็น ภาคประชาชนที่เสนอกฎหมายแล้วก็มาร่วมพิจารณากับเราในวันนี้ แต่ถ้าครึ่งชั่วโมงแล้ว มันไม่ได้ก็ถือว่าเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของสภา ถ้าท่านประธานจะกรุณาคือถ้าเสนอ กฎหมายวันนี้แล้วผ่านพี่น้องที่มาร่วมเสนอกฎหมายในวันนี้ก็ไม่ต้องเดินทางมาอีกอาจจะมา ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญเท่านั้นเอง ดังนั้นถ้าท่านประธานจะกรุณาผมก็อยากจะเห็นครับ กฎหมายที่สภาเราทั้งสภาร่วมเสนอกัน ขอสักครึ่งชั่วโมงก็ขอความกรุณาเพื่อนสมาชิกถ้าท่าน ไม่เห็นเหมือนผม ขอเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมขอ เสนอนิดหนึ่งครับ ผมเห็นด้วยกับทุกท่านครับ ตอนนี้ประชาชนอาจจะไม่รู้คิดว่าขาดเยอะ ขาดแค่ ๒๐ คนเท่านั้นเองครับ แล้วหลายคนก็แสดงความประสงค์ว่ากำลังจะมาครับ ดังนั้น ผมเห็นด้วยกับทางท่านอัครเดชว่าไม่ต้องพักหรอกครับ ผมคิดว่าหลายท่านกำลังจะเข้ามา ผมว่าเรารอกันตรงนี้ล่ะครับ ผมคิดว่าอีกแป๊บเดียว ๒๐ ท่านก็กำลังมาแล้วนะครับ ตำรวจ สภาก็รายงานแล้วตอนนี้กำลังอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอยู่ ผมคิดว่าไม่ต้องพักครับ รอกันนี่ล่ะครับ ก็คุยกันแบบสนุกสนานกันไปก่อนก็ปรึกษาหารือกันไปอีกสักพักหนึ่ง เพื่อนเราอีก ๒๐ คนก็มาแล้วครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ จะขออนุญาตท่านประธานครับ เราต้องมีความหวังครับ ขออนุญาต ให้ความหวังกับสภาครับ ได้รับการประสานจากเพื่อนสมาชิกว่ากำลังมาประมาณ ๖๐ ท่าน ใกล้จะถึงแล้ว ผมคิดว่าก็เห็นด้วยกับท่านวิโรจน์ว่าเราก็หารือกันในนี้ เราก็อยู่ในนี้ แล้วก็ อีกสักพักหนึ่งก็จะได้ครบองค์ประชุมแล้วก็จะได้ออกกฎหมายที่เป็นประโยชน์ให้กับพี่น้อง ประชาชน เพราะภาคประชาชนก็มาแล้ว เราก็ไม่อยากให้พี่น้องประชาชนที่รออยู่ แล้วก็ คาดหวังการทำงานของสภาเรา เราก็รอสักนิดหนึ่ง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ความจริง เราใช้เวลารอนานเลย เพื่อให้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผมขอสรุปอย่างนี้ เรามีเวลาอีกวันศุกร์ที่ ๕ กันยายน เพื่อไม่ต้องรอนาน เพื่อน ๖๐ คนไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน ผมขอเลื่อนการประชุมวาระนี้ไปบรรจุในวันที่ ๕ กันยายน ขอปิดประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา